รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
____________________
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ขณะนี้เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมอนุญาตให้ท่านสมาชิก ได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๒๔ ขอได้ใช้เวลา ๒ นาทีให้เป็นประโยชน์ สำหรับประชาชน ท่านแรก คุณสงวน พงษ์มณี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน วันนี้ขอนำความวิตกกังวลของคนบ้านธิ สันกำแพง เรื่องการสร้างสนามบินใหม่แห่งที่ ๒ เนื่องจากตั้งแต่วันที่ ๒-๔ ธันวาคม ๒๕๖๕ มีข่าวเรื่องการก่อสร้างสนามบินใหม่เป็นเรื่องที่ฮือฮามากในจังหวัดภาคเหนือและจังหวัด ใกล้เคียง ทีนี้มาดูประวัติการทำ ในปี ๒๕๖๐ วันที่ ๒๖ ธันวาคม ก็มีมติ ครม. ที่สุโขทัย ก็พูดถึงเรื่องนี้ ในวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ก็มีการประชุมคณะอนุกรรมการจัดระบบ การจราจรทางบกที่จังหวัดเชียงใหม่ มีรายละเอียดมากมายเกี่ยวกับการสร้างสนามบิน ในปี ๒๕๖๔ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด ได้ทำทีโออาร์ (TOR) งานจ้างที่ปรึกษา เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่าในการลงทุน ถึงวันนี้หลายปีแล้ว ชาวบ้านต้องการ ทราบว่ามีความคืบหน้าขนาดไหน เพราะว่าชาวบ้านก็มาถูกระวางแผนที่จากเจ้าหน้าที่ เสร็จแล้วก็ไม่รู้ว่าจะทำจริงเมื่อไร อย่างไร มันมีผลกระทบอย่างมากสำหรับผู้บริหารท้องถิ่น เพราะว่าจะได้วางแผนการพัฒนาได้ถูก ผลกระทบของเส้นทางการบิน ผลกระทบของ สนามบินมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ชาวบ้านทราบและเตรียมตัว ผมจึงขอกราบเรียน ท่านประธานได้ส่งเรื่องนี้ให้กระทรวงคมนาคมช่วยตอบคำถามไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด เชียงใหม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนและหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ทำไมถึงทำขนาดนี้ ก็แสดงว่าเรื่องนี้มีความสำคัญและมีความเดือดร้อนมาก ผมจึงขอให้ท่านประธาน ช่วยดำเนินการให้ด้วย ขอบคุณครับ🔗
คุณเกียรติ เหลืองขจรวิทย์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือครับ คือชาวไร่อ้อยทั่วประเทศและโดยที่จังหวัดลพบุรี คือรัฐบาล เมื่อปี ๒๕๖๔ ถึงปี ๒๕๖๕ รัฐเคยช่วยให้ชาวไร่ในการตัดอ้อยสดเพื่อส่งโรงงานโดยที่ไม่ให้ ชาวไร่อ้อยไปเผาใบอ้อยเพื่อการตัด เพราะว่าทำให้เกิดมลพิษแล้วก็ส่งให้สิ่งแวดล้อมไม่ดี ชาวไร่เคยได้จากที่รัฐบาลเคยให้มาตันละ ๑๑๐-๑๒๐ บาท มาปีนี้ทางรัฐบาลยังไม่มี ความชัดเจนว่าจะช่วยชาวไร่เท่าไร ทีนี้ชาวไร่อ้อยที่เขาทำอ้อยอยู่อยากจะทราบว่ารัฐบาล สามารถช่วยเขาได้ตันละเท่าไร เพราะที่เขาขอมาตันละ ๑๔๐ บาท ตอนนี้รัฐบาลยังเงียบอยู่ ก็ขอความชัดเจนจากด้านนี้ แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่งคือราคาอ้อยปีนี้ ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรม ช่วยชี้แจงให้ชัดเจนนิดหนึ่งว่าได้ประมาณเท่าไรแน่นอน🔗
อีกเรื่องหนึ่งคือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทำให้เกษตรกรได้ใช้ไฟเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะที่จังหวัดลพบุรี ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขาบอกว่าต้องมีเอกสารโฉนดที่ดิน หรือว่าเป็น นส. ๓ หรือสิ่งต่าง ๆ ที่บ่งชัดว่าเป็นเจ้าของ แต่ที่จังหวัดลพบุรี หรือจังหวัดอื่น ๆ มันไม่มีเอกสารสิทธิ มีใบ ภ.บ.ท. ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขาบอกว่า ยังใช้ไม่ได้ ต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเขาก็บอกว่าเขาไม่รับรอง เพราะว่าเป็นพื้นที่ราบเรียบจริง แต่ทีนี้คือเขาไม่ได้มีสิทธิ แต่ชาวบ้านโดยเฉพาะอำเภอท่าหลวง ๙๕ เปอร์เซ็นต์ที่ไม่มี เอกสารสิทธิ จึงขอความกรุณาไปยังรัฐบาลช่วยจัดการให้สะดวกขึ้นหน่อยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม เขต ๓ พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันมีเรื่องอยากจะหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันค่ะ🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากคุณกิตติภณ ปานพรหมมาศ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. นครปฐม พรรคก้าวไกล เขตอำเภอบางเลน อำเภอดอนตูม และอำเภอ พุทธมณฑล เกี่ยวกับปัญหาคลองตื้นเขิน คลองดังกล่าวคือคลองรางกระทุ่มในพื้นที่ หมู่ ๑๒ ตำบลบางภาษี อำเภอบางเลน คลองแห่งนี้เป็นคลองธรรมชาติ แต่ในฤดูฝนไม่สามารถเป็นที่ รับน้ำฝนได้เลย ชาวบ้านกว่า ๑๐๐ หลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถใช้ประโยชน์ ทางการเกษตรได้ โดยชาวบ้านแจ้งว่าไม่ได้มีการลอกคลองมานานกว่า ๕ ปีแล้ว เนื่องจาก ไม่มีงบประมาณ ดิฉันอยากหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ปัญหา โดยด่วนก่อนฤดูฝนจะมาอีกรอบค่ะ ถ้าปัญหานี้ถูกแก้ไขเราจะได้ทั้งแหล่งน้ำทำการเกษตร และได้พื้นที่รับน้ำในช่วงฤดูฝนค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับแจ้งจากคุณกิตติภณ ปานพรหมมาศ เช่นกัน เป็นเรื่อง ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในพื้นที่ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล ถนนทางหลวง ชนบท นฐ. ๓๐๐๔ เส้นศาลายา บางภาษี บริเวณหน้า ๓ สถานศึกษา ได้แก่โรงเรียน กาญจนาภิเษกวิทยาลัย โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบมหามงคล และวิทยาลัยกาญจนา ภิเษกช่างทองหลวง มีนักเรียนรวมกันมากกว่า ๕,๐๐๐ คน นักเรียนเดินทางโดยใช้แยกนี้ แยกดังกล่าวได้ชื่อว่าเป็นสามแยกวัดใจที่มักจะเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจาก ไม่มีสัญญาณไฟจราจร อีกทั้งทางม้าลายและเส้นจราจรก็เลือนลางมาก ๆ ทำให้นักเรียน และผู้ปกครองต้องเสี่ยงอันตรายอยู่ตลอดเวลา ประชาชนในพื้นที่ต้องการให้มีการตีเส้น ทางม้าลายและเส้นจราจรให้ชัดเจนขึ้น รวมถึงติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบริเวณสามแยกนี้ จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการแก้ไขโดยด่วนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
คุณยงยุทธ สุวรรณบุตร🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องที่ตำบลคลองด่านซึ่งมีถนนสุขุมวิททางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓ ผ่าน และมีสะพานข้ามคลองด่านซึ่งมีผิวการจราจรและสะพานข้ามคลอง ที่ชำรุด จึงขออนุญาตท่านประธานช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรีบเข้าไปดำเนินการเพื่อให้ประชาชน ชาวคลองด่านจังหวัดสมุทรปราการ ได้รับความสะดวกสบาย ขอให้ใช้งบปี ๒๕๖๖ เพื่อเป็น ของขวัญปีใหม่ให้กับชาวคลองด่าน งบประมาณน่าจะไม่เกิน ๓๐ ล้านบาท🔗
เรื่องที่ ๒ โรงเรียนวัดตำหรุ มิตรภาพที่ ๖๕ ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ท่านผู้อำนวยการสาโรจน์ จำปาศักดิ์ ท่านขออาคารเรียน ๓๑๘ร/๕๕ข โรงเรียนแห่งนี้อยู่กลางเมืองอุตสาหกรรมครับ มีนักเรียนประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าคนครับ นักเรียนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเป็นเมืองอุตสาหกรรม จึงขออนุญาตให้ท่านประธาน ช่วยส่งเรื่องนี้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยอนุมัติอาคารเรียนแบบนี้ให้ท่าน ผอ. กับนักเรียนด้วยครับ ซึ่งเขาเดือดร้อนมาก ๆ งบประมาณใช้ไม่มาก ๒๔ ล้านบาท🔗
ท่านประธานครับ กระผมในฐานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ มีทั้งหมด ๖ คน มีท่านอัครวัฒน์ อัศวเหม ท่านต่อศักดิ์ อัศวเหม ท่านภริม พูลเจริญ ท่านกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ท่านฐาปกรณ์ กุลเจริญ และผม ยงยุทธ สุวรรณบุตร เนื่องด้วยในวาระขึ้นปีใหม่ ๒๕๖๖ พวกเรา ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดสมุทรปราการ ขอให้ท่านประธาน แล้วก็ประชาชนพี่น้องชาวไทย รวมทั้ง คนสมุทรปราการอีก ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน จงมีความสุขตลอดปี ๒๕๖๖ ในวาระขึ้นปีใหม่ ขอบคุณครับ🔗
คุณองอาจ วงษ์ประยูร🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตนำปัญหาความเดือดร้อนจากตัวแทนพี่น้องประชาชนจังหวัดนครสวรรค์ ได้ร้องเรียนผ่านมายังท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่าน ส.ส. นายแพทย์ชลน่าน ศรี แก้ว ครั้งที่ออกโครงการผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชน โดยขอให้ประสานกรมชลประทานช่วย ซ่อมสร้างขยายสะพานข้ามคลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก หรือคลองอนุศาสนนันท์ ซึ่งขณะนี้ชำรุดพังเสียหายอย่างหนัก ก่อนที่จะเกิดอันตรายกับพี่น้องประชาชนผู้สัญจรไปมา ฝากท่านประธานด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ที่จังหวัดสระบุรี ขอให้ช่วยเพิ่มน้ำทำนาให้กับพี่น้องเกษตรกร อำเภอบ้านหมอ อำเภอดอนพุด โดยทุกปีเกษตรกรจะใช้น้ำจากชลประทานคือคลองส่งน้ำ ๒๓ ขวา ๒๔ ขวา เป็นคลองหลัก แล้วก็จะมีคลองระบายน้ำหรือคลองทิ้งน้ำ ก็คือ ร. ๔ ร. ๕ ร. ๗ ร. ๘ ซ้าย เกษตรกรขอให้ช่วยแก้ปัญหาน้ำไม่เพียงพอในช่วงหน้าแล้งโดยให้ปรับปรุง คลองระบายน้ำเป็นคลองส่งน้ำโดยเชื่อมต่อขุดลอกคลองระบายน้ำ หรือคลอง ร. เข้ากับ คลอง ๒๓ ขวา ไม่ให้ขาดช่วงเหมือนในปัจจุบัน ทำท่อรอดแล้วก็ให้ทำประตูน้ำ ปากคลอง ๒๓ ขวา โดยจะต้องลดระดับปากคลองให้ต่ำลง ดังนี้จะช่วยเหลือแก้ไขปัญหา แหล่งน้ำให้เกษตรกรเป็นหมื่น ๆ ไร่ให้กับพี่น้องในอำเภอบ้านหมอ อำเภอดอนพุด ได้เป็น อย่างดีครับ ฝากท่านประธานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องคือกรมชลประทานและกรมเจ้าท่า ให้ประสานด้วยครับท่านประธาน🔗
สุดท้าย ได้รับร้องเรียนจากข้าราชการครูบำนาญท้องถิ่น ในเรื่องของสิทธิ ประโยชน์ของข้าราชการบำนาญส่วนท้องถิ่นไม่สามารถใช้สิทธิเงินบำเหน็จตกทอดเหมือนกับ หน่วยงานอื่น ๆ ได้ อย่างกรณีครู อาจารย์ที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการเมื่อเกษียณแล้ว เขาก็สามารถใช้สิทธิบำเหน็จตกทอดนำไปค้ำประกันเงินกู้จากธนาคารได้ สามารถนำเงินกู้นี้ ไปใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพหลังเกษียณดูแลครอบครัวลูกหลานได้ครับ ซึ่งต่างกับ ข้าราชการบำนาญส่วนท้องถิ่นไม่สามารถใช้สิทธินี้ไปค้ำประกันธนาคารเพื่อกู้ยืมได้ ฝากท่านประธานประสานไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ช่วยดูแลสิทธิประโยชน์ให้เกิดเป็นธรรมและเท่าเทียมให้กับข้าราชการบำนาญส่วนท้องถิ่น นี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
คุณศรีนวล บุญลือ ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ข้าเจ้าได้รับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนมีปัญหาความเดือดร้อน เรื่องถนนชำรุดเสียหาย ถนนลูกรังเป็นหลุมเป็นบ่อ การสัญจรลำบากมาก เวลาขนพืชผัก และผลไม้ทางการเกษตรทำให้พืชผลไม้ช้ำเสียหาย ทำให้ราคาตกต่ำ เพราะถนนเป็นหลุม เป็นบ่อ ดังนั้นทางประชาชนจึงร้องขอสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล หรือหน่วยงาน ที่รับผิดชอบช่วยเร่งดำเนินการก่อสร้างถนนสายหมู่ ๓ บ้านแม่แฮเหนือ บ้านป่าเกี๊ยะน้อย บ้านห้วยขมิ้นนอก และหมู่ ๑๗ บ้านห้วยขมิ้นใน ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัด เชียงใหม่ ถนนสายหมู่ ๑ บ้านเสก บ้านปางเกี๊ยะ หมู่ ๔ บ้านพะแอดู ตำบลแม่ศึก เชื่อมตำบลปางหินฝน อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยเจ้า และประชาชนหมู่ ๑๙ บ้านห้วยหอย ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันหม้อแปลงไฟฟ้า ขนาดเล็กทำให้ไฟฟ้าใช้ไม่เพียงพอ ขอเปลี่ยนหม้อแปลงขนาด ๓ เฟส (3 Phase) และขอ ไฟฟ้าส่องสว่างในหมู่บ้าน ถนน ๔๐๑๖ ประชาชนหมู่ ๑๕ บ้านพุทธเอ้น ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม มีปัญหาความเดือดร้อนน้ำเซาะตลิ่งพังทำให้ถนนประชาชนสัญจรไม่ได้ น้ำท่วมพืชผลทางด้านการเกษตรเสียหายจำนวนมาก ประชาชนหมู่ ๒ บ้านแม่ซา ตำบล แม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีปัญหาความเดือดร้อนน้ำกัดเซาะคันลำเหมือง ทำการเกษตรเสียหาย ดังนั้นจึงขอเรียนฝากประธานสภาไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ช่วยเร่งสำรวจแก้ไขปัญหาการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังในครั้งนี้ด้วยเจ้า ขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธาน ณ โอกาสนี้เจ้า ขอขอบคุณเจ้า🔗
คุณฉลาด ขามช่วง ครับ🔗
สืบเนื่องจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มีโครงการก่อสร้างทางรถไฟ ให้พี่น้องชาวอีสานกลางสายบ้านไผ่ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร นครพนม ระยะทางความยาว ๓๕๕ กิโลเมตร เส้นทางนี้เป็นความฝันของพี่น้องที่อยู่อีสานกลางนะครับ แต่เนื่องจากว่ามันมีปัญหาเกิดขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ ปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากว่าจะต้องมีการจ่ายค่าเวนคืนให้กับพี่น้องประชาชนตลอดเส้นทาง ๓๕๕ กิโลเมตร เป็นเงินหมื่นล้านบาท ขณะนี้พี่น้องประชาชนที่เส้นทางรถไฟพาดผ่านยังไม่ทราบชะตากรรม ว่าจะได้รับเงินค่าชดเชยไร่ละเท่าไร บางคนมีพื้นที่ ๒ ไร่ บางคนผ่านบ้านเรือนราษฎร เป็นหลัง เป็นตึก เป็นอาคาร บ้านช่อง บางแห่งก็เป็นที่สาธารณประโยชน์ ขณะนี้มีกลุ่ม นายหน้าไปล่อซื้อชาวบ้านคาดว่าราคาต่ำกว่าราคาประเมิน แต่ชาวบ้านได้รับเงินมัดจำ เนื่องจากความยากจน จึงขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทยรีบดำเนินการจ่ายค่าเวนคืนให้กับ พี่น้องประชาชนและรีบก่อสร้างทางรถไฟสายนี้ ซึ่งจะเป็นความหวังของพี่น้องประชาชน ต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
สุดท้ายเนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ กระผมขออวยพรให้ท่านประธาน สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พี่น้องประชาชน ขอให้มีความสุขความเจริญตลอดปี ๒๕๖๖ และตลอดไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ขอให้พรสนองตอบท่านครับ ศาสตราจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ๒-๓ วันที่ผ่านมามีข่าวใหญ่ที่อยู่ในหนังสือพิมพ์ แล้วก็เป็นข่าวไปทั่วโลก ก็คือเรื่องของการบุกจับอธิบดีท่านหนึ่ง ซึ่งอันนี้ทางพวกเราก็คงจะไม่อยู่เฉย ก็ขอขอบคุณ ป.ป.ช. ปปง. และตำรวจที่ได้ดำเนินการเรื่องนี้ ผมขอตั้งข้อสังเกต ๔-๕ ประเด็นเพื่อให้ รัฐบาลได้โปรดนำไปปรับปรุงแก้ไขนะครับ🔗
ประการแรก เรื่องของการประเมินที่หน่วยงานนี้ได้รับการประเมินอย่างดีที่สุด ในรอบหลายปีที่ผ่านมาแสดงถึงความล้มเหลวในระบบประเมิน เพราะฉะนั้นอยากจะให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปปรับปรุง🔗
ประการที่ ๒ หน่วยงานนี้มีงบประมาณปีละหมื่นกว่าล้านบาท ถ้าระบบเป็น อย่างนี้ ทั้งองค์กรคงจะต้องมีคำถามใหญ่ว่างบประมาณที่เราใส่ไป ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดูแลพื้นที่ ๗๓ ล้านไร่ถึง ๑ ใน ๔ ของที่ดินทั่วประเทศจะมีความปลอดภัยปลอดจากการ โกงกินแค่ไหน ผมอยากจะให้ผู้ดูแลเรื่องพวกนี้ไม่ได้ดูเฉพาะเรื่องการเบิกจ่ายเท่านั้น สตง. จะต้องไปตรวจสอบเรื่องของการใช้งบและเส้นทางของเงินที่เดินออกไปด้วยนะครับ🔗
ประเด็นในเรื่องของการโยกย้ายซึ่งเป็นข่าวใหญ่ แสดงออกถึงการที่ตำแหน่ง ราชการเป็นสินค้าที่มีการซื้อขายกัน เป็นโควตาของผู้มีอำนาจ สิ่งนี้ต้องหมดไป เราจะต้อง จัดระบบให้มีความโปร่งใส เพราะฉะนั้นการตรวจสอบเรื่องนี้จะต้องเกิดขึ้นนะครับ🔗
ในรัฐธรรมนูญของเรามีการพูดถึงเรื่องของการดูแลเรื่องคอร์รัปชัน ดูแล เรื่องของการปกป้องคนที่แจ้งเบาะแส แต่บัดนี้ยังไม่มีการออกกฎเกณฑ์ดูแลกัน ก็อยากจะ ขอให้รัฐบาลได้ช่วยทำเรื่องนี้ และขอขอบคุณคุณชัยวัฒน์ที่ทำเรื่องนี้ขึ้นมาให้ประชาชน ได้เห็น และสุดท้ายกฎหมายคอร์รัปชันเราต้องมีความเข้มข้นกว่านี้ โทษจะต้องรุนแรง ที่เมืองจีนเขาจับไปประหารชีวิต คงต้องมีเรื่องของการยึดทรัพย์ตามมาด้วยครับ ก็ขออนุญาต กราบเรียนครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
คุณบุญรื่น ศรีธเนศ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ค่ะ🔗
เรื่องแรก เมื่อวานนี้ได้รับโทรศัพท์จาก นายบรรจง เขตผดุง รองประธานสภา ตำบลเจ้าท่า นายธนกฤต ระวาดชัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเจ้าท่า ว่าพี่น้องชาวบ้าน หนองมะเกลือ บ้านแจ้งจม บ้านท่ากลาง บ้านท่าเพลิง บ้านเหมือดแอ่ แล้วก็ทั้งตำบลธัญญา ตำบลดงลิง และตำบลเหล่าอ้อย พี่น้องประชาชนพวกนี้ถูกน้ำท่วมนาหมด เวลาเป็นเดือน พอน้ำแห้งข้าวตายหมด ข้าวจะเก็บไว้กินก็ไม่มี จะเอาไปขายก็ไม่ได้ค่ะ เพราะว่าไม่มีข้าว ได้รับความเดือดร้อนมากค่ะ จึงหารือท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง คงจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช่ไหมคะ ได้โปรด ส่งเงินแก้ปัญหาให้เขาด้วย เงินชดเชยยังไม่ได้ ดิฉันก็ถามไปแล้ว ไม่ใช่เขาโอนให้แล้วหรือ เขาบอกว่ายังไม่ได้ค่ะ เดือดร้อนมากค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นก็ขอหารือท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหาให้เร็ว ๆ หน่อยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอหารือท่านประธานไปยังกรมชลประทานได้จัดสรรงบประมาณ เพื่อสร้างประตูเปิดปิดน้ำในช่วงบริเวณพื้นที่ทำนาที่ได้รับผลกระทบที่ผ่านมาเมื่อสักครู่นี้ น้ำท่วมเป็นจำนวนมาก ขอให้กรมชลประทานเขื่อนลำปาวออกสำรวจพื้นที่ที่เหมาะสมให้กับ ตำบลเจ้าท่า ตำบลดงลิง ตำบลธัญญา เพื่อสร้างประตูเปิด ปิดน้ำ ถ้าจะสร้างเพื่อป้องกัน ก็คงจะทำในช่วงนี้ ถ้าจะไปสร้างตอนน้ำท่วมก็คงจะไม่ได้อีก เพราะฉะนั้นดิฉันจึงหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการเพื่อพี่น้องประชาชนเร็ว ๆ ด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้หารือ ๓ หน่วยงาน เป็นการทวงถามงานที่ได้หารือและได้อภิปรายไปบ้างแล้ว🔗
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมได้เคยอภิปรายและเคยหารือกรณีที่แม่น้ำ ปัตตานีมีการกัดเซาะตลิ่งที่ดินประชาชนในพื้นที่ตำบลยุโป และตำบลท่าสาป จังหวัดยะลา และทราบว่ามีการจัดสรรงบประมาณให้ในส่วนของหมู่ ๓ บ้านบาโด จำนวน ๑๘ ล้านบาทแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการจัดสรรงบประมาณให้สำหรับหมู่ ๑ บ้านยุโปจำนวน ๑๔.๕ ล้านบาท และหมู่ ๒ บ้านทุ่งเหรียง จำนวน ๑๕ ล้านบาทตามที่ได้สำรวจไว้ และในส่วนของตำบลท่าสาป บ้านปายอ แล้วก็หมู่ ๕ บ้านกุดเลาะนั้นยังไม่ได้มีการสำรวจแต่อย่างใด จึงขอทวงถาม🔗
กระทรวงคมนาคม ผมเคยได้อภิปรายและเคยตั้งกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรี มาตอบด้วย ประเด็นเรื่องของสถานีรถไฟจังหวัดยะลา ที่มีต้องปรับปรุงก่อสร้างและซ่อมแซม เนื่องจากมีการชำรุดทรุดโทรมชานชาลาที่รอพักคอยของผู้โดยสารไม่มีหลังคาครอบ เมื่อมีฝนตกทำให้น้ำท่วม ทำให้ประชาชนเดือดร้อน จนบัดนี้ยังไม่ได้มีการจัดสรรงบประมาณ หรือมีการสำรวจแต่อย่างใด จึงทวงถามถึงกระทรวงคมนาคมให้พิจารณาด้วยนะครับ🔗
กระทรวงกลาโหม เป็นกรณีของหมู่บ้านยุทธศาสตร์แนวชายแดนไทย มาเลเซีย บ้านปิยะมิตร ๑ ถึงปิยะมิตร ๕ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และอำเภอนาทวี จังหวัด สงขลา ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น ๑ เอ (A) ซึ่งกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีการอนุมัติให้แล้ว ได้มีการให้กระทรวงกลาโหมใช้ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ จนครบปี ๒๕๖๑ แล้วก็มีการขอขยาย ปัจจุบันนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอนุมัติแล้ว ฝากกระทรวงกลาโหมเร่งรัดให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อขออนุมัติเนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น ๑ เอ (A) ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉัน มีเรื่องที่จะมาหารือในสภาแห่งนี้ ๑ เรื่อง เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนที่อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เรื่องขอให้ช่วยเร่งรัดการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองขลุง อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ท่านประธานคะ อ่างเก็บน้ำนี้ใช้เวลาก่อสร้างมานานแล้วแต่ว่า ยังไม่แล้วเสร็จ ที่ผ่านมาชาวบ้านพากันติดตามความคืบหน้ามาโดยตลอด แต่ว่าก็ยัง ไม่แล้วเสร็จ หากแล้วเสร็จก็จะทำให้ชาวบ้านได้ประโยชน์กันหลายตำบล ทั้งตำบลขลุง ตำบล เกวียนหัก ตำบลตะปอน ตำบลซึ้ง และตำบลบางชัน ท่านประธานคะ ดิฉันเคยหารือในสภา แห่งนี้ไปแล้วเรื่องตำบลบางชันขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ก็จะรออ่างเก็บน้ำ คลองขลุงสร้างแล้วเสร็จ แล้วก็จะนำน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองขลุงไปใช้ในตำบลบางชันด้วย ตำบลบางชัน เนื่องจากเป็นตำบลที่เราเรียกว่าเป็นหมู่บ้านไร้แผ่นดิน ก็จะไม่มีน้ำจืดใช้ค่ะ ที่ผ่านมาก็ซื้อน้ำจืดจากบนฝั่งใช้ แล้วก็ที่หมู่บ้านนั้นได้พัฒนาเป็นโฮมสเตย์ (Homestay) มีแหล่งท่องเที่ยว มีผู้คนจำนวนมากเข้าไป แต่ว่าขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค เป็นอย่างมาก หากอ่างเก็บน้ำนี้แล้วเสร็จก็จะช่วยทำให้หมู่บ้านทั้ง ๕ ตำบลที่ได้กล่าวมาแล้ว แก้ปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภคได้ค่ะ จึงขอให้ทาง กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยเร่งรัดการก่อสร้างนี้ให้แล้วเสร็จ ติดขัดปัญหาที่ใดก็ขอให้ช่วยรีบแก้อย่างเร่งด่วน เพื่อเป็นประโยชน์กับชาวบ้าน🔗
ในวาระขึ้นปีใหม่นะคะท่านประธาน ดิฉันขอให้ทั้ง ส.ส. ในสภาเรานี้ เจ้าหน้าที่สภา รวมถึงพี่น้องประชาชนได้มีความสุขตลอดปีด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ คุณสมศักดิ์ คุณเงิน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ คุณเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ ๗ พรรคเศรษฐกิจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมานี้ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน บ้านผือ อำเภอหนองเรือ ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านบ้านกง อำเภอหนองเรือ และชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลกุดขอนแก่น อำเภอภูเวียง ได้รวมกันมาพบกระผมพร้อมกับยื่นหนังสือ ร้องเรียนขอความเป็นธรรม แล้วก็ถือว่าเป็นความทุกข์ที่พี่น้องประสบอยู่ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ประเด็นปัญหาอยู่ที่ว่าเมื่อเดือนกันยายน เดือนตุลาคมที่ผ่านมา พายุโนรู ได้ทำความเสียหายให้เกิดกับพี่น้อง โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ด้านเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ปกติระดับเก็บน้ำ ๑๘๒ รทก. แต่ปรากฏว่าน้ำท่วมขังนานเป็นเดือน ถึง ๑๘๔ รทก. ปัญหาทำให้เกิดสภาพน้ำท่วมรอบริมเขื่อนมากกว่าปกติ มีทั้งส่วนที่ต่ำกว่า ระดับน้ำ ๑๘๒ รทก. และเหนือขึ้นไปถึง ๑๘๔ รทก. เป็นเนื้อที่ทั้งหมด ๘,๐๐๐ ไร่ในพื้นที่ ของอำเภอหนองเรือ และอีก ๔,๔๐๐ ไร่ในพื้นที่ของอำเภอภูเวียง ประเด็นปัญหามีว่า ในส่วนที่น้ำท่วมขังในระดับที่เขื่อน ๑๘๒ รทก. นั้นรอเงินชดเชยจากทางรัฐบาล จนป่านนี้ ๑,๓๔๐ ยังไม่ได้รับ ขอความกรุณาเร่งรัดให้ด้วย🔗
ประการที่ ๒ ก็คือส่วนที่เกิน ๑๘๒-๑๘๔ รทก. นั้นเป็นพื้นที่โฉนด เป็นพื้นที่ เอกสารสิทธิ น้ำท่วมขังข้าวเปื่อยเสียหาย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีข้าวเกี่ยว เพราะฉะนั้น จึงเป็นความเดือดร้อน ในส่วนของพี่น้องตำบลกุดขอนแก่นก็เช่นเดียวกัน ตกสำรวจ ๔,๐๐๐ กว่าไร่ไม่มีการสำรวจ แล้วก็คาดว่าคงไม่ได้รับการเยียวยา จึงขอร้องทุกข์มา ณ โอกาสนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตกราบเรียนเสนอว่า ๑. ควรเร่งรัด การจ่ายเงินค่าเสียหายให้พี่น้องของเราโดยด่วน ๒. การช่วยเหลือพี่น้องที่มีเอกสารสิทธินั้น ควรดำเนินการโดยเร็วและเพิ่มเติมค่าเสียหายให้เขาด้วย เพราะในอดีตนั้นเขื่อนอุบลรัตน์ เคยช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษถึงไร่ละ ๓,๐๐๐ บาท และสุดท้ายก็คือควรมีมาตรการถาวรว่า จะยอมให้คนเหนือเขื่อนถูกน้ำขังนานเพื่อรอการระบายลงข้างล่าง พี่น้องเดือดร้อนครับ ควรจะมีการวางมาตรการที่ถาวรชดเชยเยียวยาให้พี่น้องประชาชนด้วยครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
คุณเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือ ท่านประธาน ๑ เรื่องครับ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเร่งรัดติดตามโครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมือง จังหวัดเลย ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าสืบเนื่องจากจังหวัดเลยเป็นเมืองท่องเที่ยว ณ ปัจจุบันมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย สกายวอล์ก (Skywalk) หรือผีตาโขน ด่านซ้าย ประการต่อมาพื้นที่จังหวัดเลยเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใครที่มาจากอุดรธานี ขอนแก่น นครพนม สกลนคร จะไปเชียงใหม่จะต้องผ่านจังหวัดเลย และที่สำคัญก็คือเป็นพื้นที่ที่จะต้องไปเชื่อมต่อขนส่งผู้โดยสารไปเชื่อมยังจังหวัดที่มีรถไฟ ความเร็วสูง แต่ปัจจุบันนี้ทางจังหวัดเลยยังไม่มีทางเลี่ยงเมือง ซึ่งจะช่วยลดปริมาณรถ ที่จะสัญจรผ่านตัวเมืองแล้วก็ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ แล้วก็เชื่อมต่อไปยังภาคเหนือได้ ผมจึงขอความกรุณาท่านประธานได้ประสานไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้เร่งรัดในการจัดสรรงบประมาณให้กับแขวงการทางจังหวัดเลยในการก่อสร้าง ทางเลี่ยงเมือง ต้องมีความจำเป็นครับ เพราะเนื่องจากว่าหลายจังหวัดที่อยู่รอบ ๆ จังหวัดเลยนั้นมีทางเลี่ยงเมืองทั้งหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหนองคาย อุดรธานี ขอนแก่น หนองบัวลำภู ชุมแพ จังหวัดเลยยังไม่มี แล้วผมได้ทำยื่นกระทู้ผ่านท่านประธาน แล้วก็มีการ บรรจุกระทู้ไปตลอดระยะเวลา ๓ สมัยประชุมนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เลื่อนการตอบกระทู้ของผมไปทุกครั้ง วันนี้ก็เช่นเดียวกัน เป็นกระทู้สุดท้ายที่ท่านประธาน ได้กรุณาบรรจุไว้ในสภาแล้ว ท่านรัฐมนตรีแจ้งมาว่าขอเลื่อนอีก ก็หวังว่าในสมัยประชุมนี้ก่อน จะมีการยุบสภา กระผมจะได้มีการซักถามเรื่องนี้ไปยังท่านรัฐมนตรีเพื่อให้พี่น้อง ชาวจังหวัดเลยที่รอคอยให้มีทางเลี่ยงเมืองได้รับทราบข้อมูลข่าวสารความคืบหน้าของการ จัดสรรงบประมาณในเรื่องนี้ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
คุณจารึก ศรีอ่อน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับถนน ในจังหวัดจันทบุรี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดจันทบุรีว่าถนนหมายเลข ๓ คือถนนสุขุมวิทช่วงจากแยกปากแซงมาถึง แยกเขาไร่ยา บริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ซึ่งทางหลวงจังหวัดจันทบุรีได้นำ แบริเออร์ (Barrier) ไปตั้งไว้ระยะทางประมาณ ๑๐๐ เมตร ซึ่งตั้งไว้ระยะเวลาประมาณร่วม ๕ เดือนแล้วไม่มีการกระทำการใด ๆ ผมเองได้ลงพื้นที่ไปดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น ไปดูผิวจราจร ด้านบนไม่มีปัญหา จึงได้สอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือทางหลวงจังหวัดจันทบุรี แจ้งว่าด้านใต้ของคอสะพานมีการชำรุด จึงไม่สามารถให้รถวิ่งผ่านได้ เกรงจะเกิดอันตราย ผมก็เรียนถามไปว่าแล้วทำไมไม่มาซ่อม ท่านแจ้งว่าประกวดราคาแล้วไม่มีใครสนใจ ซึ่งมัน เป็นความเสียหายไม่มาก ผมก็ถามต่อไปว่าแล้วเมื่อไรจะมาดำเนินการซ่อมแซมได้ ท่านแจ้ง ผมว่าประมาณเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ๕ เดือนไม่มีการดำเนินการซ่อมแซมใด ๆ แล้วต้อง รออีก ๖ เดือนถึงจะมาดำเนินการซ่อม ผมมองว่าถนนเส้นนี้เป็นถนนเส้นหลัก มีความ เสียหายเกิดขึ้นใด ๆ ต้องรีบมาซ่อม เพราะว่าพี่น้องประชาชนสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก อีกไม่กี่เดือนจังหวัดจันทบุรีของผมก็จะมีผลไม้ออกมา นักท่องเที่ยวก็จะเยอะ รถขนผลไม้ ก็จะเยอะ สัญจรไปมามากมาย เพราะฉะนั้นอยากเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคมให้รีบส่งหน่วยงานไปดำเนินการซ่อมแซมเร่งด่วนเพื่อพี่น้อง ประชาชนจะได้สัญจรไปมาโดยสะดวก กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ ท่านประธานคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณท่าน ส.ส. วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ที่ท่านได้เคยหารือเกี่ยวกับไฟส่องสว่างตามถนนหลวงและถนน ๒ เลน (Lane) บางช่วงที่คับแคบ ตั้งแต่ตำบลท่าสายไปถึงตำบลดอยลาน และตำบลห้วยสักหรือที่ เรียกว่าถนนเส้น ชร ๑๐๒๐ ทั้งถนน ๒ เลน (Lane) ไฟส่องสว่างที่ไม่เพียงพอต่อรถที่สัญจร ไปมาทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทั้งที่เป็นถนนเส้นเศรษฐกิจ แล้วดิฉันต้องขอขอบคุณ ท่านประธานสภาเทศบาลตำบลห้วยสัก ท่านสงกรานต์ นวานุช และท่าน ส.ท. ธรรมนูญ ยามี จากเทศบาลตำบลดอยลานที่ท่านได้รวบรวมข้อมูลและได้คำนึงถึง และได้ทวงถามถึง ความคืบหน้าเรื่องการติดตั้งและเพิ่มแสงสว่าง และการขยายถนนเส้น ชร. ๑๐๒๐ เพื่อเพิ่ม ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่สัญจรผ่านถนนเส้นนี้ เพราะเนื่องจากใกล้เทศกาล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ตัวเลขผู้ที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต และทรัพย์สินจากถนน ชร. ๑๐๒๐ เพราะเหตุว่าไม่มีแสงสว่างหรือแสงสว่างไม่เพียงพอ รวมถึงถนน ๒ เลน (Lane) ที่คับแคบ เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนรถยนต์ที่สัญจร เหตุผลข้างต้นทำให้จำนวนอุบัติเหตุเสียชีวิตและทรัพย์สินไม่ได้ลดลงเท่าไรนัก เมื่อเปรียบเทียบตัวเลขในแต่ละปี วันนี้ดิฉันจึงขอมาทวงถามถึงความคืบหน้าจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและอธิบดีกรมทางหลวงว่า ท่านได้ใส่ใจชีวิตของ ประชาชนคนไทย ประชาชนชาวเชียงรายหรือไม่ ต้องขอกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมและท่านอธิบดีกรมทางหลวงอีกครั้งว่าท่านต้องให้ชาวเชียงราย ประชาชน ชาวท่าสาย ประชาชนชาวห้วยสัก ประชาชนชาวดอยลานเกิดอุบัติเหตุถึงชีวิต อีกกี่รายท่านถึงจะใส่ใจมาดูแลความเป็นอยู่ของพวกเรา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมและท่านอธิบดีกรมทางหลวงคะ ได้โปรดทำหน้าที่ที่ท่านรับผิดชอบ ได้โปรดใช้อำนาจ ที่ท่านมีบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของชีวิตพวกเราชาวจังหวัดเชียงรายด้วย ก่อนที่ประชาชน จะทนไม่ไหวและทำตำแหน่งของท่านให้สั่นคลอน ขอบคุณค่ะ🔗
คุณฐิตินันท์ แสงนาค ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายฐิตินันท์ แสงนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดขอนแก่น ตัวแทนคนเมือง พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธาน ซึ่งประเด็นที่ผมจะหารือในวันนี้ปีนี้ผมพูดมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ ครับ เจ้าหน้าที่ ขอภาพด้วยครับ🔗
เป็นการสร้างทางยกระดับ ทางเลี่ยงเมือง ขอนแก่น ทางเลี่ยงเมืองเส้นนี้มีความยาว ๕๔ กิโลเมตร มีรถวิ่งวันหนึ่งช่วงวันธรรมดา ๕๐,๐๐๐ คัน เทศกาลอย่างปีใหม่วันละ ๑๐๐,๐๐๐ คัน แต่ยังไม่มีทางลาดที่จะตัดเลี้ยวซ้าย ขึ้นไป ขอภาพที่ ๒ ด้วยครับ ท่านประธานครับ นี่คือทางลาดที่จะทำขึ้นไว้โดยกรมทางหลวง ได้ออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมในสถาปนิกไว้เรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่ายังไม่สามารถดำเนินการ สร้างได้ ผมสอบถามทางกรมทางหลวงว่ายังขาดงบประมาณอยู่ ๕๕๐ ล้านบาท ดังนั้น จึงฝากทางกระทรวงคมนาคมจัดสรรงบประมาณมาทำทางเลี่ยงเมืองตรงนี้เป็นทางแยก บายพาส (Bypass) ออกไปทางทิศตะวันออกไปร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม นครพนม สกลนคร หรืออกไปฝั่งเวียดนามได้ทางเส้นนี้ ประโยชน์ที่จะตกกับทางเส้นนี้ไม่ใช่เฉพาะกับ ชาวขอนแก่นครับ เป็นของพี่น้องประชาชนภาคอีสานทั้งหมดที่จะสามารถเดินทางอย่าง สะดวกสบาย ผมตามเรื่องนี้มาครั้งนี้ครั้งที่ ๒ แล้วครับ ส่งเอกสารไปยังกระทรวงคมนาคม และกรมทางหลวงเรียบร้อยแล้ว ขอให้เร่งดำเนินการนะครับ เพราะว่าทางเส้นนี้เป็นหัวใจหลัก ของขอนแก่น ซึ่งเป็นเมืองหลักเป็นฮับ (Hub) เป็นเกตเวย์ (Gateway) ของภาคอีสาน ที่ทุกท่านจะต้องผ่านเส้นนี้ครับ🔗
ท่านประธานครับ ในวารดิถีขึ้นปีใหม่นี้ ผมในนามของสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสัปปายะสภาสถานแห่งนี้คุ้มครองท่านประธาน เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประชาชนคนไทยทุกท่านให้มีความสุข ความเจริญ ตลอดปีใหม่ครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณท่านฐิตินันท์นะครับ ขอพรสนองตอบท่านครับ คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นก็ยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาพูดในวันสุดท้าย ที่สภาเราประชุมกัน ก็ขอกล่าวสวัสดีปีใหม่ท่านประธานรวมถึงประชาชนทุกท่าน ขอให้สมเด็จพระเจ้าตากสินช่วยอำนวยอวยพรให้ทุกคนปลอดภัย สุขภาพแข็งแรง ตลอดทั้งครอบครัวด้วยนะครับ🔗
เรื่องแรก สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ล่าสุดที่มีการจัดงานบวงสรวงพระเจ้าตากสิน เป็นประจำทุกปีของชาวธนบุรี ก็เกิดปัญหานิดหนึ่งครับ เรื่องการที่มีห้องน้ำสาธารณะ ไม่เพียงพอ ทำให้หลาย ๆ ครั้งคนมาเที่ยวงานเยอะมาก ซึ่งชาวธนบุรีรวมถึงผมเองก็ยินดี เป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนมาเที่ยว แต่ก็มีหลายครั้งหลายคราวที่ห้องน้ำไม่เพียงพอแล้วไปปัสสาวะ ข้างกำแพงบ้านชาวบ้านก็ถูกร้องเรียนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ร้องเรียนมาก็คืออยู่บริเวณ ลาดหญ้า ซอย ๑๐ อย่างไรก็ฝากท่านผู้ว่าฯ ทาง กทม. อย่างไรช่วยจัดสรรห้องน้ำให้เพียงพอ ในคราวหน้าด้วย เพราะเนื่องจากคิดว่าไอเทม (Item) ในเกมส์ (Game) ไม่ใช่ทรัพย์สิน แต่ผมไปศึกษามาแล้ว สามารถแจ้งความในฐานะฉ้อโกงได้ อย่างไรฝากสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยทำความเข้าใจ กับทุกท่าน แล้วก็เร่งปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อช่วยคนที่ถูกหลอกด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ก็เป็นข่าวที่น่ายินดีกับวงการท่องเที่ยวไทย แล้วในฐานะไกด์ (Guide) เก่าอย่างผม ที่ประเทศจีนจะเปิดประเทศ แล้วนักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาอีกครั้ง แต่ก็อยากฝากทางรัฐบาลด้วยให้ระแวดระวัง อย่างน้อยออกมาตรการตรวจเอทีเค (ATK) เขาก่อนเข้ามาหน่อยก็ได้ เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้คนจีนที่ติดโควิด (COVID) ปะปนกับคนไทย แล้วก็อาจจะทำให้เกิดการระบาดครั้งใหม่ ขอบคุณมากครับ สวัสดีปีใหม่ครับ🔗
นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สวัสดีปีใหม่ท่านประธานคะ คำขวัญ วันเด็กท่านประธานปีนี้ให้มาคือ ประเทศจะรุ่งเรือง เมื่อบ้านเมืองสุจริต วันนี้ดิฉันจะขอหารือ เรื่องของประเด็นความสุจริต ที่ผ่าน ๆ มาของสภาที่เราทำงานกันมาอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส.ส. ทุก ๆ คนต้องการออกกฎหมายเพื่อให้ประชาชนมีการบังคับใช้ กฎหมายเดียวกัน ขณะเดียวกันวันนี้ดิฉันรู้สึกว่า ส.ส. เราถูกด้อยค่า เพราะว่าโดยปัญหาข่าว ต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องความทุจริต ซึ่งคุณสมบัติต่าง ๆ ส.ส. ที่ได้มาก็สำคัญ ดิฉันขอทวงถามไปถึง ป.ป.ช. ดิฉันได้หารือ ป.ป.ช. หลายครั้งแล้วว่า ปัญหาของ ส.ส. ที่ขาดคุณสมบัติที่รุกล้ำที่หลวง ที่รุกล้ำที่ ส.ป.ก. โดยแอบอ้างสิทธินี้ โดยมีการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินแล้ว ๓ ปีครึ่งแล้ว ยังไม่ทราบผลว่าเป็นอย่างไรเลย ได้คำตอบ จาก ป.ป.ช. ว่าดำเนินการอยู่ ซึ่งดิฉันคิดว่าความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม มี ส.ส. บางท่านถูกโทษให้ออกจากสภานี้ไปเรียบร้อยแล้ว แต่มี ส.ส. อีกหลาย ๆ ท่านที่มีปัญหา เดียวกันแต่ว่ายังไม่ได้รับการดูแลหรือว่ามีปัญหาเรื่องของพรรคการเมืองต่าง ๆ ดิฉันคิดว่า ควรจะมีความยุติธรรมเดียวกันค่ะ หารือไปถึง สตง. ปัญหาของเรือหลวงลันตา ดิฉันให้มา สอบสวนเรื่องของการใช้งบอย่างถูกต้องได้ประสิทธิภาพนั้นยังไม่มีคำตอบของเรื่อง กระบวนการการใช้งบ ขอประสานผ่าน สตง. ให้แจ้ง ป.ป.ช. ไปด้วยว่าให้ประสานดูแลการใช้ งบนี้ให้ถูกต้องและดำเนินการทางกฎหมาย หากพบว่ามีการทุจริตในระบบ เพื่อเป็นตัวอย่าง ที่ดีให้กับประชาชนและการดำเนินการให้ข้าราชการท้องถิ่น ทั้ง ส.ส. ได้รับการสรรเสริญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราซึ่งเป็นผู้นำได้รับการยืนยันเชื่อใจจากประชาชนได้ว่า เราเป็นผู้สุจริตและทำงานกับประชาชนอย่างเที่ยงธรรมค่ะ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ดิฉันขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่อนุมัติให้มีการผ่านไฟฟ้าไปถึงบ้านแผ่นดินเสมอ ทำให้ประชาชน ปลายปีนี้ได้รับไฟฟ้าใช้แล้วกว่า ๒๐๐ ครัวเรือน ขอบพระคุณมากค่ะ และอยากให้ท่าน ช่วยกรุณาลงไปดูพื้นที่จังหวัดกระบี่ ใด ๆ ที่มีปัญหาเรื่องที่ดินขอให้ช่วยผ่านตรงนี้ให้ด้วยค่ะ ท่านประธานคะ ขอบพระคุณมากคะ และสวัสดีปีใหม่ค่ะ🔗
คุณอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริม การศึกษาเอกชน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ขอให้ คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ ปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ครูโรงเรียนเอกชน จาก ๔ บาท เป็น ๓ บาท หรือน้อยกว่านั้น🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องค่ารักษาพยาบาลครูโรงเรียนเอกชนที่ได้ปีละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท ขอให้ได้เข้าโรงพยาบาลเอกชนด้วยค่ะ ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จากครูโรงเรียนเอกชน เมื่อดิฉันไปเปิดงานกีฬาสีอาทิตย์ที่ผ่านมา ท่านประธานคะ ว่ากองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียน เอกชนเก็บดอกเบี้ยเงินกู้ซึ่งกู้จากกองทุนสงเคราะห์ ไม่ได้กู้จากธนาคาร แต่ดอกเบี้ยกู้จาก กองทุนสงเคราะห์เท่ากับกู้จากธนาคาร ซึ่งกองทุนสงเคราะห์นั้นเอาเงินสมทบ ๓ เปอร์เซ็นต์ ของครูเองและของผู้รับใบอนุญาตอีก ๓ เปอร์เซ็นต์เข้าไปอยู่ในกองทุนนี้ แล้วนำมาให้ ครูโรงเรียนเอกชนกู้ ซึ่งดอกเบี้ยไม่น่าจะถึง ๔ บาท ควรเป็น ๒.๕๐ บาท หรือ ๓ บาทเท่านั้น เรื่องที่ ๒ นั้นก็คือเรื่องของค่ารักษาพยาบาลครูโรงเรียนเอกชนที่ได้ปีละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่า ๑๕๐,๐๐๐ บาทนั้น เมื่อเข้าโรงพยาบาลของรัฐจะต้อง จ่ายค่ารักษาพยาบาลก่อนแล้วนำมาเบิก ซึ่งไม่เกิดความเป็นธรรมกับคนที่ส่งเงินสมทบ ๓ เปอร์เซ็นต์ ผู้รับใบอนุญาตสมทบอีก ๓ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ปัญหาให้ครูโรงเรียนเอกชนอย่างเร่งด่วน กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
คุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดอ่างทอง มีเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้ฝากผู้แทนมา ให้มาพูดแทนในสภานะครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับคำร้องเรียนจากท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบล หนองแม่ไก่ รวมไปถึงสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล และท่าน สจ. อนุวัตร มากประมูล เรื่องถนนที่วัดบ้านแกเชื่อมต่อหนองจิก หมู่ ๒ เชื่อมต่อหมู่ ๔ ที่ตำบลหนองแม่ไก่ สภาพผิว การจราจรทรุดโทรม เสียหาย ซึ่งถนนเส้นนี้อยู่ในการดูแลของ อบจ. ซึ่งต้องขอบคุณ อบจ. ที่ได้ให้ช่างไปสำรวจ แล้วก็จะเข้าไปเร่งในการซ่อมแซม ก็อยากที่จะฝากท่านประธานไปยัง อบจ. ให้ช่วยเข้าไปเร่งรัดในการซ่อมแซมถนนให้กับพี่น้องประชาชนด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นผลกระทบที่เกิดจากน้ำท่วมในรอบที่ผ่านมาในเขตอำเภอ โพธิ์ทองครับ ผมได้รับคำร้องเรียนจากท่านผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๓ ตำบลบ่อแร่ ผู้ใหญ่กำพล ครองบุญ แล้วก็ท่าน สจ. อนุวัตร มากประมูล ถึงถนนริมแม่น้ำน้อยที่ถูกน้ำกัดเซาะพัง ไม่สามารถที่จะสัญจรไปมาได้ ทำให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ระหว่างหมู่ ๓ บริเวณวัดท่าโขลง ไม่สามารถที่จะใช้ถนนเส้นนี้ในการเดินทางไปมาหาสู่กันได้ ก็ขอให้ทาง อบต. อ่างแก้ว ซึ่งก็ทราบว่าได้รับการประสานงานเพื่อที่จะขอเครื่องจักรกลจากทาง อบจ. อ่างทอง ขอให้ เร่งรัดในการซ่อมแซมถนนให้กับพี่น้องประชาชนด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ ได้ลงพื้นที่พร้อมกับท่านนายกเทศมนตรีและท่านรองนายก เทศมนตรี เทศบาลเกตุไชโย แล้วก็ท่านโยธาธิการจังหวัด ได้ไปติดตามแนวเขื่อนที่พังเสียหาย จากรอบของน้ำท่วมที่ผ่านมา ที่บริเวณหมู่ ๒ ตำบลไชโย ก็ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็คือทางกรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง ในการเร่งรัดในการซ่อมแซม หางบประมาณมาซ่อมแซมแนวเขื่อน ถ้าไม่เช่นนั้นชาวบ้านในหมู่ ๒ ก็กังวลว่าในรอบน้ำรอบ ที่จะถึงนี้จะไม่สามารถป้องกันน้ำได้นะครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ที่หมู่ ๓ ตำบลไชโย ประตูระบายน้ำที่คลองข้างวัดไชโย ไม่สามารถใช้งานได้ เช่นเดียวกันกับสถานีสูบน้ำที่สร้างมาแล้วยังไม่สามารถที่จะใช้งานได้ ประตูน้ำเป็นของกรมชลประทาน สถานีสูบน้ำเป็นของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขื่อนเป็นของกรมโยธาธิการและผังเมือง และพื้นที่เป็นของเทศบาลเกตุไชโย อยากจะให้ ทุกหน่วยงานได้บูรณาการกัน ทำงานร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านโดยด่วน กราบขอบพระคุณครับ🔗
คุณอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย วันนี้ได้นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้เคยนำเสนอให้ท่านประธานมา เพื่อพิจารณาสั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปดำเนินการแก้ไข แต่ยังไม่ได้ไปดำเนินการ อย่างไร รายละเอียดดังต่อไปนี้ครับ🔗
๑. ให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ดำเนินการในการติดตั้งสัญญาณ ไฟจราจร บริเวณทางแยก ทางร่วม ในระหว่างทางหลวงชนบทกับทางหลวงหมายเลข ๒๒ สกลนคร-นครพนม-อุดรธานี อยู่ ๒ จุดครับ จุดแรก อยู่ที่บ้านพังขว้างใต้ หมู่ ๑ ตำบล พังขว้าง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร และจุดที่ ๒ บริเวณสามแยกบ้านหนองศาลา ตำบล ฮางโฮง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ซึ่งทั้ง ๒ จุดนี้เป็นจุดที่พี่น้องประชาชนใช้เส้นทาง สัญจรไปมา รวมทั้งรถที่ออกมาจากชนบทที่จะมาเลี้ยวกลับเข้าสู่ตัวเมือง ก่อให้เกิดปัญหา เกิดอุบัติเหตุ ทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต และความเสียหายต่อทรัพย์สิน ขอให้ทาง ท่านประธานได้ติดตามในเรื่องนี้ด้วยครับ🔗
๒. ได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการ ที่ขาดแคลนน้ำสะอาดไว้ใช้อุปโภคบริโภคทั้งในเขตเทศบาลนครสกลนครและในเขตอำเภอ เมืองรอบนอกนะครับ ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้ครับ จุดที่ ๑ บริเวณซอย ๑๔ ถนนเสรีไทย เขตเทศบาลนครสกลนคร จุดที่ ๒ บริเวณซอยทวีคูณ ถนนรัฐพัฒนา ตำบลธาตุเชิงชุม เขตเทศบาลนคร จุดที่ ๓ บ้านนาแกน้อย หมู่ ๔ วัดสอนประชาราม ตำบลดงมะไฟ จุดที่ ๔ บ้านกกกอก หมู่ ๑๒ ตำบลงิ้วด่อน จุดที่ ๕ บ้านนาดอกไม้ หมู่ ๖ ตำบลฮางโฮง จุดที่ ๖ บ้านดอนกะเล็น หมู่ ๘ ตำบลฮางโฮง จุดที่ ๗ บ้านทุ่งพัฒนา หมู่ ๑๖ ตำบลเชียงเครือ จุดที่ ๘ บ้านดอนเชียงคูณฝั่งขาออกซอยกตัญญู และจุดที่ ๙ ศูนย์วิจัยบำรุงพันธุ์สัตว์ สกลนคร ตำบลพังขว้าง ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจโท ธนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนจันทบุรี เขต ๑ ผมขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องของปัญหาลำไยของพี่น้องชาวสวนลำไย ซึ่งที่ผ่านมานั้นพี่น้อง ชาวสวนลำไยไม่ว่าจะเป็นอำเภอสอยดาว อำเภอโป่งน้ำร้อนและอำเภออื่น ๆ ก็ตามนะครับ มีปัญหาในเรื่องของการออกจีเอพี (GAP) รูปแบบใหม่ แต่ต้องกราบขอเรียนว่าปัจจุบันนี้ เหตุที่ล่าช้านั้นได้รับการแก้ไขจาก สวพ. ๖ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นที่น่าชื่นชมนะครับ ผมก็ขอชื่นชมไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย เพราะว่าจีเอพี (GAP) ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยนั้น มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเรื่องของการรับรองผลผลิตสินค้าของเกษตรกร ที่จะขายในโอกาสต่อไปนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ในจังหวัดจันทบุรีของกระผมนั้นปัจจุบันมีการก่อสร้างถนน หลายสายด้วยกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีอีกเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างถนนสาย ๓๑๗ ก็ตาม ถนนเส้นทางสายตากสิน-ท่าแฉลบ ถนนพระยาตรัง ซึ่งมีการขยายเลน (Lane) เพิ่มช่องทางการจราจรการก่อสร้างสะพาน ขยายผิวการจราจรแล้วก็มีการปรับปรุงทางแยก ซึ่งเป็นถนนคอนกรีต ซึ่งตรงบริเวณนี้ก็เป็นถนนที่มีการแก้ปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณของ จังหวัดจันทบุรีด้วยนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่พี่น้องประชาชนหารือกับผมมาก็คือเรื่องของ การตั้งงบก่อสร้างถนนดังกล่าว ทำไมทางกรมทางหลวงไม่รวมในเรื่องของท่อระบายน้ำ ซึ่งมีขนาดใหญ่ แล้วก็มีการผลักภาระไปให้กับพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของครัวเรือน ซึ่งมี บ้านเรือนปลูกอยู่ก่อนที่จะมีการสร้างถนน ซึ่งมีการเรียกเก็บค่าท่อระบายน้ำที่ผ่านหน้าบ้าน ตัวเองรายละนับหมื่นบาท ก็เป็นเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อยากจะ กราบเรียนผ่านกระผมและผ่านท่านประธานผ่านไปยังอธิบดีกรมทางหลวงและกระทรวง คมนาคมเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหานี้ด้วยนะครับ🔗
แล้วก็สุดท้ายนี้ ขอเดชะบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายอันมีท่านพ่อตากสิน ซึ่งพี่น้องประชาชนเคารพนับถือ โปรดดลบันดาลให้ท่านประธานและพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศและพี่น้องประชาชนคนจันทบุรีมีความสุขความเจริญ สุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ แข็งแรงตลอดปีและตลอดไปครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ก็ขอพรนั้นตอบสนองท่านครับ ท่านซูการ์โน มะทา เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ วันนี้ขอนำปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวอำเภอกาบัง จังหวัดยะลา มาเรียนผ่านท่านประธาน ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบกันดีว่าวันที่ ๑๘ ธันวาคม ที่ผ่านมา คนไทยทั้งประเทศช็อกเพราะว่าเรือรบหลวงสุโขทัยอับปางที่บริเวณอ่าวไทย ที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ท่านประธานครับ ๑ ใน ๒๑ คนที่สูญหายอยู่ แล้วก็วันนี้วันที่ ๑๒ นายรอดิง มะแอ เป็นคุณพ่อของ พลทหารอับดุลอาซิส มะแอ ทหารประจำการหน่วยนาวิกโยธินที่สัตหีบ ซึ่งวันนี้ยังค้นหาตัว ยังไม่ทราบชะตากรรม แต่เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคมที่ผ่านมา ผมได้เดินทางไป ที่บ้านลาแลและได้พบกับคุณพ่อ ได้ทราบว่าในวันคืนเกิดเหตุก็มีโทรศัพท์มาจากลูกชาย บอกว่าตอนนี้ตนเองอยู่บนหัวเรือ แล้วก็เรือกำลังจะจมจะให้ผมทำอย่างไร คุณพ่อ เมื่อรับทราบฟังจากลูกชายก็ตกใจ ก็ถามลูกชายไปว่าแล้วที่ตัวมีชูชีพใส่ไหม ได้คำยืนยันจาก พลทหาร อับดุลอาซิส มะแอ ว่าไม่มีชูชีพใส่ นี่คือปัญหาที่สำคัญที่ผมคิดว่าจะต้องนำเรียน หาผู้ที่รับผิดชอบ เพราะว่าในกรณีของผู้สูญหายและผู้เสียชีวิตเท่าที่ทราบจากครอบครัวที่เฝ้า ติดตามนั้นคือส่วนใหญ่แล้วไม่มีชูชีพ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมและคนไทยทุกคนมีความห่วงใย อยากให้รัฐบาลที่แปดเปื้อนและรัฐมนตรีหน้ากากดีได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อการ สูญเสียวันนี้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พลทหาร อับดุลอาซิส มะแอ นั้น เป็นเสาหลักของ ครอบครัว ก็อยากให้ทางรัฐบาลได้ให้การเยียวยาครอบครัวของ พลทหาร อับดุลอาซิส มะแอ ที่สูญเสียในครั้งนี้ และขอดุอาอ์ต่อองค์อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ให้พบร่างของ ผู้สูญหายโดยเร็วด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
คุณโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตจอมทองและธนบุรี ในนามพรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตหารือ ท่านประธานเรื่องมหาดไทยไม่ห้ามการจัดงานปีใหม่ ๒๕๖๖ แต่ให้ดำเนินการ ๕ ข้อนี้ อย่างเคร่งครัด มาฟังกันดูนะครับ🔗
เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๕ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการ ประชุมสภาผู้แทนราษฎรของปี ๒๕๖๕ กระผมขออนุญาตนำข้อมูลข่าวสารการจัดงาน เทศกาลปีใหม่ ปี ๒๕๖๖ มาแจ้งให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบทั่วกัน โดยท่านปลัดกระทรวง มหาดไทยได้ออกหนังสือล่าสุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศและหน่วยงานราชการมิให้มี นโยบายงดการจัดงานรื่นเริงเทศกาลปีใหม่ ด้วยในระหว่างวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๖ เป็นช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปี ๒๕๖๖ แต่ให้ ดำเนินการ ๕ ข้อนี้อย่างเคร่งครัด🔗
ข้อ ๑ เน้นย้ำเรื่องเวลาเปิดปิดสถานบริการและห้ามมิให้บุคคลที่อายุต่ำกว่า กฎหมายกำหนดเข้าไปใช้บริการสถานที่ มิให้นำอาวุธ ยาเสพติดไปใช้ในสถานที่ประกอบการ ตลอดจนการค้าประเวณีและการพนัน🔗
ข้อ ๒ ให้จังหวัด อำเภอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเกี่ยวกับระบบ ความปลอดภัยของตัวอาคาร รวมถึงระบบการป้องกันอัคคีภัยของผู้ประกอบการ🔗
ข้อ ๓ ให้ผู้ประกอบการคำนึงถึงจำนวนผู้เข้าไปใช้บริการหรือร่วมกิจกรรม ให้ความสัมพันธ์กับประเภทกิจการให้ใช้อาคารไม่ให้แออัดหนาแน่นจนเกินไป เพื่อเป็นการ ป้องกันความเสี่ยงของการเกิดเหตุการณ์จากคนเบียดเสียดของคนจำนวนมาก ๆ อย่างเช่น เกิดขึ้นในประเทศเกาหลีใต้🔗
ข้อ ๔ มาตรการด้านสุขลักษณะป้องกันความเสี่ยงจากโรคไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) เพื่อให้ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข🔗
ข้อ ๕ ตรวจสอบสถานประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อเกิดความ ปลอดภัย และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนได้รับความ เสียหาย รวมทั้งสังคมต้องสงบเรียบร้อย🔗
ทั้ง ๕ ข้อที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับพี่น้องประชาชนในช่วง เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปี ๒๕๖๖ สวัสดีปีใหม่ครับ🔗
คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมได้รับการร้องเรียนจากนายกเทศบาลตำบลห้วยซ้อ นายสุรินทร์ วงค์อิ่นแก้ว อยู่ ๔ เรื่อง ท่านประธานครับ🔗
เรื่องที่ ๑ งบประมาณพัฒนาบ่อน้ำพุร้อนหนองโป่งมุ้น เพื่อการท่องเที่ยว งบประมาณ ๒๐ ล้านบาท ซึ่งตำบลห้วยซ้อก็ได้ส่งเรื่องไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว อย่างไร ก็ขอให้ท้องถิ่นจังหวัดช่วยติดตามด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ถนนเข้าหมู่บ้านเวียงหมอกระยะทาง ๓ กิโลเมตร ซึ่งเป็นหมู่บ้าน เชื้อสายคนจีนและชนเผ่าต่าง ๆ เป็นหมู่บ้านใหญ่ อย่างไรอยากจะให้ท้องถิ่นจังหวัดช่วยไป ดำเนินการก่อสร้างถนนงบประมาณ ๙ ล้านบาท🔗
เรื่องที่ ๓ ขอขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยซ้อ เป็นโครงการพระราชดำริตอนนี้ ตื้นเขิน🔗
เรื่องที่ ๔ อ่างเก็บน้ำห้วยป่าเมี่ยง อยากจะให้กรมชลประทานได้ไปสำรวจ ออกแบบ เพราะว่าพี่น้องชาวห้วยซ้ออยากจะได้อ่างเก็บน้ำใหม่ขึ้นมาอีก ๑ อ่าง ก็พร้อมใจกัน ที่จะดูแลที่ดินเหล่านี้ ขอให้กรมชลประทานออกไปสำรวจด้วยนะครับ แล้วเรื่องร้องเรียนของ นายเสถียร สายสูง นายกเทศบาลตำบลบุญเรือง ติดตามแก้มลิงหนองไคร้ไหว ซึ่งได้หารือ ในสภาผู้แทนมาหลายรอบแล้วนะครับ แต่กรมชลประทานยังไม่ไปสำรวจออกแบบ🔗
สุดท้ายสะพานข้ามแม่น้ำอิงเชื่อมเชียงของกับอำเภอขุนตาล ที่ตำบลบุญเรือง ตำบลยางฮอม ตำบลแม่ตำ ตำบลตาดควัน ทางหลวงชนบทได้ออกไปสำรวจออกแบบแล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้าง อย่างไรขอฝากทั้ง ๖ เรื่อง ให้ทางสภาช่วยดำเนินการ ติดต่อด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
คุณสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระแก้ว เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ กระผมวันนี้เข้ามาปรึกษาหารือท่านประธาน เรื่องมาตามงาน ทวงถามและเร่งรัด🔗
ผมได้รับการร้องเรียนมาจากท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาพระยา ท่าน พันเอก นิวัฒน์ หาญประสพ แล้วก็ท่านนายกเทศบาลตำบลโคกสูง ท่านไสว กันหอม ทั้ง ๒ ท่านร้องเรียนเรื่องน้ำกินน้ำใช้ขุ่น ตรงนี้ยังไม่มีการประปาส่วนภูมิภาคเข้าไป ยังเป็น การประปาของชุมชน แล้วก็ของท้องถิ่น บริเวณพื้นที่ตรงนี้มีน้ำที่ขุ่น มีตะกอนมาก มีความ ไม่ใสสะอาด เพราะฉะนั้นปัญหาตรงนี้จะแก้ไขโดยการประปาส่วนภูมิภาค ตำบลโคกสูง การประปาส่วนภูมิภาคได้รับการร้องเรียนจากผมเมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๒ ได้เข้าไป สำรวจออกแบบมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บัดนี้เตรียมตั้งงบประมาณถึง ๑๔๓ ล้านบาท เพื่อเตรียมขยายเขต จึงขอเร่งรัดเม็ดเงินงบประมาณเพื่อดำเนินการก่อสร้างต่อนะครับ ตำบลตาพระยา อำเภอตาพระยา จะต้องได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการสำรวจ ออกแบบต่อไป บัดนี้ยังไม่ได้ทำ ก็อยากจะให้เร่งรัดมาสำรวจพื้นที่ในการสร้างสถานีผลิต บนเขื่อนห้วยยาง ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริของรัชกาลที่ ๙ วางท่อขยายน้ำลงมาเพื่อให้ การประปาส่วนภูมิภาคดำเนินการ🔗
เรื่องต่อไปของอำเภออรัญประเทศ บัดนี้กระผมเองได้ติดตามมาตั้งแต่สมัย ผมเป็นสมาชิกสภาจังหวัด ได้จบสมบูรณ์แล้ว แต่ว่ายังมีความต้องการที่จะวางท่อขยายเขต ออกไปในหมู่บ้านที่ห่างไกล จึงขอให้ท่านประธานประสานงานไปยังการประปาส่วนภูมิภาค สังกัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อดำเนินการเร่งรัดและติดตามให้กระผมด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
คุณศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตปากช่อง พรรคเพื่อไทย ด้วยอำเภอปากช่องนั้นมีอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นมรดกโลก จึงมีผู้คน มาอาศัยอยู่จำนวนมาก ทุกครั้งที่มีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นที่อำเภอปากช่องนั้นผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากเหตุฉุกเฉินต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลปากช่องนานา แต่เนื่องจากโรงพยาบาลปากช่องนานา นั้นตั้งอยู่ใจกลางเมืองปากช่อง การจราจรติดขัดแออัด การเคลื่อนย้ายผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากเหตุฉุกเฉินนำส่งโรงพยาบาลปากช่องนานาอาจเกิดความไม่ปลอดภัย พี่น้องประชาชน คนปากช่อง ตลอดทั้งคุณสุรชัย ปากช่อง ได้ให้ผมนั้นนำเรื่องมาหารือสะท้อนความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนเกิดความกังวลเป็นห่วงทุกข์ใจอยู่กันอย่างไม่เป็นความสุข เพราะมีปัญหาเกิดขึ้นที่อำเภอปากช่อง ผมได้มีโอกาสไปที่โรงพยาบาลตำรวจ ราชประสงค์ กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลตำรวจคับแคบมาก แต่ในขณะเดียวกันที่ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง บ้านผมนั้นเป็นที่ตั้งของศูนย์ฝึกอบรมยุทธวิธีตำรวจกลาง มีเนื้อที่มหาศาล ๑,๙๑๙ ไร่ ๓ งาน ๙๘ ตารางวา ตั้งอยู่บนถนนบายพาส (Bypass) กรุงเทพฯ-โคราช อยากให้มีการขยายโรงพยาบาลตำรวจที่ราชประสงค์ กรุงเทพฯ ไปตั้งที่ศูนย์ฝึกตำรวจ ดังกล่าว เพื่อให้เป็นโรงพยาบาลตำรวจแหล่งที่ ๒ รักษาตำรวจทั้งประเทศและใช้ในการ รักษาโรคภัยไข้เจ็บกับบุคคลทั่วไป ตลอดทั้งสำคัญที่สุดนั่นก็คือหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน เกิดขึ้นที่อำเภอปากช่อง การเคลื่อนย้ายผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุฉุกเฉินนำส่งโรงพยาบาล จะได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย เพราะรถไม่ติด จึงนำเรียนท่านประธานครับ เรื่องสำคัญ ผ่านไปยังรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ท่านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รีบมาแก้ไขขยายโรงพยาบาลตำรวจ ๒ ไปที่อำเภอปากช่อง บ้านผมด้วย ด้วยเหตุที่ผมได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
คุณณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ พรรคภูมิใจไทย เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อยและอำเภอเทพา ปกติแล้วเทือกเขาสันกาลาคีรีซึ่งเป็นรอยต่อของประเทศมาเลเซีย จังหวัดยะลา และตำบลบาโหย ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ มีเทือกเขาตีโต๊กซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ แม่น้ำเทพา เพราะฉะนั้นเมื่อฤดูน้ำหลากน้ำทุกสายก็จะรวมกันลงสู่แม่น้ำเทพา ระยะทาง ประมาณ ๑๕๐ กิโลเมตรซึ่งออกที่ปากน้ำปะทุด เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือที่บริเวณ ตำบลสะบ้าย้อย ไม่ว่าจะเป็นบ้านแลแบงซึ่งมีน้ำท่วมเป็นเรื่องปกติ บ้านมุยง บ้านทุ่งโรจน์ บ้านทุ่งกลางและบ้านน้ำค้าง ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเองได้นำเสนอให้กับกรมชลประทาน ได้ไปแก้ไขเพื่อแก้ไขปัญหาซ้ำซากก็คือสร้างประตูระบายน้ำ ๒ จุด จุดแรกก็คือที่บริเวณ ตำบลจะแหนหรือตำบลทุ่งพอ เพื่อเบรกน้ำจากทิศใต้ก็คือจากบาโหย อีกจุดหนึ่งก็คือ ที่ตำบลลำไพล เพราะฉะนั้นโครงการเหล่านี้ถ้าเกิดกรมชลประทานไปสร้างประตูระบายน้ำ ๒ จุด อันดับแรกก็คือแก้ปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมน้ำหลากใน ๒ อำเภอ อันดับที่ ๒ ก็คือ การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ เพราะว่าวันนี้แม่น้ำเทพาไหลออกไปสู่อ่าวไทยวันละประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คิว คิดเป็นมูลค่าเท่าไร เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านรู้ไหมว่าที่แลแบงน้ำท่วมมา ๔ รอบแล้วครับ มันมีปัญหาซ้ำซาก ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เมื่อฝนตกน้ำท่วมก็เป็นทุกข์ เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาระยะยาวรัฐบาลต้องให้งบประมาณไปดำเนินการแก้ปัญหาก็คือ ประตูระบายน้ำทั้ง ๒ จุด ขอบคุณมากครับ🔗
นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช ขอกราบสวัสดีปีใหม่ท่านประธาน ขอให้ ท่านประธานได้มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงตลอดไป และขอสวัสดีพี่น้องประชาชน ทุกคนครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือที่เป็นความเดือดร้อนอย่างสาหัส ของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ก็คือจากวิกฤติของพลังงานแล้วก็ค่าไฟ ผมขอยกตัวอย่างปัญหา ค่าไฟแพงว่าทุกวันนี้โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่สุดของกระทรวง สาธารณสุขที่ให้บริการทั้งเทคโนโลยีที่ดี แล้วก็ความเชี่ยวชาญ ความสามารถของแพทย์ มีผู้มารับบริการต่อวันทั้งคนไข้ในและคนไข้นอกหลายพันคน ปรากฏว่าทุกวันนี้โรงพยาบาล ราชวิถีต้องจ่ายค่าไฟถึงเดือนละประมาณ ๑๑-๑๒ ล้านบาทต่อเดือน ถ้าหากว่ามีการขึ้นค่าเอฟที (FT) ในเดือนมกราคมปีหน้า ค่าไฟประมาณการจะตกถึง ประมาณเดือนละ ๑๕-๑๖ ล้านบาทต่อปีซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถจะแบกรับไหว เพราะว่า งบประมาณที่ได้จากค่าสาธารณูปโภคต่อปีมันน้อยมาก ผมกำลังจะเน้นว่าปัญหาค่าไฟแพง มันเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทุกคน เพราะฉะนั้นจึงอยากจะหารือผ่าน ท่านประธานไปยังรัฐบาลว่ารัฐบาลนั่นละที่จะต้องเป็นตัวอย่างในการประหยัดค่าพลังงาน และประหยัดค่าไฟฟ้า และเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงวิกฤติของพลังงาน ของประเทศ และรัฐบาลจะต้องแก้ไขปัญหาให้ผ่านวิกฤติไปให้ได้ ความเดือดร้อนของ ประชาชนอันนี้เป็นความเดือดร้อนในทุกครัวเรือน ไม่เหมือนบางท่านที่อยู่บ้านหลวง แล้วเกษียณก็ยังไม่ออก มันไม่ต้องเสียค่าไฟครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
คุณมนตรี ปาน้อยนนท์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายมนตรี ปาน้อยนนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ เขต ๑ กระผมขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ กระทรวงพลังงาน และกระทรวงการคลัง ในฐานะที่กำกับดูแลการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย เป็นที่ทราบกันดีว่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั้นเรามีผลผลิตมะพร้าว และสับปะรดมากที่สุดของประเทศ ทุก ๆ ปีประเทศไทยเราครองอันดับที่ ๑ ของการส่งออก สับปะรดของโลก ดังนั้นการสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วนั้นจึงเหมาะสมอย่างยิ่ง ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาคณะทำงานของกระผมพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักวิจัยและ พัฒนาการเกษตร เขตที่ ๗ สุราษฎร์ธานี และจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรชุมพรและ เพชรบุรีได้ร่วมกันลงสำรวจพื้นที่เป้าหมายการก่อสร้างศูนย์วิจัยขนาด ๒๐๐ ไร่ เขตตำบล นาหูกวาง อำเภอทับสะแก ต่อมาศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรชุมพรและเพชรบุรีแจ้งว่า ที่ดินดังกล่าวนั้นมีความเหมาะสมและประชาชนในพื้นที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี แต่ท่านประธานที่เคารพครับ พื้นที่เป้าหมายดังกล่าวนั้นเป็นที่ดินสาธารณะที่บางส่วนติดกับ ที่ดินของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นที่รกร้างว่างเปล่าไม่มีการใช้ประโยชน์ใด ๆ กระผมจึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน ให้ร่วมกันจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาศึกษา แนวทางการใช้ที่ดินในการก่อสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อไป กราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณสมาชิกทุกท่าน ทุกคนได้รักษาเวลาไว้อย่างดี ผมเรียนว่าเรื่องที่เรานำเข้ามาปรึกษาหารือก่อนเข้าสู่ระเบียบ วาระนี้ เจ้าหน้าที่รายงานผมว่าถ้าเรานับตั้งแต่ปีแรกจนถึง ไม่นับวันนี้นะครับ ถ้าไม่นับวันนี้ ทั้งหมดเราได้ปรึกษาหารือประมาณ ๑๐,๕๖๐ เรื่อง ตัวเลขชัด ๆ จะได้ให้เพื่อนสมาชิก รับทราบอีกครั้งหนึ่ง ส่วนเรื่องที่ประชาชนร้องตรงไปยังประธานสภาก็มี ๒,๐๐๐ กว่าเรื่อง เพราะฉะนั้นก็ถือว่าเป็นสภาชุดที่ทำงานหนัก มีเรื่องของประชาชนที่คั่งค้างมาก่อนเลือกตั้ง สะสมมา แล้วสมาชิกนำมาเสนอเป็นญัตติมาหารือ อันนี้ก็ถือโอกาสเรียนที่พวกเราได้เป็น ปากเป็นเสียงให้ชาวบ้าน🔗
ผมขออนุญาตที่ประชุม ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อแล้ว ๒๓๗ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขอเปิดประชุมนะครับ🔗
แต่ก่อนที่จะเริ่มกระทู้ถามขออนุญาตน้อมรับคำอวยพรของเพื่อน ๆ สมาชิก ที่เคารพทุกท่านด้วยความขอบพระคุณและผมขอโอกาส ปีใหม่ ๒๕๖๖ ที่จะถึงนี้นะครับ ขออวยพรให้เพื่อน ๆ ทุกคน รวมทั้งครอบครัวและพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้ง ของทุกคนทั่วประเทศ ขอได้ประสบความสำเร็จในภารกิจ สำหรับเพื่อนนักการเมืองนั้น ก็ขอให้ประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่างานส่วนตัว งานการเมืองและงานของท่าน คิดสิ่งใด ที่ชอบธรรมขอให้ท่านประสบความสำเร็จครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
ในช่วงที่เราตั้งกระทู้ถามกันในห้องใหญ่นี้ท่านรองประธานสภาก็จะทำหน้าที่ เป็นประธานในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ส่วนกระทู้ถามสดด้วยวาจาก็มี ๓ กระทู้ แต่ว่า รัฐมนตรีขอเลื่อน ๑ กระทู้นะครับ🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถามที่ ๒๒๓ ส. (นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ขอเรียนเป็นหลักไว้ว่า กระทู้ถามสดด้วยวาจา ถามได้ ๓ ครั้งครับ เวลาแบ่งกัน ผู้ถามครึ่งหนึ่ง ผู้ตอบครึ่งหนึ่ง ก็คือฝ่ายละ ๑๕ นาที อันนี้เป็นแนวปฏิบัติ ขาดบ้างเกินบ้างก็อนุโลมนะครับ แต่พยายาม รักษาเวลาเพราะว่าเวลานี้เมื่อเราเลยไปก็จะกินเวลาของคนอื่น ขอเชิญรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม แจ้งตอบท่านมาพร้อมแล้ว ขอเชิญคุณสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมที่ท่านได้กรุณาสละเวลามาตอบกระทู้ถามสดที่กระผมมีคำถามในวันนี้ เนื่องจากว่า เป็นที่ทราบกันดีครับว่ากระทู้ถามสดนั้นเราก็ต้องถามกันในเรื่องที่กำลังเป็นที่สนใจของ ประชาชน และในเวลานี้ชั่วโมงนี้ก็คงจะไม่มีอะไรที่ประชาชนสนใจมากไปกว่าช่วงเทศกาล ปีใหม่ ซึ่งเราก็จะเห็นภาพในข่าวนะครับว่าตั้งแต่เมื่อวานนี้เราเริ่มเห็นภาพข่าวรถราที่ทยอย กลับภูมิลำเนาเริ่มจะมีรถติดกันบ้างแล้ว วันนี้เรามาทำงานรถก็เบาบางลงมากแล้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านก็เป็นคนต่างจังหวัด วันนี้พี่น้องของเราซึ่งเป็นลูกหลาน ชาวต่างจังหวัดก็น่าจะทยอยเดินทางกลับบ้านกันแล้ว จึงนำมาสู่กระทู้ถามสดในวันนี้ ที่ผมอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ ว่าท่านมีแนวทาง อย่างไรบ้างในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยคำถามที่ ๑ ที่ผมอยากจะถามท่านก็คือไม่ทราบว่า ทางกระทรวงคมนาคมนั้นท่านได้มีแนวทางบริหารจัดการ มีการวางแผนเกี่ยวกับประชาชน ที่สัญจรโดยรถโดยสาร โดยรถส่วนบุคคลอย่างไรบ้าง วันนี้เราเห็นกันแล้วว่ารถเริ่มติดกันแล้ว และเป็นธรรมดาครับ ช่วงเทศกาลรถก็ติดกันยาวหลายกิโลเมตร กระทรวงคมนาคม ได้วางแผนอย่างไร ได้จัดการได้หาเส้นทางสำรองอย่างไรสำหรับประชาชนในการเดินทาง ค่าผ่านทางพิเศษต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางหลวง โทลล์เวย์ (Tollway) มอเตอร์เวย์ (Motorway) ท่านได้มีการคิดอัตรา ท่านได้มีนโยบายเกี่ยวกับค่าผ่านทางเหล่านี้อย่างไร มีการประชาสัมพันธ์อย่างไร นั่นเป็น คำถามที่ ๑ คำถามที่ ๒ ผมจะขออนุญาตถาม ๓ คำถามครั้งเดียวเลยครับท่านประธาน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเผื่อท่านรัฐมนตรีมีข้อมูลมากจะได้ใช้เวลาในการตอบครั้งเดียว🔗
ได้ครับ เชิญเลยครับ🔗
คำถามที่ ๒ ก็คือวันพรุ่งนี้จะเป็น วันที่ประชาชนอีกจำนวนมากเริ่มทยอยเดินทางกลับบ้านแล้ว เพราะว่าหยุดยาวก็จะมีหยุด วันเสาร์ วันอาทิตย์ วันจันทร์ วันอังคาร พรุ่งนี้จะเป็นประชาชนที่เขาเริ่มโดยสารผ่านบริการ ขนส่งสาธารณะกันแล้ว เราได้เห็นทุกปีว่าคนไปรอที่ท่ารถกันเยอะ ไม่ทราบว่ากระทรวง คมนาคมมีการเตรียมแผนสำหรับผู้โดยสารที่จะโดยสารรถประจำทางอย่างไร ท่านได้เตรียม รถเพียงพอหรือไม่ ค่าโดยสารเป็นธรรมหรือไม่สำหรับประชาชน มาตรฐานความปลอดภัย สำหรับรถโดยสารเหล่านั้นเป็นที่น่าพอใจให้ประชาชนไว้วางใจในการเดินทางได้หรือไม่ อันนี้ เป็นคำถามที่ ๒ ครับ🔗
คำถามที่ ๓ ก็คือเรื่องความปลอดภัย เราได้ฟังข่าวทุกปีเราจะได้ยินคำว่า ๗ วันอันตราย ปีที่แล้วมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นทั้งสิ้น ๒,๗๐๗ ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ ๒,๖๗๒ คน มีผู้เสียชีวิต ๓๓๓ ราย ปีนี้ไม่ทราบว่ากระทรวงคมนาคมมีการเตรียม มีการวางแผนอย่างไร เกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัยของผู้สัญจรในท้องถนนบ้าง ผมหวังว่าคำตอบที่ได้จาก ท่านรัฐมนตรีจะเป็นที่พอใจของประชาชนนะครับ จึงถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมผ่านท่านประธาน ๓ คำถาม ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขออนุญาตท่านประธานที่จะตอบกระทู้ถามสด ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติคือ ท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนามท่าน กระผมขอเรียนว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงคือปี ๒๕๖๖ ก็จะมีวันหยุดราชการติดต่อกัน หลายวันก็คือนับตั้งแต่วันที่ ๓๐-๓๑ ธันวาคม ต่อเนื่องไปถึงวันที่ ๑-๒ มกราคม ๒๕๖๖ ก็เป็นระยะเวลาประมาณ ๔ วัน แต่ก็เป็นปกติของพี่น้องประชาชนคนไทยที่จะมีการวางแผน ในการเดินทางก่อนวันหยุดที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งมีหลายกระทรวง หลายกรมบูรณาการในการ ดำเนินการเรื่องนี้ โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าภาพหลักในการที่จะประชุมเตรียมความพร้อมในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ ซึ่งในส่วนของกระทรวงคมนาคมก็จะรับผิดชอบในกรณีที่จะดูในเรื่องของการให้ความพร้อม ในการเดินทางของพี่น้องประชาชนทั้ง ๔ มิติ คือระบบน้ำ ราง อากาศ ให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ซึ่งเป้าหมายในปีนี้จากที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ก็คือท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ได้กรุณาบอกกับพวกเรา ก็ยังเป็นสถิติที่มีอัตราการเกิด อุบัติเหตุ แล้วก็เสียชีวิตยังจำนวนสูง ซึ่งเรื่องนี้ทางกระทรวงคมนาคมได้วางเป้าหมายว่า จะต้องมีการลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕ ในปีนี้ จากการคาดการณ์ปริมาณการเดินทางของ กระทรวงคมนาคม ปีนี้จะมีการเดินทางมากขึ้น เพราะว่ารัฐบาลได้มีนโยบายในการที่จะ เปิดประเทศตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานะครับ ก็คาดว่าจะมีการเดินทางในเรื่องนี้ ทั้งในเรื่องของการใช้รถยนต์สาธารณะแล้วก็รถส่วนบุคคล จำนวนมาก ซึ่งกระทรวงคมนาคมก็บูรณาการร่วมกันขับเคลื่อนแผนให้เกิดผลสัมฤทธิ์ โดยมีหลักการที่จะให้พี่น้องประชาชนนี้เดินทางโดยความสะดวก ปลอดภัย แล้วก็ห่างไกล จากโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งแบ่งแผนในการดำเนินการเป็นมิติทั้งสิ้น ๕ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรก คือเรื่องการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ต้องเรียนว่าขณะนี้ จากการคาดการณ์ก็คาดการณ์ว่าในช่วง ๗ วัน ในเทศกาลปีใหม่ ปี ๒๕๖๖ จะมีปริมาณ การเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะประมาณ ๑๔.๓๑ ล้านคน ซึ่งจะเพิ่มขึ้นมากกว่า ปี ๒๕๖๕ ซึ่งมีผู้เดินทางประมาณ ๘.๓๓ ล้านคน เพิ่มขึ้นประมาณ ๖ ล้านคน ในตัวจำนวน ผู้เดินทางก็เป็นผลจากการเปิดประเทศตามนโยบายของรัฐบาล แล้วก็ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวที่ เดินทางจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยจำนวนถึง ๑๑ ล้านคนแล้ว ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ผม คิดว่ามีประโยชน์ต่อประเทศไทยแล้วก็พี่น้องประชาชนในการที่การท่องเที่ยวนั้น สำหรับ ประเทศไทยนั้นได้รับการยอมรับจากประเทศต่าง ๆ ในโลก สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลนั้นก็จะมีการเดินทางส่วนใหญ่ในเรื่องของรถไฟฟ้าและรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งในต่างจังหวัดก็จะเดินทางโดยรถยนต์ เครื่องบิน และรถไฟ กระทรวงคมนาคมต้องเรียน ยืนยันว่าขณะนี้เราได้จัดเตรียมระบบขนส่งสาธารณะทั้ง ๔ มิติ คือทางบก ทางราง ทางน้ำ ทางอากาศ รวมถึงการเชื่อมต่อการเดินทางอย่างเพียงพอและเป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถเดินทางอย่างสะดวกแล้วก็ปลอดภัย ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องเรียนว่า ในการเดินทางในเรื่องของรถส่วนบุคคลนี้ก็คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณการจราจรทั้งขาเข้าและ ออกกรุงเทพมหานครบนทางหลวงสายหลัก ๕ เส้นทาง ก็คือพหลโยธิน มิตรภาพ สุขุมวิท เพชรเกษม ที่ออกจากกรุงเทพมหานครไปนี้รวมประมาณ ๔.๗๙ ล้านคัน เรื่องนี้เพื่อให้เกิด การบริหารการจราจรให้เกิดความคล่องตัว กระทรวงคมนาคมจึงรณรงค์แล้วก็มีข้อเสนอแนะ ให้พี่น้องประชาชนวางแผนในการเดินทางล่วงหน้าซึ่งเราทำอย่างนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วครับ เพื่อให้เกิดการกระจายการเดินทางและเหลื่อมเวลาการเดินทางในเส้นทางขาเข้าและออก กรุงเทพมหานคร โดยขอความร่วมมือให้กลุ่มพี่น้องประชาชนที่มีเป้าหมายในการเดินทาง ที่อยู่ใกล้ ใกล้ในระยะทางประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ กิโลเมตรจากกรุงเทพมหานครช่วยกรุณา ที่จะวางแผนการเดินทางนี้ออกจากกรุงเทพมหานครทีหลัง แล้วเดินทางกลับเข้า กรุงเทพมหานครก่อน ซึ่งก็น่าจะเดินทางออกจากกรุงเทพมหานครหลังจากวันที่ ๓๐ ธันวาคม แล้วกลับเข้ากรุงเทพมหานครก่อนวันที่ ๒ ซึ่งจะทำให้พี่น้องประชาชนที่มีเป้าหมาย ในการเดินทางนั้นอยู่ในที่ไกลกว่า ๓๐๐ กิโลเมตรสามารถเดินทางออกไปได้ก่อน เรื่องนี้ กระทรวงคมนาคมนอกจากรณรงค์ในการเสนอแนะให้วางแผนการเหลื่อมเวลาในการ เดินทาง เรายังไม่มีมาตรการจูงใจให้ประชาชนวางแผนการเดินทางในรถบริการสาธารณะ โดยเราจะมีการลดอัตราค่าโดยสารสำหรับรถโดยสาร บขส. ๑๐ เปอร์เซ็นต์ทุกเส้นทาง สำหรับผู้โดยสารที่จองตั วล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ (Online) และจะมีการบริหาร จัดการจราจรบนเส้นทางถนนสายหลักและสายรองที่มีการจราจรหนาแน่นติดขัด โดยที่จะดู ในเรื่องของการคืนพื้นที่ผิวจราจรในการก่อสร้างก็สามารถที่จะดำเนินการ ขณะนี้เมื่อวาน ผมได้บินตรวจสุ่มการเดินทางของพี่น้องประชาชนโดยใช้เส้นทางที่จะออกไปทาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็ได้พบว่าการเดินทางนั้นก็เริ่มที่จะมีรถหนาแน่น แล้วก็ได้มีการสั่งการที่จะให้มีการห้ามรถบรรทุกสิบล้อขึ้นไปเดินรถใน ๗ เส้นทางซึ่งเป็นถนน สายหลักในช่วงเทศกาลปีใหม่ ยกเว้นรถที่มีความจำเป็นต้องขนส่ง เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ก็ให้ สามารถดำเนินการได้ แต่ว่าจะต้องมีระเบียบวินัยในการเดินทางก็คือต้องขับอยู่ในเลน ซ้ายสุดเท่านั้น แล้วผมได้สั่งการไปเมื่อคืนนี้ว่าให้เปิดช่องทางพิเศษเพื่อที่จะเพิ่มผิวจราจร ให้เดินทางขาออกจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้เปิดเรียบร้อยแล้ว แต่ก็อย่างที่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติคือท่านสิริพงศ์ได้กรุณาบอกข้อมูลว่าพี่น้อง ประชาชนเดินทางออกไปจำนวนมากก็ต้องมีวินัยในการเดินทางกันนะครับ ก็หวังว่าพี่น้อง ประชาชนจะมีการตรวจยานพาหนะตัวเองให้เรียบร้อย ตรวจสุขภาพตัวเองให้เรียบร้อย ถ้ารู้สึกว่าสุขภาพเรายังไม่พร้อมอย่าเพิ่งเดินทาง ถ้าเหนื่อยก็พักก่อน ถ้าเมื่อคืนอาจจะฉลอง มากไปร่างกายยังไม่พร้อมเพรียงก็ขอให้ได้พัก ให้ร่างกายนี้มีความสมบูรณ์ถึงจะเดินทาง🔗
นอกจากนั้นในเรื่องของปัญหาอุบัติเหตุซ้ำซ้อนทางกระทรวงคมนาคม เรารวบรวมข้อมูลจากการดำเนินการใน ๓ ปีที่ผ่านมา ซึ่งเราเห็นอยู่แล้วว่าจุดกลับรถ ทางแยก ทางข้าม จุดตัดถนนกับรถไฟและทางลัดผ่านบริเวณไหนที่มีปัญหา ขณะนี้ ได้ประสานงานให้กับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยตำรวจทางหลวง แล้วก็ประสานงานกับ ทางกระทรวงมหาดไทยโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงต่าง ๆ แล้วก็จะ มีการติดตั้งป้ายเตือนและอุปกรณ์ความปลอดภัย🔗
สำหรับในเรื่องของการลดพฤติกรรมการเสี่ยงในการขับขี่ ก็ต้องเรียนว่าพี่น้อง ประชาชนเวลาขับขี่ อย่างที่ผมได้เรียนไปแล้ว นอกจากตรวจสภาพรถยนต์ ตรวจสภาพ ยานพาหนะของท่าน ก็จะต้องขับขี่ด้วยการมีวินัยทางจราจร อย่าเปลี่ยนช่องทางจราจร อย่างกะทันหัน การขับก็อย่าขับเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ต้องมีการสวมหมวกนิรภัย คาดเข็มขัดนิรภัย แล้วรักษาวินัยการจราจรอย่างเคร่งครัด แล้วนอกจากนั้นขณะนี้กระทรวง คมนาคมได้มีการติดตั้งเทคโนโลยีในเรื่องของการนำกล้องซีซีทีวี (CCTV) และระบบจีพีเอส (GPS) มาช่วยกำกับในเรื่องเขตความปลอดภัย แล้วตั้งด่านตรวจความพร้อมของรถโดยสาร สาธารณะบริเวณจุดขนส่งที่เป็นเรส แอเรียล (Rest area) ซึ่งจะเป็นการตรวจเช็คอินพอยท์ (Check-in point) ตรวจคน ตรวจรถให้มีความพร้อมในการเดินทางแล้วก็ปลอดภัย ผมต้อง เรียนว่าการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย ขณะนี้ก็ได้มีการรณรงค์ในเรื่องของการเฝ้าจุดตัดระหว่างรถ และในพื้นที่ที่ออกจากถนนหลัก เป็นถนนสายรอง ทางกระทรวงมหาดไทยได้มีการจัดด่านครอบครัวเพื่อที่จะเฝ้าระวังสำหรับ พี่น้องประชาชนที่เดินทาง โดยเฉพาะที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์ซึ่งเป็นสาเหตุหลักมากที่สุดของการ เกิดอุบัติเหตุแล้วก็การเสียชีวิต🔗
สำหรับอีกมิติหนึ่งที่เราดำเนินการก็คือเรื่องของการควบคุมการเดินทาง ให้ปลอดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้ เน้นย้ำให้ระบบขนส่งสาธารณะทุกแห่งได้ดำเนินการในเรื่องของการป้องกันการแพร่ระบาด โดยยึดมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ถ้าอยู่ในพื้นที่ที่มีประชาชน จำนวนมากก็ให้มีการเตือนในเรื่องของการที่จะสวมหน้ากากอนามัย มีการเตรียม เจลแอลกอฮอล์ไว้สำหรับทำความสะอาดมือถ้าไปสัมผัสอะไร แล้วก็จะมีการในเรื่องของการ ที่จะเตือนในเรื่องของการที่จะรักษาระยะห่าง นอกจากนั้นในปีนี้ก็เหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา ที่รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมได้อำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับพี่น้องประชาชน ก็คือเรามีการยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นเวลา ๗ วัน สำหรับมอเตอร์เวย์ (Motorway) ๒ เส้นทางนะครับ ก็คือมอเตอร์เวย์ (Motorway) หมายเลข ๗ กรุงเทพมหานคร-เมืองพัทยา มอเตอร์เวย์ (Motorway) หมายเลข ๙ สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ถนนกาญจนาภิเษก แล้วก็ทางพิเศษ ๒ เส้นทาง ได้แก่ ทางพิเศษบูรพาวิถี และกาญจนาภิเษก ซึ่งก็มีการที่จะเว้นค่าผ่านทางเป็นเวลา ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๙ ธันวาคม คือเริ่มตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วนะครับ ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนเป็นต้นมา จนถึงวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๖ นอกจากนี้เราก็มีการที่จะเปิดให้ใช้มอเตอร์เวย์ (Motorway) หมายเลข ๖ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการเปิดใช้บริการ เป็นการชั่วคราวช่วงบริเวณอำเภอ ปากช่อง-สีคิ้ว-ขามทะเลสอ เป็นระยะทางถึง ๖๔ กิโลเมตร เพื่อที่จะให้มีการเดินรถ ขาเดียวในช่วงแรกเพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนสามารถที่จะเดินทางผ่าน ช่วงบริเวณนั้นซึ่งเป็นเขา ซึ่งรถจะมีการติดขัดเป็นประจำ ซึ่งปีนี้ผมคาดว่าเราจะสามารถ บริหารการจราจรบริเวณนั้นได้อย่างดีแล้วก็คล่องตัว ซึ่งจะมีการบริหารว่า ๓ วันแรก ระหว่างวันที่ ๒๙ คือวันนี้ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคมจะเป็นการเดินรถทางเดียวจากบริเวณ ปากช่องไปยังนครราชสีมา แล้วจะดำเนินการกลับกันในการเปิดรถเดินทางเดียวขาเข้า เป็นเวลา ๔ วันในช่วงที่พี่น้องประชาชนจะเดินทางกลับในระหว่างวันที่ ๑-๔ มกราคม ๒๕๖๖🔗
นอกจากนั้นเพื่อเป็นการที่จะอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนที่จะ เดินทางทางอากาศ ทางกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง บริการที่จอดรถฟรีให้กับพี่น้องประชาชนที่จะนำรถไปจอดบริเวณลานจอดรถยนต์ ระยะยาวโซนซี (Zone C) เป็นระยะเวลา ๗ วัน คือเริ่มตั้งแต่วันนี้วันที่ ๒๙ ธันวาคมถึงวันที่ ๔ มกราคม เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนสามารถที่จะไม่ต้องขับรถไปและกลับ เพียงขับรถ ไปจอดแล้วก็สามารถใช้บริการของท่าอากาศยานได้ ผมต้องเรียนว่าการที่เราประชุมกัน เราได้มีการเช็คลิสต์ (Checklist) และติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิด มีการรายงาน ทุกชั่วโมงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ต้องเรียนกับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฝากประชาสัมพันธ์ไปพี่น้องประชาชนว่าในการเดินทางทางบก ถ้าจะมีการบริหารการจราจร แล้วใช้ข้อมูลของกรมทางหลวงผ่านแอปพลิเคชัน (Application) ที่เรียกว่าเอ็ม ทราฟฟิก (M Traffic) ก็จะสามารถที่จะเห็นข้อมูลว่าถนนเส้นใดมีสภาพการจราจรหนาแน่น หรือ ไม่หนาแน่นในช่วงเวลาใด แล้วเรามีโดรน (Drone) ร่วมกับกองทัพอากาศในการที่จะดู เส้นทางการจราจร แล้วก็จะอัปโหลด (Upload) ข้อมูลให้เป็นเรียลไทม์ (Real-Time) เข้าไปในแอปพลิเคชัน (Application) ดังกล่าว ก็จะทำให้พี่น้องประชาชนสามารถวางแผน ในการเดินทางได้ ทั้งหมดก็คงต้องยืนยันกับท่านประธานสภาที่เคารพ แล้วก็ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติว่าผมเชื่อมั่นว่ารัฐบาลโดยการนำของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งได้สั่งการให้ทุกกระทรวงบูรณาการกันในการดูแลพี่น้อง ประชาชนให้เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่กลับไปเพื่อที่จะได้ฉลองกับคนที่ตัวเองรัก คนที่ตัวเองเคารพอย่างมีความสุขจะสามารถที่จะดำเนินการได้ตามเป้าหมาย คือมีความ สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ราคาที่เป็นธรรม แล้วก็สามารถที่จะปลอดภัยจากโรคระบาด โควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วก็หวังว่าการดำเนินการดังกล่าวท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะได้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ เพื่อการดำเนินการจะได้สามารถ เป็นไปตามเป้าหมายซึ่งพวกเราคาดหวังกัน ความจริงนั้นจะมีรายละเอียดมากกว่านี้ ก็ต้อง เรียนว่าผมคงไม่มีเวลาที่จะอธิบายได้มากกว่านี้ ก็เลยได้จัดทำคิวอาร์โค้ด (QR Code) ซึ่งเป็นแผนการดำเนินการของทางกระทรวงคมนาคมทั้ง ๔ มิติแสดงไว้แล้ว ถ้าท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ หรือว่าพี่น้องประชาชนสนใจที่จะดูข้อมูลเพิ่มเติม สามารถที่จะถ่ายภาพคิวอาร์โค้ด (QR Code) นี้ก็จะได้เข้าไปถึงข้อมูลในการวางแผน ดำเนินการ ก็เป็นเรื่องทั้งหมดที่จะเรียนต่อท่านประธานสภาไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสิริพงศ์ไม่ติดใจถาม ต่อนะครับ ท่านรัฐมนตรีได้ใช้เวลาของท่านเกินไปประมาณ ๑๘ นาที ของท่านสิริพงศ์ใช้ไป ประมาณ ๔ นาที🔗
ไม่ได้ติดใจครับท่านประธาน ขอบคุณครับท่านรัฐมนตรีตอบครบถ้วนครับ ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่กรุณา มาตอบข้อซักถามที่พวกผมก็รวบรวมคำถามมาถามแทนประชาชนที่เขามีความสนใจในช่วง เทศกาลปีใหม่ และท้ายนี้ผมก็ขอเป็นตัวแทนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย สวัสดีปีใหม่ ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรี และฝากไปถึงประชาชนทางบ้าน ขอให้ท่านเดินทาง กลับบ้านโดยสวัสดิภาพและพบกันปีหน้า ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่านสิริพงศ์ และท่านรัฐมนตรีนะครับ ขอขอบคุณครับ จบกระทู้ถามสดด้วยวาจาเรื่องที่ ๑ นะครับ🔗
๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๒๒๕ ส. (นายนิยม เวชกามา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านอนุชา นาคาศัย เป็นผู้ตอบ🔗
ได้รับแจ้งว่ารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีติดภารกิจไม่สามารถ มาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไป ซึ่งถ้าท่านนิยมติดใจก็จะต้อง ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาใหม่ในการพิจารณาครั้งต่อไป อนุญาตให้ท่านนิยมได้แสดง ความรู้สึก เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมต้องฟ้องท่านประธานครับ เนื่องจากกระทู้นี้มีความจำเป็นที่ท่านรัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรีท่านต้องมาตอบ แต่ว่าท่านเลื่อนไปเป็นปีหน้า ผมเองก็จนใจ เพราะว่าเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องสำคัญเป็นเรื่องที่ผ่านมาปีกว่าเรื่องเงินนิตยภัต ไม่ใช่เรื่องยาก ข้อมูลมีอยู่ใน สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติอยู่แล้ว ท่านไม่มาตอบ พระที่ต้องได้รับเงินค่านิตยภัต คือเงินที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถวายเป็นค่าภัตราหาร ๑๐,๐๐๐ กว่ารูป เป็นเงิน จำนวนหลายแสนบาท ๑ ปี กับ ๒ เดือน ท่านไม่รับเลย จนกระทั่งเป็นข่าวเป็นคราวออกใน สื่อหลักทั่วไป โดยเฉพาะพระธรรมทูตจากต่างประเทศสายยุโรปและสายเอเชีย ผมถึงกราบเรียนท่านประธานว่าท่านเลื่อนไปมีกำหนดระยะเวลาชัดเจนไหมครับ ท่านประธาน หรือว่าเลื่อนไปแบบเลื่อนลอย ผมต้องประท้วงท่านประธานว่าอยากให้มี คำตอบชัดเจน พระรอความหวัง รู้สึกว่าท่านรัฐมนตรีไม่ให้ความสนใจพระซึ่งไม่มีปาก ที่จะพูด ผมต้องถามแทน อันนี้คือเป็นประเด็นหนึ่ง🔗
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ คือกระทู้ถามทั่วไป ผมขอพูดทีเดียวเลย เพราะผมทราบจากเจ้าหน้าที่แล้วว่าเลื่อนอีกเหมือนกัน🔗
ท่านนิยมครับ เอาเรื่องนี้ครับ เรื่องโน่นไว้ว่ากันอีกทีครับ ไม่อย่างนั้นจะสับสนครับ🔗
ถ้าอย่างนั้นไม่เป็นอะไร ก็ฝาก ท่านประธานว่าในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ท่านอนุชาก็ไม่มาตอบ แล้วผมไม่ทราบว่า ท่านประธานที่แจ้งมาสภานี่ได้มีกำหนดระยะเวลา ได้มีว่าไม่ตอบเพราะเหตุใด หรือว่า มีระยะเวลาที่ชัดเจนอย่างไร เพราะเลื่อนไปเป็นปีหน้า ผมไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอีกไหม หรืออย่างไร ผมขอฝากท่านประธานถามเรื่องนี้ด้วยว่าเท็จจริงมันเป็นอย่างไร เพราะพระ ๑๐,๐๐๐ กว่ารูปที่ไม่ได้รับเงินค่านิตยภัตค่าอาหารของพระที่พระเจ้าอยู่หัวถวาย เพราะสาเหตุใด พระทั้งประเทศรอฟังอยู่ท่านประธาน ผมจึงต้องถามท่านประธานว่า รัฐมนตรีท่านได้แจ้งมาไหมว่าติดธุระอันใด หรือว่ามีระยะเวลาที่ว่าวันไหนหรือว่าปีหน้า แล้วก็ลอยไปเลย ท่านประธานครับ ผมต้องฟ้องท่านประธานเรื่องนี้ครับ🔗
ผมรับฟ้องนะครับ แล้วก็ ได้รับแจ้งว่าติดภารกิจ ไม่สามารถตอบกระทู้ถามได้ แต่ผมรับปากท่านนิยม ผมจะตามให้ เดี ยวจะให้เจ้าหน้าที่แจ้งท่านรัฐมนตรีว่าท่านนิยมได้กล่าวไว้อย่างไร และขอให้แจ้งมา ให้ทราบว่าจะตอบเมื่อไร ท่านนิยมต้องตั้งกระทู้ใหม่เพราะไม่ใช่กระทู้ทั่วไป กระทู้ถามสด ต้องตั้งกระทู้ใหม่ครับ🔗
๑.๑.๓. กระทู้ถามที่ ๒๒๕ ส. (นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม🔗
ขณะนี้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมพร้อมนะครับ ก็ขอเรียนว่ากระทู้ถามสดถามได้เรื่องละไม่เกิน ๓ ครั้ง อันนี้สมาชิกและท่านรัฐมนตรีทราบดีอยู่แล้วนะครับ เพราะว่าเราอยู่กันมาพอสมควรแล้ว ระเบียบคงจะทราบ ถามได้ไม่เกิน ๓ ครั้ง และตอบให้แล้วเสร็จภายในเวลา ๓๐ นาที เราจึงแบ่งเวลาออกไปฝ่ายละ ๑๕ นาที ผมแนะนำว่าผมเห็นใจ การบริหารเวลาไม่ใช่ใคร จะทำได้ทุกคน แต่ว่าแนะนำว่าพยายามปฏิบัติตามข้อบังคับคือไม่มีลักษณะเป็นการอภิปราย แล้วก็จะทำให้เราสามารถถามและตอบได้ภายในเวลา แต่ไม่เป็นอะไรครับ ถ้ามันจำเป็นต้อง ต่อเนื่อง เนื่องจากความต่อเนื่องก็อนุโลมครับ ขอเชิญคุณอมรัตน์ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดนครปฐม ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่กรุณามาตอบกระทู้สดในวันนี้ ต้นเรื่องของเรื่องนี้ ท่านประธานมันเหมือนกับภาพยนตร์ เหมือนฉากในภาพยนตร์ค่ะ แคท มี อีฟ ยู แคน (Catch me if you can) ที่ทอม แฮงค์ แสดง ไม่ทราบท่านประธาน ดูทันไหมคะ เพราะว่ามันเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วทั้งประเทศ เพราะว่าเรื่องราว มันดราม่า (Drama) แล้วมันก็มีหักมุม มันมีการแต่งชุดนักโทษ มีโซ่ตรวนที่เท้าเข้าไปใน ห้องน้ำ พอเปิดประตูออกมาอีกครั้งหนึ่งเปลี่ยนเป็นกางเกงยีนส์ เสื้อยืด ติดหนวดปลอม แล้วผู้คุมก็ไม่รู้เรื่องด้วย มันก็เลยเป็นที่สนใจของคนทั้งประเทศ เพราะว่าคนที่เป็นผู้ต้องหา คนนั้น คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก คนนี้ นักธุรกิจพันล้านผู้กลายมาเป็นผู้ต้องขัง กลายมาเป็น นักโทษคดีฉ้อโกงประชาชนคือแชร์ลูกโซ่ มีทั้งหมดคดีหลัก ๖ คดี คดีฟอกเงินอีก ๕ คดี รวมเป็น ๑๑ คดี เขาไม่ได้ชื่อประสิทธิ์ เจียวก๊ก อย่างเดียวนะคะ เขามีสร้อยห้อยท้าย นามสกุลค่ะ ประสิทธิ์ เจียวก๊ก คนดีคืนคุณแผ่นดิน คดีของเขาคือหลอกผู้คน มูลค่า ความเสียหายนับ ๑,๐๐๐ ล้านบาท คนเสียหายหลายร้อยคนเป็นคดีใหญ่ หลอกลงทุน ในทองคำ หลอกลงทุนในกระเป๋าแบรนด์เนม (Brand name) หลอกลงทุนเรื่องแพกเกจ ทัวร์ (Package tour) ตั้งบริษัททั้งหมด ๒๑ บริษัท โดยมีตัวเองเป็นกรรมการ มีชื่อตัวเองเป็น กรรมการถึง ๑๐ บริษัท จาก ๒๑ บริษัท และตั้งสมาคม ๑ สมาคม ตั้งสหกรณ์ ออมทรัพย์อีก ๑ สหกรณ์ออมทรัพย์ในชื่อเดียวกันค่ะท่านประธาน ทำอาชญากรรมใหญ่ ขนาดนี้ ถ้าไม่มีโพรไฟล์ (Profile) ที่น่าเชื่อถือทำไม่ได้ค่ะท่านประธานในประเทศนี้ ถ้าไม่ใช่ ประสิทธิ์ เจียวก๊ก คนที่มีภาพถ่ายคู่กับ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อย่างใกล้ชิด มีใครเข้าไป ในบ้านสี่เสาเทเวศร์ไปถ่ายรูปใกล้ชิดกับ พลเอก เปรม ได้ถ้าไม่มีคนใหญ่ ๆ ในกองทัพพาเข้าไป ถ้าไม่มีเส้นสนกลใน คือประสิทธิ์ เจียวก๊ก คนที่เป็นพลเรือนคนเดียวที่ได้ถ่ายรูปร่วมกับ ผู้นำกองทัพในวันสถาปนา🔗
คุณอมรัตน์ ขอเตือน เรื่องคนภายนอกนิดหนึ่งครับ ระมัดระวังนะครับ ขอเตือนเรื่องคนภายนอก เพราะข้อบังคับ ได้กำหนดไว้ครับ🔗
ขอบคุณค่ะ ถ้าไม่ใช่ ประสิทธิ์ เจียวก๊ก คนที่เป็นพลเรือนคนเดียวที่ได้ถ่ายภาพหมู่กับผู้นำกองทัพทุกกองทัพ ในวันสถาปนา กรมทหารราบที่ ๓๑ ถ้าไม่ใช่ ประสิทธิ์ เจียวก๊ก คนที่แอบอ้างตัวเองว่า เป็นผู้รักสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นวิทยากรจิตอาสา ๙๐๔ และทำงานให้กองทัพ เป็นวิทยากรผลิตไอโอ (IO) โจมตีคนที่เห็นต่างกับกองทัพ ที่กองทัพมองว่าเป็นภัยของ ความมั่นคง และยังได้ชื่อว่ามี ๕๔,๘๐๐ ทวิตเตอร์ (Twitter) อันนี้คือยังเป็นข้อกล่าวหา ลองฟังเพลงจากศิลปินระดับประเทศ แอ๊ด คาราบาว ห้องโสตขอเพลงด้วยค่ะ ชื่อเพลง ประสิทธิ์นักสู้ อันนี้ดิฉันจะปูเรื่องให้ฟังว่ามันทำให้เป็นที่น่าเชื่อถืออย่างไร เชิญค่ะ🔗
ประสิทธิ์นักสู้ ตรงนี้ละค่ะ ทำให้คนเอาเงินลงทุนไว้ใจแล้วก็ตกเป็นเหยื่อหลายร้อยรายนับ ๑,๐๐๐ ล้านบาท พอแล้วค่ะ ขอบคุณมากค่ะ น่าเชื่อถือใช่ไหมคะ นี่ละค่ะคือนามสกุล คือทำอาชญากรรมใหญ่ขนาดนี้ได้ ก็ต้องอย่างมีโพรไฟล์ (Profile) ดี ๆ ดิฉันขอถามคำถามแรกเลยนะคะ เพื่อไม่ให้เสียเวลา ถามไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากว่าเรื่องนี้เกิดเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ที่ผ่านมา แล้วกรมราชทัณฑ์บอกว่าภายใน ๗ วัน ครบกำหนดวันนี้คือวันที่ ๒๙ ธันวาคม เรื่องไปถึงไหนแล้วคะ ในสายของตำรวจ ตำรวจสามารถจับคนได้ ๔ คนและผู้เกี่ยวข้อง และมีรับสารภาพไปแล้ว ๒ คนค่ะ แต่ในส่วนที่ต้นทางคือกรมราชทัณฑ์ดำเนินการ ไปถึงไหนแล้ว ให้โฆษกของกระทรวงยุติธรรมออกมาแถลงว่าจะทำให้เสร็จภายใน ๗ วัน แล้ววันนี้ครบกำหนดแล้วก็ยังไม่มีความคืบหน้า ข้อแรกก็คือดำเนินการไปถึงไหนนะคะ🔗
คำถามที่จะถามต่อเนื่องในคำถามแรกก็คือ วันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นที่เจ้าหน้าที่ ราชทัณฑ์ไม่ใส่เครื่องแบบตามปกติคุมนักโทษไปที่ศาลอาญา ทำไมเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ถึงใส่สูทไปในวันนั้น ไม่ใช่เครื่องแบบปกตินะคะ แล้วทำไมนักโทษทั่ว ๆ ไปที่ถูกนำตัวไปที่ ศาลอาญาจะต้องเข้าห้องน้ำเฉพาะของนักโทษ ดิฉันไปศาลอาญาบ่อยดิฉันทราบค่ะ นักโทษ ผู้ต้องขังที่ถูกพาตัวไปที่ศาลอาญาจะต้องถูกลงไปเข้าห้องน้ำที่ชั้นใต้ถุนศาล เป็นห้องน้ำ เฉพาะสำหรับผู้ต้องหา ห้องน้ำที่ชั้น ๙ ที่ผู้คุมใส่สูทพาคุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก ไปเข้านั้น เป็นห้องน้ำของผู้มาติดต่อราชการ ทำไมถึงมีสิทธิจะไปเข้าห้องน้ำห้องนั้น เอาเท่านี้ก่อนค่ะ ท่านประธานสำหรับคำถามแรก🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีตอบ คำถามแรกนะครับ ท่านมีเวลาประมาณ ๑๕ นาที เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ในฐานะรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอตอบกระทู้ถามสดของ คุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ที่ได้ถาม🔗
ท่านประธานคะ ขอโทษค่ะ อยากให้ท่านรัฐมนตรีตอบให้เสียงดังกว่านี้ ตอนนี้ท่านพึมพำ ๆ ไม่ได้ยินค่ะ🔗
ผมกำลังเอ่ยชื่อ นามของท่าน กระทู้ถามสดของ นางสาวอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ🔗
ขอโทษค่ะ ไม่ใช่นางสาว ดิฉันแต่งงานแล้ว เป็นนางค่ะ🔗
พอดีมีผู้จด มาให้ผมเป็นอย่างนั้น ต้องขอประทานโทษนะครับ ของ คุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในประเด็นกรณีของ นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก หลบหนีระหว่าง ขึ้นศาลยุติธรรม ต้องเรียนท่านประธานที่เคารพว่า นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก เป็นผู้ต้องหา ระหว่างการพิจารณาคดี และเรือนจำคลองเปรมได้รับ นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก เข้าอยู่ที่ เรือนจำกลางคลองเปรมนี้ตั้งแต่วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ นับจากวันนั้นถึงวันนี้เป็นระยะเวลา ๑ ปีกับ ๗ เดือน ก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีการออกศาล หมายความว่านำตัวนายประสิทธิ์เข้ามาที่ศาลบ่อยครั้ง เป็นระยะเวลา ได้สอบถามจากเจ้าหน้าที่ ว่าบางสัปดาห์ ๒ ครั้ง เมื่อนับวันเวลาดูแล้วนายประสิทธิ์จะมาที่ศาลประมาณนับเป็นร้อยครั้ง การดำเนินการในวันนั้นต้องเรียนว่านำตัวนายประสิทธิ์จากแดนคุมขังแดน ๑๐ มาสู่แดนกลาง ตรงแดนกลางก็จะต้องมาดำเนินการติดเครื่องพันธนาการ ได้สอบถามดูเครื่องพันธนาการ ของเรือนจำสำหรับนักโทษที่ต้องมีเครื่องพันธนาการในขณะขึ้นศาลนั้นประมาณ ๒๕ ชุด ในจุดนั้นเป็นจุดที่ต้องมีกุญแจหรือการดำเนินการต่าง ๆ และมีเวรยามในการดูแล เป็นยาม ในส่วนกลางคืน ๔ กะ และในตอนเช้าอีก ๑ กะ เป็นยามกลางคืนระยะเวลา ๑๖ ชั่วโมง แต่ก็ไม่ได้เป็นสาระอะไรสำคัญต่าง ๆ เพราะคำถามของท่านอมรัตน์ได้พูดถึงเรื่องเครื่องแบบ และห้องน้ำเฉพาะ การดำเนินการตรงนี้ก็ได้นำผู้ต้องขังออกจากเรือนจำคลองเปรมมาที่ ศาลอาญารัชดาในเวลาประมาณ ๐๙.๐๐ นาฬิกา และนำพามาอยู่ในห้องชั้นล่างของศาล ซึ่งมีห้องน้ำหรือสิ่งที่ห้องควบคุมขังต่าง ๆ เหล่านั้นเป็นห้องเฉพาะของนักโทษอยู่แล้ว แต่นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ไม่ได้ขอใช้ห้องน้ำชั้นล่าง แต่หลังจากนั้นได้นำตัวนายประสิทธิ์ ขึ้นมาที่ชั้น ๙ เพื่อจะนำมาสู่การพิจารณาในห้องการพิจารณา ๙๐๓ แต่ในขณะที่นำขึ้นลิฟต์มา นายประสิทธิ์ก็ขอผู้ที่ควบคุมว่าปวดท้องหนักไม่สามารถที่จะทนต่อไปได้ เจ้าหน้าที่ก็มองเห็นว่า เพิ่งขึ้นมาจากชั้นล่างสุดมาสู่ชั้นการพิจารณาของศาลคือ ๙๐๓ ในชั้น ๙๐๓ เมื่อขอเข้า ห้องน้ำก็ตัดสินใจให้เข้าไปใช้ห้องน้ำของประชาชนหรือผู้คนที่มาศาลที่ไม่ใช่เป็นผู้ต้องขัง ก็เข้าไปครั้งแรก หลังจากนั้นเมื่อเสร็จภารกิจในห้องน้ำก็ได้พานายประสิทธิ์เข้าสู่ ห้องพิจารณา ๙๐๓ ในการดำเนินการหลังจากในห้องพิจารณาเสร็จสิ้น ก็มีแฟนคลับ (Fan club) ของนายประสิทธิ์อยู่หลายคนที่มาเชียร์ (Cheer) หรือมาให้ข้อมูลหรือให้การ สนับสนุนของนายประสิทธิ์ในห้องพิจารณาของศาลซึ่งศาลได้อนุญาตให้เข้าไปตรงนั้น ก็มีคำพูดหลายคำ ซึ่งจากการสอบสวนที่คุณอมรัตน์ได้บอกว่า ๗ วันจะสอบให้เสร็จ ซึ่งวันนี้ จะเป็นวันที่รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ และผมก็ได้รับทราบที่ยังไม่ได้สรุปข้อมูล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ว่าเพื่อจะมาตอบคำถามกระทู้ของท่าน นายประสิทธิ์ก็มีการพูดคุยผ่านผู้คนที่อยู่ในห้อง พิจารณาตรงนั้น บอกว่าจะมีเพื่อนได้ถูกปล่อยตัว ได้มีเสื้อผ้ามาให้หรือยัง คนที่รับฟังคำสั่ง ตรงนั้นคือคนที่เป็นแฟนคลับ (Fan club) ชื่อคุณสมประสงค์ แล้วหลังจากนั้นก็ออกจาก ห้องพิจารณา ในขณะที่ออกจากห้องพิจารณา นายประสิทธิ์ก็ได้ขอจากผู้คุมว่ามีการปวดท้อง อย่างรุนแรงอีกครั้งหนึ่ง ผู้คุมก็ได้ตัดสินใจนำเอาคุณประสิทธิ์ได้เข้าห้องน้ำเหมือนกับครั้งที่ ขึ้นจากชั้นล่างเมื่อตอน ๙ โมงเช้า ก็เป็นเหตุให้เกิดเหตุการณ์ดังที่คุณอมรัตน์ได้อภิปรายไป เมื่อสักครู่นี้ และในขณะที่นั่งเฝ้าห้องน้ำอยู่ก็มีการเปลี่ยนชุดเสื้อผ้าออกมาทำให้ผู้คุม ที่ติดตามไปนั้นไม่ได้สังเกต ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ว่าเป็นนายประสิทธิ์หรือเปล่า เพราะมีการปลอมแปลงตัวอย่างที่คุณอมรัตน์ แต่ว่าเมื่อผู้คุมสงสัยก็เข้าไปดูห้องดังกล่าวนั้น ก็ไม่พบนายประสิทธิ์จึงเอ๊ะใจแล้วก็วิ่งตามลงมา แต่สิ่งหนึ่งที่ได้ถามว่าไม่ได้แต่งเครื่องแบบ ปกติของข้าราชการของราชทัณฑ์ ต้องเรียนอย่างนี้ว่าเขาแต่งเครื่องแบบปกติแต่ใส่เสื้อคลุม ออกมา ซึ่งได้ตรวจสอบดูจากภาพชัดเจนแล้วก็เป็นดังให้ปากคำของเจ้าหน้าที่ที่ให้ปากคำนั้น คนที่เป็นเจ้าหน้าที่คือข้าราชการประมาณ ซี ๖ หรือระดับชำนาญการพิเศษ ชำนาญการ ชื่อ นายสุวรรณ โคตรพัฒน์ และนายสุวรรณก็ได้ติดตามลงมา เพราะฉะนั้นการแต่ง เครื่องแบบตรงนั้นมันก็เป็นไปได้อย่างที่คุณอมรัตน์ได้พูดว่าแต่งแล้วใส่แจ๊กเก็ต (Jacket) คลุมมามันพรางตัวหรือเปล่า อันนี้ก็ยังเป็นการสอบสวนซึ่งจะสรุปวันนี้ ผมมาเร็วไปก่อน เพราะคำถามนี้ยังไม่ได้รับคำตอบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะยังไม่ได้สรุปในเรื่องของการ ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ยังไม่ได้สรุปส่งอธิบดีอย่างชัดเจน และห้องน้ำผมได้ กราบเรียนท่านประธานไปแล้วเพราะว่าเป็นเหตุการณ์ที่เฉพาะ ผมเรียนอย่างนี้ว่าวันหนึ่ง มีผู้ต้องขังที่ออกศาลเป็นจำนวนมาก และในวันดังกล่าวนี้มีถึง ๙๙ คน มีคนที่ออกศาล ๙๙ คน จึงทำให้การดำเนินการในบางส่วนอาจจะไม่เคร่งครัดเท่าที่ควรจะเป็น เราก็ได้ ทำการสอบสวนทวนความแล้วก็คิดว่าจากการดำเนินการตรงนี้ก็ต้องมีผู้คนที่จะต้อง รับผิดชอบจากการดำเนินการว่าทำไมถึงไม่ละเอียดรอบคอบเคร่งครัดในสิ่งต่าง ๆ เราก็รอ คำตอบอยู่เหมือนกัน ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีกันเวลาไว้ เผื่อคำถามที่ ๒ ที่ ๓ ครับ เชิญคุณอมรัตน์ถามคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ขอบคุณค่ะ ดิฉัน จับประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ตอบมาได้ ๓ ประเด็นคือ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ไม่ได้ สังเกต แล้วก็ไม่ได้เคร่งครัดเท่าที่ควรจะเป็น ซึ่งท่านยอมรับเองว่าไม่ได้สังเกต ไม่ได้เคร่งครัด เท่าที่ควรจะเป็น ไม่ว่าจะการคุมตัวไปห้องน้ำหรืออะไรก็ตาม ทำไมถึงมีการ ๒ มาตรฐาน ดิฉันติดตามเวลากับน้อง ๆ เยาวชนที่อยากจะแค่เปลี่ยนแปลงประเทศ แต่ไม่ได้มีนามสกุล เดียวกับคุณประสิทธิ์ ไม่ได้มีนามสกุลคนดีหรือแทนคุณแผ่นดินเหมือนคุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก ท่านช่างสังเกต แล้วท่านก็เคร่งครัดมากกว่าที่ควรจะเป็นด้วย ท่านคุมตัวไปแม้กระทั่ง น้องใบปอ ผักบุ้ง อดทนอาหาร คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก แค่ปวดท้องจะเข้าห้องน้ำไปถ่าย ยังตามใจกันขนาดนี้ แต่ว่าน้อง ๆ นักศึกษาเยาวชนที่เอาตัวไปจำคุกเอาไว้หลาย ๆ สิบวัน เขาอดอาหาร อดอาหาร ๔๐ วัน ๕๐ วัน ๖๐ วัน จนกระทั่งเป็นลม ไปให้น้ำเกลือ ที่โรงพยาบาลเลิดสิน เอาตัวไปจากศาลอาญากรุงเทพใต้ ผู้คุมของท่านรัฐมนตรีก็ตามไปคุม ถึงห้องฉุกเฉิน อันนั้นไม่เห็นตามใจนะคะ แล้วก็ทำไมไม่เห็นเคร่งครัดเท่าที่ควรจะเป็นกับ กรณีอื่น ๆ อันนี้มันคือการ ๒ มาตรฐานอย่างชัดเจน ท่านยังไม่ได้ตอบว่าทำไมความคืบหน้า มันถึงดำเนินการไปช้าทั้ง ๆ ที่เรื่องไม่ได้ซับซ้อนเลย เรื่องกับไอ้แค่ผู้คุมคนหนึ่งทำไมถึงวิ่งช้า ด้วยค่ะท่านประธาน ทำไมผู้คุมของราชทัณฑ์ถึงวิ่งช้ามากกว่าตำรวจศาลมากมายนัก คนที่ไป ตะครุบจับตัวคุณประสิทธิ์ได้ที่ชั้น ๓ คือเจ้าหน้าที่ตำรวจของศาลอาญา ไม่ใช่ราชทัณฑ์ ท่านวิ่งอืดอาดเหลือเกิน การมีประสิทธิอย่างไรถึงเอาตัวคนนั้น แล้วก็กุญแจเอามาจากไหน จริง ๆ มันควรจะถามรวมในคำถามแรกแต่ก็ไม่ได้ถามนะคะ ภายใต้หน้ากากคนดี ต่อจากนี้ ใครอ้างความจงรักภักดีท่านก็ตามใจ ตามใจมากกว่าปกติ ไม่เคร่งครัดเท่าที่ควรจะเป็น อย่างนั้นหรือไม่คะ ใครคนประชาชนทั่วไปจะรู้ได้อย่างไรใครเป็นวงในวงนอก ใครแอบอ้างว่า เป็นคนวงในก็ได้รับการปฏิบัติอีกแบบหนึ่งหรืออย่างไรคะ คำถามนี้นะคะท่าน เมื่อสักครู่นี้คือคำถามที่ย้อนไปคำถามแรกที่ท่านตอบไม่ครบ แต่ดิฉัน ได้ทราบมาว่า คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก ได้ติดต่อมาภายนอก ทราบมาจากคลิปของเลขานุการ คณะทำงานของท่านประธานชวน หลีกภัย เองค่ะ ให้สัมภาษณ์ทีวีหลายช่อง เลขานุการ คณะทำงานของท่านให้สัมภาษณ์ว่ามีข้อมูลที่คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก สื่อสารออกมาภายนอก เรือนจำเป็นจดหมายมากกว่า ๒๓๑ ฉบับ และมีฉบับหนึ่งได้บอกให้เครือข่ายของตัวเองที่อยู่ ข้างนอกไปที่วัดบัวขวัญค่ะ ไปวัดบัวขวัญวันเดียวกับท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ไปที่วัดนั้นค่ะ เครือข่ายของคุณประสิทธิ์ก็ไปด้วย โดยสั่งมาให้เครือข่ายไปแสดงความขอบคุณที่ท่านอธิบดี ที่มีอำนาจดูแลเรือนจำให้การดูแล คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก มากเป็นพิเศษ เรื่องนี้มีคนไปถาม กับตัวท่านอธิบดี ท่านอธิบดียอมตอบกับท่านรัฐมนตรีไปแล้วดิฉันทราบว่าตอบไปแล้วว่า ไม่ได้ไปเจอ คือตอบปฏิเสธว่าไม่ได้ไปเจอ ไม่ได้ไปรับคำขอบคุณที่วัดในวันนั้น ดิฉันถามว่า ถ้าถูกแอบอ้างแบบนี้ ได้รับความเสียหายแบบนี้ ว่าตัวเองปฏิบัติกับนักโทษเป็นพิเศษ ทำไม ถึงไม่ฟ้องร้อง ทำไมถึงไม่ปกป้องตัวเอง ถ้าสิ่งที่คุณประสิทธิ์ฝากออกมาขอบคุณที่ดูแลกัน เป็นพิเศษไม่เป็นความจริง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านทำไมถึงไม่มี ปฏิกิริยากับเรื่องนี้ แล้วก็เรื่องกุญแจด้วยค่ะ ขอให้ท่านให้ความกระจ่าง กุญแจดิฉันทราบว่า เป็นกุญแจสเปก (Spec) ของต่างประเทศที่ไม่สามารถจะปั๊มกุญแจได้ มีการควบคุมดูแล หละหลวมกันขนาดนี้เลยหรือคะ ทำไมทีเรื่องอื่น ๆ ไม่เห็นท่านหละหลวมแบบนี้ ไม่ว่า จะการเข้าเยี่ยม ไม่ว่าจะการอะไรทั้งหมด ดิฉันถามเท่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ท่านรัฐมนตรีเชิญตอบ คำถามที่ ๒ เผื่อเวลาไว้ด้วยนะครับ เชิญครับ🔗
ครับ ท่านประธานครับ เรื่องกุญแจก่อนนะครับ กุญแจได้เรียนไปเมื่อสักครู่ว่าได้นำตัวผู้ต้องขัง ออกจากแดน ๑๐ เข้ามาสู่แดนกลาง เพื่อเข้ามาติดเครื่องพันธนาการ ซึ่งตรงนั้นมีกุญแจ ผู้ต้องหารับสารภาพแล้วว่าเขาได้ปลดกุญแจในจุดที่เป็นจุดควบคุมแดนกลางตรงนั้น ซึ่งมีเจ้าหน้าที่แล้วก็ผู้ช่วยดูแลอยู่ก็เป็นส่วนหนึ่ง มีผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ สำหรับเจ้าหน้าที่ ไม่ได้อยู่ในบริเวณนั้น สิ่งต่าง ๆ ตรงนี้ต้องเรียนว่าอาจจะเป็นความหละหลวม ซึ่งทาง ราชทัณฑ์ก็ต้องตั้งกรรมการสอบในส่วนของผู้รับผิดชอบในส่วนตรงนี้ ผมเรียนตอบว่าการให้ ความเป็นธรรมกับผู้ต้องหาหรือผู้ที่อยู่ระหว่างของการดำเนินการตรงนี้ ซึ่งคุณอมรัตน์ จะเข้าใจผิดว่าคนที่เรารู้จักหรือใกล้ชิดหรือให้ความสนใจอยู่ว่าได้รับความเป็นธรรมไม่เต็มที่ หรือน้อยกว่าคนอื่น ในความคิดเราจะเป็นอย่างนั้นในความเป็นไปได้ แต่เจ้าหน้าที่ ผมเรียน แล้วอย่างไรว่าวันหนึ่งมีคนออกศาลตั้ง ๙๙ คน แล้วมีผู้ต้องขังหรือผู้ต้องขังระหว่างนี้หลบหนี ก็ ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์ที่เราตามได้มาทั้งหมด ถ้าเราจะเพิ่มเจ้าหน้าที่ให้มากกว่านี้มันก็ติด ในเรื่องของงบประมาณหรือในส่วนอื่น ๆ ด้วย เพราะฉะนั้นการดำเนินการมันพอดี ๆ มันอาจจะดูห่างหรือดูหยาบไปในสายตาของผู้ชม แต่อย่างไรก็ตามครับ เราก็ให้ความ เป็นธรรม เราไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชัง จะอ้างว่าผู้จงรักภักดีหรือไม่ อย่างไร ต่าง ๆ เหล่านั้น ผมคิดว่าเราไม่ควรจะมากระแนะกระแหนในส่วนอย่างนี้ บางครั้งในข้อเท็จจริงผมพยายาม ที่จะตอบคำถามให้ทั้งหมด แล้วในเรื่องของการสอบข้อเท็จจริงในขณะนี้เขากำลังรวบรวม ส่งถึงอธิบดี กำลังสรุปเป็นวันสุดท้ายต้องส่งถึงอธิบดี ผมต้องขอประทานโทษจริง ๆ ว่าอะไร ที่มันลึกซึ้งไปกว่านี้ผมก็ยังไม่ได้คำตอบ หรือเรื่องที่จะมารายงานผมทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามผมก็ติดตามดูให้อยู่ว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องของความสนใจ ในเรื่องของ นักศึกษาหรือเรื่องของใครก็เป็นเรื่องที่คนละเรื่อง ในข้อเท็จจริงแล้วเราพยายามให้ความ สะดวก พยายามที่จะดูแลให้เป็นอย่างดี แต่ว่าก็อย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานว่า บางครั้งเราอยู่ใกล้ คนอยู่ใกล้เราก็เห็นได้ชัด บางครั้งคนที่เราอยู่ไกลก็คิดว่าเขาปฏิบัติ กับคนอื่นดีกว่าคนที่เรารู้จักหรือไม่ อย่างไร ตรงนี้กระผมก็ต้องขอประทานโทษว่าก็พยายาม ทำให้ถูกใจแล้วก็ให้ถูกต้องที่สุด ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญคุณอมรัตน์ คำถามที่ ๓ ครับ🔗
ขอบคุณค่ะ ฟังคำตอบแล้ว ดิฉันไม่แน่ใจเลยว่าผู้ที่ตอบนี่เป็นเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมหรือเป็นข้าราชการประจำ แบบไหนคะ ต้องขอประทานโทษถ้าท่านเข้าใจผิดดิฉันไม่กะแนะกะแหนนะคะ ดิฉันกำลัง เปรียบเทียบค่ะ เปรียบเทียบให้ฟังถึงการเลือกปฏิบัติ การ ๒ มาตรฐาน การเลือกปฏิบัติ ของเรือนจำ บางทีมันเป็นคดีนโยบายดิฉันเข้าใจ แต่ท่านปฏิบัติไม่เหมือนกัน อันนี้ไม่ใช่ กระแนะกระแหน ถ้าท่านตีความว่ากระแนะกระแหนก็แสดงว่าท่านก็มีอคติกับคำถามนี้ หรือเปล่า ดิฉันถามว่ากุญแจ เมื่อสักครู่ท่านก็ตอบไม่เคลียร์ (Clear) กุญแจปลดมาจาก เรือนจำก่อนมันเป็นไปได้อย่างไร มันเป็นไปไม่ได้ ปลดมาจากเรือนจำ เพราะมาที่เรือนจำนี้ ก็ยังมีกุญแจโซ่คล้องมาอยู่เลยก่อนจะเข้าห้องน้ำ ไม่ทราบว่าท่านศึกษาเรื่องนี้มาอย่างไร เอาอย่างนี้ดีกว่า ใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบบ้าง สูงสุดในกรณีนี้ ผู้รับผิดชอบเรียง ลูกระนาดไป จากต่ำสุดไปสูงสุดใครจะต้องรับผิดชอบบ้าง แล้ว ๗ วันผ่านไปกับเรื่องเล็ก ๆ เท่านี้ ดิฉันถือว่าไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรกับการยังหาคำตอบง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้ รอตั้งกรรมการ รอสอบสวน รอนั่นรอนี่🔗
คำถามที่ ๓ ดิฉันขอพูดเป็นเรื่องวิสัยทัศน์และข้อเสนอแนะไปยัง กระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะเรือนจำกลางเป็นกรมที่ใหญ่ที่สุด ในกระทรวงยุติธรรม และได้งบประมาณ ปีนี้ก็ได้เพิ่ม ปี ๒๕๖๕ ก็ได้ ๒๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ของทั้งกระทรวง กรมราชทัณฑ์ก็ได้มากที่สุด แต่กลับเป็นกรมที่มีความโปร่งใสน้อยที่สุด เป็นแดนสนธยาที่ตรวจสอบยากที่สุด เป็นดินแดนที่ใช้ระบบอำนาจนิยมมากที่สุด เพราะผู้ต้องขังไม่สามารถสื่อสารออกมาที่โลกภายนอกได้ เอื้อให้ทุจริตได้ง่ายและตรวจสอบ ได้ยากจนถึงตรวจสอบไม่ได้เลยค่ะ ดิฉันได้แต่ฟังความที่เพื่อนฝูงนักโทษออกมาก็เล่าให้ฟัง ว่าถูกผู้คุมปฏิบัติอย่างไรบ้าง แม้กระทั่งเด็กที่ถูกละเมิดโดยแพทย์ในเรือนจำก็เป็นแค่ คำบอกเล่า ไม่สามารถขอกล้องวงจรปิดมาได้ เอื้อให้ระบอบอำนาจนิยมเติบโตมาก ดิฉัน จะขอถามท่านถึงวิสัยทัศน์ในฐานะที่ท่านเป็นเสนาบดีกระทรวงนี้ เรื่องแรงงานทาส ในเรือนจำ การรับงาน รับงานทำพวงมาลัย ผูกริบบิ้น พับกล่องอะไรทั้งหลาย ท่านมีระบบ การจ่ายเงินที่เป็นธรรมหรือไม่ เพราะดิฉันได้ยินมาว่าพับริบบิ้น พับกล่อง เดือนหนึ่งได้ค่าจ้าง แค่ประมาณ ๘๐ บาท ๑๐๐ กว่าบาทเท่านั้นเอง แล้วใครจะเข้าไปตรวจสอบ ให้ใครเข้าไป ตรวจสอบได้ อัตราการทำผิดซ้ำเข้าเรือนจำ วนเวียนเข้าเรือนจำมีสูงมาก ทั้ง ๆ ที่ท่าน มีงบประมาณในการไปปรับปรุงพฤตินิสัยของผู้ต้องหา ท่านเอาแต่เอาพระไปเทศน์ ท่านจะต้องมีนักจิตวิทยา ท่านจะต้องทำอะไรที่มันมากกว่านั้นเพื่อลดจำนวนการติดคุกซ้ำ และความสำเร็จในการคืนคนดีสู่สังคมที่ท่านอ้างไว้บ่อย ๆ ในการปรับปรุงนิสัย แล้วก็ พฤตินิสัย แล้วก็คืนคนดีสู่สังคม มีการเก็บสถิติหรือไม่ ว่ามันได้ผลมากน้อยแค่ไหนที่เอา งบประมาณตรงนั้นไปทำ รวมทั้งการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องขังที่ดิฉันได้ยินมาเยอะ ก็คือไม่เปิดโอกาสให้รับรู้ข้อมูลข่าวสารภายนอก แล้วจะไปทำให้เขากลับมาอยู่ปรับตัวเข้ากับ สังคมในอนาคตได้อย่างไร ในเมื่อท่านไม่ให้เขาเสพข่าวเลย ให้ดูแต่ละครเก่า ๆ ละครน้ำเน่า เก่า ๆ ถึงจะได้รับอนุญาตให้ดู เขาไม่รู้เรื่องโลกภายนอก ออกมาจะปรับตัวได้อย่างไร เมื่อมีการขอให้เปิดยูทูป (YouTube) ในเรื่องฝึกอาชีพต่าง ๆ ไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดให้ดู ไม่ดูข่าว ไม่ได้ดูสารคดี ไม่ได้พัฒนาตัวเอง และดิฉันขอถามเป็นคำถามสุดท้ายว่าท่านในฐานะเสนาบดี ท่านทำงานแต่งานประจำ ท่านเคยทำงานเชิงรุกเรื่องเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพหรือไม่ ท่านเคยมีแนวคิดหรือไม่ ว่าจะให้ นักโทษในเรือนจำ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคนมีสิทธิในการใช้สิทธิเลือกตั้งได้เหมือนกับใน ประเทศอื่น ในอินโดนีเซียนักโทษมีสิทธิเลือกตั้งได้ค่ะ ดิฉันถามวิสัยทัศน์ของท่าน เรื่องเหล่านี้ ๓-๔ ประเด็นนี้ ไม่ทราบว่าท่านจดทันหรือไม่นะคะ ท่านมีวิสัยทัศน์อย่างไร ในการผลักดันเรื่องสิทธิเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของคนในเรือนจำ มีแนวคิดอย่างไร ในการที่จะให้เขาผลักดันในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีร่วมประชุม ครม. มีแนวคิดอย่างไร ที่จะให้พวกเขามีสิทธิใช้สิทธิเลือกตั้งได้ รับรู้ข่าวสารโลกภายนอกและไม่เกิดแรงงานทาส ในเรือนจำ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรี ตอบคำถามที่ ๓ ครับ🔗
ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ในการที่คุณอมรัตน์ได้ถามถึงแรงงานในการทำงานในเรือนจำ ในส่วน ของการดำเนินการในเรือนจำหรือนอกเรือนจำเรามีการจัดค่าแรงขั้นต่ำให้กับผู้ต้องขัง ในขณะที่ออกมาทำงาน อย่างเช่น การลอกท่อก็ได้จัดค่าแรงขั้นต่ำให้กับผู้ต้องขัง แล้วส่วน ที่เหลือก็จะเป็นการใช้ในการเพิ่มเติมเครื่องมือหรือสิ่งต่าง ๆ สำหรับในรายละเอียดในกรณี ที่คุณอมรัตน์บอกว่าเดือนหนึ่งได้ ๘๐ บาท ๙๐ บาท ต่าง ๆ เหล่านั้น ผมขอรายละเอียดด้วย ว่ามันจริงเท็จแค่ไหน ผมจะได้ไปตรวจสอบให้ และในส่วนที่ท่านบอกว่าเสรีภาพ ของผู้ต้องขังออกมาใช้สิทธิต่าง ๆ จริง ๆ ผมก็อยากได้นะครับ อยากได้อยากให้เขามาใช้สิทธิ แต่คิดว่าจะทำเรื่องนี้คงทำไม่ทันหรอก ถ้าหากว่าผู้ต้องขังเขามีสิทธิที่จะมาเลือกตั้งได้ ผมคงได้คะแนนเยอะเพราะว่าผมดูแลเขาอย่างดี เพราะว่าผมมีความรู้สึกว่าเขาเป็น ประชาชนคนไทยที่จะต้องให้การดูแลนะครับ ผมว่าผมจะได้คะแนนมาก ถ้าหากว่าผู้ต้องขัง ลงคะแนนได้ แต่ยังทำไม่ได้ละครับ เพราะว่าในสิ่งต่าง ๆ ก็ยังมีข้อขีดจำกัดอะไรมากมาย แล้วสำหรับผู้ต้องขัง การคืนคนดีสู่สังคม ถ้าคุณอมรัตน์ได้ติดตามการทำงานของผม ผมว่า ผมมีวิสัยทัศน์ในการทำงานในเรื่องนี้มากเลย เราดูแล้วผู้ต้องขังย้อนกลับมา กลับมา ติดคุกใหม่ ใน ๑๐๐ คน ๓ ปีจะกลับมาติด ๓๕ คน ใน ๓๕ คน แล้วเราทำอย่างไร เราแก้ไข ปัญหาอย่างไร เราก็มองดูแล้วว่าคนที่เข้ามาถูกจองจำใหม่เพราะเหตุผลใดที่เป็นประเด็นหลัก คือความยากจน ไม่มีรายได้ ไม่มีเงิน ก็ทำให้เขาต้องทำผิดอีกแล้วกลับมาติดคุก แล้ววันนี้เราทำอะไรไปได้บ้าง ผมได้มาเรียนในที่สภาแล้ว การสร้างนิคมอุตสาหกรรม ราชทัณฑ์ นิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ก็คือสร้างนิคมแล้วยอมให้ผู้ต้องขังที่เหลือโทษน้อย พักโทษเข้าไปทำงาน จากการสำรวจข้อมูลว่าความพร้อมมีที่ไหน อย่างไรบ้าง ได้จ้าง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ทำการศึกษา ก็จะมีจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง พวกนี้ถ้าหากว่าเรามีนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์เกิดขึ้น นิคมหนึ่งก็ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าคนที่สามารถทำงานได้ แล้วเราก็ไม่ต้องสร้างเรือนจำ ๕ แห่ง ๕ แห่งแห่งละ ๑,๕๐๐ ล้านบาท เป็นเงิน ๗,๕๐๐ ล้านบาท ก็ประหยัดการก่อสร้าง เรือนจำต่าง ๆ และมีนิคมตรงนี้รองรับ การเข้าออกไปทำงานในนิคมเป็นมติคณะรัฐมนตรี ได้ดำเนินการแล้ว และในขณะที่ผู้คนพักโทษก็ยังสามารถติดตามพวกนั้นเขาได้โดยใช้กำไล อีเอ็ม (EM) เพราะเรารู้แล้วว่าการปรับเปลี่ยนนิสัยในทางทฤษฎีหรือทำการสอนอย่างเดียว แต่ไม่มีที่ให้เขาทำงาน ไม่ให้การดูแลเขา มันเป็นไปได้ยาก เพราะบางคนหรือบางครอบครัว เขาไม่มีรายได้ เขาไม่มีเงิน เมื่อเขาไม่มีในสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นก็หันมากระทำความผิดอีก เราก็ต้องดูแลรับผิดชอบเขาที่อยู่ในเรือนจำต่อไป ผมขอตอบคำถามในเรื่องของกุญแจอีกนิดหนึ่งนะครับ ลืมประเด็นนี้ไป กุญแจนี้ที่ผมเรียนว่า เมื่อถึงสู่แดนควบคุมกลางตรงนี้มีที่เก็บกุญแจ แล้วก็มีเครื่องพันธนาการ เมื่อเขานำเอาเครื่อง พันธนาการติดคุณประสิทธิ์แล้ว แต่เขาเข้าออกเป็นร้อยครั้ง เขาก็รู้ว่ากุญแจมันแขวน อยู่ตรงไหน ในช่วงของผู้คุมเผลอเขาก็ไปหยิบกุญแจตรงนี้ออกไปด้วย เครื่องพันธนาการ ติดไป แล้วก็ไปไขออก ในขณะที่เขาอมกุญแจออกไปอยู่ด้านนอก ผมคิดว่าเรื่องนี้ เป็นข้อเท็จจริงที่ได้ตอบผ่านท่านประธานไปสู่ท่านว่าเป็นอย่างนี้นะครับ ท่านสมาชิก ผมว่าถ้าเราให้เกียรติกันในการที่จะนั่งส่ายหน้าหรือทำความรู้สึกที่ไม่สุภาพ ผมคิดว่ามันเป็น การที่ไม่ให้เกียรติสภาผู้แทนราษฎรนะครับ เราตั้งใจทำงานด้วยกัน แต่ว่าไม่น่าที่จะมา สร้างความรู้สึกที่มันไม่ดีต่อกัน เพราะมันจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับสังคม ขอขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉัน เพิ่มข้อเสนอแนะนิดเดียวค่ะ🔗
เชิญครับ🔗
ดิฉันไม่ได้ส่ายหน้านะคะ ไม่ทราบว่าท่านเห็นใครส่าย ดิฉันนั่งเฉย ๆ ค่ะ คืออย่างนี้ค่ะ เมื่อท่านพูดถึงการลอกท่อของ กทม. ก็ดีแล้ว ห้องโสตคะ ขอภาพนะคะ ผู้ต้องขังเรือนจำที่ออกมาลอกท่อ กทม. ด้วยค่ะ ดิฉันขอข้อเสนอแนะเรื่องความปลอดภัยนะคะ ห้องโสตขอภาพด้วยค่ะ🔗
คุณอมรัตน์ เกินคำถาม ที่ ๓ ไปแล้วนะครับ🔗
นี่นะคะ ท่านรัฐมนตรีคะ ไม่มีเครื่องป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคนะคะ ดิฉันเห็นด้วยค่ะที่ออกมาทำงานสาธารณะ แล้วก็ได้ค่าจ้างพอสมควร แต่ดูชุด ดิฉันฝากไว้ด้วยค่ะ ขอให้จัดแจงชุดที่มันปลอดภัย แล้วก็ เหมาะสมปกคลุมร่างกายจากเชื้อโรคนะคะ งานลอกท่อเป็นงานที่สกปรกมากค่ะ ก็ไม่ว่า จะเป็นเรือนจำหรือจะเป็น กทม. ใครจะเป็นคนจัดหาชุด ก็ขอให้จัดชุดที่เหมาะสมให้ด้วย อีกประเด็นหนึ่งที่ท่านอาจจะหลงลืมต่อไป ก็คือท่านยังไม่ได้บอกเลยว่างานใหญ่ ขนาดที่เรื่องอย่างนี้ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ และรับผิดชอบไปถึงไหน หรือเอาแค่ปลาซิว ปลาสร้อย คนเดียว ๒ คนที่นั่งคุมกุญแจอยู่ตรงนั้น เรื่องนี้สังคมทั้งสังคมรู้ค่ะว่ามันทำ ในระดับปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ตัวเล็ก ๆ มันทำไม่ได้ค่ะ ท่านยังหลงลืมที่จะตอบคำถามนี้ ว่าใครบ้างที่จะต้องรับผิดชอบ ไล่ระนาดกันไปถึงอย่างไร ดิฉันกลัวผลมันจะออกมาว่า แค่ลงโทษคนที่นั่งเฝ้ากุญแจที่หลงลืม เผอเรอกับนักโทษบางคนเท่านั้นค่ะ แต่ไม่เคยหลงลืม เผอเรอกับบางคน ขอบคุณค่ะ🔗
คำถามที่ ๔ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผลของการสอบสวนไปถึงไหน ไปถึงใคร ใครกระทำความผิด คนนั้นก็ต้องรับผิดชอบ ทุกระดับขั้นตอนไป วันนี้เราจะไปบอกว่าต้องให้ นาย ก นาย ข หรือระดับไหนรับผิดชอบ คงตอบไม่ได้ เพียงแต่ว่าเราดูผลการสืบสวนทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และในส่วน ของตำรวจที่สอบสวนทวนความก็ต้องรับผิดชอบกันไปทั้งหมด แต่ผมเรียนแล้วอย่างไรว่า ผู้ต้องขังที่หนี ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์ เราก็ตามได้หมด ในส่วนตรงนี้ขอให้ท่านสบายใจ เราไม่ควรจะไปลงทุนอะไรมากมายไปกว่าที่สมควรกับงบประมาณของประเทศที่จะมีอยู่ ขอบคุณครับ🔗
ก็ต้องขอบคุณ ท่านผู้ตั้งกระทู้ถาม และท่านรัฐมนตรีครับ จบกระทู้ถามสดด้วยวาจาครับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๕๓๒ เรื่อง ปัญหาความรับผิดชอบดูแลไฟฟ้า ส่องสว่างตามถนนทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงชนบท (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖🔗
๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๕๕๒ เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการ ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างภาครัฐ (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักงานนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่านายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลังติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๖🔗
๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๕๖๒ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการรับเงินตอบแทน หรือเบี้ยหวัดเสี่ยงภัยให้กับบุคลากรที่ทำงานในมหาวิทยาลัยสงฆ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ (นายนิยม เวชกามา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักงานนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่านายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมติดภารกิจ สำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๖🔗
๑.๒.๔ กระทู้ถามที่ ๕๖๕ เรื่อง ขอให้เร่งรัดการขยายสนามบินและ เร่งการพัฒนาสนามบินนครศรีธรรมราชเพื่อรองรับการท่องเที่ยวภาคใต้ (ศาสตราจารย์ โกวิทย์ พวงงาม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงคมนาคมติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๖🔗
๑.๒.๕ กระทู้ถามที่ ๕๖๗ เรื่อง ขอทราบความคืบหน้าและการสนับสนุน การก่อสร้างทางเลี่ยงเมือง จังหวัดเลย (นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงคมนาคมติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๖🔗
ดังนั้นกระทู้ถามทั้ง ๕ เรื่องนี้ก็เลื่อนหมดนะครับ🔗
ท่านสมาชิก แล้วก็ท่านผู้อยู่ในห้องประชุม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมด้วยนะครับ ต่อไปนี้ จะเป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๑๘ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ เข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ซึ่งท่านประธานสภา ได้เปิดประชุมไปแล้ว🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ก่อนที่จะเข้าสู่การถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ขอเรียนให้ท่านสมาชิก ได้รับทราบว่ากระทู้ถามแยกเฉพาะจะมีกำหนดเวลาได้แค่ ๒๐ นาที คือฝ่ายละ ๑๐ นาที ถามได้ ๒ ครั้ง ถ้าเนื้อหาสาระยังไม่หมดอยากจะถามครั้งที่ ๓ ต้องขออนุญาตประธาน ถ้าประธานอนุญาตก็ถามได้ แต่วันนี้ได้ทราบว่ากระทู้ส่วนใหญ่ถูกเลื่อนนะครับ ก็เหลือ กระทู้เดียว ฉะนั้นถ้าหากว่ามีเนื้อหาสาระที่จำเป็นผมก็จะยืดเวลาให้ได้มากกว่า ๒๐ นาที ก็ได้นะครับ🔗
ผมขอเรียนให้ที่ประชุมทราบว่าเพื่อประโยชน์ในการถามและตอบกระทู้ถาม ของผู้ตั้งกระทู้ถาม และของท่านรัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ เป็นดังนี้ ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๘๓ ของท่าน ส.ส. สัณพจน์ สุขศรีเมือง ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๖๖ ของท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ลำดับที่ ๓ กระทู้ถาม แยกเฉพาะที่ ๔๘๒ ของท่าน ส.ส. สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๘๕ ของท่าน ส.ส. จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๘๖ ของท่าน ส.ส. จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๘๗ ของท่าน ส.ส. วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้ตั้งกระทู้ถามคงไม่ขัดข้องนะครับ🔗
๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๘๓ เรื่อง การย้ายเรือนจำอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช (นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือนายโยธิน บุญญานุสนธิ์ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมราชทัณฑ์ และผมได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วม ได้เข้าร่วมรับฟังการตอบกระทู้ ดังนี้ นายณัฐพงษ์ จันทร์หวาน ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจาก ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการประชุมกรุณาปฏิบัติตามระเบียบของสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วย การอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในความสงบ ห้ามแสดง กิริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจา หรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็น การรบกวนขัดขวางการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และห้ามใช้เครื่องมือวัสดุหรืออุปกรณ์ สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียงหรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุม สู่บุคคลภายนอกนะครับ ต่อไปทุกท่านพร้อมแล้ว ขอเชิญท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ได้ถาม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ และกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน วันนี้ ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงที่บรรจุวาระของกระทู้แยกกระทู้ เรื่อง การย้ายเรือนจำอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช สืบเนื่องจากเรือนจำจังหวัด นครศรีธรรมราชเป็นเรือนจำที่มีอายุยาวกว่า ๑๑๘ ปี จำนวนนักโทษประมาณ ๑,๐๐๐ คน และนักโทษที่ต้องขังที่นั่นคือโทษไม่เกิน ๑๐ ปี แต่ ณ วันนี้จากสภาพของลุ่มน้ำปากพนัง โดยเฉพาะอำเภอปากพนังมีสภาพที่ค่อนข้างแออัด แต่แออัดในส่วนของฐานเศรษฐกิจก่อนที่ โควิด (COVID) ที่จะเกิดขึ้น แต่หลังจากโควิด (COVID) ก็ซบเซา แต่สภาพเรือนจำปากพนังเอง รายล้อมไปด้วยสถานที่ราชการ แล้วก็ตลาดร้อยปีของปากพนัง แล้วก็เป็นเหมือนกับ ศูนย์กลางของส่วนราชการกับตลาด จริง ๆ แล้วในส่วนของกรมราชทัณฑ์หรือกระทรวง ยุติธรรมเองก็จะมีนโยบายที่จะย้ายเรือนจำออกไปนอกชุมชน ตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ ถึงปี ๒๕๖๗ เพราะฉะนั้นเรือนจำปากพนังเอง ผมได้ติดตามว่าอยู่ในแผนที่จะมีการย้ายของเรือนจำ ออกไปนอกชุมชนด้วย เพื่อให้การทำงานหรือประชาชนได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่าง สะดวก เพื่อไม่ให้อยู่เป็นศูนย์กลางของตัวตลาดและศูนย์ราชการ ตรงนี้เองผมอยากจะเรียน ท่านรัฐมนตรีว่าเรามีพื้นที่อยู่ในพื้นที่ของทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์บ้านหน้าโกศที่มีความเหมาะสม ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ที่มีอยู่ประมาณ ๒,๖๐๐ ไร่ ตอนนี้กรมประมงเอง ได้ดำเนินการเข้าใช้พื้นที่ไปแล้ว ๑,๒๑๖ ไร่ ยังเหลืออีกประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าไร่ จึงอยากให้ ท่านรัฐมนตรีลองดูว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร ผมจึงขออนุญาตถามท่านรัฐมนตรี ๒ คำถาม ในคราวเดียวกันเลยนะครับ🔗
คำถามที่ ๑ กระทรวงยุติธรรมมีนโยบายหรือแผนงานเพื่อย้ายสถานที่ตั้ง เรือนจำอำเภอปากพนัง เพื่อให้เกิดการพัฒนาเมือง พัฒนาเศรษฐกิจและวิถีชีวิตโดยรวมของ ประชาชนในอำเภอปากพนังหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด🔗
คำถามที่ ๒ กระทรวงยุติธรรมได้ดำเนินการขอใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์ ในการย้ายสถานที่ตั้งเรือนจำอื่น ๆ บ้างหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอตอบ กระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ผมต้องขอขอบคุณ ท่านสัณหพจน์ที่ได้สนใจในงานของกระทรวงยุติธรรม แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ เรือนจำ เรือนจำปากพนังในพื้นที่สี่เหลี่ยมที่มีการใช้เป็นสถานที่ในการควบคุมหรือบริหาร จัดการผู้ต้องขังมีพื้นที่เพียง ๓ ไร่ ๓ งาน ๓๙ ตารางวา ต้องบอกว่านับว่าเล็กมาก ผู้ต้องขัง ในระดับ ๑,๐๐๐ คน ซึ่งในขณะนี้ก็เกือบ ๙๐๐ คน ก็เข้า ๆ ออก ๆ ตามที่ท่านได้ข้อมูลมา แต่ว่าถ้าเราจะมาดูแล้วเรื่องเรือนจำทำไมมันอยู่ในเมืองมากมาย เราต้องบอกว่าเรือนจำ แต่ละแห่งอายุเป็นร้อยปี ก็ต้องบอกว่าเมืองมาล้อมเรือนจำมากกว่า เพราะว่าเรือนจำกับศาล มันเกิดก่อน แล้วประชาชนก็มาทำมาค้าขายหรือว่าตามศาลมา คนที่จะเข้าสู่การพิจารณา ญาติโยมก็ต้องมาติดตาม ก็มีผู้คนมาลงทุนสร้างธุรกิจอะไรต่าง ๆ ล้อมเรือนจำ แต่ว่าการที่ เรือนจำมาอยู่ใกล้ศาลเพราะว่าผู้ต้องขังหรือว่าคนที่กำลังจะต้องถูกดำเนินคดีนี้จะต้องถูก ส่งตัวจากเรือนจำเข้าสู่การพิจารณาของศาล ถ้าเดินทางไกลห่างกันมันจะใช้เวลามาก เมื่อใช้ เวลามากค่าใช้จ่ายก็สูง ตลอดจนความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่หรือการควบคุมผู้ต้องขัง ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก หรือผู้คนที่เป็นข้าราชการจำนวนมาก มันก็สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย มากมาย มันก็เลยเป็นไปอย่างที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติได้กรุณาตั้งกระทู้ถามว่ามันแออัด มันมีหลายแห่ง ทั่วประเทศ ๓๓ แห่งที่อยู่ในแผนตามมติคณะรัฐมนตรี ๓๑ สิงหาคม ๒๕๔๗ เพราะว่ามีความแออัด ทรุดโทรมและคับแคบ ก็เป็นไปตามที่ท่านได้กล่าวอ้างเมื่อสักครู่ ถูกต้องทั้งหลาย แต่บางแห่งเราก็สามารถหาสถานที่ได้ แต่บางแห่งก็ยังติดขัด ท่านถามว่า กรมราชทัณฑ์ได้พยายามในส่วนของปากพนังซึ่งอยู่ในแผนของการโยกย้าย เพราะไปแออัด อยู่ในเขตชุมชนเมืองก็ควรที่จะย้ายหนีจากชุมชนเมืองได้แล้ว ที่ไหน อย่างไรบ้าง เขาบอกว่าหาสถานที่มากเลย ผมขออนุญาตเรียนยกตัวอย่างให้ท่านดู สถานที่สาธารณะ ตำบลเกาะทวด อำเภอปากพนัง ก็เป็นที่หนึ่งประมาณ ๑๐๓ ไร่ เป็นที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๑๘ แต่องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะทวดแจ้งว่าการประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านประชาคม และตัวแทนในพื้นที่มีความเห็นไม่เห็นด้วยกับการใช้ที่ดิน นี่สถานที่ ๑ และในที่ดินเลขที่ น.ส. ๐๖๘๔ ตำบลท่าพญา อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในเนื้อที่ ๑,๗๕๗ ไร่ ๒ งาน ๔๙ ตารางวา องค์การบริหารส่วนตำบลท่าพญาแจ้งว่าได้ดำเนินการตรวจสอบแล้ว ที่ดินดังกล่าวอยู่ในความดูแลของกระทรวงมหาดไทย ราษฎรบุกรุกใช้พื้นที่เกือบเต็มพื้นที่ ไม่สามารถอนุญาตให้กรมราชทัณฑ์ใช้ประโยชน์ได้ และในสถานที่ ๓ ได้ประสานงานกับ กรมธนารักษ์ในพื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมราชขอใช้ที่ดินที่ว่างอยู่ แต่ในเขตปากพนัง ปรากฏว่าไม่มีพื้นที่ว่างให้ใช้ในส่วนที่จะดำเนินการตรงนี้ได้ แต่ได้เสนอแนะให้ประสานงาน กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ ๑๕ ปากพนังเพื่อตรวจสอบ เพราะที่ของ ชลประทานมีอยู่ เรือนจำอำเภอปากพนังก็ได้ประสานเป็นภายในไปยังสำนักงานชลประทาน ที่ ๑๕ ตามคำแนะนำของกรมธนารักษ์ในพื้นที่ ก็ได้รับแจ้งว่าที่ดินปากพนังนั้น กรมชลประทานเขาซื้อมา เมื่อซื้อมาถ้าอยากได้ก็ต้องไปซื้อต่อเขา ในเรื่องงบประมาณในการ ซื้อของการสร้างเรือนจำนั้นไม่มีนะครับ รัฐบาลยังไม่เคยให้งบมาซื้อเลย เพียงแต่ว่า ในมติ ครม. เดิมที่เรารับทราบอยู่แล้วว่าต้องใช้ที่ดินราชพัสดุ ที่สาธารณประโยชน์หรือ ที่ดินอื่น ๆ ของทางราชการ และในสถานที่ ๔ ทุ่งบางซอย ตำบลหูล่อง อำเภอปากพนัง ประมาณ ๗๓ ไร่ องค์การบริหารส่วนตำบลหูล่องแจ้งว่าประชาชนไม่เห็นด้วยในส่วนต่าง ๆ ดังกล่าวตรงนี้ ส่วนในสถานที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์บ้านหน้าโกศที่ท่านสัณหพจน์ได้แนะนำ ซึ่งมีพื้นที่ ๒,๖๐๐ ไร่ และประมงได้ขอใช้พื้นที่ ๑,๒๑๖ ไร่นั้น มีความเป็นไปได้อย่างไรหรือไม่ ในส่วนตรงนี้กรมราชทัณฑ์ได้ทำการสำรวจไม่เป็นทางการ ได้ทราบว่ามีราษฎรประมาณ ๓๐๐ หลังคา ซึ่งบุกรุกอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวนั้น ก็เป็นเรื่องที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่า คงยากเหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามยังไม่ได้ดำเนินการเป็นทางการ ต้องขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ที่กรุณาได้ชี้แนะตรงนี้ เพราะ สถานที่นี้ห่างจากเรือนจำปากพนังประมาณ ๒๐ กิโลเมตร เป็นไปได้ถ้าหากว่าเราร่วมแรง ร่วมใจในการดำเนินการ ในการพูดคุยกันตรงนี้อาจจะเป็นที่หนึ่งที่เราจะเจรจากับพี่น้อง ประชาชนทั้งหลายได้ แล้วก็ส่วนหนึ่งถ้ามันเป็นเรื่องที่ท่านสัณหพจน์ลองเข้าไปพูดคุยดู ถ้ามีความเป็นไปได้กระผมจะให้กรมราชทัณฑ์ทำแผนการดำเนินการ เพราะว่าเราหาพื้นที่ ในการที่จะสร้างเรือนจำที่แออัดอยู่แล้ว ถ้าเป็นไปได้ก็จะได้ทำแบบแปลนหรือสิ่งต่าง ๆ ตามที่ท่านได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเขตเมืองมา ก็เป็นเรื่องแนวทางของการ ดำเนินการที่ดีมาก แล้วก็ขอขอบคุณที่ท่านได้กรุณาทางกรมราชทัณฑ์ในส่วนใหญ่ที่เป็นการ ชี้แนะให้ สำหรับสถานที่แห่งใหม่ที่เราเคยได้รับการอนุเคราะห์จากหน่วยงานของ ทางราชการ อย่างเช่น ที่ดินของกรมป่าไม้ ที่ราชพัสดุ ส.ป.ก. แนวทางต่าง ๆ นั้น อย่างเช่น ที่จังหวัดกระบี่ ยกตัวอย่างให้เพื่อเป็นแนวทาง จังหวัดกระบี่ใช้ที่ดินของสำนักงานปฏิรูปที่ดิน เพื่อการเกษตร แต่ว่าในแนวโน้มที่จะใช้ที่ดินนั้นต้องไปขอยกเลิกคำสั่งของ คสช. เป็นคำสั่งเดียว ก็สามารถใช้ได้ อยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการในขณะนี้ อย่างเช่นที่จังหวัดลำปาง ก็ขอใช้ที่ราชพัสดุ จังหวัดลำปางก็กำลังจะมีการเปิดประกวดราคาอีบิดดิ้ง (e-Bidding) เพื่อสร้างเรือนจำแห่งใหม่ แล้วที่อำเภอฮอด อำเภอปาย เป็นสถานที่ตั้งศาลแห่งใหม่ ก็เป็นส่วนงานของกรมป่าไม้ที่เขาจะให้ที่ดินต่าง ๆ ก็เป็นความหวังและเป็นสิ่งที่จะเป็น ประโยชน์กับทางราชการอย่างสูงสุดที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ได้กรุณาชี้แนะชี้นำตรงนี้ก็จะเป็นประโยชน์กับในส่วนของทางราชการ และพี่น้อง ประชาชนทั้งหลาย ก็ขอบคุณที่ให้การชี้แนะและจะร่วมแรงร่วมใจในการดำเนินการ ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสัณหพจน์มีคำถามต่อไหมครับ เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ให้ข้อมูล แต่ผม ขออนุญาตท่านรัฐมนตรีว่าในส่วนข้อมูลที่ท่านให้มาแต่ละที่ที่ อบต. แต่ละ อบต. ที่แจ้งมาว่า ทำประชาคมแล้วชาวบ้านไม่เห็นด้วย ตรงนี้ผมขออนุญาตท่านรัฐมนตรีขอรายละเอียดตรงนี้ ด้วยนะครับ เดี ยวผมจะตามซ้ำไปอีกครั้งหนึ่งนะครับ แต่ส่วนการดำเนินการในส่วนที่ผมเป็น ผู้แทนราษฎรในพื้นที่คนลุ่มน้ำปากพนัง เดินพื้นที่ทุกสัปดาห์ ผมทราบดีว่าในพื้นที่ ที่บางตำบลที่ได้ข้อมูลมาก็มีชาวบ้านอยู่จริง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านที่อยู่ริมถนน แต่ที่เป็นบุกรุกเสียส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของการทำนากุ้ง แต่ถามว่าทำทั้งหมดไหม ไม่ทั้งหมดครับ ท่านรัฐมนตรีครับ จะมีในส่วนของพื้นที่ว่างอยู่พอสมควร แต่เมื่อสักครู่ ที่ท่านรัฐมนตรีกรุณาได้ตอบพี่น้องประชาชนคนลุ่มน้ำปากพนังก็คือในส่วนของกรมราชทัณฑ์เอง ได้มีการสำรวจไปแล้วบ้าง แต่ไม่เป็นทางการ ผมเลยอยากเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่าอยากให้ดำเนินการสำรวจอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในส่วนของทั้ง ๔ จุด ๔ ตำบล แล้วผมเองก็จะขออนุญาตลงไปปรึกษากับพี่น้องประชาชน จะช่วยในส่วนของกรมราชทัณฑ์และพี่น้องประชาชนให้ได้ขยับขยายได้ครับ🔗
แต่อีกประเด็นหนึ่งคำถามสั้น ๆ ขออนุญาตท่านประธาน ถามรัฐมนตรีว่า ถ้าหากมีชาวบ้านจะบริจาคที่ให้กับกรมราชทัณฑ์ ตรงนี้มีโอกาสเป็นไปได้ไหมครับ และจะใช้ ประมาณกี่ไร่ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบนะครับ🔗
ขออนุญาตท่าน ประธานครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ที่กรุณาประสานงาน ทั้งภาคเอกชนด้วยที่จะมอบที่ดินให้ แล้วก็ในเรื่องของที่ทุ่งเลี้ยงสัตว์ บ้านหน้าโกศตรงนี้ ผมก็จะให้เจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ไปทำเป็นทางการ แล้วก็จะขอเชิญท่าน ส.ส. สัณหพจน์ เป็นพี่เลี้ยงให้ด้วยในพื้นที่เพื่อช่วยกันคุยในทุกทิศทุกทางก็จะได้ประโยชน์ แล้วก็ในส่วนของ ภาคเอกชนที่เขาจะบริจาคที่นั้นก็คงต้องดูแบบแปลน ถ้าหากว่าท่านอยากได้เรือนจำ ที่ขนาดใหญ่ก็ต้องใช้ที่มาก มันต้องมีการออกแบบว่าจะเหมาะสม ไม่เหมาะสมอย่างไร ก็จะได้สั่งการให้ทางกรมราชทัณฑ์ ตามความต้องการของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่าท่านก็รู้พื้นที่ดีกว่าพวกเราที่อยู่ในส่วนกลาง เรียนเพิ่มเติมให้อีกนิดหนึ่งว่า ในปี ๒๕๖๐ เราได้งบประมาณไปปรับปรุงในเรือนจำเดิมในส่วนหนึ่ง เพราะว่าบางทีเรือนจำเล็ก ผู้ต้องขังมาก บางทีการรับประทานอาหารต้องเป็นกะ ๆ ไป ทำเป็นกะ ๆ ก็มีความเดือดร้อน พอสมควรอยู่แล้ว มันสมควรที่จะโยกย้ายอย่างที่ท่านขอมาจริง เพียงแต่ว่าเราทำความพร้อม ให้เกิดขึ้น ก็จะรับในส่วนที่ท่านได้หารือผ่านท่านประธานมา ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านสัณหพจน์ ก็คงได้คำตอบที่ชัดเจนแล้วนะครับ ก็ถือว่าจบการถามตอบกระทู้แยกเฉพาะ ของ ท่าน ส.ส. สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผมต้องขอกราบขอบพระคุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่กรุณาให้เกียรติกระทู้แยกกระทู้ของพวกเรา เดี ยวท่าน ก็รีบขึ้นไปตอบกระทู้ห้องใหญ่ด้วย ท่านสัณหพจน์มีอะไรไหมครับ🔗
ก็ขอบพระคุณท่านประธาน มากครับ ในส่วนของวารดิถีขึ้นปีใหม่ ผมขออนุญาตท่านประธานอารธนาคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ท่านเชื่อและท่านนับถือ จงดลบันดาลให้ท่านรัฐมนตรี คณะรัฐบาล คณะฝ่ายค้าน แล้วก็เจ้าหน้าที่สภาทุกท่าน รวมทั้งพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ ความสมหวัง ตลอดปีตลอดไป ๒๕๖๖ ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
สาธุครับ ขอบคุณท่านสัณหพจน์ที่มอบพรปีใหม่ดี ๆ ให้กับพวกเราทุกคนด้วย ขอกราบขอบพระคุณ ปีใหม่นี้ก็ขอให้ท่านได้ไปปฏิบัติภารกิจดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ดี แล้วก็ได้รับความสุข กลับมาสู่สภาเรานะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๖๖ เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ การดำเนินการจัดการบำบัดน้ำเสียในพื้นที่เทศบาลตำบลห้วยกระบอก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบ กระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นในคราวถัดไป🔗
๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๘๒ เรื่อง การพัฒนาเชื่อมโยงเส้นทาง แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช (นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้มีหนังสือ แจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็น คราวถัดไป🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๘๕ เรื่อง ขอให้มีการก่อสร้างถนน รอบเมือง อำเภอกันทรลักษ์เพื่อเชื่อมถนนหมายเลข ๒๒๑ ระหว่างจังหวัดศรีสะเกษ ผ่านอำเภอ กันทรลักษ์ ถึงเชิงบันไดเขาพระวิหาร ถนนสาย ๒๐๘๕ จากอำเภอกันทรารมย์ถึงอำเภอ กันทรลักษ์ ถนนทางหลวงชนบท จากตำบลกุดเสลา ถึงเขตเทศบาลเมืองกันทรลักษ์ และทางหลวงชนบท จากอำเภอขุนหาญถึงเทศบาลเมืองกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงคมนาคม นายอฺธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจาก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๘๖ เรื่อง การสร้างสะพานลอย หรืออุโมงค์ทางลอดบริเวณหน้าโรงเรียนกันทรลักษ์วิทยา ข้ามทางหลวงหมายเลข ๒๒๑ สายศรีสะเกษ-เชิงบันไดเขาพระวิหาร (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงคมนาคมติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖🔗
๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๘๗ เรื่อง มาตรการการแก้ไขปัญหา ให้ผู้ประกอบการขนส่ง (นายวรภพ วิริยะโรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงคมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจาก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖🔗
ที่ประชุมครับ สำหรับวันนี้ก็ถือว่าจบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอปิดการประชุมนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ก่อนที่จะพิจารณา วาระต่อไปผมขออนุญาตที่ประชุมนะครับ ขอปรึกษาและอนุญาตเพื่อนำระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระจำนวน ๓ เรื่อง ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ระเบียบวาระที่ ๗.๗ วาระที่ ๗.๘ และเรื่องอื่น ๆ ซึ่งยังไม่บรรจุในระเบียบวาระ จำนวน ๗ เรื่อง ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องที่มีการซ่อมกรรมาธิการ ขออนุญาตถ้าไม่ขัดข้องขอนำขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระ ๓ เรื่อง คือ🔗
๑. รับทราบการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๑ คน🔗
ด้วย นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๕ จึงเป็นผลให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓) จึงขอแจ้งที่ประชุมทราบครับ🔗
๒. รับทราบประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไป ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่ง ที่ว่าง🔗
ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๒ คน คือ นายชัชวาลล์ คงอุดม ได้ขอลาออกจากสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไท จึงเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๘) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และนายนพดล แก้วสุพัฒน์ พรรคพลังท้องถิ่นไท ได้ขอลาออกจากตำแหน่งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จึงเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง ตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญ🔗
ต่อมาได้มีประกาศสภาผู้แทนราษฎรลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๕ เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคพลังท้องถิ่นไทเลื่อนขึ้นมาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน ๒ คน คือ ๑. นายยอดยิ่ง แสนยากุล ลำดับที่ ๑๒ แทน นายชัชวาลล์ คงอุดม ๒. นายสิทธิพงศ์ วงศ์เลิศศักดิ์ ลำดับที่ ๑๖ แทน นายนพดล แก้วสุพัฒน์ จึงแจ้งที่ประชุมเพื่อรับทราบครับ🔗
๓. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามมาตรา ๑๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย🔗
เนื่องจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ๒ คน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๑๕ กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องปฏิญาณตน ในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกก่อนเข้ารับหน้าที่ ขอเชิญท่านสมาชิก ๒ ท่านครับ นายยอดยิ่ง แสนยากุล นายสิทธิพงศ์ วงศ์เลิศศักดิ์ กรุณายืนขึ้นนะครับ พร้อมนะครับ🔗
พร้อมครับ🔗
พร้อมครับ🔗
ผมจะกล่าวนำแล้วก็ เอ่ยชื่อท่านเองนะครับ🔗
“ข้าพเจ้า นายยอดยิ่ง แสนยากุล ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”🔗
“ข้าพเจ้า นายสิทธิพงศ์ วงศ์เลิศศักดิ์ ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”🔗
ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ เชิญนั่งเลยครับ ดังนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้ ในขณะนี้มีจำนวน ๔๓๘ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ๒๑๙ คน🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง) จำนวน ๓ ครั้ง คือ🔗
ครั้งที่ ๒๗ วันพุธที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕🔗
ครั้งที่ ๒๘ วันพฤหัสบดีที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕🔗
ครั้งที่ ๒๙ เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕🔗
ซึ่งได้วางให้ท่านสมาชิกพิจารณาแล้ว เมื่อไม่มีสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่า ที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ ครั้ง ดังกล่าวครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
ซึ่งบรรจุอยู่ในระเบียบวาระการประชุม🔗
๗.๗ คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ขอขยายเวลาการพิจารณา เรื่องร้องเรียนจริยธรรมนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง (เรื่องร้องเรียนที่ ๓๐) ออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๖🔗
ด้วย นายนิกร จำนง กรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรได้มีหนังสือ ขอขยายเวลาการพิจารณาเรื่องร้องเรียนจริยธรรม นายศุภชัย โพธิ์สุ (เรื่องร้องเรียนที่ ๓๐) เนื่องจากคณะกรรมการจริยธรรมอยู่ในระหว่างการแจ้งกำหนดวันพิจารณาครั้งแรกของ คณะกรรมการให้คู่กรณีทราบ ดังนั้น จึงได้มีมติขอขยายเวลาการพิจารณาเรื่องดังกล่าว ออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๖ เป็นการขอขยายเวลา ครั้งที่ ๒ ตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๒๗ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมการ ท่านสมาชิกไม่ขัดข้องนะครับ🔗
ก็ถือว่าอนุญาตให้เลื่อนได้ครับ🔗
๗.๘ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๒ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกภาพสิ้นสุดลง🔗
รองประธานกรรมาธิการ คนที่สอง นายวัชรา ณ วังขนาย ในคณะกรรมาธิการ แก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ ได้แจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน ๒ ตำแหน่ง เนื่องจาก นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย พรรคประชาธิปัตย์ และนายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ พรรคพลังประชารัฐ ได้มีหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงเป็นผลให้ตำแหน่งกรรมาธิการว่างลง ตำแหน่งที่ว่างเป็นกรรมาธิการ สัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่ ดิฉันขอเสนอชื่อกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอ นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ🔗
ต่อไปเป็นเรื่องอื่น ๆ ซึ่งยังมิได้บรรจุในระเบียบวาระการประชุม มีจำนวน ๗ เรื่อง🔗
๑. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สิน ทางปัญญา แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกภาพสิ้นสุดลง🔗
รองประธานกรรมาธิการ นายบัลลังก์ อรรณนพพร ได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง เนื่องจากนายอันวาร์ สาและ ได้มีหนังสือ ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตาม มาตรา ๑๐๑ (๘) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นผลให้ ตำแหน่งกรรมาธิการว่างลง ตำแหน่งที่ว่างเป็นกรรมาธิการสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ขอเชิญเสนอครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญาในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ คือ ส.ส. สาคร เกี่ยวข้อง ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ🔗
๒. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกภาพสิ้นสุดลง🔗
ประธานกรรมาธิการ นายอัครวัฒน์ อัศวเหม ได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง เนื่องจาก ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเหตุให้ สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นผลทำให้ตำแหน่งกรรมาธิการว่างลง ตำแหน่งที่ว่างเป็นกรรมาธิการ สัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม ในสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอ นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ🔗
๓. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข แทนตำแหน่ง ที่ว่างลง ๒ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกภาพสิ้นสุดลง🔗
ประธานคณะกรรมาธิการ นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง เนื่องจาก นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ พรรคพลังประชารัฐ นายเอกภพ เพียรพิเศษ พรรคก้าวไกล ได้มีหนังสือขอลาออกจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นผลให้กรรมาธิการว่างลง ตำแหน่งที่ว่างเป็นกรรมาธิการสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ และพรรคก้าวไกล ขอเชิญเสนอ พรรคพลังประชารัฐก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง ขอเสนอตั้งคุณวลัยพร รัตนเศรษฐ ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ขอเชิญพรรคก้าวไกลครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ผมขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการการสาธารณสุข แทนตำแหน่งที่ว่างลง คือนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ🔗
๔. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม แทนตำแหน่งที่ว่าง ๑ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกภาพสิ้นสุดลง🔗
รองประธานกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ได้มีหนังสือ แจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นายกฤษณ์ แก้วอยู่ พรรคพลังประชารัฐ ได้มีหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลง ตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นผลให้ ตำแหน่งกรรมาธิการว่างลง ตำแหน่งที่ว่างนี้เป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ขอเชิญพรรคพลังประชารัฐครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ในสัดส่วนกรรมาธิการที่ว่างลงของคณะกรรมาธิการสามัญการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ผมขอเรียนเสนอ นายรองรักษ์ บุญศิริ เป็นกรรมาธิการ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ🔗
๕. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการ ชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๔ ตำแหน่ง🔗
ประธานคณะกรรมาธิการ นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนายอัฏฐพล โพธิพิพิธ พรรคพลังประชารัฐ นายพีรเดช คำสมุทร พรรคก้าวไกล ได้มีหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย และนายสาคร เกี่ยวข้อง พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีหนังสือขอลาออกจาก คณะกรรมาธิการ เป็นเหตุให้ตำแหน่งกรรมาธิการว่างลงตามข้อบังคับข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่ง ที่ว่าง ท่านแรกเป็นสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ ท่านที่ ๒ พรรคก้าวไกล ท่านที่ ๓ พรรคประชาธิปัตย์ ขอเชิญเสนอชื่อครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ในสัดส่วนที่ว่างลงของพรรคพลังประชารัฐ ผมขอเรียนเสนอตั้ง นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ เป็นกรรมาธิการแทน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคก้าวไกลครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ผมขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่างลงของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ขอเสนอชื่อนายมานพ คีรีภูวดล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคประชาธิปัตย์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ เสนอ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ครบแล้วนะครับ🔗
๖. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการคมนาคมแทนตำแหน่ง ที่ว่าง ๒ ตำแหน่ง เนื่องจากสมาชิกภาพสิ้นสุดลง🔗
ประธานคณะกรรมาธิการ นายโสภณ ซารัมย์ ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้ง กรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ พรรคเพื่อไทย และนายคารม พลพรกลาง พรรคก้าวไกล ได้มีหนังสือขอลาออกจากตำแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงเป็นผลให้กรรมาธิการว่างลง ตำแหน่งที่ว่างเป็นกรรมาธิการสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ขอเชิญพรรคก้าวไกลครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกองใหญ่ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ การคมนาคมแทนตำแหน่งที่ว่างลงเป็น พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ🔗
๗. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค แทนตำแหน่ง ที่ว่าง ๑ ตำแหน่ง เนื่องจากสมาชิกภาพสิ้นสุดลง🔗
ประธานคณะกรรมาธิการ นายมานะ โลหะวณิชย์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ พรรคก้าวไกล ได้มีหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลง ตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นผลให้ ตำแหน่งกรรมาธิการว่างลง ตำแหน่งที่ว่างเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ขอเชิญพรรคก้าวไกลครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ผมขอเสนอชื่อกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการ การคุ้มครองผู้บริโภคแทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยเสนอชื่อ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ขอบคุณท่านสมาชิกครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบเรื่อง วุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงานการพัฒนาระบบ ราชการ ประจำปี ๒๕๖๒ และประจำปี ๒๕๖๓🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๕ ที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณารับทราบรายงานการพัฒนาระบบราชการ ประจำปี ๒๕๖๒ และประจำปี ๒๕๖๓ ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการแล้ว จึงแจ้งที่ประชุมรับทราบครับ🔗
ต่อไปจะเป็นเรื่องรับทราบ ของหน่วยงานนะครับ🔗
๒.๒ รับทราบรายงานกิจการประจำปี งบดุล บัญชีกำไรและขาดทุนของ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๔🔗
เรื่องนี้เลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้แจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ รับทราบรายงาน กิจการประจำปี งบดุล บัญชีกำไรและขาดทุนของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า แห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อ การส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๓๖ รายละเอียดปรากฏในเอกสาร ที่แจกให้สมาชิกไว้แล้ว มีผู้ที่อนุญาตให้มาชี้แจง นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี รองกรรมการผู้จัดการ นางมีนา ภัทรนาวิก ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี นายณัฐสิทธิ เธียรประสิทธิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร อนุญาตครับ เชิญเลยครับ🔗
ท่านกรรมาธิการมีอะไร ที่จะรายงานสรุปเบื้องต้น อนุญาตครับ แล้วก็สมาชิกที่มีความประสงค์จะสอบถาม กรุณาได้ ส่งชื่อมานะครับ เราจะมีเรื่องอื่น ๆ ที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วรออยู่หลายเรื่อง ในวันนี้ครับ ท่านประธานกรรมาธิการ ถ้ามีผู้ประสงค์จะถามก็ค่อยตอบนะครับ ท่านสมาชิก ได้ขออนุญาตอภิปรายส่งชื่อมาแล้ว ๒ ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ ขอเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตครับ อันนี้เป็นรายงานประจำปีของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย ขับเคลื่อน เครื่องยนต์ใหม่ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวความคิดที่เป็นคอนเซปต์ (Concept) ของปี ๒๕๖๔ กราบเรียนอย่างนี้ว่าแนวความคิดนี้ประเด็นสำคัญคือในรายงานนี้ที่อ่านแล้ว ก็มีคำถามหลายคำถาม โดยเฉพาะเรื่องประเด็นความท้าทายคือเน็กซ์นอร์มัล (Next Normal) ซึ่งได้พูดเกี่ยวกับเรื่องของเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เข้ามาอย่างเฉียบพลัน ท่านได้ พูดไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเงินดิจิทัลหรือเรื่องปัญญาประดิษฐ์ เรื่องของจักรวาลนฤมิต แล้วก็เรื่องของการค้าออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ ผมก็อ่านในรายงาน ท่านประธานครับ ในรายงานนี้มีหลายประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องคำถาม โดยคำถามแรก ในเรื่องของการรายงาน ในการปรับภูมิทัศน์ของโลกใหม่ที่ท่านรายงานอยู่ในเอกสารหน้า ๑๐ ประเด็นของวันนี้คือ โดยเฉพาะเราเพิ่งผ่านการประชุมเอเปก (APEC) โดยเฉพาะโมเดล (Model) ของบีซีจี (BCG) ปี ๒๕๖๔-๒๕๗๐ ที่ท่านจะนำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจเพื่อตอบรับของการเป็นเอกซ์ซิมแบงก์ (Exim Bank) ในภูมิภาคนี้ จะถือว่าเป็นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของ ประเทศไทยนั้นท่านจะหยิบยกประเด็นอะไรไปใช้ อย่างเช่น แบงก์กอก โกล กรีน อิโคโนมี (Bangkok Goals Green Economy) อย่างไรหรือไม่ นั่นคือประเด็นคำถามที่ ๑ ครับ🔗
และในประเด็นคำถามถัดไป ในบทบาท ในหน้าที่ของท่านคือ แบรนด์ ดิเวลลอปเมนต์ แบงก์ (Brand Development Bank) ที่จะต้องเติบโตในภูมิภาค ในการทำ สินเชื่อเอกซ์ซิมบิซ (EXIM Biz) ในเรื่องของทรานซ์ฟอร์เมชัน โลน (Transformation Loan) ก็เป็นการเสริมสร้างธุรกิจของการลงทุนไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องของซีแอลเอ็มวี (CLMV) ซึ่งผมสนใจตรงนี้ครับ โดยเฉพาะตัวเอ็ม (M) ๒ ปีที่ผ่านมาที่เมียนมาร์เป็นประเทศ อัน (Un) ประชาธิปไตย ท่านเข้าไปใช้งบประมาณของแผ่นดินใดไปปล่อยเงินกู้ในประเทศนี้ ยอดจำนวนเท่าไร แล้วไปโดยนโยบายของมติ ครม. เมื่อวันที่เท่าไร ครั้งที่เท่าไร ขณะนี้มีการ ติดหนี้แล้วเป็นเอ็นพีแอล (NPL) หรือเปล่า ถ้าไม่เป็นเดี ยวตอบมานะครับ นั่นคือเป็นคำถามหนึ่ง ในเรื่องของธุรกิจที่ท่านทำอยู่ในวงจร🔗
คำถามถัดไป ในยุทธศาสตร์ที่ ๑ ยุทธศาสตร์เดียว การเชื่อมไทยเชื่อมโลก ด้วยการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ อินเตอร์เนชันนัลไลซ์เซชัน (Internationalization) ประเด็นคือการจับคู่กันระหว่างธุรกิจ โดยเฉพาะท่านไปจับคู่กับหอการค้า ที่เชิญชวน เอสเอ็มอี (SMEs) โดยเส้นทางหลังฟ้าเปิดมีทิศทางอย่างไร อธิบายให้พวกเราเข้าใจหน่อยว่า หลังฟ้าเปิดที่ทำให้เอสเอ็มอี (SMEs) ที่ขณะนี้เอสเอ็มอี (SMEs) เงินที่รัฐบาลกู้ไป โลน (Loan) ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ยังไปไม่ถึงไหนเลย เพื่อแก้ปัญหาหลังโพสต์โควิด (Post COVID) ผมก็เลยอยากถามว่าในธุรกิจนี้เป็นไปอย่างไร🔗
ถัดไปโดยเฉพาะในการจับคู่ของ ธสน. กับสำนัก ผมเรียกว่านีด้า (NEDA) สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในเขตที่ผมว่า ซีแอลเอ็มวี (CLMV) มีแนว ทิศทางอย่างไร โดยเฉพาะตลาด ท่านได้ดำเนินการอย่างไร นั่นคืออีกอันหนึ่งที่ผมมีส่วน สำคัญ🔗
ส่วนสุดท้ายครับเวลามันน้อย ผลการดำเนินการในเอกสารหน้า ๖๘ ท่านเปิดดูว่าผมสอบถามเรื่องการลงทุน โดยเฉพาะสินเชื่อในการลงทุนที่ลงไปในปีนี้ สรุปว่า ในการลงทุนสินเชื่อมียอดค้างสินเชื่อในกลุ่มซีแอลเอ็มวี (CLMV) แล้วก็นิวฟรอนเทียร์ (New Frontiers) ถึง ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใครเป็นหนี้มากที่สุดนะครับ ผมจะเปิดไปอีก นิดหนึ่งยังมีเวลาอีกหน่อย โดยเฉพาะงบฐานะการเงินในหน้า ๗๓ ในนี้มีเงินคือเรียกว่าเงินให้ สินเชื่อ ๑๕๒,๗๐๒ ล้านบาท ให้สินเชื่อกับประเทศไหนที่มากที่สุด ตอบมากที่สุดก็ได้ และเป็นเอ็นพีแอล (NPL) ท้ายนี้หรือเปล่า เพราะในเอกสารถัดไปจะมีหน้าที่เป็นเอ็นพีแอล (NPL) ในหน้า ๗๔ จำนวน ๕,๑๕๓ ล้านบาทอยู่ในนี้ไหม ช่วยตอบครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านสุพิศาลรักษาเวลาตลอด ขอขอบคุณ คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เสียดายครับ จะปี ๒๕๖๖ อีกไม่กี่วันนี้แล้ว แต่ว่ารายงานนี้ ปี ๒๕๖๔ จริง ๆ ผมขี้เกียจถามนะครับ ท่านผู้บริหารของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย แต่วันนี้ท่านช่วยตอบ ปี ๒๕๖๕ ให้เยอะ ๆ หน่อย แล้วก็แผนปี ๒๕๖๖ ให้มากโขหน่อย เนื่องจากที่ผ่านมาเพื่อนผมในวงการ ส่งออกและนำเข้า เขาเรียกธนาคารท่านว่าธนาคารเก็กซิม แบงก์ เพราะอะไรรู้ไหมครับ ผมถอนแล้วกันครับ เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) เพราะเขาบอกว่าขั้นตอนเยอะ มีแต่โฆษณา ทำจริง ๆ นี่เข้าคิวกันเหนื่อย จริงหรือเปล่าเดี ยวท่านตอบนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ภาวะเศรษฐกิจนำเข้าและส่งออกของประเทศไทย มีปัญหามาในช่วง ปี ๒๕๖๕ และต่อเนื่องงบประมาณ ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๔ ท่านทำประมาณ สักปี ๒๕๖๓ ซึ่งโควิด (COVID) ทยอยมา ผมอยากจะถามท่านครับว่าในปีปัจจุบันนี้ ปี ๒๕๖๕ ที่จะหมดอีกไม่กี่วันนี้ ตกลงอัตราดอกเบี้ยที่จะให้กับผู้กู้ จำนวน ๒ ล้านบาท สูงสุดไม่เกิน ๒ ล้านบาท ผมก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเอสเอ็มอี (SMEs) เขาจะไปทำอะไรได้ เช่าร้านค้าทีก็มัดจำไปครึ่งล้านแล้วละ แล้วท่านตั้งดอกเบี้ยไว้เพื่อทำการส่งออกประมาณ ร้อยละ ๗.๗๕ ต่อปี ยังอยู่หรือเปล่า ดูจากตัวเลขแล้ว ท่านประธานครับ ไปดูธนาคารพาณิชย์ ทั่วไปที่เขาทำมาค้าขาย ไม่ต่างกันเท่าไรหรอกครับ พอกัน แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเงื่อนไข ของท่านทำออกมาแล้วมันจะส่งเสริมการนำเข้าและส่งออกให้กับนักธุรกิจไทย ได้อย่างไร ท่านประธานครับ ธนาคารแห่งนี้ผมเข้าไปดูในเว็บไซต์ (Website) ก็ดี ทั้งเล่ม ที่ท่านทำมานี้สวยงามอล่างฉ่าง มีแต่ข้อดีทั้งนั้น ข้อเสียท่านไม่เขียนไว้แน่นอน แต่เมื่อเข้าไป ที่อาจารย์กู๋ กูเกิล (Google) นี่ เขาบอกว่า ๑. เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ธนาคารเพื่อการ ส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยมีปัญหาให้ข้อมูลกับผู้ทำการส่งออกรายย่อยไม่ค่อยดี ถ้าพอร์ต (Port) ไหน ๑๐๐ ล้านบาทขึ้นท่านเปิดห้องให้เขา จริงไหม แต่ถ้าต่ำกว่า ๑๐ ล้านบาทลงมาจะนำเข้าและส่งออก ก็เข้าแถวก่อน เผลอ ๆ ให้นั่งเก้าอี้ม้านั่ง หน้าธนาคาร เขาพูดกันอย่างนี้ ถ้าไม่ใช่เดี ยวท่านชี้แจง แล้วท่านก็ปรับปรุง เขาถามต่อครับ ว่าธนาคาร เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ท่านช่วยกรุณาวิเคราะห์ข้อมูล นอกจากฐานข้อมูลทั่วไปให้เขาไหม รายใหญ่ไม่ต้องพูดถึง เขาทำธุรกิจ ๑๐๐ ล้านบาทขึ้นไป เขามีฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูล เขามีฝ่ายที่เตรียมการจะกู้เงิน แบบไหน จะโยกเงินแบบใด ถือทองคำเท่าไร ถือคริปโต (Crypto) ถืออะไร อย่างไร เขามี หมดครับ แต่พอไปถามแบบสอบถามซึ่งสำนักการศึกษาหลายแห่งทำวิจัยเรื่องนี้ ผมเชื่อว่า ท่านเห็นแล้ว เขาบอกว่าเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ไม่ค่อยวิเคราะห์ข้อมูลให้กับรายย่อย ๒. ไม่ค่อยหาซัปพลายเออร์ (Supplier) ให้มากขึ้น คือผม บริษัท จิรายุ ห่วงทรัพย์ จะทำ ถ้าเกิดผมจะไปกู้เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ท่านนี่ผมต้องมีเพื่อน ผมต้องบริษัท สมคิด เชื้อคง ๓. บริษัทรายย่อยลงทุน ๒ ล้านบาทบวก ๆ ไม่มีปัญญาจะใช้เทคโนโลยีอะไรมากมาย แอปพลิเคชัน (Application) ตัวหนึ่งจะจัดสร้างขึ้นมาเกือบล้าน แค่คิดก็สยองแล้ว ๔. เงื่อนไขจากที่จะเข้าไปขอธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ต้องมีการประกันความเสี่ยง อันนี้ธนาคารท่านได้กรุณาทำ แบบไหน อย่างไร หลายครั้งพนักงานท่าน ผมไม่รู้หรอกท่านผู้บริหารนี่ผมคุ้นหน้าค่าตา ท่านบ่อย ท่านพูดดี ภาพสวย แต่ระดับปฏิบัติการครับ ใครไปยื่นปุ๊บบอกไปดูประกัน ความเสี่ยงก่อน บริษัทท่านจดทะเบียนเมื่อไร บริคณห์สนธิเป็นอย่างไร ผู้ถือหุ้นเป็นอย่างไร มีแบงก์การันตี (Guarantee) แบบไหน อย่างไร เอาเข้าจริง ๆ ใครจะไปทำได้ละครับ ท่านประธานครับ ธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) เพื่อการส่งออกและนำเข้าของประเทศไทยมันจึง โหลยโท่ย ไม่เหมือนที่ประเทศญี่ปุ่นครับ ประเทศญี่ปุ่นเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของเขา ไปจังหวัดไหน ไปตำบลใด คึกคักจริง ๆ เพราะรัฐบาลเขาส่งเสริมอย่างจริงจัง ผมพูดตรงไปตรงมาอย่าโกรธนะครับ เพื่อให้ท่านได้ไปปรับปรุงครับ นอกจากนี้ผู้ที่จะไปขอใช้ บริการของท่านเขาบอกว่าเวลาไปจะเดินเข้าไปเดี่ยว ๆ โดด ๆ ไม่ได้หลอก บริษัท จิรายุ บริษัท สมคิด เชื้อคง จะเข้าไปง่าย ๆ ไม่ได้ ต้องมีธนาคาร เช่น ผมบอกว่าผมมีธนาคารเพื่อไทย เข้าไป ผมมีผู้จัดการสาขารับรองเงินฝาก มีโพรไฟล์ (Profile) มีเงิน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ของผม มีเงินหมุนเวียนเข้ามาในระบบ ค้าขายรับเข้า รับออก เสียภาษี เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ไม่ค่อยได้แนะนำครับ ส่วนใหญ่เข้าไปเจอทางตันก็กลับบ้านครับ ธุรกิจส่งออกและนำเข้า ของเรามันก็เลยไม่ได้ แล้วท่านประธานเชื่อไหมครับ ผมขอใช้เวลานิดเดียวเป็นประโยชน์ครับ ธนาคารเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ชอบจัดแคมเปญ (Campaign) ทางรอดเอสเอ็มอี (SMEs) ท่านประธาน ฟังแค่ทางรอดก็ดูเหมือนอาการร่อแร่จะตายอยู่แล้ว ไม่มีโอกาส โชติช่วงชัชวาลของเอสเอ็มอี (SMEs) เลย เวลาเขาจะตายท่านพึ่งเอายาไปให้เขา แต่เวลาเขา พอเดินได้ท่านกลับไม่ส่งเสริมเขา ใช่หรือเปล่าครับ ถ้าท่านส่งเสริม ท่านจะไม่มีแคมเปญ (Campaign) ทางรอดมากกว่าทางเจริญของบริษัทนำเข้าและส่งออก ท่านประธานที่เคารพครับ ช่วงนี้คนไทยกำลังเห่อไฟฟ้า เห่อโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) เห่อรถยนต์ไฟฟ้าอีวีเพียว อิเล็คทริค (EV Pure Electric) เสียบปลั๊กชาร์จ (Charge) วิ่งได้ ๔๐๐-๕๐๐ กิโลเมตร คำถามก็คือว่าธุรกิจเหล่านี้สมัยก่อนไม่ใช่ของคนจีนนะครับ ไม่ใช่บริษัทชื่อดังที่จะมาขาย แบตเตอรี่อิออน (Li-ion) ลิเทียมอะไรต่าง ๆ ใช่ไหมนะครับ เมืองไทยมีมา ๒๐ กว่าปี มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าขี่ไปตลาด แล้วเราทำอย่างไรครับ ทุกวันที่เรารับจากต่างประเทศมา เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ท่านตั้งโจทย์นี้หรือยัง ผมถึงไม่อยากพูดเล่มนี้มันปี ๒๕๖๔ แต่ผมถามปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ในปีงบประมาณใหม่นี้ท่านมองเห็นอะไรบ้างครับ เราส่งออก พาส (Pass) ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า โลโคล คอนเทนต์ (Local Content) ๙๙ เปอร์เซ็นต์ ประกอบเป็นรถยนต์ ๑ คัน เมก อิน ไทยแลนด์ (Make in Thailand) ทั้งหมดนะครับ แต่คละยี่ห้อ ญี่ปุ่นบ้าง เกาหลีบ้าง อเมริกาบ้าง เยอะแยะไปหมด เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ช่วยผมคิดแทนพี่น้องประชาชนที่เขาทำธุรกิจหน่อยครับ ว่าถ้าเขาขายยางพาราราคายาง ตกต่ำ ๓ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท โวยกันทุกวันนี้ เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) สนับสนุน คนเหล่านี้ไหม ขายยางรถยนต์เพื่อรถอีวี (EV) ไหมครับ ทำยางมะตอยส่งเสริมไหมครับ ดอกเบี้ย ๗.๗๕ เปอร์เซ็นต์ลดลงเหลือ ๕ เปอร์เซ็นต์ได้ไหมครับธุรกิจ ทุกวันนี้ ท่านประธานครับ ฝากดอกเบี้ยเงินออม ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ แต่เวลาไปกู้ท่าน ๗.๗๕ เปอร์เซ็นต์ คุณพระช่วย แค่ดูส่วนต่างที่ก็เจ๊งตั้งแต่ลืมตาแล้วครับ ผมฝากท่านประธานไปยัง ท่านผู้บริหารครับ ผมอธิบายให้ท่านเห็นเป็นคำสะท้อนเวลามากไม่มีครับ มีแค่ ๕ นาที ๖ นาที จริง ๆ มีเรื่องเยอะ ผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน จะขออนุญาตเชิญท่าน ท่านจะได้มาชี้แจงหน่อยเถิด ว่าที่เขากล่าวหาท่านนอกจากเล่มสวย ๆ เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ที่เขาบอกท่านว่า ท่านเป็นธนาคารเก็กซิมแบงก์มันจริงไหม ท่านช่วยกรุณาบอกวันนี้ในที่ประชุมสภานะครับ สื่อมวลชนจะได้ไปขยายต่อว่างบประมาณปี ๒๕๖๖ ต่อเนื่องปี ๒๕๖๗ ที่รัฐบาล กำลังจะทำนี้ มันจะได้สอดรับกับการลงทุนของประเทศผู้ส่งออก คนไทยเมค อิน ไทยแลนด์ (Make in Thailand) จะได้กระชุ่มกระชวย ไปขอกู้เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) นี่แบงก์ชาติ จะขึ้นดอกเบี้ยอีกแล้ว ๗.๗๕ เปอร์เซ็นต์ท่านไหวหรือ ต่อไปนี้ปีหน้าใครจะลงทุนอะไร อยู่เฉย ๆ ดีกว่าไหมครับ ฝากท่านผู้บริหารระดับสูงนั่งอยู่นะครับ ผมจำหน้าท่านได้ ก็ให้กำลังใจครับ แต่ทำอย่างไรก็แล้วแต่ให้ส่งออกและนำเข้ามันโชติช่วงชัชวาลไม่เป็น เก๊กซิมแบงก์ต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่ ท่านประธานคะ เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ในประวัตินี้ก่อตั้งสมัยที่ท่านประธานเป็น นายกรัฐมนตรี เมื่อปี ๒๕๓๖ โดยเจตนารมณ์ทำให้ประเทศไทยสามารถเปิดเข้าสู่ความเป็น เสรีทางการค้าได้มากขึ้น และสนับสนุนการนำเข้า การส่งออกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเราหวังว่าเราจะสามารถก้าวพ้นสู่สิ่งที่เรียกว่ากับดักรายได้ปานกลางของประชาชน คือ มิดเดิล อินคัม แทรป (Middle income trap) ได้ นี่ผ่านไปเป็นเวลา ๒๕ ปีแล้วค่ะ เราต้องมองย้อนกลับไปว่าเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ได้ทำบทบาทนี้ดีเท่าที่ควรหรือยัง ดิฉันเชื่อว่าเท่าที่ผ่านมาด้วยความพยายามก็ได้ดีเท่าที่ควรค่ะ ดิฉันเห็นข้าราชการหรือ พนักงานหรือผู้บริหารเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ แล้วก็มีความพยายามในการเดินเข้าหา ประชาชนมากขึ้น ท่านประธานค่ะ แต่อย่างไรก็แล้วแต่บริบททางเกษตรกรรมมันเปลี่ยนแปลงไปค่ะ ๒๐ ปี ที่ผ่านมาสมัยโน่นเราจะเป็นนิก (NIC) เราก็หวังว่าจะอิมพอร์ต เอ็กซ์พอร์ต (Import Export) ส่งออก นำเข้าเป็นอย่างดี แต่วันนี้มันมีปัญหาหนักมากเรื่องของเกษตรราคาตกต่ำ เรื่องของ การนำเข้าน้ำมันราคาแพง เอ็กซ์พอร์ต อิมพอร์ต เอสเอ็มอี (Export Import SME) เราค่อนข้างจะมีปัญหา เราต้องเปลี่ยนแนวคิดของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ในการ มองเห็นถึงความเชื่อมโยงกระบวนการของสินค้าที่เราจะควรส่งออกและนำเข้า และให้มั่นใจ ได้ว่าโลน (Loan) หรือเงินกู้ที่เราให้ไปนั้นส่งผลลงไปถึงประชาชนรากหญ้า ไม่ใช่หยุด ได้แค่ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า ต้องมองให้ชัดค่ะ ฝากไปถึงผู้บริหารข้างบนด้วย ซึ่งดิฉันเชื่อว่า เป็นคนที่เก่ง แล้วก็มีความรู้ในพื้นที่ แต่ดิฉันอยากจะให้เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ลดขั้นตอนการคิดแบบเดิมและเปลี่ยนแปลงเดินหน้าเข้าหาประชาชน แก้ไขปัญหา ที่เศรษฐกิจฐานราก ยกตัวอย่างเช่น วันนี้เรามีน้ำมันปาล์ม มิเตอร์เรียลไทม์ (Real Time) เราเสร็จแล้ว เรามีบัฟเฟอร์ สต็อก (Buffer Stock) ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน วันนี้ไป ๓๖๐,๐๐๐ ตัน ค่อนข้างที่จะเยอะ ต้องมีการอุดหนุนการส่งออกซึ่งต้องเสียงบประมาณอีก เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ควรจะไปหาวิธีการในการส่งออก สนับสนุนให้มีการส่งออก ในราคาที่เป็นธรรมและมั่นใจได้ว่าสนับสนุนคนดี ๆ ที่มีกลไกราคาที่เป็นธรรมส่งผลให้ราคา แข่งขันได้ทั้งการส่งออกและประชาชนต้องไม่เสียประโยชน์ เราจะต้องไม่สนับสนุนคนที่ เอาเปรียบรัฐ เอาเปรียบประชาชน บริษัทที่โกง บริษัทที่ไม่ดี เราต้องหาธรรมาภิบาลนี้ เป็นสำคัญ และมองเห็นความจริงว่าความจริงคืออย่างไร เหมือนที่ท่าน ส.ส. ได้คุยเรื่อง ของยาง เราต้องสนับสนุนรับเบอร์ วัลเลย์ (Rubber Valley) ให้เกิดขึ้น การนำส่งผลิตภัณฑ์ ใหม่ ๆ ของยางพาราจากการขายน้ำยางเป็นการสร้างมูลค่าของน้ำยางที่ดีขึ้น ผลิตภัณฑ์ มากขึ้น ขอเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ประสานกับ ธ.ก.ส. ออมสินต่าง ๆ และทำสิ่งนี้ ให้เกิดขึ้นให้ผลตรงลงที่ประชาชน อย่านับแค่จำนวนของการส่งออกหรือจำนวนบริษัท เท่านั้น ให้ประสานการยางแห่งประเทศไทยดูสิว่าเราสามารถทำเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจนี้ดีขึ้นอย่างไร ดิฉันขอพอยต์ (Point) ให้ท่านประธานผ่านไปถึง ผู้บริหารว่า ยกตัวอย่างเช่นจังหวัดกระบี่ ดิฉันมีแมงกะพรุนว่ายน้ำผ่านหน้าบ้านทุกวันเลย แต่ประชาชนตักขึ้นมาในราคา ๕ บาทถึง ๑๐ บาท คำถามคือเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ได้ ไปดูไหมว่าวันที่ประชาชนตักมา ๕ บาท ๑๐ บาท เมื่อกระบวนการผ่านไปแล้วส่งไปถึง เมืองจีนราคา ๓๐ บาทนี้ชาวบ้านได้เงินทั้งหมดเท่าไร มีการไปดูแลในกระบวนการไหมว่า วิธีการสร้างโรงงาน วิธีการเก็บอย่างไร ทำให้การส่งออกนี้สามารถเพิ่มมูลค่าส่งเงินตรงลงไป ถึงประชาชนได้ ถ้าจังหวัดกระบี่สามารถได้รายได้จากแมงกะพรุนโดยการซัพพอร์ต (Support) ของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) อีกสัก ๑๐๐ ล้านบาท ดิฉันก็คงมีความสุขมาก เพราะว่า ๑๐๐ ล้านบาทนี้จะส่งตรงถึงหมู่บ้าน ทุก ๆ หมู่บ้าน ทุก ๆ คนริมทะเล หมู่บ้านละ ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ บาท ทุกคนก็มีความสุขขึ้น สิ่งนี้คือแนวคิดใหม่ ที่เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ควรจะต้องลองนำใช้ ดิฉันขอชี้เป้าให้ทำนะคะ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องสาหร่ายขนนก ดิฉันมีการเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนกใหม่ ขึ้นแล้ว เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของประเทศเลยด้วยซ้ำ เป็นจีไอ (GI) ซึ่งท่านสินิตย์ก็ลงไป จดทะเบียนให้แล้วพยายามทำกัน เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ได้ไปคิดไหมว่าจะช่วยส่งออก ของที่เป็นผลิตภัณฑ์สารสกัดสาหร่ายขนนก การส่งสาหร่ายขนนกนี้ไปที่ญี่ปุ่นต่าง ๆ นานา ได้มองเห็นความเชื่อมโยงของรายได้ของญี่ปุ่นผ่านเอสเอ็มอี (SMEs) ลงไปถึงเกษตรกร ได้อย่างไร ต้องลงไปรากของประชาชนแล้วเห็นว่ามีการเชื่อมโยงกัน🔗
ทุเรียนค่ะ ที่ปลายพระยามีทุเรียนจีไอ (GI) ดีมากที่ทะเลหอยของท่านสาคร เกี่ยวข้อง เราไปดูกระบวนการส่งออกไหมว่าทำอย่างไรให้ล้งไม่ผูกขาด ชาวบ้านสามารถตั้ง เอสเอ็มอี (SMEs) เล็ก ๆ วิสาหกิจชุมชนเล็ก ๆ และส่งออกได้โดยผ่านกระบวนการของเอสซีจี (SCG) ฟรีซซิง (Freezing) เขาเรียกว่าอินเทอมีเดีย กู้ด (Intermediate goods) สินค้า ขั้นปฐมภูมิ แล้วก็ไม่ต้องทำให้มันฟรีซ (Freeze) มาก เพียงแต่ว่าสามารถเก็บความเย็นได้ พอสมควรและนำส่งตามขั้นตอนของโลจิสติกส์ (Logistics) อันนี้เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ต้องรีบไปดูเรื่องโลจิสติกส์ (Logistics) ในการส่งออกของเกษตรกร🔗
กาแฟค่ะ ดิฉันมีกาแฟจีไอ (GI) จังหวัดกระบี่ กาแฟจังหวัดกระบี่ มีกาแฟของ ลำทับ แล้วก็กาแฟคลองท่อมเหนือ กาแฟปลายพระยา พัฒนาขึ้นมากชาวบ้านได้เงินถึง กิโลกรัมละ ๒๐๐ บาท เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ไปดูเถอะค่ะว่าการส่งออกกาแฟ ที่มีมูลค่าอีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทในข้างหน้า เราจะทำอย่างไรให้ประชาชนที่มีผ่านเอสเอ็มอี (SMEs) นี้ถึงประชาชนเป็นสำคัญ ทุเรียน กาแฟ ข้าวหอม ขอให้เอ็กซิมแบงก์ (Exim Bank) ช่วยลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ แล้วตั้งโจทย์ลงไปสิ่งที่ดิฉันมองนี้ โดยที่ดิฉันยินดีที่จะเป็น ผู้ประสานให้ ขอเป็นของขวัญให้ประชาชนในปีใหม่นี้นะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ท่านผู้จัดการจะตอบเอง หรือให้เจ้าหน้าที่ตอบ เชิญนะครับ สรุปนะครับ เพราะว่าเอกสารเราสมบูรณ์อยู่แล้ว ก็จะได้ ประหยัดเวลา ขอความร่วมมือสมาชิกเรื่องสวมหน้ากากด้วยนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรที่เคารพรักทุกท่านนะครับ กระผม นายรักษ์ วรกิจโภคาทร ผู้จัดการใหญ่ธนาคาร เพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย กราบขอบพระคุณทั้งท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ท่านจิรายุ แล้วก็ทางท่านพิมพ์รพีนะครับ คำแนะนำของทุกท่านจะนำไปปรับใช้ในการ ดำเนินงานของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) อีกครั้งหนึ่ง เราเปลี่ยนตัวเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) จากเดิมที่หลาย ๆ ท่านอาจจะเคยได้ยินคำว่า เก๊กซิมแบงก์ อันนี้ผมไม่ได้เถียงนะครับ ก่อนหน้านั้นเราไม่ได้ทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ เราเป็นเพียงธนาคารที่มีสมุดพกดี หมายถึง ผลประกอบการดี แต่ไม่ได้สร้างอิมแพกต์ (Impact) ให้กับประเทศชาติและประชาชน ในวันนี้ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๔ ที่ผมมาดำรงตำแหน่ง ผมมาดำรงตำแหน่งด้วยสมุดพก ที่ติดลบกว่า ๑,๓๐๐ ล้านบาท ขาดทุน ๑,๓๔๐ ล้านบาท พลิกกลับมากำไรภายในระยะเวลา ๙ เดือน มาเป็นกำไรกว่า ๑,๕๐๐ ล้านบาท ในปีนี้และในปีหน้ากำไรของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) จะไม่ต่ำกว่า ๑,๕๐๐ ล้านบาท สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เรายืนยันความมั่นใจ ธนาคารที่ดีที่สุด ธนาคารหนึ่งของประเทศไทย จากอันดับของรัฐวิสาหกิจไทยอันดับ ๑๑ วันนี้เรามาเป็น อันดับที่ ๔ เคียงคู่กับ ปตท. ภาพนี้เป็นภาพที่เราพลิกกลับมาแล้ว เราทำทรานส์ฟอร์เมชัน (Transformation) ในองค์กร คำว่าทรานส์ฟอร์เมชัน (Transformation) ในองค์กร เราเอา ปัญหาของพี่น้องประชาชนตัวเล็ก ๆ ที่เดินเข้ามาขอความช่วยเหลือจากเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ด้วยกระบวนการเดิม ถ้าใช้คน ไม่ใช้เครื่อง แน่นอนครับ คนตัวเล็ก ๆ ทำสินเชื่อเจ้าสัว กับทำสินเชื่อคนตัวเล็กใช้เวลาเท่ากัน เจ้าหน้าที่สินเชื่อเลือกที่จะทำสินเชื่อเจ้าสัวแน่นอน เพราะผลประกอบการของแบงก์มันดีกว่า เอ็นพีแอล (NPL) มันต่ำกว่า🔗
คราวนี้กลับมาที่ประเด็นของทางท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ในภูมิภาค วันนี้ เราเป็นรีจินัล แบงก์ (Regional Bank) อย่างเต็มภาคภูมิ เราแซงเอ็กซิมแบงก์ มาเลเซีย (EXIM Bank Malaysia) ไปเรียบร้อยแล้ว เราแซงเอ็กซิมแบงก์ อินโดนีเซีย (EXIM Bank Indonesia) ไปเรียบร้อยแล้ว ในมุมของเพอร์ฟอร์แมนซ์ (Performance) วันนี้เราจะนำ คนตัวเล็กเข้าสู่ตลาดโลก ในมุมของลูกค้าในซีแอลเอ็มวี (CLMV) สินเชื่อคงค้างที่มีจำนวน สูงที่สุดคือสินเชื่อคงค้างที่อยู่ในประเทศลาว ซึ่งเป็นเลกาซี (Legacy) เดิม ในประเทศลาว ส่วนใหญ่จะเป็นโรงไฟฟ้า เป็นเขื่อน และอันดับที่ ๒ คือเวียดนาม ในเมียนมาเราไม่ได้ปล่อย สินเชื่อเพิ่ม เป็นสินเชื่อที่อยู่ในเลกาซี (Legacy) เดิม หมายถึงว่ามีลูกค้าอยู่ ๗ ราย เราไม่ได้ เติมเงินให้เขาเนื่องจากมีไครซิส (Crisis) ทางด้านการเมือง เราทำเพียงนโยบายในการ ประคองสินเชื่อ ทุกวันนี้เอ็นพีแอล (NPL) ยังเป็นศูนย์นะครับ กราบเรียนท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เราเป็นหนึ่งในธนาคารของกระทรวงการคลังที่มีเอ็นพีแอล (NPL) ต่ำกว่ามาตรฐาน อินดัสตรี นอร์ม (Industry Norm) เรามีเอ็นพีแอล (NPL) ต่ำกว่า ๓ เปอร์เซ็นต์ ก็หมายถึงว่าต่ำที่สุดในระบบของประเทศไทยแล้ว ภาพนี้เป็นภาพที่เรากำลัง จะบอกว่าธนาคารคนนี้ ธนาคารเล็ก ๆ แห่งนี้จะเติบโตไปอย่างไร ท่านจิรายุได้พูดประเด็น ที่ดีครับ เมื่อก่อนเราไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนตัวเล็ก วันนี้เรากลับมาให้ความสำคัญกับ คนตัวเล็ก จากพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) กว่า ๑๖๐,๐๐๐ ล้านของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) วันนี้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์เป็นของคนตัวเล็ก ถามว่าทำไมเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) จึงไม่ได้เปิดโอกาสให้กับคนตัวเล็กมากเมื่อเทียบกับพี่น้องคนอื่นของกระทรวงการคลัง คำตอบง่าย ๆ ครับ แมนเดต (Mandate) ของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ไม่ได้เป็น แมนเดต (Mandate) ที่ทำในเรื่องของเอสเอ็มอี (SMEs) เรามีธนาคารเพื่อการพัฒนาเอสเอ็มอี (SMEs) ของประเทศของเราอยู่แล้ว คือเอสเอ็มอี ดีเวลอปเมนต์ แบงก์ (SME Development Bank) สิ่งที่เราจะทำต่อจากสิ่งที่เป็นคอมเมนต์ (Comment) ของท่านพิมพ์รพี ก็คือการทำ ซีเนอร์จี (Synergy) ครับ เรามีแบงก์รัฐอยู่ ๗ แบงก์ (Bank) ถ้าเกิดเราต่างคนต่างทำงาน เราไม่สามารถที่จะใช้เงินภาษีประชาชนให้เป็นประโยชน์ได้ วันนี้เราทำงานร่วมกับเอสเอ็มอี ดีเวลอปเมนต์ แบงก์ (SME Development Bank) เราทำงานร่วมกับ บสย. และทำงาน ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สิ่งเหล่านี้เราทำเพื่ออะไร เราทำเพื่อ . ๑. ประหยัดเงินหลวง ๒. ก็คือเราสร้างความแข็งแกร่งให้กับพี่น้องเอสเอ็มอี (SMEs) ในมุม ของการที่จะพาเขาไปสู่ตลาดโลก ที่ผ่านมาเรามีโพรเจกต์ (Project) ที่เราเรียกว่าไทยแลนด์ พาวิเลียน (Thailand Pavilion) ไทยแลนด์ พาวิเลียน (Thailand Pavilion) คือการ พานักรบเศรษฐกิจคนตัวเล็กเข้าไปสู่ตลาดที่ชื่อว่าอาลีบาบา (Alibaba) ในต้นปีหน้าสิ่งที่เรา กำลังจะทำคือการเซ็นสัญญากับอะมาซอน (Amazon) แล้วก็จะมีตัวอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) ขนาดใหญ่ของโลก เรารบแบบเดิมไม่ได้ เราพาคนขายน้ำส้มไปตลาดโลก ไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะทำก็คือเราพาเอสเอ็มอี (SMEs) พันธุ์แกร่งแล้วก็พันธุ์กล้า ใน ๓,๑๐๐,๐๐๐ คน ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีที่ยืนในตลาดโลกนะครับ เอสเอ็มอี (SMEs) ไทย แต่เราจะเอาไปให้มากที่สุด ทุกวันนี้เรามี ๑ เปอร์เซ็นต์ที่เป็นเอสเอ็มอี เอ็กซ์ปอร์ตเตอร์ (SME Exporter) ๑ เปอร์เซ็นต์คือไม่ถึง ๓๐,๐๐๐ รายนะครับ เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไร เคพีไอ (KPI) ของผมและเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ก็คือทำให้ ๑ เปอร์เซ็นต์กลายเป็น ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่ากับประเทศเวียดนาม ภาพนี้เป็นภาพที่เราจะต้องพาไปในคนที่เราเรียกว่า เดอะ โชเซ่น วัน (The Chosen One) คือคนที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีอนาคต🔗
คราวนี้กลับมาถึงในเรื่องของกรีนแบงก์ (Green Bank) เราเป็นธนาคารที่มี หมุดหมายชัดเจนในการที่จะปรับพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) ของธนาคารภายในปี ๒๕๖๘ ให้กลายเป็น ๕๐ เปอร์เซ็นต์เป็นบีซีจี พอร์ต (BCG Port) ตามหมุดหมายที่ควรจะเป็น บีซีจี พอร์ต (BCG Port) ต้องเป็นอุตสาหกรรมที่นำมาซึ่งภาพอนาคต🔗
กลับมาถึงในเรื่องของต้นทุน กำไร หรือว่าต้นทุนในการชาร์จ (Charge) พี่น้องประชาชน เรามีสินเชื่อที่เราเรียกว่าทรานส์ฟอร์เมชัน โลน (Transformation Loan) หลาย ๆ คนคิดว่าเดินเข้ามาที่เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) จะได้สินเชื่อเหมือนกับสินเชื่อ เงินด่วน เรดดี้ เครดิต (Ready credit) คำตอบตรงนี้คือไม่ใช่ เรามีสินเชื่อที่เราเรียกว่า สินเชื่อทรานส์ฟอร์เมชัน โลน (Transformation Loan) คือให้พวกคุณเปลี่ยนตัวเองในอัตรา ดอกเบี้ยที่ถูกที่สุดในประเทศไทย ชาร์จ (Charge) เท่ากับเจ้าสัวคือ ๒ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น ๗.๗๕ ไม่ได้เป็นหมุดหมายของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ๗.๗๕ ถ้าพี่น้อง ประชาชนคนตัวเล็ก ๆ เอสเอ็มอี (SMEs) สมชาย แซ่เฮ้ง เดินเข้ามา ถ้าเป็นธนาคารพาณิชย์ เขาชาร์จ (Charge) คุณ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ เราชาร์จ (Charge) เพียงแค่ ๗.๗๕ ภาพนี้เป็นภาพ ที่ทำไมเราถึงยังประคองสมุดพกหรือว่าเพอร์ฟอร์แมนซ์ (Performance) ขององค์กรได้ดี ภาพนี้ไม่ได้เป็นภาพแค่คนที่มีภาพสวยเหมือนกับสิ่งที่เป็นพรีเซ็นเทชัน (Presentation) หรือใจสวยเพียงอย่างเดียว สิ่งที่เราต้องคำนึงในมุมของการที่เป็นแบงก์ของรัฐ ผลประกอบการ ต้องสวยด้วยครับ เพราะนี่คือธนาคารเดียวที่เป็นรีจินัล แบงก์ (Regional Bank) ของประเทศไทย เพราะฉะนั้นการที่จะเดินหน้าต่อไป เรามีหมุดหมายในการเบนช์มาร์ก (Benchmark) กับ เจบิก (JBIC) เรามีหมุดหมายในการเบนช์มาร์ก (Benchmark) กับไชน่า เอ็กซิม (China EXIM) เพราะฉะนั้นคู่แข่งของเราคือการที่จะต้องทำให้ประเทศเราหลุดออกจากความเป็น ประเทศที่มีรายได้ปานกลางให้ได้ ถ้าเราจะหลุดจากการเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลาง เราต้องพาพี่น้องเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เหลืออยู่ไปในตลาดโลกให้ได้ เพราะฉะนั้นคิดใหม่ ทำใหม่ แล้วไม่รบเหมือนเดิม เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ สมาชิกครับ ถ้าเราไม่มีคำถามเพิ่มเติมก็ต้องขอบพระคุณคณะผู้บริหารทุกท่านนะครับ ขอที่ประชุม ได้รับทราบวาระนี้ ขอบคุณครับ🔗
๒.๓ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๔ สถาบันพระปกเกล้า🔗
เนื่องจากสถาบันพระปกเกล้ามีการเปลี่ยนแปลงเลขาธิการ ซึ่งท่านเดิม ได้ครบวาระ ก็มีการเปลี่ยนแปลง ก็ขอเลื่อนการรายงานออกไปก่อนครับ🔗
๒.๔ รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูป ประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ครั้งที่ ๑๖ (เดือน เมษายน-มิถุนายน ๒๕๖๕) (ขอเลื่อน)🔗
๒.๕ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔🔗
ได้รับแจ้งว่าหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายชี้แจงติดภารกิจเร่งด่วน ขออนุญาต เลื่อนการชี้แจงออกไปก่อน🔗
๒.๖ รับทราบร่างธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ....🔗
เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้แจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๕ ลงมติเห็นชอบร่างธรรมนูญ ว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... ตามที่กรรมการสุขภาพแห่งชาติเสนอ และได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๒๕ (๑) และมาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้ แจกให้สมาชิกแล้วนะครับ🔗
ขอเชิญท่านต่อไปนี้เข้ามาชี้แจงนะครับ นายแพทย์ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วีระศักดิ์ พุทธาศรี รองเลขาธิการ นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการ นางสาวทิพิชา โปษยานนท์ ผู้อำนวยการ นางสาวนภินทร ศิริไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการ อนุญาตครับ🔗
สมาชิกที่มีความประสงค์ จะสอบถามกรุณาได้ส่งชื่อมา เมื่อสมาชิกได้อภิปรายครบถ้วนแล้วค่อยให้หน่วยงานชี้แจง ท่านแรก พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หลังจากนั้นเป็น ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ ขอเชิญ พลตำรวจตรี สุพิศาล ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในการรายงานของท่านเลขาธิการสุขภาพแห่งชาติกับคณะในเรื่องของ ร่างธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ผมเริ่ม มีหลายคำถามในเอกสารที่แนบมาในร่างธรรมนูญดังกล่าวนี้นะครับ จาก ๗ ปัจจัย การเปลี่ยนแปลงที่ปรากฏอยู่ในเอกสาร แล้วกำหนดทิศทางที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาซึ่งจะ เป็นการแก้ไขปัญหาเชิงระบบในการขจัดความยากจน แล้วก็ความเหลื่อมล้ำในสังคม ตลอดจนการยึดธรรมาภิบาลมานั้น โดยเฉพาะสิ่งสำคัญคือที่ได้กล่าวถึงหลักนิติธรรมแล้วก็ ลดการผูกขาดด้านเศรษฐกิจและสังคม คำถามแรกในหน้านี้คือกลไก ประเด็นคือกลไกที่จะ นำมาการเปลี่ยนแปลง ทีนี้ในกรอบความคิด ท่านประธานครับ พอดีผมอ่านเอกสารในส่วนที่ ๒ คือเอกสารที่เกี่ยวกับกรอบความคิดที่เป็นกลม ๆ เขาเรียกกรอบคอนเซพชวล เฟรมเวิร์ค (Conceptual Framework) ประเด็นของมันคืออย่างนี้ครับ อยากเรียนสอบถามผู้ที่ทำ กรอบความคิดนั้น ตรงกลางเลยครับ ท่านมองตรงกลาง ท่านไม่ได้เขียนไว้ในเอกสารนี้เลย ตรงกลางมันจะมีเขียนคำว่า ภาครัฐ/การเมือง ในปัจจัยที่เป็นปัจจัยวงรอบทั้ง ๓ ปัจจัย คือการพัฒนากระบวนการมีส่วนร่วม การทำสภาพแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อสุขภาพและการ พัฒนาศักยภาพมนุษย์โดยมีตัวหมุนอยู่ตรงกลางคือการเมือง ท่านไม่ได้เขียนไว้ในนี้เลยครับ บทบาทสำคัญในการดำเนินการทั้ง ๒๓ ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการเมืองไว้เลย ส่วนใหญ่ จะเป็นเรื่องของงานภาครัฐ ผมอยากให้ท่านช่วยอธิบายว่าการเมืองที่จะเข้าไปแตะ โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนากระบวนการการมีส่วนร่วมในเรื่องสุขภาพเราจะต้องให้การเมือง คือการเมืองที่ท่านมานั่งอยู่ที่นี่ ทำอะไรเพื่อสุขภาพตามธรรมนูญนี้ แล้วก็สิ่งสำคัญในเรื่อง ของความเป็นพลเมือง ท่านจะเห็นว่าในปัจจัยการพัฒนาศักยภาพมนุษย์นั้น ขณะนี้ที่ผมรู้ เมื่อสักครู่มีรายงานอันหนึ่งของสภา ซึ่งเป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวกับเรื่องให้ความรู้ คือสถาบันพระปกเกล้า สถาบันพระปกเกล้ารับเรื่องนี้ไปครับ เรื่องการพัฒนาพลเมืองเข้าไป หนึ่งในไอเทม (Item) วันนี้มาผมก็จะถามเรื่องนี้เหมือนกันแต่พอดีไม่ได้เข้า ประเด็นตรงนี้คือ ในธรรมนูญนี้มันเกี่ยวข้องตรงไหนที่เป็นปัจจัยที่ท่านแยกออกเป็น ๒ ขาในกรอบความคิด คอนเซพชวล (Conceptual) คือด้านทักษะกับด้านความเป็นพลเมือง การเมืองจะเข้าไปแตะ ตรงไหนในประเด็นดังกล่าว เพราะว่าในหลักปรัชญาแล้วนั้นท่านเขียนไว้ชัดนะครับ แต่สิ่งสุดท้ายคือท่านต้องการคุณลักษณะอันพึงประสงค์และเป้าหมายในสุขภาพ ๕ ปี ทีนี้ส่วนที่เป็นมาตรการสำคัญที่ท่านกำหนดไว้ในส่วนที่ ๓ ท่านเขียนดีมากในส่วนที่ ๓ นี้ ซึ่งผมอยากถามเป็นคำถามสุดท้ายครับ รองวรรคสุดท้าย ซึ่งผมจะอ่านให้ฟังนิดเดียวครับ ซึ่งมีผลอย่างสำคัญต่อ กระบวนการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน ประกอบกับรากวัฒนธรรมสังคม อุปถัมภ์ที่มีอยู่ในสังคมไทย รากฐานวัฒนธรรมสังคมอุปถัมภ์ที่มีอยู่ในสังคมไทย ผมรู้ว่ามันคือ เพนพอยต์ (Pain point) ที่ท่านต่อว่า ยิ่งสร้างให้เกิดการผูกขาดทางอำนาจ เกิดคอร์รัปชัน จนสร้างแรงต้านทานการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจากกลุ่มที่มีความเห็นต่างทางการเมือง การปกครอง จนถึงกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์หรือได้รับแรงกดดันจากระบอบที่ไม่เท่าเทียมกัน คือสภาพมันเป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ท่านได้มาถึงมาตรการสู่เป้าหมาย ตรงนี้ท่านจะทำลาย เพนพอยต์ (Pain point) ตรงนี้อย่างไรที่จะทำให้เกิดมวลสุขภาพทั้งกายและใจที่แข็งแรงของ ประชาชนคนไทยในธรรมนูญฉบับนี้ เพราะจะทำให้ประชาชนคนไทยกลับเข้าสู่ความ ปรองดอง หน้ากากคนดีที่มีไว้นี่ครับ มันจะเป็นหน้ากากคนดีเช่นอย่างนั้นตลอดไปหรือครับ หรือมันเป็นแค่หน้ากากที่ฉาบด้วยยาพิษ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากรู้ว่าท่านจะทำอย่างไรครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ เชิญครับ แล้วจะเป็นศาสตราจารย์โกวิทย์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา รามอินทรา พรรคเพื่อไทย เรียนท่านผู้นั่งอยู่บนบัลลังก์นะครับ ผมอาจจะเป็นคนพูด ตรงไปตรงมา ถ้าอะไรที่ไปพาดพิงท่านไม่ให้สบายใจก็ขออภัยไว้ก่อนนะครับ อันดับแรก ท่านประธานครับ ผมว่ารายงานฉบับนี้เอากลับไปดูช่วงปีใหม่ก่อนดีไหมครับ สภาไม่ควรจะ พิจารณาแล้วนะครับ ด้วยเหตุผลก็คือมาแบบนี้ ผมเคยเป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัยนะครับ ถ้าเด็กทำเอกสารมาแบบนี้ผมไล่กลับบ้าน คือธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ มาแบบไม่มี ที่มาที่ไป แม้ท่านจะอ้างว่าตามรัฐธรรมนูญ ตาม คสช. คสช. นี่ไม่ใช่คณะรักษาความสงบ แห่งชาติ คือคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ท่านบอกว่าบทบัญญัติให้ คสช. มีอำนาจหน้าที่ ต่อไปนี้ จัดทำธรรมนูญ แล้วก็ให้คณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ นี่ผมบอกเลย คณะรัฐมนตรีไทยน่าจะมีปัญหานะครับ เดี ยวท่านช่วยอธิบายหน่อยครับว่าเอกสารนี้มันมี ที่มาที่ไปอย่างไร ผมอ่านแต่ละหน้าเหมือนสมัยผมเรียนมหาวิทยาลัย ป. ตรี ทำรายงาน ข้างล่างมีฟุตโน้ต (Footnote) อ้างอิง จากกรมการปกครอง จากสมัชชาผู้สูงอายุ จากโน่นนี่นั่น เหมือนจินตนาการขึ้นมาเอง เลยไม่รู้เลยว่าอะไรคือข้อมูลรองรับของธรรมนูญซึ่งพูดถึง เรื่องของสุขภาพของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ท่านประธานช่วยดูด้วยนะครับ กลับก่อนดีไหมครับ ผ่านสภาไปนี่เสียของเลยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ พอลงไปดู ในรายละเอียดหนักเข้าไปอีก นี่เป็นการทำข้อมูลตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๖๓ การเปลี่ยนแปลง โครงสร้างประชากรและความแตกต่างระหว่างวัย เมื่อปี ๒๕๖๓ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ ปี ๒๕๐๐ เด็กเกิดใหม่ในประเทศไทยลดต่ำกว่า ๖๐๐,๐๐๐ คน อีก ๒ วันนี้ปี ๒๕๖๖ แล้วนะครับ ข้อมูลท่านไม่อัปเดต (Update) เลย จะเข้าสภาท่านก็ควรจะทำให้เรียบร้อย จะเข้า ครม. ท่านแก้ไขหน่อยครับ รายงานที่มาที่ไปหน่อย ใครเป็นคณะกรรมการพิจารณาเรื่องนี้ ฟุตโน้ต (Footnote) อ้างอิงมาจากไหน ทำวิจัยแบบใด กลุ่มตัวอย่างออบเซิร์ฟ (Observe) แบบไหน ไม่มีเลย เดี ยวพี่พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน อ่านไปนี่งงนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ พอไปดู หน้าต่าง ๆ เป็นข้อมูลที่ไม่อัปเดต (Update) อย่างยิ่ง นี่คือร่างธรรมนูญสุขภาพของคนไทย วันนี้วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๕ หมายความว่าข้อมูลชุดนี้ทำมาแล้ว ๒ ปี สถานการณ์โควิด (COVID) ปี ๒๕๖๓ เพิ่งทยอยเข้ามา เปลี่ยนแปลงไปทุกกาลเวลา ทั่วโลกเปิด อีกไม่กี่วัน วันที่ ๘ คนจีนออกเที่ยวทั่วโลกแล้ว เตรียมรับมืออย่างไรครับ เอาละท่านบอกว่าแหมจิรายุ ก็มันมีขั้นตอน มันไม่ใช่ทำเมื่อวานเสนอวันนี้ที่ไหน แต่มันนานไปครับท่านครับ พอไปดูต่อมา ข้อ ๔ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีรวดเร็ว รู้ มันก็รวดเร็ว สมัยก่อนผมดูคาสเซ็ทเทป (Cassette tape) ดูวิดีโอ (Video) ทุกวันนี้ในมือถือกดวิ้ง ๆ โหลด (Load) แป๊บเดียว ยังหงุดหงิดเลย สมัยก่อนนี้กรอเทป (Tape) เป็นชั่วโมง มันรวดเร็วอยู่แล้วครับ แต่มันรวดเร็ว แบบไหน อ่านไปก็ไม่มีอะไร ข้อ ๕ การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม สภาพภูมิอากาศและ ภาวะโลกร้อน คาดการณ์ว่าจะหนักหนานับตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ อุณหภูมิของโลกเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น ๑.๕ องศาเซลเซียส คุณพระ รู้ ข่าวออกทุกวัน ว่าน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือละลายเร็วขึ้น น้ำทะเลเอ่อล้น ฟังทุกวัน แต่ก็ยังมีอยู่ในธรรมนูญสุขภาพ ข้อ ๖ การขาดแคลนทรัพยากร และงบประมาณ ปัจจุบันไทยมีหนี้สาธารณะสูงจนเกินเพดาน ก็ใช่สิ ท่านนายกไปยุ่งเรื่องกู้ กู้ ๆ กู้ ๆ แจก ๆ แจก ๆ แล้วก็กู้ นี่ปีใหม่จะแจกอีกแล้ว ข้อ ๗ การแบ่งขั้วทางการเมืองของโลกและการค้าระหว่างประเทศ ดูข่าวก็รู้ ยูเครนกับ รัสเซียเขารบกัน เขาก็กักตุนพลังงาน ท่อก๊าซจากรัสเซียไปยูเครน ยูเครนไปในอียู (EU) รู้ แล้วท่านบอกกับธรรมนูญอย่างไรละครับ ฟอร์แคส (Forecast) อนาคตไหมครับ ทุกคน คาดหวังไหมว่า คสช. หรือคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจะมีความรู้มากกว่าผม ผมไม่ได้ จบแพทย์ ท่านประธานที่เคารพครับ พอไปดูส่วนที่ ๒ ยังเป็นเอกสารเชิงวิชาการ ซึ่งผมอ่านแล้ว ผมมองไม่เห็นความมีสุขภาพดีของคนไทยในอนาคต กรอบแนวคิด ปรัชญาและเป้าหมาย ร่วมของระบบสุขภาพในธรรมนูญว่าด้วยสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ ท่านประธานครับ ผมว่าให้ท่านคณะกรรมการกลับไปและทำใหม่จะเป็นประโยชน์กว่า เพราะอ่านมาตั้งแต่ หน้าแรกผมยังไม่รู้เลยใครทำ มีใบปิด เมื่อสักครู่ผมเดินไปถามเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก็ให้มา ครม. บอกว่าผ่าน ครม. แล้ว ก็ต้องมาพูดให้ในสภาเป็นองค์ประกอบทำพิธีหน่อย เดี ยวไม่ครบ แล้วจึงค่อยไปประกาศราชกิจจานุเบกษา ก็นี่แหละครับ รัฐบาลทำอย่างนี้ตลอด สุดท้าย คนไทยก็ไม่ได้อะไรครับ ผมขอสรุปอย่างนี้ว่า ร่างธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ เราอย่าพูดกันในสภาครับ ยิ่งพูดยิ่งเลอะเทอะเปรอะเปื้อนเพราะมันเป็นข้อมูลชุดเก่า สมัยก่อนเป็นโควิด (COVID) เดลต้า (Delta) ไปอะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมดแล้ว โรคติดต่อเป็น อย่างไร โรคไม่ติดต่อ โรคที่มาจากพันธุกรรม โรคที่มาจากอาหารการกิน โรคที่มาจาก สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ไม่ได้มีการอัปเดต (Update) เลย แล้วท่านจะเขียนธรรมนูญ แบบนี้ไปทำไมครับ ผมจึงขอเสนอให้ท่านประธานได้ช่วยกรุณาให้หน่วยงานได้นำกลับไป ทำใหม่ แล้วช่วยบอกด้วยใครเป็นคนทำ มีคณะกรรมการกี่คน ศึกษาแบบไหน กลุ่มตัวอย่าง เป็นใคร อย่างนี้ขอโทษครับ เป็นรายงานของเด็ก ม. ๖ เขาทำ ถ้าเด็กปริญญาตรี ปริญญาโท เขาไล่กลับบ้าน แล้วท่านอย่าดูถูกสมาชิกรัฐสภานะครับ ผมอ่านปุ๊บผมบอกโอ้โฮไม่รู้เรื่อง ข้อมูลเก่าทั้งนั้น จึงขอเสนอให้ท่านประธานเปลี่ยนระเบียบวาระ แล้วก็นำกลับไปทำใหม่ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขอร่วมอภิปรายรับทราบ รายงานของร่างธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... ผมเข้าใจว่า ในหลักคิดของการทำเรื่องนี้ก็พยายามที่จะบอกกล่าวว่าจะสร้างความแข็งแกร่งของระบบ สุขภาพคนไทยในระยะเวลา ๕ ปีหรือในอนาคตได้อย่างไร ทีนี้พอดูเนื้อในในแง่ของ การดำเนินการทำธรรมนูญสุขภาพ ซึ่งก็ระบุว่ามีสถานะตาม พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ในมาตรา ๔๖ ซึ่งให้ คสช. ก็คือคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจัดทำธรรมนูญ ว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ เพื่อเป็นกรอบและแนวทางในการกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ การพัฒนาระบบสุขภาพของคนไทย อันนั้นก็คือเขียนไว้เหมือนเป็นเป้าหมาย แต่ผมดู ร่างรายงานแล้วผมก็มีคำถามเยอะมากเหมือนกันที่มาที่ไป คือบางทีเราก็ไม่รู้ว่ากระบวนการ จัดทำที่มาที่ไปเป็นอย่างไร อันนั้นคือประเด็นที่ ๑ แต่ก็ได้วางกรอบระบบสุขภาพพูดถึง ความสัมพันธ์ของระบบอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงกัน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ประชากร หรือว่าเรื่องของการเปลี่ยนแปลงในระบบระบาดวิทยาของโรคและปัญหาสุขภาพ หรือเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางด้านความเป็นเมืองและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น รวมทั้ง การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี ข้อมูล ข่าวสาร แล้วก็จะทำอย่างไรเพื่อจะลด ความเหลื่อมล้ำ ลดเรื่องความเป็นธรรมเพื่อให้ความเป็นธรรมในการเข้าถึงระบบสุขภาพ ได้อย่างถ้วนหน้า ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขียนไว้ในหลักการ แต่ผมยังไม่เห็นกรอบอย่างที่ ผมกล่าวว่ากระบวนการจัดทำ ผมเองก็มีส่วนรับรู้อยู่บ้าง เช่น อาจจะไปทำสมัชชาสุขภาพ มาตั้งแต่ต้นทาง ก็คือตั้งแต่ระดับชุมชนรวมกลุ่มประชาชนที่ให้ความเห็นเรื่องระบบสุขภาพ มาจนกระทั่ง ระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด มาจนถึงเวทีระดับชาติที่จะให้ความเห็นและนำเสนอเรื่องของ ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ เป็นต้น ผมว่าเรื่องเหล่านี้ท่านต้องร้อยเรียงเพื่อให้เรา เห็นภาพในสภา อันนั้นเป็นประเด็นที่อยากจะฟังด้วย แต่นี่มาประเด็นเจาะในเรื่องของระบบ สุขภาพ ในร่างนี้เราไม่เห็นนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าอะไรคือระบบสุขภาพ ในหน้า ๒๙/๓๖ หน้า ๓๙/๓๖ ในการให้นิยามศัพท์ ผมก็คิดว่ามันไม่เห็นว่าระบบสุขภาพคืออะไร แต่เห็นว่า ท่านให้ความหมายอย่างไร แต่ธรรมนูญสุขภาพคืออะไร อย่างไร อันนี้อยากจะฟังความเห็นท่าน ท่านก็ไม่ได้เขียนในนิยามศัพท์ไว้ในหน้า ๒๙/๓๖ หน้านี้ก็เป็นหน้าที่สำคัญที่บอกให้พวกเรา ได้ทราบว่า ธรรมนูญสุขภาพมันเป็นอย่างไร มันคืออะไร แล้วจะบังคับอย่างไร จะเริ่มต้น กลไกทั้งระดับใดบ้าง ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าผมพูดธรรมนูญสุขภาพจากต้นทาง หรือว่าท่าน ทำธรรมนูญแห่งชาติ ตรงนั้นมันปลายทางที่ครอบคลุมระบบใหญ่ของประเทศ ซึ่งก็มองเห็นอยู่บ้าง แต่ผมคิดว่าเรื่องของสุขภาพท่านน่าจะเริ่มจากต้นทาง ผมมีสุขภาพดี เพราะผมจัดการตนเองในเรื่องสุขภาพได้ดี ประชาชนมีสุขภาพดีก็เพราะประชาชน มีธรรมนูญสุขภาพกันในชุมชน เรื่องการกิน เรื่องระบบการเข้าถึงการประกันหลักประกัน สุขภาพในระดับท้องถิ่น ในระดับจังหวัด เป็นต้น ผมไม่แน่ใจท่านจะเริ่มต้นอย่างไร ตรงไหน นั่นคือประเด็นที่เป็นคำถามอยู่ในตัวของมันเอง แล้วเรามองไม่เห็นว่าธรรมนูญสุขภาพมีกี่ข้อ อยู่ตรงไหน อย่างไร มันเป็นรายงานที่ค่อนข้างจะหละหลวม ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ ว่าหละหลวมในแง่ของการให้ข้อมูลเชิงวิชาการ ให้ข้อมูลเชิงตัวเลข ซึ่งเพื่อนสมาชิกบอกว่า มันล้าสมัยแล้วข้อมูลนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรที่จะต้องตอบคำถามสัก ๓-๔ เรื่อง ๑. ธรรมนูญสุขภาพมีความหมายขอบเขตอย่างไร ๒. ธรรมนูญสุขภาพมีกระบวนการจัดทำ มาอย่างไร ๓. ธรรมนูญสุภาพจะเริ่มต้นตรงไหน อย่างไร ท่านคาดหวังเรื่องสุขภาพคนไทย จากต้นทาง ปลายทาง หรืออะไรกันแน่ นี่คือคำถามกระผมที่จะถามผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานพ คีรีภูวดล ตามด้วยท่านรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานว่าด้วยเรื่อง ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... คือผมอ่านดูแล้ว สิ่งที่ผมจะมี คำถาม อันนี้ทางคณะกรรมการจะต้องช่วยตอบด้วยว่าโดยสถานการณ์ปัจจัยที่มีผลต่อ สุขภาพทั้ง ๗ ด้าน ผมคิดว่าในการวิเคราะห์มันก็คือหลักการที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องหลักการ ที่เหมือนกันทั่ว ๆ ไป แล้วก็ทั่วโลก ซึ่งสมาชิกอาจจะบอกว่าอาจจะไม่ค่อยเท่าทันกับ เหตุการณ์สมัยใหม่ อันนี้ผมก็ว่าเป็นเรื่องที่พอรับได้ ท่านอาจจะต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมขึ้นมา เพื่อให้เป็นกรอบและแนวทางในการทำงานของฝ่ายต่าง ๆ ประเด็นสำคัญ ผมเปิดไปดู ในหน้าที่ ๑๖/๓๖ เรื่องสถานะธรรมนูญว่าด้วยสุขภาพ มันมีว่าสถานะในทางปฏิบัติ อันนี้ ผมให้ความสำคัญมากครับท่านประธานตรงนี้ครับ หมายความว่าธรรมนูญฉบับนี้ คำถามผม คือมันจะไปสู่แนวทางปฏิบัติได้จริงได้อย่างไร ผมเองก็เคยร่วมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เคยร่วมตอนที่ผมทำงานภาคประชาชน ผมก็ไปเสนอกรณีเรื่องของปัญหาไฟป่า หมอกควัน ก็ออกมาเป็นรูปเป็นเล่ม สิ่งที่ผมคิดว่า เราจะทำอย่างไรให้มันมีผลในทางปฏิบัติ กรอบแนวคิดต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่ามันเป็นกรอบ แนวคิด คำถามผมคือว่าอย่างสภาผู้แทนราษฎรอย่างนี้ พอท่านวิเคราะห์มา ๗ ข้อแล้ว วิเคราะห์โครงสร้าง วิเคราะห์นิยามต่าง ๆ หมดแล้ว ท่านต้องชี้แนะด้วยครับว่า สภาผู้แทนราษฎรควรจะมีกฎหมายที่มีสถานะทำให้หน่วยงานทุกหน่วยงานมีผลในทาง ปฏิบัติ ท่านต้องชี้แนะด้วยนะครับว่าการวิเคราะห์สุขภาพแต่ละด้าน ผมยกตัวอย่างเช่น ในด้านที่ ๕ ท่านวิเคราะห์ว่าการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม สภาพภูมิอากาศและ ภาวะโลกร้อน มีผลแน่นอนกับสุขภาพ กับสิ่งแวดล้อม และโดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส ผมถามว่า ผมอ่านแล้วใครจะไปทำ ผมอ่านไปแล้วหน่วยงานไหนจะเป็นหลัก ขณะที่กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะที่หน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้ เรื่องภาวะโลกร้อน เรื่องเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเรื่องสภาวะแวดล้อมเหล่านี้ครับ ก็ต่างคนต่างทำ ผมคิดว่า เขาเหล่านี้ได้หยิบนี่ไหม มันมีผลในทางที่จะทำให้หน่วยงานเขาได้ดำเนินการภายใต้ กรอบแนวคิดตรงนี้ คือผมเข้าใจมันคือธรรมนูญ ธรรมนูญก็คือมันเป็นข้อตกลง มันเป็น แนวคิดร่วม แต่สำคัญที่สุดก็คือว่าถ้ามันเป็นรัฐธรรมนูญก็ต้องถือปฏิบัติ อันนี้มันคือธรรมนูญ เราเคยทำธรรมนูญอย่างนี้มาโดยตลอด แต่ว่าในทางปฏิบัติมันไม่มีหน่วยงาน มันไม่มีผลปฏิบัติ ในทางปฏิบัติจริง ๆ อันนี้ผมคิดว่าคือปัญหาใหญ่มาก ผมยกตัวอย่างอีกเพื่อให้เห็นภาพ ผมคิดว่าท่านพูดถึงเรื่องของคนเปราะบาง กลุ่มคนที่อยู่ในสภาวะเปราะบาง และแนวคิด การวิเคราะห์ในข้อที่ ๕ ท่านก็พูดถึงเรื่องภาวะโลกร้อน ผมยกตัวอย่างกรณีโครงการของรัฐ เช่น โครงการผันน้ำยวมที่จะผันน้ำจากน้ำยวมมาที่เขื่อนภูมิพล อันนี้ก็คือว่าคนที่เปราะบาง คือคนไร้อำนาจ ๒. ใช้งบประมาณมหาศาล ๓. กระทบสิ่งแวดล้อม เราจะมีข้อปฏิบัติที่มัน เป็นรูปธรรมได้อย่างไรว่ามันควรจะต้องใช้กลไกอะไร ปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือเราก็ใช้กลไก ปกติที่มันมีอยู่ เพราะฉะนั้นคนเปราะบางที่ท่านว่าที่ได้รับผลกระทบในบทวิเคราะห์ทั้ง ๗ ข้อ มันอยู่ในนี้หมดเลย สิ่งที่ผมอยากจะเห็นนะครับ ท่านช่วยชี้แนะด้วยนะครับว่า สภาผู้แทนราษฎรหรือกลไกไหนที่จะทำหน้าที่ให้เอกสารของท่านเล่มนี้ครับมันมีผลในทาง ปฏิบัติจริง ๆ มันจำเป็นจะต้องสร้างเครื่องไม้เครื่องมือกลไกโครงสร้างใหม่อย่างไร ท่านก็ชี้แนะด้วยครับ ท่านส่งมาอย่างนี้มันเหมือนว่าผมอ่านงานวิชาการเล่มหนึ่ง มีบทวิเคราะห์ของนักวิชาการว่าในโลกนี้มันมีปัจจัยเสี่ยงอย่างนี้นะ ปัจจัยเสี่ยงแต่ละด้าน มันคืออย่างนี้นะ คำถามคือแล้วอย่างไรต่อ อันนี้คือเป็นประเด็นข้อคำถามของผมครับ ขอบคุณ มากครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ท่าน รองศาสตราจารย์รงค์ ตามด้วยท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับธรรมนูญ ว่าด้วยสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... ซึ่งเป็นร่าง อยู่ ๓-๔ ประเด็น🔗
ประเด็นที่ ๑ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับท่านจิรายุเมื่อสักครู่บอกว่า อันที่ ๑ เลย ตัวเอกสาร ในบรรดาเอกสารที่เข้าสู่สภาจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่มารายงานที่สภา หน่วยงาน ของท่านขี้เหร่ที่สุดครับ อันนี้ผมพูดแบบด้วยความเคารพท่านประธาน ฝากจากท่านประธาน ไปถึงหน่วยงาน ขี้เหร่ครับ เรากำลังจะทำธรรมนูญ มันจะต้องมีเอกสารที่ดีพอ อันนี้แสดงว่า ไม่ดีพอเพราะยังต้องฟังอะไรอีกเยอะแยะในรายทางนี้ แล้วก็ไปทำเป็นไฟนัล รีพอร์ต (Final report) อันนี้ถือว่าขี้เหร่นะครับ อันที่ ๒ ก็เห็นด้วยอย่างยิ่งกับผู้ทรงวุฒิที่อภิปราย ไปแล้วก็คือว่าการจัดทำของท่านนี้ขาดเมธโทโดโลจี (Methodology) ท่านไม่ได้อ่าน ท่านไม่ได้เขียนว่ากระบวนการได้มาหรือกระบวนการทำอย่างไรต่อไป ไม่มีอะไรมากนะครับ เพราะว่าอะไรครับ อยู่ ๆ ในตัวเอกสารขึ้นต้นเลย สถานการณ์และปัจจัยซึ่งมีอยู่ ๕ เรื่อง🔗
ประเด็นที่ ๒ ท่านพูดถึงคอนเซพชวล เฟรมเวิร์ค (Conceptual Framework) คือท่านพูดกรอบของท่าน กรอบของท่านก็เป็นกรอบที่น่าสนใจ🔗
ประเด็นที่ ๓ ท่านก็พูดถึง ในส่วนที่ ๓ ท่านพูดไว้ก็น่าสนใจ แต่ผมลง รายละเอียดเนื้อหาที่อยากจะวิพากษ์วิจารณ์ อันแรกเลยกรอบแนวคิดข้อ ๒.๑.๒ คุณลักษณะ ที่พึงประสงค์และเป้าหมายในระบบสุขภาพระยะ ๕ ปี หน้า ๑๖ อ่านแล้ว ยังไม่เห็นอะไร เหมือนกับที่ท่านจิรายุหรือท่านสมาชิกผู้มีเกียรติก่อนหน้าได้อภิปรายกันไป เรื่อย ๆ ว่ามันเหมือนกับเขียนเปเปอร์ (Paper) ของนักศึกษาระดับเกรดดูเอท สทัดดี (Graduate study) ไม่มีอะไรชี้ชัด นั่งจินตนาการเพราะขาดที่มาที่ไป เพราะขาดเครื่องมือ ขาดข้อมูล คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระบบ ๕ ปีข้างหน้าท่านก็เขียนลอย ๆ ไว้ ประมาณ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ บรรทัด พูดแล้วก็ถูก เขียนอย่างไรก็ถูก ใช้ภาษาดี ๆ ใช้เวิร์ดดิง (Wording) ที่ฟังแล้วสวย หรืออาจจะพิศวงงงงวยสำหรับคนที่อาจจะไม่เข้าใจถึงมโนทัศน์ หรือคอนเซ็ปต์ (Concept) เหล่านี้ ไม่ได้บอกว่าคุณลักษณะที่พึงประสงค์คืออะไร เพราะระบบสุขภาพของท่าน ท่านก็นิยามไว้ชัดเจนคือระบบความสัมพันธ์ทั้งมวล แล้วอะไร อย่างไร อะไรคุณลักษณะที่พึงประสงค์ อันนี้เมื่อคุณลักษณะที่พึงประสงค์ไม่ชัด มันก็เข้าไปสู่ ท่านสร้างส่วนที่ ๓ ก็คือมาตรการที่จะไปสู่เป้าหมาย ท่านมีแต่เป้าหมายกับมาตรการ เขียนแบบลอย ๆ หมดเลย แล้วก็ไม่มีกลไก ส่วนอีกตัวหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าจะต้องเพิ่ม ในเอกสารชิ้นนี้ก็คือกลไก ท่านพูดเป้าหมาย ท่านพูดมาตรการไว้เยอะ เช่น มาตรการว่าด้วย การจัดการระบบบริการสุขภาพมีเป้าหมายอย่างไร มีมาตรการสำคัญ ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ ข้อ ๑๘ ข้อ ๑๙ ข้อ ๒๐ ข้อ ๒๑ ข้อ ๒๒ ข้อ ๒๓ ว่าด้วยการออกแบบ ว่าด้วยการ สร้างเสริม ว่าด้วยการพัฒนาระบบ สิ่งเหล่านี้เป็นภาษาที่สวย แล้วก็ไม่สามารถที่จะทำให้เรา เข้าใจ ไม่สามารถที่จะบ่งบอกประชาชนในประเทศ ๖๐-๗๐ ล้านคนว่า ถ้าเราอ่านอันนี้แล้ว โอ้โฮสุขภาพของเรา หมายถึงระบบความสัมพันธ์มวลรวมเราแฮปปี (Happy) เลยใน ๕ ปีข้างหน้า มองแล้วยากครับ เพราะท่านพัฒนาระบบ ท่านออกแบบสิ่งเหล่านี้ ซึ่งมันเป็น ภาษาทางโพลิซี (Policy) อันนี้เข้าใจ แต่วันนี้สิ่งที่ประชาชนต้องการเมื่อเข้าสู่สภาก็คือ บอกเขาได้ไหมว่ากลไกของท่านท่านทำอะไร เช่นยกตัวอย่างมาตรการว่าด้วย ข้อ ๒๒ เสริมสร้างความเข้มแข็งของกลไกการทำงานอาสาสมัคร/จิตอาสาเพื่อส่งเสริมระบบบริการ สุขภาพ เท่านั้น ท่านก็ว่าไปประมาณ ๓ บรรทัดครึ่ง แน่นอนครับ ไม่มีเคพีไอ (KPI) ไม่สามารถทำอะไรได้เลยหลังจากนี้ สิ่งที่อยากจะเห็นในเอกสารชิ้นนี้ก็คือกลไกที่จะเกิดขึ้น ทำอย่างไร ผมยกตัวอย่างก็ได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นของพวกวอลลันเทียร์ (Volunteer) ต่าง ๆ พี่น้องเหล่านี้เป็นกลไกสำคัญมากอยู่ในชุมชนเมือง ท่านก็บอกว่าปัจจัยก็คือความเป็นเมือง เออร์บาไนเซชัน (Urbanization) แน่นอนจิตอาสาเป็นเรื่องสำคัญ วอลลันทารี ออแกไนเซชัน (Voluntary Organization) หรือองค์กรอาสาสมัครเป็นเรื่องใหญ่ คำถามก็คือกลไกว่า องค์กรอาสาสมัครเหล่านั้น มูลนิธิเหล่านั้น เขาจะมีความสัมพันธ์กับหน่วยงานหลักอย่างไร เขียนลอย ๆ ว่าเราจะต้องสร้างความเข้มแข็งให้อาสาสมัคร แต่อาสาสมัครในพื้นที่ทำงาน ลำบาก ก็คือว่าลำบากมากที่จะทำให้กระบวนการทำงานเพื่อเสริมสร้างสุขภาพไปต่อยอด หรือไปเสริมส่วนที่ขาดแคลนที่ท่านพูดถึงธรรมาภิบาลทำไม่ได้ ตัวอย่างของกลุ่มเด็กเมือง นครอาสาต้องการที่จะช่วย ผมยกตัวอย่าง พี่น้องประชาชนออกจากโรงพยาบาลแล้วไม่มี สตางค์เลย ออกจากโรงพยาบาลไปบ้านไม่มีสตางค์ ออกจากโรงพยาบาลมหาราชไม่มีสตางค์ แต่ต้องการที่จะเอากลับบ้านไปอย่างไร ออกจากโรงพยาบาลนะครับ อาฟเตอร์ (After) ออกจากโรงพยาบาลไม่มีสตางค์ เด็กเหล่านี้จะเข้าไปช่วย อาสาสมัครเหล่านี้จะเข้าไปช่วย คำถาม แล้วเขาจะไปต่อยอดหรือเขาจะไปคอนเน็กชัน (Connection) กับโรงพยาบาล อย่างไรเพื่อที่จะให้มันไร้รอยต่อระหว่าง นาย ก ซึ่งเป็นพี่น้องผู้ป่วยยากไร้ออกจากบ้าน แล้วจะมีวอลลันทารี ออแกไนเซชัน (Voluntary Organization) องค์กรอาสาสมัครรับเขาไป ส่งที่บ้าน ให้สตางค์ ให้ข้าวสารต่อกันไม่ได้ สิ่งตรงนี้ผมยกตัวอย่างว่านี่คือสิ่งที่เป็น ปรากฏการณ์เป็นจริง ซึ่งควรจะมีการเขียนไว้ในกลไก แล้วธรรมนูญฉบับนี้ไม่มี เมื่อมันไม่มี ก็แสดงว่ามันเป็นภาษาที่สวย มันเหมือนกับเป็นโพลิซี บรีฟ (Policy brief) ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่นักศึกษา หรือบัณฑิตศึกษาเขาทำกัน ถ้าเป็นแบบนี้ก็น่าเสียดายโอกาสตรงนี้นะครับ ก็ขอขอบคุณ ที่ตั้งข้อสังเกต บางเรื่องก็อาจจะตรงแรง ๆ บางเรื่องก็อาจจะไม่แรงก็ไม่เป็นอะไร แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นก็อยากจะให้ธรรมนูญซึ่งมีอยู่ ๕ ปีข้างหน้าเป็นสิ่งที่เป็นความหวังของระบบ ความสัมพันธ์แบบมวลรวม เพื่อสุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพชีวิตของเขาดี ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขอบคุณท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ท่านมานพ คีรีภูวดล ท่านรงค์ บุญสวยขวัญ ทั้ง ๓ ท่านให้ข้อคิดที่ดีมาก ท่านประธานที่เคารพครับ ชีต (Sheet) อันนี้ บาง ๆ นี่ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคมที่ผ่านมา ธรรมนูญว่าด้วยระบบ สุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ท่านให้เหตุผลที่ดีมาก เรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านเข้า สภาผู้แทนราษฎรที่มีเป็นตั้ง ๆ เขาทำมาเป็นเล่มอย่างดี มีคำถาม คำตอบพร้อม นี่คือ การแสดงออกถึงการสุกเอาเผากิน ไม่ให้ความสำคัญอย่างแท้จริง เรื่องสุขภาพของคนไทย มันเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะข้อที่ ๑ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและความ แตกต่างระหว่างวัย ท่านได้บอกว่าตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ มาจนถึงปี ๒๕๖๓ วันนี้คนไทยเกิดแค่ ไม่ถึง ๖๐๐,๐๐๐ คน เรื่องใหญ่ ผมกำลังสงสัยมา ๔-๕ ปีนี้ว่า ใครจะมาทำนโยบายเรื่องนี้ เพื่อให้คนไทยเกิดมากขึ้น จะจูงใจอย่างไรล่ะครับท่านนายแพทย์ ท่านกรรมการทั้ง ๕ ท่าน ท่านมีข้อเสนอไหมว่าจะจูงใจให้คนไทยได้เกิดมากขึ้น แต่งงานแล้วมีลูกมากขึ้น วันนี้เข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ มีผู้สูงอายุ ๑๒ ล้านคน จะเป็น ๑๒,๒๐๐,๐๐๐ คน ๑๒,๕๐๐,๐๐๐ คน จะกลายเป็น ๑๓ ล้านคน สุดท้ายจนถึง ๒๐ ล้านคนเมื่ออีก ๑๐ ปีข้างหน้า ท่านสำคัญมากนะ ท่านรู้หรือเปล่าที่นั่งอยู่ข้างบนนั้น ท่านคือคนที่จะต้องทำให้คนไทยเกิดมากขึ้น ทำอย่างไร จูงใจอย่างไร ที่ท่านเขียนมันสวยหรูเหมือนที่หลายท่านพูด มันดีมากแต่มันไม่มีคำตอบ ทำอย่างไรล่ะครับ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วสุขภาพของคนไทยต้องรักษาฟรีทุกโรค ทุกกรณี เดี ยวพรรคการเมือง พรรคผมก็บอกรักษาฟรีทุกโรค ท่านคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญ แล้วท่านไปขออนุมัติ ผมคิดว่าคณะรัฐมนตรี ไม่ได้อ่านหรอกครับที่ท่านขอมานี่ ผมจึงอยากจะเรียนท่านว่าสมควรที่ท่านจะเอากลับไปทำ เป็นการบ้านให้ดี มีคำถาม คำตอบ แล้วก็ทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่กว่านี้ ให้ความสำคัญจะทำ มาเป็นเล่มแบบไหน เล่มเล็ก เล่มใหญ่ทำมา ไปทำการบ้านแล้วกลับเอามาเข้าสภาใหม่ ให้รับทราบ วันนี้ผมไม่ยอมรับกระดาษชีต (Sheet) บาง ๆ นี้ ผมไม่ยอมรับ ขอให้ท่าน เอากลับไปทำมาใหม่เพื่อสุขภาพคนไทยจะได้ดีกว่านี้ ต้องขอโทษด้วยครับท่านคณะกรรมการ ท่านไปหานักวิชาการ ไปหาคณะทำงานที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ มีนักวิชาการ มีดอกเตอร์ มีหมอ หลาย ๆ คนมาทำเรื่องสุขภาพของคนไทยให้มันสำคัญมากกว่านี้ ให้ท่านถอน เอากลับไปก่อนครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ตามด้วยท่านสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมดูหัวข้อเรื่องเอกสารฉบับนี้ ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ทำให้ผมนึกถึงเรื่องของรัฐธรรมนูญที่เราใช้อยู่ว่าน่าจะเป็นเรื่องสำคัญ แล้วนี่ก็เป็นเอกสาร ที่น่าจะมีบทบาท มีความสำคัญต่อการกำหนดอนาคตของเราในเรื่องของสุขภาพ ในเรื่องของ ปัญหาต่าง ๆ ที่เรามีอยู่ แต่ว่าเมื่อผมดูรายละเอียดข้างในแล้ว ผมก็มีความรู้สึกคล้อยตาม เพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ได้อภิปรายไปแล้วว่าเอกสารฉบับนี้ยังคงต้องมีการปรับปรุงอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการแสดงความรับผิดชอบต่อเอกสารนี้ ท่านไม่ได้ปรากฏชื่อ หรือองค์กร หรือหน่วยงานที่ทำเอกสารนี้ให้ชัดเจน ก็เลยทำให้ไม่สามารถนึกได้ว่าที่เขียนมานี่ มีวัตถุประสงค์ที่จะให้หน่วยงานใดไปปฏิบัติ นั่นก็เป็นความรู้สึกเบื้องต้น ทีนี้ในการพยายาม จะดูเนื้อหาข้างใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่หนึ่งที่ท่านก็พูดถึงปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพ ในระยะ ๕ ปี จริง ๆ ประเด็นสำคัญก็คือเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ปัญหาเรื่องของการเข้าถึง แต่ว่าท่านก็ไปพูดถึงองค์ประกอบอื่นที่อาจจะยังไกลเกินไป เช่น เรื่องของภาวะโลกร้อน เรื่องของการเมืองระหว่างประเทศที่แบ่งเป็น ๒ ขั้ว เรื่องของการก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ถ้าเราพูดถึงระยะ ๓ ปี ๕ ปี ผมคิดว่าเรามีปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องพยายามดูแลอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เราจะแก้ปัญหา การที่เรามีประชากรลดลงอย่างไร ปีที่แล้วเป็นปีแรกที่ประชากรของประเทศลดลง แล้วก็คนที่ทำงานก็เข้าสู่วัยแรงงาน ลดลงด้วย อันนี้ก็เป็นปัจจัยหนึ่งซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ท่านต้องรับผิดชอบโดยตรง แต่ก็เป็น เรื่องที่สมควรต้องมีการศึกษาให้ละเอียด ทีนี้สิ่งที่ผมอยากจะให้ท่านได้คิด หรือช่วยเราดูให้ดี ก็คือว่าหากเราจะมีระบบสุขภาพแห่งชาติ ต้องดูว่าปัญหาเฉพาะหน้าเราตอนนี้คืออะไร ที่ผมเห็นอยู่ตอนนี้ก็คือว่าคนไทยเราตอนนี้ถูกดูแลด้วยระบบอย่างน้อย ๒ ระบบที่แตกต่างกัน ๑. ก็คือระบบประกันสังคม ๒. ก็คือระบบ สปสช. ซึ่งมีเอกสิทธิ์ต่าง ๆ แตกต่างกัน ทั้งที่เป็น คนไทยเหมือนกัน ทำอย่างไรเราจึงจะจัดระบบให้ ๒ ระบบนี้มันเข้าหากันหรือใกล้เคียงกัน หรือเป็นระบบเดียวกันในที่สุด ผมยังไม่กล่าวถึงระบบของบุคลากรของรัฐ ที่แน่นอนก็ยังมี เอกสิทธิ์ต่าง ๆ มากกว่า สิ่งนี้ที่สร้างความสับสนพอสมควรว่าคุณจะเข้าสู่ระบบไหน อันนี้ ผมคิดว่าท่านไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ นั่นก็เรื่องที่ ๑🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของค่าใช้จ่ายในการดูแลเรื่องสุขภาพในอนาคต ผมไม่เห็น ตัวเลขที่ท่านทำโพรเจกชัน (Projection) เลยนะครับ ว่าในระยะ ๓ ปี ๕ ปี หรือ ๒๐ ปี ข้างหน้า ภาระในการมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะเป็นเท่าไร จริง ๆ ตัวเลขในส่วนของข้าราชการ เราเห็นได้ชัดจากเอกสารงบประมาณแผ่นดิน ว่าในรอบ ๒๐ ปีมานี้ค่าใช้จ่ายในส่วนของ ข้าราชการสูงขึ้นมามาก แต่ในส่วนของประชาชน จริง ๆ ท่านควรต้องมีข้อมูลเหล่านี้ให้ชัด เพื่อจะได้ดูว่าเราจะต้องรับกับเรื่องนี้อย่างไร ตรงกันข้ามท่านกลับพูดถึงเรื่องของการเงิน การคลังในส่วนที่เป็นมาตรการสำคัญ ในหน้าที่ ๒๖ หน้าที่ ๒๗ ผมก็พยายามจะแคะดูว่า ท่านจะมีข้อเสนอแนะหรือชี้แนะอย่างไร แต่ก็น่าเสียดายที่ผมดูแล้วท่านกล่าวถึงการนำ นโยบายการเงินการคลังมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุน แล้วก็กระจาย ทรัพยากร แต่ไม่ระบุว่าทำอย่างไรหรือทำวิธีการแบบไหน คือแค่เป็นการชี้เฉย ๆ แล้วก็ในหน้าต่อไป ก็พูดถึงเรื่องระบบการเงิน การคลังอีกครั้ง เพราะฉะนั้นผมจึงมีความรู้สึกว่าถ้าจะให้เกิด ประโยชน์ สมควรที่จะต้องมีการกลั่นกรองเรื่องนี้อีกทีหนึ่ง แล้วสภาก็มีคณะกรรมาธิการ การสาธารณสุขอยู่ น่าจะส่งให้คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขไปช่วยกันศึกษา แล้วก็ อาจจะกลับเข้ามาใหม่ได้ครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ตามด้วยท่านมนพร เจริญศรี นะครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตภาษีเจริญ ตลิ่งชัน ๔ แขวง กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับเอกสารซึ่งไม่คิดว่า จะเป็นเอกสารที่มันจะตอบโจทย์ในสิ่งที่เรากำลังได้พูดคุยกันในวันนี้ เพราะว่าเปเปอร์ (Paper) ที่ได้เป็นลักษณะของความไม่สมศักดิ์ศรีของการพิจารณาเรื่องสุขภาพระดับชาติ รู้สึกตื่นเต้น แล้วก็ตกใจไปพร้อม ๆ กันเมื่อเข้ามาถึงสภาและได้รับเอกสารฉบับนี้ แต่เมื่อ เปิดดูแล้วดิฉันก็พบว่าเอกสารฉบับนี้ดิฉันไม่เข้าใจว่าเรียกเป็นธรรมนูญได้อย่างไร เพราะว่า มันมีความบกพร่องเยอะมากในการที่จะเอามาทำเป็นธรรมนูญ แล้วก็โดยเฉพาะเอกสาร ฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมาแล้วด้วย เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ดิฉันก็ยิ่ง ไม่สบายใจค่ะ เพราะว่าดิฉันเป็นตัวแทนของคนเมืองนะคะ จากปัญหาที่ผ่านมา หลายท่าน ก็ทราบดีว่าระบบสาธารณสุขของกรุงเทพมหานครนั้นล้มเหลวในการดูแลพี่น้องประชาชน ในเรื่องของโรคระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมา ยังไม่รวมกับภาวะของ การยกเลิกระบบ สปสช. ที่มีการยกเลิกสถานบริการเรียกว่าปฐมภูมิ ไปเกือบ ๒๐๐ สถานที่ ซึ่งขณะนี้พี่น้องประชาชนในเขตต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานครก็ยังไปกองรวมกันอยู่ใน โรงพยาบาลต่าง ๆ แล้วเมื่อปัญหาเกิดขึ้นก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขได้อย่างที่พอใจของพี่น้อง ประชาชน เพราะปัจจุบันนี้ก็ยังมีพี่น้องมาร้องทุกข์ ร้องเรียนกับดิฉันตลอดเวลา ถึงปัญหา ของการเข้าถึงระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า สิ่งนี้ดิฉันอยากจะบอกว่าระบบเดิมที่ พรรคเพื่อไทยเคยทำเอาไว้ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เป็นระบบที่ดีนะคะ ดิฉันอยากจะให้ทำ เก็บขึ้นมา กลับนำมาปรับปรุงค่ะ ไม่อยากให้ยกเลิก เพราะว่ายกเลิกไปมันสร้างภาระให้กับ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะช่องว่างความเหลื่อมล้ำนั้นมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ค่ารักษาพยาบาล ในขณะนี้โรงพยาบาลเอกชนนั้นถ้าไม่มีเงินหลักพันไม่สามารถเข้าได้ แค่ไปตรวจพบแพทย์ ค่าแพทย์ก็จะเหยียบ ๑,๐๐๐ บาทแล้วค่ะ แล้วพี่น้องประชาชนนั้นจะเลือกได้หรือคะ เพราะว่าเขาไม่มีกำลังค่ะ เพราะเขายากจน เขาไม่สามารถเข้าถึงระบบการรักษาที่ดีได้ เพราะฉะนั้นในฐานะที่ท่านจะกำหนดธรรมนูญสุขภาพอย่างนี้ ท่านต้องพิจารณาใหม่ค่ะ🔗
ต่อมาดิฉันได้เปิดดูค่ะ สิ่งที่ดิฉันมองไปทั้งหมดในเอกสารฉบับนี้ เป็นเอกสาร ที่เป็นงานฝากหมดเลยค่ะ ท่านจะฝากให้กับหน่วยงานต่าง ๆ เป็นคนทำ ไม่ว่าจะเป็นระบบ ท้องถิ่น ระบบของกรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจุบันนี้ก็รับงานมากอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น การฝากงานนี้ยิ่งสร้างภาระค่ะ สร้างภาระให้กับหน่วยงานต่าง ๆ นอกจากไม่ได้เพิ่ม งบประมาณแล้ว ท่านยังกำหนดระเบียบใหม่ในปัจจุบันนี้ให้เป็นระบบรายหัว ซึ่งยิ่งทำงาน ยากค่ะ ความคุ้มค่าในเรื่องงบประมาณนั้นไม่สามารถที่จะมาเรียกว่าคอนโทรล (Control) หรือว่ามาดูแลพี่น้องประชาชนได้ค่ะ🔗
เรื่องต่อมาเป็นเรื่องที่ดิฉันดูแล้วอยากจะฝากค่ะ ฝากให้ในการที่จะไป ปรับปรุงแก้ไขธรรมนูญนะคะ ให้ท่านเพิ่ม เพราะปัจจุบันนี้ท่านอาจจะไม่ได้มองถึงเรื่องของ สังคมผู้สูงวัยในอนาคตของประเทศไทย ในนี้ไม่มีค่ะที่จะใส่เอาไว้🔗
แล้วอีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องของกลุ่มคนเปราะบาง ในสภาวะเปราะบาง โดยเฉพาะเรื่องการกระทำความรุนแรง ซึ่งปัจจุบันนี้ในสังคมเรารุนแรงมากขึ้นค่ะ แต่ในธรรมนูญนี้ไม่ได้ระบุเอาไว้ในกลุ่มผู้เปราะบางค่ะ ถ้าเป็นไปได้สถานพยาบาลที่ท่าน เปิดให้เป็นปฐมภูมิให้สามารถตรวจรักษาแล้วก็ดูแลสุขภาพผู้ที่ถูกกระทำความรุนแรง ในสถานะที่ใกล้บ้านไม่ต้องเดินทางไปไกลได้จะยิ่งดีค่ะ เพราะว่าเท่าที่ดิฉันติดตาม ข่าวสารมา กลุ่มผู้ถูกกระทำความรุนแรง โดยเฉพาะเด็ก สตรี ซึ่งมีอัตราถูกกระทำสูงมากถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ หรือว่าร้อยละ ๙๐ ของผู้ที่ถูกกระทำ ไม่ได้รับการคุ้มครอง เพราะว่ากว่าจะ ใช้สิทธิของตัวเองได้ต้องไปผ่านกระบวนการตรวจสุขภาพ แล้วเขาจะไปที่ไหนคะ ไปโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ก็ไม่ได้รับความสะดวก การดูแลสุขภาพตรงนี้ถ้าสามารถกระจายไป ให้กับในสถานพยาบาลที่เป็นปฐมภูมิที่อยู่ในกลุ่มเครือข่ายของ สปสช. ได้ ให้เขาสามารถ เดินเข้าไปแล้วก็เป็นเจ้าภาพในการที่จะดูแลเรื่องพวกนี้ได้จะยิ่งดีค่ะ และสุดท้ายระบบ การติดตามผลการจัดเก็บข้อมูลสถิติต่าง ๆ ของระบบการดูแลสุขภาพนั้นขอให้พี่น้อง ประชาชนนั้นได้รับข้อมูลข่าวสารที่อัปเดต (Update) แล้วก็สะท้อนความเป็นจริง ทั้งหมดนี้ เป็นความห่วงใยที่สะท้อนถึงปัญหาจากพี่น้องประชาชนผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันนี้ที่จะมาให้พวกเราได้พิจารณาเรื่องธรรมนูญค่ะ กราบขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมนพร เจริญศรี ตามด้วยท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันเห็น ร่างธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... ดิฉันก็คงมีความเห็น ไม่แตกต่างจากสมาชิกหลายท่านที่ได้อภิปรายก่อนหน้านี้แล้ว นั่นคือความสมบูรณ์และ หน้าตาอย่างที่ท่านเห็นนี้ค่ะ รวมทั้งพลิกไปดูในสาระของธรรมนูญดังกล่าว ดิฉันมีข้อสังเกต อยู่ ๓ เรื่องค่ะ เนื่องจากธรรมนูญนี้เป็นธรรมนูญ ฉบับที่ ๓ ฉบับแรกได้แก่ธรรมนูญว่าด้วย ระบบสุขภาพแห่งชาติ เมื่อปี ๒๕๕๒ แล้วก็ฉบับที่ ๒ เมื่อปี ๒๕๕๙ ปีนี้เพิ่งผ่าน ครม. มา เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม นั่นก็แสดงว่า ครม. ไม่ได้มีความรอบคอบ ไม่ได้พลิกดูในรายละเอียด สาระของธรรมนูญดังกล่าวอย่างที่ควรจะเป็น ยกตัวอย่างว่าในธรรมนูญที่ดิฉันย้อนกลับไปดู ในเว็บไซต์ (Website) ว่าธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับ โยงมาถึงฉบับที่ ๓ ท่านไม่ได้พูดถึงความบกพร่อง ของธรรมนูญฉบับที่ ๑ ฉบับที่ ๒ ว่าระบบสุขภาพของพี่น้องประชาชนคนไทยมีอย่างไร ท่านก็ควรจะมีการปรับตัวเช่นไร แล้วย้อนกลับไปดูจากข้อมูลในรอบ ๑๐ ปี พี่น้องประชาชน คนไทยเสียชีวิตเป็นอันดับ ๑ นั่นก็คือโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพิ่มขึ้น ๒.๔ เท่า นั่นหมายถึงว่า ธรรมนูญฉบับนี้ ฉบับที่ ๓ ควรจะมีข้อสังเกตการเฝ้าระวังการให้องค์ความรู้กับพี่น้อง ประชาชนคนไทยถึงระบบการบริโภคอาหาร แต่ก็ยังไม่ได้ครอบคลุมนะคะ ที่ท่านยกตัวอย่าง บอกว่ากรอบทิศทางระบบสุขภาพของไทยหรือธรรมนูญฉบับนี้เปรียบเสมือนร่ม นั่นหมายถึงว่า ร่มที่ถูกกาง ๑ คันร่มก็จะต้องมีการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนคนไทยนับตั้งแต่เกิด ไปจนถึงตาย การเกิดมีปัญหาว่าทำอย่างไรจะเพิ่มสถิติการเกิดให้คนไทย ๒. เมื่อคนไทย เติบโตในวัยเด็กไปจนสู่วัยเข้าโรงเรียน ไปจนถึงศึกษามหาวิทยาลัย แล้วเข้าสู่วัยทำงาน วัยผู้สูงอายุ ท่านก็ยังไม่ได้ครอบคลุมในสิ่งเหล่านี้ แต่ดิฉันจะอภิปรายไปเรื่องของสถานที่ โรงพยาบาล การที่ท่านเป็นร่ม ๑ คัน จะต้องครอบคลุมทั้งสถานที่โรงพยาบาล การรักษา เจ้าหน้าที่พยาบาล แพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่ทางสาธารณสุข รวมไปถึงพี่น้องประชาชน คนไทยที่เข้ารับการรักษาสถานพยาบาลแห่งนั้น ส่วนหนึ่งดิฉันอยากจะให้ธรรมนูญนี้ได้เกี่ยวโยง ไปถึงกระบวนการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนว่าท่านมีธรรมนูญสุขภาพ พื้นที่ด้วย ดิฉันเข้าใจว่าธรรมนูญสุขภาพพื้นที่นี้หมายถึงกรอบการพัฒนาสุขภาวะตามบริบท และความต้องการของพื้นที่นั้น ๆ ยกตัวอย่างว่าถ้าท่านพูดถึงบริบทของการพัฒนาสุขภาพ พื้นที่นั้น ๆ ดิฉันอยู่จังหวัดนครพนมค่ะท่านประธาน พื้นที่ภาคอีสาน ๒๐ จังหวัด แต่การบริการของ โรงพยาบาลยังไม่เพียงพอถ้าเทียบกับจำนวนพี่น้องประชาชนคนไทย คนภาคอีสานจนเงิน จนโอกาส แล้วก็จนโอกาสในการเข้ารับการรักษาพยาบาล ท่านทราบไหมคะว่าเวลาจะต้อง เกิดแอคซิเดน (Accident) เกิดอุบัติเหตุ เช่น ผ่าตัดสมอง หรือต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เราต้องรีเฟอร์ (Refer) คนไข้ ส่งคนไข้จากโรงพยาบาลนครพนมมาที่โรงพยาบาล ศูนย์ขอนแก่น ขณะที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นแทบจะไม่มีเตียงให้รักษา ขณะที่ พี่น้องประชาชนคนกรุงเทพมหานครเสียภาษีเหมือนกันเขามีโรงพยาบาลดี ๆ มีแพทย์ดี ๆ มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย สิ่งนี้คือร่ม ๑ คันที่ท่านต้องไปคิดว่าท่านจะขยายโรงพยาบาล เหล่านี้ไปสู่พี่น้องคนอีสาน ๒๐ จังหวัดได้อย่างไร ดิฉันฝากเรื่องเหล่านี้ไว้ด้วย ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอุบลศักดิ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอบคุณผู้ที่นำเสนอ ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพ แห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพครับ คำว่า รัฐธรรมนูญ แปลความได้ว่า กฎหมายที่จัดระเบียบขององค์กร🔗
ท่าน อุบลศักดิ์ครับ ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ เขาเรียกว่า ธรรมนูญ🔗
ผมจะเปรียบเทียบให้ฟังท่านประธานครับ เปรียบว่ารัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร ธรรมนูญเป็นอย่างไร ท่านประธานไม่ฟังผม ท่านประธาน มาแย้งผม ท่านมีหน้าที่ให้พูด ไม่พูด เท่านั้นเอง🔗
ฟังครับ🔗
อันนี้ผมจะอธิบายให้ฟังว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เทียบเคียงว่าเป็นกฎหมายสูงสุดมันสับสนวุ่นวายทุกวันนี้ ปรากฏ ไม่รู้เรื่องเลยต้องตีความกันตลอดทุกมาตรา คำว่า กฎหมายธรรมนูญ ก็เช่นเดียวกัน ในการ จัดระเบียบองค์กรถือว่าทุกคนต้องมีความเห็นพ้องต้องกัน ว่าธรรมนูญว่าด้วยระบบ สุขภาพแห่งชาตินั้น วันนี้ประชาชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เกิดในประเทศไทยต้องได้รับ สิทธิเสมอภาคกัน ผมจะพูดแบบนี้ท่านประธานครับ ดังนั้น ต้องกราบเรียนว่าหน่วยงาน ดังกล่าวนั้นที่ดำเนินการผมเห็นว่าเอกสารฉบับนี้ดูแล้วก็เหมือนรัฐธรรมนูญ ไม่มีที่มาที่ไป ว่าเมื่อเสนอแล้วมีการเสนอไหม หน่วยงานไหนจะรับผิดชอบ งบประมาณจะตรงไหน จะทำอย่างไรถึงจะเสมอภาคกันได้ ผมจะกราบเรียนในประเด็นนี้ ก็หมายความว่าอยากเห็น ความเปลี่ยนแปลงว่าประชาชนทั้งประเทศได้รับสิทธิอันทัดเทียมกันเหมือนพรรคเพื่อไทย บอก ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ทุกคนเหมือนกันหมด แต่วันนี้พรรคเพื่อไทยก็มีนโยบายว่า จะรักษาฟรีทุกโรค อย่างนี้เขาเรียกเสมอภาคกัน ผมเปรียบเทียบให้คณะกรรมาธิการที่นำมา เสนอนั้นเพื่อให้เข้าใจครับท่านประธาน ดังนั้นก็จะไม่สรุปมากมายกว่านี้ ผมเห็นว่า มีผู้อภิปรายไปมากพอสมควรแล้ว ผมเสนอให้เอาเรื่องนี้คืนกลับไปก่อนเพราะถือว่าเป็นสูงสุด ของการรักษาพยาบาลให้ทัดเทียมกัน อยากให้เขียนให้ดีกว่านี้และเพื่อนำมาเสนอใหม่ ท่านประธานครับ ผมขอสรุปเลยครับเพื่อประหยัดเวลา ก็อยากจะให้ท่านเอาเรื่องนี้กลับไปก่อน ธรรมนูญว่าด้วยการระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... นั้น อ่านละเอียดทั้งหมดแล้ว สับสน มันไม่สามารถปฏิบัติได้อย่างเสมอภาคกัน และคนที่จะรับผิดชอบหรือหน่วยงานที่ รับผิดชอบ และงบประมาณตรงไหน มันไม่มีรายละเอียด ถ้าจะทำแล้วก็ทำให้มันดีที่สุด เพื่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศจะได้รับสิทธิอย่างเสมอภาคกัน ผมแนะนำเสนอว่าเอาถอน กลับไปก่อนและนำมาเสนอใหม่ ท่านประธานเห็นด้วยไหมครับ🔗
ก็ต้องหารือ กันนะครับ🔗
ลองหารือสิครับ เพราะไม่อย่างนั้น เดี ยวก็ต้องมาโหวตเสียงอีก เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ถ้ามีคนใดคนหนึ่งค้าน ๑ คน ก็ต้องลงมติ ผมอยากให้มันเรียบร้อยครับ หมายความว่าอย่างไรท่านประธานทราบดีอยู่แล้วที่พูดอย่างนี้ ก็หมายความว่าเอากลับไปก็จบ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตได้หารือท่านเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาตินะครับ เนื่องจากว่า มีท่านสมาชิกเราอภิปรายเรื่องการเตรียมเอกสาร เรื่องข้อมูลอะไรต่าง ๆ ก็เห็นว่ายังไม่มี ความเหมาะสม ยังไม่สมบูรณ์เอาอย่างนี้แล้วกัน ยังไม่สมบูรณ์ ฉะนั้นทางท่านสมาชิก ส่วนใหญ่มีความเห็นออกมาทำนองเดียวกันว่าถ้าทางคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติสามารถ ที่จะนำถอนกลับไปปรับปรุงแล้วค่อยเสนอเข้ามาใหม่ ไม่ทราบว่าทางคณะกรรมการสุขภาพ แห่งชาติ ท่านเลขาธิการจะมีความเห็นอย่างไร ขอฟังความเห็นครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูง และเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรผู้ทรงเกียรติผ่านทางท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จะขออนุญาตเรียนตามสิ่งที่ทางท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรผู้ทรงเกียรติทั้ง ๑๐ ท่านได้กรุณาให้ข้อชี้แนะ รวมทั้งจะขออนุญาตชี้แจงสรุปสั้น ๆ และหลังจากนั้นก็คงเป็นไปตามที่ทางท่านประธานเป็นช่วงของการที่จะขอเรียนหารือเรื่องนี้ กับทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อนะครับ🔗
คือโดยสรุปท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทั้ง ๑๐ ท่าน ได้กรุณา ให้ข้อคิดเห็นในภาพรวมของธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... ข้อที่ ๑ ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องใหญ่เป็นเรื่องสำคัญต่อทั้งประเทศและต่อ ประชาชน ข้อที่ ๒ ในเอกสารที่นำเสนอต่อสภานั้นยังไม่ได้แซมกระบวนการที่มาที่ไป และข้อมูลที่ชัดเจนพอ ข้อที่ ๓ ไม่เห็นความชัดเจนในทางปฏิบัติ ข้อที่ ๔ ไม่ได้แก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน เช่นปัญหาเรื่องความไม่เท่าเทียม หรือปัญหาเรื่องการเข้าถึง ระบบบริการสุขภาพที่ยังคงเป็นปัญหาอยู่ และข้อที่ ๕ เอกสารที่นำเสนอต่อทางสภานี้ ยังไม่ชัดเจน ยังไม่สมบูรณ์ ทั้ง ๕ ข้อนี้ผมขออนุญาตที่จะนำเสนอภาพรวม คือเนื่องจาก ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... เป็นเครื่องมือภายใต้ พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ตามมาตรา ๔๖ ที่กำหนดให้คณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ขณะนี้ท่านได้มอบให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีคือท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน ให้เป็นผู้ทำขึ้นเพื่อใช้เป็น กรอบและแนวทางการกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์ และการดำเนินงานด้านสุขภาพของ ประเทศ เพื่อใช้เป็นกรอบและแนวทางในการกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์และการดำเนินงาน ด้านสุขภาพของประเทศ หรือพูดแบบเข้าใจง่าย ๆ ก็คือเพื่อเป็นเข็มทิศของระบบสุขภาพ ส่วนในแง่รายละเอียดของการปฏิบัตินั้นจะต้องผ่านไปตามหน่วยงานต่าง ๆ เพราะว่า ในพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้กำหนดว่าถ้าธรรมนูญว่าด้วยระบบ สุขภาพแห่งชาติได้ถูกประกาศใช้แล้ว ให้มีผลผูกพันต่อหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะใช้ไปดำเนินการ ตามอำนาจหน้าที่ต่อนะครับ ฉะนั้นในกระบวนการของการดำเนินการของการจัดทำร่างธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพ แห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... ทางคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจึงได้ตั้งคณะกรรมการ จัดทำธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ..... ซึ่งมีดอกเตอร์สุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นประธาน และมีกรรมการประกอบด้วยภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาร่วม ได้มีการดำเนินการ มาตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา มีการดำเนินการมาเป็นเวลาปีเศษ ๆ โดยผ่าน กระบวนการการมีส่วนร่วมต่าง ๆ ด้วยการยึดหลักว่า การยกร่างธรรมนูญฉบับใหม่นี้จะต้อง ใช้หลักการทางวิชาการ การมีส่วนร่วมและการสื่อสารสังคมอย่างต่อเนื่อง จึงมีการจัด กระบวนการฟังความเห็นของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งที่เป็นกลุ่มเฉพาะและในภาพรวมหลาย สิบครั้งตลอดเวลา ๑-๒ ปี จนกระทั่งมีการยกร่างและผ่านการเห็นชอบของคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคมของปีนี้ และหลังจากนั้นก็เข้าสู่ที่ประชุมของ คณะรัฐมนตรีตามที่ทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทราบกันแล้วเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาสำคัญของตัวธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... มีสาระสำคัญทั้งหมด ๔ ส่วน🔗
อันที่ ๑ เป็นการประมวลสถานการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพในระยะ ๕ ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นการประมวลทั้งภาพใหญ่ของระดับโลกลงมาจนกระทั่งปัญหาที่เรา เจออยู่ในระบบสุขภาพ แล้วก็สอดคล้องกับทิศทางของการประมวลผลของทางการจัดทำ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ของทางสภาพัฒน์🔗
อันที่ ๒ กำหนดกรอบแนวคิดปรัชญาและเป้าหมายร่วมของระบบสุขภาพ ว่าใน ๕ ปีข้างหน้าเราตั้งเป้าหมายจะเดินหน้าไปอย่างไร🔗
อันที่ ๓ เป็นรายละเอียดมาตรการสำคัญสู่เป้าหมายระบบสุขภาพ ที่พึงประสงค์ ซึ่งมีทั้งหมดอยู่ ๓๒ มาตรการ🔗
และสุดท้าย เป็นเรื่องของคำนิยามต่าง ๆ เพื่อให้หน่วยงานและภาคส่วนอื่น ๆ ได้มีความเข้าใจตรงกันว่าภายใต้ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติที่มีการระบุเป็นกรอบ ทิศทางต่าง ๆ นั้น มีคำนิยามหรือมีคำศัพท์ต่าง ๆ ให้เข้าใจตรงกันคืออะไร โดยเรา มีเป้าหมาย ๕ ปี คือต้องการให้เห็นว่าระบบสุขภาพที่เป็นธรรม ซึ่งมีมิติสุขภาพทั้งทางกาย ทางจิต ทางปัญญาและทางสังคม และมีแนวทางการดำเนินการใหญ่ ๆ อยู่ ๓ ส่วนคือ🔗
๑. การพัฒนากระบวนการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในตลอดช่วงเวลา ของการที่เรามีธรรมนูญในการประกาศใช้🔗
๒. การทำสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศหรือกลไกต่าง ๆ ให้เอื้อต่อการ มีสุขภาพที่ดี ซึ่งก็จะทำผ่านหน่วยงานต่าง ๆ🔗
๓. การให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ในทุกกลุ่มวัย และทุกระดับ ทั้งหมดนี้ก็เป็นการดำเนินการภายใต้เนื้อหา ซึ่งในเอกสารที่ส่งมอบให้กับ ทางสภาอาจจะสรุปรวบรัดไปหน่อย แต่ความเป็นจริงแล้วเราจะมีเอกสารข้อมูลต่าง ๆ ตลอดกระบวนการดำเนินการทั้งปี🔗
ซึ่งทั้งหมดนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติซึ่งเป็น ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาให้ข้อคิดเห็น ให้ข้อชี้แนะ รวมทั้งเรื่องของ กระบวนการจัดทำเอกสาร ซึ่งในส่วนของเอกสารนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพ แห่งชาติจะรับไปดำเนินการแก้ไขใหม่อีกครั้ง และถ้าเกิดทางสภาจะให้โอกาส ทางสำนักงาน ก็จะนำเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อขอคำชี้แนะเพิ่มเติมจากทางสภาใหม่อีกครั้งหนึ่งครับ🔗
เดี ยวผม ขออนุญาตหารือท่านพิเชษฐ์กับท่านอุบลศักดิ์สักหน่อยดีไหมครับ เมื่อสักครู่ท่านเลขาธิการ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติก็ได้ชี้แจง และท่านก็ยอมรับอยู่ว่าเอกสารบางส่วนอาจจะทำ รวบรัดไปหน่อยเลยต้องทำให้เวลาท่านสมาชิกเราอ่านแล้วมันอาจคล้าย ๆ กับไม่สมบูรณ์นัก แต่ท่านก็ได้เรียนชี้แจงเพิ่มเติมไปพอสมควร ฉะนั้นผมอยากหารือท่านพิเชษฐ์กับ ท่านอุบลศักดิ์ที่ได้บอกว่าอยากให้ถอดถอน ถ้าสมมุติว่าเราได้ฟังคำชี้แจงของท่านเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติแล้ว ถ้าเรา พอเข้าใจแล้ว เพราะระเบียบวาระนี้เป็นเพียงระเบียบวาระเพื่อทราบเท่านั้นเองนะครับ ฉะนั้นอยากหาหรือว่าพอที่จะผ่านได้ไหมครับ ถ้าผ่านเราก็จะได้ประชุมในระเบียบวาระอื่น เชิญคุณหมอชลน่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เชิญครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตกราบเรียนหารือ ท่านประธานนะครับ ในวาระนี้เป็นวาระที่ท่านประธานแจ้งทราบ เป็นวาระรับทราบ ในรายงานในสิ่งที่หน่วยงานได้นำมาเสนอต่อสภาตามตัวบทกฎหมายของแต่ละหน่วยงานที่มี แต่เขียนรองรับเอาไว้ สำนักงานสุขภาพแห่งชาติก็มีพระราชบัญญัติว่าด้วยสุขภาพแห่งชาติ ปี ๒๕๕๐ ออกมาใช้บังคับ แล้วก็ในมาตราที่เกี่ยวข้องคือมาตรา ๔๖ นั่นก็เขียนไว้ชัดเจนว่า ให้คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติไปจัดทำธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติ เมื่อจัดทำเสร็จแล้วก็ให้ ครม. ให้ความเห็นชอบ หลังจากนั้นก็นำรายงานมาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อรับทราบ และหลังจากรับทราบก็จะประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ท่านประธานครับ การเขียนอย่างนี้สิ่งหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกได้ให้ความเห็นไปถึงความไม่เรียบร้อย ความไม่สมบูรณ์ หรือความคาดหวังที่อยากจะเห็นในธรรมนูญสุขภาพที่ทุกท่านอยากเห็น จริงอยู่ฉบับนี้ เป็นฉบับที่ ๓ ฉบับแรกเริ่มปี ๒๕๕๒ ทบทวนมา ฉบับที่ ๒ ปี ๒๕๕๙ ครั้งนี้เป็นฉบับที่ ๓ เมื่อสมาชิกให้ความเห็นว่าสิ่งที่เจอสิ่งที่พบแม้เป็นวาระรับทราบมันไม่สมบูรณ์ เขาอยาก จะเห็นมากกว่านี้ ท่านเลขาธิการเองได้ขึ้นมาตอบว่าจะรับกลับไปพิจารณาแก้ไข แล้วขอ โอกาสจากสภาเราเพื่อจะนำมาเสนออีกครั้งหนึ่ง ด้วยความเคารพท่านประธานครับ คือพยายามเอาใจช่วยนะครับ ในฐานะที่อยู่ในวงการนี้แล้วก็เคยทำเรื่องนี้เหมือนกับท่าน ในสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ เป็นต้นมา ก่อนปี ๒๕๕๐ ด้วยซ้ำไปที่เรามี ส่วนร่วมด้วยกัน สิ่งหนึ่งที่ต้องตั้งข้อสังเกตนะครับ ถ้าท่านรับไปปรับแก้แล้วกลับมาเสนอใหม่ มันจะอย่างไรครับ มันจะชอบด้วยกฎหมายไหม เพราะสิ่งที่ท่านเสนอแก้ นั่นคือท่านเริ่ม ทำใหม่ ท่านต้องไปผ่าน ครม. ให้ ครม. เห็นชอบท่านก่อนถึงจะมาเสนอที่นี่ได้ เพราะ กฎหมายบัญญัติว่าเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้วถึงจะให้รัฐสภาหมายถึงสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรและสมาชิกวุฒิสภารับทราบตามที่ ครม. เห็นชอบ เรารับทราบเท่านั้นเอง ท่านถึงจะ ประกาศใช้ได้ เพราะฉะนั้นท่านต้องยอมรับตรงนี้นะครับว่าท่านจะนำไปแก้ไขและเสนอ ครม. ใหม่ แล้วส่งมาที่นี่ ไม่อย่างนั้นท่านแก้ไขไม่ได้ครับ ท่านแก้ไขในสิ่งที่ ครม. เห็นชอบ ได้อย่างไร แล้วท่านก็ทำผิดกฎหมายเสียเอง เพราะฉะนั้นประเด็นหนึ่งที่ผมฝากเป็นข้อสังเกต ก็อยากช่วยท่านเต็มที่แต่เผอิญเท่าที่ผมตรวจสอบดูนะครับ ธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติฉบับนี้ มันเป็นฉบับที่ ๓ แล้ว เกิดกระบวนการการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมก็แปลกใจว่า ฝากท่านเลขาธิการด้วยนะครับ เข้าไปดูในรายละเอียด ท่านทำครบถ้วนตามมาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ หรือยังครับ ที่เขาบอกว่าอย่างน้อยต้องมีรายการต่อไปนี้ ผมเปิดดูกฎหมาย คร่าว ๆ เมื่อสักครู่ประมาณ ๑๐ ประเด็น ถามว่าในธรรมนูญที่ท่านเขียนมาตรงนี้ ๑. ผมก็ตั้ง ข้อสังเกตว่าท่านใช้คำว่า เป็นร่าง ร่างนี่ใครอนุมัติครับ เมื่อไรมันจะเป็นธรรมนูญ ตั้งข้อสังเกตนะครับ เสนอมาฉบับแผ่นแปะ เขาเรียกแผ่นแปะ เสียชื่อพวกเราหมดเลย ด้วยความเคารพผมไม่เคยเห็นหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขเราทำงานอะไรแบบนี้นะ เพราะแต่ละสำนักแต่ละหน่วยงานที่เข้ามาจะเนี้ยบมาก อันนี้เอกสารของสภาครับ มีเรฟเฟอเรนซ์ (Reference) มีที่มาที่ไปชัดเจนหมด คือด้วยความเคารพท่านประธานครับ ๑. คำว่า ร่าง เราเห็นชอบร่างหรือ แต่ในกฎหมายบอกเห็นชอบ รับทราบธรรมนูญนะครับ อันนี้ข้อสังเกตจากผมนะ กฎหมายบอกว่าให้สภารับทราบธรรมนูญสุขภาพ ไม่ใช่รับทราบ ร่างธรรมนูญสุขภาพ และใครเป็นผู้อนุมัติให้เป็นธรรมนูญ ในชั้นที่ท่านทำเองก่อนเสนอ ครม. ท่านอาจจะใช้คำว่า ร่าง ได้นะครับ เพราะกฎหมายบังคับว่า ครม. ให้ความเห็นชอบ เพื่อจะไป กำหนดเป็นกรอบเรื่องของการทำแผน ทำนโยบาย ทำยุทธศาสตร์ต่อ เมื่อ ครม. เห็นชอบแล้ว ท่านต้องเอาสิ่งที่ ครม. เห็นชอบมาจัดทำรายงานใหม่ เป็นธรรมนูญสุขภาพนำเสนอต่อ รัฐสภา นั่นหมายถึง ๒ สภาแยกกัน เป็นธรรมนูญสุขภาพ และเนื้อหาสาระต้องครอบคลุม ไปตามตัวบทกฎหมายด้วยนะครับ สิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้ตั้งข้อสังเกตท่านต้องพร้อมที่จะบอกเขา แนวทางต่าง ๆ จริงอยู่ครับ ท่านพยายามเขียนบอกว่ามีมาตรการต่าง ๆ รองรับ แต่ความ ไม่ชัดแจ้งตรงนั้นเองทำให้เพื่อนสมาชิกสงสัย ก็ด้วยความขอบคุณท่านประธานครับว่า เรารับทราบนะ แต่ถ้าท่านรับว่าจะนำไปปรับแก้ก็ฝากรับข้อสังเกตพวกเราไปนะครับ รับข้อสังเกตพวกเราไป เรารับทราบพร้อมข้อสังเกต ท่านก็รับไปแก้แล้วก็นำเสนอ ครม. ใหม่ เมื่อเสนอ ครม. เสร็จแล้วเป็นธรรมนูญสุขภาพที่ผ่าน ครม. แล้วจึงนำมาให้เรารับทราบ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรที่กรุณาให้ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตที่ดีมากนะครับ เมื่อสักครู่สรุปว่าท่านเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติท่านยินดีที่จะถอนออกไป ปรับปรุงใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ ต้องกราบขอบพระคุณท่านชลน่าน ศรีแก้ว ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ สิ่งที่ท่านพูดนั้นถูกต้องหมดเลยนะครับ ว่ากระบวนการ ของการจัดทำธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... นี้ เป็นกระบวนการที่ได้ ดำเนินการตามกฎหมายสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ตามมาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ และ มาตรา ๔๘ ทุกขั้นตอนหมดนะครับ รวมทั้งเนื้อหาที่บรรจุอยู่ ซึ่งทั้งหมดเมื่อสักครู่ที่ผมพูดถึง เรื่องของการที่จะจัดทำใหม่ หมายถึงจัดทำเอกสาร จริง ๆ กระบวนการของการจัดทำ ธรรมนูญมีรายละเอียดนะครับ มีหน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวข้อง มีขั้นมีตอนดำเนินการ และมีข้อมูลทางวิชาการต่าง ๆ สนับสนุนไว้ครบโดยสมบูรณ์แล้วนะครับ แต่เนื่องจาก กระบวนการทำเอกสารในการนำเสนอสภา ซึ่งผมต้องกราบขอโทษว่าเป็นการทำเอกสารที่ไม่ สมบูรณ์ แล้วก็เป็นการทำที่ค่อนข้างรวดเร็ว เพราะว่าทางสภาได้กรุณาบรรจุระเบียบวาระนี้ ให้กับทางสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพด้วยความรวดเร็ว ซึ่งก็เป็นพระคุณอย่างยิ่งนะครับ เพราะเราเพิ่งผ่าน ครม. เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม และวันนี้ได้โอกาสบรรจุเข้าสู่การพิจารณา ของสภา ซึ่งในส่วนของการรับไปทำนี่หมายถึงว่าทางสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพ แห่งชาติก็จะจัดทำเอกสารให้ครบสมบูรณ์ มีรายละเอียดต่าง ๆ แล้วก็จะตอบคำถาม ตอบโจทย์ที่ทางท่านสมาชิกทั้ง ๑๐ ท่านได้กรุณาให้ข้อชี้แนะไว้ให้ครบและนำเสนออีกทีครับ แต่ไม่ใช่เริ่มกระบวนการทำธรรมนูญใหม่อีกทีครับ🔗
ขอบคุณ ท่านเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาตินะครับ ก็สรุปว่าท่านเลขาธิการคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติได้รับข้อสังเกต ข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกเพื่อจะนำเอาออกไปปรับปรุง แล้วก็เสนอผ่าน ครม. ตามกระบวนการที่ถูกต้องต่อไป ฉะนั้นเมื่อท่านเลขาธิการยินดีที่จะรับ ข้อสังเกตของท่านสมาชิกไปปรับปรุงนะครับ ก็ถือว่าท่านยอมถอนออกไปปรับปรุง ฉะนั้น จะถอนได้ก็ต้องอาศัยที่ประชุมสภาแห่งนี้อนุญาต ฉะนั้นผมจึงขออนุญาตที่ประชุมนะครับ ผมฟังการอภิปรายของท่านสมาชิกทั้ง ๑๐ ท่านแล้วไปในแนวทางเดียวกัน ฉะนั้น ผมขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามที่ประชุมว่า มีสมาชิกท่านใดไม่เห็นชอบกับการถอน ร่างธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... ออกไปปรับปรุง มีท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบครับ🔗
ก็แสดงว่า ที่ประชุมให้ความเห็นชอบหมดนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิครับ🔗
เชิญ ท่านณัฐวุฒิครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับสิ่งที่ท่านประธานสรุป กับสิ่งที่ท่านเลขาธิการ สช. ตอบ คำพูดไม่ได้ เหมือนกันนะครับ แล้วก็อาจจะแปลความไม่ตรงกันครับ ความเห็นของผมแล้วก็ผมเข้าใจว่า สิ่งที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณานำเรียน ไม่ใช่แค่ประเด็นเรื่องของ รายละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอกสารประกอบต่าง ๆ แต่ว่าเป็นประเด็นว่า ณ ขณะนี้ ข้อกฎหมายก็คือว่าเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๕ คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งเป็นฉบับที่ ๓ ว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติไปแล้ว ไปแล้วนะครับ แต่สิ่งที่เพื่อนสมาชิก ตั้งข้อสังเกตเป็นการตั้งข้อสังเกตทั้งในเชิงเอกสารประกอบ ทั้งในเชิงเนื้อหาสาระ แล้วก็ ในเชิงกระบวนการ คำถามสำคัญก็คือว่าในวันนี้ถ้าท่านจะถอนไป ท่านบอกแค่เพียงว่า จะนำไปปรับปรุงเอกสาร ซึ่งไม่ใช่ตัวธรรมนูญนี้นะครับ เอกสารประกอบต่าง ๆ แล้วก็ส่งเล่มนั้น เข้ามาประกบประกอบกันซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่ว่าท่านไม่ได้พูดเลยว่าจะมีการนำกลับไปเสนอให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบใหม่ ท่านเลขาธิการไม่ได้พูดครับ ท่านประธาน เป็นคนสรุปแบบนั้น ฉะนั้นต้องทบทวนกันให้ชัดว่าตกลงแล้ว สช. จะรับไปแก้ไข ปรับปรุง ซึ่ง ไม่ได้ทำกระบวนการใหม่ แก้ไข ปรับปรุง สรุปรวบยอดจากสิ่งที่ทำมาแล้ว หนาขึ้นก็ได้ มีเอกสารประกอบแนบ มีอินเด็กซ์ (Index) ต่าง ๆ ประกอบก็ได้ แต่ต้องกลับไปเข้า คณะรัฐมนตรีใหม่อีกครั้งหนึ่งครับ แล้วถ้าคณะรัฐมนตรีเห็นชอบหรือไม่ประการใด ถ้าเห็นชอบค่อยส่งมาให้สภา ผมคิดว่าอันนี้ต้องตอบเอาให้ชัดก่อนครับ ก่อนที่ท่านประธาน จะได้สรุปแบบนั้น ท่านเลขาธิการ สช. ไม่ได้ตอบแบบนั้นครับ🔗
ผมได้สรุป ตามที่ท่านณัฐวุฒิสรุปมานี่แหละครับ แต่คำพูดมันอาจจะไม่เหมือนกันทุกถ้อยคำ ได้สรุปแล้ว ท่านเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติก็สรุปตามนี้ใช่ไหมครับ เห็นด้วยตามนี้ ใช่ไหมครับ คือมันต้องเป็นไปตามกระบวนการ ถ้าไม่ผ่าน ครม. มันก็เสนอเข้ามาสู่สภาเรา ไม่ได้อยู่ดีครับ มันต้องไปตามกระบวนการอยู่แล้ว ที่ประชุมไม่มีใครขัดข้องนะครับ ก็เป็นอันว่าที่ประชุมอนุญาตให้ถอนร่างธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... ออกไปปรับปรุง แก้ไข แล้วก็ค่อยเสนอขออนุญาตขออนุมัติต่อ ครม. และเสนอมาสู่ สภาเรารับทราบต่อไปครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้าน เชิญครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ด้วยความเคารพท่านประธานครับ เพื่อให้การทำงานมันเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มันมีเรื่องที่จำเป็นต้องพิจารณาอยู่ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ คือตัวธรรมนูญ ข้อสังเกตผม ผมตั้งข้อสังเกตแม้ว่าเป็นร่างธรรมนูญ สิ่งที่เราต้องการถ้าทำตามกฎหมายเสนอเข้ามาต้องเป็นธรรมนูญ การที่จะเป็นธรรมนูญได้คือ ครม. เห็นชอบ ท่านอย่าเอาร่างธรรมนูญที่ท่านเสนอ ครม. แล้วมาให้เราเห็นชอบร่างนั้นอีก อันนี้เรื่องที่ ๑🔗
เรื่องที่ ๒ ในธรรมนูญนี้เพื่อนสมาชิกได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องของเนื้อหา ว่ามัน ครอบคลุมมาตรา ๔๗ ไหม ถ้าท่านเลขาธิการยืนยันว่ากระบวนการทำมันครอบคลุม ตามมาตรา ๔๗ บัญญัติไว้ ใช้คำว่า อย่างน้อย ต้องมี ถ้าท่านเปิดดูเร็ว ๆ ธรรมนูญฉบับนี้ มีไหม ผมเปิดดูเร็ว ๆ ฉบับนี้มีอยู่ประมาณ ๔ ข้อ ๕ ข้อเองครับ ผมยกตัวอย่าง ท่านประธาน ขออีกนิดเดียวครับ เพราะฉะนั้นถ้ามันมีเนื้อหาที่จำเป็นต้องไปเติมเต็มอันนี้ต้องเข้า ครม. แต่ถ้าท่านยืนยันว่าเนื้อหามันครบตามมาตรา ๔๗ แล้ว เพียงแต่ไปจัดทำตัวรายงาน องค์ประกอบใหม่ให้มันเป็นธรรมนูญที่สมบูรณ์ ที่มาที่ไปของกระบวนการการจัดทำประกอบ อันนั้นเอารายงานฉบับนั้นมาได้โดยไม่แก้ธรรมนูญ อันนี้เข้าสู่สภาได้ ผมแบ่งเป็น ๒ เรื่อง อย่างนี้นะครับ ก็ต้องถามท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาธิการว่าท่านจัดทำครบไหม ถ้าท่านทำมา อีกครั้งหนึ่ง ถ้าเพื่อนสมาชิกทักท้วงว่ายังไม่ครบ อันนั้นท่านต้องถอนออกไปใหม่หมดเลย ไปทำใหม่เสนอ ครม. ใหม่ ท่านไปดูให้ดี อันนี้ผมมีข้อแนะอยู่ ๒ เรื่องหลักนี่ละครับ เนื้อหาครบในธรรมนูญก็ไม่ต้องเสนอ ครม. เพียงแต่ไปปรับเรื่องของรายงานที่จะนำเสนอ ให้ทราบเท่านั้นเอง ขอบพระคุณท่านประธาน🔗
ท่านเลขาธิการ ตอบยืนยันอีกครั้งหนึ่งครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ทางสำนักงานคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติยืนยันครับ ทั้งกระบวนการดำเนินการของการจัดทำธรรมนูญครบถ้วน ตามกฎหมายกำหนดไว้ และเนื้อหาข้างในมีสาระหมวดครบถ้วนอย่างน้อย ๑๒ สาระหมวด ตามที่มาตรา ๔๗ ได้กำหนดไว้ได้ครบหมดแล้ว เพียงแต่ตัวเนื้อหามันจะถูกจัดอยู่ในส่วนของ ภาคผนวกของตัวภาคแรก บทแรก แต่ทั้งหมดตัวธรรมนูญมันประกอบด้วยตัวบทแรก แล้วก็บทว่าด้วยภาคผนวกเนื้อหาทั้งหลายไว้ ซึ่งตรงส่วนนี้ทางสำนักงานจะจัดทำเอกสาร เพิ่มเติมครับ คือในขั้นตอนนี้ทางสำนักงานยืนยันว่าเนื้อหาได้ทำครบตามมาตรา ๔๗ ครบหมดครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ผมว่าทางเลขาธิการคณะกรรมการ พร้อมคณะกรรมการทั้งชุด ได้รับข้อสังเกตจาก ท่านสมาชิกเป็นทุกสิ่งทุกอย่างไปแล้ว แล้วก็ถ้าสมมุติว่าท่านเลขาธิการยังไม่ชัดเจนก็ขอ เทป (Tape) บันทึกการประชุมสภาที่ท่านสมาชิกให้ข้อสังเกตไป อันนี้ถือว่าได้ถอนแล้วนะครับ ท่านพิเชษฐ์พอแล้วนะครับ ผมว่าก็น่าจะจบแล้วครับ เพราะท่านเลขาธิการได้รับไป🔗
คือถ้าไม่เข้าใจเดี ยวก็กลับมาอีก แล้วกลับมาอีกก็ต้องกลับไปอีก เพราะว่ากระบวนการตรงนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ🔗
ท่านเข้าใจ แล้วละครับ🔗
คืออย่างนี้ครับ ท่านเลขาธิการ ท่านไปขออนุมัติ ครม. ท่านใช้อย่างนี้หรือครับ หรือว่าเป็นเล่มใหญ่ ๆ ที่เอาไปอนุมัติข้อมูล คือถ้าท่านกลับมานี้ท่านเป็นใคร ไม่รู้เลยว่าเป็นของใคร ไม่มีชื่อใครทั้งนั้น ท่านต้องทำแบบนี้ ว่าท่านเป็นใคร มีกรรมการกี่คนอยู่ในนี้ ทำเป็นเล่มมา แล้วก็ ๗ ข้อที่ท่านส่งมานี่ ข้อ ๑ เรื่อง ความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ท่านเล่าเรื่องมานะครับ เล่าเรื่องประชากรลดน้อยลง ตกลงจะทำอย่างไรกับประชากรของประเทศ ธรรมนูญของท่านนี้ให้ผมสบายใจ ให้ผมดีใจ ที่ว่าธรรมนูญข้อที่ ๑ เรื่องของประชากรที่ลดลงท่านจะทำอย่างไร มีวิธีการที่จะทำให้ ประชากรเพิ่มขึ้นจูงใจอย่างไร ท่านทำเข้ามาหน่อย ไม่ใช่ว่าเล่าเรื่อง เล่าเรื่องก็จบ เล่าเรื่อง ทั้งหมดเลย เล่าเรื่องทั้งหมด แต่ถามว่าแนวทางปฏิบัติต้องทำอย่างไร ไม่มี อันนี้ ส.ส. เขาทวงท่านไป ท่านทำมาเป็นหนา ๆ เข้าใจง่ายหน่อยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านพิเชษฐ์ครับ ก็ถือว่าเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจะได้ขอถอนร่างธรรมนูญ ว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... ถอนออกไปปรับปรุงแก้ไขนะครับ แล้วก็ ดำเนินการตามกระบวนการตามข้อเสนอของท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ได้เสนอแนะ ก็ถือว่าได้ถอนไปนะครับ ขอกราบขอบพระคุณคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติทุกท่านนะครับ ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับต่อไปจะเป็นระเบียบวาระที่ ๔🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
๔.๑ รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การศึกษาปรับปรุง แก้ไข กฎหมาย ด้านความมั่นคง ซึ่งคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ พิจารณาเสร็จแล้ว🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน กระผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ เนื่องจากวันนี้ท่านประธาน คณะกรรมาธิการท่านติดภารกิจสำคัญในช่วงเวลาที่จะนำเสนอรายงาน จึงได้มอบหมายให้ กระผมในฐานะผู้แทนได้นำเสนอสรุปรายงาน เรื่อง การศึกษาปรับปรุง แก้ไข กฎหมายด้าน ความมั่นคง ของคณะกรรมาธิการต่อที่ประชุมครั้งนี้ ดังนี้🔗
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่๑ ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๒ ที่ประชุมได้ลงมติตั้งคณะกรรมาธิการตาม ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๐ (๙) โดยให้มีหน้าที่และอำนาจ ในการกระทำกิจการการสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ การค้าชายแดน การค้าผ่านแดนจุดผ่านแดนถาวร จุดผ่านแดนชั่วคราว จุดผ่อนปรนเพื่อ การค้า ช่องทางธรรมชาติ และช่องทางตามกฎหมายศุลกากร การเดินทางข้ามแดน การจัดการและการดูแลแรงงานข้ามแดน การส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน และเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาและการพัฒนาชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุน และแก้ไขปัญหา เกี่ยวกับดินแดนและความมั่นคงของประชาชน นั้น🔗
ภายใต้หน้าที่และอำนาจที่ได้รับมอบหมายจากสภาผู้แทนราษฎร ในคราว การประชุมคณะกรรมาธิการ ครั้งที่ ๑๗ วันพุธที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๓ คณะกรรมาธิการ ได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปรับปรุง แก้ไข กฎหมายด้านความมั่นคง เพื่อพิจารณาศึกษา ปรับปรุง พัฒนา แก้ไข กฎหมายด้านความมั่นคง และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมอบหมายให้ กระผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ และเมื่อคณะอนุกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษาแล้วเสร็จ ได้นำเสนอรายงานต่อ คณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาต่อไป ซึ่งภายหลังจากที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้ว เห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มองเห็นปัญหาของความมั่นคง เป็นความสำคัญอย่างยิ่ง จึงได้มีมติให้จัดทำรายงานเรื่องดังกล่าวเสนอมายังสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาต่อไป ทั้งนี้ ในรายละเอียดข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ปรากฏ ตามรายงานที่เสนอต่อที่ประชุมแล้ว ซึ่งกระผมขออนุญาตไม่ลงรายละเอียด และเบื้องต้น กระผมขออนุญาตท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตให้ พลโท พงศกร รอดชมภู ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ และนายจำนงค์ ไชยมงคล ที่ปรึกษาประจำคณะอนุ กรรมาธิการ ได้เข้าร่วมเพื่อชี้แจงต่อสภาด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาและ สมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลโท พงศกร รอดชมภู ประธานที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่า กฎหมายความมั่นคงที่เรากำลัง จะพูดคุยกันอยู่นี้มีอยู่หลายฉบับอยู่ในที่ต่าง ๆ กัน เช่น กฎหมายอาญาความผิดเกี่ยวกับ ความมั่นคง มาตรา ๑๐๗ ถึงมาตรา ๑๓๕ พ.ร.บ. ความมั่นคง พ.ร.บ. กฎอัยการศึก รวมถึง พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับประชาชน เช่น พ.ร.บ. การชุมนุม อย่างนี้เป็นต้น กฎหมายต่าง ๆ เหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วจะทำการบัญญัติหรือแก้ไขในช่วงเวลาที่มีการ รัฐประหารหรือเป็นกฎหมายที่ได้บัญญัติขึ้นมาตั้งแต่สมัย พูดตรงไปตรงมาก็คือสมัยศตวรรษ ที่แล้วเป็นส่วนใหญ่นะครับ ภาพรวมของการดูแลประชาชนในศตวรรษที่แล้วจะมุ่งให้ ประชาชนอยู่ในกรอบ อยู่ในสิ่งที่รัฐบาลต้องการ เพื่อประโยชน์ของรัฐบาลเสียมากกว่า แล้วก็ นำสิ่งที่เรียกว่าความมั่นคงนั้นมาเกี่ยวข้องกับรัฐบาล พูดง่าย ๆ คือความมั่นคงของรัฐบาล คือความมั่นคงของรัฐ นี่คือประเด็นใหญ่ แล้วภาพรวมอันนี้พอทำไปนาน ๆ เข้าโลกเปลี่ยน ไปเยอะ ประชาชนต้องการความหลากหลาย ต้องการความคิดเห็นที่แตกต่างกันก็เกิดความ ขัดแย้งกับภาครัฐ กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งขณะนี้เราเข้ามาสู่ศตวรรษที่ ๒๑ แล้วก็ควรที่จะมี การพัฒนาปรับปรุงกฎหมายทั้งหลายนี้อีกสักรอบหนึ่ง เจตนาไม่มีอะไรมาก เพียงให้ ฝ่ายความมั่นคงและพนักงานเจ้าหน้าที่ทั้งหลายได้รู้สึกว่าควรจะทำอะไรให้มันสอดคล้องกับ ความเปลี่ยนแปลงไปของโลกนี้ เรามองโลกนี้ใหม่จากศตวรรษที่แล้วที่เราอยู่กันในกลุ่มของ นาซีบ้าง อยู่ในเผด็จการทหารบ้าง อยู่ในการต่อสู้ระหว่างสงครามเย็นของคอมมิวนิสต์บ้าง เปลี่ยนมาเป็นโลกอย่างยุโรปตะวันตก คือเขาอยู่ด้วยกัน ในยุโรปอุดมการณ์ทาง การเมืองของประชาชนสวิงตั้งแต่ซ้ายจัดก็คือสังคมนิยม มีไปจนถึงขวาจัดก็คืออนุรักษ์นิยม เต็มที่เลย แต่ทั้งหมดนี้อยู่ในกรอบของประชาธิปไตย ใช้เครื่องมือของประชาธิปไตย ทำให้ประชาชนอยู่ร่วมกันได้แบบเขาเรียกว่า พหุวัฒนธรรม หรือว่าอยู่ร่วมกันท่ามกลาง ความหลากหลายความคิดสร้างสรรค์ แล้วก็จะมีความสงบ มีความปกติสุขเกิดขึ้น ท่านสมาชิกอาจจะได้ยินว่าประเทศเยอรมัน เยอรมนีเกิดเรื่องการรัฐประหารขึ้น เรื่องนี้ เกิดจากขวาจัดที่ออกนอกกรอบประชาธิปไตย แต่ก็สามารถดำเนินการที่จะจับกุมได้ อย่างรวดเร็วเพราะประชาชนไม่ได้สนับสนุน แต่ถ้าเกิดเราใช้กำลังเจ้าหน้าที่รัฐบังคับ มากเกินไปในสุดแล้วประชาชนก็จะขัดแย้งกับภาครัฐ ดังนั้นประเด็นของปัญหาที่มาที่ไปมันก็ คือว่าไม่ใช่ความมั่นคงของรัฐกับความมั่นคงของรัฐบาลเป็นเรื่องเดียวกัน มันเป็นคนละเรื่องกัน นั่นละคือประเด็นที่อยากจะนำเสนอในวันนี้🔗
ปัญหาของกฎหมายความมั่นคง เมื่อความคิดเป็นแบบสมัยศตวรรษที่แล้ว ที่นำเรียนไปแล้ว มันก็จะติดอยู่ในเรื่องที่ว่าจะบังคับประชาชนให้หยุดนิ่งอยู่กับที่ได้อย่างไร การจะบังคับอย่างนั้นได้ก็คือต้องพยายามตีความให้มันกว้างเข้าไว้ ใครทำอะไรนิดหน่อย ก็ผิดกฎหมายแล้ว อย่างนี้เป็นต้น🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือพนักงานเจ้าหน้าที่พอจะมาดูนิยามความมั่นคง มาดู กฎหมายก็จะเกิดปัญหาว่าจะตีความอย่างไร เพื่อป้องกันตัวเองไว้เขาก็จำเป็นจะต้องไม่ยอม ละเมิด ป. อาญา มาตรา ๑๕๗ ก็ต้องจับไว้ก่อน ฟ้องไว้ก่อนเพื่อให้ตัวเองไม่ผิดกฎหมาย แต่สิ่งที่ตามมาคือประชาชนที่ก้าวหน้าไปแล้ว ประชาชนที่คิดใหม่ไปแล้วเขารู้สึกว่าในสามัญ สำนึกของเขานี่เขาไม่ได้ผิดนี่นา ความรู้สึกอันนี้ละมันเกิดความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่ของ รัฐกับประชาชน สุดท้ายมันนำไปสู่ความไม่มั่นคงของรัฐในที่สุด นี่คือประเด็นที่อยาก จะยกขึ้นมา ดังนั้นก็มีข้อเสนออยู่ประมาณสัก ๑๐ ประเด็นที่อยากจะยกมาเพื่อเป็นความคิด ที่จะเอาไปใช้ในการที่จะปรับปรุงกฎหมายของรัฐบาลต่อไป🔗
ประการแรก ก็คือมันต้องตั้งต้นด้วยการทบทวน คือตั้งตัวกันไหมว่าเราควร ที่จะดำเนินการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายความมั่นคงเสียก่อน ปรับปรุงอย่างไรครับ ปรับปรุง โดยเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง เอาระบอบประชาธิปไตยเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ความคิดเมื่อศตวรรษ ที่แล้ว ซึ่งใช้ความเรียกว่าการต่อสู้ด้านสงครามเย็นหรือว่าการบัญญัติให้ประชาชนได้อยู่ ในกรอบ ความคิดนี้ต้องเปลี่ยนใหม่ เมื่อคิดจะเปลี่ยนใหม่ก็ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายให้ไป แนวทางนี้ ถ้าเราจะยกของอับราฮัม ลินคอล์น ก็คือกฎหมายต้องเป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ดังนั้นกฎหมายความมั่นคงต้องยืนอยู่บนพื้นฐาน ของประชาชนได้ประโยชน์เป็นที่ตั้ง🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่บังคับใช้กฎหมายอย่างปัจจุบันอย่างที่ หลายท่านก็พบอยู่ในการชุมนุมบ้าง หรือว่าการจับกุมคุมขังในเรื่องต่าง ๆ บ้าง บางครั้ง เจ้าหน้าที่จะไม่เข้าใจเรื่องความมั่นคงจริง ๆ ดังนั้นการที่จะดำเนินคดีด้านความมั่นคง ในอนาคตก็ควรจะปรับปรุงให้เป็นรูปของคณะกรรมการหรือว่าเป็นองค์คณะอะไรบางอย่าง อาจจะเป็นการสืบสวนสอบสวนร่วมก็ได้ ตัวอย่างที่เราควรจะต้องมีก็คือเจ้าหน้าที่จาก สภาความมั่นคงไหม จากสำนักข่าวกรองไหม ซึ่งเขาอาจจะปิดตัวเหมือนกับที่เรื่องศาลเด็ก และเยาวชนจำเป็นจะต้องมีเจ้าหน้าที่จากด้านสังคมสงเคราะห์มาดู ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ โดยเฉพาะ แต่ถ้าเกิดดำเนินคดีแบบคดีอาญาจริง ๆ มันจะมีแต่ว่าจะจับกุมคุมขังเท่านั้น มันไม่สามารถที่จะไปทางอื่นได้🔗
ประเด็นที่ ๓ ก็คือยกตัวอย่าง อย่างประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๖ คำว่า ยุยงปลุกปั่น มีความหมายแค่ไหน กว้างแค่ไหน ลึกแค่ไหน อะไรที่แปลว่ายุยงปลุกปั่น กันแน่ เพราะเท่าที่พบส่วนใหญ่แล้วก็คือการโจมตีรัฐบาล เมื่อเกิดการโจมตีรัฐบาล คือปกติ แล้วรัฐบาลเป็นองค์กรสาธารณะ เป็นบุคคลสาธารณะ โจมตีไปเถอะรับฟังแล้วมาใช้เป็น ประโยชน์แก้ไขถ้ามันแก้ไขได้ แก้ไขไม่ได้ก็ชี้แจงไปก็จบ แต่เนื่องจากว่ารัฐบาลมีความรู้สึกว่า ตัวเองรัฐบาลจะไม่มั่นคงมันก็เลยดำเนินคดีไป มันก็เกิดการขัดแย้งกันระหว่างประชาชน กับรัฐบาล แล้วโดยใช้เงื่อนไขว่ามันไปผิดความมั่นคง เมื่อเป็นเช่นนี้กฎหมายความมั่นคงที่เรา ควรจะปรับปรุงก็ควรจะต้องตั้งต้นที่จะต้องคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐเป็นหลัก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันจะนำไปสู่การปรับปรุงกฎหมาย แล้วก็ พยายามที่จะเอาผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เข้ามาช่วยกัน แล้วก็มาสร้างกระบวนการกฎหมาย ความมั่นคงในหลาย ๆ ด้านเสียใหม่ โดยใช้ประชาชนเป็นที่ตั้ง🔗
ประเด็นที่ ๔ รัฐธรรมนูญไทย มาตรา ๔๔ แล้วก็รัฐธรรมนูญของเยอรมนี มาตรา ๘ รับรองสิทธิของประชาชนในการที่จะชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธเหมือนกัน แล้วก็มี พ.ร.บ. ชุมนุมเหมือนกันทั้ง ๒ ประเทศ แต่ในประเทศไทยผู้ชุมนุมมักจะโดนจับ ในขณะที่ทางประเทศเยอรมนีโอกาสที่เจ้าหน้าที่รัฐจะไปจับกุมประชาชนน้อยมาก เพราะว่า กระบวนการยุติธรรมของเขาจะมีเรื่องศาลปกครอง เขาจะพยายามเปิดเสมอที่จะไม่รบกวน สิทธิและเสรีภาพของประชาชน ในขณะที่ของเราจะดำเนินการคดีทางอาญาไปก่อนเลย หรืออย่างน้อยที่สุดประชาชนก็จะโดนเรื่องคดีจราจร เรื่องความสะอาดเป็นหลักก่อนแล้ว ทุกคนที่ลงไปนี่ก็โดนไปก่อนแล้ว การชุมนุมอาจจะไม่ใช่เป็นคนจัดด้วยซ้ำ แค่ชักชวนมา ก็ถือเป็นผู้จัดการชุมนุมแล้ว ก็จะโดนคดีไปก่อนโดยที่ยังไม่ตั้งตัว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือความ แตกต่างระหว่างเยอรมนีกับไทยในเรื่องกฎหมายที่คล้ายกันหรือเหมือนกันในระบอบ ปกครองแบบเดียวกัน🔗
ประเด็นที่ ๕ ก็คือความแตกต่างระหว่างไทยกับเยอรมนีตรงนี้ละครับ มันทำให้ประเทศไทยกับเยอรมนีแตกต่างกัน เยอรมนีมีคนหัวรุนแรงขวาจัดขนาดที่ว่า ไม่เอาระบอบประชาธิปไตยที่โดนจับไปเมื่อเร็ว ๆ นี้มันก็มี แต่เขาก็อยู่อย่างสงบ แล้วคน ชาวเยอรมันเขาชุมนุมอยู่เสมอ เรียกร้องอยู่เสมอ รัฐบาลก็สามารถตอบสนองได้เสมอ เหมือนกัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย ระบอบประชาธิปไตย เท่านั้นที่จะสร้างความมั่นคงให้กับรัฐได้ ไม่ใช่ความมั่นคงของรัฐบาลนะครับ เป็นความมั่นคง ของรัฐ นั่นคือให้คนที่มีความคิดแตกต่างหลากหลายไม่ถูกปิดปากและสามารถอยู่ด้วยกันได้ อย่างสงบ อันนี้คือประเด็นของมัน ดังนั้นการที่จะรักษาสมดุลระหว่างความมั่นคงกับเสรีภาพ มันจะนำไปสู่ความมั่นคงของรัฐ🔗
ประเด็นที่ ๖ เนื่องจากเราทราบแล้วละว่าคดีความมั่นคงถูกนำมาใช้ ทางการเมือง ดังนั้นการปรับปรุงนี้ก็ควรจะต้องเน้นที่จะปล่อยคดีความมั่นคงมากกว่าที่จะ จับกุมคุมขัง หรือว่าในประมวลวิธีพิจารณาความอาญาอาจจะต้องมีเพิ่มเติม ผู้ต้องสงสัย มากกว่าผู้ต้องหา และมีกระบวนการวิธีการที่ต่างออกไปแบบเดียวกับที่ในต่างประเทศเขาทำ🔗
ประเด็นที่ ๗ พนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนจะถึงศาลควรจะได้รับการอบรมเรื่อง ความมั่นคงให้ชัดเจนออกไป🔗
ประเด็นที่ ๘ กลไกการดำเนินคดีด้านความมั่นคงต้องแยกต่างหาก จากคดีอาญา อาจจะมีการดำเนินการเป็นพิเศษ อย่างที่กราบเรียนให้ทราบแล้วว่ามีเรื่องของ การสืบสวนสอบสวนร่วม มีคณะกรรมการร่วมอะไรต่าง ๆ นี้นะครับ แล้วก็เปิดโอกาสให้กับ ผู้โดนคดีความมั่นคงจะต้องมีการคุ้มครองในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการสู้คดีบ้าง ในการ เยียวยา ในการประกันตัวที่ยืดหยุ่นมากขึ้น คำถามจากท่านสมาชิกอาจจะมีอยู่คำหนึ่ง แล้วกรณีความขัดแย้งที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะทำอย่างไร สิ่งเหล่านี้ผมขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ว่า การที่ไปจับประชาชนโดยที่หลักฐานไม่สมบูรณ์ ถ้าจับผิดจะทำให้เกิดแนวร่วมมุมกลับ เกิดความคับแค้นข้องใจ เกิดความเคียดแค้น แล้วจะ ขยายตัวเป็นความขัดแย้งต่อไป ประชาชนเขาก็รู้ว่าใครเป็นคนทำ ถ้าจับถูกตัวเขาไม่ว่า แต่ถ้าจับผิดตัวมันจะเป็นเรื่องต่อไป ดังนั้นในการดำเนินการวิธีการแบบนี้ที่มีกระบวนการ ยุติธรรมที่ดีในเรื่องของความมั่นคงก็จะทำให้ลดจำนวนผู้ที่ถูกจับผิดตัว แล้วก็สามารถที่จะ พบเป้าหมายที่เป็นผู้ก่อการร้ายจริง ๆ ออกไป🔗
ประเด็นที่ ๙ จะยกกรณีตัวอย่าง ๒ ตัวอย่างที่ชัดเจน อย่างกรณี พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะ ปี ๒๕๕๘ นี้ เราทราบอยู่แล้วว่าประชาชนมักจะโดนเรื่องจราจรบ้าง ความสะอาดบ้าง เราก็แก้นิดเดียวว่าให้เจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้อำนวยความสะดวกประชาชน ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐอำนวยความสะดวกประชาชนแล้วนี่ การที่จะไปผิดกฎหมายจราจร ไปผิดกฎหมายความสะอาดก็ยากแล้ว เพราะเจ้าที่รัฐเป็นผู้อำนวยความสะดวกใช่ไหมครับ หรืออีกประเด็นหนึ่งก็คือการใช้คำว่า ความมั่นคง ไปครอบคลุมทุกเรื่อง บางทีก็อาจจะมี ยกตัวอย่างก็ได้ไปฟังมา ว่าเวลาโอนเงินเข้ามาในประเทศไทย โอนเงินเข้ามาปั๊บมันจะมี กฎหมายที่จะดำเนินการเรื่องการฟอกเงิน เรื่องยาเสพติดอะไรต่าง ๆ แล้วบอกว่าเป็นเรื่อง กฎหมายความมั่นคง ก็ขอตรวจสอบก่อน พอขอตรวจสอบก่อนก็จะหยุดเงินนี้ไว้ประมาณสัก ๓ เดือน ๖ เดือนแล้วแต่ก่อนตรวจสอบ แต่ผู้ที่เอาเงินเข้ามาเขามีดอกเบี้ยเดินทุกวัน อันนี้ จะแตกต่างจากทางต่างประเทศที่เขาจะต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนจนชัดเจนก่อนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องก่อการร้ายจริง ๆ จึงจะออกเรื่องกฎหมายความมั่นคง ดังนั้นผมขอสรุปครับ ท่านประธานครับ ว่าเรื่องของความมั่นคงนั้น ที่แท้จริงแล้วจะต้องเป็นการยอมรับความเห็นต่าง อย่างสร้างสรรค์จากทุกฝ่าย จากประชาชน แล้วก็จากเจ้าหน้าที่รัฐ อันที่ ๒ ก็คือความมั่นคง ของรัฐ ไม่ใช่ความมั่นคงของรัฐบาล และประเด็นสุดท้าย การแก้ไขกฎหมายความมั่นคง มิใช่การบั่นทอนความมั่นคง หากแต่ว่าเป็นการสร้างเสริมความมั่นคงให้แก่รัฐอย่างถูกต้อง แล้วก็ประชาชนทุกฝ่าย รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วก็รัฐเองจะได้รับความมั่นคงสถาพรสืบไป ขอบคุณครับ🔗
กรรมาธิการ จะชี้แจงเพิ่มเติมใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน ผม จำนงค์ ไชยมงคล ในฐานะที่ปรึกษา ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก ขออนุญาตที่จะสรุปในประเด็นในการแก้ไข กฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงเท่านั้น คือปัญหาที่คณะกรรมาธิการได้ศึกษานั้น โดยหลัก เราจะไปมองที่กฎหมายที่เกี่ยวกับความมั่นคง กฎหมายอาญาก็คือประมวลกฎหมายอาญา แล้วก็ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากว่าจากผล การศึกษา การศึกษาปัจจุบันนั้นมองไปที่การดำเนินคดีของความมั่นคงในเชิงยุทธศาสตร์ นั่นหมายความว่าถ้าเราไปมองจริง ๆ มาตรา ๑๑๖ ถูกบังคับใช้หลังการรัฐประหารค่อนข้างเยอะ ถ้าใครที่เป็นนักกฎหมาย ลองย้อนไปดู ในสมัยก่อนนั้นการใช้มาตรา ๑๑๖ นั้นน้อยมาก แต่หลังการปฏิวัติรัฐประหารแล้วการใช้มาตรา ๑๑๖ ค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นการใช้ กฎหมายในลักษณะของการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อหยุดยั้งความเคลื่อนไหวของภาค ประชาชน หรือเราใช้กฎหมายในลักษณะเขาเรียกว่า ปิดปากประชาชนในการแสดงความ คิดเห็น ถ้าเป็นภาษาอังกฤษใช้ภาษาย่อคำว่า สแลป ลอว์ (SLAPP Law) นั่นก็หมายความว่า ปัจจุบันนั้นได้ถูกใช้กฎหมายในลักษณะความมั่นคงนั้นเพื่อระงับยับยั้งการแสดงสิทธิเสรีภาพ หรือแสดงความคิดเห็นของภาคประชาชนเป็นค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นในการศึกษาในครั้งนี้ จึงมองไปที่มาตรา ๑๑๖ ตามประมวลกฎหมายอาญา ในมาตรา ๑๑๖ ตามประมวลกฎหมาย อาญานั้น ความจริงได้บัญญัติไว้ระดับหนึ่งแล้ว แต่ถ้ามามองกันจริง ๆ มาตรา ๑๑๖ นั้น ได้บัญญัติไว้ค่อนข้างกว้างจนเกินไป จนทำให้เกิดการตีความ และการตีความนั้นแทนที่จะ ตีความโดยเคร่งครัด กลับเป็นการตีความเพื่อที่จะใช้กฎหมายนั้นเป็นเครื่องมือในเชิง ยุทธศาสตร์ในทางการเมือง คณะกรรมาธิการจึงได้ศึกษาบอกว่า เอาละถ้าเราดูมาตรา ๑๑๖ มาตรา ๑๑๖ บัญญัติไว้บอกว่า ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมาย แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต จริง ๆ กฎหมายฉบับนี้ได้บัญญัติไว้ถึง ๓ อนุมาตรา (๑) ก็คือเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืน หรือใช้กำลังประทุษร้าย (๒) คือเพื่อให้ เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อให้เกิดความ ไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร ผมขออนุญาตพูดแค่ ๒ อนุมาตรา (๒) ความจริงแล้วถ้าจะแปล กันแบบง่าย ๆ ก็ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่หลัง ๆ ถูกนำมาใช้เยอะคือการตีความของพนักงาน สอบสวน ตีความลักษณะว่าหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ซึ่งเป็นการเขียนกฎหมาย ที่กว้างมาก สามารถใช้ดุลยพินิจอย่างไรก็ได้ แล้วการใช้ดุลยพินิจนั้นก็กลับกลายเป็นว่า ไปรองรับการใช้ดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนที่กว้างจนเกินไป และสิ่งที่เกิดขึ้นจาก การศึกษาก็คือว่าผลกระทบตกแก่ประชาชน ท่านประธานคงทราบว่าประเทศไทยเราใช้ ระบบกล่าวหาครับ เมื่อกล่าวหาแล้วคนที่ถูกกล่าวหาก็คือในส่วนประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของประชาชนที่เคลื่อนไหวในทางการเมือง ทั้ง ๆ ที่การเคลื่อนไหวทางการเมือง ความจริงแล้วมันเป็นประโยชน์ต่อระบอบการปกครองที่เป็นประชาธิปไตย การแสดงความคิดเห็น มากเท่าใดคือความงอกงามหรือความงดงามของประชาธิปไตย แต่เราได้ถูกใช้กฎหมายนั้น เป็นลักษณะสแลป ลอว์ (SLAPP Law) ก็คือใช้กฎหมายปิดปากประชาชนไม่ให้พูด ไม่ให้ แสดงออกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการจึงศึกษาว่าสมควรที่จะแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ ให้แคบลง ให้มันตีความได้น้อยลง หรือตัดข้อความ คำว่า หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน นี่คือประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่ากฎหมายเขียนอย่างไรก็แล้วแต่ ต่อให้มีข้อจำกัดขนาดไหน เพียงไรก็แล้วแต่ แต่ว่าการใช้ดุลยพินิจนั้นก็อาจจะกว้างได้ จึงมีข้อเสนอในเรื่องการแก้ไขตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในคดีเกี่ยวกับความมั่นคงนั้น ในรายงานจะบอกว่าถ้าเป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคงแล้วไม่ควร จะให้พนักงานสอบสวนใช้ดุลยพินิจเพียงอย่างเดียว ควรที่จะใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาว่า คดีนั้นอยู่ในประเภทความมั่นคงหรือเข้ามาตรา ๑๑๖ หรือไม่นั้น ในรูปแบบของ คณะกรรมการ อันนี้ก็คือการกลั่นกรองอีกรูปแบบหนึ่งในการใช้ดุลยพินิจ แต่ปัจจุบัน ที่เกิดขึ้นพนักงานสอบสวนรับคดี กรรมก็ไปตกกับประชาชน จะต้องประกันตัว และคดี ความมั่นคงเป็นคดีที่ประกันยาก ประกันก็ยาก แล้วก็แพง โอกาสก็น้อย อันนี้คือเป็นปัญหา เพราะฉะนั้นในส่วนวิธีพิจารณาความนั้น ในส่วนคณะกรรมาธิการได้เสนอก็คือว่า ๑. ในรูปคณะกรรมการ ๒. ควรจะต้องแยกแยะระหว่างผู้ต้องสงสัย ควรจะต้องแยกแยะ ระหว่างผู้ต้องหาและผู้ถูกกล่าวหา วันนี้ผู้ถูกกล่าวหาและผู้ต้องหาสิทธิเหมือนกันครับ สิทธิเหมือนกันหมด ไม่ได้แยกแยะอะไรเลย กลับกลายเป็นว่าคนที่เป็นผู้ต้องหากับเป็น ผู้ถูกกล่าวหาใช้สิทธิตัวเดียวกัน ทั้ง ๆ ที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ควรจะต้องไปประกันตัว อย่างนี้ เป็นต้น นี่ก็คือประเด็นที่คณะกรรมาธิการได้ศึกษาไว้ เพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมก็ขออนุญาต ใช้ถ้อยคำแถลงที่เสนอต่อท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านไว้เพียงแค่นี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ ขอบคุณครับ🔗
มีท่าน สมาชิกจะอภิปรายซักถาม ท่านมานพก่อนครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง อยากจะมีส่วนร่วมในการขออภิปรายรายงานการศึกษา กรณี การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายด้านความมั่นคงของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการ ชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ โดยภาพรวมแล้วผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ได้หยิบยกประเด็นเรื่องของข้อกฎหมาย ที่มีปัญหาเรื่องนี้ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของความมั่นคง ผมได้ความรู้ใหม่ซึ่งเป็นความรู้ ที่ผมคิดว่ามันเป็นหลักการสากล จากท่าน พลโท พงศกร รอดชมภู ว่าด้วยเรื่องของความ มั่นคงของรัฐกับความมั่นคงของรัฐบาล ผมว่าอันนี้เรื่องสำคัญนะครับท่านประธาน ที่ผมพูดอย่างนี้ผมว่าความมั่นคงผมเป็นกลุ่มชนชาติพันธุ์ ในอดีตก่อนที่จะมีรัฐชาตินี่ครับ พวกผมเป็นส่วนของความมั่นคงตามชายแดน หลายพื้นที่นะครับ ชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ที่จังหวัดตาก เจ้าพ่อพะวอเป็นนายทหารในด่านแม่ละเมาถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงแห่งรัฐ พี่น้องชาวกะเหรี่ยงสวนผึ้งเป็นนายด่านอยู่ที่เขตตะนาวศรี ถือว่าเป็นความมั่นคง แห่งรัฐ แต่มาวันนี้พอยุคสมัยเปลี่ยนไป ปรากฏว่าพี่น้องชาติพันธุ์ถูกมองว่าเป็นภัย แห่งความมั่นคง ผมคิดว่าอันนี้คือปัญหาในการตีความ ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป อันนี้ผมคิดว่า เป็นเรื่องสำคัญ แต่ที่มันเกี่ยวข้องตรงนี้ผมอยากจะเพิ่มเติม ผมเข้าใจว่าที่กรรมการศึกษามา อาจจะยกกฎหมายเป็นแค่มาบางกฎหมาย ซึ่งอาจจะมีเวลาข้อจำกัด แต่ผมเข้าใจว่ากฎหมาย ที่มันเป็นประเด็นปัญหาและยังเป็นข้อโต้เถียงในระดับพื้นที่ ผมคิดว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องของ กอ.รมน. ครับท่านประธานครับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งจะมี พ.ร.บ. ที่ว่าด้วยเรื่องของการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ผมคิดว่าเรื่องนี้ ถ้าดูในความหมายของความมั่นคงภายใน ผมคิดว่าเป็นเรื่องของความสงบเรียบร้อย วันนี้ ผมไม่แน่ใจว่าเรากำลังอยู่ในประเทศหรือในจังหวัดที่มันมีอำนาจซ้อนเข้าไปครับ ผมเข้าใจว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจนะครับ แต่ในขณะเดียวกัน กอ.รมน. จังหวัดก็มีอำนาจซ้อน เข้าไปอยู่ข้างใน ผมคิดว่าอันนี้มันเป็นปัญหาในการทำงาน การบัญชาการของอำนาจของรัฐ ที่มันอยู่ข้างใน อันนี้เป็นประเด็นที่ ๑ ผมคิดว่าถ้าอยู่ในรายงานเป็นข้อสังเกตเพิ่มเติมจากผม ในรายละเอียดของ กอ.รมน. ผมเข้าใจว่าอันนี้เป็นเรื่องความมั่นคงไหมครับ การที่ กอ.รมน. ไปทำโซล่าร์เซลล์ (Solar Cell) โดยได้รับงบประมาณจากหน่วยงานของราชการต่าง ๆ ก็ไปทำ ผมไม่แน่ใจว่าเป็นหน่วยรับงบประมาณในรูปแบบไหนนะครับ ก็ไปทำ ๆ ทำเสร็จแล้วก็ไม่ได้ โอนให้กับท้องถิ่น พี่น้องประชาชนก็ร้องมาที่ผมว่าน่าจะเป็นของกระทรวงพลังงานหรือเปล่า น่าจะเป็นของ อบต. เทศบาลหรือเปล่า ปรากฏว่าไม่ใช่หน่วยงานพื้นที่เลยครับ หน่วยงาน กอ.รมน. ไปเป็นคนทำ แต่ได้งบจากกระทรวงพลังงาน กองทุนพลังงาน เวลาซ่อมไม่มีใคร รับผิดชอบ สิ่งที่ผมเห็นวันนี้ กอ.รมน. ไปปลูกผักด้วยครับ ไปสอนให้ชาวบ้านเลี้ยงหมู ไปสอนให้ชาวบ้านปลูกผัก ไปขุดลอก ไปซ่อมบ้าน ผมไม่แน่ใจว่าวันนี้ กอ.รมน. ทำหน้าที่ เกินกว่าอำนาจที่เขียนไว้ในกฎหมายหรือไม่ กอ.รมน. ไปแย่งอำนาจแย่งหน้าที่หน่วยงานอื่น หรือไม่ ไฟป่าท่านก็ทำ ปลูกผักก็ทำ ขุดลอกก็ทำ เลี้ยงหมูก็ทำ คือท่านจะมีหน้าที่รักษา ความสงบภายใน ผมคิดว่ามันเกินขอบเขต เพราะฉะนั้นโดยสรุปผมคิดว่าโดยรวมแล้ว กรรมาธิการได้เสนอรายงานปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ เพียงแต่ว่า กฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้อาจจะยังไม่ครบ เพราะฉะนั้นผมยกตัวอย่างกรณีกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง กอ.รมน. ครับ ก็มีความจำเป็นที่ต้องปรับปรุง และที่สำคัญผมคิดว่าขอให้อยู่ใน ข้อสังเกตนะครับ ผมคิดว่ากฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงตรงนี้มันควรจะถูก สังคายนาออกมาทั้งหมด วันนี้สิ่งที่เป็นปัญหานอกจากกฎหมายแล้ว การสร้างความขัดแย้ง ให้กับผู้ปฏิบัติที่จะตีความหมาย ตีนิยามข้อกฎหมายที่ว่าด้วยความมั่นคง จนไม่รู้ว่าอะไร คือความมั่นคง สุดท้ายครับ ผมคิดว่าเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความสัมพันธ์ระหว่าง ความมั่นคงแห่งรัฐ กับความมั่นคงของรัฐบาล หากว่าผู้มีอำนาจรัฐบาลใช้ความมั่นคงแห่งรัฐ มันทับซ้อนกับความมั่นคงของรัฐบาล ผมคิดว่าปัญหาจะเกิดขึ้นไม่มีวันจบครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ผมเองก็จะขอร่วมในเรื่องของรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่อง การศึกษา ปรับปรุง แก้ไข กฎหมายด้านความมั่นคงของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการ ชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ผมเอง รู้สึกชื่นใจในเรื่องของคณะกรรมาธิการในชุดนี้ที่ได้มีการที่จะศึกษาแล้วก็ปรับปรุง ในเรื่องด้านกฎหมายความมั่นคง เพราะว่าจริง ๆ แล้วถ้าว่าไปในเรื่องของความมั่นคงแทบจะ ทุกอย่างก็จะถือว่าเป็นความมั่นคงเกือบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจเอย ไม่ว่าจะเป็น ด้านของสภาพของบุคคล หลาย ๆ อย่างล้วนแล้วกระทบถึงความมั่นคงแห่งรัฐทั้งนั้น ผมเอง มีความเป็นห่วงในส่วนด้านของสภาพบุคคล นั่นก็คือในเรื่องของการแปลงสัญชาติ ยิ่งตอนนี้ มีคดีของอย่างที่เราทราบกันตามสื่อมวลชนที่เป็นคดีดัง ๆ อยู่ ณ เวลานี้ ที่ถือว่าเป็นการบ่อน ทำลายความมั่นคงแห่งรัฐอย่างชัดเจนเลย ก็ด้วยการกระทำของบุคคลเหล่านั้น นั่นก็คือเรื่อง ของการแปลงสัญชาติ ผมเองวิตกกังวลมากถ้าเกิดว่าคนที่มันจ้องที่จะทำลายประเทศชาติ บ้านเมือง แล้วก็เข้ามาสู่ประเทศไทยอย่างถูกต้อง นั่นคือเรื่องของการแปลงสัญชาติ แล้วการ แปลงสัญชาติหรืออะไรเหล่านี้ก็อยู่ในดุลยพินิจของฝ่ายความมั่นคง เรื่องผลประโยชน์ เป็นสิ่งที่ไม่เข้าใครออกใคร ตอนนี้ข้อกังขาว่ามาได้อย่างไร ตู้ห่าวเอย หรือแม้แต่ เจียวก๊ก อะไรทั้งหลาย ผมเองอยากให้ได้มีการนำสิ่งที่ท่านศึกษาได้นำไปสู่การปรับปรุงกฎหมาย ในเรื่องของความมั่นคงที่เกี่ยวกับเรื่องของการแปลงสัญชาติ แล้วอีกอย่างหนึ่งในส่วนของ คนไทยที่ไร้บัตร นั่นก็เป็นความมั่นคงอย่างหนึ่ง ถ้าพูดถึงนับจำนวนของประชากรที่อยู่ใน ส่วนตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นบัตรทัวร์ศูนย์ก็ดี ไม่ว่าจะอะไรก็ดี นับล้านคน โดยเฉพาะตามจังหวัดที่ อยู่ตามแนวชายแดนที่ทางด้านภาคเหนือ ภาคตะวันตก ค่อนข้างจะมีปัญหาเยอะ จังหวัดตาก อำเภอแม่สอด จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน นี่ยังดีว่าในส่วนของ ภาคอีสานปัญหาเหล่านี้ในเรื่องของคนไทยที่ไร้บัตรไม่ค่อยมีเท่าไร ผมเองอยากให้ท่าน ได้เขียนขมวดเข้าไปโดยเฉพาะในเรื่องของการพิสูจน์สัญชาติ การพิสูจน์สัญชาติมีขั้นตอนที่ ยุ่งยากแล้วก็เสียค่าใช้จ่ายมาก คือถ้าเป็นคนไทยจริง ๆ ไม่มีปัญหาหรอกครับ แต่ทีนี้เราก็กลัว ว่าการแอบแฝงในการที่จะเข้ามาได้ถือสัญชาติไทย ผมเองก็ต้องขอฝากท่านไว้ด้วย ในเรื่องของแรงงาน ความชัดเจนในเรื่องของการใช้แรงงานต่างชาติเข้ามาในประเทศไทย นั่นก็เป็นอีก ๑ ปัญหา ที่มันสะท้อนถึงความมั่นคงของรัฐได้ เพราะฉะนั้นความรอบคอบ ในการออกกฎหมาย แล้วก็ที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งคือในเรื่องของทำอย่างไรที่เราจะปิดกั้น หนทางในเรื่องของผลประโยชน์ที่องคาพยพทั้งหลายจะได้รับถ้าเกิดว่ามันมีในส่วนนั้นเกิดขึ้น มันจะทำให้ทุกสิ่งอย่างมันเบี่ยงเบนไปจากจุดประสงค์จากสิ่งที่เรามุ่งหวังที่จะให้กฎหมาย ฉบับต่าง ๆ เป็นกฎหมายที่จะนำมาสู่ซึ่งความมั่นคงแห่งรัฐ ผมเองก็ต้องขอฝากทาง ท่านกรรมาธิการไว้ด้วย แล้วฝากความหวังไว้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
นายกองตรี อาญาสิทธิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ กระผมขออภิปราย เพื่อเสนอข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการศึกษาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายความมั่นคง ที่คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป ประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กำลังนำเสนอต่อสภาอยู่ในขณะนี้ ผมได้อ่านเอกสารแล้วก็ได้รับ ฟังคำชี้แจงจากท่านคณะกรรมาธิการที่ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมแล้ว ก็เห็นว่าในเรื่องเนื้อหาสาระ ที่ได้ศึกษามา ความมุ่งหมายสำคัญก็อยู่ที่เรื่องของการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการดำเนินคดีในเรื่อง ของความมั่นคง ซึ่งมีเนื้อหาสาระอยู่ในกฎหมายแล้วก็ระเบียบคำสั่งที่เกี่ยวข้องประมาณ ๗ เรื่อง ตามที่ทางคณะกรรมาธิการได้นำเสนอมาแล้ว ผมเห็นว่าในเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับความมั่นคงนั้น จริง ๆ มีอีกหลายเรื่อง เช่นกฎหมายเกี่ยวกับระเบียบบริหารราชการ แผ่นดิน กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปกครองท้องที่คือกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ แล้วเมื่อทางคณะกรรมาธิการได้นำเสนอมาในลักษณะอย่างนี้ ผมก็จะขอร่วมแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องเนื้อหาสาระที่ทางคณะกรรมาธิการได้พูดถึงเกี่ยวกับเรื่อง มาตรา ๑๑๖ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ซึ่งประมวล กฎหมายอาญาในมาตรา ๑๑๖ คงจะเป็นกฎหมายที่บังคับใช้มาเป็นเวลานาน แล้วมีถ้อยคำ บางอย่างที่ทางคณะกรรมาธิการเห็นว่าอาจจะมีถ้อยคำที่กำกวม ไม่สามารถที่จะตีความ ให้กระชับก็จะแก้ไขในเรื่องนี้นะครับ ผมคิดว่าการตีความกฎหมายนั้นมีหน่วยงานที่สำคัญ คือเรื่องของพนักงานสอบสวนและศาล คือข้อสุดท้ายแล้วจะเป็นไปตามหลักข้อเท็จจริง อย่างไร จะปรับเข้ากฎหมายอย่างไร พนักงานสอบสวนก็ต้องรวบรวมพยานหลักฐาน แล้วส่งต่อไปถึงพนักงานอัยการ แล้วก็ไปสิ้นสุดลงที่กระบวนการของศาล แต่ทาง คณะกรรมาธิการมีความเห็นว่าให้มีคณะกรรมการเกี่ยวกับเรื่องของการสอบสวน คดีความมั่นคง ผมยังเห็นว่าเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย เราเป็นประเทศไทยประเทศเดียวกัน ก็ควรจะใช้ในลักษณะเดียวกันเรื่องเดียวกัน การพิจารณากฎหมายกระบวนการในการ พิจารณาก็ควรจะเป็นเรื่องเดียวกัน ฉะนั้นผมมีความเห็นว่าคณะกรรมาธิการน่าจะพิจารณา ศึกษาว่าควรจะมีการแก้ไขหรือจัดตั้งองค์กรสอบสวนคดีอาญาขึ้นมาทดแทนเรื่องของ คณะกรรมการตามที่ท่านได้ให้ความเห็นไว้ในหน้า ๑๙ เช่นเป็นองค์กรสอบสวนคดี อาญากลางหรือว่าสอบสวนคดีอาญาแห่งชาติ แล้วในองค์กรนั้นให้เป็นองค์กรอิสระ อาจจะมี การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดให้หน่วยงานเกี่ยวกับการสอบสวนคดีอาญา เป็นองค์กรอิสระ แล้วก็มีพนักงานสอบสวนต่าง ๆ ให้เข้าไปอยู่ในนั้น แล้วการสอบสวน อาจจะแยกเรื่องคดีทั่วไป คดีเศรษฐกิจ คดีความมั่นคง คดีอะไรต่าง ๆ คดีการเมือง เราก็จะได้ ระบบการปฏิบัติตามกฎหมายที่มีมาตรฐานเดียวกันของประเทศไทย แต่ถ้าเราไปบอกว่า คดีความมั่นคงต้องมีคณะกรรมการมาจากไหนไม่รู้ ๔-๕ คน ๖ คน มาเป็นคนสอบสวน มาเป็นคนกลั่นกรอง อย่างนี้ผมคิดว่าประเทศเราก็จะมีหลายมาตรฐาน เราน่าจะมี การกำหนดปฏิรูประบบกระบวนการยุติธรรม โดยให้มีองค์กรที่มีความชัดเจน มีการเพิ่มเติม ในกฎหมายรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องในการบัญญัติเพื่อให้ประชาชนได้มีความเป็นธรรม รวดเร็ว แล้วก็ยุติธรรมจริง ๆ ผมจึงกราบเรียนไว้เพื่อโปรดพิจารณา กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านณัฐพลครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนจากคนหลังเขา คนชายขอบ คนกลุ่มชาติพันธุ์ ขอมีส่วนร่วมในการ อภิปรายให้ข้อสังเกตในรายงานของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ในเรื่องรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่อง การศึกษาปรับปรุง แก้ไข กฎหมายด้านความมั่นคง ผมขออภิปรายและให้ข้อสังเกตในรายงานข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการเพิ่มเติม เห็นด้วยนะครับ ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทั้งคณะที่ได้สรุปรายงานชิ้นนี้เล่มนี้ต่อ สภาผู้แทนราษฎร ทำไมผมถึงพูดอย่างนั้น เพราะการที่มีรัฐรัฐหนึ่ง ความมั่นคงของรัฐ คือปัจจัยและเป็นเรื่องสำคัญของในรัฐนั้น ๆ ในประเทศนั้น ๆ กฎหมายจึงจำเป็นที่สุด ในการทำให้ความยุติธรรม ความชัดเจน ความแจ่มแจ้งของประเทศและพลเมืองหายสงสัย เห็นด้วยนะครับ ต้องขอขอบคุณท่านดอกเตอร์ พลโท พงศกร รอดชมภู และท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ขออนุญาตต้องเอ่ยนาม เพราะท่านมีความรู้แล้วก็อยู่ใน หน่วยงานนี้โดยตรง🔗
ในข้อที่ ๑ เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรนำรายงานนี้เสนอต่อสภาความมั่นคง สมช. และส่งต่อไปยังแผนปฏิรูปประเทศและการสร้างความสามัคคีปรองดอง ปยป. เป็นคำถามที่เราอยากถามในสภาผ่านท่านประธานไปยังฝ่ายบริหาร ในเรื่องความมั่นคง ของรัฐและในการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาตินั้น จนบัดนี้การปฏิรูปประเทศไปถึงไหนแล้ว ผมคิดว่าไม่ใช่แค่ส่งไปทุกหน่วยงาน คงต้องส่งตรงไปที่ฝ่ายบริหาร ท่านนายกรัฐมนตรี โดยตรงว่านี่คือข้อมูลจากสภาผู้แทนราษฎร แล้วผมเห็นด้วย แล้วผมสนับสนุนให้ สภาผู้แทนราษฎรส่งโดยตรงไปที่ฝ่ายบริหาร เพื่อนำรายงานนี้แก้ไขปัญหาความมั่นคงของ ประเทศนี้ครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ เสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ผมเห็นด้วยว่าควรที่จะเป็น กรรมาธิการสามัญด้วยซ้ำไป สิ่งที่ผมอยากจะเพิ่มเติมในรายงานนี้ ในฐานะเป็นกลุ่มชายขอบ กลุ่มชาติพันธุ์ที่ผมอยู่กับคำว่า ความมั่นคงแห่งรัฐ ความมั่นคงของรัฐมาตลอด ท่านประธานครับ ขอเป็นข้อสังเกตและเป็นข้อคิดให้กับสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเรามีหน้าที่ ในการตรากฎหมายเพื่อความเป็นธรรมแห่งรัฐนี้ ชีวิตผมตั้งแต่เด็กอยู่บนความไม่มั่นคง อยู่บนความขัดแย้ง ใช้อาวุธห้ำหั่นกันของคนไทยที่อำเภอเขาค้อ ผมอยากให้รายงานชิ้นนี้ สะท้อนให้พี่น้องที่อยู่นอกสภานี้และพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศได้มีข้อคิดจากรายงานนี้ว่า ถึงเวลาหรือยังที่ประเทศไทยควรที่จะมาปรองดอง ปฏิรูปอย่างไรละครับ จะปรองดอง แล้วนำประเทศนี้ฝ่าวิกฤติความมั่นคงไปอย่างไร ทั้งนี้ทั้งนั้นกฎหมายที่จะออกมาก็ต้องสร้าง ความมั่นคงให้กับรัฐ สร้างความมั่นคงให้ประเทศด้วย ผมอยากเพิ่มเติมถ้าเพิ่มเติมได้นะครับ เพิ่มเติมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน การออกกฎหมายถ้าออกจากส่วนกลางอย่างเดียว ความมั่นคงแห่งรัฐมันจะไม่มั่นคงเพราะคนที่ออกกฎหมายไม่ได้มีส่วนร่วมและเข้าใจปัญหา การได้มีส่วนร่วมภาคประชาชนนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้กฎหมายแต่ละชิ้นแต่ละฉบับ มีความมั่นคง🔗
และประการสุดท้าย ผมเห็นด้วยกับรายงานกรรมาธิการใน ๒ ข้อ ปัญหาเนื้อหาสาระถ้อยคำของกฎหมาย และปัญหาการบังคับใช้ข้อกฎหมายที่มันยัง คลุมเครืออยู่ จะสังเกตได้จากในรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๗๐ เท่าที่ไม่เป็นการขัดต่อความสงบ เรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี หรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงแห่งรัฐ หรือสุขภาพ ทุก ๆ มาตราอย่าคลุมเครือต้องเขียนให้ชัดเจน ประเด็นก็คือข้อตรงนี้ทำให้หน่วยงานต่าง ๆ ทำงานแล้วก็พิจารณาลำบาก ท่านประธานครับ ฝากเลยครับ พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มชายขอบ โปรดสร้างความมั่นคงให้เขา เขาจะเป็นเกราะป้องกันสร้างความมั่นคงให้รัฐนี้ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านสุเทพครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เครือข่าย แรงงาน ขอมีส่วนร่วมกับรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง การศึกษาปรับปรุง แก้ไข กฎหมายด้านความมั่นคง ของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ข้อสังเกตจากผมที่จะเสนอผ่าน ท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการก็เห็นได้ชัดเจนว่าในความมุ่งมั่นของคณะกรรมาธิการ ที่จะศึกษาให้เกิดความมั่นคงนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ส่วนหนึ่ง ณ ขณะนี้ พี่น้องประชาชนคนส่วนใหญ่ นั่นก็คือคนใช้แรงงาน ซึ่งปัจจุบันนี้มากกว่า ๓๐ ล้านคนที่เป็นกระดูกสันหลังของประเทศ ยังขาดความมั่นคงในการทำงาน จึงจะฝากข้อสังเกตในด้านกฎหมาย ซึ่งขณะนี้แรงงาน ที่ทำงานอยู่ในภาคอุตสาหกรรม ห้างหุ้นส่วน ร้านต่าง ๆ ซึ่งก็มีกฎหมาย เขาเรียกว่า กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายเรื่องของประกันสังคมและการรวมตัวกัน มีพี่น้องแรงงานนอกระบบอีกจำนวนมาก ๒๔ ล้านคนขึ้นไปยังขาดกฎหมายที่จะใช้ในการ คุ้มครองดูแล ซึ่ง ๒ ส่วนนี้ถ้ายังไม่มีความมั่นคงจะสะท้อนให้เห็นได้ชัดเจนว่าประเทศนี้จะมี ความมั่นคงได้อย่างไร อีกส่วนหนึ่งสำคัญอย่างยิ่งเลยเป็นข้อสังเกตที่เห็นได้ชัดเจนหลังจากที่ ผมเองได้เข้ามาเป็นผู้แทนราษฎร ก็ได้เห็นชัดเจนว่ามีการจ้างงานในภาครัฐที่เรียกว่า การจ้างเหมาช่วง เหมาบริการ คนเหล่านี้ทำงานให้ภาครัฐยังไม่มีความมั่นคงใด ๆ เกิดขึ้น ดังนั้นสะท้อนให้เห็นได้ว่าขณะนี้กฎหมายที่ใช้กับพี่น้องประชาชนคนแรงงานยังขาดความ มั่นคงในการที่จะสร้างเสถียรภาพให้คนในประเทศ ดังนั้นชัดเจนว่าตอนนี้คนที่บริหาร ประเทศมองความมั่นคงของประเทศ มองความมั่นคงของรัฐอยู่จุดไหน เมื่อประชาชน ในประเทศยังไม่มีความมั่นคง การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นไปตามตัวบทกฎหมาย ไม่ว่า จะเป็นการจ้างที่ไม่มีความมั่นคง ต่อท้ายนิดหนึ่งเรื่องแรงงานข้ามชาติ เห็นได้ชัดเจนว่า ขณะนี้ไม่มีมาตรการที่จะทำให้มีการตรวจสอบการนำแรงงานเข้ามาในการทำเอ็มโอยู (MOU) ต่าง ๆ ไม่ได้มีการดำเนินการและหนำซ้ำยังมีการพยายามที่จะขึ้นทะเบียนโดยมติ ครม. ต่าง ๆ ซึ่งเป็นช่องว่างของการเอาคนที่ไม่ได้มีการตรวจสอบมาขึ้นทะเบียนภายในประเทศไทย สิ่งเหล่านี้นั่นละครับคือสิ่งที่ทำให้เกิดความไม่มั่นคงและยิ่งเป็นเรื่องของการเรียกร้อง ผลประโยชน์กับบุคคลเหล่านั้นที่มาทำงานให้กับประเทศไทย สิ่งเหล่านี้เป็นข้อสังเกต ที่อยากจะฝากกับท่านประธานไปยังท่านคณะกรรมการที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย ความมั่นคง ท้ายสุดนะครับ ถ้าประชาชนไม่มีความมั่นคงในการที่จะมีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว บ้านเช่า ข้าวซื้อ รถผ่อน ลูกเรียน พ่อแม่ก็เลี้ยงดู ประชาชนคนที่อายุ ๖๐ ขึ้นไปวันนี้ได้รับ ๖๐๐ บาท วันละ ๒๐ บาท ชีวิตยังไม่มีความมั่นคงในการที่จะมีข้าวกิน ๓ มื้อ นี่ละครับเรียกว่าความมั่นคง อยากจะฝากว่าเรื่องเหล่านี้ระบบรัฐสวัสดิการที่ควรจะต้องเกิด ให้กับพี่น้องประชาชนที่ควรจะให้เกิดกับประชาชนคนทั้งประเทศ ประเทศเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ เต็มรูปแบบประชาชนยังขาดความมั่นคงในการที่จะดำรงชีพ แล้วจะเอาบุคลากรส่วนไหน ที่จะทำให้ประเทศชาติมั่นคง ก็คงต้องฝากกับทางท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการว่า ข้อสังเกตนี้อยากให้ลงลึกถึงประชาชนคนใช้แรงงานที่เป็นกระดูกสันหลังให้กับประเทศ ในการที่จะสร้างประเทศให้เกิดความมั่นคงต่อไป ขอบคุณมากครับ🔗
เชิญ ท่านวิรัช พันธุมะผล แล้วก็ตามด้วยท่านพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ท่านวิรัชก่อนนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผมฟังรายงานของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปรับปรุง แก้ไข กฎหมายด้านความมั่นคง ท่านแก้มาตรา ๑๑๖ เกี่ยวกับความมั่นคง ความจริงแล้วที่ท่าน พิจารณานี้ผมว่ามาตรา ๑๑๖ เป็นเรื่องวิธีปฏิบัติมากกว่า สิ่งที่กระทบต่อความมั่นคงของ ประเทศไทยอย่างร้ายแรง ไม่ทราบว่า ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ท่านเป็น ผู้การกองปราบ ความจริงท่านรู้เยอะ ท่านเป็นผู้บังคับการกองปราบ ตั้งแต่เป็นพันเอกพิเศษ ท่านนี่ไม่ใช่ธรรมดา ท่านเป็นผู้ที่มีความสามารถมาก จริง ๆ มาตรานี้ถ้าพนักงานสอบสวน ใช้ดุลยพินิจที่ดี ผมเชื่อแน่ว่ากฎหมายนี้ไม่มีปัญหา แต่กฎหมายที่มีความสำคัญต่อความมั่นคง ของประชาชนอย่างมากมาย แต่คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้กลับไม่แตะต้อง กฎหมายนั้นคือ กฎอัยการศึก กฎอัยการศึกประกาศใช้ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๕๗ ตั้งแต่ท่านอนุกรรมาธิการ ทั้งหลายยังไม่เกิดเลย ไม่มีใครเกิด เพราะว่าผมก็ยังไม่เกิด กฎหมายนี้ล้าหลังมาก และเป็น กฎหมายที่กระทบต่ออิสรภาพ เสรีภาพของประชาชนอย่างแท้จริง แต่ท่านกลับไม่คิดที่จะ พิจารณาว่าคุณจะทำอย่างไรกับกฎอัยการศึกนี้ ผมยกตัวอย่างให้ฟังนะครับ มาตรา ๒ เขาบอกว่าเมื่อเวลามีเหตุอันจำเป็นเพื่อรักษาความเรียบร้อย ปราศจากภัยที่มาจากภายนอก หรือภายในราชอาณาจักร เวลาปฏิวัติทุกครั้งประกาศกฎอัยการศึกทุกที จะได้มีประกาศ พระบรมราชโองการให้ใช้กฎอัยการศึก กฎหมายเขียนไว้ง่าย ๆ แต่ว่าคนเดือดร้อนคือกระทบ ต่อสิทธิเสรีภาพ อิสรภาพของประชาชนอย่างแท้จริง อันนี้สำคัญ ต่อไปนะครับ อันนี้จริง ๆ ท่านให้เวลาผมพูด ๕ นาทีจะจบอะไร ความจริงมาตราที่สำคัญที่สุดนะครับคือเรื่อง ศาลทหาร ผมอ่านให้ฟังนะครับ มาตรา ๗ ในเขตที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก ศาลพลเรือน มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอย่างปกติ เว้นแต่ ตัวนี้สำคัญครับ เว้นแต่คดีที่อยู่ในอำนาจ ของศาลอาญาศึก ผมไม่ว่ากันศาลอาญาศึก และผู้มีอำนาจประกาศใช้กฎอัยการศึกมีอำนาจ ประกาศให้ศาลทหารพิจารณาพิพากษาคดีอาญา ซึ่งการกระทำผิดเกิดขึ้นในเขตที่ประกาศใช้ กฎอัยการศึก และระหว่างที่ใช้กฎอัยการศึกตามที่ระบุในบัญชีต่อท้ายพระราชบัญญัตินี้ทุกข้อ หรือบางข้อ หรือบางส่วน อันนี้ร้ายแรงมาก ร้ายแรงมากครับ ท่านไม่คิดเลย ท่าน พลโท พงศกร เพราะท่านเป็นทหาร ไม่รู้ท่านตอนนี้ออกจากบ้านหลวงหรือยัง ออกจากบ้านหลวงที่อยู่ กอ.รมน. หรือยัง นั่นก็กระทบต่อความมั่นคงของประเทศอย่างร้ายแรงนะครับ จริง ๆ ศาลทหาร การปฏิวัติครั้งนี้ทุกคนเห็นแล้วว่าการสร้างศาลทหารอย่างร้ายแรงที่สุดตั้งแต่ชีวิตผมเกิดมา ผมเห็นศาลทหารงวดนี้ละครับ ที่ใช้ศาลทหารจริง ๆ มาใช้กับศาลพลเรือน ชีวิตผมเป็น อัยการมาก่อน ทุกครั้งที่มีปฏิวัติเขาจะใช้ศาลพลเรือนทำหน้าที่ศาลทหาร อัยการพลเรือน ทำหน้าที่อัยการทหาร แต่การปฏิวัติครั้งสุดท้ายนี้ใช้ศาลทหารจริง ๆ เป็นศาลพิจารณาคดี โดยเฉพาะความมั่นคง ที่ท่านกำลังคิดอยู่นี่ละครับ ที่กระทำต่อนักศึกษา ที่จับนักศึกษา คุมขังนักศึกษา นี่หรือครับ ที่ท่านสุพิศาลจากพรรคก้าวไกลจะรักษาไว้ซึ่งสิทธิเสรีภาพของประชาชน ท่าน พลโท พงศกร ท่านไม่ศึกษาละครับ กฎหมายที่ควรศึกษาที่สุด ศาลทหารถ้าอ่านทุกมาตราต้องร้องไห้เลยครับ เพราะใช้สิทธิเหนือศาลพลเรือนมากมาย ศาลทหารไม่มีการอุทธรณ์ เว้นแต่บางครั้ง อย่างสมัยผมเป็นอัยการเขาให้มีการอุทธรณ์ แต่สมัยนี้ไม่มีการอุทธรณ์ นี่คือสิ่งที่ร้ายแรงที่สุด ต่อความมั่นคงของประชาชน ต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน ผมขอตำหนิคณะอนุ กรรมาธิการ เกาไม่ถูกที่คัน ที่ควรเกาไม่เกา ไปเกาสิ่งที่เป็นเพียงวิธีปฏิบัติเท่านั้นเอง ผมไม่สามารถเห็นชอบเรื่องที่ท่านเขียนเรื่องนี้ ท่านควรจะศึกษาใหม่ เอาไปศึกษาใหม่ ว่าควรจะแก้กฎหมายอะไรบ้าง โดยเฉพาะกฎอัยการศึก ฝากคณะอนุกรรมาธิการไปศึกษาใหม่ สิ่งที่ควรแก้ไม่แก้ ไปแก้สิ่งที่ไม่น่าแก้ เสียเงินเวลาประชุมครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่าน พันตำรวจเอก ทวี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมขอตั้งข้อสังเกต เผอิญเดี ยวจะไปซ้ำกับท่านวิรัช ขอตั้งข้อสังเกต ในการศึกษาปรับปรุง แก้ไขกฎหมายด้านความมั่นคง ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ในกระดุมเม็ดแรกว่าท่านเอาความมั่นคงของรัฐ รัฐธรรมนูญใช้ความมั่นคงของรัฐ คณะกรรมาธิการท่านใช้ชื่อความมั่นคงแห่งรัฐ ดังนี้ถ้าท่านจะหยิบความมั่นคงของรัฐ ท่านไม่เอากระดุมเม็ดแรกก็คือรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเราเขียนไว้เรื่องความมั่นคงของรัฐ ไว้ ๑๐ มาตรา คือมาตราที่ ๑ ของ ๑๐ มาตรา มันเป็นหมวดของสิทธิเสรีภาพของประชาชน ถ้าท่านไม่หยิบสิทธิเสรีภาพของประชาชน ท่านไปเอากฎหมายอาญามาจับ มันทำให้รายงาน ไม่สมบูรณ์ ในมาตรา ๑ ก็คือว่าสิทธิเสรีภาพตามมาตรา ๒๕ ของปวงชนชาวไทย ที่เขาเขียนไว้ อะไรที่ไม่มีกฎหมายใช้บังคับถือว่าประชาชนทำได้ อะไรที่เป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชน มันต้องมีความยิ่งใหญ่ เว้นแต่จะเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ท่านต้องหยิบความมั่นคง ของรัฐ กับสิทธิเสรีภาพของประชาชนมาวางเพื่อจะทำให้กฎหมายมันสมดุลอย่างไร มาตรา ๒ คือมาตรา ๓๔ ในรัฐธรรมนูญ ก็คือการแสดงความคิดเห็น ในรัฐธรรมนูญบอกว่าในเรื่องการ แสดงความคิดเห็นท่านจะสามารถไปกำหนดกฎหมายความมั่นคงของรัฐได้ มาตรา ๓ คือ มาตรา ๓๘ คือสิทธิเสรีภาพในการเดินทางและการย้ายถิ่น อันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ มาตรา ๔ ก็คือมาตรา ๔๔ ที่ท่านพงศกรได้พูดเมื่อสักครู่นี้ก็คือการชุมนุม อันนี้คือกลุ่มสิทธิเสรีภาพ ในกลุ่มหน้าที่ของรัฐมี ๔ มาตรา มาตรา ๑ คือมาตรา ๕๒ คือการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ การพิทักษ์ ความมั่นคงของประเทศ อันนี้เราก็จะไปมีกฎหมายความมั่นคง มาตรา ๖ หรือในส่วนที่ ๒ ของหน้าที่ของรัฐก็คือระบบสาธารณูปโภค คือมาตรา ๕๖ ที่สาธารณูปโภครัฐต้องเป็น ผู้ผลิตเอง ๕๑ เปอร์เซ็นต์ จะให้เอกชนเกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ วันนี้ท่านจะเห็นว่า ทำไมค่าไฟเราแพงสูงสุด ไม่มีใครมาลงทุนเมืองไทยหรอกครับ ค่าไฟจะปาไป ๕ บาทกว่า ประเทศมาเลเซีย ๒ บาท เวียดนาม ๒ บาท เพราะไม่ปฏิบัติความมั่นคงของรัฐเรื่อง สาธารณูปโภค ปล่อยให้ไปซื้อไฟกับเอกชนถึง ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แล้วก็ผลักภาระประชาชน ให้ไปจ่ายกับรัฐ รัฐก็ส่งต่อไปให้เอกชน มาตรา ๕๙ ก็คือในเรื่องข้อมูลข่าวสาร มาตรา ๖๐ คือการคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งนโยบายของรัฐก็คือมาตรา ๗๐ ที่ท่าน ส.ส. พรรคก้าวไกล ได้พูดทั้ง ๒ ท่าน คือความเป็นชาติพันธุ์ และมาตรา ๗๕ คือเรื่องเศรษฐกิจ พอท่านไปจับ แค่กฎหมายอาญามันถือว่าเป็นรายงานธรรมดาเกินไป แล้วผมก็อยากจะถามว่าความมั่นคง ของรัฐของท่าน กับความมั่นคงของประชาชน มันเป็นเรื่องเดียวกันหรือคนละเรื่องเดียวกัน ความประโยชน์สูงสุดของประชาชน กับความมั่นคงของรัฐเป็นเรื่องเดียวกันหรือคนละเรื่อง เดียวกัน ถ้าท่านจับตรงนี้มาศึกษาท่านก็จะพบเลยว่าความมั่นคงของรัฐกับความสงบสุขของ ประชาชนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมันคนละเรื่องเดียวกัน ผมยกตัวอย่างในจังหวัดปัตตานี ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีความเหลื่อมล้ำที่สุด มีความยากจนที่สุด แต่ความมั่นคงของรัฐสูงสุด มีกฎหมาย กฎอัยการศึก มี พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่ทำผิดแล้วไม่ต้องรับผิด แต่ประชาชนกลับยากจน ที่สุด ดังนั้นผมจึงคิดว่ารายงานฉบับนี้ติดกระดุมเม็ดแรกผิดครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
เชิญ กรรมาธิการตอบชี้แจงครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ในฐานะกรรมาธิการ และประธานอนุกรรมาธิการด้วยนะครับ แล้วก็จะขอชี้แจงของท่านผู้ทรงเกียรติ ท่านวิรัช ที่มีการเอ่ยชื่อผม แล้วก็ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านอ่านรายงานจนครบถ้วนท่านจะพบว่า ข้อเสนอแนะผมไม่ได้บอกในนี้เลยว่าผมศึกษามาอย่างครบถ้วน ผมเสนอไว้ในข้อ ๒ เขียนว่า เสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องดังกล่าวนี้ โดยละเอียดอีกครั้ง เห็นไหมครับ คำตอบมันอยู่ตรงนี้ครับท่านวิรัช ผมเห็นว่าท่านวิรัช เป็นผู้ทรงเกียรติที่มีความรู้อย่างมากมาย ผมไม่มีความรู้ทางด้านศาลทหาร ผมถึงต้อง นำเสนอประเด็นพวกนี้ขึ้นมาเพื่อให้พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งขึ้นมา อันนี้เป็นแค่ ปลีกย่อยที่เราพบและศึกษาจากอนุกรรมาธิการเท่านั้นเอง เพราะเราไม่มีเวลาเพียงพอ จะเห็นว่ารายงานฉบับนี้ประชุมแค่ ๑๒ ครั้ง แล้วการศึกษาเราก็มุ่งไปประเด็นที่กฎหมาย อาญาเป็นส่วนใหญ่ ก็ขอขอบคุณท่านวิรัชที่เป็นห่วงเป็นใยในประเด็นของศาลทหารด้วย ซึ่งเราก็มีพูดถึงเรื่องนี้ไว้บ้างอยู่แล้ว โดยเฉพาะกฎอัยการศึกในภาคใต้ที่เราเห็นเป็นประเด็น เหมือนกัน แต่สิ่งสำคัญคือทางอนุกรรมาธิการที่ศึกษานั้นเรามีสโคป (Scope) เพียงเท่านี้ แล้วเราก็ขมวดไว้ตอนท้ายของรายงานที่เราต้องการให้ทุกท่านในสภาแห่งนี้ แต่ด้วย ระยะเวลาที่มันไม่สามารถเป็นไปได้ที่เหมาะสม ซึ่งในข้อ ๒ ก็คงมีความยากที่จะไปถึงได้ครับ อันนี้ก็น้อมรับนะครับ🔗
ส่วนเรื่องของท่านทวีก็ขอขอบคุณในที่กล่าวอ้างถึงรัฐธรรมนูญ เราก็เห็น ภาพใหญ่อย่างเช่นเดียวกับท่าน ขอบคุณที่ให้เป็นความรู้ที่เกี่ยวกับการอ้างอิงของการได้สิทธิ มาตามรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวนี้ ส่วนข้ออื่นเดี ยวท่านพงศกรจะตอบครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน พลโท พงศกร ที่ปรึกษากรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาตขอบคุณสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้กรุณาให้ข้อเสนอแนะ แล้วก็ข้อสังเกต ต่าง ๆ ซึ่งทางกรรมาธิการจะได้แนบท้ายไปในรายงานต่อไป🔗
ประเด็นแรก ขออนุญาตไปที่ท่านมานพ เรื่องของ กอ.รมน. ความจริง กอ.รมน. เราพูดถึง พ.ร.บ. ความมั่นคงอยู่ ถ้าจาก พ.ร.บ. ความมั่นคงมันจะขยับไปที่ กอ.รมน. กอ.รมน. นี้ที่ต่างประเทศก็คือกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ นี่คือตัวอย่าง อันเดียวกัน ภารกิจเดียวกันเลย แต่มุมมองต่างหาก มุมมองที่ต่างกันมันทำให้ การปฏิบัติต่างกัน ดังนั้นสิ่งที่เราต้องการก็คือเปลี่ยนความคิดของเจ้าหน้าที่ จากเดิมที่มอง แบบยุคสงครามเย็น มองในศตวรรษที่แล้วนี้ มามองใหม่ ปัจจุบันนี้ กอ.รมน. ก็มีเรื่องของ ภัยความมั่นคงแบบใหม่ แต่เขาก็ยังทำแบบเดิม นี่คือประเด็น ซึ่งเราจะดำเนินการต่อไป ความเห็นของท่านจะอยู่ในข้อสังเกตนะครับ แล้วคงจะมีการดำเนินการกันต่อไปในภาคของ รัฐบาลนะครับ🔗
ต่อไปของท่านนพพล เรื่องการสวมสิทธิ ถ้าดำเนินการตรงไปตรงมา มันจะไม่มีการสวมสิทธิ แต่ประเด็นมันก็คือว่าผู้ที่ค้างอยู่นี้จำนวนหนึ่งก็ไม่ได้เยอะอะไร ไม่มีงบประมาณพอที่จะไปบริหารจัดการให้เขาได้เสร็จ ถ้าสมมุติว่ามีการตกลงกันอย่าง ตั้งใจจริง ๆ แล้วก็โละหมดเลย คนที่มีสิทธิจริง ๆ มีการพิสูจน์สิทธิจริง ๆ จำนวนหนึ่งไม่ได้ เยอะอะไรให้หมดไปเลย แล้วที่เหลือสร้างมาตรการขึ้นมาใหม่ มันก็จะขยับไปได้อีก แต่ว่าข้อสังเกตของท่านผมก็เชื่อว่าทางรัฐบาลก็น่าจะนำไปใช้เป็นประโยชน์ต่อไปนะครับ🔗
ท่านนายกองตรี อาญาสิทธิ์ ในเรื่องของการตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าเราใช้วิธีการเหมือนกับศาลคดีเด็กและเยาวชน คือเรามี ผู้เชี่ยวชาญเข้าเป็นผู้ร่วมสอบสวน วิธีการนี้เป็นวิธีการที่ประหยัดที่สุด แต่ว่าจะได้ผลอย่างไร หรือความคิดของท่านจะเป็นความคิดที่น่านำไปดำเนินการก็เป็นเรื่องของรัฐบาล ก็คงจะอยู่ ในข้อสังเกตต่อไปนะครับ🔗
ท่านต่อไปท่านณัฐพล ในเรื่องของการปฏิรูปประเทศอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่า คงเป็นข้อเสนอออกไป เรื่องที่ภาคประชาชนมีส่วนร่วม อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก แล้วเรา ก็เขียนไว้เสมอว่ากฎหมายฉบับนี้ตั้งแต่ต้นเลยที่จะแก้กฎหมายความมั่นคง อย่าไปคิดว่า เป็นกฎหมายของภาครัฐที่จะบังคับประชาชน แต่ว่าเป็นกฎหมายของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ก็ต้องเอาประชาชนมามีส่วนร่วมให้มากที่สุด กติกาที่ร่างโดย ประชาชน ประชาชนจะมีความสุข แล้วก็อยู่ร่วมกันได้อย่างดี🔗
ท่านสุดท้าย ท่านสุเทพ ของพรรคก้าวไกล ความมั่นคง มันมีความมั่นคง ที่บางทีเราคิดเรื่องการทหารเฉย ๆ แต่ที่จริงแล้วในความมั่นคงรูปแบบใหม่ก็คือความมั่นคง ของประชาชน แม้แต่เรื่องของโลกที่เปลี่ยนแปลง หรือไคลเมตเชนจ์ (Climate change) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษนิดหนึ่ง ก็คือภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นเรื่องความมั่นคง หรือความมั่นคงด้านอาหารอะไรต่าง ๆ ความมั่นคงของแรงงาน ความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ก็เป็นเรื่องหนึ่ง ผมเชื่อว่าข้อสังเกตนี้จะเป็นประโยชน์กับทางรัฐบาลจะนำไปใช้ต่อไปนะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ท่านวิรัช🔗
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ยังไม่ตอบผมเลย พลโท พงศกร รอดชมภู ก่อนที่จะมาสมัคร ส.ส. อยู่บ้านหลวง เกษียณจาก กอ.รมน. อยู่ใน กอ.รมน. แท้ ๆ น่าจะรู้เรื่องเกี่ยวกับกฎอัยการศึก แต่ไม่รู้ หลับหูหลับตา ดีเหมือนกัน ถามว่าท่านเกษียณแล้วท่านอยู่บ้านพักหลวงจนถึงวันที่เท่าไร ออกหรือยัง จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟหรือเปล่า ออกเมื่อไร ท่านชดใช้ให้หลวงไหม นี่คือความมั่นคงครับ การอยู่ บ้านหลวงเมื่อพ้นจากเกษียณแล้วเป็นความผิดต่อความมั่นคงต่อชาติอย่างร้ายแรงครับ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบ้าน ผมถามยังไม่ตอบผมเลย ในฐานะกรรมาธิการเกี่ยวกับเรื่องนี้ ปรับปรุง กฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคง ท่านไม่ได้คิดบ้างหรืออยู่บ้านหลวง ไม่ได้คิดตัวนี้บ้างหรือ ขอบคุณครับ🔗
เอาเรื่อง ที่อยู่ในรายงานนะครับ กรรมาธิการมีอะไรชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ🔗
ขออีกนิดเดียวครับ กรณีที่ท่านวิรัช ผมตอบอย่างนี้ว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว ท่านประธานครับ ก็คงไม่ต้องตอบ เพราะว่าเป็นเรื่องที่ไม่ได้เรื่องในประเด็นที่จะตอบในนี้ครับ ก็ขอขอบคุณครับ เดี ยวมี ท่านกรรมาธิการอีกท่านหนึ่งครับ🔗
ท่านประธานครับ บ้านหลวงนี้🔗
ท่านวิรัชครับ ผมยังไม่ได้อนุญาต ขออภัย เพราะว่ามันไม่ได้อยู่ในรายงาน เรื่องส่วนตัว🔗
ผมไม่ได้พูดเรื่องส่วนตัว ผมพูด เรื่องความมั่นคงของรัฐ🔗
ขออนุญาตประท้วงครับท่านประธาน🔗
มีผู้ประท้วงครับ🔗
ผมไม่เกี่ยว ห้ามประท้วงนะครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมขอประท้วงผู้อภิปราย ซึ่งไม่อยู่ในประเด็นที่กรรมาธิการได้รายงานนะครับ ถ้าอย่างนั้น ท่านก็ไปถามนายกรัฐมนตรีด้วยว่าได้จัด🔗
พอแล้วครับ พิจารณาได้แล้วครับ นั่งลงหมดละครับ เพราะว่าไม่อยู่ในรายงานจริง ๆ นะครับ เชิญท่านวิรัช นั่งลงเถอะครับ สรุปว่าท่านวิรัชยังไม่พอใจคำตอบของกรรมาธิการ ท่านยังเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับรายงานครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วิรัช ความจริงผมจะไม่เห็นด้วย แต่ว่าเพื่อให้ได้ประชุมต่อ ผมก็จำต้องเห็นด้วยครับ ไม่เป็นไรครับ🔗
ท่านกรรมาธิการ จะตอบข้อซักถามของสมาชิกอีกท่าน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ ผม จำนงค์ ไชยมงคล ในฐานะที่ปรึกษานะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาแนะนำ ขอกราบขอบพระคุณ เป็นอย่างยิ่ง ทุกคำแนะนำล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์นะครับ แต่บังเอิญว่าการศึกษา ในคราวนี้ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกโดยภาพรวมก็แล้วกัน ผมขออนุญาตไม่เจาะ แต่ละท่าน การศึกษาในครั้งนี้เนื่องจากว่าคณะอนุกรรมาธิการอยู่ในกรอบเวลาที่จำกัด อีกประการหนึ่งเรื่องความมั่นคงเป็นเรื่องใหญ่มาก ที่ท่านพูดมาทั้งหมดก็ถูกหมดละครับ เยอะมาก เพราะฉะนั้นในส่วนของคณะกรรมการศึกษา ณ เวลานี้คือศึกษาในส่วนที่เรา เห็นภาพที่มันมีผลกระทบต่อประชาชน และเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จากการใช้กฎหมายหรือการบังคับใช้กฎหมาย แล้วก่อให้เกิดการตีความที่กว้างขวาง และผลกระทบก็เลยไปเกิดกับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่แสดงความคิดเห็น ที่ต่างจากอำนาจรัฐหรือภาครัฐบาล จึงจำเป็นต้องศึกษาในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นในส่วนอื่น ๆ ที่ท่านเสนอ ไม่ว่าเรื่องกฎอัยการศึก ในเรื่องของการตั้งองค์กรมีท่านหนึ่งเสนอเข้ามา ความจริงความมุ่งหมายเราเรื่องเดียวกัน กฎหมายในส่วนของการศึกษาของคณะกรรมการนั้น คือในรูปของคณะกรรมการ ความจริงจะแปลว่าองค์กรก็ได้ครับ แต่ว่าเป็นศึกษาในเบื้องต้น แต่จุดประสงค์เดียวกันนั้นก็คือว่าทำอย่างไรก็ได้ที่เราศึกษามาแล้ว เราปฏิบัติลงไปแล้ว จะทำให้เกิดความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน และต้องไม่เป็นการใช้กฎหมายที่ผม กราบเรียนท่านประธานก็คือ สแลป ลอว์ (SLAPP Law) คือกระบวนการใช้กฎหมายที่ ปิดปากประชาชนไม่ให้แสดงความคิดเห็น เพราะการแสดงความคิดเห็นในระบอบ ประชาธิปไตยนั้นถือว่าเป็นสำคัญ ถ้ากฎหมายไปปิดปากเสียแล้วการพัฒนาประเทศมันก็จะ ไม่เจริญก้าวหน้าได้ อันนี้ก็ขออนุญาตกราบเรียน🔗
ในส่วนของวิรัชที่บอกว่าทำไมไปแก้เจาะที่มาตรา ๑๑๖ ทางคณะกรรมาธิการ ก็เห็นว่าชนวนหนึ่งในการตีความเพื่อใช้กฎหมายปิดปากประชาชนนั้นคือมาตรา ๑๑๖ ทำให้เกิดการตีความที่กว้างขวาง วิธีการที่จะทำให้ได้ผลเร็วที่สุดถ้าเราไปแก้รัฐธรรมนูญ ท่านก็ทราบดีว่ามันแก้ยาก จะไปแก้เรื่องกฎอัยการศึกผมก็เห็นด้วยนะครับ กฎอัยการศึก ไม่ควรจะมีเลยละครับ ควรจะล้างมันออกไปด้วยซ้ำไป แต่ว่าเนื่องจากมันเยอะมาก มันกว้างมาก โดยเช่นนี้ก็กราบเรียนท่านวิรัชว่าการแก้มาตรา ๑๑๖ นั้นก็เป็นจุดเริ่มต้น ในเมื่อเราแก้ มาตรา ๑๑๖ โดยตัดถ้อยคำบัญญัติที่มันกว้างเกินไป จำกัดให้มันแคบลง เมื่อมันแคบปุ๊บ การบังคับใช้กฎหมายหรือการใช้กฎหมายของพนักงานสอบสวน หรือคนที่มีอำนาจในการ ตีความก็จะได้น้อยลง เมื่อตีความได้แคบลงประโยชน์ก็จะตกกับประชาชน และประเทศชาติ จะได้ประโยชน์จากการแสดงความคิดเห็น ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ แล้วก็ กราบเรียนท่านสมาชิกทุกท่านด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ ทุกความเห็นน้อมรับครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
ท่านทวี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมอยากให้เอาที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายเอาเป็นข้อสังเกตในรายงาน เพราะว่าในเรื่องของความมั่นคงของรัฐมีความสำคัญมาก ไม่เช่นนั้นจะใช้ความมั่นคงของรัฐ รัฐคือตัวราชการ อยู่เหนือความมั่นคงของประชาชน จะใช้ความมั่นคงของรัฐอยู่เหนือความ ยุติธรรม จะใช้ความมั่นคงของรัฐทำลายความสุขของประชาชน ผมจึงอยากให้เอาข้อสังเกต เช่น วันนี้ความมั่นคงของรัฐมีอยู่ ๑๐ มาตราที่ผมพูดไว้เมื่อสักครู่นี้ ในหมวดสิทธิเสรีภาพ ทำอย่างไรจะให้ไปศึกษาเพื่อออกกฎหมายที่ไม่ให้ความมั่นคงของรัฐทำลายสิทธิเสรีภาพ ของประชาชน ผมอยากให้เป็นข้อสังเกตไว้ด้วยครับ🔗
เชิญกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน เนื้อหาที่ท่าน ได้แสดงและตั้งข้อสังเกตไว้ คณะอนุกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการจะน้อมเอาไปผนวก นำเสนอไปยังตามที่นำเสนอในข้อ ๑ คือส่งให้ฝ่ายรัฐบาลโดยตรงเลยเท่านั้นเอง ส่วนข้อ ๒ เราคงไม่มีเวลา ผมก็ขอถอนออกนะครับ🔗
ในประเด็นจะขอขอบคุณครับ กระผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและปฏิรูป ประเทศ กระผมในนามของคณะกรรมาธิการจึงขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้ราษฎรทุกท่าน โดยเฉพาะท่าน ส.ส. วิรัช พันธุมะผล ที่ได้เข้าใจกระบวนการของการรายงานเป็นอย่างดี แล้ว ได้ถอนประเด็นดังกล่าวที่ท่านติดใจไว้ และได้ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อรายงาน การพิจารณาศึกษาเรื่อง การศึกษาปรับปรุง แก้ไข กฎหมายด้านความมั่นคงของ คณะกรรมาธิการที่นำเสนอซึ่งยังมีจุดอ่อน จุดด้อย และประเด็นของข้อสังเกตก็จะนำไป น้อมรับของทุกท่าน เพื่อส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ที่มีอำนาจที่จะนำไปพิจารณา ในการที่จะศึกษาปรับปรุง แก้ไข กฎหมายด้านความมั่นคง หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ทัน ต่อสถานการณ์ปัจจุบันภายใต้ความมั่นคงของประเทศ มิใช่ความมั่นคงของรัฐบาล โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติต่อไป นอกจากนี้กระผม ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านกรรมาธิการ ท่านอนุกรรมาธิการ คณะที่ปรึกษา ที่ได้ร่วมกัน พิจารณาเรื่องนี้อย่างเข้มข้นภายใต้เป้าหมายเดียวกัน แต่กรอบระยะเวลาที่จำกัด และได้เป็น ประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติ จนสามารถที่จะนำรายงานฉบับนี้ขึ้นมาได้ และสุดท้ายผมขอกราบขอบพระคุณและขอกราบอวยพรปีใหม่แด่ท่านประธานสภา และบรรดาเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ณ ที่นี้ รวมทั้งมวลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านด้วย กระผมขอกราบขอบพระคุณทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วย กราบขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านวิรัช🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ผมขอเพิ่มเติม อย่างที่ท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ว่าขอให้มีในภาคผนวกก็ได้ว่า กฎอัยการศึก เป็นกฎหมายที่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องสิทธิเสรีภาพ ของประชาชน จึงควรเป็นกฎหมายที่มิควรแก้ไขไม่ให้กระทบกระเทือนถึงประชาชน โดยเฉพาะเรื่องศาลทหาร ระหว่างกฎอัยการศึกจะต้องไม่ใช้ศาลทหารในการพิจารณา พิพากษาความผิดทั่วไปที่ไม่ใช่เกี่ยวกับหมวดว่าด้วยความมั่นคง ขอบพระคุณครับ🔗
กรรมาธิการ รับได้ไหมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ คณะกรรมาธิการครับ ท่านครับ ดูในหน้า ๑๐ ก็ได้ในรายงานมีครับที่ท่านวิรัชพูดถึง จึงเห็นว่าหากมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกควรขออนุญาตจากรัฐสภาด้วย เราเขียนไว้ถึง ขนาดนี้ในรายงาน กราบขอบคุณท่านวิรัชด้วยครับ ที่เราจะขมวดรายงานนั้นไปนะครับ เราเห็นมีความสำคัญเช่นเดียวกันครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธาน ขออนุญาตครับ ผม วิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ความจริงผมเป็นนายทหาร พระธรรมนูญ เป็นอัยการทหาร แต่ไม่เคยใช้ศาลทหารที่เกิดจากกฎอัยการศึก ตลอดชีวิต ผมเป็นอัยการ ที่ผ่านมาผมไม่เคยเป็นอัยการทหารเหมือนกัน แต่ใช้ศาลพลเรือนทำหน้าที่ ศาลทหาร แต่ว่าช่วงนี้มันมีการใช้ศาลทหารอย่างแท้จริง ซึ่งกระทบต่อสิทธิเสรีภาพ ความมั่นคงของประชาชนอย่างแท้จริงอย่างมากมาย อย่างที่ท่านทวี สอดส่อง ก็พูดแล้ว เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องเขียน เอาแค่ที่ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ว่าอยู่ใน ท้ายข้อสังเกตแล้วไม่พอครับ ผมอยากขอให้ย้ำคำว่า แก้กฎหมายกฎอัยการศึก ไม่ให้ใช้ศาลทหารในความผิดที่ไม่เกี่ยวกับความมั่นคงในหมวดประมวลกฎหมายอาญา ที่เกี่ยวกับความมั่นคงครับ เพราะว่ามีตัวอย่างให้เห็นชัด เด็กนักศึกษาขอนแก่นถูกขังจนลืม ก็ใช้ศาลทหารแท้ ๆ มาลงโทษ ซึ่งความจริงผมเป็นประธานนักศึกษามาก่อน ประธาน นักศึกษานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมไม่มีความสุขที่ใช้ศาลทหารแท้ ๆ มาลงโทษนักศึกษาในความผิด ซึ่งถ้าเป็นศาลพลเรือนเขาไม่ลงโทษหรอกครับ ศาลพลเรือนที่ทำหน้าที่ศาลทหาร หรืออัยการพลเรือนที่ทำหน้าที่อัยการทหาร เขาจะสั่ง ไม่ฟ้องมากกว่า และไปดูสถิติได้ ศาลพลเรือนที่ทำหน้าที่ศาลทหารหรืออัยการพลเรือน ที่ทำหน้าที่อัยการทหาร ถ้าความผิดเกี่ยวกับมั่นคงที่คณะอนุกรรมาธิการเป็นห่วง เกือบทั้งหมด ทั้งอัยการ ทั้งศาลจะสั่งไม่ฟ้อง แล้วก็พิพากษายกฟ้องถ้าไม่เข้าหลักเกณฑ์จริง ๆ ไม่เข้าองค์ประกอบที่จริง ๆ เขาจะสั่งไม่ฟ้อง หรือศาลก็จะยกฟ้องและไม่ถึงกับลงโทษครับ โดยเฉพาะนักศึกษาที่ทำงานพวกนี้ ตัวอย่างที่เห็น ๆ อยู่ที่ขอนแก่นครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ผมยืนยันว่าให้เติมว่า ไม่ให้ใช้กฎอัยการศึกในการที่ให้ศาลทหารพิจารณา พิพากษาคดีที่นอกจากความผิดต่อความมั่นคงตามประมวลกฎหมายอาญา ขอบคุณครับ🔗
เชิญ กรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ก็จะรับความเห็นของ ท่านวิรัชไว้แค่นั้นครับ ขอบคุณครับ🔗
หมายถึง รับจะไปดำเนินการเพิ่มเติมนะครับ เพราะว่าตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ ท่านสามารถแก้ไขได้ โดยที่ประชุมคงไม่มีใครขัดข้องนะครับ แค่ไปเพิ่มเติมตามคำแนะนำของท่านวิรัชนะครับ เนื่องจากในรายงานของกรรมาธิการมีข้อสังเกตที่เราอภิปรายกัน ดังนั้นจะต้องขอสภา ได้พิจารณาว่าจะเห็นด้วยกับรายงานและข้อสังเกตหรือไม่ เพื่อจะส่งไปให้รัฐบาลดำเนินการ ต่อไปนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยหรือเห็นเป็นอย่างอื่นมีไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ผมจะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ คือถ้าไม่มีผู้ใดคัดค้านหรือเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุม เห็นด้วยกับรายงานและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการที่เสนอมา เพื่อจะนำส่งรัฐบาลต่อไป มติที่ประชุมเห็นด้วยกับรายงานและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ขอบคุณกรรมาธิการครับ ขอบคุณมากครับ🔗
๔.๒ รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง การคมนาคมขนส่งทางน้ำ ซึ่งคณะกรรมาธิการการคมนาคมขอเลื่อนไปก่อนนะครับ ที่ประชุมให้เลื่อนไปนะครับ🔗
๔.๓ รายงานการพิจารณาศึกษาปัญหายาเสพติด แนวทางการจัดตั้ง ศูนย์บำบัดยาเสพติดการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ญัตติแรก ท่านคมเดช ไชยศิวามงคล เป็นผู้เสนอ ญัตติที่ ๒ ท่านอิสสระ สมชัย และท่านสุทัศน์ เงินหมื่น เป็นผู้เสนอ ญัตติที่ ๓ ท่านประสงค์ บูรณ์พงศ์ เป็นผู้เสนอ ญัตติที่ ๔ ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง และท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เป็นผู้เสนอ ญัตติที่ ๕ ท่านชัชวาลล์ คงอุดม และศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เป็นผู้เสนอ ญัตติที่ ๖ ท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้เสนอ ญัตติที่ ๗ ท่านนริศ ขำนุรักษ์ และท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้เสนอ และญัตติที่ ๘ ท่านผ่องศรี แซ่จึง เป็นผู้เสนอ ท่านจะเห็นว่าเรื่องยาเสพติดเป็นเรื่องสำคัญ มีญัตติเสนอ ๘ ญัตตินะครับ แล้วสภาก็ได้สรุปตั้งกรรมาธิการวิสามัญคือชุดของกระผม โดยกระผมเป็นประธานกรรมาธิการ กรรมาธิการชุดนี้มีจำนวน ๓๙ ท่าน ประกอบด้วย กรรมาธิการที่ตั้งโดยสภาผู้แทนราษฎร ๒๑ ท่าน กรรมาธิการจากบุคคลภายนอก ๑๘ ท่าน รวม ๓๙ ท่าน กระผมขออนุญาตท่านประธานเอ่ยนามเพื่อเป็นเกียรติแก่กรรมาธิการวิสามัญ ชุดนี้นะครับทั้ง ๓๙ ท่าน มีกระผมเป็นประธาน แล้วมีท่านคมเดช ไชยศิวามงคล เป็นรองประธาน ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เป็นรองประธาน ท่านพยม พรหมเพชร เป็นรองประธาน ท่านพนิต วิกิตเศรษฐ์ เป็นรองประธาน ท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นรองประธาน ท่านชัชวาลล์ คงอุดม เป็นรองปราน ท่านนิยม เวชกามา เป็นรองประธาน ท่านผ่องศรี แซ่จึง เป็นรองประธาน ท่านสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ เป็นรองประธาน ท่านวุฒินันท์ บุญชู เป็นรองประธาน ท่านนิคม บุญวิเศษ เป็นรองประธาน ท่านสุริยันต์ สุริยะโชติกุล เป็นรองประธาน ท่านอิสสระ สมชัย เป็นประธานที่ปรึกษา พันตำรวจเอก วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ เป็นที่ปรึกษา ท่านกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ เป็นที่ปรึกษา🔗
ท่านประธาน ยงยุทธครับ มันอยู่ในรายงานอยู่แล้วครับ คงไม่ต้องรายงานทั้งหมดครับ🔗
อ่านเพื่อ เป็นเกียรติ แต่ไม่เป็นไรครับ ท่านประธานไม่อนุญาต ผมก็จะไม่อ่านต่อครับ🔗
ครับ ขอสรุปเข้าเนื้อหาเลยครับ เนื้อหานี้ก็มีอยู่ในรายงานอยู่แล้ว เอาสรุปเลยครับ🔗
ขอบคุณครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาแก่ท่าน ส.ส. แล้วก็ท่านประธาน ผมเรียนท่านประธานว่าผมได้ตั้ง อนุกรรมาธิการอีก ๓ อนุ ก็จะไม่เอ่ยนาม มีอยู่ในรายงานทั้ง ๓ อนุ แล้วก็ตั้งเพิ่มอีก ๒ อนุ มีอยู่ในรายงาน ฉะนั้นในรายงานที่จัดทำขึ้นผมเห็นว่ารายงานในเรื่องยาเสพติดเป็นเรื่อง สำคัญ เป็นกรรมาธิการวิสามัญ แต่ในการที่จะพิจารณาให้ครบกระบวนความนั้นมันใช้ เวลานาน กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ก็ใช้เวลาถึง ๖๖๐ วัน แล้วก็สิ้นเปลืองงบประมาณถึง ๒,๔๐๐,๐๐๐ บาท ถึงแม้อย่างไรก็ตามปัญหายาเสพติดก็หาได้หมดลงไม่ กรรมาธิการวิสามัญ ชุดนี้ก็ทำได้เพียงในระยะเวลาที่เรียนให้ท่านประธานทราบแล้ว อย่างไรก็ตามเราก็คิดว่า รายงานฉบับนี้เป็นรายงานที่พวกเราได้จัดทำขึ้นสมบูรณ์เรียบร้อยในระดับหนึ่ง แต่อย่างไร ก็ตามก็ไม่ใช่เป็นยาวิเศษที่จะแก้ปัญหายาเสพติดได้ ฉะนั้นการเสนอรายงานชุดนี้ต่อท่านประธานสภาและสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่าน ยอมรับว่า ถึงแม้เราจะทำสมบูรณ์อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่ท่านจะอภิปรายต่อไป ก็จะเป็นประโยชน์แก่รายงานฉบับนี้ ต่อไปผมจะเรียนเชิญท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการ ทั้ง ๓ อนุ ที่ผมได้ตั้งขึ้นจัดทำรายงานฉบับนี้ขึ้นชี้แจงต่อไป ขอเรียนเชิญคุณหมอเพชรดาว ขึ้นชี้แจงในลำดับต่อไปครับ🔗
ฝ่ายโสต ขึ้นชื่อเป็นตัววิ่งก็ได้นะครับ รายชื่อคณะกรรมาธิการตามที่ท่านยงยุทธได้เสนอไว้ เพื่อเป็น เกียรติแก่กรรมาธิการ ก็ขึ้นอักษรวิ่งก็ได้ หรือจะมีรูปประกอบก็ตามใจ เป็นแทรกในระหว่าง การถ่ายทอดสด เชิญท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการ ท่านเพชรดาว ขอสรุป ๆ หน่อยนะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ในฐานะกรรมาธิการ และประธานคณะอนุกรรมาธิการ ด้านการป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด และประธานคณะอนุกรรมาธิการพัฒนาพื้นที่ ต้นแบบส่งเสริมทักษะสมอง EF หรือเอกซ์เซคคิวทีฟ ฟังก์ชัน (Executive Function) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดตั้งแต่ปฐมวัย ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๔ ด้วยค่ะ🔗
ดิฉันขอใช้เวลาประมาณ ๕ นาทีนะคะท่านประธานคะ ปัจจุบันพบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่เป็นเด็กและเยาวชน มีจำนวนมากขึ้น แล้วก็อายุน้อยลง ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อมูลนี้พบว่าประชากรที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ ๑๕-๒๕ ปี คิดเป็นร้อยละ ๓๙ และยังพบว่าอายุที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับ ยาเสพติดยิ่งน้อยลงไปทุกปี น้อยกว่า ๑๕ ปี ฉะนั้นแนวทางในการขับเคลื่อนการป้องกัน และสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดในเด็กและเยาวชนควรกำหนดผลลัพธ์ที่ท้าทาย คือสามารถ ป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดสำหรับเด็กและเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและ ยั่งยืน ต้องมีการกำกับ ติดตาม ประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า กล่าวโดยสรุปจากแผ่นภาพเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย และการแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติ สไลด์ (Slide) ต่อไปสไลด์ (Slide) ที่ ๕ ดิฉันขออนุญาตสรุปเป็นระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ระยะสั้นจะมุ่งเน้นในการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมทางสังคมและชุมชนที่ปลอด ยาเสพติด และสร้างกระแสสังคมให้เกิดค่านิยมเชิงบวกเพื่อให้เยาวชนอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย รวมทั้งเน้นบทบาทสถาบันครอบครัวในการสร้างความเข้าใจและเปิดพื้นที่การสื่อสารอย่างมี ประสิทธิภาพในครอบครัว ส่วนระยะกลางจะมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะทาง สังคม เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางใจให้กับเยาวชน ระยะยาวจัดทำแผนยุทธศาสตร์และ สร้างเครือข่ายคนทำงานเพื่อเชื่อมโยงและลดการทำงานที่ซ้อนทับ มุ่งเน้นความร่วมมือ อย่างเป็นระบบ มิใช่เพียงมุ่งให้บรรลุตัวชี้วัดขององค์กรเท่านั้น รวมทั้งส่งเสริมให้มี นักจิตวิทยาประจำโรงเรียน ระบบการดูแลให้คำปรึกษาแก่นักเรียนที่เข้มแข็งและจัดทำ ฐานข้อมูลที่เป็นระบบ ทั้ง ๓ ระยะ ที่กล่าวถึงมีหน่วยงานรับผิดชอบหลัก หน่วยงาน สนับสนุน และที่สำคัญต้องมีหน่วยงานติดตามประเมินผล ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ถัดไป ที่เป็นข้อสังเกตของคณะอนุกรรมาธิการการป้องกันค่ะ🔗
ข้อแรก คือการจัดทำฐานข้อมูลเด็ก เยาวชน กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มผู้ใช้ ยาเสพติด ฐานข้อมูลการดำเนินงานด้านการป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกัน เร่งติดตามนิเทศ กระตุ้นให้จังหวัดใช้ระบบนิสปา (NISPA) นั่นก็คือระบบสารสนเทศยาเสพติดจังหวัด ส่วนสถานศึกษาใช้ระบบคาทาส (CATAS) นั่นคือระบบสารสนเทศเพื่อการดูแลติดตาม การใช้สารเสพติดในสถานศึกษา ทำอย่างไรให้มีการสอดคล้องกันระบบนี้ที่สามารถที่จะใช้ ข้อมูลร่วมกันอย่างเป็นระบบ🔗
ข้อที่ ๒ ทำอย่างไรที่จะวางรากฐานภูมิคุ้มกันระยะยาว โดยส่งเสริมให้เด็ก และเยาวชนได้รับการพัฒนาทักษะสมองหรือที่เรียกว่า เอกซ์เซคคิวทีฟ ฟังก์ชัน (Executive Function) ทำให้มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการคณะนี้โดยเฉพาะ🔗
ข้อที่ ๓ เรื่องแผนงานและงบประมาณบูรณาการยาเสพติด ท่านจะเห็นได้ว่า มีทั้งหมด ๒๙ หน่วยงาน ๙ กระทรวง งบประมาณ ปี ๒๕๖๕ จำนวน ๔,๒๘๑ ล้านบาท แม้ว่าจะลดลงจากปี ๒๕๖๔ ร้อยละ ๓๕ ถ้าดูแล้วงบปราบปราม ๔๒.๑๕ เปอร์เซ็นต์ งบป้องกันเพียงร้อยละ ๓๑.๓ และงบบำบัดฟื้นฟูร้อยละ ๒๖.๕ ที่จริงแล้วควรให้สัดส่วน การป้องกันมากกว่านี้ เพราะมีงานวิจัยมากมายทั้งในแล้วก็ต่างประเทศยืนยันว่าการลงทุนกับ เด็กปฐมวัยเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ผลลัพธ์ที่เกิดไม่เพียงแต่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่เด็กและ ครอบครัว แต่ยังส่งผลต่อชุมชนและสังคมในภาพรวมอีกด้วย🔗
และข้อที่ ๔ เรื่องของการจัดทำโครงการนำร่องหรือพื้นที่ต้นแบบ นำไปขยาย ผลที่สอดคล้องกับบริบทและสภาพปัญหาในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากปัญหายาเสพติด แต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันไป ฉะนั้นบริบทศาสนา วัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ก็ต้องมีการ เน้นย้ำที่แตกต่างกันไปค่ะ🔗
คณะอนุกรรมาธิการคณะต่อไปเป็นคณะที่ดิฉันเป็นประธาน นั่นคือคณะที่ ดูเรื่องของการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบเพื่อพัฒนาทักษะสมอง EF เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด ตั้งแต่ปฐมวัย จะพบว่าการพัฒนาเด็กไทยอายุ ๑๕-๑๙ ปี พบว่าติดยาเสพติดถึง ๒.๗ ล้านคน และในจำนวนนี้ ๓๐๐,๐๐๐ คนเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู พบว่าความบกพร่องในการทำงาน ของสมองส่วนหน้าทำให้ไม่สามารถยับยั้งทั้งความคิดและการกระทำในทุกขั้นตอนของการ ติดยา ตั้งแต่พาตัวเองเข้าสู่สถานการณ์เสี่ยง ทดลองการใช้ยาเสพติด ใช้ซ้ำจนติด บำบัด แล้วกลับมาใช้ซ้ำอีก การติดยาเป็นสิ่งที่แก้ไขและป้องกันได้ โดยพ่อแม่ ผู้ปกครอง คุณครู เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและชุมชน ซึ่งมีบทบาทในการป้องกันตั้งแต่เด็ก มีงานวิจัยที่สามารถ อธิบายความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับทักษะสมองส่วนหน้าหรือเอกซ์เซคคิวทีฟ ฟังก์ชัน (Executive Function) กับการใช้ยาเสพติด บ่งชี้ค่ะว่าการใช้ยาเสพติดมีสาเหตุของการ บกพร่องกับทักษะสมองส่วนหน้า คือความสามารถของสมองในการกำกับความคิด อารมณ์ พฤติกรรมให้บรรลุสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ เป็นศักยภาพที่พวกเรามีตั้งแต่เกิดค่ะ แต่ต้องได้รับ การฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดคุณภาพของการคิด วิเคราะห์ ไตร่ตรอง แล้วก็กำกับ ตนเองได้ และในช่วงเวลาทองของเด็กนั่นคือช่วง ๓-๖ ปี หากได้รับการฝังชิป (Chip) ในช่วง ปฐมวัยแล้วก็จะปลูกฝังกลายเป็นบุคลิกภาพของบุคคลนั้นไปตลอดชีวิต ในคณะอนุ กรรมาธิการชุดนี้เราได้พัฒนาพื้นที่ต้นแบบอย่างเป็นระบบ โดยมีการบูรณาการพยายาม ทำให้อย่างยั่งยืน ทั้งท้องถิ่น ท้องที่ โรงเรียน ชุมชน ผู้ปกครอง มหาวิทยาลัย ได้มีการศึกษา วิเคราะห์พื้นที่ต้นแบบใน ๔ จังหวัด นั่นคือ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี และเขตสวนหลวง กทม. มีการทำโดยสถาบัน แห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับมูลนิธิเพื่อการฟื้นฟู พัฒนาเด็กและครอบครัว (ฟอร์เด็ก) และสถาบันรักลูกเลิร์นนิ่งกรุ๊ป (Learning Group) ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก ป.ป.ส. ตั้งแต่เดือนมิถุนายน เสร็จสิ้นเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เรามีเพียงระยะเวลา ๗ เดือนในการทำงานวิจัย ๓ เดือนที่คุณครูที่ผ่านการอบรมจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ เดือนทำกับเด็ก เราพบว่าโปรแกรม (Program) ที่ส่งเสริมสมรรถนะ ครูปฐมวัยเกิดหลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่ว่าจะเป็นการอบรม การเป็นพี่เลี้ยง แล้วก็การติดตาม ประเมินผล เราพบว่าทั้ง ๔ พื้นที่ต้นแบบของเรา เด็กปฐมวัยมีการเรียนรู้ที่ดีขึ้น ทักษะ พื้นฐาน ทักษะปฏิบัติกำกับตนเองดีขึ้น และทั้ง ๔ จังหวัดต้นแบบของเรา ในทักษะเหล่านี้ มีการฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เด็กติดมือถือน้อยลง พฤติกรรมก้าวร้าวหรือพฤติกรรมทางลบ อื่น ๆ ก็ลดน้อยลง จะเป็นการฝังชิป (Chip) ที่ติดตัวเด็กกลายเป็นสันดานไปตลอดชีวิต นำไปสู่ผลว่าการป้องกันสารเสพติดในวัยรุ่นต่อไปค่ะ🔗
สุดท้ายข้อสังเกตที่คณะอนุกรรมาธิการหรือคณะกรรมาธิการวิสามัญ ของเราส่งข้อสังเกตไปยัง ๖ กระทรวง ซึ่งมีรายละเอียดอยู่ในรายงาน เมื่อเราได้ตั้งต้นแล้ว ก็ควรที่จะมีการต่อเนื่องในทุกหน่วยงาน และกระทรวงที่ได้นำเสนอไปไม่เพียงแต่เป็นการ สร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดเท่านั้น แต่ยังเป็นภูมิคุ้มกันต่อปัญหาอื่น ๆ ด้วย เช่น ก้าวร้าว ติดพนัน ติดเกม ปัญหาการเรียน โดยขอให้มีการกำหนดให้การสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด ปฐมวัยเป็นวาระแห่งชาติ มีงบประมาณที่รองรับเพียงพอ โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และกำหนดให้ ป.ป.ส. เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดทำยุทธศาสตร์จังหวัดในการสร้างพื้นที่บูรณาการ สร้างภูมิคุ้มกัน ยาเสพติดตั้งแต่ปฐมวัยของประเทศ และร่วมกันผลักดันเรื่องปฐมวัยให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะนี่คือพื้นฐานของการพัฒนาทักษะสมองเอกซ์เซคคิวทีฟ ฟังก์ชัน (Executive Function) ขอบคุณค่ะ🔗
มีท่านสมาชิก จะซักถามหลายท่าน เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ก่อนครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทยค่ะ🔗
ขออนุญาต ท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านประธาน ผมต้องการให้การรายงานจบก่อนแล้วก็ถึงให้ ซักถาม ขออนุญาตท่านประธานครับ ยังมีอีกท่านหนึ่งครับ🔗
ท่านอนุรักษ์ ขออภัยก่อนนะครับ เชิญครับ ท่านสามารถ เป็นประธานอนุกรรมาธิการ เชิญครับ🔗
ต้องกราบขอบคุณท่านประธานสภา แล้วก็ท่านประธานกรรมาธิการครับ กระผม นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ในฐานะกรรมาธิการ และที่ปรึกษากรรมาธิการครับ วันนี้ได้รับมอบหมายจากท่าน พลตำรวจเอก ยงยุทธ ในฐานะ ประธานกรรมาธิการให้มาชี้แจงในเรื่องเกี่ยวกับกรรมาธิการวิสามัญยาเสพติด ในเรื่องของ การปราบปรามยาเสพติดนั้นต้องนำเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ผมมั่นใจว่า ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านได้รับฟังปัญหายาเสพติดมาจากพ่อแม่พี่น้องประชาชน จึงได้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา วันนี้กรรมาธิการวิสามัญได้ทำรายงานเรื่องนี้เสร็จสิ้น แต่อย่างว่าครับ กรรมาธิการทำเสร็จแล้วมันไม่ได้อัปเดต (Update) บางเรื่องอาจจะ ไม่ทันท่วงทีกับในยุคปัจจุบัน สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากจะนำเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในเรื่องของการป้องกันและปราบปราม ในรายงานนี้บอกไว้อย่างชัดเจนครับ ซึ่งอยู่ในมือ ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน การปราบปรามยาเสพติดนั้นเราเห็นมานานแล้ว มันแก้ไม่ได้ เนื่องจากอะไรครับ เนื่องจากประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่มีชายขอบที่ติดกับ เพื่อนบ้าน โดยเพื่อนบ้านนั้นมีวัตถุประสงค์ในการผลิตยาเสพติด ประเทศไทยนั้นเป็น ประเทศเดียวที่จะเดินทางด้วยรถยนต์ ไปประเทศมาเลเซียต้องผ่านประเทศไทย ฉะนั้น ในกรรมาธิการก็เลยเสนอแนะว่าเราคงจะต้องมีการควบคุมแหล่งผลิตยาเสพติดนอกประเทศ อย่างที่นำเรียนวันนี้ชายแดนฝั่งตะวันตกนั้น จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดตาก ติดประเทศ เพื่อนบ้านคือพม่า แม้แต่จังหวัดเชียงรายก็ติดครับ สามเหลี่ยมทองคำก็เป็นแหล่ง ฉะนั้น ในกรรมาธิการก็บอกว่าเราควรเพิ่มมาตรการสกัดกั้น ตามชายแดนหรือแนวชายฝั่งตลอด ลำน้ำโขง แล้วก็ต้องมีมาตรการที่เข้มข้นในเรื่องของศุลกากร เพื่อที่จะต้องไม่ให้ประเทศไทยนั้น เป็นศูนย์กลางเครือข่ายยาเสพติดหรือที่เราเรียกว่าฮับ (Hub) นั่นก็คือสิ่งที่กรรมาธิการเสนอ ในข้อแรกครับ🔗
ในข้อที่ ๒ การป้องกันยาเสพติดตามแนวชายแดน ต้องยอมรับว่าภาครัฐนั้น จัดสรรงบประมาณมาก ในกรรมาธิการก็เลยบอกว่าควรจะเสนอครับ ควรจะเสนอให้มีการ ติดกล้องวงจรปิดซีซีทีวี (CCTV) ที่มีประสิทธิภาพสูงให้แก่หน่วยงานในพื้นที่ เพราะอย่าง ในพื้นที่รับผิดชอบของฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบเป็นกล้องวงจรที่มีคุณภาพสูง ก็สามารถที่ จะช่วยสกัดกั้นการนำเข้ายาเสพติดได้ อย่างที่กรมเจ้าท่าเขามีกล้องวงจรปิดที่สามารถ ซูม (Zoom) ได้ถึง ๒๐๐ เท่า ถ้าเราเอาเครื่องมือเหล่านั้นมาสนับสนุนตามแนวชายแดน ให้มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยก็จะช่วยกันสกัดกั้นยาเสพติดหรือสารตั้งต้นของยาเสพติดได้ครับ🔗
ข้อที่ ๓ ที่กรรมาธิการเสนอ ก็คือวันนี้ต้องยอมรับว่ายาเสพติดไม่ได้ขน ไม่ได้ซื้อขายกันปกติครับ มีการซื้อขายผ่านออนไลน์ (Online) มากขึ้น ก็คือใช้แพลตฟอร์ม โซเชียล (Platform Social) นี่ละครับ ทางกรรมาธิการก็บอกว่าก็ต้องควบคุมปัญหา แพลตฟอร์ม (Platform) ต่าง ๆ ให้ได้ โดยมีกฎหมายครับ มาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ปี ๒๕๕๐ ตรงนี้ก็ต้องเอามาบังคับใช้ ให้มากขึ้นครับ ต่อมาครับ ในเรื่องของการเก็บข้อมูลแบบบิ๊กดาตา (Big Data) สิ่งสำคัญที่สุด วันนี้ต้องยอมรับครับว่าอย่างที่ท่านกรรมาธิการท่านคุณหมอเพชรดาวได้พูดไปว่าเรามี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือการปราบปรามยาเสพติดมากมาย แต่การเก็บข้อมูล ในฐานะบิ๊กดาตา (Big Data) ยังไม่เพียงพอ จึงได้มีการเสนอในฐานะกรรมาธิการบอกว่า ควรจะต้องมีการเก็บบิ๊กดาตา (Big Data) ของเบอร์มือถือทุกเบอร์ และศูนย์ปฏิบัติการของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า หรือ ศปก.ตร.สน. จะเป็นคนใช้งานเพื่อความรวดเร็ว และวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อจะได้สกัดกั้นเรื่องของยาเสพติดได้อีกทางหนึ่ง ต่อมาครับจากปัญหา การลักลอบส่งยาเสพติดผ่านระบบโลจิสติกส์ (Logistics) วันนี้ต้องยอมรับว่าประเทศไทยนั้น การซื้อขาย การขนส่งนั้นสะดวกมากมาย เราไม่ได้มีแค่ไปรษณีย์ไทยเหมือนแต่ก่อน หรือเหมือนแต่ในอดีตแล้ว เรามีระบบขนส่งมากกว่า ๑ แห่ง มีเอกชนอีกหลายรายในเรื่อง ของการขนส่ง ฉะนั้นการลักลอบส่งยาเสพติดผ่านโลจิสติกส์ (Logistics) ต่าง ๆ นั้น ก็จะต้อง มีเครื่องเอกซเรย์ (X-ray) คือปัจจุบันนี้เครื่องเอกซเรย์ (X-ray) ไม่ได้มีตามจุดส่งของ ซึ่งก็ไม่สามารถทำให้ผู้รับฝากส่งนั้นตรวจสอบได้ว่าคนที่มาส่งนั้นได้มีการส่งยาเสพติดหรือไม่ อันนี้ก็เป็นข้อเสนอที่ทางกรรมาธิการได้เสนอครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ในเรื่องของการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้กระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องยอมรับว่าในเรื่องของปัญหายาเสพติดนั้น เรื่องของเส้นเงิน การค้ายาเสพติดนั้นมีผลมากในเรื่องของการทำให้มีแรงจูงใจ หลายครั้งที่จากผู้เสพยาเสพติด พัฒนาเป็นผู้ค้ารายย่อยและพัฒนาจนเป็นผู้ค้ารายใหญ่ คนเหล่านั้นเขาไม่ได้ติดยา เขาไม่ได้ เสพติดยาเสพติด แต่เขาเสพติดจากรายได้จากการค้ายาเสพติด ทางกรรมาธิการป้องกัน และปราบปรามซึ่งเป็นอนุกรรมาธิการในกรรมาธิการวิสามัญก็ได้เสนอว่าจะต้องให้ ปปง. รวมถึง ป.ป.ส. ซึ่งต้องขอบคุณสภาแห่งนี้ครับ ที่ได้มีการออกกฎหมายประมวลกฎหมาย ยาเสพติดซึ่งให้มีผลย้อนหลังในเรื่องของการยึดทรัพย์ ซึ่งตรงนี้ก็สอดคล้องกับที่กรรมาธิการ ได้เสนอไว้ในรายงานครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการเสริมพลังให้กับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือชุมชน อย่างที่บอกครับ เรามีชุด ชรบ. ก็คือสิ่งสำคัญที่สุดทำอย่างไรให้ชุด ชรบ. นั้น เขามีองค์ความรู้ มีเครื่องมืออุปกรณ์ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่แทนตำรวจได้ในการที่เขาจะต้อง ตรวจตราการเข้าออกของชุมชน การเฝ้าระวังของชุมชนและสามารถดำเนินการในการ ที่จะป้องกันและปราบปรามยาเสพติดได้ครับ นี่ก็เป็นเรื่องที่ได้พิจารณาในเรื่องของการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องนำเรียนท่านประธานสภาไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ก็คือเรื่องของการบำบัด รักษา และฟื้นฟูปัญหายาเสพติด ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่ง ในอนุกรรมาธิการที่ท่านประธานกรรมาธิการได้ตั้งขึ้นมา แล้วท่านก็ได้มอบหมายให้มาชี้แจง ก็คือการบำบัด รักษา ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ผมมั่นใจว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่านคงเห็นในเรื่องของคนติดยาเสพติดมากขึ้น เพราะอะไรล่ะครับ เพราะวันนี้ ตัวประมวลกฎหมายยาเสพติดนั้นเขาเปลี่ยนแนวความคิดของคนติดยาเสพติดจากผู้เสพ ยาเสพติดเป็นผู้ป่วยครับ ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดในเรื่องของการเปลี่ยนผ่านจากการปราบปราม ยาเสพติดในแบบเดิมมาเป็นรูปแบบใหม่นั้นก็ต้องเปลี่ยนแนวความคิดครับ สิ่งสำคัญที่สุดในเรื่องของการคัดกรองครับ การคัดกรองบำบัดรักษาฟื้นฟูนั้นต้องจำแนก ผู้ป่วยให้เข้าสู่การบำบัดอย่างเหมาะสม การบำบัดนั้นจะต้องมีสถานรับรองครับ มีการรับรอง ผู้เสพยาเสพติดนั้นเพียงพอและต้องมีความชัดเจน และมีสถานที่ดูแลต้องชัดเจนครับ เมื่อบำบัดครบกระบวนการแล้วต้องมีการติดตาม มีการช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัด โดยให้ ชุมชนและสังคมให้โอกาสบุคคลเหล่านั้นได้พิสูจน์การกระทำเพื่อไม่ให้กลับไปกระทำ ความผิดซ้ำในเรื่องยาเสพติด อย่างที่บอกครับว่าในเรื่องของการบำบัดนั้นไม่ใช่แค่ทำให้เขา หายจากการติดยาเสพติด สังคมต้องให้โอกาสเขาด้วย ในการที่เขาสามารถกลับมามีส่วนร่วม ของคนในชุมชนหรือสามารถกลับมาประกอบอาชีพที่สังคมยอมรับ สิ่งที่กรรมาธิการเสนอ อีกก็คือในเรื่องของการบำบัดครบกระบวนการครับ ที่ผ่านมาท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คงพบและคงเผชิญปัญหาเหล่านี้ ในเรื่องของการบำบัดแล้วกลับมายังไม่หาย ก็กลับไป ติดยาเสพติดซ้ำอีก นั่นก็คือสิ่งที่จะต้องทำให้ครบกระบวนการครบถ้วนครับ ในเรื่องของ การสร้างระบบหรือกลไกในการทำหน้าที่จิตสังคมนะครับ โดยสถานศึกษาทุกแห่ง อย่างที่ ท่านคุณหมอเพชรดาวได้พูดครับว่าในเรื่องของทักษะสมองนั้นมีส่วนสำคัญ ในเรื่องของการ ที่จะช่วยกันบำบัดผู้ป่วยยาเสพติด เพราะถ้าเด็กมีปัญหาครอบครัวไม่สามารถแยกแยะได้ ก็จะสามารถทำให้เด็กนั้นกลับไปติดยาเสพติดได้อีก🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับ ในเรื่องของการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในเรือนจำ กรมราชทัณฑ์ควรมีการประสานกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อทำงานร่วมกันในการสังเกต พฤติกรรมของนักโทษผู้ติดยาเสพติด โดยใช้วิธีการรักษาเป็นรายบุคคลและแสวงหา แนวทางการบำบัดฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ต้องหาต่อไปครับ ซึ่งเรื่องนี้เองกรมราชทัณฑ์ก็ต้อง ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดด้วยในเรื่องของ การวางแผนในการใช้งบประมาณ เพื่อให้การใช้ประมาณนั้นเกิดประสิทธิภาพสูงสุดครับ🔗
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งครับ ในเรื่องของการบำบัดฟื้นฟูนั้นวันนี้ก็ต้องนำเรียนว่า เรายังขาดช่วงในการที่จะติดตามการดำเนินการในเรื่องของการบำบัดฟื้นฟู ในเรื่องของ อนุกรรมาธิการ เรื่องของการป้องปราม แล้วก็บำบัดฟื้นฟู ก็ดำเนินการเรียบร้อยครับ ขอบคุณ ท่านประธานสภาครับ🔗
ท่านประธาน มีอีกไหมครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนงค์ ประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญ ผมขออนุญาตท่านประธานว่ารายงานของคณะกระผมชุดนี้เป็นรายงาน คณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งใช้เวลาดำเนินการถึง ๖๖๐ วัน ใช้งบประมาณสูงถึง ๒.๔ ล้านบาทเศษ กรรมาธิการวิสามัญของเราทั้งชุดนี้อย่างที่กราบเรียนท่านประธานแล้วว่า เราประกอบไปด้วย ส.ส. ที่เสนอญัตติถึง ๑๖๐ ท่าน แล้วก็เราตั้งคณะที่ปรึกษาอีก มีกรรมาธิการที่มาร่วมเป็นที่ปรึกษาข้างนอกอีก รวมทั้งสิ้นถึง ๒๖๓ ท่าน แล้วก็ขอสังเกตนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ไปดูงาน แล้วก็ได้ศึกษาการดำเนินการมาเชื่อว่าครบถ้วน เชื่อว่า รายงานสมบูรณ์ แต่รายงานของเราไม่ใช่เป็นยาวิเศษที่เมื่อรับแล้วเสนอรัฐบาลแล้ว จะแก้ปัญหายาเสพติดได้ ขอกราบเรียนท่านประธานว่าปัญหายาเสพติดนั้นเป็นปัญหาสำคัญ ของชาติ เป็นวาระสำคัญของชาติ กรรมาธิการวิสามัญทำได้แค่ชั่วระยะเวลาในการดำเนินการ เท่านั้น ปัญหายาเสพติดในขณะที่คณะกรรมาธิการวิสามัญดำเนินการมันมีปัญหาใหม่เกิดขึ้น ตลอด เพราะฉะนั้นการวิเคราะห์ การถกปัญหากันนี้ไปเสียเวลากับปัญหาใหม่ อย่างเช่น ปัจจุบัน หลังจากรายงานนี้จบมันก็มีปัญหาเรื่องยาเสพติดมาก แล้วก็อาจจะทันสมัยกว่า เชื่อว่า ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านมีปัญหามากที่จะถามกรรมาธิการชุดนี้ แต่กรรมาธิการชุดนี้ ก็ทำได้เพียงแต่รายงานฉบับที่เสนอมาให้สภาทราบเท่านั้น ส่วนปัญหาอื่นซึ่งนอกเหนือจาก การรายงานนี้เราก็มีคณะกรรมาธิการสามัญยาเสพติดอีกนะครับ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียน ท่านประธานสภาเพื่อทราบครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านอนุรักษ์ บุญศล เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ หลังจากที่ฟังรายงานที่ท่านรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรแล้ว มันมีแนวทางหลายแนวทางเลยทีเดียวในการดูแลป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด อย่างเป็นระบบ เพราะว่าคนที่เสพยา ดิฉันมีคำถามค่ะท่านประธานคะ แนวทางการจัดตั้ง ศูนย์บำบัดยาเสพติด เรื่องนี้ดิฉันทราบข้อมูลมาจากเบื้องลึกว่าตอนนี้ศูนย์บำบัดยาเสพติด จะให้ไปอยู่ที่ว่าการอำเภอ ดิฉันไม่เห็นด้วย ดิฉันถามไปที่กรรมาธิการทั้ง ๓ ท่านบนบัลลังก์ ที่นั่งเคียงข้างท่านประธานว่า ท่านได้ศึกษาเรื่องนี้หรือไม่ เพราะเดี ยวนี้มีคำสั่ง ปัจจุบันนี้ ๒-๓ อาทิตย์ที่ผ่านมา มีคำสั่งแล้วว่าให้ศูนย์บำบัดยาเสพติดไปอยู่ที่ที่ว่าการอำเภอ งบประมาณอยู่ไหนคะ ปลัด มันเกี่ยวข้องกันอย่างไร ดิฉันไม่เห็นด้วย ดิฉันถามคำถามว่า ท่านได้ศึกษาเรื่องนี้หรือไม่ ดิฉันแสดงความคิดเห็นดังนี้ว่าศูนย์บำบัดควรไปอยู่ในค่ายทหาร เพราะว่ามีทุกจังหวัด ศูนย์บำบัด ๑. มีที่คุมขังขณะที่คนอาละวาด ๒. มีข้าว มีการบริหาร การจัดการเรื่องอาหารการกิน ๓ มื้อให้ผู้ติดยาเสพติดอย่างดีเลยทีเดียว แล้วก็มีรั้วรอบ ขอบชิด มีจำนวนประชากรเป็น ๔๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐ นายเลยทีเดียวในเรื่องของทหาร ต้องทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนค่ะ แล้วทีนี้ดิฉันมีเหตุผลสนับสนุนอะไรว่าอย่าให้ ไปตั้งศูนย์บำบัดที่ว่าการอำเภอ เพราะว่าปริมาณคนที่จะดูแลน้อย ทีนี้ผู้ติดยาเสพติด ดิฉัน ลงไปในพื้นที่แล้วก็สอบถามที่โรงพยาบาล รพ.สต. บางแห่ง หลายแห่งว่ามีผู้มารับยาจิตเวช ประมาณเท่าใด โรงพยาบาล รพ.สต. ตอบว่า ๕๐-๗๐ คนค่ะแม่ครูคะ ตำบลหนึ่งประมาณ ๕๐-๖๐ คน ดิฉันคิดง่าย ๆ เลยค่ะ แค่ ๖๐ คนนี้ต่อ ๑ ตำบล ประเทศไทยมีทั้งหมด ๗,๒๕๕ ตำบล มีคนที่ติดยามารับยาจิตเวช ๔๓๕,๓๐๐ คน เยอะขนาดนั้น แล้วคนที่ไม่ระงับ ด้วยยา รักษาบ้าง ไม่รักษาบ้าง แบบนี้เขาเรียกว่างูเลื้อย แล้วไปที่ศูนย์บำบัดใด โรงพยาบาล ก็บอกว่าโรงพยาบาลจ่ายยา ไม่มีที่ควบคุม ไม่มีที่คุมขัง ตำรวจก็บอกว่าระงับเหตุเท่านั้น เมื่อเขาโทรมาบอกก็ไประงับเหตุ ไปดูสิคะ เวลาที่ดิฉันไปเปิดหมอลำ คนเหล่านี้จำนวน มหาศาลเลย มันน่ากลัว เป็นระเบิดเวลา แต่ก่อนดิฉันบอกว่าในหมู่บ้านหนึ่ง ๕-๑๐ คน เดี ยวนี้ท่านประธานคะเกือบ ๔ ปีผ่านไป ๒๐-๓๐ คนแล้ว มันจะต้องศึกษาอย่างรอบด้าน เรื่องนี้ดีที่สุดแล้วค่ะที่ท่านศึกษา แต่ดิฉันว่า ใครจะเป็นศูนย์โดยชัดแจ้งไม่ควรให้ไปรายงานใช้ ว. ที่ว่าการอำเภอเท่านั้น อันนี้พูดอีกครั้งหนึ่ง ดิฉันถามว่าศึกษากันขนาดไหน อย่างไร พวกงูเลื้อยต่าง ๆ ที่เป็นระเบิดเวลาจะก่อคดี อาชญากรอาชญากรรมจำนวนมหาศาลขนาดไหน แล้วความเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้านจะอยู่ กันโดยหวาดระแวงหรือไม่ ท่านศึกษาอย่างรอบด้านหรือยัง เขาคลั่งยาฆ่าพ่อแม่แผลบาดลึก หรือแค่สึกประจัญบานสะท้านไหว ปล่อยบุญบาปสาปแช่งแข่งหายใจ ไม่มัดรวมสวมชีพไว้ ไทยอ่อนแอ ศูนย์บำบัดต้องชัดเจนเกณฑ์กำหนด เกิดกบฏได้ตลอดขอดเกล็ดแผล เพราะบำบัดคือคนบ้าล้าดวงแด เป็นดวงแขสุขสว่างได้ใครควบคุม ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ต่อไป ท่านศาสตราจารย์โกวิทครับ แล้วก็ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล เชิญท่านอาจารย์โกวิทก่อนครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานครับ ผมขอร่วมอภิปราย ให้ข้อสังเกตและมีคำถามต่อรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา ยาเสพติด แนวทางการจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด การป้องกันและการแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างเป็นระบบ นั่นคือรายงานของกรรมาธิการที่ตั้งหัวข้อไว้ ท่านประธานครับ เมื่อเราพูดถึง ยาเสพติด ผมคิดว่าการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ ผมเรียนท่านประธานว่าต้อง พิจารณาตั้งแต่ต้นทาง หรือกลางทาง ปลายทาง เพราะฉะนั้นในรายงานชิ้นนี้ก็ขอชมเชยทุก อนุกรรมาธิการด้วยว่าได้พยายามอธิบายทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทางไว้อย่างน่าสนใจ ผมจะยกตัวอย่างและมีข้อสังเกต รวมทั้งคำถามด้วยสัก ๒-๓ ประเด็น ถ้าเราพูดถึงต้นทาง ผมคิดว่าในรายงานก็ได้เขียนเรื่องการสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด เรื่องของการสร้างภูมิคุ้มกัน เรื่องของความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว แล้วก็สร้าง ภูมิคุ้มกันครอบครัว อันนี้ก็เป็นรายงานที่ปรากฏอยู่ แต่อย่างไรก็ตามมันมีความน่าสนใจที่ผม อยากจะสอบถามด้วยก็คือว่าเมื่อสักครู่พูดถึงเคส (Case) หรือกรณีที่จะทำให้เป็นพื้นที่ ปลอดภัยเรื่องของยาเสพติดของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความตั้งใจที่จะทำให้ชุมชน ปลอดยาเสพติด ผมพูดด้วยความเป็นห่วงว่าอันนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติ เพราะยาเสพติดในยุคปัจจุบันก็ทราบกันดีว่ามันค่อนข้างจะรุนแรงมากขึ้นต่อเด็กและเยาวชน เพราะฉะนั้นผมจึงมองว่าการบูรณาการในพื้นที่ให้เป็นชุมชนปลอดยาเสพติดที่เป็นตัวอย่าง ผมคิดว่าอาจจะยกตัวอย่างให้ชัด ๆ ว่า ถ้าจะบูรณาการเรื่องของท้องที่ท้องถิ่น เรื่องของ ส่วนราชการ เรื่องของโรงเรียน เรื่องของสาธารณสุข เรื่องของกระทรวงมหาดไทยที่มา เกี่ยวข้อง แล้วก็เอาชุมชนเป็นฐาน มาตรการของชุมชนผมว่าเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องที่ ๑ ที่อยากจะเรียนท่านประธาน ส่วนกลางทางผมคิดว่าท่านทำไว้ชัดเจน แต่ผมคิดว่าการที่จะไป ป้องกันปราบปรามที่ไปควบคุมแหล่งผลิตก็ดี หรือการไปสกัดกั้นแนวชายแดนของยาเสพติด ที่ลักลอบเข้ามา ลำเลียงมาสู่ประเทศเรา ผมคิดว่าตรงนี้ยังอาจจะต้องบอกให้ชัด ๆ สักนิดหนึ่ง ว่าจะทำอย่างไร เรื่องของการควบคุมสื่อซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งก็ยังลาง ๆ อยู่ ส่วนปลายทางก็คือเรื่องของความเข้มข้นทางกฎหมายก็ดี เพราะว่าเราพูดในปลายทาง อยู่ ๒ เรื่อง ในเรื่องที่การจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด อันนี้ก็เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ การบำบัด ซึ่งเป็นเรื่องปลายทาง แต่วันนี้ผมสนใจเรื่องการจัดตั้งศูนย์บำบัด ในช่วงแรก ผมอยากตั้งคำถามว่าในช่วงกลางทางที่เรามีหน่วยที่แก้ปัญหายาเสพติดมาก แต่ปัญหาหนึ่ง ที่พบเจอในพื้นที่ก็คือว่าการบูรณาการกันระหว่างพื้นที่ ระหว่างส่วนราชการมันยังเป็นปัญหาอยู่ ก็เลยอยากถามให้มีคำตอบให้กับกระผมด้วยว่าจะบูรณาการในระดับป้องกันหรือปราบปราม ในพื้นที่อย่างไร ส่วนจัดตั้งศูนย์บำบัด ผมคิดว่าอันนี้มันต้องออกแบบ ผมอาจจะไม่เข้าใจว่า การออกแบบการจัดตั้งศูนย์บำบัด หรืออาจจะมีอยู่แล้ว หรือจะทำอย่างไร เพราะผมมองว่า การบำบัดมันเป็นเรื่องของระดับของผู้เสพ ผู้ติดยา อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ขึ้นอยู่กับระดับของ อาการผู้ป่วย ผู้เสพด้วย เพราะฉะนั้นจะแบ่งการออกแบบศูนย์อย่างไรในผู้เสพที่มีดีกรี (Degree) ไม่รุนแรงนัก ผู้เสพที่รุนแรงจะทำอย่างไร ผมคิดว่าอันนี้ไม่ค่อยชัดเจน ก็เลยอยาก ถามไว้เป็นประเด็นสุดท้ายว่าในแง่ของศูนย์บำบัดซึ่งผมสนใจว่าผู้จัดทำรายงานที่ผมเรียนว่า อาการของผู้ป่วยในการติดยามันมีลักษณะที่แตกต่างกัน บางคนก็มีอาการในเรื่องของทาง จิตเวช ก็แล้วแต่นะครับ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าผมอยากเห็นรายงานที่ระบุ โดยเฉพาะศูนย์บำบัด ซึ่งเป็นปลายทาง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมพูดมาตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง มันเป็น การผนึกกำลังตั้งแต่ต้นจนกระทั่งบั้นปลาย มันจะทำให้กระบวนการที่เขียนไว้ว่าปัญหา ยาเสพติดจะแก้ไขปัญหาอย่างมีระบบ นั่นคือสิ่งที่ผมตั้งคำถามในประเด็นกลางทาง ตรงที่การบูรณาการ ส่วนต้นทางผมคิดว่าเราอาจจะต้องมีเคส (Case) ชุมชนปลอดยาไหม ส่วนปลายทางผมถามเรื่องศูนย์บำบัดยาเสพติดที่มีระดับ จะต้องมีระดับหรือมีการรวมศูนย์ อยู่แห่งเดียว ในระดับพื้นที่ จังหวัด และระดับชาติ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอมีส่วนร่วมในรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหายาเสพติด แนวทางการจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ รายงานฉบับนี้เป็นเอกสารที่ใช้เวลาและทุนจำนวนสูง แล้วก็เป็นเอกสารที่ดี ซึ่งในรายงาน ดังกล่าวผมเห็นความเคลื่อนไหวของคณะผู้ทำ โดยเฉพาะเรื่องการปรับแก้ตอนประมวล ยาเสพติดเข้ามาแก้ไขแล้วเปลี่ยนแปลงทิศทางของการดูแลผู้เสพ โดยเฉพาะปัญหาของผู้เสพ ที่มีปัญหา ในข้อสังเกตของการพิจารณาในเอกสารหน้า ๙๘ ในประเด็นของการจัดการกับ ผู้เสพ ผมยังมีความเห็นอยากจะเป็นข้อสังเกตเพิ่มเติมนิดหนึ่ง ในกระบวนการของการจัดการ กับผู้เสพ โดยเฉพาะ พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็น พ.ร.บ. ประมวลยาเสพติดที่เป็นนวัตกรรมของ กฎหมายที่สภาได้ออกไปเพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีคิด กรอบความคิดของผู้คนในสังคม โดยให้ยึดติดหรือการแก้ไขผู้เสพเข้าสู่สังคม เราต้องการทำลายผู้เสพที่เป็นเหยื่อของการค้า ยาเสพติด เป็นส่วนที่มีจำนวนมากที่สุด แล้วติดอยู่ในเรือนจำจำนวนมากที่สุด ฉะนั้น ในประเด็นของข้อสังเกต มันจะต้องมีกระบวนการหลังจากการบำบัดมีศูนย์แล้ว สิ่งที่สำคัญ ก็คือการส่งถ่ายคนดีสู่สังคม ซึ่งในกระบวนการนี้ยังขาดกระทรวง ๒ กระทรวง คือกระทรวง สาธารณสุขที่เป็นปลายทางอีกนิดหนึ่ง แต่ต่อไปถึงกระทรวงแรงงาน ประเด็นสำคัญก็คือเมื่อเราบำบัดเขาแล้วลูป (Loop) มันไม่สามารถส่งทอดคนที่ถูกพูดง่าย ๆ ถูกฟอกให้สะอาดแล้วกลับสู่สังคมได้ สังคมจะต้องมีจุดรับ โดยเฉพาะตัวชุมชนเองจะต้อง รับเขากลับเข้าบ้านให้มีงานทำ มีอาชีพใหม่ มีสิ่งที่โอบรับโดยเฉพาะบ้านเป็นหลังที่จะต้องให้ เขารับรู้ได้ว่าเขาถูกทำให้สะอาด แล้วมีส่วนร่วมที่จะอยู่บ้านไม่เป็นที่น่ารังเกียจ ตลอดจน สังคม หรือแม้กระทั่งตัวแรงงาน กระทรวงแรงงานจะต้องเข้ามาโอบรับประเด็นของผู้ที่ ออกมาจากเรือนจำแล้วจะต้องมีงานทำ เขาจะไม่กลับไป เขาจะมีหมุดหมายสำคัญ แล้วสำคัญคืออุตสาหกรรมจะต้องรับแรงงานที่มาจากผู้เคยเสพยา เขาเป็นผู้ป่วย ให้มากที่สุด มีจำนวนปริมาณด้วย มีสัดส่วนเฉกเช่นคนเปราะบางอื่น ๆ ที่จะต้องโอบรับคนพวกนี้ไว้ เพื่อให้เขามีรายได้ เพื่อไม่ให้เขาก่อเกิดปัญหา ถึงแม้บางส่วนอาจจะเป็นลูป (Loop) ที่ กลับมาอีก แต่มันมีวนที่จะทำให้เขาสามารถเปลี่ยนใจได้ โดยเฉพาะกระทรวงแรงงานเป็น หมุดหมายปลายทางที่จะทำให้เขามีช่องทางที่จะหางานทำ แล้วก็อยู่ในโลกหรือสังคมโอบรับ จากบ้านเขาได้ ไม่ใช่ให้เขากลับไปบ้านแล้วเป็นภาระที่ทำให้เกิดการจะต้องเลี้ยงดูหรือระงับ ด้วยยาระงับประสาท หรือเข้มงวด หรือใช้วิธีกักขังเขาไว้ อย่างนั้นมันอาจจะเป็นปมประเด็น ของสังคมต่อไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะฝากทางคณะกรรมาธิการอย่างอื่นมีหมดแล้ว ในเรื่องของสุดท้ายคือปลายท้ายของคน ๓๐๐,๐๐๐ ๔๐๐,๐๐๐ คนที่ออกจากเรือนจำ ที่ติดเสพ แล้วมันเป็นลูป (Loop) อย่างนี้ เพราะเราเราปล่อยให้ลูป (Loop) นี้มันหลุดเข้า กลับไปเรือนจำใหม่ ตำรวจก็ไปจับผู้เสพมาใหม่เข้าวนไป เราต้องจับผู้เสพทั้งหมดออกจาก กระบวนการหลังจากบำบัด ศูนย์บำบัดต่าง ๆ ผมฟังแนวคิดจากเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่ง ท่านยังบอกว่าโรงเรียนที่จะถูกยุบรวมหลาย ๆ โรงเรียนอาจจะใช้เป็นศูนย์บำบัดของผู้เสพยา ก็ได้ ก็เป็นแนวคิดหนึ่งที่ท่านผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งท่านบอกผมไว้ บอกว่าก็ดีเหมือนกัน คนเรียนโรงเรียนน้อยก็เอาโรงเรียนบางโรงเรียนที่ในต่างจังหวัดในจังหวัดนั้นไม่สามารถ เขาเรียกว่าทำการเรียนการสอนได้ก็มาเป็นที่ศูนย์บำบัดแทน อันนี้ก็ไปอีกชอยซ์ (Choice) หนึ่ง ก็ฝากคอมเมนต์ (Comment) ตรงนี้ไว้ ผมก็รับรายงานฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย กระผมต้องขออนุญาตชื่นชมท่านประธานคณะกรรมาธิการชุดนี้มากที่ท่านได้เล็งเห็นคุณค่า การแก้ไขปัญหายาเสพติด พร้อมทั้งแนวทางการจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด และป้องกันแก้ไข ปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ จากการที่มีผู้ชี้แจงในชั้นของกรรมาธิการ ๒ ท่าน ไม่ว่า จะเป็นข้อสังเกตของด้านการปราบปรามยาเสพติด และมาใช้กฎหมาย รวมถึงบำบัดรักษา และฟื้นฟู ตลอดจนมีข้อสังเกตในเรื่องของการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบส่งเสริมทักษะสมอง หรืออีเอฟ (EF) ท่านประธานที่เคารพครับ จากรายงานรับทราบเรื่องนี้ผมมองว่าเป็นเล่มที่ สมบูรณ์นะครับ เพราะว่าเป็นเล่มที่มองดูแล้วผู้ชี้แจงท่านก็เคยลงพื้นที่ ต้องขออนุญาต ยกตัวอย่างที่จังหวัดระนอง เมื่อสักครู่ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านสามารถ เป็นผู้ชี้แจง เรื่องเกี่ยวกับด้านการปราบปรามยาเสพติดและบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนบำบัดรักษาและ ฟื้นฟู ซึ่งท่านลงพื้นที่จังหวัดระนอง ซึ่งจังหวัดระนองก็เป็นพื้นที่หนึ่งซึ่งอยู่ติดกับชายแดน เมียนมาร์ แล้วท่านก็นำแนวทางในการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นแนวชายแดนหรือการติดตั้งกล้อง ซีซีทีวี (CCTV) หรือการมีส่วนร่วมในเรื่องเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปราม โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในการพัฒนาส่งเสริมจากผู้นำชุมชนนั่นคือ ชรบ. ก็ถือว่าท่านสามารถท่านได้ลงพื้นที่ แล้วก็ได้ดูพื้นที่จริง แล้วก็ท่านสามารถนำแนวทางตรงนี้มาแก้ไข แล้วก็มีการมองเห็นลักษณะ ของมุมทุก ๆ มุมได้ ในส่วนของข้อสังเกตของท่านกรรมาธิการอีกข้อหนึ่งที่ผมต้องขอชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง คุณหมอเพชรดาว โต๊ะมีนา ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ในเรื่องเกี่ยวกับการส่งเสริมทักษะ สมอง หรืออีเอฟ (EF) ตรงนี้ถือว่าดีมากในเรื่องเกี่ยวกับการนำเรื่องของทักษะทางสมอง ตรงนี้มาส่งเสริมในการป้องกันในระยะยาว นั่นคือเกี่ยวกับปฐมวัย ต้องยกตัวอย่างว่าเมื่อไม่นานนี้ ที่จังหวัดระนองก็มีโครงการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี ๒๕๖๖ โดยมีการนำร่องที่หมู่บ้านเกาะสิงไห ซึ่งเกาะนี้เป็นเกาะที่มีประชาชนอยู่ประมาณ ๑,๑๐๐ ครัวเรือนและเป็นพี่น้องชาวมุสลิม ท่านทราบไหมครับว่าพี่น้องชาวมุสลิมนี้มีผู้ติดยาเสพติดจำนวนถึง ๑๐๐ คน ถือว่าเยอะมาก แต่ถึงอย่างไรแล้วในส่วนนี้ก็ต้องขอขอบคุณในส่วนของจังหวัดระนอง นำโดยท่านผู้ว่า ราชการจังหวัดระนอง นำโดยผู้บังคับการจังหวัดระนอง ได้ลงพื้นที่นี้เพื่อหาแนวทางแก้ไข และยับยั้งผู้ติดยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน โดยมีการลงพื้นที่ แล้วเราได้รับความช่วยเหลือจาก ผู้นำท้องที่เป็นอย่างดีในเรื่องเกี่ยวกับงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือภาครัฐ ภาคเอกชน ตามรายงานนี้จะเห็นได้ว่าทุกกระทรวงได้บูรณาการร่วมกันหมด ผมเลยอยากจะฝากทางชั้นกรรมาธิการชุดนี้ว่าในสิ่งที่ท่านทำในเล่มนี้ ถือว่าถ้าทำแล้ว และสามารถที่จะส่งให้ ครม. ได้ ผมอยากนำแนวทางของเล่มนี้ไปช่วยเหลือพี่น้องชาวจังหวัด ระนอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกาะสินไหที่ผมได้นำเรียนเมื่อสักครู่นี้จะถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก แล้วถ้าเกิดว่าแนวทางนี้สามารถดำเนินการได้ผมถือว่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหายาเสพติดก็จะหมดไปในประเทศไทย ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในส่วน ของชั้นกรรมาธิการนี้ก็คงจะใช้ประโยชน์ของการตั้งข้อสังเกตในชั้นของกรรมาธิการที่ผ่านมา ทั้งนี้ต้องยกผลประโยชน์ให้กับทางประธานคณะกรรมาธิการด้วย ซึ่งท่านก็น่าจะมี ประสบการณ์หลาย ๆ ด้านในเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นอย่างดี ถือว่าในการบูรณาการครั้งนี้ ในเล่มนี้ถือว่าสมบูรณ์ครับ ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไป ท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม ท่านครับผมเองขอที่จะร่วมรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหายาเสพติดแนวทางการจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด การป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติดอย่างเป็นระบบ ในหนังสือฉบับนี้ผมเองเชื่อใจท่านนะครับ ในการศึกษาในความ ตั้งใจ ๖๐๐ กว่าวัน หมดงบประมาณไปมากมาย แล้วยิ่งคุณหมอเพชรดาวเวลาได้เจอกัน คุณหมอเองก็จะเป็นห่วงเป็นใยในเยาวชนตลอดเวลา ผมเองถึงเชื่อถือแล้วก็ศรัทธาในสิ่งที่ ท่านพยายามทุ่มเท แต่ทั้งหลายทั้งสิ้นในความคิดของผม สิ่งที่สำคัญที่สุดผมว่าท่านผู้นำละครับ ถ้าผู้นำประเทศเอาใจใส่ รับรองว่ารายงานเล่มนี้ไม่จำเป็นต้องศึกษาแบบนี้หรอกครับ ไม่ต้อง สูญเสียงบประมาณถึง ๒.๔ ล้านบาท ไม่ต้องใช้เวลาถึง ๖๖๐ วัน ในวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศว่า ยาเสพติดนั้นจะเป็นวาระแห่งชาติ ถ้าเป็นวาระแห่งชาติจริง ๆ ดังคำที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้พูด ผมว่าปัญหายาเสพติดวันนี้อัตราการเพิ่มของกราฟ (Graph) ไม่ว่าจะเป็นในแง่มุมไหน ก็ตาม ไม่ว่าจะในแง่มุมของผู้เสพ ผู้ค้าจะต้องลดลง แล้วก็ในทางตรงกันข้ามการจับกุมยาเสพติด ไม่ว่าจะชนิดไหนก็ต้องพุ่งขึ้น แต่อันนี้มันสวนทางกัน ผมเข้าใจ กล้องซีซีทีวี (CCTV) เอย การตั้งศูนย์บำบัดเอย ไม่มีปัญหาหรอกครับ ถ้าจะใช้งบประมาณเท่าไรก็เอาเถอะขอให้มัน ใช้ได้จริง ๆ ให้มันปราบปรามยาเสพติดได้จริง ๆ แต่ว่าผมอยากจะขอเปรียบเทียบกรณีนี้ กับย้อนไปเมื่อปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๕ แถวนั้นละครับ ถามว่า ณ วันนั้นท่านผู้นำประเทศ ท่านตั้งใจแค่ไหน ผมคิดว่าประชาชนทั้งประเทศทราบดีว่าตั้งใจแค่ไหน กล้องซีซีทีวี (CCTV) เราก็แทบจะไม่มีกับเขาเลย ศูนย์บำบัดก็แทบจะไม่มี แต่ว่ามีความตั้งใจและมีความมุ่งมั่น แน่วแน่ในการที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติด ผลเป็นอย่างไรละครับ ผมคงไม่ต้องพูด ว่าผลของ การที่ผู้นำท่านใส่ใจแล้วเอาจริงเอาจังทำให้ ณ ช่วงเวลาที่พรรคไทยรักไทยได้บริหาร ประเทศชาติบ้านเมืองอยู่เป็นอย่างไรละครับ ทุกคนทราบกันดี และทุกวันนี้ถามว่า จริง ๆ แล้วในเนื้อในมีการเรียกร้องไหม เราต้องยอมรับกันว่ามีการเรียกร้องให้แนวความคิด อยากได้ผู้นำที่จริงจัง จริงใจเหมือนอย่างเดิม ท่านครับ ผมเองผมคงจะไม่ขอใช้เวลา มากไปกว่านี้ เพียงแต่ว่าผมอยากจะบอกในความรู้สึกผมว่า ท่านครับ เรื่องยาเสพติด เป็นปัญหาที่คู่กับสังคมโลก ถ้ามนุษย์เกิดมา ๕๐,๐๐๐ ปีก็มีปัญหานี้มา ๕๐,๐๐๐ ปี เหมือนกัน แล้วถามว่าทำไมไม่เอาสิ่งดี ๆ เอาสิ่งดี ๆ ผมเชื่อว่าผู้นำหลายท่าน หลายองค์กร พยายามที่จะทำเรื่องยาเสพติด ผมอยากให้ท่านเอามาดู ดูทุกชุดเลยเพื่อความยุติธรรม สิ่งไหนดีเอาเข้าไว้ อันไหนไม่ดีผมเชื่อว่าในแต่ละชุดในแต่ละยุคจะต้องมีสิ่งดีอยู่ในตรงนั้น ในเรื่องของการปราบปรามยาเสพติด อย่าไปอาย อย่าไปกลัวว่าคนนั้นจะได้หน้าคนนี้ จะได้หน้า เราปวารณาตัวเองแล้วไม่ใช่หรือว่าเราจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเยาวชน เพื่อประเทศชาติของเรา แต่ถ้าเรายังจะคิดอย่างนี้กลัวคนโน้นจะได้หน้า กลัวคนนี้จะได้หน้า โดยที่ไม่เอาเจตจำนงที่เราเคยเป็นวาจาที่ออกจากปากของพวกเรานักการเมือง ผมเองขอให้ เลิกเสียเถอะ พวกเรายินดี พวกเราตั้งใจ ผมเองก็ขอเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ ผมยังจำวาระแห่งชาติที่ท่านบอกในเรื่องของยาเสพติดได้ วันที่ ๒๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านวิรัช พันธุมะผล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ผมกราบเรียนว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาตั้งแต่ท่าน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนพพลพูด ผมเรียนว่าจำนวนผู้ต้องขังเพิ่มขึ้นทุกปี คดีเพิ่มขึ้นทุกวัน ไม่รู้ปราบกันอย่างไร แต่ผมไม่พูดวิธีการผมไม่อยากพูดนะครับ ผมเปิดจากงบประมาณ กรมราชทัณฑ์ปีนี้ต้องใช้ งบประมาณ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษในการควบคุมผู้ต้องขังยาเสพติด ซึ่งมีประมาณ ๒๓๐,๐๐๐ คน ท่านจำไว้นะครับ กรมควบคุมประพฤติใช้ ๒,๑๑๘ ล้านบาท ป.ป.ส. ใช้ ๑,๙๕๖ ล้านบาท กรมพินิจคุ้มครองเด็กใช้ ๑,๙๙๖ ล้านบาท งบประมาณแผ่นดินอยู่แต่ ยาเสพติดนี้หมดเลยครับ นี่เพียงแต่เฉพาะกระทรวงยุติธรรม แต่ค่าปราบปราม ค่าดูแล เกี่ยวกับยาเสพติดมันเป็นยาดำแทรกไปทุกกระทรวง กระทรวงกลาโหมก็มี กอ.รมน. ก็มี กระทรวงสาธารณสุขก็มี กระทรวงมหาดไทยก็มี แม้แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ยังเลย องค์การปกครองท้องถิ่นก็มี งบประมาณใช้ประมาณผมว่าเผลอ ๆ เกือบ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของ งบประมาณค่าใช้สอย ผมกลับเข้ารายงาน จากรายงานของท่านคณะกรรมาธิการผมดูแล้ว ไม่มีนวัตกรรมเลย ไม่มีนวัตกรรมใหม่เลยครับ ผมอ่านให้ฟังนะครับ เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศหนึ่งที่มีนโยบายทางอาญาและกระบวนยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ มากที่สุด ในขณะที่ทั่วโลกมีปัญหาคนล้นคุก แต่ที่นี่เรือนจำกำลังทยอยปิดตัวลง เนื่องจาก อาชญากรรมที่ลดลงและผู้ต้องขังลดลง น่าสนใจว่าทำไมประเทศเนเธอร์แลนด์ทยอยปิด เรือนจำ เพราะประเทศเนเธอร์แลนด์ใช้แนวทางแก้ไขอาชญากรรมแบบยุโรป ซึ่งต่างจาก นโยบายแบบอเมริกา ประเทศเนเธอร์แลนด์มองปัญหายาเสพติด ฟังนะครับ เป็นปัญหา สังคมคนติดยา เป็นพวกที่มีปัญหาทางสังคมหรือถูกชักชวนให้ลองยา แล้วจิตอ่อนติดยา จนเลิกไม่ได้ พวกนี้ต้องใช้ยาจำนวนมาก ยังทำงานทำได้โดยเฉพาะพวกที่ติดยาบ้า ถ้าติดแล้ว ไม่มียาเสพ พวกนี้ต้องไปขายยาเพื่อหาเงินมาซื้อยา ก็ต้องไปหาคนใหม่ที่ไม่เคยเสพทำให้ ติดยาจึงจะได้ลูกค้า วงจรติดยาเสพติดก็กระจายระบาดออกไป ถ้าไม่ขายยาก็ต้องลักขโมย วิ่งราว ปล้น จี้ เพื่อให้ได้เงินมา ทีนี้ประเทศเนเธอร์แลนด์แก้ไขอย่างไรครับ ประเทศ เนเธอร์แลนด์จึงเน้นจับผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ค้ารายใหญ่ เน้นปราบการฟอกเงิน เช่นที่แบบ เครือข่ายรายใหญ่ ๆ แต่ใช้นโยบายไม่จับผู้เสพ ผู้ขายรายย่อยไม่จับ เน้นการบำบัดพวกที่ติดยา ให้ลงทะเบียนและรับยา อันนี้ฟังนะครับ ให้รับยาที่ผลิตโดยรัฐ เป็นแอมเฟตามีนซัลเฟต (Amphetamine Sulfate) บริสุทธิ์ เม็ดหนึ่ง ๑๐ สตางค์เอง รัฐผลิต ๑๐ สตางค์เองครับ แจกทั้งเฮโรอีนและยาบ้า โดยมาคุมบำบัดกับบุคลากรทางการแพทย์ แล้วใช้ยาที่แจกให้ ไม่ให้ เอาไปนอกคลินิก เหตุผล ประเทศเนเธอร์แลนด์มองว่าพวกติดยาเป็นปัญหาสังคม ไม่ใช่ อาชญากรรม การแจกยาควบคุมกับการบำบัดทางใจทำให้พวกนี้ไม่ต้องไปขายยา ตัดวงจร ระบาดของยาเสพติด และป้องกันไม่ให้คนหน้าใหม่ถูกชักชวนให้มาติดยาเสพติด เป็นการ ตัดวงจรอาชญากรรม พวกติดยาไม่ต้องไปจี้ ปล้น ลักขโมย ๒ อย่างนี้ทำให้ยาเสพติด ไม่กระจายและลดอาชญากรรม สังคมปลอดภัยจากพวกติดยา พวกติดยาเสพติดไม่ต้องไปซื้อ แนวทางแก้ปัญหานี้ยุโรปเขาใช้ นี่คือนวัตกรรมใหม่ แล้วเขาแก้ปัญหายาเสพติดได้ ผมจึง ขอเสนอว่าท่านกรรมาธิการท่านขอถอนเรื่องคืนก่อนได้ไหม แล้วไปดูงานประเทศ เนเธอร์แลนด์ ขอเงินงบประมาณไปดูประเทศเนเธอร์แลนด์ว่าเขาแก้ปัญหาอย่างไร เพราะ ประเทศไทยแก้ไม่ได้ ตั้งแต่ผมเป็นนักศึกษา เขาเรียกว่ายาขยัน นักศึกษาที่จะดูหนังสือไม่ทัน ไปซื้อร้านโชห่วยเม็ดละบาทเดียว เขาเรียกแอมเฟตามีนซัลเฟต (Amphetamine Sulfate) ดูหนังสือถึงสว่างไปสอบ ตอนผมเป็นอัยการจังหวัดชุมพรเขาเรียกว่ายาม้า พวกขับรถง่วงนอน ไปซื้อตามปั๊มเม็ดละ ๑๐ บาท เดี ยวนี้เม็ดหนึ่ง ๓๐-๔๐ บาท แต่พอมีกัญชา ยาบ้าลดมาเหลือ เม็ดหนึ่งไม่ถึง ๑๐ บาทแล้ว กำลังจะเจ๊ง เพราะฉะนั้นถ้ายาบ้ามันเหลือเม็ดละบาท รัฐแจกให้ เม็ดละ ๑๐ สตางค์ ไม่มีใครจะค้ายาบ้าหรอกครับ ใครจะขายเม็ดละ ๑๐ สตางค์ เพราะทุน มันก็ ๑๐ สตางค์ เพราะฉะนั้นรับที่โรงพยาบาลสุขภาพตำบลได้ แล้วก็กินยาบำบัดไปในตัวเสร็จ คุณหมอเพชรดาวก็น่ารู้เพราะเป็นหมอนะครับ มีวิธีบำบัดโดยที่ให้และรักษาไปในตัว นี่คือวิธี แก้ปัญหา ไม่ใช่แก้ปัญหาอย่างที่ จับมา ให้ตำรวจจับ ให้ท่านสุพิศาลไปจับ ให้คนโน้นไปจับ จับต้องมี ป.ป.ส. ป.ป.ส. ขอโทษนะครับ ล่อค่าสินบนนำจับ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ รวยตายเลย ตำรวจล่อค่าสินบน ตำรวจขยันจับครับ จับรายเล็กเพราะว่าจะได้สินบนนำจับ บางทีก็ ไปเอามาแล้วก็จับ วางแล้วก็จับ ได้ค่าสินบนนำจับค่ายาบ้า นี่คือสาเหตุที่บางทีจับได้แต่ว่า ไม่มีตัวผู้ครอบครอง แต่มีของ นี่คือวิธีแก้ปัญหาของบ้านเมือง ผมพยายามผลักดันให้มีการแก้ปัญหายาบ้า โดยรัฐแจกให้เป็นยาที่บริสุทธิ์ ไม่ต้องเป็นยาบ้า ที่ผสมยาอะไรก็ไม่รู้กินแล้วตายเร็ว ๆ นะครับ ฝากกราบเรียนท่านประธานกรรมาธิการ ซึ่งเป็นพลตำรวจเอก อยากให้ท่านไปดูงานเนเธอร์แลนด์ ขอเลื่อนไปก่อน ไปดูแล้วเขียน เขียนอยากให้รัฐบาลสมัยหน้าใช้ที่ท่านเขียนให้เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ สร้างนวัตกรรม ใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหาของยาเสพติด ที่ท่านเขียนนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ดีแต่ว่ามันไม่ได้แก้ปัญหา พายเรือในอ่างวนไปวนมาอยู่แค่นี้ละครับ ผมกราบเรียนด้วยความจริงใจครับ อย่างไร ขอให้กรรมาธิการถอนไปเพื่อไปดูงานก่อน ขอให้เขียนเป็นข้อสังเกตในการแก้ปัญหา ยาเสพติดที่เป็นนวัตกรรมที่แก้ปัญหาได้ เช่นประเทศเนเธอร์แลนด์ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านวิรัช ส่งเอกสารให้กรรมาธิการไปเลยครับ เชิญท่านมัลลิกาครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ สำหรับรายงานของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ปัญหายาเสพติด แนวทางการจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด ป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติดอย่างเป็นระบบ ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านคณะกรรมาธิการ ดิฉันขอบคุณสำหรับข้อเสนอแล้วก็การศึกษาตลอดระยะเวลา ๒ ปีกว่าของท่าน แต่ว่าดิฉันขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปกรรมาธิการว่าดิฉันไม่อยาก ที่จะให้เอกสารเล่มที่ท่านเสนอมานี้ส่งไปให้รัฐบาลเพื่อเป็นข้อหารือที่ดีหรือเป็นข้อปรึกษาที่ดี จากสภา แต่ปรากฏว่าเอาไปวางไว้เฉย ๆ เสร็จแล้วเขาก็จะไม่ปฏิรูปไม่ทำอะไรเลย อันเนื่องมาจากอะไร อันเนื่องมาจากว่ามันเป็นลักษณะเหมือนการไปรายงานผลสรุป การทำงานของรัฐบาล ผลงานรัฐบาลอีกทีหนึ่ง ดิฉันมีความเป็นห่วงว่าความศักดิ์สิทธิ์ ของสภาแห่งนี้ในการที่จะส่งข้อเสนอกลับไปที่รัฐบาลเพื่อไปสู่การแก้ไขปัญหามันควรจะเป็น ลักษณะของการปฏิรูปค่ะ ท่านคะ เมื่อสักครู่ฟังท่านประธานกรรมาธิการกล่าวไว้แล้ว ตอนแรกดิฉันมีความรู้สึกว่าผลงานฉบับนี้ออกจากสภาไปเพื่อไปถึงมือรัฐบาลมันจะต้องเป็น ยาขนานแรงในการที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง แต่พอฟังท่านแล้วดิฉันก็ห่อเหี่ยวใจ เพราะว่า ท่านสรุปกันทั้งหมดเลยบอกว่าแก้ปัญหายาเสพติดมันแก้ยากแล้วแก้ไม่ได้ เพราะฉะนั้น มันก็มีความรู้สึกว่าน่าห่วงสำหรับข้อมูลตรงนี้ แล้วถ้าเกิดไม่มีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม ดิฉันมีข้อหลัก ๆ อยู่ ๒-๓ ข้อ กรณีของการที่จะบูรณาการ ๒๙ หน่วยงาน ๖ กระทรวง ซึ่งเป็นหน่วยงานภารกิจที่เกี่ยวข้องทั้งป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ท่านคะ มันบูรณาการ อย่างไร ดิฉันอยากขอให้ท่านช่วยโฟกัส (Focus) ตรงนี้แล้วก็ชี้แจง บูรณาการอย่างไร วัน สตอป เซอร์วิส (One stop service) อย่างไร แก้ไขได้จริงอย่างไร ทำได้ไวได้จริงอย่างไร ส่วนกรณีของโปรแกรมเด็กปฐมวัย ดิฉันเห็นด้วยกับผลการวิจัยและศึกษาด้านนี้ ทีนี้เด็ก ๑ ปี ถึง ๓ ปี ถ้าเกิดว่าได้รับการดูแลอย่างดีมันก็จะเป็นลักษณะของการฝังชิป (Chip) ไว้กับเด็ก ปฐมวัยเพื่อเขาจะได้ดูแลสุขภาพ บุคลิกภาพไปตลอดชีวิต ตรงจุดนี้ดิฉันก็สนใจนะคะ เพราะว่าเป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ แต่ปรากฏว่าท่านก็ไปขมวดปมว่าเจ้าภาพด้านนี้เป็น ป.ป.ส. ดิฉันก็ห่อเหี่ยวใจลงทันที โยนไปให้ ป.ป.ส. ตกลงแล้วภารกิจ ป.ป.ส. มันจะครอบจักรวาล เก่งขนาดนั้นเลยหรืออย่างไร เพราะทุกวันนี้ก็มีปัญหาเยอะแยะมากมาย ที่ ป.ป.ส. ก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปปฏิบัติพันธกิจเหล่านั้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพประสิทธิผล เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ดิฉันก็มองว่าอันนี้มันควรที่จะเสนอรัฐบาลให้เป็นลักษณะของการตั้ง องค์กรขึ้นมาดูแลไหม อย่างไร หรือถ้าเกิดเรามองว่าเด็กปฐมวัย ๑-๓ ปี สำคัญมากในการที่ เราจะฝังชิป (Chip) เขาเพื่อให้ดูแลสุขภาวะต่าง ๆ ของเขา ถ้าตรงจุดนี้เราก็ควรที่จะนำ เจ้าภาพด้านนี้มาเป็นกระทรวงศึกษาธิการหรือเปล่า หรือจะให้ท้องถิ่นซึ่งดูแลเด็กปฐมวัย ที่เขาเรียนตามหมู่บ้านต่าง ๆ ศูนย์เด็กเล็กต่าง ๆ เราก็ต้องไปให้ความสำคัญกับการคัดกรอง ดูแลครู หรือตั้งคนที่จะต้องไปให้การดูแลด้านสุขภาวะด้านนี้กับเด็กเพิ่มเติมเข้าไป เพิ่มบุคลากรให้กับ สถานเลี้ยงเด็กต่าง ๆ ประจำหมู่บ้านหรือเปล่า อันนี้ต่างหากที่มันจะเป็นนวัตกรรมและไป ต่อยอดให้กับเขา ไม่เช่นนั้นมันก็จะกลายเป็นท้องถิ่นเขาก็บอกว่าภาระฉันก็หนัก อบต. จ้างครูทีหนึ่งก็ ๓ คนต่อโรงเรียน แล้วคุณจะต้องเอางานภารกิจของ ป.ป.ส. นี้มาใส่ในมือครู ฉันอีก แล้วอย่างไรต่อ อันนี้ก็เป็นเรื่องน่าห่วง ดิฉันอยากได้นวัตกรรม ทีนี้พอไปดูเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับการจะไปลดฮับ (Hub) ทางด้านเครือข่าย เพราะว่าดิฉันเห็นท่านประธาน คณะอนุกรรมาธิการท่านหนึ่งลุกขึ้นมาพูด ท่านบอกว่าท่านจะลดฮับ (Hub) เพราะว่า ประเทศไทยกลายเป็นฮับ (Hub) พวกเครือข่ายพวกนี้ อันเนื่องมาจากว่าเราติดชายแดน ไปชายแดนด้านไหนก็มีแต่เรื่องโลจิสติกส์ (Logistics) ด้านการขนยาเสพติดมันก็เลยแก้ไม่ได้ ดิฉันก็มองว่าถ้าเกิดเป็นลักษณะอย่างนั้นปุ๊บ มันก็ไม่มีความหวัง แล้วท่านก็บอกว่าจะต้อง ไปติดซีซีทีวี (CCTV) ซื้อกล้องอีกแล้ว มันจะไปติดตรงไหน บนดอย บนอะไรต่าง ๆ เยอะแยะ มากมายไปหมด ดิฉันก็งงว่าแล้วนวัตกรรมด้านนี้มันใช่จริงหรือไม่ แล้วก็การดูแลควบคุม แพลตฟอร์ม (Platform) ซึ่งอันนี้สำคัญ ซึ่งดิฉันเห็นด้วยกรณีแพลตฟอร์ม (Platform) แต่ว่า เจ้าภาพด้านนี้มันจะเป็นใคร และอีกอันคือบิ๊กดาตา (Big Data) ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านรายงาน บอกว่ามันควรจะมีบิ๊กดาตา (Big Data) ในการที่จะเอาเครือข่ายต่าง ๆ เบอร์โทรศัพท์ต่าง ๆ ประมวลรวมอยู่ตรงนี้เพื่อการแก้ไขปัญหา อันนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ แต่ขณะเดียวกันดิฉันก็งงว่าตกลงรัฐบาลยังไม่มีบิ๊กดาตา (Big Data) ด้านนี้หรือคะ มันก็ ทำให้มีความรู้สึกว่าไม่มีความหวังนะคะ โดยสรุปเลยก็คือว่าดิฉันอยากให้ท่านประธาน และกรรมาธิการได้สรุปประเด็นหลัก ๆ ๒-๓ อย่าง ก็คือว่าเราควรจะมีนวัตกรรมที่ตั้งเป็น หน่วยงานเพื่อดูแลด้านเด็ก เยาวชน กีฬา ส่งเสริมให้เด็ก นอกจากปฐมวัยเราไม่ควรจะโยน ไปให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่มีงานรูทีน (Routine) พันธกิจเขาด้านอื่นอยู่แล้วในการ ที่จะมาดูแลเด็กไหม ควรจะตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะดูแลเยาวชนให้ห่างไกลยาเสพติดอย่างไร ส่งเสริมให้เขามีอาชีพ หรือส่งเสริมให้เขาห่างไกลอย่างไร อันนี้ดิฉันขออนุญาตโฟกัส (Focus) ว่าท่านมีนวัตกรรมด้านนี้หรือไม่ และกรณีของการปฏิรูประบบราชการด้านนี้ เพราะมันตั้ง ๖ กระทรวง แล้ว ๒๙ หน่วยงาน บานเบอะเลยค่ะท่าน ถ้าเกิดไม่วัน สต๊อป เซอร์วิส (One Stop Service) มันทำไม่ได้ไว ทำไม่ได้จริง ดังนั้นการปฏิรูปเราไม่ต้องปฏิรูป ทั้งประเทศ แต่ว่าถ้าเกิดจะปฏิรูปเฉพาะ ๖ กระทรวง ปฏิรูปอย่างไร อยากได้นวัตกรรม ด้านนี้ แล้วก็เสริมเข้าไป กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญ คุณหมอบัญญัติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายเพื่อตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมต่อรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหายาเสพติด แนวทางการจัดตั้งศูนย์บำบัด ยาเสพติด การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นก็ขอชื่นชมคณะกรรมาธิการที่ได้พิจารณาศึกษา เรื่องสำคัญของประเทศ ก็คือเรื่องของปัญหายาเสพติด แล้วก็ที่ถูกใจมากก็คือแนวทาง การจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด ซึ่งยังไม่เคยมีการศึกษาในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ แต่สิ่งที่ผม เห็นว่าข้อสังเกตท้ายรายงานนั้นยังขาดไป ภายใต้เวลาจำกัดผมขอฝากข้อสังเกตเพิ่มเติม ๒ ข้อคือ ข้อที่ ๑ สืบเนื่องจากรายงานฉบับนี้ผมเองก็เป็นท่านหนึ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยท่านสุทัศน์ เงินหมื่น เสนอญัตติเรื่องนี้เข้ามารวมพิจารณาด้วย ผมก็ได้รับรองญัตตินั้นไปด้วย ตั้งแต่วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒ แล้วก็สภาผู้แทนราษฎร โดยท่านชวน หลีกภัย ก็ได้ลงนาม ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๓ จนรายงานนี้ก็เข้ามาสภา ปี ๒๕๖๕ ขณะนั้นกัญชาก็ยังเป็นยาเสพติดอยู่ แต่ขณะนี้กัญชาไม่ใช่เป็นยาเสพติดแล้ว เพราะฉะนั้นข้อสังเกตที่ผมอยากจะเพิ่มข้อที่ ๑ ก็คือว่า แม้ว่าชื่อรายงานนี้จะเป็นเรื่องของ การจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด แต่ผมอยากให้รายงานนั้นครอบคลุมถึงสารเสพติดนะครับ คำว่า ยากับสาร ถ้าฟังผ่าน ๆ ก็อาจจะเหมือนกัน แต่คำว่า สารเสพติด ในทางการแพทย์ หมายรวมยาเสพติดตั้งแต่เฮโรอีน ฝิ่น ยาบ้า แล้วก็รวมถึงอย่างอื่นที่ไม่ใช่ยาเสพติด ตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษด้วย ขณะนี้กัญชาไม่ได้เป็นยาเสพติดตามกฎหมาย แต่ก็เป็นสารเสพติดในความหมายของทางการแพทย์และองค์การอนามัยโลก องค์การ สหประชาชาตินะครับ ชื่อศูนย์บำบัดยาเสพติดก็จริง แต่ภารกิจต้องบำบัดสารเสพติดด้วย ผมถึงจะเห็นว่ามีความครอบคลุม อย่างเรื่องกัญชาก็ดี สุราก็ดี บุหรี่ก็ดี หรือยาเสพติดที่เป็น วัตถุออกฤทธิ์ต่าง ๆ ต่อจิตประสาทที่มีการลักลอบซื้อขายกัน สารเหล่านี้ก็ถือเป็นสารเสพติด ที่จะต้องเข้าสู่ระบบการบำบัดเช่นเดียวกัน แล้วระบบบำบัดสารเสพติดจะต้องครอบคลุมเป็น พิเศษเรื่องของสุขภาพจิต เพราะผู้ที่ใช้ยาเสพติด สารเสพติดร้อยทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ก็จะ พัวพันกับปัญหาทางด้านสุขภาพจิต ตั้งแต่อาการน้อยจนถึงอาการมาก ผู้ที่ก่ออันตราย ต่อสังคมซึ่งตามข่าวหน้าสื่อมวลชนเราพบทุกวัน จนผู้สื่อข่าวที่อ่านข่าวเขาอ่านแล้วจบไม่ลง ไม่รู้ว่าปัญหานี้จะไปจบที่ไหน ผมคิดวิงวอนว่าอยากจะให้ผู้สื่อข่าวได้ฟังคำอภิปรายด้วยว่า ต้องจบด้วยว่าจะต้องรีบนำบุคคลเหล่านี้เข้าสู่ศูนย์บำบัดสารเสพติดสุขภาพจิตโดยเร็ว ถ้าอย่างนี้ถือว่าประสบความสำเร็จนะครับ ปัจจุบันเขาก็ได้แต่รำพึงว่าปัญหาอย่างนี้เกิดทุกเมื่อ เชื่อวันไม่รู้จะทำอย่างไร อย่างนี้ไม่ได้ครับ มันไม่มีที่ไปของการแก้ปัญหา คิดง่าย ๆ ว่าน้ำเสีย ในโรงงานยังต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย เมื่อคนหลงผิดไปติดยาเสพติดหรือสารเสพติดแล้ว เมื่อมีปัญหาก็ต้องมีระบบบำบัดสารเสพติด แล้วสุขภาพจิตต้องแบบองค์รวม ถ้าไม่องค์รวม ปัจจุบันก็คือทำกันคนละหย่อม กรรมาธิการได้บอกว่ามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน ๙ กระทรวง ๒๖ หน่วยงาน ถ้าไม่เป็นองค์รวมจะบำบัดไม่สำเร็จนะครับ อันนี้ข้อสังเกตที่ ๑ เพิ่มจากยาเสพติดเป็นสารเสพติด ข้อที่ ๒ เป็นข้อสังเกตอีกข้อหนึ่งก็คือว่าอยากจะให้ตั้ง หน่วยงานที่ไปบูรณาการตีคู่กับ ป.ป.ส. ป.ป.ส. นี่ทำเรื่องป้องกันปราบปราม แต่ บ.บ.ส. ทำเรื่องบำบัดสารเสพติดสุขภาพจิต จะต้องมีศักดิ์เท่ากัน เพราะ บ.บ.ส. ต้องบูรณาการ หน่วยงานที่เกี่ยวกับการบำบัด แม้ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขก็มีหลายกรมที่ทำด้านนี้ โรงพยาบาลในกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมก็ทำด้านนี้ ในกระทรวงมหาดไทยก็ทำด้านนี้ เพราะฉะนั้นจะต้องมีการตั้งหน่วยงานที่เรียกว่า บ.บ.ส. บำบัดสารเสพติดสุขภาพจิตแบบองค์รวมเพื่อที่จะบูรณาการจำนวนหลายกระทรวงและ หลายหน่วยงาน ให้การบำบัดสารเสพติดสุขภาพจิตนั้นเป็นองค์รวมจริง ๆ และบูรณาการ ทุกหน่วยงานในทุกจังหวัด แล้วไปสู่ทุกอำเภอครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่าน กรรมาธิการ ท่านประธานได้ชี้แจงตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ🔗
ท่านไหนครับ มีอะไรครับ ท่านประธานขออภัยครับ มีสมาชิกยืนขึ้นอีกท่านหนึ่ง🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สมศักดิ์ คุณเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเศรษฐกิจไทย ผมเข้าใจว่า ท่านประธานปิดการอภิปรายแล้ว ผมแจ้งชื่อไม่ทัน แต่ประเด็นที่อยากจะขอเสนอมีสั้น ๆ ท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญจะได้รวมตอบทีเดียว ท่านประธานกรุณาจะอนุญาต ให้กระผมได้มีส่วนร่วมในการอภิปรายสักเล็กน้อยไหมครับ กระผมขออนุญาต🔗
เชิญสั้น ๆ ครับ เนื่องจากรายชื่อท่านไม่มีในการขออภิปราย เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ขออนุญาตสั้น ๆ ครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้พิพากษาที่ภาคอีสานท่านหนึ่งโทรศัพท์เข้ามา ในเครื่องของผมว่านักโทษที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คนที่เป็นคดียาเสพติด คุกของเรานี่ล้นนักโทษลำดับที่ ๖ ของโลกแล้ว ยาเสพติดที่คดียาเสพติดที่เข้าสู่การพิจารณา ของศาล ๗๐ เปอร์เซ็นต์เป็นของคดีอาญาเป็นยาเสพติด เพราะฉะนั้นท่านสรุปให้ฟังว่า ปีหนึ่ง ๆ มีคดีอาญา มีคดียาเสพติดขึ้นสู่ศาลอย่างน้อย ๒๐๐,๐๐๐ คดีต่อปี นี่คือข้อมูลจาก ท่านผู้พิพากษาที่กรุณาให้ข้อมูลมา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมมีเรื่องขออนุญาต เรียนถามผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ ก่อนอื่นขอขอบคุณนะครับในรายงาน ฉบับนี้ แม้ว่าจะมาภายหลังโศกนาฏกรรมที่หนองบัวลำภู ซึ่งทางนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่ง เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคมปีนี้เรื่องวาระแห่งชาติไปแล้ว แต่ก็มีบางสิ่งบางอย่างที่มีส่วนคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกาศเรื่องยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตเริ่มต้นที่หน้า ๙๖ ข้อ ๒ การมีสถานบริการรองรับที่ชัดเจนที่มีประสิทธิภาพ นั่นเรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๒ หน้า ๗๘ ข้อ ๗ ในด้านปัญหาผู้ติดยาเสพติดที่มีอาการทางจิตเวช ปัญหานี้ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัว ชุมชน มีปัญหาการทำร้าย มีปัญหาในการ เผาบ้าน มีปัญหาหลายเรื่องที่ก่อความรุนแรง และโดยข้อเท็จจริงจากพื้นที่ครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ปรากฏว่า ณ วันนี้สถานีตำรวจต้องคอยรับแจ้งคนที่คุ้มคลั่งอาละวาด มาตรการ ที่เราเรียกว่า ไม้ง่าม ตำรวจภูธรที่สถานีตำรวจเอาไปใช้เป็นเครื่องมือก็เอาไม่อยู่ คดีดังกล่าว เกิดขึ้นถามว่ากลไกปกติรองรับเพียงพอไหม จับและควบคุมเอาไปส่งโรงพยาบาล โรงพยาบาลอำเภอขาดความพร้อมในการที่จะดูแลรักษา รพ.สต. วันนี้มีปัญหา หลายแห่งไม่รับ ในการที่จะดูแลเรื่องนี้ ไปถึงโรงพยาบาลจิตเวช จิตเวชก็ไม่มีปริมาณในการดูแลเพียงพอ โรงพยาบาลธัญญารักษ์ก็ขาดความพอเพียงในการดูแล คนที่ส่งเข้าไปบำบัดดูแลรักษา อยู่ไม่กี่วันก็กลับพื้นที่ พอกลับพื้นที่ไม่กี่วันก็เสพอีกและอาละวาดอีก สิ่งเหล่านี้เป็นวงจร เกิดขึ้นแล้วเกิดขึ้นอีก ที่ภาค ๔ ได้มีโครงการนาคาพิทักษ์เกิดขึ้น แต่ก็ไม่สามารถที่จะ ดำเนินการต่อเนื่องได้เพราะขาดการบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นกระผม ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า กลไก ณ ปัจจุบันไม่สามารถที่จะตอบ โจทย์เรื่องนี้ได้อย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ มันจำเป็นอย่างยิ่งถ้าหากประเมิน สถานการณ์แล้วตั้งแต่สถานีตำรวจไป รพ.สต. โรงพยาบาลจิตเวช แม้กระทั่งคุก ไม่เพียงพอที่จะดูแลปัญหานี้ เพราะฉะนั้นจึงขออนุญาตไปที่หน้า ๗๖ สถานบริการรองรับ ที่ชัดเจน ท่านประธานครับ จังหวัดใดที่มีผู้ป่วย ผู้เสพปริมาณมาก ขอให้ตั้งเป็นสถานบำบัด ขนาดใหญ่ อาจจะมีพื้นที่ ๓๐๐ ไร่ ๕๐๐ ไร่ หรือ ๑,๐๐๐ ไร่ก็ได้ที่ต้องมีการรักษาเยียวยา ฟื้นฟูและให้เขาเป็นพลเมืองดีสามารถออกไปสู่สังคมได้และบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมในการดูแลคืนคนดีกลับสังคม มันถึงจะสามารถเรียกว่าครบวงจรได้ ขออนุญาต กราบเรียนเสนอเพิ่มเติม ขอบคุณครับท่านประธานที่เคารพครับ🔗
เชิญ ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนงค์ ประธานกรรมาธิการ ท่าน ส.ส. ผู้มีเกียรติครับ สิ่งที่ผมจะกล่าวต่อไปผมจะเอ่ยนามท่าน ต้องขออนุญาต ทุกท่านนะครับ ที่ผมจะเอ่ยนามของท่าน ท่านที่อภิปรายและมีปัญหาจะสอบถาม กรรมาธิการชุดนี้🔗
ท่านแรกท่านอนุรักษ์ บุญศล ที่ท่านได้เอาปัญหาในพื้นที่แล้วก็เอาข้อมูล ตัวเลขในพื้นที่มาสอบถาม ปัญหานี้ผมเตรียมตอบท่านแล้ว แต่จะให้ท่านสามารถ เจนชัยจิตรวนิช เป็นผู้ตอบ แต่ก่อนจะตอบปัญหาผมจะพูดถึงปัญหาที่ทุกท่านตอบมานะครับ ขอขอบคุณท่านอนุรักษ์เป็นอย่างยิ่งที่ท้วงติงแนะนำตัวปัญหายาเสพติดที่ติดกันทั้งพารา หากไม่จริงจังแก้ปัญหา พากันตาย ก็ขอบคุณท่านอนุรักษ์🔗
ต่อไปท่านสุพิศาล ภักดีนฤนาถ ข้อเสนอของท่านเป็นประโยชน์ต่อ กรรมาธิการ เป็นปัญหาที่กรรมาธิการชุดนี้คิดและถกกัน เป็นอะไรที่เพิ่มเติมจากรายงาน เราขอรับไว้ สิ่งที่เพิ่มเติมจากรายงานนี้เพราะผมได้กล่าวขออนุญาตท่านประธานไปถึง สมาชิกทุกท่านแล้วว่าด้วยเวลาแล้วก็ปัญหามันเกิดขึ้นใหม่ตลอดทำให้การทำงานของ กรรมาธิการวิสามัญมันไม่มีจุดสิ้นสุดหรอกครับ เรื่องยาเสพติดจับไปตรงไหนจี้ไปตรงไหน มันก็เจอปัญหาทั้งนั้น แม้กระทั่งปัจจุบันปัญหาเกิดใหม่ ๆ มีขึ้นทุกวันนะครับ เพราะฉะนั้น อะไรที่ไม่มีอยู่ในรายงานเรารับไว้แล้วให้เจ้าหน้าที่นำเสนอกรรมาธิการสามัญเพื่อดำเนินการ ต่อนะครับ ก็ขอบคุณท่านสุพิศาลนะครับ🔗
ต่อไปท่านคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ต้องขอขอบคุณท่านที่ชมนะครับ ก็ส่งไปถึง กรรมาธิการทุกท่านที่ไม่ได้มาว่ามีคำชม ก็ขอบคุณท่านนะครับ🔗
ท่านนพพล เหลืองทองนารา สะท้อนปัญหาผู้นำให้จริงจังและจริงใจ ก็เป็น ปัญหาที่คณะกรรมาธิการพูดกัน แล้วก็พูดกันทุกที่ว่าในเรื่องปัญหายาเสพติดต้องได้ผู้นำที่ จริงจังและจริงใจ ตรงนี้ผมไม่ทราบจะแก้ปัญหาอย่างไร ในคณะกรรมาธิการชุดนี้จึงสะท้อน เสียงในสภานี่ละครับ ผ่านท่านประธานไป ต้องได้ผู้นำจริงจังและจริงใจ🔗
ต่อไปท่านวิรัช พันธุมะผล ปัญหาใช้งบประมาณมหาศาลแล้วก็นวัตกรรมใหม่ ยังเสนอให้กระผมไปเนเธอร์แลนด์ ต้องขอบคุณท่านวิรัชเป็นอย่างยิ่ง ปัญหาของท่านที่ท่าน เสนอแนวของเนเธอร์แลนด์ เราได้มีการถกถึงในเรื่องวิธีของท่านใช้เวลานานเลยครับ แล้วผม ก็นิยมชมชอบแนวทางของท่าน แต่ว่าแนวทางของท่านมีทั้งผลดี ผลเสีย เขาวิเคราะห์มาแล้ว เรากรรมาธิการก็ออกเสียง แล้วก็ผลสรุปเราก็ยังไม่ได้นำเสนอแนวทางที่ท่านเสนอ เพียงแต่ ทำรายงานที่ข้อสังเกตของการกรรมาธิการชุดนี้ แต่อย่างไรก็ตามข้อเสนอของท่านในสภา แห่งนี้ ผมเชื่อว่าข้อเสนอของท่านเป็นข้อเสนอที่ดี ก็อยู่ที่ท่านผู้นำจริงจังและจริงใจจะใช้ ในตัวแก้ปัญหาอย่างไรนะครับ🔗
ต่อไปของท่านมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข การบูรณาการก็อย่างเดิมนะครับ ความเห็นผมอย่างเดิม ผมจะรับข้อเสนอของท่านไว้ เดี ยวจะให้ท่านสามารถตอบนะครับ🔗
ของท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมไว้ ๒ ข้อ ครอบคลุมในเรื่อง สารยาเสพติด บังเอิญกรอบในการพิจารณาของกรรมาธิการชุดนี้เราไม่ได้พิจารณาถึงใน พ.ร.บ. ที่เกิดใหม่ในปี พ.ร.บ. ยาเสพติดใหม่นะครับ เราก็วางกรอบไว้ เรายังไม่พิจารณา เพราะว่าตอนระหว่างเราพิจารณา พ.ร.บ. ยาเสพติด ยังไม่เกิดนะครับ🔗
สุดท้ายของท่านสมศักดิ์ คุณเงิน ขอขอบพระคุณท่านนะครับ เรื่องผู้ต้องหา ล้นคุก ก็เหมือนกันนะครับ เพราะว่าในตอนนั้นเรามีคณะที่ปรึกษาเราก็ได้เชิญมา เราเป็น กรรมาธิการที่ได้เชิญหน่วยงานมามากที่สุดนะครับ แล้วก็มีผู้มาร่วมอภิปรายมากที่สุด เราคิดว่าเป็นอย่างนั้น เพราะเราอยากจะให้รายงานเราสมบูรณ์ที่สุด แต่ก็อย่างที่เรียนท่าน ไม่ใช่เป็นข้อแก้ตัว เพราะว่ายาเสพติดมันไม่จบ อย่างไรก็ไม่จบ เหมือนกับท่านจะให้ผมไป เนเธอร์แลนด์ ผมก็ต้องอยู่ต่ออีกสมัยหนึ่ง สมัยหน้าผมไม่ได้มา แล้วผมคงไม่ได้ไปแล้วครับ แล้วก็ปัญหาของท่านทั้งหมดสรุปแล้วเดี ยวสุดท้ายผมจะเรียนเชิญท่านสามารถกับคุณหมอ เพชรดาวมาตอบนะครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗
ท่านวิรัช เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม วิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ผมยังไม่ทราบว่าท่านประธาน จะตกลงเอาแนวคิดในการแก้ปัญหายาบ้าของประเทศเนเธอร์แลนด์ใส่ในข้อสังเกตด้วย ได้ไหม ถ้าไม่ใส่ผมจะไม่เห็นชอบด้วยนะครับ ผมไม่เห็นชอบในรายงาน แต่ถ้าท่านใส่ของผม วิธีการแก้ไขปัญหายาบ้าของประเทศเนเธอร์แลนด์ ถ้าท่านเห็นด้วยถ้าจะใส่เดี ยวผมจะเขียนให้ แล้วให้เจ้าหน้าที่เพิ่มเติม ถ้าท่านเห็นด้วยกับผม ผมก็เห็นด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอคำตอบจากท่านประธานกรรมาธิการครับ🔗
เชิญ ท่านประธานยงยุทธครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนงค์ ประธานคณะกรรมาธิการ ขอบคุณ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านวิรัชอีกครั้งนะครับ ขอบคุณมากครับในข้อเสนอของท่าน แนวความคิดในการแก้ปัญหาของท่าน เป็นแนวความคิดที่เหมือนกับในด้านนโยบายครับ หน้ามือเป็นหลังมืออย่างนี้ ผมรับไว้ได้ แต่ใส่ในรายงานนี่คงใส่ไม่ได้แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ผมเป็นพวกเดียวกับท่าน ท่านรับรายงานผมก่อน ส่วนข้อเสนอของท่านผมจะนำเสนอ กรรมาธิการสามัญ ผมเป็นพวกเดียวกับท่านได้ไหมครับ🔗
เราเป็นพวกเดียวกันอยู่แล้ว ท่านเป็นผู้กำกับ ผมเป็นอัยการ รู้จักกันมาตั้งนานแล้ว ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗
เชิญครับ🔗
ผมเพียงแต่ อย่างเมื่อสักครู่ กรรมาธิการว่าด้วยกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคง เขาก็ยังยอมรับผมเพิ่มในข้อสังเกตได้ แล้วผมเขียนให้ในข้อสังเกตเพิ่มไปข้อหนึ่ง เหมือนสักครู่นี้เขียนให้เจ้าหน้าที่สำนักการประชุม ก็เอามาให้ผมเขียนให้ ผมก็เขียนให้เพิ่มเติมในข้อสังเกต ท่านบอกว่าจะไปเขียนเสนอ ในคณะกรรมาธิการสามัญ เดี ยวก็ไม่ได้เสนอครับ คราวหน้าท่านอาจจะไม่ได้เข้า ผมก็อาจจะ ไม่ได้เข้าเหมือนกัน เราเป็นบัญชีรายชื่อหัวอกอันเดียวกัน เพราะฉะนั้นขอให้เขียน มันเป็นประวัติศาสตร์ในการที่จะมีนวัตกรรมใหม่ในการแก้ไขปัญหาประเทศ ถ้าไม่อย่างนั้น ผมไม่อยู่รอพูดตอนนี้ละครับ ผมอุตส่าห์นั่งรอจะพูดกับท่านนี่ละครับ เรามันกันเองอยู่แล้ว ขออนุญาตครับ เอาความสัมพันธ์ส่วนตัวมาพูดครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ ท่านให้ ผมเขียนให้ในข้อสังเกตเหมือนอย่างกรณีที่กฎหมายความมั่นคง ตกลงไหมครับ ถ้าไม่ตกลง ผมก็ไม่เห็นด้วยนะครับ🔗
ท่านประธาน เชิญครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนงค์ ประธาน คณะกรรมาธิการ เอ่ยนามท่านอีกครั้งท่านวิรัช ข้อสังเกตของท่านผมรับไว้ ผมก็อยาก จะเสนอแล้วก็รับไว้ในรายงาน ผมเพิ่งมาเป็นสมัยแรก ผมไม่ทราบว่าผมรับไว้แล้วผมจะใส่ใน รายงานได้ไหม ผมไม่ทราบ แต่เพื่อไม่ให้ขัดใจท่าน เมื่อสักครู่นี้ผมตอบว่าผมรับไว้ แล้วผมจะ เสนอกรรมาธิการสามัญ ชุดสามัญยังอยู่ ผมหมดวาระแล้ว แต่ชุดสามัญเขายังอยู่ เขายังดำเนินการในเรื่องยาเสพติดต่อไป อย่างไรก็ตามขอความกรุณา ท่านวิรัชยกมือประท้วง ขออนุญาตท่านประธานครับ เชิญครับ🔗
เชิญ ท่านวิรัชอีกครั้งเดียวครับ🔗
เมื่อสักครู่ผมพูดแล้วอย่างไรว่า ในวาระที่แล้วรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่องแก้ไขกฎหมายความมั่นคง ผมก็เสนอว่าให้เพิ่ม ขออนุญาตยกมือไหว้ท่านก่อน ก็ลงได้ครับ เพราะว่าในวาระที่แล้วในรายงานการพิจารณา ศึกษาปรับปรุงกฎหมายผมก็ให้เขียนไว้ว่า ไม่ให้ใช้ศาลทหารในคดีความผิดที่ไม่ใช่ความผิด ทางความมั่นคง ท่านประธานกรรมาธิการชุดที่แล้วท่านก็ยินยอม แล้วเพิ่มไปแล้วด้วยครับ ทำได้ครับ ท่าน พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนงค์ ที่เคารพครับ🔗
คืออย่างนี้ ในข้อสังเกตที่ท่านวิรัชขอเพิ่มเติมมันก็มีประโยชน์นะครับ ซึ่งถ้าประธานกรรมาธิการคิดว่า รับได้ที่จะไปเพิ่มเติมไปแก้ไขในรายงานกรรมาธิการ ทำได้ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ โดยที่ประชุม ถ้าไม่มีผู้ใดขัดข้อง ท่านก็รับไปแก้ไขได้ แต่วิธีการแก้ไขข้อความที่ท่านวิรัช เสนอมาขอให้ไปปรึกษากันให้ดีนะครับ ข้อความที่ท่านอ่านมาก็เป็นประโยชน์ ไม่มีอะไร นอกเหนือจากนั้นก็ใช้ได้ ถ้าท่านจะรับนะครับ ถ้าประธานรับก็ใช้ได้ครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานครับ เมื่อมีหนทางทำได้แล้วมันไม่มีอะไรขัดข้องเลยครับท่านวิรัช ขออนุญาตครับ ก็ขอบพระคุณท่านมากครับ แล้วผมก็เห็นชอบกับท่านนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ก็สรุปว่า ท่านวิรัชนำข้อความที่ท่านต้องการไปดำเนินการนะครับ ที่ประชุมคงไม่มีใครขัดข้องนะครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธาน ที่เคารพครับ🔗
คุณหมอบัญญัติมีอะไรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอขอบพระคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการ ที่กรุณาตอบคำถามที่กระผมได้สอบถามแล้วก็เพิ่มเติมข้อสังเกตไว้ ๒ ข้อ แต่ว่าท่านประธาน ตอบว่าคณะกรรมาธิการศึกษาตามกฎหมายเดิมที่ก่อน พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ กรรมาธิการที่ท่านพิจารณานี้ตั้งตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ เพราะฉะนั้นขณะที่ คณะกรรมาธิการศึกษาอยู่นั้นกัญชากับกระท่อมอยู่ใน พ.ร.บ. ยาเสพติดสมัยนั้น แต่ท่านประธานตอบว่าศึกษาตามกฎหมายเก่า แต่ทีนี้กฎหมายเก่า พ.ร.บ. กระท่อมก็ดี กัญชาที่ไม่ได้เป็นยาเสพติด ก็ตั้งแต่วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ ดังนั้นศูนย์บำบัดยาเสพติด ที่ท่านประธานกรุณาศึกษาไว้ผมเกรงว่าเดี ยวรัฐบาลมาฟังคำอภิปรายแล้วจะไม่ได้อยู่ในนี้ เพราะฉะนั้นผมขอให้ทั้งกัญชา ทั้งกระท่อมที่เคยอยู่ใน พ.ร.บ. ยาเสพติดที่ในช่วงที่การศึกษานี้ ก็คงเป็นสิ่งที่จะต้องได้รับการดูแลโดยศูนย์บำบัดยาเสพติดที่ท่านประธานกรุณาตั้งข้อสังเกต ไว้ให้ด้วยนะครับ ก็ฝากท่านประธานด้วย ผมกลัวว่าเดี ยวมันจะไม่ได้อยู่ในนี้นะครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน ขอฝากให้ท่านประธานกรรมาธิการด้วยครับ🔗
ท่านประธาน พลตำรวจเอก ยงยุทธครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการรับไว้ ตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ เช่นเดียวกับของท่านวิรัชครับ🔗
ที่ประชุม คงไม่ขัดข้องนะครับ🔗
ท่านประธานครับ นิดหนึ่งครับ ผมขออนุญาตครับท่านประธาน🔗
ท่านวิรัช มีอะไรครับ🔗
มีเรื่องที่ท่านคุณหมอบัญญัติพูด คือกฎหมายเขาเขียนว่าไม่เป็นแล้ว ถ้าบอกให้อยู่ในควบคุมตัวเขาไม่ได้นะครับ บุคคลจะต้อง รับโทษในทางอาญาต่อเมื่อกฎหมายกำหนดเป็นความผิดและกำหนดโทษ ในเมื่อพืชกระท่อม และกัญชา ถ้าเป็นกัญชาไม่ได้กัญชา หรือที่สกัดจากกัญชาที่มีทีเอสซี.๒๐ (TSC.20) โดยน้ำหนักขึ้นไปถึงจะเป็นยาเสพติด เพราะฉะนั้นจะเขียนไว้ว่าในการบำบัดกัญชาตอนนี้ ยังเขียนไม่ได้ เพราะ พ.ร.บ. กัญชา กัญชง ยังอยู่ในการพิจารณาของสภาครับ เพราะฉะนั้น ช่วงนี้กฎหมายยังไม่ได้บัญญัติว่าเป็นยาเสพติด ในประมวลกฎหมายยาเสพติดไม่ได้เขียนไว้ว่า กัญชาเป็นยาเสพติด แต่ในประกาศของกระทรวงสาธารณสุขเพียงแต่บัญญัติว่า กัญชา สารสกัดกัญชาที่มีทีเอสซี (TSC) เกิน .๒๐ เท่านั้นที่เป็นยาเสพติด เพราะฉะนั้นถ้าเขียน ต้องเขียนให้ละเอียดนิดหนึ่ง อย่าบอกว่าเหมารวมพืชกระท่อม พืชกระท่อมก็ไม่เป็น ยาเสพติดแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นเวลาเขียนต้องระมัดระวังนิดหนึ่งในแง่กฎหมาย ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญ คุณหมอบัญญัติครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมไม่ได้ขัดหรือแย้งกับท่านวิรัช หรือท่านผู้อภิปรายนะครับ เพียงแต่ว่า ผมเสนอในข้อสังเกตว่า ไหน ๆ จะตั้งเป็นศูนย์บำบัดยาเสพติด ขอให้ครอบคลุมให้มัน กว้างขวางขึ้นเป็นศูนย์บำบัดสารเสพติด ซึ่งเป็นข้อสังเกต ๒ ข้อ ที่ผมฝากท่านประธาน ถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นคำว่า สารเสพติด มันหมายรวมที่มากกว่า ยาเสพติด ซึ่งผมยกตัวอย่างว่ากัญชาก็ดี กระท่อมก็ดี หรืออื่น ๆ ก็ดี ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ ต่อจิตประสาทต่าง ๆ ซึ่งก็จะมีพฤติการณ์ของสุขภาพจิตที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย ผมก็เพียง แต่ว่าอยากจะให้สิ่งที่เป็นสารเสพติดที่นอกเหนือจากยาเสพติดได้อยู่ในศูนย์บำบัดนี้ด้วย เท่านั้น ไม่ได้ขัดหรือแย้ง เพียงแต่เกรงว่าฝ่ายเลขานุการจะตีความหรือสรุปที่ไม่เป็นคุณต่อ ที่ผมจะตั้งข้อสังเกตไว้ แล้วก็ยังเสนอข้อสังเกตที่ ๒ ว่าควรจะมีหน่วยงานที่เป็นหน่วยงาน บูรณาการจริง ๆ ตีคู่ไปกับ ป.ป.ส. เพราะ ป.ป.ส. ทำหน้าที่ป้องกันปราบปรามได้ดีอยู่แล้ว แต่หน่วยงาน บ.บ.ส. คือบำบัดสารเสพติดยังเป็นหน่วยงานที่ไม่มีตัวตนที่ชัดเจนนะครับ แล้วแต่ใครจะทำมากทำน้อย อันนี้กราบเรียนท่านประธานครับ เพื่อประกอบความละเอียด ในการบันทึก ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธาน มันจะแก้เยอะเหมือนกันนะครับ จะเพิ่มเติมเยอะเหมือนกัน อย่างของท่านวิรัชก็คงจะเป็น เอกสาร🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนงค์ ประธาน กรรมาธิการ ข้อเสนอของคุณหมอบัญญัติ ขออนุญาตครับ ผมเห็นชอบด้วยนะครับ เห็นชอบด้วย แล้วก็จะพิจารณาเพิ่มในข้อสังเกตนะครับ🔗
ของ คุณหมอบัญญัติมี ๒ ประเด็น ศูนย์บำบัดสารเสพติด ตรงนี้วิธีการคำพูดที่จะแก้ไขต้องไปคุย กันดูกันให้ดี ๆ เพราะที่ประชุมอนุญาตแล้วท่านต้องไปเรียบเรียงคำพูดให้ดีนะครับ🔗
ผมขออนุญาตท่านประธานอีกนิดหนึ่งครับ การเสนอญัตติในเรื่องยาเสพติดเสนอ ๘ ญัตติ แล้วก็มีกรรมาธิการครบทุกพรรคมาเป็นตัวแทน เพราะฉะนั้นการจะเพิ่มเติมข้อสังเกตอะไร ของในรายงานฉบับนี้เป็นตัวแทนของพรรคอยู่แล้ว ผมว่าผ่านตัวแทนของพรรคมารับผิดชอบ ร่วมกัน มาร่วมการจัดทำรายงานถ้าอยากจะเพิ่มข้อสังเกต มีตัวแทนทุกพรรค มีสมาชิกหรือ ส.ส. ถึง ๑๒๖ คน เสนอญัตตินี้ขึ้นมา ฉะนั้นในรายงานเมื่อจัดทำตัวแทนของพรรคมาร่วม เป็นกรรมาธิการวิสามัญแล้ว มันน่าจะจบสมบูรณ์เลยนะครับ มีอะไรมันควรจะผ่าน อย่างนั้น รายงานเราหลายฉบับเลยมาเสียเวลาพิจารณาอย่างนี้ เสียเวลาแล้วก็เงินของสภาไป ผมขอความกรุณาท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ รายงานยังค้างอยู่หลายเรื่อง ถ้าเผื่อเราคิดว่ารายงานนี้มันสูญเสียเวลา สูญเสียงบประมาณ อย่างไรเสียปัญหายาเสพติด ไม่ได้จบที่รายงานนี้หรอกครับ การแก้ปัญหายาเสพติดอยู่ชั่วฟ้าดินสลาย ขอความกรุณา ให้ผ่านไปเพื่อให้รัฐบาลปฏิบัติได้ มันก็เป็นแนวทางหนึ่ง ส่วนแนวทางอื่น ๆ ที่ทันสมัยกว่านี้ เราก็มาดำเนินการในสมัยหน้า ผมมาไม่มาก็ไม่เป็นอะไร สมัยหน้าก็ตั้งอย่างนี้อยู่ ท่านลองคิดสิว่ากรรมาธิการยาเสพติดมันมีมานานหรือยัง มันก็มีตลอดไป หน่วยงานของรัฐ ที่เรื่องยาเสพติดมันก็มีอยู่ตลอดไป มันไม่ได้จบวันนี้แค่นี้หรอกครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธาน ต่อไปผมจะให้ท่านสามารถมาตอบปัญหาครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานสภาครับ กระผม นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ และเป็นที่ปรึกษา คณะกรรมาธิการครับ ต้องขอบคุณท่านประธานกรรมาธิการ ท่าน พลตำรวจเอก ยงยุทธ ที่ได้มอบหมายให้ผมมาตอบ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีการตั้งคำถาม ตั้งเป็น ข้อสังเกตไว้ ๙ คนด้วยกัน ซึ่งท่านประธานกรรมาธิการได้อ่านรายชื่อไปครบถ้วนแล้วนะครับ วันนี้เองต้องยอมรับว่ารายงานนี้มันเป็นรายงานที่จะพิจารณาแก้ไขปัญหายาเสพติด และแนวทางการจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็น ระบบ เนื้อหาเล่มนี้ผมคิดว่ามันค่อนข้างครบถ้วน แต่มันอาจจะยังไม่ทันสมัยอย่างที่นำเรียน ครับว่า ถ้าเราจะคุยกันต่อเนื่องพรุ่งนี้ก็เปลี่ยนอีก แล้วมันก็จะเปลี่ยนไปอีก แต่ผมจะชี้แจง ในสิ่งที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สงสัยเพื่อที่จะได้เข้าใจ แล้วก็จะได้เห็นว่ากรรมาธิการ วิสามัญนั้นมีความตั้งมั่นตั้งใจอย่างไร อย่างที่บอกครับ เรื่องของฮาร์ม รีดัคชัน (Harm reduction) ที่ท่านพยายามจะเสนอว่าเราจะต้องเอายาบ้ามาแจกให้กับชาวบ้าน ซึ่งเรื่องนี้ ก็เป็นสิ่งที่เคยคุยในกรรมาธิการ กรรมาธิการก็คิดว่าถ้าเราทำแบบเนเธอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ ไม่มีหรอกเรื่องยาเสพติด เพราะเขามองว่ายาบ้าไม่ใช่ยาเสพติด มันก็ไม่เป็นยาเสพติดแล้วครับ การที่จะเอายาบ้ามาแจกให้กับชาวบ้าน เรามองแล้วเหมือนง่ายครับ ผมเห็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในห้องนี้ก็บอกว่าควรจะปราบปราม ควรจะมองเหมือนอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ตอนนี้อยู่ต่างประเทศ ท่านปราบปรามจริงจัง เอาจริงเอาจัง ผมก็เลยบอกว่าในสภาแห่งนี้ ยังขัดกันเอง คนหนึ่งบอกว่าแจก อีกคนหนึ่งบอกปราบปรามอย่างจริงจัง ซึ่งวันนี้เองสิ่งสำคัญ ที่สุดเราต้องทำอย่างไรครับ เราต้องการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ แล้วไม่สร้างปัญหาใหม่ สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้เองในเรื่องของ พ.ร.บ. ยาเสพติดที่สภาแห่งนี้ได้มีการผ่านไป มันต้อง เปลี่ยนแนวความคิดใหม่ การที่เราต้องเปลี่ยนแนวความคิดใหม่เพราะอะไร เพราะคนที่ติด ยาเสพติดนั้นไม่ใช่นักโทษแล้ว คนที่ติดยาเสพติดนั้นคือผู้ป่วย ท่านก็เปลี่ยนแนวความคิดกัน วันนี้กำลังทำอยู่ สิ่งสำคัญที่สุดในช่วงเปลี่ยนผ่านมันเกิดปัญหาครับ เพราะในกฎหมาย พ.ร.บ. ยาเสพติดนั้น เดิมกรมคุมประพฤติเป็นคนบำบัดยาเสพติด เป็นคนบำบัดผู้ป่วย แต่วันนี้เรามอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขดูแลเรื่องนี้ครับ ซึ่งในช่วงเปลี่ยนผ่านทุกครั้ง ทุกเรื่องมันมีอุปสรรค มันมีการล่าช้า แต่วันนี้รัฐบาลก็พยายามทำครับ สิ่งสำคัญที่สุดที่ผม ต้องพูดเพราะท่านอนุรักษ์ บุญศล ท่านได้ถาม แล้วท่านก็ได้พูดไว้ว่าวันนี้เองมีคนเข้ามารับยา จิตเวชประมาณ ๔๓๕,๐๐๐ คนที่มารับยาจิตเวช ตัวเลขนี้ท่านเป็นคนพูดไว้ ผมก็จะบอกว่า วันนี้เองสิ่งสำคัญที่สุดที่เราต้องการทำ ถ้าเราสามารถรับผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาเสพติดเข้าสู่ระบบได้ การแก้ไขปัญหาอย่างที่ท่านวิรัชได้พูดไว้มันอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เราต้องทำอะไรครับ ให้ผู้ป่วยที่ติดยาเสพติดที่ใช้ยาเสพติดนั้นเข้าสู่ระบบ เราถึงจะมีตัวเลขว่าวันนี้มีผู้ติดยา อยู่เท่าไร แล้วเราก็สามารถแล้วค่อย ๆ บำบัดเขา ลดปริมาณยาเสพติด จนสุดท้ายผู้เสพ เหล่านั้นจะไม่กลับมาเสพใหม่ครับ นั่นก็คือแนวทาง ผมมั่นใจว่าท่านวิรัชเองท่านเป็นอัยการ ท่านคิดเรื่องนี้ แล้วผมก็คิดว่า กรรมาธิการวิสามัญทุกคนซึ่งเป็นตัวแทนของทุกพรรคการเมืองก็มีเจตจำนงเดียวกันในการ ที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนก็อยู่ในนี้ครับ แต่มันต้องเริ่มไปใน ทุกมิติ อย่างที่ผมพูดว่าปัญหายาเสพติด ไม่ใช่สแตติก (Static) ที่บอก ๑ บวก ๑ เป็น ๒ ๒ ลบ ๑ เท่ากับ ๑ ไม่ใช่ ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาไดนามิก (Dynamic) มันพันไปหมดเลย ท่านไปขยับตัวหนึ่งมันจะไปโดนอีกตัวหนึ่ง ฉะนั้นในสิ่งสำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาจะต้อง ไม่สร้างปัญหาใหม่โดยที่เรายังไม่ได้ศึกษาอย่างดีเยี่ยม ถ้าวันนี้ผมบอกว่าเราต้องทำแบบ ประเทศเนเธอร์แลนด์เลย สังคมรับได้หรือเปล่า ถ้าสังคมรับไม่ได้เกิดปัญหาครับ นั่นคือสิ่งที่ ผมบอกเรามีความพร้อมหรือยังในการที่จะป้องกันไม่ให้เขาเอายาเสพติดมาลักลอบขายใหม่ ถ้าวันนี้เราบอกเราแจกยาบ้าอย่างที่ท่านวิรัชได้พูดว่าต้นทุนยาบ้ามันเม็ดละ ๕๐ สตางค์ ขาย ๑ บาทยังกำไรเลยครับ แต่ถามว่าเราจะคุมให้เขาไม่เอายามาขายต่อข้างนอกได้อย่างไร นั่นคือสิ่งที่ผมบอกว่ากรรมาธิการก็เป็นกังวลเรื่องนี้ ก็เลยต้องชี้แจงแทนท่านประธานยงยุทธ เพราะท่านเองท่านตั้งใจในเรื่องของการแก้ไขปัญหา แล้วอยากให้รายงานนี้ผ่านไปยังรัฐบาล เพราะมันมีเรื่องอื่น ๆ อีกหลาย ๆ เรื่องที่ผมอยากจะอธิบายเสริมในการที่จะตอบคำถามครับ🔗
ในเรื่องของการจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดนั้นเราเองกำลังทำอยู่ครับ โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข วันนี้ท่านมีศูนย์คัดกรอง ๙,๐๐๐ กว่าแห่งแล้ว มีการออกประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สิ่งสำคัญที่สุดที่อยาก จะตอบอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของสารตั้งต้น สารตั้งต้นยาเสพติด อย่างที่บอกว่าทำไม สมัยก่อนยาบ้าไม่เยอะเท่านี้ ยาเสพติดไม่เยอะเท่านี้ ทำไมปัจจุบันมันถึงเยอะมันถึงมาก เพราะเมื่อก่อนยาบ้าเราทำมาจากฝิ่น แต่วันนี้ยาบ้าไม่ได้ทำจากฝิ่นแล้ว ยาบ้าเมื่อก่อน ทำจากเอทีลีน (Ethylene) และซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) ซึ่งเป็นยาผสมในยา แก้หวัด ฉะนั้นมันเป็นสารตั้งต้นแล้วในการที่จะมาผลิตยาเสพติด อย่างที่ผมพูดตอนนี้ พัฒนาใหม่ โซเดียมไซยาไนด์ (Sodium Cyanide) โซเดียมไซยาไนด์ (Sodium Cyanide) สามารถผลิตเป็นยาไอซ์ได้ เพราะเป็นพีทูพี (P2P) หรือเป็นฟีนิลทูโปรปาโนน (Phenyl-2- propanone)🔗
ท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๙ กรรมาธิการ สามารถ เจนชัยจิตรวนิช พูดนอกประเด็น ประเด็นก็คือที่กรรมาธิการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอให้เพิ่มในข้อสังเกต ซึ่งประธาน คณะกรรมาธิการก็ไม่ขัดข้อง และท่านประธานได้ถามที่ประชุมแล้ว ที่ประชุมไม่มีใครคัดค้าน ถือเป็นมติของสภาแล้วครับ คุณสามารถไปอ่านข้อบังคับก่อนครับ ท่านประธานสั่งแล้ว คุณอย่านอกเรื่อง และคุณมาชี้แจงแทนกรรมาธิการไม่ใช่ มันจบเวลาที่แจงทั้งหมดแล้วครับ คุณมีหน้าที่ปฏิบัติตามข้อบังคับ ประธานขอให้สั่งนายสามารถหยุดพูดเดี ยวนี้ครับ🔗
คือเขา พยายามจะตอบคำถามที่เหลือนะครับ ส่วนในกรณีของท่านวิรัชผมกำลังดูว่าจริง ๆ แล้ว รายงานมันรวมทั้งข้อสังเกต แต่ข้อสังเกตในข้อบังคับเขาก็บอกว่าห้ามมีการอภิปราย ซึ่งหมายความว่าในข้อสังเกตอาจจะแก้ไขไม่ได้ อาจจะไปเพิ่มเติมในรายงานได้ หรือถ้าไม่ อีกทีหนึ่งท่านประธานจะเอากลับไปแล้วแก้กลับเข้ามาในคราวต่อไปไหมครับ เพื่อให้มัน สมบูรณ์ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ถ้าจะเอาเพิ่มเติมของท่านวิรัชไปเป็นข้อสังเกต กลับมาเที่ยวต่อไป มันจะได้สมบูรณ์🔗
กราบเรียน ท่านประธาน ขออนุญาตท่านวิรัชนะครับ เมื่อสักครู่ผมรับกับท่านประธานแล้วผมจะเอา เพิ่มเติมเข้าไปนะครับ แล้วก็ท่านวิรัชเองก็รับแล้วว่าจะรับรายงานฉบับนี้ เมื่อผมเพิ่มของ ท่านวิรัชไป แล้วก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานเลยว่าเมื่อสมาชิกในที่ประชุมนี้เห็นชอบ ร่วมกันแล้วว่าจะให้ท่านรายงานชุดนี้ผ่าน ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานเลยถ้าเผื่อไม่ให้ท่านสามารถตอบ หรือคุณหมอเพชรดาว ตอบอีก ก็อยากจะถามสมาชิกเลยครับ ว่าถ้าเห็นชอบให้รายงานฉบับนี้ผ่านก็จะได้จบในเรื่อง รายงานฉบับนี้ ผมต้องขอขอบพระคุณเลยในที่นี้กับท่านสมาชิกทุกท่านที่อยู่ในห้องประชุม ขอบคุณนะครับที่ให้รายงานฉบับผมผ่านเรียบร้อย ต้องขอบคุณท่านประธานมากครับ ขอบคุณครับ🔗
คือถ้าเรา อ่านตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ วรรคสอง ข้อสังเกตอยู่ในรายงาน เพราะฉะนั้นรายงานนี้ คณะกรรมาธิการมีสิทธิแก้ไขเพิ่มเติมได้ เพราะฉะนั้นให้ผมวินิจฉัยผมก็วินิจฉัยว่าท่านรับ ข้อสังเกตของท่านหมอบัญญัติกับของท่านวิรัชไปดำเนินการเพิ่มเติม อันนี้ท่านรับใช่ไหมครับ ถ้ารับมันก็จบ เพราะฉะนั้นผมวินิจฉัยว่ามันไปแก้ไขรายงานได้ ข้อสังเกตก็คือ ๑ ในรายงาน เพราะฉะนั้นมีท่านสมาชิกท่านใดที่จะคัดค้านไหมครับ หรือเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เชิญท่านสมศักดิ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สมศักดิ์ คุณเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเศรษฐกิจไทย ท่านประธานครับ ท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญได้กรุณารับข้อเสนอจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒ ท่านไปแล้ว ผมมีสั้น ๆ ครับ อยากจะขอร่วมให้ท่านรับไปด้วยเสียทีเดียว เป็นเรื่องง่าย ๆ แล้วก็ปฏิบัติได้ ปัญหาตอนนี้เนื่องจากว่าในพื้นที่ไปใช้สถานีอนามัยหรือโรงเรียนบางแห่ง เป็นศูนย์บำบัด ซึ่งมันไม่สามารถปฏิบัติได้จริง ผมอยากเสนออย่างนี้ครับท่านประธาน ในหน้า ๙๖ บรรทัดเดียว ขอต่อ (๒) ออกไปว่า หากพื้นที่จังหวัดใดมีผู้ป่วย ผู้เสพยาเสพติด จำนวนมากให้พิจารณาจัดตั้งศูนย์ในการที่จะบำบัดยาเสพติดอย่างเป็นระบบเพิ่มขึ้น ผมขอแค่นี้ท่านประธาน จะสามารถกระทำได้ ก็ขอท่านประธานได้กรุณารับไปพร้อม ๆ กัน จะเป็นพระคุณครับ ผมก็จะไม่ค้าน ผมก็จะเห็นด้วย ขอบคุณครับ🔗
เชิญ คุณหมอเพชรดาวครับ🔗
เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา กรรมาธิการ ขออนุญาตตอบข้อคำถามของท่านสมศักดิ์ คุณเงิน ในประเด็นที่น่าสนใจว่าสถานที่บำบัดรักษา ที่จริงแล้วโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ไม่สามารถที่จะใช้สำหรับบำบัดยาเสพติดได้ คงต้องทำความเข้าใจว่ากลุ่มที่ใช้ยาเสพติด มันจะแบ่งเป็นผู้ที่เสพ แล้วก็ผู้ที่ติด ฉะนั้นแต่ละระดับของกลุ่มที่ใช้เสพและติดนี่จะมีการ รักษาแตกต่างกันไปค่ะ ฉะนั้นระดับ รพ.สต. หรือที่ท่านพูดถึงอาจจะเป็นในระดับของผู้ใช้ กับผู้ติด ซึ่งอาจจะทำในเรื่องของการให้คำปรึกษา บรีฟ อินเตอร์เวนชัน (Brief intervention) สำหรับผู้ที่ใช้แล้วก็เสพยาเสพติด ส่วนผู้ติดยาเสพติดอันนี้อาจจะมีอาการ ซึ่งตามที่ท่านได้ กล่าวถึงค่ะว่าโรงพยาบาลจิตเวชทั่วประเทศมีอยู่ ๑๘ แห่ง โรงพยาบาลธัญญารักษ์ ในกรมการแพทย์มีอยู่ ๗ แห่งทั่วประเทศ ซึ่งบางพื้นที่อาจจะไม่เพียงพอ ตามที่ดิฉันได้เคย ติดตามการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข อย่างเช่น ในจังหวัดศรีสะเกษเมื่อมีผู้ที่ติดยาเสพติด เพิ่มขึ้น ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งมินิธัญญารักษ์ขึ้นมาในบางพื้นที่ ฉะนั้นเป็นไปได้ หรือไม่ว่าถ้ามีพื้นที่ไหนที่คิดว่าจะต้องมีสถานบำบัดเพิ่มเติมอาจจะไปพูดคุยกับกระทรวง สาธารณสุขโดยเฉพาะเป็นกรณีไปค่ะ จะได้ไม่ต้องลงไปในข้อสังเกตเพิ่มเติม ขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านสมศักดิ์ โอเค (OK) ไหมครับ ตกลงไหมครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ คนละเจตนา ผมทราบดีว่าข้อสังเกตนี้จะต้องส่งให้รัฐบาลได้พิจารณาดำเนินการต่อไป แต่ถ้าหากว่า จะไปเป็นการพิจารณาพูดจากันนอกจากข้อสังเกตก็ผิดกับวัตถุประสงค์ที่ผมกราบเรียน ต่อที่ประชุม ผมหวังอย่างยิ่งว่าข้อสังเกตนี้จะส่งผลในภาคปฏิบัติ เมื่อมีความพร้อม และมีประเด็นปัญหาผู้ติดยาเสพติด ทั้งผู้ติด ผู้เสพมีปริมาณมากในจังหวัดใด อย่างเช่น จังหวัดขอนแก่นมีจำนวนมาก ประชากร ๑,๙๐๐,๐๐๐ คน มีพื้นที่ทั้งหมด ๑๙๘ ตำบล ท่านประธานครับ มันมีปัญหามาก แล้วเอาไม่อยู่ รพ.สต. ก็เอาไม่อยู่ โรงพยาบาลของจิตเวช ก็เอาไม่อยู่ ธัญญลักษณ์มีอยู่แค่นั้นก็เอาไม่อยู่ เพราะฉะนั้นปัญหามีมาก เพราะฉะนั้นต้องมี สถานที่ที่ชัดเจน อาจจะ ๔๐๐ ไร่ ๕๐๐ ไร่ มันจำเป็นต้องมีทั้งส่วนที่รักษา เยียวยา ฟื้นฟู และให้อาชีพ คืนคนดีกลับมาให้สังคมให้ได้ ถ้าหากว่าครบวงจรเช่นนั้นมันถึงจะแก้ไขปัญหา ได้แบบเบ็ดเสร็จ มิฉะนั้นแล้วก็จะไปเพียง ๓ วัน ๕ วันออกมาก็ก่อเกิดปัญหาอีก นี่คือเจตนา ที่กระผมขออนุญาตกราบเรียน ถ้าเติมได้เพียงแต่รับไปเท่านั้นละครับ ส่วนจะพิจารณาเติม โดยถ้อยคำที่ไม่ผูกมัดเกินไปผมไม่ขัดข้องนะครับ เพียงแต่ว่าเป็นทิศทางที่จะได้เพิ่มเติม เรื่องศูนย์บำบัดยาเสพติดในพื้นที่ในจังหวัดที่มีปัญหามาก ด้วยความเคารพครับ🔗
ท่านประธาน พลตำรวจเอก ยงยุทธ เชิญครับ คือท่านสมศักดิ์เพียงแต่ให้เพิ่มเติมในกรณีที่มีผู้ติดยาเสพติด จำนวนมาก บางแห่ง บางสถานที่แค่ให้รัฐจัดสถานที่บำบัด ฟื้นฟูใช่ไหมครับ คือเพิ่ม แค่นั้นเองใช่ไหมท่านสมศักดิ์🔗
ให้เพิ่ม ในข้อสังเกต หรือให้เพิ่มข้อความในรายงาน🔗
ชัด ๆ นะครับ หน้า ๙๖ ข้อ ๔.๒.๔ (๒) บรรทัดสุดท้ายต่อจากคำว่า สถานที่ดูแลจึงต้องชัดเจน ผมขอเพิ่มไปว่า หากพื้นที่จังหวัดใด มีผู้ป่วยหรือผู้เสพจำนวนมากให้จัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติดอย่างเป็นระบบขึ้น เท่านี้ครับท่านประธาน ไม่มีอะไรขัดหรือแย้งกันเลย🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ สำหรับในการเพิ่มรายงานผมรับได้ แล้วเดี ยวจะให้เจ้าหน้าที่บันทึกไว้ แล้วเพิ่มในรายงานครับ เรียบร้อยครับ🔗
กราบขอบคุณครับ🔗
เพิ่มใน ข้อสังเกตนะครับ🔗
เพิ่มใน รายงานอย่างที่ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสมศักดิ์ครับ🔗
รายงาน ก็คือรวมทั้งสังเกต ถูกต้อง โอเค (OK) ครับ ท่านรับไปนะครับ ท่านสามารถมีอะไรไหมครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ก็ต้องขอบคุณท่านประธาน ท่านยงยุทธ สิ่งที่กรรมาธิการ ทำเรื่องนี้ก็คือมีความตั้งมั่นตั้งใจในการแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติดครับ ในเรื่องของสิ่ง ที่อยากจะพูดก็คือเรื่องศูนย์บำบัดฟื้นฟู วันนี้เองทางกระทรวงมหาดไทยก็ได้มีการสนับสนุน การแก้ไขปัญหาเรื่องของยาเสพติดในการปฏิบัติการตำบล ความปลอดภัยหมู่บ้าน โดยผ่าน สายด่วนศูนย์ดำรงธรรมครับ แล้วก็ศูนย์ฟื้นฟูสภาพสังคม สิ่งสำคัญที่สุดในเรื่องของการจัดตั้ง ศูนย์บำบัดนั้นใช้ศูนย์บำบัดอำเภอครับ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในอำเภอ ไม่ใช่สถานีอำเภอ ซึ่งตรงนี้ต้องชี้แจงให้ตรง เพราะว่าไม่อย่างนั้นเดี ยวจะเข้าใจคลาดเคลื่อน แล้วก็สิ่งสำคัญที่สุดในเรื่องของท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้มีการ ประชุมล่าสุดเมื่อปีงบประมาณ ๒๕๖๖ มีคำสั่งเมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ เวลา บ่ายโมงครึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ร่วมมือกันในการ ดำเนินการเป็นระยะเร่งด่วน ๓ เดือน ด้านการป้องกันนั้นให้กระทรวงศึกษาธิการ สร้างภูมิคุ้มกันด้วยความรู้และหลักคิดที่ถูกต้องให้กับเยาวชน สร้างกลไกเฝ้าระวังยาเสพติด เพื่อป้องกันสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่สีขาว พื้นที่ปลอดภัยอยู่เสมอ ด้านการสกัดกั้น ให้กองทัพ เพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังการลักลอบนำเข้าและส่งออกยาเสพติดตามแนวชายแดน ด้านการปราบปราม ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการเชิงรุกในการปราบปราม จับกุม ผู้ค้ายาเสพติด และจัดส่งข้อมูลให้กับสำนักงาน ป.ป.ส. ขยายผลไปสู่การทำลายเครือข่าย จับกุมนายทุน ด้านการอายัด ยึดทรัพย์สิน ให้สำนักงาน ป.ป.ส. บูรณาการอย่างใกล้ชิดกับ สำนักงาน ปปง. และกรมสรรพากรในการขยายผลยึดทรัพย์สินผู้ค้ายาเสพติดที่นำเงิน จากการค้ายาเสพติดไปฟอกเงิน และให้หน่วยงานศาลและอัยการเร่งรัดกระบวนการทาง คดียาเสพติดให้มีความรวดเร็วมากขึ้น ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ ให้ใช้กลไก การดำเนินการตามโครงการสกัดกั้นยาเสพติดทางอากาศยานและท่าเรือสากล ด้านการ บำบัดฟื้นฟู นี่คือสิ่งที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ถามไว้ ก็จะได้ตอบ ก็เร่งให้จัดทำ กฎหมายลำดับรองหรืออนุบัญญัติ ซึ่งวันนี้อนุบัญญัติของกระทรวงสาธารณสุขได้มีการ ประกาศใช้ไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สำหรับใช้ในการบำบัดรักษา คัดกรองผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด แล้วนำเข้าสู่กระบวนการอย่างเหมาะสม โดยจัดตั้งสถานบำบัดรักษา ทั้งโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลประจำตำบล หรือที่เราเรียกว่า รพ.สต. โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อความรุนแรงหรือมีอาการทางจิตที่จะต้องได้รับการ ดูแลอย่างใกล้ชิด ให้มีอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ทำหน้าที่เป็นคู่บัดดี (Buddy) ติดตามผู้ป่วยในชุมชนจนกว่าอาการจะหายขาด ตลอดจนสร้างระบบบำบัดฟื้นฟูในรูปแบบ ชุมชนเป็นฐาน พร้อมให้กระทรวงแรงงานส่งเสริมให้ผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟูมีทักษะความรู้ ในอาชีพ พร้อมจัดหาตำแหน่งงานให้มีงานทำ นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้มีการจัดตั้ง ศูนย์ฐานข้อมูลยาเสพติดที่สำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ นี่ก็คือสิ่งที่ จะได้เสริม แล้วก็ตอบท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๙ ท่านที่มีคำถามเพิ่มเติมครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ในรายงานมีข้อสังเกตของกรรมาธิการ ตามข้อบังคับเราก็คือจะต้องขอความเห็นชอบว่า ที่ประชุมจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตหรือไม่ ในกรณีนี้ในรายงานมีท่านสมาชิก ๓ ท่าน คือ ท่านวิรัช ท่านหมอบัญญัติ และท่านสมศักดิ์ คุณเงิน ขอเพิ่มเติมในรายงานก็คือรายงาน ในส่วนของข้อสังเกตที่ประเด็นต่าง ๆ ที่ทางเราได้ตกลงกันไว้ ดังนั้นผมจะถามมติ จากที่ประชุม คงไม่มีท่านใดคัดค้านนะครับ เป็นข้อสังเกตที่เราเพิ่มเติมในรายงาน มีท่าน สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ก็เท่ากับที่ประชุมเห็นชอบรายงานและข้อสังเกต ที่ต้องส่งไปให้รัฐบาลดำเนินการ ข้อสังเกตในรายงานก็มีการเพิ่มเติม ตามที่ท่านวิรัช คุณหมอบัญญัติ และท่านสมศักดิ์ คุณเงิน ได้เสนอเพิ่มเติม ซึ่งประธานคณะกรรมาธิการ ก็รับไปแล้วจะไปดำเนินการ ดังนั้นเราก็จะเห็นชอบตามรายงานและข้อสังเกตที่ไปเพิ่มเติม ตามที่ท่านประธานรับไปดำเนินการนะครับ ไม่มีสมาชิกท่านใดคัดค้านหรือเห็นเป็นอย่างอื่น ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบรายงานและข้อสังเกต จะได้ส่งข้อสังเกตไปให้รัฐบาล ดำเนินการต่อไป ก็เป็นการจบการพิจารณาครับ ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา ปัญหายาเสพติด🔗
ท่านประธานครับ มีข้อความที่เขียน ตัวอักษรผิด ผมขออนุญาตนิดหนึ่งนะครับ🔗
ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธาน อนุญาตนะครับ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็นชอบกับรายงานและข้อสังเกตแล้วนะครับ พอดีมีตัวอักษร ที่ผิดพลาดอยู่ ก็อยากจะให้ฝ่ายเลขานุการได้ทำใบแก้คำผิดก่อนที่จะส่งไปรัฐบาลนะครับ ในหน้า ๖๓ มี ๒ คำนะครับ ทวิตเตอร์ (Twitter) และเฟซบุ๊ก (Facebook) เวลาแปลเป็น ภาษาไทยแล้วมันไม่ตรงกับในพจนานุกรมนะครับ ก็ทวิสเตอร์ใช้สะกดด้วย ส จริง ๆ แล้วต้อง ต แล้วก็เฟสบุ๊ก สะกดด้วยจาก ส ต้องเป็น ซ ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ฝากกรรมาธิการ ไปพิจารณาดูด้วยนะครับ แก้ไขด้วยครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบรายงานและข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหายาเสพติด แนวทางการจัดตั้งศูนย์บำบัด ยาเสพติด การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ เรียบร้อยแล้วนะครับ เป็นการจบการพิจารณาวาระที่ ๔.๓ ครับ วันนี้พอสมควรแล้วครับ ขอปิดประชุมครับ🔗