unknown · · 672 lines

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนที่จะได้อนุญาตให้สมาชิกได้หารือ ผมได้รับจดหมายจากท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ขออนุญาต ท่านประธานได้ขอเวลาก่อนเริ่ม อนุญาตหารือไม่เกิน ๒ นาที ขอเชิญเลยครับ คุณชวลิตครับ🔗

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องที่จะเป็นประโยชน์กับสภาและประชาชน กล่าวคือ🔗

ด้วยได้มีรายงานของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิ มนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เรื่อง การทบทวนกระบวนการพิจารณาคำสั่งไม่ฟ้องของ พนักงานอัยการ ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ อย่างเป็นเอกฉันท์ จากนั้นท่านประธานได้มีหนังสือแจ้งรัฐบาลและส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องรับรายงานของคณะกรรมาธิการไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรับไปดำเนินการแก้กฎหมาย ป.วิ.อาญา มาตรา ๑๔๕/๑ โดยดำเนินการตามขั้นตอนของการเสนอร่างกฎหมายทุกประการ รับฟังความเห็นจาก ทุกภาคส่วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ จากนั้นเสนอร่างกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อส่งต่อมายังสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ปรากฏว่าเรื่องที่กระทรวงมหาดไทยเรียนเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้หายไปจากระบบ ปัจจุบันเรื่องก็ยังไม่เข้าพิจารณาในคณะรัฐมนตรี🔗

กระผมมีเหตุผล ๓ ประการที่หารือท่านประธานในครั้งนี้ก็คือ ๑. กระผม เสียดายงานของคณะกรรมาธิการที่ทุ่มเททำงานจนได้รับความเห็นชอบจากสภา และ กระทรวงมหาดไทยก็รับไปดำเนินการจัดทำร่างกฎหมายซึ่งใช้เวลาและทรัพยากรจำนวน ไม่น้อยจะเสียเปล่า ๒. ที่สำคัญกว่านั้น รายงานฉบับนี้เป็นรายงานที่เกี่ยวกับการให้ความ เป็นธรรมกับประชาชนในกระบวนการยุติธรรมชั้นต้นก่อนถึงการพิจารณาของศาลยุติธรรม ถ้าสภาผู้แทนราษฎรทำให้ประชาชนของเรามีกระบวนการยุติธรรมในลักษณะถ่วงดุลไม่ได้ ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ๓. การติดตามงานในสภาของกระผมครั้งนี้มิได้ทำเพื่อต้นสังกัด ในอดีตของผมคือกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย แต่ได้พิจารณาอย่างถ่องแท้แล้วเห็นว่า จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนโดยส่วนรวม ถ้ากระบวนการยุติธรรมชั้นต้นที่บรรพบุรุษ ของเราทางด้านกฎหมายได้บัญญัติไว้ใน ป.วิ.อาญา มาตรา ๑๔๕ ในลักษณะถ่วงดุลระหว่าง ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และอัยการเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เราต้องควรเอากลับคืนมาเพื่อรักษา ความเป็นธรรมให้กับประชาชน จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี นำเรื่องของกระทรวงมหาดไทยเข้าพิจารณาในคณะรัฐมนตรี เพื่อเห็นชอบกับกระทรวง มหาดไทยแล้วส่งสภา ถ้าทันการพิจารณาของสภาก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้าไม่ทัน อย่างน้อยก็มี บรรจุอยู่ในระเบียบวาระการประชุมของสภา รัฐบาลถัดไปจะได้นำมาพิจารณาต่อไปได้ โดยไม่ต้องนับหนึ่งใหม่ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านชวลิตก็ดี พวกเราก็ดี หากมีประเด็นใดที่สภาสามารถที่จะทำหน้าที่แทนได้ก็ส่งเรื่องมานะครับ ไม่ว่าท่านชวลิต จะอยู่ที่ไหนก็ตามยินดีอย่างยิ่ง เพราะว่าผลจากการที่เราให้ประชาชนร้องตรงมาที่ประธานได้ มีเรื่องผ่านเข้ามาเป็นจำนวนถึง ๒,๐๐๐ กว่าเรื่อง ก็คิดว่าจะเป็นประโยชน์กับพวกเรา🔗

บัดนี้ เวลา ๐๙.๓๔ นาฬิกา มีท่านสมาชิกขอหารือปรึกษาก่อนเข้าสู่ระเบียบ วาระการประชุม ท่านแรก นางสาวชนก จันทาทอง ขอเชิญครับ🔗

นางสาวชนก จันทาทอง หนองคาย

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จากพรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่หารือด้วยกัน ๒ เรื่องค่ะ🔗

เรื่องแรก การขอติดตั้งไฟฟ้าสำหรับครัวเรือนใหม่ ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จาก พี่น้องประชาชนบ้านทรายทอง ตำบลชุมช้าง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย จำนวนกว่า สิบครัวเรือนด้วยกัน ถึงปัญหาความเดือดร้อนของการขอติดตั้งไฟฟ้าแต่ยังไม่ได้รับการติดตั้ง พี่น้องประชาชนนั้นได้ยื่นคำร้องต่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี ๒๕๖๔ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ออกไปสำรวจความต้องการหลายครั้ง และทุกครั้งก็จะสร้าง เงื่อนไขใหม่ตามโครงการและงบประมาณของตนเองที่มี ดิฉันเห็นว่าเรื่องนี้มีความสำคัญมาก จึงได้นำเรื่องนี้เข้าหารือในสภาผู้แทนราษฎรแล้วครั้งหนึ่ง ในวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๕ จนถึงวันนี้เกือบจะ ๒ ปีแล้วไฟฟ้ายังไม่ได้รับการติดตั้ง พี่น้องประชาชนเริ่มสิ้นหวัง และหมดหวัง ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า หากบ้านท่านไม่มีไฟฟ้าใช้และอยู่อย่างยากลำบากเช่นไร พี่น้องประชาชนของดิฉันก็อยู่กัน อย่างยากลำบากเช่นนั้น ให้ท่านช่วยเร่งรัดงบประมาณโครงการติดตั้งไฟฟ้าครัวเรือนใหม่ อย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ไฟฟ้าส่องสว่างถนน ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จาก ท่านวิทยา สีหาธน ถึงถนนทางหลวงชนบทหมายเลข ๒๒๖๗ โพนพิสัย-โซ่พิสัย ช่วงหลักกิโลเมตรที่ ๓๔-๓๕ ซึ่งถนนเส้นนี้พี่น้องประชาชนจังหวัดหนองคายจะใช้สัญจรเดินทางไปยังจังหวัดบึงกาฬ ๑ กิโลเมตรนี้มีความเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินมาก ดิฉันจึงนำเรียนผ่าน ท่านประธานสภาไปยังกรมทางหลวงชนบทให้เข้าไปช่วยติดตั้งไฟส่องสว่างเพื่อสร้าง ความปลอดภัยให้กับประชาชนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณปรีดา บุญเพลิง ครับ🔗

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน การศึกษานำการเมือง ครูพัฒนาคน ประชาชนพัฒนาชาติ ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ตลอดระยะเวลาที่กระผมทำหน้าที่ ส.ส. ๓ ปีกว่าที่ผ่านมา ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่นานคือ ๖๔ วันถ้าไม่มีการยุบสภา ผมได้ขอหารือไปหลายเรื่อง เช่น โรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า ๑๒๐ คน ไม่มีผู้บริหาร โรงเรียนไม่มีนักการภารโรง การเลื่อน วิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรอื่นตาม มาตรา ๓๘ ค (๒) ไม่ได้รับการดูแล เป็นเวลานานถึง ๔๓ ปี ว ๑๓ พิจารณาอย่างล่าช้า การส่งเสริม เสริมสร้างสวัสดิการ และความมั่นคงในอาชีพของพนักงานราชการ ครูอัตราจ้างรายเดือน เจ้าหน้าที่ธุรการ ถ้าปฏิบัติงานเกิน ๑๐ ปี ก็ควรจะได้รับการบรรจุ ควรยกเลิกการสอบบรรจุวิชาภาษาอังกฤษ และการคิดคำนวณในภาค ก เพราะจะเกิดความเหลื่อมล้ำ พวกที่ไม่ได้เรียนเอกภาษาอังกฤษ ก็จะเกิดความพ่ายแพ้ และควรยกเลิกการสอบภาค ค ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนในการที่จะ เกิดการทุจริต โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นที่บรรจุไปแล้ว แล้วก็ถูกให้ออกจากราชการ เพราะไม่ผ่านการประเมินภาษาอังกฤษควรได้รับการเยียวยา การไม่ได้รับสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน ของข้าราชการครู สังกัดกรุงเทพมหานคร ปัญหาการไม่ดูแลสวัสดิการของครูโรงเรียนเอกชน การจัดสรรงบประมาณอุดหนุนค่าอาหารเสริมนม ค่าอาหารกลางวัน เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ รัฐบาลควรโอนเงินให้โรงเรียนโดยตรงเหมือนกับครั้งแรกที่มีโครงการนี้ เรื่องแก้ไขปัญหา หนี้สินครู ซึ่งผม นายปรีดา บุญเพลิง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ได้ เสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและการแก้ไขปัญหา หนี้สินครูอย่างเป็นระบบต่อสภาผู้แทนราษฎร และสภาได้รับทราบโดย ส.ส. ไม่มีการคัดค้านแม้แต่ท่านเดียว ขอให้รัฐบาลนำผลการศึกษานี้ไปแก้ไขโดยเร็ว เพื่อนำไปสู่ การแก้ไขปัญหาหนี้สินกับข้าราชการอื่น ๆ ทุกสังกัด และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาหนี้สินของ ประชาชนในโอกาสต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ🔗

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน จังหวัด อุบลราชธานี วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๒-๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ผมได้ลงพื้นที่อำเภอม่วงสามสิบ ได้พบกับผู้ใหญ่บ้านและประชาชน ได้รับความเดือดร้อนไม่มีน้ำกินน้ำใช้เพราะบริเวณบ้านผักกระย่ามีน้ำเค็มครับ อยากให้ กรมทรัพยากรน้ำที่มีความชำนาญเรื่องน้ำจัดสรรงบประมาณไปขุดสระหนองน้ำสร้างให้ใหญ่ ๆ แล้วกักเก็บน้ำ ทำระบบกระจายน้ำให้กับพี่น้องบ้านผักกระย่า ตำบลยางโยภาพ อำเภอ ม่วงสามสิบ ฝากถึงท่านอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ได้ลงพื้นที่อำเภอศรีเมืองใหม่ อำเภอพิบูลมังสาหาร ถนนทางหลวง อว. ๔๐๓๐ สายดอนใหญ่-ศรีเมืองใหม่ ไปพิบูลมังสาหาร ช่วงระหว่างบ้านนาจานถึง อบต. ระเว ไฟฟ้าส่องสว่างดับมืดตั้งแต่ช่วงก่อนปีใหม่จนถึงขณะนี้ ท่านนายก อบต. ได้ฝากผมมาให้กรมทางหลวงชนบทได้เร่งแก้ไขปัญหาด่วน🔗

เรื่องสุดท้าย ซึ่งในขณะนี้ได้ทราบว่าพี่น้องประชาชน ลูกหลานที่ได้ยืม เงินกองทุนการศึกษาไปเรียน เรียนจบแล้วพอเริ่มจะมีงานทำ ช่วงนี้ติดเครดิตบูโร (Credit bureau) ก็อยากขอให้กระทรวงการคลังได้ทบทวนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ ลูกหลานที่ติดเครดิตบูโร (Credit bureau) ซึ่งในขณะนี้ไม่มีเจตนาที่จะติดเครดิตบูโร (Credit bureau) หรือผ่อน เพราะช่วงก่อนโควิด (COVID) ได้มีงานทำครับ ได้มีงานทำ ได้ประกอบสัมมาอาชีพมีรายได้ พอมีรายได้ก็อยากจะมีรถ อยากจะมีบ้าน แล้วต่อมาในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมาก็เกิดโควิด (COVID) เกิดโควิด (COVID) ลูกหลานไม่มีงานทำ บางคนได้ถูก เลิกจ้างออกจากงานก็ติดเครดิตบูโร (Credit bureau) ก็อยากให้ทางกระทรวงการคลัง ได้ทบทวนยกเลิกเครดิตบูโรให้กับลูกหลานซึ่งมีจำนวนมากครับ ประมาณ ๓-๔ ล้านราย ในขณะนี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณเกียรติ เหลืองขจรวิทย์🔗

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย จากการที่ ออกเยี่ยมเยียนประชาชนในเขตอำเภอชัยบาดาล อำเภอท่าหลวง อำเภอลำสนธิ อำเภอสระโบสถ์ อำเภอโคกเจริญ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมากว่า ยาเสพติดระบาดอย่างมากในเขต ๕ อำเภอนี้ ชาวบ้านบอกว่าการระบาดของยาเสพติด คือแม้แต่เด็กน้อยหรือว่าผู้หลักผู้ใหญ่บางส่วนตอนนี้คือไม่เป็นอันทำมาหากินกันแล้ว มาหลง งมงายกับยาเสพติด อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยกวดขันแล้วก็เร่งรัดการจับกุม แล้วก็ช่วย ทำงานให้เด็ดขาดมากกว่านี้เพื่อที่จะให้เยาวชนเหล่านั้นเติบโตอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่ว่ามาถึง ตอนนี้เจอปัญหายาเสพติดปุ๊บ คือเห็นตำรวจเข้าเกียร์ว่างกันหรือเปล่าก็ไม่ทราบ เพราะตอนนี้ ไม่เห็นมีการจัดการอะไรเลย จากคดีต่าง ๆ นี้คือดูต้องให้มีผลงานมากขึ้นแล้วก็ให้เข้มงวด กวดขันขึ้น ฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ที่ไปพบปะชาวบ้านมา คือประชาชนจำนวนมากที่เป็นผู้สูงอายุ อยากได้ค่าเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุมากขึ้น จาก ๖๐ ปีขึ้นไป อยากจะได้สัก ๑,๐๐๐ บาทเริ่มต้นไป เพราะเขาเหล่านั้นเป็นคนสร้างประเทศของเราให้เติบใหญ่ขึ้นมา จากการทำงานหนักของเขา ก็อยากจะให้เขามีสิทธิได้ส่วนนี้ขึ้นมาเพิ่มขึ้น จาก ๑,๐๐๐ บาท ขึ้นไปถึง ๒,๐๐๐ บาทครับ🔗

เรื่องที่ ๓ คือสายบ้านทุ่งท่าช้าง ถนนทางหลวงชนบทสาย ๔๐๐๑ กม. ๖ ถึง กม. ๘ บ้านทุ่งท่าช้าง บ้านห้วยใหญ่ บ้านสระโบสถ์ มีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมาก สองข้างทางนี้คือมันจะมืดมาก เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แล้วก็ประชาชนได้รับอันตราย หลายครั้ง อยากจะให้ทางหลวงชนบทช่วยติดตั้งไฟส่องสว่างให้ด้วยครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณจรัส คุ้มไข่น้ำ ครับ🔗

นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๖ พรรคก้าวไกล ขออนุญาต หารือปัญหาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องครับท่านประธาน🔗

เรื่องแรก คือปัญหาพี่น้องประชาชนชาวตำบลบึง หมู่ ๖ ได้รับผลกระทบจาก มลภาวะเสียงดังรบกวนรำคาญจากผู้ประกอบการปั๊มชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ของบริษัท ไทย เฟาน์เทิน ออฟ ไลนฟ์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ ๒๑๖/๔๐ หมู่ ๖ ตำบลบึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เป็นพื้นที่ใกล้เคียงของพี่น้องประชาชน จากปัญหาดังกล่าว ชาวบ้านได้ร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรม อำเภอศรีราชา และเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ จากการติดตามการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ส่วนราชการหลายหน่วยงานปรากฏว่าค่าของ เสียงรบกวนเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด ดังนั้นอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี จึงได้มีคำสั่ง ให้ผู้ประกอบการเร่งดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๕ แต่ขณะนี้ ยังไม่ได้มีการแก้ไขแต่อย่างใด จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงสาธารณสุข ให้เร่งรัดผู้ประกอบการดำเนินการแก้ไขโดยด่วนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหาเงินค้างจ่ายค่าตอบแทนเสี่ยงภัยโควิด (COVID) บุคลากร ทางการแพทย์และฝ่ายสนับสนุนปฏิบัติการ โรงพยาบาลบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ปัจจุบันยังมีตกหล่นและค้างจ่ายอีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงขออนุญาตฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงสาธารณสุขให้เร่งรัดตรวจสอบและดำเนินการเบิกจ่าย ค่าเสี่ยงภัยโควิด (COVID) ให้กับพี่น้องบุคลากรทางการแพทย์และฝ่ายสนับสนุนปฏิบัติการ โรงพยาบาลบางละมุงด้วยครับ ขอกราบขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณรณเทพ อนุวัฒน์ ครับ🔗

นายรณเทพ อนุวัฒน์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๓ เรื่องด้วยกัน🔗

เรื่องแรก ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้โปรดจัดสรรงบประมาณ ในการก่อสร้างถนนยกระดับที่สี่แยก บนทางหลวงหมายเลข ๓๓๑ จังหวัดฉะเชิงเทรา ไปจังหวัดชลบุรีที่กิโลเมตรที่ ๘๗+๗๒๕ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการจราจรติดขัดตั้งแต่เช้า จรดเย็น🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมชลประทานจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างท่อส่งน้ำ จากอ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลทร ไปยังอ่างเก็บน้ำสัตตพรหม สระน้ำหนองบอน และ สระน้ำบ้านหนองตีนเขียด เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในหน้าแล้ง เนื่องจากว่า อ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลทรนั้นมีระบบสูบผัน จึงอยากจะให้ในส่วนของกรมชลประทาน ได้จัดสรรงบประมาณในการที่จะสร้างเชื่อมต่อเครื่องสูบผันน้ำที่อยู่ที่อ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทรที่มีการสร้างอยู่แล้วแต่ยังไม่มีงบประมาณในการวางท่อส่งน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำ และสระน้ำทั้ง ๓ แห่ง เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำที่จะใช้ในการอุปโภคและ บริโภคของพี่น้องประชาชนที่อยู่ข้างบน🔗

เรื่องที่ ๓ สืบเนื่องจากว่าที่ดินสาธารณประโยชน์ที่หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๙ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลท่าบุญมี อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ไม่มีขอบเขตที่แน่นอนทำให้ ที่ดินข้างเคียงไม่ได้รับการออกเอกสารสิทธิที่ดิน เนื่องจากว่าไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนที่จะกล้า ไปเดินสำรวจออกเอกสารสิทธิให้กับผู้ครอบครองทำประโยชน์ ทำให้ผู้ครอบครอง ทำประโยชน์ได้รับความเสียหาย จึงขอให้กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ยกเลิกที่ดิน สาธารณประโยชน์ และออกเอกสารสิทธิให้กับผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว ต่อไป ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณฉลาด ขามช่วง ครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง ร้อยเอ็ด

ท่านประธานที่เคารพ ผม ฉลาด ขามช่วง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ขอนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือท่านประธาน เพื่อให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนำไปแก้ไขต่อไป🔗

เรื่องแรก ขณะนี้พี่น้องชาวอำเภอจังหาร อำเภอเชียงขวัญ อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอธวัชบุรี ซึ่งมีพื้นที่ติดอยู่กับแม่น้ำชี และช่วงที่ผ่านมาเกิดอุทกภัยน้ำท่วมและได้รับเงิน ชดเชยจำนวนเล็กน้อย ขณะนี้กำลังจะทำนาปรัง โดยเฉพาะพี่น้องมีปัญหาความเดือดร้อนครับ ขาดเงินทุน อยากให้รัฐบาลหาเงินทุนดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ย🔗

เรื่องที่ ๒ ค่าสูบน้ำและกระแสไฟฟ้าไร่ละ ๓๐๐ บาท ขอให้งดนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้พันธุ์ข้าว ที่เป็นพันธุ์ข้าวที่ดี หว่านและงอก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์🔗

เรื่องที่ ๔ เรื่องน้ำมัน น้ำมันก็แพง ขอให้รัฐบาลชดเชยค่าน้ำมันให้พี่น้อง เกษตรกร🔗

เรื่องที่ ๕ ปุ๋ย เป็นปัญหาใหญ่ของพี่น้องเกษตรกร ขอให้รัฐบาลหาปุ๋ยราคาถูก หรือชดเชยปุ๋ยให้กับพี่น้องเกษตรกร ขณะนี้กระสอบละ ๑,๘๐๐ บาท🔗

เรื่องที่ ๖ ยาปราบศัตรูพืช นี่ก็เป็นปัจจัยหนึ่งของการผลิต🔗

เรื่องที่ ๗ หลังจากครบ ๓ เดือนแล้วจะต้องเก็บเกี่ยว ขอให้รัฐบาลควบคุม ราคารถเก็บเกี่ยวให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วย🔗

เรื่องที่ ๘ เนื่องจากช่วงที่เก็บเกี่ยวประมาณเดือนมีนาคม เดือนเมษายน จะเป็นช่วงปลอดรัฐบาล ขอให้รัฐบาลได้ตั้งราคาไว้อย่างน้อยกิโลกรัมละ ๑๐ บาท เพื่อพี่น้อง ของเราอยู่ได้ สิ่งสำคัญก็คือพี่น้องหลายตำบลโดยเฉพาะตำบลม่วงลาด ตำบลดงสิงห์ ไปอยู่พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอให้พี่น้องชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ช่วยชดเชยให้กับพี่น้อง ชาวร้อยเอ็ดด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณจีรเดช ศรีวิราช🔗

นายจีรเดช ศรีวิราช พะเยา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พรรคเศรษฐกิจไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานและกรมป่าไม้ เนื่องจากได้รับ เรื่องร้องเรียนจากท่านสร้างสรรค์ ศรีสมบัติ ผู้ใหญ่บ้านน้ำต้ม หมู่ ๕ ตำบลผาช้างน้อย และท่านสุภรัตน์ รัตนจันทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา ถึงปัญหาค่าชดเชยทั้งค่าที่ดิน ค่าต้นไม้ ค่าโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างของ พี่น้องชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากการจัดหาที่ดินเพื่อก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยรู ตำบลงิม อำเภอปง ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น ๑๓๘ ราย และได้รับค่าชดเชยไปแล้วจำนวน ๑๒๔ ราย ตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ คงเหลืออีก ๑๔ รายที่ยังไม่ได้รับ พี่น้องชาวบ้านได้ประสานผ่านผู้นำเพื่อติดตามทวงถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่าย จัดการที่ดิน กรมชลประทานที่ ๒ ทั้งศูนย์ดำรงธรรม ก็ได้รับคำชี้แจงว่ากรมชลประทาน ต้องได้รับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจากกรมป่าไม้เสียก่อนถึงจะจ่ายค่าชดเชย ทรัพย์สินของชาวบ้านได้ ซึ่งจากหนังสือที่ตอบมาจะเห็นได้ว่ากรมชลประทานได้ทำหนังสือ ขอใช้พื้นที่ไปนานแล้ว ถึงขณะนี้ผ่านมา ๑ ปียังไม่มีคำตอบหรือคำชี้แจงใด ๆ จากกรมป่าไม้ ชาวบ้านต่างรอคอยด้วยความหวัง ซึ่งไม่ทราบว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนใด หากกรมป่าไม้ อนุญาตให้ใช้พื้นที่ ทางกรมชลประทานจึงสามารถจ่ายค่าชดเชยที่เหลืออีก ๑๔ รายได้ เพื่อนำไปจัดหาที่ทำกินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องกันใหม่ ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะกรมป่าไม้ขอให้ช่วยชี้แจงกับพี่น้อง ชาวบ้านให้เกิดความกระจ่างว่าติดปัญหาตรงไหน จะอนุญาตได้หรือไม่ อย่างไร เพื่อให้ทาง กรมชลประทานได้ดำเนินการจ่ายค่าชดเชยต่อไป ขอให้ช่วยรีบเร่งดำเนินการด้วยครับ ชาวบ้านเขาเดือดร้อน ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอหารือเรื่องโครงการก่อสร้างถนน ทางหลวง ๔ ช่องจราจร ทางเลี่ยงเมืองมหาสารคามฝั่งทิศตะวันออก ท่านประธานสภาครับ คงจำได้ว่าเมื่อ ๓ ปีที่แล้วผมเคยอภิปรายในสภาว่าจังหวัดมหาสารคามอาจจะเป็น จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่มีถนนวงแหวนไม่ครบวง มีแค่ครึ่งวง แล้วจังหวัดมหาสารคาม ก็ยังขอให้กรมทางหลวงได้ทำการแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งต่อมากรมทางหลวงได้อนุมัติงบประมาณ แล้วก็สนับสนุนการศึกษาออกแบบจำนวน ๒๐ ล้านบาท ในงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ถึงปี ๒๕๖๕ ไปแล้ว ตอนนี้การออกแบบ การประชาพิจารณ์ได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผมก็ได้ เข้าร่วมในการประชาพิจารณ์ด้วย โครงการนี้มีระยะทางยาว ๑๐.๔ กิโลเมตร ประเมิน ค่าเวนคืนเบื้องต้น ๒๗๒,๐๐๐ ล้านบาท เป็นค่าก่อสร้างเบื้องต้น ๒,๒๓๐ ล้านบาท จึงขอ ให้กรมทางหลวงได้ดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็วนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขออนุเคราะห์สนับสนุนงบประมาณก่อสร้างพนังกั้นน้ำชีเก่า บ้านคุยโพธิ์และท่าตูม และโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำท่าสองคอน ซึ่งโครงการนี้ เกิดจากการมีอุทกภัยในจังหวัดมหาสารคาม แล้วก็ได้มีการชำรุดแล้วก็เกิดน้ำท่วมใหญ่ ในจังหวัดมหาสารคามใน ๒ ปีที่ผ่านมา จึงขอให้กรมชลประทานได้ดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ ด้วยความรวดเร็วต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวิวรรธน์ นิลวัชรมณี🔗

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมจะขออนุญาตหารือกับท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องดังนี้ครับ🔗

เรื่องแรก ตัวกระผมเองได้ติดตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมในเรื่อง การสร้างสะพานเชื่อมต่ออำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี กับอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งกระผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะสามารถ ตอบโจทย์แก้ปัญหาในเรื่องการคมนาคมได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่กระผมอยากจะขอเสนอ นั่นคืออยากให้ทางการทางพิเศษแห่งประเทศไทยพิจารณาเส้นทางอีก ๑ เส้นทาง คือเส้นทางอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปยังอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยเหตุผลหลายประการ อย่างเช่น กระผมมองว่าหากเปลี่ยนมาลงที่อำเภอดอนสัก ซึ่งถือเป็นเมืองหน้าด่านที่จะพานักท่องเที่ยวไปยังเกาะสมุยก็จะสามารถสร้างความเจริญ ให้กับประชาชนชาวอำเภอดอนสัก สร้างการค้าการขายให้กับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าได้อย่าง มหาศาล ๒. อำเภอดอนสักในอนาคตจะเป็นจุดรวมของนักท่องเที่ยวในการเดินทางไปยัง เกาะสมุย เพราะจะมีการสร้างส่วนต่อขยายรถไฟจากสถานีอำเภอพุนพินมาถึงดอนสัก ซึ่งก็จะเป็นการรองรับการคมนาคมทางบกเชื่อมต่อสะพานข้ามเกาะได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยไม่ต้องใช้เวลาขับรถอ้อมไปถึงอำเภอขนอม ๓. มีการบริหารจัดการที่ง่ายหากสะพาน อยู่ในจังหวัดเดียวกัน กระผมจึงขอฝากท่านประธานนำเรียนไปยังการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โปรดพิจารณาด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องแรก กล่าวคือค่าตั๋วเรือเฟอร์รี่ (Ferry) หากกรณีนำรถลงเรือ ซึ่งทั้งเกาะสมุยและเกาะพะงันมีราคาที่แพงมากและยังไม่ได้รับ การช่วยเหลือจากหน่วยงานใดเลย ซึ่งกระผมเคยได้นำเรียนหารือในสภาแห่งนี้ไปแล้ว เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ท่านประธานครับ กระผมจะขอเสนอนโยบายรัฐช่วยครึ่ง ประชาชนออกครึ่ง โดยให้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารับไปพิจารณาชดเชยให้กับ กลุ่มผู้ที่ต้องใช้บริการอยู่เป็นประจำ เพื่อช่วยลดบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพวกเขา เหล่านั้นก็จักเป็นพระคุณอย่างสูง จึงฝากท่านประธานนำเรียนไปยังกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเปลี่ยนแปลง บุคคลนะครับ ขอเชิญคุณชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ครับ🔗

นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส. จากพรรคเพื่อไทย จังหวัดปทุมธานี จะขอหารือ ท่านประธาน ๒-๓ เรื่อง🔗

เรื่องแรก ได้รับคำร้องเรียนจากชาวบ้านที่สัญจรผ่านถนนสุสวาทในเขต เทศบาลเมืองยี่โถ ว่าที่ดินของเอกชนที่ติดถนนในซอยสุสวาท มีชาวบ้านนำเศษวัสดุและ ขยะมูลฝอยมาทิ้งเป็นระยะทางหลายร้อยเมตร ซึ่งเป็นทัศนวิสัยที่ไม่สวยงามแล้วก็ขยะ เต็มบ้านเมืองเลยในซอยนี้ ซึ่งเข้าใจว่าทางเทศบาลก็มาขนบ่อยแต่ว่าทางชาวบ้านก็แอบ ลักลอบมาทิ้งบ่อย ก็อยากจะให้เทศบาลและชาวบ้านได้ร่วมกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะเวลาน้ำท่วมอะไรพวกนี้ขยะลอยกระจุยกระจายในจังหวัดปทุมธานีเยอะแยะเลย อยากให้เทศบาลสร้างจิตสำนักกับชาวบ้านด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ การจราจรบนถนนลำลูกการะหว่างสถานีรถไฟฟ้าคูคตจนถึง โรงเรียนระเบียบวิทยา การจราจรเช้าเย็นติดขัดมาก อยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาอำนวย ความสะดวกด้วย🔗

เรื่องที่ ๓ อยากให้กระทรวงพลังงาน แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีชะลอการ รับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตรายใหญ่ พวกไอพีพี (IPP) แล้วก็ผู้ผลิตรายเล็ก เอสพีพี (SPP) ในส่วนที่ ผลิตจะป้อนเข้าส่งให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพราะว่าตอนนี้กำลังไฟสำรองเราเยอะเกิน ส่วนไป แล้วการชะลอการรับซื้อไฟต่าง ๆ ก็จะทำให้ต้นทุนไฟฟ้าลดลง ทำให้ค่าไฟที่จะ ปรับขึ้นก็มีส่วนลดลง ชาวบ้านก็จะได้ประโยชน์ในส่วนนี้ ซึ่งผมทราบมาว่าในส่วนของผู้ผลิต ไฟฟ้าระบบไฮบริด (Hybrid) ซึ่งต้องซื้อแบตเตอรี่มาใช้ประกอบเพื่อนำส่งเข้าระบบ ราคา แบตเตอรี่แพงมากตอนนี้ ถ้าทางภาครัฐมีนโยบายที่จะยืดเวลาการรับซื้อไฟเข้าระบบออกไป ก็จะทำให้ผู้ผลิตรวมทั้งรัฐบาลแก้ปัญหาเรื่องค่าไฟแพงได้ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณกิตติชัย เรืองสวัสดิ์🔗

นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย พูดแล้วทำครับ มีประเด็นปรึกษาหารือจำนวน ๓ เรื่อง ดังนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ จากความห่วงใยของพ่อแม่พี่น้องชาวแปดริ้วต่อเรื่องนักเรียนตีกัน ในช่วงที่ผ่านมามีข่าวออกบ่อยมากเกี่ยวกับฉะเชิงเทรา นักเรียนตีกันครับ เป็นจังหวัดที่ ร้อนแรงครับ ฝากถึงทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบทุกสถาบัน หากิจกรรมให้น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษาทำ ก็จะส่งเสริมความสามัคคีให้กับน้อง ๆ ต่างสถาบันกันได้ ก็ฝากทุกหน่วยงาน ทุกสถาบันด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ พ่อแม่พี่น้องชาวตำบลบางพระ ตำบลบางกะไห ตำบลบางเตย และพื้นที่ใกล้เคียง ส่งข้อมูลมาให้ว่าอยากให้มีการขยายถนนทางหลวงชนบท เลขที่ ฉช ๒๐๐๔ อยากให้เป็น ๔ ช่องจราจร เพราะว่าในปัจจุบันนี้มีผู้ใช้สัญจรเป็นจำนวนมาก ก็เหมือนเป็นสายเลือดหลัก สายเลือดใหญ่ของหลาย ๆ ตำบลในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัด ฉะเชิงเทราครับ🔗

เรื่องสุดท้าย พี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะในพื้นที่ อำเภอเมือง และตำบลศาลาแดง ตำบลโพรงอากาศ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา มีความห่วงใย เพราะว่าในปัจจุบันแม่น้ำบางปะกงน้ำเค็มรุกขึ้นมาถึงตัวเมืองแล้วครับ ก็ฝากกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำจืดในระบบคลองชลประทาน เพราะว่าน้ำจืดเราไว้ใช้ ทั้งอุปโภคบริโภค เราใช้ในการเกษตรค่อนข้างมาก หวังว่าจะให้พอเพียงกับในสถานการณ์ ปัจจุบันนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวิสาร เตชะธีราวัฒน์🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย ประเด็นที่ผมจะขออนุญาต หารือท่านประธานก็คือได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศครับ ทุกวันนี้มีการ เช่าซื้อรถจักรยานและรถปิกอัป (Pickup) แล้วก็รถเก๋งอีกหลายล้านคัน แต่ท่านประธาน เชื่อไหมว่าขณะนี้มันเป็นเรื่องที่สถาบันการเงิน โดยเฉพาะธนาคารได้เอารัดเอาเปรียบ แล้วก็ได้เอาผลประโยชน์อย่างน่าเกลียด นั่นหมายถึงว่าทุกครั้งในการที่จะผิดสัญญา ในการผ่อนชำระงวด แน่นอนว่าการชำระงวดมันมี ๕๐ งวด ๖๐ งวด ทุกครั้งในการที่จะ ครบกำหนดดิว (Due) แล้วไม่ชำระตรงเวลา เกินไป ๗ วัน ให้เจ้าหน้าที่โทรถามโทรทวง ตื่นเช้ามาแปรงฟันก็โดนทวงแล้วครับ แล้วก็โทรทวงแบบน่ารำคาญ ๓ วัน ๕ วัน โทรทวงที แต่ที่สำคัญก็คือว่าทวงแต่ละครั้งเก็บเงินลูกค้ารายละ ๕๐ บาทต่อครั้ง ๑๐ ครั้งก็ ๕๐๐ บาท ๒๐ ครั้งก็ ๑,๐๐๐ บาท ซึ่งสูงสุดได้ถึง ๑,๕๐๐ บาท เรื่องเหล่านี้ต้องเรียนท่านประธานว่ามัน เป็นเรื่องที่เอารัดเอาเปรียบกัน และรัฐบาลเองได้นิ่งเฉย จริง ๆ แล้วเงินเหล่านี้ สคบ. ควรจะต้องเป็นคนดูแล ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นคนกำกับดูแล สคบ. ท่านไม่รู้เลยเหรอครับ เพราะว่าธนาคารเอาเปรียบพี่น้องประชาชนตาดำ ๆ บางทีเลยกำหนดไป ๓ วัน ๕ วัน หากไม่ชำระก็ไม่โอนทะเบียนให้เขาในขณะที่เขาชำระค่างวดครบ หาว่าเรื่องนี้ผิดสัญญา ซึ่งตรงนี้สถาบันการเงินรวยเป็นพันเป็นหมื่นล้าน แต่ถึงเวลาขึ้นมาพี่น้องตาดำ ๆ ก็ไม่อยากจะเป็นเรื่องเป็นราว เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตเรียกร้องให้ท่านประธานว่าเรื่องนี้ เรื่องใหญ่จริง ๆ ขอให้ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงมากำกับดูแลให้ชัดเจน ท่านสั่งการเรื่องนี้ เลยครับ สคบ. เขาอาจจะไม่รู้รายละเอียดลึก ๆ แต่ว่าตรงนี้มันเป็นความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศ ขอให้จัดการเรื่องนี้โดยเร่งด่วนครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณธีรภัทร พริ้งศุลกะ🔗

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือเกี่ยวกับการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนดังนี้ครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณทางกรมทางหลวงก่อนครับ ที่ได้ทำการขยายเส้นทางหลวง หมายเลข ๔๐๑๑ จากสี่แยกท่าโพธิ์ไปยังพุมเรียงครับ ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการจนเสร็จ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้มีการใช้งานแล้วก็ทราบว่ามันมีปัญหา ที่เกิดขึ้นจำนวน ๒ จุดที่ต้องขอให้ทางกรมทางหลวงได้ดำเนินการแก้ไข จึงขอให้ ท่านประธานได้มีหนังสือถึงกรมทางหลวงเพื่อแก้ไขในปัญหา ๒ เรื่องนี้ครับ🔗

เรื่องแรก ขอให้ได้มีการขยายสะพานบริเวณหน้าโรงพยาบาลไชยา ซึ่งบริเวณ ตรงนี้เป็นสะพานดั้งเดิม ไม่มีพื้นที่ไหล่ทาง เป็นทางเดินฟุตปาธ (Footpath) ก็ขอให้ได้มีการ ขยายสะพานออกไปเพื่อให้มีไหล่ทางแล้วก็มีทางเดินฟุตปาธ (Footpath) เพิ่มเติม เนื่องจาก สภาพการจราจรจะเกิดเป็นคอขวดบริเวณนี้ก่อนจะถึงสี่แยกท่าโพธิ์ ซึ่งตัดกับถนนสายล่าง คือถนนหมายเลข ๔๐๑๒ ซึ่งทำให้การจราจรติดขัด ก็ขอให้กรมทางหลวงได้ดำเนินการ จัดสรรงบประมาณขยายสะพานในส่วนนี้🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องจากปัญหาที่ผมได้เรียนไปครับ เนื่องจาก เส้น ๔๐๑๑ มีการใช้การจราจรมากขึ้นปริมาณเพิ่มขึ้นทุกวัน ชาวบ้านปกติก็หลีกเลี่ยงไปใช้ อีกเส้นทางหนึ่งซึ่งเป็นทางหลวงชนบทหมายเลข ๔๑๗๑ ซึ่งบริเวณนี้ก็จะต้องไปตัดกับทาง สายล่างเหมือนกันคือหมายเลข ๔๐๑๒ แต่เนื่องจากเป็นเส้นทางของทางหลวงชนบทดั้งเดิม บริเวณดังกล่าวที่เป็นสี่แยกไม่มีสัญญาณไฟ ทำให้ชาวบ้านซึ่งใช้รถในเส้นทางนี้เกิดประสบ อุบัติเหตุบริเวณดังกล่าว จึงใคร่ขอให้ท่านประธานมีหนังสือไปถึงกรมทางหลวงเช่นกัน ขอให้ได้มีการตั้งสัญญาณไฟกระพริบบริเวณส่วนนี้ ท่านประธานครับ ในทุกเป้าหมายของ การเดินทางมีใครสักคนรออยู่ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช🔗

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ ท่านประธานคะ ดิฉันมีข้อปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่น ๆ ในเรื่องของการอนุมัติถนนลาดยางเข้าสู่หมู่บ้านเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ที่สัญจรไปมาค่ะ ดิฉันต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ท่านกำนันตี๋ คำจันทร์ และแม่หลวงศรีวรรณ์ กำศร ผู้ใหญ่บ้านบ้านใหม่น้ำเย็น หมู่ที่ ๙ ตำบลดอยลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย รวมถึงท่าน สท. ธรรมนูญ ยามี ที่ติดตามแล้วก็ห่วงใยการสัญจรผ่านถนน เส้นนี้ของชาวบ้านตำบลดอยลาน ดิฉันเองก็ได้ลงพื้นที่ไปดูถนนเส้นนี้ ถนนเส้นนี้อยู่ใน เขตความรับผิดชอบของหมู่ ๙ บ้านใหม่น้ำเย็น โดยถนนเส้นนี้จะนับจากปากทางเข้า ข้างวัดน้ำเย็นไปจนถึงอ่างเก็บน้ำห้วยเอี้ยงซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งถนนเส้นนี้มีระยะทางรวมประมาณทั้งหมด ๕ กิโลเมตร ถนนเส้นนี้เป็นถนนเส้นหลัก ในการสัญจรและทำการเกษตรของทั้ง ๓ หมู่บ้าน อันได้แก่ บ้านใหม่น้ำเย็น บ้านปงอ้อ และ บ้านโละป่าตุ้ม และมีหมู่บ้านบริวารอีก ๒ หมู่บ้าน คือบ้านลีซอ และบ้านอาข่า ซึ่งพวกเขา จะใช้ถนนเส้นนี้เป็นเส้นหลัก ส่วนปัญหาที่ได้พบจากถนนเส้นนี้เมื่อมีน้ำฝนไหลลงมาจากดอย กัดเซาะถนน ซึ่งการกัดเซาะค่อนข้างที่จะลึกมาก ลึกพอที่จะทำให้รถตู้สามารถติดหล่มได้ แล้วมันทำให้เป็นผลกระทบต่อการเดินทางไปโรงเรียนของเด็กนักเรียน เพราะรถตู้ ไม่สามารถเข้ามารับได้ ส่วนชาวบ้านก็ได้รับผลกระทบค่ะ คนที่จะไปไร่ไปนาไปทำการเกษตร ก็ไม่สามารถสัญจรได้ ประชาชนที่บาดเจ็บล้มป่วยต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล รถพยาบาล ก็ไม่สามารถเข้ามาได้ค่ะ และในตอนนี้ทางแม่หลวงศรีวรรณ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๙ ก็ได้ขอความ อนุเคราะห์ไปยังนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลดอยลาน เพื่อให้ส่งต่อไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องหรือกรมหรือกองที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติ แต่ตอนนี้ดิฉันก็ยังไม่แน่ใจว่าเรื่องได้ถูก ส่งไปยังกรม กอง กระทรวงที่มีหน้าที่รับผิดชอบแล้วหรือยัง เพราะไม่มีการประสาน แล้วก็ ไม่มีการแจ้งไปยังพื้นที่ว่าเอกสารได้ถึงมือหรือถึงหน้าห้องท่านไหนแล้วบ้าง อันที่จริง ระบบราชการไทยก็ควรจะปรับปรุงแก้ไขในเรื่องของเอกสาร ที่จริงมันต้องมีโปรแกรมหรือ แอปพลิเคชัน (Application) ที่เชื่อมระหว่างผู้ส่งเอกสารและหรือหน่วยงานที่ส่งเอกสารกับ ระบบราชการ เพื่อให้ผู้ส่งหรือผู้ร้องเขาได้รับทราบว่าเอกสารถึงไหนแล้ว อันที่จริงดิฉัน อยากจะเรียนเชิญท่านรัฐมนตรีและอธิบดีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไปลงฝังตัวอยู่ในพื้นที่ สักอาทิตย์หนึ่ง แล้วท่านก็จะได้เห็นความยากลำบากของพี่น้อง เพราะดิฉันเชื่อว่าถ้าท่าน ไม่ได้เห็นกับตาท่านคงไม่ได้ใส่ใจแล้วก็ไม่ได้สนใจความยากลำบาก และดิฉันก็ดีใจที่สภาแห่งนี้ มีที่ปรึกษาหารือให้ดิฉันได้ส่งข้อความผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะนี่คือ หนึ่งในหลักฐานที่ถือว่าดิฉันได้ทำหน้าที่ของตัวแทนของพี่น้องประชาชน นำเอาปัญหา ความเดือดร้อนเข้าสู่สภาอันทรงเกียรติ ถึงแม้ว่าดิฉันจะไม่ได้รับการตอบรับหรือได้รับการ ใส่ใจสนใจจากหน่วยงานที่ดิฉันเคยได้ปรึกษาหารือเลยก็ตาม ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสุรชาติ ศรีบุศกร ครับ🔗

นายสุรชาติ ศรีบุศกร พิจิตร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรชาติ ศรีบุศกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานสภา ผ่านไปยังท่านอธิบดีกรมชลประทาน ขอภาพด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสุรชาติ ศรีบุศกร พิจิตร

เนื่องด้วยโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำ บ้านวังจิก ซึ่งเป็นอาคารบังคับน้ำตัวที่ ๓ ใน ๔ โครงการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำลุ่มน้ำยม ตอนล่าง เป็นประตูระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก บานประตูเหล็กโค้ง ๕ บาน ในพื้นที่หมู่ที่ ๖ บ้านดานน้อย ตำบลวังจิก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร โดยทางโครงการได้ว่าจ้าง บริษัทผู้รับเหมาได้ดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ สิ้นสุดสัญญา วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๒ ได้เวลาก่อสร้าง ๙๙๐ วัน งบประมาณการก่อสร้างรวมแล้ว ๒๓๑ ล้านบาท ปัจจุบันร่วม ๗ ปีแล้วที่ทำการก่อสร้างมีความคืบหน้าไปทีละน้อย เนื่องจาก ประสบปัญหาในหลาย ๆ ด้าน ส่งผลให้หนังสือสัญญาก็ต้องปรับเปลี่ยนไปด้วยตามเหตุและผล ซึ่ง ณ ปัจจุบันการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลง อีกทั้งเนื่องจากยังไม่ได้รับหนังสืออนุญาต ให้ขยายอายุสัญญาจากกองกฎหมายของกรมชลประทาน โดยที่ผ่านมาหน่วยงานและ องค์กรอิสระรวมถึงสถานีโทรทัศน์และผู้นำพื้นที่แล้วตัวผมเองนั้นก็ได้หารือในสภา ผู้แทนราษฎรมาแล้วในเรื่องของปัญหาต่าง ๆ ที่ยืดเยื้อเรื้อรังมานาน แต่ความคืบหน้าในการ ก่อสร้างก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเดินหน้าต่อไปได้ครับ แล้วเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา ผู้นำท้องที่ท้องถิ่นพร้อมด้วยชาวบ้านก็ได้ยื่นหนังสือร้องทุกข์ผ่านมา เพื่อให้นำเรื่องมาเสนอ ต่อสภาอีกครั้งหนึ่ง โดยมีความเห็นตรงกันว่าอยากให้ท่านอธิบดีได้ลงพื้นที่เพื่อร่วมบูรณาการ แก้ไขปัญหาไปด้วยกัน เนื่องจากเกษตรกรประสบปัญหาเรื่องน้ำทำนามาอย่างยาวนาน ทำให้ขาดรายได้และเกิดหนี้สินครัวเรือนจนเกิดความเครียดหลายครอบครัว กระผมจึงหารือ ท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านอธิบดีกรมชลประทานได้โปรดลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหา ที่แท้จริงเพื่อให้การก่อสร้างแล้วเสร็จตามความต้องการของพี่น้องเกษตรกร จึงกราบเรียนมา ด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวิรัตน์ วรศสิริน ครับ คุณวิรัตน์ยังไม่พร้อมนะครับ คุณกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ครับ🔗

นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขออนุญาตที่จะนำ เรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มากราบเรียนหารือต่อท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก เป็นเรื่องของการดำเนินโครงการตามงบประมาณรายจ่าย ประจำปี ๒๕๖๕ รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อก่อสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซมถนนหรือที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้รับ ความเสียหายจากสาธารณภัย หรือเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอจุฬาภรณ์และอำเภอชะอวด กล่าวคือเรื่องดังกล่าวนี้เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๕ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ใช้จ่ายเงินงบประมาณสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน ดังกล่าวแล้ว เพื่อปรับปรุงถนนในพื้นที่ หมู่ ๑ ตำบลควนหนองคว้า บ้านไสต้นไทร บ้านทุ่งนา และ อบต. สามตำบล ปรับปรุง ซ่อมแซมถนนแอสฟัลต์ติก (Asphaltic) คอนกรีต สายสำนักขัน-บ้านสมควร และอำเภอชะอวด ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กบ้านนางเนียน คลองลานแซะ ซึ่งรับงบประมาณไปแล้ว ตอนนี้บางที่บางแห่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จ แต่บางที่บางแห่งยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแต่ในเขตเลือกตั้งเท่านั้น แต่เป็นทั้งประเทศ ต้องขอให้กระทรวงมหาดไทยได้เร่งรัด ติดตาม แล้วก็ดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องของการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเนื่องจากขยะในพื้นที่ ตำบลดอนตรอ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ เนื่องจากรถที่ใช้ขนขยะไม่เพียงพอ จึงขอรับการ สนับสนุนรถเพื่อขนขยะให้แก่เทศบาลตำบลดอนตรอด้วย กราบเรียนเพื่อโปรดพิจารณาครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณกูเฮง ยาวอหะซัน ครับ🔗

นายกูเฮง ยาวอหะซัน นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือสัก ๒ เรื่องวันนี้🔗

เรื่องแรก ก็คือเรื่องของหน่วยงานและงบประมาณ อยากให้มีหน่วยงานที่มี ความจริงจังและมีงบประมาณที่มั่นคง เพื่อจะช่วยในกรณีติดตามสานต่อในการแก้ปัญหาของ ผู้ติดยาเสพติดที่ได้รับการบำบัดกลับมา เพื่อจะไม่ให้กลับไปสู่วังวนเดิม วันนี้อย่างที่ทราบ ถ้าดูจากคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดบ้านผม ไม่ว่าจะเป็นคดีลูกฆ่าพ่อ พ่อฆ่าลูก หรือว่า พ่อเลี้ยงข่มขืนหลาน หรือว่าน้าข่มขืนหลานอะไรอย่างนี้มีปริมาณคดีที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าทุกปี ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ก็เป็นสาเหตุมาจากยาเสพติด ถ้าเราไม่ช่วยให้คนเหล่านี้เขามีอาชีพ ที่มั่นคงหรือว่าให้หลุดพ้นจากสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ ไม่ให้เขากลับไปใช้ยาอีก ให้เขาหายขาด จากสิ่งเหล่านี้จริง ๆ ก็ถือว่าเป็นบุญคุณต่อประเทศชาตินะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือผมอยากทราบเรื่องความคืบหน้าโครงการโรงพยาบาลจิตเวช ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้อย่างที่ผมบอกมันมีความจำเป็น เพราะว่าผู้ป่วยจิตเวช ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุมาจากยาเสพติด หลังจากที่เราได้บำบัดยาเสพติดเสร็จแล้วจะส่งผู้ป่วย ไปโรงพยาบาลจิตเวชต้องไปส่งที่จังหวัดสงขลา ทีนี้จังหวัดสงขลาก็เป็นโรงพยาบาลซึ่งต้อง รับผิดชอบประมาณ ๗ จังหวัด ปริมาณไม่เพียงพอที่จะแอดมิต (Admit) หรือว่ารับผู้ป่วย ที่รีเฟอร์ (Refer) มาจากโรงพยาบาลจาก ๓ จังหวัด ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่เอาลูกหลาน ไปบำบัดหรือว่าจะไปรักษาโรงพยาบาลจิตเวชต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่สูงประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท แต่พอไปแล้วโรงพยาบาลไม่สามารถแอดมิต (Admit) หรือว่ารับ ผู้ป่วยได้ก็ต้องส่งตัวกลับมา ก็เป็นที่น่าสงสารสำหรับชาวบ้านนะครับ กลับมาก็ให้ยา เขาก็ไม่ทาน ก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ ก็ขอฝากเรื่องนี้ให้ท่านประธาน ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสัญญา นิลสุพรรณ🔗

นายสัญญา นิลสุพรรณ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายสัญญา นิลสุพรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือดังนี้🔗

เรื่องแรก เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้เกิดพายุโนรู ทำให้เกิดปัญหา น้ำท่วมริมตลิ่ง โดยเฉพาะริมแม่น้ำปิง ที่หมู่ ๒ ตำบลบางแก้ว อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัด นครสวรรค์เองได้มีน้ำกัดเซาะพังทลายบ้านของประชาชน ดังภาพที่ท่านประธานได้เห็น ก็คือสร้างความเสียหายแล้วก็มีความเดือดร้อนมาก ๆ เลยนะครับ สิ่งที่ต้องขอบคุณก็คือ ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ส่งเจ้าหน้าที่ โดยโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดได้เข้า ไปร่วมดูพื้นที่ด้วยกันแล้วก็ได้ทราบแล้วถึงปัญหาดังกล่าว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องฝากทาง หน่วยงานเบื้องบนได้ช่วยพิจารณาสนับสนุนงบประมาณในการที่จะก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ความยาวประมาณ ๗๐๐ เมตร เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไปครับ🔗

เรื่องต่อมา หลังจากที่ปัญหาน้ำท่วมจากพายุก็คือในพื้นที่อำเภอชุมแสงเอง เป็นพื้นที่รับน้ำ เพื่อที่จะหน่วงน้ำที่จะลงมายังภาคกลาง ซึ่งในหน้าน้ำหลากก็อย่างที่ทราบ ก็คือจะมีปัญหาน้ำท่วมมากมาย แต่ตอนหน้าแล้งพื้นที่เหล่านี้ก็จะประสบปัญหาภัยแล้ง จากการลงพื้นที่ของสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ ๒ จังหวัดสระบุรี ได้ลงไปตรวจสอบกัน ก็ได้เห็นควรว่าจะมีการทำแก้มลิงและกักเก็บระบบกระจายน้ำคลองปลากด คลองแมว สิ่งตรงนี้ได้ลงพื้นที่กันมา จริง ๆ สำรวจตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ แล้ว แต่ปัจจุบันนี้ยังไม่ได้คืบหน้า ฝากไว้ด้วยนะครับ🔗

เรื่องต่อมา ขอบคุณเรื่องเงินช่วยเหลือน้ำท่วม ซึ่งได้รับทราบจากทาง ปภ. จากความกังวลของพี่น้องที่จะถูกปัญหาน้ำท่วม ซึ่งจะได้รับเงินชดเชย ก็ได้ทราบจาก ปภ. ว่า ได้มีมติ ครม. เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๕ ทางพี่น้องประชาชนฝากขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณเทียบจุฑา ขาวขำ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตอำเภอบ้านผือ อำเภอน้ำโสม และอำเภอนายูง มาหารือกับท่านประธานสัก ๒-๓ เรื่องดังนี้🔗

เรื่องที่ ๑ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านแล้วก็กำนันจิราภา แล้วก็ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองพาน เรื่องขอความอนุเคราะห์ออกเอกสารสิทธิ ที่อยู่อาศัยของบ้านติ้ว หมู่ ๑๖ ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี สืบเนื่องจาก บ้านติ้วมี ๒ หมู่บ้าน คือหมู่ ๑๖ แล้วก็หมู่ ๖ ของตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ มีจำนวน ครัวเรือนทั้งหมด ๑๓๐ ครัวเรือน พอต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ออกไปสำรวจออกเอกสารสิทธิ ก็ออกเพียงเฉพาะ ๗๗ ครัวเรือน ยังเหลืออยู่อีก ๕๓ ครัวเรือน ดังนั้นเจ้าของบ้านหรือพี่น้อง ประชาชนเจ้าของบ้าน ๕๓ ครัวเรือนนี้เดือดร้อน ก็ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิ ดังนั้นจึงขอความ อนุเคราะห์จากท่านประธานผ่านไปยังกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ได้เร่งรัดการออก เอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชนที่ยังค้างอยู่ด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากท่านผู้ใหญ่บ้านหนองกบ แล้วก็ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ว่าเวลาฝนมาน้ำท่วมน้ำก็ไหลผ่านไปไม่มีที่เก็บกักน้ำ พี่น้องประชาชน ในหมู่บ้านหนองกบ ตำบลเมืองพาน แล้วก็ตำบลบ้านผือ ก็อยากได้ฝายน้ำล้นเพื่อมาเก็บกักน้ำ ที่ลำห้วยกุดคู่ บ้านหนองกบ ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ เพื่อเอาไว้ใช้อุปโภคและบริโภค ในด้านการเกษตร ก็ขอฝากไปทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค ๓ กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณผ่องศรี แซ่จึง ครับ🔗

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย นางสาวเจนจิรา รัตนวรรณ ได้ร้องเรียนมาว่าได้รับ ผลกระทบจากการบรรจุข้าราชการโควิด (COVID) ในช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่ มีการให้ขวัญและ กำลังใจให้บรรจุเป็นข้าราชการได้ ๑ ใน ๒๔ สายงาน แต่ว่าเขาและพวกอีก ๖ คนได้ถูก ยกเลิกคำสั่งข้าราชการ บรรจุในวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๓ ในตำแหน่งวิศวกรปฏิบัติการ (ด้านชีวการแพทย์) และต่อมาทราบว่าได้ถูกยกเลิกการบรรจุในวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๕ โดยยกเลิกคำสั่งที่ดิฉันกล่าวมาสักครู่ คือตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๕ ตลอดระยะเวลา การบรรจุ ทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพก็ได้ยื่นอุทธรณ์ไปยังสำนักงาน ก.พ. เพื่อชี้แจงว่า ชื่อการจ้างงานระหว่างชื่อตำแหน่งเดิมและชื่อที่บรรจุนั้นเป็นงานเดียวกัน ลักษณะงาน เดียวกัน คุณสมบัติเหมือนกันทุกประการ เพียงแต่มีการเปลี่ยนชื่อ โดยกรมนี้เปลี่ยนชื่อมา ในภายหลัง ซึ่งในอดีตที่ผ่านมานั้นการทำสัญญาจ้างพนักงานราชการนั้นจะใช้ชื่อว่า นักวิชาการอุปกรณ์การแพทย์ แต่เมื่อมติ ครม. เยียวยานั้นจะใช้ชื่อว่าวิศวกรปฏิบัติการ ด้านชีวการแพทย์ ทั้ง ๖ คนนี้เขาบรรจุพนักงานราชการในช่วงชื่อต้น พอมีชื่อที่จะได้รับ การเยียวยาปรากฏว่าชื่อไม่ตรง เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นเหตุให้ ก.พ. ไม่บรรจุแต่งตั้งให้ ทีนี้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพทราบอยู่แล้วว่าชื่อมันไม่ตรงกัน เพราะว่ากรมเป็นคน เปลี่ยนชื่อ ได้พยายามอุทธรณ์ชี้แจงแต่ว่าไม่เป็นผล ทาง ก.พ. ไม่แต่งตั้งให้เลย เพราะฉะนั้น ก็ขอความกรุณามาทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้โปรดพิจารณาดำเนินการ เพื่อให้ทางคณะ ครม. ได้โปรดอนุมัติได้โปรดดำเนินการ ให้ ก.พ. ได้บรรจุด้วยจะได้ไม่ลักลั่น จะได้เกิดความเป็นธรรมและได้ขวัญกำลังใจอย่างถ้วนหน้ากัน เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องอำเภอเชียงของ เรื่องค่าเวนคืนที่ดิน ถนนบายพาสฝั่งตะวันตก อย่างไรก็ช่วยเร่งดำเนินการด้วยนะครับ ค่าเวนคืนที่ดินทางรถไฟ สายเด่นชัย-เชียงราย ช่วงอำเภอเชียงของ อยากให้เจ้าหน้าที่ออกไปทำความเข้าใจและเร่ง ดำเนินการจ่ายค่าเวนคืนให้ด้วย เรื่องของเอกสารสิทธิที่อำเภอเชียงรุ้ง อำเภอดอยหลวง อำเภอเชียงของ อำเภอเวียงแก่น ซึ่งเป็นจังหวัดเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ ตอนนี้ที่ดิน ส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิแล้วก็พื้นที่ ส.ป.ก. ด้วย ดังนั้นอยากจะให้ทางกรมที่ดินและ สำนักงาน ส.ป.ก. ได้เร่งดำเนินการเดินสำรวจออกเอกสารสิทธิ เพราะว่าวันนี้ฝั่งลาวก็เจริญ รุ่งเรือง มีแสงสีเสียง แต่ฝั่งไทยที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ โดยเฉพาะชายแดน เชียงแสน เชียงของ แม่สาย เราไม่มีเอกสารสิทธิจึงไม่สามารถที่จะดำเนินการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ได้ อยากจะให้กรมที่ดินเร่งออกดำเนินการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินให้กับอำเภอเชียงรุ้ง อำเภอ ดอยหลวง อำเภอเวียงแก่น อำเภอเชียงของ โดยด่วนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวัชรพล โตมรศักดิ์ จากนั้นคุณวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ครับ🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช พรรคชาติพัฒนากล้า ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๑ เรื่อง ซึ่งเป็นความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ เพื่อจะกราบเรียนไปถึง ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ท่านชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และท่าน พลเอก สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภา ความมั่นคงแห่งชาติ ท่านประธานครับ วันนี้เราต้องยอมรับความจริงว่าโลกของเรา ได้เปลี่ยนแปลงในเรื่องของเทคโนโลยี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเรียกว่าโลกแห่งยุคดิจิทัล (Digital) มหันตภัยอย่างหนึ่งก็คือในเรื่องของแก๊งออนไลน์ (Online) หรือเราเรียกมหันตภัย ออนไลน์ (Online) ทางโทรศัพท์ เราได้มีการสูญเสียปัญหาในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และพี่น้อง ประชาชนได้ถูกหลอกลวงกันอย่างมากมาย จากสถิติของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทาง เทคโนโลยีสารสนเทศพบว่าคนไทยถูกหลอกลวงมากกว่า ๖.๔ ล้านครั้ง และสำคัญที่สุด เป็นการเพิ่มทวีคูณ ได้มีการหลอกลวงพี่น้องประชาชนจนกระทั่งสูญเงินจำนวนมหาศาล วันนี้วิธีการได้เปลี่ยนแปลงไป ได้มีการดำเนินการโดยเข้าไปถึงกลุ่มของเด็กและเยาวชน รวมไปถึงการที่มีการเปลี่ยนแปลงไปถึงกลุ่มของผู้สูงอายุ และสำคัญไปกว่านั้นครับ การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เราจะได้ดูจากทางทีวี (TV) และสื่อต่าง ๆ ว่ามีการทำธุรกรรม ทางการเงินโดยที่บุคคลที่เป็นเจ้าของบัญชีไม่ทราบเลย มีการดูดเงินออกจากบัญชี นี่คือ สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าอยากจะเห็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ กระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือแม้กระทั่งในส่วนราชการต่าง ๆ ได้ลงมาช่วยเหลือกัน🔗

อย่างแรกที่ผมอยากจะขออนุญาตให้คำแนะนำก็คือว่าทำอย่างไรที่หน่วยงาน ที่รับผิดชอบนั้นจะได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึง ยกตัวอย่างเช่น เด็กและเยาวชน ทำไมกระทรวงศึกษาธิการจึงไม่ได้ออกหนังสือเตือนไปยังโรงเรียนต่าง ๆ ให้ออกมาแจ้งเตือน กับนักเรียน🔗

๒. กระทรวงมหาดไทยควรจะลงลึกไปถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พี่น้อง แม่บ้าน อสม. ผู้นำท้องถิ่น เพื่อจะแจ้งเตือนไปถึงพี่น้องประชาชนให้ระวังปัญหาในเรื่องของ แก๊งออนไลน์ (Online) หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call center) นี้เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อ พี่น้องประชาชนอีกเลย กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณธนกร ไชยกุล ครับ แล้วจากนั้นก็เป็นคุณวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ที่ข้ามไปนะครับ ขอเชิญเลยครับ🔗

นายธนกร ไชยกุล ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพอย่างสูง กระผม นายธนกร ไชยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมมีข้อหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ๕ เรื่อง🔗

๑. กระผมขอกราบขอบพระคุณสภาผู้แทนราษฎรที่อนุมัติงบประมาณ ปี ๒๕๖๖ ขยายไหล่ทางถนน ทล ๒๑๑๖ ต่อเนื่องจากแยกโจทย์ถึงบ้านหวาย และขอให้ ขยายต่อเนื่องไปบ้านนาจาน บ้านไทยเจริญ บ้านโคกวิไล บ้านห้องคลองร่องคำ บ้านห้องแซง บ้านป่าชาติ และบ้านห้วยค้อ🔗

๒. ขอขอบคุณท่านเกรียงศักดิ์ ตันปิยะกุล ผู้อำนวยการกองทางหลวงมุกดาหาร แขวงทางหลวงมุกดาหาร และนายสมคิด สอนพรหม หัวหน้าหมวดทางหลวงเลิงนกทา ที่ได้ติดตั้งหลักนำทางล้มลุกของถนน ๒๑๑๖ ช่วงสะพานข้ามลำเซบาย และวางแผนติดตั้ง ป้ายเตือนแขวนสูงโอเวอร์เฮด (Overhead) พร้อมไฟกระพริบหน้าโรงเรียนเลิงนกทา และวางแผนเกาะกลางถนนไฟฟ้าส่องสว่าง🔗

๓. ขอให้ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างเกาะกลางถนน ๒๑๑๒ ชยางกูร บ้านนาโพธิ์ บ้านกุดแห่ บ้านด่าน บ้านสามแยก บ้านวังโพน บ้านห้วยกลอย บ้านกุดคอก่าน บ้านโคกสำราญ และบ้านห้วยสะแบก🔗

๔. จัดทำโครงการแก้ไขปัญหาสามแยกกุดแห่เพื่อแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุ เนื่องมาจากรถบรรทุก ทางหลวง ๒๐๔๗ บรรจบทางหลวง ๒๑๑๒🔗

๔.๑. ปรับปรุงจุดกลับรถเป็นคอนกรีตบริเวณหน้าโรงเรียนบ้านกุดแห่🔗

๔.๒. ปรับปรุงเปิดทางแยกและติดตั้งสัญญาณไฟจราจรเขียวแดง แยกกุดแห่🔗

๔.๓. ก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่ ทางเลี่ยงชุมชนกุดแห่ ระยะทาง ๓.๕ กิโลเมตร🔗

๕. เร่งรัดโครงการก่อสร้างขยายถนน ทล ๒๑๖๙ เป็น ๔ เลน (Lane) งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๖๘ อำเภอเมืองยโสธร อำเภอทรายมูล อำเภอกุดชุม อำเภอไทยเจริญ แยกคำเตย อำเภอเลิงนกทา ซึ่งได้สำรวจออกแบบไว้เรียบร้อยแล้ว และกระผมขอเสนอหนังสือนี้ให้กับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์🔗

นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ ๑๓ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับหนังสือร้องเรียนจาก นางกาญจนา นันทพูนพิพัฒน์ นายกเทศบาลตำบลหนองกราด เกี่ยวกับปัญหาความ เดือดร้อนของพี่น้องในเขตเทศบาลหนองกราด เกี่ยวกับน้ำประปาโครงการประปาภูมิภาค สาขาอำเภอบำเหน็จณรงค์ เนื่องจากว่าแหล่งผลิตน้ำประปาจากเทศบาลหนองกราดไปยัง โรงสูบนั้นมีระยะทางห่างกันถึง ๒๐ กิโลเมตร ทำให้พี่น้องประชาชนในเขตเทศบาล หนองกราดขาดแคลนน้ำประปาโดยเฉพาะฤดูหน้าแล้ง ทางการประปาส่วนภูมิภาคได้ลงมา สำรวจพื้นที่เห็นมีแนวทางตรงกันว่าจะต้องขยายสร้างโรงสูบเพื่อสร้างแรงดันในเขตเทศบาล ในที่สาธารณะหนองบังตา ซึ่งเป็นที่สาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน ต่อมาทาง เทศบาลได้ลงมติประชาคมเห็นชอบให้ใช้ที่สาธารณะดังกล่าวก่อสร้างสถานีสูบน้ำผลิตน้ำ เพื่อเพิ่มแรงดัน ต่อมาเทศบาลตำบลหนองกราดก็ได้มีมติเห็นชอบเรื่องดังกล่าว ต่อมาทาง อำเภอด่านขุนทดได้มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาให้ดำเนินการเพื่อขอใช้ และเพิกถอนที่สาธารณะดังกล่าว ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ เรื่อยมา จนขณะนี้เป็นเวลาประมาณเกือบ ๘ ปีแล้วไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ ผลักดันโครงการดังกล่าวนี้เพื่อให้พี่น้องชาวเทศบาลตำบลหนองกราดได้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน🔗

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาปรึกษาหารือ ในสภาแห่งนี้ ๑ เรื่อง เป็นเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งบนถนนบริเวณสาย ๓๑๗ จันทบุรี-สระแก้ว แยกเข้าบ้านสะตอน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ตรงนั้นจะเป็นแยก แขวงทางหลวงออกแบบให้เป็นแยกผีเสื้อ มันจะมีหลาย ๆ แยกทำให้พี่น้องประชาชน เกิดความสับสนและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ดิฉันได้มีโอกาสใช้เส้นทางตรงนั้นบ่อย แล้วก็ ในช่วงแรก ๆ ก็พบว่าตัวเองยังงง ๆ เลี้ยวเข้าแยกยังไม่ค่อยถูก ยังต้องใช้การตั้งสติ หลายวินาทีกว่าที่จะคิดได้ว่าจะไปทางไหนดี แล้วก็เส้นทางนั้นเป็นเส้นทางที่มีการสัญจร เยอะมาก สามารถที่จะไปสายอีสานได้ด้วย ก็มีคนต่างจังหวัดผ่านไปผ่านมาใช้ถนนเยอะมาก ถ้าเกิดว่าไม่ชินทางก็จะทำให้เกิดอุบัติเหตุ ที่ผ่านมาได้มีประชาชนร้องเรียนเข้ามาที่ เพจเฟซบุ๊ก (Page Facebook) ของดิฉันเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า ๕ ครั้ง แล้วก็ ๓-๔ วันที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุเกิดตรงนั้นทำให้มีผู้สูญเสียชีวิตด้วย ดิฉันได้เคยประสานงานไปยังแขวงทางหลวง จันทบุรีแล้ว ทางหลวงแจ้งว่าถ้าเกิดว่าจะให้ปรับแยกตรงนั้นก็คงจะเป็นไปได้ยากเพราะว่า เพิ่งก่อสร้างเสร็จ แต่ว่าตรงนั้นเดี๋ยวจะมีไฟสัญญาณจราจรให้ ผ่านมาหลายเดือนแล้วค่ะ ก็ยังไม่พบว่ามีการเปิดใช้ไฟสัญญาณจราจร เปิดแค่เพียงไฟกระพริบ ดิฉันจึงอยากให้ช่วย เร่งรัดให้มีไฟสัญญาณจราจรตรงนั้นเร็วที่สุดเพื่อลดอุบัติเหตุแล้วก็ความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น ขอหารือไปยังแขวงทางหลวงจันทบุรีและกระทรวงคมนาคมด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป คุณรุ่งโรจน์ ทองศรี🔗

นายรุ่งโรจน์ ทองศรี บุรีรัมย์

เรียนท่านประธานที่เคารพ รุ่งโรจน์ ทองศรี ผู้แทนเซราะกราว อำเภอละหานทราย อำเภอโนนดินแดง อำเภอบ้านกรวด อำเภอเฉลิม พระเกียรติ ผ้าลายทราย ตำบลหนองแวง ผ้าภูอัคนี อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ซมกราว สวัสดี แมอาว บองปะโอน กรุ๊บคะเนียเนอบาด แซมซาย กุนากุได สวัสดีครับพี่น้องบ้านเฮา สบายดีบ่ ขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องสู่การแก้ไขครับ🔗

๑. เรื่องภัยหนาว ประเทศไทยเป็นประเทศในเขตร้อน อุณหภูมิปกติ ๓๔ ๓๕ ถึง ๔๐ องศา เกณฑ์การช่วยเหลือภัยหนาวแต่ก่อน ๑๕ องศา ซึ่งชาวบ้านก็บ่นกันอยู่แล้ว ว่าช่วยยาก แต่มาปีนี้กลับมากำหนดเกณฑ์ ๘ องศา ทำให้การช่วยเหลือทำไม่ได้เลย อบต. เทศบาลมีงบของตัวเองอยากช่วยเหลือชาวบ้านครับ วอนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ช่วยปรับเกณฑ์ใหม่ด้วยครับ เพื่อให้ อบต. เทศบาลสามารถซื้อผ้าห่มช่วยผู้ยากไร้ คนยากคนจน คนเฒ่าคนแก่ด้วยครับ🔗

๒. จุดผ่อนปรนชายแดนช่องสายตะกู ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด เป็นจุดผ่อนปรนที่สำคัญ การค้าชายแดนของจังหวัดบุรีรัมย์และอีสานตอนใต้ เป็นเส้นทางหลัก ไปนครวัด นครธม ขอยกฐานะเป็นด่านถาวร วอนฝ่ายความมั่นคงทหารและฝ่ายปกครอง ช่วยเร่งดำเนินการด้วยครับ🔗

๓. ช่องตะโก ช่องตะโกบนทางหลวง หมายเลข ๓๔๘ เชื่อมภาคอีสาน ตอนล่างกับภาคตะวันออก ระยะทาง ๓.๒ กิโลเมตร ขอขอบคุณมากครับ งานนี้สำเร็จ ได้แน่นอนครับ อีไอเอ (EIA) รอบที่ ๔ เป็น ๖ เลน (Lane) เพราะเป็นที่ลาดชันและคดเคี้ยว ไปมา เหลืออีไอเอ (EIA) รอบที่ ๕ รอบสุดท้าย ขอจุดพักรถขายของจากโนนแดงไปช่องตะโก ๓ จุดครับ จุดแรกบ้านป่าไม้ จุดที่ ๒ บ้านคลองหิน จุดที่ ๓ บ้านหนองเสม็ด จุดพักรถ ขอขยายทุนเพิ่มกว้าง ๖ เมตร ยาว ๓๐๐ เมตร เพื่อพี่น้องจะได้นำพืชผลทางการเกษตร มาขายให้เกิดรายได้กับชุมชนครับ หาดทรายเทียมตรงคลองมะนาวเคียงคู่กับเขื่อนลำนางรอง จุดแคมป์ปิง (Camping) ตรงบ้านป่าไม้ และฝากกรมโยธาธิการและผังเมืองเรื่องปรับปรุงภูมิทัศน์ หนองทำนบพระ ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด ด้วยครับ รุ่งโรจน์ ทองศรี ผู้แทนเซราะกราว ขอกราบขอบพระคุณมาก ๆ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณองค์การ ชัยบุตร ครับ🔗

นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล วันนี้ ขออนุญาตหารือและติดตามงานเรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ผ่านมา🔗

กระผมได้รับข้อร้องเรียนจากนางสาวพรมพัฒน์ เสนาพันธ์ สมาชิก อบต. ตำบลโพนงาม อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร กรณีถนนสายบ้านแฝกไปบ้านหนองไผ่ ตำบลผึ่งแดด อำเภอเมืองจังหวัดมุกดาหาร เป็นหลุมเป็นบ่อมานานมาก ร้องเรียนไปหลาย หน่วยงาน แต่ไม่ได้รับการแก้ไข ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดจัดการหางบประมาณ แก้ไขให้ด้วย🔗

ได้รับข้อร้องเรียนจากผู้ใหญ่สุทิน จำปา ผู้ใหญ่บ้าน บ้านนาตะแบง หมู่ ๖ ตำบลภูวง อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร กรณีพื้นที่ภายในหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านไม่มีเอกสารสิทธิ เป็นหมู่บ้านมาตั้งนานแล้ว ตั้งรกรากปักฐานมานานแล้ว บ้านเลขที่ก็ยังเป็นชั่วคราวอยู่ หมู่บ้านนี้มีโรงเรียน แต่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ป่าไม้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านมนตรี ปาน้อยนนท์ ท่านสุดท้ายครับ🔗

นายมนตรี ปาน้อยนนท์ ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายมนตรี ปาน้อยนนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ๒ เรื่อง และกระทรวงสาธารณสุข ๑ เรื่อง รายละเอียดดังต่อไปนี้🔗

เรื่องที่ ๑ สวนสาธารณะหน้าเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ติดกับ ชายหาดอ่าวประจวบคีรีขันธ์ เริ่มตั้งแต่ลานประดิษฐานพระอุปคุตมหาเถระ ไปสิ้นสุดที่ หน้าโรงเรียนอนุบาลประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบันมีสภาพทรุดโทรมเพราะผ่านการใช้งานมา หลายสิบปี จึงอยากให้ปรับปรุงภูมิทัศน์สวนสาธารณะแห่งนี้ให้สวยงาม และพัฒนาให้เป็น พื้นที่นันทนาการรองรับกิจกรรมทางทะเลและงานประเพณีที่จะใช้พื้นที่สาธารณะริมทะเล ต่อไป🔗

เรื่องที่ ๒ ในช่วงน้ำหลากหรือฝนตกหนัก ระบบระบายน้ำจากเทือกเขา ตะนาวศรีที่ไหลข้ามถนนเพชรเกษม ผ่านถนนเกาะหลัก เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ลงสู่ทะเลที่อ่าวประจวบขาดประสิทธิภาพ ระบายน้ำไม่ทัน เกิดปัญหาน้ำท่วมถนนและพื้นที่ เศรษฐกิจ อยากให้มีการปรับปรุง จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อศึกษา รายละเอียดและแก้ไขปัญหานี้โดยเร่งด่วน🔗

เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่เข้าพักรักษาในโรงพยาบาล ประจวบคีรีขันธ์ว่าหลายครั้งที่จำนวนเตรียมผู้ป่วยไม่เพียงพอต่อผู้ใช้บริการ จากการ สอบถามทราบว่าทางโรงพยาบาลได้เสนอของบประมาณก่อสร้างหอผู้ป่วยใน ๗ ชั้น จำนวน ๑๕๖ เตียง เลขที่แบบ ๑๐๙๔๕ ผ่าน สสจ. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเสนอต่อ สำนักงานเขตสุขภาพที่ ๕ ไปแล้ว กระผมจึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวง สาธารณสุขได้กรุณาพิจารณาแผนคำของบประมาณรายจ่ายของโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ นี้ด้วย กราบขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอขอบคุณท่านสมาชิก ทั้ง ๒๙ ท่าน วันนี้ได้บริหารเวลา ๒ นาที ของแต่ละท่านให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ขอแสดงความขอบคุณครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๓๗๘ คน
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บัดนี้มีสมาชิกมาลงชื่อแล้ว ขณะนี้ ๒๒๘ คน ครบองค์ประชุม องค์ประชุมคือ ๒๑๖ คน ขออนุญาตไปตามระเบียบวาระ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

ขอเรียนท่านสมาชิกว่าในระหว่างที่เราใช้เวลาถามกระทู้ถามในห้องใหญ่นี้ ก็จะมีการตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ชั้น ๑ ซึ่งท่านรองประธาน ทำหน้าที่เป็นประธานอยู่ในห้องนั้นครับ🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

๑.๑.๑ กระทู้ถามที่ ๒๓๒ ส. (นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้แจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม🔗

เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้มีหนังสือแจ้งว่าในวันนี้ ติดภารกิจ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อน ท่านวิสารขออนุญาตที่จะพูดถึงเรื่องนี้เล็กน้อยนะครับ ขอเชิญครับ🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย กระผมทราบดีว่าเป็นการ ตอบกระทู้ถามสด เพื่อที่จะได้ให้ทันเหตุการณ์ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๖ แต่เนื่องจากว่าเห็นใจ ท่านรัฐมนตรีอาจจะมีนัดหมายไว้ล่วงหน้า แต่ทำไมท่านนายกรัฐมนตรีไม่มอบให้รัฐมนตรี ท่านอื่นล่ะครับ มีเยอะแยะตั้ง ๓๐ กว่าท่าน อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ผมกราบเรียน ว่าเรื่องนี้ท่านจะปล่อยให้มันยุบสภาก่อนแล้วค่อยตอบหรือครับ ต้องกราบเรียนว่ากระทู้ถามสด ที่ผมถามมันเป็นเรื่องที่ร้ายแรงและเป็นเรื่องอิทธิพลที่เข้าไปทุกหย่อมหญ้า ทุนจีนสีเทา ขณะนี้เป็นหมื่น ๆ ล้านบาท ปี ๒๕๖๒ มีมาได้อย่างไรครับ ขณะนี้แผ่ขยายไปทั่ว ไม่ว่าจะ กระทบถึงตำรวจ ปปง. อธิบดีดีเอสไอ (DSI) โดนย้ายไปหมดครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ถ้ายังไม่ ใส่ใจหรือไม่เอาจริงเอาจัง ผมคิดว่าเรื่องนี้จะแก้ปัญหาไม่ได้ ตัวท่านนายกรัฐมนตรีรู้ดี เพราะขณะนี้ที่ท่านไม่กล้ามาตอบด้วยตนเองเป็นเพราะอะไรครับ ผมเองไม่ได้อ้างคุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ขออภัยเอ่ยนามนะครับ แต่เรื่องเหล่านี้จะเป็นมวยล้มต้มคนดูไม่ได้ครับ เพราะว่า สิ่งที่ท่านทำไว้มันเกี่ยวพันกับลูกหลานของท่าน ท่านถึงไม่กล้าตอบ ท่านถึงต้องเลื่อนไป แล้วก็รอให้เหตุการณ์มันยุบสภาไปเลยหรือครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมเรียนท่านประธานว่า เป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน และเป็นเรื่องที่ ต้องการให้นายกรัฐมนตรีมาตอบด้วยตนเอง ก็ขอเรียนท่านประธานว่าผมคงจะต้อง ขออนุญาตไว้ว่าในอาทิตย์หน้าขอให้ท่านเตรียมมาเลย ท่านจะเอาใครมาตอบ ท่านจะต้อง เอาเหตุผลอย่างไรมา เราจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยพังพินาศไปแบบนี้หรือครับ เพราะว่าทุนเรื่องนี้ใคร ๆ ก็สนใจมันกระทบทุกอย่างครับ ท่านจะสังเกตได้นะครับ ตอนนี้ มีคนเขากล่าวอ้างเลยครับว่าเหตุการณ์เหล่านี้ที่มันเติบโตมาได้เป็นเพราะว่าท่านต้องการ จะสืบทอดอำนาจ ท่านมัวแต่ไปหาเสียง แต่ว่าท่านไม่ยอมตอบกระทู้ถามเรื่องที่พี่น้อง ประชาชนเขาเดือดร้อน ก็ขอบพระคุณท่านประธานนะครับ ผมเข้าใจดีที่จะเลื่อนกระทู้ เรื่องนี้ไป แต่ขออนุญาตท่านประธานว่าอาทิตย์หน้าผมจะขออนุญาตขออีกครั้งหนึ่งครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กระทู้ถามสดต้องตั้ง กระทู้ถามใหม่ ขอเรียนคุณวิสาร อนุญาตให้แสดงความเห็นเพื่อจะได้ฝากไปให้รัฐบาล ได้รับทราบครับ🔗

๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๒๓๓ ส. (นายสาคร เกี่ยวข้อง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์🔗

ขณะนี้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ รองนายกรัฐมนตรีได้มาแล้วนะครับ ถึงแม้ว่าท่านผู้ถาม ผู้ตอบจะเป็น ผู้อาวุโสก็ตาม แต่ขอเรียนว่าข้อบังคับกระทู้ถามสดด้วยวาจานั้นให้ถามไม่เกิน ๓ ครั้ง และถาม ตอบให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา ๓๐ นาที เว้นแต่ในการประชุมครั้งใดมีกระทู้ถามสด ด้วยวาจาน้อยกว่า ๓ กระทู้ ก็ให้ขยายเวลาไปได้ อันนี้ก็อนุโลมนะครับ แต่ว่าขอทั้ง ๒ ฝ่าย ได้บริหารเวลาเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีครับ ขอเชิญคุณสาคร เกี่ยวข้อง ครับ🔗

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ขอถามกระทู้ต่อท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สืบเนื่องจากสถานการณ์ปาล์มน้ำมันในภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมาถือว่าเป็น สถานการณ์วิกฤติของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มซึ่งมีอยู่ถึง ๔๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน แล้วก็ มีการเพาะปลูกปาล์มอยู่ถึง ๖-๗ ล้านไร่ จากการที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ เทศกาลส่งท้ายปีเก่า ผู้ประกอบการลานเทก็ดี ผู้ประกอบการโรงหีบสกัดน้ำมันปาล์มก็ดี ก็ได้ทำการหยุด การทำงานแล้วก็หยุดกันต่อเนื่อง พอมีการเปิดขึ้นมาในช่วงปีใหม่เกษตรกรชาวสวนปาล์ม ได้นำปาล์มผลผลิตจากสวนเข้าไปขายสู่ลานเท เข้าไปขายสู่โรงหีบสกัดเหล่านั้น ปรากฏว่า ลานเทหรือว่าโรงหีบสกัดหลาย ๆ ที่เป็นจำนวนมากได้หยุดรับซื้อ ในส่วนที่รับซื้อ ก็ติดประกาศราคาลดลงอย่างไม่มีเหตุผล พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อน มีความกังวลใจ ได้สร้าง ผลกระทบต่อความมั่นใจต่อวงการวงจรปาล์มน้ำมันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแหล่งผลิตหลัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดกระบี่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดตรัง จังหวัดพังงา จังหวัดระนอง คือภาคใต้ทั้งหมดแล้วก็รวม ๆ ทั้งหลายจังหวัด ด้วยกัน ทั้ง ๆ ที่ในขณะนี้เป็นฤดูกาลที่มีผลผลิตน้อยแล้วราคาก็ต่ำลง ผมเป็นผู้แทนราษฎร แล้วก็เพื่อน ส.ส. ในจังหวัดของผม ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ได้เรียนเชิญ ท่านพาณิชย์จังหวัด และเรียนเชิญท่านเกษตรจังหวัดได้ไปสอบถามพูดคุยกับทางผู้ประกอบการ ลานเท ผู้ประกอบการโรงหีบ โรงสกัดน้ำมันปาล์มต่าง ๆ เพื่อสอบถามหาข้อมูลและได้มา สอบถามกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ซึ่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับปาล์มน้ำมัน ผลผลิตทางปาล์มน้ำมัน พบว่าสาเหตุที่โรงหีบสกัดก็ดีหรือลานเทปาล์มน้ำมันที่ไม่ได้รับซื้อ ก็เป็นเพราะว่าในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ทำการหยุดโรงงาน หยุดรับซื้อ ในลานเท แล้วก็มีการวางแผนซ่อมโรงงานใหญ่ประจำปีเพื่อรองรับในการที่ผลปาล์มที่จะ ออกมาจำนวนมากในระยะไตรมาสที่ ๒ ตามวงรอบของปาล์ม จากการที่มีเหตุวิกฤติอันนี้ ก็ถือว่าเป็นวิกฤติของเกษตรกรชาวสวนปาล์ม แล้วก็สร้างความตระหนกตกใจไม่ว่าทางด้านสื่อ ทางด้านทุก ๆ ด้านก็ได้มีการพูดคุยกันว่าทางรัฐบาล ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ได้มีการแก้ไข ได้มีการทำอะไรกับปาล์มมาบ้าง เพราะว่าจากการที่ตลอดระยะเวลา ที่ท่านเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ปาล์มก็เป็นพืชที่คาดหวังมาก เพราะว่าราคาเราก็ต้อง ยอมรับจริง ๆ ว่าราคาทะลายปาล์มน้ำมัน ผลผลิตปาล์มน้ำมัน อยู่ในราคาค่อนข้างสูง เกษตรกรชาวสวนปาล์มน่าชื่นตาบานกันนะครับ ก็อยากจะเรียนว่าจากการวิกฤติเหล่านี้ที่เกิดขึ้นและสถานการณ์ปาล์มที่ดีมาตลอด แล้วมาเกิดวิกฤติทางรัฐบาลได้มีมาตรการ ได้มีวิธีการอย่างไรให้กับพี่น้องชาวสวนปาล์ม เพื่อให้เหตุการณ์วิกฤติเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นและเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาปาล์ม เพื่อความมั่นคง เพื่อความยั่งยืน เพื่อความสมดุลต่อเกษตรกรชาวสวนปาล์ม จึงขอกราบเรียนถามท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นคำถามที่ ๑ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามที่ ๑ ครับ🔗

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ ก่อนอื่นขอขอบคุณท่าน ส.ส. สาคร เกี่ยวข้อง ที่เป็นห่วงเป็นใยชาวสวนปาล์ม มาโดยตลอด ก็เป็นเช่นเดียวกับรัฐบาลและตัวกระผมเองด้วยที่เป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติ ภารกิจกำกับดูแลเกี่ยวข้องกับเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ก็ขออนุญาตตอบคำถามว่ารัฐบาล และกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการแก้ปัญหาอะไรไปบ้างในช่วงปีใหม่ ลานเทและโรงสกัด ปาล์มน้ำมันหลายแห่งปิดการรับซื้อทำให้เกิดผลกระทบ ทำให้ชาวสวนปาล์มขายปาล์มไม่ได้ จราจรติดขัดหน้าโรงสกัดและลานเทหลายแห่งในหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ก็ขออนุญาต กราบเรียนว่าความจริงเรื่องนี้กระผมไม่ได้นิ่งนอนใจ แล้วก็ได้รับคำร้องเรียนจากเพื่อน ส.ส. หลายท่าน ไม่ว่าท่าน ส.ส. สาคร ท่านพิมพ์รพี ท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ แล้วก็เพื่อน ส.ส. หลายท่าน แล้วก็ได้มีการสั่งการให้ลงไปเร่งแก้ปัญหาโดยเร่งด่วนทันที ก่อนอื่นขออนุญาต กราบเรียนกับท่านประธานว่าสาเหตุที่เกิดปัญหาโรงสกัดและลานเทจุดรับซื้อในช่วงปีใหม่ เพราะว่าปกติตอนปลายปีกับช่วงต่อเนื่องต้นปีใหม่โรงสกัดจะปิดซ่อมเครื่องจักร และช่วงนั้น จะเป็นช่วงที่ผลปาล์มจะออกน้อย แต่ว่าปีนี้เกิดประเด็นปัญหาเกิดขึ้นก็คือว่าผลปาล์มทะลัก ออกมามากเป็นพิเศษในช่วงปีใหม่ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าเกษตรกรเป็นห่วงเกรงว่า ราคาปาล์มจะตกลงมาก็เร่งตัดผลปาล์มแล้วก็เอาออกมาขายให้กับลานเทและโรงสกัด อันนี้ ก็เป็นประเด็นปัญหาที่เกิดปัญหา ๒ ข้อ ข้อ ๑ ก็คืออย่างที่ท่าน ส.ส. สาครได้พูดเมื่อสักครู่นี้ เกิดจราจรติดขัด โรงสกัดลานเทหลายแห่งหยุดรับซื้อ ข้อ ๒ ทำให้ราคาปาล์มมันตกลงมา เพราะฉะนั้นผมจึงได้เร่งดำเนินการสั่งการให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านสินิตย์ เลิศไกร ได้เร่งเดินทางลงไปแก้ปัญหา รวมทั้งอธิบดีกรมการค้าภายใน ซึ่งได้ลงไป ในพื้นที่ ทั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วก็ที่จังหวัดกระบี่ด้วย สิ่งที่ได้กำหนดเป็นคำสั่งมาตรการ เด็ดขาดเพื่อแก้ปัญหาให้สำเร็จลุล่วงเร็วที่สุดก็คือว่า ๑. โรงสกัดที่ปิดซ่อมเครื่องจักร ให้เร่งเปิดให้เร็วที่สุด ๒. โรงไหนที่ยังไม่ปิดซ่อมและกำลังจะปิดซ่อมห้ามปิดซ่อมเด็ดขาด ๓. ก็คือว่าโรงไหนจำเป็นต้องปิดซ่อมให้เร่งทำแผนการปิดซ่อม เรียนท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และพาณิชย์จังหวัด รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ให้รับทราบก่อน เพื่ออนุญาตจัดทำแผนจะได้ ไม่กระทบต่อการขายปาล์มของเกษตรกรชาวสวนปาล์ม และ ๔. ก็คือว่าห้ามกดราคารับซื้อ โดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะดำเนินคดีตามมาตรา ๒๙ ของ พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ คือสร้างความปั่นป่วนให้กับราคา ซึ่งจะมีโทษจำคุกสูงสุด ๗ ปี ปรับ ๑๔๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ สุดท้ายสามารถแก้ปัญหาให้สถานการณ์คลี่คลายได้ภายใน ๒ สัปดาห์ ตอนนี้ ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าสถานการณ์คลี่คลายแล้วครับ แล้วสัปดาห์นี้ ทุกอย่างจะเข้าสู่ภาวะปกติเต็มร้อย นั่นก็คือว่า ๑. โรงสกัดทั้งหมดมีอยู่ ๑๓๑ โรง ขณะนี้ เปิดดำเนินการหมดแล้ว ๒. ลานเทมีทั้งหมด ๓,๑๑๗ ลานเท เปิดรับซื้อทั้งหมดแล้วตั้งแต่ วันสองวันที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นสัปดาห์นี้ผมเรียนว่าสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แน่นอน ขอให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มและท่าน ส.ส. สาคร เกี่ยวข้อง ได้มั่นใจ และผมจะ ติดตามดูแลเรื่องนี้ต่อไป ขอบคุณที่กรุณาประสานงานมาโดยตลอด และตั้งกระทู้ถามสดวันนี้ สุดท้ายเรื่องราคา ขณะนี้ราคาผลปาล์มก็ขยับขึ้นแล้วครับ วันนี้ไปกิโลกรัมละ ๕ บาทกว่า แล้วครับ เพราะฉะนั้นสถานการณ์ก็เริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ ยืนยันว่าจะติดตามโดยใกล้ชิดต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสาครถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ จากการที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านจุรินทร์ได้ตอบนะครับ ผมเองก็ยังมีข้อสงสัย เกี่ยวกับสถานการณ์ปาล์มแล้วก็อยากจะถาม แล้วก็อยากจะอภิปรายหารือไปยังท่านว่า จากการที่รัฐบาลได้มีนโยบายในเรื่องของการใช้พลังงานทดแทนหรือเราเรียกกันว่า ไบโอดีเซล (Biodiesel) หรือ บี ๕ (B5) บี ๗ (B7) บี ๑๐ (B10) บี ๒๐ (B20) เป็นพลังงาน ภาคบังคับ เป็นพลังงานภาคทางเลือก ผมเชื่อ เกษตรกรเชื่อ และผู้ประกอบการที่อยู่ใน วงการเชื่อว่าจากการที่เรามีปาล์มน้ำมันถึง ๖ ล้านไร่เศษ เรามีปาล์มที่สมดุลสามารถที่จะ มาใช้ในการบริโภคในประเทศ สามารถที่จะมาใช้เป็นพลังงานทดแทนได้ แค่อยากจะถามว่า นโยบายดี ๆ แบบนี้ที่จะทำให้พยุงราคาก็ดี การสร้างความสมดุลให้กับปาล์มน้ำมัน ในประเทศก็ดี ในขณะนี้ทางรัฐบาลได้มีนโยบายนี้อย่างไร แล้วก็จะเดินหน้าไปสู่การจัดการ ปาล์มสมดุล เพราะว่าในไตรมาสข้างหน้าอีก ๓ เดือนข้างหน้าจะเป็นฤดูกาลที่ปาล์มออกสู่ ตลาดมาก ถ้าเราไม่ได้กำหนดไว้ก่อน ถ้าเราไม่ได้เตรียมแผนการไว้ก่อนก็จะทำให้ปาล์ม ล้นตลาดและเกิดวิกฤติทางด้านราคาก็ดี เกิดวิกฤติอีกหลายวิกฤติเกี่ยวกับชาวสวนปาล์ม ตามมา อยากจะเรียนท่านประธานฝากไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งท่านกำกับดูแลเกี่ยวกับราคาสินค้าและบริการว่าท่านมีนโยบายนี้ อย่างไร และจะเรียนถามต่อไปว่า จากการที่ซีพีโอ (CPO) ราคาน้ำมันปาล์มดิบซึ่งเป็นราคา ตลาดโลกสะท้อนกลับลงมาเป็นราคาที่โรงหีบ ที่ลานเท ไปถึงเกษตรกร มันสะท้อนลงตาม สัดส่วนที่เป็นธรรมหรือไม่ ท่านได้กำกับชัดเจน มีการตรวจสอบ เพราะในขณะนี้จากการ ที่ทางท่านก็ดี ทางรัฐบาลก็ดี ได้มีนโยบายเกี่ยวกับไปติดมิเตอร์เรียลไทม์ (Meter real time) ที่ถังเก็บน้ำมันปาล์มดิบทั่วประเทศเกือบ ๑,๐๐๐ ถัง ใช้งบประมาณไปร่วมหลายร้อย ล้านบาท เกือบพันล้านบาท แล้วสามารถที่จะรายงานว่าเรามีสต๊อก (Stock) อยู่เท่าไร เราสามารถบริหารจัดการได้อย่างชัดเจนแม่นยำ จากความแม่นยำเหล่านี้ผมเชื่อว่า ท่านสามารถบริหารให้เกิดประโยชน์กับวงการปาล์ม เกิดประโยชน์กับพืชเศรษฐกิจหลัก อีกด้วย ก็อยากจะเรียนฝากไปยังท่านว่าท่านมีมาตรการเหล่านี้อย่างไร ท่านมีนโยบาย เกี่ยวกับไบโอดีเซล (Biodiesel) อย่างไร ท่านมีเรื่องของการสะท้อนย้อนกลับกลับมาที่ราคา จากน้ำมันดิบสะท้อนลงไปโรงหีบ สะท้อนลงไปลานเท ไปถึงเกษตรอย่างไรครับ ฝากเรียน ท่านประธานถามผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรองนายก รัฐมนตรีครับ🔗

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ท่าน ส.ส. สาคร เกี่ยวข้อง ถาม ๒-๓ คำถาม คือ ๑. มีนโยบายเรื่องไบโอดีเซล (Biodiesel) เพื่อช่วยพยุงราคา ปาล์มอย่างไรบ้าง ๒. ปาล์มกำลังจะออกตลาดมากในช่วง ๒-๓ เดือนนี้ เพราะฉะนั้นอาจจะเกิด วิกฤติตามมา ได้มีการเตรียมการแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง ๓. ก็คือซีพีโอ (CPO) ตลาดโลก ได้สะท้อนซีพีโอ (CPO) ในประเทศไทยมากน้อยแค่ไหน มิเตอร์เรียลไทม์ (Meter real time) ที่ติดตั้งนั้นได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง โดยประมาณนะครับ🔗

ก็ขออนุญาตกราบเรียนคำถามแรกว่านโยบายไบโอดีเซล (Bio diesel) ยังเป็นนโยบายสำคัญข้อหนึ่งที่เข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ราคาปาล์มซึ่งทั้งหมดนี้ ก็จะต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์แต่ละช่วงเวลา ช่วงไหนผลิตภัณฑ์ปาล์ม น้ำมันปาล์มดิบมีมาก ก็จะเพิ่มบี (B) ให้สูงขึ้น คือเอาน้ำมันปาล์มไปเพิ่มกับน้ำมันดีเซลในสัดส่วนที่สูงขึ้นเพื่อลด ปริมาณน้ำมันปาล์มในตลาด ราคาปาล์มก็จะได้สูงขึ้น อันนี้ก็คือหลักการที่ดำเนินการอยู่ แต่ว่าอย่างไรก็ตามรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้มี มาตรการเฉพาะใช้ไบโอดีเซล (Bio diesel) อย่างเดียว ในการเข้ามาช่วยพยุงราคาปาล์ม เหมือนคำถามที่ ๒ ที่ท่านถาม ยังมีมาตรการทั้งหมด ๘ มาตรการที่ได้ดำเนินการโดยต่อเนื่อง ซึ่งจะมีผลสำคัญในการช่วยพยุงราคาปาล์มแล้วทำให้ราคาปาล์มดีขึ้นอย่างที่ท่าน ส.ส. สาคร เกี่ยวข้อง อยากเห็น ก็ขออนุญาตรายงานท่านประธานว่า ๑. ก่อนที่รัฐบาลนี้และกระผม เข้ามารับผิดชอบเรื่องปาล์ม ท่าน ส.ส. สาครและเกษตรกรจำนวนหนึ่งอาจจะลืมไปแล้วว่า ปาล์มกิโลกรัมละ ๒ บาทกว่าเท่านั้น แต่วันนี้ขึ้นไป ๓ บาท ๔ บาท ๕ บาท ๘ บาท ๑๐ บาท บางช่วงแตะ ๑๑-๑๒ บาท ทั้งหมดนี้เป็นมาตรการนอกจากใช้ไบโอดีเซล (Bio diesel) หรือ บี ๗ (B7) บี ๑๐ (B10) บี ๒๐ (B20) เข้ามาช่วยเพื่อลดปริมาณน้ำมันปาล์มดิบ ทำให้ราคาปาล์ม สูงขึ้นแล้ว ยังมีมาตรการที่เหลือ ๗ มาตรการที่ผมได้ดำเนินการไปรวมทั้งรัฐบาล เช่น🔗

ข้อ ๑ เมื่อในช่วงปี ๒๕๖๓ ผมได้มีการออกประกาศโดยกระทรวงพาณิชย์ ห้ามนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบทางบก เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มแล้วอ้างว่า ขอผ่านแดนไทยไปประเทศเพื่อนบ้านแล้วทำน้ำมันปาล์มหกอยู่ในประเทศไทย ทำให้ปาล์ม ราคาตกเพราะว่าปริมาณน้ำมันปาล์มมันเยอะเกินไป สุดท้ายกรรมตกเกษตรกร เดี๋ยวนี้ เราห้ามแล้วที่จะนำเข้าทางบก ถ้าจะนำเข้าต้องนำเข้าทางเรือ ซึ่งนำเข้าทางเรือก็ยุ่งยากมาก เพราะมาตรการที่เรากำหนดไม่ต้องการให้มีการนำเข้าหรือผ่านแดนโดยไม่จำเป็น ซึ่งขออนุญาต ที่จะไม่เรียนตรงนี้เพราะว่ามันจะมีรายละเอียดเยอะมาก เช่น ถ้าจะเข้าต้องมาทางมาบตาพุด คลองเตย หรือไม่ก็แหลมฉบังเท่านั้น เวลาออกออกได้เฉพาะที่จันทบุรี หนองคาย แล้วก็ แม่สอดเท่านั้น ไปทางอื่นไม่ได้ สุดท้ายสถานการณ์ราคาปาล์มดีขึ้นเพราะว่าลักลอบผ่านแดน ลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบแล้วมาหกในประเทศไทยได้ยากขึ้น🔗

ข้อ ๒ ก็คือมาตรการไบโอดีเซล (Bio diesel) อย่างที่ผมเรียน🔗

ข้อ ๓ ก็คือว่าให้นำน้ำมันปาล์มส่วนเกินไปให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตใช้ผลิต ไฟฟ้า ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำมันปาล์มในประเทศลดลง ราคาปาล์มก็สูงขึ้น เกิดความสมดุลขึ้น🔗

ข้อ ๔ ก็คือว่าขณะนี้อย่างที่ท่าน ส.ส. สาครพูดเมื่อสักครู่ มิเตอร์ปาล์ม เรียลไทม์ (Meter Palm real time) ติดตั้งแล้วครับ แล้วก็สามารถตรวจสอบสต็อก (Stock) ได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นรวงสกัดจะอ้างว่าสต็อก (Stock) น้ำมันปาล์มล้น หยุดรับซื้อกดราคาทำไม่ได้ เพราะมิเตอร์เรียลไทม์ (Meter real time) มันรายงานทุกวัน ทุกเวลา ทุกนาที เราสามารถตรวจสอบได้🔗

ข้อ ๕ ก็คือหัวใจสำคัญ ผมนำคณะเอกชนไปเปิดตลาดปาล์มที่อินเดีย ๒ ครั้ง แล้วก็ทำให้เราสามารถขายน้ำมันปาล์มให้กับอินเดียได้ปริมาณจำนวนมาก ตัวเลข เห็นชัดเจนเลยครับ เช่น ปี ๒๕๖๔ เราสามารถส่งออกน้ำมันปาล์มไปอินเดียได้เพิ่มขึ้น ๒๑๘ เปอร์เซ็นต์ หลังจากเร่งไปเปิดตลาดทันทีเห็นผลเลยครับ แล้วมาในปี ๒๕๖๕ ก็บวก ๕๖ เปอร์เซ็นต์ รวมแล้ว ๒ ปี หลังผมนำไปเปิดตลาดอินเดียเอกชนเราสามารถส่งออก น้ำมันปาล์มไปอินเดียบวก ๔๑๘ เปอร์เซ็นต์ อันนี้มีผลทำให้ราคาปาล์มในประเทศสูงขึ้น เพราะเราระบายไปต่างประเทศได้🔗

ข้อ ๖ ก็คือมาตรการอุดหนุนผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มกิโลกรัมละ ๒ บาท แต่มีเงื่อนไขก็คือ ๑. สต็อก (Stock) จะต้องเกิน ๓๐๐,๐๐๐ ตัน แปลว่าสต็อก (Stock) มันล้นแล้วก็จะได้เร่งช่วยระบายไปต่างประเทศราคาปาล์มในประเทศจะสูงขึ้น และไม่ใช่ ข้อเดียว มีข้อ ๒ กำกับด้วย นอกจากสต็อก (Stock) ต้องเกิน ๓๐๐,๐๐๐ ตัน แล้วก็จะต้อง ราคาในต่างประเทศต่ำกว่าราคาในประเทศ เราช่วยผู้ส่งออก ๒ บาท เพื่อให้เขาไปแข่งขัน ราคาในตลาดต่างประเทศได้ และถ้าสต็อก (Stock) เกิน ๓๐๐,๐๐๐ ตัน เข้าเงื่อนไข ๒ ข้อนี้ ก็จะอุดหนุนกิโลกรัมละ ๒ บาท ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่ใครจะไปสั่งตามอำเภอใจเอื้อประโยชน์ ให้ใครได้ แต่จะมีอนุกรรมการขึ้นมาตัดสินพิจารณาและประกอบด้วย ๕-๖ ฝ่ายอยู่ในนั้น รวมทั้งเกษตรกรเป็นกรรมการ อนุกรรมการด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเห็นชอบร่วมกันก็ดำเนินการ อุดหนุน ๒ บาท อันนี้ก็มีส่วนช่วยอย่างยิ่งทำให้ราคาปาล์มในช่วงที่ผ่านมาดีขึ้น🔗

ข้อ ๗ ก็คือว่าที่ท่าน ส.ส. สาครพูดราคาซีพีโอ (CPO) ตลาดโลก สะท้อนราคา ในประเทศอย่างไร สะท้อนเพราะเรามีการจัดทำโครงสร้างราคา ตั้งแต่ผลปาล์มถ้ากิโลกรัม เท่านี้ ซีพีโอ (CPO) ต้องเป็นกิโลกรัมละเท่าไร แล้วก็การส่งออกราคาน้ำมันปาล์มขวด ต้องเป็นเท่าไร ๆ อย่างไร ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ทำโครงสร้างราคานี้ขึ้นมาเพื่อกำกับดูแล ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเอาเปรียบฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ใช้วิน-วิน โมเดล (Win-Win Model) อย่างที่ ผมพูด ให้เกิดสมดุลทั้งแก่เกษตรกร ทั้งแก่โรงสกัด ทั้งแก่ผู้ส่งออกและรวมทั้งผู้บริโภค ไม่ให้ มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน แต่ทำให้ปาล์มทั้งระบบสามารถเดินหน้าไปได้และเป็นธรรม กับทุกฝ่าย รวมทั้งเกษตรกรชาวสวนปาล์มด้วย🔗

ข้อ ๘ ยามใดปาล์มเกิดราคาตก ยังมีประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์ม ถ้าต่ำกว่ากิโลกรัมละ ๔ บาทเมื่อไร รัฐบาล กระทรวงพาณิชย์ยังมีประกันรายได้เกษตรกร ชาวสวนปาล์มชดเชยเงินส่วนต่างให้ เช่น ปาล์มลงมาเหลือกิโลกรัมละ ๓ บาท มีเงินส่วนต่าง โอนเข้าบัญชี ธกส. ให้ชาวสวนปาล์มโดยตรงไม่หายหกตกหล่นกิโลกรัมละ ๑ บาท รวมแล้ว เกษตรกรต้องได้อย่างน้อยกิโลกรัมละ ๔ บาท แต่วันนี้มันเกินแล้วนะครับ วันนี้ไป ๕.๓๐ บาท ๕.๔๐ บาท แล้วครับ แล้วก็มีแนวโน้มจะดีขึ้นอีก ถ้ามีเวลาจะได้อธิบายครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสาคร ยังถามได้ อีกครั้งครับ🔗

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ จากการที่ได้สอบถามแล้วก็ ได้ฟังคำตอบจากทางท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ก็อยากจะเรียนสอบถามท่านต่อในเรื่องของที่ท่านได้บริหาร จัดการในเรื่องของปาล์มน้ำมัน ผมเองก็ได้รับคำฝากขอบคุณมาจากเกษตรกรชาวสวนปาล์ม และผู้อยู่ในวงการปาล์มว่าตลอด ๓ ปีกว่าหรือ ๑,๐๐๐ กว่าวันที่ท่านมาบริหารราชการ แผ่นดินมานี้ เราชาวสวนปาล์มได้รับราคาเฉลี่ยจากราคาต้นทุนที่ประมาณ ๓ บาทถึง ๔ บาท เราได้รับราคาเฉลี่ยตลอดมาที่ประมาณ ๗ บาทครับ เกษตรกรชาวสวนปาล์มก็มีกำไร แล้วก็ ขอขอบคุณท่านตามที่ท่านได้ออกมาตรการต่าง ๆ ที่ได้ชี้แจงต่อท่านประธานเมื่อสักครู่ และพวกผมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เป็นเกษตรกรชาวสวนปาล์มด้วยนะครับ ก็อยากจะถามถึงอนาคตปาล์มน้ำมันในโอกาสต่อไป เพราะว่าปาล์มน้ำมันเราก็ยังมองว่า ถ้าเกิดต่อไปพลังงานที่ต้องใช้จากพลังงานทดแทน พลังงานไบโอดีเซล (Bio diesel) อาจจะ โดนทดแทนโดยพลังงานไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานต่าง ๆ พี่น้องเกษตรกร ในขณะนี้จากพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางก็ดี พี่น้องเกษตรกรชาวนาก็ดี ก็ได้เปลี่ยนจาก สวนยางมาเป็นสวนปาล์ม เปลี่ยนจากนาที่เป็นนาร้าง นาที่ได้ประกอบผลผลิตได้ไม่ค่อยดี สวนยางที่ประกอบผลผลิตได้ไม่ค่อยดีก็เปลี่ยนมาเป็นสวนปาล์ม เป็นเกษตรกรชาวสวนปาล์ม เป็นจำนวนมาก จากการสอบถามจากการยางแห่งประเทศไทยก็ดี จากเกษตรกรผู้ไปขอทุน ปลูกเพิ่ม ปลูกแทนเหล่านี้ ก็ทำให้รู้ว่าจากการที่ท่านบริหารราชการแผ่นดินมาร่วม ๓ ปีเศษ ปาล์มจึงเป็นที่นิยม พวกผมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือทั่วไปก็กังวลว่าอนาคตทาง ปาล์มน้ำมันนี้จะเป็นอย่างไร ต่อไปถ้าเกิดมีการปลูกเพิ่มขึ้นโดยที่โซนนิง (Zoning) ระบบการ จัดการพื้นที่ปลูกที่เหมาะสมที่มีข้อมูลอย่างชัดเจนหรือเรียกง่าย ๆ ว่าโซนนิง (Zoning) ใน การปลูกปาล์ม จะทำให้ปาล์มล้น จะเกิดวิกฤติเหมือนกับยางพารา จะเกิดวิกฤติเหมือนกับพืชอื่นไหม จะเกิดการล้นตลาดไหม แล้วก็จะฝากไปยังท่านรัฐมนตรี เรื่องที่พวกผมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไปร้องขอต่อ ท่านประธานในเรื่องการจัดทำร่างพระราชบัญญัติปาล์มน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์ม ที่จะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเพื่อเป็นกฎหมายประจำพืชหลัก เป็นกฎหมายที่ดูแลคุ้มครอง ตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคณะกรรมการนโยบายปาล์มแห่งชาติที่จะกำหนดมา และเรื่องที่ เกษตรกรชาวสวนปาล์มอยากได้มากก็คือกองทุนปาล์มน้ำมันเพื่อเอามาใช้หมุนเวียน เพื่อความยั่งยืนของเกษตรกร เพราะเกษตรกรชาวสวนปาล์มกับเกษตรกรชาวสวนยางก็เป็น เกษตรกรกลุ่มก้อนเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน เกษตรกรก็อยากร้องขอให้มีเมื่อได้ขายปาล์ม ไปแล้ว ปาล์มเป็นพืชที่มีอายุร่วม ๒๕-๓๐ ปี เมื่อล้มปาล์มเปลี่ยนปาล์มเป็นแปลงใหม่เพื่อปลูก ทดแทน สามารถที่จะขอรับทุนจากกองทุนสนับสนุนกองทุนส่งเสริมนี้ได้ อาจจะเป็นกองทุน ปาล์มน้ำมันที่เก็บสะสมจากผลิตภัณฑ์ปั๊มน้ำมันที่เกษตรกรไปขาย แล้วก็มีเงินจากรัฐบาล เข้ามาสมทบ จากงบประมาณเข้ามาสมทบ มีทุนประเดิมเหล่านี้ก็อยากจะได้ แล้วก็ ใน พ.ร.บ. ปาล์มนี้ก็ยังมีเรื่องของโครงสร้างราคาที่เป็นธรรม เพราะว่าในปกติที่เกษตรกร ขายปาล์มอยู่ที่ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ เราไม่ได้มีเฉพาะปาล์มเท่านั้น ไม่ได้มีเฉพาะน้ำมันปาล์ม ๑๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เรายังมีน้ำมันเม็ดใน เรายังมีกะลาปาล์ม ยังมีซังปาล์ม ยังมีน้ำเสีย และการทำปาล์มคุณภาพที่เกษตรกรกำลังเดินไปถึงนี้ก็จะไปสู่ที่ปาล์ม ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ เราเชื่อว่าเกษตรกรและการกำกับจากรัฐบาลที่ถูกต้องจะทำให้เพิ่มมูลค่า ให้กับชาวปาล์มเป็นอย่างมาก และอนาคตชาวสวนปาล์มที่มีทางออกที่ทางรัฐบาลได้กำกับ ก็จะเป็นพืชหลักและจะสร้างความอุดมสมบูรณ์ สร้างความเป็นดีอยู่ดีให้กับพี่น้องประชาชน ชาวสวนปาล์มนะครับ ก็อยากจะเรียนถามว่าการสนับสนุน พ.ร.บ. ปาล์มน้ำมัน ผลิตภัณฑ์ น้ำมันปาล์มของสภาผู้แทนราษฎรของรัฐบาลนี้ท่านมีความเห็นอย่างไรและท่านจะลงนาม ทางรัฐบาลจะนำเข้าสู่สภาเมื่อไร หรือมีนโยบายอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ และเรื่องอนาคต ของปาล์มน้ำมันที่ทุกคนเกษตรกรมองว่าปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่มีความยั่งยืน เป็นพืชที่มีความ สมดุล เป็นพืชที่สามารถที่สร้างความกินดีอยู่ดีให้กับครอบครัวเขาได้ ให้กับอนาคตลูกหลาน เขาได้ มีอนาคตอย่างไร อยากเรียนถามท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ด้วยคำถามที่ ๓ ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรองนายก รัฐมนตรีครับ🔗

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์

กราบเรียนท่านประธานครับ คำถามแรกก็คือว่าอนาคตปาล์มไทยจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะในเรื่องราคา แม้ว่าเกษตรกรจะถือว่าพอใจตามสมควรในช่วงที่ราคาเฉลี่ย ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ผมและรัฐบาลเข้ามาดูแล กิโลกรัมละ ๗ บาท อนาคตสำหรับปาล์ม ขออนุญาตเรียนว่าสั้น ๆ นี้ราคาน่าจะยังมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นได้ครับ ที่กราบเรียนกับ ท่านประธานว่าแนวโน้มราคาจะปรับดีขึ้นได้ในช่วงเวลานี้ก็เพราะว่าก่อนนี้ราคาปรับลดลงมา ๓ ๔ ๕ เดือนที่ผ่านมาระดับหนึ่ง ก็เพราะว่าประเทศที่ผลิตปาล์มมากที่สุดในโลก คืออินโดนีเซียอุดหนุนการส่งออกหรือลดเก็บภาษีการส่งออก แต่ขณะนี้มีแนวโน้มว่า อินโดนีเซียจะลดการอุดหนุนการส่งออกลงมา นั่นแปลว่าปริมาณน้ำมันปาล์มที่จะเข้าสู่ ตลาดโลกจากอินโดนีเซียก็จะลดลง ไทยก็จะแข่งได้มากขึ้น แนวโน้มราคาในประเทศของเรา ก็มีแนวโน้มที่จะปรับสูงขึ้นได้ สิ่งที่กราบเรียนกับท่านประธานว่าอินโดนีเซียจะอุดหนุน น้อยลงก็คือว่าขณะนี้อินโดนีเซียกำลังมีนโยบายที่จะปรับการใช้ไบโอดีเซลเพิ่มมากขึ้น จากบี ๓๐ (B30) ปรับไปเป็น บี ๓๕ (B35) เพื่อใช้น้ำมันปาล์มผสมดีเซลในประเทศมากขึ้น ทำให้การส่งออกก็มีปริมาณลดลง🔗

มาตรการที่ ๒ ที่ชัดเจนก็คือจะปรับข้อกำหนดบังคับผู้ส่งออกว่าเดิม ให้ส่งออกได้ ๘ ส่วน และบังคับให้ขายในประเทศ ๑ ส่วน จะเปลี่ยนจาก ๘ ต่อ ๑ เป็น ๖ ต่อ ๑ คือให้ส่งออกลดลงจาก ๘ ส่วน เป็น ๖ ส่วน แล้วขายในประเทศ ๑ ส่วน อันนี้ก็จะทำให้โอกาสปาล์มน้ำมันไทยไปแข่งในตลาดโลกเชิงปริมาณก็มีมากขึ้น แนวโน้ม ราคาของไทยจะปรับดีขึ้นก็มีความเป็นไปได้มากขึ้น นี่คือประการแรกที่ขออนุญาตที่จะ กราบเรียนกับท่านประธาน แต่ว่าอย่างไรก็ตามสำหรับอนาคตระยะยาว สิ่งหนึ่งที่ขออนุญาต ใช้เวลาตรงนี้นิดเดียวเพื่อเรียนท่าน ส.ส. สาคร เกี่ยวข้อง ให้ได้รับทราบก็คือว่าถัดจากนี้ไป การส่งออกปาล์มจะติดเงื่อนไขการกีดกันทางการค้ามากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอียู (EU) ซึ่งเริ่มมีมาตรการกำหนดเรื่องคาร์บอนเครดิต (Carbon credit) แปลง่าย ๆ ว่า ถ้าปาล์มประเทศไหนมาจากพื้นที่การบุกรุกป่าก็จะไม่รับซื้อ จะมีผลกระทบต่อการส่งออก น้ำมันปาล์มของประเทศนั้น ๆ ประเทศไทยก็อยู่ในเงื่อนไขนั้นเหมือนกัน ซึ่งเขาจะบังคับใช้ ประมาณเดือนมิถุนายนปีนี้ครับ สำหรับอียู (EU) ปาล์มเป็น ๑ ใน ๗ สินค้าที่กำหนด แต่ว่าอย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียนก็คือว่ารัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ ก็ไม่นิ่งนอนใจ ขณะนี้กำลังดูแลมาตรการในการช่วยแก้ปัญหา แต่ต้องการกราบเรียนกับ ท่านประธานและ ท่าน ส.ส. สาครก็คือว่า เพราะฉะนั้นปาล์มถ้ามีหลักฐานว่าไปบุกรุกป่าหรือ ไปบุกรุกทำลายป่าแล้วมาปลูก อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องไม่ทำ แล้วนอกจากมันผิดกฎหมายแล้ว มันก็ส่งออกไม่ได้ด้วย แล้วสุดท้ายจะกระทบกับชาวสวนปาล์มในภาพรวม อันนี้เป็น ข้อเท็จจริงที่ผมจำเป็นต้องเรียนให้ทราบ แต่เรื่องการแก้ปัญหาก็ไม่ได้แปลว่ามิถุนายนนี้จะมี ปัญหา เพราะเรากำลังหาทางคลี่คลายเจรจาให้เกิดความเข้าใจ ยังมีมาตรการผ่อนปรน อีกประมาณ ๒ ปีที่จะใช้เวลาในการเจรจาได้ และส่วนตัวของผมลึก ๆ ผมก็มีแนวทางที่จะ ช่วยแก้ปัญหานี้อยู่ ขออนุญาตไม่กราบเรียนตรงนี้ อย่างน้อยที่สุดก็คือหลักฐานเอกสารที่จะ พิสูจน์ว่าชาวสวนปาล์มของเรานั้นปลูกในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ที่ไม่ผิดเงื่อนไขของอียู (EU) และรัฐบาลให้การรับรองว่ามาโดยถูกต้องตามกฎเกณฑ์กติกาที่กำหนดไว้ได้ อันนี้ก็ขอให้ พวกเราได้มีโอกาสที่จะช่วยคลี่คลายปัญหาให้ พวกผมพอรับทราบแล้วครับ ผมเห็นใจ ชาวสวนปาล์มและเข้าใจชีวิตชาวสวนปาล์มทั้งหมด พ่อผมก็นอนอยู่ในสวนปาล์มครับวันนี้ แม้จะมีอยู่แค่ ๓๐ ไร่ ๒๐ ไร่ก็ตาม เพราะฉะนั้นผมเข้าใจดี ท่านไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ🔗

สุดท้ายเรื่องพระราชบัญญัติปาล์มยั่งยืน อันนี้เห็นด้วยกับท่าน ส.ส. สาคร เลย และเป็นสิ่งที่เราจะพยายามช่วยกันผลักดัน เพราะในนั้นจะทำให้มีกองทุนสงเคราะห์ ชาวสวนปาล์ม ๒. การกำหนดโครงสร้างราคาที่กฎหมายรับรอง ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงพาณิชย์ ออกเป็นประกาศหรือเป็นระเบียบหรือเป็นเงื่อนไขเฉพาะกระทรวงต่อไป และสุดท้าย จะกำกับดูแลปาล์มทั้งระบบครบวงจร ทำให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มและผู้ที่อยู่ในวงจรปาล์ม ทั้งระบบนั้นได้รับการดูแลตามกฎหมายเป็นระบบและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป และทำให้ ปาล์มมีความยั่งยืนต่อไปในอนาคต ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสาครก็ใช้เวลา เหลืออยู่ ๑ นาทีเศษ รัฐมนตรีก็เกินไปประมาณ ๓ นาที ก็ถัวเฉลี่ยเวลาแล้วก็รักษาเวลาไว้ ประมาณครึ่งชั่วโมงเศษนิดหน่อยครับ ขอบคุณท่านสาครและท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับ จบแล้วครับ ท่านสมาชิกกรุณาอย่าถ่ายวิดีโอ (VDO) หรือถ่ายอะไร อย่าทำอย่างนั้นนะครับ ต้องระวังครับ🔗

๑.๑.๓ กระทู้ถามที่ ๒๓๔ ส. (นายอับดุลอายี สาแม็ง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง🔗

ได้รับหนังสือจากสำนักนายกรัฐมนตรีว่ากระทู้ถามนี้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นผู้ตอบ แต่เนื่องจากวันนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลังติดภารกิจสำคัญต่างจังหวัด ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อน อนุญาตให้ คุณอับดุลอายี สาแม็ง ฝากความเห็นไปสั้น ๆ ครับ เชิญเลยครับ🔗

นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๓ เขตพื้นที่อำเภอเบตง อำเภอธารโต อำเภอบันนังสตา และอำเภอกรงปินัง ก็แสดงความเสียใจด้วยว่าท่านรัฐมนตรี ไม่มีโอกาสได้มาพูดคุยข้อปัญหาสำคัญของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัด ๔ อำเภอ ซึ่งเป็นมาตรการเดิมที่เรามีปัญหาในการที่จะมาช่วยกันแก้ไขบรรเทาทุกข์ ของพี่น้องประชาชนในเขต ๓ จังหวัด ๔ อำเภอ ก็คือเรื่องของมาตรการซอฟต์โลน (Soft loan) ให้กับผู้ประกอบการในช่วงระยะเวลา ๕ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ปลายปี สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมาหยก ๆ ก็มีการสรุปในระดับ ครม. ว่า เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๕ บอกว่ามาตรการที่ให้ความช่วยเหลือนั้นจะยุติ เพราะถือว่าทั้งหมดที่ให้ ระยะเวลา ๕ ปี เขาเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่สามารถที่จะแก้ปัญหาในเรื่องของเศรษฐกิจได้แล้ว แต่ด้วยเหตุว่าปัญหาหลาย ๆ อย่างมันมีปัจจัยที่เกิดเป็นปัญหาที่ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหา ตามวัตถุประสงค์ได้ เนื่องจากว่าช่วงก่อนหน้านี้หลายปีก็เกิดปัญหาวิกฤติทั่วประเทศ ทั่วโลก เราก็เกิดผลกระทบเช่นนั้นเหมือนกัน ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ จนถึงปี ๒๕๖๔ ก็ร่วมเวลา ๓ ปี นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ที่การประกอบการอะไรต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็มีผลกระทบ ก็เหมือน ๆ กับที่อื่น🔗

ประเด็นที่ ๒ ซึ่งที่อื่นเขาไม่มีก็คือว่าปัญหาสถานการณ์เหตุการณ์บ้านเมือง ที่ไม่สงบ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอับดุลอายี สรุปหน่อยครับ🔗

นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

ก็อยากจะเท้าความนิดหนึ่ง ผมต้องการ ที่จะให้รัฐมนตรี ผมเข้าใจว่าถึงแม้รัฐมนตรีไม่ได้มาอยู่ในห้องนี้แต่ผมเข้าใจว่าจะต้องมีทีมงาน รับรู้รับฟัง🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ฝากข้อสังเกตได้ครับ🔗

นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

ความต้องการของเราคืออย่างนี้ครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ความต้องการต้องการที่จะให้ตอบเรื่องของซอฟต์โลน (Soft Loan) ให้กับคน ๓ จังหวัด ๔ อำเภอ เนื่องจากว่าเรายังมีความจำเป็น คณะรัฐมนตรีเขามีการ สรุปว่าซอฟต์โลน (Soft loan) ที่จะให้ใหม่สำหรับคนใหม่เท่านั้นเอง แต่คนเก่ามันก็เป็น ปัญหา จะไม่ให้แล้ว เอาเป็นว่าคนเก่าก็มีปัญหา อย่างเช่นว่าสถานการณ์บ้านเมืองที่มัน เกิดขึ้นเมื่อปลายปี ก็มีการระเบิดมีการอะไรของปั๊มน้ำมันต่าง ๆ เหล่านี้ คนประกอบการเดิม ก็มีปัญหาไม่สามารถที่จะขยับไปได้ ความจำเป็นในการใช้เม็ดเงินในการซ่อม ของเก่า ก็ต้องซ่อม เดินหน้าไปก็ต้องทำ ดอกเบี้ย ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ ณ วันนี้หลังจากที่ครบ ๕ ปีแล้ว สิ้นสุดสิ้นเดือนธันวาคม ๒๕๖๕ ดอกเบี้ยก็ขยับขึ้นเป็น ๖.๕ เปอร์เซ็นต์ สำหรับบางราย ๘.๗๕ เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องของข้อกำหนดที่สถาบันการเงินจะต้องใช้มาตรการต่อจากนั้นไป ทั้ง ๆ ที่ว่าเงินก้อนนี้ได้มาจากการช่วยเหลือของรัฐบาลต้องใช้ดอกเบี้ยประมาณ ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าสถาบันการเงินก็ไปใช้กับผู้ประกอบการ ตรงนั้นเป็น ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็มีผลต่างอยู่บ้างในการที่จะดำเนินการโครงการลักษณะอย่างนี้ ปีที่แล้วธนาคารก็บอกว่า เขามีกำไรเป็นแสนล้านบาท🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอับดุลอายีครับ ผมขออภัยด้วยครับ ได้อนุญาตให้แสดงความเห็น อยากจะขอแนะนำว่าสัปดาห์หน้าเสนอ เข้ามาอีกครั้งนะครับ เพราะว่าถึงแม้ว่าสัปดาห์นี้ไม่ได้ตอบ แต่ว่าเมื่อส่งสัญญาณไปเช่นนี้แล้ว หวังอย่างยิ่งว่ารัฐมนตรีคงจะเข้าใจความจำเป็น ด้วยความเห็นใจครับ พอสมควรแล้วครับ🔗

นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

ได้ครับ ๆ แต่ว่าสัปดาห์นี้ถึงสัปดาห์หน้า ก็ใช้เวลาอีก ๗ วัน ก็อยากจะฝากท่านประธานว่าให้ฝากไปที่กระทรวงการคลังอย่าไปนิ่งนอนใจ เพราะว่านับตั้งแต่ต้นปี วันที่ ๑ มกราคม ก็ดอกเบี้ยขึ้นเป็น ๖.๕ เปอร์เซ็นต์ ผู้ประกอบการ กำลังร้องขอความช่วยเหลือ ร้องขอความอนุเคราะห์ ร้องขอความเห็นใจจากรัฐบาล ขอขอบคุณท่านประธาน อาทิตย์หน้าผมจะขออนุญาตอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยินดีครับ ด้วยความเข้าใจ และเห็นใจครับ กระทู้ถามสดด้วยวาจาก็จบนะครับ ต่อไปขออนุญาตไปกระทู้ถามทั่วไป🔗

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๕๓๕ เรื่อง การแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโค กระบือ (นางผ่องศรี แซ่จึง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ (เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕)🔗

บัดนี้ ได้รับหนังสือจากสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากวันนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถ ตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนตอบกระทู้ถามดังกล่าวไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ คุณผ่องศรีมีอะไรที่จะฝากไป อนุญาตครับ ถ้าไม่มี ผมไปกระทู้ที่ ๑.๒.๒ ครับ🔗

๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๕๗๑ เรื่อง ขอให้ยกฐานะศูนย์สุขภาพชุมชน เมืองสงขลา (โรงพยาบาลสงขลาแห่งเดิม) เป็นโรงพยาบาลอำเภอเมืองสงขลา (นายเจือ ราชสีห์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่า การกระทรวงสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ เป็นผู้ตอบ🔗

ซึ่งเลื่อนมาจากการประชุม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๖ บัดนี้รัฐมนตรีพร้อมแล้วครับ คุณเจือ เชิญครับ กระทู้ถามทั่วไปถามได้ ๒ ครั้ง ขอเชิญครับ🔗

นายเจือ ราชสีห์ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสงขลา แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ได้กรุณาบรรจุ กระทู้อันนี้ แล้วก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรี สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข ที่ได้กรุณามาตอบกระทู้ในวันนี้ กระทู้ถามของผมก็คือว่าพี่น้องประชาชน ได้ร้องเรียนกับผมมาว่าอยากจะให้ยกฐานะศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองสงขลา หรือว่าเป็น โรงพยาบาลสงขลาแห่งเดิมที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครสงขลาเป็นโรงพยาบาลอำเภอเมือง สงขลา อย่างที่พวกเราทราบกันดีว่าโรงพยาบาลประจำจังหวัดของจังหวัดสงขลาที่อยู่ในเขต เทศบาลนครสงขลาที่ได้ให้บริการพี่น้องประชาชนมาเป็นเวลา ๗๐-๘๐ ปีที่ผ่านมานั้น เราได้ย้ายโรงพยาบาลจังหวัดออกจากเขตเทศบาลนครสงขลา โดยไปตั้งอยู่ที่ตำบลพะวง หรือที่เกาะยอ ห่างจากที่เดิมประมาณ ๑๒ กิโลเมตร อันนั้นก็เรื่องที่เราได้ทราบกันดีอยู่แล้ว แต่ว่าหลังจากที่เราได้ย้ายโรงพยาบาลตัวจังหวัดออกมาอยู่ที่ใหม่แล้วนี้ เมื่อประมาณ ปี ๒๕๓๘ ถึงปี ๒๕๔๐ เราก็ได้ปล่อยตัวอาคารเดิมไว้ ซึ่งในจังหวัดสงขลาในเขตเทศบาล นครสงขลานั้นมีศาลากลางจังหวัดสงขลา มีศาล มีหน่วยงานราชการที่สำคัญ แล้วสำคัญที่สุด พี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลนครสงขลารายรอบในโรงพยาบาลเก่าประมาณเกือบ ๕๐,๐๐๐ กว่าคน หรือ ๒๐,๐๐๐ ครอบครัว ซึ่งจำเป็นที่จะต้องให้รัฐดูแลได้รับบริการทางด้าน สุขภาพอย่างเท่าเทียมเข้าถึง ผมเองได้รับการร้องเรียนมาตลอด หลังจากที่โรงพยาบาลเก่าเดิม แล้วก็โรงพยาบาลใหม่ ย้ายมาแล้วนี้ โรงพยาบาลเก่าเดิมในขณะนั้นในปี ๒๕๔๔ ที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปีแรก ปี ๒๕๔๕ ผมก็ได้รับการร้องเรียนว่าโรงพยาบาลเก่าในขณะนั้นพี่น้องประชาชน ก็ยังจำเป็นต้องใช้บริการ แต่ว่าในเวลาเร่งด่วนในขณะนั้นในเวลาฉุกเฉินเราไม่มีความพร้อม มีผู้เสียชีวิตไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเดิมหรือว่าความสามารถของโรงพยาบาลในขณะนั้น รับไม่ได้ต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลจังหวัดแห่งใหม่ที่เกาะยอ ๑๒ กิโลเมตร เดินทางผ่าน มหาวิทยาลัย ๒ มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา มหาวิทยาลัยทักษิณ การจราจร หนาแน่นติดขัดมาก เสียชีวิตกลางทาง ๒ ราย ผมเองเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุง โรงพยาบาลเดิมในเมืองนั้นขึ้นมาเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลได้ดูแล ได้รับการ บริการอย่างเท่าเทียม หรือว่าเวลาการแข่งขันกีฬาทางน้ำเคยเกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิต สิ่งเหล่านี้ เมื่อผมได้รับการร้องเรียนก็พยายามที่จะอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรหลายครั้ง ต้องขอบคุณสภาแห่งนี้ เวลาเราอภิปรายประสานทางด้านงบประมาณผมก็ได้รับการแก้ไข ได้รับการดูแลกันมาอย่างตลอดเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงสาธารณสุขที่ผ่านมา ก็พยายามที่จะปรับปรุงโรงพยาบาลนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะให้ได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม อย่างมาตรฐาน อย่างที่ผ่านมาอดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลจังหวัดสงขลาเคยทำหนังสือ ขอบคุณมายังผมบอกว่า ๒ เรื่อง เมื่อตอนที่ผมอภิปราย ปี ๒๕๔๗ ในขณะนั้นกระทรวง สาธารณสุขก็ได้รับงบประมาณเพิ่มห้องตรวจจาก ๔ ห้องเป็น ๕-๖ ห้องตรวจ แล้วก็ขยาย ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉินขึ้นมาเป็น ๒๔ ชั่วโมง เราก็พยายามที่จะปรับปรุง หลังจากนั้นปี ๒๕๔๘ ก็ได้รับการปรับปรุงตัวอาคาร ได้ดูแลกันมาตลอด🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ด้วยความเคารพ ท่านเจือครับ ขอตั้งคำถามที่ ๑ เชิญเลยครับ🔗

นายเจือ ราชสีห์ สงขลา

ขออนุญาตเกริ่นนำเล็กน้อยเพื่อที่จะได้ทราบ ความเป็นมาของโรงพยาบาล ครั้งที่ ๓ ผมเองได้ทำหนังสือไปหา ต้องกราบขอบคุณ ท่านนายแพทย์มงคล ณ สงขลา ขณะนั้นท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านเป็นชาวสงขลาเหมือนกัน ท่านก็ได้กรุณาไปเปิดคลินิกนอกเวลาให้เป็นช่วงเช้า ช่วงเย็น นั่นก็ด้วยที่ผมได้ทำหนังสือไปหาท่าน วันที่ท่านมาเปิดผมก็ไปร่วม ท่านก็ยังพูดถึงผมว่า ได้นำปัญหาเหล่านี้ไปให้ท่านได้รับทราบ แล้วท่านก็มาแก้ปัญหาให้ สิ่งเหล่านี้ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีครับ เมื่อเป็นปัญหากับพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลนครสงขลา ผมเองได้รับ การร้องเรียนกันมาตลอดว่าเมื่อนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศไว้ในสภานี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็ดี ท่านก็บอกว่าต้องให้พี่น้องประชาชนได้รับความ สะดวกในการรักษา สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ได้รับการบริการทางด้านสาธารณสุข จากรัฐได้อย่างมีคุณภาพและเพียงพอ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมอยากจะเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าที่พี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลนครสงขลาอยากจะให้ผม ได้นำเรียนปัญหานี้ ท่านรัฐมนตรีเอง ท่านรัฐบาลเองมีนโยบายหรือมีแนวทางที่จะยกฐานะ ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองสงขลาที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครสงขลาขณะนี้เพื่อปรับให้มีผู้ป่วยใน เพื่อปรับให้เป็นโรงพยาบาลอำเภอเมือง เขาบอกว่าโรงพยาบาลเมืองในเมืองทำไม่ได้ แต่ผมคิดว่าจังหวัดสงขลาเราเมื่อโรงพยาบาลจังหวัดยกไปอยู่ข้างนอกเราไม่มีโรงพยาบาล อำเภอเมือง โรงพยาบาลอำเภอเมืองหายไปครับท่านรัฐมนตรีครับ ท่านจะได้ยกฐานะจะปรับ ขึ้นมาเป็นโรงพยาบาลอำเภอเมืองสงขลาได้หรือไม่ เพราะเหตุใด ขออนุญาตขอรายละเอียด จากท่านครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อตอบกระทู้ทั่วไปของเพื่อนสมาชิก จากสงขลา คือท่านเจือ ราชสีห์ ก่อนอื่นต้องเรียนว่าผมเข้าใจดีถึงความเป็นผู้แทนของ ท่านเจือ ท่านเจือเป็นผู้แทนมาอย่างยาวนานแล้วก็รับฟังทุกปัญหา แล้วก็สะท้อนปัญหาตาม กลไกก็คือการถามกระทู้ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ซึ่งผมเคารพและศรัทธาในการทำหน้าที่นี้ครับ แต่อย่างไร ก็ตามด้วยความปรารถนาดีของท่านเจือซึ่งอยากจะให้พี่น้องประชาชนในสงขลาได้เข้าถึง การบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ผมจึงอยากอธิบายในแง่ของหลักการในการ มีหน่วยบริการหรือโรงพยาบาลที่จะให้บริการกับพี่น้องประชาชนในทุกจังหวัด ในส่วนของ ความต้องการของพี่น้องประชาชนในอำเภอเมืองสงขลา เหมือนที่ท่านเจือได้เรียนกับ ที่ประชุมแห่งนี้ครับว่าโรงพยาบาลสงขลาแห่งนี้เป็นโรงพยาบาลเดิมและมีการย้ายไปที่ เกาะยอ ซึ่งห่างจากโรงพยาบาลเดิมประมาณ ๑๒ กิโลเมตร ซึ่งโรงพยาบาลสงขลาที่ย้ายไป ก็เป็นโรงพยาบาลศูนย์ที่มีศักยภาพสูงมาก เป็นโรงพยาบาลในระบบซึ่งมีศักยภาพคาปาซิตี (Capacity) เตียงประมาณ ๕๐๐ เตียง อัตราการครองเตียงขณะนี้ที่โรงพยาบาลสงขลา ก็ประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดสงขลาเรายังมีโรงพยาบาลศูนย์ที่หาดใหญ่ซึ่งอยู่ไกล ออกไป แต่เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญ การจัดแบ่ง การให้บริการ สาธารณสุขในจังหวัดเราก็จะมีโรงพยาบาลชุมชนในแต่ละอำเภอ เราจะมีโหนด (Node) ที่เป็นหัวหน้าโรงพยาบาลชุมชน เราจะมีระบบรีเฟอร์ (Refer) ส่งต่อ แน่นอนที่สุดในแง่ของ ความจำกัดของเราเองของระบบสาธารณสุข นอกจากมีข้อจำกัดเรื่องภาระงบประมาณแล้ว เรามีกรอบอัตราคนทั้งหมอเฉพาะทาง หมอทั่วไป พยาบาล เจ้าหน้าที่ ซึ่งมันมีกรอบเอฟทีอี (FTE) ที่จะต้องวางกำหนดเพื่อให้มีความเหมาะสมกับการให้บริการ หลักคิดในแง่ของการทำ โรงพยาบาลชุมชนอำเภอ โดยเฉพาะอำเภอเมืองเป็นหลักคิดลดความแออัด ซึ่งอันนั้น เป็นความปรารถนาดีของท่านเจือแล้วก็พี่น้องประชาชนที่อยากเห็นภาพ ต้องเรียนว่าขณะนี้ โรงพยาบาลสงขลาเดิมได้มีการจัดรูปแบบการให้บริการอยู่บ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ โอพีดี (OPD) ก็คือการให้บริการแบบคลินิก หรืออีอาร์ (ER) ที่จะพร้อมรับส่งต่อเหมือนที่ ท่านเรียนเมื่อสักครู่ แล้วก็จะทำเป็นพาเลียทีฟ แคร์ (Palliative care) ก็คือผู้ป่วย ประคับประคอง แล้วจะมีการออบเสริฟ (Observe) ๑ วัน ก่อนที่จะดูอาการ แล้วก็อาจจะ ส่งต่อหรือให้กลับบ้าน แล้วก็อาจจะเป็นคลินิก เอ็นซีดี (Clinic NCD) เพื่อลดความแออัด โมเดล (Model) นี้โรงพยาบาลชุมชนอำเภอเมือง ถ้าเป็นหลายพื้นที่ที่เราไปนำร่องไว้เราจะมี พีซีซี (PCC) ที่อยู่กระจายไปตามเมืองลดความแออัด เพื่อเป็นส่วนแรกรับก่อนที่จะเข้าไปสู่ โรงพยาบาลศูนย์ แนวคิดนี้ก็ดี เพียงแต่ว่าความหมายที่ท่านเจืออยากให้เป็นก็คืออยากให้เป็น โรงพยาบาลเต็มรูปแบบ เป็นเฉพาะทางหรือดูแลรักษาได้เองในโรงพยาบาลแห่งนี้ ต้องเรียนว่า มันยังมีปัญหาในแง่ของกำลังคน ถ้าทำจะต้องแบ่งคนจากสงขลา ทั้งพยาบาล ทั้งเจ้าหน้าที่ ทั้งคุณหมอ ซึ่งถ้าเราไปกำหนดเพื่อให้เป็นหมอเฉพาะทางก็ต้องไปแบ่งจากโรงพยาบาล สงขลาอยู่ดี เพราะฉะนั้นในขณะนี้โรงพยาบาลสงขลาเดิมที่ท่านเจือพูดถึงได้มีการให้บริการ ให้กับพี่น้องประชาชนในหลาย ๆ ส่วนที่เป็นการลดความแออัดของโรงพยาบาลสงขลา อยู่แล้ว การส่งต่อจากโรงพยาบาลสงขลาเดิมไปที่โรงพยาบาลสงขลาศูนย์ที่เกาะยอ มีระยะทาง ๑๒ กิโลเมตรเท่านั้น ถ้าเทียบกับอำเภออื่น ๆ ที่อยู่ไกลก็เป็นระบบส่งต่อ แล้วระบบส่งต่อที่มีรถที่มีความพร้อม อันนี้ก็ถือว่ามีความพร้อมระดับหนึ่ง แต่ถามว่าในอนาคตในเรื่องของการจัดยกระดับขึ้นมาเป็นอำเภอเมืองสงขลา ก็ยกระดับได้ แต่มันคงเป็นโรงพยาบาลประเภทเดียวกันกับโรงพยาบาลชุมชน เป็นการให้บริการ แต่ว่า จะครบทุกด้านคงเป็นไปได้ยาก อันนี้พูดเสียให้ชัดเลยครับ เพราะว่าการจัดระบบ การดูแล ในระบบสาธารณสุข เรื่องคน เรื่องงบประมาณ กระทรวงสาธารณสุขเองเวลาได้รับ งบประมาณไปในเขตสุขภาพต้องไปหารแบ่งกัน สามารถที่จะมีงบประมาณที่จะไปดูแล ให้อาคารสถานที่มันมากขึ้น บางทีก็จะได้รับการบริจาคหรือสนับสนุนจากหลาย ๆ ส่วน เมื่อสักครู่ฟังท่านเจือก็เห็นปัญหาว่าเวลาส่งต่อมีปัญหาเรื่องรถติดหรือการให้บริการที่อาจจะ ทำให้เข้าถึงการรักษาได้ช้า อาจจะเป็นปัญหาในแง่ของการสูญเสีย แต่ผมย้ำว่าผมเดินหน้า โครงการสกายดอกเตอร์ (Sky Doctor) แล้วได้มีการทำการซ้อมในพื้นที่ในจังหวัดสงขลาและ สตูล ซึ่งแม่ทัพภาคที่ ๔ ก็ได้ให้ความร่วมมือ การรีเฟอร์ (Refer) ทางถนนในเมืองใหญ่จะเป็น ปัญหา ผมก็เริ่มไปทำที่สงขลา หาดใหญ่ และเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วผมไปทำที่หมู่เกาะ ในภาคตะวันออก คือเกาะหมาก เกาะช้าง เกาะกูด เพราะว่ากรณีมีคนไข้ฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นกรณีอุบัติเหตุหรือคนไข้สโตรก (Stroke) หัวใจ ถ้าขนส่งหรือรีเฟอร์ (Refer) ไม่ทันจะเกิดการเสียชีวิตได้โดยง่าย ถ้าเราไม่สามารถร่นระยะเวลาให้เข้าถึงการรักษาได้ โดยเร็วและมีเครื่องมือที่มีความพร้อม ที่สงขลามีความพร้อมมากเพราะว่ามีกองทัพ ที่มีเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้งานของกองทัพอยู่ กระทรวงสาธารณสุขก็ไปขอความร่วมมือในการที่ จะใช้เฮลิคอปเตอร์ ซึ่งจะต้องปรับแบบในการที่จะมีทีมหมออีอาร์ (ER) ที่ต้องพร้อมที่จะ ขนส่งคนไข้เข้าไปในเฮลิคอปเตอร์และมีหมอเข้าไปอยู่ในนั้นด้วย ถ้าขนส่งมีจุดจอด เฮลิคอปเตอร์ได้มีความเหมาะสมและมีความปลอดภัยเราจะร่นระยะเวลาการส่งต่อได้อย่าง รวดเร็ว ซึ่งเราไปทำที่เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ได้ผลมากครับ ในอนาคตที่ผมวางไว้ในเรื่อง ของการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่องสกายดอกเตอร์ (Sky Doctor) กำลังทำความร่วมมือในพื้นที่อีอีซี (EEC) รวมทั้งในภาคตะวันออก รวมทั้งในภาคใต้ ในสาธารณสุขทางทะเลเพื่อความเชื่อมั่น ให้กับนักท่องเที่ยวเองแล้วก็คนไทยเอง ตรงนี้จะต้องเกิดขึ้นในจังหวัดสงขลา แล้วก็ในพื้นที่ เมืองที่มีความแออัดทางด้านการจราจรทางบก ซึ่งอันนี้ก็เดินหน้าอยู่แล้วในสถาบันการแพทย์ ฉุกเฉินที่เป็นแม่งาน แล้วการขนส่งเมื่อก่อนอาจจะเป็นปัญหาเรื่องการเบิกเงิน แต่ว่ากองทุน การแพทย์ฉุกเฉินสามารถทำได้โดยการจ่ายเป็นรายเคส (Case) นี่คือสิ่งที่ทำให้เกิดขึ้น ในกรณีที่ท่านเจือเห็นปัญหาว่าการขนส่งหรือรีเฟอร์ (Refer) จากโรงพยาบาลหนึ่งไปยัง โรงพยาบาลหนึ่งต้องใช้เวลาในแง่ของทางบก ถ้าเรามีสกายดอกเตอร์ (Sky Doctor) มาช่วย ก็จะทำได้มีประสิทธิภาพ ความจริงทำได้ผลไปแล้วที่ภาคเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่จังหวัดตาก รีเฟอร์ (Refer) โดยสกายดอกเตอร์ (Sky Doctor) จากเฮลิคอปเตอร์จาก กองทัพไปที่เชียงใหม่ก็ดี ไปที่เชียงรายก็ดี โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ ซึ่งท่านเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ น่าจะทราบดี เพราะผมไปซ้อมที่นั่นมาหลายครั้ง เพราะฉะนั้นในเรื่องของการ รีเฟอร์ (Refer) ประสิทธิภาพผมได้เดินหน้าในแง่ของกระทรวงสาธารณสุข ในเรื่องของการ รีเฟอร์ (Refer) เพื่อให้เข้าถึงการรักษาให้ทันกับการสูญเสีย ส่วนเรื่องของการยกระดับของ โรงพยาบาลสงขลาเดิม มีแผนจากเมื่อสักครู่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา กับ ผอ. โรงพยาบาลสงขลาได้เดินทางมาให้ข้อมูลด้วยตัวเองว่าจริง ๆ พยายามที่จะเอาเงินบำรุงของ โรงพยาบาลสงขลามาปรับปรุงที่นี่เพื่อให้ได้ใช้งานในแง่ของโอพีดี (OPD) ก็ดี เรื่องอีอาร์ (ER) ก็ดี เรื่องพาเลียทีฟ แคร์ (Palliative care) ก็ดี หรือเป็นการออบเสริฟ (Observe) เป็นการ ให้บริการเบื้องต้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในความเป็นห่วงแล้วก็ในสภาพปัญหาก็ต้องเรียนว่า เราจะเดินหน้าเพื่อให้ศูนย์สุขภาพสงขลาที่เป็นโรงพยาบาลสงขลาเดิมเป็นหน่วยบริการที่ลด ความแออัดของโรงพยาบาลสงขลาที่เป็นโรงพยาบาลศูนย์ ส่วนในอนาคต ๓-๔ ปีข้างหน้า มีแนวคิดอย่างนี้ครับ ท่านเจือครับ ผมฝากท่านเจือไปด้วยเพื่อจะไปพูดคุยกับท่านผู้ว่า ราชการจังหวัด ที่นั่นมีเรื่องราว ๙๗ ปี อีก ๓ ปีก็จะ ๑๐๐ ปี ถ้าเราทำตรงนั้นบางส่วนให้เป็น แลนด์มาร์ก (Landmark) มีเรื่องราว เป็นแหล่งท่องเที่ยวหรืออะไรก็ตามที่ท่านจะเดินหน้า ในส่วนของจังหวัดสงขลาผมคิดว่าจะทำได้ดี ส่วนศูนย์สุขภาพก็ยังทำ ทำเดินหน้าต่อไป แต่ว่าทำเป็นระบบพีซีซี (PCC) ที่อยู่เป็นกันชนของโรงพยาบาลสงขลา ก็จะเป็นประโยชน์ สูงสุดในการที่จะทำภายใต้ศักยภาพคน ศักยภาพงบประมาณที่มีอยู่ของกระทรวงสาธารณสุข ขณะนี้ครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเจือเชิญเลยครับ🔗

นายเจือ ราชสีห์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดสงขลาครับ ต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีสาธิตนะครับ เรื่องที่จะให้ไปเรียนกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ยินดี เรื่องที่จะทำเป็นแลนด์มาร์ก (Landmark) ก็ยินดี แต่ว่าเรื่องเร่งด่วนมากกว่านั้นก็คือว่าเราจะรักษาชีวิตของพี่น้อง ประชาชนในเขตเทศบาลนครสงขลาเพื่อที่จะไม่ให้เกิดการเสียชีวิตได้อย่างไร อันนั้น เป็นเรื่องแรก🔗

เรื่องที่อยากจะเรียนกับท่านรัฐมนตรีอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าจังหวัดสงขลา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญมาก เป็นจังหวัดที่มีการท่องเที่ยวมาก นักท่องเที่ยวมามาก แล้วก็ ขณะนี้จังหวัดสงขลาเรากำลังเสนอเมืองเก่าของสงขลาไปสู่มรดกโลก คณะกรรมการเมืองเก่า สู่มรดกโลกก็บอกกับพวกกระผมด้วยว่าเรื่องโรงพยาบาล เรื่องการรักษาพยาบาลก็เป็นเรื่อง สำคัญที่เราจะต้องเตรียมความพร้อมให้กับนักท่องเที่ยว ไม่ใช่ว่าเราดูแลเฉพาะพี่น้องในเขต เทศบาลนครสงขลาอย่างเดียว นักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวที่ไหนเขาก็ต้องดูว่าตรงนี้มีความ พร้อมไหม ไปแล้วเกิดอุบัติเหตุจะแก้ปัญหาอย่างไร อันนั้นก็เป็นเรื่องที่อยากจะฝากกับ ท่านรัฐมนตรี🔗

ท่านรัฐมนตรีพูดเมื่อสักครู่เรื่องที่ท่านสาธารณสุขจังหวัดได้นำเรียนนะครับ อย่างนี้ครับท่านรัฐมนตรี เมื่อวานผมได้นำเรื่องนี้เข้าไปประชุมในคณะกรรมการสาธารณสุข โดยหน่วยงานของจังหวัดสงขลาเกือบทุกหน่วยได้มาประชุมกัน แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านประธานคณะกรรมการสาธารณสุข แล้วก็คณะกรรมการได้มีข้อสรุปว่าเห็นด้วยกับ ข้อเสนอของผมที่จะยกระดับโรงพยาบาลชุมชนเป็นโรงพยาบาลอำเภอเมือง ระยะสั้นก็คือว่า ให้ทางผู้รับผิดชอบแก้ปัญหาเพื่อจะบริการให้กับพี่น้องประชาชนอย่างมีคุณภาพ ระยะยาว ให้รีบตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อที่จะให้ได้แนวในการยกฐานะเป็นโรงพยาบาลเมือง แล้วก็ผ่านมายังคณะกรรมการสาธารณสุข แล้วคณะกรรมการสาธารณสุขจะเสนอไปยัง กระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารนะครับ ผมอยากจะกล่าวฝากท่านรัฐมนตรีสาธิตด้วยว่า เมื่อทางจังหวัดสงขลา เมื่อทางคณะกรรมการสาธารณสุขขอความกรุณาเรื่องงบประมาณ เพื่อที่จะยกฐานะโรงพยาบาลอันนี้เป็นโรงพยาบาลอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา และขอ กรอบอัตรากำลังไป ผมขอความกรุณาให้ท่านรัฐมนตรีสาธิต แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขได้กรุณาสนับสนุนเพื่อจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้กับพี่น้องประชาชนในเขต เทศบาลนครสงขลาด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมเรียนท่านเจือด้วยความเคารพครับ ก็รับข้อมูลทั้งหมดไป แต่ว่าผมพยายามอธิบาย หลักการของการจัดการระบบสาธารณสุขในแต่ละจังหวัด ที่จริงโรงพยาบาลหาดใหญ่ โรงพยาบาลสงขลาก็ไม่ใช่รับเฉพาะจังหวัดสงขลาด้วยนะครับ จริง ๆ เขารับจากบางจังหวัด ที่ส่งต่อ หมายถึงว่าศักยภาพมีสูงมากทั้งโรงพยาบาลหาดใหญ่ ทั้งโรงพยาบาลสงขลา แต่ว่า ถ้าพูดถึงอัตราครองเตียงของโรงพยาบาลสงขลาที่รับบริการจากโหนด (Node) ของ โรงพยาบาลสงขลาเดิมก็ยังมีอัตราครองเตียงอยู่ประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ บางโรงพยาบาล จังหวัดมีอัตราครองเตียงถึง ๑๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็มี แต่อย่างไรก็ตามการพัฒนาให้เป็นโรงพยาบาล อำเภอเมืองเป็นหลักการลดความแออัดที่ดีอยู่แล้วครับ แต่ว่าท่านเจือต้องเข้าใจว่าถ้าเป็น โรงพยาบาลอำเภออาจจะมีข้อจำกัดเรื่องเอฟทีอี (FTE) เรื่องแพทย์เฉพาะทาง มันไม่สามารถ ที่จะดำเนินการรักษาได้ทุกโรคที่นั่นจบที่นั่นเนื่องจากคนและเครื่องมือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ สวนหัวใจ หรือต่อไปจะมีสโตรกยูนิต (Stroke Unit) ทรอมเบกโตมี (Thrombectomy) ซึ่งพวกนี้เป็นเรื่องของทั้งคน ทั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็จะยกระดับให้เป็นเมือง ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการแล้วก็การจัดการของระบบสาธารณสุขในจังหวัดนั้น ๆ ที่นี่ก็มี ความพร้อมในเรื่องของอีพี (EP) ประจำห้องฉุกเฉินตลอด ๒๔ ชั่วโมง แล้วก็มีแผนที่จะเปิด เฮลท์ สปอร์ต เซนเตอร์ (Health Sport Center) ซึ่งผมคิดว่ามันจะได้เข้ากับลักษณะที่ สมมุติว่าในอนาคตจะประกาศเป็นแลนด์มาร์ก (Landmark) หรือเป็นเรื่องสตอรี (Story) ที่จะให้คนรับทราบว่ามันมีที่มาที่นั่นนะครับ แล้วก็การตั้งคณะกรรมการเปิดบริการผู้ป่วยใน สำนักงาน สสจ. และเขตก็หลังจากที่ย้าย เพราะว่าตอนนี้ที่นั่นจะเป็นที่พักแล้วก็เป็นที่ทำงาน ของสำนักงาน สสจ. ประมาณ ๑๐๐ กว่าชีวิตที่นั่นด้วย ถ้าโยกออกมาก็อาจจะสามารถ ทำแผน แต่ผมย้ำอย่างนี้นะครับ ในระบบสาธารณสุขที่ผมพบแล้วก็กำลังบริหารอยู่ในขณะนี้ มันมีกรอบแล้วก็มีปัญหาเรื่องงบประมาณมาก ในพื้นที่พิเศษบางพื้นที่ท่านเจือ ผมว่าสงขลา หาดใหญ่ มีปัญหาใกล้เคียงกับบ้านผมคือเขตพื้นที่อีอีซี (EEC) อีอีซี (EEC) นี่โรงงานไปตั้งอยู่ใน อำเภอปลวกแดง มีประชากรในพื้นที่ ๗๐,๐๐๐ กว่าคน มีประชากรแฝง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน แล้วเขาก็ไปแออัดยัดเยียดที่นั่น เราก็ติดกรอบเอฟทีอี (FTE) ของภาคทั่วไปซึ่งไม่สามารถเพิ่ม กำลังคนและหมอเฉพาะทางได้ ผมแหวกทางตันเลยครับท่านเจือโดยใช้ช่องทางของอีอีซี (EEC) วันที่ ๒๘ ธันวาคมที่ผ่านมาเป็นโครงการแรกของประเทศไทย คือโรงพยาบาลร่วมทุน กับเอกชน โดยใช้งบประมาณที่เราได้รับจัดสรรซึ่งจะผูกพัน ๒๓๐ ล้านบาท เป็นตัวอาคาร แล้วเรามีสถานที่ใช้ แล้วเราจะประกาศให้เอกชนมาลงทุนในลักษณะของบิวต์ ทรานส์เฟอร์ (Built transfer) และโอเปอเรต (Operate) คือเราสร้างแล้วเอกชนมาลงทุนเพิ่มให้มีความพร้อม แล้วสร้างเสร็จโอนมาให้ของรัฐและเอกชนเสียค่าเช่า แล้วมาโอเปอเรต (Operate) คนเอง ซึ่งไม่ต้องติดกรอบเอฟทีอี (FTE) อันนี้จะเป็นนิมิตหมายใหม่ที่สุดในกระทรวงสาธารณสุขแห่ง แรกที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ทำไปแล้วจะบิดดิง (Bidding) ได้ประมาณสักเดือน มีนาคมที่จะให้เอกชนมาลงทุน จุดแข็งของที่นั่นก็คือว่ามันมีสิทธิของประกันสังคมอยู่หลัก แสนคน ก็เป็นจุดคุ้มทุนที่ภาคเอกชนเขาจะมองเห็นภาพว่าเขาไปลงทุนแล้วเขาจะให้บริการ ประชาชนในราคาเดิม ราคาประกันสังคม แต่เขาจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับ สร้างรายได้ในระยะเวลา ๕๐ ปี ที่เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลปลวกแดง ๒ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็น โมเดล (Model) คล้าย ๆ กันครับ ไม่อย่างนั้นแล้วเวลาเมืองที่เจริญเติบโตเร็วแล้วใช้กรอบ เอฟทีอี (FTE) บุคลากรมันก็จะติดกรอบแบบนี้ละครับ แล้วก็งบประมาณที่กระทรวง สาธารณสุขมีน้อยมากที่จะในลักษณะของอาคารสถานที่ที่จะอนุมัติไปในเขตเลือกตั้ง ๑ เขตมี ๘ จังหวัด ก็ต้องไปหารกัน เพราะฉะนั้นเวลาท่านเจือไปตามโรงพยาบาลก็จะเห็นภาพ ตึกเก่ามาก ตึกเก่ารองลงมา ตึกใหม่ และการใช้งานของตึกแต่ละตึกในพื้นที่ก็จะมีปัญหามาก นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในกระทรวงสาธารณสุขที่ผ่านมาในอดีต แต่ว่าผมก็พยายามทำโมเดล (Model) ถ้าผมจำไม่ผิดรัฐบาลชุดพรรคประชาธิปัตย์ทำไปแล้วครั้งหนึ่งก็คือทำโมเดล (Model) ของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ซึ่งอันนั้นก็ยังอยู่จนถึงทุกวันนี้ ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่รัฐ ลงทุนทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าที่นั่นมันมีความเข้มแข็งของภาคเอกชนแล้วเขาบริหารจัดการด้วย บอร์ด (Board) ของเขาเอง ก็สามารถให้บริการได้มีคุณภาพแล้วก็ในราคาที่ชาวบ้านไม่ต้อง จ่ายเพิ่ม และที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง จะเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในประเทศไทย ในระบบสาธารณสุขที่ร่วมทุนกับเอกชนที่จะให้บริการกับประชาชนได้ในราคาเดิม แต่มีคุณภาพมากขึ้น ก็ขอเรียนท่านเจือว่าในส่วนของจังหวัดสงขลาก็จะรับไปดูนะครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ต้องขอบคุณทั้ง ๒ ท่าน ได้ใช้เวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมงนะครับ ขอบคุณท่านเจือ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีครับ🔗

๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๕๗๔ เรื่อง ขอทราบแนวทางการจัดทำนโยบายและ แนวทางบริหารจัดการวัคซีนเพื่อรองรับต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระลอกใหม่ (นายพิสิฐ ลี้อาธรรม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ เป็นผู้ตอบ🔗

ขณะนี้รัฐมนตรีพร้อมแล้ว ท่านพิสิฐ เชิญครับ ขอความร่วมมือนะครับใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ กระทู้ถามถ้าไม่มีลักษณะ เป็นการอภิปรายจะเป็นการประหยัดเวลามากครับ ขอเชิญถามได้ ๒ ครั้งครับ ขอเชิญครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นท่านประธานครับ ผมขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ซึ่งผมทราบดีว่าท่านได้ทำงานอย่างหนักมากในเรื่องของการดูแล เกี่ยวกับเรื่องของการแก้ไขปัญหาของโควิด (COVID) ซึ่งโควิด (COVID) ที่ผ่านมา ๓ ปี ก็ต้อง ถือว่าเป็นโรคร้ายแรงที่มีผลกระทบต่อประชาชนทั่วโลกอย่างแสนสาหัส แล้วก็มีผลต่อ เศรษฐกิจและสังคมอย่างมาก ซึ่งโรคนี้ก็ปรากฏว่าเป็นไวรัสที่ความเก่งกว่าไวรัสอื่น ๆ ที่เรา เคยประสบมาก็คือมีความสามารถในการกลายพันธุ์ แล้วก็มีข่าวมากมายที่ทำให้ประชาชน สับสน เช่น การฉีดบูสเตอร์ (Booster) หรือว่าการที่มีการฉีดยาจะมีผลต่อเรื่องของการเกิด โรคอื่นมาแทรกซ้อนหรือไม่ มีความเสี่ยงอย่างไร หรือเรื่องของการมีการเสียชีวิตใหม่ ๆ อย่างที่เราเห็นข่าวกันมากมาย ผมก็อยากจะขอถือโอกาสนี้ให้ท่านรัฐมนตรีได้ช่วยชี้แจงให้ ประชาชนได้คลายความกังวลว่าประเทศไทยโดยท่านได้มีการดูแลเรื่องนี้อย่างไร โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ณ เวลานี้สายพันธุ์ของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ระบาดในเมืองไทยเป็นสายพันธุ์ใด เป็นสายพันธุ์เดียวกับของจีนหรือว่าของยุโรปหรือไม่ และวัคซีนที่เราฉีดไปหรือที่มีอยู่ตอนนี้ สามารถที่จะดูแลคนที่ติดเชื้อได้มากน้อยเพียงใด เราจะต้องระมัดระวังเพิ่มเติมกว่าเดิม หรือไม่ มีคนไม่น้อยที่มาบอกผมว่าเขาจะไม่ยอมฉีดวัคซีนเพราะเขาเป็นห่วงหรือกลัว แล้วก็ คิดว่าวัคซีนยังไม่มีความสามารถในการรับกับการกลายพันธุ์ของไวรัสต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น ก็อยากจะขอสอบถามท่านรัฐมนตรีเป็นข้อแรกว่า ณ เวลานี้ในประเทศไทยของเราเป็น สายพันธุ์อะไร แล้วก็เราจะมีความสามารถในการดูแลอย่างไร เรามีวัคซีนที่อยู่ในสต๊อก (Stock) เป็นยี่ห้อ เป็นรุ่น เป็นชนิดหรือประเภทใด จำนวนเท่าใด เพียงพอต่อการรับกับการ ระบาดระลอกใหม่หรือไม่หากมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากมาย อย่างเช่นในขณะนี้เราก็ทราบดี ว่าจีนกำลังเข้ามามากมาย อาจจะมีการนำเชื้อมายังคนไทย หรือคนยุโรปที่มาอยู่ในเมืองไทย เชื้อเขาจะต่างจากของเราอย่างไร ก็ขอทราบรายละเอียดครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญรัฐมนตรีตอบกระทู้ถาม ครั้งที่ ๑ ครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ที่ได้สะท้อนความกังวลของพี่น้องประชาชน ในส่วนที่เขากังวลในแง่ของสุขภาพ แล้วก็ได้รับข่าวจากการที่ประเทศจีนจะปล่อยให้พี่น้อง ประชาชนได้เดินทางออกนอกประเทศมาเมื่อตั้งแต่วันที่ ๘ มกราคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี คำถามของท่านเน้นไปที่อยากทราบว่าไวรัสโควิด (COVID) ที่ระบาดอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ มีเป็นสายพันธุ์อะไร แล้วก็เป็นสายพันธุ์เดียวกับประเทศจีนหรือไม่ ผมตอบคำถามท่านสั้น ๆ อย่างนี้นะครับ คือในส่วนของไวรัสโควิด (COVID) ที่ระบาดอยู่ในโลกขณะนี้ ก็มีสายพันธุ์หลักเหมือนที่เราทราบกันทั่วไป เดิมเราเผชิญหน้ากับเดลตา (Delta) ที่มีอาการ รุนแรง แล้วก็เป็นสายพันธุ์ย่อยต่าง ๆ ขณะนี้สายพันธุ์ที่ระบาดอยู่ทั่วโลกก็คือสายพันธุ์ โอมิครอน (Omicron) ซึ่งก็มีสายพันธุ์ย่อยต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าพี่น้องประชาชนคงจะ จำได้ยาก แต่ว่าที่เราได้นำเสนอกับพี่น้องประชาชนตลอดก็คือมีตั้งแต่ บีเอ ๑ (BA1) บีเอ ๒ (BA2) บีเอ ๓ (BA3) ล่าสุดคือ บีเอ ๔ (BA4) และบีเอ ๕ (BA5) แล้วก็มีสายพันธุ์ย่อย ในตระกูลรวมถึงสายพันธุ์ลูกผสมเป็นเอ็กซ์อี (XE) เอ็กซ์บีซี (XBC) แล้วก็พบสายพันธุ์ บีเอ .๒.๗๕ ( BA.2.75) ก็เป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาด แล้วกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รายงานผมว่าเราเพิ่งพบสายพันธุ์ย่อยอีกสายพันธุ์หนึ่ง แต่ว่าผมขออนุญาตยังไม่เรียน เป็นทางการ ขอเรียนเป็นทางการว่าสายพันธุ์หลักที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ก็คือสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) บีเอ ๔ (BA4) บีเอ ๕ (BA5) บีเอ .๒.๗๕ (BA.2.75) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เป็น ที่ทราบว่าติดต่อได้ง่ายแล้วก็ไม่มีอาการรุนแรง ในส่วนของประเทศจีนนั้นข้อมูลจาก กรมควบคุมโรคที่ประสานงานกัน ก็ได้ทราบว่าสายพันธุ์ที่ประเทศจีนก็ยังตามหลัง ประเทศไทยอยู่ ไม่มีความแตกต่างกัน มีความแตกต่างกันเพียงการระบาดเขายังไม่พัฒนา กลายพันธุ์มาเป็นเหมือนที่ประเทศไทยกำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ แต่แน่นอนที่สุดความไว หรือความไม่แน่นอนหรือการกลายพันธุ์ของไวรัสเราก็ยังไม่อาจจะทราบได้ว่าจะมีการ กลายพันธุ์ไปอีกหรือไม่ อย่างไร โดยหลักการคือว่าการกลายพันธุ์ก็จะเกิดจากการที่มีการ ติดเชื้อในวงกว้าง แล้วเป็นการพัฒนาการอยู่รอดของเชื้อไวรัสที่จะอยู่รอดในสถานการณ์ ที่มีการติดเชื้อ เพราะฉะนั้นในขณะนี้โดยหลัก ๆ ในประเทศไทยเชื้อไวรัสที่กำลังระบาดอยู่ ในขณะนี้ก็เป็นสายพันธุ์ที่ผมเรียนให้กับท่านพิสิฐได้ทราบนะครับ แล้วต้องเรียนว่ากระทรวง สาธารณสุขเองก็พยายามที่จะให้การบริหารจัดการการควบคุมโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) เป็นไปตามสถานการณ์ของประเทศ เราดูเรื่องผลกระทบกับเศรษฐกิจ เราดูเรื่องการเดินหน้า การควบคุมโรคเพื่อให้มีความปลอดภัย เพราะฉะนั้นมาถึงจุดตรงนี้ก็ต้องย้ำว่าสายพันธุ์ เหล่านี้ไม่มีอาการรุนแรง และถ้าเราสามารถฉีดวัคซีนเพื่อเป็นการป้องกันให้กับคนไทย ทั้งประเทศได้ ซึ่งขณะนี้คนไทยฉีดไปเฉลี่ย ๓ เข็มจำนวนมาก แต่เข็มที่ ๔ เข็มที่ ๕ ก็ต้อง เรียนว่ายังมีจำนวนที่น้อยอยู่ การฉีดวัคซีนในสายพันธุ์ที่ว่านี้ขณะนี้เรามีวัคซีนที่อยู่ในสต็อก (Stock) ของเราคือวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) แล้วก็วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) อย่างละ ๕ ล้านโดส (Dose) โดยเฉพาะเมื่อเราต้องการเดินหน้าในแง่ของเศรษฐกิจที่มีความ สมดุลกับการควบคุมโรค สุขภาพอนามัยของประชาชน เพราะฉะนั้นเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะ บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ นั่นก็คือว่าวัคซีนมันฉีดเพื่อป้องกันอาการรุนแรงและ การเสียชีวิต เพราะฉะนั้นถ้าเราพยายามฉีดวัคซีนให้กับคนในกลุ่มเสี่ยงประมาณ ๖๐๘ มีอายุมาก มีโรคประจำตัว ซึ่งอันนี้มีแยกออกไป เรามีวัคซีนแล้ว กึ่งผสมเป็นยา คือ ลอง แอคติ้ง แอนตี้บอดี้ แอลเอเอบี (Long-acting Antibody LAAB) เรามีอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งจะฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยง ซึ่งขณะนี้ก็ฉีดไปทั่วประเทศจำนวนมาก เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถ จัดการให้กลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ มาฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันอาการรุนแรงแล้วก็การเสียชีวิตได้ก็จะเป็น ประโยชน์สูงสุดในแง่ของการจัดการ ที่สำคัญคือต่อไปในอนาคตถ้าเราดูในสมดุลอาการของโรค กับคนที่ติดเชื้อแล้วไม่มีอาการหรือไม่มีผลกระทบ ต่อไปในอนาคตเราฉีดวัคซีนให้กับ กลุ่มเสี่ยงแล้ว คนหนุ่มสาวถ้าติดแล้วไม่มีอาการก็เป็นจะคล้าย ๆ หวัด แต่อาจจะรุนแรงกว่า ในบางคน ซึ่งอันนี้ก็ต้องเดินหน้าแล้วทำความเข้าใจ ขณะนี้ส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อโควิด (COVID) ก็ใช้การรักษาอยู่ที่บ้าน ซึ่งอันนี้เป็นการพัฒนาการของพี่น้องประชาชนเองที่เขาสามารถ เรียนรู้ แล้วสามารถจัดการกับโรคระบาดนี้ได้เอง เพราะฉะนั้นในสายพันธุ์ที่กำลังระบาด อยู่ในขณะนี้ในประเทศไทยก็ถือว่ายังไม่ได้เป็นอันตราย ขอให้เราได้ป้องกันให้กับกลุ่มเสี่ยง ให้มีประสิทธิภาพในการลดการเสียชีวิต ลดอาการรุนแรงให้ได้มากที่สุดครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านดอกเตอร์พิสิฐ ถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้ให้ความกระจ่างแล้วก็ทำให้ประชาชนได้คลาย ความกังวลว่าเรามีวัคซีนเพียงพอในการที่จะดูแลการระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นในรอบใหม่ จากการที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมากในขณะนี้ แล้วประเทศไทยเราก็ยังมีกฎหมาย ที่ใช้ชื่อว่าความมั่นคงวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๕ ที่ได้บัญญัติให้มีการจัดทำ หรือบริหารนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ ซึ่งมีหลักที่จะต้องป้องกัน ควบคุม รักษา และลดความรุนแรงของโรคที่จะต้องทันต่อ เหตุการณ์และความต่อเนื่องของการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค แล้วก็เพิ่มขีดความสามารถของ ประเทศในด้านวัคซีน ก็อยากจะขออนุญาตสอบถามว่าในการดูแลตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ ซึ่งมี ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ ท่านได้ให้นโยบายในการดูแลเรื่องความมั่นคงของ วัคซีนอย่างไร เพื่อจะให้เรามีระบบที่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ในการวิจัยหรือว่า มีหน่วยงานใดที่ได้รับการมอบหมายเป็นการเฉพาะให้ดูแลในเรื่องนี้ หรือให้มีการจัดทำ เรื่องของการวิจัยพัฒนาวัคซีนใหม่ ๆ เพราะว่ามิฉะนั้นแล้วงบประมาณที่เราต้องใช้อาจจะ ต้องมีจำนวนมาก ท่านได้เตรียมการเรื่องนี้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องงบประมาณเราได้ ใช้ไปมากน้อยแค่ไหน แล้วเรามีการเตรียมงบประมาณที่จะใช้กับเรื่องของวัคซีนหรือเรื่องของ การระบาดครั้งใหม่นี้อย่างไรครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมเรียนท่านอาจารย์พิสิฐอย่างนี้ว่า ในเรื่องความมั่นคงของวัคซีนเป็นแผนยุทธศาสตร์ และเป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล ผมเข้ามาใหม่ ๆ ผมแทบจะไม่รู้จักเลยว่าประเทศไทย เรามีสถาบันวัคซีนแห่งชาติอยู่ด้วย จำได้ว่าได้รับมอบอำนาจจากท่านรองนายกรัฐมนตรี ไปประชุมครั้งแรกเป็นประธาน ก็ยังรู้สึกดีใจ ในขณะนั้นยังไม่มีสถานการณ์ระบาดของ โควิด-๑๙ (COVID-19) ไปประชุมครั้งแรกก็สงสัยว่ามันมีความสำคัญเรื่องวัคซีนด้วยหรือ เพราะว่าในช่วงที่ไม่มีโรคระบาดเราก็ไม่ค่อยเห็นความสำคัญ ถึงแม้ว่าจะมีวัคซีนฉีดให้กับเด็ก หรือฉีดในโรคต่าง ๆ เราก็โชคดีที่สถาบันวัคซีนแห่งชาติของเรามีบุคลากรที่มีความสามารถ ท่าน ผอ. สถาบันวัคซีนแห่งชาติเอง ท่าน ผอ. นคร ก็เป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญอย่างมาก เกี่ยวกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ผมเข้าไปเรียนรู้กับท่าน ผอ. สถาบันวัคซีนแห่งชาติว่า ก่อนที่ จะผ่านแล้วได้รับงบประมาณเป็นความมั่นคงแห่งชาติต้องผ่านแผนที่สภาพัฒน์ ติดที่ อนุกรรมการตอนแรก แล้วก็ไปแผนสภาพัฒน์ใหญ่ก็ไปช่วยกันผลักดัน หลังจากนั้นไม่นาน ก็เกิดสถานการณ์โรคระบาด ก็เป็นความโชคดีที่องค์กรนี้ได้เตรียมความพร้อม เตรียมความพร้อม ทั้งในแง่การที่จะผลิตเอง หรืองานวิจัยหรือร่วมมือกับต่างชาติ ก่อนหน้านี้เขาคุยกับมหาวิทยาลัย ที่ประเทศจีน คุยกับมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดในประเทศอังกฤษ โดยการเตรียมความพร้อม มาก่อนแล้ว เราจึงเห็นว่าพอเกิดสถานการณ์โรคระบาดขึ้น การประสานและได้บริษัทที่มาทำ วิจัยแล้วก็ทำวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ก็จึงเกิดขึ้นเร็วภายใต้การจัดการ ที่ได้รับความร่วมมืออย่างดีในส่วนของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) เองที่มาผลิต ในประเทศไทย เพราะฉะนั้นแผนความมั่นคงในแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงของวัคซีน หลังจากที่เกิดสถานการณ์โรคระบาดขึ้น ทุกองคาพยพ ทุกทรัพยากรก็หลั่งไหลเข้ามาภายใต้ การจัดการที่มีประสิทธิภาพและมีองค์ความรู้ แล้วผมเชื่อมั่นว่าการจัดการตรงนั้นถึงแม้ว่า ช่วงสถานการณ์เกิดการโรคระบาดมีความต้องการวัคซีนสูง เราก็ต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดัน ของพี่น้องประชาชนกับการบริหารจัดการ จนมาถึงวันนี้ผมตอบสั้น ๆ สรุปว่าความมั่นคง ของสถาบันวัคซีนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ในการจัดหา รวมทั้งการที่ส่งเสริมไปให้หน่วยงาน หรือมหาวิทยาลัยที่เขามีความรับผิดชอบ มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความเชี่ยวชาญ เขาก็สามารถเดินหน้าไปได้ระดับหนึ่ง รัฐบาลได้อุดหนุนเงินไปที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหรือบริษัทใบยาได้ทำการค้นคว้าวิจัยไปในหลายระดับแล้ว ไปถึง ระดับคนในเฟส (Phase) ที่ ๑ สำหรับวัคซีนในเทคโนโลยีเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) แต่ว่า แน่นอนที่สุดมันอาจจะไม่ทันกับสถานการณ์ เพราะว่าเราก็ต้องเดินหน้าควบคุมโรคแล้วก็ ต้องซื้อวัคซีนจากต่างประเทศมาก่อน แต่ผมเชื่อมั่นว่าในอนาคตสิ่งที่รัฐบาลและกระทรวง สาธารณสุขสนับสนุนไปภายใต้ภาระหน้าที่ของสถาบันวัคซีนแห่งชาติที่มีหน้าที่จัดสรรหา วัคซีน ทั้งจัดสรรหามาจากที่อื่นแล้วก็เดินหน้าในการที่จะผลิตได้เอง ผมเชื่อมั่นว่าในอนาคต เราจะผลิตวัคซีนได้เอง โดยเฉพาะในเทคโนโลยีที่เราได้เริ่มทำการวิจัยมาผ่านมหาวิทยาลัย ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมมีความมั่นใจในความมั่นคงของแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางด้าน วัคซีนเป็นอย่างมาก เมื่อสักเดือนที่แล้วก็ครบวาระของ ผอ. สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ก็มีการ สรรหา ผอ. สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ก็ได้คนเดิมเข้ามา แล้วโครงสร้างที่ทำงานกันอยู่ ผมเชื่อมั่นว่าเป็นการทำงานแบบมืออาชีพ แล้วก็สามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยทั้งประเทศได้ในแง่ของความมั่นคง ทางด้านวัคซีน เพราะฉะนั้นก็ขอยืนยันกับท่านพิสิฐว่าผมพร้อมรับกับคณะ ส.ส. หรือว่า คณะกรรมาธิการท่านใดจะเดินทางไปดูงานที่สถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าเราได้ทำอะไร ไปบ้างแล้ว สถาบันวัคซีนได้ดำเนินการเรื่องอะไรไปบ้างแล้ว เตรียมความพร้อมอะไรไป อย่างไร รัฐบาลอุดหนุนงบประมาณไปให้หน่วยงานไหน อย่างไร รวมทั้งภาคเอกชนด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นก็เรียนว่าผมมีความมั่นใจอย่างมากที่จะนำเรียนท่านอาจารย์พิสิฐครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ท่านพิสิฐถามได้ ๒ ครั้ง มีประเด็นอะไรไหมครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตสั้น ๆ ครับ ก็ขอฝาก ขอบคุณบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขที่ได้ดูแลเรื่องของโควิด (COVID) จนทำให้ปัญหา ในประเทศไทยดูจะไม่หนักเท่ากับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก แล้วก็ทำให้มาตรฐานของกระทรวง สาธารณสุขหรือระบบสาธารณสุขของประเทศไทยดีขึ้นมากในช่วงนี้ ขอฝากไปยังกระทรวง นะครับว่าอยากจะให้ อย. ให้การสนับสนุนกับการวิจัยในเรื่องของวัคซีนให้มากขึ้น ในการ ทำงานของ อย. ควรจะต้องหนุนให้บริษัทที่ทำเรื่องพวกนี้ได้รับการดูแลไม่ใช่ใช้มาตรฐานเดิม ๆ ในการตรวจหรือว่าในการให้การรับรอง แล้วก็สุดท้ายครับ อยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีว่า ท่านมีข้อแนะนำให้ประชาชนได้ระมัดระวังดูแลในเรื่องของโควิด (COVID) ที่กลายพันธุ์ รุ่นใหม่นี้อย่างไรบ้างครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีถ้าตอบ ขอสรุปนะครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ผมสรุป สั้น ๆ ๒ ประเด็นครับ ประเด็นแรกคือในส่วนของ อย. ขณะนี้ในการนำเข้าวัคซีนโดย บริษัทเอกชนที่เขามีบริษัทเป็นตัวแทนมาขึ้นทะเบียนกับ อย. สามารถนำเข้าวัคซีนได้ แล้วก็ มีกระบวนการผ่านกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจทำลอต รีลิซ (Lot release) เพื่อดูคุณภาพ แล้วก็เร็วกว่าเมื่อสมัยก่อนแน่นอนครับที่เราดำเนินการอยู่ แล้วก็ อย. ผมเป็นคนดูเอง แล้วผมพยายามกำลังเร่งที่จะทำเพื่อให้ประชาชนมีความรู้สึกที่ดีขึ้น กับ อย. ให้มากขึ้นกว่าอดีต ผมทำเรื่องฟาสเลน (Fast Lane) อาจารย์พิสิฐครับ หมายความว่า พวกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีความเสี่ยงไม่ต้องประเมินสามารถขออนุญาตผ่านระบบออนไลน์ (Online) ได้เลย อนุมัติภายในไม่เกิน ๒-๓ วัน แต่ว่าถ้าเป็นยา เป็นเครื่องสำอางที่มีความ ละเอียดอ่อน อะไรพวกนี้ก็ต้องเป็นไปตามที่ให้วิชาชีพที่เขามาดูเรื่องความปลอดภัยกับ คุณภาพเพื่อให้เป็นการันตี (Guarantee) ความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน อันนี้ ผมรับประกัน เรื่องที่ ๒ ก็คือข้อแนะนำ ผมย้ำว่าเราต้องใช้ชีวิตอยู่กับโควิด-๑๙ (COVID-19) ให้ได้ ถ้ายังเป็นการกลายพันธุ์ในลักษณะแบบนี้ ซึ่งไม่มีอาการรุนแรงนะครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าการใช้ชีวิตโดยปกติของเรา เราใช้ชีวิตได้โดยรักษามาตรการ เช่น สมมุติเราอยู่ใน สถานที่เสี่ยงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใส่หน้ากาก แต่ถ้าเราไปอยู่โอเพนแอร์ (Open air) มีระยะห่าง หรือเรามีภูมิต้านทานพอสมควรแล้วเราก็สามารถถอดหน้ากากได้ภายใต้ วิจารณญาณของพวกเราที่จะประเมินสถานการณ์ว่าเราจะใช้ชีวิตแบบปกติสุขภายใต้ สถานการณ์ระบาดของโควิด (COVID) อย่างไร แต่ที่สำคัญที่สุดคนที่มีความเสี่ยงครับ คนในครอบครัว ถ้าเราเป็นลูกหรือตัวเราเองเป็นคนเสี่ยง มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ไปฉีดวัคซีนเพื่อลดอาการรุนแรงเมื่อติดเชื้อและลดการเสียชีวิต ซึ่งผมย้ำนะครับ ขณะนี้คนที่ ฉีดเข็ม ๓ ไป ก็ไม่ค่อยอยากฉีดเข็ม ๔ สถานการณ์มันไม่ค่อยเอื้ออำนวยเพราะว่าความรู้สึก ของเขาที่ได้รับจากเฟกนิวส์ (Fake news) บ้าง อะไรบ้าง ที่เข้ามาว่าวัคซีนมีความเป็น อันตราย ผมก็ย้ำครับ ผมเพิ่งพบกับอาจารย์กุลกัญญาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วซึ่งเป็นคณะกรรมการ เออีเอฟไอ (AEFI) ก็คือการติดตามอาการที่มีผลกระทบกับผู้ที่ฉีดวัคซีนไป มีตัวเลข คนเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนจริง ๆ จากการพิสูจน์ที่ฉีดไป ๑๔๐ ล้านโดส (Dose) มีผู้เสียชีวิตเป็นทางการจริง ๆ ประมาณ ๓-๖ คน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยมาก แต่ในขณะเดียวกันอาจจะเป็นเรื่องจริงที่มีบางคนที่เสียชีวิตและไม่ได้มีการมาผ่าพิสูจน์ เพราะญาติไม่ยอม หรือข้อมูลต่าง ๆ พวกนี้ก็ไม่ได้เข้ามาในระบบ แต่อย่างไรก็ตาม โดยสัดส่วนการเสียชีวิตเป็นไปตามมาตรฐานแล้วนี้ผมว่าวัคซีนที่เราฉีดในประเทศไทย มีความปลอดภัย ก็ขอย้ำว่าคนที่มีความเสี่ยงควรที่จะมาฉีดวัคซีนเข็มที่ ๔ เข็มที่ ๕ ซึ่งเรามี วัคซีนเพียงพอ ๒ ยี่ห้อ คือไฟเซอร์ (Pfizer) แล้วก็แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ถ้าท่านมีความสะดวกก็เดินเข้าโรงพยาบาลวอล์กอิน (Walk in) เราฉีดให้เลย เรามีพร้อม และบางที่ก็มีการจัด ตอนนี้ผมมีนโยบายจัดไปฉีดตามจุดต่าง ๆ เมื่อวานผมไปฉีดที่เกาะเสม็ด มีคนไปฉีด ๘๙๐ คน ดีใจมาก เพราะว่าเป็นเมืองท่องเที่ยว🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต้องขอร้องละครับ ต้องขอร้องท่านรัฐมนตรีสรุปครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

แล้วผม ได้สั่งไปที่สาธารณสุขจังหวัดว่าสถานบริการ โรงแรมต่าง ๆ ให้ไปฉีดวัคซีนในเข็มที่ ๔ เข็มที่ ๕ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีได้ใช้เวลา ไปประมาณ ๑๔ นาที ท่านพิสิฐใช้เวลาไปประมาณ ๕ นาทีนะครับ🔗

๑.๒.๔ กระทู้ถามที่ ๕๔๐ เรื่อง ขอทราบผลการดำเนินการตามรายจ่าย งบกลาง ปี ๒๕๖๔ และ ๒๕๖๕ (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ได้รับแจ้งว่านายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ เป็นผู้ตอบ แต่เนื่องจากวันนี้รองนายกรัฐมนตรีติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบ กระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนตอบกระทู้ถามดังกล่าวไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๖ ก็แจ้งที่ประชุมรับทราบ ก็จะหมดวาระกระทู้นะครับ🔗

ก็ต้องเรียนสมาชิกด้วยความเคารพที่พยายามคุมเรื่องกระทู้เพราะว่ากระทู้ มีเยอะครับ แล้วก็ถ้าเราไม่เคารพระเบียบคุมเวลาบ้างก็จะทำให้กินเวลาของรายการอื่นไป ก็เรียนสมาชิกเพื่อรับทราบครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ ประธาน ในห้องประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี ท่านสมาชิกและท่านผู้มีส่วนเกี่ยวข้องนะครับ ต่อไปห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ก็จะได้พิจารณาระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ซึ่งท่านประธานสภาได้เปิดประชุมไปแล้ว🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๖๙ เรื่อง การจัดทำโครงการธนาคาร สินค้าเกษตร (กิจกรรมสนับสนุนธนาคารผลผลิตสัตว์น้ำแบบมีส่วนร่วม) จังหวัดศรีสะเกษ (นางผ่องศรี แซ่จึง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ นายประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบ🔗

ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือนางสาวมาลาศรี คำศรี นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และพัฒนาธุรกิจกรมการประมง🔗

สำหรับกระทู้ถามแยกเฉพาะมีกำหนดเวลา ๒๐ นาที คือฝ่ายละ ๑๐ นาที ฉะนั้นทั้งผู้ถามและผู้ตอบก็เตรียมเนื้อหาให้เหมาะสมกับเวลานะครับ บัดนี้พร้อมแล้ว เชิญท่าน ส.ส. ผ่องศรีได้ถามเลยครับ🔗

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี แซ่จึง ส.ส. ศรีสะเกษ เขต ๘ ก่อนที่จะถามท่านประธานอยากจะเกริ่นนำ นิดหนึ่งว่าดิฉันได้ทราบมาว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมประมงได้ดำเนินการ โครงการธนาคารสินค้าเกษตร ชื่อเพราะมากเลย โดยใช้คำว่า กิจกรรมสนับสนุนธนาคาร ผลผลิตสัตว์น้ำ แล้วก็ยังมีคำว่า แบบมีส่วนร่วม ซึ่งตัวนี้มันแปลก และลงลึกเข้าไปแล้ว จะเห็นว่าพอไปทำจริง ๆ มันเห็นผลเห็นประโยชน์ แล้วก็โดยธรรมชาติของชนบทจะมี แหล่งน้ำ มีน้ำ มีหนอง มีอะไรต่าง ๆ โดยทั่วไปอาจจะใหญ่บ้างเล็กบ้าง ทีนี้ที่ดิฉันสนใจ ก็คือว่ากิจกรรมตัวนี้มันเป็นกิจกรรมที่ได้ประโยชน์ทั้งที่เห็นเป็นนามธรรมและรูปธรรม นั่นก็คือกรมประมงจะสนับสนุนพันธุ์ปลาใน ๓ ปีแรก เสร็จแล้วก็ให้เงินจำนวนหนึ่ง ไม่เยอะ ตามโครงการ ๘๐,๐๐๐ บาท ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ส่วนใหญ่ก็ ๘๐,๐๐๐ บาท ๗๐,๐๐๐ บาท เงินจำนวนนี้ให้เขาได้ไปบริหารจัดการในการดูแลปลา ในการประชุม ในการซื้ออาหารอะไรประมาณนั้น พอถึงเวลาหนึ่งก็ปลาโต เขาเรียกว่ามีการลงแขกลงแห ก็จะประชุมวางแผนขายบัตร บัตรละ ๕๐๐ บาท ๖๐๐ บาท วันนั้นจะสนุกสนานมาก คนลงในหนองเต็มเลย เสื้อแดง เสื้อส้ม เสื้อสีฟ้าอะไรเต็ม ใครมีแหหว่านแห ขายบัตร เอาเงิน มารวมกัน เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือคนที่เป็นเจ้าของคือชาวบ้าน เขาจะมีการประชุมร่วมกัน เป็นองค์กร ดิฉันเทียบว่ามันเป็นการบริหารจัดการในชุมชน มีคนเป็นเหรัญญิก มีคนเป็น สวัสดิการ มีคนเป็นประธาน รองประธานอะไรว่าไป พอได้เงินมาแล้วก็จัดแบ่งสรร สาธารณประโยชน์บ้าง แบ่งปันผลกำไรให้กับสมาชิก แล้วปลาไม่ใช่ว่าจะเอาหมดเลยนะ ปลาไม่หมด เมื่อมันเหลือต่อมันก็ออกลูกออกหลานต่อไป ใน ๓ ปีเขาอยู่ได้ แล้วดิฉันเห็น ความมั่งคั่ง มีอาหารกิน ช่วงโควิด (COVID) พวกนี้จะมีประโยชน์มากเลย ปลาจะไม่แพง เหมือนหมูเหมือนเนื้อ แล้วบางทีไม่มีอาหารกินมันก็โตตามธรรมชาติ ความรักกัน ความสามัคคี การวางแผนบริหารจัดการร่วมกัน ความรัก ความสามัคคีมันเกิดจากการ ทำงานร่วมกัน เกิดจากการกินข้าวด้วยกัน ของเขามั่งคั่งยั่งยืน ใช้คำว่า ยั่งยืน หนองลักช้าง ที่อำเภอราศีไศล บ้านเราเรียกหนองขี้นก แล้วในจังหวัดศรีสะเกษมีแค่ ๕ แห่ง มีหนองซองแมว ตำบลจะกง อำเภอขุขันธ์ มีหนองอีเลิง วังหิน มีหนองลักช้าง ราษีไศล มีหนองโซง บ้านตะเคียนราม ภูสิงห์ และหนองบึงบูรพ์ ใช้เงิน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ๓๐,๐๐๐ บาท ๔๐,๐๐๐ บาท ๗๐,๐๐๐ บาท อันนี้แค่นี้เอง ศรีสะเกษมี ๒๒ อำเภอ แล้วหนองอื่นก็มานั่งมองเขา เมื่อไรจะถึงคิวเราบ้าง เมื่อไรจะได้ทำแบบนี้ เมื่อไรเราจะมีปลา มีคนมาบ้าง คนมาหว่านแห มาทอดแห มาหาก็หา คนมาแอบซื้อก็มาซื้อ คนมาซื้อก็จะมา คนมาเที่ยวเล่นก็มา พวกมาขายของก็ได้มา คิดว่าท่านประธานและท่านรัฐมนตรีได้เห็น ภาพนี้ ได้มองภาพรวม ดิฉันเชื่อว่าจุดประสงค์ ๓-๔ ข้อที่จะมีธนาคารสัตว์น้ำ มีการพัฒนา แบบยั่งยืน มีอาหารให้กิน มีการลดรายจ่ายในครัวเรือน พวกนี้จะเห็นชัดเจน เพราะฉะนั้น ดิฉันเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญที่อยากจะเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ว่า🔗

ข้อ ๑ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายดำเนินการโครงการธนาคาร สินค้าเกษตรโดยเป็นกิจกรรมสนับสนุนธนาคาร ผลผลิตสัตว์น้ำแบบมีส่วนร่วมในอำเภอ อื่น ๆ ของจังหวัดศรีสะเกษ โดยเฉพาะราษีไศล ศิลาลาด บึงบูรพ์ โพธิ์ศรีสุวรรณ และอำเภอ ยางชุมน้อย หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด🔗

ข้อ ๒ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมีโครงการอื่น ๆ ดี ๆ ที่จะ สนับสนุนให้พี่น้องประชาชนในบ้านนอกได้มีโอกาสผลิตอาหารเอง มีรายได้เลี้ยงดูตัวเอง โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายแรงงานเข้ามาหางานทำในเมือง แล้วปล่อยให้ลูกให้หลานอยู่กับ ตา ยาย ปู่ ย่าแก่ ๆ แล้วก็เอาไม่อยู่ ติดยา มีเรื่องทางเพศ พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม รุนแรง ก้าวร้าว มีโครงการอื่นหรือไม่ที่จะเสริมเข้ามา ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ก่อนอื่นต้องขอชมเชยแล้วก็ให้กำลังใจ ท่าน ส.ส. ผ่องศรี แซ่จึง ซึ่งท่านเป็นคนเอาใจใส่ความเป็นอยู่ของพี่น้องจริง ๆ มีเลือดผู้แทน เกินร้อย ทุกอาทิตย์ท่านจะต้องมาถาม ทุกอาทิตย์ท่านจะต้องมาตามโครงการที่ประสบ ปัญหา ไม่ใช่เฉพาะเรื่องอาชีพ เรื่องแหล่งน้ำ ถนน หนทาง ทุกอย่าง ผมก็พยายามจัดให้ท่าน ไปทุกเรื่อง สิ่งนี้แหละที่ผมขอตอบว่าท่านมีความรู้จริง ๆ และปัญหาเดือดร้อนของชาวบ้าน นำมาทุกครั้ง เรื่องที่ท่านถามในวันนี้เป็นโครงการซึ่งเกิดขึ้นใหม่ โครงการธนาคาร สินค้าเกษตร กิจกรรมสนับสนุนธนาคารผสมโดยกรมประมงแบบมีส่วนร่วม ซึ่งอาจารย์ได้ เล่าถึงโครงการชัดเจนมาก ซึ่งทางภาคกลางไม่มี โครงการนี้ส่วนใหญ่จะไปอยู่ภาคอีสาน เพราะแหล่งน้ำภาคอีสานมีมากแต่เป็นโครงการแหล่งน้ำที่ไม่ใหญ่ เพราะข้อกำหนดในการ ที่จะจัดตั้งธนาคารสินค้าเกษตรที่พูดถึงต้องมีพื้นที่ไม่เกิน ๑๐๐ ไร่ ที่มีแหล่งน้ำอยู่และไม่แห้ง ต้องมีทั้งปีจึงจะจัดสรรงบประมาณให้ โครงการนี้เริ่มเมื่อปี ๒๕๖๐ มาถึงปัจจุบัน อย่างที่ อาจารย์พูด ได้รับการยอมรับและเป็นประโยชน์กับส่วนรวมและชุมชนอย่างยิ่ง เพราะว่า อย่างที่อาจารย์เข้าใจ ผมก็อยากจะย้ำว่าโครงการนี้ดีจริง ๆ เพราะว่าลงทุนน้อย ทำให้ ประชาชนมีอาหารแล้วมีรายได้ ในปีแรกที่อำเภอขุขันธ์ผมถามเจ้าหน้าที่ว่า เราให้เขาไป ๑๗๐,๐๐๐ บาท แล้วปีนั้นมีรายได้เพิ่มมาเป็นเท่าไร ๗๐๐,๐๐๐ บาทเศษครับ ๗๐๐,๐๐๐ บาทเศษจากการลงทุนเพียง ๗-๘ เดือนเท่านั้น และสิ่งที่ดีอย่างอาจารย์พูด มีคนมาร่วม งานนี้เป็นงานแรกที่ชาวบ้านมาบริหารเองโดยมีประมงเป็นพี่เลี้ยง มีสมาชิก ๑๑๗ คน เขาตั้งกรรมการกันเอง ๒๐ คน ผมก็ฟังดูแล้วน่าชื่นชมที่เกษตรกรหวงแหน เขาหวงแหนมาก ใครจะไปลักจับปลา ใครจะไปทำลายแหล่งน้ำเขาไม่ยอม อันนี้เป็น ประโยชน์อย่างยิ่งผมเห็นด้วย เอาละ อาจารย์พาผมไปดูสักแห่งหนึ่ง แล้ววันนี้ผมก็ชื่นชม อาจารย์เลือกเลยนะครับ ที่เราจัดไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมาจัดไป ๔๕ แห่ง โดยใช้เงินงบประมาณ พัฒนาจังหวัด ของอาจารย์ได้เกือบครบแล้ว เหลืออำเภอเดียว อำเภอ โพธิ์ศรีสุวรรณหรืออะไร ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ แหล่งน้ำเล็ก ๆ มีหมดแล้ว เราให้ไปแล้ว ผมจะให้อาจารย์วันนี้ ๑๐ แห่ง ท่านลองไปจัดดูแล้วผมจะลงไปดู ผมจะให้กรมประมงรับไปนะ คุณมาลาศรี คุณเป็นหัวหน้าโครงการ จัดเงินให้เขาไป ๑๐ แห่ง หลังจากที่ตอบกระทู้วันนี้ ให้เห็นว่าท่านสนใจและช่วยเหลือพี่น้องจริง ๆ การจัดกิจกรรมอย่างนี้ ๑. ลงทุนน้อย ๒. ประชาชนได้ประโยชน์มาก เกินคุ้ม ขอสนับสนุนท่าน ๑๐ แห่ง แล้วก็จะไปดู เรายังอยู่ กันอีก ไม่ใช่ว่าจะยุบสภาหรืออะไร ไม่มี ผมจะไป เพราะว่าจะได้นำมาใช้กับบ้านผมบ้าง ภาคกลาง ภาคกลางได้เปรียบเพราะเป็นแหล่งน้ำใหญ่แล้วก็เป็นชลประทาน ฉะนั้นเขาก็ ไม่ค่อยสนใจแหล่งน้ำเล็ก ๆ ตัวใครตัวมันหาเอาเอง ก็จะนำแบบอย่างตรงนี้ให้กรมประมง ไปทำที่ภาคกลาง จังหวัดสุพรรณบุรีบ้าง🔗

ข้อที่ ๒ ผมต้องอ่านให้ท่านฟัง เพราะมันเป็นโครงการที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ อันนี้สำหรับศรีสะเกษเลยนะที่เราส่งเสริมแล้วก็ไปดำเนินการให้ตามที่เกิดโครงการนี้แล้ว แล้วประชาชนเรียกร้องแล้วก็เกิดประโยชน์อย่างยิ่ง โครงการเกิดขึ้นใหม่ในปี ๒๕๖๖ เลย ๗ โครงการด้วยกัน ตามที่อาจารย์ถามว่ามีอะไรเพิ่มเติมไหมในจังหวัดศรีสะเกษ ข้อที่ ๑ โครงการที่เกิดขึ้นในศรีสะเกษ ๗ โครงการนี้ประกอบด้วย โครงการที่ ๑ โครงการส่งเสริม อาชีพประมง กิจกรรมพัฒนาศักยภาพเกษตรกร อันนี้มีการฝึกอบรม โครงการที่ ๒ โครงการ ส่งเสริมอาชีพประมง แปลว่าเป็น ยัง สมาร์ต ฟาร์เมอร์ (Young Smart Farmer) มีการ เอาเด็ก เยาวชน เข้ามาเรียนการเพาะสัตว์น้ำ เช่น เพาะพันธุ์ปลา กุ้งต่าง ๆ แล้วก็นำไป ปล่อยในแหล่งน้ำ โครงการที่ ๓ โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งอันนี้ก็ทราบดี กันอยู่แล้วว่าเป็นโครงการที่หลาย ๆ เจ้าของ หลาย ๆ แหล่งมารวมกัน เราก็ได้จัดไว้ที่ อำเภออุทุมพรพิสัย อันนี้เป็นโครงการนำร่อง โครงการที่ ๔ โครงการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ อันนี้ก็เป็นโครงการที่ดี โครงการที่ ๕ โครงการส่งเสริมสัตว์น้ำ การเพาะเลี้ยงและ การไปปล่อยในแหล่งน้ำให้เกษตรกร สนับสนุนในการเพาะพันธุ์ปลาต่าง ๆ โครงการที่ ๖ กิจกรรมผลิตลูกสัตว์น้ำเพื่อปล่อยในแหล่งน้ำโดยศูนย์วิจัยพัฒนาการเลี้ยงสัตว์น้ำ จังหวัดศรีสะเกษ ปีนี้ได้รับงบไป ๓ ล้านบาทเศษ เพื่อจะไปปล่อยปลานิล ปลาตะเพียน แล้วก็ปลายี่สก กุ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเน้นไปแล้วว่าให้ไปเพาะพันธุ์กุ้งฝอย กุ้งฝอยนี้ เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ราคาดี ผมไปทุกที่ทุกคนเขาบอกว่าวันนี้ ๔๐๐ บาทต่อกิโลกรัม กุ้งฝอย แล้วก็เลี้ยงง่ายโตเร็วแต่ต้องดูแลเขาอย่าให้มีสารเคมีลงไป อันนี้ผมเน้นไปเลยว่าให้ กุ้งฝอยนั้นเป็นอาชีพที่ทำอาหารขายได้ โครงการที่ ๗ เป็นโครงการกิจกรรมเพิ่มผลผลิต อันนี้ก็เป็นโครงการที่เพิ่มจำนวนปลาแล้วก็พันธุ์ปลาต่าง ๆ ก็ประมาณ ๑๖๒,๐๐๐ ตัว ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ต้องผลิตขึ้นมาเพื่อให้ไปปล่อยในแหล่งน้ำ อันนี้ก็เป็นประโยชน์กับโครงการ เกี่ยวเนื่องกับสัตว์น้ำคือการประมง ดังนั้นก็ตอบให้อาจารย์ได้ประชาสัมพันธ์ต่อไปให้ทุกคน ได้รอแล้วก็ดำเนินการตามนี้ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านผ่องศรีมีอะไรอีกไหม เชิญครับ🔗

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานขออีกนิดเดียวค่ะ ดิฉันถาม จบแล้ว แต่ว่าอยากจะแถมนิดหนึ่ง ต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าท่านประภัตร ท่านขยันมากเลย ขยัน ตั้งใจ ไปจริง ตอนน้ำท่วมท่านก็ไป ลงเรือมีแต่คนเป็นห่วงจะไหวไหม ตรงละทายท่านก็ไปไหว ดิฉันได้ติดตามท่านไปทุกเรื่อง พอมีเรื่องอะไรปุ๊บท่านไป เพราะฉะนั้นตรงนี้ดิฉันจึงคิดว่าอยากให้ท่าน พอท่านรับรู้อย่างนี้ท่านเห็นดีด้วยที่ดิฉันพูด อยากให้กระจายไปเยอะ ๆ เฉพาะอันนี้นะคะ อันที่ว่ามานี้มันก็ทำไปเรื่อย ๆ ดิฉันก็มองเห็นอยู่ ก็ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ไม่ว่ากันดูต่อไป แต่โครงการธนาคารที่ดิฉันตั้งกระทู้นี้อยากให้กระจายไป เยอะ ๆ ทั้งประเทศมันจะได้มีประโยชน์ พี่น้องเราจะได้มีกิน ไม่ต้องไปซื้อเป็ดไก่แพงขึ้น ให้เขาเลี้ยงเองทำเอง ประชาชนได้เรียนรู้ในการทำงาน ได้รู้ในหลักเศรษฐศาสตร์ รักรู้สามัคคี ดิฉันจะคอยดูให้แม้ว่าจะไม่ได้มาเป็น ส.ส. ก็ยินดีจะตาม จะทำ ท่านรับปากในที่ประชุมนะคะ รับปากแล้วนะคะ ลงไปจะไปเตรียมท่านประมง จะไปเตรียมที่เลยในศรีสะเกษนี่ละคะ จะบอกว่าท่านให้ความอนุเคราะห์แล้วเราไปเตรียมที่ไปเช็ก (Check) ดูให้เหมาะสมและถูก ท่านไม่ต้องห่วง ดิฉันไม่ได้คนที่จะไปเอาอะไรพูดให้แต่เอาตัวเอง ไม่ใช่ค่ะ อะไรที่เป็น ประโยชน์กับพี่น้องทั้งจังหวัดและทั้งประเทศ เพราะว่ามันเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง แท้จริง แท้จริง กราบขอบพระคุณ แล้วจะไปรอในพื้นที่ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านผ่องศรีครับ ท่านรัฐมนตรีไม่มีเพิ่มเติมอีกแล้วนะครับ ท่านไม่มี เดี๋ยวผมมีเพิ่มเติม นิดหนึ่งครับ เมื่อสักครู่ท่านรับปากศรีสะเกษไปเท่าไรครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

๑๐ แห่งครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมอยู่ นครพนม ผมก็รับรู้รับทราบนะครับ ค่ารับรู้รับทราบ นครพนมก็สนใจโครงการนี้เหมือนกัน เพียงแต่ว่าผมเป็นรองประธานสภาไม่มีสิทธิในการที่จะถามกระทู้🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ให้คุณมาลาศรีจดไป เหมือนกันอีก ๑๐ แห่ง🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรี ก็ถือว่าจบการถามตอบกระทู้ถามห้องแยกเฉพาะ กระทู้ที่ ๑.๓.๑ ของท่าน ส.ส. ผ่องศรี แซ่จึง ส.ส. ศรีสะเกษ ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้แยกเฉพาะของพวกเรา โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี ถ้าทำกระจายไปทั้งประเทศได้ก็เป็นเรื่องที่ดี🔗

๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๘๒ เรื่อง การพัฒนาเชื่อมโยงเส้นทาง แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช (นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา🔗

ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือ ๑ นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว ๒. นายอธึก ประเสนมูล ผู้อำนวยการกองพัฒนา แหล่งท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว แล้วผมได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้าร่วมรับฟัง การตอบกระทู้ถามนี้ด้วย คือนายณัฐพงษ์ จันทร์หวาน ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับ อนุญาตให้เข้าฟังการประชุมกรุณาได้ปฏิบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วย การอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในความสงบ ห้ามแสดง กิริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยหรือกล่าววาจาหรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็น การรบกวนขัดขวางการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และห้ามใช้เครื่องมือวัสดุหรืออุปกรณ์ สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุม สู่บุคคลภายนอก นี่เป็นข้อบังคับของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตอนนี้ทั้งท่านรัฐมนตรี แล้วก็ท่านสัณหพจน์พร้อมแล้ว เชิญท่าน ส.ส. สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ได้ถามเลยครับ🔗

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขต อำเภอปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ คนลุ่มน้ำปากพนัง ก่อนอื่นต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูง รวมทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาที่ให้เกียรติกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะพี่น้องชาวจังหวัด นครศรีธรรมราชในการตอบกระทู้ถามเฉพาะ เรื่อง การพัฒนาเชื่อมโยงเส้นทาง แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานครับ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านวัฒนธรรมอันมีพระบรมธาตุมหาวรวิหารเป็นศูนย์กลาง พุทธศาสนาในภาคใต้และธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้มีสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ มากมาย เช่น แหลมตะลุมพุก อ่าวปากพนัง ที่ตั้งอยู่ในส่วนที่เป็นแหลมยื่นสู่อ่าวไทย ห่างจากอำเภอปากพนัง ๒๕ กิโลเมตร และหากนับจากเส้นทางสนามบินมาสู่แหลมตะลุมพุก ตรงปลายแหลมจะอยู่ประมาณ ๗๐ กิโลเมตร แหลมตะลุมพุกเป็นชายหาดสีขาวยาวโค้ง เรียวไปตามชายฝั่งทะเลแนวเหนือใต้ระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตร ด้านหนึ่งของแหลม รับลมทะเลจากฝั่งอ่าวไทย อีกด้านรับคลื่นลมในฝั่งแม่น้ำปากพนัง ซึ่งในปัจจุบันมีการปรับ ทัศนียภาพให้สวยงามขึ้น มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือชมวิวป่าชายเลน ชมวิถีชีวิตการทำประมงชายฝั่งหรือร่วมกิจกรรมงมหอย จับกุ้ง นั่งเรือชมอ่าวปากพนัง ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สะท้อนความทรงจำ สัมผัสอัตลักษณ์ภูมิปัญญาด้าน สถาปัตยกรรมต่าง ๆ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีหน่วยงานในสังกัดที่เป็นเครื่องมือ กลไกต่อการสนับสนุนการท่องเที่ยวจำนวนหลายหน่วยงาน เช่น องค์การบริหารการพัฒนา พื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. ซึ่งเป็นองค์การมหาชน มีหน้าที่บริหาร และพัฒนาพื้นที่การท่องเที่ยวในเชิงบูรณาการ เป็นองค์กรกลางทำหน้าที่กำหนดนโยบาย และแผนยุทธศาสตร์และส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ที่มีศักยภาพในการท่องเที่ยวให้มีการ บริหารจัดการเชิงคุณภาพ โดยได้ดำเนินการกำหนดพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จำนวน ๖ แห่ง เช่น เมืองโบราณอู่ทอง ครอบคลุมพื้นที่ทั้งตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี หรือดำเนินการพัฒนาท่องเที่ยวชุมชนซึ่งดำเนินการแล้วจำนวน ๑๘ ชุมชน เช่น ตำบลเกาะเกร็ด อำเภอเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี บ้านเขาเพลา ตำบลสมอทอง อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างงานสร้างรายได้และส่งเสริม การท่องเที่ยวแหลมตะลุมพุกและพื้นที่ต่าง ๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมทั้งในเขตของ ลุ่มน้ำปากพนังที่จะต้องการส่งเสริมให้เป็นการไหว้พระ ๑๐ วัดเป็นที่แรกของประเทศไทย ผมขออนุญาตรวมเป็น ๒ คำถามเลยนะครับ ผมขอถามรวมกันทีเดียว ท่านประธานครับ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา มีมติรับทราบตามที่กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ โดยเห็นชอบการประกาศพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เป็นพื้นที่พิเศษเพื่อท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเนื้อที่รวมประมาณ ๓,๔๗๐,๗๘๘ ไร่ ซึ่งครอบคลุม ๑๕ อำเภอ ประกอบด้วยจังหวัดสงขลา ๘ อำเภอ จังหวัดพัทลุง ๕ อำเภอ จังหวัดนครศรีธรรมราช ๒ อำเภอ คืออำเภอชะอวดและอำเภอ หัวไทร และนำมาพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวรูตติง (Routing) ที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ ของท้องถิ่นจำนวน ๕ เส้นทาง เพื่อสะท้อนให้เห็นวิสัยทัศน์ของแผนการขับเคลื่อนวิถีแห่ง ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ได้แก่ เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศทะเลสาบสงขลา เส้นทางท่องเที่ยววิถีโหนด-นา-เล เส้นทาง ท่องเที่ยววิถีชีวิตทะเลสาบสงขลา เส้นทางท่องเที่ยวตามรอยหลวงปู่ทวดและเส้นทาง ท่องเที่ยวโนราห์ มรดกภูมิปัญญาไทย มรดกโลก โดยมีการประมาณการว่าการพัฒนา แผนงานระยะเวลา ๕ ปีจะส่งผลให้ ๓ จังหวัดคือสงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช มีจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้าพื้นที่ราวประมาณปีละ ๗-๘ ล้านคน สร้างรายได้ปีละกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ผมขออนุญาตถามคำถามที่ ๑ และคำถามที่ ๒ รวมกันเลยครับ🔗

คำถามแรก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีแนวโน้มการพัฒนา แหล่งท่องเที่ยวแหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง ในด้านประวัติศาสตร์วิถีชีวิตของชาว แหลมตะลุมพุกเพื่อสร้างอัตลักษณ์ ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ🔗

คำถามที่ ๒ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีนโยบายพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดนครศรีธรรมราชอย่างไร ขอทราบรายละเอียด และขอเรียนถามเพิ่มเติมว่าสามารถพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยว แหลมตะลุมพุกรวมกับแผนการขับเคลื่อนที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของท้องถิ่นร่วมกับ พื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาได้หรือไม่ หรือดำเนินการ พัฒนาแหลมตะลุมพุกเป็นการท่องเที่ยวชุมชนได้หรือไม่ อย่างไร ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้บรรยายถึงการพัฒนาของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในเรื่องการพัฒนาของ อพท. ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้ง ๑๕ พื้นที่ และโดยเฉพาะพื้นที่การพัฒนา ชายขอบทะเลสาบสงขลา ซึ่งประกอบด้วย ๓ จังหวัด ก็คือ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลา และจังหวัดพัทลุง ซึ่งแน่นอนครับ การที่เมื่อพัฒนาไปถึงตรงนั้นก็จะติดใน ๒ อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช คืออำเภอชะอวดและอำเภอหัวไทร ซึ่งอำเภอหัวไทร ก็จะเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกับอำเภอปากพนัง ในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีพื้นที่ทั้งหมด ๙,๗๖๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย ๒๓ อำเภอ ๑๖๕ ตำบล ๑,๔๒๘ หมู่บ้าน ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราชก็ต้องบอกว่าเป็นเมืองโบราณของไทยเรามี ๆ มาเป็น ๑,๐๐๐ ปีแล้ว ซึ่งก็ต้องย้อนไปถึงสมัยยุคศรีวิชัย ยุคตามพรลิงค์ และมาถึงขณะนี้ พอมาถึงยุคกรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งในยุคของกรุงธนบุรีเราก็จะเห็นว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินได้มี อนุสาวรีย์ที่อำเภอพรหมคีรี แล้วก็ที่สำคัญที่สุดตัวผมเองก็ได้ลงพื้นที่ในอำเภอปากพนัง และอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ค่อนข้างที่จะต้องบอกว่าละเอียดพอสมควร🔗

ซึ่งจากคำถามที่ ๑ ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ถามผมก็คือ มีกระทรวงการ ท่องเที่ยวและกีฬามีแนวทางพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง อย่างไร ในหัวข้อที่ ๑ หัวข้อที่ ๒ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีนโยบายพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว เชื่อมโยงเส้นทางต่าง ๆ ในอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีอย่างไรบ้าง ซึ่งก็ต้องบอก อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าวไปแล้วว่าแหลมตะลุมพุกเรามี ประวัติศาสตร์ในเรื่องของเกิดมหาวาตภัยเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งประเทศไทยเรา โดยเฉพาะ จังหวัดนครศรีธรรมราชได้เกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินไปมากเหลือเกิน ซึ่งจาก การที่มีความสูญเสียก็มีการอยู่และมีการอพยพของชาวบ้านในพื้นที่ต่าง ๆ แต่ก็มีการอพยพ เข้าไปอยู่ใหม่ ซึ่งแหลมตะลุมพุกจริง ๆ แล้วเป็นพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ ก็อย่างที่ ท่านสมาชิกพูดว่ามีพื้นที่สวยงาม มีชายหาด มีประวัติศาสตร์ที่เล่าถึง แต่การที่ปัจจุบันนี้ ยังไม่ได้รับการพัฒนาก็อาจจะติดด้วยองค์ประกอบในหลาย ๆ องค์ประกอบ ซึ่งตัวผมเอง เมื่อลงพื้นที่แล้วก็ได้ไปหารือกับทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งโดย พื้นที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การที่เราจะเข้าไป พัฒนาหรือทำอะไรก็ต้องขออนุญาตเจ้าของพื้นที่ในการที่จะเข้าไปพัฒนา ซึ่งตัวผมเองเมื่อได้ เห็นคำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่าน ส.ส. ก็ได้ลงพื้นที่แล้วมีทำการหารือกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอความกรุณาในการเปิดพื้นที่ เพื่อเข้าทำการพัฒนาในแหล่งท่องเที่ยวในแหลมตะลุมพุก แต่การที่จะเข้าไปพัฒนา สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการเดินทาง นั่นก็คือการที่จะต้องไปพัฒนาเรื่องของถนนหนทางในการ ที่จะเดินทางเข้าไปสู่แหลมตะลุมพุกให้ได้ ซึ่งแหลมตะลุมพุกนี้ก็เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำอยู่ในป่า แนวป่าชายเลน การที่จะเข้าไปพัฒนาก็คือต้องสร้างถนนเข้าไป ซึ่งขณะนี้ทาง อบต. ได้มี งบประมาณในการสร้างถนนเรียบร้อยแล้ว ไฟฟ้าในอดีตเคยมี แต่เนื่องจากพายุปลาบึกมา ก็ทำให้เสาไฟฟ้าล้ม ขณะนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้มา ๓ ปี ผมได้ประสานกับทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เขาก็จะอนุญาตเปิดพื้นที่เพื่อเข้าไปทำการพัฒนา นั่นคือการพัฒนาเรื่องของแหลมตะลุมพุก ส่วนการพัฒนาเรื่องของการท่องเที่ยวในอำเภอ ปากพนัง ซึ่งตัวผมเองก็ได้มีการเข้าไปโดยเฉพาะในบุญเดือนสิบ มีการแข่งขันเรือเพรียวเอย มีการทำเรื่องของเขาเรียกประเพณีบุญเดือนสิบของพื้นที่ชาวภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัด นครศรีธรรมราชเป็นการจัดงานที่ค่อนข้างยิ่งใหญ่ ส่วนเรื่องของการพัฒนาพื้นที่ต่อเนื่อง ในรายละเอียดผมคงจะขอแจกเป็นเอกสาร เพราะหากว่าผมสาธยายทั้งหมดคิดว่าครึ่งชั่วโมง คงไม่จบ ผมก็จะขอพูดรวบเป็นลักษณะแบบรวบรัดเพราะมีเวลาเพียง ๑๐ นาทีนะครับ ซึ่งการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราชประกอบ ไปด้วยชายฝั่งทะเลนะครับ ประกอบด้วยติดทะเลสาบสงขลา มีภูเขา แล้วก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต่าง ๆ อย่างมากมาย แล้วก็มีพื้นที่ในการทำนา แล้วก็สำคัญที่สุดมีสิ่งที่เป็นโบราณวัตถุ เป็นเรื่องของวัฒนธรรมประเพณีค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะวัดมหาธาตุคือพระมหาธาตุเจดีย์ ที่นครศรีธรรมราช องค์พ่อจตุคาม แล้วก็ศาลหลักเมือง ไอ้ไข่วัดเจดีย์ ขณะนี้ที่มีความ สวยงามและมีการพัฒนาก็คือที่อำเภอขนอม เราจะเห็นภาพต่าง ๆ ในการที่เข้าไป ที่กระทรวงคมนาคม เข้าไปทำถนนเลียบชายฝั่งทะเลก็เป็นถนนที่ค่อนข้างสวยงาม แล้วก็ยังมี เจดีย์อีกหนึ่งเจดีย์ซึ่งสร้างมาพร้อม ๆ กับเจดีย์วัดมหาธาตุ ก็คือเจดีย์ปะการัง ซึ่งมีอายุเกือบ ๑,๐๐๐ ปี สิ่งเหล่านี้ก็เป็นการตอบสนอง และสิ่งสำคัญที่สุดในเรื่องของการท่องเที่ยว เชิงเกษตร จังหวัดนครศรีธรรมราชมีปราชญ์ที่มีความรู้เรื่องของทางการเกษตรค่อนข้างเยอะ ซึ่งตัวผมเองก็ได้ลงไปทำการประชุมและหารือในหลาย ๆ ปราชญ์ แล้วก็ทำเรื่องของการ ท่องเที่ยวเชิงเกษตรและที่สำคัญเราต้องทำการเชื่อมโยงเรื่องลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ชายฝั่งไทย ในเรื่องของภูเขา เรามีน้ำตกกรุงชิงซึ่งเป็นน้ำตกที่ค่อนข้างสวยงามมาก ๆ เรามีการท่องเที่ยวสายมูที่เคารพบูชา ในจังหวัดนครศรีธรรมราชก็ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็น เกจิอาจารย์ก็คือหลวงพ่อคล้าย วัดพระธาตุน้อย ซึ่งหลวงพ่อคล้ายนี้ก็ได้ชื่อว่าเป็น หลวงพ่อคล้ายวาจาสิทธิ์ ก็มีความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งพี่น้องหรือชาวนครศรีธรรมราชมีความนับถือ กราบไหว้บูชา และสิ่งใหม่ซึ่งผมเพิ่งไปเปิดเมื่อไม่นานมาเองนี้ ก็คือที่เขาพระนอน ซึ่งที่อยู่ อำเภอชะอวดก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาพร้อม ๆ กับเจดีย์มหาธาตุที่วัดมหาธาตุนครศรีธรรมราช สิ่งเหล่านี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากำลังทำการเชื่อมโยงและบูรณาการในสิ่งต่าง ๆ เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยว ก็อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติพูดนะครับว่า เมื่อเราพัฒนา และเชื่อมโยงความเป็นองค์รวมทั้งหมด ผมมั่นใจนะครับ อย่างที่ท่านพูด นักท่องเที่ยวที่จะ เข้ามาใน ๓ จังหวัด คือจังหวัดสงขลา จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดพัทลุง ไม่น้อยกว่า ๘ ล้านคน การที่จะมีเรื่องของรายได้จากการท่องเที่ยว ผมว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท น่าจะไม่พอ น่าจะไม่น้อยกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นต้นไป ซึ่งตัวผมเองโดยเฉพาะกระทรวงการ ท่องเที่ยวและกีฬาเราพยายามจะพัฒนาเรื่องของการท่องเที่ยวเป็นกลุ่มจังหวัด คือจังหวัด สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และพัทลุง ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว ในเรื่องของยุคศรีวิชัย เอายุคศรีวิชัยมาเป็นต้น แล้วก็เป็นการเชื่อมโยงในเรื่องของวัฒนธรรม ประเพณี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ทำมาครบแล้วทั้ง ๔ จังหวัด ตั้งแต่พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช แล้วก็ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่พระธาตุไชยาเพิ่งจะ ทำไปเมื่อ ๒-๓ เดือนที่แล้ว นี่คือการเชื่อมโยงเรื่องของการท่องเที่ยวในยุคศรีวิชัย แต่สิ่งต่าง ๆ เวลาผมเรียนแล้วใกล้จะหมด ก็ขอจะทำเป็นเรื่องรายละเอียด และขอส่งเป็นรายละเอียด ในภาคเอกสารให้กับท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าหากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ อยากจะได้รายละเอียดเรื่องของการเชื่อมโยงต่าง ๆ ตัวผมเองก็พร้อมที่จะนำเสนอเป็น ภาคเอกสารให้กับท่านสมาชิกครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ พอดีท่านรัฐมนตรีตอบเหลือเวลาอยู่ ๑๒ วินาทีนะครับ ท่านสัณหพจน์มีอะไรจะสอบถาม เพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นครศรีธรรมราช

ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณที่ให้โอกาสกับพี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นอย่างสูงครับ ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ ในส่วนของ การเชื่อมโยงการท่องเที่ยวฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทย เมื่อก่อนผมเคยสรุปในสภาเรียบร้อย แล้วก็ วันนี้เราได้สายการบินจากสุวรรณภูมิมาสู่นครศรีธรรมราชแล้วทำให้การเดินทางสะดวก แต่อยากเรียนฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าอยากให้มีการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว ฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทยอย่างจริงจัง แล้วก็ส่งเสริมให้เป็นรูปธรรม มีรูท (Route) การท่องเที่ยว ให้เกิดขึ้นกับลุ่มน้ำปากพนัง เพราะวันนี้พี่น้องชาวประมงที่อาชีพหลักใช้การไม่ได้กับที่ ปากพนัง เพราะเราโดนมาตรการไอยูยู (IUU) เราต้องพึ่งจากภาคการท่องเที่ยวเท่านั้น จึงขอเรียนท่านว่าทรัพยากรธรรมชาติที่ดีมากในลุ่มน้ำปากพนังให้ฝรั่งชาวต่างชาติในฝั่ง อันดามันมาสู่อ่าวไทยให้ได้ อย่าให้ไปฮาลองเบย์ที่เวียดนามหมด เรามีนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติในจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานครับ เพียงปีละ ๑๐,๐๐๐ คนเองเท่านั้น ๑๐,๐๐๐ คนที่เราประมาณการว่าจะต้องการ ๗-๘ ล้านคน แต่มานครศรีธรรมราชเพียง ประมาณ ๑๑,๐๐๐ คน เราต้องการตรงนี้มาก ๆ ถ้าหากเป็นไปได้ผมฝากเรียนท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยผลักดันเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในจังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะเป็นพื้นที่ภาคใต้บ้านท่านรัฐมนตรีเช่นกันครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตใช้เวลาท่านสมาชิก เพิ่มเติมเล็กน้อยนะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ ผมอนุญาตท่านรัฐมนตรีนะครับ เพราะเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ เชิญครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

จากการที่ว่ามีการที่จะเชื่อมโยงลักษณะของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่จะเข้ามาใน ฝั่งอ่าวไทยก็คือสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และพัทลุง ก็ต้องยอมรับนะครับว่า ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่เกาะสมุยเรามีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศมากมายนะครับ แต่ขณะนี้ก็ต้องบอกเลยว่าก่อนโควิด (COVID) ในอำเภอสิชล อำเภอขนอม ทางกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาเราได้มีทำการประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะไปประชาสัมพันธ์ในแถบ สแกนดิเนเวีย ๔ ประเทศ ก็คือ สวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ และฟินแลนด์ โดยเฉพาะ ในฤดูกาลนี้ผมมั่นใจว่าที่อำเภอขนอมจะมีนักท่องเที่ยวชาวสแกนดิเนเวียเข้ามาพักอีก มากมาย ซึ่งตัวผมเองได้ลงไปสัมผัสในพื้นที่จริงและได้สอบถามกับนักท่องเที่ยวชาว สแกนดิเนเวียว่าทำไมถึงมาพักแล้วมาท่องเที่ยวใน ๒ อำเภอนี้ ทางนักท่องเที่ยวตอบว่า เขาต้องการหนีความอึกทึกครึกโครมมาหาความสงบ ซึ่งแน่นอนครับ นครศรีธรรมราช โดยเฉพาะที่ขนอมกับสิชลมีชายหาดที่สวยงามและมีการพัฒนาและมีสถานที่รองรับ ก็คือ ที่พักที่ดีในระดับ ๔ ดาว ถึง ๕ ดาว เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้นักท่องเที่ยวได้เริ่มเดินทางเข้ามา แต่จะทำการประชาสัมพันธ์ให้ได้อย่างไรว่าให้นักท่องเที่ยวแทนที่จะเที่ยวทะเลอย่างเดียว ขอให้มาเที่ยวเรื่องของภูเขา โดยเฉพาะเรื่องของการท่องเที่ยวในลักษณะผจญภัย ซึ่งตรงนี้ เรากำลังทำเรื่องแพกเกจ (Package) เพื่อไปขายในแถบสแกนดิเนเวียอยู่ครับ ขอกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ถือว่า ท่านสัณหพจน์ก็ได้คำตอบที่ค่อนข้างชัดเจนนะครับ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาก็ให้ความสนใจในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เชิญครับ สั้น ๆ แล้วกันครับ🔗

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นครศรีธรรมราช

ขอบคุณท่านประธานครับ นิดเดียวครับ สั้น ๆ ท่านรัฐมนตรีครับ ในแผนเมื่อสักครู่ในส่วนของ ๓ จังหวัด พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช ๒ อำเภอ เมื่อสักครู่ผมถามท่านเพิ่มเติมนิดหนึ่งว่าของจังหวัด นครศรีธรรมราชในเมื่อเรามีหัวไทรและชะอวดแล้ว ถ้าเราบวกปากพนังไปอีกสักอำเภอ ได้ไหมครับ เพื่อเข้าแผนพัฒนาอันนี้ มันจะได้ต่อเนื่องกันเลยครับ พี่น้องชาวปากพนังจะได้ ลืมตาอ้าปากได้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี ตอบไหมครับ เชิญครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ขอบคุณมากครับ แต่การที่พัฒนานั้นเป็นโครงการพัฒนาชายขอบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งเราไม่สามารถที่จะข้ามมาที่ปากพนังได้ แต่สามารถที่จะทำการเชื่อมโยงลักษณะว่า เป็นการเชื่อมโยงของทางหัวไทรมาที่ปากพนังตรงนั้นเราจะดำเนินการทำการเชื่อมโยง เป็นลักษณะของการท่องเที่ยว แต่คงไม่ได้เชื่อมโยงไปเฉพาะปากพนัง คงต้องเชื่อมโยง เข้าสู่อำเภอเมืองก็คือที่ปากนคร เพราะเป็นพื้นที่ของอ่าวปากนครตรงนั้น ซึ่งตรงนี้อยู่ในแผน ที่เรากำลังจะพัฒนาเรื่องของการท่องเที่ยว เรื่องของอำเภอปากพนังและอำเภอเมือง นครศรีธรรมราชอยู่แล้วครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ถือว่าจบ การถามตอบกระทู้แยกเฉพาะที่ ๔๘๒ เรื่อง การพัฒนาเชื่อมโยงเส้นทางแหล่งท่องเที่ยวของ จังหวัดนครศรีธรรมราช ของท่าน ส.ส. สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่กรุณาให้เกียรติกับห้องกระทู้แยกเฉพาะ ของพวกเรา ขอบคุณมากครับ🔗

๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๙๓ เรื่อง ขอให้ปรับปรุงบูรณะ องค์พระบรรทมหรือพระไสยาสน์และหาแนวทางแก้ไขการขยับเขยื้อนของแนวเขาหินปูน ชำรุดมากดทับพระบรรทม วัดสำโรง ตำบลนาหลวงเสน อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช (ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอนุชา นาคาศัย เป็นผู้ตอบ🔗

ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือ ๑. นางเสริมกิจ ชัยมงคล ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๒ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ๒. นายสมบัติ พิมพ์สอน ผู้ตรวจราชการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และผมได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมได้เข้ารับฟังการตอบกระทู้ถามดังนี้ ๑. นายธีรเมธ ปรีชานุกูล ๒. นางจุฑารัตน์ พ่วงงาม ทั้งนี้ก็ต้องขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้า ฟังการประชุม ได้กรุณาปฏิบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาต ให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดให้ ผู้ได้รับอนุญาตเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรต้องอยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยา เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยหรือกล่าววาจาหรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็น การรบกวนขัดขวางการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และห้ามใช้เครื่องมือวัสดุหรืออุปกรณ์ สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุม สู่บุคคลภายนอก เรียนให้กับท่านผู้ได้เข้าร่วมรับฟังการประชุมได้ทราบ ขณะนี้พร้อมนะครับ ทั้งท่านรัฐมนตรี ผู้ถามและผู้ตอบพร้อม ขอเชิญศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ถาม เชิญครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้ผมขอขอบคุณท่านอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เป็นตัวแทน ของนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมได้ถามกระทู้ผม ซึ่งจริง ๆ แล้วผมได้หารือในสภาในเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับการให้มีการบูรณะองค์พระบรรทมหรือพระนอนที่วัดสำโรงหรือพระไสยาสน์ หมู่ที่ ๖ ถนนสำโรง-จันดี ตำบลนาหลวงเสน อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ความตอนนั้น ผมพยายามที่จะอธิบายว่าที่วัดสำโรงถือว่าเป็นวัดเก่าแก่ แล้วก็พระบรรทมหรือพระนอน สืบทราบว่าเป็นพระที่สืบต่อมาจากวัดพระบรมมหาธาตุ คือที่เราเรียกว่าพระธาตุเมืองนคร ซึ่งเป็นที่สักการบูชา แล้วที่นี่ก็ถือว่าเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชน ชาวนาหลวงเสน และคนทั่วไป แล้วก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มาบูชาพระบรรทมหรือพระไสยาสน์ซึ่งมาเป็น พระนอนยาว แต่ปัญหามันเกิดขึ้นตรงที่ว่าผมคิดว่าทางกรมศิลปากรความเดิมก็ไม่ได้ใส่ใจ ผมต้องใช้คำพูดว่าไม่ได้รับความใส่ใจที่จะดูแลบูรณะอย่างจริงจังก็แล้วกัน อันนี้ก็ถือว่า โบราณสถาน โบราณวัตถุที่สำคัญเป็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์ผมว่าเป็นหน้าที่ของ กรมศิลปากร แล้วก็ต้องบูรณะและสืบให้รู้ว่าพระนี้มีอายุเท่าไรจะขึ้นเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุได้หรือไม่ อันนี้ผมก็ต้องถามต่อในวันนี้ต่อท่านรัฐมนตรี ความจริงเรื่องนี้คนที่ เดือดร้อนก็มีเยอะนะ ไม่ว่าจะเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท่านสุธีย์ มณีฉาย เป็นกำนัน แล้วก็มี นายกสุเมธ ผาสุข นายก อบต. นาหลวงเสน พร้อมประชาชนก็นำผมไปดู ผมก็ขึ้นไปดู ก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ แต่ปรากฏการณ์หนึ่งก็คือว่าเศียรพระนอนยาว ถ้าท่านดูตามรูป มันเกิดหินภูเขามาทับเศียรพระ ตรงนี้ก็มีความสำคัญว่าถ้าไม่ได้ใส่ใจหรือไปดู การทับเศียรพระ มันจะเกิดความชำรุดทรุดโทรมได้ แล้วอย่างนี้มันทำให้เกิดไม่เป็นที่คาดหวังของพี่น้อง ประชาชนที่จะบูชาต่อไปให้มันมีความสง่างามหรือยั่งยืนในอนาคต ฉะนั้นคำถามผมวันนี้ ต่อท่านรัฐมนตรีง่าย ๆ ก็คือว่า ผมอยากจะถามเรื่องการดำเนินงานการขึ้นทะเบียน การพิสูจน์อายุตัวองค์พระว่าทางรัฐบาลหรือทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กรมศิลปากรที่ผมอ้างถึงได้ไปดำเนินการถึงไหน อย่างไรแล้ว ตั้งแต่ผมหารือเมื่อสัก ๓-๔ เดือนที่แล้ว เป็นปีแล้วนะ แล้วก็ต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ ๒-๓ ครั้งแล้ว เพื่อให้พี่น้อง ประชาชนที่เขาอยากจะฟังว่าหน่วยราชการได้มาใส่ใจที่นี่มากน้อยเพียงใด ความจริง เรื่องของภูเขาเขยื้อนที่มาทับเศียรพระอาจจะเกี่ยวข้องกับกรมทรัพยากรธรณีหรืออะไร ผมไม่ทราบ ผมเลยถามนายกรัฐมนตรี เพราะว่ามันพันกันหลายเรื่องในการบูรณะหรือว่า บูรณาการแก้ปัญหาร่วมกัน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ควรทำ นั่นเป็นคำถามที่ ๑ ในการดำเนินงาน พิสูจน์หรือการจะไปดูบูรณะอย่างไรด้วย เป็นคำถามแรกครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบคุณท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ที่สนใจ ถึงปัญหาของวัดและโบราณสถานที่เกี่ยวเนื่องกับวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสนาของเรา เป็นศาสนาประจำชาติ คือศาสนาพุทธที่เรามีองค์พระพุทธรูปเป็นหลักในการยึดเหนี่ยวจิตใจ ทางกระทรวงวัฒนธรรมโดยกรมศิลปากรได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลจากฐานข้อมูล กรมศิลปากร แล้วลงพื้นที่สำรวจวัดสำโรงใต้ ตำบลนาหลวงเสน อำเภอทุ่งสง จังหวัด นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๕ ก็อาจจะสืบเนื่องมาจากความสนใจของ ท่านศาสตราจารย์นี่ละครับที่ได้สนใจและได้ติดตาม ก็คงเป็นที่ทำให้เกิดความตื่นตัว ของกรมศิลปากรโดยสำนักศิลปากรที่ ๑๒ ได้ลงสำรวจ เดี๋ยวผมคงในคำถามต่อ ๆ ไป ส่วนการสำรวจนั้นก็จะมีการให้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ท่านได้ กล่าวมาได้ช่วยไปสำรวจด้วยนะครับ เดี๋ยวก็จะกล่าวในส่วนต่อไปว่าสำรวจแล้วเป็นมาอย่างไร🔗

สำหรับคำถามที่ท่านบอกว่ารัฐบาลหาทางแก้ไขปัญหาการขยับเขยื้อนเศียร พระบรรทมอย่างไรบ้างเพื่อมิให้พระบรรทมเกิดความเสียหาย ซึ่งจากการที่สำนักศิลปากร ที่ ๑๒ นครศรีธรรมราชได้ดำเนินการตรวจสอบ ปัจจุบันพบว่ามีสภาพที่สมบูรณ์ยังไม่ได้รับ ความเสียหายจากการขยับเขยื้อนของหินเพลิงผาแต่อย่างใด และได้รับการประสาน ขอความอนุเคราะห์จากสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต ๔ เรื่องรายงานผลการตรวจสอบ หินงอกองค์พระไสยาสน์ วัดสำโรง ตำบลนาหลวงเสน อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ปัจจุบันไม่พบร่องรอยหินงอกมาเพิ่มเติมจากชั้นหินปูนแข็ง พบเพียงหินน้ำไหลขนาดเล็ก บริเวณปลายพระพุทธบาทที่พอกตัวออกมาเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้หากมีความเสียหาย เกิดขึ้นในอนาคตกรมศิลปากรและสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช ก็จะเข้าตรวจสอบ สภาพความชำรุดและดำเนินการบูรณะต่อไป ซึ่งจากการทำงานทำให้เห็นว่าการดำเนินงาน ก็คงจะเป็นผลสืบเนื่องจากความสนใจติดตามของท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ที่ได้พยายาม ที่จะหาข้อมูลข้อเท็จจริง เพราะว่าเราทราบดีครับว่าวัดมีความสำคัญมาก ว่าวัดเป็นสถานที่ โบราณ ต้องบอกว่าเพิงผาเขาสำโรงใช้เป็นที่อาศัยของมนุษย์ตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ จากการสำรวจของกรมศิลปากร แล้วต่อมายุคประวัติศาสตร์มีการตั้งวัดสำโรงบริเวณ ด้านตะวันออก ซึ่งตามหนังสือประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่มที่ ๒๓ โดยสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติระบุว่าวัดแห่งนี้ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๐ ตรงกับสมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๗ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ แต่ในส่วน ของพระพุทธรูปปางไสยาสน์น่าจะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่พบ แม้ว่าเป็นศิลปะพื้นถิ่น และได้บูรณะซ่อมแซมทาสีทับแล้ว แต่ยังคงพุทธลักษณะบางประการที่มีความคล้ายคลึงกับ พระพุทธรูปสมัยอยุธยาตอนกลาง ซึ่งเดี๋ยวจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมให้ท่านประธานทราบ ต่อไปนะครับ จึงขอตอบคำถามข้อที่ ๑ เพียงเท่านี้ก่อนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ถามคำถามครั้งที่ ๒ ครับ เชิญครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมก็ได้เป็นตัวแทนเป็นปากเป็นเสียงให้กับ พี่น้องชาวตำบลนาหลวงเสนและตำบลใกล้เคียง และพี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีความเชื่อมีความศรัทธาต่อองค์พระไสยาสน์หรือพระนอนพระบรรทมที่นี่ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบก็มีรายละเอียดว่าองค์พระไม่ได้ เป็นอันตรายต่อการกดทับแต่อย่างใด แต่ว่าด้วยความเป็นห่วงของพี่น้องที่นั่น เพราะเขา ไม่เข้าใจว่าการกดทับของหินภูเขาจะเป็นอันตรายต่อพระหรือไม่ พอได้ฟังอย่างนี้ก็สบายใจ ไปเปราะหนึ่ง แต่ผมไม่อยากให้นิ่งนอนใจท่านครับ แล้วก็ส่วนกรมศิลปากรเองผมคิดว่า พอดีผมมีเอกสารที่ทำวิจัยโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์กิตติศักดิ์ แสงทอง ท่านประธานครับ ที่ไปทำเรื่องประวัติศาสตร์ชุมชนวัดสำโรงจากการบอกเล่าของชาวพุทธศาสนิกชน ที่ได้มีรายละเอียดมีประวัติศาสตร์อย่างที่รัฐมนตรีได้เล่า เดี๋ยวผมมอบให้ท่านรัฐมนตรี เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของกรมศิลปากร อันนี้ก็เป็นเอกสารงานวิจัยของ ที่มหาวิทยาลัยราชมงคลศรีวิชัย🔗

ในคำถามที่ ๒ อาจจะถามพันกับคำถามที่ ๑ ก็ได้ เพราะว่าคือผมอยากให้ ชัดเจนว่าในการสำรวจขึ้นทะเบียนจะขึ้นทะเบียนเป็น ผมไม่แน่ใจว่าจะเรียกโบราณสถาน หรือโบราณวัตถุ อันนี้ก็เป็นหน้าที่ของกรมศิลปากรได้ช่วยลองให้แนวทางว่าจะขึ้นทะเบียน ได้หรือไม่ ในการสำรวจไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวองค์พระก็ดีหรือเนื้อของหินที่ประกอบเป็น วัตถุขององค์พระก็ดี ผมคิดว่าต้องมีความละเอียดตรงนั้น ผมไม่มีความรู้ เรียนท่านประธานว่า ทางโบราณสถาน โบราณวัตถุ หรือทางกรมศิลปากรจะได้ช่วยกรุณาบอกกล่าวให้พี่น้องว่า เขาอยากขึ้นทะเบียนมันจะได้หรือไม่ อย่างไร ส่วนแนวทางที่จะไปบูรณะ ผมถามเรื่องบูรณะ มันจะมีหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการดูรอบตัวองค์พระก็ดี ตรงนั้นมันเป็นพื้นที่ที่ต้องขึ้นไป บนภูเขานิดหนึ่งว่าจะทำอย่างไร อย่างไรก็ตามคงจะต้องประสานงานกับนายก อบต. ด้วย ที่จะช่วยกันพัฒนา ผมคิดว่าต้องบูรณาการตรงนี้เรียนท่านประธาน เพราะว่ามันมี กรมศิลปากร มีทั้งกรมทรัพยากรธรณี มีทั้ง อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผมว่าต้องช่วยกัน เพราะฉะนั้นคำถามต่อมาว่าจากปัญหาที่ผมพูดถึง ระยะเวลาในการขึ้นทะเบียนก็ดี ไม่ทราบ กรมศิลปากรจะมีแนวทางบอกได้ไหม ระยะเวลาที่จะดำเนินการให้เสร็จสิ้น ส่วนปัญหาการ กดทับของเศียรพระ ของหินภูเขา ผมคิดว่าอาจจะไม่มีแรงดันมากดทับแต่ว่าแนวทางที่จะทำ ให้ปลอดภัยผมไม่แน่ใจว่ามันจะมีแนวทางอย่างไร เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ได้ช่วยตอบทั้งคำถามที่ ๑ ที่ผมพูดถึงการขึ้นทะเบียน แล้วคำถามที่ ๒ ก็คือว่าทำให้ ประชาชนได้สบายใจ แล้วกรมศิลปากรผมคิดว่าน่าจะเข้าไปดูแลมากกว่านี้ในการบูรณะ รวมทั้งการขึ้นทะเบียนอย่างไรเพื่อประชาชนจะได้ทราบ รวมทั้งแนวทางตรงนี้ว่ามันจะ ป้องกันได้ให้มั่นใจ กราบเรียนท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ต้องขอบคุณ ท่าน ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สำหรับข้อห่วงใย ในเรื่องของการขึ้นทะเบียนโบราณสถานหรือโบราณวัตถุ จากการที่ได้ประสานงานแล้วก็ พูดคุยกับทางกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมนั้น ทราบว่าได้มีการสำรวจแล้วที่วัดสำโรง ได้มีการสำรวจถึงความสำคัญของโบราณสถานหรือโบราณวัตถุที่เกิดขึ้น อย่างที่ผมเรียนไป เบื้องต้นว่าเป็นความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์มาแต่ยาวนานตั้งแต่สมัยก่อน เรียกว่า ดึกดำบรรพ์เลย ซึ่งได้มีการสำรวจแบ่งเป็น ๗ กลุ่ม ได้แก่ ๑. โบราณสถานและหลักฐาน ทางโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ที่พบในถ้ำช้าง ๒. พระพุทธรูปปูนปั้นปางไสยาสน์ บริเวณเพิงผาชั้น ๒ ๓. กลุ่มพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยบริเวณพื้นเพิงผาชั้นที่ ๑ จำนวน ๑๙ องค์ ชั้นที่ ๒ จำนวน ๖ องค์ รวมถึงองค์ที่มีนามว่าพระปัญญาด้วย และชั้นที่ ๓ จำนวน ๑๗ องค์ และบริเวณหน้าบันไดทางขึ้นถ้ำช้างอีก ๙ องค์ ๔. คือประติมากรรมปูนปั้น ตอนมหาพิฆเนศกรม บริเวณส่วนฐานที่ก่อขึ้นเพื่อปรับพื้นที่ด้านบนเป็นที่ตั้งศาลาครอบรอย พระพุทธบาท ๕. รอยพระพุทธบาทหล่อจากโลหะภายในศาลาครอบรอยพระพุทธบาท ๖. รูปปั้นปู่เจ้าสมิงพราย ๗. พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะพม่าสมัยหลังทำด้วยหินขาว ซึ่งทั้งวัดสำโรงและโบราณวัตถุที่พบในวัดอยู่ระหว่างการประเมินคุณค่าและความสำคัญ ตามเกณฑ์การขึ้นทะเบียน และคาดว่าจะจัดทำแผนการขึ้นทะเบียนโดยกรมศิลปากร ภายในปีนี้ ผมได้สอบถามทางกรมศิลปากรว่าจะทำการเสนอขึ้นทะเบียนภายในปีนี้ ซึ่งก็กราบเรียนท่านเพื่อรับทราบผ่านท่านประธานครับ ท่านประธานครับ เดี๋ยวตอบอีก คำถามหนึ่งครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ความจริง คำถามจะถามได้แค่ ๒ ครั้ง ถ้าจะถามครั้งที่ ๓ ถ้าประเด็นยังไม่จบอะไรต้องขออนุญาต ประธาน ประธานอนุญาตค่อยถามต่อได้ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบเลยครับ🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

จากที่บอกว่า จะมีการที่จะดำเนินการอย่างไรหากมีกรณีอย่างนี้เกิดขึ้น กราบเรียนว่าโดยหลักวิทยาศาสตร์ การงอกของหินมันค่อนข้างเกิดขึ้นช้ามาก แล้วเราจะเห็นร่องรอยก่อน ทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ตอบชี้แจงว่าถ้าหากว่ามีการเพิ่มขึ้นของหินเราจะเห็น การเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่อยู่ดี ๆ หินเพิ่มขึ้นมาแล้วเศียรพระจะหักทันที นี่คือหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งเราได้คำนวณแล้ว แต่ทางกรมศิลปากรกับสำนักงานพระพุทธศาสนาได้ร่วมมือกันตอนนี้ ได้พยายามที่จะตรวจสอบอยู่ตลอดและฟังเสียงจากพี่น้องประชาชนหรือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ รวมทั้งวัดที่เป็นเจ้าอาวาสที่ดูแลอยู่ด้วย ก็จะได้ติดตามเรื่องนี้โดยตลอด จึงกราบเรียน ด้วยความเคารพครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ก็ไม่ได้ถามนะครับ เรียนท่านประธานว่าขอบคุณท่านรัฐมนตรี แล้วก็เพื่อความมั่นใจของ แนวหินเท่านั้น ก็ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสแล้วก็ให้ผมได้ถามเรื่องนี้ ก็ทำให้พี่น้อง ประชาชนได้สบายใจ ชาวนาหลวงเสนที่เฝ้ารอเรื่องนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ที่ประชุมครับ ก็ถือว่าเป็นการจบการถามตอบกระทู้แยกเฉพาะที่ ๔๙๓ เรื่อง ขอให้ปรับปรุงบูรณะ องค์พระบรรทมหรือพระไสยาสน์และหาแนวทางแก้ไขปัญหาการขยับเขยื้อนของแนว เขาหินปูนชำรุดมากดทับพระบรรทม วัดสำโรง ตำบลนาหลวงเสน อำเภอทุ่งสง จังหวัด นครศรีธรรมราช ของท่าน ส.ส. ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ถามท่านนายกรัฐมนตรี ผมต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ อนุชา นาคาศัย ที่ได้ให้เกียรติสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา ขอบคุณมากครับ🔗

๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๙๔ เรื่อง ขอให้อุดหนุนโครงการ อาหารกลางวัน สำหรับนักเรียนในโรงเรียนเอกชนในระดับก่อนประถมศึกษาและระดับ ประถมศึกษาให้ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานเท่าเทียมกันกับนักเรียนในโรงเรียนของรัฐและท้องถิ่น (ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ นางตรีนุช เทียนทอง ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจาก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๖🔗

๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๙๕ เรื่อง ขอให้หาแนวทางป้องกัน และแก้ไขเชิงระบบกรณีทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ (นายธีรัจชัย พันธุมาศ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

โดยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็น วันพฤหัสบดีที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖🔗

๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๙๖ เรื่อง ขอเสนอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการขยายช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร (นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงคมนาคมติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖🔗

ที่ประชุมครับ สำหรับวันนี้ก็ถือว่าจบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ เพียงเท่านี้ ผมขอปิดการประชุมครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗

รับทราบ เรื่อง การสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร🔗

ด้วย นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่ วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๖ จึงเป็นผลให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ นายธนกร วังบุญคงชนะ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓)🔗

ดังนั้นขณะนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้ มีจำนวน ๔๓๑ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งก็คือ ๒๑๖ คน จึงแจ้งที่ประชุมรับทราบครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก่อนที่จะพิจารณา วาระต่อไป ผมขออนุญาตที่ประชุม ขออนุญาตนำเรื่องตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง ขึ้นมาพิจารณาก่อน เพื่อให้กรรมาธิการใหม่จะได้ปฏิบัติหน้าที่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้อง ผมขออนุญาตไปตามลำดับนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗

ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระ ๓ เรื่อง คือ🔗

๑. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตาม การบริหารงบประมาณ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกภาพสิ้นสุดลง🔗

ประธานกรรมาธิการ นายไชยา พรหมา แจ้งว่าขอให้กรรมาธิการตั้งกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายมณเฑียร สงฆ์ประชา พรรคพลังประชารัฐ สิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงเป็นผลให้ตำแหน่งกรรมาธิการว่างลง ตำแหน่ง ที่ว่างเป็นกรรมาธิการสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ ขอเชิญเสนอชื่อครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ผมขอเรียนเสนอตั้งนายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล แทนกรรมาธิการที่ว่างลงครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ🔗

๒. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๔ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกภาพสิ้นสุดลง🔗

ประธานกรรมาธิการ นางกันตวรรณ ตันเถียร แจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่างจำนวน ๔ ตำแหน่ง เนื่องจากสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของนายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ พรรคพลังประชารัฐ นายอนุชา น้อยวงศ์ พรรคพลังประชารัฐ นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ พรรคเศรษฐกิจไทย และนายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ พรรคเศรษฐกิจไทย สิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงเป็นผลให้ตำแหน่งกรรมาธิการว่างลง🔗

ในการนี้ได้รับประสานจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่าในสัดส่วนที่พร้อมตั้งแทนในวันนี้ มีสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ๑ ตำแหน่ง นอกนั้นยังไม่พร้อม ถ้าพร้อมก็แจ้งให้ทราบ ที่พร้อมเชิญเลยครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ผมขอเรียนเสนอตั้ง นายยงยุทธ สุวรรณบุตร แทนตำแหน่งที่ว่างลง ในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ แทน นายอนุชา น้อยวงศ์ ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ประชุมรับรองนะครับ🔗

๓. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการพลังงาน แทนตำแหน่งที่ว่าง ๑ ตำแหน่ง🔗

ประธานกรรมาธิการ นายกิตติกร โล่ห์สุนทร แจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทน ตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ พรรคพลังประชารัฐ สิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๘) ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงเป็นผลให้ตำแหน่งกรรมาธิการว่างลง ตำแหน่งที่ว่างเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ ขอเชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอ นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล เป็นกรรมาธิการในตำแหน่ง ที่ว่างลงครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ก็จบการตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี🔗

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาตจะหารือกับท่านประธานก่อนที่ท่านประธานจะเข้าสู่วาระการประชุมถัดไป ได้ไหมครับ สักเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องการประชุมครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณพิจารณ์ เชิญครับ🔗

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อยากจะขออนุญาตท่านประธานเพื่อจะหารือกับท่านประธาน เกี่ยวกับวาระการประชุมในวันนี้สักเล็กน้อยนะครับ ก่อนอื่นต้องเรียนท่านประธานว่า อย่างที่เราทราบกันว่าปกติแล้วเราจะพิจารณากฎหมายกันทุกวันพุธ แล้วถ้านับจากวันนี้ไป จนถึงวันสิ้นสมัยประชุม ซึ่งจะเป็นสมัยประชุมสุดท้ายของสภาแห่งนี้ ก็น่าจะเหลือวันพุธอยู่ ไม่ถึง ๕ ครั้ง ยังไม่นับที่ท่านประธานจะต้องกำหนดให้บางวันพุธเป็นการประชุมร่วมของ รัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... รวมถึงบางวันพุธ ที่อาจจะต้องไปใช้ในการประชุมเพื่อการอภิปรายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๒ นั่นแปลว่า เราอาจจะเหลือเพียงแค่ ๓ หรือ ๔ พุธเท่านั้นที่เหลือ ซึ่งสำหรับวันนี้ท่านประธานได้กรุณา กำหนดวาระการประชุมเพื่อจะพิจารณากฎหมาย ๔ ฉบับ ซึ่งผมเห็นว่าก็เป็นประโยชน์ต่อ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.รบ. ประมงที่จะพิจารณาในลำดับที่ ๔ แต่ทีนี้ผมก็ต้อง เรียนต่อท่านประธานแบบนี้ว่า กฎหมายที่เราพิจารณากันในวันนี้ทั้งหมดมันเข้าสู่การประชุม ในวาระที่หนึ่ง เมื่อรับหลักการผ่านวาระที่หนึ่งไปแล้วยังต้องมีการตั้งกรรมาธิการ แล้วก็กลับมา พิจารณาในวาระที่สอง และวาระที่สาม ซึ่งในขณะเดียวกันในระเบียบวาระการประชุม เรายังมีพระราชบัญญัติฉบับอื่นที่ผ่านชั้นกรรมาธิการมาแล้ว แล้วรอเข้าสู่การพิจารณาวาระ ที่สอง และวาระที่สาม ประเด็นของผมก็คือว่าถ้าหากว่าในส่วนวาระที่หนึ่งเราก็นำเข้าสู่ การพิจารณา ในส่วนวาระที่สอง วาระที่สาม รออยู่ ผมคิดว่าทั้งหัวทั้งหางมันจะไม่มีอะไร เสร็จครับท่านประธาน ภายใต้เวลาที่เหลืออันจำกัดอยู่นี้ ก็อยากจะกราบเรียนหารือ ท่านประธานว่าอาจจะต้องให้ท่านประธานรบกวนช่วยพิจารณาว่าเราจะใช้เวลาที่เหลือ ให้เกิดการผ่านกฎหมายสักฉบับจริง ๆ ไปได้อย่างไรนะครับ เพราะถ้าสุดท้ายแล้วถ้าผ่าน วาระที่หนึ่งไป มันก็ไปไม่ถึงวาระที่สามอยู่ดีภายในสมัยประชุมที่เหลือ กราบเรียนประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ คุณพิจารณ์ครับ ประเดี๋ยวตอนบ่าย ตอนผมที่พัก ท่านรองประธานขึ้นมาทำหน้าที่แทน ผมนัดพวกเรา ๓ ฝ่ายไปหารือ ก็ถือโอกาสเรียนเสียตอนนี้เลยว่าตั้งใจจะหารือเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่ององค์ประชุมของเรา คือผมก็เข้าใจ เมื่อวานนี้ผมก็มาไม่ทัน เพราะว่าเช้าก็นำข้าราชการ ไปวางพานพุ่มสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ดอนเจดีย์ กลับมาก็มาไม่ทัน ซึ่งองค์ประชุม ล้มไปเร็วเมื่อวานนี้ แต่ว่าอยากเรียนพวกเราด้วยความเคารพต่อดุลยพินิจทุกคนว่า เข้าใจดีว่า กฎหมายที่เราพิจารณาหลายท่านไม่เห็นด้วย แต่วิธีในการที่ไม่ให้ครบองค์ประชุม เพื่อไม่ให้ ประชุม ไม่ใช่วิธีของพวกเราครับ เป็นวิธีหนีปัญหา วิธีพวกเราก็คือไม่รับ เมื่อเราไม่เห็นด้วย เราก็ไม่รับ ผมอยากเรียนว่าตอนบ่ายที่จะหารือก็เรื่องนี้ มิฉะนั้นจะเสียหายไปถึงพวกเรา ทั้งหมด รวมทั้งพวกเราที่อยู่นะครับ ผมรู้ดีว่าในห้องประชุมปกติองค์ประชุมครบ แต่ตอนกด บางทีเราก็ไม่กด แล้วก็ไปกดตอนลงมติ ฉะนั้นคะแนนผลที่ออกมาก็จะต่างกันมาก อันนี้ เป็นเรื่องหนึ่งที่ขอปรารภเอาไว้ว่าเราต้องเผชิญกับปัญหาแล้วเราต้องสู้ปัญหาครับ อย่าไป หนีปัญหา เมื่อเราไม่พอใจหรือไม่เห็นด้วยกฎหมายใดเราก็ไม่รับ เป็นการแสดงความกล้าหาญ ในการตัดสินใจพวกเราเอง นั่นเป็นเรื่องหนึ่ง ก็ขอร้องพวกเราในที่นี้เลยว่าขอให้เวลา ที่เหลืออยู่เพียงไม่นานนัก ๕ สัปดาห์ ขอให้มาประชุมพร้อมกัน แล้วผมคิดว่าแม้กฎหมาย ที่เราเห็นว่ายาว เราสามารถพิจารณาได้ครับ จบได้ถ้าเราอยู่พร้อม ค่ำมืดหน่อยไม่เป็นไร แต่ไปให้จบ ส่วนประเด็นกฎหมายที่คุณพิจารณ์พูดถึงผมพอจะเข้าใจครับ กฎหมายที่ กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วค้างอยู่บางเรื่อง ซึ่งทราบจากพวกเราได้ปรารภกันอยู่ เหมือนกันว่า ไหวไหมถ้าประธานจะนำเรื่องนั้นขึ้นมา อันนี้อยู่ในวิสัยของความร่วมมือ ที่ทำได้แต่ละครั้งนี้ผมต้องเรียนครับ ด้วยความร่วมมือพวกเรานะครับ เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้ว เรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ๕ ฉบับผ่านไป ไม่ใช่เป็นเรื่องความสามารถของผม อะไรเลย เป็นเรื่องความร่วมมือพวกเรา พวกเราร่วมมือกันก็ผ่านไปได้ วันนี้ถ้าพวกเราร่วมมือ ก็ผ่านไปได้ กฎหมายที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว เช่น ร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมได้ยินปรารภเรื่องนี้อยู่ และร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องก็ปรารภอยู่ สามารถพิจารณาเป็นวาระพิเศษได้ แต่ประธานจะตัดสินด้วย ตัวเองโดยไม่หารือพวกเราก็ไม่ได้ จึงคิดว่าวันนี้บ่าย ๆ ก็จะหารือกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านพิจารณ์ ได้หารือเป็นสิ่งที่สามารถทำได้โดยพวกเราต้องมีความเห็นร่วมกัน แล้วเราก็ต้องอยู่เมื่อพิจารณา ถึงเรื่องนั้น จะกี่มาตราก็ตาม เวลาเท่าไรก็ตาม อยู่แล้วลงมติ ถ้าเราไม่มาเพราะไม่อยากให้ เรื่องนั้นผ่าน เราไม่มาเท่ากับเราหนีปัญหา🔗

-๓๙/๑ ก็เรียนย้ำว่าอันนี้ก็คือแนวที่เราจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้เป็นประโยชน์ ๕ สัปดาห์ไม่มากนัก ถ้ามอง ๔ ปี เป็นสมัยประชุม แต่ว่าเวลาเป็นของมีค่าก็มีความหมาย เพราะเราสามารถทำให้ ญัตติ เช่น ผมยกตัวอย่างเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ผมตั้งใจให้ผ่านร้อยทั้งร้อย เลยครับ ไม่อยากให้ผลงานที่ท่านเหนื่อยทำกันมา บางคณะประชุม ๒ ปีกว่า งบประมาณ เบี้ยประชุมเป็นล้าน ๆ แล้วค้างอยู่อย่างนี้มันน่าเสียดาย เพราะฉะนั้นตั้งใจว่าจะทำเรื่องที่ กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ขณะนี้ที่เล่าสถานภาพไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็คืออยู่ใน กรรมาธิการสามัญ ๑ เรื่องที่ยังไม่ส่งมา กรรมาธิการวิสามัญ ๓ เรื่อง ก็ประมาณ ๔ เรื่อง ของสภาผู้แทนราษฎร ของรัฐสภาก็ ๑ เรื่อง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าเราร่วมมือกันเราก็ทำได้ หลายสิ่งจะผ่านไปได้อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน อันนี้ก็ถือโอกาสเรียนให้ทราบ สำหรับวันนี้ ก็เป็นความร่วมมือของท่าน ซึ่งผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ แล้วก็อันนี้ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อชาติ บ้านเมือง ก็คิดว่าถ้าเราทำอย่างนี้ ข้อที่เราวิตกกังวลก็จะผ่านไปได้ ขออย่างเดียวครับ ในวันปกติพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ก็ดี ประชุมรัฐสภาพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ก็ดี ผมรู้ครับพวกเราหลายคนไม่เห็นด้วยกับ กฎหมาย แต่เราก็มาลงมติว่าเราไม่เห็นด้วย อย่าหนีครับ ก็ขอความร่วมมือพวกเราทุกคนครับ ผมขออนุญาตเรียนเพื่อที่ประชุมได้มีโอกาสได้รับทราบ และหวังอย่างยิ่งว่าเราจะร่วมมือกัน ต่อไปนะครับ คุณอรรถกร เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา เลขานุการวิป (Whip) รัฐบาล ต่อเรื่องที่ท่านประธานได้มีดำริแจ้งต่อ ที่ประชุมเมื่อสักครู่นี้ ผมกราบขอบพระคุณจากใจที่ท่านประธานรณรงค์ให้พวกเราร่วมกัน ต่อสู้ผ่านกฎหมายให้มากที่สุด แต่อย่างไรก็ดีครับ ผมนำเรียนท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิก เพราะว่าถ้าเราจำกันได้ ก่อนหน้านี้วาระกฎหมายก็จะดำเนินไปตามวาระ ที่ท่านประธานออกในทุก ๆ สัปดาห์ แต่มีอยู่สัปดาห์หนึ่งเพื่อนสมาชิกก็มีการเสนอให้เลื่อน ให้เปลี่ยนระเบียบวาระ นำ พ.ร.บ. กัญชา กัญชง พ.ศ. .... ขึ้นมาก่อน มากกว่านั้นครับ เพื่อนสมาชิกจากพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ได้เสนอเปลี่ยนระเบียบวาระ นำร่างพระราชบัญญัติ คู่ชีวิต พ.ศ. .... และ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ) พ.ศ. .... เข้ามาต่ออีก เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่าเราควรที่จะพยายามทำตามสิ่งที่เรา เลื่อนขึ้นมา อย่างที่ท่านประธานบอกครับ ผมก็ไม่ค่อยสบายใจ เวลาที่สภาเดินต่อไปลำบาก อย่างไรก็ดีครับ พรรคพลังประชารัฐและเพื่อนสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลจะพยายามทำตาม ที่ท่านประธานตั้งใจครับ เราจะพยายามช่วยในการพิจารณากฎหมายให้มากที่สุดครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กฎหมายที่เราเลื่อนมาแล้ว ไม่ไปตำหนิใคร สิ่งที่ผมจะทำก็คือผมจะทำให้กฎหมายที่ท่านเลื่อนมาทั้งหมดผ่านให้ได้ ขอความร่วมมืออย่างเดียว ท่านมาแล้วก็ลงมติทุกมาตรา อย่าไปไหนกันนะครับ แล้วก็จบ หลายคนบอกกฎหมายกัญชา กัญชง ผ่านไม่ได้ ถ้าเราอยู่อย่างนี้ ไม่ผ่านครับ แต่ว่าถ้าเราอยู่ กันยาวจะสามารถผ่านได้ทั้งหมด กฎหมาย พ.ร.บ. กัญชา กัญชง พ.ศ. .... กฎหมาย พ.ร.บ. คู่ชีวิต พ.ศ. .... และ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ที่เราเลื่อนมา ๓ ฉบับ เราสามารถทำได้ใน ๕ สัปดาห์นี้ ขอความร่วมมือเพียงว่า ให้พวกเราอยู่ แล้วผมกับท่านรองประธานก็จะอยู่ร่วมกันจนกว่ากฎหมายนั้นจะผ่านไปครับ ก็เรียนพวกเราได้ให้มีความมั่นใจแล้วก็อยู่ที่พวกเราทั้งหมดครับ ท่านวิสาร เชิญครับ🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย ผมกราบเรียนว่าประเด็น ที่ท่านเลขานุการวิป (Whip) รัฐบาลได้กรุณาอ้างมาถึงพรรคร่วมฝ่ายค้าน เรียนว่าในพรรค เพื่อไทยเราปกติเราจะอยู่สภา แต่ว่าบางเรื่องอย่างที่ท่านประธานได้ให้คำแนะนำไว้ ก็คือเราคิดว่ามันเป็นการไม่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่ว่าวันนี้ผมดีใจแล้วก็ อยากจะขออนุญาตว่าท่านประธานครับ ขณะนี้คนที่ไม่หวังดีกับสภา ไม่หวังดีกับระบบ การเมืองแบบประชาธิปไตย เขาพยายามบอกสภาล่ม ๒๒ นาทีก็ล่มแล้ว ซึ่งตรงนี้มันไม่เป็น ผลดีกับระบอบประชาธิปไตย ผมมั่นใจว่าท่านประธานเองจะใช้ความเป็นผู้นำที่อยู่ในระบอบ ประชาธิปไตยมาอย่างยาวนาน บารมีของท่านประธานนะครับ ผมว่าจริง ๆ แล้วต้องกราบเรียน ท่านเลขานุการวิป (Whip) สภาเราตอนนี้เรามี ๔๒๒ คน พรรครัฐบาลมีมากกว่า ๒๑๑ คน อยู่แล้วครับ ถ้าจะมาให้ครบมันก็ถึง พวกเรารออยู่ตลอด แต่ท่านอย่ามาโยนความผิดว่า เป็นเพราะฝ่ายค้านไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ใช่นะครับ เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนท่านประธาน ว่าขณะนี้กฎหมายไหน ยกตัวอย่างเช่นว่ากันตรง ๆ ร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... อย่างไรมันก็ไปไม่ได้ครับ ถ้าท่านประธานจะกรุณาเอาอะไรที่มันเป็นประโยชน์ แล้วก็เชื่อว่าการขอความร่วมมือ ภาคบ่ายวันนี้จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งครับ แล้วก็ผมเชื่อว่าอีก ๓ อาทิตย์ ๕ อาทิตย์ต่อไป ข้างหน้านี้ถ้าเราตั้งใจกันทำงานผมเชื่อว่าจะมีกฎหมายดี ๆ ที่จะออกไปสู่พี่น้องประชาชน ก็ขอให้ท่านประธานเป็นหลัก และเป็นกำลังใจให้ท่านประธานครับ ว่าอย่าให้ใครที่จะมา คิดร้ายทำลายระบบรัฐสภานะครับ บอกสภาล่มก็ปล่อยมันล่มไปไม่สนใจ ถึงเวลาขึ้นมา ก็อ้างว่า ๒๒ ครั้งล่มแล้ว ๒๒ นาทีก็ปิดแล้ว อย่างนี้เป็นต้น ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านวิสารมากครับ ท่านพิเชษฐ์ เชิญครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย วันนี้ ขอทางฝ่ายรัฐบาลอย่าได้มาทะเลาะเราเลยครับ วันนี้เราจะร่วมมือเต็มที่ ท่านประธานครับ พี่น้องชาวประมงเดือดร้อนมาก พี่น้องชาวประมงรออยู่ อย่างไรแล้วฝ่ายค้านจะเป็น องค์ประชุมจนถึงร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. .... อย่างไรแล้ววันนี้เราร่วมมือทุกเรื่อง จนถึงจบสิ้นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราช กำหนดการประมง พ.ศ. .... ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอขอบพระคุณพวกเรา ล่วงหน้าทุกคนนะครับ ผมจะอยู่กับพวกเราจนจบ ขอเพียงเวลาตอนเย็นไปเป็นประธาน รดน้ำหลวงอาบศพคุณพ่อท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เท่านั้นเอง แล้วผมก็จะมาอยู่กับ พวกเราเพื่อทำให้กฎหมายที่เราเสนอวันนี้ได้จบไป เชิญคุณจุลพันธ์ครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ วิป (Whip) ฝ่ายค้านครับ จากการพูดคุยของวิป (Whip) ร่วมฝ่ายค้าน ด้วยความเคารพ วันนี้ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้เรียน เราให้ความร่วมมือเต็มที่ เพราะว่าเป้าหมายเราไม่ว่าจะเป็น พระราชบัญญัติซึ่งเข้ามาในวาระหนึ่งบางฉบับก็ตาม เช่นเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งจะมีการตั้งคณะเรื่องของแพทยศาสตร์เพิ่มเติม ขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เราก็ให้ความเห็นชอบ แล้วก็อยากจะให้ มันจบ จนกระทั่งถึงฉบับที่ ๔ คือ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนด การประมง พ.ศ. .... ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านเอง ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเป็น ผู้ยื่นประกบกฎหมายฉบับนี้ ๑ ใน ๖ ฉบับ แล้วก็เป็นคนที่ได้ร้องขอท่านประธานชวนเอง ให้บรรจุระเบียบวาระในวันนี้ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน ชวน หลีกภัย แทน ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรในการนี้ด้วย แต่สิ่งซึ่งเป็นปัญหาของสภาเรา เรื่องของ สภาล่มหลายครั้งต่อเนื่องเกือบทุกวัน เรียกได้ว่าทุกวันเลยก็ได้ในช่วงหลังนี้ ผมต้องเรียนต่อ ท่านประธานครับ เราก็ทราบกันดีว่ากฎหมายบางฉบับมันมีความเห็นต่าง โดยเฉพาะในเนื้อ ของตัวกฎหมายเอง แล้วเราก็พยายามที่จะดำเนินการประชุมตัวกฎหมายเหล่านั้น แต่มันไม่ สามารถเดินได้ มันเป็นกฎหมายที่ต้องใช้คำภาษาอังกฤษว่ามันติดเดดล็อก (Deadlock) คือมันเดินหน้าไม่ออก อันนี้เป็นปัญหาซึ่งค้างคา แทนที่เราจะสามารถใช้เวลาในการพิจารณา กฎหมายอื่นที่เป็นประโยชน์มันจึงติดล็อกอยู่ ผมได้เคยเสนอต่อท่านประธานในคราวที่เรา มีการประชุมร่วม ๓ ฝ่าย ในเรื่องของการเลื่อนระเบียบวาระการประชุม กฎหมายฉบับใด ที่มันทำท่าว่าจะเดินไม่จบเราก็มีความจำเป็นให้สภาชุดหน้าเขาไปเป็นผู้ตัดสิน เพราะเขา สามารถที่จะยืนยันกฎหมาย แล้วก็กลับมาพิจารณาต่อจากสิ่งที่เราได้ทำไว้ได้ มันอาจจะ เดินหน้าได้หากมีองค์ประชุม หากมีดุลยภาพในสภาที่มันดีกว่า ณ ปัจจุบัน อันนี้เป็นสิ่งซึ่ง เสนอไว้ โดยที่เราก็เลื่อนระเบียบวาระ เรื่องที่รอต่อคิวอยู่ไม่ว่าจะเป็น กฎหมาย พ.ร.บ. คู่ชีวิต พ.ศ. .... และ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... พรรคเพื่อไทยเอง รวมถึงพรรคร่วมฝ่ายค้าน และสภาแห่งนี้ให้ความสำคัญครับ เพราะฉะนั้น ถ้าจะเป็นไปได้ผมเรียนต่อท่านประธาน สัปดาห์หน้าผมอาจจะใช้สิทธิในการเสนอ เลื่อนระเบียบวาระ เพื่อที่จะเปลี่ยนเอากฎหมายที่ต่อลำดับอยู่นี้ขึ้นมาพิจารณาก่อน เพื่อให้ สภาของเราได้เดินหน้า แล้วก็พิจารณากฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อไป ในส่วนที่กฎหมายที่ ค้างคาและเป็นปัญหาอยู่นั้นเราใกล้หมดเวลาเต็มทีแล้ว เราให้สิทธิกับสภาผู้แทนราษฎรในชุด ถัดไปเป็นผู้มาตัดสินก็ได้ อันนี้ขอท่านประธาน เรียนต่อท่านประธานไว้ในเบื้องต้นครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ขอบคุณความร่วมมือ พวกเราทุกฝ่ายนะครับ ประเด็นอะไรที่ควรจะทำให้มันประสบความสำเร็จเราก็จะร่วมมือกัน เชิญคุณพิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอเสนอให้มีการเลื่อน นำเอาร่างพระราชบัญญัติยกเลิกพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ....🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านพิสิฐครับ ขอเลื่อน วันนี้หรือครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

คือเป็นกฎหมายเร่งด่วนที่อยาก จะให้มีการนำเสนอ เพราะว่าประชาชนตอนนี้เดือดร้อนมากในเรื่องของการใช้เช็ค🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

วันนี้เรานัดประชุม เป็นกรณีพิเศษโดยกำหนดกฎหมายร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... และ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. .... รวมทั้งหมด ๗ ฉบับ รวมทั้งกฎหมายนี้ ๑๐ ฉบับ อันนี้เป็นเรื่องที่เรานัดประชุมพิเศษ ส่วนกรณีที่ ท่านพิสิฐ ผมว่าเอาไว้ตอนบ่ายหารือกันอีกที เพราะตอนบ่ายนี้ผมจะนัด ๓ ฝ่ายหารือกัน ว่ามันมีกฎหมายอะไรที่พวกเราเห็นร่วมกัน เอาไว้อีกทีครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ฝากท่านประธานด้วยครับ🔗

นายศุภชัย ใจสมุทร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ศุภชัยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายศุภชัย ใจสมุทร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผมได้ฟัง ข้อหารือของเพื่อนสมาชิกอยู่ และมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติที่ค้างการพิจารณา อยู่ก็คือ พ.ร.บ. กัญชา กัญชง พ.ศ. .... ผมกำลังสงสัยว่าวันนี้สภาเรากำลังจะเสนอวิธีการ บางเรื่องซึ่งผมคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นไปตามข้อบังคับและวิถีของฝ่ายนิติบัญญัติ คือเรามี ร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ที่ค้างการพิจารณา และมีการพิจารณากันมา ตามลำดับ ๆ และมีการเสนอความคิดเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่น่าจะเสร็จ ผมคิดว่า การจะเสร็จหรือไม่เสร็จมันอยู่ที่พวกเรา จริง ๆ ร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ก็ได้เลื่อนขึ้นมาโดยมีข้อตกลงว่าจะมี พ.ร.บ. คู่ชีวิต พ.ศ. .... ตามมาต่อท้าย และเราก็ได้ ดำเนินการตามนั้นอยู่ เมื่อสักครู่ท่านประธานสภาก็ได้แสดงความเห็นว่าเราควรจะต้อง ดำเนินการมาพิจารณาให้มันแล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลาที่เหลืออยู่ แล้วผมคิดว่าเรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องที่สมควรที่จะเป็นเช่นนั้น วันนี้มีพี่น้องประชาชนที่เขาเรียกร้อง เขามายื่นหนังสือ กับท่านประธานด้วยว่าขอเรียกร้องให้พี่น้องของพวกเราที่นี่ได้ร่วมกันพิจารณากฎหมาย ให้แล้วเสร็จ มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องกัญชาอยู่มากมาย แล้วเขารอกฎหมายที่มาบังคับใช้ เป็นการเฉพาะ ในขณะที่สมาชิกของเราที่นี่ห่วงใยเรื่องของการใช้กัญชาของเยาวชน กฎหมายฉบับนี้ก็จะแก้ปัญหาได้อย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งที่ผมอยากจะเรียนก็คือว่ากฎหมาย ฉบับนี้ได้กำกับให้เป็นไปตามข้อตกลงที่เราไปทำไว้ในอนุสัญญาเดี่ยว ปี ๑๙๖๑ ถ้าจะปล่อย ให้ร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ล้มไปจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ควรจะต้องได้รับการ พิจารณาต่อไปตามลำดับและไม่ควรที่จะเลื่อนกฎหมายอื่นที่อ้างว่ามีความสำคัญและเสร็จได้ ผมยืนยันว่าถ้าท่านพิจารณากันด้วยความตั้งใจ ทุกมาตราที่เหลือท่านก็สามารถจะร่วมกัน พิจารณาได้อย่างสมบูรณ์ในเวลาอันรวดเร็วแล้วก็จบได้ทัน เพราะฉะนั้นเป็นข้อเรียกร้อง แทนพี่น้องประชาชนที่เขารอฟังเรื่องนี้อยู่ว่าเขาอยากจะขอให้ร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ได้พิจารณาต่อไปให้แล้วเสร็จ ก็ขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ กระบวนการพิจารณาก็ว่าไปตามปกติ ที่ผมกล่าวไว้ก็คือว่าสามารถทำให้กฎหมายทุกฉบับ ผ่านไปได้ ขอให้เราอยู่อย่าหนีปัญหา หมายถึงเราเผชิญหน้าว่าเราไม่อยากได้กฎหมายฉบับนั้น เราก็เลยไม่มาประชุม อันนี้ไม่ถูกต้องในบทบาทของเรา เรามาแล้วเราไม่เห็นด้วยเราก็ลงมติ ไม่เห็นด้วย ผมคิดว่าในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ กฎหมายที่ท่านศุภชัยพูดถึงทั้งหมดนี้สามารถ ผ่านได้ถ้าเราอยู่กัน ต้องขอขอบคุณพวกเราทุกฝ่ายในความร่วมมือ ที่มาได้ทุกวันนี้ก็เพราะว่า ส่วนใหญ่เราร่วมมือกัน ช่วงปลายผมเข้าใจผมเห็นใจ ช่วงปลายมีการเปลี่ยนพรรคมีอะไร ซึ่งสับสนหน่อยก็ให้ความเห็นใจกัน แต่ว่าภารกิจเรายังไม่พ้นจนกว่าจะสิ้นสุดวันที่ ๒๘ หรือถ้าพูดไปก็คือจนกว่าวันที่ ๒๓ มีนาคม ภารกิจเรายังต้องผูกพันอยู่ เป็นหน้าที่เราต้องทำ หน้าที่แทนประชาชนที่เลือกเราเข้ามา ต่อไปเป็นเรื่องด่วนครับ🔗

เรื่องด่วน🔗

๑. ร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗

ด้วยคณะรัฐมนตรีได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๑) นอกจากนี้คณะรัฐมนตรี ยังได้นำเสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องและรายงานการวิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากกฎหมายเพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ แล้ว รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่เจ้าหน้าที่ได้จัดให้สมาชิก ทั่วไปแล้ว🔗

ผมขอเรียนว่าในการนี้ขออนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ท่านต่อไปนี้ ๒ ท่านนะครับ คุณหญิงลักษณาจันทร เลาหพันธุ์ รองประธานสภาสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ สมศักดิ์ รุจิรวัฒน์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ อนุญาต ให้เข้ามาครับ🔗

(ผู้แทนจากสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์เข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องนี้เป็นกฎหมายของ คณะรัฐมนตรีนะครับ คุณขจิตร เชิญครับ🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธาน ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เมื่อสักครู่นี้ผมมาไม่ทัน ต้องขออนุญาต ที่พูดเรื่องร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ผมเป็นกรรมาธิการอยู่ ผมอยาก กราบเรียนท่านประธานไปยังพรรคภูมิใจไทยที่เป็นเจ้าของร่าง ไปยังรัฐบาลที่อนุญาตในนาม รัฐบาลเข้ามาในสภานี้ ผมคิดว่าเจ้าของร่างควรจะไปปรึกษากับพรรครัฐบาล โดยเฉพาะ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐบางส่วน ถ้าท่านจะเอากฎหมายนี้ผ่านสภามันต้องมี ความเป็นเอกภาพในรัฐบาล ถ้าเอามาสภาแห่งนี้แล้วก็องค์ประชุมรัฐบาลไม่สามารถ ผ่านกฎหมายได้ บางทีทั้งหัวหน้ารัฐบาล อาจจะรวมทั้งประธานด้วย เพราะท่านประธาน ก็อยู่ฝ่ายรัฐบาล ต้องรับผิดชอบต่อองค์ประชุม ต้องแสดงความรับผิดชอบ ไม่ใช่มาบอกว่า เรียกร้องให้ ส.ส. ทุกคนอะไรอย่างนี้ มันไม่มี ส.ส. ฝ่ายค้านที่ไม่เห็นด้วยกับพระราชบัญญัติ แล้วจะไปยอมให้พระราชบัญญัติของรัฐบาลผ่าน มันไม่มีในประวัติศาสตร์หรอกครับ เพราะฉะนั้นขอเรียกร้องไปยังหัวหน้ารัฐบาล พรรคการเมืองที่ร่วมกันเป็นรัฐบาล ยังสามารถ เป็นรัฐบาลได้ไหม ถ้าเป็นไม่ได้ก็ควรจะลาออก หรือไม่ก็ยุบสภาเสียเพื่อยุติปัญหาเหล่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ผมได้กล่าวไว้นะครับ เราไม่เห็นด้วยเราก็ลงมติไม่เห็นด้วย อย่าหนีปัญหาด้วยการทำให้องค์ประชุมไม่ครบครับ ก็หวังอย่างยิ่งว่าเราจะได้รับความร่วมมืออย่างที่ผมได้เรียนไว้ ขอเชิญรัฐมนตรีแถลงครับ🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

ท่านประธานครับ ผม อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีแถลงครับ พอแล้วครับคุณอุบลศักดิ์ครับ🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

ขอนิดเดียว ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วครับ ๆ คุณอุบลศักดิ์ ขออภัยด้วยครับ ไม่อย่างนั้นไปไม่ได้ครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

ไม่เคยขัดใจท่านประธานเลยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออภัยด้วยท่านอุบลศักดิ์ ผมตามใจทุกครั้งเลยครับ เที่ยวนี้ขอเถอะ ผมขอนะครับ🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วครับ คุณอุบลศักดิ์ พอแล้วครับ ขอโทษที คุณอุบลศักดิ์เป็นผู้ใหญ่แล้วครับ มีอะไรเอาไว้กฎหมายนี้ผ่าน แล้วค่อยว่ากันอีกทีครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี นำเสนอร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการและ เหตุผลดังนี้🔗

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๙ ดังต่อไปนี้🔗

๑. แก้ไขเพิ่มเติมการแบ่งส่วนงานของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยแยกสถาบัน บัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ออกจากการเป็นส่วนงานของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๘ วรรคหนึ่ง มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง (๓) มาตรา ๒๒ (๑๐) และ (๑๗) มาตรา ๓๒ (๓) มาตรา ๓๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง มาตรา ๔๔ และมาตรา ๕๗ วรรคสอง)🔗

๒. แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (แก้ไขเพิ่มเติมตามมาตรา ๒๕)🔗

เหตุผล โดยที่สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ซึ่งเป็นส่วนงานภายในของ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ดำเนินการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีในสาขาซึ่งมีความจำเป็นในการพัฒนาประเทศ เพื่อสนองพระปณิธานของ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในการพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถในการวิจัยเพื่อเป็นผู้นำด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับสูงที่มีความสามารถระดับนานาชาติ สามารถสร้าง ผลงานวิจัยและนวัตกรรมระดับแนวหน้า เน้นการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย โดยใช้ทรัพยากรและดำเนินการร่วมกับสถาบันวิจัยของมูลนิธิจุฬาภรณ์มาโดยตลอด จึงสมควรแยกสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ออกจากการเป็นส่วนงานของราชวิทยาลัย จุฬาภรณ์ แล้วดำเนินการเพื่อจัดตั้งเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ตามกฎหมายว่าด้วยถาบัน อุดมศึกษาเอกชน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกับสถาบันวิจัยของมูลนิธิจุฬาภรณ์ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ คล่องตัว และมีความเป็นอิสระทั้งทางวิชาการและทางการบริหารงาน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นการแก้ไขพระราชบัญญัติวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พุทธศักราช ๒๕๕๙ โดยมีสาระสำคัญดังนี้🔗

๑. เปลี่ยนสถานภาพสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ที่เป็นส่วนงานของ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ให้ไปรวมกับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ โดยให้มี ฐานะเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน🔗

เนื่องจากการจัดการเรียนการสอนของสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ ที่ผ่านมามีอุปสรรคในการใช้บุคลากร สถานที่ และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ รวมถึง ขาดแคลนบุคลากรระดับสูง เช่นคณาจารย์และนักวิจัย ซึ่งการที่สถาบันบัณฑิตศึกษา จุฬาภรณ์จะดำเนินการให้ประสบความสำเร็จได้นั้นจำเป็นต้องร่วมกับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ในลักษณะที่สนับสนุน ส่งเสริมซึ่งกันและกันอย่างใกล้ชิด นับแต่เริ่มก่อตั้งนักวิจัยที่มีความรู้ ความชำนาญของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ได้เป็นผู้พัฒนาหลักสูตร ดำเนินการจัดการเรียน การสอนและควบคุมงานวิจัย เพื่อวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา ตลอดจนการใช้ห้องปฏิบัติการ ซึ่งมีเครื่องมือวิทยาศาสตร์ทันสมัย หลากหลาย รองรับการวิจัยให้กับสถาบันบัณฑิตศึกษา จุฬาภรณ์มาโดยตลอด และเพื่อให้สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์สามารถตอบสนอง ยุทธศาสตร์ชาติโดยการพัฒนาบุคลากรซึ่งขาดแคลนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยการสร้าง นวัตกรรม จำเป็นต้องขยายโครงสร้างพื้นฐาน ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก และใช้ เวลานานหลายปี🔗

ดังนั้นจึงสมควรแยกสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ออกจากการเป็นส่วนงาน ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อไปรวมกับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ เพื่อให้ การบริหารงานของสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ ประหยัดงบประมาณ และหลีกเลี่ยงการขาดแคลนนักวิจัยและอาจารย์ระดับสูงซึ่งเป็นปัญหา ของประเทศ นอกจากนี้ยังทำให้สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์มีความเป็นอิสระทางวิชาการ มีความคล่องตัวในการบริหารงานและงบประมาณ อันจะส่งผลให้สถาบันบัณฑิตศึกษา จุฬาภรณ์สามารถบูรณาการการบริหารการจัดการเรียนการสอน การวิจัยและนวัตกรรม ได้อย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุด และสอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติ เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์มาแต่แรกเริ่ม🔗

๒. เปลี่ยนสถานภาพสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ไปเป็นสถาบันอุดมศึกษา เอกชน ตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน โดยให้สำนักงานปลัดกระทรวงการ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้คำแนะนำในการเตรียมการยื่นคำขอรับ ใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน และเมื่อได้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนขึ้นแล้ว กำหนดให้โอนบรรดากิจการทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน งบประมาณ และรายได้ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เฉพาะในส่วนที่ เกี่ยวกับกิจการของสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ ในสังกัดราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ไปเป็น ของสถาบันอุดมศึกษาที่จัดตั้งขึ้น🔗

๓. กำหนดให้พนักงานหรือลูกจ้างของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งปฏิบัติงาน ในส่วนงานของสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ที่ประสงค์จะปฏิบัติงานกับสถาบันอุดมศึกษา เอกชนที่จัดตั้งขึ้น มีหนังสือแสดงเจตนาต่อสถาบันอุดมศึกษาเอกชนภายใน ๖๐ วัน นับแต่ วันที่พระราชบัญญัติใช้บังคับ🔗

๔. กำหนดให้นักศึกษาซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาหลักสูตรบัณฑิตศึกษาของ สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ ในสังกัดราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์อยู่ ในวันก่อนที่มีการจัดตั้ง สถาบันอุดมศึกษาเอกชน เป็นนักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดตั้งขึ้น🔗

คณะรัฐมนตรีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรจะกรุณารับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไว้พิจารณา ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกที่มีความประสงค์ จะอภิปรายส่งรายชื่อมาแล้ว ๔ ท่านนะครับ ท่านผู้ใดที่มีความประสงค์อภิปราย กรุณาส่งรายชื่อมาครับ ท่านแรก พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ท่านที่ ๒ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ คุณชินวรณ์ บุณยเกียรติ ขอเชิญ พลตำรวจตรี สุพิศาลครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล มีคำถามในรายงานวาระแรกนี้ไปยัง ฯพณฯ รัฐมนตรีด้วยนะครับ🔗

ในร่างพระราชบัญญัตินี้ เป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีการนำเอาองค์กร โดยเฉพาะในหลักการคือการแยกสถาบันบัณฑิตศึกษาออกจากราชวิทยาลัยตาม พระราชบัญญัติที่มีอยู่ ซึ่งมันไปเกี่ยวกับ (๓) ที่ปรากฏอยู่ในหลายมาตราของพระราชบัญญัติ ดังกล่าว จึงเป็นผลกระทบที่จะต้องบัญญัติกฎหมายตั้งแต่มาตรา ๑ ถึงมาตรา ๑๔ แต่มาตรา ๑๕ ไปแล้วนี้เป็นสิ่งที่ผมจะอภิปราย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการรับฟังครับ การรับฟังของฝ่ายกฎหมายที่ใช้มาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ ปรากฏอย่างนี้ครับ สิ่งที่เป็น หน่วยงานสำคัญที่สุดของการรับฟัง ท่านประธานครับ เปิดในเอกสารที่หนา ๆ วางบนโต๊ะ ครับท่านประธาน หยิบมาดู หน้า ๕ ผมไม่เข้าใจเลยว่าสำนักกฤษฎีกา เขียนอย่างนี้ครับ ใน ๓.๑.๒ มันตลกร้ายจริง ๆ ครับ กฤษฎีกาจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบ สารสนเทศ ๓ ช่วงครับ บลา บลา บลา (Blah Blah Blah) มาจนถึงวรรคสุดท้าย ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีผู้แสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว แล้วพอวรรคถัดไป เขียนอย่างนี้ครับ ในการประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๘) ได้นำผลการรับฟัง ความคิดเห็นมาประกอบการพิจารณาด้วยแล้ว มันด้วยแล้วอย่างไร มันไม่มีครับท่านประธาน ผมไม่เข้าใจ ช่วยตอบด้วยครับ ฯพณฯ รัฐมนตรี ว่ากฤษฎีกาผู้ร่างกฎหมายฉบับนี้ใช้โครงสร้าง อะไรของการรับฟังแล้วเอามาเขียนว่านำผลไป เพราะผลมันไม่มี ที่ประชุมทั้ง ๓ ครั้งนี้ เขียนไว้ชัดเลยครับ ตัวหนังสือก็เขียนบอกชัดเจนครับ ทีนี้มาดูในกฎหมายครับท่านประธาน ผมจะไม่พูดถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องจนถึงมาตรา ๑๔ เพราะว่ามันเป็นผลกระทบจากการนำออก ตามวัตถุประสงค์ของสถาบันที่จะเอาสถาบันหนึ่งในโครงสร้างออก แต่มันจะไปอยู่ที่ มาตรา ๑๕ ถึงมาตรา ๑๙ ใหม่ ๆ เลยครับท่านประธาน ในเรื่องของการออกกฎหมาย กฤษฎีกาต้องตอบผมนะครับว่าโครงสร้างการเขียนกฎหมายแบบนี้มีด้วยหรือครับ ตั้งแต่ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ เป็นการเอาทรัพย์สินของทางราชการโอน โดยเฉพาะ เขียนระบุชัด ๆ เลยว่าโฉนด โฉนดที่ดินเลขที่ ๘๔๓ สงสัยหวยจะออกครับท่านประธาน เขียนเป็นสารบัญชัดเจนลงรายละเอียดเลยครับ และมีกระบวนการหลังจากการออกโฉนด แล้วไปไหน ซึ่งไปให้เอกชนครับ สถาบันซึ่งถูกโอนย้ายไปเอกชน แล้วในประมวลกฎหมาย ที่ดินต้องทำอย่างไร ยกเว้นภาษี เขียนไว้ในนี้หมดครับ ทำไมไม่ไปเขียนในประกาศของ หน่วยงานที่กฎหมายนั้นรับรองแล้วครับ อว. เองก็น่าจะคิดได้เรื่องนี้ว่าออกระเบียบประกาศ มาย้อนหลังเรื่องของทรัพย์สินที่ถูกโอนย้ายมา ธรรมดาการย้ายหน่วยราชการ เขาเรียก หน่วยงานในกำกับของส่วนราชการของรัฐ ซึ่งจะโอนย้ายซึ่งเป็นทรัพย์สินของงบประมาณ มีงบประมาณผูกพันของอาคารตึกที่อยู่ในรายงาน ๙๓๐ ล้านบาท นี่ก็อีกทรัพย์สินครับ แล้วหนี้สินที่ยังไม่ปรากฏในรายละเอียด กราบเรียนท่านประธานครับ มีหลายคำถามครับ ว่าหนี้สินที่ค้างอยู่ เพราะว่าในมาตราถัดไปโดยเฉพาะมาตรา ๑๗ พูดถึงบรรดากิจการ ทรัพย์สิน กิจการไม่ว่าครับ สิทธิหน้าที่ ภาระผูกพันที่ยังอยู่อีกเท่าไร โดยเฉพาะมาตรา ๑๘ ในมาตรา ๑๘ ถ้าท่านประธานเห็นเอกสารแล้วก็จะอึ้ง ๑๒๖ ชีวิต ที่เป็นพนักงาน ซึ่งอยู่ในเอกสารของการรายงาน ท่านประธานครับ ๑๒๖ ชีวิต ไปไหนครับ ตั้งแต่ผู้บริหาร ท่านเคยได้เครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญตรา ตำแหน่ง อายุราชการหายครับ หายเลยทันที หายไป ไม่ได้เลยครับ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ก็ไม่ได้ต่อ หรือจะมีต่อ เอกชน ขอเสนอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้หรือเปล่าครับ ไม่ได้ครับ นี่คือเป็นปัญหา ๑๒๖ ชีวิตนี้ มีผลกระทบแน่นอนครับ และในการออกกฎหมายดังกล่าวนี้กฤษฎีกาต้องตอบให้ได้ว่าตั้งแต่ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ เขียนแบบนี้มีด้วยในพระราชบัญญัติใด ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีท่านสมาชิกเข้าชื่อมา ขณะนี้ ๗ ท่าน เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีเอาไว้รวมเพื่อสมาชิกได้อภิปรายแล้วค่อยตอบ พร้อมกันไปนะครับ ท่านต่อไปคือ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ขอเชิญครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ก่อนที่สภาเราจะรับหลักการวาระที่หนึ่ง มีประเด็นหลายประเด็นที่ผม อาจจะขอความกระจ่างจากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ร่างพระราชบัญญัติ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านรัฐมนตรีระบุว่าเป็นการแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๙ ผมไม่ทราบว่าวิธีเขียนอาจจะเป็น วิธีเขียนอันนี้ก็ได้ แต่ว่าเราไม่ได้เขียนเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม ทางกฤษฎีกาคงจะมีวิธีเขียนแบบนี้ ประเด็นที่สำคัญก็คือการเกิดของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เกิดในช่วงปี ๒๕๕๙ ก็คือตอนช่วง ยึดอำนาจมาไม่นาน โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ก็เป็นการศึกษาในระดับปริญญาตรีและ บัณฑิตศึกษา บัณฑิตศึกษาก็คือปริญญาโท ปริญญาเอกขึ้นไป ตามที่ร่างมานี้แล้วที่สำคัญ อย่างยิ่งก็คือเป็นการศึกษาที่เป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ในกำกับของรัฐบาล ไม่ใช่เป็น มหาวิทยาลัยของรัฐบาล ในช่วงที่มาของบประมาณประจำปีก็พบว่ามาขอโดยสำนัก นายกรัฐมนตรี เท่าที่จำได้ผมเป็นกรรมาธิการงบประมาณมาโดยตลอดก็พบว่าจะมาขอปีละ ประมาณ ๕,๗๐๐ ล้านบาท ผมได้ไปตรวจดูก็คือ เริ่มของบประมาณจริง ๆ ก็ปี ๒๕๖๐ มาถึง ปี ๒๕๖๖ เป็นเงิน ๓๗,๐๐๐ ล้านบาท ประเด็นก็คือว่าวันนี้มีนวัตกรรมอาจจะเป็น มหาวิทยาลัยเดียว คือจะแยกออกชั้นบัณฑิตศึกษาเป็นสถาบันอุดมศึกษา ก็อยากจะเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีว่า คำว่า สถาบันอุดมศึกษา มันอาจจะมีชื่อรวมไปเป็นมหาวิทยาลัยหรือไม่ แต่ถ้าผมดูจำนวนที่ดินที่เอาไป ๑๑ ไร่ คงไม่ใช่เป็นมหาวิทยาลัย เพราะมหาวิทยาลัยมันต้อง เริ่มต้นด้วยที่ดิน ๑๐๐ ไร่ ประเด็นสำคัญก็คือการเขียนในมาตรา ๑๕ ที่บอกว่าให้โอน กรรมสิทธิ์โฉนดที่ดิน รวมถึงให้เข้าไปอยู่มูลนิธิ มูลนิธิก็คงเป็นเอกชน หมายความว่าจะเอา ที่ดินแปลง ๑๑ ไร่ไปให้สถาบันอุดมศึกษาของเอกชนที่เราจะตั้งใช่หรือไม่ แล้วที่สำคัญอีกอันหนึ่งก็คือว่าเรามีทรัพย์สินที่งบประมาณไปประมาณ ๓๗,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผ่านมา ๓๗,๐๐๐ ล้านบาท อยากจะให้ชั้นวาระที่หนึ่งพอรับหลักการไปแล้วลองไป พิจารณาน่าจะให้มีรายละเอียดมากกว่านี้ว่าวันนี้มันเหมือนแตกราชวิทยาลัยไปเป็น ๒ มหาวิทยาลัย แยกการบริหาร ก็อาจจะมองเป็นเรื่องนวัตกรรมการศึกษาใหม่ และที่สำคัญ อีกอันหนึ่งก็คือพอในมาตรา ๑๖ ให้ปลัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม ถ้าไปช่วยสนับสนุนให้ขออนุญาตให้เสร็จภายใน ๑๕ วัน ผมมองว่าการเขียนล็อก ให้ทำภายใน ๑๕ วันมันทำได้หรือ แล้วที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือที่ผมทักท้วงหรือซักถาม เนื่องจากว่าอยากจะให้ถ้ารูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่คิดว่าเหมาะสม เพราะเดี๋ยวเราจะต้องไป พิจารณามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จากมหาวิทยาลัยของรัฐให้ออกมาอยู่ในกำกับ แล้วผมได้รับฟังความคิดเห็นของหลายท่าน มีความคิดเห็นว่าเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ มีโอกาสได้รับงบประมาณ เพราะอย่างน้อยปีละ ๕,๗๐๐ ล้านบาท ถ้าออกไปเป็นเอกชน จะเอาเงินมาจากไหนครับ ดังนั้นจึงเป็นคำถามที่อยากจะถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป รองศาสตราจารย์ สุรวาท ทองบุ ครับ🔗

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต่อทั้งท่านผู้มาชี้แจง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่เคารพ ผม สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ จากที่ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คิดว่าเป็น แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วผมมีข้อสังเกตแล้วก็เป็นประเด็น เนื่องจากว่า ผมเองได้ปวารณาตัวว่ามาเป็นผู้แทนราษฎรเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องอุดมศึกษา แล้วก็การศึกษาในทุกระดับ แน่นอนว่าเมื่อมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้น มีกฎหมาย มีการ เปลี่ยนแปลง มีแนวนโยบาย ซึ่งผมก็ต้องรับทราบแล้วก็พร้อมที่จะตอบคำถามพี่น้อง เพื่อนอุดมศึกษา มัธยมศึกษา ประถมศึกษา และอื่น ๆ ครับ ผมมีข้อสังเกตและคำถามที่จะ กราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการว่า กรณีเช่นนี้ในการแบ่งแยกการจัดการศึกษา ระดับบัณฑิตศึกษาจากมหาวิทยาลัยเดิมไปเป็นสถาบันอุดมศึกษาอื่น มันเป็นนวัตกรรม เป็นรูปแบบที่จะเป็นแนวนโยบาย เป็นจุดเริ่มต้นที่จะดำเนินการเช่นนี้หรือไม่ เพราะบัณฑิตศึกษาโดยปกติจากที่ผมเองก็เป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยมาก่อน การบริหาร การจัดการเรียนการสอนในบัณฑิตศึกษาก็ตามในปริญญาตรี โดยปกติเราจะได้ประโยชน์ อย่างยิ่งในเรื่องของการบูรณาการ การใช้ทรัพยากรร่วมกัน ไม่ว่าคณาจารย์หรือ ห้องปฏิบัติการอะไรอื่น ๆ นั้น อาคาร สถานที่ ซึ่งจะทำให้เกิดประสิทธิภาพ เกิดการประหยัด งบประมาณ เกิดการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า ถ้าทำอย่างนี้เป็นนวัตกรรมใหม่หรือครับ แล้วหลักการที่จะใช้ทรัพยากรร่วมกันเพื่อความเข้มแข็งทั้งระดับปริญญาตรี ที่จะเสริมส่งโดยบัณฑิตศึกษาเกื้อกูลซึ่งกันและกันจะเป็นอย่างไร🔗

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะกราบเรียนไปถึงว่าสถาบันอุดมศึกษาเอกชนนี้ อิสระมากกว่ามหาวิทยาลัยในกำกับหรือครับ ที่ผมพบและผมเป็นกรรมการประเมิน มหาวิทยาลัยหลายคราวหลายแห่ง ทราบว่าการเป็นสถาบันอุดมศึกษายุ่งยากซับซ้อนแล้วถูก กำกับ ถูกตรวจสอบ ถูกให้รายงานอะไรต่าง ๆ มากกว่าการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ อันนี้จึงเป็นข้อสงสัย ถ้าเป็นอย่างนี้ที่อื่นจะทำตามไหม เป็นนโยบายของ อว. หรือไม่ แล้วที่ บอกว่าอิสระผมจึงไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นจริงได้ อันนี้ก็อยากจะกราบเรียนถาม นอกนั้นก็ยังมี ประเด็นย่อย ๆ ว่าเรื่องของการเร่งรัด ๑๕ วัน ถ้าเราไปดูกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดตั้ง สถาบันอุดมศึกษาเอกชน ผมคิดว่า ๑๕ วันก็คงไม่แล้วเสร็จ ผมคิดว่าในพระราชบัญญัตินี้ อาจไม่จำเป็นจะต้องระบุถึงขนาดนั้น อาจจะบอกว่าให้ดำเนินการโดยเร็วหรือโดยพลัน อะไรไป ส่วนว่าท่านจะทำได้กี่วันหรืออาจจะเร็วกว่า ๑๕ วันก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ถ้าเราเขียน ไว้อย่างนี้จะเป็นที่กังขาของคนทั้งหลายว่าทำไมถึงจะได้รวดเร็วขนาดนี้ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าในส่วนนี้ก็ฝากไปถึงท่านกรรมาธิการที่จะพิจารณา ประเด็นนี้อาจจะไม่ระบุใน พระราชบัญญัตินี้ก็ได้🔗

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมมีความเป็นห่วงเรื่องของลูกจ้าง พนักงาน ลูกจ้าง ทั้งหลาย พนักงานเหล่านั้นเป็นพนักงานของรัฐ เป็นพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา คือจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัยอยู่ ถึงวันหนึ่งพวกเขาต้องไปเป็นพนักงานของสถาบันเอกชน อันนี้ ก็ฝากเป็นห่วงว่าสวัสดิภาพ สวัสดิการหรือการยกย่องเชิดชูเกียรติอะไรทั้งหลาย ที่เพื่อนสมาชิกได้เรียนไป แต่ว่าสิ่งที่ผมเป็นห่วงมากกว่านั้นคือในบทบัญญัตินี้กำหนดว่า ให้แจ้งความประสงค์ที่จะไปปฏิบัติงาน ผมถึงข้องใจว่าหากเขาไม่ประสงค์ ถ้าหาก ไม่ประสงค์เขาจะอยู่อย่างไร ๑๒๖ คน ในเมื่อภาระงานเขาไปกันทั้งองคาพยพ ๑๒๖ คน จะอยู่อย่างไร ให้เขาลาออกหรือให้เขาออกโดยที่ไม่มีความผิดแล้วก็ได้บำเหน็จหรือว่า สวัสดิภาพสวัสดิการที่กำหนดหรือไม่ อันนี้ก็อยากให้พิจารณาตรงนี้🔗

และประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนเป็นข้อสังเกตในเรื่องเดียวกันนี้นะครับ คือถ้าเขาประสงค์จะไปทั้งหมดจะมีภาระที่ล้นงานในสถาบันแห่งใหม่ไหม ในเมื่อจะเป็น สถาบันใหม่ก็อาจจะมีโครงสร้างของบุคลากรของอะไรทั้งหลายแปลกแตกต่างไปจากเดิม มันจะเข้าไปอยู่ตรงนั้นได้ไหม เพราะฉะนั้นประเด็นเรื่องของพนักงานและลูกจ้างนี้จึงเป็น ๒ เรื่องที่ผมตั้งข้อสังเกตว่าถ้าอยู่จะเกินไหม จะเกินภาระงาน ถ้าไปจะเกินที่โน่นไหม ถ้าอยู่ก็เกิน เพราะงานมันไปครับ ก็ขออนุญาตตั้งข้อสังเกตและหวังว่าในชั้นกรรมาธิการก็อาจจะได้มีการ พิจารณาที่รอบคอบขึ้น ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา ตามด้วยท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ เชิญครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา พรรคก้าวไกล จังหวัดพิษณุโลก ผมคิดว่าประเด็นมันจะค่อนข้าง ใกล้เคียงกันของผู้อภิปรายข้างต้น แต่ว่าผมก็อยากจะแบ่งปันประสบการณ์เพราะว่าผมอยู่ใน พ.ร.บ. ของมหาวิทยาลัยนเรศวรที่มีการออกไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับใช่ไหมครับ ขนาดจะออกไปคุยกันมาตั้ง ๔ ปี ๕ ปี กรรมาธิการประชุมกัน มาตราต่าง ๆ เต็มไปหมดเลย เพราะสินทรัพย์มหาศาลที่เราจะให้ไปอยู่ในมือของสภามหาวิทยาลัย แต่ท่านประธานครับ อันนี้ให้ไปอยู่ในมูลนิธิ แล้วเราจะตรวจสอบอย่างไรละครับ หรือว่าเราจะงดไม่สนับสนุน งบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนให้กับเอกชนรายนี้ อันนี้เป็นคำถามที่ต้องตอบนะครับ เพราะว่าการดำเนินงานในมูลนิธิต่าง ๆ พอมีการจัดการทรัพย์สินของตัวเอง ผมยกตัวอย่าง อย่างเช่นมูลนิธิของสภาคริสตจักรของประเทศไทย เกิดข้อครหามากมายมหาศาลและ เป็นการตรวจสอบไม่ได้จนถึงขั้นเสนอให้มีการยุบมูลนิธิสภาคริสตจักรด้วยซ้ำ เพราะว่าที่ดิน มหาศาล ผลประโยชน์มหาศาลนั้นถูกจัดการโดยเอกชน ผมไม่ได้บอกว่ามูลนิธินี้จะต้องเป็น แบบนั้นนะครับ แต่หมายความว่าพอเราแยกเอาบัณฑิตศึกษาซึ่งหลายท่านก็อภิปราย ไปแล้วว่าไม่มีมหาวิทยาลัยไหนเขาทำกัน เพราะบัณฑิตศึกษานั้นเป็นหัวหอกในการทำรายได้ แล้วก็เป็นหัวหอกในการทำวิจัยที่จะทำให้มาตรฐานแล้วก็ระดับของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ นั้น สูงขึ้น แต่พอแยกกันออกไปแล้วครับ คำถามคือแล้ว ป. ตรี จะมีผลกระทบอย่างไร🔗

อันต่อมาก็คือว่าแล้วถ้าไปเป็นของเอกชนทำไมต้องเขียนลงไปเลยว่างดเว้น ภาษีด้วย คือผมคิดว่าเรื่องนี้มันจะทำให้เกิดรูปแบบใหม่ของการบริหารที่ทำให้เกิดความ สับสนว่าตกลงแล้วสถานะของสถาบันนี้เป็นอย่างไร ผลการดำเนินงานใครต้องรับผิดชอบ แล้วถ้ามันมีเรื่องที่ตรวจสอบไม่ได้ แล้วมีทุจริตคอร์รัปชันแล้วใครจะต้องรับผิดชอบเกิดขึ้น แล้วพอเราไปดูในบทสรุปของสำนักวิชาการเขียนผลกระทบไว้ท่านประธาน ลองไปดูหมวด ๘ ผลกระทบโดยรวมที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายมีแต่ผลบวก ผลกระทบเชิงบวกหมดเลยว่า จะทำให้ทรัพยากรดีขึ้น จะทำให้ประหยัดทรัพยากรบุคคล ผมคิดว่ามันต้องเขียนให้เป็น วิทยาศาสตร์กว่านี้ไหมครับ คือตอนนี้มันเขียนแค่ว่าถ้าออกไปแล้วจะประหยัดทรัพยากร ประหยัดเท่าไร อย่างไร มันมีผลอะไรเกิดขึ้น แล้วถ้ามันดีอย่างนี้มหาวิทยาลัยอื่นจะต้องทำ ตามแบบนี้ด้วยหรือเปล่า มหาวิทยาลัยแพทย์อื่น ๆ นะครับ เพราะตอนนี้มันดูราวกับว่า การออกไปแล้วมันจะทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้นหมดเลย ซึ่งผมคิดว่าเป็นการประเมินที่ด้วยความ เคารพนะครับ ค่อนข้างไบแอส (Bias) ว่ามันจะไม่มีผลกระทบเชิงลบใด ๆ เกิดขึ้นเลยหรือไม่🔗

ต่อมาก็คือเรื่องของระยะเวลาที่เขียนฟิกซ์ (Fix) ลงไปเลยว่าต้องทำให้เสร็จ ภายใน ๑๕ วัน นี่เรากำลังคุยถึงองค์กรขนาดใหญ่ บุคลากร ๑๐๐ กว่าคน มีนักศึกษา นิสิต มีบุคลากร มีนักวิจัยอีกมากมาย แต่ว่าเราจะเขียนให้ทุกอย่างเกิดขึ้นภายใน ๑๕ วัน แล้วถ้า ทำไม่เสร็จมันผิดกฎหมายหรือครับ คือทำไมมันเหตุผลอะไรที่จะต้องเขียนบรรจุจำนวนวัน ที่ต้องทำให้แล้วเสร็จลงไปในนี้ ทำไมไม่ปล่อยให้เป็นการทำอย่างรอบคอบ ทำอย่างที่เรา สามารถที่จะตรวจสอบกระบวนการได้ แต่ทุกอย่างจะจบนะครับ ถ้าท่านรัฐมนตรียืนยันว่า ต่อไปนี้สถาบันนี้จะไม่รับงบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เราก็ไม่ต้องมาคุย เรื่องพวกนี้กัน ก็ถือว่าเป็นงานของเอกชนไปเลย แต่ถ้าตราบใดที่ยังต้องรับงบประมาณ อย่างไรก็ต้องมีการตรวจสอบ และการเป็นมูลนิธิแบบนี้ด้วยเวลาที่รวดเร็วผิดปกติแบบนี้ ด้วยโครงสร้างผิดปกติที่ไม่มีมหาวิทยาลัยไหนเขาทำกันมันจะยิ่งทำให้พวกเราเต็มไปด้วย ความเคลือบแคลงสงสัย เพราะฉะนั้นผมขอความชัดเจนจากท่านรัฐมนตรีด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านชินวรณ์ ตามด้วยท่านณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ เชิญครับ🔗

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช จริง ๆ แล้วผมค่อนข้างมีความเห็นที่แตกต่างกับท่านผู้อภิปรายที่ได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ ๓-๔ ท่าน เพราะว่าผมมีความเห็นว่าจำเป็นจะต้องสนับสนุนข้อเสนอในการแก้ไข พระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อเปลี่ยนสถานภาพสถาบัน บัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ที่เป็นส่วนราชการของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เพื่อไปรวมกับ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ โดยมีฐานะเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่ผมเห็นด้วยและสนับสนุนก็เพราะว่า ผมคิดว่าสถาบันในระดับอุดมศึกษาของประเทศเราในขณะนี้มี ๓ รูปแบบ คือ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาเอกชน แต่วันนี้ผมต้องขอชื่นชมผู้บริหารของสถาบันราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ตลอดถึงสถาบันบัณฑิตศึกษาที่ได้ร่วมกันคิดออกแบบว่าเราจะต้องดำเนินการยกฐานะหรือ ปรับปรุงสถานะของหน่วยงานที่เรียกว่าสถาบันบัณฑิตศึกษาให้มาเป็นสถาบันอุดมศึกษา เอกชน หรือพูดง่าย ๆ ว่าเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งผมคิดว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องบริบท ของหน่วยงานนี้โดยเฉพาะที่จะต้องดำเนินการเพื่อสนองพระปณิธานและวิสัยทัศน์ของ ศาสตราจารย์ดอกเตอร์สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราช กุมารี แล้ววันนี้สถาบันบัณฑิตศึกษานี้ก็ได้มีการเปิดสอนมาตามลำดับแล้ว ทั้งในประเทศและ ระดับประเทศ หลายคนเป็นห่วงในเรื่องของข้อปฏิบัติ เช่น ๑๕ วันบ้างก็ดี หรือการจัดตั้ง งบประมาณบ้างก็ดี ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นห่วงถ้าเราได้ติดตามความก้าวหน้าของสถาบัน บัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ที่ได้ดำเนินการจนเป็นสถาบันวิชาการชั้นสูงที่มีชื่อเสียง🔗

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมสนับสนุนก็คือว่าผมคิดว่าในการจัดการศึกษา ในระดับอุดมศึกษาของประเทศของเรานั้นมีความท้าทายมาก ในฐานะที่ผมเคยเป็น อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถ้าจะให้ผมประเมินการศึกษาของชาติในวันนี้ ผมมีความพึงพอใจในการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานสูงที่สุด รองลงมาก็ในระดับ อาชีวศึกษา และต่ำสุดคือในระดับอุดมศึกษา อยากจะกราบเรียนอย่างตรงไปตรงมา เหตุผล ก็คือว่ายังไม่ตอบโจทย์ในการที่จะสร้างองค์ความรู้ที่เป็นอัจฉริยภาพของประเทศในอนาคต ผมพยายามที่จะเสนอความคิดว่าเราจะทำอย่างไรให้มีสถาบันที่ส่งเสริมความเป็นเลิศและที่ ขาดแคลนของประเทศเรา ไม่ว่าจะเป็นนาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology) ไบโอเทคโนโลยี (Biotechnology) อวกาศ หรือแม้แต่เรื่องเกี่ยวกับการขนส่งทางราง เหล่านี้เป็นต้น แต่ว่า ก็ยังไม่มีมหาวิทยาลัยใดที่ได้สร้างความมั่นใจให้กับสังคมของเราว่าเราจะเดินไปข้างหน้า ในระดับอุดมศึกษาอย่างไร ก็มีสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์และสถาบันบัณฑิตศึกษาที่เราจะทำ ให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งนี้ละครับ ที่ผมคิดว่าวันนี้ผมต้องขอสนับสนุน ด้วยความจริงใจว่าเราจะต้องสนองพระราชปณิธานและวิสัยทัศน์ของพระเจ้าน้องนางเธอ ให้เกิดขึ้นอย่างจริงจังภายใต้ฝีมือการบริหารของคณะกรรมการของสถาบันที่จะเกิดขึ้นต่อไป เพราะสิ่งที่ท่านมีวิสัยทัศน์และวางหลักไว้ชัดเจนให้กับสถาบันแห่งนี้ก็คือว่าการที่จะส่งเสริม ให้เป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีระดับสูงที่มีความสามารถระดับนานาชาติ สามารถ สร้างผลงานวิจัยและนวัตกรรมระดับแนวหน้า เน้นเรื่องสารเคมีในด้านสุขภาพ เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม ตลอดจนการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัย ซึ่งเป็น ผลกระทบจากสารเคมี เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เราอยากเห็น มหาวิทยาลัยอย่างนี้ครับท่านรัฐมนตรี ที่จะเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ให้กับประเทศ ท่านอย่า ปล่อยให้มหาวิทยาลัยเป็นอาณาจักรอีกต่อไปเลยครับ ตั้งคณะ สาขาวิชาจนจำไม่ได้แล้วครับ ผู้ไปศึกษาก็จำไม่ได้แล้วเพราะว่าตั้งตามความต้องการของผู้บริหารมหาวิทยาลัย ตั้งตาม ความต้องการที่จะแสวงหาธุรกิจทางการศึกษา แต่วันนี้เราได้มาพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ที่จะเป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัยเอกชนในอนาคต ภายใต้ การบูรณาการในการใช้งบประมาณที่สุดยอดมากเลยครับ คือทั้งของราชวิทยาลัย ทั้งของ สถาบันจุฬาภรณ์ และมูลนิธิจุฬาภรณ์ เพื่อที่จะมาขับเคลื่อนสถาบันอุดมศึกษาแห่งนี้ให้เป็น สถาบันอุดมศึกษาที่มีมาตรฐานและมีความเป็นเลิศระดับนานาชาติ ผมจึงจะกราบเรียนว่า การนำเสนอกฎหมายฉบับนี้และพิจารณากฎหมายฉบับนี้ผมปราศจากความสงสัยที่จะ สนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งนี้เดินหน้าต่อไป แต่ผมคิดว่ารัฐมนตรีควรจะได้ หยิบยกเอาสถาบันแห่งนี้เป็นต้นแบบในการย้อนกลับนำไปศึกษามหาวิทยาลัยเอกชน ของประเทศที่ตั้งมาก่อนหน้านี้ และมหาวิทยาลัยของรัฐและในกำกับของรัฐว่าได้ตอบโจทย์ ของประเทศในการศึกษาในโลกยุคอนาคตนี้แค่ไหน เพียงไร ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐพงษ์ ตามด้วยท่านวรภพ วิริยะโรจน์ เชิญครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะขอลุกขึ้นอภิปราย ในร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยจะขอนำเรียน ท่านประธานพร้อมกับเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ขอออกตัวไว้ก่อนในการให้เหตุผลครั้งนี้ว่า ผมคิดว่าผมและพรรคก้าวไกลไม่สามารถรับหลักการหรือเนื้อหาหลาย ๆ ประการในร่าง ฉบับนี้ได้ แต่ตอนท้ายผมอยากจะขอนำเรียนไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ เข้าใจว่า ผู้ที่จะต้องตอบชี้แจงร่างกฎหมายฉบับนี้น่าจะเป็นคณะรัฐมนตรี แต่ผมอยากจะได้รับฟัง ความคิดเห็นจากเพื่อนสมาชิกที่อาจจะสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วย เพราะว่าสิ่งที่ผม จะถามในตอนท้ายจะเกี่ยวข้องกับการลงมติของเราว่าตกลงเราจะโหวตไม่รับหลักการ หรือโหวตงดออกเสียง เนื่องจากเราไม่สามารถโหวตรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ได้นะครับ วันนี้ผมจะขอนำเรียนคำถามอยู่ประมาณ ๔ ประเด็นด้วยกัน ซึ่งอาจจะมี หลายประการ ก็อาจจะขอข้ามบางประการที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้นำเรียนไปแล้ว แล้วก็ จะมีบางประการที่ผมอาจจะฝากไปยังเพื่อนสมาชิกร่วมพรรคอีกท่านหนึ่งก็คือท่านวรภพ นั่งอยู่ข้าง ๆ ที่จะมาพูดเกี่ยวกับเรื่องของงบประมาณต่าง ๆ นะครับ ซึ่งประเด็นเหล่านั้น ผมจะไม่ขอพูดถึงจะได้ไม่ซ้ำซ้อนนะครับ🔗

ประเด็นแรก ที่ผมจะพูดถึงก็คือในเรื่องของหลักความเสมอภาคระหว่าง สถาบันอุดมศึกษาเอกชนด้วยกันเองครับท่านประธาน จากร่างแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่กำลังจะแปลงสภาพสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์แห่งนี้ให้กลายเป็นเอกชน จะทำให้ สถาบันแห่งนี้ได้รับสิทธิพิเศษเหนือกว่าสถาบันอุดมศึกษาแห่งอื่น ๆ เนื่องด้วย ๒ ประการ หลัก ๆ ด้วยกัน ประการแรกก็คือผมใช้คำว่า เอกสิทธิ์ เพราะว่าถูกตราเป็นพระราชบัญญัติ จากร่างแก้ไขในมาตรา ๑๕ ครับ ร่างมาตรา ๑๕ นี้ที่จะทำให้สถาบันแห่งนี้กำลังจะได้รับ กรรมสิทธิ์ในที่ดินของรัฐ หมายความว่าอย่างไรครับ ที่ดินที่อยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่เดิมเป็นที่ดินของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ซึ่งมีสถานะเป็นองค์การมหาชนจะกลายเป็นของ มูลนิธิซึ่งเป็นองค์กรเอกชน เรากำลังจะตรากฎหมายในระดับพระราชบัญญัตินะครับ กฎหมายที่ตราออกมาเฉพาะเจาะจงสำหรับองค์กรเอกชนใดเอกชนหนึ่งซึ่งผมคิดว่าเป็นการ ตรากฎหมายพระราชบัญญัติที่พิเศษมาก หลักการการตรากฎหมายคือต้องบังคับใช้ อย่างเสมอภาคและไม่เฉพาะเจาะจงกับเอกชนรายใดรายหนึ่ง บุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ครั้งนี้ เรากำลังจะโอนทรัพย์สินของรัฐไปเป็นของเอกชนครับ และไม่เพียงเท่านั้นครับท่านประธาน ไม่เสียค่าธรรมเนียมแม้แต่บาทเดียว เพราะการรับโอนที่ดินตามพระราชบัญญัตินี้ยังมีการ ตราบทบัญญัติว่าให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ไว้ด้วย ซึ่งหากเราลองคำนวณ ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์จะอยู่ที่ราว ๆ ๒ เปอร์เซ็นต์ ของราคา ประเมินซื้อขาย และค่าอากรแสตมป์จะอยู่ที่ประมาณ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ของราคาซื้อขาย หรือราคาประเมิน แล้วเราลองไปดูที่ราคาประเมินทรัพย์สินของกรมธนารักษ์กันดู จะเห็น ได้ว่าราคาประเมินของที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๔๓ แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ที่อยู่บริเวณถนนกำแพงเพชร ๖ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถาบันแห่งนี้จะอยู่ที่ ตารางวาละ ๒๕,๐๐๐-๔๕,๐๐๐ บาท ใช้อัตราราคาต่ำสุดที่ ๒๕,๐๐๐ บาทก็ได้ครับ หมายความว่าราคาประเมินของที่ดินขนาด ๑๑ ไร่ ๓ งาน ๔๗ ตารางวา น่าจะโอนกันอยู่ที่ ประมาณ ๑๑๘ ล้านกว่าบาท คำนวณเสร็จสรรพออกมาแล้วเท่ากับว่าเรากำลังจะตรา กฎหมายเป็นการเฉพาะ ผมย้ำอีกครั้งนะครับ เป็นการเฉพาะให้กับเอกชนรายใดรายหนึ่ง เพื่อยกเว้นค่าธรรมเนียมราว ๆ ๒.๙ ล้านบาท อาจจะฟังดูไม่เยอะ แต่ ๒.๙ ล้านบาทนี้จะต้อง ตราเป็นกฎหมาย ยกเว้นเป็นการเฉพาะให้กับเอกชนรายใดรายหนึ่งเลยหรือครับ🔗

ประการที่ ๒ ในเรื่องของกระบวนการพิเศษตามร่างมาตรา ๑๖ ที่จะสร้าง กระบวนการขอรับอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแบบเฉพาะไม่เหมือนกับสถาบัน เอกชนรายอื่น ๆ ครับ ไม่เหมือนอย่างไรครับท่านประธาน โดยปกติการขอรับใบอนุญาต เพื่อจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนจะต้องเป็นไปตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติ สถาบันการศึกษาเอกชนและเป็นไปตามกฎกระทรวงการขอใบรับอนุญาต การขอใบอนุญาต จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งกินระยะเวลารวมกัน เอาแบบเร็วที่สุดเลย ตามกฎหมายปกติใช้ระยะเวลารวมกันกว่า ๓๙๐ วัน นี่ยังไม่รวมกระบวนการรับฟังความเห็น หรือยังไม่รวมเวลาในการเตรียมเอกสารต่าง ๆ อีกเยอะแยะมากมาย แต่เกิดอะไรขึ้นกับ ร่างมาตรา ๑๖ ที่เพื่อสมาชิกบางท่านได้บอกไปแล้ว เขียนกฎหมายไว้เป็นการเฉพาะ ผมย้ำอีกครั้งว่าเป็นการเฉพาะนะครับ ล็อกไว้ว่าต้องเสร็จภายใน ๑๕ วันเท่านั้น🔗

ประเด็นที่ ๓ คือเรื่องความไม่ชัดเจนทางสถานะทางกฎหมายของสถาบัน แห่งนี้ ว่าตกลงแล้วจะเป็นเอกชนหรือองค์กรมหาชนกันแน่ แน่นอนที่สุดครับ คณะรัฐมนตรี ก็คงตอบว่าตามตัวบทกฎหมายเขียนไว้ชัดเลยตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นเอกชน แน่นอนครับ แต่ถามชัด ๆ อีกครั้ง ซึ่งท่านวรภพอาจจะลุกขึ้นมาอภิปรายในรายละเอียด ได้ดีกว่าผมนะครับ ถามชัด ๆ อีกครั้งว่าท่านจะรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลหรือไม่ อย่าลืมว่า ปกติแล้วเฉพาะองค์กรสาธารณะ องค์กรมหาชนเท่านั้นที่ควรจะรับงบอุดหนุนจากรัฐบาล สถาบันอุดมศึกษาเอกชนหรือที่ถูกบริหารด้วยองค์กรเอกชนอย่างมูลนิธิไม่ควรได้รับเงินหลวง มิหนำซ้ำได้รับเงินอุดหนุนไปแล้วมีคำถามต่อมาว่าสภาผู้แทนราษฎรของเราจะลงไป ตรวจสอบการใช้งบประมาณเงินหลวงที่ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้เหล่านั้นได้หรือไม่ คำถาม ตรงนี้ต้องตอบชัด ๆ นะครับ🔗

ประการที่ ๔ คือการได้รับงบประมาณซ้ำซ้อน อันนี้เนื่องจากว่าเวลา ได้ล่วงเลยแล้วผมไม่ขอลงรายละเอียดเดี๋ยวยกให้ท่านวรภพได้ลุกขึ้นมานำเสนอนะครับ🔗

ประเด็นสุดท้าย ใน ๔ ประเด็นวันนี้ คือเรื่องความโปร่งใสตรวจสอบได้ ที่ผมได้นำเรียนไปแล้ว ดังนั้นผมจึงคิดว่าด้วยหลักการและเหตุผลทั้งหมดที่ผมได้กล่าวมานี้ คิดว่าพวกเราไม่สามารถที่จะรับหลักการได้ แต่อยากจะขอถามไปยังเพื่อนสมาชิกที่อาจจะ อภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ว่า พวกเราได้ยินเสียงมาว่าจะมีการใช้กระบวนการ ลัดเลาะในรัฐสภาในการตั้งกรรมาธิการเต็มสภาเพื่อดันให้ผ่าน ๓ วาระในวันนี้ ดังนั้นถ้าจะไป ท่านี้จริง ๆ พวกเราอาจจะรับหลักการไม่ได้ถึงขนาดโหวตไม่เห็นด้วย แต่ถ้าท่านคิดว่า ยังสามารถไปแก้ไขเพิ่มเติมในวาระที่สองเพื่อให้พวกผมได้แก้ไขในหลักการที่พวกเราไม่เห็นด้วย ก็ยังพอไปพูดคุยกันต่อในวาระที่สอง ดังนั้นอยากจะขอความเห็นจากเพื่อนสมาชิกด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกพยายามรักษาเวลาด้วยนะครับ ต่อไปเชิญท่านวรภพ ตามด้วยท่าน รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ เชิญครับ🔗

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาตถามท่านรัฐมนตรีในฐานะเป็นตัวแทนของรัฐบาลที่เป็นคนตัดสินใจออกร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็ในฐานะที่ผมเป็นผู้แทนราษฎร แล้วก็เคยเป็นกรรมาธิการ งบประมาณมา เมื่อย้อนไปดูในส่วนของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ๗ ปีย้อนหลังก็เห็นตัวเลขว่า ได้รับงบประมาณจากภาครัฐไป จากภาษีของประชาชนไปทั้งหมดแล้วคือ ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าหารออกมาเป็นต่อปีก็เฉลี่ยกลม ๆ ง่าย ๆ ก็คือปีละ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นในร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ที่ตัดสินใจออกมาให้ยกบางส่วนในส่วนของสถาบันบัณฑิตศึกษา ออกไปอยู่กับมูลนิธิเอกชน ผมก็เลยจำเป็นที่จะต้องมาขอคำชี้แจงให้ชัด ๆ ใน ๓ ประเด็นครับ🔗

ประเด็นแรก คืออยากจะทราบว่าท่านในฐานะของตัวแทนรัฐบาลตัดสินใจว่า เมื่อสถาบันศึกษาออกไปอยู่ในมูลนิธิเอกชนแล้ว แต่ด้วยความที่ยังมีภาระค่าใช้จ่าย มีนักเรียนนักศึกษาที่ยังต้องรับผิดชอบต่อ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะต้องใช้งบประมาณต่อ ท่านตั้งใจที่จะให้งบประมาณก้อนนี้ไปกับมูลนิธิเอกชนเหล่านี้ด้วยวิธีการใด ผมอยากทำ ความเข้าใจประเด็นนี้ก่อนว่าท่านจะเอาเงินภาษีประชาชนต่อจากนี้อุดหนุนให้กับมูลนิธิ เอกชนในวิธีการใดบ้าง🔗

ประเด็นที่ ๒ ผมขอความชัดเจนว่าในเรื่องของงบประมาณที่จะต้องจัดสรร อุดหนุนต่อให้กับมูลนิธิเอกชนในการรับผิดชอบสถาบันบัณฑิตศึกษา สรุปแล้วมันจะเป็น จำนวนเท่าไรบ้าง เหตุผลเพราะว่าถ้าผมย้อนไปดูในรายงานงบประมาณประจำปี ก็จะเจอ โครงการอาคารก่อสร้างวงเงิน ๙๓๐ ล้านบาท ที่ก็ยังค้างอยู่ ยังไม่เสร็จ ในเอกสาร งบประมาณประจำปีก็ยังเขียนว่าค้างอยู่ ๕๓๐ กว่าล้านบาท เพียงแต่ว่ามันไม่ตรงกับ ในรายงานวิเคราะห์ผลกระทบทางกฎหมายที่เสนอต่อรัฐสภาแห่งนี้ ก็ขอคำชี้แจงครับว่า ในส่วนของงบประมาณก่อสร้างงบผูกพันที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ก็คือรัฐบาลจะต้องอุดหนุน จัดสรรต่อให้กับมูลนิธิเอกชนต่อเนื่องหรือไม่ และเป็นจำนวนเท่าไร และถ้าไม่รวมของอาคาร ก่อสร้างเหล่านี้ งบประมาณภาระค่าใช้จ่ายเงินการดำเนินงานต่อไปเรื่อย ๆ ต่อปี รัฐบาล จะต้องอุดหนุนต่อปีเท่าไร อันนี้เป็นประเด็นที่ ๒ ที่ต่อเนื่องจากประเด็นแรกว่าท่านจะ อุดหนุนด้วยวิธีการใด หรือจะสามารถจัดสรรตรง ๆ ไปยังให้มูลนิธิได้เลยนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ ขอคำชี้แจงประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีอธิบายว่าเพื่อความคล่องตัว ในการให้สถาบันบัณฑิตทำงานร่วมกับสถาบันวิจัยได้อย่างราบรื่น ได้อย่างคล่องตัว เข้าใจว่า สถาบันบัณฑิตเป็นสำหรับปริญญาโทและปริญญาเอก ซึ่งก็เรียกว่าวิชาเฉพาะ คำถามที่ผม จะถาม คือท่านรัฐมนตรีได้พิจารณาถึงกรณีที่ท่านสามารถเอาสถาบันวิจัยกลับเข้ามายัง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ก็ได้เพื่อให้ทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันวิจัยกับสถาบันบัณฑิต คำถามก็คือว่าทำไมเหตุผลทางเลือกที่จะเอาสถาบันวิจัยกลับมามีข้อดี ข้อเสียอย่างไร อันนี้ อยากได้เป็นคำชี้แจงนะครับ เหตุผลเพราะว่าเข้าใจดีว่าท่านเพิ่งเอาออกไปปี ๒๕๖๐ แต่ในวันนี้มันก็มีทางเลือกอีกทางหนึ่งก็คือเอากลับมาก็ได้เพื่อให้ทำงานคล่องตัวกันขึ้น เข้าใจครับว่าปี ๒๕๖๐ ที่ออกไปอาจจะไม่ได้คิดถึงกรณีที่จะเกิดขึ้นจากการทำงาน ไม่คล่องตัวตรงนี้ ถ้าเอากลับมา เหตุผลเพราะว่าทุกท่านก็ทราบดีครับว่าในหลักสูตรปริญญาโท ปริญญาเอก เป็นหลักสูตรที่สามารถสร้างรายได้ จัดหารายได้ให้กับหน่วยงานเป็นจำนวนมาก การที่ทำให้หลักสูตรปริญญาโท ปริญญาเอก สถาบันบัณฑิตศึกษายังคงอยู่ในหน่วยงาน รับงบประมาณมันหมายถึงอะไร มันหมายถึงว่าหน่วยรับงบประมาณของราชวิทยาลัย จุฬาภรณ์ที่รับผิดชอบปริญญาตรีรวมถึงโรงพยาบาลก็จะสามารถประหยัดงบประมาณภาษี ประชาชนในงบประมาณประจำปีต่อ ๆ ไปได้ ถ้าปริญญาโท ปริญญาเอก สถาบันบัณฑิต ศึกษานี้ยังอยู่ในหน่วยรับงบประมาณ คำถามก็คือว่าในเมื่อเหตุผลที่การทำงานให้คล่องตัว เอาสถาบันวิจัยกลับเข้ามามันเป็นประโยชน์กับงบประมาณมากกว่า เหตุผลอะไรที่ท่านถึง ไม่เลือกพิจารณาในทางเลือกนี้ แต่กลับไปพิจารณาทางเลือกที่เอาสถาบันศึกษาออกไปเป็นของ มูลนิธิเอกชนแทน อันนี้ก็ขอเป็นความชัดเจนกับทางท่านรัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ท่านรองศาสตราจารย์รงค์ ตามด้วยท่านนิยม เวชกามา เชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นที่เห็นด้วยกับ หลักการเพื่อการจัดตั้งองค์กรที่กำลังเสนอนี้ ผมคิดอย่างนี้ครับท่านประธาน ที่ผมบอก เห็นด้วย ผมอยู่ในมหาวิทยาลัยแล้วเห็นว่าการแตกตัวขององค์กร จากองค์กรใหญ่ออกไปเป็น องค์กรอีกองค์กรหนึ่งเพื่อทำภารกิจ เป็นภารกิจที่กระชับในการที่จะให้บรรลุความสำเร็จ ในสถานการณ์โลกที่มันกำลังเปลี่ยนแปลง อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก การที่แตกตัว ออกจากองค์กรหนึ่งไปสู่อีกองค์กรหนึ่งทางการบริหารนี้ จากองค์กรของรัฐที่เคยรับ งบประมาณแผ่นดิน ๗ ปี ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ออกไปเป็นองค์กรของมูลนิธิเอกชน ผมคิดว่าตรงนี้ถ้ามองเฉพาะในการขับเคลื่อนภารกิจ เรื่องเฮลท์ ไซเอนซ์ (Health science) เรื่องวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตแพทย์ พยาบาล เทคนิค การแพทย์หรือสิ่งอื่น ๆ ที่สถาบันแห่งนี้กำลังทำอยู่ในนามที่จะไปทำใหม่ แกรดุเอท สตัดดี้ (Graduate study) หรือบัณฑิตศึกษา ผมคิดว่าตรงนี้เป็นความรวดเร็ว เป็นความกระชับ จะทำให้เห็นว่าภารกิจเฮลท์ ไซเอนซ์ (Health science) หรือทางด้านสุขภาพเหล่านี้มีความ สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ผมเห็นในสังคมไทย สถาบันอุดมศึกษาของเอกชนที่จะมาทำทางด้าน เฮลท์ ไซเอนซ์ (Health science) ทางด้านวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพตรงนี้ ไม่ว่า จะเป็นแพทย์ ไม่ว่าบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องมีอยู่น้อย การที่จะไปบริหารเป็นแบบเอกชนอุดมศึกษาหรืออุดมศึกษาเอกชนจึงเป็นเรื่องท้าทาย และเป็นภารกิจ ภารกิจที่สำคัญก็คือไปสอดคล้องกับการวิจัยขั้นสูง ไปสอดคล้องกับบริการ ผลิตบัณฑิต แล้วก็ไปสอดคล้องกับการบริการชุมชนหรือบริการสาธารณะที่เราเห็น อย่างประจักษ์ เพราะฉะนั้นสิ่งอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณหรือกระบวนการ ที่แตกออกจากรัฐไปสู่เอกชนที่จะไม่มีข้อกังขา อันนั้นถ้าเรารับหลักการของพระราชบัญญัติ ฉบับนี้แล้วไปแก้ไขในวาระสอง วาระสาม ไปว่ากันในรายละเอียด ผมคิดว่าเรื่องนี้มันน่าจะ เป็นการเริ่มต้นในมิติที่น่าสนใจแล้วก็เป็นภารกิจที่รัฐหรือรัฐบาลควรจะทำให้เป็นตัวอย่าง เพราะฉะนั้นประเด็นของผมก็คือเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแยกแตกตัวออกจากองค์กรใหญ่ ไปอยู่องค์กรที่มีขนาดเล็ก หรือมีคอลฟังก์ชัน (Call Function) หรือมีภารกิจที่ชัดเจน แตกตัวทำให้กระชับ การผลิตบัณฑิต การวิจัยขั้นสูงทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ การบริการ สาธารณะทางด้านนี้สามารถที่จะบูรณาการ สามารถที่จะทำงานได้มีความกระชับ ตรงนี้ ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่เป็นนวัตกรรมทางการบริหาร จึงขออนุญาตแสดงความเห็น เห็นด้วย ในเบื้องต้น ทั้งนี้ทั้งนั้นในขั้นตอนต่อไปจะเข้าสู่วาระสองก็จะไปแก้ จะไปปรับปรุงกันต่อไป อย่างไร ก็จะเป็นอำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านประธานครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิยม เวชกามา เชิญครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้ศึกษาและอ่านดูในเนื้อหาสาระของร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัย จุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ ผมเห็นด้วยท่านประธาน เพราะการศึกษามันเป็น เรื่องใหญ่ เป็นเรื่องที่ประชาชนทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะคนยากคนจนได้มีโอกาสที่จะเข้ามาศึกษา ผมดูเนื้อหาสาระของพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยเฉพาะมาตรา ๘ ได้เขียนไว้ว่าเป็นวิทยาลัย วิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ผมจึงมีแนวคิดว่ามหาวิทยาลัยที่เกี่ยวกับการแพทย์ โดยเฉพาะเป็นสถาบันมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นของเอกชนมันมีน้อย หรือแทบจะใช้ไม่ได้เลย ในลักษณะของการดำเนินงาน ถ้ามีกฎหมายเฉพาะแล้วก็แยกตัวออกไปเพื่อไปอยู่อีกมุมหนึ่ง ให้มันเป็นสถาบันซึ่งของเอกชนบริหาร ผมไปมองว่าลักษณะแบบนี้มันจะมีความคล่องตัว กว่าของมหาวิทยาลัยรัฐทั่ว ๆ ไป ผมจึงสนับสนุนเต็มที่ ผมรับหลักการ ผมอ่านดูแล้วผมชอบ ในประเด็นนี้ เพราะว่าในลักษณะแบบนี้ผมก็ยังหวังว่าถ้าแตกออกไปเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งมีการบริหารจัดการที่กระชับมากขึ้น ผมยังหวังว่าพี่น้องบ้านผมจะมีโอกาสได้มาศึกษา ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เพราะมันเป็นมหาวิทยาลัยการแพทย์ซึ่งต้องใช้งบประมาณสูงสำหรับ ผู้ศึกษา มหาวิทยาลัยนี้ผมอ่านดูในเนื้อหาสาระใช้เงินส่วนหนึ่งก็เป็นของมูลนิธิ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกัน อย่างอื่นแล้ว เพราะถ้าหากใช้เงินมูลนิธิมันจะคล่องตัวมาก ไม่ต้องไปขอโน่นนี่นั่น เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่ใช้มูลนิธิ ประเด็นจึงมีอยู่ว่าในหลักการที่ว่านี้ ท่านเขียนไว้ชัดเจนว่า เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกับสถาบันวิจัยของมูลนิธิจุฬาภรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คล่องตัว และมีความเป็นอิสระทั้งทางวิชาการ นี่ละจึงเป็นประเด็นซึ่งผมเห็นด้วย เพราะถ้า เป็นมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นของเอกชนและใช้เงินมูลนิธิจะมีความอิสระ ดังนั้นพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เขียนหลักการการแตกออกมาเป็นส่วนต่างหากในลักษณะของมหาวิทยาลัยเอกชน มันเป็นเรื่องที่ประชาชนได้ประโยชน์ ระบบการศึกษาผมเห็นแล้วว่าถ้าตั้งเป็นเอกชนแบบนี้มูลนิธิมีเงินซัพพอร์ต (Support) จะทำ ให้ประชาชนซึ่งเป็นชาวไร่ชาวนาซึ่งมีมันสมองเพื่อที่จะเรียนแพทย์ได้ เรียนวิทยาศาสตร์ การแพทย์ได้ เขาก็จะมีโอกาสเข้ามามากกว่าที่เรียนรัฐซึ่งต้องใช้เงินสูง ผมเห็นแล้วว่า โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พี่น้องบ้านผมยังได้ประโยชน์ขนาดนี้ ยากจนครับเป็นมะเร็ง วันนี้ มีชีวิตอยู่จากการรักษาฟรีไม่ได้เสียสตางค์ ผมยังซาบซึ้งอยู่ว่าคนสกลนครบ้านผมได้มารักษา ที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์โดยไม่ได้เสียเงินแม้แต่บาทเดียว ผมจึงหวังว่าถ้าเกิดเป็นมหาวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เป็นมหาวิทยาลัย เอกชน ผมคิดว่าคนสกลนครบ้านผมจะมีโอกาสได้มาเรียนทางการแพทย์ หลายคน มีมันสมอง มีปัญญาที่จะศึกษาวิชาการทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ แต่วันนี้ไม่มีโอกาส เพราะต้องใช้ทุนสูง ผมในมองลักษณะดังกล่าวนี้ผมเห็นว่า ถ้ามูลนิธิเอาเงินส่วนหนึ่งซึ่งมีมาก พอสมควรมาจัดการศึกษาให้พี่น้องประชาชนคนยากคนจนได้เข้ามาศึกษาแบบนี้ ผมส่งเสริม เต็มที่ ผมไปดูมาตรา ๖ ยกเลิก ใส่มาตรา ๑๐ เข้ามาใหม่ มันก็เป็นประเด็นซึ่งต้องจัดการ ในเรื่องการภายใน เพราะถ้าเอกชนดำเนินการเร็วขึ้น หลายอย่างไม่เหมือนภาครัฐแล้ว ระบบ การศึกษามันจะพัฒนามากขึ้นกว่าทุกวันนี้ครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านนิยม เวชกามา ท่านได้อภิปรายเป็นท่านสุดท้าย ก่อนที่จะมีการลงมติ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอมีสิทธิอภิปรายสรุปได้อีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นท่านรัฐมนตรี จะอภิปรายสรุปไหมครับ แต่ว่าขอเรียนท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเตรียมเข้าห้องประชุม หลังจากที่ท่านรัฐมนตรีได้อภิปรายสรุปแล้วเราก็จะได้มีการลงมติกัน ผมเชิญเข้าห้องประชุม ได้เลยนะครับ เชิญรัฐมนตรีสรุปครับ🔗

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ขอบพระคุณครับท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมในนามของรัฐบาลก็ขอขอบคุณทั้ง ๒ ฝ่าย ฝ่ายที่สนับสนุนก็ขอได้รับความขอบคุณจาก รัฐบาล ฝ่ายที่ค้านหรือติงหรือถามก็ขอได้รับความขอบคุณจากรัฐบาล ทั้ง ๒ ฝ่ายที่เสนอนั้น มีประโยชน์กับรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง สำหรับท่านที่เสนอให้สนับสนุน อย่างหนึ่งที่ผมอยากจะพูด ก็คือว่าราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ก็ดี สถาบันบัณฑิตศึกษาก็ดี สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ก็ดี หรือโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ก็ดี ก็ทำทั้งเรื่องความเป็นเลิศทางวิชาการและการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับโรคมะเร็ง แต่ก็ทำให้แก่สาธารณชน ไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชัง แล้วก็เป็นการให้บริการที่เกือบจะฟรีทั้งหมดด้วยเทคนิคซึ่งสูงมาก ท่านสมาชิกก็ได้อภิปราย แล้วว่ามีประชาชนที่ยากจนได้รับประโยชน์มากมาย แต่ก็จะฝากเรื่องนี้ให้กับราชวิทยาลัย จุฬาภรณ์ แล้วก็สถาบันบัณฑิต แล้วก็สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ว่าต้องทำอะไรเพื่อให้ประโยชน์ ไปถึงประชาชนคนส่วนข้างมากให้มากที่สุดทุกแห่งในประเทศไทย ในส่วนที่มีผู้เสนอคัดค้าน ท้วงติงนั้น ผมก็อยากจะอธิบายเพิ่มเติมอีกนิดเดียวครับ ว่าราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ก็ยังอยู่ แล้วก็วิทยาลัยวิทยาศาสตร์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์นี้ก็ยังอยู่ คณะแพทย์ศาสตร์ คณะพยาบาล ก็ยังอยู่ แล้วก็ในส่วนนี้จะมีทั้งการสอนในระดับบัณฑิตศึกษาด้วย มันมีทั้งระดับปริญญาตรี แล้วก็ระดับปริญญาโท ปริญญาเอกอยู่ในส่วนที่ยังเหลืออยู่นี้ ก็หมายความว่าสถาบัน บัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ที่จะแยกตัวออกไปเป็นบัณฑิตศึกษาเฉพาะทางเท่านั้น ทำไมต้องแยก ออกไป ก็เพราะว่าเดิมอันนี้เป็นหลักการนวัตกรรมที่ได้สร้างผลงานให้แก่จุฬาภรณ์มาก คือเราเริ่มจากจุดเด่นของเราอย่างที่ท่าน ส.ส ชินวรณ์พูดมา เราเริ่มจากจุดเด่นของเราก็คือ เรามีคนที่เก่งในทางเคมีที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สุขภาพและเกี่ยวกับอาหาร เราจึงได้มาจัดตั้ง เป็นสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และขณะเดียวกันเราก็สามารถสอนให้ได้ปริญญาโท ปริญญาเอก ได้ด้วย โดยมีสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์มาประกบเข้าไป เดิม ๒ หน่วยงานนี้อยู่ด้วยกัน แล้วก็อยู่ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์แล้วก็สร้างผลงานได้มากมาย ภายในเวลาไม่กี่ปีเรามีผลงาน ตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติมากมาย ได้รับรางวัล ได้รับอะไรมากมาย รวมทั้งเป็นที่ที่ ๑๗ ประเทศ เกือบ ๒๐ ประเทศเลือกที่จะส่งคนมาเรียนที่เรา แล้วก็เป็นสถานที่ ที่องค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ ให้ความสนับสนุนเพื่อที่เราจะทำหน้าที่ความเป็นเลิศทาง วิชาการของประเทศเราที่เกี่ยวกับเคมี ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สุขภาพและอาหารแล้ว ยังจะ เจือจานไปยังประเทศเพื่อนบ้านด้วย เป็นการสร้างซอฟต์ พาวเวอร์ (Soft power) ด้วย ว่าอย่างนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเดิมเคยอยู่ด้วยกัน แต่พอมาจัดตั้งราชวิทยาลัย จุฬาภรณ์เมื่อ ๕ ปีที่แล้วเขาเอามารวมเข้ามาอยู่ในราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สถาบันวิจัย จุฬาภรณ์ก็ขอแยกจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ไปก่อนเมื่อไม่กี่ปีที่แล้วมา แล้วตอนนี้ก็อยากจะ ตามให้ครบชุดก็คือจะเอาสถาบันบัณฑิตศึกษาซึ่งเคยอยู่กับเขาตามไปด้วยก็แค่นั้นเอง ทีนี้พูดถึงว่าทำไมถึงจะต้องรวมบ้าง แยกบ้าง ก็กราบเรียนได้ครับว่าอุดมศึกษาของไทย ก็เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่แรก ก่อตั้งขึ้นมาเป็นไปตามความจำเป็น ตอนที่ตั้งธรรมศาสตร์ก็ไปเอา นิติศาสตร์ ไปเอารัฐศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วก็มารวมกับของโรงเรียน กฎหมายแล้วก็ตั้งขึ้นมาเป็นมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองก็ทำมาแล้ว แล้วก็ เมื่อตั้งมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ก็ไปโอนเอาคณะแพทยศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ซึ่งก็คือศิริราชพยาบาลทุกวันนี้มาเป็นส่วนหนึ่ง เป็นส่วนแกนด้วยของ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ก็มีเรื่องแบบนี้มาตั้งแต่ก่อตั้งอุดมศึกษามานะครับ ถ้าไม่มีการ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเสียเลยก็ไม่ดี ทีนี้การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอันนี้ก็เป็นไปตามความ ประสงค์ของคนที่ทำงานซึ่งก็คือผู้เชี่ยวชาญ ก็คือทั้ง ๒ สถาบัน สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์เขาอยากที่จะอยู่เป็นอิสระในรูปแบบของมหาวิทยาลัย เอกชนที่อยู่ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ เขาเชื่อว่าจะทำงานได้สะดวกขึ้นแล้วก็จะใช้ทรัพยากร ของทั้ง ๒ องค์กรนี้สลับกันไปมาได้ เดิมมีเฉพาะสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ที่อยู่นอกราชวิทยาลัย จุฬาภรณ์ การใช้คนของสถาบันบัณฑิตศึกษาก็ไม่ง่ายเท่าไร เพราะว่ามันอยู่กันคนละ หน่วยงาน แต่ตอนนี้เขาต้องการกลับมาเป็นเหมือนเดิมคือมาอยู่ในมูลนิธิจุฬาภรณ์ คราวนี้ ถามว่าเราจะใช้งบประมาณเพิ่มมากขึ้นไหม ก็โดยหลักการทั่วไปเราก็คงให้กับภาพรวม ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสถาบันบัณฑิตจุฬาภรณ์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ หรือราชวิทยาลัย จุฬาภรณ์ โดยหลักการทั่ว ๆ ไปก็คงงบประมาณใกล้เคียงกับของเดิมนั่นละครับ ไม่ได้คิดที่จะ เพิ่มงบประมาณอะไรให้เขา แล้วก็การที่เข้ามาอยู่กับมูลนิธิจุฬาภรณ์ก็จะทำให้เขาหารายได้ จากมูลนิธิจุฬาภรณ์ได้เพิ่มเติมขึ้นด้วยจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งจากเกียรติภูมิ ที่ได้จากกรมหลวงศรีสวางควัฒน ซึ่งท่านเป็นเสมือนผู้ที่ให้ความคิด ให้แรงดลใจกับสถาบัน เหล่านี้ ในการที่จะนำเอาความช่วยเหลือจากนานาประเทศเข้ามาให้กับเรามากขึ้น แล้วก็ เท่าที่เขาประเมินมาให้ผม สถาบันบัณฑิตศึกษาก็จะใช้งบโดยทั่วไปปีละ ๒๐๐-๓๐๐ ล้านบาท เท่านั้นเอง ทีนี้ท่านถามว่าแล้วจะไปตรวจสอบเขาได้อย่างไรสถาบันบัณฑิตศึกษา ก็คิดเทียบ กับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ก็แล้วกันเพราะว่าออกไปก่อนแล้ว ตอนนี้สถาบันบัณฑิตศึกษา จะตามไป ของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์นี้ก็ สตง. เข้าไปตรวจสอบได้ทุกปี แล้วพูดไปราชวิทยา จุฬาภรณ์ก็ถูก สตง. ตรวจสอบเหมือนกัน เวลานี้ก็กำลังตรวจสอบอยู่ ซึ่งก็ทำเป็นเรื่องปกตินะครับ ทีนี้ถามว่าที่ดินจะโอนให้แก่ ภาคเอกชน ฟังดูก็เหมือนกับเราจะเอาที่ของหลวงไปให้แก่เอกชนที่เป็นพวกประกอบธุรกิจ ค้ากำไร แต่ว่าสถาบันบัณฑิตศึกษาไม่ได้เป็นมหาวิทยาลัยที่ทำกิจกรรมเพื่อค้ากำไรนะครับ เป็นกิจกรรมสาธารณประโยชน์ แล้วก็ที่ดิน ๓ ไร่ที่ว่าไว้นี่สถาบันบัณฑิตศึกษาใช้เงินตัวเอง ไปซื้อมาในสมัยก่อน แล้วก็เมื่อมาเข้ารวมกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ซึ่งเป็นหน่วยราชการ ก็โอนที่ตรงนี้ไปให้แก่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตอนนี้จะแยกออกเราก็คืนที่ที่เดิมเป็นของเขา คืนให้แก่เขาเท่านั้นเองครับ ไม่ได้ทำให้เขาได้สิทธิประโยชน์อะไรที่ไม่ชอบธรรมทั้งสิ้น แล้วก็ ทำไปตามมติ ครม. ด้วยนะครับ🔗

ถามว่าการไปอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนจะทำให้เกิดการติดขัดอะไร หรือเปล่าในทางบริหาร มีผู้เสนอด้วยความปรารถนาดีว่าเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ น่าจะดีกว่า จริง ๆ แล้วผมก็กราบเรียนได้ว่าเวลานี้ไม่ว่าจะเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ซึ่งมีมหาวิทยาลัยเอกชนอยู่ ๗๐ กว่าแห่งในประเทศไทย หรือไม่ว่าจะอยู่กับราชการโดยตรง ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๕๐ กว่าแห่ง หรือว่าจะอยู่ในกำกับของรัฐบาลซึ่งมีอยู่เวลานี้เกือบ ๓๐ แห่ง ก็คล่องตัวขึ้นทั้งนั้นครับ แล้วเวลานี้เราได้ทำการปฏิรูปอุดมศึกษา เรียนท่านชินวรณ์ โดยเฉพาะ จนถึงขั้นที่ว่าในการทำหลักสูตรอะไรก็ตามถ้าเราต้องการนวัตกรรม ต้องการ ความทันสมัย แล้วมันไปขัดกับอะไรที่เป็นอุปสรรค ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นกฎเกณฑ์ จะเป็น มาตรฐานอะไรที่จะกำกับอยู่ในชั้นคณะ ในชั้นมหาวิทยาลัย หรือในชั้นกระทรวง เราสามารถ มาขอได้รับการยกเว้นจากคณะกรรมการ แซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) ทางอุดมศึกษา ซึ่งมีผม เป็นประธาน ก็สามารถยกเว้นให้ได้ทั้งหมด ไม่ว่าผู้ทำหลักสูตรนั้นจะอยู่ในมหาวิทยาลัย เอกชน หรืออยู่ในมหาวิทยาลัยของรัฐ หรือจะอยู่ในมหาวิทยาลัยกำกับของรัฐ แล้วก็พูดถึง การสนับสนุนช่วยเหลือมหาวิทยาลัยเอกชน เวลานี้เราก็ช่วยไปไม่น้อย เพราะว่ามหาวิทยาลัย เอกชนก็ถือว่าเป็นส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้คิดเรื่องค้ากำไรอะไร ทำเพื่อประโยชน์ในทางการศึกษา มาแบ่งเบาภาระของรัฐบาลด้วยในแง่หนึ่ง แล้วก็อุดมศึกษาเอกชนโดยเฉพาะในระยะหลัง ๆ ก็ไม่ได้กำไรละครับ มีท่าทีว่าจะต้องปิดกิจการไปอีกหลาย ๆ แห่ง ทีนี้เท่าที่ยังเหลืออยู่เราก็ พยายามสนับสนุนช่วยเหลือ เช่นการขอทุนวิจัย มหาวิทยาลัยเอกชนก็ขอได้ แล้วก็เรามี โครงการที่เรียกว่ารีอินเวนติง ยูนิเวอร์ซิตี (Reinventing University) หรือว่าพลิกโฉม มหาวิทยาลัย ถ้ามหาวิทยาลัยเอกชนมีหลักสูตรอะไรที่ดี ๆ เข้ากับเกณฑ์ที่รัฐบาลต้องการ ก็สามารถให้เงินสนับสนุนได้ ซึ่งก็มีมหาวิทยาลัยเอกชนได้เงินสนับสนุนไปไม่น้อย ผมจึง ขออนุญาตกราบเรียนแต่เพียงแค่นี้ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านสมาชิกที่สนใจก็ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นกันจนครบนะครับ ส่วนท่านผู้เสนอคือท่านรัฐมนตรี ตัวแทนคณะรัฐมนตรีก็ได้อภิปรายสรุปเป็นที่เรียบร้อย ฉะนั้นต่อไปนี้เราก็จะมีการลงมติ ก่อนที่จะลงมติว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก หรือที่กำลังประชุมคณะกรรมาธิการอยู่ ก็ขอเชิญท่านเข้า ห้องประชุม เพื่อจะได้ช่วยกันลงมติในร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เชิญนะครับ ก่อนลงมติ ผมขอเชิญท่านสมาชิกได้ช่วยกันตรวจสอบองค์ประชุม ขอตรวจสอบองค์ประชุม ท่านสมาชิกที่เข้ามาในห้องแล้วกรุณาได้เสียบบัตรและกดปุ่ม แสดงตนนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ท่านประธานครับ ผม เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็น ส.ส. ด้วย แต่ว่า บัตรยังหาไม่เจอครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี เอนกสามารถแสดงตนทางไมโครโฟนได้ครับ🔗

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ผมไม่มีบัตร ส.ส. นะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเป็น ส.ส. ด้วย ท่านก็แสดงตนกับประธานว่าท่านแสดงตนครับ🔗

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ผมขอแสดงตนครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือนิดหนึ่งครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมขอหารือครับ สืบเนื่องจากเมื่อวานที่เราสภาล่มกันไป แล้วก็มีพี่น้องประชาชนถามผมมาว่าทำไมแสดงตนครั้งแรกครบแล้วครั้งที่ ๒ ไม่ครบนะครับ เขาก็สงสัยว่ามันมีการเสียบบัตรแทนกันหรือเปล่า ฉะนั้นผมคิดว่ากฎหมายนี้ก็เป็นกฎหมาย ที่สำคัญมากด้วย ผมคิดว่าท่านประธานน่าจะต้องกำชับให้ไม่มีการเสียบบัตรแทนกันในวันนี้ นอกจากจะมีผลกับสถานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ก็จะมีผลกับกฎหมายด้วย ก็อยากให้ท่านประธานกำชับทุกท่านว่าอย่าให้มีการเสียบบัตรแทนกันครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านปกรณ์วุฒิ ก็เสนอในสิ่งที่ถูกต้องนะครับ แต่ผมก็เชื่อด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีของสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร คงไม่มีใครกดแทนกันหรอกครับ ก็รู้อยู่ว่าศาลตัดสินให้ติดคุกไปเยอะแล้วนะครับ กดบัตรแทนกัน🔗

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม แสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเกรียงศักดิ์ แสดงตนนะครับ เชิญนะครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาในห้องประชุมแล้วกรุณาได้เสียบบัตร และกดปุ่มแสดงตนนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้แสดงตนมีไหมครับ ถ้ามีก็เชิญครับ ถ้าแสดงตนกันครบทุกท่านแล้วผมขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่รายงานผลครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ได้มีท่านสมาชิกแสดงตนอยู่ในห้องประชุมจำนวน ๒๓๐ บวก ๒ เป็น ๒๓๒ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควร รับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ทวนอีกครั้งนะครับ ท่านใด เห็นว่าควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนหรือขัดข้องเรื่องการลงคะแนนมีไหมครับ ถ้าใช้สิทธิลงคะแนนทุกท่านแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวน ผู้ลงมติ ๒๓๘ ท่าน เห็นด้วย ๒๐๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๓๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗

ต่อไปจะขอเชิญ ท่านสมาชิกเสนอคณะกรรมาธิการครับ🔗

นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๒๕ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้อง ท่านนายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน ๒๕ ท่าน มีสมาชิกท่านใดเสนอเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ถือว่า ที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อที่จะพิจารณาร่างพระบัญญัติราชวิทยาลัย จุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวนกรรมาธิการเสนอมาแล้ว ๒๕ ท่าน ผมจึงขอกำหนด สัดส่วน แจ้งสัดส่วนให้ทราบว่าสัดส่วนกรรมาธิการของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๕ ท่าน สัดส่วน กรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมือง จำนวน ๒๐ ท่าน ขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อ กรรมาธิการ ๕ ท่าน เชิญครับ🔗

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กราบเรียนท่านประธาน คณะรัฐมนตรีขอเสนอ ๑. คุณหญิงลักษณาจันทร เลาหพันธุ์ ๒. ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล ๓. นายสุรพล ทิพย์เสนา ๔. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๕. ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี เสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีทั้ง ๕ ท่าน ครบแล้วนะครับ ดังนั้น สัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมืองเป็นดังนี้ พรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๒ ท่าน พรรคก้าวไกล จำนวน ๒ ท่าน พรรคเศรษฐกิจไทย จำนวน ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่าน เชิญแต่ละ พรรคการเมืองเสนอชื่อกรรมาธิการตามสัดส่วน และขอผู้รับรองตามข้อบังคับด้วยนะครับ เชิญตัวแทนพรรคเพื่อไทยครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน ดังนี้ ๑. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ๒. นายนพพล เหลืองทองนารา ๓. ศาสตราจาร์สุชาติ ธาราดำรงเวช ๔. รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๕. นายสุรชัย เบ้าจรรยา ๖. นางสาวลีลาวดี วัชโรบล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปเชิญตัวแทนพรรคพลังประชารัฐ ๔ ท่านครับ🔗

นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคพลังประชารัฐ ๔ ท่าน ๑. นางวลัยพร รัตนเศรษฐ ๒. นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ๓. ศาสตราจารย์พิเศษณัฐกฤตย์ ณ ชุมพร ๔. ว่าที่พันตรี สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ🔗

นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ ๑. ดอกเตอร์กมล ไชยสิทธิ์ ๒. คุณหมอมารุต มัสยวาณิช ๓. พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่านครับ🔗

นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาว สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายนามกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่านดังต่อไปนี้ค่ะ ๑. ประกอบ รัตนพันธ์ ๒. ศาสตราจารย์สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญพรรคก้าวไกล ๒ ท่านครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ๒ คนครับ ๑. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ๒. รองศาสตราจารย์พินิติ รตะนานุกูล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญพรรคเศรษฐกิจไทย ๑ ท่านครับ ตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนา ก่อนก็ได้ครับ วิป (Whip) ประสานด้วยนะครับพรรคเศรษฐกิจไทย🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาขอเสนอนายอภิวัชร บัวพันธ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคเสรีรวมไทยครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญพรรคเศรษฐกิจไทย ๑ ท่านครับ🔗

นายเกษม ศุภรานนท์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม ศุภรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครราชสีมา ขอเสนอ กรรมาธิการในนามของสมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทย นายสมศักดิ์ คุณเงิน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการทั้ง ๒๕ ท่าน เชิญครับ🔗

นายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๒๕ คน ๑. คุณหญิงลักษณาจันทร เลาหพันธุ์ ๒. ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล ๓. นายสุรพล ทิพย์เสนา ๔. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๕. ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ๖. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ๗. นายนพพล เหลืองทองนารา ๘. ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธำรงเวช ๙. รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๑๐. นายสุรชัย เบ้าจรรยา ๑๑. นางสาวลีลาวดี วัชโรบล ๑๒. นางวลัยพร รัตนเศรษฐ ๑๓. นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ๑๔. ศาสตราจารย์พิเศษณัฐกฤตย์ ณ ชุมพร ๑๕. ว่าที่พันตรี สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ๑๖. นายกมล ไชยสิทธิ์ ๑๗. นายมารุต มัสยวาณิช ๑๘. พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ๑๙. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๒๐. ศาสตราจารย์สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ๒๑. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ๒๒. รองศาสตราจารย์พินิติ รตะนานุกูล ๒๓. นายสมศักดิ์ คุณเงิน ๒๔. นายอภิวัชร บัวพันธ์ ๒๕. พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์🔗

นายเกษม ศุภรานนท์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ พรรคเศรษฐกิจไทยขออนุญาตเปลี่ยน ท่านสมศักดิ์ คุณเงิน เป็น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์พรชัย อินทร์สุข ขออนุญาตเปลี่ยนคนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พรรค เศรษฐกิจไทย เสนอจาก ท่านสมศักดิ์ คุณเงิน เป็นท่าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย อินทร์สุข ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ เจ้าหน้าที่ช่วยเปลี่ยนตามที่ตัวแทนพรรคเศรษฐกิจไทยเสนอด้วยนะครับ ขอเชิญ กำหนดระยะเวลาแปรญัตติครับ🔗

นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอระยะเวลา แปรญัตติ ๗ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้อง ท่านสมาชิกครับ ถือว่าจบการพิจารณาร่างพระบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ตั้งคณะกรรมาธิการเป็นที่เรียบร้อย🔗

๒. ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗

ด้วย คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๑) นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังได้นำเสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย เพื่อประกอบการพิจารณา ในกระบวนการตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ แล้วนะครับ รายละเอียดปรากฏ ในเอกสารที่เจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้ว🔗

ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ จึงขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ในที่ประชุม ๑. รองศาสตราจารย์รสสุคนธ์ แสงมณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาส ราชนครินทร์ ๒. นายวันนี นนท์ศิริ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทั้ง ๒ ท่าน เชิญครับ🔗

(ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์เข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป เชิญท่านรัฐมนตรีแถลงหลักการและเหตุผลครับ🔗

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... โดยมีหลักการ และเหตุผลดังนี้🔗

หลักการ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์🔗

เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการบริหารมหาวิทยาลัยนราธิวาส ราชนครินทร์ ให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ แต่อยู่ในกำกับของรัฐ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการที่เป็นอิสระ มีความคล่องตัว มีธรรมาภิบาล สามารถ จัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาอย่างมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ เพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ รวมทั้งสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และการปฏิรูปอุดมศึกษา ตลอดจนให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคใต้ชายแดนของประเทศ จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกทุกท่านครับ ร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... มีสาระสำคัญดังต่อไปนี้🔗

๑. มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์มีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็น หน่วยงานในกำกับของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ แผ่นดิน กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และไม่เป็น รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น โดยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแล โดยทั่วไปซึ่งกิจการของมหาวิทยาลัยให้เป็นตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย โดยเรื่องที่ มหาวิทยาลัยจะต้องเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีตามพระราชบัญญัตินี้ให้รัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ🔗

๒. กำหนดให้มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์เป็นสถาบันทางวิชาการ ที่ให้ความรู้ความชำนาญในการปฏิบัติเกี่ยวข้องกับวิชาชีพและวิชาชีพชั้นสูง มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างองค์ความรู้ สร้างสังคมพหุวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้และสร้างกระบวนการเรียนรู้ ที่ก่อให้เกิดปัญญา ให้การศึกษาและผลิตบัณฑิต ส่งเสริมการวิจัยและสร้างนวัตกรรม ประยุกต์และพัฒนาวิชาการและวิชาชีพที่เน้นความชำนาญในการปฏิบัติจริงและให้บริการ วิชาการแก่ท้องถิ่นและสังคม ทำนุบำรุงศิลปะ วัฒนธรรม กีฬา เพื่อพัฒนาสังคม พหุวัฒนธรรมให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีสันติ มีดุลยภาพ ทั้งมีส่วนในการพัฒนาจังหวัด ภาคใต้ชายแดนอย่างจริงจัง และให้มหาวิทยาลัยมีปณิธานให้บัณฑิตของมหาวิทยาลัยเป็น ผู้รักถิ่นฐาน มีจริยธรรม ภูมิใจในชาติ รอบรู้ทางวิชาการ เชี่ยวชาญวิชาชีพ มีจิตสำนึก ที่รับผิดชอบต่อส่วนรวม เป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้ และเป็นแบบอย่างที่ดีงาม🔗

๓. กำหนดให้กิจการของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ไม่อยู่ภายใต้ บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ แต่พนักงานมหาวิทยาลัยต้องได้รับการคุ้มครองและประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าที่กำหนด ไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน🔗

๔. กำหนดให้มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์มีความคล่องตัวในการแบ่ง ส่วนงานออกเป็นสำนักอธิการบดี คณะ สถาบัน และวิทยาลัย หรืออาจจะให้มีหน่วยงาน ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์เป็นส่วนงานของ มหาวิทยาลัยได้🔗

๕. กำหนดให้รายได้ของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ไม่เป็นรายได้ ที่ต้องนำส่งคลัง เป็นรายได้แผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง กฎหมายว่าด้วยวินัย การเงินการคลังของรัฐ หรือกฎหมายอื่น รวมทั้งบรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่มหาวิทยาลัยได้มา โดยมีผู้อุทิศให้ หรือซื้อด้วยเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย หรือแลกเปลี่ยนกับทรัพย์สินของ มหาวิทยาลัย ไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุ ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย🔗

๖. กำหนดให้มีสภามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์เป็นองค์กรบริหารสูงสุด ของมหาวิทยาลัย การดำเนินการต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย ทั้งด้านการบริหารงานบุคคล การเงิน และวิชาการ โดยนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย มีวาระดำรง ตำแหน่งคราวละ ๔ ปี และจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งหรือได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ และมีอธิการบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดและรับผิดชอบการบริหารงานของ มหาวิทยาลัย และจะให้มีรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดี หรือจะมีทั้งรองอธิการบดี และผู้ช่วยอธิการบดีตามจำนวนที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด ทั้งนี้ การบริหารมหาวิทยาลัย ระดับสถาบันจะดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการ เช่น สภาที่ปรึกษามหาวิทยาลัย สภาวิชาการ สภาคณาจารย์และพนักงาน คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย คณะกรรมการ อุทธรณ์และร้องทุกข์ คณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล คณะกรรมการบริหารการเงิน และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย เป็นต้น🔗

๗. กำหนดให้มีการประกันคุณภาพการศึกษา การประเมินส่วนงาน การประเมินหลักสูตรการศึกษา การเรียน การสอน และการวัดผลตามหลักสูตร การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของอธิการบดีและหัวหน้าส่วนงานและผู้ปฏิบัติงาน ในมหาวิทยาลัย🔗

๘. กำหนดให้มหาวิทยาลัยวางและรักษาไว้ซึ่งระบบบัญชีอันถูกต้อง จัดให้มี ระบบการตรวจสอบภายใน จัดทำรายงานการเงินส่งผู้สอบบัญชี โดยให้สำนักงาน การตรวจสอบเงินแผ่นดินหรือบุคคลภายนอกซึ่งมหาวิทยาลัยแต่งตั้งด้วยความเห็นชอบของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของมหาวิทยาลัย และให้อธิการบดีและ รองอธิการบดีเป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ป้องกันและการปราบปรามทุจริต🔗

๙. กำหนดบทเฉพาะการเพื่อรองรับกิจการทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน งบประมาณและรายได้ของมหาวิทยาลัย ผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ผู้ดำรงตำแหน่งบริหาร และผู้ดำรงตำแหน่งอื่น ๆ รวมทั้งบุคลากรในมหาวิทยาลัย ตลอดจนส่วนราชการหรือ ส่วนงานภายในตามกฎหมายเดิมเพื่อให้การบริหารงานของมหาวิทยาลัยสามารถดำเนิน ต่อไปได้ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ อีกทั้งกำหนดหลักเกณฑ์การปรับเปลี่ยนสถานภาพข้าราชการของมหาวิทยาลัยและลูกจ้าง ของส่วนราชการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างมหาวิทยาลัยและสถานะของบุคคล ดังกล่าว🔗

คณะรัฐมนตรีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรจะกรุณารับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัตินี้ไว้พิจารณา ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านรัฐมนตรีก็ได้แถลงหลักการและเหตุผลเป็นที่เรียบร้อย ก็ได้มี ท่านสมาชิกให้ความสนใจที่จะร่วมกับอภิปรายหลายท่าน ลำดับแรกผมขอเรียนเชิญ ท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ตามด้วย รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ตามด้วย ท่านสุเทพ อู่อ้น และท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เชิญท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท เชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ และท่านผู้ชี้แจง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่เคารพ อย่างสูง ผมเอง สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โดยส่วนตัวก็ขอแสดงความยินดีแล้วก็เห็นด้วยที่มีพระราชบัญญัตินี้เข้ามา แล้วก็เป็นการ ยกฐานะหรือยกสถานะของมหาวิทยาลัยจากการเป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการ เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ซึ่งเราเชื่อว่าอาจจะทำให้การบริหารมีความคล่องตัวและมี อิสระ และนำไปสู่ความก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ ชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัด ซึ่งผมทราบจากเพื่อนสมาชิกในแถบนั้นว่าในบริเวณนั้น มีทรัพยากรทุกอย่างนะครับ แต่มีหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพการศึกษา หรือว่ารายได้ สภาพหนี้สินอะไรทั้งหลายเป็นปัญหาอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ อย่างไรก็ตามผมกราบเรียนว่า พระราชบัญญัตินี้แล้วก็จะพบว่ายังไม่พบความแตกต่างโดดเด่นในฐานะที่เป็นร่างที่ขึ้นมาใหม่ ภายใต้สถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนไป ทั้งวิทยาการการเรียนรู้ เทคโนโลยีในการเรียนรู้ มันเปลี่ยนไป แล้วบทบาทท่าทีของมหาวิทยาลัย การจัดการเรียนการสอนจะเปลี่ยนไป อย่างไร แต่ผมเชื่อว่าสามารถที่จะพิจารณาได้ในชั้นกรรมาธิการ ผมมีประเด็นจากที่ดูเร็ว ๆ ที่ อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการที่เสนอร่างนี้เข้ามา ในเรื่องของ หมวด ๒ การดำเนินการ การดำเนินการนี้ในมาตรา ๒๑ ให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบ ไปด้วย นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน ๑๔ คน อธิการบดี ประธานสภาคณาจารย์และพนักงาน และประธานสภาที่ปรึกษามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวน ๓ คน จากผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี ๑ คน คณบดี ๑ คน ผู้อำนวยการ ๒ คน และกรรมการอีก ๓ คน จากการเลือกของคณาจารย์ประจำ ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการทราบดีว่าปัจจุบันนี้มีปัญหาอย่างมาก ในเรื่องของธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัย และมีปัญหาฟ้องร้อง มีคดีความฟ้องร้องกันมาก ระหว่างบุคลากร คณาจารย์ในมหาวิทยาลัยกับสภามหาวิทยาลัยจำนวนมากนะครับ ผมมีข้อสังเกตจากประสบการณ์ที่มาจากมหาวิทยาลัย เราจะพบว่าในสภามหาวิทยาลัย มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านรัฐมนตรีว่าการครับ พวกผมอยู่ในมหาวิทยาลัยในภูมิภาค มหาวิทยาลัยที่ยังได้รับการสนับสนุนอะไรต่าง ๆ เรื่องความพร้อม เรื่องศักยภาพไม่มาก แล้วก็พยายามที่จะพัฒนาอย่างเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตามคนที่อยู่ในมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็น คณาจารย์หรือผู้บริหารในมหาวิทยาลัยมีสัดส่วนการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประมาณครึ่งหนึ่ง นอกนั้นก็จะเป็นบุคคลภายนอกอาจจะมากกว่านิด ๆ แล้วก็เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิ จึงเกิดว่าที่มาของผู้ทรงคุณวุฒิเกิดวลีที่เราได้ฟังกันบ่อย ๆ ว่า เป็นสภาเกาหลัง จะเกิดปัญหามากในเรื่องของการแต่งตั้งผู้บริหาร ตั้งแต่อธิการบดี คณบดี หรือผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ เกิดจากการที่ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นส่วนใหญ่ว่าผู้ทรงคุณวุฒิ ใครเอามา ใครพามา แล้วผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกซึ่งจริง ๆ แล้วส่วนตัวผมเห็นว่าเราพอกัน หรือยัง น่าจะพอกันเสียทีว่าการให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่รับรู้ ที่ไม่เข้าใจ ที่ไม่มีข้อมูลที่เพียงพอ เป็นบุคคลภายนอก บางท่านไม่เคยไปไหนเลย มีอย่างเดียวคือเดินทางด้วยเครื่องบิน ไปรับ เครื่องบินเข้าสนามบิน ออกจากสนามบินไปโต๊ะอาหารคือทานอาหาร กลับสนามบิน แล้วกลับไป แล้วก็ไปลงมติในเรื่องสำคัญ ๆ บางครั้งก็ไม่ไปประชุม ในขณะที่คนที่รับผิด รับชอบคุณภาพของการศึกษาเป็นอย่างไร นักศึกษาตกงานไม่เป็นไปตามที่พึงประสงค์ บัณฑิตจบออกมาตกงานกลายเป็นคนที่อยู่ในนั้น แต่กลายเป็นว่าสัดส่วนเขาน้อย แล้วก็ มีส่วนในการที่จะตัดสินใจอะไรน้อยกว่า แล้วผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านี้ก็อย่างที่ว่าไปจากส่วนกลาง เป็นส่วนใหญ่ หรือต่างภูมิภาคกัน เวลาจะโหวตเขาบอกว่าจะใช้วิธีไหนก็ใช้วิธีพลายกระซิบ ถ้าสนิทสนมกับใครคนที่มากระซิบลำเอียงหรือเข้าข้างอะไรนี่ก็จะทำให้การตัดสินใจอะไร ทั้งหลาย ในขณะที่ร่างพระราชบัญญัตินี้ผมเห็นข้อหนึ่งที่แปลกแตกต่างแล้วก็น่าสนใจ คือมีสภาที่ปรึกษา ผมคิดว่าสภามหาวิทยาลัยให้เขาเถอะ ให้คนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ส่วนรับผิดชอบ ผิด ถูก ชั่ว ดีอะไรทั้งหลาย สำเร็จ ไม่สำเร็จ คือคนภายใน กรรมการ สภามหาวิทยาลัยไม่ควรมีผู้ทรงคุณวุฒิที่มากกว่าหรือเท่ากับคนภายใน แล้วก็ทำให้การ ตัดสินใจอะไรไม่เกิดความที่เที่ยงตรงหรือน่าเชื่อถือได้ ขึ้นอยู่ว่าใครลอบบี (Lobby) ใครรับไปเป็นพวกพะเน้าพะนอดูแลจนครบวาระ เวลาไปบางทีก็ไปพักค้างคืนแล้วต้องได้รับ การดูแล การบริการอะไรต่าง ๆ เอาอกเอาใจ เสร็จแล้วก็แบ่งเป็นพวกเป็นพ้อง แล้วก็เกิด ปัญหาอย่างที่ท่านเห็น ทราบว่ามีหลายพันหรือเป็นหมื่นคดีด้วยซ้ำเรื่องของมีคดีความกับ สภามหาวิทยาลัย อันนี้ก็ขอฝากประเด็นตรงนี้ว่าเราจะร่างพระราชบัญญัตินี้อย่างไร ว่าให้ แก้ไขอย่างไรในชั้นกรรมาธิการ ว่าจะทำให้สภามหาวิทยาลัยเป็นสภาที่มีความเที่ยงธรรม รู้ซึ้งถึงบริบท รู้ซึ้งถึงปัญหาแนวทางการแก้ไข และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจริง รับผิดชอบจริง มีบทบาทหน้าที่ในการตัดสินใจทั้งหลายในสภามหาวิทยาลัย ก็ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีและกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญศาสตราจารย์รงค์ ตามด้วยท่านสุเทพนะครับ🔗

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราช จากพรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... ในระยะเวลาที่กำหนด อาจจะเกินนิดหน่อยต้องขออนุญาตท่านประธานไว้ โดยตั้งข้อสังเกตไว้ในวาระรับหลักการ วาระหนึ่ง เพื่อที่จะส่งต่อไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญในวาระสอง สัก ๔ ประเด็นครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ การเอามหาวิทยาลัยของราชการไปสู่ในมหาวิทยาลัยในกำกับ ของรัฐ พูดภาษาง่าย ๆ ก็คือว่าเรากำลังยกเอาทรัพย์สินของแผ่นดินที่นราธิวาสราชนครินทร์ ประมาณแสนล้านไปให้กับสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี หรือคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย บริหาร การกำกับที่ว่านี้ไม่ได้มอบไปให้แบบให้อำนาจไปทำอีลุ่ยฉุยแฉก โทษทีนะครับ อาจจะหยาบ แต่พูดให้ตรงไปตรงมาให้ท่านไม่ใช่ใช้อำนาจเกินล้น สภามหาวิทยาลัย กับอธิการบดีจะต้องคิดอยู่เสมอว่าเรากำลังรับผิดชอบทรัพย์สินของแผ่นดินนี้ประมาณ แสนล้าน ผมตีตัวเลขกลม ๆ ให้ท่านไปบริหารแทนรัฐ ท่านจะต้องมีความคิดในเชิง ธรรมาภิบาล ท่านจะต้องคิดในเชิงการทำงานเพื่อประเทศชาติให้มาก อันนี้ตั้งข้อสังเกตไว้🔗

ประเด็นที่ ๒ พอมาดู เรื่องคอร์ ฟังก์ชัน (Core function) ในมาตรา ๑๕ ของมหาวิทยาลัย ถ้าผมเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัย นราธิวาสราชนครินทร์ทำหน้าที่ในการผลิตบัณฑิต วิจัย บริการชุมชน สิ่งเหล่านี้ ในมาตรา ๑๕ ค่อนข้างครอบคลุม แต่ตั้งข้อสังเกตไว้ว่ามีการผลิตบัณฑิตในระดับปริญญา การร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อาจจะก็อปปี (Copy) หรือจะลอกมาจากร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยในกำกับอื่น ๆ ที่เขียนว่าปริญญา แต่ผมคิดว่าถ้าปริญญาอย่างเดียวจะมี ความหมายไหมครับ สมมุติว่าถ้าผมบอกว่าเราจะผลิตปริญญาโท ปริญญาเอก ปริญญาไหม หรือจะเขียนว่าสูงกว่าปริญญาตรี นั่นประการต่อมา อีกประการหนึ่ง ถ้าผมบอกว่า มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ถ้าผมเป็นอาจารย์บอกว่าการวิจัยในมาตรา ๑๕ วิจัยของ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์เขียนบอกว่าศึกษา วิจัย และพัฒนาการมีส่วนร่วมกับชุมชน แสดงว่าต่อไปนี้บุคลากรของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่สามารถจะทำวิจัยชั้นสูง ไม่สามารถที่จะทำ ความเป็นเลิศ หรือเป็นเพียว รีเสิร์ช (Pure Research) ใช่ไหม อันนี้ผมคิดว่า คอร์ ฟังก์ชัน (Core function) หรือภารกิจสำคัญในประเด็นที่ว่าด้วยการวิจัยนี่ตั้งเป็นประเด็นไว้ ตั้งข้อสังเกต🔗

ประเด็นที่ ๓ เวลาพูดถึงการบริหารมหาวิทยาลัยในกำกับเราจะได้ยินคำว่า การประเมิน ๓๖๐ กี่ร้อยองศาก็แล้วแต่ คือการประเมินแบบรอบทิศ การประเมิน มหาวิทยาลัย การประเมินอธิการบดี การประเมินจากคณะกรรมการติดตามและประเมินผล ซึ่งแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัย ตรงนี้ต้องคิดให้ดีว่าระยะเวลาที่ประเมินกับระยะเวลาของ คณะกรรมการที่เข้าสู่ตำแหน่งระวังให้ดี มันจะสอดรับกันไหม บางเรื่องบางราวมันจะทำให้ คณะกรรมการกับภารกิจที่ทำผลัดกันเกาหลัง ระหว่างตัวผู้บริหาร ตัวอธิการบดีกับ คณะกรรมการต่าง ๆ หรือสภามหาวิทยาลัยกับอธิการบดีที่วาระการดำรงตำแหน่งก็มักจะ เหลื่อมผลัดกันเกาหลังกันอยู่แล้ว ตรงนี้อาจจะเป็นการฮั้วแล้วนำไปสู่ที่บอกว่าเรากำลัง ยกทรัพย์สินแผ่นดินเป็นแสนล้านให้ไปทำอีลุ่ยฉุยแฉกไม่ได้นะครับ นั่นประการต่อมานะครับ🔗

ประเด็นต่อมา เรื่องรายได้ ในมาตรา ๑๖ ท่านประธานที่เคารพและ ท่านสมาชิกครับ มหาวิทยาลัยแห่งนี้เขียนก้าวหน้ามากครับรายได้ ว่ารายได้อย่างไร ผมไม่พูดในภารกิจรายจ่ายซึ่งกรรมาธิการวิสามัญและขั้นแปรญัตติก็จะต้องไปพูดกันก็คือว่า รายได้ใน (๓) บอกว่าได้รับเงินอุดหนุนจากศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประเด็นของผมก็คือว่าต่อไปนี้มหาวิทยาลัยนราธิวาส ราชนครินทร์นอกเหนือจากมาของบประมาณจากที่สภาอิสระ แต่อิสระต้องมาขอ งบประมาณจากที่นี่ อิสระแต่มาของบประมาณจากที่นี่ เอางบประมาณจากที่นี่ไปทำเป็น บล็อกแกรนต์ (Block grant) เอาไปทำบริหารแบบไม่ต้องไปดูปฏิทินรายจ่ายประจำปี สบาย ๆ แต่มีสิทธิได้ไปของบประมาณจาก ศอ.บต. ซึ่งเป็นองค์กรการบริหารราชการพื้นที่ พิเศษอีก อันนี้แสดงว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ขอเงินองค์กรรัฐได้ ๒ ทาง จากโดยตรงมาที่ สภาแห่งนี้ แล้วก็ไปแทรกอยู่ใน ศอ.บต. ซึ่งก็น่าสนใจถ้าเราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย นี่ผมตั้งข้อสังเกตไว้ ขออีกนิดเดียวครับท่านประธานครับ เป็นประเด็นสุดท้าย🔗

โครงสร้างความสัมพันธ์ทางอำนาจ ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีสถานะพิเศษก็คือ มีสภาที่ปรึกษา สภาที่ปรึกษาของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ในบทหลักการและ เหตุผลเราจะพูดคำว่าชายแดนใต้ ในบทหลักการและเหตุผล เวลาพูดชายแดนใต้ เราจะหมายรวมถึงอย่างน้อยที่สุด ๓ จังหวัด ๑. นราธิวาส ๒. ปัตตานี ๓. ยะลา แต่ในสภาที่ปรึกษา ให้โควตา (Quota) เฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส คำถามของผม คือชายแดนใต้อีก ๒ จังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดจะว่าอย่างไร อันนี้อาจจะไปออกเป็น ข้อบังคับหรือระเบียบที่จะออกจากสภาต่อไปก็ค่อยว่ากัน แต่ที่สำคัญตั้งข้อสังเกตคือ มี ๑ ผู้ว่าราชการจังหวัด ประการสุดท้ายสำหรับประธานที่ปรึกษาก็คือว่า ๓ จังหวัดชายแดนใต้ เป็นพื้นที่พิเศษครับ คณะกรรมการที่ปรึกษาของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ความคิดเห็นของผมควรจะมีผู้นำทางศาสนา ๒ ศาสนาเป็นอย่างน้อยครับ คืออิสลามซึ่งเป็น คนส่วนใหญ่ และศาสนาพุทธ สภาที่ปรึกษาไม่มี มีหอการค้า มีประชาสังคม หรือมีคนที่ทำ ประโยชน์อื่น ๆ ถ้าเขาไม่ทำประโยชน์อื่น ๆ ก็จะไม่ได้สิทธิตรงนั้น ประเด็นของผมก็คือเราจะ อิกนอร์ (Ignore) เราจะมองข้าม เราจะเมินเฉยต่อผู้นำทางศาสนาหรือไม่ สิ่งตรงนี้ทั้งหมด ท่านประธานครับ ขออนุญาตจบลงที่ว่าการจัดตั้งองค์กรของรัฐไปเป็นองค์กรในกำกับ ไม่ได้ให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ไม่ได้ให้ทรัพย์สินที่นี่ซึ่งเป็นของรัฐไปทำอีลุ่ยฉุยแฉกโดยการ บริหารที่ไม่มีธรรมาภิบาล ความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างคณะวิชาไปถึงรองอธิการ ไปถึง อธิการ ไปถึง อว. ควรจะวางหลักเกณฑ์ความสัมพันธ์ทางอำนาจ แล้วไม่ให้มีการผลัดกัน เกาหลัง ไม่ให้มีการใช้อำนาจแบบเกินล้น แล้วไม่ใช่ให้ใช้อำนาจแบบแสดงวิสัยทัศน์ อย่างเต็มที่ เสร็จแล้วมาขอสตางค์ที่นี่ ทั้ง ๆ ที่ประสิทธิภาพในการบริหารของอธิการบดี กับรองอธิการบดีผ่านการเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัยแบบทำปู้ยี่ปู้ยำ อย่างนั้นสภาแห่งนี้ ไม่ปรารถนานะครับ ผมจึงขออำนวยอวยพรและขอรับหลักการให้มหาวิทยาลัยนราธิวาส ราชนครินทร์ได้ไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับและเป็นมหาวิทยาลัยที่พึ่งหวังได้ทั้งคนใน ท้องถิ่นและภูมิภาคในอาเซียนทางอัปเปอร์มาเลเซีย (Upper Malaysia) แล้วเซาท์ ไทยแลนด์ (South Thailand) ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสุเทพครับ🔗

นายสุเทพ อู่อ้น แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เครือข่าย แรงงาน ขอมีส่วนร่วมกับการอภิปรายพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... เป็นการสมควรปรับปรุง แต่ไม่เห็นด้วยในการที่จะมีกำหนดในส่วนของมาตรา ๑๔ ที่ระบุไว้ว่ากิจการมหาวิทยาลัยไม่อยู่ภายใต้ข้อบังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง แรงงาน และกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ หลายครั้งที่มีการดำเนินการยกระดับในส่วนของ มหาวิทยาลัยเพื่อที่จะเป็นองค์กรในการอิสระบริหารจัดการถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ผมไม่เข้าใจ ว่าทัศนคติของทางคณะผู้ดำเนินการที่จะมีการเปลี่ยนแปลงมีความเข้าใจในเรื่องกฎหมาย คุ้มครองแรงงานและกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ขนาดไหน กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ปี ๒๕๔๑ ที่มีกำหนดตราไว้ในประเทศไทย ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นมาตรฐานขั้นต่ำในการที่จะกำหนดคุ้มครอง ดูแลการจ้างงาน จุดเริ่มต้นกฎหมายคุ้มครองแรงงานในมาตรา ๔ ก็ถือว่าแย่อยู่แล้ว ที่ไม่บังคับใช้กับหน่วยงานราชการส่วนกลางและภูมิภาค พอมาในส่วนของมหาวิทยาลัย ที่จะมีการแยกออกไป ยังมีการตรายกเว้นไว้ ในประเทศไทยเราจะมีการยกเว้นการคุ้มครอง แรงงานเพื่ออะไรครับ ถ้ามีการจะยกระดับ กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ ปี ๒๕๑๘ ซึ่งก็เป็น กฎหมายที่ส่งเสริมเรื่องสิทธิในการรวมตัวกัน การเป็นข้าราชการ การเป็นหน่วยงานของ การศึกษา ทำไมไม่มีสิทธิในการรวมตัว และโดยเฉพาะเรื่องกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ เป็นเรื่องของการส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน ทัศนคติอย่างนี้ถือได้ว่ามีมุมมองในเรื่องของการ จ้างงานที่ไม่ล้อกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนว่าจะต้องมีการส่งเสริม ให้ประชาชนมีการรวมตัวเป็นสมาคม สหกรณ์ และสหภาพแรงงาน ไฉนจะมีการปรับปรุงที่ดีขึ้นกับมีการลิดรอนในเรื่องการที่คุ้มครองการจ้างงานในการที่จะให้ สิทธิในการรวมตัว ประเทศที่เขามีการพัฒนาแล้วไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชนหรือระบบของ ข้าราชการ รวมทั้งระบบของการศึกษาซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะต้องเพาะบ่มให้กับคนที่อยู่ใน สถานศึกษาได้มีความเข้าใจในเรื่องสิทธิที่ควรจะได้ เพื่อที่จะเป็นการสะท้อนไปถึงนักเรียน นักศึกษาจะได้มีความเข้าใจในสิทธิที่รัฐธรรมนูญเราก็ได้เขียนไว้ ผมเองในฐานะที่เป็นคนใช้ แรงงานพยายามเรียกร้องกับกฎหมายต่าง ๆ ที่ผ่านมา แต่การดำเนินการฉบับแล้วฉบับเล่า โดยเฉพาะเรื่องการยกระดับของมหาวิทยาลัย อย่าปล่อยปละละเลยนะครับ เรื่องเหล่านี้ อย่าให้มีการเกิดการกดทับในการจ้างงานในระบบของมหาวิทยาลัย สิทธิการที่จะรวมตัวของ พนักงานของมหาวิทยาลัย และในส่วนของนักเรียน นักศึกษาในมหาวิทยาลัย เพราะเรา จะต้องการยกระดับประเทศให้มีความก้าวหน้า นั่นหมายความว่าสถานศึกษาต่าง ๆ โดยเฉพาะในส่วนของมหาวิทยาลัยที่จะมีการยกระดับอย่างเช่นที่นำเสนอในวันนี้ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ขอให้ช่วยโปรดพิจารณาในมาตรา ๑๔ นี้ควรที่จะ นำออกไปให้เป็นไปตามระบบกฎหมายไทยที่กว่าจะได้มาด้วยหยาดเหงื่อแรงงานในการต่อสู้ เรื่องของมีกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เรื่องของกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ ถึงแม้วันนี้ยังไม่ล้อ กับอนุสัญญาไอแอลโอ ๘๗๙๘ (ILO8798) ก็ตาม ซึ่งก็ถือว่ามีมาตรฐานขั้นต่ำที่พอจะอาศัย และอยู่ร่วมกันได้ แต่เรามายกเว้นอย่างนี้มองให้เห็นชัดเจนว่าเราเองไม่ปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ แล้วกฎหมายที่ออกมาไม่ล้อกับรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้จะเป็นกฎหมาย ที่ดีและสมบูรณ์ได้อย่างไร จึงกราบเรียนไปยังท่านประธาน ไปยังท่านคณะรัฐมนตรีและ คณะกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องนี้ควรพิจารณาที่จะดำเนินการเอามาตรา ๑๔ นี้ออกจาก กฎหมายฉบับนี้ด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ ตามด้วย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เชิญครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท นครศรีธรรมราช สำหรับร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... ซึ่งเปลี่ยนสภาพมาเป็นที่เราเรียกว่า มหาวิทยาลัยออกนอกระบบนั้น ความจริงผมเห็นด้วยกับการที่ทำให้มหาวิทยาลัย ออกนอกระบบ แต่ว่าการออกนอกระบบมันต้องตอบโจทย์ในสิ่งที่ซึ่งมหาวิทยาลัยได้เขียนไว้ หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการทำให้โอกาสทางการศึกษาของประชาชนที่อยู่ใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ได้รับโอกาส นั่นเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งก็จะเพิ่มการยกระดับขีดความสามารถ ของพี่น้องประชาชนมากขึ้น🔗

ประเด็นต่อมาก็คือเรื่องของการสร้างหลักความรับผิดชอบต่อสังคมและ ท้องถิ่น โดยเฉพาะในสังคมพหุวัฒนธรรม แล้วก็ไปทำให้ประสิทธิภาพในความคล่องตัว และ ความมีอิสระเกิดขึ้น อันนั้นก็คือหลักการที่จะทำให้เกิดประโยชน์แก่มหาวิทยาลัยที่ไปทำ ประโยชน์เพื่อพี่น้องประชาชนและเพื่อท้องถิ่นของในสังคมแบบ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็มีความเป็นพิเศษตามที่มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ได้มีที่ตั้งอยู่ที่นราธิวาส ซึ่งเกิด ประโยชน์แก่จังหวัดใกล้เคียง ผมมีคำถามเพื่อจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อการทำให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้มีความสมบูรณ์และรัดกุมมากขึ้นสัก ๓-๔ คำถาม🔗

ท่านประธานครับ ผมคิดว่าการเขียนไว้ในมาตรา ๑๓ ในเรื่องของความ ร่วมมือหรือการจัดการศึกษาที่จะต้องอาศัยหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ซึ่งมันอาจจะมีความสัมพันธ์กับมาตรา ๑๕ (๓) ซึ่งระบุชัดเจน ผมมีนิดเดียวว่าอยากให้ระบุ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปด้วย ซึ่งใน (๓) ของมาตรา ๑๕ ได้เขียนชัด แต่ใน มาตรา ๑๓ ไม่ได้เขียน ผมอาจจะตั้งคำถามก็ได้ว่าทำไมมาตรา ๑๓ ไม่ได้เขียนหน่วยงาน องค์กรท้องถิ่นเข้าไป แต่มาตรา ๑๕ ได้เขียน ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่สำคัญที่ผมอยากจะทำ ให้เห็นว่าการสร้างความร่วมมือกับท้องถิ่นเป็นประเด็นหลักที่มหาวิทยาลัยควรจะทำ ความร่วมมือ เพราะหลายเรื่องในการพัฒนาคนของท้องถิ่นเองใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็นองค์กรท้องถิ่นที่ไปใช้มหาวิทยาลัยเป็นตัวขับเคลื่อนเรื่องการพัฒนาศักยภาพของคน ท้องถิ่นและมหาวิทยาลัยก็อาจใช้ประโยชน์ของการทำความร่วมมือในการสนับสนุน การศึกษาแก่มหาวิทยาลัย นี่เป็นประเด็นที่ ๑🔗

ประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าการสร้างรายได้ในมาตรา ๑๖ มีความสำคัญ แต่ผมดู รายได้ส่วนใหญ่พึ่งพิงรัฐมาก แต่รายได้บางส่วนมาจากค่าเล่าเรียน มาจากค่าบำรุง ค่าบริการ ต่าง ๆ ก็จะทำให้เกิดผลดี ในมาตรา ๑๕ (๑๒) ในเรื่องของการให้มีกองทุน อันนี้ผมเห็นด้วย แล้วก็เป็นประโยชน์ในการกู้ยืมเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียน แต่อย่างไรก็ตามผมอยากเห็น การหารายได้ที่มีส่วนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ผมตั้งคำถามไว้เพื่อทำให้ ศักยภาพของมหาวิทยาลัยพึ่งพิงรัฐน้อยลง🔗

มาตราต่อมาในมาตราที่เขียนเรื่องของสภาที่ปรึกษา ในมาตรา ๓๐ และ มาตรา ๓๑ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้มีสภาที่ปรึกษามหาวิทยาลัยเกิดขึ้น แต่ผมคิดว่า โครงสร้างและองค์ประกอบผมค่อนข้างจะไม่ค่อยเห็นด้วย ส่วนหนึ่งเห็นด้วยในการมีประธาน หอการค้า มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาล อันนี้เห็นด้วย และมีเลขา ศูนย์ ศอ.บต. ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นด้วย แต่มันควรเพิ่มเติมผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นี้ ไม่ว่า จะเป็นผู้นำศาสนาเข้าไปได้ไหม หรือผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับด้านต่างประเทศ เพราะ มหาวิทยาลัยออกนอกระบบต่อนี้ไปจะต้องทำความร่วมมือกับต่างประเทศด้วย เพราะว่า บางมาตราเขียนไว้ไม่ค่อยชัดในเรื่องความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัย ในต่างประเทศที่จะต้องนำทุนการศึกษาให้หรือดึงนักเรียน นักศึกษาที่อยู่ในเขตอาเซียน (ASEAN) เข้ามาเล่าเรียน อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ ๒🔗

ประเด็นที่ ๓ คณะกรรมการติดตามและประเมิน ผมยังเห็นว่าอันนี้ต้องดูดี ๆ ผมตั้งเป็นคำถามแล้วกันว่าเขียนในมาตรา ๕๔ ว่าคณะกรรมการประเมินมหาวิทยาลัยรวมทั้ง อธิการ ผมคิดว่ามันรวมกันไม่ได้ ประเมินมหาวิทยาลัยกับประเมินอธิการมันคน ละส่วน ก็เลยตั้งเป็นข้อสังเกตว่าทำให้มันแยกจากกันได้ไหม🔗

ประเด็นสุดท้ายครับ เรื่องการประเมินผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย เช่น อาจจะเป็นคณบดี ผู้ปฏิบัติงานที่เป็น ผอ. สำนักหรือบุคลากร ผมยังเข้าใจว่าถ้าก่อให้เกิด ธรรมาภิบาลที่เขียนไว้ในหลักการ ผมคิดว่าอธิการจะไปจัดให้มีการประเมิน ผมคิดว่าต้องมี คณะกรรมการประเมินได้ไหมเพื่อก่อให้เกิดความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาลอย่างที่หลักการ ได้เขียนไว้🔗

สุดท้าย ผมตั้งคำถามอยู่ตลอดเวลาเรื่องนักศึกษาที่จะได้ประโยชน์จาก มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ เพราะเราเขียนในเรื่องของบุคลากร ในเรื่องของอาจารย์ ในเรื่องของคนอื่น ๆ ที่ได้ประโยชน์ แต่ผมคิดว่าโจทย์ใหญ่ผมอยากจะมีสักมาตราหนึ่ง อยากจะถามเหมือนกัน ในนี้ได้เขียนไว้ ๑ มาตราว่า นักศึกษาที่ขาดแคลนอันนี้เห็นด้วย ว่าจะต้องได้รับโอกาสจากมหาวิทยาลัย แต่ถามว่าควรจะระบุไว้ชัดเจนสำหรับนักศึกษา ได้บ้างหรือไม่ อันนี้ก็เป็นประเด็นที่สำคัญที่อยากจะถามเป็นคำถามเพื่อให้ผมพิจารณา รับหลักการด้วย ส่วนพนักงานมหาวิทยาลัย เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกพูดเรื่องแรงงาน เรื่องอะไรนี้ ผมคิดว่าอาจจะต้องดูว่าพนักงานมหาวิทยาลัยได้รับความคุ้มครองจากกฎหมาย แรงงานหรือไม่ อย่างไร ซึ่งในมาตรา ๑๔ ที่เพื่อนสมาชิกได้ถาม ก็กราบเรียนท่านประธาน ๓-๔ ประเด็น เพื่อได้คำตอบจากท่านผู้เกี่ยวข้องครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่าน พันตำรวจเอก ทวี ตามด้วยท่านภาคิน สมมิตรธนกุล และตามด้วย ท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ก่อนอื่นผมก็ต้องขอแสดงความยินดีกับมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ได้มีร่างพระราชบัญญัติที่จะผันตัวเองออกมาจากระบบราชการไปอยู่ในการกำกับ ของราชการ ท่านประธานที่เคารพครับ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์เกิดมาจาก วิทยาลัย ๔ แห่งรวมกัน ก็คือวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส เป็นวิทยาลัยอาชีวะ วิทยาลัยเทคนิคนราธิวาส แล้วก็วิทยาลัยการอาชีพตากใบ แล้วก็วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ผมเองในปี ๒๕๕๔ ได้เป็นส่วนร่วมในการผลักดันให้มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มีคณะแพทย์ศาสตร์ ก็ได้มีการพัฒนามาเรื่อยจนถึงปัจจุบันก็ได้ออกมาสู่ในกำกับ ผมคิดว่า พวกเราควรจะสนับสนุน แต่บนการสนับสนุนนั้นถ้าไปดูในร่างที่ขึ้นมา ผมอาจจะมอง หลายมาตรา มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์จะไม่เจริญเติบโตเลย ท่านจะถูกครอบงำ ด้วยวิชาการต่าง ๆ จะถูกกดทับ แต่สิ่งหนึ่งก็คงจะอยู่ ผมอาจจะร่วมในการแปรญัตติ ซึ่งถ้ามีระยะเวลาสักเล็กน้อยสำหรับผู้เป็นกรรมาธิการเพื่อจะได้นำเสนอในมุมมอง ท่านประธานที่เคารพครับ การที่จะออกนอกระบบ อย่างน้อยเบื้องต้นต้องยอมรับว่า จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา มากกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ พูดภาษามาลายู และเป็นภาษาเดียวกับภาษาในคาบสมุทรมาลายู และมหาวิทยาลัยในคาบสมุทรมาลายูนั้น ส่วนใหญ่เจริญก้าวหน้ากว่ามหาวิทยาลัยไทย มหาวิทยาลัยไทยที่จะพอใกล้เคียงก็คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล นอกนั้นอย่างมหาวิทยาลัยนราธิวาส ราชนครินทร์เองนั้นแค่ในประเทศเปรียบเทียบกันก็อยู่ในอันดับที่ ๖๙ สิ่งหนึ่งถ้าออก นอกระบบ อย่างน้อยในเรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงเด็กเลย ไม่ได้พูดถึงนักศึกษาเลย แล้วก็ถ้าเขียน รูปแบบอย่างนี้นักศึกษาเราก็หลั่งไหลไปเรียนที่มาเลเซีย ไปเรียนที่อินโดนีเซีย และไปเรียน ที่อียิปต์หรือไปเรียนที่ตะวันออกกลาง เพราะเหมือนเขียนโดยกระทรวงศึกษาธิการไม่ไว้ใจ หรือราชการไม่ไว้ใจ ครอบงำให้เป็นระบบราชการ แค่ง่าย ๆ คือผมเพิ่งไปประเทศมาเลเซีย อย่างครูประเทศไทย อาจารย์มหาวิทยาลัยไทยถ้าจบปริญญาโทได้ ๒๖,๐๐๐ บาท แต่ถ้ามาเลเซีย ๔,๐๐๐ ริงกิต ก็ ๔๐,๐๐๐ บาท จบปริญญาเอก เราได้ ๓๐,๐๐๐ บาท มาเลเซีย ๕๐,๐๐๐ บาท ที่สำคัญคือการศึกษาถ้าออกมานอกระบบ ผมคิดว่าล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ ได้วางแนวทางไว้ว่าการพัฒนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะต้องพัฒนาให้ใกล้เคียงกับ ประเทศเพื่อนบ้าน เพราะประเทศเพื่อนบ้านเขาให้ความสำคัญการพัฒนามนุษย์ หรือให้ความสำคัญคุณค่าของการศึกษาสูงสุด วาระของการศึกษาคือวาระของชาติต่าง ๆ ในคาบสมุทรมาลายูหรือในนานาประเทศ ผมมีเรื่องที่อยากจะฝากไว้อยู่ ๒-๓ เรื่องก็คือ🔗

๑. ในส่วนของมาตรา ๒๑ ที่เกี่ยวกับสภามหาวิทยาลัย ผมคิดว่าผู้ทรงคุณวุฒิ เมื่อท่านมีคณะแพทยศาสตร์ ท่านมีอาคันตุกะปัตตานีโอเวอร์ซี (Oversea) ไปเป็นคณาจารย์ ในต่างประเทศมากมายเลยเพราะว่าเขาไม่มีพื้นที่ในประเทศไทย ทำไมไม่มีผู้ทรงคุณวุฒิ ใน การถามความเห็นก็มีนะครับ คือศาสตราจารย์คลินิกหรือศาสตราจารย์อาคันตุกะ คือจาก มหาวิทยาลัยประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเราจะได้วัดระดับ ไม่เช่นนั้นเราจะเสียสมองหลั่งไหล ออกไปนอกประเทศหมด แล้วอีกส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่าอยากจะเร็ว ๆ ก็คือสภาที่ปรึกษา มหาวิทยาลัย ที่ผมบอกว่าถ้าท่านตั้งอย่างนี้ ท่านจะดองหรือกดทับมหาวิทยาลัยไม่ให้ เจริญเติบโตเลย ถ้าท่านอยากจะมีความคิดเหมือนกับพัฒนาขึ้นไปหน่อยท่านก็ไปลอก พ.ร.บ. ศอ.บต. มาตรา ๑๙ ซึ่งจะมีกลุ่มวิชาชีพต่าง ๆ ที่เขาคัดเลือกกันมา ศึกษากันมา เช่น ทางพระก็มี ผู้นำศาสนาก็มี เพราะเราเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยต้องลด ความขัดแย้ง ความแตกแยก แล้วก็มีอีกหลายประเด็นที่อยากจะเรียน อย่างเช่น ท่านคิดไปเรียนฟรีแบบมีคุณภาพ ท่านยังคิดว่ามีกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ผมคิดว่า การให้กู้ยืมคือการแนะนำให้คนเป็นหนี้ เราต้องการยกเลิกการเป็นหนี้ การศึกษาจะต้อง ไม่เป็นหนี้ เหมือนเรายกเลิกการเป็นทาสเมื่ออดีต แต่วันนี้การเป็นหนี้คือการเป็นทาสเงิน ผมไม่เห็นด้วยกับมหาวิทยาลัยคิดอย่างนี้ แล้วหลายเรื่องผมจะขอแปรญัตติไปครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านภาคิน ตามด้วยท่านนพพลครับ เชิญครับ🔗

นายภาคิน สมมิตรธนกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ภาคิน สมมิตรธนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตอภิปรายและตั้งข้อสังเกตเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... มหาวิทยาลัยแห่งนี้น่าจะเป็นประโยชน์ยิ่ง ที่จะสนับสนุนการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามมาตรา ๗ เห็นว่ามหาวิทยาลัย แห่งนี้ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อเฉลิมพระเกียรติในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ก็นับว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่จะเป็นประโยชน์กับคนในพื้นที่ ชายแดนภาคใต้เป็นอย่างยิ่ง ในมาตรา ๗ ผมได้ดูละเอียดแล้วเห็นว่าวัตถุประสงค์นั้น เป็นวัตถุประสงค์ที่ตรงตามความต้องการของคนในพื้นที่เป็นอย่างยิ่งที่จะสร้างมหาวิทยาลัย แห่งนี้ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่จะสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ของคนในพื้นที่ ส่งเสริมเรื่องงานวิจัยและการสร้างนวัตกรรม อันนี้คือหัวใจใหญ่ของมหาวิทยาลัย การที่ มหาวิทยาลัยจะสร้างบุคลากรขึ้นมาเพื่อที่จะให้คนในสังคมนั้นมีการเรียนรู้ที่จะนำสู่การ ปฏิบัติได้จริง นั่นหมายความว่ามหาวิทยาลัยจะต้องมีบุคลากรที่มีคุณภาพในการที่จะ ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้กับลูกศิษย์ รวมถึงการสร้างงานวิจัยที่จะเป็นประโยชน์ให้กับคนใน พื้นที่นำสู่การปฏิบัติได้จริงในสังคมของจังหวัดชายแดนภาคใต้ หัวใจใหญ่ของมหาวิทยาลัย ก็คือการมีส่วนร่วมในการที่จะร่วมมือกับคนในท้องถิ่น ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประสานงานในการเผยแพร่การเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยภายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ผมได้เล็งเห็นในมาตรา ๑๓ นั้น เป็นประโยชน์ยิ่งที่มหาวิทยาลัยจะได้มีส่วนร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชนในพื้นที่ เพื่อที่จะนำเอาองค์ความรู้นั้นไปร่วมมือร่วมปฏิบัติกับภาคเอกชน อันนี้เป็นสิ่งที่ดีมากที่ทำให้มหาวิทยาลัยได้ฝึกเอานิสิต นักศึกษา ออกไปปฏิบัติงานจริง กับภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ อันนี้เป็น ประโยชน์ยิ่งนะครับ มันจะบ่งบอกถึงว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ผลิตบัณฑิตแล้วมีงานทำได้จริง เมื่อจบมาแล้ว อันนี้คือหัวใจใหญ่ของมหาวิทยาลัย ผลิตคนมาแล้วมีงานทำแน่นอนนะครับ🔗

อันต่อมาไม่น่าเป็นห่วงก็คือมาตรา ๑๖ เห็นว่ามหาวิทยาลัยก็มีรายได้รองรับ มาจากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานในพื้นที่ชายแดน ภาคใต้ที่จะให้การสนับสนุนมหาวิทยาลัย เมื่อมหาวิทยาลัยออกนอกระบบมาเริ่มต้นใหม่ ๆ ก็เข้าใจว่ารายได้ที่จะสนับสนุนมหาวิทยาลัยน่าจะเดินหน้าได้เป็นอย่างดีนะครับ รวมถึง ถ้ามหาวิทยาลัยได้จัดตั้งนิติบุคคลเพื่อจะมาร่วมมือกับภาคเอกชนในการที่จะจัดหารายได้ แล้วก็เป็นสถานที่เรียนรู้ให้กับนิสิตที่ได้สั่งสอนในมหาวิทยาลัยเพื่อที่จะเอาวิชาการที่ได้เรียนรู้ มาปฏิบัติในภาคเอกชน อันนี้เป็นหัวใจใหญ่และเป็นสิ่งที่ดีครับ ผมเองจึงขอสนับสนุน ให้เห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนพพล เหลืองทองนารา เสร็จจากท่านนพพลแล้วก็คงท่านรัฐมนตรีอภิปรายสรุป แล้วก็จะมีการลงมติกันนะครับ แจ้งท่านสมาชิกเพื่อทราบครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ในส่วนของพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... ซึ่งจะออกนอกระบบไปอยู่ในกำกับของรัฐ ผมเองก็เห็นด้วยที่จะให้มหาวิทยาลัย แห่งนี้ได้ออกนอกระบบ แต่สิ่งที่ยังคาใจผมอยู่แล้วก็คาใจอยู่เสมอมาคือเท่าที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบ ปัญหาที่กระทบต่อนักศึกษามากที่สุดก็คือในส่วนของค่าเทอม ที่มักจะได้รับการกล่าวขานถึงว่าพอออกนอกระบบแล้วนี้ในส่วนของค่าเทอม ค่าเล่าเรียนต่าง ๆ มันแพงขึ้น ผมเองก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าสรุปแล้วการออกนอกระบบกับการอยู่ในระบบ มันแตกต่างกันอย่างไรบ้าง มันมีอะไรที่แตกต่าง หรือว่าออกมาเพื่อที่จะให้มีอิสระในเรื่องของ การเก็บค่าเล่าเรียน อันนั้นเป็นการแสวงหากำไรมิได้มีจรรยาบรรณของความเป็นสถาบัน การศึกษาที่จะอบรมบ่มนิสัยให้วิชาความรู้กับลูกหลานกับเยาวชน ผมอยากจะสอบถามจริง ๆ ว่าสรุปตกลงแล้ว ๒ อย่างนี้มันต่างกันอย่างไร เพราะเวลาผมมาดูในมาตราต่าง ๆ ที่มีอยู่ ใน พ.ร.บ. ผมไม่เห็นมีความแตกต่างอะไรมากมายเลย ผมยังหวังว่าในการออกนอกระบบ สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเห็นในจำนวน ๒ สิ่ง ก็คือว่าในส่วนของนักศึกษา การตั้งมหาวิทยาลัย ขึ้นมาไม่ว่าจะกระทำอะไรก็แล้วแต่สุดท้ายผลลัพธ์ถึงนักศึกษาทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการ บริหารงานในด้านวิชาการหรือด้านไหนก็แล้วแต่ แต่ว่ามันน่าตลกตรงที่ว่าคนที่ได้รับ ผลกระทบมากที่สุดแต่กลับไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการที่จะมาบริหารมหาวิทยาลัยเลย หรือติดตรงที่ว่าเขาอายุน้อยเกิน มันไม่น่าจะใช่นะครับ มันเป็นความใจกว้างของผู้หลักผู้ใหญ่ มันเป็นความใจกว้างของผู้มีอำนาจมากกว่าว่าจะยินดีรับฟังความคิดเห็นของน้อง ๆ เยาวชน เหล่านั้นที่เป็นนักเรียน นักศึกษาอยู่หรือไม่ ในหมวด ๒ ของการดำเนินการ ตั้งแต่ มาตรา ๒๑ ถึงมาตรา ๔๘ ไม่มีเลย ไม่มีเขียนอะไรที่จะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่จะให้ นักศึกษาได้เข้ามาสู่ในการบริหารของมหาวิทยาลัยบ้างเลย แล้วในการประเมิน ผมเองก็สงสัยเหมือนกัน ประเมินในส่วนของมหาวิทยาลัย ประเมินอธิการบดีก็ดี ประเมินผู้บริหารระดับอื่นก็ดี นักศึกษาเป็นคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดอย่างที่ผมบอก แต่เวลาถามการประเมินว่าดี ไม่ดีอย่างไร อธิการท่านกลับไม่เคยมาถามนักศึกษาเลย มันแปลกเหมือนกันนะครับ ทำไมไม่ถามเขาละ ให้ความสำคัญเขาหน่อยสิครับ อย่าดูถูก นักศึกษาเขาต้องการพื้นที่ในการที่จะแสดงความสามารถของเขา อย่าไปปิดกั้นเขาเลยครับ ผมเองเป็นห่วงเรื่องนี้มากที่สุด🔗

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งก็คือในส่วนของพื้นที่ การออกนอกระบบ ผมอยากให้มี การเขียนเอาไว้เป็นการถาวร อย่างมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ว่าในพื้นที่เขาจะได้ อะไรจากการที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ออกนอกระบบ ผมมุ่งหวังเหลือเกินว่าอยากให้ประชาชน ในพื้นที่ได้รับอานิสงส์ตรงนี้ เพราะฉะนั้นแล้วผมก็อยากจะขอฝากคนที่จะไปเป็นกรรมาธิการ ในส่วนของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ด้วยว่าให้ความสำคัญกับนักศึกษา ให้โอกาสกับนักศึกษา เราอย่าไปมองข้ามเขาเพราะเขาคือหัวใจ ถ้ามหาวิทยาลัยตั้งขึ้นแต่ไม่มีนักศึกษาทุกอย่าง ก็จบแล้วครับ ถ้ามีนักศึกษาอย่างอื่นมันเริ่มไปต่อได้ เพราะฉะนั้นอย่าไปดูถูกความคิด อย่าไป ดูถูกอะไรหลาย ๆ อย่างที่พวกเราผู้หลักผู้ใหญ่ในปัจจุบันชอบดูถูกเด็กนักศึกษา ผมเอง ก็ขอฝากความเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องของตรงนี้ด้วย ให้ความสำคัญกับเขาเถอะครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกก็คงจะได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นกันทุกคนแล้ว ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรี อภิปรายสรุปอีกครั้งหนึ่ง เชิญครับ🔗

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมฟังดูแล้วก็ไม่มีใคร ที่ไม่เห็นด้วย นับว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับความร่วมมือ ร่วมคิด แล้วก็ร่วมเสนอ จากสภาผู้แทนราษฎรนี้อย่างแท้จริง ผมเองเห็นความสำคัญของมหาวิทยาลัยนราธิวาส ราชนครินทร์มา ท่านอธิการบดีซึ่งก็นั่งอยู่ในที่นี้ด้วยก็คงจะจำได้ ผมได้ไปตรวจเยี่ยมแล้วก็ ได้ไปพบกับเยาวชนมุสลิม ซึ่งผมก็ยังชื่นชมที่สามารถบริหารและจัดการให้นักศึกษา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมุสลิม แต่ก็มีอยู่บ้างที่เป็นพุทธอยู่กันได้อย่างปรองดอง แล้วนักศึกษาที่เป็น มุสลิมก็สามารถรักษาเอกลักษณ์ รักษาความเชื่อ รักษาศรัทธาของอิสลามได้อย่างเต็มเปี่ยม แต่ขณะเดียวกันก็ได้ถูกฝึกฝนให้รู้จักกิริยามารยาทและการแสดงการทักทายหรือแสดงความ เคารพกันแบบไทย ผมเองก็ชื่นชม แล้วก็ยังได้ถามว่ามีวิธีใดบ้าง อันนี้ก็ของท่านทวี สอดส่อง ที่เราจะทำให้มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ขยับขึ้นไปเทียบกับมหาวิทยาลัยใน มาเลเซีย แล้วรองลงมามหาวิทยาลัยในอินโดนีเซียได้ ก็คงมีหลายคำตอบ แต่คำตอบหนึ่ง ที่ผมได้ก็คือต้องเน้นไปทางการสอนการวิจัยทางด้านแพทย์และสาธารณสุข เพราะว่าคนของเรา ที่อยู่ใน ๓ จังหวัดภาคใต้นั้นก็เห็นว่าระบบการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศไทยบางที่ ก็ดีกว่ามาเลเซีย ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ด้อยกว่ามาเลเซีย แล้วก็คนในมาเลเซียเองก็ศรัทธากับ แพทย์ไทยของเราไม่ใช่น้อย ถ้าเราทำคณะแพทย์ศาสตร์ให้ดีก็จะดึงดูดให้คนจากมลายู จากมาเลเซียให้มาเรียน โดยเฉพาะอินโดนีเซียให้เขามาเรียนที่เราได้ก็จะเป็นการดี อันนี้ก็จะ เป็นการที่ทำให้ได้เห็นถึงซอฟต์ พาวเวอร์ (Soft power) ของประเทศไทยที่ในเรื่อง อุดมศึกษาหลาย ๆ เรื่องอาจจะสู้มาเลเซียหรือสู้อินโดนีเซียไม่ได้ แต่ว่าบางเรื่องสู้ได้ แล้วก็ อยากจะให้ทำเรื่องพวกนี้ให้มาก คำถามและข้อสังเกตที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้ไว้ ล้วนแต่เป็นประโยชน์ บางอย่างก็คงจะเอาไปคุยกันตอนขั้นวาระสอง และวาระสาม ผมไม่มี อะไรที่ขัดข้องเลย จะแก้ไขตามที่ท่านเสนอมา ถ้าเสียงส่วนใหญ่ในวาระสอง วาระสาม เห็นเป็นอย่างนั้น บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ดีขึ้นแต่ก็ยังแก้ไขไม่ค่อยได้ คือเดิมเราคิดว่า มหาวิทยาลัยอยู่กับรัฐบาลหมดก็ไม่มีเสรีภาพ เราก็ให้ไปอยู่ในกำกับก็มีปัญหาอีก ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติเอ่ยขึ้นมาเองว่ามีปัญหาเรื่องผู้บริหารมหาวิทยาลัยกับ สภามหาวิทยาลัย ใช้คำพูดว่าเกาหลังกัน บางท่านก็มีความเห็นว่าคนนอกมากไปไม่ดี หรือว่าเดิมเราเห็นว่าคนในอย่างเดียวไม่พอหรือว่าไม่ดี เราก็อยากให้มีคนนอก แต่ตอนนี้ ทดลองทำไปสักระยะหนึ่งเรารู้สึกว่าคนนอกมากไปไม่ดี แล้วเราก็ไม่อยากให้รัฐมนตรีหรือ รัฐบาลเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยมากนัก แต่ว่าพอเราเอาออกนอกระบบแล้วบางที ก็กลายเป็นว่าเป็นเรื่องของคนนอกกับคนในที่ทำอะไรกันเหมือนที่ท่าน ส.ส. รงค์พูด ว่าทำไป ทำมามันเหมือนกับเอาทรัพย์สินของหลวงของรัฐ ในกรณีของมหาวิทยาลัยนราธิวาส ราชนครินทร์ยกตัวอย่างให้ดูมากเข้าไว้ แสนล้านบาทเอาไปให้อยู่ในมือของผู้บริหาร มหาวิทยาลัยและสภามหาวิทยาลัย พูดเพื่อให้มันเห็นภาพ อันนี้แม้ว่าในมาตราที่เท่าไรของ ร่างพระราชบัญญัตินี้จะบอกให้รัฐมนตรีกำกับดูแล แต่ผมเองก็คิดว่าจะต้องเอาความคิดเห็น นี้ไปคิดให้มากขึ้น หลายท่านเป็นห่วงว่าค่าเล่าเรียนจะแพงขึ้น หลายท่านเป็นห่วงว่า จะบริหารแบบที่ไม่มีธรรมาภิบาล ก็รับไว้พิจารณาหมดนะครับ แล้วสิ่งที่ได้จากการฟังวันนี้ ก็คือผมจะขอให้อธิการบดีที่อยู่นอกระบบทุกแห่งรายงานมาว่าหลังจากออกนอกระบบแล้ว มันดีขึ้นอย่างไรบ้าง แล้วหลายเรื่องที่ท่านสมาชิกสภาเป็นห่วง เช่นเรื่องค่าเล่าเรียนมันแพงขึ้น จริงหรือเปล่า แพงขึ้นในระดับที่เรารับได้หรือเปล่า มีเหตุมีผลหรือเปล่า หรือว่ามันแพงขึ้น อย่างหูฉี่เลย เพื่อที่ว่าเราจะได้ไม่ต้องมาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้เป็นมหาวิทยาลัย ในกำกับแบบขอไปที มหาวิทยาลัยที่ออกไปแล้วเขาก็ออกกันอย่างนี้ มหาวิทยาลัยนี้ก็จะ ออกตาม จะไปขวางเขาก็ไม่ได้ เพราะว่ามันมีที่ออกไปแล้ว แต่ว่าก็มีอะไรที่จะเรียนให้ท่าน สมาชิกสภาสบายใจขึ้นนิดหนึ่งก็คือว่า เวลานี้ออกนอกระบบหรือไม่ออกนอกระบบก็แทบจะ ไม่ต่างกันเข้าไปทุกทีแล้ว มหาวิทยาลัยหลายแห่งก็ไม่ค่อยอยากออกนอกระบบแล้ว มหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบเวลานี้มียังไม่ถึง ๓๐ แห่งนะครับ อันนี้เป็นแนวความคิด ของเราเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้วที่เราอยากให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ในเมื่อออกนอกระบบแล้ว เราก็ยังไม่เคยประเมินผลจริงจังว่าออกนอกระบบแล้วมันดีหรือไม่ดีขนาดไหน วันนี้ ก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้อภิปรายแล้วทำให้ผมเองในฐานะรัฐมนตรีว่าการ มองเห็นปัญหานี้ ก็จะขอให้อธิการบดีทุกแห่ง ๒๘ แห่ง ของมหาวิทยาลัยนราธิวาส ราชนครินทร์รู้สึกจะเป็นอันดับที่ ๒๙ ที่ออกนอกระบบ ให้ทำรายงานมาที่ผม แล้วผมก็จะทำ ส่งมาให้ที่สภาผู้แทนของเราด้วยว่าตั้งแต่ออกนอกระบบแล้วมันดีขึ้นอย่างไร หรือไม่ดีขึ้น อย่างไร แล้วก็เรื่องที่ท่านกังวลว่าไม่ได้อยู่ในกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ เราก็ได้เขียน เอาไว้ว่าสมาชิกของมหาวิทยาลัยในกำกับจะต้องได้รับสิทธิประโยชน์ไม่น้อยกว่าที่ได้รับจาก กฎหมายแรงงาน ส่วนที่ว่าทำไมถึงไม่ให้เขาอยู่ในกฎหมายแรงงานนี้เป็นอะไรที่ทำกันมา แบบนี้ตลอด ผมขอรับไว้พิจารณาว่าในโอกาสต่อ ๆ ไปนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ต่อไปนี้เราก็จะร่วมกันลงมติว่าเราจะรับร่างพระบัญญัติมหาวิทยาลัย นราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอหรือไม่ ก่อนที่เราจะได้ลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ ช่วงที่รอสมาชิก หลังจากฟังท่านรัฐมนตรีตอบแล้วผมอยากจะฝากข้อสังเกตไปนิดหนึ่ง ขออนุญาตฝาก ข้อสังเกตนะครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านรัฐมนตรีครับ โอกาสที่จะเจอกันในห้องนี้มันก็ยาก คือช่วงนี้ประเทศไทยเรานักศึกษาลดจำนวนลง อย่างมาก อย่างน่าใจหายเลย อันนี้เราต้องยอมรับกันว่าทุกมหาวิทยาลัยแย่งนักศึกษากัน เรื่องการทดสอบเข้ามหาวิทยาลัยตอนนี้อ่อนแอลงมาก แล้วมีวิธีพิเศษที่จะรับเข้ามาอีก เพื่อเพิ่มจำนวนนักศึกษาเข้ามหาวิทยาลัยของตัวเอง ก็มีสารพัดวิธีที่จะเพิ่มจำนวน อันนี้ก็คือ สิ่งที่มันเกิดขึ้น แต่สิ่งที่มันสวนทางก็คือว่าทุกมหาวิทยาลัยมีการก่อสร้างอาคารมากมาย ทุกมหาวิทยาลัยพยายามที่มีงานก่อสร้าง ไม่ทราบว่าท่านอธิการบดีแต่ละมหาวิทยาลัย พอใจกับการก่อสร้างอาคาร มากกว่าองค์ความรู้ที่จะให้นักศึกษาหรือไม่ อยากจะฝาก ท่านรัฐมนตรีว่าจากนี้ไปอยากจะให้ท่านช่วยตรวจสอบ เพราะว่าอาคารเรียนในมหาวิทยาลัย ต่าง ๆ ร้างเยอะแยะ แล้วก็ต้องเสียเงินที่จะบำรุงรักษาจำนวนมาก ท่านลองไปตรวจ มหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัยมีอาคารร้างเยอะแยะ แล้วก็สร้างอาคารใหม่อีก ฝากท่านว่า งบประมาณปีต่อไปช่วยดูด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อเราจะได้ช่วยกันลงมติว่าเราจะรับ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... หรือไม่ เชิญท่านสมาชิก ที่อยู่ข้างนอกนะครับ ส่วนท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมแล้วขอความกรุณาท่านได้ เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน เชิญครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอ มีอะไรไหมครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

ท่านประธานครับ ในช่วงเวลาที่รอ ผมขออนุญาตฝากข้อสังเกตไปถึงท่านรัฐมนตรีสักนิดหนึ่งครับ ถึงสภามหาวิทยาลัย ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ผมเอง ก็อยู่ในเรื่องของแวดวงทางด้านการศึกษา โดยเฉพาะตั้งแต่การเรียน แล้วก็ไปดูพื้นที่ ในหลายพื้นที่ อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าช่วยดูเรื่องแต่ละพื้นที่ แต่ละภูมิภาคเขามีอัตลักษณ์ มีความภาคภูมิใจของแต่ละมหาวิทยาลัย ยกตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ทางภาคใต้เราก็ไม่อยากให้คนของเราไปเรียนต่อที่ ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย หรือไปไกล ๆ เราน่าจะมีสิ่งซึ่งเป็นภูมิใจแล้วก็ได้เรียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ซึ่งเป็นการจูงใจให้เขารัก พื้นที่ในแต่ละพื้นที่ ทุกที่ควรจะต้องมี ทางภาคอีสานก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นฝากให้เป็น ข้อสังเกตว่าให้เสริมไว้ตรงนี้ได้จะเป็นสิ่งที่ดี ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสมาชิก ที่อยู่ข้างนอกหรือที่กำลังประชุมกรรมาธิการอยู่ เชิญเข้าห้องประชุมเพื่อเราจะร่วมกันลงมติ นะครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ถ้าดูจากการลงมติในร่าง พ.ร.บ. ฉบับแรก พวกเราอยู่กันเยอะ ผมเชื่อมั่นว่าฉบับนี้ก็จะอยู่กันเยอะเช่นเดียวกัน ผมไม่ติดใจ ในประเด็นนั้นครับ แต่ว่าหลังจากลงมติเสร็จสิ้นแล้ว เนื่องจากว่าพรรคก้าวไกลเองจะมีการ ขอเปลี่ยนกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคในร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉะนั้นถ้าลงมติเสร็จสิ้นแล้วผมขอกรุณาท่านประธานได้บรรจุวาระ ให้ผมได้เปลี่ยนกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ได้ครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมครับ เพื่อเราจะได้ช่วยกันลงมติว่าเราจะรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... หรือไม่นะครับ🔗

นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

๐๔๕ คำพอง เทพาคำ แสดงตน ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๐๔๕ แสดงตนนะครับ🔗

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ มงคลกิตติ์ ๒๗๓ แสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านมงคลกิตติ์ แสดงตนนะครับ🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

ท่านประธานครับ ผม อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ๔๙๓ แสดงตนครับ รายงานตัวท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกท่านใดยังไม่แสดงตนก็เชิญนะครับ รอท่านสมาชิกนิดหนึ่งนะครับ เพราะ ท่านสมาชิกกำลังทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ เลยครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ ๐๘๓ แสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๐๘๓ แสดงตนนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่ยังอยู่ข้างนอกได้เข้าห้องประชุมนะครับ อยู่ห้องอาหาร อยู่ห้องกาแฟ อยู่ห้องกรรมาธิการเชิญนะครับ เหลือไม่มากก็ครบองค์ประชุมครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ จิรายุครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจิรายุ เชิญครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างรอครับ ขออนุญาตหารือเพื่อเป็น ประโยชน์นะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

กลางวันผมไปทานข้าว ที่ห้องอาหารผมว่าอาหารเยอะดีท่านประธานครับ แล้วก็อาจจะเป็นช่วงปลายสมัยประชุม ซึ่งเราอยู่กันมาหลายสมัยก็จะเห็นอาการโหรงเหรงแบบนี้ ถ้าจริง ๆ แล้วอาหารเขาลด ปริมาณลงบ้างก็ได้ บางทีเหลือก็เสียดาย🔗

เรื่องที่ ๒ ช่วงนี้เขาตัดถนนเข้ามาตรงถนนข้าง ๆ ที่จะทำสะพานข้ามไป หลัง ๆ นี้ก็ถ้าเกิดเป็นไปได้อยากให้จัดที่จอดรถบัส (Bus) ให้เป็นเรื่องเป็นราวของสภาหน่อย เพราะว่าตอนนี้มีคนมาดูงานเยอะ พอรถบัส (Bus) เข้ามาจอดเกือบ ๑๐ คัน ก็ทำให้ ทางเข้าออกลำบาก ถ้าเป็นไปได้อยากจะให้ทางรัฐสภาประสานกับศูนย์ราชการเกียกกายของ กรุงเทพมหานครฝั่งตรงข้าม ข้างในว่างอยู่เยอะ ถ้าเป็นไปได้ตีโค้งเข้าไปจอดข้างใน ก็จะเป็นประโยชน์ยิ่ง แล้วก็วันนี้รัฐบาลโหรงเหรงฝ่าย ค้านเต็มไปหมดเลยครับท่านประธาน ฝากบอกท่านวิป (Whip) รัฐบาลด้วย กฎหมายรัฐบาลนะครับ อย่างไรช่วยเรียกหน่อย นั่งนานแล้วเมื่อยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมก็ได้บอก ไปแล้วครับ ท่านประธานชวน หลีกภัย ก็ขอร้องพวกเราแล้วว่าให้ช่วยกัน เพราะเหลือเวลา อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะหมดวาระแล้ว ก็จะเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ไม่แน่ใจว่าจะได้กลับมากด เสียบบัตร กดบัตรแสดงตนอีกหรือไม่ ฉะนั้นก็รีบ ๆ กดเอาไว้นะครับ เชิญท่านสมาชิกครับ รอท่านอยู่นะครับ ขอให้เข้าใจว่าท่านสมาชิกหรือเพื่อนเรา ๒๐๐ กว่าท่านนั่งรอท่านอยู่ ไม่กี่คน ฉะนั้นใครที่ยังเดินทางมายังไม่ถึงก็รีบ ๆ หน่อยนะครับ ผมดูใกล้เคียงกันนะครับ ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ไม่ต่างกันเท่าไร🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิครับ เท่าที่ตัวเลขนะครับท่าน ถ้านับกับคนที่ขานชื่อเหลือตัวเลขเลขเดียวครับท่านประธาน นิดเดียวเองครับ ทีนี้บังเอิญว่าการประชุมกรรมาธิการหลายห้องมีการเปลี่ยนห้องครับ เช่นฝั่งซีเอ (CA) มีการปิดปรับปรุง ทีนี้ผมไม่มั่นใจว่ากรรมาธิการพอย้ายห้องปุ๊บจะมี เจ้าหน้าที่โทรถูกห้องหรือไม่ใด ๆ อย่างไรท่านประธานช่วยกำชับเจ้าหน้าที่นิดเดียวครับ ตัวเลขเหลือแค่หลักเดียวครับ อีกไม่กี่นาทีก็เต็มแล้วครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านณัฐวุฒิครับ เจ้าหน้าที่ประสานไปห้องประชุมกรรมาธิการด้วยนะครับ ไม่เป็นไร ผมมีเวลานั่งรออีก ๓๐ นาที เพราะผมคงไม่ปิด รอให้ท่านรองสุชาติขึ้นมาเปลี่ยน แล้วท่าน จะปิดอย่างไรก็แล้วแต่ท่าน ผมยังมีเวลานั่งอีก ๓๐ นาที เจ้าหน้าที่ช่วยประสานไปที่ ห้องประชุมกรรมาธิการด้วยนะครับ เพราะบางห้องสัญญาณอาจจะไม่ชัดเจนหรือกำลัง เร่งประชุมกันอยู่อะไรทำนองนี้ ผมเองก็อยากจะให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่าที่เห็น ท่านสมาชิกเราอยู่ในห้องประชุมอาจจะไม่แน่นทั้งหมดคือส่วนใหญ่ประชุมกรรมาธิการ🔗

นายสุเทพ อู่อ้น แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุเทพ อู่อ้น ๔๒๘ ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุเทพ อู่อ้น ๔๒๘ แสดงตนนะครับ แสดงตนด้วยไมโครโฟน🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

ท่านประธานครับ ผม อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอประท้วงท่านประธาน เล็กน้อยว่าไปพาดพิงรองประธาน คนที่หนึ่ง ได้อย่างไร มันไม่ดีครับ ขออนุญาตประท้วงครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นั่งอยู่ข้างบน มันเหงานะครับ สร้างบรรยากาศบ้างก็ไม่เป็นอะไรหรอกครับ อย่าไปซีเรียส (Series) อะไรมาก🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

คือถ้าท่านจะปิดก็อยู่ที่ท่านประธานเลย ไม่ต้องรอรองประธาน คนที่หนึ่งครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

รอท่านอยู่ครับ เชิญนะครับ เจ้าหน้าที่ช่วยประสานไปที่ห้องประชุมกรรมาธิการด้วย ใกล้แล้วครับ มีท่านสมาชิกแสดงตนด้วยไมโครโฟนจำนวน ๕ ท่าน ท่านที่แสดงตนด้วยไมโครโฟนแล้ว ถ้าเกิดไปเจอบัตรหรือมีบัตรแล้วก็กรุณาอย่าได้ไปกดบัตรอีก มันจะมีความผิดนะครับ ฉะนั้น ถ้าเราได้แสดงตนด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งแล้วก็ใช้แค่วิธีนั้นวิธีเดียวพอนะครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง ร้อยเอ็ด

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ฉลาด ขามช่วง ดูมือท่านคำพอง เหลืออีก ๕ คนครับ รออีก ๕๒ นาทีครับท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ใกล้จะครบ แล้วครับ พยายามนะครับ เราก็ต้องใช้เวลาทุกนาทีให้เป็นประโยชน์ เพราะว่ากฎหมาย แต่ละฉบับล้วนแล้วแต่เป็นกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับการบริหารราชการแผ่นดินกับการ แก้ไขปัญหาของประเทศชาติและประชาชนทั้งนั้น ขอกดออดอีกครั้งหนึ่งนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อสักครู่ ท่านจิรายุหารือเรื่องอาหาร ชมว่าอาหารเยอะใช่ไหมครับ ก็คงจะมีผลจากที่ท่านสมาชิก เราได้แสดงความคิดเห็นไปว่าช่วงสัปดาห์ก่อนอาหารไม่เต็มที่ ก็พอท่านสมาชิกเราได้เสนอ ข้อคิดเห็นไปทางบริษัทผู้รับจ้างก็คงจะปรับปรุง ไม่เป็นไรครับ มากดีกว่าน้อย เกินดีกว่าขาด🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ระหว่างที่รอท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ สมัยอยู่สภาเก่าหากินยาก กับข้าวไปไม่ทันเที่ยงก็อดกิน พอสภาเก่าไปทีโอที (TOT) ผมจำได้ตอนเป็นผู้แทนแรก ๆ ทีโอที (TOT) ก็พอทำเนาครับ แต่ว่าสภาใหม่ผมว่า ก็ดีอยู่แล้ว ก็เลยไม่แน่ใจว่ามันเกิดปัญหาอะไร แต่ว่าบางทีเราไปกินตอนเช้าอาจจะ เลยเวลาบ้างอะไรบ้าง ผมให้กำลังใจครับ คือผมไม่รู้หรอกใครจะอะไร อย่างไร ก็เรื่องของเขา แต่ว่าผมก็แค่คนทานอาหารทั่ว ๆ ไป ไปทานมาหลายร้าน สภาก็มีของอร่อยเยอะเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็ให้กำลังใจนะครับ ส่วนข้างหลังจะเป็นอย่างไรผมก็ไม่รู้จริง ๆ ครับ อยากถาม ท่านประธานว่ายุบสภาเมื่อไรครับ จะได้วางแผนชีวิตได้ถูก🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมกับ ท่านจิรายุก็พอ ๆ กันละครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

พอ ๆ กันนี่อย่างไร ท่านประธานครับ ผมไม่ได้อยู่รัฐบาล🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือไม่รู้เรื่อง เหมือนกันครับ เอาเป็นว่าไม่เกินวันที่ ๗ พฤษภาคม เลือกตั้งครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

นั่นวันเลือกตั้งครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ๒๗๓ ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านแสดงตน แล้วนี่ครับ🔗

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แบบบัญชีรายชื่อ

แสดงตนแล้วครับ เพียงแต่ว่าเมื่อสักครู่ผมจะแย้งท่านสมาชิกด้านขวามือผมนิดหนึ่งว่าอาหารที่สภาผู้แทนราษฎร มันไม่ได้เยอะครับ คือตั้งแต่เปลี่ยนเจ้ามานี้ผมไม่กินเลยครับ ก็ฝากเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรไปด้วยว่าอาหารชุดนี้หลังจากจะสิ้นสมัยอีกประมาณถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ให้ตัดรายการอาหารของผมไปด้วยวันละ ๑,๐๐๐ บาท ผมขอคืนงบประมาณนี้ให้กับ ประชาชนต่อไป ผมไม่กินเพราะว่ามันไม่อร่อย ขอบคุณครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานนิดเดียวครับ เดี๋ยวพี่มงคลกิตติ์ พี่เต้พระราม ๘ ของผมจะดูดีคนเดียว คือพูดแบบตัวเองดูดีคนเดียว พวกผมนี่ซวยเลย🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

โอเค (OK) แล้วครับ คือคุณมงคลกิตติ์คุณรีบถอนคำพูด🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ให้แกไปลองทานก่อน ผมไม่ได้ ไปรู้จักมักคุ้นอะไรเขาหรอก ผมก็ไม่รู้หรอกใคร แต่ช่วยไปลองทานก่อน ข้าวมันไก่ สไลด์ (Slide) บาง ๆ น้ำจิ้มอื้อหือ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านมงคลกิตติ์ ท่านรีบถอนคำพูดเมื่อสักครู่นี้ เพราะว่าท่านอยู่ห้วง ๑๘๐ วัน มันอาจจะหมิ่นเหม่ต่อการที่จะ ผิดกฎหมายเลือกตั้ง🔗

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แบบบัญชีรายชื่อ

อันนี้งบประมาณ แผ่นดิน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผม มันเป็นงบของสภาโดยภาพรวมครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เป็นสิทธิ ของท่านที่จะได้ทานอาหารครับ🔗

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แบบบัญชีรายชื่อ

แต่ผมไม่กินอย่างไร พอผมไม่กินปุ๊บอาหารมันก็เหลือ พอเหลือปุ๊บคนก็มาน้อย ผมดูแล้วเปลืองงบประมาณ ก็คืนให้กับแผ่นดินไปครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

โอเค (OK) ผมจะแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ตามเจตนารมณ์ของท่านนะครับ ท่านสมาชิกครับ มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้แสดงตนมีไหมครับ ถ้าท่านสมาชิกแสดงตนทุกท่านแล้วผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่รายงานผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุมขึ้นหน้าจอ ๒๑๒ ท่าน บวกกับ ๕ ท่าน ที่แสดง ทางไมโครโฟน เป็น ๑๑๗ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานขานเป็น ๑๑๗ ขอประทานโทษท่านประธานต้องแก้คำที่ท่านขานก่อนครับ ๒๑๗ ครับ ขอประทานโทษ ที่แทรกครับ กลัวผิดพลาดครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขออภัย ด้วยนะครับ ผมก็มัวไปฟังท่านมงคลกิตติ์พูด องค์ประชุมในขณะนี้ ๒๑๗ ท่าน ยืนยัน ๒๑๗ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗

ต่อไปนี้ ผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย นราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ศรีสะเกษ

ท่านประธานครับ ๔๑๙ เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๑๙ เห็นด้วย🔗

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ๒๗๓ เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๗๓ เห็นด้วย🔗

นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

ประธานที่เคารพครับ ๐๔๕ คำพอง เทพาคำ เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านคำพอง เห็นด้วยนะครับ ท่านสมาชิกช่วยกันลงคะแนนนะครับ เมื่อสักครู่ตรวจสอบองค์ประชุม องค์ประชุมครบแล้ว แต่ถ้าลงคะแนนองค์ประชุมไม่ครบ ก็ไม่ผ่านเหมือนกัน ฉะนั้นก็ช่วย ๆ กันหน่อยครับ เชิญท่านสมาชิกช่วยเสียบบัตรลงคะแนนนะครับ เมื่อสักครู่ครบแล้วนะครับ ต้องมีท่านสมาชิกท่านใดท่านหนึ่งจำนวนหนึ่งที่ไม่ลงคะแนนให้ตอนนี้นะครับ ช่วย ๆ กันหน่อยนะครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานครับ ผม ปดิพัทธ์ ๒๐๓ เห็นชอบครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๐๓ เห็นชอบครับ ใกล้แล้วครับช่วยกันลุ้นหน่อย ท่านสมาชิกท่านใดที่ออกไปดื่มน้ำหรือไป ดื่มกาแฟข้างนอกเมื่อสักครู่นี้เชิญนะครับ มาช่วยกันเติมเต็มองค์ประชุมให้ด้วยครับ ช่วยกัน ตามหน่อยนะครับ ขออีก ๒ ท่านครับ เจ้าหน้าที่ช่วยประสานห้องกรรมาธิการให้ด้วยนะครับ ถ้ายังมีท่านสมาชิกเราอยู่ห้องประชุมกรรมาธิการก็ขอได้กรุณาเดินมาช่วยเป็นองค์ประชุม กันด้วยครับ🔗

นายสายัณห์ ยุติธรรม นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ผม สายัณห์ ยุติธรรม ท่านประธานครับ ผมว่าให้ท่านประธานช่วยกดด้วยครับ เพราะว่าประธาน ก็สามารถกดลงคะแนนได้ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมกด อยู่แล้วครับ ผมกดได้ครั้งเดียวครับ ถ้ากดหลายครั้งก็ผิดกฎหมายครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ต้องขอประทานโทษต่อท่านรัฐมนตรีอย่างยิ่งครับ เนื่องจากท่านบอกว่าท่าน ไม่มีบัตร ท่านรัฐมนตรีเอนก ท่านได้กดลงคะแนนหรือยังครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี ลงคะแนนหรือยังครับ🔗

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ลงแล้วครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านได้บัตร มาแล้วใช่ไหมครับ🔗

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ได้แล้วครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เพราะบัตรใช้ ไมโครโฟนลงคะแนนไม่ได้นะครับ ไม่ใช่บัตรส่วนตัว ผมอยากจะขอให้ชัวร์ (Sure) นะครับ กลัวจะมีปัญหา ขออีกสัก ๒ คน หรือ ๑ คน ได้ทราบว่าท่านประธานชวน หลีกภัย ก็กำลังจะลงมาเป็นองค์ประชุมให้ ช่วยกันตามหน่อยนะครับ ขออีกสักท่านหนึ่งครับ คุณหมอจาตุรงค์ไปตามมาได้อีก ๑ ท่านใช่ไหมครับ ช่วยเสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนครับ ลงคะแนนได้ไหมครับท่านสมาชิกที่เข้ามาใหม่🔗

นางบุศรินธญ์ วรพัฒนานันน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ดิฉัน บุศรินธญ์ วรพัฒนานันน์ พรรคเพื่อชาติ ๔๘๗ แสดงตนค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์

ท่านประธานครับ มันไม่ใช่ช่วงแสดงตน มันเป็นช่วง ลงมติ ท่านก็บอกลงมติด้วยว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้เรากำลังลงมติว่าจะรับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... หรือไม่ เป็นร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี แต่ว่าเมื่อเราลงคะแนน มันก็ต้องมีการตรวจสอบองค์ประชุมไปในตัวด้วย ถ้าหากว่าไม่ครบองค์ประชุมนั้นคะแนน ออกมาก็จะเป็นโมฆะ กฎหมายไม่ผ่านนะครับ🔗

นางบุศรินธญ์ วรพัฒนานันน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน บุศรินธญ์ วรพัฒนานันน์ ๔๘๗ ดิฉันเห็นชอบค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๘๗ เห็นชอบนะครับ ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ลงคะแนน ท่านจะลงคะแนน เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... ว่ารับหรือไม่รับ ท่านสมาชิกทุกท่านลงคะแนนกันทุกท่านแล้วนะครับ ถ้าลงคะแนนทุกท่านแล้วผมขอปิด การลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๑๖ ท่าน บวกกับอีก ๕ ท่าน ที่ได้ ลงมติทางไมโครโฟน เป็น ๒๒๑ ท่าน เห็นด้วย ๒๑๒ บวกกับ ๕ ก็เป็น ๒๑๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติ รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนราธิวาส ราชนครินทร์ พ.ศ. .... ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี รับหลักการนะครับ ขอบคุณท่านสมาชิกครับ🔗

ต่อไปขอเชิญ เสนอคณะกรรมาธิการครับ เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัด ฉะเชิงเทรา ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานชวนและท่านประธานศุภชัยที่ท่านกรุณารอ สมาชิก ผมขออนุญาตเรียนเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... จำนวนทั้งหมด ๒๕ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ท่านสมาชิกครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเสนอเป็นอย่างอื่นหรือไม่🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ถือว่า ที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน ๒๕ ท่านพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ต่อไป กรรมาธิการวิสามัญ ๒๕ ท่าน ผมแจ้งสัดส่วนคณะกรรมาธิการของคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมือง ๒๐ ท่าน เชิญตัวแทนคณะรัฐมนตรี ได้เสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี เชิญครับ🔗

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กราบเรียนท่านประธานครับ คณะรัฐมนตรีขอเสนอ ๕ ท่านนะครับ ๑. รองศาสตราจารย์รสสุคนธ์ แสงมณี ๒. นางสาวราณี อินทศร ๓. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๔. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ๕. รองศาสตราจารย์ตฤณ กิตติการอำพล ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ในสัดส่วน ของคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน ได้เสนอครบเป็นที่เรียบร้อยนะครับ ต่อไปผมขอเชิญตัวแทน พรรคการเมืองเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของแต่ละพรรคการเมือง ดังนี้ พรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๒ ท่าน พรรคก้าวไกล จำนวน ๒ ท่าน พรรคเศรษฐกิจไทย จำนวน ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่าน เชิญ ตัวแทนพรรคเพื่อไทยเสนอกรรมาธิการครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทยจำนวน ๖ ท่าน ดังนี้ ๑. นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ๒. นางสาวณหทัย ทิวไผ่งาม ๓. นายชุมสาย ศรียาภัย ๔. นายชมสิทธิ์ ท่าสอน ๕. นายจิรายุ เบ็ญจวงศ์ ๖. นายอาหมัดบูรฮัน ติพอง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทยากร แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ อรรถกร ศิริลัทยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอกรรมาธิการ ๔ ท่าน ในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐครับ นายภาคิน สมมิตรธนกุล นางวลัยพร รัตนเศรษฐ รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ศาสตราจารย์พิเศษณัฐกฤตย์ ณ ชุมพร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ🔗

นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน ๑. ดอกเตอร์พะโยม ชิณวงศ์ ๒. ดอกเตอร์บุญเกียรติ การะเวกพันธุ์ ๓. นายนัจมุดดีน อูมา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปเป็นพรรคประชาธิปัตย์ครับ🔗

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน ดังนี้ ๑. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๒. นายเจะอามิง โตะตาหยง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรคก้าวไกล ๒ ท่านครับ🔗

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกล ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล จำนวน ๒ ท่าน ๑. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ๒. นางสาวอามีเน๊าะ อารง ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคเศรษฐกิจไทย ๑ ท่านครับ🔗

นายเกษม ศุภรานนท์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม ศุภรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเศรษฐกิจไทย จังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย นราธิวาสราชนครนิทร์ พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคเศรษฐกิจไทยจำนวน ๑ คนคือ นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วน ของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอชื่อศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ🔗

พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี แบบบัญชีรายชื่อ

กระผม พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ขออนุญาตเสนอกรรมาธิการวิสามัญ ในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน นายปริเยศ อังกูรกิตติ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ถูกต้อง ครบตามจำนวน ๒๕ ท่านแล้ว อ่านรายชื่อเพื่อทบทวนรายชื่อว่าถูกต้องไหม เลขาธิการเชิญครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... จำนวน ๒๕ ท่าน ๑. รองศาสตราจารย์รสสุคนธ์ แสงมณี ๒. นางสาวราณี อินทศร ๓. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๔. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ๕. รองศาสตราจารย์ตฤณ กิตติการอำพล ๖. นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ๗. นางสาวณหหัย ทิวไผ่งาม ๘. นายชุมสาย ศรียาภัย ๙. นายชมสิทธิ์ ท่าสอน ๑๐. นายจิรายุ เบ็ญจวงศ์ ๑๑. นายอาหมัดบูรฮัน ติพอง ๑๒. นายภาคิน สมมิตรธนกุล ๑๓. นางวลัยพร รัตนเศรษฐ ๑๔. รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ๑๕. ศาสตราจารย์พิเศษณัฐกฤตย์ ณ ชุมพร ๑๖. นายพะโยม ชิณวงศ์ ๑๗. นายบุญเกียรติ การะเวกพันธุ์ ๑๘. นายนัจมุดดีน อูมา ๑๙. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๒๐. นายเจะอามิง โตะตาหยง ๒๑. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ๒๒. นางสาวอามีเน๊าะ อารง ๒๓. นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ๒๔. ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน และ ๒๕. นายปริเยศ อังกูรกิตติ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครบทั้ง ๒๕ ท่าน ถูกต้องนะครับ มีพรรคไหนต้องการเปลี่ยนรายชื่อกรรมาธิการไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ก็ยืนยันตามที่ท่านเสนอมา ๒๕ ท่าน กำหนดระยะเวลาแปรญัตติ เชิญเสนอครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิก เสนอ ๗ วัน มีผู้รับรองนะครับ มีท่านสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผมจะขอเป็น ๑๕ วัน ขอผู้รับรองครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ใครเสนอ ๑๕ วัน บอกชื่อด้วยครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมอยากจะขอเสนอสัก ๑๕ วัน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนนะครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอรรถกร จะถอนไหมครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ อรรถกร ศิริลัทธยากร ผู้เสนอ ๗ วัน ผมถอนครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่าน สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นอีกไหมครับ ตอนนี้มีผู้เสนอท่านเดียวคือขอแปรญัตติภายใน ระยะเวลา ๑๕ วัน🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมมีมติให้กำหนดระยะเวลาแปรญัตติภายใน ๑๕ วันนะครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ขออนุญาตแก้ไขรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคก้าวไกล ท่านประธาน ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล บางขุนเทียน ขออนุญาตเปลี่ยนแปลงรายชื่อในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ในร่าง พ.ร.บ. พระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นร่างฉบับที่แล้ว เปลี่ยนจาก รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ เป็น นายปิยบุตร แสงกนกกุล ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรอง ถูกต้อง เป็นเรื่องร่างพระราชบัญญัติอะไรนะครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ร่างที่แล้วครับ เป็นร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างฉบับที่แล้ว เปลี่ยน จาก รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ เป็น นายปิยบุตร แสงกนกกุล ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้อง ที่ประชุมไม่ขัดข้องใช่ไหมครับ ที่ประชุมไม่ขัดข้องก็ให้เปลี่ยนตามท่านณัฐชา เสนอมา เจ้าหน้าที่เปลี่ยนแปลงให้ด้วยนะครับ🔗

๓. ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) คดีภาษีอากร ในมาตรา ๓ มาตรา ๕ วรรคสอง และมาตรา ๑๗ และเพิ่มเติมมาตรา ๗/๑ มาตรา ๗/๒ และมาตรา ๗/๓)🔗

๒. แก้ไขเพิ่มเติมการรับทราบกำหนดนัดของศาลในคดีภาษีอากรที่ไม่ใช่ คดีอาญา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๒)🔗

๓. แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การอุทธรณ์และฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่ง ของศาลในคดีภาษีอากร (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๖)🔗

เหตุผล เนื่องจากปัจจุบันศาลภาษีอากรมีอำนาจพิจารณาคดีพิพากษาคดี ภาษีอากรที่ไม่รวมถึงคดีอาญา ซึ่งต้องอาศัยผู้พิพากษาที่มีความรู้ ความชำนาญเกี่ยวกับ กฎหมายว่าด้วยภาษีอากรเช่นกัน ดังนั้นเพื่อให้ศาลภาษีอากรมีอำนาจพิจารณาพิพากษา คดีอาญาที่เกี่ยวกับภาษีอากรบางฐานความผิด จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้🔗

ท่านประธานครับ กระผมขอกราบเรียนว่าปัจจุบันศาลภาษีอากรซึ่งเป็นหนึ่ง ในศาลชำนาญพิเศษของศาลยุติธรรม มีพันธกิจในการพิจารณาพิพากษาข้อพิพาท ตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรเฉพาะในส่วนแพ่ง ทำให้ข้อพิพาทในส่วนอาญาตามกฎหมาย เกี่ยวกับภาษีอากรซึ่งต้องอาศัยผู้พิพากษาที่มีความรู้ ความชำนาญเกี่ยวกับกฎหมาย ภาษีอากรไปอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมอื่น กล่าวคือ ศาลจังหวัด ศาลแขวง แล้วแต่กรณี ซึ่งไม่ใช่ศาลชำนาญพิเศษ ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวก ในการพิจารณาพิพากษาคดีในส่วนอาญา เนื่องจากต้องเดินทางไปศาลหลายศาล ประกอบ กับดุลยพินิจในการกำหนดโทษสำหรับการกระทำความผิดเดียวกันที่เกิดขึ้นในต่างพื้นที่ แตกต่างกันไปด้วย ดังนั้นศาลภาษีอากรจึงควรมีอำนาจเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีอาญา ตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรเพื่อแก้ไขข้อขัดข้องดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวก แก่ประชาชนผู้มีอรรถคดี ศาลภาษีอากรกลางได้พัฒนาระบบเพื่อให้คู่ความสามารถยื่น คำฟ้อง และคำร้องในคดีอาญาผ่านศาลจังหวัดที่อยู่ในภูมิลำเนาของตนหรือในระบบ อิเล็กทรอนิกส์ได้ ตลอดจนพิจารณาคดีผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้คู่ความที่มีภูมิลำเนาอยู่ในต่างจังหวัด ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาศาลภาษีอากรกลาง ซึ่งตั้งอยู่ใน กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและส่งผลให้การจัดเก็บ ภาษีอากรของรัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการตราพระราชบัญญัตินี้ เพื่อกำหนดให้ศาลภาษีอากรซึ่งเป็นหนึ่งในศาลชำนาญพิเศษของศาลยุติธรรมสามารถอำนวย ความยุติธรรมแก่ประชาชนผู้มีอรรถคดี โดยเพิ่มพันธกิจในการพิจารณาพิพากษาคดีอาญา ตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร จะส่งผลให้การดำเนินคดีตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและช่วยลดภาระและค่าใช้จ่ายของประชาชนผู้มีอรรถคดี ซึ่งส่งผลดีต่อประชาชนและระบบการจัดเก็บภาษีอากรของรัฐในภาพรวม คณะรัฐมนตรี หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านสมาชิกจะได้กรุณาพิจารณารับหลักการแห่งพระราชบัญญัตินี้ต่อไป กราบขอบพระคุณครับ🔗

ท่านรัฐมนตรี รัฐบาลได้เสนอหลักการและเหตุผลแล้วนะครับ เชิญท่านสมาชิกอภิปราย มีรายชื่ออยู่ ๕ ท่าน เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ก่อนครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตมีส่วนร่วมในร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและ วิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ ท่านประธานครับ ในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับคดีอาญาถึงมีการขอแก้ไข เพราะท่านจะทำให้เกิดผลประโยชน์ของการใช้ องค์ตุลาการช่วยการพิจารณาคดีที่เกี่ยวเนื่องกับศาลนายภาษีอากรแล้วมีการควบคดีอาญา อยู่ด้วย ซึ่งไม่ต้องแยกไปเป็นภาระให้กับคู่ความ ซึ่งผมเห็นด้วย โดยเฉพาะความเห็น ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์หรือหลักการว่าในการพิจารณาคดี พิพากษาคดีอาญานั้น ที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากรควรจะถูกควบรวมโดยศาลภาษีอากรซึ่งเป็นศาลชำนาญการ ในประเด็นสำคัญ ๆ ที่เกี่ยวข้องในมาตราที่ถูกแก้ไข ผมก็มองดูว่ามันมีแค่มาตรา ๔ มาตรา ๕ ที่เป็นสาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง สาระสำคัญคือมาตราที่เกี่ยวข้องที่ปรากฏคือมาตรา ๕ สำคัญมาก ก็คือมีการขยายเพิ่มเติมในมาตรา ๗/๑ มาตรา ๗/๒ มาตรา ๗/๓ ตรงนี้ที่เป็น คำถามนิดหนึ่ง เพราะว่าจะมีคดีที่เกี่ยวข้องกับความผิดประมวลรัษฎากรคือภาษี แล้วก็ เกี่ยวข้องกับศุลกากรและเกี่ยวข้องกับสรรพสามิต และที่สำคัญคืออันนี้ (๔) ที่พูดถึง การกระทำผิดกฎหมายที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา คือพูดง่าย ๆ ว่ายังมีกฎหมายอื่นที่ยัง หลงเหลืออยู่ พอจะคาดเดาได้ไหมว่ามีกฎหมายอะไรบ้าง ผู้ชี้แจงถ้าชี้แจงได้ก็จะเป็นพระคุณ เพราะผมมีความรู้น้อยหน่อย แต่สิ่งที่ปรากฏในบทวิเคราะห์ของเจ้าหน้าที่ที่วิเคราะห์มา มันจะมีกฎหมายที่พาดเกี่ยวกับศาลอื่นที่เป็นปฐมบทคือศาลล้มละลาย เขาบอกว่า มันเป็นความสัมพันธ์ของกฎหมายที่จะต้องไปแก้อีก ผมก็เลยสอบถามนิดหนึ่ง ถ้าในศาล ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง แล้วก็ศาลล้มละลายกลาง ซึ่งเป็นศาล ชำนาญเหมือนกัน มีการพิจารณาคดีแบบนี้หรือเกี่ยวข้องอย่างไร ที่ในบทวิเคราะห์นี้ เขาเขียนไว้ว่าจะมีผลกระทบ มีความสัมพันธ์กัน ช่วยชี้แจงให้ทราบนิดเดียวเพื่อจะได้ ทำความเข้าใจของการรับหลักการว่าไม่ได้ขาดตกบกพร่องอะไรลงไป ในกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องนี้ก็เป็นเรื่องของการใช้ ป. วิ.อาญา ป. แพ่ง เพิ่มขึ้นในศาล ก็เชื่อว่าศาลท่านเป็น ศาลชำนาญการมีความรู้ทางด้านนี้ สิ่งสำคัญคือผมอยากจะถามนิดเดียว มันมี พ.ร.บ. ปรับเป็นพินัยที่ออกไปเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะพาดเกี่ยวกับโทษที่อยู่ในมาตรา ๗/๑ ของความผิด บางส่วนมันครอบคลุมหรือยัง โดยเฉพาะคำว่าปรับเป็นพินัยไม่ถือเป็นคดีอาญา แต่ถ้าปรากฏในความผิดที่เป็นความผิดปรับ สูงสุด แล้วก็ปรับอย่างเดียว แล้วมีการลงโทษลงไปมันจะเกี่ยวข้องและครอบคลุมอย่าง ครบถ้วนอย่างไรหรือไม่ เพราะว่าคดีที่อยู่ในมาตรา ๗/๑ ซึ่งเป็นคดีอยู่ในภาษีในเรื่องของ ภาษีอากรที่บัญญัติเป็นความผิดของประมวลรัษฎากรก็ยังมีในศุลกากร ศุลกากรมีเยอะ ในท้ายประมวล พ.ร.บ. ปรับเป็นพินัยน่าจะมีอยู่หลายความผิด ตลอดจนสรรพสามิต ก็เหมือนกัน พวกเหล้า พวกโรงสุราพวกนี้ หรือยาสูบมันจะครอบคลุมอย่างไร ครบถ้วน หรือไม่ ถ้าตอบหรืออธิบายได้หรือให้ความชัดเจนในเรื่องของความผิดที่เป็นความผิดอาญา ควบกับภาษีได้ชัดเจน แล้วก็ประเด็นสำคัญคือศาลท่านคงจะต้องมีการขยายอัตรา ในงบประมาณนี้ไม่เพียงพอ ศาลยุติธรรมก็ร้องขอสภาแห่งนี้ คณะกรรมาธิการงบประมาณ พร้อมที่จะดูแลในเรื่องของเงินหรืองบประมาณไม่พอที่เขียนไว้ในบทวิเคราะห์ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านจิรายุ แล้วก็ท่านสุทัศน์นะครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขอแสดงความคิดเห็นผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีเป็นข้อสังเกต การแก้ไขกฎหมายนั้นถูกต้องแล้วครับที่จะต้องปรับปรุงให้ทันสมัยมากขึ้น แต่ผมฝาก ท่านรัฐมนตรีลองไปดูหน่วยงานต้นน้ำหน่อย ต้นน้ำในคดีต่าง ๆ เป็นคดีที่มีความชำนาญการ โดยเฉพาะกรมศุลกากรเวลามีคดีต่าง ๆ ไปยื่นฟ้องกับศาลใหม่นี้ที่มีการแก้ไขในคดีความ ต่าง ๆ นี้จะดำเนินการแบบไหน อย่างไร เขามีความรู้ไหม มากขนาดไหนที่จะต้องนำเรื่อง ไปสู่กระบวนการ เช่น อัยการ แล้วก็ต่อเนื่องไปสู่ศาล นอกจากนี้กรมสรรพสามิต ก็เช่นเดียวกัน ไม่ใช่แต่เหล้า บุหรี่ กรมสรรพสามิตนั้นดูเรื่องของภาษีสำคัญ เช่น รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ที่มีการดัดแปลง เปลี่ยนแปลงอะไรก็แล้วแต่ เป็นคดีความที่เขาเรียกกันว่า ใบอินวอยซ์ (Invoice) มีการจับกุมกันเยอะแยะ นำเข้ามาเป็นอะไหล่มาประกอบเป็นรถ คันหนึ่งวิ่ง ติดทะเบียนปลอม แล้วก็นำเข้าสู่กระบวนการศาลเมื่อถูกจับกุมได้ อันนี้เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกรมอื่น ๆ ของคลังอีก ก็ขออนุญาตฝากท่านรัฐมนตรีลองไปดูต้นน้ำ กลางน้ำ ก็คืออัยการ เมื่อท่านพัฒนาปรับปรุงปลายน้ำก็คือศาลแล้ว ต้นน้ำหน่วยงานต่าง ๆ ของทาง ราชการฝ่ายบริหาร ส่วนที่ ๒ คืออัยการ มีความชำนาญการพิเศษในรูปแบบนี้หรือไม่ อย่างไร ในกรณีที่ท่านแก้ไขเข้ามาผมฝากเป็นข้อสังเกตอยู่ ๒-๓ มาตรา🔗

มาตรา ๗/๑ (๔) คดีความผิดกฎหมายอื่นที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา หมายความว่าวันนี้รัฐสภาไม่รู้นะครับ ท่านรัฐมนตรี ท่านประธาน เขาจะกำหนดว่าอะไร แบบไหน อย่างไร ขอให้บันทึกไว้ในที่ประชุมนะครับ คดีที่ท่านจะไปกำหนด รัษฎากร ท่านรู้อยู่แล้ว ศุลกากรท่านทราบ สรรพสามิตท่านเห็น แต่ที่จะไปกำหนด ผมฝากไว้เลย ก็คือคดีที่เกี่ยวข้องกับโลกไซเบอร์ (Cyber) คดีไซเบอร์ (Cyber) สำคัญในปัจจุบันมีความ ซับซ้อนซ่อนเงื่อนหลากหลาย เดี๋ยวนี้ผมรับเอสเอ็มเอส (SMS) จากคนร้ายส่งเข้ามาอ้างเป็น ธนาคารชื่อดังบ้าง แม้จะเป็นข้อเท็จจริงแต่ผมไม่เคยกล้ากดเข้าไปเลยนะครับ แต่เมื่อกด เข้าไปแล้วก็โดนดูดบ้าง หลัง ๆ บอกสายชาร์จ (Charge) ดูดเงินบ้าง อะไรบ้าง ไม่รู้จริงเท็จ ประการใด แต่ที่แน่ ๆ พี่น้องคนไทยโดนทุกวัน (๔) ท่านลองปลายเปิดไว้ให้หน่อยว่าท่าน จะแก้ไขแบบไหน อย่างไร จะเขียนในรูปแบบใดเพื่อเป็นประโยชน์ต่อในการดำเนินการของ ศาลในมาตรา ๗/๑ (๔) ต่อไป นอกจากนี้ในวรรคท้ายของมาตรา ๗/๑ คดีที่อยู่ในขอบเขต ของอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัวไม่อยู่ในอำนาจของศาลภาษีอากร หมายความว่า ที่ผ่านมาเขาเขียนจำกัดความนี้ไว้ ถ้าเป็นคดีของศาลเยาวชนและครอบครัวไม่อยู่ในอำนาจ ศาลภาษีอากร ถ้ากฎหมายประกาศใช้ในการแก้ไขนี้จะต้องนำกลับเข้ามา เมื่อนำกลับเข้ามาท่านต้องเขียน ให้ชัดเช่นเดียวกันนะครับ คดีของศาลเยาวชนและครอบครัวส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของเงิน ๆ ทอง ๆ ฟ้องร้องกัน พินัยกรรมไม่ชัดเจน บางคนเขียนพินัยกรรมขึ้นมาก็ปลอม บางคนปลอม ตั้งแต่ก่อนจะไปที่อำเภอหรือเขตไปฝากไว้เสียด้วยซ้ำ กระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้เกี่ยวข้องกับ ภาษีอากรเพราะว่าเป็นทรัพย์ ผมจึงฝากท่านว่าคดีแบบไหนที่บอกว่าไม่อยู่ในอำนาจของ ศาลภาษีอากร แล้วท่านจะต้องเอาไปทำมันมากน้อยขนาดไหน รูปแบบมันซับซ้อนซ่อนเงื่อน แบบใด🔗

มาตรา ๗/๒ ที่มีการแก้ไขโดยมาตรา ๕ ในการฟ้องคดีอาญาสำหรับการ กระทำเป็นกรรมเดียว แต่เป็นความผิดกฎหมายหลายบท และบทใดบทหนึ่งอยู่ในอำนาจ ศาลภาษีอากร ให้ศาลภาษีอากรรับพิจารณาพิพากษาความผิดบทอื่นไว้ด้วย อ่านไปอ่านมา ฟังเสมือนว่าผู้พิพากษาของศาลนี้จะต้องเป็น ๓ อรหันต์ รู้ทั้งอาญา ทั้งแพ่ง ทั้งคดีของเด็ก และเยาวชน ศาลปกครองอะไรต่าง ๆ อีกมากมายหลากหลาย เพราะฉะนั้นผมไม่ทราบ หรอกครับว่าคนจะมานั่งเป็นผู้พิพากษาของศาลนี้คุณสมบัติต้องพิเศษมากกว่าคนอื่น มากน้อยขนาดไหน เงินที่ได้ในความรู้ความสามารถพิเศษ หรือว่าเบี้ยต่าง ๆ ถ้าเป็น ศอ.บต. เขาเรียกเบี้ยเสี่ยงภัย ศาลนี้จะมีหรือไม่ ผมฝากถามท่านนะครับ ลองดูแล้วกันว่ามันจะเป็น แบบไหน อย่างไร นอกจากนี้ให้ศาลภาษีอากรรับพิจารณาพิพากษาความผิดบทอื่นไว้ด้วย เขียนได้ชัดนะครับ แพ่ง ป.วิอาญา หรือคดีอื่น ๆ แบบไหน อย่างไร เพราะกรรมเดียว แต่มันหลายกระทง เวลาคนไปโกงกันนะครับโกงภาษี ไม่ว่าจะเป็นภาษีสรรพสามิต ภาษี ศุลกากร ภาษีอะไรก็แล้วแต่ มันจะเกิดอาญาก่อนเสียส่วนใหญ่ครับ เมื่อเกิดอาญาจึงค่อย ไปมีผลกระทบต่อภาษีที่เขาไม่จ่ายหรือเขาเบี้ยวหรือเขาโกงจากหน่วยงานของรัฐ อันนี้ ทางคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมาโปรดพิจารณาความเห็นของจิรายุ ห่วงทรัพย์ ไว้ด้วยครับ🔗

มาตรา ๗/๓ ในบรรทัดที่ ๓ ท่านประธานลองอ่านดูนะครับ บางกรรมไม่อยู่ ในอำนาจของศาลภาษีอากร ศาลภาษีอากรจะรับพิจารณาพิพากษาทุกกรรม หรือไม่รับ พิจารณาพิพากษาเฉพาะกรรมใดกรรมหนึ่ง หรือหลายกรรมที่ไม่อยู่อำนาจของศาลภาษี อากร โดยให้โจทก์แยกฟ้องเป็นคดีใหม่ ท่านประธานอ่านแล้วก็ยังงง ๆ นะครับ ผมก็พยายาม จะเรียบเรียงภาษาของกฎหมายในแต่ละวรรค แต่ละกระทง แต่ละกรรม พูดง่าย ๆ ก็คือ ให้อำนาจของศาลไปพิจารณาว่าคดีบางคดีมันควรนำเข้าหรือไม่นำเข้า ก็หมายความว่า ถ้ามันดูซับซ้อนซ่อนเงื่อน ตั้งแต่ต้นท่านบอกว่ามีความรู้ความสามารถด้านศาลภาษีอากร แต่พอมาดูบรรทัดนี้ในบรรทัดที่ ๔ รับหรือไม่รับก็ได้เฉพาะกรรมใดกรรมหนึ่งหรือหลายกรรม ที่ไม่อยู่ในอำนาจของศาล เมื่อไม่อยู่ในอำนาจท่านก็ไม่มีสิทธิรับอยู่แล้วถูกไหมครับ แต่ถ้าท่านเขียนว่ามีอำนาจรับ ท่านต้องมีความรู้ความสามารถในการรับใช่หรือไม่ครับ อันนี้ผมอาจจะคิดแบบไม่ใช่คนที่เป็นผู้พิพากษา ไม่ได้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม แม้ผม จะเป็นประธานกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ แต่ประมวลวิธีพิจารณา ความอาญาในอรรถคดีต่าง ๆ ของ ป.วิอาญาก็ดี ป.แพ่งก็ดี มันไม่ละเอียดเท่ากับศาลแบบนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ไปดูในวรรคท้ายของมาตรา ๗/๓ ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงความสะดวก และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมเป็นสำคัญ ตัวหนังสือประเภทนี้เราได้ยินในตัวบท กฎหมายเยอะนะครับ ให้ผดุงความยุติธรรม ให้อำนวยความสะดวกความยุติธรรมให้กับ ประชาชนตามสมควร คำนี้ผมบอกเลยอยู่สภามาหลายสมัยเมื่อไรจะเลิกเขียนกันเสียที มันไม่ สามารถมีมาตรฐานได้ว่าการผดุงความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนตามสมควรนั้น อะไร คือตามสมควร ทำงาน ๘ โมง เลิก ๔ โมงเย็น ผู้พิพากษาบอกฉันต่อให้อีก ๑ ชั่วโมง อันนั้น คือสมควรไหมครับ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการไปขยายความในมาตรา ๗/๓ ด้วยนะครับ การคำนึงถึงความสะดวกและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมเป็นสำคัญ นัยภาษาของมัน คืออะไร ราชบัณฑิตสถานเคยเขียนคำนี้ไว้แบบไหน อย่างไร ท่านเอาออกมาให้มันเห็นชัดเจน พอตั้งกรรมาธิการท่านเอาคำพูดของจิรายุในมาตรา ๗/๓ วรรคท้าย เอาไปพูดกันแล้วเอาให้ ชัดเจนครับ แล้วก็ตีความออกมาเลย ประชาชนที่จะได้ประโยชน์ต่อการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ เขาจะได้รู้ครับว่าสภาเราทำเพื่ออะไร🔗

สุดท้าย มาตรา ๒๒ ในคดีภาษีอากรที่ไม่ใช่คดีอาญา เมื่อศาลนี้คือศาลภาษี แจ้งกำหนดนัดพิจารณาให้คู่ความฝ่ายใดทราบแล้ว คู่ความฝ่ายนั้นไม่มาศาลภาษีตามกำหนด ให้เป็นหน้าที่ของคู่ความฝ่ายนั้นมารับทราบข้อกำหนดต่อไปจากศาลภาษีเอง หากไม่มารับ ให้ถือว่าคู่ฝ่ายนั้นทราบนัดแล้ว ที่ผมพูดเช่นนี้ท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ มาตรา ๒๒ จริง ๆ ท่านไม่ต้องเขียนหรอกครับ เสียเวลา มันเป็นการประกาศระเบียบของ ศาลได้ คือรู้อยู่แล้ว ถ้าเป็นประชาชนทั่วไปโดนหมายเรียก ๓ ครั้งจากตำรวจนี่ คุก ออกหมายจับ มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นท่านมาเขียนอยู่ในกฎหมาย ในมาตรา ๒๒ มันก็เสียเวลา จริง ๆ แล้วท่านไปประกาศทีหลังก็ได้ เขาเรียกระเบียบวิธีปฏิบัติของ กระบวนการยุติธรรม ท่านไม่มาศาลกี่ครั้ง ท่านไม่มาแสดงเลื่อนนัด เลื่อนได้กี่ครั้ง ไม่สบาย แบบไหน อย่างไร มันอธิบายความของวิธีหรือว่าระเบียบศาลอย่างชัดเจน ท่านประธานครับ ผมล่วงเลยเวลามาเยอะ แต่ก็อยู่ในสาระเพื่อจะฝากให้ท่านรัฐมนตรีและท่านคณะกรรมการ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนยุติธรรม การตั้งศาลคดีที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากรเป็นเรื่องดี และการ แก้ไขครั้งนี้ผมเห็นด้วย แล้วก็ฝากท่านว่าสิ่งที่อภิปรายไปจะเป็นประโยชน์ ในการตั้ง กรรมาธิการในการแก้ไขรายมาตราครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านสุทัศน์ครับ🔗

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ศาลภาษีอากรนี้ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ ซึ่งเป็นศาลชำนาญพิเศษ ศาลลักษณะนี้จะมีการ ตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี ๒๕๔๑ ปี ๒๕๔๒ ในช่วงที่ท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการจัดตั้งศาลล้มละลายกลาง จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งขณะนั้นผมรับผิดชอบ อยู่ที่กระทรวงยุติธรรม ทั้งนี้เพราะว่าความผิดหลายความผิดจำเป็นจะต้องมีท่านผู้พิพากษา ที่มีความชำนาญพิเศษเป็นองค์คณะในการพิจารณาพิพากษา แต่สำหรับศาลภาษีอากรนี้ เดิมก็พิจารณาได้เฉพาะคดีแพ่ง ไม่สามารถพิจารณาคดีอาญาได้ คดีที่มีความผิดอาญา ไม่สามารถพิจารณาได้ ต้องไปฟ้องร้องกันที่ศาลยุติธรรมปกติ ซึ่งความจริงความผิดทั้งหลาย เกี่ยวกับภาษีอากรนั้นมีทั้งโทษทางอาญาและมีทั้งความผิดทางแพ่ง บรรดากฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากรที่จะต้องบังคับทั้งทางแพ่ง ทางอาญานั้น จะปรากฏเป็นคดีความผิด ตามประมวลกฎหมายรัษฎากร คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร คดีความผิด ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต หรือคดีความผิดตามกฎหมายอื่นใดที่กำหนดใน พระราชกฤษฎีกา ใน (๔) นี้เป็นข้อสงสัยที่ผมและเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่กล่าวนามมา ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านจิรายุก็ดี ท่านสุพิศาลก็ดี ท่านรัฐมนตรีคงจะต้องตอบให้ชัดเจนว่า คดีความผิดตามกฎหมายอื่นใดที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานั้นมีคดีอะไรบ้าง และน่าจะมี คดีอะไรบ้างในอนาคต เพราะไม่เช่นนั้นแล้วเมื่อกฎหมายฉบับนี้ออกไปใช้แล้วจะเกิดปัญหา สำหรับคนปฏิบัติอย่างมากมาย ท่านประธานครับ เมื่อศาลภาษีอากรมีอำนาจในการ ดำเนินคดีอาญาได้แล้ว ก็จะเป็นประโยชน์ต่อคู่ความ เพราะเดิมนั้นไม่มีอำนาจในการ ดำเนินคดีอาญา แต่ข้อเท็จจริงในคดีแพ่งและคดีอาญานั้นก็คงจะเกี่ยวเนื่องกัน การฟ้องร้อง เดิมนั้นจะต้องแยกศาลคดีอาญาไปฟ้องที่ศาลยุติธรรมอื่น จะทำให้เกิดความเสียหาย เกิดความล่าช้า และเป็นความยุ่งยากของประชาชนผู้มาใช้บริการ ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าคดีนี้ ศาลนี้ ออกไปบังคับใช้แล้ว ปฏิบัติตามหลักการและเหตุผลที่รัฐบาลเสนอมานั้นจะทำให้บรรดา การดำเนินคดีอาญา คดีแพ่งที่เกี่ยวกับภาษีอากรก็ดี จะทำให้การดำเนินกระบวนการ ยุติธรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนก็ดี รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น และผู้พิพากษาที่มา พิจารณาพิพากษาคดีก็จะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน สามารถที่จะใช้ดุลยพินิจในการ พิจารณาการกำหนดบทลงโทษได้ กระผมจึงเห็นชอบที่จะดำเนินการจัดตั้งศาลนี้และ จะติดตามไปแก้ไขในรายละเอียดในขั้นกรรมาธิการต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านพิเชษฐ์ และท่านอุบลศักดิ์ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีการพิจารณาคดี ภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ รัฐบาลได้เสนอการจัดตั้งศาลภาษีอากร ขึ้นมา ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ ณ เวลานี้ที่ประเทศยังมีปัญหา ประเทศมีหนี้สินล้นพ้น ทั้งหนี้ครัวเรือน ๑๔ ล้านล้านบาท หนี้สาธารณะร่วม ๑๐ ล้านล้านบาท วันนี้ถ้ารัฐบาล ได้จัดตั้งศาลภาษีอากรขึ้นมา ผมคิดว่า ๑. ต่อไปก็จะมีศาลภาษีอากรทุกจังหวัด วันนี้ ประเทศไทยมีศาลเยอะแยะมากมายหลายศาลจนจำไม่ได้มีศาลอะไรบ้าง ตั้งตระหง่านอยู่ ตามจังหวัดต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ อำนาจบริหารที่นายกรัฐมนตรีได้ใช้ อำนาจ ตุลาการต้องอยู่ในตำแหน่งถึงอายุ ๗๐ ปี แต่อำนาจนิติบัญญัตินี้ด้อยค่ามาก เกือบจะไม่มี บทบาทต่อการบริหารประเทศเลย ข้ออ้างที่ว่าจะต้องใช้คนที่มีความสามารถเฉพาะทาง ด้านภาษีมาพิจารณาคดี ผมคิดว่ามันไม่จำเป็นถึงขนาดนั้น ศาลมีมาเป็นร้อยปี เป็นร้อย ๆ ปี ทำไมไม่เดือดร้อนอะไรเลย วันนี้จะมาเก็บภาษีจะมารีดเลือดกับปูในภาวะที่ประเทศยังแย่อยู่ อย่างนี้ ผมคิดว่าเราชะลอไปก่อนได้ไหม อยู่อย่างนี้เราอยู่มาตั้งนานแล้ว ทำไมจะต้องมารีบตั้ง รีบขยับขยาย รีบแบ่งหน่วยงาน รีบสร้างพาวเวอร์ (Power) ขึ้นมาอีกหนึ่งพาวเวอร์ (Power) ผมขออนุญาตครับว่าชะลอไปก่อน ท่านทำอย่างไร ผู้เชี่ยวชาญในกระทรวง ทบวง กรม มีเยอะแยะ ศาลสามารถที่จะถาม ผมคิดว่าศาลสามารถที่จะใช้เครื่องมือได้ทุกกระทรวง ทบวง กรม สอบถามหาคำปรึกษาได้ ดังนั้นความจำเป็นตรงนี้ผมคิดว่าประเทศเรายังจะต้อง พึ่งพางบประมาณที่จะไปพัฒนาประเทศด้านอื่น แล้วความเดือดร้อนเรื่องภาษีอากร วันนี้ รัฐบาลกู้อย่างเดียวแล้วก็ไปรีดภาษีกับพี่น้องประชาชน รีดภาษีที่ดิน รีดภาษีหลบเลี่ยงภาษี ต่าง ๆ นี้ ผมคิดว่าลำพังองค์ความรู้ แล้วก็ที่ปรึกษาทั้งหลายที่ศาลสามารถจะไปหาคำปรึกษา ได้นี้ ผมว่าวันนี้ยังไม่จำเป็นที่จะต้องขยับขยาย อยู่มาเป็นร้อยปี ขออยู่อย่างนี้ไปก่อน เมื่อประเทศเราดีขึ้นเราค่อยขยับขยาย ผมคิดว่าความคิดเห็นของผมไม่ใช่ว่าจะไปขัดขวาง อะไร แต่ว่าอยากจะให้ชะลอไปก่อนนะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านอุบลศักดิ์ครับ🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพท่านประธานและคณะรัฐมนตรีที่อาจหาญ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยคณะรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพ จริง ๆ แล้วหลักการผมเห็นด้วย แต่รายละเอียด ต่าง ๆ และสถานการณ์ปัจจุบันผมเห็นว่าควรจะชะลอไปก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในความเห็นที่บอกว่าเพื่อจะพิจารณาคดีต่าง ๆ ที่มีอยู่ในส่วนกลาง เมื่อตั้งศาลขึ้นมาอีก แน่นอนครับตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ มาถึงวันนี้ก็ ๒๘ ปีด้วยกัน ถามว่าเมื่อขยายศาลออกไปยังภูมิภาค แน่นอนครับท่านจะเอางบประมาณที่ไหนมาจ้าง บุคลากร จะเอางบประมาณที่ไหนมาสร้างอาคาร ในขณะนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าในต่างจังหวัด ไม่รู้ว่าศาลอะไรต่อศาลอะไร โดยเฉพาะยิ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีปัญหาอยู่ทุกวันนี้ เรื่องภาษีก็ดี โดนคดีกันก็เยอะแยะ ต่อไปไม่มีที่ขังแน่เพราะคนยากจนมากขึ้น ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าวันนี้เราตั้งศาลหลาย ๆ ศาล ปรากฏว่าขาดผู้ชำนาญการ ขาดผู้มีความรู้ ยกตัวอย่างเช่นบางศาล หรือ ป.ป.ช. หรือศาลปกครองซึ่งเอาองค์กรต่าง ๆ ที่เข้ามาเป็น ขาดความรู้ทางกฎหมาย ปรากฏว่าในต่างจังหวัดนั้นโดนคดีกันเยอะแยะหมด โดยผู้ที่ รับราชการก็ดีหรือเป็นนักการเมืองท้องถิ่นก็ดี เต็มศาลครับ คิดอย่างเดียวจะเอาเข้าคุก อย่างเดียว หลาย ๆ เรื่องไม่เคยพิจารณา ไม่สืบพยาน คิดเอง พอเขาให้ข้อมูลมาก็ประมาณ คิดว่า คิดว่า ปรากฏว่าไม่ได้ศึกษาพยานหลักฐานสิ่งแวดล้อม คิดเอาเอง สะใจ อยากให้คน ติดคุก ผมไม่กล่าวรายละเอียดว่าศาลอะไร ดังนั้นผมอยากเห็นว่าวันนี้ พี่น้องประชาชน แน่นอนเสียภาษีล้อเลื่อน โรงเรือน บำรุงท้องที่ บางครั้งก็หลงลืมบ้าง แน่นอนครับ เกษตรกร ต่อไปต้องขึ้นศาลเพราะลืมแจ้งภาษี เพราะความยากจนไม่มีเงินจะเสียภาษีก็ต้องโดนคดี ดังนั้นผมเห็นว่าควรจะชะลอไปก่อนดูความพร้อมก่อน ในขณะที่เศรษฐกิจดี ๆ แต่มีนักธุรกิจ มีทั้งที่ปรึกษากฎหมาย มีผู้ตรวจสอบบัญชี ปีนี้ขาดทุน ปีหน้าได้กำไร ปีโน้นขาดทุน ก็ไม่ต้อง เสียภาษี หักกลบลบหนี้ได้ แต่พี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในต่างจังหวัดนั้นไม่มีความรู้เท่าที่ควร ปรากฏว่าถ้าเกิดเหตุอย่างนี้ผมคิดว่าจะต้องโดนคดี เมื่อโดนคดีก็จะต้องไปจ้างทนาย ถามว่า จะเอาเงินที่ไหนไปจ้างทนาย แม้แต่เงินจะกินยังไม่มี ดังนั้นผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่า อยากให้ชะลอไปก่อน ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านวิรัชครับ🔗

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ตามที่ รัฐบาลได้เสนอร่างพระบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาความภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หลักการคือนอกจากคดีแพ่งเกี่ยวกับภาษีแล้วจะให้ศาลภาษีพิจารณาคดีที่กระทำ ความผิดต่อภาษีเป็นคดีอาญาด้วย ซึ่งหลักการเป็นสิ่งที่ดีครับ แล้วผมก็ได้ฟังท่าน ส.ส. หลายท่านพูดครับ โดยเฉพาะท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ท่านศึกษาละเอียดมากเลยครับ ตั้งแต่ มาตรา ๗ มาตรา ๗/๑ มาตราต่าง ๆ ที่พูดทั้งหมด ผมว่าเป็นสิ่งที่กรรมาธิการต้องเอาไปร่วม พิจารณา เช่น มาตรา ๗/๑ บอกว่า คดีความผิดตามกฎหมายอื่นที่กำหนดในพระราช กฤษฎีกา เขียนอย่างนี้โอกาสที่จะเอาความผิดอื่น ซึ่งจริง ๆ มันมีเยอะแยะ เช่น ภาษีโรงเรือน ภาษีป้าย ภาษีหลาย ๆ อย่าง ซึ่งความจริงต้องเขียนให้ง่าย ๆ กว่านั้นว่าคดีความผิดอื่น ๆ ที่ประธานศาลฎีกาได้พิจารณาเห็นสมควรให้พิจารณาในศาลภาษีอากร จริง ๆ แล้วก็ควร จะเขียนอย่างนั้นเพื่อจะไม่ต้องอะไรก็ออกเป็นพระราชบัญญัติหรือออกเป็นกฎหมาย ซึ่งลำบากมากครับ เพราะฉะนั้นมาตรานี้ฝากกรรมาธิการครับ🔗

ส่วนเรื่องประเด็นที่ท่านจิรายุพูดถึงว่าทำไมไม่พูดถึงอัยการ ท่านไม่ต้องห่วง ท่านจิรายุ ในฐานะผมเป็นอัยการเก่า เมื่อตั้งศาลภาษี อัยการเขาจะตั้งแผนกคดีภาษีขึ้นมา ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง ท่านไม่ต้องห่วง ขอบคุณครับ อันนี้เป็นห่วง ตอบแทนอัยการครับ🔗

ทีนี้เรื่องศาลท่านก็ไม่ต้องห่วงว่าทำไมท่านพูดถึงมาตรา ๗/๓ ว่าแล้วทำไม ศาลจะมีความรู้เรื่องคดีอาญาหรือ ศาลภาษีอากรเริ่มต้นสังกัดอยู่ศาลยุติธรรม การสอบบรรจุ ผู้พิพากษาที่เป็นผู้พิพากษาเริ่มต้นไม่ใช่บรรจุปุ๊บเป็นศาลภาษีนะครับ เขาเริ่มจากการสอบ เป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา การสอบก็ต้องจบเนติบัณฑิต ซึ่งก็เรียนทั้งกฎหมายอาญา วิ. อาญา กฎหมายเบื้องต้นทางอาญาเยอะแยะอยู่แล้วครับ เพราะฉะนั้นทุกท่านมีความรู้เรื่องทั้ง พิจารณาคดีแพ่ง คดีอาญาโดยพื้นฐาน แต่เมื่อตั้งศาลภาษีขึ้นมา นี่เป็นสิ่งที่อาจจะต้องตั้งใน ข้อสังเกตของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งภาษีอากรและวิธีพิจารณาความคดี ภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ว่า จะต้องมีข้อสังเกตว่าคนที่บรรจุอยู่ในศาลจัดตั้งภาษีอากร และวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรควรจะบรรจุผู้พิพากษาที่ได้มีการเรียนหลักสูตรเพิ่มเติมหรือว่า ปริญญาโท ปริญญาเอก ในกฎหมายว่าด้วยภาษีอากรและวิธีพิจารณาความเกี่ยวกับภาษีอากร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ และนอกจากนี้วิสัยทัศน์ของคนเป็นผู้พิพากษาจริง ๆ แล้วจะต้องมี วิชาสังคมศาสตร์ที่จะเข้าใจในเรื่องความลำบากของประชาชน อย่างที่ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ขออนุญาตเอ่ยชื่อ ไม่ได้เสียหายครับ ท่านได้เป็นห่วงว่าเกษตรกรจะเดือดร้อน พ่อค้าใหญ่ ๆ ไม่เดือดร้อนเพราะมีนักกฎหมายคอยช่วยดูแล นี่คือสิ่งที่ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม มีแนวคิดที่ดีในการคิดถึงประชาชนเป็นหลักด้วย ขอขอบคุณแทนประชาชน ด้วยครับท่านอุบลศักดิ์ เพราะฉะนั้นกฎหมายตัวนี้อยากให้คณะกรรมาธิการพิจารณาเรื่องนี้ พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ แล้วก็ถ้ามีอะไรที่เป็นข้อสังเกตที่ควรจะฝากไปถึงในการใช้ กฎหมายตัวนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดครับ ผมยกตัวอย่างอย่างหนึ่งที่ผมอัดอั้นตันใจอยู่จน ทุกวันนี้ คือเมื่อตอนสภาผู้แทนราษฎรอนุมัติให้ตั้งศาลอุทธรณ์ภาค โดยในข้อสังเกตได้บันทึก ไว้อย่างชัดเจนว่าไม่ให้ตั้งศาลอุทธรณ์ภาคตามภาคนั้นอยู่เพราะห่วงเรื่องเกี่ยวกับสังคมที่จะ มีผลต่อศาลอุทธรณ์ภาค แต่แล้วศาลอุทธรณ์ภาคต่าง ๆ ก็ลืมสิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรได้ฝาก ข้อสังเกตไว้ ไปตั้งศาลอุทธรณ์ภาคตามภาคต่าง ๆ ซึ่งมีผลทางลบต่อกระบวนการพิจารณา ของศาลอุทธรณ์ นี่คือสิ่งที่ฝากไว้ แม้แต่ในเรื่องภาษีภากร ศาลภาษีก็ควรจะมีข้อสังเกต เกี่ยวกับการดำเนินการของศาลเพื่อให้ศาลภาษีได้ดำเนินการให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน อย่างแท้จริง ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อนุญาต ให้อีกท่านนะครับ แล้วก็ให้รัฐมนตรีหรือผู้เข้ามาชี้แจงได้ตอบข้อสงสัยของท่านสมาชิก ท่านนิรมิต สุจารี เชิญครับ🔗

นายนิรมิต สุจารี ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งได้เสนอเข้ามาสู่สภาเพื่อพิจารณา เบื้องต้นผมเห็นด้วยในการที่เสนอร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เข้ามา ด้วยเหตุผลว่าเดิมศาลภาษีอากรมีอำนาจในการพิจารณาเฉพาะคดีแพ่ง ที่เกี่ยวกับภาษีอากร แต่พอร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่ที่จะเสนอเข้ามาในสภาแห่งนี้ ได้เพิ่มอำนาจให้ศาลภาษีอากรได้มีอำนาจในการพิจารณาทั้งในส่วนทางแพ่งและทางอาญา ซึ่งกฎหมายภาษีอากรที่มีโทษทางอาญาที่ปรากฏอยู่ก็มีประมวลรัษฎากร พระราชบัญญัติ ศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ พระราชบัญญัติสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องได้รับการพิจารณาในโทษทางอาญา ความแตกต่างระหว่างโทษทางอาญา ทั่วไปกับโทษทางอาญาซึ่งเกิดขึ้นจากการกระทำความผิดทางด้านภาษีอากร ซึ่งมีความ แตกต่างกัน บทบาทหน้าที่ในการที่จะบังคับให้คนไม่หนีภาษี ไม่หลีกเลี่ยงภาษี หรือรัฐ จะตามคืนหนี้ภาษีจากประชาชน เป็นบทบาทหน้าที่หรือเป็นอำนาจในการพิจารณาของ ศาลภาษี เพราะฉะนั้นผมเห็นสมควรที่จะรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของ สภาผู้แทนราษฎรต่อไป เพราะจะเป็นการประหยัดในการที่จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง และทางอาญา ถ้าคงไว้ตามกฎหมายเดิมก็จะพิจารณาคดีความรับผิดทางแพ่งไปเฉพาะ อย่างเดียว แต่พอพิจารณาร่างฉบับนี้ถ้าประกาศใช้ไปแล้วก็จะทำให้การประหยัดเวลาในการ ที่จะดำเนินคดีบุคคลที่หนีภาษีหรือเลี่ยงภาษีสามารถที่จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและ ทางอาญาควบคู่กันไป แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือเราจะได้มีผู้พิพากษาที่มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ มีความเข้าใจในระบบภาษีอย่างชัดเจนเพื่อที่จะมาดำเนินการในการที่จะพิจารณาและ พิพากษาคดี และจะเกิดความเป็นธรรมต่อประชาชนต่อไป และที่สำคัญที่สุดก็คือเป็นการ ประหยัดงบประมาณของรัฐในการที่จะดำเนินคดีไม่ต้องมาสืบพยานกันใหม่ ยื่นฟ้องทีเดียว สืบพยานทีเดียวก็เสร็จสามารถที่จะทำคำพิพากษาได้ทั้งส่วนแพ่งและส่วนอาญา ด้วยเหตุผล ดังที่กราบเรียนดังกล่าวมาข้างต้น เห็นสมควรที่จะสนับสนุนรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ต่อไปครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมการประสานงานช่วยตามสมาชิกเข้ามาห้องด้วยนะครับ จะลงมติใกล้ ๆ นี้แล้ว เชิญท่านรัฐมนตรีหรือผู้ชี้แจงได้ตอบชี้แจงมีไหมครับ ถ้ามีเรียนเชิญนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรี ท่านยืนขึ้นแนะนำตัวเองด้วยนะครับ เพราะต้องบันทึกครับ🔗

นางสาวอรกานต์ พิพัฒน์นรเศรษฐ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นใน ศาลภาษีอากรกลาง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวอรกานต์ พิพัฒน์นรเศรษฐ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้น ในศาลภาษีอากรกลาง ผู้แทนสำนักงานยุติธรรม ขอตอบข้อซักถามท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรดังนี้🔗

ในประเด็นเกี่ยวกับมาตรา ๗/๑ ที่ศาลภาษีอากรกำหนดให้ศาลภาษีอากร มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรใน (๔) ที่กำหนดว่า เป็นคดีความผิดตามกฎหมายอื่นที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา เหตุผลที่มีการร่างกฎหมาย แบบนั้นเนื่องจากว่ากฎหมายภาษีอากรปัจจุบันมีการบังคับใช้อยู่หลายฉบับด้วยกัน ดังนั้น เพื่อให้ครอบคลุมถึงกฎหมายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แล้วก็กฎหมายที่จะมีการทบทวน จึงให้ กำหนดในพระราชกฤษฎีกา อย่างไรก็ตามแต่พระราชกฤษฎีกาไม่สามารถกำหนดกฎหมายได้ ทุกฉบับ แต่จะต้องถูกครอบคลุมด้วยวรรคหนึ่งที่ว่าจะต้องเป็นคดีอาญาตามกฎหมาย เกี่ยวกับภาษีอากรเท่านั้นค่ะ ในส่วนของข้อกังวลที่ว่ามีความผิดบางส่วนของประมวล รัษฎากร หรือตามพระราชบัญญัติศุลกากรที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติปรับเป็นพินัย เนื่องจากว่าพระราชบัญญัติปรับเป็นพินัยนั้นกำหนดความผิดตามพระราชบัญญัติต่าง ๆ ดังกล่าวเพียงบางมาตราเท่านั้น ดังนั้นมาตราอื่น ๆ ที่มีโทษจำคุกตามกฎหมายฉบับต่าง ๆ ดังกล่าวจึงยังคงอยู่ในการพิจารณาของศาลภาษีอากรตามมาตรา ๗/๑ ในส่วนของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันมีการทำความเข้าใจระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับคดีอาญา ภาษีอากรและร่างกฎหมายฉบับนี้ รวมถึงปัจจุบันอัยการมีกองภาษีอากรที่รับผิดชอบ เกี่ยวกับคดีภาษีอากรโดยตรงค่ะ🔗

ในส่วนของมาตรา ๗/๒ ในเรื่องของการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมาย หลายบทนั้น เนื่องจากว่าการกระทำครั้งเดียวสามารถที่จะพิจารณาคดีได้เพียงครั้งเดียว ดังนั้น มาตรา ๗/๒ จึงกำหนดว่าในกรณีที่กรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท และบทใดบทหนึ่งอยู่ใน อำนาจของศาลภาษีอากร ศาลภาษีอากรจึงมีหน้าที่ที่จะพิจารณาความผิดบทอื่นด้วยเพื่อให้ เกิดความสะดวกในการพิจารณาคดี🔗

ส่วนมาตรา ๗/๓ ในกรณีความผิดหลายกรรมต่างกัน ในความผิดที่เกี่ยวเนื่องกัน และบางกรรมไม่อยู่ในอำนาจของศาลภาษีอากร ศาลภาษีอากรจะรับพิจารณาทุกกรรม หรือไม่รับพิจารณาเฉพาะกรรมใดกรรมหนึ่งก็ได้ กรณีนี้เกิดขึ้นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เพราะในบางครั้งความผิดที่เกี่ยวเนื่องกันนั้น สามารถแยกพิจารณาได้ และการแยกพิจารณาจะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนมากกว่าที่จะ นำมารวมพิจารณาที่ศาลภาษีอากรเพียงแห่งเดียวค่ะ🔗

ในส่วนของมาตรา ๒๒ ที่มีการแก้ไขในส่วนของการแจ้งกำหนดนัดนั้น เนื่องจากเดิมพระราชบัญญัติปัจจุบันนั้นมีบทบัญญัติดังกล่าวอยู่แล้ว การแก้ไขเพื่อให้เกิด ความชัดเจนว่าบทบัญญัติดังกล่าวจะใช้เฉพาะกับคดีแพ่งตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร เท่านั้น ไม่รวมถึงคดีอาญาตามกฎหมายภาษีอากรด้วย เนื่องจากคดีอาญาเป็นคดีที่มี ผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนผู้มีอรรถคดี ดังนั้นการบัญญัติในเรื่องของการ ทราบนัดจึงต้องชัดเจนค่ะ🔗

ในส่วนของการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ทางสำนักงานศาลยุติธรรมไม่ได้จัดตั้ง ศาลขึ้นใหม่ โดยเป็นการกำหนดให้ศาลภาษีอากรกลาง ซึ่งเป็นศาลที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาตามกฎหมายภาษีอากรด้วย ดังนั้นจึงยังไม่ได้มีแผนการ ในการจัดตั้งศาลภาษีอากรในภูมิภาค ซึ่งจะเป็นภาระกับงบประมาณ อีกทั้งการที่ให้ศาลภาษี อากรมีอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีอาญาด้วยนั้นจะทำให้แนวทางในการพิจารณา ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาเกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากรไปในทิศทางเดียวกัน โดยพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มิได้มีการกำหนดความผิดทางอาญาตามกฎหมายภาษีอากรเพิ่มเติมแต่อย่างใด เป็นเพียงการให้อำนาจศาลภาษีอากรเพื่อที่จะพิจารณาคดีอาญาตามกฎหมายภาษีอากร เพื่อให้ไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อประโยชน์ของประชาชนผู้มีอรรถคดี และเพื่อประชาชน จะไม่ต้องเดินทางไปต่อสู้คดี ๒ ศาลที่แตกต่างกัน โดยในการนี้สำนักงานศาลยุติธรรมปัจจุบัน ได้มีการเพิ่มเติมระบบการพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่ออำนวยความสะดวกให้ ประชาชนผู้มีอรรถคดีสามารถที่จะฟ้องคดีและดำเนินคดีโดยการเข้าร่วมการพิจารณาคดี ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีชี้แจง เพิ่มเติมไหมครับ มีท่านสมาชิกท่านใดยังสงสัยติดใจอีกไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มี รัฐมนตรีจะใช้สิทธิสรุปไหมครับ ไม่ใช้สิทธิสรุปนะครับ ก็เป็นการจบการอภิปรายครับ ต่อไป ก็คงจะต้องถามมติจากที่ประชุมในขั้นรับหลักการ ว่าจะรับหลักการหรือไม่ แต่ก่อนจะลงมติ ก็ต้องตรวจสอบองค์ประชุมตามข้อบังคับครับ🔗

(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ตามห้องประชุมหรืออยู่ด้านนอกเข้ามาแสดงตนและลงมตินะครับ ท่านสมาชิกอยู่ด้านนอกเข้ามาแสดงตนด้วยนะครับ จะต้องลงมติในขั้นรับหลักการของ กฎหมายการจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายมารุต มัสยวาณิช แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม มารุต ๓๔๑ ขอแสดงตนครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านมารุตนะครับ🔗

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นครศรีธรรมราช

ท่านประธาน ผม สัณหพจน์ ๔๐๓ แสดงตนครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสัณหพจน์นะครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ ระหว่างรอเพื่อนสมาชิกจะขอถามท่านประธานเป็นความรู้ไว้ก่อนครับว่า หากไม่สามารถ ที่จะลงมติวันนี้ได้ วาระนี้จะไม่ไปแทรกวาระร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต พ.ศ. .... กับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ) พ.ศ. .... ใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คงไม่ แทรกครับ เพราะตรงนี้เป็นเรื่องที่ค้างพิจารณาอยู่ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุม เสียบบัตรแล้วก็กดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ความน่าจะเป็นไม่เกิดขึ้นเลยครับ ตอนนี้ ๑๕๐ คนเองครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ขาดแค่ ๗๐ คนเองครับ คงจะกลับบ้านเร็วอีกวันแล้วครับ เอาไว้ลงมติในครั้งต่อไป เป็นเรื่อง ค้างพิจารณา เสร็จแล้วถึงจะพิจารณาเรื่องที่ท่านณัฐวุฒิเสนอ ไม่ทำให้ท่านตกนะครับ ลงมติ เรื่องค้างพิจารณาก่อน แล้วถึงเรื่องเลื่อนนะครับ ปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๗.๐๔ นาฬิกา