รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
____________________
ขณะนี้เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมจะอนุญาตให้สมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ขอได้ใช้เวลา ๒ นาที ให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนครับ ท่านแรก นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ขอเชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอหารือท่านประธานในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนค่ะ🔗
เรื่องแรก เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องแขวงคลองสามประเวศที่ใช้ ถนนร่มเกล้า ๒๓ ที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรม ทั้งแยก ๖ และแยก ๘ ตรงนั้นมีโรงเรียน เทพศิรินทร์ร่มเกล้าอยู่ มีเด็กนักเรียนใช้เป็นจำนวนมาก แต่สภาพถนนที่ชำรุดผุพังทำให้เกิด อุบัติเหตุหลายครั้ง ดิฉันจึงขอประสานกรุงเทพมหานครให้ได้ช่วยเร่งปรับปรุงด้วยนะคะ🔗
อีกที่หนึ่งถนนไอซีดี เป็นความดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มีการ ปรับปรุงตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ จนบัดนี้ยังไม่ได้มีการปรับปรุงเพิ่มเติม ทำให้สภาพดั้งเดิมนั้น ชำรุดทรุดโทรมอย่างมาก ที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง พี่น้องประชาชนได้รับอุบัติเหตุ ถึงขั้นเสียชีวิต ดิฉันจึงขอประสานทางการรถไฟแห่งประเทศไทยให้ได้ดำเนินการซ่อมแซม ถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ขรุขระ แล้วก็เป็นอันตรายกับพี่น้องประชาชนด้วยนะคะ🔗
อีกที่หนึ่งก็คือตรงส่วนของทางเท้าริมคลอง ดิฉันขอประสานกรุงเทพมหานคร ให้ได้ดำเนินการตรวจสอบตรงจุดที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรม ไม่สามารถใช้การได้ ดิฉันขอยกตัวอย่าง อย่างเช่น เลียบคลอง ๔ ที่ขณะนี้นักเรียนไม่สามารถใช้การในการ เดินทางไปโรงเรียนได้แล้ว ดิฉันขอให้กรุงเทพมหานครเร่งตรวจสอบทุก ๆ ที่ด้วยค่ะ🔗
แล้วก็ในส่วนที่ดิฉันขอให้ทางการท่องเที่ยว ลำดับสุดท้ายก็คือให้ส่งเสริม ให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตลาดกระบังที่มีศักยภาพในการรับ นักท่องเที่ยวมา สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ต่อไปคุณประกอบ รัตนพันธ์🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนสัก ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ขอให้ทางหลวงชนบทได้ขยายเส้นทาง หมายเลข นศ. ๒๐๓๔ ตรงแยกถนนหมายเลข ๔๑ ไปยังบ้านก้างปลา ตำบลที่วัง อำเภอทุ่งสง เดิมเป็นถนนแคบ ท่านประธานครับ แล้วผู้คนใช้เส้นทางนี้สัญจรไปมาระหว่างอำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอจุฬาภรณ์ และอำเภอทุ่งสงจำนวนมาก เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งครับ จึงขอให้ทางหลวงชนบทได้พิจารณา ในการขยายถนนตามมาตรฐานของกรมทางหลวงชนบท กว้าง ๑๒ เมตร กราบเรียน ท่านประธานว่าถนนเส้นนี้เป็นถนนสายหลัก แล้วก็ตรงช่วงต่ออำเภอจุฬาภรณ์กับอำเภอทุ่งสงนั้น ผ่านเนินดิน ทุกฤดูฝนดินจะพังทลายมาขวางทางจราจร เพราะฉะนั้นถ้าเกิดปรับปรุง ถนนเส้นนี้แล้วก็สามารถที่จะทำให้การจราจรคล่องตัวขึ้นมากครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องตำบลควนกรด อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ถึงลำน้ำหูนบเพลิง หมู่ที่ ๕ ตำบลควนกรด ไปยังหมู่ที่ ๑๐ บ้านวังขี้นาก ระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตร ถนนเหมืองลำน้ำหูนบเพลิงตรงนี้เมื่อก่อนนี้ ใช้ประโยชน์ในการทำนาใช้ในการเกษตรกรรมมากในฤดูแล้ง และฤดูฝนช่วยที่จะบรรเทาน้ำท่วม เรือกสวนไร่นาและบ้านคนได้มาก ขณะนี้ลำเหมืองดังกล่าวนี้ตื้นเขินมาก ท่านประธานครับ พี่น้องชาวตำบลควนกรดจึงร้องขอผ่านผมว่าให้กรมชลประทานได้กรุณาไปช่วยดำเนินการ ขุดลอกให้เหมืองนี้ใช้ประโยชน์ได้ดังเดิมครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานมากครับ🔗
นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอหารือเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิ ๒ เรื่องคือ🔗
๑. ขอให้กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย เร่งรีบอนุมัติการเปลี่ยนชื่อจังหวัด บนเอกสารสิทธิของวัดปทุมวัน บ้านหนองบัวเพวัง ตำบลบ้านโสก อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีความผิดพลาด เป็นชื่อจังหวัดกรุงเทพมหานคร ขอให้เปลี่ยนไปเป็น ชื่อจังหวัดชัยภูมิ เพื่อที่จะได้ดำเนินการขอวิสุงคามสีมา พระอุโบสถก่อสร้างมา ๑๐ ปี ไม่สามารถใช้งานได้ พี่น้องประชาชนก็รอคอย กระผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ประสานกรมที่ดิน ประสานจังหวัดชัยภูมิ ตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบสาเหตุและ แนวทางแก้ไข ขณะนี้ได้เสนอมาที่กรมที่ดินเพื่อขอแก้ไขดังกล่าวตามกฎหมายที่ดินต่อไป🔗
๒. ขอให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เร่งรัดการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือจัดการค่าทำศพ ของผู้สูงอายุ คนละ ๓,๐๐๐ บาท ซึ่งพี่น้องชาวชัยภูมิจำนวนมากได้ร้องผมมาว่าที่อำเภอ คอนสวรรค์ อำเภอแก้งคร้อ อำเภอบ้านแท่น มีความล่าช้ามาก ไปยื่นขอเงินช่วยเหลือ ค่าทำศพที่พัฒนาสังคมอำเภอ แต่ปรากฏว่ารอนับเป็นปี ปีสองปียังไม่ได้รับเงิน เจ้าหน้าที่ บอกว่าให้รอคิว ในเรื่องดังกล่าวนี้ขอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ดำเนินการ กระผมมีรายชื่อผู้ที่ร้องเรียนจะนำเสนอผ่านท่านประธานถึงกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ต่อไป ขอบคุณครับ🔗
คุณสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ🔗
เรื่องแรก ท่านประธานครับ ที่กราบเรียนท่านประธานคือเรื่องรถติด รถติด ถนนรังสิต-นครนายก จากคลองหนึ่งไปถึงคลองสิบหก ผมได้เคยหารือไปแล้ว แต่ว่าเรื่อง ก็เงียบไป ท่านประธานครับ พี่น้องต้องการให้ทางกรมทางหลวงยกระดับถนนขึ้นไปอีก ชั้นหนึ่ง เพราะว่ารถติดตั้งแต่เช้า บางวันมาตั้งแต่หกโมงเช้า สามโมงก็ยังไม่หมด จากคลองสิบหก ถึงคลองหนึ่ง ถึงรังสิต ท่านประธานครับ นี่คือวิธีแก้ปัญหา นั่นก็คือยกระดับถนนเป็นชั้น อีกชั้นหนึ่งครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้ก็รถติดเหมือนกันครับ หลังจาก ที่ทาง รฟม. ไปทำรถไฟฟ้าที่คูคตคือสายสีเขียวอ่อน ปรากฏว่าเดี๋ยวนี้รถติดทั้งเช้า ทั้งเย็น ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องเดือดร้อน อยากจะให้ทำถนนคนเดิน เพื่ออะไรครับ เพื่อให้ แท็กซี่ที่มาจอดรับคนตอนเช้า มีอยู่ ๓ เลน (Lane) แท็กซี่เอาไปแล้ว ๒ เลน (Lane) เหลืออีก เลน (Lane) เดียววิ่งไปวิ่งมารถมันติด อยากจะให้ทำถนนคนเดินมาที่วัดโพสพผลเจริญ ประมาณ ๗๐๐ เมตร แล้วให้แท็กซี่มาจอดที่วัดครับ ทางวัดก็จะมีรายได้ได้บ้าง คนลงจากรถ ก็จะลงจากรถตรงนั้นบ้าง แล้วก็เดินมาที่วัดโพสพผลเจริญมาขึ้นแท็กซี่ตรงนี้ รถมันถึง จะไม่ติดนะครับ ฝากไปที่ สน. คูคตด้วยนะครับ เพราะว่าอยากให้ตำรวจไปช่วยบริการ ตอนเช้า กว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะออกไป ๘ โมง รถมันติด ติดจากอะไร ติดจากที่ทางการ ไปทำสถานีรถไฟฟ้านี่ละครับ กราบเรียนท่านประธาน ๒ ปัญหาครับ คนร้องมาคือ นายพลภัทร หอมแม้น ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
คุณณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขอหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านนายกบุญธรรม จันขันธ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอวน พร้อมด้วยท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องราษฎร ในตำบลอวน เรื่องอยากขอให้ท่านประธานได้ช่วยกรุณาประสานไปยังกรมป่าไม้ และ ส.ป.ก. เรื่องขอให้แก้ไขแนวเขตที่มีการทับซ้อนกันระหว่างป่าสงวนแห่งชาติ ป่าไม้ถาวร และเขตปฏิรูปที่ดิน เนื่องจากทางราษฎรตำบลอวนยืนยันแล้วก็มีหลักฐานว่าได้ตั้งรกราก อยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี ๒๔๓๕ ซึ่งก็คือก่อนที่จะมีการประกาศกำหนดให้พื้นที่ป่าดอยภูคา และป่าผาแดงเป็นป่าสงวนแห่งชาติในปี ๒๕๓๑ ซึ่งเป็นการประกาศทับที่ดินทำกินแล้วก็ ที่อยู่อาศัยของพี่น้องที่อยู่กันมาช้านาน วันนี้ผมจึงได้นำเอาเรื่องนี้มาหารือกับท่านประธาน ได้ช่วยประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องให้เกิด ความเป็นธรรมด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับมอบหมายจากท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ซึ่งท่านได้รับการร้องเรียนมาจากท่านนายกเจิน มาอ้าย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาน้อย แล้วก็พี่น้องในตำบลนาน้อย อำเภอนาน้อย อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เข้าชื่อกันร้องเรียนมาขอท่านประธานประสานไปยัง กระทรวงคมนาคมให้เร่งดำเนินการในการก่อสร้าง ขยายถนนเจ้าฟ้า ทางหลวงเส้น เวียงสา-นาน้อย-นาหมื่น เพิ่มช่องจราจรให้เป็นถนน ๔ เลน (Lane) ตลอดเส้นทาง เนื่องจาก ปัจจุบันเส้นทางนี้คดเคี้ยวแล้วก็แคบ มีรถสัญจรผ่านไปมามาก ทางอำเภอเวียงสาเอง อำเภอนาน้อย อำเภอนาหมื่น ๓ อำเภอเขาใช้เส้นทางนี้เป็นหลัก ก็อยากจะขอท่านประธาน ได้ช่วยประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
คุณยศวัฒน์ มาไพศาลสิน🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตที่ ๓ อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ท่านประธานครับ วันนี้เป็นวันที่ ๒ ของการเปิดประชุมสภาแห่งนี้ แล้วก็ เมื่อวานตลอดที่ผ่านมาในการหารือ ล้วนแล้วแต่พี่น้องในสภาของเราพูดถึงปัญหาถึงพ่อแม่ พี่น้องทางการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากพายุ ได้รับน้ำท่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ ราคาพืชผลทางการเกษตรที่น่าสงสารเหลือเกินสำหรับพี่น้องชาวเกษตรกรไทย แล้ววันนี้ ผมขอนำเสนอในเรื่องของพี่น้องเกษตรอีกด้านหนึ่ง นั่นก็คือเรื่องของประมงพื้นบ้าน ขอยกตัวอย่างจังหวัดกาญจนบุรี ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประมงพื้นบ้านในเรื่องของ การเลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำครับ เกือบ ๒๐๐ ราย กว่า ๑๐,๐๐๐ กระชังที่มาร้องเรียน กับผมและร้องเรียนกับท่านปรเมศวร์ โพธารากุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ท่านมนัญญา ไทยเศรษฐ์ ถึงความเสียหายมากกว่า ๕๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ สิ่งที่รัฐบาลเยียวยาช่วยเหลือ ผมทราบว่าได้รับการช่วยเหลือเพียงรายละ ไม่เกิน ๒๙,๔๔๐ บาทต่อราย แต่ว่าในแต่ละรายนั้นลงทุนเป็นล้าน ๆ บาท ทุกท่านถึงกับ สิ้นเนื้อประดาตัว เพราะว่าอะไรครับ หนี้เก่าที่มาประกอบธุรกิจยังไม่ทันคืนต้นทุน ยังต้อง ไปกู้เพื่อจะหามาทำใหม่ ถามว่าวันนี้ผมเองเชื่อว่าพวกเราไม่อยากให้เกิด แล้วขณะเดียวกัน ผมเองและพรรคภูมิใจไทยจึงขอเสนอแนวคิดที่ดีที่สุดสำหรับการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ชาวเกษตรกร นั่นก็คือ คอนแทร็กต์ ฟาร์มมิง (Contract Farming) ถามว่าจะดีไหมถ้าจะให้ พี่น้องชาวเกษตรกรนั้นรู้ราคาก่อนปลูก หรือรู้ราคาก่อนที่จะทำกิจการ ดีไหมถ้าเกิดจะทำให้ พี่น้องได้เงินก่อนขาย จะดีไหมที่ทำให้พี่น้องเกษตรกรนั้นได้รับการประกันหากมีภัยพิบัติครับ ทุกสิ่งทุกอย่างนี้อยู่ในแพคเกจ (Package) ของคอนแทร็กต์ ฟาร์มมิง (Contract Farming) ถามว่าในรัฐบาลชุดนี้มีไหม ประกาศในราชกิจจานุเบกษา พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนา ระบบเกษตรพันธสัญญา เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้นำมาใช้ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมและพรรค ภูมิใจไทยขอให้รัฐบาลได้เอาราชกิจจานุเบกษาพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบ เกษตรพันธสัญญานั้น นำมาใช้เพื่อเป็นประโยชน์แก่พี่น้องเกษตรกรคนไทยทั้งประเทศครับ สวัสดีครับ🔗
คุณศักดินัย นุ่มหนู ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอหารือเกี่ยวกับ เรื่องของด่านการค้าชายแดนของจังหวัดตราดต่อสภา ที่จังหวัดตราดนั้นมีด่านชายแดนสำคัญ ที่ผมอยากที่จะได้นำเสนอต่อสภาใน ๓ ด่านด้วยกันครับ เพื่อที่จะให้รัฐบาลนั้นได้ยกระดับ และมีการส่งเสริม🔗
ด่านแรก จุดผ่อนปรนบ้านมะม่วงหรือเนินสี่ร้อยที่อำเภอบ่อไร่ อยากเสนอ รัฐบาลให้ดำเนินการใน ๒ แนวทางด้วยกันครับ แนวทางที่ ๑ ก็ให้เปิดด่านบ้านมะม่วง หรือเนินสี่ร้อยนี้ให้กลับมาสู่ภาวะปกติก่อนสถานการณ์โควิด (COVID) เพื่อให้กับพี่น้อง ชาวบ่อไร่นั้นได้มีเศรษฐกิจที่ดี มีการค้าขาย เพราะว่าหลังจากโควิด (COVID) มาแล้ว พี่น้องชาวกัมพูชาไม่สามารถที่จะเข้ามาได้ ก็อยากให้ดำเนินการในมาตรการแรก ก็คือว่า ให้ด่านบ้านมะม่วงนั้นกลับมาเป็นปกติก่อนสถานการณ์โควิด (COVID) และแนวทางที่ ๒ สำหรับด่านบ้านมะม่วงนั้นก็คืออยากให้มีการยกระดับเป็นด่านจุดผ่านแดนถาวร เพราะว่า อันนี้ก็มีการเรียกร้องกันมาหลายสิบปีแล้วเหมือนกัน อันนี้คือประโยชน์ในเรื่องของเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดนะครับ🔗
ด่านที่ ๒ ก็คือด่านบ้านท่าเส้น ที่ตำบลแหลมกลัด อำเภอเมือง ที่อยู่ตรงข้าม กับบ้านทมอดา จังหวัดโพธิสัตว์ของประเทศเพื่อนบ้านเรา จุดผ่านแดนบ้านท่าเส้นนี้ก็ยังมี ปัญหาในเรื่องของแนวเขตแดนอยู่ ก็จะใช้เป็นเหตุผลไม่ได้ในการที่จะบอกว่ายังไม่ควร ที่จะเปิด เพราะว่ายังมีพื้นที่ทับซ้อน ยังเป็นเขตที่จะมีข้อพิพาทกันอยู่ แต่ว่าก็อยากที่จะให้ ฝ่ายความมั่นคงนั้นก็ดำเนินการกันไปในการที่จะได้เจรจาหาข้อสรุป แต่ว่าด่านบ้านท่าเส้นนั้น ควรที่จะได้ยกระดับให้เป็นด่านถาวรเพื่อประโยชน์ทางด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ของจังหวัดตราด รวมทั้งของประเทศไทยเราด้วยครับ🔗
และจุดสุดท้ายด่านผ่านแดนถาวรที่บ้านหาดเล็ก ซึ่งตอนนี้ก็เปิดเป็นปกติ แต่ว่าทางสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเขาอยากที่จะให้รัฐบาลได้เพิ่มเอกสารอีกชนิดหนึ่ง ในการผ่าน นั่นก็คือบัตรผ่านแดนชั่วคราว เพื่อที่จะให้เกิดความสะดวกแล้วก็เป็นการสนับสนุน ส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นด่านการค้าก็จะเป็นเรื่องที่สำคัญในการที่จะกระตุ้น เศรษฐกิจให้กับพี่น้องชาวจังหวัดตราดนะครับ ขอขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
คุณนพดล แก้วสุพัฒน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนนทบุรี ขอหารือท่านประธาน ๔ เรื่องดังนี้ครับ🔗
เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนจากนายสุรศักดิ์ วิชินโรจน์จรัล นายกเทศบาล เมืองบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ขอให้ก่อสร้างประตูระบายน้ำช่วงคลองบางกอกน้อย ในช่วง วัดน้อยใน เขตตลิ่งชัน ซึ่งติดต่อกับอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เพื่อแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ป้องกันน้ำท่วมในเขตบางกรวยและเขตกรุงเทพมหานคร จะเกิดประโยชน์มากทางฝั่งตะวันตกของอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องขอให้พิจารณาเรื่องยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ในเขตพื้นที่น้ำท่วมทั่วประเทศ และหาแนวทางแก้ไขปัญหาการจัดเก็บภาษีที่ดินกับพื้นที่ ริมน้ำที่ถูกกัดเซาะจนไม่มีเนื้อที่ที่จะต้องทำประโยชน์ได้ แต่ต้องเสียภาษีเต็มกับการที่จะต้อง ทำประโยชน์ ในเรื่องนี้ขอให้กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นดำเนินการนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจาก นายสถาพร เพ็งแจ่ม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๓ ตำบลท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ขอให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่ประตูระบายน้ำ ปากคลองบางบัวทอง คลองอ้อม และคลองพระอุดม ในเขตจังหวัดนนทบุรี จาก ๓ แรง เป็น ๖ แรงตามเดิม ซึ่งของเดิมได้ใช้ ๖ แรง แต่ได้แก้ไขไปนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ได้รับการร้องเรียนจาก นายบัญชา ภักขำ นายปรีดา เชื้อผู้ดี นายก อบต. อ้อมเกร็ด และนายก อบต. ท่าอิฐ จังหวัดนนทบุรี ให้หาแนวทางแก้ไขปัญหา การป้องกันน้ำรั่วตามแนวเขตเขื่อนตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมดนะครับ เพราะว่าที่ทำไว้ รั่วหมดเลยก็ทำให้เกิดน้ำท่วม ก็อยากจะให้กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง และกระทรวงมหาดไทยดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้ ขอขอบคุณมากครับ🔗
คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน🔗
เรื่องที่ ๒ ในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น อำเภอเชียงของ อำเภอดอยหลวง และ อำเภอพญาเม็งราย พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ที่ทำการเกษตรโดยอาศัยน้ำฝน การชลประทาน มีน้อยมาก ดังนั้นอยากจะให้ทางกรมน้ำบาดาลช่วยไปสำรวจพื้นที่ออกแบบ เพราะว่า ถ้าจะรอชลประทานนี่คงยาก อยากจะให้ทางกรมน้ำบาดาลได้ไปสำรวจทั้ง ๔ อำเภอนี้ เพื่อขุดเจาะบ่อบาดาลให้พี่น้องได้ทำไร่ ทำนา ทำสวนได้ตามปกติ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
นางสาวศรีนวล บุญลือ ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ข้าเจ้าได้ลงพื้นที่ร่วมกับกรมชลประทาน ประชาชนประชุมปัจฉิมนิเทศ โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่วางที่ตั้งหมู่ ๑ ตำบลบ้านกาด อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ กรมชลประทานนั้นได้สำรวจอีไอเอ (EIA) ประเมินผลกระทบและสิ่งแวดล้อมของอ่างเก็บน้ำ แม่วาง เมื่อวันที่ ๑๒ เดือนตุลาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเจ้า ไม่มีผลกระทบ ไม่มีผู้คัดค้านอ่างเก็บน้ำแม่วางที่ประชาชนอำเภอแม่วาง ๑๒,๓๖๖ ครัวเรือน อำเภอสันป่าตอง ๓๔,๕๐๕ ครัวเรือน อำเภอดอยหล่อ ๕,๖๘๔ ครัวเรือน รวมแล้ว ๕๒,๕๕๕ ครัวเรือน จำนวนประชากร ๑๑๗,๐๐๐ กว่าคน พื้นที่รับผลประโยชน์ ๔๘,๗๘๐ ไร่ พื้นที่ชลประทาน ช่วงฤดูฝน ๓๘,๒๐๐ กว่าไร่ พื้นที่ชลประทานช่วงฤดูแล้ง ๒๐,๔๘๘ ไร่ ถ้าสร้างอ่างเก็บน้ำ แม่วางนี้สำเร็จ ผลประโยชน์ที่ชาวบ้านจะได้รับเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการเพาะปลูกพื้นที่ ทำการเกษตรซึ่งประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำประจำทุกปี ๒. เพื่อเป็นแหล่งเก็บน้ำสำหรับ อุปโภคและบริโภคของประชาชน ๓. เพื่อยกระดับความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิต ของราษฎรในเขตพื้นที่โครงการ ๕๒,๐๐๐ กว่าไร่ เพื่อช่วยในการบรรเทาเกิดอุทกภัย ในช่วงฤดูฝนตกหนัก ดังนั้นข้าเจ้าในนามตัวแทนพี่น้องประชาชนขอเรียนฝากท่านประธาน ไปยังรัฐบาลช่วยเร่งแก้ไขปัญหาการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำให้กับประชาชนที่มีความต้องการ ในครั้งนี้ด้วยนะเจ้า ขอกราบขอบพระคุณเจ้า🔗
คุณวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ผมนำความเดือดร้อน ของพี่น้องจังหวัดศรีสะเกษที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงปัจจุบัน มีจำนวน ๒๒ อำเภอ ๒ เทศบาลเมือง ๒๓ ชุมชน ๑๗ ตำบล ๑,๓๖๖ หมู่บ้าน โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งอำเภอที่มีน้ำท่วมขังบ้านเรือนนานกว่า ๑ เดือน คืออำเภอเมืองศรีสะเกษ อำเภอราษีไศล อำเภอยางชุมน้อย อำเภอกันทรารมย์ อำเภอศิลาลาด อำเภอห้วยทับทัน และอำเภออุทุมพรพิสัย ความเสียหายมีผู้เสียชีวิต ๑๔ ราย ราษฎรได้รับความเดือดร้อน ๕๕,๐๐๐ ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรนาข้าว ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ พืชไร่ ๒๕,๐๐๐ ไร่ พืชสวน ๑,๐๐๐ ไร่ ปศุสัตว์ ๕๖,๐๐๐ ตัว รายละเอียดทั้งหมดนี้ผมขอส่งเป็นเอกสารให้กับท่านประธานผ่านไปยัง นายกรัฐมนตรี🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับคำร้องทุกข์จากนายสุริยัน แจ่มแจ้ง นายก อบต. สุขสวัสดิ์ อำเภอไพรบึง นายทองคำ ตอนศรี นายก อบต. ปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง นายอนุสิทธิ์ สุภาพ ประธานสภาเทศบาลตำบลไพรบึง นายวุฒินัย ทุมมา นายก อบต. พรหมสวัสดิ์ อำเภอพยุห์ นางบังอร บุรีแสง ผู้ใหญ่บ้านป่าไร่ ตำบลพรหมสวัสดิ์ อำเภอพยุห์ นายธนกิจ ดุษฎีกุล นายก อบต. เสียว อำเภอเบญจลักษ์ ขณะนี้ถนนสายต่าง ๆ และฝายน้ำล้นหลายแห่งได้เกิดการชำรุดเสียหายมาก รายละเอียด เป็นเอกสาร ผมขอส่งมอบให้ท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีได้โปรดอนุมัติงบประมาณ ที่เป็นงบกลางเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วนด้วยครับ สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษทุก ๆ ท่าน ท่านนายอำเภอทุก ๆ อำเภอ พร้อมทั้งหัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน ตลอดจนภาคเอกชนที่ได้ร่วมมือกันช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยเบื้องต้นด้วยดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านสำรวย เกษกุล รักษาการ ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ได้ทุ่มเทช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
คุณวิวรรธน์ นิลวัชรมณี จากนั้นจะข้ามไปที่คุณจุฑาพัตธน์นะครับ จะได้เตรียมตัวครับ เชิญคุณวิวรรธน์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวเกาะสมุย ในโครงการ ศึกษาและออกแบบเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ชายฝั่ง ตำบลแม่น้ำ และตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย ของกรมโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ซึ่งจากเสียงของประชาชน โดยส่วนใหญ่ได้ออกมาคัดค้านและไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว ด้วยเหตุผลที่ว่าโครงการ ดังกล่าวไม่สามารถแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง และอาจจะลามไปถึงการกัดเซาะชายฝั่ง ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง โดยได้เห็นจากประสบการณ์ที่ผ่านมาจากคลิปวิดีโอ (Clip video) ที่ผมจะขอนำเสนอ ห้องโสตขออนุญาตฉายคลิป (Clip) ด้วยครับ🔗
อย่าให้เกาะสมุยเป็นเพียงแค่ ตำนานความสวยงามของหมู่เกาะทะเลฝั่งอ่าวไทยในอนาคตเลยนะครับ กระผมจึงขอฝาก ท่านประธานนำเรียนเรื่องนี้ไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยยุติโครงการดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางสาวพรนัทชา พรมนาม กำนันตำบลท่าลี่ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี เนื่องจากถนนท้องถิ่นซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าลี่ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี สภาพเป็นถนนดินลูกรัง ทั้ง ๔ เส้นทาง เดินทางสัญจรไปมาด้วยความลำบากเป็นอย่างมาก เป็นเส้นทางที่เกษตรกร ในตำบลท่าลี่ใช้ขนส่งพืชผลทางการเกษตรออกจากไร่นาด้วยความลำบาก ทั้งหน้าแล้ง และหน้าฝน องค์การบริหารส่วนตำบลท่าลี่มีงบประมาณไม่เพียงพอที่จะก่อสร้างให้เป็น ถนนลาดยางตามความต้องการของประชาชนในตำบลได้ จึงร้องขอมายังท่านประธานสภา ผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยช่วยสนับสนุนในด้านงบประมาณในการก่อสร้างถนนลาดยาง รวม ๔ เส้นทางดังนี้ค่ะ เส้นทางที่ ๑ จากบ้านท่าแร่ หมู่ที่ ๕ ถึงบ้านนาทัน หมู่ที่ ๖ ระยะทาง ๓ กิโลเมตร เส้นทางที่ ๒ จากบ้านราษฎร์สมบูรณ์ หมู่ที่ ๙ ถึงห้วยทรายดูน เชื่อมระหว่าง ตำบลกุดจิก จังหวัดกาฬสินธุ์ ระยะทาง ๔ กิโลเมตร เส้นทางที่ ๓ จากสามแยก บ้านราษฎร์สมบูรณ์ หมู่ที่ ๙ ถึงบ้านนาทัน หมู่ที่ ๖ ระยะทาง ๑ กิโลเมตร เส้นทางที่ ๔ จากบ้านนาทัน หมู่ที่ ๖ ถึงบ้านท่าแร่ หมู่ที่ ๕ ระยะทาง ๒ กิโลเมตร ดิฉันจึงนำเรียนปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในตำบลท่าลี่ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ผ่านท่านประธานสภาถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยลงสำรวจจัดสรรงบประมาณในการ ก่อสร้างถนนลาดยางทั้ง ๔ เส้นทางดังกล่าวอย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
คุณโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตจอมทอง เขตธนบุรี พรรคภูมิใจไทย เนื่องด้วยกระผมได้รับเรื่อง จากชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงพ่อค้าแม่ขายในเขตธนบุรี ว่ามีความประสงค์ขออนุญาตตั้งร้าน เพื่อจำหน่ายอาหารบริเวณพื้นที่ว่างเปล่าใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ตลาดพลู ปรากฏทราบภายหลังว่าพื้นที่ว่างดังกล่าวนั้นเป็นของกรมทางหลวงชนบท ซึ่งยังไม่ได้ ยกให้กรุงเทพมหานครนั้นดูแลและจัดระเบียบ เป็นพื้นที่ว่างเปล่า แต่พื้นที่บริเวณ ฝั่งตรงข้ามนั้นปรากฏมีร้านค้ามาตั้งร้านจำนวนมาก ทราบภายหลังอีกเช่นกันว่าเป็นพื้นที่ ที่กรมทางหลวงชนบทยกให้กรุงเทพมหานครนั้นดูแลและจัดระเบียบ แต่ฝั่งกลับกันยังไม่ได้ ยกให้กรุงเทพมหานครดูแลและจัดระเบียบ จึงไม่สามารถตั้งร้านค้าขายจำหน่ายได้ และเวลา มีพ่อค้าแม่ขายไปตั้งร้านก็จะมีทั้งเจ้าหน้าที่เทศกิจ รวมถึงกรมทางหลวงชนบทมาขับไล่ เท่าที่ผมได้ดูพื้นที่ว่างเปล่าบริเวณนี้ก็พบว่าสามารถให้ชาวบ้านพ่อค้าแม่ขายใช้ทำประโยชน์ได้ ไม่ติดขัดเรื่องปัญหาการจราจร และไม่กีดขวางเส้นทางเดินของพี่น้องประชาชน ดีกว่าปล่อย พื้นที่ให้ว่างเปล่าไม่ใช้ประโยชน์ ตกดึกก็จะดูมืดเงียบเหงาอาจเป็นเหตุก่อให้เกิดเหตุ อาชญากรรมได้ และทางร้านค้าต่าง ๆ ก็ยินยอมพร้อมที่จะทำตามกฎระเบียบของ กรมทางหลวงชนบททุกประการให้ถูกต้อง จึงขอเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังอธิบดี กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ช่วยพิจารณาตรวจสอบพื้นที่ว่างดังกล่าวนี้ สามารถให้พี่น้องประชาชนใช้ประโยชน์เพื่อเป็นแนวทางส่งเสริมอาชีพต่อไป ขอบคุณครับ🔗
คุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน🔗
ประเด็นที่ ๑ เรื่องอุทกภัยน้ำท่วมจังหวัดลพบุรี เขตอำเภอโคกสำโรง อำเภอบ้านหมี่ อำเภอท่าวุ้ง อำเภอเมือง รัฐบาลมีนโยบายเยียวยาช่วยเหลืออย่างไรบ้าง เมื่อไร🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องนโยบายประกันรายได้ชาวนาไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท จำนวน ไม่เกิน ๒๐ ไร่ ประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือนนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้โอนเงิน จำนวนดังกล่าวไปให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำนวน ๑๕,๒๖๐ ล้านบาทนั้น ชาวนา ทั่วประเทศได้ถามผมมาว่าแล้วชาวนาจะได้โครงการเหมือนเดิมหรือไม่🔗
ประเด็นที่ ๓ เรื่องที่ทำกิน เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายให้ต่างชาติมีกรรมสิทธิ์ ในที่ทำกิน ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ขณะนี้พี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศนั้น ไม่มีที่ทำกินจำนวนอย่างมหาศาล จึงอยากฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลบอกว่าควรจะยุติ โครงการดังกล่าว เหตุผลดังกล่าวนั้นผมขอกราบเรียนฝากไปถึงรัฐบาล คนจนขายโอกาส คนรวยขายชาติ คนมีอำนาจขายแผ่นดิน คนพอมีพอกินขายเนื้อขายตัว คนชั่วขายพรรค คนรักประชาธิปไตยสิ้นเนื้อประดาตัวครับ ท่านประธานที่เคารพครับ🔗
คุณรณเทพ อนุวัฒน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน ๒ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องแรก เป็นปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ขับขี่และ โดยสารบนถนนทางหลวงหมายเลข ๓๒๔๕ ที่บริเวณจุดตัดถนนสายเกาะจันทร์-ปรกฟ้า เนื่องจากไม่มีสัญญาณไฟจราจรเขียวแดงที่บริเวณดังกล่าว ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนกัน บ่อยครั้ง จึงขอให้ทางกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมได้โปรดจัดสรรงบประมาณในการ ติดตั้งไฟเขียว ไฟแดงที่บริเวณดังกล่าว🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนทางหลวงหมายเลข ๓๓๑ ที่บริเวณสี่แยก อำเภอพนัสนิคม และอำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี เนื่องจากมีปริมาณ รถยนต์ รถบรรทุกและรถโดยสารวิ่งไปมาเป็นจำนวนมากทั้งวันทั้งคืน ทำให้เกิดปัญหา การจราจรติดขัด จึงขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม จัดสรรงบประมาณในการ ก่อสร้างสะพานข้ามแยกบริเวณดังกล่าวด้วย ขอบคุณครับ🔗
คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ผมนำความเดือดร้อน มาหารือท่านประธานจำนวน ๓ เรื่องด้วยกันครับ ภาพขึ้นเลยก็ได้นะครับ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องของ งบประมาณการกีฬาใต้สะพานรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ จริง ๆ ตรงนั้นผมเคยหารือไปตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ ตั้งแต่ต้น ๆ ที่ผมได้เป็น ส.ส. สมัยสภายังอยู่ทีโอที (TOT) อยู่เลย แล้วล่าสุด ผมไปลงพื้นที่ผมก็ไปเจอกับประธานที่เขาดูแลอยู่ตรงนั้น เขาก็บอกว่าเดี๋ยวมีหนังสือมา โน่นนี่นั่นแล้ว ๖๐๐,๐๐๐ บาท แต่ช่วงโควิด (COVID) เงินก็หายไป เขาบอกช่วยโควิด (COVID) อยู่ อย่างไรฝากติดตามอันนี้ด้วย ได้งบประมาณมาปรับปรุงลานสเก็ตบอร์ด ลานเอ็กซ์ตรีม สนามบาส ก็ฝากเขตธนบุรีช่วยดูแลด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ช่วงที่น้ำขึ้นจะมีปัญหาเขื่อนรั่วไหลพื้นที่มาก ๆ ทั้งชุมชน หลังโรงเรียนสารพัดช่างธนบุรี ชุมชนวัดสุวรรณ ชุมชนเจริญนคร ซอย ๕๕ และเจริญนคร ซอย ๒๙/๒ คือเขื่อนนี้สร้างมานานเป็นเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ทีนี้น้ำลอดใต้เขื่อนมา เพราะเกิดรอยร้าวแล้วก็ไม่มีการซ่อมหลายทีมาก แล้วก็บางที่เครื่องสูบน้ำก็ยังพังอีก ตอนแรกผมก็นึกว่าอาจารย์ชัชชาติเขาโดนวางยาหรือเปล่า อย่างไรก็ฝากไปดูแลซ่อมแซม🔗
เรื่องที่ ๓ ปัญหาธุรกิจผลิตเครื่องหนัง ต้นทุนแพง ค่าแรงถูก ไปถาม ผู้ประกอบการก็บอกต้นทุนมันมาอย่างนี้ ซังกาวเอย กาวเหลืองเอย อย่างซังกาวขึ้นจาก ๖๐๐ บาทเป็น ๘๐๐ บาท กาวเหลือง ๘๐๐ บาทเป็น ๑,๒๐๐ บาท ด้ายที่เย็บหลอดละ ๗๕ บาท มาเป็นหลอดละ ๑๐๐ บาท คือผมไปดูกับเขา แล้วถามว่ามีงานไหม มีงานครับ แต่คือค่าแรงถูก ไม่มีใครมาทำ หลาย ๆ คนที่เป็นแรงงานบริเวณชุมชน ๒๐๐ ห้อง เขตคลองสาน ที่ผมไปนั่งคุยวันนี้ก็ไม่มีคนมาทำงาน อย่างไรฝากทางรัฐบาลช่วยดูแลคนเหล่านี้ด้วย ขอบคุณครับ🔗
คุณสุรชาติ ศรีบุศกร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสุรชาติ ศรีบุศกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรในปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เนื่องด้วยคลองบุษบงค์ในพื้นที่หมู่ที่ ๙ ตำบลบางตะกู อำเภอ บางมูลนาก จังหวัดพิจิตร เป็นคลองที่รับน้ำจากเทือกเขาจังหวัดเพชรบูรณ์ แล้วไหลผ่านไปยัง ที่ตำบลสำนักขุนเณร อำเภอดงเจริญ และตำบลวังตะกู ตำบลวังกรด ตำบลวังสำโรง ตำบลเนินมะกอก อำเภอบางมูลนาก ก่อนจะไหลผ่านลงสู่แม่น้ำน่าน ซึ่งในแต่ละตำบล ที่กล่าวมานั้นล้วนเป็นพื้นที่ที่ทำการเกษตรทั้งสิ้น เกษตรกรพร้อมผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นในพื้นที่ ทุกระดับ อยากจะให้มีการก่อสร้างฝายชะลอน้ำพร้อมขุดคลองเพื่อลำเลียงน้ำไปสู่นาไร่ ของเกษตรกรเพื่อใช้ในการเกษตร อีกทั้งฤดูน้ำหลากก็ยังช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ ได้อีกด้วย ซึ่งขณะนี้ทางพื้นที่ก็ได้มีการศึกษาโครงการและบูรณาการร่วมกันจนนำมาซึ่งการ มอบที่ดินที่จะใช้ทำโครงการเรียบร้อยแล้ว กระผมจึงขอหารือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านไปยังกรมชลประทานและชลประทานจังหวัดพิจิตรได้โปรดส่งเจ้าหน้าที่มาสำรวจ ออกแบบและจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างต่อไปครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เนื่องด้วยชาวบ้านในหมู่ที่ ๒ และหมู่ที่ ๙ ของตำบลท่าเสา อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ได้มายืนถือป้ายเพื่อร้องทุกข์จากปัญหาน้ำท่วมถนนซ้ำซาก เป็นถนนสาย พจ.ถ ๔๙-๐๑๗ ลักษณะเป็นถนนลูกรังทั้งสาย อยู่ในเขตหมู่ที่ ๒ บ้านหนองดง เชื่อมต่อกับหมู่ที่ ๙ บ้านหนองรี ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร ถนนมีระดับที่ต่ำกว่า ทางหลวงชนบทถึง ๑ เมตร เมื่อเกิดอุทกภัยทำให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมสร้างความเสียหาย ต่อบ้านเรือนพี่น้องประชาชน วัด โรงเรียน และพืชผลทางการเกษตร กระผมจึงขอหารือ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อจัดสรร งบประมาณในการปรับปรุงและก่อสร้างถนนในจุดนี้ เพื่อให้เป็นถนนที่สัญจรไปมา อย่างสะดวก ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
คุณอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องของบประมาณช่วยเหลือวิสาหกิจชุมชนการปลูกเห็ดขอนขาวจำนวน ๑-๒ ล้านบาท บ้านหนองหลักช้าง ตำบลตาลเนิ้ง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉันได้ลงพื้นที่ไปหาพี่น้องประชาชน แล้วก็ถามถึงสารทุกข์สุกดิบ แล้วก็ ความต้องการของพี่น้องประชาชน กลุ่มนี้ทั้งจังหวัดมีกลุ่มปลูกเห็ดขอนขาวแค่ ๒ กลุ่ม เท่านั้น กลุ่มนี้มีประชากรถึง ๑๕๐ คน โต๊ะทำงานดิฉันนี้ก็หลังรถกระบะคันนี้ค่ะ ก็นั่งถาม สารทุกข์สุกดิบกัน ก็ได้นำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน กลุ่มนี้มีนางวิไลจิต แพงศรี ประธานกลุ่ม แล้วมีจำนวนสมาชิกถึง ๑๕๐ คน แต่ไม่มีเงินลงทุนค่ะท่านประธาน แล้วเห็ดขอนขาวขายดีมาก เราแทบจะเป็นการตลาดเองเลยทีเดียว ตามที่ท่านประธาน เห็นในภาพ แล้วทีนี้พอไม่มีเงินดิฉันก็อยากให้ ๒ กระทรวงที่กล่าวถึงนี้ได้เข้าไปแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพคะ ปีนี้นั้นเงินงบประมาณถึง ๓.๑๘๕ ล้านล้านบาท แค่ ๑ ล้านบาทเพียงเท่าธุลีดิน จึงอยากให้ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ก็คือที่บ้านหนองหลักช้าง ตำบลตาลเนิ้ง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เกิดมาจนไม่ผิดคะ แต่ตายจน เป็นความผิดของรัฐบาลที่บริหารงบประมาณไม่เป็นค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
คุณสาคร เกี่ยวข้อง🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ จะกราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อธิบดีกรมทางหลวง แขวงการทางจังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถึงเรื่องของทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๔๐๐๙ ที่เชื่อมต่อระหว่างอำเภออ่าวลึก อำเภอปลายพระยา อำเภอพระแสง และต่อเนื่องไปถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นถนนที่พี่น้องประชาชนใช้มาอย่างยาวนาน แล้วก็ เป็นถนนที่เกษตรกร แล้วก็เศรษฐกิจการเกษตรได้ใช้ เป็นถนน ๒ ช่องจราจรไม่มีไหล่ทาง เป็นถนนที่แคบมาก ทราบว่ากรมทางหลวงได้จัดงบประมาณให้กับทางหลวง ๔๐๐๙ เส้นนี้แล้ว ทางหลวงเส้นนี้มีความยาวถึง ๑๔๕ กิโลเมตรด้วยกัน อยู่ในจังหวัดกระบี่เพียงแค่ ๓๑ กิโลเมตร ในช่วงของจังหวัดกระบี่ยังไม่ได้รับงบประมาณ จึงอยากเรียนถึงท่านว่า ทางหลวงเส้นนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เชื่อมต่อระหว่างอันดามันกับอ่าวไทย พี่น้องประชาชนทั้ง ๒ ฝั่งทะเล ๒ คาบสมุทร ได้เดินทางไปมาหาสู่ แล้วก็เป็นเส้นที่ พี่น้องเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ขนปาล์มน้ำมันด้วยรถบรรทุก สิบล้อบ้าง สิบแปดล้อบ้าง หกล้อบ้าง สี่ล้อเล็กบ้าง สัญจรไปมาตลอด เกษตรกร สวนยางพารา เกษตรกรสวนผลไม้ สวนทุเรียน ซึ่งเราก็กำลังจะมีทุเรียนจีไอ (GI) ที่บ้านทะเลหอย ในอำเภอปลายพระยา ครอบคลุมไปยังหลายตำบล ตำบลเขาเขน อำเภอปลายพระยา แล้วก็ตำบลข้างเคียงอีกหลายตำบล อยากให้ได้ปรับปรุงถนนเส้นนี้เป็นถนน ๔ ช่องจราจร เพื่อความปลอดภัย เพื่อการสัญจรไปมาของพี่น้องทั้ง ๒ ฝั่งทะเล ทั้งจังหวัดกระบี่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมไปถึงจังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ตด้วยครับ กราบเรียนท่านประธาน ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อธิบดีกรมทางหลวงช่วยจัดสรรงบประมาณ แล้วก็ จัดให้ถนนเส้นนี้เป็นถนน ๔ ช่องจราจรได้มาตรฐาน ได้รับความปลอดภัยของพี่น้อง ประชาชนด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
คุณโกศล ปัทมะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาให้จัดสรรงบประมาณ ไปดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความยากลำบาก ในการสัญจรไปมาของการใช้ถนน เส้นทางแรก ถนนสายบ้านหนองเม็ก บ้านโคกสะอาด บ้านสระไผ่ บ้านรกฟ้า ถึงบ้านหนองหว้าเอน ตำบลขุนทอง ที่พี่น้องยากลำบาก เส้นที่ ๒ สายถนนบ้านอีโค ตำบลหนองแจ้งใหญ่ เชื่อมบ้านด่านช้าง ตำบลห้วยยาง ซึ่งยังมีสภาพ เป็นถนนดินที่พี่น้องประชาชนยากลำบาก เส้นที่ ๓ ถนนสายบ้านป่าตองถึงบ้านห้วยโจด อำเภอบัวใหญ่ ตลอดจนถึงบ้านโนนจาน อำเภอบัวลาย ที่พี่น้องประสบปัญหาที่ฤดูน้ำหลาก ที่ผ่านมาถนนพังตลอดเส้นทางนะครับ🔗
อีกหนึ่งเรื่องที่ผมอยากจะให้ทางกรมทางหลวงชนบทไปติดตามผู้รับจ้าง เพราะว่าถนนเส้นทางสายโนนตาเถรถึงบ้านหัวหนอง อีกเส้นทางหนึ่งคือเส้นทางบ้านนานิคม จนถึงบ้านด่านช้าง ตำบลห้วยยาง ซึ่ง ๒ เส้นทางกรมทางหลวงชนบทเป็นคนรับผิดชอบ ก่อสร้างไม่นานแต่พัง ชำรุด เสียหาย ก็อยากจะให้กรมทางหลวงชนบทไปติดตามผู้รับจ้าง มาดำเนินการซ่อมแซมให้กับพี่น้องประชาชนโดยด่วน เพื่อป้องกันความเสียหาย ชีวิต ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบัวใหญ่ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
คุณกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตย เขตวัฒนา พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันนะคะ🔗
เรื่องแรก ในฐานะที่ดิฉันเป็นอดีตประธานคณะอนุกรรมาธิการจัดระเบียบ สายไฟฟ้า สายสื่อสาร และการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขอขอบคุณ กสทช. การไฟฟ้านครหลวง และเอ็นที (NT) ที่ได้ร่วมด้วย ช่วยกันมีโครงการในการที่จะจัดระเบียบในทั่วกรุงเทพมหานคร ๘๐๐ กิโลเมตร แล้วก็ เริ่มทยอยแล้ว ซึ่งตรงนี้ก็จะทำให้เมืองหลวงของเรากรุงเทพมหานครได้มีระเบียบเรียบร้อย ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น แต่ว่าดิฉันอยากจะขอเพิ่มเติมว่าในเขตคลองเตยและเขตวัฒนาของดิฉัน ยังมีอีกหลายจุดที่ยังไม่ได้จัดระเบียบ แล้วก็มีความต้องการอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซอยทองหล่อ แล้วก็เอกมัย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นถนนสายหลัก เป็นถนนสายรอง แต่ว่าพื้นที่ ตรงนี้ก็ถือว่าสำคัญ เพราะว่าเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศด้วย ก็อยากจะให้อัปเกรด (Upgrade) ทองหล่อว่าให้ปลอดสายไฟฟ้าแล้วก็สายสื่อสารทั้งเส้นเลย เพื่อที่จะเป็น ถนนตัวอย่างของสังคมเมืองในยุคปัจจุบันนี้ด้วยค่ะ ก็อยากจะฝากท่านประธานนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ ในช่วงปิดสมัยประชุมที่ผ่านมาก็เกิดฝนตกหนักในกรุงเทพมหานคร แล้วก็ดิฉันได้ลงพื้นที่ ก็ได้ไปเยี่ยมเยียนประชาชน ก็มีการร้องเรียนมาว่าถนนหลายสาย ตรอก ซอกซอยของกรุงเทพมหานคร ทั้งถนนที่เป็นสาธารณะ แล้วก็รวมไปถึงของเอกชนด้วย ไม่ได้มีการลอกท่อระบายน้ำมาหลายปีแล้ว บางที่เป็นสิบปี ทีนี้เวลาฝนตกก็ไม่ได้เลือกว่า อันนี้เป็นถนนสาธารณะหรือเป็นเอกชน ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครว่าช่วยดำเนินการในส่วนของการลอกท่อทั้งสาธารณะแล้วก็เอกชน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของดิฉันก็จะมีดังนี้นะคะ จะมี ปรีดี พนมยงค์ ๒๖ แยกพัฒนเวศม์ ๑๐ ซึ่งอยู่ตรงสะพานลอยศาลาลอย แล้วก็ปรีดี พนมยงค์ ๒๖ แยกพัฒนเวศม์ ๑๒ ซอยขวามือ ซอยแรก ปรีดี พนมยงค์ ๑๔ หมู่บ้านเกษมสำราญ ๒ แล้วก็ปรีดี พนมยงค์ ๑๔ แยก ๘ กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
คุณจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้าง แล้วก็ปรับปรุงทางคู่ขนาน ขาเข้ากรุงเทพฯ-ชลบุรีสายใหม่ หรือว่ามอเตอร์เวย์ (Motorway) กิโลเมตรที่ ๔๕ ถึง ทางเชื่อมทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ เนื่องจากว่าพี่น้องชาวบางปะกงบริเวณนั้นจะต้องใช้ สัญจรไปทำงาน โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนชั่วโมงเร่งด่วน เพราะว่าถนนเป็นหลุมเป็นบ่อแล้วก็แคบ ทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการหลบหลีกตรงจุดที่ชำรุด แทบจะทุกวันเลย ก็อยากให้กรมทางหลวงพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อขยายแล้วก็ ปรับปรุงผิวทางให้พี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมาอย่างสะดวกแล้วก็ปลอดภัย ขอบคุณครับ🔗
คุณสายัณห์ ยุติธรรม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สายัณห์ ยุติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขอปรึกษาหารือไปที่กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท เนื่องจากถนนวงแหวนจากบ้านบางปูไปบ้านนาหลวงประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ได้ศึกษา ผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว แล้วเสร็จเมื่อปี ๒๕๖๑ ตอนนี้ก็ยังไม่ได้จ่ายผลอาสินนะครับ ส่วนตอนที่ ๒ ระหว่างบ้านนาหลวงไปบ้านหมน ตำบลท่าเรือ ก็ได้จ่ายผลอาสินเสร็จ เรียบร้อยแล้ว ผมอยากได้กรมทางหลวงเร่งตั้งงบประมาณ เนื่องจากถนนสายนี้เป็นถนน วงแหวนตะวันออกที่เชื่อมต่อสนามบินนครศรีธรรมราช สนามบินนครศรีธรรมราชกำลัง จะยกฐานะแล้วก็เปิดดำเนินการเป็นสนามบินนานาชาติ ผมอยากให้กรมทางหลวงชนบท เร่งในส่วนนี้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายกสมจิตร พูลพิพัฒน์ นายกแดง ตำบลท่างิ้ว ว่าหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชไม่มีน้ำอุปโภคบริโภค รวมทั้งหมู่ ๔ หมู่ ๕ หมู่ ๖ หมู่ ๗ ในขณะที่น้ำดิบที่น้ำตกขุนน้ำท่างิ้ว ที่หมู่ที่ ๕ น้ำเยอะแยะแต่ฝายไร่พัง ตอนปี ๒๕๖๔ ผมอยากให้กรมชลประทานได้เร่งไปทำฝายตัวนี้ แล้วก็เดินท่อพีอี (PE) ไปสู่หมู่บ้านต่าง ๆ ในส่วนนี้ ซึ่งน้ำส่วนนี้สามารถใช้ได้ทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราชครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗
คุณมนพร เจริญศรี ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้ฟังเสียง โอดครวญจากพี่น้องชาวจังหวัดนครพนม แล้วก็นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปจังหวัดนครพนม ของดิฉันว่าค่าตั๋วเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปนครพนมแพงขึ้นเกือบ ๓-๔ เท่า หลังจากที่ธุรกิจ ท่องเที่ยวได้หยุดชะงักมาเป็นเวลาถึง ๓ ปีจากสถานการณ์โควิด (COVID) และการท่องเที่ยว ก็เริ่มฟื้นตัวจากมาตรการปลดล็อกของแต่ละประเทศ ในประเทศไทยเรามีสายการบิน โลว์คอสต์ (Low cost) หรือสายการบินต้นทุนต่ำ ซึ่งที่จังหวัดนครพนมของดิฉันมีอยู่ ๓ สายการบินที่บริการ คือสายการบินแอร์เอเชีย สายการบินนกแอร์ แล้วก็ไทยสมายล์ วันนี้ค่าตั๋วเครื่องบินที่เดินทางในช่วงระหว่างวันธรรมดาจะอยู่ที่ประมาณ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท แต่ในช่วงวันหยุดแล้วก็สุดสัปดาห์จะอยู่ที่ประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท แต่เมื่อเช้า ดิฉันเปิดแอปพลิเคชัน (Application) ดู ปรากฏว่าในวันศุกร์ที่ ๕ พฤศจิกายน สายการบินหนึ่ง ที่เดินทางเที่ยวบิน ๘ โมง ถึง ๑๐ โมง ทะลุขึ้นไปที่ ๖,๑๗๓ บาท นั่นดิฉันคิดว่าถ้าเกิด เดินทางไป-กลับค่าใช้จ่ายจะอยู่ต่อหัวประมาณ ๑๒,๐๐๐ บาท รวมค่าน้ำหนักกระเป๋าอีก ซึ่งราคาขนาดนี้มันไม่ใช่สายการบินต่ำค่ะท่านประธานคะ ในขณะที่รัฐบาลได้มีการส่งเสริม การท่องเที่ยวภายในประเทศ กระตุ้นให้มีการใช้สอย กระตุ้นให้มีโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ในเฟส (Phase) ที่ ๕ แล้วก็โครงการลดทั่วฟ้าบินทั่วไทย ดิฉันก็อยากจะเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปถึงคณะรัฐบาลว่าการจะเปิดให้ประเทศมีการท่องเที่ยว นั่นหมายถึง มาตรการที่ต้องลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะวันนี้กรมการบินพลเรือน หรือว่าหน่วยงานรัฐบาลที่กำกับดูแลจะต้องมีขั้นเพดานของการลดค่าใช้จ่าย มีเพดานของ การซื้อตั๋วเครื่องบิน เปรียบเทียบจังหวัดนครพนมมีระยะทาง ๗๔๐ กิโลเมตร ค่าตั๋วเครื่องบิน ๖,๐๐๐ กว่าบาท แต่จังหวัดเชียงใหม่อยู่ที่ประมาณ ๖๙๐ กิโลเมตร ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ ๒,๑๐๐ บาท นี่คือขณะที่เที่ยวบินเพิ่มมากขึ้น สายการบินมากขึ้น ผู้โดยสารมากขึ้น แทนที่ค่าใช้จ่าย จะลดลงแต่กลับเพิ่มขึ้น ดิฉันจึงฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบพระคุณค่ะ🔗
คุณภราดร ปริศนานันทกุล🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ผมขออนุญาต หารือท่านประธาน ๒-๓ เรื่องครับ เรื่องหลักใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วม ในปัจจุบันครับ🔗
เรื่องแรก เรื่องเงินเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนสำหรับบ้านเรือน ที่เสียหายและสำหรับไร่นาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ผมอยากเรียกร้องให้ทางรัฐบาล เร่งรัดในการที่จะช่วยเหลือเยียวยากับผู้ประสบภัยครับ เพราะว่าช่วงที่ผ่านมาเราประสบกับ ปัญหาโควิด (COVID) แล้วก็มาต่อเนื่องกับเรื่องของอุทกภัย ทำให้ชาวบ้านมีปัญหามาก ขาดแคลนเงินทุนในการที่จะไปลงทุนต่อ เพราะฉะนั้นช่วยเร่งรัดแล้วก็ช่วยให้เยียวยา แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยครับ เพราะว่าปีนี้สถานการณ์น้ำท่วม จังหวัดที่ได้รับผลกระทบมีไม่มาก ก็อยากจะให้รัฐบาลสนับสนุน แล้วก็เยียวยาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทั้งในส่วนของบ้านเรือน ที่เสียหาย ในส่วนของไร่นาที่เสียหาย เป็นค่าเสียโอกาสให้กับเขาในช่วง ๒-๓ เดือนที่เขา ไม่สามารถที่จะสร้างอาชีพ สร้างรายได้ได้นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องการซ่อมแซมสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ เช่น ประปา ถนนหนทาง ต่าง ๆ ที่ได้รับความเสียหาย เมื่อปีที่แล้วจังหวัดอ่างทองก็ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย เช่นเดียวกัน เงินซ่อมแซมสาธารณประโยชน์เหล่านี้แทนที่จะทำให้ได้เร็วในงบฉุกเฉินเร่งด่วน ของรัฐบาล แต่ว่าปีที่แล้วกว่าจะอนุมัติไปก็ช่วงเดือนกันยายน นั่นหมายความว่าก่อนที่จะ สิ้นปีงบประมาณนิดเดียวเท่านั้นเองครับ ยังไม่ได้ลงมือทำ น้ำใหม่ก็มาแล้ว ปีนี้ขอให้ซ่อมแซม ให้เร็วกว่าเดิมและอนุมัติงบประมาณให้เร็วกว่าเดิมครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการน้ำ หัวเรือใหญ่ ก็คือ สทนช. คือกรมชลประทาน และคณะกรรมการที่เรียกว่า กอนช. ในปีหน้าขอให้บริหาร จัดการน้ำให้ดีกว่านี้ และย้ำกับท่านประธานว่าจังหวัดอ่างทองไม่ใช่พื้นที่รับน้ำ ขอบพระคุณครับ🔗
คุณอับดุลอายี สาแม็ง🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดยะลา เขตอำเภอกรงปินัง อำเภอบันนังสตา อำเภอธารโต และอำเภอเบตง ผมขอเรียนหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ปัญหาว่าขณะนี้ที่สนามบินเบตงก็มีการหยุดบริการการบินของ สายการบินนกแอร์แล้วตั้งแต่วันที่ ๒๘ ตุลาคมที่ผ่านมา จากการที่วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๕ มีการเปิดสนามบินปฐมฤกษ์ที่อำเภอเบตงโดยท่านนายกรัฐมนตรี บินจากกรุงเทพฯ ไปถึง อำเภอเบตง บริการได้ไม่กี่เดือน ตอนนี้มีการหยุดบินโดยไม่รู้ว่าสาเหตุอะไร ก่อนหน้าที่จะมี การบินก็บอกว่าทุกเที่ยวบินจะต้องมีการประกันจำนวนผู้โดยสารไม่น้อยกว่า ๖๐ ที่นั่ง แต่ว่าเท่าที่สังเกตดูก็มีผู้โดยสารที่นั่งเครื่องบินสายการบินนกแอร์จากกรุงเทพฯ-เบตง เบตง-กรุงเทพฯ ก็ไม่น้อยกว่า ๖๐ ที่นั่งอยู่แล้ว ก็มีการประกาศหยุดการบินโดยไม่มี กำหนดใด ๆ ก็อยากจะเรียนท่านประธานสภาว่าขอให้มีการเปิดหาเครื่องบินมาบิน เพื่อบริการนักท่องเที่ยว เพราะ ณ ขณะนี้นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวที่อำเภอเบตงเป็น จำนวนมากครับ🔗
เรื่องที่ ๒ อยากจะนำเรียนท่านประธานว่าที่อำเภอเบตง โดยเฉพาะ ที่ตำบลอัยเยอร์เวงก็มีการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเป็นอย่างมาก มีนักท่องเที่ยวหลายพันคน โดยเฉพาะไปที่ทะเลหมอกอัยเยอร์เวงซึ่งมีสกายวอล์ก (Sky Walk) มีอะไรต่าง ๆ ก็มีการ เตรียมการเพื่อให้เกิดความสวยงาม ในสถานที่ก็มีการปลูกต้นไม้ชนิดหนึ่งเพื่อที่จะให้เกิด ความสวยงามในเส้นทางที่ขึ้นไปทะเลหมอก แต่ในขณะนี้ก็มีการตัดต้นไม้ออกไปโดย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยไม่รู้ว่าสิ่งที่มันมีความจำเป็นให้เกิดความสวยงามนั้น มีความสำคัญอย่างไร ให้ท่านประธานช่วยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ ขอขอบคุณครับ🔗
คุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นาย ภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคเศรษฐกิจไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๕ และมติ ครม. วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ได้ให้หน่วยงานขอใช้พื้นที่ในการพัฒนาพื้นที่ ไม่ว่าจะเรื่องถนน ไฟฟ้า ประปาส่วนภูมิภาค แล้วก็สาธารณูปโภคต่าง ๆ ซึ่งในส่วนของจังหวัดตาก สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๔ (ตาก) ได้รับเรื่องต่าง ๆ จาก หน่วยงานราชการ โดยเฉพาะองค์กรปกครองท้องถิ่นจำนวนทั้งหมด ๓,๔๒๐ เรื่อง ซึ่งปัจจุบันสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๔ ได้ทำเสร็จแล้ว และส่งไปยังกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อพิจารณาแล้ว ๓๙๐ เรื่อง ท่านประธานจะเห็นว่า ๓๙๐ เรื่อง แค่ไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของที่ส่งไป ซึ่งผมก็ไม่ได้ตำหนิสำนักจัดการทรัพยากร ป่าไม้ที่ ๔ (ตาก) เพราะเหตุผลที่ทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๔ ได้แจ้งมาว่า ขาดบุคลากรในการทำงาน ขาดงบประมาณที่ช่วยเหลือจากส่วนกลาง ซึ่งทำให้การทำงาน เกิดความล่าช้ามาก ผมจึงอยากจะให้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เร่งรัดเรื่องนี้ อาจจะต้องไปทำเอ็มโอยู (MOU) กับกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ อปท. สามารถช่วยเหลือในเรื่องบุคลากร ช่วยเหลือ ในเรื่องงบประมาณให้แก่กรมป่าไม้ได้ เราจะได้ทำงานได้รวดเร็วขึ้น เมื่อ ๒ เดือนที่ผ่านมา ท่านรองนายกรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ท่านอนุทิน ชาญวีรกุล ได้เดินทางไปจังหวัดตาก พี่น้องประชาชนก็ได้ยื่นหนังสือร้องเรียน โดยเฉพาะ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ทั้ง ๒ ท่านก็ได้รับปาก แล้วก็ได้เร่งรัดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้รีบดำเนินการโดยเร็ว ซึ่งผมคิดว่าถ้าหากเกิดความล่าช้าพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะกลุ่ม ชาติพันธุ์ที่อยู่บนดอยก็จะขาดโอกาส ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสาธารณูปโภค ถนนหนทาง และสิทธิ ที่เขาพึงจะได้รับจากรัฐ ก็อยากจะให้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เร่งรัดเรื่องนี้ด้วย โดยเฉพาะ ๓๙๐ เรื่องที่ส่งไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอนุมัติโดยเร็วที่สุด ขอบคุณครับ🔗
คุณปดิพัทธ์ พร้อมนะครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล ผมได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากกลุ่มลูกหนี้นอกระบบประมาณ ๒๐๐ ท่านที่อยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก คือตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ เป็นต้นมารัฐบาลมีโครงการที่จะเข้าไปที่จังหวัดพิษณุโลก แล้วก็แก้ปัญหา หนี้นอกระบบ ซึ่งสามารถที่จะจัดการไกล่เกลี่ยแล้วก็ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาประมาณ ๑๒๓ รายได้ แต่ว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ถึงปี ๒๕๖๕ มีเจ้าหนี้รายหนึ่งที่ยังลอยนวลอยู่ แล้วก็ตอนนี้ได้ฟ้องร้องไล่ฟ้องเก็บค่าเช่าที่กับลูกหนี้จำนวนมาก แล้วก็ทำตัวราวกับว่า ไม่สามารถมีเจ้าหน้าที่จะไปดำเนินคดีกับเขาได้ ทำให้ประชาชนเดือดร้อนมาก แล้วก็ต้อง เสียเวลาในการติดตามเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะไปที่ชั้นของตำรวจ ไปถึงชั้นของอัยการ แล้วก็ไปที่สำนักงานที่ดิน แต่ก็ปรากฏว่ายังไม่ได้รับความชัดเจนว่าทางเจ้าหน้าที่รัฐจะจัดการ กับเจ้าหนี้รายนี้อย่างไร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ทำให้เกิดความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก แล้วก็ เกิดข้อสงสัยว่าเจ้าหนี้รายนี้ทำไมหรือมีเบื้องหลังหรือมีเส้นสายที่ใหญ่โตมากมายแบบไหน จึงทำให้การเคลียร์ (Clear) ของเจ้าหน้าที่มันถึงติดขัดยากลำบากแล้วก็ล่าช้าแบบนี้ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ทางสำนักงานจังหวัดพิษณุโลก แล้วก็กระทรวงยุติธรรมได้ดำเนินคดี แล้วก็ดำเนินการกับเจ้าหนี้รายนี้ ชื่อย่อเป็นตัว อ นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ คือตอนนี้ในช่วงฤดูกฐินก็มีคนแอบอ้างชื่อของพรรคก้าวไกล แล้วก็ แอบอ้างชื่อว่าเป็นทีมงานของผม ปดิพัทธ์ แล้วก็ไปขโมยเงินกฐินที่วัดหนองไผ่ล้อม ก็เสียเงิน ไปกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ตอนนี้ผมไม่แน่ใจว่าหลักฐานทำให้เกิดหมายจับแล้วหรือยัง แต่ สภ.อ. พิษณุโลกทราบเรื่องนี้แล้ว ตอนนี้ใกล้เลือกตั้งแล้วครับ แล้วผมคิดว่าตอนนี้ เป็นเครื่องมือทางการเมืองที่มีคนแอบอ้างชื่อแล้วก็ทำลายกันทางการเมือง ก็อยากให้ทาง เจ้าหน้าที่ได้รีบจัดการแล้วก็นำเงินมาคืนกับทางวัดหนองไผ่ล้อมให้เร็วที่สุด สวัสดีครับ🔗
คุณอดิพงษ์ ฐิติพิทยา🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ เขตอำเภอกระสัง อำเภอพลับพลาชัย อำเภอห้วยราช และตำบลไพศาลของอำเภอประโคนชัย พรรคภูมิใจไทย กระผมขออนุญาตปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในประเด็นดังต่อไปนี้ครับ🔗
เรื่องแรก เรื่องการสัญจรผ่านทางข้ามทางรถไฟ ด้วยได้รับแจ้งจาก นาย อภิชาติ เรืองจินดาวลัย นายกเทศมนตรีตำบลกระสัง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ว่าปัจจุบันนี้ประชาชนในเขตตำบลกระสังและตำบลอื่น ๆ ของอำเภอกระสังที่สัญจรไปมา ผ่านทางข้ามทางรถไฟในเขตเทศบาลตำบลกระสังได้รับความเดือดร้อนมาก เวลาเจ็บป่วย ฉุกเฉินขั้นวิกฤติหรือเกิดเหตุอัคคีภัยหรือสาธารณภัยต่าง ๆ เนื่องจากสถานีรถไฟปิดกั้นเมื่อมีขบวนรถไฟวิ่งผ่าน รถทุกประเภทไม่สามารถผ่านไปมาได้ และในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงไม่มีทางข้ามทางรถไฟจุดอื่น และยิ่งในชั่วโมงเร่งด่วนมีรถ เป็นจำนวนมากที่จะต้องจอดรอข้ามทางรถไฟ ทำให้จราจรติดขัด รถกู้ชีพกู้ภัย หรือรถดับเพลิง ที่ต้องออกเหตุช่วยเหลือประชาชนไม่สามารถช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที จึงขอนำเรียนไปยัง การรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดช่วยเหลือ พิจารณาอนุมัติดำเนินการปรับปรุงข้ามทางรถไฟเดิมที่มีอยู่แล้วแต่ไม่สามารถใช้งานได้ ให้กลับมาใช้งานได้เพิ่มอีก ๑ จุด เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาเรื่องความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วม ผลจากพายุ ที่พัดผ่านประเทศไทยส่งผลให้มีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ บางจังหวัดน้ำท่วมขังเป็นเวลา ๒ เดือนกว่า ทำให้บ้านเรือนที่ทำการเกษตรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ผลผลิตที่ เก็บเกี่ยวไม่ได้ ได้รับความเดือดร้อนทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านพืช ด้านสัตว์ ด้านบ้านเรือน ด้านความเป็นอยู่ จึงขอนำเรียนขอความอนุเคราะห์ไปยังกระทรวงมหาดไทย กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อมีมาตรการเยียวยาช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่าง ทั่วถึงด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ผมขอขอบคุณท่านสมาชิก ทุกท่านนะครับ ทั้ง ๓๐ ท่าน ตั้งแต่ท่านแรกถึงท่านสุดท้ายที่ได้บริหารเวลาด้วยดีนะครับ เราใช้เวลาไปประมาณชั่วโมงเศษเล็กน้อยเท่านั้นเองครับ แล้วก็ได้ประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชน🔗
ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อ แล้วทั้งหมด ๒๕๔ คน ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๕ นั้น เมื่อมีสมาชิกลงชื่อประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาจึงจะเป็นองค์ประชุม เว้นแต่กรณี พิจารณาระเบียบวาระกระทู้ถาม ตามมาตรา ๑๕๐ ของรัฐธรรมนูญ ต้องมีสมาชิกมาลงชื่อ ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภา ก็ให้ถือว่าองค์ประชุม พิจารณาได้นะครับ แต่ว่าโดยที่สมาชิกมาลงชื่อไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง คือไม่น้อยกว่า ๒๓๘ คน จึงเป็นองค์ประชุม ครบแล้วครับ ขอเปิดประชุมครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
ขอเรียนท่านสมาชิกว่าระหว่างที่เราพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ถาม ในห้องใหญ่นี้ จะมีการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งท่านรองประธานไปทำหน้าที่ อยู่ที่ชั้น ๑ ก็ปฏิบัติภารกิจไปพร้อม ๆ กับพวกเราครับ🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
มีกระทู้ถามสดด้วยวาจา ๓ กระทู้ ผมขอเรียนพวกเราว่ากระทู้ถามสด ด้วยวาจาที่ถามนั้น แม้ว่าผู้ถามจะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่มีประสบการณ์ ผู้ถาม ผู้ตอบนะครับ แต่ว่าก็เรียนด้วยความเคารพว่ากระทู้ถามสดด้วยวาจาถามได้ ๓ ครั้ง และให้เวลากระทู้ละ ครึ่งชั่วโมง จึงใช้วิธีการบริหารเวลาโดยให้ผู้ถาม ๑๕ นาที ผู้ตอบ ๑๕ นาที ก็ขอได้ปฏิบัติ ภารกิจนี้เป็นแบบอย่างให้พวกเราสมาชิกได้เห็นด้วยนะครับ🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถามที่ ๒๐๕ ส. (นายสุทิน คลังแสง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
เกี่ยวกับมติ ครม. แก้ไข กฎกระทรวงว่าด้วยการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย ถามรัฐบาล โดยท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มาพร้อมที่จะตอบแล้วครับ ขอเชิญท่านสุทินครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม จากพรรคเพื่อไทย ขอทำหน้าที่ ตรวจสอบรัฐบาลโดยการยื่นกระทู้ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติปรับปรุงกฎกระทรวง มหาดไทยเพื่อให้ต่างชาติหรือต่างด้าวครอบครองที่ดินได้คนละ ๑ ไร่ ซึ่งรายละเอียดดังนี้ครับ เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคมที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติปรับปรุงกฎกระทรวงมหาดไทย สาระสำคัญก็คือว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจโดยชี้ชวน หรือจูงใจให้ต่างชาตินำเงินมาลงทุนคนละ ไม่ต่ำกว่า ๔๐ ล้านบาท เพื่อแลกกับการถือครองที่ดินได้คนละ ๑ ไร่ กรณีดังกล่าวนี้ก็เป็นที่ วิพากษ์วิจารณ์และวิตกสำหรับพี่น้องประชาชนคนไทย ความวิตกที่พอจับกระแสความได้ ก็คือว่ากรณีการส่งเสริมอนุญาตให้ต่างด้าวได้ถือครองดังกล่าวนี้ มันจะเป็นการเปิดช่องให้คน ต่างด้าวเข้ามาเป็นเจ้าของที่ดิน ในขณะที่คนไทยกำลังอ่อนแอ ในขณะที่คนไทยอีกจำนวน ไม่น้อยกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ยังไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ขณะที่เรากำลังมีความเหลื่อมล้ำด้านการถือครองที่ดินกันอย่างสูงมาก ที่ดินไปกระจุกตัว อยู่กับคนเพียงส่วนน้อย คนส่วนใหญ่ไม่มี แล้วกำลังจะถูกซ้ำเติมด้วยให้ต่างชาติเข้ามา ถือครองที่ดินหรือเปล่า เรื่องดังกล่าวนี้วิตกไปจนถึงขั้นว่าเกิดประโยคที่สำคัญว่าเป็นการ ขายชาติ จะขายจริงหรือไม่จริง จะสมควรด้วยเหตุผลหรือไม่ อันนี้ก็อยู่ที่ว่าเราจะต้องอธิบาย และชี้แจงกัน กระผมจึงขออนุญาตถามคณะรัฐมนตรีว่ามีความจำเป็นหรือมีเหตุผลอะไร ที่หนักหนาสาหัสถึงขนาดต้องมีมติ ครม. อย่างนี้ออกมา ซึ่งที่ผมถามอย่างนี้ก็เพราะว่า เรื่องดังกล่าวนี้ไม่ใช่เกิดใหม่ก็จริง แต่ในอดีตที่รัฐบาลก่อนเคยทำ เขาทำบนข้อจำกัดและความ จำเป็นจริง ๆ เช่นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๒ รัฐบาลขณะนั้นจำเป็นต้องออกกฎหมายก็ด้วยเหตุว่า ถูกบังคับ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของไอเอ็มเอฟ (IMF) นั่นคือปี ๒๕๔๒ ท่านประธานจะรู้จักดี เมื่อเราต้องปฏิบัติตามไอเอ็มเอฟ (IMF) ซึ่งขณะนั้นเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีกฎหมายขายชาติ ๑๑ ฉบับ รัฐบาลต่อมาซึ่งเมื่อปี ๒๕๔๕ ก็จำเป็นต้องอยู่ในภายใต้ข้อบังคับหรือเงื่อนไข ของไอเอ็มเอฟ (IMF) ก็จำเป็นต้องออกกฎกระทรวงหรือมีมาตรการนี้ไปตามไอเอ็มเอฟ (IMF) นั่นก็หมายความว่ารัฐบาล ๒ ชุดก่อนหน้านั้นที่ออกกฎนี้ ออกด้วยข้อจำกัด ออกด้วยความ จำเป็น เพราะเราไปกู้เงินไอเอ็มเอฟ (IMF) มา ไอเอ็มเอฟ (IMF) ก็ต้องบังคับให้เราทำ เราก็ทำ ล่าสุดที่ทำตอนนั้นคือปี ๒๕๔๕ เขาทำด้วยความจำเป็นด้วยเหตุผลนี้ แต่เขาก็ทำ ด้วยความระมัดระวังและมีมาตรการที่รอบคอบรัดกุมที่สุด จนในที่สุดแล้วมรรคผลที่เกิดก็คือ มีต่างชาติมาซื้อที่ดินเพียงประมาณ ๗-๘ ราย ก็ถือว่าเราไม่ได้เกิดการสูญเสียที่ดิน ซึ่งขณะนั้นถ้าจำความได้ก็คือได้มีประชาชนออกมาคัดค้าน ต่อต้าน เรียกร้องให้ยกเลิก กฎหมายเหล่านี้เต็มบ้านเต็มเมือง แต่ว่าเราก็รอดพ้นมาได้ด้วยมาตรการที่รัดกุม ความจำเป็น ก็เป็นอย่างที่ทราบในขณะนั้น แต่ ณ ขณะนี้อยากถามท่านรัฐมนตรีว่ามีความจำเป็นอะไร หนักหนาขนาดนั้น หรือมีอะไรบีบบังคับขนาดนั้นที่ต้องปฏิบัติ ถึงต้องออกมาตรการนี้ออกมา หรือก็พอทราบได้ว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เศรษฐกิจของเรามันหนักหนาขนาดนั้นแล้วหรือ ถึงได้ออกมาตรการนี้ ถึงได้ให้เอาที่ดิน ๑ ไร่แลกกับการต้องมาลงทุนเพียง ๔๐ ล้านบาท นี่เป็นประเด็นข้อแรกที่จะถามว่าเหตุผลและความจำเป็นมันหนักหนาสาหัสเทียบเคียงกับ รัฐบาลก่อน ๆ ได้หรือไม่ อย่างไร ขอเรียนถามข้อแรกครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมขอเรียนตอบกระทู้ ในเรื่องของการที่มีการออกกฎกระทรวงใหม่และขอแก้ไข ไม่ได้แก้กฎกระทรวงนะครับ ออกกฎกระทรวงใหม่เลยนะครับ กฎกระทรวงเก่า ปี ๒๕๔๕ ก็ยังคงมีอยู่ สาเหตุที่ทาง รัฐบาลได้มีการพิจารณาที่จะหามาตรการดำเนินการในเรื่องนี้ เริ่มมาจากที่ทุกคนก็ทราบดีว่า วิกฤติของเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากในช่วงนั้นเป็นเรื่องของโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็มีคณะทำงานเศรษฐกิจเชิงรุกเป็นคนรุ่นใหม่ ๆ ทั้งนั้น ก็มาพิจารณาว่าเราจะดำเนินการ อย่างไรเพื่อจะทำให้เศรษฐกิจมันดีขึ้น ในการพิจารณาก็มีการพิจารณาหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน ในเรื่องนี้ถ้าจุดเริ่มต้นก็จะมีเรื่องของอยากให้มีผู้ที่มีคุณสมบัติที่เราอยากได้ เช่น เป็นคนที่ มีความมั่งคั่งสูงมาลงทุน หรือผู้เกษียณราชการต่างประเทศอยากที่จะมาพำนักในประเทศไทย แล้วก็มีการลงทุนด้วย รวมทั้งกลุ่มผู้ที่มีความสามารถ อันนี้จะเป็นอีกกรณีหนึ่ง ก็จะเป็นบุคคล มีความสามารถหรือมีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ ซึ่งเราจะมีสิ่งจูงใจเขาอย่างไร อันนี้เป็นประเด็น ที่ท่านถามว่ามันมีอะไรนอกจากเศรษฐกิจหนักหนา ก็จะมีเรื่องของเราอยากได้คนที่เก่ง คนที่มีความสามารถมา ทั้งทำงานในประเทศไทย แล้วก็มีผู้ที่มีทักษะพิเศษ อันนี้คือเป็นเหตุผลหนึ่งซึ่งคณะทำงานเศรษฐกิจเชิงรุกพิจารณาว่าน่าจะหาทางที่จะให้เขามาอยู่ เริ่มต้นนี้ไม่ได้เรื่องที่อยู่อาศัย ไปเริ่มต้นในเรื่องของการที่จะให้ลองเทอร์ม เรสซิเดนต์ วีซ่า (Long-term resident visa) ก็คือให้อยู่ระยะยาวได้ อันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่พิจารณาที่จะ หาทางเอาคนดังกล่าวนี้มาอยู่ในประเทศเรา เพราะฉะนั้นคนดังกล่าวนี้จะต้องมีการพิจารณา โดยยื่นต่อบีโอไอ (BOI) สถานทูต สถานกงสุลในการที่จะขอวีซ่า (Visa) อาจจะมีการ ตรวจสอบทั้งเรื่องของแบล็กลิสต์ (Blacklist) ต่าง ๆ พฤติการณ์เฝ้าระวังในเรื่องของการ ทำงานในลักษณะต้องห้าม แล้วก็ต้องมีการพิสูจน์เรื่องของความเชี่ยวชาญพิเศษ สรุปแล้วมีขั้นตอนในการที่จะพิจารณากลั่นกรองเอาคนพวกนี้เข้ามาขั้นต้นก่อนที่จะได้ ลองเทอร์ม เรสซิเดนต์ วีซ่า (Long-term resident visa) เข้ามา แล้วคณะทำงานนั้นก็เสนอ แนวคิดที่จะต้องส่งเสริมที่จะดึงดูดให้เขาเข้ามา นั่นคืออินเซนทีฟ (Incentive) นะครับ ขออนุญาตว่าจะให้เขาเข้ามา หนึ่งในนั้นก็จะเป็นเรื่องของการที่จะให้เขามีที่อยู่อาศัยได้ เพราะเขาต้องมาอยู่อาศัยระยะยาว ก็เป็นที่มาของอันนี้ แล้วในคณะทำงานในการหารือกัน ทางกรมที่ดินก็ได้ชี้แจงแล้วว่าเราได้มีแล้ว เรามีกฎกระทรวงเดิมอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังอยาก เปลี่ยนแปลงให้มันเป็นกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ก็จะเป็นที่มาของการออกกฎกระทรวงใหม่ โดยที่ถามว่าดีขึ้นไหม รัดกุมขึ้นไหม ก็ตอบว่าต้องรัดกุมขึ้นกว่าเดิม ที่เมื่อสักครู่นี้บอกว่า รัดกุมแล้วไม่มีคนมา อันนี้รัดกุมกว่าเดิม ว่าเขาต้องได้วีซ่า (Visa) ซึ่งมีการกลั่นกรองไปแล้ว ต้องมีการลงทุนตามที่ทราบ ๔๐ ล้านบาท โครงการลงทุนไว้ ๓ ปี ใน ๓ ปีนี้ถ้าจะขายก่อนไม่ได้ ต้องขออนุญาตในการขาย ถ้าขายได้ตามสิทธินั้น ถ้าขายคนไทยได้เลย แต่ถ้าขายให้คนต่างชาติ ต้องได้คุณสมบัติ ต้องตรวจสอบกัน ไม่ได้ขายได้ทันที ต้องมีคุณสมบัติ ต้องมีการลงทุน เหมือนกันถึงจะให้ขายได้ แต่ต้องเป็นคนที่มาลงทุนตามที่ว่านี้ การลงทุนนี้ก็มีซื้อพันธบัตร เหมือนคล้าย ๆ เดิม แต่เพิ่มมาจากของเดิมปี ๒๕๔๕ ก็ต้องมีการลงทุนในกองทุนรวม โครงสร้างพื้นฐาน กองทุนในทรัสต์ (Trust) เรื่องอสังหาริมทรัพย์ ที่ดินนี้ก็ต้องกำหนด เหมือนกับปี ๒๕๔๕ ก็ต้องอยู่ในเขตที่กำหนด ในกรุงเทพมหานคร พัทยาหรือในพื้นที่ เทศบาลและพื้นที่ที่ผังเมืองอนุญาตให้เป็นที่อยู่อาศัยได้ แต่มันมีเข้มงวดกว่าที่ปี ๒๕๔๕ ก็คือว่าที่เราให้นี้เราจะให้แค่ ๕ ปีเท่านั้นก็คงหมดอายุ ของเก่านั้นไม่มีหมดอายุ ไม่ได้ กำหนดเวลาใช้บังคับไว้ในขณะนี้ นั่นก็คือความเจตนาแล้วก็ความตั้งใจ แล้วก็มีบางมาตรการ ที่รัดกุม ก็ตอบมาว่าต่อไปเรื่องของความกังวลของประชาชน ก็ต้องพูดตามตรง เราต้องพูด ตามตรงกับพี่น้องประชาชน กับท่านด้วย เมื่อท่านสงสัยเราก็ต้องตอบว่าไม่มีเจตนาจะไป ขายชาติ ไม่มีใครทำเช่นนั้นหรอกครับ ผมเชื่อมั่นว่าคนในรัฐสภาแห่งนี้มาเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน คงไม่มีใครเจตนาจะทำเช่นนั้น ก็ต้องดูเจตนา เพราะฉะนั้นการที่จะไปพูดว่า ขายชาติอะไรนี่ก็คงต้องปฏิเสธว่าไม่มี ไม่มีใครที่จะคิดเช่นนั้น แล้วก็ไม่มีใครคิดที่จะให้ เขามาครอบครองที่ดินตามที่เกรงกลัว ยกตัวอย่างว่าประเด็นแรกเลยเรื่องของการที่เกรงว่า เขาจะมาซื้อกัน เนื่องจากว่ากำหนดอย่างนี้เขาซื้อหมู่บ้านจัดสรรได้ กลัวว่าเขาจะมาซื้อ หรือซื้อที่ดินติด ๆ กันแล้วมาปลูกบ้าน แล้วเป็นผืนใหญ่ อันนี้ก็เตรียมมาตรการที่จะออก ระเบียบรองรับไปแล้ว เพราะเขาจะต้องมาขออนุญาตซื้อ เพราะฉะนั้นจะไม่มีการซื้อที่ดิน ติดกัน แปลงติดกันที่มันผิดปกติ ไม่มีโดยเด็ดขาด นอกจากนั้นในขณะนี้ร่างกฎกระทรวงอันนี้ เป็นร่างกฎกระทรวงอยู่ในขั้นการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งในขณะนี้ ตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. เรื่องของการรับฟังความคิดเห็น การจัดทำร่างกฎหมายจะต้องไป รับฟังความคิดเห็น ซึ่งทราบมาว่าทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากำลังจะรับฟังความคิดเห็นนะครับ ถ้าท่านห่วงใยทั้งหมด ผมเรียนว่ายังอยู่ในขั้นตอนที่ทำได้ทุกอย่าง ผมขอยกตัวอย่างเฉย ๆ เพราะอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผมยกตัวอย่างว่า อาจจะ อาจจะนะครับ นี่เป็นความคิดของผมส่วนตัว เพื่อให้ประชาชนได้หายแคลงใจว่า เราอาจจะกำหนดให้เข้มงวดกว่านี้ หรือพูดง่าย ๆ ให้มันยากกว่านี้ เช่น การลงทุนอาจจะเพิ่ม เป็น ๑๐๐ ล้านบาท หรือกว่า ๑๐๐ ล้านบาทก็ย่อมได้ ท่านจะเพิ่มเวลาจาก ๓ ปีเป็น ๕ ปี เป็น ๑๐ ปีก็ได้ ท่านจะกำหนดอย่างไรก็ได้ นั่นคือสิ่งที่กฎหมายในขณะนี้ทำไว้ว่าต้องไป รับฟังความคิดเห็น แล้วก็จะต้องทำ ถ้าเปลี่ยนนัยต้องกลับมาที่ ครม. พิจารณา ผมเข้าใจว่า ก็พูดตามตรงผมคิดว่าอาจจะล้มก็ได้ อันนี้ผมตอบแทนไว้ว่าผมก็เป็น ๑ ใน ครม. ว่าประชาชนอาจจะไม่สบายใจ มีความกังวลมาก เนื่องจากเจตนาเราไม่มีที่จะทำเช่นนั้น แล้วถ้าได้มีการทักท้วงมาเราก็ทำได้ ผมก็คิดว่าทำได้หมดทุกอย่าง ซึ่งไม่เป็นการเสียหน้า ไม่เป็นอะไรทั้งสิ้น ก็ทำได้ ก็ฟังความคิดเห็นกัน แต่ที่ชี้คือเจตนาไม่มี ไม่มีเรื่องขายชาติ เจตนาจากคณะทำงานทีมเศรษฐกิจเชิงรุก เพื่อแก้ปัญหาในช่วงหลังโควิด (COVID) เขามีเรื่องสำคัญ ๆ เขาจะมีเรื่องดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามา นักลงทุนเข้ามาทำอย่างไร นี่ละเป็นเรื่องที่เขาคิดขึ้นมา ก็เลยเกิดเป็นกฎกระทรวงดังกล่าว ขอเรียนในขั้นต้นเท่านี้ครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีเหลือเวลา อยู่เพียง ๖ นาทีนะครับ ท่านสุทินคำถามที่ ๒ เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาต ถามต่อในคำถามที่ ๒ ถ้าฟังคำชี้แจงและคำตอบจากท่านรัฐมนตรีก็พอจะสรุปได้ว่า ด้วยความจำเป็นทางด้านเศรษฐกิจ อันเกิดมาจากวิกฤติหลาย ๆ วิกฤติที่ท่านอ้าง อันนี้ ก็เสมือนท่านยอมรับว่าวันนี้รัฐบาลได้จนมุมทางเศรษฐกิจ รัฐบาลได้ยอมรับว่าการฟื้นฟู เศรษฐกิจที่ท่านทำมันถึงจุดที่เราจำเป็นจะต้องมาใช้มาตรการนี้แล้ว ก็หมายความว่าการเงิน การคลังของเราลำบาก จะต้องรอเงินต่างชาติอย่างเดียว ฟังอย่างนั้นนะครับ เพราะว่า ทุกประเทศถ้าไม่จำเป็นแล้วจะไม่ใช้มาตรการนี้ ทีนี้ข้อหนึ่งซึ่งท่านตอบ ที่ผมถามว่าในรัฐบาล ชุดก่อนที่เขาทำนี้เขารัดกุมรอบคอบ ท่านก็บอกว่าชุดนี้ก็รอบคอบมากกว่าเดิม ข้อเท็จจริงแล้ว ไม่ใช่นะครับ มันอย่างน้อยที่สุดผมยกให้เห็น ๒ มาตรการ มาตรการแรก จริง ๆ แล้ว ก็คือรัฐบาลชุดก่อนเขาต้องลงทุน ๕ ปี ๕ ปีนะครับ แต่คราวนี้ของท่าน ๓ ปี นั่นก็แสดงว่า ลงทุนแป๊บเดียว ๓ ปีก็ได้ เพราะฉะนั้นมันหละหลวมกว่าเมื่อก่อน🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่เห็นได้ก็คือว่าจำนวนเม็ดเงินที่จะเอามา ๔๐ ล้านบาท รัฐบาล ชุดก่อนปี ๒๕๔๕ ๔๐ ล้านบาท ผ่านมาถึงปีนี้ ๒๐ ปี ๒๐ ปีคือปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ก็ยังเป็น ๔๐ ล้านบาท ค่าเงิน ๔๐ ล้านบาทเมื่อก่อน กับ ๔๐ ล้านบาทวันนี้มันต่างกันลิบลับ ๔๐ ล้านบาทเมื่อก่อนก็หมายความว่าเป็นเงินที่สูงมากที่ต่างชาติจะต้องลงมาแลกกับที่ต้อง ได้ที่ดิน แต่ ๔๐ ล้านบาทวันนี้มันครึ่งต่อครึ่งกับเมื่อก่อน นี่ก็หละหลวมลงไปอีก แล้วอีก มาตรการที่ท่านบอกว่าท่านจำกัดกลุ่มทั้งหมด ๔ กลุ่ม โดยเรามุ่งหวัง และท่านบอกว่ามุ่งหวัง ว่าจะได้ ไม่อยากได้เงินอย่างเดียว อยากได้คน อยากได้เทคโนโลยี อยากได้ความเชี่ยวชาญ จากคนเหล่านั้นมาอยู่ในไทยด้วย แต่พอไปดูมาตรการแล้วนี่ไม่ใช่ครับ ถ้าบอกว่าอยากจะได้ คนที่มีเศรษฐกิจสูงนี่ใช่ ก็มีข้อจำกัดคือเอาเงิน ๔๐ ล้านบาทนั่นแหละ ซึ่งผมก็คิดว่า ไม่ใช่สูงหรอก ไม่ใช่เศรษฐีหรอก ๔๐ ล้านบาท ก็มีมาตรการเดียวที่พอจะบอกว่าได้เศรษฐี แต่กลุ่มที่ ๒ คืออยากได้ผู้เกษียณ ผู้เกษียณมานี้ไม่มีเกณฑ์ อาจจะได้คนเชี่ยวชาญ ไม่เชี่ยวชาญ อาจจะได้เป็นคนง่อยเปลี้ยเสียขา คนผู้สูงอายุมาก็ได้ ซึ่งเกณฑ์นี้จะตรงกันข้าม กับที่ท่านอยากได้เลย อยากได้ผู้เชี่ยวชาญผู้มีศักยภาพมาช่วยในการพัฒนาประเทศ อันนี้ ไม่ใช่ ไม่สื่อเลย คนเกษียณท่านปล่อยว่างเลยไม่รู้กรอบไหนบ้าง กลุ่มต่อมาก็คือกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ท่านอยากได้ มันก็ไม่ได้มีเกณฑ์อะไรที่บอกในกฎกระทรวง ว่าผู้เชี่ยวชาญต้องมีสเปก (Spec) อย่างนั้นอย่างนี้ แต่ที่มันตรงกันข้ามและน่าวิตกที่สุดก็คือ กิจกรรมที่จะให้เขามาลงทุน เมื่อรัฐบาล ๒ ชุดก่อนนี้เจตนาให้มาลงทุนในการสร้างเม็ดงาน เม็ดเงินชัดเจน สร้างงาน แต่คราวนี้ท่านบอกว่าเพียงมาซื้อพันธบัตรรัฐบาลก็ใช่แล้ว การมาซื้อ พันธบัตรรัฐบาลนำเงินมาอย่างเดียว โอนเงินมาอย่างเดียว ตัวคนไม่ได้มาก็ได้ ผู้เชี่ยวชาญ ไม่เชี่ยวชาญ เพียงแต่ซื้อพันธบัตรรัฐบาลลงทุนในกองทุนเข้ามาได้ ตรงนี้ละครับมันจะไม่เกิด งานที่แท้จริง มันจะไม่ได้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่แท้จริง มันจะไม่ได้ผู้ชำนาญที่แท้จริง มันมีแต่เงินมา ๔๐ ล้านบาท อันนี้มาตรการที่ท่านเอาให้เขามาลงทุนโดยง่ายแบบนี้เราจะ ไม่ได้อะไรเลย ได้เงิน ๔๐ ล้านบาทนิดเดียวเอง เพราะฉะนั้นที่คิดว่าอยากได้เทคโนโลยี อยากได้เม็ดเงินเม็ดงานมาสร้างงาน นี่ไม่ใช่ ก็เลยอยากถามท่านจริง ๆ ว่าประชาชนเขาก็ สงสัยในเจตนาที่แท้จริงว่า แท้ที่จริงท่านอยากช่วยกลุ่มทุนในเขตเมืองกลุ่มใหญ่ ที่วันนี้ ซื้อที่ดินไว้เต็มมือ รวบที่ดินจากชาวบ้านมาไว้เต็มมือ บางรายมี ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ หรือไม่ก็เป็น กลุ่มหนึ่งซึ่งทำอสังหาริมทรัพย์แล้วขายไม่ออก ซึ่งวันนี้อสังหาริมทรัพย์ขายไม่ออกเต็มเลย ท่านประสบผลสำเร็จก่อนหน้านี้คือท่านอนุมัติให้คนต่างชาติซื้อห้องชุด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คอนโดมิเนียม ซึ่งสถิติซื้อมาก ท่านประธานครับ มีการโอนกันห้องชุดนี้เยอะมาก เยอะมาก ท่านเห็นตรงนั้นเป็นแรงจูงใจหรือเปล่า แล้วท่านไปได้รับการผลักดันจากกลุ่มทุนหรือเปล่าว่า ห้องชุดขายดีให้ต่างชาติ ทีนี้เหลือที่ดินและบ้านเดี่ยวก็เลยมีมาตรการอย่างนี้ออกมา ฉะนั้น ที่มองเห็นคนจะได้ผลประโยชน์เลยอาจจะด้วยท่านเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม คือกลุ่มทุน ที่ทำอสังหาริมทรัพย์ในเขตเมืองที่แลเห็นแล้วว่าห้องชุดขายดี ทีนี้เอาที่ดินขายบ้าง เพราะฉะนั้น บ้านพร้อมที่ดินจะได้รับผลประโยชน์ตรง ๆ ท่านประธานครับ เลยอยากถามท่านรัฐมนตรี ไปยังรัฐบาลว่าถ้าดูมาตรการของท่านแล้วนี่ เชื่อไหม ไม่อยากได้คนหรอก ไม่อยากได้ ผู้เชี่ยวชาญหรอก ก็อย่างที่ผมอธิบายว่าซื้อพันธบัตรลงในกองทุนเท่านั้นก็มาได้ ท่านมีเจตนา หรือไม่มีเจตนาว่าจะเอื้อให้กับกลุ่มทุนใหญ่ในการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือไม่ทำธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ แต่ครอบครองที่ดินไว้ในมือแล้วเป็นจำนวนมาก ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ก็คือ คนได้คือทุนใหญ่ คนเสียคือชาวบ้าน ช่วยตอบตรงนี้หน่อยครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ ครั้งที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ในข้อกระทู้ที่ถามในช่วงที่ ๒ นี้ สรุปอันแรกก่อนว่า เมื่อสงสัยในเจตนา ก็ขอยืนยันก่อนว่าไม่มีเจตนาที่จะไปเอื้อกลุ่มทุน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การไปขายที่ดิน ให้เขามีโอกาสขายที่ดิน หรือว่าบ้านเดี่ยวของผู้ที่ทำบ้านจัดสรรไว้แล้ว ฟังดูไม่น่ามีเหตุผล การที่จะให้เขามาซื้อแล้วต้องผ่านการกลั่นกรองของลองเทอร์ม เรสซิเดนต์ วีซ่า (Long-term resident visa) แล้วเข้ามา คงจะไม่สามารถทำได้เป็นจำนวนมากที่จะไป ตอบสนองได้ เพราะเรามีในเรื่องของบ้านจัดสรรทั้งหลายที่มีอยู่ในขณะนี้ ซัปพลาย (Supply) ที่มีมันมหาศาลมากกว่าเยอะ มากกว่า แบบตัวเลขไม่มีนัยเลยที่จะเอาคนที่จะขอแอลทีอาร์ (LTR) แล้วมาแก้ปัญหาตรงนี้ เจตนานี้ต้องให้ประชาชนเข้าใจ ไม่มีแน่นอน เมื่อสงสัยก็ต้อง ชี้แจงให้เข้าใจ ไม่มีเจตนา แล้วก็ไม่มีการกระทำเช่นนั้นที่จะไปเอื้อ ไม่ใช่ธุระ ไม่ใช่เรื่อง ที่จะไปทำ เขาก็ต้องทำของเขาเอง เขาจะไปลดหย่อนให้คนไทยซื้ออะไรเขาไปทำเอาเอง ไม่มี รัฐบาลไม่ไปโอบอุ้มหรือไม่ไปเกี่ยวข้องตรงนั้นต้องชี้แจงให้เข้าใจก่อน กลับมาเรื่องรัดกุมไม่รัดกุม เรื่องแรก เรื่องของการฟื้นฟู ต่างชาติไม่มี เขาทำเมื่อจำเป็น ขออนุญาตว่าผมก็เอาเอกสารมา ทุกชาติมีหมด มีเกือบทุกชาติ ไม่ว่าจะเป็นของในอาเซียน ก็มีสิงคโปร์ มาเลเซีย ในเอเชียก็มีเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ทางยุโรปก็มี ทางสหรัฐอเมริกาก็มี สวิตเซอร์แลนด์ก็มี ฮังการีก็มี เขาก็ใช้กัน เขาก็มีใช้ ข้อพิจารณาก็จะต่างกันไป เพราะฉะนั้น จะกล่าวอ้างว่าไม่มีใครเขาทำนี่ อย่าไปทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เขามีทำกันนะครับ ต่อไป เรื่องของความไม่รัดกุม เรื่องกี่ปี นัยก็แล้วแต่คิดนะครับ คณะที่เขาทำเขาคิดว่าเป็นร่างเขาจะทำ ๓ ปี ขณะนี้ไปรับฟังความคิดเห็น ผมก็ได้เรียนว่าจะเพิ่มเป็น ๑๐ ปีก็อาจเป็นไปได้ ไม่ใช่เรื่อง สลักสำคัญที่จะไปบอกว่ามาตีค่าว่ามีเจตนาอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะมันมีการต้องรับฟัง ความคิดเห็น ผมได้เรียนยืนยันแล้วว่าแก้ไขได้ในขั้นกฤษฎีกา ให้ประชาชน ที่ท่านพูดนั้น เสียงก็จะไปเข้าคณะที่เขาทำอยู่ด้วย ที่กฤษฎีกาเขาก็รับฟังความคิดเห็น จำนวนเงิน ก็เช่นเดียวกัน ผมก็ได้เรียนแล้วว่าเพิ่มอย่างไรก็ได้ ส่วนกลุ่มนี้ผมเรียนยืนยันว่าในขั้นการคิด เขาหาวิธีการที่จะตรวจสอบที่จะได้คนกลุ่มที่ ๒ มา ก็คือคนมีความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ ทำอย่างไรจะได้คนอย่างนี้เข้ามา อันนี้เขาหามาตรการที่จะตรวจสอบนะครับ ที่ท่านบอกไม่มี เขาจะต้องพยายามหาทางตรวจสอบ ถึงได้ไม่ใช่ของเดิม ของเดิมไม่มีเลย กลุ่มใดก็ได้ มาตรการปี ๒๕๔๕ ใครก็ได้เข้ามาแล้วลงทุนอย่างเดียวกัน แล้วก็มาซื้อที่ดินได้ อันนี้เขาไม่ให้ คุณต้องไปขอลองเทอร์ม เรสซิเดนต์ วีซ่า (Long-term resident visa) ก่อน ในขั้นนั้นจะมี การตรวจสอบตรวจตรากัน และถ้ามีการคิดอย่างเช่นนี้ ก็จะไปเพิ่มมาตรการตรงการ ตรวจสอบให้รัดกุมอีก ในส่วนของเมื่อสักครู่นี้พูดถึงเรื่องของการลงทุน จากที่ได้มีการคิดกัน เขาก็ดูเหมือนเดิมทุกอย่าง ของเดิมก็มีซื้อธนบัตร ลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เหมือนกัน มีการลงทุนในเรือนหุ้นของนิติบุคคลของบีโอไอ (BOI) ที่ผมเรียนว่ามีเพิ่มกับเรื่อง ของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานกับเรื่องของทรัสต์ (Trust) อสังหาริมทรัพย์ เพราะฉะนั้น ก็เหมือนกัน ที่บอกว่าไม่เหมือนก็เหมือนกันนะครับ ก็มีการลงทุนลักษณะเช่นนี้เหมือนกัน ก็เรียนเพิ่มเติมที่เรียน แต่ยืนยันว่าไม่มีการที่จะขายชาติ ไม่มีการคิดที่จะไปเอื้อนายทุน เด็ดขาด ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจ แล้วเรียนมาถึงจุดนี้ว่าอยู่ในขั้นที่ปรับได้ทั้งหมด ผมได้เรียนความเห็นส่วนตัวไปแล้ว เมื่อผมมาตอบผมก็คิดว่าล้มก็ได้ เราไม่มีเจตนา ถ้าประชาชนทั้งหมดไม่สบายใจผมคิดเอาเองโดยส่วนตัวว่าก็กลับมาเข้า ครม. ก็ได้ จะเพิ่ม มาตรการก็ได้ อย่างไรก็ได้ แต่ยืนยันเจตนาว่าไม่มีเจตนาที่จะไปทำอะไรที่ท่านกังวลนะครับ🔗
เชิญท่านสุทิน คำถามที่ ๓🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม สุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดมหาสารคาม ขอถามคำถามที่ ๓ ในคำถามที่ ๓ นี้จะเป็นข้อกังวลของพี่น้องประชาชนที่เป็นข้อกังวลหลัก หลักก็คือเกรงว่า ถ้ารัฐบาลปล่อยไปเช่นนี้ ด้วยความคิดความเชื่อแล้วก็ภูมิปัญญาที่ทุกคนพิจารณา เชื่อว่าจะเกิด ความไม่มั่นคงในเรื่องของทรัพย์สินทางสังคม แล้วก็ความมั่นคงของคนไทยเองในอนาคต ผมเรียนว่าโดยส่วนตัวนะ ผมไม่คิดว่าจะมีใครคิดขายชาติหรอก ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านรัฐมนตรีก็ตาม ผมไม่เชื่อว่าท่านคิดจะขายชาติ แต่มันจะเป็นไปโดยบังเอิญหรือทางอ้อม ด้วยภูมิปัญญาที่ไม่ถึง ด้วยการคาดการณ์ที่ผิดพลาด มันจะเป็นไปโดยที่เราจะมาเสียใจ ภายหลังว่าเราขายชาติโดยไม่ได้เจตนาเท่านั้นแหละ ที่เป็นเช่นนั้นผมขอยกตัวอย่างว่า เรื่องอย่างนี้แม้จะอ้างว่าเคยเกิดในหลายประเทศ หลายประเทศเคยทำ ข้อผิดพลาดข้อนี้แหละ ที่จะทำให้เกิดปัญหาตามมา ก็คือว่าเราอ้างต่างชาติ แต่เราไม่ได้ดูเปรียบเทียบว่าต่างชาติ กับเราเป็นอย่างไร หลายประเทศมีคนพูดว่าคนไทยไปซื้อที่ดินอังกฤษ สหรัฐอเมริกาก็มี ใช่ แต่มันจะมีปัญหาต่างกันที่ว่าประชาชนของเราโดยศักยภาพ โดยความเข้มแข็ง หรือโดย โครงสร้างเศรษฐกิจของไทยมันเข้มแข็งสู้ต่างชาตินั้นหรือไม่ ถ้าเราเข้มแข็งพอ คือศักยภาพคนไทยเข้มแข็งพอ โครงสร้างของเราแข็งพอ ใครก็มาซื้อไม่ได้ ใครก็มาทำลายโครงสร้างเราไม่ได้หรอกครับ คนไทยไม่ตกเป็นทาสแน่นอน แต่ถ้าเราอ่อนแอกว่า โดยตัวศักยภาพคน โครงสร้างอ่อนแอกว่าต่างประเทศ ตรงนั้นละอันตราย ไม่มีคนอังกฤษ หรือไม่มีคนยุโรปชาติไหนที่จะยอมเป็นนอมินี (Nominee) ให้คนไทย ท่านจำไว้นะครับ ไม่มีฝรั่งยอมเป็นนอมินี (Nominee) ให้คนไทย แล้วซื้อที่ดินแทนคนไทยหรอก แต่คนไทยเรานี้ ต้องยอมรับว่าคนไทยเรายอมเป็นนอมินี (Nominee) ให้ต่างชาติเยอะ นี่คือความอ่อนแอ ของเราในเชิงบุคคล ในเชิงปัจเจก และในเชิงโครงสร้าง ถ้าข้อแตกต่างอย่างนี้แล้วเราจะไป คิดว่าเขาทำได้เราก็ทำ อังกฤษทำ เราทำจะเป็นอะไร ญี่ปุ่นทำ เกาหลีทำ สิงคโปร์ทำ เราทำได้คิดผิด คนไทยไม่ได้เลยครับ เพราะเราอ่อนแอกว่า ตอนนี้ต้องคุ้มครองคนไทย มาตรการเราต้องคุ้มครอง แต่คนชาติเขาเขาต่อเลย แล้วข้อสำคัญที่สุดชาติเหล่านั้น มีการเฉลี่ยการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ไม่มีความเหลื่อมล้ำ ใครจะไปซื้อก็ซื้อ แต่มัน ไม่กระทบประชาชนเขาหรอก เขามีที่ดินในมือพอเพียงกันทุกคน แต่คนไทยนี้ไม่ใช่ คนไม่มี ไม่มีเยอะเลย ถ้าเรายังปล่อยมาตรการแบบนี้มันจะยิ่งเกิดความเหลื่อมล้ำมหาศาล ถ้าไม่มี มาตรการที่ดี นี่ประการที่ ๑ ประการต่อมา ท่านอย่าไปคิดว่ารัฐบาลก่อนปี ๒๕๔๒ กับปี ๒๕๔๕ ทำแล้วไม่มีปัญหา แล้วชุดนี้ทำก็น่าจะไม่มีปัญหา ไม่ใช่นะ ในยุคนั้น ท่านครับ บริบทต่างกัน ๒๐ ปีที่ผ่านมา วันนั้นจบลงด้วยการไม่มีต่างชาติมาซื้อหรอก ไม่ได้ขายชาติเลย และไม่ได้เสียเลย เพียง ๗-๘ ราย แต่คราวนี้บริบทเปลี่ยนไปเยอะ เยอะอะไรครับ ท่านเห็นไหมครับอาคารชุดที่ท่านประกาศขาย ที่ท่านให้ต่างชาติซื้อ วันนี้ซื้อกันมากเลย ท่านประธานครับ ยอดโอนพรวด ๆ นั่นคือแนวโน้มต่างชาติอยากจะมาเอาถือครองที่ดิน ในประเทศไทยเกิดขึ้นแล้ว ๒. สังคมผู้สูงอายุ วันนี้ผู้สูงอายุจากต่างชาติถูกส่งออกมาเพื่ออยู่ ประเทศที่ ๒ ที่ ๓ เขาเล็งมาหลายประเทศ เพราะฉะนั้นโอกาสที่เขาอยากได้ที่ดินของไทย มีเยอะ เพราะฉะนั้นมันจะไม่เหมือนรัฐบาลปี ๒๕๔๒ ปี ๒๕๔๕ แล้ว ความต้องการที่ดินไทย มันจะมากขึ้น ในขณะที่คนวันนั้นเข้มแข็ง วันนี้คนของเราอ่อนแอ อันนี้เสี่ยงนะครับ อันตรายมาก ผมจึงอยากเรียนถามทางรัฐบาลว่าท่านได้คำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้หรือไม่ ว่าในขณะที่ศักยภาพ คนไทย โครงสร้างเศรษฐกิจเราเป็นแบบนี้ แล้วดีมานด์ (Demand) หรือความต้องการที่ดิน ของคนในโลกทิศทางมันมาแบบนี้ท่านมีมาตรการอย่างไรจะเอาอยู่ ท่านมีมาตรการอย่างไร จะปกป้องคนไทย ซึ่งวันนี้ส่วนใหญ่อ่อนแอลงกว่าเมื่อก่อน ถ้าท่านไม่มีมาตรการที่ดีพอ อย่างที่ทุกคนวิตก เงิน ๔๐ ล้านบาทของคนต่างชาติน้อยมาก เกิดเขารวมกันมาสัก ๑๐๐ คน ๑,๐๐๐ คนมันก็จะกี่ไร่ และในที่สุดคนไทยลูกหลานไทยวันนี้ทางอ้อมก็จะได้ซื้อที่ดิน ที่แพงขึ้น เข้าไม่ถึงที่ดิน แล้วสิ่งที่จะเกิดก็คือความมั่นคงในชีวิตคนไทยเอง ความมั่นคงของ ประเทศเองจะมีปัญหา อยากทราบมาตรการเหล่านี้ ๑. ท่านตระหนักหรือไม่ วิเคราะห์ หรือไม่ ๒. มีมาตรการอะไร เรียนเชิญครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยมีเวลา ๑ นาทีเศษ แต่ว่าเพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถาม อนุโลม ท่านบริหารเวลาครับ เชิญเลยครับ🔗
ในเรื่อง คำถามข้อที่ผ่านมาผมยังไม่ได้ตอบอยู่เรื่องหนึ่ง ก็คือว่าการฟื้นฟูเศรษฐกิจจนมุมแล้วจะต้อง ทำอย่างนี้หรือ ก็เรียนว่าการแก้เศรษฐกิจไม่ว่าจะรัฐบาลนี้หรือรัฐบาลในอนาคต หรือใน รัฐบาลใครจะมาเป็น ไม่มีใครทำมาตรการเดียวอะไรหรอกครับ มันก็ต้องทำทุก ๆ อย่าง ทุกแนวทาง ผมได้เรียนแล้วว่าเขาอยากได้นักท่องเที่ยว เขาก็หามาตรการนักท่องเที่ยว เขาอยากได้นักลงทุน เขาอยากได้ผู้ที่มีความสามารถเข้ามาเขาก็พยายามหาวิถีทาง ไม่อยากจะให้ใช้แนวคิดเช่นนี้ ว่านี่เป็นวิธี แล้วไม่ต้องทำอะไรอย่างอื่นอีก ไม่ใช่ครับ มันใช้มาตรการผสม ๆ กันไปหลาย ๆ อย่าง เดี๋ยวคนจะเข้าใจผิด ศัพท์ในการใช้มันคล้าย ๆ กับว่ามันไม่ค่อยจะสร้างให้คนไทย มันคิดไปในลักษณะในเชิงตรรกะ คิดไปในเชิงกังวล แล้วเพสซิมิสติก (Pessimistic) ผมไม่รู้จะใช้ศัพท์อย่างไร มันต้องมองโลกในแง่ดีบ้าง เขาไม่ได้เช่นนั้น ถ้าเป็นข้อห่วงใยนี่ผมว่ารับได้ ต่อไปในเรื่องของ เศรษฐกิจ ท่านพูดนอมินี (Nomini) ท่านพูดถึงเรื่องของการครอบครองที่ดินอย่างเป็นธรรม อันนี้คนละเรื่องกัน ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้าท่านจะแก้เรื่องการครอบครองที่ดินไม่เป็นธรรม ไม่ใช่เรื่องของอันนี้ ท่านต้องไปแก้ในเรื่องอื่น ท่านจะไปแก้ภาษีเรื่องมรดก ท่านจะไปแก้เรื่อง การเก็บภาษีทั้งหมด มาตรการการเงินการคลังอะไรก็แล้วแต่ ท่านไปแก้ที่ตรงโน้น เรื่องนอมินี (Nomini) ก็เช่นเดียวกัน อันนี้ไม่ใช่นอมินี (Nomini) มาซื้อ ที่ไม่มีนั่นนอมินี (Nomini) ซื้อ ที่เขาทำนอมินี (Nomini) เขาหลบพวกนี้ เขาถึงไปมีนอมินี (Nomini) ก็ต้องทำให้คนไทย เป็นเช่นต่างชาติเขา อันนั้นถ้าอยากจะแก้นอมินี (Nomini) ถามว่าห้องชุด ห้องชุดนี้ยังอยู่ กฎหมายเดิม ยังซื้อไม่ได้ ยังตามกฎหมายเดิม จะมีมากมีน้อยก็อยู่ในกฎหมายเดิม ไม่เกิน ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ไปแก้กฎหมาย แล้วก็ไม่มี เขาจะซื้ออย่างไร ห้องชุดนั้นอีกอย่างหนึ่ง ก็ไม่ค่อยน่ากังวล เขาก็ยังมีที่ดิน สมมุติว่า ๕ ไร่ปลูก ถ้าจะยุบพังไปก็นั่นละแบ่งกันอยู่ใน ๕ ไร่ ก็ต้องขายคืนคนไทย เขาไม่มีสิทธิที่จะไปเอาที่ตรงนั้นไป ถ้าเขามีเสี้ยวหนึ่งใน ๕ ไร่ตรงนั้น ถ้าทุบทิ้งหมดทั้งตึกเขาก็ไม่มีโอกาสที่จะเอาที่ดินทั้งหมด ต้องขายคืนคนไทย ไม่ต้องไปกังวล ถามว่ารัฐบาลตระหนักไหมในเรื่องนี้ ตระหนักแน่นอนว่าทำอย่างไรคนไทยจะลดความ เหลื่อมล้ำ คนไทยที่ไม่มีที่ดินจะมีโอกาส ก็คงจะบอกให้คลายใจไว้ว่าในขณะนี้อยู่ในขั้นตอน ของการพิจารณาร่างที่จะรับฟังความคิดเห็น เพราะฉะนั้นก็จะเอาเรื่องต่าง ๆ เอาไปประมวล ผมได้เรียนแล้วว่าทำได้ทุกอย่างเพื่อจะให้ประชาชนไม่ต้องกังวล จากเจตนาที่ทำกับสิ่งที่ ประชาชนกังวลก็พยายามจะไปทำ จะออกมาอย่างไร ก็ยังเรียนท่านว่าจะทำให้ดีที่สุดในข้อ ห่วงใยที่ประชาชนมี ที่ท่านมีทั้งหมดไม่ให้เกิดเหตุขึ้นเด็ดขาด แล้วผมอยู่ใน ครม. ถ้ามีการแก้นัย ผมก็จะเรียน ครม. ให้ว่าประชาชนทั้งหมดเขาห่วงใยเรื่องดังกล่าวทั้งหมด รวมทั้งสภาแห่งนี้ด้วย ก็เรียนเพื่อกรุณาทราบครับ🔗
ก็ต้องขอบคุณทั้ง ๒ ท่าน ท่านสุทินได้บริหารเวลาได้เป็นแบบอย่าง เกินไปครึ่งนาที ท่านรัฐมนตรีก็บริหารเวลาเกินไป ๒ นาทีครึ่ง แต่ว่าเพื่อประโยชน์ของสาระที่ถามและตอบ ก็ถือว่าเป็นประโยชน์ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านสุทินครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากว่ามีกระทู้ถามสดที่ ๓ ซึ่งขอมาเป็นกระทู้ถามสดที่ ๒ ของ นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยอยู่แล้ว ผมขออนุญาตขอกระทู้ถามที่ ๓ เลื่อนมาเป็นกระทู้ถามที่ ๒🔗
๑.๑.๓ กระทู้ถามที่ ๒๐๗ ส. (นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
เรื่องปัญหาสถานการณ์ อุทกภัย ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บัดนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็อยู่แล้ว ขอเชิญคุณพัชรินทร์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสดิฉันได้ถามกระทู้สดด้วยวาจา ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ตามที่ผ่านมาได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยครอบคลุม พื้นที่ทุกภูมิภาคของประเทศไทย ซึ่งเป็นผลจากปรากฏการณ์ลานีญา โดยมีปริมาณน้ำฝน สูงกว่าปีที่แล้ว นั่นก็คือปี ๒๕๖๔ และมีความใกล้เคียงกับปี ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นปีที่เกิด มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ โดยรัฐบาลก็ได้มีมาตรการการบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันและแก้ไข ปัญหา ทำให้สถานการณ์ในภาพรวมอยู่ในระดับที่ดี แต่ว่าก็ยังคงมีบางที่ที่ได้รับผลกระทบ อย่างหนัก ซึ่งรัฐบาลเองก็ได้กำหนดมาตรการต่าง ๆ ในการที่จะเยียวยาช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตามเพื่อให้พี่น้องประชาชนทั่วไปได้รับทราบถึง มาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาล ดิฉันจึงอยากขอตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย แม้ว่าอาจจะไม่ได้เป็นหน่วยที่จะกำกับดูแลการบริหารจัดการน้ำโดยตรง แต่ว่าจังหวัดก็เป็นกลไกที่สำคัญของรัฐบาล ในการที่จะเข้าถึงพื้นที่แล้วก็พี่น้องประชาชน โดยดิฉันมีข้อคำถามอยู่ทั้งหมด ๓ ข้อด้วยกัน แล้วจะขออนุญาตที่จะถามท่านรัฐมนตรี ต่อเนื่องทั้ง ๓ คำถามเลย เพื่อที่ในการตอบคำถามจะได้มีการต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันค่ะ🔗
คำถามในข้อแรก ดิฉันอยากเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า อยากจะขอทราบถึงสถานการณ์อุทกภัยในภาพรวมของประเทศ มาตรการการบริหาร จัดการน้ำ เพื่อการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาของรัฐบาล🔗
ข้อที่ ๒ อยากทราบเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และสรุปผลการดำเนินการช่วยเหลือดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน ทั้งในส่วนของต่างจังหวัดที่ได้รับ ผลกระทบ รวมถึงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งแม้ว่าปีนี้อาจจะได้รับผลกระทบไม่มากนัก แต่ว่าก็มีบางชุมชนในเขตที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ที่บ้านเรือนเสียหายจากภาวะน้ำล้นตลิ่ง ทราบว่าในหลายพื้นที่ กรุงเทพมหานครเองก็ยังไม่ได้ประกาศที่จะเป็นเขตประสบภัยพิบัติ ทำให้ทางสำนักงานเขตไม่สามารถที่จะอนุมัติค่าซ่อมแซมบ้านเรือนได้ จึงอยากขอเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีถึงแนวทางในการที่จะช่วยเหลือประชาชนกลุ่มนี้ด้วย ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะออกประกาศเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบกลุ่มนี้🔗
คำถามข้อสุดท้าย อยากขอทราบถึงมาตรการในการที่จะป้องกันปัญหาอุทกภัย ในอนาคต รวมถึงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของท่านรัฐมนตรีด้วย ซึ่งแม้ว่าปีนี้อย่างที่ได้นำเรียนว่ากรุงเทพมหานครอาจจะไม่ได้รับผลกระทบมากนักเมื่อเทียบ กับต่างจังหวัด แต่ก็ถือว่ามีความเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงปัจจัยที่มีน้ำทะเลหนุนสูง ในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนที่ผ่านมาของทุกปีด้วย รัฐบาลจะมีมาตรการในการป้องกัน ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานครและรวมถึงพื้นที่ในต่างจังหวัดในระยะยาวอย่างไร ก็มีทั้งหมด ๓ คำถาม ขอบคุณค่ะ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมขอเรียนตามลำดับ🔗
ในเรื่องแรก คือเรื่องของสถานการณ์อุทกภัยในภาพรวมของประเทศ ขออนุญาตที่จะต้องเกริ่นก่อนว่าในปีนี้อย่างที่ทราบแล้วว่าเป็นปีที่เขาเรียกว่าลานีญา ก็จะมี ฝนผิดปกติมาก่อนมานาน แล้วก็ตกมากมาก่อน จากสถิติที่มีตั้งแต่เดือนมกราคม ตั้งแต่ ฤดูร้อนเลย เดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายนนี้ก็มีปริมาณฝนมากกว่าปกติ ค่าเฉลี่ยปกติในคาบ ๓๐ ปี ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึง ๔๐๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ในเดือนมีนาคม ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ในเดือนเมษายนมีกว่า ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสรุปหมายความว่าเรามีฝน ตั้งแต่ก่อนเข้าฤดูฝน ก่อนฤดูฝนก็มีฝนในพื้นที่แล้ว แล้วต่อมาปรากฏว่ามีทั้งร่องมรสุม แล้วก็ มีเรื่องของดีเปรสชัน (Depression) เข้ามา เอาความกดอากาศต่ำเข้ามา เรื่องของร่องมรสุม ก็ขอเรียนให้ท่านเข้าใจสักเล็กน้อยว่า เมื่อมีพายุหมุนฤดูร้อนเข้ามา อาจจะมีความรุนแรงของ พายุ แต่ปริมาณฝนตกแล้วมันจะเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่อื่น มันจะไม่แช่อยู่ที่เดิม เพราะพายุหมุน จะมีการเคลื่อนที่ แต่ร่องมรสุมหย่อมความกดอากาศมันจะแช่อยู่ที่เดิม เพราะฉะนั้นถ้ามีร่อง มรสุมเข้ามามันก็จะมีผลต่างกัน คือจะมีฝนเป็นพื้นที่ ถ้าลงไปพื้นที่ไหนตรงนั้นก็จะมีฝนหนัก เรามาดูว่าในช่วงที่ผ่านมานั้นตลอดตั้งแต่เดือนสิงหาคมต้นเดือนก็จะมีร่องมรสุมเข้ามา พาดผ่านทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ ๒-๑๐ อันนั้นเป็นห้วงเวลาที่ ๑ ต่อมาในวันที่ ๑๑-๑๒ ต่อเนื่องถึงวันที่ ๑๓ ก็มีพายุมู่หลาน (Mulan) ซึ่งมีผลต่อประเทศ เพื่อนบ้านเราตอนบน ก็มีผลต่อประเทศไทยทางด้านตอนเหนือเช่นเดียวกันต่อเนื่องมา ต่อมาก็มีร่องมรสุมเข้ามาในช่วงวันที่ ๒๐ เว้น ๖-๗ วัน แล้วก็จะมีร่องมรสุมเข้ามาทาง ภาคเหนือวันที่ ๒๐-๒๒ ต่อจากนั้นในช่วงวันที่ ๒๔-๒๖ ก็จะมีพายุดีเปรสชัน (Depression) หมาอ๊อน (MA-ON) เข้ามาทางประเทศลาว ก็ส่งผลต่อทางตอนเหนือของเรามีฝนเช่นเดียวกัน แล้วมีร่องมรสุมต่อเนื่องมาในต้นเดือนกันยายน วันที่ ๕-๙ ก็มีร่องมรสุมพาดผ่านของทาง ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อมาก็มีร่องมรสุมเข้ามาอีกในช่วงกลางเดือน กันยายนวันที่ ๑๗-๒๑ เข้ามา ก็ทำให้เกิดฝนในประเทศไทย รวมแล้วขณะนี้มีร่องมรสุม ที่ผมเรียนแล้วว่าแช่อยู่ในประเทศไทยประมาณ ๖ ครั้งด้วยกัน ในห้วงเวลาต่อเนื่องกัน ในเดือนสิงหาคมและกันยายน และในช่วงปลายเดือนกันยายน วันที่ ๒๘-๓๐ ท่านก็ทราบแล้ว ว่ามีพายุดีเปรสชัน (Depression) โนรู (NORU) แต่ว่าเข้ามาในประเทศไทยก็เป็นดีเปรสชัน (Depression) หย่อมความกดอากาศเข้ามา แต่ว่าอันนี้จะมีผลต่อทางภาคตะวันออก เฉียงเหนือมาก ซึ่งผมจะได้เรียนในลำดับต่อไป เรียนมาสรุปถึงตอนนี้ว่าสรุปแล้วปริมาณฝน สะสมของปีนี้ ถ้าภาคเหนือมากกว่า ๒๒ เปอร์เซ็นต์จากค่าปกติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ภาคกลาง ๒๖ เปอร์เซ็นต์ ภาพรวมของประเทศ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ ที่ผมเรียน เฉพาะภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นเป็นที่มาของปัญหาของเรา ก็เรียนให้ทราบ ก่อนว่าฝนที่มามันจะมี ๒ ลักษณะ แบบหนึ่งตกเป็นพื้นที่ ท่านคงเห็นจำได้ว่ามีจังหวัดระยอง จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครนายก อันนี้เขาตกแล้วก็จบของเขาตรงนั้น แต่อีกแบบหนึ่งคือตกแล้วมีผลต่อลุ่มน้ำ ในขณะนี้ก็คือตกมาแล้วในลุ่มน้ำเจ้าพระยากับ ลุ่มน้ำชี-มูล อันนี้ที่มีปัญหาอยู่ ก็ต้องเรียนก่อนว่ารัฐบาลนั้นได้มีกลไกในการที่จะแก้ไขปัญหา มีการจัดตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ มีคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ซึ่งท่าน นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร เป็นรองประธาน แล้วก็ มีการตั้งกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร เป็นประธาน ก็มีการบริหารจัดการน้ำในการที่จะกำหนดมาตรการที่จะเตรียมรองรับฤดูฝนปี ๒๕๖๕ มาตรการดังกล่าวนั้น ผมจะพูดเร็ว ๆ เรื่องของการกำหนดพื้นที่ การบริหารพื้นที่ลุ่มต่ำ การที่จะเตรียมการเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนต่าง ๆ การดำเนินการเรื่อง เกี่ยวกับการระบายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นซ่อมบำรุง แก้ไขปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำ แก้ไขเรื่อง ผักตบชวา และการเตรียมความพร้อมเครื่องจักรกล เป็นต้น มาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ หน่วยงานต่าง ๆ ก็เอาไปเตรียมการที่จะรองรับฤดูฝนปี ๒๕๖๕ กลับไปดูอีกเรื่องหนึ่งว่าแล้วสิ่งที่มีปัญหากับเราคืออะไร อ่างเก็บน้ำ ก่อนอื่นต้องไปดู อ่างเก็บน้ำก่อน อ่างเก็บน้ำในช่วงก่อนที่จะมีพายุ เรามีอ่างเก็บน้ำใหญ่ ๆ ๓๕ แห่ง มีน้ำที่เกิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์อยู่น้อยมาก ๒-๓ แห่งในแต่ละช่วง เดือนพฤษภาคม ๒ แห่ง เดือนมิถุนายน ๓ แห่ง เพราะต่อมาไม่มีเลย เพราะเขาพร่องน้ำ เตรียมรับสถานการณ์ ไปดูผลของเขา เมื่อสิ้นสุดเดือนตุลาคมปรากฏว่าอ่างขนาดใหญ่ของเราทั้งหมด ๓๕ อ่าง มีถึง ๒๓ อ่างที่มีน้ำเกิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นนัยที่อธิบายได้คือ ๒ เรื่อง ๑. คือปริมาณน้ำ ที่ฝนมาก ๒. เรามีพื้นที่ที่จะกักเก็บน้ำไว้ได้ ท่านจะเห็นว่าเก็บได้เกิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์มาก นั่นหมายความว่านัยต่อมาการระบายน้ำไม่ใช่ปัญหาหลักของการแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำ ในปีนี้ ปัญหาหลักของน้ำในปีนี้คือน้ำที่เราเรียกว่าน้ำท่าหรือน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ใต้เขื่อนลงมา เดี๋ยวรายละเอียดคงจะไปพูดแต่ละลุ่มน้ำนะครับ สถานการณ์ที่สำคัญที่เราต้องแก้ไขปัญหา คือน้ำท่าที่ตกท้ายเขื่อนลงมา พื้นที่ที่จะต้องเรียนชี้แจงเป็นพิเศษ ผมจะขอเรียนเฉพาะ ลุ่มน้ำเจ้าพระยากับลุ่มน้ำชี-มูล ภาพของการระบายน้ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ท่านลองดู ในทางกายภาพทางภูมิศาสตร์ว่าเรามีเขื่อนภูมิพลอยู่ที่แม่น้ำปิง เขื่อนกิ่วลมอยู่แม่น้ำวัง ส่วนแม่น้ำยมเราไม่มีอ่างเก็บน้ำอะไรเลย แม่น้ำน่านเราก็เขื่อนพระนามสิริกิติ์เราก็มีอยู่ แต่พอต่ำจากเขื่อนลงมาแล้วเราไม่มีเลย เราไม่มีอะไรเลย เรามีทุ่งบางระกำที่จะหน่วงน้ำได้บ้าง ของแม่น้ำยม เรามีบึงบอระเพ็ดที่จะหน่วงทางแม่น้ำน่านได้บ้าง แต่ศักยภาพก็ไม่มากนัก แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ก็ลงมาที่จังหวัดนครสวรรค์มารวมกับแม่น้ำสะแกกรัง ปริมาณน้ำ ที่ผมบอกมาเจอกับร่องมรสุมนี้เกิดในพื้นที่นี้ทั้งนั้นเลยแล้วก็ลงมา ที่เรียนมาถึงตอนนี้ก็ไม่มี เครื่องมือที่จะไปบริหารจัดการน้ำได้เลย มีน้อยมากอย่างที่ผมเรียนแล้ว น้ำก็มาถึงหน้าเขื่อน เจ้าพระยา ก่อนถึงเขื่อนเจ้าพระยาแล้วกันถึงหน้าเขื่อน เขาก็มีการที่จะผันน้ำออกไป ถามว่า ทำไมต้องผันน้ำออกไป เพราะว่าถ้าเราปล่อยให้น้ำลงมาที่เขื่อนเจ้าพระยามันก็จะมีเกณฑ์ เอาง่าย ๆ ว่าถ้าเกิน ๗๐๐ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเริ่มท่วมขึ้นไป ถ้ามากกว่านั้นขึ้นไปพันกว่า จังหวัดอ่างทองท่วม มากกว่านั้นจังหวัดสิงห์บุรีลงไปถึงจังหวัดชัยนาท ก็จะพื้นที่ริมน้ำ โดยเฉพาะนอกพนังก็จะท่วม เพราะฉะนั้นถ้ามากกว่านั้นมาที่อำเภอบางไทร ถ้าเกิน ๓,๕๐๐ คิวบิกเมตรต่อวินาที กรุงเทพมหานครก็จะมีปัญหาพื้นที่เศรษฐกิจใหญ่ เพราะฉะนั้นเขาก็จะ ควบคุมการบริหารจัดการน้ำโดยเขื่อนชัยนาท เพราะฉะนั้นน้ำที่มาหน้าเขื่อนเขาก็จะผัน ออกซ้ายออกขวา เรื่องของทางด้านฝั่งตะวันตกก็จะมีเรื่องของคลองมะขามเฒ่า อู่ทอง แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำน้อย ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาก็จะมีทางชัยนาท-ป่าสัก ทางชัยนาท-พระนครศรีอยุธยา เขาก็จะผันน้ำต่าง ๆ ลงไปในแหล่งน้ำต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อรักษาการผันน้ำที่เขื่อนชัยนาทหรือเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อ พี่น้องประชาชน แนวทางเขาทำเช่นนั้น แต่อย่างที่ผมเรียนแล้วว่าปริมาณน้ำมาก แนวทาง สำหรับประเทศไทยในขณะนี้ทุกคนคิดเหมือนกันหมดจะทำอย่างไร จะทำอย่างไรก็ได้ ฝนที่ตก ไม่ว่าจะมีน้ำมากแค่ไหน อย่างไร ต้องไม่เข้าพื้นที่ใครเลย ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย พื้นที่เมือง พื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่อุตสาหกรรม ทุกคนไม่ต้องการ หมายความว่าจะให้น้ำอยู่ในร่องน้ำ ของตัวเองเท่านั้น นี่แหละคือปัญหาว่าปริมาณน้ำที่มหาศาลเช่นนี้มันก็ต้องใช้เครื่องมือที่จะ บริหารจัดการโดยผันน้ำไปทางซ้ายทางขวาเท่าที่ความสามารถของร่องน้ำแม่น้ำที่จะมีที่จะ ทำได้นะครับ ปัญหาก็จะเกิดขึ้นมาในพื้นที่ของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ก็คือว่าฝนไม่ได้ตกเฉพาะที่เหนือเขื่อน ในพื้นที่ตรงภาคกลางก็ตกเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นก็จะมีน้ำท่าในพื้นที่นี้เช่นเดียวกัน ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรีก็จะมีน้ำเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นน้ำมันจะไปในลำน้ำไม่ได้ ไม่พอ เขื่อนเจ้าพระยาเองก็ปล่อยไปถึง ๓,๐๐๐ กว่า ซึ่งมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนมาก เขื่อนเจ้าพระยาก็สามารถที่จะกักเก็บได้สูงสุดจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๑๗ เมตร ขณะนี้มันเกิน ปกติมัน ๑๗.๕ เมตร เขากักไปถึง ๑๗.๗ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มันก็จำเป็นต้องปล่อย เพราะฉะนั้นก็จะมีการปล่อยน้ำ ๑. ออกไปทางข้าง ๒. รักษาที่จะ ไม่ให้ส่งผลกระทบมาก ไปบวกกับน้ำที่ตกในพื้นที่ พอในช่วงที่มันต้องปล่อยสูงสุด เพื่อลดผลกระทบไปยังพื้นที่อื่น ก็มีมาตรการที่จะเอาน้ำเข้าทุ่ง ซึ่งปกติก็ทำทุกปี โดยมีมาตรการที่จะให้เขาเก็บเกี่ยวก่อนประมาณกลางเดือนกันยายน ปลายเดือนนี้ จะสามารถที่จะเอาน้ำเข้าทุ่งได้ แล้วเขาก็เอาน้ำเข้าทุ่ง เพราะฉะนั้นในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบก็จะเป็นพี่น้องประชาชนในเรื่องของที่ทำกิน ไร่นา สาโท แต่ปีนี้มันน้ำมาก ประกอบกับปริมาณน้ำที่มันอยู่ในลำน้ำทั้งหลายมันข้ามพนังกั้นน้ำเป็นจำนวนมาก ก็เลยไป ส่งผลกระทบถึงบ้านเรือนที่อยู่ของพี่น้องประชาชนด้วย นี่คือภาพรวมของลุ่มน้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตามเราก็สามารถรักษาการระบายน้ำไม่ให้กระทบกระเทือนพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ของประเทศคือกรุงเทพมหานครได้นะครับ นั่นคือเรื่องของลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด และการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งทำโดยคณะกรรมการ ก็มีคณะอนุกรรมการในการดำเนินการ ผมเพื่อไม่ให้เสียเวลาคงไม่อธิบายไปถึงตรงนั้นนะครับ🔗
ต่อไปอีกลุ่มน้ำหนึ่งคือลุ่มน้ำชี-มูล ลุ่มน้ำชี-มูลต้องเล่าก่อนว่า ปีนี้ลุ่มน้ำชี-มูล ไม่โดนเหมือนปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา ต่างกันก็คือว่ามรสุมที่เข้ามาแต่ละครั้ง ในช่วงแรก เข้ามาทางจังหวัดอุบลราชธานี แต่พอในช่วงหลัง ๆ ร่อง ลุ่มน้ำชีจะพาดตั้งแต่จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร อันนี้ส่วนของลุ่มน้ำชี ส่วนของลุ่มน้ำมูลตั้งแต่โคราชลงมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ ทั้งลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูลมาตั้งแต่ต้นทางหมดเลย ใน ๖ หย่อมร่องความกดอากาศแรก ผลเกิด อะไรขึ้นบ้าง ๑. คือฝนที่ตกในพื้นที่ตนเองก็เข้าไปในพื้นที่จังหวัด ส่วนหนึ่งก็อยู่ในลุ่มน้ำชี กับลุ่มน้ำมูลซึ่งเกินความสามารถของลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลมันก็ล้นตลิ่ง แล้วก็เคลื่อนลงมา เพื่อจะลงไปจังหวัดอุบลราชธานี ปรากฏว่าในร่องสุดท้ายที่เกิดจากโนรู (NORU) ก็เริ่มตั้งแต่ จังหวัดอุบลราชธานีย้อนขึ้นไป แล้วก็ไปสุดที่ข้างบนถึงจังหวัดเพชรบูรณ์โน่นเลย ในส่วนนี้ ก็เลยทำให้ปริมาณน้ำสำทับเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นภาวะที่เกิดก็เลยเกิดจากภาวะที่อยู่ใน พื้นที่เต็มทุกจังหวัด แล้วทั้งหมดลงแม่น้ำชีกับแม่น้ำมูลเท่านั้น ถามว่าแม่น้ำชีกับแม่น้ำมูล ทำอะไรได้บ้าง เรามีอ่างพระนามจุฬาภรณ์ความจุน้อย เรามีอ่างอุบลรัตน์ที่ขอนแก่นความจุ ก็ไม่มากนัก ก็มีแค่นั้น ส่วนน้ำที่เหลือนั้นก็ลงไปอยู่ในน้ำ เราไม่มีพื้นที่เก็บกักอย่างอื่นเลย เรามีเขื่อนชะลอน้ำอยู่บ้าง ลักษณะเดียวกับเขื่อนชัยนาทในแม่น้ำชีกับแม่น้ำมูล แต่ก็หน่วงน้ำได้จำกัด น้ำจำนวนมากก็ลงมา ปัญหาหนักก็ไปอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเกินความสามารถของลำน้ำ เพราะฉะนั้นพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีโดยเฉพาะพื้นที่ต่ำ คืออำเภอวารินชำราบก็จะมีปัญหาหนัก นี่คือสถานการณ์น้ำที่ผมขอเรียนทั้งหมดได้คร่าว ๆ ผลขออนุญาตเกินเวลา ผลของมันก็จะมีพื้นที่ประสบอุทกภัยเกือบ ๕๙ จังหวัดของทางน้ำ แต่ของทางกระทรวงมหาดไทย ปภ. เขาสำรวจเขาต้องหมด ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่นี้ ถ้าพื้นที่ใด ประชาชนได้รับความเดือดร้อน คือสรุปแล้วทั้ง ๗๖ จังหวัด บวกกรุงเทพมหานครด้วย มีผลกระทบกับประชาชนทั้งหมด มาตรการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อธิบายง่าย ๆ ว่าทุกหน่วยราชการจะต้องเร่งที่จะสำรวจ ความเสียหายทั้งหมดเลย แล้วจ่ายตามระเบียบของกระทรวงการคลัง มีทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องของเสียชีวิต เรื่องของเครื่องนอน เครื่องมือทำกิน มีเกณฑ์ระเบียบการจ่ายอยู่ แต่ในขณะนี้ทางคณะรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้สำรวจผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมดเลย เพื่อที่จะพิจารณาว่าจะต้องมีการช่วยเหลือเพิ่มพิเศษอย่างไร โดยมีข้อแตกต่างระหว่างพื้นที่ ที่น้ำท่วมขังน้อย นาน ผลกระทบมาก ผลกระทบน้อย กำลังพิจารณาอยู่ ส่วนมาตรการ ที่จะแก้ไขปัญหาในระยะยาวในอนาคตนั้น ท่านคงได้ยินเรื่องแผนโครงการ ๙ โครงการ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาก็จะมีการสร้างเพื่อพัฒนาพื้นที่ที่ให้น้ำไหลได้ เช่น เรื่องชัยนาท-ป่าสัก ลงไปถึงจังหวัดฉะเชิงเทราเลย ก็จะมีการทำให้น้ำมีช่องทางที่จะไปได้ มีการทำวงแหวน มีการพัฒนาลุ่มน้ำท่าจีนอะไรก็แล้วแต่ ทั้งหมด ๙ โครงการ ทั้งหมดนี้จะแก้ปัญหา ลุ่มน้ำเจ้าพระยา แล้วก็จะแก้ปัญหากรุงเทพมหานครด้วย ผมคงเรียนสั้น ๆ รวบ ๆ นะครับ🔗
คำถามนี้ท่านตอบไป ๑๗ นาที เกินเวลาของท่านไปในคำถามแรก จะมีคำถามต่อไหมครับ เชิญคุณพัชรินทร์ครับ🔗
ก็อยากจะขอฝาก สักนิดหนึ่งค่ะ จากที่ได้ฟังท่านรัฐมนตรีตอบก็เชื่อว่ารัฐบาลเองก็มีมาตรการ ทั้งในการบริหาร จัดการที่ดีแล้ว แล้วก็ในส่วนของเยียวยา เมื่อสักครู่เวลาของท่านรัฐมนตรีอาจจะยังมีไม่มากพอ เท่าไร เวลาที่เหลืออยากจะขอให้ท่านได้ตอบให้ละเอียดอีกสักครั้งหนึ่งในส่วนที่เหลือ เชื่อว่าในมาตรการการเยียวยาต่าง ๆ ที่มีอยู่ อย่างที่ได้นำเรียนว่าก็มีอยู่ แล้วก็มีประสิทธิภาพดี แต่ว่ายังอาจขาดในเรื่องของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ก็อยากให้ทางรัฐบาลได้ช่วย ที่จะสื่อสารกับพี่น้องประชาชนให้ทราบอย่างครบถ้วนแล้วก็ทั่วถึง เนื่องจากว่าในช่วงนี้ พวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเองไม่สามารถที่จะดำเนินการลงไปช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนได้ ตามระเบียบของ กกต. ที่ได้ออกมา ก็ต้องขอบพระคุณท่านประธาน แล้วก็ท่านรัฐมนตรีที่ได้ให้เราได้ใช้กลไกของสภาแห่งนี้ในการที่จะติดตาม แล้วก็แก้ไขปัญหา ให้พี่น้องประชาชน แล้วก็ขอให้ทางรัฐบาลได้โปรดเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบโดยเร็ว รวมทั้งจากที่เคยได้ลงพื้นที่ในหลายจังหวัด ก็ทราบว่าภาครัฐเอง มีมาตรการเกี่ยวกับการเก็บน้ำท่วมไว้ใช้ยามแล้ง ในส่วนนี้ก็นับว่าเป็นมาตรการที่ดี ที่จะสามารถจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนตัวของดิฉันเองก็ขอเป็นกำลังใจ ให้กับทางรัฐบาลแล้วก็ทางท่านรัฐมนตรีในการที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อที่จะช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน ก็ขออนุญาตใช้เวลาที่เหลือให้ท่านรัฐมนตรีได้โปรดช่วยตอบคำถามที่ยัง ค้างไว้ด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
คงจะกินเวลาของ คุณพัชรินทร์นะครับ ท่านรัฐมนตรีจะมีอะไรย่อ ๆ สั้น ๆ ก็จะเป็นประโยชน์🔗
ท่านประธานครับ ในเรื่องของข้อเสนอแนะทั้งหมดก็จะรับไปดำเนินการทั้งหมด เรื่องของกรุงเทพมหานครนั้น ผมคงเรียนท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในเรื่องของการประกาศเขตประสบภัย และประกาศเขตความช่วยเหลือเพื่อให้ใช้จ่ายเงินได้ ผมคงไปเรียน แล้วก็รับไปทั้งหมด ในเรื่องของการที่จะดูแลพี่น้องประชาชนครับ🔗
ผมขอขอบคุณ คุณพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ และท่านรัฐมนตรีนะครับ ถึงแม้ท่านรัฐมนตรีจะตอบเกินเวลา แต่ว่าเมื่อรวมเวลาแล้วคุณพัชรินทร์ได้ใช้เวลาไปเพียง ๕ นาทีเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น ก็มีเวลาเหลืออยู่ ก็เข้าใจครับ เห็นใจ เรื่องบริหารเวลาเป็นเรื่องที่ยากที่สุดเรื่องหนึ่งนะครับ🔗
๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๒๐๖ ส. (นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นผู้ตอบ🔗
กระทู้ถามสดด้วยวาจา ของท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เรื่อง ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็น ที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูด คนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูง เป็นกระทู้ถามที่ชื่อหัวข้ออาจจะตรงกับของท่านสุทิน แต่ว่าได้ สอบถามท่านรองประธานแล้วว่าเหตุผลก็คือถามไปคนละแนว ประธานก็อนุญาตให้บรรจุ เป็นกระทู้ถามสด ก็เชื่อว่าทั้งผู้ถาม ผู้ตอบเข้าใจแนวแล้วว่าเรามีเวลาครึ่งชั่วโมง ท่านพิธา มีเวลา ๑๕ นาที เชื่อความสามารถในการบริหาร ได้เห็นหลายครั้ง เชื่อความสามารถในการ บริหารเวลาของท่าน ท่านรัฐมนตรีมีเวลา ๑๕ นาที บางทีมันมีเรื่องยาว ผมเข้าใจครับ แต่ต้องพยายามย่อครับ ขอเชิญท่านพิธาครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ขอยื่นกระทู้ถามด้วยวาจา ต่อนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยเรื่องร่างกฎกระทรวงการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย ของคนต่างด้าว ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดคนต่างด้าว ที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย สำหรับกระทู้นี้ผมคงต้องเริ่มต้นด้วยการเรียนท่านประธานว่า ไม่ซ้ำกับท่านประธานวิป (Whip) สุทิน คลังแสง แน่นอน เพราะว่าเราได้วางแผนในการถาม กระทู้ในเรื่องนี้แล้ว ของผมก็จะเป็นในเรื่องเกี่ยวกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ เรื่องเกี่ยวกับการ ลงทุน แล้วก็บทเรียนจากต่างประเทศ ในขณะที่ท่านสุทินก็จะไปพูดเรื่องเกี่ยวกับสังคมแล้วก็ ความมั่นคง สำหรับเรื่องนี้ก็น่าเสียดายที่ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาตอบด้วยตัวท่านเอง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อยผมคิดว่าน่าจะ ๕ หน่วยงานด้วยกัน อันที่ ๑ บีโอไอ (BOI) อันที่ ๒ กระทรวงการคลัง อันที่ ๓ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อันที่ ๔ กระทรวงมหาดไทย อันที่ ๕ กระทรวงการต่างประเทศ แต่ในเมื่อถ้าท่านนายกรัฐมนตรี ไม่มาตอบด้วยตัวท่านเองก็คงจะต้องเป็นอย่างนั้น สำหรับเรื่องนี้ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าไม่ใช่ เรื่องใหม่แต่อย่างใด เรื่องกฎกระทรวงนี้มีตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๔๕ ย้อนหลังไปถึงปี ๒๔๘๖ หลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ย้อนหลังไปถึงปี พ.ศ. ๒๓๙๙ ในรัชกาลที่ ๔ ต้องขอบคุณ อาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ที่ท่านได้บันทึกข้อมูลเหล่านี้เป็นประวัติศาสตร์ของชาติ เกี่ยวกับเรื่องการให้ชาวต่างด้าวหรือชาวต่างชาติมาใช้ที่ดินในประเทศไทย ในอีกมุมหนึ่ง ผมคิดว่ามันเป็นนโยบายที่ผิดที่ผิดทาง ในขณะที่ยังมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากยังไม่มี ที่ดินทำกินในประเทศไทย เรากลับต้องการที่จะอนุญาตให้ชาวต่างชาติมาใช้ที่ดินในประเทศ ที่มีความเหลื่อมล้ำที่ดินสูงมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ซึ่งผมคิดว่าต้องเปิดโอกาสที่จะให้ ท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจง แล้วผมจะค่อย ๆ ซักค้านทีละข้อ ๆ จากมหภาคจนไปถึงจุลภาค คล้าย ๆ กับการปอกหัวหอมทีละเลเยอร์ (Layer)🔗
สำหรับคำถามข้อแรก เป็นคำถามเกี่ยวกับเป้าหมายของนโยบายนี้ครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนสับสนพอสมควรครับ เป้าหมายที่ชัดเจนของการแก้กฎกระทรวงนี้ คืออะไร เพราะเมื่อ ๑๕ กรกฎาคม รัฐบาลแจ้งว่าเป้าหมายคือการดึงดูดชาวต่างชาติ จนถึง ปี ๒๕๖๙ ๑ ล้านคน กระตุ้นเศรษฐกิจ ๑ ล้านล้านบาท แล้วก็เพิ่มการลงทุนในประเทศ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็สร้างรายได้จากการเก็บภาษีทั้งหมด ๒.๗ แสนล้านบาท ต่อมา ๒๘ ตุลาคม เปิดตัวเลขว่าตั้งแต่ ปี ๒๕๔๕ จนกระทั่งถึงตอนนี้มีคนมาใช้สิทธินี้ ชาวต่างชาติมาใช้สิทธินี้ทั้งหมดกี่คน ท่านประธานทราบไหมว่าทั้งหมดกี่คน ในรอบ ๒๐ ปี ที่ผ่านมา ๘ คน จากเป้าหมายที่เคยคิดว่าจะเอามา ๑ ล้านคน แต่ที่ทำได้จริงมีอยู่ ๘ คน ผมก็โอเค (OK) คงไม่ใช่เรื่องที่จะสำคัญมาก อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือนโยบายอาจจะ เปลี่ยนในช่วง ๒๐ ปีที่ผ่านมา ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตอบแล้วว่ารัดกุม มากขึ้น น่าจะมาได้ยากมากขึ้นกว่า ๘ คนแน่นอน ผมก็ไปดูครับ ส่วนที่เหมือนเดิมคือลงทุน ไม่ต่ำกว่า ๔๐ ล้านบาท ส่วนที่ ๒ คือถือครองที่ดินไม่เกิน ๑ ไร่ แต่ส่วนที่แตกต่างก็คือ ลดเวลาการลงทุนจาก ๕ ปี เป็น ๓ ปี แล้วก็มีกลุ่มชาวต่างชาติศักยภาพสูง ๔ ประเภท แล้วก็อัปเดต (Update) รายชื่อกองทุน ไม่ว่าจะเป็นของรัฐบาลหรือว่าเป็นกองทุนทรัสต์ (Trust) หรือว่าเป็นกองทุนอินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) เรื่องพื้นฐาน ถ้าดูแล้วผมก็ ยังดูไม่ออกว่าเป้าหมายที่แท้จริงของนโยบายนี้คืออะไรกันแน่ในเรื่องของจำนวน ในเรื่องของ ปริมาณ ในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะว่าสับสนครับ ภายในรอบ ๒-๓ เดือน ก็มีการเปลี่ยนตัวเลข แล้วถ้าเป้าหมายยังเป็นเหมือนเดิม แล้วก็วิธีการยังไม่ได้ต่างอะไรมาก จะทำอย่างไรให้เพิ่มจาก ๘ คน มาเป็น ๑ ล้านคน นี่คือคำถามข้อแรกครับ🔗
ขอเชิญท่านรองนายก รัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านหัวหน้าพรรคก้าวไกล ท่านพิธา ก็ขอบคุณในคำถามที่ยกขึ้นมา ว่าเป้าหมายแอลทีอาร์ (LTR) หรือลองเทอร์ม เรสซิเดนต์ (Long-term resident) ทำเพื่ออะไร อย่างไร ก็ต้องกราบเรียน ท่านประธานสภาผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผมเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ทุกคน ในสภา สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านอยากเห็น และท่านก็กล่าวในการอภิปรายอยู่หลายครั้งว่า อยากเห็นประเทศไทยเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงในสภาพอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เพื่อคนรุ่นใหม่ รัฐบาลก็ได้มีการดำเนินการในส่วนเหล่านี้ ก็มีการพัฒนาและการส่งเสริมดึงดูดอุตสาหกรรม ต่าง ๆ มาลงทุนในประเทศไทยให้สอดคล้องกับทิศทางของแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งก็จะมีอุตสาหกรรมใหม่รวมอยู่ด้วย ซึ่งตรงนี้ก็มีความคืบหน้า ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ถ้าได้ติดตามก็คงจะพอทราบกันนะครับ แต่สิ่งสำคัญอีกอันหนึ่งก็คืออุตสาหกรรมสำคัญที่เรา ต้องการคือเราต้องการคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถที่เข้ามาในประเทศไทยและใช้ชีวิต ในประเทศไทย และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศไทย เหมือนกับกรณีอื่น ๆ ที่ท่าน ได้กล่าวมาในอดีต แล้วก็มีบุคคลที่สามารถที่จะมาอยู่ในประเทศไทยในระยะยาวที่จะใช้ความ เข้มแข็งของอุตสาหกรรมไทยที่เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ เรื่องอะไรต่าง ๆ จึงออกมาเป็นกลุ่มบุคคล ๔ ประเภทซึ่งสอดคล้องกับอนาคตของประเทศไทย อนาคตของ คนรุ่นใหม่ไทย เพราะคนเหล่านี้เข้ามาแล้วก็จะช่วยส่งเสริม พัฒนา สนับสนุนกิจกรรมหรือ อุตสาหกรรมใหม่ ๆ หรือกิจกรรม อุตสาหกรรมที่เราเข้มแข็งให้มีการพัฒนา งอกเงย สร้างรายได้มากขึ้น นี่คือสิ่งที่สมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายมา แล้วก็อยากจะเห็น วันนี้ รัฐบาลก็ทำ เพราะฉะนั้นแล้วส่วนนี้เป็นส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อจะทำอย่างไรให้เขานอกจาก มาลงทุนแล้วก็มาอยู่ มาอาศัย เป็นคนที่เราคัดแล้ว มีกระบวนการคัดมาต่าง ๆ ๔ ประเภท มีเงื่อนไขต่าง ๆ ท่านคงทราบดี แต่ในทุก ๆ เงื่อนไขจำเป็นจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย แน่นอนในส่วนนี้ ตรงนี้เองเราจะทำอย่างไร ที่ผ่านมาในอดีตเรามีชาวต่างชาติเข้ามาเยอะ มาท่องเที่ยว ๔๐ ล้านคน ๒ ล้านล้านคน เยอะนะครับ บางครั้งเราก็รู้สึกเสียดาย หลายคน อภิปรายผมก็ติดตามมาตลอดว่าอัตราเรื่องของการทำลายสภาพแวดล้อมของประเทศไทย อยู่ในลำดับต้น ๆ เลย ในช่วงเวลาที่เรามีนักท่องเที่ยวเข้ามาเราต้องรีบแก้ไขเรื่องนี้กัน แล้วก็ พัฒนากันมาได้ดีมาตลอด แต่ก็เป็นภารกิจที่สำคัญ แต่ถ้าเราตั้งเป้าสำหรับคนที่จะมาอยู่ ระยะยาวใน ๑ ล้านคน ถ้าเขาใช้คนละประมาณเดือนละแสน มันประมาณครึ่งหนึ่งของ ๔๐ ล้านคนที่เจเนอเรต (Generate) เงินที่อยู่ในประเทศ เพราะฉะนั้นนั่นคือทิศทางของ แอลทีอาร์ (LTR) แต่ส่วนเรื่องที่ดินเรื่องอะไรนี้เป็นส่วนเสริม เราจะบอก ๘ คนเขาจะมา อยู่อาศัย เขาไม่จำเป็นว่าจะต้องมามีที่ดิน อันนี้เป็นส่วนเสริม เป็นทางเลือกให้ผู้ที่รักจริง ๆ รักที่จะอยู่ในประเทศไทยมีความประสงค์ใน ๔ ประเภทนี้ รักและอยากที่จะอยู่ในประเทศไทย อย่างยั่งยืน ส่วนเขาจะอยู่แบบไหน ในวิธีอื่นมีครับ ท่านทราบดีถ้าเขาจะเช่าระยะยาวก็ได้ ๓๐ ปี เขาจะซื้อคอนโดมิเนียมก็มีสิทธิอยู่แล้วว่า ๔๙ เปอร์เซ็นต์ มันไม่ได้จำกัด มันไม่ได้จำกัด อยู่เพียงแค่ว่าเขาต้องมาซื้อที่ดินเท่านั้น การอยู่อาศัยของเขาทุกวันนี้เขานอนโรงแรมก็ได้ หรือจะนอนคอนโดมิเนียมก็ได้ แล้วค่อยพัฒนาเมื่อเขาพอใจ ดึงดูด แล้วเราก็มีทางเลือกอื่น ๆ ให้เขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเช่าระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคอนโดมิเนียม ซึ่งเขา มีสิทธิอยู่แล้ว และวันนี้เราก็เพิ่มเติมจากเดิมอีกนิดหน่อย การแก้ไขไม่ได้เพิ่มอะไรมากเลย ท่านพูดอยู่ ๒ ข้อเองนะครับ ๓ ปี กว่าเขาจะได้ ๓ ปีถือครอง กว่าจะได้แอลทีอาร์ (LTR) เขาก็ต้องอยู่ดูระยะเวลาไปสักระยะหนึ่งแล้ว แล้วเขาก็ต้องใส่เงินมาบ้างแล้ว กว่าจะได้ เขาก็ต้องใช้เวลาอยู่แล้วในการที่จะต้องพิจารณา เพราะฉะนั้น ๓ ปีกับ ๕ ปีไม่ได้ต่างกันมาก การเพิ่มประเภทการลงทุนก็เพื่อให้สอดคล้องกับอินสทรูเมนต์ (Instrument) ใหม่ ๆ หรือการลงทุนใหม่ ๆ ที่มีอยู่ แล้วส่วนอื่น ๆ ก็ยังต้องปฏิบัติอยู่เหมือนเดิม มันยังมีข้อย่อย ปลีกย่อยหลักเกณฑ์เรื่องนี้อีกเยอะเลย เรื่องจริยธรรม มาอยู่อาศัย ไปทำอย่างอื่นไม่ได้ด้วย ต้องอยู่อาศัย ต้องอยู่อาศัยอย่างเดียว และมีพฤติกรรมที่ไม่พึงปรารถนา มีกติกาเขียนไว้ ยาวเลยในหลักเกณฑ์นั้น ท่านไปศึกษาดูท่านจะเห็นครับ ไปทำการใดที่ขัดต่อขนบธรรมเนียม ประเพณีไทย ส่อให้เกิดความร้าวฉานอะไรต่าง ๆ มันเป็นข้อยกเลิกได้ตลอดเวลา ผมจึงเรียนว่า เป้าหมาย ๑ ล้าน กับเรื่องตรงนี้ไม่ได้เกี่ยวกัน เป็นทางเลือกเฉย ๆ ทางเลือกที่จะเพิ่มขึ้นมา เขามีทางเลือกเยอะอยู่แล้ว เช่าก็ได้ จะซื้อคอนโดมิเนียมก็ได้ หากประสงค์จะอยู่ยาว ฝังชีวิตไว้อยู่ในประเทศไทย แต่หากเขาขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งที่กำหนดไว้ตามที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กล่าวมา เขาจะถูกเพิกถอนสิทธินี้ทันที คุณสมบัติ เหล่านั้นก็มีพวกแอลทีอาร์ (LTR) ถ้ายังไม่อยู่ในเกณฑ์ของแอลทีอาร์ (LTR) หรือเขากลับไปก่อน หรืออย่างไร เขาก็ต้องเพิกถอนทันที หรือไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ระบุยาวนับหลายข้อเลย ที่เกี่ยวข้องกับจารีตประเพณีของการอยู่อาศัยของพลเมืองที่ดีในประเทศไทย อันนี้ผมชี้แจง สั้น ๆ ดังนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านพิธา คำถามที่ ๒ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สรุปเป้าหมายคือเท่าไรแน่ครับ ท่านรองนายก ตกลงเป้าหมายอยู่ที่ ๑ ล้านคนหรือเปล่า เพราะว่าผมไม่สามารถที่จะ วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของนโยบายนี้ได้ถ้าเป้าหมายหรือว่าความตั้งใจไม่ชัดเจน เพราะว่า ๑ ล้านคน ก็หมายความว่า ๑ ล้านไร่ที่ต้องให้ชาวต่างชาติไป กินที่ของคนไทย ๔๐ ล้านต่อ ๑ ล้าน ก็คือ ๔๐ ล้านล้าน อันนี้คือตัวเลขที่เข้ากองทุนทรัสต์ (TRUST) เข้าตัวเลขของบอนด์ (Bond) ตราสารหนี้ ซึ่งถ้าผมไม่เห็นตัวเลขตรงนี้ เป้าหมายไม่ชัดเจน ผมก็ไม่สามารถที่จะวิเคราะห์ ไม่สามารถที่จะทำคอสต์ เบเนฟิต อะนาลิซิส (Cost benefit analysis) ได้ต่อไป ผมเลยยัง ไม่แน่ใจว่าจะคิดเรื่องอย่างนี้อย่างไร แต่ว่าถ้าให้เดินหน้าต่อได้ สำหรับคำถามข้อที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับผลกระทบหรือว่าข้อเสีย ข้อแรกถึงท่านจะไม่ได้ตอบเรื่องเกี่ยวกับเป้าหมาย แต่ท่านก็ได้พูดข้อดีมา อยากจะรู้ในเรื่องของข้อเสียว่าได้มีการคำนึงถึงเรื่องแบบนี้หรือยัง ไม่ว่าจะเป็น ข้อ ๑ เรื่องการฟอกเงิน การเก็งกำไร ข้อ ๒ คือการซื้อที่ดินเพื่อที่จะเก็งกำไร ต่อฟลิป (Flip) ฟลิป (Flip) ที่ดิน ไม่แน่ใจว่ามีเงื่อนไขตรงนี้ไหมว่าซื้อได้กี่ปีถึงจะขายได้ อย่างของถ้าเป็นที่ดินคนไทยเราจะมีภาษีเฉพาะ สเปซิฟิก บิซิเนส แทกซ์ (Specific business tax) ๓ เปอร์เซ็นต์ ๕ ปี ทำให้การที่จะเก็งกำไรได้ยากขึ้น อันนี้ผมไม่แน่ใจว่าทางต่างชาติ มีหรือเปล่า ซื้อแล้วก็มาสร้างอพาร์ตเมนต์ (Apartment) ปล่อยเช่า อันนี้ก็แสดงว่าต้องการ ที่จะให้ชาวต่างชาติเข้ามาสร้างบ้านในเมืองไทยแล้วก็ให้คนไทยขอเขาอยู่ เช่าเขาอยู่ มีมาตรการเรื่องนี้หรือไม่ เรื่องเกี่ยวกับมรดกจะทำอย่างไร แล้วก็ถ้าเราคัดเขามาแล้ว แล้วเกิดเขาทำผิดเงื่อนไขที่เราตั้งขึ้นมา เรามีมาตรการในการที่จะแก้ไขปัญหาอย่างนี้ แล้วก็ ทบทวนอย่างนี้อย่างไร เพราะว่าสถานการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นในต่างประเทศหลายครั้ง ผมขอยกตัวอย่าง ๓ ประเทศ เริ่มต้นที่ประเทศอังกฤษ อันนี้คือข้อมูลของประเทศอังกฤษ การลงทุนจากต่างชาติในอสังหาริมทรัพย์ทำให้ราคาบ้านในอังกฤษสูงขึ้น ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ภายในปี ๒๐๑๔ ตัวเลขที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเห็นอยู่ ฝั่งแนวตั้งก็คือราคาบ้านโดยเฉลี่ย ของประเทศอังกฤษ แนวนอนก็คือจำนวนปี ตั้งแต่ปี ๑๙๙๙ จนถึงปี ๒๐๑๔ ตัวเลขนี้ บอกเราว่าในขณะที่จำนวนแชร์ (Share) ของคนที่มาซื้อบ้านที่เป็นชาวต่างชาติในประเทศ อังกฤษ ๑ เปอร์เซ็นต์ ราคาที่ดินหรือราคาบ้านของคนอังกฤษจะขึ้นเท่าไร คำตอบอันนี้สั้น ๆ ก็คือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าถ้าประเทศอังกฤษไม่มีนโยบายแบบนี้บ้านจะถูกลงทันที ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ทำให้ เรื่องเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง การเอื้อมถึงของคนที่จบใหม่ ของคนที่ต้องการ ที่จะสร้างครอบครัวมันก็ง่ายขึ้น ตัวอย่างที่ ๒ คือประเทศฮ่องกง อันนี้เขาเรียกกันว่า อพาร์ตเมนต์ (Apartment) โลงศพในประเทศฮ่องกง สภาพของคนฮ่องกง คนธรรมดา ๙๙ เปอร์เซ็นต์ของคนฮ่องกงที่ต้องอาศัยในกรงนกแบบนี้ อันนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเรา ไม่จำเป็นที่จะต้องประสบกับเหตุการณ์แบบเดียวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตรงนี้เราคิดในเรื่องนี้ อย่างไร ประเทศที่ ๓ ก็คงเป็นประเทศอินโดนีเซีย ประเทศอินโดนีเซียมีความตั้งใจ ที่จะสร้างเมืองหลวงขึ้นมาใหม่แทนจาการ์ตา ให้ชาวต่างชาติเข้ามาใช้ได้ ๙๙ ปีโดยให้ ต่างชาติมาลงทุน ปรากฏว่าไม่มีใครมาลงทุนเลยครับ คราวนี้มันก็มีอยู่ ๒ ฝั่งที่ทำให้ราคาขึ้น แล้วให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ทำให้คนเข้าถึงบ้านได้ยากขึ้น โอกาสเข้าถึงบ้านริบหรี่มากขึ้น กับอีกทางหนึ่งก็คือนโยบายไม่ประสบความสำเร็จแล้วก็ไม่มีคนสนใจในด้านนี้ ก็เลยต้องถาม ท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าเรื่องเกี่ยวกับเงื่อนไขต่าง ๆ เรื่องเกี่ยวกับการเก็งกำไรก็ดี เรื่องเกี่ยวกับการอาศัยเพื่อที่จะมาเป็นที่ปล่อยเช่าเป็นที่ฟอกเงินของต่างชาติ แล้วก็ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับคนไทย ที่จะเกิดขึ้นจากความพยายามในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ของท่านครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านรองนายก รัฐมนตรีครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอบคุณสำหรับคำถามด้วยนะครับ เรียนท่านประธานสภา ผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ท่านพิธา เรื่องเป้าหมาย อยากให้ดูที่เป้าหมายของแอลทีอาร์ (LTR) เราคาดเดาไม่ได้หรอกว่าผู้ที่มาเขาจะอยู่อาศัยแบบใด เราต้องการให้เขามาอยู่ใน ประเทศไทยระยะยาว มีความสะดวก เปรียบเทียบกับต่างประเทศได้แล้ว ประเทศอื่น เขาสะดวกกว่าเราขณะนี้ เราเลยมีช่องทางสำหรับคนกลุ่มหนึ่งที่จะให้เขามาอยู่สะดวกขึ้น อยู่ระยะยาวมากขึ้น ๙๐ วันไม่ต้องไปรายงานตัว ใช้เวลา ๑ ปีไปรายงานตัว วีซ่า (Visa) ก็ ๕ ปี ต่อได้อีก ๕ ปี ได้ถึง ๑๐ ปี เอาหลักตรงนี้ก่อน แค่ตรงนี้เราได้ ๑ ล้านคน คนเหล่านี้ก็จะมา สเปนดิง (Spending) ในเมืองไทย คร่าว ๆ ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อเดือนหรือประมาณ ๑ ล้านบาทต่อเดือน เราก็จะมีรายได้หมุนเวียนอยู่ในประเทศไทย ๑ ล้านล้านบาทแล้ว ส่วนเขาจะอยู่รูปแบบไหน เขาจะเช่าอพาร์ตเมนต์ (Apartment) อยู่ เขาจะนอนโรงแรม เขาจะซื้อคอนโดมิเนียมหรือเขาจะมีที่ดิน ก็ต้องตามกติกาที่เป็นอยู่ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แล้วผมเรียนได้เลยสิ่งที่ท่านห่วง ประเทศไทยเราตึง ตึงมากพอสมควรในเงื่อนไขของ การสงวน ในเรื่องของการครอบครองที่ดินมาก เมื่อเทียบกับประเทศอังกฤษ ของเราขณะนี้ เป็นแค่หลักเกณฑ์ แต่ตัว พ.ร.บ. เองตึงมาก ๆ แล้วยืนยันว่าจะไปทำเป็นแฟลตให้คนอื่นเช่า ทำไม่ได้ ต้องอยู่อาศัย ไปกระทำการที่ขัดต่อขนบธรรมเนียมประเพณี มีกฎกติกาอยู่ ก็ทำไม่ได้อีก มันง่ายเหลือเกินที่เราจะเพิกถอนตามกติกาที่มีอยู่ในปัจจุบัน ถามว่าสมบูรณ์ แล้วหรือยัง อาจจะยังไม่สมบูรณ์ แต่ให้เป็นทางเลือก เพราะมันมีทางเลือกก่อนหน้านั้น จะเช่าก็สามารถทำได้ จะซื้อคอนโดมิเนียมก็สามารถทำได้ อันนี้ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่จะเสริมขึ้นมาสำหรับคนที่รักประเทศไทยจริง ๆ ส่วนเรื่องฟอกเงินเรื่องอะไรเขามีการคัด คุณสมบัติ มีการติดตามพฤติกรรมว่าแอลทีอาร์ (LTR) ท่านยังดำรงคุณสมบัติอยู่หรือเปล่า ท่านเป็นคนใน ๔ กลุ่มหรือไม่ ท่านทำอาชีพโดยสุจริตมา ทำกิจกรรมที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ถ้าขัดเมื่อไรก็ตกทันที อย่างไรก็ผิด อันนี้ก็อยากจะให้เกิดความมั่นใจว่าเราได้ดูอย่างรอบคอบ แต่ถ้าท่านจะประเมินถึงประโยชน์ให้ดูในเรื่องของแอลทีอาร์ (LTR) ในเรื่องของการดึงดูด แล้วพวกนี้เราต้องช่วยกันนะครับ เพราะทุกท่านในสภาแห่งนี้มีความต้องการที่จะสนับสนุน ให้เกิดการเข้ามาซึ่งคนที่มีความสามารถ คนที่มีศักยภาพ และถ้าเป็นไปได้เป็นคนที่จะมา ร่วมพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ ๆ พัฒนาเด็กไทยรุ่นใหม่ให้เขาได้รู้จักกัน ได้ดำรงชีวิต ได้มีการทำงานร่วมกัน ได้ส่งเสริมซึ่งกันและกัน นั่นคือสิ่งที่เราพยายาม จะทำต่อเนื่องจากอุตสาหกรรมที่เราได้พัฒนาในรูปของตัวอุตสาหกรรม วันนี้เรากำลังพูด ในเรื่องของเอนนิเบลอร์ (Enabler) ในเรื่องของฮิวแมน แคปพิทัล (Human capital) ในเรื่องของคนที่จะมาช่วยเสริมให้ประเทศไทยเจริญขึ้น เข้มแข็งขึ้นอย่างที่ทุกท่าน ในสภาแห่งนี้ได้อภิปราย แล้วผมก็รับฟังมาโดยตลอด สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราได้รับฟัง จากท่าน แล้วก็ไปรับฟังจากผู้ประกอบการ ไปรับฟังจากผู้ที่สนใจอยากจะมาลงทุน ในประเทศไทย สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราให้ในลักษณะที่เท่าที่จะอยู่ในลักษณะที่สมดุล แล้วก็ ไม่ได้มากไปหรือน้อยจนเกินไป แต่ที่ท่านห่วงในประเทศอื่น ๆ นั้นเขาเสรีกว่าเราเยอะ ไปเทียบบรรทัดต่อบรรทัดกันได้เลย เขาเสรีกันมาก จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงยังเข้มงวด ในบางเรื่องอยู่ อันนี้ก็อยากจะตอบคำถามท่านพิธาตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ คำถามที่ ๓ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านรองนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามข้อที่ ๒ ว่าเป้าหมายคาดเดาไม่ได้ แล้วที่ท่านโพสต์ (Post) ในเว็บ (Web) ไทยคู่ฟ้า หรือว่าที่ออกข่าวมาตกลงเชื่อไม่ได้เลยสิครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วเป็นรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ท่านบอกคาดเดาไม่ได้ แต่ว่าท่านโพสต์ (Post) ให้ประชาชนเห็นว่า ๔ กลุ่มเป้าหมาย ๑ ล้านล้านบาทเป็นเป้าหมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วก็ใช้ ๑ ล้านคนจะกระตุ้นการลงทุนทั้งหมด ๒.๗ แสนล้านบาทก็มีข่าวออกมา ก็แสดงว่า มีเป้าหมาย แต่ว่าท่านไม่ได้บอกว่าคาดเดาไม่ได้🔗
ข้อที่ ๒ ก็คือว่าข้อเสียที่ผมได้พูดถึงไป การเปรียบเทียบ ผมตั้งใจถึงได้ เปรียบเทียบ ๓ ประเทศอย่างไรครับ ประเทศที่เสรีกว่าเรา กับประเทศที่เข้มงวดกว่าเรา เราต้องหาสมดุลตรงนี้ให้เจอ ไม่ได้บอกว่าเอาประเทศที่มีเงื่อนไขที่เสรีอย่างเดียว ก็เลย ยังไม่ได้รับคำตอบจากท่าน ไม่ว่าข้อเสียในเรื่องการที่จะเปิดโอกาสให้ต่างชาติมาฟอกเงิน หรือไม่ ในการเก็งกำไรหรือไม่ ในการที่จะมาทำให้คนไทยต้องมาเช่าชาวต่างชาติอยู่หรือไม่ ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ🔗
ข้อที่ ๓ เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำของที่ดิน ในขณะที่ท่านพยายาม จะช่วยชาวต่างชาติ ผมสมมุติฐานไปก่อนว่า ๑ ล้านคนตามที่ข่าวออก ตามที่เว็บไซต์ (Website) ของทำเนียบรัฐบาลออก แต่ในขณะที่ท่านต้องการทำอย่างนั้น ตัวเลขของพี่น้อง ประชาชนคนไทยเป็นอย่างนี้ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ของคนในประเทศไทยยังไม่มีที่ดินทำกิน ใน ๒๕ เปอร์เซ็นต์นั้น ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นของคนที่รวยที่สุด ๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วคนไทยจริง ๆ ที่เป็นคนธรรมดาที่มีที่ดินจริง ๆ แค่ ๒๐เปอร์เซ็นต์ของประเทศเท่านั้น ผมไม่เข้าใจว่า ท่านต้องการที่จะเรียงลำดับความสำคัญในเรื่องนี้อย่างไร เพราะว่าอย่างที่ผมบอก ๑ ล้านคน ก็ ๑ ล้านไร่ ถ้าท่านบอกว่ามีนโยบาย คทช. อยู่แล้ว นโยบาย คทช. บอกว่าจะทำ ๑๗ ล้านไร่ จากทั้งหมด ๓๒๐ ล้านไร่ ๑ ล้านไร่นี้ก็ไปเบียดที่ของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในที่ ส.ป.ก. ไปอยู่ในที่ราชพัสดุ ไปอยู่ในที่ทำประโยชน์สาธารณะ ไปอยู่ในที่นิคม ๑๔ ไร่ ไปอยู่ในที่ของ กระทรวงกลาโหม ซึ่งเขายังไม่มีโฉนดจนถึงทุกวันนี้ ไม่สามารถที่จะทำได้อย่างต่างชาติ ที่ท่านต้องการจะทำ ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมากไปอีกสำหรับคนที่มีสัดส่วนที่มีรายได้น้อย ที่ไม่มี กรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย อยากให้ท่านดูสไลด์ (Slide) นี้ครับ🔗
อันนี้มาจากกระทรวง พม. สำหรับสัดส่วนคนที่รายได้น้อยที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย ปี ๒๕๕๐ อยู่ที่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑ ใน ๕ ของคนจนไม่มีที่อยู่ พูดง่าย ๆ อย่างนั้นเลยครับ พอมาปี ๒๕๖๒ ๑๒ ปีต่อมา ตัวเลขนั้นกลายเป็น ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ๑ ใน ๓ นั่นเอง เพราะฉะนั้นผมไม่แน่ใจว่าคนที่ จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ คนที่จะอยู่ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีได้ เรียงลำดับความสำคัญ ในการกระจายที่ดินตรงนี้อย่างไร ให้ต่างชาติเข้ามาอยู่ได้ ถ้าเขาอยู่ในอีอีซี (EEC) ก็อยู่ไปได้ ๙๙ ปี ถ้าเป็นแอลทีอาร์ (LTR) คุณค่าของเขาอยู่ที่เม็ดเงินที่เขามาลงทุน สามารถซื้อและเป็น เจ้าของที่ดินได้ ถ้าเป็นเจ้าของเหมือง ถ้าเป็นเจ้าของเหมืองเข้าไปใช้ในที่ป่าได้ ถ้าเป็นเจ้าของ โรงงานปูนเข้าไปในที่ป่าได้ เงื่อนไขนี่น้อยมากอย่างที่ท่านพูด แต่ ส.ส. มานพ ของผม พี่น้อง ชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินไทยในที่ที่ไม่ได้เป็นป่าสงวน หรือว่าที่อุทยาน เงื่อนไขหนา ล็อกไปหมด หรือแม้แต่ พ.ร.บ. สุราก้าวหน้าเมื่อวาน เงื่อนไขในการล็อกเยอะเต็มไปหมด แต่พอให้กับต่างชาติเงื่อนไขมีอยู่ ๕ บรรทัด ผมก็เลยอยากจะถามท่านว่าในฐานะ รองนายกรัฐมนตรีที่คุมเศรษฐกิจ ว่ามุมมองในการเรียงลำดับความสัมพันธ์ การกระจายที่ดิน ให้กับพี่น้องประชาชนสามารถที่จะมีที่ดินอยู่ได้ก่อน หรือว่าการดูแลพี่น้องประชาชน ชาวชาติพันธุ์ พี่น้องในภาคเหนือ พี่น้องในภาคอีสาน พี่น้องในภาคใต้ให้มีที่ดินทำกินก่อน และสุดท้ายครับ ผมไม่เชื่อในการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบนี้ครับ แอลทีอาร์ (LTR) ก็ดี เศรษฐกิจพิเศษก็ดี อันนี้มันเป็นสิ่งที่ทำมา ๔๐-๕๐ ปีแล้ว โบราณมาก อย่างที่ผมเอารูปให้ดู ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ ก็มีแนวคิดแบบนี้แล้ว คือใครจะมาลงทุนในประเทศไหน เขาดูว่า อันที่ ๑ เลย มันมีเศรษฐกิจฐานรากในประเทศหรือเปล่า มันมีกำลังซื้อหรือเปล่า หรือกรุงเทพมหานครเป็นประเทศไทย ประเทศไทยเป็นกรุงเทพมหานคร จะเอาของ มาลงทุน จะขายก็ขายแค่อยู่ได้ไม่กี่เมือง แต่ว่าที่เหลือไม่มีการกระจายออก จะมาลงทุน ในประเทศไหนก็ต้องดูว่าประเทศนั้นปลอดภัยหรือเปล่า หรือว่าความเหลื่อมล้ำสูงจนต้อง กังวล มีแต่ปัญหายาเสพติดเต็มไปหมด จะมาลงทุนในประเทศไหนจะมาอยู่ในประเทศไหน ก็ต้องดูว่าประชากรสามารถสื่อสารกับเขาได้ พูดภาษาอังกฤษกับเขาได้ มีการศึกษา ที่เท่าเทียมทำให้คนสามารถที่จะเป็นพลเมืองโลกได้หรือเปล่า สิ่งที่ท่านอยากจะทำนั้น มันเป็นทางลัด ซึ่งโบราณมากย้อนหลังไป ๓๐-๔๐ ปี ตอนนี้ถามใครก็แล้วแต่อยากจะมา เอาอย่างนี้ดีกว่าผมจบอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมมีโอกาสได้คุยกับผู้ว่าการกรุงโซล เกาหลีใต้ ผมถามเขาบอกทำไมคนที่เป็นดีไซน์เนอร์ (Designer) เก่ง ๆ จากสแกนดิเนเวีย ก็อยากมาเกาหลีใต้ คนที่ทำซอฟต์แวร์ ยูเอสยูไอ (Software USUI) เก่ง ๆ ก็อยากจะมาอยู่ที่ กรุงโซล คนที่เป็นคนที่ถ่ายหนังเก่ง ๆ ที่จะทำให้เกิดซอฟต์พาวเวอร์ (Soft power) ในเกาหลี ก็อยากที่จะมาอยู่ที่กรุงโซล เพราะอะไรครับท่านผู้ว่า เขาตอบผมว่าอะไรรู้ไหม เขาตอบผม มาว่านโยบายของเขาคือการที่ทำให้เมืองโซลเป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับแม่บ้านหรือว่าพ่อบ้าน หรือว่าคู่สมรส แค่นั้นเลย มาถึงต้องมีโรงเรียน มาถึงต้องมีการคมนาคม ต้องปลอดภัย ต้องสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษด้วยกันได้ มีความเท่าเทียมกัน คนเท่ากัน นี่ต่างหากคือการ ที่จะลงทุน ไม่อย่างนั้นซอฟต์แวร์ เอนจิเนียร์ (Software Engineer) ที่เก่งที่สุดในซีแอตเทิล เขาเลือกที่จะไปอยู่ประเทศไหนก็ได้ ทำไมเขาจะมาเลือกอยู่ในประเทศที่มีแต่อันตราย ประเทศที่เขาไม่สามารถที่จะสื่อสารได้ แล้วก็ประเทศที่ไม่ได้มีสิ่งที่เป็นสิทธิมนุษยชน ขั้นพื้นฐานที่เขาต้องการ อันนี้ต่างหากคือวิธีทำเศรษฐกิจที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นผมต้อง ขอถามท่านครับ ในเรื่องการเรียงลำดับความสำคัญในการกระจายที่ดินเพื่อให้เกิดเศรษฐกิจ ฐานรากจริง ๆ ผมต้องเรียนถามท่านครับ สำหรับพี่น้องคนที่มีรายได้น้อย ที่ ๑ ใน ๓ ยังไม่มี บ้านอยู่ แต่ท่านกลับจะทำแบบนี้ ซึ่งผมคิดว่าไม่ได้เป็นผลดีสำหรับสังคมหรือเศรษฐกิจ แต่อย่างใด เรื่องนี้ผมขอค้านเต็มที่ครับท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอเชิญท่านรองนายก รัฐมนตรี คำตอบสุดท้ายครับ🔗
ก็ย้ำอีกทีหนึ่งนะครับ ไม่ใช่ว่าเรื่องคาดเดาไม่ได้ แอลทีอาร์ (LTR) เมื่อสักครู่ผมก็พูดไปแล้ว จะพูดอีกทีหนึ่ง เรียนท่านประธานสภานะครับ แอลทีอาร์ (LTR) เราตั้งเป้าไว้ ๑ ล้านคน ส่วน ๑ ล้านคนเขาจะมาอยู่แบบไหน จะไปเดาใจเขาคงไม่ทราบหรอก แล้วท่านไปประเมินว่าจะมาซื้อ ๑ ล้านไร่กันหมดนี่นะครับ ท่านก็ประเมินเอ็กซ์ตรีม (Extreme) อีก ซึ่งตรงนี้เองผมคิดว่าในส่วนนี้เอง ส่วนใหญ่แล้วเราก็เห็นกันอยู่แล้วว่าการเช่า การอยู่พักอาศัยในวิธีการอื่น ๆ มันมีอยู่แล้ว ๑ ล้านไร่เป็นทางเลือกหนึ่งแค่นั้นเอง แล้วมัน ก็ปรับจากส่วนที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน ไม่ได้มากมายอะไรเลย แล้วเราก็จำกัดคนกลุ่มเหล่านี้ แล้วท่านต้องเชื่อในประเทศไทย ถ้าท่านยังไม่เชื่อในประเทศไทย ว่าเราจะสามารถดึงดูด การลงทุนและอุตสาหกรรมใหม่เข้ามาในประเทศ ถ้ายังไม่เชื่อตรงนี้ แล้วท่านบอกวิธีการ ที่ทำขณะนี้เป็นวิธีทำที่เก่าและโบราณ ผมเชื่อว่าตรงนี้ท่านต้องทบทวน ไปศึกษา ว่ามันมีการ ลงทุนหรือการเข้ามาของการลงทุนใหม่ ๆ และมีคนที่สนใจที่จะเข้ามาในประเทศไทย และลงทุนในประเทศไทย แล้วมีคนอีกหลายล้านคนในต่างประเทศที่เขามองว่าประเทศไทย เป็นเมืองน่าอยู่น่าอาศัยอย่างที่ท่านได้กล่าวมา อย่าได้มองประเทศไทยในเชิงลบ มากจนเกินไป ทุกประเทศล้วนแต่มีปัญหา ผมเองรู้สึกว่าเราเองต้องยืนหยัดและเชื่อมั่นว่า ทุกวันนี้มันมีกระแสของการย้ายฐาน กระแสของการฟื้นฟู กระแสของการเติบโต มันเกิดขึ้น จริง ๆ และประเทศไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่จะได้รับโอกาสที่จะเป็นฐานในการผลิตใหม่ ๆ หรือฐานการลงทุนใหม่ ๆ นักซอฟต์แวร์ (Software) ที่ชั้นดังของโลก ท่านลองไปค้นหาใน ประเทศไทย มี ไม่ใช่ว่าไม่มี แต่ท่านต้องแสวงหา แต่เขาอาจจะไม่ใช่อันดับหนึ่ง และประเทศ ที่ท่านพูดมาอีกเช่นเดียวกัน อุตส่าห์ไปถึงเกาหลีใต้ ช่วยถามเขาสักนิดหนึ่งว่าเกาหลีใต้ ต่างชาติสามารถครอบครองอสังหาริมทรัพย์ได้หรือไม่ ไปถามให้ชัดเจน มีเงื่อนไขอย่างไร ยากกว่าเราอย่างไร ท่านไปสอบถาม และลองไปสอบถามประเทศทุกประเทศเลยว่าถ้าตัดเงื่อนไขเหล่านี้ที่ใน แอลทีอาร์ (LTR) มีอยู่ ถ้าตัดเงื่อนไขในเรื่องของการครอบครองที่มีอยู่ แล้วท่านจะได้เจอกับสิ่ง หรือประโยคที่ได้กล่าวมาหรือไม่ ผมเชื่อว่ามันเป็นอีกอย่างหนึ่งเลย เพราะฉะนั้นแล้วท่านไป ถูกประเทศ ลองไปหาอีกหลาย ๆ ประเทศ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และเขามีการ แยกแยะอยู่แล้วว่าสิ่งเหล่านั้นพื้นที่ที่เป็นของประชาชนดูแลอย่างไร พื้นที่ที่ต่างชาติจะเข้ามา จะมาซื้อขายอย่างไร และมีกฎ กติกาที่ชัดเจน การอยู่อาศัยต้องอยู่เป็นมิตร เป็นมิตรกับ ประชาชน อยู่ได้กับกฎหมายไทย อยู่ได้กับขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ไม่ได้มาทำ การเกษตร มาอยู่อาศัย ไม่ได้ทำมาหากิน มาอยู่อาศัย ถ้าเขาจะทำมาหากิน เขาก็ต้องไปมี ออฟฟิศ (Office) ของเขาเอง เขาจะต้องไปเช่าไปดำเนินการให้มีออฟฟิศ (Office) ของเขาเอง ต่างหากแยกออกไป แล้วถ้าเขาขาดคุณสมบัติเขาก็ไม่สามารถที่จะดำรงการเป็นเจ้าของพื้นที่ เหล่านี้ได้ มีการควบคุมชัดเจน และกฎ กติกาที่ค่อนข้างจะตึงนะครับ ผมเรียนตรง ๆ ว่าวันนี้ ประเทศไทยเรามีโอกาส มีศักยภาพ ก็ขอความร่วมมือ ขอทุก ๆ ท่าน ปัญหาที่ท่านพูดมา ความเหลื่อมล้ำ ปัญหาเรื่องยาเสพติด มีทุกประเทศครับ แต่ขอให้ได้ข้อเท็จจริง ขอให้ได้ ข้อมูลและไปเปรียบเทียบ กรุณาเปรียบเทียบประเทศไทยกับประเทศอื่น ๆ ว่าประเทศไทย เราเป็นเมืองน่าอยู่น่าอาศัยมากน้อยแค่ไหน และจงภูมิใจในประเทศของเรา วันนี้เราเดินหน้า ผ่านโควิด (COVID) เราเดินหน้าผ่านหลาย ๆ อย่างมาได้ สถานะ เสถียรภาพทางการเงิน เรายังอยู่ในสภาพที่ดี มีคนเข้ามาสนใจในการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัลเทคโนโลยี ไม่ใช่รายเล็ก ๆ เป็นรายระดับโลกระดับสำคัญทั้งสิ้น แต่ไม่น่าเชื่อว่าเรายังไม่มั่นใจ ยังมีข้อครหา ยังมีข้อค้างกันอยู่ ยกเรื่องอย่างนี้ขึ้นมา ผมเชื่อว่า ท่านไปประเทศไหนก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่เจริญแล้ว และพัฒนาอย่างที่ท่านชื่นชมกัน กฎ กติกาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแอลทีอาร์ (LTR) เรื่องของ การครอบครองที่ดิน มีการบริหารจัดการและผ่อนปรนมากกว่าประเทศไทย ขอบคุณครับ🔗
เหนือสิ่งอื่นใดต้องขอบคุณ ทั้ง ๒ ฝ่ายที่บริหารเวลาได้ ท่านรัฐมนตรีเกินไป ๑ นาทีเศษ ท่านพิธาขาดไปอีก ๒๘ วินาที ผมย้ำเรื่องนี้เสมอเพราะเวลาเป็นของมีค่า และใครเกินก็ไม่ใช่เกินของตัวเองนะครับ เกินของเพื่อนไป เพราะเวลาเป็นของส่วนรวม ก็ขอบคุณทั้ง ๒ ฝ่ายครับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๕๓๐ เรื่อง การติดประกาศภาพบุคคลที่มีหมายจับ ที่ทางราชการต้องการตัว (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้ตอบ🔗
สำนักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีแจ้งว่ากระทู้ถามนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม🔗
กระทู้ถามทั่วไปถามได้ ๒ ครั้ง พวกเราเข้าใจดีอยู่แล้ว ถามได้ ๒ ครั้ง ไม่ได้จำกัดเวลา แต่ว่าข้อบังคับกำหนดไว้ว่าต้องไม่มีลักษณะเป็นการอภิปราย ที่เราจะใช้ เวลามากตรงที่ว่าหลายท่านไม่สามารถปฏิบัติได้ในเรื่องนี้คือเป็นการอภิปราย ไม่ใช่เป็น กระทู้ถามไปครับ เพราะฉะนั้นท่านอาดิลันมีประสบการณ์ ๔ ปี ผมเชื่อว่าท่านเข้าใจเรื่อง เหล่านี้ ท่านรัฐมนตรีก็เช่นเดียวกันนะครับ ว่าต้องควบคุมเวลาด้วยเช่นเดียวกันครับ เชิญท่านอาดิลันครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา วันนี้ได้มีโอกาส ถามกระทู้เป็นกระทู้แรกของสมัยประชุมนี้ ต้องขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้ มอบให้ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตอบกระทู้ของผมในวันนี้ เรื่องติดประกาศภาพบุคคลที่มีหมายจับที่ทางราชการต้องการตัว ท่านประธานครับ ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ผมเองได้มีคำปรึกษาหารือในสภาผู้แทนราษฎร มีการตั้งกระทู้ถาม และในฐานะที่เป็นกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน มีประเด็นการติดภาพบุคคลที่มีหมายจับ ได้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง แต่จนวันนี้สภาพปัญหาก็ยังคงเดิม ขออนุญาตฝ่ายโสตนำภาพขึ้นได้เรื่อย ๆ เลยนะครับ🔗
อันนี้เป็นภาพหนึ่งซึ่งผมเคยสอบถาม ว่าเอาภาพหมายจับบุคคลไปติดที่สะพานลอยหน้าโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา หลังจากนั้น ก็มีการปรึกษาหารือ สอบถาม เชิญหน่วยงานมาชี้แจง ก็ได้มีการเอาลงไป ภาพต่อได้เรื่อย ๆ เลยครับ นี่คือภาพถ่ายของบุคคลที่มีหมายจับในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัด จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอนาทวี จะมีภาพบุคคลติดอยู่ จะมีมาตลอด แล้วก็มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมได้พูดในสภาแล้วก็มีการดำเนินการปลดป้ายภาพเหล่านี้ออก โดย กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ท่านประธานครับ จังหวัดชายแดนภาคใต้หลังจากเหตุการณ์ ความรุนแรง ปี ๒๕๔๗ ผู้ที่มีอำนาจในการควบคุมสถานการณ์ขึ้นอยู่กับ ผอ.รมน. ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในคือนายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งการ เป็นที่มาของการที่ผม ตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี แต่ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็มีส่วนเกี่ยวข้องเพราะท่านเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในกระบวนการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และการติดตามจับกุมตัวบุคคลมีหลากหลายวิธี ปัจจุบันนี้เราจะเห็นถึงพัฒนาการของ การดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในการพิสูจน์บุคคล แล้วก็ออกหมายจับ อยากจะนำเรียนต่อที่ประชุมว่าบุคคลที่เป็นเป้าหมายของทางราชการ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ภาพทั้งหมดที่ผมนำเสนอนั้นเป็นบุคคลที่มี หมายจับความผิดด้านความมั่นคง ไม่มีความผิดฐานอื่นนะครับ ประเทศไทยไม่ใช่มีเฉพาะ ความผิดฐานความมั่นคงอย่างเดียว แต่ไม่มีการติดหมาย ไม่มีการติดภาพเหล่านี้ เราลองย้อน นึกถึงความรู้สึกของคนในครอบครัว ของคนในตระกูลที่มีภาพของคนในตระกูล หรือคน ในครอบครัวที่มีนามสกุลเดียวกัน อาทิเช่น มีภาพของอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ติดอยู่ในภาพ เหล่านั้น คนในตระกูลอาลีอิสเฮาะจะคิดอย่างไร ที่อยู่ยะลา ปัตตานี นราธิวาส หรือสงขลา จะเป็นการประจานตระกูล ความรู้สึกของครอบครัว ของลูก ของภรรยา ของบิดา หรือมารดา ของคนที่ถูกกล่าวถึง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พยายาม บอกกล่าวหลายครั้ง แล้วก็ท่านแม่ทัพภาคที่ ๔ ท่าน พลโท เกรียงไกร ในขณะนั้นก็ได้มีคำสั่ง ให้ปลดป้าย ผมจะมีในคลิป (Clip) ด้วย สุดท้ายที่โฆษก รองโฆษกของกองทัพภาคที่ ๔ ได้มีการชี้แจงว่าได้มีการปลดป้ายไป ทีนี้กรณีอย่างนี้ในฐานะที่เป็นรัฐบาล จึงอยาก จะสอบถามว่ารัฐบาลเองได้มีนโยบายในการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลของประชาชนที่ไม่ได้ มีส่วนกระทำความผิด เพียงแต่เป็นบุคคลที่มีนามสกุล หรือมีสถานะเป็นภรรยา หรือมีสถานะ เป็นบุตร สถานะเป็นบิดาหรือมารดาหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับท่านประธาน คำถามที่ ๑ ครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรี ตอบคำถามที่ ๑ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา ท่านมีความห่วงใยพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครอบครัวของผู้ที่มีหมายจับ ประกาศที่สาธารณะ ผมเข้าใจครับ ว่าท่านอาดิลันเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เข้าถึง เข้าใจปัญหาของพี่น้องประชาชน และมีความห่วงใย คนในเขตจังหวัดที่อยู่ใกล้ตัวเอง และหรือเป็นเขตเลือกตั้ง ซึ่งอาจจะมีผลกระทบจากคนที่ นามสกุลเดียวกัน หรือบุคคลในครอบครัวของคนที่มีหมายจับตรงนั้น แต่ผมก็ได้รับรายงาน จากผู้ที่เกี่ยวข้องว่าหมายดังกล่าวนั้นที่ประกาศในที่สาธารณะมีผู้คนรับรู้หลากหลาย แต่หมายไม่ได้ประกาศไปทุกโซนในพื้นที่ที่ก่อความไม่สงบ แบ่งออกเป็น ๓ โซน (Zone) ในโซน (Zone) ที่ ๑ คือจังหวัดยะลา ในโซน (Zone) ที่ ๒ จังหวัดนราธิวาส ในโซน (Zone) ที่ ๓ จังหวัดปัตตานี รวมกับอีก ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา คืออำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ในแต่ละหมายดังกล่าวนั้นจะอยู่ในโซน (Zone) ใคร โซน (Zone) มัน ในขณะนี้มีภาพบุคคลที่ท่านอาดิลันได้กล่าวนั้นเหลืออยู่ประมาณ ๓๗๓ ภาพ และในการติดภาพดังกล่าวนั้นนับถึงจำนวนหมายจับทั้งหลาย ๑,๗๐๔ หมายจับ ในแต่ละบุคคลนี้ไม่ใช่มีแค่หมายเดียว อาจจะมี ๒ หมาย ๓ หมาย สุดแท้แต่ข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้น แล้วในการออกหมายต่าง ๆ เหล่านั้น ส่วนใหญ่ก็จะไม่ใช่มีพยานหลักฐานเป็นพยาน บุคคล จะเป็นพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ ในการออกหมายก็มีการตรวจพิสูจน์ข้อเท็จจริง และมีพยานหลักฐานเพียงพอเกี่ยวกับการเชื่อมโยงตัวผู้กระทำความผิด ยื่นคำขอต่อศาล ให้ศาลออกหมายจับ กฎหมายกำหนดว่าคำขอต้องปรากฏรายละเอียด สถานที่ วัน เดือน ปี และเหตุที่ต้องออกหมายจับระบุชื่อ หรือรูปพรรณของบุคคลที่ถูกหมายจับ ระบุความผิด ในสิ่งที่ได้ปรากฏว่ามีรูปหรือมีหมายต่าง ๆ เหล่านั้น ตามสถิติได้เห็นแล้วในรูปของคดีต่าง ๆ หรือหมายต่าง ๆ หรือการก่อการที่ก่อความไม่สงบนั้น มีสถิติที่ลดลง และพี่น้องประชาชน ได้เห็น ได้รู้ ก็จะไม่ให้ความร่วมมือกับผู้ที่มีภาพหรือมีหมายจับที่ประกาศออกมาตรงนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ปรากฏได้เห็นชัดเป็นตัวเลข และปรากฏในข้อเท็จจริงดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม การคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล การติดป้ายหรือประกาศหมายจับบุคคลโดยมีการระบุตำหนิ รูปพรรณ และมีการระบุชื่อ สกุล ลงในประกาศสืบจับ เป็นการดำเนินการตามกระบวนการ ยุติธรรมทางอาญา ซึ่งได้รับการยกเว้น มิต้องบังคับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ข่าวสารส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งการกระทำของเจ้าหน้าที่ก็เป็นการดำเนินการ เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย ในส่วนของ สิทธิส่วนบุคคลของบุคคลยังคงได้รับการคุ้มครองตามหลักสากล รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องทุกประการ ทั้งนี้ ผู้ที่มีชื่อและบุคคลในครอบครัวยังมีสิทธิในการได้รับ ความคุ้มครอง และอ้างหลักประกันทางกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของตัวเอง และภาครัฐ ได้ดำเนินการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชน และพันธกรณีสิทธิมนุษยชน ระหว่างประเทศให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ทั้งทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างต่อเนื่อง สร้างหลักประกัน สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยให้กับประชาชน ตลอดจน ส่งเสริมให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้อง กับมาตรฐานสากลต่อไป ในการดำเนินการต่าง ๆ เหล่านั้นที่ผมได้เรียนตั้งแต่เริ่มต้นว่า ท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นคนเข้าใจและเข้าถึงปัญหา ผมอยากจะหยิบยกศาสตร์ของ พระราชา เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชทานองค์ความรู้หลักการทรงงานตามแนวพระราชดำริ ในหลากหลายโครงการ เช่น โครงการฝนหลวง โครงการทฤษฎีใหม่ โครงการแก้มลิง และโครงการกังหันน้ำชัยพัฒนา รวมถึงกรอบความคิดแนวนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ และนโยบายการบริหารการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การเข้าใจคือเข้าใจในปัญหา การเข้าถึงคือเข้าถึงบุคคล คือทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐและประชาชนเข้าใจ เข้าถึง ซึ่งกันและกัน โดยการประสานงานของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านอาดิลันตรงนี้ ผมคิดว่าการดำเนินการต่าง ๆ จะทำให้เกิดผลดีทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ เมื่อเราเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น ในเรื่องของการปรับ ในเรื่องของการประกาศหมายต่าง ๆ เหล่านั้น ผมคิดว่า ในอนาคตข้างหน้าคงมีทางออกที่ดี ที่ความตั้งใจของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในกฎหมายหลาย ๆ ฉบับที่กระทรวงยุติธรรมได้ให้ดำเนินการตรงนี้ ผมคิดว่าเป็นไปได้ครับ ขอตอบคำถามข้อแรกเท่านี้ก่อนครับ🔗
เชิญคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ได้นำเรียนให้ทราบถึงแนวนโยบาย แนวปฏิบัติ สำหรับผู้ที่จะได้ใช้ในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีด้วยว่าข้อสั่งการของทางผู้บริหารเป็นสิ่งจำเป็น เช่นเดียวกันที่จะต้องส่งถึง ส่งต่อให้กับผู้ปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อจะได้ทราบถึงเจตนารมณ์ เจตจำนง เพราะจังหวัดชายแดนภาคใต้มีแผน ตามแผนของรัฐบาลนะครับ ไม่ใช่แผนของผม แผนของรัฐบาลบอกว่าปี ๒๕๗๐ จะมีการยกเลิกการบังคับใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน นั่นหมายถึงว่า การจะใช้กฎหมายอาญาปกติสำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมารัฐบาลเองพยายามที่จะให้มีการเจรจากับกลุ่มผู้เห็นต่าง หรือที่เขาใช้ คำว่ากระบวนการเจรจาเพื่อสันติภาพ ฉะนั้นการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้เป็นเครื่องมือสำคัญยิ่ง จะเป็นสิ่งที่จะหนุนเสริมกระบวนการเจรจาสันติภาพในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ เมื่อสักครู่นี้ท่านได้บอกต่อที่ประชุมแล้วว่าพยายามใช้กฎหมายอย่างไร เพื่อจะเป็นการหนุนเสริมอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน มีอีกหลายเรื่องที่ผมเองในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และในอดีตได้ทำหน้าที่ เป็นทนายความด้านกฎหมายอยู่ด้วย เราเห็นว่ามันมีความจำเป็นที่เราจะมีกฎหมายบางฉบับ หรือมีกระบวนการทางอาญาบางประเภทที่ยังคงจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขเพื่ออำนวย ความยุติธรรมให้กับประชาชน ไม่ได้เข้าข้างผู้กระทำความผิด ไม่ได้เข้าข้างผู้ที่คิดร้าย กับบ้านเมือง แต่เป็นการอำนวยความยุติธรรมและยืนยันกับประชาชนคนไทย โดยเฉพาะ คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่ารัฐให้ความเป็นธรรมโดยไม่ได้เลือกปฏิบัติกับพี่น้องประชาชน จึงอยากจะสอบถามเพิ่มเติมนะครับ หากท่านมีข้อมูลเพิ่มเติมที่จะนำเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ ว่ารัฐบาลเองมีนโยบายสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในทุกมิติ ของภารกิจที่ปฏิบัติ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามเจตนารมณ์เพื่อหนุนเสริมกระบวนการ เจรจาเพื่อสันติภาพหรือไม่ อย่างไร ขอทราบเป็นคำถามที่ ๒ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ กลไกในการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติ รัฐบาลมีคณะกรรมการ อำนวยการพูดคุยเพื่อสันติ โดยมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีเลขาธิการสภา ความมั่นคงแห่งชาติเป็นเลขานุการ และในคณะที่รองลงมา คณะพูดคุยเพื่อสันติ โดยมี พลเอก วัลลภ รักเสนาะ เป็นหัวหน้าคณะ แล้วก็รองลงมาอีกคณะกรรมการประสานงาน ในระดับพื้นที่ โดยมีแม่ทัพภาค ๔ ผอ.กอ.รมน. ภาค ๔ เป็นหัวหน้าคณะในการดำเนินการ ในการใช้บุคลากรที่สำคัญในพื้นที่ในการดำเนินการต่าง ๆ เหล่านั้น แต่ผมอยากจะเรียน ท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านอาดิลันว่าในการเสนอกฎหมายของ สภาผู้แทนราษฎรเรานี้ มีกฎหมายสำคัญอยู่ ๒ ฉบับที่อาจจะเป็นแนวทางในการเปรียบเทียบ ในเรื่องของการปิดประกาศหมาย ผมอยากจะได้นำเสนอให้ทราบมีราชกิจจานุเบกษา ประกาศเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ฉบับที่ ๑ พ.ร.บ. ป้องกันการกระทำ ความผิดซ้ำที่เกี่ยวกับเรื่องเพศและความรุนแรง และ พ.ร.บ. มาตรการป้องกันและ ปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย เป็นฉบับที่ ๒ ในฉบับที่ ๒ นี้น่าจะมี ความเกี่ยวพันและจะประกาศใช้ในวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ซึ่งจะพูดถึงเรื่องของการ ทรมาน และความโหดร้าย และทำให้บุคคลสูญหาย ในเรื่องทรมานและทำให้บุคคลสูญหายนั้น จะมีโทษกับราชการที่ทำให้บุคคลที่เกิดทั้งทรมานและสูญหายโทษ ๕ ปีถึงตลอดชีวิต และปรับ ๑๐๐,๐๐๐ ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ในประเด็นของความโหดร้ายมีโทษจำคุก ๓ ปีและปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้มีการแปรญัตติเพิ่มในประเด็น ของความโหดร้ายตรงนี้เข้าไป และความโหดร้ายก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ว่าเราจะเอา บรรทัดฐานตรงไหนในกฎหมายของเรา แม้แต่ยูเอ็น (UN) ยังไม่มีคำนิยามในเรื่องของความ โหดร้ายตรงนี้ ซึ่งเราคิดว่าในเรื่องของการกระทำของเจ้าหน้าที่ที่ทำร้ายต่อจิตใจของผู้คน พี่น้องประชาชนที่มีผลกระทบต่อในเรื่องของการประกาศดังกล่าว ทางจิตใจ ทางร่างกาย หรือเนื้อตัวอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งนะครับ ถ้ากฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ซึ่งอาจจะเป็นช่วงปลายของ สภาผู้แทนราษฎรของเรา ก็อาจจะมีการพลิกฟื้นหรือปรับเปลี่ยนแนวทางของการปฏิบัติ บางส่วนที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านอาดิลันได้กรุณาให้ความสนใจมาโดยตลอด เพราะว่าคำนิยามของความโหดร้ายมันอาจจะเป็นเรื่องที่ท่านบอกว่าผู้คนในนามสกุลนั้น เห็นชื่อ นามสกุล มันเป็นเรื่องของคนที่ใกล้ตัวของเรา มันอาจจะมีความกระทบกระเทือน จิตใจมากมาย มันอาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของกฎหมายใน ๒ ฉบับนี้ แล้วก็จะมีผล และในขณะที่ท่านก็ได้เป็นทนายความ ท่านอาจจะใช้ความรู้ความสามารถของท่านตรงนั้น ได้แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในส่วนที่มีผลกระทบกับในเรื่องต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ในวันนี้การดำเนินการของทางราชการก็ถือว่าได้ดำเนินการให้สอดคล้องกับสิทธิมนุษยชน และกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ผมเชื่อว่าถ้าเราใช้ศาสตร์พระราชา เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ต่าง ๆ เหล่านั้นทำร่วมกันไป ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องของหมายประกาศหรือว่า การแก้ไขปัญหาโดยรวมแล้ว ผมคิดว่าสามารถทำได้ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เราใช้เวลา ประมาณ ๒๑ นาทีเศษ จบคำถามสุดท้ายครับ🔗
๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๕๓๑ เรื่อง การติดตามความคืบหน้าในการแก้ไข ปัญหาระบบสาธารณูปโภคของพี่น้องประชาชนสัตหีบ จากการพัฒนาโครงการเขตพัฒนา พิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะการให้บริการไฟฟ้า การก่อสร้างถนน การให้บริการ ประปา การแก้ไขปัญหาขยะ รวมถึงแนวทางการกระจายรายได้ให้กับประชาชนสัตหีบ (นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน เป็นผู้ตอบ🔗
สำนักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามนี้นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม ท่านรองนายกรัฐมนตรีมาแล้วนะครับ ขอเชิญท่านสะถิระครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ขอบพระคุณท่านประธานที่ให้ผมได้มีโอกาสเป็นกระทู้ต้น ๆ ของสมัยประชุมนี้ ในการตั้งกระทู้ถามในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบที่มีผู้อาศัยอยู่เกือบ ๑๗๐,๐๐๐ คน หรือประชากรแฝงรวม ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ คน เพราะว่าการพัฒนา เมืองนั้นหรือที่เรียกว่าอีอีซี (EEC) เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เราสร้างรายได้ ให้กับประเทศ แต่เราจะสร้างรายได้ให้กับคนพื้นถิ่น คนสัตหีบหรือไม่ อย่างไร วันนี้ก็เป็น โอกาสที่ดีที่ผมจะนำความเดือดร้อนของพี่น้องอำเภอสัตหีบฝากท่านประธานสภาผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี แล้ววันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ก็เสียใจนิดหนึ่งครับ จริง ๆ ก็อยากจะฟัง จากท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบ แต่ก็ไม่เป็นอะไรที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุพัฒนพงษ์ มาตอบอีกครั้งหนึ่งในปัญหาการพัฒนาว่าเราจะอุดช่องโหว่อย่างไร แล้วเราจะพัฒนาอย่างไร กับอำเภอที่อยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกที่สุด เราเป็นอำเภอที่ใกล้สนามบิน นานาชาติอู่ตะเภาที่สุด ใกล้จุดรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบินที่สุด ใกล้ท่าเรือ เกาะเสม็ดที่สุดของประเทศไทย ผมมีทั้งหมด ๘ ประเด็นคำถาม ๑ คำถามจะแบ่งเป็น ๔ ประเด็น อีกคำถามก็จะเป็นอีก ๔ ประเด็น เพราะว่านโยบายเขตพัฒนาเขตพิเศษ ภาคตะวันออก ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑-๒๕๖๕ มีการสร้างความเดือดร้อนอย่างไรบ้าง ประเด็นที่ ๑ ถึงประเด็นที่ ๔ เรื่องระบบสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า ประปา การพัฒนาศักยภาพ ของระบบสาธารณสุข อันนี้ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง โรงพยาบาลทั้ง ๓ โรงพยาบาลของอำเภอ สัตหีบ ๑. โรงพยาบาลสัตหีบ กม. ๑๐ ๒. โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ๓. โรงพยาบาล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเพราะว่าท่านพัฒนาเมืองนี้ให้เป็น อีอีซี (EEC) สัตหีบก็ต้องเป็นเมืองของอนาคต การศึกษาสำหรับเยาวชนลูกหลานของพี่น้อง อำเภอสัตหีบหรือจังหวัดชลบุรี ปัญหาไฟฟ้าครับ ขอสไลด์ (Slide) หน้าแรกครับ🔗
ท่านประธานครับ ไฟฟ้าสัตหีบ มีการบริการโดยกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ ปัญหาเราเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง ไฟฟ้าตกบ้าง ดับบ้าง แล้วที่สำคัญการขยายเขตไฟฟ้า เราอยู่เป็นพื้นที่ที่ใกล้ชิดอีอีซี (EEC) ที่สุด ถ้าไปบอกชาวต่างชาติ ชาวต่างชาติจะงงว่าทำไมเราลงสนามบินมาบ้านหลังนี้ พื้นที่ตรงนี้ ยังไม่มีไฟใช้ เราจะตอบนักลงทุนต่างชาติอย่างไร อันนี้เป็นสิ่งที่ฝากท่านประธานไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วยครับ และที่สำคัญท่านเห็นในสไลด์ (Slide) ไหมครับ เราจะเป็น สมาร์ต ซิตี (Smart City) ท่านวางแผนว่าสัตหีบจะเป็นสมาร์ต ซิตี (Smart City) แต่ตอนนี้ ยังไม่เป็นนอร์มอล ซิตี (Normal City) เลย ตอนนี้เราอยู่อันเดอร์ นอร์มอล (Under Normal) อยู่ ถามว่าเพราะอะไร ผมเห็นนะครับ รอบสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ท่านวางแผนไปแล้ว ที่นำเสาไฟฟ้าลงดินรอบสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา แต่นี่คือรอบเมืองสัตหีบ เสาไฟฟ้า สายไฟ สายสัญญาณต่าง ๆ ยังเป็นลักษณะเช่นนี้ เราเรียกว่าสมาร์ต ซิตี (Smart City) ไม่ได้ ผมมองอย่างนี้ นักลงทุนจะมองว่าเราสร้างภาพหรือไม่ถ้าเขาเข้ามาในเมือง แล้วรอบเมือง สนามบินดูสะอาดเหลือเกิน แต่ในเมืองสัตหีบสายไฟฟ้ายังเป็นแบบนี้เลย ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่อีอีซี (EEC) ต้องพัฒนาเมืองสัตหีบของผมด้วยและของพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
ต่อไปเป็นเรื่องของการขยายเขตประปา อันนี้จะรวมกัน สัตหีบไม่มีพื้นที่ ต้นทุนน้ำดิบเป็นของตัวเอง อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ เรามีอ่างเก็บน้ำห้วยตู้ ๑ และอ่างเก็บน้ำ ห้วยตู้ ๒ เท่านั้น ๓.๔ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วมีคลองบางไผ่ ซึ่งเป็นการดูแลของกองทัพเรือ เราจะผันน้ำมาเป็นน้ำประปาอย่างไร ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี ด้วยว่าเราจะผันน้ำอย่างไร โดยพื้นที่รอบข้างไม่ว่าจะเป็นหนองข่า คลองบางไผ่ หรือคลอง ยายร้า หรือจะเป็นหนองชาก แล้วก็มาบฟักทอง รวม ๆ แล้วที่ผมกล่าวไป ๔ อ่างเก็บน้ำ ประมาณ ๒๐-๓๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ถ้าจะเป็นการเร่งด่วน ภัยแล้ง ๓ ปีที่ผ่านมาไม่น่าจะ เกิดขึ้นอีกในพื้นที่อำเภอที่ใกล้ชิดอีอีซี (EEC) ที่สุดในประเทศไทย ระบบสาธารณูปโภค ท่านทำอย่างไร ท่านเพิ่มศักยภาพให้เขาสิครับ ท่านมีงบบูรณาการ ท่านมีโครงการ พื้นที่ อำเภอสัตหีบเป็นพื้นที่ที่ท่านบอกว่าจะเป็นสมาร์ต ซิตี (Smart City) ผมบอกได้เลยว่า ตอนนี้อย่าว่าแต่สมาร์ต (Smart) เลยครับ ขอให้อำเภอสัตหีบของผมเป็นนอร์มอล ซิตี (Normal City) ก่อน เพราะตอนนี้เราอันเดอร์ นอร์มอล (Under Normal) อยู่ เพราะเรา อยู่ใกล้ชิดที่สุด การก่อสร้างการพัฒนาสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน สัตหีบซึ่งเป็นคนพื้นถิ่นเป็นอย่างมาก🔗
ประเด็นต่อไป เรื่องศักยภาพของโรงพยาบาลสัตหีบ กม. ๑๐ โรงพยาบาล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ประชากร ๑๗๐,๐๐๐ คน ไม่รวม ประชากรแฝง เป็น ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ท่านที่อาศัยอยู่ในอำเภอสัตหีบ ปัจจุบันเรายัง อยู่ในระดับเอฟ (F) โรงพยาบาลชุมชนที่บ้านเราเรียกว่าโรงพยาบาลสัตหีบ กม. ๑๐ เรายังอยู่ในระดับเอฟ (F) แต่เราต้องการที่จะผลักดันให้เป็นระดับเอ็ม ๒ (M2) ทำอย่างไร ตรงนี้ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วยว่าระบบสาธารณสุขนั้นเราได้รับ การบริการไม่เพียงพอโดยเฉพาะช่วงโควิด (COVID) ที่ผ่านมา บุคลากร พยาบาลเราขอไป ๑๕ ท่านเราก็ยังไม่ได้มา พยาบาล ๑ ท่านต้องดูแลพี่น้องประชาชนถึง ๓๐๐ คนเป็นประจำ โดยเฉพาะวันจันทร์ถึงวันพุธ แพทย์เรามีประจำเพียง ๒-๓ ท่านเท่านั้น แพทย์เฉพาะทาง เราก็ไม่มี นี่คือสิ่งที่เราจะบอกว่าอะไร เราคือในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก แต่การดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่เขาอยู่มาก่อนแล้ว ผมเกิดที่สัตหีบ ผมอยู่ที่สัตหีบ มาก่อนแล้ว กลับมาดูให้เห็นบ้านเมืองพัฒนา แต่ตัวเราได้อะไร เขาตั้งคำถามครับ ประชาชน ตั้งคำถามว่าประเทศได้ แต่สัตหีบได้อะไร ท่านต้องตอบพี่น้องประชาชนสัตหีบให้ได้ด้วยครับ แล้วยังมีโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของกองทัพเรือ ผมทราบว่า ท่านจะพัฒนาเป็นศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินด้วย แล้วการพัฒนารองรับอีอีซี (EEC) ด้วย แต่จะใช้ได้เฉพาะครอบครัวทหารเรือหรือไม่ อย่างไร เป็นความเห็นส่วนตัวและของพี่น้อง ประชาชนอีกหลายพันคนอีกหลายหมื่นคนในอำเภอสัตหีบว่าควรจะผลักดันเป็นโรงพยาบาล ร่วมกันระหว่างพลเรือนและข้าราชการทหารเรือ และสุดท้ายโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ สถานที่แห่งนี้มันมีสถานที่หนึ่งเรียกว่าบ้านพักพิงระยะสุดท้าย ตรงนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่ผมลงเยี่ยมพื้นที่ แล้วเราเห็นว่าผู้ป่วยระยะสุดท้ายเขาไม่มีที่พักพิง โรงพยาบาล อาภากรเกียรติวงศ์แห่งนี้ละครับที่จะเข้านำเป็นผู้ป่วยระยะสุดท้ายให้กับทางจังหวัดชลบุรี และเรื่องการศึกษา ทุกปีจะต้องมีผู้ปกครองมาบอกว่านักเรียนไม่สามารถเข้าโรงเรียนได้ ทั้งระดับประถม มัธยม เราไม่มีสถานศึกษาที่เพิ่มเติม ฝากท่านประธานไปยังท่านรอง นายกรัฐมนตรีด้วยว่าเราจะเพิ่มห้องเรียนอย่างไร เราจะเพิ่มสถานที่ศึกษาอย่างไร เพราะปัจจุบันนี้นักเรียนในพื้นที่สัตหีบยังไม่มีสถานที่เล่าเรียนอย่างเพียงพอ คำถามแรกครับ ๔ ประเด็นนี้ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า ประปา ระบบสาธารณสุข โรงพยาบาลสัตหีบ กม. ๑๐ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ แล้วก็ระบบการศึกษา ระดับอนุบาล ประถม มัธยม รวมถึงข้าราชการที่ต้องเพิ่มอัตราข้าราชการครูและอัตรา เงินเดือนของครูสอนต่างชาติ ว่าท่านมีแนวทางบูรณาการงบประมาณอีอีซี (EEC) หรือ โครงการอีอีซี (EEC) นี้เพื่ออำเภอสัตหีบอย่างไร ขอคำถามแรกครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านรองนายก รัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านสะถิระ ก็ต้องชื่นชมในตัวท่านสะถิระนะครับ เพราะว่าเป็นการติดตามการทำงานของรัฐบาลมาโดย ตลอด กระทู้ถามของท่านก็เป็นกระทู้ถามเพื่อประโยชน์ของประชาชน แล้วก็ คราวที่แล้วท่านก็พูดถึงจังหวัดชลบุรี ซึ่งคราวนี้ก็เป็นเรื่องแคบลงมานิดหนึ่ง ในเรื่องของ พี่น้องอำเภอสัตหีบ ผมก็อยากจะเรียนในประเด็นที่ ๑ ในเรื่องของกระแสไฟฟ้า จากข้อมูล ที่ท่านได้นำเสนอเป็นกระทู้ขึ้นมานี้ผมก็ไปตรวจสอบ ด้วยระยะเวลาอันสั้น ต้องขอ ประทานโทษด้วย แต่ว่าข้อมูลที่ได้รับมาสำหรับการดูแลอัตราค่าไฟฟ้า ที่เรียนว่าเขตอำเภอ สัตหีบไม่ได้รับการดูแล อันนี้ผมไปติดตามให้แล้วนะครับ ก็ได้รับการดูแลในส่วนที่ใช้ต่ำกว่า ๕๐๐ หน่วยต่อเดือนตามเกณฑ์ที่รัฐบาลได้ประกาศกับอำเภออื่น ๆ เช่นเดียวกัน ในเรื่องของ คุณภาพเรื่องของไฟฟ้ามีจริง เรื่องแรงดันตกชั่วคราว ปี ๒๕๖๕ ๖ ครั้งจากฟ้าผ่าและการ ลัดวงจร แล้วก็มีข้อร้องเรียนหลายข้อ ในปี ๒๕๖๔ ๗๘ ครั้ง แล้วก็ในปี ๒๕๖๕ ๖๗ ครั้ง แต่ก็ได้รับการแก้ไขทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ในทั้ง ๒ ปี เมื่อนำคุณภาพของไฟฟ้าของ อำเภอสัตหีบไปเปรียบเทียบกับอำเภออื่น ๆ ได้รับการยืนยันจากคณะกรรมการกำกับกิจการ พลังงานว่ามาตรฐานนี้ก็ยังอยู่ในมาตรฐานที่กำหนดอยู่ นี่คือปัจจุบัน ต้องเรียนก่อนนะครับ นี่คือปัจจุบัน แต่ในอนาคตอำเภอสัตหีบก็ต้องดีกว่านี้ เพราะถือว่าอำเภอสัตหีบก็จะเป็น เมืองที่สำคัญอีกเมืองหนึ่งที่จะมีฐานของตัวสนามบินใหม่ที่จะเกิดขึ้น ในอนาคตจะมีการ ก่อสร้างสถานีแรงสูง ๒ สถานีสายส่ง สถานีไฟฟ้าในการจำหน่าย โดยกองทัพเรือส่วนหนึ่ง ในกองทัพเรือก็จะมีการเชื่อมโยงให้เกิดเสถียรภาพของการจำหน่ายหรือจัดส่งไฟฟ้าได้ เสถียรขึ้น เชื่อมโยงของสถานีที่ ๒ สถานีที่ ๓ และสถานีที่ ๔ ตรงนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จ ในปี ๒๕๖๕ คำว่าเสถียรภาพก็หมายถึงว่ามีการยกระดับของแรงดันไฟฟ้าที่จะซัปพลาย (Supply) เข้ามาในอำเภอสัตหีบหรือระบบของในอำเภอสัตหีบสูงถึง ๑๑๕ กิโลโวลต์ หรือเควี (KV) แล้วก็ระดับอีกระดับหนึ่งก็คือระดับ ๒๒ ยิ่งสูงก็ยิ่งเสถียร อันนี้หลักคร่าว ๆ ส่วนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจะสร้างสถานีไฟฟ้าแห่งใหม่อีกเลยให้ด้วย จะอยู่ ใกล้ ๆ กัน อาจจะไม่ได้อยู่ในอำเภอสัตหีบทีเดียว แต่ก็อยู่ในเขตบางละมุง เขตจังหวัดระยอง แต่ก็เชื่อมโยงกันมา เพื่อให้มั่นใจว่าระบบเครือข่ายมีความเข้มแข็งมากขึ้น อันนี้เป็นระดับ แรงดันสูงถึง ๒๓๐ เควี (KV) ๒ แห่ง จะเสร็จในปี ๒๕๖๗ และปี ๒๕๖๘ ตรงนี้เองก็เพื่อ ให้เกิดความมั่นใจว่าในอนาคตมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น อาจจะต้องรอสักนิดหนึ่ง ปี ๒๕๖๗ และปี ๒๕๖๘ แต่ในส่วนของที่จะมีความต้องการเพิ่มขึ้นของโครงการภายใต้สนามบิน อู่ตะเภาอะไรต่าง ๆ ก็มีผู้ดำเนินการที่เป็นภาคเอกชน อันนั้นก็จะทำให้เพียงพอในส่วนนี้ และมีเสถียรภาพมากขึ้น ไม่ได้มากินในส่วนของการอยู่อาศัย ส่วนรูปลักษณ์ รูปลักษณ์ต่าง ๆ ผมต้องเรียนด้วยความเคารพว่ามีอยู่ในแผน แต่มันจะช้าสักนิดหนึ่ง ก็ต้องมุ่งเน้นการพัฒนา สนามบินให้สำเร็จเสียก่อน เพราะในสนามบินหน้าตาเป็นอย่างที่ท่านสะถิระว่านะครับ ก็จะเป็นการลงดินทั้งหมด ส่วนในของพื้นที่ที่อยู่อาศัยของชาวบ้านก็คงจะต้องมีการปรับปรุง และใช้เวลา แล้วก็ต้องติดตามเรื่องงบประมาณกันต่อไปในส่วนนี้นะครับ ส่วนเรื่องของประปา เป็นที่ทราบกันดีว่าภูมิประเทศของอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ไม่ได้มี แหล่งน้ำธรรมชาติอย่างเพียงพอ อย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ท่านสะถิระ ได้กล่าวมา ก็ประสบปัญหาอยู่หลายที่ ในเขตที่ดูแลโดยกองทัพเรือก็ค่อนข้างจะเสถียร พอสมควร แต่ก็ยังมีบางพื้นที่ที่ยังไม่ทั่วถึง ตอนนี้ภาครัฐอยู่ในระหว่างการก่อสร้างระบบ เชื่อมโยงแหล่งน้ำจากภายนอก ก็มีการปรับปรุงของการประปาส่วนภูมิภาค ชลบุรี พนัสนิคม พานทอง ท่าบุญมี แล้วก็ของที่บ้านฉางด้วยซึ่งไม่ไกลจากทางอู่ตะเภา แล้วก็ทางสัตหีบ ดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ใช้เงินงบประมาณเยอะทีเดียว ๔,๓๐๐ กว่าล้านบาท ก็ต้องรอ อีกสักนิดหนึ่ง วันนี้ไปถึง ๗๕-๘๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว คาดว่าอีกไม่นานก็น่าจะแล้วเสร็จ ก็จะเสถียรภาพมากขึ้น มีเครือข่ายที่เชื่อมโยงมากขึ้น โดยในส่วนของตัวอำเภอสัตหีบเอง ก็มีการจัดสรรงบประมาณที่ห้วยตู้ ๔๙.๕๒๕ ล้านบาท ก็จะช่วยทำให้เครือข่ายของอำเภอ สัตหีบกว้างขวางขึ้นทั่วถึงขึ้น ทรัพยากรภาคตะวันออกโดยอีสท์ วอเตอร์ ก็มีอีก ๑๒ โครงการ ในอำเภอสัตหีบ เพื่อที่จะขยายเครือข่ายซอยบ่อนไก่ บ่อนไก่มีหลายบ่อนไก่ มีบ่อนไก่ ๙ ด้วย แล้วก็ตัวบ่อนไก่หลักเอง และตัวถนนซอยเขาหมอน พลูตาหลวง อยู่ดีมีสุข และหลาย ๆ ที่ ตรงนี้ก็มีการขยายเครือข่ายจากบริษัทต่าง ๆ และนอกจากนั้นเราเองก็เป็นห่วง ห่วงเหมือน ท่านสะถิระ เพราะเราก็ติดตาม ท่านก็ถามในเรื่องของชลบุรีมาแล้ว วันนี้เราก็เชื่อว่าวันนี้ ท่านต้องถามเรื่องสัตหีบ ก็เลยไปดูว่าแหล่งน้ำบาดาลที่สัตหีบมีไหม ก็พบว่าเจาะไปแล้ว มีโอกาสที่จะมีแหล่งน้ำบาดาลในขนาดที่พอสมควร ตอนนี้ผลสำรวจออกมาก็ ๓ แหล่ง ที่ฐานทัพเองก็มีศักยภาพ ซึ่งก็มีฟาซิลิตี (Facility) สิ่งอำนวยความสะดวกที่จะยกระดับ นำน้ำบาดาลมาเสริมได้อีกทางหนึ่งนะครับ🔗
ในเรื่องของสาธารณสุข ต้องเรียนสั้น ๆ อย่างที่ท่านว่า ท่านเป็นห่วงเรื่อง โรงพยาบาลทหารเรือจะใช้เฉพาะทหารเรือหรือไม่ที่อยู่ในเขตของกองทัพ อันนี้ก็ต้อง เรียนตรง ๆ ว่าทางกระทรวงกลาโหมมีนโยบายที่จะอยู่คู่กับประชาชนที่อยู่ในบริเวณ ฐานทัพอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ที่จะพัฒนาขึ้นมาให้มีเป็น ศูนย์การแพทย์ก็จะรองรับภาคประชาชนอีกด้วย แล้วก็จะมีโครงการโรงพยาบาลศูนย์อื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงอยู่ในส่วนหนึ่งของอีอีซี (EEC) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอำเภอปลวกแดง วันนี้กำลังพิจารณาดูอยู่ว่าจะมีที่จังหวัดระยองหรือไม่ที่จะพัฒนาเป็นศูนย์การแพทย์ อีกอันหนึ่งที่ร่วมกับทางโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เพื่อที่จะให้มีการพัฒนาสร้างบุคลากร ให้เพียงพอเพิ่มเติมกลับไปอีกด้วย ตรงนี้ก็ได้ดำเนินการนะครับ🔗
ส่วนเรื่องของไฟฟ้าอะไรที่เป็นรูปลักษณ์ อย่างที่ผมเรียนนะครับ ก็มีแผน อยู่แล้ว ทางกิจการสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ ถ้าอยู่ในเขตตรงนั้นก็มีแผนที่จะเอาไฟฟ้า ลงดินอยู่แล้วนะครับ ตรงนี้ก็รอระยะเวลาสักนิดหนึ่ง เราค่อย ๆ มันจำเป็นจริง ๆ ในเรื่อง ของงบประมาณจะต้องมีการจัดสรร🔗
ในส่วนของการศึกษา ผมเองก็ต้องเรียนตรง ๆ ว่าตรงนี้เดี๋ยวผมรับไปนะครับ จะไปหารือกับทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แต่อยากจะให้มั่นใจได้ว่า เรามีความเชื่อ ทางอีอีซี (EEC) ทางผู้ดำเนินการมีความเชื่อและอยากจะผลักดัน ผลักดันให้ บุคลากรในเขตอีอีซี (EEC) ได้มีงานทำ มีรายได้ที่ดี และมามีส่วนสร้างสังคมในอีอีซี (EEC) ด้วย สัตหีบเป็นอีกอำเภอหนึ่งที่ได้รับการจัดทำเป็นต้นแบบที่เรียกว่าสัตหีบโมเดล (Sattahip Model) โดยอาศัยวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบและโรงเรียนสิงห์สมุทรที่จะเป็นต้นแบบ ตรงนี้ เดี๋ยวรายละเอียดผมมากล่าวในข้อถัดไป ในเรื่องของการสร้างอาชีพ การกระจายรายได้ ในคำถามแรกก็คงขออนุญาตตอบในชั้นนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
คำถามที่ ๒ ขอเชิญครับ บริหารเวลาด้วยนะครับ เราใช้เวลามาเกือบ ๒๐ นาทีแล้ว ขอเชิญครับ🔗
ขอบพระคุณครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ขอบคุณสำหรับคำชี้แจงของท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ โดยเฉพาะ ในเรื่องของไฟฟ้า ผมก็จะรอ ชาวสัตหีบก็จะรอคอยเสาไฟฟ้าลงดินรอบเมือง เราก็จะรอ หวังว่าสิ่งนี้จะเป็นไปได้ สำหรับความเดือดร้อนที่การพัฒนาอีอีซี (EEC) ทำให้พี่น้อง ประชาชนสัตหีบ เรื่องตกไปก็จะมีอยู่ ๔ ประเด็น โดยเฉพาะในเรื่องของเมื่อเราสร้างถนน เสร็จแล้ว เพราะตอนนี้มีการก่อสร้างถนนรอบเมืองครับ ทีนี้การประสานงานระหว่าง กรมทางหลวง ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบลหรือแม้กระทั่ง องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ซึ่งวางผังเมืองใหม่ ฝากผ่านท่านประธานไปถึงท่านรอง นายกรัฐมนตรี เพราะว่าจุดเดิมท่วมอยู่แล้วยังแก้ไม่ได้ จุดใหม่มาอีกแล้วครับ ขอสไลด์ (Slide) ที่เป็นรูปน้ำท่วมด้วยครับ แล้วการวางผังเมือง เมื่อทางหลวงสร้างเสร็จแล้วตรงนี้ เราไม่สามารถวางสะพานลอยตามสถานศึกษาได้เช่นกัน เพราะว่าการวางสะพานลอย อยู่หน้าบริเวณพื้นที่ดินของเอกชน หรือพื้นที่ของใครสักคนหนึ่ง ถ้าเขาไม่อนุญาตเราก็สร้าง ไม่ได้ เราจะมีแผนอย่างไร อย่างภาพที่เห็น อันนี้เมื่อประมาณ ๑ เดือนที่ผ่านมา ๓ ครั้งนี้ จุดใหม่ ๆ ทั้งนั้นที่เห็น ก็จะเป็นน้ำระบายไม่ทันก็ดี หรือน้ำท่วมเลยก็ดี บางที่เป็นพื้นที่ต่ำ น้ำท่วมก็อยู่เป็นเวลาประมาณ ๓-๔ วันเลยครับ ตรงนี้ท่านจะมีแผนอย่างไรที่จะวางผังเมือง ร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมืองก็ดี หรือว่าร่วมกันบูรณาการกับทุกกระทรวงในการ แก้ปัญหาของน้ำระบายไม่ทันของอำเภอสัตหีบครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งสิ่งที่ผมเป็นกังวลในอนาคตเป็นอย่างมาก เพราะว่าจำนวน ประชากรของเราจะเพิ่มจาก ๑,๗๐๐,๐๐๐ คน อาจจะถึง ๓,๔๐๐,๐๐๐ คน ตามที่อีอีซี (EEC) เขาคาดการณ์ไว้ว่าประชากรจะย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่ที่จังหวัดชลบุรีเรา เป็นประมาณ ๑๐-๑๕ เท่า ทีนี้อำเภอสัตหีบก็ไม่น้อยหน้า จาก ๓๐๐,๐๐๐ คนอาจจะเพิ่มเป็น ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน อีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ปัญหาการบริหารจัดการขยะ ท่านบอกท่านมีคลัสเตอร์ (Cluster) พร้อมแล้ว ตอนนี้ผมยังไม่เห็นว่าจะเริ่มอยู่ตรงไหน สัตหีบเรามีพื้นที่ สัตหีบเราการบริหาร จัดการขยะก็ยังไม่มี ท้องถิ่นต่าง ๆ ต้องจ้างการขนขยะ เสียงบประมาณโดยใช่เหตุที่จะต้อง ไปให้บริษัทเอกชนเขามาทำ ทำไมรัฐบาลเราไม่ทำเองล่ะครับ เรามีพื้นที่ เราทำเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) พื้นที่กองทัพเรือเราก็มี ถ้าให้กองทัพเรือบริหารจัดการขยะ ก็สามารถทำได้ ถ้าเขายอมรับที่จะบริหารจัดการขยะ หรือแม้กระทั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี หรือแม้กระทั่งจังหวัดชลบุรีเองก็สามารถทำได้ ตรงนี้เรารออยู่ เพื่ออะไร ถ้าเราช้า ปัญหา ขยะเหล่านี้เราจัดการอย่างไร แล้วที่สำคัญการรณรงค์การคัดแยกขยะหรือเปลี่ยนขยะ เป็นอัปไซคลิง (Upcycling) หรือรีไซเคิล (Recycle) ตรงนี้ การรณรงค์เหล่านี้ ผมตั้งใจครับ ตั้งใจที่ให้อำเภอสัตหีบ โดยเฉพาะทั้ง ๕ ตำบล พลูตาหลวง แสมสาร นาจอมเทียน บางเสร่ และสัตหีบ เป็นคลีนนิง ดิสทริกต์ (Cleaning district) หรือเป็นคลีนซิตี (Clean city) ถามว่าเพราะอะไร เราไม่สามารถไปสู้กับพัทยาได้ เราไม่สามารถหารายได้จากนักท่องเที่ยว เหมือนพัทยาได้ แต่เราจะเป็นเมืองที่อากาศบริสุทธิ์ นี่แหละครับคือสิ่งที่สัตหีบหวังไว้และ คาดหวังไว้ว่าตรงนี้จะลงมาพัฒนาอำเภอสัตหีบอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องของปัญหาขยะ ท่านประธานครับ ทราบไหมว่าปัญหาขยะที่อำเภอสัตหีบมีทั้งหมด ๕๓,๒๙๐ ตันต่อปี นี่เฉพาะจำนวนประชากรปกติ ถ้าอนาคตมีอีอีซี (EEC) ผมคาดว่าน่าจะถึง ๑๕๐,๐๐๐ ตัน ต่อปีครับท่านประธาน🔗
ทีนี้อีกเรื่องหนึ่งครับ เมื่อพูดถึงถนน เมื่อสร้างเสร็จแล้วทำอย่างไร สะพานลอยสร้างไม่ได้ นักเรียนครับ ตอนนี้มีหลายโรงเรียนที่นักเรียนไม่สามารถข้ามถนนได้ แล้วถนนมัน ๘ เลน (Lane) ผมก็เลยเสนอทางหนึ่งครับ ที่จุฬาลงกรณ์ผมเห็นว่าอุโมงค์ ทางลอดข้ามฝั่ง มันสามารถหารายได้ด้วยครับ เราอาจจะมีคีออส (Kiosk) เล็ก ๆ ตั้งไว้ ขายเฉพาะตอนกลางคืนหรือกลางวันก็ได้ เพราะตอนกลางคืนเป็นจุดเสี่ยงของภัยอันตรายด้วย🔗
คุณสะถิระต้องถามแล้วครับ🔗
ขออีกหน้าสุดท้ายครับ การขนส่ง สาธารณะ อำเภอสัตหีบเราไม่มีครับ เรามีรถไฟฟ้าความเร็วสูง แต่สถานีอยู่ที่อู่ตะเภา แล้วไปลงพัทยาเลย นักท่องเที่ยว หรือนักลงทุน หรือประชากรที่ใช้บริการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ก็จะผ่านอำเภอสัตหีบได้แต่มองละครับ สิ่งนี้ละครับที่ผมหวังไว้ ถ้าอยู่ในแผน ขอให้มัน เกิดขึ้นจริง รถไฟฟ้าโมโนเรล (Monorail) ๙ สถานีที่อำเภอสัตหีบ ระยะทาง ๒๒.๓ กิโลเมตร เริ่มที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ผ่านไปที่กองเรือยุทธการ โรงเรียนสิงห์สมุทรจนถึง แยกเจ ตรงนี้ถ้าเป็นไปได้ท่านมีแผนพัฒนาหรือจะเกิดขึ้นเมื่อไร อย่างไร ๔ ประเด็นนี้ผมฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีช่วยชี้แจงครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านรองนายก รัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านสะถิระ ปัญหาขยะ อันนี้ต้องเรียนตรง ๆ ว่ามันเป็นปัญหาที่ท่านให้ความสนใจและติดตามนะครับ รัฐบาลก็มีการดำเนินการ กระทรวงมหาดไทยก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ในส่วนของที่เกี่ยวข้องกับกองทัพ ทางกองทัพที่ดูแลในเขตของพื้นที่กองทัพก็มีการ ดำเนินการแก้ไขในเรื่องขยะอย่างครบถ้วน ส่วนที่นอกจากพื้นที่กองทัพก็เป็นเรื่องของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทางกระทรวงมหาดไทยก็พยายามอย่างเต็มที่ ในชั้นนี้ เอาในปัจจุบันนี้ก่อนเลย ก็มีสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยในพื้นที่ตำบลเขาไม้แก้วอยู่ ๖๘๗ ตันต่อวัน โดยกลุ่มคลัสเตอร์ (Cluster) นี้จะมีเจ้าเมืองพัทยาเป็นเจ้าภาพหลักในการ ที่จะดูแล แล้วก็มีแผนที่จะนำขยะเหล่านี้ไปผลิตไฟฟ้า ซึ่งตอนนี้กระทรวงมหาดไทยกำลัง พิจารณาอยู่ ก็จะบรรเทาปัญหาเหล่านี้ลงไปได้รวมทั้งจะมีแผนที่จะรองรับการเพิ่มขึ้น ของขยะในอนาคตด้วย แต่ผมเห็นด้วยกับท่านสะถิระว่าถ้าชุมชนเราเข้มแข็งแล้วทำสัตหีบ ให้เป็นเมืองสะอาด สอดคล้องกับกิจกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นมา อัปไซคลิง (Upcycling) รีไซเคิล (Recycle) รียูส (Reuse) ต่าง ๆ มันมีบิสิเนส โมเดล (Business model) ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดระยอง ก็อยากจะเรียนประชาสัมพันธ์ว่าให้ทางท่านสะถิระได้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยือนพื้นที่ทดลอง ที่ซากรากหญ้าสามารถสร้างรายได้ให้กับ อบต. ปี ๆ หนึ่งก็เกือบล้านบาท โดยการแยกขยะ และลดปัญหาขยะลงไปได้ด้วย ขยะเปียก ขยะแห้งเอามาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมดเลย ๕๐,๐๐๐ ตันที่ท่านว่าก็จะเล็กลง ๆ ไปเรื่อย ๆ แล้ว ๕๐,๐๐๐ ตันที่ท่านว่าก็จะเป็นมูลค่า หรือรายได้ให้กับชุมชนต่อไปได้ในอนาคต ซึ่งทำได้จริง เกิดขึ้นจริง และถ้ามาขยายผลที่ อำเภอสัตหีบได้ก็จะเป็นประโยชน์กับประชาชนที่อยู่ที่อำเภอสัตหีบ ในส่วนเรื่องของน้ำท่วม ก็ต้องขอประทานอภัยด้วยว่าน้ำมาเร็วจริง ๆ แต่ทางหลวงส่วนใหญ่มันจะอยู่ในช่วงระหว่าง การก่อสร้าง ทางหลวงนี้หน่วยงานทางกระทรวงคมนาคมก็ได้พยายามอย่างเต็มที่ ได้มีการวางแผนการระบายน้ำ แต่ด้วยจำนวนน้ำที่มาก แต่ไม่ให้ขังนาน มันอาจจะท่วมบ้าง แต่ไม่ให้ขังนาน มีการเพิ่มเติมการก่อสร้างท่อระบายน้ำสี่เหลี่ยมขนาด ๑.๕๐ เมตร คูณ ๑.๕๐ เมตร ก็ต้องถือว่าเป็นขนาดที่ใหญ่มาก ที่ใหญ่กว่าปกติ เพราะเล็งเห็น ถึงความสำคัญของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ส่วนในเรื่องของความร่วมมือ ตรงนี้เองเรื่องสะพานลอย ผมคิดว่าตรงนี้ทางกรมทางหลวงไม่ได้ขัดข้อง ผมคิดว่ากำลัง ทำการเฮียริง (Hearing) หรือหารือถึงความเป็นไปได้ อันนี้ก็สำคัญอยู่ที่พี่น้องประชาชนที่อยู่ ๒ ข้างทางที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างสะพานลอยเหล่านั้น ตรงนี้ก็ยัง ดำเนินการอยู่นะ แล้วก็มีเสริมอีกนิดหนึ่ง กรมทางหลวงได้รายงานเพิ่มขึ้นมาแล้วก็ อาจจะเป็นความเป็นห่วงของท่านสะถิระด้วย ก็คือเรื่องของการสร้างถนนในระหว่างนี้ มันมีเยอะ เพราะว่าเราต้องการพัฒนาอู่ตะเภาให้เข้มแข็ง ก็มีผู้เดือดร้อน ๒ ข้างทางต่าง ๆ วันนี้ก็ได้แก้ไขแล้ว การสัญจรที่ดูจะแออัด วันนี้ก็พยายามจะสร้าง อย่างน้อยให้มี ๒ เลน (Lane) จราจรในการสัญจรในช่วงเวลาก่อสร้างในทุก ๆ พื้นที่ แล้วถ้าเกิดมีกรณีใด ที่จะต้องเยียวยา มีการก่อสร้างและพบว่ามีผู้ที่เดือดร้อนก็จะไปดูแล ก็โชคดีการทำงาน ของเราไปได้ด้วยดี มี ๑ รายแค่นั้นเองที่ร้องเรียนมา ซึ่งกรมทางหลวงหรือกระทรวงคมนาคม ก็ได้เข้าไปแก้ไขแล้ว ตอนนี้ก็ดูแลครับ ส่วนเรื่องของการศึกษาอื่น ๆ เรื่องขยะว่าไปแล้ว เรื่องเศรษฐกิจพอดีท่านไม่ได้ถาม แต่ก็ผมให้ความมั่นใจว่ามีทุกด้าน ไม่ได้ว่าเรื่องของ เมืองใหม่อย่างเดียว เรื่องเกษตร เรื่องการสร้างรายได้ ยังไม่ทิ้ง ยังเป็นเรื่องที่จะต้องรักษา คุณภาพชีวิตของชุมชนตามสถานภาพหรือความถนัดของชุมชนในแต่ละพื้นที่ด้วย สิ่งเหล่านี้จะมี แล้วก็มีระบบตลาดที่จะกว้างขวางขึ้นเป็นเครือข่าย แล้วผมย้ำอีกครั้งหนึ่ง ก่อนหน้านั้นผมพูดถึงเรื่องการศึกษา อยากให้ท่านสะถิระได้มีความ มั่นใจในเรื่องของพัฒนาสัตหีบโมเดล (Sattahip Model) อันนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าชาวสัตหีบ น่าจะภาคภูมิใจว่าวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบของท่านมีคุณภาพสูงมาก แล้วก็ได้รับการคัดเลือก โดยเนคเทค (NECTEC) แล้วก็ทาง สพฐ. ในการที่จะให้เป็นโรงเรียนอาชีวะยุคใหม่ สอดคล้อง กับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม แล้วก็จะมุ่งมั่น แล้วก็จะหาข้อรับประกันจากเอกชนต่าง ๆ เด็กที่จะจบมาทั้งหมดจะต้องมีงานทำ ตรงนี้ด้วยความสามารถของคณาจารย์ต่าง ๆ พัฒนา จนเทคนิคสัตหีบเป็นที่ยอมรับ แล้วก็เชื่อมั่นของผู้ประกอบการก็เป็นเรื่องที่น่าดีใจ เป็นเรื่องที่ ภาคภูมิใจของชาวสัตหีบ ส่วนโรงเรียนสิงห์สมุทรเป็นโรงเรียนสวัสดิการทหารเรือ อันนี้ก็อยู่ ในแผนที่จะทำเรื่องสเต็ม (STEM) ให้มีความรู้ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์สอดคล้อง กันไปกับทางเทคนิคสัตหีบ สอดคล้องกันไปกับอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นในอู่ตะเภาทั้งหมด ทั้งปวงผมขออนุญาตเล่าโดยสังเขปดังนี้ ถ้าเกิดท่านสะถิระมีความประสงค์อยากจะได้ข้อมูล เพิ่มเติมใด ๆ ผมคิดว่าหน่วยงานทุกหน่วยงานมีความตั้งใจ มีความยินดีที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติม ให้ครบถ้วน เพื่อให้ท่านสะถิระได้นำข้อมูลต่าง ๆ นั้นไปชี้แจงกับพี่น้องประชาชนที่อาจจะยัง มีความหมายกังวลอยู่ ได้เชื่อมั่นในการทำงานของรัฐบาล ได้เชื่อมั่นในอนาคตหรือสิ่งดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอำเภอสัตหีบในอนาคตต่อไป กราบขอบพระคุณครับ🔗
กระทู้ของท่านสะถิระก็ได้ ใช้เวลาไป ๑๒ นาที ท่านรัฐมนตรีใช้เวลาไป ๑๖ นาทีเศษ ก็เกือบครึ่งชั่วโมงครับ ก็จบกระทู้ ที่ ๑.๒.๒ ครับ🔗
๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๕๓๒ เรื่อง ปัญหาความรับผิดชอบดูแลไฟฟ้า ส่องสว่างตามถนนทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงชนบท (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ได้รับแจ้งว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม แต่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถตอบกระทู้ถามในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าว ไปในวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ขอแจ้งที่ประชุมได้รับทราบครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ท่านสมาชิก ท่านรัฐมนตรี แล้วก็ทุกท่านที่อยู่ในห้องประชุม ตอนนี้ห้องประชุมใหญ่ได้มีการประชุม เข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ท่านประธานได้เปิดการประชุมไปแล้ว🔗
ผมขอเรียนให้ที่ประชุมทราบว่าเพื่อประโยชน์ในการถามและตอบกระทู้ถามของ ผู้ตั้งกระทู้ถาม และของท่านรัฐมนตรี ผมจะได้ขอสลับลำดับการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ เป็นดังนี้ครับ ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๕๕ ของท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๕๘ ของท่าน ส.ส. สะถิระ เผือกประพันธ์ ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๕๙ ของท่าน ส.ส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ลำดับที่ ๔ กระทู้ถาม แยกเฉพาะที่ ๔๕๗ ของท่าน ส.ส. คุณากร ปรีชาชนะชัย ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๕๖ ของท่าน ส.ส. คุณากร ปรีชาชนะชัย ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๕๔ ของท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เพื่อที่จะได้สอดคล้องกับการ ถาม ตอบ กระทู้ในห้องประชุมใหญ่ด้วย จัดระบบให้ ท่านรัฐมนตรีสามารถมาตอบพวกเราได้ จึงได้จัดเรียงสลับลำดับอย่างนี้ คิดว่าผู้ตั้งกระทู้ถาม คงไม่มีอะไรขัดข้องนะครับ🔗
ก่อนที่จะถามกระทู้ ผมขออนุญาตแจ้งท่านผู้ถามและผู้ตอบ ท่าน ส.ส. และท่านรัฐมนตรี คือการถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะมีกำหนดเวลาทั้งหมด ๒๐ นาที ๒๐ นาทีคือฝ่ายละ ๑๐ นาที ถามตอบได้ ๒ ครั้ง การถามครั้งที่ ๓ ขึ้นไปต้องให้ประธานอนุญาต โดยมีเหตุว่าคำตอบยังไม่หมดประเด็น ถ้าประธานอนุญาตท่านก็ถามครั้งที่ ๓ ได้ แต่ถ้าประธาน ไม่อนุญาตก็ถามได้แค่ ๒ ครั้ง เรียนให้ท่าน ส.ส. แล้วก็ท่านรัฐมนตรีที่จะตอบได้รับทราบครับ🔗
๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๕๕ เรื่อง ความคืบหน้าการพิจารณา จ่ายเงินเยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต รายนายศรัทธา แซ่ด่าน (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือ ๑. นายกิตติ อินทรกุล รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ๒. นายอุเทน ชนะกุล ผู้อำนวยการกองคุ้มครองสวัสดิภาพและเสริมสร้าง คุณภาพชีวิต กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ทุกท่านพร้อมแล้ว ผมขอเชิญท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ได้ถามเลยครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา วันนี้ได้มีโอกาสถาม กระทู้แยกเฉพาะต่อท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี ต้องขอขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ที่สละเวลามาให้ข้อมูลที่กระจ่างกับทางผมในฐานะที่เป็นผู้แทนที่ได้รับข้อร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนนะครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตฝ่ายโสต ผมมีคลิป (Clip) ประมาณ ๑ นาที ๓๐ วินาที เปิดเพื่อที่จะให้เห็นถึงความต้องการของภรรยาของคุณศรัทธา แซ่ด่าน ที่จะได้ ไม่ต้องเดินทางมากรุงเทพมหานคร ขออนุญาตท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนะครับ นี่เป็นคลิป (Clip) เสียงของคุณจงจิต ภรรยาของนายศรัทธา แซ่ด่าน ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปี ๒๕๕๗ ที่เหตุความรุนแรงในกรุงเทพมหานคร ซึ่งนายศรัทธา แซ่ด่าน ถ้าท่านที่ได้ติดตาม ปรากฏการณ์ความรุนแรงในปี ๒๕๕๗ ก็จะทราบว่าแกเป็นคนแรก ๆ ที่มีการกล่าวชื่อถึง เพราะแกมาจากจังหวัดยะลา แล้วก็แกเป็นอาสารักษาดินแดนอยู่ในพื้นที่ด้วย จากเหตุการณ์ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ แล้วก็มีการติดตามขอความช่วยเหลือจากทางราชการของคุณจงจิต ภรรยา ก็ได้พยายามติดต่อมาโดยตลอดกับหน่วยราชการ มีการเยียวยาตามกรอบที่หน่วยงาน ราชการสามารถจะให้ได้ แต่ยังมีอีกบางส่วนที่คุณจงจิตทราบว่าเขาพึงจะได้รับจากทาง ราชการ แต่ยังไม่ได้รับ จนกระทั่งหลังจากที่ผมได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็มีหนังสือมาร้องที่ศูนย์ประสานงานของผมที่จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ผมก็ได้ทำหนังสือถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมกับคำร้องของคุณจงจิตเอง เพื่อที่จะให้ท่านช่วยติดตาม ช่วยให้ความเป็นธรรมกับ ครอบครัวนี้ ซึ่งครอบครัวอื่นเขาได้รับกันหมดแล้ว เราก็จะมีการติดต่อประสานงานกับ เจ้าหน้าที่มาโดยตลอดว่าติดขัดตรงไหน เอกสารทราบก่อนหน้านี้คือเอกสารไม่ครบ ก็พยายามรวบรวมพยานเอกสาร เขาก็ยืนยันว่าเขาส่งครบหมดแล้ว ท้ายสุดมีการติดต่อจาก เจ้าหน้าที่ของผมที่กระทรวงมาโดยตลอดตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๖๔ เดือนเมษายน ๒๕๖๔ มาโดยตลอด จนสุดท้ายเดือนสิงหาคม ๒๕๖๕ ก็มีท่าน ขออนุญาตเอ่ยนามระบุในบันทึก ของผมก็คือ คุณศักดิ์ชัย ประสานแจ้งมาว่าที่ประชุมมีมติให้ส่งให้คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ตั้งคณะกรรมการพิจารณากรณีของคุณจงจิต พร้อมกับกรณีอื่น ๆ ด้วย ๔๙ ราย แต่ไม่ทัน คณะรัฐมนตรีชุดนี้ น่าจะต้องไปคณะรัฐมนตรีชุดหน้า พอได้ข้อมูลอย่างนี้ผมก็เลยจำเป็น จะต้องมาสอบถามความคืบหน้า จริง ๆ ไม่ได้เป็นเรื่องของเคส (Case) เดียว แต่ผมยังมองว่า อาจจะต้องเป็นการทบทวนเรื่องของการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า กรณีอย่างนี้ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร อาจจะมีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนสำหรับผู้ที่ชี้แจงกับทาง ศูนย์ประสานงานผม ว่าทำไมจะต้องรอถึงคณะรัฐมนตรีชุดหน้า หรือการสื่อสารอาจจะ ผิดพลาดตรงไหน ก็จำเป็นจะต้องตั้งกระทู้ และอาจจะเป็นเรื่องของคนคนเดียว แต่จะเป็น การทำให้เห็นภาพของการให้ความช่วยเหลือกับประชาชน จึงขอสอบถามท่านรัฐมนตรี ว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีนโยบายที่จะเยียวยากรณี การเสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงทางการเมืองของนายศรัทธา แซ่ด่าน หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายจุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอตอบกระทู้ ของท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ จากจังหวัดยะลา ก็ขอบคุณที่ท่านทำงานคุ้มค่าเงินเดือน ที่ประชาชนมอบหมายมา แม้แต่กระทั่งรายเดียวเราก็ต้องให้ความสนใจ ไม่ใช่ว่าเป็นเพียง เสียงส่วนน้อยเสียงนกเสียงกา อยากจะกราบเรียนท่านประธานให้ได้ทราบลำดับเหตุการณ์ อย่างนี้ครับ จะได้เข้าใจเวลาตอบ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ท่านศรัทธา แซ่ด่าน เสียชีวิต แล้วก็วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ภรรยาได้ร้องขอความช่วยเหลือ แล้วก็วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๘ คณะรัฐมนตรีในขณะนั้นมีมติให้การช่วยเหลือเยียวยา ใช้งบกลางประมาณ ๑๒๐ ล้านบาท แล้วหลังจากนั้นคือวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ถึง ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๙ ก็เปิดรับ ให้ยื่นคำขอรับการเยียวยาเป็นเวลา ๑ เดือน ปรากฏว่ามีการขอขยายระยะเวลาอีก ๑ เดือน ไปถึงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๙ ปรากฏว่าภรรยาได้ยื่นขอเรื่องตั้งแต่วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติ ทราบว่าภรรยากับญาติยื่นไปแล้ว แต่ว่าเอกสารที่ขาด คือเอกสารใบรับรองแพทย์สาเหตุการตาย กับใบที่แจ้งความบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ แล้วก็อนุโลมกันว่าจะนำมาส่งภายหลัง แต่ผมก็ไม่ทราบว่าในระบบเขาได้ยื่นหรือไม่ได้ยื่น แต่ว่าไม่มีอยู่ในของเจ้าหน้าที่ เขาจึงไม่สามารถดำเนินการให้ได้ กราบเรียนท่านประธานว่า คณะกรรมการที่ตั้งมาชุดเยียวยาประชุมทั้งหมด ๑๐ ครั้ง ในระหว่างปี ๒๕๕๙ ถึงปี ๒๕๖๐ มันนานมากนะครับ ก็คงไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับใคร ระบบราชการ ๘ ปีจนถึงวันนี้ วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ มีเลือกตั้ง วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๒ มีรัฐบาลชุดใหม่จากการเลือกตั้ง ฉะนั้น โดยนิตินัยแล้วเมื่อมีรัฐบาลใหม่ก็มีผลทำให้คณะกรรมการที่เคยตั้ง ๆ มาโดยคณะรัฐมนตรี ชุดเก่าสิ้นสุดลงสิ้นสภาพโดยนิตินัย ดังนั้นกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ได้ทำหนังสือหารือขอความช่วยเหลือหลังจากที่ท่าน ส.ส. ยื่นติดตามมานี้ ไปติดตามให้ว่า หนังสือ พม ๐๖๐๒/๑๔๗๒๖ แล้วเขาก็แจ้งว่าต้องทำเรื่องเสนอ คณะรัฐมนตรีใหม่เพื่อขอความเห็นชอบ ก็กราบเรียนให้ทราบว่าเราตั้งใจ เรียนท่าน ส.ส. ด้วยความสุจริตใจเลยว่า ๑ รายก็จะทำให้นะครับ แต่ผลของการพิจารณาอยากให้ ท่านประธานทราบนะครับว่า มี ๒๙ รายที่ไม่ผ่านการพิจารณา แล้วก็ยังขออุทธรณ์อยู่ แล้วก็ มีขอหลักฐานเพิ่มเติม ๑๗ ราย ส่วนกรณีภรรยาของท่านศรัทธา แซ่ด่าน นั้นอยู่ในเรื่องของ ยังไม่ได้พิจารณาเพราะเอกสารไม่ครบ มี ๓ ราย ฉะนั้นผมคิดว่าถ้าจะต้องไปขอเอกสาร สาเหตุการตายกับบันทึกประจำวันคงจะต้องใช้สิทธิของภรรยาผู้ตายไปขอรับมา หรือจะ มอบอำนาจให้ พม. ไปรับแทนก็ได้ แล้วก็จะได้เอามาเข้าระบบ แล้วทำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี ต่อไป ขอกราบเรียนให้ทราบว่าความเป็นผู้แทนราษฎรนั้นเหมือนกันทุกคนครับ เจ็บปวดแทน ชาวบ้าน แล้วก็โกรธแทนชาวบ้าน แต่กรณีนี้ก็ต้องเข้าใจว่าระบบราชการนั้นเขายึดถือ ระเบียบราชการ ยึดถือกฎ ถ้าเผื่อเขาทำผิดเขาก็ต้องโดนเรียกเงินคืนหรือถูกไล่ออก ฉะนั้น เราก็มองว่าชีวิตคน หรือความหมายชีวิตคนมันน่าจะเหนือระบบระเบียบราชการ แต่ต้อง มาเจอกันครึ่งทาง ถ้าเผื่อทำให้ครบถ้วนผมก็พร้อมที่จะดำเนินการให้เต็มที่ไม่ว่าจะรายเดียว หรือกี่รายก็ตาม ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านอาดิลันครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ให้ข้อมูลที่เป็นรายละเอียด จะขออนุญาตเพิ่มเติมในประเด็นคำถามข้อที่ ๑ ด้วยว่า อาจจะต้องไปดู ไม่ได้ต้องการที่จะให้ไปลงโทษเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบนะครับ เพียงแต่ว่าอาจจะ ดูเรื่องการติดตามความคืบหน้ากรณีการร้องขอการเยียวยา เพราะว่าเอกสารที่ขาดตกไป คุณจงจิตยื่นไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติ ปี ๒๕๕๘ และปี ๒๕๕๙ ซึ่งจริงอยู่ ยื่นก่อน ถ้าเอกสารขาด อาจจะมีการสื่อสารบอกกล่าวว่าให้ยื่นเอกสารเพิ่มเติมมา แต่ทาง คุณจงจิตไม่ทราบเรื่องอะไรเลย ก็อยากจะฝากว่าคงจะต้องไปดูในรายละเอียดว่าคงจะต้องกำชับ เรื่องของผู้ปฏิบัติในอนาคตด้วย ทีนี้ผมขออนุญาตไปที่เรื่องของการช่วยเหลือเยียวยา แก่ผู้ที่เสียชีวิต ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ได้รับบาดเจ็บทุพพลภาพและทรัพย์สินเสียหายจากเหตุ ความไม่สงบและเหตุความรุนแรงให้แก่ประชาชนและข้าราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ต้องยอมรับว่าหน่วยงาน พม. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ระดับจังหวัดเป็นด่านหน้าที่ประชาชนเข้าถึง ไม่ว่าจะเป็นผู้ทุพพลภาพ ผู้ป่วยติดเตียง แล้วก็ผู้พิการต้องการเงินเยียวยา เหล่านี้เป็นด่านหน้า ท่านจะมีอาสา พม. ที่อยู่ในพื้นที่ ผมก็ทำงานประสานกับหน่วยอาสาสมัครของท่าน ทีนี้ในส่วนของกระทรวงเองอยากจะทราบว่า ในความที่เป็นด่านหน้าที่จะต้องสัมผัสกับประชาชนผู้เดือดร้อนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการเอง หรือประชาชน ข้าราชการอาจจะได้รับการเยียวยาจากส่วนราชการเป็นเงินตามสัดส่วน แต่ในส่วน ราชการเองเรามีกรอบในการที่จะเยียวยาดูแล ไม่ว่าจะเป็นกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ หรือทรัพย์สินเสียหายจากเหตุความรุนแรงหรือไม่อย่างไร เพราะถ้าเราไปมองแยกระหว่างว่า ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิตก็อาจจะไม่จ่าย ต้องให้ ๓ ฝ่ายรับรอง แต่ครอบครัว ครอบครัวไม่ว่าจะเป็น ภรรยาหรือพ่อแม่ผู้เสียชีวิตที่เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงอยู่ หรือลูกที่เรียนหนังสืออยู่ เหล่านี้เราถือว่า เขาเป็นคนไทย เขาเป็นคนไทยเขามีสิทธิที่จะได้รับการดูแลเยียวยาจากทางภาครัฐ เฉกเช่นเดียวกันกับคนทั่วไป แม้ว่าผู้ที่เสียชีวิตจะถูกกล่าวหาในเบื้องต้นว่าเป็นผู้ก่อเหตุ รุนแรง หรือผู้กระทำความผิด แต่ก็ยังไม่ได้เป็นข้อยุติ เหล่านี้เป็นข้อที่ผมอยากจะสอบถาม ทางหน่วยงานว่า ในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้มี กรอบดำเนินการในการเยียวยาหรือดูแลกลุ่มคนเหล่านี้หรือไม่ อย่างไร ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ว่าเราให้ความสำคัญกับชีวิตมนุษย์ โดยไม่บอกว่าเขาชาติ ศาสนา หรือว่าพรรคไหน แล้วก็สิ่งที่ผมกำชับมากคือผมให้ความสำคัญกับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มาก เมื่อผมรับตำแหน่ง วันที่ ๔ ที่ผมรับตำแหน่งผมเดินทางไป ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้ววันนี้ก็ยังติดตามเรื่อยมา แล้วก็ทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กับทีมงานด้วย ก็ต้องยอมรับครับ ว่าปัญหาของระบบราชการกับประชาชนมันไม่กลมกลืน แล้วก็สิ่งที่อยากจะเรียนว่ากระทรวง พม. นั้น ด้วยทำงานเราไม่บอกหรอกครับว่าเราอยู่ราชการหรือว่าเราอยู่ฝั่งประชาชน เราคือผู้ที่ต้อง เยียวยาประชาชน สิ่งที่เราทำถึงขนาดว่าเรามีตัวเลขจากทางราชการว่ามีเด็กกำพร้าประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน ที่จากภัยความรุนแรงของสถานการณ์ทางภาคใต้ เราก็ไม่ได้เชื่อตรงนั้นนะครับ เราให้สภาเยาวชนซึ่งทำงานกับเราในเขต ๓ จังหวัดชายแดนบอกไปสำรวจเอง ใช้งบเรานี่ละครับ แล้วก็ไปตามมัสยิดต่าง ๆ เรารวบรวมได้จำนวน ๒ เท่าของที่เป็นจริง ดังนั้นเมื่อเรามีตัวเลข ๒ เท่า ของที่เป็นจริงแล้ว ผมเสียดายผมไม่ได้เอารูปที่ผมไปพบกับน้อง ๆ เขามา เราจะเห็นว่าถ้าจะทำให้ โอกาสประเทศไทยดีขึ้น ก็คือสร้างอาชีพ สร้างโอกาสให้กับคนเหล่านี้ แล้วก็วันนี้ก็ได้ดำเนินการ ไปมากพอสมควรในเรื่องของทุนการศึกษา เราไปทำกับปัญญาภิวัฒน์ ว่าถ้าใครสนใจอยากจะทำ ธุรกิจค้าปลีกก็สามารถมาฝึกงานได้ ระหว่างฝึกงานก็มีเงิน แล้วก็ตำแหน่งของผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งสามารถเปิดเรียนกับเอกชนได้ เราได้ ๑,๐๐๐ ทุนฟรี นอกจากนั้นแล้วยังได้รับบริจาคเรื่อง ของกายอุปกรณ์คือรถเข็น ผมก็ทราบว่าทาง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังได้ไม่พอ เมื่อต้นปี ที่ผ่านมาเราก็รับบริจาค ผมบอกเลยครับว่านโยบายรับบริจาคมาเท่าไร ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ให้ส่งไป ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็เรื่องของทุนการศึกษา เรื่องการเยียวยา ก็ทำหลาย ระบบ แล้ววันนี้ก็ยังบอกว่าหนทางของเยาวชน ของครอบครัวที่เสียหายควรได้รับโอกาสก่อน เรามีช่องทางที่จะให้เขาไปทำงานต่างประเทศได้ แต่ว่าเขาต้องเรียนทั้งภาษาอังกฤษ แล้วก็ ภาษาอารบิก แล้ววันนี้ประเทศไทยโอกาสในการเปิดทำงานอาชีพใหม่ ๆ มีเยอะมาก ฉะนั้น ก็อยากให้ท่าน ส.ส. มาทำงานกับกระทรวง พม. อย่างใกล้ชิด สร้างโอกาสหาคนมาให้ฝึก คัดคนมาให้ว่าที่เขาจะสามารถไปได้ เพราะว่าเวลาเราไปเองนั้นบางทีบางครั้งเขาจะต้องปรึกษา ผู้นำศาสนา ปรึกษาผู้อาวุโส ก็ทำให้การอนุญาตและทำนี้ไม่คล่องตัว ก็เรียนให้ทราบว่า เราทราบปัญหาท่านพอสมควร แล้วเราตั้งใจทำงานให้กับคนไทยที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้เต็มที่ ไม่ว่าเขาจะเป็นชาติ ศาสนาไหน แล้วก็ไม่อยู่ฝั่งไหน กราบเรียนให้ท่านทราบ ท่านจะได้สบายใจว่าเราทำเต็มที่ แล้วยังทำต่อไปครับ🔗
ท่านอาดิลัน มีอะไรอีกไหมครับ🔗
นิดเดียวครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรี ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ที่ให้ความสำคัญกับประเด็นเล็กน้อยในความรู้สึกของบางคน แต่เป็นเรื่องยิ่งใหญ่สำหรับจิตใจของคนในพื้นที่ว่าเพราะเราเป็นคนไทย เราเป็นคนที่อยู่ใน ผืนแผ่นดินเดียวกัน ผู้ที่เสียชีวิตอาจจะถูกกล่าวหาว่าอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ครอบครัวก็คือยังเป็น คนไทย เหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญ จริง ๆ แล้วผมก็ทำงานใกล้ชิดกับทาง พม. ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น อาสาสมัครของท่าน ช่วงโควิด (COVID) เราก็ทำงานอย่างใกล้ชิด มีการส่งต่อรับของไปเยียวยา ผู้ป่วยติดเตียงแล้วก็ผู้พิการ ผมได้เตรียมเอกสารเกี่ยวกับเรื่องราวของวันนี้ของคุณจงจิต แซ่ด่าน เดี๋ยวผมมอบให้ฝ่ายเลขานุการของท่านรัฐมนตรีเพื่อที่จะไปสานต่อในส่วนของข้อมูลที่ท่านแจ้ง กับที่ประชุมว่ามีเรื่องบันทึกประจำวันกับใบรับรองแพทย์ เหล่านี้ผมไม่แน่ใจว่าท่านดำเนินการ ได้ส่งหนังสือแจ้งทางคุณจงจิตแล้วหรือไม่ อย่างไร เดี๋ยวผมขออนุญาตจะประสานต่อไปนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมก็ขอรับเอกสารไป แล้วขอพูดต่อหน้าท่านประธานว่า จะมอบให้รองอธิบดีที่มานี้ประสานงานท่านอย่างใกล้ชิด แล้วก็ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้จริง ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่รายเดียว จะทำให้เป็นตัวอย่างครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอบคุณทั้งท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ และท่านรัฐมนตรี จุติ ไกรฤกษ์ ที่กรุณาได้ให้เกียรติกับ ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ถือว่าจบกระทู้ถามที่ ๑.๓.๒🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๕๘ เรื่อง แนวทางการแก้ไข พัฒนา ส่งเสริมความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี (นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือ ๑. นางสาวบุษยา ใจสว่าง รองอธิบดี กรมกิจการผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ๒. นางกันตา ดีเติม ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทุกท่านพร้อมแล้ว ผมขอเชิญท่าน ส.ส. สะถิระ เผือกประพันธุ์ ได้ถาม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ก่อนอื่นต้องกราบขอบคุณท่านประธานให้ผมได้ตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะกับทางกระทรวงการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แล้วก็กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี จุติ ไกรฤกษ์ เมื่อครั้งที่แล้วที่เราพูดถึงผู้พิการท่านก็ประสานงานกับทางอำเภอสัตหีบเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ ในเรื่องของวัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) ที่ลงพื้นที่ไปที่อำเภอสัตหีบของเรา เป็นการ ตอบรับจากผู้พิการแล้วก็ผู้ป่วยติดเตียงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของความสะดวกในการ ที่จะไปทำบัตรผู้พิการแล้วก็การต่ออายุ อันนี้ขอบพระคุณอย่างสูง แต่วันนี้ ขออนุญาตขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
วันนี้อำเภอสัตหีบเราก็ยังมีไม่ใช่ผู้พิการ แล้วก็ผู้ป่วยติดเตียง หรือว่าผู้ยากไร้ มีกลุ่มหนึ่งที่ผมซึ่งเป็นผู้แทนอำเภอสัตหีบก็เป็นความกังวล ซึ่งในอนาคตเราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ร้อยละ ๒๐ เป็นจำนวน ของผู้สูงอายุ แล้วก็อำเภอสัตหีบของเราก็มีจำนวนผู้สูงอายุทั้งหมด ๕๕,๕๓๓ ท่าน ซึ่งยังไม่รวม กับประชากรแฝง ถ้ารวมแล้วผมคร่าว ๆ ก็อยู่ที่ประมาณ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ท่าน เพราะว่า หนึ่งในนั้นไม่ว่าจะประกอบอาชีพข้าราชการทหารเรือและครอบครัว แล้วก็จะมีอาชีพค้าขาย อาชีพพลเรือนปกติ อาชีพรับจ้างเป็นส่วนใหญ่ แล้วมีธุรกิจขนาดย่อม สิ่งสำคัญเลยอนาคต จำนวนผู้สูงอายุเราจะขึ้นสูงสุดยอด ปี ๒๕๗๕ ซึ่งอีกไม่กี่ปีแล้ว เราเตรียมพร้อมอย่างไร ซึ่งผมเป็นผู้แทนอำเภอสัตหีบเราก็ต้องกังวลว่าผู้สูงอายุในอำเภอสัตหีบ ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ เพศชายอยู่ที่ ๑๑,๕๑๘ คน เพศหญิง ๑๔,๐๑๕ ท่าน เราจะมีบุตรหลานอีก เราจะเตรียมการแผนงานอย่างไรไว้ให้กับผู้สูงอายุของเราบ้าง วันนี้ตามพระราชบัญญัติของ ผู้สูงอายุก็จะมี ๖ ด้านหลัก ๆ แต่ผมจะขออนุญาตกล่าวด้านแรกคือด้านของการจัดที่พักอาศัย ให้กับผู้สูงอายุในอำเภอสัตหีบ รวมถึงอาหารและเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งยังมีไม่ทั่วถึง อย่างที่ผม นำเรียนท่านประธานไปตอนแรกว่าอำเภอสัตหีบเป็นข้าราชการทหารเรือ พ.ร.บ. บำเหน็จบำนาญ ประมาณ ๓๐ ปีที่ผ่านมาค่าครองชีพเราสูงขึ้น พ.ร.บ. บำเหน็จบำนาญเราก็ยังไม่สูงขึ้นตาม ค่าครองชีพของอำเภอสัตหีบราคาที่ดินไม่ต้องพูดถึงนะครับ เพราะเราอยู่ใกล้พื้นที่ อีอีซี (EEC) มากที่สุดในประเทศไทย แล้วเงินเดือนข้าราชการ เงินเดือนพลเรือน เงินเดือน รับจ้างเขาจะหาซื้อบ้านที่ไหน ใช่ไหมครับท่านประธาน คนที่ทำงานอาจจะมาจากภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคใต้ มารับราชการมาทำงานอยู่ที่อำเภอสัตหีบ เงินเดือน ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท กับราคาบ้านที่ปัจจุบันนี้ขั้นต่ำหมู่บ้านจัดสรรอยู่ที่ ๒ ล้านกว่าบาท ผ่อนไม่ต่ำกว่าเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาทอยู่แล้วครับ ผมให้ ๑๐,๐๐๐ บาทเลยครับท่านประธาน ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผม เป็นกังวลอย่างมากสำหรับผู้สูงอายุในพื้นที่อำเภอสัตหีบที่จะไม่มีที่อยู่อาศัยในอนาคต อันนี้ เป็นเรื่องแรก ทีนี้ที่อยู่อาศัยที่เราจะต้องเตรียมไว้เป็นอย่างไร สัตหีบหรือทั้งประเทศควรจะมีไหม เป็นเวลล์เนส วัลเลย์ (Wellness Valley) หรือเป็นสัตหีบ เวลล์เนส วัลเล่ย์ (Sattahip Wellness Valley) ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านการเคหะของกระทรวง พม. ที่สัตหีบเขามีโครงการอาสาบ้านบ้าน ผมชอบมาก ก็จะเป็นกลุ่มวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ กลุ่มเอกชน กลุ่มโรงพยาบาล กลุ่มคอนโด เขาจะมาร่วมกันทำติดตั้งราวจับช่วยพยุง จะเปลี่ยนจากส้วมซึมเป็นชักโครก อยู่ในทำเล ที่เหมาะสม มีแสงสว่างที่พอเพียง ตรงนี้กลุ่มนี้อาสาบ้านบ้านเขาก็จะมาเปลี่ยนไฟให้ แล้วก็ ปรับระดับพื้นให้อยู่ในพื้นที่ราบไม่ให้ผู้สูงอายุเกิดความไม่ปลอดภัย ตรงนี้เองไม่ว่าท่านจะ มาสร้างหรือเราจะมีหรือไม่มีหมู่บ้านผู้สูงอายุแห่งนี้ เราก็ควรเริ่มที่ความปลอดภัยในชีวิตของ ผู้สูงอายุนี้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเรื่องแรกที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่าท่านมีแผน แนวทางการจัดการที่อยู่อาศัยของพี่น้องผู้สูงอายุในอำเภอสัตหีบและจังหวัดชลบุรีอย่างไร ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม จุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอตอบข้อซักถามของ ท่าน ส.ส. สะถิระ เผือกประพันธุ์ ประเด็นที่ท่านถามมาตามมาตรา ๑๑ ในมิติของการดูแล ผู้สูงอายุนั้น ในเรื่องของการบริการทางการแพทย์ ก็กราบเรียนให้ทราบได้ว่าเราก็ทำให้พอเพียง เรื่องของการศึกษาเราก็มีโรงเรียนผู้สูงอายุทั้งหมด ๒,๔๐๐ แห่งทั่วประเทศ ที่อำเภอสัตหีบ ก็มี ๑ แห่ง แล้วก็เป็นเบส แพรคทิส (Best practice) คือเป็นตัวอย่างของโรงเรียนอื่น ๆ ที่ควร จะต้องทำตามด้วย นอกจากนั้นแล้วเรามีกองทุนผู้สูงอายุที่ดูแลผู้สูงอายุอยู่ แล้วก็มีจัดหางาน โดยมีบริษัทที่จัดหางานให้กับผู้สูงอายุด้วย แต่การจัดหางานนั้นเราก็ต้องไม่หลอกตัวเอง ว่าเป็นความสมัครใจของนายจ้างที่จะจ้างบุคคลที่เหมาะสมทำงานให้ได้ นอกจากนั้นแล้ว ประเด็นคำถามท่านข้อที่ ๔ การช่วยเหลือด้านค่าโดยสารยานพาหนะ ขสมก. รถทัวร์ เรือ รถไฟ รถบีทีเอส (BTS) เอ็มอาร์ที (MRT) ก็มีการลดค่าโดยสารให้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว การให้คำแนะนำปรึกษาทางกฎหมายก็มีศูนย์ยุติธรรมจังหวัดที่อำเภอสัตหีบ แล้วก็มีอัยการ คุ้มครองสิทธิด้วย ฉะนั้นก็ถือว่าที่ท่านถามมาตามมาตรา ๑๑ ใช้คำว่ามีพอเพียง แต่อาจจะ ไม่ทันใจเพราะว่ามีจำนวนปริมาณประชากรที่เยอะ🔗
เรื่องของที่อยู่อาศัย อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าการเคหะแห่งชาติมีหน้าที่ ดูแลให้ที่อยู่อาศัยกับผู้มีรายได้น้อย ผู้เปราะบาง กราบเรียนท่านประธานว่าเราได้เปลี่ยน หลังจากที่โควิด (COVID) มานี้ ผมได้ให้นโยบายเปลี่ยนจากการทำกำไรเชิงพาณิชย์ เป็นการ ทำกำไรเชิงสังคม เปลี่ยนจากการสร้างบ้านขาย ที่ท่านบอกว่าหลังละ ๑ ล้านบาท ๒ ล้านบาท เป็นให้บ้านเช่า แต่เป็นบ้านเช่าตลอดชีวิต ฉะนั้นเขาจะมีความมั่นคงในชีวิตมาก ที่สามารถ อยู่แล้วโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกไล่ออกจากบ้าน แล้วก็ในโครงการนั้นก็มีด้วยว่าถ้าเช่าบ้าน สัก ๒-๓ ปีแล้วมีความประสงค์อยากจะเป็นเจ้าของ สามารถเปลี่ยนค่าเช่าเป็นเงินดาวน์ (Down payment) ได้ ฉะนั้นก็เป็นการบริการผู้มีรายได้น้อยเต็มที่ ขณะนี้โครงการที่จังหวัดชลบุรี ก็มีห้องเช่าที่การเคหะแห่งชาตินั้นไปเอาคืนมาจากภาคเอกชนที่เช่าเหมาไป เพราะว่า ทำผิดสัญญา ไปเก็บเงินค่าเช่าช่วงต่อเกินที่การเคหะแห่งชาติกำหนดนั้น ดังนั้นวันนี้มีห้องเช่า ว่างอยู่หลายพันห้องที่จังหวัดชลบุรี แล้วก็ในอัตรา ๙๙๙ บาทจนถึง ๑,๙๙๙ บาท ตามขนาด ของห้อง ฉะนั้นสิ่งที่ท่านถามว่าเรื่องของความสะดวกอยู่ในแผนงานที่กระทรวง พม. และการเคหะแห่งชาติจะทำ แต่ว่าทำนี้มันต้องระเบียบครับ คือพีพีพี (PPP) เขาให้ไปทำ พีพีพี (PPP) ก็เรียนท่านประธานว่าเราตั้งใจทำ ๘ โครงการทั่วประเทศครับ ผมพูดเรื่อง สร้างให้เช่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๕ ยังไม่ผ่านการพิจารณาเรื่องพีพีพี (PPP) เลย ผมก็เรียน ให้ทราบว่าเขาขอตรวจสอบทุกเรื่อง ก็ให้เขาตรวจสอบทุกเรื่องเพื่อความโปร่งใส จะได้ไม่ต้อง กังวลว่าเราจะไปหาเศษหาเลยจากโครงการเหล่านี้ ก็เกิดความล่าช้าจากการที่ยืนยัน แล้วก็ อนุมัติโครงการพีพีพี (PPP) เหล่านี้ แต่สิ่งที่ท่านได้นำเสนอนั้นก็อยากจะกราบเรียนว่า ได้ทำงานเต็มที่เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัย แม้กระทั่งเรื่องของเวลล์เนส เซ็นเตอร์ (Wellness Center) ซึ่งเป็นนโยบายหนึ่งของการเคหะแห่งชาติที่รับไปในการดูแลผู้สูงอายุ โดยเรายังจะทำคู่ขนาน แต่อาจจะอยู่คนละที่กัน คือ ๑ โครงการเป็นโครงการพรีเมี่ยม (Premium) ทำสำหรับผู้มีเงินจ่ายเอง แล้วเอากำไรนั้นมาสนับสนุนค่าเช่าในราคาที่ถูก สำหรับผู้มีรายได้น้อย ในขณะเดียวกันก็จะเป็นสถานที่ที่สำหรับฝึกงาน สำหรับอาสาสมัคร ที่ดูแลผู้สูงอายุได้ วันนี้ได้ให้นโยบายไปว่าแต่ละจังหวัดให้ไปดูเลยว่าอัตราส่วนของผู้สูงอายุ มีจำนวนเท่าไร แล้วอาสาสมัครที่จะต้องดูแลผู้สูงอายุให้ได้ต้องมีขั้นต่ำไม่ต่ำกว่าเท่าไร แล้วก็ ทำแยกจำแนกด้วยซ้ำไปว่าถ้าอาสาสมัครที่จะดูแลผู้สูงอายุ คือพ่อแม่ ปู่ย่า ตายายตนเอง อบรม ๗๐ ชั่วโมง เขามี ๑๗ ชั่วโมง กับ ๗๐ ชั่วโมง เราบอกว่าต้องให้ได้ ๗๐ ชั่วโมง ตามมาตรฐานกรมอนามัย ถ้าจะทำวิชาชีพเป็นมืออาชีพ ทำกับสถานดูแลผู้สูงอายุต่าง ๆ จะต้องจบ ๔๒๐ ชั่วโมง นี่เป็นการเตรียมการที่จะเห็นว่าผู้สูงอายุในอนาคต วันนี้มี ๑๒,๔๐๐,๐๐๐ คน ในอีก ๑๐ ปีข้างหน้า ที่ท่าน ส.ส. พูด จะมี ๒๐ ล้านคน ตอนนั้นก็มีการ เตรียมการในเรื่องของผู้ดูแลผู้สูงอายุ แล้วก็บ้าน ก็เสียดายผิดหวังว่าการสร้างบ้านนั้น ไม่เป็นไปตามเป้า เพราะว่ามีระบบการตรวจสอบเยอะมากครับท่านประธาน ตาข่าย ประมาณ ๑๐ ชั้น กว่าจะผ่านก็ต้องทำใจว่าถ้าผ่านหมดแล้วก็เป็นไปตามแผนที่สามารถดูแล ผู้สูงอายุ ดูแลผู้มีรายได้น้อยได้ ถึงแม้จะไม่ครบ แต่อย่างน้อยก็เป็นจุดเริ่มต้น แล้วเราก็เรียน ตรง ๆ ว่าเราพยายามทำกับภาคเอกชนมาทำกับเรา แต่ภาคเอกชนพอเห็นว่าส่วนต่างของ กำไรมีแค่ ๕-๖ เปอร์เซ็นต์ ภาคเอกชนบอกว่าไม่คุ้มทุนที่จะมาทำ ก็เลยกลายเป็นต้องเป็น หน้าที่ของการเคหะแห่งชาติที่จะต้องตอบโจทย์เรื่องนี้ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสะถิระ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สะถิระ ขอบคุณสำหรับคำชี้แจงของท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรี พม. ก็เป็นความคิดเห็นที่เป็นแนวทางที่เป็นประโยชน์ แต่ถ้าจะให้เป็นประโยชน์ มากกว่านี้คือในเรื่องของเร่งรัดหรือว่าเร่งการดำเนินการ ผมเห็นด้วยนะครับกับพีพีพี (PPP) กับทางท่านรัฐมนตรี ถ้าไม่มีเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันหรือว่าเป็นเรื่องความโปร่งใส ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะว่าอีอีซี (EEC) ก็เป็นในเรื่องของพีพีพี (PPP) เช่นกัน ขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีมากครับ ขอสไลด์ (Slide) หน้าแรกด้วยครับ🔗
เมื่อผมพูดไปถึงในประเด็นที่ ๖ ของพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖ ก็ขออนุญาตอีก ๑ ถึง ๕ เลย ผมขออนุญาต เพิ่มเติม จริง ๆ แล้วอำเภอสัตหีบมีทั้งหมด ๑๗๐,๐๐๐ คน ตามสถิติที่ท่านนำมา จริง ๆ มันก็อาจจะคลาดเคลื่อน ตำบลนาจอมเทียนมีผู้สูงอายุ ๒,๕๓๑ คน ตำบลบางเสร่มี ๓,๔๔๓ คน ตำบลพลูตาหลวงมี ๖,๐๐๐ กว่าคน ตำบลแสมสาร ๑,๐๐๐ กว่าคน ตำบลสัตหีบมี ๑๑,๐๐๐ คน รวมแล้วอำเภอสัตหีบมีผู้สูงอายุ ๒๐,๐๐๐ กว่าท่าน ทีนี้การรับบริการทางการแพทย์ อย่างที่บอกว่าควรจะต้องมีช่องทางไหม มีการลงทะเบียนออนไลน์ (Online) ไหมในการที่จะ เข้ามารับบริการตรงนี้ รบกวนทางท่านรัฐมนตรีด้วย รวมถึงการศึกษาข้อมูลข่าวสารที่เป็น ประโยชน์ โดยเฉพาะที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าโรงเรียนผู้สูงอายุ จริง ๆ ผมเป็นอาจารย์ สอนที่โรงเรียนนี้ด้วย สอนภาษาอังกฤษทุกครั้ง เขาก็เชิญผมไปสอนภาษาอังกฤษ ก็มีสิ่งหนึ่ง ที่ผมอยากจะนำเรียนที่เข้าไปสู่คอร์ส (Course) การเรียนการสอนก็คือเคยมีโครงการหนึ่ง เขาเรียกว่า วัยแซ่บสูงวัย หัวใจออนไลน์ ตรงนี้ก็จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเข้าไปในหลักสูตร ที่ผู้สูงอายุจะสามารถเข้าใช้ออนไลน์ (Online) เข้าสู่สังคมดิจิทัล (Digital) เป็นผู้สูงอายุดิจิทัล (Digital) ที่จะสามารถมาหาสร้างรายได้ในอนาคต ขณะที่ตัวเองอยู่ที่บ้านด้วยเช่นกัน แล้วก็ จะไม่เบื่อในเรื่องของการประกอบอาชีพ ทีนี้การประกอบอาชีพผมมองว่าเรามีกฎสำหรับ ข้อบังคับของ พม. อยู่แล้ว ที่บริษัทหนึ่งจะต้องมีผู้พิการ ๕ รายในบริษัทนั้น เราควรไหม เพราะว่าในบริษัทหนึ่งควรจะต้องมีผู้สูงอายุกำหนดไปเลยว่าอายุ ๖๐-๖๕ ปี ถามว่าเพราะอะไร ปัจจุบันทางการแพทย์เราพัฒนาแล้ว ผู้สูงอายุ ๖๐-๖๕ ปีผมมั่นใจว่าท่านก็อยากจะทำงานเพิ่ม ในส่วนของเอกชน ถ้าเป็นกฎข้อบังคับใส่เข้าไปด้วยของพระราชบัญญัติผมก็ว่าเป็นสิ่งที่ดี อายุ ๖๐-๗๐ ปีเลยก็ได้ ส่วนเรื่องค่าโดยสารยานพาหนะ ผมมองอย่างนี้ครับ บางท่านทราบ บางท่านไม่ทราบว่าลดค่าเครื่องบิน บางท่านไม่ทราบว่าลดค่ารถไฟ ตรงนี้เป็นเรื่องของการ ประชาสัมพันธ์ว่าเราจะให้ผู้สูงอายุทราบได้อย่างไรว่ามีการลด บางทีหน่วยงานเขาก็ไม่ทราบ ว่าจะลดค่าโดยสารสาธารณะเครื่องบินหรือรถยนต์สาธารณะอย่างไร รวมถึงรถไฟด้วย ทีนี้การให้คำปรึกษาดำเนินการอื่นเกี่ยวกับทางการดำเนินคดี มีอัยการคุ้มครองสิทธิ อันนี้ ผมเคยนำมาแล้วในพื้นที่ ไปที่อัยการภาค ๒ ก็ดี หรือแม้กระทั่งศูนย์ดำรงธรรมก็ดี ทีนี้การรับฟัง ของเจ้าหน้าที่ผมอยากจะให้มองว่าควรจะต้องมีเจ้าหน้าที่ พม. มาด้วย เพราะว่าผู้สูงอายุ เป็นผู้สูงอายุที่เป็นวัยที่อาจจะมีความเปราะบางทางด้านจิตใจ หรือแม้กระทั่งมีความผิดปกติ ทางจิต ตรงนี้เองเป็นสิ่งที่อาจจะเป็นโรคซึมเศร้า เพราะปัจจุบันการให้เพิ่มความมั่นใจ ในเรื่องกฎหมาย สังเกตไหมว่าผู้สูงอายุจะกลัวมากเวลาเจอตำรวจ ผู้สูงอายุจะกลัวมากเวลาเจอ เจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะฉะนั้นคือสิ่งที่จำเป็นที่ว่าเจ้าหน้าที่ พม. ควรจะต้องเข้าร่วมกับ ศูนย์ดำรงธรรมหรือว่าสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิด้วย ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรี จุติ ไกรฤกษ์ ว่าท่านมีแนวทางหรือว่ามีข้อเสนอแนะอย่างไรให้กับทางอำเภอสัตหีบ ผู้สูงอายุของอำเภอสัตหีบ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ขอตอบคำถาม ของท่าน ส.ส. สะถิระ ว่า ณ ปัจจุบันนี้เราได้ปรับศูนย์ผู้สูงอายุ ศูนย์คนพิการ แล้วก็ ศูนย์พัฒนาครอบครัวมาเป็นศูนย์ช่วยเหลือประจำตำบลทั้งประเทศ เรามีประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง ขณะนี้เราเปิดได้ประมาณ ๔,๙๐๐ กว่าแห่ง จังหวัดชลบุรีก็เพิ่งทำการบ้าน เมื่อวานนี้ เพราะว่าท่านตั้งกระทู้ถามผมวันนี้ ผมก็เชิญเจ้าหน้าที่มาหมด ก็ยืนยันว่าในศูนย์ ช่วยเหลือประจำตำบล ซึ่งมีทีมงานท่านอยู่ในอำเภอสัตหีบด้วย ท่านสุริยะ ทุกคนเขาก็ช่วย ทำงานอยู่แล้ว ฉะนั้นในศูนย์นี้จะเป็นศูนย์ที่มีทั้งสภาเยาวชน ผู้สูงอายุ ข้าราชการเกษียณ สตรี แม่บ้าน ทุกกลุ่มอยู่ในนั้นหมด แต่จะเป็นจิตอาสา รวมทั้ง อสม. ด้วย เมื่อเป็นจิตอาสาแล้ว ปัญหาที่มีก็จะผ่านศูนย์นี้ไปยัง พม. จังหวัด พม. จังหวัดนั้นท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านก็เป็นประธาน แล้วสิ่งที่เราทำก็คือเรื่องของตำรวจ เราก็อาจจะยังไปไม่ถึงจังหวัดชลบุรี แต่ว่าได้ทำแล้วคือศูนย์ที่มีความพร้อมก็จะไปขอตำรวจ สถานีตำรวจนั้น ๆ ให้ความรู้ในเรื่อง ของการไกล่เกลี่ยคดี ลดความรุนแรงของครอบครัวเวลาเกิดปัญหาขึ้น แล้วก็บอกว่า ใน ๑ ศูนย์นี้ ให้มีประมาณ ๑๐ คนที่จะเป็นผู้ประสานงานกับสถานีตำรวจ ทำให้ทุกคน ผ่อนคลายความเกร็ง แล้วก็กลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วหลายเรื่องเราก็ให้อัยการได้มา ช่วยบรรยายถึงสิทธิของผู้ที่ทำ ดังนั้นศูนย์ก็จะกลายเป็นว่าวันนี้อุปสรรคมีอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือผู้สูงอายุใช้แอป (App) สมัยใหม่ไม่เป็น แล้วก็ที่ถามกันคือหลายคนก็ลูกหลาน ซื้อโทรศัพท์ไว้ให้ก็เป็นอนาล็อก (Analog) ไว้สำหรับโทรอย่างเดียว โทรถึงหากัน ส่วนใหญ่ จะเป็นลูกโทรหา แล้วก็เขาจะไม่สามารถใช้ตรงนี้สื่อสารอะไรได้ หมายถึงทางโซเชียล มีเดีย (Social Media) นั่นก็เป็นปัญหาอุปสรรค ก็จะมีประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของทุกศูนย์ โดยเฉลี่ยเลยมีปัญหาดังนี้นะครับ แล้วก็นอกจากนั้นแล้วผมคิดว่าสิ่งที่ต้องทำก็คือว่าเวลา เขาจะทำอะไร อาสาสมัคร อพม. จะอยู่ในนี้ด้วย ฉะนั้นอาสาสมัคร อพม. ก็เป็นประธานตำบล ซึ่งผมเชื่อว่าทีมลูกน้องท่านเป็นประธานตำบลอยู่ด้วย ก็ได้สามารถประสานงานกับ พม. จังหวัดได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าตรงนี้จะเป็นการลดช่องว่าง แล้วก็ปรับปรุงการสื่อสาร ของทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุ แล้วก็จะดูแลพี่น้อง แล้วเราวันนี้ก็ไปเชื่อมกับศูนย์แก้ไข ความยากจนของรัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหาความยากจน ซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานจังหวัด ท่านนายอำเภอเป็นประธานของอำเภอ ดังนั้นปัญหาได้รับการแก้ไข ถึง ๕ มิติ เรื่องสุขภาพ การศึกษา ชีวิตความเป็นอยู่ อาชีพ แล้วก็การเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ ฉะนั้นท่านกับผมนี่คิดคล้าย ๆ กันกับนโยบายรัฐบาลว่าสิ่งที่มีอยู่นี้พยายามทำให้ประชาชน เข้าถึงสวัสดิการได้เต็มที่ แล้วหากติดขัด ขัดข้องอะไรท่านสามารถโทรศัพท์หาสำนักงาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดได้ทุกเวลา แล้วก็โทรศัพท์ใช้ผมได้ทุกเวลา เช่นกันครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ก็เพิ่มเติม ได้อีกนิดหนึ่ง เชิญครับ🔗
จริง ๆ ไม่มีคำถามแล้ว ท่านก็มีชี้แจง ทางพาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint) กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตสัตหีบ จังหวัดชลบุรี กราบฝาก ขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีในส่วนของคำชี้แจงและคำตอบให้กับผู้สูงอายุ อำเภอสัตหีบ ผมขอเรื่องนิดหนึ่งสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของศูนย์ดำรงธรรม หรือว่าจาก พม. เอง ให้เขาแสดงตัวและประชาสัมพันธ์ตัวเองว่าเขาคือใคร อยู่ที่ไหน ทำอะไรในพื้นที่ ตรงนี้จะเป็นช่องทางที่สำคัญอย่างมาก เพราะผู้สูงอายุอาจจะไม่รับทราบ ผ่านทางอนาล็อก (Analog) ก็จะเป็นมือถือ ทีนี้เราจะเป็นเพเพอร์ (Paper) ไปแจกเขาก็ได้ ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะผู้สูงอายุเวลาอยู่บ้านชอบติดไว้ที่ประตูห้องนอน ว่าเบอร์มันอยู่ ตรงไหน อย่างไร ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเหมือนกัน แล้วขอบคุณอีกเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องของ บ้านมั่นคง เรื่องนี้ผมตามมาก่อนที่จะมาเป็นผู้แทนราษฎรด้วย ตรงนี้ถ้าสำเร็จก็จะเป็น คือผมอยู่ที่นั่นตั้งแต่เล็ก บ้านมั่นคงตรงนี้เขาเรียกชุมชน กม. ๑๐ ผมก็จะอยู่ชุมชนแออัดตรงนี้ ตั้งแต่เล็ก แล้วถ้าเปลี่ยนไปอยู่ที่บ้านมั่นคงได้ มันก็จะเป็นเปลี่ยนชุมชนแออัดให้มาอยู่ใน สภาพแวดล้อมที่ดี ก็จะเป็นความหวังอย่างหนึ่งของผู้สูงอายุด้วยในอำเภอสัตหีบของเรา โดยเฉพาะตำบลภูตาหลวง แล้วก็เรื่องสุดท้ายก็ฝากในเรื่องของทางการเคหะแห่งชาติ ที่จะเล็งเห็นอำเภอสัตหีบเป็นหมู่บ้านผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นของข้าราชการทหารเรือ ครอบครัว หรืออาชีพพลเรือนทั่วไปด้วย วันนี้กราบขอบคุณท่านประธานแล้วก็ท่านรัฐมนตรี จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นอย่างสูง ขอบคุณครับ🔗
ก็ถือว่าจบ การถามตอบกระทู้แยกเฉพาะที่ ๔๕๘ กระทู้ที่ ๑.๓.๕ ต้องขอขอบคุณ ท่าน ส.ส. สะถิระ เผือกประพันธุ์ กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ที่กรุณาให้เกียรติตอบกระทู้แยกเฉพาะของพวกเรา ขอบคุณมากครับ🔗
๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๕๙ เรื่อง การดำเนินการแก้ไข และปรับปรุงท่อคอนกรีตลอดเหลี่ยมใต้ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๙๔ เส้นทาง ระหว่างบ้านห้วยกระบอก-ลูกแก หมู่ที่ ๙ ตำบลกรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือนายธันวิน สวัสดิศานต์ ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารการดำเนินงาน สำนักบริหารบำรุงทางกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ขณะนี้ทุกท่านพร้อมแล้ว ผมขอเชิญท่าน ส.ส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ถามเลยครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ทำ กระทู้ถามแยกเฉพาะเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่อง การแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตอำเภอบ้านโป่ง โดยมีความเดือดร้อนของราษฎร ในเขตตำบลกรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง เนื่องจากการถูกน้ำท่วม เนื่องด้วยปัญหาท่อคอนกรีต ลอดเหลี่ยมใต้ถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๓๙๔ เส้นทางระหว่างบ้านห้วยกระบอก-ลูกแก บริเวณหมู่ที่ ๙ ตำบลกรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นท่อลอดเหลี่ยมดังกล่าว มีระดับสูงทำให้น้ำท่วมขัง จึงขอให้กรมทางหลวงได้แก้ไขให้ท่อดังกล่าวมีระดับต่ำลง เพราะปัจจุบันน้ำได้ท่วมฝั่งบ้านหนองสองห้องและพื้นที่ใกล้เคียงในเขต หมู่ที่ ๙ ของตำบล กรับใหญ่ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและไร่นาของพี่น้องประชาชน ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนมาเป็นระยะเวลาหลายปี ซึ่งอยากจะเรียนท่านประธานว่าปัญหาดังกล่าว ผมได้นำเข้าไปหารือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรในวาระข้อปรึกษาหารือ เมื่อปี ๒๕๖๒ มาแล้ว แล้วก็ได้รับจดหมายแจ้งจากทางสภาผู้แทนราษฎร โดยทางกระทรวงคมนาคม โดยอธิบดีกรมทางหลวงในสมัยนั้นได้แจ้งว่าจะนำโครงการดังกล่าวมาดำเนินการให้กับพี่น้อง ประชาชนในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ซึ่งผมก็ได้รอคอย แต่จนปัจจุบันนี้ได้ติดตามไปยัง ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงนครปฐม ก็ได้รับทราบว่าไม่ทราบเรื่องดังกล่าว อันนี้ มันเป็นปัญหาทางราชการที่จะนำกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ซึ่งวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้มาตอบกระทู้ถาม ก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรี อธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นอย่างยิ่งที่ได้สละเวลามาตอบ แต่ปัญหามันอยู่อย่างนี้ครับท่านประธาน🔗
ผมได้นำรูปขึ้นนำกราบเรียน ท่านประธานว่ารูปบริเวณดังกล่าวก็จะเห็นสภาพท่อมันต่ำกว่าระดับถนน แล้วก็มีความสูง แล้วก็ไม่สามารถระบายน้ำได้ เวลาน้ำท่วมขังก็ท่วมหลายไร่ แล้วท่อท่านประธานจะเห็นว่า เป็นท่อแค่ ๑ เมตรแค่เส้นทางเดียว ในปัจจุบันนี้ต้องเรียนท่านประธานว่าเราเจอปัญหา แบบนี้ในเขตอำเภอบ้านโป่งหลายแห่ง แล้วได้ทำเสร็จไปแล้วก็คือเส้นเบิกไพร ที่เส้นเบิกไพร ไปหนองปลาหมอ ก็ดำเนินการโดยงบประมาณของจังหวัดราชบุรี ดำเนินการโดย แขวงทางหลวงราชบุรี ก็แก้ไขปัญหาไปแล้ว แล้วก็จุดที่ ๒ ตอนนี้กำลังก่อสร้างอยู่ที่ ตำบลเบิกไพร แล้วก็ตำบลลาดบัวขาว ดำเนินการโดยกรมชลประทาน ทีนี้ถนนเส้นนี้ ที่ท่านประธานเห็นก็คือท่านนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลกรับใหญ่ ก็คือนายกธรรมรัตน์ วงษ์พิทักษ์โรจน์ ก็ได้ลงพื้นที่กับกรมชลประทาน เพราะว่ารอกรมทางหลวงไม่ไหว แต่ทาง ชลประทานมาลงพื้นที่แล้วก็ไม่สามารถทำได้ เพราะว่าคลองที่มาผ่านในเส้นทางดังกล่าวนี้ เป็นคลองสาธารณะ ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน ไม่เหมือนกับที่ ตำบลลาดบัวขาว ตำบลเบิกไพร ซึ่งเป็นคลองชลประทาน ก็สามารถที่จะได้ให้ชลประทาน มาดำเนินการได้ ส่วนที่ตำบลหนองปลาหมอ ตรงนั้นก็เป็นงบจังหวัด ทางกรมทางหลวง ดำเนินการ แต่ตรงนี้เป็นพื้นที่ในความผิดชอบของทางหลวงของจังหวัดนครปฐม อันนี้ คือปัญหาอันหนึ่งที่จะนำกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ถนนอยู่ใน ความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงอีกจังหวัดหนึ่ง แต่เขตปกครองเป็นเขตปกครองของอีก จังหวัดหนึ่ง เส้นทางตรงนี้เคยเกิดปัญหาเรื่องไฟแดง ไฟแดงก็สร้างไม่ได้เพราะว่าทางหลวง ของจังหวัดนครปฐมดูแล แต่เขตปกครองอยู่จังหวัดราชบุรี ก็ต้องไปดำเนินการโอนมาให้ทาง จังหวัดราชบุรีดูแลก่อน เมื่อใช้งบประมาณเสร็จก็โอนกลับ อันนี้ก็เป็นปัญหาอย่างหนึ่ง ที่ต้องเข้ามา ส่วนราชการก็ต้องลงเข้ามาติดตามอย่างใกล้ชิดโครงการถึงจะสำเร็จ อันนี้ก็เป็น ปัญหาอีกอย่างหนึ่งว่าถนนอยู่ในแขวงทางหลวงนครปฐม แต่เขตปกครองอยู่จังหวัดราชบุรี ก็มีปัญหาเหมือนกันว่าก็ทำให้การใช้งบประมาณไม่สามารถทำได้เหมือนกับที่ตำบลหนองปลาหมอ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ที่ใช้งบจังหวัดลงมาดำเนินการ ทีนี้ก็เลยจะเรียนถามท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าเคยได้รับหนังสือแจ้งมาจากทางอธิบดีกรมทางหลวงผ่านท่านประธาน นี่ละครับ ลงนามโดยท่านประธาน ท่านศุภชัย โพธิ์สุ ว่าทางกรมทางหลวงจะจัดสรร งบประมาณมาดำเนินการให้ แต่จนปัจจุบันนี้เลยปีงบประมาณมาแล้ว แล้วก็ได้ติดตาม ผมก็โทรศัพท์ไปติดตาม ท่านนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลกรับใหญ่ ท่านนายกธรรมรัตน์ วงษ์พิทักษ์โรจน์ ก็ทำหนังสือแล้วไปยื่นที่แขวงทางหลวงนครปฐม ไปติดตามแต่ก็ไม่มี ความคืบหน้า จริง ๆ แล้วอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่ไม่ได้ ใหญ่เลย จริง ๆ ไม่ควรจะมารบกวนเวลาของสภาด้วยซ้ำ ผมเคยได้ยินท่านประธานชวนบอกว่า ส.ส. นี่ ปัญหาใหญ่ ปัญหาเล็ก เราต้องพิจารณาคัดแยก ปัญหาใหญ่ก็เอาเข้าสภา ปัญหาเล็ก เราก็โทรศัพท์ประสานหน่วยงาน ปัญหาจริง ๆ ตรงนี้ไม่ควรจะรบกวนเวลาของสภา ในการทำกระทู้เลย ไม่ควรจะต้องรบกวนเวลาของท่านประธานสภา ไม่ควรจะรบกวนเวลาของ ท่านรัฐมนตรีเลย ถ้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทำหนังสือมาแล้วก็แก้ไขปัญหาให้กับราษฎร พี่น้องประชาชน ตามที่ได้ทำหนังสือแจ้ง ส.ส. มา ปัญหามันก็จบ แต่ปัจจุบันนี้กรมทางหลวง ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบทำจดหมายมา แต่ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงนครปฐมไม่ทราบเรื่อง กรมทางหลวงไม่ดำเนินการ ก็ต้องมาทำกระทู้ถาม จากข้อหารือก็จะต้องยกระดับมาเป็น กระทู้ถาม ถึงจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนได้หรือไม่ อย่างไร วันนี้ ผมเลยขออนุญาตได้ทำกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมผ่านท่านประธานว่า ทางกระทรวงคมนาคมมีนโยบายและแผนในการดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงท่อคอนกรีต ลอดเหลี่ยมใต้ถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๓๙๔ เส้นทางบ้านห้วยกระบอก-ลูกแก หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาตอบกระทู้ถามของ ท่านอัครเดช ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชมแล้วก็ขอขอบคุณท่าน ส.ส. อัครเดช ที่ท่านมีความ เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชนที่ใช้ถนนทางหลวง หมายเลข ๓๓๙๔ แล้วก็อย่างข้อมูลที่ท่าน ให้มาว่าช่วงนั้นถ้าถึงเวลาฤดูน้ำก็จะมีน้ำขัง ผมก็ได้ทำการถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวง แล้วก็แขวงทางหลวงนครปฐม ก็ทราบว่าโดยปกติปัญหาน้ำท่วม ก็จะไม่เกิด แต่จะมาเกิดช่วงฤดูน้ำเหมือนอย่างที่ท่านบอกเลย ผมก็ได้สอบถามไปอย่างที่ท่านว่า ลักษณะของถนนตรงนี้ปัจจุบันก็จะเป็นลักษณะของ ๒ ช่องจราจร ความกว้างผิวทางอยู่ ๓.๕ เมตร ไหล่ทางกว้าง ๑.๕ เมตร เป็นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต ก็คือส่วนบริเวณ ที่ท่านสอบถามก็จะอยู่ที่ กม. ๑๑ ซึ่งตรงนั้นจะมีร่องน้ำธรรมชาติไหลลอดผ่านทางหลวง ด้วยท่อกลมคอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อระบายน้ำลงสู่แหล่งสาธารณะ ส่วนปัญหาที่ท่านได้ หยิบยกมาก็คือน้ำท่วม น้ำขัง เบื้องต้นในระยะเร่งด่วนที่ให้ทำแก้ไขทันที ผมได้ประสาน ไปทางกรมทางหลวงแล้วก็แขวงทางหลวงนครปฐม ก็คือเบื้องต้นให้มีการไปถมดิน ที่มีน้ำกัดเซาะถนน อันนี้เราจะแก้ไขปัญหาเรื่องการกัดเซาะถนน แล้วก็ให้มีการขุดลอก ร่องระบายน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนฤดูน้ำมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้น้ำจะมาบ่อย ก็จะให้มีการเข้าไปตรวจตรา แล้วก็มีการขุดลอกเป็นระยะเพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมน้ำขัง และถ้า ถึงเวลาจริงเกิดน้ำท่วมน้ำขังก็อยากให้พื้นที่ก็แจ้งข้อมูลมาได้เลย ผมจะได้ประสานทาง กรมทางหลวงให้เข้าไปเร่งดำเนินการเพื่อให้น้ำระบายเร็วที่สุด ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาว ที่ท่านได้ถามถึงก็คือการจัดสรรงบประมาณของกรมทางหลวงว่าที่ท่านติดตามถามว่า ก่อนหน้านี้หารือไปแล้วทำไมยังไม่ได้ ผมก็ได้สอบถามไปยังพื้นที่ สอบถามไปยังกรมทางหลวง ก็ได้คำตอบมาว่าตรงนี้อยู่ในแผนขอรับงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ ก็คืออยู่ในแผนปีหน้า ตรงนี้ ผมก็จะช่วยติดตาม ก็ถามไปทางกรมทางหลวง กรมทางหลวงก็รับปากแล้วว่าในปี ๒๕๖๗ ก็จะทำแผนขอสนับสนุนงบประมาณดำเนินการแก้ไขปรับปรุงท่อลอดเดิมให้เป็นท่อเหลี่ยม คอนกรีตเสริมเหล็ก แล้วก็จะมีการปรับลดระดับของท่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ เหมือนอย่างที่ ท่านว่าไปว่าปัจจุบันลักษณะของท่ออาจจะมีลักษณะสูงหรือต่ำเกินไป ในปี ๒๕๖๗ ก็ได้งบประมาณก็จะไปปรับปรุงจัดสรร ทั้งนี้ทั้งนั้นเดี๋ยวจะให้ทางแขวงทางหลวงนครปฐมเอง ลงไปร่วมกับผู้นำในพื้นที่จะได้หารือกันว่าทางออกแบบไหนที่จะดีที่สุดในพื้นที่ แล้วก็ ขอยืนยันว่าทางรัฐบาลเองโดยกรมทางหลวงก็ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อข้อเรียกร้องของท่าน ส.ส. หรือข้อเรียกร้องของพี่น้องประชาชน ก็ขอรับปากว่าภายในปี ๒๕๖๗ ก็จะให้กรมทางหลวง จัดสรรของบประมาณตัวนี้เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านอัครเดช ถามคำถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ท่านรัฐมนตรีที่ได้ให้โอกาสผม ได้มาทำกระทู้ถาม แล้วก็แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ซึ่งท่านจะได้ติดตามปัญหานี้ให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ได้จัดสรรงบประมาณผ่านกรมทางหลวงมาดำเนินการท่อลอดเหลี่ยมคอนกรีตให้กับ พี่น้องประชาชน เรียนท่านรัฐมนตรีผ่านไปทางท่านประธานว่าตัวความเดือดร้อน จะเห็นว่า ท่อมันเล็ก แล้วก็การออกแบบผมอยากจะให้มีขนาดใหญ่ เพราะว่าตอนนี้พอดำเนินการไป ที่ตำบลหนองปลาหมอ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี พอดำเนินการไปแล้วเสร็จ เดิมท่วมที อย่างที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าจะท่วมตอนหน้าน้ำหลาก ก็เหมือนกับสภาพทั่วไปที่เราเจอ ทุกวันนี้ พอหน้าแล้งน้ำก็ไม่ท่วม พอน้ำหลากน้ำก็ท่วม ก็สร้างความเสียหายให้กับไร่นา แล้วก็บ้านเรือนของพี่น้องประชาชน พอทำปัจจุบันนี้ที่ตำบลหนองปลาหมอ ผลกระทบ ๗-๘ หมู่บ้าน ตอนนี้เรียบร้อยเลย ไม่มีปัญหา ส่วนที่ตำบลลาดบัวขาว ตำบลเบิกไพร อันนั้นก็ ๕-๖ หมู่บ้านเหมือนกัน พอแก้ไขปัญหาแล้วก็ตอนนี้กำลังก่อสร้างอยู่ พื้นที่ตรงนี้เรียนกับท่าน ประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า พื้นที่ตรงนี้ถ้าได้รับการแก้ไข ทางนายกเทศมนตรี เทศบาล ตำบลกรับใหญ่บอกว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ประมาณ ๘๐๐ ไร่ ๘๐๐ ไร่จะมีประชาชนได้รับประโยชน์ ๑๐๐ กว่าหลังคาเรือน แล้วก็จำนวนประชากรที่อยู่ ตรงนั้นเกือบ ๑,๐๐๐ คน ก็เลยขออนุญาตท่านประธานได้ขอให้ทาง ท่านรัฐมนตรีได้ช่วยเร่งรัด แล้วก็อยากให้ดำเนินการ เพราะว่าจริง ๆ แล้วทางแขวงทางหลวง ได้เรียนท่านรัฐมนตรีว่าจะจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ แต่จริง ๆ ทางสภาผู้แทนราษฎร ทำหนังสือแจ้งมา จริง ๆ ผมไม่ได้นำขึ้นมาเรียนท่านประธานกับท่านรัฐมนตรี ว่าจริง ๆ แล้ว เขารับปากว่าจะดำเนินการให้ในปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ เพราะผมทำข้อหารือไปทาง ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๖๒ แต่ตอนนี้เลื่อนมาเป็นปี ๒๕๖๗ ไม่เป็นไรครับ ท่านประธาน ก็ยังดี ดีกว่าไม่ได้ ก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีได้กำชับแล้วก็เร่งรัดหน่วยงาน กรมทางหลวง โดยเฉพาะแขวงทางหลวงนครปฐมให้ลงมาดูแล ทีนี้อีกเรื่องหนึ่งอยากจะ นำเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ปัญหาตรงนี้ผมคิดว่าไม่ใช่ปัญหาที่เดียว ที่จังหวัดราชบุรี ที่แขวงทางหลวงอยู่อีกจังหวัดหนึ่ง แต่เขตปกครองอยู่อีกจังหวัดหนึ่ง เวลาประสานงานก็ค่อนข้างจะแก้ไขลำบาก ก็อยากจะนำเรียนท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าเป็นไปได้ไหมว่าอีกหน่อยถ้าจะมีการรีไวส์ (Revise) แผน หรือโครงข่าย ทางหลวง อยากจะให้จังหวัดใครจังหวัดมันดูแล เวลาประสานแก้ไขปัญหามันจะง่าย อันนี้ ชัดเจนเลย อย่างท่านประธานอยู่จังหวัดนครพนม พอเวลาแขวงทางหลวงจังหวัดใกล้เคียง ท่านกินเข้ามาในพื้นที่ท่าน เวลาท่านเป็นผู้แทนราษฎรผมคิดว่าประสานยากกว่าที่อยู่ใน จังหวัดเดียวกัน อันนี้ก็เป็นข้อเสนอแนะในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะได้ให้ ข้อเสนอแนะไปยังท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านประธาน และขอบคุณท่านรัฐมนตรี อธิรัฐ รัตนเศรษฐ มาอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรี แล้วก็ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ของพวกเรา ถือว่าจบการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๕๙ วาระที่ ๑.๓.๖🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๕๗ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการเกิด อุบัติเหตุบนถนนทางหลวงแผ่นดินในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ (นายคุณากร ปรีชาชนะชัย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือนายธวัชชัย แสงรัตน์ วิศวกรโยธา ชำนาญการพิเศษ สำนักอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ขณะนี้ ทุกท่านพร้อมแล้ว ผมขอเชิญท่านคุณากร ปรีชาชนะชัย ได้ถามเลย เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถามแยกเฉพาะในเรื่องของ การแก้ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวงแผ่นดินของจังหวัดสุรินทร์ แล้วก็ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ที่ท่านให้เกียรติมาตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะด้วยตัวท่านเอง แล้วผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพี่น้องชาวจังหวัดสุรินทร์ จะได้รับการแก้ไขโดยเร็ว ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากกระทู้นี้เป็นกระทู้ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ไข ปัญหาอุบัติเหตุบนทางหลวงแผ่นดิน ๒ เส้นทาง ผมจึงจะขออนุญาตท่านประธานได้อธิบาย ทางหลวงแต่ละเส้นทาง แล้วก็จะได้ตั้งคำถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีทีละ คำถาม🔗
เส้นทางแรกเป็นทางหลวงหมายเลข ๒๓๓๓ เป็นเส้นทางผ่านระหว่าง โรงเรียนสนมวิทยาคารและบ้านพักของโรงเรียนสนมวิทยาคาร ซึ่งโรงเรียนสนมวิทยาคารนั้น เป็นโรงเรียนมัธยมขนาดกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ปัจจุบันนี้ มีนักเรียนอยู่ประมาณ ๙๘๗ คน และมีบุคลากรทางการศึกษาอยู่ประมาณ ๗๐ คน เมื่อก่อน ถนนเส้นนี้เป็นถนน ๒ ช่องทางจราจร อุบัติเหตุน้อย เนื่องจากผู้ใช้รถใช้ถนนมีความ ระมัดระวัง เวลาขับผ่านหน้าโรงเรียนก็จะมีความระมัดระวัง แต่เมื่อถนน ๒ ช่องทางจราจร ได้ปรับเปลี่ยนจากการขยายเป็น ๔ ช่องทางจราจรแล้วนั้น ทำให้ผู้สัญจรไปมามีความ สะดวกสบายในการสัญจรมากยิ่งขึ้น ทำให้ขาดความระมัดระวัง ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แก่บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน รวมไปถึงพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอสนม ผมขออนุญาตย้อนไปเปิดคลิป ขออนุญาตท่านประธานเปิดคลิป (Clip) นะครับ🔗
นี่คือบริเวณหน้าโรงเรียนสนมวิทยาคาร เป็นถนน ๔ ช่องทางจราจร หลังจากที่เราได้พูดคุยกับผู้ร้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อประเสริฐ วงศ์ฉลาด นายกสมาคมผู้ปกครองครู รองสมโภชน์ นอมน้อม คณะกรรมการสถานศึกษา ผอ. สมนึก จิตรหนักแน่น ผอ. โรงเรียนสนมวิทยาคาร นายกเพชร แสนสุข อดีตนายกเทศมนตรี ตำบลสนม รวมไปถึงผู้ใหญ่บ้าน ท่านสุวิมล ศิลาอ่อน และนายสินธุ์ถนอม ศิลาอ่อน สมาชิก สภาเทศบาล เราก็ได้มีการประชุมและหารือถึงแนวทาง ถ้าย้อนกลับไปในคลิป (Clip) แรก ก็จะสังเกตว่าปัจจุบันนี้หน้าโรงเรียนสนมวิทยาคารนั้นไม่มีเกาะกลางถนน ไม่มีป้ายบอกเขต พื้นที่โรงเรียน ไม่มีสัญญาณไฟจราจร ไม่มีทางม้าลาย รวมไปถึงลูกระนาดในการชะลอความเร็ว บริเวณหน้าโรงเรียน ทุกวันนี้ทางโรงเรียนสนมวิทยาคารนั้นต้องไปขอความช่วยเหลือจาก ตำรวจจราจรของสถานีตำรวจภูธรอำเภอสนม ทุกเช้า ทุกเย็นให้มาอำนวยความสะดวก แต่บางครั้งเจ้าหน้าที่ไม่พอ ก็จะต้องเป็นหน้าที่ของครูอาจารย์ที่จะต้องมาช่วยอำนวยความสะดวก ให้แก่ลูกหลาน และบางครั้งครูบาอาจารย์ไม่พอยังต้องไปใช้บริการนักเรียนสวมเครื่องแบบ ลูกเสือ เนตรนารีมาช่วยอำนวยความสะดวก นี่ก็เป็นความยากลำบากของพี่น้องชาวอำเภอสนม จึงอยากขออนุญาตในการตั้งคำถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ทางกระทรวงคมนาคม จะมีวิธีการในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการเกิดอุบัติเหตุหน้าโรงเรียนสนมวิทยาคาร หรือไม่ และทางกระทรวงคมนาคมจะมีแนวทางในการจัดสรรงบประมาณเพื่อนำมาใช้ในการ สร้างเกาะกลางถนนบนถนนทางหลวง หมายเลข ๒๓๓๓ บริเวณหน้าโรงเรียนสนมวิทยาคาร หรือไม่ อย่างไร นี่เป็นคำถามแรกครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มาตอบกระทู้ของท่าน ส.ส. คุณากร ปรีชาชนะชัย ก่อนอื่นผมขออนุญาตกล่าวชื่นชมแล้วก็ขอบคุณท่าน ส.ส. คุณากร ที่ท่านได้มีความเป็นห่วงเป็นใยพ่อแม่พี่น้องประชาชน น้อง ๆ นักเรียนที่ใช้ถนนทางหลวง หมายเลข ๒๓๓๓ ต้องกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ที่ผ่านมาท่าน ส.ส. คุณากร ก็ได้มีการ ไม่ว่าจะเป็นการหารือ ตั้งกระทู้ หรือแม้แต่มายื่นข้อมูลกับผมที่กระทรวงตลอด ก็ต้องขอชื่นชม ตรงนี้ แล้วก็ดีใจแทนพ่อแม่พี่น้องชาวสุรินทร์ที่ท่านมีผู้แทนที่เอาใจใส่ ต่อข้อห่วงใยของท่าน ส.ส. ก็คือถนนหมายเลข ๒๓๓๓ บริเวณที่ท่านกล่าวถึงก็คือบริเวณหน้าโรงเรียนสนมวิทยาคาร อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ ปัญหาดังกล่าวเบื้องต้นผมก็ได้ประสานไปยังกรมทางหลวง แล้วก็ ประสานไปยังแขวงกรมทางหลวงของสุรินทร์ เบื้องต้นถนนเส้นดังกล่าวก็ได้ให้ทางหลวงสุรินทร์ ได้ติดตั้งป้ายจราจร ติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ราวกันอันตราย และตรวจสอบสภาพถนนตลอด เส้นทาง อันนี้ก็คือเป็นสิ่งที่ทำอยู่ ณ ปัจจุบัน และที่สำคัญภายในงบประมาณ ปี ๒๕๖๖ ถนนเส้นนี้ทางกรมทางหลวงก็ได้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อที่จะไปซ่อมบำรุง เป็นในลักษณะ รีไซคลิง (Recycling) ซึ่งจะดำเนินการภายในช่วงเดือนเมษายน ปี ๒๕๖๖ ส่วนการแก้ปัญหา อุบัติเหตุหน้าโรงเรียนที่ท่าน ส.ส. ได้ถามตรงนี้ ผมก็ได้กำชับแล้วก็ย้ำไปทางแขวงทางหลวงสุรินทร์ แล้วก็ให้เร่งดำเนินการโดยด่วน โดยเบื้องต้นทางกรมทางหลวงก็จะให้แขวงทางหลวงสุรินทร์ ได้ติดตั้งป้ายบอกเขตโรงเรียน ไฟกระพริบ ทางม้าลาย ลูกระนาดลดความเร็ว แล้วก็ติดตั้งแบริเออร์ (Barrier) ชั่วคราวอย่างเร่งด่วน อันนี้ก็จะฝากทางท่าน ส.ส. แล้วก็พี่น้องประชาชนในพื้นที่ช่วยกัน ติดตาม ถ้ายังไม่ได้ดำเนินการอย่างไรท่านก็แจ้งข้อมูลมาได้ ผมก็จะคอยกำชับกรมทางหลวง แล้วก็ แขวงทางหลวงสุรินทร์ไปอีกทีหนึ่ง ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ในจุด ๆ นี้กรมทางหลวง ก็จะพิจารณาความเหมาะสมว่าเราจะมีการจัดทำรับฟังความคิดเห็นการมีส่วนร่วมของประชาชน ในพื้นที่ว่าเราจะมีการออกแบบว่าควรจะมีเกาะกลางดีไหม หรือเกาะกลางลักษณะอย่างไร ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณรถ แล้วก็ปริมาณผู้ข้ามถนน เดี๋ยวหลังจากนี้จะให้ทางกรมทางหลวงลงไป ในพื้นที่ ก็เรียนเชิญท่าน ส.ส. ท่านผู้นำ คุณครู น้อง ๆ นักเรียนผู้มีส่วนร่วมทั้งหมด เราจะได้มา นั่งหารือประชุมกันว่าในอนาคตเราควรจะปรับรูปแบบตรงนั้นเป็นอย่างไรให้มันเหมาะสมกับทาง รูปแบบด้านวิศวกรรม แล้วก็จะมอบหมายให้ทางกรมทางหลวงขอรับงบประมาณในงานปรับปรุง เส้นทางนี้ต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ท่านคุณากร มีคำถามที่ ๒ ไหมครับ เชิญครับ ท่านเหลือเวลาอีก ๕ นาทีครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่ท่านได้มาตอบคำถามเพื่อความ สบายใจของพี่น้องชาวอำเภอสนม ในเรื่องของการที่จะทำประชาพิจารณ์ในเรื่องของเกาะกลาง รวมไปถึงสัญญาณไฟจราจรต่าง ๆ เพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุในพื้นที่ ก็ยังมีทางหลวงหมายเลข ๒๑๔ ถนนปัทมนนท์ ซึ่งเป็นทางพาดผ่านหลายอำเภอ ของจังหวัดสุรินทร์ ไม่ว่าจะเป็นอำเภอเมือง อำเภอจอมพระ อำเภอท่าตูม จนไปสุดที่จังหวัดร้อยเอ็ด แต่ก่อนเป็น ๒ ช่องทางจราจร แต่ทุกวันนี้ พี่น้องชาวจังหวัดสุรินทร์ดีใจครับที่ได้เป็นถนน ๔ ช่องทางจราจรตลอดเส้นทาง เพียงแต่ว่า ก็มีคำถามเกิดขึ้นมาว่า ในแต่ละจุดในพื้นที่บนถนนหมายเลข ๒๑๔ บริเวณจุดกลับรถในแต่ละ พื้นที่นั้น ในแต่ละหมู่บ้านต้องไปกลับรถทีละ ๑ กิโลเมตร ๒ กิโลเมตร นี่เป็นการสร้างความ เดือดร้อนให้แก่พี่น้องที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น มันเป็นการสร้างความสบายใจให้แก่ผู้สัญจรไปมา โดยสะดวกครับ แต่เป็นการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ ผมขอลงรายละเอียด ไปจุดกลับรถตรงบริเวณบ้านท่าศิลา บ้านหนองยาง ตำบลเมืองแก จังหวัดสุรินทร์ ผมขออนุญาต ท่านประธานเปิดคลิป (Clip) ตั้งแต่ต้นด้วยครับ🔗
จุดกลับรถนี้เป็นจุดกลับรถบริเวณ บ้านท่าศิลา บ้านหนองยาง ตำบลเมืองแก อำเภอท่าตูม ถ้าจะสังเกตจุดกลับรถนี้เป็นฝั่งขาออก ไปทางจังหวัดร้อยเอ็ด จุดกลับรถนี้ตั้งอยู่บนเนินดิน ซึ่งผู้สัญจรไปมาโดยปกติแล้วถ้าเป็นคน ในพื้นที่ก็จะทราบดีครับว่าบริเวณจุดกลับรถนี้ตั้งอยู่บนเนินดิน แต่บริเวณเส้นทางนี้เป็นการเชื่อม ระหว่างจังหวัด ทำให้ผู้ที่สัญจรไปมาบางท่านก็ไม่ได้รับทราบว่าจุดบริเวณกลับรถตรงเนินดินนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งขาออก กับฝั่งขาเข้า ก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครับ เพราะว่าฝั่งขาออกจุดกลับรถนี้ ก็ไม่สามารถมองเห็นรถอีกฝั่งหนึ่งที่พุ่งมาด้วยความเร็ว อีกฝั่งหนึ่งก็ไม่ได้ระมัดระวังว่า ตรงบริเวณนี้เป็นจุดกลับรถ ก็สร้างปัญหาที่เกิดอุบัติเหตุบ่อย ผมเคยนำเรื่องนี้หารือใน สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ปี ๒๕๖๔ ในขณะนั้นได้รับการตอบกลับมาว่า ช่วงนั้นอยู่ในการก่อสร้างเป็นถนน ๔ เลน แล้วก็ได้ทำการเซ็นสัญญากับผู้รับจ้างเรียบร้อยแล้ว ยังไม่สามารถดำเนินการแก้ไขอะไรได้ แต่หลังจากผ่านมาปีกว่า ๆ แล้ว สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่จุดกลับรถนี้ยังไม่ได้นำไปสู่การแก้ไข ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ตั้งเป็นคำถามว่าทางกระทรวงคมนาคมจะมีแนวทางในการที่จะแก้ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ ให้ผู้สัญจรในบริเวณจุดกลับรถบนเส้นทางทางหลวงหมายเลข ๒๑๔ นี้อย่างไร ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ต่อคำถามข้อที่ ๒ ก็คือบนถนนทางหลวงหมายเลข ๒๑๔ ที่ท่าน ส.ส. คุณากร ได้ถามมา ก็เหมือนอย่างที่ท่านได้บอกไปนะครับ ลักษณะเบื้องต้นมีลักษณะ ๒ ช่องจราจรไปจนถึง ๔ ช่องจราจร เบื้องต้นผมได้สอบถามจำนวนครั้งของอุบัติเหตุ จากข้อมูลของกรมทางหลวง ก็ได้ให้ข้อมูลมาว่าจะเกิดอุบัติเหตุทั้งหมด ๓๔ ครั้ง อันนี้เป็นข้อมูลในปี ๒๕๖๔ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าตัวเลขจะมากจะน้อยแต่ถือว่าถ้ามันมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น กรมทางหลวงเอง รัฐบาลเอง เราก็ให้ความสำคัญมาโดยตลอด แล้วผมก็เคยได้สอบถามกรมทางหลวงไปหลายครั้ง ในเรื่อง การออกแบบจุดกลับรถ เพราะที่ผ่านมาผมก็ได้มีการตอบกระทู้หลาย ๆ ครั้งเกี่ยวกับปัญหา ในเรื่องจุดกลับรถ ซึ่งมันก็มีข้อจำกัดว่าในจุดกลับรถแต่ละที่บางครั้งมันอาจจะต้องไกลกันสักนิด เนื่องจากว่าถ้ามีจุดกลับรถที่ถี่เกินไปมันก็จะส่งผลถึงความอันตราย เพราะว่าพอถนน เป็นถนน ๔ เลนรถก็จะมาเร็วขึ้น ฉะนั้นจะถี่มากก็ไม่ได้ พอห่างมากบางครั้งก็จะสร้างความลำบาก ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน แล้วในหลาย ๆ จุดที่มีการออกแบบ บางครั้งการออกแบบของ ผู้ออกแบบกับผู้ใช้จริงก็ไม่ได้สัมพันธ์กัน อันนี้ผมก็ขอน้อมรับเป็นอีกปัญหาหนึ่ง เดี๋ยวผมจะให้ ทางกรมทางหลวง โดยเฉพาะแขวงทางหลวงสุรินทร์ได้รีบเข้าไปคุยกับท่าน คุยกับพี่น้องในพื้นที่ เพราะถือว่าเป็นอีกปัญหาหนึ่ง ว่าจากการออกแบบผมได้ถามไปเบื้องต้น ก็คือการออกแบบ ก็เป็นตามมาตรฐาน ตามกฎ ตามหลักระเบียบของกรมทางหลวงทุกอย่าง แต่สุดท้ายแล้ว การใช้จริงในพื้นที่มันก็จะมีข้อจำกัดที่แตกต่างกันไปในพื้นที่ ซึ่งสามารถปรับแก้ได้ครับ อย่างที่ท่าน ส.ส. เป็นห่วงว่าถ้าตรงไหนเราไปคุยในพื้นที่แล้วควรจะเปิดตรงไหนเพิ่ม หรือควร จะมีจุดสัญญาณเตือน มีป้ายมีอะไรบอก ขอให้ท่านได้แจ้งข้อมูลมาเลยครับ เราจะลงไป รับฟังความคิดเห็น แล้วก็จะทำให้มันดีที่สุด แล้วก็ให้มันปลอดภัย ลดการเกิดอุบัติเหตุ ตรงกับ ความต้องการของพ่อแม่พี่น้องในชุมชนให้มากที่สุด ตรงนี้ก็ขอรับเป็นการบ้านไปประสานต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ก็ต้องถือว่า จบการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ระเบียบวาระที่ ๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๔๕๗ ของท่าน ส.ส. คุณากร ปรีชาชนะชัย ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องขอขอบคุณ ท่าน ส.ส. คุณากร ปรีชาชนะชัย และขอบคุณท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ที่กรุณาให้เกียรติ ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรานะครับ🔗
๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๕๖ เรื่อง การพิจารณาจัดตั้งสำนักงาน ที่ดินในพื้นที่อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ (นายคุณากร ปรีชาชนะชัย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ไม่ทราบว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเสร็จภารกิจในห้องกระทู้ใหญ่แล้วหรือยัง เจ้าหน้าที่ เช็ก (Check) ดูหน่อย เพราะว่าท่านต้องตอบกระทู้อยู่ที่ห้องใหญ่ด้วย มาถึงแล้วนะครับ ฉะนั้น ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือนางสาวปฏิมา ท่าทราย ผู้อำนวยการกองแผนงาน กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย เชิญท่านรัฐมนตรีเลยครับ ท่านรัฐมนตรีพร้อมแล้ว ท่านคุณากรยังตามงานเก่าอยู่ เชิญท่านคุณากรมาถามกระทู้ก่อนครับ พอดีบังเอิญท่าน ส.ส. คุณากรมีกระทู้ ๒ กระทู้ติดต่อกัน เป็น ส.ส. ที่ขยันมาก ผมได้อนุญาตให้ นางสาวปฏิมา ท่าทราย ผู้อำนวยการกองแผนงานกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ได้เข้าร่วมประชุม เพื่อให้การสนับสนุนข้อมูล ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีพร้อมแล้ว ท่านผู้ถามท่านคุณากรก็พร้อมแล้ว เชิญท่านคุณากร ปรีชาชนะชัย ได้ถาม เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถามแยกเฉพาะในเรื่องของการพิจารณา การจัดตั้งสำนักงานที่ดินในพื้นที่อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ แล้วก็ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่ท่านให้เกียรติมาตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะด้วยตัวท่านเอง และผมคิดว่าพี่น้องประชาชนชาวอำเภอสนมจะได้รับ ความโชคดีและได้รับความสะดวกสบาย ท่านประธานที่เคารพครับ สืบเนื่องมาจากอำเภอสนมนั้น มีทั้งหมด ๗ ตำบล มีประชากรในพื้นที่ ๔๔,๐๐๐ คน ปัจจุบันนี้ในพื้นที่อำเภอสนมนั้น ไม่มีสำนักงานที่ดินสาขาอำเภอสนม เมื่อก่อน ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ทางอำเภอสนมสามารถทำ นิติกรรมต่าง ๆ ทางด้านที่ดิน โดยการมอบหมายจากท่านนายอำเภอ มอบอำนาจไปให้ ที่ดินอำเภอเป็นผู้มีอำนาจในการจดทะเบียน ซื้อขาย แลกเปลี่ยน แบ่งแยก ในเรื่องของโฉนด น.ส. ๓ น.ส. ๓ ก พี่น้องอำเภอสนมสามารถทำนิติกรรมบางส่วนได้ในพื้นที่ แต่สืบเนื่องมาจาก พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ อำนาจถูกถ่ายโอนไปที่สำนักงานที่ดินสาขาอำเภอท่าตูม พี่น้องชาวอำเภอสนม จำเป็นต้องเดินทางไปติดต่อใช้บริการด้านที่ดินต่าง ๆ โดยจะต้องไปติดต่อที่สำนักงานเขต อำเภอท่าตูม ซึ่งมีระยะทางห่างจากอำเภอสนมประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ทำให้ไม่ได้รับ ความสะดวกสบายในการไปติดต่อราชการ ไม่สะดวกสบายในการเดินทาง เรื่องนี้ผมได้รับ เสียงสะท้อนมาจากพี่น้องชาวอำเภอสนมอยู่เป็นประจำในเรื่องของความยากลำบากในการ เดินทางที่ต้องไปใช้บริการด้านที่ดินที่เขตอำเภอท่าตูม ถึงแม้เรื่องนี้จะมีการแก้ปัญหาโดยการ ใช้ระบบจองคิวผ่านทางระบบออนไลน์ (Online) แต่มันก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้แล้วเสร็จ เนื่องจากปริมาณของผู้ที่ใช้บริการด้านที่ดินในเขตพื้นที่อำเภอท่าตูมก็มีปริมาณมากเช่นกัน แม้จะจองคิวไปก็ต้องรอเหมือนเดิม บางครั้งเดินทางจากอำเภอสนมไปอำเภอท่าตูม จองคิวไปแล้ว สุดท้ายก็ต้องกลับมามือเปล่า ไม่ได้ทำนิติกรรมใด ๆ สุดท้ายต้องย้อนไปย้อนมา ๒-๓ ครั้งถึงจะแล้วเสร็จ ผมพยายามติดตามเรื่องนี้ครับ ทำให้ได้ทราบว่าเคยมีผู้ร้องเรียน ร้องทุกข์มาในวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๓ ผ่านเว็บไซต์ (Website) สำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรีจากท่านสุริยา บุญส่ง ผมขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ซึ่งร้องเรียนมา ลักษณะเดียวกันนี้ละครับ ซึ่งทางกรมที่ดินก็ได้ตอบกลับมา และผมก็ได้รับเอกสารฉบับนั้น ที่อยู่ในมือผม ผมจึงขออนุญาตท่านประธานได้อ่านนะครับ🔗
วันนี้ในการพิจารณาการจัดตั้งสำนักงานที่ดินอำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์นั้น ในการดำเนินงานการจัดตั้งสำนักงานที่ดินสาขาต้องมีความพร้อมครบทุกด้าน ซึ่งจะขอให้ จัดตั้งสำนักงานเขตที่ดินจังหวัดสุรินทร์ สาขาสนม ต้องมีองค์ประกอบเป็นไปตามเกณฑ์ ที่จัดตั้งสำนักงานที่ดินสาขาหรือส่วนแยก แต่ขาดความพร้อมในด้านอาคาร สถานที่ วัสดุ ครุภัณฑ์ ระบบคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ (Server) เพื่อรับรองอำนวยความสะดวกให้แก่ การบริการพี่น้องประชาชน และยังไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อปรับปรุงอาคาร สำนักงาน รวมถึงการจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ ระบบคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ (Server) รวมทั้ง ไม่สามารถไกล่เกลี่ยอัตรากำลังภายในจังหวัดเพื่อกำหนดกรอบอัตรากำลังให้สำนักงาน ที่ดินสาขาได้ และอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่สุดท้ายไฮไลท์ (Highlight) มันอยู่ข้างล่างว่า แผนในการจัดตั้งสำนักงานที่ดินสาขาในระยะเวลา ๕ ปี ดังนั้นกรมที่ดินจึงขอชะลอการจัดตั้ง สำนักงานที่ดินไปก่อน การตอบเอกสารจากกรมที่ดินกลับมาฉบับนี้ละครับ ทำให้ผมอ่านแล้ว ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายใจว่า การตอบกลับมาลักษณะนี้ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาให้แก่พี่น้อง ชาวอำเภอสนมครับ แต่เป็นเสมือนการประวิงเวลาแล้วก็ไม่ได้แก้ไขปัญหาใด ๆ เลย พี่น้องประชาชนเดือดร้อน วันนี้ในการเดินทางไปค่าน้ำมันก็แพง นี่คือสิ่งสำคัญครับ จึงอยากจะฝากท่านประธานตั้งคำถามไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าทางกระทรวงมหาดไทย จะมีแนวทางในการอำนวยความสะดวกหรือแก้ปัญหาในเรื่องการบริการด้านที่ดินให้แก่ พี่น้องชาวอำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ หรือไม่ อย่างไร นี่เป็นคำถามที่ ๑ ครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผมขอเรียนตอบข้อถามของท่าน ผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นก็ต้องขอเรียนก่อนว่ากรมที่ดินนั้นก็มีเจตนาที่จะบริการพี่น้องประชาชน ให้ดีที่สุดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาการดำเนินการ พัฒนาการบริการทั้งหมด รวมทั้ง ความโปร่งใสด้วย เรามีเจตนาที่จะทำเช่นนั้น อยากจะเรียนเป็นข้อมูลพื้นฐานว่าเรามี อำเภอในประเทศไทยทั้งหมด ๘๗๘ อำเภอด้วยกัน เรามีสาขาที่ดินอยู่ ๔๖๑ แห่ง นัยตรงนี้ พอจะอธิบายได้ว่ายังมีอำเภอต่าง ๆ อีกครึ่งประเทศที่ไม่มีสำนักงานที่ดิน แล้วก็เป็นลักษณะ เช่นนี้ ผมเองยอมรับว่าประชาชนในปัจจุบันนี้เขาต้องการความสะดวก เขาไม่ต้องการ เดินทางไปไกล อันนี้ต้องเรียนว่าที่เขาตอบไปนั้นผมก็คงจะไม่ค่อยเห็นด้วย ตอบมะนาวไม่มีน้ำ แบบนั้นมันต้องมีเหตุผลที่ดี แล้วทำให้คนสบายใจกว่านั้น อันนี้ผมก็ต้องเรียนท่าน ผมไม่เห็น หนังสือตอบอันนี้ ก็ต้องเรียนด้วยความเคารพว่า ผมยอมรับว่าประชาชนไม่สะดวกจริง แน่นอน เราเองก็อยากที่จะตั้งให้มาก แต่อย่างที่ผมเรียนแล้ว ต่อให้ผมต่อได้ทุกอำเภอ ก็จะมีบางอำเภอขออยากมี ๒ อัน เพราะยังห่างไกลเกินนั้น ผมมั่นใจ ผมยกตัวอย่าง อำเภอบางอำเภอในพื้นที่ที่ผมเคยอยู่มันห่างกันมาก อำเภอมันไกลกันเยอะ เพราะฉะนั้น ปัญหานี้ก็จะเกิด คำถามของท่านเดี๋ยวผมค่อยไปตอบในเรื่องของการตั้ง ผมเข้าใจว่า คำถามที่ ๒ ในเรื่องของการที่จะตั้งสาขาที่ดิน ถามว่ามีการอำนวยความสะดวกอย่างไร เมื่อเราตระหนักว่ามันเกิดปัญหาพี่น้องเขาไม่สะดวก ในขณะนี้บังเอิญว่าเรามีเรื่องเทคโนโลยี เรื่องไอที (IT) เข้ามา กรมที่ดินได้จัดทำแอปพลิเคชัน (Application) เพื่อจะให้บริการ เพิ่มเติมอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนโดยที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่สำนักงาน ที่ดิน หลาย ๆ เรื่องด้วยกัน ผมขอยกตัวอย่างให้ฟัง เช่น ในเรื่องของการนัดจดทะเบียน ล่วงหน้าในการทำธุรกรรมนั้นสามารถดำเนินการได้เลย ไม่ต้องไปผ่านอีคิวแลนด์ (EQ Land) ในขั้นเพื่อจะทราบขั้นตอนทำธุรกิจก็สามารถดูได้ การคำนวณภาษีอากรค่าธรรมเนียมที่ดิน ก็สามารถดูได้โดยไม่ต้องเดินทางไป เข้าไปในสมาร์ท แลนด์ (Smart land) เฉย ๆ เรื่องของการ ตรวจสอบราคาประเมินที่ดินประจำปี เรื่องของค้นหารูปแปลงที่ดินว่าอยู่ที่ไหน อยากทราบ สำนักงานที่ดินอยู่ที่ใดบ้าง ต้องการร้องทุกข์ ต้องการปรึกษาหารือหรือตอบคำถามต่าง ๆ ก็สามารถใช้ช่องทางของไลน์แอด (Line @) ที่ดินได้ เรื่องของการตรวจสอบค่าใช้จ่าย ในการรังวัด การที่จะหาความสะดวกในเรื่องการเอาตำแหน่งที่ดินตัวเองไปเพื่อสะดวก ในการขอเอกสารสิทธิที่เราเรียกว่าออกเดินสำรวจอะไรก็แล้วแต่ เราก็สามารถดูได้ มีบอกตำแหน่งที่ดินอยู่ เข้าถึงเว็บไซต์ (Website) กรมที่ดิน ซึ่งมีบริการได้อีกช่องทางหนึ่ง ค้นหาเรื่องอื่น ๆ ประกาศที่ดินต่าง ๆ ข่าวสารการจัดซื้อจัดจ้างกรมที่ดิน เรื่องของ ที่สาธารณะ ท่านดูได้หมดเลย ผมเรียนว่ามันก็ยังไม่ตอบโจทย์ ผมเองก็รู้ว่ามันไม่ตอบโจทย์ ก็โจทย์ของประชาชนเขาไม่ต้องการเดินทาง กรมที่ดินก็มีการพยายามจะพัฒนาโดยใช้ เทคโนโลยีช่วยในเรื่องของธุรกรรมบางอัน ในขณะนี้ทางกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ก็มีแนวทางที่จะพิสูจน์ไอดี ดิจิทัล (ID Digital) คนไม่ต้องเดินมาที่สำนักงาน สามารถพิสูจน์ ตัวเองได้โดยใช้แพลตฟอร์ม (Platform) จะเสร็จประมาณก่อนสิ้นปีนี้ ถ้าเสร็จ ทางกรมที่ดิน ก็สามารถที่จะให้บริการโดยใช้การยืนยันเขาไม่ต้องไปเลย ไม่ต้องออกจากบ้าน ไม่ต้องไป สำนักงานที่ดินเลย เช่น การขอหนังสือรับรองราคาประเมิน ขอตรวจสอบหลักทรัพย์ ขอรังวัดที่ดิน ขอรังวัดปกติต้องไปขอที่สาขาที่ดิน ขอเรื่องของภาพลักษณ์ของโฉนดที่ดิน เป็นต้น ก็จะมีบริการพวกนี้เสริมให้ ซึ่งรวมความว่าหลาย ๆ อันถ้าเราทำได้โดยใช้ระบบดิจิทัล (Digital) เข้าไปช่วย เทคโนโลยีเข้าไปช่วย เราก็จะต้องไม่ให้ประชาชนต้องไป ก็พยายาม จะทำให้ ที่ผมเรียนมาทั้งหมดก็คือ ๑. เราตระหนักถึงความลำบากของพี่น้องประชาชน แล้วผมจะไม่ตอบอย่างนั้น ๒. ก็คือเราหาช่องทางที่จะอำนวยความสะดวกเขา แล้วก็เราจะ พัฒนาตัวเองที่ว่าต่อไปอะไรที่ทำได้โดยไม่ต้องเดินทางไปเราก็จะทำให้โดยเร็วที่สุด อีกอันหนึ่งครับ เจ้าหน้าที่ที่ดินแม้ว่าตอนนี้ต้องไปทำงานที่สาขาที่ดิน อย่างไรก็ตามกรมที่ดิน เขาออกหนังสือไปแล้วว่าขอให้ปฏิบัติงานที่สำนักงานที่ดินอำเภอด้วย ในการที่จะทำได้ เช่น การช่วยตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ ของประชาชน อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่สำนักงานที่ดิน อำเภอ แม้ว่าเขาจะทำธุรกรรมไม่ได้ แต่ก็จะให้แบ่งเบาช่วยพี่น้องประชาชนที่อำเภอนั้น ๆ ก็เรียนในขั้นต้นแค่นี้ครับ🔗
เชิญท่านคุณากร คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ได้ฟังคำตอบจากทาง ท่านรัฐมนตรีก็รู้สึกเห็นใจในข้อจำกัดหลาย ๆ อย่าง เพียงแต่ว่าความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนบางครั้งก็รอไม่ได้ สิ่งที่ท่านพยายามตอบคำถามในเรื่องของการใช้ แอปพลิเคชัน (Application) เข้ามาช่วยในการดำเนินการลดปัญหาการเดินทาง วันนี้ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน เพราะว่าในพื้นที่ถึงแม้ว่าความเจริญ จะดันไปถึง แต่ในเรื่องของการใช้แอปพลิเคชัน (Application) ในพื้นที่นั้นก็ยังไม่ตอบโจทย์ แล้วผมก็ได้อธิบายไปแล้วด้วยว่าเอาระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการจองคิว สุดท้ายมันก็ ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาใด ๆ เลย สิ่งที่เขาอยากได้คือการที่มีสำนักงานในพื้นที่อำเภอนั้น ๆ จึงต้องขออนุญาตท่านประธานถามเป็นคำถามที่ ๒ ว่าทางกระทรวงมหาดไทยจะมีแนวทาง ในการจัดสรรงบประมาณเพื่อนำไปใช้ในการก่อสร้างสำนักงาน รวมถึงระบบครุภัณฑ์ คอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ (Server) ก่อนระยะเวลา ๕ ปี ตามที่ได้แจ้งในเอกสารฉบับที่ กรมที่ดินตอบมาได้หรือไม่ ผมขอทราบรายละเอียด และนี่เป็นคำถามที่ ๒ ครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ในเรื่องที่ ๒ ก็เป็นเรื่องที่ท่านได้เกริ่นในช่วงแรก ว่าแนวทางในการที่จะจัดสรรงบประมาณ ก็มาดูว่าสาขาที่ดินภายใต้หลักเกณฑ์นี้ผ่านหมดไหม ผมได้ตรวจสอบมาแล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวของอำเภอสนม ผ่านหลักเกณฑ์หมดเลย ไม่ว่าจะเป็น ปริมาณเอกสารสิทธิ เรื่องของการเคลื่อนไหวของงานทะเบียน เรื่องของความเคลื่อนไหวของ ปริมาณงานรังวัด รายได้สุทธิของพื้นที่ของสาขา เรื่องของรายงานระยะห่างทางจังหวัด จากสาขาเดิม ทั้งหมดผ่านเกณฑ์หมดเลย ก็ไปติดคำถามที่ว่าแล้วทำไมยังไม่สร้างในเมื่อ ผ่านเกณฑ์หมดแล้ว ผมก็กังวล ก็ตรวจสอบ ก็ได้ความว่าจากสถิติเขาขอได้ประมาณปีละ ๔ แห่งประมาณนั้น ซึ่งผมก็ค่อนข้างจะกังวลว่ากรมที่ดินเป็นกรมที่ทำเงินให้กับทางรัฐบาล ทางงบประมาณเอาไปใช้ปีงบประมาณปีละประมาณแสนกว่าล้านบาท แต่ทำไมเราจะสร้าง สาขา เราจะขอ ทำไมมันถึงมีข้อจำกัดจำเขี่ยอยู่อย่างนี้ อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่ง เดี๋ยวผมจะเรียนว่า ผมจะทำอย่างไร ก็ไปตรวจสอบต่อมาว่าเขาบรรจุในแผน ๕ ปีนี้เขาจะทำให้ท่านปี ๒๕๖๙ ซึ่งผมก็ยังเรียนท่านว่าก็คงไม่เป็นที่พอใจของผู้ที่จะเดือดร้อนนะครับ🔗
ส่วนเรื่องเกลี่ย อันนี้คงต้องยอมรับว่าเนื่องจากบุคลากรภาครัฐเขาพยายาม ที่จะลดเราในหลาย ๆ ตำแหน่งด้วยกัน เพราะฉะนั้นเวลาเราเปิดใหม่ บางทีคนเรามี แต่เรา เอาไปไม่ได้ เขาก็เป็นระดับหัวหน้าสาขา มันไม่ได้ มันต้องระดับช่างรังวัดต่าง ๆ ต้องมีระดับ ไม่ใช่คนบรรจุใหม่และเข้าไปอยู่เลยไม่ได้ อันนี้ก็เป็นปัญหาเรื่องหนึ่ง แต่ผมคิดว่าผมสามารถ เรียนท่านได้ว่าไม่น่าเป็นปัญหาหรอก เพราะเราตั้ง สมมุติว่าตั้ง ๔ แห่ง เรามีตั้ง ๔๐๐ กว่าแห่ง ผมคิดว่าเกลี่ยได้ ผมต่อให้อีก ๓ เท่า เป็น ๑๒ แห่ง ผมก็คิดว่าต้องเกลี่ยได้ เหลือแต่ ความสมัครใจเขาจะไป ไม่ไป เขาไม่อยากไปอยู่ แต่ผมคิดว่าปัญหาเรื่องคนนี้แก้ได้ กลับมาปัญหาเรื่องของงบประมาณ ผมก็อยากเรียนว่าขั้นแรกเลยจะทำอย่างไร ผมจะได้ เรียนทางสำนักงบประมาณ แล้วสื่อให้ทางรัฐบาลทราบว่าในเมื่อความต้องการของ พี่น้องประชาชนเขามี เขาเดือดร้อน แล้วเราไม่ได้เป็นคนใช้งบประมาณ เราเป็นคนหาเงิน ให้ภาครัฐ ถ้าเราจะของบประมาณในการที่จะเพิ่มสาขาให้มากกว่านี้เพื่อตอบสนอง รัฐบาล จะสามารถทำได้หรือไม่ อันนี้ผมคงรับที่จะไปทำให้ เพราะฉะนั้นเมื่อแผนอยู่ปี ๒๕๖๙ ผมคิดว่า คิดเอาเองว่าจะต้องเร็วกว่านั้น ผมคิดว่าเพื่อตอบสนองพี่น้องท่าตูม เพราะว่า ทางกายภาพก็ ๓๐-๔๐ ล้านบาทก็คงไม่ใช่ปัญหา เรื่องวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็น่าจะไม่ใช่ เรื่องปัญหา สรุปแล้วก็อยากจะให้ท่านผู้ทรงเกียรติ ส.ส. ได้เรียนพี่น้องประชาชนว่า กระทรวงมหาดไทยโดยกรมที่ดินพยายามจะแก้ไขให้เร็วที่สุดก็แล้วกัน คำตอบอย่างนั้น ขอลบไปก็แล้วกัน ผมจะไปหาทางที่จะเพิ่มสาขาที่ทำแต่ละปีให้ แล้วก็จะเลื่อนลำดับ ความเร่งด่วนพยายามจะทำให้ของอำเภอสนม พยายามที่จะทำให้พี่น้องประชาชน🔗
อนุญาต อีกสักนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าความจริงถามได้ ๒ คำถาม เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ที่ได้รับฟังการตอบจากท่านรัฐมนตรีประเด็นในเรื่องของการแก้ปัญหาเรื่องกำลังคน มันก็เป็นแนวทางที่ดีว่าถ้าหากสามารถแก้ปัญหาเรื่องกำลังคนได้ วันนี้ในการแก้ปัญหา เบื้องต้นในการจัดตั้งสาขา ผมเข้าใจดีว่าในการตั้งสาขาอย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้เรียนตอบว่า วันนี้ในปีหนึ่งจะสามารถมีได้ ๑-๔ พื้นที่ที่สามารถที่จะตั้งเป็นสาขาได้ แต่ในการแก้ปัญหา เบื้องต้น ถ้าหากเป็นสาขายังไม่ได้ ก็สามารถทำเป็นส่วนแยกในเบื้องต้นได้ครับ อันนี้ ก็อยากจะเป็นการเสนอแนะผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ถ้าหากกำลังคนไม่ได้ เป็นปัญหาในการเกลี่ยอัตรากำลังคนในพื้นที่ ก็สามารถเปิดกรอบในส่วนกลางได้ แล้วก็สามา รถที่จะเกลี่ยหรือเพิ่มอัตรากำลังคนในพื้นที่อำเภอท่าตูม ซึ่งเป็นอำเภอที่อยู่ใน จังหวัดสุรินทร์ แล้วก็ค่อยเกลี่ยอัตรากำลังคนในพื้นที่เพื่อเป็นส่วนแยกเสียก่อน ก่อนที่จะตั้ง เป็นสาขาก็ได้ เพราะลักษณะนี้มันเป็นการแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ทำนิติกรรม บางส่วนได้ แล้วก็ลดการเดินทางไปในพื้นที่อีกอำเภอหนึ่ง เบื้องต้นถ้าหากสามารถเกลี่ย กำลังคนได้ก็ถือว่าเป็นแนวทางที่ดี เพราะว่าพอเกลี่ยเป็นส่วนแยกมันก็มีแค่หัวหน้าส่วนแยก หัวหน้ารังวัด หัวหน้าฝ่ายทะเบียน หัวหน้าทางการเงิน แค่นั้นมันก็ทำเป็นส่วนแยกได้ ก็สามารถทำนิติกรรมบางส่วนได้ แล้วก็หากจะขยายเป็นสาขาได้โดยเร็วที่สุด หรือก่อน ปี ๒๕๖๙ ที่ท่านรัฐมนตรีได้เรียนบอกก็ยิ่งเป็นผลดีต่อพี่น้องชาวอำเภอสนม แล้วก็หวัง เป็นอย่างยิ่งว่าวันนี้ท่านก็มีส่วนในการที่จะผลักดันให้อำเภอสนมนั้นมีสาขาสำนักงานที่ดิน ก็อยู่ในดุลยพินิจของท่านเช่นกัน ผมในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนก็อยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีให้ได้โปรดช่วยพิจารณาเพื่อพี่น้องชาวอำเภอสนม และสุดท้ายนี้ผมก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้นี้ แล้วก็ต้องขอขอบคุณ ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่ท่านให้เกียรติมาตอบกระทู้ ของผมในวันนี้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีจะเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗
ก็มีว่า ก็รับข้อเสนอไป โดยเฉพาะว่าธุรกรรมใดที่ทางกฎหมายทำได้ก็จะไปพิจารณาดำเนินการ ตามที่ท่านเสนอแนะครับ🔗
ที่ประชุมครับ ก็ถือว่าจบกระทู้ระเบียบวาระที่ ๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๕๖ ของท่านคุณากร ปรีชาชนะชัย ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรานะครับ ขอบคุณครับ🔗
๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๕๔ เรื่อง การให้ความช่วยเหลือ ให้มีไฟฟ้าใช้ในพื้นที่นอกเขตชุมชนเมือง (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือนางเมตตา เจียมดำเนินกิจ ผู้อำนวยการกองประสานงานภูมิภาค การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตอนนี้ทุกส่วน พร้อมแล้ว ผมขอเชิญท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ถามเลยครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา ขอขอบพระคุณ ที่สภาได้บรรจุกระทู้ถามแยกเฉพาะของผมวันนี้เป็นกระทู้ที่ ๒ ของผม ต้องขอขอบพระคุณ ท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ได้สละเวลามาตอบ คำถาม ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ใหญ่มากระดับประเทศ แต่ถือว่าเป็นเรื่องของโครงสร้าง พื้นฐานที่สังคมควรจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขพัฒนา เรื่องนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องไม่ใหญ่ แต่ก่อนหน้าที่จะเสนอเป็นกระทู้ผมได้มีการหารือในสภา และได้มีการพูดคุยกันในพื้นที่ แต่จนวันที่ยื่นกระทู้วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๕ ก็ยังไม่ได้มีการดำเนินการแก้ไขปรับปรุงใด ๆ ให้กับพี่น้องประชาชน จึงจำเป็นต้องตั้งยื่นกระทู้ถามนี้ เพราะพื้นที่จังหวัดยะลา ในเมือง เทศบาลนครยะลาก็มีการพัฒนา มีระบบที่ค่อนข้างที่จะอยู่ในแถวหน้าของประเทศไทย แต่ในส่วนของชานเมืองออกไปก็จะมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประปา ประปาส่วนภูมิภาค ผมก็พยายามจะติดตาม ๑๙ ตำบลที่พยายามจะร้องขอให้ประปาส่วนภูมิภาคได้ดำเนินการ ก็ยังไม่ได้มีความคืบหน้า แต่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของการประปาส่วนภูมิภาค วันนี้ จะมาคุยถึงเรื่องของไฟฟ้า ๒ พื้นที่ที่สำคัญ เป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองของแต่ละ ชุมชน ก็คือตำบลตาชี อำเภอยะหา กับตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ๒ พื้นที่นี้ ผมได้ลงสำรวจ ลองดูภาพถ่ายการไปสำรวจในพื้นที่เราไปพูดคุยกับทางในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น กับท่านกำนัน กับทางปลัด กับทางรองนายก ตอนนั้นเราไปคุยกับชาวบ้าน และลงพื้นที่ไปดู พื้นที่ที่เขาอยากจะได้ไฟฟ้า พื้นที่หลาย ๆ พื้นที่ยังมีความจำเป็นต้องใช้ แต่ยังไม่มีไฟฟ้า มีบ้านเลขที่นะครับ ไม่ใช่ไม่มีบ้านเลขที่ มีโฉนดเรียบร้อยแต่ก็ยังติดขัด นี่คือในส่วนของ ตำบลตาชี อำเภอยะหา เราลงไปพื้นที่เพื่อจะไปสอบถามความต้องการและยืนยัน คือเขาก็ รอคอยแต่ก็ไม่สามารถจะให้กับเขาได้ หน่วยงานในพื้นที่ก็พยายาม ไม่ใช่ไม่พยายาม เพียงแต่ว่า ติดขัดงบประมาณ จึงจำเป็นที่จะต้องมีการสอบถามกับทางท่านผู้บริหารระดับสูงในวันนี้นะครับ🔗
ผมขออนุญาตเป็นคำถามที่ ๑ ผมอยากจะทราบว่ากระทรวงมหาดไทยเอง มีนโยบายในการขยายเขตการไฟฟ้าแก่ประชาชนในพื้นที่ หมู่ที่ ๕ ตำบลตาชี อำเภอยะหา จังหวัดยะลา หรือไม่ อย่างไร เพราะว่าพื้นที่ตรงนี้ตำบลตาชีถ้าเรารู้จักก็คือเป็นพื้นที่ เกษตรแปลงใหญ่สำหรับพืชผล ไม่ว่าจะเป็นทุเรียนแปลงใหญ่ ถ้าเรามีไฟฟ้าใช้เขาก็จะได้ สูบน้ำ สูบน้ำแล้วก็ไปเลี้ยงในพื้นที่เกษตรเขาได้ นี่คือความต้องการของพี่น้องประชาชน จึงอยากสอบถามเป็นคำถามที่ ๑ ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมขอเรียนตอบกระทู้ในกรณีเรื่องของการ ขยายเขตไฟฟ้าให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งเรื่องของบ้านเรือน ครัวเรือนที่อยู่อาศัย หรือพื้นที่ ทำกินทางการเกษตรนั้นทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่นี้ก็มีแผนงานที่จะทำให้หมด ผมขอเรียนว่าเพื่อจะให้ประชาชนเขาได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและทำมาหากินได้ มันมี ทั้ง ๒ ส่วน ทั้งที่อยู่อาศัย และที่ทำกิน ในเรื่องของที่อยู่อาศัยนั้น เรามีโครงการขยายเขต ไฟฟ้าให้กับบ้านเรือนรายใหม่ระยะที่ ๒ ระยะ ๑ จบไปแล้ว นี่ระยะที่ ๒ เรามีเป้าหมาย ๑๔๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน กรอบวงเงินนั้น ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๖๗ ขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วถึงเดือนกันยายน จากเป้าหมายเราทำไป ๑๓๔,๕๗๐ ครัวเรือน ก็ยังมีทั้งงบประมาณที่จะดำเนินการได้ อันดับแรกคือมีทั้งนโยบาย มีทั้งแผนงานคือโครงการ ที่จะทำได้ ส่วนเมื่อสักครู่นี้ผมไม่ทราบ พูดถึงเกษตรด้วย เกษตรก็มี มีแผนงานเร่งรัด ขยายไฟฟ้าในพื้นที่ทำกินทางการเกษตรของปี ๒๕๖๔ ถึงปี ๒๕๖๕ เป้าหมายนั้นจำนวน ๑๖,๕๐๐ ราย กรอบวงเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว ถึงเดือนกันยายน เสร็จไปแล้ว ๘,๐๐๗ ราย ผมขอเรียนข้อมูลพื้นฐานก่อนว่าสำหรับที่อยู่อาศัยนี้ เวลาประชาชน ขอเรานี่ เกณฑ์ระเบียบที่มีอยู่คิดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยแล้วจะต้องไม่เกิน ๗๐,๐๐๐ บาทต่อคน อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมาทางกระทรวงมหาดไทยได้พยายามที่จะหารือกับทางการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคว่าประชาชนเขาไม่มีเงินไปสมทบหรอกที่สามารถจะมีเงิน สมมุติว่าถ้า ๑๐๐,๐๐๐ บาท เขาไม่มีเงินหรอก แล้วจะให้ท้องถิ่น ท้องถิ่นเล็ก ๆ ก็ยิ่งไม่มีเงิน เพราะฉะนั้นปราการตรงนี้ ก็แก้ไปแล้วในขณะนี้ ไม่มี แต่ว่าใช้วิธีว่าให้เข้าคณะกรรมการแล้วพิจารณาว่าผู้ที่เปราะบาง ผู้ที่เขาไม่มีความสามารถ และท้องถิ่นไม่มีความสามารถ ก็ไม่ต้องไปเรียกเงินสมทบ เพราะฉะนั้นสรุปปราการเรื่องของเงินสมทบนี้ไม่มีสำหรับที่อยู่อาศัย ปราการ ๗๐,๐๐๐ บาท เฉลี่ยต่อรายนี้ไม่มี ก็สามารถทำได้ แต่พื้นที่เกษตรอันนี้ผมก็ได้พยายามจะต่อสู้อยู่ เขาอยู่ที่เฉลี่ย ๘๐,๐๐๐ บาท อันนี้เขายังไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผลหลาย ๆ ประการด้วยกัน ซึ่งผมก็ยังพยายามที่จะหากับเขาอยู่ว่าเงินที่เขาตั้งไว้ ๘๐,๐๐๐ บาท ไม่ให้เกินเฉลี่ย อันนี้ ก็เป็นประเด็นหนึ่ง แต่อันนี้ผมว่าไม่ใช่ ปัญหาคือพื้นที่หมู่ ๕ ตำบลตาชี อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ไปตรวจสอบแล้ว ถ้าเอาไฟฟ้าครัวเรือนทั้งหมดเขามีอยู่ ทั้งหมดประมาณ ๑๒๖ ครัวเรือน มีไฟฟ้าแล้วถึง ๑๒๒ ครัวเรือน จากที่ผมตรวจสอบข้อมูลมา ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ แค่ ๔ ครัวเรือน แล้วถามว่าเขาสำรวจแล้วไหม เขาสำรวจแล้ว ประมาณการเรียบร้อยแล้ว มีค่าใช้จ่ายรวมประมาณล้านบาทเศษ ปรากฏว่าเขาตรวจสอบแล้วโดยให้ทาง อบต. ตาชี ตรวจสอบ ปรากฏว่าที่จะปักเสาพาดสายไปนี้มันเป็นพื้นที่ป่าสงวน พอเป็นพื้นที่ป่าสงวน อันนี้เขามีหนังสือยืนยันมาให้ผม เขายืนยันว่าเป็นที่ป่าสงวน อย่างไรก็ตามไม่ใช่จะทำไม่ได้ พื้นที่ป่าสงวนก็ขอได้ ผมก็ได้ซักซ้อมเรื่องนี้กับทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเขาก็ยืนยันเสมอว่าถ้าขอไป เขาก็จะพิจารณาให้ สรุปแล้วตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่จะไปขอใช้พื้นที่ป่าปักเสาพาดสายไป ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนเขา ตอบคำถามข้อแรกของหมู่ที่ ๕ ตำบลตาชี สรุปว่ามีทั้ง แผนงานโครงการทั้ง ๒ อย่าง คือที่อยู่อาศัยกับที่เกษตรทำกิน กรอบวงเงินเฉลี่ยของ ที่อยู่อาศัยไม่มีปัญหา ส่วนที่ทำกินไม่มีปัญหา แต่ผมคิดว่าก็น่าจะเจรจาได้ คงมีเหตุผลที่จะ พูดคุยได้ ก็เหลือปัญหาที่ป่า ซึ่งผมก็จะเร่งรัดให้เขาไปขอใช้พื้นที่ป่านะครับ🔗
เชิญท่านอาดิลัน คำถามที่ ๒ ครับ🔗
ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ให้ข้อมูล เพิ่มเติมในประเด็นของตำบลตาชี บ้านเหมืองล่าง จะขอความกรุณาจากทางท่านว่าอย่าให้ ชาวบ้านต้องได้ออกเงินเลย เพราะว่าเขาสถานะตอนนี้ก็เดือดร้อนกันทั้งหมด ถ้าเป็นไปได้ ก็จะขอความอนุเคราะห์จากทางหน่วยงานราชการ ในส่วนของพื้นที่ที่ ๒ ก็คือเป็นพื้นที่ หมู่ที่ ๔ ตำบลบ้านโต๊ะบู ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา พื้นที่นี้ก่อนเหตุการณ์ ความรุนแรงปี ๒๕๔๗ จะมีชาวบ้านอยู่จำนวนมาก ๑๐ กว่าหลังคาเรือน มีทั้งที่ละหมาด มีทั้งที่รวมของชุมชน แต่พอเหตุการณ์ความรุนแรง เกิดความหวาดกลัวเพราะว่าไม่มีไฟฟ้าใช้ กลางค่ำกลางคืนเขาบอกว่ามีทั้งไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือใครก็ไม่รู้เดินกลางค่ำกลางคืน ทุกคนต้องลงจากพื้นที่ลงไปอยู่ข้างล่าง และตอนนี้พอสถานการณ์ดีขึ้นในห้วง ๔-๕ ปี ที่ผ่านมา ก็จะเริ่มกลับขึ้นไปปลูกผลหมากรากไม้ ข้างบนบรรยากาศดีมาก มีเป็นคล้าย ๆ เป็นหุบแล้วก็มีลำธาร ผมได้ขอพันธุ์ปลาพลวงชมพู ปลากือเลาะห์ที่ราคากิโลกรัมละ เป็น ๑,๐๐๐ บาท ที่เลี้ยงอยู่ที่อำเภอธารโตหรืออำเภอเบตง เอาไปให้พื้นที่เขาทดสอบเลี้ยงดู เพราะบรรยากาศอากาศมันจะได้เพราะเป็นทางน้ำไหล ผมยังมองว่าหากเราให้การสนับสนุน เรื่องของไฟฟ้าให้กับในชุมชนนี้ ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มกลับเข้าไปอยู่ในพื้นที่นี้แล้ว ประมาณ ๑๐ กว่าหลังคาเรือน ประมาณ ๔๐ กว่าคน ถ้าหากท่านได้อนุเคราะห์ในส่วนของไฟฟ้า ให้เข้าถึงก็จะเป็นการหนุนเสริมให้ชาวบ้านได้ใช้พื้นที่ทางการเกษตรที่มีอยู่ ผมไม่แน่ใจว่า เรื่องที่ดินทำกินนี้เป็นเอกสารสิทธิเรื่องของป่าหรือไม่ อย่างไร แต่ชาวบ้านก็อยู่มาโดยตลอด ไม่ใช่ว่าเพิ่งมาอยู่ ก็ฝากท่านช่วยพิจารณาประเด็นของพื้นที่ที่ ๒ นี้ด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมฟังตอนแรกไม่ทัน ใช่หมู่ที่ ๔ บ้านโต๊ะบูหรือเปล่าครับ🔗
ใช่ครับ🔗
ขออนุญาตกราบเรียนว่าไม่ทราบข้อมูลจะตรงกันหรือไม่ อย่างไร ว่าเราไปตรวจสอบแล้ว ที่หมู่บ้านโต๊ะบูมีจำนวนครัวเรือนทั้งสิ้นตั้ง ๓๓๖ ครัวเรือนทั้งหมด ข้อมูลผมที่ได้มา แล้วก็เป็นครัวเรือนที่มีไฟฟ้าแล้ว ๓๒๖ ครัวเรือน แล้วไม่มีไฟฟ้า ๑๐ ครัวเรือน ทีนี้ผมก็ ตรวจสอบลึกไปอีกปรากฏว่าเขาบอกจริง ๆ ข้อมูล อันนี้ผมเอาตามข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ณ วันนี้ เขาบอกว่าไม่มีทะเบียนบ้าน ทีนี้ผมดูแล้วว่าถ้าเป็นบ้านลักษณะตามรูปนี่ มันต้องให้ ทะเบียนบ้าน เพราะกรณีกฎหมายกระทรวงมหาดไทยว่าถ้าเขาอยู่เป็นที่อยู่อาศัยเป็นบ้าน ถ้าอยู่เป็นบ้านผมให้เลย ผมต้องให้ โดยกฎหมายไม่ให้ไม่ได้ จะเป็นชั่วคราวก็ชั่วคราว จะเป็น บ้านที่ถาวรก็ถาวร มันก็จะหมดปราการ เพราะผมให้บ้านเลขที่ปั๊บนี่การไฟฟ้าเขาไม่ฟังเสียง เขาได้เลย เหลืออย่างเดียวพื้นที่ปักเสาพาดสายที่เราจะเจอประจำว่าถ้าไม่มีที่ปักเสาพาดสาย ก็จะต้องขอหน่วยงานอะไรประมาณนี้ เพราะฉะนั้นอันนี้ตอนนี้ปัญหาคือเขาบอก ๑๐ หลังนี่ ไม่มีทะเบียนบ้าน ผมก็เลยไปขอดูให้เขาส่งมา ไม่ทราบจะจริงเท็จอย่างไร เขารูปร่าง ก็ไม่เหมือนอันนี้เลย ถ้าอันนี้ต้องให้บ้านเลขที่นะ ผมคิดว่าเขาอยู่เป็นบ้าน แต่รูปที่ให้มา เหมือนเพิงอะไรสักอย่างไม่รู้ ผมก็ไม่รู้จะรับเขาอย่างไร ผมไม่ว่า เพราะว่าเดี๋ยวผมเถียงไปแล้ว มันเป็นอย่างนี้จริง ๆ นะครับ แต่ว่าเอาว่าผมเรียนท่านประธานว่าก็จะไปตรวจสอบซ้ำให้ ถ้ามันเป็นบ้านอย่างในรูปนี้ ฝ่ายปกครองต้องให้บ้านเลขที่ ถ้าให้เดี๋ยวการไฟฟ้าเขาทำได้เลย เหลืออย่างเดียวเท่านั้นว่าพื้นที่ที่จะปักเสาไปนี้มีปัญหาไหม แต่ดูแล้วไม่น่ามีเพราะมันมี ทั้งเกือบหมดหมู่บ้านเลย ผมก็ไม่ได้เรียน คล้าย ๆ กับไม่ได้ไปบอกว่าไม่จริง ขอไปตรวจสอบ ก็แล้วกัน ถ้าเป็นอย่างในรูปนี้ต้องมีบ้านเลขที่ เพราะว่าเขาอยู่อาศัย กระทรวงมหาดไทยต้องให้ เผื่อไม่ให้ไม่ได้ ผมไม่ไปดูเรื่องเลขที่ ผมให้บ้านเลขที่เลย แล้วการไฟฟ้าเขาคงติดตั้งได้เลย ก็เรียนตอบโดยรวมครับ🔗
เชิญท่านอาดิลัน🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ นิดเดียวครับ ที่ผมเขียนบ้านเลขที่ ๑๘๗ นี่เป็นบ้านเลขที่ทะเบียนบ้านของเขามีอยู่ ๑ หลังที่ผมให้ กรมประมงช่วยไปดูเรื่องปลาพลวงชมพู ไปให้เขาเลี้ยง เพราะบ่อเป็นบ่อที่น้ำไหลผ่าน ทุกหลังที่ผมในภาพถ่ายนี้เป็นบ้านจริง พื้นที่จริง แล้วจะมีเป็นพื้นที่ที่รวมละหมาดของ ประชาชนด้วย เดิมทีเป็นทุ่งนาอยู่ในหุบเขาตรงนี้ ก็อาจจะเป็นข้อมูลคลาดเคลื่อน วันนั้น ผมลงไปพร้อมกับปลัดอำเภอเมืองที่ดูแลตำบลลำพะยา ปลัดประจำตำบลนะครับ รายละเอียดอาจจะต้องเดี๋ยวผมขออนุญาตประสานกับทางคณะทำงานของท่านรัฐมนตรี เพื่อจะส่งต่อข้อมูลให้ เพื่อต้องการจะได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณท่านประธาน อีกครั้งหนึ่งครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ก็ถือว่าจบ การถามกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๕๔ ของท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ต้องขอกราบ ขอบพระคุณ ท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ของพวกเรา ขอบคุณนะครับ ขอบคุณท่านอาดิลันด้วยนะครับ เป็น ส.ส. ที่ขยันจริง ๆ ครับ ที่ประชุมครับ สำหรับวันนี้ก็ถือว่าจบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่ทุกคน ทุกฝ่ายนะครับ ขอปิดประชุมครับ สวัสดีครับ🔗
เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้พิจารณาเป็นเรื่องด่วน🔗
ท่านสมาชิกครับ ต่อไป จะเป็นเรื่องที่สภาได้อนุมัติให้เป็นเรื่องด่วน ซึ่งค้างมาจากครั้งก่อนสมัยประชุมที่แล้ว ขอเชิญ สมาชิกเข้ามาครับ เพราะว่าจะเป็นญัตติที่ต้องลงมติคือญัตติด่วน🔗
๑. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ดำเนินการตามที่สภามีมติในการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับความเห็นของประชาชน ต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นผู้เสนอ)🔗
๒. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ดำเนินการตามที่สภามีมติในการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับความเห็นของประชาชน ต่อการ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้เสนอ)🔗
เรื่องนี้สมาชิกกรุณาเข้ามานะครับ แล้วผมจะได้เรียนให้ทราบถึงลำดับว่า เรื่องนี้เป็นมาอย่างไรครับ เรื่องนี้มาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๒๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๕ ที่ประชุม ได้เห็นชอบให้พิจารณาญัตติดังกล่าวเป็นเรื่องด่วน รวมกันไปกับญัตติทำนองเดียวกัน อีก ๑ เรื่อง คือญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ดำเนินการตามที่สภามีมติในการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับความเห็นของประชาชนต่อการ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้เสนอ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) ข้อ ๔๘ (๑) และข้อ ๕๕ (๒) เมื่อผู้เสนอได้แถลงเหตุผล สมาชิกอภิปรายโดยทั่วถึงครบถ้วนแล้ว ผู้เสนอได้สรุปอีกครั้งหนึ่งเรียบร้อยแล้ว ต่อมาในการแสดงตนและตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนลงมติญัตติด่วนทั้ง ๒ เรื่อง มีสมาชิกมาแสดงตนไม่ครบองค์ประชุม ประธานของ ที่ประชุม ท่านรองศุภชัย โพธิ์สุ จึงได้สั่งปิดการประชุม ดังนั้นในวันนี้ก็ต้องดำเนินการต่อ กล่าวคือก็ตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติครับ ขอเชิญสมาชิกเข้ามานะครับ🔗
ขอเชิญท่านสมาชิกเข้ามา แล้วกดบัตรแสดงตนนะครับ🔗
๐๙๘ แสดงตนครับ🔗
ครับ🔗
๓๘๑ แสดงตนครับ🔗
๒๔๓ แสดงตนครับ🔗
พิมพ์รพี ๒๕๑ ค่ะ🔗
พร้อมพอสมควรแล้วนะครับ ปิดการแสดงตน จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตน ๒๗๘ บวก ๖ เป็น ๒๘๔ คน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไปจะถามมติว่า จะเห็นชอบกับญัตติด่วนทั้ง ๒ เรื่องตามที่ผมได้เรียนให้ทราบแล้วหรือไม่ หากเห็นชอบ จะได้แจ้งผลการลงมติพร้อมกับสาระสำคัญของญัตติไปยังวุฒิสภาทราบต่อไป ถ้าไม่เห็นชอบ ญัตติดังกล่าวนี้ก็จะตกไป ก่อนลงมติตรวจสอบองค์ประชุมเรียบร้อยแล้ว ครบองค์นะครับ ขอถามมติ ผู้ใดเห็นชอบกับญัตติด่วนทั้ง ๒ เรื่องโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบ กับญัตติด่วนทั้ง ๒ เรื่องกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
ท่านประธานครับ ๐๙๘ เห็นด้วยครับ🔗
สมาชิกพร้อมนะครับ🔗
ท่านประธานมี ๒-๓ ท่าน กำลังเดินเข้ามาอยู่ครับ ขอเวลาสักครู่ครับ🔗
พร้อมนะครับ ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๓๑ บวก ๑ ๓๓๒ คน เห็นด้วย ๓๒๓ บวก ๑ ๓๒๔ คน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๗ คน มติที่ประชุมเห็นด้วยครับ🔗
จบการพิจารณาเรื่องด่วน เรื่องนี้นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา จำนวน ๔ เรื่อง🔗
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้แจ้งว่าที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณารายงาน ๔ เรื่อง🔗
- ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๙ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๕ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงานจำนวน ๒ เรื่อง🔗
(๑) รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๓ ขององค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.)🔗
(๒) รายงานผลการดำเนินงานและประเมินผลการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๓🔗
- ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๓๑ เมื่อวันอังคารที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๕ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงานจำนวน ๒ เรื่อง🔗
(๑) รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓🔗
(๒) รายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ของคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และรายงานสถานการณ์การทุจริตประเทศไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔🔗
จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ🔗
๒.๒ รับทราบเรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้อนุญาตให้คณะกรรมาธิการ และคณะกรรมการขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา ตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๖ วรรคสอง และตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๒๗ จำนวน ๕ คณะ🔗
โดยได้รับหนังสือจากคณะกรรมาธิการและคณะกรรมการขยายระยะเวลา การพิจารณาศึกษานอกสมัยประชุม ซึ่งประธานสภาได้พิจารณาแล้วเห็นควรอนุญาตให้ คณะกรรมาธิการขยายเวลาศึกษาตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๖ วรรคสอง และให้คณะกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรขยายเวลา พิจารณาตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ กรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๒๗ จำนวน ๕ คณะ ดังนี้🔗
๑. ให้คณะกรรมาธิการการศึกษา ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา กลุ่มญัตติ จำนวน ๒ เรื่อง คือ🔗
(๑.๑) กลุ่มญัตติเรื่องเกี่ยวกับการศึกษา ให้ขยายเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน นับแต่วันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ เป็นการขอขยายระยะเวลาครั้งที่ ๗🔗
(๑.๒) กลุ่มญัตติเกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และผลกระทบจากการยุบเลิกโรงเรียนขนาดเล็ก ให้ขยายระยะเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ โดยเป็นการขยายระยะเวลาครั้งที่ ๙🔗
๒. ให้คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ขยายเวลาการพิจารณา เรื่องร้องเรียนจริยธรรมนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ (เรื่องร้องเรียนที่ ๑๒) ออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๕ เป็นการขอขยายระยะเวลาครั้งที่ ๗🔗
๓. ให้คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา ญัตติ แนวทางในการส่งเสริม แก้ไขปัญหา และพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทย ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๕ เป็นการขอขยายระยะเวลาครั้งที่ ๙🔗
๔. ให้คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติและแก้ไขปัญหาที่ดินหมดสัญญาสัมปทานในพื้นที่ภาคใต้ ออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ เป็นการขอขยายระยะเวลาครั้งที่ ๗🔗
๕. ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการปาล์มน้ำมัน อย่างเป็นระบบ ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ เป็นการขอขยายระยะเวลาครั้งที่ ๙🔗
จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ🔗
ถ้าจะเรียนประกอบ เล็กน้อยก็คือกรรมาธิการที่ขยายเวลาจะต้องรีบทำงานให้เสร็จ เหลือเวลา ๑๒๐ วัน🔗
๒.๓ รับทราบการดำเนินการเกี่ยวกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๒ ฉบับ🔗
(๑) ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและ การกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ....🔗
(๒) ร่างพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. ....🔗
เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๕ รับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับดังกล่าว🔗
โดยให้กระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานหลักรับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำ ให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงกลาโหม กระทรวงการคลัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข สำนัก งบประมาณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสรุปผลการพิจารณาในภาพรวมส่งให้สำนักงานเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีภายใน ๓๐ วัน เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป และให้สำนักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีนำเหตุผลข้อสังเกตเป็นเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติในการประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาต่อไป🔗
และให้กระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานหลักรับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิด เกี่ยวกับเพศ หรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. .... ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสรุปผลการพิจารณาในภาพรวม ส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน ๓๐ วัน เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป🔗
๒.๔ รับทราบสรุปผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง “ปัญหา การถ่ายโอนถนนทางหลวงชนบทให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการถ่ายโอนถนนทางหลวงชนบทให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร🔗
โดยสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง “ปัญหาการถ่ายโอนถนนทางหลวงชนบทให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการถ่ายโอนถนนทางหลวงชนบทให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น🔗
เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๕ รับทราบสรุปผลการพิจารณารายงานเรื่องดังกล่าวตามที่กระทรวง มหาดไทยเสนอ ให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณารายละเอียด ปรากฏตามเอกสาร ที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ จะเป็นการรายงานเรื่องเพื่อทราบเท่านี้นะครับ จึงเรียนที่ประชุมเพื่อรับทราบครับ🔗
ก็จะเป็นการรายงาน เรื่องเพื่อทราบเท่านี้ครับ🔗
ต่อไปจะเป็นเรื่องที่ทางสมาชิกจะขออนุญาตเสนอญัตติ ได้ตกลงกัน ในการหารือในช่วงที่หารือ ๓ ฝ่าย ขอเชิญท่านจุลพันธ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต้องเรียนต่อท่านประธานว่าดังที่ท่านประธานได้เรียนเมื่อสักครู่ เป็นความตกลงระหว่าง วิป (Whip) ร่วมฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ซึ่งต้องขอกราบขอบพระคุณไปยังวิป (Whip) ร่วมรัฐบาลด้วยที่ได้ตกลงกับสิ่งที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ร้องขอ กับการที่จะใช้เวลาในช่วงบ่าย ของวันนี้และสัปดาห์หน้าในวันพฤหัสบดี ที่เราจะมาพิจารณาในญัตติซึ่งเป็นความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นความเฉพาะหน้าและต้องมีการปรึกษาหารือโดยด่วน เราจึง จะขอใช้เวทีสภาแห่งนี้ในการเปลี่ยนระเบียบวาระเพื่อที่จะเป็นเรื่องมาพูดคุยกันในปัญหา เรื่องเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมในหลาย ๆ จังหวัดทั่วประเทศ และปัญหาเรื่องของการกราดยิง ในจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อที่จะส่งเรื่องและข้อเสนอแนะจากสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อให้พิจารณาในการไปหาหนทางแก้ไขต่อไป ผมจึงขออนุญาตท่านประธานใช้ข้อบังคับ การประชุม ข้อ ๕๔ วรรคหนึ่งและวรรคห้า ในการขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม เป็นญัตติด่วนด้วยวาจาซึ่งจะนำเสนอโดยคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ขอผู้รับรองครับ🔗
มีผู้รับรอง ครบถูกต้องนะครับ เนื่องจากมีท่านสมาชิกเสนอญัตติด่วน ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) และ (๕) ซึ่งเป็นเรื่องด่วนที่จะส่งรัฐบาลดำเนินการพิจารณาไปแก้ไขปัญหา🔗
เรื่องของน้ำท่วมและเรื่องของ การกราดยิงในจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเรียนต่อท่านประธานครับ จะมีญัตติด่วนด้วยวาจา และมีญัตติเป็นลายลักษณ์อักษรประกบอีกราว ๗ ฉบับ จากเพื่อนสมาชิกทั้งจาก พรรคก้าวไกล พรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็พรรคภูมิใจไทยด้วยครับ เรียนท่านประธานครับ🔗
มี ๓ ประเด็น ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นญัตติที่ท่านเสนอควรจะเสนอเป็นปัญหาปัจจุบันเร่งด่วนที่เกิด ณ ปัจจุบันเพื่อจะให้รัฐบาลแก้ไข มันจะได้เอา ๓ ญัตติ ญัตติแต่ละท่านมารวมประเด็นกันเลย🔗
๒ ประเด็น แต่รวมอยู่ในญัตติเดียวครับ เพื่อที่จะนำเสนอต่อรัฐบาลในคราวเดียวกันครับ🔗
๒ ประเด็น อย่างไรก็ตามตามข้อบังคับต้องพิจารณาเรื่องที่มีอยู่ในตามระเบียบวาระ นอกจากที่ประชุม อนุญาต ดังนั้นผมต้องถามที่ประชุมว่ามีท่านสมาชิกท่านใดขัดข้องหรือไม่ที่เราจะนำเรื่อง ญัตติด่วนเสนอด้วยวาจาของท่านจุลพันธ์ขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ขอดำเนินการตามที่ท่านจุลพันธ์เสนอให้พิจารณาเรื่องญัตติด่วนดังกล่าวนะครับ เจ้าของญัตติ เชิญครับ🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ปัญหาสำคัญของประเทศที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข อย่างเร่งด่วน เรื่อง ปัญหาอุทกภัย และปัญหาการกราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัด หนองบัวลำภู (นายชลน่าน ศรีแก้ว เป็นผู้เสนอ)🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กระผมขออนุญาตท่านประธานที่จะเสนอญัตติด่วน ด้วยวาจา ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) เสนอให้สภาพิจารณาเป็นเรื่องด่วน เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องด่วน เกี่ยวกับปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเราอย่างกว้างขวาง เรื่องที่ ๒ เป็นปัญหา สำคัญที่เกิดขึ้นในรอบเดือนที่ผ่านมา คือเรื่องการกราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ท่านประธานที่เคารพครับ ๒ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความจำเป็น มีความ เร่งด่วนที่สภาแห่งนี้จะทำหน้าที่ในการที่จะพิจารณาปัญหานี้ เพื่อมีข้อเสนอไปยังรัฐบาล เพื่อในการแก้ปัญหา จึงจำเป็นต้องเสนอเป็นญัตติด่วนด้วยวาจา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ครบครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ🔗
ท่านค่อย อภิปรายเหตุผลในการเสนอทีหลังได้ไหมครับ ให้ผู้เสนอให้ครบทุกฉบับก่อน เพื่อจะมาดูว่า จะรวมญัตติในการพิจารณาได้ไหม ดีไหมครับ หรือท่านจะอภิปรายเหตุผลในการเสนอเลย🔗
ผมจะขออนุญาต เสนออภิปรายเปิดเป็นเหตุผลเลยครับท่านประธาน แล้วก็หลังจากนั้นผู้เสนอญัตติท่านต่อไป ก็สามารถที่จะเสนอได้🔗
ได้ครับ ทำได้ครับ ทำได้ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา เนื่องจากญัตติ ที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรกำลังเสนอมันเป็น ๒ เรื่อง คือเรื่องน้ำท่วมกับเรื่อง เหตุการณ์ที่จังหวัดหนองบัวลำภู ประเด็นของผมก็คือว่าผมจะเป็นผู้หนึ่งที่เสนอญัตติ ด้วยวาจาเกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วม ดังนั้นเราจะพิจารณาอภิปรายเหตุการณ์ใดก่อนครับ ระหว่าง น้ำท่วมกับเหตุการณ์ที่จังหวัดหนองบัวลำภู แล้วการนำเสนอจะเสนออย่างไรครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ก็เหมือนกับ ผมท้วงติงเมื่อสักครู่ว่าญัตติมัน ๒ เรื่อง หรือ ๓ เรื่องในญัตติเดียวกัน การอภิปรายก็คงจะ อภิปรายภาพรวม แล้วก็พูดแยกแต่ละสถานการณ์ ดังนั้นผมถึงอยากจะเสนอว่าควรจะ เปลี่ยนหัวข้อญัตติเหมือนที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเสนอท่านประธานชวน ว่าเป็นญัตติในภาพรวมของปัญหาประเทศที่ต้องแก้ไขเร่งด่วนดีไหมครับ มันจะได้รวมทุกญัตติ มาด้วยกัน คือแทนที่จะเสนอแค่ ๒ เรื่อง ท่านจะได้พูดได้รวมทุกปัญหาที่เป็นปัญหาเร่งด่วน ณ ปัจจุบัน🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ผู้นำฝ่ายค้านในสภา ผู้แทนราษฎร ความประสงค์เป็นอย่างนั้นอยู่แล้วครับ เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ ๒ เรื่อง แล้วผมเองก็จะแถลงหลักการและเหตุผลของการเสนอญัตตินี้ หลังจากนั้นถ้าจะมีผู้เสนอ ญัตติ เช่นเรื่องน้ำท่วมก็เสนอ ในการเสนอของผมผมพูด ๒ เรื่องนะครับ เพื่อวางกรอบ ของการเสนอเอาไว้ หลังจากที่มีผู้เสนอญัตติเพิ่มเติมจนครบแล้ว ลำดับการอภิปราย ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธาน ถ้าท่านประธานจะกรุณานะครับ หมายความว่า เราก็พิจารณาญัตติเรื่องน้ำท่วมที่เป็นปัญหาในขณะนี้ก่อน จบแล้วท่านประธานจะกรุณา สอบถามมติเลยก็ได้ หรือจะเข้าเรื่องที่ ๒ เรื่องจังหวัดหนองบัวลำภู ก็ให้เพื่อนสมาชิก ได้อภิปราย เมื่ออภิปรายจบแล้ว มีผู้อภิปรายสรุป ทั้ง ๒ เรื่องต้องมีผู้อภิปรายสรุปนะครับ ก็จะสอบถามมติหลังจากที่พิจารณาเสร็จ ๒ เรื่องในคราวเดียวก็ได้ เพื่อสะดวกต่อเรื่องของ องค์ประชุม ก็สามารถทำได้ครับ เพราะญัตตินี้เป็นปัญหาสำคัญที่เราจะเสนอข้อพิจารณา ข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาไปยังรัฐบาล จากการที่เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้ช่วยกัน เป็นมาตรการที่เกิดจากสภาแห่งนี้ครับ🔗
เข้าใจครับ คือเนื่องจากญัตติของท่านทั้งสอง ที่ท่านจุลพันธ์กับท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เสนอมาเป็นญัตติเดียวที่รวม ๒ หัวข้อ เพราะฉะนั้นการจะลงมติอย่างไรมันต้องลงครั้งเดียว ทั้ง ๒ เรื่อง นอกเสียจากจะมีผู้อื่นเสนอแยกญัตติ เรื่องน้ำท่วมต่างหาก หรือเรื่องกราดยิง ต่างหาก เราถึงจะพิจารณาแยกลงมตินะครับ แต่เนื่องจากของท่านเป็นญัตติเดียวที่รวม ๒ เรื่องในขณะนี้นะครับ เพราะฉะนั้นการเสนอในการลงมติก็คงเสนอครั้งเดียวรวมไปเลย ว่าจะส่งรัฐบาลหรือไม่ส่งรัฐบาล ปัญหาของญัตติที่ท่านได้กล่าวถึง ถูกไหมครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ในข้อหารือของท่านประธานสามารถทำตามข้อบังคับได้ครับ จะพิจารณารวมลงมติหรือแยก ประเด็นลงมติก็ได้ แล้วผมเชื่อว่าการเสนอครั้งนี้มีเพื่อนสมาชิกจะเสนอญัตติเรื่องน้ำท่วม ประกบเข้ามาอีก เพราะฉะนั้นก็จะเป็นญัตติ ๒ ญัตติอยู่แล้ว ของญัตติผมเป็น ๑ ญัตติจริง แต่มี ๒ เรื่อง เพราะฉะนั้นการลงมติ อย่างของผมจะรวมลงทีเดียวก็ได้ หรือจะถาม ในแต่ละเรื่องไปคราวเดียวกันก็ได้ เพราะมีผู้เสนอญัตติเรื่องน้ำท่วมเข้ามาแยกต่างหาก อยู่แล้วนะครับ สามารถรวมหรือแยกลงมติได้ครับ🔗
ไม่เป็นไรครับ เชิญต่อครับ เข้าใจครับ เดี๋ยวรอฟังว่าจะมีผู้เสนอญัตติอะไรอีกนะครับ เพราะตอนนี้เราคงไป คาดคะเนล่วงหน้าไม่ได้ เชิญครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมต้องกราบขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานวิป (Whip) คณะวิป (Whip) รัฐบาล วิป (Whip) ฝ่ายค้านที่ได้พิจารณา และเห็นความสำคัญ ได้อนุญาตให้ตัวกระผมเองในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาในสภาแห่งนี้ เป็นมติพรรคร่วมฝ่ายค้านเรานะครับ ซึ่งประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ และพรรค พลังปวงชนไทย เราได้ประชุมกันในพรรคร่วมฝ่ายค้าน เราเห็นว่าขณะนี้ปัญหาสำคัญ ของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ปิดสมัยประชุมที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนประสบกับ ความเดือดร้อนอยู่ ๒ เรื่องหลัก ๆ จริง ๆ มีหลายเรื่องที่อยากจะเสนอ แต่ว่าด้วยข้อจำกัด เรื่องเวลา เราเลยนำมาเสนอ ๒ เรื่องหลัก ๆ เรื่องแรก คือปัญหาน้ำท่วมหรืออุทกภัย ในปี ๒๕๖๕ แล้วเรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของการเกิดโศกนาฏกรรมครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ ชาติไทยซึ่งไม่เคยมีมาก่อน ท่านประธานครับ เหตุการณ์แบบนี้ในประเทศไทยมี มีแต่ก็คนละ กรณี คนละประเด็นกัน เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่มีการกราดยิง มีการทำลายลูกหลาน เยาวชน เด็กเล็ก ๆ ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนวนผู้สูญเสียเมื่อเทียบสถิติโลกแล้วที่เกิดขึ้นมา เป็นประวัติการที่มีความสูญเสียสูงที่สุด เหตุกราดยิงที่เกิดในสหรัฐอเมริกาบ่อย ๆ ครั้ง ก็มีจำนวนผู้เสียชีวิตไม่ถึงขนาดนี้ ก็เลยเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นและมีความสำคัญอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ มันเป็นประโยชน์สำคัญของแผ่นดินเลย และมีผลกระทบต่อความมั่นคง ทางด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของประเทศ มันเลยมีความจำเป็น อย่างยิ่งที่สภาแห่งนี้จะได้ร่วมกันนำเรื่องนี้มาเป็นปัญหาสำคัญในการพิจารณา🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องแรก ปัญหาอุทกภัย ปัญหาอุทกภัยถือเป็น ปัญหาใหญ่ของประเทศไทยเราครับ ถือเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทยเราเกิดขึ้นทุกปี ตรงข้ามกับปัญหาอุทกภัยก็ภัยแล้งก็เกิดขึ้นทุกปี แต่ผมจะขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าผมจะไม่ก้าวล่วงแตะไปที่ภัยแล้ง แม้เป็นเรื่องน้ำเหมือนกัน แต่น้ำที่มันกำลัง ก่อปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ร่วม ๒๙ จังหวัด คือเรื่องอุทกภัย ท่านประธานที่เคารพครับ ในปี ๒๕๖๕ จากรายงานของกระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พื้นที่ที่รับผลกระทบจากน้ำท่วม ๕๙ จังหวัด ๕๙ จังหวัดเกือบเต็มประเทศนะครับ ๕๙ จังหวัดมี ๔๕๐,๖๓๓ ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ ๓๒๒ อำเภอ ๑,๖๒๕ ตำบล ๙,๙๑๓ หมู่บ้านครับ ขณะนี้นับถึงวันที่ ๑๗ เอาตัวเลขที่รายงานชัดเจนนะครับ จริงอยู่น้ำลดลงยังมีคงค้างอยู่ถึง ๒๙ จังหวัดที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ เหลือพื้นที่ที่มีท่วมขังแล้วกระทบกับพี่น้องประชาชนถึง ๓๖๙,๐๐๐ กว่าครัวเรือน นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนคนไทยเราประสบความทุกข์ยาก อยู่ในขณะนี้ สิ่งที่สภาแห่งนี้จะได้ร่วมกันพิจารณาในวันนี้ ข้อเสนอไม่ว่าเป็นสภาพปัญหา ที่เกิดขึ้น สาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น แน่นอนมีหลายคนโดยเฉพาะจากซีกคณะรัฐมนตรี มักจะบอกผ่านสื่อสาธารณะโดยทั่วไปว่าสาเหตุปัญหาน้ำท่วมก็คือฝนตกเยอะ มันมีพายุ น้ำก็ต้องท่วม ไม่เถียงว่าสาเหตุปัญหามันเกิดจากพายุ ฝนตกเยอะน้ำท่วม ถ้าสภาแห่งนี้ จะตอบว่าเหตุของน้ำท่วมเกิดจากพายุแล้วเกิดจากฝนตกมากแล้วน้ำท่วม ผมว่าเสียเวลาสภา ที่จะพูดอย่างนั้น ผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติของเราจะไม่พูดอย่างนั้น เป็นอันขาด แต่สภาแห่งนี้ผมเชื่อมั่นว่าทุกท่านจะช่วยกันระดมสมอง เอาสิ่งที่ท่านพบเห็น พบเจอในพื้นที่ของท่านเอง สภาพปัญหาและสาเหตุปัญหาที่เกิดในแต่ละพื้นที่แตกต่างกันไป ภาคเหนือ จังหวัดน่านบ้านผมก็มีลักษณะแตกต่างกันไปในเรื่องของการประสบอุทกภัย ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ก็แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เพราะฉะนั้นสภาพปัญหาและ สาเหตุของปัญหาผมเชื่อว่าสมาชิกสภาของเราจะได้ช่วยกัน ได้บอกกล่าวสภาแห่งนี้ ว่าแต่ละที่มันเกิดจากอะไร สภาพปัญหาเป็นอย่างไร แล้วที่สำคัญผมหวังว่าการใช้เวลา อันทรงค่าของพี่น้องประชาชนในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะเป็นประโยชน์ ถ้าสภาแห่งนี้ มีข้อเสนอเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่ดำรงคงอยู่ในขณะนี้ พี่น้อง ประชาชนเดือดร้อน เรื่องความเป็นอยู่ การทำมาหากิน การใช้ชีวิตอยู่ขณะนี้ บ้านเขาลอยน้ำอยู่ จะต้องทำอย่างไร มีอะไรขาดตกบกพร่อง การแก้ปัญหาเชิงระบบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ผมเชื่อว่าจะมีข้อเสนอที่ดี ๆ จากสภาแห่งนี้ แม้จะเป็นเรื่อง ที่เราพูดกันซ้ำแล้วซ้ำอีกทุกปีนะครับ หลายครั้งสภาแห่งนี้มีมติให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ไปพิจารณาศึกษา หรือเข้าสู่กรรมาธิการสามัญที่ท่านประธานกรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการ ในแต่ละคณะเห็นว่ามีความจำเป็นสำคัญเอาไปพิจารณาศึกษา รายงานผลการศึกษา เข้าสู่สภา สภานำมาพิจารณา เวลาที่เหมาะที่สุดก็คือเวลาฝนแล้ง เวลาน้ำแล้ง สภาพอย่างนี้ มันวนเวียน ๆ อยู่ตลอด นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ว่าต้องเสนอด้วยวาจา เพราะว่าวันนี้สรุปจบแล้ว จะได้มีข้อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีไปยังรัฐบาล เพื่อจะได้แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ จากสภาพปัญหา สาเหตุของปัญหา แนวทางการแก้ปัญหาแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดการนำเอาแนวทางวิธีการเหล่านี้ไปปฏิบัติ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการ แก้ปัญหา ผมในฐานะเป็นผู้เสนอเปิดญัตติ จะขออนุญาตท่านประธานกรอบประเด็นไว้ในมุม ของผู้เสนอ แล้วเพื่อนสมาชิกจะมาเติมเต็มในแต่ละประเด็น ในแต่ละเรื่อง แต่โดยความ รวมแล้วปัญหาน้ำท่วมมันจะยังเคียงคู่กับประเทศไทยไปเช่นนี้อยู่อีกหรือ มันจะอยู่ไปสักกี่ปี น้ำท่วมเป็นเรื่องธรรมดาครับ ฝนตกมากน้ำก็ท่วม แต่จะมีกลไกวิธีการจัดการน้ำท่วมอย่างไร ให้พี่น้องประชาชนอยู่กับน้ำได้ ไม่ใช่บอกน้ำท่วมก็ไปเลี้ยงปลา นั่นไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาครับ ทำอย่างไรให้เขาอยู่กับน้ำท่วมอย่างไม่ให้เกิดความทุกข์ รับสภาพได้ เกิดการสูญเสียที่น้อย ที่สุด แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนไว้เป็นเบื้องต้น เท่าที่ผมได้ไปสัมผัส ไปตรวจเยี่ยม ไปพบกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะภาคอีสาน ได้มีโอกาสไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนที่จังหวัด อุบลราชธานี ๒ ครั้งในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา จังหวัดขอนแก่น ๒ ครั้ง ท่านประธานที่เคารพ สิ่งหนึ่งที่สะท้อนจะต้องบอกในสภาแห่งนี้ก็คือว่าระบบการเตือนภัยน้ำท่วมถือว่ายังมี ข้อบกพร่องอยู่ พี่น้องประชาชนสะท้อนมาเลยครับ รู้ว่าน้ำมันต้องท่วม ก็มีการพยากรณ์ อากาศ มีกรมอุตุนิยมวิทยามาบอกว่าน้ำจะท่วม แต่เขาบอกว่าทำไมผมเก็บของไม่ทัน เพราะฉะนั้นความรวดเร็ว ระยะเวลา เทคนิควิธีการในการสื่อสารการเตือนภัยมันมีปัญหาอยู่ ทำอย่างไรให้มีระบบการเตือนภัยที่ทันท่วงทีและสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ ทำให้ พี่น้องประชาชนสูญเสียได้น้อยที่สุด อันนี้คือตัวอย่างในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เป็น ประเด็น ท่านประธานที่เคารพครับ น้ำท่วมขัง การช่วยเหลือดูแลพี่น้องในการใช้ชีวิต ประจำวัน ปัจจัย ๔ มีหลายเรื่องที่สะท้อนมาแล้วเจ็บปวดมาก น้ำท่วมประกาศภัย มีโรงครัว มีศูนย์ช่วยเหลือมากระจายตั้งไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่หลังจากเลิกประกาศภัยแล้ว น้ำยังขังอยู่ ก็รื้อโรงครัวนั้น เลิกเพิกถอนสิ่งที่ช่วยเหลือออกไป ให้ท้องที่ ท้องถิ่นที่เขาอยู่ ช่วยเหลือกันตามลำพัง อย่างนี้ก็มีให้เห็นอยู่ นี่คือวิธีการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะสิ่งที่ผมต้องเน้นย้ำน มันเป็นความทุกข์ใจความลำบากใจของพวกเรา ที่เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนอย่างยิ่ง น้ำท่วมที่เกิดอยู่ในช่วง ๑๘๐ วันก่อนหมดวาระ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่ง กกต. อ้างข้อกฎหมาย อ้างประกาศและระเบียบ กกต. ว่าต้องถือ เสมือนหนึ่งเข้าสู่การหาเสียงเลือกตั้ง ไม่ได้เถียงครับ เพราะกฎหมายฉบับนี้ออกมาแล้วก็ย่อม ถือปฏิบัติ ถึงแม้จะออกสมัย สนช. กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง แต่ผลพวงของการทำหน้าที่ ผลพวงของกฎหมายฉบับนี้มันกระทบมากกับความเป็นอยู่พี่น้อง ประชาชน ที่เราเองในฐานะที่เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนจะหยิบยื่นจะเข้าไปทำการ ช่วยเหลือต่าง ๆ กระทำการอะไรมิได้เลย ได้แต่มอง ยิ้มให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เรื่องเหล่านี้ มันก็เป็นประเด็นหนึ่งที่สภาแห่งนี้ควรจะต้องพิจารณาว่าจำเป็นต้องเขียนอย่างนี้ไว้หรือไม่ กฎหมายฉบับนี้ต้องแก้ไหม มาตรา ๖๘ ต้องแก้หรือเปล่า เพื่อเห็นแก่ประโยชน์พี่น้อง ประชาชนขณะที่ประสบภัยพิบัติ ประชาชนไม่ประสบภัยพิบัติแล้วไปหาเรื่องที่จะแจกข้าว แจกของ แจกเงินแจกทองเพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียง อันนี้ลงโทษให้เต็มที่เลย แต่เขาประสบ ภัยพิบัติ มันมีข้อจำกัดเรื่องกฎหมาย ผมอยากให้สภาแห่งนี้ช่วยกันและถือเป็นข้อเสนอหนึ่ง ที่เราจะส่งไปยังรัฐบาล ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปยัง กกต. แล้วพวกเราเองก็อาจจะต้อง ยกร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งมาตรานี้ และมาตราที่เกี่ยวข้อง มันจะเสียหายอะไรครับ นับตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งไป ให้เข้าสู่การเลือกตั้ง ทุกคนก็เลยถือปฏิบัติเหมือนกัน แล้ว ๑๘๐ วันมันได้ประโยชน์อะไร ขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพวกเราถูกมัดมือมัดเท้า แต่หน่วยงานราชการ คณะรัฐมนตรี สามารถใช้งบประมาณของรัฐของหลวงเป็นภาษีอากรของพี่น้องประชาชนไปดำเนินการ แล้วอ้างว่าเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แล้วเอาโอกาสนั้นไปแสวงหาคะแนนนิยมให้ว่าที่ผู้สมัคร ผู้แสดงเจตจำนงจะสมัคร รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. เข้าไปช่วยแจกข้าวแจกของ มีให้เห็นเป็นประจำ ๑๘๐ วันยังเอางบหลวง ไปจัดการอบรมสัมมนา แล้วให้ว่าที่ผู้สมัครไปแจกของ แจกเงินแจกทอง เขาทำได้อยู่ แต่อ้างว่า นี่หน่วยงานรัฐทำ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือภาพของการช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชน น้ำขังบ้านเขา สมัยรัฐบาลที่ผ่านมารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ให้ความช่วยเหลือ ครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาท สมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเคยทำมาครับ แต่ขณะนี้เขาบอกว่าถ้าบ้านเรือนไม่พังทั้งหลัง ไม่เสียหายทั้งหลัง ส้วมที่ปลูกไว้นอกบ้าน ถูกพังทลายไปหมดเลย ไปขอความช่วยเหลือบอกว่าเสียหายบางส่วน ไม่ได้รับความช่วยเหลือ กติกาเหล่านี้มันจำเป็นไหมที่พวกเราจะต้องมาดูกัน แม้จะเป็นประกาศ เป็นระเบียบ แต่สภา แห่งนี้มีหน้าที่ตรวจสอบควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน เราก็ควรจะมีข้อเสนอเรื่อง เหล่านี้ไป การเยียวยานอกจากเพื่อดำรงชีพอยู่แล้ว สิ่งที่เสียหายมากที่สุดที่เป็นประเด็น มีข้อเรียกร้องมาตลอดว่าชดเชยพื้นที่การเกษตร นาข้าว อย่างพี่น้องภาคกลางในขณะนี้ผมดู ๒๙ จังหวัดที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสาน น้ำขังน้ำแช่อยู่ตลอด เป็นพื้นที่รับน้ำ การชดเชยเยียวยาขณะนี้ไม่เห็นแม้แต่ว่าเขาจะได้รับอะไร พี่น้องประชาชน ที่เดือดร้อนเขาสอบถามมาตลอดเวลาเมื่อไรจะได้รับ ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท เมื่อไรจะได้รับ เพราะฉะนั้นจะเป็นข้อเสนอหนึ่งในญัตตินี้เพื่อไปเร่งรัดให้กับทางรัฐบาล ทางคณะรัฐมนตรีที่มี หน้าที่เกี่ยวข้องต้องดูแลช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชน จะหาเสียงไม่ว่าครับ แต่ขอให้ พี่น้องประชาชนเขาได้รับการดูแลช่วยเหลือเยียวยาสมเหตุสมผล สมกับความเสียหายที่เขา เกิดขึ้น นี่คือเรื่องของปัญหาเฉพาะหน้า การแก้ไขปัญหาระยะยาว ผมเชื่อว่าสมาชิกในแต่ละ พื้นที่เขาจะมีข้อเสนอที่ดี ๆ สอดคล้องสอดรับกับพื้นที่ของเขา ยกตัวอย่าง น้ำแช่ขังที่จังหวัด อุบลราชธานี ผมเชื่อว่าสมาชิกจากจังหวัดอุบลราชบุรี อย่างท่านสมคิด เชื้อคง เตรียมอยู่นี่ ท่านก็จะมาบอกกับสภาแห่งนี้ว่าควรทำอะไรที่เป็นการแก้ปัญหาในระยะยาวเชิงโครงสร้าง ทั้งหมด เขื่อน ทางผันน้ำ คันดินกันตลิ่ง การจัดการลำน้ำหรือแม้กระทั่งเรื่องของทำแก้มลิง อะไรต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นข้อเสนอที่ชัดลงในแต่ละพื้นที่ นั่นคือสิ่งที่เราจะได้จากการเสนอ ญัตตินี้ ผมไม่สามารถลงรายละเอียดให้เห็นเชิงพื้นที่ได้ แต่ภาพใหญ่ ๆ ข้อมูลที่จะเป็น ข้อเสนอของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราจะถูกส่งไปยังคณะรัฐมนตรีและรัฐบาล ผมใช้คำว่า รัฐบาลด้วย เพราะรัฐมนตรีเป็นผู้กำกับนโยบาย เป็นฝ่ายบริหาร ผู้นำสู่ปฏิบัติคือข้าราชการ ๒ ส่วนรวมกันเราเรียกว่ารัฐบาล จะต้องสอดประสานกันทั้งผู้กำกับ ผู้ออกนโยบาย และผู้นำ นโยบายสู่การปฏิบัติ ท่านประธานที่เคารพครับ โดยสรุปเรื่องน้ำท่วมเป็นประเด็นที่ยังคงค้างอยู่ ที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในขณะที่มีปัญหาอยู่ วางแผนการแก้ไขในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว งบประมาณต่าง ๆ แผนงานต่าง ๆ พูดก็จะหาว่าทวง สมัยรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ออกแผนไว้ชัดเจน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท พอถูกยึดอำนาจ เรื่องนี้ ถูกยึดกลับ แทนที่จะทำต่อเพื่อประโยชน์ของบ้านของเมือง เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน กลับเอาไปทำอย่างอื่นที่เห็นว่าจำเป็นสำหรับกลุ่มสำหรับพวก สำหรับพี่น้องประชาชน ไม่ได้เคยคิดถึงเลย โดยสรุปเรื่องน้ำท่วมก็จะมีข้อเสนอให้กับคณะรัฐมนตรีและรัฐบาลนำไป พิจารณา🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาตไปในเรื่องที่ ๒ เรื่องที่ ๒ นี้ผ่านไป ๑ เดือนครับ เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๒.๕๐ นาฬิกา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอุทัยสวรรค์ เกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้ ลูกหลานเราที่กำลังนอนหลับในศูนย์ พัฒนาเด็กเล็กต้องสูญเสียเสียชีวิตไป เฉพาะเด็กที่อยู่ในศูนย์ ๒๓ ชีวิต ที่อยู่นอกศูนย์ไปอยู่ กับพ่อที่เป็นช่าง อบต. อีก ๑ ชีวิต รวมทั้งหมดเป็น ๒๔ ชีวิต เป็นการสูญเสียสำหรับเด็ก ที่รุนแรงที่สุดในประเทศไทย เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้สูญเสียทั้งหมด ๓๗ ชีวิต ไม่รวมผู้ก่อเหตุ ที่ในกระแสข่าวว่ากระทำอัตวิบาตกรรมคือฆ่าตัวเองตาย ข้อเท็จจริงไม่ทราบ ก็มีข้อสงสัย อยู่พอสมควร ผมจะไม่ลงไปฉายภาพของความสูญเสียซึ่งอเนจอนาถตรงนั้น แต่สิ่งที่อยากจะ กราบเรียนกับท่านประธานก็คือว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ที่เกิดขึ้นต้องถามว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร มันเกิดขึ้นได้อย่างไร อะไรคือแรงจูงใจของเหตุการณ์ครั้งนี้ที่เกิดขึ้น ใครควรรับผิดชอบ ใครต้องมีหน้าที่ในการแก้ไขปัญหา ท่านประธานครับ จากเวทีรับฟังความเห็นพี่น้องประชาชน ของผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชน เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคมที่ผ่านมา พรรคร่วมฝ่ายค้านเรา ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ในเขตดอนเมือง ที่ต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อโรงแรมเขาครับ เพราะเป็นสถานที่ที่เราจัดจริง โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ มีผู้เข้าร่วมให้ความเห็นทั้งหมด ๕๐๐ คน มีวิทยากรจาก ทุกพรรคการเมืองที่เป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีรองเลขาธิการจาก ป.ป.ส. เข้ามาร่วมเป็นวิทยากร มีวิทยากรจากกรมสุขภาพจิต มีวิทยากร ที่ดูแลเรื่องของการปฏิรูประบบแล้วก็กระบวนการยุติธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ เวทีนั้นเราใช้คำว่า ถอดบทเรียนกราดยิงหนองบัวลำภู ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะนำเรียน ว่าบทเรียนที่เราได้รับในครั้งนั้นมันเป็นบทเรียนที่เราต้องสูญเสียและลงทุนอย่างมหาศาล เพราะฉะนั้นการถอดบทเรียนในครั้งนั้นผมอยากจะนำบทเรียนนั้นเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ เพื่อให้เพื่อนสมาชิกช่วยกันในการที่จะนำบทเรียนเหล่านั้นมาขัดเกลา มากลั่น แล้วทำเป็น ข้อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี ไปยังรัฐบาล เพื่อจะดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป ท่านประธาน เชื่อหรือไม่ว่ามูลเหตุที่เกิดขึ้น บทเรียนที่เราได้รับจากการถอดที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ เหตุจูงใจที่ทุกคนหรือหลายฝ่ายที่เข้าร่วมแสดงความเห็น เขาพูดมาแล้ว ค่อนข้างน่าตกใจ โดยพฤติกรรมศาสตร์แรงเหตุและแรงจูงใจที่ทำให้เกิดขึ้นครั้งนี้เขาสรุปว่า ถ้าไม่เคียดแค้น ไม่ชิงชังตัวเอง ไม่รังเกียจสังคมเกินเหตุแล้วนี่เหตุการณ์จะไม่เกิดขึ้น นั่นหมายความว่าบทสรุปนี้ สิ่งที่เขาจำเป็นต้องทำเพราะเขาชิงชังตัวเอง เขารังเกียจตัวเองมาก ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ในโลกแห่งนี้ ในสังคมแห่งนี้ และเขาก็เคียดแค้นชิงชังผู้คนรอบข้าง สังคมรอบข้าง มันเลยเป็นจุดที่ทำให้เขาตัดสินใจทำอย่างนั้น ท่านประธานครับ แล้วเหตุอะไร ที่เขาต้องเคียดแค้นชิงชังถึงขนาดนั้น น่าสนใจมากนะครับ ผมเชื่อว่าคนที่อยู่ในเหตุการณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราที่อยู่จังหวัดหนองบัวลำภู ท่าน ส.ส. ไชยา พรหมา ท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ท่าน ส.ส. สยาม หัตถสงเคราะห์ ได้เข้าไปใกล้ชิด เข้าไปดูเหตุการณ์ เข้าไปช่วยเหลือดูแล หลังจากเหตุการณ์เรื่องนี้ เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด ทราบข้อมูลดีครับ จะเป็นผู้มาเปิด เป็นผู้นำเสนอให้ท่านประธาน ได้รับรู้รับทราบ เพื่อเข้าสู่กระบวนการว่าเราจะช่วยกันแก้ปัญหาอย่างไร ท่านประธานครับ โดยคร่าว ๆ โดยสรุปเป็นภาพใหญ่ครับ สิ่งที่ทำให้เขาเกิดความเคียดแค้น เกิดความชิงชัง ต่อตนเองและสังคมโดยรวมแล้ว มันเกิดจากมิติของสังคมเราโดยรวมอยู่ในขณะนี้แหละครับ ผมชอบใจท่านประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ดอกเตอร์สุทิน คลังแสง ในฐานะวิทยากร ท่านคงจะมาพูดเองว่าท่านคิดเห็นอย่างไร แต่ผมสรุปจากสิ่งที่ท่านพูดก็คือว่ามันเป็น โครงสร้างของสังคมไทยที่ทำให้เกิดระเบิดขึ้นมาตรงนี้ได้ ปัญหาเรื่องยาเสพติด ปฏิเสธไม่ได้ ว่าไม่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด ดอกเตอร์สุทิน คลังแสง ประกาศเลยครับ หลังจากเหตุการณ์ บอกว่าเรื่องนี้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ ผู้ก่อเหตุเป็นอดีตตำรวจ ยศสิบตำรวจเอก มีส่วนไป เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ถูกไล่ออกจากราชการ เพราะฉะนั้นยาเสพติดไม่เกี่ยวข้องไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ แล้วทำไมยาเสพติดเพียงเม็ดเดียวที่จับได้ เขาถูกออกจากราชการ ไล่ออกจากราชการ แล้วทำไมมันต้องไปฆ่าเด็ก เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่ต้องติดตาม แต่โดยความรวมแล้วมันเป็นมูลเหตุที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกัน กระบวนการ ตัดสินใจ กระบวนการคิด วิธีคิดของเขาที่เกิดขึ้นมามันมีปัญหาทางจิต ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน โรคจิตก็มาบอกในเวทีแห่งนี้ หมายถึงที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กระบวนการ การกล่อมเกลาเลี้ยงดูตั้งแต่เด็ก ๆ เล็ก ๆ ขึ้นมา หน้าที่ของผู้ปกครองที่ต้องดูแลเด็ก ได้มาตรฐานไหม โตขึ้นมาทำให้เกิดลักษณะของการรับสภาพต่อสภาพปัญหา การแก้ไข ปัญหา การตัดสินใจ มันบิดเบี้ยวบิดเบือนไป มีแนวโน้มเกิดความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งตรงนี้ ก็น่าสนใจท่านประธานครับ ผมว่าเวทีแห่งนี้คงจะมีคนที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้มาพูด ใน ๒๐ ปี ที่ผ่านมาคนไทยเราทนต่อภาวะบีบคั้นไม่ได้เลย มีเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นเรื่องใหญ่หมด เหยียบเท้ากันก็ต่อยปาก เหยียบเท้ากันก็ชักปืนยิง รถเฉี่ยวกันลงมาทุบ ลงมาใช้อาวุธ เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นประจำครับ นั่นก็เป็นจุดหนึ่งที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานว่า มันเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุที่เป็นแรงจูงใจของเขา อาวุธปืนครับท่านประธาน เป็นเรื่องที่ ๒ ที่เขาให้ความสำคัญ ประเทศไทยเราเป็นที่หนึ่งในอาเซียนที่มีสถิติความรุนแรงเกิดจาก อาวุธปืนเยอะที่สุด ลำดับที่ ๑๓ ของโลกครับ นั่นหมายความว่าที่เมืองไทย เรื่องอาวุธปืน มันหาได้ง่ายมาก ในเวทีพูดกันถ้าคุณมีปืนที่ถูกทะเบียน ๑ กระบอก คุณจะมีปืนเถื่อนอีก ๓ กระบอก หมายถึงปืนที่ไม่ได้จดทะเบียน ปัญหาเรื่องของการใช้อาวุธปืน การควบคุม การดูแล เป็นเรื่องหนึ่งที่เวทีนี้จะบอกกับท่านประธานเพื่อส่งไปให้กับคณะรัฐมนตรี รัฐบาล ว่าคุณจะแก้ไขอย่างไร มีมาตรการอะไร กฎ ระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องจะต้องปรับแก้ หรือไม่ ท่านประธานครับ เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ เมื่อสักครู่ผมพูดถึงเรื่องปัญหาด้านสุขภาพจิต เราเองต้องยอมรับว่า ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว จิตคิดอย่างไร สามารถเปลี่ยนชีวิตได้ ถ้าจิตคิดดีเปลี่ยนชีวิตในทางดี จิตคิดร้ายเปลี่ยนชีวิตไปทางร้าย เป็นการศึกษาทางจิต มันเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญในบ้านเมืองเรา เรื่องนี้ถ้ารัฐบาลเองให้ความสำคัญนะครับ แม้แต่พรรคการเมืองพวกเราเอง พรรคเพื่อไทยเห็นช่องทางตรงนี้เลย การศึกษาทางจิต ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ ท่านประธานครับ มายด์ เอดดูเคชัน (Mind education) เป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญมากสำหรับประเทศไทยในขณะนี้ ประเทศไทยต้องมีนักจิตวิทยา ต้องมีคนที่คอยให้คำแนะนำ ต้องลบล้างความเชื่อเดิม ๆ ถ้าใครไปพบจิตแพทย์ ใครไปพบ หมอโรคจิต ไอ้นี่บ้า ถูกประณาม ทุกคนก็กลัว ทุกคนก็อาย แต่ขณะที่ต่างประเทศเขาให้ ความสำคัญมาก ในโรงเรียน สถานศึกษา ในสถานที่ที่มีผู้คนรวมกันอยู่ในกระบวนการ การทำงาน แม้แต่สภาของเรา สภาของเราก็ควรมีนักจิตวิทยามาทำหน้าที่อยู่ในสภานี้ด้วย เป็นฝ่ายประจำ เพราะเพื่อนสมาชิกเราก็มีปัญหาเยอะ จะได้หาทางออกปรึกษาหารือกัน ก่อนที่จะกลับไปบ้านระบายกับนักจิตวิทยา กลับไปบ้านยิ้มนะครับ แต่ถ้าไม่ได้ระบายกับ นักจิตวิทยากลับไปที่บ้านไประบายกับคนที่อยู่ในบ้าน เจอลูกตบลูก เจอภรรยาตีภรรยา เจอพ่อตาแม่ยายติดข้างฝาไป อย่างนี้มันเกิดขึ้นบ่อยมากในสังคมไทย เพราะฉะนั้นประเด็น การถอดบทเรียนเรื่องของการศึกษาทางจิต การให้คำแนะนำทางจิตเป็นเรื่องจำเป็นและ สำคัญ ท่านประธานที่เคารพครับ อีกเรื่องหนึ่งที่สภาแห่งนี้คงต้องพูดกันเรื่องการแต่งตั้ง การให้ออกจากตำแหน่ง การให้ความดีความชอบ คนเข้ามาทำงาน โดยเฉพาะระบบราชการ การคัดเลือกคนเข้าสู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจ อยู่ในตำแหน่งที่ถืออาวุธจะต้องมาทบทวน มาปรับปรุงกันหรือไม่ ต้องมีเกณฑ์มาตรฐานมากกว่าคนทำงานสายอื่น ๆ ไหม ผมไม่อยากใช้ คำว่าราชการ เพราะมันหมายถึงประเภทอื่น ๆ ด้วย ถ้าคนถืออาวุธเมื่อไร ถ้าอาวุธนั้นมันร้าย อยู่แล้ว ถ้าคนร้าย ๒ ร้ายบวกกันยิ่งร้าย เมื่อสักครู่ผมบอกว่า ๑ กระบอก มี ๓ ปืนเถื่อน ถ้า ๓ ปืนเถื่อนบวกกับ ๑ คนเถื่อนเมื่อไรบ้านเมืองเราวุ่นวาย เพราะฉะนั้นระบบการคัดเลือก คนเข้าสู่ตำแหน่งต่าง ๆ ต้องมาทบทวนพัฒนากันหรือไม่ ถ้ามีเหตุการณ์การไล่ออก การให้ออก การปูนบำเหน็จความดีความชอบต่าง ๆ ต้องพิจารณาใหม่ไหม ต้องมีหน่วยงานอะไรเฝ้า ระวังหรือเปล่า ถ้าคุณไล่เขาออกแล้วจะมีใครไปติดตามพฤติการณ์พฤติกรรมเขา อย่างเช่น ตำรวจคนนี้เขาอายุเพียงแค่ ๓๔-๓๕ ปี หนี้รถต้องส่ง ลูกต้องเลี้ยงดู ภรรยาก็ต้องเลี้ยงดู ถูกไล่ออกราชการ มีปัญหาหนักจะเอาอะไรกิน ปรึกษาใคร ใครก็ไม่รับ เดินขึ้น อบต. ๒ วัน วันที่ ๕ ไปขึ้นศาลเรื่องยาเสพติด ศาลเมตตาบอกคุณไปเอาหลักฐานมาเพื่อแสดงเรื่องภาระ ความรับผิดชอบ เรื่องคุณงามความดีของคุณที่จะต้องสู้ต่อ เผื่อศาลจะได้ใช้เป็นประเด็น นการประกอบการพิจารณากำหนดโทษได้ เขาขึ้น อบต. ๒ วัน ถ้าเรามีหน่วยงานเฝ้าระวัง คอยดูแลเขา ประคับประคองเขา ให้คำแนะนำช่วยเหลือเขา ผมก็เชื่อว่าเหตุการณ์นี้ จะไม่เกิดขึ้น พอเขาไม่ได้รับความช่วยเหลือ ไม่ได้รับการดูแลมันก็ถึงจุดระเบิด เหตุการณ์ ทั้งหลายทั้งปวงไม่ใช่อุบัติเหตุนะครับ เป็นการเตรียมการ เตรียมความพร้อมทั้งมีดทั้งปืน คือตั้งใจและเจตนาที่จะทำจริง ๆ ก็โดยความเคารพท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกจะพูด ในเรื่องนี้อีกเยอะมากในการถอดบทเรียนอันเจ็บปวดครั้งนี้ ยาเสพติด หลังจากเกิดเหตุการณ์ จังหวัดหนองบัวลำภู เหตุการณ์ครั้งนั้นเจ็บปวดมาก แต่สิ่งที่มันคุ้มค่าเกิดขึ้นก็คือว่าทำให้บ้านเมืองนี้เห็นว่าคนที่มีหน้าที่และอำนาจเริ่มเอาจริง เอาจัง ยาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญของประเทศเริ่มเปิดตัวที่พัทยา เริ่มเปิดตัวบ่อน ผับ สถานบันเทิงใน กทม. ไม่ว่าจะเป็นยานนาวาหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ผุดออกมาเป็นดอกเห็ด ผมต้องขอบคุณ อันนี้ก็ถือเป็นความดีของท่านนายกรัฐมนตรีที่ไปเร่งรัดและเอาจริงเอาจัง แม้เอาจริงเอาจังในขณะนี้มันจะดูว่าจะสายไป แต่ก็ทำให้เห็นว่าอย่างน้อยจับต้องได้ ทำให้เรารู้ว่าขณะนี้ทุนต่างชาติเข้ามาครอบงำประเทศไทยเราหมดแล้ว สามารถมีสถานที่ เหมือนมีอำนาจนอกอาณาเขตที่ให้คนของตัวเองมาใช้ชีวิตอย่างเสรี อย่างสุขสบาย จะทำ อะไรก็ได้ จะเล่นการพนันก็ได้ จะเสพยาก็ได้ จะมีความสุขทางเพศก็ได้ มันเริ่มปรากฏขึ้นมา ท่านประธาน แต่ความสุขทางเพศนั้นหลายคนอาจจะทักท้วงผมว่ามันเป็นความทุกข์ของ ประเทศไทยเรา ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่มันปรากฏขึ้น เมื่อมันมีโอกาสอย่างนี้เราต้อง ฉกฉวยโอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์กับประเทศ คุณมาครอบงำเป็นธุรกิจสีเทา ผมต้องขอบคุณ หลายคนที่กล้าออกมาเปิดเผย ท่านชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ต้องยกย่อง ต้องขออนุญาตกล่าวนาม บุคคลภายนอก ต้องยกย่องเลยที่กล้าที่จะเปิดเผย ให้เห็นโครงข่าย เครือข่ายของการทำมาหากิน ธุรกิจสีเทา และที่สำคัญยังกล้าที่จะบอกว่าในธุรกิจสีเทานั้นมันกำลังแฝงอำนาจมาอยู่ ทางอำนาจทางการเมืองในสภาของพวกเรา จริงเท็จหรือไม่ ไม่รู้ แต่เวทีนี้เมื่อพูดถึง ยาเสพติดแล้วผมเชื่อว่าหลายคนจะเอาประเด็นเหล่านั้นมาพูดให้เห็น มันถึงเวลาที่เราต้อง ทำกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ ใช้สภาแห่งนี้ในฐานะตัวแทนพี่น้องประชาชนนำข้อเสนอเหล่านี้ ไปบอกกับรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใช้เวลาพอสมควร ขอสรุปในญัตติ ๒ ญัตติ ญัตตินี้มี ๒ เรื่องที่สภาแห่งนี้จะช่วยกันเสนอหาแนวทางการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง น้ำท่วม เรื่องโศกนาฏกรรมการทำร้ายเด็ก ละเมิดสิทธิเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอุทัยสวรรค์ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อให้รัฐบาลได้นำพิจารณาต่อไป ส่วนการดำเนินการ ก็สุดแล้วแต่ท่านประธานจะพิจารณาเห็นว่าควรดำเนินการอย่างไรในเรื่องของการลงมติ เพราะญัตติคือข้อเสนอเพื่อให้สภาแห่งนี้มีมติ ผมก็หวังว่าสภาแห่งนี้จะมีมติเห็นพ้องต้องกัน ว่าเราจะส่งเรื่องนี้ไปให้รัฐบาลโดยไม่มีผู้คัดค้าน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ผมขอสรุป นิดหนึ่งว่า ตามที่ท่านจุลพันธ์เสนอให้เอาเรื่องญัตติด่วนเสนอด้วยวาจา ปัญหา ๒ เรื่อง เรื่องปัญหาน้ำท่วม อุทกภัย กับปัญหาการกราดยิงที่จังหวัดหนองบัวลำภูขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งมีฉบับแรก ท่านนายแพทย์ชลน่านได้เสนอและแถลงเหตุผลไปแล้ว ผมเองยังได้รับรายชื่อ จะมีผู้เสนออีก ๕ ฉบับเพิ่มเติม แต่เสนอได้แค่ ๒ ประเด็น ประเด็นอุทกภัยกับประเด็น การกราดยิงที่จังหวัดหนองบัวลำภู เพราะไม่เช่นนั้นจะถือว่าเป็นเรื่องอื่น จะทำให้ญัตตินี้ตกไป เพราะฉะนั้น ๕ ฉบับที่จะเสนอ เสนอได้แค่ ๒ ประเด็นเหมือนกับที่ผมได้ถามผู้เสนอ ตั้งแต่ครั้งแรกว่ามี ๒ ประเด็นหรือ ๓ ประเด็น ซึ่งยืนยันว่ามีแค่ ๒ ประเด็น ส่วนการเสนอ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๔ เมื่อถึงการพิจารณาในญัตติใดแล้วห้ามเสนอญัตติในหลักการเดียวกัน ขึ้นมาอีก แต่เนื่องจากผมได้รับของท่านทั้งหมด ๖ ฉบับพร้อม ๆ กัน ไม่ใช่เป็นการเสนอ ขึ้นมาใหม่ในหลักการเดียวกัน เพราะฉะนั้นเสนอได้ที่เหลืออีก ๕ ฉบับ ซึ่งมีของท่านสุทัศน์ ท่านศิริพงษ์ ท่านภราดร ท่านปดิพัทธ์ และท่านรังสิมันต์ ต่อไปเชิญญัตติของท่านสุทัศน์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ หลังจากที่ผู้เสนอตามที่ท่านประธานได้กล่าวเมื่อสักครู่ ผมขออนุญาต สุดท้ายผมจะเสนอญัตติด้วยวาจาเกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วมด้วยครับ กราบขออนุญาต ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านได้ แจ้งมาแล้วนะครับ ก็ได้ครับ เชิญท่านสุทัศน์ครับ🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ อย่างเป็นระบบและยั่งยืน (นายสุทัศน์ เงินหมื่น และนายวุฒิพงษ์ นามบุตร เป็นผู้เสนอ)🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้พิจารณาศึกษาปัญหาการก่อเหตุ กราดยิงหมู่ที่จังหวัด หนองบัวลำภู และหาแนวทางแก้ไข (นายสุทัศน์ เงินหมื่น เป็นผู้เสนอ)🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมพร้อมด้วยคณะ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมกันเสนอญัตติด่วน ๒ เรื่อง และท่านกรุณาได้รวมกันพิจารณา ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วก็ลงมติอย่างไรก็อยู่ที่สภา แต่ผมเชื่อว่าทั้ง ๒ เรื่องเป็นความคิดเห็นของ พี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ทุกฝ่าย น่าจะไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับกระผมนั้น พร้อมด้วยสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอญัตติในเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะในจังหวัดภาคอีสาน จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดยโสธร อย่างเป็นระบบและยั่งยืน ซึ่งผมเชื่อว่าท่าน ส.ส. ในเขตพื้นที่ดังกล่าวนั้นก็จะประสบกับปัญหาเช่นเดียวกัน เช่น ท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร พรรคประชาธิปัตย์ ท่าน ส.ส. แนน บุณย์ธิดา สมชัย พรรคประชาธิปัตย์ ท่าน ส.ส. วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ พรรคเพื่อไทย และท่านสมคิด เชื้อคง ความคิดเห็น แนวทาง ก็คงจะสอดคล้อง ไปในทิศทางเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ทั้งนี้เพราะว่าบุคคลที่ผมเอ่ยนามเมื่อสักครู่นี้ รวมทั้ง ท่านสมหญิง บัวบุตร ก็เป็นส่วนหนึ่งซึ่งได้รับผลกระทบ พี่น้องได้รับผลกระทบได้รับความ เดือดร้อน ประชาชนมาร้องเรียน มาแจ้งจำนวนมากมาย ท่านประธานครับ โดยเฉพาะบุคคล ที่ผมเอ่ยถามเมื่อสักครู่นี้นั้นได้ชื่อว่าเป็นลูกแม่น้ำมูล กล่าวคือเติบโตมาจากแม่น้ำมูล เรียนหนังสือประถม มัธยม และปัจจุบันก็ยังอยู่ในลุ่มน้ำมูล ลุ่มน้ำชี และลุ่มน้ำเซบกเซบาย ของท่านสมหญิง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นซ้ำซาก ผมเป็นเด็กก็ไม่เคยเห็นน้ำท่วมแบบนี้ ถึงแม้จะมีพายุฝนมาน้ำท่วม ก็ไม่เคยขังมากมายแบบนี้ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ก็ไม่ได้มีมากมายแบบนี้ จนกระทั่งมีการท่วมมากที่สุดคือปี ๒๕๒๑ เกิดจากพายุฝน ซึ่งหลายฝ่าย ก็มักจะโทษพายุฝน แต่ผมเชื่อว่านั่นก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ส่วนสำคัญที่สุด การบริหาร จัดการเป็นเรื่องใหญ่ การประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องใหญ่ การแจ้งเหตุ อย่างที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้พูดถึงก็เป็นเรื่องใหญ่ ขนของกันไม่ทันครับ ผมเองก็น้ำท่วมถึงหลังคา ขนของก็ไม่ทันเช่นเดียวกัน ปกติลำพังพายุฝนหรือพายุอะไรก็ตาม นั่นก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นก็คือการบริหารจัดการระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และกรมชลประทาน ท่านประธานเชื่อหรือไม่ว่าปี ๒๕๒๑ นั้น นอกจากน้ำท่วมแล้ว การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยยังปล่อยน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ออกมาท่วมชาวบ้านซ้ำเติม ในปี ๒๕๒๑ ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๖๒ ก็ยังมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์และเขื่อนลำปาว ปี ๒๕๖๕ พายุก็หนักแล้ว ก็ยังมีการปล่อยน้ำออกมาจากเขื่อนอุบลรัตน์และเขื่อนลำปาว เขื่อนหัวนา ส่วนเขื่อนปากมูลนั้นการประสานงานล่าช้า การตัดสินใจไม่ได้ทันทีก็ทำให้ ไม่สามารถปล่อยน้ำได้เร็ว จนทำให้น้ำเอ่อล้นอำเภอเมือง อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัด อุบลราชธานี พี่น้องประชาชน พี่น้องสมัชชาคนจนถึงเรียกร้องให้โอนเขื่อนปากมูลนั้น มาให้อยู่ในการดูแลของกรมชลประทาน ทั้งนี้เพราะเห็นว่าวิธีการบริหารจัดการ การประสานงานของหน่วยราชการไม่สมบูรณ์ ไม่ชัดเจน ไม่ถูกต้อง ท่านประธานครับ เป็นไปได้อย่างไรในเมื่อกรมอุตุนิยมวิทยาก็ดี การพยากรณ์ฝนก็ดี การพยากรณ์พายุก็ดี ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน ๗ วัน แต่ทำไมเขื่อนทั้งหลายจึงไม่รีบที่จะปล่อยน้ำออกไป เพื่อที่จะให้มันพร่องน้ำในแม่น้ำ กลับกักเก็บไว้จนบอกว่าถ้าเก็บไว้เขื่อนจะพังก็ปล่อย ออกมาท่วมชาวบ้าน สภาพเช่นนี้จะทำให้พี่น้องภาคอีสานเจอไปกี่ปี เจอไปอีกเมื่อไร จังหวัดอุดรธานีก็น้ำท่วมเพราะความเจริญในการทำถนนรอบเมือง จังหวัดมหาสารคาม ก็เพราะถนนรอบเมือง ท่านประธานชวน หลีกภัย ได้กรุณาไปเยี่ยมเยียนพี่น้องที่จังหวัด อุดรธานีเมื่อน้ำท่วม พี่น้องจังหวัดมหาสารคาม พี่น้องจังหวัดศรีสะเกษ ที่อำเภอราษีไศล ของท่าน ส.ส. ประวีณ ได้ไปเยี่ยมครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ที่จังหวัดสุรินทร์ และได้ไปเยี่ยมพี่น้องที่ อำเภอพิบูลมังสาหาร แล้วเราจะมาคอยแต่จะเยียวยากันและคอยแต่จะเยี่ยมกันโดยไม่มีการ แก้ปัญหาทั้งระบบให้ยั่งยืนหรือครับ ท่านประธานครับ ความจริงนั้นในเขตเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำชี ล่าง เซบาย เซบก และลุ่มน้ำมูลตอนล่างจัดเป็นพื้นที่ที่มีสภาพปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอยู่ ในเกณฑ์ที่สูงมาก มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง จึงต้องเร่งดำเนินการหามาตรการแก้ไขปัญหา อย่างเร่งด่วน ซึ่งครอบคลุมเขตการปกครองของ ๕ จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี รวม ๕๐ อำเภอ ๓๙๕ ตำบล ท่านประธานครับ สรุปปัญหาและสาเหตุในพื้นที่ดังกล่าวนั้น ในด้านยุทธศาสตร์ ปัญหาน้ำอุปโภคบริโภค ปัญหานี้ เนื่องจากมีคนเพิ่มการใช้น้ำเพิ่ม กำลังผลิตไม่พอ น้ำไม่สะอาด สาเหตุแหล่งน้ำดิบไม่พอ ใช้น้ำสิ้นเปลือง คุณภาพแหล่งน้ำเสื่อมโทรม น้ำเพื่อการเกษตร อุตสาหกรรม ขาดแคลนน้ำ เพื่อการเกษตร เพื่อการอุตสาหกรรม แหล่งกักเก็บน้ำน้อย ฝนน้อย ทิ้งช่วง ภูมิประเทศไม่มี ศักยภาพ ปัญหาน้ำท่วม น้ำหลาก เกินความจุของลำน้ำท่วมล้นตลิ่ง ปัญหาสำคัญส่วนหนึ่ง ที่เกิดน้ำท่วมก็คือความเจริญของบ้านเมืองต้องมีการสร้างตึกรามบ้านช่อง มีการถมที่ดิน เพื่อที่จะสร้างอาคาร มีการสร้างทางรอบเมือง แต่ไม่มีทางระบายน้ำที่ทำให้น้ำไหลตัวได้ รวดเร็ว มีการถมแก้มลิง มีการบุกรุกที่สาธารณะ โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านของกฎหมาย โยธาจะมีช่องว่างทำให้มีการเปลี่ยนพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำ เปลี่ยนมาเป็นพื้นที่สีอื่นเพื่อการค้าและเพื่อการอยู่อาศัย ส่วนปัญหาน้ำเสีย คุณภาพน้ำ เสื่อมโทรมเพราะการใช้สารเคมี ทิ้งน้ำเสียไม่ผ่านการบำบัด แหล่งน้ำตื้นเขิน การฟื้นฟู ป่าต้นน้ำ รวมทั้งการบริหารจัดการ การบริหารจัดการนี่แหละสำคัญมากครับท่านประธาน เพราะที่ผ่านมานั้นกฎก็ดี ระเบียบก็ดี ไม่เอื้ออำนวยต่อการบริหารจัดการ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องก็อ่อนด้อยในการบริหารจัดการ ในส่วนปัญหาน้ำท่วมนั้นเกิดล้นตลิ่งเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจ เข้าสู่พื้นที่การเกษตร ที่อยู่อาศัย สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน ตัวเลขความเสียหายทั้งหลายนั้นขออนุญาต จะไม่กล่าวซ้ำ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาได้อภิปราย เสนอท่านประธานแล้ว ท่านประธานครับ ในการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและ อุตสาหกรรมนั้น จะมีสาเหตุเกิดจากแหล่งกักเก็บน้ำน้อย ฝนตกน้อย ฝนทิ้งช่วง สภาพภูมิประเทศไม่มีศักยภาพที่จะสร้างแหล่งกักเก็บน้ำได้ ขณะเดียวกันแนวทางในการที่จะ แก้ไขปัญหานั้นทางฝ่ายกรมชลประทานก็ได้มีการศึกษาในเรื่องนี้ โดยศึกษาถึงความเหมาะสม เพื่อบรรเทาอุทกภัยของจังหวัดอุบลราชธานีเมื่อปี ๒๕๖๒ แนวทางการศึกษาดังกล่าวนั้น จะต้องมีเพิ่มจุดรับน้ำที่ ๑ โดยรับน้ำจากห้วยขะยุงเหนือเขื่อนหัวนา บริเวณบ้านน้ำคำ หมู่ที่ ๘ ตำบลห้วยขะยุง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี จุดรับน้ำที่ ๒ รับน้ำจาก แม่น้ำมูลท้ายเขื่อนหัวนาผ่านทางห้วยพับ บริเวณบ้านท่าเจริญ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลท่าลาด อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี และระบายกลับลงสู่แม่น้ำมูลท้ายแก่งสะพือ ผ่านทางห้วยกว้าง บริเวณบ้านหนองเบ็ญ หมู่ที่ ๑ ตำบลคันไร่ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี จากการศึกษาของกรมชลประทานนั้นจะต้องทำคลองยาวเป็นคลองผันน้ำ ๙๖ กิโลเมตร มีขนาดคันกว้าง ๑๑๒ เมตร ซึ่งจะสามารถลดพื้นที่น้ำท่วมได้ ๖๗,๒๖๔ ไร่ แต่ขณะเดียวกัน การศึกษาของกรมชลประทานดังกล่าวนั้นก็จะมีปัญหาพอสมควร เพราะว่าจะไป กระทบกระเทือนกับการอยู่อาศัย กับพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน จะไปกระทบกระเทือน เกี่ยวกับการจะต้องเวนคืนเงินชดเชยให้กับชาวบ้าน ซึ่งถ้าจะต้องมีการเวนคืนจริงก็จะต้อง เวนคืนให้ประชาชนได้มีความพึงพอใจต่อการชดเชยค่าเวนคืนดังกล่าวนั้น ขณะเดียวกัน อย่างที่ผมเรียนแล้วว่าแนวทางดังกล่าวนั้นเป็นแนวทางที่จะต้องสร้างคลองส่งน้ำผ่านไปยัง พื้นที่หลายอำเภอ ในส่วนของสำนักงานทรัพยากรน้ำธรรมชาติก็ได้มีการศึกษาเช่นเดียวกัน โดยจะเป็นการผันน้ำชี เซบาย เซบก ตุงลุงลงแม่น้ำโขง ซึ่งในการสำรวจความเหมาะสมของ โครงการนั้นจะเริ่มต้นแนวผันน้ำที่แม่น้ำชี บริเวณบ้านหัวคำ ตำบลสำราญ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ด้านเหนือน้ำก่อนถึงตัวเมืองยโสธร รวมทั้งผันน้ำลงเซบายเพื่อบรรเทาปัญหา น้ำท่วมใหญ่ ลุ่มน้ำเซบายซึ่งเป็นลุ่มน้ำติดเขตแนวเดียวกันกับจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นการช่วยบรรเทาน้ำท่วมในลุ่มน้ำเซบกตลอดช่วงความยาวของคลองผันน้ำ ซึ่งจะสามารถบรรเทาปัญหาด้านน้ำท่วมที่แม่น้ำชีบริเวณจังหวัดยโสธรได้ร้อยละ ๘๙ ที่ลุ่มน้ำเซบายได้ร้อยละ ๔.๐๑ ที่ลุ่มน้ำเซบกได้ร้อยละ ๙๖ และที่แม่น้ำมูลบริเวณสะพาน เสรีประชาธิปไตย อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ได้ร้อยละ ๑๒.๘ ซึ่งจะสามารถบรรเทา อุทกภัยในพื้นที่เป้าหมายได้ ในลุ่มน้ำชีล่าง เซบาย เซบก และลุ่มน้ำมูลตอนล่างได้ร้อยละ ๔๗ ท่านประธานครับ ขณะเดียวกันมีความจำเป็นจะต้องใช้งบประมาณในการผันน้ำดังกล่าวนั้น ซึ่งจะประกอบไปด้วยอาคาร คลองผันน้ำ ค่าชดเชยที่ดินและทรัพย์สินของประชาชน ท่านประธานครับ นอกจากนั้นแล้วในการตรวจราชการของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ได้กรุณามีคำสั่งการเพื่อที่จะแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งของ จังหวัดอำนาจเจริญ โดยท่านได้กรุณาสั่งการให้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยให้มี การสร้างปรับปรุงโครงการ ปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน อ่างเก็บน้ำ ห้วยโพธิ์ รวมทั้งมีการพัฒนาลำเซบายซึ่งเป็นลำเซบายที่อยู่ในเขตเลือกตั้งของท่านสมหญิง มีการปรับปรุงให้ขุดลอกแก้มลิงลำเซบายพร้อมอาคารประกอบ ขุดลอกแก้มลิงห้วยปลาแดก ขุดลอกแก้มลิงคลองสามขา ขุดลอกแก้มลิงหนองเทา ขุดลอกแก้มลิงบ้านกว้าง ขุดลอกแก้มลิง หนองหวาย ในส่วนที่กระผมเรียนเบื้องต้นนี้คือเป็นแนวทางที่น่าจะต้องเร่งรัดดำเนินการ เพื่อแก้ปัญหาเป็นระบบ เพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว ไม่เช่นนั้นแล้วพี่น้องคนอุบลราชธานี ก็จะต้องมาคอยขนของหนีน้ำท่วม จะต้องมารอถุงยังชีพชดเชย แล้วยังจะต้องมานั่งคอยหลบ คอยหนีน้ำท่วมอยู่ตลอดไป รัฐบาลถ้ามีความจริงใจ มีงบประมาณ งบภัยแล้ง มีงบประมาณ งบกลางเป็นจำนวนหลายแสนล้านบาท จะต้องรีบดำเนินการนำงบประมาณดังกล่าวนั้น มาแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน ไม่เช่นนั้นแล้วพี่น้องประชาชนทางภาคอีสานก็จะมี ความเดือดร้อนเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้งไปไม่มีที่สิ้นสุด ท่านประธานครับ ในการจัดสรรงบกลางนั้น เป็นอำนาจของทางรัฐบาลอยู่แล้ว การศึกษาทั้งหลายนั้นก็เป็นเรื่องการศึกษามาอย่าง ต่อเนื่อง ไม่จำเป็นที่จะต้องมาศึกษาอะไรมากอีกแล้ว เพราะหน่วยงานต่าง ๆ ก็ได้มีการศึกษา มากมายแล้ว ไม่น่าที่จะต้องมาดำเนินการศึกษาอะไรอีกมากมาย และขณะเดียวกันผมเห็นด้วย กับท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีความจำเป็นที่จะต้อง ไปดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน กฎ เกณฑ์ต่าง ๆ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งค่อนข้าง ที่จะเคร่งครัด อยากจะเรียกร้องให้หาทางผ่อนคลาย อยากจะเรียกร้องให้หาทางที่จะให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีโอกาสไปดูแลพี่น้องประชาชน เพราะพี่น้องประชาชนเดือดร้อน ก็ไม่รู้จะพึ่งพาใคร ก็ต้องพึ่งพาผู้แทนราษฎร ขณะเดียวกันองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นหลายแห่งก็จะมีปัญหาในเรื่องการจัดสรรงบประมาณในการจัดซื้อเครื่องอุปโภค บริโภค ในการที่จะจัดสร้างสาธารณูปโภคมาเป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน หาทางที่ รัฐบาลควรจะได้มีการผ่อนคลายในเรื่องนี้ลง เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตเรียนว่าในญัตตินี้ได้ประกอบไปด้วยเรื่องน้ำท่วม และขณะเดียวกันตามที่ท่านประธานได้ดำริให้รวมเรื่องจังหวัดหนองบัวลำภู กระผมจะขอ อนุญาตเสนอญัตติดังกล่าวพ่วงไปในขณะเดียวกัน แต่ขณะเดียวกันนั้นกระผมก็ได้ปรึกษากับ คุณหมอบัญญัติ เจตนจันทร์ จะแบ่งกันอภิปรายเพื่อเสนอต่อท่านประธาน ซึ่งคุณหมอบัญญัติ ที่จะอภิปรายในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องการฟื้นฟู ท่านประธานครับ เหตุกราดยิงที่จังหวัด หนองบัวลำภูนั้นเป็นเหตุกราดยิงที่ตำบลอุทัยสวรรค์ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ ผู้ก่อเหตุได้ใช้มีดและอาวุธปืนประทุษร้ายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ตำบลอุทัยสวรรค์ ซึ่งท่านประธานครับ เหตุการณ์นี้น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่มีความสูญเสียมากที่สุดเหตุการณ์หนึ่ง ของโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อปี ๒๕๖๓ และมีการกราดยิงอีกหลายกรณี ได้แก่ เหตุการณ์ยิงที่โรงพยาบาลสนาม จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๔ เหตุกราดยิงที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๕ เหตุกราดยิงที่จังหวัดอุบลราชธานีเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๕ เหตุกราดยิงที่หัวรถจักร รถเร็วกรุงเทพ-สุไหงโก-ลกเมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๕ และเหตุกราดยิงที่กรมยุทธศึกษา ทหารบกเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายนที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ทั้งหลาย ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับอาวุธปืนและยาเสพติด ผมจะขอพูดเฉพาะประเด็นเรื่อง อาวุธปืน ท่านประธานครับ เรามีความเข้าใจกันว่าคนที่เป็นข้าราชการ โดยเฉพาะกลุ่มตำรวจ ล้วนเข้าใจว่าทุกคนมีหน้าที่ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมอยู่ตลอดเวลา จึงสามารถพกพา อาวุธปืนติดตัวได้ ไม่ว่าจะแต่งเครื่องแบบหรือไม่ ผู้ที่ก่อเหตุที่กระผมได้เรียนเมื่อสักครู่นี้ หลายคนเป็นข้าราชการ หลายคนเป็นตำรวจ อาวุธปืนที่ใช้นั้นน่าจะเป็นอาวุธปืนในราชการ เพราะฉะนั้นด้วยเหตุนี้กระผมเห็นว่าจะต้องขออนุญาตเรียนข้อกฎหมายเกี่ยวกับเรื่อง พ.ร.บ. อาวุธปืน กล่าวคือ พ.ร.บ. อาวุธปืน มาตรา ๘ ทวิ บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้ใดพาอาวุธปืน ติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว เว้นแต่เป็นกรณีที่ต้องมีติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ซึ่งความโดยมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่ ๑. เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ของประชาชน ทหาร และตำรวจซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ คือหมายความว่าเจ้าพนักงาน ฝ่ายปกครองและตำรวจซึ่งถือว่าเป็นผู้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๑๖) จะมีสิทธิพกอาวุธปืนได้ก็ต่อเมื่อเป็นผู้อยู่ในระหว่าง ปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจและพื้นที่ที่ถูกมอบหมายให้รับผิดชอบเท่านั้น ซึ่งการที่กฎหมาย ระบุเช่นนี้แล้วจึงจะต้องมาทำความเข้าใจกันอีกทีหนึ่งว่าเจ้าพนักงานตำรวจนั้นพกปืนคงไม่ได้ ตลอดเวลา คงเฉพาะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งในส่วนนี้นั้นหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องจะต้อง ดำเนินการปรับปรุงและแก้ไข รวมทั้งทำความเข้าใจกันให้ชัดเจนในเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาที่เกี่ยวกับการควบคุมหรือสลายฝูงชนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เป็นไปตามหลักสากล จึงขออนุญาตเรียนว่าหลักสากลที่น่าสนใจก็คือหลักการพื้นฐาน ว่าด้วยการใช้กำลังบังคับ และอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งรับรองโดยที่ประชุม องค์การสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและการปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิด ครั้งที่ ๕ ณ กรุงฮาวานา ประเทศคิวบา เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ถึง ๗ กันยายน ๒๕๓๕ ซึ่งเรื่องนี้นั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติควรนำมาพิจารณาศึกษาและปรับใช้กับภารกิจ ของหน่วยปฏิบัติงานและปฏิบัติงานของกำลังพลในสังกัด สรุปได้ว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องพึงดำเนินการดังนี้ครับ เป็นข้อเสนอว่า ๑. จะต้องกำหนดหลักเกณฑ์และข้อบังคับว่าด้วยการใช้กำลังบังคับและอาวุธปืนของ เจ้าหน้าที่ รวมทั้งพัฒนากฎเกณฑ์ ตลอดจนหมั่นตรวจสอบประเด็นจริยธรรมฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กับการใช้บังคับและอาวุธปืนอยู่เสมอว่ามีการปฏิบัติถูกต้องชอบธรรมเพียงใด ต้องดำเนินการ ให้เป็นที่มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ผู้ใดใช้กำลังบังคับอาวุธปืนโดยมิชอบหรือโดยอำเภอใจ จะต้อง ได้รับการลงโทษตามความผิดที่กฎหมายกำหนดไว้ จะต้องมีการกำหนดสถานการณ์ให้ เจ้าหน้าที่ที่ได้รับให้พกพาอาวุธปืนจะต้องมีการกำหนดประเภทของอาวุธปืนและกระสุนปืน ที่จะอนุญาตให้พกได้ และต้องมีการกำหนดเกี่ยวกับการควบคุม การเก็บรักษา การเบิกจ่าย อาวุธปืน รวมถึงวิธีการที่ให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ผู้นั้นจะต้องรับผิดชอบอาวุธปืนและกระสุนปืน ที่เบิกไป และจะต้องดำเนินการให้มั่นใจได้ว่าเจ้าหน้าที่ทุกนายได้รับการคัดเลือกตามวิธีการ กลั่นกรองที่เหมาะสม จะต้องเป็นผู้ที่มีคุณธรรม มีความพร้อมทางด้านร่างกายและจิตใจ ที่เหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งได้รับการฝึกอบรมในวิชาชีพนั้น ๆ อย่างต่อเนื่องและ จริงจัง และมีการทดสอบสมรรถภาพอย่างสม่ำเสมอสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ พกพาอาวุธปืน ท่านประธานครับ นี่เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นข้อเสนอที่รัฐบาลพึงจะต้องนำไป พิจารณา พึงจะต้องนำไปปรับปรุงแก้ไข ซึ่งสรุปว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงาน บังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ ควรพิจารณาทบทวนกฎเกณฑ์และข้อบังคับเกี่ยวกับการมีและใช้ อาวุธปืนของกำลังพลในสังกัดปัจจุบันว่าเหมาะสมหรือไม่ เพียงใด ตลอดจนควรศึกษาหลัก สากลขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจคือ มิใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือ เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายทุกนายสามารถมีและใช้อาวุธปืนได้ในการปฏิบัติหน้าที่ ผู้ที่จะ สามารถมีและใช้อาวุธปืนได้ก็เฉพาะในการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น และต้องผ่านการคัดเลือก ที่เหมาะสม มีความพร้อมทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ ผ่านการอบรมเป็นพิเศษว่าด้วยการใช้ อาวุธปืน กระผมขอสรุปญัตติเกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วมว่า งบประมาณที่ผ่านมาทางสภาก็ได้เคย ให้ข้อสังเกตไว้ว่าหน่วยงานต่าง ๆ พึงใช้งบประมาณในแต่ละปีไปกับงบแก้ไขปัญหาภัยแล้ง แก้ไขปัญหาน้ำท่วม แต่ก็ยังแก้ไขไม่ได้ ยังท่วมและแล้งเหมือนเดิม งบประมาณเกี่ยวกับ การศึกษาที่จะไปใช้ให้ตรงจุดการศึกษาต่าง ๆ นั้นควรจะยุติได้แล้ว เพราะหน่วยงานต่าง ๆ ก็มีความรู้ความสามารถ มีเจ้าหน้าที่ที่จะสามารถออกแบบแผนแปลนและวางแผนได้ ผู้บริหารของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภัยแล้ง เกี่ยวกับน้ำท่วม พึงจะต้องเป็นผู้ที่มี ความคล่องตัวและตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้คือข้อเสนอเบื้องต้น รวมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาของผม สุทัศน์ เงินหมื่น และเพื่อน ๆ พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนแนวทางการบำบัดเยียวยากรณีจังหวัดหนองบัวลำภูนั้น ท่านนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส. จังหวัดระยองจะเป็นผู้นำเสนอต่อไปครับ🔗
เชิญผู้เสนอท่านต่อไป ของท่านสิริพงศ์นะครับ ท่านสิริพงศ์ครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ เนื่องจากมีญัตติของหมอบัญญัติที่ทำเป็นหนังสือมาแต่ยังไม่ได้บรรจุ เป็นญัตติเกี่ยวกับเรื่อง ปัญหาการกราดยิง ให้ศึกษาพิจารณาเป็นบทเรียน อันนี้ผมจะบรรจุให้หลังจากท่านณัฐวุฒิ ท่านจะได้เสนอหลังจากท่านณัฐวุฒิ บรรจุเพิ่มนะครับ เชิญท่านสิริพงศ์ครับ🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดศรีสะเกษ โดยขอให้ส่งรัฐบาลแก้ไข ปัญหาโดยเร่งด่วน (นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เป็นผู้เสนอ)🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมได้ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องปัญหาน้ำท่วม ในจังหวัดศรีสะเกษ โดยขอส่งให้รัฐบาลแก้ไขปัญหานี้โดยเร่งด่วน ต้องกราบเรียนว่า จังหวัดศรีสะเกษประสบปัญหาอุทกภัยหรือน้ำท่วมตั้งแต่วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๕ มาถึงวันนี้ครับ ซึ่งรวมทั้งสิ้น ๒๒ อำเภอที่มีปัญหาน้ำท่วม ๕๕,๐๐๐ กว่าหลังคาเรือน พื้นที่ทางการเกษตร ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ที่ได้รับความเสียหาย และมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ อุทกภัยครั้งนี้รวมแล้ว ๑๔ คน ซึ่งการเกิดอุทกภัยครั้งนี้นั้นถือได้ว่าสูงที่สุดในรอบ ๔๐ ปีเลย ก็ว่าได้ สาเหตุของการท่วมในครั้งนี้ แน่นอนครับ ปฏิเสธไม่ได้ ปีนี้เป็นปีที่ฝนตกหนัก เหลือเกิน ฝนที่ตกทางทิศใต้ก็ทำน้ำไหลรวมสู่แม่น้ำสายต่าง ๆ และท่วมไปทุกอำเภอ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมก็ยังคงติดใจ และผมคิดว่าน่าจะต้องเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องไปปรับปรุง แก้ไข หรือทบทวน หรือสอบถามข้อเท็จจริง นั่นก็คือการปล่อยน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นความผิดพลาดของทาง สทนช. ซึ่งประเด็นนี้ท่าน ส.ส. ภราดร ซึ่งมีความรู้เรื่องนี้มากกว่าผมน่าจะได้อภิปรายในลำดับต่อไป ท่านประธานครับ น้ำท่วมไปแล้ว ตลอดระยะเวลาเราได้เห็นภาพครับ เราได้เห็นภาพของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้าไปช่วยเหลือ เยียวยาบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้อง เราได้เห็นจิตอาสาต่าง ๆ ที่ไปช่วยเหลือดูแล ซึ่งผมต้อง ขออนุญาตขอบคุณ ณ โอกาสนี้นะครับ มูลนิธิเพชรเกษม เพจ (Page) อีจัน ที่ไปทำข้าวให้ เป็นเดือนเลยนะครับ ส่งข้าววันละ ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ กล่องไปเลี้ยงชาวบ้าน แต่วันนี้ปัญหานั้น ยังไม่จบสิ้นครับ น้ำยังลงไม่หมด หลายอำเภอน้ำลงแล้ว แต่ยังมีอีกหลายอำเภอ อำเภอเมือง น้ำก็ยังลงไม่หมด สิ่งต่อไปที่รัฐบาลจำเป็นจะต้องดู ซึ่งผมจะขอฝากข้อเสนอแนะไปถึง รัฐบาลด้วย นั่นก็คือเรื่องของภาคการเกษตรก่อนเลยนะครับ แน่นอนพื้นที่ทางการเกษตร ที่เสียหายนับ ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ที่รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องดูแลแก้ไขอย่างเร่งด่วน เงินเยียวยา ของเกษตรกรที่เขาจะต้องได้ในภาวะน้ำท่วมนั้นจะต้องไปโดยเร็ว เงินอุดหนุน ค่าปัจจัย การผลิตทางการเกษตร ซึ่งตอนนี้จะเกี่ยวข้าวแล้วนะครับ ก็ต้องรีบ เงินงวดแรกชาวบ้านบอกว่า ยังไม่ออกเลย ก็ต้องเร่งลงไปจ่ายให้กับเขา สิ่งหนึ่งที่เกิดมาจากภาวะน้ำท่วมนั่นก็คือฟางแพง ปศุสัตว์ก็กุลีกุจอหลังจากที่มีชาวบ้านร้องเรียนว่ามีปศุสัตว์จำนวนมากที่ติดอยู่ในพื้นที่ มีปศุสัตว์จำนวนหนึ่งย้ายขึ้นมาแล้วแต่ไม่มีฟางให้วัว ให้กระบือของเขากิน ปศุสัตว์ก็กุลีกุจอ แต่ปัจจุบันราคาฟางแพงมากครับ ตกก้อนละ ๑๐๐ บาท บางคนบอกว่าถ้าฟางก้อนละ ๑๐๐ บาท บางคนบอกว่าถ้าฟางก้อนละ ๑๐๐ บาทต้องขายวัวได้ตัวละ ๑ ล้านบาท สิ่งนี้ต้องฝาก รัฐบาลแก้ไขปัญหาในเรื่องของการเกษตร ต้องดูให้ชาวบ้านเขา ต่อไปครับ ผมได้ดูประกาศ ของกระทรวงมหาดไทย วันนี้ชาวบ้านถามเยอะเหลือเกินครับ ถามว่าบ้านเขาน้ำท่วมมา ๒ เดือน เขาอยู่บ้านไม่ได้ หลังจากเขากลับมาแล้วเขาจะได้รับเงินอุดหนุน เงินเยียวยาเท่าไร ผมลองดูประกาศของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นประกาศที่ประกาศออกมาคล้าย ๆ กันทุกปี ผมขออนุญาตอ่านบางรายละเอียดที่ผมติดใจและอยากจะเสนอข้อเสนอแนะไปถึงรัฐบาล คือค่าซ่อมวัสดุที่อยู่อาศัยได้หลังละไม่เกิน ๔๙,๕๐๐ บาท ซึ่งเท่าที่สอบถามหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาบอกว่าเขาประเมินจ่ายตามจริงหลังละ ไม่เกิน ๔๙,๕๐๐ บาท แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคืออย่างไรครับ น้ำท่วมบ้านทั้งหลัง บังเอิญว่าบ้านเป็น บ้านปูน หลังจากน้ำลงเขาไปประเมินความเสียหายปรากฏว่าบ้านทั้งหลังที่เสียหายจริง ๆ จากน้ำท่วมคือประตูไม้ซึ่งเป็นประตูไม้อัดผุ เบิกค่าประตูได้ ๕๐๐ บาท ตู้ โต๊ะ เตียงที่ยกขึ้น ไปไหนไม่ได้ไม่ถือว่าเป็นส่วนประกอบของบ้าน อันนี้เบิกไม่ได้นะครับ พัดลม แอร์ ไฟฟ้าที่อยู่ ในบ้านเขาไม่ถือเป็นส่วนประกอบของบ้าน เบิกไม่ได้ ซึ่งเกณฑ์นี้ผมเข้าใจว่าเป็นเกณฑ์เก่า ที่ทำมาหลายปีแล้ว ในสภาพความเป็นจริงเขาจำเป็นนะครับ จำเป็นที่จะต้องไปดูแลเขาด้วย อย่างตู้เสื้อผ้าอย่างนี้ น้ำท่วม เขายกไปไหนไม่ได้หรอกครับ มันก็ต้องดูให้เขาว่าจะเบิกเป็นเงินไปให้เขาได้เท่าไร ในจังหวัดศรีสะเกษมีพื้นที่จำนวนมาก ที่ไม่ใช่คนรวยหรอกครับ คนที่เขามีเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ เขาเก็บหอมรอมริบด้วยการทำหอพัก น้ำท่วมมาครั้งหนึ่งรายได้เขาหายไปหมดเลย เงินชดเชยอะไรเขาก็ไม่ได้ สิ่งนี้ต้องฝากไปถึง กระทรวงมหาดไทยด้วยว่าท่านกรุณาทบทวนและปรับปรุงเกณฑ์ด้วย ค่าดำรงชีพครับ ครอบครัวละไม่เกิน ๓,๘๐๐ บาท เขียนมาเท่านี้ครับ ครอบครัวละไม่เกิน ๓,๘๐๐ บาท หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าถ้าจังหวัดนี้ท่วม ๑๐ วันก็ได้ ๕๐๐ บาทอย่างนี้ หรือครับ ถ้าจังหวัดนี้ท่วม ๒ เดือนก็ได้ ๓,๘๐๐ บาทอย่างนี้หรือครับ ผมเห็นว่าเกณฑ์นี้ ควรจะปรับปรุง ควรจะปรับเปลี่ยน ค่าดำรงชีพควรจะให้เขาสูงกว่านี้และควรจะให้ เป็นไปตามระยะเวลา อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากถึงกระทรวงมหาดไทย ท่านได้ไปทบทวน ถึงระเบียบของท่าน แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือความรวดเร็วในการที่จะชดเชย วันนี้ระเบียบ มีข้อจำกัดอยู่มาก เข้าใจถึงความจำเป็นที่จะต้องตรวจโดยละเอียด แต่บางครั้งการตรวจ โดยละเอียดถี่ถ้วนมากจนเกินไป กลายเป็นว่าวันนี้ชาวบ้านเขาอยากใช้เงิน เขาอยากได้เงิน ที่จะไปปรับปรุงบ้านเขา ที่จะไปซ่อมบ้านเขา แต่ถ้าเงินหลวงไม่ออกสักที เขาก็ต้องไป หยิบยืม ถ้าคนไม่มีเงินเขาก็ต้องไปเสียดอกเบี้ย แล้วสุดท้ายเมื่อเงินที่มาจ่ายก็ปรากฏว่า ไม่ทันการเสียแล้ว ฉะนั้นความรวดเร็วในการช่วยเหลือเยียวยาปัญหาเหล่านี้จำเป็นจะต้องทำ ด้วยความรวดเร็วครับ🔗
ประเด็นต่อมา การประปาส่วนภูมิภาค ผมอภิปรายเกี่ยวกับการประปา ส่วนภูมิภาคหลายครั้ง ไม่ใช่ผมมีปัญหากับการประปาส่วนภูมิภาคนะครับ แต่การประปา ส่วนภูมิภาคยังคงทำงานมีปัญหาอยู่ สิ่งที่ผมได้รับร้องเรียนมาจากชาวบ้านก็คือ ในปัจจุบันน้ำท่วมที่ศรีสะเกษตั้งแต่วันที่ ๑๒ กรกฎาคม มาถึงวันนี้จะ ๒ เดือนแล้ว แต่บิล (Bill) ค่าน้ำที่ส่งไป ใบเรียกเก็บ ใบแจ้งหนี้ค่าน้ำที่ส่งไปบ้านชาวบ้านที่น้ำท่วม ก็ยังเรียกเก็บไปเท่าเดิม คำถามของเขาคือเขาไม่ได้อยู่บ้านมา ๒ เดือน แล้วค่าน้ำเขา มาจากไหน แล้วมิเตอร์ (Meter) ของเขาถูกน้ำท่วมอยู่ข้างล่าง แล้วการประปาไปจดมิเตอร์ (Meter) ของเขามาได้อย่างไร ผมได้สอบถามเบื้องต้น ผมเข้าใจว่าในปัจจุบันนี้การประปา ส่วนภูมิภาคน่าจะใช้วิธีจ้างเหมา จ้างเหมาให้คนไปจดมิเตอร์ (Meter) โดยให้ค่าจ้างเขา บ้านละ ๗ บาท แล้ววิธีจด จดจริง จดไม่จริง ไม่ทราบนะครับ แต่ถ้าความเข้าใจที่ได้ฟัง ๆ เขา มา เขาอาจจะบอกว่าไม่ได้จดหรอก ก็คือกะเอาว่าเดือนที่แล้วใช้เท่าไร เดือนนี้ก็น่าจะเสีย เท่าเดือนที่แล้ว แต่มันไม่สะท้อนสภาพครับ แล้ววิธีนี้ผมก็ไม่เห็นด้วยที่แบบประเภท ไปประเมินเอา นั่นหมายความว่าชาวบ้านไม่มีสิทธิจะเสียถูกเลย มีสิทธิแต่จะเสียแพง กับเสียแพงกว่า เพราะเขาเอาเกณฑ์ของเดือนที่ผ่านมาเป็นเกณฑ์เท่านั้น ฉะนั้นสิ่งที่ผม อยากจะแนะนำอยากจะเสนอไปถึงการประปาส่วนภูมิภาค ท่านต้องเอาแอปพลิเคชัน (Application) มาใช้แล้ว วันนี้แทนที่ท่านจะไปจ้างให้คนไปเดินสำรวจ จะไปจ้างเอาต์ซอร์ส (Outsource) ให้เขามาเดินถ่ายรูป เป็นไปได้ไหมครับ ใช้แอปพลิเคชัน (Application) ให้เจ้าของบ้านเขาถ่ายรูปมิเตอร์ (Meter) ส่งไป แล้วถ้าเขาส่งไปตามรูปมิเตอร์ (Meter) นั้น แทนที่ท่านจะจ่าย ๗ บาท ท่านเป็นส่วนลดค่าน้ำไปให้เขาเลย ๕ บาท อย่างนี้การประปา ส่วนภูมิภาคยังมีกำไรอีก ๒ บาทและชาวบ้านก็ประหยัดเงินลงด้วย กับการถ่ายรูปแล้วก็ ส่งเข้าแอปพลิเคชัน (Application) เท่านั้น อันนี้เป็นข้อเสนอแนะที่อยากจะฝากถึง การประปาส่วนภูมิภาคครับ🔗
ประเด็นสุดท้าย การเกิดอุทกภัยครั้งนี้ในจังหวัดศรีสะเกษมีถนนที่ชำรุด เสียหายและถูกตัดขาดทั้งสิ้น ๑๕ เส้นทางหลัก ๆ แต่ยังไม่ได้นับไปถึงเส้นทางย่อยนะครับ ผมได้ยินว่าวันนี้กระทรวงคมนาคมได้มีการสั่งการไปแล้ว เร่งให้ทางหลวงชนบท ทางหลวงแผ่นดินเร่งไปตรวจสอบแล้วก็หางบประมาณไปซ่อมแซมถนนที่ผุพังจากเหตุ อุทกภัย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมจะต้องฝาก นั่นก็คือหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นตอนนี้เขาก็ต้องสำรวจได้แล้วครับ สำรวจว่าถนนเส้นไหนที่ผุพังจากเหตุ อุทกภัยนี้บ้าง แล้วเขาก็ต้องมีโอกาสที่จะสามารถทำคำของบประมาณเข้ามาเสนอถึง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แล้วต้องเอาเงินอุดหนุนไปช่วยเขา หรือรัฐบาลต้องเอา งบกลางไปช่วยเขา ให้เขาได้มีโอกาสซ่อมแซมถนนสัญจรที่มันผุพังเพราะอุทกภัยให้กับ ชาวบ้านเขาได้ใช้ ทั้งหมดทั้งสิ้นเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่วันนี้รัฐบาลสามารถดำเนินการได้เลย และสามารถดำเนินการได้ด้วยความเร่งด่วน ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ผมคิดว่า ยังมีความจำเป็น ที่รัฐบาลยังจำเป็นจะต้องเดินหน้าจัดการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นน้ำแล้ง น้ำท่วมทั้งระบบ แต่สิ่งที่สำคัญคือฝากท่านไปคุยกับ สทนช. ด้วยว่าการปล่อยน้ำอย่าให้เป็น แบบนี้อีกในอนาคต ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปครับ ญัตติของท่านภราดรครับ🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ ภาคกลาง โดยขอให้ส่งรัฐบาลแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน (นายภราดร ปริศนานันทกุล เป็นผู้เสนอ)🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ผมขอเสนอญัตติด้วยปากเปล่าเป็นญัตติเร่งด่วน เรื่อง ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ในช่วง ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา เมื่อเช้านี้ผมได้มีโอกาสหารือกับท่านประธานสภาเกี่ยวกับปัญหา เรื่องของอุทกภัยที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ของจังหวัดอ่างทอง แต่ด้วยเวลาที่มีอยู่ อย่างจำกัด มีเพียงแค่ ๒ นาที ผมไม่สามารถที่จะพูดถึงที่ไปที่มา ผมไม่สามารถที่จะลงถึง รายละเอียดและสาเหตุที่แท้จริงว่าเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้มันเกิดขึ้นมีที่มาที่ไปอย่างไร ผมจึงจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาของสภาแห่งนี้เสนอญัตติด่วนเพื่อที่จะให้สภาร่วมกันพิจารณา และส่งไปให้กับทางรัฐบาลพิจารณาต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดการผิดพลาดในการบริหารจัดการ อย่างเช่นในครั้งนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ผมเริ่มต้นแบบนี้ครับ เริ่มต้นของสาเหตุของอุทกภัย น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่หนักหนาสาหัสมากในปีนี้มีอยู่ ๓ จังหวัด ก็คือ จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แน่นอนที่สุดว่าสาเหตุหลักใหญ่ อันดับที่ ๑ หนีไม่พ้นหรอกครับว่าปีนี้น้ำเยอะมาก ปีนี้มีฝนตกเป็นจำนวนมาก มากกว่า ค่าเฉลี่ยที่ผ่านมาในทุก ๆ ปี อันนี้ไม่ปฏิเสธครับ แต่ว่าครั้งนี้ถ้าหากว่าพูดถึงกันแต่เฉพาะใน จังหวัดอ่างทอง ผมเชื่อว่าครั้งนี้เราประสบปัญหาที่หนักหนาสาหัสมากที่สุดในประวัติศาสตร์ มากกว่าครั้งเมื่อปี ๒๕๔๙ น้ำท่วมใหญ่และมากกว่าครั้งมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๕๔ เหตุผลเมื่อสักครู่บอกไปแล้วว่าปีนี้น้ำมาก น้ำเยอะ อันนี้ไม่ติดใจครับ แต่เหตุผลต่อมา ที่ผมคิดว่าผมติดตามสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงที่มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น ในช่วงแรก ๆ ผมมั่นใจว่าการบริหารจัดการของ สทนช. โดยคณะกรรมการที่เรียกว่า กอนช. โดยมี เลขาธิการของ สทนช. เป็นเลขานุการของคณะกรรมการชุดนี้ โดยมีหน่วยงานหลายภาคส่วน เข้าไปมีส่วนร่วมกับคณะกรรมการชุดนี้ ด้วยการดูสถิติ ด้วยการดูตัวเลขที่ทาง กอนช. บริหาร จัดการในช่วง ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา ผมมีความมั่นใจว่าถ้าท่านบริหารได้ดีกว่านี้พื้นที่ ๓ จังหวัด ที่ว่าคือจังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะไม่ท่วมรุนแรงมาก ขนาดนี้ ที่ผมบอกอย่างนี้เพราะอะไรครับ ผมเริ่มต้นอย่างนี้ครับ น้ำเหนือก่อนที่จะมาลงที่ แม่น้ำเจ้าพระยา ก็อย่างที่เราทราบกันครับ ปิง วัง ยม น่าน มารวมกันที่เจ้าพระยาที่จังหวัด นครสวรรค์ น้ำมีมากครับ ผมไม่ปฏิเสธ แต่ว่าใต้จังหวัดนครสวรรค์ลงมามีเขื่อนที่เรียกว่า เขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่จังหวัดชัยนาท การบริหารจัดการเขื่อนเจ้าพระยานี้เราจะสังเกตได้เลยว่าวิกฤติจะเกิดขึ้นตามจุดต่าง ๆ ทั้งที่จังหวัดสิงห์บุรี ที่จังหวัดอ่างทอง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มันจะมีเกณฑ์บอกเลยว่า ถ้าที่เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำมาที่ ๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรที่บางบาลได้รับผลกระทบแล้ว ปล่อยน้ำมาที่ ๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรที่โผงเผง ที่ป่าโมกจะได้รับผลกระทบแล้ว ปล่อยน้ำมาที่ ๒,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรที่อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทองได้รับผลกระทบ ปล่อยน้ำมาที่ ๒,๗๐๐ ลูกบาศก์เมตรที่จังหวัดสิงห์บุรีจะได้รับผลกระทบ นี่คือตัวเลขที่เป็น ตัวชี้วัดว่าเมื่อปล่อยน้ำที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาปริมาณเท่าไร พื้นที่ไหนจะได้รับผลกระทบบ้าง เหนือเขื่อนเจ้าพระยาจะมีแม่น้ำอยู่ ๒ สาย มีการบริหารจัดการน้ำทางฝั่งตะวันตกกับ ตะวันออก ทางฝั่งตะวันตกจะมีแม่น้ำอยู่ ๒ สายที่รับน้ำก่อนที่จะเข้าเขื่อนเจ้าพระยา ก็คือ ที่ประตูพลเทพซึ่งจะเป็นต้นทางของแม่น้ำท่าจีน แล้วก็ที่ประตูบรมธาตุซึ่งจะเป็นต้นทางของ แม่น้ำน้อย ในขณะที่ฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยาหรือฝั่งตะวันออก ฝั่งตะวันออกจะมีคลองอยู่ ๒ คลอง ชื่อคลองชัยนาท-ป่าสัก อันนี้จะมีประตูมโนรมย์เป็นต้นทาง แล้วอีกคลองหนึ่ง จะเรียกว่าคลองชัยนาท-อยุธยา อันนี้จะมีประตูมหาราชเป็นต้นทาง การบริหารน้ำ ๒ ฝั่งของ แม่น้ำเจ้าพระยาตรงนี้มีความสำคัญมากครับท่านประธาน อย่างที่ผมบอกจะมีตัวชี้วัด ที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาว่าปริมาณเท่าไร พื้นที่ไหนจะได้รับผลกระทบ พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะได้รับผลกระทบเมื่อท้ายเขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำที่ประมาณ ๓,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที เพราะฉะนั้นการควบคุมปริมาณน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจะพยายามควบคุม ไม่ให้เกิน ๓,๐๐๐-๓,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับกรุงเทพมหานคร ไม่ให้ส่งผลกระทบกับจังหวัดนนทบุรี เพราะฉะนั้น ๔ ช่องทางด้านซ้าย ด้านขวาที่ผมบอก ท่านประธานเมื่อสักครู่จึงเป็นช่องทางที่จะใช้ระบายน้ำเพื่อแบ่งปันน้ำไม่ให้ลงไปที่ใต้เขื่อน เจ้าพระยามากกว่า ๓,๐๐๐-๓,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตร ก็แบ่งเป็น ๒ ข้างทางครับ ทุกปีก็จะ บริหารจัดการแบบนี้ ซ้าย ขวาจะต้องแบ่งให้มีปริมาณที่สมดุลกัน แบ่งไปขวาคือแบ่งไปทาง ฝั่งตะวันออกมากก็ไม่ได้ แบ่งไปทางฝั่งตะวันออกมากเกินไปจังหวัดลพบุรีของท่าน ส.ส. มัลลิกา ของท่าน ส.ส. เกียรติ อยู่ด้านหลังผม ก็จะประสบกับปัญหาน้ำท่วมอย่างรุนแรง เช่นเดียวกัน แบ่งไปทางซ้ายหรือฝั่งตะวันตกมากก็ไม่ได้ เพราะจังหวัดชัยนาท จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็จะได้รับผลกระทบมาก อย่างเช่นปีนี้ ปีนี้ผมเล่าให้ท่านประธานฟัง ผมขออภัย ผมเพิ่งทราบว่าวันนี้จะมีญัตติด่วน เรื่องน้ำท่วม ผมไม่สามารถที่จะเตรียมสไลด์ (Slide) เตรียมข้อมูลสถิติการบริหารจัดการน้ำ ในช่วง ๒ เดือนที่ผ่านมาให้ท่านประธานได้เห็นได้ แต่ผมเฝ้าติดตามครับ แล้วผมเห็นตัวเลข ที่ผิดปกติของการบริหารจัดการน้ำของ กอนช. นำทีมโดย สทนช. และกรมชลประทาน ผิดปกติอย่างไร ผมพูดถึงฝั่งตะวันตก แม่น้ำท่าจีนกับแม่น้ำน้อย แม่น้ำท่าจีนกับแม่น้ำน้อย ความสามารถในการรับน้ำเต็มที่ หรือภาษาชลประทานเขาเรียกว่าคิวแม็กซ์ (Qmax) คิวแม็กซ์ (Qmax) ของ ๒ แม่น้ำนี้อยู่ที่ประมาณ ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที วันที่น้ำมากที่สุด ทั้ง ๒ แม่น้ำนี้รับน้ำอยู่ที่ประมาณ ๒๐๐-๒๒๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นั่นหมายความว่า เกินปริมาณความจุสูงสุดที่ลำน้ำจะรับได้ ไม่เพียงเท่านั้นครับ ผมเล่าให้ท่านประธานฟัง ในส่วนของแม่น้ำน้อย ในส่วนของแม่น้ำน้อย ปลายทางของแม่น้ำน้อยจะไปลงที่คลองโผงเผง และไปสุดท้ายที่แม่น้ำเจ้าพระยา วันที่น้ำสูงสุดน้ำไม่ไหลจากแม่น้ำน้อยลงแม่น้ำเจ้าพระยา ลงไม่ได้ เพราะแม่น้ำเจ้าพระยามีความสูงมากกว่าแม่น้ำน้อย นั่นหมายความว่ามีน้ำไหล ย้อนกลับเข้ามาในระบบ เข้ามาในลำน้ำน้อยอีกประมาณ ๑๕๐-๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมกับปริมาณที่ปล่อยเข้ามาที่ประตูบรมธาตุที่จังหวัดชัยนาทอีก ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตร เท่ากับขณะนี้ลำน้ำน้อยจุน้ำที่ ๓๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีแล้ว ไม่เพียงเท่านี้ครับ วันร้ายคืนร้ายที่จังหวัดสิงห์บุรีมีจุดขาดจากแม่น้ำเจ้าพระยาลงมาเติมในทุ่ง ซึ่งลงมาที่ แม่น้ำน้อยอีกถึง ๙ จุด ถึง ๑๑ จุด ตรงนี้รวม ๆ กันรับน้ำเข้ามาอีก ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที ท่านประธานลองคิดดูครับ เมื่อสักครู่นี้ ๓๕๐ ลูกบาศก์เมตรแล้ว บวกไปอีก ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตร ๕๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แล้วปล่อยต่อเนื่องกันแบบนี้ทุกวัน เป็นเวลาต่อเนื่องกัน ๗ วัน ถึง ๑๐ วัน ท่านประธานคิดว่าน้ำจะไปไหนละครับ ผมยกตัวอย่างขวดใบนี้ ขวดใบนี้จุได้ ๕๐๐ ซีซี (cc) แต่ท่านประธานใส่น้ำลงไป ๑,๐๐๐ ซีซี (cc) ใส่ลงไป ๒,๐๐๐ ซีซี (cc) แล้วไม่ใช่ใส่แค่วันเดียว ใส่ซ้ำ เต็มแล้วก็ใส่ซ้ำ เต็มแล้วก็ใส่ซ้ำ น้ำไปไหน น้ำมันก็ออกข้าง ๆ หมด เช่นเดียวกันกับลำน้ำน้อย ท่านใส่เข้ามาความจุของเขามีแค่ ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตร ท่านใส่เข้ามา ๕๕๐ ลูกบาศก์เมตร เป็นเวลา ๑๐ วัน น้ำไปไหนครับ มันก็อยู่ในนั้นครับ อยู่ในพื้นที่ลำน้ำน้อยนั่นละครับ ไม่ไปไหนครับ มันจึงเป็นสาเหตุว่าวันนี้ เพราะอะไรจังหวัดอ่างทองมันถึงได้ท่วมจนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ถามว่าการบริหาร จัดการแบบนี้ใช้ได้ไหม มีอยู่ ๒ อย่างเท่านั้นเองกับการบริหารจัดการแบบนี้ คือ ๑. ท่านไม่รู้ ว่ามันมีปัญหาเกิดขึ้น คือท่านคิดว่าท่านปล่อยน้ำเข้ามาที่ปากทางที่ ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที นั่นคือเต็มความจุของลำน้ำ ข้อสันนิษฐานของผมคือท่านไม่รู้ว่าน้ำมันไหลย้อนกลับ จากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาอีก ๑๕๐ ลูกบาศก์เมตร และท่านไม่รู้ว่าน้ำพังมาจากที่จังหวัด สิงห์บุรีอีก ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ข้อสันนิษฐานที่ ๑ คือท่านไม่รู้ ข้อสันนิษฐานที่ ๒ คือท่านตั้งใจ ตั้งใจอย่างไร ผมก็บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกที่ กอนช. จะไม่รู้ถึงสถานการณ์ ที่มันเกิดขึ้น ท่านรู้ครับ เพราะใน กอนช. มีทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและอยู่ในพื้นที่ด้วย เมื่อท่านรู้ แต่ท่านก็ยังไม่ลดน้ำที่ปล่อยเข้ามาด้านต้นที่จังหวัดชัยนาทที่ประตูบรมธาตุ เพราะฉะนั้นข้อสันนิษฐานแรกที่ผมบอกว่าท่านไม่รู้มันเป็นไปไม่ได้ มันจึงเกิดขึ้นเป็นข้อ สันนิษฐานที่ ๒ คือท่านตั้งใจครับ ท่านตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ ผมบอกท่านครับว่ามันผิดพลาด อย่างไร นี่ผมเล่าให้ฟังฝั่งตะวันตก ผมเล่าให้ท่านฟังฝั่งตะวันออก ฝั่งตะวันออกเมื่อครู่นี้ ผมบอกแล้วว่าถ้าปล่อยน้ำมากไป มันจะไปกระทบจังหวัดเพื่อนสมาชิกผม คือท่านมัลลิกากับ ท่านเกียรติ ผมไม่ได้ตั้งใจว่าจะให้จังหวัดลพบุรีน้ำท่วมแทนบ้านผมที่จังหวัดอ่างทอง ที่จังหวัด สิงห์บุรี ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่ใช่ครับ แต่การบริหารจัดการมันต้องสมดุล มันต้อง แบ่งน้ำให้เท่ากัน ๒ ฝั่ง ไม่ใช่ออกไปฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ท่านเชื่อไหมครับ วันที่ปล่อยน้ำเข้ามาที่ แม่น้ำท่าจีนกับแม่น้ำน้อย ท่านปล่อยวันหนึ่ง ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ฝั่งตะวันออก ท่านปล่อยน้ำเข้าที่ประตูบรมธาตุ ๑๑ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ต่างกัน ๒๐ เท่าครับ ท่านเอาไว้ทำอะไรครับ ท่านไม่รู้จักการบริหารจัดการให้มันเท่าเทียมหรือครับ ผมถาม ท่านมัลลิกาครับ ท่านมัลลิกาบอกว่ามันก็ท่วม ผมก็เข้าใจครับว่ามันท่วม แต่มันมีบางส่วน ที่สามารถที่จะแบ่งปันไปได้ ท่านมัลลิกาก็พูดเองว่าอำเภอท่าวุ้ง ในทุ่งท่าวุ้ง ยังมีพื้นที่ ที่สามารถที่จะรับน้ำได้อีกมากมายมหาศาล เดี๋ยวท่านมัลลิกาก็คงจะมาอภิปรายต่อจากผม นี่คือสิ่งที่ผมชี้ให้เห็นว่าการบริหารจัดการของ กอนช. มันผิดพลาดใช่หรือไม่ และผมถาม ดัง ๆ ไปหลายครั้งหลายหน ไม่ได้คำตอบใด ๆ ทั้งสิ้นจาก กอนช. ผมจึงต้องมาเสนอเป็นญัตติ และถามท่านประธานในวันนี้ เพื่อถึงรัฐบาลให้มาบริหารจัดการใหม่ในปีหน้า เราบริหาร จัดการแบบนี้ไม่ได้ครับ จังหวัดอ่างทองไม่ใช่พื้นที่รับน้ำ จังหวัดสิงห์บุรีไม่ใช่พื้นที่รับน้ำ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาไม่ใช่พื้นที่รับน้ำครับ นี่คือการบริหารจัดการที่ผิดพลาดหรือไม่ ของ กอนช. ท่านอ้างกับผมบอกว่าที่ประตูระบายน้ำโคกกระเทียมที่จังหวัดลพบุรีและที่ ประตูน้ำเริงรางที่ปีที่แล้วมีปัญหา ท่านอ้างบอกว่าทั้ง ๒ ประตูมีปัญหา ผมเข้าใจได้ครับ ผมเข้าใจได้ แล้วผมย้ำอีกครั้งว่าผมไม่ได้ตั้งใจที่จะให้จังหวัดลพบุรีน้ำท่วมเหมือนกับบ้านผม ไม่ได้ตั้งใจครับ แล้วไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น ท่านบอกว่าทางประตูระบายน้ำโคกกระเทียม กับประตูระบายน้ำเริงรางมีปัญหา แต่ระหว่างประตูมโนรมย์ถึงประตูระบายน้ำโคกกระเทียม ระยะทางเป็น ๘๐-๑๐๐ กิโลเมตร ท่านไม่เติมน้ำเข้าไปด้านบนละครับ มันมีพื้นที่ทุ่ง ที่ท่านมัลลิกาบอกเมื่อสักครู่ ทุ่งแถวอำเภอท่าวุ้งก็สามารถที่จะผันไปได้ แต่ท่านไม่ผันไปครับ เพราะฉะนั้นผมจึงตั้งเป็นข้อสันนิษฐานว่าท่านตั้งใจหรือไม่ที่จะต้องหาพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เป็นพื้นที่ซวยรับน้ำครับ ผมบอกท่านประธานว่าในระยะยาวถ้าหากว่าบริหารจัดการกันอยู่แบบนี้ มันก็ท่วมแบบนี้ทุกปีละครับ เพียงแต่ว่าจะไปท่วมที่ไหนเท่านั้นเอง เพียงแต่ว่าปีนี้จะไปซวย ที่จังหวัดไหนเท่านั้นเอง ปีที่แล้วจังหวัดลพบุรีโดนผลกระทบ ปีที่แล้วจังหวัดอ่างทอง โดนผลกระทบเหมือนกัน ปีนี้จังหวัดอ่างทองออก ๒ เด้ง ปีนี้โดนด้วย ปีที่แล้วก็โดนหนัก ปีนี้ก็หนักอีก ปีหน้าก็ยังไม่รู้ว่าหวยจะไปออกที่ไหนถ้ายังบริหารจัดการแบบนี้ ผมเสนอเป็น แบบนี้ได้ไหมครับ เสนอท่านประธานผ่านไปถึงทางรัฐบาลว่าถ้าเป็นไปได้มันจำเป็นที่จะต้อง หาที่อยู่ให้น้ำ น้ำมาจำนวนมหาศาลแต่ไม่มีที่อยู่ให้เขามันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะบริหาร จัดการน้ำไม่ให้พื้นที่ไหนท่วมเลย มันต้องหาที่รับน้ำครับ ที่รับน้ำคืออะไร ก็พื้นที่ชาวบ้าน นี่ละครับ เป็นไปได้ไหมที่จะออกเป็นนโยบายเช่าพื้นที่รับน้ำของชาวบ้าน เราออกกติกาเลย หรือเราออกประกาศล่วงหน้าไปเลยว่าพื้นที่ไหนบ้างที่จะเป็นพื้นที่ให้รัฐบาลเช่าเพื่อที่จะ เก็บน้ำเอาไว้ในฤดูน้ำหลาก คือเช่าพื้นที่ทำแก้มลิงนั่นละพูดง่าย ๆ เช่าพื้นที่ทำแก้มลิง เพื่อเก็บน้ำในพื้นที่ที่เขาเต็มใจจะให้น้ำอยู่ แล้วจ่ายเงินชดเชยเขาไปเป็นค่าเช่าที่เก็บน้ำ แต่ละปีผมว่าใช้เงินน้อยกว่าเงินเยียวยาที่รัฐบาลจะเอามาเยียวยาเสียอีก อันนี้เป็นประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องการเยียวยาผมไม่พูดยาวมากนักเพราะว่าท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เมื่อสักครู่นี้ได้อภิปรายในรายละเอียดเรียบร้อยหมดแล้ว ผมเพียงแต่จะย้ำ อีกครั้งว่าการชดเชยในส่วนของบ้านเรือนที่เสียหายหรือชดเชยไร่นาที่เสียหายมันต้องเป็นไป แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ใช่ชดเชยแบบไหว้เจ้า แบบไหว้เจ้าก็หมายความว่าเอาละถือว่า ชดเชยแล้ว ๕๐๐ บาท น้ำท่วม ๓ เดือนได้ ๕๐๐ บาทถือว่าชดเชยแล้ว ถือว่าเยียวยาเขาแล้ว แบบนี้เรียกไหว้เจ้า มันต้องไปดูว่าเขาเสียหายจริงเท่าไร ตู้ เตียง โต๊ะ เครื่องมือทำมาหากิน เตาแก๊ส หม้อหุงต้มลอยไปกับน้ำหมดเสียหายทั้งหมดแบบนี้จะต้องชดเชยให้เขา อย่างไร ต้องชดเชยตามจริง เขาเสียหายเท่าไรต้องชดเชยให้เขาตามนั้น รถมอเตอร์ไซค์เขาเสีย รถยนต์เขาเสีย ชดเชยค่าประตูให้เขา ๕๐๐ บาท ผมว่ามันไม่เหมาะสม อันนี้เป็นสิ่งที่ผม เรียกร้องไปถึงรัฐบาลที่ต้องช่วยเยียวยาให้เร่งด่วนที่สุด ความเร่งด่วนเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่จะต้องเรียกร้องเช่นเดียวกัน เพราะอะไรครับ เพราะว่าเขาเดือดร้อนวันนี้ครับท่านประธาน เขาเดือดร้อนมาเมื่อ ๒ เดือนที่แล้ว วันนี้เขาจำเป็นที่จะต้องมีเงินในกระเป๋าเพื่อไปจับจ่าย ใช้สอยเพราะทำมาหากินก็ทำไม่ได้ บ้านก็เข้าอยู่ไม่ได้ ต้องมีเงินในกระเป๋าให้เขาไปจับจ่าย ใช้สอยในช่วงนี้หรือให้มีโอกาสไปทำอาชีพในช่วงนี้ แต่การชดเชยหลังจากที่สำรวจแล้ว หลังจากที่พิจารณาผ่านชั้นที่ ๑ ชั้นที่ ๒ ชั้นที่ ๓ ชั้นที่ ๔ ไปแล้ว อีก ๒ เดือนไม่รู้จะได้เงิน หรือเปล่าครับ ความล่าช้าของการเยียวยาคือการไม่เยียวยาครับ เพราะฉะนั้นต้องเร่งรัด การเยียวยาให้เร็วที่สุด🔗
ประเด็นที่ ๓ เรื่องสาธารณประโยชน์ ผมพูดเอาไว้นิดเดียวเพราะว่าเดี๋ยวทาง ส.ส. กรวีร์ก็จะมาพูดประเด็นนี้อีกเช่นเดียวกัน เรื่องการซ่อมแซมถนนหนทางขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่เสียหาย ถนนหนทางของท้องถิ่น ถนนหนทางของทางหลวง ถนนหนทางของทางหลวงชนบท หรือปัจจัยพื้นฐานที่มันเป็นของท้องถิ่น หน่วยงานต้องส่ง หนังสือไปให้กับท้องถิ่นดำเนินการแล้ว ผมเห็นหนังสือของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ทำหนังสือเวียนไปที่ท้องถิ่น ทั่วประเทศแล้วที่ประสบกับปัญหาอุทกภัย แล้วก็เร่งรัดให้ทำมาภายในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน อันนี้ก็ถือว่าเร็วพอใช้ได้ แต่มันจะดีกว่านี้อีกถ้าท่านให้เขาสำรวจแล้วท่านเร่งรัดในการที่จะ จ่ายเงิน โอนเงินให้กับเขาไปพัฒนาสาธารณประโยชน์เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน ผมไปเยี่ยมชาวบ้าน บางบ้านน้ำประปาไม่มีใช้ น้ำท่วม ๒ เดือนไม่มีน้ำใช้ ท่านประธาน ลองนึกดูสิครับเขาอาบน้ำอย่างไร ก็เอาน้ำในคลองนั่นละครับมาอาบ เอาน้ำที่ท่วมนั่นละครับ มาอาบ เพราะฉะนั้นส่วนพวกนี้จำเป็นที่จะต้องเร่งรัด ผมเล่าให้ท่านประธานฟังนิดเดียว เป็นประสบการณ์ของผมตรงเมื่อปีที่แล้ว เมื่อปีที่แล้วน้ำท่วมช่วงเดือนนี้ เดือนตุลาคม พฤศจิกายน ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำหนังสือขอรัฐบาลเพื่อที่จะขอเงินไปซ่อมแซมส่วนที่ มันพังไป ท่านประธานทราบไหมครับ เงินงบฉุกเฉินของรัฐบาล งบกลางส่วนฉุกเฉินของ รัฐบาลอนุมัติไปเดือนกันยายน นั่นหมายความว่าอนุมัติไปเดือนกันยายน อนุมัติไป ๒ วัน น้ำท่วมอีกแล้ว ปีที่แล้วยังไม่ได้ทำเลยครับ ปีนี้ท่วมอีกแล้ว ความล่าช้าของการอนุมัติ งบประมาณหรือการพิจารณามันทำให้เกิดภาระและเกิดความไม่สะดวกแก่พี่น้องประชาชน ผมฝากเป็นประเด็นสุดท้ายกับท่านประธานถึงทางรัฐบาลให้ช่วยเร่งรัดการเยียวยา และการซ่อมแซมสาธารณประโยชน์ให้เป็นไปได้เร็วที่สุด และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ แบบปีที่แล้ว คือกว่าจะซ่อมแซม ระลอกใหม่ก็มาอีกแล้ว นี่คือ ๒-๓ ประเด็นที่ผมใช้เวลา ของสภาแห่งนี้มากพอสมควรเพื่อที่จะเสนอเป็นญัตติด้วยปากเปล่า เพื่อนำเสนอถึงสาเหตุ และการเยียวยา วิธีทางการแก้ไขที่จะเสนอต่อรัฐบาลต่อไป ผมขออภัยท่านประธานครับ วันนี้ผมพูดด้วยความรู้สึกโกรธ มันไม่ใช่ความรู้สึกโกรธของผมหรอกครับ มันเป็นความรู้สึก โกรธของชาวบ้านที่เขาฝากผมมาให้ฝากไปถึงรัฐบาล ผมต้องขออภัยท่านประธานครับ ที่พูดด้วยอารมณ์ที่รุนแรง ขออภัย กราบขอบพระคุณครับ🔗
ญัตติ ต่อไปของท่านปดิพัทธ์ เชิญครับ🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแก้ไขและเยียวยาปัญหา น้ำท่วม ทั้งระยะสั้นและระยะยาว (นายปดิพัทธ์ สันติภาดา เป็นผู้เสนอ)🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล ขอแถลงเปิดญัตติด้วยวาจาในประเด็นเดียวกันคือเรื่องของปัญหาน้ำท่วม แล้วก็ เรื่องมาตรการการเยียวยาที่เราจำเป็นต้องส่งเสียงของสภาผู้แทนราษฎรให้กับคณะรัฐบาล ได้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ในการที่จะเยียวยาพี่น้องเกษตรกร พี่น้องประชาชนที่จังหวัด พิษณุโลก แล้วก็ทั่วประเทศอีก ๕๙ จังหวัด ซึ่งตอนนี้เป็นสถานการณ์น้ำท่วมที่รุนแรง ต่อเนื่องยาวนาน ในวันที่เราคุยกันอยู่นี้พี่น้องที่จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วก็อีกหลายพื้นที่น้ำท่วม ๒ เดือนแล้วครับ ๒ เดือนเต็ม ๆ แล้ว แล้วบางที่มากกว่า ๒ เดือนด้วยซ้ำไป วันที่ ๒๘ กันยายน ถึง ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ๕๙ จังหวัด ๓๕๓ อำเภอ ๑,๘๗๙ ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบในอุทกภัยครั้งนี้ ๕๒๘,๐๐๐ ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต ๑๒ ราย แล้วผมไม่อยากเห็นว่าพวกเขาถูกลืมไป ที่จังหวัดศรีสะเกษ ๓ ราย จังหวัดเพชรบูรณ์ ๒ ราย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑ ราย แล้วก็ จังหวัดสิงห์บุรีอีก ๖ ราย ผมขอแสดงความเสียใจให้กับทุกครอบครัวที่สูญเสียด้วย สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ครั้งนี้มันหนักกว่าปี ๒๕๖๒ หลายเท่า แต่กลับไม่เห็นท่าที ของรัฐบาลที่เอาจริงเอาจังและเยียวยาผู้ประสบภัยที่มีประสิทธิภาพขึ้นเลย ถ้าเราเจอน้ำท่วม นาน ๆ ครั้ง ๑๐ ปีเจอครั้งหนึ่งเราพอจะเข้าใจได้ แต่นี่ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ จนถึงปี ๒๕๖๕ น้ำท่วมทุกปี แต่มาตรการในการเยียวยา มาตรการในการแก้ไขกลับเหมือนเดิม แล้วเราก็ต้อง มาฟังนโยบายขายฝันของนายกรัฐมนตรีว่าความมั่นคงทางน้ำเป็นนโยบายเร่งด่วนของ รัฐบาล ท่านประธานครับ เราเห็นท่าทีของรัฐบาลที่ไปเยี่ยมน้ำท่วม แต่จริง ๆ สิ่งที่พี่น้อง ประชาชนต้องการก็คือวอร์รูม (War Room) ตั้งแต่มีสัญญาณการเตือนของมรสุมต่าง ๆ มันควรจะต้องมีวอร์รูม (War Room) ที่จะจัดการพื้นที่น้ำท่วมที่ซ้ำซากได้แล้ว มันยังเกิด ภาพแบบเดียวกันกับทุกปีก็คือขนของหนีน้ำไม่ทัน เราพูดกันอยู่ในปี ๒๐๒๑ แต่ว่ายังมีปัญหาเดียวกันกับอีกหลายสิบปีที่ผ่านมา ก็คือประชาชนไม่รู้ว่าน้ำจะมาเมื่อไร เราเคยเสนอไปแล้วนะครับ พรรคก้าวไกลเสนอให้ใช้ระบบดาวเทียม เพื่อที่เราสามารถ เตือนภัยพี่น้องประชาชนได้ แล้วก็ไม่ต้องรอจนถึงขั้นต้องใช้วิทยุทรานซิสเตอร์ด้วย ก็คือว่า เตือนภัยก่อนน้ำมา แล้วก็สามารถที่จะขนของได้ สามารถที่จะเก็บทรัพย์สินได้ แต่นี่ปี ๒๐๒๑ รัฐบาลก็ยังทำเหมือนเดิม แล้วก็เป็นการไปเยียวยาที่ล่าช้าแบบที่ท่านภราดรพูดไป ไม่เห็นทีท่าของรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมชลประทาน ว่านโยบายในแต่ละปีมันจะมีความพร้อมมากขึ้นได้อย่างไรในเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แล้วก็เดี๋ยวต้นปีหน้าเราก็ต้องมาตั้งญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องอะไรทราบไหมครับท่านประธาน น้ำแล้งครับ เราวนเวียนอยู่อย่างนี้ครับ ผมเป็นผู้แทนใหม่ปีแรกนี้ครับ แต่ ๔ ปีนี้ ปลายปี พูดเรื่องน้ำท่วม ต้นปีพูดเรื่องน้ำแล้ง พูดอย่างนี้มา ๔ ปีแล้ว แล้วแบบนี้ รัฐบาลแบบนี้ กับงบประมาณเป็นแสนแสนล้านที่เราถมไปทุกปี ประชาชนตั้งคำถามว่าเอาไปทำอะไร ท่านประธานครับ พี่น้องชาววังทอง ชาวพรหมพิราม ชาวบางระกำ เขาฝากผมมาตามหา ท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัยว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ตอนนี้พี่น้องที่อื่นที่อีสานกับที่ภาคกลางเจอน้ำท่วม แต่พี่น้องที่จังหวัดพิษณุโลกน้ำลดแล้วครับ น้ำลดแต่หนี้ผุด เพราะว่าพวกเขาเจอแต่หนี้ เต็มไปหมด ๒ เดือน เดือนกว่า ๆ ที่เขาไม่มีรายได้ ที่นาของเขาพังพินาศหมด สวนมะม่วง พังหมด ได้รับเงินเยียวยาเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ตอนนี้หนี้มหาศาลตามติดพวกเขาไป เราย้อนกลับไปดูพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ ปี ๒๕๖๑ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ กำหนดให้ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติจัดทำนโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ เพื่อจะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ทีนี้ผมอ่านเป้าหมายนี้อีกทีว่าเป้าหมายตอนปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ยุทธศาสตร์ชาติที่พวกท่านฝัน พูดถึงเรื่องเป้าหมายการจัดการน้ำอย่างไร ผมโค้ด (Code) คำต่อคำเลยนะครับ ทุกหมู่บ้านมีน้ำสะอาดอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการผลิตมั่นคง ความเสียหายจากอุทกภัยลดลง คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การบริหารจัดการน้ำ อย่างยั่งยืนภายใต้การพัฒนาอย่างสมดุล โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ผมอ่านแล้ว น้ำตาจะไหล มันเหมือนกับผมไปขึ้นรถไฟที่หัวลำโพง แล้วก็มีป้ายเขียนไว้ว่าเราจะเป็นผู้นำ ของระบบการขนส่งทางราง คือเขียนอย่างนี้ แต่ว่า ๔ ปีนี้เราเห็นแต่ความไร้ประสิทธิภาพ ของการบริหารจัดการน้ำ เอาทีละเรื่องเลยนี่ ทุกหมู่บ้านมีน้ำสะอาดอุปโภคบริโภค ผมหารือ ในสภานี้ ๔ รอบ ๕ รอบ เปิดน้ำก๊อกที่จังหวัดพิษณุโลกออกมาเป็นโคลนนะครับ อย่าว่าแต่ เอามาอุปโภคเลย เอามาซักผ้ายังไม่ได้เลย คนพิษณุโลกเขาไม่ใส่เสื้อขาวกันครับ มันหมอง แล้วก็โยนความรับผิดชอบนี้ไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่โดนบอนไซ (Bonsai) ที่ไม่มี งบประมาณ ที่มีแต่ข้อจำกัดในการบริหารจัดการทรัพยากร อย่างน้อย ๆ ที่เทศบาลนคร พิษณุโลก ที่เทศบาลอรัญญิก ที่ตำบลบึงพระ ที่ตำบลวัดจันทร์ เรื่องร้องเรียนยังมาถึงผม ไม่หยุด ว่าพวกเขาใช้ชีวิตกับน้ำประปาที่เป็นโคลน แล้วอย่างนี้แผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี มันคืออะไร ทำมา ๔ ปียังเป็นโคลนอยู่ ปรับแผนไหมครับ ไม่อย่างนั้นก็ต้องปรับคนที่อยู่ใน แผนออกแล้ว เพราะคุณทำแบบนี้ต่อไปได้เรื่อย ๆ ประชาชนของเราไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย แล้วงบประมาณที่สภาแห่งนี้อนุมัติไปแสนแสนล้านบาทต่อปี ที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร จัดการน้ำ คุณประวิตรนั่งคุม สทนช. นี่คือคำถามที่ประชาชนถามว่าภาษีที่เขาเสียไปครับ ตอบแทนกลับมาด้วยน้ำประปาขุ่นข้นเป็นโคลน แล้วมันไม่ตรงกับยุทธศาสตร์ที่ท่านวางเลย น้ำประปามั่นคงทุกหมู่บ้าน นี่กล้าเขียนมากนะครับ อันต่อมาเขียนบอกว่า น้ำเพื่อการผลิต มั่นคง แต่ภัยแล้งก็กลายเป็นเรื่องที่ผู้แทนราษฎรของเราพูดเยอะที่สุดเรื่องหนึ่ง ผมถามผู้แทน ทุกคนในห้องนี้ได้เลยว่าตอนฤดูทำนาต้นปีหน้าหรือว่าปลายปีนี้ พี่น้องประชาชนยังมาหา ท่านในปัญหาน้ำแล้งอยู่หรือเปล่า ผมได้ยินผู้แทนราษฎรทุกคนพูดเรื่องน้ำแล้งเหมือนเดิมเลยครับ นิยายซ้ำซาก แล้วอย่างนี้ แผนยุทธศาสตร์มันต้องมีความชัดเจนว่าถ้าทำตามแผนไม่ได้คณะรัฐมนตรีและกรม กระทรวงต่าง ๆ ผู้บริหารต่าง ๆ ที่รับผิดชอบจะรับผิดชอบอย่างไร ถ้าอย่างนั้นผมเขียน แผนอะไรก็ได้นะครับ แต่ผมทำไม่ได้ผมก็ไม่ต้องมีความรับผิดชอบ ผมก็ลอยตัว ถึงเวลาก็ให้ ส.ว. ๒๕๐ คนมาโหวตผมเป็นนายกรัฐมนตรีต่อ แบบนี้จะเขียนแผนไปทำไม พื้นที่รับน้ำ อย่างเช่น บางระกำโมเดลเป็นพื้นที่รับน้ำที่ซ้ำซาก เป็น ๑ ในเครื่องมือและการบริหารจัดการ ของลุ่มแม่น้ำยม น่าน ตอนปี ๒๕๖๑ ไปทำข่าวกันใหญ่โตเลย เปิดด้วยความภูมิใจของ บางระกำโมเดล ๓๘๐,๐๐๐ ไร่ พอเก็บเกี่ยวเสร็จก็เตรียมเป็นพื้นที่รับน้ำ ผันน้ำจาก หลายจังหวัดเข้าทุ่งบางระกำ ทีนี้ตอนปี ๒๕๖๑ ก็มีการขายฝันกันว่าไม่ต้องทำนาในช่วงนั้น แล้วก็จะมีการจ้างงานจากกรมชลประทานให้เป็นเจ้าหน้าที่ในการช่วยบริหารจัดการน้ำ หรือให้เปลี่ยนอาชีพช่วงนั้นไปเป็นการทำประมง ท่านประธานคุ้น ๆ ไหมที่นายกรัฐมนตรี ชอบบอกว่าน้ำท่วมแล้วไล่ให้ไปจับปลา แต่ตอนนี้ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ถ้าบางระกำโมเดล มันดีจริงพี่น้องที่อำเภอบางบาลไม่ระทมทุกข์แบบนี้หรอกครับ ตอนนี้อำเภอบางบาล จังหวัด พระนครศรีอยุธยากลายเป็นพื้นที่รับน้ำแทนคนกรุงเทพมหานคร จากข่าวนะครับ นายกเทศมนตรีตำบลบางบาลพูดไว้บอกว่า อำเภอบางบาลในฐานะผู้เสียสละเป็นทุ่งรับน้ำ เป็นแก้มลิงของคนทั้งชาติ (กรุงเทพมหานคร) พอทุกคนรอด ลิงก็อ้วกแตกออกมา เก็บน้ำ ไว้ใช้เพื่อประโยชน์ในพื้นที่ตัวเองไม่ได้เลย คนอำเภอบางบาลจึงอยู่ในภาวะไม่เกินก็ขาด เราเป็นแก้มลิงของประเทศ แต่ไม่ได้เป็นแก้มลิงเพื่อตัวเอง เจ็บปวดไหมครับ คือคนอำเภอ บางระกำรับน้ำเพื่อไม่ให้ภาคกลางท่วม แต่คนอำเภอบางระกำเจอน้ำแล้งทันทีหลังจากน้ำลด คนอำเภอบางบาลรับน้ำเพื่อไม่ให้กรุงเทพมหานครท่วม แต่ปรากฏว่าคนอำเภอบางบาลก็ยัง เจอน้ำแล้ง และน้ำท่วมก็ยังเป็นการท่วมที่ไร้การเหลียวแลจากรัฐบาล นี่เขาเรียกพื้นที่ รับกรรมครับ ไม่ใช่พื้นที่รับน้ำ ถ้าบางระกำโมเดลมันดีจริง บางบาลมันดีจริง ส.ส. ทุกคน ก็ต้องรีบขอใช่ครับ เอาพื้นที่ตัวเองไปเป็นที่รับน้ำ แต่นี่ไม่มีใครครับ มันโยนกรรม โยนภาระ ไปให้พี่น้องประชาชนที่ต้องรับน้ำแทนเพื่อไม่ให้เมืองท่วม เพื่อไม่ให้พื้นที่อื่นท่วม แล้วส่วนใหญ่ คนเหล่านี้ก็จะยากจน คนเหล่านี้ก็จะไม่มีสิทธิไม่มีเสียง เพราะพวกเขาถูกมองว่าเป็นพื้นที่ รับน้ำ รอบนี้อำเภอบางบาลรวมถึงจังหวัดอ่างทองแล้วก็หลายที่ด้วยเจอมรสุมเพิ่ม ทำให้ ทุ่งเชียงราก ทุ่งฝั่งซ้ายของคลองชัยนาท-ป่าสัก ทุ่งท่าวุ้ง ทุ่งบางกุ่ม ทุ่งบางกุ้ง ทุ่งป่าโมก ทุ่งผักไห่ ทุ่งเจ้าเจ็ด ทุ่งบางบาล-บ้านแพน ล้นทะลักเลยครับ แล้วอาจจะเกิดกับคนเมืองด้วย ตั้งแต่จังหวัดปทุมธานีที่มีนิคมอุตสาหกรรมมากมาย ท่านประธานครับ เราคุ้นเคยกับภาพน้ำ ที่ท่วมพื้นที่เกษตรกร อันนั้นปัญหาก็หนักเรื้อรังอยู่แล้ว แต่ปีนี้เราเจอปัญหาน้ำท่วมเมือง เพราะอะไร เพราะผังเมืองทั้งหมดมันผิดพลาดอย่างไรครับ ที่จังหวัดพิษณุโลก ตำบลต่าง ๆ ที่มันคอนเนก (Connect) กัน ปรากฏว่าการบริหารจัดการน้ำที่เคยมีทุ่งธรรมชาติในการผันน้ำ ตอนนี้โดนถมที่หมดแล้ว ตอนนี้ถมที่สร้างคอนโด สร้างบ้านจัดสรร ในนามของความเจริญ ปรากฏว่าในนามของความเจริญมันมีบางพื้นที่กลายเป็นพื้นที่รับกรรม อย่างเช่นที่ซอย ประชาอุทิศ ๕ อย่างเช่นที่หมู่บ้านนาโพธิ์แดง ตำบลบึงพระ จมนะครับ ฝนตกนับกันได้เลย ชั่วโมงเดียวน้ำท่วมเข้าบ้านเรียบร้อยแล้ว หลายคนเป็นคนแก่ หลายคนเป็นคนพิการ หลายคนเป็นคนที่ไม่มีต้นทุนอะไร ไม่มีปัญญาจะถมที่ คนรวยถมที่สูงปรี๊ดเลย แม้จะมี พ.ร.บ. อะไรมาช่วยเรื่อง พ.ร.บ. ถมดิน ว่าต้องจัดการทางระบายน้ำ แต่ความเป็นจริงท่านประธานก็รู้ว่ามันมีพื้นที่จริง ๆ ที่กลายเป็นพื้นที่รับกรรมในนามของ ความเจริญ จังหวัดภูเก็ตของท่านรังสิมันต์ท่วมเมืองเลยนะครับ แล้วอย่างนี้เราจะไปคิดถึง ความมั่นคงทางน้ำอะไรตามที่รัฐบาล คสช. ขายฝันในปี ๒๕๖๑ แล้วขายฝันต่อในนามของ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ทำมา ๔ ปี บวกอีก ๘ ปีที่เผาผลาญงบไปทำได้แค่นี้หมดเวลาแล้ว ให้คนที่มีความรู้ความสามารถเขามาทำดีกว่า ท่านประธานครับ เนื่องจากเวทีนี้ไม่ใช่เวที อภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมก็เลยจะไม่ใช้เวทีในการวิพากษ์วิจารณ์มากนัก แต่ผมอยากให้เราคิด จริง ๆ ว่าตอนนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนจริง ๆ ไล่ยาวลงมาตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ไปถึงภาคใต้ ๕๙ จังหวัดที่น้ำท่วม ถ้ามาตรการเรายังไม่ดีกว่านี้ ทำงานให้มันเร็ว เหมือนออกกฎกระทรวงคราวที่แล้ว ทำงานให้มันเร็วแบบนั้นได้ไหมครับ การเยียวยาน้ำท่วม ขอสปีด (Speed) แบบนั้นเลย นี่ไม่ใช่เกมการเมือง นี่เป็นความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน เพราะฉะนั้นข้อเสนอของพรรคก้าวไกลอยากจะเสนอให้มีหลักเกณฑ์และ มาตรการที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพสำหรับทุ่งรับน้ำโดยเฉพาะ ตอนนี้พี่น้องประชาชน เขาอยากรู้ว่าจะให้เขารับน้ำถึงเมื่อไร มันมีความแอกทีฟ (Active) ไหมครับ มันมีการพูดไหม ว่าน้ำจะต้องลด มีความพยายามที่จะระบายน้ำออกจากทุ่งรับน้ำ ไม่ใช่ไปให้เขารับน้ำอยู่เฉย ๆ แล้วรอเวรกรรม รอฤดูกาลอะไรก็ไม่รู้เดี๋ยวน้ำมันก็ไปเอง ทำกับประชาชนแบบนี้ไม่ได้ คนอำเภอบางระกำ คนอำเภอบางบาลเขาต้องการรู้เลยว่ารับน้ำแล้วเร็วที่สุดที่จะออกไปได้ เมื่อไร กระจายออกไปสิครับ ถ้ามันท่วมอยู่ที่เดียว ที่นั้นมันก็ซวยสิครับ แต่ถ้าเขารับน้ำได้ และระบายออกไปที่อื่น ๆ บ้างเรื่อย ๆ พื้นที่รับน้ำก็จะมีชะตากรรมที่ดีกว่านี้อีกเยอะ ยังไม่ต้องพูดถึงการเยียวยาหรือพื้นที่เช่าเพื่อรับน้ำ เหมือนที่ ส.ส. หลายท่านได้พูด จะให้เขา ไปจับปลาเพื่อเอารายได้ มันไม่ได้แบบไปกินมื้อที่ดีที่สุดบนหลังคาบ้าน ให้เขาไปจับปลา เพื่อเขาจะอยู่รอดได้ แล้วลูกเขาต้องเรียนหนังสือ ๒ เดือนนั้นเขาจะส่งลูกไปโรงเรียนอย่างไร ที่น้ำท่วมครับ มีเรือสาธารณะในการบริการเขาหรือเปล่า คนป่วยที่บ้าน จะเอาคนป่วยไป โรงพยาบาลได้อย่างไร มีเรือพยาบาลไปรับหรือเปล่า นี่ชะตากรรมของผู้ที่รับน้ำ โดยที่ไม่รู้ว่า น้ำจะลดเมื่อไร แล้วแต่บุญแต่กรรม แล้วแบบนี้จะมีรัฐบาลไปทำไม พื้นที่รับน้ำจะต้องใช้ใน สถานการณ์ที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น ไม่ใช่ว่าอย่างไรก็ต้องรับ ถ้าอย่างนี้ก็ไม่ได้สิครับ วิถีชีวิต ประชาชน รับน้ำนี่มันเอาไว้สำหรับวิกฤติ แต่ว่าการบริหารจัดการน้ำมันต้องทำให้ไม่มี ที่ไหนเลยกลายเป็นพื้นที่รับน้ำแบบนี้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีหลักเกณฑ์ในการผันน้ำเข้าทุ่ง และกำหนดหลักเกณฑ์และเวลาที่ชัดเจน รวมถึงเกณฑ์น้ำสูงสุดที่จะท่วมได้เพื่อให้ชุมชนนั้น สามารถปรับตัวแล้วก็ดำรงชีวิตในระยะยาวได้ เรากำลังพูดถึงความมั่นคงในการดำเนินชีวิต เพราะฉะนั้นเราไปปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นอุบัติเหตุ ให้มันเป็นเหตุฉับพลันไม่ได้ เราต้อง คิดถึงว่าพื้นที่รับน้ำจะใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพระยะยาวได้อย่างไร แล้วถ้ามันต้องรับน้ำจริง ๆ ก็ต้องปรับปรุงบ้านกันให้หมดเลยครับ จะยกใต้ถุนสูงขึ้นมากี่เมตรก็ว่ากันไป รัฐบาลต้อง แอกทีฟ (Active) เรื่องนี้นะครับ ถ้าจะให้พี่น้องอำเภอบางระกำกับอำเภอบางบาลเป็นพื้นที่ รับน้ำ เราต้องการการบริหารที่เห็นหัวคนมากกว่านี้ ต่อมาก็คือรัฐบาลจะต้องปรับปรุงระบบ การระบายน้ำออกจากทุ่งรับน้ำ และกระจายภายในทุ่งรับน้ำให้สมบูรณ์สำหรับช่วงฤดูแล้ง เพื่อลดระยะเวลาการท่วมลง และลดพื้นที่ที่เกิดการขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้งลง รวมถึง ต้องจัดลำดับความสำคัญให้พื้นที่รับน้ำกลายเป็นพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรน้ำในหน้าแล้ง เป็นลำดับต้น ๆ ในเมื่อเขารับน้ำให้เราในหน้าฝนแล้วทำไมต้องให้เขาซวยเจอภัยแล้ง ในหน้าแล้งด้วยครับ มันเป็นตลกร้ายนะครับ เพราะฉะนั้นพวกเขาต้องอยู่ในสมการหรือ อยู่ในลำดับความสำคัญของกรมชลประทาน ว่าอำเภอบางบาลและอำเภอบางระกำจะต้องได้ น้ำทำนาในหน้าแล้ง ไม่ใช่ถึงเวลาพวกเขาก็ต้องมาเรียกร้องขอน้ำไปทำนาอีก สิ่งต่อมานะครับ เรื่องที่เกิดขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เราเจอว่ามันมีโครงการที่เป็น อันตรายต่อพื้นที่รับน้ำ ก็อย่างเช่นการจัดตั้งบ่อขยะของ อบจ. ในพื้นที่ทุ่งบางบาลครับ ตอนนี้น้ำท่วมไปปุ๊บ บ่อขยะท่วม สิ่งสกปรกและสารพิษพุ่งตรงเข้าสู่บ้านเรือนของพี่น้อง ประชาชนและทุ่งรับน้ำทันที เรื่องแบบนี้รัฐบาลคิดแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่คิดก็เรียกประชุม ได้เลยนะครับ ผมย้ำอีกครั้งนะครับ พื้นที่รับน้ำจะต้องไม่ใช่พื้นที่รับกรรม ต่อมาคือข้อเสนอ ในการชดเชยทางเศรษฐกิจ นอกเหนือจากมาตรการในการจัดน้ำและที่ดินในทุ่งรับน้ำแล้ว การชดเชย สมาชิกหลายท่านพูดไปแล้ว เปลี่ยนมาตรการได้แล้วครับ รัฐราชการรวมศูนย์ ที่ใช้กฎ ระเบียบ มากมายมหาศาลของกระทรวงมหาดไทย หรือของกระทรวงต่าง ๆ ทำให้การเบิกเงินเยียวยามันใช้ไม่ได้ แล้วท้องถิ่นก็แย่ไปหมดเลยตอนนี้ เพราะฉะนั้น ข้อเสนอแรกก็คือจะต้องมีการประกันภัยพืชผลสำหรับการทำเกษตรในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ นี่คือความเป็นธรรมนะครับ เราประกันให้เขาเลย คนที่ทำนาในพื้นที่รับน้ำมีประกันพืชผล ให้เลย ถ้ามีการท่วมนอกเหนือช่วงเวลาที่กำหนด ตอนนี้เรายังจะเอาเดือนปีเปะ ๆ มากำหนดเงื่อนไขในการประกัน ในการเยียวยา ๑๕ กันยายน ถึง ๓๐ พฤศจิกายน แล้วถ้ามันท่วมก่อนหน้านั้นเบิกไม่ได้นะครับ เรื่องแบบนี้เปลี่ยนได้ไหมครับ ตอนนี้เราพูดถึง ไคลเมต เชนจ์ (Climate change) ผมไปดูในเอกสารของยุทธศาสตร์ชาติบอกทุกอย่าง ต้องคิดถึงการเปลี่ยนแปลงของภาวะอากาศ แต่เรามากำหนดเดือนเปะ ๆ อย่างนี้ อยู่ในระเบียบการเบิกจ่าย แล้วเราจะช่วยพี่น้องประชาชนได้อย่างไร นี่คือรัฐราชการที่ไม่ฟัง ประชาชนหรือเปล่า ไปแก้นะครับ กฎ ระเบียบพวกนี้อย่าให้เป็นอุปสรรคในการเบิกหรือ ในการทำประกันพืชผลของพี่น้องเกษตรกร การผันน้ำเข้าทุ่งในช่วงเวลาที่กำหนด อันนี้ เราพูดถึงการทำโครงการเดิมให้มีประสิทธิภาพขึ้น ๑๕ กันยายน ถึง ๓๐ พฤศจิกายน รัฐบาล ควรต้องจ่ายเงินชดเชยเป็น ๓ ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกก็คือค่าช่วยเหลือค่าครองชีพ จะต้องเพิ่มขึ้น ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน แล้วจ่ายทันทีที่ท่วม จ่ายทันทีที่ท่วม ไม่ใช่ท่วมแล้ว ลดแล้ว ค่อยจ่ายย้อนหลัง มันช่วยเขาในการแก้ปัญหาชีวิตของเขาไม่ได้ จะต้องมีการชดเชยค่าเสียโอกาสในการเกษตรครับ ๒ เดือนที่ต้องรับน้ำ เป็น ๒ เดือนที่เขา ไม่มีรายได้ เลิกคิดเรื่องการจับปลาขายได้แล้ว จับปลากินพอได้ แล้วชดเชยไปเลยที่เขาทำนา ทำไร่ไม่ได้ ทำสวนไม่ได้ ๑,๐๐๐ บาทต่อไร่ต่อเดือน ผมว่าเกณฑ์นี้เป็นธรรม แล้วไม่ต้อง มาคิดเรื่องแบบใครเสียหายมาก เสียหายน้อยด้วยครับ คุณอยู่ในพื้นที่รับน้ำเอาไปเลย ค่าเสียโอกาส ต่อมาก็คือค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม สมาชิกหลายท่าน ได้พูดไปแล้ว ตอนนี้แค่เครื่องใช้ไฟฟ้าก็เบิกไม่ได้ ผิดระเบียบ ไม่ใช่เป็นการปรับปรุง พวกนี้ต้องจ่ายตามจริง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน เป็นพาหนะ หรือว่าเป็นเครื่องใช้ในครัวเรือน จะต้องจ่ายตามจริง และตั้งเกณฑ์ไว้เลยว่าไม่ต่ำกว่าครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท เรื่องพวกนี้ เงินทองเรามี งบกลางก็มีเยอะแยะไปหมด ทำไมไม่ใช้ ทำไมเอาไปใช้เรื่องอื่น เรื่องนี้ ประชาชนต้องการความเป็นธรรม ต่อมาคือเราต้องกระจายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการบริหารจัดการน้ำของตัวเอง เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้อง สนับสนุนงบประมาณสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่รับน้ำ ให้เงินชดเชยเหล่านี้ กลายเป็นกองทุนในการพัฒนาพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่องาน ในระยะยาว เราก็รู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นงบซ่อมถนน ก็ซ่อมมันอยู่นั่นแหละ ก็ต้องคิดหาทาง เลยว่าสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในพื้นที่ที่คุณจะเป็นพื้นที่รับน้ำหน้าตามันจะเป็นอย่างไร ให้ท้องถิ่นเขาตัดสินใจเอง ทำกองทุนให้เขาไป เขาจะทำถนนอย่างไร ทำท่อระบายน้ำ แบบไหน จะทำปรับปรุงบ้านเรือนให้สูงขึ้นอย่างไร หน่วยงานราชการจะต้องมีเรือบริการ พี่น้องประชาชนกี่ลำ เรื่องพวกนี้ท้องถิ่นต้องตัดสินใจเอง ต่อมาก็คือการปรับปรุง เงินกองทุน เหล่านี้ยังสามารถไปใช้ปรับปรุงระบบชลประทานขนาดย่อมในพื้นที่ได้ด้วย เพื่อแก้ปัญหา ภัยแล้งที่จะตามมา เราต้องกระจายออกในเรื่องของโครงการขนาดย่อย ให้ชุมชนของเขา มีส่วนในการพัฒนาโครงการขึ้นมาเอง ต่อมาก็คือการปรับปรุงบ้านเรือนเพื่อลดความเสียหายจากน้ำท่วมในระยะยาว งบซ่อมบ้าน เอามาเป็นงบสร้างบ้านดีกว่าครับ สร้างบ้านให้เขาอยู่ในพื้นที่รับน้ำได้ไปเลย ไม่ใช่ต้องเป็น งบซ่อมทุกปี ๆ แล้วเรื่องแบบนี้มันไม่สามารถทำให้เขามีคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้ และประเด็นสุดท้ายครับ สิ่งที่น่าหดหู่ที่สุดคือเมื่อมีอุทกภัยเกิดขึ้น การตั้งศูนย์อพยพ ศูนย์พักพิงไม่มีมาตรฐานเลย ทุกคนไปนอนแออัดกันอย่างน่าอเนจอนาถ บางคนเป็นน้ำกัดเท้า เน่าไปหมด แต่ก็ยังไม่มียาที่เพียงพอ ศูนย์พักพิงที่มีคุณภาพ เพราะเรารู้อยู่แล้ว เราเตรียมการ ได้นี่ครับ น้ำท่วมมันมาทุกปี เพราะฉะนั้นเราก็กำหนดศูนย์พักพิงที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน ไปได้เลย แต่ทุกอย่างเป็นไปตามประชาคมของประชากรในพื้นที่นั้น ว่าเขาอยากใช้ที่ไหน เป็นศูนย์พักพิง แล้วปรับปรุงที่นั่นให้กลายเป็นศูนย์พักพิงที่มีประสิทธิภาพและใช้งานได้ทุกปี เพราะถ้าทุกปีมีน้ำท่วมแล้วต้องไปหาศูนย์พักพิงใหม่ มันก็แปลว่าเราทำงานไม่สอดคล้องกับ สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่เลย เรื่องแบบนี้ผมอยากให้รัฐบาลมีโอกาสได้นำกลับไปพูดคุยกัน แล้วถ้านำข้อเสนอของพรรคก้าวไกลไปทำได้ผมจะขอบคุณมาก แต่ถ้ายังไม่ฟังเสียงของ ประชาชนอีก แล้วยังทำให้การบริหารจัดการน้ำแย่แบบนี้อีก ผมก็คิดว่าเรื่องนี้ประชาชน ตัดสินในการเลือกตั้งรอบหน้าแน่นอนนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นญัตติด่วนที่เสนอด้วยวาจาของท่านรังสิมันต์ โรม เชิญครับ🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาการป้องกันและปฏิรูป ตำรวจและระบบราชการเพื่อป้องกันการกราดยิงที่เกิดขึ้นลักษณะเดียวกันกับที่จังหวัด หนองบัวลำภู (นายรังสิมันต์ โรม เป็นผู้เสนอ)🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ขออนุญาตท่านประธาน ในการที่จะอภิปรายเสนอในเรื่องของการป้องกันและปฏิรูปตำรวจและระบบราชการ เพื่อป้องกันการกราดยิงที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันกับที่เกิดขึ้นในจังหวัดหนองบัวลำภู ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องเรียนต่อท่านประธานว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ผมมีความเสียใจ เป็นอย่างยิ่งต่อผู้ที่สูญเสียทุก ๆ คน เป็นเหตุการณ์ที่ต้องยอมรับว่ามันรุนแรงและเจ็บปวด เป็นเหตุการณ์ที่ ณ วันที่เราติดตามข่าว ได้ทราบข่าวไม่มีใครคาดคิดว่าเหตุการณ์แบบนี้ ได้เกิดขึ้นในประเทศของเรา ผมขออนุญาตให้ข้อมูลว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ ที่อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น ๓๗ คน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้มีเด็กที่เสียชีวิตไปทั้งสิ้นถึง ๒๔ คน จากการรวบรวมข้อมูลของสำนักข่าว รอยเตอร์ก็ได้บอกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงติดอันดับโลก เป็นเหตุการณ์ ที่รุนแรงที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีให้เห็นในประเทศของเรา เหตุการณ์การกราดยิงอันที่จริงแล้ว ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศของเราครั้งแรก ที่รุนแรงก่อนหน้านี้ก็คือการกราดยิงที่โคราช การกราดยิงครั้งนั้นเป็นที่สะเทือนขวัญและเป็นที่จับตามองของสังคมว่าสุดท้ายจะนำไปสู่ การเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง สาเหตุหนึ่งของการกราดยิงโคราชคือความไม่เป็นธรรม ที่เกิดขึ้นในระบบของกองทัพ นั่นก็คือมีการหักหัวคิว ซึ่งสุดท้ายทำให้จ่าคนหนึ่งไม่สามารถ ที่จะอดทนได้อีกต่อไป แล้วเกิดอาการที่จะคลุ้มคลั่งเอาคืนกับสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นโศกนาฏกรรม ที่เรายังไม่ทราบว่าสุดท้ายแล้วเราได้มีการปรับปรุงแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอย่างไร มากไปกว่านั้นหลังจากเหตุการณ์ที่โคราชเราก็มีการยิงกันเกิดขึ้น ซึ่งภายในปีนี้ก็เกิดขึ้นใน ค่ายทหารแห่งหนึ่ง มีผู้เสียชีวิตน้อยกว่าเยอะครับ แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนว่าระบบภายใน ราชการของเราไม่ว่าจะเป็นทหารหรือตำรวจก็ดี วันนี้มันอยู่ในจุดที่วิกฤติ เป็นจุดวิกฤติที่สร้างความสูญเสีย ไม่ใช่กับแค่พี่น้องทหารหรือตำรวจ แต่รวมถึงพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับระบบภายในเหล่านี้เลย เมื่อเรามามอง ในเหตุการณ์อย่างหนองบัวลำภู ผมคิดว่าปัจจัยที่จะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นมันมีด้วยกัน ๔ อย่าง ๑. เราอาจจะตั้งต้นประเด็นว่ามันมีปัญหาเรื่องปืนเกี่ยวข้อง ๒. เป็นปัญหาเรื่อง ยาเสพติดที่มีคนอภิปรายแล้วก็ให้ความสำคัญน้ำหนักอย่างกว้างขวาง ๓. เป็นปัญหาในเรื่อง ของโครงสร้างภายในของระบบราชการเองหรือภายในตำรวจเอง ที่ทำให้คนเป็นบ้า และไม่ไหวที่จะอยู่ในระบบแบบนั้นได้ และ ๔. คือปัญหาในเรื่องของสุขภาวะทางจิต ที่บางครั้งคนที่ปฏิบัติหน้าที่เหล่านี้มีความเครียดสะสมและไม่สามารถหาทางออกได้ ๔ ปัญหานี้ถ้าเราไม่แก้ไข เหตุการณ์แบบนี้มีโอกาสเกิดขึ้น เราคงไม่สามารถบอกว่า เราแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเดียวแล้วทุกอย่างจบได้ เราคงไม่สามารถบอกว่าเราแก้ปัญหา เรื่องปืนอย่างเดียวปัญหาการกราดยิงจะไม่เกิดขึ้น เราคงไม่สามารถบอกว่าการให้มี ผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษาให้กับคนที่ใช้อาวุธปืนหรือปฏิบัติหน้าที่ที่อาจจะมีความเครียดสะสม แล้วจะแก้ปัญหาทั้งหมด ดังนั้นทั้ง ๔ ข้อมันจะต้องได้รับการแก้ไข ท่านประธานครับ แล้วถามว่าเมื่อมันเกิดปัญหาแบบนี้มันมีสาเหตุอะไร ผมต้องเรียนว่าผมให้น้ำหนักอย่างมาก กับระบบภายในของตำรวจ เพราะจากการที่ผมทำข้อมูลและอภิปรายที่สภาแห่งนี้มาหลายครั้ง ผมยืนยันกับท่านประธานว่าวันนี้โครงสร้างของตำรวจของเรามีปัญหาอย่างมากมาย ปัญหา ที่เกิดขึ้นอย่างหนึ่งคือปัญหาในเรื่องของการมีตั๋ว ปัญหาเรื่องตั๋วเป็นปัญหาที่เป็นโครงสร้างที่ ไม่เป็นธรรมที่ทำให้ตำรวจชั้นผู้น้อยถูกกดขี่ ในขณะที่ตำรวจที่เลียเก่งอาจจะไม่ได้มี ความสามารถกลับสามารถขึ้นสู่ตำแหน่งได้อย่างรวดเร็ว ปัญหานี้เป็นปัญหาเชิงระบบ ไม่ใช่ปัญหาส่วนบุคคล แบบที่ พลเอก ประวิตร ที่กล่าวว่าจะให้ทำอย่างไรคนมันติดยา ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาส่วนตัวแบบที่ พลเอก ประยุทธ์ หรือ พลเอก อนุพงษ์ ได้บอกว่าปัญหานี้ เป็นปัญหาส่วนตัวมาจากจิตใจที่ไม่ปกติของผู้ก่อเหตุ ปัญหานี้ไม่สามารถจะลงความเห็นว่า เกิดขึ้นเพียงเพราะมียาเสพติดอย่างเดียวได้ ผู้ก่อเหตุซึ่งเคยเป็นตำรวจ อาจจะเข้าไป เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่จากการวินิจฉัยทางการแพทย์ ๗๒ ชั่วโมงเขาไม่ได้เสพยา นั่นหมายความว่าผู้ก่อเหตุ การก่อเหตุของเขาเป็นการตัดสินใจที่ไม่ได้เกิดจากความคลุ้มคลั่ง จากยาเสพติด เป็นการคิดมาดีแล้ว ซึ่งงานวิจัยที่เขาศึกษากันที่สหรัฐอเมริกา การก่อเหตุ ลักษณะนี้ ไม่แตกต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย เพราะผู้ที่ก่อเหตุรู้ว่าทันทีที่ลั่นไก ตัวเองคง ไม่สามารถมีชีวิตต่อไปได้ แต่จะให้ตายแค่คนเดียวไม่พอ มันต้องแก้แค้นสังคม มันต้องพราก ชีวิตคนอื่นไปด้วย ซึ่งคนที่อยู่ในสภาวะแบบนี้โดยมากมักจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสังคม ผมถึงตั้งประเด็นว่าการก่อเหตุกราดยิงที่หนองบัวลำภูอาจจะมีสาเหตุสำคัญมาจากระบบ ภายในของวงการตำรวจหรือไม่ เพราะเราทุกคนรู้ว่าภายในตำรวจวันนี้มีคนจำนวนมาก ลาออก มีคนจำนวนมากเกิดอาการคลุ้มคลั่ง มีคนจำนวนมากที่เขารู้สึกว่าความไม่เป็นธรรม มันเกิดขึ้นทั่วทุกหนทุกแห่ง ซึ่งสาเหตุสำคัญก็มาจากการที่มันมีตั๋ว และตั๋วที่ใหญ่ที่สุดก็คือ ตั๋วช้าง แล้วมันก็มีตั๋วรอง ๆ ลงมา พลเอก ประยุทธ์ ประกาศเอาไว้กับสังคมว่าปัญหาเรื่องตั๋ว จะหมดไป ท่านประกาศเมื่อปี ๒๕๖๒ แล้วถามว่าวันนี้เกิดขึ้นไหม ยังมีอยู่ไหม มีอยู่ ตลอดเวลา มันจึงไม่แปลกท่านประธาน นับตั้งแต่เหตุการณ์การกราดยิงที่หนองบัวลำภูเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม หลังจากนั้นก็มีอาการโรคของตำรวจเกิดขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ ยกตัวอย่าง กรณีที่ ๑ มีปืนของโรงพัก ของตำรวจถูกขโมยไปเป็นจำนวน ๑๐๐ กระบอก คนที่ก่อเหตุก็คือตำรวจเอง เกิดอะไรขึ้นกับตำรวจครับ ตำรวจไทยวันนี้กลายเป็นคนที่ถูกปล้นปืนโดยตำรวจของตัวเอง กรณีที่ ๒ ตำรวจหน่วยสวาททะเลาะวิวาทยิงคู่กรณีตายนอกเวลาราชการ นี่ก็เป็นฝีมือตำรวจ ตกลงเรามีตำรวจซึ่งควรจะเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แต่วันนี้ท่านได้ใช้ปืนของท่านเพื่อรังแก ราษฎรหรือข่มเหงราษฎรไปแล้ว หรือกรณีที่ ๓ มีการตรวจค้นคลับวันที่พัทยา ปรากฏว่า จับการตรวจฉี่ไม่ได้เลย บอกว่ากำลังพลไม่พอ แต่ถ้าเป็นม็อบ (Mob) ถ้าเป็นการชุมนุม ที่ต่อต้าน พลเอก ประยุทธ์กำลังตำรวจเพียบครับ เก่งมากกับคนที่เห็นต่างทางการเมือง แต่พอเป็นอาชญากร พอเป็นอาชญากรรมที่เกิดขึ้นท่านกลับไม่มีศักยภาพ ยิ่งไปกว่านั้น กลับปรากฏว่ามีคลิปวิดีโอ (Clip Video) ที่มีการพูดกันถึงว่าได้จ่ายใต้โต๊ะผู้การไปแล้ว ให้ความเป็นธรรม ผู้การอาจจะไม่รับก็ได้ แต่ได้มีการตรวจสอบไหม ได้มีการขยายผลไหม ไม่มี กรณีที่ ๔ มีการบริจาคเงินให้กับพรรครัฐบาลพรรคหนึ่ง ๓ ล้านบาท แน่นอนเรื่องนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตำรวจโดยตรง แต่ถามว่าหลักฐานประจักษ์ขนาดนี้ท่านได้มีการ ขยายผลไหม ท่านได้มีการขยายผลหรือเปล่าว่านี่คือการจ่ายเงินเพื่อให้คนที่จ่ายเงินมีอภิสิทธิ์ บางอย่างที่พิเศษ เป็นการจ่ายเงินเพื่อให้ได้อำนาจบางอย่างหรือไม่ ถัดมาครับ ไม่นานมีกรณี ตำรวจขายข้อมูลให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center Gang) วันนี้ตกลงตำรวจกับอาชญากร มันต่างกันอย่างไร แทบไม่ต่างกัน ทั้งหมดนี้ที่ผมยกมาคือตัวอย่างที่ยืนยันว่าปัญหาของ โครงสร้างตำรวจมันเกิดขึ้นจริง ๆ มันคือการแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ พลเอก ประวิตร พลเอก ประยุทธ์ พลเอก อนุพงษ์ ที่บอกว่าปัญหาการกราดยิง ปัญหาที่มันเกิดขึ้นของวงการ ตำรวจเป็นปัญหาส่วนบุคคลไม่ต้องแก้ ไม่เป็นความจริง แล้วที่เลวร้ายกว่านั้น ท่านประธาน ผมอภิปรายไม่ไว้วางใจกรณีกองบินตำรวจเอาหลักฐานทุกอย่างนำเสนอสภาแห่งนี้ วันนี้ยัง ไม่มีการแก้เลยครับ ทุจริตเงินกันเป็นพันล้านบาท เงินภาษีประชาชน บางส่วนเป็นงบกลาง ที่ควรจะเอาไปเยียวยาแก้ปัญหาน้ำท่วมเหมือนที่หมอปดิพัทธ์ได้อภิปราย แต่นี่คือการทุจริต เอกสารครบ จับคนร้ายได้ไหม จับคนที่เกี่ยวข้องได้ไหม ไม่ได้เลย มันเกิดอะไรขึ้นกับรัฐบาลนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกับตำรวจที่ควรเป็นตำรวจของพวกเรา วันนี้ท่านไม่รับใช้ประชาชนแล้วหรือ การตรวจสอบ การกำกับให้มีคุณภาพมันอยู่ตรงไหน ท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้มันคือ เครื่องยืนยันว่าระบบโครงสร้างอำนาจที่มันมีเรื่องตั๋วเข้ามาเกี่ยวข้อง มันทำลายหลักความ โปร่งใสการทำงานอย่างซื่อตรงไปหมดแล้ว แล้วเรื่องตั๋วพวกนี้ทำไมผมถึงให้ความสำคัญ เพราะเมื่อไรก็ตามที่มันมีตั๋วมันต้องซื้อ เมื่อมันต้องซื้อ มันราคาแพง เพราะจะให้ทุกคนซื้อไม่ได้ เมื่อราคามันแพง เงินเดือนปกติมันไม่มีทางพอ สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือคุณก็ต้องไปหาอาชีพ อย่างอื่นทำประกอบไปด้วย ช่วงต้น ๆ ตำแหน่งที่ยังไม่สำคัญ ราคาไม่แพงมาก อาจจะทำ ธุรกิจที่ถูกกฎหมายได้ แต่เมื่อลำดับชั้นมันสูงขึ้น สูงขึ้น สูงขึ้น อาชีพสุจริตเป็นไปไม่ได้ครับ มันจึงต้องเข้าไปสัมพันธ์กับอาชีพที่มันผิดกฎหมายหรือเทา ๆ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึง มีบ่อนเต็มบ้านเต็มเมือง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงมีผับที่เปิดเกินเวลาได้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมยาเสพติด ของเราวันนี้ราคามันถูก พูดถึงยาเสพติดนิดหนึ่งท่านประธาน ยาเสพติดทุกคนรู้ว่า มันมาจากไหน ส่วนใหญ่ผลิตกันอยู่ที่ต่างประเทศ เป็นประเทศเพื่อนบ้านกว่าจะมาถึง กรุงเทพมหานครผ่านมากี่ด่าน ผ่านมาเยอะมากครับ แล้วทำไมจับไม่ได้ ก็เพราะมันมี คนยอมให้ผ่านอย่างไรครับ นี่คือสภาพความเป็นจริง ถ้าเราทลายระบบตั๋วไม่ได้ ธุรกิจ ผิดกฎหมายจำนวนมากจะยังคงอยู่ การจับกุมกันต่าง ๆ ที่เราเห็น ผมสารภาพตามตรง ผมไม่เชื่อว่านี่คือการทำอย่างยั่งยืน ผมให้กำลังใจนะครับ กับการทลายบ่อนสถานบันเทิง ศูนย์เหรียญต่าง ๆ ถ้าเกิดมันเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายผมให้กำลังใจ แต่ถ้าจะแก้ปัญหานี้ อย่างยั่งยืน สิ่งที่ท่านต้องทำคือทลายตั๋ว นี่คือกระดุมเม็ดแรกในการที่จะแก้ปัญหาของการ กราดยิง ของการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในระบบราชการ ท่านประธานครับ ระบบตั๋ว มันเป็นเรื่องเดียวกันกับความเป็นธรรมที่เกิดขึ้นในระบบราชการ ถ้าท่านไม่แก้ระบบตั๋ว ความเป็นธรรมมันก็ไม่มี ความเป็นธรรมในเมื่อมันไม่มีภายในระบบราชการของตำรวจ ไม่มีทางที่ตำรวจเขาจะให้ความเป็นธรรมกับประชาชนได้ เพราะตัวเขาเองยังไม่ได้รับ ความเป็นธรรมเลย🔗
สุดท้ายนี้ท่านประธานครับ ผมก็พยายามนำเสนอวิธีการ วิธีการที่จะนำไปสู่ การแก้ ซึ่งผมคิดว่ามีดังนี้🔗
ข้อ ๑ ผมพูดไปแล้วคือเรื่องของระบบตั๋วที่ต้องทลายเป็นกระดุมเม็ดแรก🔗
ข้อ ๒ วันนี้ผมอยากจะขอร้องท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ที่เหลืออีกไม่กี่เดือนที่ท่านจะต้องไป ดูแลสวัสดิการของตำรวจชั้นผู้น้อยหน่อยได้ไหมครับ ตำรวจชั้นผู้น้อยจำนวนมาก พวกเขาน้ำหมึกต้องซื้อเอง ออกตรวจน้ำมันบางครั้งก็ต้องใส่เอง อาวุธปืนขอของหลวงบางทีไม่ได้ไม่เพียงพอ ไม่มีคุณภาพที่ดี ก็ต้องซื้อเอง สิ่งเหล่านี้ เป็นภาระ เป็นต้นทุนของการปฏิบัติหน้าที่ ถ้าพวกเขาซื่อสัตย์ แก้ปัญหานี้ได้อย่างไร ก็คือเอาเงินเดือนที่ตัวเองมี จ่าย แต่จะมีสักกี่คนที่ไหวแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ดังนั้นสวัสดิการ คือสิ่งที่รัฐบาลนี้ต้องให้ความสำคัญได้แล้ว🔗
ข้อ ๓ ท่านผู้มีอำนาจทั้งหลายต้องไม่ใช้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ให้ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อปกป้องอำนาจของท่าน ผมเห็นตัวอย่างที่ชัดเจนเป็นกรณีหนึ่งเลย กรณีหนึ่งที่ปรากฏ ให้เห็นในงานสัปดาห์หนังสือ ผมไม่ต้องเอ่ยชื่อนะครับ แต่มีการรัดคอคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คน ๆ นี้มีพฤติการณ์หลายครั้งที่เป็นอันตรายต่อสังคม การแจ้งข้อกล่าวหาน้อยมากครับ แต่ถ้าเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองไปชุมนุม ต่ำ ๆ นี่มาตรา ๑๑๖ อัตราโทษสูงถึง ๗ ปี เจอข้อหาแบบนี้ เจอมาตรฐานแบบนี้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จะมีหัวใจพิทักษ์สันติราษฎร์ สักกี่คนครับ🔗
ข้อถัดไปเรื่องปืนเถื่อน แน่นอนครับ สังคมไทยต้องตกลงว่าเราอยากให้ ทุกบ้านมีปืนหรือเราอยากให้ทุกบ้านไม่มีปืน สังคมแบบไหนปลอดภัยกว่ากัน เราต้องคุยครับ ส่วนตัวผมผมคิดว่าทุกบ้านไม่มีปืนปลอดภัยที่สุด แต่ผมก็เข้าใจว่าคนที่ต้องมีอาวุธปืน เพราะเขาไม่มั่นใจว่าตำรวจ ว่าหน่วยงานราชการจะปกป้องเขาได้ เพราะอาวุธปืนเถื่อน ในประเทศของเรามันมีจำนวนมาก เขาจึงต้องปกป้องตัวเองด้วยการซื้ออาวุธปืน ที่ถูกกฎหมายเข้ามา ภาครัฐจะต้องเอาจริงเอาจังกับการทลายอาวุธปืนเถื่อนได้แล้ว ถ้าปืนเถื่อนหายไปผมเชื่อว่าคนจำนวนมากจะมีความรู้สึกว่าแล้วจะมีปืนไปทำไม เขาจะไป ซื้อปืนทำไม เขาจะครอบครองปืนไปทำไม ปืนเถื่อนคือวาระที่รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญ🔗
ทั้งหมดนี้ครับท่านประธานครับ ผมคิดว่าจากวันที่ ๖ ตุลาคม การกราดยิง ผมอยากให้เป็นเหตุการณ์สุดท้าย ผมไม่อยากให้เหตุการณ์การกราดยิงแบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว ผมไม่อยากเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกลายเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการในการขายข้อมูลของ ประชาชน ผมไม่อยากเห็นตำรวจไปเดินแกว่งปืนเพื่อขู่เข็ญใครก็ตาม ผมอยากเห็นตำรวจ เป็นตำรวจของประชาชน ผมอยากเห็นตำรวจทำหน้าที่พิทักษ์ประชาชนให้ได้ ถ้าตำรวจ ของเราไม่มีความเข้มแข็ง เราไม่สามารถขจัดการทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหาอาชญากรรม ต่าง ๆ ได้ เพราะปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นมันก็คือโครงสร้างของระบบราชการที่กำลัง เป็นอยู่ของเรา คำถามสำคัญครับ รัฐบาลนี้ต้องการจัดการปัญหาอาชญากรรมหรือไม่ ถ้าท่านต้องการจัดการปัญหาอาชญากรรมที่กำลังมีอยู่ การปฏิรูปตำรวจทลายระบบตั๋ว คือทางที่ท่านต้องไป ไม่สามารถหลีกหนีได้ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นญัตติด่วนเรื่องปัญหาน้ำท่วมของท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เชิญครับ🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแก้ไขและเยียวยา ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ทุ่งรับน้ำลุ่มต่ำเจ้าพระยาตอนล่างและแม่น้ำท่าจีน (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นผู้เสนอ)🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา มัจจุราช กราดยิงสิ้นทั้งศูนย์ โลกอาดูรไทยอาลัยวัยเดียงสา หนองบัวลำภูดูเศร้าเคล้าน้ำตา สุดเวทนา เกินกว่าว่าเสียใจ ขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ที่จะได้ร่วมกันพิจารณาไม่ให้เหตุการณ์ที่จังหวัดหนองบัวลำภูเกิดซ้ำขึ้นมาอีก ท่านประธาน ที่เคารพครับ ญัตติที่กระผมเสนอด้วยวาจาในวันนี้เกี่ยวกับปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ ลุ่มต่ำเจ้าพระยา ซึ่งประกอบไปด้วย ทุ่งผักไห่ ทุ่งเจ้าเจ็ด ทุ่งโพธิ์พระยาและแม่น้ำท่าจีน ท่านประธานครับ ฝนจากฟ้า น้ำจากเหนือ เหลือล้นจากเขื่อน เคลื่อนเข้าคลองสองพี่น้อง น้ำนองท่าจีน เป็นปัญหาที่ทำให้เกิดอุทกภัยซ้ำซาก ๒ ปีซ้อน ในบริเวณที่กระผมได้กล่าวไป เมื่อสักครู่นี้ กระผมจะเปรียบเทียบ ขออนุญาตท่านประธานนะครับ เปรียบเทียบน้ำท่วม ปี ๒๕๖๔ กับน้ำท่วมปี ๒๕๖๕ ในบริเวณที่ผมกล่าวถึงก็คืออำเภอบางปลาม้า ประกอบไปด้วย ตำบลจรเข้ใหญ่ ตำบลองครักษ์ ตำบลไผ่กองดิน ตำบลตะค่า ตำบลสาลี และตำบลกฤษณา ในอำเภอบางปลาม้า รวมทั้งอำเภอสองพี่น้องก็คือตำบลบ้านช้างและตำบลบางตาเถร ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ทุ่งผักไห่และทุ่งเจ้าเจ็ด สำหรับทุ่งโพธิ์พระยานั้นประกอบไปด้วยอีก ๗ ตำบลของอำเภอบางปลาม้า ไม่ว่าจะเป็น ตำบลบ้านแหลม ตำบลบางใหญ่ ตำบลมะขามล้ม ตำบลวัดดาว ตำบลวัดโบสถ์ ตำบลบางปลา ม้า รวมทั้งตำบลในเขตอำเภอสองพี่น้อง ตำบลบางพลับ ตำบลบ้านกุ่ม ตำบลต้นตาล ตำบลบางตะเคียน ตำบลบางเลน รวมทั้งเทศบาลตำบลบางลี่ เหล่านี้ได้รับผลกระทบต่อการ เกิดอุทกภัยทั้ง ๒ ปีที่ผ่านมา ผมเปรียบเทียบอย่างนี้ครับ ปี ๒๕๖๔ น้ำท่วมเฉพาะที่ เฉพาะทุ่ง เฉพาะจังหวัด แต่ปี ๒๕๖๕ นี้น้ำท่วม ๕๙ จังหวัดเลยครับทั้งประเทศ🔗
สิ่งที่แตกต่างประการที่ ๒ ในฐานะนักการเมือง ถูกกติกา ๑๘๐ วันของ กกต. ปี ๒๕๖๔ มูลนิธิบรรหาร-แจ่มใสได้ทำถุงยังชีพ กระผมไปมอบเกือบทุกตำบล แต่ปี ๒๕๖๕ หลายที่เขาเชิญผมไปร่วมมอบถุงยังชีพ ไม่ว่าจะเป็นตำบลบางตาเถร ตำบลบ้านกุ่ม รวมทั้ง ท่านผู้ใหญ่ทศพร ผลธุสะ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลองครักษ์ ให้ผมไปร่วมมอบ เมื่อวานนี้ แต่ไปไม่ได้ครับ ด้วยกติกาข้อจำกัดของ กกต. ท่านประธานครับ ปี ๒๕๖๔ สิ่งที่ผม ทำหลายครั้งนั่นก็คือหารือ ไม่ว่ากับท่านประธานเอง หรือกับท่านประธานชวน หลีกภัย หารือหลายครั้งเรื่องช่วยเหลือ เยียวยา แก้ไขปัญหาน้ำท่วมในทุ่งเจ้าเจ็ด ทุ่งโพธิ์พระยา และแม่น้ำท่าจีน แต่ปีนี้ยังไม่ได้หารือเลย ยังไม่ได้ทำจดหมายเปิดผนึกเลย แต่ใช้วิธีวันนี้ เสนอญัตติด้วยวาจา แก้ไขปัญหาเรื่องอุทกภัยในพื้นที่ดังที่ผมได้กล่าวมา ปี ๒๕๖๔ ที่ว่า น้ำท่วมเฉพาะที่นี่นะครับ ตำบลทุ่งเจ้าเจ็ด ท่วมทุ่งเจ้าเจ็ด แล้วท่วมอยู่หลายเดือน เพราะมัน ระบายต่อไปไม่ได้ เพราะว่าการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานเขาบริหารเป็นโครงการ เป็นสำนัก ต่างคนต่างเอาตัวรอด ดังนั้นน้ำเมื่อสิ้นสุดที่ตำบลบางตาเถร สิ้นสุดโครงการ เจ้าเจ็ดแล้วจะเชื่อมต่อด้วยโครงการพระยาบันลือ มันไปต่อไม่ได้ครับ มันเลยเกิดปัญหา น้ำท่วมอยู่นาน แล้วก็ท่วมอยู่มากทีเดียวในทุ่งเจ้าเจ็ด ปีนี้น้ำท่วมหลายจังหวัด น้ำท่วม ทุกทิศทาง ไม่ว่าเหนือ ใต้ ออก ตก ล้อมรอบบริเวณทุ่งนี้ทั้งหมด แต่น้ำสามารถระบายผ่าน โครงการพระยาบันลือไปได้ นี่เปรียบเทียบให้เห็นว่าการบริหารจัดการน้ำต่อไปนี้ต้องทำ ให้มันสามารถเข้ามา ๒๐ สามารถระบายออกไปได้ ๒๐ หรือ ๑๕ หรือ ๑๐ มันก็ยังช่วย บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ท่วมได้ ท่านประธานครับ ปีที่แล้ว เก็บเกี่ยวหมดแล้วน้ำถึงท่วม ไม่มีพืชผลทางการเกษตรแล้ว แต่ปีนี้ฝนมาก่อนฤดูฝน แล้วมา ติดต่อต่อเนื่องกัน ทำให้น้ำมีปริมาณสูงมาก ชาวนาที่ทำนายังไม่ได้เก็บเกี่ยวเลย กำหนด กันไว้ว่าวันที่ ๑๕ กันยายน และวันที่ ๓๐ กันยายนจะเก็บเกี่ยวหมด ส่วนนี้ต้องขอชมเชย กรมชลประทาน โดยเฉพาะดอกเตอร์ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ที่กรุณาพยายามบริหารจัดการน้ำ ทำให้สามารถเก็บเกี่ยวได้ทั้ง ๒ ทุ่งเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย ส่วนนี้ต้องขอขอบคุณ ทั้งที่ ปริมาณน้ำมากครับ ท่านประธานครับ ปีที่แล้วน้ำท่วมบ่อกุ้ง บ่อปลา จนนำมาสู่การฟ้องร้องโดย ดอกเตอร์อุดม โปร่งฟ้า เป็นประธานที่ปรึกษาของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด จัดทีมทนายความมาช่วยเจ้าของบ่อกุ้ง บ่อปลา ฟ้องไปยังศาลปกครองอยู่ในขณะนี้ ๔๐๐ กว่าคดี คดีค้างอยู่ศาลปกครอง แนวทางนี้ก็ฝากกรมชลประทานไปเลยนะว่าถ้าอยากจะให้คดีสิ้นสุดโดยเร็วก็เจรจาไกล่เกลี่ย กันเสีย ว่าเงินที่จะช่วยเหลือบ่อกุ้งเขาลงทุนเป็นล้าน ๆ บาท แล้วช่วยเขา ๕๘,๐๐๐ บาท ๕๙,๐๐๐ บาท มันไม่คุ้มกับต้นทุนเขาที่ลงทุนไป เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ก็ขอความ อนุเคราะห์ ขอความเมตตาจากกรมชลประทาน เจรจาไกล่เกลี่ยจะชดใช้เขาสักเท่าไร ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เจรจากันให้เรียบร้อย น่าจะยุติกันด้วยดี ปีนี้ยังไม่มีการ ฟ้องร้อง แต่เสียหายเยอะครับ มุ้งชั้นที่ ๑ ชั้นที่ ๒ ชั้นที่ ๓ เอาไม่อยู่ บ่อกุ้งนะครับ ปี ๒๕๖๔ ไม่ได้รับการดูแล เยียวยา ช่วยเหลือบ้านที่ประสบอุทกภัยเลยนะครับ ทั้งในแม่น้ำท่าจีน ทั้งในทุ่งทั้ง ๒ ทุ่งที่ผมได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่นี้ ลองเปรียบเทียบกันครับท่านประธาน งบกลางที่อยู่สำนักนายกรัฐมนตรี ทำไมจัดสรรไปให้กระทรวงกลาโหม ๑,๓๐๐ ล้านบาทได้ แล้วเป็นงบประจำ งบบุคลากรด้วย แต่ความเสียหายของบ้านเรือนที่ประสบอุทกภัย เป็นเดือน ๆ ส้วมไม่มีจะเข้า วิถีชีวิตเปลี่ยนไป ถนนหนทางออกไม่ได้ เหล่านี้คือความ เดือดร้อนและตรงกับวัตถุประสงค์ในการตั้งงบกลางไว้ ฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนเมื่อประสบ อุบัติภัยต่าง ๆ แล้วทำไมไม่เยียวยาเขาครับ ปี ๒๕๕๔ ก็มีตัวอย่างแล้วว่าถ้าเป็นเขต ที่ประกาศเป็นอุบัติภัยแล้ว ประสบอุบัติภัยแล้วช่วยเลยทันที ๕,๐๐๐ บาท เหมาจ่าย หลังคาเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท ถ้าใช้ระเบียบกระทรวงการคลังโดย ปภ. สำรวจ มีเพื่อนสมาชิก พูดไปแล้วนะ ประตูเท่านั้น กระเบื้องเท่านั้น หน้าต่างเท่านี้ ไม่มีใครไปสำรวจหรอกครับ เพราะว่าเนื้อไม่ได้กินเอากระดูกแขวนคอเสียอีก บ้านติดกันได้เงินไม่เท่ากัน เขาด่าใครครับ ด่าคนพาไปสำรวจครับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. เจ้าของพื้นที่ ดังนั้นปีที่แล้วไม่มีใครสำรวจ ที่จะใช้เงินระเบียบของกระทรวงการคลัง โดย ปภ. เลยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากน้ำลดแล้ว เมื่อปี ๒๕๖๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วยซ้ำไป ไปทุ่งบางตาเถร อำเภอสองพี่น้อง ไปลงเรือที่หน้าวัดโบสถ์ดอนลำแพน เอาของไปแจก เอาถุงยังชีพไปแจก เห็นอกเห็นใจ ทั้งหมดทั้งสิ้น เสร็จแล้วน้ำลดหายหมดครับ น้ำลดเดือนมกราคม เดือนเมษายน ยังไม่มีใครไปดูแลเลยครับ ช่วยเหลือชาวบ้านที่น้ำท่วมถนนหนทาง แล้วเอางบประมาณเขา ไปทำอะไรครับ งบประมาณของท้องถิ่น ถ้าเขาประกวดราคาแล้วเขาเหลือ เหลือจากการ ประกวดราคาจะเป็นกี่สตางค์ กี่แสน กี่ล้าน ก็ยกกองไว้ให้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เขาจะได้พัฒนาหรือแก้ไขปัญหาในพื้นที่เขาได้ นี่รวมกลับมาที่กรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่นหมด แล้วจะขอแต่ละครั้งนี่ยากลำบากเหลือเกินครับ สิ่งเหล่านี้ควรจะแก้ไขครับ ท่านประธาน จะดูปีนี้ครับ กรมชลประทานครั้งที่แล้ว หน่วยงานเดียวที่ดูแลแก้ไขบริหาร จัดการน้ำท่วมก็คือกรมชลประทาน มาปีนี้มีหน่วยงานเพิ่มเติมขึ้นมาอีกหน่วยงานหนึ่ง เรียกว่า สทนช. เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พูดไปแล้ว จัดตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่ง เรียกว่าคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้า มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการ ดูสิครับว่าความล่าช้าการแก้ไขปัญหา ประสบปัญหาแล้วก็มีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน ลองเปรียบเทียบกันดูนะครับท่านประธาน แต่เห็นด้วยว่าจำเป็นต้องมีฝ่ายที่จะมาวางแผน ระดับประเทศเพื่อแก้ไขระยะยาวให้ได้ ท่านประธานครับ งบยับยั้งป้องกันของกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยใช้ให้เกิดประโยชน์สิครับ ยกตัวอย่างเช่นปีนี้ ที่คลองสองพี่น้อง ที่ไปออกประตูน้ำสำเภาทองได้ใช้งบตัวนี้ ๗๐๐,๐๐๐ บาท กำจัดวัชพืช กำจัดสิ่งที่กีดขวาง ทางน้ำ แล้วมันทำให้น้ำไหลออกได้เร็วขึ้น อย่างนี้มันเป็นประโยชน์ ก็ฝากด้วยนะครับ ต้องขอขอบคุณทางท่านอธิบดีกรมชลประทาน ท่านประพิศที่กรุณาไปทำสะพานแบริ่งในช่วง น้ำท่วม ลงไปด้วยตัวเองเลยนะครับ แล้วก็ทำเปิดทางน้ำให้ไหลลงคลองสองพี่น้องได้เร็วขึ้น ชาวตำบลวัดโบสถ์ ชาวตำบลเจดีย์ อำเภออู่ทอง เหล่านี้เขาได้ประโยชน์อย่างยิ่งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ปี ๒๕๖๔ น้ำในทุ่งกับน้ำแม่น้ำท่าจีนเท่ากัน แต่ปี ๒๕๖๕ น้ำในแม่น้ำท่าจีนมากมายมหาศาลล้นอยู่ริมฝั่งทั้ง ๒ ฝั่ง ตะวันตกและตะวันออก แต่บางช่วง น้ำในทุ่งไม่มีเลย สิ่งเหล่านี้จะบริหารอย่างไรจึงจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ณ ที่ใดที่หนึ่ง มากเกินไป แต่มีสิ่งที่เหมือนกันครับ น้ำท่วมปี ๒๕๖๔ และปี ๒๕๖๕ ที่เหมือนกันก็คือขณะนี้ น้ำท่วมสูงทั้งทุ่งเจ้าเจ็ด ทุ่งโพธิ์พระยาเท่ากับปี ๒๕๖๔ และปี ๒๕๖๕ ประชาชนเดือดร้อน เหมือนกันขณะนี้ครับ และมีบางทุ่ง อันนี้ต้องฝาก สทนช. ไปแก้ไขนะครับ แล้วไม่ใช่แก้ไข ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานที่เกิดอุทกภัยขณะนี้ แก้ไม่ได้ครับ ส.ส. ก็แก้ไม่ได้ สจ. ก็แก้ไม่ได้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแก้ไม่ได้ครับ เพราะว่าทุ่งหนึ่ง อยู่ทุ่งเดียวกันทำคันกั้นน้ำกั้น บริเวณหนึ่งท่วมสูงเสียหายเดือดร้อน อีกบริเวณหนึ่งไม่มีน้ำเลย แล้วใครตัดสินครับ ใครตัดสินได้ครับ เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาเรื่องอย่างนี้ สทนช. หรือ ผู้บัญชาการเหตุการณ์ก็คือผู้ว่าราชการจังหวัดต้องไปวางมาตรการ ทำเอ็มโอยู (MOU) กันเสียในช่วงที่ยังไม่มีวิกฤติ โดยที่ในช่วงระยะเวลาที่น้ำยังไม่ท่วมเข้าไปตกลงกันว่าน้ำระดับไหน จะเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขกันอย่างไรจึงจะอยู่กันอย่างสันติสุขได้ อันนี้เป็นหลายพื้นที่ทีเดียว ท่านประธานครับ เรื่องกรมชลประทาน ความพร้อมของกรมชลประทาน ๒ ปีเหมือนกัน คือบางส่วนไม่พร้อม ยกตัวอย่างเช่นเครื่องผลักดันน้ำมีไปติดตั้งแล้ว บางทีหยุด ๒-๓ วันหยุด ๓-๔ วันหยุด ถามว่าทำไมถึงหยุดผลักดันน้ำทั้ง ๆ ที่น้ำเยอะ หยุดก็เพราะว่าไม่มีน้ำมันครับ แล้วใครเดือดร้อนครับ ประชาชนที่อยู่ท้ายน้ำที่รอการระบายอย่างนี้ให้มันรวดเร็วขึ้น ประตูน้ำต่าง ๆ เครื่องสูบน้ำ ถ้าน้ำเริ่มลงแล้วกรมชลประทานต้องเตรียมเครื่องสูบน้ำ ให้พร้อมเลย พร้อมที่จะสูบน้ำออกเมื่อน้ำในแม่น้ำท่าจีนลดลง เพื่อเขาจะได้สามารถประกอบ อาชีพได้ อย่าให้เขาสูญเสียโอกาสไป ถ้าเขาทำนาล่าช้ามากเท่าใดโอกาสที่เขาจะทำ ๒ ครั้ง มันก็น้อยลงไปเรื่อย ๆ ความพร้อมของอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือเหล่านี้ต้องพร้อมจริง ๆ เขื่อนก็เหมือนกันครับ เขื่อนกระเสียวที่จังหวัดสุพรรณบุรี ปี ๒๕๖๔ ล้นสปิลเวย์ (Spillway) น้ำเต็มเขื่อนเกิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ปีนี้ก็เช่นเดียวกันน้ำเกิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ล้นสปิลเวย์ (Spillway) แล้วมาเดือดร้อนใครครับ ทั้ง ๒ ทุ่งนี้เดือดร้อนมาก ฉะนั้นการบริหารจัดการต้องมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ขอบคุณ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกรุณาเอาเครื่องสูบน้ำมาช่วยกรมชลประทาน หลายครั้งหลายหนเราได้รับการดูแลจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดจราจรทางน้ำสำคัญครับ อย่าระบายน้ำอย่างเดียว หรืออย่ากักน้ำไว้อย่างเดียว ต้องรู้จักหน่วงน้ำ กระจายน้ำ ระบายน้ำควบคู่กันไป เหมือนกับสัญญาณไฟจราจร มันควร จะมีสีแดง มันควรจะมีสีเขียว ให้น้ำด้านท้ายลงไปก่อนแล้วจึงจะเปิดไฟสีเขียว เหล่านี้จะเป็น ประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับพี่น้องประชาชน สรุปครับ ท่านประธานครับ ไคลเมต เชนจ์ (Climate change) มันไม่ใช่ท่วมเฉพาะประเทศไทยหรอกครับ มันท่วมทั้งโลก บังกลาเทศเสียหาย เท่าไร เพราะฉะนั้นต่อไปนี้เราจะรบแล้วนะครับ เมื่อเราจะออกสู่สงครามเราจะรบเราต้องพร้อม กองทัพต้องพร้อม หมายถึงว่า สทนช. ต้องพร้อม กรมชลประทานต้องพร้อมกว่านี้ หนังสือ ๒ เล่มของกรมชลประทานหนาขนาดนี้ ร่างแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมลุ่มน้ำ เจ้าพระยา ร่างแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมลุ่มน้ำท่าจีน แล้วมันท่วมทั้ง ๒ ทุ่งออกมา เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นมีอะไรไปปรับปรุงได้ไปปรับปรุงนะครับ สทนช. จะเป็นหลัก ในการแก้ไขปัญหาระยะยาว วางแผนให้ดีว่าทุ่งวัดโบสถ์ควรจะมีอะไรเพิ่มเติม ยกตัวอย่าง เช่น ขุดลอกคลองสองพี่น้อง ๓๐ กิโลเมตร ทำคันที่คลองโดนยอตลอดไป มันจะช่วยแก้ไข เขาได้ การระบายน้ำที่ประตูบางสามที่เดียวไม่พอ ต้องไปเปิดคลองท่าสาร-บางปลาที่บางเลน บางหลวงเพิ่มเติมอีก การตัดยอดน้ำที่ตำบลจรเข้สามพัน ลงกำแพงแสน ลงแม่น้ำแม่กลอง จะทำอย่างไร เพราะว่าทุ่งโพธิ์พระยานี้ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ เกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ลงท่าจีนได้ อย่างเดียว ถ้าแม่น้ำท่าจีนล้น ระบายไม่ได้เลย เสียหายอยู่เป็นเดือน เช่นเดียวกันครับ ทุ่งเจ้าเจ็ดก็เช่นเดียวกัน ต้องระบายอย่างนี้ เครื่องผลักดันน้ำ ปีนี้ปล่อยน้ำลงทุ่งผักไห่เกิน ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทุ่งเจ้าเจ็ดก็เกิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทุ่งโพธิ์พระยาก็เกิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เดือดร้อนมาก ท่านประธานครับ ทั้ง ๒ ทุ่งที่ผมกล่าวถึงนี้เหมือนกับกินน้ำใต้ศอก คำว่า กินน้ำใต้ศอก ความหมายตามพจนานุกรมเขาบอกอย่างนี้ จำต้องยอมเป็นรองเขา ไม่เทียมหน้าเทียมตาเท่า มักหมายถึงเมียน้อยที่ต้องยอมลงให้แก่เมียหลวง เราเป็นอย่างนั้น จริง ๆ นะครับ เราเป็นทุ่งเมียน้อยจริง ๆ ยามแล้งเราก็แล้งก่อน ไม่ปล่อยน้ำมาให้เรา ยามท่วมก็ผลักน้ำลงมาทุ่งเรา ทำอย่างไรจึงจะได้รับการชดเชยเยียวยาในฐานะที่เป็นทุ่งรับน้ำ อย่างนี้ ก็ต้องฝากท่านประธานครับ ผมจำเป็นนะครับท่านประธาน มีโครงการชลประทาน บางแห่งส่งผลกระทบต่อน้ำท่วมครั้งนี้ ที่ตำบลวังน้ำเย็น ตำบลวัดโบสถ์ โครงการสามโคก กำลังดำเนินการก่อสร้าง ปล่อยน้ำมาท่วมนาข้าวของผู้ใหญ่จอมขณะนี้ แล้วเขาเสียหาย เขาขอรับการชดเชย ชลประทานช่วยดูแลครับ เจรจาให้การชดเชยให้จบไป ขอขอบคุณ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ท่านรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ท่านผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นทุกคนที่กรุณาช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้กับพี่น้องชาวทุ่งโพธิ์พระยาและ ทุ่งเจ้าเจ็ดตลอดเวลา ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา จนขณะนี้ถือว่าน่าจะพีก (Peak) สุดแล้ว จะจบแล้วปีนี้ ก็ฝากเรื่องต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ให้กับกรมชลประทานแล้วก็ผู้เกี่ยวข้องช่วยดูแล แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่าให้ซ้ำซากเป็นปีที่ ๓ หรือปีถัด ๆ ไปครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปจะเป็นญัตติด่วน เรื่อง ปัญหาการกราดยิง ของท่านนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ เป็นผู้เสนอ เชิญครับ🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาถอดบทเรียนจากเหตุ กราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัดหนองบัวลำภู โดยการแก้ปัญหาการบำบัดสารเสพติด สุขภาพจิต ให้มีประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบ ครบวงจร ครอบคลุมทุกท้องถิ่น ทุกองค์กร ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ทั่วประเทศ ลดอันตรายแบบองค์รวม ให้แก่สังคมไทย (นายบัญญัติ เจตนจันทร์ เป็นผู้เสนอ)🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมในนามของพรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาถอดบทเรียนจากเหตุกราดยิง ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัดหนองบัวลำภู โดยการแก้ปัญหาการบำบัดสารเสพติดสุขภาพจิต ให้มีประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบครบวงจร ครอบคลุมทุกท้องถิ่นทุกองค์กร ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนทั่วประเทศ เพื่อลดอันตรายแบบองค์รวมให้แก่สังคมไทย สืบเนื่องจาก เหตุกราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัดหนองบัวลำภู ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จำนวนมากนั้น ชาวไทยทั้งประเทศต่างรู้สึกหวาดผวาว่าปัญหาสุขภาพจิตจากสารเสพติด เป็นภัยอันตรายใกล้ตัวของทุกคนในสังคม เปรียบได้กับระเบิดเวลา ปัญหาสารเสพติด สุขภาพจิตที่ซุกซ่อนอยู่ในทุกพื้นที่ของประเทศ พร้อมจะระเบิดทำอันตรายแก่ผู้คนในสังคม ได้ตลอดเวลาเมื่อมีเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องมากระตุ้น จำเป็นที่สภาผู้แทนราษฎรจะต้องช่วย สังคมถอดบทเรียนเพื่อค้นหากลไกปลดชนวนระเบิดเวลาปัญหาสารเสพติดสุขภาพจิต โดยด่วน เพื่อลดอันตรายแบบองค์รวม หรือเรียกว่า โฮลิสติก ฮาร์ม รีดักชัน (Holistic harm reduction) ให้แก่สังคมไทย เป็นที่ยอมรับในหมู่นักบำบัดทั้งหลายว่ากระบวนการบำบัด สารเสพติดสุขภาพจิตที่มีประสิทธิภาพคือเครื่องมือสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นกลไกปลดชนวน ระเบิดเวลาปัญหาสารเสพติดสุขภาพจิตให้แก่สังคม แต่ระบบและกระบวนการบำบัด สารเสพติดสุขภาพจิตในปัจจุบันนี้ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร มีปัญหาอุปสรรค และมีความขาดแคลนดังนี้ครับ🔗
ข้อ ๑ ขาดแคลนสถานที่บำบัด กล่าวคือไม่มีศูนย์บำบัดในชุมชนทุกชุมชน ในทุกท้องถิ่น ในทุกอำเภอ ในทุกจังหวัด ที่จะให้เป็นที่พักพิงที่ปลอดภัยแก่ผู้เข้ารับการบำบัด ปลอดภัยจากสิ่งแวดล้อมที่มีการแพร่ระบาดของสารเสพติด มีความปลอดภัยต่อข้อกฎหมาย ต่าง ๆ กรณีที่รัฐใช้นโยบายผู้เสพคือผู้ป่วย ปัจจุบันไม่มีศูนย์บำบัดที่เพียงพอที่จะสามารถ รองรับผู้บำบัดในชุมชนได้ การบำบัดไม่ใช่รูปแบบไปเช้าเย็นกลับ จะต้องจัดที่พักพิง ให้ผู้บำบัดสามารถเข้ารับการบำบัดจนครบหลักสูตร ซึ่งระยะเวลาการบำบัดนั้นขึ้นกับ ความรุนแรงและการตอบสนองต่อการบำบัด ผู้ได้รับสารมากอาจต้องรับไว้ในการบำบัด ในศูนย์เป็นเวลาประมาณ ๔ เดือนขึ้นไป เป็นต้น🔗
ข้อ ๒ ขาดแคลนบุคลากรในกระบวนการบำบัด ปัจจุบันยังไม่มีโครงสร้าง กลุ่มงานจิตเวชยาเสพติดในโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ที่ชัดเจน และบุคลากรก็ยังไม่เพียงพอครับ บุคลากรจริง ๆ แล้วต้องมีทั้ง ๑๐ สาขาตามกฎหมาย เลยทีเดียว ต้องมีให้ครบ ก็ได้แก่ ๑. แพทย์ดูแลโรคทางกาย ๒. จิตแพทย์ดูแลโรคทางจิตเวช ๓. พยาบาลก็เป็นพยาบาลทางด้านจิตเวชและยาเสพติด ๔. นักจิตวิทยาและนักจิตวิทยา คลินิก ๕. นักวิชาการสาธารณสุข เอาไว้ตามไปเยี่ยมบ้านต่าง ๆ ๖. นักสังคมสงเคราะห์ ๗. นักกิจกรรมบำบัด ๘. นักวิชาการคอมพิวเตอร์ไว้บันทึกข้อมูล ๙. เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ ข้อมูล รวมทั้งเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล เป็นต้น นอกจากต้องจัดให้ครบทุกสาขาแล้ว ยังต้อง มีการจัดจำนวนเจ้าหน้าที่ให้เพียงพอต่อภาระงานด้วย ซึ่งในปัจจุบันนี้นี่ก็คือปัญหา🔗
ข้อ ๓ ศูนย์บำบัดไม่ครบวงจร หากครบวงจรอย่างน้อยจะต้องประกอบด้วย ๑. การบำบัดถอนพิษยา หรือเรียกว่าดีทอกซ์ซิฟิเคชัน เทอราพี (Detoxification therapy) ๒. บำบัดแบบฟื้นฟู หรือรีแฮบิลิเทชัน เทอราพี (Rehabilitation therapy) ๓. ชุมชนบำบัด หรือคอมมูนิตี เทอราพี (Community therapy) ๔. กิจกรรมบำบัด หรือออกคูเปชันนอล เทอราพี (Occupational therapy) รวมทั้งการให้การช่วยเหลือทางสังคมสงเคราะห์ เนื่องจากผู้เข้ารับการบำบัดมักจะมีปัญหาทางเศรษฐฐานะต่าง ๆ มากมาย🔗
ข้อ ๔ ศูนย์บำบัดไม่สามารถส่งต่อกันในระหว่างศูนย์ ในระหว่างจังหวัดได้ การส่งต่อชนิดไร้รอยต่อมันไม่มีอยู่จริง ปัจจุบันยังไม่มีเครือข่ายศูนย์บำบัดที่เป็นเครือข่าย ที่มีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศที่จะสามารถรองรับผู้เข้ารับการบำบัดได้โดยสะดวก🔗
ข้อ ๕ ศูนย์บำบัดไม่มีระบบติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีปัญหา การติดตามเยี่ยมบ้านในระหว่างบำบัด การติดตามประเมินผลหลังบำบัดอย่างน้อย ๑ ปี นี่ก็มีปัญหา การติดตามประเมินผลผู้เข้ารับการบำบัดนั้นเพื่อมีประโยชน์ในการช่วยลดอัตรา การเลิกบำบัดกลางคัน ที่เราเรียกว่าการดร็อปเอาต์ (Drop out) ปัจจุบันการดร็อปเอาต์ (Drop out) หรือเลิกบำบัดกลางคันสูงมากเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ และเพื่อช่วยลดอัตรา การเสพติดซ้ำด้วย ซึ่งการเสพติดซ้ำในปัจจุบันก็สูงมาก กระผมในนามของสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ขอนำเสนอประเด็นข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อสังเกตจาก ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพื่อที่จะได้มีมติเห็นชอบ จะได้ส่งให้รัฐบาลพิจารณา ดำเนินการโดยเร่งด่วนต่อไป โดยสรุปประเด็นข้อเสนอแนะดังนี้ ๑. สมควรยกระดับ การบำบัดสารเสพติดสุขภาพจิตให้เป็นวาระแห่งชาติ ให้มีระบบที่มีความเข้มแข็งและมี ประสิทธิภาพ ๒. สมควรจัดตั้งหน่วยงานบริหารจัดการการบำบัดสารเสพติดสุขภาพจิต ซึ่งผมขออนุญาตนำเสนอว่าใช้ว่า บบส. เหตุที่ใช้คำว่า บบส. จะได้เข้าใจง่าย เทียบเคียงกับ ป.ป.ส. ซึ่งเป็นเรื่องของการป้องกันและปราบปราม ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับชาติขึ้นตรงต่อ นายกรัฐมนตรีให้มีเอกภาพในการบริหารจัดการการบำบัดสารเสพติดสุขภาพจิต ให้มีประสิทธิภาพอย่างบูรณาการเป็นระบบครบวงจร ตั้งแต่นำนโยบายรัฐบาลไปบูรณาการ ทำงานของทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง กำกับดูแลระดับจังหวัด ระดับท้องถิ่น เชื่อมโยงถึง ศูนย์บำบัดต่าง ๆ ทั่วประเทศให้มีมาตรฐานเดียวกัน ๓. สมควรจัดตั้งศูนย์บำบัดสารเสพติด สุขภาพจิตขึ้นในชุมชนในทุกท้องถิ่น ในทุกองค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนทั่วประเทศ สามารถ รองรับผู้เข้ารับการบำบัดทั้งแบบสมัครใจก็ดี ทั้งแบบกึ่งสมัครใจก็ดี และแบบบังคับบำบัดโดย คำสั่งศาลก็ดี ๔. สมควรสร้างระบบการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในผู้ใช้สารเสพติด กลุ่มเสี่ยง ที่มีปัญหาสุขภาพจิตเนื่องจากมีการใช้หรือเคยใช้สารเสพติดมาก่อนนำเข้าสู่ระบบบำบัดให้ ครอบคลุมทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มีการตรวจคัดกรองตลอดทั้งปี หากตรวจคัดกรองพบความ ผิดปกติสามารถส่งเข้าบำบัดในศูนย์บำบัดได้ครบถ้วนทุกคน ๕. สมควรจัดระบบให้ ครอบครัวชุมชนภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม นักบำบัด นักวิชาการ สามารถมีพื้นที่ร่วมกันทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับ ผลสำเร็จความล้มเหลว ร่วมพัฒนาระบบและกระบวนการบำบัดฟื้นฟูสารเสพติดสุขภาพจิต อย่างมีส่วนร่วมไปสู่สังคมส่วนรวมที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน ๖. สมควรสร้างระบบการส่งต่อ การบำบัดอย่างไร้รอยต่อ เนื่องจากผู้เข้ารับการบำบัดนั้นมีความรุนแรงของสารเสพติด แตกต่างกัน มีโรคประจำตัวที่แตกต่างกัน ประสงค์จะฝึกอาชีพตามความถนัดที่แตกต่างกัน มีภูมิลำเนาแตกต่างกันจึงต้องมีระบบการส่งต่อ เช่น อาการรุนแรงก็จะต้องส่งจากศูนย์บำบัด นอกโรงพยาบาลเข้าศูนย์บำบัดในโรงพยาบาล การย้ายถิ่นฐานต้องสามารถส่งกลับไปยัง บำบัดในต่างจังหวัดในบ้านเกิดได้ด้วย เป็นต้น ซึ่งต้องมีระบบส่งต่ออย่างไร้รอยต่อให้ได้รับ ความพึงพอใจสูงสุด ความสะดวกสบายสูงสุด เพื่อให้ผู้เข้ารับบำบัดนั้นสามารถอยู่ในระบบ บำบัดได้จนสิ้นสุดกระบวนการตามหลักวิชาการ ๗. สมควรจัดระบบการติดตามผู้เข้ารับการบำบัดทั้งระหว่างบำบัด หลังบำบัด เพื่อป้องกันการเลิกบำบัดกลางคันและการเสพติดซ้ำ ๘. สมควรจัดให้มีการประเมิน ทั้งประเมินด้วยตัวระบบและตัวกระบวนการบำบัดว่าได้ดำเนินการตามหลักวิชาการหรือไม่ ได้รับความพึงพอใจจากทุกฝ่ายหรือไม่ เพียงใด ซึ่งจะสามารถนำมาวิเคราะห์ วางแผน พัฒนาการบำบัดอย่างต่อเนื่องต่อไป ๙. สมควรแก้ไขปัญหาการบำบัดอย่างจริงจังทั้งระดับ นโยบาย ทั้งระดับกำกับตรวจสอบ ทั้งระดับปฏิบัติการ ทั้งตัวระบบและทั้งตัวกระบวนการ ทั้งปัญหาของบุคลากร ปัญหางบประมาณ ทั้งนี้ เพื่อความสำเร็จของการบำบัดสารเสพติด สุขภาพจิตของประเทศ เมื่อหน่วยงานบำบัด บบส. เข้มแข็ง ขณะเดียวกันหน่วยงานป้องกัน ปราบปรามยาเสพติดของสำนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับชาติที่มีการจัดตั้งแล้ว ทำหน้าที่ป้องกันปราบปรามอย่างเข้มแข็ง การแก้ปัญหาเกี่ยวกับสารเสพติด สุขภาพจิต และยาเสพติด เข้มแข็งทั้ง ๒ ขา ทั้งขาบำบัดสารเสพติด และขาป้องกันปราบปราม ก็ส่งผลให้สามารถลดอันตรายแบบองค์รวมให้แก่สังคมไทย ทำให้สังคมไทยมีความปลอดภัย น่าอยู่อย่างแน่นอน ดังนั้นกระผมจึงได้เสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ศึกษาถอดบทเรียนจากเหตุกราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัดหนองบัวลำภู โดยการ แก้ปัญหาการบำบัดสารเสพติดสุขภาพจิต ให้มีประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบ ครบวงจร ครอบคลุมทุกท้องถิ่น ทุกองค์กร และภาคเอกชนทั่วประเทศ ลดอันตรายแบบองค์รวม ให้แก่สังคมไทย เพื่อส่งให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยด่วนต่อไป🔗
ท่านประธานที่เคารพ เรื่องของการบำบัดสารเสพติดและสุขภาพจิต ผมขอทำความเข้าใจ เนื่องจากว่าเป็นเรื่องความเข้าใจเรื่องของการบำบัด คนทั้งหลาย พี่น้องทั้งหลาย ไม่ว่าที่อยู่ทางบ้านก็ดี หรือในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็ดี บางท่านไม่ได้อยู่ใน วงการของการบำบัด ผมเองเป็นหมอที่ทำการบำบัดผู้ติดสารเสพติดมาก่อนที่จะมาเป็น ผู้แทน ก็อยากที่จะฉายสไลด์ (Slide) ให้ทราบดังนี้ ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๑ นะครับ🔗
บทเรียนจากเหตุการณ์ที่หนองบัวลำภู ทำให้เห็นชัดว่าเรื่องปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องใหญ่แล้วสามารถที่จะเกิดขึ้นในที่ใดก็ได้ ในประเทศไทย หากไม่จริงจังในการแก้ไขปัญหา ภัยอันตรายนี้ก็เหมือนระเบิดเวลา ผู้เสพเมื่อมีอาการทางจิตเราเรียกว่าระเบิดเวลา เปรียบได้อย่างนั้น กระบวนการบำบัด ก็คือหน่วยอีโอดี (EOD) ไปถอดชนวนระเบิดเวลานั่นเอง ปัญหาสารเสพติดสุขภาพจิต เหตุที่ผมใช้สารเสพติดสุขภาพจิตเป็นคำเดียวกัน เพราะว่าสารเสพติดสุขภาพจิตนั้นเหมือน ไก่กับไข่ บางทีก็ใช้สารเสพติดโดยเป็นคนปกติเมื่อใช้แล้วสมองติดยา พอติดยาปั๊บมีการใช้ สารสุขเพิ่มโดปามีน (Dopamine) ในสมองเป็น ๑,๐๐๐ เท่า หลังจากนี้ต่อไปเขาก็จะเสพติดยา แล้วก็ควบคุมสมองไม่ได้เป็นปกติ เขาก็จะเป็นเหมือนเอเลียน (Alien) ไม่ใช่ตัวของเขาเอง สารเสพติดมีอันตราย ๔ ด้าน ๑. อันตรายต่อกาย ๒. อันตรายต่อจิตใจ ๓. อันตรายต่อสังคม ๔. อันตรายต่อจิตวิญญาณ เหตุกราดยิงที่หนองบัวลำภูนั้นเป็นอันตรายต่อสังคม และสุดท้าย ก็อันตรายต่อกายของเขาเอง เพราะว่าผู้ก่อเหตุรุนแรงนั้นก็ได้ฆ่าตัวตาย อันตรายต่อกาย อย่างเช่นอุบัติเหตุจราจรอย่างนี้เป็นต้น เกิดโรคอุบัติเหตุหรือโรคทางกายมากมาย ฉีดสารเสพติดเข้าเส้นก็สามารถติดเอชไอวี (HIV) ได้ แล้วก็ใช้สารเสพติดก็สามารถติดโรค ไวรัส (Virus) ติดโรคสารพัดได้ อันนี้เป็นโรคทางกาย โรคทางจิตใจ เมื่อผู้ติดสารเสพติด แน่นอนครับกระทบต่อเรื่องของสภาพจิตใจ อารมณ์ต่าง ๆ เขาจะไม่เหมือนเดิม ครอบครัว ก็จะมีความทุกข์ ผลกระทบทำให้เกิดโรคซึมเศร้า โรคเครียดในครอบครัว และสังคมที่ทำงาน อย่างแน่นอน เรื่องของผลกระทบต่อสังคม ถ้าท่านใดสนใจติดตามเรื่องผลกระทบของสารเสพติดต่อสุขภาพจิตมีข่าวตลอดเวลา และผู้สื่อข่าวก็อ่านข่าวแล้วก็ตบท้ายไม่ถูก ก็ได้แต่พรรณนาว่าเมื่อไรปัญหานี้จะหมดไป ผมอยากให้วันนี้สภาผู้แทนราษฎรได้ระดมหาทางออก ถอดบทเรียนเหตุการณ์ที่ จังหวัดหนองบัวลำภูนั้นจะต้องไม่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วไม่ได้รับการเรียนรู้และถอด บทเรียน อันตรายต่อจิตวิญญาณ หมายความว่าผู้ติดสารเสพติดแล้วเขาจะขาดเมตตา แล้วก็ เขาขาดความยับยั้งชั่งใจ เรื่องของจิตวิญญาณนั้นเป็นเรื่องที่มนุษย์เท่านั้นที่จะมีเรื่องของ จิตวิญญาณ ต่อไปสารเสพติดทำลายสมอง ขั้นแรกจะทำลายสติปัญญาก่อน ก็คือสมองส่วนหน้า จะถูกทำลายก่อน พรีฟรอนทัล โลบ (Prefrontal lobe) เขาก็จะขาดความยั้งคิด ขาดความ รอบคอบในการไต่ตรองต่าง ๆ เขาจะถูกทำลายไป เมื่อใช้บ่อย ๆ เขาก็จะทำลายในส่วนของ อารมณ์ บุคคลที่ติดสารเสพติดมีปัญหาสุขภาพจิตเขาจะไม่มีอารมณ์เหมือนคนปกติ เขาจะไม่มี ดีใจ เสียใจ มีความเศร้า มีความเห็นอกเห็นใจ มีอะไรต่ออะไรเขาก็จะเปลี่ยนแปลงไป ทำลายอารมณ์ แล้วก็ไม่สามารถควบคุมสมองส่วนที่ ๓ ได้ก็คือสมองส่วนสัญชาตญาณ สมองส่วนนี้เขาจะคุมไม่ได้ สมองส่วนนี้ก็เหมือนกับเอเลียน (Alien) หรือเหมือนกับสิ่งมีชีวิต จำพวกสัตว์เลื้อยคลานอะไรต่าง ๆ เขาก็จะมีความกลัวเป็นหลัก การที่เขาทำร้ายคนอื่นนั้น เพราะความกลัว กลัวว่าคนอื่นจะมาทำร้ายเขา เขาไม่ใช่ทำร้ายเพราะการไตร่ตรองด้วย สติปัญญา การลดความรุนแรงแบบองค์รวม หรือโฮลิสติก ฮาร์ม รีดักชัน (Holistic harm reduction) องค์รวมทั้งอันตรายต่อกาย ต่อจิต ต่อสังคม และจิตวิญญาณนั้นเป็นการ ลดอันตรายแบบองค์รวมหรืออันตรายแบบรอบด้าน ศูนย์บำบัดสารเสพติดสุขภาพจิต แบบองค์รวมนั้นก็จะเป็นเครื่องมือในการลดโฮลิสติก ฮาร์ม รีดักชัน (Holistic harm reduction) หรือลดอันตรายอย่างครบองค์รวม ซึ่งศูนย์บำบัดสารเสพติดสุขภาพจิตองค์รวม หลายท่านอาจจะไม่เข้าใจ จะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบ🔗
ข้อ ๑ ต้องบำบัดถอนพิษยา ถอนพิษยาเขาเรียก ดีทอกซ์ซิฟิเคชัน เทอราพี (Detoxification therapy) ถอนพิษยาโดยมากก็ประมาณ ๒ สัปดาห์ เมื่อเขาได้รับสารเยอะ เขามีอาการหลอน ต้องมัดต้องรัดตรึงต่าง ๆ ก็ต้องใช้ยาไปช่วย ในขั้นตอนนี้ก็คืออยู่ใน โรงพยาบาล แต่เชื่อไหมโรงพยาบาลใหญ่ระดับโรงพยาบาลระยองก็ไม่มีหอผู้ป่วยในสำหรับ ถอนพิษยา จะต้องส่งมาที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร จังหวัดใหญ่ อีอีซี (EEC) อย่างที่จังหวัดระยองผมยังไม่มีหอผู้ป่วยบำบัดถอนพิษยาเลย ศูนย์ก็ไม่มี จะมีก็ไม่ใช่ของราชการ มีแต่ว่ามันเป็นหย่อม ๆ เดี๋ยวผมจะพูดต่อไป🔗
ข้อ ๒ ต้องมีการบำบัดแบบฟื้นฟู เขาเรียก รีแฮบบิลิเทชัน เทอราพี (Rehabilitation therapy) ขั้นตอนการฟื้นฟูนี่แหละต้องใช้นักจิตวิทยา ต้องใช้พยาบาล จิตเวช ข้อที่ ๑ ใช้พยาบาลจิตเวชกับจิตแพทย์ กับแพทย์ทางกาย ข้อที่ ๒ ใช้นักจิตวิทยา การบำบัดฟื้นฟูก็คือต้องให้สมองเขาค่อย ๆ ฟื้นตัว ย้อนศร ย้อนกลับ จากที่สติปัญญา เขาถูกทำลาย และอารมณ์เขาถูกทำลาย แล้วเหลือแต่สัญชาตญาณ จะต้องฟื้นฟูโดยการที่ให้ เขาได้เรียนรู้ว่าสิ่งนี้ อารมณ์อย่างนี้คือพ่อ คือแม่ ต้องรักพ่อ รักแม่ อย่างนี้คือโกรธ อย่างนี้ คือเศร้า อย่างนี้คือดีใจ ให้ใช้การบำบัดแบบย้อนกลับ ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ ๔ เดือน🔗
ข้อ ๓ ก็เป็นชุมชนบำบัด เมื่อเขาบำบัดรวมกันเป็นหมู่คณะ ใครบำบัดก่อน ดีขึ้นก่อนก็จะเป็นพี่เลี้ยง เข้าไปใหม่ ๆ เขาก็จะเป็นเหมือนกับพลทหาร ต่อมาเขาดีขึ้นเขาก็ จะปกครองรุ่นน้อง ๆ ต่อมา แล้วก็แบ่งหน้าที่กันทำงาน บุคคลที่ติดสารเสพติดมักจะมีปัญหา เรื่องของกิจวัตรประจำวันด้วย เขาไม่สามารถตื่นตามเวลา กินอาหาร หรือบังคับตัวเอง แม้กระทั่งกิจวัตรประจำวัน🔗
ข้อ ๔ เขาต้องมีกิจกรรมบำบัด กิจกรรมบำบัด ภาษาอังกฤษเรียกว่า ออคคิวเพชันนัล เทอราพี (Occupational therapy) ก็คือว่าการทำกิจกรรม การฝึกอาชีพ ต่าง ๆ นั้นต้องฝึกใหม่หมด เพราะว่าเขาได้สูญเสียเรื่องของทักษะชีวิต แล้วก็ทักษะในการ ประกอบอาชีพไปโดยสิ้นเชิง🔗
ข้อ ๕ เขาต้องมีสังคมสงเคราะห์ เขามีปัญหาในครอบครัวที่จะต้องให้ สังคมสงเคราะห์เข้าไปดูแล ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว พ่อแม่เขา หรือลูกของเขา หรือคน ในครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากตัวของผู้เข้ารับการบำบัดก็มากมายเหลือเกิน🔗
ข้อ ๖ หลักการสังคมสงเคราะห์ ข้อหนึ่งก็คือว่าต้องให้ที่พักพิงที่ปลอดภัย ปลอดภัยจากอะไร รอบบ้านเขามีแต่สารเสพติด มีแต่พวกที่เป็นเพื่อนที่มีแต่สาร ถ้าเราให้เขา บำบัดแบบไปเช้าเย็นกลับ เขาก็ไปเจอสิ่งแวดล้อมเดิม เขาต้องประสบความล้มเหลว อย่างแน่นอนนะครับ เขาต้องมีที่พักพิงที่ปลอดภัยจากสิ่งแวดล้อมหรือระบบนิเวศเดิม เขาต้องมีความปลอดภัยจากระบบกฎหมาย เพราะกฎหมายบอกว่า ๑๕ เม็ดคือผู้ป่วย เนื่องจากคุกเต็ม เมื่อเขาอยู่ในศูนย์บำบัดแล้วเขาจะได้ใบรับรอง ถ้าเขาปฏิบัติตามเงื่อนไข มีการตรวจปัสสาวะตามเวลา เขาจะเป็นคนดีขึ้นมาทันทีในสายตาของฝ่ายกฎหมายนะครับ🔗
ข้อ ๗ เขาจะต้องมีการทำกายภาพบำบัด บุคคลเหล่านี้ร่างกายอ่อนแอ ผ่ายผอม ขาดอาหารทั้ง ๕ หมู่ เขามีโรคประจำตัวมากมาย เขาจะต้องได้รับการดูแล บำบัด ทางกาย บำบัดทางอาหาร โภชนาการ แล้วก็ไม่สามารถบำบัดโดยผู้เข้ารับการบำบัดกับ นักบำบัด ต้องมีภาคีเครือข่ายมามีส่วนร่วม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน เจ้าของ กิจการที่ส่งคนมาบำบัดต่าง ๆ คนที่นำอาหารมา ปัจจัยสี่ปันสุขต่าง ๆ มาช่วยกันเยี่ยม ให้กำลังใจเขา เขาจะเป็นคนดีของสังคม🔗
ซึ่งทั้ง ๗ ด้านนี้สังคมก็จะปลอดภัย ปลอดภัยจากทางด้านกาย ทางด้านจิตใจ ทางด้านสังคม แล้วก็ทางด้านจิตวิญญาณ ถ้าบุคคลเหล่านี้อยู่ในศูนย์บำบัดที่มีการจัดตั้ง เป็นอย่างดีแล้วมีความอบอุ่น แล้วมีเป็น วัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) การสร้าง ศูนย์บำบัดแบบองค์รวมจึงป้องกันไม่ให้มีใครจะต้องเสียชีวิตอีก ผู้ติดสารเสพติดมีปัญหา สุขภาพจิตเขาไม่ทำร้ายตัวเขาเอง เขาพาคนอื่นไปด้วย เขาไม่ใช่เป็นโรคซึมเศร้าที่ทำร้าย ตัวเอง แต่เขาทำร้ายคนอื่นด้วย ต่อไปเป็นการจำลองเหตุการณ์ของตำรวจท่านนี้ว่า เขาถึงทางตัน แล้วเขาต้องทำอะไรบางสิ่งบางอย่าง อันนี้ในความเห็นส่วนตัวผมนะครับ คือเขาต้องขึ้นศาลในวันพรุ่งนี้นะครับ ศาลให้ขอใบรับรองจากภรรยาว่าตอนนี้เขาเป็นคนดีแล้ว ตำรวจคนนี้ไม่ได้เข้าสู่ศูนย์บำบัดเต็มรูปแบบแต่อย่างใด ทางผู้บังคับบัญชา ผบ.ตร. ท่านบอกว่า ทางตำรวจเองก็ได้ถอดบทเรียน ก็เห็นว่าตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่เขาโทษทางวินัยต้องออก ก็ไม่ได้ไปบำบัด ทางวงการหน่วยงานก็บอกว่าตั้งแต่ไม่มีตำรวจคนนี้หน่วยงานเขาก็มีความสุข ไม่มีปัญหาเรื่องของผู้ที่มีเรื่องยาเสพติดอยู่ในหน่วยงาน อันนี้เป็นทัศนะจากข่าวมานี่นะครับ แต่ว่าเขาไม่สามารถหาใบรับรองจากภรรยา แล้วไม่สามารถหาใบรับรองจากผู้นำหมู่บ้านได้ ไม่มีใครยอมเซ็นให้เขา เขาก็ถึงทางตัน แต่ถ้ามีศูนย์บำบัดนะครับ🔗
คุณหมอครับ ตอนนี้ใช้เวลา ๒๓ นาทีแล้ว คุณหมอสรุป ๆ นิดหนึ่งนะครับ🔗
ท่านประธานครับ เรื่องทางออกครับ ทางออกของศูนย์บำบัดมีอะไรที่เป็นกุญแจเปิดขึ้นมา ๑. ทางออก ก็คือเขาสามารถ ขอใบรับรองการเข้ารับการบำบัดจากศูนย์บำบัดที่ทางราชการรับรองได้ เขาก็ไม่ต้องไปหา ไปง้องอนใคร เพราะว่าที่เขาขอใบจากภรรยาไม่ได้เพราะเขาเพิ่งทะเลาะกันนะครับ ๒. เขาขอให้มีใบรับรองการตรวจปัสสาวะเป็นลบ ซึ่งศูนย์บำบัดก็จะมีการตรวจปัสสาวะ สัปดาห์ละครั้ง เป็นเวลา ๒ เดือน เขาสามารถได้ใบเหล่านี้ได้โดยง่ายเลยครับ เขาก็จะมีอะไร ไปยื่นศาล ความเครียดของเขาก็จะไม่ถูกกระตุ้นทำให้เขาจะต้องเกิดอาการ อาจจะเป็นเหตุ ในการเกิดอาการเช่นนี้ ปัจจุบันศูนย์บำบัดไม่ใช่เป็นแบบองค์รวม มันเป็นศูนย์บำบัดแบบแยกส่วนโดยใช้องค์กร เป็นฐานคือออแกไนเซชัน เบส (Organization based) เช่น ๑. มีศูนย์คัดกรอง ศูนย์คัดกรอง ก็อยู่ที่ รพ.สต. อยู่ที่ อบจ. ๒. ศูนย์รักษาพยาบาลก็อยู่ในโรงพยาบาลอำเภอ โรงพยาบาล จังหวัด ๓. ศูนย์ประสานงานเพื่อการส่งต่อ อันนี้อยู่ที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน สพฉ. ๔. ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพอยู่ที่ค่ายต่าง ๆ เราจะเห็นว่ามีค่ายทหารต่าง ๆ ศูนย์ฟื้นฟู สมรรถภาพ ต่างคนต่างทำนะครับ ๕. ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม อันนี้กระทรวงมหาดไทย เขาทำ ๖. ศาลพิจารณาคดี ต่างคนเขาก็ต้องไปช่วยเหลือตัวเขาเอง แต่ถ้ามีศูนย์บำบัด เรามีนักกฎหมายมีอะไรเราก็ช่วยเขานะครับ ช่วยเขาเพราะเขาลำบาก เราต้องการให้เขา กลับมาเป็นคนดี เขาเป็นคนป่วย ๗. ศูนย์คุมประพฤติ อันนี้ก็กระทรวงยุติธรรม ๘. โรงพยาบาลของธัญลักษณ์ ส่วนกลางเขาเรียก สบยช. หรือธัญลักษณ์ในภูมิภาค อันนี้ ก็ขึ้นกับกรมการแพทย์ซึ่งรับแต่ผู้ติดสารเสพติด แต่ไม่เกี่ยวข้องกับโรคจิตเวช ๙. โรงพยาบาล จิตเวช ก็รับแต่สิ่งที่เป็นจิตเวชแต่ไม่เกี่ยวกับสารเสพติด แต่ถ้าหันมาดูเป็นศูนย์แบบองค์รวม ที่ผมนำเสนอนั้น คือ ๑. ผู้ขอความช่วยเหลือ ก็คือว่าผู้เข้ารับการบำบัดเข้าศูนย์เดียว วัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) โดยใช้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางหรือใช้ปัญหา เป็นศูนย์กลาง พรอบเล็ม เบส วัน สต็อป เซอร์วิส (Problem based , one stop service) ๒. ตั้งแต่คัดกรอง บำบัดสารสุขภาพจิต ส่งต่อฟื้นฟูทุกด้าน และการช่วยเหลือทางสังคม ทั้งข้อกฎหมาย ฝึกอาชีพแบบองค์รวม และประสานส่งต่อแบบเบ็ดเสร็จไร้รอยต่อเลยครับ ๓. ผู้เข้ารับการบำบัดและผู้ดูแลพามาเข้าศูนย์เดียว ไม่ต้องนั่งรถสองแถวไปหลาย ๆ ศูนย์ ไปค่าใช้จ่ายก็เยอะ เบิร์นเอ้าท์ (Burnout) ก็คือหมดกำลังใจ ๔. การประสานงานเป็นเรื่อง ของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ทั้งหลายที่ใช้เป็นออแกไนเซชัน เบส (Organization based) เราเอามารวมกัน บูรณาการกัน เป็นเรื่องภายในของส่วนราชการ เหมือนกับเป็นเคลียริ่งเฮาส์ (Clearinghouse) สิทธิต่าง ๆ ของผู้เข้ารับการบำบัดซึ่งเพื่อลดภาระการหมดไฟหรือ เบิร์นเอ้าท์ (Burnout) ลดภาระของผู้ดูแลที่เกิดขึ้น แล้วเพิ่มการเข้าถึงโดยองค์รวม อย่างบูรณาการ เราเรียกว่าเข้าศูนย์นี้เข้าง่าย แล้วเข้าแล้วสะดวกสบาย ชวนให้ผู้ใช้สารเสพติด ที่มีปัญหาสุขภาพจิตอยากที่จะมาอยู่ ครอบครัวก็อยากจะมาส่งต่อนะครับ ถัดไปเป็นเรื่อง อ้างอิงของหน่วยงานโครงการสหประชาชาติเกี่ยวกับเรื่องสารเสพติด แล้วก็เรื่อง อาชญากรรมต่าง ๆ ต่อไปนำเสนอว่าที่ผมพูดมานี้ การบำบัดนั้นเป็นเรื่องของร่ม ร่มสุขภาพ ร่มสุขภาพก็คือไบโอ ไซโค โซเชียล สพีริชวล (Bio psycho social spiritual) เมื่อสักครู่ พูดถึง ไบโอ (Bio) ก็คือภัยอันตรายทางกาย เขาจะปลอดภัยจากภัยทางกาย ตั้งแต่เขาเข้ามา ที่ศูนย์นี้ โจทก์ จำเลยเขาก็หายหมด ทางจิตใจเขาจะอยู่ทางนี้ นักจิตวิทยาก็ดูแลกัน ทางสังคม สังคมนี้ภัยหายไปทันทีเลย แล้วก็ทางจิตวิญญาณ เขาจะถูกฝึกให้มีเมตตาต่าง ๆ อันนี้ก็แปลเป็นไทยเพื่อให้เข้าใจง่าย สุดท้ายที่มีร่มหลาย ๆ แบบให้ท่านได้ศึกษาว่าการเข้าสู่ เฮลธ์ อัมเบรลละ (Heath umbrella) หรือร่มสุขภาพนั้นช่างปลอดภัยไม่ต่างจาก ร่มผ้ากาสาวพัสตร์ก็ไม่มีร่มอยู่จริง การบวชพระภิกษุในพระพุทธศาสนานั้นก็เข้าอยู่ภายใต้ ร่มผ้ากาสาวพัสตร์ก็มีความปลอดภัยจากกิเลสทั้งหลาย กระผมในฐานะของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปัตย์ ขอนำเสนอญัตติด่วนเพื่อให้สภา ผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้ให้ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็น และข้อสังเกตเพื่อประกอบมติ เพื่อให้ รัฐบาลรับไปดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ปัญหาเรื่องนี้โดยเหตุกราดยิงที่มีอันตรายร้ายแรง เป็นฝันร้ายนั้นเป็นบทเรียนอันมีค่ายิ่งแก่สังคมไทย จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์นี้ในทุกจังหวัด และรวมทั้งที่จังหวัดหนองบัวลำภูอีกต่อไปครับ แล้วก็ขอให้ศูนย์เด็กเล็กแห่งนั้น ถ้าเป็นไปได้ ถ้าผมเสนอได้อยากให้เป็นศูนย์บำบัดที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ดีกว่าจะทุบทำลายทิ้งครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกที่เสนอญัตติด่วนทั้งด้วยวาจาและด้วยเอกสาร รวมแล้วทั้งหมด ๙ เรื่อง ผู้เสนอ ก็ได้แถลงเหตุผลตามลำดับจนจบหมดแล้วนะครับ ต่อไปก็ยังมีท่านสมาชิกที่ร่วมอภิปราย อีกจำนวนมากทีเดียวนะครับ ฉะนั้นก็จะได้เชิญท่านอภิปรายแบบต่อเนื่อง ท่านแรก พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ท่านมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจาของท่านทั้งหลายในสภาแห่งนี้ ซึ่งได้คำนึงถึง ประเด็นที่รัฐบาลควรจะไม่ละเลยและปล่อยปละเช่นนี้มาตลอดเวลานะครับ ท่านประธานครับ ผมมีสไลด์ (Slide) ขออนุญาตเปิดสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
ในเรื่องกราดยิงนั้น จริง ๆ แล้วผมก็ออกรายการทีวี (TV) มา ๒-๓ รายการ สิ่งสำคัญคือสิ่งที่หลาย ๆ คนอาจจะ ไม่เคยได้พูดได้คุยกัน จะมีทั้งคนที่คอมเมนต์ (Comment) ในคอมเมนต์ (Comment) ว่า กรณีดังกล่าวมันอาจจะเกิดจากสังคมไปบูลลี่ (Bully) เขา แล้วก็เกิดเป็นแรงจูงใจทำให้เกิด สภาพที่กดดันในภาวะจิตใจของเขา เพราะจากเหตุการณ์และข้อเท็จจริงแล้วปรากฏว่า เป็นแนวทางและทิศทางดังกล่าว ซึ่งรายละเอียดผมไม่พูดเพราะหลาย ๆ ท่านได้กล่าวมา ในเนื้อหาหรือข้อเท็จจริงแล้ว การกราดยิงในการกระทำเช่นนี้เราเรียกว่าซูไซด์ บาย คอป (Suicide by Cop) คือผู้ที่ลงมือจะเจตนาฆ่า ออกไปฆ่ากราดยิงระดับนี้จะต้องเป็นผู้ที่รู้แล้วว่า จุดจบคือถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงตาย การฆ่าหมู่นั้นเป็นกรณีที่คนร้ายหลาย ๆ คนซึ่งประสงค์ ที่จะออกไปทำลายสังคม ทำลายภาพพจน์ของเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ดี หรือการกดทับของรัฐบาล ที่ทำให้เขาถูกดูถูกเหยียดหยาม กดทับ หลายเรื่องหลายราว เราจะเห็นมาจากแรงจูงใจ ต่าง ๆ นี้จะเกิดขึ้น ทำให้สภาพของศูนย์เด็กเล็กอุทัยสวรรค์ จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นจุดจบ จุดนองเลือดของสังคม แต่คงไม่หยุดอยู่แค่นี้ครับ ถ้าสังคมไทยโดยเฉพาะรัฐบาลไทยไม่แก้ไข ปัญหา ข้อเท็จจริงนั้นคงไม่ต้องกล่าว เพราะว่าข้อเท็จจริงนั้นหลาย ๆ คนคงทราบโดยย่อ ๆ ว่าเกิดจากความเครียดของคนร้ายแน่นอน เพราะตอนเช้าคนร้ายไปศาล แล้วมีเหตุอันที่ ยังเป็นภาวะปกติ แม้กระทั่งการตายไปแล้ว ถูกยิงตายไปแล้วก็ยังไม่มีอาการทีท่าว่าจะมี ยาเสพติดอยู่ในร่างกายจากผลตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ชัดเจน ถ้าอย่างนั้นสภาพของ ข้อเท็จจริงสันนิษฐานได้เบื้องต้นแน่ว่าคนร้ายมีการบังเกิดแรงกดทับของสังคมอย่างรุนแรง ประเด็นสำคัญทางสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นต้องตื่นตัวให้มากขึ้น ผมจะเสนอว่า การที่คนร้ายเกิดประเด็นดังกล่าวนี้ สิ่งที่สังคมหรือตำรวจเราไม่สามารถทำการแก้ไขปัญหาได้คือ การปิดล้อมพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างรวดเร็ว อันนี้ก็คงเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ต้องกลับไปแก้ไข การตรวจสอบในประเด็นอื่น ๆ ที่ยังค้างคาใจอยู่ ยังมีอยู่หลายประเด็น เช่นประเด็นการ บูลลี่ (Bully) เกิดขึ้นจริงหรือเปล่า ก็ไม่เคยตอบสังคมนี้ ภาพรวมเมื่อสักครู่นี้ท่านคุณหมอ บัญญัติพูดไปแล้วเรื่องยาเสพติด ผมย้ำว่าประมวลกฎหมายยาเสพติดที่ออกโดยรัฐสภาแห่งนี้ นั่นคือเครื่องมือใหญ่ที่รัฐบาลต้องไปให้ทุกองค์กร ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องในประมวลกฎหมาย ยาเสพติดขับเคลื่อนอย่างครบถ้วน เพราะต้องการให้ผู้เสพซึ่งเป็นผู้ป่วยกลับสู่สังคมที่ดี แล้วได้รับการบำบัดอย่างครบถ้วนอย่างที่คุณหมอบัญญัติได้พูดไว้เมื่อสักครู่นี้ ผู้นำเสนอ คนสุดท้ายครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม นั่นคือกลไกสำคัญของรัฐบาลต้องให้งบประมาณ งบกลาง ๙๐,๐๐๐ ล้านล้านบาทไปไหน ทำไมไม่ลงไปแก้ไขปัญหาอันนี้ แล้วกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงานต้องโอบรับผู้ป่วยคนนี้ให้หมด แล้วล้างให้เป็น ผู้ที่มีงานทำกลับคืนสังคม ส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นไม่ต้องบอกหรอกครับ ปืนที่เป็นเหตุ ปืนเถื่อนต้องปราบปรามอย่างจริงจัง ทำลาย เอาออกมาทำลาย ไม่ใช่เอาออกมาโชว์ในการ จับกุมระดม เอาออกมาทำลายเป็นห้วง ๆ ๑ เดือนเอามาทำลาย ๑,๐๐๐ กระบอก ๒,๐๐๐ กระบอก ๑๐ ล้านกระบอกที่มีอยู่มันจะหมดไปครับ แล้วก็ปราบปรามผู้ที่ทำ ปืนเถื่อนอย่างจริงจัง ส่วนปืนที่ถูกกฎหมาย ยึดใบ ป.๔ ยึดใบ ป.๓ งดขายครับ ใบ ป.๑๒ ไม่ต้องออกแล้ว นั่นคือสิ่งสำคัญ แล้วยึดปืนคืน รัฐซื้อปืนจากคนที่มีปืนเยอะ ๆ คืน คืนอะไรครับ คืนสังคม ให้สังคมเอามาใช้ในการปกป้อง ไม่ต้องมีแล้วปืน ตรวจสอบ พฤติกรรมของผู้ที่มีพฤติกรรมแบบนี้เป็นกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะตำรวจที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว และเกิดประหัตประหารและอาจจะมีใช้เป็นกลุ่มเสี่ยง ท่านประธานครับ นั่นคือเงื่อนไข สุดท้ายที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรจะต้องทำ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ นางสาวมัลลิกา ตามด้วยท่านมงคลกิตติ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย เขต ๒ ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในวันนี้ ซึ่งเป็นญัตติ ที่สมาชิกทุก ๆ ท่านให้ความสนใจค่อนข้างมาก จังหวัดลพบุรีก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่เจอกับ ภาวะน้ำท่วมในปี ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา แม้ว่าจะไม่ได้หนักหนาสาหัสแบบจังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง หรือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ว่าจังหวัดลพบุรีโดนทุกปี ดิฉันเองมีโอกาส ที่ได้ตั้งกระทู้ถาม เป็นกระทู้แยกเฉพาะเมื่อตอนก่อนที่จะปิดสมัยประชุม ก็ได้รับคำตอบจาก ท่านรัฐมนตรีช่วยประภัตรว่าจะลงไปดูพื้นที่กัน เมื่อตอนปิดสภาก็ยังไม่ได้ไป ยังไม่ทันไร ก็ท่วมอีก เพราะฉะนั้นในวันนี้ถึงบอกว่าปัญหาน้ำเราแก้กันมาหลายปีก็แก้ไม่ได้ เราก็ต้อง ยอมรับความจริงว่ามันแก้ไม่ได้จริง ๆ ทีนี้ถามว่าพอแก้ไม่ได้ทำอย่างไร เรากำหนดไม่ได้ ว่าเราจะให้ฝนตกมากน้อยแค่ไหน แต่ถามว่าถ้าฝนตก แล้วมีน้ำมา ทำไมเราไม่หาที่ให้น้ำอยู่ ทำไมเราไม่หาถนนการจราจรให้น้ำไป ไม่ใช่ว่าน้ำไปจังหวัดสิงห์บุรีเยอะ ๆ แล้วจังหวัดลพบุรี ไม่เสียหาย ไม่ใช่นะคะ จริง ๆ เลยต้นน้ำมันก็มาจากที่เดียวกัน คือเมื่อตอนที่ท่านภราดร ได้กล่าวถึงที่มาที่ไปของน้ำท่วม ดิฉันเองบอกกับท่านภราดรบอกว่าจริง ๆ แล้วพื้นที่ทุ่งนา ของจังหวัดลพบุรีสามารถรองรับน้ำได้อีก อันนั้นเป็นเรื่องจริง เราเองพยายามที่จะบอกกับ ชาวบ้านว่าให้เกี่ยวไว ๆ เพราะอย่างไรปีนี้น้ำเยอะแน่นอน ปีนี้อย่างไรก็ต้องเอาน้ำเข้าทุ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทางกรมชลประทาน ทางรัฐบาล หลาย ๆ หน่วยงานต้องเข้ามา บูรณาการร่วมกัน เวลามีน้อย ท่านประธาน แล้วการที่ท่านให้เวลา ส.ส. พูดคนละ ๕ นาที มันค่อนข้างอึดอัดมาก เพราะว่าหลาย ๆ อย่างไม่สามารถที่จะพูดได้ทุกอย่างภายใน ๕ นาทีนี้ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ดิฉันก็อยากจะบอกว่าในพื้นที่ของดิฉัน ไม่ว่าจะเป็นอำเภอบ้านหมี่ ปีที่แล้วอย่างหนองเมือง ไล่ลงมาบ้านกล้วย บ้านทราย ดงพลับ บางกะพี้ หินปัก หนองทรายขาว พุคา ปีที่แล้วท่วม ปีนี้ก็ท่วม ก็ใช้เรือเหมือนกัน ณ วันนี้ถนนวิ่งได้แล้วก็จริง แต่ในทุ่งนาก็ยังมีน้ำอยู่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาดิฉันไปบางขันหมากน้ำก็ยังอยู่ในทุ่ง ถนนวิ่งได้จริง วันนี้ต้องถามว่าสมมุติปีหน้าเราตกลงกันว่าเอาน้ำไปพักไว้ ถามว่ารัฐบาล จะช่วยอะไร อย่างที่ท่านภราดรบอก เช่าไหม ให้ค่าเช่าอย่างไร ไร่ละเท่าไร ท่านให้มาเลย กี่บาท กำหนดมาเลย แล้วก็ต้องเป็นกลไกหน้าที่ของรัฐที่จะต้องไปคุยกันทุ่งนี้จะทำนา เดือนไหน เอาน้ำเข้าอย่างไรให้พร้อมกัน ไม่ใช่ว่าแปลงนี้อยากจะทำ ๒๕ ไร่ทำ แปลงข้าง ๆ ๓๐ ไร่บอกขี้เกียจยังไม่ทำ คือมันต้องมีการบูรณาการ มันต้องมีการคุยกันแล้ว ส.ส. ทุกคนต้องบอกได้เลย ที่เจอปัญหา น้ำท่วมนี้เหนื่อยไหม เหนื่อย แจกของไม่ได้ก็เหนื่อยใจ ท่านประธาน ถามว่า ๑๘๐ วัน ทำไม่ได้ แล้วอย่างไรล่ะ ลงไปเห็นหน้าเฉย ๆ ชาวบ้านก็หน้าแห้ง เราก็หน้าแห้ง ช่วยเหลือ อะไรกันไม่ได้ แล้วจะมาเป็นผู้แทนทำไม ท่านประธานต้องเข้าใจนะคะ อันนี้ก็คงต้องฝาก ไปถึง กกต. ว่ากฎอันนี้มันน่าจะมีข้อยกเว้น เช่น ถ้าพื้นที่น้ำท่วม คุณเจอภัยพิบัติจริง ๆ ส.ส. ที่คุณเลือกมาช่วยคุณช่วยได้ วันนี้ก็คงต้องฝากท่านประธานเอาไว้ เนื่องจากว่าเวลา ก็ค่อนข้างมีจำกัด ต้องแก้ไขนะคะ ให้ มันไม่มีอะไรที่ได้อย่างเดียว ถ้าท่านอยากเอาน้ำไปไว้ บ้านเขาท่านก็ต้องให้อะไรที่เป็นสิ่งตอบแทน แล้วก็ต้องทำให้ชัดเจน ไม่ใช่ว่าปีนี้ให้ ปีหน้าหยุด แผนที่ที่ขึ้นนี้อยากจะบอกว่ามาจากท่านรองอนุสรณ์เป็นคนเขียนแผนที่นี้ ซึ่งของจังหวัดลพบุรีมีการสื่อสารแบบนี้ทุกวัน ทำให้ชาวบ้านไม่ตื่นตระหนกว่าจุดไหน จุดไหน ที่เป็นดาว ดาว ดาว ว่าวันนี้จุดนั้นแตก คันนี้แตก แล้วเขาก็มีการระดมกัน ว่าจาก ชาวบ้านไปช่วยกันกั้น ก็อยากจะบอกว่าการสื่อสารก็เป็นสิ่งที่สำคัญแล้วก็จำเป็นที่จะทำให้ ชาวบ้านนั้นเข้าใจว่าน้ำใช้เวลากี่วันที่จะมาถึงตำบลตัวเอง แล้วก็จะต้องใช้เวลานานแค่ไหน ในการจะเก็บของยกของขึ้น ท่านประธานคะก็คงฝากไว้นะคะ จังหวัดลพบุรีก็เดือดร้อนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ก่อนที่ท่านมงคลกิตติ์จะอภิปรายนะครับ ต้องเรียนให้ทราบว่าขณะนี้มีท่านสมาชิกได้ขอร่วม อภิปรายทั้งหมด ๔๐ กว่าท่าน ฉะนั้นการที่ท่านประธานท่านก่อนคือท่านรองสุชาติ ตันเจริญ ได้กำหนด ๕ นาทีให้กับพวกท่านทั้งหลายก็เหมาะสมนะครับ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่จบละครับ คืนนี้ ต่อไปเชิญท่านมงคลกิตติ์ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ กระผมจะอภิปรายในญัตติ เกี่ยวกับเรื่องอุทกภัยปี ๒๕๖๕ ก่อนนะครับ วิกฤตการณ์อุทกภัยปี ๒๕๖๕ มีผู้ประสบ อุทกภัยถึงประมาณ ๕๙ จังหวัด ๓๕๓ อำเภอ ๑,๘๗๙ ตำบล ๑๑,๗๗๐ หมู่บ้าน กว่า ๕๒๘,๐๖๓ ครัวเรือน ผู้เดือดร้อนประมาณ ๓-๕ ล้านคนด้วยกัน น้ำท่วมขังนานตั้งแต่ ๑๕ วันถึงประมาณร่วม ๔ เดือน ปริมาณน้ำปี ๒๕๖๕ น่าจะมากกว่าปริมาณน้ำท่วม ปี ๒๕๕๔ แตกต่างตรงที่ว่าไม่ได้ท่วมพื้นที่ กทม. ชั้นในเนื่องจากมีคันกั้นน้ำแล้ว แต่คน กทม. ริมสองฝั่งเจ้าพระยาท่วมมาประมาณ ๒-๓ เดือนแล้ว ถ้าเทียบปริมาณน้ำในเขื่อนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก เกินกว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ทุกเขื่อน เกือบทุกเขื่อน ยกเว้นเขื่อนภูมิพล ๘๙ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนสิริกิติ์ ๗๒ เปอร์เซ็นต์ เพราะทั้ง ๒ เขื่อนเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ ช่วงที่ผ่านมานี้ผมได้ลงพื้นที่ทั้งจังหวัดชัยนาท จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี จังหวัดกรุงเทพมหานคร จังหวัดนครนายก จังหวัดนครปฐม ไม่รวมภาคอีสานที่ส่งตัวแทนไปสำรวจความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องชาวจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่ช่วงที่บริจาคของน้ำท่วมได้จนปัจจุบันไม่สามารถบริจาค ของน้ำท่วมได้ เนื่องจากกติกาตาม พ.ร.ป. ส.ส. พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๖๘ (๑) มาตรา ๗๓ ในห้วง ๑๘๐ วันก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะครบวาระ เพราะถ้ายุบสภาก็จะสามารถที่ พรรคบริจาคได้ ผู้สมัครบริจาคได้ แต่ ณ ปัจจุบันยังไม่ทราบว่าจะยุบสภาหรือครบวาระ จากการช่วยเหลือของรัฐบาลกลาง ทั้งจังหวัด อบจ. เทศบาล อบต. มีงบประมาณฉุกเฉิน ที่ช่วยน้ำท่วม น้ำแล้งจำนวนจำกัดมาก งบส่วนใหญ่ในแผนงบประมาณ ปี ๒๕๖๖ เป็นงบเงินเดือน งบดำเนินงาน งบลงทุน ลำพัง อบจ. เทศบาล อบต. ช่วยได้แค่ถุงยังชีพ ครบชุดครบครัวเรือนกินได้แค่ ๒-๓ วันรอบเดียวเท่านั้น แต่ ณ ปัจจุบันน้ำท่วมขังถึง ๒-๔ เดือนด้วยกัน รัฐบาลกลางก็มีงบฉุกเฉินที่ช่วยผ่านจังหวัดรวมแล้วสามารถบรรเทา ความเดือดร้อนได้แค่ประมาณ ๕-๗ เปอร์เซ็นต์ของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ทั้งหมด ประชาชนตอนนี้ไม่มีข้าวกิน ไม่มีอาหารปรุงสุกกิน มีมาม่าแต่ต้มไม่ได้เนื่องจาก ไม่มีไฟฟ้า ส้วมก็ขาด อัตคัด บางคนก็นอนบนถนน ณ ปัจจุบันน้ำท่วมส่วนใหญ่ยังท่วมถนนอยู่ มีน้อยอันที่จะถนนพอไปได้แต่ก็ยังเดือดร้อน เพราะน้ำท่วมตั้งแต่ ๑ เมตร ถึง ๖ เมตรด้วยกัน ถ้านายกรัฐมนตรีอยากช่วยพี่น้องประชาชนจริง ๆ เพื่อแบ่งเบาภาระก็ควรจะแจ้งให้กับ พี่น้องประชาชนทราบว่าจะยุบสภาเมื่อไร ถ้ายุบสภาเมื่อไร กกต. กติกาเรื่องห้ามบริจาคก็หายไป พรรคการเมืองสามารถบริจาคได้ เหตุการณ์ละ ๓ ล้านบาท ๑๐ พรรคก็ ๓๐ ล้านบาท ๑๐๐ พรรคก็ ๓๐๐ ล้านบาท ส.ส. เขต ไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาทต่อเหตุการณ์ ถ้ารวมว่าที่ผู้สมัครด้วย ๓๐ คนต่อเขต ก็จะมีเงิน ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเขตละประมาณ ๙ ล้านบาท ก็พอที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ให้ความเดือดร้อนน้อยลงเหลือแค่ประมาณ ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นี่ไม่นับความเสียหาย ของบ้านพัง ขาดรายได้ พื้นที่เกษตรไร่นาเสียหาย ผมเห็นพี่น้องตาดำ ๆ เดือดร้อน ในช่วงหลัง ๆ ผมเดินทางลงพื้นที่ไปก็เห็นแล้วอดทนไม่ได้ว่าจะช่วยอย่างไร ก็พยายามกระตุ้น รัฐบาล พยายามเรียกร้องรัฐบาลให้รัฐบาลยกเลิกโครงการสัก ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐ กระทรวง กระทรวงละ ๕๐๐-๖๐๐ ล้านบาทด้วยกัน นำเงินดังกล่าวมาซื้อข้าวปลาอาหารให้กับ พี่น้องประชาชนกินประทังชีวิตไปวัน ๆ ๓-๔ เดือน ก็น่าจะใช้ประมาณ ๑๓,๕๐๐ ล้านบาท หรือไม่รัฐบาลก็ยกเลิกโครงการเรือดำน้ำที่เราไม่มีเครื่องยนต์ ก็สามารถขอเงินคืนจาก รัฐบาลจีนได้ นำมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่ ณ ปัจจุบันรัฐบาลก็ยังไม่ดำเนินการอะไร ก็ทำให้ผมรู้สึกทนไม่ไหวก็อยากจะเรียกร้อง อยากจะเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่น้ำไม่ท่วม มาบริจาคให้กับพี่น้องประชาชนที่น้ำท่วมด้วยความเอื้ออาทร ก็จะจัดโครงการ วัน แมน ออน เจ้าพระยา ริเวอร์ (One man on Chaophraya River) น้ำก็แรง ผมก็กลัวน้ำเหมือนกัน แต่ก็เพื่อต้องการหาเงินบริจาคมาให้เพื่อนคนไทยที่น้ำไม่ท่วมมาช่วยคนไทยที่น้ำท่วม เป็นการที่เราไม่ทิ้งกันนะครับ แต่ตอนนี้ก็รอ กกต. อนุมัติเป็นหนังสือว่าจะทำได้หรือไม่ได้🔗
ส่วนกรณีญัตติกราดยิงโคราชที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอุทัยสวรรค์ มีคนเสียชีวิต ๓๗ ราย เป็นเด็ก ๒-๔ ขวบ ๒๔ รายด้วยกัน ตายท้องกลมก็มี เหตุการณ์ดังกล่าวโหดร้ายมาก เงินเยียวยาจากรัฐบาลตอนนี้ยังน้อยมาก ล้านบาทต้น ๆ ยังน้อยกว่ากราดยิงโคราช ยังน้อยกว่าการเยียวยาผู้เสียชีวิตการชุมนุมทางการเมือง เพราะฉะนั้นอยากให้รัฐบาล เยียวยาชีวิตละประมาณ ๕ ล้านบาทอย่างต่ำ🔗
ส่วนการแก้ไขปัญหายาเสพติด แก้ง่าย ๆ ครับ ถ้าพื้นที่ สน. ใด สภ. ใด มียาเสพติดก็ให้ปลดออกจากราชการ ถ้าพื้นที่ ๓ สน. เป็นต้นไปก็ปลดผู้บังคับการ ถ้า ๓ ผู้บังคับการมีพื้นที่ยาเสพติดก็ปลดผู้บัญชาการ ถ้าผู้บัญชาการในพื้นที่ ๓ ผู้บัญชาการ มียาเสพติดก็ปลด ผบ.ตร. เรื่องดังกล่าวให้ใช้บรรทัดฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นกองทัพเรือ กองทัพบก แล้วก็เจ้าหน้าที่ปกครอง ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ถ้าใช้แบบเดียวกันรับรองว่าปลดไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของข้าราชการทั้งหมด รับรองว่า ยาเสพติดในประเทศไทยน่าจะหมดไปอย่างรวดเร็ว นี่คือสิ่งที่อยากจะฝากไปยังรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้แก้ไขโดยเร่งด่วน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ตามด้วยท่านอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย น้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นมาในปี ๒๕๖๕ นี้จังหวัดลพบุรีเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่เหมือนกับ หลาย ๆ จังหวัดในประเทศไทยของเราที่ถูกน้ำท่วมแล้วก็เกิดความเสียหาย เกิดความ เดือดร้อนจากพายุที่ผ่านมา แนวทางต่าง ๆ ที่ควรจะแก้ไข ผมจะขอเท้าความเรื่องน้ำท่วม ในเขตอำเภอชัยบาดาล อำเภอลำสนธิ อำเภอท่าหลวง ในจังหวัดลพบุรี คือต้นน้ำป่าสัก มาจากจังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มสัก อำเภอเมือง อำเภอหนองไผ่ อำเภอศรีเทพ อำเภอบึงสามพัน แล้วก็อำเภอวิเชียรบุรี เข้ามาจังหวัดลพบุรีของเรา ซึ่งผ่านมา แม่น้ำป่าสักมีความยาวหลายร้อยกิโลเมตร แล้วก็มาบรรจบที่อำเภอชัยบาดาลนี้ แล้วอำเภอ ชัยบาดาลกับอำเภอลำสนธิซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งของลุ่มน้ำลำสนธิที่มีความยาวตกประมาณ ๔๐ กว่ากิโลเมตร เกือบ ๕๐ กิโลเมตร จากบ้านวังเชื่อม ตำบลกุดตาเพชร แล้วก็ผ่านมาทาง บ้านท่าเยี่ยม บ้านเขาลวก แล้วก็บ้านลำสนธิ บ้านหนองรี ในเขตอำเภอลำสนธิ ซึ่งเป็น ลำคลองลำสนธิที่มีลำคลองที่เล็ก แล้วก็การรับน้ำคือรับน้ำจากเขาบังเหยซึ่งมีความยาว เป็นเทือกเขาที่กั้นระหว่างภาคกลางกับภาคอีสานตอนล่าง ซึ่งเขาบังเหยมีความยาว ตกประมาณราว ๔๐ กิโลเมตร ๔๐ กิโลเมตรนี้เป็นที่ราชพัสดุเกือบทั้งหมดที่อยู่ชายเขา ซึ่งอำเภอลำสนธิมีระดับสูงกว่าอำเภอชัยบาดาลตกประมาณเกือบ ๔๐ เมตร ระดับน้ำ ระดับพื้นที่ แล้วเทือกเขานี้ที่มีน้ำมา ฝนตกสักประมาณ ๓-๔ วันขึ้นมา ทุกครั้งที่ตก ๓-๔ วัน ติดต่อกันถ้าตกหนักน้ำจะเริ่มท่วมอำเภอลำสนธิก่อน เช่นปี ๒๕๖๔ นี้ชาวอำเภอลำสนธิ ถูกน้ำท่วม บางครั้งที่ว่าการอำเภอที่ตลาดลำสนธิ แล้วก็ที่ทำการสถานีตำรวจลำสนธิ สูงขึ้นมาถึงตกประมาณ ๒ เมตร ถึง ๒.๕๐ เมตร ซึ่งความเสียหายครั้งนั้นเสียหายมาก แล้วก็ มีพวกวัว พวกแพะ แล้วก็หลาย ๆ อย่างซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่เสียหายไป หมูตกประมาณเกือบ ๒๐๐ ตัว` แล้วก็ประชาชนมีความเสียหายถึงขั้นชีวิต ๓-๔ รายในอำเภอลำสนธิ ก็อยาก จะขอให้รัฐบาลช่วยแก้ไข ช่วยทำขุดลอกให้ดีขึ้น ซึ่งลำน้ำลำสนธินี้มาบรรจบกับแม่น้ำป่าสัก ที่ตำบลบัวชุม แล้วก็ผ่านตำบลบัวชุม ตำบลท่ามะนาว ตำบลหนองยายโต๊ะ ตำบลลำนารายณ์ ตำบลท่าดินดำ และผ่านสู่อำเภอท่าหลวง เข้าสู่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งลำน้ำป่าสักนี้ เมื่อปี ๒๕๕๕ เคยมีโครงการครั้งหนึ่งแล้ว คือลุ่มน้ำป่าสักมีงบการพัฒนา ลุ่มน้ำป่าสัก ตกประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท ๕๐๐ ล้านบาทนั้นเที่ยวก่อนนี้คือไม่ขอเอ่ยชื่อ หน่วยงานไหนที่รับไปทำ พอทำเสร็จเรียบร้อยแล้วเหมือนกับผักชีโรยหน้า คือขุดลอกเฉพาะ ริมถนนที่ติดลาดยางที่ลาดยางมา เหมือนกับเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์ ไม่ใช่เป็นการขุดลอก แม่น้ำป่าสัก ซึ่งเสียงบประมาณตก ๕๐๐ ล้านบาท คือกระผมเป็นคนในพื้นที่รู้สึกมีความ เสียดายแล้วก็มีความเศร้าใจที่ใช้งบประมาณโดยไม่เกิดประโยชน์ ณ ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนเดิม อยากจะให้รัฐบาลช่วยแก้ไข ช่วยกันดูแลเรื่องแม่น้ำป่าสัก ลุ่มน้ำป่าสักนี้ จากเพชรบูรณ์มาถึงอำเภอชัยบาดาล อำเภอท่าหลวง เพื่อต้องการทำให้แม่น้ำป่าสัก ให้กว้างขวางขึ้น และสองข้างแม่น้ำป่าสักซึ่งมีเขตของกรมเจ้าท่าอยู่แล้ว อยากจะให้ช่วย รักษาไว้ แล้วก็ช่วยกันเปิดให้มันกว้างขึ้น แล้วก็ทำให้น้ำไหลสะดวก และคลองลำสนธิ ซึ่งตอนนี้กรมเจ้าท่าก็ได้เข้าไปดูแล ซึ่งการดูแลนี้งบประมาณได้มาแค่ ๑ กิโลเมตรกว่า ระยะทางของลำสนธิตกประมาณเกือบ ๔๐ กิโลเมตร ทีนี้เกือบ ๔๐ กิโลเมตรได้มาแค่ กิโลเมตรกว่า ก็ขอความกรุณาคือให้รัฐบาลช่วยจัดสรรงบประมาณให้มากขึ้น เพื่อลดการ สูญเสียของภาครัฐและของเกษตรกร ซึ่งเขาไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่าช่วงไหนที่น้ำจะท่วมบ้านเขา ท่วมครั้งหนึ่งก็ตกประมาณราว ๒ เมตร ๒.๕๐-๓ เมตร ผลเสียหายเกิดขึ้นมากมาย อย่างมหาศาล ก็ขอให้รัฐบาลช่วยดูแลและเป็นข้อเสนอข้อแนะนำอีกอย่างหนึ่งที่อยากจะ ให้รัฐช่วยดูแล คืออยากจะให้รัฐบาลช่วยทำเป็นอ่างเก็บน้ำ ที่พักน้ำ แบบที่ท่าน ส.ส. ภราดร จากจังหวัดอ่างทองบอกว่าน้ำต้องมีที่อยู่ คือการเก็บกักน้ำ ช่วงที่อำเภอลำสนธิ ตรงตีนเขา บังเหยจะเป็นที่ราชพัสดุ ซึ่งเราสามารถกักเก็บน้ำได้เพื่อเอาเก็บไว้หน้าแล้งให้ส่งให้กับ ประชาชนให้มีโอกาสได้ใช้ในอำเภอชัยบาดาล เพราะพื้นที่นั้นสูงค่อนข้างเยอะ กราบเรียน ท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป เชิญท่านอมรัตน์ และตามด้วยท่านสงวน พงษ์มณี ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดนครปฐม ขอบคุณนะคะที่ให้ดิฉันมีส่วนร่วมในการอภิปรายเหตุกราดยิง ที่หนองบัวลำภู ในระยะเวลาเพียง ๒ ปีที่ผ่านมา เกิดเหตุกราดยิงมากถึง ๔ ครั้ง ทั้ง ๔ ครั้ง เกิดจากทหาร ตำรวจ ที่เป็นอาชีพที่ควรจะเป็นคนที่ปกป้องให้ความปลอดภัยกับประชาชน ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๓ เกิดเหตุกราดยิงโคราช เดือนมิถุนายน ๒๕๖๔ เกิดเหตุกราดยิง โรงพยาบาลสนามที่จังหวัดปทุมธานี เดือนกันยายน ๒๕๖๕ เกิดเหตุกราดยิงใน กรมยุทธศึกษาทหารบก และล่าสุดวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมาเวลาเที่ยงเกิดโศกนาฏกรรมที่จะเป็นฝันร้าย ที่ยากจะลืมเลือนของประเทศไทยไปอีกนานแสนนานค่ะ ท่านประธานคะ เหตุเกิดวันที่ ๖ ตุลาคมปีนี้ เกือบเดือนที่ผ่านมา ภายในเวลาประมาณแค่ ๒๐ ชั่วโมง ยังไม่ครบ ๒๔ ชั่วโมง ยังไม่ครบวันเลยคือในวันรุ่งขึ้น ในวันที่ ๗ ตุลาคม เวลาประมาณ ๐๘.๓๐ นาฬิกา นอกจาก การตอบคำถามที่น่าผิดหวังของคนระดับรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ตอบคำถามว่าเหตุมันเกิดเพราะว่าจะให้ทำอย่างไรละก็เด็กมันติดยา ก็คนมันติดยา เป็นการปัดความรับผิดชอบจากปัญหาโครงสร้าง ปัญหาการกดดันในอาชีพ ปัญหาการกดดัน ในสังคมให้กลายเป็นปัญหาส่วนตัว ให้กลายเป็นปัญหาของปัจเจกชน ไม่พอค่ะ ในเวลาที่ อ่อนไหวเจ็บปวดร่วมกันทั้งสังคมในวันนั้น ยังมีภาพที่มันย้อนแย้งขัดแย้งทำให้ผู้คนก่นด่า แล้วก็วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เสียความรู้สึกนะคะ คือการมีภาพพิธีการของ ส่วนราชการที่ถูกวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมและไม่ถูกกาลเทศะ มีการให้ความสำคัญ กับพิธีรีตอง ไม่ยอมคำนึงถึงความเหมาะสม ความเรียบง่าย แล้วก็ความจริงใจที่จะจัด วิสัยทัศน์เช่นนี้ของส่วนราชการถึงเวลาที่จะต้องปฏิรูป เรื่องระเบียบราชการแล้วก็ระเบียบ พิธีการ อันนี้ดิฉันพูดหมายถึงแค่ในระเบียบราชการ ไม่ได้ก้าวล่วงไปถึงสถาบันอื่น ๆ นะคะ วิสัยวิสัยทัศน์เช่นนี้ทำให้ประเทศเราอยู่ในหลุมดำยาวนานมากเกิน ๘ ปีแล้วค่ะ การเหยียบย่ำ ความรู้สึกของผู้สูญเสียผู้ปวดร้าว ดิฉันไม่คิดว่าภาครัฐมันน่าจะต้องคิดได้ ดิฉัน มีประสบการณ์การสูญเสียค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อเสียที่โรงพยาบาลดิฉันยังไม่อยากจะ กลับมาในที่เกิดเหตุ ไม่อยากจะไปดูที่ตึกนั้น บางคนเสียลูกจากการจมน้ำก็ไม่อยากจะไป บริเวณที่เกิดเหตุ รถชนอุบัติเหตุที่ไหน คนในครอบครัวที่สูญเสียต้องเลี่ยงเส้นทางอ้อมไปไกล เพื่อจะไม่ผ่านถนนเส้นที่ทำให้หวนคืนคิดกลับถึงเหตุการณ์ร้ายแรงนั้นอีก เพราะว่ามันเกิด ความสะเทือนใจอย่างรุนแรงในครอบครัวค่ะ แต่ท่านประธานคิดดูสิคะ การเอาพ่อแม่ ผู้ปกครองของ ๓๘ ชีวิตไปอยู่ในสถานที่เกิดเหตุในวันรุ่งขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์เพียงไม่ถึง ๑ วัน ถามเขาหรือยังว่าพวกเขาสมัครใจที่จะไปหรือเปล่า อยากให้คำนึงถึงจิตใจของเขาด้วย การนำผู้ปกครองไปในสถานที่ที่ลูกตัวเองต้องเสียชีวิตขนาดนั้น แล้วมีภาพที่คุณแม่ กอดผ้าห่มลูกทรุดตัวลง ดิฉันสะท้อนใจจริง ๆ ดิฉันไม่ทราบว่าทั้ง ๓๘ ครอบครัวเขายินยอม พร้อมใจสมัครใจหรือไม่ค่ะ ท่านประธานคะ ในมือดิฉันนี่เป็นคู่มือการบริหารจัดการสถานที่ เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำหรับการเกิดเหตุร้ายแรง ซึ่งมีทั้งหมด ๑๓ ขั้นตอน ในขั้นตอนที่ ๓ เกี่ยวกับการป้องกันรักษาสถานที่เกิดเหตุ และในขั้นตอนที่ ๑๒ คือการส่งคืน สถานที่เกิดเหตุ ขอสไลด์ (Slide) ค่ะ🔗
การเกิดเหตุในต่างประเทศ ที่มีความเป็นสากลเขาจะมีเชือกกั้นแบบนี้ในที่เกิดเหตุ ไม่ใช่มาปูพรมทำพิธีการอะไร ที่ฟุ่มเฟือยเยิ่นเย้อ แล้วก็ไม่เหมาะกับกาลเทศะ ดิฉันจึงคิดว่าเห็นควรที่จะต้องมีการปรับปรุง ตรงนี้ค่ะ และระบบการตรวจสอบสุขภาพจิตของคนทำงานที่อยู่ในอาชีพที่เสี่ยง มีความเครียดสูง จะต้องมีการตรวจสุขภาพจิตประจำปีหรือประจำ ๒ ปีอย่างสม่ำเสมอด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้อีก และการประเมินสุขภาพจิตไม่เฉพาะทหาร ตำรวจเท่านั้น คนที่อยู่ในทำเนียบ ผู้นำเราที่มีปัญหาสุขภาพจิตก็ควรจะต้องถูกประเมินเยียวยา รักษาสุขภาพจิตด้วย ดิฉันสงสัยว่าตั้งแต่เหตุกราดยิงที่โคราชในปี ๒๕๖๓ ได้มีการ ถอดบทเรียนและมีป้องกัน ป้องกันอย่างไรถึงได้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซากจากเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ ใกล้อาวุธปืน ดิฉันเห็นพรมแดงที่ศูนย์เด็กเล็กที่จังหวัดหนองบัวลำภู ดิฉันยังมองว่า พรมแดงนั้นเปรียบเสมือนการซุกปัญหาเอาไว้ใต้พรม ปัญหายาเสพติด ปัญหาการไม่ถอด บทเรียน ปัญหาการที่เจ้าหน้าที่เกษียณราชการแล้วยังสามารถพกพาอาวุธปืนได้ก็เป็นปัญหา ท่านประธานคะ ดิฉันขอจบการอภิปรายเท่านี้ค่ะ แต่ดิฉันได้ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่า ท่านประธานไม่ยอมให้ดิฉันนำสไลด์ (Slide) อีกภาพหนึ่งที่เป็นภาพวันรุ่งขึ้นของเหตุกราดยิง ที่จังหวัดหนองบัวลำภูได้ขึ้นจอในวันนี้ ดิฉันไม่ทราบเหตุผลค่ะ🔗
ประธานตัดสิน วินิจฉัยอะไรย่อมมีเหตุผลทั้งหมดนะครับ🔗
เหตุผลก็อยากให้ประธาน ชี้แจงด้วยค่ะ🔗
คงไม่จำเป็นนะครับ🔗
ไม่เป็นไรค่ะ ท่านประธานคะ ในข้อบังคับการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๖๙ วรรคสอง ได้บอกเอาไว้ เมื่อวานนี้ ดิฉันถูกท่านประธานชวนปิดไมโครโฟนไม่ให้พูดต่อ ทั้ง ๆ ที่ดิฉันกำลังพูดสิ่งที่จะเป็น ประโยชน์ ก็คือการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในการหาหลักฐานสู้คดีในชั้นศาล ในคดีที่ สำคัญ ท่านประธานปิดไมโครโฟน แล้วดิฉันถามว่าตั้งแต่มีสภาผู้แทนราษฎรมาเคยมีการ พูดถึงสถาบันกษัตริย์หลายต่อหลายครั้งหลังปี ๒๔๗๕ อ้างอิงได้จากหนังสือเล่มหนึ่ง ของอาจารย์ปรีชา🔗
ท่านอมรัตน์ เรื่องนี้คงไม่เกี่ยวกับญัตติครับ🔗
มันต่อเนื่องกันกับที่ ท่านประธานไม่อนุญาตให้นำสไลด์ (Slide) ขึ้นจอค่ะ เพียงแค่มีภาพพรมแดงเท่านั้น ท่านประธานก็อ่อนไหวขนานนี้แล้วหรือคะ ไม่ได้เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ ดิฉันกำลังจะพูดถึง ระเบียบราชการและพิธีการที่มันฟุ่มเฟือยเยิ่นเย้อ🔗
ท่านอมรัตน์ ต้องกราบขออภัย เพราะว่าที่คุณอมรัตน์พูดมันเป็นโยงถึงเหตุการณ์เมื่อวานที่ ท่านประธานชวนได้วินิจฉัย ฉะนั้นผมอยากให้ท่านอมรัตน์ได้ไปอ่านข้อบังคับ ข้อ ๗๑ การวินิจฉัยของประธานถือว่าเป็นเด็ดขาด ฉะนั้นเราอย่าได้โต้แย้งอย่าได้ขัดแย้งกันเลยนะครับ🔗
ขอบคุณค่ะ แต่ว่า ก็ประชาชนทั่วไปจากเหตุการณ์เมื่อวานก็มีสอบถามมา ดิฉันถึงต้องชี้แจงว่าข้อบังคับ ห้ามพูดถึงสถาบันกษัตริย์โดยไม่จำเป็น แต่เมื่อมันจำเป็นก็ต้องพูด และไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ค่ะ มีการพูดในอดีตสามารถพูดถึงสถาบันกษัตริย์ในสภาอย่างตรงไปตรงมา มีการอภิปราย เกี่ยวกับพระราชอำนาจ พระราชสถานะและการเข้าสู่ตำแหน่งพระมหากษัตริย์อย่าง กว้างขวาง🔗
ท่านอมรัตน์ ผมว่าพอแล้ว ท่านก็เลยเวลามาเกือบ ๒ นาทีแล้วด้วย แล้วก็จะโยงไปถึงเรื่องสถาบัน พระมหากษัตริย์อย่างเมื่อวานนี้ ฉะนั้นผมจะไม่อนุญาตนะครับ ผมขออภัยจริง ๆ🔗
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ🔗
เชิญครับ ประท้วงเรื่องอะไร🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๙ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตให้เหตุผล ประกอบว่าการทำหน้าที่ของท่านประธานนั้นไม่ถูกต้องและอาจจะไม่เป็นกลาง เพราะว่า ประเด็นที่ท่านประธานสภาวินิจฉัยเมื่อวานไม่ใช่ประเด็นเรื่องสถาบัน ท่านเองเข้าใจผิด ด้วยซ้ำ แล้วท่านก็พูดอยู่ฝ่ายเดียวไม่เปิดช่องให้คุณอมรัตน์ได้ตอบ ประเด็นเป็นอย่างนี้ครับ คุณอมรัตน์กำลังพูดถึงเรื่องของการที่ศาลไม่ยอมออกหมายเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ พระมหากษัตริย์ในการเสด็จพระราชดำเนินไปต่างประเทศ ไม่ได้พูดถึงตัวพระมหากษัตริย์ ไม่ได้พูดถึงสถาบันใด ๆ เลยครับ แต่ท่านประธานไปวินิจฉัยว่าเป็นการพูดถึงสถาบัน นี่ก็ไม่ตรงนะครับ🔗
ในข้อที่ ๒ ก็คือท่านประธานไปวินิจฉัยว่าไปพูดกระทบถึงสถาบันศาล นั่นสิครับ เราก็ต้องพูดนะครับ เพราะว่าสถาบันศาลเป็นหนึ่งในสถาบันอำนาจที่ใช้อยู่ใน รัฐธรรมนูญ นั่นก็ไม่ตรงครับ🔗
ส่วนในข้อที่ ๓ นั้นตรงอยู่ข้อเดียว ก็คือท่านไปวินิจฉัยว่าคุณอมรัตน์ได้ใช้ เวลานานไปแล้ว แล้วเห็นว่ามีการอภิปรายพอแล้วจึงปิดการอภิปราย ผมคิดว่าท่านตรงย้ำ แล้วให้ความเป็นธรรมว่าประเด็นที่คุณอมรัตน์ถูกปิดอภิปรายนั้นคือการใช้เวลาเกิน หรือเห็นว่าได้อภิปรายมามากพอแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องสถาบันใด ๆ และหาก เกี่ยวข้องก็พูดถึงได้ถ้าจำเป็นตามข้อบังคับ ตามตัวอักษรในข้อ ๖๙ วรรคสอง เผื่อประชาชน จะได้ไปเปิดอ่านว่าเขียนว่าอย่างไรครับ🔗
ผมขอวินิจฉัย เหตุการณ์เมื่อวานเป็นเหตุการณ์ที่ท่านประธานชวน หลีกภัย ได้วินิจฉัยไปแล้ว ฉะนั้น ขอความกรุณาว่าอย่าได้เอามารวมกันกับวันนี้ แต่วันนี้คือท่านอมรัตน์ได้ใช้เวลาเกิน เกินไปแล้ว แล้วอีกอย่างก็คือพยายามที่จะโยงถึงเรื่องเมื่อวาน ท่านประธานชวนได้วินิจฉัย ไว้แล้วผมจึงไม่อนุญาต🔗
ท่านประธานคะ ดิฉัน ขอใช้สิทธิพาดพิงค่ะ ที่ดิฉันจำเป็นจะต้องโยงไปถึงเมื่อวานเพราะดิฉันถูกกระทำแบบเดียวกันค่ะ คือวันนี้รูปภาพที่ไม่ได้อันตรายไม่ได้ถูกขึ้นจอ แล้วดิฉันถามว่าถ้าประธานสภาใช้ดุลยพินิจ ที่ล้นเกินเกี่ยวกับการพูดถึงสถาบันกษัตริย์ในสภา แล้วเราจะสามารถลงหลักปักฐาน ประชาธิปไตยที่เป็นสากลขึ้นในประเทศนี้ได้อย่างไร ในเมื่อสภาหลัง ๒๔๗๕ ก็มีการอภิปราย ถึงสถาบันกษัตริย์อย่างกว้างขวาง มีในบันทึก มีในหนังสือ แล้วทำไมอยู่ดี ๆ ไม่กี่ปีมานี้ ถึงจะต้องมีการใช้ดุลยพินิจของประธานสภาชนิดที่ล้นเกินแบบนี้ ดิฉันเป็นห่วงเป็นกังวล ว่าเราจะสามารถลงหลักปักฐานประชาธิปไตยที่มันมั่นคงในประเทศนี้ได้อย่างไร ถ้าสภาไม่ได้ เป็นที่ให้ผู้แทนราษฎรพูดความจริง🔗
ก็ได้ให้พูด พอสมควรแล้วนะครับ ผมว่าก็ขอให้ยุติได้แล้วครับ เชิญนั่งได้แล้วครับ🔗
ท่านประธานขออนุญาตครับ ผมสั้น ๆ นิดเดียวครับ ผม รังสิมันต์ โรม ขออนุญาตครับท่านประธาน ผมขออนุญาตประท้วง ท่านประธาน🔗
ประท้วง หรือครับ🔗
ประท้วงท่านประธานในข้อที่ ๕ ในเรื่องของการวางตัวเป็นกลางนะครับ ต้องขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ครับ คือตามที่ ท่านประธานได้ชี้แจงว่าการวินิจฉัยของท่านประธานเป็นที่ยุติ เรื่องนี้ถูกต้องครับท่านประธาน แต่ผมต้องเรียนต่อท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ว่าคำวินิจฉัยมันไม่ได้มีแค่เพียง คำวินิจฉัยตามหลักกฎหมาย แต่มันมีในส่วนของเหตุผลประกอบอยู่ข้างใน การที่ท่านอมรัตน์ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามได้นำเสนอสไลด์ (Slide) เพื่อประกอบการอภิปราย ท่านอมรัตน์ เขาเห็นว่ามีความจำเป็น ในส่วนของท่านประธานเมื่อจะวินิจฉัยก็มีความจำเป็นครับ ที่จะต้องอธิบายให้ท่านอมรัตน์เข้าใจ ว่าเพราะเหตุใดถึงไม่สามารถเอาขึ้นได้ กระบวนการ แบบนี้ครับ มันจะนำไปสู่ความเข้าใจอันดีกันระหว่างสมาชิกและท่านประธาน แต่ถ้าเกิด ท่านประธานไม่มีเหตุผลอธิบายให้กับท่านอมรัตน์ ผมคิดว่าการทำหน้าที่นี้อาจจะถูกสงสัย ในเรื่องของความเป็นกลางได้ พวกผมเราเป็นฝ่ายค้านครับท่านประธานครับ เราเข้าใจ เราใช้เหตุผลในการพูดคุยกันครับ ดังนั้นถ้าเกิดท่านประธานมีเหตุผลอันใดในการที่ ไม่สามารถที่ไม่อนุญาตให้ท่านอมรัตน์นำภาพที่เป็นในเรื่องของพรมแดง ซึ่งเป็นภาพที่ ผมว่าทุกคนเห็นกันหมด ทุกคนรู้ แล้วหลังจากที่มันมีปรากฏภาพนั้นมันมีการเอาพรมแดงออก ซึ่งการที่มันมีภาพที่มันเผยแพร่ออกไป🔗
ผมพอวินิจฉัย ได้แล้วครับ ท่านนั่งเถอะครับ🔗
จะจบแล้วครับท่านประธาน อีกแค่ ๑๐ วินาที ขอนิดเดียวครับ ๑๐ วินาที พอมันมีปรากฏภาพออกไปก็มีการปรับตัว อันนี้ครับ มันคือการใช้กลไกในการพูดคุยกันอย่างมีเหตุผลอย่างมีวุฒิภาวะ ดังนั้นผมอยากให้ ท่านประธานเวลาวินิจฉัยอยากให้ประกอบเหตุผลหน่อยครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ผมเรียน อย่างนี้นะครับว่า เจ้าหน้าที่ได้เสนอภาพขึ้นมาด้วยความเห็นว่ามีองค์ประกอบที่เกี่ยวพันกับ สถาบัน การอภิปรายของท่านอมรัตน์ก็จะเสนอแนะเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ผมไม่อยากจะพูดถึงว่า เป็นการโจมตีอะไรนะครับ ฉะนั้นความเห็นของเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายก็เสนอขึ้นมา ผมเองดูแล้วผมก็เห็นชอบตามที่เจ้าหน้าที่เสนอขึ้นมา จึงไม่อนุญาตภาพนั้น ส่วนภาพอื่น ผมอนุญาตครับ ฉะนั้นประธานวินิจฉัยแล้วขอให้จบเถอะครับ อย่าได้เอาไปรวมกันเลยครับ🔗
ขอประท้วงท่านประธาน เป็นเรื่องใหม่ครับ จากประโยคเมื่อสักครู่นี้ครับ ขออนุญาตครับ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประท้วงท่านประธานครับ ในเรื่องของความเป็นกลาง คือท่านประธานพูดหลายครั้งครับ ผมก็ฟังอยู่ว่าเป็นเรื่องของ เจ้าหน้าที่ชงมา แต่คือผมเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ครับ ว่าท่านประธานใช้อำนาจ และเมื่อท่านประธานใช้อำนาจ ท่านประธานมีหน้าที่และมีความรับผิดชอบที่ตามมา ผมคิดว่าไม่มีความจำเป็นครับที่จะต้องอ้างเจ้าหน้าที่ ดังนั้นถ้าท่านประธานวินิจฉัย เราเคารพครับ เพราะท่านประธานกำลังทำหน้าที่ในฐานะประธาน แต่ไม่จำเป็นต้องไปพูดถึง เจ้าหน้าที่เลย ก็อยากให้ท่านประธาน เป็นไปได้นะครับไม่ต้องพูดถึงเจ้าหน้าที่ แล้วท่านประธานวินิจฉัยอะไรไป คุยกันด้วยเหตุผลครับ ผมคิดว่าอันนี้จะทำให้พวกเรา เคารพท่านประธาน🔗
ท่านให้ผม อธิบาย ที่จริงแล้วผมก็ไม่อยากจะอธิบายลงลึก แต่ว่าพอท่านให้ผมอธิบาย คือกระบวนการ ในการคัดกรองสื่อที่จะนำเสนอนี้นะครับ มันต้องผ่านการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ ฝ่ายกฎหมายด้วยขึ้นมา แต่ว่าวินิจฉัยเป็นเด็ดขาดอยู่ที่ประธาน ฉะนั้นผมถึงเล่าให้ฟังว่า ผ่านการเสนอความเห็นของเจ้าหน้าที่มา แล้วผมก็ได้ตรวจสอบดูรายละเอียดแล้วว่า มันไม่สมควรที่จะเอาภาพนั้นออกมานะครับ ประธานได้วินิจฉัยแล้ว ถือว่าจบแล้วครับ🔗
ท่านประธานคะ นิดเดียวค่ะ ถ้าดิฉันไม่ได้พูดจะเกิดความเสียหายกับดิฉันนะคะ การที่ท่านประธานวินิจฉัยดิฉันเคารพค่ะ แล้วในส่วนตัวดิฉันเคารพท่านประธานมาก ๆ ทีนี้ดิฉันจะต้องขอโอกาสพูดนะคะ ว่าภาพภาพนั้นเป็นภาพสาธารณะที่ปรากฏอยู่ในสื่อมวลชนทุกฉบับ ทั้งสื่อออนไลน์ (Online) ทั้งสื่อกระดาษ ไม่ได้เป็นภาพที่พิสดารอะไรใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ เดี๋ยวคนจะเข้าใจว่าเป็นภาพที่ อันตรายนะคะ ดิฉันก็เอามาจากหนังสือพิมพ์ ไม่ได้เป็นภาพที่เป็นพิเศษอะไร แล้วการที่ ดิฉันพูดคือดิฉันพูดถึงในขั้นแค่พิธีการ พูดถึงในระเบียบราชการ ดิฉันไม่ได้พูดพาดพิงไปถึง สถาบันอันเป็นที่เคารพด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันขอถือโอกาสพูดตรงนี้นะคะ แต่ดิฉัน แค่มีความคิดเห็นว่าเป็นการใช้ดุลยพินิจที่ล้นเกิน ในเมื่อชาวบ้านร้านตลาดทุกตรอกซอกซอย🔗
พอแล้วครับ ท่านอมรัตน์ครับ ผมขอเถอะครับ จบเถอะครับ นั่งลงเถอะครับ ไม่อย่างนั้นการประชุม ก็เดินต่อไม่ได้ครับ คือประธานได้วินิจฉัยแล้ว ว่าสิ่งเหล่านั้นไม่เหมาะสม ภาพนั้นอาจจะ ออกไปทางสื่อสาธารณะอยู่ข้างนอกสภา ตรงนั้นก็เป็นเรื่องของข้างนอก แต่วันนี้เราเอานำมา เสนอในสภาผู้แทนราษฎร เรามีข้อบังคับ ฉะนั้นประธานต้องดำเนินการตามข้อบังคับ ต้องขออภัยด้วย ต่อไปเชิญท่านสงวน พงษ์มณี ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ผมจะพูดถึงเรื่องน้ำท่วมที่ผ่านมา ในลักษณะที่ว่าอะไรเป็น อุปสรรคในการแก้ปัญหา ท่านประธานครับ ผมคิดว่าส่วนราชการ และกระทรวง ทบวง กรม มีส่วนในการทำให้การแก้ปัญหายากลำบากมากขึ้น ๒ ตำบลในจังหวัดลำพูน ตำบลริมปิง ตำบลประตูป่า แล้วก็ ๑ ตำบลในจังหวัดเชียงใหม่ เสียหายมาหลายสิบปีเนื่องจากว่า โอนฝายผิด คุณโอนฝายให้แม่น้ำกั้นระหว่างจังหวัดไปให้เทศบาลเล็ก ๆ ในจังหวัดลำพูน ทั้งชลประทาน ทั้งท้องถิ่นอยากจะคืน แต่คนที่เป็นอุปสรรคที่สุดคือคณะกรรมการ การกระจายอำนาจ คุณต้องฟังผมนะ คุณอย่าละเลยสิ่งที่คุณโอนผิดแล้วเขายังต้องการแก้ไข แต่คุณก็กลับไม่ให้ พอไม่สร้างฝายพญาอุตไม่มีประตูน้ำ น้ำย้อนท่วม ๓ ตำบลเสียหายยิ่งกว่า ราคาฝายอีก🔗
เรื่องที่ ๒ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้ทำตามโครงการที่พระราชดำริไว้ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ เรื่องอ่างเก็บน้ำ พอคุณไม่สร้างอ่างเก็บน้ำในตำบลห้วยยาบ ไม่สร้าง อ่างเก็บน้ำในตำบลทากาศ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน อ่างแม่ขนาด อ่างห้วยยาบทำให้เกิด น้ำท่วมความเสียหายในเขตอำเภอเมืองและเขตอำเภอแม่ทามากมาย เรื่องนี้ผมอยากจะให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องไปดูว่าอันไหนที่เป็นโครงการพระราชดำริคุณต้องทำ🔗
เรื่องที่ ๓ กระทรวงคมนาคมไปดูกรมทางหลวงบ้างสิ คุณสร้างถนนสูง น้ำผ่านไม่ได้คุณก็มีท่อลอด แต่ ๓-๔ ปีมานี้คุณไม่เคยทำท่อลอดเลย คุณทำแต่ปะผุทำถนนใหม่ ทำแล้วทำอีก ถนน ๑๑๔๗ ตั้งแต่นิคมอุตสาหกรรมลำพูนไปยังบ้านธิ หน้าโรงพยาบาล อำเภอบ้านธิก็ไม่มีท่อลอดใหญ่ ในเขตของห้วยยาบก็เหมือนกัน ที่ตำบลทาแม่ลอบ หมู่ ๑ ก็เหมือนกัน ผมว่าเลิกทำสิ่งที่มันไม่จำเป็น คิดถึงว่าตัวเองสร้างอุปสรรคให้กับทางน้ำ คุณต้องไปแก้ปัญหาตรงนั้น ส่วนราชการถ้าจะบูรณาการกันบ้างปัญหาความเดือดร้อนของ ชาวบ้านก็จะไม่เกิดขึ้นหนักขนาดนี้ ท่านเชื่อไหมครับ อ่างเก็บน้ำห้วยยาบคิดกันมาตั้งแต่ ปี ๒๕๓๘ วันนี้ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ติดปัญหาแค่ว่ายังไม่มีเงินออกแบบ ก็ยังไม่ให้ พอมา แม่ขนาดยังไม่เริ่มต้น พอไม่เริ่มต้นตำบลทาขุมเงินเป็นอย่างไร เสียหายแพงกว่าที่ควรจะไป สร้างฝายสร้างอ่างอีก และใครรับผิดชอบ ให้ประชาชนตาดำ ๆ รับผิดชอบหรือครับ ผมพูดมานี้ช่วงนี้ผมจะมีความเห็นกับการบริหารราชการแผ่นดินของส่วนราชการต่าง ๆ เพราะว่ามันเป็นช่วงสุดท้าย เทอมสุดท้ายของการเป็น ส.ส. รอบนี้แล้ว จึงอยากจะให้ การอภิปรายวันนี้สั้น ๆ บอกไปยังส่วนราชการว่าในแต่ละจังหวัดจะต้องบูรณาการร่วมกัน ทางหลวงต้องดูท่อลอดด้วย เพราะท่อลอดเป็นอุปสรรคสำคัญ ตอนนี้ไฟฟ้าเต็มไปหมด เอาเงินสร้างไฟฟ้าข้างถนนไปทำท่อลอดหน่อยสิ มันเสียหายและชาวบ้านเดือดร้อนหมด ท่านครับ โครงการพระราชดำริท่านมองด้วยยาวไกล ถ้าท่านช่วยสร้างโครงการพระราชดำริ ในภาคเหนือ ๘ จังหวัดให้มันครบถ้วนตามนั้น ปัญหาน้ำท่วมจะไม่มี น้ำแล้งก็จะหายไป ช่วยกรุณาติดตามและทำตามที่พระราชดำริคิดไว้ตั้งแต่ก่อนปี ๒๕๓๕ มาวันนี้ปีอะไรแล้ว กี่ปีแล้วไม่ทำเลย พอมีการหารือที มีการบอกอย่างนี้ก็ไปตามเรื่องที แล้วก็หยุด ผมคิดว่าอยากจะฝากท่านประธานไปบอกส่วนราชการว่าบูรณาการในจังหวัดตัวเอง แต่ละจังหวัดได้ไหม หัวหน้าส่วนราชการทั้งหลายที่เข้าไปของภูมิภาคทุกภูมิภาคมานั่งคุยกันว่า อุปสรรคที่เป็นอย่างนี้ น้ำท่วมครั้งนี้อะไรคือปัญหาแล้วรวมกันแก้ อย่าปล่อยให้ชาวบ้าน รับปัญหาที่คุณค้าง ๆ กันไว้ ใช้เวลาน้อย ๆ แต่บอกให้ประธานทราบว่าการไม่บูรณาการ ในจังหวัดมีส่วนสำคัญในการทำให้ปัญหานั้นแก้ยากขึ้นทุกวัน ๆ แค่นี้ละครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศรีนวล บุญลือ ตามด้วยท่าน พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้านางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ตามที่ผ่านมาเดือนกันยายน ตุลาคม ก็มีอุทกภัยฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วม น้ำไหลทะลักเข้าท่วมประชาชน โดยเฉพาะเขต ๘ เชียงใหม่ อำเภอแม่วาง อำเภอสันป่าตอง อำเภอดอยหล่อ และอำเภอจอมทอง ซึ่งอำเภอแม่วางนั้นเป็นน้ำแม่วางสายหลักที่เป็น เส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงอำเภอแม่วางและอำเภอสันป่าตองและอำเภอดอยหล่อ น้ำท่วมหนัก เกิดน้ำเซาะตลิ่งพัง ลำน้ำตื้นเขินทำให้ฝั่งสไลด์ (Slide) ลง แล้วก็ทำให้น้ำท่วมที่อยู่อาศัย น้ำท่วมนาที่ทำนาที่ทำกินเกิดการเสียหาย โดยเฉพาะที่ฝายน้ำวาง กรมชลประทานนั้นเคยไป ก่อสร้างฝายให้กับประชาชนของอำเภอแม่วางมีฝายรวมกันอยู่ ๑๑ ฝาย ๑. ฝายนอน ๒. ฝายสมบูรณ์ ๓. ฝายบ้านใหม่ปางเติม ๔. ฝายขุนคง ๕. ฝายบ้านนาทราย ๖. ฝายท่าคำป่า ๗. ฝายศรีบุญเรือง ๘. ฝายดอนปิน ๙. ฝายท่าสา ๑๐. ฝายคำภิโร ๑๑. ฝายปูโร สำหรับ ๑๑ ฝายนี้หลังจากก่อสร้างเสร็จทางกรมชลประทานก็มีคดีความกับผู้รับเหมา ดังนั้น ก็ไม่สามารถที่จะจัดสรรงบประมาณไปดูแลฝายทั้ง ๑๑ ฝายนี้ได้ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๒ จนมาถึง ปัจจุบัน หน้าฝายตื้นเขินประตูฝายเสียทั้งหมด ไม่สามารถที่จะหมุนขึ้นหมุนลง แล้วเวลา ถ้าน้ำไหลทะลักลงมาก็มีปัญหาเอาลำน้ำเหมืองขาดแล้วก็มีปัญหาความเดือดร้อน ดังนั้น อยากจะขอเรียนฝากประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังกรมชลประทานหรือกรมเจ้าท่า และกรมโยธาธิการและผังเมือง ขอให้เร่งช่วยเหลือชาวบ้าน โดยเฉพาะกรมชลประทาน เร่งเอาประตูน้ำไปเปลี่ยนแล้วก็ไปแก้ไขประตูน้ำที่หมุนขึ้นหมุนลงด้วย แล้วก็มาที่น้ำขานของ อำเภอสันป่าตอง อันนี้ก็เหมือนกัน น้ำขานนั้นก็ตื้นเขินทำให้ฝายน้ำไหลเข้าลำน้ำเหมือง มีขี้โคลนมาก ดังนั้นอยากจะขอความเมตตาผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังกรมเจ้าท่า เร่งขุดลำน้ำแม่ขานและลำน้ำแม่วาง พร้อมกับวัชพืชซากไม้ต่าง ๆ ให้เอาออกให้หมดเลย โดยเฉพาะถนนหมายเลข ๑๐๘ ตั้งแต่อำเภอสันป่าตองไปสายอำเภอฮอด ก็ขอฝาก ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ไปยังแขวงทางหลวงเชียงใหม่ ขอเร่งแก้ไขปัญหาท่อน้ำตัน ร่วมกับท้องที่และท้องถิ่นร่วมด้วยช่วยกันแก้ไขปัญหาเปลี่ยนท่อ ที่ขนาดเล็กเป็นขนาดใหญ่ แล้วก็ส่งน้ำไปยังลำน้ำปิงเพื่อที่ไม่ให้น้ำกักขังท่วมประชาชน ถนนสายสันป่าตอง หมายเลข ๑๓๑๐ พร้อมกับ หมายเลข ๔๐๑๖ ก็มีหลายจุด ดังนั้น ก็ขอประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ศักดิ์สยาม ชิดชอบ กรมทางหลวงชนบทเชียงใหม่ เป็นผู้ดูแล เร่งแก้ไขปัญหาที่ท่อตัน แล้วก็เกี่ยวกับเงินเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชน ตอนเช้าได้ประชุมกับคณะกรรมการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิต ต้นทุนในการทำนาไถไร่ละ ๑,๓๐๐ บาท การปลูกนาไร่ละ ๑,๓๐๐ บาท ปุ๋ย ๑ กระสอบก็ ๑,๘๐๐ บาท รวมแล้วต้นทุน ไร่หนึ่งก็ ๔,๔๐๐ บาท แต่ได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาลไร่หนึ่งประมาณ ๑,๓๔๐ บาท ยังขาดทุนไปไร่ละ ๓,๐๐๐ กว่าบาท ดังนั้นก็อยากจะฝากประธานไปยังรัฐบาลขอให้เพิ่มเงิน เยียวยาให้กับประชาชนที่ได้ทำนา แล้วก็มีการเสียหายในครั้งนี้ด้วย ขอกราบขอบพระคุณเจ้า🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป เชิญ พลตำรวจโท วิศณุ ตามด้วยท่านสมคิด เชื้อคง ท่านนิยม เวชกามา นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะ ที่เป็นตำรวจเก่า จะขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปรายแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะ กับกรณีกราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วผมอยากจะสรุปเป็นคำพูดสั้น ๆ ว่ายาบ้าเม็ดเดียวสร้างหายนะและความสูญเสีย ให้กับครอบครัวทั้ง ๓๗ ครอบครัว แล้วก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติมิตรไว้ที่ตรงนี้ด้วย ผู้ก่อเหตุนั้นเดิมเป็นตำรวจนครบาล แล้วก็ย้ายกลับไปที่อีสานที่ สภ. นาวัง พฤติการณ์ มีพฤติการณ์เสพยาเสพติดมาจากนครบาลแล้ว อันนี้เป็นคำรับสารภาพหลังจากที่ทางตำรวจ เขาไปตรวจค้นห้องพักเขาแล้วพบยาเสพติดเพียง ๑ เม็ด เมื่อมารับราชการที่นาวัง เขาก็มี ปัญหากับเพื่อนร่วมงาน มีปัญหากับผู้บังคับบัญชามาโดยตลอด อันนี้เป็นข้อมูลจากจาก เพื่อนร่วมงานด้วย แล้วก็จากผู้บังคับบัญชาด้วย ผมก็พยายามตรวจสอบข้อมูลในเชิงลึก ด้วยนะครับ ปรากฏว่าเดิมเขามาเป็นตำรวจสายตรวจ สายตรวจรถจักรยานยนต์ที่ใส่หมวก กันน็อคสีทอง ๆ ที่ขาว ๆ เรียกว่าไอ้หัวปิงปองนี่เรียกว่าจราจร แต่ว่าหมวกสีทองก็เป็น สายตรวจรถจักรยานยนต์ หลังจากมีปัญหากับเพื่อนคู่ตรวจหลายคน ทางผู้บังคับบัญชาก็เลย ให้เขามาประจำที่สิบเวร ซึ่งในความรู้สึกของตำรวจถือว่าเป็นการลดชั้น ว่าสิบเวรก็จะเป็น คนที่มีปัญหา เป็นคนที่อายุมากแล้วหย่อนความสามารถอะไรทั้งหลายก็จะมาเข้าสิบเวร ปฏิบัติหน้าที่ เมื่อมาเข้าสิบเวรก็มีปัญหาอีก มีเรื่องละทิ้งหน้าที่ มีเรื่องไม่แต่งเครื่องแบบ อะไรต่าง ๆ แล้วนอกจากนั้นยังเลยไปถึงว่าคือเขาเป็นคนชอบดื่มสุรา ร้องเพลง ทำให้ สร้างปัญหากับห้องข้างเคียง และในที่สุดผู้กำกับท่านหนึ่งก็พยายามจะแก้ปัญหาแล้วก็ แก้ไม่ได้ ผู้กำกับท่านที่ ๒ มาถึงก็เรียกมาคุย มาเคลียร์ (Clear) มาอะไรต่าง ๆ มาให้ คำแนะนำ คาดโทษอะไรทั้งหลายก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ สุดท้ายก็มีความพยายามที่จะคุย กับเขาว่าให้เขากลับบ้านเอาไหม เพราะว่าบ้านเขาอยู่อำเภอนากลาง อำเภอนากลางกับ อำเภอนาวังห่างกันไม่เยอะ ประมาณสัก ๒๐ กิโลเมตร ก็ปรากฏว่าผู้บังคับบัญชาระดับภาค ก็มองว่าถ้าส่งเขากลับไปที่บ้านเกิดเขาที่อำเภอนากลางก็จะไปสร้างปัญหาอีก ให้ผู้กำกับ ท่านปัจจุบันนี้ละแก้ไข สุดท้ายก็เลยจบลงด้วยการใช้มาตรการที่เข้มข้นก็คือเอากองสืบ ไปตรวจห้องพักพบยาเสพติด ๑ เม็ด ตั้งกรรมการสอบสวนดำเนินคดีให้ออกจากราชการ นี่เป็นจุดเริ่มต้นเลยของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ หลังจากที่ถูกให้ออกจากราชการความเครียดได้เข้ามาครอบงำ เพื่อนก็ไม่เอา ผู้บังคับบัญชา ก็ไม่เอา ครอบครัวเองความเครียดนั้นก็ทำให้เขาทำร้ายภรรยาอะไรต่าง ๆ ภรรยาก็ติดต่อ คุณพ่อคุณแม่ให้มารับกลับไปบ้าน คือภรรยาก็จะไม่เอาด้วย แล้วเขาเองมีความพยายาม ที่จะให้ภรรยาเข้ามาเหมือนกับรับผิดแทนอะไรประมาณนี้ ภรรยาก็ไม่เอาอีก เพราะฉะนั้น วันนี้ก็เหมือนกับพึ่งใครไม่ได้ วันที่ไปศาล ท่านผู้พิพากษาก็แนะนำว่าให้คุณไปหาประวัติ การศึกษาของคุณ ผลงานอะไรทั้งหลายที่คุณได้สร้างคุณงามความดีไว้เพื่อจะรอลงอาญา เพื่อรอการลงโทษ ไปหาที่ อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถูกปฏิเสธอีก สุดท้ายก็เลยก่อคดี คือที่ผมพูดประเด็นตรงนี้ขึ้นมาอยากจะเสนอความเห็นนี้ผ่านไปยังรัฐบาลด้วย ผ่านไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย ว่าบางทีการใช้มาตรการที่เข้มข้นขนาดนี้ เอาออกจากราชการ ต้องตามด้วยครับ หมายความว่าหลังจากที่ออกจากราชการมาแล้วต้องตามดูพฤติกรรม เขาด้วย เพราะว่าทุกครั้งที่ไปกินเหล้าหลังจากถูกออกจากราชการ ระหว่างการต่อสู้คดี เขาจะพูดอยู่เสมอว่าเดี๋ยวจะเอาให้ดังกว่าโคราชอีก แปลว่ามันก็เป็นลางบอกเหตุมาตั้งแต่ ต้นแล้วครับ แต่ว่าไม่มีใครติดตามพฤติกรรมตรงนี้หรือคำพูดตรงนี้ของเขา สุดท้ายก็อยาก จะเรียนผ่านไปถึงรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าการถอดบทเรียน ทบทวนการ สังคายนาทั้งหลายขอให้ทำอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง อย่าเป็นไฟไหม้ฟาง วัวหายล้อมคอกก็ยัง เป็นสำนวนไทยที่ใช้ได้อยู่นะครับ ถ้าไม่ล้อมคอกวัวก็หายอีก ไม่ล้อมคอกวัวก็อาจจะออก จากคอกไปขวิดคนอื่นให้ถึงแก่ชีวิตในลักษณะเช่นนี้อีก ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมคิด ตามด้วยท่านนิยม และตามด้วยท่านคารม พลพรกลาง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดอุบลราชธานี วันนี้มาพูดเรื่องญัตติด่วน ด้วยวาจาก็คือเรื่องน้ำท่วม ผมเองอยู่จังหวัดอุบลราชธานี อย่างที่ทราบก็คือท่วมหนัก จุดอ่อน ของจังหวัดอุบลราชธานีก็คือว่าเมืองอุบลราชธานีรองรับน้ำจากทั่วทุกทิศ ไม่ว่าจะมาจากน้ำชี ที่เริ่มต้นมาจากจังหวัดชัยภูมิ ผ่านจังหวัดขอนแก่น จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดยโสธร แล้วก็มาลงที่จังหวัดอุบลราชธานี แม่น้ำมูลก็ลงที่จังหวัดอุบลราชธานี คือสรุปแล้ว น้ำสาขาต่าง ๆ นั้นมาลงจังหวัดอุบลราชธานี สุดท้ายก็เป็นแหล่งรองรับ ถามว่ามันเพิ่งเกิดหรือ ไม่ละครับท่านประธาน ท่านประธานก็เคยไปจังหวัดอุบลราชธานี มันเกิดมานานแล้ว มันเกิดมาทุกครั้ง น้ำท่วม ปี ๒๕๐๙ ปี ๒๕๒๑ ก็ว่าหนักแล้ว ปี ๒๕๑๙ ปี ๒๕๖๒ มันก็ท่วม มาตลอด แต่ก็แปลก พอท่วมมาแล้วมันก็มาอยู่อย่างนั้น แล้วสุดท้ายก็บอกว่ามันท่วมอีก ปี ๒๕๖๒ ก็ผมนี่อยู่คณะกรรมาธิการการปกครอง ก็เชิญท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เชิญกรมชลประทาน เชิญทุกหน่วยงานมา มีแผน มีอะไรเรียบร้อย จะแก้ ๑ ๒ ๓ แต่ว่ามันก็ อย่างที่เห็น ผมมีภาพน้ำท่วม อย่างน้อย ๆ เดี๋ยวท่านประธานอาจจะไม่เห็น ขอภาพหน่อยนะครับ ภาพน้ำท่วมเมืองอุบลราชธานี ถ้าท่านประธานก็เข้าใจว่าเห็นตามสื่อ แต่ว่าผมมีภาพมาฝาก ท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกว่ามันท่วมอย่างไร มันถึงขนาดไหน เชิญเลยครับ🔗
คือเรื่องน้ำท่วมนี่ นี่อย่างไรครับ อันนี้ อยู่ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง แรก ๆ อยู่ริมห้วยขยุง ภาพถัดมาเลยครับ เรากำลังไปดู กับนายอำเภอ กับนายก อบต. ซึ่งได้ประสานกันไว้ ถัดมาเป็นภาพรวมใหญ่ของแหล่ง อำเภอวารินชำราบ เขต ส.ส. กิตติ์ธัญญา ส.ส. เปิ้ลเลย ในบริเวณนั้นเต็มไปหมดเป็น พัน ๆ หลัง ภาพอีกทีครับ นี่มิดหลังคาครับท่านประธาน มิดหลังคา แต่เรื่องนี้ขอเรียนว่า มันเกิดมาตลอดแต่เราไม่แก้ปัญหา แล้วสิ่งที่เห็นได้ชัดไม่รู้ใครรับผิดชอบ โยนไปทั้งการไฟฟ้า ฝ่ายผลิต ทั้งจังหวัด ทั้งอำเภอ ทั้งกรมชลประทาน สุดท้ายมีแต่ข้อมูลบอกว่าไม่เป็นไรเอาอยู่ ผมกับคณะไปประชุมที่สำนักงานชลประทาน ดูแล้วก็บอกไม่เป็นไร ๆ แหล่งน้ำท่วม ในจังหวัดอุบลราชธานีมันท่วมอย่างภาพที่เห็นนี่ละครับ มันเต็มไปหมด นี่บริเวณหาดคูเดื่อ น้ำสองสายมาเจอกัน ทั้งลำน้ำมูลน้อย ทั้งแม่น้ำมูล เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ก็เห็นได้ชัดว่าถามว่ารู้ไหมว่ามันจะท่วม ทางกรมชลประทานกับทางจังหวัดบอกว่าเอาอยู่ สุดท้ายอีกอาทิตย์หนึ่งเอาอยู่ไหมละครับ มีคนบอกว่าจังหวัดอุบลราชธานีพร่องน้ำช้าไป ก็ไม่ฟังเขา การไหลต่าง ๆ ผมก็เชื่อว่ามันก็เป็นธรรมชาติ แก่งสะพือ แก่งตะนะ แล้วก็ มีอีกที่หนึ่งก็คือเขื่อนปากมูล ก็เป็นสาเหตุหนึ่งเหมือนกันในการที่ทำให้น้ำท่วม ฉะนั้นเวลาที่ มันท่วมแล้วเราก็พูดกันแต่ท่วม ๆ แล้วฝ่ายบริหาร ฝ่ายนายกรัฐมนตรี ฝ่ายรัฐมนตรีก็ไปเยี่ยม ไปเยียวยา ไปแจกถุงยังชีพ ผมไม่อยากเห็นแบบนี้ เอาให้มันชัดเลยว่าจะแก้ยั่งยืนอย่างไร วิธีแก้มี ผมเรียนนะครับ น้ำน่ะมันไม่ได้มากกว่าเดิมหรอก ผมเกิดมาอายุประมาณนี้น้ำก็ เท่าเก่านั่นละ แต่ปัญหาคือคนไปอยู่แทนน้ำ ถามว่าเวลาจะสร้างบ้านจัดสรร จะทำถนน หนทางคุยกันบ้างไหม กรมทางหลวง กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมชลประทาน บ้านจัดสรรบางแห่งก็ไปปิดทางน้ำ ทุกอย่างไม่ได้ประสานกันเลย ต่างคนต่างทำ เรียกว่า เล่นดนตรีคนละวง หาเจ้าภาพไม่เจอ พอชลประทานจะปล่อยน้ำก็บอกปล่อยไม่ได้ ๆ เดี๋ยวจะ ไม่มีน้ำการเกษตร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็ต้องรอคณะกรรมการอะไรไม่รู้กว่าจะปล่อย เขื่อนอุบลรัตน์ก็เหมือนกัน ตอนที่ผมไปก็บอกว่าเหลืออีก ๗๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ไม่ท่วม เอาอยู่ อีกอาทิตย์ครึ่งมาเรียบร้อยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้แสดงว่ามันอยู่ที่การบริหาร จัดการน้ำ มันอยู่ที่หน่วยราชการต่าง ๆ ที่จะเข้าบริหาร ต้องไม่ต่างคนต่างทำ ต้องทำร่วมกัน ท่านประธานครับหาเจ้าภาพไม่เจอ กรมทางหลวงก็บอกฉันไม่เกี่ยว เรื่องนี้เป็นเรื่องนี้ กรมทางหลวงชนบทก็บอกฉันไม่เกี่ยวเรื่องนี้ ชลประทานก็บอกฉันไม่มีหน้าที่ปล่อย สารพัดอย่างที่มันเกิดปัญหา แนวทางแก้ไขผมก็เห็นท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ท่านผู้อาวุโส จากจังหวัดอำนาจเจริญท่านได้นำเสนอจากพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งครบถ้วน ทำคลองสาขา ทำแม่น้ำสาขา ทำบายพาส (Bypass) น้ำสารพัด ทำไมไม่ทำ มันมีแผนมีโครงการ พรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาลผมจะทำให้ดูท่านประธานครับ มันไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย ปัญหาที่เกิดก็คือว่า เราไม่ทำแล้วเรามาแก้ปัญหาปลายเหตุ พอแก้ปัญหาปลายเหตุความเดือดร้อนคือประชาชน ประชาชนไม่อยากได้ถุงยังชีพ ไม่อยากได้อะไรหรอกครับ เขาอยากไม่ให้น้ำท่วม แล้ววันนี้ ระเบียบราชการกว่าจะสำรวจกว่าจะอะไรยังไม่ได้ไปถึงไหนหรอกครับ มะงุมมะงาหราอยู่ เพราะฉะนั้นขอเกินเวลาเล็กน้อยครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิยม ตามด้วยท่านคารม แล้วก็ตามด้วยนางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเสนอแนวทางที่จะบำบัดจากการที่ท่านคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เสนอแนวทางแก้ไขโศกนาฏกรรม สังหารโหดที่จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งที่พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองในสมัย พุทธกา คือเมืองนครเขื่อนขันธ์กาบแก้ว จังหวัดหนองบัวลำภู นี่คือเมืองเดิม ท่านประธานครับ และเป็นการเสนอญัตติของคุณหมอ ส.ส. บัญญัติ เจตนจันทร์ ซึ่งเสนอการบำบัดแบบยุโรป ด้วยจิตวิญญาณ สุดท้ายลงด้วยจิตวิญญาณและการบวชเป็นพระ ส่วนคุณหมอชลน่าน ก็เสนอในแนวนักจิตวิทยา แต่ผมขอเสนอว่าเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นนี่ท่านประธาน ผมตกใจ ว่านี่คือเมืองพุทธ เป็นสังคมของพุทธ แล้วปล่อยเหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรียังสบายอยู่ดีไหม หรือแค่ไปเป็นประธานแล้วบอกเยียวยาแล้วจบ มันไม่ใช่ อย่างนั้นท่านประธาน นี่สังคมไทยเป็นสังคมพระพุทธศาสนา ครอบครัว โรงเรียน ที่ทำงาน การใช้ชีวิตต้องให้ผูกพันกับธรรมะของพระพุทธเจ้า ผมถึงกราบเรียนว่าผมเสนอแนวทางแก้ไข คือการนำเสนอหลักธรรมคือพุทธจิตวิทยา มาแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว สังคม และปัญหายาเสพติด ที่มันเกิดเหตุการณ์ แบบนี้เพราะว่าการขาดสติสัมปชัญญะ ขาดความรับผิดชอบชั่วดี พระพุทธเจ้าตรัสว่า สติ เตสัง นิวารณัง หมายความว่าสติเป็นเครื่องกั้นกระแส เป็นเครื่องหยุดยั้งความคิดไว้ ไม่ให้ไหลไปตามอารมณ์ สติจึงเป็นตัวกั้นกิเลสเรื่องเศร้าหมองทั้งหลาย ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างว่าคนถ้ามีสติสัมปชัญญะ มีจิตที่มั่นคง ต้องอยู่ใกล้พระพุทธศาสนา อยู่ใกล้ คำสอนของพระพุทธเจ้า แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหลายจะไม่เกิดขึ้น มันมีอยู่คำหนึ่งว่า การใช้พุทธจิตวิทยาซึ่งเป็นศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องจิตและกระบวนการทางจิตใจในการนำ พุทธธรรมเข้ามายึดเหนี่ยวในการสร้างวัคซีนจิตใจหรือภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจให้มีความ เข้มแข็ง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางครอบครัวที่เป็นความรักความอบอุ่น ความเข้าใจซึ่งกันและกัน ภูมิคุ้มกันจากสังคมสิ่งแวดล้อม ภูมิคุ้มกันจากกัลยาณมิตร รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งเกิดจากตัวเองเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง นี่คือประเด็นว่าการเสพยา การมอมเมา เพราะเราบำบัดแต่ร่างกาย แค่เรากลับมาบำบัดในด้านของจิตใจ เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นครับ เรื่องแบบนี้สมควรให้มีการรณรงค์ส่งเสริมความแข็งแรงของจิตใจ โดยผสมผสานร่วมมือกัน ให้วัดเป็นที่ขัดเกลาจิตใจ ควบคู่ไปกับการยอมรับในครอบครัว บ้านและโรงเรียนอันเป็น รูปแบบมิติหนึ่งที่คนในสังคมได้ร่วมกันมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาจากสาเหตุปัญหาจริง ๆ และเป็นภูมิคุ้มกันที่เกิดจากความรักความอบอุ่นและจิตสำนึกที่ดีในการแก้ปัญหายาเสพติด เพื่อให้เยาวชนและผู้คนในสังคมมีภูมิต้านทาน มีความเข้มแข็งในจิตใจ ซึ่งการที่จะรู้ หลักธรรมอย่างลึกซึ้งและมีวุฒิภาวะต้องนิมนต์พระภิกษุสงฆ์ผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาสั่งสอน บุตรหลาน ผู้คนในสังคม เพื่อให้เกิดจิตสำนึก เกิดความรับผิดชอบ เกิดปัญญา เขาเรียกว่า สมาธิ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณคารม ตามด้วยนางสาวกิตติ์ธัญญา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ขออนุญาตร่วมอภิปรายเรื่องญัตติเกี่ยวกับน้ำท่วม เพลงน้ำท่วมเขาบอกว่า น้ำท่วมดีกว่าฝนแล้ง ถ้าน้ำจะแห้งให้ฝนแล้งเสียยังดีกว่า แต่จริง ๆ ถ้าน้ำท่วมเยอะมันก็มีปัญหา ในปีนี้ จังหวัดร้อยเอ็ด ๒๐ อำเภอมีน้ำท่วมทั้งหมด ๑๕ อำเภอ ถือว่าเป็นปีแรกที่น้ำท่วมมากมาย มหาศาล ขอสไลด์ (Slide) ภาพแรกที่ได้รับความอนุเคราะห์จาก ปภ. จังหวัดร้อยเอ็ด🔗
มีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย ทั้งหมด ๘๘๒ หมู่บ้าน ๑๕,๒๑๑ ครัวเรือน พื้นที่เกษตร ๓๖๑,๒๙๙.๕๐ ไร่ ปศุสัตว์ก็เสียหาย มากครับ ๒๒,๔๙๑ ตัว แล้วก็ยังมีคนเสียชีวิต ๔ คน ผมกราบเรียนท่านประธานในเวลา ๕ นาทีเพื่อนำเสนอปัญหาต่อรัฐบาล บ้านผมมีเขตที่ติดแม่น้ำมูลอยู่ ๒ ตำบล คือตำบล ทุ่งหลวงของนายก เรียบ โยธาจันทร์ กับตำบลทุ่งกุลาของนายก อนุภาส มังสระคู มันเป็น เรื่องแปลกครับที่ก่อนหน้านี้จะมีน้ำท่วมเพียงแค่ข้างแม่น้ำมูลเท่านั้น แต่ปีนี้อย่างภาพที่เห็นคืออันนี้อำเภอโพนทราย ปีนี้น้ำท่วมอำเภอโพนทรายซึ่งมี ๕ อำเภอ ผมได้ลงพื้นที่ดูจริงเลยว่าน้ำท่วมตั้งแต่เดือนสิงหาคม ท่วมมา ตอนนี้เริ่มลดแล้ว สิ่งที่อยาก จะกราบเรียนท่านประธานเพื่อให้รัฐบาลได้แก้ปัญหาก็คือว่าการที่น้ำท่วมปีนี้ ส่วนที่ น้ำไม่ท่วมข้าวหอมมะลิซึ่งเป็นดินแดนของทุ่งกุลาได้รับผลดี แต่ที่มันท่วมนาน ๆ เป็นเดือน คือเสียหายมาก แล้วน้ำมาเร็วมาก น้ำท่วมจากอำเภอโพนทรายซึ่งดันไปถึงตำบลจำปาขัน เขตติดต่อกับบ่อพันขันซึ่งเป็นแหล่งโบราณที่สำคัญของอำเภอสุวรรณภูมิ เพราะฉะนั้นปีนี้ จึงเป็นปีที่ผมเข้าใจว่าเป็นปีแรกที่จะต้องเป็นสัญญาณ ให้เขตปกครอง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ ปภ. ก็ดีหรือให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เตรียมตัว ให้กรมชลประทานได้ดูแลว่าทำไมมันถึงมีปัญหาน้ำท่วม อย่างที่ท่านสมคิด ขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ที่จังหวัดอุบลราชธานีเขื่อนที่กั้นระหว่างอำเภอโพนทรายกับอำเภอราษีไศล เขตท่าน ส.ส. ผ่องศรี แซ่จึง มันมีเขื่อนราศีไศล มันมีคำถามว่าที่น้ำท่วมนานแล้วลงช้า มันไป เชื่อมกับที่จังหวัดอุบลราชธานี เขื่อนปากมูลหรือเปล่า ผมได้พูดคุยกับกรมชลประทานครับ มีความเกี่ยวข้อง ไม่ได้พร่องน้ำไว้ มันจึงเป็นเหตุให้น้ำท่วมนาน เพราะฉะนั้นผมอยาก จะเรียนว่าเอาละมันก็ท่วมแล้ว สิ่งที่จะต้องดูแลกันก็คือท่านจะต้องดูแลเรื่องความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นค่าชดเชยเกี่ยวกับเกษตร เกี่ยวกับข้าว แถวนั้นทำนาไม่ได้ ๒ ครั้ง ทำครั้งเดียวท่วม แล้วก็เสียเลย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องชดเชย แล้วก็เรื่องการประมงก็เยอะ แถวนั้น ก็เลี้ยงปลาเยอะ แล้วก็เรื่องสัตว์ สิ่งที่ลงไปดูอีกเรื่องหนึ่งก็คือหญ้าสำหรับปศุสัตว์ ต้องไป ขอแบ่งจากปศุสัตว์อำเภอสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะมันหายากมาก ฟางแห้งก็หายากมาก อันนี้คือสิ่งที่อยากกราบเรียน ส่วนเรื่องถนน ถนนระหว่างอำเภอโพนทรายไปอำเภอราษีไศล ตรงบ้านด่าน เขาเรียกบ้านด่าน ตรงนั้นขาดเป็นช่องใหญ่เลย ประเด็นก็คือว่าท่านไม่ได้ ทำทางระบายน้ำที่เพียงพอ เพราะฉะนั้นกรมทางหลวงซึ่งเมื่อเช้าได้มาชี้แจงที่กรรมาธิการ การคมนาคมก็ได้นำเรียนด้วย แล้วสิ่งที่สำคัญในเวลาที่เหลือนี้ก็คือว่ากรมทางหลวงชนบท ต้องดูเส้นทางถนนที่จะต้องปรับปรุง เมื่อหลังน้ำลดแล้วถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อของ อปท. ที่ไม่มีงบ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องรีบนำงบกลางมาช่วยซ่อมแซม แล้วเมื่อเช้าส่วนที่เกี่ยวข้องมาพูดในกรรมาธิการการคมนาคมเกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วม ท่านต้อง เสนองบกลางให้เพียงพอ เฉพาะกรมทางหลวงจะใช้ถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาททั่วประเทศ เพราะฉะนั้นก็นำเรียนท่านประธานว่าน้ำท่วมครั้งนี้เป็นสัญญาณบอกว่าเราจะต้องเตรียมการ ในการบริหารจัดการน้ำ อย่างที่ท่าน ส.ส. ภราดร ปริศนานันทกุล พูดว่าสำคัญมาก แต่เมื่อ ท่วมแล้วท่านต้องเยียวยาให้เขาเพียงพอ ต้องเรียนว่ามันจะมีการซ่อมแซมบ้านก่อสร้าง กระทรวงพาณิชย์ของท่านจุรินทร์คุณต้องไปคุมราคาสินค้าที่เกี่ยวกับเรื่องปูน เรื่องเหล็ก เรื่องอะไรให้ดีด้วย ก็ฝากความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนในจังหวัดร้อยเอ็ดด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ นางสาวกิตติ์ธัญญา ตามด้วย รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขตเลือกตั้งที่ ๓ ท่านประธานคะ น้ำคือชีวิต น้ำให้ชีวิต แต่น้ำก็สามารถทำลายชีวิตได้ เช่นเดียวกัน วันนี้น้ำมามากที่จังหวัดอุบลราชธานีทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ถ้าน้ำแล้ง ประชาชนก็อดอยากและเดือดร้อนเช่นเดียวกัน ข้อมูลสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดอุบลราชธานี ปี ๒๕๖๕ ระดับน้ำท่วมสูงสุดเมื่อวันที่ ๑๒-๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๕ อยู่ที่ ๑๑.๕๑ เมตร สูงกว่า ระดับตลิ่งถึง ๔.๕ เมตร นับว่าเป็นการท่วมหนักที่สุดของจังหวัดอุบลราชธานี ๔๔ ปีแล้ว ซึ่งมีสถิติน้ำท่วมสูงสุดเมื่อปี ๒๕๒๑ ระดับน้ำอยู่ที่ ๑๒.๗๖ เมตร รองลงมาคือปี ๒๕๔๕ ระดับน้ำท่วมอยู่ที่ ๑๐.๗๗ เมตร และในปี ๒๕๖๒ ระดับน้ำท่วมอยู่ที่ ๑๐.๙๗ เมตร จะสังเกตเห็นได้ว่าระยะความถี่ของความท่วมของน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นอกเหนือจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติแล้ว ยังจะต้องยอมรับว่าการบริหารจัดการน้ำ การคาดคะเนระบบการเตือนภัยเกิดข้อผิดพลาดและส่งผลให้พี่น้องประชาชนเกิดความ เดือดร้อนและลำบาก ผลกระทบจากการเกิดอุทกภัยในปี ๒๕๖๕ ของอำเภอวารินชำราบ พื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจะต้องอพยพประชาชน ได้แก่ เทศบาลเมืองวารินชำราบ ตำบลวาริน ตำบลบุ่งไหม ตำบลคำน้ำแซบ ตำบลหนองกินเพล ตำบลท่าลาด ตำบลห้วยขะยุง ตำบลโพธิ์ใหญ่ ตำบลบุ่งหวาย ศูนย์พักพิงทั้งหมด ๒๖ ศูนย์ด้วยกัน ครัวเรือนที่ได้รับ ผลกระทบ ๔,๙๓๙ ครัวเรือน จำนวนประชากรที่ได้รับความสูญเสียและเสียหาย ๑๕,๓๓๘ ราย เกษตรกรที่ได้รับความเสียหาย ๕,๙๕๓ ราย พื้นที่เกษตรกรที่ได้รับ ความเสียหายสูงสุดถึง ๕๗,๔๘๒ ไร่ ย่านเศรษฐกิจที่เสียหายไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ คำถามคือประชาชนมีทางเลือกไหม คำตอบคือไม่มี จะต้องก้มหน้า ก้มตารับชะตากรรม จะให้เขาหนีออกจากบ้านเพื่อจะไม่ให้มีน้ำท่วมเกิดขึ้น เป็นไปไม่ได้ค่ะ เพราะประชาชน เลือกไม่ได้ ถามว่ารัฐบาลดูแลอย่างไร รัฐบาลจะต้องป้องกันก่อนเกิดเหตุ บรรเทาขณะเกิดเหตุ และฟื้นฟูเยียวยา การป้องกันที่ดีที่สุด การเตือนภัยที่แม่นยำค่ะ การคาดคะเนสถานการณ์ ที่แม่นยำ ท่านคะ เชื่อไหมคะว่ากรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ได้ประกาศและคาดคะเนจากการเตือนภัยในปีนี้ บอกว่าไม่น่าจะท่วมเท่ากับ ปี ๒๕๖๒ ประชาชนก็มีความนิ่งนอนใจค่ะ แต่พอเกิดเหตุเกิดขึ้นจริง จะต้องอพยพประชาชน ออกจากสถานที่เกิดเหตุถึง ๓ ครั้ง แต่ละครั้งประชาชนแทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว เหตุจาก เพราะว่าไม่สามารถเอาทรัพย์สินที่มีค่าออกมาทันเพราะจำนวนมวลน้ำมามาก จำเป็นจะต้อง ทิ้งข้าวของเครื่องใช้เพื่อจะเอาชีวิตตัวเองให้รอด การบริหารจัดการน้ำ โครงสร้างพื้นฐานของน้ำ ที่มีอยู่เดิม เช่น จะต้องขุดลอกคลอง ดูแลฝาย การวางแผนการเปิดปิดประตูระบายน้ำ ในเขื่อน มีความจำเป็นอย่างยิ่งค่ะ จากประสบการณ์น้ำท่วมปี ๒๕๖๒ การดูแลหรือการ บรรเทาทุกข์เยียวยาในน้ำที่กำลังจะลดลง ล่าช้า ไม่เพียงพอ ไม่ทั่วถึง เมื่อภาครัฐไม่สามารถ ดูแลประชาชนได้อย่างเพียงพอและทั่วถึงก็เป็นภาคเอกชน ประชาชน การเมืองส่วนต่าง ๆ ที่จะต้องเข้ามาดูแลร่วมกายร่วมใจกันเพื่อจะบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รัฐบาลก็ยังดูแลและให้ความช่วยเหลือไม่เพียงพอ หนำซ้ำยังติดกฎ ๑๘๐ วัน ทำให้ ส.ส. ทำให้นักการเมืองดูแลประชาชนไม่ได้เลย ทำให้ลำบากหนักยิ่งกว่าเดิม การบรรเทา ฟื้นฟู เยียวยา การชดเชย ซ่อมแซมบ้าน ความช่วยเหลือจากภาครัฐ การเข้าไปดูแลสุขภาพ การป้องกันโรคที่มากับน้ำ การซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน ถนนหนทาง สะพาน ขอร้อง อย่างเดียว รวดเร็วได้ไหม ประชาชนถามว่าเมื่อไรเขาจะได้รับเงินเยียวยา ๓,๐๐๐ บาทไม่พอค่ะ ดิฉันขอฝากท่านประธานนำสิ่งที่ดิฉันและเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายในวันนี้ ขอให้รัฐบาลนำไป เป็นเรื่องที่เร่งด่วน ขอให้การบรรเทาเยียวยาเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน หากรัฐบาลคิดกลับหัวกลับหาง แก้ไขไม่ตรงจุดแบบนี้ ดิฉันคิดว่าประชาชนยังจะต้อง ทุกข์ร้อนและทรมานจากเหตุการณ์อุทกภัยแบบนี้ซ้ำ ๆ อีก ประชาชนไม่มีทางออกค่ะ รัฐบาลเห็นใจประชาชนด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ตามด้วยคุณทัศนีย์ แล้วก็ตามด้วยท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ขออภิปรายเพื่อให้ข้อเสนอแนะกับรัฐบาลหรือ สังคมไทย ก่อนอื่นก็จะอภิปรายเรื่องของสถานการณ์น้ำท่วม แล้วก็ต่อด้วยเหตุโศกนาฏกรรม ที่จังหวัดหนองบัวลำภู🔗
ท่านประธานครับ เรื่องน้ำท่วม อย่างที่หลายท่านพูดมาว่าน้ำเท่าเดิม แต่ปีนี้ สถานการณ์กลับมีความรุนแรงมาก ในขณะเดียวกันการกระตือรือร้น การตื่นตัวของภาครัฐ ในการไปช่วยเหลือน้อยลง เกือบจะเรียกว่าเฉยเมย แล้วก็ปล่อยให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับ ความเดือดร้อน โดยเฉพาะใกล้บ้านผมคือที่จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด ปล่อยให้ได้รับความเดือดร้อนที่นานและแรงกว่าเดิม ในขณะที่เราคิดว่าฝนฟ้า น้ำอะไรก็เท่าเดิม ก็เกิดจากการไม่มีการวางแผนในการป้องกันที่เป็นระบบ ถึงวันนี้ก็ยัง เดือดร้อน และกอปรกับห้ามไม่ให้ว่าที่ผู้สมัครก็ตาม หรือผู้แทนราษฎรไปให้ความช่วยเหลือ อันนี้ก็ยิ่งหนักหน่วง ก็ขอฝากไปยังรัฐบาลได้เร่งรีบในทุกเรื่องครับ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ เรื่องโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่จังหวัด หนองบัวลำภู ท่านประธานครับ วันนี้ผมอยากจะเรียกร้องไปยังทุกภาคส่วน ว่าเราคงต้อง ถึงเวลาที่จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาลูกหลานของเราที่เกิดขึ้นมา วันนี้ซึ่งเกิดน้อย โอกาส ที่เขาจะได้เกิด โอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ แล้วก็พัฒนาเขาไปยังหาโอกาสได้ยากมาก แล้วมีคน เกิดน้อยอย่างที่เราทราบ แล้วก็ส่งผลกระทบต่าง ๆ มากมายในอนาคต เพราะฉะนั้นเราควร ที่จะมองว่าเด็กที่เกิดมานี้ประหนึ่งว่าเป็นทองคำหรืออัญมณีอันล้ำค่าที่เราจะต้องเจียระไน ที่จะต้องสร้างเขาให้มาดูแลบ้านเมืองแทนเรา แต่วันนี้การดูแลลูกหลานของเรา ผมจะให้เห็น ภาพศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้งหมด ๑๙,๔๒๙ แห่ง จากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ๗,๘๕๒ แห่ง ทั่วประเทศ ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก็จะมีครู เรียกว่าครู ผดด. ซึ่งในเหตุการณ์นี้เสียชีวิตไป ๒ คน ทั้ง ๒ คนนี้เป็นเพียงลูกจ้าง รัฐไม่ได้ทุ่มเท ไม่ได้ให้ความสำคัญ ครูเหล่านี้มีใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพ มีวุฒิปริญญาทางการศึกษาปฐมวัย ทำงานมากับเพื่อนของเขาทั้งประเทศ หลายหมื่นคนนี้ร่วมสิบกว่าปี แต่เงินเดือนบางคนอยู่ที่ ๑๑,๐๐๐ บาท ๑๒,๐๐๐ บาท แล้วก็ ไม่มีสวัสดิการใดเลย และที่สำคัญศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ล้วนพร้อมที่จะ ได้รับภัยทุกด้าน แต่ครูเพียง ๑ คนต่อนักเรียนจำนวนมาก หรือครู ๒ คน แต่ส่วนใหญ่นั้น ครู ๑ คนต่อ ๑ ห้องอยู่แล้ว ตามหลักแล้วเด็กจะอยู่ลำพังไม่ได้ ครูจะต้องอยู่กับเขาตลอดเวลา แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่าครูเหล่านี้ต้องทำทุกหน้าที่ แล้วที่สำคัญการจัดห้องเรียนนั้น ครูพร้อมที่จะรับแขกที่มาเยือน ไม่ว่าจะเป็นคนแปลกหน้า ไม่ว่าจะเป็นคนที่มามุ่งที่จะทำร้าย หรือแม้แต่สัตว์ทั้งหลาย สัตว์ที่จะมาทำร้าย สัตว์ที่จะมารบกวน อะไรต่าง ๆ นี้ก็เป็นหน้าที่ ของครูต้องทำทุกอย่าง ในขณะที่ไม่ได้ดูแลเขาอย่างควรค่าต่อวิชาชีพ ท่านประธานครับ ผมอยากโยงไปให้เห็นว่าเราไม่ให้ความสำคัญ โรงเรียน สพฐ. ก็เช่นเดียวกัน ๒๐,๐๐๐ โรงเรียน มีโรงเรียนที่มีครูเพียง ๑ คน ๒ คน มีผู้หญิงทั้งหมดก็มี ต้องนอนเวร รวมทั้งผู้ชายก็อยู่ บนเกาะบนแก่ง บนดอย บนกลางทุ่งนา ทั้งอยู่เวรกลางวัน กลางคืน ครู ๑ คน ๒ คน ภารโรงเกษียณตัดทิ้ง คืนเงิน คืนอัตรากลับมาที่กระทรวง ผอ. เกษียณก็คืนมาทั้งหมด ให้เขาอยู่นั้น นี่คือผมอยากจะบอกสังคมนี้ บอกกระทรวง บอกรัฐบาลว่ามันถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องกลับไปดูโรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่มีผู้อำนวยการ ไม่มีผู้บริหาร ไม่มีภารโรง ไม่มีธุรการ ผดด. ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว เข้าถึงคนทุกคน จะไปเข้าถึงตัวเด็ก ถึงตัวครูทันที ไม่มีบุคลากรอื่น ไม่มีภารโรง ไม่มี รปภ. ไม่มีอะไรทั้งสิ้น อันนี้นับ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ แห่งในประเทศไทย ก็ขอฝากท่านประธานไปยังรัฐบาล และกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย ที่เกี่ยวข้องครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณทัศนีย์ ตามด้วยท่านกรวีร์ แล้วก็คุณมนพร เจริญศรี🔗
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขออนุญาตอภิปรายในเรื่องของเหตุการณ์โศกนาฏกรรมกราดยิง ที่จังหวัดหนองบัวลำภู การกราดยิงแต่ละครั้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยของเรา เกือบทั้งหมดแล้ว ล้วนแล้วแต่เป็นจากคนในองค์กรที่ถือปืนอยู่ในมืออย่างถูกกฎหมายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น การกราดยิงที่โคราช การกราดยิงในโรงพยาบาลสนามที่จังหวัดปทุมธานีเกิดจากทหาร กราดยิงในค่ายทหารสามเสนก็เกิดจากทหารเกณฑ์ และล่าสุดการกราดยิงในศูนย์เด็กเล็ก ที่จังหวัดหนองบัวลำภูก็เกิดจากอดีตตำรวจ และอีกทั้งยังมีข่าวอาวุธปืนหายกว่า ๑๐๐ กระบอกได้หายไปจากสถานีตำรวจในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็เกิดจากตำรวจอีก รวมถึง ยังคงมีข่าวการใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่น โดยบุคคลในองค์กรเหล่านี้ทำให้ประชาชนขาดความมั่นใจ และขาดความไว้วางใจว่าบุคคลในองค์กรเหล่านี้จะไม่ใช้อาวุธปืนในทางที่ผิดอีก จากเหตุการณ์กราดยิงที่หนองบัวลำภู โศกนาฏกรรมระดับโลกทำให้เราเห็นปัญหาใต้พรม ของประเทศไทยอย่างน้อย ๓ ปัญหาค่ะท่านประธาน🔗
ปัญหาแรก คือปัญหาการครอบครองอาวุธปืน ประเทศไทยมีกฎหมาย ที่เข้มงวดและรัดกุมเพียงพอในขั้นตอนการปฏิบัติหรือไม่ มีการทุจริตคอร์รัปชัน มีขั้นตอน การมอบใบอนุญาตปืนหรือไม่ มีการถือครองปืนเถื่อนเกิดขึ้นจริงหรือไม่ สมควรแล้วหรือยัง จะมีการปฏิรูประบบราชการไม่ให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน สมควรแล้วหรือยังที่จะมีการ แก้ไขกฎหมายการถือครองอาวุธปืนให้เข้มงวดมากขึ้น🔗
ปัญหาที่ ๒ คือปัญหาในองค์กรตำรวจ ทหาร ที่ยังพบว่ามีปัญหาเรื่องของการ เอาเปรียบนายทหารและตำรวจชั้นผู้น้อย ปัญหาหนี้สิน ปัญหาสวัสดิการ รวมไปถึงปัญหา สายบังคับบัญชาภายในองค์กร🔗
และปัญหาสุดท้ายที่ดิฉันพูดถึงในวันนี้คือปัญหายาเสพติด ในวันนี้การแพร่ ระบาดของยาเสพติดเป็นจำนวนมาก แม้รัฐบาลจะมีแผนงานบูรณาการป้องกันปราบปราม ยาเสพติดที่ได้รับจัดสรรงบประมาณถึง ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่การใช้งบประมาณ เหมือนกับไร้ประสิทธิภาพ เพราะยาเสพติดก็ยังมีราคาถูก ตอนนี้ถูกกว่ามาม่าด้วยค่ะ หาง่ายกว่าชุดตรวจเอทีเค (ATK) การเข้าถึงยาเสพติดที่ง่าย สะดวก ราคาถูก กระทบถึง ปัญหาสังคมที่ทำให้เกิดอาชญากรรมที่สูงขึ้น มีข่าวจากการก่อความรุนแรงจากการคลั่งยา แทบทุกวัน จนทำให้พี่น้องประชาชนหวาดระแวงในการใช้ชีวิตประจำวัน ท่านประธานคะ รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่นำโดยอดีตนายพลที่ให้คำมั่นสัญญาของชายชาติทหารมากว่า ๘ ปี ว่าจะเข้ามารักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง กลับตรงกันข้ามค่ะ รัฐบาลของคุณประยุทธ์ล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในการแก้ปัญหาทั้ง ๓ ด้านนี้ จนทำให้ชีวิตของคนไทยต้องสูญเสียจากเหตุการณ์กราดยิงเป็นจำนวนมาก และชีวิตของ คนไทยอาจจะต้องสูญเสียอีกในอนาคตหากเราไม่มีการถอดบทเรียนจากการกราดยิง ที่จังหวัดหนองบัวลำภู ชีวิตของคนไทยอาจจะต้องสูญเสียอีกในอนาคตหากรัฐบาลยังคง ไร้ประสิทธิภาพเช่นนี้ หากรัฐบาลยังคงมุ่งแต่รักษาปกป้องเก้าอี้ในอำนาจของตนเองมากกว่า รักษาปกป้องชีวิตของประชาชน การสูญเสียที่ไม่ควรเกิดที่ทำให้เกิดความสูญเสียชีวิตของ พี่น้องประชาชนและทรัพย์สินจะต้องถือเป็นความผิดของรัฐบาลด้วยที่จะต้องมีส่วนในความ รับผิดชอบ โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ดิฉันจึงขอเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เป็นสถานที่แสวงหาทางออกร่วมกันในการแก้ปัญหาเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้อง ประชาชนไม่ให้เกิดความสูญเสียดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์กราดยิงหนองบัวลำภู อีกต่อไป ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณกรวีร์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดอ่างทอง ผมเบื้องแรกต้องขออนุญาตสรุปนะครับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก ปัญหาเรื่องของอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ที่จังหวัดอ่างทอง แล้วต้องขออภัยท่านประธานนะครับ ถ้าหากว่าใช้เวลาเกินไปเล็กน้อย เพราะตลอดระยะเวลา ๒ เดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่ ปิดสมัยประชุมสภาอยู่กับชาวบ้าน รับฟังปัญหาของชาวบ้านและอัดอั้นตันใจ รอเวลานี้ เพื่อที่จะมาสะท้อนเสียงของชาวบ้านผ่านทางสภาไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบ ถ้าเกินเวลาเล็กน้อยต้องกราบขออภัยนะครับ จังหวัดอ่างทองมี ๗ อำเภอ ๖ อำเภอโดนน้ำท่วม ๕๒ ตำบล ๓๑๖ หมู่บ้านกับอีก ๒๕,๗๐๐ กว่าครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายและได้รับ ผลกระทบจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของ สทนช. และ กอนช. ในการบริหารจัดการน้ำ ในปีนี้ ผมมี ๓ ประเด็นหลักครับ เป็น ๓ ประเด็นหลักที่พี่น้องประชาชนนั้นได้ฝากและ สะท้อนมาที่ผม และอยากจะใช้เวทีสภาผู้แทนราษฎรตรงนี้เป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้อง ประชาชน🔗
ประการแรก เรื่องของการเยียวยา เรื่องของการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่เขาได้รับผลกระทบ หลักใหญ่ครับ ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าอย่าไปมอง พวกเขาเป็นผู้อนาถาครับ เวลาที่เราจะช่วยเหลือ เวลาที่เราจะเยียวยาพวกเขาอย่าไปมอง ว่าเขาเป็นผู้อนาถาและรอรับความช่วยเหลือครับ พี่น้องประชาชนที่จังหวัดอ่างทอง ที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยานั้นเขาเป็นผู้เสียสละครับ เขาแบกรับทนอยู่กับน้ำ ๒ เดือน ๓ เดือน จนวันนี้ยังอยู่ใต้น้ำอยู่เลยครับ เพื่อให้คน บางจังหวัด เพื่อให้คนบางกลุ่ม เพื่อให้คนบางส่วนในประเทศไทยของพวกเราไม่ต้องจมน้ำ เขาคือผู้เสียสละ ดังนั้นการช่วยเหลือ การเยียวยาต้องรวดเร็ว ต้องทั่วถึง และต้องเป็นธรรม ผมได้ติดตามครับ และได้เห็นมาตรการการช่วยเหลือของรัฐบาลที่บอกว่าจะช่วยบ้านเรือน กับพืชสวนไร่นา เอาเรื่องแรกเรื่องของบ้านเรือนที่เสียหาย บ้านเรือนที่เสียหายรัฐบาลบอก คาดว่าน่าจะช่วยเหลือได้ไม่เกินครัวเรือนละ ๓,๐๐๐ บาท ขอโทษครับท่านประธานครับ ในรอบปีที่ผ่านมาพี่น้องในจังหวัดอ่างทองส่งเสียงสะท้อนมายังผมว่าบางบ้านได้รับ ความช่วยเหลือ ๑๗๕ บาท บางบ้านได้รับความช่วยเหลือ ๓๐๐ บาท บางบ้านได้รับ ความช่วยเหลือ ๕๐๐ บาท ช่วยแบบนี้ช่วยทำไมครับ ประตูยังเปลี่ยนไม่ได้เลยครับ ช่วยเขาให้สมน้ำสมเนื้อกับการที่เขาเป็นผู้เสียสละและแบกรับความทุกข์ยากแทนคนอื่น ในประเทศไทยให้มันสมน้ำสมเนื้อให้มันมากกว่านี้ในปีนี้ เช่นเดียวกันกับพืชสวนไร่นาครับ ผมไปดูมาตรการที่จะช่วยเหลือครับ ถ้านา ๑,๓๔๐ บาท ถ้าเป็นพืชสวน ๑,๙๘๐ บาท ชาวนาบ้านผมเขาฝากมาถามครับว่ารัฐบาลทราบไหมครับ ว่าต้นทุนในการทำนา ต้นทุน ตั้งแต่เตรียมนา ตั้งแต่หว่านเมล็ดพันธุ์ลงไป ค่าปุ๋ย ค่ายา ต้นทุนเขาเท่าไรครับ ท่านไปช่วยเขา ๑,๓๔๐ บาท ช่วยมากกว่านี้ได้ไหมครับ ช่วยมากให้มันสมกับการที่เขาต้องแบกรับภาระ ให้กับคนอีกส่วนมากของประเทศ นอกจากการช่วยเหลือเยียวยา🔗
ประการที่ ๒ เรื่องของการเร่งฟื้นฟูครับ ในรอบที่ผ่านมานั้นความเสียหาย ที่เกิดขึ้นมากมาย เอาเฉพาะถนนหนทางที่เกิดขึ้นแล้วผมคิดว่าถนนหลายสาย รวมระยะทาง หลายสิบหลายร้อยกิโลเมตรที่เสียหาย เช่นกันครับ คูคลองต่าง ๆ ประตูระบายน้ำต่าง ๆ คราวนี้ถือโอกาสใช้โอกาสตรงนี้ในการซ่อมแซมและโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขื่อนป้องกันตลิ่ง เขื่อนป้องกันน้ำท่วม หลายจุดผมมีบทเรียนจากปีที่แล้วครับ ปีที่แล้วจุดเขื่อนบางเขื่อน พังนะครับ ตั้งแต่ตุลาคมปีที่แล้ว จนปีนี้ตุลาคม ๒๕๖๕ ยังไม่ได้รับงบประมาณไปซ่อมแซม เลยครับ ดีที่ว่าท้องถิ่น เทศบาลเขาไปป้องกันปัญหาในปีนี้ได้ ปีหน้าวอนไปยังรัฐบาลนะครับ อย่าให้เกิดปัญหาความล่าช้าในการฟื้นฟู ในการซ่อมแซมถนน ในการซ่อมแซมเขื่อน เพราะถ้าหากว่าเราล่าช้า ปีหน้าเราก็มาเจอกับปัญหาเดิมอีกแล้วครับ ไม่ใช่ปีหน้าด้วยครับ อีก ๑๐ เดือนข้างหน้าพี่น้องประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาบ้านผมเขาต้องหวาดผวา กับปัญหาน้ำท่วม อย่าให้เป็นแบบนี้ในปีต่อ ๆ ไปเลยครับ🔗
ประเด็นสุดท้าย เรื่องของการบริหารจัดการน้ำของ สทนช. ผ่านทาง กอนช. กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ผมใช้เวลาอีกสักครู่นะครับท่านประธานครับ ต้องบอกว่า ไร้ประสิทธิภาพ ผิดพลาด ล้มเหลว และทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงเดือดร้อน อย่างไม่น่าให้อภัย ผมไม่ปฏิเสธละครับ ว่าปีนี้น้ำมันมามากกว่าหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา และไม่ปฏิเสธหรอกว่าเป็นคราวเคราะห์ของรัฐบาลของประเทศเราที่ฝนมันตกและน้ำ มันมากกว่าผิดปกติ เรื่องของธรรมชาติเราไม่ว่ากันละครับ มันเป็นเรื่องที่ยากที่จะควบคุมได้ แต่ปัญหาการบริหารจัดการนั้นเป็นเรื่องที่เราสามารถที่จะควบคุมได้แต่มันด้อยประสิทธิภาพ ในการควบคุม มันถึงทำให้เกิดความเสียหายที่ผมต้องใช้คำว่าเป็นการบริหารจัดการที่ทุเรศทุรัง และทำให้เกิดความเสียหายระเนระนาดในจังหวัดอ่างทองบ้านของผม ผมให้ดูตัวอย่างครับ ท่าน ส.ส. ภราดร ได้ยกตัวอย่าง ได้อธิบายในภาพรวมของ สทนช. ในการบริหารจัดการน้ำ ขอสไลด์ (Slide) ขึ้นนะครับ🔗
ผมให้ดูตัวอย่างสั้น ๆ นิดเดียว นี่เป็นตัวเลขวันที่ ๑๓ ตุลาคม ก่อนที่ความเสียหายใหญ่จะเกิดขึ้น พี่น้องลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ริม ๒ ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอไชโย อำเภอเมือง อำเภอป่าโมก เขาสู้กับน้ำมาเป็นเดือน วันที่ ๑๓ ตุลาคม ผมยกตัวอย่างวันเดียวพอครับ การบริหารจัดการน้ำจะแบ่งออกเป็น ตะวันตกกับตะวันออก ณ วันนั้นประตูระบายน้ำเจ้าพระยาระบายน้ำออกมาเกือบ ๓,๒๐๐ ลูกบาศก์เมตร ออกซ้าย ออกขวา ออกตะวันตก ออกตะวันออก ออกตะวันตกไป ๔๕๐ ลูกบาศก์เมตร บ้านผมครับ จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับน้ำไป ๔๕๐ ลูกบาศก์เมตรโดยประมาณ ฝั่งตะวันออกรับน้ำไปเท่าไรครับ ๘๐ ลูกบาศก์เมตร ความต่างแบบนี้เองที่มันเป็นเหตุผลที่ทำให้ชาวบ้านเขาสงสัยว่านี่คือการบริหารจัดการ ที่ดีที่สุดที่เรามีปัญญาในการจัดการในปีนี้แล้วจริงหรือ แม่น้ำน้อยที่วงไว้สีเขียว คิวแม็ก (Qmax) สูงสุดอยู่ประมาณ ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตร ท่านอัดมา ๒๑๕ ลูกบาศก์เมตร ไปรวมกับ น้ำที่มันไหลบ่าข้ามจากเจ้าพระยาลงมาอีกเป็นประมาณ ๓๐๐ เศษ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ผมถึงต้องลุกขึ้นมาบอกว่าเป็นความเสียหายอย่างไม่อาจให้อภัย อีกนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ🔗
สรุปแล้วนะครับ🔗
ทั้งหมดทั้งสิ้นนั้น ผมเห็นว่า ความสำคัญของ สทนช. ยังมีนะครับ ท่านมีทุกอย่างเลยครับ ท่านมีข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ เราคาดการณ์ได้ว่าฝนจะตกที่ไหน เท่าไร มีน้ำอยู่ในระบบเท่าไร มีน้ำอยู่ในคลองเท่าไร ความเสียหายจากจุดต่าง ๆ มีเท่าไร อย่างไร ท่านมีทุกอย่างครับ ท่านไม่มีอย่างเดียว คือประสิทธิภาพในการบริหารงานและไม่มีผลสัมฤทธิ์ของการทำงาน ชาวบ้านบ้านผมจึงฝาก มาถามครับ บอกว่าถ้าท่านมีทุกอย่างแบบนี้แล้วท่านบริหารจัดการได้แบบนี้ ปีหน้าเรายัง ต้องมี สทนช. หรือไม่ หรือไม่ต้องมีจะดีกว่า ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณมนพร ตามด้วยท่านไชยา พรหมา ตามด้วยท่านปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉัน ขออภิปรายสนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจาของคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว เรื่องของเหตุกราดยิง ที่จังหวัดหนองบัวลำภู ก่อนอื่นดิฉันขอไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงในช่วงบ่ายวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา และขอส่งกำลังใจให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งหมดค่ะ จากเหตุการณ์วันนั้นได้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนทั้งประเทศ โดยเฉพาะคนที่เป็นพ่อ เป็นแม่มีลูกในวัยใกล้เคียงกัน เพราะสถานเลี้ยงเด็ก เด็ก ๆ เข้าใจว่านั่นคือสถานที่ปลอดภัย สำหรับพวกเขา แล้วเด็กเหล่านั้นคืออนาคตของประเทศชาติ รวมทั้งประชาชนที่เป็น ผู้บริสุทธิ์ต้องกลายมาเป็นเหยื่อของเหตุการณ์ของการกราดยิงที่จังหวัดหนองบัวลำภูในวันนั้น การอภิปรายของดิฉันในวันนี้ดิฉันจะโฟกัส (Focus) ไปในเรื่องของการครอบครองอาวุธปืน และการออกใบอนุญาตทางราชการที่ออกทั้งการจัดซื้ออาวุธปืนและการออกใบอนุญาต ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๑ สไลด์ (Slide) ที่ ๒ ค่ะ🔗
จะเห็นว่าจำนวนปืนสั้นที่ประชาชน ครอบครอง ในสไลด์ (Slide) ที่ ๒ มีถึง ๑๐ ล้านกระบอก ปืนที่มีทะเบียนประมาณ ๖,๒๐๐,๐๐๐ กระบอก แล้วก็ปืนไม่มีทะเบียนอยู่ที่ ๔,๑๒๙,๘๒๐ กระบอก นั่นหมายถึงว่า จำนวน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ที่อยู่ในจำนวน ๑๐๐ คนนั้นจะพบว่ามีบุคคลที่ครอบครองถึง ๑๕ คน ท่านประธานคะ จากเหตุกราดยิงที่จังหวัดหนองบัวลำภู หรือที่จังหวัดนครราชสีมาที่ผ่านมา จะพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือทหาร แล้วก็มีการครอบครองอาวุธปืน ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เราจะเห็นว่าพฤติกรรมแล้วก็สภาพแวดล้อม จะเห็นว่าพวกเขา มีสภาพทางจิต แล้วกลุ่มคนเหล่านี้ก็ไม่ได้รับการดูแลรักษา ซึ่งในระหว่างรับราชการเราจะเห็น ประวัติว่าบุคคลพวกนี้นอกจากเป็นโรคทางจิตแล้ว บุคคลเหล่านี้ยังเป็นบุคคลที่ครอบครอง อาวุธปืนในทางกฎหมายที่ถูกต้องอีกด้วยค่ะ เรามาดูการครอบครองอาวุธปืนในกลุ่มประเทศ อาเซียน (ASEAN) พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ ๓ ของอาเซียน (ASEAN) โดยมีจำนวน ประชากรที่ครอบครองถึงจำนวน ๑๐ ล้านกระบอก ท่านประธานคะ จาก พ.ร.บ. อาวุธปืน เมื่อปี ๒๔๙๐ ที่มีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี แล้วก็ปรับตั้งแต่ ๒,๐๐๐ บาท ถึง ๒๐,๐๐๐ บาท ดิฉันนำเรียนว่ากฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายที่ล้าหลัง เพราะว่าการขออนุญาตอาวุธปืนนั้น เป็นกฎหมายที่ควรจะมีการปรับปรุงให้มีความทันสมัย แล้วก็เข้ากับยุคปัจจุบันมากขึ้น นอกจาก พ.ร.บ. อาวุธปืนแล้ว กฎหมายยังเปิดช่องให้แต่ละกระทรวง กรม กอง มีการจัดหา ปืนสวัสดิการให้กับบุคคลหรือหน่วยงานในสังกัดตัวเอง นอกจากข้าราชการในหน่วยงาน สังกัดตัวเองแล้ว ถ้าเกิดใครที่คือมีปืนเหลือสามารถให้บุคคลภายนอกจัดซื้อได้ ท่านลองคิดดูสิคะ ว่าในโลกออนไลน์ (Online) วันนี้มีการโฆษณาขายอาวุธปืน โฆษณาแบบโจ๋งครึ่มเลยนะคะ นั่นหมายถึงว่าการโฆษณาเหล่านี้เอื้อให้การเกิดอาชญากรรมง่ายขึ้น กลับมาดูสาเหตุของการ กราดยิงค่ะ จะพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับพี่น้องประชาชน คนไทย แล้วเราควรจะบันทึกเหตุการณ์เหล่านี้ไว้ นั่นก็เพราะว่าเรามาถอดบทเรียนว่า ความรุนแรงเกิดขึ้นในทุกสถานการณ์ สถาบันครอบครัวสำคัญที่สุดค่ะ ทุกคนควรจะดูแล ครอบครัวตนเองแล้วก็สถาบัน โดยเฉพาะการออกนโยบายของภาครัฐ การออกใบอนุญาต ป. ๑๒ หรือว่า ป. ๔ แล้วก็ใบพกพาอาวุธปืนนั้นรัฐบาลควรจะมีการตรวจสอบสภาพจิตใจ การต่อใบอนุญาตที่มีการตรวจสอบทุก ๆ ๑ ปี หรือทุก ๆ ๒ ปี ข้อสำคัญที่สุดสาเหตุทั้งมวล มาจากกระบวนการของยาเสพติด เพราะว่าเรื่องของการแก้ไขกฎหมาย เรื่องของการ เอกซเรย์ (X-ray) ผู้ที่อยู่ในเครื่องแบบและมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งหมด ท่านประธานคะ ปัญหาเหล่านี้ดิฉันที่นำเสนอในวันนี้ดิฉันไม่คิดว่ารัฐบาลจะแก้ไขนะคะ เพราะท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านปล่อยปละละเลย จนกระทั่งปัญหาของยาเสพติด ลุกลามมาถึงการกราดยิงจนทุกวันนี้ ท่านประธานคะ ในช่วงสุดท้ายค่ะ นับเวลาถอยหลัง ให้มีการเลือกตั้งครั้งหน้า ดิฉันอยากจะบอกพี่น้องประชาชนว่าขอให้มั่นใจกับนโยบายของ พรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยจะทำสงครามกับยาเสพติด แล้วจะเอาลูกหลานกลับคืนสู่ อ้อมกอดอันอบอุ่นของพี่น้องประชาชนคนไทยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านไชยา ตามด้วยท่านปกรณ์วุฒิ แล้วก็ท่านนายกองตรี อาญาสิทธิ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย สิ่งที่ผมจะอภิปราย ต่อไปนี้ก็เป็นเรื่องที่สะเทือนขวัญของคนทั้งประเทศและคนทั้งโลก นั่นก็คือเหตุการณ์ กราดยิงที่หนองบัวลำภู ๓๗ ศพ ไม่รวมผู้ที่กระทำความผิด ยังเป็นภาพที่ติดตาของคน ทั้งประเทศ ว่าเราไม่มีวันลืมเหตุการณ์ฝันร้ายของคนไทยและคนทั่วโลกไปได้ ท่านประธานครับ ในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ เป็นวันฝันร้ายของชาวหนองบัวลำภู จังหวัดเล็ก ๆ ที่มีความสงบ มีอารยธรรมที่ยาวนาน มีประวัติศาสตร์ที่จารึกไว้สำหรับคนทั้งประเทศ ไม่คาดคิดว่าจะมี นายตำรวจที่ถูกออกจากราชการที่เกิดขึ้นจากคดียาเสพติดนั้นจะก่อเหตุสะเทือนขวัญ ไปยังคนทั้งโลก ด้วยความบ้าคลั่ง เขากราดยิงผู้คนที่เผชิญหน้า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุกทำร้าย แล้วก็สังหารเด็กนักเรียนตัวเล็ก ๆ อยู่ในศูนย์พัฒนา เด็กเล็กของ อบต. อุทัยสวรรค์ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ภาพสะเทือนขวัญ ของผู้คน เสียงร้องไห้ระงม ตลอดจนอาการขวัญเสียของผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ยังตกอยู่ใน สภาพที่เราได้เห็นภาพเหล่านั้นติดตาอย่างไม่มีวันลืมเลือน ท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ญาติ แต่ว่า ก็เปรียบเสมือนญาติที่อยู่ในสังคมของชาวหนองบัวลำภู ถือว่าเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ของคนจังหวัดหนองบัวลำภูแห่งนี้ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นท่านประธานครับ ภาพเหตุการณ์ที่ สามีที่สูญเสียภรรยาที่กำลังตั้งท้อง ๘ เดือน และอีกไม่กี่วันนั้นลูกตัวเล็ก ๆ กำลังจะคลอด ออกมาลืมตาสู่โลก เป็นวันที่เขาไม่มีแม้กระทั่งรอยยิ้ม ไม่มีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มของภรรยา ไม่มีแม้แต่ที่จะเห็นหน้าลูกคนแรกที่กำลังจะลืมตาดูโลก ท่านประธานที่เคารพครับ ความฝันสลาย ของผู้คนดังกล่าวนั้นต้องหมดสิ้นไป ภาพของแม่ที่ต้องสูญเสียลูกแฝดทั้งสองคน ไม่เหลือ แม้สักคน ภาพของสามีภรรยาที่มือหนึ่งถือขวดนมลูก อีกมือหนึ่งถือผ้าอ้อมลูกกอดไว้ เป็นอนุสรณ์ ยากที่ผู้พบเห็นแล้วจะกลั้นน้ำตาอยู่ได้ ภาพของสามีที่โอบกอดภรรยา ที่กำลังตั้งท้องลูกคนที่ ๒ และลูกคนแรกนั้นก็เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ล้วนแล้วแต่ ทำให้เกิดความสะเทือนใจของผู้คน ถามว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นจากมูลเหตุอะไรครับ มาจากเรื่องของยาเสพติด ยาเสพติดปัจจุบันนั้นหาซื้อง่ายเพราะราคาถูก แม้แต่สามารถ หาซื้อได้ในร้านขายของชำในหมู่บ้านด้วยซ้ำไป ราคาถูกกว่าขนม ลูกอม เยาวชนหาซื้อได้ง่าย จนทำให้ยาเสพติดนั้นแพร่ระบาดเกลื่อนเมือง สวนทางกับงบประมาณของรัฐบาลที่จัดสรร ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ในแต่ละปี ๘ ปีของรัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้งบประมาณในการปราบปรามยาเสพติดไปกว่า ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ยังไม่รวมบำเหน็จบำนาญความดีความชอบของข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในการปราบปราม ยาเสพติดในแต่ละปี ผมถามว่าทุกครั้งที่เราเห็นภาพจากสื่อมวลชนในการจับยาเสพติด ครั้งละเป็นล้าน ๆ เม็ดนั้นของกลางมันหายไปไหนครับ จนมีคำถามว่าของกลางดังกล่าวนั้น ในสมัยที่ท่านอดีตนายกทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปี ๒๕๔๔ เราได้เห็นภาพของการ จับเอาของกลางยาเสพติดนั้นมาทำลายเผาให้กับพี่น้องประชาชนได้เห็นกับตา แต่ตลอดระยะเวลา ๘ ปีที่ผ่านมานั้นเราไม่เห็นรัฐบาลชุดนี้ได้ทำลายของกลางดังกล่าวนี้ จนเกิดมีคำถามว่าของกลางมันหมุนเวียนในตลาดอีกหรือเปล่า มันถึงทำให้ราคายาเสพติดนี้ ราคาถูกมาก วันนี้ ๓ เม็ด ๑๐๐ บาท ในยุคนั้นเม็ดละ ๔๐๐ บาท นี่คือมูลเหตุของปัญหา ตราบใดที่ยาเสพติดนั้นยังไม่สามารถที่จะจำกัดออกไปได้ เราจะต้องเจอเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่านประธานครับ มูลเหตุของปัญหาในครั้งนี้นั้นนั่นก็คือเราจะต้องสกัดกั้น ต้นตอของปัญหา นั่นก็คือยาเสพติด ผมคิดว่าทุกคนในสังคมนี้รู้ว่าต้นตอของปัญหานั้น เป็นมะเร็งร้ายในสังคมไทย เราจะต้องสร้างเกราะป้องกันให้กับลูกหลานในอนาคต ไม่อย่างนั้นแล้วเราก็ต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ซ้ำ ๆ อย่างนี้อยู่ไม่มีวันจบสิ้น เพราะยาเสพติดนั้น ทำให้ผู้บริสุทธิ์กลายเป็นเหยื่อ เพราะยาเสพติดทำให้มนุษย์กลายเป็นเดรัจฉาน เพราะยาเสพติด ทำให้ผู้ที่รักษาความปลอดภัยกลายเป็นผู้ที่เป็นภัยต่อสังคม และสุดท้ายยาเสพติดนั้นทำให้ ครอบครัวที่สงบสุขกลายเป็นขุมนรกที่ทำลายล้างสังคมไทย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปกรณ์วุฒิ ตามด้วยท่านนายกองตรี อาญาสิทธิ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ในญัตติในวันนี้ผมจะขออภิปราย ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทั้ง ๒ เหตุการณ์ คือเหตุการณ์น้ำท่วม แล้วก็เหตุการณ์กราดยิง ที่จังหวัดหนองบัวลำภู แล้วก็จริง ๆ แล้วก็อาจจะรวมไปถึงเหตุการณ์อื่น ๆ ในอนาคตที่จะ เกิดขึ้นนะครับ นั่นก็คือเรื่องของระบบเซลล์ บรอดแคสต์ (Cell Broadcast) ซึ่งผมก็เคย ได้อภิปรายเรื่องนี้ไปแล้วเมื่อครั้งเหตุการณ์กราดยิงโคราชนะครับ คงจะไม่ได้อธิบายเพิ่มเติม สักเท่าไรว่าเซลล์ บรอดแคสต์ (Cell Broadcast) คืออะไรนะครับ บางคนก็อาจจะเคยบอกว่ารัฐมีอยู่แล้ว อาจจะเคยได้รับเอสเอ็มเอส (SMS) ในเหตุการณ์ บางเหตุการณ์ หรือในช่วงโควิด (COVID) ที่มีการส่งเอสเอ็มเอส (SMS) เตือนแจ้งว่าจะต้อง ทำอย่างไร กรมอุตุนิยมวิทยาก็บอกว่าเรามีระบบนี้อยู่แล้ว แต่จริง ๆ แล้วระบบที่เราใช้อยู่ ในปัจจุบันมันคือระบบที่เรียกว่าเอสเอ็มเอส แอลบีเอส (SMS LBS) หรือว่าโลเคชัน เบส เซอร์วิส (Location based service) ก็โฆษณาตามห้าง เวลาเราเดินเข้าห้างแล้วมี เอสเอ็มเอส (SMS) ยิงโปรโมชัน (Promotion) เข้ามา อันนั้นละครับที่เป็นเอสเอ็มเอส (SMS) ที่เป็นโลเคชัน เบส เซอร์วิส (Location based service) ยังไม่ใช่เซลล์ บรอดแคสต์ (Cell broadcast) แล้วมันต่างกันอย่างไร ลำดับแรกที่เห็นบนจอในรูปภาพนี้ก็คือเอสเอ็มเอส (SMS) ก็จะเป็นข้อความที่ถูกยิงเข้าแอปพลิเคชัน เอสเอ็มเอส (Application SMS) ที่อยู่บน โทรศัพท์มือถือของเรา แต่ว่าเซลล์ บรอดแคสต์ (Cell broadcast) จะถูกแยกออกมา หน้าตา จะไม่เหมือนกัน ๑. หน้าตาไม่เหมือนกัน ๒. มีหลายภาษา คือถ้าสมมุติเราไปญี่ปุ่นแล้วเกิดมี แผ่นดินไหว เซลล์ บรอดแคสต์ (Cell broadcast) จะส่งให้เราเป็นภาษาไทย ไม่ใช่เป็นภาษาญี่ปุ่น เพราะถ้าเป็นภาษาญี่ปุ่นเราก็จะอ่านไม่รู้เรื่องอยู่ดี ก็จะสามารถ แยกเป็นหลายภาษาได้ แยกได้ตามสัญญาณที่เราใช้อยู่หรือว่าเซ็ตติง (Setting) ที่เรากำหนด เอาไว้ในโทรศัพท์ อีกอันดับหนึ่งก็คือเสียงเตือนครับ เอสเอ็มเอส (SMS) ถ้าเราปิดเสียงเอาไว้ มันเข้ามาเราก็ไม่รู้ครับ แต่ตัวเซลล์ บรอดแคสต์ (Cell broadcast) มันสามารถตั้งให้เสียง ไม่เหมือนกับเอสเอ็มเอส (SMS) ก็ได้ เป็นเสียงเหมือนนาฬิกาปลุกที่ทำให้เราสนใจแล้วเรา จะต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น อีกอันหนึ่งก็คือระบบที่เขาเรียกว่า รีพีต (Repeat) มันจะรีพีต (Repeat) ไปเรื่อย ๆ หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่า ถ้าเกิดเหตุกราดยิงที่หนองบัวลำภูขึ้นมา ถ้าเรามีการเซลล์ บรอดแคสต์ (Cell broadcast) ที่เขตจังหวัดหนองบัวลำภู สมมุติว่าอีก ๒๐ นาทีต่อมาผมเพิ่งขับรถเข้าไปในเขตนั้น ผมก็ยังคงจะได้รับข้อความนั้นอยู่ เอสเอ็มเอส (SMS) มันอาจจะยิงไปครั้งเดียว แต่อันนี้ มันจะคงอยู่ได้แล้วก็ทำให้ทุกคนที่เข้าไปในเขตนั้นได้รับข้อความ อีกอันหนึ่งก็คือในด้าน เทคนิคก็คือเรื่องคอขวด เอสเอ็มเอส (SMS) มันมีคอขวดของมัน มันไม่สามารถส่งให้โทรศัพท์ เป็นหลายพันหลายหมื่นเครื่องพร้อม ๆ กันได้ มันต้องใช้เวลา แต่เซลล์ บรอดแคสต์ (Cell broadcast) ศักยภาพของมันคือมันสามารถส่งให้หลายล้านเครื่องได้ภายในไม่เกิน ๑๐ วินาที ถ้าเราเคยดูหนังเราอาจจะเคยเห็นที่โทรศัพท์ทุกคนดังพร้อมกัน นั่นละครับ ศักยภาพของระบบเซลล์ บรอดแคสต์ (Cell broadcast) แล้วมันก็ใช้ได้หลายอย่างครับ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม แจ้งให้คนอพยพ แจ้งให้คนขนของหนี เหตุการณ์กราดยิง เหตุการณ์ ก่อการร้ายอื่น ๆ หรือแผ่นดินไหว หรือแก๊สรั่ว หรืออะไรก็ตาม คำถามก็คือทำไมเรายังไม่มี ระบบนี้ สิ่งที่ผมยกมาเมื่อสักครู่เหตุการณ์ต่าง ๆ มันเรียกรวม ๆ ก็คงต้องเรียกว่าสาธารณภัย ดังนั้นแน่นอนว่าเจ้าภาพในงานนี้คงต้องเป็น ปภ. ซึ่งผมก็ต้องชื่นชมครับ วันนี้สด ๆ ร้อน ๆ เลยครับ ผมเชิญหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาชี้แจงในคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แล้วท่านอธิบดี ปภ. ก็ให้ความใส่ใจ แล้วก็อยากจะ ผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง ผมก็ต้องชื่นชม แล้วก็ในรูปภาพเมื่อสักครู่ ขอขึ้นอีกทีหนึ่งครับ🔗
อันนี้เป็นแผนผังคร่าว ๆ ของระบบเซลล์ บรอดแคสต์ติง (Cell broadcasting) ผมแบ่งเส้นสีแดงเพื่อให้เห็นว่าฝั่งซ้าย จะเป็นเรื่องของเอกชน ฝั่งขวาจะเป็นเรื่องของภาครัฐ ขวาสุดก็คือหน่วยงาน ผมสมมุติว่าเป็น ปภ. แล้วกันอันเดียว ซ้ายสุดก็คือมือถือของทุกคน แล้วก็เสาสัญญาณซึ่งเอกชนมีอยู่แล้ว แต่หัวใจสำคัญของมันก็คือตรงกลาง ๒ อัน คือเซลล์ บรอดแคสต์ เซ็นเตอร์ (Cell broadcast center) ซึ่งภาครัฐจะต้องเป็นเจ้าของเพื่อที่จะยิงสัญญาณจากหน่วยงาน และสัญญาณจากเซลล์ บรอดแคสต์ (Cell broadcast) มันจะส่งไปที่โอเปอเรเตอร์ (Operator) ต่าง ๆ โดยที่โอเปอเรเตอร์ (Operator) ต่าง ๆ ต้องมีเครื่องมือบางอย่างที่จะทำให้ โครงข่ายของเขาสามารถใช้เซลล์ บรอดแคสต์ติง (Cell broadcasting) ได้ สิ่งที่น่าตกใจก็คือ ทั้งเซลล์ บรอดแคสต์ เซ็นเตอร์ (Cell broadcast center) แล้วก็ระบบที่จะทำให้ โอเปอเรเตอร์ (Operator) สามารถส่งเซลล์ บรอดแคสต์ (Cell broadcast) ได้ ประเทศไทย ไม่มีครับ ไม่มีเลย แสดงว่าที่ผ่านมาเราไม่เคยได้เตรียมการอะไรเรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียว แล้ว ที่ผมยืนยันอย่างนี้ได้ก็เพราะว่าแม้กระทั่งหน่วยงานอย่าง ปภ. เองก็ยังไม่ทราบว่า เซลล์ บรอดแคสต์ เซ็นเตอร์ (Cell broadcast center) ถ้าจะทำมันต้องใช้งบประมาณ เท่าไร ไม่ทราบแม้กระทั่งเรื่องนี้ด้วยซ้ำ แสดงว่าเราไม่เคยเตรียมการอะไรไว้เลย ทั้ง ๆ ที่มัน ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่อะไร ใช้กันมา ๑๐ กว่าปีแล้ว เหตุการณ์ที่อิแทวอน (Itaewon) ล่าสุด ก็มีการส่งเซลล์ บรอดแคสต์ (Cell broadcast) ให้ผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงเฝ้าระวังเช่นกัน บางประเทศเขาไปไกลกว่านี้แล้วนะครับ บางประเทศสามารถที่จะแทรกสัญญาณเข้าไปใน โทรทัศน์ทุกช่อง แทรกสัญญาณเข้าไปในวิทยุ แทรกสัญญาณเข้าไปในป้ายโฆษณาที่เป็นจอ บิลล์บอร์ด (Bill board) ได้ทันที สามารถเตือนภัยประชาชนได้ในทันที แต่เรากลับไม่มีการ วางแผนใด ๆ เลย สุดท้ายครับท่านประธาน เวลาวันนี้ผมมีน้อย ผมคงไม่ได้อภิปรายทุกสิ่ง ที่ผมเตรียมไว้ สุดท้ายผมคิดว่ามันคงถึงเวลาแล้วครับที่เราจะต้องจริงจังเรื่องนี้จริง ๆ ผมอ้างอิงนิดหนึ่ง ก็คือข้อมูลที่ผมได้มาอาจจะหลายปีแล้วนะครับ อาจจะอ้างอิงไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ สภาครองเกรสของสหรัฐอเมริกาได้อนุมัติงบประมาณประมาณ ๑๐๖ ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อทำระบบเซลล์ บรอดแคสต์ (Cell broadcast) ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา ถ้าตีเป็นเงินไทย ผมคิดว่า ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่มันราคาถูกมาก ถ้าเทียบกับความปลอดภัยของชีวิต และประชาชนในประเทศของเรา แล้วผมคิดว่าความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของ ประชาชนนี่ละครับคือความมั่นคงของชาติที่แท้จริง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป เชิญท่านกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ตามด้วยท่านผ่องศรี แซ่จึง ท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ ผมจะขออนุญาตอภิปรายในหัวข้อเรื่องของการแก้ไขปัญหาเรื่องของสถานการณ์อุทกภัย แล้วก็เรื่องของสถานการณ์เกิดความรุนแรงที่จังหวัดหนองบัวลำภู ทั้ง ๒ เรื่อง🔗
ในเบื้องต้นนี้ผมก็จะขออนุญาตนำปัญหาเรื่องของน้ำท่วม ซึ่งท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้อภิปรายไปมากแล้ว แล้วผมก็ได้รับฟังมาโดยตลอด ทั้งท่านผู้เสนอญัตติ แล้วก็ท่านผู้อภิปราย ก่อนที่ผมจะมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมก็ได้รับราชการ ในตำแหน่งนายอำเภอแล้วก็ได้ลาออกมาสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็จะขออนุญาต นำเอาเรื่องปัญหาแล้วก็สถานการณ์เรื่องการแก้ไขปัญหาอุทกภัย เพื่อจะมาแลกเปลี่ยนแล้วก็ นำเสนอสภาได้เป็นข้อมูล ในเบื้องต้นสถานการณ์ของการเกิดอุทกภัย แน่นอนที่สุด เราไม่สามารถที่จะบังคับไม่ให้มันเกิดได้ เพราะว่ามันเป็นเหตุเรื่องของธรรมชาติ เมื่อมีฤดูกาล ก็มีน้ำฝน การแก้ไขปัญหาก็ต้องคิดแล้วก็วางแผน ซึ่งในระบบราชการที่ปฏิบัติอยู่ปัจจุบันนี้ หน่วยเรื่องนโยบายที่สำคัญก็มีแผนป้องกันบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ และแผนในระดับ ต่าง ๆ และในการกำหนดนโยบายก็จะมีคณะกรรมการ ทีนี้การที่จะแก้ไขปัญหา ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามแผนที่เขากำหนดไว้ ที่คณะกรรมการต่าง ๆ นี้กำหนด แต่ว่าที่ผม ได้รับฟังมานี้ ปัญหาเหล่านี้เรามาคิดเอาหลังจากที่เกิดเหตุแล้วว่าน้ำจากตรงนั้นมาท่วมตรงนี้ อันนี้คือเรื่องที่มันเกิดแล้วเรามาดู แต่ว่าหลักการจริง ๆ แล้วจะต้องมีการเตรียมการ มันต้องเป็นไปตามแผน ซึ่งไม่ว่ารัฐบาลสมัยไหน ผมรับราชการมาก็หลายปี แล้วก็เห็นว่า ทุกรัฐบาลก็จะต้องใช้หลักการอันเดียวกันนี่แหละครับ แต่ว่าความแตกต่างในการปฏิบัติ ประสิทธิภาพในการปฏิบัติ การประเมินผลว่าหลังจากเกิดเหตุแล้วเราสามารถที่จะเข้าไป แก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีได้อย่างไร แล้วก็เรื่องของการที่จะไปฟื้นฟูให้พี่น้องประชาชน ให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนให้เขาสามารถที่จะกลับมาสู่สภาพเดิมได้อย่างไร อันนี้ ผมคิดว่าหน่วยรัฐบาลจะต้องไปติดตามแล้วก็ไปประเมินผลในเรื่องแผนงานต่าง ๆ ที่เราได้ กำหนดกันไว้แล้ว มันมีหมดละครับ ท่านไปอ่านดูได้เลยว่าค่าใช้จ่ายอะไร อย่างไร ค่าบ้านพัง ทั้งหลังนี้มันมีกฎกติกาอยู่ทั้งนั้นละครับ ไปดูได้เลยอยู่ในระเบียบปฏิบัติ อันไหนที่ไม่เป็น ปัจจุบันแล้วก็แก้ไขปรับปรุง อยากจะได้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น สถานการณ์ค่าครองชีพมากขึ้น ก็แก้ไขให้มันเป็นปัจจุบันให้เหมาะสม อันนี้เป็นแนวทางที่ผมคิดว่ารัฐบาลและผู้บริหาร ควรจะนำไปทบทวน แล้วก็ติดตามประเมินผลให้ผู้ปฏิบัติดำเนินการเป็นไปตามแผน🔗
ในส่วนของเรื่องของความรุนแรงที่เกิดที่จังหวัดหนองบัวลำภู ผมคงจะไม่ต้อง อธิบายว่ามันเป็นอย่างไร แต่ว่าเห็นได้ว่ามีการใช้อาวุธ อาวุธมีทั้ง ๒ อย่าง มีมีด แล้วก็มี อาวุธปืน แต่ว่าปัญหาสำคัญก็คือผมคิดว่าการที่จะเข้าไปแก้ไขก็คือเข้าระงับเหตุเป็นเรื่อง สำคัญที่สุด เมื่อเกิดเหตุแล้วเราไม่สามารถจะไปรู้ได้ว่าคนนี้สติไม่ดี คนนี้เป็นคนเมายาเสพติดมา หรือว่าเป็นอย่างไรแต่ว่าเราสามารถที่จะแก้ไขให้เร็วที่สุดก็คือการเข้าระงับยับยั้ง เราก็ต้องมี กำลังของเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน ชุดรักษาความสงบเรียบร้อยของหมู่บ้าน เมื่อได้รับเหตุต้องสามารถเข้าไประงับเหตุได้ทันที อันนี้ผมอยากจะให้ทางรัฐบาลได้ดูแลเรื่องของการดูแลบุคลากรของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน และชุดรักษาความสงบเรียบร้อยหมู่บ้าน ก็จะทำให้เพิ่มสมรรถนะ เพิ่มความสามารถในการระงับเหตุได้ ผมขออนุญาตกราบเรียนเพื่อเป็นข้อมูลไว้เพียงแค่นี้ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านผ่องศรี ตามด้วยท่านจาตุรงค์นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขออนุญาต แบ่งปันประสบการณ์แล้วก็นำเสนอต่อรัฐบาลในเรื่องของปัญหาน้ำท่วม ปีนี้ดิฉันอายุ ๗๔ ปี จะเต็มแล้วนะคะท่านประธาน ยังไม่เคยเห็นอุทกภัยครั้งใดที่รุนแรงขนาดนี้เลย บ้านดิฉัน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำมูล แล้วก็เขตเลือกตั้งดิฉัน ขอเรียนนะคะว่าจังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัด ที่ได้รับผลกระทบที่หนักมากไม่แพ้จังหวัดอุบลราชธานี แต่ว่าข่าวที่ออกมานั้นจะเป็นข่าว ของจังหวัดอุบลราชธานีมาก จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ เขตเลือกตั้งดิฉันอำเภอราษีไศล ไม่ว่าจะเป็นตำบลด่าน ตำบลหนองแค ตำบลบัวหุ่ง ตำบลหนองอึ่ง ตำบลจิกสังข์ทอง ตำบลเมืองคง ตำบลส้มป่อย เกินครึ่งหนึ่งของอำเภอ แล้วก็อำเภอศิลาลาด ๒ ตำบลเต็ม ๆ รับน้ำเต็ม ๆ เลยค่ะท่านประธาน วันนี้บางหมู่บ้านก็ยังออกจากหมู่บ้านไม่ได้เลย น้ำท่วม จนถึงชั้นที่ ๒ ของบ้าน แมว หมาอยู่ชั้น ๒ ด้วยกันกับคนเลยค่ะ แล้วก็การสัญจรไปมา ก็ต้องใช้เรือเหมือนกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดิฉันเห็นที่มันเกิดขึ้นก็คือว่าปัญหาน้ำท่วมมันซ้ำซาก ในขณะเดียวกันที่น่าเจ็บปวดมากที่สุดก็คือเมื่อเวลาผ่านไปประมาณสักเดือนพฤษภาคม อะไรประมาณนี้เราก็จะเกิดปัญหาเรื่องน้ำแล้ง แล้งจนไม่รู้จะว่าอย่างไร ขณะที่น้ำท่วมก็ท่วม จนเยอะแยะเต็มไปหมด เป็นเรื่องที่น่าเศร้าไหมคะว่าเราไม่สามารถจะบริหารจัดการอะไร ได้เลย มันซ้ำแล้วซ้ำอีก สิ่งที่ดิฉันอยากจะโฟกัส ตอนนี้อยากจะนำเรียนลงไปลึก ๆ ก็คือว่า อำเภอราษีไศล อำเภอศิลาลาดจะประกบแม่น้ำ ๒ สายก็คือลำน้ำเสียวกับลำน้ำมูล อยู่เคียงข้างกัน วิกฤติครั้งแรกของอำเภอราษีไศลก็คือพนังกั้นน้ำที่อยู่ระหว่างลำน้ำเสียว กับลำน้ำมูลมันพังค่ะท่านประธาน ความลึกประมาณ ๗-๘ เมตร ความกว้าง ๓๐-๓๕ เมตร น้ำไหลทะลุทะลวง อันนี้เป็นวิกฤติครั้งแรกของการเกิดวิกฤติน้ำท่วมในครั้งนี้ สิ่งที่ดิฉัน แปลกใจมากก็คือตรงนี้ปีที่แล้วก็ขาด พนังตรงนี้ก็พังชำรุด แล้วมาปีนี้ก็เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนว่าทำไมการซ่อมจึงไม่เรียบร้อย ทำไมจึงป้องกันไม่ได้ มันน่าจะมี อะไรสักอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นดิฉันก็นำเรียนผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องว่าการฟื้นฟูรอบนี้ อยากให้ลงไปดูจริง ๆ ว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร แล้วอยากให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการ พูดคุย ในการสรุปปัญหาด้วยกัน ฝ่ายรัฐบาลอย่าคิดเองค่ะ อย่าคิดและอย่าสรุปเอาเอง เพราะว่าชาวบ้านเขาอยู่ตรงนั้นเขาได้รับผลกระทบเขารู้ เขารู้เรื่องในพื้นที่มาก แม้ว่าเขาจะ ไม่ได้เรียนจบปริญญาตรี ปริญญาโท แต่เขามีประสบการณ์ในเรื่องของภูมิปัญญาชาวบ้าน เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เป็นสิ่งที่อยากนำเรียนไว้ตรงนี้เลยนะคะ ถ้าวิกฤติปีหน้าน้ำท่วมอีก ก็จะขาดอีก ดิฉันเชื่อเช่นนั้น เพราะฉะนั้นต้องไปศึกษาให้ดีว่ามันเกิดจากอะไรกันแน่นะคะ🔗
อันที่ ๒ ที่อยากจะนำเรียนก็คือ คนในฝั่งของเขื่อนราษีไศล ตั้งแต่อำเภอราษีไศล ลงไป วันนั้นดิฉันไปรับท่านรัฐมนตรีที่บ้านพันลำ อำเภอกันทรารมย์ เขามีความรู้สึกอย่างนี้ค่ะ ท่านประธาน อันนี้รัฐบาลต้องฟัง คนที่เกี่ยวข้องต้องฟังนะคะ ชลประทานต้องฟัง เขาบอกว่า คนชลประทานเซฟ (Save) อุบล ไม่เซฟ (Save) คนเหนือเขื่อนราษีไศลหรือเขื่อนปากมูล เขาบอกว่าทำไมป้องกันแต่จังหวัดอุบลราชธานี เขารู้เรื่องด้วยนะคะว่าระบายน้ำไม่ระบายเยอะ เพราะว่ากลัวคนอุบลราชธานีจะน้ำท่วม แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้คนที่อยู่เหนือเขื่อนหัวนาและเขื่อนราษีไศลปลอดภัย อันนี้ เป็นความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ท่านต้องไปอธิบายไปพูดคุย ดิฉันได้ทำหน้าที่ดิฉันแล้วว่า การบริหารงานตรงนี้จะต้องทำให้ทุกจังหวัดได้รับความปลอดภัยพอสมควร จะต้องแบ่งปัน นะคะท่านประธาน อันที่จะต้องฟื้นฟูเยียวยาอยากให้รวดเร็วทันใจพอเหมาะเหมาะสม เพียงพอ พื้นที่ตรงไหนจะต้องทำนาปรังต้องช่วยเขานะคะท่านประธาน ถนนหนทาง ต้องซ่อมแซม บ้านเรือนต้องช่วยเหลือ ต้องรวดเร็วด้วยค่ะ เรื่องยาเสพติด ดิฉันอยากนำเสนอ นิดเดียวว่าอยากให้ป้องกันเป็นเรื่องหลัก การฟื้นฟูก็ต้องทำ โรงพยาบาลรักษาคนป่วยติดยา ภาคอีสานมีแค่ ๒ ที่ จังหวัดอุดรธานีกับจังหวัดขอนแก่น ทำไม ๒๐ จังหวัดถึงจะไปกองอยู่ที่ จังหวัดอุดรธานีกับจังหวัดขอนแก่น คนติดยาเยอะมากท่านประธาน แล้วไปก็ไม่มีเตียง ไม่มีอะไรแล้วจะให้ทำอย่างไร ติดยาแล้วอยากฟื้นฟูจะให้ทำอย่างไร จะรักษาอย่างไร เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องแก้ไข อีเอฟ (EF) เป็นการป้องกันเบื้องต้นเลยค่ะ เรานำร่อง ๔ จังหวัด จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดปัตตานี จังหวัดกาญจนบุรี กรุงเทพมหานคร ป้องกันยาเสพติด ในเด็กปฐมวัย ขอให้รัฐบาลได้ใส่ใจเป็นเรื่องจริงจัง ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจาตุรงค์ ตามด้วยท่านเลิศศักดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ต้องขอให้กำลังใจ เอากำลังใจช่วยพี่น้อง ๖๔ จังหวัดที่ประสบอุทกภัยจากพายุมู่หลาน เมื่อวันที่ ๑๑-๑๓ สิงหาคม แล้วก็ต่อเนื่องมาถึงพายุโนรู เมื่อวันที่ ๒๗-๒๙ กันยายน สำหรับจังหวัดศรีสะเกษตัวกระผมนั้นอยู่อำเภอกันทรลักษ์ ต้องนำเรียนพี่น้องว่าขนาดอยู่ใน ตัวอำเภอน้ำท่วมจากฝนตกสะสมกัน ๓ วันเข้ามาในเขตเทศบาล ซึ่งทำให้พี่น้องในเขตของ เทศบาลกันทรลักษ์ เทศบาลหนองหญ้าลาด มีความเดือดร้อนเนื่องจากถนนนั้น ถูกตัดขวางทางน้ำ ทางระบายน้ำมีไม่เพียงพอ จึงต้องให้ทางหน่วยราชการ โดยเฉพาะทาง กรมทางหลวง ทางหลวงชนบทรีบมาซ่อม โดยเฉพาะถนนที่เลียบเส้นทางบ้านคล้อเกษศิริ บ้านกระบี่ แล้วก็ในเขตของเทศบาลทั้งหมดที่ชุมชนเมืองทองดังที่เห็นในภาพ ต้องบูรณาการ วางท่อระบายน้ำใหม่ การชดเชย ท่านประธานครับ ภาคเกษตร คณะกรรมาธิการแก้ไข ปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ และผม รองประธาน คนที่หนึ่ง ได้เรียนเชิญทางหน่วยราชการทั้งหมดมาชี้แจง ๒ รอบแล้วครับ เรื่องการชดเชย โดยเฉพาะปีนี้ ๖๔ จังหวัดนั้นได้รับผลกระทบจำนวนทั้งสิ้น ๕,๔๙๙,๐๐๐ ไร่ นาข้าว ๓,๖๐๐,๐๐๐ ไร่ ผลกระทบนั้นเมื่อตรวจสอบแล้วจะได้รับผลกระทบประมาณ ครึ่งหนึ่ง โดยเฉพาะจาก ๕ ล้านบาท ก็เหลือประมาณ ๓ ล้านบาท จาก ๓ ล้านบาท ก็เหลือประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท พวกพืชผักจาก ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาทก็เหลือประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ซึ่งผลกระทบตรงนี้ที่ชดเชยทางคณะเราเป็นห่วงว่าอยากให้ชดเชย นาข้าวจาก ๑,๓๔๐ บาท ซึ่งตั้งตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ แล้วออกกฎมา ระเบียบการชดเชยปี ๒๕๖๔ มันนาน มันน่าจะปรับปรุงให้ใหม่ จาก ๑,๓๔๐ บาทให้มากกว่านั้นได้ไหม พืชผัก ๑,๙๘๐ บาท และเรื่องของไม้ยืนต้น ๔,๐๔๘ บาท เพราะฉะนั้นการช่วยเหลือหลังจากน้ำลดก็ต้องรีบ เยียวยา🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับ ต้องขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งของการเกิดเหตุ โศกนาฏกรรมเรื่องการกราดยิงและถือว่าเป็นการสังหารหมู่เพราะใช้อาวุธทั้งปืนทั้งมีด ที่จังหวัดหนองบัวลำภู ตำบลอุทัยสวรรค์ อำเภอนากลาง ซึ่งมีผู้เสียชีวิต ๓๗ ราย บาดเจ็บ ๑๐ ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กถึง ๒๔ คน ผมต้องนำเรียนว่าเราต้องดูถึงสาเหตุก็คือ มูลเหตุจูงใจ นี่คือหลักแรกเลยท่านประธานครับ จูงใจที่ทำให้เขาต้องตัดสินใจ โดยพฤติกรรมแต่ละคน เช่น ถูกกดทับจากการเอารัดเอาเปรียบ ถูกด้อยค่า ถูกทำให้มีการ โกรธแค้นเกลียด แล้วที่สำคัญอันที่ ๒ ก็คือโอกาส โอกาสหมายถึงว่าโอกาสที่จะเข้าถึง ไม่ว่าจะเป็นอาวุธปืน สถานที่ เราต้องแก้ปัญหาเรื่องของต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ต้นน้ำคือ ต้องช่วยกันแก้ปัญหาไม่ให้เกิดปัญหาตรงนี้ โดยเฉพาะสังคมต้องรับฟังปัญหา ไม่ให้เขาไม่มี ที่ระบาย เมื่อรับฟังปัญหาแล้วต้องเรสปอนส์ (Response) ต้องมีการดูแลและแก้ไขให้เขา มีทางระบายออกนะครับ เรื่องเกี่ยวกับกลางน้ำเมื่อเกิดปัญหาแล้วต้องเร่ง เมื่อเขาจะตัดสินใจนั้นเขาจะประชดชีวิต และสุดท้ายคือปลายน้ำ ก็คือเมื่อเกิดเหตุทำอย่างไรให้สังคมให้ผู้ที่เกี่ยวข้องนั้นอยู่รอด ในประเทศสหรัฐอเมริกาก็ให้มีรัน (Run) หนี ซ่อน สู้ ถ้าอังกฤษก็หนี ซ่อน แล้วก็โทรศัพท์ หาคนมาช่วย นี่คือยุทธวิธีหนึ่ง แต่ที่ผมนำเรียนก็คือธรรมชาติของคน ก็ต้องเรียนว่า ปัญหาจริง ๆ นั้นเกิดจากทางกาย ทางจิตใจ ทางสังคม ทางภาวะเศรษฐกิจ หลักคุณธรรม และที่สำคัญอย่างยิ่งต้องเรียนว่าสังคมนั้นจะต้องร่วมรับผิดชอบร่วมกัน เขาเรียกว่า โค-เรสปอนซิบิลิตี้ (Co-responsibility) รับฟังปัญหาร่วมกัน เพราะสังคมนั้นเป็นร่างแห ของจิตสำนึกร่วมกัน คอลเลคทีฟ คอนเซียสเนส (Collective consciousness) เพราะฉะนั้น ถ้าสังคมให้การยอมรับ เปิดโอกาส และรีบแก้ไขปัญหาแล้ว ผมเชื่อว่าเหตุการณ์อย่างนี้ จะไม่เกิดขึ้นอีก ที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือการรักษา กระทรวงสาธารณสุขได้มีหน่วยงาน ไม่ว่าจะ รักษาทางกายแล้วนี้ทางจิตใจสำคัญมาก ผมได้มีโอกาสคุยกับจิตแพทย์ หลายท่านไปลงพื้นที่ ที่จังหวัดหนองบัวลำภู จากจังหวัดขอนแก่นเพื่อนผมได้เป็นหมอที่นี่อาสาสมัครไป เขาบอก ไปถึงเขาโกรธแค้นมาก อันดับแรกเลยพี่น้องที่เสียชีวิต เขาก็ต้องโกรธละครับ ต้องทำอย่างไร กำลังใจเขาเสีย ต้องรีอิชชู (Reissue) ให้เขาให้มีกำลังใจ แล้วก็ได้ต่อสู้ยืนหยัดต่อไป เพราะฉะนั้นต้องนำเรียนว่าการชดเชย เรียนว่าต้องชดเชยและต้องมีการป้องกัน และต้อง รับผิดชอบร่วมกัน เพราะฉะนั้นต้องขอแสดงความเสียใจกับโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกเลย และที่สำคัญก็คือทุกคนมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบ ร่วมกันครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเลิศศักดิ์ ตามด้วยท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขอใช้สิทธิ อภิปรายในญัตติด้วยวาจาของท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และเพื่อนสมาชิกในเรื่องของปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ต้องขอกราบเรียน ท่านประธานว่าสภาพปัญหาในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน แม้กระทั่งในภูมิภาค เดียวกันเองสภาพปัญหาก็แตกต่างกัน ผมจึงจะขอนำเสนอประเด็นปัญหาแล้วก็ข้อเสนอแนะ ของพื้นที่จังหวัดเลยที่เกิดปัญหาอุทกภัย เป็นการเกิดที่เรียกว่าน้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำทุกปี ท่านประธานครับ ในพื้นที่ของจังหวัดเลยนั้นน้ำท่วมทุกปี บางปีจะเกิดที่เรียกว่าน้ำท่วมใหญ่ ถ้าปริมาณของน้ำฝนเยอะ มีพายุเข้าหลายลูก ดังเช่นในปี ๒๕๔๕ เกิดน้ำท่วมใหญ่ หลังจากนั้นก็เป็นการเกิดน้ำท่วมที่เรียกว่าน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่บริเวณสองฝั่งของแม่น้ำเลย โดยเฉพาะเขตเมืองครับ เริ่มตั้งแต่อำเภอวังสะพุงแล้วก็อำเภอเมืองเลย ในปีนี้ผลกระทบหนัก ใกล้เคียงกับระดับน้ำในน้ำท่วมใหญ่ของปี ๒๕๔๕ โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตอำเภอเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มแล้วก็มีภูเขาโดยรอบ น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มตั้งแต่ตำบลนาอาน ตำบลชัยพฤกษ์ เขตชุมชนในเขตเทศบาลเมืองเลย ตำบลเมือง ตำบลนาอ้อ แล้วก็ตำบล ศรีสองรัก ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าเรียกว่าใกล้เคียงแล้วก็เกือบ ๆ เท่ากับน้ำท่วมใหญ่ ปี ๒๕๔๕ พื้นที่ท่วมแล้วก็ลด ๓ ครั้งติดกัน แล้วก็ครั้งสุดท้ายท่วมติดต่อกันนานถึง ๔ วัน ซึ่งอาจจะมองว่าดูแล้วเล็กน้อยเมื่อเทียบกับน้ำท่วมในเขตพื้นที่ของภาคอีสานตอนล่าง แต่ท่วมทุกครั้งก็ได้สร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินแล้วก็ความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ประชาชน ประเด็นสำคัญก็คือว่าเราจะปล่อยให้น้ำท่วมซ้ำซากนี้เกิดขึ้นทุกปี ๆ เช่นนี้หรือครับ หน่วยงานของภาครัฐเองที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหา ก็ดีครับ แต่มันเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เป็นการชั่วครั้งชั่วคราว เช่นการแจกจ่ายข้าวกล่องหรือถุงยังชีพ ผมจึงอยากเรียกร้องละครับ ช่วงนี้ต้องช่วยกันครับ ให้มาดูที่ปัญหาโครงสร้างของปัญหา หน่วยงานภาครัฐต้องเร่งรัด ในการแก้ไขปัญหา ผมย้อนกลับไปเมื่อตอนปี ๒๕๔๕ ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่จังหวัดเลย หลังจากนั้นมีการสร้างเขื่อนที่ต้นน้ำเลยเรียกว่าเขื่อนภูหลวงซึ่งเป็นเขื่อนในพระราชดำริ หลังจากนั้นเป็นต้นมาไม่มีการเกิดน้ำท่วมใหญ่อีกเลย ครั้งนี้อีกเช่นเดียวกันผมได้สอบถาม ไปที่พื้นที่ของอำเภอวังสะพุงที่เป็นต้นน้ำแล้วก็อำเภอภูหลวง ทราบว่าระดับน้ำไม่ได้สูงกว่า ทุกปีที่ผ่านมา แต่เหตุใดในพื้นที่ของอำเภอเมือง น้ำจึงสูงขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา ผมจึงสันนิษฐานได้ว่าเกิดจากสาเหตุของน้ำสาขา ก็คือน้ำลาย แล้วก็น้ำหมาน ที่ไหลเข้ามา สมทบแม่น้ำเลยในเขตพื้นที่อำเภอเมือง ทำให้น้ำล้นตลิ่งแล้วก็ท่วม แล้วก็ท่วมสูงใกล้เคียง ระดับปี ๒๕๔๕ ดังนั้นผมจึงขอเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เป็นการแก้ไขปัญหา ระยะยาวและการแก้ปัญหาที่โครงสร้างของปัญหาจริง ๆ ก็คือต้องเร่งรัด🔗
ประการแรก สร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำลายซึ่งเป็นแนวพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ ๙ ตั้งแต่ปี ๒๕๒๐ แล้วครับ ผมเคยตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้และกรมชลประทานได้มีการ รับปากว่าจะเร่งรัดในการดำเนินการก่อสร้าง ขอให้ทำจริงจัง เพื่อให้เกิดให้ได้เร็วที่สุด จะได้ แก้ปัญหานี้ได้🔗
ประการต่อมา ต้องเร่งหาพื้นที่ในการสร้างอ่างเก็บน้ำ พื้นที่รับน้ำบริเวณ ตำบลเสี้ยว แล้วก็ตำบลน้ำหมาน เพื่อเป็นการกักเก็บน้ำของลำน้ำหมานก่อนไหลเข้ามา สมทบน้ำเลย ๒ อย่างนี้ก็จะสามารถแก้ปัญหาที่โครงสร้างต้นตอของปัญหา รวมถึงการที่ กรมชลประทาน จังหวัด แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเร่งรัดร่วมมือกันในการที่จะ แก้ไขปัญหาแล้วก็แจ้งเตือนพี่น้องก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น ถ้าสามารถทำตรงนี้ได้ก็จะสามารถ ช่วยแก้ปัญหาไม่ให้เกิดน้ำท่วมซ้ำซากในเขตพื้นที่ของจังหวัดเลยได้เป็นอย่างดี กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่าน ศาสตราจารย์โกวิทย์ ตามด้วย ท่านณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา นางอนุรักษ์ บุญศล แล้วก็ ท่านสมบูรณ์ ซารัมย์ นะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอร่วมอภิปราย ญัตติด่วนของเพื่อนสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ เน้นในเรื่องของ การแก้ปัญหาน้ำท่วมที่เสนอมาทุกญัตติ ท่านประธานครับ ในเวลาอันสั้นเพื่อไม่ให้ซ้ำกับ ท่านผู้อื่นผมขอตั้งโจทย์อย่างนี้ว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมผมฝันว่าจะทำอย่างไรให้การ แก้ปัญหานั้นยั่งยืนสู่ประชาชนและประเทศชาติ อันนั้นเป็นประเด็นสำคัญ เพราะฉะนั้น มีสัก ๕ เรื่องที่ผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลเพื่อเป็นข้อเสนอแนะ ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าความฝันของผม ผมอยากเห็นการวางยุทธศาสตร์การวางแผน การจัดการน้ำท่วมให้เป็นระยะยาวมากกว่าการช่วยเหลือเพียงการเยียวยาในระยะสั้น ๆ แล้วแต่ละปีก็ท่วม ผมยกตัวอย่างบ้านผมที่อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมเรียนท่านประธานว่า ๒ เดือนที่แล้วท่วมภาคเหนือ ภาคอีสาน ก็เห็นใจ แล้วเป็นอย่างนี้ ทุกปี เดือนหน้าธันวาคมบ้านผมมาแน่ที่อำเภอพรหมคีรี แต่ผมอยากเรียนท่านประธานว่า ที่นี่น้ำท่วมทุกปี เพราะฉะนั้นผมจึงไม่อยากเห็น แต่อย่างไรก็ตามผมอยากจะเสนอ ท่านประธานในประเด็นที่ ๒ ว่า การวางแผนที่เป็นระบบนั้น ผมเคยไปที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่เดลตาเวิกส์ ที่รอตเทอร์ดาม เขาให้ข้อคิดในมหาวิทยาลัยที่ผมไปคือเอรัสมุส ยูนิเวอร์ซิตี้ เขาพูดเหมือนกับปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ในเรื่องการแก้ปัญหา น้ำท่วมสัก ๕ ประเด็น🔗
ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ นอกจากเราจะสร้างเขื่อน พนังกั้นน้ำหรือ ทางเดินน้ำแล้วก็ตาม เขามองเรื่องน้ำจะต้องอยู่ร่วมกันกับคนจะทำได้อย่างไร ในประเด็นนี้ ผมคิดว่าการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การสร้างสีเขียวในระบบเมืองและชุมชนยังมีความจำเป็น เพื่อเป็นพื้นที่อุ้มน้ำ ผมคิดว่าระบบระบายน้ำของเรายังมีปัญหา เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไร ให้น้ำนั้นมีทางเดินน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างทุกชนิดที่เกิดขึ้น การสร้างถนน การก่อสร้าง หมู่บ้านจัดสรร อาคารพาณิชย์ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญ🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือการพัฒนาร่องน้ำ การปรับพื้นที่สวนสาธารณะให้เป็นพื้นที่ รับน้ำ อุ้มน้ำ การสร้างสนามฟุตบอลที่ข้างล่างมีการรองรับของน้ำ เป็นต้น นั่นคือวิธีคิด ที่ก่อให้เกิดนวัตกรรมในการจัดการน้ำเกิดขึ้น นั่นก็คือสิ่งที่ผมได้บทเรียนมา แล้วผมคิดว่า บทเรียนของประเทศเนเธอร์แลนด์ปัจจุบันนี้น้ำไม่ท่วมเพราะการทำให้มีสิ่งที่ผมพูดถึง🔗
ประเด็นที่ ๓ ก็คือผมฝันอยากเห็นการจัดการน้ำที่มีเอกภาพ ผมเป็น กรรมาธิการงบประมาณ การบูรณาการน้ำของเมืองไทยก็คือแจกจ่ายงบให้ไปตามกระทรวง ต่าง ๆ ให้กรมต่าง ๆ ทำ กลายเป็นต่างคนต่างทำ มันไม่ใช่บูรณาการอย่างแท้จริง อันนี้ก็เป็น ปัญหาในการทำงาน เพราะฉะนั้น ผมยกตัวอย่างบ้านผม ผมมีปัญหาเรื่องของการจัดการน้ำ ที่ตำบลพรหมโลก เรามีต้นน้ำน้ำตกพรหมโลก ผมตั้งกระทู้ถามในสภาและกระทู้ถามแยกเฉพาะ มีถึง ๔-๕ กรมในเรื่องเดียว ต้นน้ำคือกรมทรัพยากรน้ำ กลางน้ำคือกรมชลประทาน ปลายน้ำ คือกรมเจ้าท่า เป็นต้น มันไม่มีทางหรอกครับที่จะจัดการได้ถ้าเป็นอย่างนี้🔗
ประเด็นที่ ๔ ผมคิดว่าสำคัญมาก คือผมฝันอยากจะเห็นการบังคับใช้กฎหมาย อย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ประโยชน์ในที่ดิน การก่อสร้างทั้งหลาย การบังคับเรื่องของทางเดินน้ำ ผมเน้นนะครับ น้ำต้องมีทางเดินของน้ำ การผังเมือง การตัด ไม้ทำลายป่า เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องน้ำท่วม🔗
ประการสุดท้าย ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ ผมอยากจะฝากเรื่องของอำนาจจังหวัด ทำอะไรอยู่ ผมเรียนว่าเมื่อมีน้ำท่วมทีหนึ่ง ยกโขยงจากส่วนกลาง นายกรัฐมนตรีไป รัฐมนตรีไป ทำอย่างนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่อย่างไรจึงไม่ทำ เพราะฉะนั้นผมอยากเรียนว่าต้องประสานกับ องค์กรปกครองท้องถิ่น กระจายอำนาจให้จังหวัดกับท้องถิ่นนั้นมีอำนาจ ส่วนกลางบริหาร วางแผน จัดการในสิ่งที่ผมพูดถึง เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ไม่ได้ผูกขาด รวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลางเพียงประการเดียว นี่คือสิ่งที่ผมเสนอ ๕ ประการต่อท่านประธาน ไปยังรัฐบาล และเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่เสนอทุกท่านครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐวุฒิ ตามด้วยท่านอนุรักษ์ ขอสลับกับคุณสุทธวรรณ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชาวบ้านเลือกมาจังหวัดหนองบัวลำภู เขต ๓ เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุกราดยิงจังหวัดหนองบัวลำภู ในฐานะตัวแทนของญาติผู้สูญเสีย ผู้บาดเจ็บ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดหนองบัวลำภู ผมก็ต้องขอขอบคุณทุก ๆ น้ำใจ ทุก ๆ ความช่วยเหลือที่หลั่งไหลเข้าสู่พื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู และในวันนี้ก็ต้องขอขอบคุณ ทางท่านชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และเพื่อน สมาชิกอีกหลายท่านที่ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องกราดยิงในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อแก้ไขปัญหาและหาแนวทางในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอีก ท่านประธานที่เคารพครับ มีมากมายหลายประเด็นที่กระผมอยากจะอภิปรายสะท้อนสิ่งที่กระผมได้รับฟังมาจากพื้นที่ เกิดเหตุจริง แต่เนื่องด้วยข้อจำกัดทางด้านเวลา กระผมก็จะพยายามกำชับไม่ให้ออกนอก หลายประเด็น โดยจะขออภิปรายอยู่ประมาณ ๒-๓ ประเด็น ซึ่งอาจจะล่วงเลยเวลาของ เพื่อนสมาชิก ก็ต้องขออนุญาตและขออภัยไว้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องการเยียวยาที่กระผมได้รับเสียงสะท้อนที่ยังขาดตกบกพร่อง นั่นก็คือ ท่านประธานที่เคารพครับ แม้ว่าทรัพย์สินเงินทองจะมากมายมหาศาลแต่เพียงใด ก็ไม่สามารถที่จะเพียงพอที่จะเอาชีวิตอันบริสุทธิ์นั้นกลับคืนมา ดังนั้นแล้วคนเป็นที่ยังอยู่นั้น ก็มีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นญาติผู้สูญเสีย ผู้บาดเจ็บ ครู เจ้าหน้าที่ อบต. อุทัยสวรรค์ ซึ่งต่างก็เจ็บปวด มีแผลลึกในใจ แทบใจสลาย ยากที่จะลืมเลือนไปได้ครับ เพราะว่า การเกิดเหตุในครั้งนี้เป็นเหตุที่สะเทือนขวัญ ซึ่งการก่อเหตุของผู้ก่อเหตุได้ดำเนินการก่อเหตุ ในลักษณะที่อุกฉกรรจ์ เพราะว่าไม่ได้ใช้เพียงแค่อาวุธปืนแต่อย่างเดียว แต่ยังมีการใช้อาวุธมีด ในการฟันหัว ปาดคอ ผ่าท้อง ซึ่งกระผมพูดแล้วก็ยังเจ็บปวดร้าวไปจนถึงก้นบึ้งของหัวใจเลย ท่านประธานที่เคารพ ฉะนั้นแล้วบุคคลที่ยังเหลืออยู่ที่กระผมได้นำกล่าว นำเรียนไปนั้น สภาพจิตใจต้องขอบอกว่าย่ำแย่มาก บางท่านนอนไม่หลับหลายสัปดาห์ บางท่านแทบจะกิน ไม่ได้ ดังนั้นในประเด็นเรื่องนี้กระผมจึงอยากจะขอฝากไปยังรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นทาง กรมส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้โปรดช่วยเหลือเยียวยาจิตใจบุคคลที่ยังเหลืออยู่ให้ทั่วถึง โดยตลอดด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ที่กระผมได้รับร้องเรียน ร้องทุกข์เข้ามามาก นั่นก็คือปัญหาเรื่อง ยาเสพติด จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวนั้นปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่าไม่เกี่ยวข้องกับ ยาเสพติด แม้ว่าตัวผู้ก่อเหตุเองก่อนที่จะก่อเหตุจากผลชันสูตรพลิกศพจะไม่พบสารเสพติด ก็ตาม แต่จากประวัติของผู้ก่อเหตุและจากประจักษ์พยานบอกเล่าของชาวบ้านในพื้นที่ ก็จะพบข้อมูลตรงกันครับ ว่าผู้ก่อเหตุนั้นมีพฤติกรรมที่พัวพันเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอยู่ เป็นประจำตั้งแต่รับราชการตำรวจจนถึงออกจากราชการตำรวจ🔗
และอีกประการหนึ่งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ จากข้อมูลของสำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ก็จะพบว่าในพื้นที่ของจังหวัด หนองบัวลำภูซึ่งมีประชากรประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน มีหมู่บ้านทั้งหมด ๗๑๓ หมู่บ้าน แบ่งเป็นหมู่บ้านพื้นที่สีขาวปลอดยาเสพติด ๕๐๗ หมู่บ้าน แบ่งเป็นหมู่บ้านพื้นที่สีแดง มีปัญหายาเสพติด ยาบ้า ยาไอซ์ สูงถึงจำนวน ๒๐๖ หมู่บ้าน ซึ่งนั่นก็หมายความว่าในพื้นที่ จังหวัดหนองบัวลำภูนั้นถ้าหากเปรียบเทียบเป็นสัดส่วนจะเป็นพื้นที่ที่มีการพบปัญหา ยาเสพติดระบาดมากสูงถึง ๑ ใน ๓ ของพื้นที่ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของจังหวัด ซึ่งก็ไม่แปลกครับ ที่พี่น้องประชาชนในจังหวัดหนองบัวลำภู ญาติผู้สูญเสียจะร้องทุกข์ ร้องเรียนฝากกระผมมา หรือฝากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านอื่น เพื่อนำมาสะท้อนในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ อยากให้มีการแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม เพราะว่าปัจจุบันนี้ชาวบ้าน ในพื้นที่ทุกข์ใจเป็นอย่างมากที่เห็นลูกหลานเยาวชนติดยาเยอะแยะมากมายในพื้นที่ บางราย ผอมแห้งแรงน้อย ไม่มีแรงแม้แต่จะเดิน เหมือนศพเดินได้ ที่เขาเรียกว่าซอมบี้ (Zombie) หรือผีขี้ยา เพราะว่าปัจจุบันนี้ยาบ้าหาซื้อได้ง่ายมากครับ บ้างก็ลือว่าขายส่งในราคาถูก เฉลี่ยอยู่ที่เม็ดละ ๗-๑๕ บาท ขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่เม็ดละ ๒๐-๓๐ บาท แล้วยังมีระบบรับไปเสพก่อนแล้วก็ผ่อนจ่ายเงินทีหลังอีกด้วยครับ บ้างก็ลือว่ามีการจ้างวาน ใช้เด็ก เยาวชนในการเดินยา เพราะเมื่อถูกจับแล้วจะไม่ต้องรับโทษจำคุกเพราะเป็นผู้เยาว์ บ้างก็ลือว่ามีการใช้รถบรรทุกหินในการลำเลียงยาเสพติด บ้างก็ลือว่ามีการจับยาบ้า แล้วยาบ้าที่จับสูญหายไป ซึ่งประเด็นเรื่องนี้ละครับพี่น้องประชาชนสงสัยเป็นอย่างมาก ว่าทำไมจับยาบ้าแล้วทำไมไม่นำไปเผาทำลายเหมือนในอดีตที่ทางรัฐบาลท่านอดีต นายกทักษิณ ชินวัตร ทำ โดยเฉพาะหลังจากเกิดเหตุการณ์จากกราดยิงไม่กี่สัปดาห์ ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้จับกุมยาเสพติดลอต (Lot) ใหญ่ ๆ ไปหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดหนองคาย จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดอื่น รวมไม่ต่ำกว่า ๒๐-๓๐ ล้านเม็ด พี่น้องประชาชนเขาสงสัยว่าจับไปแล้ว นอกจากแถลงข่าว จับกุม แล้วยาบ้า ยาเสพติดได้มีการเอาไปเผาทำลายหรือไม่ นี่แหละครับคือความทุกข์ใจของ พี่น้องประชาชนที่อยากจะให้มีการแก้ไขปัญหายาเสพติด กระผมจึงอยากจะเสนอให้ทาง รัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีได้จริงจังในการปราบปรามยาเสพติด โดยใช้จังหวัด หนองบัวลำภูเป็นโมเดล (Model) นำร่องในการแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อให้จังหวัด หนองบัวลำภูเป็นพื้นที่สีขาวปลอดยาเสพติด เพราะปัจจุบันนี้พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ ต่างประเทศกำลังจับตาดูอยู่หลังจากเกิดเหตุกราดยิงจังหวัดหนองบัวลำภูเสร็จแล้ว ทางรัฐบาลจะมีมาตรการดำเนินการอย่างไร และกระผมก็อยากให้ทำโดยเร่งด่วน เพราะจะต้องรออะไรอีกล่ะครับ จะต้องรอให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดหนองบัวลำภู ของกระผมประสบปัญหายาเสพติดแบบนี้ ประสบปัญหาอาชญากรรมอีกไปนานแค่ไหนล่ะครับ หรือจะต้องรอให้มีการเกิดโศกนาฏกรรม🔗
ท่านณัฐวุฒิ สรุปได้แล้วนะครับ เพราะว่าประเด็นมันก็ซ้ำ ๆ กัน🔗
ผมขออนุญาต เพราะว่า พี่น้องประชาชนฝากและบ่นมาเยอะมากครับ ท่านประธานที่เคารพครับ🔗
เข้าใจครับ แต่ว่ามันก็ซ้ำ ๆ กันแล้ว ท่านสรุปได้แล้วครับ🔗
ผมก็พยายามสรุปครับ ท่านประธาน นี่ละครับคือสิ่งที่พี่น้องประชาชนฝากสะท้อนมา แล้วก็เรื่องสุดท้ายครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ขออีกเรื่องเดียวครับ เรื่องนี้ไม่พูดไม่ได้ครับ ก็ได้รับการร้องเรียน มาเยอะเหมือนกัน คือเรื่องปัญหาโครงสร้างของระบบราชการไทยที่ถูกกดทับฝังรากลึกมา ในทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะเรื่องการใช้เงินวิ่งเต้นตำแหน่งครับ ซึ่งก็ไม่แปลกใจที่เรามัก จะเห็นตำรวจชั้นผู้น้อย🔗
ท่านณัฐวุฒิครับ ประเด็นนี้ก็มีผู้อภิปรายไปหลายคนแล้ว ผมว่าท่านเลยเวลามาตั้ง ๔ นาทีเศษแล้ว ผมขอให้ พอแล้วครับ🔗
สรุปแล้วกันนะครับ สุดท้ายนี้ ผมก็เชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลถ้าหากจะจริงจังทำอะไร ผมก็ว่าน่าจะทำได้ทุกอย่าง ถ้าหาก ทางรัฐบาลโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีปรับทัศนคติรับฟังความเห็น ความคิดต่างของ ทุกเสียงทุกฝ่าย อันไหนดีก็นำไปใช้ แก้ไข อันไหนไม่ดีก็ไม่ว่ากันครับ ผมก็ขอยุติการอภิปราย เพียงแค่นี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ตามด้วยคุณสุทธวรรณ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ กราดยิงที่อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู โศกสลดไปทั้งโลก ไม่เคยเห็นว่าเด็กน้อย ตาดำ ๆ ไร้เดียงสา นอนกลางวัน จะมีคนที่เป็นปีศาจร้าย เหี้ยมโหด ไร้มนุษยธรรม ทั้งฟัน ทั้งยิง แล้วก็ฆ่า มีคำถามมากมายถึงแรงจูงใจต่อการก่อโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง ของประเทศไทย ไม่มีคนไทยคนใดที่ไม่มีคำถามเกิดขึ้นในหัวใจที่โศกสลดยิ่งนัก กราดยิง ที่อำเภอนากลาง เด็กน้อยไร้เดียงสาถูกมีดฟันกับปืนยิง ๒๓ ราย ครูท้องใกล้คลอดอีกค่ะ ผู้ใหญ่รวม ๑๒ ราย รวมผู้ก่อเหตุทั้งหมด ๓๗ ราย ทั่วโลกตกตะลึงพรึงเพริดกันหมดว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับเมืองพุทธศาสนาของเราในประเทศไทย ดิฉันให้รัฐบาลมองเห็น เพื่อแก้ปัญหาดังนี้ค่ะ🔗
ข้อที่ ๑ เรื่องของยาเสพติดให้โทษ ท่านประธานกับดิฉันไม่แตกต่างกันมาก หรอกค่ะ เป็น ส.ส. เขต ลงไปในเขตพื้นที่ก็จะเห็นลูกหลาน ต้องเรียกว่าลูกหลาน เพราะว่า มีบัตรประชาชน ๑๓ หลัก สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย ในหมู่บ้านที่ติดยาเสพติดให้โทษ จนกระทั่งเป็นบ้า ดิฉันอภิปรายทุกครั้งว่าคนเหล่านี้จะนำมาซึ่งการสร้างปัญหาเป็นระเบิด เวลาอยู่ทุกขณะจิต ๒ คน ๕ คน เดี๋ยวนี้กลายเป็น ๑๐ กว่าคนแล้วในหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้าน อบต. อยู่ที่ไหน ศูนย์เด็กเล็กอยู่ที่ไหน มันจะเกิดปีศาจร้ายขึ้นมาขณะที่เสพและหลอน น่ากลัวไหมคะ รัฐบาลต้องมีการแก้ปัญหาอย่างจริง ๆ จัง ๆ ถึงจะไม่เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ขึ้นมาอีกในประเทศไทย ชาวบ้านคนหนึ่งเล่าในข่าวบีบีซีไทย (BBC Thai) ว่า ต้นเหตุ ของปัญหาการค้ายาในพื้นที่คือประชาชนไม่มีจะกินค่ะ ไม่มีหนทางทำกิน หลายคนจึงเลือก ค้ายาเสพติดเพื่อหาเลี้ยงชีพ อันนี้ยิ่งสะท้อนอะไรคะ แล้วเหตุการณ์ร้ายจะเกิดขึ้นอีกมากมาย เลยทีเดียวค่ะ มีการจับกุมผู้ที่ค้ายาเสพติดจำนวนถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ในประเทศไทย เยอะมากขนาดนั้นค่ะ แล้วไปดู พ.ร.บ. ฟอกเงินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดค่ะท่านประธาน มีเพียง ๐.๘ คนต่อ ๑๐๐,๐๐๐ คนเท่านั้น นี่หมายถึงอะไรคะ หมายถึงความล้มเหลวในการบริหาร จัดการยาเสพติดให้โทษ เวลาลงพื้นที่ทุกครั้งคนเฒ่าคนแก่หรือพี่น้องประชาชนจะเอ่ยบอกว่า ยาเสพติดล้นบ้านล้นเมือง นายกทักษิณอยู่ไหนมาช่วยแก้ปัญหาหน่อย ไม่อยากตายอย่าง ทุกข์ทรมานจากผู้ที่เป็นบ้าจากยาเสพติดค่ะ🔗
ข้อที่ ๒ ปืนค่ะ ปืนนี่รัฐบาลต้องเก็บกลับมาหมด ไม่ใช่ให้ทุกครอบครัวมีปืน ไปครอบครองกัน ถ้าครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งมีสัก ๕ กระบอก แล้วบางครอบครัวปืนที่ ขอใบอนุญาตได้มีถึง ๘-๙ กระบอก จะไปรบราฆ่าฟันกับใครคะ นี่คือความสั่นสะเทือน และหวั่นไหวต่อการที่จะอยู่อย่างมีความสุขของพี่น้องประชาชนค่ะ🔗
ข้อที่ ๓ ปัญหาสุขภาพจิตค่ะ ต้องดูแลปัญหาเรื่องสุขภาพอย่างดีเลยทีเดียว🔗
ท่านประธานคะส่งท้าย เด็กน้อย ไร้เดียงสา เจ้าข้าเอ๋ย จะเปิดเผย อย่างไร ไม่ให้เศร้า ป่านฉะนี้ ดีไฉน ใครเลี้ยงเอา สวรรค์เคล้า เขากับครู คงอยู่สบาย ผู้บริหาร ไขขานเถิด ประเสริฐแท้ ช่วยกันแก้ เภทพิบัติ ขจัดหาย ทั้งปืนเถื่อน ปืนถูก ทุกความตาย กำจัดร้าย ไร้เดียงสา ไม่ฆ่ากัน ยาเสพติด พิษร้าย ทำลายทับ ใช่สำรับอาหารไทย ใครร้าวฉาน ลูกน้องนาย ต้องมลาย ในเร็วพลัน ส่งสวรรค์ อุทัยสวรรค์ กั้นขวางเลว กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุทธวรรณ ตามด้วยท่านสมบูรณ์ ซารัมย์ ครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม เขต ๓ พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ เมื่อ ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา จังหวัดนครปฐมมีพื้นที่ประสบอุทกภัยหลายแห่ง ที่หนักมาก ๆ จะเป็นพื้นที่ที่แม่น้ำท่าจีน ไหลผ่าน ไม่ว่าจะเป็นอำเภอบางเลน อำเภอนครชัยศรี และอำเภอสามพราน แต่จริง ๆ แล้ว พื้นที่ที่ประกาศเป็นเขตประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินไม่ได้มีแค่ ๓ อำเภอนี้เท่านั้น แต่น้ำท่วม กระจายไปครบทุกอำเภอในจังหวัดนครปฐมเลยค่ะ ท่วม ๗ อำเภอ รวม ๙๕ ตำบล ๘๐๗ หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ ๒๑,๓๒๙ ครัวเรือน ตอนนี้ปริมาณน้ำในพื้นที่ ตอนบนลดลงแล้ว แต่ก็ยังมีน้ำที่ปล่อยจากด้านบนลงมาสู่แม่น้ำท่าจีนอย่างต่อเนื่อง บางแห่ง ในจังหวัดนครปฐมอาจจะต้องอยู่กับน้ำท่วมไปอีกเป็นเดือนค่ะ และอาจจะได้รับผลกระทบ จากน้ำทะเลหนุนอีก ในพื้นที่อำเภอบางเลน นครชัยศรี สามพราน จะอยู่ส่วนท้ายน้ำ ระบายน้ำค่อนข้างยาก และมีพื้นที่ลุ่มต่ำ ในอำเภอบางเลนมีชาวบ้านประกอบอาชีพ เกษตรกรเป็นจำนวนมาก บ่อกุ้ง ทุ่งนา ตอนนี้หนักมาก พื้นที่เกษตรกรรมต่าง ๆ กลายเป็น ทุ่งรับน้ำ การนำน้ำออกจากทุ่งจะต่างกับน้ำที่ท่วมริมแม่น้ำหรือท่วมจากคลองสาขา เพราะน้ำในแม่น้ำลำคลองน้ำจะลดระดับตามการผันน้ำ แต่น้ำที่อยู่ในทุ่งไม่ได้ลดระดับตาม ต้องมีการสูบน้ำออก ตอนนี้อุปกรณ์ที่ใช้สูบน้ำก็ยังไม่เพียงพอ ดิฉันอยากขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน เพราะถ้าสามารถสูบน้ำออกได้เร็วแค่ ไหนเกษตรกรก็สามารถกลับมาประกอบอาชีพได้เร็วเท่านั้นค่ะ ท่านประธานคะ นอกจากนั้น เงินเยียวยาที่ได้รับก็ยังไม่ได้คุ้มค่ากับความเสียหาย สิ่งที่เสียไปมีทั้งทรัพย์สิน บ้านเรือน พืช สวน ไร่นา อย่างในอำเภอสามพรานมีสวนส้มโอขึ้นชื่อซึ่งชาวสวนเตรียมรับมือ กับน้ำท่วมไว้แล้ว โดยการนำกระสอบทรายมาเป็นแนวกั้นรอบสวนสูงประมาณ ๖๐-๗๐ เซนติเมตร แต่พอน้ำท่วมจริงน้ำสูงกว่า ๑ เมตร ก็ท่วมจนส้มโอตายยกสวน เยียวยา อย่างไรก็ไม่คุ้มกับที่เสียหายไป ที่ผ่านมาดิฉันและทีมก้าวไกลจังหวัดนครปฐม ทั้งคุณสาโรจน์ จุ้ยเจริญ คุณจารุพรรณ เพชรดี คุณภาชินี เหลืองเพิ่มสกุล คุณกิตติภณ ปานพรหมมาศ ได้ลงพื้นที่ไปดูปัญหาเรื่องน้ำท่วมค่ะ และไปพูดคุยกับชาวบ้านในหลาย ๆ พื้นที่ ซึ่งชาวบ้าน ก็แจ้งว่าได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานส่วนภูมิภาคและหน่วยงานส่วนท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว แต่ในบางพื้นที่ก็ยังตกหล่นไม่ได้รับความช่วยเหลือ เราก็ได้ติดต่อประสานงานให้ แต่ด้วยปีนี้ น้ำท่วมกระจายเป็นวงกว้างมาก ๆ ทำให้หน่วยงานช่วยเหลือได้ไม่ทั่วถึง แต่จะดีกว่า หรือเปล่าคะท่านประธาน ถ้าเกิดว่าเรามีการจัดการน้ำที่ดีกว่านี้ มีการป้องกันตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องมาแก้ปัญหาตอนที่เกิดเหตุไปแล้ว อย่างในอำเภอนครชัยศรี เมื่อ ๓ วันที่แล้ว เลขาธิการ สทนช. ลงพื้นที่มาดูแลแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วม ที่ประชุมมีมติจะวางบิ๊กแบ็ค (Big back) ขวางคลองบางแก้วเพื่อสกัดน้ำหนุนในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี แต่จังหวัดนครปฐมท่วมมาหลายเดือนมาก ๆ แล้วค่ะ ทำไมท่านถึงไม่คิดจะวางบิ๊กแบ็ค (Big back) ก่อนหน้านี้ อย่างในนครชัยศรีบางบ้านท่วมสูงกว่า ๒ เมตร ท่านไม่ทำดำเนินการ อะไรก่อนหน้านี้เลย เพิ่งมาทำตอนนี้ ชาวบ้านก็ฝากถามมาว่าที่ผ่านมาท่านทำอะไรกันอยู่ เพราะความเสียหายมันเกิดขึ้นไปแล้วค่ะ แต่อย่างไรดิฉันก็ต้องขอขอบคุณแทนประชาชน ที่ท่านยังคิดจะแก้ปัญหาถึงแม้จะล่าช้าไปมาก ๆ ก็ตาม จากปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากนี้ ดิฉัน จึงอยากสอบถามความคืบหน้าไปยังรัฐบาลถึง ๙ แผนป้องกันน้ำท่วมลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตอนล่าง ซึ่งมีการดำเนินงานไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าเท่าไรนัก ดิฉันอยากถาม ความคืบหน้าบางแผนงาน อย่างเช่นโครงการบริหารจัดการพื้นที่นอกคันกั้นน้ำว่าได้ทำอะไร ไปแล้วบ้าง เพราะตอนนี้พื้นที่นอกคันกั้นน้ำก็ยังประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างหนัก หรือไม่ว่า จะเป็นโครงการปรับปรุงโครงข่ายระบบชลประทานฝั่งตะวันตกดำเนินการถึงไหน อย่างไร ทั้งงานปรับปรุงขุดลอกคลอง งานก่อสร้างคลอง งานก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ งานปรับปรุง คันควบคุมน้ำทะเลพร้อมอาคารประกอบ ตอนนี้ได้ดำเนินการถึงไหน เพราะว่าถ้าหากโครงการทางฝั่งตะวันตกได้ดำเนินการจะส่งผลให้การระบายน้ำออกสู่ทะเล ทำได้รวดเร็วมากขึ้น ผลดีไม่ได้มีแค่ในจังหวัดนครปฐมค่ะ ยังส่งผลดีต่อจังหวัดต้นน้ำด้วย อย่างเช่นทางจังหวัดสุพรรณบุรี หรือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพราะจังหวัดเหล่านั้น ต้องทนรับน้ำมาเป็นเวลานานค่ะ ดิฉันอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการตามแผนด้วยนะคะ อย่าปล่อยให้น้ำท่วมซ้ำ ๆ ซาก ๆ แบบนี้ทุกปี ท่วมแล้วท่วมอีกโดยไม่ดำเนินการทำอะไรเลย ท่านควรพยายามอย่างสุดความสามารถ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมเกิดขึ้น ไม่ใช่ท่วมแล้วค่อยมาคิดแก้ไขปัญหาค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมบูรณ์ ซารัมย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สมบูรณ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายญัตติด่วนเรื่องอุทกภัย คล้าย ๆ ของท่าน ส.ส. ท่านอื่น จังหวัดบุรีรัมย์นั้น ก็เป็นอีก ๑ จังหวัดที่มีผลกระทบกับการได้มีน้ำท่วม ซึ่งพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์นั้นเป็นจังหวัด ที่มีพื้นที่กว้าง มีทั้งหมด ๒๓ อำเภอ ๑๘๙ ตำบล ก็มีอุทกภัยท่วมคล้าย ๆ จังหวัดอื่น ในช่วงเดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคม รวมทั้งหมดก็คือ ๒๓ อำเภอ จากข้อมูล ของอุตุนิยมวิทยา จังหวัดบุรีรัมย์นั้นปีที่แล้วหรือค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำฝนอยู่ประมาณที่ ๑,๒๐๐ มิลลิเมตรต่อปี แต่เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ปริมาณน้ำฝนวัดได้ถึง ๑,๙๐๐ มิลลิเมตร ซึ่งเกินกว่าที่แม่น้ำที่ไหลผ่านจังหวัดบุรีรัมย์จะรับได้ ดังนั้นจึงเกิดการน้ำท่วมพื้นที่ในลุ่มน้ำ ไม่ว่าจะเป็นลุ่มน้ำมูล ลุ่มน้ำลำมาศ ลำพังชู ลำปะเทีย ลำแอก แล้วก็ลำแม่น้ำสาขาอีก ประมาณ ๑๐ ลำ พื้นที่ท่วมก็คือท่วมพื้นที่เดิม ๆ ก็คือน้ำล้นตลิ่ง ท่วมอยู่ในพื้นที่การเกษตร ๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เกษตรกร ๓๕,๐๐๐ กว่าครอบครัว เช่นที่อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์เริ่มท่วมตั้งแต่พื้นที่ตำบลทองหลาง ตำบลหนองเยือง ตำบลกู่สวนแตง แล้วก็ตำบลบ้านแวง มาที่ลำสะแทด ไหลผ่านมาเข้าอำเภอพุทไธสง ก็จะท่วมตำบลหายโศก ตำบลบ้านจาน ตำบลมะเฟือง แล้วก็ในส่วนของตำบลบ้านยาง อีกอำเภอหนึ่งก็คืออำเภอคูเมือง ท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำมูลก็คือตำบลบ้านแพ และตำบลปะเคียบ อยากจะฝากไปถึงหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบในพื้นที่ในการป้องกัน ก็คือเรื่องของ กระทรวงมหาดไทยคือ ปภ. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็คือกรมชลประทาน อยากให้ มีการบูรณาการจัดสร้างฝายกั้นน้ำ ประตูระบายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นลำแอก แล้วตั้งศูนย์บริการ ในการป้องกันพยากรณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ถ้าหากมีการเฝ้าระวัง เราทราบดีว่าในช่วง เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคมของทุกปีน้ำก็จะท่วมทุกปี ฉะนั้นอยากให้ทาง จังหวัดก็ดี ทางกระทรวงก็ดีได้บูรณาการหน่วย จัดตั้งขึ้นมาแล้วก็พยายามรับข้อมูล เป็นวิทยาศาสตร์ในการป้องกัน ในการพยากรณ์ให้เตรียมการ จะช่วยได้ อีกประการหนึ่ง ก็คือในการช่วยเหลือนั้น เยียวยาก็ค่อนข้างจะเหมือนท่าน ส.ส. ท่านอื่นที่กล่าวถึงว่ามันช้าไป อยากจะให้รีบเร่ง ขณะนี้ทราบแล้วว่าข้อมูลท่วมเท่าไร แล้วก็กำหนดมีการประชุม แล้วก็เพิ่ม ค่าชดเชย ในส่วนของท่วมบ้านเรือนก็อยากจะพิจารณาให้มีการช่วยค่าครองชีพเขาด้วย ครอบครัวละประมาณสัก ๓,๐๐๐ บาทก็ยังดีกว่าที่ไม่ได้ช่วยเลย ชดเชยต้นทุนการผลิต อย่างนาข้าวก็อย่างน้อย ๆ ก็สัก ๓,๕๐๐ บาทต่อไร่ ที่สำคัญที่สุดที่ทางรัฐบาลสามารถ ที่จะทำได้เลยก็คือเรื่องของการพักหนี้เกษตรกร เกษตรกรที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ก็พักต้นเลย ไม่ต้องมีดอก ใช้ระยะเวลาถึง ๒ ปี เพราะท่วมปีนี้ปีหน้าก็ยังไม่ได้ผล จะต้อง ทำไปอีก ๑ ฤดู รวม ๆ ก็คือ ๒ ปี โดยการพักหนี้ ทาง ธ.ก.ส. สามารถที่จะทำให้ได้ อีกประการหนึ่งก็คือเรื่องของการชดเชย วันนี้นาข้าวอยู่ที่ ๑,๓๔๐ บาท จริง ๆ ต้นทุนมันอยู่ที่ ๓,๕๐๐ บาท ก็น่าจะมีการปรับ แก้กฎหมายปรับเพิ่มต้นทุนให้เขา ส่วนพืชไร่ ๑,๙๐๐ บาทเศษ จริง ๆ แล้วพืชไร่ทุกอย่าง ทั้งค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ยมันตกไป ๔,๐๐๐ บาท ก็ให้เขาไป ๔,๐๐๐ บาทมันจะได้คุ้ม อย่างอื่นท่านก็ยังให้ได้ ส่วนไม้ผล ๔,๐๐๐ บาทเศษ จริง ๆ แล้ว ต้นหนึ่งต้นทุนต่อไร่มันอยู่ประมาณ ๕,๐๐๐ บาท ส่วนสุดท้ายก็คืออยากจะเรียนไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในพื้นที่ลุ่มน้ำ ซึ่งเป็นแก้มลิงทุกสาขามันจะมีปัญหาเรื่องการบุกรุกที่ ทำให้แก้มลิงนี้หายไป ควรจะมีการ สำรวจวัดแนวเขต ยกเลิกเอกสารสิทธิที่ไปครอบครองในพื้นที่ป่าบุ่งป่าทาม ในพื้นที่ ลุ่มน้ำต่าง ๆ จะทำให้มีแก้มลิงเพิ่มขึ้น แล้วก็สามารถเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งต่อไปได้ สุดท้าย เรื่องของการขุดลอกแหล่งน้ำที่จะเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในฤดูแล้ง เช่นการสร้าง ประตูปิดเปิดน้ำในลำแอกของอำเภอบ้านใหม่นี้มีความจำเป็นมาก จะป้องกันน้ำท่วม แล้วก็ป้องกันภัยแล้งได้ด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เราประชุมกันมาก็ค่อนข้างยาวนาน เช็คแล้วเหลือท่านสมาชิก ยื่นความจำนงที่จะอภิปรายอยู่อีก ๒๐ กว่าท่าน ฉะนั้นผมจึงขอนำระเบียบวาระนี้ นำไปประชุมในสัปดาห์ต่อไป วันนี้ขอขอบคุณ ขอปิดประชุมครับ🔗