unknown · · 474 lines

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๒๙ นาฬิกา)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรียนท่าน สมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนะครับ ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ ปรึกษาหารือตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ ปรึกษาหารือตามลำดับรายชื่อและเวลาที่ยื่น โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาที ท่านแรกขอเชิญ ท่านสิงหภณ ดีนาง ตามด้วยท่านประกอบ รัตนพันธ์ เชิญครับ🔗

นายสิงหภณ ดีนาง ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๖ พรรคเพื่อไทย กระผมมีเรื่องที่จะหารือท่านประธานดังนี้ครับ กระผมได้รับการร้องทุกข์จากนายชัยยา เรืองเจริญ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลภูผาม่าน อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น เกี่ยวกับการกำจัดขยะมูลฝอยซึ่งมีจำนวนมากขึ้นอยู่เรื่อย ๆ เนื่องจากอำเภอภูผาม่าน เป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิงนิเวศและมีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของหมู่บ้านที่โดดเด่น จึงมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นทุกปี มีการขยายธุรกิจการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม รีสอร์ต (Resort) ร้านอาหารตามแหล่งท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องการกำจัดขยะ มูลฝอย ถึงแม้จะได้มีการดำเนินการตามมาตรการลดปริมาณขยะต้นทาง ณ ศูนย์กำจัดขยะ โนนประดู่ขององค์การบริหารปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอภูผาม่าน แต่ขณะนี้แทบจะรองรับ กับขยะที่เพิ่มมากขึ้นทุกปีไม่ไหว ประกอบกับงบประมาณขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ทุกแห่งของอำเภอภูผาม่านมีจำกัดและอำเภอภูผาม่านถูกกำหนดอยู่ในกลุ่มคลัสเตอร์ (Cluster) ของเทศบาลเมืองชุมแพ แต่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการขนถ่ายขยะมูลฝอย ไปกำจัด ณ เทศบาลเมืองชุมแพ ซึ่งเป็นงบประมาณที่เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวในแต่ละปี ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นของอำเภอภูผาม่านในการบริหาร จัดการขยะมูลฝอยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและส่งเสริมการท่องเที่ยวและประหยัด งบประมาณ จึงอยากให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้กำหนดพื้นที่อำเภอภูผาม่านให้เป็นกลุ่มคลัสเตอร์ (Cluster) พิเศษ เพื่อจะได้ประหยัดงบประมาณและเสนอขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดงบประมาณในการ ก่อสร้างศูนย์กำจัดขยะอำเภอภูผาม่านในวิธีการที่เหมาะสมต่อไป และกระผมขอส่งเอกสาร ผ่านไปทางท่านประธานสภาให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประกอบครับ ตามด้วยท่านคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เชิญครับ🔗

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขอนำเรื่องเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือ ท่านประธานสัก ๒ เรื่องนะครับ🔗

เรื่องแรกขอให้ทางหลวงชนบทได้ก่อสร้างถนนเส้น นศ. ๒๐๓๑ ตรงแยก ทางหลวงหมายเลข ๔๑ ถึงบ้านขาม ตำบลน้ำตก อำเภอทุ่งสง ถนนเส้นนี้ได้ลาดยางมา บางส่วนแล้วครับ ยังเหลือช่วงที่ติดอุทยานแห่งชาติเขาปู่เขาย่าประมาณ ๓ กิโลเมตร ขณะนี้ กรมอุทยานอนุญาตให้ใช้ประโยชน์แล้วนะครับ จึงขอให้ทางหลวงชนบทได้กรุณาเร่งรัด ตั้งงบประมาณเพื่อที่จะก่อสร้างถนนเส้นนี้ให้แล้วเสร็จตลอดทั้งสาย อันเป็นประโยชน์ของ พี่น้องประชาชนระหว่างอำเภอทุ่งสง อำเภอชะอวด ในการสัญจรไปมาและขนถ่ายสินค้า ทางการเกษตรนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องเส้นทางคมนาคมเช่นเดียวกันครับ พี่น้องชาวตำบลวังหิน อำเภอบางขัน ได้ร้องทุกข์มาว่าถนนเส้นแยกจากโรงรมยาง บ้านน้ำหัก หมู่ที่ ๑๐ ไปถึงมัสยิด แสงธรรม ระยะทางประมาณ ๑,๗๐๐ เมตร เป็นเส้นทางที่พี่น้องใช้สัญจรไปมาและ ขนถ่ายสินค้าเกษตรของหมู่ที่ ๑๐ หมู่ ๒ หมู่ ๑๑ เส้นทางนี้เชื่อมระหว่างตำบลวังหิน อำเภอ บางขัน กับอำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง ในช่วงนี้ยังไม่ได้ลาดยาง เหลืออยู่อีกช่วงหนึ่งประมาณ ๒ กิโลเมตร ๑,๗๐๐ เมตร ขอให้ทางกรมส่งเสริมได้กรุณาจัดสรรงบประมาณไปให้ท้องถิ่น เพื่อที่จะดำเนินการลาดยางด้วยนะครับ เพราะว่าทาง อบต. วังหินไม่มีงบประมาณ มากพอที่จะไปดำเนินการลาดยางได้ครับ ขอความเมตตาด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณครูมานิตย์ครับ แล้วตามด้วยท่านปรีดา บุญเพลิง ครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนเมืองสุรินทร์ ท่านประธานครับ เราก็รู้ ๆ แล้ว ว่าบั้นปลาย ๆ ของรัฐสภา ผมมาทวงถามอยู่ จริง ๆ ผมมีหลายเรื่องที่หารือไว้ แต่เรื่องที่ สำคัญก็คือเรื่องให้ขึ้นค่าตอบแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน วันนี้ผู้ใหญ่บ้านและกำนันนั้นค่อนข้าง จะเดือดร้อนกับภาวะเศรษฐกิจที่สูงทุกอย่าง แล้วการให้เงินเดือนค่าตอบแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย แล้วคนหมู่นี้ มีไม่มากทั่วประเทศไทย บ้านผมนี่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านจะมาบ่อย อาทิตย์ที่แล้วมีผู้ใหญ่คนหนึ่ง ชื่อผู้ใหญ่ธรรมธร ผมงาม ท่านบอกว่าเงินค่าตอบแทนของ อบต. ที่มีบ้านละ ๒ คน แล้วไป ตัดให้เหลือบ้านละคนเดียว เอาไปไว้ตรงไหน ทำไมไม่เอามาชดเชยให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ทำงานหนัก เออ ผมก็คิดได้ จริง ๆ อยู่ในกระทรวงเดียวกันก็คือกระทรวงมหาดไทย เพียงแต่อยู่คนละกรม กรมการปกครองของกำนันผู้ใหญ่บ้าน กรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่นของ อบต. ก็น่าที่จะให้เขา เป็นการให้ของขวัญปีใหม่ ค่าแรงมันขึ้นไม่ได้อยู่แล้ว รัฐบาลไม่มีความสามารถเพราะคนจำนวนมาก อันนี้ต้องใช้ความสามารถ ต้องใช้ความรู้ แต่ค่าตอบแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้มากก็สามารถที่จะดำเนินการได้เลย🔗

เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน สถานการณ์วันนี้โควิด (COVID) ระลอกใหม่ กำลังจะมา พอโควิด (COVID) ระลอกใหม่กำลังมา พี่น้องประชาชนคนไทยเดือดร้อนกันหมด แต่สิ่งที่สำคัญคือเด็กนักเรียน ท่านประธานดูภาคใต้ครับ น้ำท่วม เด็กไม่ได้เรียนเลยต้องหยุด เพราะไม่มีเทคโนโลยี ไม่มีสื่อ ไม่มีการเตรียมความพร้อม ผมก็เห็นใจกระทรวงศึกษาธิการ เพราะรัฐบาลไม่ตั้งไว้ เรามีบทเรียนกับเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว วันนี้ก็เลยฝากไปยัง กระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะ สพฐ. ให้เตรียมงบประมาณไว้ในการที่จะดำเนินการช่วงที่ ถ้าเกิดโควิด (COVID) ระลอกใหม่ เด็กจะได้เรียน ปัญหาการศึกษาก็จะได้ไม่โดนขังคุก แล้ววันนี้ระบบไวไฟ (WiFi) ตามชุมชนที่ไปสร้างไว้แค่นิดเดียวก็ใช้การไม่ได้แล้ว ก็ฝาก ๒ เรื่องที่สำคัญ ๆ กราบขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไป เชิญท่านปรีดา บุญเพลิง ตามด้วยท่านทศพร ทองศิริ ครับ🔗

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน การศึกษานำการเมือง ครูพัฒนาคน คนพัฒนาชาติ ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดังนี้🔗

เนื่องจากอำเภอแวงน้อย อำเภอพล อำเภอแวงใหญ่ อำเภอโคกโพธิ์ไชย อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น และอำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ มีแม่น้ำชีไหลผ่าน ในพื้นที่ดังกล่าว ประชาชนใช้น้ำจากแม่น้ำชีทำการเกษตร อุปโภคและบริโภค เมื่อถึงฤดูแล้ง น้ำจะแห้งขอด ประชาชนเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ผมติดตามการแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าวก็คือ การก่อสร้างประตูระบายน้ำ ซึ่งกรมชลประทานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่รับผิดชอบ ในเรื่องนี้ โดยจะดำเนินการก่อสร้างที่บ้านโนนเขวา ตำบลท่านางแนว อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น จนกระทั่งบัดนี้เป็นเวลากว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมา ยังไม่ได้รับการดูแล ดังนั้น ผมขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ โดยสร้างประตูระบายน้ำ โดยเร่งด่วนด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับเรื่องไฟจราจร ถนน ทล. ๒๐๖๕ ที่บริเวณสี่แยกในเขตเทศบาลตำบลแวงน้อย อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น ซึ่งผมได้ร้องขอหลายครั้งยังไม่ได้รับการเหลียวแล เพราะใน แต่ละวันมีประชาชน นักเรียนเป็นจำนวนมากที่เดินทางไปมา เพื่อความปลอดภัยของ ประชาชน ขอให้พิจารณาโดยด่วนด้วย🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา เรื่องการก่อสร้างสนามกีฬาประจำอำเภอแวงน้อย ที่บริเวณโรงเรียน บ้านท่านางแนวและโรงเรียนท่านางแนววิทยายนซึ่งได้รับอนุมัติงบประมาณแล้ว จนกระทั่ง บัดนี้ยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้าง ขอให้เร่งรัดด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านทศพร ตามด้วยท่านสุเนตตา แซ่โก๊ะ เชิญครับ🔗

นายทศพร ทองศิริ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายทศพร ทองศิริ ผู้แทนราษฎรของชาวราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล วันนี้ผมมีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่จะขอหารือกับท่านประธานดังนี้ครับ🔗

เรื่องแรกผมได้รับการร้องเรียนผ่านมาจากคุณอาไสว โชติกะสุภา ส.ก. เขตราษฎร์บูรณะคนปัจจุบันที่ได้แจ้งเข้ามาถึงความเดือดร้อนของเด็กนักเรียน โรงเรียน แจงร้อนวิทยา ในเรื่องหอประชุมที่หลังคาและฝ้ารั่ว ซึ่งเสื่อมสภาพไปตามอายุการใช้งาน โดยทางโรงเรียนนั้นได้แจ้งว่าในปีนี้มีการโดนลดงบประมาณลงจากส่วนกลาง เนื่องจากมี จำนวนของเด็กนักเรียนที่ลดน้อยลงจากเกณฑ์มาตรฐานเดิม โดยหอประชุมดังกล่าวนี้ ใช้ประโยชน์หลักเพื่อการรวมกลุ่มของเด็กนักเรียนในการเรียนรู้ เพราะมีห้องสมุดอยู่ที่ ชั้นล่าง แล้วก็ห้องประชุมในการทำกิจกรรมอื่น ๆ อยู่ที่ชั้นบน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องได้รับการบูรณะซ่อมแซม แล้วก็ดูแลหอประชุมดังกล่าวนี้ให้แก่เด็กนักเรียนต่อไป ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ในการเข้าไป ดูแลแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้แก่เด็กนักเรียนที่เป็นอนาคตของชาติด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ครับ บริเวณถนนใต้ทางด่วน กม. ๙ เส้นจอมทองบูรณะและ ซอยสุขสวัสดิ์ ๓๓/๑ ที่วิ่งทะลุไปจนถึงซอยราษฎร์บูรณะ ๓๒/๑ ชนกับธนาคารกสิกร สำนักงานใหญ่นั้น ปัจจุบันมีการก่อสร้างทางยกระดับอยู่ ซึ่งมีปัญหาเรื่องฝุ่นแล้วก็ดินที่หล่น ตามพื้นถนน ซึ่งส่งผลให้รถที่สัญจรไปมาลื่น ยิ่งเป็นช่วงที่มีฝนตกดินเหล่านี้ก็จะกลาย เป็นโคลน ทำให้ยากแก่การสัญจร แต่ง่ายต่อการเกิดอุบัติเหตุในทันที ก็ขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขอความร่วมมือในเรื่องการเข้ากำกับการเก็บงาน ในแต่ละวันของผู้รับเหมาในพื้นที่ภายหลังจากที่มีการก่อสร้างให้แล้วเสร็จเรียบร้อยด้วย ขอขอบคุณแทนประชาชนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุเนตตา ตามด้วยท่านประสิทธิ์ วุฒินันชัย ครับ🔗

นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังค่ะ ดิฉันมีเรื่องจะมาปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องขอให้ กระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐนำเทคโนโลยีและประโยชน์ของแสงซินโครตรอน (Synchrotron) มาช่วยในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประเทศด้วยค่ะ ท่านประธานคะ เมื่อไม่นานมานี้ดิฉันไปสะดุดกับข่าวนี้มาค่ะ ขอภาพเลยนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวสุเนตตา แซ่โก๊ะ แบบบัญชีรายชื่อ

ซินโครตรอน (Synchrotron) ไขปริศนางาหักในศึกชนช้างเขาใหญ่ ดิฉันก็เกิดอาการ เอ๊ะ ขึ้นมาค่ะว่าซินโครตรอน (Synchrotron) มันไปเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ ซึ่งปรากฏว่าจากเหตุที่ช้างป่าพลายทองคำกับ พลายงาทองที่ต่อสู้กันดุเดือดจนงาหักทั้งกิ่งที่เขาใหญ่เมื่อเดือนที่แล้วค่ะ เจ้าหน้าที่อุทยาน เขาก็สงสัยว่าทำไมต่อสู้กันแล้วงาหัก แปลว่างาเขาไม่ค่อยแข็งแรงหรืออย่างไร ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชก็นำชิ้นส่วนงาที่หักนี้ไปให้สถาบันวิจัย แสงซินโครตรอน (Synchrotron) ตรวจวิเคราะห์เพื่อหาสัดส่วนธาตุองค์ประกอบ แล้วก็ หาสัดส่วนหมู่ฟังก์ชัน (Function) ทางเคมี รวมถึงหารูพรุนต่าง ๆ ภายในงาช้าง พบว่างาหัก ตั้งแต่โคนงาและพบภาวะเหงือกร่นร่วมด้วย ซึ่งงานี้ขยายผลไปถึงเรื่องของดินโป่งจาก โป่งเทียมอาจจะมีสารอาหารไม่เพียงพอและแหล่งดินโป่งที่ลดลงทำให้ช้างป่าออกนอกเขต อนุรักษ์และทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า ข้อมูลเหล่านี้จะนำไปสู่การจัดการ เพื่อผลักดันให้ช้างกลับเข้าป่าแล้วก็นำไปสู่การแก้ไขปัญหาช้างป่าได้ นี่คือตัวอย่างปัญหา ชาวบ้านที่เทคโนโลยีแสงซินโครตรอน (Synchrotron) ช่วยตอบโจทย์ได้ ดิฉันได้มีโอกาส โทรศัพท์คุยกับท่านรองศาสตราจารย์ดอกเตอร์สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัย แสงซินโครตรอน (Synchrotron) พบว่าแสงซินโครตรอน (Synchrotron) สามารถส่องหา คำตอบให้กับเรื่องต่าง ๆ ได้มากมาย แต่ท่านต้องนำโจทย์ไปให้เขาค่ะ ไม่ว่าจะเป็นปัญหา พี่น้องเกษตรกรเรื่องผลผลิต เรื่องปัญหาการพัฒนาคุณภาพ หลายเรื่องเลยที่เทคโนโลยี แสงซินโครตรอน (Synchrotron) สามารถช่วยตอบโจทย์ได้ ดิฉันจึงขอเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีให้กระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐศึกษา แล้วก็ ใช้เทคโนโลยีของประโยชน์แสงซินโครตรอน (Synchrotron) ให้เป็นค่ะ แล้วก็นำเอามาแก้ไข ปัญหาประเทศค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประสิทธิ์ ตามด้วยคุณศรีนวล บุญลือ นะครับ🔗

นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาลำบากย่านชุมชนแออัด เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๗ เชียงใหม่-เชียงราย สร้างเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ เป็น ๒ ช่องจราจร ขอขยายเป็น ๔ ช่องจราจร ปี ๒๕๖๒ ผมได้นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือผ่านท่านประธานสภาไปยัง รัฐบาล รัฐบาลสั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ กรมทางหลวงประกาศว่าได้รับงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ขยายถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๗ เป็น ๔ ช่องจราจร มาวันนี้ปี ๒๕๖๕ โครงการ ดังกล่าวยังไม่ได้รับการก่อสร้าง ผ่านท่านประธานสภาไปยังรัฐบาล ขอให้รัฐบาลเร่งสั่งการ กรมทางหลวงขยายถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๗ เชียงใหม่ เชียงราย เป็น ๔ ช่อง จราจร ช่วงตำบลแม่ข่า ช่วงบายพาส (Bypass) ตำบลเวียง อำเภอฝาง และช่วงอำเภอ แม่อาย อำเภอฝาง บรรจบถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑ จังหวัดเชียงราย เพื่อให้ ประชาชนสัญจรไปมาสะดวกสบาย นักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลขึ้นไปสัมผัสความหนาว บนดอยหลวง อำเภอเชียงดาว ดอยอ่างขาง อำเภอฝาง ดอยฟ้าห่มปก อำเภอแม่อาย ผลผลิต ทางการเกษตรออกสู่ตลาดภายในประเทศ ส่งออกต่างประเทศ พม่า ลาว จีน ต้องใช้ถนน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๗ เชียงใหม่ เชียงรายเท่านั้นครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศรีนวลตามด้วยท่านวุฒินันท์ บุญชู นะครับ🔗

นางสาวศรีนวล บุญลือ เชียงใหม่

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากราษฎร หมู่ที่ ๒๐ บ้านแม่จอน ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ หมู่ที่ ๘ บ้านโป่งสมิต หมู่ที่ ๑๓ บ้านห้วยยายม้ง หมู่ที่ ๑๘ บ้านห้วยเย็นกะเหรี่ยง ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วัง จังหวัดเชียงใหม่ มีปัญหาความเดือดร้อน เรื่องการสื่อสารไม่มี การสื่อสารยาก เวลามีปัญหาอะไรใช้โทรศัพท์ไม่ได้เพราะไม่มีสัญญาณ จึงขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจแล้วนำเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือจะเป็น วันทูคอล (One-2-call) หรือดีแทค (DTAC) หรือจะเป็นเอไอเอส (AIS) ก็ได้🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากราษฎรหมู่ ๙ บ้านตีนม่อน บ้านห้วยยาว บ้านท่าธาร บ้านสันปูเลยใน ตำบลดอนเปา อำเภอแม่วัง จังหวัดเชียงใหม่ มีปัญหาเวลา ฝนตกหนักเกิดอุทกภัยสร้างความเดือดร้อน น้ำห้วยเคาะไหลทะลักกัดเซาะถนนพังเสียหาย ทำให้การสัญจรไม่สะดวก ดังนั้นจึงขอรัฐบาลหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยเร่งดำเนินการ แก้ไขปัญหาให้ราษฎรในครั้งนี้ด้วย โดยการก่อสร้างพนังกันน้ำและถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้ราษฎรในครั้งนี้🔗

เรื่องที่ ๓ กลุ่มสตรีแม่บ้าน ได้ฝากมายังรัฐบาล ทุกวันนี้กลุ่มสตรีแม่บ้าน ก็ทำงานหนัก ดังนั้นค่าตอบแทนไม่เคยได้แม้แต่สลึงเดียว ก็อยากจะเรียนฝากทาง ประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยพิจารณาเร่งจัดสรรงบประมาณ หรือค่าตอบแทนให้กับกลุ่มสตรีแม่บ้านในครั้งนี้ด้วย ขอกราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวุฒินันท์ ตามด้วยท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ🔗

นายวุฒินันท์ บุญชู สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วุฒินันท์ บุญชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคก้าวไกล สืบเนื่องจากชุมชนเมืองแก้ว หรือปัจจุบันเรียกว่า ชุมชนราชวินิตบางแก้ว ซึ่งเป็นซอยเล็ก ๆ ประกอบไปด้วยโครงการหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ประมาณ ๒๗ โครงการ มีโรงเรียนที่มี ชื่อเสียงของจังหวัดสมุทรปราการก็คือโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว มีสถานีตำรวจภูธรบางแก้ว จากสภาพบริบทของชุมชนเมืองเช่นนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นปัญหาตามมาก็คือปัญหา ด้านการจราจรติดขัด ปัญหาเรื่องน้ำท่วมขัง รวมทั้งปัญหาเรื่องมลภาวะทางอากาศ และสิ่งแวดล้อม แต่ซ้ำร้ายยิ่งไปกว่านั้นปัจจุบันได้มีโครงการหนึ่งจะมาลงในพื้นที่ของ ซอยราชวินิตบางแก้ว เป็นเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ก็คือโครงการคอนโดสูง ๔๐ ชั้น ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการของการทำรายงานอีไอเอ (EIA) ประชาชนที่อยู่ในซอยนั้น เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องความโปร่งใสของการทำรายงานอีไอเอ (EIA) เกี่ยวกับ ความล่าช้าของการส่งเอกสารให้กับประชาชนเพื่อรับฟังความคิดเห็น รวมทั้งวิตกกังวล เกี่ยวกับข้อเสนอแนะ ข้อเรียกร้องของประชาชนจะไม่ได้รับการบรรจุลงในรายงานของอีไอเอ (EIA) ฉบับนี้ ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอเรียนให้ท่านประธานมีหนังสือไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ก็คือสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกว่า สผ. ให้ลงมาตรวจสอบความละเอียดรอบคอบของรายงาน อีไอเอ (EIA) ฉบับนี้ และนำเสนอต่อสาธารณะหรือประชาชนผู้ที่ได้รับผิดชอบโดยตรง ก็คือผู้ได้รับผลกระทบให้กับประชาชน เพื่อแสดงความโปร่งใสและความเป็นธรรมกับ ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบทุกท่านครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสฤษฏ์พงษ์ ตามด้วยท่านฉลาด ขามช่วง ครับ🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ผมขอหารือ ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก ด้วยผมได้รับการร้องเรียนจากท่านผู้ใหญ่สิทธิชัย บ่อม่วง เป็นผู้ใหญ่หมู่ที่ ๔ บ้านบ่อม่วง ตำบลทรายขาว อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ในเรื่องของ ร่องน้ำที่พี่น้องได้ใช้สัญจรทางทะเลบ้านบ่อม่วงประมาณสัก ๒๐๐ ลำเรือ แล้วก็เป็นร่องน้ำ ที่ตื้นเขินมานานแล้ว แล้วก็มีชาวประมงพื้นบ้าน ชาวประมงพาณิชย์ แล้วก็มีการท่องเที่ยว ก็ขอให้หน่วยงานของกรมเจ้าท่าซึ่งอยู่ที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ได้มาสำรวจการขุด ลอกคลองอันนี้ ซึ่งมีความลึกในปัจจุบันนี้ ๒-๓ เมตรเองจากระดับน้ำทะเลลดต่ำสุด ก็เป็นปัญหาให้พี่น้องประชาชนในบริเวณพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถออกไปทำ อาชีพการประมงได้🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากท่านนายก อบต. เกาะลันตาใหญ่ นายอับดลรอหมาน เกื้อชาติ และนายสมหมาย ลู่เด็นบุตร เป็นรองนายก อบต. เกาะลันตาใหญ่ เมื่อคืนผมได้สอบถามท่านนายอำเภอที่เกาะลันตาว่า ท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี ได้ลงไป ตรวจโครงการอันนี้ เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๕ นี้ ในเรื่องของโครงการพัฒนาพื้นที่เฉพาะ เกาะลันตาใหญ่ระยะที่ ๓ ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ประกอบด้วย ๔ ระยะ สายที่ ๑ สายที่ ๒ และสายที่ ๔ เป็นงานปรับปรุงถนนสายบ้านศาลาด่าน บ้านสังกาอู้ ระยะทาง ๔,๒๙๒ เมตร ระยะที่ ๓ ปรับปรุงบ้านคลองนิน คลองหิน ยาว ๔,๙๒๕ เมตร ซึ่งวันนี้ยังไม่แล้วเสร็จและพี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาก ก็ขอให้ ผู้รับเหมาโดยกรมโยธาธิการได้เร่งรัดแก้ไขติดตามโครงการ พร้อมกับเขื่อนกันดินในบริเวณ เกาะลันตาใหญ่ของท่านนายก อบต. เกาะลันตาใหญ่ นายอับดลหรอหมาน เกื้อชาติ ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณฉลาด ขามช่วง ตามด้วยนางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ เชิญครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง ร้อยเอ็ด

ท่านประธานที่เคารพ ผม ฉลาด ขามช่วง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอนำเรื่องมาหารือ ท่านประธานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปแก้ไขปัญหาต่อไป🔗

เรื่องแรก ขอให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำรวจ ออกแบบและก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าและสร้างคลองส่งน้ำ ตั้งที่ฝายร้อยเอ็ดไปยัง ฝั่งอำเภอโพธิ์ชัยให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง ๙ ตำบล เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมต่อไป🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมชลประทานขยายคลองส่งน้ำจากตำบลหนองพอก นำน้ำ ไปลงที่อ่างธวัชชัย ตำบลมะอึ อำเภอธวัชบุรี เพื่อเติมน้ำให้มีการใช้ตลอดปี เพราะอ่างธวัชชัยนั้น พี่น้องเกษตรกรส่วนหนึ่งได้นำน้ำไปใช้ประโยชน์ในตำบลนิเวศน์เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง🔗

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายบุญเริ่ม หนูจิตร์ ตัวแทนเกษตรกร ตำบลคำพอุง อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด และนางลำพูน ชัยชนะ ตัวแทนเกษตรกร ตำบลสะอาด อำเภอโพธิ์ชัย ว่าได้ยื่นคำร้องขอขยายเขตไฟฟ้าต่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้ว ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ขยายเขตไฟฟ้าเพื่อเกษตรกรพี่น้อง กลุ่มเหล่านี้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๔ เนื่องจากว่าจะเข้าหน้าแล้งแล้วครับท่านประธาน ขอให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องสำรวจแหล่งน้ำธรรมชาติห้วย หนอง คลอง บึง และเตรียมงบประมาณในการ ขุดลอกเพื่อรองรับในหน้าฝนต่อไป เพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาว ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวชิราภรณ์ ตามด้วยคุณรังสรรค์ มณีรัตน์ เชิญครับ🔗

นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธานค่ะ🔗

เรื่องแรก ปัญหาของชาวบ้านในเขตอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็นซึ่งไม่สามารถ ตัดโค่นต้นยางพาราเพื่อปลูกพืชใหม่ทดแทน ในเรื่องนี้ดิฉันเคยนำเข้าหารือในสภามาแล้ว หลายครั้ง ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีมาแล้วหลายหน ล่าสุดอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้ทำหนังสือตอบกลับดิฉันใจความว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนของ การจัดทำกฎหมายระดับรองประกอบ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติปี ๒๕๖๒ มาตรา ๖๔ เพื่อให้ มีผลบังคับใช้ภายในปีหน้า ดิฉันจึงอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการ ตามกรอบเวลาที่แจ้งมาด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการ ดังนี้ ๑. ซ่อมแซมถนนสายยูงงาม-เขาปูน หมู่ ๑ ตำบลคลองฉนวน ๒. ซ่อมแซมถนน สายเฉียงพร้า-ปลายน้ำ เชื่อมต่อตำบลควนสุบรรณกับตำบลลำพูน ๓. ซ่อมแซมถนน สายคลองสาย-พรุกระแซง หมู่ ๖ ตำบลเขานิพันธ์ ๔. แก้ไขระบบท่อระบายน้ำบริเวณถนน สายวัดสุคนธาวาสของหมู่ ๖ ตำบลพรุพี🔗

เรื่องที่ ๓ ปัญหาต่างๆเหล่านี้ดิฉันเคยนำเข้าหารือในสภาแล้วแต่ไม่ได้รับ ความคืบหน้าแต่อย่างใดค่ะ ๑. ซ่อมแซมถนนสายบ้านต้นสะท้อน-หนองดุก หมู่ ๑ ตำบลลำพูน ๒. ซ่อมแซมถนนสายนาสาร-ท่าเคียนซา เชื่อมต่อถนนทางหลวงหมายเลข ๔๑ กับ ตำบลอรัญคามวารี ๓. จัดสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมคลองตา และจัดสร้างระบบท่อระบายน้ำ ชุมชนบริเวณถนนสมเด็จพระยุพราช เทศบาลตำบลเวียงสระ ได้ทำเรื่องของบประมาณ ไว้แล้วตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ บัดนี้ไม่ได้รับการจัดสรร ๔. จัดสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านสวนกล้วย หมู่ ๑๗ ตำบลบ้านส้อง กรมชลประทานได้นำเรื่องนี้เข้าแผนเรียบร้อยแล้ว แต่วันนี้ก็ไม่ได้รับ การจัดสรร ดิฉันจึงอยากฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการ เรื่องนี้ด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรังสรรค์ ตามด้วยท่านปัญญา จีนาคำ เชิญครับ🔗

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย เนื่องจาก ทางเทศบาลตำบลดงดำ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ได้สำรวจข้อมูลถนน แหล่งกักเก็บน้ำ และสิ่งสาธารณประโยชน์ ซึ่งได้รับความเสียหายเนื่องจากพายุโซนร้อนโนรูที่ผ่านมา ซึ่งได้ ดำเนินการของบประมาณจากกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้แก่ โครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กบ้านแม่ลอง บ้านบวก ๒. โครงการก่อสร้างถนน คอนกรีตเสริมเหล็กเลขที่ รพถ. ๐๐๘๐ โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก เลขที่ รพถ. ๐๐๘๑ บ้านปางส้าน ๓. โครงการปรับปรุงซ่อมแซมฝายแม่แวน หน้าฝายเด่นดู่ หมู่ ๕ บ้านปางส้าน ๔. โครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนเหมืองแร่เก่าแก้มลิง บ้านบวก หมู่ที่ ๓ ตำบลดงดำ ๕. โครงการซ่อมแซมฝายบ้านเด่นดู่ หมู่ที่ ๕ ๖. โครงการซ่อมแซมตลิ่ง หน้าฝายปลูกกลาง หมู่ที่ ๕ ตำบลดงดำ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และมีโครงการซ่อมแซมอีก หลายโครงการมากมาย ซึ่งทางเทศบาลตำบลดงดำได้ขอรับงบประมาณจากกรมการปกครอง ส่วนท้องถิ่น ซึ่งผมได้ดำเนินการพรินต์ (Print) เป็นเอกสารมา และจะขอส่งท่านประธานสภา ผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยดำเนินการอนุมัติงบประมาณให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปัญญา จีนาคำ ตามด้วยท่านธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ นะครับ🔗

นายปัญญา จีนาคำ แม่ฮ่องสอน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปัญญา จีนาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคเศรษฐกิจไทย ขอหารือท่าน ๑ เรื่อง คือที่ดินทับซ้อนระหว่างส่วนราชการและประชาชนที่ตำบลวังหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทับซ้อนระหว่างประชาชนกับกองร้อย ตชด. ๓๓๖ ซึ่งกองร้อย ตชด. ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ให้ทำประโยชน์ ๖๐๐ ไร่เพื่อสร้างอาคารที่พัก สร้างบ้านพัก สร้างอาคารสำนักงานและสร้างสนามยิงปืน เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๒๔ แต่ขณะเดียวกันประชาชนที่ตำบลวังหมูเป็นชุมชนใหญ่ มีชาวบ้านไปอยู่ที่นั่นก่อนแล้ว ๔๓ ครอบครัว ประมาณ ๓๐๐ คนด้วยกันอยู่ที่นั่น แต่เมื่อปี ๒๕๖๒ ได้รับแจ้งจาก ตชด. ว่าให้ย้ายออกจากพื้นที่ เพราะเป็นพื้นที่ของตำรวจเขา ก็ทำให้ประชาชนกังวลใจ เป็นอย่างมากว่าจะถูกขับไล่เมื่อไร จะไม่ปลอดภัยเมื่อไร อันนี้ได้ร้องเรียนผ่านทางจังหวัดก็ดี ทั้งผู้แทนก็ดี ทั้งผมก็ดี ทั้งหลาย ๆ ท่าน ตั้งแต่เวลานานมาแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๑๓ เป็นต้นมา ปรากฏว่าไม่ได้รับการแก้ไขจนกระทั่งขณะนี้ อย่างไรก็ตามวิธีแก้ก็คือ ทางตำรวจมอบที่ดิน ประมาณ ๔๐ ไร่เท่านั้นเองให้แก่กรมป่าไม้เพื่อทำ คลช. แล้วก็มอบให้ชาวบ้านดำเนินการทำ โครงการ คลช. ก็จะแก้ปัญหานี้ได้ ซึ่งส่วนราชการก็เห็นชอบอย่างนี้ทั้งหมดอยู่แล้วครับ ก็ขอฝากเรื่องนี้ไว้ด้วย🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ คุณธัญวัจน์ ตามด้วยคุณสุรชาติ ศรีบุศกร ครับ🔗

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาค่ะ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอฝากไป ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง วัฒนธรรม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ธัญอยากจะแบ่งปันคลิป (Clip) ดังกล่าวขอให้ ฝ่ายสื่อได้เปิดคลิป (Clip) เลยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ธัญได้มีโอกาสไปชมการ แข่งขันการเต้นในงานออลล์ เจเนอเรชัน แชมเปียนชิป ไทยแลนด์ ๒๐๒๒ (All generation championship Thailand 2022) เวทีของนักเต้นเท้าไฟเพื่อหาผู้ชนะสู่เวทีของประเทศ เกาหลี เอซีจี เวิร์ล ไฟนัล ๒๐๒๒ (ACG Final 2022) การแข่งขันเปิดให้กับทุกรุ่นทุกวัยค่ะ มีตั้งแต่ซูเปอร์ คิดส์ ดิวิชัน (Super kids division) เด็กเล็ก ไฮทีน ดิวิชัน (High teen division) เด็กวัยรุ่น แล้วก็อะดัลต์ ดิวิชัน (Adult division) คือคนที่มีอายุวัยทำงานแล้ว งานนี้ธัญได้พบกับครูหลาย ๆ ท่านที่เติบโตจากนักเต้นมาเป็นนักเต้นที่เก่ง ๆ มากมาย เป็นคนที่ธัญก็รู้จักแล้วได้แลกเปลี่ยนกัน สิ่งที่เหมือนเดิมคือการเต้นแบบนี้ไม่ได้รับการ สนับสนุนและพัฒนาจากรัฐอย่างเป็นรูปแบบเสียที ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากยุคที่ธัญเป็นนักเต้น หรือเป็นผู้ออกแบบท่าเต้น การประกวดครั้งนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนใด ๆ จะวิ่งไปหา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็มองว่าไม่ใช่เป็นกีฬา หรือจะวิ่งเข้าหากระทรวงวัฒนธรรม ก็ถูกปฏิเสธว่าไม่ใช่วัฒนธรรมไทย ธัญอยากจะให้หน่วยงานและรัฐมนตรีได้ร่วมหารือว่า ในขณะนี้การเต้นบีบอย (B-boy) และการเต้นเชียร์ ลีดดิง (Cheer leading) จะเป็นการ แข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2024 แล้ว และในการเต้นดังกล่าว อย่างเช่น เชียร์ ลีดดิง (Cheer leading) นั้นต้องใช้เวลาการฝึกซ้อมในการเต้นทุกประเภท เพราะฉะนั้นธัญจึงอยากจะให้ กระทรวงวัฒนธรรมได้ปลดล็อกความเป็นไทยและมองว่าคนทุกคนที่มาของบและการ สนับสนุนจากท่านคือคนไทย ไม่ใช่ให้พวกเขาหาเงินบินไปแข่งขันต่างประเทศด้วยตัว ของเขาเอง ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรชาติ ตามด้วยท่านโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย นะครับ🔗

นายสุรชาติ ศรีบุศกร พิจิตร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรชาติ ศรีบุศกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังสำนักบริหารโครงการกรมชลประทาน สังกัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ขอภาพด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสุรชาติ ศรีบุศกร พิจิตร

เนื่องด้วยเกษตรกรทั้ง ๖ หมู่บ้านในเขต ตำบลท่านั่ง อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก มีแม่น้ำยม เป็นแม่น้ำสายหลัก ซึ่งไหลผ่านอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดพิจิตร ได้แก่ อำเภอสามง่าม อำเภอ โพธิ์ประทับช้าง อำเภอบึงนาราง และอำเภอโพทะเล ก่อนจะไหลเข้าสู่อำเภอชุมแสง จังหวัด นครสวรรค์ และไปบรรจบกับแม่น้ำน่านที่บ้านเกยไชย ชลประทานขนาดกลางที่ ๓ กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง จึงได้ร่วมกับประชาชนผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นและองค์การ บริหารส่วนตำบลท่านั่ง ศึกษาโครงการเบื้องต้นเมื่อปี ๒๕๖๒ มีความเห็นร่วมกันว่าควรวางแผน การบริหารการจัดการน้ำเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยพิจารณาความเหมาะสมทั้งด้าน วิศวกรรม และเศรษฐศาสตร์ และสังคม พบว่ามีพื้นที่แม่น้ำยมในหมู่ที่ ๔ ตำบลท่านั่ง อำเภอ โพทะเล จังหวัดพิจิตร ซึ่งมีพื้นที่หมู่ที่ ๑๐ ของตำบลท่าไม้ อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นฝั่งตรงข้าม ในจุดนี้สามารถดำเนินการสร้างเป็นอาคารบังคับน้ำได้ สามารถกักเก็บน้ำ เป็นระยะ มากถึง ๙.๕ กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ทั้งตำบลท่านั่ง ตำบลท่าเสา และตำบล ท่าขมิ้น ตำบลบางคลาน และตำบลบ้านน้อย พื้นที่รับประโยชน์มากกว่า ๒๐,๐๐๐ ไร่ครับ ท่านประธาน กระผมและท่านสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส. นครสวรรค์ เขต ๓ จึงขอหารือ ท่านประธานสภาผ่านไปยังสำนักบริหารโครงการกรมชลประทาน สังกัดกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ได้โปรดอนุมัติงบประมาณปี ๒๕๖๗ เพื่อให้มีการศึกษาอีไอเอ (EIA) ศึกษาผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม สภาพความสมบูรณ์ของระบบนิเวศเพื่อเตรียมความพร้อมในการสำรวจ ออกแบบการก่อสร้างระบบประตูน้ำท่านั่ง ทั้งนี้เพื่อการบริหารการจัดการน้ำในช่วงน้ำหลาก หรือเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง และเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ใน ๒ จังหวัดต่อไปครับ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านโอชิษฐ์ ตามด้วยท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ครับ🔗

นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอเรียนปรึกษาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ เรื่องด้วยกันครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ปัญหาการกัดเซาะแล้วก็ดินทรุดตัวบริเวณลำน้ำชี ที่ผ่านบริเวณ หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๙ ตำบลบ้านค่าย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ส่งผลทำให้ถนนชำรุด และมีผลต่อความมั่นคงของบ้านเรือนของประชาชน จึงขอให้กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทยพิจารณาดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหาเรื่องถนนสายท่าหว้า-ดอนขวาง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ระยะทางกว่า ๑๐ กิโลเมตร ชำรุด เป็นหลุมเป็นบ่อ ส่งผลต่ออันตรายต่อการเดินทางของ พี่น้องประชาชน แล้วก็ความไม่สะดวกในการเดินทางของพี่น้องประชาชน ปัญหานี้ถูกหารือ มาหลายครั้ง อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยกระทรวงมหาดไทย อบจ. จังหวัดชัยภูมิ ช่วยเร่งดำเนินการแก้ไขให้กับประชาชนอย่างเร่งด่วนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ถนนสายดงบัง-บ้านโนนสะอาด อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านบ้านดงบัง ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ประสบปัญหา ไม่ทราบว่าหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบถนนเส้นนี้กันแน่ อบต. ลาดใหญ่ก็บอกว่าไม่ใช่ ของตัวเอง กรมทางหลวงชนบทก็บอกว่าถ่ายโอนไปแล้ว แต่ถ่ายโอนไปให้ อบต. โนนสะอาด ซึ่งไม่ได้อยู่ในเขตอำเภอเมือง แล้วพี่น้องจะได้รับการแก้ไขอย่างไร เรื่องนี้พูดมานานครับ พี่น้องร้องเรียนไปหลายที่ แต่ส่วนราชการยังไม่ดำเนินการมอบงบประมาณ หรือหาทางแก้ไข ในการถ่ายโอนถนนไปยังพื้นที่ที่ผิดกับที่ตัวเองรับผิดชอบไว้ เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งในการจัดการเรื่องปัญหาการถ่ายโอนที่ผิดปกติ ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจาตุรงค์ ตามด้วยท่านอับดุลอายี สาแม็ง ครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตอำเภอกันทรลักษ์ ผมมีเรื่องร้องเรียน รับเรื่องร้องเรียนหารือจากท่านนายก อบต. ท่านกำนัน ท่านผู้ใหญ่บ้าน ท่านอดีตนายก แล้วก็พี่น้องประชาชนทั้งหมด ๖ เรื่องครับ🔗

๑. ติดตามการก่อสร้างถนนวงแหวนรอบเมืองที่เป็น ๔ ช่องจราจร ของอำเภอกันทรลักษ์ พร้อมไฟส่องสว่าง เนื่องจากอำเภอกันทรลักษ์เป็นอำเภอใหญ่ ขนาด ๒๐ ตำบล มีประชากร ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ตอนนี้การจราจรติดขัดมาก เคยได้พูด ในสภาหลายรอบแล้ว ทางกรมทางหลวงได้พิจารณา ทางหลวงชนบทนะครับ🔗

อันที่ ๒ ติดตามเรื่องขอใช้ที่ดินก่อสร้าง อบต. ภูผาหมอก ได้รับร้องเรียนจาก นายกสนธยา สาธุวรรณ จากกองกำกับ ตชด. ซึ่งอยู่ที่ตำบลภูผาหมอก ขอใช้ที่ดินประมาณ ๑๓ ไร่ เขาทำเรื่องมาแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๑๖ กันยายน แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ มีเอกสารจะนำเสนอท่านประธาน🔗

อันที่ ๓ ซ่อมแซมถนน พร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างบ้านจำนรรค์ บ้านจำนรรค์ เป็นบ้านที่เชื่อมโยงอำเภอขุนหาญ อำเภอกันทรลักษ์ รวมไปถึงบ้านระโยงนะครับ🔗

อันที่ ๔ ขุดลอกและพัฒนาอนุรักษ์ฟื้นฟูหนองผือ ขนาด ๑๐๑ ไร่ บ้านผือใหม่ หมู่ ๑ บ้านน้ำเย็น หมู่ ๕ หมู่ ๙ ท่านผู้ใหญ่บ้าน ท่านนายกได้ขอมา🔗

อันที่ ๕ คือเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างและเรื่องของป้ายจราจรของ ทช. สายศรีสะเกษ ๓๐๑๑ แยกทางหลวงหมายเลข ๒๒๑ บ้านท่าสว่างสามัคคี หมู่ ๙ แล้วก็ บ้านโนนสำราญ หมู่ ๓ หมู่ ๑๔ บ้านตาแท่น แยกบ้านหนองตลาด แล้วก็บึงมะลู บ้านโนนแสนคำ ถนนสาย ๕๐๒๒ ถนนสาย ๕๐๓๒ น้ำอ้อม-สามแยกโพนเมือง แยกบ้านโนนสำราญ หมู่ ๑๑ ตรงนี้อันตรายเพราะเป็นจุดเชื่อม เป็นสามแยก ไม่มีไฟ แล้วก็ ทางหลวง ๓๐๑๑ หมายเลข ๒๒๑ ตลอดจนขุดบ่อบาดาล บ้านกระมอล หมู่ ๗ ตำบลทุ่งใหญ่ ขออนุญาตส่งเป็นเอกสารครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอับดุลอายี ตามด้วยท่านพรรณสิริ กุลนาถศิริ นะครับ🔗

นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดยะลา เขตอำเภอเบตง ธารโต บันนังสตา และกรงปินัง ผมขอหารือกับท่านประธาน ๑ เรื่อง ก็คือเรื่องเพื่อการแก้ไข ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งจังหวัดยะลาได้ประสบปัญหาน้ำท่วมในรอบนี้เป็นอย่างหนักนะครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นที่ราบลุ่ม ทีนี้ผมจะหารือกับท่านประธานเป็นที่ภูเขา ซึ่งอยู่เขตหมู่ที่ ๑ ตำบลธารโต อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ก็คือบ้านปูยุดซึ่งอยู่บนพื้นที่ภูเขา มีน้ำ มีภูเขา โดยรอบ และมีช่องทางน้ำไหลช่องเดียวก็คือเป็นถ้ำลอดใต้ภูเขา ซึ่งขณะนี้ก็มีดินและทราย ทับถมเป็นอย่างมาก แล้วก็มีลักษณะน้ำท่วมอย่างนี้มาหลายสิบปี ไม่ว่าจะเป็นฝนตกน้อย ฝนตกมาก น้ำจะท่วมตลอดทั้งปีนะครับ ซึ่งมาปีนี้ก็เห็นชัดเจนว่าน้ำท่วมก็เพิ่มมากขึ้น ๆ เนื่องจากว่าการอุดทางระบายน้ำถ้ำลอดนั้นมันก็เพิ่มขึ้น ผมเกรงว่าจะมีน้ำท่วมถาวรในระยะ อีก ๑๐ ปีข้างหน้า จึงเรียนมายังประธานเพื่อหารือประสานงานกับสำนักงานทรัพยากรน้ำ แห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี และกรมบรรเทาสาธารณภัยของกระทรวงมหาดไทย เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยด่วนเลยนะครับ เพราะว่าเราก็มีการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้มายาวนาน มีหลายหน่วยงานที่เข้าไปเกี่ยวข้องแก้ปัญหา ทั้งท้องถิ่น ทั้งภาครัฐทั่วไป ยังไม่สามารถที่จะ แก้ปัญหาได้ ต่อไปผมอยากจะให้เป็นเรื่องที่ได้รับรู้ถึงสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อที่จะได้ประสานงานหลายหน่วยงาน เพื่อแก้ไขปัญหาให้เกิดเป็นผลสัมฤทธิ์ อย่างถาวร ผมกลัวจะเป็นน้ำท่วมถาวรมากกว่านะครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณพรรณสิริ ตามด้วยท่านนิคม บุญวิเศษ ครับ🔗

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันได้รับแจ้งจากผู้นำท้องถิ่นท้องที่ กรณีปัญหาสะพานของจังหวัดสุโขทัย เพื่อแจ้งไปยัง กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ๒ แห่งค่ะ🔗

แห่งที่ ๑ คือสะพานภาคเหนือ ๖ โดยได้รับแจ้งจากนายวัชรพล ศรชัย ท่านนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลศรีสำโรง ว่าสะพานแห่งนี้สร้างเมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๒ พาดผ่านแม่น้ำยม เชื่อมระหว่างตำบลคลองตาลไปยังตำบลวัดเกาะ เป็นเส้นทางสายหลัก ของพี่น้องชุมชนและท้องถิ่นที่ใช้เป็นจำนวนมาก สะพานชำรุดหลายแห่ง ตลอดจนตอม่อร้าว และคอสะพานคับแคบมาก จะเชื่อมต่อกับพี่น้องที่อยู่ในบ้านพักเรือนแถวเป็นที่หวาดผวา เวลาน้ำท่วมหรือกระแสน้ำไหลหลาก จึงขอให้ปรับปรุงคอสะพานและสำรวจโครงสร้าง วิศวกรรมของสะพานแห่งนี้ด้วย🔗

แห่งที่ ๒ สะพานปากแควโตโยต้า (Toyota) โดยได้รับแจ้งจากกำนันวินิจ เนียมน่วม กำนันตำบลปากแคว อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ว่าสะพานแห่งนี้เป็นสะพาน คอนกรีตเสริมเหล็กข้ามแม่น้ำยมบริเวณทางหลวงหมายเลข ๑๐๑ มีระดับต่ำมาก ในช่วงที่ น้ำไหลหลากหรือฤดูฝนระดับน้ำจะสูงกว่าขอบพื้นล่างใต้สะพาน ทำให้เศษสวะขอนไม้อุดตัน เป็นปัญหาทำให้กระแสน้ำบริเวณสะพานซึ่งลำน้ำคดโค้งกัดเซาะถนนแล้วก็ตลิ่งพัง ชำรุดเสียหายเป็นจำนวนมาก ในการนี้จึงแจ้งไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมให้เร่ง ตรวจสอบและแก้ปัญหาโดยด่วน ในการนี้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุโขทัยขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานสภาที่ได้ดำเนินการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหา สะพานทั้ง ๖ แห่ง ซึ่งดิฉันได้เสนอในปีนี้และอย่างไรก็ตามช่วยเร่งรัดให้ลงพื้นที่ เพื่อดำเนินการแก้ไขโดยด่วน ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิคม ตามด้วยท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลัง ปวงชนไทย กระผมขอหารือเรื่องไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายอำเภอกมลาไสย เจ้าหน้าที่ ตำรวจทุกคนที่มีส่วนที่จะดูแลปราบปรามยาเสพติด เนื่องจากผมได้รับการร้องเรียนจาก ผู้ใหญ่บ้านบ้านเมย ตำบลดงลิง นายประจักษ์ คชรมย์ เรื่องมีคนเสพยาบ้าแล้วก็เมาจะทำร้าย ประชาชนชาวบ้านเมย เสร็จแล้วผู้ใหญ่บ้านก็ไปแจ้งสายตรวจเพื่อไประงับเหตุ แต่คนร้ายคนนี้ ก็คือนายมืดครับ นายมืดเป็นคนที่ชาวบ้านรู้จักดี เสพยาบ้ามานาน ขายยาบ้ามานาน แต่เจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลย ไม่มีการไปจับ ไม่มีการไปตรวจ ไม่มีการไปสอบ จึงเหิมเกริม ทำร้ายผู้ใหญ่ประจักษ์ คชรมย์ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านที่เข้าไประงับเหตุ ขับรถชน ต่อยตีทุบตี จนล้มลงชาวบ้านไปพบเจอ ถ้าไม่เจอก็ไม่รู้ผู้ใหญ่บ้านจะเป็นอย่างไร แล้วคนก่อเหตุก็วิ่งหนี เข้าไปในป่าท่านประธาน เสร็จแล้วผู้ใหญ่บ้านก็ไปโรงพยาบาลไปตรวจร่างกาย หลังจากนั้นแล้ว ก็มาแจ้งความที่ สภอ. กมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็ไปเจอนายเวรคนหนึ่งไม่รู้ชื่ออะไร ผมส่ง ให้ท่านประธานไปแล้ว นายเวรคนนี้ลักษณะพูดจาเสียงดัง พูดข่มขู่พูดไม่รู้เรื่อง ลักษณะ เหมือนคนเมายาบ้าเหมือนกันครับท่านประธาน ก็คุยกันกับผู้ใหญ่บ้านก็ไม่รู้เรื่อง จึงขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะจังหวัดกาฬสินธุ์ปล่อยปละละเลยมากเลย ยาบ้าเต็มบ้านเต็มเมือง ลูกหลานผมก็ติดยาบ้าเช่นกัน บ้านเมย หมู่ที่ ๑๑ ตำบลดงลิง บ้านเกิดผมเอง ช่วยไปดูหน่อยอย่าปล่อยให้เป็นยาเสพติด ให้เป็นยาบ้าแบบเสรีนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุทัศน์ครับ ตามด้วยท่านวิรัตน์ วรศสิริน ครับ🔗

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่คารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗

เรื่องที่ ๑ กระผมได้รับการร้องเรียนจากข้าราชการในศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว อำนาจเจริญและพี่น้องตำบลนาแต้ อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ ขอให้เร่งดำเนินการ ซ่อมแซมและเทคอนกรีตถนนสายบ้านนาแต้ถึงบ้านโสกโดน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ🔗

เรื่องที่ ๒ อำเภอปทุมราชวงศาซึ่งเป็นอำเภอใหญ่ ได้ยกฐานะจากตำบลนาหว้า มาเป็นอำเภอปทุมราชวงศาโดยไม่ได้ผ่านการเป็นจริง โดยขณะนั้นผมรับผิดชอบที่ กระทรวงมหาดไทยได้ให้นโยบายในเรื่องนี้ ขอให้กรมที่ดินจัดตั้งสำนักงานที่ดินจังหวัด อำนาจเจริญ สาขาอำเภอปทุมราชวงศา และสำนักงานที่ดินสาขาอำเภอพนา🔗

เรื่องที่ ๓ เมื่อปีที่แล้วกระผมได้ขอหารือท่านประธานเพื่อดำเนินการก่อสร้าง สำนักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานีแห่งใหม่ ขณะนี้ก็ได้รับอนุมัติงบประมาณไปแล้ว ขอให้ กรมที่ดินเร่งรัดดำเนินการก่อสร้างสำนักงานดังกล่าว และขอให้สนับสนุนงบประมาณในปี ๒๕๖๗ ในการสร้างบ้านพักให้แก่ข้าราชการของ กรมที่ดิน รวมทั้งขอให้ดำเนินการย้ายสำนักงานที่ดินสาขาวารินชำราบไปอยู่ในพื้นที่ของ กระทรวงกลาโหม กรมทหารราบ ที่อยู่ใกล้เคียงกัน โดยขอยืมใช้ที่ดินเพื่ออพยพไปอยู่ที่ใหม่ เนื่องจากที่เดิมนั้นน้ำท่วมขังอยู่ทุกปี ข้าราชการ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่าง แสนสาหัส จึงขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญท่านวิรัตน์ ตามด้วยท่านวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานที่รัก และเคารพอย่างสูง ขอภาพที่ ๑ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

ในสถานการณ์ที่เชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ระบาดอย่างหนักในขณะนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีควรเป็นตัวอย่าง หลายท่าน ก็ไม่ใส่หน้ากากกันแล้ว แต่ท่านนายกรัฐมนตรีควรเป็นตัวอย่างเพื่อนำสังคมเดินฝ่าวิกฤตินี้ไป ขอภาพที่ ๒ ครับ เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ผมเดินทางไปจังหวัดระนองเพื่อไปดูปัญหาประมง บนเครื่องบังคับให้ผมถอดหน้ากากรับประทานอาหารแล้ว ท่านประธานคงเคยเจอเหมือนกับผม ภาพต่อไปครับ ผมขอถุงก็ไม่ให้ ต้องมากองไว้อย่างนี้ไม่มีถุงให้ อยากจะเอากลับไปประหยัด ต้องถือไปเองแบบนี้ ท่านประธานน่าจะต้องถือเหมือนผม เพราะผมแม้จะเกิดมาเป็นอาเสี่ย ก็ตาม คุณพ่อมีเงินมีทองก็จริง แต่ก็มาจากความลำบาก ต้องหาเงินมาลำบาก ก็สอนลูก ต้องประหยัด ข้าวเม็ดหนึ่งก็ไม่ให้เหลือ ผมรับประทานข้าวเม็ดหนึ่งก็ไม่ให้เหลือต้องประหยัด แต่ดูชาวบ้านคนอื่นทำอย่างไร เขาทิ้ง ที่เสียบไว้ไม่ได้เอากลับนะทิ้ง จ่ายเงินแล้วไปทิ้ง บนเครื่อง ผมเชื่อว่าท่านประธานไม่ทำอย่างนี้แน่นอน ก็เหมือนผมเอากลับ ผมกลับมาสภานี้ ลงไปข้างล่างไปบอกเขาว่าต่อไปจะไม่ซื้ออาหารได้ไหม บอกไม่ได้ ให้ไปบอกบนเครื่อง ถ้าไม่ เอาอาหารก็ให้ไปบอกบนเครื่องว่าไม่เอา ทำอย่างนี้ได้อย่างไร โอ้โห เสียดายเงิน เงินสภาก็มี นิดหน่อยเท่านั้นเอง บริษัทไม่ขายแล้วก็ไม่ลดเงิน บังคับให้รับประทานบนเครื่อง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในสถานการณ์นี้ขณะนี้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) สายการบินที่ผมนั่งไปแอร์เอเชีย (AirAsia) สายอื่นเป็นด้วยหรือเปล่า ผมยังไม่แน่ใจ ถ้าจะบังคับให้สมาชิกสภาต้องซื้อตั๋วรวมค่าอาหาร ผมคิดว่าก็ไม่เป็นไร แต่ผม ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีถอดหน้ากาก รวมทั้งท่านประธานสภาและประธานทุกท่านด้วย รวมทั้งห้องนี้ด้วยเราควรจะถอดหน้ากากเหมือนกับชาวบ้านเขา ขอบพระคุณท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ผมขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ท่านวิรัตน์หารือโดนใจผมเลย เพราะขึ้นสายการบินทุกสายการบิน ก็บังคับให้ถอดหน้ากากเพื่อให้กินอาหาร ถ้าไม่กินก็ต้องหิ้วกลับบ้าน หาถุงใส่ก็ไม่มีอย่างที่ ท่านว่าครับ ก็ไม่รู้บังคับขายทำไมก็ไม่รู้ยังกินไม่ได้ ไม่สะดวก ที่จริงเจ้าหน้าที่สภาผมฝากด้วย แล้วกันไปประสานกับสายการบินที่ขายตั๋วอยู่ที่สภาว่าอย่าบังคับขายอาหารด้วย ให้เรา ปฏิเสธ เขาคิดเงินไปแล้ว เราก็เสียดายเงินสภาก็ต้องหิ้วกลับบ้านอย่างที่ท่านวิรัตน์ว่านะครับ ขออภัยที่ต้องแทรกตรงนี้ ต่อไปเชิญท่านวรศิษฎ์ ตามด้วยท่านจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ครับ🔗

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสูตล พรรคภูมิใจไทย วันนี้ ผมมีเรื่องที่อยากจะหาทางออกอย่างเร่งด่วน เกี่ยวกับเรื่องของการประกาศเขตพื้นที่ประมง ชายฝั่ง ที่เพิ่งประกาศออกมาของกรมประมงในพื้นที่จังหวัดสตูล มีพี่น้องชาวประมงพาณิชย์ ขนาดเล็กและขนาดกลางกว่าร้อยชีวิตที่เข้ามาร้องเรียนว่าเขตพื้นที่ประมงชายฝั่งที่ได้ออก มานั้น ทำให้พวกเขาไม่มีพื้นที่ที่จะทำการประมง เนื่องจากเขตพื้นที่ประมงชายฝั่งถูกขยาย ออกไป คลุมพื้นที่ที่ชาวบ้านกลุ่มนี้เคยออกไปหาสัตว์น้ำ จากเดิมที่เคยทำได้กลับทำไม่ได้ จะออกไปไกลกว่านี้ก็สู้คลื่นลมไม่ไหวเดี๋ยวเรือจะจมเอา ถ้าเข้าไปทำในเขตพื้นที่ที่ตัวเอง เคยทำอยู่ก็จะถูกจับกุมดำเนินคดี ถูกยึดเครื่องมือ รวมไปถึงถูกยึดเรือด้วย จริง ๆ แล้ว ต้องบอกว่าการกำหนดเขตพื้นที่ประมงชายฝั่งนั้นสามารถกำหนดแยกตามพื้นที่แต่ละ จังหวัดได้ ซึ่งคณะกรรมการประมงจังหวัดจะต้องมาประชุมกันแล้วก็ส่งมติไปยังกรมประมง แต่ปัญหา ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการทำงานซึ่งในพื้นที่ตอนนั้นได้มีการประชุม ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยังหาข้อสรุปที่ทุกฝ่ายเห็นด้วยยังไม่ได้ ทางสำนักงานประมงจังหวัดเอง ก็ย้ำว่าจะยังไม่ส่งมตินี้ไปยังกรม แต่อยู่ดี ๆ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาส่งไปตอนไหน อยู่ดี ๆ ก็ออกมาเป็นประกาศอย่างที่พี่น้องเห็นไปแล้ว ช่วงที่ผ่านมาต้องบอกว่า พี่น้องชาวประมงกลุ่มนี้แทบที่จะไม่ได้ออกไปทำการประมงเลย เนื่องด้วยข้อจำกัด ในเรื่องของด้านสภาพอากาศรวมไปถึงเรื่องของสภาพคลื่นลม พอถึงฤดูที่เขา สามารถที่จะออกไปทำการประมงได้ก็มาเจอกับการประกาศเขตใหม่แบบนี้ ซึ่งการประชุม ของคณะกรรมการเพื่อหาข้อสรุปที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันมันจำเป็นที่จะต้องใช้เวลา จึงอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ช่วยแก้ไข หรือว่าหาทางผ่อนผันอย่างเร่งด่วนให้กับพี่น้องชาวประมงกลุ่มนี้ได้ออกไป ทำมาหากินก่อน เพราะว่าเขาเดือดร้อนจริง ๆ เขาไม่มีอาชีพที่จะทำมาหากินจริง ๆ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจิรพงษ์ ตามด้วย นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เชิญครับ🔗

นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ นนทบุรี

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กระผม นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในรอบปีที่ผ่านมากระผมได้นำความเดือดร้อนของประชาชน เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังรัฐบาลซึ่งมีหลายปัญหายังไม่ถูกแก้ไข🔗

ประเด็นแรก คือการบังคับใช้ พ.ร.บ. ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้สร้างปัญหาให้กับเกษตรกรเก่าในเขตจังหวัดนนทบุรีที่ไม่สามารถประกอบ เกษตรกรรมได้ เนื่องจากชราภาพ ที่ดินไม่เหมาะสมแก่การเพาะปลูก ถูกเรียกเก็บภาษี ที่ดินรกร้างว่างเปล่า ไม่มีเงินพอที่จะชำระภาษี สร้างความทุกข์ใจในวัยชรา🔗

ประเด็นที่ ๒ ในรอบ ๒ ปีที่ผ่านมาประชาชนชาวจังหวัดนนทบุรีได้รับ ผลกระทบจากพายุคมปาซุ เตี้ยนหมู่และพายุโนรู แม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นท่วมบ้านเรือน ราษฎรเสียหายแต่ยังไร้การเยียวยา ค่าซ่อมแซมบ้านเรือนจากภาครัฐ🔗

ประเด็นสุดท้าย ในฐานะคณะกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน และยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร ได้รับเรื่องร้องเรียนการกระทำผิดบนแพลตฟอร์ม (Platform) หลอกลวงต้มตุ๋นประชาชนเป็นจำนวนมาก รวมถึงการค้าขายยาเสพติดออนไลน์ (Online) แต่การดำเนินคดีล่าช้า กระผมขอให้รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงดีอี (DE) ช่วยแก้ไขปัญหานี้เป็นการเร่งด่วน ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณฐิติภัสร์ ตามด้วยท่านมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ นะครับ🔗

นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตบางกะปิ วังทองหลาง วันนี้ดิฉันมีเรื่องนำเรียนหารือท่านประธาน ผ่านไปยังท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับเรื่องของปัญหาไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณ ทางเดินเลียบคลองแสนแสบทั้ง ๒ ฝั่ง ตั้งแต่เขตหนองจอกยาวไปจนถึงประตูน้ำ โดยเฉพาะ ในพื้นที่เขตบางกะปิ วังทองหลาง ก็มักจะเกิดเหตุอาชญากรรมบ่อยครั้ง ติดตามสอบถาม ไปยังสำนักระบายน้ำ สำนักการโยธาก็ได้รับแจ้งว่าทุกครั้งที่ กทม. มาดำเนินการซ่อมแซม ก็มักจะมีขโมยมาลักลอบตัดสายไฟก็เลยทำให้ไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณนั้นดับ ก็อยากนำเรียน หารือท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้โปรดพิจารณาจัดสรร งบประมาณในการปรับปรุงไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณทางเดินเลียบคลองแสนแสบทั้ง ๒ ฝั่ง โดยเฉพาะในพื้นที่เขตบางกะปิ วังทองหลาง ให้เป็นระบบแอลอีดี (LED) หรือเป็นแบบ โซลาร์เซลล์ (Solar cell) เพื่อป้องกันในเรื่องของปัญหาการลักลอบตัดสายไฟ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องสืบเนื่องจากที่พี่น้องประชาชนในหมู่บ้านคลองจั่น ได้ทำหนังสือคัดค้านในเรื่องของการศึกษาโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-Use) ในบริเวณ สวนนวมินทร์ภิรมย์ ริมบึงพังพวยและสนามกีฬาคลองจั่น บัดนี้การเคหะแห่งชาติ ได้ดำเนินการพิจารณาเพื่อทบทวนและยุติการศึกษาแล้ว ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่ให้ความสำคัญ ในเสียงของพี่น้องประชาชนในเรื่องของการคัดค้าน ในเรื่องของการศึกษาโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-Use) และที่สำคัญต้องกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้โปรดพิจารณาจัดสรรงบประมาณ ในการปรับปรุงสวนนวมินทร์ภิรมย์ สนามกีฬาคลองจั่น เพื่อให้เป็นพื้นที่สาธารณะ ให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์ในการที่จะเข้าไปออกกำลังกาย ไปใช้พื้นที่สันทนาการ ร่วมกัน เพื่อเป็นของขวัญให้กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมงคลกิตติ์ครับ ตามด้วยนางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ นะครับ🔗

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ มีเรื่องหารืออยู่ ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ กราบเรียนท่านประธานไปยัง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนะครับ ขอให้ท่านยกเลิกการซื้อ เรือดำน้ำ ลำที่ ๑ ที่จ่ายเงินไปแล้วกว่า ๗,๐๐๐ ล้านบาท และขอเงินคืนจากสาธารณรัฐ ประชาชนจีน เพราะว่าทางการจีนไม่สามารถหาเครื่องยนต์เอ็มทียู (MTU) ๓๙๖ ของเยอรมันมาติดตั้งได้ตามสัญญาเดิม ส่วนมีความพยายามจะเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นของจีน ซีเอสดี (CSD) ๖๒๐ ซึ่งคุณภาพต่ำ แล้วก็ไม่เท่ากับคุณภาพเดิมไม่ควรทำ เพราะฉะนั้น เมื่อได้เงินคืนมา ๗,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ให้นำเงินดังกล่าวไปซื้อเรือดำน้ำมือสองของรัสเซีย อเมริกา หรือจีน ถ้าจีนก็มีเครื่องยนต์ที่เป็นแบบเอ็มทียู (MTU) ๓๙๖ ราคารวมก็ไม่น่าจะเกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็จะเหลือเงินประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาท นำไปเยียวยากำลังพล ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง ครอบครัวละประมาณ ๗.๕ ล้านบาท ต่อครอบครัว เพื่อให้วิญญาณกำลังพลของผู้เสียชีวิตหมดห่วงครอบครัวไปอีกส่วนหนึ่ง แล้วนำเงินที่เหลือนำไปซ่อมเรือหลวงทุกลำ ให้มีสภาพพร้อมใช้งาน รวมทั้งซื้อเสื้อชูชีพ ให้พอกับกำลังพลทหารเรือทุกนาย อีกทั้งให้นายกรัฐมนตรีตั้งกรรมการสอบ ผบ.ทร. ผู้บัญชาการทัพเรือ ภาค ๑ รวมทั้งตั้งกรรมการสอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเสนอให้ปลดออกในกรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปาง🔗

ประเด็นที่ ๒ ขอให้ พลเอก ประยุทธ์นำเงินที่เหลือดังกล่าวจากการคืน เรือดำน้ำมาซื้อวัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอนให้กับนักศึกษา ๘ กลุ่มสาระ ไม่ว่าจะเป็น การเรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online) วัสดุอุปกรณ์ทางการศึกษาหรือครุภัณฑ์ต่าง ๆ ให้กับนักเรียนระดับชั้นอนุบาล ประถม มัธยม กว่า ๑๒ ล้านคน เนื่องจากงบปกติถูกตัดหมด ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณไพลิน ตามด้วยท่านโกศล ปัทมะ นะครับ🔗

นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ เขต ๗ วันนี้ดิฉันมีเรื่องมาหารือต่อท่านประธานสภาด้วยกันทั้งหมด ๒ เรื่อง🔗

เรื่องแรก ดิฉันเองได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ หมู่ ๒ ตำบล แหลมฟ้าผ่า ดิฉันเองได้รับหนังสือจากท่านรองนายกเทศบาลแหลมฟ้าผ่า ท่านสมเกียรติ เลื่อนสุขสันต์ ได้มีหนังสือมาถึงดิฉันให้ดิฉันเองประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือ การไฟฟ้าเขตราษฎร์บูรณะ เนื่องจากมีตอม่อเสาไฟฟ้าอยู่กลางคลอง ยังไม่มีการถอนออกไป ซึ่งทำให้พี่น้องประชาชนที่สัญจรทางเรือได้รับความลำบากเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าเสี่ยงที่จะ เกิดอุบัติเหตุอันตรายต่อทรัพย์สิน ซึ่งก็ขอนำเรียนให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามา ดำเนินการถอนเสาไฟฟ้าจุดนี้ออกนะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ ดิฉันเองได้หารือในสภาผู้แทนราษฎรมาตลอด ๒ ปี กับโครงการ หมู่บ้านดุลิยาทิพย์ ซึ่งหมู่บ้านนี้ถนนทางเข้าหมู่บ้านก่อนหน้านี้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ตอนนี้ ทางเจ้าของที่ได้ยกให้เป็นพื้นที่สาธารณะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทาง อบต. บ้านคลองสวน นำโดยท่านนายกพินิจ เติมบุญ ได้บรรจุโครงการงบประมาณนี้เข้าไปอยู่ในปี ๒๕๖๖ เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ แล้วก็ตอนนี้อยู่ในขั้นดำเนินการ จะมีการดำเนินการก่อสร้าง ในช่วงเดือนมกราคมปี ๒๕๖๗ ก็ขอนำเรียนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลบ้านคลองสวน อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ หมู่บ้านดุลิยาทิพย์ได้รับทราบว่าตอนนี้ หน่วยงานต่าง ๆ ได้ดำเนินการให้กับพวกท่านแล้วเป็นของขวัญให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านโกศล ตามด้วยท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ครับ🔗

นายโกศล ปัทมะ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องร้องเรียนผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ครับ🔗

ตามที่กรมทางหลวงโดยสำนักงานก่อสร้างทางที่ ๒ ได้ดำเนินการก่อสร้างขยาย ถนนหมายเลข ๒๐๒ จากเดิม ๒ ช่องจราจร เป็น ๔-๖ ช่องจราจร ช่วงอำเภอสีดาถึงอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ระยะทางประมาณ ๑๘ กิโลเมตร เป็นการเชื่อมระหว่างจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดบุรีรัมย์ ในวงเงินงบประมาณ ๕๗๘,๒๔๕,๐๐๐ บาท ซึ่งถนน เส้นทางดังกล่าวได้ก่อสร้างไม่นานนะครับ แล้วเสร็จเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๖๔ พี่น้องขอบคุณแล้วก็ดีใจมากครับ ท่านประธานครับ ณ ขณะนี้พี่น้องเดือดร้อนเนื่องจากถนน เส้นทางดังกล่าวเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดเส้นทาง แล้วก็อยู่ในระหว่างค้ำประกันสัญญา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นพี่น้องประสบอุบัติเหตุสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน จำนวนหลายราย ดังนั้น ผมจึงขอให้กรมทางหลวงโดยเฉพาะสำนักก่อสร้างทางที่ ๒ ติดตามผู้รับจ้างมาดำเนินการ ซ่อมแซมให้ได้มาตรฐานตลอดเส้นทาง นอกจากนั้นผมขอให้คณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต ป.ป.ช. เข้าไปตรวจสอบว่ามีส่วนไหนที่พี่น้องประชาชนใช้เงิน งบประมาณไม่คุ้มค่า แล้วก็ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเน้นย้ำให้ สภ. สีดา แล้วก็ สภ. บัวใหญ่กวดขันรถบรรทุกเกินน้ำหนักด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสิริพงษ์ เชิญครับ🔗

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ผมมีเรื่องที่จะร้องเรียนผ่านท่านประธานทั้งสิ้น ๓ เรื่องดังนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับเรื่องร้องทุกข์จากกลุ่มลูกจ้างประจำในสังกัดกระทรวง สาธารณสุขที่เขาเกษียณอายุราชการไป ว่าหลังจากที่เขาเกษียณอายุราชการแล้ว กลุ่มลูกจ้างประจำเหล่านี้เขาไม่ได้รับสิทธิในการรักษาพยาบาล ดังเช่นระหว่างที่เขาดำรง ตำแหน่งอยู่ ในระหว่างที่เขาถูกจ้างอยู่ ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าคนที่เขาเกษียณอายุส่วนมาก เขาก็จะมีปัญหาด้านสุขภาพกันแล้ว เพราะคนที่เกษียณก็คืออายุ ๖๐ ปีไปแล้ว ในระหว่าง ที่เขาเป็นลูกจ้างอยู่เขาได้รับสิทธิการรักษาพยาบาล อย่างบางคนเป็นความดัน เป็นเบาหวาน แต่เมื่อเขาเกษียณไปเขาต้องไปรักษาร่างกายตามสิทธิที่เขาจะได้ก็คือสิทธิ ๓๐ บาท ยาที่ได้เป็นคนละชนิดกัน ทำให้สุขภาพของเขาไม่ได้รับการดูแลดีเท่าที่ควร ดังนั้นจึงขอฝาก ทางกระทรวงสาธารณสุขได้กรุณาพิจารณาเรื่องนี้ให้กับเขาด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ ผมติดตาม สปสช. ครับ ขอให้เร่งจ่ายเงินงบประมาณสนับสนุน กิจกรรมบริการต่อหน่วยรับงบประมาณต่าง ๆ จากวันที่ ๑ ตุลาคมมาถึงบัดนี้ล่วงเลยมา ๘๐ กว่าวันแล้วครับ หน่วยบริการเหล่านี้ยังไม่ได้รับเงินจาก สปสช. ซึ่งจะมีปัญหาต่อการ บริการครับ เพราะโรงพยาบาลต่าง ๆ เขาจะขาดงบในการซื้อเวชภัณฑ์ ในการซื้ออุปกรณ์ ทางการแพทย์และในการจ่ายเงินเดือน โรงพยาบาลต่าง ๆ เขาจะมีเงินที่จะสามารถบริหาร จัดการได้เฉลี่ยเพียง ๓-๔ เดือนเท่านั้น ดังนั้นจึงขอฝากไปยัง สปสช. ด้วยครับ🔗

เรื่องสุดท้ายครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากคุณกฤษกร ศิลารักษ์ ให้ขอให้ รัฐบาลเร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมในปีนี้ครับ ซึ่งทางรัฐบาลประกาศหลักเกณฑ์แล้ว ประกาศเป็นมติ ครม. แล้ว แต่ยังไม่มีการกำหนดว่าจะจ่ายเมื่อใด วันนี้ประชาชนในจังหวัด ศรีสะเกษรออยู่ ประชาชนในจังหวัดอ่างทองซึ่งท่านกรวีร์ ท่านภราดรก็ฝากมาว่าก็รออยู่ เช่นกัน ๒ เรื่องสุดท้ายอยากจะฝากครับ ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการก่อนปีใหม่เพื่อเป็นของขวัญ ปีใหม่ให้กับประชาชน และขอสวัสดีปีใหม่ท่านประธานด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านสมาชิกทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลได้เอาปัญหาของพี่น้องประชาชนหารือ ในสภาครบทุกท่านแล้วนะครับ ผมจะขอเข้าสู่ระเบียบวาระต่อไป🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๓๗๑ คน
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แจ้งท่าน สมาชิกว่าขณะนี้ได้มีสมาชิกมาลงชื่อ ๒๓๕ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิด การประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ🔗

เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะมีการถามตอบกระทู้ตามระเบียบวาระ กระทู้ถาม ผมขอเรียนให้ที่ประชุมทราบได้ว่าสำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้ไปดำเนินการถามและตอบในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ อยู่บริเวณชั้น ๑ ควบคู่กันไปกับการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาและกระทู้ถามทั่วไป🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

๑.๑.๑ กระทู้ถามที่ ๒๒๐ ส. (นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม คือท่าน พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ขณะนี้ท่าน พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล ได้อยู่ในห้องประชุมแล้ว เชิญท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ได้ถาม เชิญครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกลจากชาวบางขุนเทียน ท่านประธานที่เคารพครับ เราได้เห็นภาพข่าว ๒-๓ วันมานี้ ผมเชื่อว่าเป็นการเสียใจ ครั้งยิ่งใหญ่ของพี่น้องคนไทยทั้งชาติที่ต้องทราบข่าวเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง กลางทะเล ซึ่งในขณะนี้เจ้าหน้าที่หลาย ๆ ท่านก็กำลังปฏิบัติการค้นหากันอยู่ แล้วก็ขอให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ทุกท่านให้ค้นหาผู้รอดชีวิตและขอให้กำลังใจครอบครัวของกำลังพลทุกท่าน ที่ปฏิบัติภารกิจครั้งนี้เพื่อกองทัพที่ได้อนุมัติภารกิจไปได้ปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพ เหตุการณ์เรือหลวงอับปางครั้งนี้ แน่นอนว่ายังไม่ได้ทราบต้นสายปลายเหตุ แต่จากภาพข่าวก็คือเราทราบกันว่าเป็นเหตุการณ์เผชิญกับคลื่นลมแรง ซึ่งครั้งนี้อาจจะ เป็นการอับปางของเรือหลวงครั้งแรกที่อับปางโดยคลื่นลมแรง เหตุการณ์การสูญเสียภายใต้ การบริหารราชการผิดพลาดของกองทัพซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราเคยอภิปรายกันในสภาแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ความสูญเสียที่กองทัพบริหารผิดพลาดแล้วเกิดความสูญเสียกับ พี่น้องประชาชน เราเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารราชการผิดพลาดของ กองทัพ เกิดความสูญเสียกับงบประมาณภาษีจากพี่น้องประชาชน มาครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ ความสูญเสียที่เกิดจากการบริหารราชการผิดพลาด ในความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าและ เกิดกับกำลังพลของกองทัพเอง ผมมีข้อมูลเรืออับปางที่ผ่านมาไล่มาตั้งแต่ปี ๒๔๘๔ มีเรือหลวงธนบุรีอับปาง ซึ่งเกิดจากการถูกกองเรือฝรั่งเศสยิงปี ๒๔๘๘ เรือหลวงสมุย เกิดอับปางลง เนื่องจากสงครามโลกครั้งที่สอง เกิดเหตุการณ์เรือดำน้ำยิงระหว่าง การขนน้ำมันกลับจากสิงคโปร์ ปี ๒๔๙๔ เรือหลวงศรีอยุธยา ได้อับปางลงหลังจาก ถูกกองทัพเรือและกองทัพอากาศยิงถล่มในเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน ผ่านมา ๗๑ ปี มาวันนี้ ปี ๒๕๖๕ เรือหลวงสุโขทัยอับปางลงกลางทะเล เรายังไม่ทราบข้อมูลที่แน่ชัด ผมก็ไม่อยากจะคาดคั้นท่านรัฐมนตรีในวันที่ท่านก็ยังมืดแปดด้านว่าสุดท้ายแล้วเหตุที่แท้จริง เกิดจากเหตุการณ์ใด แต่ผมอยากจะถามไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็น ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นำสูงสุดของกองทัพ ซึ่งวันนี้ท่านไม่ได้มาตอบไม่เป็นอะไร ท่านก็กำลังเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉินของท่านไม่เป็นอะไร วันนี้มอบหมาย ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ซึ่งในทุก ๆ ครั้งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการชัยชาญ ช้างมงคล ก็มาตอบ กระทู้ของกระทรวงกลาโหม แต่ในวันนี้ผมอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการได้ตอบให้ชัด เนื่องจากว่าคำตอบที่ท่านจะตอบ ณ วันนี้จะเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของทั้งครอบครัว ผู้ที่กำลังรอคอยความอยู่รอดของกำลังพลที่สูญหายอยู่ ความชัดเจนของการบริหารกองทัพ ความชัดเจนของเหตุการณ์ต่าง ๆ จะได้ยินจากผู้นำสูงสุด นั่นก็คือรัฐมนตรีช่วยว่าการนะครับ เพราะว่าเราได้ฟังจากท่าน ผบ.ทร. ไปแล้วไม่ได้ช่วยอะไรเลยครับ แต่เป็นการซ้ำเติม ความรู้สึกนึกคิดของพี่น้องประชาชนที่ติดตามเหตุการณ์นี้อย่างใกล้ชิดด้วยซ้ำนะครับ เพราะฉะนั้นมาสู่ประเด็นคำถามรอบที่ ๑ ผมอยากจะให้รัฐมนตรีช่วยอธิบายไทม์ไลน์ (Timeline) เหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นเวลาที่น้ำเริ่มเข้าเรือ แล้วเรือเกิดเหตุนะครับ ท่านได้รับ การแจ้งเหตุเวลาใด เรือที่เข้าไปช่วยลำแรกก็คือเรือกบินทร์บุรีที่ท่าน ผบ.ทร. ได้แจ้งนั้น ไปในช่วงเวลาใด และช่วงเวลาที่เรือกบินทร์บุรีเข้าไปช่วยนั้น ท่านพบเห็นกำลังพลจำนวน เท่าไร และเรือยังไม่จมสู่ใต้พื้นท้องทะเลใช่หรือไม่ อุปกรณ์ในการนำไปช่วยของ เรือกบินทร์บุรีมีอุปกรณ์ใดบ้าง อุปกรณ์ที่นำไปช่วยเหตุการณ์ครั้งนี้ของเรือกบินทร์บุรี มีอุปกรณ์อะไรบ้าง มีชูชีพเท่าไร เรือยางเท่าไร ห่วงยางเท่าไรและอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จะช่วย กำลังพลให้รอดชีวิตมีอะไรบ้างนะครับ และได้ขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานใดบ้าง ได้รับการตอบรับจากหน่วยงานใดบ้างว่าจะเข้าช่วยเหลือ🔗

ประการต่อมาก็คือเรือหลวงสุโขทัยอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ มีประวัติ การซ่อมบำรุงหรือประวัติการใช้งบประมาณในการซ่อมบำรุงมากน้อยแค่ไหนและการ เข้าซ่อมบำรุงครั้งล่าสุดเมื่อไร นี่คือคำถามในรอบแรกครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้มาตอบคำถามของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติในวันนี้ครับ ก่อนอื่นต้องกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกและ ท่านพี่น้องประชาชน รวมทั้งกำลังพลของกองทัพและครอบครัวทุกคนนะครับ กรณีเรือหลวง สุโขทัยได้อับปางลง ซึ่งมีผลทำให้กำลังพลและกองทัพเรือได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ในการนีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม รับกำลังพลเรือหลวงสุโขทัยที่บาดเจ็บและเสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์และ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ท่านได้พระราชทานยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นให้กับกำลังพลประจำเรือ ผู้ประสบภัยทุกนายครับ ถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อกำลังพลของกองทัพเรือ และครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าในส่วนของ ท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านก็ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อกำลังพลของกองทัพเรือที่ได้ทุ่มเทเสียสละในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งโดยเฉพาะครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิต ซึ่งถึงปัจจุบันนี้ยอดตอนนี้ที่ค้นหาพบ ๖ ราย ในช่วงบ่ายวันนี้ก็จะมีพิธีรับศพไปบำเพ็ญกุศล ในพระบรมราชานุเคราะห์ ต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่าตามที่ท่านสมาชิกได้สอบถามเหตุการณ์ เกิดขึ้นได้รับรายงานเมื่อไรอย่างไร ขออนุญาตกราบเรียนว่าเรือรบหลวงสุโขทัยนั้นเหตุการณ์ ได้เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ ๑๘ ธันวาคม ก็ประมาณเวลา ๑๘.๔๐ นาฬิกา ในช่วงนั้นเป็นช่วงค่ำ ศปก. ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ได้รับรายงานจากเรือรบหลวงสุโขทัยแล้วก็ได้รายงานไป ตามระดับบังคับบัญชาถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมก็ได้สั่งการให้กองทัพเรือได้เข้าแก้ไขสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการ ที่จะควบคุมเรือรบหลวงสุโขทัย แล้วก็ดูแลความปลอดภัยของชีวิตของกำลังพล ของกองทัพเรือทุกนายที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในเรือหลวงสุโขทัย ขออนุญาตกราบเรียนว่าสาเหตุ หลัก ๆ นั้นทางกองทัพเรือโดยศูนย์บัญชาการกองทัพเรือได้รายงานว่าเนื่องจากวันนั้น มีสภาพอากาศค่อนข้างที่จะมีคลื่นลมแรงมาก เรือก็ได้ฝ่าคลื่นแรงไป แล้วก็มีน้ำได้เข้ามาใน ตัวเรือในบางส่วน แล้วส่งผลให้น้ำไปที่เครื่องไฟฟ้า เครื่องจักรใหญ่ ซึ่งทำให้เครื่องไฟฟ้านั้น มีผลหยุดทำงาน แล้วทำให้เครื่องจักรของเรือนั้นหยุดทำงานไม่สามารถทำงานได้ เป็นเหตุให้ ไม่สามารถควบคุมเรือได้ ส่งผลให้น้ำเข้ามาในตัวเรืออย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลา ๑๘.๔๐ นาฬิกานั้น สภาพเรือในช่วงนั้นก็เอียงอยู่ประมาณ ๖๐ องศา ศูนย์บัญชาการกองทัพเรือ ก็ได้สั่งการให้เรือรบหลวงภูมิพลอดุลยเดช เรือรบหลวงอ่างทอง เรือหลวงกระบุรี และ เฮลิคอปเตอร์จำนวน ๒ ลำเข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งในช่วงนั้นเรือหลวงกระบุรีนั้นอยู่ที่บางสะพาน ก็ใช้เวลาในการที่จะเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งพื้นที่ที่เรือหลวงสุโขทัยเกิดเหตุนั้นห่างจากบางสะพาน ไปประมาณ ๒๐ ไมค์ เพราะฉะนั้นระยะทางในการเดินทางด้วยสภาพคลื่นลม สภาพน้ำ ก็ทำให้เรือกระบุรีนั้นไปถึงพื้นที่ในเวลา ประมาณ ๒๐.๔๐ นาฬิกา แล้วก็ได้รับการช่วยเหลือ จากเรือลากจูงจากเอกชน จากท่าเรือบางสะพานเข้าไปช่วยเหลืออีก ๒ ลำ มีเรือน้ำมันเข้ามา ช่วยเหลือในที่เกิดเหตุอีก ๒ ลำ รวมแล้วก็จะมีเรือเข้าไปช่วยในเวลานั้น ๕ ลำด้วยกัน แล้วมีเฮลิคอปเตอร์อีกจำนวน ๒ ลำเข้าไปช่วยเหลือ ในการดำเนินการนั้นเนื่องจากว่าสภาพ อากาศค่อนข้างที่จะมีคลื่นและลมแรงมาก ในการช่วยเหลือนั้นก็มีการปล่อยแพลงไป แพนี้จะบรรทุกกำลังพลได้ประมาณ ๑๕ คน ปล่อยแพลงไป ๘ แพ ที่จะไปช่วยเหลือกำลังพล ซึ่งช่วงนั้นเรือก็น้ำเข้ามากขึ้น ก็มีการเตรียมการเพื่อความปลอดภัยกำลังพลก็เตรียมการที่จะ สละเรือ กำลังพลทั้งหมดในเรือมี ๑๐๕ คน ก็มาอยู่ที่กราบเรือ แล้วก็เตรียมการที่จะขน กำลังพลเหล่านั้นมาขึ้นเรือที่ได้เข้าไปช่วยเหลือ ในวันนั้นกำลังพลก็ได้ขึ้นเรือมาตามบันไดเรือ ได้ ๗๔ คน และบวกอีก ๑ คน เป็น ๗๕ คน ในช่วงเวลาต่อมา ทำให้กำลังพลในส่วน ๓๐ นาย ก็ได้พลัด คือไม่สามารถที่จะขึ้นเรือได้ แล้วก็พลัดสูญหายไปถึงปัจจุบัน อย่างที่ ทราบว่าตอนนี้ก็ตรวจค้นหาเจอแล้ว ๗ ราย ๑ ราย ก็มีชีวิตอยู่ อีก ๖ รายนั้นเสียชีวิต ตรงนี้ผมเองก็ได้ไปพบกับญาติ แล้วก็ไปติดตาม แล้วก็ได้ไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจญาติ ทุกคนก็แสดงความเสียใจกับครอบครัวกำลังพลที่ได้เสียชีวิต ต้องเรียนว่าในการ ดำเนินการทุกอย่างนั้นก็มีการควบคุมโดยกองทัพเรือ โดยศูนย์อำนวยการกองทัพเรือ โดยสั่งการผ่านไปยังเรือหลวงกระบุรี แล้วผ่านไปยังกองทัพเรือภาคที่ ๑ ในการที่จะเข้าไป ช่วยเหลือ เข้าไปดำเนินการ ในขั้นแรกเรือเอียง ๖๐ องศานั้นประมาณการว่าเรือลากจูงนั้น ก็สามารถที่จะลากเรือหลวงสุโขทัยเข้ามาในพื้นที่บางสะพานได้ แต่ปรากฏว่าน้ำก็ได้ เข้ามาเพิ่มเติมทำให้ท้ายเรือนั้นเริ่มจม ก็เป็นจังหวะที่มีการรวบรวมกำลังพล เพื่อที่จะให้ ความปลอดภัยกับกำลังพลในการที่จะรับกำลังพลเข้ามายังเรือที่เข้าไปช่วยเหลือ ตรงนี้ เป็นเหตุการณ์ทั้งหมดในขั้นต้น ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่า เหตุการณ์ที่แท้จริงนั้นกองทัพเรือได้สั่งการให้กองทัพเรือนั้นสอบสวนในทุกเรื่อง ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าสาเหตุนั้นเกิดจากอะไรในทุก ๆ เรื่องด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เสื้อชูชีพบุคคลก็ตาม เสื้อชูชีพอะไรก็ตาม เรื่องทุกเรื่องที่สังคมนั้นให้ข้อสังเกตว่าทำไมถึงเป็น อย่างนี้ ทำไมถึงไม่ปฏิบัติอย่างนั้น ตรงนี้ได้สั่งการให้ทางกองทัพเรือตั้งคณะกรรมการ ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะชี้แจงให้กับประชาชน ให้กับทุกคนได้ทราบ โดยไม่มีการปกปิดอะไรทั้งสิ้น เพื่อให้มีความกระจ่างและให้ประชาชนทุกคน โดยเฉพาะ กำลังพลและครอบครัวได้ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และการปฏิบัติของกองทัพเรือในการ ที่จะดูแลกำลังพล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ กำลังพลของกองทัพเรือทุกคน🔗

คำถามต่อไปท่านถามว่าเรื่องของอุปกรณ์ ขอนำเรียนว่าอุปกรณ์เรื่องชูชีพ เครื่องช่วยชีวิตในเรือนั้น ตามปกติแล้วก็จะมีอัตราประจำเรือ แล้วก็มีส่วนหนึ่งที่จะเป็น อุปกรณ์สำหรับช่วยเหลือในการที่ไปช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยทางทะเล มีทั้งชูชีพเป็น ส่วนบุคคล มีทั้งชูชีพเป็นพวง ท่านคงเห็นนะครับ แล้วเป็นแพชูชีพ แต่ในช่วงวันนั้นแพชูชีพ ที่อยู่กับเรือ ด้วยสภาพเรือเอียงแล้วไม่สามารถที่จะปล่อยแพได้ เพราะว่าคลื่นลมแรงมาก แม้แต่เฮลิคอปเตอร์ที่จะโรยเพื่อที่จะให้กำลังพลนั้นได้ขึ้นมาบนเฮลิคอปเตอร์นั้น ก็ทำได้ยาก เพราะว่าด้วยเรือนั้นโคลง มีเสากระโดงโคลง แล้วก็ลมแรงคลื่นแรงมาก ก็อาจจะเป็นอันตรายได้ ทุกอย่างก็เป็นการควบคุมการสั่งการจากศูนย์บัญชาการกองทัพเรือ ผ่านมายังทัพเรือภาคที่ ๑ และผ่านไปยังเรือกระบุรีซึ่งอยู่ในพื้นที่ นี่เป็นการดำเนินการ ในส่วนของชูชีพ ที่ข้อสังเกตว่าจะมีครบหรือไม่ อย่างไร ก็เช่นเดียวกัน ได้สั่งการให้ทาง กองทัพเรือไปตรวจสอบให้ชัดเจนให้กระจ่าง แล้วก็ชี้แจงต่อสังคม ต้องกราบเรียนว่าชูชีพนั้น มีหลายประเภทด้วยกัน ในการที่จะใช้ในการที่จะใช้เมื่อเกิดอุบัติเหตุทางเรือก็สามารถที่จะ เป็นเครื่องมือที่จะช่วยในเรื่องของความปลอดภัยกับกำลังพล ท่านพูดถึงเรื่องของการซ่อม บำรุง ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าในการซ่อมบำรุง งบประมาณในการซ่อมบำรุงเรือสุโขทัย ก็ได้ทำการซ่อมบำรุงใหญ่เมื่อปี ๒๕๖๑ และปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา ซ่อมในทุกระบบ แล้วก็ ได้เสร็จสิ้นตรวจรับเมื่อปี ๒๕๖๔ ทุกระบบทั้งหมดในเรือหลวงสุโขทัย งบประมาณการซ่อม บำรุงในส่วนของกองทัพเรือที่ได้รับ โดยเฉพาะการซ่อมบำรุงเรือก็จะได้รับเฉลี่ยแล้วปีละ ประมาณ ๑,๓๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๖ ในปีหน้านี้ก็ได้รับงบประมาณประมาณ ๑,๘๐๐ ล้านบาท ประมาณนะครับ ก็มีการซ่อมเรือของกองทัพเรือ ในภาพเรือของ กองทัพเรือ โดยเฉพาะเรือรบหลักสำคัญนั้นอายุการใช้งานเฉลี่ยแล้วส่วนใหญ่ก็เกิน ๓๐ ปี ขึ้นไป อายุการใช้งานของเรือรบหลัก ๆ แล้วก็อยู่ในประมาณ ๔๐ ปี เพราะฉะนั้นการซ่อมบำรุงก็จะมีการซ่อมบำรุงแต่ละระดับตามวงรอบ ทั้งวงรอบปกติไปถึง การซ่อมใหญ่ เพราะฉะนั้นเรือหลวงสุโขทัยก็ได้รับการซ่อมใหญ่ครบทั้งระบบนั้น เมื่อปี ๒๕๖๑-๒๕๖๓ แล้วได้ตรวจรับเข้ามาดำเนินการในปี ๒๕๖๔ เพราะฉะนั้นถือได้ว่า ก็ได้ผ่านกระบวนการในการซ่อมบำรุง เพราะฉะนั้นสาเหตุที่เกิดขึ้นจริง ๆ แล้วต้อง กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิก ท่านพี่น้องประชาชนและกำลังพลกองทัพเรือ ทุกคนว่าจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงสาเหตุหลักที่อะไรเป็นสาเหตุทำให้เรือ ได้อับปางลงในครั้งนี้ ตรงนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิก ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านณัฐชาถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ในรอบที่ ๒ ก็อยากจะแจ้งกับทางท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยในคำตอบ เมื่อสักครู่ คือผมถามก็คือถามเรื่องของเรือที่เข้าไปช่วยมีอุปกรณ์ช่วยเหลือ มีอะไรติดไปบ้าง เพื่อที่ไปถึงแล้วจะได้ช่วยกำลังพลก่อนเบื้องต้น ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาช่วยอุปกรณ์หรือช่วยเรือ หรือช่วยอะไรต่าง ๆ เพราะว่าผมเห็นท่าน ผบ.ทร. ตอบ ไม่ว่าจะเป็นนำเรือเข้าไปเตรียม เครื่องสูบน้ำเฉพาะกิจ เตรียมเครื่องอะไรต่าง ๆ ที่ท่านตอบมีแต่ช่วยอุปกรณ์ก่อน แต่ที่ ผมถาม ผมถามว่ามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะไปช่วยกำลังพลที่เป็นทรัพยากรที่ประเมินมูลค่า ไม่ได้ของพี่น้องประชาชนชาวไทยอย่างไรบ้าง ท่านไม่ได้ตอบ แต่ท่านตอบเรื่องที่ผมไม่ได้ถาม นั่นก็คือเรื่องของชูชีพมีเพียงพอหรือไม่บนเรือ เรื่องนี้ไม่ได้ถามเพราะว่าสังคมรู้แจ้งเห็นชัด แล้วว่ามันมีไม่พอจริง ๆ กองทัพเรือจำนนต่อหลักฐานแล้ว เนื่องจากว่ากำลังพลที่รอดชีวิต มาได้เขาได้บอกแล้วว่าเขาต้องเผชิญกับเหตุการณ์ใดบ้าง เขาต้องปล่อยศพเพื่อนที่มาด้วยกัน ที่ไม่มีชูชีพ เขาต้องลอยคอกับเพื่อนที่ไม่มีชูชีพ เขาต้องลอยคอกับเพื่อนที่ว่ายน้ำไม่เป็นอะไร ต่าง ๆ อันนี้กองทัพเรือจำนนต่อหลักฐาน และสังคมได้รับข้อมูลไปแล้วว่ามีไม่เพียงพอจริง ๆ อันนี้ต้องเข้าไปสู่กระบวนการการตรวจสอบ และท่านต้องตอบสังคมให้ชัดว่าเพราะเหตุใด ถึงไม่มี แต่วันนี้ผมไม่ได้ถามเนื่องจากว่าประเด็นนี้ในสังคมพูดกันมาก และท่านเนื่องจากว่า เตรียมประเด็นนี้มาเต็มที่ท่านก็เลยตอบ แต่ท่านตอบไปถึงชูชีพมีตราประจำสัญลักษณ์เรือ อะไรต่าง ๆ ตราประจำต่าง ๆ มันไม่ช่วยให้รอดหรอก แต่มันมีเพียงพอมันถึงจะช่วยให้รอด อันนี้ที่ท่านตอบมาเมื่อสักครู่มีงบประมาณการซ่อมตั้งแต่ปี ๒๕๖๑-๒๕๖๓ แล้วก็ท่านเพิ่งจะ รับมาเมื่อปี ๒๕๖๔ นั่นหมายความว่าสภาพของเรือนั้นซ่อมบำรุงเสร็จเรียบร้อยพร้อมใช้งาน อันนี้คำตอบจากท่านว่าพร้อมใช้งาน และได้รับงบประมาณปีละกว่า ๑,๓๐๐ ล้านบาทในการ ซ่อมบำรุง ถ้าอย่างนั้น ถ้าเรือท่านพร้อมใช้งาน แต่วันนี้มันเกิดเหตุขึ้นเราต้องไปสู่ประเด็น คำถามต่อไปว่าภารกิจที่ท่านต้องออกเรือฝ่าคลื่นลมแรงในขณะนี้ท่านมีภารกิจใดที่จำเป็น อย่างยิ่งยวดที่จะต้องไปในวัน เวลา ณ ช่วงเวลามรสุม ต้องฝ่าลมมรสุมไปเพื่อภารกิจอะไร มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน ใครเป็นคนออกหนังสือในการสั่งการออกไปทำภารกิจต่าง ๆ ท่านได้รับข้อมูลการแจ้งเตือนจากทางจังหวัด กรมอุตุนิยมวิทยา หรือกรมอุทกศาสตร์ ทหารเรือแจ้งก่อนหรือไม่ว่ามีคลื่นลมแรงเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ท่านได้รับการแจ้งเตือน หรือไม่ และถ้าเกิดท่านได้รับการแจ้งเตือนเหตุใดยังคงต้องดื้อดึงเอากำลังพลที่เป็นลูกหลาน พี่น้องประชาชนคนไทย เป็นทหารกำลังพลลูกหลานของท่านไปฝ่าคลื่นลมแรงในภารกิจนี้ ท่านต้องตอบให้ชัด🔗

อันที่ ๒ คือกำลังพลที่ได้รับมอบหมายไปทำภารกิจนี้เป็นทหารที่ ถูกบังคับเกณฑ์ทหารมาใช่หรือไม่ มีกำลังพลที่ว่ายน้ำไม่เป็นและต้องลงเรือไปปฏิบัติภารกิจ กับท่านใช่หรือไม่ กระบวนการขนส่งทหารเรือไปทำภารกิจในช่วงมรสุมต้องขนส่ง โดยเรือหลวงใช่หรือไม่ หรือเรือหลวงกำลังจะออกไปและท่านอัดกำลังพลไปให้เต็ม โดยไม่ได้ดูเลยว่าในเรือลำนั้นมีอุปกรณ์เพียงพอหรือไม่ อันนี้ท่านต้องตอบกับสังคมให้ชัด ๆ กว่าคำถามแรก ท่านรัฐมนตรีอาจจะเตรียมข้อมูลมาเยอะแยะมากมาย แต่ว่าในวันนี้สิ่งที่อยากจะให้ตอบ คำถามกับพี่น้องประชาชนคือเรื่องของภารกิจ เพราะว่าพี่น้องประชาชนตั้งคำถามกับ ประเด็นนี้ ในส่วนของอุปกรณ์ที่ท่านบอกเมื่อสักครู่ก็คือว่าในอุปกรณ์พีพีอี (PPE) อุปกรณ์ ป้องกันส่วนบุคคลไม่ว่าจะเป็นชูชีพหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะต้องเผชิญเหตุหากเกิดเหตุการณ์ ภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด มีงบประมาณในการจัดเตรียมอุปกรณ์ในแต่ละเรือหรือไม่🔗

อันสุดท้ายคือกำลังพลที่ขึ้นไปทั้ง ๑๐๕ นายที่ท่านแจ้งมา ได้เคยผ่านการ ฝึกอบรมการเผชิญเหตุหากเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติหรือไม่หากเกิดเหตุการณ์ลงเรือไปแล้วเจอ มรสุมคลื่นลมแรง เหตุการณ์แรกอันที่ ๑ ต้องปฏิบัติอย่างไร อันที่ ๒ ต้องปฏิบัติอย่างไร อันที่ ๓ ต้องปฏิบัติอย่างไร และหากเกิดเหตุการณ์ต้องสละเรือมีวิธีการขั้นตอนอย่างไร พลทหารเหล่านี้เคยได้รับการฝึกอบรมหรือไม่ หรือท่านไม่ได้มองเห็นคุณค่าของพลทหารเลย มีภารกิจที่ไหนก็ส่งไป ๆ เอาจำนวนเข้าว่า แล้วสุดท้ายท่านไม่ได้มีการพัฒนาต่อยอดหรือ การฝึกอบรมให้กับพลทหารเหล่านั้นในการปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ หรือความพร้อมในการ เผชิญเหตุต่าง ๆ อันนี้เป็นคำถามรอบที่ ๒ ที่อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีตอบให้ชัดเจนมากขึ้น ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ขออนุญาตเพิ่มเติมตามที่ท่านสมาชิกท่านได้ถามว่าในส่วนของเรือกระบุรีนั้นที่ไปให้การ ช่วยเหลือนั้นได้เตรียมเครื่องมืออะไรไปช่วยเหลือบ้าง เมื่อสักครู่ผมได้พูดถึงได้เตรียมอุปกรณ์ คือเป็นแพยาง ซึ่งมีอยู่ ๘ แพที่ไปกับเรือกระบุรี แล้วก็เรือเล็กที่จะไปช่วยเหลือ แต่ด้วยสภาพ อากาศนั้นเรือเล็กไม่สามารถที่จะส่งลงได้ ด้วยเฉพาะสภาพอากาศ ด้วยคลื่นลม แพยางก็ส่ง ลงไปที่จะช่วยเหลือ ท่านคงนึกภาพออกนะครับว่าสภาพอากาศแล้วคลื่นลมแรงขนาดนั้น ได้เตรียมเรื่องของปืนยิงส่งเชือกที่จะยิงส่งเชือกไปยังเรือสุโขทัยเพื่อที่จะให้กำลังพลนั้นได้ใช้ ในเรื่องของการขนส่งมายังเรือกระบุรี ก็ลมแรง ยิงปืนไปแล้วก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปเกาะเรือ สุโขทัยได้ เครื่องมืออุปกรณ์ทั้งหมดที่ได้เตรียมไปก็ได้ปฏิบัติการในการที่จะไปช่วยเหลือ กำลังพล ที่ผมกราบเรียนแล้วว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านรับรายงาน ท่านก็เน้นสั่งการไปว่าต้องให้ทางกองทัพเรือนั้นดูแลกำลังพลทุกคนให้มีความปลอดภัย ซึ่งตรงนี้ทางกองทัพเรือก็ได้เตรียมการ แต่ว่าด้วยสภาพอากาศ ด้วยสภาพแวดล้อมตอนนั้น ก็เรียนว่าเป็นอุปสรรคในการดำเนินการ ตรงนี้ก็เรียนว่าอยู่ในขั้นของการสอบสวน คงไม่ใช่ว่า จะมาตอบว่าทำไม่ได้หรืออย่างไร อันนี้เป็นสิ่งที่หน่วยได้ปฏิบัติ🔗

คำถามที่ ๒ ท่านถามว่า ในเรื่องของการปฏิบัติภารกิจอะไรอย่างไร ต้องเรียน อย่างนี้ว่าเรือหลวงสุโขทัยนี้ก็ถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ เพราะฉะนั้นก็มีหน้าที่ ในการที่จะลาดตระเวนในการปฏิบัติการ ในสภาพอากาศที่เป็นคลื่นลมแรงเช่นนี้ก็จะมีเรื่อง ของผู้ประสบภัย ในวันนั้นท่านจะเห็นได้ว่ามีเรืออับปางอยู่ประมาณ ๒-๓ ลำเช่นเดียวกัน เรือหลวงสุโขทัยก็เป็นเรือลำหนึ่งที่มีภารกิจในการที่จะออกไปเรื่องของการบรรเทา สาธารณภัยด้วย ต้องเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกอย่างนี้ครับว่า ก่อนที่จะออกไป ภารกิจก็จะมีการประเมินสถานการณ์ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งมาก็มีการประเมิน สถานการณ์ แต่ว่าประเมินสถานการณ์นั้นเรือสามารถจะไปได้หรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจไป แล้วก็ไปภารกิจนี้ในส่วนที่ท่านถามว่ามีกำลังพลส่วนอื่นนั้น กำลังพลส่วนนั้นก็ไปปฏิบัติ ภารกิจที่ชุมพรอีกภารกิจหนึ่งก็เป็นการดำเนินการตามหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติในฐานะที่เป็น เรือหลวงที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในพื้นที่ในทัพเรือภาคหนึ่ง🔗

ท่านถามว่าได้มีการฝึกอบรมอะไรหรือไม่อย่างไร ต้องกราบเรียนว่ากำลังพล ในส่วนของกองทัพเรือที่อยู่ในเรือนั้นก็ได้มีการฝึกซ้อมตลอดเวลา มีการฝึก มีการทดสอบ ก่อนที่จะออกเรือก็จะต้องมีชี้แจงในการปฏิบัติของกำลังพลในเรือก่อนที่จะออกเรือ รวมแถว ชี้แจงการปฏิบัติ แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกำลังพลที่ร่วมเดินทางที่จะไปปฏิบัติภารกิจ ที่ชุมพรนั้น ตรงนี้ก็จะต้องให้ทางกองทัพเรือนั้นเข้าไปสอบข้อเท็จจริงในการปฏิบัติตรงนั้นว่า ทางกำลังพลเหล่านั้นได้เข้าใจถึงกรณีที่มีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้นในการที่จะปฏิบัติตัว อย่างไร หรือต้องมีแนวทางในการดำเนินการอย่างไร ในส่วนของกำลังพลอยู่ในเรือนั้น เรื่องของการอยู่รอดในภาวะฉุกเฉินนั้นก็ได้มีการฝึกเป็นวงรอบประจำอยู่แล้วนะครับ ผมขอ อนุญาตตอบใน ๒ ประเด็นนี้ก่อนนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ปรากฏว่า ท่านรัฐมนตรีได้ใช้เวลาเกินที่กำหนด แต่ว่าผมเห็นเรื่องนี้มันเรื่องสำคัญ ผมก็เลยอนุญาต ให้ท่านเกินเวลาได้อีกนิดหน่อยนะครับ ส่วนท่านณัฐชามีเวลาเหลืออยู่ ๓ นาที ท่านเหลือ เผื่อเวลาให้ท่านรัฐมนตรีตอบด้วยก็ดีนะครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ท่านประธานครับ จากที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบถึงภารกิจว่า ท่านได้ออกไปลาดตระเวน สังคมตั้งคำถามตัวโต ๆ เลยว่าท่านออกไปลาดตระเวนอะไร ท่านออกไปลาดตระเวน ชูชีพท่านยังไม่มีกำลังพร้อมสำหรับตัวเองเลย ถ้าเกิดท่านเจอเหตุ ไม่คาดคิด ท่านเจอเรือชาวบ้าน เรือเอกชนอับปาง ท่านจะเอาชูชีพที่ไหนช่วยเขาครับ ถ้าจะเอาแพยางที่ไหนช่วยเขาครับ เพราะเรือท่านยังช่วยตัวเองไม่ได้เลย และท่านไป ลาดตระเวนภาษาอะไร นำกำลังพลไปร้อยกว่าคน อุปกรณ์ก็ไม่ครบครัน แล้วถ้าเกิดท่านไป ลาดตะเวนเจออะไรท่านก็ช่วยใครไม่ได้ เพราะสถานภาพของท่านยังช่วยตัวเองไม่ได้ อันนี้คือ ผมคิดว่าในการตอบคำถามของท่านมันยังคลุมเครืออยู่ และสุดท้ายรอบสุดท้ายคำถาม ที่อยากถามท่านรัฐมนตรี เอาล่ะ ที่ท่านตอบมาทั้งหมดไม่ว่าจะด้วยเหตุการณ์อะไร การขน กำลังพลไป การไม่พร้อมของกองทัพ ความผิดพลาดในความผิดพลาดของกองทัพ ที่บริหารงานครั้งนี้ สุดท้ายแล้วใครรับผิดชอบ เราสูญเสียกำลังพล เราสูญเสียทรัพยากร จากงบประมาณภาษีพี่น้องประชาชน เราสูญเสียขวัญกำลังใจของครอบครัวพลทหาร ในกองทัพ สุดท้ายแล้วภารกิจนี้ที่อนุมัติการฝ่าคลื่นลมแรงออกไปแล้วเกิดการสูญเสียครั้งนี้ ใครรับผิดชอบครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ผบ.ทร. หรือหน่วยงานใดครับ ใครต้องเป็นคนรับผิดชอบครั้งนี้ มีใครรับผิดชอบในเหตุการณ์ ครั้งนี้และใครจะตอบคำถามให้ชัดกับเหตุการณ์นี้ ใครเป็นผู้ควบคุมเหตุการณ์ครั้งนี้จนกว่า จะแล้วเสร็จ ปฏิบัติภารกิจแล้วเสร็จ กอบกู้เรือขึ้นมาได้ แล้วสืบหาข้อเท็จจริง อันนี้คือสิ่งที่ ท่านต้องตอบให้ชัดกว่านี้ และการตรวจสอบกันเองภายในกองทัพครั้งแล้วครั้งเล่า ผมได้ เกริ่นกับท่านไปแล้วว่ามันเกิดความสูญเสียขึ้นแล้วจริง ๆ เอาล่ะครับ วันนี้ผมอยากจะถาม ท่านว่าท่านถึงเวลาแล้วหรือยังกับเหตุการณ์ที่มันเกิดมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมเป็นนายกรัฐมนตรีมา ๘ ปีเต็ม มีอำนาจล้นฟ้า ท่านบริหารราชการ ให้หน่วยงานที่ท่านเกิดและโตให้ดีขึ้นยังไม่ได้เลย ท่านจะไปบริหารประเทศให้ดีขึ้นในอีก ๒ ปีที่ท่านเหลืออยู่ได้อย่างไร นี่ท่านทำมา ๘ ปีแล้ว บ้านท่านเองยังมีปัญหา วันนี้เราเกิด ความผิดพลาดในกองทัพ ครั้งที่แล้วกองทัพบกบริหารผิดพลาดมีการทุจริตคอร์รัปชัน สุดท้ายเกิดความสูญเสียกับประชาชนทั่วไปภายนอก ต่อมากองทัพบริหารราชการผิดพลาด เกิดความสูญเสียกับงบประมาณภาษีพี่น้องประชาชนคนทั้งชาติ วันนี้กองทัพบริหารผิดพลาด ตัดสินใจแบบเรียกว่าเกิดความสูญเสียและครั้งนี้เกิดความสูญเสียกับกำลังพลของท่านเอง ถึงเวลาปฏิรูปกองทัพแล้วหรือยังครับ ท่านลองตอบคำถามนี้ว่าถึงเวลาปฏิรูปกองทัพแล้ว หรือยังว่ากองทัพที่ท่านอยู่ ที่ท่านรักและหวงแหน และทุกคนในที่นี้ เพื่อนสมาชิกในที่นี้ ก็รักและหวงแหน พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนก็รักและหวงแหนและอยากให้ดีขึ้นครับ พอเราอยากให้ดีขึ้นปุ๊บเราก็ต้องทำให้มีกระบวนการที่โปร่งใส มีกระบวนการการตรวจสอบ วันนี้ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ท่านตรวจสอบกันเอง เมื่อสักครู่ท่าน รัฐมนตรีบอกว่าเดี๋ยวให้ทางกองทัพไปตั้งกรรมการตรวจสอบอะไรต่าง ๆ แล้วก็ตรวจสอบ กันเอง และสุดท้ายก็มานำเสนอกับพี่น้องประชาชนแบบข้าง ๆ คู ๆ เพราะฉะนั้นนโยบาย ปฏิรูปกองทัพที่อยากจะให้ท่านตอบนั้นก็คือว่า ถ้าเกิดเรามีผู้ตรวจการกองทัพที่เป็นตัวแทน จากภาคประชาชนเข้าไปด้วย ตัวแทนจากผู้แทนประชาชนเข้าไปด้วยจะดีหรือไม่🔗

และสุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องของการบังคับคนมาเป็นทหาร โดยที่เขา ไม่มีความถนัด ไม่มีความชื่นชอบ วันนี้ท่านยังไม่ตอบว่ากำลังพลบนเรือว่ายน้ำไม่เป็นกี่นาย เป็นทหารเกณฑ์กี่นาย ครอบครัวเขารอคอยคำตอบอยู่ว่าลูกหลานเขาจะเป็นอย่างไร ประเด็นนี้ท่านต้องตอบ และนี่คือรอบสุดท้ายที่อยากจะให้ท่านตอบ และคำตอบของท่าน จะสร้างความโปร่งใสให้กับหน่วยงานที่ท่านรักและหวงแหน ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หมดเวลา แล้วครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เพื่อความเข้าใจ เพื่อความมั่นใจของพี่น้องประชาชน เรื่องของการช่วยเหลือผู้ประสบภัยของเรือหลวง หรือถึงกองทัพเรือกรณีที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นในทะเล แล้วก็กำลังของกองทัพเรือเข้าไป ช่วยเหลือ เดี๋ยวจะไม่เข้าใจนะครับ ต้องเรียนอย่างนี้ว่าในแต่ละเรือที่ไปช่วยเหลือนั้นอุปกรณ์ ที่จะช่วยเหลือกรณีที่ไปประสบ ผู้ที่ประสบภัยทางทะเลนั้น ในแต่ละเรือนั้นก็จะมีทั้งเรือเล็ก มีแพชูชีพ แล้วก็มีชูชีพบนเรือ ที่ผมเรียนตั้งแต่ต้นแล้วว่าชูชีพบนเรือนั้นเรามีจำนวนหนึ่ง ที่จะไว้สำหรับในการช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยทางทะเล เพราะฉะนั้นในแต่ละเรือนั้นก็จะมี อุปกรณ์ เครื่องมือที่จะช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือวันที่ ๑๘ นั้น ที่ผม เรียนแล้วว่าเราจะต้องไปสอบสวนดูข้อเท็จจริงจริง ๆ ว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ นั้นได้ถูกใช้ทั้งหมด ครบถ้วนหรือไม่ อย่างไร แพชูชีพที่ติดอยู่กับเรือหลวงสุโขทัยนั้นปล่อยลงไปในทะเลนั้น ได้หรือไม่ เรือเล็กลงไปได้หรือไม่ ตรงนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิก และพี่น้องประชาชนทุกคน ตรงนี้กองทัพเรือจะดำเนินการให้กระจ่าง และที่ว่าจะสอบกันเอง แล้วจะไม่โปร่งใสนั้น เรียนได้เลยว่าได้เน้นย้ำไปที่ท่านผู้บัญชาการทหารเรือแล้วว่า การดำเนินการจะต้องข้อเท็จจริง แล้วก็ให้ประชาชนได้เข้าใจ ได้รับทราบข้อเท็จจริงด้วย ต้องกราบเรียนท่านประธานว่ากำลังพลทั้งหมด ๗๐ กว่านาย ที่จะต้องให้ปากคำนั้นทุกคน อยู่ในเหตุการณ์ เพราะฉะนั้นอะไรที่เป็นเหตุจริง เชื่อได้ว่าอะไรที่จะไปทำให้เหตุการณ์นั้น ไม่จริงคงเป็นไปได้ยาก เพราะว่ากำลังพลอยู่ในพื้นที่เหตุการณ์กันทุกคนนะครับ🔗

ต้องขอกราบเรียนอีกครั้งหนึ่งว่าในเรื่องของการปฏิรูปกองทัพ ผมว่าทุกคน กำลังพลในกองทัพทุกกองทัพเองก็มีความรักและภาคภูมิใจในกองทัพ ประชาชนเอง ก็มีความภาคภูมิใจในกองทัพ กองทัพก็อยู่คู่กับประชาชน กองทัพเองก็ระลึกเสมอว่ากองทัพ จะต้องปรับ ปฏิรูปตัวเอง ปรับวิธีการทำงานตัวเอง ให้สามารถที่จะดูแลพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการปฏิบัติภารกิจ เรื่องของการป้องกันประเทศก็ดี หรือ การรักษาความมั่นคงก็ดี เรื่องของการช่วยพัฒนาประเทศ กองทัพมีการปรับ ปฏิรูปกองทัพ มาโดยต่อเนื่อง มีแผนระยะ ๕ ปี ๑๐ ปี ทั้งเรื่องของกำลังพล เรื่องของการปฏิบัติ ทางยุทธการ ทางส่งกำลังบำรุง ขออนุญาตกราบเรียนว่าไม่ได้อยู่เฉยในการที่จะทำอะไรให้ ทุกกองทัพนั้นสามารถจะมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ เปลี่ยนแปลงไป แล้วสำคัญที่สุดก็คือทำให้กองทัพเป็นกองทัพที่มีประสิทธิภาพที่เป็นที่เชื่อมั่น ของพี่น้องประชาชนที่จะดูแลความปลอดภัย ดูแลสิทธิประชาธิปไตยของประเทศไทยเอาไว้ ให้ได้ ตามภารกิจที่รับมอบให้ดีที่สุดครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีขาดอีกนิดเดียว เรื่องผู้รับผิดชอบครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มันหมดเวลา แล้วครับท่านณัฐชา🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

เผื่อท่านจะได้ตอบเรื่อง ผู้รับผิดชอบ เพราะเป็นประเด็นสำคัญ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมไม่อนุญาต ให้ท่านรัฐมนตรีตอบต่อแล้วครับ เพราะว่าท่านใช้เวลาเกินมาตั้ง ๕ นาทีแล้ว🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

เข้าใจครับ แต่ว่าประเด็น สำคัญเลยของรอบที่ ๓ คือผู้รับผิดชอบครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กระทู้ถามสด มันอย่างนี้ครับ กระทู้ถามสดมันมีเวลาจำกัด ผมปล่อยให้ทั้ง ๒ ฝ่ายเกินเวลามาพอสมควร แล้วนะครับ ถ้าเกิดว่าหลังจากสถานการณ์มันคลี่คลายอะไร อย่างไร ท่านจะตั้งกระทู้ถามสด ในสัปดาห์ต่อ ๆ ไปท่านก็ทำได้ เพราะฉะนั้นวันนี้เราช่วยกันรักษาเวลา ขอกราบขอบคุณครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

เข้าใจเรื่องเวลาครับ นิดเดียวครับท่านประธาน เรื่องผู้รับผิดชอบมันต้องตอบก่อนเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป เพราะว่าไม่อย่างนั้นสืบสาวราวเรื่องกันไปผู้รับผิดชอบอาจจะเปลี่ยนครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือรัฐมนตรี มีสิทธิที่จะตอบหรือไม่ตอบก็เป็นสิทธิของรัฐมนตรีครับ ชัดเจน🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

นั่นหมายความว่า ท่านรัฐมนตรีเลือกที่จะไม่ตอบเรื่องของผู้รับผิดชอบใช่ไหมครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ไม่ทราบครับ ท่านก็ฟังเองแล้วกัน ขอบคุณครับ เชิญนั่งเถอะครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ก็สรุปตามที่ท่านประธาน ว่านะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าเป็นการจบกระทู้ถามสดด้วยวาจากระทู้แรก ถามโดยท่าน ส.ส. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม วันนี้ต้องขอขอบคุณท่าน พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมที่มาตอบกระทู้นะครับ🔗

ต่อไปจะเป็นระเบียบวาระที่ ๑.๑.๒ กระทู้ถามสดด้วยวาจา ของนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผมขออนุญาตทำความเข้าใจกับกระทู้ ๑.๑.๑ กับ ๑.๑.๒ นิดหนึ่ง กระทู้ถามสดของท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กับของท่านยุทธพงศ์ เป็นกระทู้ที่มีหัวข้อถามอันเดียวกันคือในกรณีที่เรือหลวงสุโขทัยอับปาง เมื่อเช้าก่อนที่จะอนุญาต ให้ถามผมเป็นประธานคัดกรองกระทู้เองก็ได้คุยกันว่าขอให้แยกคำถามกันให้ชัดเจนไม่ให้ซ้ำกัน ทั้ง ๒ ฝ่ายก็ตกลงกันอย่างนั้น ฉะนั้นผมจึงได้อนุญาตให้ทั้งท่านณัฐชากับท่านยุทธพงศ์ถาม ในกรณีเดียวกันเรื่องเดียวกัน แต่จะเป็นคนละประเด็นนะครับ ขออนุญาตทำความเข้าใจให้ ทางสภารับทราบ เดี๋ยวจะมีคนสงสัยว่าทำไมต้องมาถามเรื่องเดียวกันทั้ง ๒ คน🔗

๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๒๒๑ ส. (นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม🔗

ด้วยสำนักงาน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ขณะนี้ท่าน พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมก็พร้อมที่จะตอบแล้ว เชิญท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ได้ถาม เชิญครับ🔗

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตท่านประธานได้ใช้เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ประกอบการอภิปราย ซักถามกระทู้ถามสดด้วยวาจา แล้วก็ได้นำเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ให้ท่านประธาน ได้ตรวจสอบไปแล้ว ขอเริ่มเลยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร มหาสารคาม

เรือหลวงสุโขทัย ซึ่งเป็นเรือ ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าเรือคอร์เวต (Corvette) ซึ่งเป็นเรือที่ถือว่าทันสมัยแล้วก็ต่อมาจาก ประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าประจำการตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ นี่ครับ รูปเรือหลวงสุโขทัยเต็ม ๆ เลยนะครับ รหัสภาษาอังกฤษเอชทีเอ็มเอส สุโขทัย เอฟเอส-๔๔๒ (HTMS Sukhothai, FS-442) เรือลำนี้มีระวางขับน้ำ ๙๖๐ ตัน มีความยาวทั้งสิ้น ๗๖.๘ เมตร มีความกว้าง ๙.๖ เมตร ต่อที่บริษัทต่อเรือทาโคมา เมืองทาโคมา ประเทศสหรัฐอเมริกา และเรือลำนี้ถือว่าเป็นเรือที่มีความสำคัญกับกองทัพเรือไทย แล้วก็เป็นเรือชั้นนำลำหนึ่งของ กองทัพเรือไทย เราถึงใช้ชื่อว่าเป็นเรือรบหลวงสุโขทัยซึ่งเป็นชื่อเมืองหลวงนะครับ ก็ถือว่า เป็นเรือเกรดเอ (Grade A) ของกองทัพเรือไทย ถ้าท่านประธานเห็นในรูปจะเห็นได้ว่า เรือลำนี้รบได้ถึง ๓ มิติ ด้านหน้าของเรือท่านประธานจะเห็นปืน แล้วก็จรวดก็คือการสู้ในมิติ ทางน้ำระหว่างเรือผิวน้ำด้วยกัน ด้านหลังจะมีขีปนาวุธจากเรือสู่อากาศยานหมายความว่า สามารถรบกับเครื่องบินกับอากาศยานได้ แล้วด้านท้ายยังมีโซนาร์ (Sonar) เรือสำหรับปราบ เรือดำน้ำ ก็ถือได้ว่าเป็นเรือที่มีความสมบูรณ์แบบรบได้ถึง ๓ มิติ รูปถัดไปนะครับ เรือหลวง สุโขทัยอับปางไปเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๕ เหตุเนื่องจากมีคลื่นสูง ภาษาทางเรือเขาเรียกว่า ซีสเตต ๖ (Sea State 6) คือความสูงของคลื่น ๖ เมตรซึ่งมันสูงมาก แล้วน้ำเข้าไปในห้องเครื่อง ทำให้เครื่องยนต์ดับ ระบบสื่อสารล่ม เรือเสียการทรงตัว เหตุการณ์ในคืนวันที่ ๑๘ ธันวาคม ที่ผ่านมาก็เกิดจากคลื่นลมแรงส่งผลให้ไฟฟ้าดับ เครื่องจักรใหญ่หยุดทำงานไม่สามารถ ควบคุมเรือได้ น้ำทะเลก็เข้าไปในท่อไอเสียของเรือภายในอย่างรวดเร็ว แล้วทำให้เรือเอียงและ จมลงในที่สุด ในขณะที่กำลังลาดตระเวนอยู่ห่างจากอำเภอบางสะพาน จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ เพียงระยะทาง ๒๐ ไมล์ทะเลก็ถือว่าไม่ได้ไกลจากฝั่งเลยนะครับ รูปถัดไป หน้าที่ ๔ อันนี้คือคลิป (Clip) เหตุการณ์ในขณะที่เรือหลวงสุโขทัยกำลังประสบพายุคลื่น สเตต ๖ (State 6) ขอให้เปิดคลิปให้ท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมได้ดูครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร มหาสารคาม

ท่านประธานจะเห็นความแรง ของคลื่น หน้าถัดไป หน้าที่ ๕ ท่านประธานเห็นเรือเอียงไหมครับ เจอคลื่นเข้าไป เนื่องจากว่า น้ำมันเข้าเรือ แล้วเครื่องยนต์มันดับ นี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้เรือล่ม ต่อไปเป็นหน้าที่ ๖ นี่คือ ไทม์ไลน์ (Timeline) การอับปางของเรือหลวงสุโขทัย คือในขณะที่น้ำเข้าเรือเวลาประมาณ ๑๗.๐๐ นาฬิกานะครับ เวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกาเครื่องยนต์ดับ เครื่องยนต์ที่เอามาปั่นเครื่อง กำเนิดไฟฟ้ามันดับ แล้วก็ทำให้เครื่องยนต์ใหญ่ไม่สามารถใช้การได้ ก็เป็นที่มาว่าเรือมี การเอียง ตั้งแต่เวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกา แล้วสุดท้ายเรือก็มีการจมลงมาภายในคืนนั้น อันนี้คือ ลำดับเหตุการณ์โดยย่อที่ผมนำมาเรียนท่านประธาน เครื่องยนต์ใหญ่ที่ใช้ในการขับเคลื่อน เรือรบหลวงสุโขทัยเป็นเครื่องยนต์ดีเซล ๒ เครื่อง ชนิด ๔ สโตรค ซิงเกิล แอคชัน (4 Stroke Single Action) เครื่องยนต์หนึ่งมีกำลังแรงม้าถึง ๗,๒๐๐ แรงม้า ๒ เครื่องยนต์ ซึ่งปกติ มันไม่ได้ดับง่าย ๆ ถ้าดับไปเครื่องยนต์หนึ่งมันก็ยังสามารถใช้การได้ พอเครื่องยนต์ดับไป ๒ เครื่องพร้อมกันก็ทำให้เรือไม่มีกำลังในการขับเคลื่อน มันก็เหมือนเศษเหล็กขนาดใหญ่ ที่ลอยอยู่กลางทะเลพายุก็พัดจนล่มได้ นี่คือสาเหตุหลักในการทำให้เรือรบหลวงสุโขทัยเราล่ม ต่อมาหน้าที่ ๗ ครับ มีข้อสงสัยครับ แล้วก็ต้องเป็นคำถามผ่านท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและนายกรัฐมนตรีว่า ประเทศไทยของเรา มีกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการพยากรณ์อากาศว่าจะร้อนจะหนาว มีอากาศปกคลุมจากประเทศจีน มีคลื่นสูง มีลมแรงเรือห้ามออกจากฝั่ง แต่เรือหลวงสุโขทัยได้ออกเดินทางจากฐานทัพเรือ สัตหีบ ๑ วันก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ และวันที่เกิดเหตุการณ์ในวันที่ ๑๘ ที่มีคลื่นลม ถึงสเตต ๖ (State 6) ทั้งคลื่น ทั้งพายุ ผมก็ต้องถามกลับไปว่าทางกองทัพเรือปล่อยให้ เรือหลวงสุโขทัยออกมาลาดตระเวนทำไมครับ มันก็ยังไม่มีความจำเป็นที่ในขณะนั้นมันมี อริราชศัตรูหรือมันมีเรือรบ หรือมีกำลังของฝ่ายข้าศึกที่มารุกล้ำอธิปไตยของเราที่จำเป็น ที่จะต้องส่งเรือรบเข้ามาในสถานการณ์ที่มีพายุในขณะนั้น แล้วกรมอุตุนิยมวิทยาซึ่งมีหน้าที่ ในการพยากรณ์อากาศก็ไม่ได้เตือนอะไรเลยครับ ไม่ได้เตือนเลยว่ามีพายุ มีคลื่นลม ขนาดใหญ่เรือต้องงดออกจากฝั่ง แล้วต้องเรียนท่านประธานว่ามันไม่ได้มีเฉพาะเรือหลวง สุโขทัยเท่านั้นที่ล่ม ยังมีเรือพาณิชย์แล้วก็เรือประมงอีก ๒-๓ ลำที่ล่มในเหตุการณ์นี้ คำถาม ตรงนี้ก็ถามไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า ท่านไปตั้งอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งไม่ได้มีความรู้ ด้านอุตุนิยมวิทยาแล้วก็ไม่ได้พยากรณ์อากาศอะไรเลย ไม่ได้แจ้งเตือนเลยจะต้องรับผิดชอบ อย่างไรกับเหตุการณ์นี้ และหลังจากที่เกิดเหตุการณ์นี้ไปแล้วกรมอุตุนิยมวิทยาก็ยังไม่เคย ออกมารับผิดชอบ ยังไม่เคยออกมาแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย ตรงนี้ต้องให้ ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านช่วยชี้แจงด้วยเพราะว่า ท่านเป็นคนไปตั้งอธิบดีอุตุนิยมวิทยาคนนี้มาเป็น แล้วอธิบดีอุตุนิยมวิทยาคนนี้จบอะไรมา จบบริหารธุรกิจมาจากมหาวิทยาลัยเอแบค ในชีวิตไม่เคยทำงานกรมอุตุนิยมวิทยาเลย มีความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยาเป็นศูนย์ ไม่รู้เรื่องอะไรเลยครับ แล้วคุณไปตั้งมาเป็น แล้วมาเกิด เหตุการณ์แบบนี้ผมต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับลูกเรือซึ่งขณะนี้เสียชีวิตไปแล้ว ๖ ศพ แล้วก็กำลังสูญหายอยู่อีก ๒๓ คนที่ยังไม่พบในขณะนี้ คำถามก็คือว่าท่านจะรับผิดชอบ อย่างไรกับเหตุการณ์อย่างนี้ แล้วท่านปล่อยเรือออกมาท่านไม่รู้หรือว่ามันกำลังเกิดพายุ เกิดคลื่นสเตต ๖ (State 6) แล้วออกมาทำไมครับ มันช้าไปอีกสักวันหนึ่งหรือช้าไปอีกสักครึ่งวัน ความสูญเสียก็ไม่ต้องเกิดขึ้น ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมตอบครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เรื่องของ การปฏิบัติภารกิจเรือหลวงสุโขทัย เมื่อสักครู่ผมได้ตอบกับท่านสมาชิกไปบ้างแล้วนะครับ ต้องขอเรียนอีกครั้งหนึ่งว่าเรือหลวงสุโขทัยก็อยู่ในระหว่างปฏิบัติภารกิจราชการ ก็คือปฏิบัติ ภารกิจในพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อมีสถานการณ์จะมีเรื่องของภัยพิบัติทางทะเลเกิดขึ้นก็เป็น ส่วนหนึ่งที่กองทัพเรือก็จะต้องใช้ทรัพยากรของกองทัพเรือที่มีอยู่ในการที่จะไปดูแลและ ช่วยเหลือประชาชนที่อาจจะประสบภัยพิบัติทางทะเล แต่กองทัพเรือที่ผ่านมาเมื่อมี เหตุการณ์ขึ้นแบบนี้กองทัพเรือก็จะส่งเรือหลวง อย่างที่ท่านสมาชิกได้เรียนนะครับว่าที่มีประสิทธิภาพของกองทัพเรือเข้าไปในการที่จะ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนกรณีที่ได้ประสบภัยพิบัติทางทะเล อย่างไรก็ตามในครั้งนี้เนื่องจาก สถานการณ์มันเป็นลักษณะของอีกสถานการณ์หนึ่งที่ทำให้เรือหลวงสุโขทัยได้ประสบกับ ภาวะคลื่นลมแรงตามที่ท่านสมาชิกได้เรียนเมื่อสักครู่นะครับ แล้วก็ทำให้ประสบเรื่องของ จมลง อย่างไรก็ตามภารกิจของกองทัพเรือเมื่อมีสถานการณ์แบบนี้กองทัพก่อนจะออก ปฏิบัติการกองทัพเรือก็จะต้องศึกษาเรื่องของสภาพอากาศเช่นเดียวกัน มีการวางแผน มีการประเมินสถานการณ์ว่าในสภาวะแบบนี้นั้นกองทัพเรือสามารถที่จะปฏิบัติภารกิจ ในการที่จะเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนหรือในส่วนอื่นที่ปฏิบัติงานหรือว่าทำกิจการอยู่ ในทะเล เมื่อได้ประเมินสถานการณ์แล้วว่าสถานการณ์อย่างนี้ด้วยประสิทธิภาพ ขีดความสามารถของเรือที่มีอยู่นั้นก็สามารถที่จะปฏิบัติภารกิจตรงนี้ได้ ก็เป็นการดำเนินการ ในเรื่องของการเข้าไปปฏิบัติภารกิจ ต้องกราบเรียนว่าเมื่อไปถึงที่มีเหตุการณ์แล้วมีลมแรงนั้น กองทัพเรือเองก็ได้พยายามที่จะหลบลมแรงเช่นเดียวกัน เรือสุโขทัยนั้นก็จะกลับเข้ามาทาง ที่ท่าเทียบเรือบางสะพาน แต่เนื่องจากว่าด้วยสภาพอากาศนั้นก็ประสบอุบัติเหตุ ประสบ ปัญหาตรงนั้นก่อนนะครับ ยังไม่ได้เข้ามาในพื้นที่บางสะพาน กล่าวโดยสรุปก็คือว่ามันเป็น ภารกิจภาระหน้าที่ของกองทัพเรือเมื่อมีสถานการณ์แบบนี้ก็จะออกไปดูพี่น้องประชาชน หรือว่าเรือประมง เรืออื่น ๆ ที่อาจจะได้ประสบภัย โดยมีการวิเคราะห์ โดยการประเมิน สถานการณ์ ประเมินสภาพแวดล้อม ก่อนจะตัดสินใจที่จะเข้าไปปฏิบัติภารกิจครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกครับ🔗

นายศุภชัย โพธิสุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านยุทธพงศ์ ถามคำถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ขอสไลด์ (Slide) ในหน้า ๗ ครับ คือท่านนายกรัฐมนตรีที่ผมบอกนะครับว่า ทางกรมอุตุนิยมวิทยาไม่ได้พยากรณ์อากาศ ไม่ได้แจ้งเตือนภัยเลย ผมต้องฝากท่านในฐานะ ที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วย ท่านต้องไปเช็กบิล (Check Bill) ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาทำงานห่วยแตก ผมต้องใช้คำนี้ครับ แล้วก็เกิดความ สูญเสียกับกำลังพลซึ่งไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น คนไทยเสียใจกันทั้งประเทศครับ แล้วขณะเดียวกันถึงวันนี้กรมอุตุนิยมวิทยายังไม่ได้ออกมารับผิดชอบอะไรเลย ผมผ่าน ท่านประธานสภาไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเลยว่าอธิบดี คนนี้มีความรู้อุตุนิยมวิทยาเป็นศูนย์ครับ สู้ผมยังไม่ได้เลยให้ออกมาถามเรื่องอุตุนิยมวิทยา ให้มาออกรายการเดี่ยว ๆ กับผมก็ได้ แล้วรัฐมนตรีดีอีเอส (DES) เอง ไปตั้งคนจบ บริหารธุรกิจ ในชีวิตไม่เคยรับราชการที่กรมอุตุนิยมวิทยามาบริหาร ความสูญเสีย มันก็เกิดแบบนี้ละครับ ไม่ได้มีการแจ้งเตือนภัย แล้วก็ขณะเดียวกันเรือรบหลวงสุโขทัย ที่มีความทันสมัยรบได้ถึง ๓ มิติ มันเจอคลื่นลมขนาดนี้แล้วไม่ได้มีการแจ้งเตือนภัย ผมถือว่า ท่านนายกรัฐมนตรีต้องไปเช็กบิล (Check Bill) เรื่องนี้ ต่อไปหน้าที่ ๘ ท่านประธานครับ ที่บอกว่าสาเหตุที่เครื่องยนต์ดับมันก็มาจากเครื่องยนต์ที่ไปปั่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเอ็มทียู (MTU) ผมเรียนท่านประธานเลยว่าเป็นเครื่องรุ่นเดียวกันกับที่จะใส่เรือดำน้ำที่กำลังต่ออยู่ ประเทศจีนลำแรก ที่เยอรมันไม่ขายเครื่องให้ เครื่องเอ็มทียู (MTU) ของเยอรมัน ท่านประธานดูว่าเครื่องยนต์เอ็มทียู (MTU) ตัวเครื่องยนต์ก็จะไปปั่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ที่บอกว่าเครื่องยนต์มันดับเพราะว่า เครื่องกำเนิดไฟฟ้ามันดับก่อน พอเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามันดับมันก็ไม่ไปปั่นมอเตอร์ไฟฟ้า ในการปั่นเครื่องจักร เครื่องยนต์ เครื่องจักรมันก็เลยดับไปหมด มันก็เลยทำให้ เรือไม่มีกำลังที่จะฝ่าคลื่น แล้วคำถามตรงนี้ก็จะเป็นคำถามที่ ๒ ว่ามันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ขนาดเรือที่อยู่บนน้ำยังเกิดความสูญเสียขนาดนี้ มีผู้เสียชีวิตในขณะนี้อย่างน้อย ๖ ราย มีผู้สูญหายอีก ๒๓ ราย คำถามก็คือว่าท่านยังจะใช้เครื่องจีนหรือเปล่า เครื่องยนต์ที่จะติด เรือดำน้ำ ซีเอชดี (CHD) ที่รัฐบาลจีนจะมาเปลี่ยนแทนเครื่องเอ็มทียู (MTU) ถามท่านนายก และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าท่านยังจะเอาไหม ขนาดเรือบนน้ำยังตายขนาดนี้เลย ถ้าใต้น้ำมันเกิดอะไรขึ้นใครจะรับผิดชอบ เป็นคำถามที่ ๒ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ขออนุญาตกราบเรียนเรื่องของเรือดำน้ำแล้วก็ เครื่องยนต์ที่ว่านี้ที่ท่านสนับสนุนเอ็มทียู (MTU) ซึ่งเป็นเครื่องที่จะไปผลิตกระแสไฟฟ้า อย่างที่ท่านว่าแล้วก็ไปในการขับเคลื่อน ถ้าเรือดำน้ำก็คือไปขับเคลื่อนเรือดำน้ำ ถึงปัจจุบันนี้ ต้องเรียนว่าทางกองทัพเรือก็ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเป็นเอ็มทียู (MTU) ของจีนที่มาผลิต ในประเทศจีน ในข้อเสนอตรงนี้ทางกองทัพเรือเองก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้วจะต้องไป ศึกษาในรายละเอียดให้ชัดเจนถึงประสิทธิภาพของเครื่องลำนี้ ได้วางแผนที่จะต้องไปดูถึง โรงงานผลิต ไปดูถึงขีดความสามารถ มีการประเมินแล้วจะต้องมาวิเคราะห์โดย คณะกรรมการของกองทัพเรืออีกครั้งหนึ่ง จะต้องได้เครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แล้วก็ สามารถที่จะมาใช้ในเรือดำน้ำได้ คือต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าเครื่องยนต์ที่จะมาผลิต กระแสไฟฟ้าที่จะใช้ในเรือดำน้ำนั้นจะต้องมีประสิทธิภาพสูงสุด ตรงนี้ก็ต้องกราบเรียนว่า ในช่วงเดือนมกราคมหรือเดือนเมษายนก็จะได้เดินทางไปถึงแหล่งผลิตโรงงานซึ่งไปดูเรื่อง มาตรฐาน เรื่องของการดำเนินงาน แล้วที่สำคัญก็คือว่าเครื่องที่ผลิตโดยประเทศจีนนั้น อาจจะต้องใช้ในยุทโธปกรณ์ของจีนด้วย ประเทศจีนก็ต้องใช้ด้วย ว่าง่าย ๆ เพราะฉะนั้น กราบเรียนว่ากองทัพเรือเองก็ยึดถือประโยชน์เป็นสำคัญของกองทัพเรือ แล้วก็งบประมาณที่ใช้ และสำคัญที่สุดก็คือว่าจะต้องทำให้ความปลอดภัยในกรณีเรือดำน้ำที่จะเข้ามาประจำการ ปลอดภัยต่อกำลังพล แล้วก็สามารถปฏิบัติภารกิจของกองทัพเรือที่รับมอบได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ก็ยืนยันว่าจะต้องใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุด ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านยุทธพงศ์มีคำถามครั้งที่ ๓ ไหมครับ เชิญครับ🔗

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ผมมีคำถามเป็นคำถามสุดท้ายครับ ฟังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหมว่าสุดท้ายท่านก็จะเอาให้ได้เครื่องยนต์จีนที่จะมาใส่เรือดำน้ำ เพราะว่าจีน เขาก็ไม่ได้ใช้ จีนเขาใช้เครื่องเอ็มทียู (MTU) เขาก็ไม่เคยใช้ แต่ดูทำไมไปหงอจีนขนาดนั้น ก็ไม่รู้ เอาล่ะกลับมาที่เรือสุโขทัยว่าตั้งแต่เกิดเหตุ ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมยังไม่เคยไปเยี่ยมกำลังพล ยังไม่เคยไปตรวจดูสถานการณ์ที่เรือรบหลวง สุโขทัยล่มที่บางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เลย ก็อยากจะถามท่านว่าเพราะเหตุใดท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านถึงไม่สนใจที่จะไปดูแลกำลังพลทั้งที่เสียชีวิตแล้วก็ยังกำลังค้นหาผู้ที่หายไป ในเหตุการณ์ คำถามว่าทำไมท่านนายกรัฐมนตรีไม่สนใจเรื่องนี้เลย ผมเห็นไปอย่างอื่นนี่ ไปได้ แต่ไปดูกำลังพลนี่ท่านก็เป็นทหารเก่า ทำไมท่านไม่ไปครับ บิ๊กช้างก็ไป แต่บิ๊กตู่ทำไม ไม่ไป ช่วยตอบหน่อยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ขออนุญาตกราบเรียนว่าในส่วนของการที่ไปเยี่ยม กำลังพล แล้วก็ไปติดตามสถานการณ์นั้น ท่านนายกรัฐมนตรี ผมเรียนตั้งแต่คำถามเมื่อสักครู่ แล้วว่า ตั้งแต่วันคืนวันที่ ๑๘ ที่เกิดเหตุนั้น ก็ได้รายงานไปถึงท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ท่านก็ได้สั่งการตลอดว่าให้รัฐมนตรีติดตามและสั่งการตลอด ในเรื่องของ การที่จะดูแล โดยเฉพาะเรื่องของชีวิตและความปลอดภัยของกำลังพลของกองทัพเรือทุกคน แล้วก็ในวันต่อมาท่านก็มอบหมายให้ผม รับมอบหมายในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหมในวันอังคารหลังจากประชุม ครม. ผมก็เดินทางไปติดตามสถานการณ์ที่ ทัพเรือภาคที่ ๑ ตอนนั้นที่บางสะพานนั้นก็เป็นเพียงแค่ส่วนหน้า แต่หลักการ ก็จะอยู่ที่ทัพเรือภาค ๑ สัตหีบ ผมก็ไปเยี่ยมครอบครัวกำลังพลซึ่งเป็นไปตามที่ท่าน นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการส่งมอบหมาย ทั้งเรื่องของผู้ที่บาดเจ็บด้วย และเมื่อวาน ก็มอบหมายให้ผมนั้นไปติดตามสถานการณ์แล้วก็ไปสั่งการเรื่องการช่วยเหลือ ค้นหากำลังพล ที่ยังอยู่อีก ๒๓ นาย ที่ศูนย์บัญชาการกองทัพเรือ ซึ่งท่านก็ได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพได้ระดม สรรพกำลังทั้งหมดเข้าไปดำเนินการ ผมว่าในช่วงนี้มีทั้งเรือเข้าไปในพื้นที่ถึง ๘ ลำ มีเฮลิคอปเตอร์ มีอากาศยานของทั้งกองทัพเรือ กองทัพอากาศ แล้วก็มีสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ น่าจะประมาณไม่เกิน ๑๓ ลำ รวมทั้งอากาศยานไร้คนขับอีกจำนวนหนึ่งระบบ แล้วก็มีการแบ่งพื้นที่ให้ละเอียดมากขึ้น เพื่อที่จะค้นหากำลังพลของกองทัพเรือของเรา ทั้ง ๒๓ คนให้ค้นพบได้โดยเร็ว ๆ ตรงนี้ท่านก็สั่งการกำชับไปยังกองทัพเรือตลอดแล้วก็ ติดตามสถานการณ์ตลอด ผมคิดว่าในส่วนนี้ท่านก็ติดตามแล้วก็คิดว่าท่านก็เฝ้าระวัง แล้วก็ ติดตามเพื่อให้เหตุการณ์ต่าง ๆ นั้นกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เป้าหมายของเรา คือค้นหาทั้ง ๒๓ คน ๒๓ กำลังพลของเรา ซึ่งทุกคนก็เป็นห่วง ผมคิดว่าสมาชิกทุกท่านและประชาชน ทุกคนก็เป็นห่วงเช่นเดียวกัน ตอนนี้ขอเรียนยืนยันว่าท่านก็ได้ติดตามและสั่งการมา โดยต่อเนื่อง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการถามตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจานะครับ ของท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล ที่กรุณาให้เกียรติกับสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา ก็ขอบคุณครับ ต่อไปจะเป็นระเบียบวาระที่ ๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

เรียนท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาทิตย์ มีอะไรครับ🔗

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ผมได้ยื่นกระทู้ถามสดไว้เช่นเดียวกันนะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอโทษที ผมต้องขออภัยท่านสาทิตย์ บังเอิญผมอ่าน ผมตรวจสอบดูแล้วมีการเลื่อน ประธานก็เบลอ (Blur) ได้เหมือนกัน ต้องขออภัย ต้องถอยกลับมาอยู่ในระเบียบวาระที่ ๑.๑.๓🔗

๑.๑.๓ กระทู้ถามที่ ๒๒๒ ส. (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายรัฐมนตรีประจำสำนักนายกมนตรี ท่านอนุชา นาคาศัย เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือ แจ้งว่าในวันนี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านอนุชา นาคาศัย ติดภารกิจไม่สามารถ มาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อนนะครับ ถ้าหากท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เจ้าของกระทู้ยังคงประสงค์ที่จะตั้งเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจาอยู่ให้เสนอใหม่ เพื่อพิจารณาในคราวถัดไปนะครับ🔗

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ผมขออนุญาตนะครับท่านประธาน ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ผมถือโอกาสนี้เรียนกับท่านประธานนิดหนึ่งว่าการเลื่อนกระทู้ออกไปโดยเฉพาะกระทู้ถามสด ก็เป็นประเด็นปัญหาเหมือนกัน เพราะผมถือว่าสภาเราเสียโอกาสในการที่จะติดตาม ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เพราะเมื่อเลื่อนไปถึงสัปดาห์หน้านั้นก็จะมีปัญหาเรื่องของ กระทู้ถามสดนั้นมีแค่ ๓ กระทู้เท่านั้น แล้วก็จะต้องมีการจับสลากเพื่อเลือกออก ความจริง เรื่องนี้ผมเรียนท่านประธานสั้น ๆ เท่านั้นเองว่าผมตั้งใจที่จะถามเรื่องความคืบหน้าและ ความชัดเจนของคดีทุนจีนสีเทา เพราะผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่แล้วก็อยู่ในความสนใจ ของพี่น้องประชาชนเป็นข่าวทุกวันครับ แต่ประชาชนเองก็รู้สึกเหมือนกับเราก็คือมีความ สับสน มีความไม่ชัดเจนในการดำเนินการเรื่องของคดี เพราะว่าผู้ต้องหานั้นเกี่ยวข้องกับ นักการเมืองผู้มีอิทธิพล แล้วคดีก็ไปเกี่ยวพันถึงพรรคการเมืองใหญ่อย่างน้อย ๒ พรรค เกี่ยวพันถึงการทุจริตการกล่าวหาคนว่าทุจริตในหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานมาก ตั้งแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องตรวจคนเข้าเมือง เรื่องการออกสัญชาติ กระทรวง มหาดไทย ปปง. ป.ป.ส. กรมสรรพากร กรมอื่น ๆ มากมายครับ แล้วคนก็อยากรู้ว่ารัฐบาล จะเอาอย่างไร เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันทั้งเรื่องยาเสพติด ทั้งเรื่องฟอกเงิน เรื่องการได้สัญชาติไทยมาโดยถูกต้องหรือไม่ เรื่องที่ใช้เงินมากกว่า ๒,๕๐๐ ล้านบาท ไปซื้อบ้านแล้วมีข้อครหาว่าซื้อบ้านแล้วมีโปรโมชัน (Promotion) แถมสัญชาติอีกหรือเปล่า แล้วมีข้อพิรุธมากมายจนทำให้ภาคประชาชน ซึ่งเป็นอดีต ส.ส. ของสภานี้อย่างน้อย ๒ คน ออกมาเคลื่อนไหวทุกวัน ประทานโทษเอ่ยนามเขาไม่เสียหาย อย่างคุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หรือคุณวัชระ เพชรทอง คนก็กังวลว่าเรื่องนี้มันจะเป็นมวยล้มต้มคนดูหรือเปล่า ผมนี่จะลุกขึ้น ถามว่าเรื่องนี้รัฐบาลจะเอาอย่างไร มีคนเรียกร้องว่าจะทำมาเป็นวาระแห่งชาติไหม เพราะว่า มันเหมือนกับเป็นการเคลื่อนย้ายของทุนสีเทาแล้วไปหาประเทศที่มีความอ่อนแอเรื่องระบบ ราชการ เรื่องระบบการเมืองมันจริงไหม ถ้ารัฐบาลเอาจริงเรื่องนี้คนเขาจะได้ชัดเจนครับ ผมก็ เรียนถามท่านประธานว่ากรณีเลื่อนแบบนี้ในสัปดาห์หน้า ถ้าประสงค์จะยื่นอีกในการที่จะมี โอกาสได้ถามมีหรือไม่ หรือต้องไปตัดสินกันกับกระทู้ที่ต้องยื่นมาอีก ๒-๓ กระทู้ ผมกังวล ตรงนั้นท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านสาทิตย์ครับ เรื่องกระทู้ของท่านที่ถูกเลื่อนก็คงต้องไปคุยกันในวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาล เพราะของท่านเป็นโควตาฝ่ายรัฐบาลได้ ๑ กระทู้นะครับ ถ้าหากว่าทางวิป (Whip) ยังเห็นว่า กระทู้ท่านมีความสำคัญแล้วก็จะมอบหมายให้โควตาของพรรคประชาธิปัตย์ของท่าน เป็นผู้ถามท่านก็ต้องได้ถามต้องคุยกันในวิป (Whip) อีกครั้งหนึ่งนะครับ เพราะกระทู้ถามสด ด้วยวาจาจะเลื่อนไปโดยไม่ยื่นใหม่ไม่ได้นะครับ แล้วก็ข้อบังคับก็มีอยู่ว่าเราจะรับพิจารณา กระทู้ถามสดด้วยวาจาสัปดาห์ละ ๓ กระทู้เท่านั้น ก็ขอเรียนให้ท่านสาทิตย์ทราบ ก็ไปลุ้นกัน ในวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลครับ🔗

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

อย่างนั้นผมฝากท่านประธานหารือ แล้วกันว่ามาตรการของสภาต่อเรื่องกระทู้ถามสดจะทำอย่างไรที่จะตกลงกับซีกรัฐบาลว่า กระทู้ที่มีความสำคัญแบบนี้ ถ้าเกิดไม่ตอบแล้วเลื่อนไปเสีย ขอโทษใช้คำว่า เหมือนกับตั้งใจ ที่จะไม่ตอบหรือเปล่าเท่านั้นแหละ มันก็เป็นเรื่องที่ต้องหารือกันระหว่างสภากับรัฐบาล ผมเกรงประชาชนเสียโอกาสเท่านั้น ก็กราบขอบพระคุณท่านประธานมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ฝากทาง ท่านประธานวิป (Whip) รัฐบาลแล้วกันนะครับ🔗

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๕๓๘ เรื่อง ความคืบหน้าแนวทางการแก้ไขปัญหา พนักงานจ้างเหมาบริการในหน่วยงานของรัฐ (นายธีรัจชัย พันธุมาศ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานท่านสุชาติ ชมกลิ่น เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตอนนี้ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ฯพณฯ ท่านสุชาติ ชมกลิ่น ก็ได้อยู่ในห้องประชุมพร้อม ที่จะตอบแล้ว เชิญท่าน ส.ส. ธีรัจชัย พันธุมาศ ได้ถามเลย เชิญครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตถาม กระทู้กับท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี สืบเนื่องจากมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๑ ได้เห็นชอบให้การปรับขนาดกำลังคนภาครัฐและลูกจ้างประจำ ก็โดย ให้ลดกำลังพลนั่นเอง และให้ส่วนราชการดำเนินการจ้างเหมางาน ซึ่งลักษณะการที่จ้างต้อง เป็นเฉพาะโครงการหรือเฉพาะครั้งคราวที่มีความจำเป็นเพื่อเสริมสร้างการปฏิบัติงาน ในหน้าที่ของส่วนราชการเท่านั้น โดยให้ทำสัญญาหรือข้อตกลงตามระยะเวลาในเชิง ปฏิบัติการจริงอาจเป็นสัญญาเต็มปีงบประมาณหรือไม่เต็มปีงบประมาณก็ได้ และเมื่อสิ้นสุด โครงการหรือส่วนราชการหมดความจำเป็นก็ควรให้เลิกจ้าง นี่คือสาเหตุที่สำคัญของการมี การจ้างเหมาบริการภาครัฐ หลังจากมีมติอันนี้ขึ้นมาเมื่อมีข้าราชการเกษียณ ลูกจ้างประจำ เกษียณก็จะมีการจ้างแบบจ้างเหมา การจ้างแบบจ้างเหมานั้นบางทีก็จ้างแบบงบประมาณ ของรัฐโดยตรงผ่านสำนักงบประมาณ หรือในส่วนของกรมบัญชีกลางก็จำกัดงบประมาณ เขาเรียกว่างบดำเนินการไม่ใช่เป็นงบบุคลากร หรือบางทีในส่วนหน่วยราชการเอง เช่น โรงเรียนต่าง ๆ หรือสถานหน่วยราชการต่าง ๆ ต้องการลูกจ้างเข้ามาในส่วนนี้ก็ไปทำการ ทอดผ้าป่าไปหาทุนระดมจากคนขึ้นมามีงบก้อนหนึ่งก็มาจ้างลูกจ้างขึ้นมา โดยการจ้างเหมา แบบนี้ทั้งโดยตรงจากงบประมาณของรัฐโดยตรงหรือหน่วยงานของรัฐนั้นหางบประมาณ มาจ้างเองเป็นจ้างแบบเหมาใช้ลักษณะการจ้างแบบทางกฎหมายเขาเรียกว่าจ้างทำของครับ การจ้างทำของโดยหลักตามกฎหมายแล้วมันไม่ใช่การจ้างที่นายจ้างจะสามารถมีการบังคับ บัญชาใช้จ่ายมีเวลากำหนดเวลาได้ มีแต่ผลสัมฤทธิ์ของงานเท่านั้น แต่การจ้างเหมาบริการ ภาครัฐนั้นส่วนใหญ่แล้วขณะนี้มีงบประมาณเฉพาะในส่วนงบประมาณมีประมาณ ไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีที่จ้างแบบนี้เป็นงบดำเนินการไม่ใช่บุคลากร เขาจ้างแบบ ลูกจ้างทั่วไปเป็นคล้าย ๆ ข้าราชการ ใช้งานเหมือนกัน ทำงานเหมือนกัน มีอำนาจบังคับ บัญชาสั่งเหมือนกัน ไม่ทำงานไม่ได้ ในส่วนลูกจ้างที่เขาหาเงินลูกจ้างเหมางานภาครัฐ ที่เป็นผ้าป่าหรือหาทุนมาจ้างก็ลักษณะเดียวกัน ทั้งหมดนี้ในสภาแห่งนี้มีเป็นร้อย ๆ คน ในหน่วยงานกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอื่น ๆ ทุกกระทรวง ๒๐ กระทรวง ทั้งหมด ในศาลยุติธรรม ในศาลต่าง ๆ องค์กรอิสระต่าง ๆ มีการจ้างแบบนี้ขึ้นมา ผมได้มีการร้องไปยัง กรรมาธิการแรงงานสภาผู้แทนราษฎรเขาศึกษาตรวจสอบไปแล้วมีไม่น้อยกว่า ๘๐๐,๐๐๐ คน จำนวน ๘๐๐,๐๐๐ คนนี้มิได้มีการระบุเป็นจำนวนที่จะสามารถเช็ก (Check) จำนวนได้ เนื่องจากว่าไม่ใช่เป็นการจ้างเหมา จ้างแบบบุคลากรจึงไม่เช็ก (Check) จำนวนว่า ๘๐๐,๐๐๐ คน เป็นลูกจ้างภาครัฐ แต่บางทีเป็นจ้างโครงการไม่มีตัวเลข ในส่วนของจ้างแบบที่เป็นผ้าป่า ก็ไม่มีตัวเลขครับ บางทีอาจจะถึง ๑ ล้านคนก็ได้ในส่วนนี้ ลูกจ้างเหมางานภาครัฐ ซึ่งเป็น พี่น้องประชาชนของผมจะต้องได้รับเหมือนคนชั้น ๒ ชั้น ๓ เหมือนมนุษย์ที่ได้รับต่ำกว่าการ การจ้างของโรงงานหรืองานลูกจ้างเอกชนทั่วไป ความเป็นธรรมไม่ได้รับสิทธิพื้นฐานของ ลูกจ้าง เช่น การลาป่วย การลาคลอดบุตร ลากิจส่วนตัว ลาพักผ่อน โดยรับค่าตอบแทน ระหว่างลาไม่ได้ การเพิ่มเงินเดือนแต่ละปีไม่ได้ครับ การเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วย ไม่มีครับ การดำเนินสมทบเข้าลูกจ้างประกันสังคมไม่มีเช่นกันครับ ตอนหลัง ๆ มีการ ผ่อนคลายบ้างแต่ต้องออกเอง และเมื่อถึงเวลาเกษียณไม่มีเงินบำเหน็จบำนาญเพื่อไปดูแล ยามที่เกษียณเลย ถามว่าพี่น้องประชาชนเหล่านี้ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ คนขึ้นไป หรือเป็นล้านคนก็ได้ เขาไม่ใช่ มนุษย์เหมือนกับคนที่เกิดในพลเมืองของประเทศนี้หรือครับ จึงจะต้องถูกให้จ้างแบบ รันทดอดสูแบบนี้ ไม่มีอนาคต และต้องลำบากยากเข็ญแบบนี้ ซึ่งหลักการแบบนี้ขัดกับ หลักการว่าด้วยบุคคลควรได้รับค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกันในงานลักษณะเดียวกัน และกติกา ระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจและสังคมและวัฒนธรรม ข้อ ๗ ที่ให้การรับรอง สิทธิของทุกคนที่จะมีสภาพการทำงานที่ยุติธรรมและน่าพึงพอใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและค่าตอบแทนที่เท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่ากัน โดยปราศจากความแตกต่างในเรื่องใด ประเทศไทยเรามีหลากหลายมาตรฐาน บางที คนจ้างเหมางานในหน่วยงานเดียวกัน ถูกเอ่ยชื่อมา ข้าราชการหรือบางทีลูกจ้างอื่นที่มีฐานะ เหนือกว่าก็บอกว่าพวกลูกจ้างเหมา สิ่งเหล่านี้ท่านที่เป็นลูกจ้างเหมาก็มาบ่นให้ผมฟังบอกว่า มันน้อยใจมันบาดแปล๊บเข้าในหัวใจว่าถูกแบ่งเป็นคนอีกระดับหนึ่ง แล้วฐานะไม่เท่าเทียมกัน อนาคตไม่มี มืดมนที่สุด ท่านประธานที่เคารพครับ บางทีในช่วงระหว่างสิ้นปีงบประมาณ โดยเฉพาะแต่ละปีจะเกิดเหตุการณ์หนึ่งก็คือเบิกเงินเดือนไม่ได้ ๒ เดือน ๓ เดือน ๔ เดือน ตอนนี้ในกระทรวงศึกษาธิการมีหลายหน่วยงานเบิกเงินเดือนไม่ได้ ๒-๓ เดือน อ้างว่า ระเบียบในส่วนราชการไม่สามารถเบิกเงินอื่นไปทดแทนได้ โครงการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น โครงการคืนครูให้นักเรียน หรือในภาคประชาสัมพันธ์ โครงการพัฒนาด้านข่าว วิทยุโทรทัศน์ของเอ็นบีที (NBT) ก็ตกอยู่ในภาวะจ้างเหมางาน มีคนเป็นร้อย ในกระทรวงศึกษาธิการไม่ต้องกลัวนะ เป็น ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน เกือบ ๒๐๐,๐๐๐ คน ต้องรับแบบนี้ เอ็นบีที (NBT) ตอนนี้แจ้งผมมา ๑๐๐ กว่าคนบอกว่าตอนนี้เงินเดือน เดือนตุลาคมยังไม่ได้เลย ๒-๓ เดือนแล้วครับ เบิกไม่ได้ อ้างว่า สตง. ได้กำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ ว่าไม่ให้กรมประชาสัมพันธ์นำเงินรายได้มาจ่ายสำรองก่อน เขาไม่ใช่คนหรือครับ ข้าราชการอื่น ๆ ได้รับเงินกรมเต็มทุกอัน แต่ตรงนี้สวัสดิการไม่มี เงินอะไรไม่มี แต่ไม่ให้เบิก ครูต่าง ๆ ไม่ใช่คนหรือครับ แล้วเขาเอาเงินที่ไหนครับ สวัสดิการก็ไม่มี ลาก็ไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ รันทดใจ ผมได้มีการตั้งกระทู้และศึกษาตั้งแต่ผมเป็น ส.ส. แรก ๆ เลย เดือนแรก ๆ เลย ผมได้ยื่นต่อกรรมาธิการการแรงงาน มีการตรวจสอบไปแล้ว ผมได้ยื่นกระทู้ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๓ ได้ยื่นกระทู้ไปแล้วครับ วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ มีการตอบกระทู้ใน ราชกิจจานุเบกษามาวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๓ แล้วต่อมาผมก็ตอบอีกมันไม่คืบหน้า วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๕ ก็ถามกระทู้อีก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมาตอบแทน นายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๖๕ บอกว่าจะหารือกับกรมบัญชีกลาง ให้สำนักงาน ข้าการพลเรือนเกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางบริการให้ถูกต้องตามประเภทอัตราค่าจ้าง ที่กำหนด และอัตราค่าจ้างเป็นแบบพิเศษ หาสิทธิประโยชน์ให้เหมาะสม ผมขอว่าอย่าให้ ต่ำกว่าเอกชนได้ไหม ให้มีสวัสดิการ มีเงินขึ้นได้ไหม มีสวัสดิการหลังเกษียณต่าง ๆ ทำได้ไหม ท่านตอบว่าอย่างไรครับ ตอบว่ามาตรการกฎหมายประกันสังคม โดยให้มีความคืบหน้า ภายใน ๓ เดือนรวมถึงหารือกับกรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ สำนักงาน ก.พ. และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาแก้ไขกฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายประกันสังคม และ กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้พนักงานจ้างเหมางาน ผมขอคลิป (Clip) ด้วยครับทางฝ่ายโสตครับ นี่คือการพูดในกระทู้ครั้งที่แล้วครับ ขอเสียงครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ จากคลิป (Clip) ดังกล่าวท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งวันนั้นมาตอบแทน นายกรัฐมนตรีบอกว่าจะให้มีความคืบหน้าใน ๓ เดือน ณ บัดนี้เกิน ๓ เดือนมานานแล้ว ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ผมอยากถามท่านว่าความคืบหน้าในการแก้ไขในสิ่งที่ผมได้ถามไปตั้งแต่ ครั้งที่แล้วถึงครั้งนี้ท่านมีความคืบหน้าอย่างไรบ้างครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบ เชิญครับ🔗

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ตั้งกระทู้ถามในเรื่องของแรงงาน จ้างเหมานะครับ ก็ต้องขอขอบคุณทางเพื่อนสมาชิกที่ติดตามเรื่องนี้ ผมเองก็ได้ตอบ กระทู้ท่านเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๕ ว่าจะพยายามทำไทม์ไลน์ (Timeline) แล้วให้ทาง ท่านรองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานซึ่งประสานงานกับท่านความคืบหน้า ตลอดเวลานะครับ ผมก็อยากจะเรียนไทม์ไลน์ (Timeline) ให้กับทางท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกว่า ผมเองในนามตัวแทนรัฐบาลในการตอบกระทู้เรื่องนี้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ แล้วก็ เป็นสิ่งหนึ่งที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตเอ่ยนามท่านธีรัจชัยได้พูดถูกว่า วันที่ ผมเป็นผู้แทน เป็น ส.ส. อยู่ในห้องคณะกรรมาธิการการแรงงานท่านเป็นคนนำเรื่องนี้เข้ามา ผมก็ชื่นชมว่าเป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกันแก้ปัญหา วันนี้ผมเป็นรัฐมนตรีผมก็อยากให้ทุกอย่าง แก้ปัญหาให้เข้าสู่ระบบให้กับพี่น้องแรงงานในเรื่องของการจ้างเหมาให้ได้รับสิทธิประโยชน์ เท่าเทียมกับคนอื่นกลุ่มอื่น ๆ แต่ท่านต้องเข้าใจว่าเรื่องราวของการจ้างเหมาตั้งแต่มติ ครม. ๒๖ มิถุนายน ๒๕๔๑ ๒๐ กว่าปีซึ่งหลายรัฐบาลข้ามกันมาก็พยายามจะแก้กัน แต่มันก็ เกี่ยวพันหลายหน่วยงาน ทั้งกรมบัญชี ทั้ง ก.พ. ทั้งสำนักงบประมาณ ผมกราบเรียนตั้งแต่ วันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๕ ได้ตอบกระทู้ไป วันที่ ๑๒ สิงหาคม ตั้งแต่หลังจากตอบกระทู้ไป ก็รวบรวมข้อมูลทั้งหมด แล้วก็ได้โทรศัพท์แจ้งท่าน ส.ส. ครั้งที่ ๑ ว่าจะจัดประชุม เราก็ประชุม โดยท่านปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธานประชุมเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ในที่ประชุม ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ เราก็เชิญทางสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงบประมาณ ก.พ. กรมบัญชีกลาง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานประกันสังคม แก้ปัญหาอันดับแรกก่อนว่าจะทำอย่างไรให้พี่น้องผู้ที่ทำงานในเรื่องของกลุ่มช่างเหมานั้น ได้สิทธิประโยชน์อย่างที่ท่านผู้แทนราษฎรท่านได้ให้ความห่วงใย ก็มาสรุปเป็น ๒ แนวทาง แนวทางแรกก็คือการมาตรการนั้นยังคงรูปแบบการจ้างเหมาอยู่ เพราะว่ามันเกี่ยวพันกับ งบประมาณ แล้วก็หลายหน่วยงาน แต่เราให้กำหนดอัตราค่าตอบแทนตามประกาศอัตรา ค่าจ้างขั้นต่ำ สิทธิวันลา สิทธิวันหยุด เป็นต้น ทั้งนี้กรมบัญชีกลางจะดำเนินงานตามสำรวจ ข้อมูลพนักงานจ้างเหมา แล้วก็แจ้งให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเราเอง ก็ได้ให้ทางกรมบัญชีกลางได้สำรวจไปแล้วเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา กรมบัญชีกลางมีหนังสือที่ กค ๐๔๒๐/๔๒๓๒๕ ลงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ แจ้งหน่วยงานข้อมูลทุกกระทรวง ทบวง กรมในงบประมาณปี ๒๕๖๕ ขอสำรวจ สำรวจไป ๕๐ เปอร์เซ็นต์ มีประมาณ ๙๖,๕๒๓ คน ตรงนี้คือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ในส่วนของกระทรวง ทบวง กรม ไม่รวมท้องถิ่น ก็เอาตัวเลขนี้มาตั้งว่าต้องใช้เม็ดเงินเท่าไร และจะต้องแก้ไข อย่างไร แนวทางการแก้ไขก็จะจ้างเหมาบริการนั้นในหน่วยงานรัฐควรกำหนดการจ่ายเงิน เป็นสถานะการจ่ายค่าตอบแทนในการทำงานไม่น้อยกว่าอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ควรกำหนด แนวทางการเข้าสู่ระบบประกันสังคมของพนักงานจ้างเหมาบริการนี้ให้ได้รับการตอบแทน เหมือนเช่นกับพนักงานทั่วไป กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้ปรับแก้แนวทาง การแก้ไขปัญหาในการจ้างงานจ้างเหมาให้หน่วยงานภาครัฐตามที่หารือกันมา การจ่ายค่าตอบแทนเราต้องเอากฎหมายกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานไปแก้ ปรับเปลี่ยนตรงนี้ตามที่ท่าน ส.ส. ธีรัจชัยได้กล่าว ผมกราบเรียนว่าผมเองมีไทม์ไลน์ (Timeline) ว่าหลังจากที่ประชุมเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายนไปแล้วก็มีการโทรศัพท์แจ้งท่าน ส.ส. ธีรัจชัยครั้งที่ ๒ ในเรื่องของความคืบหน้า และเมื่อกรอบเดือนตุลาคมเราก็ได้ทำแผนแก้ไข และเมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน เราก็มีหนังสือถึงกรมบัญชีกลางหารือแนวทางการแก้ไข แล้วก็มีการแจ้งท่าน ส.ส. ครั้งที่ ๓ แล้วก็วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน กรมบัญชีกลางก็มีหนังสือ แจ้งจำนวนพนักงานจ้างเหมาที่สำรวจมา ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เราจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมด เพื่อที่จะเข้าสู่การหารือในคณะรัฐมนตรีว่าต้องขออนุญาตทางคณะรัฐมนตรีเข้าประชุม ครม. เพื่อมอบหมายให้กระทรวงแรงงานเป็นลีด (Lead) ในการที่จะรวบรวมทุกกรมที่มีปัญหา ที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือแนวทางแก้ไขกัน นี่แนวทางที่ ๑ ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกว่าผมต้องขอบคุณท่านผู้แทนราษฎร ท่านธีรัจชัยที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ ผมเอง ก็ให้ความสำคัญ แต่เราต้องช่วยกันขยับขยายแก้ปัญหานิดหนึ่ง เพราะว่าผมเองต้องยอมรับ ว่าเรื่องนี้มันล่วงเลยมาตั้ง ๒๐ กว่าปี ซึ่งทุกรัฐบาลก็ไม่มีใครพูดเรื่องนี้ก็เลยไม่ได้หยิบมาแก้กัน พอถึงวันนี้ผมก็เห็นด้วยกับแนวทางของท่านที่ท่านได้ตั้งกระทู้มา ก็พยายามจะแก้ปัญหา ให้ได้รับความเป็นธรรม แต่ถ้าเรามานั่งคิด เรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า เราคิดง่าย ๆ ตามข้อกฎหมาย ถ้าเราลดจำนวนแรงงานจ้างเหมาเหล่านี้เขาก็จะต้องมี ความลำบากในสิ่งที่เขาเคยมีงานทำ ถ้าเราปรับทันทีเลยให้เข้าสู่ระบบก็ต้องมาคุยกับ สำนักงบประมาณ กับ ก.พ. ด้วย ก็ขออนุญาตตอบท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกสั้น ๆ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านธีรัจชัยมีถามครั้งที่ ๒ ไหม เชิญครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

มีครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมได้ฟังท่านรัฐมนตรีที่บอกว่าได้มีการสำรวจจากกรมบัญชีกลางมาทั้งหมด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ มี ๙๖,๐๐๐ คนในส่วนตรงนี้ เมื่อสักครู่ท่านประธานคณะกรรมาธิการการแรงงานอยู่ข้างหลังผม ท่านสุเทพ อู่อ้น ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านยืนยันว่ามีทั้งหมดไม่น้อยกว่า ๘๐๐,๐๐๐ คน เนื่องจากว่าในท้องถิ่นก็มีการจ้างเหมางานภาครัฐ ครูต่าง ๆ มีเยอะมากในส่วนตรงนี้ ผมเชื่อ ว่าตัวเลขตรงนี้อาจจะคลาดเคลื่อน และตัวเลยนั้นไม่ใช่ตัวเลขของการจ้างเหมาบุคลากร แต่เป็นการจ้างดำเนินการในโครงการตัวนี้ไม่ทราบว่าท่านเช็ก (Check) ตัวเลขแบบไหน ถึงคลาดเคลื่อนและแตกต่างกันถึงขนาดนี้ และอีกตัวเลขหนึ่งที่ผมเรียนก็คือตัวเลข ที่หน่วยงานต่าง ๆ ในท้องถิ่น เช่น โรงเรียนต่าง ๆ เขาทอดผ้าป่าหรือไปหาทุนมาแล้ว จ้างแบบจ้างเหมางานเหมือนกัน และไม่มีสวัสดิการเหมือนกัน ตรงนี้ท่านได้สำรวจหรือไม่ บางทีกรรมาธิการการแรงงานนั่งอยู่ใกล้ ๆ กับผมตรงนี้ก็ยืนยันเลยว่าไม่ใช่ ๙๖,๐๐๐ คน ไม่ใช่แน่นอน ท่านอาจจะเอางบเช็ก (Check) จำนวนที่เป็นงบบุคลากรอย่างเดียวใช่ไหม ที่ ๙๖,๐๐๐ คน รวมกันประมาณเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ คน ใช่ไหม แต่อย่างอื่นไม่ใช่ครับ มันงบดำเนินการนะครับ ไม่ใช่งบบุคลากร ท่านเช็ก (Check) แบบไหนครับ นี่คือประเด็น ที่ ๑ คำถามที่ถามก็คือว่าท่านจะมีวิธีการการตรวจสอบเพิ่มได้อย่างไรถึงจะหาจำนวน การจ้างเหมางานภาครัฐในประเทศได้อย่างไร🔗

อีกคำถามหนึ่งที่อยากเรียนถามว่าในส่วนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผมเห็นพ้อง ด้วยกับท่านที่จะต้องมีขยับเป็นขั้น ๆ ในการจะขยับ เพราะถ้าเกิดจะเลิกจ้างก็คงจะไม่ได้ แต่การที่เปลี่ยนสภาพการจ้างไม่ต่ำกว่ากฎหมายแรงงานนี้สามารถทำได้ ท่านสามารถที่จะ แก้ไขกฎหมายมีวิธีการที่จะแก้ไขกฎหมาย ระเบียบอย่างไร ข้อบังคับในเรื่องของการจ้างงาน อย่างไรในส่วนของหน่วยงานที่อยู่ในกระทรวงทั้ง ๙ กระทรวง และหน่วยงานท้องถิ่นด้วย รวมถึงหน่วยงานที่นอกจากรัฐบาลทั่วไปก็คือองค์กรอิสระ ศาล และสภาแห่งนี้ก็มีจ้างเหมา งานภาครัฐเหมือนกัน ท่านจะมีวิธีการแก้ไขอย่างไรในส่วนนี้ ๒-๓ คำถามนะครับ ๑. การเช็ก (Check) ยอดที่เมื่อสักครู่ผมดูแล้วคลาดเคลื่อน ท่านประธานคณะกรรมาธิการอยู่ใกล้ ๆ กับผมก็ยังบอกว่าคลาดเคลื่อน ๒. คือท่านจะแก้กฎหมายได้อย่างไร นิติบัญญัติทั้งในมติ ครม. กฎระเบียบ กฎหมาย ในฐานะพระราชบัญญัติ ๓. ก็คือในเรื่องของหน่วยงานอื่นนอกเหนือจากกระทรวง เช่น ท้องถิ่น เช่นในสภา เช่นในส่วนขององค์กรอิสระ ศาลต่าง ๆ ท่านจะมีแก้ไขพี่น้องที่เป็น ผู้รับจ้างเหมางานอย่างไร รวมถึงในส่วนของลูกจ้างที่เป็นหน่วยงานจ้างเอง ก็คือไปหาทุนมา จ้างเอง ซึ่งท่านคงไม่มีตัวเลขหรอกตรงนี้ท่านจะเช็ก (Check) อย่างไร และจะช่วยท่าน อย่างไร เพราะตรงนี้มีจำนวนมหาศาลเหมือนกันนะครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีสุชาติตอบครับ🔗

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ อย่างที่ท่านพูด ผมเองดูตัวเลข ผมก็ได้ตัวเลขจากกรมบัญชีกลางให้สำรวจมา แต่ผมก็คิดเหมือนกับท่าน ตั้งข้อสังเกตอยู่เหมือนกันว่าผมก็รับตัวเลขจากท่านกับท่านประธานสุเทพ อู่อ้น เหมือนกันว่า ประมาณสัก ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ คน แต่ตัวเลขที่ผมได้รับนี่มันเป็นตัวเลขที่เขาสำรวจมา ๕๐ เปอร์เซ็นต์แรก ผมก็ถามกลับไปเหมือนกันว่าตัวเลขตรงนี้เป็นอย่างที่ท่านสมาชิกได้พูด เมื่อสักครู่ ผมก็คิดเหมือนกับท่านนะครับ ผมเรียนท่านตรง ๆ แต่ตัวเลขมันเป็นหนังสือมาให้ ผมอย่างนี้ ผมจะต้องกลับรื้อตัวเลขอันนี้ให้ท่านอีกนิดหนึ่ง แล้วก็เรื่องท้องถิ่น ตัวเลขนี้ยัง ไม่รวมท้องถิ่น ถ้ารวมท้องถิ่นผมเชื่อว่ามีอีกหลายแสน เพราะท้องถิ่นจ้างเหมาอย่างนี้เยอะ แล้วในส่วนของหน่วยงานเรื่องโรงเรียนเรื่องอะไรต่าง ๆ อย่างที่ท่านพูดถูกต้อง เพราะเราเอง ก็เป็นผู้แทนเขตเหมือนกัน ก็รู้พื้นที่ว่าแต่ละพื้นที่เขาก็ใช้ทอดผ้าป่า ทอดกฐินช่วยจ้างอย่างนี้ ผมเรียนว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำให้ได้อย่างที่ท่าน ส.ส. ได้กล่าว ท่าน ส.ส. ธีรัจชัยได้พูด ยากเย็น อย่างไรก็ต้องทำ สิ่งที่เราต้องทำก็คือต้องให้ความเป็นธรรมอย่างที่ท่านพูด หลักการแรกคือ ขอตัวเลขให้ชัดเจน ท่านพูดถูก ผมจะต้องทำตัวเลขตรงนี้ให้ชัดเจน แล้วก็บังเอิญมันเกี่ยวพัน หลายหน่วยงานครับท่าน ส.ส. เกี่ยวพันทั้งกรมบัญชีกลาง ทั้ง ก.พ ผมเองก็ต้องขออนุญาต ที่จะต้องลงไปประชุมลงลึกเรื่องตรงนี้อีกเรื่องหนึ่งเรื่องตัวเลข ตรงนี้ผมแค่เอาตัวเลข จากเอกสารที่ได้มาเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ส่วนแนวทางการแก้ปัญหา ข้อกฎหมาย ผมเรียนว่าเราเองตระหนักในเรื่องนี้มาก เมื่อเช้าก็ประชุมกับทางอธิบดี กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานให้ทำทุกสิ่งทุกอย่างให้เข้าสู่ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ให้ได้ คือจะแก้ไขเพิ่มเติมให้บุคคลใดที่ทำงานกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนให้ได้รับการคุ้มครองการทำงาน และสภาพการจ้างงานไม่น้อยกว่ากฎหมาย คุ้มครองแรงงานที่ท่าน ส.ส. ธีรัจชัยได้โฟกัส (Focus) เรื่องนี้ไว้ แต่เราเจอกันทุกครั้ง ผมทราบว่าท่านอยากให้เป็นอย่างนี้ ผมก็เรียกอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พูดมาตลอดเวลาว่าเราบังคับ เราดูกฎหมาย เราบังคับใช้กฎหมาย เราก็ต้องให้ความ เป็นธรรมกับคนทำงาน ในส่วนของการแก้ไขเพิ่มเติมต่าง ๆ ผมเรียนว่าผมตอบกระทู้ท่าน เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ก็ระยะเวลา ๓-๔ เดือนที่ผ่านมา ก็พยายามทำความคืบหน้าหลาย ๆ เรื่อง แต่บางครั้งอาจจะข้อมูลตรงบ้างหรือผิดพลาดบ้าง แต่ให้ท่านทราบว่าเรามีเป้าหมาย เดียวกัน เราตั้งใจเหมือนกัน ณ ปี ๒๕๖๓ ผมอยู่ห้องกรรมาธิการการแรงงาน ท่านมาชี้แจง เรื่องที่ผมยังชื่นชม อย่างที่ย้อนกลับไปว่าเพราะท่านเป็นผู้ที่สัมผัสกับพี่น้องที่ทำงานในกลุ่ม เหล่านี้ ท่านรู้ลึก และที่ท่านก็ได้พูดเหมือนที่ผมคิดว่ามันจะหักทีเดียวมันทำไม่ได้ ต้องค่อย ๆ ปรับ ค่อย ๆ ปรับ เพื่อรักษาสภาพกันไปเรื่อย ๆ ส่วนคำถามที่ผมตอบข้อแรกคือตัวเลข ผมต้องขออนุญาตว่าผมต้องยืนยันตัวเลขจากที่สำรวจมา แต่ก็ตั้งข้อสังเกตเหมือนกับท่าน เดี๋ยวจะเข้าไปแก้ปัญหาเรื่องนี้ ไม่รวมท้องถิ่น ตัวเลขแค่กระทรวง ทบวง กรม เฉย ๆ ไม่รวม ท้องถิ่น ถ้ารวมท้องถิ่นต้องมากกว่านี้แน่ ในส่วนของข้อกฎหมายที่ทำก็เล่าให้ท่านฟังว่า จะต้องแก้ไขตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานให้ได้ในส่วนนี้ แล้วก็ข้อที่ ๓ เมื่อสักครู่ที่ท่าน ถามผม ถ้าเกิดตกหล่นอย่างไร เดี๋ยวผมเจอกับท่านข้างล่างก็ได้นะครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานขออนุญาตอีก สักนิดหนึ่ง เล็กน้อยครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ได้ ๆ ท่านธีรัจชัย สั้น ๆ แล้วกันนะครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตสักเล็กน้อยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตเพิ่มเติมในส่วนของลูกจ้างที่เพิ่มเติมไม่ใช่ผ้าป่า อย่างเดียว ลูกจ้างดับไฟป่าต่าง ๆ นั้นก็จ้างเหมางานทั้งสิ้น ยังมีอีกหลายโครงการ ถ้าท่านทำ หนังสือไปยังทุกกระทรวง ทบวง กรม และท้องถิ่นทุกท้องถิ่นก็จะได้ตัวเลขเหล่านี้เข้ามา ถ้าไม่ใช้กรมบัญชีกลางอย่างเดียวคงจะได้ไม่น้อยกว่า ๘๐๐,๐๐๐ แน่นอน ท่านประธาน คณะกรรมาธิการการแรงงานก็ยืนยันกับผมแบบนี้🔗

อีกเรื่องหนี่งที่อยากจะเรียนถามท่าน เมื่อสักครู่ผมถามไว้ตั้งแต่คำถามแรก แล้วก็คือเรื่องของเงินที่ขาด เบิกไม่ตรงครับ พอระหว่างรอยต่อของสิ้นปีงบประมาณ เช่น เดือนกันยายน เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายนนี่ครับ มีหลายหน่วยงานลูกจ้างเหมาภาครัฐ ยังไม่ได้เงินเดือนเลยครับ เช่นเอ็นบีที (NBT) นี่ครับยังไม่ได้ ในกระทรวงศึกษาธิการก็ยังไม่ได้ และอีกหลายหน่วยงานก็ยังไม่ได้เงินเดือน ไม่ได้มา ๒-๓ เดือนแล้ว ท่านจะมีแนวทางแก้ไข อย่างไรครับ โครงการพัฒนาด้านข่าววิทยุ โทรทัศน์ โครงการคืนครูให้นักเรียน หรือโครงการ อื่น ๆ จะมีปัญหาเรื่องเงินเบิกไม่ได้ ๒-๓ เดือน ตอนนี้ยังไม่ได้อยู่เลยนะครับ ท่านจะแก้ไข อย่างไร เร่งด่วนเลยนะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ข้อที่ ๑ ที่เพื่อนสมาชิก ได้ถามเมื่อสักครู่ หนังสือถูกต้องครับ ผมเรียนตรง ๆ กับท่าน ส.ส. ธีรัจชัยว่าถ้าเข้า ครม. แล้ว ครม. มีมติให้กระทรวงแรงงานเป็นลีด (Lead) ผมต้องทำหนังสือถึงทุกกระทรวง ทบวง กรม ทั้งหน่วยงานทุกอย่างที่ท่านได้พูดครับ เพราะไม่อย่างนั้นไม่สามารถรวบรวม ตัวเลขได้ เราจะต้องเป็นลีด (Lead) เอง อันนี้ผมก็คาดหวังว่าเดี๋ยวจะทำหนังสือเข้าไปหารือ ใน ครม. ให้มอบตรงนี้ให้ผม ผมจะเป็นคนสำรวจ จะได้รู้ตัวเลขทั้งหมดเลยว่า ๘๐๐,๐๐๐ คน ๙๐๐,๐๐๐ คน ๑ ล้านคน และหน่วยงานไหน กระทรวง ทบวง กรมเท่าไร ท้องถิ่นเท่าไร ศึกษาเท่าไร เราจะได้ปรับตัวเลขกันได้นะครับ🔗

และในส่วนรอยต่ออย่างที่ท่านได้พูดเมื่อสักครู่ รอยต่อของการจ่ายเงิน งบประมาณ ท่านเชื่อไหมครับว่าผมเองก็มีปัญหาที่ผ่านมาเหมือนกัน คือเป็นช่วงที่ระหว่าง สำนักงบประมาณโอนเงินเข้ามาให้ช่วงรอยต่อ ช่วงปลายปีงบประมาณ ปัญหาบางกรม ที่ผมทราบเขาก็ใช้วิธีการหยุดเลย หยุดเลยน้อง ๆ เหล่านี้ก็ไม่มีรายได้ บางหน่วยงานก็ใช้ เงินตรงอื่นจ่ายไปก่อน แล้วแต่หัวหน้าหรืออธิบดีกรมต่าง ๆ อันนี้ผมก็รู้สึกปวดใจเหมือนกัน ผมเองก็เจอกับตัวเองเหมือนกันเมื่อปีงบประมาณ ผมคิดว่าต่าง ๆ เหล่านี้ต้องกลับมาแก้ให้ อย่างที่ท่าน ส.ส. ธีรัจชัยได้พูดครับ ต้องแก้ให้เขามีสิทธิขั้นพื้นฐานต่าง ๆ หรือการจ้างงาน ที่มีความมั่นคง ถ้าเรามัวแต่แก้กันปลายเหตุมันก็จะเป็นอย่างนี้ทุกรัฐบาล แล้วก็ต้องเป็น ตลอดไป นี่ ๒๐ ปีก็ยังเป็นกันอย่างนี้นะครับ ผมเห็นด้วยในการที่จะแก้ให้เด็ดขาด แก้เด็ดขาดคือจ้างแล้วก็เป็นระบบ เป็นอะไรที่คุ้มครองสิทธิ ไม่ใช่ว่าพอปีงบประมาณ เงินโอนช้าก็ต้องหยุดจ้าง ๒ เดือนรอเงินมาใหม่ หรือไม่ก็ใช้วิธีการผู้บริหารหน่วยเก่งก็หาเงิน ตรงอื่นมาจ่ายก่อน หรือทอดผ้าป่าอะไรอย่างนี้ คือมันเป็นสิ่งที่แก้ปลายเหตุทั้งหมด ผมก็ไม่นิยมและไม่เห็นด้วยตรงส่วนนี้ ก็ขอขอบคุณทางท่านประธาน และขอบคุณท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ด้วยครับ แล้วก็เพื่อนสมาชิกทุกคนนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการถามกระทู้ถามทั่วไป ของท่าน ส.ส. ธีรัจชัย พันธุมาศ ถาม นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านสุชาติ ชมกลิ่น ได้เป็นผู้มาตอบ ต้องขอขอบคุณท่าน รัฐมนตรีสุชาติที่กรุณาให้เกียรติกับทางสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา🔗

๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๕๕๗ เรื่อง แนวทางการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย เกี่ยวกับสิทธิทำโทษบุตรและการแก้ไขปัญหาการทำโทษด้วยความรุนแรงต่อบุตร (นายณัฐวุฒิ บัวประทุม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คือท่านจุติ ไกรฤกษ์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ ได้อยู่ในห้องประชุมแล้ว พร้อมที่ จะตอบ ดังนั้นก็ขอเชิญท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ได้ถามเลยครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผมขออนุญาตฉายสไลด์ (Slide) ประกอบการสอบถามท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทองครับ ท่านประธานครับผมตั้งใจที่จะเขียนกระทู้ถามฉบับนี้ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ หลังจากเห็นข่าวของพ่อเลี้ยงและอาจจะรวมถึงมารดาของเด็กรายหนึ่ง ทำร้ายเด็กอายุ ๒ ขวบจนเสียชีวิต ในขณะที่เด็กอายุ ๖ เดือนเศษ มีบาดแผลฟกช้ำ ซึ่งต่อมา พบว่ามีทั้งตับอักเสบ แขนหัก ขาร้าว หน้าตาบวม เหตุทั้งหมดเกิดขึ้นที่จังหวัดพิษณุโลก แต่ว่าทั้งหมดทั้งมวลนั้นปรากฏว่าผมจำเป็นต้องถอนกระทู้เนื่องจากใกล้หมดสมัยประชุม และได้ถามอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๕ เป็นกระทู้ที่ ๕๕๗ ตั้งใจ จะถามนายกรัฐมนตรีครับ แต่ท่านไม่มา เรื่องเด็กท่านก็ไม่มา เรื่องผู้สูงอายุท่านก็ไม่มา เรื่องคนพิการท่านก็ไม่มา เรื่องของวัยรุ่นที่ผมเคยถามท่านก็ไม่มา ความจริงท่านน่าจะตอบ มาด้วยว่าท่านอยากจะตอบเรื่องใดผมก็จะได้ตั้งคำถามต่อท่านนายกรัฐมนตรีได้ถูกครับ แต่ก็เอาเถอะครับต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ที่ได้ให้ความกรุณาผมเป็นครั้งที่ ๒ ในการตอบกระทู้ ท่านประธานครับ ไม่มีใครบอกนะครับว่าผู้ปกครองจะอบรมสั่งสอนบุตรหลานของตนเอง ไม่ได้ เราไม่ได้บอกแบบนั้น แต่ท่านประธานต้องดูข่าวครับ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ จับมารดาทุบตีบุตรชายอายุ ๗ ขวบน่วมไปทั้งตัว อ้างว่าบุตรขโมยเงิน เหตุเกิดที่จังหวัด นครพนม วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๔ พ่อแม่ทำร้ายร่างกายบุตรอายุ ๓ ขวบ ใช้บุหรี่จี้ที่หน้า และตามเนื้อตัวมีรอยหยิกมีการเฆี่ยน วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ พ่อเลี้ยงและมารดา ทำร้ายร่างกายเด็ก ๖ ขวบนานติดต่อกันหลายเดือน เหตุเกิดที่กรุงเทพมหานคร วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕ เด็กหญิงอายุ ๕ ขวบ หนีออกจากบ้านร่างกายเขียวช้ำเพราะถูกแม่ตี เหตุเกิดที่จังหวัดระยอง วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๕ แจ้งจับพ่อเลี้ยงกับมารดาทำร้ายลูกวัย ๔ ขวบ เหตุเกิดที่กรุงเทพมหานคร และล่าสุดครับ วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ พ่อเลี้ยง ทำร้ายร่างกายเด็ก ๒ ขวบ ๕ เดือน เสียชีวิต เหตุเกิดที่จังหวัดสมุทรปราการ แน่นอนครับ ทั้งหมดอาจจะตอบไม่ได้ว่าเป็นเรื่องของการลงโทษด้วยความรุนแรงแต่เพียงอย่างเดียว เพราะนั่นเป็นการเข้าข่ายเรื่องของการทำร้ายแล้วครับ แต่อย่างไรก็ตามเส้นแบ่งของการ ลงโทษกับการทำร้ายอยู่ตรงไหน ทั่วโลกมีการให้คำนิยาม คำนิยามที่ผมแสดงบนสไลด์ (Slide) นั้นหน้าที่ ๒ ขออนุญาตย้อนกลับไป เป็นคำนิยามที่อยู่ในข้อแนะนำที่ ๘ เจเนอรัล คอมเมนต์ (General comment) ที่ ๘ ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เขาบอกชัดเจนครับ การลงโทษใด ๆ ที่ใช้กำลังบังคับทางกายและมีความตั้งใจจะสร้างความเจ็บปวดแม้แต่เพียง เบาบางก็เข้าข่ายเป็นการลงโทษทางร่างกายและถือเป็นการด้อยค่าต่อตัวเด็กอย่างไม่ เปลี่ยนแปลง รุนแรงนะครับและส่งผลกระทบต่อชีวิตของเด็กทั้งหมดทั้งมวลครับ ด้วยเหตุ ดังกล่าวผลที่ตามมาของการลงโทษในสไลด์ (Slide) หน้าถัดไปจึงชี้ให้เห็นอยู่สัก ๔ เรื่อง ด้วยกัน คือ ๑. เด็กที่ถูกลงโทษด้วยความรุนแรงจะรู้สึกกลัว วิตกกังวลมีผลต่อร่างกาย รวมถึงเกิดภาวะซึมเศร้า ๒. มีการยอมรับนับถือตนเองต่ำที่เรียกว่าโลว์ เซลฟ์ เอสตีม (Low self esteem) มีความหวาดระแวงรู้สึกว่าตนเองอ่อนแอ ๓. มีอารมณ์แปรปรวน ไม่เข้าใจเหตุและผลปกติ คิดแตกต่างจากบรรทัดฐานทางสังคม ๔. เกิดอาการบล็อก (Block) บล็อก (Block) ก็คือเกิดการขัดขวางของการสื่อสารของสารเคมีในสมองซึ่งนำไปสู่ การเกิดความขาดความยับยั้งชั่งใจ ผมไม่ได้ใส่ข้อที่ ๕ คงไปเพราะสะเทือนใจ หลายรายของ เด็กที่ถูกลงโทษด้วยความรุนแรงนั้นนำไปสู่เรื่องของการทุพพลภาพ นำไปสู่การเสียชีวิตและ หลายรายนั้นเป็นผู้กระทำความรุนแรงเสียเองเมื่อเติบโตขึ้นมา ที่เรียกว่าอะบิวเซอร์ (Abuser) ผมขอสไลด์ (Slide) ที่ ๔ ครับ สไลด์ (Slide) ที่ ๔ กำลังจะบอกว่าปัญหาของ ประเทศไทยคืออะไร ปัญหาของประเทศไทยนั้นถูกกำหนดอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ มาตรา ๑๕๖๗ ครับ เขียนไว้ว่าผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิ ๑ ๒ ๓ ๔ แต่ข้อที่ ๒ ที่เป็น ปัญหาของมันเองก็คือว่าทำโทษบุตรตามสมควรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน ๑. แค่ไหนเรียกว่าการ ลงโทษ ๒. แค่ไหนเรียกว่าตามสมควร ๓. นั่นต้องการเป็นการว่ากล่าวสั่งสอน🔗

- ๓๘ หรือปรับเรื่องของพฤติกรรมของเด็กจริงหรือไม่ว่า ทั้งหมดทั้งมวลนั้นประเทศไทยจึงถูก ตั้งคำถาม ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคำถามจากคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการถูกตั้งคำถามจากกลไกของคณะมนตรีสิทธิ มนุษยชนแห่งสหประชาชาติที่เรียกว่ายูพีอาร์ (UPR) เมื่อปี ๒๕๕๙ ถึงปี ๒๕๖๓ นั่นคือรอบที่ ประเทศไทยต้องรายงานครับ แล้วประเทศไทยโดยรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีภายใต้ การมอบหมายท่านใดก็แล้วแต่ขณะนั้นบอกว่า เรายอมรับข้อท้วงติงของนานาอารยประเทศ และให้คำมั่นโดยสมัครใจ ท่านสัญญาเองนะครับ ภาษากฎหมายแพ่งเขาเรียกแพกตา ซุนต์ เซอร์แวนดา (Pacta sunt servanda) สัญญาก็คือสัญญา ท่านไปให้คำมั่นโดยสมัครใจเองครับ ว่าจะแก้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๕๖๗ (๒) ผมก็ต้องถามท่านเป็นข้อที่ ๑ ว่าขณะนี้รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีมีแนวทางในการแก้ไขปรับปรุง หรือยกเลิกบทบัญญัติของ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิที่เปิดช่องให้มีการทำโทษบุตร แล้วนำไปสู่การทำโทษด้วย ความรุนแรงที่ปรากฏอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๕๖๗ (๒) อย่างไร จะเอาไม่เอา จะทำไม่ทำ จะแก้ไม่แก้ มีความคืบหน้าแบบใด ประการใด แล้วจะแล้วเสร็จ เมื่อไร ขอทราบรายละเอียด นั่นคือคำถามในข้อที่ ๑ ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านณัฐวุฒิจากจังหวัดอ่างทอง แต่เป็นบัญชีรายชื่อแล้วก็เป็น มืออาชีพในการดูแลเด็กมาตั้งแต่ก่อนท่านเป็น ส.ส เป็นนักการเมือง จะเห็นได้ว่าคำถามของ ท่านนั้นพิสูจน์ความรักความห่วงใยมาจากข้างใน ไม่ใช่หน้าที่ของ ส.ส. แต่อย่างไรก็ตาม ตอนที่ท่านเกริ่นตำหนิว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั้นไม่เคยมาตอบคำถามของท่านเลยในสภา ต้องกราบเรียนว่ามันมีข้อเท็จจริงที่แตกต่างออกไปก็คือท่านนายกรัฐมนตรีนั้นให้ความสำคัญ กับเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการอย่างเต็มที่ แล้วสิ่งที่ท่านทำคือเชิญผมไปพบประมาณ ทุก ๒ เดือน ว่าการบ้านที่ให้ไปแล้วมีอะไรบ้างที่นำมาส่งท่าน ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ ถ้าจะบอกว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้สนใจปัญหาของเด็ก เยาวชน คงจะบอกว่าการกระทำ เป็นเครื่องชี้ ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นผู้ที่ริเริ่มโครงการเงินเด็กแรกเกิด ๖๐๐ บาท แล้วรัฐบาลชุดปัจจุบันก็มาทำต่อ จาก ๖๐๐,๐๐๐ คน วันนี้ ๒ ล้านกว่าคนที่ได้รับ สิทธิประโยชน์อันนี้ แล้วการลงทุนในเรื่องเด็กนั้นเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า แล้วให้ผลตอบแทน กับประเทศสูงที่สุด สิ่งที่ท่านณัฐวุฒิเคยกังวลก็คือว่า ทำอย่างไรจะให้เด็กนั้นได้รับเงิน ถ้วนหน้า ซึ่งรัฐบาลก็กำลังพิจารณาว่าระหว่างสิ่งที่ทำนี้กับความมีเสถียรภาพทางฐานะ การคลังของรัฐบาลจะให้มีความสมดุลได้อย่างไร🔗

ประการต่อมาก็ต้องเน้นว่าผู้สูงอายุที่ท่านบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ให้ความสำคัญก็คงจะไม่ใช่ เพราะท่านได้มอบนโยบายมาว่าสังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แล้ว ให้หาทางดูแลเตรียมความพร้อม ก็กราบเรียนท่านว่า ๒ ปีที่ผ่านมาเราได้เพิ่มผู้ดูแล ผู้สูงอายุด้วยการอบรมถึง ๔๐,๐๐๐ คน สำหรับดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะนะครับ นอกจากนั้น แล้วของวัยรุ่นที่ท่านบอกว่าไม่เห็นความสำคัญก็เห็นครับ กระทรวงพาณิชย์ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ก็เป็นคนที่อบรมอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) การค้าขาย ธนาคาร ของรัฐก็ทำเรื่องของสตาร์ตอัป (Startup) เด็ก เยาวชนทั้งหลายกว่า ๒๐,๐๐๐ คน ที่เข้าร่วมโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งจะเป็นผู้ประกอบการที่มีอนาคตในวันข้างหน้านะครับ คำถามที่ท่านให้มาเรื่องความรุนแรงของครอบครัว ต้องกราบเรียนว่า ผมก็ติดตามไม่แพ้ท่านเหมือนกันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นก็เชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เกิด แม้กระทั่ง พ่อแม่เขาคงไม่อยากให้เกิดเอง คงจะเป็นชั่ววูบที่เกิดสติแตกแล้วก็ทำเกินเลยไป ผมคิดว่า สิ่งที่มีคงไม่ใช่กฎหมายอย่างเดียวที่รุนแรง กฎหมายคงไม่ใช่เรื่องที่จะมาห้ามปรามใคร เพราะว่าถ้าเผื่อทุกคนมีสติคำนึงถึงกฎหมายเสมอก็จะไม่มีใครทำละเมิดกฎหมายเลย แต่การที่ผิดพลาดไปก็อาจจะที่ด้วยความโมโห ความขาดสติ แต่นั่นไม่ได้ทำให้เป็นข้อแก้ตัว ของสิ่งที่เกิดขึ้น รัฐบาลชุดนี้ก็ได้ให้ความสำคัญกับการลดความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งท่านณัฐวุฒิก็เป็นหนึ่งในผู้ร่างกฎหมายฉบับนี้เช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่เราทำก็มีทำทั้งดูแล เยียวยาคนที่เกิดขึ้น แล้วก็สิ่งที่ท่านพูดว่าเกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ อะไรก็ตาม กลายเป็นว่าก็เป็นบทเรียนที่เราถอดบทเรียนมา เช่น เราได้ทำงานกับมูลนิธิเพื่อความยั่งยืน ทางสุขภาพในการทำให้ประชาชนทั้งหลายสามารถเข้าถึงในการแจ้งเหตุให้เกิดขึ้น แล้วก็ เราได้ใช้สถานีตำรวจเข้ามาร่วมกับโครงการนี้และโครงการนี้นำร่องไปแล้วหลายจังหวัด ในภาคเหนือ และสิ่งที่กราบเรียนท่านได้ก็คือว่าความห่วงใยของท่านนั้นก็ดีครับ เพราะว่า เมื่อทำโครงการนี้แล้วก็มีเหตุการณ์ที่พ่ออัป (Up) ยาแล้วก็ตีลูก มีผู้แจ้งเหตุผ่านแอป (App) ไป ๑๕ นาที ตำรวจเดินทางถึงที่เกิดเหตุป้องกันการเสียชีวิตไว้ได้ แล้วจากตรงนี้ อย่างน้อยที่สุดก็มีตัวอย่าง ๒ รายการที่สามารถช่วยเหลือเด็กทันเวลาในการที่ทำอย่างนี้ ฉะนั้นวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้มอบนโยบายมาว่าขอให้ขยายจากตำรวจภาค ๖ ไปยัง ภาคอื่น ๆ ท่านในฐานะผู้บังคับบัญชา คณะกรรมการ กตร. ก็บอกว่าขอให้ทุกโรงพักที่อยู่ใน แต่ละภาคเข้ามามีส่วนร่วมกับกระทรวง พม. คือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ เวลามีเหตุเกิดขึ้นก็ต้องมีทั้งอัยการ มีทั้งจิตแพทย์ มีทีมสหวิชาชีพเข้าไปดูแล ตรงนี้ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนว่าตรงนี้สิ่งที่ท่านกังวลเราก็กังวลเหมือนกับท่าน ไม่แตกต่างกันไปแล้วก็ได้มีมาตรการที่จะทำ ส่วนเรื่องของกฎหมายที่ท่านบอกว่ามี ก็ต้อง กราบเรียนว่ากฎหมายนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการที่จะลงโทษหรือเป็นการปรามผู้ที่กระทำผิด แต่อยากจะกราบเรียนว่ารัฐบาลชุดนี้ก็ไม่ได้ละเลยในสิ่งที่ท่านต้องการจะให้แก้ไขคือ มาตรา ๑๕๖๗ กฎหมายแพ่งพาณิชย์ (๒) เราก็ได้ทำเรื่องนี้ไปแล้ว ผมก็กราบเรียนว่า การปรับโครงสร้างของกระทรวง พม. ก่อนหน้านี้ก็ได้ปรับไปแล้ว แล้วก็จากสำนักงานที่ดูแล เรื่องคุ้มครองเด็กก็มาเป็นกรมกิจการเด็กเยาวชน ในปี ๒๕๕๙ ก็ได้เสนอเรื่องนี้ผ่านไปยัง กระทรวงยุติธรรมเพื่อให้มีการแก้กฎหมายในส่วนที่ท่านระบุเอาไว้นี้ ในขณะเดียวกัน เมื่อต้นปี ๒๕๖๕ ก็ได้ทำเรื่องไปอีกจนเป็นที่มาที่ท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิแล้วก็คุณวาสนา คณะมูลนิธิพิทักษ์สิทธิเด็กได้นำผลการสัมมนานั้นมาเสนอเป็นกฎหมายเข้าสู่สภา ก็ต้อง ขอขอบพระคุณที่ท่านทำให้ขั้นตอนที่มันยากเย็นแล้วก็ยืดยาวย่นระยะเวลามาที่จะทำให้ได้ ดังนั้นผมกราบเรียนว่ารัฐบาลนั้นไม่ได้ละเลยที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ แล้วก็ด้วยการสนับสนุน ของท่านณัฐวุฒิเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเชื่อว่ากฎหมายนี้จะเป็นประโยชน์ และแก้ไขได้เร็วที่สุด ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านณัฐวุฒิ ถามคำถามต่อไปครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง เป็นสิ่งที่พิสูจน์คำพูดครับ เมื่อท่านพูดคนจะฟังแต่เมื่อท่านไม่ลงมือทำคนจะไม่เชื่อ คำถาม ของผมก็คือว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด เพราะการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๖๗ มันเป็นการแก้ไขเพียงมาตราเดียว ซึ่งท่านเองก็เห็นตรงกับผม ผมไม่ได้พูดถึง เรื่องของการทำงานที่มากกว่านั้นในประเด็นอื่น ๆ ซึ่งเดี๋ยวผมจะพูดต่อแล้วจะถามท่าน ในคำถามที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ คำตอบที่ท่านนั้นตอบผมไม่ได้เกินไปกว่าที่ผม คาดคะเนจะได้รับคำตอบ ทั่วโลกตั้งแต่ปี ๑๙๗๙ ที่มีการเริ่มต้นที่ประเทศสวีเดนที่ได้มีการ ยกเลิกกฎหมายที่เปิดช่องให้มีการลงโทษด้วยความรุนแรงต่อตัวเด็ก เขาไม่ได้พูดแค่ในเรื่องของในบ้านนะครับ ในโรงเรียน ในสถาบันรองรับเด็ก ในทุก ๆ บริบทที่เกี่ยวข้องกับตัวเด็ก บัดนี้มีถึง ๕๙ ประเทศแล้วครับ ที่มีการดำเนินการดังกล่าว ประเทศเวลส์ ประเทศสก็อตแลนด์เป็นประเทศล่าสุดที่ได้มีการดำเนินการ ผมขอสไลด์ (Slide) ที่ ๖ ครับ ท่านประธานดูนะครับ ในสไลด์ (Slide) ที่ ๖ ที่ผมขอไว้ท่านต้องทดเวลา บาดเจ็บให้ผมนะครับ ฟุตบอลโลกปัจจุบันทดกัน ๑๑ นาที ท่านประธานครับนี่เป็นช่วงเวลา ประวัติศาสตร์สำหรับสิทธิมนุษยชนเด็กเรากำลังทำให้การลงโทษเด็กด้วยการทำร้ายร่างกาย เป็นอดีต ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแนวคิดทัศนคติของผู้คนเปลี่ยนไปแล้วเหลือครอบครัว ไม่มากที่ยังใช้วิธีการลงโทษทางร่างกาย หากคำกล่าวนี้คือวิสัยทัศน์ของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งผมคาดหวังแต่ไม่ได้ คาดหวังกับนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยจะไม่แปลกอะไร แต่ไม่ใช่ครับ นี่คือวิสัยทัศน์ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงบริการสังคมของประเทศเวลส์ที่ชื่อจูลี่มอร์แกน จริง ๆ ต้องเลย ถามไปด้วยนะครับว่าการธำรงวินัยที่อยู่ในกระทรวงกลาโหมท่านก็อยู่ในบริบทเดียวกัน ที่ทั่วโลกเขายกเลิกแล้ว สำหรับประเทศไทย ประเทศไทยเป็นอย่างที่ท่านบอกครับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงยุติธรรม ซึ่งยอมรับกัน ทั้งคู่เองว่าไปสัญญาระหว่างประเทศ มีหนังสือโต้ตอบไปมาระหว่างกัน ปี ๒๕๕๙ ที่ท่านพูด ถึงนั้นบอกจะแก้กฎหมายทั้งหมด ๖ เรื่องด้วยกันปี ๒๕๖๑ กระทรวงยุติธรรมถามกลับมา กระทรวง พม. จะเอาอย่างไร ปี ๒๕๖๓ กระทรวงยุติธรรมถามมาอีกรอบว่ากระทรวง พม. จะเอาอย่างไร ปี ๒๕๖๕ กระทรวง พม. เพิ่งตอบไปว่าจะมีการแก้ไข แต่ก็ตั้งแต่เดือนมีนาคม จะเข้าปี ๒๕๖๖ แล้วครับ ผมขอสไลด์ (Slide) ในหน้า ๗ ก็ที่ท่านบอกภาคประชาสังคม เขาถึงอดรนทนรอไม่ได้ ภาคประชาสังคมที่ไม่ได้มีเงินท่านกำลังจะออกกฎหมายไปควบคุม เขาบอกรอไม่ได้อีกแล้วนะ มีฝรั่งคนหนึ่งชาวต่างชาติคนหนึ่งพูดได้ดีครับ ท่านเองก็คงเคยดู คลิป (Clip) รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี เขาตั้งคำถามง่าย ๆ สไตล์ (Style) ฝรั่ง แต่ถามเป็นภาษาไทย บอกประเทศคุณรักวัวต้องไม่กินสิ รักลูกต้องไม่ตีสิ แต่ทำไมมันกลับกัน พรรคก้าวไกล ไม่รอครับ พรรคก้าวไกลไม่รอ ผม ส.ส. ปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก เขต ๑ ซึ่งเป็น ต้นเรื่องของเรื่องที่เกิด คุณภัสริน รามวงศ์ คุณพนิดา มงคลสวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของ พรรคก้าวไกลยื่นขอแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๖๗ (๒) ซึ่งต้อง ขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งครับ ที่ได้กรุณาบรรจุวาระไว้แล้ว ผมแก้อะไรครับ ขอสไลด์ (Slide) หน้าถัดไปครับ ผมแก้ง่าย ๆ ว่าต่อไปนี้การลงโทษบุตรซึ่งอ้างว่าเป็น สิทธิของผู้ปกครองนั้นจะต้องทำโทษบุตรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอนตามสมควร แต่ต้องไม่เป็นการ กระทำทารุณกรรม ทำร้ายร่างกายจิตใจไม่เป็นการเฆี่ยนตีหรือทำโทษอื่นใดอันเป็นการ ด้อยค่า ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมก็ได้ยินเต็มหูเช่นเดียวกัน เอากันง่าย ๆ ๑. การลงโทษต้องทำเพื่อว่ากล่าวสั่งสอนเท่านั้นต้องมีข้อจำกัด ๒. ต้องไม่เป็นการทารุณกรรม ซึ่งมีนิยามอยู่แล้วใน พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก มาตรา ๒๖ ไม่ทำร้ายร่างกายจิตใจหรือ เฆี่ยนตี วัดก็ไม่ต่างกันนะครับ ท่านอนุชา นาคาศัย ไม่ได้มาตอบกระทู้ในวันนี้ โรงเรียนหรือ พระที่มีเด็กอยู่ในความดูแลก็เฆี่ยนตีกันเยอะมาก และต้องไม่ทำโทษอื่นใดเป็นการด้อยค่า ซึ่งท่านประธานทราบไหมครับว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นหนึ่งในฉบับที่มีการยื่นในช่วงเวลา ใกล้เคียงกันมีคนเข้าไปอ่านมากที่สุดครับ แน่นอนไม่เท่ากับสมรสเท่าเทียมที่มีคนอ่าน เป็น ๑,๐๐๐,๐๐๐ แต่ก็ ๗๐๐ กว่าคน มีคนแสดงความคิดเห็น ๕๕ คน กระทรวงยุติธรรม ตอบคำถาม กระทรวงศึกษาธิการตอบคำถาม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ไม่ยอมตอบคำถามมาที่สภาว่าเห็นควรที่จะแก้หรือไม่แก้แบบใด ประการใด ผมขออนุญาตฉายสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ เรื่องเด็กรอได้หรือครับ ฮิส เนม อิส ทูเดย์ (His Name is Today) เคยอ่านไหมครับ ที่เขียนไว้ในกวีที่ชื่ออเวติก อีสากยัน เขียนให้ องค์กรยูนิเซฟ (UNICEF) เพราะอะไรครับ เพราะความเชื่อที่ว่าการลงโทษเด็กไม่ได้มี ผลกระทบต่อเด็ก ซึ่งไม่ใช่ เพราะความเชื่อที่ว่าการลงโทษถือว่าเป็นประสิทธิภาพมากที่สุด ในการอบรมสั่งสอน ซึ่งไม่ใช่ เพราะการลงโทษนั้นเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย วัฒนะมันต้องดีขึ้น อะไรที่มัน ไม่ดีก็ต้องแก้ เพราะความเชื่อที่ว่าที่ได้ดีทุกวันนี้เพราะไม้เรียว ซึ่งท่านอย่ากรุณาย้ำแบบนั้น อีกเลยครับ อย่ากรุณาบอกว่าผู้ปกครองไม่ได้ตั้งใจ เด็กเขาพูดได้ไหมว่าเขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจ ที่จะทำผิดจนนำไปสู่การถูกเฆี่ยนตีเช่นเดียวกัน ฉะนั้นผมขออนุญาตที่จะตั้งคำถาม เป็นประการที่ ๒ ว่าด้วยเหตุดังกล่าวทั้งหมดการดำเนินการจึงไม่ใช่การแก้แต่เพียงกฎหมาย เป็นอย่างที่ท่านพูดการที่จะแก้ไขต้องรื้อสร้างมายาคติใหม่ ต้องสร้างทัศนคติ ลดความเชื่อ ที่ไม่ถูกต้อง เด็กมือสั้นที่สุดครับ ปกป้องตนเองไม่ได้ วันที่เขาลุกขึ้นมาจะปกป้องตัวเอง หลายครั้งคือวันที่เขาไม่สามารถพูดได้อีกแล้ว ๒ ขวบ ๓ ขวบเสียชีวิตกันเยอะแยะ ไปหมด เราทนได้หรือครับตัวแทนประชาชน ถามท่านเป็นคำถามสุดท้ายในสไลด์ (Slide) หน้าที่ ๑๐ รัฐบาลมีนโยบายหรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาการทำโทษบุตรด้วยความรุนแรง ต่อบุตรในระยะสั้นและระยะยาวอย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ เริ่มกันตั้งแต่วันนี้เลย ครับ พรุ่งนี้เป็นไปได้ไหมที่จะไม่มีเด็กที่ถูกลงโทษด้วยความรุนแรงอีก นั่นคือคำถามข้อที่ ๒ ของผม ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอตอบคำถามท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเสนอแก้กฎหมายอาญา ผมก็มีหลักฐานเช่นกันว่าคณะอนุ กรรมการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับเด็กให้เป็นไปตามมาตรฐานของรัฐธรรมนูญและ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซึ่งประกอบไปด้วยผู้พิพากษา อัยการ อธิบดีกรมสุขภาพจิต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิต แล้วก็นักสังคมสงเคราะห์ รวมถึงนักกฎหมายที่ท่านเคย ทำงานด้วย เป็นอาจารย์ท่านด้วยก็มาร่วมร่างแก้ไขการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ในร่างของท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติที่เสนอแก้ไขว่าให้ทำโทษบุตรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอนตามสมควรแต่ต้องไม่เป็น การกระทำทารุณกรรมหรือทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ ไม่เป็นการเฆี่ยนตี นั่นคือในบริบทของ ที่ท่านเสนอ แต่ในบริบทที่คณะอนุกรรมการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับเด็กให้เป็นไปตาม มาตรฐานของรัฐธรรมนูญและอนุสัญญาสิทธิเด็ก เขาก็แก้ไขใกล้เคียงกันครับ เข้าแก้ไขว่า ทำโทษบุตรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอนได้ตามสมควร ทั้งนี้ต้องไม่ใช้วิธีเฆี่ยนตี ทำร้ายร่างกาย จิตใจ หรือวิธีการอื่นในทำนองเดียวกัน ฉะนั้นท่านจะเห็นได้เลยว่าเป้าหมายในการแก้ไขเหมือนกัน แต่ว่าเวิร์ดดิง (Wording) อาจจะแตกต่างกัน นั่นเป็นประเด็นที่ ๑🔗

ประเด็นต่อมา ต่างประเทศถึง ๕๙ ประเทศมีการแก้กฎหมาย ประเทศไทย ก็ไม่ละเว้นนะครับ แล้วก็ท่านจะชื่นชมคุณจูลี มอร์แกน ท่านก็ชื่นชมไป แต่กราบเรียน ด้วยความเคารพว่าจูลี มอร์แกน ไม่ใช่จุติ ไกรฤกษ์ แล้วจุติ ไกรฤกษ์ ก็ไม่ใช่จูลี มอร์แกน คนหนึ่งกินขนมปัง อีกคนหนึ่งกินข้าว คนหนึ่งกินแยม อีกคนหนึ่งกินปลาร้า ฉะนั้นความรู้สึก บริบทของแต่ละคนจะแตกต่างกัน ฉะนั้นผมจะไม่เอาวัฒนธรรมฝรั่งมาขี่คอคนไทย เป็นอันขาด🔗

ประการต่อมาก็คือว่าสิ่งที่ท่านถามว่ารัฐบาลมีนโยบายอย่างไร ก็ตอบว่า ในระยะสั้นได้พัฒนาระบบ พม. พร้อม กับตำรวจ กับอาสาพัฒนาสังคมกับประชาชน ด้วยแล้ว แล้วก็มีเรื่องของโรงเรียนครอบครัว โรงเรียนผู้ปกครอง ซึ่งทำในฐานะเชิงรุกว่าครู กรมสุขภาพจิต ผู้ปกครองแล้วก็สภานักเรียนมีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียนผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองนั้นฟังลูกให้เป็น แล้วก็ดูแลเยียวยาลูก แล้วก็อย่าให้ทำผิดตามกฎหมาย ในขณะที่ครูนั้นก็พยายามให้เด็กนั้นได้สามารถเข้าใจ ความต้องการความรักจากพ่อแม่ เราได้มีการอบรมกับกระทรวงศึกษาธิการ อบรมครูสู่โคช (Coach) จะไม่ใช่ครูแนะแนวอีกต่อไป จะเป็นครูที่เป็นเคาน์เซลเลอร์ (Counselor) ให้คำปรึกษาด้านชีวิต ทักษะชีวิต แล้วก็ปัญหา ของครอบครัวด้วย เราให้สภานักเรียนทำกิจกรรมลดความรุนแรง เรามีศูนย์ช่วยเหลือครอบครัวประจำตำบล ขณะนี้มี ๔,๐๐๐ กว่าศูนย์แล้ว แล้วก็มีสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายที่ช่วยแนะนำอบรม ให้กับคนที่เป็นแม่ สิ่งที่ท่านณัฐวุฒิคาดคั้นว่าจากวันนี้ไปจะไม่มีเด็กที่ตายหรือถูกตีอีกแล้ว ก็อยากจะให้อยู่ในโลกของความเป็นจริงนะครับว่าวันนี้ยูนิเซฟ (UNICEF) เป็นคนสำรวจเอง ว่าเด็กที่เกิดมาในประเทศไทยไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ที่ให้กำเนิด แต่ฝากอยู่กับปู่ย่าตายาย พี่ป้าน้าอา ๓,๕๐๐,๐๐๐ ครอบครัวครับ และวันนี้จะมีลูกฉัน ลูกเธอ ลูกเรา ลูกเขา ปัญหา มันมีไปหมด ฉะนั้นจะมาคาดคั้นว่าจากนี้ไปจะไม่มีใครตาย คงไม่ใช่อยู่ในโลกของความฝัน โลกของความเป็นจริงมันก็ต้องค่อย ๆ ทำ ก็ทำด้วยความตั้งใจ ทำด้วยความที่อยากจะให้ สังคมนั้นมีสุข ครอบครัวเข้มแข็งครับ เราไปดูถึงขนาดว่าความเครียดของครอบครัวมาจาก รายได้ไม่พอรายจ่าย มาจากเรื่องของความเครียดและเสพสุรา เสพยาเสพติด แล้วก็ไปลง เอาที่ลูก ดังนั้นแก้ปัญหานั้นไม่ได้แก้ด้วยกฎหมายอย่างเดียวครับ แก้ด้วยการที่เปลี่ยน พฤติกรรมมนุษย์ให้มนุษย์มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น แล้วก็มนุษย์นั้นก็ต้องเรียนตามตรงว่า วันนี้เด็กเยอะมากที่โตมากับคอมพิวเตอร์ โตมากับโทรศัพท์มือถือ ก็ยังต้องมีสร้างการ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์เช่นกัน ดังนั้นไม่ใช่เป็นงานง่ายครับ สำหรับการพัฒนา ทุนมนุษย์ แต่ว่าเราตั้งใจทำทุกชั่วโมงทุกวันครับ แล้วก็เราไม่อยากให้เหตุการณ์ต่าง ๆ ทั้งหลายเกิดขึ้น แล้วก็ยืนยันว่าท่านเลขารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ วันนี้มาเป็น ส.ส. แล้ว ก็จะใช้โอกาสนี้เสนอแก้ไขกฎหมายที่จำเป็นเร่งด่วน เข้าสู่สภา เพื่อแก้ไขปัญหาสังคมให้ดีที่สุดและขอบคุณที่ท่านณัฐวุฒิเป็นห่วงเป็นใยประเทศ สังคม ผมก็เชื่อว่าเลขารัฐมนตรีผมวันนี้มาเป็น ส.ส. แล้ว ก็จะทำหน้าที่ไม่แพ้ท่านนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ นิดเดียว สุดท้ายแล้วครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ เห็นตรงกับท่านรัฐมนตรีครับท่านประธาน อย่าให้ฝรั่งมาขี่คอเราครับ บ่ายนี้เริ่มจากการใส่ชุดไทยมาประชุม ถอดสูท (Suit) ถอดเนคไท (Necktie) ออกก่อนนะครับ เห็นตรงกัน แต่เราส่งปลาร้าไปขายต่างประเทศครับ เป็นซอฟต์เพาเวอร์ (Soft power) หรือซอฟต์แวร์ (Software) ใด ๆ ก็แล้วแต่ที่มีบางท่าน กล่าวไว้ ฉะนั้นนี่ไม่ใช่วัฒนธรรมการขี่คอครับ แต่มันเป็นวัฒนธรรมอำนาจนิยมที่คงค้างอยู่ ในประเทศไทย ฉะนั้นถ้าเห็นตรงกันมาเจสติก กรุ๊ป (Majestic group) ที่ท่านพูดถึง อนุกรรมาธิการ อนุกรรมการกฎหมาย แก้มาตราเดียวข้อความแตกต่างกัน สัปดาห์หน้า เข้า ครม. เลยครับ เข้า ครม. ก็มาประกบกัน ผมก็จะเข้าประชุมบ่ายนี้วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน จะขอเลื่อนวาระการแก้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๖๗ (๒) ขึ้นมา พิจารณาก่อน แบบนี้ต่างหากครับที่เป็นของขวัญวันเด็กที่จะมาถึงอีกไม่กี่วันที่แท้จริง ก็ต้อง ฝากท่านรัฐมนตรีพิจารณาด้วยครับ หากก้าวไกลเป็นรัฐบาล แก้มาตรา ๑๕๖๗ (๒) แน่นอน ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี จะตอบไหมครับ เชิญครับ🔗

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

ขอบพระคุณครับ แล้วก็คิดว่าให้โอกาสท่านมีโอกาสหาเสียงสำหรับ การเลือกตั้งครั้งหน้าเหมือนกัน รัฐบาลก็จะพิสูจน์ด้วยการกระทำและผลงานที่เราทำให้กับ ประชาชนมาตลอด ๓ ปีครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบกระทู้ถามของท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ บัวประทุม ถามท่านนายกรัฐมนตรีและ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คือท่านจุติ ไกรฤกษ์ มาตอบครับ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี จุติ ไกรฤกษ์ ที่กรุณาให้เกียรติ สภาผู้แทนราษฎรของพวกเราครับ🔗

๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๕๕๙ เรื่อง กองทัพเรือยังมีความจำเป็นที่จะใช้พื้นที่ โฉนดที่ดินเลขที่ ๙๒๑๐ หน้าสำรวจที่ ๕๕๖ กรุงเทพมหานคร อีกหรือไม่ (นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม คือ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตอนนี้ท่านชัยชาญ ช้างมงคล ก็อยู่ ในห้องประชุมแล้ว พร้อมตอบ ฉะนั้นเชิญท่าน ส.ส. สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ถามได้เลย เชิญครับ🔗

นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางนาและ เขตพระโขนงครับ ขอบคุณท่านประธานที่บรรจุกระทู้นี้ในวันนี้ครับ แล้วก็ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการที่มาตอบกระทู้ของผมครับ กระทู้ของผมเกี่ยวกับประเด็นกองทัพเรือ เหมาะเจาะช่วงนี้พอดี แต่ว่ากระทู้นี้ผมเองได้ยื่นไปตั้งแต่วันแรกที่มีการเปิดสมัยประชุมนี้แล้ว พอดีเหมาะเจาะที่มาอยู่ในช่วงนี้พอดีครับ แล้วก็คำตอบของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการก็จะ มีส่วนอย่างมากในการที่จะซื้อใจชาวบางนาและชาวกรุงเทพมหานครให้สถานการณ์ดีขึ้น ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๑ ที่ผมได้ยื่นไปแล้วนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

นี่คือแผนที่ของเขตบางนา มีประชากรประมาณ ๘๗,๐๐๐ คน มีพื้นที่ ๑๘.๗๘ ตารางกิโลเมตร แบ่งเป็น ๒ แขวงก็คือ ด้านบนจะติดกับเขตพระโขนง ด้านล่างเป็นรอยต่อเชื่อมกับจังหวัดสมุทรปราการครับ อยู่ในถนนแบริ่งฝั่งตะวันออก บางนา-ตราด กิโลเมตรที่ ๔ สิ้นสุดประมาณตึกสำนักข่าวเนชัน (Nation) แต่ก็ไม่ค่อยทำข่าว ส.ส. บางนาเท่าไรนะครับ ฝั่งตรงข้ามเป็นอินเด็กซ์ ลีฟวิง มอลล์ (Index Living Mall) ส่วนฝั่งตะวันตกติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา วัดบางนานอก มีท่าเรือที่จะ ข้ามไปสู่ตลาดน้ำที่โด่งดังของสมุทรปราการ อันนี้เป็นภาพรวมของเขตบางนาในกองทัพเรือ หรือกระทรวงกลาโหมเองมีพื้นที่ที่ใช้ในเขตบางนาหลายหน่วยงานพื้นที่เยอะมากพอสมควร นอกจากในพื้นที่ที่ผมตั้งกระทู้นี้แล้วก็จะมีสนามกีฬาภูติอนันต์ ๑ เป็นเหมือนสปอร์ตคอมเพล็กซ์ (Sport Complex) มีศูนย์กีฬาอยู่ในนี้มากมาย รวมถึงสนามกอล์ฟใหญ่ ๆ อย่างที่เห็นนะครับ ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะเห็นว่ามีทั้งสนามกีฬาภูติอนันต์ ๒ แฟลตทหารเรือบางนา โรงพยาบาลทหารเรือบางนา กรมอุทกศาสตร์ รวมถึงโรงเรียนพลาธิการ กรมพลาธิการ ทหารเรือ อันนี้เป็นหน่วยงานที่มีชื่อที่คนรู้จักก็มีหน่วยงานย่อยในนี้เยอะพอสมควรครับ ถัดมาด้านล่างตรงข้าง ๆ กับเขตบางนาคือสมุทรปราการก็มีแฟลตทหารเรือแบริ่งอีกนะครับ ส่วนกลม ๆ ที่ผมเห็นคือพื้นที่แบริ่งซอย ๙ คือพื้นที่ที่มีประเด็นในวันนี้ที่ผมจะมาสอบถาม ซึ่งถือว่าเป็นอีพี (EP) ที่ ๒ แล้วกันนะครับ เพราะว่าในเรื่องนี้ผมเคยถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังที่เป็นเจ้าของที่ราชพัสดุแล้วก็นำมาซึ่งจำเป็นจะต้องมาถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมที่ขอใช้พื้นที่ตรงนี้นะครับ ถัดมาอันนี้คือในเดือนกันยายนที่ผมเตรียมข้อมูล สำหรับถามในอีพี (EP) แรก ในพื้นที่ตรงนี้ ๓ ไร่กว่าก็ยังถูกปล่อยให้รกร้าง ผมเองโตมาที่นั่น ผมเรียนก็เรียนซอยลาซาล ซึ่งติดกับซอยแบริ่ง ผมอายุ ๔๐ ปี ตั้งแต่เด็ก ๓๐ กว่าปีพื้นที่ ตรงนี้ไม่เคยได้ใช้ประโยชน์อะไรเลยก็เป็นอย่างที่เห็น ถัดมาผมเคยได้ตั้งโพลล์ (Poll) สอบถามว่าที่ตรงนี้เป็นที่ของราชพัสดุเป็นที่ของรัฐควรที่จะเป็นพื้นที่ออกกำลังกายและ สวนสาธารณะให้กับชาวบางนาหรือพื้นที่ใกล้เคียงมาใช้งานหรือไม่นะครับ ๙๘ เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยเพียงแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์ ส่วนจำนวนคนที่มาตอบมากกว่า ๕๐๐ คน ถัดไป อันนี้ที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้มาตอบท่านได้แสดงความเห็นว่าเห็นด้วยกับ ข้อเสนอของผมเลย ซึ่งผมก็ดีใจว่าท่านคงจะเห็นด้วยและยกให้แล้วที่ชูมือ สุดท้ายท่านตอบ ว่าถึงแม้จะเห็นด้วย แต่กระทรวงกลาโหมก็ยังถือว่ายังอยากใช้พื้นที่ตรงนี้อยู่ ท่านจะทำ หนังสือจากกระทรวงการคลังไปสอบถามกระทรวงกลาโหมว่ายังอยากจะใช้พื้นที่ตรงนี้ อยู่ไหม และที่ตรงนี้เป็นประเด็นก็คือมันเหมือนกับเป็นพื้นที่ปิด ซึ่งผมเองคนในพื้นที่ผมยัง ไม่ทราบเลยว่าโฉนดนี้มันแบ่งซอยอีกโฉนดหนึ่งตามสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ กรอบสีส้ม ประมาณ ๓ ไร่เป็นพื้นที่ที่ถูกปล่อยรกร้าง แล้วก็เหมาะที่จะทำเป็นสวนสาธารณะขนาดย่อมสถานที่ออกกำลังกายให้ละแวกใกล้เคียง แต่ตรงเขียว ๆ มันไม่สามารถทำประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัยได้เลย แล้วมันก็ไม่มีรั้ว ผมก็เลยไป ติดตามว่าใครนะเป็นเจ้าของตรงนี้ แล้วก็ไปสอบถามกับกรมที่ดินสาขาพระโขนงว่าทำไม โฉนดถึงออกมาเป็นอย่างนี้ แต่ว่าไม่ได้ข้อสรุป เขาให้คำตอบไม่ได้ว่าทำไมโฉนดถึงออกมา เป็นอย่างนี้แล้วมันจะใช้ประโยชน์อะไรได้ แต่ผมก็ได้ทราบว่าใครเป็นเจ้าของจะได้ไปติดต่อ สอบถามว่า ถ้าจะยกให้หรือขายในราคาที่กรุงเทพฯ สามารถที่จะซื้อได้เพื่อที่จะทำประโยชน์ ให้คนส่วนใหญ่ เพื่อเป็นเกียรติประวัติกับครอบครัวท่านด้วยท่านจะเห็นด้วยหรือไม่ ขอสไลด์ (Slide) ถัดไป ก่อนหน้านั้นคือวันที่ ๑๗ วันเสาร์ที่ผ่านมาผมไปลงพื้นที่ตรงนี้ข้าง ๆ คือ ชาวบ้าน จริง ๆ รูปไม่น่าจะเกิดผลเสียอะไรก็เซ็นเซอร์ (Sensor) ไปก็ไม่ติดแล้ว เป็นคน ในพื้นที่ซอยแบริ่ง ๑๑ สไลด์ (Slide) ถัดไป จากพื้นที่รกร้างตอนนี้ ธันวาคมกองทัพเรือก็ได้ ไปปรับพื้นที่จะเตรียมทำอะไรต่อผมก็ไม่ทราบ เดี๋ยวรอฟังคำตอบจากท่านรัฐมนตรีช่วย อย่างน้อยมันก็ดีขึ้นมันก็ไม่ดูน่ากลัว ไม่ดูถูกปล่อยรกร้างไว้ แต่ว่าถ้ามันทำตั้งนานก่อนที่ผม จะตั้งกระทู้มันก็จะดีกว่านี้ ผมก็ไม่จำเป็นต้องตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปเลย อันนี้พอผมทราบแล้วใครเป็นเจ้าของผมก็เลยไปติดตามสอบถาม พอดีผมเองไปกรมที่ดิน เขตพระโขนงก็ได้ยื่นคำร้องตามระเบียบราชการปกติว่าพื้นที่ตรงนี้ใครเป็นเจ้าของผมจะได้ ติดตามสอบถามเขาว่าเป็นอย่างไร ก็ทราบว่าเจ้าของหรือครอบครัวเจ้าของอยู่ในถนน วุฒากาศ เขตจอมทอง ก็เลยไปติดตามสอบถาม แต่ว่าเขาไม่อยู่ตามที่ปรากฏ ด้านข้าง ๆ ที่ เป็นร้านขายของก็เลยได้สอบถามไว้ สุดท้ายก็ได้เบอร์โทรศัพท์ โทรศัพท์คุย แต่ว่าก็ยังไม่ได้ ข้อสรุป ขออนุญาตจะเข้าคำถามแรกเลยแล้วกัน สไลด์ (Slide) ถัดไป คำถามจากที่ ท่านรัฐมนตรีช่วยน่าจะเตรียมมาแล้วเป็นข้อมูลจากในหนังสือเลย กองทัพเรือที่มีพื้นที่อยู่ใน เขตบางนาอยู่เยอะแยะมากมายและผมเชื่อว่ายังมีพื้นที่ที่ไม่ใช้ประโยชน์ที่กองทัพเรือได้ ครอบครองจะยังต้องการมีความจำเป็นที่จะใช้โฉนดที่ดินเลขที่ ๙๒๑๐ หน้าสำรวจ ๕๕๖ อีกหรือไม่เพราะมันถูกปล่อยทิ้งไว้ตั้งนานแล้ว ปัจจุบันในปีนี้ถ้าท่านไม่ได้ใช้งาน กทม. ก็อาจจะขอกระทรวงการคลังเพื่อทำประโยชน์สาธารณะเป็นสวนสาธารณะให้กับคนในพื้นที่ ใกล้เคียงได้นี่เป็นคำถามแรกครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้มาตอบคำถามของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ต้องขอบคุณที่ได้กรุณาถามปัญหาและที่ดินในตรงนี้ ต้องเรียนท่านประธาน มายังท่านสมาชิกว่าในพื้นที่ที่ดินตรงนี้เป็นที่ราชพัสดุ ซึ่งกองทัพเรือใช้ประโยชน์เป็นฐานทัพเรือ กรุงเทพ เป็นหน่วยครอบครอง แล้วก็กรมสวัสดิการทหารเรือก็เป็นหน่วยใช้ประโยชน์ ส่วนพื้นที่ที่ท่านได้กล่าวประมาณ ๓ ไร่เศษ ต้องเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่าที่ดิน พื้นที่ตรงนี้เดิมเป็นชื่อโฉนดกระทรวงกลาโหมโดยกองทัพเรือ แล้วก็ได้โอนไปเป็นที่ราชพัสดุ แล้วก็ได้มีการตรวจสอบแนวเขตเมื่อปี ๒๕๕๓ ก็ทราบว่าในโฉนดกับแนวที่ดินไม่ได้ตรงกัน ก็ได้มีการหารือกันโดยที่ดินตรงนี้อยู่ที่ซอยแบริ่ง เขตบางนา แขวงบางนา กรุงเทพมหานคร กองทัพเรือก็ไม่ได้ปล่อยปละอะไรจัดเจ้าหน้าที่ไปดูแล แล้วก็พื้นที่ตรงนี้เป็นที่รกเพราะว่า เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ แล้วก็ที่ดินแปลงดังกล่าวที่ผมเรียนข้างต้นว่าแนวเขตกับเนื้อที่ตามโฉนด ไม่ตรงกัน ได้ขาดหายไป ๓๙ ตารางวา ซึ่งทางกองทัพเรือกับกรมธนารักษ์ก็ได้ร่วมกันในการ ตรวจสอบแนวเขตเพื่อที่จะเข้าไปใช้ประโยชน์ ซึ่งภายหลังได้ร่วมกันรังวัดตรวจสอบแนวเขตเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๕ นี้ แล้วกองทัพเรือก็ได้เข้าไปปรับปรุงพื้นที่ให้มีความสะอาดเรียบร้อย แล้วก็มีแผนที่จะใช้ ประโยชน์ จะจัดตั้งเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าการเกษตรที่ผลิตจากศูนย์เกษตรกรรมทหารเรือ ซึ่งมีอยู่ ๓ ศูนย์ ตรงนี้ก็จะเป็นพื้นที่สวัสดิการให้กับกำลังพล แล้วก็สวัสดิการให้กับกำลังพลที่ มีบ้านพักอยู่ในบริเวณใกล้เคียงของกองทัพเรือ นอกจากนั้นแล้วก็ยังสามารถที่จะใช้เป็น แหล่งที่กระจายสินค้าทางการเกษตรเพิ่มเติมให้กับพี่น้องเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย ตรงนี้ ประชาชนก็สามารถที่จะมาใช้เป็นที่จะมาขายสินค้าการเกษตรได้ อำนวยความสะดวกที่จะ ให้ประชาชนแล้วก็กำลังพลของกองทัพเรือในบริเวณนั้นได้เข้าถึงสินค้าการเกษตรโดยตรง ซึ่งมีแผนที่จะดำเนินการภายในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ นี้ แล้วก็ตรงนี้ก็ยังมีแผนที่จะจัดทำ ลักษณะเป็นโครงการฝึกอาชีพให้กับทหารกองประจำการ ซึ่งตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าว ตรงนี้จะมีอยู่หลายหน่วยงานอยู่ในพื้นที่บริเวณบางนา เมื่อใกล้ปลดประจำการแล้วก็จะมีการ ฝึกอาชีพให้ทหารกองประจำการ แล้วตรงนี้ที่ผมกล่าวแล้วว่าเป็นที่ลุ่มก็จะทำเป็นแก้มลิงด้วย เพื่อจะรองรับปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ ผมว่าตรงนี้ก็คงจะเป็นการใช้ประโยชน์ร่วมกันของ ประชาชนในพื้นที่ด้วย ในเขตที่ท่านสมาชิกได้รับผิดชอบ ทั้งเรื่องของการเกษตรสินค้า รวมถึงเรื่องแก้ปัญหาน้ำท่วมเป็นแก้มลิงในพื้นที่ด้วยครับ ขออนุญาตกราบเรียนในคำถาม แรกครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านสมเกียรติ ถามคำถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนา เขตพระโขนง จากคำตอบของท่านรัฐมนตรีช่วยก็เป็นที่น่าแปลกใจกระผมครับ เพราะว่า ก่อนหน้านี้คือถ้าผมไม่ตั้งกระทู้ ผมเชื่อว่าที่ดินตรงนี้ก็ไม่ได้ถูกใส่ใจจากกองทัพเรือ จากรูป ที่เห็นนะครับ ผมขอรูปที่ ๒ นิดหนึ่งครับ ย้อนไปรูปที่ ๒ นิดหนึ่งครับ ผมโชว์ให้เห็นว่า กองทัพเรือเองมีพื้นที่และมีหน่วยงานในเขตบางนามากมายมหาศาล ทั้งสนามกีฬาภูติอนันต์ ๑ สนามกีฬาภูติอนันต์ ๒ มีพื้นที่เหลือเกิน ๑๐ ไร่ แต่พื้นที่ตรงนั้นเพียง ๓ ไร่ ก็อยากให้ทบทวน อันนี้เป็นอีพีที่ ๒ (EP2) กระทู้ที่ ๒ ที่ผมมาติดตามทวงถามตรงนี้ ก็คงจะไม่ใช่ อีพี (EP) ถัดไป แล้วก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสมาติดตามทวงถามนี้หรือไม่ ขอสไลด์ (Slide) ถัดไป ที่โชว์เมื่อสักครู่นี้เลยนะครับ คือผมเองอยู่ซอยลาซาล อันนี้คือสนามกีฬาภูติอนันต์ ๑ อยู่ซอยลาซาล ยังมีพื้นที่ที่ไม่ได้ทำอะไรเลยครับ ตรงนี้ก็ขนาดใหญ่ แล้วทำไมจะต้องไปใช้ ในพื้นที่อื่น ๆ อีกที่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไร ในนี้มีทั้งสนามกอล์ฟ สนามเทนนิส สระว่ายน้ำ สนามฟุตซอล สนามไดร์ฟกอล์ฟ ร้านอาหาร เหมือนสปอร์ต คอมเพล็กซ์ (Sport complex) แล้วก็เหมือนคอมมูนิตี มอลล์ (Community Mall) เอกชนเลย เพราะว่ามีคนใช้บริการ มีการเก็บค่าบริการ อีกทั้งยังมีที่ล้างรถ มีอยู่นิดหนึ่งที่สามารถให้ประชาชนทั่วไปเข้าไป ใช้บริการโดยที่ไม่เสียเงิน คือตรงนี้อันเดียวคือเขาเรียกว่าศูนย์สุขภาพ พื้นที่เล็กน้อย เมื่อเทียบกับศูนย์สนามกีฬาภูติอนันต์ ๑ ทั้งหมด อันนี้ยังไม่รวมสนามกีฬาภูติอนันต์ ๒ ซึ่งพื้นที่กว้างเลยครับ อันนั้นอยู่ฝั่งสรรพาวุธ ฝั่งรถไฟสายปากน้ำออกไป แต่ถัดไปมีสนามกอล์ฟ สนามไดร์ฟกอล์ฟ ซึ่งสนามกอล์ฟเองก่อนหน้านั้นผมเรียนอยู่ที่โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย โรงเรียนเคยจัดกีฬาสีที่นี่ เคยมีสนามบอล ลู่วิ่ง อัฒจันทร์ และนักเรียนโซน (Zone) นั้น โรงเรียนแถวนั้นก็เคยมาใช้จัดแข่งกีฬาสีเพราะว่ามันสะดวก เพราะมันครบครัน มีพื้นที่กว้าง ตอนนี้กลายเป็นสนามกอล์ฟขนาดใหญ่ไปแล้ว รวมทั้งยังมีสนามไดร์ฟกอล์ฟ อันนี้ก็คือคนทั่วไปหรือเฉพาะสวัสดิการกองทัพเรือที่มาใช้บริการ นอกจากนั้นยังมีร้านอาหาร เหมือนกึ่งคาเฟ่ (Cafe) อย่างน้อย ๓ ร้านที่ผมเห็นอยู่ในโซน (Zone) นั้นก็เป็นเหมือน คอมมูนิตี มอลล์ (Community Mall) เลยครับ แต่คนทั่วไปต้องมาเสียเงินค่าบริการ อันนี้ คือเป็นคำถามแล้วก็เป็นข้อสงสัยว่าพวกบริการต่าง ๆ ร้านค้า ร้านล้างรถ ร้านนวด ค่าเรียนกอล์ฟ ค่ามาใช้บริการกอล์ฟ ทั้งไดร์ฟกอล์ฟ ทั้งตีกอล์ฟพวกนี้เฉพาะสวัสดิการ ของกองทัพเรือหรือกลาโหม หรือคนทั่วไป และอัตราการใช้บริการพวกนี้ต่อเดือนต่อปี สักเท่าไร แล้วเงินมันเข้าส่วนไหน มันเข้าร้านค้า มันหักเปอร์เซ็นต์กันหรือมีบิซซิเนส โมเดล (Business Model) อย่างไร แล้วสุดท้ายมันเข้าคลังหรือเปล่าเพื่อเป็นประโยชน์กับประเทศ กับประชาชน อันนี้อันสุดท้ายแล้วก็ขอเข้าคำถามเลย เนื่องจากว่ากองทัพเรือเองมีพื้นที่ เหลืออีกเยอะแยะเลย แล้วก็ยังยืนยันที่ใช้จะใช้ตรงพื้นที่แบริ่งซอย ๙ ผมก็อยากถามว่า ที่ศูนย์กีฬาเฉพาะภูติอนันต์ ๑ เป็นเหมือนคอมมูนิตี มอลล์ (Community Mall) เลย เป็นสปอร์ต คอมเพล็กซ์ (Sport Complex) เลย ค่าบริการพวกนี้มันเข้าใคร แล้วสุดท้าย มันได้คืนเข้าคลังบ้างหรือเปล่า แล้วก็อยากจะให้แจ้งเลยว่าใครมาใช้บริการได้บ้างและ ชาวบางนาเองได้สิทธิพิเศษอื่น ๆ ในฐานะเป็นเจ้าของพื้นที่มากกว่าประชาชนทั่วไป อย่างไรบ้าง ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ต้องเรียน อย่างนี้ว่าในการใช้ประโยชน์ที่ดินของกองทัพเรือนั้น กองทัพเรือเขาก็มีแผนในการใช้ ประโยชน์กับที่ดินที่กองทัพดูแลอยู่ ที่จริงแล้วในภาพกระทรวงกลาโหมด้วย ดังนั้นนโยบาย ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านก็มีนโยบายให้ทุกเหล่าทัพบริหารจัดการที่ดิน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งพื้นดินที่ตั้งหน่วย พื้นที่ดินที่เป็นพื้นที่ฝึกหรือพื้นที่ดินที่ใช้ในเรื่อง ของการสวัสดิการ เรื่องการสวัสดิการก็จะเป็นลักษณะที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วย การสวัสดิการ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี แล้วก็ระเบียบของกองทัพบก ระเบียบของแต่ละ หน่วยงานเอง ตรงนี้ก็กราบเรียนว่าทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องของสวัสดิการมีระเบียบรองรับ ในการบริหารจัดการที่ดินนั้นตอนนี้ก็ให้ทุกเหล่าทัพบริหารจัดการว่าตรงไหนจะใช้ประโยชน์ อย่างไร ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ตรงไหนที่มีแผนที่จะไม่ได้ใช้ประโยชน์ก็จะต้องบริหาร จัดการเพื่อที่จะให้บริหารจัดการที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติให้มีเรื่องของ มูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมด้วย🔗

สำหรับคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกได้กรุณาถามนั้นต้องเรียนว่าในพื้นที่ หน่วยทหารนั้นปัจจุบันนี้ก็มีนโยบายที่จะให้ประชาชนภายนอกเข้ามาใช้ประโยชน์ในเรื่อง ของการออกกำลังกาย เรื่องของการกิจกรรม เว้นในพื้นที่บางส่วนจึงเป็นพื้นที่ที่อาจจะ ไม่ค่อยปลอดภัย อย่างเช่นพื้นที่คลังและพื้นที่สนามฝึก เป็นต้น แต่พื้นที่อื่น ๆ นั้น แต่ละหน่วยงานที่มีอยู่นั้นก็ให้ประชาชนภายนอกเข้ามาใช้บริการได้ตามระเบียบของ แต่ละหน่วยเพื่อเรื่องของความปลอดภัย🔗

ในส่วนของพื้นที่ที่ภูติอนันต์นั้นต้องเรียนว่าเป็นพื้นที่ที่เป็นสวัสดิการเรื่องการ ออกกำลังกายสันทนาการกำลังพลและครอบครัวของทหารเรือในพื้นที่หรือครอบครัวของ ทหารเหล่าอื่นก็สามารถใช้ได้ รวมทั้งประชาชนพี่น้องทั่วไปก็สามารถที่จะเข้ามาใช้ได้ ปัจจุบันก็มีเรื่องของการฝึกสอนกีฬาให้บุตรหลานทั้งของกำลังพลเอง บุคคลภายนอกด้วย สนามกีฬาต่าง ๆ พื้นที่ออกกำลังกายประชาชนภายนอกเข้ามาใช้ได้ แล้วทุกวันนี้ก็มี ประชาชนในบริเวณพื้นที่ก็เข้ามาใช้สนามกีฬาภูติอนันต์ในแต่ละวันค่อนข้างมาก ออกกำลังกาย ส่วนสถานที่ที่เข้ามาใช้แล้วมีค่าบริการก็ไม่มากหรอก ค่าบริการก็เพื่อที่จะให้ เรื่องของการบริหารจัดนั้นอยู่ได้ เรื่องของที่ท่านกล่าวถึงว่าเอาเงินไปไหนอย่างไรก็เรียนว่าเป็นเรื่องของสวัสดิการจริง ๆ ก็มี การตรวจสอบในการดำเนินการ กล่าวโดยสรุปก็คือว่าพื้นที่ในบริเวณภูติอนันต์นั้นก็สามารถ ให้กับประชาชนในบริเวณนั้นเข้ามาใช้บริการได้ ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เก็บค่าบริการนอกจากเป็น เรื่องของสระว่ายน้ำฟิตเนส (Fitness) ก็อยู่ในจำนวนน้อยครับไม่ใช่มาก ก็ยินดีครับที่จะให้ ประชาชนในพื้นที่เข้ามาใช้ประโยชน์ในภูติอนันต์ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบกระทู้ถามเรื่องกองทัพเรือยังมีความจำเป็นจะใช้พื้นที่โฉนดเลขที่ ๙๒๐๑ หน้าสำรวจที่ ๕๕๖ กรุงเทพมหานครอีกหรือไม่ ของท่าน ส.ส. สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ นะครับ🔗

นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ พอดี ไม่เคลียร์ (Clear) อีกนิดเดียวครับ ท่านรัฐมนตรีตอบเกือบจะเคลียร์แล้วคือผมขออนุญาต ชาวบางนาเองได้สิทธิประโยชน์มากกว่า คือผมทราบว่าคนที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในบางนา อัตราการใช้บริการมันจะถูกกว่าปกติ เป็นอย่างนี้ถูกที่ผมเข้าใจไหมครับ แล้วก็จริง ๆ ที่ไม่เสียค่าบริการมีแค่วิ่งอย่างเดียว อันอื่นเสียค่าบริการหมดเลย สรุปก็คือทะเบียนบ้าน อยู่บางนาได้สิทธิประโยชน์มากกว่าหรือเปล่าตอนที่เป็นสมาชิก🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี ตอบไหมครับ เชิญครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธานสภาและท่านสมาชิกที่เคารพ ตรงนี้ผมขออนุญาตที่จะ ให้สวัสดิการทหารเรือ คิดว่าก็คงจะเป็นไปตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวนะครับ อย่างไรก็ตาม ผมจะให้ทางกรมทหารเรือนั้นไปตรวจสอบตรงนี้อีกทีหนึ่งครับ แล้วจะให้สวัสดิการนั้นแจ้งไป ที่ท่านสมาชิกโดยตรง ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมนะครับ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล ที่กรุณาให้เกียรติกับทางสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗

๑.๒.๔ กระทู้ถาม เรื่อง การแก้ไขปัญหาน้ำอุปโภค บริโภคของคาบสมุทร สทิงพระ จังหวัดสงขลา (ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามนี้แทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติด ภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามนี้ได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวไป เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ จึงเรียนแจ้งให้ท่านสมาชิกได้ทราบ🔗

(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ ประธานในห้องประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิก ท่านรัฐมนตรี และท่านผู้ชี้แจง ผมขออนุญาตดำเนินการในระเบียบวาระกระทู้ถามแยกเฉพาะ เลยนะครับ🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๔๖๓ เรื่อง การบริหารจัดการถ่ายโอน ภารกิจการดูแลถนนแขวงทางหลวงนครปฐม (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗

๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๔๖๔ เรื่อง การก่อสร้างมอเตอร์เวย์ จากอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ไปยังจังหวัดกาญจนบุรี (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗

๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๔๘๑ เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพ การจราจรและขนส่งทางหลวงหมายเลข ๔๐๙๔ จังหวัดนครศรีธรรมราช (นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗

ซึ่งกระทู้ถามลำดับที่ ๑ ลำดับที่ ๒ ของท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ และ กระทู้ถามลำดับที่ ๓ ของท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งทั้ง ๓ กระทู้ท่านรัฐมนตรีขอเลื่อนตอบในคราวต่อไป ลำดับที่ ๔ ลำดับที่ ๕ ลำดับที่ ๖ เป็นของท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เพราะฉะนั้นเราก็เริ่มจากลำดับที่ ๔ เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๔๗๖🔗

๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๔๗๖ เรื่อง ขอทราบผลสัมฤทธิ์ ตามค่าเป้าหมายปี ๒๕๖๕ ของการปฏิบัติด้านสังคม (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ รัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี นายอนุชา นาคาศัย เป็นผู้ตอบ🔗

ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ ๑. นางสาวปัญจพร นามไพโรจน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานสภาพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ๒. นางพลินี เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการกองจัดทำ งบประมาณด้านการบริหาร สำนักงบประมาณ มาร่วมชี้แจง ขอเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ได้เริ่มกระทู้ได้ครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ก่อนอื่นต้องขออนุญาต กราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีอย่างยิ่งที่เลื่อนกระทู้ให้ผมคราวที่แล้ว ๒ เรื่อง แล้วก็รวมมา เรื่องเดียวในวันนี้ เป็น ๓ เรื่อง ก็ถือว่าเป็นแฮตทริก (Hat trick) ของวันนี้ แล้วก็เป็นผลงาน ของรัฐบาลเอง เพราะว่ากระทู้ถามผมเชื่อว่าอยู่ในเนื้อหาของฝ่ายเจ้าหน้าที่ครบถ้วน แต่อยากให้ปรากฏความในกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมเริ่มอย่างนี้ครับ ใน ๓ กระทู้🔗

เรื่องแรกก็คือ เรื่อง ขอทราบผลสัมฤทธิ์ ตามค่าเป้าหมาย ปี ๒๕๖๕ ของการ ปฏิรูปด้านสังคม ผมอ่านกระทู้ดังนี้นะครับ ท่านประธานครับ🔗

คณะรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความยากจนและความ เหลื่อมล้ำในสังคม คุ้มครองกลุ่มเปราะบางในสังคม ตลอดจนการสร้างความเป็นธรรม ในการเข้าถึงทรัพยากรและแหล่งทุนของประชาชน โดยนำประเด็นการปฏิรูปประเทศ ด้านสังคมเดิม มาปรับปรุงเป็นกิจกรรมที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชน อย่างมีนัยสำคัญ ที่เรียกว่าบิ๊กร็อก (Big rock) จำนวน ๕ กิจกรรมมีดังนี้ครับ กิจกรรมที่ ๑ ก็คือการมีระบบการออมเพื่อสร้างหลักประกันรายได้หลังวัยเกษียณที่เพียงพอและครอบคลุม ในกลุ่มแรงงานทั้งในและนอกระบบ กิจกรรมที่ ๒ การผลักดันให้มีฐานข้อมูลทางสังคมและ คลังความรู้ในระดับพื้นที่ กิจกรรมที่ ๓ การปฏิรูปขึ้นทะเบียนคนพิการ กิจกรรมที่ ๔ การสร้างกลไกที่เอื้อให้เกิดชุมชนเมืองจัดการตนเอง กิจกรรมที่ ๕ การสร้างมูลค่าให้กับที่ดิน ที่รัฐจัดให้กับประชาชน ซึ่งอยู่ในบิ๊กร็อก (Big rock) ซึ่งสิ้นสุดเดือนกันยายนที่ผ่านมา🔗

คำถามแรกขอถามว่า ในกิจกรรมปฏิรูปที่ ๑ ถึงที่ ๕ ดังที่บรรจุไว้ในแผนการ ปฏิรูปด้านสังคมดังกล่าวนี้ได้เกิดการบรรลุผลอันพึงประสงค์ ผลสัมฤทธิ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จากค่าเป้าหมายและตัวชี้วัดของรัฐบาลอย่างครบถ้วนหรือไม่ อย่างไร ภายใต้กรอบ งบประมาณและค่าใช้จ่ายจริงเท่าไร อะไรคือผลประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจากกิจกรรม ทั้ง ๕ คำถามแรกครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายให้มาตอบกระทู้ถามของท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ซึ่งต้องขอบคุณ ท่าน ในหลายครั้งที่ท่านได้ดำเนินการในส่วนงานของรัฐบาล เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ ซึ่งผมเข้าใจว่าสิ่งที่ท่านได้เป็นห่วงเป็นใย ก็คือความสำเร็จบรรลุผลตามการปฏิรูปประเทศที่ทางรัฐบาลได้แถลงเป็นนโยบายไว้ ซึ่งจาก คำถามของท่าน แผนการปฏิรูป ด้านสังคม (ฉบับปรับปรุง) ที่ได้กำหนดเป้าหมายของ ผลอันพึงประสงค์ไว้จำนวน ๓ เป้าหมาย โดยสรุปสาระสำคัญดังนี้ครับ🔗

เป้าหมายที่ ๑ มีระบบการออม ทั้งภาคสมัครใจและภาคบังคับแก่ประชาชน ทุกกลุ่มเพื่อเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเองหลังเกษียณ ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย มีการ ออกร่าง พ.ร.บ. กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ พ.ศ. .... แล้วก็ พ.ร.บ. กองทุนการออม แห่งชาติ จะได้รับการปรับปรุงแก้ไขในประเด็นสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสถานะของการ บรรลุเป้าหมายนั้นอยู่ในระดับใกล้เคียงในการบรรลุเป้าหมาย สะท้อนได้จากขณะนี้ร่าง พ.ร.บ. กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ พ.ศ. .... อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการ กฤษฎีกา เพื่อเสนอต่อรัฐสภาในขั้นตอนของกฎหมาย อีกทั้ง พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ นั้นได้มีการปรับปรุงแก้ไขเพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิกเพื่อให้ระบบการออม เพื่อการชราภาพ ทั้งในรูปแบบเงินบำนาญและเงินบำเหน็จ เป้าหมายที่ ๒ อปท. มีข้อมูล ทางสังคมในพื้นที่เพื่อนำมาใช้จัดระบบสวัสดิการสังคม ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย ให้มีฐานข้อมูล ทางสังคมในระดับพื้นที่เชื่อมโยงทุกมิติร้อยละ ๑๐๐ โดย อปท. สามารถใช้ประโยชน์จาก ฐานข้อมูลทางสังคมในระดับพื้นที่และคลังข้อมูลด้านอาชีพ สถานการณ์บรรลุเป้าหมายนั้น บรรลุเป้าหมายพึงประสงค์ที่กำหนดไว้ สะท้อนได้จากการมีระบบทีพีแมพ (TPMAP) และ ระบบแฟ้มบ้านพัฒนาคนไทย ล็อกบุ๊ค (Logbook) ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีการ เชื่อมโยงจากหลายภาคส่วนเพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาความยากจนและพัฒนาคน ในทุกช่วงวัยในระดับครัวเรือน และบุคคลของพื้นที่ เป้าหมายที่ ๓ ชุมชนในเขตเมืองมีความ เข้มแข็งและมีโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการภาครัฐอย่างเท่าเทียม ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย ให้มีการออกกฎหมายที่สนับสนุนให้เกิดการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง โดยเฉพาะชุมชนในเขต เมือง โดยคณะกรรมการชุมชนของเทศบาล เทศบาลเมือง กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา มีการจัดตั้งกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง สถานะการบรรลุเป้าหมาย บรรลุเป้าหมายพึงประสงค์ ที่กำหนดไว้ สะท้อนได้จากมีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ เพื่อเป็นกลไกในการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชนให้ตอบสนอง ต่อความต้องการของแต่ละพื้นที่ ให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง และประชาชนพึ่งพาตนเอง ตลอดจนแก้ปัญหาของชุมชนด้วยตนเอง รวมถึงมีการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน เช่น ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยคณะกรรมการชุมชนของเทศบาล พ.ศ. ๒๕๖๔ และ ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยชุมชนและกรรมการชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐได้มีการดำเนินงานให้เกิดการบรรลุเป้าหมายของผลอันพึงประสงค์อย่าง ครบถ้วน ซึ่งสามารถสรุปผลดำเนินการและประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจากการดำเนินการ ตามกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big rock) ทั้ง ๕ กิจกรรม ได้แก่🔗

กิจกรรมปฏิรูปที่ ๑ ระบบการออมเพื่อสร้างหลักประกันรายได้หลังเกษียณ ที่เพียงพอ ครอบคลุมในกลุ่มแรงงานทั้งในและนอกระบบ ผลการดำเนินงานสำนักงาน เศรษฐกิจการคลังได้จัดทำร่าง พ.ร.บ. กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบัน อยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของกฤษฎีกา เพื่อนำเสนอต่อรัฐสภา ประโยชน์ที่ประชาชน ได้รับ กฎหมายดังกล่าวเป็นกลไกที่ส่งเสริมให้ประชาชนที่เป็นแรงงานในระบบได้มีการออม เพื่อการเกษียณเพิ่มขึ้น งบประมาณจำนวนเงิน ๗๔,๕๒๑,๐๗๖ ล้านบาท เพื่อพัฒนา หลักประกันการสร้างรายได้หลังเกษียณให้แก่กลุ่มแรงงานในระบบ โดยจัดสรรเงินสมทบ ให้แก่กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ๑.๑๙ ล้านคน🔗

กิจกรรมปฏิรูปที่ ๒ การผลักดันให้มีฐานข้อมูลทางสังคมและคลังความรู้ ในพื้นที่ เพื่อให้สามารถจัดสวัสดิการและสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพตรงตาม ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ผลการดำเนินงาน กรมการปกครองได้ดำเนินโครงการ พัฒนาตำบลแบบบูรณาการ โดยจัดเก็บข้อมูลในระดับหมู่บ้าน ชุมชนทั่วประเทศ ประกอบด้วย ๗๕,๐๑๒ หมู่บ้าน และ ๕,๕๘๔ ชุมชน จัดเก็บข้อมูล ๑๒ ด้าน ซึ่งเป็นข้อมูล สำคัญเชิงพื้นที่ในการวางแผนพัฒนาในทุกระดับ และได้จัดทำฐานข้อมูลในลักษณะ แดชบอร์ด (Dashboard) เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึง ใช้ประโยชน์ได้ นอกจากนี้ วิเคราะห์ข้อมูลจัดกลุ่มในการใช้ข้อมูลช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเป้าหมาย โดยมีการ ดำเนินงานผ่านการจัดทำฐานข้อมูลคือทีพีแมพ (TPMAP) โดยนำข้อมูลจำเป็นพื้นฐานมาใช้ ในการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ บูรณาการกับข้อมูลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำให้สามารถ จัดเก็บข้อมูลในการพัฒนาคนแบบชี้เป้าที่ระบุคนจนอย่างหลายมิติ มีทั้ง ๕ มิติ คือ ด้านสุขภาพ ความเป็นอยู่ การศึกษา รายได้ และการเข้าถึงบริการภาครัฐ ประโยชน์ ที่ประชาชนได้รับ ได้รับถึงความช่วยเหลือโดยตรง ความต้องการซึ่งข้อมูลระดับพื้นที่ จะสามารถนำไปใช้กำหนดนโยบายในระดับพื้นที่ สามารถบรรเทาปัญหาให้กับประชาชน กลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น งบประมาณที่ใช้ก็จำนวน ๑,๑๓๑ ล้านบาท เพื่อจัดทำฐานข้อมูลทางสังคมในระดับพื้นที่สำหรับมาใช้วิเคราะห์🔗

กิจกรรมปฏิรูปที่ ๓ การปฏิรูปการขึ้นทะเบียนคนพิการ เพื่อให้คนพิการ ได้รับสิทธิสวัสดิการและความช่วยเหลือได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง ผลการดำเนินการ ได้ปรับปรุงคำนิยามของคำว่าคนพิการและวิธีจัดทะเบียนให้มีประสิทธิภาพ โดยการแก้ไข วินิจฉัย การประเมินความพิการและกำหนดคำนิยามให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดย กรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ความสะดวกและข้อจำกัดในการเข้าถึง การออก บัตรประจำตัวคนพิการโดยการไม่เรียกสำเนาเอกสารที่ทางราชการออกให้ประชาชน อาทิ สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ สำเนาทะเบียนบ้าน รวมทั้งจัดทำระบบให้บริการวัน สตอป เซอร์วิส ฟอร์ เพอร์ซัน วิธ ดิสซะบิลลิตี (One stop service for person with disability) ในการออกบัตรประจำตัวคนพิการ ณ สถานพยาบาล ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ กลุ่มคน พิการสามารถเข้าถึงการจดทะเบียนและออกบัตรประจำตัวคนพิการได้โดยง่ายและ ครอบคลุมความพิการทุกประเภท ลดโอกาสที่จะเกิดการตกหล่นจากการขึ้นทะเบียนคน พิการ งบประมาณที่ใช้จำนวน ๑๕ ล้านบาทเพื่อขึ้นทะเบียนคนพิการ ได้แก่ โครงการปฏิรูป การขึ้นทะเบียนคนพิการ โดยคนพิการ ๙๓,๒๒๕ คนได้รับการจดทะเบียน🔗

กิจกรรมปฏิรูปที่ ๔ สร้างกลไกที่เอื้อให้เกิดชุมชนจัดการตนเอง ผลการ ดำเนินการ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย คณะกรรมการชุมชน เทศบาล ปี ๒๕๖๔ โดยกรุงเทพมหานครออกระเบียบว่าด้วยชุมชน และกรรมการชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๔ และประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องหลักเกณฑ์การจัดตั้ง ชุมชนรูปแบบพิเศษตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยชุมชนและกรรมการชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๔ ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ เป็นการเพิ่มศักยภาพและความเข้มแข็งของชุมชน ให้สามารถแก้ปัญหาและตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนได้โดยตรงและรวดเร็ว อันนำไปสู่ความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม งบประมาณที่ใช้จำนวน ๔๙ ล้านบาทเพื่อจัดสรรเป็นเงินอุดหนุนทั่วไปตามอำนาจหน้าที่และภารกิจถ่ายโอนให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น🔗

กิจกรรมปฏิรูปที่ ๕ การสร้างมูลค่าให้กับที่ดินที่รัฐจัดให้กับประชาชน ผลการดำเนินงาน สำนักงานคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ได้มีการจัดทำ แนวทางการสร้างมูลค่าที่ดินรัฐให้กับประชาชน เพื่อศึกษาและเสนอแนะรูปแบบและกลไก ที่เหมาะสมในการสนับสนุนแนวทางการสร้างมูลค่าที่ดินในทุกประเภทที่ดินของรัฐให้ ประชาชน เพื่อให้ครอบคลุมการใช้ที่ดิน เป็นหลักประกันสินเชื่อเพื่อการลงทุนในระยะ ปานกลางหรือระยะยาว รวมถึงการเพิ่มมูลค่าที่ดินจากการประเมินราคาที่ดิน การปรับระบบ การออกหนังสืออนุญาตหรือเอกสารสิทธิในที่ดิน การจัดปรับปรุงองค์กรสำหรับดำเนิน ธุรกรรมสำหรับที่ดิน ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ เกษตรกรคนยากจนที่ได้รับการจัดสรร ที่ดินจากรัฐสามารถนำเอกสารสิทธิในที่ดินไปใช้เป็นหลักประกันการเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับ การประกอบอาชีพได้ งบประมาณที่ใช้ไปทั้งสิ้น ๘๐๑ ล้านบาทเพื่อปรับปรุงการบริหาร จัดการที่ดินและทรัพยากรที่ดินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและกระจายการถือครองที่ดิน อย่างเป็นธรรม รวมทั้งพัฒนาที่ดินที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยครับ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านสุพิศาล ถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อีกครั้งหนึ่งครับ เป็นการถามครั้งที่ ๒ ต่อจากคำตอบ ของท่านก็คงจะใช้เวลาพอสมควรนิดหนึ่ง การขับเคลื่อนโครงการบิ๊กร็อก (Big rock) ทั้งหมดมี ๖๒ กิจกรรม รวมทั้งหมดก็เป็น ๘๘๑ โครงการ ใช้เงินประมาณ ๖๖,๕๐๒.๒๔ ล้านบาท ในโครงการบิ๊กร็อก (Big rock) อันนี้เป็นส่วนหนึ่งของด้านกิจกรรม ซึ่งในประเด็นเรื่องของ สังคมนั้น ผมยืนยันว่าผมต้องการพัฒนาให้คนจนหมดจากประเทศ ก่อนที่จะไปถามคำถาม ครั้งที่ ๓ ก็เลยจะนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการถามคือเรื่องคนจน ตอนนี้คนจนที่น้อยที่สุด แต่จะเอาคนจนมากที่สุดก็เดี๋ยวจะไปทำให้รัฐบาลเสียหาย น้อยที่สุดคือจังหวัดนครปฐม จังหวัดชลบุรี จังหวัดตราด ผมเพิ่งไปจังหวัดตราดมาครับ ก็มีกระทู้หลายเรื่องเหมือนกัน ทีนี้ในเรื่องของทีพีแมพ (TPMAP) เมื่อสักครู่ท่านพูดถึงทีพีแมพ (TPMAP) มาแล้ว ทีพีแมพ (TPMAP) นั้นเป็นค่าคนจนเป้าหมายที่อยู่ตรงกลางสุด ในวงกลางสุดก็คือ ๑.๐๓ ล้านคน เป็นคนจนที่เป็น จปฐ. เกี่ยวกับการลงทะเบียน ตรงนี้รัฐเองจะต้องมีกระบวนการที่จะจัดทำ ทำให้ความยากจนตรงนี้หายไปโดยสิ้นกระบวนการ ในทีพีแมพ (TPMAP) นั้นคือระบบ บริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาแบบชี้เป้า ที่ท่านพูดไปแล้ว คือ ไทย พีเพิล แมพ แอนด์ แอนะลิติกส์ แพลตฟอร์ม (Thai people map and analytics platform) ซึ่งได้รับการ พัฒนาต่อยอดจากระบบบริหารจัดการข้อมูลคนจนแบบชี้เป้า ไทย พอฟเวอที แมพ แอนด์ แอนะลิติกส์ แพลตฟอร์ม (Thai poverty map and analytics platform) ให้สามารถ ครอบคลุมปัญหาที่กว้างขึ้น เช่น เด็กแรกเกิด การศึกษา ผู้สูงอายุ การพัฒนาสภาพที่อยู่ อาศัย และยังคงสร้างความสามารถของระบบเดิมในการชี้เป้าคนจนได้ด้วย ทีพีแมพ (TPMAP) จึงสามารถที่จะระบุปัญหาความยากจนของบุคคล ครัวเรือน ท้องที่ ท้องถิ่น หรือปัญหาความยากจนรายประเด็นได้ จึงทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ตามที่ท่านตอบมาแล้ว ท่านประธานครับ ทีนี้มันเป็นเอกสารที่ปรากฏอยู่ในตัวเป้าหมาย ของท่าน ก็คือในรายงานที่กำลังจะเข้า ครั้งที่ ๑๕ ช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม ซึ่งจะมีใน บีอาร์ ๐๙๐๑ (BR0901) เราเรียกบีอาร์ เพราะว่ามันมาจากบิ๊กร็อก (Big rock) บีอาร์ ๐๙๐๒ (BR0902) บีอาร์ ๐๙๐๓ (BR0903) บีอาร์ ๐๙๐๔ (BR0904) บีอาร์ ๐๙๐๕ (BR0905) ท่านตอบไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ ทั้ง ๕ บีอาร์ (BR) ทีนี้บีอาร์ ๐๙๐๔ (BR0904) ที่ตอบลงในราชกิจจานุเบกษา มันมีคำถามอย่างนี้ครับ เป็นคำถามในการถามก่อนนะครับ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทำคู่มือในอีบุ๊ค (e-book) หน่วยรับงบประมาณคือกระทรวงมหาดไทย มันถึงไหนตรงนี้นะครับ มันเป็นประเด็นสำคัญที่จะเข้าไปสู่เรื่องของอะไรครับ เรื่องของชุมชน จัดการตัวเองที่ผมอยากจะเน้นในกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะ อาจจะเป็นโมเดล (Model) แรก ที่ไต่ระดับขึ้นทำให้จังหวัดอื่น ๆ มีการเลือกตั้งขึ้นมาตามนโยบายของพรรคผม ที่จะมีกำหนด และชุมชนจัดการตัวเอง ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ในบีอาร์ ๐๙๐๔ (BR0904) ได้ดำเนินการออกระเบียบคณะกรรมการ เทศบาล พ.ศ. ๒๕๖๔ ออกมา ประกาศเมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ แล้ว แล้วก็ระเบียบของ กทม. ว่าด้วยชุมชนและกรรมการชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๔ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา ปัจจุบันนี้ คู่มือนี้มันจะเข้าไปอย่างนี้ครับ มันจะเข้าไปคำถามสุดท้ายคือการสร้างกลไก นี่คือกลไกครับ กลไกที่จะทำให้จังหวัดนั้นใช้คนในชุมชนเข้ามาจัดการชุมชน แล้วก็ขยับตัวเองขึ้นมาเป็น ผู้มีส่วนร่วมในการดำเนินการของจังหวัดจัดการตนเอง เป็นฐานราก เป็นสังคมรากที่สุดที่เรา จะต้องยกระดับขึ้นมา เพื่ออะไร เพื่อให้สังคมในจังหวัดที่จะสามารถจัดการเองได้หรือจะมี จังหวัดที่เป็นการเลือกตั้ง ผมถือว่ากระทรวงมหาดไทยมาถูกทาง แต่กระทรวงมหาดไทย ยังไม่ปล่อยเงื่อนไขในจังหวัด แต่เอามาใช้ที่กรุงเทพมหานคร เพื่อให้มีเต็มรูปแบบ เพราะตอนนี้ ส.ข. ไม่มีครับ ก็เลยใช้ชุมชนจัดการตัวเองเป็นตัวแบบขึ้นมา ฉะนั้นคนพวกนี้ จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมกับ ส.ก. แทน ส.ข. เพื่อให้เกิดการพัฒนา แล้วก็กลายเป็นรูปแบบ ของกลไกของภาครัฐที่ถูกรัฐในจังหวัดซึ่งมีการเลือกตั้งเอง เป็นต้นแบบที่ดีของกรุงเทพมหานคร เพื่อกำเนิดให้เกิดการที่มีจังหวัดเลือกตั้งอนาคตก็จะมีนายกจังหวัด อาจจะมีสัก ๑๐ จังหวัด ในอนาคตที่มีความพร้อม อันนี้คือเป็นนโยบายของพรรคก้าวไกลแน่นอนในปีถัดไปที่จะ มีการเลือกตั้ง เลยเป็นคำถามในการถาม ครั้งที่ ๒ ก็คือ ในกิจกรรมที่ ๔ คือการสร้างกลไก ที่เอื้อให้เกิดชุมชนเมืองจัดการตนเอง หน่วยรับงบประมาณที่รับผิดชอบได้ดำเนินการ ตามขั้นตอนครบถ้วนหรือไม่ อย่างไร แล้วก็หมายเหตุว่าถ้าหากยังไม่ดำเนินการ ขอทราบ เหตุผลและอุปสรรคที่เกิดขึ้นโดยละเอียดด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีได้ตอบชี้แจงครับ🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ จากสิ่งที่ท่านได้ดำเนินการถามมาว่าการสร้างกลไกเพื่อเอื้อให้เกิด ชุมชนจัดการตนเองของแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านสังคม (ฉบับปรับปรุง) ซึ่งมี กระทรวงมหาดไทยนั้นเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนวิธีการ อย่างครบถ้วนหรือไม่ อย่างไร ตามขั้นตอนที่ ๑ ได้จัดทำร่างระเบียบกระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการชุมชนของเทศบาล พ.ศ. .... และทบทวนกฎระเบียบกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยาที่เกี่ยวข้องกับกลไกส่งเสริมมีส่วนร่วมของชุมชน การส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่นในการออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยคณะการชุมชนของเทศบาล พ.ศ. ๒๕๖๔ และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ นอกจากนี้ยังได้ออกระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยชุมชนและกรรมการชุมชน ๒๕๖๔ และ ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องหลักการจัดการชุมชนพิเศษตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่า ด้วยชุมชนและกรรมการชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๔ ผมถือว่าเป็นเรื่องดีที่ทางกระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการมา ต้องถือว่าเป็นการครบถ้วนตามแผนปฏิรูปประเทศ ในส่วนของขั้นตอนการ ปฏิบัติงาน ซึ่งหน่วยงานของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร หรือทางผู้ว่าราชการจังหวัดของแต่ละชุมชนเมือง ก็ต้องเป็นผู้ไปดำเนินการ ตามระเบียบหรือกฎที่ทางกระทรวงมหาดไทยได้ออกไว้ อันนั้นคือความสำเร็จตามเป้าหมาย ของแผนการปฏิรูปประเทศที่ได้ดำเนินการไว้ ในส่วนขั้นตอนที่ ๒ มีแนวทางการจัดตั้งชุมชน ที่มีส่วนร่วมและบริหารจัดการทรัพยากรของชุมชน กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการจัดทำ แนวทางปฏิบัติคณะกรรมการชุมชนแล้ว โดยให้กำหนดรายละเอียดของการจัดตั้งชุมชน การคัดเลือกคณะกรรมการชุมชน การจัดทำข้อบังคับการใช้จ่ายเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง การเบิกจ่ายเพื่อจัดสวัสดิการในชุมชน หรือจัดบริการเพื่อเป็นเกราะในการดำเนินงานของ คณะกรรมการชุมชน ซึ่งก็ถือว่าบรรลุตามเป้าหมายของคณะกรรมการปฏิรูปที่ได้วางไว้ จึงกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านสุพิศาลครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานครับ ก็ถือเป็นคำตอบส่วนที่อยากได้ แต่โดยความรู้สึกจริง ๆ แล้ว เรื่องของ กระทรวงมหาดไทยควรจะปลดปล่อยอำนาจ คือการกระจายอำนาจลงไปยังท้องถิ่นให้มาก ที่สุด แล้วก็จังหวัดจัดการตนเองหรือจังหวัดมีการเลือกตั้งควรจะเกิดขึ้นได้แล้ว โดยเฉพาะ ขณะนี้เราพบว่าสำนักงานส่งเสริมท้องถิ่นก็เป็นเหมือนเจ้าพ่อ คล้าย ๆ สำนักงบประมาณ เก็บงบประมาณไว้ทั้งหมดคนเดียว ก็เราควรจะปล่อยมือไปได้แล้ว ไม่เป็นคำถามหรอกครับ ก็ขอบคุณครับว่าที่ท่านตอบมาเพื่อจะได้เข้าสู่กระทู้ถัดไป วันนี้ก็ถือว่าประชาชนก็ได้ ประโยชน์จากการตอบของท่านรัฐมนตรี ในส่วนของการปล่อยมือ เรื่องของการให้ชุมชน จัดการตนเอง แต่จะฝากไว้แค่ว่าขอให้นำคนที่อยู่ในการจัดการตนเองของชุมชน พวกกรรมการชุมชนเข้าสู่สภา กทม. ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในฐานะเป็น ผู้มีส่วนได้เสียของประเทศ แล้วจะทำให้ภาคของผู้แทนจากคนในกรุงเทพฯ หรือจังหวัด ที่มีการเลือกตั้ง จะได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับประชาชน และไปยังปัญหาแท้จริงของประเทศ ต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเป็น กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๔๗๗🔗

๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๔๗๗ เรื่อง ขอทราบผลสัมฤทธิ์ ตามค่าเป้าหมาย ปี ๒๕๖๕ ของการปฏิรูปด้านกฎหมาย (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบ🔗

ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ ๑. นางสาวปัญจพร นามไพโรจน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานสภาพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ๒. นางพลินี เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการกองจัดทำ งบประมาณด้านการบริหาร สำนักงบประมาณ มาร่วมชี้แจง เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตถามกระทู้ถามแยกเฉพาะเรื่องที่ ๒ ที่เป็นกระทู้ถามในวันนี้คือ เรื่อง ขอทราบ ผลสัมฤทธิ์ ตามค่าเป้าหมาย ปี ๒๕๖๕ ของการปฏิรูปด้านกฎหมาย คำถามคือ ตามที่ คณะรัฐมนตรีได้กำหนดแผนการปฏิรูปฉบับปรับปรุงของคณะกรรมการปฏิรูปด้านกฎหมาย ได้จัดทำแผนปฏิรูปด้านกฎหมาย (ฉบับปรับปรุง) โดยมุ่งเน้นกิจกรรมปฏิรูปที่จะส่งผลให้เกิด การเปลี่ยนแปลงภาครัฐที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ ๕ กิจกรรม อันได้แก่ การมีการยกเลิกกฎหมายหรือแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่สร้างภาระหรือเป็นอุปสรรค ต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพของประชาชนเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์อย่างมี ประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม ๒. จัดให้มีกลไกทางกฎหมายเพื่อให้มีการพิจารณา ปรับเปลี่ยนโทษทางอาญาที่มิใช่ความผิดร้ายแรงให้เป็นโทษปรับเป็นพินัย เพื่อลดผลกระทบ ต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ๓. จัดให้มีกลไกกำหนดให้มีส่วนราชการหรือหน่วยงาน ของรัฐที่มีหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลและบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย นำเทคโนโลยีมาใช้ ในการดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย ๔. จัดให้มีกลไกช่วยเหลือ ประชาชนในการจัดทำและเสนอร่างกฎหมาย ๕. จัดทำประมวลกฎหมายเพื่อรวบรวม กฎหมายเรื่องเดียวกันไว้ด้วยกัน เพื่อสะดวกในการใช้งาน แล้วบัดนี้ก็สิ้นสุดของแผนปฏิรูป (ฉบับปรับปรุง) แล้ว จึงเรียนถามครั้งแรก ๑. คือการวัดค่าเป้าหมายของการอำนวยความ ยุติธรรมในแต่ละขั้นตอนให้เป็นไปอย่างโปร่งใสแล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด และเข้าถึงง่ายโดยเสมอภาคในปี ๒๕๖๕ ค่าเป้าหมายร้อยละ ๑๐๐ ของจำนวนกระบวนการ ในการอำนวยความยุติธรรมที่มีการกำหนดระยะเวลาการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอน และการตรวจสอบความคืบหน้า ค่าเป้าหมายไม่ต่ำกว่า ๑๘๐ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกระบวนการยุติธรรมที่มีการกำหนดมาตรการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย พยาน ผู้ต้องหา จำเลย ให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางอาญาได้โดยง่ายและเสมอภาค และค่าเป้าหมาย ร้อยละ ๑๐๐ ของคู่ความและผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่ได้รับ ความคุ้มครองสิทธิและการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมตามลำดับนั้นคือผลลัพธ์อะไรบ้าง ขอทราบรายละเอียดครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีครับ🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ จากการที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ถามมา ในเรื่องของแผนปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ด้านกฎหมาย ซึ่งก็ได้กำหนดเป้าหมายของ ผลอันพึงประสงค์ไว้จำนวน ๒ เป้าหมาย ได้แก่ เป้าหมายที่ ๑ ก็คือกฎหมายและกระบวนการ ที่ล้าสมัยก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรม เป็นภาระแก่ประชาชนและอุปสรรคต่อ การประกอบอาชีพให้ได้รับการยกเลิกหรือแก้ไขปรับปรุง ซึ่งมีตัวชี้วัด เป้าหมาย ร้อยละ ๑๐๐ ของจำนวนกระบวนงานที่เกี่ยวกับการอนุญาต กฎหมายที่สร้างภาระหรืออุปสรรค ต่อการดำรงชีวิตหรือประกอบอาชีพของประชาชน สำนักงาน ป.ย.ป. ได้เสนอสถานะการบรรลุ เป้าหมายไว้ว่าบรรลุเป้าหมายพึงประสงค์ที่กำหนดไว้แล้วสะท้อนได้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับการขับเคลื่อนให้ดำเนินการตามข้อเสนอในการปรับปรุงแก้ไข ยกเลิกกระบวนงานหรือ กฎหมาย ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูป กฎหมายในระยะเร่งด่วน ที่สำนักงาน ป.ย.ป. ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการ ซึ่งได้ดำเนินการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของผลอันพึงประสงค์ที่ ๑ ได้ดำเนินการผ่านกิจกรรมปฏิรูปที่ ๑ กิจกรรมปฏิรูปที่ ๒ และกิจกรรมปฏิรูปที่ ๔ โดยได้มีผลงานการดำเนินงานและประโยชน์ ที่ประชาชนได้รับ สรุปได้ดังนี้🔗

กิจกรรมปฏิรูปที่ ๑ ให้มีกลไกยกเลิกหรือแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่สร้างภาระ หรืออุปสรรคต่อการดำรงชีวิต กิจกรรมเรียนรู้ที่ ๒ และปฏิรูปที่ ๔ โดยไม่ได้มีผลงาน และประโยชน์ที่ประชาชนได้รับสรุปได้ดังนี้นะครับกิจกรรมที่รูปที่ ๑ ไม่มีกลไกยกเลิก หรือแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่สร้างภาระหรืออุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบ อาชีพของประชาชน🔗

ผลการดำเนินงาน มีการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน ซึ่งมี หน้าที่อำนาจในการพิจารณาให้ความเห็น ได้มีการขับเคลื่อนการดำเนินการกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในการปรับปรุงแก้ไขหรือยกเลิกกระบวนงานหรือกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อ การประกอบอาชีพ และดำเนินการธุรกิจของเอกชน ซึ่งจากผลการศึกษาของสำนักงาน ป.ย.ป. ที่ดำเนินการธุรกิจของเอกชน ซึ่งจากผลการศึกษาของสำนักงาน ป.ย.ป. ที่ดำเนินการ ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศทีดีอาร์ไอ (TDRI) มีจำนวนกระบวนงาน หรือกฎหมาย ๑,๐๙๔ กระบวนงานที่เห็นสมควรเสนอให้มีการปรับปรุงหรือยกเลิก โดยมี กฎหมายกระบวนการที่ได้ดำเนินการปรับปรุงหรือยกเลิกแล้ว อาทิ พระราชกำหนดว่าด้วย การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๓ ยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วย การนำเข้าสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๓๖ พระราชบัญญัติยกเลิกกฎหมาย บางฉบับที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น พ.ศ. ๒๕๖๕ และยังมีกฎหมายอีก บางส่วนที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย อาทิร่างกฎหมาย ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... การยกเลิกพระราชบัญญัติคุ้มครองควบคุม การเรี่ยไร พ.ศ. ๒๔๘๗ การยกเลิกพระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. ๒๔๙๙ ซึ่งเป็นกฎหมาย ที่มีความล้าสมัย🔗

ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจากการดำเนินงานตามกระบวนงานจาก หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวกับการอนุญาตและกฎหมายปรับปรุงกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่สร้างภาระ เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือประกอบอาชีพของประชาชนได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น🔗

กิจกรรมปฏิรูปที่ ๒ จัดให้มีกลไกทางกฎหมายเพื่อให้มีการพัฒนาปรับเปลี่ยน โทษทางอาญาที่ไม่ใช่ความผิดร้ายแรง เป็นโทษปรับพินัย เพื่อลดผลกระทบต่อสิทธิ และเสรีภาพของประชาชน🔗

ผลการดำเนินงาน ซึ่งปัจจุบันได้มีบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ โดยพระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อครบกำหนด ๒๔๐ วันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติในมาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ วรรคหนึ่ง ให้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป🔗

ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับก็เป็นกฎหมายการในการพัฒนาและกำหนด มาตรการสำหรับผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่ไม่ใช่ความผิดร้ายแรง และไม่กระทบ ต่อความสงบเรียบร้อยหรือความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลง โทษทาง อาญาเป็นโทษปรับทางพินัย ซึ่งจะไม่มีการกักขังแทนค่าปรับ ไม่มีประวัติอาชญากรรม ในกรณีลงโทษจำคุกหรือกักขังแทนค่าปรับ รวมทั้งไม่มีการบันทึกประวัติอาชญากรรม และ อีกทั้งในการปรับเป็นพินัยนั้นโทษปรับให้ใช้กับโทษโดยการทางสังคมได้ด้วย ซึ่งจะเป็น ประโยชน์ต่อผู้กระทำความผิดในการที่จะได้รับโทษที่เหมาะสมกับสภาพความผิดและ เหมาะสมกับฐานะของตน🔗

กิจกรรมปฏิรูปที่ ๓ จัดให้มีกลไกช่วยเหลือประชาชนในการจัดทำเสนอ ร่างกฎหมาย🔗

ผลการดำเนินงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ดำเนินการจัดทำ พระราชบัญญัติเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔🔗

ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ ประชาชนสามารถใช้สิทธิในการเสนอ ร่างกฎหมาย ลดภาระในการดำเนินการ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ จัดทำเสนอร่างกฎหมายให้เกิดผลอย่างแท้จริงตามเจตนารมณ์ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ🔗

สำหรับเป้าหมายที่ ๒ ความสะดวกในการเข้าถึงรับรู้และปฏิบัติตามกฎหมาย ของประชาชนตัวชี้วัดให้มีจำนวนแผนงานหรือโครงการในการจัดทำประมวลกฎหมายเพื่อให้ ประชาชนเข้าถึงโดยสะดวกไว้ไม่น้อยกว่า ๒ เรื่องต่อปี สามารถบรรลุเป้าหมายอยู่ในระดับ ใกล้เคียงกับการบรรลุเป้าหมายสะท้อนได้จากขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติการจัดทำประมวล กฎหมายและกฎเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงโดยสะดวก พ.ศ. .... อยู่ในขั้นตอนเสนอต่อรัฐสภา เพื่อบรรจุเป็นวาระด่วน ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวจะบรรลุได้จำเป็นต้องมีการประกาศบังคับใช้ พ.ร.บ. ดังกล่าวเพื่อดำเนินการจัดทำแผนงานโครงการในประมวลกฎหมายและกฎ ให้สอดคล้องต่อไป ซึ่งการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายอันพึงประสงค์ที่ ๒ ได้ดำเนินการ ผ่านกิจกรรมปฏิรูปที่ ๓ และกิจกรรมปฏิรูปที่ ๕ โดยมีผลการดำเนินงานและประโยชน์ ที่ประชาชนได้รับสรุปดังนี้ กิจกรรมปฏิรูปที่ ๓ จัดให้มีกลไกกำหนดให้ส่วนราชการหรือ หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลและบังคับการใช้ให้เป็นไปตามกฎหมาย🔗

ผลการดำเนินงาน กระทรวงยุติธรรมได้นำเทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพ บังคับใช้กฎหมายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม มีการวางระบบให้ ประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้กรอบ ๓ แนวทางคือโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานและการให้บริการเพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบเทคโนโลยี สารสนเทศที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน🔗

ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ ประชาชนสามารถรับรู้เรื่องกฎหมายได้ โดยสะดวกรวดเร็ว ซึ่งเข้าถึงการใช้งานเทคโนโลยีเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการ มากที่สุด🔗

กิจกรรมปฏิรูปที่ ๕ จัดทำประมวลกฎหมายเพื่อรวบรวมกฎหมาย เรื่องเดียวกันไว้ด้วยกันเพื่อความสะดวกในการใช้งาน ซึ่งการดำเนินงานโดยได้มี คณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นหน่วยงานหลักได้ดำเนินการจัดทำร่างข้อบัญญัติการจัดทำ ประมวลกฎหมายและกฎเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงโดยสะดวก พ.ศ. .... ซึ่งจะทำให้ประชาชน ได้รับประโยชน์ ประชาชนสามารถเข้าถึงกฎหมายได้โดยสะดวก สามารถเข้าถึงเข้าใจเนื้อหา ของกฎหมายได้โดยง่าย จึงกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานครับ การถามครั้งที่ ๒ ผมขอย้อนไปที่รัฐบาลสักนิดหนึ่งก่อนไปถึงการถาม ครั้งที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องมาตรการควบคุมและอำนวยความสะดวกของกลุ่มเปราะบางทั้งหมด อย่างนี้ครับท่านประธาน ท่านดูกฎหมายฉบับหนึ่ง มีกฎหมายฉบับหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ซึ่งได้ออก ที่เรียกว่ากฎหมายพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการ ยุติธรรม พ.ศ. .... ท่านเห็นกฎหมายฉบับนี้ออกตราแล้วนะครับ ในกฎหมายฉบับนี้ มีหลักการและเหตุผลที่เขียนไว้ ซึ่งขาดตามที่รัฐธรรมนูญ เดี๋ยวผมจะชี้ให้ดู ก่อนที่จะไปกลุ่ม เปราะบาง เพราะเป็นที่มาของการติดใจของผมเองในการที่กฤษฎีการ่างกฎหมายฉบับนี้ เกิดขึ้นและผ่านรัฐสภา ท่านดูว่าในเหตุผลนั้นโดยอ้างมาตรา ๒๕๗ มาตรา ๒๕๘ ง ด้านองค์กรยุติธรรม (๑) ของรัฐธรรมนูญ แล้วบัญญัติว่าการดำเนินการปฏิรูปประเทศในด้าน การดำเนินการโดยให้มีการกำหนดระยะเวลาการดำเนินงานทุกขั้นตอนของกระบวนการ ยุติธรรมที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยไม่ช้า มีแค่นี้ครับ ที่จริงแล้ว รัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างนี้ ท่านประธานครับ ออกตราเป็นกฎหมายใช้บังครับแล้ว นี่คือ เนื้อหาที่ปรากฏในคำอธิบายในรัฐธรรมนูญในข้อ ง ที่เขียนด้านกระบวนการยุติธรรมว่าให้มี การกำหนดระยะเวลาบลา (Blah) บลา (Blah) บลา (Blah) บลา (Blah) ไปถึงโดยไม่ชักช้า และมีกลไกช่วยเหลือประชาชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ รวมตลอดถึงโครงการสร้างกลไกเพื่อให้มีการบังคับการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อลด ความเหลื่อมล้ำ และไม่เป็นธรรมในสังคม กฎหมายฉบับนี้ไม่มีตรงนี้ ผมถามประธาน ที่ร่างกฎหมายรัฐสภาในงานของรัฐสภานะครับท่านประธาน ท่านบอกเอามาแค่นี้ แล้วรัฐธรรมนูญเขียนไว้ทำไม และกลไก รวมถึง ถ้ารัฐธรรมนูญเขียนอย่างนี้รัฐบาล ขาดตกบกพร่องแน่นอน โดยเฉพาะกฤษฎีกาไม่คำนึงถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ขาดแคลน รวมตลอดถึงการบังคับการ ไปดูในคำอธิบายใน ง ก็ได้ คำอธิบายใน ง นี้จะมีอยู่ในเนื้อหา ที่เขียนในเล่มสีทอง เขียนว่าควรออกแบบกลไก ที่ขีดเส้นแดงนะครับ ควรออกแบบกลไก เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลอำนาจการสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือมอบหมายให้องค์กร มีอำนาจสอบสวน รวมถึงการพัฒนาสอบสวนเพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน และมี กลไกช่วยเหลือประชาชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ รวมตลอด ถึงการสร้างกลไกเพื่อให้เกิดการบังคับใช้ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อลดให้ความ เหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมทางสังคม นี่คำอธิบายในรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ แต่กฎหมายนี้ผ่านไป โดยขาดสาระสำคัญอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ มันจึงกลายเป็นคำถามถัดไปในรัฐธรรมนูญ ที่เขียนไว้ในกฎหมายที่อยู่ในด้าน ค ด้านกฎหมาย ใน (๓) ที่เขียนว่าพัฒนาฐานข้อมูล เทคโนโลยี และ (๔) จัดให้มีการช่วยเหลือประชาชนในการจัดทำและเสนอร่างกฎหมาย อันนี้ คือเรื่องของอันหนึ่งในรัฐธรรมนูญ🔗

คำถามสุดท้าย การถามครั้งที่ ๒ คือการวัดค่าเป้าหมายการบังคับการตาม ตรากฎหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาระบบการบริหารยุติธรรมให้เป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพไม่เลือกปฏิบัติและเป็นธรรมในปี ๒๕๖๕ ค่าเป้าหมายไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๕ ของจำนวนขั้นตอนที่สำคัญและร้อยละ ๑๐๐ ของมาตรการเพื่อคุ้มครองหรืออำนวย ความสะดวกแก่เด็กสตรี ผู้สูงอายุ คนพิการหรือผู้ด้อยโอกาสในกระบวนการยุติธรรม ผลลัพธ์ คืออะไรบ้าง ขอทราบรายละเอียดครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีอนุชาครับ🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

จากคำถาม ของท่านในส่วนของการปฏิรูปด้านกฎหมาย ส่วนหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับงบประมาณว่าในส่วนที่ การใช้งบประมาณลงไป แล้วก็การดำเนินการตามกรอบปฏิรูปกฎหมายแต่ละข้อนั้น ในส่วนของผลลัพธ์ในรายละเอียดนั้นผมเชื่อว่าในส่วนของหน่วยงานกำลังรวบรวม ในส่วนของผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานในหน่วยของปฏิบัติงานอยู่ ในส่วนของ ตัวเป้าหมายและตัวชี้วัดในแผนการปฏิรูปประเทศนั้นจริง ๆ แล้วได้บรรลุแล้วหรือใกล้เคียง ต่อการบรรลุตามที่ผมได้กราบเรียนต่อท่านไปในคำถามข้อที่ ๑🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ก็เป็นคำตอบที่คงรับข้อเสนอผมไปนะครับ เป็นเรื่องของร่างกฎหมาย โดยเฉพาะกฤษฎีกา โดยคำนึงถึงรัฐธรรมนูญเป็นหลัก แล้วยังมีอีกท่านประธานครับ ผมขอใช้เวลาสัก ๒ นาที🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ประเด็นก็คือ กฎหมายหลายฉบับกฤษฎีกาต้องคำนึงถึงรัฐธรรมนูญที่ปรากฏเนื้อความทุกบทบัญญัติ แล้วทำให้ครบถ้วน ไม่ใช่มีกฎหมายฉบับนี้ฉบับเดียวในกฎหมายนี้ มีกฎหมายที่ผ่านไปแล้วคือ พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... เขียนไว้ชัดเลยว่าในรัฐธรรมนูญมีมาตราที่เกี่ยวกับเรื่องการออกแบบกลไกของรัฐ แต่ปรากฏว่าในกลนั้นคือกลไกเพื่อปกป้องในการแต่งตั้งข้าราชการในการปฏิรูป ชัดเจน ผมถามว่าอยู่ตรงไหน ในวันนั้นที่ประชุมก็บอกว่าอยู่ตรงนี้ ๆ แต่มันไม่มี มันไม่ได้อยู่หมวด การแต่งตั้งและโยกย้าย ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญมาตราหนึ่งผมจำไม่ได้มาตรา ๗๐ กว่าบอกว่า ให้คุ้มครองเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายของข้าราชการทุกหน่วยงานเลย อันนี้ก็ต้องเอามาทำ แล้วออกแบบในกฎหมายฉบับนั้นให้ครบถ้วน ปรากฏว่ารัฐเองโดยกฤษฎีกาต้องกลับไป ทบทวนเนื้อหาของรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดโครงสร้างตอบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ทุกเนื้องานเพื่อให้เกิดบริบทของการไหลบ่ามาตามที่ประชาชน ๑๕ ล้านที่รัฐบาลบอกว่า ลงประชามติให้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่รัฐบาลเองไม่ออกกฎหมายให้ครบถ้วน นี่คือสิ่งที่ เป็นประเด็นสำคัญที่ผมก็ติงและติดใจมาทุกกฎหมาย จะเห็นได้ว่าผมก็จะอธิบายเรื่องนี้ เป็นประจำในเรื่องของการพร่องหน้าที่ แม้กระทั่งผมก็เชื่อว่าประธานกรรมาธิการนั้นก็จะให้ เหมือนกับเบ่งเอาไปตามเพื่อให้กฎหมายมันผ่านผมก็เข้าใจ แต่ที่ผมตั้งกระทู้เรื่องของ การปฏิรูปกฎหมายก็ขอให้หน่วยงานของรัฐจริง ๆ โดยกฤษฎีกาเข้าใจบริบทของคนในสภา แห่งนี้ อย่าเห็นว่าผมเป็น ส.ส. ที่มาปีแรกแล้วไม่รู้เรื่องอะไร เราสนใจที่จะเปลี่ยนแปลง ประเทศไปสู่ความเจริญมากกว่านี้ แล้วความเจริญที่ลงสู่ภาคประชาชนหรือประโยชน์ของ ประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ ท่านประธานครับ ก็ฝากไว้แค่นี้ว่ารัฐบาลควรจะดูแลการปฏิรูป กฎหมายให้แม่นยำและเคร่งครัด ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑.๓.๕ กระทู้ถาม ที่ ๔๗๘ เรื่อง ขอทราบผลการดำเนินงานในกิจกรรม ปฏิรูปที่ ๑-๕ ในด้านยุติธรรม (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ซึ่งท่าน นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้มาตอบ มีผู้ชี้แจงเพิ่มเติม ๑ ท่านคือท่านรับนิภา สายอุบล นักวิเคราะห์ งบประมาณเชี่ยวชาญ เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาลได้ตั้งกระทู้ถามได้ครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตถามกระทู้ถามที่ ๓ ของวันนี้ วันนี้ทำแฮตทริก (Hat trick) ครับ ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีอนุชาเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำสกอร์บอร์ด (Score Broad) เท่ากับ นักฟุตบอลระดับโลก ก็ถือว่าเป็นกระทู้ปีที่ ๔ ปีสุดท้ายที่ทำ ก็เป็นเรื่องของการปฏิรูป เช่นเดียวกัน ผมจะอ่านกระทู้ให้ครบตามระเบียบ กระทู้นี้เป็นเรื่องของการทราบ ผลการดำเนินงานกิจกรรมปฏิรูปประเทศที่ ๕ ด้านกระบวนการ อันนี้ลงไปเลยในอาชีพของ ตำรวจ เนื้อหาของกระทู้มี ในรายงานความคืบหน้าของการดำเนินงานตามแผนปฏิรูป ประเทศ มาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญครั้งที่ ๑๓ ที่ผ่านมาด้านกระบวนการยุติธรรม กิจกรรมปฏิรูปประเทศที่ ๕ การบันทึกภาพและเสียงการตรวจค้นจับกุม การสอบสวน ปากคำในการสอบสวน หน่วยงานรับผิดชอบคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนด เป้าหมายมาตรการคุ้มครองผู้ต้องหา จำเลยเพื่อให้เข้าถึงระบบการยุติธรรมได้อย่างมี ประสิทธิภาพอย่างยิ่ง และมีตัวชี้วัด ๑. คือระดับความพึงพอใจของผู้เสียหาย พยาน ผู้ต้องหา จำเลยต่อการดำเนินการมาตรการคุ้มครองสิทธิของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกระบวนการยุติธรรม ๒. ร้อยละของการร้องเรียนของผู้เสียหาย พยาน ผู้ต้องหา หรือจำเลยต่อการได้รับการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม สิทธิมนุษยชนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกระบวนการยุติธรรม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ลงนาม คำสั่ง ตร ที่ ๑๗๘/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๔ เพื่อดำเนินการจัดหาระบบและอุปกรณ์รองรับการปฏิบัติงาน แล้วนั้น จึงถามอย่างนี้ครับ ในทุกสถานีตำรวจนั้น ๑,๔๘๔ สถานีทั่วประเทศ ซึ่งจะต้องมี อุปกรณ์ คำถามที่ ๑ ก็คือพนักงานสอบสวนและผู้บังคับใช้กฎหมายใน ๑,๔๐๐ สถานี ทั่วประเทศได้ปฏิบัติตามแนวทางการปฏิรูปดังกล่าวข้างต้นครบถ้วนอย่างไร และได้รับ ระบบอุปกรณ์รองรับการปฏิบัติงานครบถ้วนทุกสถานี ๑,๔๘๔ สถานีหรือไม่ภายใต้ กรอบงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือของหน่วยงานใดที่สนับสนุน ในปีงบประมาณใด และเป็นจำนวนเท่าไร เป็นการถามครั้งแรกครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีอนุชาครับ🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ในส่วนของการปฏิรูปของกระบวนการยุติธรรม🔗

กิจกรรมปฏิรูปที่ ๑ นั้นก็มีการให้ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้า ในขั้นตอนการดำเนินงานต่าง ๆ ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเมื่อสักครู่ก็ได้ผ่านมาแล้ว คร่าว ๆ ที่ท่านได้กล่าวถึงว่าอาจจะยังไม่มีข้อความใดครบถ้วน ก็ตามพระราชบัญญัติที่ให้ ประชาชนได้เข้าถึงกระบวนการของกระบวนการยุติธรรมได้อย่างรวดเร็ว🔗

กิจกรรมปฏิรูปที่ ๒ คือการแจ้งความร้องทุกข์ตามท้องที่ต่าง ๆ ก็สามารถ ดำเนินงานได้ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ ๑๗๗/๒๕๖๔ ก็มีการนำระบบประจำวัน อิเล็กทรอนิกส์ โพลิส ไดอารี แอกติวิตี รีพอร์ต (Police Diary Activity Report) มาใช้งาน ควบคู่กับระบบสารสนเทศสถานีตำรวจในการดำเนินการเพื่อให้ใช้ในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสถานีตำรวจ ทำให้พนักงานสอบสวนสามารถรับคำร้องทุกข์แม้คดี ที่เกิดขึ้นอยู่นอกเขตพื้นที่ความรับผิดชอบ แล้วสามารถส่งคำร้องทุกข์ดังกล่าวให้พนักงาน สอบสวนผู้รับผิดชอบได้โดยเร็ว🔗

ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม แบบไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของเขตพื้นที่การสอบสวน🔗

กิจกรรมปฏิรูปที่ ๓ การจัดหาทนายความอาสาประจำสถานีตำรวจให้ครบ ทุกสถานีทั่วประเทศ ก็ได้มีการจัดทนายอาสาไปแล้วทั้งสิ้นจากจำนวนสถานีทั้งหมด ๑,๔๘๒ สถานี จัดไปแล้ว ๒๐๓ สถานี แล้วก็มีการแก้ไขโดยการได้มีการให้คำปรึกษาทาง แอปพลิเคชัน (Application) ซึ่งมีหน่วยปฏิบัติงาน ๕ คนต่อวันสามารถที่จะรับเรื่องราว คำปรึกษาได้จากพี่น้องประชาชน เป็นการทั่วไปเหมือนกับที่มีทนายความอาสาอยู่ในสถานี ตำรวจนะครับ ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับก็คือผู้ต้องหา จำเลยหรือประชาชนทั่วไป สามารถขอรับคำแนะนำด้านกฎหมายในการดำเนินคดีการดำเนินการในชั้นพนักงาน สอบสวนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว🔗

กิจกรรมปฏิรูปประเทศที่ ๔ คือปฏิรูปเรื่องการปล่อยตัวชั่วคราว ในผลของ การดำเนินงานนั้นก็ได้มีการเช่าเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์สำหรับการตรวจสอบหรือการจำกัด การเดินทางของบุคคลที่มีการปล่อยชั่วคราวให้แก่ศาลยุติธรรมทั่วประเทศเข้าร่วม โครงการแล้วจำนวน ๑๗๑ แห่ง จำนวน ๗,๐๐๐ เครื่อง ซึ่งก็ได้มีการดำเนินการในส่วนของ กระบวนการในเรื่องของการปล่อยตัวชั่วคราว แล้วก็ได้ทำการจัดสื่อประชาสัมพันธ์โครงการ ส่งเสริมการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับตรวจสอบจำกัดการเดินทางของคนใช้ในการ ปล่อยชั่วคราวเพื่อเผยแพร่ในเว็บไซต์ (Web site) ของศาลยุติธรรมที่เข้าร่วมโครงการ🔗

ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับก็คือการขยายโอกาสให้แก่ผู้ต้องหาหรือจำเลย ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางอาญา และมีการประพฤติหรือมีพฤติการณ์ในการ หลบหนีหรือก่อเหตุเป็นอันตรายแก่สังคมให้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่จำเป็นต้องใช้ หลักประกัน และเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับสังคม🔗

กิจกรรมปฏิรูปที่ ๕ มีการให้การสอบสวนดำเนินการเป็นไปอย่างยุติธรรม ก็คือการบันภาพและเสียงในการตรวจค้นจับกุมการสอบปากคำในการสอบสวน ก็มี คำสั่งที่ ๑๗๘/๒๕๖๔ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องของการบันทึกภาพและเสียง การตรวจค้นจับกุมและสอบสวนคดีอาญา โดยจัดหาอุปกรณ์บันทึกภาพและเสียง ประกอบด้วย หมวกนิรภัยติดกล้องประจำรถจักรยานยนต์ของงานจราจรจำนวน ๖๐,๐๐๐ ชุด กล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหวชนิดติดบนหัวเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจและงานจราจรอีก ๑๒๐,๕๙๗ ชุด กล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหวบนสถานีตำรวจ ๑,๔๘๒ ชุด และกล้อง บันทึกภาพเคลื่อนไหวชนิดบันทึกภาพและเสียงพร้อมอุปกรณ์สำหรับใช้ในงานสอบสวนอีก ๒,๙๘๐ ชุด เพื่อสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือในการพิสูจน์ความผิด หรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหาหรือจำเลย และเป็นการคุ้มครองการปฏิบัติงานของพนักงาน เจ้าหน้าที่ พนักงานตำรวจผู้ทำการจับกุม🔗

ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ ประชาชนผู้ต้องหาหรือจำเลยได้รับความเป็นธรรม ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ นอกจากนี้การบันทึกภาพและเสียงสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในการ คุ้มครองปฏิบัติการของเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ทำการจับกุมอีกด้วย จึงกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ พลตำรวจตรี สุพิศาลครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ก่อนจะเข้าคำถามครั้งที่ ๒ เมื่อสักครู่ได้คำตอบมาในคำตอบในกิจกรรมปฏิรูป ประเทศที่ ๔ เรื่องอีเอ็ม (EM) อีเอ็ม (EM) เป็นส่วนสำคัญที่กระทรวงการยุติธรรมได้อำนวย ความสะดวกให้ แต่สำคัญคือที่เชียงใหม่หรือเชียงราย คนที่ติดอีเอ็ม (EM) อุบัติเหตุ หมอต้อง รอคำสั่งจากศาลเพื่อตัดอีเอ็ม (EM) เสียเลือดที่ข้อเท้าเข้าผ่าตัดไม่ได้ นี่คืออุปสรรคอันหนึ่ง ที่เป็นเพนพอยต์ (Pain point) ของอีเอ็ม (EM) เพราะฉะนั้นการทบทวนศาลยุติธรรมหรือ กระบวนการยุติธรรมต้องต้องไปทบทวนเรื่องการปลดอีเอ็ม (EM) ในเหตุฉุกเฉินอย่างยิ่ง ย่อมกระทำได้ อาจจะออกเป็นประกาศของประธานศาลฎีกาก็ได้เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดได้ดูแลประชาชนที่ติดอีเอ็ม (EM) แล้วไม่สามารถตัดได้เพราะมันเป็นคำสั่งของศาล🔗

ในประเด็นที่ ๕ ก่อนเข้าถึงคำถามการถามที่ ๒ ท่านได้บอกว่าได้จัดอุปกรณ์ ครบถ้วน ก็ขอบคุณแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างยิ่งที่ได้จัดอุปกรณ์และเครื่องมือ เครื่องไม้ให้ทั่วทุกสถานี ท่านประธานครับ มันไม่ใช่แค่นั้น อุปกรณ์มันจะต้องมีเอสดี (SD) ท่านรู้จักเอสดี (SD) ไหม เอสดี (SD) คือซิม หรือเอ็กซ์ดี (XD) ที่เราใส่ ทำให้เข้าไปมันจะ เขียนซ้ำ มันจะถูกเขียนทับ หลักฐานนั้นจะถูกปนเปื้อน เพราะฉะนั้นการส่งหลักฐาน ที่เกี่ยวกับเรื่องการสอบสวนการอะไรตัวเอ็กซ์ดี (XD) คือตัวหัวใจสำคัญที่จะเป็นของแท้ ไม่มีการปนเปื้อน เมื่อมีการสอบพยานหลักฐานแล้วการที่จะให้งบประมาณสำนักงานตำรวจ แห่งชาติให้มากขึ้นมันจะต้องส่งตัวเอสดี (SD) ที่ติดกล้องไปให้จำนวนมาก แล้วติดเหมือน เป็นพยานอิวิเดนต์ (Evident) ๑ ชิ้นเมื่อมีการสอบสวนจนศาลยุติธรรมลงโทษ แล้วไปเก็บไว้ ในที่ที่ถูกต้องเพื่อเป็นออริจินัล (Original) ไม่ปนเปื้อนจากการเขียนทับหรือตกแต่ง นี่คือ หัวใจสำคัญอันหนึ่งที่กระบวนการยุติธรรมต้องมีงบประมาณทุกปีเพื่อให้เพียงพอต่อ การบันทึกเทปในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปนี้ อย่าละเลยครับ ก่อนเข้าคำถามขอสไลด์ (Slide) ถัดไป ท่านจะเห็นว่าผู้เสียหาย พยาน รู้ไหมครับ มีผู้เสียหายหรือพยานถือกล้องถ่าย แต่ตำรวจไม่มี ตำรวจก็มีคอมพิวเตอร์นั่งสอบปากคำผู้เสียหายมาเองเพื่อความยุติธรรม เขาเก็บเอง เดี๋ยวนี้เขาใช้มือถือเก็บแล้ว แต่มือถือก็อย่างว่ามันก็อาจจะถูกเขียนทับได้อีก เขาต้องใช้ช่วยเหลือตัวเอง เพราะฉะนั้นเราต้องแสวงหาพยานหลักฐานที่บริสุทธิ์ทุกชิ้น และเป็นคำถามก่อนในการถามในเรื่องสิทธิมนุษยชน พนักงานสอบสวนหญิงที่มาจาก นรต. หญิงไปไหนหมด ตอนนี้หมดแล้วรุ่น ๗๕ เห็นว่าสำนักงานปลัดกลาโหม ซึ่งคุมโรงเรียน เตรียมทหารสั่งให้โรงเรียนนายร้อยตำรวจหญิงหมดไป เพราะว่ามันไปกระเทือนต่อ เหล่าทัพอื่น ผมว่าคิดผิดครับ นี่สังคมรอตำรวจหญิงเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมคดีทางเพศ คดีเด็ก คดีแอลจีบีที (LGBT) คดีที่ผู้เสียหายพยาน จำเลยต้องการเพื่อเล่าสู่กันฟังเพื่อไม่ให้ เกิดการกระทำซ้ำของการถูกกดทับทางเพศ โดยเฉพาะเรื่องของการข่มขืน การกระทำชำเรา หรือการคุกคามทางเพศต่าง ๆ ที่ต้องเล่าซ้ำซากเพื่อให้เกิดอารมณ์ ดังนั้นเราต้องมี ตำรวจหญิงให้มาก ดังนั้นอันนี้ฝากท่านเรื่องนี้ก่อนเข้าการถาม🔗

การถามครั้งที่ ๒ ในการถามครั้งที่ ๒ มันเป็นเรื่องของการถามอย่างนี้ ได้รับทราบผลการประเมินพึงพอใจของผู้เสียหาย พยาน ผู้ต้องหา จำเลยตามตัวชี้วัดที่ ๑ อย่างไร ตัวชี้วัดที่ ๑ ที่ผมถามไปแล้ว ตลอดจนมีคำร้องเรียนของผู้เสียหาย พยาน ผู้ต้องหา จำเลยต่อการได้รับการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมตามหลักสิทธิมนุษยชน เห็นไหมครับ เพราะว่าเมื่อมีตำรวจหญิงไม่พอของหน่วยงานในตัวชี้วัดที่ ๒ อย่างไรหรือไม่ ขอทราบสถิติ ทั้งประเทศ และรัฐบาลได้ใช้หน่วยงานใดเป็นหน่วยงานประเมินผลตัวชี้วัดภายใต้กรอบว่า อย่างไร งบประมาณจำนวนเท่าไร นี่คือคำถามการถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล เป็นอย่างยิ่งในฐานะที่ผมก็เป็นนักการเมือง เป็น ส.ส. เฉกเช่นเดียวกับท่าน ซึ่งผมได้เห็น ท่านนั้นในการตั้งกระทู้ถามวันนั้นสิ่งที่ท่านทำนั้นเพื่อประโยชน์ของสังคมจริง ๆ ตรงนี้ไม่ได้มี อะไรมาเป็นที่เคลือบแคลงเลย เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างเราก็ได้ร่วมกันในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในส่วนของตัวผมเป็นรัฐมนตรีก็อีกหัวโขนหนึ่งที่จะต้องดำเนินการ ในส่วนของการที่จะได้นำข้อมูลหรือประเด็นต่าง ๆ มาตอบชี้แจง เอา ๒ เรื่องก่อน ในส่วน ของอีเอ็ม (EM) ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ผมจะรับในส่วนนี้ไปประสานกับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม เพราะว่าผมทราบว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นต้นเรื่อง ของการที่เริ่มในส่วนของกำไรอีเอ็ม (EM) อันนี้ขึ้นมา🔗

ในส่วนของพนักงานสอบสวนหญิงก็จะนำไปเป็นประเด็นส่งต่อไปถึงทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในส่วนของกฎหมายต่าง ๆ คงอยู่ที่พวกเราโดยภาพรวม ในฐานะที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งจะส่งข่าวหรือบอกต่อไปยังผู้ที่มีส่วน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล กฤษฎีกาหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้ทำการเสนอกฎหมายเข้ามาทางสภาผู้แทนราษฎร ของเรา🔗

ในส่วนของประเด็นกฎหมายต่าง ๆ คงอยู่ที่พวกเราโดยภาพรวมในฐานะที่ เป็นฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งจะส่งข่าวหรือบอกต่อไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล กฤษฎีกา หรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้ทำการเสนอกฎหมายเข้ามาทางสภาผู้แทนราษฎรของเรา🔗

ในส่วนของประเด็นคำถามสุดท้ายนั้น ตัวชี้วัดระดับความพึงพอใจของ ผู้เสียหาย พยาน ผู้ต้องหา จำเลยต่อการดำเนินการตามการคุ้มครองสิทธิของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมมีการติดตามประเมินผลโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของกองวิจัย สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติเพื่อดำเนินการประเมินความพึงพอใจในการดำเนินการ มาตรการคุ้มครองสิทธิ และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม โดยจะได้สรุปผลการประเมินเพื่อใช้ในการปรับปรุง กระบวนการทำงานให้เหมาะสมต่อไป ซึ่งจะได้นำเรียนท่านเมื่อได้ตัวนี้ผลการประเมิน กลับมา ในส่วนตัวชี้วัดที่ ๒ ร้อยละของการร้องเรียนของผู้เสียหาย พยาน ผู้ต้องหา จำเลย ต่อการได้รับการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมตามหลักสิทธิมนุษย์ชนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินการกระบวนการของความยุติธรรม โดยที่สำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติเป็น ผู้เก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อสรุปผลรายงาน ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบต่อไป ก็เช่นเดียวกัน จะได้นำเรียนท่านในโอกาสต่อไป ที่ได้รับรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุพิศาล มีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานครับ สุพิศาล ภักดีนฤนาถ มีครับ เหลืออีก ๓ นาทีก็จะขอใช้ประมาณสัก ๓ นาที ท่านประธานครับ กราบเรียนฝากไปยังรัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะเรื่อง การปล่อยตัวชั่วคราว กฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ ถือว่าทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์ อันนี้ต้องถือเคร่งครัดนะครับ แต่รัฐบาลเองไม่ค่อยเคร่งครัดเรื่องกฎหมายฉบับนี้ ฉะนั้น หลักก็คือการปล่อยถือเป็นสำคัญ การควบคุมถือเป็นรอง ฉะนั้นผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ ถูกกล่าวหาต้องปล่อยก่อนเป็นหลัก จะใส่กำไลอีเอ็ม (EM) ใส่อะไร ซื้อมาเยอะ ๆ เลยครับ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีสามารถที่จะดูแลได้แล้ว แล้วก็ทำให้เขามีอิสระในส่วนอื่นได้มาก แค่ถูกจองจำ พื้นที่เท่านั้นเองที่ไม่ควรไปปฏิบัติ ก็โอเค (OK) อันนั้นก็ถือว่าเป็นความเหมาะสม คำว่า การเสียสิทธิเมื่อเขาถูกกล่าวหา แต่การเอาไปขังในเรือนจำนี้ไม่ควร โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน ที่เรียกร้องรัฐธรรมนูญ อันนี้คือเจตนามันผิดเพี้ยนต่อการกระทำผิดทางอาญา อันนี้คือ การกระทำผิดทางการเมือง หรือแม้ความผิดที่ไปพาดเกี่ยวกับสถาบันก็ตาม การใช้วาจา หรือการกระทำใด ๆ มันเป็นกระบวนการแค่กล่าวหา รัฐบาลเองควรจะให้สิทธินี้คืนกลับ ประชาชน โดยเฉพาะมาตรา ๒๙ โดยเร็วและโดยสมบูรณ์ที่เขาถือว่ายังบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่เป็นผู้ต้องหา เหมือนอย่างที่เพื่อนผม ส.ส. รังสิมันต์ โรม ที่ถูกรัฐบาลยุคหนึ่งจับกุมไปขัง อย่างนั้นเพื่อไฟต์ (Fight) ต่อการร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนด แล้วก็ถูกขังฟรี ๆ แต่เขามาเป็น ส.ส. เขาต้องดิ้นรนเข้ามาเป็น ส.ส. นั่นคือรังสิมันต์ โรม และอีกหน่อยมันจะมีเด็กแบบนี้เกิดขึ้น อีกมากมาย ถ้ารัฐบาลยังก้าวล่วงสิทธิของประชาชนโดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ ฉะนั้นการใช้ อีเอ็ม (EM) ก็ขอให้ใช้ได้เลย โดยเฉพาะอนาคตหน้าอาจจะทำเหมือนนาฬิกานี้เลย ไม่ต้องไป ห้อยที่ขา ใส่ข้อมือล็อกให้เห็นเป็นกำไลเหล็กเลย มันจะได้ดูสุภาพ แล้วก็ใช้เทคโนโลยี มันพัฒนาขึ้นครับ🔗

อันสุดท้ายเรื่องของสิทธิของตำรวจที่เข้าไปกล่าวหาจับกุมผู้ละเมิดสิทธิ ในพื้นที่ต่าง ๆ ในรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง จะพบว่าตำรวจที่เกี่ยวข้อง การบันทึกเทปที่ผมถึง บอกว่าต้องมีให้ชัด เพราะว่าเมื่อมีการจับกุม การจับกุมมันจะทำได้อยู่ ๒ อย่างคือความผิด ซึ่งหน้า กับความผิดที่มีหมาย แล้วในการจับกุม เจ้าหน้าที่จเรเองอีกหน่อยคณะกรรมการ ที่เรียกว่ารับเรื่องราวร้องทุกข์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องรับเรื่องจากประชาชนที่ถูก ร้องเรียนจำนวนมากขึ้น เพราะว่าเป็นคณะกรรมการที่กฎหมายฉบับใหม่ของ พ.ร.บ. ตำรวจ แห่งชาติที่ออกมาใหม่เปิดขึ้นมา แล้วเรื่องนี้เด็ก ๆ ประชาชนจะไปร้องเรียนตำรวจกรณี ถูกจับให้มาก จับซึ่งหน้าก็ต้องบอกว่าเขาทำผิดอะไร อย่าบอกเพียงแต่ว่าผิดเพราะวิ่งราว วิ่งราวต้องบอกว่าเมื่อวันนี้ เวลาเท่าไร คุณได้กระทำอาการอะไร เอามือล้วงมาที่คอ แล้วกระชากทรัพย์สินของผู้เสียหายในเวลากี่โมง ได้ทรัพย์สินแล้ววิ่งหนีออกไปโดยทันที มันต้องบอกให้เห็นเป็นการกระทำทั้งหมด ไม่ใช่บอกว่ามานี่ จับ จับ แล้วเอาไปขังไว้ แล้วก็ ไปเก็บพยานหลักฐานทีหลังมากล่าวหา อันนี้ผิดกฎหมาย รัฐบาลเอง จเรเองก็ต้องใช้ให้ ควบคุม ผมฝากไว้ด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เป็นการจบ กระทู้ถามแยกเฉพาะของท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ทั้ง ๓ ฉบับ สำหรับวันนี้ ๖ ฉบับ ขอเลื่อนไป ๓ ฉบับ ของท่านสุพิศาลก็ได้ถามตอบเสร็จเรียบร้อยครบทั้ง ๖ ฉบับแล้วนะครับ ก็เป็นการจบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะวันนี้ครับ ขอปิดประชุม ขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรี ขอบพระคุณท่านผู้ตั้งกระทู้ครับ ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระ🔗

รับทราบเรื่องการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยนายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดสุรินทร์ พรรคเศรษฐกิจไทย ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ วันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๕ จึงเป็นผลให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓) รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้ว ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปัจจุบันเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้คือ จำนวน ๔๓๘ คน องค์ประชุมจะต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเท่ากับ ๒๑๙ คน จึงแจ้งให้ที่ประชุมได้ทราบ🔗

เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระ ต่อไป ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนำระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุมและ เรื่องอื่น ๆ ซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระจำนวน ๔ เรื่องขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งคงจะใช้ เวลาไม่มากนักจะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ผมถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗

รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง) จำนวน ๒ ครั้ง คือครั้งที่ ๒๕ วันพุธที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๕ ครั้งที่ ๒๖ วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕ ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้ สภารับรอง เมื่อไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ผมถือว่าที่ประชุมรับรองรายงาน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๒ ครั้ง ดังกล่าวนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ ซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ จำนวน ๔ เรื่อง ด้วยกันคือ🔗

๑. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการทหาร แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก ด้วยประธานคณะกรรมาธิการคือท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ได้มี หนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งที่ว่างลงเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จึงขอเชิญ ท่านสมาชิกเสนอชื่อกรรมาธิการพร้อมทั้งขอผู้รับรองและช่วยพิจารณาด้วยว่าไม่ได้เป็น กรรมาธิการเกินกว่า ๒ คณะ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ เชิญตัวแทนจากพรรคพลังประชารัฐ ได้เสนอชื่อกรรมาธิการ พร้อมผู้รับรองด้วยนะครับ เชิญครับ🔗

นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา ขออนุญาตเสนอชื่อท่านวลัยพร รัตนเศรษฐ เป็นกรรมาธิการการทหาร แทนตำแหน่งที่ว่างลงครับ ของผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเสนอท่านอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเสนอ เป็นอื่นก็ถือว่าที่ประชุมได้เห็นชอบให้ท่านวลัยพร รัตนเศรษฐ ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการ การทหารแทนตำแหน่งที่ว่างลง คือคุณวลัยพร รัตนเศรษฐ🔗

๒. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกสภาพสิ้นสุดลง ด้วยประธาน คณะกรรมาธิการคือท่านอนันต์ ผลอำนวย ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทน ตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนายนิยม ช่างพินิจ ได้มีหนังสือลาออกจากตำแหน่สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร เป็นเหตุให้สมาชิกสภาพสิ้นสุดลง ตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงเป็นผลให้ตำแหน่งกรรมาธิการว่างลง ตำแหน่งที่ว่างลงในเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จึงขอเชิญทางตัวแทน พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อกรรมาธิการพร้อมทั้งขอผู้รับรอง และช่วยพิจารณาด้วยว่าไม่ได้เป็น กรรมาธิการเกินกว่า ๒ คณะ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ เชิญตัวแทนพรรคเพื่อไทยเสนอชื่อ กรรมาธิการแทนครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่างลงในคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ขอเสนอชื่อนายสงวน พงษ์มณี ผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ๕ ท่าน ผู้รับรองครบ พอดีท่านศรัณย์ได้เสนอท่านสงวน พงษ์มณี แทนกรรมาธิการที่ว่าง มีท่านสมาชิกท่านใดเสนอชื่อท่านอื่นไหมครับ ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าผู้ที่ได้รับเลือกตั้ง เป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง คือ นายสงวน พงษ์มณี🔗

๓. ตั้งกรรมาธิการสามัญ ในคณะกรรมาธิการการแก้ไขปัญหาราคา ผลิตผลเกษตรกรรม แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกภาพสิ้นสุดลง คือด้วย รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง คือ ท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นายสุชาติ ภิญโญ ได้มีหนังสือขอลาออก จากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลง ตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงเป็นผลให้ตำแหน่ง กรรมาธิการว่างลงนะครับ ตำแหน่งที่ว่างลงเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ขอเชิญตัวแทนพรรคเพื่อไทยเสนอชื่อกรรมาธิการ พร้อมทั้งขอผู้รับรอง และช่วยพิจารณา ด้วยว่าผู้ที่ถูกเสนอชื่อจะต้องเป็นกรรมาธิการไม่เกิน ๒ คณะ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ เชิญครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการแทนสัดส่วน ที่ว่างลง ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ในคณะกรรมาธิการการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผล เกษตรกรรมนะครับ ขอเสนอชื่อ นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านใด เสนอชื่อท่านอื่นอีกไหมครับ ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีท่านผู้ใดเสนอเป็นอื่น ก็แสดงว่าผู้ที่ได้รับ เลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง คือท่านพรเทพนะครับ🔗

๔. ตั้งกรรมาธิการสามัญ ในคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม แทนตำแหน่ง ที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกภาพสิ้นสุดลง ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ คือ ท่านวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากว่า นายนิยม ช่างพินิจ ได้มีหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเหตุให้ สมาชิกภาพสิ้นสุดลง ตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงเป็นผลให้ตำแหน่งกรรมาธิการว่างลง ตำแหน่งที่ว่างลงเป็น กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จึงขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการ พร้อมทั้งขอ ผู้รับรอง และช่วยตรวจสอบด้วยว่าผู้ที่ถูกเสนอชื่อจะต้องเป็นกรรมาธิการไม่เกิน ๒ คณะ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ เชิญตัวแทนพรรคเพื่อไทยเสนอชื่อกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการแทนสัดส่วน ที่ว่างลงของพรรคเพื่อไทย ในคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม ขอเสนอชื่อ นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านผู้ใดเสนอชื่อท่านอื่นอีกไหมครับ ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีท่านใดเสนอชื่อ ท่านอื่น ก็ถือว่าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง คือ ท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๒.๑ รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภา จำนวน ๒ เรื่อง🔗

ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๐ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๕ ที่ประชุม วุฒิสภาได้พิจารณาเรื่องต่าง ๆ จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้นะครับ🔗

(๑) พิจารณารับทราบรายงานจำนวน ๒ เรื่อง🔗

(๑.๑) รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๔ สภาองค์กรของ ผู้บริโภค🔗

(๑.๒) รายงานการเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔🔗

(๒) ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว🔗

จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบ🔗

๒.๒ รับทราบรายงานกิจการประจำปี งบดุล บัญชีกำไรและขาดทุนของ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๔🔗

ด้วยธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ได้มีหนังสือแจ้งว่า ผู้แทนจากหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายที่จะเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ติด ภารกิจสำคัญ จึงขออนุญาตเลื่อนการเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงรายงานต่อที่ประชุมสภา ผู้แทนราษฎรออกไปเป็น วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๕ นะครับ🔗

๒.๓ รับทราบรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ของคณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงานและสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในรายงานของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและสำนักงานคณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงาน ประจำปี ๒๕๖๓ สิ่งที่จะอภิปรายมี ๒ เรื่องครับ เรื่องการประเมินผล และเรื่องของงบดุล ท่านไปดูที่งบดุลหน้า ๖๙ ถึงหน้า ๑๐๗ เป็นเอกสารของ งบดุลที่เกี่ยวข้อง ผมมีตัวเลขที่น่าสนใจในหน้า ๖๙ ซึ่งเป็นงบดุลที่เกี่ยวข้อง รายได้ จากค่าธรรมเนียม ๒๐,๑๐๑ ล้านบาทเศษ กับค่ารายได้อื่น ๆ อีก ๔๐๐ กว่าล้านบาท รวมแล้วจะเป็นค่ารายได้การดำเนินงานคือ ๒๐,๕๐๐,๐๕๙ ล้านบาทเศษ ตรงนี้ที่ผมสงสัย แล้วไปดูในงบดุลโดยเป็นเงินค่าใช้จ่ายการดำเนินงานคือการจ่ายเงินอุดหนุนนะครับ ๑๖,๙๒๑,๑๐๒,๖๓๙.๓๐ บาท พูดดัง ๆ นิดหนึ่งครับ อะไรคือตัวเลขดัง ๆ เมื่อสักครู่นี้ ๕.๒๒ ท่านไปดู ๕.๒๒ คืออะไร หมายเหตุครับท่านประธานในงบดุล ๕.๒๒ คือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ การอุดหนุน มีอุดหนุน ๒ รายการที่เป็นค่าอุดหนุน คือค่าอุดหนุนสำหรับชดเชยรายได้ ระหว่างการไฟฟ้า ๑๔,๘๓๘ ล้านบาท ไม่ต้องบอกตัวเลขนะครับ แล้วสำหรับอุดหนุนผู้ใช้ ไฟฟ้าที่ด้อยโอกาส ๒,๐๙๗ ล้านบาทเศษ รวมทั้งหมดคือ ๑๖,๙๒๑ ล้านบาทที่ผมพูดไป ท่าน รู้ไหมนี่คือค่าใช้จ่ายที่ได้มาจากรายได้ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่คือยอดใหญ่ ๆ ท่านดูตรงนี้ ครับ ผมพูดตรงนี้คืออะไร มันคือเอฟที (Ft) ซึ่งเอฟที (Ft) คือค่าไฟฟ้า ที่การไฟฟ้าเรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าในแต่ละเดือนประกอบด้วย ๓ รายการ รายการของเอฟที (Ft) คือค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับค่าไฟฟ้าอัตโนมัติหรือที่เรียกว่าค่าไฟฟ้าแปรผัน ที่อยู่ในบิล (Bill) ของประชาชน ล่าสุดค่าไฟฟ้าปี ๒๕๖๔ เดือนธันวาคม คือเก็บเอฟที (Ft) ๑๕.๓๒ สตางค์ ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยถึง ๓.๖๑ บาทต่อหน่วย นี่คือเงินที่ใครครับ มันจ่ายให้กับ การสำรองไฟ กี่บริษัทช่วยอธิบายให้ผมหน่อยว่าค่าเอฟที (Ft) ที่เก็บไปแล้วเอาไปจ่ายให้ ๑๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันจะมีบริษัทที่ทำการสำรองไฟให้กับการไฟฟ้าครับ จ่ายกี่บริษัท ท่านประธาน ไม่มีรายละเอียดครับ เป็นคำถามแรกครับ ถัดมาเอกสารมันมีแต่ปรากฏว่า ผมต้องอ่านเยอะมาก มาดูหน้าการประเมินผล ผมสรุปในเอกสารหน้า ๖๗ การรายงาน การประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาที่เป็นเงินทุนหมุนเวียน คำถามคือค่าต่าง ที่เหลือ ๑.๐๒๐๖ คะแนน ที่ไม่ได้ในการประเมินผลนั้นทำไมไม่ได้ เพราะอะไร ในเกณฑ์ ประเมินผล ๖ เกณฑ์ ได้มา ๓.๙๗๙๔ คะแนนรวมปี ๒๕๖๓ เหตุผลอะไรถึงขาดประสิทธิภาพ ตามไปดูครับ ด้านการดำเนินงานตามนโยบายรัฐและกระทรวงการคลัง ข้อนี้ครับที่มันตก เพราะมันไม่ได้น้ำหนัก ได้ ๒.๖๑๕๐ ที่เหลือมีตัวเลขอยู่ในนี้คะแนนทั้งหมดคือ ๕.๐๐๐๐ แต่อันนี้เป็นปัจจัยตัวแปรที่ทำให้ค่าหายไป ๑.๐๒๐๖ ใช่หรือไม่มันคืออะไร ตอบผมด้วยว่า การไฟฟ้าบกพร่องอะไร ในประเด็นนโยบายแห่งรัฐและกระทรวงการคลัง เวลามันน้อย จริง ๆ ไม่อย่างนั้นผมจะอธิบายทั้งเล่มให้ฟัง ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอนุรักษ์ ตามด้วยท่านมานพ นะครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีคำถาม ที่จะถามคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเพราะว่าค่าไฟแพง ของขวัญปีใหม่ที่ประชาชน ไม่ต้องการ ของขวัญปีใหม่ที่ประชาชนไม่ต้องการ ดิฉันทราบจากข่าวสารทั่วไปและข้อมูล โดยทั่วไปว่าตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๖๕ อีกไม่กี่วันจะวันที่ ๓๑ ธันวาคม ค่าไฟอยู่ที่ ๔.๗๒ บาทถูกต้องหรือไม่ และในปี ๒๕๖๖ ท่านประธานทราบไหมว่าค่าไฟจะขึ้นจาก ๔.๗๒ บาท เป็น ๕.๓๗ บาท ถึง ๖.๐๓ บาทเลยทีเดียว นั่นคือค่าไฟจะแพงขึ้น ท่านประธานไม่เดือดร้อนหรอกค่ะ เพราะว่าท่านประธานรวย แต่ดิฉันเดือดร้อนมาก แทบจะถูกตัดหม้อทุกวัน ๆ เลยทีเดียว ทีนี้ดิฉันถามคำถามไปที่ท่านเลขาธิการ กกพ. ว่าจะสามารถตรึงราคาค่าไฟฟ้าเท่าปี ๒๕๖๕ ได้หรือไม่ นี่คือคำถามแรก เพราะว่าอีกไม่กี่วัน ก็วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๖ ค่าไฟจะแพง นี่คือค่าไฟนะคะ ถ้ามัน ๖.๐๓ บาท ดิฉันว่ามีคน ร่วงลงมาหลายคนเลยทีเดียวและในเรื่องของค่าเอฟที (Ft) ที่เกิดขึ้นในค่าไฟฟ้าผันแปร ดิฉัน สงสัยแทนประชาชนทั้งประเทศว่า ๑๒ โรงงานเอกชน ๖ โรงงานสามารถที่จะสำรองไฟฟ้า เพื่อพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ แต่ทีนี้การสำรองไฟฟ้ามันมากเกินไป อีก ๖ โรงไฟฟ้า ไม่หมุนเลยแต่จะต้องจ่ายตามสัญญา ดิฉันถาม กกพ. ว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร ค่าไฟแพงค่ะ และดิฉันย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าในปี ๒๕๖๖ นี้ พี่น้องไม่ต้องการของขวัญปีใหม่ เป็นค่าไฟแพง นี่คือไม่ต้องการอย่างมากเลยทีเดียว ในเรื่องของท่านจะร้อยเหตุผลที่เอามา อ้างกับประชาชน ท่านมี ๑๐๐ เหตุผลที่จะมาอ้างกับประชาชน ตั้งแต่ก๊าซธรรมชาติแพง พม่าไม่สามารถที่จะทำการผลิตก๊าซธรรมชาติให้กับประเทศไทยได้ สงครามยูเครนหรืออะไร ร้อยแปดพันเก้า แต่ว่าค่าไฟจะต้องไม่เพิ่มมากกว่า ๔.๗๒ บาท ถ้าเป็น ๕.๓๗ บาท ถึง ๖.๐๓ บาท มันแพงมากเกินไปท่านประธานคะ ร้อยแปดเหตุผลของ ก.พ. ก็ไม่สามารถที่จะยับยั้ง ความสงสัยของพี่น้องประชาชนได้ นั่นคือจุดประสงค์ที่ ๒ ของท่านในหน้า ๓๙ คือการกำกับ ค่าไฟและเรื่องที่ตามมาก็คือดิฉันอภิปรายโดยตลอดท่านประธานก็ฟังโดยตลอดมา เรื่องของ การที่เมื่อไม่จ่ายค่าไฟแล้วไปถอดหม้อทุกบ้านของพี่น้องประชาชน เดือดร้อนกันมากเลย ทีเดียวในเรื่องนี้ และยังมีค่าไฟจะมา ๖.๐๓ บาทหรือไม่ ดิฉันถามท่านด้วยความ ไม่ต้องการของขวัญปีใหม่ที่เป็นค่าไฟแพงค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ มาม่าซอง ๗ บาท บาดลึกแล้ว แสงวับแววไฟฟ้าค่าทั่วถึง หน่วย ๖ บาทแทบขาดใจใครรำพึง เสียงอื้ออึงร่ำร้อง นองน้ำตา ค่าไฟแพงแสนแพงแข่งวิกฤต จะเหลือสิทธิหายใจอย่างไรหนา ราษฎรจนจน คนไร่นา ค่าไฟฟ้า ๖ บาทกว่าครอบครัวตาย กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านมานพ เชิญครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ การอภิปรายรายงานประจำปี ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเป็นครั้งที่สองของผม ครั้งแรกนั้นผมก็ได้ อภิปรายแล้วก็ได้นำเสนอไปแล้ว วันนี้ก็ขออนุญาตอภิปรายอีกรอบหนึ่งท่านประธานครับ ผมคิดว่ามันมีความจำเป็นแล้วก็เหตุผลสำคัญที่ผมอยากอภิปรายต่อท่านประธานไปยัง กรรมการบริหารกิจการพลังงานอีกครั้งหนึ่งนะครับ คำถามของผมเป็นคำถามแรกก็คือว่า ท่านกำกับกิจการพลังงานอย่างไรทำให้ไฟฟ้าราคาเพิ่มขึ้น อันนี้ผมคิดว่าเป็นคำถาม ที่ไม่น่าจะเป็นเฉพาะของผม ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกในสภาแล้วก็รวมถึงพี่น้องประชาชน บริหารกำกับกิจการพลังงานอย่างไรไฟฟ้าราคาแพงขึ้น ๆ อันที่ ๒ ผมดูในโครงสร้าง คณะกรรมการกำกับนี่ครับ ผมดูแล้วเป็นโครงสร้างกรรมการที่ไม่ได้เชื่อมโยงกับคนที่ทำงาน เรื่องกิจการพลังงานเลย กรรมการส่วนใหญ่เป็นบุคคลภายนอกทั้งหมดไม่มีฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เรื่องของการสร้าง การผลิต การดูแลพลังงาน เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อยู่ในกลไกตรงนี้ท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าความเป็นจริงของพลังงานที่มันขาดมันเกินเป็นอย่างไร ในกลไกของคณะกรรมการบริหาร คณะผู้บริหารก็เหมือนกัน คือหมายความว่ากรรมการ ชุดนี้ตั้งขึ้นมาโดด ๆ ไม่ได้เชื่อมโยงกับเรื่องของคนที่ทำงานเกี่ยวกับพลังงานโดยตรงเลย ผมคิดว่านี่เป็นประเด็นปัญหา ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุของการที่ทำให้พลังงานไฟฟ้ามีราคาแพง ก็ได้ครับ ทีนี้ผมดูในวิสัยทัศน์ผมคิดว่ามันโอเคเขียนในเอกสารว่ากำกับกิจการพลังงาน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนส่งเสริมการแข่งขันที่เหมาะสมและเป็นธรรม ผมอยู่ในกรรมาธิการ ศาล อัยการ องค์กรอิสระ นี่นะครับ มีเรื่องเกี่ยวกับที่ผมได้ดูแลองค์กรนี้ด้วยครับ สหภาพแรงงานการไฟฟ้าได้มาร้องที่ผมว่าวันนี้การไฟฟ้าไม่มีบทบาทที่จะกำกับหรือว่า จะควบคุมเลยขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบายทั้งหมด ประเด็นหนึ่งพี่น้องประชาชนร้องมา ที่กรรมาธิการครับ ท่านประธานทราบไหมครับ วันนี้มีบริษัทเอกชนได้ไปทำข้อตกลงกับ ประเทศลาวเพื่อที่จะสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าจำนวนหลายเขื่อนมาก ทั้ง ๆ ที่ปริมาณการใช้ไฟ ในประเทศไทยยังเหลือเฟือ อันนี้ท่านกำกับอย่างไรให้เกิดกระบวนการทำสัญญาเอ็มโอยู (MOU) เกิดขึ้นล่วงหน้า ทั้ง ๆ ที่ว่าการบริโภคไฟในประเทศยังเหลือเฟือ อันนี้คำถามที่ผม คิดว่าท่านจะต้องตอบนะครับว่าทำไมไม่เชื่อมโยงแล้วก็สหภาพแรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทยก็มาถามเรื่องนี้ด้วยนะครับ ส่วนที่ ๒ ครับท่านประธาน วันนี้เนื่องจากว่ามีคนอภิปรายน้อยมาก ผมขออนุญาตใช้เวลา เลยไปสักนิดหนึ่งนะครับ เรื่องพลังงานทางเลือก ผมเคยอภิปรายว่าประเทศไทยมีศักยภาพ ที่จะผลิตเรื่องของพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะเรื่องแสงอาทิตย์อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ผมอยากจะเห็นนโยบายที่ผมเคยอภิปรายกับท่านประธานในที่ประชุมแห่งนี้ว่าประเทศไทย มีทั้งหมด ๒๒ ล้านครัวเรือน แต่ละครัวเรือนก็สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ คณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงานของประเทศ ทำไมท่านไม่มีแผนยุทธศาสตร์เรื่องนี้ เรื่องนี้ผมเคย อภิปรายไปแล้ว เรากำลังจะตอบโจทย์เกี่ยวกับระดับโลกว่าไม่ว่าเรื่องเอสดีจี (SDG) เรื่องของ พลังงานสะอาด ซึ่งจะเป็นเรื่องหนึ่งที่จะมาเกี่ยวข้องเรื่องของการกีดกันทางการค้า ท่านจะ ตอบอย่างไรว่าถ้าประเทศไทยยังสร้างพลังงานที่ไม่สะอาด อย่าลืมนะครับการสร้างเขื่อน ที่ประเทศลาวก็ไปทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ถึงแม้ว่าจะอธิบายเป็นน้ำ ผมคิดว่าระดับสากล เขาก็ไม่เชื่อเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นคือเราจะเป็นห่วงโซ่หนึ่งที่จะซื้อพลังงานที่ทำลาย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กลับมาที่ประเทศไทยครับ ๒๒ ครัวเรือน จะเป็นฐาน ในการผลิตเพื่อที่จะสร้างพลังงานไฟฟ้าเองของประชาชนได้ไหม ทิศทางการกำหนดกำกับ พลังงานของท่าน ผมคิดว่าอันนี้มันค่อนข้างที่จะมีปัญหาในแง่ทางยุทธศาสตร์ ในส่วนที่ ๒ ผมคิดว่าผมได้เดินทางไปลงพื้นที่พบพี่น้องประชาชนหลากหลายพื้นที่ สิ่งหนึ่งที่ผมเจอคือว่า ความซับซ้อนในแง่ของอำนาจในการตัดสินใจในการผลิตและสร้างพลังงานให้กับพี่น้อง ประชาชน ไปที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไปที่กระทรวงพลังงาน ไปที่กองทุนพลังงานต่าง ๆ ทั้งหมดเลยครับ ผมคิดว่ามันเป็นการตีปิงปองให้พี่น้องประชาชนจะต้องดูตีปิงปองโต้กันไป โต้กันมา สุดท้ายคือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ผมเสนอว่า การผลิต การสร้างพลังงาน สร้างพลังงานไฟฟ้าทุกหน่วยงานสามารถทำได้ ผมก็เชื่อว่าหลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน วันนี้ก็มีความพยายามที่จะผลิตไฟฟ้าของตัวเอง ผลิตพลังงานของตัวเอง แล้วที่สำคัญผมเชื่อ ว่าท้องถิ่นโดยเฉพาะ อบต. และเทศบาล และ อบจ. เขาก็มีขีดความสามารถที่จะผลิต พลังงานไฟฟ้าของตัวเองได้ เพราะฉะนั้นก็คือว่าการกำกับพลังงานของท่าน ผมคิดว่า การออกนโยบายที่จะปลดล็อกเงื่อนไขที่เป็นข้อจำกัดในการที่จะทำให้ศักยภาพของพื้นที่ ทำได้ ท่านจะต้องปลดล็อกให้เขาทำได้ครับ ผมไปที่ตำบลเสาหิน อำเภอแม่สะเรียง จังหวัด แม่ฮ่องสอน จากตัวอำเภอไปที่ตำบล ใช้เวลาอยู่ ๕ ชั่วโมง ระยะทาง ๙๘ กิโลเมตร ไฟฟ้า แทบไม่มี เทศบาล อบต. ทำอะไรไม่ได้ และลักษณะพื้นที่ที่เป็นเกาะอีกครับ เพราะฉะนั้น ก็คือว่าผมอยากเห็นนโยบายการกำกับที่การมีทางเลือกที่จะผลิตพลังงานของตัวเอง ตามศักยภาพท้องถิ่นไม่ใช่ว่าเป็นอำนาจของส่วนกลาง โดยสรุปครับท่านประธาน อันที่ ๑ ก็คือเราจะทำอย่างไรให้ครัวเรือน ๒๒ ล้านครัวเรือนเป็นผู้ผลิตไฟ อันที่ ๒ ก็คือว่าพลังงาน ทางเลือกที่มันมีโอกาสที่มันมีอยู่แล้วในพื้นที่ต่าง ๆ ทำอย่างไรปลดล็อกให้เขา มีอำนาจ เพราะว่าท่านเป็นคนกำกับว่าท่านจะต้องทำให้พลังงานตรงนี้ตามอย่างนโยบายและวิสัยทัศน์ ของท่านที่กำหนดไว้ว่าเป็นเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นเรื่องการแข่งขันที่เป็นธรรมและ เหมาะสม ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ยังมีหลาย ท่านอยู่นะครับ ต้องขอความร่วมมือท่านสมาชิกเรื่องรับทราบ ขอให้กระชับนิดหนึ่ง เข้าสู่ประเด็นคำถามที่สงสัย ที่ต้องการถามให้เข้าประเด็นกระชับ ๆ หน่อยนะครับ เพราะว่า วันนี้มีเรื่องรับทราบหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นหนี้สาธารณะ หรือรายงานเงินกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ของโควิด (COVID) แล้วก็ยังมีกรรมาธิการอีกหลายคณะรอเข้าอยู่ นี่มันปลายสมัย พยายามจะเร่งให้กรรมาธิการที่ไปศึกษามา มารายงานสภาให้มากที่สุด เชิญท่านต่อไปครับ ท่านวรภพ เชิญครับ🔗

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะผู้แทนที่ติดตาม เรื่องปัญหาค่าไฟฟ้ามาโดยตลอด วันนี้ก็ต้องขออนุญาตสอบถามไปทาง กกพ. ถึงแม้ว่า ผมจะเข้าใจดีครับ ทุกท่านพยายามแก้ปัญหานี้ แต่ว่าปัญหานี้มันก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่าง ตรงประเด็น🔗

ประเด็นแรก ผมได้อภิปรายหลายครั้งแล้ว ทุกท่านก็ทราบดีว่าปัญหาของ ค่าไฟแพงก็คือเรามีโรงไฟฟ้าเยอะเกินไป ไม่แน่ใจทาง กกพ. ทราบหรือเปล่า ต้นปีโรงไฟฟ้า เอกชน ๑๒ โรง เดินเครื่อง ๖ โรง กลางปี โรงไฟฟ้า ๑๒ โรง ก็คือไม่ได้เดินเครื่อง ๗ โรง ปลายปีไม่ได้เดินเครื่อง ๘ โรง แต่ท่านทราบไหมครับว่าปีหน้าโรงไฟฟ้าเอกชนจะไม่ได้ เดินเครื่องแค่ ๒ โรง เพราะว่าสุดท้ายการไฟฟ้าฝ่ายผลิตมีการเปลี่ยนแผน คือให้ทุก โรงงานผลิตมากขึ้น แต่ผลิตโรงละนิด ๆ หน่อย ๆ สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไร กลายเป็นว่าแต่ละแต่ละโรงที่ผลิตนิดหน่อย ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นต่อหน่วยแพงขึ้นด้วยซ้ำ ผมก็ ไม่แน่ใจว่าทาง กกพ. อนุญาตให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้อย่างไร มันเหมือนกับว่ามาแก้ตัว เฉพาะหน้า ที่ว่าโรงไฟฟ้าเกินครึ่งไม่ได้เดินเครื่อง🔗

ประเด็นที่ ๒ ปัญหาเรื่องโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้า เข้าใจว่าท่านเลขา ก็พยายามทำอยู่ แต่ว่าข้อเท็จจริงก็คือว่าค่าไฟฟ้าที่ครัวเรือนใช้ทุกวันนี้แพงกว่าธุรกิจ ขนาดใหญ่ ๕๐ สตางค์ ผมไม่แน่ใจว่านโยบายโครงสร้างราคาแบบนี้ มันเป็นธรรมกับ ครัวเรือนจริงหรือเปล่าครับ คือถ้าเกิดว่าเอาอัตราที่ครัวเรือนใช้จ่าย อัตราก้าวหน้า อัตราสูงสุดเราทุกวันนี้จ่ายอยู่ ๕.๔ บาทต่อหน่วย อันนี้ไม่รวมเอฟที (Ft) แต่พอเป็นฝั่งธุรกิจ ขนาดใหญ่ ค่าพีก (Peak) ก็คือจ่ายอยู่แค่ ๔.๑ บาทต่อหน่วย แล้วก็บวกเอฟที (Ft) การที่ครัวเรือนต้องมาจ่ายค่าพีก (Peak) ที่แพงกว่าธุรกิจขนาดใหญ่เป็นบาทต่อหน่วยอย่างนี้ โครงสร้างราคาไฟฟ้าแบบนี้ ยังเป็นธรรมอยู่กับประชาชนหรือเปล่าครับ อันนี้ขอคำตอบ ด้วยนะครับ🔗

ประเด็นต่อมา ผมเข้าใจดีครับที่ค่าเอฟที (Ft) ท่านก็พยายามอธิบายว่าเรา จะเอาก๊าซในธรรมชาติในอ่าวไทยมาเป็นราคาให้กับครัวเรือนใช้ก่อน แต่ปัญหาที่แท้จริง ไม่ได้แก้ไขว่าก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยมันมีเพียงพอ เราต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับ ผลิตไฟฟ้า ๒,๖๐๐ ล้านลูกบาศก์คิวบิกฟุตต่อวัน ซึ่งในอ่าวไทยก็ผลิตได้ ๒,๗๐๐ แต่ว่าด้วย นโยบายรัฐที่ว่าปล่อยให้ก๊าซธรรมชาติเอาไปให้อุตสาหกรรมไปเผาเป็นเชื้อเพลิงก่อน เอาให้ ปิโตรเคมีในเครือใช้เป็นเชื้อเพลิง ใช้เป็นวัตถุดิบก่อน เอาให้โรงไฟฟ้าเอกชนไปซื้อก๊าซ ในราคาอ่าวไทย แต่ไปขายในราคาเอฟที (Ft) นี่คือทำให้เอกชนเหล่านี้ อุตสาหกรรมเหล่านี้ ได้ผลประโยชน์มหาศาลจากการที่เขาสามารถหยิบฉวยเอาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ไปขายได้ก่อน ถูกต้องครับว่าในอดีตก๊าซธรรมชาติเรามีเยอะครับ การปล่อยให้มีนโยบาย แบบนี้อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ผิดนัก แต่สถานการณ์วันนี้และต่อจากนี้ไปข้างหน้า มันไม่ถูกต้องแล้ว เพราะทุกคนก็รู้ดีว่าก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยไม่เพียงพอ เราจำเป็นต้องนำเข้าแอลเอ็นจี (LNG) เข้ามา คำถามง่าย ๆ ครับว่าทำไมไม่ให้อุตสาหกรรมเหล่านี้เขาต้องจ่ายในราคานำเข้า แอลเอ็นจี (LNG) เพราะนั่นคือราคาตลาดโลกที่เขาควรจะต้องจ่าย กำไรเหล่านี้ ที่อุตสาหกรรมพลังงานได้ไปมันควรจะกลับมาให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ซึ่งมันก็ต้องเริ่ม เปลี่ยนนโยบายตั้งแต่วันนี้ให้อุตสาหกรรมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง เขาก็ต้องไป เปลี่ยนไปใช้น้ำมันเตา เปลี่ยนเบอร์เนอร์ (Burner) มันทำได้ครับ ทำง่ายด้วย แต่ให้ อุตสาหกรรมปิโตรเคมีเปลี่ยนจากวัตถุดิบที่เป็นก๊าซธรรมชาติไปเป็นน้ำมัน เป็นนาฟตา (NAFTA) เขาก็ทำได้ครับ แต่มันต้องมีนโยบายที่ชัดเจนออกมา วันนี้ให้เขาลงทุน มีเวลา ปรับเปลี่ยนการลงทุน ๔ ปี ๕ ปี ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยมันก็จะมาผลิตไฟฟ้าให้ประชาชน ใช้ค่าไฟได้ถูกลงได้ โรงไฟฟ้าเอกชนไอพีเอส (IPS) ที่เขาใช้ก๊าซจากอ่าวไทยแต่ไปขายราคา เอฟที (Ft) กำไรมหาศาล ท่านก็ต้องกำหนดมีนโยบายออกมาเพื่อเอากำไรเหล่านี้เข้ามา สนับสนุนให้การไฟฟ้าเขาได้ลดค่าไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งไอพีเอส (IPS) ทุกวันนี้ โรงไฟฟ้า เอกชน เมื่อเขาขายไฟให้กับเอกชนแล้ว โพลิซี เอ็กซ์เพนส์ (Policy expense) ก็ไม่ถูกเอามา หารด้วย อันนี้ก็ขอเป็นคำตอบที่ชี้แจงชัดเจนว่าทำไมครัวเรือนประชาชนทุกคนใช้ต้องมาแบ่ง หารโพลิซี เอ็กซ์เพนส์ (Policy expense) ของนโยบายรัฐ ในการสนับสนุนรีนิววาเบิล (Renewable) สมัยก่อน แต่พอเป็นโรงไฟฟ้าเอกชนขนาดใหญ่ขายตรงในนิคมอุตสาหกรรม ทำไมไม่ถูกเอามาหารด้วย หรือแม้กระทั่งระบบสายส่งก็ไม่มาหาร ระบบสายส่งผมพอเข้าใจ ได้ครับ แต่ขอคำตอบสำหรับโพลิซี เอ็กซ์เพนส์ (Policy expense) ตรงนี้ด้วยนะครับ🔗

สุดท้ายครับ เน็ตมีเตอร์ริง (Net metering) นโยบายรัฐบาลปี ๒๕๖๒ เขาก็เขียน ไว้ชัดเจนว่า ๔ ปีนี้รัฐบาลจะมาทำ เน็ตมีเตอร์ริง (Net metering) ไม่ใช่เน็ตบิลลิง (Net billing) ก็คือว่าราคาที่ครัวเรือนติดโซลาร์ (Solar) แล้วขายคืนต้องเป็นราคาเดียวกับที่ เขารับซื้อมา นี่คือนโยบายรัฐบาล ๔ ปีมาแล้ว ไม่แน่ใจว่าถ้าท่านเลขาธิการ กกพ. ก็ชี้แจงว่า ถ้าไม่ทำแล้วก็ขอความชัดเจนครับ ประชาชนจะได้ไม่ต้องรอกัน ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน หมอจตุรงค์ เชิญครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ผมต้องนำเรียนว่าวันนี้เราได้มีโอกาสพิจารณารายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ของ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ผมก็รอ ๆ แล้วก็อยากจะถามแทนพี่น้องประชาชนและพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ต่างจังหวัดเขาก็คอนเพลน (Complain) มาหลายเรื่อง🔗

เรื่องแรกก็คือเรื่องว่าตอนนี้เขาทำการเกษตร ไฟฟ้าที่ทำการเกษตรเขาขอ ขยายเขตมาผมก็นำเรื่องอภิปรายในสภาแล้วก็หารือ ตลอดจนแจ้งทุกฝ่ายว่าอยากให้ขยายไป ให้เขาให้ได้มากที่สุดนั่นคือลดต้นทุนการเกษตรจะได้ได้ ก็ปรากฏว่าได้รับคำตอบว่า เป็นโครงการนโยบายที่ดี แต่ยังไม่มีโครงการที่จะขยายไปให้เขา แล้วก็เข้าใจว่าถ้าจะขยาย จะต้องมีเรื่องของที่ไฟฟ้าภูมิภาคเขาดำเนินการคือต้องมีการกำไรขาดทุนอะไรต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราอยากจะให้เน้นย้ำว่ามีโอกาสที่จะขยายแล้วเขาได้ใช้ทั่วถึง ราคาไม่แพง นี่เรื่องที่ ๑🔗

เรื่องที่ ๒ ก็เป็นเรื่องที่ท็อปฮิต (Top Hit) ที่สุดพอฟังข่าวแล้วปีใหม่ค่าไฟ จะขึ้น ค่าแก๊สทั้งหมดทั้งแอลพีจี (LPG) ทั้งเอ็นจีวี (NGV) อะไรต่าง ๆ มันเท่ากับเป็นการ ถาโถมความเดือดร้อนซ้ำมาให้กับพี่น้อง เขาก็เปรียบเทียบอย่างอื่นมากมาย ผมอยากให้ ที่อธิบายมาว่ามันจำเป็นจะต้องไปใช้หนี้บ้าง จำเป็นจะต้องไปบริหารจัดการบ้าง เรารอ อีกหน่อยได้ไหม ในช่วงปีใหม่ในช่วงปี ๒ ปีเราตรึงไว้ให้เท่าเดิมหรือขึ้นให้น้อยที่สุดนะครับ ขอถามเลยว่าเป็นสิ่งซึ่งจะเป็นประโยชน์เพราะว่าพี่น้องประชาชนเขาก็รอฟังอยู่ ซึ่งตอนแรก แจ้งมาว่าขึ้นเยอะ พอหลัง ๆ ว่าเออดีขึ้นนิดหนึ่ง แต่ก็ยังไม่พอใจของพี่น้องประชาชนครับ ถ้าเป็นไปได้ตอนนี้ให้ตรึงไว้หรือว่าค่าเอฟที (Ft) ต่าง ๆ เราทราบดีว่าท่านสำรองไฟไว้ พอสำรองไฟท่านก็ต้องคิดมาเป็นต้นทุนด้วย ซึ่งตรงนี้จะพูดว่าเป็นธรรมก็ไม่น่า เป็นธรรมเท่าไร เพราะว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนที่จะต้องจ่ายค่าเป็นการสำรองไฟไว้🔗

อีกเรื่องหนึ่งเรื่องโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ก็ดีเรื่องของการที่พี่น้องประชาชน ที่สมัยก่อนที่เรามีการทำเป็นพลังงานสะอาด ท่านซื้อไฟเขาราคาเป็นอย่างไร แล้วตอนนี้ นโยบายที่จะทำตอบรับกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในห่างไกลสามารถจัมป์ (Jump) ไฟได้ทำ เป็นพลังงานสะอาดไม่ว่าจะเป็นชีวมวล ไม่ว่าจะเป็นพลังงานอื่น ๆ ท่านมีโอกาส ที่จะผันตรงนี้ได้ไหม แล้วก็เรื่องของการซื้อไฟจากต่างประเทศต่าง ๆ แล้วเรามีโอกาสที่จะ ผลิตเองได้ไหม เช่น เราจะทำเขื่อนพลังน้ำที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านวีระกร คำประกอบ เป็นประธานเรื่องน้ำผมก็เป็นอยู่ในชุดนี้ด้วย ถ้าเราสามารถทำเขื่อนได้เราเอาไฟ ของเรามาใช้พลังน้ำเองไม่ต้องไปซื้อเขาแล้วก็ลดต้นทุนแล้วก็ถือว่าเป็นกำจัดพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ด้วย เพราะฉะนั้นขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ เชิญครับ🔗

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย จังหวัดลพบุรีครับ เกี่ยวกับการรายงานของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและสำนักงานคณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงานผมได้อ่านดูแล้วก็มีสิ่งที่อยากจะขอคำตอบจากคณะกรรมการชุดนี้ว่า ไฟฟ้าจะขึ้นราคาแล้ว แต่ช่วงนี้ไฟฟ้ายังดับอยู่เป็นประจำไม่ว่าภาคไหน โดยเฉพาะภาคกลาง การไฟฟ้าจังหวัดลพบุรีคือดับเป็นประจำพอฝนตกก็ดับ พอลมพัดแรงหน่อยก็ดับ ไม่ทราบว่าคือทำอย่างไร กำกับดูแลอย่างไรถึงปล่อยให้ดับอยู่อย่างนี้ แล้วก็เรื่องไฟฟ้า ที่บอกว่าไม่พอไม่เข้าใจว่าการไฟฟ้าเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์คือรัฐควรจะส่งเสริมกลับเพิกเฉย ไม่ได้ส่งเสริมไม่อะไร ส่งเสริมทุกครัวเรือน เพื่อให้มีเอกชนได้ทำไฟฟ้าขึ้นมาเพื่อขายให้รัฐบ้าง เพื่อจะได้เป็นการลดต้นทุนแล้วก็เป็นการส่งเสริมเอกชนเพื่อทำงานให้กับส่วนรวม การไฟฟ้า ก็จะได้ไม่ต้องมารับภาระอะไรมากมาย แล้วก็การไฟฟ้าถ้าเกิดทำพลังงานสะอาดขึ้นมาแล้ว เพื่อต้องการลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ตอนนี้คือเอกชนหรือประชาชนแทบจะไม่มีรายไหนเลย ที่ว่าจะทำได้แบบที่ว่ากำลังต้นทุนน้อย ๆ ทำพลังงานสะอาดขึ้นมาได้ นอกจากเป็น บริษัทมหาชน บริษัทใหญ่ ๆ ที่ทำอย่างนั้นมา รัฐถ้าส่งเสริมถ้ามีความตั้งใจจริง ๆ อยากจะให้ ส่งเสริมประชาชนทุกภาคทุกครัวเรือน โดยการติดตั้งพลังงานสะอาดนี้ไว้กับทุกครัวเรือน เพื่อให้เขาได้ประหยัดค่าไฟ แล้วก็นำไฟฟ้ามาขายให้กับโรงงานอุตสาหกรรมหรืออะไร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาก็รับหน้าที่ไป เพื่อต้องการลดค่าใช้จ่ายของ ประชาชน แล้วก็พลังงานสะอาดเกี่ยวกับการเกษตรในจังหวัดลพบุรีมีการเกษตรอย่างมาก ต้องใช้ไฟฟ้าและประชาชนก็ค้างค่าไฟฟ้าเกี่ยวกับการสูบน้ำเข้าหาพื้นที่ทำเกษตรมากมาย โดยเฉพาะอำเภอพัฒนานิคม อำเภอชัยบาดาล บาง อบต. เป็นหนี้ของการไฟฟ้าทีละ ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ โดยที่ยังไม่มีการจ่ายให้กับทางการไฟฟ้า แล้วก็การไฟฟ้า ก็ตัดออกไป ข้อนี้อยากจะทราบข้อมูลว่าทำอย่างไรให้อาชีพการเกษตรนี้ได้ใช้พลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุน แล้วก็เพื่อนำไปแข่งขันกับเขาได้ เพราะการทำเกษตรนี้คือทุกอย่างมันใช้ ไฟฟ้าหมด แล้วก็สิ่งหนึ่งที่อยากให้รัฐส่งเสริม คือส่งเสริมให้ทำพลังงานสะอาดกับพื้นที่ไม่ว่า พื้นที่ของรัฐหรือของเอกชน พื้นที่รัฐก็มีมากมายอย่างพื้นที่ของทหารทั่วไป อันนี้ก็สมควรจะ ให้ส่งเสริมการทำขึ้นมา พื้นที่ของกรมทางหลวง หรือพื้นที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งมีมากมาย อันนี้ต้องส่งเสริมให้ทำขึ้นมา กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน พันตำรวจตรี ชวลิต เชิญครับ🔗

พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมดีใจมากเลยที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานมารายงานประจำปีในสภาแห่งนี้ เพราะว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมก็เพิ่งอภิปรายหารือในสภาแห่งนี้ไปเรื่องค่าไฟในบ้านของประชาชน ในพื้นที่ที่เขาต้องจ่ายค่าไฟแพงกว่าบ้านอื่น ๆ แบบปกติ ก็คือปกติประชาชนทั่วไปเขาก็ จ่ายค่าไฟแพงอยู่แล้ว แต่ว่าก็มีบางพื้นที่ที่ประชาชนในพื้นที่นั้นเขาต้องจ่ายค่าไฟสูงกว่า ประชาชนทั่วไป ปัญหามันเกิดจากอะไร สัปดาห์ที่แล้วผมขอเล่าย้อนความนิดหนึ่ง ผมหารือ ในสภาเรื่องที่คุณพุธิตา ชัยอนันต์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล พรรคของผมเองที่อำเภอ สันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ก็ฝากผมมาช่วยหาทางแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่ พี่น้องชาติพันธุ์ หลาย ๆ ชาติพันธุ์เลย โดยเฉพาะพี่น้องลาหู่ในพื้นที่หมู่ ๑๕ ตำบลป่าไผ่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เขาอยู่ในพื้นที่ที่เสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าไปไม่ถึงตัวบ้าน ของเขา ก็คือมันไปอยู่ที่ถนน ถนนเส้นหลักของเขา แต่ว่าบ้านของเขามันต้องเข้าซอยไปตรงนี้ ไม่มีมิเตอร์ที่บ้านของเขา ก็เลยเกิดปัญหาที่ว่าเขาก็ต้องใช้มิเตอร์ร่วมกันในหลาย ๆ บ้าน คราวนี้ปัญหามันก็เกิดอะไรขึ้น เขาก็เลยจ่ายค่าไฟแพงกว่าปกติ เพราะว่าเราคิดค่าไฟ ในอัตราก้าวหน้าถูกไหมครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ชัดขึ้นกว่านี้ เผื่อท่านประธานหรือว่า หลาย ๆ ท่านงง ถ้าเกิดว่าเราบ้านอยู่ในเมืองปกติ บ้านของเรามีมิเตอร์ (Meter) ประจำบ้านของการไฟฟ้าบ้านละลูกใช่ไหมครับ แล้วถ้าเกิด เราใช้ไฟไม่เยอะ อย่างเช่น ถ้าเกิดเราใช้ไฟไป ๑๕ หน่วยแรก มันก็จะตกหน่วยละ ๒.๓๐ บาท ใช่ไหมครับ เกิดถ้าเราใช้ไฟเยอะขึ้นไป เช่น ถ้าเกิดเราใช้ไป ๔๐๐ หน่วย หน่วยที่ ๔๐๐ ขึ้นไป มันก็ราคาแพงขึ้น กลายเป็นราคาหน่วยละ ๔.๔๐ บาท เป็นต้น ถ้าเราเป็นบ้านปกติทั่วไป ในเมือง อันนี้ก็เข้าใจได้ เพราะว่ามันเป็นมาตรการที่ขึ้นระดับค่าไฟที่จะป้องกันไม่ให้ เราแต่ละบ้านใช้ไฟกันเยอะ แต่ว่าพอมาดูพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ที่ความเจริญ การไฟฟ้าเข้าไป ไม่ถึง เขาเกิดปัญหาที่ว่าหลาย ๆ บ้านต้องมาพ่วงกันที่จะใช้มิเตอร์ (Meter) ลูกเดียวกัน แล้วมันก็เลยกลายเป็นค่าไฟที่มันเหมือนกับว่าหลาย ๆ บ้านรวมกันเป็นบ้านเดียว แล้วก็เป็น ค่าไฟที่สูงขึ้นมา ก็เลยเกิดปัญหาที่ทำให้เขาต้องจ่ายค่าไฟแพงเป็น ๒ เท่าแบบนี้ อันนี้ก็เป็น ปัญหาที่ชาวบ้านฝากคนในพื้นที่ ตัวแทนผู้สมัครพรรคผมมา แล้วก็ฝากให้ผมมาช่วยหารือ วันนี้ท่านคณะกรรมการกิจการพลังงานก็มาอยู่ ณ ที่นี้แล้ว ก็อยากให้รับฟังปัญหาแบบตรง ๆ ไปเลย แล้วก็หาทางช่วยแก้ปัญหาด้วยนะครับ ข้อเสนอแนะนี้ผมคิดว่าเกณฑ์ที่จะคิดค่าไฟ เป็นขั้นบันไดอะไรอย่างนี้ เราอาจจะต้องยกเว้นเป็นบางพื้นที่หรือเปล่าครับ พื้นที่ที่การไฟฟ้า ไม่สามารถเอาฟาซิลิตี (Facility) เอาสิ่งอำนวยความสะดวกไปไม่ถึงพื้นที่เขา อย่างน้อยก็ ไม่ควรจะไปทำร้ายประชาชนในการคิดค่าไฟแพงขึ้นกว่าปกติอะไรอย่างนี้ ควรจะหาทาง ยกเว้นหลักเกณฑ์ตรงนี้เพื่อแก้ปัญหาให้เขาได้จ่ายไฟ อย่างน้อยก็ได้เท่ากับชาวบ้านปกติ ทั่วไปเหมือนบ้านเราที่อยู่ในเมือง ก็ฝากด้วยนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน เลขาธิการคมกฤชได้ตอบชี้แจงครับ🔗

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงาน

เรียนท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านครับ ขออนุญาตตอบคำถามเป็นรายข้อไปเลยนะครับ🔗

อันแรก ของท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ พรรคก้าวไกล ถามเรื่องของเงินอุดหนุนของค่าไฟ ผมจะขอเรียนตอบนิดหนึ่งก่อนว่าสำหรับเงินอุดหนุนตัวนี้ มันเป็นเงินที่ส่วนเกินที่มาจาก ๓ การไฟฟ้าที่ กกพ. กำกับอยู่ ถ้าโดยรวมก็คือการไฟฟ้า นครหลวงซึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ ก็จะมีรายได้มากกว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซึ่งขยายพื้นที่ไปที่ ต่างจังหวัด และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยก็มีรายได้มากกว่า เพราะฉะนั้น ตามนโยบายของการมีอัตราค่าไฟค่าเดียวกันทั่วประเทศก็เลยต้องมีการนำเงินส่วนเกินของ การไฟฟ้านครหลวง โอนให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โอนให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยกลไกตาม พ.ร.บ. เขาจะมีการโอนเงินตรงนี้ผ่านกองทุน พัฒนาไฟฟ้าในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แล้วก็โอนให้เลย ก็ทำให้กลไกเกิดมีอัตราค่าไฟฟ้าอัตรา เดียวกันทั่วประเทศ ต้องเรียนว่าเงินจำนวนนี้ไม่ได้เป็นเงินที่สำนักงานสามารถนำมาใช้ได้ เป็นเงินที่เราโอนไปเพื่อให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งขยายพื้นที่ไปในเขตต่างจังหวัดไกล ๆ ให้ประชาชนได้ใช้ เขาลงทุนเยอะ เพราะฉะนั้นผลตอบแทนเขาน้อย ก็ต้องเอาเงินส่วนเกิน จากการไฟฟ้านครหลวงในกรุงเทพฯ เข้ามาชดเชยกันไป แล้วอันนี้เราก็พยายามกำกับกลไก ให้ผลตอบแทนของทั้ง ๓ การไฟฟ้าเป็นไปตามที่กระทรวงการคลังกำหนด อันนี้ใน คำถามแรกก็เป็นเงินจำนวนนั้นจริง จำนวนค่อนข้างเยอะหน่อย เพราะว่าเงินมันมีการโอน ชดเชยกันจำนวนเยอะ แต่ว่าเป็นเงินที่สำนักงาน กกพ. ไม่สามารถนำมาใช้ได้🔗

ส่วนที่ ๒ ก็เป็นเงินที่การไฟฟ้าโอนเข้ามาเพื่อใช้สนับสนุนคนใช้ไฟฟรี ๕๐ หน่วยตามนโยบายรัฐบาล อันนี้ก็เป็นอีกก้อนหนึ่งซึ่งเป็นเงินที่เก็บเอาไว้ เป็นเข้ากองทุน สำหรับนโยบาย ๕๐ หน่วยไฟฟรี อันนี้ก็เป็นเงินอีกก้อนหนึ่ง เงินในก้อนนี้ก็เช่นเดียวกันครับ เป็นเงินที่ทางสำนักงานไม่ได้เอาไปใช้ แต่เป็นเงินที่เวลาการไฟฟ้าคิดบิล (Bill) คิดอะไร ในรอบปี เขาก็จะคิดว่าเงินจำนวนนี้มีจำนวนเท่าไร และเขาก็จะมาเบิกจากกองทุนนี้เข้ามา อันนี้ ก็เป็นเงินอีกก้อนหนึ่ง เพราะฉะนั้นตัวเลขอาจจะดูค่อนข้างเยอะ แต่ว่าเป็นตัวเลขที่เป็นจริง ที่มาจากการไฟฟ้า แล้วก็ทางสำนักงาน กกพ. เองก็ไม่ได้นำเงินตัวนี้ไปใช้เลย ถัดมานอกจาก เงินตรงนี้แล้วก็ยังเป็นส่วนของที่บอกว่าโควิด (COVID) เป็นส่วนของที่บอกว่าประสิทธิภาพ ของกองทุนมีอยู่ข้อหนึ่งว่าประสิทธิภาพไม่ค่อยดี จริง ๆ ต้องเรียนว่าในส่วนนั้นก็เป็นตัวเลข ตามนั้นจริง และเป็นตัวเลขที่ประเมินจริง แต่ต้องเรียนว่าในปี ๒๕๖๓ เป็นปีที่เกิดโควิด (COVID) ดังนั้นโครงการในพื้นที่ และกองทุนประเมินพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าทั่วประเทศไทย ช่วงนั้นกิจกรรมต่าง ๆ ก็มีการประชาคมน้อยลง มีการทำโครงการต่าง ๆ น้อยลง เพราะฉะนั้นตัวเลขการเบิกจ่ายเหล่านี้ก็น้อยลงตามช่วงสถานการณ์โควิด (COVID) แต่ช่วง หลัง ๆ ก็มีการเร่งดำเนินการขึ้นในเรื่องของเอาเงินไปใช้จ่ายสนับสนุนในกิจกรรม ที่เป็นสาธารณสุขก็ดำเนินการเร่งมากขึ้น ก็ต้องเรียนว่ากิจกรรมที่น้อยลงเนื่องจาก สถานการณ์โควิด (COVID) และมีเรื่องของการปรับปรุงระเบียบต่าง ๆ ชุมชนอาจจะไม่ค่อย เข้าใจ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าหลัก ๆ แล้วมาจากสถานการณ์โควิด (COVID) ถามว่าเงิน ส่วนนี้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องเอฟที (Ft) หรือเปล่า เป็นคนละส่วนกันเลย เพราะว่าส่วนนี้ เป็นเงินชดเชยรายได้ของการไฟฟ้า แต่เรื่องของเอฟที (Ft) เป็นเรื่องของเงินที่มาจากค่าไฟฟ้า ผันแปร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการใช้เชื้อเพลิง เชื้อเพลิงในปัจจุบันราคามันเปลี่ยนแปลง ไปค่อนข้างเยอะก็เลยทำให้เงินที่เป็นเรื่องของเอฟที (Ft) เป็นคนละตัวกับเงินที่กล่าวถึง สำหรับคำถามของพรรคก้าวไกลในข้อ ๒ นะครับ🔗

ถัดมาเป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทยเรื่องของค่าไฟแพง แล้วก็จะสามารถลด ค่าไฟเท่าให้กับปี ๒๕๕๖ ได้ไหม แล้วก็สำรองไฟต่าง ๆ การกำกับค่าไฟ ต้องเรียนว่าของ กฟภ. เองเราดูแลกิจการพลังงาน เราไม่ได้เป็นผู้ออกนโยบาย ในภาคไฟฟ้าเราจะมี ๓ ส่วน ๑. ก็คือในภาคนโยบาย แล้วก็ภาคกำกับ แล้วก็ภาคการดำเนินการ คือทางโอเพอเรเตอร์ (Operator) ทั้งหลาย คือการไฟฟ้าแล้วก็ผู้ประกอบการ กกพ. เองเป็นคนที่ทำให้เกิด ความเป็นธรรมในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ไฟ ผู้ได้รับใบอนุญาตต่าง ๆ อันนี้ก็คือ โดยหลักก่อน แต่ว่าทาง กกพ. เองไม่สามารถที่จะรับซื้อไฟเข้ามาในระบบได้ด้วยตัว กกพ. เอง คือต้องมีนโยบายมากำหนดก่อนเราถึงจะซื้อไฟเข้ามาได้ นโยบายถ้าเป็นกิจการที่อยู่ใน ประเทศนโยบายก็กำหนดมาว่าจะให้ซื้อไฟประเภทไหน อย่างไร และ กกพ. ก็จะนำมา ดำเนินการออกกฎ ออกระเบียบรับซื้อ แต่สำหรับโครงการที่อยู่ในต่างประเทศ อันนั้นทาง ทางนโยบายก็ได้ดำเนินการสั่งตรงให้การไฟฟ้าซึ่งเป็นคู่สัญญา แล้วก็เป็นหน่วยงานที่อยู่ ภายใต้นโยบายดำเนินการรับซื้อได้เลย เพราะฉะนั้นไฟที่เข้ามาอยู่ในระบบก็จะมี ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งที่มาจากต่างประเทศตามที่นโยบายกำหนดมาให้ผู้ประกอบการคือการไฟฟ้าเป็นคน รับซื้อมา กับอีกส่วนหนึ่งก็คือไฟที่มาจากการรับซื้อตามนโยบายที่ กกพ. เป็นคนดำเนินการ🔗

สำหรับในเรื่องของเอฟที (Ft) เรื่องของไฟสำรอง ต้องเรียนเรื่องของ ไฟสำรองก่อน ไฟสำรองมันก็จะมีการซื้อไฟฟ้าอยู่ ๒-๓ อย่าง แบ่งเป็นกลุ่ม ๆ ได้ ก็คือ กลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่ซื้อไฟฟ้า แล้วก็สามารถสั่งเดินเครื่องได้ เพื่อสนับสนุนความมั่นคงของ ระบบ หรือในทางเทคนิคก็เขารียกว่าซื้อคาปาซิตี (Capacity) หรือความมั่นคง อันนั้น หมายถึงว่าเราจะเรียกโรงไฟฟ้าประเภทนั้นได้ตลอดเวลา เขาต้องทำเครื่องให้พร้อมที่จะเดิน กับอีกส่วนหนึ่งก็คือเป็นโรงไฟฟ้า ซึ่งเราจะจ่ายเงินเมื่อมีพลังงานเข้ามา โรงไฟฟ้าส่วนนี้ เราไม่สามารถเรียกได้ตลอดเวลา เช่น โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ก็คือเขาพร้อมที่จะเดินเครื่อง จ่ายไฟเข้ามาแล้วก็คิดตามหน่วย มันก็จะเป็นแบบ ๒ กลุ่ม ในระบบไฟฟ้าโดยรวมมันก็ต้องมี ทั้ง ๒ ส่วนพร้อมกัน ดังนั้นโรงไฟฟ้าที่เรียกได้ ที่มีความสามารถในการเดินเครื่องตลอดเวลา เราก็ต้องมีเรื่องของความพร้อมจ่าย เพราะฉะนั้นก็จะมีโรงไฟฟ้าที่เป็นหลักที่เป็นตัวค้ำระบบอยู่ แล้วก็โรงไฟฟ้าที่จ่ายพลังงาน เข้ามา เพราะฉะนั้นใน ๒ ส่วนนี้ก็จะต้องเรียกว่าสนับสนุนซึ่งกันและกัน โรงไฟฟ้าที่จ่าย พลังงานอย่างเดียวอาจจะมีราคาถูกกว่าในเรื่องของพลังงาน แต่ว่าโรงไฟฟ้าอีกกลุ่มหนึ่ง ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มของเรียกว่าคอมบายน์ ไซเคิล (Combine Cycle) ก็อาจจะมีราคา จริง ๆ ราคาปกติก็จะไม่แพงเท่าไร แต่ช่วงนี้ราคาแก๊สแพง เพราะฉะนั้นโรงพวกนี้ก็จะราคา รวมกันแล้วก็จะแพงอยู่ แต่ว่าโดยหลัก ๆ ทั่วไปถ้าสภาวะปกติราคาจะถูกกว่าโรงไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน เพราะฉะนั้นระบบก็จะมีทั้ง ๒ ส่วนพร้อมกัน ระบบเราเริ่มเปลี่ยนจาก ระบบที่มีโรงไฟฟ้าหลักไปสู่ระบบที่มีโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเล็ก ๆ มากขึ้น เพราะฉะนั้น ระบบก็จะมีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา แล้วก็จะเริ่มมีการลด เขาเรียกว่าเพิ่มพลังงาน หมุนเวียนเข้ามาในส่วนหนึ่ง แล้วก็กำลังที่เป็นกำลังความสามารถในการค้ำระบบก็คือ คาพาซิตี (Capacity) ก็จะต้องมีอยู่ส่วนหนึ่งเช่นกัน แต่การมีพลังงานหมุนเวียนเข้ามา ค่อนข้างเยอะโรงไฟฟ้าที่ค้ำระบบอยู่ก็จะจ่ายพลังงานออกมาน้อยลง ซึ่งอันนี้เป็นภาพรวม ของการทำในทางเทคนิคเขาเรียกเจเนอเรชัน มิกซ์ (Generation mix) ให้เกิดความสมดุล พอดี ซึ่งจะเป็นอยู่ในเรื่องของการกำหนดนโยบายเป็นหลักว่าจะให้มีโรงไฟฟ้าประเภทไหน เท่าไร แล้วก็ความเหมาะสมทั้งทางด้านราคาแล้วก็พลังงานสีเขียวที่กล่าวถึง ในส่วนนี้ก็เป็น เรื่องของการกำหนดในระยะยาว ส่วนในระยะสั้นเราก็มีการบริหารจัดการว่าในช่วงสั้น ๆ อันไหนที่มีราคาถูก ราคาดี ราคาที่มั่นคงเราก็จะเลือกตรงนั้นเข้ามาเป็นลำดับ อย่างใน สถานะปัจจุบันราคาเชื้อเพลิงแก๊สก็มีราคาค่อนข้างสูงเราก็พยายามที่จะหาโรงประเภทอื่น เข้ามาแทนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพลังน้ำ พลังงานหมุนเวียนอะไรต่าง ๆ เข้ามาเสริมความ มั่นคง เสริมพลังงานให้ประเทศเรามีไฟฟ้าใช้ตลอดเวลา หรือแม้แต่โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เอง เราก็เปลี่ยนเชื้อเพลิงจากแก๊สมาเป็นน้ำมันในราคาที่ถูกกว่าครับ🔗

ถัดมาเป็นเรื่องของคณะกรรมการ กกพ. กกพ. นี่ก็จะมีคณะกรรมการตาม พ.ร.บ. ประกอบกิจการพลังงาน ก็จะกำหนดไว้เลยว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านแก๊ส ผู้เชี่ยวชาญทางด้านไฟฟ้า ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอื่น ๆ ก็จะรวมอยู่ในนั้น สำหรับกิจการไฟฟ้า และก๊าซธรรมชาติจะมีผู้เชี่ยวชาญประจำอยู่ แม้แต่ในปัจจุบันเราก็มีอดีตผู้ที่เกษียณจาก กฟผ. เข้ามาอยู่ในกรรมการเรา แล้วก็มีผู้ที่เกษียณจาก ปตท. เข้ามาอยู่ในกรรมการเรา เช่นกัน เพราะฉะนั้นก็มั่นใจได้ว่าในกิจการไฟฟ้ากับก๊าซธรรมชาติเป็นกิจการหลัก แล้วเราก็มี คนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเข้ามาอยู่ในเรื่องนี้อยู่แล้ว ส่วนกรรมการท่านอื่น ๆ เรามีทั้งหมด ๗ ท่าน อีก ๕ ท่านที่เหลือก็จะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านอื่น ๆ ประกอบกันไป แต่ว่าทุกครั้ง กกพ. ทุกรอบทุกสมัยจะต้องมีก๊าซกับไฟฟ้าเป็นตัวหลัก บทบาทของ กกพ. ก็อย่างที่เรียนว่า เรามีเรื่องของการกำกับ กำกับให้เป็นธรรม ส่วนเรื่องนโยบายเป็นเรื่องที่กำหนดภาพรวม ออกมา นโยบายก็จะกำหนดให้มีเรื่องของพลังงานทางเลือกเท่าไร จะซื้อไฟเข้าระบบเท่าไร อันนั้นก็เป็นเรื่องของที่นโยบายกำหนดมา เพราะฉะนั้นไฟในระบบต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับทาง นโยบายเป็นหลัก กกพ. เราจะกำกับให้เป็นไปตามนโยบาย ส่วนเรื่องไฟที่ไม่ได้อยู่ในระบบ ไม่ว่าจะเป็นไฟที่ทำใช้เองไม่ได้ขายเข้าระบบ อันนี้ท่านสามารถดำเนินการได้ อย่างไฟโซลาร์ (Solar) ติดบนหลังคาถ้าเกิดไม่อยากขายจะติดใช้เองทำเองตัวนี้ทำได้ครับแล้วก็อยู่ในการ กำกับ ซึ่งเราก็ไม่ได้มีประเด็นในการกำกับพวกนี้เยอะ เพราะว่ามันไม่ลิงก์ (Link) เกี่ยวมาถึง ราคาในระบบ เพียงแต่ว่าเป็นการทำใช้เอง แล้วก็ในเรื่องของเทศบาล อบต. ก็เข้าใจว่า เทศบาล อบต. ก็มีข้อกำหนดที่ทำไฟฟ้าได้อยู่แล้ว อันนั้นก็คือทางเทศบาล อบต. ถ้าคิดว่า ดำเนินการแล้วทำถูกกว่าระบบอันนั้นก็สามารถทำได้อยู่แล้วครับตาม พ.ร.บ.🔗

ถัดมาเรื่องที่ ๔ เป็นเรื่องของปัญหาโครงสร้างราคาไฟฟ้าเป็นธรรมหรือ ไม่เป็นธรรม โรงไฟฟ้าเดินเครื่องน้อยแล้วก็เป็นเรื่องของแก๊สในอ่าวไทย ต้องเรียนอย่างนี้ครับ ว่าในอดีตเรามีแก๊สธรรมชาติจากหลายแหล่งเข้ามาใช้ มีแก๊สธรรมชาติในอ่าวไทย ส่วนหนึ่ง แก๊สธรรมชาติจากพม่าส่วนหนึ่ง แล้วก็เป็นแอลเอ็นจี (LNG) สัญญาระยะยาวส่วนหนึ่ง เราก็จะมีส่วนที่เหลือเป็นแอลเอ็นจี สปอต (LNG Spot) เข้ามาเป็นระยะสั้น ๆ ส่วนหนึ่ง รวมกันขาเรียกเป็นพูลแก๊ส (Pool gas) ก็ต้องเรียนว่าโดยหลักในอดีตที่ผ่านมาก็มีการเอาแก๊สเข้าโรงแยกแก๊สก่อน แล้วก็ที่เหลือ ก็มาส่งเข้าเป็นพูลแก๊ส (Pool gas) ให้สำหรับกิจการไฟฟ้า ต้องเรียนว่าอันนี้เป็นแนวนโยบาย มาตั้งแต่อดีต และเวลาเราดำเนินการคิดค่าไฟ เราก็เดินตามนโยบายที่กำหนดมา กกพ. เอง ไม่ได้เป็นคนจัดสรรทรัพยากร ทรัพยากรอยู่ที่ทางรัฐบาลมีนโยบายรัฐบาลในการจัดสรร แต่เราก็เอาแนวทางที่เขาจัดสรรมาแล้วมาดำเนินการทำค่าไฟ ครั้งล่าสุดก็ตามแนวการ ดำเนินการตามปกติแล้วนี่เราก็จะเอาตรงนี้มาคิดค่าไฟตลอด ในช่วงครั้งสุดท้ายที่ผ่านมา กพช. ซึ่งเป็นนโยบายก็ได้กำหนดมาให้เราว่าแก๊สในอ่าวนี่เนื่องจากว่ามันพร่องไปค่อนข้างเยอะ ในช่วงเปลี่ยนสัมปทาน เพราะฉะนั้นแก๊สในอ่าว ก็เลยทำให้แก๊สรวมในภาพรวมของแก๊สนี่ ราคาแพง ก็ส่งผลให้ค่าไฟมีราคาแพง ดังนั้นเองทางนโยบายก็เลยกำหนดว่าให้เรา นำแก๊สธรรมชาติจากอ่าวไทยที่ราคาถูกกว่ามาคิดค่าไฟให้กับประชาชนโดยให้ค่าไฟ ไม่เกิน ในราคา ๔.๗๒ ตามราคาเดิม ซึ่งเราก็ดำเนินการตามนโยบาย แล้วก็คิดค่าไฟออกมาให้ ก็จะได้ค่าไฟสำหรับกลุ่มบ้านอยู่อาศัยอยู่ในราคา ๔.๗๒ ส่วนที่เหลือก็จะมีแก๊สในอ่าวไทย ไปผสมน้อยลง แล้วก็หมายถึงแก๊สราคาถูกก็น้อยลง แล้วก็จะมีแอลเอ็นจี (LNG) มีอะไร ต่าง ๆ มากขึ้น ก็รวมแล้วก็จะทำให้เอฟที (Ft) ในครั้งสุดท้ายจะแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มบ้าน อยู่อาศัย ซึ่งในเอฟที (Ft) ราคาเท่าเดิมปลายปีเลย ตามมติ กพช. ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็น อุตสาหกรรมก็นำแก๊สส่วนที่เหลือไป เอฟที (Ft) ก็ราคาแพงขึ้นมานิดหนึ่ง เพราะฉะนั้น ในส่วนนี้เราทำตามมติ กพช. แล้วก็ดำเนินการสำหรับรอบมกราคมถึงเมษายน ปี ๒๕๖๖ ให้เราทำช่วงรอบหนึ่ง หลังจากนั้นทาง กพช. เขาคงดูในภาพรวมว่าจะคงแนวทางอย่างนี้ ต่อไป หรือว่าจะกลับไปเหมือนเดิม เพราะเข้าใจว่าแก๊สในอ่าวไทยหลังจากที่ทาง ปตท.สผ. เข้าเจาะสำรวจมากขึ้นแล้วนี่ แก๊สในอ่าวไทยก็จะเริ่มมากขึ้นตามลำดับขึ้นไป เดี๋ยวคง ต้องรอดูนโยบายอีกทีหนึ่งว่าในรอบถัด ๆ ไปจะให้เราใช้วิธีเหมือนเดิมหรือว่าจะกลับไปใช้ วิธีเก่าครับ🔗

ถัดมาเป็นเรื่องของขอขยายเขต แล้วก็เรื่องของการใช้หนี้การไฟฟ้า โซลาร์เซลล์ (Solar cell) ต้องเรียนว่ามีนโยบายเรื่องการขยายเขตอยู่ อันนี้เป็นเรื่องของ การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย เขาจะมีเรื่องของเงินสนับสนุนการขยายเขตว่าเป็นปกติเขาจะให้ เท่าไร ถ้าเป็นกรณีที่ห่างไกลเขาจะให้เท่าไร ตรงนี้เราจะมีงบประมาณอยู่ในจำนวนจำกัด ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายเขาจะไปดูตรงนี้ แล้วก็จะขยายเขตไป ในเรื่องของการใช้หนี้ว่า หนี้ของการไฟฟ้ารอหน่อยได้ไหม อันนี้เราก็แจ้งการไฟฟ้าไปว่าให้ไปประเมินดูให้ดีว่าสถานะ การเงินจะเป็นอย่างไร ก็ให้ทำหนังสือมาให้เรา เพราะฉะนั้นสถานะการเงินถ้าหนี้เขาพอ อยู่ได้ และไม่เป็นประเด็น เราก็จะทำการลดลดค่าไฟเพิ่มเติมให้ แต่ถ้าอยู่ที่ทางตัวการไฟฟ้าเอง แล้วก็ทางตัว ปตท. เองด้วยว่าค่าแก๊สตรงนี้เขาประเมินว่าจะเป็นอย่างไร เขาจะยืนราคาแก๊ส อยู่ตามเดิมอยู่ได้ไหม เพราะฉะนั้นค่าไฟในงวดนี้ งวดมกราคมถึงเมษายนก็ขึ้นอยู่กับการ ประเมินราคาแก๊สของ ปตท. แล้วก็การบริหารจัดการหนี้ของการไฟฟ้าทั้ง ๒ ส่วนประกอบกัน ก็มาประกอบการพิจารณาด้วย แล้วก็มีการถามถึงเรื่องโซลาร์ (Solar) ที่เราซื้ออยู่ ที่เราขาย อยู่ปกติเราก็ให้ประชาชนติดโซลาร์ได้ ถ้าเป็นรูปแบบโซลาร์ (Solar) สำหรับประชาชน ก็สามารถที่จะดำเนินการหาได้ แล้วก็ขายกลับมาในราคา ๒.๒ บาทต่อหน่วย🔗

ถัดไปเป็นเรื่องของไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ทำอย่างไรให้เกษตรนั้นมีพลังงาน ใช้สะดวก อันนี้ก็ต้องเรียนว่าการเกษตรกรรมก็เป็นอีก๑ ยูนิต (Unit) ของผู้ใช้ไฟ ก็มีการ ขยายเขต ขยายอะไรไปตามปกติ แล้วก็มีการถามถึงเรื่องมิเตอร์ว่าเวลามีบ้าน แล้วก็มี หลาย ๆ มิเตอร์มารวมกัน อันนี้ต้องเรียนว่าปกติแล้วทางการไฟฟ้าสามารถให้มิเตอร์ไฟฟ้า ให้กับผู้อยู่อาศัยได้ แต่ว่าต้องมีบ้านเลขที่ ถ้าเป็นบ้านเลขที่ถูกต้องตามกฎหมายการไฟฟ้า ก็จะให้มิเตอร์มา ก็สามารถใช้มิเตอร์ตรงนั้นได้แต่เข้าใจว่าหลาย ๆ บ้านที่ใช้มิเตอร์เดียวกัน ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นบ้านที่ไม่มีบ้านเลขที่ ก็เลยทำให้ต้องรวมมิเตอร์เป็นอันเดียวกัน อันนี้ ต้องดู พิจารณาเป็นกรณี ๆ ไปนะครับ🔗

เรื่องเนต มิเตอริง (Net Metering) ต้องเรียนแบบที่ผมเรียนครับว่าเรามีเรื่อง ของนโยบายในเรื่องการกำกับ เน็ตมิเตอริง (Net Metering) ก็เช่นเดียวกันนะครับว่าถ้าทาง รัฐบาลมีนโยบายเรื่องเน็ตมิเตอริง (Net Metering) อันนี้จะต้องดำเนินการเข้าหารือในทาง กพช. ก่อน เพราะว่าแบบที่เรียนครับว่าทาง กกพ. เองเป็นหน่วยงานกำกับ เราไม่สามารถ ที่จะซื้อไฟ เพราะว่าทุกหน่วยที่เราซื้อไฟเข้ามามันกระทบกับประชาชนหมด เพราะฉะนั้น จะต้องเอาเข้ามาหารือในคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ แล้วก็ประเมินว่า เน็ต มิเตอริง (Net Metering) จะส่งผลเท่าไร ถ้าเกิดส่งผลน้อยมาก หรือจะเป็นนโยบายนี่ อันนี้ทาง กกพ. ก็พร้อมที่จะดำเนินการทำ อันนี้ต้องเรียนว่าเป็นส่วนที่นโยบายหรือ กพช. ต้องมาประเมินมาก่อนเราถึงจะดำเนินการ ในส่วนของ กกพ. เองเราก็พยายามในเรื่องของ กติกาการกำกับ ทำอย่างไรให้ไฟฟ้า การเชื่อมต่อ การกำกับต่าง ๆ เป็นไปด้วยความสะดวก ไม่เกิดภาระประชาชน อันนี้เราจะเป็นคนดู แต่ว่าเน็ ต มิเตอริง (Net Metering) เข้ามาปุ๊บ แล้วกระทบอัตรา มันต้องไปประเมินในภาพรวมก่อนถึงจะดำเนินการได้ครับ ก็ตอบชี้แจง ตามนี้นะครับ🔗

แล้วก็มีการถามถึงเรื่องไฟฟ้าไอพีเอส (IPS) ที่ไม่ต้องเสียค่าไฟฟ้าสาธารณะ อันนี้ต้องเรียนว่าเราก็เล็งเห็นประเด็นนี้อยู่นะครับว่าการที่มีหน่วยยูนิต (Unit) ใช้ไฟเอง แล้วไม่ต้องเสียเรื่องของไฟสาธารณะ มันก็มีหลายประเด็น เรื่องไฟสาธารณะ การสูญเสีย ในระบบ เพราะฉะนั้นเราก็พยายามประเมิน เรียกว่าอัตราวีลลิงชาร์จ (Wheeling Charge) ก็คือว่าถ้าเกิดมีการเปิดให้ใช้เองเราก็พยายามจะคิด เรียกว่าถ้าเป็นหน่วยผลิตที่ใช้เอง เราจะใช้คำว่ามีค่าคอนเนกชันชาร์จ (Connection Charge) หรือแอนซิลลารีเซอร์วิส (Ancillary Services) ที่จะไปหักลบตรงนี้ออก เพราะฉะนั้นในอนาคตเราก็มีการประเมิน แล้วว่าการที่ปล่อยให้มีไอพีเอส (IPS) ขึ้นเยอะ ๆ ถ้าไอพีเอส (IPS) เหล่านั้นไม่เชื่อมต่อ กับระบบเลย อันนั้นก็ทำไปได้เลย แต่ถ้าไอพีเอส (IPS) เหล่านั้นมีการเชื่อมต่อกับระบบ แล้วต้องมาอิงระบบ ทำให้ระบบต้องสำรองไฟเพื่อที่จะตอบสนองไอพีเอส (IPS) เหล่านั้น เราก็จะคิดอัตราเซอร์วิส (Service) อัตราค่าบริการในส่วนนี้ไป ซึ่งอัตราค่าบริการในส่วนนี้ ก็อาจจะครอบคลุมในเรื่องของการแบ็กอัป (Backup) การมี เขาเรียกว่าไฟสาธารณะ ไฟต่าง ๆ ที่จะต้องเสีย อันนี้อยู่ในแผนของ กกพ. อยู่แล้วว่าจะดำเนินการในส่วนนี้ แล้วเรา ก็ดำเนินการมาระดับหนึ่งแล้ว น่าจะเกือบเสร็จแล้ว พอดีบังเอิญมาเจอช่วงที่ค่าไฟแพง เราก็เลยยังไม่ได้ประกาศตรงนี้ใช้ แต่เข้าใจว่าอยู่ในช่วงหนึ่งปุ๊บเราก็คงจะดำเนินการประกาศ ตามลำดับต่อไป ในเบื้องต้นก็ขออนุญาตตอบประเด็นนี้ก่อนครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอถามต่อนิดหนึ่งนะครับ เนื่องจากท่านผู้ชี้แจงก็ตอบคำถามผมรู้สึกว่าไม่ค่อยเป็นที่พอใจ มากเท่าไร ผมคิดว่าคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานมีหน้าที่ที่จะต้องให้ความเป็นธรรม ในเรื่องของการใช้พลังงาน อย่างเช่นเรื่องค่าไฟตรงนี้ ผมข้องใจมากเลยครับ ผมคิดว่า คณะกรรมการของท่านเป็นตัวแทนของใครที่จะให้ความเป็นธรรมกับเขา เป็นตัวแทนของ หน่วยงานหรือขององค์กรเอกชนอะไรที่ผลิตไฟฟ้าแค่นั้นหรือเปล่า หรือว่าท่านเป็นตัวแทน ของประชาชนที่มากำกับดูแลหน่วยงานที่ต้องจ่ายค่าไฟให้ประชาชนตรงนี้ ถ้าเกิดท่านคิดว่าตัวท่านเป็นตัวแทนของประชาชนที่จะมาใช้อำนาจกำกับดูแลของเขา แล้วความเป็นธรรมมันต้องเป็นความเป็นธรรมของประชาชน อย่างปัญหาของผมที่เสนอไป เรื่องหลาย ๆ บ้านที่เขารวมกันแล้วใช้มิเตอร์หม้อเดียวกันแล้วค่าไฟแพง การตอบของท่าน เหมือนกับว่าท่านจะไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย ผมคิดว่าอำนาจของท่านสามารถไปบังคับกำกับ ให้การไฟฟ้าสามารถแก้ปัญหาตรงนี้ให้ได้หรือเปล่าครับ รวมไปถึงปัญหาอีกอันหนึ่งที่ก่อนนี้ ที่ผมอาจจะยังไม่ได้พูดครับ พื้นที่ห่างไกลไฟมันก็ดับบ่อย การให้บริการก็แย่กว่าในเมือง ตรงนี้เซอร์วิส (Service) ที่มันแย่กว่า ค่าบริการมันควรจะถูกกว่าหรือเปล่า หรือควรจะมี ค่าปรับสำหรับหมู่บ้านที่เกิดปัญหาไฟดับขึ้นบ่อย ๆ แบบนี้หรือเปล่า ตรงนี้ผมคิดว่า ก็ขอฝากท่านคณะกรรมการช่วยไปกำหนดบังคับให้การไฟฟ้าให้เกิดความเป็นธรรมให้กับ ประชาชนด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานนิดเดียวครับ ผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่า พื้นเมือง คือผมถามในหน้าที่ของกรรมการในข้อที่ ๑๖ นะครับ ส่งเสริมและการใช้พลังงาน อย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ พลังงานหมุนเวียน พลังงานที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพ ประกอบกับกิจการไฟฟ้าและสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติ คือผมถามว่าท่านมีแผนจะกำกับหรือทิศทางในการจะทำให้ ๒๒ ล้านครัวเรือนเป็นแหล่งผลิต ไฟฟ้าได้อย่างไร ท่านก็ตอบผมว่าประชาชนคนไหนที่อยากจะติดก็ติดไปเลยก็เป็นอิสระ คือสรุปแล้วข้อนี้ก็คือท่านจะโยนให้กับประชาชนทำเองใช่ไหม หรือว่ามันไม่ใช่หน้าที่ของท่าน ถ้าไม่มีก็ตัดออกไปเลยครับ ข้อที่ ๑๖ ผมเข้าใจว่าท่านตอบไม่ตรงประเด็นที่ผมถามครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอะไร ชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการ พลังงาน

ขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งนะครับ ก็คือตามที่ท่านได้เรียนถามว่า ทาง กกพ. เป็นตัวแทนของใคร จริง ๆ ต้องเรียนว่าเรา กกพ. เป็นคนที่เรียกว่าทำให้เกิด ความเป็นธรรมในทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตไฟฟ้า ผู้จำหน่าย ประชาชนผู้ใช้ไฟ อย่างตัวอย่าง ประชาชนผู้ใช้ไฟรอบพื้นที่โรงไฟฟ้าเราก็มีกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ซึ่งตรงนี้เป็นกลไกหนึ่ง ที่เราให้ผลตอบแทน ให้เป็นตัวเงินกับพื้นที่ที่ยอมรับให้มีโรงไฟฟ้าตั้งอยู่ได้มีความสะดวกมากขึ้น ผ่านเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ข้อ ๙๗ (๓) อันนี้คือประชาชนรอบโรงไฟฟ้า ส่วนผู้ใช้ไฟ ที่เรียนว่า ถ้าเราดูผู้ใช้ไฟปกติต้องเรียนว่าคนกรุงเทพฯ จะได้ใช้ไฟถูกที่สุด เพราะว่าเป็นพื้นที่ หนาแน่นและมีการเดินระบบลงทุนน้อย พื้นที่ต่างจังหวัด อย่างแม่ฮ่องสอนเดินสายไฟไปไกล ลงทุนเยอะ เพราะฉะนั้นตัวนี้จะใช้ไฟที่มีราคาแพงกว่า แต่ด้วยกลไกแบบที่ผมเรียนครับ กลไกของเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าแล้วก็นโยบายการมีอัตราค่าไฟฟ้าค่าเดียวกัน เราก็เลยมี การชดเชยจากการไฟฟ้านครหลวงไปสู่ภูมิภาค ก็เลยทำให้การกระจายของพื้นที่ ในต่างจังหวัดที่ไกลออกไปสามารถพัฒนาได้มากขึ้น ถ้าไม่มีนโยบายนี้คนก็จะกระจุกอยู่ใน พื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากไฟราคาถูกกว่า อันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่เป็นกลไกที่เรากำกับดูแล แต่แน่นอนครับว่าในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ไกลออกไป สายส่งที่เดินไปไกล ๆ เป็นเส้นเดียวไม่ได้ เป็นเน็ตเวิร์ก (Network) ก็มีโอกาสที่จะ เขาเรียกเสถียรภาพความมั่นคงอาจจะน้อยกว่า ที่อยู่ในเมือง อันนั้นก็เป็นข้อเท็จจริงที่เราปฏิเสธไม่ได้ แต่เราก็พยายามอยู่ว่าถ้ามีโอกาสเราก็ จะดำเนินโครงข่ายในต่างจังหวัดให้มีการเป็นเน็ตเวิร์ก (Network) เช่นเดียวกัน ก็ต้องค่อย ๆ พัฒนากันต่อไปเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากระบบทั้งหมดเช่นเดียวกันครับ🔗

สำหรับเรื่องค่าไฟเองที่เรียนว่า ถ้าแบ่งกลุ่มประชาชนกับกลุ่มอุตสาหกรรม ต้องเรียนว่ากลุ่มประชาชนเป็นกลุ่มที่การใช้ไฟมีการเรียกว่าเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะ ตอนเย็นก็จะเปิดไฟใช้ไฟเยอะ ตอนกลางวันก็จะใช้ไฟน้อยเพราะไปทำงาน ถ้าจะคิดตาม ระบบต้นทุนค่าใช้จ่ายตาม พ.ร.บ. ประชาชนก็จะใช้ไฟแพงที่สุด ส่วนอุตสาหกรรมเขาจะใช้ไฟนิ่ง ๆ ตลอด มีการเดินเครื่อง ตลอดทั้ง ๒๔ ชั่วโมง ต้นทุนของอุตสาหกรรมก็จะถูกกว่า ดังนั้นเรานอกจากจะดูแล ถ้าปรับต้นทุนประชาชนก็จะแพงกว่าแน่นอน ก็มีการคำนึงถึงความเหมาะสมอะไรต่าง ๆ มีการปรับให้มีในอัตราที่เหมาะสมแล้วก็เป็นธรรมในระดับหนึ่ง🔗

ถัดมาอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องการส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานหมุนเวียน ก็ต้อง เรียนว่าใน พ.ร.บ. มีกำหนดกองทุนให้มีการส่งเสริม แล้วก็มีการสนับสนุนเงินเข้ามากองทุน ๙๗ (๔) ในการส่งเสริม แต่เนื่องจากว่าการนำเงินเข้ามา ๙๗ (๔) เงินที่มาจากผู้ใช้ไฟเป็นหลัก เงินจำนวนนี้มันไม่ได้มีเยอะนัก เพราะฉะนั้นในส่วนนี้เราก็พยายามที่จะกระจายสนับสนุนไป กับพื้นที่ห่างไกล พื้นที่โรงเรียนในชนบท โรงพยาบาลในชนบทให้มีการใช้โซลาร์ (Solar) ใช้ ไฟให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนที่เป็นบ้านอยู่อาศัยแบบที่เรียนนะครับว่าเราคงไม่ได้สนับสนุน ในรูปของเงิน เพราะเงินที่เราเอาเข้ามาก็เป็นเงินจากค่าไฟ เราคงไม่ได้สนับสนุนในรูปเงิน แต่เราคงสนับสนุนในรูปแบบอื่นแทน เช่น เรื่องของการอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อ ในเรื่องการบริการ ปัจจุบันเรามีการบริการในการเชื่อมต่อ ในการประสานงานต่าง ๆ กับการ ไฟฟ้าให้เร็วขึ้น ในส่วนนี้เราคงมาสนับสนุนในกลุ่มบ้านอยู่อาศัยที่จะติดโซลาร์ (Solar) ในรูปแบบลักษณะนี้มากกว่า ขอบคุณครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ วิรัตน์ครับ ขออนุญาตฝากนิดเดียวสั้น ๆ ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ผมฟังคำชี้แจงแล้วใคร่จะขอฝากเป็นตอนท้ายกับ ท่านเลขาธิการนิดหนึ่งนะครับ เป็นที่ทราบกันว่าบริษัทผลิตไฟฟ้าเพียงไม่กี่ปีนี้ก็รวยเป็น อันดับหนึ่งของประเทศ ส่วนค่าไฟฟ้าแพง ประชาชนก็ใช้ไฟฟ้าแพง ตามที่ได้รับฟังจากท่าน คนกรุงเทพฯ การไฟฟ้านครหลวงเราก็ใช้ไฟฟ้าแพงเพื่อคนต่างจังหวัดทางไกลจะได้ใช้ไฟฟ้า ถูกลง แทนที่จะคิดอย่างนี้ผมคิดว่าน่าจะตัดส่วนกำไรของบริษัทใหญ่ ๆ ออกไป ประชาชนจะ ได้ใช้ไฟฟ้าถูกลงหน่อย ฝากท่านไปลองคำนวณดูครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ให้ทาง กกพ. รับข้อสังเกตข้อเสนอแนะไปพิจารณาด้วยนะครับ เป็นอันว่าที่ประชุมรับทราบรายงาน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและสำนักงาน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ขอบคุณผู้ชี้แจงจาก กกพ. ครับ ขอบคุณครับ🔗

๒.๔ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๔ สถาบันพระปกเกล้า (ค้างมาจาก การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วัน พฤหัสบดีที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๕) สถาบันพระปกเกล้าขอเลื่อนนะครับ🔗

๒.๕ รับทราบรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่ง พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๕🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณทางสำนักบริหารหนี้สาธารณะที่ได้จัดทำรายงานตามมาตรา ๑๗ ของ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะแล้วก็มีข้อมูลมาให้ดูอย่างมากมายด้วยกัน ซึ่งกระผมก็ขออนุญาต ตั้งข้อสังเกตบางประการนะครับ ซึ่งตัวเลขที่ท่านแสดงก็ให้เห็นว่าปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ที่ผ่านไปนั้นหนี้ของเราก็มีเกินกว่า ๑๐ ล้านล้านบาทในครั้งแรก แล้วก็สัดส่วนของหนี้ ต่อจีดีพี (GDP) ก็เกินกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) แล้วก็ในส่วนของการก่อหนี้ของรัฐบาล ก็ปรากฏว่าท่านก็ได้กู้เงินทั้งหมดรวมกันก็เกินกว่า ๑ ล้านล้านบาท นั่นก็สะท้อนให้เห็นว่า ณ เวลานี้รัฐบาลมีการขาดดุลที่สูงมาก งบประมาณปี ๒๕๖๕ เรา เราตั้งเป้าที่จะขาดดุล ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านก็กู้เกือบเต็ม ก็เท่ากับว่าการเป็นหนี้เราก็มีมากขึ้นตามสัดส่วน ตามจำนวนหนี้ แล้วก็มีการใช้เงินจากเรื่องโควิด (COVID) อีก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นวงเงินขาดดุล ๑ ล้านล้านบาท ก็น่าจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงที่เกิด วิกฤติของโควิด (COVID) ในโอกาสข้างหน้าเราต้องวางแผนการคลังในระยะปานกลาง อย่าให้มีการขาดดุลมากอย่างนี้ แล้วก็ต้องพยายามดูแลให้เกิดความสมดุลในที่สุดเพื่อจะ ไม่ให้หนี้บานออกไปเพราะว่าปัญหาหนี้รัฐบาลเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศต่าง ๆ ที่ประสบ ปัญหาเรื่องของความไม่เชื่อมั่นในตลาดทุน เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือเรื่องที่เราต้องคอยดูแลกัน ในส่วนของการกู้เงินที่ท่านได้ดูแลให้กับรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ๑๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นส่วนของการลงทุนแท้ ๆ ประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่าเป็นเรื่องที่ท่านใช้คำว่า เสริมสภาพคล่อง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งก็มีหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้ามา เช่น การท่าอากาศยานก็คงจะเป็นปัญหาจากโควิด (COVID) ที่ทำให้การท่าอากาศยานก็คงจะ มีปัญหาขาดเงิน อันนี้ก็คงจะใช้คำว่า สภาพคล่อง ได้นะครับ แต่ว่าบางหน่วยงานที่เรา ก็เห็นว่ามีการกู้เงินซ้ำซาก แล้วก็ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ ไม่มีความสามารถในเรื่อง ของการดูแลให้ผลดำเนินงานเป็นบวก ก็คืออย่างเช่น ขสมก. หรือการรถไฟ หรือ รฟม. ก็ตาม ผมคิดว่าตรงนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่เป็นประเด็นที่ผมก็เคยตั้งข้อสังเกตมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็อยากเห็นกระทรวงการคลังมีบทบาทในการผลักดันให้เกิดการดูแลเรื่องนี้มีการ ปรับเปลี่ยนเพื่อจะไม่ให้ปัญหานี้มันพอกเป็นดินพอกหางหมูไปตลอด ซึ่งก็คงจะเป็น ภาระของชนรุ่นหลังต่อไปที่เขาคงจะว่ากล่าวรุ่นเราได้แน่นอนว่าเราไม่ดูแล ในการก่อหนี้ ส่วนหนึ่งที่ท่านทำก็เป็นเรื่องของไฟฟ้า ประปา ไฟฟ้าเมื่อสักครู่ก็ได้มีการชี้แจงไป พอสมควรแล้ว ผมก็เป็นห่วงเหมือนกันว่าถ้าเรายังลงทุนแบบเดิม ๆ อยู่ก็คือทำเรื่องสายส่ง ทำเรื่องการซื้อไฟฟ้าจากเพื่อนบ้าน ทีนี้การที่เราพยายามจะส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจาก แสงอาทิตย์ ซึ่งไม่ต้องใช้สายส่งมากนักต่อไปเราจะดูแลกันอย่างไร เพราะฉะนั้นเวลาที่ท่าน กู้เงินให้กับการไฟฟ้าช่วยถามประเด็นนี้หน่อยว่าได้มีการปรับในเรื่องนี้อย่างไร ในเรื่องของ การประปา ผมก็เห็นการประปาโดยเฉพาะประปาภูมิภาคพยายามจะลงทุนขยายงาน แต่ปัญหาเรื่องของการประปาในหมู่ประชาชนยังคงได้รับน้ำสะอาดที่ไม่พอเพียง แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามหมู่บ้านต่าง ๆ น้ำประปาก็ยังคงเป็นน้ำผิวดินที่ไม่สะอาด ผมอยากจะให้ท่านลองปรึกษากันดูว่าเราสมควรจะส่งเสริมให้มีการใช้ประปาหมู่บ้านจาก น้ำบาดาล ซึ่งเรามีน้ำบาดาลอยู่เหลือเฟือ สามารถจะใช้เงินกู้เพื่อให้ท้องถิ่นพัฒนาน้ำบาดาล ให้เกิดขึ้นได้อย่างไรเพื่อจะได้ให้เราเป็นไปตามเป้าหมายของเอสดีจี (SDGs) ของ สหประชาชาติ ในช่วงปี ๒๐๓๐ ประชาชนจะต้องมีน้ำสะอาดใช้อย่างทั่วถึง เพราะฉะนั้น ของเราเองประชาชนในชนบทต่าง ๆ ยังมีน้ำที่ไม่สะอาดอยู่ ก็อยากจะให้ท่านลองพิจารณาดู ในส่วนของรายงานที่ท่านทำมาข้อมูลต่าง ๆ ยังเป็นข้อมูลดิบ อยากจะให้ท่านในครั้งต่อไปลองทำเป็นข้อมูลที่ให้เห็นว่าหนี้ของประเทศไทยของรัฐบาลไทย มีโปรไฟล์ (Profile) อย่างไรในอนาคต มีภาระหนี้เป็นดอกเบี้ยขณะนี้ปีละ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่อไปถ้าดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมันอาจจะเพิ่มเป็นเท่าไร น่าจะต้องมีข้อมูลพวกนี้ให้โปร่งใส โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเรื่องของการก่อหนี้จากประชาชนก็คือการออกพันธบัตรรัฐบาลออมทรัพย์นี่ ผมเห็นด้วยกับที่ท่านพยายามจะทำ แต่ว่าอยากจะให้ท่านดูแลเรื่องของตลาดรองเวลาที่ ประชาชนผู้ถือตราสารพันธบัตรออมทรัพย์อยากจะขายคืน ณ เวลานี้ผมได้รับทราบว่า ยากมากมีข้อจำกัดพอสมควร ระบบการเปลี่ยนมือยังไม่เอื้อต่อการถือครองเท่าไร เพราะฉะนั้นควรจะต้องดูแลเรื่องของการพัฒนาตลาดรองให้มากขึ้น แล้วก็สุดท้ายขอบคุณ ที่ทาง สบน. สำนักบริหารหนี้สาธารณะในปีนี้ไม่ได้มีการกู้เงินต่างประเทศ ยกเว้น กรณีเดียวคือเรื่องของเจบิก (JBIC) ที่กู้ กับเรื่องของโควิด (COVID) แต่ว่าส่วนที่เหลือ ท่านก็ระมัดระวังไม่กู้เงินต่างประเทศ ขอบพระคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล นะครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตอภิปรายในรายงานการดำเนินงานตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติมประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๕ ท่านประธานครับ ในเอกสารมีหลายคำถามที่จะถามนะครับ ท่านเปิด ในหน้าถัดไปหน้าแรกเลยครับ ผมมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณผลการชำระหนี้ครับ ในเอกสารมันจะมีการรายงานในรายละเอียดทั้งหนี้ที่ก่อเกิดใหม่ หนี้ที่เป็นหนี้เดิม แต่ผม จะมาอันที่ ๓ ผลการชำระหนี้คือ ๓๙๕,๙๘๖,๗๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการชำระหนี้งบประมาณ ประจำปี ๒๕๖๕ ชำระตามงบประมาณที่ได้ พ.ร.บ. ไป ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่มันมีหนี้ ที่เป็นแหล่งอื่นครับ ผมอยากรู้ว่าหนี้จากจำนวน ๙๘,๓๖๓,๓๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ช่วยอธิบาย หน่อยครับ แหล่งอื่น ๆ นี่คือแหล่งอะไรที่เป็นแหล่งที่ใช้ทรัพยากรของประเทศนอกจาก งบประมาณที่ได้จาก พ.ร.บ. งบประมาณไปผ่านสภาแห่งนี้ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นั่นคือ คำถามแรกครับ ท่านประธานครับ หนี้สาธารณะขณะนี้ปี ๒๕๖๕ ผมประกาศไว้ตรงนี้เลย ตามเอกสารที่รายงานเพราะว่าในรายงานชาวบ้านไม่รู้ครับ ๑๐,๓๗๓,๙๓๗,๕๙๐,๐๐๐ บาท นั่นคือหนี้ที่เพิ่มขึ้นครับ เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๔ ครับ ๑ ล้านกว่าล้านบาท ประเด็นอย่างนี้ครับ ในเอกสารนี้ผมติดใจตรงนี้ครับ พวกที่ได้ระดับซี (C) ในเอกสารหน้านี้ครับ ระดับซี (C) คือ (๔) ในเอกสารหน้านี้คือการเคหะแห่งชาติจำนวน ๒ โครงการ มีผลประเมินระดับซี (C) ทั้งหมด ประชาชนเดือดร้อนครับ ชี้แจงหน่อยครับว่าระดับซี (C) นี้เกิดขึ้นจากการใช้ตัวค่าดัชนีอะไร และประเมินผลว่าอะไรคืออุปสรรคหรือปัจจัยใด ๆ ที่ทำให้การเคหะแห่งชาติทั้ง ๒ โครงการ ได้ระดับซี (C) เวลาหรืองบประมาณช้าลงไปหรือครับ หรือว่าผู้รับเหมาทิ้งงานเผ่นหนีช่วง โควิด (COVID) หรือว่าสินค้าที่ส่งคือบ้านเอื้ออาทรนี้ บ้านชาวบ้านในการเคหะแห่งชาติห่วย ใช้ไม่ได้หรือไม่ตรงตามสเปก (Spec) ชี้แจงอย่างนี้ครับ ถัดไปครับ ในเอกสารยอดหนี้ระดับ คงค้างในหน้า ๗ เป็นคำถามครับ หนี้ในประเทศที่ก่อให้เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของหนี้ ในปี ๒๕๖๔ ๙๔๘,๒๓๕ ล้านบาทเศษ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ไม่ใช่ล้านล้านครับ เพิ่มขึ้น ๙๐๐,๐๐๐ ล้านเศษ ผมอยากรู้ครับว่ารัฐบาลกู้เก่งจริง ๆ ครับ ชอบกู้เงิน กู้เก่งด้วย ทีนี้คำถามครับ ท่านดูนะ เอกสารทั้งหมดในการใช้ตรงค่าจีดีพี (GDP) ขณะนี้มีการใช้เงินไป ๙ แสนล้านบาท โดยเป็นหนี้ ในประเทศ ถามว่าหนี้ตรงนี้มันอยู่ดอกเบี้ยจำนวนเท่าไร เดี๋ยวผมจะเปิดเข้าไปดู เพราะว่า จีดีพี (GDP) ขณะนี้ ๑๗ ล้านล้านบาทเศษ เอกสารที่อยู่ในมือผม มีเอกสารที่น่าสนใจเกี่ยวกับ เรื่องแผนงานโครงการที่ปรากฏอยู่ในเอกสารในส่วนของหนี้ ซึ่งเป็นการชำระหนี้ในตัวเลข เขาเรียกว่า ผมสงสัยเรื่องของการทำบอนด์ (Bond) กับพันธบัตรครับ ที่รัฐบาลเอาไปใช้ ในเรื่องของการดำเนินงาน ผมอยากถามว่าตัวบอนด์ (Bond) หรือตัวพันธบัตรที่ออกดอกเบี้ย มันมีดอกเบี้ยอาจจะอยู่เล่มใหญ่ มันมีดอกเบี้ยอยู่ การที่ออกพันธบัตรในอันที่ ๒ หรือที่ ๓ นี่ ผมจำไม่ได้ เป็นดอกเบี้ยมันมีร้อยละ ๒ หรืออย่างไรนี่ครับ ผมยังสงสัยว่าดอกเบี้ยที่เป็น พันธบัตร ของที่ไหนที่เป็นปล่อยกู้ ไปกู้มา ร้อยละ ๒ ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่าน พันตำรวจเอก ทวี เชิญครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมอาจจะขอตั้งคำถามและจะขอคำตอบด้วยครับ ก็ต้องขอขอบคุณ การรายงานตามมาตรา ๑๗ ตาม พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ ซึ่งครั้งนี้ผมคิดว่ามีข้อมูลที่น่าสนใจ และมีหลาย ๆ ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ คราวนี้สิ่งที่ผมอยากจะขอเรียนถามก็คือว่า ขณะปัจจุบัน เรามีหนี้อยู่ ๑๐ ล้านล้านบาท ก็อยากจะถามว่าในปี ๒๕๖๕ และปี ๒๕๖๖ ในหนี้ ก้อนนี้ที่ครบกำหนดต้องชำระ เป็นการครบกำหนดชำระตามสัญญาที่สำนักงานบริหารหนี้ สาธารณะไปกู้เป็นวงเงินประมาณเท่าไร จำนวนเท่าไร แล้วถ้ากรณีที่สำนักงานบริหารหนี้ สาธารณะหรือรัฐบาลไม่สามารถที่จะใช้หนี้ตามวงเงิน เช่น ในปีนี้หนี้ครบกำหนดชำระ คือต้อง จัดเป็นชำระเป็นงวดอยู่ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เวลาเราตั้งงบประมาณในการใช้หนี้ก็เฉลี่ยอยู่ ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วิธีการ ถ้าเราไม่ใช้ตามกำหนดสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ก็จะเรียกว่าปรับโครงสร้างหนี้ ถ้าเวลารายงาน การปรับโครงสร้างหนี้ก็คือการกู้หนี้ใหม่มาใช้ หนี้เก่า แล้วก็การปรับโครงสร้างหนี้คงไม่ได้ปรับฟรีเหมือนว่าเราไปขาดนัด ชำระหนี้ไม่เต็ม จำนวน ปัญหาที่จะถามก็คือ อยากเรียนถามว่าหนี้ครบกำหนดชำระในแต่ละปี ลองช่วยตอบ สัก ๒ ปีเท่าไร แล้วก็การปรับโครงสร้างหนี้ก็ดี ท่านจะต้องเสียภาษีหรือเสียดอกเบี้ยให้กับนี้ เจ้าหนี้ประมาณเท่าไร แล้วการกู้หนี้ทั้งหมดในปัจจุบัน เรากู้มาครั้งหนึ่งเรามีดอกเบี้ยเฉลี่ย เท่าไร ในการกู้แต่ละครั้ง เพราะต้องยอมรับว่าหนี้ทั้งหมดเป็นการผลักภาระในอนาคตให้กับ คนรุ่นหลังจะต้องเป็นหนี้และมีโครงการหลาย ๆ โครงการที่ท่านนำไปใช้ ส่วนใหญ่ก็จะไปใช้ในรูปแบบที่ไม่ได้ผ่านสภา โดย ครม. มีมติทำโครงการโน้น โครงการนี้หรือ เป็นพีพีพี (PPP) เราก็พบว่ามีโครงการหลายโครงการที่เป็นประเด็นปัญหาทุกวันนี้ ก็โครงการรถไฟสายสีส้มที่เนื้องานเท่าเดิม แล้วห่างระยะเวลาการประมูลใหม่ พอไปดู ในรายละเอียด มีส่วนต่างที่รัฐจะต้องเสียเพิ่มขึ้น ๖๘,๐๐๐ ล้านบาท ในลักษณะเช่นนี้ อยากทราบว่าสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้เข้าไปดูในประเด็นพวกนี้หรือไม่ ว่าโครงการ ที่ไปลงทุนมันมีความคุ้มค่าหรือกระจุกตัวหรือเป็นการเอื้อประโยชน์อย่างไรหรือไม่ครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน รองผู้อำนวยการ จินดารัตน์ ได้ตอบชี้แจง เชิญครับ🔗

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ

ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะคะที่ได้ถามคำถามที่มีคุณค่า แล้วก็ให้ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะในวันนี้ สำหรับคำถาม และข้อเสนอแนะจากท่านแรก คือ ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ท่านมีประเด็นถามถึงว่า โครงการที่ สบน. ได้เข้าไปดูแลรัฐวิสาหกิจผ่านการกู้เงินในโครงการลงทุนและการเสริม สภาพคล่องของรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ กระทรวงการคลังจริง ๆ แล้วก็มีส่วนผลักดันแล้วก็ดูแล รัฐวิสาหกิจหลาย ๆ ประเภท อย่างเช่น รัฐวิสาหกิจที่ดำเนินโครงการด้านคมนาคมขนส่ง ที่ต้องรับหน้าที่เป็นพับบลิก เซอร์วิส (Public service) ไม่ว่าจะเป็น ขสมก. รถไฟ การรถไฟ แห่งประเทศไทย หรือว่ารถไฟฟ้าก็ตาม อันนี้กระทรวงการคลังมีหน้าที่ส่วนใหญ่จะเป็นกู้มา แล้วก็ให้กู้ต่อกับหน่วยงานพวกนี้ เราก็มีการแนะนำรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ร่วมกับสำนักงาน คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจในการขับเคลื่อนแผนการปรับโครงสร้างแล้วก็แผนการฟื้นฟู ของแต่ละรัฐวิสาหกิจเหล่านั้น ในส่วนของโครงการสาขาพลังงาน ทางกระทรวงการคลัง ก็ได้หารือกับกระทรวงพลังงานในการเปลี่ยนรูปแบบในการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าให้รองรับ ระบบเรื่องรีนิววาเบิล เอนเนอร์จี (Renewable energy) หรือว่ากรีน เอนเนอร์จี (Green energy) ให้มากขึ้น แล้วก็ได้มีการปรึกษาหารือกับผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ ที่ถึงวิธีการ ที่จะรองรับระบบตรงนี้🔗

นอกจากนี้เรื่องของการใช้น้ำบาดาล ทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ก็ได้มีการให้เงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดเรื่องของโควิด ๑๙ (COVID-19) ไป ให้ดำเนินการด้วย แต่ว่ามีหลายแห่งที่ดำเนินการไม่ได้ เนื่องจากว่ามีประเด็นเรื่องดินเค็มทำให้น้ำบาดาล ที่เจาะไปก็มีความเค็มด้วย อย่างไรก็ดีก็จะมีการศึกษาต่อไป สำหรับในเรื่องข้อเสนอแนะ ที่ท่านให้ดูแลเรื่องตลาดเซฟวิงบอนด์ (Saving bond) ตลาดพันธบัตรออมทรัพย์ สำหรับภาคประชาชน ในส่วนที่ประชาชนจะขายคืนพันธบัตรตรงนี้ให้มีสภาพคล่อง มากยิ่งขึ้น อันนี้ก็เป็นส่วนที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะก็พยายามศึกษาอยู่ เพื่อส่งเสริม การออมทรัพย์ของภาคประชาชนด้วย ขอขอบพระคุณในคำถามและข้อเสนอแนะของ ท่านพิสิฐนะคะ🔗

ถัดไปเป็นประเด็นคำถามของพลตำรวจตรี สุพิศาล ซึ่งได้มีข้อสังเกต เรื่องการชำระหนี้จากแหล่งอื่นว่าจำนวนเงินที่มาจากแหล่งอื่นเป็นจากส่วนไหน ซึ่งก็จะขอ เรียนท่านพลตำรวจตรี สุพิศาล ว่าในส่วนรัฐวิสาหกิจเขาก็ได้มีการชำระหนี้จากรายได้เข้ามา เพิ่มเติมทั้งเงินกู้และดอกเบี้ย ซึ่งจะมีรัฐวิสาหกิจจำนวน ๑๑ แห่งด้วยกันที่มีรายได้มาชำระ ต้นเงินกู้ กับดอกเบี้ยเพิ่มเติม วงเงินรวม ๕๑,๘๖๘ ล้านบาท ส่วนใหญ่ก็จะเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีความสามารถในการชำระหนี้ นอกจากนี้ท่านได้ถามถึง โครงการของการเคหะแห่งชาติว่าผลการประเมินโครงการอยู่ในระดับซี (C) ซึ่งตรงนี้ก็จะขอ เรียนว่าโครงการที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้ประเมินใช้หลักเกณฑ์ของไจก้า (JICA) และโออีซีดี (OECD) เป็นหลักสากลในการวัด ๕ ด้านด้วยกัน จะเป็นข้อแรกคือเรื่องของ ความสอดคล้องกับนโยบาย ข้อ ๒ เรื่องประสิทธิผลในการดำเนินงาน ข้อ ๓ เรื่อง ประสิทธิภาพ ข้อ ๔ ผลกระทบของโครงการต่อประชาชน ข้อ ๕ คือความยั่งยืนของโครงการ ซึ่งการที่การเคหะแห่งชาติได้ระดับซี (C) เนื่องจากว่ามีประสิทธิภาพในการดำเนินงาน คือมีการดำเนินงานที่ยาวกว่าแผนงาน แล้วก็โครงการที่ประเมินคือโครงการบ้านเอื้ออาทร ระยะที่ ๓ และระยะที่ ๔ ซึ่งเป็นการดำเนินการทั่วประเทศจึงมีความยากที่จะดูแลนะคะ แต่อย่างไรก็ดีการเคหะก็เร่งดำเนินการแล้วก็ขยายการส่งมอบให้ทันกำหนดเวลานะคะ🔗

อีกเรื่องหนึ่งก็คือโครงการนี้จะต้องส่งมอบหลังจากแล้วเสร็จให้กับ ภาคประชาชนในการดูแลต่อไปนะคะ ซึ่งความเข้มแข็งของภาคประชาชนในส่วนที่รับ โครงการไปดูแลต่อก็ยังต้องอยู่ในความดูแลของการเคหะแห่งชาติต่อไป ซึ่งการเคหะแห่งชาติ ก็รับข้อสังเกตในจุดนี้เพื่อที่จะไปดูแลในเรื่องของความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหลังทำ โครงการ คือเรื่องจัดการระบบน้ำเสียของบ้านเอื้ออาทรเหล่านี้นะคะ ขณะนี้การเคหะแห่งชาติ ก็รับทราบแล้วก็จะไปดำเนินการต่อไปเรียบร้อยแล้วนะคะ🔗

นอกจากนี้สำหรับเรื่องดอกเบี้ยของเงินกู้ในพอร์ต (Port) หนี้สาธารณะ ทั้งหมด ๑๐ ล้านล้านบาทจะมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ ๒.๔๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็นับว่าเป็น อัตราที่ไม่ได้สูงมากนะคะ อันนี้ก็สามารถตอบคำถามของ พลตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ด้วยเลยว่า ในการปรับโครงสร้างหนี้ สบน. เมื่อหนี้ที่ครบกำหนด สบน. ก็จะพิจารณาว่าหนี้ตัวไหน สามารถที่จะปรับโครงสร้างหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ระยะสั้นก็ปรับเป็นหนี้ระยะยาวหรือหนี้ที่ อัตราดอกเบี้ยสูงก็ปรับไปเป็นหนี้ที่อัตราดอกเบี้ยต่ำลง หรือว่าหนี้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ก็จะปรับเป็นหนี้ในประเทศเป็นส่วนใหญ่นะคะ เราจะมีกลยุทธ์การบริหารหนี้สาธารณะ ระยะปานกลางซึ่งจะดูความเสี่ยง ๓ ตัวนี้เป็นหลักนะคะ ซึ่งในปี ๒๕๖๖ มีหนี้ที่ครบกำหนดชำระ ตามสัญญาประมาณ ๘๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ปี ๒๕๖๗ จะมีครบกำหนดจำนวน ๔ แสนล้านบาท ซึ่ง สบน. ก็ทำแผนการปรับโครงสร้างหนี้เป็นประจำทุกปีค่ะ สำหรับอัตราดอกเบี้ยที่ท่านถาม ก็เช่นเดียวกันอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ ๒.๔๑ เปอร์เซ็นต์ต่อปีค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ สุพิศาลครับ ติดใจอยู่นิดเดียวครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานครับ สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ที่ท่านบอก โครงการซี (C) การประเมินจาก ๕ ปัจจัย ท่านไปดูเอกสาร เอกสารในมือของท่านหน้า ๕๑ หน้า ๕๒ ความสอดคล้องได้เอ (A) แล้วก็ประสิทธิภาพได้เอ (A) ผลกระทบได้บี (B) ประสิทธิภาพได้บี (B) การยั่งยืนได้บี (B) ผมคำถามตรงนี้ซี (C) มาจากไหนครับ ถ้าค่าเฉลี่ย ทั้งหมดมันน่าจะเป็นบีบวก (B+) เพราะมันเอ (A) ๒ ตัว ซี (C) ๓ ตัว ซี (C) มาจากไหนครับ การประเมินผมสงสัยว่าทริส (TRIS) หรือไจก้า (JICA) ที่ท่านบอกเอาหลักการตรงนี้ แม่นขนาดไหน ขนาดผมแค่เปิดโครงการระยะที่ ๔ ตัวเลขแค่นี้มันก็เห็นแล้วมันขัดแย้งกับ การที่สรุปมาว่าเป็นซี (C) ถ้าชี้แจงผมได้ก็ชี้แจง ถ้าชี้แจงไม่ได้ไม่เป็นไรก็ไปแก้ไขครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมอยากจะขอคำถามต่อเนื่องสั้น ๆ นิดหนึ่งครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ ท่านทวีครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ เมื่อสักครู่ทางผู้ชี้แจงได้กรุณาชี้แจงว่าหนี้ในปี ๒๕๖๖ เดี๋ยวงบประมาณ ก็คงจะเข้าเร็วๆ นี้ ว่าหนี้ครบกำหนดชำระตามสัญญา ๘๔๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ปกติเวลาตั้ง งบขอใช้ชำระหนี้ก็จะตั้งมาเฉลี่ยงบประมาณปีละประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แสดงว่า อีกประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือครบกำหนดสัญญาเราไม่สามารถหาเงินมาใช้ ตามสัญญาได้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราก็ใช้วิธีปรับโครงสร้างหนี้ถูกต้องหรือไม่ ถ้าถูกต้อง ก็จะถามต่อไปว่าเงินที่กู้ทางรัฐบาลกู้มานี่ส่วนใหญ่แหล่งที่ให้กู้เงินที่เป็นในประเทศก็ดี ต่างประเทศก็ดี กู้มาจากธนาคารหรือในเครือธนาคารพาณิชย์หรือจากการออกหุ้น ให้กับประชาชนหรืออย่างไร เป็นสัดส่วนเท่าไร และสุดท้ายถ้าดูในภาพรวมอย่างนี้ แม้แต่ดอกเบี้ย ๒.๔๑ บาท แต่ประชาชนเวลาไปฝากเงินได้สลึงเดียว คือเหมือนว่าสถาบัน หรือธนาคารได้ส่วนต่างไม่จำเป็นต้องให้เอสเอ็มอี (SMEs) กู้ ไม่จำเป็นให้ประชาชนต้องกู้ เพราะกู้กับรัฐอย่างน้อยรัฐมีหลักประกันว่าไม่น่าจะเบี้ยวหนี้ ดังนี้ผมคิดว่าฝากการดูแล ทำอย่างไรจะให้สถาบันการเงินไม่หวังที่จะให้รัฐบาลกู้แต่อย่างเดียว ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ มีอะไรชี้แจ้งเพิ่มเติมไหม เชิญครับ🔗

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล รองผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ

ขอเรียนชี้แจงท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในส่วนของหนี้ที่ครบกำหนดท่านเข้าใจ ถูกแล้ว คือเราก็จะมีการปรับโครงสร้างหนี้ในระยะต่อไป เพราะว่างบชำระหนี้ที่ได้รับจาก งบประมาณรายจ่ายประจำปีนี้ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังก็กำหนดอยู่ที่ ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๔ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก็จะมีการปรับโครงสร้างหนี้ ส่วนการที่เรากู้เงิน ในพอร์ต (Port) หนี้ ๑๐ ล้านล้านบาท เรากู้จากไหนบ้าง ก็จะเป็นเงินกู้ในประเทศเป็น ส่วนใหญ่ก็คือมีสัดส่วนอยู่ที่ ๙๘.๒๗ เปอร์เซ็นต์ ถ้ากู้ต่างประเทศก็จะมีที่เหลือประมาณ ๑.๗ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ซึ่งการกู้ในประเทศก็จะเป็นการกู้จากสถาบันการเงินในประเทศแล้วก็ มีการออกพันธบัตรออมทรัพย์ด้วยบางส่วนให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม ทางกระทรวงการคลัง ก็จะพยายามออกพันธบัตรออมทรัพย์เป็นระยะ ๆ เพื่อให้ประชาชนได้มีนโยบายในการออมด้วย ก็ขอตอบคำถาม🔗

ส่วนระดับซี (C) ของการเคหะแห่งชาติ อันนี้ก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์ การประเมินผลที่เราใช้อยู่ ๕ ด้านที่เรียนไว้ สำหรับเทคนิคในการประเมินเราก็จะมีอยู่แล้ว ถ้าอย่างไรคงจะต้องขอนำส่งต่อไป อันนี้ก็เป็นน้ำหนักของเรื่องของประสิทธิผล และผลกระทบที่จะมีผลมากกับการได้ระดับ ถึงแม้ว่าจะได้เป็นระดับบี (B) ก็ตาม แต่ว่า ตามตารางแล้วถ้าระดับของประสิทธิผลและผลกระทบมีต่ำก็จะดึงให้เกรดของโครงการลดลง ได้ อันนี้ก็จะเป็น ๒ ตัวที่เราใช้เวต (Weight) น้ำหนักด้วย ขอบพระคุณค่ะ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ จะขอเป็นเอกสารตามที่ชี้แจงผ่านท่านประธานมาด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมี เอกสารมอบประธานด้วยนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานผลการดำเนินการ ตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พุทธศักราช ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ เรียบร้อยแล้วนะครับ ขอบคุณผู้ชี้แจ้งครับ🔗

๒.๖ รับทราบรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ และรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๘ แห่งพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ที่เขาอนุมัติมา ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ใช้ไป ๘๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ทำตัวเลข ให้เนียน ในแผนที่ ๓.๒ คือค่าใช้จ่ายกระตุ้นลงทุนและบริโภคภาคเศรษฐกิจ ๒,๔๕๙ โครงการ ใช้เงินนิดเดียว ไปดูตัวเลขครับ ๘๔,๖๓๕,๘๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น แล้วมัน หายไปไหนอีกครับ เพราะว่าโครงการนี้ นี่ขนาดเมื่อสักครู่ปรับไป ๔๐,๐๐๐ บาทไม่ให้ครับ นี่ยังมาเอาอีกครับ ใช้ไปแค่ ๘๖ เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือหายไปไหนครับ เพราะกรอบให้มา ๙๗,๔๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ แสดงว่ามันมีเงินเหลือ ทำไมทำไม่ครบ รัฐบาลขาดประสิทธิภาพตรงนี้ ถึงแม้จะได้ ๘๖ เปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่คนที่รอ การลงทุนภาคเศรษฐกิจไม่โต นี่คือเหตุผลที่รัฐบาลฟื้นฟูเศรษฐกิจไม่เป็น มาตรา ๑๐ ท่านไปดูเลย ผมถามว่าบาลานซ์ สกอร์การ์ด (Balanced Scorecard) ในหน้าสุดท้ายของ มาตรา ๑๐ ผลสัมฤทธิ์ที่ใช้ซึ่งเป็นเอาต์ สแตนดิง (Out Standing) ของบริษัท ทริซ แล้วก็ สถาบันวิจัยเอามาใช้ในการประเมินผล เกรดว่าดีมากใน ๓ แผน เขียนตอนสุดท้ายเลยว่า ซึ่งประมวลผลในภาพรวมและได้เกรดเอ (A) ดีมาก และมีผลคะแนนถ่วงน้ำหนักทุกแผนงาน ระดับ ๒.๗๕ คำถามตรงนี้ว่า ๓ แผนงานแค่ถ่วงน้ำหนัก ๒.๗๕ ผมว่าเอาให้แน่ แผน ๓ ผมยังถอนเงินไป ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท แถมใช้เงินที่อนุมัติมา ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใช้ไป ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขาดอีก แล้วบีเอสซี (BSC) บาลานซ์ สกอร์การ์ด (Balanced Scorecard) นี่ถ่วงน้ำหนักแม่นยำขนาดไหนที่เอามาใช้ แล้วเพน พอยต์ (Pain Point) ที่เกิดขึ้นจะเอาไปทำอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหาของการใช้เงินกู้แบบนี้ตลอดไปอย่างนั้นหรือ ขอบคุณครับ🔗

ท่านสงวน พงษ์มณี เชิญครับ🔗

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทยจังหวัดลำพูน ผมขออนุญาตร่วมศึกษางานกับทางผู้มาชี้แจง เพราะว่า งานแบบนี้คงไม่ใช่งานสุดท้ายที่ท่านจะทำ หมายความว่าอย่างไรครับ กระบวนการตาม กฎหมายกู้เงินถ้าเราไม่ได้มองเห็นว่ากระบวนการให้ใช้เงิน ซึ่งเกิดก่อนการกู้เขียนไว้อย่างไร เรามาอ่านตรงนี้ที่ท่านรายงานก็เหมือนว่าเรามาตรวจงานแทน สตง. คือเป็นเรื่องตัวเลข ต่าง ๆ ซึ่งผมจะไม่แตะต้องตรงนั้น ผมพูดเสร็จเพื่อเป็นกรอบความคิดว่ามีคำถามว่าการทำ แบบที่ทำมานี้มันทำตามกฎหมายหรือเปล่า เอาเรื่องแรกก่อน เรื่องกฎหมายกู้เงินทั้ง ๒ ฉบับ บังคับให้ทางกระทรวงการคลังได้มาชี้แจงว่าจ่ายเงินไปอย่างไรบ้างในรอบปีงบประมาณ โดยเขียนเป็นคำสั่งว่าให้มารายงาน ๖๐ วันหลังจากปีงบประมาณ ก็หมายความว่า ปีงบประมาณเริ่มต้นที่ตุลาคม พฤศจิกายน ๒ เดือน เดือนนี้เลยเข้ามาอีก ๑ เดือนกว่าแล้ว เป็นธันวาคม พฤศจิกายน มกราคม กุมภาพันธ์ไปจนถึงตุลาคม ตุลาคม พฤศจิกายน ๒ เดือนแล้ว ตอนนี้เดือนธันวาคม เรื่องนี้ผมจะสื่อสารไปยังท่านประธานว่าเมื่อกฎหมาย มีคำสั่งให้องค์กรตามรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง กระทรวงการคลังมารายงานหลังนี้ การรายงาน มันควรจะเป็นหลังนั้นทันที ไม่ต้องให้มีการเลื่อนขึ้นมา ผมได้พูดถึงเรื่องนี้กับประธาน หลายครั้ง แล้วก็ครั้งนี้พอพูดเมื่อก่อนวันนี้ก็บรรจุในวาระ แต่ยังดีที่ผ่านมาแค่ ๒ เดือน แต่ครั้งก่อน ๆ นั้นทำหลังนี้มาก รายงานที่ท่านมาหาหลังจากกำหนดในกฎหมายมาก แล้วมันมีปัญหาอย่างไร มันมีปัญหาตามวัตถุประสงค์ที่พูดไว้ท่านครับ วันนั้นเหตุการณ์ เป็นอย่างนี้ วันนั้นผู้ที่ถูกดำเนินคดีเรื่องแพ่งหรือผู้ที่ไปฟ้องแพ่งผู้อื่นเขาถูกเลื่อนคดี ๘ เดือน ๙ เดือน เขาก็มาร้องที่คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน พวกผมซึ่งอยู่ในคณะกรรมาธิการชุดนั้นก็เชิญมาคุยกัน มันมี คำตอบที่อยากจะเล่าให้ท่านประธานฟังเพื่อว่าสื่อมวลชนหรือว่าทางข้างนอกจะได้รู้บ้าง มีคำตอบจากหน่วยงานกำกับเงิน ทางศาลก็บอกว่าเขาไม่สามารถจะทำได้ เพราะเขาต้องการห้องตัดสินที่มันมีลักษณะป้องกัน เครื่องตรวจสอบเอกสารที่ส่งมาให้เขา ให้มันเกิดความสะดวกสบายและมีความปลอดภัยสำหรับผู้พิพากษา ท่านบอกว่าไม่มีเงินทางนี้ ช่วยเลย เมื่อคุยกันทุกฝ่ายแล้วก็เห็นว่าจำเป็น แต่คำตอบจากตัวแทนสภาพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติตอบว่าอย่างไรครับ บอกว่ากิจการศาลไม่เกี่ยวข้องกับประชาชนใช้ไม่ได้ ตามวัตถุประสงค์นี้ การเยียวยาตรงนี้ทำไม่ได้ ผมพูดเรื่องนี้ทำไม เพื่อบอกท่านว่า ในองคาพยพของประเทศนี้สิทธิการเป็นพลเมืองของคนเท่ากันหมด เมื่อเขาทุกข์ใจเรื่องถูก ฟ้องคดี หรือต้องฟ้องคดีแล้ว เขาก็คือพลเมืองที่ต้องการความช่วยเหลือจากโครงการนั้น ๆ ของรัฐ แต่เมื่อหน่วยกำกับคือสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพูดแบบนั้น ถ้าท่านได้ยินท่านจะพูดอย่างไร เพราะระดับที่มาชี้แจงไม่ใช่ระดับท่าน ผมพูดเรื่องนี้ต้องการ พูดมานานแล้ว เพราะว่ากฎหมายบอกว่าต้องชี้แจงต่อสภา ๖๐ วันหลังปีงบประมาณ ก็เพื่อการนี้แหละ แต่ท่านมาชี้แจงรอบก่อนหลังมาก แต่คราวนี้ยังหลังแค่เดือนกว่า การชี้แจง ต่อสภาไม่ใช่ส่งหนังสือก็เท่ากับชี้แจง ผมคิดว่าการเลื่อนวาระมันต้องสำคัญที่สุดยกขึ้นมาเลย เหมือนเราจะประชุมอาทิตย์หน้า เรื่องที่ส่งมาว่าการโต้แย้งเห็นต่างจาก ส.ว. ท่านก็บรรจุ เข้าไปต้องเป็นแบบนั้นมันต้องเร็ว อันนี้บอกว่าส่งมาแล้วแต่ไม่เรียกสักที หลายเดือนต่อมา มันก็แก้ปัญหาไม่ได้ เลยมีโอกาสก็พูดวันนี้ว่าตรงนี้ผมไม่เห็นด้วย ผมอยากจะพูดเรื่องนี้ ให้เห็นภาพ เสร็จแล้วอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ผมทราบว่ามีคนพูดไว้ ขออนุญาตพูดให้ จบ ๓ เรื่องนะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่ง ประกาศภาวะฉุกเฉินวันที่ ๒๖ นะครับท่านประธาน ท่านผู้มา ชี้แจง วันที่ ๒๗ คณะวินิจฉัยข้อขัดแย้งตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างปี ๒๕๖๐ ออกระเบียบด่วน เลยว่าการใช้เงินเพื่อโควิด (COVID) แบบภาคใต้เลย ไม่จำกัดวงเงิน เป็นจัดซื้อจัดจ้าง แบบเฉพาะเจาะจงได้เลย ไม่จำกัดวงเงิน แล้วก็ราคากลางทำอย่างไรบอกหมด วันที่ ๓๑ สำทับเรื่องราคากลางอีก พอเดือนต่อมาพูดถึงเรื่องว่าไม่มารับงาน ไม่มาทำสัญญาตาม มาตรา ๑๐๙ ถ้าผมจำมาตราไม่ผิดนะครับ ก็ถือว่าการทิ้งงานถือว่าไม่ทิ้งงาน ผมพูดเรื่องนี้ เพื่อจะบอกท่านว่าเราเตรียมการใช้เงินแบบภาคใต้ คือประกาศภาวะฉุกเฉินแล้วทำเร็ว ได้หมดไม่ต้องมีการบิดดิง (Bidding) ทำได้เลย กระบวนการใช้เงินแบบนี้มันเลยต้อง มาถูกตรวจสอบโดยสภาอย่างเร่งด่วน ท่านครับทั้ง ๓-๔ อย่างตอนนั้นยังไม่ได้กู้เงิน พอกู้เงิน แบ่งวัตถุประสงค์เป็น ๓ อย่าง ๑. เยียวยาโดยตรง เรื่องโรงพยาบาล เรื่องเครื่องมือเรื่องต่าง ๆ ซื้อได้ทันที อันที่ ๒ ไม่ซื้อได้ทันที เป็นการเยียวยาอันที่ ๓ เป็นเรื่องของการฟื้นฟู ฉบับแรก ๑ ล้านล้านบาท บอกว่าหากเปลี่ยน ๓ เป็น ๑ หรือ ๒ เป็น ๑ ให้อาศัยว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ แต่พอ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วรรคหลังไม่มี วรรคหลังเขียนว่า ถ้าคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนเลย พูดเรื่องนี้ทำไมเพื่อบอกว่ามันใช้เงินกัน ง่าย ๆ แบบนี้ จึงมีข้อครหาและจึงมีการต่อสู้โต้แย้งระหว่างบุคลากรทางการแพทย์เกิดขึ้น ท่านจำได้ไหมครับที่ซื้อเครื่องตรวจจมูกคน ระหว่างหน่วยงานหนึ่งจะทำตามระเบียบที่เขียน ขึ้นมาใหม่อีกหน่วยงานหนึ่งต้องการการแข่งขัน ในที่สุดสังคมก็มีความเห็นแตกต่าง ในที่สุด จบอย่างไรครับ จบให้มีการบิดดิง (Bidding) เห็นไหมครับ ผมพูดเรื่องนี้ทำไมเพื่อให้เห็นว่า ไม่ใช่ว่ามีคนเห็นด้วยกับท่านหมด ในองคาพยพของราชการเขาก็ไม่เห็นด้วย ผมพูดเรื่องนี้ ทำไม เพื่อจะบอกว่าโครงการกู้เงินเหล่านี้มันเกิดขึ้นต่อเนื่องไป แต่ถ้าเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบจากรัฐสภาอย่างตรงไปตรงมานี่จะมีประโยชน์กับแผ่นดิน ผมจึงพูดเรื่องนี้เพื่อจะสอบถามท่านว่า ท่านฟังให้ดีนะครับ ถ้าท่านชี้แจงได้ก็ช่วยชี้แจงว่า การเปลี่ยนแปลงโดย ครม. ทั้ง ๒ ฉบับ มีมากน้อยแค่ไหน และอันดับ ๓ ฟื้นฟูมาเป็นอันที่ ๑ มีไหม เปลี่ยนจากอันที่ ๒ ไปเป็นอันที่ ๑ มีไหม เพราะถ้าเร่งด่วน ถ้าไม่เปลี่ยนมันเร่งด่วน ไม่ได้อย่างไรท่านประธาน ผมพูดเรื่องนี้เพราะต้องการให้สภานี้ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อกฎหมาย เขียนว่าคุณต้องมาชี้แจงในเวลานี้ นั่นแสดงว่ากฎหมายต้องการกำกับดูแลอย่างเร่งด่วน อย่างใกล้ชิด แม้เราจะมีคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญไปกำกับ แต่กรรมาธิการวิสามัญก็ไม่ทำ อะไรมาก ไม่ได้มาชี้แจงต่อสภา ไม่ได้ทำอะไรตามกฎหมายนี้เลย พวกคุณเท่านั้นที่มาชี้แจง พวกคุณในที่นี้ผมหมายถึงไม่ใช่ท่านที่มานั่ง หมายถึงกระทรวงการคลัง เพราะกฎหมาย กล่าวถึงกระทรวงการคลัง ผมใช้เวลาสภามาขนาดนี้เพื่อจะชี้แจงว่าการกู้เงินครั้งนี้มันมีการ ออกระเบียบ มันมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน และมันมีการซื้อขาย ขอโทษครับมีการจัดซื้อ จัดจ้างโดยไม่มีการแข่งขันราคา ใช้แบบเฉพาะเจาะจงไม่ว่าวงเงินนั้นจะเท่าไร เมื่อท่านได้งาน แล้วไม่มารายงาน ไม่มาทำสัญญาก็ยังไม่ผิดอีก สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นจากกระบวนการคิดของ คน ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ คือส่วนที่ปกครองประเทศโดยระบบความมั่นคงส่วนที่ ๒ คือเป็นคน พยายามจะแก้ปัญหา ท่านที่นั่งข้างบนท่านคือผู้ไปแก้ปัญหา แต่ว่าอุปสรรคที่เกิดขึ้นในทั่วไป มันเกิดขึ้นจากระเบียบที่สร้างขึ้นโดยฝ่ายบริหารครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน กองตรี อาญาสิทธิ์ครับ🔗

นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ ๓ พลังประชารัฐครับ กระผมขออนุญาตที่จะร่วมอภิปรายแสดงความคิดเห็นในรายงานของการพิจารณาศึกษา เรื่องการพิจารณาติดตามตรวจสอบการใช้เงินตามพระราชกำหนด ๓ ฉบับเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ที่เรากำลังได้พิจารณากันอยู่ในขณะนี้นะครับ ซึ่งผมได้อ่าน รายงานแล้วก็ได้รับฟังจากคำชี้แจงของทางคณะกรรมาธิการ ก็เห็นว่า ในเรื่องการติดตาม การดำเนินงานการใช้จ่ายงบประมาณตามพระราชกำหนดทั้ง ๓ ฉบับนั้น มีเรื่องที่สำคัญ มีประเด็นที่สำคัญที่ผมคิดว่าจำเป็นจะต้องได้มีการขยายแล้วก็ให้ข้อแนะนำก็คือโดยที่ พระราชกำหนดทั้ง ๓ ฉบับ ให้อำนาจกระทรวงการคลังเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟู เศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ซึ่งในกรอบ ส่วนที่ ๑ ตามรายงานฉบับที่กำลังนำเข้ามาสู่การ พิจารณาของสภาในขณะนี้ ในหน้า จ และหน้า ฉ ผมเห็นว่ารายละเอียด พระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหายาฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับ ผลกระทบจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) มีแผนงานที่ประกอบด้วย ๓ แผนงาน แผนงานแรกก็คือแผนงานโครงการที่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และ สาธารณสุข อันนี้เราก็จะได้เห็นว่าทางรัฐบาลก็ได้ใช้จ่ายงบประมาณไปในเรื่องของการใช้ เกี่ยวกับเรื่องยา เกี่ยวกับเรื่องวัคซีน เรื่องบุคลากรทางการแพทย์ต่าง ๆ งบประมาณไปในเรื่องของการใช้เกี่ยวกับเรื่องยา เกี่ยวกับเรื่องวัคซีน เรื่องบุคลากรทาง การแพทย์ต่าง ๆ แล้วก็แผนที่ ๒ ก็คือองค์การที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา ชดเชย ให้กับภาคประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการ🔗

ส่วนสำคัญที่ผมจะขออนุญาตเพิ่มเติมอันนี้ก็คือแผนงานที่ ๓ คือโครงการ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส โคโรนา (Virus Corona) นี่นะครับ ประกอบด้วย แผนงานที่เป็นกิจการพัฒนาที่สามารถ จะฟื้นฟูกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพิ่มศักยภาพ และยกระดับการค้า การผลิต ให้ครอบคลุม ภาคการเกษตร อุตสาหกรรม การค้าและการลงทุน และการท่องเที่ยว ในประเด็นนี้ในฐานะ ที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในพื้นที่ ในภูมิภาค ก็เห็นว่าโครงการที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง การส่งเสริมอาชีพ แล้วก็เรื่องการเกษตรนี่ ผมอยากจะให้ได้ไปเน้นในเรื่องของการให้ทุกส่วน ราชการที่รับงบประมาณ เราจะเห็นแต่กระทรวงอุตสาหกรรมได้ไปฝึกอบรม ฝึกงานอาชีพ ต่าง ๆ ฟื้นฟูให้กับพี่น้องในหมู่บ้านนี่ครับ แต่ว่าในส่วนของกระทรวงหรือว่าหน่วยงานอื่น ๆ เราก็อาจจะมี แต่ว่าไม่ค่อยได้มีการกระจัดกระจายที่ให้เห็นชัดเจนนะครับ ผมก็อยากจะให้ เน้นย้ำประเด็นเหล่านี้ในการติดตาม ประเมินผล จึงกราบเรียนไว้เพื่อโปรดพิจารณาครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิยม เชิญครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในรายงานฉบับนี้ผมก็ถือว่าท่านทำได้ดีในรอบ ๖ เดือน ครั้งที่ ๒ เป็นบทสรุปผู้บริหาร รายงานสรุปผลการประเมิน แผนงานละเอียดยิบ โครงการภายใต้ พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) พ.ศ. ๒๕๖๓ ผมมีความเห็นที่จะสอบถามท่านผู้มาชี้แจงของ กระทรวงการคลัง ผมดูต่อเนื่องมาตั้งแต่หนี้สาธารณะแล้วครับ แต่มาไม่ทัน ติดประชุม กรรมาธิการเรื่องร่างกฎหมายอยู่ผมเองมีความเห็นที่อาจจะแตกต่างในรายงานฉบับนี้ว่าวันนี้ ประชาชนมีสภาพที่ดีขึ้น ยกเลิกพระราชกำหนด ยกเลิกศูนย์ ศบค. แต่ในสภายังบังคับให้ ต้องอยู่ในมุม ในกล้องอะไรนี่ ผมยังรับไม่ได้นะครับท่านประธาน โควิด ๑๙ (COVID-19) ซึ่งก็มาสู่ประเทศไทยเป็นปี สองสามปีผมไม่เคยเป็น ไม่เป็น สุขภาพก็ไม่เป็น คนอื่นเป็น ผมไม่เป็น อย่าบังคับให้ผมต้องอยู่ในกรอบ ในร่ม ในกระป๋องเกินความจำเป็น ผมมีปัญหา เรื่องสุขภาพ ถ้าออกซิเจนไม่พอปอดผมมีปัญหา ต้องเข้าใจด้วย ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขออภิปรายในลักษณะ พ.ร.ก. โควิด ๑๙ (COVID-19) นี่ละ เพราะ จำนวนเงินที่ท่านต้องใช้ในเรื่องการเยียวยาก็ดี ในเรื่องที่ไปดูแลอาสาสมัครก็ดี มันเป็น จำนวนเงินมหาศาล ผมดูในหลายโครงการของท่านกำหนดให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติ ของ ครม. มีอำนาจออกกฎต่าง ๆ ในกฎกระทรวงที่จะมากู้เงินนี่ ผมไม่ได้มองในมุมเดียว ซึ่งอาจจะแตกต่างจากหลายท่านออกไป วงเงินมหาศาลที่ท่านเอามาใช้อยู่ทุกวัน ซึ่งอยู่ดี ๆ ท่านก็ออกข่าว ออกอะไรมา เพื่อให้เป็นที่วิตกของพี่น้องประชาชนว่าโรคโควิด ๑๙ (COVID-19) กลับมาระบาดอีกแล้ว เพื่อท่านจะได้เอาเงินซึ่งเป็นเงินภาษีพี่น้องประชาชนออกมาใช้อีกครั้งหนึ่ง ผมเองเป็น กรรมาธิการติดตามเรื่องงบประมาณในสภาผู้แทนราษฎร ผมพยายามอ่านในหลายเรื่อง ในส่วนอื่นด้วย ผมจึงมีความเห็นว่าเงินบางครั้ง ถ้ามันไม่จำเป็นท่านอย่าไปออกพระราชกำหนด ทุกเรื่องเพื่อมาใช้เงิน โรงพยาบาลก็ยังไม่รับการดูแลเท่าที่ควรนะครับ ศูนย์หลายศูนย์ที่ท่าน จัดทำขึ้นมาเป็นเงินบริจาค แต่ท่านก็ยังออกพระราชกำหนดมากู้เงินมาใช้เงินอยู่นี่ ผมเป็นคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของเงินเป็นเจ้าของภาษี ผมจึงมีความเห็นต่างในลักษณะนี้ครับ เงินที่ศูนย์ต่าง ๆ ก็เป็นเงินที่พี่น้องบริจาคทำกันขึ้นมา แต่มาดูยอดเงินของท่านไม่ว่าแผน ๑ แผน ๒ แผน ๓ ที่กู้เงิน ในนี้ท่านบอกว่าอาสาสมัครทั่วประเทศใช้เงินจำนวนถึง ๑ ล้านกว่าราย ก็เขียนขึ้นมา แล้วใช้เงินแผน ๑ แผน ๒ แผน ๓ ที่ว่านี้ แต่คิดเป็นโครงการถึง ๙๒ เปอร์เซ็นต์ ๕๑ โครงการ ตรงนี้ท่านใช้เงินมหาศาล ๑๘,๐๐๐ ล้านตรงนี้เกินมาในแผน ๑ จำนวนเงินดังกล่าว ท่านกู้มาท่านทำไป แต่ในรายละเอียดผมยังไม่เห็นว่าในเงินแผน ๑ ของท่านเป็นล้าน ๆ บาท ท่านเขียนไว้ในแผน ๑ แล้วก็สิ้นสุดในปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๕ ครม.ได้อนุมัติแผนงานหรือ โครงการตามที่คณะกรรมการเสนอกู้จำนวนเงิน ๑,๑๕๑ โครงการ นี่แหละที่ผมต้องอภิปรายว่า โครงการทั้งหลายพันกว่าโครงการบ้าง รวมเป็นเงิน ๙๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านใช้เงินไป จำนวนมหาศาล ผมยังติดใจว่าประชาชนผมได้ประโยชน์จากการใช้เงินมากน้อยแค่ไหน เพราะวันนี้พี่น้องที่ติดโควิด (COVID) ก็ดีไปที่โรงพยาบาลเขาไม่ให้ยาอะไร เอายาแก้ปวดแก้ไข้ แล้วกลับบ้านไปนอนอยู่บ้าน แต่ท่านยังออกพระราชกำหนดกู้ยืมเงินจำนวนมหาศาล ท่านเล่าให้ฟังหน่อยตอบคำถามตรงนี้หน่อย เพราะผมอยู่ในพื้นที่ประชาชนเขาถามมา ผมตอบไม่ได้หรอกครับ ผมไม่จบบัญชีผมจบกฎหมาย ก็ขอบคุณท่านประธานที่ให้แสดง ความคิดเห็น ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวลัยพร รัตนเศรษฐ เชิญครับ🔗

นางวลัยพร รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานคะ วลัยพร รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ แบบบัญชีรายชื่อ ขออนุญาต ตั้งข้อสังเกตกับการรายงานผลการศึกษาครั้งนี้นะคะ ก็คือมีข้อสังเกตนิดหนึ่งเรื่องของการ แบ่งกลุ่มในการนำเสนอ ท่านทำได้ดีมาก คือมีรายละเอียดจำนวนมากเลย แต่ว่าอยากให้ นำเสนอแบบในลักษณะที่ว่าโครงการต่าง ๆ นั้นแบ่งเป็นกลุ่มเป็นก้อนเป็นแผนงานอยู่แล้ว แต่ว่าในแต่ละแผนงานสร้างผลสำเร็จที่เกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง เวลาที่เราประเมินผลทั้งหมดนี้ เราประเมินทั้งในเรื่องของเอาต์พุต (Output) เอาต์คัม (Outcome) แล้วก็อิมแพกต์ (Impact) นั่นคือผลผลิต ผลลัพธ์และผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเราแบ่งเป็นกลุ่มในการนำเสนอ เราจะเห็นภาพที่ชัดมากว่าการกู้เงินที่ออกเป็นพระราชกำหนดทั้ง ๓ ฉบับเหล่านั้นผลสัมฤทธิ์ ที่เกิดขึ้นใน ๓ ลักษณะอย่างไรบ้าง ก็คือผลผลิต ผลลัพธ์ แล้วก็ผลสัมฤทธิ์ ในแง่ของ ผลกระทบทางบวกหรืออาจจะมีผลกระทบที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นทั้งบวกและลบก็เกิดขึ้นได้ มันก็จะดูชัดขึ้น อันนี้คือประเด็นที่ ๑🔗

ประเด็นที่ ๒ คือด้วยความที่เคยเป็นอาจารย์ เคยให้ความคิดเห็นกับทาง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ตอนที่กำหนดโครงการแล้วว่าเวลาที่เราจะกำหนดในการที่เราใช้ งบประมาณจำนวนนี้ที่มาจากเงินกู้ก็ดี เราควรที่จะต้องมีเหมือนกับเมนโพรเจกต์ (Main Project) ที่ควรจะเป็น ควรจะมีให้เกิดขึ้น ในลักษณะที่เราจะสร้างผลผลิต ผลลัพธ์แล้วก็ผลกระทบที่เกิดขึ้นในเรื่องของการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมในอนาคต มันจะมีความชัดเจนมากขึ้น เพราะว่าขั้นตอนของการนำเสนอ เป็นลักษณะของการสร้างการมีส่วนร่วม ซึ่งอันนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญในการประเมินว่าประชาชน มีส่วนร่วม หน่วยงานมีส่วนร่วมในการนำเสนอโครงการ แต่จริง ๆ แล้วก็จะมีโครงการบางที่ เป็นความจำเป็นของประเทศ ที่เรียกว่าเมนโพรเจกต์ (Main Project) ซึ่งในอดีตหลาย ๆ ประเทศก็ดี หรือแม้แต่ประเทศไทยก็ดี ก็จะมีเมนโพรเจกต์ (Main Project) ตัวนี้ด้วย ถ้าดู ตัวอย่างประสบการณ์ของต่างประเทศเวลาที่เกิดวิกฤติอย่างนี้ เขาก็จะมีเมนโพรเจกต์ (Main Project) ว่าทำโครงการที่เป็นแบบใหญ่ ๆ ขึ้นมาเพื่อสร้างอิมแพกต์ (Impact) ในการที่จะ สร้างผลผลิต ผลลัพธ์และผลกระทบ ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดองคาพยพแล้วสามารถ ยกระดับทั้งในเชิงของเศรษฐกิจและสังคม ในเรื่องของคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่จะรองรับกับวิกฤติที่เกิดในอนาคตค่ะ อันนี้ให้เป็นข้อสังเกตเฉย ๆ แต่ขอขอบพระคุณท่าน ที่มานำเสนอทั้งหมดเลย ท่านทำรายละเอียดได้ดีมาก เพียงแต่ว่าอันนี้เป็นข้อสังเกตและเป็น ข้อเสนอให้กับทางคณะที่นำเสนอด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญ ท่านวิรัตน์ วรศสิริน ครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบขอบคุณท่านประธานครับ และขอโทษท่านประธานด้วยครับ กระผม นายวิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย มี ๒ คำถามที่อยากจะสอบถาม คือเมื่อครั้งอภิปรายไม่ไว้วางใจผมได้อภิปรายถามในขณะนั้น เรื่องเอทีเค (ATK) ซึ่งใช้เงินตามแผนงานที่ ๑ วัตถุประสงค์ทางการแพทย์และสาธารณสุข หรือแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ในขณะนั้นทางรัฐบาล สปสช. ได้ตั้งงบไว้ซื้อเอทีเค (ATK) อย่างดี ผมจำยี่ห้อไม่ได้นะครับ ตั้งงบไว้พันกว่าล้านบาท แต่ทาง อภ. องค์การเภสัชกรรมก็ไปจัดซื้อยี่ห้อเลอปู (LEPU) ในราคา ๗๐ บาทต่อชุด แล้วผมก็โชว์หลักฐานในสภานี้ว่าผมติดต่อไปทางบริษัท เลอปู (LEPU) ประเทศจีนโดยตรง ได้มา ๕,๐๐๐ ชุด ราคา ๑ เหรียญคือ ๓๐ บาท ซื้อ ๕,๐๐๐ ชุดนะครับ ส่วนรัฐบาลทาง อภ. จะซื้อ ๘.๕ ล้านชุดในราคา ๗๐ บาท ซึ่งต่างกันชุดละ ๔๐ บาท ผลต่างก็เป็นเงิน หลายร้อยล้านบาท ตรงนี้ในบทสรุปผู้บริหารผมเพียงแค่อยากจะสอบถามว่าท่านได้ ตั้งข้อสังเกตหรือไม่ว่าตรงนี้มันมีผลต่าง ซึ่งเสียหายต่องบประมาณของแผ่นดิน ท่านได้ ตรวจสอบหรือไม่ อย่างไร แล้วรู้หรือไม่ อันนี้เป็นคำถามข้อที่ ๑ นะครับ🔗

ส่วนคำถามข้อที่ ๒ มีผู้ร้องเรียนกับผมมากเลยว่าค่าเสี่ยงภัยพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช ค่าเสี่ยงภัยพยาบาลในสถานการณ์โควิด (COVID) เขายังไม่ได้รับเลย จนป่านนี้ ในนี้งบประมาณต่าง ๆ ที่เขียนไปเยอะแยะได้จ่ายไปแล้วมากมาย แต่เขายังไม่ได้ รับอีกเยอะ เข้าใจว่าอีกมากนะครับ นี่เฉพาะที่ผมรู้ ที่ผมไม่รู้คงต้องอีกมากมาย อยากจะฝาก ไปดูด้วยว่าพอจะช่วยเหลือชดเชยเยียวยาจ่ายเขาให้ครบได้หรือไม่ ฝากด้วยครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่าน อนุรักษ์ บุญศล เชิญครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันสนใจเงินกู้ช่วงโควิด (COVID) เป็นอย่างมากเลยทีเดียว ที่บอกว่าจะช่วยเอสเอ็มอี (SMEs) ให้ได้เยอะ ๆ ที่บอกว่าเอสเอ็มอี (SMEs) ต้องกู้ได้ ในนี้ หน้า ฉ ๕๕๕,๐๐๐ ล้านบาท บอกว่าจะช่วยเอสเอ็มอี (SMEs) ตอนนี้เอสเอ็มอี (SMEs) ไม่ฟื้นเลย สัก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ฟื้นขึ้นมาเลย ๑ เอสเอ็มอี (SMEs) เอสเอ็มอี (SMEs) เล็ก ๆ สามารถจ้างคนได้ ๑๐-๑๕ คน คนจะตกงานมากเท่าไร ท่านได้ดูเรื่องของเอสเอ็มอี (SMEs) หรือไม่ ดิฉันอยู่ในกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ ดิฉันได้นำเรื่องราวของเอสเอ็มอี (SMEs) นำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีสัก ๒-๓ ปีที่แล้ว ตอนที่โควิด (COVID) กำลังรุกหนัก ยังจำภาพได้อยู่เลย ท่านถามคำถามดิฉันว่า ถ้าเงินของคุณเองให้กู้แล้วเขาไม่สามารถจะคืนได้ คุณจะให้เขากู้ไหม ถ้าคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์เคียงข้างท่านประธานในขณะนี้พูดแบบนี้ เมื่อไร ประเทศไทยมันจะฟื้น คนก็ตกงานอยู่ร่ำไปสิคะ ดิฉันถามคำถามว่าโครงการของท่าน ในหน้า ฉ ข้อ ๒ ใหญ่ เอสเอ็มอี (SMEs) ฟื้นกี่ราย ต้องถามว่าฟื้นกี่ราย แล้วสามารถที่จะยืน โดดเด่นเป็นสง่าช่วยเหลือเพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ คำว่า เพื่อน ก็คือเพื่อนร่วมงาน ก็ลูกน้อง ๑๐-๑๕ คน เอสเอ็มอี (SMEs) เล็ก ๆ เอสเอ็มอี (SMEs) ระดับกลาง เอสเอ็มอี (SMEs) ระดับใหญ่ ช่วยเหลือได้หรือไม่ ยากเย็นแสนเข็ญมาก แม้กระทั่งตัวดิฉันเองเป็นเอสเอ็มอี (SMEs) ระดับกลางก็ยังไม่สามารถเข้าถึงเงินกู้นี้ได้เลย ใครก็อยากได้เมื่อดอกเบี้ยมันถูก มันสามารถที่จะอยู่ยั่งยืนยงดูแลกัน ลูกน้องเป็นร้อยคนได้ แต่ถ้าเข้าไม่ถึงก็ต้องไปกู้ตามปกติ ของธนาคาร ดอกเบี้ยก็แพง ๔ บาท ๕ บาท แพงมาก อันนี้ท่านบอกว่าให้กู้จะ ๕๐ สตางค์ ด้วยซ้ำไป พูดไปพูดมา ๒ บาท ไม่มีใครได้สักรายเดียว ดิฉันถามว่าแก้ไขปัญหาแบบนี้เงินกู้ ใช่อยู่ว่าเงินที่กู้มาไม่ทราบว่าแหล่งที่กู้ท่านไปกู้มาจากไหน มีความสามารถในการกู้แต่เวลา ใช้คืนมันคือภาษีของราษฎร จะรีดเลือดจากปูไปถึงไหน เกิดมาจนไม่ผิด แต่ตายจนเป็น ความผิดของรัฐบาลซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่คือเรื่องของเงินกู้ค่ะ ทีนี้ในเรื่องเงินกู้ของเอสเอ็มอี (SMEs) แล้ว ก็มีในเรื่องของการเยียวยาและชดเชยให้แก่เกษตรกร อันนี้ต้องชื่นชมนะคะ ดูแลได้ค่อนข้างที่จะดีมากเลยทีเดียวในเรื่องของภาคเกษตร แต่ในเรื่องของโรงพยาบาล จิตเวชนครพนมมาร้องเรียนดิฉัน ท่านบันทึกไว้เลยแล้วก็ถามกลับไปเลยว่าที่เขายังไม่ได้ ค่าดูแลในเรื่องของการเยียวยาชดเชย ค่าพนักงานเข็นเปลอะไร ๆ ในช่วงโควิด (COVID) ลำบากมากนะคะ ผู้ป่วยจิตเวชติดโควิด (COVID) มันจะคุมกันได้ขนาดไหน อันนี้ ทุกโรงพยาบาล ตั้งแต่ดูแลผู้ป่วยเข็นเปลเลยทีเดียว ค่าชดเชยเยียวยามีหรือไม่ มีให้เป็น ของขวัญปีใหม่หรือไม่ มีให้กำลังใจกันหรือไม่ ต้องแจ้งให้ทราบโดยทั่วถึงกัน ๒ คำถามว่า ท่านเยียวยาประชาชนทั่วถึงและเป็นธรรมหรือไม่ คำถามที่ ๒ เอสเอ็มอี (SMEs) ท่านช่วย หรือว่าช่วยซ้ำ กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน ศาสตราจารย์โกวิทย์ เชิญครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย นครศรีธรรมราช ผมได้อ่านรายงานผลการ ดำเนินงานตามมาตรา ๘ มาตรา ๑๐ แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Colona 2019) ทั้งมาตรา ๘ และมาตรา ๑๐ ขอบคุณนะครับ ที่ได้รายงานให้ทราบ แล้วก็มีรายละเอียดเป็นเล่ม แล้วก็เป็นบทสรุปซึ่งก็ได้ประโยชน์ ท่านประธานครับ ผมมีคำถามเพราะว่าในการติดตามผลการดำเนินงานและการประเมินก็มีข้อสงสัยอยู่ สัก ๒-๓ เรื่อง เพื่อให้ผู้มาชี้แจงได้อธิบายข้อสงสัยคือการดูตามแผนงานทั้ง ๓ แผน ผมคิดว่า มันก็มีเรื่องของการแพทย์ที่เป็นวัตถุประสงค์ในการแก้ปัญหา เรื่องของการเยียวยาช่วยเหลือ แล้วก็ชดเชย แล้วเรื่องของการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด ทั้ง ๓ เรื่อง ผมคิดว่าก็ทำได้ดีในการบอก แต่เราเอาหลักการติดตามและประเมินเข้ามา และท่านก็ได้ประเมินเป็นเกรดเอ (A) หรือเกรดดีมากหรือดีเป็นต้น ผมอยากจะเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้อง รายละเอียดในผลการดำเนินงานผมยกตัวอย่าง ตามมาตรา ๑๐ ก็แล้วกันที่แจกเป็นเอกสารในรายงาน ในเรื่องของการทางการแพทย์และ สาธารณสุขดูเหมือนจะได้เกรดเอ (A) หรือเกรดดีมาก ประเด็นที่เราคลายข้อสงสัยได้ในเรื่อง การแก้ปัญหาทางสาธารณสุขซึ่งก็ทำได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรักษาส่งต่อผู้ป่วย เรื่องของการให้มีทางเลือกในการดำเนินการเรื่องของได้มาซึ่งวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ เป็นต้น อันนี้ก็เข้าใจได้ แต่ว่าประเด็นในแผนงานที่ ๒ ผมสงสัยแล้วก็อยากทราบเขาก็ให้เกรดเอ (A) มาหรือว่าเกรดดีมากในการดำเนินการโครงการตามวัตถุประสงค์ของการช่วยเหลือเยียวยา แล้วก็ชดเชยให้กับภาคประชาชน เกษตรกรแล้วก็ผู้ประกอบการ ประเด็นก็คือว่าเวลาอ่าน ในเอกสารหน้า ๓ ที่อยู่ในเอกสารเป็นชีต (Sheet) นะครับ อาจจะอยู่ในเล่มใหญ่ที่เป็น รายละเอียด แต่ผมต้องการรู้ว่าภาคประชาชน เกษตรกรแล้วก็ผู้ประกอบการ ที่เราพูด เรื่องดีมากหมายความว่าอย่างไร แล้วก็การให้ประชาชนผู้รับบริการที่เขียนว่าเป็นจำนวนมาก จำนวนมากเป็นหน่วยงานเจ้าภาพอะไรอย่างนี้ คือบางทีไม่ค่อยเข้าใจ ซึ่งก็อาจจะขอความ เข้าใจ ก็เรียนท่านประธานว่าต้องไปแยกแยะไหมว่าในเรื่องของการช่วยเหลือภาคประชาชน ซึ่งมันแตกต่างกันระหว่างภาคประชาชนกับเกษตรกร แล้วก็แตกต่างกันระหว่างเกษตรกรกับ ผู้ประกอบการ เพราะฉะนั้นการแยกแยะเพื่อให้เห็นว่าเกรดเอ (Grad A) ดีมาก มันไปสู่ เป้าหมายความสำเร็จ ผมเข้าใจว่าถ้าเอ (A) ดีมากคือความสำเร็จที่เกิดจากการเยียวยาต่อ พี่น้องประชาชน เกษตรกรและผู้ประกอบการ ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าในบทสรุปเราเห็นน้อยมาก แต่ว่าไปพูดเรื่องการป้องกันทุจริต การลงโทษ อะไรต่ออะไร ถามว่าดีไหม ก็ดี แต่เราไม่รู้ว่าท่านเยียวยา เพราะว่าการประเมินต้องบอก ผลของการเยียวยาแล้วก็สิ่งที่เกิดขึ้นจากพี่น้องประชาชนที่ได้รับการเยียวยา แล้วก็ช่วยเหลือ หรือว่าชดเชยก็ต้องแยกแยะ ขออนุญาต ๑ นาทีท่านประธาน ในแผนที่ ๓ ก็เช่นกันเรื่องของ การฟื้นฟู เรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมหรือพูดถึงเรื่องของเศรษฐกิจฐานราก ที่เข้าไปช่วยเหลือในแง่ของการเกี่ยวข้องกับการดำเนินการในเรื่องผลผลิตทางการเกษตร เป็นต้น ผมยกตัวอย่างสัก ๓ เรื่อง เรื่องเพิ่มรายได้ผู้ประกอบการอย่างนี้ คือได้เอบวก (A+) เหมือนกันเอ (A) ดีมากเหมือนกัน แต่ผมไม่ทราบหรอกว่าการเพิ่มรายได้ ผู้ประกอบการใน เชิงการประเมิน มันมีจำนวนเท่าไร หรืออย่างไร คือมันต้องบอกผลสัมฤทธิ์ ผลสำเร็จ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น การประกอบอาชีพเพิ่มขึ้น เวลาเขียนอย่างนี้ในเกรดเอ (Grad A) มันเพิ่มขึ้น แบบไหน อย่างไร ซึ่งรายงานในหน้า ๔ ก็ไม่เห็น ถ้าจะสร้างรายได้ให้แก่พี่น้องประชาชน ที่เป็น ประชาชนฐานรากที่ไปเกี่ยวข้องและถูกกระทบต่อสิ่งนี้ ผมจึงเรียนท่านประธาน ทั้ง ๓ เรื่องเลยครับ ในเกรดเอ (Grad A) ของแผนฟื้นฟูสังคมเศรษฐกิจหรือเศรษฐกิจสังคม การเพิ่มรายได้ผู้ประกอบการ การประกอบอาชีพที่บอกว่าเพิ่มขึ้นและการสร้างรายได้ มันต้องบอกในบทสรุปอย่างชัดเจนใช่ไหม ก็เรียนท่านประธานไปยังผู้เกี่ยวข้องได้ชี้แจง ข้อสงสัยของกระผมด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ผู้ชี้แจงสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เชิญครับ🔗

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ

ก่อนอื่นก็ขอกราบขอบพระคุณข้อห่วงใยและข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตของท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ดิฉันขอกล่าวเป็นภาพรวมนะคะ ในพระราชกำหนด ไม่ว่าจะเป็น ๑ ล้านล้านบาท หรือ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ตาม ก็จะเกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา อย่างพระราชกำหนดแรก ๑ ล้านล้านบาท เกิดในช่วงที่เรามีโควิด (COVID) ระบาดอย่างหนัก พอดีเป็นครั้งแรกจึงมีวัตถุประสงค์ที่จะให้ทั้ง ๓ แผนงานนี้ แผนที่ ๒ และแผนที่ ๓ ก็คือ แผนเยียวยาและแผนฟื้นฟูเข้าไปแก้ไขการระบาดได้ คือสามารถโอนไปในแผน ๑ ได้ ในการรักษาแล้วก็ป้องกันการระบาดของโรคโควิด อันนั้นก็จะเป็นที่มา พอถัดมาใน พ.ร.ก. สุดท้ายคือ พ.ร.ก. ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เกิดขึ้นในช่วงที่การระบาดเบาบางลง แต่อย่างไรก็ดี ก็มีการระบาดขึ้นมาอีกระลอกหนึ่ง ดังนั้นในการกำหนดแผนงานในแต่ละแผนงานและ การโยกโอนเงินระหว่างแผนงาน จึงสามารถทำได้ระหว่างกัน ไม่ว่าเหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้น ก่อน อย่างเช่น ถ้ามีการระบาดรุนแรงเพิ่มขึ้นก็สามารถปรับแผน ๒ แผน ๓ ไปแผน ๑ ได้ หรือว่าถ้าต้องการการเยียวยาก็สามารถปรับทั้ง ๒ แผนมาใช้ได้เช่นกัน แล้วก็ในแผน ๓ ถ้าการระบาดเบาบางลง ก็จะนำเงินมาฟื้นฟูเศรษฐกิจได้เพิ่มขึ้น การใช้จ่ายโอนเงิน ระหว่างกัน ก็เป็นไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับที่ท่านมีข้อห่วงใยกัน ก็คือส่วนใหญ่ จะเป็นในแผน ๓ ก็คือแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจนั่นเอง ทีนี้ในการประเมินของแต่ละแผนงาน ก็จะเป็นหลักการที่ใช้หลักการสากลก็คือของโออีซีดี (OECD) มาปรับในการประเมิน ซึ่งไม่ใช่ ระบบการใช้บาลานซ์ สกอร์การ์ด (Balance scorecard) แต่อย่างใด แต่ก็จะมีการประเมิน แล้วก็ถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วนของวงเงินตามแผนที่ได้รับ จากนั้นก็จะนำไปคิดภาพรวมของ การใช้เงินกู้ทั้งก้อน สำหรับแผน ๓ ที่ท่านได้มีข้อห่วงใยในการใช้จ่ายเงิน ซึ่งแผน ๓ ก็เป็นแผนที่มีวัตถุประสงค์ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง ก็ได้มีการสุ่มโครงการแล้วก็ได้มีการ ประเมินไปแล้วบางส่วนในพระราชกำหนด ๑ ล้านล้านบาท เป็นการประเมินผลสัมฤทธิ์ ของโครงการซึ่งผลที่เกิดขึ้นก็จะได้ระดับเอ (A) ในระดับเอ (A) อันนี้พูดถึงแผน ๓ นะคะ ก็จะมีโครงการที่สำคัญ ๆ หลายโครงการ อย่างเช่น การจ้างงานในประชาชนผู้ว่างงานหรือว่า การจ้างบัณฑิตจบใหม่ การอบรมให้ความรู้เกษตรกร พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบ พวกนี้ เราก็จะเก็บเป็นผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นเป็นทั้งจำนวนคน จำนวนรายที่เกิดขึ้น หรือว่าจำนวนแห่ง ที่เกิดขึ้น แต่ที่อาจจะไม่ได้ผลสำเร็จตามเป้าหมาย เพราะว่าในช่วงนั้นเกิดการระบาดของ โรคโควิด (COVID) ทำให้การอบรมอะไรต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามแผน นอกจากนี้ก็ยังมี โครงการประเภทเกษตรทฤษฎีใหม่หรือโคกหนองนาโมเดล ซึ่งก็ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ หรือว่าการกระตุ้นการบริโภคประเภทโครงการเพิ่มกำลังใจหรือว่าทัวร์เที่ยวไทยหรือ คนละครึ่ง อันนี้ก็เป็นแผนงานที่ ๓ เช่นเดียวกัน เป็นการกระตุ้นการบริโภคเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ก็จะเป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การก่อสร้างต่าง ๆ ระบบสูบน้ำ ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เราก็จะระบุถึงผู้ได้รับประโยชน์ที่เกิดขึ้นและผลสัมฤทธิ์ที่ได้รับ รวมทั้งเราก็จะดูปัญหา อุปสรรคที่เกิดขึ้นด้วย จากปัจจัยที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ ดูปัญหา อุปสรรคที่เกิดขึ้น แล้วก็จัดทำข้อเสนอแนะ🔗

สำหรับเรื่องของเอสเอ็มอี (SMEs) ก็จะอยู่ในแผนที่ ๓ ซึ่งจะมีตัวเลขที่ได้ ประเมินมา จะมีการรักษาการจ้างงานได้ประมาณ ๑๐ ล้านราย จาก ๑๓ โครงการด้วยกัน อันนี้เราก็ให้ความสำคัญกับโครงการที่ช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) เป็นจำนวนมาก ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ มีอะไรครับ เชิญครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ก็ได้ฟังเพื่อนสมาชิกได้สอบถามถึงข้อสงสัยของรายงานของกระทรวงการคลัง แล้วก็ได้ฟังคำชี้แจงจากท่านผู้ชี้แจง แต่สิ่งหนึ่งที่ยังติดใจสงสัย ในส่วนของรายงาน ที่ท่านนำส่งเข้ามาก็คือมีการระบุว่าในส่วนของ ๒.๒ ในเรื่องของโครงการช่วยเหลือ กลุ่มอาชีพผู้ขับรถยนต์รับจ้าง รถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีอายุเกิน ๖๕ ปี ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Corona 2019) หรือโควิด ๑๙ (COVID-19) ของกรมการขนส่งทางบก เราจะเห็นว่าในระหว่างที่มี การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส มันมีผู้ประกอบการหรือพนักงานที่ทำหน้าที่ในการขับรถขนส่ง ต่าง ๆ ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก และสิ่งที่เราได้รับการร้องเรียนนั่นก็คือไม่สามารถ เข้าถึงการช่วยเหลือจากทางภาครัฐได้ตรงนี้ ซึ่งก็ตรงกับที่ทางรายงานของกระทรวงการคลัง ที่ระบุว่าผู้ที่อยู่ในช่วงอายุนี้ ไม่สามารถที่จะเข้าถึงแพลตฟอร์ม (Platform) หรือแอพพลิเคชัน (Application) ที่ใช้ในการจ่ายเงินทำให้ไม่ได้รับการดูแล แล้วดูแล้วผลที่ทางกระทรวงการคลัง ได้แจ้งมาว่ามันทำให้ผลสัมฤทธิ์นั้นไม่สามารถเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งจะเป็นการเสียโอกาสของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในช่วงที่ผ่านมา ตรงนี้เอง ทางกระทรวงเองหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มีการดำเนินการที่จะแก้ไขอย่างไร เพื่อที่จะให้ เขาได้รับการชดเชยหรือได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง เพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นอีก หรือแม้แต่จะเป็นการย้อนให้เขาได้รับการดูแลจากทางภาครัฐได้อย่างไรบ้างคะ ขอบคุณ ท่านประธานค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอะไร ชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล รองผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ

ดิฉันขอรับข้อสังเกตไว้นะคะ ก็คงจะต้องขอให้ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบนำเสนอโครงการ มายังคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินนะคะ ซึ่งยังมีวงเงินอยู่ในพระราชกำหนด ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะคะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถือว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานผลการดำเนินการซึ่งมี ๒ ฉบับ เป็นรายงานผลดำเนินการ พอแล้วกระมังครับ มีอะไรครับ🔗

นางสาวละออง ติยะไพรัช เชียงราย

เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ดิฉันอยากสอบถามผู้ชี้แจงว่า โครงการ นี้ยังไม่ปิด ใช่หรือเปล่าที่ท่านชี้แจงมา สามารถที่จะขอรับการเยียวยาย้อนหลังได้ไหมค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมอนุญาต ให้อีกสักนิด เชิญครับ🔗

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล รองผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ

ขออนุญาตค่ะ คือโครงการปิดการใช้จ่ายแล้ว แต่ว่าผู้ที่ไม่ได้รับ เรียกว่าไม่มีความรู้เกี่ยวกับ การใช้แอปพลิเคชัน (Application) ตรงนี้หรือว่าอย่างไรก็ตาม สามารถให้หน่วยงาน ก็อาจจะเสนอโครงการมาใช้จ่ายตามวงเงินที่กำหนดไว้เดิมนะคะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เข้าใจนะครับ ที่ประชุมไม่มีอะไรติดใจแล้วนะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถือว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานผลดำเนินการประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ซึ่งมีอยู่ ๒ ฉบับ ฉบับตามมาตรา ๑๐ ของพระราชกำหนดกู้เงินโควิด ๑๙ (COVID-19) แล้วก็ตามมาตรา ๘ ของพระราชกำหนดกู้เงินโควิด (COVID) เพิ่มเติม ทั้ง ๒ ฉบับเป็นรายงานประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๕ ที่ประชุมรับทราบครับ ขอบคุณผู้ชี้แจง ขอบคุณมากครับ🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

ท่านประธานครับ ผม อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทยครับ ท่านจะพิจารณา ต่อไหมครับ ผมดูแล้วสมาชิกไม่รู้ว่าเขาจะอธิบายให้ใครฟัง มองซ้ายมองขวาแล้วจะถึง ๒๐ คนหรือเปล่าไม่ทราบ แล้วถ้าเผื่อผมจะขอตรวจองค์ประชุม🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่าเพิ่ง ไปตรวจสอบองค์ประชุมเลยครับ เพราะว่าอยู่นอกห้องก็มีครับท่านอุบลศักดิ์ เดี๋ยวขออย่างนี้ กรรมาธิการเขารอรายงาน เรื่องรับทราบหมดแล้วครับ แต่มีกรรมาธิการพวกเราที่ทำ รายงานไว้จะได้ส่งไปให้รัฐบาล🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

ท่านประธานครับ ผมกราบเรียน นิดหนึ่งครับ ผมอยากจะให้ ส.ส. เข้ามามีส่วนร่วมฟังการอภิปราย ก็อยากให้กดออด เชิญที่อยู่ข้างนอกที่มีอยู่จริงเข้ามา คือจริง ๆ ไม่มีคุณภาพเลยครับผมกราบเรียน ผมนั่งฟัง แล้วผมก็อยู่มาตลอดจนวินาทีสุดท้ายหันไปหันมาไม่มีใคร บางทีพูดไม่ถึง ๑๐ คน ก็อยากจะ ให้ตรวจสอบองค์ประชุมจะได้ทำงานให้มีศักดิ์ศรีความเป็นของสภาผู้แทนราษฎรครับ ขอยืนยันอีกครั้งครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการเขารออยู่นะครับ กรรมาธิการเขาก็พร้อมนะครับท่านอุบลศักดิ์ เดี๋ยวรอ สักคณะหนึ่งให้รายงานหน่อยนะครับ เพราะอย่างไรก็ตามมันถ่ายทอดก็คิดว่าประชาชน เขาก็ฟังอยู่ พวกเราสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมก็มีไมโครโฟนฟังอยู่🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

คือท่านประธานครับ จริง ๆ แล้ว คณะผมกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาอุปสรรคในการบริหารจัดการสาธารณะ จริง ๆ ผมก็รอคิวเหมือนกัน พอถึงจุดนั้นผมคิดว่าผมจะเหลือคนเดียวที่จะชี้แจงกลัวจะไม่มีคนครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไรหรอกถ่ายทอดครับ🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

ขอยืนยันได้ไหมครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ยืนยันว่า🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

ก็อยากให้ตรวจสอบเพื่อคนที่อยู่ ข้างนอกจะได้กลับมา องค์ประชุมจะได้สมบูรณ์ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าอย่างนั้น ผมปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๖.๑๕ นาฬิกา