รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ
วันพุธที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
____________________
คุณชูวิทย์ลืมสวมหน้ากาก ขอความร่วมมือพวกเรา ้าไม่สวมหน้ากากเข้าไปใช้ตู้นะครับ ต่อไปคุณประกอบ รัตนพันธ์ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องที่มีผลกระทบต่อลูกหลาน และพี่น้องประชาชนสัก ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องแรก ผมอยากให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กำหนด นโยบาย้นนปลอดฝุ่นในส้านศึกษา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะเท่าที่ผมได้ไปเยี่ยมเยียน ส้านศึกษาปรากฏว่ายังมีส้านศึกษาสังกัด สพฐ. หลายโรงเรียนที่ยังมี้นนที่เป็น้นนลูกรัง มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของลูกหลานของเราในฤดูฝน และพอ้ึงฤดูแล้งก็มีฝุ่น ทำให้กระทบต่อสุขภาพ เพราะฉะนั้นขอให้กำหนดเป็นนโยบายว่าโรงเรียนทุกโรงต้องมี้นน ปลอดฝุ่น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งขณะนี้ยังเหลือไม่มากแล้วครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้มีนโยบายกำหนดให้ วัดที่อยู่ใกล้โรงเรียนและใกล้ชุมชนได้มีนโยบายให้มีเตาเผาศพหรือเมรุที่ไร้มลพิษ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะขณะนี้คนตายมาก แล้วก็เวลาเผาศพไม่เป็นเวลา เริ่มตั้งแต่บ่าย วันหนึ่งตั้ง ๒-๓ ศพ เพราะฉะนั้นก็กระทบกับนักเรียนและชุมชนอย่างมากมาย จึงอยากให้ สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้กำหนดนโยบายที่ชัดเจนว่าทุกวัดที่อยู่ใกล้โรงเรียน และชุมชนต้องมีเมรุเผาศพที่เป็นเมรุไร้มลพิษ ท่านประธานครับ ขอกราบขอบพระคุณ อย่างสูงครับ🔗
ต่อไปท่านนพพล มาไม่ทัน ขอเป็นคุณจรัส คุ้มไข่น้ำ ขอเชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๖ พรรคก้าวไกล ขออนุญาต หารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวประมงพื้นบ้าน บ้านนาเกลือ หมู่ ๔ ตำบลบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ปัญหาเรื่องโครงการเร่งด่วนการก่อสร้าง สะพานคนเดินชมวิวธรรมชาติตามชายฝั่งทะเลบริเวณศูนย์การเรียนรู้ประมงพื้นบ้าน บ้านนาเกลือ ซึ่งมีระยะทางความกว้างที่ยื่นออกจากชายฝั่งทะเลประมาณ ๘ เมตร และมี ความยาวโดยรอบชุมชนประมาณ ๘๐๐ เมตร เป็นโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวของ เมืองพัทยา ขณะนี้อยู่ในช่วงการดำเนินการทำประชาพิจารณ์เพื่อความเห็นชอบจาก พี่น้องประชาชน ตามรูปแบบโครงการดังกล่าวได้ส่งผลกระทบให้กับพี่น้องประชาชน ชาวประมงพื้นบ้าน บ้านนาเกลือจำนวนมากกว่า ๗๐ หลังคาเรือน ที่ไม่สามาร้นำเรือประมง เดินทางสัญจรเข้าออกบริเวณชายฝั่งทะเลได้ดั่งเช่นเดิม เนื่องจากู้กปิดกั้นด้วยสะพาน คนเดิน ซึ่งเป็นวิ้ีชีวิตชุมชนในการประกอบอาชีพจากที่น้องชาวประมงพื้นบ้าน บ้านนาเกลือ ดังนั้นกระผมจึงขออนุญาตฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม กรมเจ้าท่า และเมืองพัทยา ได้โปรดพิจารณาศึกษาทบทวน และมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ในการสร้าง สะพานชมวิวเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบกับพี่น้องประชาชนชาวประมงพื้นบ้าน บ้านนาเกลือ ด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขต คนลุ่มน้ำปากพนังครับ🔗
ขออนุญาตเรียนท่านประธานหารือเรื่องปุ๋ยราคาแพงและสินค้าการเกษตร ตกต่ำ ขอให้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งดำเนินการดูแลช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในลุ่มน้ำปากพนังในราคาปาล์มที่ตกต่ำตอนนี้ ๔ บาทกว่า และราคาปุ๋ยแพงอย่าง ๓ เท่าตัวครับ🔗
๒. การปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวอำเภอปากพนัง ขอให้กรมประมง กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ปรับปรุงท่าเทียบเรือประมงพร้อมเขื่อนกันตลิ่ง ๒๕๔๒ ภายใต้โครงการ ฟื้นฟูทะเลไทยครับ🔗
เรื่อง้ัดมา ขอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชสนับสนุน งบประมาณติดตั้งไฟฟ้าในพื้นที่หน่วยพิทักษ์ป่าชายเลนแหลมตะลุมพุก เขตห้ามล่าสัตว์ป่า แหลมตะลุมพุก ขอให้กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ปรับปรุงเขื่อนริมตลิ่งบริเวณ ท่าเทียบเรือบ้านหน้าศาล เทศบาลตำบลหัวไทร อำเภอหัวไทร เนื่องจากกองหินที่ทำให้คลื่น กัดเซาะชายฝั่ง หากไม่ปรับปรุงอาจจะทำให้เขื่อนป้องกันเกิดความเสียหายมากกว่านี้ครับ🔗
ในส่วนเรื่องสุดท้าย ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้อง้ิ่น กระทรวงมหาดไทย พิจารณาอนุมัติโครงการซ่อมสร้าง้นนลาดยางแบบแอสฟัลติก คอนกรีต (Asphaltic Concrete) สาย นศ. ๓๐๓๓ บ้านการะเกด บ้านท่าขนานด้วยครับ หมู่ ๖ หมู่ ๕ หมู่ ๒ และหมู่ ๑ และส่วนของอนุมัติโครงสร้าง้นนในส่วนของ้นนแสงวิมาน หมู่ ๑๙ หมู่ ๘ และหมู่ ๑๓ ด้วยครับท่านประธาน ฝากไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้อง้ิ่น กระทรวงมหาดไทยพิจารณาอนุมัติโครงการด้วย เพราะพี่น้องชาวคลองน้อย ส้มโอแสงวิมาน ส้มโอทับทิมสยามที่มีชื่อเสียงจะได้ไม่โดนน้ำทะเลเข้ามาทำให้พื้นที่เสียหาย ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
คุณศักดินัย นุ่มหนู ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอนำประเด็น เรื่องด่านชายแดนบ้านท่าเส้น ตำบลแหลมกลัด อำเภอเมือง จังหวัดตราดนะครับ ขอหารือ ต่อท่านประธาน คืออย่างนี้ท่านประธานครับ ประชาชนชาวตราดได้มีการผลักดันขอให้ ทางรัฐบาลหรือทางราชการได้ยกระดับช่องทางธรรมชาติบ้านท่าเส้นให้เป็นจุดผ่านแดน้าวร ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ทางด้านการค้า การขาย การท่องเที่ยว และการลงทุนของพี่น้อง ประชาชนชาวตราด แล้วก็ของพี่น้องประชาชนชาวไทย ซึ่งก็ต้องบอกว่ากระบวนการ ในการดำเนินการที่ผ่านมามันดำเนินการไปอย่างค่อนข้างที่จะช้า ๆ ในขณะที่ราชอาณาจักร กัมพูชาที่ฝั่งทมอดา จังหวัดโพธิสัตว์ เขาได้ประกาศให้จุดตรงนั้นเป็นจุดผ่านแดน้าวรตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ ไปแล้ว ท่านประธานครับ จังหวัดตราดได้มีหนังสือขอความเห็นชอบจาก กระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๓ ในการที่จะขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาบรรทัดที่ตำบลแหลมกลัด อำเภอเมือง จังหวัดตราด เนื้อที่ ๖๓ ไร่ ๓ งาน ๙๘ ตารางวา เพื่อที่จะดำเนินการก่อสร้างเป็นสำนักงานซีไอคิวเอส (CIQS) เพื่อรองรับการยกระดับให้เป็นจุดผ่านแดน้าวร ซึ่งปัจจุบันนี้มันได้ผ่านความเห็นชอบจาก กระทรวงมหาดไทย จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ลงนามเห็นชอบ ไปแล้ว แต่ว่าขณะนี้เรื่องดังกล่าวตกค้างอยู่ในขั้นตอนของกรมป่าไม้ที่ยังรอการลงนามอนุมัติ กระผมจึงใคร่ขอกราบเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังท่านอธิบดีกรมป่าไม้ที่จะได้ช่วยเร่งรัด ดำเนินการในเรื่องของการอนุมัติในการใช้พื้นที่ ๖๓ ไร่ ๓ งาน ๙๘ ตารางวา เพื่อสร้างเป็น สำนักงานนี้ เพราะว่าความล่าช้าของการทำงานในระบบราชการ ความล่าช้านี้เป็นการ เสียโอกาสทางเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชนชาวตราด แล้วก็พี่น้องประชาชนชาวไทยด้วย ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
คุณสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก คือการตอกเข็มข้ามฝั่งแม่น้ำมูลหน้าสาธารณสุข อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ปรากฏว่าการตอกเข็มนั้นมาสิ้นสุดหน้าสาธารณสุขพอดี ไม่ได้ตอกเข็ม ล้อมบ้านของชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ร้องเจ้าของบ้านคือ นายประมวล รัตนสากล เดือดร้อนมาก พอน้ำขึ้นก็เอาเรือไปดันน้ำออกแม่น้ำโขง พอน้ำลด ตลิ่งก็พัง เวลาตอกเข็มก็มาตอกตรงพื้นที่ดิน แทนที่จะไปตอกขยับไปที่ฝั่งเดิม อันนี้ไม่ใช่ครับ ฝากไปที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องคนมีสีบุกรุก คนมีสี หมาย้ึงทหารครับ ไปบุกรุกพื้นที่ดิน หมู่ ๗ ตำบลกลางแดด อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ปรากฏว่าทำให้ชาวบ้านู้กดำเนินคดี เป็นจำนวนมาก เรื่องนี้ได้ร้องต่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปแล้ว เรื่องก็เงียบไป อยากจะให้สภาดำเนินการเร่งให้ พลเอก ประยุทธ์ ลงไปตรวจสอบ คนร้องคือนางพรพิมล โตนุ่ม🔗
เรื่องที่ ๓ คือการขยายไฟฟ้าทางด้านการเกษตร ท่านประธานที่เคารพครับ ระหว่างตำบลหนองคู อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร กับตำบลกระจาย อำเภอป่าติ้ว จังหวัด ยโสธร ระยะทางประมาณ ๑,๐๐๐ เมตร หรือ ๑ กิโลเมตร มีบ้านอยู่ประมาณ ๔๒ หลัง ก็ขอให้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขยายไป เพราะว่าชาวบ้านขยายชุมชนไปอยู่ตรงนั้น ๔๒ ครอบครัว ก็เป็นจำนวนมากอยู่ ผู้ร้องก็คือนายพล บุตรสอง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
คุณพีระเพชร ศิริกุล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านชวน หลีกภัย ที่เคารพ กระผม ดอกเตอร์พีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๔ พรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ปัจจุบันยาบ้าระบาดอย่างมากมายแทบทุกหัวระแหง ราคาเม็ดละ ไม่เกิน ๑๐ บาท ทำให้พี่น้องประชาชน เยาวชน ผู้ใช้แรงงานบางส่วนเสพเข้าไปอย่างมาก ผลจากการเสพยาบ้า ชื่อมันก็บ้าอยู่แล้ว ทำให้เกิดสภาพจิตหลอน ทำร้ายพ่อแม่ ผู้ปกครอง ทำลายข้าวของและชุมชนเดือดร้อนมาก เมื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไประงับเหตุ เมื่อจับมาแล้ว ท่านก็บอกว่าไม่สามาร้จะดำเนินคดีได้ เนื่องจากยาบ้าที่เขาครอบครองนั้นมี ๓ เม็ด ๑๕ เม็ด ไม่เกินที่จะให้ครอบครองได้ เรื่องนี้จึงเป็นปัญหา แล้วก็ส่งไปที่โรงพยาบาล ทางคุณหมอที่โรงพยาบาลก็ฉีดยาระงับประสาท แล้วก็ให้ยากลับไปทานที่บ้าน เพราะที่ โรงพยาบาลไม่มีส้านที่ที่จะกัก แล้วก็บำบัดได้ เพราะฉะนั้นจึงสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ผู้ปกครองเป็นอย่างมาก จึงฝาก ไปยังท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งให้ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมและส่งฟ้องศาล เพื่อที่ศาลจะได้มีคำพิพากษาไปที่เรือนจำให้มีการคุมขังหรือบำบัดจึงจะแก้ไขเรื่องนี้ได้ ฝากเรื่องนี้ไป้ึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขด้วยนะครับ🔗
และอีกเรื่องหนึ่ง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะ้ึงนี้พี่น้องประชาชนที่อยู่ที่ ส่วนกลางในกรุงเทพฯ นี้ต่างก็จะรีบกลับบ้าน ที่สำคัญที่สุดด่านตรวจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ด่านตำรวจ ด่านทหารหรือด่านอะไรก็แล้วแต่ อยากจะให้ใช้ดุลยพินิจในเรื่องของนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์และคุณธรรม อย่าเห็นแก่การปรับเลยครับ สงสารพี่น้อง โดยเฉพาะร้พิกอัป (Pickup) เขาต้องขนคน ขนของกลับไปบ้านด้วยนี่เป็นเรื่องสำคัญ และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือด่านตรวจตามหมู่บ้าน ตามอำเภอ ซึ่งที่น้องผู้มีจิตอาสาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนัน แพทย์ สารวัตรท้อง้ิ่น เขาขาดงบประมาณในการดูแล จึงฝากท่านนายกรัฐมนตรี ได้โปรดกรุณาให้เทศบาล ให้ท้อง้ิ่นได้อนุมัติเงินเพื่อช่วยเหลือสิ่งเหล่านี้ด้วยนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ขอทวง้ามเรื่องการช่วยเหลือในกรณีที่ นายสมศักดิ์ แก้วบุญชา บ้านบอน หมู่ ๖ ตำบลลำห้วยหลัว ทีู่้กศาลสั่งยึดทรัพย์ในกรณียืม เงิน กยศ. ว่าจะช่วยเหลือเขาอย่างไร และขายทอดตลาดไปแล้ว ฝากท่านประธาน ด้วยความเคารพ กราบขอบพระคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณเกียรติ เหลืองขจรวิทย์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน อำเภอลำสนธิ อำเภอชัยบาดาล🔗
เรื่องที่ ๑ คือชาวบ้าน้นนสาย ๒๒๖๐ ลำสนธิ วังเชื่อม กุดตาเพชร อยากจะได้ ไฟแสงสว่างส่อง ๒ ข้างทางเพราะว่าหมู่บ้านเยอะ แล้วก็มีร้วิ่งผ่านไปค่อนข้างมาก ช่วง กม. ๒๒+๐๐ ้ึง กม. ๒๔+๐๐ บ้านกองหิน บ้านโนนสะอาด และช่วงที่ ๒ คือ กม. ๒๕ ้ึง กม. ๒๕+๘๐๐ บ้านยุบเสลี่ยง บ้านหนองประดู่ กม. ๒๖ บ้านหินลาว และ กม. ๒๘ ้ึง กม. ๓๒ บ้านหนองปล้อง และ กม. ๓๖ ้ึง กม. ๓๖+๖๐๐ บ้านวังเชื่อม อยากได้ ไฟแสงสว่าง สายที่ ๒ คือสายทางหลวง ๒๓๕๗ กม. ๙ ้ึง กม. ๙+๖๐๐ โรงเรียน บ้านเขาสมโภชน์ กม. ๑๐ ้ึง กม. ๑๑ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเขาสมโภชน์ กม. ๑๓ กม. ๑๔ โรงเรียนบ้านซับเค้าแมว อยากได้ไฟแสงสว่างเช่นกัน เพราะว่าเป็นทางที่ ร้วิ่งผ่านเยอะ แล้วก็มีประชาชนอาศัยอยู่มาก แล้วก็มีเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง🔗
แล้วอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ตอนนี้อยากจะทราบว่ารัฐบาล มีมาตรการอย่างไรกับการตัดอ้อยสดเพื่อส่งโรงงาน ยังมีค่าใช้จ่ายที่จะส่งเสริมให้ตัดอ้อยสด เข้าโรงงานในราคาตันละ ๑๒๐ บาท เหมือนเช่นปีกลายหรือเปล่า เพราะตอนนี้เกษตรกร เขา้ามมา ชาวไร่เขา้ามมา ขอบคุณมากครับ🔗
คุณประเสริฐ บุญเรือง🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลนาขาม ตำบลสามขา ตำบลแจนแลน อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ให้ติดตามโครงการ ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยส้มป่อย ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ในแผนที่จะดำเนินการในปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมาหลายปีแล้ว และในปี ๒๕๖๓ นั้น ผมได้เป็นกรรมาธิการงบประมาณ และได้ สอบ้ามจากท่านอธิบดีกรมชลประทานในสมัยนั้น ท่านได้ตอบว่ายังติดขัดขั้นตอนการทำ อีไอเอ (EIA) การทำประชาพิจารณ์ และการเวนคืนที่ดินอีกนิดหน่อย ปี ๒๕๖๔ ผมก็ยืน สอบ้ามในสภาผู้แทนราษฎรของเราแห่งนี้อีกครั้งหนึ่งก็ได้รับคำตอบในรูปแบบเดิม ๆ และปี ๒๕๖๖ ใกล้จะสิ้นสุดแล้ว แล้วก็จะขึ้นปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ผมอยากทราบว่า ความคืบหน้าของโครงการเดินไป้ึงไหนแล้ว และคณะกรรมการบริหารการจัดการน้ำได้นำ โครงการเข้าสู่แผนงบประมาณอันนี้หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านประวิตร วงษ์สุวรรณ ท่านได้รับหนังสือติดตามโครงการจาก พี่น้องประชาชนที่อำเภอกุฉินารายณ์ เพราะว่าวันนั้นท่านไปพื้นที่ของอำเภอกุฉินารายณ์ และพี่น้องประชาชนก็ได้ยื่นหนังสือกับท่าน เสียงกระหึ่มต้อนรับว่าเรารักท่านประวิตร ดังกึกก้อง ผมอยากให้ป๋าป้อมว่าสิ่งที่พี่น้องประชาชนฝากไว้เรื่องการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ห้วยส้มป่อยนั้นก็อย่าลืมโครงการของเขาก็แล้วกัน🔗
เรื่องที่ ๒ ในวาระใกล้ดิ้ีขึ้นปีใหม่ปี ๒๕๖๖ ประชาชนมีความหวังเพราะว่า เป็นปีของปีกระต่ายอาจจะวิ่งเร็วเกิดขึ้น ผมในฐานะเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ในบริบทของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนจังหวัดกาฬสินธุ์ และทั่วประเทศ ขออวยพรให้ท่านประธานสภา ท่านชวน หลีกภัย ที่เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ และพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ อย่าเจ็บ อย่าจน กินอิ่ม นอนอุ่น ตลอดปี ๒๕๖๖ และตลอดไปครับ🔗
ขอพรสนองท่านด้วยครับ พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังที่เกี่ยวข้องเรื่องความเดือดร้อน ของชาวบ้าน🔗
๑. ได้รับร้องเรียนจากนายยุทธกร แซ่ว่อง และผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๒ ตำบล คลองเปียะ จังหวัดสงขลา ประสบปัญหาเรื่องฝายชลประทานตื้นเขินส่งผลให้น้ำระบายช้า ตัวเปิดปิดน้ำชำรุดทำให้แม่น้ำมีความตื้นเขิน และฝายดังกล่าวไม่มีการซ่อมบำรุงมาตลอด ระยะเวลา ๔๐ ปีแล้ว🔗
๒. ้นนทางหลวงแผ่นดินสายปัตตานี-หาดใหญ่ ช่วงบ้านบ่อเตย ตำบลปากบาง ้ึงบ้านเขาน้อย ตำบลสะกอม อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ประสบปัญหาไฟฟ้าดับตลอดสาย ส่งผลให้ประชาชนผู้ใช้้นนเสียชีวิตหลายราย ดังนั้นขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหา โดยเร่งด่วนครับ🔗
๓. บริเวณหมู่ ๑ ตำบลเทพา ทางหลวงแผ่นดินสายพระพุทธ-เทพา มีการขยาย้นนจาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร ประสบปัญหาเกาะกลางปิดทางน้ำไหล ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมบ้านประชาชน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาโดยเร่งด่วนครับ🔗
๔. ขอให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ของประชาชนในพื้นที่ที่เรื้อรังมาเป็นเวลานาน บริเวณจุดที่ ๑ ก็คือบ้านสวนคง หมู่ ๑๑ ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ ซึ่งประชาชนอยู่อาศัยมาเกือบร้อยปีแล้วแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ ต้องใช้บ้านเลขที่สำรอง ต้องเสียค่าไฟในอัตราที่สูง จุดที่ ๒ บ้านทุ่งส้าน ตำบลจะโหนง อำเภอจะนะ ซึ่งประชาชนก็อาศัยมาเป็นเวลานานเช่นกัน และบ้านป่ายางของตำบลคลองเปียะ บ้านแค ของอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา แล้วก็บ้านนาหว้า ซึ่งมีอยู่หลายหมู่บ้าน ขอให้ ดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วนด้วย ขอขอบคุณครับ🔗
คุณนิรมิต สุจารี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ขอนำ ปัญหาความเดือดร้อนกราบเรียนต่อท่านประธานไป้ึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ ผมมีเรื่องอยู่ ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรในเขตเทศบาลโพนทอง และในเขต อบต. สระนกแก้ว ให้ติดตามโครงการขุดลอกบึงโพนทองหรือแหลมพะยอม ซึ่งมี เนื้อที่ประมาณ ๗๕๕ ไร่ เพื่อที่จะให้มีการขุดลอกเพื่อแก้ปัญหาตื้นเขิน และทำเสริมพนัง รอบบึงโพนทองเพื่อนำน้ำไปผลิตน้ำประปา เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา และเป็นส้านที่ ท่องเที่ยวอันสำคัญของอำเภอโพนทอง🔗
เรื่องที่ ๒ ขอติดตามการขุดลอกอ่างห้วยทราย จำนวน ๔๓๐ ไร่ ของหมู่ ๑๕ ตำบลรอบเมือง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อนำน้ำไปผลิตน้ำประปาของเทศบาล หนองพอก เพื่อใช้การเกษตรและสนับสนุนการท่องเที่ยวไป้ึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และกรมทรัพยากรน้ำ🔗
เรื่องที่ ๓ แก้ไขปัญหาข้อพิพาทการ้ือครองที่ดินของตำบลบึงงาม ตำบลผาน้ำย้อย ตำบลภูเขาทอง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ้ึงกรมป่าไม้ ้ึงกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และสำนักงานปฏิรูปที่ดินขอให้ได้ประกาศการใช้วันแมป (One Map) หรือแผนที่กลาง แล้วก็ปรับแนวเขตที่ดินทับซ้อน และออก ส.ป.ก. ให้ชาวบ้าน และขณะเดียวกัน ต้องออกโฉนดให้แก่ประชาชน กราบขอบพระคุณท่านประธาน🔗
คุณอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้หารือ ๑ เรื่อง้ึงกระทรวงการคลัง🔗
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคมที่ผ่านมาได้ร่วมประชุมหารือกับผู้แทน หอการค้าจังหวัดยะลา และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดยะลา กรณีเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีมติปรับปรุงหลักเกณฑ์การดำเนินโครงการให้ความช่วยเหลือ ทางการเงินแก่ผู้ประกอบการในจังหวัด ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซอฟต์โลน (Soft Loan) โดยมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อโครงการดังกล่าว การปรับปรุง หลักเกณฑ์คุณสมบัติดังกล่าวส่งผลกระทบและเกิดความเสียหายต่อการดำเนินธุรกิจ ของผู้ประกอบการที่ได้รับสินเชื่อรายเก่าเป็นจำนวนมาก เพราะต้องหาเงินมาปิดบัญชี โครงการภายในสิ้นเดือนธันวาคม ๒๕๖๕ นี้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อส้านะการเงินของตนเอง ในฐานะลูกหนี้ของธนาคาร โดยเรื่องดังกล่าวนี้ไม่เคยมีการแจ้งให้ทราบเพื่อให้ได้เตรียม ความพร้อมล่วงหน้าแต่อย่างใด อีกทั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงมีเหตุความรุนแรง รัฐยังไม่สามาร้สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการที่จะมาร่วมลงทุนในพื้นที่ และขณะเดียวกันเองแล้วในส่วนของการลงทุนจากภายนอกก็ยังไม่ได้เข้ามาลงทุนในพื้นที่ ส้านการณ์การค้าชายแดนไทย-มาเลเซียเองก็ยังได้รับผลกระทบจากค่าเงินริงกิต (Ringgit) มาเลเซียที่ยังอ่อนตัวอยู่ ปัญหาดังกล่าวนี้ผู้ประกอบการได้เข้าปรึกษาหารือกับทาง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และทราบว่า ศอ.บต. เองได้มี หนังสือ้ึงหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อให้ทบทวนมติดังกล่าวแล้ว จึงขอให้กระทรวงการคลัง พิจารณาทำหลักเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อโครงการที่ปรับปรุงใหม่นี้ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๕ ไปใช้เฉพาะกับกลุ่มลูกค้ารายใหม่เท่านั้น ส่วนกลุ่มผู้ขอสินเชื่อ รายเก่าขอให้ดำเนินการตามมติเดิมที่อนุมัติไว้แล้ว โดยขอให้แจ้งธนาคารออมสิน ธนาคาร พาณิชย์ ที่เข้าร่วมโครงการได้ดำเนินการก่อนวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๖ นี้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
นางสาวละออง ติยะไพรัช🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง สทนช. หรือสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พี่น้อง ประชาชนทั้งอำเภอแม่จัน อำเภอเชียงแสน และอำเภอแม่สาย ได้มาสอบ้ามความคืบหน้า ของการทำอ่างเก็บน้ำแม่คำกับอ่างเก็บน้ำแม่แสลบ แต่ที่ได้ทราบตอนนี้ก็คือว่าอ่างเก็บน้ำ แม่คำได้ผ่านอีไอเอ (EIA) หรือการประเมินทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ว่าดิฉัน อยากจะให้ความเร่งรัดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้วยความกรุณาว่าอันนี้มันเป็นปัญหาของ พี่น้องชาวนาเป็น ๑๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ้าเราสามาร้ทำอ่างเก็บน้ำ เราสามาร้แก้ไขปัญหา ความยากจนได้ แก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งได้อย่างยั่งยืน เพราะฉะนั้นวันนี้ดิฉันขอให้ทาง ท่านประธานสอบ้ามไปทาง สทนช. ว่าความคืบหน้าของโครงการแต่ละโครงการนี้จะได้ เสร็จสิ้นของโครงการเมื่อไรคะท่านประธาน🔗
อันที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการขุดลอกหน้าฝายกล้วยคำ ตำบลจันจว้า ดิฉัน ได้ขอทางสภาหารือไปหลายครั้ง เพราะว่าฝายกล้วยคำเดิมเป็นของกรมชลประทาน แล้วก็ โอนให้กับ อบต. ศรีค้ำ ซึ่ง อบต. ศรีค้ำ ก็เป็น อบต. เล็ก ๆ ซึ่งอยู่เหนือฝาย คนที่ได้รับ ประโยชน์ก็คือเทศบาลตำบลจันจว้าทำอยู่ข้างล่างฝาย คือไม่ได้รับงบประมาณในเรื่องของ การขุดลอก ปัญหาเกิดขึ้นมาเนิ่นนานเป็น ๔-๕ ปีแล้วท่านประธาน และความเดือดร้อน ก็อยู่ในวงกว้างมากขึ้น🔗
และที่สำคัญสุดวันนี้ในเรื่องของการปรับปรุงการพัฒนาจัดการโครงการ ก่อสร้างระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กบ้านหนองปึ๋ง หมู่ ๕ ตำบลกิ่วพร้าว หมู่ ๔ ตำบลจันจว้า จังหวัดเชียงราย ขอให้ทางหน่วยงานช่วยเร่งรัดโครงการในสิ่งเหล่านี้ และ ปรับปรุง้นนการติดตั้งเสาไฟระบบไฮดรอลิก (Hydraulic) พร้อมโคมไฟฟ้าแอลอีดี (LED) พลังแสงอาทิตย์ของหมู่ ๑๑ ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงรายด้วยค่ะ ขอบคุณท่าน ประธานค่ะ🔗
คุณยศวัฒน์ มาไพศาลสิน🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน พรรคภูมิใจไทยครับ🔗
เรื่องแรก ผมขอหารือในช่วงอีกไม่กี่วันก็จะ้ึงวันเทศกาลปีใหม่ของ ประเทศไทยเรา แล้วก็เป็นวันหยุดระยะยาว จังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งที่เป็น กลุ่มเป้าหมายของการพักผ่อนของนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะบอกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำเภอท่ามะกาและอำเภอพนมทวนมีส้านที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เยอะแยะ มากมาย ยกตัวอย่าง เช่น วัดเขาสูงแจ่มฟ้า วัดโพธิ์เย็น วัดเขาช่อง วัดตะคร้ำเอน ของอำเภอ ท่ามะกา และอนุสรณ์ส้านยุทธหัต้ีดอนเจดีย์ อำเภอพนมทวน ทั้ง ๒ อำเภอนี้เป็นอำเภอ ประตูสู่เมืองกาญจน์ ผมเองอยากจะฝากท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมให้ช่วยดูแล เรื่องผิวจราจรที่ชำรุด และสิ่งที่สำคัญอีกสิ่งหนึ่งคือไฟส่องสว่างของ้นนซึ่งเป็นประตูสู่ เมืองกาญจน์ ขอให้ทางกระทรวงคมนาคมได้เร่งดูแล ไม่ใช่เป็นเพียงแค่อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวนเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อยากจะให้ดูแลกำชับ เรื่องนี้ให้กับในทุก ๆ จังหวัดของประเทศไทย เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคมที่ผ่านมา ผมได้หารือเป็นครั้งที่ ๒ ในเรื่องของ ้นนที่กำลังเข้าดำเนินการ ้นนหมายเลข ๓๒๐๙ ตอนท่ามะกา-กลอนโด และ ๓๕๘๐ ตอนแสนตอ-เขาช่อง วันนั้นเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคมพูดว่า้นนเส้นนี้เป็น้นนที่กำลังพัฒนา แล้วก็ควบคุมงานโดยแขวงการทาง ไม่มีไฟส่องสว่าง ผมเป็นห่วงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ผม กลัวจะเกิดอันตราย้ึงแก่ชีวิต และเมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคมเพียง ๓ วันหลังจากวันที่ ๗ ก็มี อุบัติเหตุ มีพี่น้องประชาชนเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิตเพราะว่าไฟส่องสว่างน้อยเหลือเกิน และเมื่อ วันที่ ๒๔ ที่ผ่านมาผมได้ลงพื้นที่ด้วยตัวเองปรากฏว่าตามรูปครับ แสงสว่างไม่มี มีน้อยมาก ๆ ฝากท่านประธานไปยังผู้รับผิดชอบด้วย เพราะว่าชีวิตของคนเราไม่ได้มีค่าเพียง ๒๐,๐๐๐ เหมือนกับที่บริษัทไปแสดงความยินดีกับคนที่เสียชีวิตที่ผ่านมาครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
คุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดนครปฐม ท่านประธานคะ จากประเด็นที่มีคุณครูสอนวิชาประวัติศาสตร์ในชั้นเรียน มัธยมปลาย ได้พูด้ึงระบอบอำนาจนิยมแล้วก็ได้พาดพิง้ึง พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ในเรื่องเพศวิ้ี ซึ่งดิฉันไม่ได้ติดใจประเด็นนั้น เพียงแค่เป็นห่วงว่าจะไปกดดันให้มีการลงโทษครูผู้นั้น จนเกินเหตุสมควรไป หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีที่เพิ่งได้ฉายาจากสื่อมวลชนว่านายก ๘ ปี แปดเปื้อน ก็ได้บัญชาการให้มีการเข้มงวดในหลักสูตรวิชาประวัติศาสตร์ ยัดเยียดเน้นเรื่อง ความรักชาติ ความภูมิใจในชาติ หลังจากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็ได้ ไปเปลี่ยนแปลง แยกหลักสูตรวิชาประวัติศาสตร์ออกจากกลุ่มสาระสังคม ศาสนา และวัฒนธรรม ดิฉันได้สืบที่กระทรวงศึกษาธิการมาแล้ว รัฐมนตรีได้ลงนามไปแล้ว เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคมที่ผ่านมา คือแยกวิชาประวัติศาสตร์มาโดด ๆ แล้วก็เน้นย้ำในเรื่อง ความรักชาติ ความภูมิใจในชาติ ซึ่งเป็นทัศนคติหลงยุค เป็นทัศนคติของผู้นำในยุค ล่าอาณานิคม ดิฉันคิดว่าผู้นำของเรารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและนายก ๘ ปี แปดเปื้อนกำลังเข้าใจผิด้ึงหัวใจสำคัญของการศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ ๒ ข้อ หัวใจข้อแรก คือต้องสอนให้คิดเป็น ไม่ได้หลงเชื่ออะไรง่าย ๆ โดยไม่ได้ไตร่ตรองให้้ี่้วนเสียก่อน หัวใจข้อ ๒ คือจะต้องศึกษาแบบชวนให้คิด ไม่ใช่ชวนให้เชื่อแบบประวัติศาสตร์ราชาชาตินิยม แบบที่ผ่านมา แล้วก็ไม่มีพื้นที่สำหรับการ้กเ้ียงให้เห็นต่างตามการศึกษาประวัติศาสตร์ แบบสมัยใหม่ ยุคปัจจุบันเราต้องการตำราเรียนที่มีเนื้อหาทันสมัยตรงไปตรงมา และมันไปไกล เกินกว่าคำว่า รักชาติ แล้ว แต่จะต้องศึกษาความเป็นมาของชาติ แล้วก็ให้ภูมิใจในสิ่งทีู่้กต้อง แล้วก็ให้ปรับปรุงไม่ทำซ้ำในสิ่งที่เคยผิดพลาด ไม่ใช่หลักสูตรเพื่อควบคุมพลเมืองด้วยเรื่องเล่า ด้วยมุมมองเพียงด้านเดียวอย่างประวัติศาสตร์ราชาชาตินิยมแบบที่ผ่านมา เป็นการยัดเยียด แต่ต้องให้เด็กรู้ทฤษฎีอื่น ๆ ว่ามีคำอธิบายอื่น ๆ ในเรื่องเดียวกัน มีมุมมองอื่น ๆ ในเรื่อง เดียวกัน และประวัติศาสตร์สามาร้ที่จะเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีข้อมูลใหม่ ไม่ใช่หลักสูตรที่ แช่แข็งตายตัว เป็นต้นว่าศิลาจารึกในสมัยสุโขทัยมีการแย้งโดยนักประวัติศาสตร์ แล้วก็ นักวิชาการหลายท่าน รวมทั้งนักวิชาการอังกฤษที่ชื่อไมเคิล ไรท์ ซึ่งเมื่อแย้งเรื่องนี้ไปก็ู้กขู่ จะเนรเทศ แล้วก็ู้กขู่ด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ด้วยข้อค้นพบใหม่ว่าอาจจะไม่ได้ ทำขึ้นในสมัยพ่อขุนรามคำแหง แต่ทำขึ้นใหม่ในรัชกาลที่ ๔ นี้เองเพื่อเหตุผลทางการเมือง การไม่เปิดกว้างจะทำให้เราไม่ทราบข้อเท็จจริง แล้วเด็กก็จะไม่รู้อะไรที่มันเป็นเรื่องจริง แล้วก็ไปรู้จากอินเทอร์เน็ต (Internet) เกิดความย้อนแย้ง แล้วก็ไม่เชื่อ้ือไม่เชื่อมั่น ในหลักสูตรนี้ ดิฉันขอเสนอแนะให้มีการสังคายนาหลักสูตรวิชาประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ โดยเฉพาะหลักสูตรนายร้อย จปร. ด้วย ปลูกฝังให้ศึกษาเรื่องประชาธิปไตยในแบบสากล เปลี่ยนการรู้คุณแผ่นดิน เป็น รู้คุณภาษีอากรจากราษฎร ขอบคุณค่ะ🔗
เกินเวลาไป ๑ นาทีเศษ คุณชวน ชูจันทร์ ครับ🔗
กราบเรียนประธานที่เคารพ กระผม ชวน ชูจันทร์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กรุงเทพมหานคร วันนี้มีเรื่องหารือ ท่านประธานเกี่ยวกับการประปานครหลวงเพื่อแจ้งไปทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ใช้น้ำในเขตกรุงเทพมหานครได้แจ้งเรื่องมา ๓ เรื่อง ดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ระยะเวลาในการขอติดตั้งน้ำประปานั้นใช้เวลานานเกินไป นับแต่ วันยื่นคำร้องจนกว่าจะไปติดตั้งให้แล้วเสร็จนั้นใช้เวลาประมาณเดือนครึ่ง เรื่องนี้ชาวบ้าน ไม่มีน้ำใช้ เดือดร้อนเพราะ กทม. นั้นไม่มีน้ำธรรมชาติที่สะอาดที่พอเอามาใช้ทดแทนได้🔗
เรื่องที่ ๒ อัตราค่าติดตั้งยังเก็บอยู่ที่ประมาณ ๕,๐๐๐ บาท นับว่าสูงเกินไป อัตราอย่างนี้การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเคยเก็บอยู่ แต่วันนี้ลดมาเหลือ ๗๐๐ บาทเท่านั้น ใช้มาหลายปีแล้ว เพราะฉะนั้นขอให้การประปาทบทวนอัตราการใช้น้ำ อันนี้ด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ ก็คือแรงดันน้ำในกรุงเทพมหานครนี้ระยะเวลาตั้งแต่ประมาณ ๔ ทุ่ม้ึงตี ๕ แรงดันน้ำจะลดลงมาก เพราะฉะนั้นบ้านที่มี ๒ ชั้นนั้น ชั้นที่ ๒ จะใช้น้ำไม่ได้ เว้นแต่จะซื้อปั๊มน้ำซึ่งก็เสียเงินเพิ่ม แล้วก็เสียค่าไฟเพิ่ม เพราะฉะนั้นขอความกรุณา การประปานครหลวงไม่ควรจะลดแรงดันน้ำ เพราะกรุงเทพฯ นั้นไม่เคยหลับ ไม่เคยหยุด กลางค่ำกลางคืนจะมีคนใช้น้ำตลอด🔗
อันนี้ ๓ เรื่องที่อยากจะให้ทางการประปานั้นได้แก้ไข หลักการและเหตุผล ในการมีรัฐวิสาหกิจนั้นก็เพื่อพัฒนาปัจจัยพื้นฐานของชาวบ้านก็คือไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ หรืออินเทอร์เน็ต (Internet) เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้รัฐวิสาหกิจจะต้องตระหนัก้ึงเหตุผล แล้วก็ความจำเป็น และต้องเป็นแกนนำ เราได้ยินหลายครั้งว่ามี้นนไปแล้ว ไฟฟ้าไปไม่ได้ ประปาไปไม่ได้ เพราะไม่มีชาวบ้านเข้าไปอยู่ คิดอย่างนี้ไมู่้กต้องนะครับ ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต (Internet) จะต้องนำไป และชาวบ้านจะได้กระจายไปอยู่ หลายพื้นที่ น่าไปอยู่มากแต่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ เพราะฉะนั้น้าเราต้องการให้มี การกระจายการอยู่อาศัยไม่เป็นเมืองตัวเดี่ยว คิดว่ารัฐวิสาหกิจ ๓ แห่งนี้จำเป็นครับ ขอบพระคุณครับ🔗
คุณโกศล ปัทมะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผ่านท่านประธานไปยัง กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ดังนี้ครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนอำเภอคง ซึ่งเป็น นอกเขตพื้นที่ที่ผมรับผิดชอบ แต่เนื่องจากตัวแทนของพี่น้องประชาชนได้ลาออกจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมจึงได้รับร้องเรียนว่า้นนช่วงแยกบ้านวัด อำเภอคง ้ึงสระสี่เหลี่ยม อำเภอบ้านเหลื่อม ยังมีสภาพคับแคบไม่มีไหล่ทาง พี่น้องประชาชน มักประสบอุบัติเหตุสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเป็นประจำ และนอกจากนั้นช่วงบ้านเหลื่อม ไปอำเภอแก้งสนามนางของทางหลวงเดียวกัน ซึ่งเป็นทางหลวงหมายเลข ๒๑๖๐ ผมได้พูด ในสภาแห่งนี้หลายครั้ง แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงขอให้กระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะ กรมทางหลวงดำเนินการให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะแยกบึงพะไลจะต้อง เร่งรัดขยายและเพิ่มสัญญาณการป้องกันอุบัติเหตุให้กับพี่น้องประชาชน เพราะทุกข์ ของคนโคราชคือทุกข์ของคนเพื่อไทย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
คุณวัชรพล โตมรศักดิ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช ชาติพัฒนากล้า ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๑ เรื่องครับ เพื่อส่งต่อไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คณะกรรมการ กกพ. หรือเราเรียกชื่อเต็มว่าประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ท่านประธานครับ อีก ๓ วัน เราก็จะเข้าสู่ปีใหม่ปี ๒๕๖๖ ผมมากราบร้องขอของขวัญปีใหม่ ให้กับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศไทย ท่านประธานคงทราบดีอยู่แล้วว่าปัญหาเรื่องของค่าไฟ หรือปัญหาเรื่องของค่าเอฟที (FT) จนกระทั่งมีคำพูดโจษขานกันว่าค่าไฟแพงที่สุด ในประวัติการณ์ หลังจากที่ทางคณะกรรมการ กกพ. ไม่มีมติในการที่จะเพิ่มค่าไฟในช่วง เดือนพฤษภาคม้ึงเดือนสิงหาคม ที่เก็บอยู่ ๒๔.๗๗ บาทต่อหน่วย ได้บวกขึ้นอีก ๖๘.๖๖ บาท โดยจะเริ่มเก็บตั้งแต่เดือนกันยายน ปี ๒๕๖๕ จน้ึงเดือนธันวาคมปี ๒๕๖๕ ท้ายที่สุด มติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ปี ๒๕๖๕ ได้มีการชดเชยโดยช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่ใช้ไฟไม่เกิน ๕๐๐ หน่วยต่อเดือน เป็นระยะเวลา ๔ เดือน นี่เหลืออีกเพียง ๓ วัน้าไม่มีมติ ครม. ชดเชยต่อเนื่องนั่นหมายความ้ึงพี่น้องประชาชนจะต้องแบกรับภาระค่าไฟที่จะปรับตัว สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ผมจึงมีเรื่องหารือท่านประธานที่จะส่งต่อไปยังทางท่านรัฐมนตรีว่า วันนี้ปัญหาค่าไฟแพงมีด้วยกัน ๓ สาเหตุ ๑. เรื่องก๊าซธรรมชาติ เนื่องจากมีการเปลี่ยนผู้รับ สัมปทานทำให้กำลังผลิตน้อยลงต้องซื้อมาในราคาแพง ๒. เรื่องของค่าเอฟที (FT) มันเป็น เรื่องแปลกใจอย่างสุดว่าทำไมวันนี้เรามีพลังงานสำรองไฟฟ้าสำรองเกินกว่ามาตรฐานสากล ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้เราสำรอง้ึง ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ นี่คือส่วนหนึ่งที่เป็นส่วนต่างของ ค่าเอฟที (FT) สุดท้ายผมอยากฝากไป้ึงทาง กกพ. ก็คือ ๑. ขอให้รัฐบาลชดเชยต่อเนื่องเพื่อ เป็นของขวัญปีใหม่ ๒. ควรจะมีการดำเนินการทบทวนแผนพีดีพี (PDP) และ ๓. ควรจะ สนับสนุนในการที่จะใช้ไฟแบบชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากเพื่อเป็นพลังงานทดแทนครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
คุณมนพร เจริญศรี ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันได้รับคำร้อง จากพี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางสัญจรไปมาที่อำเภอท่าอุเทนไปสู่อำเภอโพนสวรรค์ ช่วงนี้ได้มีการขยายไหล่ทางตั้งแต่ช่วงหน้าโรงพยาบาลไปจน้ึงอำเภอโพนสวรรค์ แต่ปรากฏว่า ในช่วงของการขยายไหล่ทางชาวบ้านที่อยู่บริเวณริมเส้นทางได้รับความเดือดร้อนเนื่องจาก ผู้รับจ้างไม่มีป้ายบอกทาง ไม่มีสัญญาณไฟจราจรที่เป็นสีสะท้อนแสง แล้วก็ไม่มีไฟส่องสว่าง ซึ่ง ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมาการจราจรหนาแน่น แล้วก็ลูกหลานไปโรงเรียนก็เกิดอุบัติเหตุ ดิฉัน จึงฝากท่านประธานไป้ึงหน่วยงานก็คือกรมทางหลวงแผ่นดิน แล้วก็สำนักงานทางหลวง จังหวัดนครพนมได้แจ้งผู้รับจ้างให้ติดตั้งไฟส่องสว่าง แล้วก็ป้ายสัญญาณเตือนค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากขณะนี้พี่น้องประชาชนได้มีการขยายหมู่บ้านออกไป เมื่อมีการขยายหมู่บ้านทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนเรื่องของระบบสาธารณูปโภคไม่ว่าน้ำ หรือไฟฟ้า ปรากฏว่าพี่น้องชาวบ้านกุดกุ่มน้อย ตำบลโนนตาล แล้วก็พี่น้องชาวบ้านโพนแดง อำเภอท่าอุเทน ตำบลรามราช เดือดร้อนเรื่องการขยายเขตไฟฟ้าแรงต่ำ เพราะว่าเขาทำ หนังสือไปที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็ปรากฏว่าไม่มีงบประมาณ ซึ่งดิฉันเห็นว่า ความพร้อมของภาคเอกชนหรือความพร้อมของรัฐวิสาหกิจ การบริการของรัฐควรจะได้ สนับสนุนการขยายเขตไฟฟ้า เพราะนั่นหมาย้ึงการเพิ่มรายได้ให้กับหน่วยงาน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นความจำเป็นแล้วก็เดือดร้อน ซึ่งความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคือ้นนดี น้ำไหล ไฟสว่าง ดิฉันอยากจะฝาก้ึงท่านประธานไป้ึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แจ้งไปที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครพนมได้แจ้งเรื่องของการขยายเขตไฟฟ้าแรงต่ำ นอกจากขยายเขตแล้วชาวบ้านก็จะได้ใช้ไฟฟ้านั้นไปสู่พื้นที่ไร่นาทำการเกษตรต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
คุณวุฒิพงษ์ นามบุตร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้มีปัญหาหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน สัก ๒ เรื่อง แต่ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณรัฐบาล กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมที่ได้ก่อสร้าง อุโมงค์ทางลอดแยกขนาดใหญ่ของจังหวัดอุบลราชธานี ๒ แห่งด้วยกันคือแยกดงอู่ผึ้ง และแยกวนารมย์ ซึ่งจะเชื่อมจากอุบลราชธานีไปเขื่องใน ไปยโสธร แล้วก็เชื่อมจาก อุบลราชธานีไปม่วงสามสิบ แล้วก็ไปอำนาจเจริญต่อไป เสร็จวันนี้ครับ เปิดทำการเป็นวันแรก วันนี้พี่น้องประชาชนก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง นี่ก็ขอขอบคุณก่อน แต่ว่าเรื่องที่จะร้องเรียนก็คือ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องขอร้องเรียนกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมอีกเช่นเดิม เพราะว่ามีชาวบ้านร้องเรียนกันเข้ามาเยอะพอสมควร ในเรื่องของเสาไฟส่องสว่าง หรือที่เรียกว่าเสาไฮแมสต์ (High Mast) ซึ่งเป็นเสาไฟส่องสว่างขนาดใหญ่ในเขตทางหลวง บริเวณเทศบาลตำบลเขื่องใน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีอยู่หลายต้น หลายจุด แล้วก็ไฟได้ดับต่อเนื่องมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งทางผู้นำก็ได้ทำเรื่องไป แต่ก็ยังไม่ติด ดับ ๆ อยู่ หลายต้น จึงอยากฝากทางกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้เร่งติดตั้งไฟส่องสว่าง ให้ความปลอดภัยในการสัญจรไปมาบนท้อง้นนให้กับพี่น้องในเขตชุมชนเทศบาลเขื่องใน ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของตอนนี้ช่างสำรวจออกแบบของเทศบาลเขื่องใน ได้ส่งเรื่องมายังกรมชลประทาน จังหวัดอุบลราชธานี ในเรื่องของการก่อสร้างปรับปรุง สวนสาธารณะสระหนองกระสุนที่อยู่ในบริเวณที่ว่าการ แล้วก็ข้าง ๆ ศาลหลักเมือง แบบแปลนประมาณ ๑๕ ล้านบาท จึงอยากฝากให้เร่งดำเนินการจัดสรรงบประมาณเข้า เล่มขาวคาดแดงเพื่อให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม จัดสรรมาให้พี่น้องประชาชน ในเขตชุมชนพื้นที่ตรงนี้ด้วยนะครับ ขอกราบขอบคุณท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
คุณบุญลือ ประเสริฐโสภา🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายบุญลือ ประเสริฐโสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๕ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไป้ึงรัฐบาล ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม อำเภอดำเนินสะดวก อำเภอบางแพ อำเภอโพธาราม ตำบลบ้านสิงห์ ตำบลบ้านฆ้อง ตำบลดอนทราย จังหวัดราชบุรี ซึ่งขณะนี้ราคาตกต่ำมาก จากอดีตเคยได้ในราคาลูกละ ๘-๑๐ บาท วันนี้เหลือเพียง ๓-๔ บาท ในช่วงปี ๒๕๖๓ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเคยเดินทางไปที่วัดโชติทายการาม อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ซึ่งเคย พบปะกับผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมแล้วก็ได้คุยกัน วันนี้พี่น้องผู้ปลูกได้ฝากให้ผมมากราบเรียน ท่านประธานผ่านไป้ึงท่านนายกรัฐมนตรี ให้ท่านลงมาเป็นประธานในเรื่องของการประกันราคา หรือประกันรายได้เหมือนสินค้าเกษตร เช่น ข้าว ปาล์ม และยางพารา เป็นต้น🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับหนังสือร้องเรียนจาก นางอุดมลักษณ์ ชัยมาลิก นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านสิงห์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เรื่องเกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้งบริเวณสี่แยกตลาดนัดเกษตรกร ตำบลบ้านสิงห์ ้นนทางหลวงชนบทสาย รบ. ๑๑๒ แยกทางหลวงชนบท หมายเลข ๔ ช่วง กม. ๐๒๔๐ เนื่องจากไม่มีสัญญาณไฟจราจร จึงขอความอนุเคราะห์ท่านผู้อำนวยการทางหลวงชนบท จังหวัดราชบุรี ช่วยประสาน งบประมาณติดตั้งไฟจราจรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ และเพื่อความปลอดภัย ให้กับพี่น้องประชาชนชาวตำบลบ้านสิงห์และชาวอำเภอโพธาราม อำเภอบางแพ อำเภอดำเนินสะดวก ซึ่งเดินทางไปมาขอให้เป็นของขวัญให้กับพี่น้องชาวจังหวัดราชบุรี ในพื้นที่ด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
คุณปดิพัทธ์ สันติภาดา🔗
ท่านประธานครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา พรรคก้าวไกล จังหวัดพิษณุโลก ผมหารือวันนี้ด้วยความอึดอัดใจจริง ๆ นะครับ เพราะว่าวันนี้เป็นวันที่ ๕ แล้วที่น้ำประปาในตัวเมืองพิษณุโลกไม่ไหล ปกติผมมายืนพูดที่นี่ ๔-๕ ครั้งเกี่ยวกับน้ำประปาคือเรื่องน้ำประปาขุ่น แต่นี่ไม่ไหลเลย ๕ วัน ขึ้นสไลด์เลยครับ🔗
อันนี้ครับคือสภาพที่อยู่ในกลุ่ม พิษณุโลกบ้านเรา ทุกคนมาโพสต์ (Post) เรื่องเกี่ยวกับประปา หยดเป็นหยดเลยนะครับ แล้วก็มีเจ้าหน้าที่มาบอกว่าให้อดทน เอาขันรองไว้แล้วเดี๋ยวก็จะมีใช้กิน มันเรื้อรังรุนแรง ขนาดไหน ตลาดต้องปิดตัว ร้านอาหารปิดเลย ร้านอาหารบางร้านที่ผมรู้จักร้านเนื้อตุ๋น รสเยี่ยมต้องซื้อน้ำเป็นแกลลอนมาล้างชาม อันนี้ตลาดสดปิดเรียบร้อยแล้วเพราะว่าไม่มีน้ำ ล้างตลาด ท่านประธานครับ ตอนนี้มันเกินไปแล้ว ผมเข้ามากรุงเทพฯ เหมือนอยู่คนละโลก น้ำใส สะอาด ไหลแรง แต่พี่น้องของผมไม่มีน้ำใช้แบบนี้ เด็ก ๆ ไปโรงเรียนไม่ได้ ร้านค้า ปิดตัว ทะเลาะกันไปหมดเลย ตอนนี้คนพิษณุโลกกับการประปา กับดับเพลิง แย่งน้ำกันใช้ ทะเลาะกันเละเทะไปหมดเลยจังหวัดของผม แล้วที่ทุกคนพูดเหมือนกันก็คือไม่มีใครรู้ข้อมูล แน่นอนครับ แล้วไม่มีความเชื่อใจกันแล้วจะซ่อมเมื่อไร อะไรเสีย อะไรพัง อะไรที่มันใช้ได้ ใช้ไม่ได้ แล้วใครต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ มีแต่ข้อความส่งต่อ ๆ กันมา ท่านประธานครับ ผมอยากให้จังหวัดพิษณุโลกจัดเป็นวาระเร่งด่วนของผู้ว่าราชการจังหวัด หยุดจัดงานรื่นเริง มหกรรมอะไรกันสักทีได้แล้ว แล้วมาแก้ปัญหาให้กับชาวพิษณุโลก ตั้งกรรมการขึ้นมาได้แล้ว อบจ. อบต. เทศบาลที่เกี่ยวข้อง การประปาส่วนภูมิภาค กรมชลประทาน แก้ปัญหาทั้งระบบ ให้ได้ แล้วต้องตรวจสอบทุจริตด้วย บางทีก็เรื่องเกี่ยวข้องกับการทำ้นน ทำท่อที่พังพินาศ ไปหมด เรื่องเกี่ยวข้องกับการทุจริตเรื่องของคลอรีน เรื่องของบ่อบำบัดน้ำต่าง ๆ เรื่องนี้ เป็นเรื่องใหญ่จริง ๆ และต้องให้เป็นวาระของจังหวัด ขอบคุณครับ🔗
นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคเศรษฐกิจไทย ดิฉันก็ขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนมาหารือต่อท่านประธานนะคะ ซึ่งที่ตำบลโรงเข้ อำเภอบ้านแพ้ว ส่วนใหญ่จะมี อาชีพเป็นเกษตรกรเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา แล้วก็ทำสวน ก็อยู่ที่บริเวณคลองวัว หมู่ ๒ ตำบลโรงเข้ อำเภอบ้านแพ้ว ก็จะมีปัญหาเนื่องจากว่าน้ำไม่ระบาย โดยเมื่อวานนี้เองดิฉัน ก็ได้รับประสานงานจาก นายพัฒน์ สุริวงศ์ และกำนันไฝ ปิ่นแก้ว ก็พาดิฉันไปพบปะกับ พี่น้องประชาชนรับฟังปัญหาความเดือดร้อนความต้องการ เนื่องจากว่าที่บริเวณคลองวัว ซึ่งมีระยะทาง ๒ กิโลเมตรเชื่อมต่อระหว่างคลองสุนัขหอนกับคลองคันพนังไม่สามาร้ ระบายน้ำได้ แล้วก็มีสภาพเป็นคลองตัน เนื่องจากมี้นนเลียบคลองคันพนังปิดกั้นอยู่ โดยคลองวัวที่บริเวณต้นคลองก็เป็นพื้นที่เชื่อมต่อกับคลองสุนัขหอน อยู่ในความรับผิดชอบ ของโครงการชลประทานสมุทรสาคร ส่วนทางด้านปลายคลองของคลองวัวก็จะเชื่อมต่อกับ คลองคันพนัง ซึ่งเป็นพื้นที่โครงการส่งน้ำดำเนินสะดวก จึงขอให้กรมชลประทานได้โปรด พิจารณาดำเนินการก่อสร้างประตูน้ำกึ่ง้าวรที่บริเวณต้นคลองวัวบริเวณที่เชื่อมต่อกับ คลองสุนัขหอนและก่อสร้างสะพานท่อลอด คสล. ที่บริเวณปลายคลองวัวที่เชื่อมต่อกับ คลองคันพนังด้วย ขอขอบพระคุณค่ะ🔗
นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตภาษีเจริญ เขตตลิ่งชัน ๔ แขวง กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ จากพี่น้องประชาชน จากบุตรหลาน จากผู้ปกครอง แล้วก็จากพ่อค้าแม่ขายที่พักอาศัย แล้วก็ใช้การจราจรบน้นน เราเรียกว่า้นนพุทธมณฑลสาย ๔ พรานนกหรือ้นนพระเทพ ซึ่งปัจจุบันนี้ได้เปิดใช้มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วนะคะ แต่ว่า้นนทั้งเส้นนี้ไม่มีสะพานลอย ให้พี่น้องประชาชนได้ใช้เลย พี่น้องประชาชนมีความลำบากมาก ซึ่งประกอบด้วย ๒ ข้างทาง ตลอด ๒ ฝั่ง้นนนั้นจะเป็นชุมชนขนาดใหญ่และมีโรงเรียนอยู่ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชน จึงอยากจะร้องขอให้ทางกรุงเทพมหานครได้จัดสร้างสะพานลอยให้ทั้งสิ้น ๔ จุด จุดแรกจะเป็นจุดที่ข้ามระหว่างวัดแก้วข้ามไปที่วัดปากน้ำฝั่งเหนือ แล้วก็จุดที่ ๒ จะเป็น จุดระหว่างตลาดดอกไม้สดหรือปากคลอง ๒ ข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง แล้วก็จุดที่ ๓ จะเป็นจุดตรง วัดเพลงกลางสวนเชื่อมต่อไปที่คลองบางน้อย แล้วก็จุดที่ ๔ จะเป็นจุดที่อยู่ตรงหน้าโรงเรียน อยู่เย็นวิทยาจะเชื่อมกลับไปอีกฝั่งหนึ่งของ้นนพุทธมณฑลสาย ๑ ซึ่งทั้ง ๔ จุดนี้ได้เคยมี การสำรวจจากทางกรุงเทพมหานครไปแล้วครั้งหนึ่ง แล้วก็มีการทำประชาพิจารณ์กับพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ไปแล้ว แต่ปัจจุบันนี้ผ่านมาเป็นระยะเวลาเกือบ ๑ ปียังไม่มีความคืบหน้า พี่น้องประชาชนจึงได้ร้องขอมา กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
คุณศิริพงษ์ รัสมี🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ วันนี้มีเรื่องหารือ ๒ เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก🔗
มีพี่น้องชาวหมู่บ้านเอื้ออาทรสันติสุข เขตหนองจอก ร้องเรียนมาเกี่ยวกับ สำนักงานที่จะนัดประชุม แล้วก็เป็นที่ปรึกษาหารือกันได้มีการชำรุดทรุดโทรมมาเป็น ระยะเวลาหลายปีแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้คงต้องฝาก้ึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือว่าการเคหะแห่งชาติ ซึ่งได้มีกรรมาธิการได้ลงไปดูพื้นที่ แล้ว และมีผู้หลักผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่านในกระทรวงลงไปดูมาเป็นระยะเวลาเกือบ ๔ ปีแล้ว อย่างภาพที่เห็น เวลานี้มันก็เกิดความมั่นคงไม่ได้🔗
เรื่องที่ ๒ ฝาก้ึงผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร เรื่องสวนสาธารณะในพื้นที่เขตหนองจอก เครื่องออกกำลังกายได้ชำรุด แต่ขณะนี้ได้ใช้เชือกขาวแดงไปขึงไว้ไม่สามาร้ที่จะเข้าไปออกกำลังกายได้ ซึ่งสวนสาธารณะ เขตหนองจอกมีชมรมคนเดินวิ่งในพื้นที่เขตหนองจอกเป็นหลาย ๆ ร้อยคน เพราะฉะนั้น อยากจะเรียนไป้ึงท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่าสวนสาธารณะที่มีอยู่พยายาม ปรับปรุง แล้วก็ให้ใช้ประโยชน์ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์สักนิดหนึ่งเพื่อประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชนที่รักการออกกำลังกาย อีกส่วนหนึ่งต้องการที่จะเพิ่มในเรื่องของลู่วิ่ง เพราะว่า มีจำนวนคนวิ่งในพื้นที่เขตหนองจอก แล้วก็สวนสาธารณะ🔗
เนื่องในวันขึ้นปีใหม่นี้ผมขอให้ท่านประธานสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกคนและพี่น้อง ปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ จงมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง แล้วก็สมบูรณ์ ได้รับความเจริญรุ่งเรืองตลอดไปทุก ๆ ท่าน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ขอให้ พรนั้นตอบสนองท่านด้วยครับ คุณสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล ้าไม่พร้อมก็ขออนุญาตไป คุณอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ อำเภอกระสัง อำเภอพลับพลาชัย อำเภอห้วยราช และตำบลไพศาล ของอำเภอประโคนชัย พรรคภูมิใจไทย กระผมขออนุญาตปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนใน ๒ ประเด็น ดังต่อไปนี้🔗
๑. กระผมได้รับการร้องขอจากนายแพทย์คมเลนส์ สุนทร ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลห้วยราช เนื่องจากโรงพยาบาลห้วยราชเป็นโรงพยาบาลชุมชน สังกัด งานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ที่อำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นโรงพยาบาลชุมชน ขนาด ๓๐ เตียง ดูแลประชากรมาก้ึง ๓๖,๒๘๕ คน ซึ่งทางโรงพยาบาลห้วยราชได้เปิด การให้บริการผู้สูงอายุ โดยเปิดศูนย์ผ่าตัดต้อกระจก และได้ดำเนินการผ่าตัดต้อกระจก มาจน้ึงปัจจุบัน ขณะนี้พื้นที่ใช้สอยในโรงพยาบาลยังไม่เพียงพอ ในการรองรับผู้ป่วย ในแต่ละปี ดังนั้นโรงพยาบาลห้วยราชให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อความพึงพอใจ ของผู้ป่วยต่อการรับบริการสาธารณสุขมากยิ่งขึ้น ทางโรงพยาบาลห้วยราชจึงขอสนับสนุน งบประมาณสร้างอาคารผู้ป่วยขนาด ๓๐ เตียง เพิ่มเป็นขนาด ๖๐ เตียงเพื่อรองรับผู้ป่วย ผ่าตัดต้อกระจก ๑,๐๐๐ ดวงตาต่อปี จึงขอนำเรียนไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ กระผมได้รับเรื่องจากนายแดง อนันรัมย์ นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลตาเสา และนายณรงค์ พารื่นรัมย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองโพธิ์ ว่าขณะนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในเส้นทางสัญจรไปมาบน้นนทางหลวงชนบท หมายเลข บร. ๔๐๓๒ ซึ่งเป็น้นนที่ใช้สัญจรไปมาภายในอำเภอห้วยราช เพื่อเชื่อมระหว่าง ไปยังอำเภอสตึก ได้มีประชาชนสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันไฟส่องสว่างใน้นน ดังกล่าวนั้นไม่สามาร้ใช้งานได้เลย จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุและเป็นอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนเป็นบ่อยครั้ง จึงขอนำเรียนไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวง คมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้โปรดช่วยเหลือทำการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสุรพงษ์มาแล้วนะครับ เชิญท่านกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กฤษฎา ตันเทอดทิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง ดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายทองปน วรคันธ์ นายกเทศมนตรี ตำบลโพธิ์ชัย ว่าบริเวณ้นนมิตรภาพสายเก่าช่วงระหว่างบ้านคำแค หมู่ ๒ เชื่อมไปยัง บ้านเคียงเมือง ตำบลโพธิ์ชัย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างเทศบาล เมืองหนองคายกับเทศบาลตำบลโพธิ์ชัย ซึ่งเส้นทางนี้ประชาชนของทั้ง ๒ เทศบาลต่างใช้เป็น เส้นทางหลักในการสัญจรไปมา แต่เนื่องจากสภาพ้นนแคบ ไหล่ทางลึกและชันมาก เป็นต้นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง และบริเวณนี้ยังเป็นที่รองรับน้ำที่ระบายมาจาก เทศบาลเมืองในช่วงฤดูฝน ซึ่งก็มักจะท่วมและทำให้สัญจรลำบาก จึงอยากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งรีบเข้าแก้ไขด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ที่ตำบลบ้านเดื่อมีแหล่งน้ำธรรมชาติชื่อหนองหวายน้อย ที่ประชาชนในพื้นที่ใช้ในการทำเกษตร ซึ่งครอบคลุม ๖ หมู่บ้านคือ บ้านเดื่อ บ้านเดื่อใต้ บ้านหาดศรีทอง บ้านหาดเจริญ บ้านเดื่ออุดม และบ้านเดื่อเจริญ ปัจจุบันมีสภาพตื้นเขิน ไม่สามาร้กักเก็บน้ำได้เต็มศักยภาพ ก่อให้เกิดการขาดแคลนน้ำโดยเฉพาะในฤดูแล้ง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าทำการขุดลอกหนองด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ้นนเชื่อมระหว่างตำบลสระใคร หมู่ ๓ บ้านสระใครกับ บ้านนากอ ตำบลคอกช้าง ้นนเส้นนี้เป็นเส้นทางหลักที่พี่น้องประชาชนใช้สัญจรระหว่าง ตำบล ไม่ว่าจะเป็นการลำเลียงสินค้าทางการเกษตร ตลอดจนการไปมาหาสู่กันระหว่างตำบล แต่ปัจจุบันสภาพ้นนเป็น้นนลูกรังเป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่สะดวกในการสัญจร และยัง ก่อให้เกิดอุบัติเหตุสร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน อยู่บ่อยครั้ง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรีบเข้าดำเนินการแก้ไขด้วย ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
คุณทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้คือ อยากจะขอให้ทาง คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ได้ทบทวนการขึ้น ค่าไฟฟ้าภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม เพราะผมกลัวว่าการขึ้นค่าไฟฟ้าภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมนี้จะทำให้ค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนที่สูงอยู่แล้วจะสูงขึ้นไปอีก นอกจากปัญหาสินค้าราคาแพงที่พี่น้องประชาชนต้องเจอแล้ว ทุกวันนี้พี่น้องประชาชน ยังต้องเจอกับวิกฤติราคาพลังงานที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่านประธานที่เคารพครับ ไฟฟ้า เป็นต้นทุนหลักของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ราคาไฟที่เพิ่มขึ้นเท่ากับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และเมื่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเท่ากับเป็นการบีบบังคับให้ราคาของสินค้าและบริการต่าง ๆ สูงขึ้น ไปด้วย การขึ้นค่าไฟฟ้าจึงเท่ากับเป็นการเพิ่มค่าครองชีพ เพิ่มภาระค่าใช้จ่าย เป็นการซ้ำเติม ให้พี่น้องประชาชนที่ลำบากอยู่แล้วนั้นลำบากมากขึ้นไปอีก หน้าที่ของรัฐบาลคือต้องทำให้ พี่น้องประชาชนกินดีอยู่ดี ต้องทำให้ค่าครองชีพต่ำ เพราะทุกวันนี้พี่น้องประชาชนมีภาระ ค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับในแต่ละวันสูงมาก เนื่องจากราคาของสินค้าและบริการต่าง ๆ ของทุกอย่างพากันขึ้นราคากันทั้งนั้น ในขณะที่รายได้ของพี่น้องประชาชนนั้นกลับเท่าเดิม และเพื่อไม่เป็นการผลักภาระให้กับพี่น้องประชาชน ผมจึงขอเสนอให้ทางคณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาตรึงค่าไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมและเอกชนเพื่อไม่ให้กระทบกับ ต้นทุนของสินค้าและบริการ รวม้ึงระบบเศรษฐกิจของประเทศ และข้อเสนอลดค่าไฟฟ้า ภาคครัวเรือนและที่อยู่อาศัยเพื่อเป็นการช่วยเหลือค่าใช้จ่าย ลดค่าครองชีพและลดภาระ ให้กับพี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านสมาชิก มีท่านสมาชิก ๒ ท่านขัดข้อง ก็จบการหารือ ต้องขอบคุณสมาชิกที่ช่วยกันรักษาเวลานะครับ🔗
ขณะนี้มีสมาชิกมา ลงชื่อแล้ว ๒๓๕ คน ครบองค์ประชุม ขอเปิดการประชุมดำเนินการไปตามระเบียบวาระครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบเรื่องการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๒ คน🔗
ด้วย นายชัชวาลล์ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังท้องถิ่นไท ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองตั้งแต่วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕ และนายนพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังท้องถิ่นไท ได้มีหนังสือ ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๕ เป็นผลให้ สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายชัชวาลล์ คงอุดม และนายนพดล แก้วสุพัฒน์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๘) และ (๓) ตามลำดับ จึงแจ้งที่ประชุม รับทราบครับ🔗
๒.๒ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ตาม มาตรา ๑๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย🔗
เนื่องจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๑๕ กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องปฏิญาณตน ในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกก่อนเข้ารับหน้าที่ ขอเชิญท่านสมาชิก คุณเอนก เหล่าธรรมทัศน์ พร้อมนะครับ🔗
พร้อมครับ🔗
ท่านเอนกผมจะกล่าวนำนะครับ โดยท่านเอนกเอ่ยชื่อตัวเอง และผมจะกล่าวนำ แล้วก็ปฏิญาณตนตามที่ผมนำนะครับ🔗
“ข้าพเจ้า นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศ และประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”🔗
ยินดีด้วยครับ ดังนั้นขณะนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้คือ ๔๓๗ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งคือ ๒๑๙ คน🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี🔗
เรื่องด่วน🔗
๔.๑ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติส้าปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มี หนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๔ วันจันทร์ที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๕ และครั้งที่ ๒๕ วันอังคารที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๕ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติให้แก้ไข เพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติส้าปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงได้ส่งร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๗ (๓) ทั้งนี้ ในการพิจารณาตามมาตรา ๑๓๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญ ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมให้้ือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว และดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๘๑ ก็คือดำเนินการ เพื่อประกาศใช้ต่อไป แต่้าสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม ให้แต่ละสภาตั้งบุคคลซึ่งเป็นหรือมิได้เป็นสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจำนวนเท่ากันตามที่ สภาผู้แทนราษฎรกำหนดประกอบเป็นกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ และเสนอร่างพระราชบัญญัติที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้วต่อสภาทั้ง ๒ ้าสภาทั้ง ๒ ต่างเห็นชอบให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๘๑ แต่้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบด้วย ไม่ว่าอีกสภาหนึ่งจะได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วหรือไม่ ให้ยับยั้ง ร่างพระราชบัญญัติไว้ก่อนตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๓๗ (๓) ก็เรียนแนวปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญให้สมาชิกได้รับทราบครับ🔗
ต่อไปท่านสมาชิกที่มีความประสงค์จะอภิปรายร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็เชิญเลยครับ มีท่านผู้ใดมีความประสงค์จะอภิปรายกรุณาส่งรายชื่อมานะครับ คุณเกียรติ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ จำเป็นต้องลุกขึ้นมาพูดในเรื่องนี้เพราะว่าในขั้นตอนของสภาร่างผมคือประธาน คณะกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็มีมติเป็นเอกฉันท์ระหว่าง กรรมาธิการให้มีการปรับปรุงแก้ไข พอไปที่ชั้นกรรมาธิการของวุฒิสภาก็ปรากฏว่า มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปอีก จากนั้นผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าทางท่านประธาน คณะกรรมาธิการของวุฒิสภาได้ขอพบผม ก็คือ พลเรือเอก ฐนิธ กิตติอำพน ท่านเป็นประธาน และท่านก็ขอพบผมในวันที่ ๓๑ สิงหาคมที่ผ่านมานี้ เพื่อหารือว่าสิ่งที่เขาปรับปรุงไปมันมี สาระสำคัญอะไรที่จะมีผลกระทบหรือไม่ แล้วพวกเราที่ประชุมกันในห้องประชุมนั้น ได้ข้อยุติชัดเจนว่าที่เขาปรับปรุงไปมันไม่สอดคล้อง มันมีประเด็นที่อาจจะไม่สอดคล้องกับ ข้อตกลงระหว่างประเทศ คือทั้งหมดเราแก้กฎหมายฉบับนี้เพื่อปรับปรุงให้มันสอดคล้องกับ ข้อตกลงระหว่างประเทศ ระหว่างอาเซียน (ASEAN) กันเอง และอาจจะเป็นกรณีอื่น ๆ ในอนาคตด้วย้ามีการลงนามเพิ่มเติมขึ้น สิ่งที่เป็นสาระสำคัญมาก ๆ เลยที่มีการปรับปรุงไป ท่านประธานคณะกรรมาธิการของสภาบนเองท่านก็เข้าใจแล้ว พอผมอธิบายท่านเข้าใจแล้ว เรื่องที่เป็นสาระสำคัญมี ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก การขึ้นทะเบียนส้าปนิกตามที่กำหนดในข้อตกลงระหว่าง ประเทศนั้นมีการขึ้นทะเบียน ๒ ประเภท ประเภทที่ ๑ ก็คือคนต่างชาติที่ได้สิทธิตาม ข้อตกลงระหว่างประเทศ กลุ่มที่ ๒ ก็คือคนชาติ คนชาติไม่ว่าจะเป็นอาเซียน (ASEAN) เป็นไทย หรือเป็นใครก็แล้วแต่ก็้ือเป็นคนชาติ เพราะฉะนั้นในคำจำกัดความของการขึ้นทะเบียนจึงจะต้องเขียนให้ชัด ส้าปนิกต่างชาติ ขึ้นทะเบียนอันนี้ชัด ไม่ได้มีการแก้ไข แต่ที่ทางคณะกรรมาธิการของ ส.ว. ท่านไปแก้ไข ท่านไปตัดคำว่า สัญชาติไทย ในวรรคสองออก ซึ่งอันนี้ทำให้เกิดปัญหาการที่จะู้กตีความได้ ว่าเป็นสัญชาติไทยอย่างเดียวหรือไม่ ้าท่านกลับเข้าไปดูในข้อตกลงระหว่างประเทศนี่ เราพูด้ึงคนชาติ แล้ว้าเราปรับปรุงแก้ไขกฎหมายภายในของประเทศไทยก็ต้องหมาย้ึง คนไทยเท่านั้น การไปตัดคำว่า สัญชาติไทย ออกไปทำใหู้้กตีความเป็นสัญชาติอาเซียน (ASEAN) หมิ่นเหม่เหมือนกัน ู้กร้องได้ครับ ู้กท้าทายได้ครับ ตรงนี้พอผมอธิบายท่านก็ เข้าใจ แล้วผมก็หยิบมาตราต่าง ๆ ที่เป็นภาษาอังกฤษในข้อตกลงระหว่างประเทศให้ท่านดู ท่านก็เข้าใจดี ตรงนี้เป็นประเด็นแรกที่ผมคิดว่าเป็นสาระสำคัญ🔗
ประการที่ ๒ อยู่ในมาตรา ๘ ที่ท่านไปแก้ไข ท่านไปตัดคำว่า ต่างตอบแทน ทิ้ง พอตัดคำว่า ต่างตอบแทน ทิ้ง อันนี้ผิดกับข้อตกลงระหว่างประเทศเลยครับ ทำไม้ึงต้องมี ต่างตอบแทน ข้อตกลงนี้เป็นข้อตกลงที่มีการเจรจา และผมเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในทีมเจรจาใน ครั้งนั้น ตอนที่มีการเจรจากันในกรอบของอาเซียน (ASEAN) เราก็บอกว่าสิทธิอันนี้ ก็จะให้กับชาติที่ให้สิทธิในลักษณะเดียวกันกับชาติอื่นด้วยที่เป็นสมาชิก นี่คือสิทธิ ต่างตอบแทน ในภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า เรซิพรอซิตี (Reciprocity) เป็นสาระที่สำคัญมาก เป็นนัยที่สำคัญมากของข้อตกลง พวกเราตอนที่อยู่ในชั้นกรรมาธิการของสภาร่าง เราก็ไป ตรวจสอบดูว่าประเทศอื่นเวลาเขาแก้ไขไป เวลาเขาพูด้ึงต่างตอบแทนเขาพูดอย่างไรบ้าง ท่านประธานครับ เราไปดูของหลายประเทศมาก ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือของประเทศ ฟิลิปปินส์ซึ่งเขาแก้ไปแล้ว เขาเขียนไว้ชัดเจนมากเลยว่าประเทศฟิลิปปินส์จะให้สิทธิชาติอื่น ของอาเซียน (ASEAN) ก็ต่อเมื่อชาติที่ร้องขอพิสูจน์ให้เห็นว่าชาติที่ร้องขอนั้นให้สิทธิกับ ฟิลิปปินส์เช่นเดียวกัน นี่คือหลักสิทธิต่างตอบแทน กรรมาธิการของวุฒิสภาไปตัดตรงนี้ทิ้ง ขออนุญาตต่ออีกนิดหนึ่งเพราะมันเป็นสาระสำคัญอย่างยิ่ง พอตัดตรงนี้ทิ้งปั๊บเวลาเราไปดู ในกฎหมายการอนุมัติทั้งหมดไม่ต้องพิสูจน์แล้วครับ ไม่ต้องพิสูจน์ว่าเขาให้สิทธิเราเช่นกัน ซึ่งก็ไม่สอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศอีกเช่นกัน ผมก็ปรารภกับท่านประธาน ของกรรมาธิการวุฒิสภา ผมบอกท่านเข้าใจไหม ท่านไปตัดตรงนี้มันมีปัญหาทันทีเลย ท่านบอกท่านเข้าใจ แล้วผมก็้ามว่าท่านจะให้เราทำอย่างไรดี ท่านไปแก้ทันไหม ท่านบอก ของท่านแก้ไม่ทันแล้ว ก็ต้องเอามาเข้านี้แล้วก็ตั้งกรรมาธิการร่วมครับ มันไม่มีหนทางอื่นแล้ว ้าเราปล่อยให้เป็นไปตามร่างของวุฒิสภาสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือมันไม่สอดคล้องกับข้อตกลง ระหว่างประเทศ และคนไทย ส้าปนิกไทยจะเสียเปรียบในการพิสูจน์สิทธิที่เขาให้ และ้าเกิดเราไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเขาก็เรียกร้องเราได้ หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เรา ปรับปรุงไป แต่ไม่สอดคล้องกับข้อตกลงเขาก็ได้สิทธิพิเศษ ตรงนี้ผมคิดว่ามันไม่ยากครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาท่านชัดเจน เราประชุมกันครั้งเดียวคงจะได้ข้อยุติ ไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ ท่านก็บอกว่า้าเป็นอย่างนั้นก็เอาตามนี้ ผมประชุมกับท่านวันที่ ๓๑ สิงหาคมที่ผ่านมานี้ เพราะฉะนั้นการที่ไม่ว่าจะวิป (Whip) หรือจะเป็นใครก็แล้วแต่ จะไปมี ความเห็นเป็นอื่น ผมต้อง้ามจริง ๆ ว่าเอาข้อมูลที่ไหนมาบอกว่าเห็นชอบตามวุฒิสภาได้ ทั้ง ๆ ที่มันไม่สอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศ ก็ขอเรียนท่านประธาน และเรียน เพื่อนสมาชิกด้วยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสิทธิประโยชน์ของส้าปนิกไทย และเป็นเรื่องของ ความตกลงระหว่างประเทศที่เราไม่ใช่มานั่งเขียนกันเอง แล้วเขียนแบบไม่ตรงกับข้อตกลง แล้วบอกว่าผ่านไปได้ อันนี้คงไม่ได้หรอกครับ แต่้าเราตั้งกรรมาธิการร่วมกันประชุม ครั้งเดียวคงได้ข้อยุติครับ ขอบพระคุณครับ🔗
สมาชิกจะมีความเห็น อย่างอื่นไหมก่อนจะขอมติครับ🔗
้าไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่น ผมขอสมาชิกได้เตรียมลงมตินะครับ โดยที่วุฒิสภาได้มีการแก้ไขส่งมา เพราะฉะนั้นโดยที่วุฒิสภาได้มีการแก้ไขส่งมา เพราะฉะนั้นวาระของเราก็คือจะเห็นชอบ ตามที่วุฒิสภาแก้ไขหรือไม่นะครับ ขอเชิญสมาชิกเตรียมตัวนะครับ🔗
ก่อนลงมติสมาชิกกรุณา เข้ามาเพื่อกดบัตรแสดงตนตรวจสอบองค์ประชุมตามข้อบังคับนะครับ🔗
ท่านประธานคะ ๓๐๕ ละออง แสดงตนค่ะ🔗
เจ้าหน้าที่บันทึกไว้ด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๒๙๖ ขอแสดงตนครับ🔗
ท่านที่เข้ามาแล้วก็กดบัตร ได้เลยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๗๓ แสดงตนครับ🔗
ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม สัณหพจน์ ๔๐๓ ครับ🔗
ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ๔๔๗ พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ แสดงตนครับ🔗
ครับ🔗
ท่านประธานคะ กันตวรรณ ๑๔ ค่ะ🔗
ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ประเสริฐ บุญเรือง ๒๑๔ แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ๒๙๑ แสดงตนครับ🔗
ครับ🔗
ท่านประธานครับ สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ๓๗๙ แสดงตนครับ🔗
เจ้าหน้าที่บันทึกไว้ ทั้งหมดนะครับ🔗
ท่านประธานคะ มัลลิกา ๒๘๐ แสดงตนค่ะ ท่านประธานคะ ยังมีสมาชิกที่ประชุมกรรมาธิการกำลังทยอยเดินลงมานะคะ🔗
เข้าใจครับ รอครับ ให้เวลาครับ🔗
ท่านประธานครับ ทวีศักดิ์ ทักษิณ ๑๓๘ แสดงตนครับ🔗
เจ้าหน้าที่บันทึกครับ พร้อมพอสมควรแล้วครับ ปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่รวมตัวเลขที่ท่านสมาชิกได้ประกาศด้วย นะครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตน ๒๒๗ คน ครบองค์ประชุม ขออภัยนะครับ เจ้าหน้าที่ ไม่ได้รวมตัวเลขที่ประกาศ ๒๒๗ บวก ๑๑ รวม ๒๓๘ คน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอ้ามว่าผู้ใด เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบด้วยกับ การแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
ท่านประธานครับ ๑๓๘ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๒๙๖ เห็นชอบครับ🔗
ครับ สมาชิกที่ยังไม่ได้ ลงมติเหลือไหมครับ ยังมีอยู่ไหมครับ ้าพร้อมก็ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๔๐ บวก ๒ ๒๔๒ คน เห็นด้วย ๑๑๙ บวก ๑ ๑๙๙ คน ไม่เห็นด้วย ๓๗ บวก ๑ ๓๘ คน งดออกเสียง ๔ ไม่ลงคะแนนเสียง ๑🔗
ท่านประธานคะ ๒๒๔ เห็นด้วยค่ะ🔗
๒๒๔ นะครับ เนื่องจาก ยังไม่ประกาศผลก็ขออนุญาตครับ🔗
๐๕๙ เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๓๗๗ เห็นด้วยครับ🔗
เดี๋ยวผมให้เจ้าหน้าที่ บวกให้นะครับ ๑๙๘ บวก ๓ ู้กต้องนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๒๘๒ เห็นด้วยครับ🔗
๑๙๘ บวก ๕ เป็น ๒๐๓🔗
ท่านประธานคะ ๐๖๗ จิราพร สินธุไพร เห็นด้วยค่ะ🔗
๒๐๔ ขอปิดการลงมติแล้ว นะครับ ก็อนุญาตเนื่องจากเมื่อสักครู่นี้ยังไม่ได้ประกาศผล จำนวนผู้ลงมติเห็นด้วย ๒๐๕ คน ไม่เห็นด้วย ๓๗ คน งดออกเสียง ๔ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ คน เพราะฉะนั้นมติที่ประชุม ก็เห็นด้วยที่วุฒิสภาแก้ไขครับ🔗
๔.๒ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
เรื่องนี้ประธานวุฒิสภา ได้แจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๓๐ เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๕ ที่ประชุม ได้พิจารณาและลงมติให้แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงได้ส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๗ (๓) ทั้งนี้ ในการพิจารณาตามมาตรา ๑๓๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญ ทางสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม ให้้ือว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้วและให้ดำเนินการต่อไปตาม มาตรา ๘๑ แต่้าสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมก็ให้แต่ละสภา ตั้งบุคคลซึ่งเป็นหรือไม่ได้เป็นสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจำนวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎร กำหนดประกอบเป็นคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ อันนี้ ก็เป็นแนวปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญครับ ก่อนลงมติท่านสมาชิกผู้ใดมีความประสงค์จะอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ้าไม่มีผมต้องขอมติว่าจะเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไขหรือไม่ ขอสมาชิกได้กรุณาเตรียมตัวก่อนลงมติโดยการแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗
ท่านประธานคะ ญาณธิชา ๑๐๙ แสดงตนค่ะ🔗
ครับ🔗
ท่านประธานครับ ๒๙๖ แสดงตนครับ🔗
เจ้าหน้าที่บันทึกไว้ครับ พร้อมพอสมควรแล้วครับ ปิดการแสดงตน🔗
ท่านประธานครับ ๐๑๘ แสดงตน🔗
ครับ ปิดแล้วครับ จำนวน ผู้เข้าประชุมที่แสดงตน ๒๔๕ บวก ๓ เป็น ๒๔๘ ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอ้ามมติว่าผู้ใดเห็นชอบ ด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบกับการแก้ไข เพิ่มเติมของวุฒิสภากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญ ลงมติครับ🔗
ท่านประธานครับ ๑๓๘ เห็นด้วยครับ🔗
เจ้าหน้าที่บันทึกไว้ด้วย🔗
ท่านประธานครับ ๐๑๘ เห็นด้วยครับ🔗
บันทึกครับ🔗
ท่านประธานครับ ๒๙๖ เห็นชอบครับ🔗
ท่านประธานคะ ๔๗๕ เห็นชอบค่ะ🔗
ยังมีอีกไหมครับ ประเดี๋ยว ปิดแล้วจะไม่ให้ออกเสียง ปิดการลงมตินะครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๖๑ บวก ๔ เป็น ๒๖๕ เห็นด้วย ๒๕๓ บวก ๔ ๒๕๗ ไม่เห็นด้วย ๑ งดออกเสียง ๕ ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ มติที่ประชุม เห็นชอบที่วุฒิสภาแก้ไข ก็ผ่านนะครับ🔗
๔.๓ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือ ในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
โดยประธานวุฒิสภา ได้แจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๓๐ วันจันทร์ที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๕ ที่ประชุมได้ พิจารณาและลงมติให้แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อดำเนินการตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๗ (๓) ซึ่งในการพิจารณาตามมาตรา ๑๓๗ (๓) นั้น ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมก็ให้้ือร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว และให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๘๑ ้าสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติม ให้แต่ละสภาตั้งบุคคล ซึ่งเป็นหรือไม่ได้เป็นสมาชิกแห่งสภานั้นมีจำนวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกำหนด ประกอบเป็นคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณา เพราะฉะนั้นก่อนลงมติขอให้สมาชิกได้ กรุณาแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม เรื่องนี้ไม่มีผู้ขออภิปรายครับ สมาชิกกรุณา แสดงตนนะครับ🔗
พร้อมพอสมควรแล้วครับ ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๕๓ คน ครบองค์ประชุม🔗
ขอ้ามมติที่ประชุมว่า ผู้ใดเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบด้วย กับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง กรุณาลงมติครับ🔗
๑๓๘ เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานคะ ๔๒๕ เห็นด้วยค่ะ🔗
ท่านประธานครับ ๒๙๖ เห็นชอบครับ🔗
สมาชิกพร้อมนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ณัฐชา ๑๑๙ เห็นชอบครับ🔗
พร้อมพอสมควรแล้ว ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๕๘ คน บวก ๔ คน ๒๖๒ เห็นด้วย ๒๔๙ คน บวก ๔ คน ๒๕๓ คน ไม่เห็นด้วย ๒ คน งดออกเสียง ๒ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ คน มติที่ประชุมเห็นด้วยที่วุฒิสภาแก้ไขนะครับ🔗
๔.๔ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
เรื่องนี้ประธานวุฒิสภา แจ้งว่าในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๓ เมื่อวันอังคารที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ที่ประชุม ได้พิจารณาและลงมติแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อดำเนินการ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๗ (๓) ทั้งนี้ ในการพิจารณาตาม มาตรา ๑๓๗ (๓) หากสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมให้้ือว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว และให้ดำเนินการต่อไปตาม มาตรา ๘๑ ้าสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม ให้แต่ละสภาตั้งบุคคล ซึ่งเป็นหรือไม่ได้เป็นสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจำนวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกำหนด ประกอบเป็นคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นแนวปฏิบัติ ตามมาตรา ๑๓๗ เรื่องนี้มีสมาชิกขออภิปรายนะครับ ท่านแรกคุณวรภพ วิริยะโรจน์ คุณปดิพัทธ์ สันติภาดา ดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ขอเชิญคุณวรภพครับ🔗
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในญัตตินี้ผมขอเสนอให้สภาแห่งนี้ลงมติตั้งกรรมาธิการร่วมครับ เพราะผมมองว่ามันมี ความจำเป็นที่ ส.ว. ปรับแก้มาไม่สมควรที่จะให้ปล่อยผ่านไป เพราะว่าร่าง กบข. ฉบับนี้ ้าพูดกันตามตรงประโยชน์อย่างเดียวที่สมาชิก กบข. หรือข้าราชการจะได้รับก็คือ การที่ข้าราชการสามาร้นำเงินสะสม กบข. ร้อยละ ๓๐ ออกมาดาวน์ (Down) บ้านได้ นี่คือความหวังเดียว นี่คือโอกาสสำคัญที่จะทำให้ข้าราชการสมาชิก กบข. เขาสามาร้มีบ้าน เป็นของตนเองได้ ท่านประธานก็ทราบดีว่าข้าราชการชั้นผู้น้อยได้รับเงินเดือนไม่มากครับ เงินออมก็ไม่พออยู่แล้ว การที่ข้าราชการ ๑ คน สมาชิก กบข. จะมีบ้านเป็นของตัวเองได้ จะมีเงินออมเพื่อไปดาวน์ (Down) บ้าน เป็นบ้านของตัวเองได้ มีความมั่นคงในชีวิต เป็นเรื่องที่ยากมาก ดังนั้นการที่กฎหมายฉบับนี้ปลดล็อกให้ร้อยละ ๓๐ ของเงินสะสมที่อยู่ใน กบข. ออกมา ดาวน์ (Down) บ้านได้มันจึงเป็นเรื่องสำคัญ และในสภาแห่งนี้ก็มีการพูดคุยอภิปรายประชุม มาแล้ว ๒ ครั้งเพื่อให้เกิดมาตรานี้ขึ้นมา แต่ ส.ว. กลับตัดมาตรานี้ทิ้งออกไป ผมคิดว่านี่เป็น ประเด็นสำคัญที่ในฐานะที่ผมก็เป็นคนสนับสนุนเรื่องนี้มาว่าบ้านคือสินทรัพย์เพื่อการเกษียณ การที่คนเรามีบ้านทำให้คนทุกคนมีความมั่นคงในชีวิต ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้อง อยากจะให้สภาแห่งนี้ตั้งกรรมาธิการร่วม และผมมั่นใจครับว่าประเด็นนี้ประเด็นเดียวใช้เวลา ไม่นาน และในกรรมาธิการร่วม รวม้ึง ส.ส. เองด้วยก็จะเห็นด้วยกับหลักการที่ว่าการปลดล็อก ให้สมาชิก กบข. สามาร้เอาเงินสะสมมาดาวน์ (Down) บ้านได้นั้นเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่อง คุณภาพชีวิตที่สภาแห่งนี้ควรจะต้องตั้งกรรมาธิการร่วม ขอบคุณครับ🔗
คุณปดิพัทธ์ สันติภาดา ครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา พรรคก้าวไกล พิษณุโลกครับ สำหรับ พ.ร.บ. นี้ มาตรา ๕ แล้วก็ที่ระบุไว้้ึง การตัดเอามาตรา ๔๓/๑ คือสมาชิกตั้งแต่ ๕ ปีขึ้นไปมีสิทธิขอรับเงินจากกองทุนไม่เกินอัตรา ร้อยละ ๓๐ ของจำนวนเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวที่บันทึก ในบัญชี ท่านประธานครับ ผมไม่แน่ใจว่าเหตุผลที่ ส.ว. ตัดอันนี้ออกทั้งมาตรานั้นคืออะไร ้าเราเห็นด้วยในหลักการว่าข้าราชการชั้นผู้น้อยสามาร้ที่จะเอาเงินของเขาเอง เงินของกองทุนของเขาเอง และจุดประสงค์มันคือเพื่อการเกษียณใช่ไหมครับ เพื่อบำนาญ ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นการจะมีบ้านหลังหนึ่งที่มั่นคงไว้ในตอนที่ตัวเองเกษียณเป็นเรื่องที่ เป็นความมั่นคงของข้าราชการ ผมมีพ่อของเพื่อนที่เป็นข้าราชการต้องย้ายไปใน หลาย ๆ จังหวัด ต้องไปอยู่บ้านต่าง ๆ แต่เขาไม่รู้เลยว่าบ้านหลังสุดท้ายของเขานั้นหน้าตา จะเป็นอย่างไร และทุกปีที่ซื้อบ้านช้าลงเรื่อย ๆ มันหมายความว่ามูลค่าบ้านมันจะสูงขึ้น เรื่อย ๆ แปลว่าเขาไม่สามาร้จะดาวน์ (Down) บ้านได้เองหลังจากที่เขาเกษียณได้ ท่านประธานครับ ผมไม่เข้าใจว่า้า ส.ว. เห็นกับหลักการนี้มันก็ต้องมาต่อรองกันว่า้าจะ เป็นเส้ียรภาพของกองทุนร้อยละ ๓๐ เยอะไปก็ต่อได้ ร้อยละ ๒๕ ได้ไหม ร้อยละ ๒๐ ได้ไหม ไม่ใช่ตัดออกทั้งมาตราแบบนี้ ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่า ส.ว. หลายท่าน ก็เป็นข้าราชการ แต่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ซูเปอร์ (Super) ใหญ่เลย ไม่เข้าใจหัวอกของ ข้าราชการชั้นผู้น้อยหรอกครับ ข้าราชการชั้นผู้น้อยเขาไม่ได้มีเงิน ๕๐ ล้านบาทไปอยู่ที่ ห้องทำงาน ซื้อบ้านสดได้ เขาต้องดาวน์ (Down) บ้าน เพราะฉะนั้น้ามาตรานี้ยังอยู่ยังพอ เป็นความหวังได้ แล้วผมคิดว่าเรื่องนี้สภาผู้แทนราษฎรของเราทุกคนก็พยายามทำเต็มที่ เพื่อผลประโยชน์ของข้าราชการชั้นผู้น้อย แต่้าตัดกันไม่เห็นหัวแบบนี้ผมว่าสภาเรา ปล่อยผ่านไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากเสนอให้มีการตั้งกรรมาธิการร่วม แล้วก็ มา้กกันในมาตรานี้ และให้สภาผู้แทนราษฎรยืนกันแข็ง ๆ ไว้ว่าเรื่องนี้เป็นผลประโยชน์ของ ข้าราชการชั้นผู้น้อยที่เราต้องปกป้องเอาไว้ ้าร้อยละ ๓๐ เยอะไปต่อรองกัน ้าเงื่อนไข ๕ ปี ขึ้นไปน้อยไปต่อรองกัน แต่ไม่ใช่ตัดออกทั้งมาตราแบบไม่เห็นหัวกันแบบนี้ ขอบคุณครับ🔗
ดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ได้กล่าว ก็คือมาตรา ๕ เป็นมาตราที่ สำคัญที่สุดในร่างกฎหมายฉบับนี้ ก็คือเป็นประโยชน์ที่ข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข. พึงจะ ได้รับเพื่อปลดเปลื้องภาระหนี้ที่เขามีอยู่ หรือทำให้เขาสามาร้เอาเงิน กบข. เหล่านี้ไปจัดหา บ้านของเขาเองได้ ผมขอย้ำว่าที่ผ่านมาทางข้าราชการยังมีปัญหาเรื่องของหนี้สินมากมาย ผมขอสไลด์ (Slide) ครับ สไลด์ (Slide) ที่ท่านดู ร่างที่สภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายไปเป็น กฎหมาย เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคมพวกเราทั้งหมดในห้องนี้ทั้งสภามีมติเป็นเอกฉันท์รับหลักการ ในเรื่องนี้ ให้ข้าราชการสามาร้ที่จะนำเงินที่ตัวเองเป็นเจ้าของอยู่ไปซื้อบ้านได้ไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์เพื่อช่วยผ่อนภาระของเขา ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ เรื่องนี้เป็นสิทธิอันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญที่เขามีอยู่ รัฐธรรมนูญของเรามีการรองรับ สิทธิของประชาชนในเรื่องของทรัพย์สินของตน เงินนี้เป็นเงินของข้าราชการเอง เราเสนอ เพื่อปลดล็อกตรงนี้ ท่านดูนะครับ เป็นสิทธิอันชอบธรรมอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ มาตรา ๓๗ ที่บุคคลย่อมมีสิทธิในทรัพย์สิน เพราะฉะนั้นเงิน กบข. เป็นเงินของข้าราชการ พวกเราในสภาแห่งนี้ปลดล็อกเรื่องนี้เพื่อจะให้ข้าราชการนำเงินไปซื้อบ้านได้ แล้วหน้าที่ กบข. ข้อ ๓ ในมาตรา ๕ มีหน้าที่ในการจัดสวัสดิการและสิทธิอื่น ๆ แล้วก็มาตราต่อไป มาตรา ๔๒ ของ กบข. ก็ระบุว่าสมาชิกก็มีสิทธิที่ได้รับสิทธิเหล่านี้ ทั้งหมดนี้อยู่ในกรอบของ กฎหมายและรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ แต่ปรากฏว่าท่าน ส.ว. ไปตัดเรื่องนี้ออก ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ ไม่สมควรอย่างยิ่งครับ แล้วก็ขออนุญาตที่จะนำเสนอให้เรามีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม เพื่อร่วมกันดูว่าสาเหตุที่ท่านตัดเพราะอะไร เพราะว่า ณ เวลานี้ กบข. นำเงินของข้าราชการ ไปลงทุน ไปซื้อหุ้นในต่างประเทศ ในปีที่จะจบปี ๒๐๒๒ ปรากฏว่ามีความเสียหายเกิดขึ้น เป็นหมื่นล้านบาท เงินที่ลงทุนในตลาดหุ้นในนิวยอร์กหายไปเป็นจำนวนกว่าเกือบ ๆ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินที่จะไปลงทุน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมคิดว่าน่าจะนำมาทบทวนว่า ข้าราชการที่เป็นเจ้าของเงินสมควรจะดูแลเงินตนเองได้ ข้อมูลที่ผมได้รับจากทางวุฒิ ผมพยายามจะขอไปชี้แจงกับท่าน แต่ท่านก็ไม่ได้เรียกไป ก็เลยขออนุญาตที่จะเสนอในที่นี้ ร่วมกับเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ว่าเราสมควรที่จะต้องขอให้มีการพิจารณาเรื่องนี้ใหม่ครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล เขตบางแค กรุงเทพมหานครครับ ท่านประธานครับ ผมมีความเห็นด้วย สอดคล้องกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านนะครับ โดยเฉพาะท่านวรภพ แล้วก็ท่านปดิพัทธ์ ที่เห็นด้วยให้มีการตั้งกรรมาธิการร่วม ซึ่งผมก็จะขออภิปรายสนับสนุนในประเด็นดังกล่าว ที่ทางวุฒิสภาได้มีการตัดมาตรา ๔๓/๑ ว่าในเรื่องของการตัดสิทธิประโยชน์ของข้าราชการ ในการนำเงินกองทุน กบข. เอาไปกู้ซื้อบ้านได้ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการพูด้ึงประเด็นซ้ำซ้อน ดังกล่าวผมอาจจะให้เหตุผลสนับสนุนอีกบางประการ ท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสไป ติดตามฟังการอภิปรายของวุฒิสมาชิกในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว แนวโน้ม ส่วนใหญ่ที่ให้เหตุผลในการตัดมาตรา ๔๓/๑ ออกนั้นเป็นเหตุผลที่ว่าเป็นห่วงเรื่อง ความมั่นคงทางการเงินของกองทุน วุฒิสมาชิกหลายท่านให้เหตุผลว่า้ามีการนำเงิน ในกองทุนออกไปกู้ซื้อบ้านมาก ๆ ้ึงแม้จะมีการแคป (Cap) ไว้ว่าไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ของเงินสะสมก็ตาม กังวลว่ากองทุนจะขาดเส้ียรภาพทางการเงิน ซึ่งเรื่องนี้ผมจะขอมา นำเรียนท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกว่าจริง ๆ แล้วอาจจะเป็นมุมมองที่คลาดเคลื่อนกัน นิดหนึ่ง ที่ผมชี้แจงว่ามีความคลาดเคลื่อนกันนิดหนึ่งเพราะว่าจริง ๆ แล้วในโลกปัจจุบันก็มี เครื่องมือทางการเงินต่าง ๆ ที่ทำให้กองทุนสามาร้บริหารจัดการความมั่นคงทางการเงินได้ โดยให้สิทธิประโยชน์กับสมาชิกก็คือข้าราชการต่าง ๆ ให้เขามีความมั่นคงทางด้านการเงิน แล้วก็ได้บ้านไปด้วยพร้อม ๆ กันได้ ผมยกตัวอย่างอย่างเช่นกองทุนซีพีเอฟ (CPF) หรือเซ็นทรัล พรูวิเดนต์ ฟันด์ (Central Provident Fund) ที่ผมได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษา ดูงานพร้อมกับท่านประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ท่านศิริกัญญา ขออนุญาต เอ่ยนามนะครับ กองทุนของซีพีเอฟ (CPF) ของสิงคโปร์ก็มีความเชี่ยวชาญ แล้วก็บริหาร กองทุนได้ดี เขามีเครื่องมือหนึ่งที่ให้สมาชิกกองทุนสามาร้ดำเนินการได้ ก็คือที่เราเรียกกันว่า การจำนองแบบย้อนกลับก็คือรีเวิร์ส มอร์ตเกจ (Reverse Mortgage) พูดง่าย ๆ ก็คือปกติ เราต้องกู้ซื้อบ้านใช่ไหมครับ เอาเงินไปขอกู้จากธนาคารแล้วก็จำนองไว้ แล้วก็ผ่อนกับ ธนาคาร ้าสมมุติว่ากองทุน กบข. เปิดให้สามาร้นำเงินกองทุนไปกู้ซื้อบ้านได้ ้ึงเวลา ในวัยเกษียณข้าราชการสามาร้ขอให้กองทุนทำรีเวิร์ส มอร์ตเกจ (Reverse Mortgage) ได้ ความหมายก็คือทางกองทุนก็จะได้บ้านกลับมา แล้วก็เอาผลประโยชน์ที่ได้จากการที่ขายบ้าน กลับมาเป็นบำนาญแทน ก็คือมองว่าบ้านเป็นสินทรัพย์เพื่อการเกษียณ ลักษณะการใช้ เครื่องมือทางการเงินต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเป็นการส่งเสริมให้สมาชิกก็คือข้าราชการต่าง ๆ ในวันที่เขายังอยู่ในวัยทำงานสามาร้ส่งเงินสมทบเข้ากองทุน แล้วก็นำเงินกองทุนที่เป็นเงิน ของเขาไปกู้ซื้อบ้าน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน ไม่ต้องมีภาระ ในขณะเดียวกันในวัยเกษียณกองทุนก็ยังสามาร้รักษาเส้ียรภาพได้จากการที่มีบ้าน เป็นสินทรัพย์เพื่อใช้ในวัยเกษียณให้กับข้าราชการ ข้าราชการก็ได้เงินบำนาญกลับมาด้วย ที่เราเรียกว่าการจำนองแบบย้อนกลับ แล้วเราก็ทราบกันดีอยู่ว่า้าไม่ได้มีวิกฤติเศรษฐกิจ จริง ๆ แล้วราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตลอดอยู่แล้ว ผมก็พยายามจะ นำเรียนท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกทุกท่านว่าพวกเราพรรคก้าวไกลเชื่อว่าการที่มี มาตรา ๔๓/๑ นี้จะเป็นการส่งเสริมความมั่นคงในวัยเกษียณของข้าราชการ แล้วก็สามาร้ พร้อม ๆ ไปกับการส่งเสริมความมั่นคงทางด้านการเงินให้กับกองทุนได้หากมีการบริหาร จัดการทีู่้กต้อง ก็อยากจะขอสรุปการอภิปรายไว้เท่านี้ แล้วก็อยากจะขอเพื่อนสมาชิก ให้ลงมติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา ขอบคุณครับ🔗
นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. กองทุน บำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งวุฒิสภาลงมติให้แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งผมไม่เห็นด้วย กรณีที่วุฒิสภาให้ตัดมาตรา ๕ ซึ่งในมาตรา ๕ ของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ให้ตัดคำว่า มาตรา ๔๓/๑ สมาชิกตั้งแต่ ๕ ปีขึ้นไปมีสิทธิขอรับเงินจากกองทุนไม่เกินอัตรา ร้อยละ ๓๐ ของจำนวนเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวที่บันทึกไว้ ในบัญชีรายบุคคลเพื่อใช้จ่าย โดยมีวัตุ้ประสงค์เฉพาะแต่ในการจัดหาที่อยู่อาศัยของตนได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเท้าความนิดหนึ่ง ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นร่างของ ครม. ที่เข้ามารับหลักการ ในสภาผู้แทนราษฎรประกบด้วยร่างของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนำเสนอโดยท่านดอกเตอร์ พิสิฐ ลี้อาธรรม และคณะ สภารับหลักการไปแล้ว แล้วก็พิจารณาในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ แล้วนำเข้ามาพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรในวาระสอง ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรในวาระสอง เห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้มีการเพิ่มเติมมาตรา ๔๓/๑ ให้สมาชิก กบข. สามาร้ขอรับเงินจาก กองทุน กบข. ไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์สำหรับคนที่จะนำไปเพื่อมีวัตุ้ประสงค์เกี่ยวกับ การจัดหาที่อยู่อาศัย ซึ่งผมคิดว่าหลักการนี้สภาผู้แทนราษฎรยืนยันแข็งแรงว่าสามาร้ที่จะ ให้นำเงิน กบข. ไปลงทุนเกี่ยวกับปัจจัย ๔ ปัจจัย ๔ ก็คือเรื่องที่อยู่อาศัย ต้องยอมรับว่า ข้าราชการจำนวนมากก็ไม่มีบ้านหลังแรกของตนเอง เพราะฉะนั้นการที่ให้สมาชิกตัดสินใจ ที่จะนำเงินของตัวเองที่เป็นสิทธิที่ตัวเองจะสามาร้บริหารได้ไปบริหารจัดการเพื่อให้มี ที่อยู่อาศัย อาจจะไม่ได้ซื้อสด อาจจะเป็นส่วนที่จะสามาร้เข้า้ึง ไปดาวน์ (Down) ได้ แล้วก็ผ่อนชำระได้ เมื่อเขาเกษียณอายุก็จะมีบ้านเป็นของตนเอง อันนี้ผมว่าเป็นหลักการที่ดี ปัจจุบันผลจากการที่ลงทุนด้วยเงินผลตอบแทนบางครั้งก็มีความเสี่ยง แล้วบางครั้งผลตอบแทน ก็ค่อนข้างน้อย แต่ที่อยู่อาศัยเป็นสมบัติที่ทุกคนจะหวงแหน มีแต่มูลค่าที่จะเพิ่มขึ้น เมื่อซื้อบ้านแล้วก็จะมีการปรับปรุง มีการตกแต่งเพิ่มเติม แล้วก็ดูแลบ้านของตนทำให้มี ความมั่นคงในเรื่องของการดำรงชีวิต เพราะฉะนั้นในมาตรา ๔๓/๑ ที่พรรคประชาธิปัตย์ ท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ได้เสนอร่างประกบกับร่าง ครม. นี้ แล้วผู้แทนราษฎรเห็นชอบ เป็นเอกฉันท์ แต่สมาชิกวุฒิสภามีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยตัดในส่วนที่คิดว่าเป็นนวัตกรรม ในการออกกฎหมาย ให้ผู้ที่เป็นสมาชิก กบข. ได้เข้า้ึงเงินของเขาเพื่อที่อยู่อาศัยผมจึง ไม่เห็นด้วย จึงขอให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้ลงมติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข เพิ่มเติมของวุฒิสภา กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ผมขออนุญาตที่ประชุม อนุญาตให้สมาชิกอีก ๒ ท่านได้อภิปราย เนื่องจากประเด็นก็จะซ้ำ หลังจากนั้นก็จะขอลงมติ ๒ ท่านที่เสนอชื่อมาก็คือคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ขออนุญาต ที่ประชุม และพวกเราที่จะไปไหนก็อย่าไปไกล ขอเชิญคุณณัฐวุฒิครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขออนุญาตท่านประธานในการขอมีส่วนร่วมที่ไม่เห็นด้วยกับการที่ วุฒิสมาชิกแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า กบข. ในประเด็นที่ทั้งอาจจะมีส่วนที่ซ้ำ แล้วก็ประเด็นส่วนที่ ไม่ซ้ำกับเพื่อนสมาชิกที่ได้พูดไปก่อนหน้านี้แล้ว ท่านประธานครับ ตอนแรกผมไม่ได้คิด ที่จะต้องพูด แต่ว่าฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านแล้วยังจำเป็นต้องย้ำ และยิ่งอ่านย้อนกลับไปว่า เกิดอะไรขึ้นในการลงมติในวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ที่วุฒิสภาพวกเราปล่อยผ่านไปไม่ได้ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านอาจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ได้อธิบายชัดเจนว่าสภาแห่งนี้ ได้รับหลักการร่าง กบข. อย่างน้อยที่สุด ๒ ฉบับด้วยกัน ฉบับหนึ่งก็คือฉบับของรัฐบาล อีกฉบับหนึ่งก็คือฉบับของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีหลักการที่ชัดเจนพูด้ึงการระบุให้สมาชิก กบข. นั้นสามาร้ใช้สิทธิในการกู้เพื่อซื้อบ้านได้ แน่นอนมีแม้กระทั่งตัวเลขจำนวนเปอร์เซ็นต์ ของเงินที่สามาร้กู้ได้ซึ่งเป็นสิทธิของเพื่อนพี่น้องข้าราชการ รวม้ึงผมที่เป็นลูกข้าราชการ ซึ่งก็ใช้สิทธิ กบข. ในประเด็นต่าง ๆ มาก่อนหน้านี้ ผมคิดว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญ ้าเพื่อนสมาชิกจำกันได้เมื่อวันที่ ๒๒ มิุ้นายน ปี ๒๕๖๕ สภาแห่งนี้มีความพยายามของ ข้าราชการ จะเป็นในสังกัดของ กบข. หรือกระทรวงการคลังก็แล้วแต่ที่จะขอไม่เห็นด้วย ขอเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ซึ่งเป็นสิทธิของท่าน คัดค้านเสียงข้างมากที่ระบุว่าต้องเพิ่ม มาตรา ๔๓/๑ เข้าไปในมาตรา ๕ ของร่างพระราชบัญญัติ กบข. เกิดอะไรขึ้นครับ ท่านผู้นำ ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ต้องขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่าน้ึงต้องช่วยพูดแทนสมาชิกว่าสมาชิกแก้ไขแบบนั้นไม่ได้ เป็นการขัดกับหลักการ เป็นการขัดกับประโยชน์ที่พี่น้องข้าราชการต่าง ๆ ควรจะได้รับ เป็นการขัดกับสิ่งที่พวกเขา ควรมีหลักประกันของชีวิตไม่น้อยไปกว่ากรณีของเงินบำเหน็จบำนาญ นั่นคือสิ่งที่พวกเรา ยืนยันด้วยเสียงอย่างท่วมท้นว่าตัดมาตรานี้ไม่ได้ เป็นประการที่ ๑🔗
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ จะไม่พูดก็ไม่ได้ เพราะผมได้ยินข่าวมา ก่อนหน้าที่วุฒิสมาชิกจะพิจารณาแล้วครับ จะเป็นโดยข้าราชการที่เกี่ยวข้องใด ๆ ก็แล้วแต่ พูดชัดเจนว่าสภาร่างปล่อยไปแต่วุฒิไม่ยอม แล้วเกิดอะไรขึ้นครับ ปรากฏเสียงของวุฒิสมาชิก มีผู้ประชุมทั้งหมด ๑๙๕ ท่าน ๑๙๓ ท่านเห็นด้วยเป็นเอกฉันท์ แน่นอนครับตำแหน่งแห่งที่ ของท่านที่ติดตัวมาก่อนเป็นวุฒิสมาชิกก็บอกอยู่ แล้วว่าจะสะท้อนเสียง ส่วนใหญ่หรือเสียงข้างมาก ผมต้องขออนุญาตเสียมารยาทต่อท่านประธานจริง ๆ ที่จำเป็น แม้กระทั่งจะต้องอ่านว่าประธานวุฒิสภา ณ ขณะนั้นพูดในสภาขณะลงมติว่าตนเอง เป็นกรรมการ กบข. มาก่อน กบข. นั้นมีลักษณะการใช้เงินสมทบการเงินนำเข้าจากรัฐบาล ฉะนั้นการนำเงินเข้าและออกจะมีปัญหา ตนเองก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการใส่มาตราที่มีการกู้ เพื่อขอไปซื้อบ้านหรือไปสร้างบ้าน นี่ท่านพูดเอง มีบันทึกอยู่ในวันที่ ๘ พฤศจิกายน ปี ๒๕๖๕ ท่านพูดแบบนี้ไม่ได้ แต่แน่นอนท่านยังติ่งท้ายไว้ว่าหากวุฒิสภาเห็นแตกต่างไป ก็ขอให้มีการตั้งกรรมาธิการร่วม นั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประการที่ ๒ ซึ่งผมคิดว่ายืนยันว่า สภาล่าง ซึ่งเราไม่ใช่สภาล่าง เราเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน เป็นสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ ท่านต้องใช้สิทธิของท่านยืนยันแทนพี่น้องข้าราชการกว่า ๑.๑ ล้านคนที่เป็นสมาชิก กบข. ที่มีวงเงินมากกว่า ๔๖๖ ล้านบาท ที่มีเงินหมุนเวียนต่าง ๆ อยู่ที่จะยืนยันว่าเขามีสิทธิที่จะใช้ ในการกู้เงินเพื่อซื้อบ้าน นั่นเป็นประการที่ ๒ ที่ผมคิดว่าปล่อยผ่านไปไม่ได้ เสียดายว่า ระบบของเราไม่เปิดโอกาสให้ประธานคณะกรรมาธิการของ สว. มาชี้แจงจะได้้ามท่านว่า ตกลงเรื่องที่ผมพูดนั้นเป็นแบบนั้นจริงหรือไม่🔗
เรื่องที่ ๓ ขออนุญาตยืนยันครับ พรรคก้าวไกลพูดแทนพี่น้องประชาชน พี่น้องข้าราชการชั้นผู้น้อยทุกคนว่านี่คือหนึ่งในหลักประกันชีวิตสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ๔ ประการ อาหาร ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม หลายอย่างเขาลงทุนเองมาหมด แต่นี่คือเงินของเขา เงินของเขาที่จะเป็นหลักประกันในชีวิตเขา ไม่ว่าจะย้ายไปอยู่ที่ไหน แต่ขอให้บ้านเป็นส้านที่ที่อบอุ่น พรรคก้าวไกลชัดเจนว่าสิทธิของข้าราชการชั้นผู้น้อยนั้น เป็นสิ่งที่เรายืนยันและนี่เป็นหนึ่งสิ่งที่ผมคิดว่าต้องขอเพื่อนสมาชิกช่วยกันยืนยันครับ หากจะต้องมีการปรับแก้ ก็ขอให้มีการปรับแก้เพียงร้อยละเท่านั้น แต่หลักการต้องคงอยู่ เป็นข้อกฎหมายที่เราไม่อาจปล่อยให้ กบข. ผ่านไปในลักษณะเช่นนี้ได้ ต้องขอวิงวอนต่อ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ที่ช่วยกันยืนยันอย่างแท้จริง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
อีกท่านหนึ่งครับ ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้อง้ิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานครับ ผมคนหนึ่งที่คิดว่ายืนยันตามหลักการเดิมก็คือว่าช่วงที่สภานี้ได้ให้ความเห็นชอบ สิ่งสำคัญหนึ่ง ก็คือเรื่องของการเปิดโอกาสให้สมาชิก กบข. นั้นได้นำเงินสะสมของตนเองไปซื้อที่อยู่อาศัย จัดหาที่อยู่อาศัยของตนเองได้ อันนี้ก็เป็นหลักการ แต่ในชั้นของมาตรา ๕ ทีู่้กตัดออกไป ผมคิดว่ามันมีสัก ๒-๓ ประเด็นที่อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ก็คือว่า จริง ๆ แล้ว ประการที่ ๑ ก็คือสมาชิกต้องตั้งแต่ ๕ ปีขึ้นไปที่จะมีสิทธินำเงินของตัวเองไม่เกิน ร้อยละ ๓๐ ไปจัดหาที่อยู่อาศัยของตนได้ นั่นก็แปลว่ามีความมั่นคงในการเงินพอสมควร ที่เป็นสมาชิกมา ๕ ปี ผมคนหนึ่งที่เคยเป็นสมาชิก กบข. เดิมทีเราไม่มีสวัสดิการด้านนี้ ก็เห็นด้วยกับการนำเงินนี้ไปจัดหาที่อยู่อาศัย นั่นคือประการที่ ๑🔗
ประการที่ ๒ ผมฟังเพื่อนสมาชิกว่าที่วุฒิสภาตัดไปเรื่องของความมั่นคง ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่ากองทุน กบข. นั้นมีความมั่นคง โดยเฉพาะเงินกองทุนที่มีอยู่ ผมขอแจ้งยอดให้ท่านประธานได้ทราบโดยประมาณ ประมาณ ๔๖๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่กองทุนนั้นมี ซึ่งมากพอ เงินในจำนวนนี้ก็จากข้อมูลสามาร้นำไปลงทุนในตราสารหนี้้ึง ๖๒ เปอร์เซ็นต์ ไปลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกอีก ๒๔ เปอร์เซ็นต์ ไปลงทุนเรื่องของ ตราสารทุนอีกประมาณ ๑๔ เปอร์เซ็นต์ นั่นก็คือความมั่นคงที่กองทุนนั้นพยายามพัฒนาการ ของการสร้างความมั่นคงให้กับสมาชิก กบข. ผมจึงคิดว่าอันนี้ก็คือเหตุผลหนึ่งที่ผมคิดว่า น่าจะทำได้ แต่อย่างไรก็ตามในหลักเกณฑ์ที่อาจจะเป็นห่วงเรื่องของยอดเงินร้อยละ ๓๐ ของจำนวนเงินสะสม เงินสมทบ และหาประโยชน์ตอบแทนอาจจะเป็นเรื่องที่ผมคิดว่า ในท้ายของมาตรานี้ที่เพิ่มเติมตามที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบไปนั้นให้เขียนไว้ว่า ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด นั่นก็แปลว่ายังเปิดช่องให้ อาจจะปรับลดเรื่องของร้อยละของจำนวนเงินสะสมและเงินสมทบของสมาชิกได้อยู่ นั่นก็แปลว่าไม่ได้ตัดสิทธิว่าสมาชิก กบข. นั้น เมื่อเป็นสมาชิกแล้วสามาร้สร้างความมั่นคง ให้กับชีวิตตนเองในการเปิดโอกาสให้จัดหาที่อยู่อาศัยของตนเองได้ นั่นก็แปลว่าเรายืน ในหลักการที่สภานี้ได้รับ แล้วก็เห็นชอบเรื่องของการจัดหาที่อยู่อาศัยของสมาชิก ผมจึง นำเรียนท่านประธานว่านี่เป็นเหตุผลทั้งหมดที่คิดว่าเพื่อนสมาชิกพยายามอธิบาย เพื่อประโยชน์ของสมาชิก กบข. ที่เป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย ผมเรียนท่านประธานว่าผมจำได้ว่าผมรับราชการครั้งแรกในกระทรวงมหาดไทย เราพบว่า ลำบากมากในการจัดหาที่อยู่อาศัย ต้องไปเช่าบ้านอาศัย ต้องใช้เงินส่วนตัว ประเด็นเหล่านี้ เราต้องเห็นใจข้าราชการที่มีบ้าน การสร้างความมั่นคงให้ตัวเองนั้นเป็นสิ่งทีู่้กต้องแล้ว สำหรับข้าราชการที่ใช้เงินเดือนของตัวเองในการดำเนินการ แต่เงินที่เขาสะสมในระยะ ๕ ปี ผมเรียนท่านประธานว่านี่คือสิ่งที่เป็นเรื่องหลักประกันชีวิตของตัวเองต่อความมั่นคงในชีวิต ของข้าราชการ ผมจึงเห็นว่าการที่วุฒิสมาชิกตัดมาตรานี้ออกไปเราควรจะยืนในหลักการของ สภาผู้แทน ท่านประธานครับ ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ🔗
ผมได้ขอท่านณัฐวุฒิ และศาสตราจารย์โกวิทย์เป็น ๒ ท่านสุดท้ายนะครับ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ท่านสมาชิกกรุณา เข้ามาเพื่อแสดงตน ลงมตินะครับ ขออนุญาตนะครับ เนื่องจากในประกาศไปอย่างนั้น ขออภัยด้วยครับ🔗
สมาชิกกรุณาแสดงตน ก่อนลงมติครับ🔗
๒๗๓ แสดงตนครับ🔗
๒๗๓ บันทึกด้วยครับ🔗
๑๓๙ แสดงตนครับ🔗
๓๙๙ ขอแสดงตนครับ🔗
จำนวนผู้เข้าประชุม ที่แสดงตน🔗
๓๓๐ วิรัตน์แสดงตนครับ🔗
ไม่เป็นไรเอาไว้ตอนลงมติ ๒๗๓ บวก ๒ เป็น ๒๗๕ ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอ้ามมติว่าผู้ใดเห็นชอบด้วย กับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภากดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม ของวุฒิสภากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญ ลงมติครับ🔗
ท่านประธานครับ ๑๓๘ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
เจ้าหน้าที่บันทึกนะครับ ท่านสมาชิกพร้อมไหม พร้อมนะครับ ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๘๑ บวก ๑ ๒๘๒ คน เห็นด้วย ๒๐๖ คน ไม่เห็นด้วย ๖๘ บวก ๑ ๖๙ คน งดออกเสียง ๗ ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี มติที่ประชุมเห็นด้วยที่วุฒิสภาแก้ไขครับ🔗
๔.๕ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติกองทุน เงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
เรื่องนี้ประธานวุฒิสภาได้มี หนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๙ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง เมื่อวันอังคาร ที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๕ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติให้แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงได้ส่งร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๗ (๓) ทั้งนี้ ในการพิจารณาตามมาตรา ๑๓๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญ ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมให้้ือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว และให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๘๑ แต่้า สภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมให้แต่ละสภาตั้งบุคคลซึ่งเป็น หรือมิได้เป็นสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจำนวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกำหนด ประกอบเป็นคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ อันนี้เป็น กระบวนการดำเนินการตามมาตรา ๑๓๗ ครับ ท่านสมาชิกที่มีความประสงค์จะอภิปราย ในร่างนี้กรุณาส่งชื่อมานะครับ ขณะนี้ก็มีการส่งชื่อมาแล้ว ๙ ท่าน ผู้ใดประสงค์จะอภิปราย ส่งชื่อมาเพื่อจะได้รู้จำนวนครับ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง คุณสมเกียรติ ้นอมสินธุ์ คุณมานพ คีรีภูวดล คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ คุณอนุรักษ์ บุญศล คุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง คุณชินวรณ์ บุณยเกียรติ นายสฤษดิ์ บุตรเนียร คุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล ขณะนี้มีชื่อแล้ว ๙ ท่าน ้ามีเพิ่มเติมกรุณาส่งชื่อมานะครับ ไม่อยากให้แ้มไปทีละท่าน ๆ เชิญ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมในฐานะที่เคยเป็นกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เรามีความไม่เห็นด้วยกับการเสนอแก้ของวุฒิสภา หลักที่ผมจะขออภิปรายที่ไม่เห็นด้วยกับการเสนอแก้ แม้ว่าการแก้ของวุฒิสภาจะมีลักษณะ เป็นการยืดหยุ่นก็คือ ประการที่ ๑ กรณีดอกเบี้ย ๐-๑ เปอร์เซ็นต์ ก็คือว่ากรรมการจะไปมี ดอกเบี้ยก็ได้ มีเท่าไรก็ได้ แต่ไม่ให้เกิน ๑ เปอร์เซ็นต์ ประการที่ ๒ การที่ให้มีเบี้ยปรับไม่เกิน ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็มีเพดานที่เบี้ยปรับนั้นไม่เกิน ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าในร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) ๒๕๖๐ นั้น กรณีดอกเบี้ย ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เบี้ยปรับ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ร่างที่แก้กลับลงมาก็คือมีดอกเบี้ยกับเบี้ยปรับไม่เกิน ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรเราได้แก้กฎหมายขึ้นไปนั้น เราไม่มีดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ ไม่มีผู้ค้ำ ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยกับวุฒิสภามีอยู่ประมาณ ๓-๔ ประการ ประการที่ ๑ ร่างของวุฒิสภาที่ส่งเข้ามาผมมองว่าเป็นบทบัญญัติขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ กรณีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๕๔ ที่ได้บัญญัติไว้ในวรรคห้าและวรรคหกว่า ให้ตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ คือรัฐธรรมนูญมีเจตนาที่จะให้มีการ เรียนฟรี โดยว่าสำหรับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ต้องการจะส่งเสริมเพื่อจะให้มีทุนการศึกษา ให้มีทุน ไม่ใช่ทุนกู้ยืมนะครับ ทุนการศึกษา แต่เราก็พยายามจะอนุโลมว่าปัจจุบันรัฐบาล ยังไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลมักจะอ้างว่าได้ตั้งกองทุนเพื่อเสมอภาคทางการศึกษา แต่ปรากฏว่ารัฐบาลเป็นรัฐ กองทุนเสมอภาคทางการศึกษาก็ไม่สามาร้เอื้อมมาช่วย ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ยกเว้นให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ขาดแคลน ทุนทรัพย์จะไม่มีสิทธิได้เข้ากองทุน เพราะว่าท่านต้องการให้เป็นสิทธิเสมอกัน หรือเป็น สวัสดิการ้วนหน้าสำหรับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ท่านประธานที่เคารพ หลักการเรื่องกองทุน กยศ. ในจุดเริ่มต้นก็มีคนชื่นชมว่าดี แต่ผมอยากให้มองในความเป็นจริง ้าเรามองว่ารัฐบาล เป็นพ่อแม่ของประชาชน รัฐบาลจะต้องไม่นิยมให้ลูกไปเป็นหนี้ แต่กองทุนให้กู้ยืม เพื่อการศึกษานั้นปรากฏว่ารัฐบาลที่เป็นพ่อแม่ที่ดีต้องส่งเสริมลูกให้เรียนหนังสือ แต่เราหยิบ ๒ เรื่องซึ่งเป็นเรื่องตรงกันข้าม หรือเป็นเรื่องที่อคติต่อกันก็คือทำให้คนจะมีการศึกษาได้ รัฐบาลกลับส่งเสริมให้มีการกู้ยืม ดังนั้นแนวคิดเช่นนี้ก็เหมือนแนวคิดในสมัยอดีตที่เรานิยม เรื่องการเป็นทาสซึ่งู้กกฎหมาย อันนี้ก็คือส่งเสริมให้คนเป็นทาสเงินเราจึงเห็นว่าหลังจากแก้ กฎหมาย กยศ. เมื่อปี ๒๕๖๐ ขึ้นมาจึงเห็นเป็นวิกฤติและเป็นความโหดร้ายอย่างยิ่ง สิ่งนี้ จึงอยากจะเรียนว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา ๖/๑ มาตรา ๖/๑ ซึ่งเราบอกว่ากองทุนเพื่อการศึกษาจะมีลักษณะให้ (๑) สำหรับผู้ขาดแคลน ทุนทรัพย์ แล้วกรรมาธิการก็เห็นว่าผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์นั้นรัฐธรรมนูญได้บัญญัติว่าจะต้อง เรียนฟรีเป็นทุน เราจึงมาเขียนเป็นกรณี (๑) ให้คณะกรรมการพิจารณาเป็นทุนการศึกษา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขออนุญาตอีกสัก ๒-๓ นาที ปรากฏว่ากรรมาธิการหรือ วุฒิสภาก็ไปตัด (๑) อันนี้จึงส่อที่จะไปขัดรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ต้องเป็นการกู้ยืม ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง ปรากฏว่าปัจจุบัน หนี้ กยศ. จำนวน ๖ ล้านกว่าคน อยากให้ขึ้นสไลด์ (Slide) นิดหนึ่ง🔗
มีจำนวน ๒ ล้านกว่าคน อยู่ในชั้นผิดนัดชำระ และู้กบังคับคดี และู้กฟ้องร้องประมาณ ๑ ล้านกว่าคน ที่มีดอกเบี้ยและเบี้ยปรับเฉลี่ย ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ที่สำคัญคือกองทุนการให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเราไม่ได้ตรวจสอบ ความไม่มีวินัย กยศ. ท่านประธานทราบไหมครับ หลังจากปี ๒๕๖๐ ได้ย้ายที่ทำการจาก กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการคลังมาเช่าตึกเอไอเอ (AIA) อยู่ งบการเงิน เมื่อปี ๒๕๖๔ เอาเงินนักเรียนเดิมค่าใช้จ่ายไม่เกิน ๒๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันมีพันกว่าล้านบาท คือเอาเงินนักเรียนมาใช้ แล้วก็ที่สำคัญอย่างยิ่งแค่ไปเช่าตึกเอไอเอ (AIA) งบการเงินปี ๒๕๖๔ ๒๐๐ กว่าล้านบาท เงินก้อนนี้เป็นเงินของเด็กนักเรียน แล้วที่สำคัญ้าไปดูการใช้จ่ายเงิน ฟุ่มเฟือยมาก ดังนั้นความไม่มีวินัยการเงินการคลังของกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษารัฐบาลนี้กลับไม่สนใจเลย น่าจะเข้าไปตรวจสอบว่าเงินจำนวนเป็นพันกว่าล้านไปจ้างทนายความเป็นใคร ขณะที่มี กรรมการแค่ไม่กี่คน และที่สำคัญค่าโทรศัพท์ก็ยังเบิกจำนวนมาก ดังนั้นผมจึงเห็นว่า อย่างไรก็ตามกฎหมายฉบับนี้เป็นคุณ ้ามีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมากรณีมีดอกเบี้ย และเบี้ยปรับเราอาจจะมีการพิจารณาใช้เวลาประชุมไม่เกิน ๗ วัน ก็กลับมาได้ครับ ดังนั้น ผมจึงไม่อยากให้เอาผู้เดือดร้อนเป็นตัวประกัน จึงขอแสดงความเห็นว่าอยากให้ตั้ง กรรมาธิการ ขอบพระคุณมากครับ🔗
เชิญคุณสมเกียรติ ้นอมสินธุ์🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ้นอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางนาและ เขตพระโขนงครับ วันนี้ผมขออภิปรายร่าง พ.ร.บ. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ทาง วุฒิสมาชิกได้แก้ไขมานะครับ ในประเด็นหลัก ๒ ส่วนที่ผมอยากแสดงความคิดเห็น เนื่องจาก ทางสภาผู้แทนราษฎรมีมติไปแล้ว ผมก็ได้เก็บข้อมูลแล้วก็สอบ้ามกับคนรอบตัวที่พบเจออยู่ บ่อย ๆ ในเรื่องของดอกเบี้ยและค่าปรับล่าช้าในการคืนสู่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษานี้ หลาย ๆ เสียงก็มีความเห็นว่าเราไม่ควรที่จะยกเลิกเบี้ยปรับหรือดอกเบี้ยทั้งหมด มองว่า เป็นการที่จะแสดง้ึงขาดความรับผิดชอบและความกระตือรือร้นในการที่จะคืนเงินให้กับ กองทุน แล้วก็จะมีผลกระทบในส่วนของนักศึกษา นักเรียนรุ่นใหม่ ๆ ที่อาจจะมีงบประมาณ ลดน้อยลง เมื่อวานนี้ทางเขตพระโขนงมีการประชุมคณะกรรมการชุมชนประจำเดือน ธันวาคมที่ผ่านมา ผมก็ได้สอบ้ามความเห็นในเรื่องนี้ในที่ประชุมด้วย เสียงส่วนใหญ่ แสดงความเห็นท่วมท้นว่าจำเป็นจะต้องมีเบี้ยปรับในส่วนของการผิดนัดชำระหนี้ หรือการชำระหนี้ที่ล่าช้า ซึ่งที่ทาง ส.ว. แก้ไขกลับมาไม่เกินร้อยละ ๐.๕ ต่อปี และยังมี ความยืดหยุ่นว่าขึ้นอยู่กับทางคณะกรรมการกำหนดอีกที อาจจะมีเงื่อนไขว่า้าเราชำระหนี้ ตรงตามทั้งหมดเขาก็อาจจะไม่มีเบี้ยตรงนี้เพิ่มเข้ามา ก็้ือว่าเป็นความยืดหยุ่นที่เป็นข้อดี และเบี้ยปรับที่กำหนดเพดานไว้ก็ไม่ได้สูงเกินมาตรฐานที่จะรับไม่ได้ ตรงนี้ผมก็อยากแสดง ความคิดเห็นว่าเราจำเป็นที่จะต้องยังคงเบี้ยปรับ โดยเฉพาะในส่วนของการผิดนัดชำระหนี้ ที่ชำระหนี้ที่ล่าช้า เพื่อแสดง้ึงความรับผิดชอบและความใส่ใจในการที่จะต้องคืนหนี้ตรงนี้ เพื่อประโยชน์กับน้องนักศึกษารุ่น้ัด ๆ ไป ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ด้วยนโยบายในส่วนของ กยศ. นั้นพรรคภูมิใจไทยที่เรามีเป็นนโยบายเราก็ไม่เห็นด้วย ในเรื่องของการคิดดอกเบี้ย มีเบี้ยปรับ แล้วก็ในส่วนของผู้ค้ำประกันด้วย สำหรับหนี้ กยศ. นั้น ในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ผมลงไป้ามผู้ปกครองที่เป็นหนี้ กยศ. อยู่ ด้วย ๒-๓ ปัจจัยเขาบอกว่าโดยเงื่อนไขโครงสร้างเด็กเรียนจบมาแล้วไม่สามาร้ที่จะทำงานได้ เพราะฉะนั้นการที่จะให้ชำระหนี้มันก็ลำบาก ไม่มีหนทางที่จะเอาเงินมาชำระได้ เพราะฉะนั้น การที่จะไป้ือว่าการคิดดอกเบี้ยและชำระดอกเบี้ยนั้นมันจะมีวินัย เขาบอกว่าอย่างไร ๆ ก็ต้องฝืน ต้องผิดนัดอยู่ดี เพราะว่าเรียนจบมาแล้วไม่สามาร้ทำงานได้ แล้วก็ในส่วนของ นโยบายเรื่องนี้ผมคิดว่ารัฐบาลควรที่จะลงทุนในเรื่องของการศึกษากับผู้ยากไร้ แล้วก็ ด้อยโอกาสทางด้านการศึกษา ผมเห็นพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคประชาชาติ ได้สนับสนุนในเรื่องของมีนโยบายตรงกันในเรื่องของไม่เห็นด้วยในการคิดดอกเบี้ยยากจน ของเด็กนักเรียน ผมก็้ือว่าเป็นบุญ แล้วก็เป็นเรื่องของการลงทุนในเรื่องของความมั่นคง ในเรื่องของลดความเหลื่อมล้ำของผู้ยากไร้ เพราะฉะนั้นในเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรที่เราผ่านไปแล้ว เรามีมติไม่คิดดอกเบี้ยแล้ว แล้วก็ ไปผ่านวุฒิสภา แล้วก็วุฒิสภามีการแก้ไขกลับมาให้มีดอกเบี้ย ในส่วนตัวผมนั้น ผมก็ยัง ไม่เห็นด้วย แต่ในเรื่องของการพิจารณาช่างน้ำหนักว่า้าวันนี้สภาเลือกในการที่จะตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมผมเกรงว่าจะมีความล่าช้า แล้วก็ในห้วงเวลาที่สภากำลังจะครบวาระ ๔ ปีพอดีนั้น ในขณะที่พี่น้องประชาชนร่วมล้านกว่าคดี ในล้านกว่าคดีนี้ ๑ ครอบครัว ลูกู้กฟ้อง ๑ คน มีผู้ค้ำประกัน ๑ คน เพราะฉะนั้นความทุกข์ร้อนในเรื่องของหนี้จาก ครัวเรือนของ กยศ. ในครอบครัวการศึกษา ผมเชื่อว่ามันทุกข์กันทุกคน แต่ละวันต้องไปศาล แต่ละวันจะต้องไปู้กให้ทนายโนทิซ (Notice) เข้ามา เพราะฉะนั้นในเรื่องของ กยศ. ผมคิดว่าน่าจะมีการแก้ไขกันใหม่ โดยพรรคภูมิใจไทยเราคิดว่าวันนี้้าเราสู้กันมาจนสุดทาง แล้วก็ู้กแก้ไขมาเป็นอย่างนี้ แต่ก็ยังเห็นว่าผลพวงจากการแก้ไขของวุฒิสมาชิกนั้นก็ยังมี ส่วนดี แล้วก็บรรเทาความเดือดร้อนของผู้ค้ำประกัน แล้วก็ในยอดของเงินของผู้ที่มีส่วน เป็นคดีอยู่บ้าง ก็้ือว่าบรรเทาเบาบางไปได้บ้าง แต่้าพรรคภูมิใจไทยเรากลับเข้ามาเป็น รัฐบาลใหม่ในคราวหน้านั้น เรามีความเห็นว่าเราจะหยิบยกเรื่องนี้มาแก้ไขใหม่เพื่อที่จะไม่ให้ มีดอกเบี้ย เป็นการลงทุนในเรื่องของการศึกษากับผู้ยากไร้ เราลงทุนด้านอื่นเยอะ ลงทุน ในเรื่องของความมั่นคง เราู้กสูญเสียใช้จ่ายงบประมาณ แล้วก็สูญเสียไปในเรื่องของ การประกัน การเชิญชวนในด้านทางสังคมพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ก็สูญเสียไปมากกว่านี้ครับ เพราะฉะนั้นมันเหมือนกับธนาคารพาณิชย์ ๑ ธนาคารคือกองทุนการศึกษา มีสมาชิกตั้ง ๖-๗ ล้านคน ๖-๗ ล้านคนในครอบครัวก็ปาไป ๑๐ กว่าล้านชีวิต เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ ผมคิดว่าพรรคภูมิใจไทยวันนี้เราต้องมีมติที่แสดงให้เห็นว่าเราไม่เห็นด้วยกับการคิดดอกเบี้ย กับการแก้ไขของเพื่อนวุฒิสมาชิก ขอบคุณครับ🔗
เนื่องจากทางฝ่ายค้าน ได้เสนอชื่อมา ๑๑ ชื่อ ของรัฐบาล ๔ ชื่อ เพราะฉะนั้นก็จะสลับกันโดยต่อไปจะเป็นคุณมานพ คีรีภูวดล คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ คุณอนุรักษ์ บุญศล แล้วไปคุณชินวรณ์ บุณยเกียรติ ขอเชิญ คุณมานพครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมจำได้ผมเป็นลูกค้าหรือลูกหนี้ กยศ. ยุคแรก ๆ และผมก็จำได้ว่ากองทุน กยศ. เกิดขึ้นสมัยท่านประธานเป็นนายกรัฐมนตรี ตอนนั้นผมจำได้ว่า มีงบประมาณประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เป็นทุนเริ่มต้นในการทำโครงการ ทำให้นักเรียน นักศึกษาได้เรียนหนังสือ ต้องขอบคุณท่านประธานที่มีโครงการนี้เกิดขึ้น ต้องดูตัวอย่างตรงนี้ ท่านประธานครับ ผมเป็นเด็กบ้านนอกบนดอย้ามันไม่มีเงินกู้ กยศ. ผมนึกไม่ออกว่าผมจะ เอาเงินที่ไหนจ่ายค่าเทอม ค่าเลี้ยงชีพ ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการ กยศ. โดยส่วนตัวแล้ว ผมยืนยันตลอดว่าเราไม่จำเป็นจะต้องคิดดอกเบี้ย ไม่จำเป็นต้องคิดเบี้ยปรับ และผมยืนยันว่า การลงทุนที่ดีที่สุดก็คือการลงทุนเรื่องทรัพยากรมนุษย์ ทีนี้ในส่วนของ ส.ว. ได้แก้ไข ผมคิดว่า ผมก็มีความเห็นต่างอยู่หลายประเด็น ในมาตรา ๕ (๑) ในกรณีที่จะเป็นการให้ทุนการศึกษา ส.ว. ได้ตัดคำว่า ขาดแคลนทุนทรัพย์ นะครับท่านประธาน ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องของวิสัยทัศน์และกระบวนทัศน์ในการพัฒนาทรัพยากรประเทศ ท่านยังยืนยันว่าสาขาที่ขาดแคลนหรือสาขาที่มีกองทุนมุ่งส่งเสริม ผม้ามว่ากองทุน มุ่งส่งเสริมสาขาอะไร สาขาที่บริษัทกลุ่มทุนต้องการหรือครับ สาขาที่พรรคพวกของผู้บริหาร กองทุนต้องการหรือครับ คนขาดแคลนทุนทรัพย์ที่เป็นบุคลากรทรัพยากรทั้งประเทศ เขาไม่ใช่บุคลากร เขาไม่ใช่ทรัพยากรมนุษย์ที่อยู่ในประเทศนี้หรือ อันนี้ผมคิดว่าเป็นวิธีคิด ของ ส.ว. ที่ผมคิดว่ามีปัญหาในแง่ของการดูภาพรวมของทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นคือคนยิ่ง ขาดแคลนเราต้องยิ่งที่จะดันให้เขาได้มีโอกาสเรียนหนังสือ เพราะเขาคือทรัพยากร บุคลากร ในประเทศนี้ เราจะมุ่งส่งเสริมเฉพาะคนที่ขาดแคลน ประเทศนี้เราจะอยู่กันเฉพาะคนเหล่านี้ หรือครับ เราจำเป็นที่จะต้องมุ่งส่งเสริมทุกกลุ่มคน คนที่ขาดโอกาส คนที่ขาดแคลน เราจะต้องเน้นเป็นพิเศษ คนที่มีโอกาส มีส้านะอยู่แล้วเขาพอช่วยตัวเองได้ มันเป็นการ ให้ทุนในสาขาที่เขาขาดแคลนก็ดี คนที่ขาดทุนทรัพย์ก็ดี อันนี้ผมอยากจะบันทึกไว้ตรงนี้ครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ซึ่ง้ึงแม้ว่าจะไม่อยู่ในนี้แต่มันเป็นส้านการณ์ที่เกิดขึ้น ช่วงขณะที่กรรมาธิการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ผู้บริหารกองทุน กยศ. ก็ยังให้ทนายความ ๗๐ กว่าจังหวัดไล่บี้ไล่บังคับฟ้องบังคับคดีและยึดทรัพย์อยู่ แล้วเมื่อไม่กี่อาทิตย์นี้ก็ยังมี เขามีรายได้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท มีลูกด้วย มีพ่อมีแม่ด้วย ต้องผ่อนบ้านต้องผ่อนร้ ต้องบังคับคดี และที่ดินเขาแปลงสุดท้ายที่เขาจะอยู่ กยศ. มีหัวใจด้วยหรือครับ เรากำลัง แก้ไขกฎหมายอยู่ ท่านก็สั่งการให้ลูกจ้างที่เป็นทนายความไปไล่บี้คนทั้งประเทศ เขาจะอยู่ จะกินอย่างไรครับ ท่านก็รู้อยู่ว่ากฎหมายที่ออกมามันจะมีคุณกับคนที่เป็นลูกหนี้ กยศ. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดอกเบี้ย เบี้ยปรับหรือู้กบังคับคดี เห็น ๆ อยู่ว่าผลที่เกิดขึ้นจะมีคุณอยู่ ้ึงแม้ว่าอาจจะไม่เต็มร้อยอย่างที่กรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาคือไม่ต้องมี ดอกเบี้ย ไม่มีเบี้ยปรับ แต่อย่างน้อยที่สุดก็คือบรรเทาความเดือดร้อน แต่พฤติกรรมที่ให้ ทนายความ ๗๐ กว่าจังหวัดไล่บี้อยู่ยังไม่ยุติ ผมคิดว่าอันนี้คือความเลวร้ายที่เกิดขึ้น สิ่งที่ผม เห็นว่าทำไมต้องทำอย่างนี้ เมื่อสักครู่นี้ท่านทวี สอดส่อง ก็ได้อภิปราย ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ว่ารายจ่ายของ กยศ. ผมคิดว่าเมื่อเทียบกับตอนที่ธนาคารกรุงไทยดูแล แล้วก็แยกตัวออกมา ต่างหากอย่างทุกวันนี้ ผมคิดว่าตอนที่ธนาคารกรุงไทยดูแลมันมีระบบ มันมีคน ใช้คนของ ธนาคารกรุงไทยต่าง ๆ มันง่ายมันคล่อง มันไม่มีปัญหาอย่างนี้ แค่ค่าเช่าสำนักงานปีหนึ่ง เท่าไรแล้วครับ ค่าดำเนินการต่าง ๆ เหล่านี้ผม้ามว่าเอาเงินที่ไหน ก็เอามาจากค่าเบี้ยปรับ ทั้งหมดแหละ เป็นเบี้ยปรับ แล้วที่สำคัญผม้ามว่ากรณีที่ยึดทรัพย์ไปแล้ว บังคับคดีไปแล้ว มีกระบวนการขายทอดตลาด ผม้ามว่ามันมีอะไรอยู่ตรงนี้ กลุ่มที่รับหน้าที่ในการฟ้องร้อง บังคับคดีกับคนยากคนจนเหล่านี้ใครได้ผลประโยชน์ตรงนี้ คุ้มค่าหรือไม่ที่จ้างทนายความ ๗๗ ประเทศและได้เงินคืนมานิดเดียว แต่ค่าจ้างเยอะกว่าเงินที่ได้คืนมา ผมคิดว่าอันนี้เป็น ประเด็นสำคัญ🔗
สุดท้าย ผมคิดว่าอย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาในระยะยาว กฎหมาย ฉบับนี้มีความจำเป็นจะต้องปรับปรุงอีกหลายอย่าง กับส้านการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ผมคิดว่า อย่างไรก็ตามแต่คือคน ๑ ล้านคนที่เป็นผู้กู้บวกกับคนค้ำจะต้องไม่ได้รับผลกระทบซ้ำซาก ที่ผ่านมามีปัญหาใหญ่ที่สุดคือการแก้ พ.ร.บ. ในปี ๒๕๖๐ เบี้ยปรับ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ดอกเบี้ย ๗.๕ ้าคนมีเงิน ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครองมีเงิน เขาไม่มากู้หรอกครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าผมยืนยันเจตนารมณ์ โดยส่วนตัวคือในระยะยาวทำอย่างไรก็ได้ต้องไม่มี ดอกเบี้ย ต้องไม่มีเบี้ยปรับ ไม่มีผู้ค้ำ มันคือการลงทุนทรัพยากรมนุษย์เพื่อประเทศชาติครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ต่อไปคุณจิรายุ ห่วงทรัพย์🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ติดใจอะไรกับการแก้ไขปัญหาของท่านสมาชิกวุฒิสภา แต่พรรคเพื่อไทยก็มีแนวทางเดิมที่คิดว่าเด็กและเยาวชนที่กู้หนี้ยืมสินรัฐก็ควรจะไม่ต้องมี ดอกเบี้ย แต่มีวิธีการทำ พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยทุกประการนะครับ แต่เมื่อสมาชิกวุฒิสภา เข้ามาแล้วแก้ไข ผมดูที่มาตรา ๙ (๘) เดิมสภาเราแก้ไปบอกว่าเป็นการกำหนดมาตรการ ตามความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการบริหารกองทุนและติดตามการชำระเงินกองทุน แต่ปรากฏว่าสมาชิกวุฒิสภาได้กรุณาไปแก้ไขและเพิ่มเติมขึ้นมาเป็นมาตรา ๘/๑ ไปเขียน ค่อนข้างกว้าง ทั้ง ๆ ที่ (๘) เดิมก็ชัดเจนอยู่แล้ว เป็นการเขียนแบบปลายเปิดเพื่อจะไป ดำเนินการในอนาคต ส้านการณ์มันเปลี่ยนทุกปี แต่ว่าการแก้ไขกฎหมายไม่ได้เปลี่ยนทุกวัน ๔ ปีข้างหน้าก็ไม่รู้จะมีการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยที่มี การแก้ไขใน (๘/๑) ที่เพิ่มมา คือท่านไปเขียนบอกว่าผู้ทรงคุณวุฒิต้องออกมาตรการตาม ความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการบริหารและติดตาม มันก็ความเดียวกันทางกฎหมาย เห็นชัดเจน และท่านยังไปลงรายละเอียดอีกว่าจะต้องช่วยให้เด็กและเยาวชนที่กู้มีงานทำ บางคนเขาอาจจะกู้ยืมไป เขาเรียนจบมาเขาไม่ต้องทำงานเขาทำงานที่บ้านก็ได้ แต่พอไป เขียนลักษณะเช่นนี้ก็เหมือนกับจะยุ่งยากมากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้จากเดิม ส.ส. เรา เขียนไปว่าปลอดดอกเบี้ย ก็คือกองทุนที่นักเรียนนักศึกษาจากกู้ยืมไปแล้วเวลาคืนไม่ต้องมี ดอกเบี้ยตามมาตรา ๔๔ แต่ปรากฏว่าสมาชิกวุฒิสภาท่านไปเพิ่มเป็นร้อยละ ๑ ต่อปี ไม่ได้ ติดใจนะครับ แต่ที่ผมสงสัยก็คือว่าความท้าทายชีวิตของคน้้าเราได้อะไรมาง่าย ๆ มันก็ไม่ได้ ท้าทายเลย ไปยืมเงินเขามาอยากจะชักดาบก็ทำได้ง่าย ๆ จริง ๆ ผมก็เห็นด้วยที่จะมี มาตรการ แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วคณะกรรมการก็สามาร้ไปดูรายละเอียดได้ว่าเมื่อน้องเขายืม ไปแล้ว คุณพ่อคุณแม่เขายากจน เขาต้องเลี้ยงดูเด็กในครอบครัวเยอะแยะมากมาย พิจารณา เป็นกรณี ๆ ไป อย่างนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ แต่ไม่ใช่ว่าเหมาเข่ง ทุกคนต้องเก็บ เท่ากันหมด ทุกคนต้องปลอดหมด ท่านประธานที่เคารพ พอไปดูในการแก้ไขหน้า ๗ ในมาตรา ๔๔ ที่แก้ไขจากมาตรา ๑๘ แล้วก็ยกเลิกมาตรา ๔๔ วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ท่านลองดูในหน้า ๗ จะเห็นว่าท่านไปตัดคำว่า ชำระหนี้ จากเดิมเป็นการผิดนัดชำระหนี้ สมาชิกวุฒิสภาไปแก้ไขเป็นเงินคืนกองทุน แต่ปรากฏว่า้อยคำ้ัดมาตามสัญญา ปรับโครงสร้างหนี้ พูดง่าย ๆ คือท่านกำลังหลอกตัวเอง แต่ไม่เป็นไร ทางกฎหมายผมไม่แน่ใจว่า สำนักงานกฤษฎีกาตีความคำว่า ชำระหนี้ กับ เงินกองทุน เหมือนกันหรือไม่ ้าเหมือน ก็หมายความว่าไม่เห็นจำเป็นจะต้องไปแก้อะไรนี่ครับ เพราะวรรคต่อมาท่านก็เขียนว่า หากผู้กู้ยืมเงินผิดชำระ เงินคืนกองทุนตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ บางทีผมก็ไม่ได้ว่า ท่านผู้หลักผู้ใหญ่ของฝั่งวุฒิสภา แต่จริง ๆ ที่ปรึกษาทางกฎหมาย เช่น สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาหรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องท่านต้องทักท้วง ไม่ต้องเกรงใจ ท่าน ส.ว. จริง ๆ ไม่เสียเวลา บรรทัดนี้ผมว่ามีหลายชั่วโมงเลยเวลาพิจารณา แต่เอาเข้า จริง ๆ คือความหมายเดียวกัน พอไปดูท่านเพิ่มใน (๒/๑) ในกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินมีหนี้ค้างชำระ ทั้งต้น ดอกเบี้ย หรือประโยชน์อื่นใด และเงินเพิ่ม เงินที่ผู้กู้ยืมชำระให้นำไปหักเงินต้น ทีนี้ ท่านใช้คำว่า หนี้ แต่เมื่อสักครู่ข้างบนท่านใช้คำว่า เงินคืนกองทุน ก็เลยไม่แน่ใจว่าตกลงแล้ว รัฐสภาของเราจะเห็นตามสมาชิกวุฒิสภาในการแก้ไขเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ได้หรือไม่ โดยสรุปผมนำเรียนเมื่อสักครู่นี้ได้คุยกับท่านหัวหน้าชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านใน สภาผู้แทนราษฎร ทิศทางของพรรคเพื่อไทยชัดเจน กรณีดังกล่าวนี้ที่ไม่มีดอกเบี้ย เห็นด้วย ทุกประการ แต่วิธีปฏิบัติเมื่อสมาชิกวุฒิสภาแก้ไขเข้ามา ผมฉายภาพไป้ึงตอนจบก็แล้วกัน ้าสภานี้มีมติไม่เห็นด้วยกับสมาชิกวุฒิสภา หมายความว่าเราต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ระหว่างวุฒิสภากับ ส.ว. ผมให้เวลาเต็มที่ ๖๐ วัน ๔๕ วัน หรือ ๖๐ วัน ผมก็ไม่แน่ใจอีก นี่จะไม่กี่วันปีใหม่แล้ว ครบวาระก็ประมาณวันที่ ๒๒ มีนาคม ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ เผลอ ๆ ยุบสภาขึ้นมา กฎหมายฉบับนี้ก็จะตกไป หมายความว่าเราจะต้องกลับมาพิจารณา อีกทีโน่นเผลอ ๆ ประมาณปลายปี เพราะฉะนั้นวันนี้จะเรียกว่ากลืนเลือด อมเลือด อย่างไรก็สุดแท้แล้วแต่ แต่ผมต้องฝาก ข้อสังเกตไว้ว่า้าบางเรื่องท่านสมาชิกวุฒิสภาเห็นว่ามันแก้แล้วมีไทม์ไลน์ (Timeline) ที่มัน อีรุงตุงนังก็ขอพิจารณาอย่าไปลงรายละเอียดมากครับ เวลากลับมาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราก็จะได้เห็นด้วยอย่างมีสติและมีเหตุผล ผมยังยืนยันนะครับ พรรคเพื่อไทยเห็นด้วย เพราะว่าเงินเหล่านี้รัฐบาลใช้เรื่องไร้สาระเยอะแยะมากมาย ้าให้เด็กและเยาวชนไปได้ โดยไม่มีดอกเบี้ยเราเห็นด้วยทุกประการครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗
คุณอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพคะ วุฒิสภาแก้มาดิฉันยังดูห่วงเรื่องของ กรอ. ด้วยค่ะ อยากจะให้รวมของ กรอ. เข้ามาด้วยเพื่อที่นักเรียนนักศึกษาในรุ่น กรอ. จะได้รับการแก้ปัญหาเช่นเดียวกัน เราเอาเงิน มาจากกองทุนอันเดียวกันนี่แหละ และท่านประธานก็เป็นคนที่ดำริให้มีกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาเมื่อปี ๒๕๓๘ ดิฉันเป็นครูน้อย เป็นครูแนะแนวในปี ๒๕๓๙ ทำเรื่องกู้ยืม ให้นักเรียน นักศึกษา อยู่ในนี้เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ๒-๓ ท่านเลย เป็นความภูมิใจของ ครูบ้านนอก ท่านประธานคะ ฉะนั้นเรื่องของ กรอ. ฝ่ายวุฒิสภาจะต้องรวมด้วย ดิฉัน ร้องขอเลย จะเป็นข้อสังเกตไว้ก็ได้ว่าควรจะแก้ปัญหาในเรื่องของดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ในบทเฉพาะกาลด้วยกันเมื่อกฎหมายฉบับนี้ผ่านแล้ว ท่านประธานที่เคารพคะ ปัจจุบัน ลูกหนี้ กยศ. เหมือนลอยคอกลางทะเล เรือหลวงสุโขทัยอับปาง พอจมลงสู่ท้องทะเล ทุกหน่วยงานออกค้นหาลูกเรือที่ออกไปกับเรือหลวง แต่สำหรับ กยศ. แล้วเมื่อเขาเป็นหนี้ จำนวนมหาศาล เบี้ยปรับ ๒๖ ปีที่ผ่านมาท่านประธานทราบไหมว่าเท่าไร ๑๘ บาทค่ะ ๑๘ บาทต่อปี เท่าบัตรเครดิตเลยทีเดียว ดิฉันอยู่ในกรรมาธิการ กยศ. มาโดยตลอดตั้งแต่ วันแรกที่ก้าวเข้ามาในสภาแห่งใหม่แห่งนี้ สัปปายะสภาส้าน ท่านประธานคะ แล้วดิฉัน กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าดอกเบี้ยเงินกู้บาทเดียวต่อปีนั้นตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ ้ึงปัจจุบัน ๒๖ ปีผ่านไปไม่เดือดร้อนสักเท่าไร แต่เบี้ยปรับ ๑๘ บาทเดือดร้อน อย่างแสนสาหัส ทำไมเราจะต้องให้นักเรียนนักศึกษาลูกหนี้เหล่านั้นเป็นหนี้พอกหางหมู เพื่อที่จะให้ กยศ. เติบโตเป็นเงินก้อนใหญ่ พอ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ๒๖ ปีผ่านไปแก้ไข เปลี่ยนแปลงพรรคเพื่อไทยยังยืนยันไม่มีดอกเบี้ย ที่พรรคเพื่อไทยยืนยันไม่มีดอกเบี้ย เพราะว่าเราว่าท่านได้จนไม่รับงบประมาณ มีเงินในกองทุน ๖๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เลยทีเดียว ดิฉันไม่ติดใจในการแก้ของวุฒิสภาในเรื่องของดอกเบี้ยเงินกู้ ๑ บาท เบี้ยปรับ ๕๐ สตางค์เท่านั้น ้ามันมีบทเฉพาะกาลให้กับลูกหนี้ที่มีปัญหา ๕ ล้านคน ดิฉันพูดไม่ผิดค่ะ ประมาณ ๕ ล้านคน คือคนกู้ประมาณ ๒,๕๐๐,๐๐๐ คนเป็นผู้กู้ที่ไม่สามาร้ใช้หนี้ได้ แต่ผู้ค้ำประกันในขณะนั้นอีก ๒,๕๐๐,๐๐๐ คน รวมคร่าว ๆ ๕ ล้านคน คนเหล่านี้นั้น เดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่าน ท่านประธานคะ ทั้งผู้ค้ำประกันและผู้กู้ กยศ. จะเหมือนคนที่เข้าไปช่วยเหลือขณะคนที่กำลังจะจมน้ำตายแล้วระบบความรู้สึก ของคน ๕ ล้านคน ๕ ล้านคนนี้ไม่ใช่น้อย ๆ มันเหมือนคนในประเทศหนึ่ง ๆ เลยที่มี ประชากร ๕ ล้านกว่าคน แล้วทุกคนมีความสุขสามาร้ดำเนินชีวิตของตัวเองไปได้ตราบนาน เท่านาน โดยเงินกู้ในขณะที่ยกเลิกบทเฉพาะกาลที่จะยกเลิก ๑๘ บาท เป็น ๕๐ สตางค์ มันลดมหาศาลเลยทีเดียว ลดจาก ๕๐๐,๐๐๐ บาท เหลือ ๑๐๐,๐๐๐ บาทเลยทีเดียว ดังนั้นแล้วเรื่องของการช่วยลูกหนี้ กยศ. จะเป็นประโยชน์ต่อไปในภายภาคหน้าด้วย มี พ.ร.บ. ที่ ๒๖ ปี้ึงมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไขกฎหมาย้ึง ๒๖ ปี รุ่นนี้ที่จะกู้ในปี ๒๕๖๖ ช่วงเดือนพฤษภาคม ท่านประธานทราบไหมว่าจากดอกเบี้ยเงินกู้บาทเดียว ปรับ ๕๐ สตางค์ นั่นก็คือความเจริญรุ่งเรืองต่อทรัพยากรมนุษย์ในประเทศไทยตราบนานเท่านาน กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไปเป็น ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ แล้วก็จะเป็นท่านนิยม เวชกามา คุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ คุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๓ ท่าน เป็นชุดนะครับ มีสมาชิกที่ส่งชื่อเพิ่มเติมเข้ามา ขอเชิญ ท่านชินวรณ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อประเด็นที่วุฒิสภาได้ไปแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมอยากจะกราบเรียนนิดหนึ่งว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้มีทั้งหมด ๒๙ มาตรา วุฒิสภาได้ไปแก้ไขจริง ๆ ๗ มาตราเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่ ผมคิดว่าวันนี้ต้องขอขอบคุณที่ท่านประธานสภาได้เลื่อนมาเป็นวาระพิเศษเพื่อได้พิจารณา กฎหมายฉบับนี้เพื่อจะได้บังคับใช้ต่อไป🔗
ท่านชินวรณ์ครับ ผม้ือโอกาสต้องขอบคุณท่านฝ่ายค้านและรัฐบาลที่ร่วมเรื่องนี้ เป็นดำริท่านณัฐวุฒิ เป็นคนพูดขึ้นแล้วก็ท่านชินวรณ์ก็ตอบรับ อันนี้ต้องขอบคุณทั้ง ๒ ฝ่ายครับ🔗
กราบขอบพระคุณ ท่านประธานมากครับ มันมีประเด็นอยู่ ๒ ประเด็นที่ผมจะต้องพูดเพื่อบันทึกไว้ตรงนี้ว่า ที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการในการศึกษาการแก้ไขปัญหาหนี้สินก็ดี และเป็น รองประธานในการที่พิจารณาแก้ไขกฎหมายในชั้นสภาผู้แทนราษฎรก็ดี มีประเด็นที่ ้กเ้ียงกันอยู่ ๒ ประเด็นเท่านั้นเอง ในแง่หลักการก็คือฝ่ายหนึ่งเห็นว่าโดยรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านอ้างรัฐธรรมนูญว่าการศึกษาจะต้องเรียนฟรี ซึ่งก็เป็นหลักการทีู่้กทางด้านนั้น แต่ทางด้านนี้ทางด้านเงินกองทุนให้กู้ยืมเป็นเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำ และเป็นเรื่อง ของการสร้างโอกาสให้กับคนในอนาคตต่อไป ในเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เป็นกองทุนหมุนเวียน ที่ให้นักเรียนมายืมกองทุนเงินให้กู้ยืม ซึ่งเริ่มต้นโดยท่านประธานสภา ท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี และในวันนี้แน่นอนที่สุดเมื่อวุฒิสภาได้แก้ไข ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็นไปตาม ร่างที่ผมได้เป็นผู้เสนอคนหนึ่งเหมือนกันในวันนั้นว่าให้มีดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ ๑ และให้มี เบี้ยปรับ ๐.๕ และทั้งนี้แล้วแต่กรรมการจะได้พิจารณา ้าเศรษฐกิจดีขึ้นกองทุนโตขึ้น อาจไม่มีความจำเป็นต้องมีดอกเบี้ยเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าโดยหลักการที่อ้างด้วย รัฐธรรมนูญนั้นคนละหลักการกันนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ คือเป็นเรื่องนโยบายพรรค อันนี้ห้ามไม่ได้ ้าพรรคของท่าน เขียนว่าจะให้ฟรี ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ท่านก็ต้องรับผิดชอบต่อไปว่า้าในอนาคตกองทุน ไม่เข้มแข็งจนมา้ึงวันนี้ที่ท่านประธานกรุณาทำมา ๒๐ กว่าปีวันนี้นักเรียนได้รับประโยชน์ นี่ข้อมูลหลังสุดครับ ๖,๔๑๕,๕๑๘ ราย ใช้เงินหมุนเวียนทั้งหมด ๗,๒๑๒,๐๐๐ ล้านบาท เงินก้อนนี้ไม่ได้มาในปีเดียว แต่ว่าเป็นกองทุนหมุนเวียนที่รัฐบาลแต่ละรัฐบาลสะสมขึ้นมา วันนี้ผมจึงขอสรุปว่าผมเห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสมาชิก ด้วยเหตุผล ๒ ประการ🔗
ประการแรกคือต้องการให้กฎหมายฉบับนี้ได้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เพราะ้าหาก กฎหมายฉบับนี้ไม่มีผลบังคับใช้โดยเร็วสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือว่านักเรียนจะต้องรับภาระดอกเบี้ย ร้อยละ ๗ เบี้ยปรับร้อยละ ๑๘ ตามที่ สนช. ในยุค คสช. ได้แก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเป็น ความเดือดร้อนเหมือนที่เพื่อนหลายคนได้พูด้ึงว่ามาจากสาเหตุนั้น วันนี้เรากำลังจะแก้ไข ปัญหาโดยกฎหมายฉบับนี้🔗
ประการที่ ๒ ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านจะมีผลประโยชน์ต่อนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครองอย่างไรบ้าง ข้อ ๑ คือลดดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ ๑ ที่ต้องจ่ายร้อยละ ๗ ขณะนี้ ้ากฎหมายนี้ผ่านก็จะลดดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ ๑ ข้อ ๒ จะลดเบี้ยปรับเหลือ ๐.๕ ข้อ ๓ จะปลดล็อกผู้ค้ำประกัน ไม่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกันก็ได้ ข้อ ๔ จะปรับโครงสร้างหนี้ ที่ท่าน บอกว่าไล่ฟ้องอยู่ตอนนี้เพราะกฎหมายไม่ได้แก้ไขก็เลยจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย ต่อไป แต่้ากฎหมายฉบับนี้ออกมาจะมีการปรับโครงสร้างหนี้ตามรายละเอียดเยอะมาก ้าอ่านแล้วจะเสียเวลา โดยสรุปก็คือว่าในกรณีผู้กู้ยืมเงินใดผิดนัดการชำระหนี้เงินกองทุน ก็สามาร้ที่จะปรับโครงสร้างหนี้ได้ทั้งหมด และในช่วงที่การปรับโครงสร้างหนี้ก็จะไป ฟ้องร้องและดำเนินคดีไม่ได้ ข้อ ๕ ที่จะเกิดประโยชน์ทันทีก็คือว่าได้มีการแก้ไขให้ส่งเสริม และสนับสนุนการศึกษาของผู้กู้ยืมคือเปลี่ยนจากการกู้ยืมเป็นทุน ให้เป็นทุน เดิมนั้นนักเรียน ขาดแคลนเราเปลี่ยนให้เป็นทุนได้ แต่ว่า ส.ว. ไปตัดตรงนี้ซึ่งผมไม่เห็นด้วย แต่ว่าก็ยังพอ รับได้ ท่านให้เปลี่ยนเป็นทุนเฉพาะศึกษาในสาขาวิชาที่ขาดแคลนหรือสาขาวิชาที่กองทุน มุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ ข้อ ๖ เกิดประโยชน์คือขยายฐานการกู้ยืมเงินให้กับนักเรียน กฎหมายใหม่ที่เราไปร่างได้ทั้ง ๒ ฝ่ายเลย ๑. เพิ่มสาขาวิชามากขึ้นให้กับผู้กู้ได้กู้มากขึ้น ๒. เพิ่มขยายฐานคือเมื่อก่อนมองมาที่คนที่ขาดแคลนอย่างเดียว แต่กฎหมายใหม่นี้มองไปที่ ภาระของครอบครัวด้วย เช่น เขาเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยแต่มีภาระมาก ลูกสามาร้ที่จะ กู้ยืมเรียนได้ด้วย อันนี้จึงเป็นเรื่องที่ขยายฐานให้กับผู้เรียนมากขึ้น และประการสุดท้ายที่จะ เกิดประโยชน์ทันทีก็คือว่าผู้ทีู่้กดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้จะมีสิทธิในการที่จะนำมาปรับ โครงสร้างหนี้ และนำมาดำเนินการในการที่จะใช้หลักเกณฑ์ตามกฎหมายใหม่มาคิดแค่ ดอกเบี้ยร้อยละ ๑ ปรับแค่ ๐.๕ ทันที ผมจึงขอสนับสนุนทุกฝ่ายให้ได้ผ่านความเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ. ที่วุฒิสภาได้แก้ไขเพื่อให้พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เราสร้างมาอย่างยาวนาน และวันนี้กำลังเกิดดอกออกผลได้เป็น ประโยชน์กับนักเรียนอย่างแท้จริง ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านนิยม เวชกามา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องยืนยันตั้งแต่เริ่มแรกแล้วว่าผมไม่เห็นด้วยในการที่จะให้ผู้เรียน พี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นคนยากคนจนต้องมาเสียดอกเบี้ยกับเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ผมยืนยันตลอดแบบนี้ ท่านประธานครับ ผมยืนอยู่ข้างประชาชนคนยากคนจน ในการแก้ผมไม่ติดใจการแก้ แต่ว่าทำไมต้องแก้ในเมื่อร่างของกรรมาธิการของสภาทำเสร็จแล้วว่าเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาสำหรับคนยากคนจนไม่ต้องมีดอกเบี้ย หลายคนบอกว่า้าไม่มีดอกเบี้ยจะไม่มี คุณสมบัติ จะไม่มีวิธีการคิดว่ายืมแล้วไม่มีดอกเบี้ยอย่างไรก็ได้ ไม่จริงท่านประธานครับ คนยากคนจนที่กู้เงินเพื่อเรียนเพื่อการศึกษาเพราะความยากจน ไม่มีใครหรอกอยากกู้เงิน แต่มันเป็นความยากจนของชีวิต ผมเป็นคนยากคนจน ชาวไร่ชาวนา ท่านประธานครับ ท่านก็เห็นอยู่แล้วว่าคนจนเมื่อปี ๒๕๕๗ ๘๐,๐๐๐ คนเท่านั้นท่านประธาน วันนี้้ึงปี ๒๕๖๕ คนจนมีเพิ่มขึ้น ๑๔ ล้านคน นี่ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าคนจนมันมากขึ้น แล้ววันนี้ยังจะบอกว่า ไม่ได้ ้าไม่มีดอกเบี้ยไม่ได้ ผมไม่ใช่พรรคเพื่อไทยอย่างเดียว ผมคิดแต่แรกแล้วว่าดอกเบี้ย ไม่ต้องมี นี่คือการลงทุนเพื่อการศึกษาให้คนยากคนจน ส่วนคนร่ำคนรวยคนมีสตางค์ เขาไม่กู้หรอกท่านประธาน ผมยืนยันตลอด ้ึงแม้ท่านจะบอกว่าเงินดอกเบี้ยร้อยละ ๑ คือ ๑ เปอร์เซ็นต์มันนิดเดียว มันไม่นิดเดียวท่านประธาน ๑ เปอร์เซ็นต์ไม่นิดเดียว ในเมื่อเงิน มันหลายมันก็เพิ่มขึ้น แค่ทุกวันนี้ผมเห็น กยศ. ไปจ้างทนายมาฟ้องผู้ที่ไม่มีพลังส่งเงิน ผมก็เจ็บปวดแล้วท่านประธาน ทำไมต้องมากดขี่ข่มเหงคนยากคนจน ท่านรู้ไหมท่านประธาน ท่านพูดไปแล้วหลายคนบอกว่ากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาบางท่านบอกว่า้าไม่มี ดอกเบี้ยอยู่ไม่ได้ต้องหาเงินเข้ากองทุน ไม่จริง เอาเงินไปแจกให้ประชาชนเฉย ๆ ทุกวันนี้ ก็แจกอยู่ คนละครึ่ง เอาเงินไปแจกซื้อยาบ้าทุกวันนี้ แล้วก็เอาเงินให้นักเรียนได้เรียนได้ศึกษา เพื่อเป็นมันสมองของประเทศทำไมต้องคิดดอกเบี้ย นี่คือประเด็นซึ่งผมต้องพูดในวันนี้ ท่านประธานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาแห่งนี้มีเติบโตขึ้นเพราะไปทำการค้าจาก ดอกเบี้ยจาก ๒๐๐ ล้านบาทเป็น ๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานเห็นไหม ้าเราไปดู ภาพรวมนี่คือความเจ็บปวดของคนยากคนจน ผมรับไม่ได้จริง ๆ การค้ากับคนยากคนจน ผมอยากให้การลงทุนเพื่อการศึกษาเป็นไปอย่างจริงจัง ใส่มันสมองให้เด็ก ให้นักเรียน ให้คนยากคนจน แล้วทำไม้ึงคิดว่านั่นคือวิธีคิดที่จะหาเงินให้กองทุน ทำไมไม่คิดว่า จะเอาเงินให้เขาเรียนได้ศึกษา ได้ลงทุนให้เขามีมันสมองเพื่อมาพัฒนาประเทศ ผมยืนยันว่า เอาเงินไปจ้างทนายฟ้องคนยากคนจนมากกว่าดอกเบี้ยที่คุณจะไปเก็บ ที่คุณบอกว่า้าไม่มี ดอกเบี้ยแล้วกองทุนอยู่ไม่ได้ อันนี้คือผมต้องยืนยัน ณ ที่นี้ว่าผมไม่เห็นด้วยกับการไปเก็บ ดอกเบี้ย แล้วก็ไปเบี้ยปรับทั้งหลายนี่เขามีเงินเขาจ่าย ท่านประธานท่านไม่ต้องห่วงหรอก ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิก ประเดี๋ยวผมต้องลงไปรับญัตติของท่านผู้นำฝ่ายค้านมาตรา ๑๕๒ เดี๋ยวจะให้ ท่านรองประธานทำหน้าที่ต่อ เข้าใจว่าคงใช้เวลาไม่นานนัก ้ึงแม้มีสมาชิกเข้าชื่อเพิ่มเติมมา ก็ตาม แต่ว่าไม่นานนัก พวกเราอย่าเพิ่งไปไหน รอลงมติในกฎหมายนี้ อยากจะขอร้องพรุ่งนี้ ขอพวกเราได้มาประชุมวันสุดท้ายของปี ก็เข้าใจดีว่าสมาชิกก็ไม่ค่อยปลอดโปร่งนัก เพราะว่า อยากจะกลับไปเยี่ยมชาวบ้าน แต่ว่าเราก็ไม่สามาร้จะหยุดไปได้เพราะว่าประชาชนจะตำหนิ ว่าเราไม่รับผิดชอบ เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้สมาชิกมาหน่อย แล้วก็มีวาระกระทู้้าม เสร็จแล้ว ก็จะเป็นเรื่องทราบ และเรื่องกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งเรามาช่วยกันเพื่อให้ผลงาน ของเพื่อน ๆ เราที่ใช้เวลาพิจารณากันมาเป็นปี ๆ ๒ ปีก็มี แล้วก็จะได้ผ่านไปได้ เป็นผลงาน ของสมาชิก ต่อไปผมขอเชิญท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิอภิปราย พ.ร.บ. กยศ. ฉบับที่วุฒิสภาได้เสนอแก้ไข มายังสภาของเราในวันนี้ ขอเรียนท่านประธานว่าผมได้ดูร่าง พ.ร.บ. กองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาที่วุฒิสภาได้มีการแก้ไขพิจารณา เรียนท่านประธานว่าผมและพรรคประชาชาติ เราแสดงจุดยืนตั้งแต่ต้นในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรว่าหลักการและเหตุผล ที่เราให้มีการแก้ไข พ.ร.บ. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ๑. ก็คือเพื่อให้เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๔ วรรคหก ๒. ก็คือเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในด้านการศึกษา กับปัญหาของพี่น้องลูกหลานที่เรียนการศึกษาได้รับกองทุน กยศ. แล้วู้กฟ้องร้องบังคับคดี เป็นจำนวนล้านกว่าคน นั่นคือเหตุผลสำคัญที่เราต่อสู้แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการคิด ดอกเบี้ยและเบี้ยปรับมาโดยตลอด ท่านประธานครับ ขออนุญาตเท้าความ สภาของเรา ได้พิจารณาตั้งแต่วาระที่ ๑ วาระที่ ๓ ก่อนจะเข้าสู่วาระที่ ๒ ได้มีการตั้งกรรมาธิการ ประเด็นสำคัญในเรื่องของดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยไม่ให้มีดอกเบี้ย เบี้ยปรับผู้ค้ำประกัน กรรมาธิการเสียงข้างมากให้คิดดอกเบี้ยร้อยละ ๐.๒๕ ต่อปี ปรากฏว่า ในวาระที่ ๓ เสียงของสภาเราเห็นด้วยไม่ให้มีการคิดดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ก็คือไม่เห็นด้วย ให้มีการคิดดอกเบี้ยร้อยละ ๐.๒๕ ๒๑๘ และไม่เห็นด้วย ๑๐๙ งดออกเสียง ๕๓ ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ นี่คือวาระที่ ๓ ของสภาของเรา แต่ด้วยความเคารพครับ ผมก็ตั้งหน้า ตั้งตาเฝ้ารอว่า ส.ว. จะเห็นด้วยกับสภาของเราด้วย แต่ปรากฏว่ามีการแก้ไขในหลักการ สำคัญ ดังนั้นผมจึงแสดงจุดยืนว่าผมไม่เป็นห่วงเรื่องระยะเวลา ผมไม่อยากเอาเรื่องของ ระยะเวลาของสภา อายุสภาของเรามาเป็นตัวบีบในการที่จะต้องรับในเนื้อหาสาระสำคัญ ที่แตกต่างจากจุดยืนและหลักการและเหตุผลของพรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพ ดอกเบี้ยที่ ส.ว. แก้ไขยังมากกว่าดอกเบี้ยที่กรรมาธิการเสียงข้างมากของสภาของเรา พิจารณาร้อยละ ๐.๒๕ เดิม แต่ปรากฏว่า ส.ว. คิดดอกเบี้ยร้อยละ ๑ นอกจากจำนวน ที่ต่างกันแล้ว ผมมองว่าการยังคงอยู่ไว้ซึ่งดอกเบี้ยและเบี้ยปรับมันไม่ได้แก้ปัญหาในเรื่องของ ความเหลื่อมล้ำในเรื่องของการศึกษาที่มีมาแต่เดิมอย่างใดเลย ดอกเบี้ยร้อยละ ๑ เบี้ยปรับ ร้อยละ ๑ มันก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ ้าดูตามรัฐธรรมนูญในหมวด ๕ ้ือว่าเป็นหน้าที่ของรัฐ ้ารัฐเปรียบเสมือนพ่อแม่ที่ให้ทุนกับนักเรียน นักศึกษาซึ่งเป็นลูก ท่านจะรู้สึกอย่างไร ้าพ่อแม่ให้เงินกับลูกไปเรียนแล้วยังคิดดอกเบี้ยเบี้ยปรับอยู่อีก ท่านประธานครับ คนเรา เกิดมาไม่เหมือนกัน คนที่จบมามีอาชีพการงานสามาร้ชำระเงินกองทุนได้ครบจำนวน ก็ขอชื่นชม แต่สำหรับคนอีก ๑,๒๐๐,๐๐๐ กว่าคนที่กำลังู้กฟ้องร้องดำเนินคดี และวันข้างหน้า ที่กำลังจะจบการศึกษา หากรัฐเปรียบเสมือนพ่อแม่ที่ยังคิดดอกเบี้ยกับลูกอยู่ ้ึงแม้จะลดลง กว่าเดิม ผมว่ามันไม่เป็นธรรม และสะท้อนให้เห็น้ึงความรู้สึกที่เกิดความเหลื่อมล้ำไม่จบสิ้น ปัญหาเรื่อง พ.ร.บ. กยศ. ก็ยังแก้ปัญหาไม่จบสิ้นกับปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ การไม่ให้คิดดอกเบี้ย และเบี้ยปรับเปรียบเสมือนคนที่กำลังจะจมน้ำ และเราไม่คิดเบี้ยปรับเปรียบเสมือนเรากำลัง ยื่นร่มชูชีพให้เขาได้ใส่เพื่อได้ลอยน้ำ แล้วก็กลับสู่ฝั่งอย่างปลอดภัย แต่ตราบใดที่กฎหมายฉบับนี้ยังมีดอกเบี้ย เบี้ยปรับ และส่อไปในทางที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ตามที่ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ได้อภิปรายก่อนนี้ ผมและพรรคประชาชาติเราไม่เห็นด้วย และผมเชื่อว่า้าเราตั้งใจกันจริง ๆ กรอบระยะเวลาที่เหลืออยู่มันสามาร้ที่จะแก้ไข ตั้งกรรมาธิการร่วมวุฒิสภาต่อไปข้างหน้า แล้วก็พิจารณาเข้าสู่สภาของเราทันระยะเวลาครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ตามด้วยท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ผู้แทนพรรคเพื่อไทยจากจังหวัดสุรินทร์ ผมกับท่านดะนัย มะหิพันธ์ ผู้แทนจากจังหวัดอำนาจเจริญ พรรคเพื่อไทยเหมือนกัน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน การศึกษาท่านหนึ่ง ท่านมานะ โลหะวณิชย์ ผู้แทนจากชัยภูมิ เรานั่งคุยกันจนตกผลึก แล้วก็มอบหมายให้ผมมาทำหน้าที่แสดงความคิดเห็นกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะพวกเรา ทุกคนก็เป็นห่วง ใกล้ปีใหม่แล้วหลายท่านก็อยากเดินทางกลับบ้าน ท่านประธานที่เคารพ จริง ๆ แล้วผมเองก็เป็นกรรมาธิการอยู่ในคณะนี้ แล้วก็อยากนั่งในบรรยากาศแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกับท่านวุฒิสมาชิกว่าท่านคิดอย่างไรกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่ผ่านไปจาก ชั้นกรรมาธิการ แล้วก็ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไป้ึงท่าน ซึ่งเป็นขั้นตอนอีกระดับหนึ่ง ก่อนที่จะส่งให้รัฐบาลนำความทูลเกล้า แล้วท่านก็ไปปรับแก้ไข จริงอยู่ ๒๙ มาตรา ท่านไป ปรับเปลี่ยน ๗ มาตรา ใน ๗ มาตรานี้มันเป็น ๗ มาตราที่เป็นตัวหลักทั้งหมด เราคิดกัน อย่างนี้ท่านประธาน วันนั้นที่เราบอกว่าต้องปลอดทุกอย่าง เพราะเรามองว่าเด็กไทย ส่วนใหญ่เกิดมาเป็นคนที่ยากจน เป็นคนที่ด้อยโอกาส ผมก็คนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มนี้ ท่านประธานเองก็เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มนี้เท่าที่ผมอ่านหนังสือที่ท่านประธานแจก เราก็เลยอยากเห็นโอกาส เพราะเรายังไม่เคยเห็นใครที่จะให้โอกาสกับเด็กไทยที่ยากจนที่มี ความต่างกันที่เขาเรียกว่าเหลื่อมล้ำอย่างแท้จริง เราก็มาเห็นแค่กองทุนนี้แหละที่จะสร้าง โอกาสให้เด็กได้กับเด็กจน ๆ เราก็เลยมานั่งคิด แล้วเราก็เห็นปัญหาว่าที่ผ่านมาก็ต้องขอบคุณ ท่านชวนแหละท่านเป็นนายกรัฐมนตรีวันนั้นท่านทำกองทุนนี้มา แต่ที่ผ่านมากับกองทุนนี้ โดนฟ้อง โดนยึด โดนปรับ ท่านประธานเมื่อวานฆ่าตัวตายคนหนึ่ง ท่านประธานติดตามสื่อดู กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ไม่มีเงินส่ง รับแต่หนังสือทวงหนี้ ๆ หาทางออกไม่ได้ ผูกคอตาย ผมจำจังหวัดไม่ได้ นี่คือปัญหาที่เราเห็น แต่เราก็ได้ทำ เราบอกว่าเราลดดอกเบี้ย คือไม่เก็บดอกเบี้ย ไม่มีเงินค่าปรับ เราให้ทุกอย่างเพื่อเห็นอนาคตของเขา แต่เมื่อวุฒิสมาชิก มาเปลี่ยนแปลงใน ๗ มาตราจากดอกเบี้ยไม่เก็บเลย ให้เหลือไม่เกิน ๑ บาทต่อปี หรือเบี้ยปรับ ไม่เกิน ๐.๕ เรามีความจำเป็นต้องรับ ที่รับไม่ใช่ด้วยเหตุผลอะไรหรอกประธาน เพราะว่า ้าเราไม่รับกฎหมายฉบับนี้ตกแน่นอน เพราะผม้ึงไม่เชื่อบรรยากาศของรัฐบาลโดยการนำ ของท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา เลยว่าท่านจะยุบวันไหน หรือดีไม่ดีท่านก็ อาจจะใช้ความคิดอีกแบบหนึ่ง เพราะคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีมาได้ ๒ ทาง ๑. มาจากการ เลือกตั้ง ๒. มาจากการปฏิวัติ ดูท่าทีท่านก็ยังอยากเป็นอยู่ พอท่านอยากเป็นประเมินแล้ว เลือกตั้งสู้ไม่ได้ พอสู้ไม่ได้ก็ต้องจัดการอีกแบบหนึ่ง้ึงจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ กฎหมายนี้ก็เลยต้องตก พอต้องตกคนเลยต้องเดือดร้อนต่อ อันนี้ชัดเจน เอาละยังพอ กล้อมแกล้มไป วันนี้รับด้วยความจำยอมทั้ง ๗ ข้อ แต่เมื่อไรพวกผมเป็นรัฐบาล วันนั้นแน่นอนท่านประธานได้ทบทวนกันเรื่องนี้ วันนี้เขาเรียกว่า รับทั้งน้ำตา เพราะเรามีความตั้งใจจริง ๆ ว่าเราจะปลดเปลื้องพันธนาการให้กับเด็กจน ๆ ที่อยู่ในชนบท เด็กจน ๆ ที่อยู่บ้านนอก ที่อยู่ชายขอบได้มีโอกาส เพราะปรัชญา ทางการศึกษานี่นักการศึกษาเขียนกันไว้เยอะแยะ การศึกษาคือโอกาส การศึกษาคือพลัง การศึกษาคือรากฐานของประเทศ แล้วแต่คนจะตั้งคำจำกัดความ แต่ไม่เห็นสักทีหนึ่ง ท่านประธานเห็นไหม วันนี้ประเทศไทยเรามีหนี้สินเท่าไร หนี้สินสาธารณะกู้มาซื้อเรือดำน้ำ กู้มาร้ไฟรางคู่ แต่ยังไม่เคยเห็นกู้มาเพื่อการศึกษา ผมอยากเห็นนายกรัฐมนตรีคนไหนก็ได้ ลองขออนุญาตเงินในสภาแห่งนี้กู้มาเพื่อช่วยเหลือ ส่งเสริมให้เด็กไทยได้มีความเท่าเทียมกัน กับด้านการศึกษา ผมจะเอาผ้าแดงไปปูกราบ แต่ที่เราโหวตกันมา เรายกมือให้ในเรื่อง งบประมาณ ในการของบประมาณประจำปี งบประมาณระหว่างปี กู้เพื่อการต่าง ๆ ทั้งนั้น เหมือนกับใครว่าเมื่อสักครู่กู้มาเพื่อโครงการคนละครึ่ง ก็ไม่ว่าครับ ประชาชนเขาได้ประโยชน์ แต่กู้มาเพื่อการศึกษานี่อยากเห็นจริง ๆ อยากเห็นว่ามาทำการศึกษา จริงอยู่วันนี้ ท่านประธานอาจจะบอกว่าวันนี้เราก็มีโครงการเสมอ คือโครงการเท่าเทียมทางการศึกษา แต่ เงินนิดเดียวท่านประธาน คนละ ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ใช้ทั้งปีจะบริหารจัดการได้ อย่างไรกับการศึกษาละครับ ผมฝากจริง ๆ ฉะนั้นวันนี้อย่างไรพวกผมก็ต้องรับ แต่้าเวลา ของสภามีเหลือผมคนหนึ่งแหละยืนยัน แล้วจะบอกพรรคเหมือนคราวประชุมเมื่อวานว่า อย่าเพิ่งรับ ตั้งกรรมาธิการร่วมอยากรู้ว่าวุฒิสมาชิกได้เอากฎหมายเราไปกลั่นกรองกับเรื่องนี้ เขาคิดอย่างไร ผมอยากรู้เท่านั้นเอง เพราะที่มาของเขากับที่มาของเรามันต่างกัน เขามาจาก การแต่งตั้ง อันนี้ผมไม่ต้องอธิบาย เรามาจากการเลือกตั้ง กว่าเราจะฟันฝ่ามาได้ นี่อีกไม่กี่เดือน เราก็จะเจอบรรยากาศอย่างนี้อีก วิธีคิด หลักคิด มันต่างกัน แต่ผมไม่ได้ตำหนิอะไรเขามาก เพราะมันเป็นหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมาย แล้วเขายังได้มีโอกาสทำหน้าที่เกินการ กลั่นกรองกฎหมายอีก นั่นก็คือเลือกนายกรัฐมนตรี อันนี้นอกเหนือจากกฎหมายแต่ไปแปะ แขวนไว้ เดี๋ยวจะว่าผมพูดแล้วไม่อ่านกฎหมาย อ่านอยู่ครับ บทเฉพาะกาลให้เขาได้เลือก ท้ายที่สุดนี้ท่านประธานด้วยความเคารพผมต้องรับ พรรคเพื่อไทยต้องรับ แต่เราเข้าใจปัญหา ทุกอย่างเหมือนกับเราอภิปรายในวาระที่ ๑ ผ่านวาระที่ ๒ ผ่านวาระที่ ๓ ไป ้าเรานำไปใช้ แล้ว้ายังมีปัญหา โอกาสเรากลับมาเป็นรัฐบาลเราแก้แน่นอน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสฤษดิ์ บุตรเนียร ตามด้วยท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นก็ต้องขอร่วมอภิปราย แล้วก็ให้ความคิดความเห็น ในเรื่องของพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษานี้มีอายุมาเกือบ ๓๐ ปีแล้ว ก็เกิดจากนโยบายที่ดี ๆ จากท่านชวน หลีกภัย ก็เป็นนโยบายที่ให้โอกาสลดความเหลื่อมล้ำที่จะให้เกิดความเสมอภาค เป็นเจตนารมณ์ ที่ดีสำหรับเยาวชนของชาติ แต่เหตุการณ์นี้มันผ่านมาตั้งเกือบ ๓๐ ปีแล้ว เพราะฉะนั้น ทางพรรคภูมิใจไทยที่นำโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ได้นำเสนอที่จะแก้ไขพระราชบัญญัตินี้ ใหู้้กต้องและให้เป็นความทันสมัยกับเหตุการณ์ ณ ปัจจุบันนี้ โดยที่ไม่ให้มีดอกเบี้ย ไม่มีค่าปรับ แล้วก็ลด ปลดผู้ค้ำประกัน ซึ่งตรงดอกเบี้ยยังไม่เท่าไรครับ แต่เบี้ยปรับเป็น มหาโหดทีเดียว้ึงร้อยละ ๑๘ ต่อปี เป็นความเดือดร้อนอย่างมหันต์ และที่ลูกหนี้ ต้องใช้หนี้กัน บางครั้งู้กฟ้อง้ึงฟ้องล้มละลายเป็นจำนวนมากก็เนื่องจากเบี้ยปรับมหาโหด นี่แหละครับ ท่านอนุทินได้เสนอเข้าสู่สภาแล้ว สภาผู้แทนราษฎรก็เห็นชอบแล้วไม่ให้มีดอกเบี้ย ผ่านวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ไป ไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีเบี้ยปรับ ปลดผู้ค้ำประกัน ก็จะมีพรรค ส่วนใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันตามที่เรานำเสนอไปทั้งหมดครับ แต่ขณะเดียวกันบัดนี้เราส่งไปที่วุฒิสภา วุฒิสภาก็มีการแก้ไขลงมาว่าต้องมีเงินเพิ่ม หรือเบี้ยปรับไม่เกิน ๐.๕ ดอกเบี้ยไม่เกิน ๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านครับ การที่ผ่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรไป สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้คลุกคลีอยู่กับพื้นที่ รู้้ึงความเดือดร้อน ความทุกข์ยาก ความเจ็บปวดของประชาชนอย่างดี ทางท่านสมาชิกวุฒิสภาก็อาจจะเห็นว่า เงินค่าปรับดอกเบี้ยนั้น หรือกองทุนหมุนเวียนมันต้องมีหมุนกลับสิครับ และท่านคิดสิว่า คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกมากว่าจะมากู้กองทุนอายุ ๑๕-๑๘ ปีกว่าจะได้กู้เงิน เขาเลี้ยงมาอย่าง ทะนุ้นอม ้าไม่ยากจนไม่ลำบากขัดสนจริง ๆ คงไม่เข้าสู่วงจรของการกู้เงินหรอกครับ พ่อแม่ทุกคนรักลูก บางครั้งก็กระเสือกกระสนทำไร่ทำนาส่งลูก แต่ด้วยความคับแค้น นี่แหละครับ ดังนั้นตามที่ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ก็ได้อธิบายในพรรคภูมิใจไทยไปแล้ว ้ึงความเดือดร้อนของประชาชนตรงนี้ หรือแม้แต่ท่านมานิตย์ สังข์พุ่ม ขอเอ่ยนาม ที่ท่านได้ พรรณนา้ึงความเจ็บปวดที่ประชาชนต้องได้รับอย่างดีแล้ว รัฐบาลเองก็เหมือนกัน คุณพ่อคุณแม่ให้ทุนการศึกษากับลูกมาโดยตลอดก็เพื่อจะมาพัฒนาประเทศ และประเทศชาติละครับ การที่กองทุนจะบกพร่องไปบ้าง กู้มาได้สารพัดกู้ แต่ทำไมจะกู้ เพื่อกองทุนการศึกษานี่ไม่ได้บ้างหรือ แต่ขณะเดียวกันกฎหมายนี้ก็กลับมาที่สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง พรรคภูมิใจไทยก็ไม่เห็นด้วยหรอก แต่ว่า้าเกิดไม่ให้มัน ผ่านไปก่อน เด็กนักเรียนเอย ผู้ค้ำประกันละจะทำอย่างไร การตั้งคณะกรรมาธิการร่วม มันต้องใช้เวลา ผมจึงเห็นสมควรว่าอย่างไร ๆ ก็คงไม่คัดค้านหรอก เพราะประโยชน์อันนี้ ก็ตกอยู่กับประชาชน นักเรียน ผู้ปกครองที่เดือดร้อนอยู่ทุกวันนี้ และทุกวันนี้ประชาชน เดือดร้อนกันอย่างมาก ทั้งบริบทของประเทศชาติ การทำมาหากิน เงินเฟ้อ วันนี้รัฐบาลเอง โดยพรรคภูมิใจไทยก็ได้ให้คำมั่นต่อประชาชนว่า้าวันหนึ่งผ่านท่านประธานสภาที่เคารพ ในนามของพรรคภูมิใจไทย เราเสนอว่า้าได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งเราจะพยายาม เสนอให้มีการแก้ไขไม่ให้มีดอกเบี้ย ไม่ให้มีเบี้ยปรับ เพราะคนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า มากที่สุดแล้วเท่าที่เป็นไปได้ ประเทศชาติเป็นคนรับประโยชน์จากการที่พ่อแม่สร้างเยาวชน สร้างบุตรหลานขึ้นมาเพื่อมารับใช้ประเทศชาติ ประเทศชาติจะไม่เห็นคุณค่าตรงนี้เลยหรือ ที่จะพัฒนาต่อยอด เพราะสุดท้ายโดยเฉพาะวันนี้เราเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย เราต้องการแรงงาน เราต้องการผู้จะมาพัฒนาประเทศชาติเพื่อสร้างภาษี สร้างรายได้ ได้วนรอบกลับมาสู่ในการ ที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ คนทุกคนอายุความก็ยิ่งสั้นควรจะต้องกลับมาเรียนรู้ใหม่เพื่อพัฒนา ประเทศ นำความรู้เพื่อที่จะต่อยอด ดังนั้นประเทศชาติควรจะมอง้ึงตรงนี้ ไม่ใช่เพียงแต่ มองว่าคุ้ม ไม่คุ้ม เหมือนธนาคาร เก็บดอกเบี้ย เก็บเบี้ยปรับ จะเอามาทำไมละครับ เราต้องการสร้างให้นักเรียนทุกคน หรือเยาวชนทุกคนเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ ้าคนปลอดหนี้ ก็จะได้มาสร้างฐานของครอบครัวเจริญรุ่งเรือง สร้างเยาวชนลูกหลานต่อไปเพื่อประโยชน์ กับประเทศชาติ เราควรจะมอง้ึงคุณค่าของคนมากกว่าเงินดอกเบี้ยเล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ก่อนที่คุณหมอจาตุรงค์จะอภิปราย ขออนุญาตนิดหนึ่ง สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ คณะเครือข่ายชุมชนเขตพญาไท จำนวน ๒๐ ท่าน ที่มาขอเข้าฟังการประชุม สภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา ยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปเป็นคุณหมอจาตุรงค์ ตามด้วย คุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ ท่านประธานครับ ผมได้อภิปรายตลอดว่ารากฐานของตึก คือเหล็ก คืออิฐ รากฐานของชีวิตคือการศึกษา วันนี้เราได้พิจารณา พ.ร.บ. กองทุนเงิน ให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งทางคณะวุฒิสภาได้ส่งกลับเข้ามา ผมนำเรียนว่า ในหลักการผมเองยืนยันและเห็นด้วยกับทางท่านอนุทิน ชาญวีรกุล และคณะที่ได้เสนอว่า เราต้องไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีเบี้ยปรับ ไม่มีค้ำประกัน และผมก็ได้ยืนยันต่อสู้กันมาในวาระที่ ๑ วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ มาตลอด วันนี้วุฒิสภาได้แก้กลับมาทั้งหมดมีอยู่คือมาตรา ๕ มาตรา ๙ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๘ และเพิ่มมาตรา ๒๔/๑ ขึ้นมา นำเรียนว่าทางผมเองและทางคณะได้ต่อสู้ ได้พยายามผลักดันจน้ึงที่สุดแล้ว เมื่อออกมาแบบนี้ผม้ือว่า ส.ส. ส่งเข้าไป้ือว่าดีที่สุดแล้ว แต่ในเมื่อกลับมาแล้วมีการแก้ไข ใน ๓-๔ เรื่อง ผมเองจะขออนุญาตใช้เวลาเล่า แล้วก็กล่าวให้พี่น้องประชาชนได้ทราบว่า ขณะนี้กองทุนกู้ยืมมีผู้ใช้สิทธิไปแล้ว ๖,๒๘๔,๐๐๕ ราย รวมเป็นเงินให้กู้ยืม ๗๒๓,๐๐๙ ล้านบาท ประกอบด้วยผู้ที่กู้ยืมปลอดหนี้ไปแล้ว ๙๐๐,๐๐๐ ผู้ชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้ว ๑,๖๐๐,๐๐๐ อยู่ระหว่างการชำระหนี้ ๓,๕๐๐,๐๐๐ ผู้กู้เสียชีวิต ทุพพลภาพ ๖๘,๐๐๐ และที่เราพูดกัน ตลอดว่าดอกเบี้ย เราเห็นแล้วว่ากองทุนได้รับเงินในการเป็นชำระอัตราดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ผิดนัดชำระประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ้ือเป็นเงินที่เยอะมาก ใน ๖,๐๐๐ ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการทุนปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ก็แสดงว่ามีกำไร ๔,๐๐๐ ล้านบาท ผมว่าไม่ต้องเอากำไรมาทำอะไรประโยชน์ตรงนี้หรอก พวกเราอภิปรายกันแล้วว่าค่าทนาย ที่ฟ้องเท่าที่สอบ้ามแล้วจะประมาณรายละ ๗,๕๐๐ บาท ประมาณเกือบ ๆ ๑ ล้านราย ด้วยซ้ำไปที่มีการฟ้องร้องขณะนี้ พี่น้องประชาชนรวมทั้งผู้ค้ำประกัน ๓,๕๐๐๐ กับ คนค้ำประกันผู้เดือดร้อน้ารวมแล้วก็ประมาณ ๗ ล้าน เขารอ พ.ร.บ. ฉบับนี้อยู่ เพราะฉะนั้น พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่วุฒิสมาชิกแก้มาแล้วผม้ือว่ามีส่วนดี เพราะเราได้ผลักดันมา แต่ก็มีข้อที่ จะต้องบอกว่ายังยืนยันว่า้ามีโอกาสก็คงจะต้องไปปรับปรุงในเรื่องของไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีค่าปรับ ซึ่งดอกเบี้ยร้อยละ ๑ ค่าปรับร้อยละ ๐.๕ ้าเรายอมให้ผ่านไปก่อน แต่โอกาสหน้า เพื่อให้ประโยชน์ส่วนใหญ่ได้ใช้ก่อนเพราะเขารออยู่ แต่มีโอกาสจะต้องกลับมาแก้ไข นำเรียนว่าที่แก้ไว้มีอยู่หลายจุด โดยเฉพาะแก้ไขมาตรา ๕ ซึ่งผมพูดตลอดว่าได้มี การยืดหยุ่นในเรื่องของมาตรา ๕ ในการแก้ไข กองทุนมีวัตุ้ประสงค์เพื่อสนับสนุน และส่งเสริมการศึกษาโดยการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษา ซึ่งมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ส.ส. เสนอไปว่าขาดแคลนทุนทรัพย์ และข้อ ๒ ศึกษาในสาขาวิชา ขาดแคลนหรือสาขาวิชาที่กองทุนมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ ซึ่ง ส.ว. ไปตัดขาดแคลนทุนทรัพย์ไป ก็น่าเสียดาย แต่ก็ยังมีเรื่องของส่งเสริมพิเศษเพราะจะให้เป็นทุนการศึกษา ตรงนี้ก็คงจะต้อง เก็บเป็นข้อมูลไว้ ครั้งหน้าเราคงจะได้เสนอตรงนี้ให้กลับมาได้ทั้ง ๒ อย่าง แต่เป็นหลักเลยคือ ในเรื่องของมาตรา ๑๘ แก้ไขในหน้า ๖ แก้ไขมาตรา ๔๔ เรื่องยกเว้นหรือลดหย่อนค่าปรับ แต่ผมก็ยังดีใจอยู่นิดหนึ่งว่ามาตรา ๔๔ ที่ทางคณะ ส.ว. แก้ไขมานั้นยังมีข้อยืดหยุ่นได้บ้าง แต่นั่นก็เป็นเฉพาะ เพราะนั่นคือดุลยพินิจของคณะกรรมการ ก็คือคณะกรรมการจะ กำหนดให้เริ่มคิดดอกเบี้ยหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้กู้ยืมเงินนับแต่เวลาใดภายหลังสำเร็จ การศึกษานั้นหรือเลิกการศึกษานั้นโดยที่มีอัตราร้อยละ ๑ ต่อปี หรือจะยกเว้น หรือลดหย่อน ดอกเบี้ยให้แก่ผู้กู้ยืมเงินที่ชำระเงินคืนกองทุนครบ้วน หรือมีประวัติชำระคืนกองทุนต่อเนื่อง หรือกรณีที่มีเหตุจำเป็นและสมควร อันนี้เป็นข้อที่ยืดหยุ่นก็อยากจะฝากว่ามีคณะกรรมการคงจะต้องพิจารณาให้ประชาชน ที่เดือดร้อนจริง ๆ ได้แก้ไข ก็คงจะต้องใช้ฉบับนี้ไปพลาง ๆ ก่อน ซึ่งมีข้อยืดหยุ่นในแต่ละอัน แต่้าเป็นประเด็นในโอกาสต่อไปเราคงจะยืนยันว่าจะต้องแก้ว่าไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีค่าปรับ ไม่มีผู้ค้ำประกัน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปเชิญ คุณกรวีร์ ตามด้วยนางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดอ่างทอง ต่อ พ.ร.บ. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ทางวุฒิสภาได้ลงมติให้มีการแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายที่ทางสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอขึ้นไป เมื่อมีการแก้ไขก็ต้องกลับมาพิจารณากันอีก รอบหนึ่งว่าทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สภาของพวกเราจะเห็นด้วยกับสิ่งที่ ส.ว. แก้ไข หรือจะเสนอไปให้ตั้งกรรมาธิการร่วม ผมอยากจะเล่าให้ฟังสั้น ๆ นิดเดียวว่าจุดยืนของ พรรคภูมิใจไทย และตลอดระยะเวลาในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ตั้งแต่ในขั้นรับหลักการ ตั้งแต่ในเรื่องการตั้งกรรมาธิการ ตั้งแต่ลงมติในวาระที่ ๒ และลงมติในวาระที่ ๓ พวกเรา ยืนมาโดยตลอด หลักสำคัญและเป็นแนวคิดที่พวกเราเสนอต่อพี่น้องประชาชนในตอนที่เรา เสนอต่อนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง เราพูดเอาไว้บอกว่า ๑. ต้องปลดภาระผู้ค้ำประกัน ๒. ต้องไม่มีดอกเบี้ย และ ๓. ต้องไม่มีเบี้ยปรับ เราพูดเอาไว้แบบนั้น และเราก็มาลงมือทำ ผ่านสภาผู้แทนราษฎรจนทั้ง ๓ วาระสำเร็จเรียบร้อย แต่น่าเสียดาย เมื่อสมาชิกวุฒิสภา เห็นต่าง ซึ่งพวกเราเองก็เคารพในความเห็นต่างตรงนั้น และได้มีการแก้ไขในสาระสำคัญ ในหลายประเด็น ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๓๗ (๓) ้าหากว่าวุฒิสภามีการแก้ไข สภาผู้แทนราษฎรของพวกเราจะพิจารณาได้ว่า ๑. เราจะเห็นด้วยตามที่วุฒิสมาชิกได้มี การแก้ไข แล้วก็ประกาศใช้กฎหมายหรือไม่ หรือเราจะไม่เห็นด้วยเราก็ไปตั้งกรรมาธิการ ร่วมกันในการพิจารณากฎหมายนี้อีกครั้งหนึ่ง สิ่งตรงนี้เงื่อนไขเรื่องของเวลาเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่พวกเราต้องพิจารณา หากว่าเป็นส้านการณ์ปกติพวกเราพรรคภูมิใจไทยเราบอกได้เลยว่า เรื่องนี้เราจะสู้จน้ึงที่สุด ต่อให้มีการตั้งกรรมาธิการร่วมกันเราก็จะไป้กไปเ้ียงเอาหลัก เอาแนวความคิดที่เห็นต่างกันตรงนี้เพื่อที่จะทำให้แนวความคิดและนโยบายที่ได้ให้คำมั่น สัญญากับพี่น้องประชาชนเอาไว้เกิดผลสำเร็จอย่าง้ึงที่สุด แต่หากว่าพิจารณาจากระยะเวลา ที่สภาชุดนี้ยังเหลืออยู่อีกเพียงแค่ไม่กี่วันเราก็คำนึง และเราก็มาชั่งน้ำหนักดูว่า้าหากว่า เราทำแบบนั้นแล้วระยะเวลามันไม่ทันก็คือแก้กฎหมายนี้ไม่ทัน สิ่งที่จะเกิดผลกระทบกับ พี่น้องประชาชนคืออะไรครับ คือดอกเบี้ยที่วันนี้เราคิดกันอยู่สูง้ึงไม่เกินร้อยละ ๗.๕ ต่อปี และที่สำคัญที่สุดก็คือเบี้ยปรับที่ไปปรับที่ไปเขาคิดเขาสูง้ึง ๑๘ เปอร์เซ็นต์ต่อปี นี่คือ ความเสียหาย และนี่คือทุกข์ทรมานที่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกหนี้ของ กยศ. ที่เขาต้องแบกรับภาระเอาไว้ และนี่เป็นความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสครับ พวกเราหลังจาก ที่ได้มาพิจารณาและได้มาดูแล้วว่าสิ่งที่วุฒิสมาชิกได้มีการแก้ไขไป้ึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นไปตาม สิ่งที่พวกเราต้องการ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีเบี้ยปรับ ทางวุฒิสมาชิกได้ แก้ไขกลับมาว่าให้มีดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ ๑ และมีเบี้ยปรับไม่เกินร้อยละ ๐.๕ ต่อปี ้ามว่าดีกว่าเดิมไหม ดีกว่าเดิมแน่นอนครับ เพราะของเดิมนั้นดอกเบี้ย ๗.๕ เบี้ยปรับ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ นี่ก็คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์หากว่ากฎหมายฉบับนี้ผ่านสภา ของพวกเราออกไป อย่างไรก็ตามสิ่งที่อยากจะกราบเรียนไป้ึงท่านประธาน แล้วก็บอกกับ เพื่อนสมาชิกว่าพวกเราพรรคภูมิใจไทยเองเราคงไม่สามาร้ที่จะลงมติในสิ่งที่มันขัดกับ หลักการ และเราไม่สามาร้ที่จะลงมติเห็นชอบกับในสิ่งที่มันขัดต่อแนวความคิดที่พวกเรา ต่อสู้มาโดยตลอดได้ คราวหน้า้าหากว่าทางพรรคภูมิใจไทยพวกเราได้มีโอกาสได้กลับเข้ามา ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เราก็ยินดีที่จะเสนอกฎหมาย และต่อสู้กับแนวความคิดและจุดยืน นโยบายของพวกเราที่อยากจะเห็นการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษานั้นเป็นเหมือนเงินยืมที่ไม่มี ภาระดอกเบี้ย ที่ไม่มีเบี้ยปรับ นี่ก็คือแนวความคิดแล้วก็จุดยืนของพวกเราพรรคภูมิใจไทย แล้วพบกันใหม่ใน พ.ร.บ. กยศ. ภาค ๒ สมัยหน้า ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณณธีภัสร์ ตามด้วยคุณภาคิน สมมิตรธนกุล ครับ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภา ที่เคารพ ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ทางวุฒิสภาแก้ไขมานั้น เกือบทั้งหมดนี้ผมไม่ได้ติดใจอะไร มีเพียงสิ่งเดียวที่ผมไม่อาจเข้าใจ ความคิดของทางวุฒิสภาได้ก็คือการแก้ไขข้อความในมาตรา ๕ ครับ ท่านประธานครับ เดิมที ร่างที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรของเราออกไปมาตรา ๕ เปิดโอกาสให้กองทุนสามาร้พิจารณา ให้ทุนแก่นักเรียน นักศึกษา ๒ ประเภทคือ (๑) กลุ่มที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และ (๓) กลุ่มที่ ศึกษาในสาขาที่ขาดแคลนหรือที่กองทุนมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ แต่ทางวุฒิสภากลับตัด (๑) ทิ้งไป ทำให้ผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ไม่สามาร้มีโอกาสได้รับทุนอีกต่อไป โดยทางวุฒิสภา ให้เหตุผลว่าการให้ทุนกับนักเรียน นักศึกษากลุ่มนี้จะไปทำลายวัตุ้ประสงค์ของกองทุนเงิน ให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ซึ่ง้้าเป็นเหตุผลนี้ผมคิดว่าทางวุฒิสภาน่าจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ไปพอสมควรเลยครับ ผมเข้าใจว่าทางวุฒิสภาอาจจะเป็นห่วงเพราะกลุ่มที่ขาดแคลน ทุนทรัพย์มีจำนวนเยอะมาก จึงกังวลว่า้าให้ทุนกับกลุ่มนี้ กยศ. จะไม่ใช่กองทุนกู้ยืมแล้ว แต่จะเป็นองค์กรที่ให้ทุนการศึกษาแทน แต่หากทางวุฒิสภาอ่านต่อมาอีกสักหน่อยก็จะเห็น ว่าในมาตรา ๕ เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าคณะกรรมการจะกำหนดให้เป็นทุนการศึกษาก็ได้ ซึ่งนั่นหมายความว่าไม่ใช่ผู้กู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ทุกคนจะได้รับทุน เราแค่เปิดโอกาสให้กับ ผู้กู้และกองทุนมากขึ้นเท่านั้นเอง และมาตรา ๕ ยังกำหนดต่อไปอีกว่าคณะกรรมการจะเป็น ผู้กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการให้ทุน ดังนั้นไม่ต้องห่วงเลยว่าผู้ที่ได้รับทุนจะมีจำนวน มากเกินไปจน กยศ. ไม่สามาร้ควบคุมได้ เพราะสุดท้ายผู้ที่กำหนดหลักเกณฑ์ทั้งหมด และทำการคัดเลือกก็คือคณะกรรมการของ กยศ. นั่นแหละ ซึ่งเรื่องนี้ในชั้นกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎร ผู้จัดการกองทุนเองก็ไม่ได้มีปัญหาขัดข้องหรือตั้งข้อสงวนใด ๆ ไว้ ้าทางวุฒิสภากังวลเรื่องนี้ผมคิดว่าท่านอาจจะกังวลแทนกองทุนมากเกินไปหน่อยครับ ขอขึ้นสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ แล้ว้าเราลองไปดูข้อมูลรายได้จากรายงานทางการเงินของ กยศ. ในปี ๒๕๖๔ กยศ. มีรายได้ทั้งหมด ๖,๙๐๐ ล้านบาท และจำนวนกว่า ๖,๔๐๐ ล้านบาท เป็นดอกเบี้ย และเบี้ยปรับที่ได้มาจากการปล่อยกู้ ซึ่งดอกเบี้ยและเบี้ยปรับจำนวนมากนี้มาจากกลุ่มที่ ขาดแคลนทุนทรัพย์ที่มีจำนวนมาก้ึง ๗๕ เปอร์เซ็นต์ และ้าเราลองคำนวณตามสัดส่วน ก็จะพบว่าปีนั้น กยศ. ได้รับเงินจากผู้กู้กลุ่มนี้ไม่ต่ำกว่า ๔,๘๐๐ กว่าล้านบาท เห็นได้ชัดว่า รายได้ส่วนใหญ่ของกองทุนมาจากผู้กู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งจัดว่าเป็นผู้กู้กลุ่มใหญ่ที่สุด ของ กยศ. แต่ทำไมกลับละเลยคนกลุ่มนี้ไม่ให้เขามีโอกาสได้รับทุนแม้แต่น้อย ทั้ง ๆ ที่เงิน ที่นำมาเป็นทุนก็มาจากที่พวกเขาจ่ายไป และ้าเราตัด (๑) ออกไปก็จะมีคนแค่ ๐.๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มีโอกาสได้รับทุนการศึกษา ทั้ง ๆ ที่เราไม่ควรจะตัดโอกาสใคร ตั้งแต่ต้น ท่านประธานครับ ด้วยวิธีการที่เปิดให้กองทุนสามาร้ไปกำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการให้ทุนแบบนี้ ผมมองว่า้าหากมีการบริหารจัดการดี ๆ เราสามาร้ เปิดโอกาสให้ผู้กู้ทุกกลุ่มมีโอกาสได้รับทุนด้วยซ้ำไป ท่านประธานลองนึกดูกองทุนเป็นผู้ที่รู้ ข้อมูลผู้กู้ทั้งหมด และรู้สภาพคล่องของตัวเองเป็นอย่างดี ดังนั้นกองทุนสามาร้กำหนดได้ว่า คุณสมบัติที่จะได้รับทุนการศึกษาของแต่ละกลุ่มคืออะไรบ้าง และในปีหนึ่งจะมีทุนการศึกษา ทั้งหมดกี่ทุน รวม้ึงสามาร้กำหนดได้ด้วยว่าจะให้ทุนการศึกษาแก่กลุ่มใดก่อน ้ามีจำนวน เพียงพอแล้ว้ึงจะไปยังกลุ่มอื่น ลักษณะเดียวกันกับที่กองทุนกำหนดเป็นเงื่อนไขที่จะปล่อยกู้ ในระดับที่สูงกว่าปริญญาตรีครับ การทำแบบนี้จะทำให้กองทุนสามาร้กำหนดหลักเกณฑ์ และรูปแบบในการให้ทุนได้อย่างอิสระขึ้น ในขณะเดียวกันก็จะเป็นการกระจายโอกาสในการ ได้รับทุนอย่างเป็นธรรม และในระหว่างที่รัฐกำลังเดินหน้าเปลี่ยนแปลงสร้างให้เกิดการเรียนฟรีอย่างแท้จริง กลุ่มนักเรียนกลุ่มนี้จะได้รับการช่วยเหลือจากกองทุน ซึ่งจะช่วยลดอัตราเด็กหลุดออกจาก ระบบการศึกษาได้ไม่มากก็น้อยเลยครับ แต่ในทางกลับกันหากเรากำหนดให้เพียงผู้กู้ตาม (๓) มีสิทธิได้รับทุนแบบนี้ กองทุนก็จะไม่สามาร้ขยับอะไรได้มากมาย แม้ในปีนั้นกองทุน จะมีรายได้เพียงพอที่จะขยายไปยังกลุ่มอื่นก็ตาม กองทุนก็จะไม่สามาร้ให้ทุนเพิ่มเติมได้ ทำได้เพียงนำเงินที่เหลือไปฝากธนาคาร ซึ่งก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไรในการส่งเสริม การศึกษาเลยครับ ผมเข้าใจดีหน้าที่หลักของกองทุนยังคงต้องเป็นการให้กู้ยืมอยู่ แต่ในเมื่อ กองทุนมีเจตนาในการที่จะให้ทุนการศึกษาแล้ว ผมจึงอยากให้ทุกคนมีโอกาสได้รับทุน อย่างเท่าเทียมกัน ผมจึงไม่อาจเข้าใจในความคิดของทางวุฒิสภาได้ว่าทำไมจึงตัดโอกาส ในการให้ทุนของเด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ออกไป ผมจึงขอฝากประเด็นนี้ไว้ แต่เนื่องด้วย ระยะเวลาในการผ่านกฎหมายของสภาสมัยนี้มีอยู่จำกัด หากปล่อยให้ พ.ร.บ.ฉบับนีู้้กล่าช้า ออกไปจนไม่ทันเวลาผู้ที่จะเดือดร้อนที่สุดก็คงไม่พ้นผู้กู้ที่เป็นนักเรียนนักศึกษาที่แบกภาระ จากการโดนดอกเบี้ย เบี้ยปรับที่ไม่เป็นธรรม และการโดนทวงหนี้จน้ึงขั้นโดนบังคับคดี ยึดทรัพย์ ดังนั้นวันนี้ผมและพรรคก้าวไกลจึงเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อรีบเร่งบรรเทา ภาระความเดือดร้อนของนักเรียน นักศึกษาที่เป็นผู้กู้ในปัจจุบัน สำหรับแนวทาง พ.ร.บ. กยศ. พลัส พลัส (Plus Plus) ของพรรคก้าวไกลที่เคยเสนอไว้พวกเราทำสำเร็จแล้วอย่างหนึ่ง คือการยกเลิกผู้ค้ำประกันในทุกกรณี ในสมัยหน้าพวกเราจะกลับมายื่นแก้ไข พ.ร.บ. กยศ. ในประเด็นอื่นเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขยายโอกาสในการกู้และการให้ทุน หรือการ ชำระเงินคืนโดยใช้เกณฑ์รายได้จ่ายเมื่อพร้อม รวม้ึงการปลดล็อกเรื่องสัญชาติตามแนวทาง กยศ. พลัส พลัส (Plus Plus) ที่พรรคก้าวไกลได้เคยเสนอไว้อย่างแน่นอน ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณภาคิน ตามด้วยท่านซูการ์โน มะทา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ภาคิน สมมิตรธนกุล ขออนุญาตอภิปราย และตั้งเป็นข้อสังเกตในร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาซึ่งได้ผ่าน ความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรไป้ึงวุฒิสภาแล้ว ซึ่งวุฒิสภามีการแก้ไขในบางมาตรา ผมเองได้ตั้งข้อสังเกตในส่วนของการแก้ไขของวุฒิสภา ในส่วนของมาตรา ๕ ซึ่งมาตรา ๕ ้ือว่าเป็นสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จริง ๆ แต่ท่านได้ตัดเอาสาระสำคัญนั้น ออกไป ซึ่งผมเห็นว่ามันมีความสำคัญยิ่ง ในมาตรา ๕ นั้นสภาผู้แทนราษฎรได้เพิ่มเป็น มาตรา ๖/๑ ซึ่งกองทุนมีวัตุ้ประสงค์อะไรบ้าง ได้บอกไป (๑) ก็คือขาดแคลนทุนทรัพย์ อันนี้ซึ่งวุฒิสภาได้ตัดเอาส่วนนี้ออกไปใน (๒) ซึ่งใน (๒) นั้นในกรณีตาม (๑) และ (๓) นั้น คณะกรรมการจะกำหนดให้เป็นทุนการศึกษาหรือให้กู้ยืมก็ได้ อันนี้หัวใจใหญ่ของกองทุน ก็คือการให้กู้ยืมสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ แต่ว่าไปตัดเอาวัตุ้ประสงค์ ข้อ ๑ ขาดแคลนทุนทรัพย์ออกไป ผมคิดว่ามันเป็นสาระสำคัญ ซึ่งกองทุนนี้หัวใจใหญ่ ของกองทุนก็คือการเข้า้ึงกองทุน การให้โอกาสกับผู้ยากไร้ ทุกวันนี้ครอบครัวไทยเรานั้น เป็นครอบครัวเดี่ยว ส่วนใหญ่ก็มีลูกกันคนเดียว ้าอยู่ในสภาพที่เป็นครอบครัวที่ยากจน หัวหน้าครอบครัวทั้งพ่อทั้งแม่ก็ไม่มีโอกาสที่จะส่งลูกเข้าไปศึกษาในโรงเรียนดี ๆ เพื่อกลับมา ช่วยเหลือครอบครัว หัวใจใหญ่สำคัญของกองทุนก็คือเข้าช่วยเหลือครอบครัวที่ไม่มีโอกาส ที่จะเข้าไปศึกษาเรียนรู้เพื่อเอาอาชีพนั้นมาช่วยเหลือครอบครัวของตัวเองต่อไป เพราะฉะนั้น ้าตัดสาระสำคัญเรื่องของผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ออกไปแล้ว ผมคิดว่ามันก็จะเป็น ส่วนสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไป ฉะนั้นจะเห็นว่าทุกวันนี้การขับเคลื่อน แรงงานที่ออกจากชนบทหลังจากทำนาเสร็จแล้วก็คือมาหางานทำที่กรุงเทพฯ หรือเมืองหลวง ใหญ่ ๆ เมื่ออพยพมาแล้วก็คือต้องเอาลูกหลานติดมาด้วย ลูกหลานเหล่านั้นอาจจะต้อง ออกจากโรงเรียนเพื่อตามครอบครัวเข้ามาอยู่ที่เมืองหลวง ฉะนั้นเมื่อออกจากโรงเรียนมาแล้วก็เป็นปัญหาใหญ่ของครอบครัว ฉะนั้นกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาจะเป็นส่วนเสริมเติมแต่งให้ครอบครัวที่ยากไร้ได้มีโอกาสได้ศึกษา ได้มีโอกาส ได้จบวิชาชีพระยะสั้นเพื่อนำไปช่วยเหลือเกื้อหนุนให้ครอบครัวของตัวเองนั้นได้มีรายได้ ที่มั่นคงที่แน่นอน ฉะนั้นกองทุนนี้เป็นกองทุนหัวใจใหญ่ที่จะต้องไปสนับสนุนครอบครัวที่ไม่มี รายได้ที่แน่นอน อาจจะหาเช้ากินค่ำ ต้องหาเงินเป็นรายวัน บางทีหาเงินไม่ได้ลูกก็ไม่ได้ไป โรงเรียน ก็ต้องอยู่ที่บ้าน ดูแลปู่ย่าตายายอยู่ที่บ้าน ฉะนั้นเมื่อทุกคนไม่มีรายได้กองกันอยู่ที่ ครอบครัวก็เป็นความยากลำบาก จึงเห็นว่ากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาจะเป็นส่วน ช่วยเสริมเติมแต่งให้ครอบครัวที่ยากไร้ไม่มีโอกาสที่จะได้เงินได้ทองมาสนับสนุนเกื้อกูล เรื่องของปากท้องของครอบครัวตัวเอง ฉะนั้นผมเห็นว่าสาระสำคัญที่วุฒิสภาได้ตัดออกไปนี้ น่าจะไม่ต้องตัดออกไป ให้มันเพิ่มเติมตามวรรคสอง ซึ่งคุณสมบัติที่มันบอกไว้ชัดเจนว่าคนที่ จะมีสิทธิที่จะมากู้ยืมเงินนั้นก็คือขาดแคลนทุนทรัพย์ศึกษาในสาขาวิชาชีพหลักอยู่แล้วที่จะ เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติ รวม้ึงสาขาที่ขาดแคลนจะให้เป็นทุนการศึกษาก็ได้ หรือว่าเรียนดีเป็นเลิศก็จะให้เป็นทุนการศึกษาก็ได้ แต่หัวใจใหญ่ของกองทุนอันนี้คือ ขาดแคลนทุนทรัพย์ ฉะนั้นควรส่งเสริม ไม่ต้องตัด (๑) ขาดแคลนทุนทรัพย์ในมาตรา ๕ ออก ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านซูการ์โน ตามด้วยท่านประกอบ รัตนพันธ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมขออนุญาตอภิปราย ในร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาหรือ กยศ. ที่สภาได้พิจารณาเสร็จแล้ว แล้วก็มีการแก้ไข ก่อนอื่นผมขอยืนยันในหลักการและเหตุผลต่อท่านประธานและสภา อันทรงเกียรตินี้ว่าผมและพรรคประชาชาติขอยืนในหลักการและเหตุผลเดิม คือเราเห็นว่า เงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาหรือ กยศ. นั้น ไม่ควรจะมีดอกเบี้ย แล้วก็ไม่ควรจะมี ค่าปรับ แล้วก็ต้องไม่มีคนค้ำประกัน เพราะเราเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราได้นำเสนอในหลักการ และเหตุผลเดิมนั้นเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชนผู้ที่มีความเดือดร้อนในเรื่องของ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ท่านประธานครับ ตามที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย หลาย ๆ ท่านเห็นว่าการที่วุฒิสภาแก้ไขนั้นใน ๖-๗ มาตรา ้ือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่เกี่ยวข้อง กับร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา ๕ ซึ่งผมเองไม่เห็นด้วยที่ทางคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาได้ไปตัดใน (๑) ตามที่สภาของเรา ได้มีมติเห็นชอบไปแล้วนั้น เรื่องของสำหรับกลุ่มที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ที่กู้ยืมเพื่อการศึกษา อันนั้นคือหัวใจสำคัญ เพราะพี่น้องประชาชนที่มีฐานะคงไม่เข้ามาสู่ระบบของ กยศ. แต่พี่น้องประชาชนที่เป็นลูกหนี้แล้วต้องมาผ่อนชำระแล้วก็เสียค่าปรับ เสียดอกเบี้ยส่วนใหญ่ ก็เป็นผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ แล้วก็เป็นผู้ที่อยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการแก้ไขในมาตรา ๕ ที่ทางวุฒิสภาได้ตัดกรณี (๑) นั้น ผมคิดว่าสภาผู้แทนราษฎร ไม่ควรที่จะเห็นตามตามที่ทางวุฒิสภาได้ให้ความเห็นไว้ เพราะว่าเรื่องของหลักการที่เรารับ ลงมติไปแล้วในมาตรา ๕ ผม้ือว่าเป็นสิ่งทีู่้กต้องที่สุดเป็นข้อหลักการปฏิบัติสำหรับกองทุน เงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ท่านประธานครับ มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายว่าเห็นด้วยกับการคิดดอกเบี้ย ร้อยละ ๐.๕ ต่อปี และมีค่าปรับร้อยละ ๑ ท่านประธานครับ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ บรรดาลูกหนี้ กยศ. ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่นับ้ือ ศาสนาอิสลาม ฉะนั้นข้อเรียกร้องความต้องการของพี่น้องประชาชนหรือลูกหนี้ กยศ. ที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่นับ้ือศาสนาอิสลามนั้นมีความต้องการให้กองทุน เงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษานั้นจะต้องไม่คิดดอกเบี้ย และจะต้องไม่มีค่าปรับ โดยเฉพาะ เรื่องของดอกเบี้ยเป็นเรื่องสำคัญ ทำให้สร้างช่องว่างให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมมากขึ้น เพราะพี่น้องนักเรียน นักศึกษาที่นับ้ือศาสนาอิสลาม และยึดมั่นในหลักการคำสอน ของศาสนาอิสลามแล้วไม่สามาร้ที่จะเข้า้ึงกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาของเราได้ ท่านประธานครับ พรรคประชาชาติมีแนวคิดที่คิดว่าหากเราได้กลับมา ได้รับความไว้วางใจ จากพี่น้องประชาชนหนี้ กยศ. เราจะต้องล้างหนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการล้างหนี้ กยศ. ที่เรา ได้คิดไว้ในยุทธศาสตร์ของพรรคประชาชาตินั้นไม่ใช่เป็นการปลดหนี้ แต่เราต้องมา ปรับโครงสร้างหนี้ ท่านประธานคงจะจำได้ในปีที่มีวิกฤติต้มยำกุ้งรัฐบาลได้มีการปรับ โครงสร้างหนี้ของ ปรส. จาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เหลือแค่ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นหนี้ กยศ. ของนักศึกษาที่กู้ยืมเพื่อการศึกษานั้นควรจะได้มีการล้างหนี้โดยใช้การปรับโครงสร้างหนี้ ให้เกิดประโยชน์และที่สำคัญที่สุดวันนี้ผมเห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรควรจะมีมติตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณา เราอย่าไปยืนและเห็นด้วยกับเงื่อนไขว่าอายุรัฐบาลนี้ จะหมดภายในวันที่ ๒๓ มีนาคม ผมคิดว่าการพิจารณา้าเราเข้าใจในความต้องการเร่งด่วน ระยะเวลาเพียงแค่ ๑ สัปดาห์ก็สามาร้ที่จะแก้ปัญหาเรื่องของหนี้ กยศ. ได้ ก็ขอฝาก ท่านประธาน้ึงเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าเราควรจะตั้งกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาเรื่องของ การแก้ไขของวุฒิสภาให้ตรงตามความต้องการของพี่น้องประชาชน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประกอบ ตามด้วยท่านสงวน พงษ์มณี นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะมีส่วนร่วมในการให้ ความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งวุฒิสมาชิกได้ไปปรับปรุงแก้ไขในบางมาตรา ก็ขอกราบเรียนประธานว่าจริง ๆ กองทุน เงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษานั้นเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อลูกหลานของเราที่ผู้ปกครองขัดสน เรื่องการเงิน พอพูด้ึงเรื่องนี้กระผมคิดว่าพวกเราคงต้องกราบขอบพระคุณท่านชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนคิดริเริ่มให้โอกาสกับลูกหลานพี่น้องประชาชนที่ไม่มีศักยภาพ ในการศึกษาต่อในชั้นที่สูงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุดมศึกษาก็เปิดโอกาสให้มีกองทุนเงิน ให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา แต่วันนั้นท่านประธานจะเห็นว่าเมื่อกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ได้นำมาใช้ผ่านมาหลายปีปรากฏว่ามีปัญหา ๓ ประเด็นด้วยกัน ก็คือประเด็นในเรื่องของ ผู้ค้ำประกันซึ่งต้องรับภาระในการที่รับการฟ้องร้องมากมายซึ่งผู้กู้ผิดนัด ก็เป็นปัญหาที่ สภาแห่งนี้มาพูดจากันในวาระรับหลักการ เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่พวกเราเห็นว่า มันสูงเกินเหตุ ไม่สมเหตุสมผลกับลูกคนจนที่กู้ไปยืมเรียน เรื่องที่ ๓ เรื่องเบี้ยปรับ ๓ เรื่องนี้ที่เรามาพูดจากัน แล้วก็เป็นหัวใจของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ทีนี้ในเรื่องของผู้ค้ำประกันก็จะเห็นว่าคณะกรรมการชุดนี้ พร้อมทั้งสภาชุดนี้เห็นชอบ ด้วยกันทั้งสิ้นว่าไม่ควรมีผู้ค้ำประกัน ให้ผู้ยืมได้ค้ำประกันตนเองในระดับที่สูงขึ้น ส่วนที่ ๒ ที่มีความเห็นต่างก็คือเรื่องของอัตราดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ ซึ่งในชั้นคณะกรรมาธิการนั้น เราก็้กกันมาก คำนึง้ึงความมั่นคงของกองทุน คำนึง้ึงภาระของผู้กู้ ซึ่งเราเข้าใจว่าผู้กู้นั้น เป็นลูกของผู้ที่มีฐานะไม่ดี้ึงจะมากู้ เพราะฉะนั้น ๒ ส่วนนี้ผสมผสานกลมกลืนกัน ทั้งให้ กองทุนนี้มีความมั่นคงสามาร้ที่จะสืบทอดไปได้ตลอดไปเพราะเป็นกองทุนหมุนเวียน และเรื่องที่ ๒ คำนึง้ึงความยากไร้ ความขัดสนของผู้ปกครองที่ให้ลูกกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา แต่ว่าในที่สุดคณะกรรมาธิการเราก็คุยกันมากมาย แต่สรุปว่าสภาแห่งนี้ได้มีมติว่าไม่มีอัตรา ดอกเบี้ยและไม่มีเบี้ยปรับส่งไปที่วุฒิสภา ผมเชื่อว่าวันนั้นวุฒิสภาฟังการอภิปรายในสภา แห่งนี้อยู่ ซึ่งมี ๒ ฝั่ง ฝั่งแรกก็ยืนยันไม่มีอัตราดอกเบี้ย ไม่มีเบี้ยปรับ แต่ฝั่งที่ ๒ ก็บอกว่า ควรจะมี แต่ไม่ควรสร้างภาระให้กับผู้กู้มากจนเกินไป แต่ในที่สุดที่ประชุมก็ตัดสินด้วย เสียงข้างมากว่าไม่มีเบี้ยปรับและไม่มีอัตราดอกเบี้ย คือเป็นศูนย์ วุฒิสภาผมคิดว่าท่านนำ ความคิดเห็นของสภาแห่งนี้ด้วยความรอบคอบรอบด้านก็ไปปรับ ๒ เรื่องที่สำคัญที่เรา พูดจากันก็คือเรื่องอัตราดอกเบี้ยกับเบี้ยปรับ ซึ่งท่านไปปรับอัตราเบี้ยไม่เกินร้อยละ ๑ ต่อปี และเบี้ยปรับไม่เกินร้อยละ ๐.๕ ต่อปี ผมกราบเรียนประธานว่าอัตรานี้เป็นอัตราที่ ทุกพรรคการเมืองน่าจะรับได้ ทุกท่านน่าจะรับได้ เพราะว่าเป็นอัตราที่ยืดหยุ่นมาก คำว่า ดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ ๑ ต่อปี นั่นหมายความอย่างไร หมายความว่า้าวันไหนภาวะวิกฤติ เศรษฐกิจยามยากไร้ ยามที่ผู้ปกครองไม่มีเงินหรือค่าภาวะที่บ้านเมืองขัดสนเหมือนโควิด (COVID) ครั้งนี้ ทางกองทุนสามาร้ที่จะไม่เอาดอกเบี้ยก็ได้ ไม่คิดดอกเบี้ยก็ได้ ก็คือกำหนดว่า กรอบไม่เกินร้อยละ ๑ ผมคิดว่าเป็นกรอบที่ยืดหยุ่นและมีความเหมาะสม เรื่องเบี้ยปรับครับ ซึ่งเป็นประเด็นที่พวกเราพูดกันมากมาย ก็เช่นเดียวกันวุฒิสมาชิกได้ไปปรับปรุงแก้ไขไม่เกิน ร้อยละ ๐.๕ ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราน้อยมาก นั่นหมายความว่ากองทุนก็อาจจะไม่คิดเบี้ยปรับก็ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่วุฒิสมาชิกไปปรับปรุงไปแก้ไขผมคิดว่ามันสอดรับกับข้อเท็จจริงและไม่สร้าง ความเดือดร้อนให้กับผู้กู้ แต่สร้างความมั่นคงให้กับกองทุน ขอขอบพระคุณท่านประธาน ที่เคารพครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสงวน ตามด้วยท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน พี่น้องประชาชนและท่านประธานก็คงจะได้ยินแล้วว่า ในสภาแห่งนี้ไม่มีใครเห็นด้วยกับการเอารัดเอาเปรียบประชาชน ทุกพรรคก็เหมือนกัน และทุกพรรคก็ประกาศว่านโยบายต่อไปนี้คือต้องแก้ปัญหาให้ประชาชนต้องไม่มีดอกเบี้ย ก็พูดกันไปทุกพรรค แต่สำหรับผมผมจะตั้งคำ้ามกับสังคมว่าเมื่อกองทุนนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อจะ ช่วยเหลือคนที่ไม่มีเงินเรียนได้เรียนหนังสือ และหวังว่าการเรียนหนังสือจะยกส้านะเขาเป็น ชนชั้นกลางที่มั่นคงในชนบท พอท่านชวนตั้งกองทุนขึ้นมากระบวนการบริหารจัดการ ทุนหมุนเวียนกลับกลายเป็นว่ามาหาเงินกับความยากลำบากของประชาชน เมื่อสักครู่มีผู้ให้ ข้อมูลว่า ๑ รายมีการฟ้องร้อง และค่าฟ้องร้อง ๗,๐๐๐ บาท ้า ๑ ล้านรายมันคือ ๗,๐๐๐ ล้านบาท ้า ๒ ล้านกว่ารายที่กำลังมีปัญหาอยู่ต้องฟ้องร้องก็คือหมื่นกว่าล้านบาท หมื่นกว่าล้านบาท หรือ ๗,๐๐๐ ล้านบาท หรือล้านเดียวมันคือเลือดและเนื้อของคนที่ ทุกข์ยากนะครับ คำ้ามจากผมก็คือว่ากองทุนนี้ทำไมต้องมีดอกเบี้ย ทำไมต้องมีค่าปรับ ทำไมต้องมีการฟ้อง ทำไมต้องมีคนค้ำประกัน ชาวบ้านที่เป็นผู้กู้ ลูกหลานของชาวบ้านไม่มีใครมีปัญญาใช้หนี้ ้าไม่มีงานทำ ท่านประธานครับ แต่คนู้กฟ้องคือผู้ค้ำ ระยะแรกก็ครูบาอาจารย์เห็นใจเด็ก ฟ้องจนตัวเองล้มละลาย รับช่วยเหลือเด็กเซ็นรับรองไป ๑๐ กว่ารายล้มละลายทั้งครอบครัว วันนี้ข้าราชการก็ไม่มีใครค้ำแล้วเพราะกลัวจะู้กฟ้อง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็ไม่รับแล้ว เหลือแต่ ครอบครัวตัวเอง ภาพจำของผมในจังหวัดของผมเองเกิน ๑๐ ราย มีที่ดินไม่เกิน ๒ ไร่ มีลูก ๓-๔ คน ลูกคนหนึ่งเรียนแล้วไปทำงานโรงงาน พอโควิด (COVID) มาตอนนี้จะู้กฟ้องแล้ว เพราะอะไรครับ ฟ้องในที่สุดครอบครัวก็ู้กยึด ไหนกฎหมายบอกว่าผู้ค้ำไม่ต้องล้มละลาย ผมย้ำนะครับ ผู้ค้ำไม่ต้องล้มละลาย ฟ้องล้มละลายไม่ได้ แต่เขามีที่ดินอยู่ ๓ งานบ้าง ๓ ไร่บ้าง ยึดเขาไปขาย เขาล้มละลายทั้งครอบครัว ยิ่งกว่าการล้มละลายอีก นี่คือการทำ กฎหมายขัดหลักการ จริง ๆ แล้ว้าเป็นรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งผมจะเสนอพรรคผมให้ล้างหนี้ ตรงนี้ออกไปหมดเลย เพราะมันไม่ใช่จะต้องมาหาเงินกับคนพวกนี้ ไปตรวจสอบดูสิว่างบดุล ประจำปีที่รายงานมานั้นสำนักงานทนายความได้เงินไปเท่าไร ผู้บริหารกองทุนขณะนี้มาหา กินกับเลือดเนื้อของประชาชนอายบ้างไหม ความเป็นมนุษย์ของพวกคุณอยู่ไหน มีความสุข กับการฟ้อง ไปอ่านคำบรรยายฟ้องและพี่น้องอยากร้องไห้ว่าเขามองคนกู้เป็นผู้ลงทุน มีหนี้ ค่าปรับ ปรับ ๑๘ เปอร์เซ็นต์อย่างนี้ท่าน บางคนกู้เงินหลักไม่กี่หมื่น พอจะใช้ทั้งหมด เป็นแสน เราจะปล่อยให้สภาพนี้เกิดขึ้นไม่ได้ วันนี้เมื่อมีการตัดออก มีการแก้ปัญหาแบบ รัฐสภาเรา ที่มันมีปัญหาอย่างนี้ผมเข้าใจท่าน ส.ว. เพราะอะไร ประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญของ ส.ส. กับเลขานุการก็ไม่ได้ขึ้นไปชี้แจงกฎหมาย ให้แต่กฤษฎีกาขึ้นไปชี้แจง กฎหมาย สิ่งไหนที่กฤษฎีกาไม่เคยเห็นด้วยกับ ส.ส. ไป้ึงข้างบน ส.ว. ก็พร้อมที่จะเห็นด้วย เพราะเขาไม่รู้ว่าเราคิดอะไร เรามีอุดมการณ์อะไร ไปบอกว่ากองทุนไม่มีเงินก็ล้ม นั่นคุณ หมาย้ึงกับคุณตั้งกองทุน แต่เจตนารมณ์ของผู้ตั้งต้องการให้เงินก้อนนี้ไปสร้างชนชั้นกลางขึ้น ในชนบท วันนี้ล้มไปหมดเลย เพราะฉะนั้นดีที่สุดในสภาต้องสามัคคีกัน คราวหน้าล้างหนี้ ตรงนี้ให้หมดเลย ล้างไปเลย เพราะอะไรครับ มันไม่สมควรจะรักษาประติมากรรมนี้ไว้ ประติมากรรมนี้เป็นกฎหมาย มันเป็นกฎหมายทำลายล้าง เป็นกฎหมายตัดตอนคนชั้นกลาง ในชนบท เป็นกฎหมายสร้างงานให้ผู้บริหารกองทุนได้เงินได้ทอง บริหารที่ขัดกับหลักการ กองทุนหมุนเวียนหมดเลย ฟังชี้แจงแล้วผมก็รู้สึกว่าหดหู่ใจมาก วันนี้ผมยืนยันว่า เราจำเป็นต้องรับครับ เพื่อให้คนทีู่้กฟ้องล้านกว่าคนยุติความทุกข์ยากเสียที ผมยืนยัน อีกครั้งหนึ่ง กลับมาอีกครั้งหนึ่งจะเสนอให้พรรคผมล้างหนี้ตรงนี้ให้หมดเลยครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศิริพงษ์ ตามด้วยท่านขจิตร ชัยนิคมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ขอบคุณที่ท่านได้ให้โอกาสผมอภิปราย การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งวุฒิสภาลงมติให้แก้ไขเพิ่มเติม นับตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมาหลังจากที่สภาแห่งนี้ ได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติ กยศ. นี้ไปคำ้ามที่พวกผมู้ก้ามเป็นประจำก็คือว่าเมื่อไร กฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ ทันทีที่ได้ทราบว่าเรื่องนี้ผ่านทางวุฒิสภามาแล้ว และมี การปรับปรุงแก้ไขมาแล้ว ทันทีที่ได้ทราบพวกผมมีความยินดีมาก แล้วก็มีความดีใจมาก ที่กฎหมายฉบับนี้จะได้มีผลบังคับใช้แล้ว แต่หลังจากที่มาเห็นในรายละเอียดก็ต้องเรียนท่านประธานว่าพวกผมดีใจแค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งผมคิดว่าการแก้ไขของทางวุฒิสภานั้นดูจะเกินจากหลักการที่ทาง ส.ส. ของเรา เสนอขึ้นไปด้วยเสียงส่วนใหญ่ ต้องกราบเรียนว่ากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ู้กวิพากษ์วิจารณ์กันมาเยอะมากตั้งแต่วันที่เราแก้กฎหมาย เราต้องมาดูว่าคุณลักษณะ ของผู้ที่กู้ยืม แน่นอนเขาต้องเป็นคนที่ขาดแคลน เขาต้องอยู่ในสาขาวิชาที่ประเทศต้องการ เขาต้องอยู่ในสาขาวิชาที่กรรมการเห็นว่ามีความสำคัญ ต้องเป็นผู้ที่เรียนดี แล้วก็มี คุณลักษณะที่จำเป็นแล้วก็เหมาะสม้ึงจะให้ เอาแค่ท่านไปตัดหลักเกณฑ์ในการที่ท่านจะ ให้ทุนกับผู้ยากไร้กับผู้ที่ขาดแคลน ผมก็คิดว่ามันก็ขัดต่อหลักการที่เราได้เสนอไปแล้ว แต่สิ่งที่ ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่มันยอมรับไม่ได้นั่นก็คือเรื่องของดอกเบี้ย เรื่องของดอกเบี้ยู้กหยิบยก ขึ้นมาพูดคุยกันเยอะ ต้องยืนยันหลักเกณฑ์นี้ก่อนว่าพรรคภูมิใจไทยของเรายืนยันว่าเป็นหนี้ ต้องใช้ เป็นหนี้ต้องใช้นะครับ เราไม่มีนโยบายว่าจะยกหนี้ให้ใคร เป็นหนี้เพื่อการศึกษา ก็ต้องใช้ แต่สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยมองเห็นคือเรามองเห็นว่าหนี้เพื่อการศึกษาไม่ควรจะต้อง เสียดอกเบี้ย หลังจากที่คราวที่แล้วเราผ่านไปว่าดอกเบี้ย ๐ เปอร์เซ็นต์ มีการวิพากษ์วิจารณ์ กันเยอะครับ แล้วคนที่เคยเสียไปแล้วละ แล้วคนที่จ่ายไปแล้วละ แล้วคนที่ปิดบัญชีไปแล้วละ เราต้องขออภัยที่กฎหมายมันอาจจะไม่มีผลย้อนหลังไป้ึงขนาดคนที่เสียไปแล้ว แต่จะมีผล ทันทีสำหรับลูกหนี้ในปัจจุบัน คนที่เสียไปแล้วต้องขอความกรุณาท่านครับ ต้อง้ือเสียว่า นั่นคือการลงทุนให้กับรุ่นน้อง วันนี้สภาผู้แทนราษฎรเราเห็นว่าปัญหาที่ผ่านมานั้นมันเป็น ภาระสำหรับท่าน มันจึงเป็นที่มาของการนำมาสู่การแก้ปัญหาในวันนี้ วันนี้บางคนบอกว่า ้าไม่มีดอกเบี้ยจะทำให้ผู้กู้ขาดวินัยการเงิน ท่านประธานครับ ในการตั้งกองทุนหลักการ เช่นนั้นู้กต้องว่าผู้กู้ต้องเสียดอกเบี้ย ผู้ผิดนัดชำระต้องเสียค่าปรับเพื่อรักษาวินัยการเงิน แต่การแก้กฎหมายครั้งนี้ไม่ใช่การเขียนกฎหมายใหม่ เป็นการแก้กฎหมาย เป็นการแก้ปัญหา ที่มันหมักหมมทับซ้อนกันมาหลายปี วันนี้กองทุนของท่านเติบโตขึ้น เงินในการบริหาร กองทุนมันมีมากขนาดไหนนั้นผมไม่จำเป็นต้องอภิปรายซ้ำ สิ่งที่ผมอยากจะยืนยันวันนี้ ก็คือว่าการแก้มาในวันนี้เราดีใจที่ปัญหา กยศ. จะไดู้้กแก้ไข แต่เราไม่เห็นด้วยในหลักการที่ ส.ว. ท่านยังแก้มาแล้วบอกว่าผู้กู้ต้องเสียดอกเบี้ย ค่าปรับจะต้องเสีย มันจะมีผลในการปฏิบัติ ท่านลักลั่นแน่นอนครับ ท่านกำหนดดอกเบี้ยว่าไม่เกิน ๑ เปอร์เซ็นต์ มันตอบไม่ได้เลยว่า ตลอดระยะเวลาที่กู้ใครจะเสีย ๐ เปอร์เซ็นต์ ใครจะเสีย ๐.๑ ใครจะเสีย ๐.๕ ใครจะเสีย ๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านบอกว่า้าภาวะจำเป็นไม่ต้องเก็บดอกเบี้ยก็ได้ ภาวะนี้มันจำเป็นครับ เพราะคนเจอโควิด (COVID) มา ๓ ปีสาหัสมากแล้ว ดังนั้นพรรคภูมิใจไทยจึงขอยืนยันว่า เราอยากจะให้กฎหมายนี้ไปสู่พี่น้องประชาชนได้เร็วที่สุด เราอยากให้เด็ก ๆ นักเรียน เขาสามาร้มีเงินเรียนโดยที่ไม่เป็นภาระของพ่อแม่เขา แต่เราไม่สามาร้เห็นด้วยกับการคิด ดอกเบี้ยกับเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาได้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านขจิตร ตามด้วยนางสาวศรีนวล บุญลือ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ในขณะนี้สภาแห่งนี้กำลังพิจารณา ที่วุฒิสภาแก้ไขร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ท่านประธานครับ เรื่องการศึกษามันไม่ควรจะเป็นการกู้ยืม ผมเห็นด้วย หลักการเรื่องการศึกษา ผมเป็น กรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือร่างรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ เมื่อ ๒๕ ปีมาแล้ว เราร่าง รัฐธรรมนูญให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการจัดการศึกษาฟรี เป็นกฎหมายฉบับแรกที่บังคับ รัฐบาล ก่อนหน้านี้มีแต่รัฐบาลบังคับประชาชนให้มาเรียนการศึกษาภาคบังคับ เพราะฉะนั้น้าพูดเรื่องการศึกษาก็ควรจะเป็นการศึกษาที่ให้ฟรี้ึงระดับปริญญาตรีหรืออะไร ก็ว่าไป หลักการอันนี้ผมเห็นด้วย แต่เวลานี้ส้านการณ์นี้เรากำลังพิจารณาว่าการที่ วุฒิสมาชิกไปแก้ไขนั้นเราจะเห็นด้วยหรือไม่ ท่านประธานครับ ้าบอกว่าสภาแห่งนี้สามาร้ ที่จะออกกฎหมายสภาเดียวได้โดยวุฒิสมาชิกไม่มีหน้าที่มาแก้ไข ไม่ได้มีกฎหมายกำหนด ให้เขามีอำนาจแก้ไขเราก็ทำได้ แต่วันนี้เรามี ๒ สภา เรากำหนดให้วุฒิสมาชิกแก้ไขในเรื่องที่ เห็นว่าไม่มีสาระสำคัญหรือไม่มีอะไรมาก วิธีการคิดว่ามีสาระสำคัญหรือไม่มีขึ้นอยู่กับ แต่ละท่าน เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยทั้งหมดที่ท่านคัดค้านว่าเรื่องการศึกษา ความทุกข์ ยากลำบากของประชาชนควรจะไม่ใช่เรื่องให้กู้เงิน แต่ท่านประธานครับ เรื่องนี้เริ่มต้นที่ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เพราะฉะนั้นการแก้ไขของวุฒิสภาครั้งนี้ในส้านการณ์นี้ ในเวลานี้ หลายคนอาจจะบอกว่าตั้งกรรมาธิการร่วม ๗ วัน ้า ๗ วันเสร็จมันก็เสร็จ เขาจะประชุมให้คุณเสร็จไหมละ แล้วส้านการณ์วันนี้สภาแห่งนี้ ส.ส. ทยอยลาออกไป เรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าว่าจะลาออกกันอีกแล้วเปลี่ยนแปลงกันอีก แล้วหลายฝ่ายก็บอกว่าบางทีก็มี จะยุบ บางคนก็บอกไม่ยุบ ก็แล้วแต่วิพากษ์วิจารณ์กัน แต่ว่าเวลามันเหลือน้อยแล้ว ้าจะไป ตั้งกรรมาธิการร่วมใช้เวลามากมายกว่า จะ้กเ้ียงกัน เสร็จแล้วส้านการณ์จำนวนคนที่มี เสียงมากกว่าเป็นอย่างไร นั่นคือสิ่งที่ควรคิด เพราะฉะนั้นเมื่อคำนึง้ึงคนที่จะเดือดร้อน ้ากฎหมายนี้ออกเป็นกฎหมายไม่ได้จะต้องดำเนินการตามกฎหมายเดิม พี่น้องประชาชน ผู้กู้เงิน ผู้ค้ำประกัน ทุกข์ยากเดือดร้อนเป็นล้าน ๆ ้ามผมผมจึงมีความเห็นว่ามีความจำใจ ฝืนใจตัวเองเพื่อจะกดให้กฎหมายนี้ผ่าน เพื่อให้คนส่วนใหญ่ที่กำลังทุกข์ยากลำบากอยู่วันนี้ ได้หลุดพ้นจากภาวะความทุกข์ยากลำบาก สภานี้ยังจะมีต่อไปแล้วค่อยมาแก้ไขกัน ผมยืนยัน กับเพื่อนพรรคเพื่อไทยที่อภิปรายคัดค้านมาทั้งหมด ผมก็คัดค้านด้วย แต่วันนี้ผมเรียกร้องว่า เท่านี้ก็เอาก่อน การต่อสู้ไม่มีอะไรบรรลุเป้าหมายตามใจในเวลาเดียว การต่อสู้จะต้องเลือก กาลเวลา ต้องรู้ส้านการณ์ รู้เวลาที่สมควร ไม่สมควรด้วย ผมจึงมีความเห็นว่าสภาแห่งนี้ ควรจะผ่านกฎหมายนี้ แล้วเอาประโยชน์เท่าที่หลายท่านอภิปรายผมจะไม่อภิปรายเนื้อหาอีก แต่โดยหลักการและโดยเหตุผลแล้ว โดยส้านการณ์การต่อสู้้าไม่รู้จักประมาณ ไม่รู้จัก ส้านการณ์ก็เกิดผลเสียได้เหมือนกัน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณศรีนวล ตามด้วยท่านนิคม บุญวิเศษ นะครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจเจ้า ข้าเจ้าขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุน เงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งวุฒิสภาลงมติแก้ไขเพิ่มเติม วันนี้อยากจะ เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังประชาชนที่อยู่ทางบ้าน ประเทศไทยของเรานั้น มีจำนวนประชากร ๗๐ กว่าล้านคน คนเรานั้นเลือกที่เกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำดีได้ แต่้ารัฐบาลให้โอกาสสนับสนุนเงินกู้ยืมให้กับคนรากหญ้า สังคมปัจจุบันนี้ก็มีความเหลื่อมล้ำ ทางสังคมพอสมควรแล้ว ที่ผ่านมานั้นทางสภาผู้แทนราษฎรของเราโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ไม่มี ดอกเบี้ย ไม่มีค่าปรับ ไม่มีผู้ค้ำประกัน ผ่านไปทุกวาระ แล้ววันนี้มา้ึงที่วุฒิสภาต้องนำ ร่างกฎหมายฉบับนี้ไปแก้ไขแล้วมีปรับดอกเบี้ย ๑ เปอร์เซ็นต์ต่อปี การผิดนัดปรับไม่เกิน ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นคนทุกข์ยาก ลูก ๆ หลาน ๆ น้อง ๆ เยาวชนที่อยู่ข้างหลังการที่จะ กู้ยืมเงินกองทุนไปเพื่อการศึกษานั้น ไปเรียนแล้วกู้ยืมไป้าจบออกมา้าไม่มีงานทำ แล้วการผิดนัดชำระก็จะต้องมาเสียทั้งต้นและเสียทั้งดอกก็จะสร้างปัญหาความเดือดร้อน ให้กับประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ที่ผ่านมานี้ก็ได้ยินข่าวคราวที่ลงข่าวเรียนจบมาไม่มีงานทำ ต้องเสียค่าปรับให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาสะสมทั้งต้นทั้งดอก สร้างปัญหาให้กับ ประชาชน บางคนไม่มีเงินส่งกองทุนก็ตั้งทนายไปยึดแม้กระทั่งบ้าน ที่ดิน ทั้ง ๆ ที่เกิดมา เป็นคนไทยคนหนึ่งไม่มีเงินที่จะส่งลูกเรียน แล้วได้ยืมเงินกองทุนเพื่อไปส่งลูกเรียน ลูกเรียน มาแล้วเพื่อที่จะให้ลูกได้ไปทำงานแล้วจะได้เงินเดือนมาเลี้ยงครอบครัว ผลปรากฏว่าเรียนจบ ไม่มีงานทำ แล้วต้องมาขายที่ ขายบ้านมาชำระหนี้กองทุน สร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับ ครอบครัวและประชาชน หลายครอบครัวแล้วที่มีปัญหาเดือดร้อนทุกวันนี้ ดังนั้นอยากจะ เรียนฝากไปยังรัฐบาลหรือกองทุนขอให้ช่วยสนับสนุนให้กู้ยืมเงินกองทุนให้กับคนยากไร้ คนรากหญ้า โดยที่ไม่ต้องมีดอกเบี้ย ไม่มีค่าปรับ กรณีอย่างคนค้ำประกัน ละอ่อนที่เกิดพ่อแม่ ยากจน อยากจะกู้ยืมเงินไปเรียนหนังสือเพื่อในอนาคตจะได้มีงานทำมาเลี้ยงพ่อแม่เมื่อยาม แก่เฒ่า ้ามีคนค้ำ ละอ่อนที่ยากจนไปหาคนค้ำแสนยากลำบาก คนไทยเราก็เหมือนกัน เห็นคนทุกข์ยากอยู่ตรงไหนจะมองข้ามไปเลย ที่ผ่านมาข้าเจ้าอยู่ในชนบทรู้เรื่องนี้ดี บางคน เรียนเก่ง เรียนดี พฤติกรรมดี อยากจะเรียนต่อ แต่ไปขอผู้ค้ำประกันไม่มีใครที่จะสามาร้มา ค้ำประกันได้ เพราะว่าฐานะยากจน แล้วก็ไม่มีเงินที่จะไปชำระหนี้ ดังนั้นอยากจะเรียนฝาก ทุกท่านทุกคน หน่วยงานราชการหรือกองทุน ท่านเดินไปข้างหน้าขอหันหลังมาดูคนข้างหลัง ที่ยากจนกว่าท่านและต้องการความช่วยเหลือ ขอฝากไปยังรัฐบาลและกองทุนด้วย ขอให้ท่านได้ให้เป็นกำลังใจกับลูกหลานที่ยากจนที่อยู่ข้างหลัง อยากจะเรียน อยากจะมี งานทำเพื่อเลี้ยงพ่อแม่ในอนาคตข้างหน้า ข้าเจ้าขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงาน รับผิดชอบตรงนี้ด้วย ขอกราบขอบพระคุณเจ้า🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิคม ตามด้วยท่านวีระกร คำประกอบ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พลังปวงชนไทย กระผมขออภิปรายกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาที่วุฒิสภาได้แก้ไข จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เห็นชอบว่ากองทุนนี้ไม่ควรจะมีการเก็บดอกเบี้ย ไม่ควรมี คนค้ำประกัน ไม่ควรมีค่าปรับ ท่านประธานที่เคารพ ให้ความเป็นธรรมว่าการแก้ไขของ วุฒิสภา้ามว่าแก้ไขดีขึ้นไหมครับ ผมคิดว่าการแก้ไขดีกว่าเดิมแหละ แต่ยังไม่ดีพอ ไม่ดีที่สุด ท่านประธานครับ ไหน ๆ ก็แก้แล้ว ผมคิดว่าเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา เราควรจะไปแก้กฎหมายว่าน่าจะเป็นกองทุนให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา ตัดคำว่า กู้ ออก ท่านประธานครับ รัฐบาลควรจะมีการลงทุนการศึกษา ให้มากกว่านี้ ้ารัฐบาลส่งเสริมให้มีการเรียนจนจบปริญญาตรีฟรีก็คงไม่เกิดเหตุการณ์นี้ ท่านประธาน แต่ในเมื่อมันเกิดเหตุการณ์แล้วเราจะแก้อย่างไร เราต้องคิด้ึงเงินเยียวยา ด้วยว่าคนที่เขาเสียดอกเบี้ยไปแล้วโดนค่าปรับ แล้วมาเสียค่าที่ต้องมาต่อสู้คดี จะต้องคืนเงิน ให้คนเหล่านี้อย่างไรด้วย การลงทุนเพื่อการศึกษามันคุ้มค่า เราอย่าไปคิดว่าเราต้องได้กำไร หรือเงินก้อนนี้มันต้องอยู่คงเดิม ผมคิดว่ามันไมู่้กต้อง ดอกเบี้ยที่เราจะได้คือความสามาร้ ความรู้จากเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จบการศึกษามาแล้วเป็นคนมีคุณภาพ เป็นพลเมืองดี คนเหล่านี้จะมาร่วมกันพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรือง มาร่วมกันทำธุรกิจทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น เราไปคิดผลตรงนั้นมันจะมากกว่าที่เราจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ ๑ หรือไม่ ร้อยละ ๑ บางคน คิดว่ามันแค่นิดเดียว ท่านประธานลองคิดดูเ้อะเงิน ๑ ล้านบาท เท่ากับ ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อเดือน ้ากู้ ๓๐๐,๐๐๐ บาท เท่ากับ ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือน จะต้องเสียดอกเดือนละ ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือนโดยที่ไม่ได้หักเงินต้นเลยท่านประธาน อย่าว่าแต่ ๓,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ เงินเลี้ยงชีพทุกวันนี้ก็ยังไม่มีเลย เพราะมันตกงานท่านประธาน รัฐบาล บริหารแบบนี้ เศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้ ไม่มีคนจ้างงาน จบมาไม่มีงานทำ แ้มมากระทบกับ การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ด้วย เรายังจะเก็บเงินร้อยละ ๑ อยู่ หรือครับ ยังจะต้องมีเสียค่าปรับร้อยละ ๐.๕ อยู่หรือครับ เราต้องมาช่วยกันคิดว่าคนเหล่านี้ จบมาไม่มีงานทำ จะช่วยเขาอย่างไรก่อนให้เขามีงานทำ เขาลงทุนเพื่อที่จะจบมาหางานทำ เลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัวพ่อแม่ที่ยากจน แต่เรายังจะมาคิดดอกเบี้ย คิดค่าปรับ ผมคิดว่า ควรจะมีการคิดหาวิธีให้คนเหล่านี้มีงานทำก่อน เมื่อมีงานทำแล้วเขามีโอกาสใช้หนี้คืน ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าคนเป็นหนี้แล้วไม่มีใครอยากเป็นหนี้หรอกครับ ไม่มีใครอยากโกง ภาระหนี้สินอยู่ที่การทำงาน การบริหารประเทศของรัฐบาลใช่หรือไม่ ผมจึงบอกว่าการที่ ส.ว. แก้มาดีไหม ดี แต่มันไม่ดีที่สุด ไหน ๆ ก็แก้แล้วแก้ให้มันดีที่สุดเ้อะครับ เพื่อประชาชน เพื่อคนจบ เพื่อประเทศชาติต่อไป ผมคิดว่าควรจะไม่มีการเก็บดอกเบี้ยที่ไม่เกินร้อยละ ๑ หรือไม่เกิน ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ ควรยกเลิกเ้อะครับ แล้วก็ควรจะนิรโทษกรรมให้คนที่เขามีคดี ต่าง ๆ จำนวน ๖ ล้านคน คนเหล่านี้โดนจองจำ เหมือนกับขุดหลุมไว้แล้วเดินไปตกหลุม หนำซ้ำยังมีการโบกปูนตรงปากหลุมอีก ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด คนไม่ตายก็เหมือนคนตาย เราต้อง ช่วยกันคิดตรงนี้ ทำอย่างไรให้คนเหล่านี้มีงานทำ มีเงินมาใช้หนี้กองทุน ต้องคิดอย่างนี้ก่อน ส่วนคนที่ใช้หนี้ไปแล้ว คนที่เสียค่าปรับไปแล้ว เสียค่าดำเนินคดีจะคืนให้เขาอย่างไร มาช่วยกันคิดตรงนี้ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวีระกร ตามด้วยท่านวิรัตน์ วรศสิริน นะครับ ท่านวีระกรเมื่อสักครู่เห็นอยู่ อย่างนั้นเอาท่านวิรัตน์ วรศสิริน ก่อน ที่จริงผมก็ประกาศล่วงหน้าแล้ว ท่านวีระกรมาแล้ว ท่านวิรัตน์ขอท่านวีระกรก่อน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงตั้งใจจะไม่พูดพระราชบัญญัติฉบับนี้หรอก เพราะดูแล้ววุฒิสมาชิกเขาก็แก้มา พอหอมปากหอมคอ เรียกว่ามีเหตุมีผลตามสมควร แต่พอดีหลายท่านที่อภิปราย ้าผมเป็น ผู้อำนวยการหรือเป็นคนบริหาร กยศ. อยู่ตอนนี้คงจะต้องผูกคอตาย เพราะว่าแต่ละคนก็ใส่ กยศ. กันเต็มที่เลย แต่ว่าความจริงแล้วทุกท่านที่อภิปรายก็เห็นด้วยกับผมก็คือรอบนี้ ผ่านไปก่อน รอบหน้าค่อยว่ากัน เพราะเหตุว่ารอบนี้ทางวุฒิสภาก็แก้มาดีใช้ได้ กล่าวคือ ดั้งเดิมสมัยท่านชวน หลีกภัย ได้เสนอพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาเมื่อปี ๒๕๔๑ เดือนมีนาคม ๒๔ ปีที่แล้ว มีทุนเบื้องต้นเพียง ๓,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนั้นให้ดอกเบี้ยเงินกู้ กยศ. เท่ากับ เงินฝากของธนาคารออมสินคือโดยประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์ และเบี้ยปรับก็คือ ๑ เปอร์เซ็นต์ ต่อปี ต่อมามีการแก้ไขในยุค คสช. ที่หนักหนาสาหัสก็คือเงินกู้ ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ และเบี้ยปรับ กดเข้าไป ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ต่อเดือนหรือ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ต่อปี สภาได้แก้ไขเป็น ๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งเงินกู้และเบี้ยปรับ ส่วนวุฒิสมาชิกแก้มาเป็น ๑ เปอร์เซ็นต์ ไม่ทบต้น และ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ เบี้ยปรับ ้้าจะมองกันด้วยความเป็นธรรม กยศ. ได้บริหารกองทุนใช้ได้ค่อนข้างดี ้ึงแม้ว่า จะมีการฟ้องร้องกันอยู่ในประมาณปัจจุบัน้ึง ๑.๒ ล้านคนที่โดนฟ้องดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับผลประโยชน์ที่ได้ปล่อยกู้ให้กับนักศึกษาที่ทำมาตลอด ๒๔ ปี เป็นจำนวนเงิน้ึง ๗,๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นผลประโยชน์ต่อนักศึกษากว่า ๗ ล้านคน การู้กดำเนินคดี ๑.๒ ล้านคนนี้้าเป็นกฎหมายที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันก็จะเจอ ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปี และเบี้ยปรับอีก ๑๘ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ซึ่งสาหัสมาก กฎหมายฉบับนี้ ้าออกไปสามาร้ที่จะแก้ไขปัญหาให้ผู้ที่โดนดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้ผ่อนคลาย แล้วก็สามาร้ ที่จะกลับมาเป็นไทยกับตัวเองได้ คือไม่ต้องู้กดำเนินคดี ู้กบังคับคดี ู้กยึดทรัพย์ แก้ไขปัญหาได้ เพราะฉะนั้นจึงเห็นด้วยกับท่านกรรมาธิการ ท่านผู้แทนราษฎรทั้งสภา ที่เห็นด้วยไปแล้ว ความจริงใช้ข้อบังคับข้อ ๘๘ ยังได้เลยเพราะว่าผมฟังมาหมดแล้ว ทุกท่าน เห็นด้วยหมด เพียงแต่ว่าอาจจะดรามา (Drama) กันนิดหน่อยว่า้าสมัยหน้ามาก็ล้างหนี้ บางละ มาสมัยหน้าจะไม่ให้มีดอกเบี้ย เบี้ยปรับบ้างละ แต่จะว่าไปในช่วงที่ผ่านมาช่วงโควิด (COVID) ก็ต้องยอมรับว่ากองทุนเขาก็ใจดีดอกเบี้ยเป็น ๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เบี้ยปรับก็ ๐.๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองครับ เขาก็ลดมาให้นะครับช่วงโควิด (COVID) คือพูดง่าย ๆ ว่า แทบจะไม่เอาอะไรกันเลยช่วงโควิด (COVID) เพราะดูแล้วนักศึกษาก็เดือดร้อนในการทำมา หากิน จะว่าไปก็คือก็เห็นใจกันมาโดยตลอด ความจริงกฎหมายที่ ส.ว. แก้ไขมานี้มีข้อดี หลายเรื่อง นอกเหนือจากดอกเบี้ย ๑ เปอร์เซ็นต์ เบี้ยปรับ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วไม่มีการทบต้น ปลดล็อกผู้ค้ำประกัน ปรับโครงสร้างหนี้ และในช่วงที่ปรับโครงสร้างหนี้้าหากว่าได้มี การปรับตกลงกันเรียบร้อย ที่ดำเนินคดีกันอยู่้ึงแม้ว่าศาลจะพิพากษายึดทรัพย์หรืออะไร บังคับคดีเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ตามก็ยกเลิกไป อันนี้้ือว่าเป็นข้อที่ดีมาก ซึ่งขอความกรุณา สภาเราได้โปรดพิจารณาผ่านกฎหมายฉบับนี้โดยเร็วจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังเดือดร้อน ๑.๒ ล้านคน ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน ู้กดำเนินคดีอยู่ตอนนี้ เจอดอกเบี้ย ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปี เจอเบี้ยปรับ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ผมว่าเขาจะไปกันไม่รอด ก็เห็นด้วยกับทุก ๆ ท่านวันนี้ ที่จะรีบผ่านกฎหมายฉบับนี้โดยเร็ว ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิรัตน์ ตามด้วยศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ก่อนอื่นต้องยืนยันท่านประธานว่าพรรคเสรีรวมไทย เห็นว่านักเรียนต้องไม่เป็นหนี้ตั้งแต่วัยเรียน เด็ก ๆ ไม่ควรมีหนี้ตั้งแต่วัยเรียน ในชั้นวุฒิสภา การพิจารณากฎหมายฉบับนี้ก็มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยว่าจะต้องไม่มีดอกเบี้ย แล้วก็มีผู้ที่ไม่เห็นด้วย โดยว่าจะต้องมีดอกเบี้ย มีนิดหน่อยก็ยังดี คือมี ๑ เปอร์เซ็นต์ก็ยังดีเพื่อให้นักเรียนมีวินัย เกิดวินัยในการชำระเงิน ผมต้องกราบเรียน้ามท่านประธานเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ย ๑ เปอร์เซ็นต์มันเท่าไร ๑,๐๐๐ บาท มันจะเกิดวินัยได้ไหม มันเกิดวิรัตน์ มันไม่เกิดวินัยหรอก ท่านประธาน มันไม่เกิดวินัยอย่างแน่นอน เงิน ๑,๐๐๐ บาท มันจะเกิดวินัยอะไร มีกับไม่มี มันจะต่างกันตรงไหน ทำไมเราไม่หาวิธีอื่น้าจะให้นักเรียนเขาจ่าย ผมยังยืนยันว่า พรรคเสรีรวมไทยไม่เห็นด้วยว่าจะต้องมีดอกเบี้ย ท่านประธานครับ ต้นเหตุแห่งปัญหาจริง ๆ ในเรื่องนี้มันเกิดจากอะไร นักเรียนเรียนจบไม่มีงาน ้ึงมีงานก็รายได้ไม่พอชำระ ใครเป็นผู้ ยัดเยียดมาตรฐานคุณภาพการทำงานให้กับคนไทย ให้กับนักเรียน ต้องจบปริญญาตรี้ึงมี งานทำ ในสมัยก่อนท่านประธานคนนี้จบแค่มัธยมปลาย หรือว่าพาณิชย์ต่าง ๆ ก็ไปทำงาน เป็นเซ็ล (Sale) ขายร้ได้ เดี๋ยวนี้ไม่ได้ท่านประธานต้องจบปริญญาตรี มันกลายเป็น มาตรฐานใหม่ ใครจะมาเป็นผู้เชี่ยวชาญต้องจบปริญญาเอก ดอกเตอร์ท่านประธาน ดอกเตอร์กันเต็มบ้านเต็มเมือง ทุกอย่างในส้านการณ์จะเข้ามาทำงานการเมืองต้อง ปริญญาโท ปริญญาเอกกันทั้งนั้น ใครเป็นคนยัดเยียดคุณภาพนี้ให้กับประชาชน ประชาชน ต้องพยายามที่จะเรียนจบปริญญาตรี ไปกู้เงินมาเพื่อจะเรียนให้จบปริญญาตรี เพื่อจะให้ มีงานทำ สุดท้าย้ึงมีงานทำแต่รายได้ ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาท ท่านประธานว่า มีปัญญาจ่ายหรือไม่ ค่ากิน ค่าใช้ ค่าเป็นอยู่ ความเป็นอยู่นี่ก็ไม่พอแล้วท่านประธาน รัฐบาลที่ผ่านมาพยายามยัดเยียดคุณภาพในการเรียนหนังสือให้นักเรียนต้องจบปริญญาตรี แต่ไม่ยัดเยียดคุณภาพของการศึกษา มหาวิทยาลัยดี ๆ มีกี่แห่งท่านประธาน รับปีละกี่คน รับปีละไม่กี่คน คนที่กู้เงินเพื่อจะมาเรียนก็ล้วนแต่เป็นคนยากคนจนทั้งนั้น ก็ไม่ได้เรียน ในมหาวิทยาลัยดัง ๆ ใหญ่ ๆ ทั้งหลายหรอก มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้เรียน ส่วนใหญ่ก็เรียน ในมหาวิทยาลัยที่ธรรมดา ท่านประธานครับ รายได้ออกมาก็ได้ไม่เท่าไร ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาท ตามที่ผมกราบเรียนท่านประธานไป แต่ลูกคนมีเงินลูกคนรวยจบมหาวิทยาลัย ดัง ๆ ดี ๆ จบมาเงินเดือน ๕๐,๐๐๐ บาท ๑๐๐,๐๐๐ ซึ่งมันแตกต่างกันอย่างมาก ท่านประธานครับ ผมจึงเสนอว่าเราไม่ควรคิดดอกเบี้ย แต่เราควรมีมาตรการบังคับจ่าย หรือว่ามาตรการต่าง ๆ ที่ทำให้มีความสามาร้ในการชำระ ซึ่งทางวุฒิสภาเองท่านก็คิด้ึง ในหน้า ๔ มาตรา ๘/๑ กำหนดการช่วยเหลือผู้กู้ยืมเงินมีงานทำสามาร้ชำระเงินคืนกองทุน โดยให้ร่วมกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องหรือเอกชนให้หางานให้ทำ อันนีู้้กต้อง เรื่องนี้ เป็นเรื่องทีู่้กต้องมาก เขาเป็นหนี้รัฐบาลไม่ควรปล่อยเขาอย่างนั้น เขาเป็นหนี้ตั้งแต่วัยเรียน มันไมู่้ก เพราะฉะนั้นเราหามาตรการต่าง ๆ ได้เพื่อให้เขามีเงินจ่ายรัฐ แต่ไม่ใช่ไปบังคับเขา อย่างนั้น ให้เขาจ่ายดอกเบี้ย ๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มาอ้างกันว่าเพื่อให้มีวินัย เพื่อให้ คนรุ่นต่อไปได้เรียนต่อ นี่มันเป็นการอ้างอย่างไร้เหตุผลสิ้นดีท่านประธานครับ วันนี้การลงมติ้าผ่านไปได้ก็จะได้รับ ประโยชน์กัน ยอมรับผมเองก็เหมือนกับทุกท่าน เหมือนจะู้กจับเป็นตัวประกันว่าจะต้อง ให้รับฉบับนี้ไปให้ผ่านไปก่อนแล้วค่อยไปว่ากัน แต่ผมยังยืนยันพรรคเสรีรวมไทยเอง มีนโยบายว่าจะยกหนี้ กยศ. ด้วยซ้ำไป เพียงแต่ว่าในชั้นนี้ผมไม่เห็นด้วยกับการคิดดอกเบี้ย ขอให้ไม่มีดอกเบี้ยการศึกษา ขอให้นักเรียนเรียนหนังสือโดยไม่ต้องกู้ยืมเงิน ให้ยืม เพียงพอแล้วท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญศาสตราจารย์โกวิทย์ ตามด้วยท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้อง้ิ่นไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช กรณีของการที่วุฒิสมาชิก ได้แก้ไขร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ส่งมาให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณานั้น ผมเรียนท่านประธานว่าเดิมที่เราได้พยายามให้นักเรียน นักศึกษาได้เกิดประโยชน์ต่อการใช้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาสำหรับนักเรียน นักศึกษา เหมือนกับว่าเราจะปลดทุกข์ให้กับนักเรียน นักศึกษา เดิมเขาจะมีความทุกข์ อยู่หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดอกเบี้ยที่มีสูง้ึง ๗.๕ แล้วก็เบี้ยปรับ้ึงร้อยละ ๑๘ ต่อปี เรื่องของผู้ค้ำประกัน เรื่องของการที่จะต้องู้กคำพิพากษาอยู่ระหว่างดำเนินคดี หรือมี คำพิพากษาในกรณีที่ไม่สามาร้คืนเงินกู้ยืมได้ นั่นคือสิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรพยายามจะ ปลดล็อกอันนี้ไปทั้งดอก เบี้ยปรับ ผู้ค้ำประกัน และพิจารณาผู้ที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีนะครับ แต่อย่างไรก็ตามที่วุฒิสมาชิกได้แก้ไขมาซึ่งมีอยู่หลายประเด็น เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพยายามให้มีดอกเบี้ยร้อยละ ๑ แล้วก็เบี้ยปรับ ๐.๕ ต่อปี ซึ่งก็้ือว่า ไม่มาก ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรของเราส่วนใหญ่ก็้าจะให้เป็นประโยชน์ในการที่ให้กฎหมายนี้ ไปใช้ประโยชน์เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่นักเรียน นักศึกษาก็จะเป็นประโยชน์ แต่ผมเรียนว่า ความกังวลที่เรากังวลกันว่า้าเราจะไม่ผ่านไปในวันนี้ เรื่องเงื่อนเวลาที่สภาผู้แทนราษฎรนี้ จะดำรงอยู่มันอาจจะไม่ทันการ เพราะฉะนั้นประโยชน์ก็จะไม่เกิดขึ้นกับนักศึกษาตามที่ผมได้ กล่าวแล้ว ผมเรียนอย่างนี้ยกตัวอย่างง่าย ๆ ในมาตรา ๕ ที่เราพยายามจะทำให้กองทุนนี้ ไปเกิดประโยชน์กับนักเรียน นักศึกษาที่เพิ่มเติมเข้าไปในมาตรา ๖/๑คือกองทุน เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษาที่มีลักษณะเรื่องของ การขาดแคลนทุนทรัพย์ เรื่องของการศึกษาในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลัก และมี ความจำเป็นต่อประเทศ เรื่องของการศึกษาในสาขาวิชาที่ขาดแคลนหรือสาขาที่กองทุน มุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ รวมทั้งนักเรียนที่เรียนดีเพื่อสร้างความเป็นเลิศ หรือลักษณะอื่น ตามความจำเป็นและเหมาะสม ผมว่าอันนี้ก็เกิดประโยชน์กับนักเรียน นักศึกษาโดยตรง อยู่แล้ว ซึ่งผมไม่เข้าใจว่าทำไมวุฒิสมาชิกจึงไปตัดใน (๑) เรื่องเกี่ยวกับขาดแคลนทุนทรัพย์ อันนั้นก็เป็นประเด็นที่เรากังขาอยู่บ้าง เพราะฉะนั้นในหลายเรื่องเรียนว่าเรายังยืนยัน ในหลักการ ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าพรรคพลังท้อง้ิ่นไทเรายังยืนยันในหลักการที่เรา พูดไว้ในสภา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปลอดดอกเบี้ย ปลอดเบี้ยปรับ หรือว่าปลอด ผู้ค้ำประกัน หรือว่าผู้ที่อยู่ระหว่างดำเนินการคดีต้องทำให้เป็นคุณต่อเขาในเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับการที่เขาต้องเป็นหนี้ แล้วการที่เขาจะต้องู้กดำเนินคดีในกรณีของผู้ค้ำประกัน เป็นต้น ผมจะเรียนท่านประธานว่าอย่างไรก็ตามเราเห็นว่าเพื่อประโยชน์กับนักเรียน นักศึกษา ที่จะเกิดขึ้นหากพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไป ผมจึงเรียนว่าประโยชน์ ที่เขาจะได้มีมากกว่าที่เราจะไปคิดเรื่องดอกเบี้ยหรือว่าเบี้ยปรับตามที่วุฒิสภาได้แก้มา ผมคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่เราจะดำเนินการต่อไปในวันข้างหน้า อันนี้ก็้ือว่าผมรับได้ ยินดี ให้ความเห็นชอบ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุวิทย์ ตามด้วยท่านพีระเพชร ศิริกุล นะครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่ส่งกลับมาจากการพิจารณาของ วุฒิสภาในร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมเป็น คณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย เราได้พูดคุยกันได้ศึกษาในเรื่องดังกล่าว หลายเดือน ได้พูดคุยกันทุกแง่ทุกมุม ได้พูดคุยกับผู้ที่อยู่ในส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ผู้จัดการเงินกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นพวกพี่น้อง ครูบาอาจารย์ต่าง ๆ โดยสรุปว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้มีเจตนารมณ์หรือมีเป้าหมายที่จะลด ความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาให้กับพี่น้องประชาชน เปิดโอกาสให้คนยากคนจนได้มีโอกาส ศึกษาเล่าเรียนในหลักสูตรต่าง ๆ ให้ดีขึ้นสูงขึ้นไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรเฉพาะ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เดือน ๒ เดือน ๓ เดือน หรือหลักสูตรในมหาวิทยาลัย ในวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งกว้างขวาง ผมกราบเรียนว่าในฐานะที่เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย เรามีจุดยืนว่าต่อไปเมื่อพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้มีผลบังคับจะไม่มีดอกเบี้ยสำหรับผู้ที่กู้ยืม เงินกองทุนดังกล่าว ไม่มีดอกเบี้ยเพราะว่าเขาเฉพาะเรื่องที่จะใช้เงินต้นก็หนักหนาสาหัส สำหรับคนยากคนจน และเราจะไม่มีผู้ค้ำประกัน เพราะผมเองมีประสบการณ์เห็นลูกหลาน นักเรียนคนยากคนจนกว่าจะกู้ยืม กว่าจะหาผู้ค้ำประกันเป็นเรื่องยาก เพราะผู้ค้ำประกัน หลายคนู้กฟ้องร้อง ครูบาอาจารย์ที่ค้ำประกันให้กับลูกกับหลานู้กฟ้องร้อง ยึดบ้านต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นสิ่งที่ติดอยู่ในตาของลูกหลานคนยากคนจน ติดอยู่ในหูในตาของผู้ที่จะมาเป็น ผู้ค้ำประกัน พรรคเพื่อไทยจึงเห็นว่าไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีผู้ค้ำประกัน และไม่มีเบี้ยปรับสำหรับ ผู้ที่ผิดนัดในการใช้เงินกองทุนที่ไม่มีเบี้ยปรับ เพราะว่าเฉพาะเงินต้นก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว ้ามีเบี้ยปรับอีกก็ยิ่งลำบากขึ้นไปอีก นั่นคือสิ่งที่จะเป็นการซ้ำเติมคนยากคนจน ซ้ำเติม ลูกหลานคนยากคนจน ท่านประธานที่เคารพครับ ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยที่เป็นกรรมาธิการเราก็ได้ยืนยันในการที่จะไม่มีดอกเบี้ย ไม่มี ค่าปรับ และไม่มีผู้ค้ำประกัน ได้พูดคุยด้วยเหตุด้วยผล จนในที่สุดคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวของสภาผู้แทนราษฎร และในการพิจารณาของ สภาใหญ่ก็เห็นด้วยผ่านไปตามความเห็นของพรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ พอผ่านเข้าไปที่วุฒิสภาก็มีการปรับเปลี่ยนในส่วนของดอกเบี้ย จากไม่มีดอกเบี้ยที่ คณะกรรมาธิการที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าไม่ควรมีดอกเบี้ย วุฒิสภาเพิ่มเป็นมีดอกเบี้ย ๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีเบี้ยปรับค่าปรับ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ เราก็เข้าใจด้วยเหตุด้วยผลในส่วนของ วุฒิสภาซึ่งมองอาจจะมองคนละมุมกับผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพ เสียดายว่าเมื่อส่งกลับเข้ามาความเห็นแตกต่าง เราผู้แทนราษฎร ซึ่งใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนคนยากคนจนก็เห็นว่า ๑ เปอร์เซ็นต์ก็มากสำหรับคนยากคนจน ๐.๕ เปอร์เซ็นต์สำหรับเบี้ยปรับก็มากสำหรับคนยากคนจน แต่กฎหมายฉบับนี้ก็มีข้อดี อยู่หลายอย่าง เช่น ผู้ทีู่้กฟ้องร้องอยู่เกือบ ๑ ล้านคนก็คงจะได้รับประโยชน์จากการกลับมา เจรจากัน แม้แต่ผู้ที่กำลังที่จะู้กยึดทรัพย์ต่าง ๆ ก็จะกลับมาเจรจากัน แนวโน้มจะเป็น อย่างไรยังบอกไม่ได้ แต่กราบเรียนพี่น้องประชาชน กราบเรียนท่านประธานว่า ้าการเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งต่อไป้้าพรรคเพื่อไทยชนะได้กลับมาเป็นรัฐบาล ้ากฎหมายฉบับนี้ วันนี้ผ่านเราก็จะนำกลับมาแก้ไข แต่้ากฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่าน เพราะว่าจะต้องไปตั้ง กรรมาธิการร่วมเราก็จะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาต่อเนื่องจากครั้งที่แล้วต่อไป กราบขอบพระคุณ เป็นอย่างสูงครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพีระเพชร ศิริกุล ตามด้วยศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร ท่านศุภชัย โพธิ์สุ ที่เคารพครับ กระผม ดอกเตอร์พีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๔ พรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน ขอแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมต่อร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ที่วุฒิสภาได้ส่งกลับมาในครั้งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญ หมวด ๕ ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจน มาตรา ๕๑ การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ ของรัฐตามหมวดนี้ ้าการนั้นเป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรงย่อมเป็น สิทธิของประชาชนและของชุมชนเพื่อจะติดตามและเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้ง ฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเน้นคำว่า รวมตลอด ทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชนหรือชุมชนได้รับประโยชน์ตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ ท่านประธานครับ กยศ. ฟ้องลูกหนี้คือผู้กู้ยืมเงิน เพื่อการศึกษา ยึดทรัพย์ขายทอดตลาด รัฐจะต้องฟ้อง กยศ. เพื่อคืนความเป็นธรรม ชอบธรรมให้กับพี่น้องประชาชนผู้กู้ยืมนั้นด้วย ท่านประธานที่เคารพ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนได้ให้ความเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ๑. ไม่ให้มีดอกเบี้ย ๒. ไม่ให้มีผู้ค้ำประกัน ๓. ไม่มีเบี้ยปรับ นั่นคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนผู้ทุกข์ยาก แต่วุฒิสภาท่านกลับเห็นตรงกันข้าม ท่านประธานครับ เงิน ๑๐,๐๐๐ เงิน ๒๐,๐๐๐ มันคือเงินหลักแสนของพี่น้องประชาชนคนยากคนจน เงินแสน ของพี่น้องประชาชนคนยากคนจนที่กู้ยืมเรียนนั้นมันเปรียบเสมือนเงินล้าน เงินหลายล้าน ของพี่น้องประชาชน ดูจากรายของนายสมศักดิ์ แก้วบุญชา ขออนุญาตขอประทานอภัย ท่านสมศักดิ์ แก้วบุญชา ที่ต้องเอ่ยนามท่านอีก เนื่องด้วย กยศ. ได้ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัด กาฬสินธุ์ ศาลมีคำพิพากษาให้ยึดทรัพย์และขายทอดตลาด ท่านประธานที่เคารพครับ นายสมศักดิ์มีที่ดินอยู่ ๔ ไร่เศษ ศาลยึดทรัพย์เขา และให้กรมบังคับคดีขายทอดตลาด ในราคา ๔๐๐,๐๐๐ กว่าบาท จากการที่นายสมศักดิ์กู้ยืมเงินเพียง ๒๐,๐๐๐ บาท เพื่อเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ้ึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เพื่อจะได้นำวุฒิการศึกษาตามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าวไป เมื่อสักครู่นี้บอกว่ารัฐเป็นผู้บังคับเขาเองให้สู่กระบวนการการศึกษา แต่แล้วเมื่อเขา เรียนจบมารัฐก็ไม่สามาร้ที่จะหางานให้เขาทำได้ และเขาจะเอาเงินที่ไหนคืนให้กับรัฐ กยศ. ยังกลับมาฟ้องเขาอีก มันเท่ากับโทษประหารของครอบครัวเขาเลย ลูกเขาเมียเขาจะ เอาที่ทำกินที่ไหนกิน ขนาดมีที่อยู่ ๔ ไร่เขายังไม่พอกิน เงิน ๒๐,๐๐๐ ยังไม่มีปัญญา ที่จะใช้ นั่นคือท่านผู้รู้ทั้งหลาย ท่านวุฒิสภาท่านเป็นผู้รู้ บ้านผมบอกว่าท่านส่องซอดแล้ว แต่ท่านกลับมองไม่เห็น้ึงความทุกข์ยาก ยากจนของพี่น้องประชาชนผู้กู้ยืมเงินเรียน ท่านอำมหิตเกินไปครับ ท่านวุฒิสภาท่านที่มีการเปลี่ยนแปลงให้มีดอกเบี้ย ให้มีการเสีย ค่าปรับและฟ้องร้องค้ำประกันนั้นท่านมันอำมหิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขารู้เขาเห็น เขาจึงมีมติไม่ให้มีสิ่งเหล่านี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านก็เคยเข้าป่ามาเหมือนกับคนที่พูด นี่แหละ ความคับแค้นทางจิตใจ ความยากไร้ทางวัตุ้ การขาดโอกาส การด้อยโอกาส การเสียโอกาสมันเป็นเรื่องของคนจน มันผิดนักหรือที่เขาเกิดมาจน ท่านกับผมก็จนมา พอ ๆ กันนั่นแหละ มีโอกาสได้มาวันนี้ก็อยากเป็นปากเป็นเสียงให้พี่น้องประชาชน พอเ้อะ ท่านวุฒิสภา เห็นใจคนจนบ้าง ขอกราบวิงวอนเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลาย ได้ช่วยกันมาลงมติโหวตกฎหมายฉบับนี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อพี่น้องประชาชนคนยากคนจน ทั้งหลายจะได้มีโอกาสได้เรียน พรรคไหนก็แล้วแต่้ามีโอกาสเป็นรัฐบาลเที่ยวหน้า กราบวิงวอนเ้อะครับ ยกเลิกหนี้ และให้เรียนฟรี้ึงปริญญาตรี ้าพรรคเพื่อไทยมีโอกาส ก็จะดำเนินการเรื่องนี้ และที่ร้ายที่สุดคือเรื่องยาเสพติด ตอนนี้บ่อนทำลายพี่น้องประชาชน นักเรียน นักศึกษาอย่างมากเม็ดหนึ่งไม่้ึง ๑๐ บาท ท่านประธานครับ หากพรรคเพื่อไทย มีโอกาสเป็นรัฐบาลยาเสพติดต้องหมดไป นี่คือสิ่งสำคัญ กราบเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพ ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้หรอกครับ แต่มันสง่างาม ท่านที่ร่ำรวยกินข้าวมื้อหนึ่ง หมดเป็นหมื่นเป็นแสน ไวน์ขวดหนึ่งหมดเท่าไร ซิการ์มวนหนึ่งเท่าไรแต่ความยากจนของ พี่น้องประชาชนเพียงต้องการยืมเงินเพื่อเรียนให้เข้าสู่ระบบระบอบของรัฐบาลที่กำหนดว่า ต้องจบอย่างนั้นต้องจบอย่างนี้จึงจะเข้าทำงานได้ จึงจะมีเงินเดือนเท่านั้นได้ ไม่เป็นไรครับ ท่านกำหนดได้🔗
สรุปได้ แล้วนะครับ🔗
แต่ท่านต้องให้โอกาสผู้ยากจนยากไร้ ได้มีโอกาสได้เรียน เรียนจบมาแล้วท่านจะต้องหางานให้ทำ ทำแล้วท่านหักคืนเป็น เปอร์เซ็นต์ได้ แต่ไม่ต้องมีดอกเบี้ยหรอกครับ เพราะดอกเบี้ยนี่แหละบ้านเมือง้ึงวุ่นวายอยู่ เดี๋ยวนี้ เงินกู้นอกระบบก็เพราะดอกเบี้ย ฝากท่านรัฐบาลด้วย ฝากท่านนายกรัฐมนตรี ผู้มีความเมตตากับพี่น้องประชาชนคนยากคนจน ไปที่ไหนท่านก็รับปากไว้ที่นั่นว่าจะให้นั่น ท่านจะทำนี่ เหมือนกับท่านประธานนี่แหละครับ เป็นผู้ที่เข้าใจเห็นใจคนยากคนจน เพราะเข้าป่ามาแล้วต้องมีความเข้าใจในเรื่องนี้ จึงกราบเรียนด้วยความเคารพครับ🔗
หมดเวลา แล้วครับ🔗
ผมขอประทานอนุญาตท่านประธาน ขออนุญาตเอ่ยคำว่า สหายแสงที่เคารพ อุดมการณ์อันยิ่งใหญ่จะต้องเบ่งบาน เมื่อเรามี อุดมการณ์อันแน่วแน่ในหัวใจของเราเพื่อพี่น้องประชาชน นั่นคือสิ่งสำคัญ กราบเรียนท่าน ด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกช่วยกันรักษาเวลานะครับ ต่อไปเป็นท่านรองศาสตราจารย์รงค์ ตามด้วย คุณละออง ติยะไพรัช แล้วก็ท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตแสดงความเห็นอันเนื่องมาจาก ร่างพระราชบัญญัติกองทุเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ผ่าน สภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว แล้วก็ไป้ึงวุฒิสภาแล้ว วุฒิสภาพูดภาษาง่าย ๆ ก็ตีกลับ ชี้ให้เห็น สัก ๒ ประการสั้น ๆ ในวันนี้ประการที่ ๑ เลยคือเรื่องกระบวนการของสภา ประการที่ ๒ ก็เรื่องเนื้อหาสาระ🔗
ประการแรก เรื่องกระบวนการในสภา วันนี้การที่ ส.ว. หรือวุฒิสภาได้ ส่งเรื่องกลับมามันชี้ให้เห็นว่านี่คือกระบวนการทางสภา ส.ว. ก็ยังมีความจำเป็นในรัฐสภาไทย มันชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ออกไปจากสภาผู้แทนราษฎรที่มีมติไปแล้วเราอาจจะเห็นด้วยกับเขา หรือเขาอาจจะไม่เห็นด้วยกับเราอย่างไร แต่พอไป้ึงสภาบน ไป้ึงวุฒิสภาเขาก็ตรวจสอบ คิดว่าไม่เหมาะสมก็สามาร้มีมติส่งกลับมายังที่สภาผู้แทนราษฎรให้เรามาพิจารณาต่อ อันนี้ คือความจำเป็น นี่คือความรอบคอบขององค์ประกอบในกระบวนการรัฐสภา ซึ่งผมคิดว่า อันนี้ชี้ให้เห็นว่าวันนี้กลไกทางสภาตรงนี้ยังมีความสำคัญอยู่ เพื่อให้กระบวนการที่เป็นมติ ของเรามีความรอบคอบ🔗
ประการที่ ๒ เรื่องเนื้อหา ผมไม่ลงรายละเอียดมากมายนัก เพราะฟังจาก พี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราพูดคุยกันไปแล้วว่ามันเป็นเรื่องของดอกเบี้ย เป็นเรื่องของ ค้ำประกันว่าจะเอากันอย่างไร แต่จริง ๆ แล้วสิ่งหนึ่งที่เป็นเรื่องเนื้อหาสาระก็คือ เรื่องอุดมการณ์ พระราชบัญญัติฉบับนี้วันนี้คงจะไมู่้กไป ส.ว. แล้วตีกลับมาที่ สภาผู้แทนราษฎร และวันนี้คงจะไม่มีความคิดเห็นที่แตกต่าง้าเรามีอุดมการณ์ร่วมว่าเราจะ ดูลูกหลานของเราอย่างไร เราจะให้เขาเรียนโดยมีกองทุนสัก ๑ กองทุนเพื่อให้เขาเรียน แล้วเรียนในสิ่งที่เป็นความเป็นเลิศตามมาตรา ๖/๑ หรือจะเรียนในสาขาขาดแคลน สาขาวิชา ที่ควรจะส่งเสริมเพราะไม่มีคนเรียน สิ่งเหล่านี้กองทุนเหล่านี้ควรจะมาเติม ให้เขาผมยกตัวอย่างสั้น ๆ ที่บ้านผมมีวิทยาลัยศิลปหัต้กรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือวิทยาลัยศิลปหัต้กรรมนครศรีธรรมราช สังกัดกรมอาชีวศึกษา มีสาขา ๆ หนึ่ง ไม่มีเด็กเรียน แล้วกู้ก็ไม่ได้ ครูก็ไม่มี คือสาขาเครื่อง้ม เครื่อง้มสามกษัตริย์ เครื่อง้ม เมืองนครไม่มีเด็กเรียน กู้ยืมก็ไม่ได้ ครูสอนก็ไม่มี อัตรากำลังก็ไม่มี พัวพันกันไปหมด แต่้ามี กองทุนนี้ หรืออาจจะมีทุนการศึกษาที่จะมาแทนเงินกู้ยืมตามความหมายในมาตรา ๕ นี้ มันก็จะทำให้ลูกหลานของเราได้เรียน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอุดมการณ์ที่เริ่มต้นไว้ตั้งแต่ต้น คือ้าเรามีอุดมการณ์ร่วมไม่ไปเอาผลประโยชน์ส่วนตัว เช่น พรรคของเราคิดอย่างไรที่เวลา หาเสียงในอนาคต หรือพรรคของเราเคยหาเสียงไว้อย่างไรในอดีต เราเห็นด้วยอย่างไร ความรู้สึกส่วนตัวเป็นอย่างไร ้าตัดสิ่งเหล่านี้ออกไปผมคิดว่าอุดมการณ์ร่วมของสภาแห่งนี้ ก็คือต้องการที่จะให้ลูกหลานของเรามีกองทุนสัก ๑ กองทุน ดอกเบี้ยมันไม่สำคัญหรอกครับ ค้ำประกันก็ไม่สำคัญ เพราะนั่นเป็นกระบวนการที่เรารับฟังกันได้ อาจจะมีนิดหน่อย ผมก็เห็นด้วยว่าควรจะมีดอกเบี้ยสักนิดหน่อย ซึ่งหลายคนก็พูดมีความหมายย้อนแย้ง ในคำพูดของตัวเองก็คือดอกเบี้ยเพื่อให้ลูกหลานของเราที่ไปกู้มีวินัย ฝึกเขาให้รับผิดชอบ สิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องที่ดี การมีกองทุนกู้ยืมแล้วก็ผลที่ตามมาก็คือวินัยของคนในประเทศ สิ่งที่ตามมาก็คือความรับผิดชอบของคนในประเทศ การกู้มันมากกว่าการกู้ แต่การกู้สร้างให้ เกิดวินัย การกู้สร้างให้เกิดความรับผิดชอบ ไม่ใช่ค้ำประกัน ไม่ใช่คิดดอกเบี้ยกันแบบเอา ภาคธุรกิจมาเป็นเครื่องมือในการตัดสิน ผมคิดว่านี่เป็นอุดมการณ์สำคัญ วันนี้ผมก็ยังเชื่อมั่น ว่าอุดมการณ์สำคัญที่สภานี้เห็นร่วมกันก็คือต้องเร่งให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกไปมีผลบังคับใช้ แล้วให้ลูกหลานของเราจะได้ใช้บริการ ให้ผู้ปกครองซึ่งเป็นชาวบ้านที่ยากจน จนมาก ๆ ในอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อำเภอต่าง ๆ ที่นครศรีธรรมราช จนมาก ๆ เขาจะได้เข้า้ึง กองทุนนี้ แล้วใช้กองทุนนี้เพื่อเรียน แล้วก็นำไปสู่การเลื่อนชั้น นำไปสู่การสร้างอาชีพ แล้วก็ เป็นกำลังของประเทศต่อไปด้วยกองทุนกู้ยืมนี้ ผมคิดว่านี่คืออุดมการณ์สำคัญที่สภานี้ ต้องผ่านวันนี้เพื่อที่จะให้ลูกหลานของเรามีโอกาส ท่านประธานครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณละออง ตามด้วยท่านนพพลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ดิฉันนั่งฟัง ในเรื่องของกองทุนเงินให้กู้ยืมเงินปัญหาอยู่ที่ผู้เป็นหนี้แล้วก็ผู้ค้ำประกัน ดอกเบี้ย แล้วก็ เบี้ยปรับ ดิฉันนั่งฟังในฐานะดิฉันเป็นคนบ้านนอกก็จะรู้ว่า กยศ. เป็นประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนที่ขาดโอกาส แต่วันนี้ปัญหาที่มันเกิดขึ้นเรามองไม่เห็นว่าทางรัฐบาลเอง คุณสามาร้ที่จะมีมติ ครม. ในเรื่องของการปรับโครงสร้างหนี้ มติ ครม. ในการที่จะช่วยเหลือ นักศึกษาที่ไม่สามาร้ที่จะจ่ายหนี้ได้ ดิฉันไม่เห็นเลยว่ากองทุนมีงานวิจัยอะไรไหมว่าปัญหา ของเด็กในปัจจุบันที่ไม่สามาร้จ่ายหนี้ได้เป็นปัญหาที่เกิดจากอะไร เกิดจากการตกงาน หรือว่าการศึกษาที่ไม่สอดคล้องกับอาชีพในปัจจุบัน เมื่อสักครู่ดิฉันได้ฟังท่านอาจารย์รงค์ ก็รู้สึกเหมือนกันว่าอุดมการณ์ของทางรัฐบาลหรือนโยบายของรัฐบาลเราจะไปใช้ทิศทางไหน ซึ่งดิฉันก็เห็นด้วยในบางประเด็นในที่วุฒิสมาชิกแก้ไข แต่ดิฉันก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าจะไม่รับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ดิฉันก็อยากจะให้ทางหน่วยงานหรือกับรัฐบาลที่ทำตัวเหมือนไม่มีรัฐบาล ตอนนี้ที่จะได้ดูแลพี่น้องประชาชน แก้ไขปัญหากับพี่น้องประชาชนโดยมีมติ ครม. หรือการปรับโครงสร้างหนี้ หรือยุติในการที่จะไม่ฟ้องร้องกับผู้ที่ผิดนัดชำระประมาณ ๒ ล้านกว่าราย รวม้ึงผู้ค้ำประกันด้วยก็เกือบ ๕ ล้านกว่าราย ท่านประธานคะ ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราสามาร้ช่วยกันได้ เราสามาร้ที่จะสร้างคุณภาพทางด้านการศึกษาได้ แล้วดิฉัน ก็อยากจะบอกท่านประธานว่าตอนนี้ประชากรจะลดลงเรื่อย ๆ มีแต่ผู้สูงอายุ วันนี้เรายัง ไม่ส่งเสริมทางด้านการศึกษา เราไม่ได้ส่งเสริม เรายังมีปัญหา แล้วก็้กเ้ียงกันเรื่องปรับ ไม่ปรับ ดอกเบี้ยเท่าไรอย่างนี้ มันดูแล้วมันรู้สึกสังเวชใจในการเกิดที่เป็นพลเมืองไทย จริง ๆ ในเรื่องด้านการศึกษา จากเดิมท่านคิดกันได้อย่างไร ดอกเบี้ย ๖.๕ ปรับ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ๑๘ เปอร์เซ็นต์นี่คิดจากไหน ทั้งต้นทั้งดอก แล้วเราทำไมมองว่าวันนี้้า พ.ร.บ. นี้ไม่ผ่าน สมมุติว่า พ.ร.บ. นี้ไม่ผ่านรัฐบาลจะทำอย่างไร จะแก้ไขปัญหาอย่างไร พอจะมีสำนึก ในเรื่องของพี่น้องประชาชนคนที่อยากสร้างโอกาสในด้านการศึกษา คนชั้นกลางวันนี้ พ.ร.บ. การแก้ไขของกองทุนที่จ้างทนายความฟ้องเด็กนักศึกษาที่เรียนจบไปแล้ว ฟ้องยึดทรัพย์ ผู้ค้ำประกันวุ่นวายกันไปหมดจนเกิดปัญหาของคนชนชั้นกลาง ตอนนี้รัฐบาลไม่คิดที่จะ ช่วยเหลือเยียวยาหรือมีนโยบายอะไรต่าง ๆ ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนของเราสามาร้ ที่จะได้มีโอกาสในด้านการศึกษา ดิฉันเห็นในเรื่องของการศึกษาของทางด้านศิลปะของ จังหวัดเชียงราย ด้านศิลปะเชียงรายเขารวมเงินกันบริจาค โดยอาจารย์เฉลิมชัย ทั้งทางวัด ท่าน ว. วชิรเมธี และอาจารย์หลาย ๆ ท่านรวมเงินกัน แล้วก็ช่วยกันที่จะเอานักศึกษาที่ ไม่มีโอกาส ที่ไม่มีเงินมาสอนในด้านศิลปะที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เมื่อเขาสอนเสร็จแล้ว เขาก็ช่วยกันในการที่จะเอารูปภาพของนักเรียนที่มาฝึกในการวาดรูปร่วมกับเอกชนในการ ที่จะเอามาแสดงที่ห้างสรรพสินค้า ตรงนี้แหละท่านประธานมันเป็นโอกาสที่ทำให้มีอาชีพ ของของผู้ผลิตกับผู้บริโภคที่จะมาเจอกัน มันก็สามาร้ทำให้ผู้ที่เรียนศิลปะในเชียงรายร่วมกับ อาจารย์เฉลิมชัยสามาร้สร้างรายได้ได้ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่วันนี้ท่านประธาน เราจะมา เก็บเงินเก็บดอกเบี้ยทุกอย่าง วันนี้มันควรที่จะคิดใหม่ในการที่จะให้การศึกษามันฟรี ตลอดชีวิตเพื่อในการสร้างอนาคตของประเทศ ให้โอกาสกับพี่น้องประชาชนที่มีรายได้ ไม่เพียงพอ เพราะวันนี้ที่การเกิดน้อยก็เพราะการศึกษาในประเทศไทยเรามันแพงมากจริง ๆ ท่านประธาน กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนพพล ตามด้วยท่านมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ผม นพพล เหลืองทองนารา พรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก คนพรหมพิราม ท่านประธานครับ ผมเองตั้งใจที่จะขอมี ส่วนร่วมในการพูดจาเกี่ยวกับ พ.ร.บ. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในครั้งนี้ ลำดับแรกผมเองผมขอแสดงความรู้สึกที่ผมเสียใจที่วันนี้ท่านวุฒิสมาชิกได้ เปลี่ยนแปลงในสิ่งที่้ือว่าพวกเราสภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ด้วยมติ ๓๑๔ เสียงตอนนั้น ผมเองเห็นด้วย แล้วก็ขอบคุณท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม แล้วก็ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ที่ได้ทุ่มเทในการที่จะให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านไปโดยที่ภาระทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าปรับก็ดี ค่าดอกก็ดี ทุกอย่างต้องเป็นศูนย์ ปัจจุบันนี้หนี้สาธารณะ ของประเทศไทย ๑๑ ล้านล้านบาทเศษ ผมอยากจะรู้จริง ๆ ว่า ๑๑ ล้านล้านกว่าบาท เหมือนอย่างที่ท่านครูมานิตย์บอก มีกี่สตางค์ มีกี่บาทที่รัฐบาลได้ให้เงินมาเพื่อการศึกษา การศึกษาเป็นรากฐานของบ้านของเมือง ทุกคนรู้ดีอยู่แก่ใจ แต่ทำไมยังต้องจะให้การที่ น้องเยาวชนลูกหลานเราทั้งหลายที่เขาขาดทุนทรัพย์จะได้ร่ำเรียนหนังสือ ยังต้องมีภาระ เพิ่มเติมในการที่จะเอาเงินตรงนั้นมาทำการศึกษา มาเรียนเพื่อให้ตัวเองมีความรู้ความสามาร้ มากขึ้น ผมไม่เข้าใจทำไมใจแคบกันจัง แต่วันนี้ด้วยเรื่องของระยะเวลามันจำเป็น ผมขอใช้ คำว่า ข่มขืนใจผม มีการข่มขืนใจผมให้วันนี้อย่างไรก็ต้องผ่านด้วยระยะเวลาที่มันเหลือ อยู่เพียงน้อยนิด ้าลองมีเวลามากกว่านี้คนพรหมพิรามคนนี้ไม่เอาด้วยแน่ เพราะผม จะไม่ทำอะไรโดยการข่มขืน ไม่ว่าจะข่มขืนใจตัวเองหรือข่มขืนใจคนอื่นผมก็ไม่ทำ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ผมเองต้องขอบคุณจริง ๆ แล้วผมเองก็อยากจะบอก ทุกท่านว่า้าวันหนึ่งข้างหน้าในสมัยหน้าที่ทางพวกเราพรรคเพื่อไทยเราได้มีโอกาสได้กลับมา เป็นรัฐบาล สิ่งนี้อยู่ในหัวใจของพวกเรา แม้ว่าท่านจะไม่ได้มีการเขียนละเอียด้ึงขั้นที่ว่า กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเขียนอยู่ในเอกสาร แต่มันอยู่ในจิตสำนึกของพวกเรา คนพรรคเพื่อไทยทุกคน ผมขอบอกด้วยความภาคภูมิใจเลย ท่านครับ ผมขอใช้เวลา เพียงเท่านี้ในการที่จะแสดงความคิดเห็นที่มีความรู้สึกเสียใจกับการเปลี่ยนแปลงของ วุฒิสมาชิกที่ส่งกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎร กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมัลลิกา ตามด้วยท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน และท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตอภิปรายเรื่องกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา แน่นอนค่ะ ทุก ๆ คนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ากองทุนนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง สำหรับเด็กเยาวชนคนที่ต้องการศึกษามีความรู้ อายุกองทุนนี้ ๒๔ ปี เกิดตั้งแต่ท่านชวน หลีก ภัย วันนี้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้กับคนออกมาในสังคมไทยเยอะแยะมากมาย คนที่ เรียนจบมีการมีงานทำออกลูกออกหลานเพื่อที่จะมาหมุนเวียนใช้เงินในกองทุนนี้ใหม่ อีกหลายคำรบแล้ว ท่านคะ ดิฉันเห็นด้วยกับการที่เราจะต้องผ่านกฎหมายฉบับนี้ อย่างเร่งด่วนอย่างว่องไว เนื่องจากว่ากฎหมายฉบับนี้้ึงแม้ว่าจะมีการแก้ไขโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นกลไก ตามปกติของกฎหมายของสภานิติบัญญัติ เราต้องเคารพซึ่งกันและกัน แล้วก็เป็นร่าง ที่รัฐบาลก็ตั้งใจในการที่จะเอามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเยาวชนอย่างด่วนที่สุด แล้วร่างกฎหมายฉบับนี้จากที่มีการอภิปรายกันเยอะแยะมากมายบอกว่ามันแพง มันเยอะ ดอกเบี้ยอะไรต่าง ๆ ทั้งหมดกฎหมายได้มีการปรับลดลง โดยเฉพาะดอกเบี้ยนี้ก็เพียงแค่ ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ และนอกจากนั้นแล้วค่าปรับก็น้อยนิด แต่ว่าวินัยการเงินการคลังต่าง ๆ ยังคงไว้ หลักเกณฑ์หลักการของการก่อกำเนิดกองทุนนี้ก็ยังอยู่ และกองทุนท่านก็ทราบ อยู่แล้วไม่ใช่เงินฟรี กองทุนเกิดขึ้นมาเพื่อเอาเงินเข้าไปใส่ แล้วก็หมุนเวียนเปลี่ยนไป เงิน้าไม่ใส่ เอาไปใช้แล้วไม่คืน คำ้ามก็คือคนอื่นเขาจะมากู้ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ มันคือหลัก ดังนั้นดิฉันจึงเห็นควรว่า้้าหากสมาชิกทุก ๆ ท่าน รวมทั้งท่านประธานและพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ทางบ้านฟังอยู่ ้าเราดูด้วยเหตุด้วยผล ด้วยตรรกะของความู้กต้องเราต้องรู้ โดยสัญชาตญาณของตนเองอย่างที่ควรจะรู้ นั่นก็คือว่ากองทุนนี้้าเกิดเรายืดเยื้อต่อไป ไม่ผ่านกฎหมายฉบับนี้พวกท่านก็จะต้องเอาเรื่องนี้ไปหาเสียงกันใช้เวลาอีก ๓ ๔ ๕ ๖ เดือน แต่ขณะเดียวกันท่านรู้ใช่ไหมว่าท่านจะเอาเรื่องนี้มาเป็นตัวประกันเอาไว้เพื่อไปหาคะแนน ให้กับตนเองโดยการที่ทำให้เด็กและเยาวชน และคนที่เขากำลังู้กฟ้องร้องมันกองพะเนิน เทินทึกอยู่ และดอกเบี้ยก็ขึ้นอยู่ทุกวัน ท่านก็ไม่ได้ไปใช้เงินของท่านไปจ้างทนาย ตอนนี้ เงินจ้างทนายมากกว่าดอกเบี้ยที่จะต้องเสียด้วยแล้ว เพราะฉะนั้นดิฉันจึงมองว่าเราต้องดู ด้วยเหตุและผล ไม่ใช่ว่าตะบี้ตะบันเราจะต้องเอาแต่คะแนนเสียง เรื่องนี้หลักเกณฑ์ตรงนี้ สำคัญ ทีนี้มีหลายท่านอภิปรายเรื่องของประโยชน์กองทุนแน่นอนเห็นร่วมกัน ร่างนี้ สอดคล้องกับเจตนารมณ์การก่อตั้งเห็นร่วมกัน ้าเราดึงต่อไปแล้วไม่ออกไป เขาเรียกว่า ก็จะทำให้ไม่สิ้นสุดปัญหา เพราะฉะนั้นเราก็เห็นร่วมกัน เมื่อตรงนี้แล้วดิฉันคิดว่าเสียงสะท้อน ตรงนี้เราต้องฟัง ทีนี้มีหลายท่านบอกว่า้าไม่มีกองทุนตัวนี้ และ้าไม่มีเงินฟรีอย่างที่ทุกคน ต้องการอยากจะให้มันฟรี ท่านคะ ท่านทราบไหมจริง ๆ แล้วมันมีกองทุนอีกอันหนึ่ง อันนั้น ฟรีจริง ๆ นั่นก็คือ กสศ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. เป็นพระราชบัญญัติ ที่เกิดขึ้นยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกกฎหมายฉบับนี้ ยุคเมื่อสักครู่ยุคนายชวน ออกมา ๒๔ ปี ยุคอภิสิทธิ์มีอีกอันหนึ่ง เป็นกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ้าท่าน จะช่วยพี่น้องประชาชนท่านประชาสัมพันธ์เลย อันนี้ฟรี ฟรีจนกระทั่งเรียนจนจบ แล้วก็ ปัจจุบันนี้ กสศ. ที่ไม่ใช่ กยศ. กองทุนนี้ใช้มาทั้งหมด ๑๓ ปี และท่านสามาร้ประสานงานได้ ที่ ๐๒ ๐๗๙ ๕๔๗๕ อาคารอยู่ที่้นนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน อาคารเอสพี (SP) ชั้น ๑๓ กองทุนนี้ใช้มา แล้วก็เป็นพระราชบัญญัติ และอันนี้เพื่อความเสมอภาคเพื่อการศึกษาจริง ๆ และสามาร้แยกประเภทต่าง ๆ กองทุนนี้ ๑๓ ปีเขาก็ส่งอะเจนดา (Agenda) ข้อมูล ข้อความทางกฎหมายไปที่โรงเรียนทั่วประเทศทุกโรงเรียนเพื่อให้คัดสรรเด็กยากจน ซึ่งเป็น ๑ ใน ๕ ของเยาวชนภายในประเทศไทยที่เขาขาดและมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และให้เข้า้ึงให้ได้จริง ๆ ครูบาอาจารย์ในแต่ละโรงเรียนก็จะคัดสรรให้เข้ากองทุนนี้ด้วย เช่นเดียวกัน ดิฉันจึงขออนุญาตแจ้งให้ท่านประธานทราบ แล้วก็แจ้งสมาชิก รวมทั้งแจ้ง พี่น้องประชาชนด้วยว่าเอาละกฎหมายที่เราพูดกันอยู่คือ กยศ. เราควรที่จะเร่งรีบผ่านจาก สภาแห่งนี้เพื่อเอาประโยชน์สาธารณะเป็นตัวตั้งให้ผ่านไปได้เสียก่อน แต่้าท่านวิตกกังวล เรื่องเกี่ยวกับการเข้า้ึง เข้าไม่้ึง เรามีอีกอันหนึ่งนั่นก็คือ กสศ. สามาร้ประสานงานกันได้ จึงแจ้งเพื่อทราบ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปจะเป็นท่านพิเชษฐ์ ตามด้วยท่านอุบลศักดิ์ อยากจะเรียนท่านสมาชิกได้ทราบนิดหนึ่ง ว่าเหลือผู้อภิปราย ๒ ท่าน คือท่านพิเชษฐ์กับท่านอุบลศักดิ์ ้าจบ ๒ ท่านนี้แล้วเราก็จะมี การลงมติกันนะครับ ฉะนั้นผมจึงแจ้งท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกหรือกำลังประชุมกรรมาธิการ ได้โปรดเตรียมตัวเข้าห้องประชุมนะครับ เชิญท่านพิเชษฐ์ ตามด้วยท่านอุบลศักดิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันตั้งใจที่จะแก้ไขเพื่อให้เป็นประโยชน์กับ เยาวชน แล้วก็อนาคตของชาติ ท่านประธานครับ เราเสนอไปไม่ให้มีดอกเบี้ย ไม่ให้มีเบี้ยปรับ ไม่ให้มีผู้ค้ำ ๓ เรื่องเป็นเรื่องใหญ่ ๆ แต่ทาง ส.ว. ก็ไปแก้ไข ก็แล้วแต่เหตุผลของท่านนะครับ ท่านก็บอกว่าให้ดอกเบี้ยเหลือ ๑ เปอร์เซ็นต์ ้าผิดนัดชำระขึ้นโรงขึ้นศาลเสร็จแล้วก็ให้เพิ่ม เงินต้นอีก ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ท่านประธานครับ แต่ไม่มีเบี้ยปรับ คืออย่างนี้ครับ อย่างไร ก็ต้องู้กฟ้อง ้ึงแม้ว่าคุณจะลดเหลือ ๑ เปอร์เซ็นต์ หรือว่าเงินเพิ่มอีก ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ต้องฟ้อง อันนี้คือข้อเสีย วันนี้สำนักงานทนายความทั่วประเทศมีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะ ฟ้องเด็กนี่แหละ แบ่งกันครับ สำนักงานนี้เอาไป ๑๐๐ เคส (Case) สำนักงานนี้เอาไป ๒๐๐ เคส (Case) ใครมีเส้นใหญ่หน่อยก็เอาไป ๓๐๐ เคส (Case) อย่างน้อยอย่างต่ำ ๗,๐๐๐ บาทต่อเคส (Case) แบ่งกันไปฟ้องร้องทั่วประเทศ เอาจริงเอาจังครับ นี่คือปัญหา ้ึงแม้ว่าค่าปรับมันจะน้อยแต่ยังมีการฟ้องร้อง ใครเป็นพวกของรัฐบาลได้เคส (Case) ไปเยอะ เอาไปฟ้องเด็ก ท่านประธานที่เคารพครับ เขาเรียนหนังสือเสียบ้าน เสียนา พ่อแม่ต้องเป็นคนจรจัด ต้องไปบุกเบิก ต้องไปบุกรุกป่าเพื่อจะสร้างบ้านสร้างกระต๊อบอยู่ ลูกเสียใจมากที่ทำให้พ่อแม่ต้องไม่มีที่อยู่ บางคนฆ่าตัวตาย ท่านประธานครับ ้ารู้อย่างนี้ เด็กจะไม่เรียนหนังสือหรอก จะไม่กู้ยืมเลย ้ามันรู้ว่าจะต้องเสียบ้าน พ่อแม่จะต้อง ยากลำบากเขาจะไม่เรียน เขาจะไม่กู้ วันนี้จบมากลายเป็นจำเลย ๒ ล้านกว่าคน ทั้งพ่อทั้งแม่ บวกเป็น ๔ ล้านคน ตกเป็นจำเลย ชีวิตเขาไม่เคย อยู่ดี ๆ จะต้องไปขึ้นศาลฉันก็ไม่รู้เรื่อง ฉันเรียนหนังสือมาอายุ ๒๐ ปีฉันไม่รู้ ฉันไม่เข้าใจ ฉันต้องไปขึ้นศาล พ่อแม่ก็ตกใจ ท่านประธานที่เคารพครับ สภาพอย่างนี้เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่เป็นอะไรครับ วันนี้ด้วย สภาพบังคับที่ ส.ส. หลายท่านได้พูดไปแล้วว่าเราจำใจจำยอมที่จะต้องทำตามตรงนี้ให้มัน ผ่านไป ขอไป ๑๐๐ ได้มา ๖๐ ก็ยังดี แต่เหลืออีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ที่นักการเมืองจะต้องเอา เป็นการบ้านที่จะต้องไปแก้ไข หลังการเลือกตั้งในครั้งนี้ปีหน้าจะรีบเอาเข้าสภาใหม่ แก้ไข ตรงนี้ตามความต้องการของนักการเมือง ตามความต้องการของพี่น้องประชาชนคือ ไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีเบี้ยปรับ ไม่มีผู้ค้ำ ้าผมเป็นรัฐบาลผมจะให้เรียนฟรีจนจบปริญญาตรีเลย ไม่มีเงื่อนไข เสร็จแล้วก่อตั้งธนาคารส่งเสริมการศึกษาขึ้นมา ส่งเสริมตั้งแต่ประ้มไปจน้ึง ปริญญาเอก เรียนรู้ตลอดชีวิต อยากเรียนเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ เรามีเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ธนาคารส่งเสริมการส่งออก เรามีเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) เรามี ธ.ก.ส. เพื่อการเกษตร ทำไมจะไม่มีธนาคารเพื่อการศึกษา เพื่อให้คนไทยได้เรียนรู้ได้มากขึ้น ท่านประธานครับ ้าพรรคผมมีโอกาสปีหน้าจะแก้ไขเรื่องนี้เพื่อให้เยาวชนของชาติ ได้มีโอกาสมากกว่านี้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอุบลศักดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่พรรคเพื่อไทยได้มอบภารกิจให้ผมไปเป็น คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือ กยศ. ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการให้เป็นรองประธาน และทำหน้าที่ในกรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับ กรณีที่กฎหมายเขียนไว้ชัดเจน ในมาตรา ๕๔ รัฐต้องให้การศึกษาอย่างเสมอภาค ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องเรียนว่า บุคคลผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ต้องสนับสนุนให้มีการเรียนฟรี แต่อย่างไรก็ตามผมในฐานะที่เป็น คณะกรรมาธิการได้พิจารณาอยู่หลายเดือน วันนี้ก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านที่กรุณาแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ นานา แต่ในขณะเดียวกันนั้นในฐานะที่ผมเป็นคน สงวนคำแปรญัตติให้กฎหมายฉบับนี้ไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีเบี้ยปรับ และไม่มีผู้ค้ำประกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกในฐานะที่ผมเสียงข้างน้อย แต่เมื่อมีการพิจารณา ในสภาแล้วผู้แทนราษฎรได้ลงมติ ๒๑๘ เสียง เห็นชอบตามคำสงวนแปรญัตติของผม ในขณะเดียวกันนั้นได้ส่งไปให้วุฒิสมาชิกได้พิจารณา แต่ปรากฏว่าวุฒิสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทั้งหลายที่มาจากการแต่งตั้งไม่มีจิตสำนึกที่ว่าพี่น้องประชาชนที่เสียภาษีมาให้รัฐ เพื่อบำรุงดูแลการศึกษาของชาติ เยาวชนของไทย เยาวชนของชาติเป็นบุคคลที่เป็น คลังสมองที่จะสร้างประเทศชาติในอนาคต ท่านประธานที่เคารพ แต่ปรากฏว่าวุฒิสมาชิก ไม่เห็นใจ ผมเป็นวุฒิสมาชิกมาตั้งแต่อายุ ๓๕ ปี ก่อนพวกนี้อีก ตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ ท่านประธาน รู้ดีว่ามันควรจะมีจิตสำนึกบ้าง คนยากคนจนครับท่านประธาน ชนชั้นใดเมื่อมีโอกาส ออกกฎหมายจะออกกฎหมายเพื่อชนชั้นนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ จะเห็นได้ว่า วุฒิสมาชิกเป็นคนชั้นไหน ไม่เคยรู้เลยว่าพี่น้องประชาชน ลูกหลานเราเรียนหนังสือต้อง เป็นหนี้เป็นสิน ท่านประธานครับ ที่กู้มีทั้งหมด ๖ ล้านคนเศษ ผู้ค้ำประกันอีก ๖ ล้านคนเศษ ขณะนี้ผิดนัดประมาณ ๒ ล้านคน เพราะรัฐบาลไม่สามาร้หางานให้เขาทำได้ แต่้าบุคคลใด ที่จบการศึกษาแล้วนั้นมีงานทำยังมีบุริมสิทธิอีก กยศ. มีบุริมสิทธิเหนือเจ้าหนี้รายอื่น ไปรีดเก็บเอาเงินมาก่อน เงินเดือนที่เขาทำ ท่านประธานทราบไหมว่าผู้จัดการ กยศ. เงินเดือนเท่าไร ๕๐๐,๐๐๐ บาท ้ามว่าปีหนึ่งเท่าไร เดือนละ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าบาท จากหยาดเหงื่อแรงงานของคนจน นี่หรือว่าช่วยคนจน ในขณะเดียวกันนั้นรัฐบาลเป็นหนี้ กู้หนี้ยืมสินเขามา ๑๑ ล้านล้านบาทเศษ มากกว่างบประมาณแผ่นดิน ๓ เท่า แจก แ้ม หาเสียง แต่ทำไมเด็กนักเรียนที่อยู่หลังเขา อยู่ในชนบทที่ขาดที่พึ่ง ผมในฐานะที่เคยกำกับ ดูแลอาชีวะ ๔๘๐ วิทยาลัย และเอกชนอีกที่กู้หนี้ยืมสิน ผมเข้าใจดีครับท่านประธานว่า เขาเดือดร้อนอย่างไร ผมเคยกราบเรียนมาแล้วว่ามารายงานตัว มาปฐมนิเทศ รองเท้าไม่มีใส่ แต่วุฒิสมาชิกกลับใจดำไม่เห็นใจคนจน เพราะฉะนั้นเที่ยวหน้าไปเลือกตั้งมา ประชาชน จะเข้าใจ ส่วนผมกราบเรียนขอร้องท่านผู้แทนราษฎรที่มาจากประชาชน ที่มาจากที่เขา ลงคะแนนเสียงให้ วันนี้จะพิสูจน์ว่าท่านจริงใจหรือไม่ ในขณะที่ท่านทำหน้าที่เป็น ผู้แทนราษฎรสามาร้ออกกฎหมายได้ทำไมท่านไม่ทำ ทำไมพูดว่าสมัยหน้า ๆ แสดงว่า ไม่จริงใจที่จะทำงานตรงนี้ ไม่จริงใจจะช่วยคนจน ท่านประธานครับ ขณะนี้นักศึกษากับทุกมหาวิทยาลัยมายืนร้องกับผมว่าเขาเดือดร้อน ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ นั้นอยู่ในเอกสาร เขามีความเจ็บปวด เขาพรรณนาว่าเขาเดือดร้อน รัฐต้องให้โอกาสเขา ท่านประธานที่เคารพ วันนี้จะพิสูจน์ว่าใครบ้างที่จะคล้อยตามวุฒิสมาชิก ผู้ติดเกียร์มากที่สุด ผู้ทรงเกียร์ ไม่รู้เกียร์ต่ำ เกียร์ ๒ เกียร์ ๓ เกียร์ ๑ เกียร์ ๒ ผมไม่ทราบ แต่ผมไม่ศรัทธา และผมยืนยันก่อนล่วงหน้าว่าผมไม่เห็นด้วย และผมก็จะโหวตไม่เห็นด้วย กับร่างของวุฒิสมาชิก และพิสูจน์กัน ท่านประธานที่เคารพครับ ขอให้พี่น้องนักศึกษา ทั่วประเทศ ผู้ปกครองทั่วประเทศติดตามอยู่ ช่วยตรวจสอบดูผู้แทนจังหวัดท่านว่าโหวตเสียง อย่างไร อันนี้ต้องกราบเรียนด้วยความจริงใจ ผมดูแลเด็ก ท่านประธานก็เคยเป็นครู ท่านรู้ดี ว่าลูกศิษย์ของท่านเป็นอย่างไร วันนี้คนจนมากขึ้นตกอยู่ในสภาพล้มละลาย รัฐบาลกู้เงิน มาแจกมาแ้มเพื่อหาคะแนนเสียง แต่วันนี้กลับไม่เห็นใจคนจน ท่านประธานครับ ผมในฐานะที่เป็นคนสงวนคำแปรญัตติไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีเบี้ยปรับ ไม่มีค้ำประกัน ยืนยัน ประกาศต่อหน้าประธานและสมาชิกว่าผมไม่เห็นด้วยกับวุฒิสมาชิกที่แก้ไข ผมไม่ติดใจว่า จะต้องสมัยหน้า สมัยโน้น ขณะสมัยนี้คุณมีอำนาจมีหน้าที่ทำไมคุณไม่ทำ ท่านประธานครับ กฎหมายเขียนว่า้าประกาศใช้ต้องเป็นคุณ ที่พูด ๆ กันบอกว่าเดี๋ยวจะู้กฟ้อง ไปสงสาร คนู้กฟ้อง ก็เมื่อกฎหมายประกาศใช้ไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีผู้ค้ำ ไม่ต้องฟ้อง เมื่อไม่ฟ้องมันก็ เจ๊ากันไป เขาเรียกกฎหมายเป็นคุณ ท่านประธานครับ ย้ำอีกครั้งหนึ่ง กฎหมาย้าประกาศใช้ ก็เป็นคุณ วันนี้้าสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นด้วย ตั้งกรรมการร่วม ๗ วันก็จบแล้ว้าจริงใจ แล้วก็กลับเข้ามาสภา แต่้าไม่จริงใจเจ้าเล่ห์เพทุบายก็้่วงไป นี่คือความไม่จริงใจของรัฐบาล เพราะฉะนั้นเที่ยวหน้า้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล แน่นอนครับ ผมจะเสนอยกเลิกหนี้ให้หมด ท่านประธานที่เคารพ ้าเที่ยวนี้ทำได้ทำเลยครับ ทำไมไม่ทำละผม้าม ก็ช่วยกันยกมือหน่อย ว่าไม่เห็นด้วย แล้วก็ตั้งกรรมาธิการร่วม ก็ ๗ วันเอง ก็รู้อยู่ทุกคนเป็นนักกฎหมายตั้ง เยอะแยะ ท่านประธานสภาก็รู้จบกฎหมาย แล้วทำไมนักกฎหมายมีตั้งเยอะแยะ ห่วงกลัวจะ ไม่ทัน อ้างโน่นอ้างนี่รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอยืนยัน อีกครั้งหนึ่ง และขอบคุณท่านประธาน และขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ้าจะ กลับใจ วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ คุณลงมาอย่างไร วันนี้้าคุณเห็นด้วยกับวุฒิสภาเดี๋ยวก็กดดูว่า ใครบ้างไม่จริงใจกับพี่น้องประชาชน ชนชั้นใดเมื่อมีโอกาสออกกฎหมาย ออกกฎหมายเพื่อ ชนชั้นนั้น วันนี้จะรู้ว่าผู้แทนราษฎรเป็นคนชั้นไหน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็เกี่ยว พ.ร.บ. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านสมาชิกก็ได้ร่วมอภิปรายกันอย่างเต็มที่และกว้างขวาง ฝ่ายค้านร่วมอภิปรายตั้ง ๒๑ ท่าน ฝ่ายรัฐบาล ๑๒ ท่าน ก็้ือว่าจบการอภิปราย ฉะนั้นต่อไปนี้เราจะได้ลงมติกัน ผมจึงขอ เชิญชวนเพื่อนสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมนะครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมนะครับ เพื่อเราจะได้ลงมติใน พ.ร.บ. กองทุนเงิน ให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งทางวุฒิสภาได้พิจารณาแล้วส่งกลับมาที่ สภาผู้แทนราษฎร และมีการแก้ไขในหลายประเด็นอย่างที่พวกเราได้อภิปรายกันมา ฉะนั้น วันนี้เราจะได้พิจารณาว่าเราจะเห็นด้วยกับที่ท่านวุฒิสภาได้พิจารณาแก้ไขและส่งกลับมา หรือไม่ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุม ส่วนท่านที่เข้าห้องประชุมแล้วกรุณาได้ กดบัตรแสดงตนนะครับ องค์ประชุมทั้งหมดเหลืออยู่ ๒๑๙ ท่าน ต่อไปผมจะขอ้ามมติ จากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาหรือไม่ ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุม ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนโปรดเสียบบัตรและกดปุ่ม แสดงตนนะครับ🔗
รอท่าน สมาชิกนิดหนึ่งกำลังรีบเร่งเข้ามากันหลายท่านอยู่ครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ แสดงตนเชิญนะครับ ้าใช้สิทธิแสดงตนกันทุกท่านแล้วผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ ท่านสมาชิกครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน ๒๘๙ ท่าน เป็นอันว่ามีผู้เข้าร่วม ประชุมครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม ของวุฒิสภาโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ส่วนท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงก็โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๑๓๘ เห็นด้วยครับ🔗
๑๓๘ เห็นด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ฉลาด ขามช่วง ๘๐ เห็นด้วยครับ🔗
ท่านฉลาด เห็นด้วย มีสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนไหม ้ามีก็เชิญ ้าใช้สิทธิกัน ทุกท่านแล้วผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๙๕ ท่าน เห็นด้วย ๒๒๔ บวก ๒ เป็น ๒๒๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๑ ท่าน งดออกเสียง ๖๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ ไม่มี🔗
วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแล้ว ผมขอปิดการประชุม ขอบคุณครับ🔗