รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๒๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ
วันพฤหัสบดีที่ ๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๖
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
____________________
สมาชิกที่เคารพครับ ขณะนี้เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ก่อนเข้าสู่ระเบียบการประชุมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิก ได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ โดยลำดับ ท่านแรกคุณมนพร เจริญศรี เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับคำร้องจากพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ปลูกมันสำปะหลังว่าฤดูกาลปีนี้นอกจาก ปุ๋ยจะแพงแล้ว ซึ่งราคาปุ๋ยเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว แต่เกษตรกรชาวไร่ที่ปลูกมันสำปะหลัง ต้องมาเจอโรคใบด่างซึ่งเกิดขึ้นจากเชื้อรา ซึ่งเกษตรกรก็พยายามหาทางแก้ไข แล้วก็ติดต่อ ผ่านไปที่ทางเกษตรอำเภอและเกษตรจังหวัด แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที เนื่องจาก อาจจะเป็นโรคระบาดโรคใหม่ แล้วก็ทำให้หัวมันสำปะหลังเน่า ซึ่งพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ ของดิฉันทั้งอำเภอท่าอุเทนและอำเภอโพนสวรรค์จะมีมาตรการอย่างไรที่ทางหน่วยงาน ที่กำกับดูแลจะมีโอกาสชดเชยบ้าง ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นข่าวว่าในรอบ ๓๕ ปี ชาวไร่ มันสำปะหลังเจอปัญหาแบบนี้ทำให้หัวมันสดขาดตลาดเข้าสู่โรงงานที่ประกอบแป้ง แล้วก็ ทั้งมันเส้นแล้วก็หัวมันเสียหาย ซึ่งจากปัญหาต้นน้ำโดยเฉพาะเกษตรกรที่เจอโรคระบาด แบบนี้ดิฉันอยากจะให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้หาแนวทางแก้ไขว่าในปีนี้ เจอปัญหาแบบนี้แล้ว ปีต่อไปเราควรจะเตรียมรับมืออย่างไร ซึ่งปกติเดือนพฤศจิกายนจนถึง เดือนมีนาคมหัวมันจะเข้าสู่โรงงาน แล้วก็นอกจากว่าความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว ดิฉันอยากจะ ให้ทางราชการได้ลงไปสำรวจพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังว่าปีหน้าเราจะเตรียมการรับมือเรื่องนี้ อย่างไร ขอฝากไปทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก้ปัญหาโดยด่วนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
คุณประกอบ รัตนพันธ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขออนุญาตนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรก พี่น้องหมู่ที่ ๓ ตำบลบ้านลำนาว อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มาร้องเรียนผ่านผมว่าพื้นที่ของเขาอยู่นอกเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือ ส.ป.ก. แต่ว่าทาง ส.ป.ก. ทำ ส.ป.ก. ครอบพื้นที่ของเขา เขาไม่สามารถที่จะออกเอกสารสิทธิได้ ก็ขอร้องให้ทาง ส.ป.ก. จังหวัดนครศรีธรรมราชได้เพิกถอนสิทธิ ส.ป.ก. เพื่อเขาจะนำพื้นที่ ดังกล่าวซึ่งอยู่นอกเขต ส.ป.ก. และนอกเขตป่ามาทำเอกสารสิทธิโฉนดต่อไป ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมได้กราบเรียนมา ๒-๓ ครั้งแล้ว และ ส.ป.ก. ก็ได้ไปพิสูจน์แล้วและยอมรับว่า อยู่นอกเขตจริง ๆ แต่ว่าบัดนี้ยังไม่เพิกถอนสิทธิก็ทำให้พี่น้องที่ถือครองพื้นที่ตรงนั้นมีปัญหา นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราชได้พิจารณา ยกฐานะสำนักสงฆ์ชมพูพฤกษารามหรือคลองตูก หมู่ที่ ๑ ตำบลกะปาง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ขึ้นมาเป็นวัด เพราะว่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างพร้อมที่จะมีคุณสมบัติ เป็นวัดได้แล้ว แต่ว่าทางสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราชก็ยังไม่ได้ดำเนินการ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพี่น้องประชาชนในละแวกนั้น เพราะว่าถ้าเกิดยกฐานะ เป็นวัด พี่น้องหมู่ที่ ๑ ตำบลกะปาง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราชก็จะสามารถใช้ ประกอบศาสนกิจได้อย่างสมบูรณ์แบบครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอนำเรียนเรื่องที่พี่น้องประชาชนชาวมหาสารคามเดือดร้อน และมาร้องเรียน มี ๒ เรื่องดังนี้🔗
๑. คือเรื่องปัญหาโรงอาหารโรงเรียนหลักเมืองมหาสารคาม ในฐานะที่ผมเป็น ศิษย์เก่าโรงเรียนหลักเมืองมหาสารคามด้วย คือได้รับร้องเรียนจากท่าน ผอ. สันติ หัดที และคณาจารย์ผู้ปกครองและนักเรียนว่าโรงอาหารโรงเรียนหลักเมืองมหาสารคามถูกตัดงบ ในปี ๒๕๖๓ เพื่อช่วยโควิด (COVID) ตอนนั้นรัฐบาลมี พ.ร.บ. เงินกู้ ๓ พ.ร.บ. ๑.๙ ล้านล้านบาท ผมก็อภิปรายว่าทำไมต้องมาตัดงบกระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็ตัดงบโรงเรียนหลักเมือง มหาสารคาม ในเรื่องของโรงอาหาร ถึง ๖.๘ ล้านบาท ท่านประธานครับ ปัจจุบันเมื่อเราคิดว่า ได้งบแล้ว ทางโรงเรียนก็ได้รื้อโรงอาหารเก่า ขอรูปด้วยนะครับ🔗
โรงอาหารเก่ามีพื้นที่รองรับ นักเรียน ๑,๔๘๕ คน เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ แล้วก็มีนักเรียนเยอะ เมื่อมีการรื้อโรงอาหารแล้ว ปัจจุบันนักเรียนก็กินข้าวในห้องเรียน แล้วก็ใต้ถุนโรงเรียนซึ่งไม่ถูกสุขลักษณะ ก็นำเรียนให้ ทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการและสำนักงบประมาณได้พิจารณาสนับสนุน งบประมาณในการก่อสร้างโรงอาหารในปี ๒๕๖๗ ต่อไป ซึ่งตอนนี้ผ่านไป ๓ ปีแล้ว ซึ่งตามจริง เมื่อตัดงบปี ๒๕๖๓ ก็ควรจะให้งบปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ตอนนี้ผ่านไป ๓ ปี งบตัวนี้ก็ยังไม่ได้รับการจัดสรรเลย🔗
เรื่องที่ ๒ คือขอความอนุเคราะห์งบประมาณทางหลวงท้องถิ่น ผมได้รับ การประสานงานจากท่านนายกทรงฤทธิ์ อะโน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนหว่าน นายสมชาย ชาติแก้ง ขอโครงการก่อสร้างถนน ค.ส.ล. บ้านโนนทองเชื่อมบ้านหนองคูณน้ำจั้น ตำบลบัวค้อ ๒. โครงการก่อสร้างถนนบ้านหัวหนองเชื่อมบ้านโคกไร่ ตำบลงัวบา อำเภอวาปีปทุม ๓. คือโครงการก่อสร้างถนนบ้านหัวหนองเชื่อมบ้านหนองเจริญ อำเภอแกดำ ก็ขอให้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้จัดสรรงบประมาณต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ🔗
คุณอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ หารือถึงฝ่ายบริหาร ในนามของศูนย์การศึกษาอิสลามประจำจังหวัด ประจำมัสยิดตาดีกา และศูนย์พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ต้องขอขอบพระคุณท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กพต. ที่เห็นชอบเป็นหลักการ จัดสรรงบอุดหนุนสำหรับอาหารกลางวันแก่เด็ก ตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ ถึงปี ๒๕๗๐ รวมเป็นเงินประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท และคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบอนุมัติ ในหลักการดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ และผมยังหวังอีกว่าผู้ที่จะได้เข้าเป็น รัฐบาลในครั้งต่อไป ควรจะจัดสรรงบประมาณสำหรับนมเด็กแรกเกิดและอาหารแก่เด็ก ทุกคนก่อนเข้าวัยเรียน เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตแก่เด็กไทยทุกคน🔗
เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องจากตามที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ กพต. โดย พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน มีมติเห็นชอบ เป็นหลักการให้เยียวยาแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ และพิการจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวนทั้งสิ้น ๑๑ ราย รวมเป็นเงินประมาณ ๓,๐๓๓ ล้านบาท จึงขอให้ท่านตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จัดสรรของบกลาง เพื่อจ่ายเยียวยาแก่ผู้มีสิทธิได้รับ เพราะตกค้างมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗-๒๕๕๖ ๑๐-๑๙ ปี และผมขออนุญาตมอบเอกสารรายละเอียดผู้บาดเจ็บ ประกอบแด่ท่านประธานและขอมอบ หนังสือก้าวย่างเหยื่อไฟใต้ซึ่งจัดทำโดยครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ความไม่สงบแด่ท่านประธานด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
คุณจรัส คุ้มไข่น้ำ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๖ พรรคก้าวไกล ขออนุญาต หารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวเกาะล้าน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรกคือปัญหาขยะบนพื้นที่เกาะล้าน ปัจจุบันมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากกว่า ๗,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ คนต่อวัน จึงทำให้ขยะเพิ่มมาก ขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ประเด็นปัญหาคือการบริหารจัดการขยะบนเกาะล้านยังไม่มีเป็นแบบ รูปธรรม ทำให้โชยกลิ่นเหม็นส่งไปทั่วเกาะ ซึ่งเป็นการทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อมของพี่น้องประชาชนชาวเกาะล้าน ดังนั้นจึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัดแก้ไขปัญหาโดยด่วนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ คือปัญหาสะพานท่าเทียบเรือท่าหน้าบ้าน ปัจจุบันมีความหนาแน่น แออัดไปด้วยเรือโดยสารนักท่องเที่ยวและเรือขนส่งสินค้า จึงทำให้การสัญจรไปมาของ พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวเกิดความแออัดไม่สะดวกและไม่ปลอดภัย ซึ่งปัญหานี้ กระผมได้เคยนำเรียนหารือท่านประธานไปแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ แต่ก็ยังไม่ได้มีการดำเนินการ แก้ไขแต่อย่างใด จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม กรมเจ้าท่าและ เมืองพัทยาอีกครั้งหนึ่ง ให้พิจารณาเร่งดำเนินการปรับปรุงแก้ไขสะพานท่าเทียบเรือท่าหน้าบ้าน ให้กับพี่น้องประชาชนชาวเกาะล้านด้วยครับ ขอกราบขอบคุณครับ🔗
นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทย ภูมิลำเนาจังหวัดปัตตานีค่ะ ดิฉันได้รับเรื่องด้วยความกังวลใจจาก ครอบครัวและเครือข่ายที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนด้วยความไม่แน่ใจว่าวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์นี้ นับถอยหลังไปอีก ๑๓ วัน พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำ ให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ จะมีผลบังคับใช้ตามกำหนดหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพคะ สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ได้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ลงมติเห็นด้วย ๒๘๗ เสียง และได้ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๕ มีผลบังคับใช้วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์นี้ค่ะ แต่เมื่อวันที่ ๖ มกราคมที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมเสนอให้ขยายเวลาการบังคับใช้กฎหมายในหมวด ๓ ออกไปก่อน ด้วยให้ เหตุผลว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีความพร้อมทั้งอุปกรณ์ งบประมาณและทักษะในการปฏิบัติ อันอาจ ก่อให้เกิดผลร้ายต่อสังคมนั้น ดิฉันเห็นว่าเป็นข้ออ้างที่ไม่มีเหตุผลอันสมควร เนื่องจาก เมษายน ๒๕๖๔ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเองมีคำสั่งเรื่องการบันทึกภาพและเสียง การตรวจค้น จับกุม เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมที่มีการ กำหนดเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการปฏิบัติงาน ท่านประธานที่เคารพคะ การเลื่อนเวลา ไปทุกนาที ทุกชั่วโมงมีความหมายกับความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนค่ะ การเลื่อนเป็นการซื้อเวลา เราเห็นกรณีดาราสาวไต้หวันจากกล้องติดหมวกของตำรวจ การจัดเก็บภาพมีความสำคัญอย่างยิ่ง นี่คือหมวด ๓ เป็นหมวดของการป้องกัน ป้องกัน เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายและจะไม่เปิดช่องว่างให้กับเจ้าหน้าที่ที่ลุแก่อำนาจ หรือทำนอกกฎหมาย ดิฉันฝากเรียนท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าขอให้กฎหมาย ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตามวัน เวลาที่กำหนด คือวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ขอบคุณค่ะ🔗
คุณเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอใช้สิทธิ หารือท่านประธานเรื่องสำคัญที่พี่น้องชาวบ้านวังแคน ตำบลน้ำสวย อำเภอเมือง จังหวัดเลย ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนแล้วผมได้มีโอกาสเข้าไปดูพื้นที่จริง ซึ่งมีการสร้างฝายกั้นน้ำ ซึ่งทำให้น้ำที่เคยใช้ทำการเกษตรโดยปกติปรากฏว่าหลังจากที่ สร้างฝายกั้นน้ำเสร็จแล้วโดยกรมชลประทาน ปรากฏว่าน้ำที่ใช้ทำการเกษตรช่วง ๒ ปี ที่ผ่านมานี้พี่น้องประชาชนไม่ได้ใช้ประโยชน์เลย ซึ่งทำให้ผลกระทบเกิดขึ้นอย่างมากมาย ต่อพี่น้องประชาชน ดังนั้นจึงขอความกรุณาท่านประธานได้ประสานไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กรุณาหาทางแก้ไขให้พี่น้องชาวบ้านวังแคน ตำบลน้ำสวย อำเภอเมือง จังหวัดเลยด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
คุณอรรถกร ศิริลัทธยากร🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอหารือปัญหาเกี่ยวกับเรื่องน้ำของพี่น้อง จังหวัดฉะเชิงเทราต่อท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าการแก้ไขปัญหา น้ำแล้งในประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมา พอถึงหน้าน้ำแล้งเราก็จะรณรงค์ให้ใช้น้ำน้อย ๆ แต่นั่นคือการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน การแก้ไขปัญหาสำหรับ เรื่องน้ำแล้งผมมองเห็นว่าการหาแหล่งต้นทุนน้ำเพิ่มเติมต่างหากถึงจะช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนได้อย่างยั่งยืนครับ🔗
เรื่องแรก ในจังหวัดฉะเชิงเทรามีความต้องการการใช้น้ำไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การอุปโภคบริโภค ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ต้องใช้น้ำจืดไล่น้ำเค็ม ใช้น้ำเค็มไล่น้ำจืด หรือว่าปัญหาประปาเป็นสีส้ม สีน้ำตาลก็เยอะแยะครับ ผมจึงขอเสนอคำว่าเราควรหา แหล่งน้ำต้นทุนเพิ่มเติมเพื่อรองรับปริมาณการใช้น้ำในกลุ่มจังหวัดฉะเชิงเทรา และกลุ่มอีอีซี (EEC) ด้วย โดยหนึ่งในวิธีนั้นก็คือการผลักดันโครงการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองพระสะทึง จังหวัดสระแก้ว มายังอ่างเก็บน้ำคลองสียัด จังหวัดฉะเชิงเทราครับ โดยต้องเรียนว่าทุกวันนี้ ที่อ่างเก็บน้ำคลองพระสะทึง จังหวัดสระแก้ว มีปริมาณน้ำฝนตกมากกว่าปริมาณความจุของ อ่างเก็บน้ำดังนั้นถ้าเราสามารถวางท่อและนำน้ำจากที่อ่างเก็บน้ำคลองพระสะทึง จังหวัดสระแก้วมาเก็บไว้ที่อ่างเก็บน้ำคลองสียัด จังหวัดฉะเชิงเทราได้จะช่วยพี่น้องประชาชน มากกว่า ๑ ล้านคนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขณะนี้มีปัญหาฝายยางระเบิดที่คลองท่าลาดในอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นสิ่งที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนครับท่านประธาน โดยฝายยางนี้ มีอายุการใช้งานมากว่า ๒๗ ปีแล้ว โดยผมสืบทราบมาว่าฝายยางปกติระยะอายุการใช้งาน ประมาณ ๑๐ ปีเท่านั้นเองครับ โดยเบื้องต้นผมทราบมาว่าเจ้าหน้าที่ของกรมชลประทาน ผมขอไม่เอ่ยนามครับ วิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้นก็คือนำแซนด์แบ็ก (Sandbag) หรือว่าถุงทราย มาแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนซึ่งมันไม่เพียงพอ ดังนั้นผมกราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังกรมชลประทานขอให้อนุมัติเร่งด่วนงบเหลือจ่ายในการซ่อมฝายยางที่คลองท่าลาด ด้วยครับ กราบขอบคุณครับ🔗
คุณสงวน พงษ์มณี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ผมขอหารือสัก ๓ เรื่องท่านประธานครับ🔗
เรื่องแรกคือลำพูนน้ำท่วมทุกปี การสร้างอ่างเก็บน้ำก็ก่อสร้างช้ามาก การสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งมีความจำเป็นและสามารถขยายทางน้ำได้ดี แก้ปัญหาได้มาก จึงขอให้ท่านประธานได้ส่งเรื่องนี้ไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองให้เร่งออกแบบแก้ไข ปัญหานี้ในเขตอำเภอบ้านธิ อำเภอเมือง และอำเภอแม่ทาด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ในจังหวัดลำพูนเช่นกันครับ มีหมู่บ้านที่ทำกินและที่อยู่อาศัย อยู่ในเขตป่ามาก และอยู่ใน ส.ป.ก. ก็มาก จึงขอให้ท่านได้ส่งเรื่องนี้ไปยังกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนเพื่อนำมาเป็นวาระแห่งชาติในการแก้ปัญหาเรื่องที่ดินในเขตป่า ไม่สามารถที่จะมาทำการผลิตโดยปกติได้ เพื่อแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน ถ้าเราปรับให้มันเป็น วาระแห่งชาติก็จะสามารถให้เป็นระบบและยั่งยืนขึ้นครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ชาวสวนลำไยกำลังเริ่มผลิตลำไยอีกแล้วในปีนี้ การผลิตในปีนี้ลำไย ก็ค่อนข้างจะออกดอกมากขึ้น แต่ว่าเงินลงทุนไม่มี อยากจะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เยียวยาวชาวสวนลำไยไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท และไม่เกิน ๒๕ ไร่ต่อคน ถ้าหากว่าจ่ายในช่วงนี้ ก็จะสามารถทำให้ชาวสวนลำไยมีกำลังซื้อที่จะแก้ปัญหาและจะช่วยตัวเองได้มากขึ้น ท่านครับ ช่วยกรุณาชาวสวนลำไยท่านช่วยกรุณาส่งเรื่องไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เยียวยาชาวสวนลำไยให้เร็วขึ้น ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
คุณศรีนวล บุญลือ ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาข้าเจ้าได้ลงพื้นที่ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากนายธรรมชาติ ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน หมู่ที่ ๘ บ้านผาหมอน จำนวน ๑๗๓ ครัวเรือน จำนวนประชากร ๖๔๕ คน และหมู่ที่ ๒๒ บ้านหนองหล่ม ๑๒๐ ครัวเรือน จำนวนประชากร ๔๐๐ คน ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ รวมแล้ว ๒๙๓ ครัวเรือน จำนวน ประชากร ๑,๐๔๕ คน มีปัญหาความเดือดร้อน เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยจะไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลหรือไปโรงพยาบาล มันอยู่ห่างไกล ระยะ ๑๕ กิโลเมตร และทางขึ้นเขา ลงเขา ย้ายคนไข้ติดเตียงก็ลำบาก ผู้สูงอายุก็เยอะ ปัจจุบันมีสำนักงานสาธารณสุขชุมชนบ้านผาหมอน แต่ยังขาดเจ้าหน้าที่ บุคลากรทางการแพทย์มาประจำศูนย์ที่หมู่บ้านผาหมอนและบ้านหนองหล่ม สัก ๒ คน เพื่อบรรเทาและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในยามเจ็บไข้ได้ป่วย ยิ่งคนไข้ติดเตียงไปมาลำบาก🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องความเดือดร้อนของทหารผ่านศึก อดีตที่ผ่านมาเมื่อยาม สุขภาพร่างกายแข็งแรงมาเป็นทหารกล้ารับใช้ชาติเพื่อปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ปัจจุบันนี้ทหารผ่านศึกยามอายุแก่ชรา บางคนมีลูกหลานเฝ้าคอยดูแลก็มีความสุข บางคนไม่มีลูกหลานดูแลและเป็นคนพิการติดเตียง ทุกข์ยากลำบากแสนเข็ญ บางคนยังเก็บ ขยะขายน่าสงสาร ทหารเหล่านี้ฝากข้าเจ้ามาเรียนฝากท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปถึง คณะกรรมาธิการการทหาร ออก พ.ร.บ. รักษาดูแลทหารเหล่านี้ด้วย และฝากท่านประธาน ไปยังรัฐบาลช่วยเหลือทหารผ่านศึกด้วยเจ้า โดยการจัดสรรงบหรือเงินผดุงเกียรติเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท เพื่อทหารผ่านศึกมีชีวิตที่เหลืออยู่อย่างสมเกียรติและศักดิ์ศรีของทหารนะเจ้า ขอกราบขอบพระคุณเจ้า🔗
คุณวุฒินันท์ บุญชู ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วุฒินันท์ บุญชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคก้าวไกล สืบเนื่อง จากปัญหาการจราจรในถนน สป. ๔๐๐๒ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าถนนหลังวัดหนามแดง ถนนหลังวัดหนามแดงมีความยาว ๘ กิโลเมตร ๒ ข้างทางเรียงรายไปด้วยหมู่บ้านจัดสรร ๕๐ โครงการ และมีสถานศึกษาถึง ๗ แห่ง แต่ปัญหาการจราจรโดยเฉพาะในช่วงเวลา เร่งด่วนมีประชาชนใช้พื้นที่ในนั้นจำนวนหลายพันคัน ปัญหาที่เกิดขึ้นบางครั้งวิกฤติถึงขั้นเป็น อัมพาต และสิ่งที่ได้พบเห็นเป็นประจำก็คือมีคนกระโดดลงจากรถและนำลูกหลานขึ้นซ้อน มอเตอร์ไซค์รับจ้างเพื่อไปส่งยังสถานศึกษา การจราจรติดค่อนข้างจะเป็นวิกฤติ จากวิกฤติ ในครั้งนี้ผมอยากจะให้ท่านประธานมีหนังสือไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ก็คือ สภ. บางแก้ว และ สภ. สำโรงเหนือ ให้เข้ามาร่วมมือกันวิเคราะห์และหาแนวทางแก้ไข ในการแก้วิกฤติการจราจรในครั้งนี้ และส่งเจ้าหน้าที่การจราจรหรือพนักงานการจราจร เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่ และอยากจะขออนุเคราะห์ จากเทศบาลเมืองบางแก้ว ถ้ามีเจ้าหน้าที่เทศกิจหรืออาสาสมัครจราจรให้เข้ามาช่วยสมทบ ในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และสุดท้ายอยากจะสอบถามและติดตาม ถนนโลคัลโรด (Local Road) หรือถนนเลียบใต้ทางด่วนที่จะมาออกเมกาบางนา เพื่อเป็น การแก้ปัญหาการจราจรแบบยั่งยืนอยากจะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ให้รับผิดชอบ และดูแลเรื่องปัญหาการจราจรของประชาชนในพื้นที่ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณสมศักดิ์ คุณเงิน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ คุณเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ ๗ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้รับคำร้องเรียนและได้มีการปรึกษาหารือต่อเนื่อง จากชมรมผู้บริหารนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอบ้านฝาง และอำเภอหนองเรือ คือในการพิจารณาแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่เราประสบอย่างต่อเนื่องตลอดมา ขออนุญาตครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อำเภอบ้านฝางเป็นอำเภอหนึ่งที่ติดกับเขื่อนอุบลรัตน์ แต่มีภูเขา คั่นตลอด ไม่มีแหล่งน้ำที่เป็นขนาดใหญ่ มีชลประทานขนาดกลาง ๒ แห่งเท่านั้นเอง แต่ที่อยู่ ติดกับอำเภอหนองเรือมีเป็นท้ายเขื่อน เป็นด้านเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ ทุกคนลงความเห็นร่วมกันว่าวิธีแก้ไขปัญหาคือต้องสร้างแหล่งน้ำดิบในเขื่อนอุบลรัตน์ ในทางด้านตอนเหนือด้วยกันขุดลอกแก้มลิงขนาดใหญ่ เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนที่จะสามารถ ที่จะนำน้ำเข้ามาสู่อำเภอบ้านฝาง โดยใช้ชลประทานระบบท่อเอามาให้ที่ชลประทาน ขนาดกลางทั้ง ๒ แห่งที่มีอยู่ที่ห้วยใหญ่และอ่างเก็บน้ำกกม่วง ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นจึงมีข้อเสนอแนะว่าเราควรที่จะดำเนินการ ๑. เพื่อที่จะขุดลอกเขื่อนอุบลรัตน์ เพื่อเป็นแหล่งเก็บน้ำขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น ๒. ขุดลอกแก้มลิงที่ฝายศิริในพื้นที่ของตำบลบ้านผือ อำเภอหนองเรือ เนื้อที่ประมาณ ๓,๐๐๐ ไร่ ๓. สร้างระบบกระจายน้ำ เพิ่มพื้นที่การเกษตร เข้ามาที่อำเภอบ้านฝางทั้ง ๗ ตำบล และบางส่วนของอำเภอหนองเรือ ที่ตำบลบ้านผือ ตำบลบ้านกง ตำบลจระเข้ ด้วยชลประทานระบบท่อ และขุดลอกชลประทานขนาดกลาง ที่ฝายใหญ่และอ่างเก็บน้ำกกม่วงที่อำเภอบ้านฝาง ก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน ขอกราบฝากท่านประธานได้กรุณาแจ้งไปให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ ดำเนินการต่อไปด้วยจักเป็นพระคุณครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
คุณศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอปากช่อง พรรคเพื่อไทย ผมได้เคยหาเลยท่านประธานเกี่ยวกับการตั้งโรงพยาบาลตำรวจ ๒ ในเขต อำเภอปากช่อง และการตั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในเขตอำเภอปากช่อง ตอนนี้ ผมตามเรื่องอยู่นะครับ วันนี้ผมขอหารือปัญหาเกี่ยวกับอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เดิมมีถนนสายมิตรภาพหมายเลข ๒ อยู่ในความดูแลของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ต่อมาในปี ๒๕๓๕ กระทรวงคมนาคมได้มีการส่งมอบถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒ ซึ่งอยู่ในใจกลางเมืองปากช่องให้กับท้องถิ่นคือเทศบาลเมืองปากช่อง แต่ไม่ได้มีการจัดสรร งบประมาณในส่วนที่ส่งมอบถนนแต่อย่างใดให้กับเทศบาลเมืองปากช่องเพื่อทำการซ่อมแซม บำรุงรักษา ขณะนี้ที่อำเภอปากช่องนั้นมีการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ ซึ่งต้องมี การขนส่งชิ้นส่วนคานสะพานที่มีน้ำหนักมาก และมีขนาดเกินกว่าพระราชบัญญัติทางหลวง ใช้บังคับเป็นปกติ จึงมีความจำเป็นต้องขออนุญาตเป็นพิเศษเพื่อนำชิ้นส่วนคานสะพาน ไปสร้างทางรถไฟความเร็วสูงจำนวนหลายพันชิ้นต่อเดือน จึงมีปัญหาข้อกฎหมายว่าผู้ขนส่ง หรือผู้รับเหมาขนส่งจะต้องได้รับอนุญาตจากทางหลวงท้องถิ่นก่อนที่จะทำการขนส่ง ดังนั้น จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องขออนุญาตให้ถูกต้องด้วย นะครับ และหากมีความเสียหายต่อผิวถนนหรือสะพานที่รถขนส่งที่มีชิ้นส่วนน้ำหนัก จำนวนเกินกฎหมายกำหนดวิ่งผ่าน การรถไฟต้องรับผิดชอบด้วยทุกกรณี🔗
เรื่องต่อมา เป็นการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ หมายเลข ๖ หรือที่เรียกว่า ทางมอเตอร์เวย์ (Motorway) อำเภอปากช่องยังมีปัญหาอีกมากมายที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงผ่านท่านประธานโปรดเร่งรัดให้รัฐบาลที่เหลือเวลาอีกไม่นานให้รับผิดชอบในส่วนที่รัฐบาล ได้ไปเซ็นสัญญาจ้างกับผู้รับจ้างให้แล้วเสร็จด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
คุณวิวรรธน์ นิลวัชรมณี🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ มีอยู่ ๔ เรื่องที่กระผมจะขอนำเรียนในวันนี้🔗
เรื่องที่ ๑ กับเรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่กระผมได้รับการร้องขอมาจากทาง นายอภิชาต มีเพียร รองนายกเทศบาลตำบลเกาะเต่า คือ ณ ตอนนี้ทางเทศบาลมีปัญหา ในเรื่องของการกำจัดขยะ ซึ่งขณะนี้ได้มีขยะที่กองอยู่ประมาณกว่า ๑,๐๐๐ ตัน และยังไม่นับ รวมกับที่จะเข้ามาในแต่ละเดือนอีกประมาณ ๕๐๐ ตัน ซึ่งเป็นปัญหาหลักในการสร้าง ภาพลักษณ์ของเกาะเต่า ซึ่งทางเทศบาลมีแผนที่จะจัดซื้อจัดจ้างเตาเผาเพื่อใช้ในการ กำจัดขยะ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นปัญหาเรื่องน้ำที่เป็นอีก ๑ ปัญหาหลักที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข บนเกาะเต่า ซึ่งทางเทศบาลตำบลเกาะเต่าได้จัดทำแผนการก่อสร้างฝายน้ำล้นบนพื้นที่ ทางสาธารณะ จำนวน ๑๐ สายตรงบริเวณแนวร่องน้ำสาธารณะทั้งหมดทั่วเกาะ ซึ่งก็ได้รับ ความเห็นชอบจากคณะจังหวัด พร้อมทั้งได้จัดทำแผนส่งเข้าจังหวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กระผมจึงขอฝากท่านประธานทั้ง ๒ เรื่องนำเรียนไปยังกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ให้รีบจัดสรรงบประมาณให้กับทางเทศบาลโดยเร่งด่วน ซึ่งก็จะเป็น ประโยชน์อย่างมหาศาลให้กับทางประชาชนชาวเกาะเต่า รวมถึงนักท่องเที่ยวด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่ ๒ เพียงแต่เกิดขึ้นที่ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย ในหลายหมู่บ้านที่ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนักในเรื่องการขาดแคลนน้ำ ในการใช้อุปโภค ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาซ้ำซากเกิดขึ้นบ่อยมาก จึงขอฝากท่านประธานนำเรียน ไปยังการประปาเขต สังกัดกระทรวงมหาดไทยให้รีบดำเนินการเรื่องนี้โดยด่วน และควรที่จะ จัดทำแผนระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๔ กระผมได้รับการร้องเรียนจากบริษัท ซีทราน เฟอร์รี่ ในเรื่องที่ ทางบริษัทเคยทำหนังสือร้องไปยังกรมเจ้าท่าให้เข้ามาซ่อมแซมท่าเทียบเรือที่ทางบริษัท ใช้บริการอยู่ ซึ่งตอนนี้ได้เกิดการชำรุดทรุดโทรมไปเป็นอย่างมาก ตามรูปภาพเลยครับ จึงขอฝากท่านประธานนำเรียนไปยังกรมเจ้าท่าให้รีบเข้ามาดำเนินการซ่อมแซมโดยด่วนครับ ก่อนที่อะไร ๆ มันจะสายไป ขอบคุณครับ🔗
คุณวิรัตน์ วรศสิริน ครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่เคารพ วิรัตน์ วรศสิริน วันนี้ขอหารือท่านประธานเรื่องชาวบ้านบ้านหัวนา ตำบลหัวไร่ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ ได้รับความเดือดร้อนจากหนองน้ำที่ใช้แจกจ่ายเป็นน้ำประปา ในหมู่บ้านแห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำ ขอภาพด้วยครับ ภาพ ๑ ภาพ ๒ เลยครับ🔗
หนองน้ำนี้ชื่อหนองบักบัว เป็นแหล่งน้ำผิวดิน แจกจ่าย ๒ หมู่บ้าน หมู่บ้านภักดีเจริญ และหมู่บ้านหัวนา มีประชากร รวม ๑,๑๗๘ คน จำนวนครัวเรือน ๓๕๔ ครัวเรือน ขอภาพที่ ๓ ด้วยครับ เมื่อปี ๒๕๕๙ มีโครงการประชารัฐมาขุดลอกปริมาณตามป้ายก็บอกว่าลึกเฉลี่ย ๔ เมตร ก็หมายความว่า ลึกสุดก็ต้อง ๘ เมตร ใช่ไหมครับท่านประธาน เมื่อหารเฉลี่ยแล้วถึงจะเป็น ๔ เมตร แต่ว่า ก็มาขุดลอกลึกสุดแค่ ๔ เมตร โดยอ้างว่าดินแข็ง เจอหิน ขุดไม่ลง ก็ทำให้เก็บกักน้ำได้น้อย ไม่เพียงพอต่อการใช้สอยของหมู่บ้าน ท่านประธานครับ ชาวบ้านขาดแคลนน้ำมาทุกปี พอถึงหน้าแล้งหนองนี้จะแห้ง น้ำประปาไม่พอใช้ ชาวบ้านต้องเปิดน้ำหยดเพื่อเอาไว้ใช้ เพราะฉะนั้นที่ผ่านมาชาวบ้านก็ได้พยายามขอความช่วยเหลือไปยัง อบต. แต่เนื่องจาก อบต. ห้วยไร่ไม่มีงบประมาณ แจ้งมาว่าไม่มีงบประมาณ ดังนั้นทางนายก อบต. ขอภาพสุดท้าย ด้วยครับ นายก อบต. นายวีระพันธ์ ชุยชม พร้อมด้วยปลัด อบต. นายพงศกร พลเดช และชาวบ้านได้นำคณะมาขอความช่วยเหลือผ่านนายอิทธิกร สุวะมาตย์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเสรีรวมไทย อำนาจเจริญ เขต ๑ วันนี้จึงนำเรียนหารือท่านประธานเพื่อขอ ความอนุเคราะห์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนด้วยครับ โดยหากได้รับการขุดให้ลึกขึ้นก็อาจจะมีปริมาณน้ำพอใช้ต่อความต้องการของประชาชน ทั้ง ๒ หมู่บ้านได้ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
คุณสวาป เผ่าประทาน🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสวาป เผ่าประทาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับการร้องทุกข์จากนายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทอง และประชาชนในพื้นที่ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาจุดกลับรถ แยกวังยาง-ตะแบกโพรง ระหว่างทางหลวงหมายเลข ๔ กม. ๓๖๒.๔ กม. ๓๖๒.๕ ตัดกับทางหลวงท้องถิ่นสายวังยาง-ตะแบกโพรง น้ำตกขาอ่อน หมู่ที่ ๔ ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นเขตชุมชน เป็นเส้นทางท่องเที่ยวโบสถ์ไม้ตาล และน้ำตกขาอ่อน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่ามีการใช้รถใช้ถนน หนาแน่นมาก และเกิดอุบัติบ่อยครั้งเฉลี่ยเดือนละประมาณ ๒-๔ ครั้ง สร้างความสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนมีความเสี่ยงในการเดินทางอย่างยิ่ง ซึ่งปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมานานกว่า ๑๐ ปี สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน เป็นอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา กระผมจึงขอเรียนผ่านท่านประธานสภาถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมเพื่อพิจารณาสั่งการส่วนงานที่กำกับดูแลได้ดำเนินการสำรวจตรวจสอบ และจัดทำโครงการก่อสร้างทางข้ามรถจุดทางหลวงหมายเลข ๔ ตัดกับทางหลวงท้องถิ่น สายวังยาง-ตะแบกโพรง เพื่อความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนต่อไปครับ ขอขอบคุณมากครับ🔗
คุณปดิพัทธ์ สันติภาดา🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา พรรคก้าวไกล จังหวัดพิษณุโลกครับ ตอนนี้ปัญหาที่ทำความ เดือดร้อนให้ชาวพิษณุโลกแล้วก็คนไทยกว่า ๕๒ จังหวัด ก็คือเรื่องของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ผมพูดอย่างนี้เราอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกนะครับ แต่ว่าตอนนี้ เรายังไม่เจอมาตรการใด ๆ ของรัฐบาลที่ก้าวหน้าขึ้นเลย ตอนนี้คนในภาคเหนืออายุเฉลี่ย น้อยกว่าคนในภาคอื่น ๒ ปีแล้วท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมมีเรื่องจะมาเสนอ เรื่องแรก คือเราควรจะต้องเปลี่ยนรถเมล์ควันดำเป็นอีวีบัส (EV BUS) ภายใน ๗ ปีได้แล้วครับ ตอนนี้ รถเมล์ในกรุงเทพฯ นั้นยังก่อมลพิษไม่รู้จบ อันที่ ๒ คือต้องมีการส่งเสริมให้มีการใช้รถ สาธารณะมากขึ้นจนนำไปถึงการมีวันอย่างเช่นคาร์ฟรีเดย์ (Car Free day) ได้ อันที่ ๓ คือต้องปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินภายในปี ๒๕๘๐ อันที่ ๔ คือต้องเลิกงบแก้ไฟป่า ที่ไม่โปร่งใสครับ จากกรณีของกรมอุทยานที่เราเห็นมีส่วยมีอะไรนี่ครับ ทำให้งบประมาณ ในการแก้ไฟป่าไม่เพียงพอ แล้วก็ยังทำให้เกิดความอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ดับไฟด้วย แล้วก็ อันที่ ๕ คือทำงานเชิงรุกในเวทีโลก เพราะว่าการแก้ฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) นั้นไม่ได้เป็นเรื่อง ของประเทศไทยแต่เพียงลำพัง แต่ว่าต้องร่วมมือกับทางประเทศเพื่อนบ้านด้วย ทั้งหมดนี้ ผมคิดว่าคุณประยุทธ์ไม่ทำแน่ ๆ พูดไปก็เท่านั้น แต่ว่ามีเรื่องที่กระทรวงต่าง ๆ ราชการ ต่าง ๆ สามารถเอาไปคิดได้ โดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม หรือว่ากระทรวงการต่างประเทศ ผมไม่ได้หวัง กับคุณประยุทธ์ พูดไปก็ไร้ประโยชน์ อันต่อมาก็คือเรื่องของตอนนี้กระทรวงมหาดไทย ให้ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ต่าง ๆ สำรวจ และแบบสำรวจยาวยืดเลย ๓๘ ข้อ เปิดสไลด์ (Slide) ไปเลยครับ🔗
แบบสำรวจพวกนี้ แล้วก็ต้องให้กรอก ลงในระบบคอมพิวเตอร์ แล้วให้เวลาแค่ ๒ เดือน นี่เป็นภาระที่คนคิดคิดได้อย่างไร ให้ทำแบบสำรวจนี้ และสำรวจประชากรทุกคน เด็กทุกคน แบบนี้ และจะทำให้จบภายใน ๒ เดือน นี่เป็นการใช้แรงงานที่ไม่เป็นธรรม แล้วก็ไม่ใช่บทบาทของผู้ใหญ่บ้าน อยากให้มีการ ทบทวน แล้วก็ขยายเวลา หรือว่าเพิ่มเบี้ย เพิ่มกำลังคนในการทำโพรเจ็กต์ (Project) นี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณยอดยิ่ง แสนยากุล🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ยอดยิ่ง แสนยากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ กลุ่มชาติพันธุ์ พรรคพลังท้องถิ่นไท ท่านประธานครับ กระผมเชื่อว่าทุกท่านที่อยู่ที่นี่คงจำวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ ได้ เพราะเป็นวันเลือกตั้งที่ทำให้พวกเรามาอยู่รวมกันที่นี่ แต่ในวันเดียวกันก็ได้มี ข่าวใหญ่ ๆ พอ ๆ กับข่าวการเลือกตั้ง คือราษฎรบ้านแม่กลองน้อยและแม่กลองใหญ่ ตำบลโมโกร อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก จำนวนเกือบ ๒,๐๐๐ คน ไม่ยอมไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สาเหตุมาจากกรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืชไม่อนุญาตให้มีการขยายแนวเขตไฟฟ้า ทั้งที่ เสาไฟฟ้าพาดผ่านมาถึงหน้าหมู่บ้านแล้ว ซึ่งราษฎรในพื้นที่ได้ทำเรื่องร้องขอมาเป็นเวลา ๑๐ ปี และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเองก็ได้จัดสรรงบประมาณรอไว้อยู่แล้ว เรื่องนี้กระผม ทราบว่าได้มีกรรมาธิการบางคณะได้ลงพื้นที่ แล้วก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติก็ได้ สะท้อนปัญหาผ่านสภามาแล้ว แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีการขยายแนวเขตไฟฟ้าให้กับราษฎร เมื่อวันเสาร์ วันอาทิตย์ที่ผ่านมา กระผมจึงได้ลงพื้นที่บ้านแม่กลองน้อย แม่กลองใหญ่ และทดลองใช้ชีวิตร่วมกับพวกเขา ๒ วัน ๑ คืน พบว่าการไม่มีไฟฟ้าใช้กับวิถีชีวิต ในปัจจุบันนี้มันลำบากจริง ๆ ท่านประธานครับ ผู้ใหญ่บ้านและราษฎรในพื้นที่ได้ให้กระผม มาแจ้งกับสภาแห่งนี้ว่าหากปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ พวกเขาจะไม่ยอมไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันอีกครั้งเช่นเดียวกับครั้งที่ผ่านมา พวกเขาพร้อมที่จะ ยอมรับผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมา ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกลุ่มชาติพันธุ์ กระผมเป็นห่วง เป็นห่วงทั้งกับระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนถึงกับต้องอาศัยการเลือกตั้ง มาเป็นเครื่องมือและหน่วยงานของรัฐก็อาศัยแต่กฎหมายอยู่เหนือความเดือดร้อนของ ประชาชน ดังนั้นกระผมจึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้โปรดพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหานี้เป็นการด่วนด้วยการอนุญาตให้มี การขยายแนวเขตไฟฟ้าให้กับราษฎรทั้งสองหมู่บ้านก่อนที่จะถึงการเลือกตั้งครั้งนี้นะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
คุณศักดินัย นุ่มหนู ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล เนื่องจากว่า เวลาของการที่จะได้นำปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชนมาหารือต่อสภานี่ ก็เหลือไม่มากนะครับ ผมก็เลยอยากที่จะได้ฝากประเด็นสำคัญ ๆ ของจังหวัดตราดไว้ให้กับ รัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลนี้หรือรัฐบาลหน้าได้ช่วยดำเนินการในเรื่องสำคัญต่อไปนี้นะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับแหล่งน้ำ ก็ขอให้มีการดำเนินโครงการ อ่างเก็บน้ำคลองพร้าวที่อำเภอเกาะช้าง ให้ดำเนินการต่อให้แล้วเสร็จ อันที่ ๒ ก็เป็นเรื่อง ของโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ ตำบลสะตอ อำเภอเขาสมิง ซึ่งจะมีแผนที่จะบรรจุไว้ใน แผนงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ เพียงแต่ว่ามันเคยเลื่อนมายาวนานโดยตลอด ก็อยากที่จะให้ กำหนดเอาไว้ตามแผนงานงบประมาณ แล้วก็เรื่องที่ ๓ ก็คือสร้างอ่างเก็บน้ำวังตาสังข์ ที่อำเภอแหลมงอบ ซึ่งก็จะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนให้กับพี่น้องเกษตรกรนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องด่านการค้าชายแดน ก็อยากที่จะให้มีการเร่งยกระดับ ด่านชายแดนใน ๒ พื้นที่ด้วยกัน ก็คือด่านชายแดนบ้านท่าเส้น ที่ตำบลแหลมกลัด อำเภอเมือง แล้วก็ด่านชายแดนที่บ้านมะม่วง อำเภอบ่อไร่ ให้เป็นด่านผ่านแดนถาวร ตรงนี้ ก็เพื่อประโยชน์ทางการค้า แล้วก็การท่องเที่ยวของจังหวัดตราดนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวก็คือโครงการ ถนนรอบเกาะช้างอยากให้เดินหน้าไป ซึ่งตอนนี้ก็เป็นไปตามโครงการล่ะครับ เพียงแต่ว่า ไม่อยากให้โครงการนี้ต้องสะดุดนะครับ อันที่ ๒ ก็คือสร้างสะพานข้ามเกาะช้าง ตอนนี้ ประชาชนมีคณะทำงานในพื้นที่ก็ดำเนินการสำรวจความคิดเห็น แล้วก็เป็นความต้องการ ของพี่น้องประชาชน อันที่ ๓ ก็เป็นการขยายโครงการถนนบูรพาชลทิศจากจังหวัดจันทบุรี เชื่อมมาให้ถึงจังหวัดตราด แล้วก็อันที่ ๔ ก็คือพัฒนาโครงการท่าเรือเอนกประสงค์คลองใหญ่ ที่อำเภอคลองใหญ่ ที่ใช้งบประมาณถึง ๑๒,๙๐๐ ล้านบาท ยังไม่ได้ใช้ทำประโยชน์ ก็อยาก ให้มาพัฒนาเพื่อประโยชน์ทางด้านการท่องเที่ยว ขอขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
คุณบุญญาพร นาตะธนภัทร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางบุญญาพร นาตะธนภัทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ดิฉันขอหารือไปยังท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรเพื่อนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอำเภอบางใหญ่ อำเภอบางบัวทอง และอำเภอปากเกร็ด มาเรียนต่อที่ประชุมเพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาดังต่อไปนี้🔗
ด้วยพี่น้องประชาชนอำเภอบางใหญ่ อำเภอบางบัวทอง และอำเภอปากเกร็ด จำนวนมาก ได้ร้องเรียนมายังดิฉันถึงความเดือดร้อนและความลำบากในการสัญจรบริเวณ ถนนกาญจนาภิเษก วงแหวนตะวันตก บริเวณบางใหญ่ บางบัวทองเชื่อมต่อถนนชัยพฤกษ์ หรือทางหลวงชนบท ดบ. ๓๐๓๐ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีบ้านเรือนประชาชนและหมู่บ้าน จัดสรรเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ถือว่าเป็นชุมชนเมืองที่มีอัตราการขยายตัวเพิ่มสูงมาก แต่ขาดระบบขนส่งมวลชนที่มีคุณภาพในการรับรองการเจริญเติบโต ทำให้การสัญจรของ พี่น้องประชาชนบริเวณดังกล่าวจำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระค่าครองชีพ และสร้างมลพิษทางอากาศมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเพื่อให้การสัญจรของพี่น้องประชาชนบริเวณ ดังกล่าวได้รับการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและลดภาระค่าครองชีพลง ดิฉันจึงขอให้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยได้พิจารณาดำเนินการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีคลองบางไผ่ไปยังสถานีแยกปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีชมพู เพราะยังขาดการเชื่อมต่อ ระบบไฟฟ้าอยู่ ท้ายที่สุดนี้ดิฉันจึงกราบเรียนมาเพื่อขอความกรุณาจากท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรได้โปรดนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอำเภอบางใหญ่ อำเภอบางบัวทอง และอำเภอปากเกร็ด มาพิจารณาเพื่อหาหนทางช่วยเหลือโดยเร็วต่อไป จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา ขอขอบคุณค่ะ🔗
คุณวิสาร เตชะธีราวัฒน์🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย กระผมขออนุญาตหารือ ท่านประธานในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับเรื่องโจรออนไลน์ (Online) และภัยไซเบอร์ (Cyber) ครับ ท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้มีความเสียหายเป็นอาชญากร อันดับ ๑ ของประเทศ ธุรกิจทั้งหมด ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นการพนันออนไลน์ (Online) แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) แม้กระทั่งการฟอกเงินครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้มันมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องทำให้พี่น้องประชาชนต้องเป็นเหยื่อ เป็นล้าน ๆ ราย ทั่วประเทศเดือดร้อนหมดครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมขออนุญาต ท่านประธานได้เสนอคลิป (Clip) นะครับ🔗
ว่าขณะนี้มีคนไปกู้เงิน ๒,๐๐๐ บาท แต่ว่าโดนเก็บดอกไปจนถึง ๗๐,๐๐๐ บาท และที่น่าอเนจอนาถที่สุดก็คือเมื่อเดือนที่แล้ว เด็กนักเรียน ม ๓ ต้องการที่จะหาเงินไปเรียนหนังสือ แต่ปรากฏว่าถูกแก๊งเหล่านี้กดดัน จนต้องฆ่าตัวตายครับ ผมเรียนท่านประธานว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลไม่ได้ ให้ความจริงใจในการแก้ปัญหา ที่อำเภอพานของผมที่จังหวัดเชียงรายครับ เดือนหนึ่งมีคดี ที่ต้องไปแจ้งที่โรงพัก ๓๐ คดีครับ ทั่วประเทศมี ๑๘๐,๐๐๐ คดี และมีความเสียหายทาง เศรษฐกิจถึง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขณะนี้ถ้ารวม ๆ ไปแล้ว ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รัฐบาลอยู่ได้อย่างไรครับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดูแลกำกับ สตช. ดูแลกำกับองคาพยพ เครื่องไม้เครื่องมือทุกอย่างมีครับ ผมหารือท่านประธานวันนี้ผมอยากจะเรียกร้องว่า พลเอก ประยุทธ์ จะเอาเวลาไปหาเสียงหรือครับ เรื่องเหล่านี้ไม่ได้คิดเป็นนโยบาย ที่เอาจริงเอาจัง ท่านปิดหูปิดตาไปถึงไหนครับ และที่สำคัญก็คือว่าท่านอยากจะให้ พี่น้องประชาชนคนไทยตายไปอีกกี่ศพ สังเวยไปอีกกี่ศพ เรื่องนี้ถึงจะได้รับการแก้ปัญหาครับ เพราะฉะนั้นขอฝากท่านประธานว่าถ้าทำไม่ได้นะครับ ยุบสภาครับ เดี๋ยวรัฐบาลหน้าเราจะ มาทำให้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
คุณบุญลือ ประเสริฐโสภา🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายบุญลือ ประเสริฐโสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๕ พรรคภูมิใจไทย ขอหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ด้วยวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เวลา ๐๓.๓๕ นาฬิกา ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน โรงพยาบาลดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ผมได้ไป เยี่ยมเยียนกับท่านสรอรรถ กลิ่นประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และพบกับแพทย์หญิงปาจรีย์ อารีย์รบ และนายแพทย์สันติ สุขหวาน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลดำเนินสะดวก ทราบว่าได้ย้ายผู้ป่วยทัน ไม่มีผู้บาดเจ็บ มีอุปกรณ์ เกิดความเสียหาย เช่น เครื่องอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) ๒ เครื่อง เครื่องออโต้ ซีพีอาร์ (Auto CPR) และเครื่องมอนิเตอร์ (Monitor) ตลอดจนเครื่องกระตุกหัวใจและอุปกรณ์อื่น ๆ ซึ่งได้เกิดความเสียหาย ต้องปรับปรุงห้องฉุกเฉินโดยใช้งบประมาณเกือบ ๒๐ ล้านบาท เรียนว่าห้องฉุกเฉินนี้เป็นห้องที่มีความสำคัญ พี่น้องชาวดำเนินสะดวกจะต้องใช้วันละกว่า ๑๐๐ คน วันนี้ผู้อำนวยการได้ตั้งเต็นท์ชั่วคราวเพื่ออำนวยความสะดวก ผมไม่อยากเห็นการ เรี่ยรายเงินเพื่อทอดผ้าป่านะครับ ผมคิดว่าจะเป็นการรบกวนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ก็จึง อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีช่วยเร่งจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็น การแก้ไข🔗
สุดท้ายขอขอบพระคุณกระทรวงคมนาคม โดยท่านรัฐมนตรีศักดิ์สยาม ชิดชอบ และแขวงการทางสมุทรสงคราม ผอ. ปิยวัฒน์ ไทรงาม ที่ได้จัดสรรงบประมาณ แก้ไขปัญหาติดตั้งสัญญาณไฟจราจรหน้าโรงพยาบาลดำเนินสะดวกและแยกปากดง อำเภอบางแพ ซึ่งพี่น้องประชาชนรอคอยมานับสิบปี ซึ่งขณะนี้ได้เปิดดำเนินการแล้ว ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
คุณจิรทัศ ไกรเดชา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจิรทัศ ไกรเดชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องมาหารือกับท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม🔗
ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายวีระชัย กุลสวัสดิ์ นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลพระยาบันลือ เรื่องถนนสายลาดบัวหลวง-ไม้ตรา ระยะทางประมาณ ๑๙ กิโลเมตร ซึ่งเป็นถนน ๒ เลน (Lane) จราจร ตอนนี้ได้มีส่วนขยายไปประมาณ ๖ กิโลเมตร เหลืออีกประมาณ ๑๓ กิโลเมตร ก็อยากให้ขยายถนนจาก ๒ เลน (Lane) จราจร เป็น ๔ เลน (Lane) จราจร เพื่อลดปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนและ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาบนถนนสายนี้ด้วยครับ โดยเฉพาะ ช่วงเวลากลางคืนจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ก็อยากให้มีการเร่งดำเนินการโดยเร่งด่วนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ที่สัญจรไปมาบนถนน สายปากคูตาฉัตร อำเภอลาดบัวหลวง อำเภอเสนา ซึ่งเป็นถนน ๒ เลน (Lane) จราจร ไม่มีไฟฟ้าส่องแสงสว่างทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะปากทางคูตาฉัตรถึงวัดคู้สลอด ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร ซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางหลวงชนบทเร่งติดตั้งไฟฟ้าส่องแสงสว่าง เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ที่สัญจรไปมาบนถนนสายนี้ ถนนหมายเลข ๔๐๐๙ รับผิดชอบโดยทางหลวงชนบท พระนครศรีอยุธยา🔗
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาบน ถนนสายเสนา-ปทุมธานี ซึ่งทำการก่อสร้างอยู่ในขณะนี้แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งหมดสัญญา ไปแล้ว ทำให้พี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาบนถนนสายนี้ประสบอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ทำให้มีทั้งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ก็อยากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร่งด่วน อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลสงกรานต์ พี่น้องประชาชนสัญจรไปมากันอย่างมากมายเลยนะครับ ก็ขอหารือกับท่านประธานไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร่งด่วนครับ ขอกราบสวัสดีครับ🔗
นายสุรบถ หลีกภัย ครับ🔗
ขอสไลด์ (Slide) ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สุรบถ หลีกภัย ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ วันนี้ผมจะ มาพูดเรื่องที่เป็นปัญหาสำคัญเกี่ยวกับชีวิตของคนไทยทุกคนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข อย่างเต็มที่ครับ นั่นคือเรื่องปัญหามลพิษฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) หน้าต่อไปนะครับ จากสถานการณ์ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ในประเทศไทย ในช่วงที่ผ่านมาจะพบว่า กรุงเทพมหานครมีค่าดัชนีคุณภาพอากาศสูงถึง ๑๙๒ ซึ่งสูงมาก ๆ มีมลพิษเป็นอันดับ ๔ ของโลก ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะครับ ซึ่งเป็นค่าที่อันตรายและมีผลกระทบต่อทุกคน ไปดูสาเหตุ ในหน้าต่อไปกันครับ สาเหตุหลัก ๆ ของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ก็คือภาคอุตสาหกรรม มีการปล่อยควันเสียที่มีมลพิษเกินค่ามาตรฐาน โดยที่ไม่มีใครมากำกับดูแลและจัดการกับ โรงงานพวกนี้ได้ รวมถึงยานพาหนะรุ่นเก่าที่ยังคงปล่อยให้วิ่งบนท้องถนน และการลักลอบ เผาป่าด้วยก็มีส่วนครับ ไปหน้าต่อไปกันครับ มาดูความน่ากลัวที่เพิ่งอัปเดต (Update) กันมา จากรายงานในวารสารสมาคมโรคหัวใจพบว่าปริมาณฝุ่นเล็กจิ๋วที่เพิ่มขึ้นทุก ๑๐ ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร จะทำให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจสูงขึ้น ซึ่งการศึกษานี้เป็นการตอกย้ำว่าฝุ่น พีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ไม่ได้ทำร้ายแค่ปอด แต่ยังมีผลต่อหัวใจในลักษณะเฉียบพลันด้วยครับ และที่น่ากลัวที่สุดก็คือในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่ผ่านมาประชาชนในประเทศไทยกว่า ๓๒,๐๐๐ คน ได้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยมลพิษทางอากาศ และยังส่งผลให้อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไทย ทุกคนรวมถึงพวกเราในห้องนี้ลดลงกว่าเดิมอีก ๒ ปีครับ ทีนี้เรามาดูการแก้ไขปัญหากัน ในหน้าต่อไปครับ ทุกท่านคงเห็นแล้วว่าปัญหาเรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) นั้นเป็นเรื่องที่ ต้องแก้ไขเร่งด่วนแค่ไหน ซึ่งผมทราบมาว่ามีการยื่น พ.ร.บ. อากาศสะอาดมาแล้ว แต่ติด ตรงที่รอการอนุมัติจากท่านนายกรัฐมนตรี จึงอยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีเร่งอนุมัติเรื่องนี้ โดยด่วนที่สุดนะครับ เพราะมันเกี่ยวกับชีวิตของพวกเรา เพราะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า มันเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้นครับ ขอบพระคุณครับ🔗
นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะคะ🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนมาจากบังอารี ชุมชนลาดบัวขาวพัฒนา ว่าได้ทำเรื่องขอไฟฟ้าส่องสว่างที่ลานกีฬาชุมชนไปเป็นเวลานานแล้ว จนบัดนี้ผ่านมาหลายปี ก็ยังไม่ได้รับการดูแล ซึ่งสนามกีฬาแห่งนี้เด็ก ๆ ในชุมชนได้ใช้ประโยชน์ ใช้เวลาว่างที่มีอยู่ มาเล่นกีฬาออกกำลังกายกัน ถ้าหากว่าหน่วยงานรัฐเห็นถึงความสำคัญตรงนี้แล้ว ดิฉันโปรด เลยนะคะว่าขอให้ไปดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างที่ลานกีฬาของชุมชนลาดบัวขาวพัฒนา ด้วยค่ะ🔗
จุดที่ ๒ ดิฉันขอประสานไปทางสำนักงานเขตลาดกระบัง รวมถึงได้ประสาน กับการไฟฟ้านครหลวง ได้โปรดติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง รวมถึงซ่อมแซมจุดที่ชำรุดไปแล้ว ของไฟฟ้าส่องสว่างริมคลองลาดบัวขาว ตรงนี้ดิฉันได้รับแจ้งมาจากบังสมศักดิ์ที่แจ้งว่า ตอนนี้มีไฟชำรุดหลายดวง แล้วก็เส้นทางเดินนั้นเปลี่ยวมาก มืดมากเป็นอันตรายกับ พี่น้องประชาชนค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ดิฉันขอประสานไปถึงสำนักงานเขตลาดกระบัง สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ให้ได้ปรึกษาหารือกับนิคมชุมชนนำไกรที่ต้องร่วมกันซ่อมแซมสะพาน ข้ามคลองประเวศบุรีรมย์ ตรงนิคมนำไกร เนื่องจากว่าสะพานนั้นถูกติดว่ามีสภาพชำรุด แต่เป็นเส้นทางที่มีความสำคัญในการคมนาคมของพี่น้องในชุมชน ตรงนั้นเป็นที่เอกชนก็จริง แต่มีประชาชนที่อยู่รายรอบไปใช้ประโยชน์เป็นจำนวนมาก ดิฉันคิดว่าถ้าหาก ๒ หน่วยงานนั้น ทำความเข้าใจกันและตกลงร่วมกันว่าจะใช้เป็นพื้นที่สาธารณะจะเป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่งค่ะ🔗
เรื่องที่ ๔ ดิฉันขอให้ทางสำนักงานเขตลาดกระบัง สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานครได้เข้าลอกคลองลำอ้อตันด้วย เพราะมีผักตบชวาหนาแน่น ขอบคุณ ท่านประธานค่ะ🔗
คุณยศวัฒน์ มาไพศาลสิน🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย เมื่อวานนี้ผมเองได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาว ตำบลเขาสามสิบหาบ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ในเรื่องของการทำประชาคมหรือ ประชาพิจารณ์ในเรื่องรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการขอสัมปทานเหมืองแร่หินของหมู่ที่ ๖ ตำบลเขาสามสิบหาบ ซึ่งเชื่อมกับหมู่ที่ ๙ ตำบลพังตรุ อำเภอท่าม่วง พี่น้องประชาชน ตามภาพครับ ส่งมาให้ผม🔗
เข้าร่วมประมาณเกือบ ๆ พันคน ในการรับฟังตรงนี้ ซึ่งทางอุตสาหกรรมจังหวัดเป็นแม่งานในการที่จะดำเนินการในการให้ ประทานบัตรทำเหมืองแร่หิน ปรากฏว่าเป็นการเริ่มต้นแต่ว่าพี่น้องประชาชนนั้นได้มีการ คัดค้านตั้งแต่ต้นแล้วก็ร้องเรียนกับผมว่าเป็นห่วงเหลือเกินว่าในการออกสัมปทานบัตรนั้น กลัวก็จะไม่ได้เป็นไปตามความต้องการของชาวบ้าน เพราะชาวบ้านนั้นมีความกลัวในเรื่อง ของมลพิษที่จะถึงลูกหลานเขาในอนาคตตามที่เราทราบกันว่าที่ไหนที่มีโรงโม่หิน หรือว่า ที่ไหนที่มีการระเบิดได้รับสัมปทานหิน ชาวบ้านในตรงนั้นจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพครับ จึงฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของฤดูนี้เป็นฤดูอ้อยซึ่งเป็นฤดูเก็บเกี่ยว ปีหนึ่งจะมีการ ตัดอ้อย เก็บเกี่ยวเข้าโรงงานเพียงระยะเวลาประมาณ ๓-๔ เดือน วันนี้พี่น้องชาวเกษตรกร ต้องนำรถบรรทุกที่ใช้เพียงแค่ปีหนึ่ง ๓-๔ เดือนนั้นบรรทุกอ้อย แล้วก็ปัญหาที่พวกเรา ได้พบกันนั่นก็คืออ้อยหล่นกลางถนนอย่างมากมาย แล้วก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ เยอะ และขณะเดียวกันพี่น้องชาวอ้อยก็บอกกับผมว่าให้นำเสนอไปยังกระทรวงคมนาคมว่า ให้กระทรวงคมนาคมนั้นได้ออกแบบทำอย่างไรต่อเติมกล่องบรรทุกอ้อยให้ถูกต้อง เพื่อที่ เขาจะได้ทำมาหากินอย่างถูกต้องแล้วก็ปลอดภัยต่อชีวิตแล้วก็ทรัพย์สินของประชาชน ใช้รถใช้ถนน กราบขอบพระคุณครับ🔗
คุณกฤษฎา ตันเทอดทิตย์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม กฤษฎา ตันเทอดทิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่องดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ที่บ้านบอน หมู่ ๔ ตำบลหาดคำ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ปัจจุบันสะพานที่เชื่อมในหมู่บ้านแบ่งออกเป็น ๒ ฝั่ง ซึ่งพี่น้องประชาชนได้ร้องเรียนมาเป็น เวลาหลายปีแล้ว จริง ๆ เรื่องนี้ผมเคยหารือที่สภาแห่งนี้แล้วเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ๒ ปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรีบ เข้าดำเนินการด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ที่บ้านสระใคร หมู่ ๓ วัดดงคำแก้ว ตำบลสระใคร อำเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย ถนนเชื่อมระหว่างบ้านสระใครและตำบลคอกช้าง ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร มีสภาพชำรุดแล้วก็เป็นหลุมเป็นบ่อ ปัจจุบันการสัญจรไปมายากลำบาก ทำให้ พี่น้องประชาชนเสี่ยงแล้วก็ได้รับอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการ ปรับสภาพถนนด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ที่บ้านห้วยทราย หมู่ ๑๑ ตำบลบ้านฝาง อำเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย ปัญหาก็คือว่าปัจจุบันนี้พี่น้องประชาชนขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคและ บริโภค เมื่อเร็ว ๆ นี้ทางราชการได้ขุดเจอน้ำบาดาล ๒ แห่ง แต่ก็ยังไม่เพียงพอในการใช้งาน ของพี่น้องประชาชน ผมอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปสำรวจแก้ไขขุดน้ำบาดาลเพิ่ม หรือไปทำประปาหมู่บ้านให้พี่น้องประชาชนมีน้ำไว้ใช้ให้เพียงพอด้วย ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป คุณรณเทพ อนุวัฒน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จำนวน ๑ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องแรก สืบเนื่องจากว่าในปี ๒๕๔๓ รัฐได้ออกพระราชกฤษฎีกายกพื้นที่ ป่าไม้ในเขตพื้นที่ของตำบลสระสี่เหลี่ยม หัวถนน หนองปรือ หนองเหียง นาวังหิน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี และที่ดินที่ตำบลท่าบุญมี อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ที่อยู่ทางด้านขวาของถนนทางหลวงหมายเลข ๓๓๑ ชลบุรีไปฉะเชิงเทรา ให้เป็นพื้นที่ ปฏิรูปทั้งผืน ก็คือ ส.ป.ก. ๔-๐๑ เนื่องจากทุกตำบลนั้นเรียงชิดติดกันเป็นระยะทางที่ยาว แล้วก็พร้อมที่จะออกเอกสารสิทธิให้กับผู้เข้าครอบครองทำประโยชน์ แต่เนื่องจากว่า คณะกรรมการปฏิรูปในเวลานั้นเข้าใจผิดคิดว่าพื้นที่ของหมู่ที่ ๘ ตำบลหนองปรือ อำเภอพนัสนิคม เป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตของตำบลหนองเหียง จึงไม่ได้เดินสำรวจออก เอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ๔-๐๑ ทำให้ที่ดินที่ตำบลหนองปรือนั้น เป็นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ กระผม จึงขอกราบเรียนฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้โปรด ดำเนินการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เดินสำรวจออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ๔-๐๑ หรือออก เอกสารสิทธิที่ดีกว่าเดิม ก็คือโฉนดหรือ น.ส. ๓ เนื่องจากว่าสภาพป่านั้นได้หมดสิ้นไปแล้ว จึงขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงได้โปรดดำเนินการแก้ปัญหา ดังกล่าวด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
คุณอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แขวงการทางอำเภอสว่างแดนดิน และหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานคะ ดิฉันมีหนังสือร้องเรียน ๓ ฉบับ จะยื่นต่อหน้าบัลลังก์ถึงท่านประธานต่อไปค่ะ🔗
เรื่องขอให้แก้ปัญหาช่องจราจรบนถนนหมายเลข ๒๒ สกลนคร - อุดรธานี บริเวณโรงเรียนบ้านดงสวรรค์ (คุรุราษฎร์รังสรรค์) ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นางอมิลตรา วงศ์เสาร์เนาว์ ผู้อำนวยการ โรงเรียน หมู่ที่ ๑๓ นายอัฐพล ศรีจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านหนองไผ่ หมู่ที่ ๗ นายจีรวัฒน์ อุดชุมพิสัย ผู้ใหญ่บ้านโนนสวรรค์ หมู่ที่ ๑๘ ช่องจราจรกลับรถทั้ง ๒ ฝั่ง ห่างจากโรงเรียนประมาณ ๑ กิโลเมตร เดือดร้อนผู้ปกครองเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ทั้ง ๒ ช่องจราจรกลับรถ ไกลกันมาก ถ้าจะนับทั้ง ๒ ที่ที่กลับรถ เป็น ๒ กิโลเมตรพอดี ทำให้ผู้ปกครองที่มาส่ง ลูกหลานมาโรงเรียนต้องกลับรถระยะทางไกลเกินไป ดิฉันไปเห็นกับตาค่ะ พอมาถึง หน้าโรงเรียนอีกฝั่งหนึ่ง แม่ลูก ๒ คน จูงมือกันวิ่งตัดถนน ๔ เลน (Lane) ไกลเกินไป เพราะว่าวันนั้นแม่ลูกคู่นั้นปั่นจักรยานมาคงจะเหนื่อยมากแล้ว ก็เลยเห็นความเดือดร้อนของ ทั้งผู้ปกครองและนักเรียน ผู้ร้องทั้ง ๓ คน ต้องการให้ตัดแยกช่องจราจรจุดเข้าออกโรงเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองและนักเรียนอนุบาล ๑ ถึง ป. ๖ ปลอดภัยทุกคนค่ะ ถนน ๔ เลน (Lane) ก็คือความเจริญรุ่งเรืองของท้องถิ่น ถนน ๔ เลน (Lane) วิศวกรจราจรกับวิถีชีวิตประจำวัน ต้องอยู่ร่วมกันได้และปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
คุณเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) เป็นปัญหาหลัก ซึ่งเกิดขึ้นอย่างมากมายกับประเทศเราในช่วง ที่ผ่านมา เมื่อจากอาทิตย์ที่แล้วเราจะเห็นว่าเกิดพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) อย่างมาก ซึ่งทุกคน จะมีอาการ หลาย ๆ ท่านจะมีอาการเป็นลมพิษ ปวดหัวต่าง ๆ ซึ่งเป็นอาการขั้นต้น ที่จริง แล้วพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) เป็นปัญหาที่สำคัญมากต่อสุขภาพของเรา แล้วสิ่งที่สำคัญที่ทำให้ เกิดปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) มากที่สุดเลยนะครับ ร้อยละ ๕๕ นี่เกิดจากรถยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ๓๕ เปอร์เซ็นต์ เกิดจากการเผาขยะต่าง ๆ ส่วน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม ที่เป็นผู้สร้างพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) อยากฝากไปถึงหน่วยงานกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะหน่วยงานที่ดูแลกำกับการนำเข้า รถยนต์ไฟฟ้า ควรส่งเสริมให้มีการลดภาษีนำเข้าให้มากกว่านี้ รวมไปถึงลดภาษีสรรพสามิต ในแบตเตอรี่นะครับ แล้วก็รวมไปถึงรถลิสซิง (Leasing) ดอกเบี้ยต่ำสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมีต้นทุนยังสูงอยู่นะครับ รณรงค์ให้ประชาชนใช้รถไฟฟ้ามากขึ้นโดยการกำหนดให้มีการ เดินทางจากบ้านไปสู่รถไฟฟ้า รถไฟฟ้าสู่ออฟฟิซ (Office) อย่างสะดวกสบายมากขึ้นนะครับ ส่งเสริมให้มีการใช้เวิร์ก ฟอร์ม โฮม (Work From Home) ในวันที่มีค่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) สูงเกินและอันตรายนะครับ ทุกคนสามารถอยู่บ้านแล้วก็ทำงานจากที่บ้าน ไม่ออกไปข้างนอก เพื่อสร้างภาระเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงฝากให้กับกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมให้สนับสนุนงบประมาณในการสร้างแอปพลิเคชัน (Application) ในการดูพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ให้ฟรีและสะดวกรวดเร็วนะครับ เท่าที่ทราบมีกองทุนดิจิทัล อยู่ตรงนี้มีงบประมาณซัพพอร์ต (Support) ตรงนี้ได้อยู่ ที่ผ่านมามีการทำแอปพลิเคชัน (Application) ตรงนี้มาบ้างแล้ว แต่อยากพัฒนาให้ดีขึ้น รวมไปถึงแอปพลิเคชัน (Application) อื่น ๆ ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงและดูได้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
สมาชิกที่เคารพครับ ผมขอแสดงความชื่นชมตั้งแต่ท่านมนพรไปถึงท่านสุดท้ายคุณเอกสิทธิ์ ทุกคนได้บริหารเวลา และเสนอเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อ ๒๐๖ คน องค์ประชุม ต้อง ๒๐๘ คน ครับ ประเดี๋ยวก็ครบแต่ว่าที่จริงแล้วกระทู้สามารถพิจารณาไปได้เลย แต่โดย ที่ทราบว่ากระทู้เลื่อนเกือบทั้งหมดนะครับ ผมขออนุญาตขอเวลาสมาชิกประมาณสัก ๖ นาที เพื่อไปเอาเอกสารสำหรับพิจารณาวาระต่อไปนะครับ ขอพักสัก ๖ นาทีครับ🔗
พักประชุมเวลา ๑๐.๓๗ นาฬิกา🔗
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ โดยปกติแล้วตามข้อบังคับ เมื่อมีสมาชิกมาลงชื่อไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งก็จะเป็นองค์ประชุม แต่ในกรณีที่มีกระทู้ถาม อนุญาตว่าเมื่อสมาชิกมาลงชื่อไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ก็สามารถ ที่จะดำเนินการไปได้ แต่บัดนี้มีสมาชิกมาลงชื่อแล้ว ๒๑๘ คน องค์ประชุมในขณะนี้หมายถึง เวลานี้เดี๋ยวก็เปลี่ยนแปลงไปอีก ขณะนี้เรา ๒๑๘ องค์ประชุมก็ครบ ผมก็ถือโอกาส เปิดประชุมเลยนะครับ🔗
สำหรับห้องใหญ่นั้นก็จะมีกระทู้ถาม กระทู้ถามสด กระทู้ถามทั่วไป สำหรับห้องแยกกระทู้ถามแยกเฉพาะนั้น ก็จะมีท่านรองประธานศุภชัยทำหน้าที่เป็นประธาน ท่านรองประธานสุชาติยังไม่สบาย วันนี้ก็จะสลับผมกับท่านรองประธานศุภชัยครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
เราบรรจุ ๓ กระทู้ แต่เรียนสมาชิกทราบว่ากระทู้ถามสด รัฐมนตรีขอเลื่อน ทั้ง ๓ กระทู้ครับ สมาชิกเจ้าของกระทู้ อนุญาตให้ฝากข้อสังเกตได้นะครับ เนื่องจาก ไม่มีการถามก็ไม่มีประเด็นขึ้นมา🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถามที่ ๒๔๐ ส. (นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๒๔๑ ส. (นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
๑.๑.๓ กระทู้ถามที่ ๒๔๒ ส. (นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ขออนุญาตครับ🔗
อนุญาตครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็เป็นที่น่าเสียดายที่วันนี้ท่านรัฐมนตรีไม่ให้ความสำคัญกับสภาแห่งนี้ เรื่องตอบกระทู้ ทั้ง ๆ ที่ก็รู้อยู่ว่าสภากำลังจะหมดอายุปลายเดือนนี้ อย่างไรก็ตามวันนี้ สภายังอยู่ ผมขอทำหน้าที่ของผม แล้วก็ใช้เวลาตามโควตาของผมเพื่อฝากถามไปถึง ท่านรัฐมนตรีศักดิ์สยาม ชิดชอบ ให้ตอบผ่านสื่อสาธารณะ🔗
คุณสุรเชษฐ์ครับ ผมอนุญาตให้ท่านฝากข้อสังเกตได้สั้น ๆ นะครับ เพราะว่าเมื่อรัฐมนตรีไม่ตอบกระทู้ ก็ไม่สามารถที่จะถามได้ครับ แต่ว่าอนุญาตให้ฝากข้อสังเกตไว้ได้ครับ🔗
ท่านประธานครับ ก็มีหลายครั้งที่ขออนุญาตฝากกระทู้แล้วก็เป็นคำถามที่ชัดเจนครับ🔗
ฝากไปได้ครับ🔗
ในประเด็นที่ ๑ คือเมื่อวันอังคารที่ ๗ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางคณะรัฐมนตรีได้มีมติในข้อ ๘ เรื่องขออนุมัติ เพิ่มวงเงินงบประมาณและขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ โครงการก่อสร้าง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา จำนวน ๑๒ ตอน กล่าวโดยสรุป คือคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในหลักการสำคัญ ๒ ข้อ ๑. ก็คือเพิ่มเงิน ๔,๙๗๑ ล้านบาท แล้วก็ ๒. ขยายระยะเวลาก่อสร้างออกไปอีก ๕ ปี จากเดิมตามแผนก็คือเสร็จปี ๒๕๖๓ แล้วก็เลื่อนออกไปเป็นปี ๒๕๖๘ สำหรับโครงการสายนี้ หรือเรียกง่าย ๆ ว่ามอเตอร์เวย์ (Motorway) บางปะอิน-โคราช หากฟังดูเผิน ๆ ก็เหมือนจะ ไม่มีอะไรอนุมัติเงินให้สร้างถนน ๔,๙๗๑ ล้านบาท แล้วอย่างไรนะครับ รัฐมนตรีก็ออกมาให้ สัมภาษณ์แบบผ่าน ๆ ไปโดยอ้างปัญหาอุปสรรคใน ๔ ประเด็น ได้แก่ ๑. สภาพพื้นที่ ในสนามที่ทำการก่อสร้างได้เปลี่ยนไปจากเดิม ๒. ปรับปรุงรูปแบบทางวิศวกรรมให้ สอดคล้องกับสภาพทางกายภาพของพื้นที่ในปัจจุบัน ๓. ปรับปรุงรูปแบบให้เหมาะสม สอดคล้องกับโครงสร้างสาธารณูปโภคหรือความจำเป็นของหน่วยงานที่โครงการตัดผ่าน และ ๔. ปรับรูปแบบการก่อสร้างเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อข้อร้องเรียนของประชาชน ในพื้นที่และให้สอดคล้องกับโครงข่ายถนนที่ประชาชนใช้ทางในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องแก้ไข แบบก่อสร้างและส่งผลให้ค่างานก่อสร้างเพิ่มขึ้นนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขอประทานโทษ ท่านสุรเชษฐ์นิดเดียวครับ ทีวี (TV) รัฐสภายังไม่ได้ถ่ายทอดการประชุมเลยนะครับ ท่านจะ ปิดปาก ปิดตาประชาชนหรือครับ🔗
เปิดประชุมแล้วนะครับ เปิดประชุมแล้วก็ถ่ายทอดแล้วครับ🔗
เดี๋ยวเริ่มใหม่ก็ได้ครับ🔗
ขอเรียนให้ทราบนะครับ ท่านสุรเชษฐ์ครับ ปกติเมื่อรัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้ก็จะไม่มีการอภิปราย แต่ผมอนุญาต เพื่อให้ฝากข้อสังเกตไว้ แต่ว่าถ้าเราทำเหมือนหนึ่งตั้งกระทู้ถามปกติมันก็ผิด อันนี้ไม่ถูกตาม ข้อบังคับนะครับ แต่เพียงแต่เห็นใจให้สมาชิกได้ฝากข้อสังเกตสั้น ๆ ไปครับ อันนี้ต้องใช้สิทธิ เท่าที่ประธานอนุญาตนะครับ ท่านสุรเชษฐ์เราอยู่ ๔ ปีพอจะเข้าใจแล้ว มิฉะนั้นจะกลายเป็น ตั้งกระทู้ถามฝ่ายเดียวโดยไม่มีรัฐมนตรีมาตอบ ขออนุญาตให้ข้อสังเกตไปสั้น ๆ ครับ เชิญเลยครับ🔗
เดี๋ยวขอเริ่มใหม่นะครับ เมื่อสักครู่ก็ไม่ได้มีการถ่ายทอด แล้วก็อยากให้รัฐมนตรีเปิดเผยทางสื่อครับ🔗
เดี๋ยวผมถามเจ้าหน้าที่ให้ เมื่อสักครู่นี้ไม่มีถ่ายทอด เดี๋ยวจะทำถามให้ครับ ปกติเมื่อเปิดประชุมก็จะมีการถ่ายทอดครับ ทางเจ้าหน้าที่แจ้งสถานีวิทยุแล้วครับ อนุญาต เชิญครับ แต่ว่าคงเข้าใจที่ให้สิทธิพิเศษถือว่า เป็นประธานอนุญาตให้เป็นพิเศษเพื่อให้ข้อสังเกต แต่ว่าท่านสุรเชษฐ์จะอภิปรายแบบว่า เหมือนมีรัฐมนตรีอยู่ไม่ได้ครับ ไม่อย่างนั้นผมจะต้องตัดไปครับ เชิญเลยครับ🔗
ก็จะพยายามกระชับครับ แล้วก็สาระล้วน ๆ ครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพนะครับ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็น่าเสียดายที่วันนี้ ท่านรัฐมนตรีไม่ให้ความสำคัญกับสภาแห่งนี้เลื่อนตอบกระทู้ไปทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่าสภากำลังจะ หมดอายุปลายเดือนนี้นะครับ อย่างไรก็ตามวันนี้สภายังอยู่ผมก็ขอใช้สิทธิของผมตามโควตา ที่ผมได้รับเพื่อฝากคำถามไปถึงท่านรัฐมนตรีศักดิ์สยาม ชิดชอบ ให้ตอบผ่านสื่อสาธารณะ อย่างเปิดเผยใน ๓ ประเด็นตามกระทู้ด้วยกัน🔗
ประเด็นที่ ๑ เมื่อวันอังคารที่ ๗ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติ ในข้อ ๘ เรื่องขออนุมัติเพิ่มวงเงินงบประมาณและขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปี งบประมาณโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา จำนวน ๑๒ ตอน สรุปเพื่อประหยัดเวลา คณะรัฐมนตรีอนุมัติใน ๒ หลักใหญ่ใจความ ๑. ก็คือ เพิ่มเงิน ๔,๙๗๑ ล้านบาท และ ๒. คือขยายเวลาก่อสร้างออกไป ๕ ปี จากเดิมตามแผน แล้วเสร็จปี ๒๕๖๓ เลื่อนออกไปเป็นปี ๒๕๖๘ สำหรับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง บางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา หรือว่าชาวบ้านเรียกว่ามอเตอร์เวย์ (Motorway) บางปะอิน-โคราช หากฟังดูเผิน ๆ ก็เหมือนจะไม่มีอะไร เพราะว่าอนุมัติเงินให้สร้างถนนไป ๔,๙๗๑ ล้านบาท แล้วจะอย่างไรใช่ไหมครับ รัฐมนตรีเองก็ออกมาให้สัมภาษณ์แบบ ผ่าน ๆ ไปเหมือนไม่มีอะไรว่าอ้างปัญหาอุปสรรคทั่ว ๆ ไปใน ๔ ประเด็นได้แก่ ๑. สภาพพื้นที่ ในสนามที่ทำการก่อสร้างได้เปลี่ยนไปจากเดิม ๒. ปรับปรุงรูปแบบทางวิศวกรรมให้ สอดคล้องกับสภาพทางกายภาพของพื้นที่ในปัจจุบัน ๓. ปรับปรุงรูปแบบให้เหมาะสมสอดคล้องกับโครงสร้างสาธารณูปโภคหรือความจำเป็นของ หน่วยงานที่โครงการตัดผ่าน และ ๔. ปรับรูปแบบการก่อสร้างเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อ ข้อร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ให้สอดคล้องกับโครงข่ายถนนที่ประชาชนใช้ทาง ในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องขอแก้ไขแบบก่อสร้างส่งผลให้ค่างานก่อสร้างเพิ่มขึ้น ท่านประธานครับ เรื่องนี้จริง ๆ มีความซับซ้อนมากกว่านั้นเพราะว่าโครงการนี้เป็นตัวอย่างของการจัดสรร งบประมาณที่ล้มเหลวผิดพลาดเพราะการเร่งอนุมัติโครงการโดยขาดความรู้ ความเข้าใจ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ย้อนกลับไปเมื่อปี ๒๕๕๗🔗
คุณสุรเชษฐ์ครับ ด้วยความเคารพ ที่ผมอนุญาตนั้นก็ถือว่าเพื่อให้มีโอกาสได้ตั้งข้อสังเกต โดยหลักแล้วเมื่อไม่มี มาตอบกระทู้นั้นก็ต้องผ่านไปครับ แต่ให้สิทธิท่านสุรเชษฐ์ ประธานให้สิทธิเป็นการเฉพาะ เหมือนกับผู้เสนอกระทู้อื่นที่ตั้งข้อสังเกตได้ แต่ว่าถ้าอภิปรายยาวแบบเหมือนกระทู้มีอยู่ ทำไม่ได้ครับ ท่านสุรเชษฐ์ครับ ขออภัยด้วยครับ ด้วยความเคารพครับ🔗
จะพยายามกระชับครับ ท่านประธาน แล้วก็ไม่มีน้ำครับ เนื้อล้วน ๆ แต่ว่ามันต้องให้ข้อเท็จจริงก่อนครับ🔗
มิได้ครับ ผมหมายถึงว่า ต้องใช้เวลา ให้เวลาเป็นข้อสังเกตพอจะได้รับรู้ว่าเราตั้งกระทู้เป็นผลงานที่เราตั้งกระทู้ ไปอย่างไร แต่รัฐมนตรีขอเลื่อนไป อันนี้ก็อนุญาตให้ตั้งข้อสังเกตได้สั้น ๆ ครับ🔗
ครับ ก็โครงการนี้นะครับ หลังจากที่ คสช. ปล้นอำนาจไปจากประชาชนเมื่อปี ๒๕๕๗ ก็ถือว่าเป็นเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) แรกของรัฐบาล คสช. เพราะว่ามีการโฆษณาเอาหน้ามาหลายครั้งว่า สร้างแล้ว ใกล้เสร็จ เสร็จแน่ แต่ในแผนนี่คือเสร็จปี ๒๕๖๓ นะครับท่านประธาน ตอนนี้ ปี ๒๕๖๖ แล้วก็อย่างเร็วคือเสร็จปี ๒๕๖๘ หรือว่าช้ากว่าแผนไป ๕ ปี เบื้องลึกเบื้องหลัง ของความล้มเหลวในการบริหารจัดการที่ทำให้งบบานงานช้ามันกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ยุค คสช. แต่ว่ารัฐบาลสืบทอดอำนาจนี้ก็ช่วยกันนั่งทับปัญหาไว้ ซุกกันไว้เนิ่นนานให้มันผ่านไป เหมือนไม่มีใครผิด ต้นตอปัญหามันคือแบบที่ใช้อนุมัติมันผิด แล้วก็ผิดอย่างแรงด้วย มันเก่า ไม่ตรงกับสภาพข้อเท็จจริงหน้างาน มันเป็นแบบที่ถูกออกแบบไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ แต่ว่าคนที่ ไม่รู้เรื่องนี่ไปอนุมัติตอนปี ๒๕๕๙🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอ ประท้วงครับ🔗
ท่านสุรเชษฐ์ครับ มีผู้ประท้วงครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ผมเข้าใจดีครับ เจตนาดีของท่านผู้ยื่นข้อซักถามต่อท่านรัฐมนตรี แต่ท่านประธานก็ได้แจ้งแล้วว่าวันนี้ ท่านขอเลื่อน เพียงให้ข้อสังเกต แต่ทว่าผู้ที่อภิปรายนั้นไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของ ท่านประธาน ได้อธิบายรายละเอียดเกินกว่าความจำเป็น ขอประธานได้โปรดพิจารณา ด้วยครับ🔗
คำประท้วงมีเหตุผลครับ แต่บังเอิญมันก็ซ้ำที่ผมได้เรียนแล้ว ท่านสุรเชษฐ์ครับ🔗
ก็อย่างที่เรียนนะครับ ท่านประธานคือพยายามที่จะกระชับ แต่เรากำลังพูดถึงการขยายงบ เสียเวลาก็ต้องให้เหตุผล🔗
ท่านสุรเชษฐ์ครับ ผมให้ เกียรติท่านสุรเชษฐ์ ต้องให้เกียรติสภาด้วย และประธานก็จะถูกตำหนิถ้าเราไม่ร่วมมือกัน ผมคิดว่าผมให้เวลาท่านอีก ๑ นาทีครับ🔗
ก็อย่างที่เรียนนะครับ ต้นต่อของปัญหานี้มันเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัย คสช. ใช้แบบผิด แบบปี ๒๕๕๑ ไปอนุมัติ ปี ๒๕๕๙ เพราะว่าอยากจะรีบเร่งเซ็นอนุมัติโครงการ ผมจะช่วยท่านประธานกระชับเวลา ผมไปที่ประเด็นคำถามเนื้อ ๆ เน้น ๆ แล้วก็อยากให้ท่านรัฐมนตรีตอบคำถามให้ตรงประเด็น ด้วยนะครับ🔗
คำถามที่ ๑ งบประมาณบานไป ๔,๙๗๑ ล้านบาท งานช้าไป ๕ ปี คำถาม ก็คือใครผิดครับ จะมาผ่านไปเฉย ๆ ไม่ได้นะครับ ใครผิดครับ เพราะว่าสุดท้ายประชาชน เสียประโยชน์นะครับ เพราะว่าต้องควักเงินภาษีจากหยาดเหงื่อแรงงานพี่น้องประชาชน จ่ายเพิ่มอีกร่วม ๕,๐๐๐ ล้านบาท และอดใช้ของไปอีก ๕ ปี ใครผิดครับ และคำถามต่อเนื่อง ก็คือแบบที่ใช้ในการอนุมัติสร้างเมื่อปี ๒๕๕๙ เป็นแบบเก่าอย่างเมื่อสักครู่นี้ผมพยายามจะ อธิบาย แต่ท่านประธานตัดเวลาผมไปก่อน เป็นแบบเก่าซึ่งออกแบบไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ จริงหรือไม่ ผมให้ท่านรัฐมนตรีตอบคำถามให้ตรงประเด็นว่าแบบที่ใช้ในการอนุมัติปี ๒๕๕๙ เป็นแบบที่ออกแบบไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ หรือไม่มันถึงเกิดปัญหาตามมามากมาย เพราะอยากจะรีบเร่งเซ็นกันโดยไม่ได้สนใจรายละเอียด ไม่ได้สนใจความคุ้มค่า ไม่ได้สนใจ ความโปร่งใส🔗
คำถามที่ ๒ นอกจากโครงการ ๆ นี้ซึ่งเป็น ๑ ในเส้นทางเท่านั้นเอง จากกรุงเทพมหานครถึงโคราช มันยังมีโครงการอีกหลายท่อนที่ขายฝันไว้ ไปถึงเชียงใหม่ ไปถึงลงใต้ ไปถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก สิ่งที่ขายฝันไว้มี ๒ อันใหญ่ ๆ ๑ . คือ เอ็มอาร์แมป (MR-MAP) มอเตอร์เวย์ เรียล แมป (Motorways Rail map) อีกอันหนึ่ง ก็คืออาร์แมพ (R-MAP)🔗
คุณสุรเชษฐ์ครับ เพื่อไม่ให้ ประธานถูกประท้วงนะครับ ผมให้เวลาไว้ ๑ นาทีก็ครบแล้วครับ ผมขออนุญาตเถอะครับ ผมได้ให้เกียรติ ท่านสุรเชษฐ์กรุณาให้เกียรติผมด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นผมจะถูกประท้วงครับ ถือว่าพอสมควรแล้วครับ เกินเวลาที่ให้ไว้แล้วครับ ขออนุญาตแค่นี้นะครับ🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถามที่ ๒๔๐ ส. (นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง เป็นผู้ตั้งกระทู้ ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ ศิลปอาชา ได้มีหนังสือแจ้งว่า เนื่องจากในวันนี้ติดภารกิจ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถาม เรื่องนี้ออกไปก่อน จึงอนุญาตให้คุณสัณหพจน์ได้ฝากข้อสังเกต เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธานครับ กระผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขต อำเภอปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ คนลุ่มน้ำปากพนัง วันนี้ต้องขอขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงครับ ที่ให้โอกาสได้ตั้งข้อสังเกตในการถามกระทู้ถามสดท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สืบเนื่องจากปัญหาเร่งด่วนตรงนี้ จากประเทศไทย เรามีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล ๒๓ จังหวัด ในส่วนของฝั่งอ่าวไทยเป็น ๑๗ จังหวัด และฝั่งอันดามัน ๖ จังหวัด พื้นที่เรามีอยู่ประมาณ ๓,๑๕๓ กิโลเมตร แต่ในส่วนของการกัดเซาะชายฝั่ง เกิดขึ้นอยู่ประมาณ ๘๐๐ กิโลเมตร แต่ในช่วงของเดือนตุลาคมจนถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วง มรสุม แล้วพี่น้องประชาชนคนที่ติดฝั่งทะเลมีความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงมีความเร่งด่วน ที่จะต้องถามกันเรื่องนี้ แต่ทุกครั้งที่ผ่านมาผมได้หารือในสภาและถามกระทู้ถามแยกเฉพาะ แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข แต่ในสิ่งที่พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนทุก ๆ ปีของช่วงต้นปีมรสุม มันจะกลับมาที่ผู้แทนราษฎรของเขาครับ ว่าทำไมถึงยังไม่ได้รับการแก้ไข จากที่ผ่านมา มีการตั้งงบประมาณอยู่ในส่วนของบางพื้นที่ แต่สุดท้ายก็ติดอยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะทำการแก้ไขกับพี่น้องประชาชน เพื่อให้ทำมา หากินได้ รักษาพื้นที่ที่จะใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ แต่สุดท้ายครับ มันมาติดปัญหาที่กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นโยธาธิการและผังเมืองที่ขึ้นอยู่กับ กระทรวงมหาดไทย เมื่ออนุมัติแล้วสุดท้ายก็ไปติดที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม กระทรวงคมนาคม ในส่วนของกรมเจ้าท่าเองก็สุดท้ายไปติดที่กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ วันนี้ ๒๓๖ กิโลเมตร เหลือเพียง ๘-๙ กิโลเมตรเองครับ งบประมาณก็ไปอยู่แล้ว แต่สุดท้ายก็ไป ติดที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบอกว่าต้องดูในส่วนของปัญหาเกี่ยวกับ ทรัพยากร แต่คันหิน กำแพงหินที่มีอยู่เดิม หินทิ้งที่มีอยู่เดิมที่เคยทำไว้แล้ว เกือบหมดแล้วครับ แต่ส่วนที่เหลือมันทำให้พี่น้องประชาชนที่มีบ้านอยู่ติดชายฝั่งตรงนั้นเขาเดือดร้อน อย่างเช่น ที่ตำบลเกาะเพชร ตรงนั้นได้งบมาแล้ว ๒๕๐ ล้านบาท ตำบลหน้าสตนได้มาแล้ว ๓๐๐ ล้านบาท และมีปากพนังฝั่งตะวันออกอีกเกือบ ๒๐ ล้านบาท ตรงนี้ครับ🔗
ท่านสัณหพจน์ สรุปครับ🔗
แล้วติดปัญหาพี่น้อง แหลมตะลุมพุกอยากฝากตรงนี้ครับ ตั้งข้อสังเกตผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ช่วยดูแลหามาตรการ บูรณาการให้เป็น ทั้งระบบ ไม่อย่างนั้นจะเดือดร้อนแบบนี้เป็นวัฏจักรทุกปีครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ก็ให้เกียรติกัน นะครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๒๔๑ ส. (นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีบัญชา มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ ศิลปอาชา ได้มีหนังสือแจ้งว่า ในวันนี้ติดภารกิจ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อน ผมอนุญาตให้ท่านจักรพล ตั้งสุทธิธรรม มีข้อสังเกตสั้น ๆ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ อันนี้ไม่ใช่ ครั้งแรกที่ผมจะมาพูดในประเด็นนี้ แล้วก็ไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่ถูกเทจากทางนายกรัฐมนตรี แล้วก็รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เมื่อปลายปี ๒๕๖๔ ผมได้ยื่นกระทู้ถามสด แล้วก็ต้นปี ๒๕๖๕ ได้ยื่น พ.ร.บ. อากาศสะอาด จนถึงวันนี้ ๓๗๗ วันแล้ว พ.ร.บ. อากาศสะอาดยังไม่มี การคืบหน้าอย่างไร แล้วก็ไม่ได้รับคำตอบที่เป็นที่น่าพึงพอใจสำหรับพวกเรา ปัญหา พีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) อย่างที่เช้านี้มี ๒ พรรคการเมืองได้มีการกล่าวถึง และตลอดระยะเวลา ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ทราบกันอยู่ว่าอันดับมลพิษของประเทศไทยขึ้นอยู่อันดับไหนของโลก เป็นที่น่าเสียใจ น่าเสียดาย แล้วก็น่าเสียความรู้สึกกับผู้ที่ต้องมาเผชิญแบบนี้ในประเทศไทย แล้วบวกกับวิธีทางออกแหล่งที่มาเราได้พูดหมดแล้ว เราเสนอไปใน พ.ร.บ. อากาศสะอาด มีการรีดไขมัน ไม่ว่าจะไปถูกยกว่าเป็น พ.ร.บ. การเงิน หรือไปทดแทนว่าเป็น พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อม แต่นั่นไม่ตอบโจทย์ ไม่ตรงประเด็น เป็นการขยายให้ปัญหานี้ลุกลามขึ้นไปอีก และท่านก็ยังจะไม่มาเผชิญหน้า วิ่งหนีปัญหา ในเมื่อท่านทำตัวเป็นที่พึ่งไม่ได้ ท่านก็ อย่ากระเสือกกระสนอยากจะทำตัวมาเป็นรัฐบาลหรือว่าเป็นฝ่ายบริหารของประเทศอีก สิ่งเหล่านี้มันมากเกินไปแล้วกับปัญหาต่าง ๆ ที่พวกเราเผชิญ พ่อแม่พี่น้องต้องเสียชีวิต ต้องเสียสุขภาพ พ่ออุ๊ย แม่อุ๊ยบนดอยของผมอยู่บนดอยไม่ได้ เขาหายใจไม่ออก ไม่เหมือน พวกท่าน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเตรียมมา เนื้อหาทั้งหมดที่ผมยื่นไปทั้งเชิงสาระ สารัตถะ ทั้งหมดที่ถอดชุดความรู้ท่านไม่ได้ใส่ใจเลย ผมเตรียมเหล่านี้มาพูดกับท่านหลายครั้งแล้ว ขออนุญาตฉีกเอกสารที่เตรียมมา เพราะผมไม่เคยได้ใช้ได้พูดกับท่านเลย แล้วปัญหานี้ก็ยัง ไม่ได้รับที่น่าพึงพอใจในการแก้ปัญหาของฝ่ายท่าน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณคุณจักรพลที่ได้ใช้ เวลาสั้น ๆ เพื่อฝากข้อสังเกต กระทู้ถามสดทั้ง ๓ ฉบับก็เลื่อนไป ขอเรียนชี้แจงแทน เจ้าหน้าที่โทรทัศน์หน่อยว่าเขาได้แจ้งว่าโทรทัศน์ได้ถ่ายทอดตั้งแต่ต้นแล้ว แต่ใครที่ฟังทาง ยูทูป (YouTube) สัญญาณจะช้า อันนี้ก็เรียนให้ทราบครับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๕๔๙ เรื่อง ขอรับทราบความคืบหน้าโครงการ ขุดลอกและพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัด ศรีสะเกษ (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์🔗
รัฐมนตรีได้มอบให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านสุภัตร โพธสุธน ท่านแจ้งว่า ติดภารกิจสำคัญ ขอเลื่อนตอบกระทู้ถามไปเป็นวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ผมอนุญาตให้ คุณหมอตั้งข้อสังเกตสั้น ๆ ขอความร่วมมือให้เกียรติซึ่งกันและกันครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ผมต้องนำเรียน แล้วก็กราบขอบพระคุณท่านประธานและท่านรัฐมนตรี เรื่องที่ผมตั้งกระทู้ เป็นเรื่องเดิมที่ผมถามไปแล้วเมื่อการประชุมครั้งที่แล้ว แต่ความคืบหน้าของการสร้าง อ่างเก็บน้ำทั้ง ๔ แห่งก็คือเรื่องของห้วยตามาย ห้วยขะยุง บึงระนาม และฝายหนองหญ้าลาด ซึ่งความคืบหน้านั้นเดินไปได้น้อยมาก แล้วท่านรัฐมนตรีก็เลื่อนมาเป็นวันนี้ และทราบว่าคงจะ เลื่อนไปวันที่ ๒๓ ซึ่งพี่น้องประชาชนรอรับฟังอยู่ แล้วก็เผอิญต้องปรึกษาท่านประธานว่า ผมก็มีกระทู้แยกเฉพาะอีก ๒ กระทู้ แล้วก็กลัวว่าเป็นเรื่องของการสร้างถนนรอบเมืองกันทรลักษ์ กับเรื่องของสะพานลอยอุโมงค์ ทีนี้ถ้าจัดวันที่ ๒๓ ต้องขอความกรุณาท่านประธานว่า อย่างไรให้ผมได้ถามทั้ง ๓ กระทู้ อย่าให้ตรง เวลาจะชนกัน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เดี๋ยวแจ้งไปครับ ขอบคุณ คุณหมอมากครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย วิป (Whip) ฝ่ายค้านครับท่านประธาน ผมเป็นห่วงสถานการณ์ของสภาในขณะนี้มาก วันนี้ท่านประธาน ก็ถอนหายใจ ผมก็ถอนหายใจเหมือนกันครับท่านประธานผมเข้าใจ กระทู้สดด้วยวาจา ไม่มีคนมาตอบเลย🔗
คุณจุลพันธ์ครับ เรื่องนั้น จบไปแล้ว เอาไว้ทีหลัง ขอให้ทำเรื่องกระทู้ให้จบก่อน เดี๋ยวฝากข้อสังเกตได้ครับ🔗
เดี๋ยวผมขออนุญาตตอนท้ายครับ🔗
ได้ครับ ๆ🔗
๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๕๓๔ เรื่อง ขอให้ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มอบให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการได้แจ้งว่าติดภารกิจสำคัญขอเลื่อน การตอบกระทู้ออกไปเป็นวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์คงจะมีกระทู้ เยอะเลยครับ ท่านอนุรักษ์มีข้อสังเกตอะไรไหม อนุญาตครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉันรอมา ๒-๓ รอบ ๒-๓ อาทิตย์แล้วค่ะ เลื่อนทุกครั้ง แต่ว่าเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จริง ๆ ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขในเรื่องไฟส่องสว่างโดยเฉพาะอำเภอสว่างแดนดิน แล้วดิฉัน ปลายเปิดไว้ให้ดูแลพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ถ้ามีการแก้ปัญหาเรื่องนี้อุบัติเหตุก็จะ ไม่เกิด แล้วการเสียชีวิตก็จะไม่เกิด ชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนควรจะอยู่คู่ ผืนแผ่นดินไทยไปตราบนานเท่านาน ดิฉันรอวันที่ ๒๓ ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ครับ คำมั่นสัญญาแล้ว คงจะผิดนัดไม่ได้นะครับ🔗
๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๕๗๒ เรื่อง การสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา จากฝั่งหัวเขาแดง อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ไปยังฝั่งตำบลบ่อยาง (เทศบาลนครสงขลา) อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา (นายเจือ ราชสีห์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
เรื่องนี้ทางผู้ตอบคือท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้แจ้ง ขอเลื่อนไปวันที่ ๒๓ เรื่องนี้ท่านเจือได้ชี้แจงครั้งหนึ่งแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ท่านเจือมีอะไร เพิ่มเติม อนุญาตครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดสงขลา ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมเองก็ตั้งใจ ที่จะยื่นกระทู้ถามเรื่องนี้ เสียดายที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านเลื่อน แต่ว่า ผมก็ยังตั้งใจว่าอยากจะให้ท่านได้มาตอบ อย่างไรก็ต้องขอความกรุณาท่านประธาน ช่วยประสานไปยังท่านรัฐมนตรีให้ยืนยันให้มาตอบในคราวหน้า เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสงขลาเขามีความเดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่องการข้ามฟาก ซึ่งขณะนี้ แพขนานยนต์ที่เสียไปเมื่อคราวที่แล้วรอบหนึ่ง นักเรียน นักศึกษา พี่น้องประชาชนข้ามฟาก เดือดร้อนมากครับ ความจำเป็นที่จะต้องขออนุญาตให้ทางรัฐบาลได้ทำสะพานเชื่อมข้าม ๒ ฟากระหว่างอำเภอสิงหนคร กับอำเภอเมือง จังหวัดสงขลายังมีความสำคัญที่จะต้อง นำเรียนให้ทางรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้รับทราบ เพื่อจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ ต้องกราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
จะกำชับให้คุณเจือครับ🔗
๑.๒.๔ กระทู้ถามที่ ๕๕๔ เรื่อง ที่อยู่อาศัยที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Affordable Housing) (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
นายกรัฐมนตรีได้ มอบหมายให้ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีมาแล้ว กระทู้ถามทั่วไป ถามได้ ๒ ครั้งนะครับ ไม่ได้กำหนดเวลา แต่ว่าเชื่อท่านเท่าพิภพรักษาเวลา ท่านรัฐมนตรีก็รักษาเวลานะครับ ท่านรัฐมนตรีพร้อมนะครับ คุณเท่าพิภพ เชิญเลยครับ คำถามที่ ๑🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมยินดีเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็โชคดี หรืออย่างไรก็เป็นคำที่พูดแล้วก็ดูแปลก ๆ เพราะว่าจากกระทู้ทั้งหมดกลายเป็นผมยืนหนึ่ง ได้มาตอบคนเดียวเลย แต่ที่ต้องขอบคุณมากกว่าคือท่านรัฐมนตรีที่มาตอบ เพราะว่าแทบจะ ทุกสัปดาห์กระทู้ผมก็เข้าทุกสัปดาห์อยู่แล้ว แล้วก็โดนเลื่อนไปเสียบ่อย ก็ต้องขอบคุณท่านไว้ ในโอกาสนี้นะครับ ถึงแม้ว่ากระทู้นี้จริง ๆ ผมได้เขียนแล้วก็ยื่นหลายรอบมาก ตั้งแต่ประมาณ ๒ ปีครึ่งที่แล้ว ตั้งแต่เป็น ส.ส. หรือย้ายมาสภาแห่งใหม่นี้ กลิ่นสียังคละคลุ้ง ก็เพราะว่า ผมเองเป็นคนที่ไปลงพื้นที่แล้วก็เจอกับคนรุ่นราวคราวเดียวกับผมมากมายมากที่เริ่มทำงาน จะสร้างครอบครัว จะซื้อบ้าน พอไปดูบ้านในตลาดเป็นไปไม่ได้เลยครับที่เราจะเอื้อมถึง ในเงินเดือนประมาณ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาทด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงคนที่เป็นแรงงาน ๑๕,๐๐๐ บาทอะไรต่าง ๆ นานา ในกรุงเทพแทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าค่าที่ดิน ยิ่งในใจกลางกรุงเทพมหานครในเขตผม ยิ่งตอนนี้นะครับเขตคลองสานมีปัญหามาก เพราะว่าคนเก่าแทบจะโดนไล่ที่จากนายทุนรวมถึงกลุ่มทุนจีนต่าง ๆ กลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ ต่าง ๆ ซึ่งก็พูดตามตรงว่าอยู่ในการเมืองในหลาย ๆ พรรคเลยด้วยซ้ำ เกิดปัญหาอย่างมาก จนผมก็คิดว่าการที่คนเราจะอยู่ในที่แห่งไหนที่เป็นพื้นเพของตัวเองมันเป็นไปไม่ได้เลยหรือ ก็เลยตั้งใจว่าจะทำนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วก็ ๒ ปีครึ่งก่อนก็เลยได้ริเริ่มในการตั้งกระทู้ ถามท่านไป ก็กะว่าคำถามผมง่ายมากอยู่แล้วครับเป็นเรื่องสถิติต่าง ๆ ก็เลยคิดว่าท่านต้องมาตอบแน่ ๆ แล้ววันนี้ท่านก็มาตอบจริง ๆ อาจจะสายไปหน่อยแต่ไม่เป็นอะไร เพราะว่าผมได้ทำนโยบาย เสร็จไปแล้วเรื่องเกี่ยวกับบ้านตั้งตัวของพรรคก้าวไกลที่เราจะให้เดือนละ ๒,๕๐๐ บาท เป็นค่าช่วยผ่อนบ้านระยะเวลา ๓๐ ปี กับบ้านที่ราคาต่ำกว่า ๑.๕ ล้านบาท ๑๐๐,๐๐๐ หลัง รวมถึงช่วยค่าเช่าครับ กับบ้าน ๒๕๐,๐๐๐ หลัง ซึ่งก็อยากจะแฟกต์เช็ก (Fact Check) ตรงนี้ว่านโยบายผมมันได้ข้อมูลในการทำที่ถูกต้องหรือเปล่าในสมมติฐานของพรรคก้าวไกล ของเรา ก็จะเข้าสู่คำถามที่ ๑ ครับท่านประธาน และคำถามที่ ๒ ที่ผมเขียนไปตอบทีเดียวกัน ก็ได้ครับ ผมถามไปทีเดียวเลยนะครับ จากสถิติที่อยู่อาศัยคนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง จำนวนเท่าใด อยู่ในช่วงอายุใดบ้าง ช่วงรายได้ใดบ้าง ขอทราบรายละเอียด และรัฐบาล มีนโยบายช่วยเหลือประชาชนเกี่ยวกับปัญหาการเข้าถึงที่อยู่อาศัยอย่างไรบ้างครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรี ตอบคำถามครั้งที่ ๑ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในเรื่องของที่อยู่อาศัย คำถามของท่านก็สถิติที่รวบรวมได้ก็อาจจะไม่ละเอียดพอเท่าที่ท่านต้องการ แต่ว่าสถิตินั้น เขาไม่ได้แบ่งเป็นตามช่วงอายุ แต่แบ่งเป็นตามกลุ่ม ประเด็นแรกคือการมีกรรมสิทธิ์ ในที่อยู่อาศัยเป็น ๒ กลุ่ม คือกลุ่มที่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมี ๑๖,๗๒๐,๐๐๐ ครัวเรือน หรือประมาณ ๗๓.๙ เปอร์เซ็นต์ และส่วนใหญ่เขาก็บอกว่าเป็นผู้มี ช่วงอายุเฉลี่ย ๖๐ ปีขึ้นไป นี่ทั้งประเทศ ส่วนกลุ่มไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง มี ๒๖ เปอร์เซ็นต์ คือ ๕,๙๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นผู้มีช่วงอายุเฉลี่ย ๕๑-๖๐ ปี นี่คือข้อมูลที่หาให้ท่านได้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนั้นแล้วกลุ่มที่มีกรรมสิทธิ์ ในที่อยู่อาศัย กลุ่มรายได้น้อยก็มีกรรมสิทธิ์อยู่ ๙,๙๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน นี่หมายถึง ทั้งประเทศ น่าจะเป็นต่างจังหวัดนะครับ ส่วนกลุ่มรายได้สูงก็คือ ๓,๗๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน กลุ่มรายได้ปานกลางก็ ๓,๑๐๒,๐๐๐ ครัวเรือน ส่วนกลุ่มที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยเลย มีกลุ่มรายได้น้อย ๓,๖๖๗,๐๐๐ ครัวเรือน กลุ่มรายได้สูง ๑,๔๒๖,๐๐๐ ครัวเรือน กลุ่มรายได้ปานกลางก็คือ ๘๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนที่ไม่มีที่อยู่อาศัยนะครับ นอกจากนั้นแล้ว ที่ท่านกราบเรียนถามมาก็คือในเรื่องของที่ดินแพงในกรุงเทพมหานคร ผมกราบเรียน ท่านด้วยความเคารพว่าเมื่อโควิด (COVID) มาถึง รัฐบาลได้มีนโยบายเปลี่ยนนโยบายของ การเคหะแห่งชาติ ซึ่งการเคหะแห่งชาตินั้นดูแลผู้มีรายได้น้อยที่ไม่มีที่อยู่อาศัย ขณะนี้ การเคหะแห่งชาติดูแลขายแล้วก็มีที่เช่าอยู่ด้วย ขายไปแล้วประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ หน่วย แล้วก็ ขณะนี้มีเช่าอยู่ประมาณ ๘๐,๐๐๐ ครอบครัวทั่วประเทศหมด แต่ส่วนใหญ่แล้วก็จะอยู่ใน กรุงเทพมหานคร นอกจากนั้นแล้วในระหว่างปี ๒๕๖๒ ถึงปี ๒๕๖๕ เราก็มีจัดที่อยู่อาศัย ให้กับผู้มีรายได้น้อย ๒๘,๒๓๖ ครัวเรือน สิ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านก็คือว่าวันนี้การเข้าถึง ที่อยู่อาศัยมีหลายแบบ นอกจากการเคหะแห่งชาติแล้ว กราบเรียนท่านว่าการเคหะแห่งชาติ นั้นได้เปลี่ยนนโยบายจากขายเชิงพาณิชย์ เปลี่ยนเป็นให้เช่าในเชิงสังคม เพราะว่าตระหนัก ดีว่าค่าที่ดินแพง แล้วก็ประชาชนวันนี้เนื่องจากประสบภัยเศรษฐกิจจากโควิด (COVID) ก็ไม่สามารถมีเงินก้อนมาวางดาวน์แล้วก็ผ่อนได้ จึงได้เปลี่ยนเป็นระบบเช่า ซึ่งในช่วงแรก ช่วงโควิด (COVID) ก็ได้เปลี่ยนระบบเช่า ๑๐,๐๐๐ ยูนิต (Unit) ให้กับผู้มีรายได้น้อยเช่าก็คือ เดือนละ ๙๙๙ บาท คือไม่ถึง ๑,๐๐๐ บาท ก็คำนึงถึงคนที่ทำงานหาเช้ากินค่ำได้มีรายได้พออยู่ได้นะครับ ๑๐,๐๐๐ ยูนิต (Unit) ก็หมด ที่พี่น้องประชาชนขอเช่าไป นอกจากนั้นแล้วก็มีเรื่องบ้านของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ซึ่งก็ทำในเรื่องของชุมชนที่แออัด ตรงนี้ก็มีเรื่องของบ้านเปรมประชากร ซึ่งเป็นบ้านซึ่งรัฐบาลนั้นได้ประเมินความต้องการคือ ๕,๖๐๐ ครอบครัว แล้วก็จัดได้ ประมาณ ๑,๔๖๔ ครอบครัว สาเหตุที่ไม่ครบก็เพราะว่ามีการประท้วงต่อต้าน ไม่เห็นด้วยกับ โครงการ บางส่วนก็ไม่ยอม ฉะนั้นจึงไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ส่วนคลองลาดพร้าวนั้น ก็มีความต้องการประมาณ ๖,๘๐๐ ครัวเรือน เราจัดให้ได้ประมาณ ๔,๘๐๐ ครัวเรือน เป็นเรื่องโครงการเช่า ที่เหลือก็คือมีประสบปัญหาอีกเช่นกันคือเรื่องของชุมชนไม่ประสงค์ หรือว่าไม่ยินยอมให้มีการดำเนินการนะครับ🔗
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือมาตรการบ้านคนไทยประชารัฐ ซึ่งกระทรวงการคลัง เป็นผู้ดำเนินการ ก็เช่าที่ราคาถูกจากกรมธนารักษ์ แล้วก็ให้เอกชนปลูกสร้าง วันนี้ก็ทำได้ที่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นะครับ ทำได้ประมาณ ๒๐๐ ครอบครัว ที่เหลือก็เพิ่งจะขอเลื่อน การดำเนินโครงการไปอีก ๑ ปี เพราะไม่สามารถหาผู้รับเหมามาดำเนินโครงการต่อได้ ประเด็นที่สำคัญก็คือว่าวันนี้หลังจากวิกฤติซ้อนวิกฤติทั้งเรื่องของโควิด (COVID) ซึ่งมีปัญหา หนี้ครัวเรือนเพิ่มเติม มีปัญหาการจ้างงาน มีปัญหารายได้ลด แล้วก็สงครามระหว่างประเทศ รัสเซียกับประเทศยูเครน ทำให้ปัจจัยในการสร้างบ้านให้กับผู้มีรายได้น้อยนั้นเปลี่ยนแปลงไป ปัจจัยที่ ๑ คือเรื่องต้นทุน คือเงินในการประกอบการสร้างโครงการนั้น อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น จากที่ ๑ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ขึ้นมาอยู่ที่ ๓ เปอร์เซ็นต์แล้ว ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยทั่วโลก ขึ้นไปประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์แล้ว ฉะนั้นต้นทุนของการดำเนินโครงการก็สูงขึ้น ผลตอบแทน ที่จะให้กับโครงการนั้นก็อาจจะไม่คุ้มค่าในเชิงของรัฐเพราะว่าต้องมีอุดหนุนเยอะ แต่ในขณะเดียวกันก็กราบเรียนว่าต้นทุนอีกอันหนึ่งที่สำคัญคือต้นทุนของวัตถุดิบ ซึ่งก็ขึ้น ตามอัตราเงินเฟ้อ ขึ้นตามต้นทุนของค่าขนส่ง ค่าประกันภัย ค่าวัตถุดิบทั้งหลาย แล้วก็ต้นทุน แรงงานซึ่งต้องใช้ในการก่อสร้างบ้านเป็นจำนวนมาก🔗
อีกประเด็นหนึ่งก็คือต้นทุนที่ดิน อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ถาม มาแล้วว่าในกรุงเทพมหานครนั้นต้นทุนที่ดินสูงขึ้นมาก ดังนั้นการเคหะแห่งชาตินั้น ได้พยายามทำด้วยการว่าเดิมเราตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะสร้างบ้านให้ผู้มีรายได้น้อยอยู่ เดือนละ ๙๙๙ บาท วันนี้ก็ไม่สามารถทำโครงการนี้ขยายต่อไปได้ แต่คนเดิมก็ยังคงราคาเดิมอยู่ ๑๐,๐๐๐ ครอบครัว เราจะขยายเพิ่มขึ้นในราคา ๙๙๙ บาทนั้นไม่สามารถทำได้ ประการ ต่อมา เมื่อต้นทุนเพิ่มก็จะต้องมีการปรับในเรื่องของราคาค่าเช่าเพิ่มขึ้นมา ทีนี้มีทางออก อีกทางหนึ่งก็คือชุมชนแออัดของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ก็มีเช่าที่ ของกรมธนารักษ์ ๓๐ ปี อันนี้ไม่ได้ซื้อนะครับ แล้วก็เปลี่ยนจากผู้ผิดกฎหมายให้เป็น ผู้ถูกกฎหมาย จากผู้บุกรุกก็เป็นผู้อยู่อาศัย แล้วก็เปลี่ยนจากเชิงพาณิชย์เป็นเชิงสังคมหมด ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้ก็คือเช่าจากกรมธนารักษ์โดยตั้งเป็นสหกรณ์ แล้วสหกรณ์นั้นก็ไปของบอุดหนุนสาธารณูปโภคของรัฐบาล แล้วสหกรณ์นั้นกู้เงินจาก สถาบันการเงินนั้นมาสร้างนะครับ ดังนั้นค่าที่ที่รัฐบาลช่วยเหลืออยู่จากที่ปกติราคา เชิงพาณิชย์ที่เอกชนเช่า ๖๐ บาทต่อตารางวาต่อปี ๖๐ บาทที่เราเช่ากันอยู่นี่ ในขณะที่ ภาคเอกชนนั้นเช่าถึง ๒๐๐ บาทต่อตารางวาต่อปี ก็เป็นการลดภาระให้กับประชาชนในการที่ จะมีบ้านอยู่อาศัยที่ราคาถูกลง ส่วนคำถามที่ท่านถามมาก็น่าจะเป็นแค่นี้เบื้องต้นก่อน กระมังครับที่ท่านต้องการ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ที่จริงท่านเท่าพิภพถาม ครั้งเดียว แต่ว่าโดยเป็นผู้ที่รักษาเวลา ผมให้เกียรติท่านเท่าพิภพมีความประสงค์จะถามใหม่ อนุญาตครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล จริง ๆ ผมก็มีอีกคำถามซึ่งถ้าเวลาเราเรียน นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ในภาษาจะเป็นเรียกว่าตุ๊กตาอีกคำถามหนึ่งอยู่แล้วครับ ท่านประธาน แต่ผมขอรักษาเวลาแล้วก็อาจจะใช้เวลานี้แลกเปลี่ยนในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบมาสักเล็กน้อยนะครับท่านประธาน ไม่นานครับ เพราะจริง ๆ แล้ว ผมว่าเรื่องนี้จริง ๆ อยากให้ทุกคนไม่ต้องเชื่อหรอกครับเพราะมันเป็นข้อเท็จจริงอยู่แล้วว่า มันสำคัญ คนบอกการมีบ้าน การซื้อหรือการเช่ามันแตกต่างกันอย่างไร มันมีข้อที่เหมือนกัน และแตกต่างกันครับ ข้อที่เหมือนกันก็คือว่าคน ๆ หนึ่งได้ใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์อย่างมีศักดิ์ศรี ใช่ไหมในการที่จะมีบ้านที่กลับไปมีความปลอดภัยในการนอนหลับ ในการป้องกันฝนอะไร ต่าง ๆ หลับได้อย่างเต็มตื่น ตื่นเต็มตา แต่ความแตกต่างที่ผมมองว่าประเทศไทยควรจะพิชิต ความท้าทายนี้ให้ได้คือความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ครับ ซึ่งถ้าไปดูอย่างประเทศสิงคโปร์ เขาไปไกลมากนะครับ ผมก็ได้มีโอกาสใช้งบประมาณของทางสภากับกรรมาธิการนี่แหละ ได้ไปดูเรื่องแอฟฟอร์เดเบิล เฮาส์ซิง (Affordable housing) หรือว่าโครงการเอชดีบี (HDB) คือเป็นโครงการที่ทำตั้งแต่ท่านนายกลีกวนยู ท่านประธานน่าจะรู้จักดีนะครับ เขาทำมา ตั้งนานว่าทำไมสิงคโปร์เขาต้องสร้างบ้านก่อนเลยในการสร้างชาติ เพราะว่าคนมาจาก หลายที่มากครับท่านประธาน การที่มีบ้านเป็นของตัวเองมันคือการทำให้เขารู้สึกว่าประเทศนี้ เกาะแห่งนี้เป็นของเขา แล้วเขาก็จะได้สร้างลงหลักปักฐานสร้างครอบครัวลงทุนอะไรทุกอย่าง เพราะเขามีความมั่นคงมีสิ่งที่ต้องเสียใช่ไหมครับ คือการมีบ้านคือมีสิ่งที่คุณต้องเสียและ คุณต้องสร้าง มันคือคำว่ารกรากนั่นเองนะครับ ซึ่งเขาทำอย่างไรครับ อย่างการเคหะไทย ผมว่าก็ไปกอปปี (Copy) มานั่นแหละครับ แต่คือมันด้วยมายด์เซ็ต (Mindset) อะไรที่ผิดแผก แตกต่างกันหรือว่าการอุดหนุนของรัฐบาลไทย การพัฒนาเศรษฐกิจไทยในสมัยก่อน มุ่งเน้นในแง่ของเอกชนรายใหญ่ จนเรามีเจ้าสัวทุนผูกขาดทั้งเบียร์ ทั้งอสังหาริมทรัพย์ ทำทุกอย่างในประเทศนี้ การเคหะแห่งชาติก็น่าเศร้าเลย กลายเป็นว่าอันเดอร์ฟันดิง (Underfunding) หรือว่าได้งบประมาณไม่เพียงพอ จนหลายครั้งพอเอาเข้าไปจริง ๆ กลายเป็นสร้างบ้านโฟกัส (Focus) ที่คนจนอย่างเดียว แล้วพอโฟกัส (Focus) ที่คนจน อย่างเดียวก็หลวมตัวไปอีก คิดว่าคนจนเขาไม่ซื้อรถขับหรอกก็ไม่ต้องสร้างที่จอดรถ สร้างแฟลตแล้วไม่มีที่จอดรถเสีย หรือว่าคนจนเขามีรายได้น้อยอย่างนั้นเราไปสร้างอยู่โน่น คลอง ๘ คลอง ๖ อะไรไกล ๆ เลย ไล่เขาออกจากเมืองไป ทั้งที่งานของเขาก็อยู่ในนี้ เขาคือ คนที่ทำงานเพื่อเมืองของเรา เพื่อกรุงเทพมหานครของเรา แต่เขาต้องอยู่ไกล แทนที่เขาเป็น ผู้มีรายได้น้อยเขาจะอยู่ใจกลางเมืองที่สุด เพราะเขาควรจะเสียค่าเดินทางและเขาควรจะ เข้าถึงโอกาสมากที่สุด นี่คือความเท่าเทียมกันของการมีบ้านที่ซื้อได้เป็นของตัวเอง แล้วใน อนาคตครับท่านประธานก็คือการรีเวิร์ส มอร์เกจ (Reverse Mortgage) หรือว่าการจำนอง บ้านกลับนั่นเอง ซึ่งอันนี้ผมไปที่สิงคโปร์มาแล้วผมว่ามันมีอย่างนี้ด้วยนะครับ ก็คือกองทุน ประกันสังคมนี่แหละให้เงินที่ประชาชนจ่ายให้ สามารถกู้คืนกลับมาได้ที่เขาทำงานจ่าย ทุกเดือน เขากู้มาซื้อบ้านได้ มาดาวน์บ้านได้ใช่ไหมครับ แล้วพอเขาเกษียณเขาคิดว่าเขาได้ บ้านเป็นของตัวเองแล้ว เขาจะอยู่อีกกี่ปีไม่รู้เขาอาจจะมีเงินไม่พอ เขาเอาบ้านไปจำนองกับ ประกันสังคมได้ กองทุนนี้ได้ แล้วก็จ่ายบำนาญไป ตอนเขาตายเหลือเท่าไรก็ขายตกทอดกับ กองทุนหรือว่าถ้าไม่มีทายาทตกทอดกับกองทุน ถ้ามีทายาทตกทอดเป็นมรดก ผมว่าอันนี้คือ การวางแผนสวัสดิการสังคมระยะยาวของประเทศไทย แล้วเราต้องเริ่มวันนี้ครับ ปัญหามีครับ ที่ดินไม่มี🔗
เท่าพิภพถามได้ครับ🔗
ครับ ๑ นาทีครับท่านประธาน ที่ดินไม่มีผมว่าไม่ยากครับ ไล่ทหารออกจากกรุงเทพฯ ที่เยอะเลยนะครับ เงินทุนไม่มี ไม่เป็นอะไรครับ อันนี้คือปัญหาที่การเคหะแห่งชาติทำไม่ได้ ผมว่านี่แหละครับการซับซิไดซ์ (Subsidize) เหมือนนโยบายที่ ขออนุญาตเอ่ยนะครับ พรรคเพื่อไทยทำรถคันแรก ทำไมเราไม่มีนโยบายบ้านหลังแรกอีกครั้ง หรือว่ารัฐบาลช่วยจ่ายอย่างที่บ้านตั้งตัวที่ พรรคก้าวไกลจะทำนะครับ ผมก็เลยถามครับว่าสมมุติว่าท่านประธานย้อนกลับเวลาไปอายุ ๒๕ ปี ตั้งใจจะมีครอบครัว มีภรรยา ๑ คน แล้วก็ตั้งใจจะมีลูก ๑ คน อาศัยอยู่เขตคลองสาน ผมอยากรู้จริง ๆ ครับคนอายุ ๒๕ ปี อย่างท่านประธานในตอนนั้นสมมุติเป็นทนายฝึกหัด ใช่ไหมครับตอนนั้น จะซื้อบ้านได้อย่างไร และรัฐบาลจะช่วยเขาอย่างไรได้บ้างในการที่เขาจะ มีชีวิตที่มั่นคงครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีสรุปครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอบคุณในข้อเสนอ ที่เป็นประโยชน์ในการทำงานอย่างยิ่ง แล้วผมเชื่อว่าการเคหะแห่งชาตินั้นกำลังรับฟังท่านอยู่ แล้วก็จะจดไปทำ สิ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านเพิ่มเติมก็คือว่าจริง ๆ แล้วรัฐบาลชุดนี้ ต้องการสร้างบ้านให้กับผู้มีรายได้น้อยและระดับกลางอยู่นะครับ แล้วเราทำขึ้นมาใหม่คือ สร้างบ้านพร้อมอาชีพ แล้วโครงการนี้สร้างบ้านพร้อมอาชีพก็ต้องกราบเรียนตรง ๆ ว่าใช้ แลนด์แบงก์ (Land Bank) คือที่ดินที่มีอยู่ของการเคหะแห่งชาติส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งคือ ต้องไปเช่าที่นะครับ ไปเช่าที่หน่วยงานของรัฐก็จะมีทั้งการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งชาวบ้าน ที่บอกเป็นที่บุกรุกทั้งหลาย ๓๗,๐๐๐ ครอบครัว ถ้าเผื่อเช่าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ การเคหะแห่งชาตินั้นสามารถนำมาก่อสร้างเป็นที่พักอาศัยให้กับประชาชนผู้บุกรุกได้เลย เช่าที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กรุงเทพมหานครก็สามารถทำได้ แล้วก็เช่าที่ ของทหารซึ่งเป็นที่ราชพัสดุก็กำลังดำเนินการอยู่นะครับ ทีนี้กราบเรียนท่านคือว่าผมก็ต้อง ทำตามกติกาเพราะว่ามีกฎหมายบีบไว้ ก็คือเรื่องของกฎหมายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับ ภาคเอกชน เพราะวันนี้ก็ต้องกราบเรียนว่ารัฐบาลมีข้อจำกัดในเรื่องของหนี้สาธารณะ ในเรื่องของงบประมาณที่จะมาสร้างบ้านให้คนอยู่ ดังนั้นเราก็เลี่ยงไปใช้วิธีว่าถ้าเราสามารถ เช่าที่จากหน่วยงานรัฐด้วยกัน ซึ่งต้องไปให้ราชพัสดุในอัตราของเชิงสังคม เช่าได้แล้วเราก็ จะต้องไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เอง ซึ่งทำเรื่องระบบซีเคียวริไทเซชัน (Securitization) ก็จะมีเงินนี้เอามาสร้างบ้าน กระบวนการนี้กราบเรียนท่านด้วยความเคารพว่าดำเนินการ มาแล้วประมาณ ๒ ปี ก็เกี่ยวข้องกับพื้นที่ ทุกครั้งที่มีปัญหาเราก็มองเป็นบทเรียนว่าค่าเช่า จากกรมธนารักษ์นั้นแพง ให้เช่าเชิงพาณิชย์ก็ต้องไปเจรจาว่าขอเช่าเชิงสังคม เพราะว่า ก่อน ๆ มานี้ไม่เคยมีใครคิดถึงแอฟฟอร์เดเบิล เฮาส์ซิง (Affordable Housing) ให้กับ ชนชั้นล่างกับชนชั้นกลางระดับล่างให้ได้มีบ้านอยู่นะครับ ฉะนั้นก็กราบเรียนว่าเราไปคิดทำ อันนี้อยู่ แล้วก็อยู่ในโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ เพราะว่าสูตรที่ถอดมานั้นความคุ้มค่า การตอบแทนทางการเงินมันไม่ตอบเพราะว่าต้นทุนที่ดินมันแพง ขณะนี้ก็เตรียมที่จะเอาเข้า คณะรัฐมนตรี ก็ไม่ใช่เพราะบังเอิญท่านมาถามนะครับ มันเป็นโพรเซส (Process) ของมัน อยู่แล้วว่าจะเข้าคณะรัฐมนตรีประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ว่าขอเช่าที่ดินนั้นในอัตราของ เชิงสังคม ถ้าเรากดราคาตรงนี้ได้แล้วก็บ้านเช่าที่จะคาดไว้ว่าจะเป็นเดือนละ ๙๙๙ บาท ก็จะ เป็น ๑,๕๐๐ บาท เราก็จะสามารถช่วยเหลือให้คนผู้มีรายได้น้อยสามารถมีบ้านอยู่ได้ แล้วก็ พร้อมอาชีพนะครับ เพราะว่ามันจะมีตลาดชุมชนซึ่งเป็นที่ที่สามารถให้พี่น้องประชาชนนั้น มาประกอบการได้เอง แล้วจะตรงกับที่ท่านต้องการว่าไม่ต้องการให้นายทุนรายใหญ่มา ผูกขาดใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากนั้นแล้วยังมีอาชีพเสริม รายได้เสริมให้กับประชาชนอีกด้วย สิ่งที่ ผมเหลือบไปเห็น🔗
ท่านรัฐมนตรีกรุณาสรุป คำตอบนะครับ ใช้เวลามา ๑๒ นาทีแล้วครับ🔗
ที่ท่านถามก็คือตุ๊กตาว่าสามีภรรยาแต่งงานกันแล้วก็จะไปหาบ้านอยู่ ผมก็ ไปหาท่านแล้วว่าขณะนี้ในธนบุรีมีโครงการธนบุรี ๒ ระยะที่ ๑ มีว่างอยู่ ๓ ห้อง ๓๓ ตารางเมตร ราคา ๔๒๐,๐๐๐ บาท แล้วก็บ้านเอื้ออาทรของบางขุนเทียน ๑ ก็มีว่าง ๑ ห้อง ราคา ๕๖๐,๐๐๐ บาท เพราะว่าทำเลอยู่ใกล้เมืองมากนะครับ แล้วก็บางขุนเทียน ๓ ว่างอยู่ ๙ ห้อง ก็ ๕๖๐,๐๐๐ บาท ฉะนั้นท่านสามารถไปติดต่อที่การเคหะแห่งชาติได้เลย ถ้าเผื่อ ท่าน ส.ส. เท่าพิภพไปติดต่อให้ประชาชนแล้วก็ช่วยจัดการขายให้เขามีความสุขให้ได้นะครับ ด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณเท่าพิภพและ ท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านรัฐมนตรีใช้เวลาไป ๑๓ นาที คุณเท่าพิภพใช้เวลาไป ๘ นาทีเศษ ขอบคุณมากครับ🔗
๑.๒.๕ กระทู้ถามที่ ๕๖๔ เรื่อง การถือครองเพื่อขอออกโฉนดที่ดิน พื้นที่ตำบลกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร (นายนิยม เวชกามา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนริศ คำนุรักษ์ เป็นผู้ตอบ🔗
แต่เนื่องจากได้รับแจ้งจากรัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงมหาดไทยว่าติดภารกิจ ราชการสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็น วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ อนุญาตให้ท่านนิยมตั้งข้อสังเกตสั้น ๆ เป็นตัวอย่าง🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมนิดหนึ่งก็ได้ครับ เพราะว่า ผมยื่นกระทู้ตั้งแต่เปิดสมัยประชุมสภา ที่สำคัญผมยื่น ๒๐ กระทู้ มีรัฐมนตรีมาตอบ กระทู้เดียวคือกระทรวงวัฒนธรรม และวันนี้ผมทราบว่ามี ๙ กระทู้ มีตอบอยู่กระทู้เดียว ของผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าพี่น้องประชาชนในเขตตำบลกุสุมาลย์ ๓ หมู่บ้าน ตั้งบ้านเรือนมาแล้ว มีบ้านเรือนแล้ว ๖๗ ปี มันเรื่องแปลกจนวันนี้ไม่มีเอกสารสิทธิ แม้แต่หลังคาเดียว ผมจึงต้องฝากท่านนริศ ผมทราบว่าท่านจะมาตอบผมอยู่ครั้งแรก ตำบลกุสุมาลย์ ๖๗ ปีท่านประธาน นี่คือเป็นเรื่องที่แปลกที่สุด มีโรงเรียนขนาดใหญ่ มีวัดคริสต์ที่ใหญ่ที่สุดในโซน (Zone) นั้นนอกจากท่าแร่ แต่วันนี้เขาไม่มีเอกสารสิทธิ ก็มาร้องผ่านกระบวนการหลายกระบวนการ ทั้งวันนี้ที่ดินจังหวัดก็มาชี้แจงเยอะแยะ เพราะฉะนั้นวันนั้นเขาพาประชาชนมาพบผมแล้วผมก็ไปดูพื้นที่ สื่อทางทีวี (TV) ก็ออก ไปแล้วว่าไม่มีเอกสารสิทธิ เพราะฉะนั้นผมจึงฝากท่านนริศ แต่ต้องขอบคุณท่าน ท่านโทร ประสานผมเมื่อคืนนี้บอกว่าท่านจะมาตอบผมวันที่ ๒๓ ผมก็ยังมีความหวังอยู่ แต่ถ้า ท่านรัฐมนตรีอื่นบอกไม่ตอบ ขึ้นมาบอกท่านประธานว่าวันที่ ๒๓ ผมไม่เชื่อนะครับ เพราะว่าสภาเราจะหมดสมัยแล้ว ผมจึงฝากว่าที่ผมถามไป ๒ ข้อ ฝากท่านนริศ ท่านตอบ ตอบแล้วให้มีความหวังด้วย ผมอ่านให้ฟังนิดเดียวท่านประธานใน ๒ ข้อ🔗
ข้อ ๑ รัฐบาลมีแผนการดำเนินงานตรวจสอบการถือครองเพื่อขอออกโฉนด ที่ดินให้แก่ประชาชนในพื้นที่ตำบลกุสุมาลย์ อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร หรือไม่อย่างไร🔗
ข้อ ๒ รัฐบาลมีแผนการดำเนินการตรวจสอบหรือถือครองเพื่อออกโฉนดที่ดิน ให้แก่ประชาชนที่ไม่มีเอกสารสิทธิหรือไม่อย่างไร🔗
เพียง ๒ ข้อท่านมาตอบแล้วให้มีความหวังด้วย ฝากท่านรัฐมนตรีนริศด้วยว่า ตอบแล้วขอให้มีความหวัง ไม่ใช่ตอบเพื่อให้จบไปเฉย ๆ อันนี้เป็นความหวังจริง ๆ หวังสุดท้าย ซึ่งผมเป็น ส.ส. ฝ่ายค้าน ไม่มีช่องทางอื่นจริง ๆ นอกจากถามรัฐบาล แต่วันนี้ รัฐบาลท่านก็ไม่ให้ความสำคัญสภาแล้ว ผมก็ไม่รู้จะมีทางออกทางไหน ผมฝากท่านประธาน ท่านเดียวซึ่งผมถือว่าท่านเป็นผู้มีอาวุโสสูงสุดในสภานี้จะเป็นความหวังให้ ส.ส. ฝ่ายค้าน ของผม ขอบคุณมากครับ🔗
คนอาวุโสกว่าเพิ่งลาออก ไปครับ ขอเรียนว่าทั้งหมดนี้ก็จะส่งไปให้รัฐมนตรีได้รับทราบ เพราะว่าที่ให้คำมั่นสัญญา ท่านก็ต้องมา รับปากวันไหนก็ต้องมาแน่🔗
๑.๒.๖ กระทู้ถามที่ ๕๖๖ เรื่อง ติดตามความคืบหน้าของการช่วยเหลือ เยียวยาผู้ประสบอัคคีภัยชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ และชุมชนกุหลาบแดง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร และที่อยู่อาศัยที่มั่นคงถาวรให้แก่ผู้ประสบภัยและคนจนเมือง (นายรังสิมันต์ โรม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายรัฐมนตรีว่าการทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ซึ่งได้มอบหมายต่อให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตอบ รัฐมนตรี นริศ ขำนุรักษ์ ได้แจ้งติดภารกิจราชการสำคัญ ขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามออกไปเป็นวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ อนุญาตให้คุณรังสิมันต์ได้ฝากข้อสังเกต เชิญเลยครับ ไม่มีนะครับ ขอบคุณมากครับ จบกระทู้ถามวันนี้นะครับ รับปากคุณจุลพันธ์ไว้ มีอะไรหลังจากกระทู้ อนุญาตครับ ถ้ามีอะไรเป็นข้อสังเกต ประเด็นก็คงเรื่องที่รัฐมนตรี ไม่มาตอบนะครับ ไม่เป็นอะไรก็เข้าใจปัญหาอยู่🔗
ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ ในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้านครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ในฐานะหนึ่งในวิป (Whip) ฝ่ายค้านร่วมกับท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ครับ เรียนท่านประธานแบบนี้ว่าสิ่งที่เรากังวลมากที่สุดวันนี้ก็คือว่าเรามีร่างกฎหมายหลายฉบับ. ที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประมง ซึ่งมีอยู่ถึง ๘ ร่าง ขณะนี้พี่น้องชาวประมง ๒๐๐ กว่าท่าน ก็มาถึงสภามารอดูอยู่ว่าเราจะพิจารณาไปถึง ตรงนั้นหรือไม่ ประการใด ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานว่าด้วยเหตุนี้ที่เป็นสิ่งที่พวกเรา กังวลเราอยากจะเดินหน้าการประชุม แต่ว่าเราก็ยังไม่รู้ว่าตกลงเราจะเดินหน้าอย่างไรครับ ซึ่งเดี๋ยวท่านจุลพันธ์พอดีท่านเพิ่งเข้ามาท่านอาจจะเพิ่มเติมครับ เพียงแต่ว่าผมมีอีก ๒ ประเด็น ที่เป็นข้อสังเกตไปถึงท่านประธานครับ🔗
ประการที่ ๑ ก็คือว่าวันนี้เป็นการนัดพิเศษ ซึ่งเป็นอำนาจของท่านประธาน แล้วก็เป็นสิ่งที่พวกเรายอมรับกันมาเป็นอย่างดีอยู่แล้ว มีการรับทราบรายงานของหน่วยงาน ทั้งหมด ๒ หน่วยงานด้วยกัน อีก ๑ หน่วยงานหนึ่งที่ไม่ได้มาก็คือ ก.พ.ร. การพัฒนาระบบ ราชการ นำเรียนสอบถามท่านประธานครับว่ายังมีรายงานของหน่วยงานที่เหลือมากกว่านี้ อีกหรือไม่ พวกผมจะได้บริหารจัดการได้ถูกในการประชุมในครั้งถัด ๆ ไป🔗
นำเรียนท่านประธานเป็นประการที่ ๒ ว่าท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ เพื่อนสมาชิก จากพรรคเพื่อไทยที่ท่านได้ลาออกไป ท่านฝากผมไว้อย่างยิ่งเลยว่ารายงานของ คณะกรรมาธิการที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นญัตติจากสภาหรือในนามของกรรมาธิการมีหลายเรื่อง ที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายงานของกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและ สิทธิมนุษยชน กฎหมายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องขัง ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะเหลืออยู่ ทั้งหมด ๖-๗ รายงาน แต่ว่าเพราะเหตุใดวันนี้ถึงไม่ได้มีการบรรจุรายงานเหล่านั้นเข้าในที่ ประชุม ซึ่งไม่เป็นอะไร เพียงแต่ว่าเราคงจำเป็นที่ต้องหารือกัน อย่างที่ท่านประธานได้เคยพูด มาโดยตลอดว่าถ้ารายงานไม่ผ่านมันก็น่าเสียดาย เพราะว่าเป็นผลงานของพวกเราเอง จะเป็นไปได้หรือไม่ประการใดว่าในวันที่ ๒๓ เพราะว่าสัปดาห์หน้าเรามีการอภิปรายทั่วไป ก็คงไม่สามารถที่จะไปถึง แต่ว่าในวันที่ ๒๓ ใส่ตรงนั้นไว้ก่อนครับ หรือท่านประธานจะมีดำริ เป็นประการอื่น เพียงแต่ว่าผมเองในส่วนตัวเห็นว่ารายงานทั้งหมด มีทั้งหนี้สิน มีทั้งเรื่อง พ.ร.ก. ๓ ฉบับต่าง ๆ ไม่อยากให้ตกไปจริง ๆ อันนี้เป็นข้อสังเกตประการที่ ๒ แต่ว่าไม่ว่า จะเป็นข้อสังเกต ๑ หรือ ๒ นั้น ผมเข้าใจว่าท่านประธานมีแนวทางอยู่แล้ว แต่ว่าเพื่อความ ชัดเจน แล้วก็พวกผมจะได้ไปบริหารงานในการดำเนินการของพรรคฝ่ายค้าน เพราะว่า พวกเราเป็นห่วงร่างกฎหมายหลายฉบับที่ค้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้พรรคก้าวไกล ก็นำเรียนผ่านท่านประธานไปยังประชาชนทั้งหมดนะครับ กฎหมายสมรสเท่าเทียมของเรา คงไม่สามารถเข้าทันในสมัยประชุมนี้แล้ว นั่นคือสารที่พรรคก้าวไกลได้สื่อไปยังพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศด้วยความเสียดายยิ่งครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ผมก็พยายาม นะครับท่านณัฐวุฒิ พยายามเพราะว่า ส.ส. เราหลายท่านที่ทำเรื่องนี้อุตส่าห์มาขอร้อง แต่ว่า เราไปเลื่อนเรื่องอื่นขึ้นมานะครับ แล้วก็ทำให้ไม่สามารถไปถึงได้ จุลพันธ์ขอพูด เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ในฐานะ วิป (Whip) ฝ่ายค้านครับ ขอบคุณท่านณัฐวุฒิเมื่อสักครู่นะครับ ในประเด็นใกล้เคียงกันครับ มีกฎหมายมากมายที่ทางพรรคเพื่อไทยได้พยายามผลักดัน ซึ่งต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภา เช่นเรื่องของ พ.ร.บ. การประมง ที่เราจะพิจารณากันในวันนี้ ท่านผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคผม ท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ไปกราบขอท่าน ท่านก็บรรจุให้พวกเราในวาระพิเศษ วันนี้พวกเราจะทำงานกันอย่างเต็มที่ ผมได้ยินว่าวันนี้ พี่น้องชาวประมงมายื่นหนังสืออีกแล้วครับ เขามากัน ๒ วัน ๓ วัน มาวันนี้อีกครั้งหนึ่ง มาให้ กำลังใจพวกเราในการทำงาน หวังว่าเราจะพิจารณาจนเย็นแล้วก็จบการพิจารณาในเรื่อง ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้ ซึ่งพวกเราให้ ความเห็นชอบกันเกือบทุกพรรคครับ เพราะว่ายื่นประกบกันเข้ามาหมด แต่มี พ.ร.บ. อีกหลายฉบับที่ยังรอค้างคากันอยู่ แต่การทำงานของสภาในช่วงท้ายเป็นไปด้วยความ ขลุกขลักนะครับ มี พ.ร.บ. ที่จะนำเรียนอีก ๑ ฉบับก็คือ พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจาก การใช้เช็ค ซึ่งตอนนี้คนเดือดร้อนหลายล้านคน เพราะว่า พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจาก การใช้เช็คในอดีตเป็นปัญหาในกรณีที่ว่าเป็นเรื่องของแพ่ง แต่กลับมีโทษทางอาญา จนกระทั่งหลายคนติดเรื่องของเครดิตบูโร ติดเรื่องของการเดินหน้าทางธุรกิจต่าง ๆ เขาก็มา เรียกร้องว่าอยากจะให้เรามีการเลื่อนระเบียบวาระ แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายครับ ผมรับทราบดี ว่าด้วยเวลาอันจำกัดที่เราเหลืออยู่มันคงเป็นไปได้ยากนะครับ ในส่วนของ พ.ร.บ. สมรส เท่าเทียมก็เช่นเดียวกันเราผลักดันกันอย่างเต็มที่แต่เราไม่สามารถเดินหน้าได้ก็คงจะต้องเป็น เรื่องค้างคาไปรอรัฐบาลใหม่นะครับ ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคเรายืนยัน พรรคเพื่อไทย เช่นเดียวกันถ้าเราสามารถเป็นรัฐบาลได้เราก็คงจะยืนยันตัวกฎหมายเพื่อให้เดินหน้าต่อ เราก็คาดหวังเช่นนั้นครับ แต่สถานการณ์ในสภาในวันนี้ผมเป็นห่วงอย่างยิ่ง กระทู้สด ด้วยวาจา ครม. ไม่มาตอบเลยสักคนอีกแล้ว กระทู้ในเรื่องของกระทู้ทั่วไปมาตอบ ๑ กระทู้ ผมเป็นห่วงอาทิตย์หน้าเราจะมีพิจารณามาตรา ๑๕๒ ท่านประธานในฐานะประมุขพวกเรา ท่านประธานถามไปทีเถอะว่า ครม. จะมาวันที่เราพิจารณา มาตรา ๑๕๒ หรือเปล่า ใครไม่สะดวก ใครไม่มาแจ้งมาก่อนครับ เดี๋ยวผมจะทำสแตนดี้ (Standee) ไปตั้งข้างบนให้ ผมไม่อยากพูดกับลม ก็ฝากท่านประธานนะครับ เพราะเป็นสถานการณ์ที่มีปัญหามาก เพราะปัญหาของพี่น้องประชาชนต้องได้รับการพิจารณา ได้รับการพูดคุย แต่ ครม. ไม่ให้ ความสำคัญ แล้วพวกเราฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านในฐานะประมุขเราจะทำอย่างไร ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
พอสมควรแล้วนะครับ ได้ให้โอกาสได้แสดงความรู้สึก วันนี้ก็มีพี่น้องชาวประมงจากสมุทรสาคร สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง และอื่น ๆ ซึ่งทางสภาได้ขึ้นตัวอักษรต้อนรับแล้วนะครับ แต่ว่าขอเรียนว่า ถ้าเราอยู่ประชุมตั้งแต่สัปดาห์ก่อนโน้นกฎหมายนี้ก็ได้พิจารณาผ่านไปแล้ว วันนี้เป็น ๒ สัปดาห์ ๓ สัปดาห์สุดท้ายเราก็เกิดความรู้สึกเห็นคุณค่าขึ้นมา แต่ว่าก็ยังดีที่เราได้พูด อย่างนี้เพราะว่าพี่น้องชาวประมงจะได้รับรู้ว่าเป็นคำมั่นสัญญาว่าเราจะอยู่ ไม่อย่างนั้น จะนับองค์ประชุมกันอีกเหมือนกับเที่ยวก่อนนะครับ อันนี้เรียนให้ทราบ ที่ท่านณัฐวุฒิถามว่า ญัตติหรือวาระเพื่อทราบที่ส่งมาก่อนจะจบในวันนี้ครับ ยกเว้นที่เลื่อนไป แต่ขณะเดียวกัน ตามกฎหมายแต่ละฉบับนั้นก็มีการเสนอเข้ามาใหม่อีก ๕ เรื่อง ตอนนั้นที่ผมเรียนขอความ ร่วมมือเราเสมอว่าวาระเพื่อทราบช่วยให้ได้มีโอกาสได้ชี้แจง ผู้มาชี้แจงรอเราอยู่ แต่ว่าก็มี ปัญหา อย่างไรก็ตามก็ถือว่าทำมาได้เกือบจะจบ สัปดาห์โน้นถ้าเราอยู่กันดึกดื่นหน่อย วาระเพื่อทราบ ๕ เรื่องผ่านได้ และเรื่องที่ท่านณัฐวุฒิพูดถึงคือผลงานกรรมาธิการ ผมย้ำกับ พวกเราตลอดเวลาว่าผลงานกรรมาธิการคือสิ่งที่เรากันมาบางเรื่อง ๒ ปี งบประมาณ เบี้ยประชุมใช้ไป ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ว่าเราไม่เร่งให้ผ่านไป ผลงาน กรรมาธิการก็ไม่ปรากฏ ถ้าเราเข้าใจอย่างนี้ร่วมกันแล้วผมก็คิดว่าสิ่งที่ผมได้ปรารภไว้ก่อนนั้น ก็คงได้รับการสนองตอบก็คือให้งานกรรมาธิการได้ผ่านไปร้อยทั้งร้อยนะครับ อันนี้ขอความ ร่วมมือพวกเรา เรามีสัปดาห์เดียวสัปดาห์สุดท้าย เว้นแต่ว่าถ้าพวกเราหารือนอกรอบร่วมกัน เราอยากจะประชุมพิเศษวันศุกร์หรือไม่ ผมยังไม่พูดเรื่องนี้เป็นคำมั่นสัญญา แต่ว่าจะหารือ กับพวกเราว่าถ้าเราพร้อมเราก็เอาเรื่องที่เป็นผลงานเช่นกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว เหล่านี้มาพิจารณา เรื่องเช็คนั้นศาสตราจารย์ดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ปรารภผมมา หลายสัปดาห์แล้วครับ ผมก็บอกท่านว่าถ้าที่ประชุมมีมติเห็นร่วมกันยินดีอย่างยิ่งที่จะ เป็นไปตามที่เรามีมติ แต่ถ้าหากว่าไม่มีมติก็ไม่สามารถที่จะไปเปลี่ยนวาระนั้นได้ อันนี้ก็เรียน ให้ทราบที่คุณจุลพันธ์ได้พูดเรื่องเช็คก็มีคนปรารภเรื่องนี้จริง ๆ ครับ แล้วท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม เป็นคนที่มาปรารภกับผมเป็นเดือนแล้วเรื่องนี้ครับ ก็เรียนที่ประชุมได้รับทราบ ก็ผมเชื่อว่าพี่น้องชาวประมงที่มาวันนี้จะได้มีความมั่นใจว่าพวกเราจะอยู่เพื่อพิจารณา เรื่องกฎหมายของท่านซึ่งอยู่ในวาระตอนท้ายครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมเห็นบรรยากาศในห้องประชุม ผมเกิดความเป็นห่วงครับ เพราะว่าสิ่งที่พวกเรากำลังรออยู่นี่ก็คือเรากำลังรอเสนอ ร่าง พ.ร.บ. แก้ไข พ.ร.ก. ประมงกันอยู่ เมื่อวานซืนก็ล่ม เมื่อวานก็ล่มตั้งแต่เที่ยง ผมเตรียม ที่จะเสนอ พ.ร.บ. ฉบับนี้มาเกือบ ๒ เดือนแล้ว ยังไม่ได้เสนอ แล้วเห็นพี่น้องสมาชิกจาก ทุก ๆ พรรคก็มีความเป็นห่วงเรื่องนี้เหมือนกัน ผมก็เลยอยากจะปรึกษาท่านประธาน สักนิดหนึ่งว่าเป็นไปได้ไหมถ้าเกิดเราจะเลื่อนระเบียบวาระการประมงขึ้นมาพิจารณาก่อน หลังจากร่าง พ.ร.บ. ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ก็ปรึกษาท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ระเบียบวาระ คงไป ตามลำดับที่เขาจัดไว้ตามข้อบังคับนะครับ ก็ยินดีมากครับที่พวกเราตื่นตัวในช่วงสุดท้าย ว่าจะให้กฎหมายเหล่านี้ได้มีโอกาสได้พิจารณาครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปก็จะเป็นการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ขอเรียนให้ที่ประชุมทราบว่าเพื่อประโยชน์ในการถามและตอบกระทู้ถามของ ผู้ตั้งกระทู้ถาม และของท่านรัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ เป็นดังนี้นะครับ ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๗ ของท่าน ส.ส. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๐ ของท่าน ส.ส. อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๑ ของท่าน ส.ส. อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ลำดับที่ ๔ กระทู้ถาม แยกเฉพาะที่ ๕๐๒ ของท่าน ส.ส. อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ลำดับที่ ๕ กระทู้ถาม แยกเฉพาะที่ ๕๐๔ ของรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แล้วก็ลำดับที่ ๖ กระทู้ถาม แยกเฉพาะที่ ๕๐๕ ของรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ผู้ตั้งกระทู้ถามคงไม่ขัดข้องนะครับ🔗
ก่อนที่จะได้ถามกันผมขออนุญาตแจ้งว่ากระทู้ถามแยกเฉพาะเวลาทั้งหมด ๒๐ นาที ฝ่ายละ ๑๐ นาที ถามตอบได้ ๒ ครั้ง ถ้าจะมีครั้งที่ ๓ ก็จะต้องให้ประธาน อนุญาตก่อน แต่ว่าวันนี้น่าจะเหลือกระทู้เดียว ท่านรัฐมนตรีอาจจะมาตอบได้อีกไม่กี่ครั้งวันนี้ เลยจะให้ตอบยาว ๆ หน่อย เพราะเพิ่งมีโอกาสได้มาตอบ เมื่อก่อนเคยแต่ถาม เที่ยวนี้ มาตอบ🔗
๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๗ เรื่อง การติดตามความคืบหน้า การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในเขตพื้นที่เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร (นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยคือท่านรัฐมนตรี นริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นายปวริศร์ สาฉลาด ผู้อำนวยการส่วนช่วยเหลือผู้ประสบภัยภูมิภาค กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ๒. นางสาวรุ่งนภา ตรีแก้ว หัวหน้ากลุ่มงาน ส่งเสริมเกษตรกรรม สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร และผมได้อนุญาตให้ประชาชน ผู้มีส่วนร่วมได้เข้าร่วมรับฟังการตอบกระทู้ถาม ดังนี้ ๑. นายวิเชียร กันทาทรัพย์ ๒. นายเกรียงศักดิ์ ฉุยฉาย ทั้งนี้ขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ารับฟังการประชุม กรุณาปฏิบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟัง การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตเข้าฟัง การประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจา หรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรวบกวนขัดขวาง การประชุมสภาผู้แทนราษฎร และห้ามใช้เครื่องมือวัสดุหรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุมสู่บุคคล ภายนอก ขณะนี้พร้อมทั้งผู้ถาม ผู้ตอบแล้ว เชิญท่าน ส.ส. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ได้ถามเลย เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล จากชาวบางขุนเทียนครับ ท่านประธานครับ วันนี้ ขออนุญาตท่านประธานและท่านรัฐมนตรีนริศ ขำนุรักษ์ ในการที่จะถามกระทู้ในเรื่องของ พี่น้องประชาชนผู้เลี้ยงหอยแครงและเลี้ยงกุ้งในพื้นที่เขตบางขุนเทียน ท่านประธานครับ เท้าความไปเมื่อปี ๒๕๖๕ ที่ผ่านมามีพายุเข้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครหลายจุด แล้วก็มี การสั่งระบายน้ำ ตอนนั้นถ้าเกิดติดตามข่าวก็จะทราบดีว่าการเร่งระบายน้ำในขณะนั้น มีความเร่งด่วน และผมก็ได้ไปศึกษาข้อมูลปริมาณการระบายน้ำของสำนักการระบายน้ำ เมื่อเดือนมกราคมมีการระบายน้ำ ๑๙ ล้านลูกบาศก์เมตร กุมภาพันธ์ ๒๓ ล้านลูกบาศก์เมตร มีนาคม ๒๓ ล้านลูกบาศก์เมตร เมษายน ๑๖ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วก็พฤษภาคม ๓๑ ล้านลูกบาศก์เมตร มิถุนายน ๔๓ ล้านลูกบาศก์เมตร รวมครึ่งปีแรกมีการระบายน้ำ ในกรุงเทพมหานครชั้นในออกสู่ทะเล ๑๕๘ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เดือนกรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน เพียง ๕ เดือน มีการเร่งระบายน้ำจากกรุงเทพมหานครชั้นใน ออกสู่ทะเล ๓๒๔ ล้านลูกบาศก์เมตร อันนี้คือปริมาณเกือบ ๒ เท่าตัวที่เร่งระบายออกสู่ทะเล คราวนี้มวลน้ำจืดจำนวนมหาศาลที่ไหลออกสู่ทะเล มีการแวะเยี่ยมเยือนพี่น้องประชาชน ชาวบางขุนเทียนลงสู่วังหอย วังกุ้ง วังปู ที่พี่น้องประชาชนเลี้ยง ซึ่งพี่น้องประชาชนได้รับ ผลกระทบ แล้วก็มาร้องเรียนให้กับตัวแทนก็คือผม แล้วก็มีการจัดการประชุมไปแล้วในพื้นที่ เขตบางขุนเทียน โดยมีการเชิญกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีการเชิญกรมประมง มีการเชิญกรมบัญชีกลาง มีการเชิญหน่วยงานท้องถิ่นอย่างกรุงเทพมหานครไปร่วมหารือกัน จนได้ข้อสรุปว่าในการที่จะได้รับเงินเยียวยาช่วยเหลือในสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือหอยแครงของพี่น้อง ประชาชนกว่า ๔๐๐ รายที่ตายไปทำให้ไม่สามารถนำไปขายได้สร้างผลกระทบกับพี่น้อง ประชาชน ก็เลยอยากจะให้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติเพื่อที่จะได้รับเงินเยียวยาช่วยเหลือจาก ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ท่านประธานครับ หอยแครงเลี้ยงกันประมาณสัก ๘-๙ เดือน พี่น้องประชาชนเตรียมไว้ว่าหอยรุ่นนี้จะขายเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา แต่ปีใหม่ที่ผ่านมาพี่น้อง ประชาชนเกษตรกรชาวบางขุนเทียนไม่ได้ขายหอยแครง เนื่องจากว่าเน่าตายเกือบทั้งบ่อ บางบ่อลงทุน ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น แต่สิ่งเดียวพี่น้องประชาชน ไม่ได้อยากได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐเพราะได้เพียงแค่ ๕๐,๐๐๐ บาทต่อคน ๕๐,๐๐๐ บาท พี่น้องประชาชนไม่ได้อยากได้เนื่องจากว่าการลงทุนที่ทำหอยแครงจากภาพที่เห็นลงทุน บ่อหนึ่ง ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท ๖-๗ เดือน ๘ เดือนถึงจะขาย ถ้าเกิดอยากได้ไซส์ (Size) ใหญ่หน่อยก็ ๙ เดือน ๑๐ เดือน สุดท้ายพอมีการเร่งระบายน้ำ มีการบอกในที่ประชุม ว่าถ้าเกิดมีการบอกก่อนล่วงหน้าก็จะไม่มีการเยียวยาช่วยเหลือ อย่างนี้พี่น้องประชาชน ก็ตั้งคำถามว่าบอกก่อนล่วงหน้าแล้วพี่น้องประชาชนจะขนหอยแครงไปไหนครับ ท่านประธาน ใช่ไหมครับ มันไม่สามารถที่จะเอาหนีไปไหนได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสิ่งที่ ผมอยากจะถามกระทู้ในวันนี้ก็คือว่าในเขตกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเขตปกครองพิเศษ การประกาศเขตภัยพิบัติต้องอยู่กับอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก็เลยอยากจะ เรียนถามท่านรัฐมนตรีนริศ ขำนุรักษ์ ซึ่งกำกับดูแลกรม ปภ. โดยตรงว่าหากเกิดเหตุการณ์ อย่างที่ผมเล่ามาเมื่อสักครู่ และมีเอกสารต่าง ๆ ได้ยื่นไปถึงกรม ปภ. เรียบร้อยแล้ว กระบวนการในการที่จะประกาศเขตภัยพิบัติเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับการเยียวยา ช่วยเหลือเงินช่วยเหลือสามารถทำได้หรือไม่ และหากทำได้จะทำได้ภายในระยะเวลาใด เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเนื่องจากตอนนี้เดือนมกราคม กุมภาพันธ์เข้าไปแล้ว ก็เลยมา ๒ เดือนแล้วที่พี่น้องจะลงทุนทำรอบใหม่อีกรอบหนึ่ง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ของเพื่อนสมาชิก ท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะเริ่มต้น ตอบกระทู้ว่าผมได้ให้ความสำคัญกับกระทู้ของท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าตลอดระยะเวลาเกือบ ๔ ปี ผมได้ติดตามบทบาทของท่านมาตลอด ท่านที่ทำ เรื่องสำคัญ ทำเรื่องที่เป็นสาระมาโดยตลอด ท่านอภิปรายอย่างมีเหตุมีผล ถือว่าเป็น ส.ส. ที่อภิปรายดีเป็นอันดับต้น ๆ ของสภาชุดนี้ เรื่องนี้ใครจะมองอย่างไรผมไม่แน่ใจ แต่ว่าสำหรับผม ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะท่านณัฐชาได้สะท้อนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งความ เดือดร้อนของชาวบ้านมันเป็นทุกข์ของแผ่นดิน เหมือนกับคนที่หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ พูดเอาไว้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่ากระทู้ที่ท่านเขียนไว้เป็นกระทู้ที่ผมยืนยัน ได้ว่าเป็นข้อเท็จจริงทุกประการ และประชาชนได้รับความเดือดร้อนจริง บางรายแทบ สิ้นเนื้อประดาตัว เพราะว่าทั้งค่าพันธุ์สัตว์น้ำ ทั้งปัจจัยอื่นไม่ว่าไฟฟ้า ค่าแรง ค่าซ่อมบ่อ ต้นทุนสูงมาก เป็นข้อเท็จจริงตามนี้ และข้อเท็จจริงที่สำคัญอีกข้อเท็จจริงหนึ่งก็คือระบบ การช่วยเหลือเยียวยาแก่พี่น้องเกษตรกรโดยระบบมันเกิดความล่าช้าจริง นี่ผมอยากเรียน ท่านประธานนะครับ แต่ว่าผมจึงขออนุญาตทบทวนข้อเท็จจริงต่อไปอีกนิดว่าพื้นที่เกิดเหตุ เป็นแขวงท่าข้าม เป็นแขวงแสมดำ ในเขตบางขุนเทียนของกรุงเทพมหานคร เหตุเกิด เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ถึงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๘ วันที่เกิดเหตุหรือเกือบ ๑ เดือน ความเสียหาย ๑,๙๐๗ ไร่ ราษฎรมีผลกระทบได้รับความเสียหาย ๔๙๕ ราย ซึ่งถือว่า เป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนที่อยู่บางขุนเทียนซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทะเลอยู่ที่เดียว ถือว่าเป็นอะเมซิง (Amazing) แทนที่ว่าคนตรงนี้จะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าคนอื่นเพราะมีทะเลด้วย กลับเป็นว่าคนตรงนี้เผชิญชะตากรรม แต่ว่าการประกาศพื้นที่ดังกล่าวเพื่อที่จะเข้าไป ช่วยเหลือได้เรามีกฎหมาย เรามีระเบียบที่เกี่ยวข้องอยู่พอสมควรซึ่งต้องอาศัยความ รอบคอบ เพราะว่าเราเคยมีกรณีหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นกรณีผู้เลี้ยงหอยแครงในบ่อดิน จังหวัดสมุทรสงคราม กรมบัญชีกลางพิจารณาว่า ๑. ไม่เป็นภัยพิบัติฉุกเฉิน สามารถแจ้ง เตือนได้ ๒. การเลี้ยงปลากระชังในพื้นที่จังหวัดสตูล เพราะว่าออกซิเจนละลายในน้ำต่ำกว่า ปกติอันเนื่องมาจากความแห้งแล้ง กรมบัญชีกลางเขาบอกว่าช่วยเหลือไม่ได้ ปลาตาย เนื่องจากน้ำเสียในแม่น้ำปราจีนซึ่งเกิดจากการระบายน้ำจากไร่นาลงแม่น้ำทำให้น้ำเสีย กรมบัญชีกลางก็ไม่ให้จ่าย กรณีนี้เช่นกันกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงระมัดระวัง เพราะว่าหลายกรณีที่ผมยกตัวอย่างเป็นกรณีที่ไม่สามารถจ่ายเงินได้ กรมจึงมีหนังสือถึง กทม. ก่อนที่จะมีหนังสือถึง กทม. มีการประชุมสภาเกษตรกรแห่งชาติ แล้วกรมขอให้ กทม. ได้ส่งรายละเอียดที่มาสนับสนุนการประกาศภัยพิบัติพื้นที่แห่งนี้ให้ได้ เพราะว่าจะ ประกอบการประกาศ เพราะถ้าไม่สามารถประกาศได้ก็ไม่สามารถใช้เงินช่วยเหลือจาก กระทรวงการคลังตามระเบียบของกระทรวงการคลังได้ เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๕ เป็นครั้งแรกที่มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาในการประชุมสภาเกษตรแห่งชาติ แล้วก็ทอดเวลามา ระยะเวลาหนึ่ง ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็ได้ขอหนังสือยืนยันจาก กทม. มาว่าขอให้ กทม. ได้ทำหนังสือขอข้อมูลรายละเอียดเพื่อสนับสนุนการประกาศภัยพิบัตินี้ เมื่อวันที่ ๓๑ ปี ๒๕๖๖ อีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ผมทราบเป็นการภายใน แต่ว่ายังไม่เป็นทางการ เพราะว่าเรื่องยังไม่ถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยว่าขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ประมง พื้นที่กรุงเทพฯ ของ กทม. ได้มีหนังสือถึงผู้อำนวยการเขตได้รายงานเรื่องนี้แล้ว แต่ว่า ผู้อำนวยการเขตก็รับหนังสือ แล้วก็ต้องส่งผู้ว่า กทม. แล้วยังต้องส่ง ปภ. เพื่อพิจารณา ยังอยู่ ในขั้นตอนที่เรื่องยังไม่ถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และวันสุดท้ายที่จะประกาศได้ คือวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ผมคิดว่าระยะเวลาที่เหลือตรงนี้ถ้าหนังสือจาก กทม. ยืนยันข้อมูล รายละเอียด แล้วก็เป็นไปได้ที่จะประกาศได้ตามหลักเกณฑ์ ทาง ปภ. จะรีบดำเนินการ โดยเร็วที่สุด เพราะว่าการช่วยเหลือที่จริงมันมีการช่วยเหลือจากเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยเหลือโดยเงินทดรองราชการ นี่ก็ได้รายละ ๕๐,๐๐๐ กว่าบาท เหมือนที่ผู้ตั้งกระทู้ถามได้บอกไว้แล้ว ได้เรียนท่านประธานไว้แล้ว แล้วก็กรณีที่ ๒ ก็คือ กทม. ก็สามารถช่วยได้ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นต้องได้รับการประกาศจาก ปภ. ก่อน จึงขออนุญาต ได้ตอบท่านประธานว่าขณะนี้ ปภ. ยังไม่ได้รับหนังสือจาก กทม. ที่ ปภ. สอบถามไปว่า เงื่อนไขข้อมูลที่จะนำมาประกอบการประกาศขอให้ส่งมาโดยครบถ้วนสมบูรณ์ ขณะนี้เรายัง ไม่ได้รับครับ🔗
ท่านณัฐชา คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนริศ ขำนุรักษ์ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในแนวทาง ที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงต่อห้องกระทู้แห่งนี้ก็ถือว่าเป็นผลดีกับพี่น้องประชาชน แต่ยังคงติดขัด เรื่องของเพียงแค่วิธีการกระบวนการเท่านั้น แต่ว่าอยากจะขอนำเรียนท่านรัฐมนตรีนริศ ขำนุรักษ์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เราได้ดำเนินการในพื้นที่ไป ท่านรัฐมนตรีครับ ก็คือมีการจัดประชุม ของคณะกรรมาธิการได้ลงพื้นที่ แล้วก็ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากที่ผมกล่าวมาแล้วก็คือ ทั้ง ปภ. ทั้ง กทม. ทั้งกรมบัญชีกลาง แล้วก็กรมประมงมาร่วมกันพูดคุยหารือว่าเราจะ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรทั้ง ๔๙๕ รายนี้ได้อย่างไร เนื่องจากว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก็คือ เป็นเรื่องของมวลน้ำ ซึ่งเราก็ได้หารือกันในวันนั้น มีการพูดคุยไปถึงขนาดว่าให้ไปหาข้อมูล ปริมาณน้ำฝนเหนือบ่อว่าแต่ละบ่อของพี่น้องประชาชนนั้นมีปริมาณน้ำฝนตกลงเหนือบ่อ เท่าไร มีการระบายน้ำจากสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ปริมาณเท่าไร มากกว่า ปีก่อน ๆ เท่าไร ผมเองได้ทำหนังสือถามไปยังกรมอุตุนิยมวิทยา แล้วก็ได้ข้อมูลย้อนหลัง ๓ ปีมาเพื่อจะแนบ แล้วก็สอบถามไปยังสำนักการระบายน้ำ ก็คือปริมาณมวลน้ำที่ตกจาก พายุโนรูเมื่อตอนปลายปีที่ผ่านมาก็คือมวลน้ำจำนวน ๓๐๐ ล้านกว่าลูกบาศก์เมตรที่ไหลผ่าน อันนี้คือข้อมูลที่ได้รวบรวม แล้วก็ทำหนังสือส่งไปถึงทางกรม ปภ. เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๖ เรียน ท่านอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เรื่อง ขอให้ประกาศ เขตความช่วยเหลือเขตภัยพิบัติฉุกเฉินในพื้นที่เขตบางขุนเทียน ลงนามโดยท่านพลเฉลิม โชตินุชิต ท่านรองปลัดกรุงเทพมหานคร ปฏิบัติหน้าที่แทนท่านปลัดกรุงเทพมหานคร หนังสือฉบับนี้ไปเมื่อวันที่ ๒๓ และได้รับหนังสือตอบกลับจากทางกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๖ มีหนังสือตอบกลับมาสอบถาม ๕ เรื่องด้วยกัน🔗
ข้อ ๑ ให้หน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงรับผิดชอบหลักวิชาการว่าการตายของ หอยแครงและกุ้งทะเลนั้นเกิดจากสาเหตุใด เหตุดังกล่าวอยู่ในข่ายที่สามารถป้องกัน หรือแก้ไขได้หรือไม่ อย่างไร และสามารถแจ้งเตือนเกษตรกรให้ทราบล่วงหน้าได้หรือไม่ อย่างไร อันนี้คือข้อแรกที่กรม ปภ. ได้ชี้แจงกลับมายังกรุงเทพมหานคร ซึ่งเรื่องนี้มีการพูดคุย ในที่ประชุมเช่นกันครับท่านประธาน แต่วันนั้นเราพูดคุยกันไปถึงขั้นว่าตอนนี้เรารู้หมดแล้ว ว่าหอยแครงไม่ชอบน้ำจืด ตายเพราะน้ำจืดแน่นอน ถามว่าตายจริง ไม่จริง คือตายจริง แต่ถามว่าตายเพราะอะไร เหลือวิธีการเดียวคือต้องชันสูตรพลิกศพหอยแครงว่าสำลักน้ำจืด จริงหรือเปล่า ถ้าเกิดคำถามที่ ปภ. ถามมาในข้อ ๑ มันไม่สามารถที่จะพิสูจน์อย่างอื่นได้แล้ว เพราะว่าปริมาณข้อมูลต่าง ๆ ที่ซัพพอร์ต (Support) โดยกรมประมงโดยท่านประสิทธิ์ คงพรปรารถนา ท่านประมงพื้นที่กรุงเทพมหานครทำหนังสือวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๖ ชี้แจงข้อมูลไปให้กรุงเทพมหานคร และกรุงเทพมหานครชี้แจงไปให้กรม ปภ. จนเป็นที่มา ของข้อ ๑ ที่ถามเมื่อสักครู่🔗
ข้อ ๒ กรณีฝนตกมีน้ำท่วมขังในพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแขวงท่าข้าม และแขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน ขณะนั้นปริมาณน้ำสะสมหรือท่วมขังขังอยู่นานเท่าไร มวลน้ำวันนั้นคือเขาต้องการถามว่าน้ำวันนั้นขังอยู่นานเท่าไร คือขังนานพอที่จะให้หอยแครง สำลักน้ำจืดตายหรือไม่🔗
ข้อ ๓ การระบายน้ำออกจากเมืองโดยสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ผ่านคลองต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานครเกิดขึ้นเป็นประจำหรือไม่ ถ้าเกิดขึ้นเป็นประจำข้อนี้ จะไม่ได้ อันนี้ผมได้ถามข้อมูลย้อนหลังแล้ว ๓ ปี ๒ ปีก่อนหน้านี้ไม่มีครับประธาน เพิ่งจะมี รอบนี้ที่มีพายุโนรูเข้า🔗
ข้อ ๔ ผู้เพาะเลี้ยงดังกล่าวได้มีการเพาะเลี้ยงอย่างไร ถูกต้องหรือไม่ คือกำลังกล่าวว่าเกษตรกรถ้าเกิดเลี้ยงแบบไม่ถูกวิธีก็จะไม่ได้เงิน แต่เกษตรกรเลี้ยงมา ๒๐-๓๐ ปีแล้ว ก็คือเลี้ยงแบบนี้ตามวิธีการของกรมประมงที่ได้ไปแนะนำให้กับพี่น้อง ประชาชน แล้วก็ดำเนินการตามนั้นมาโดยตลอด แล้วก็มีการเลี้ยงแล้วก็ขายมาตลอด ระยะเวลากว่า ๓๐ ปี🔗
ข้อ ๕ ให้ส่งเอกสารรายละเอียดทั้งหมดมาที่กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยภายในวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ คือเลยวันนี้ไปแล้ว คือเอกสารฉบับนี้ทาง ปภ. ส่งถึง กรุงเทพมหานคร🔗
ทั้ง ๕ ข้อผมก็ได้พูดคุยกับทางกรุงเทพมหานครว่าเราจะตอบไปอย่างไร ในเมื่อ ๕ ข้อนี้ได้มีการพูดคุย แล้วก็ได้มีการทำหนังสือไปเมื่อวันที่ ๑๑ โดยกรมประมง และวันที่ ๒๓ มกราคม โดยกรุงเทพมหานครแล้ว เพราะฉะนั้นก็เลยอยากจะขอเรียน ท่านรัฐมนตรี ด้วยความเมตตาจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ คือด้วย คำถามทั้ง ๕ ข้อมันไม่ใช่แกนหลักเรื่องหลักของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น วันนี้เราลำดับเหตุการณ์ ให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี่เกิดขึ้นเพราะอะไร ระยะเวลาย้อนหลังก่อนหน้านี้ถ้าเป็นเหตุการณ์ ปกติพี่น้องประชาชนไม่เคยเดือดร้อน และไม่เคยร้องขอความช่วยเหลือจากทางภาครัฐ แต่มาปีนี้เกิดเหตุการณ์จากพี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบคือสิ้นปีมีพายุโนรูเข้าจริง ๆ และมีการระบายน้ำออกจริง ๆ โดยหนังสือจากสำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานครได้ชี้แจง แล้วว่าเพียง ๕ เดือน มวลน้ำมหาศาลที่ไหลผ่านตรงนั้น ส่วนการปล่อยลงตามแม่น้ำลำคลอง ในข้อ ๔ ที่ถามมาถ้าผมเข้าใจไม่ผิดคือพยายามจะสื่อสารว่าสำนักการระบายน้ำปล่อยออก ตามคลองต่าง ๆ และจะเข้าในวังหอย วังกุ้ง พี่น้องประชาชนได้อย่างไร ซึ่งอันนี้แน่นอนว่า มันล้นคลองท่านประธานครับ มันไปทั้งถนน มันไปทั้งตามบ้านทั้งตามอะไรต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ ก็อยากให้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ แล้วหันหน้าเข้าหากัน แล้วก็ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ซึ่งผม เชื่อว่าท่านรัฐมนตรีนริศมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง แต่ว่า ในกระบวนการต่าง ๆ ของข้าราชการไม่ว่าจะเป็นในกรม ปภ. เอง หรือว่าหน่วยงานต่าง ๆ เองก็ดี ในวันนั้นที่ประชุมก็มีเงื่อนไขมากมายที่จะให้พี่น้องประชาชนมานำเสนอหรือว่ามาหา ข้อมูลประกอบ ซึ่งหลาย ๆ ฝ่ายก็ทำในส่วนตัวเองก็คือกรุงเทพมหานครก็ทำในส่วน กรุงเทพมหานคร ประมงก็ทำในส่วนของประมง แล้วเผอิญพอมาเจอกันที่ ปภ. ปภ. ก็คอยที่ จะลิสต์ (List) รายการว่าอันไหนไม่ถูก อันไหนไม่ถูก อันไหนไม่ถูก จนอย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่า ก็คือมันจะครบเดดไลน์ (Deadline) ครับท่านประธาน คือถ้าเกิดประกาศเกินวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์นี่ ถ้าพูดตรงไปตรงมาเลยคือชาวบ้านไม่ได้สตางค์ ๒๑ กุมภาพันธ์นี้จะครบ ๙๐ วัน ผมก็เลยมีความเร่งด่วนที่อยากจะขอความกรุณาจากท่านรัฐมนตรีได้ช่วยเร่ง พิจารณาแก้ไขในเรื่องนี้ ในคำถามแรกที่ท่านตอบมาผมประทับใจ แล้วก็รับรู้ได้ถึงความ ตั้งใจจริงของทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการว่าต้องการที่อยากแก้ไขปัญหาตรงนี้จริง ๆ แต่ว่า ในคำถามที่ ๒ นี้ก็คืออยากจะสอบถามในเอกสารที่ส่งมาให้ของ ปภ. ทั้ง ๕ ข้อนี้ เป็นรายละเอียดปลีกย่อยทั้งหมด อย่างไรก็ตามอยากให้กรม ปภ. กลับไปพิจารณาใหม่ แล้วก็หาทางออกให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ ตอบข้อกระทู้ข้อที่ ๒ ไทม์ไลน์ (Timeline) มันเป็นเช่นนี้ท่านประธานครับ เรื่องนี้หลังจากเกิดเหตุการณ์แล้ว มีการหยิบยกขึ้นมาในการประชุมสภาเกษตร เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม แล้ว กทม. ก็ตอบหนังสือฉบับนี้มา หลังวันที่ ๒๗ ตอบโดยกว้าง ๆ มากว่าได้รับแจ้ง จากเกษตรพื้นที่ กทม. ว่าเขตบางขุนเทียนเสียหายเบื้องต้นจากเกิดอุทกภัยเนื่องจาก ฝนตกหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมงในวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ถึง ๒๐ ธันวาคม ข้อมูลมีความ เสียหาย คือ กทม. ตอบมาเท่านี้ไม่เพียงพอที่จะเป็นข้อมูลให้ ปภ. สามารถประกาศได้ ปภ. จึงมีหนังสือไปถึง กทม. ในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๖ เพื่อที่จะให้ กทม. ส่งรายละเอียด ๕ เรื่องตามที่ท่านได้เรียนกับท่านประธานแล้ว ขณะนี้ผมมีหนังสือของ กทม. อยู่ในมือแล้ว กทม. ได้ส่งมาเรียบร้อยแล้วแต่ว่ายังไม่ถึง ปภ. หนังสือลงวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ เมื่อวานนี้ จากประมงพื้นที่กรุงเทพมหานครถึงผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน แล้วเข้าใจว่ากระบวนการ จะมาถึง ปภ. วันสองวันนี้ แล้วผมรับปากกับท่านณัฐชาว่า เมื่อเรื่องนี้ถึง ปภ. ผมทราบดีว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ผมทราบดีว่าเรื่องนี้ท่านณัฐชาให้ความสนใจ ให้ความสำคัญมาโดยตลอด ในวงกระทู้นี้ท่านเคยนำเรื่องนี้มาปรารภกับผมถึงความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมจะให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพิจารณาเรื่องนี้ โดยเร็ว ยังมีเวลาทันอยู่ อาจจะประกาศวันที่ ๒๑ ก็ได้ถ้าข้อมูลที่ กทม. ส่งมาพร้อม อันนี้ เป็นข้อมูลที่ผมได้จากประมงพื้นที่กรุงเทพฯ ถึงผู้อำนวยการเขตเท่านั้นเอง ยังไม่ได้เป็น ทางการถึงกรม ปภ. แต่อย่างใด แต่ว่าผมดูแล้วเขามีรายละเอียดอยู่พอสมควร ถ้าเข้าเกณฑ์ ผมจะรีบประกาศก่อนวันที่ ๒๑ เพราะว่าผมรู้ว่าเรื่องนี้เดือดร้อนจริง ๆ ท่านประธานครับ สุดท้ายผมดีใจมากที่ผมได้มีโอกาสตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะของท่านณัฐชาในวันนี้ เพราะว่า ในสภามีคนพูดเสมอว่าผมกับท่านเหมือนเป็นญาติกัน เหมือนพี่เหมือนน้องกันอยู่ หน้าตา ก็ละม้ายคล้ายคลึงกัน แล้วก็ท่านพูดได้หลายเรื่องในสภา ผมคิดว่าในสภานี้ท่านมีบทบาท พูดหลายครั้ง ทั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในเรื่องงบประมาณ ในเรื่องของกระทู้ถามทั่วไป และโดยเฉพาะกระทู้ในวันนี้ ท่านหยิบยกเรื่องที่สำคัญ ผมเรียนกับท่านประธานว่า คนมอง ท่านณัฐชาอาจจะพูดเรื่องทั่วไป แต่ว่าเรื่องความยากลำบากของประชาชนท่านก็พูดได้ เหมือนกับกรณีท่านชวน การลุกขึ้นครั้งแรกในสภาผู้แทนราษฎรของท่านชวน พูดเรื่องที่ดิน ทำกินครับท่านประธานครับ วันนี้ผมดีใจที่เห็นท่านณัฐชาพูดเรื่องชาวบ้านเดือดร้อนในเขต เลือกตั้งตัวเอง แล้วผมขออำนวยพรให้ท่านกลับมาเป็น ส.ส. อีก แล้วก็เติบโตในสภาแห่งนี้ จนเป็นรัฐมนตรี ขอให้ท่านได้มาเป็นผู้ตอบกระทู้บ้างในสมัยหลัง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เรื่องนี้มันต้องไปตามที่ กทม. ด้วยใช่ไหม เป็นหน้าที่ใครล่ะ ก็เป็นหน้าที่ท่านณัฐชาอีกนั่นแหละ ท่านณัฐชาไปเองเลย เชิญท่านณัฐชามีอะไรเพิ่มเติมนิดหนึ่ง เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ แล้วก็ขอบคุณทางท่านรัฐมนตรี นริศ ขำนุรักษ์ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ท่านได้กำกับดูแลกรม ปภ. ซึ่งจากไทม์ไลน์ (Timeline) ที่ท่านตอบในข้อ ๒ ผมเชื่อว่า พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่บางขุนเทียนถ้าเกิดได้ยินเหมือนผมในวันนี้ก็คงจะต้องดีใจ เป็นอย่างมาก เนื่องจากว่ากระบวนการตอนนี้เหลืออยู่น่าจะเป็นขั้นตอนสุดท้าย แล้วก็ หนังสือที่ท่านว่าก็คือจากประมงไปยังกรุงเทพมหานคร และจากกรุงเทพมหานครไปยัง กรม ปภ. อันนี้ผมต้องยอมรับว่าผมยังไม่ทราบเรื่องว่ามีหนังสือออกไปแล้ว แล้วก็ถ้าเกิด มีหนังสือออกไปแล้วแบบนี้จริง แล้วก็ข้อมูลครบถ้วนจริง ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับว่า กรม ปภ. ก็คงจะอนุมัติให้ตามนั้น แล้วก็จะทำให้พี่น้องประชาชนที่ตอนนี้ ท่านประธาน ตั้งแต่เดือนตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม ตอนนี้คือยังไม่ได้ลงทุนรอบใหม่ ยังไม่มี กำลังในการซื้อหอยแครงไปลงใหม่ เพราะฉะนั้นตอนนี้เขาก็ยังรอคอยความหวังอยู่ครับ ท่านประธานครับ เงินจำนวนที่ไม่มากนัก แต่ว่าเป็นการลงทุนครั้งใหม่ของเขาที่จะสามารถ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้อวยพรนะครับ ผมก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีมาก ๆ นะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ที่ประชุมครับ ก็ถือว่าจบการถามตอบกระทู้แยกเฉพาะที่ ๕๐๗ เรื่อง การติดตาม ความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในเขตพื้นที่เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ของ ท่าน ส.ส. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านรัฐมนตรีนริศ ขำนุรักษ์ ที่กรุณาให้เกียรติกระทู้ แยกเฉพาะของพวกเรา ขอบคุณทั้ง ๒ ท่านครับ🔗
๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๐ เรื่อง ขอให้ดำเนินการแก้ไขปัญหา น้ำท่วมขังให้แก่พี่น้องประชาชนอำเภออุทุมพรพิสัย และอำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ อันมีสาเหตุมาจากการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๒๒๖ สายอำเภออุทุมพรพิสัย- อำเภอห้วยทับทัน (นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ได้มีหนัง00สือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่า การกระทรวงคมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจาก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึง ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖🔗
๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๑ เรื่อง ขอให้ดำเนินการแก้ไขปัญหา การขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตรแก่พี่น้องประชาชนตำบลรังแร้ง ตำบลโพธิ์ชัย ตำบลโคกหล่าม และตำบลอีหล่ำ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ (นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประภัทร โพธสุธน เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดภารกิจ สำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็น วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖🔗
๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๒ เรื่อง ขอให้ดำเนินการปรับปรุง ถนนลาดยางสาย ศก. ๔๐๒๐ ช่วงอำเภออุทุมพรพิสัย-อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ เนื่องจากถนนสายดังกล่าวมีปริมาณการจราจรที่หนาแน่นมาก (นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๔ เรื่อง การบริหารจัดการปัญหา โรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองศาสตราจารย์ สุรวาท ทองบุ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางสาวตรีนุช เทียนทอง ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจาก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๕ เรื่อง การจัดสรรอัตราข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาตามเกณฑ์อัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด (รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางสาวตรีนุช เทียนทอง ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจาก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖🔗
จบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระจำนวน ๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรกคือรับทราบรายงานเรื่องการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและขอลาออกจากสมาชิกพรรคการเมืองดังนี้ ๑. นายสมเกียรติ วอนเพียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ๒. นางเจริญ เรี่ยวแรง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ๓. นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีรวมไทย ๔. นายฐานิสร์ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ และวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เป็นผลให้ สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๔ คน ตามลำดับที่ ๑ ถึงที่ ๔ สิ้นสุดลง ตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญ ๕. นายภูดิท อินสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ๖. นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังปวงชนไทย ๗. นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ขอลาออก จากความเป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่ตนสังกัดต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ตั้งแต่ วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๖ วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ และวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ตามลำดับ เป็นผลให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ คนดังกล่าว คือลำดับที่ ๕ ถึงที่ ๗ สิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๘) ของรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗🔗
สมาชิกที่เคารพครับ เนื่องจากนายตี๋ใหญ่ พูลศรีธนากูล สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคเพื่อไทย ได้ถึงแก่อนิจกรรมลงเมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เป็นผลให้ สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๒) ของรัฐธรรมนูญ จึงขอแจ้งที่ประชุมรับทราบ เพื่อเป็นเกียรติแก่นายตี๋ใหญ่ พูลศรีธนากูล ซึ่งถึงแก่อนิจกรรม ระหว่างเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมขอเชิญสมาชิกได้โปรดยืนขึ้นเพื่อเป็นการไว้อาลัย ๑ นาทีครับ ขอเชิญครับ🔗
ขอบคุณมากครับ🔗
เรื่องที่ ๒ รับทราบประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับ ถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แทนตำแหน่งที่ว่าง🔗
ด้วยสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน ๕ คน ได้สิ้นสุดลง ตามมาตรา ๑๐๑ (๓) และ (๘) ของรัฐธรรมนูญ ประกอบกับผู้มีชื่ออยู่ใน ลำดับถัดไปก่อนสิ้นสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคการเมืองนั้น ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงได้มีประกาศสภาผู้แทนราษฎรประกาศให้ผู้มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อ ของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๑๐๕ (๒) ของรัฐธรรมนูญ ดังนี้ ๑. นายเกริกมนตรี รุจโสตถิรพัฒน์ ลำดับที่ ๑๗ พรรคเพื่อชาติ แทน นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ๒. นางสาววารีรัตน์ แก้วเงิน ลำดับที่ ๑๘ พรรคเพื่อชาติ แทน นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ๓. นายศุภชัย นาคสุวรรณ ลำดับที่ ๑๓ พรรคเสรีรวมไทย แทน นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ๔. นางแพงศรี พิจารณ์ ลำดับที่ ๓ พรรคประชาธิปไตยใหม่ แทน นายสุรทิน พิจารณ์ ๕. นายพันธุ์ศักดิ์ ซาบุ ลำดับที่ ๖ พรรคพลังปวงชนไทย แทน นายนิคม บุญวิเศษ จึงแจ้งที่ประชุมรับทราบครับ🔗
เรื่องที่ ๓ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามมาตรา ๑๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เนื่องจากมีสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรใหม่ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๑๕ กำหนดให้สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกก่อนเข้ารับหน้าที่ ขอเชิญท่านต่อไปนี้ คุณเกริกมนตรี รุจโสตถิรพัฒน์ นางสาววารีรัตน์ แก้วเงิน นายศุภชัย นาคสุวรรณ นางแพงศรี พิจารณ์ นายพันธุ์ศักดิ์ ซาบุ พร้อมไหมครับ ยืนขึ้นนะครับ🔗
กล่าวคำปฏิญาณตน โดยผมจะกล่าวนำแล้วท่านระบุชื่อในตอนต้นนะครับ🔗
“ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติ ตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”🔗
ขอแสดงความยินดีด้วยครับ เชิญนั่งได้ครับ ดังนั้นตัวเลขของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบันเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติ หน้าที่ได้คือ ๔๒๐ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ๒๑๐ คน ก็เปลี่ยนไปจากเมื่อเช้า เมื่อเช้านี้ ๒๐๘ คน ตอนนี้ก็ ๒๑๐ คน🔗
๒.๑ รับทราบการดำเนินการเกี่ยวกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๒ ฉบับ🔗
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... และร่างพระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎร ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น เลขาธิการรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๖ ดังนี้🔗
๑. รับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๒ ฉบับ ดังกล่าว🔗
๒. ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๒ ฉบับ ตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการเป็นเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ในการประกาศพระราชกิจนุเบกษาต่อไป🔗
๓. สำหรับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้น ให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักไปพิจารณาร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางและความเหมาะสม และสรุปผลการพิจารณาหรือผลการดำเนินการส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป จึงแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ🔗
๒.๒ รับทราบการพิจารณาเรื่องร้องเรียนจริยธรรม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์🔗
กรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรเสนอรายงานพิจารณาเรื่องร้องเรียน จริยธรรม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ เรื่องร้องเรียนที่ ๑๒ โดยคณะกรรมการได้มีคำวินิจฉัยที่ ๑/๒๕๖๖ วินิจฉัยว่าเรื่องร้องเรียนไม่มีพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าผู้ถูกร้องฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๖๓ จึงให้ยกคำร้องและเห็นควรให้เตือนผู้ถูกร้องว่าขอให้ทำการตรวจสอบประวัติ และความประพฤติของบุคคลที่ผู้ถูกร้องจะเสนอแต่งตั้งในกิจการของรัฐสภาและ สภาผู้แทนราษฎรก่อนจะเสนอแต่งตั้งอย่างรอบคอบ รวมทั้งระมัดระวังการปฏิบัติงาน หรือการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลที่ผู้ถูกร้องได้เสนอแต่งตั้งดังกล่าวมิให้มีการกระทำใด ๆ อันจะเป็นที่เสื่อมเสียแก่รัฐสภา และสภาผู้แทนราษฎรในอนาคตด้วย รายละเอียดปรากฏ ตามเอกสารที่ได้จัดวางให้สมาชิกแล้วครับ จึงเรียนที่ประชุมเพื่อรับทราบ🔗
๒.๓ รับทราบรายงานการพัฒนาระบบราชการ พ.ศ. ๒๕๖๕ หน่วยงาน ขออนุญาตเลื่อนไปวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖🔗
๒.๔ รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูป ประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ครั้งที่ ๑๗ (เดือนกรกฎาคม - กันยายน ๒๕๖๕)🔗
(ค้างมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๖)🔗
2🔗
สรุปผลสัมฤทธิ์ของกำรปฏิรูปประเทศตำมเป้ำหมำยของรัฐธรรมนูญฯ มำตรำ 257 และ 258 กำรด ำเนินกำรปฏิรูปประเทศตั้งแต่แผนกำรปฏิรูปประเทศ ฉบับปี 2561 ต่อเนื่องมำจนถึงแผนกำรปฏิรูป ประเทศ (ฉบับปรับปรุง) มีผลสัมฤทธิ์ในกำรบรรลุเป้ำหมำยกำรปฏิรูปประเทศตำมมำตรำ 257 ของรัฐธรรมนูญฯ ที่ก ำหนดไว้ 3 ประกำร ได้แก่ 1. ประเทศชำติมีควำมสงบเรียบร้อยมีควำมสำมัคคีปรองดอง มีกำรพัฒนำอย่ำงยั่งยืนตำมหลัก🔗
ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง และมีควำมสมดุลระหว่ำงกำรพัฒนำด้ำนวัตถุกับกำรพัฒนำด้ำน🔗
จิตใจ โดยมีผลสัมฤทธิ์จำกด ำเนินกำร อำทิ คนไทยมีจิตอำสำ จิตส ำนึก รักสำมัคคี และมีควำมปรองดอง🔗
ธุรกิจไทยสำมำรถท ำกำรค้ำได้อย่ำงสะดวกมำกขึ้นกับกลุ่มประเทศคู่ค้ำส ำคัญจำกกำรเตรียม🔗
ควำมพร้อมในกำรเปิดเสรีทำงกำรค้ำ 2. สังคมมีควำมสงบสุข เป็นธรรม และมีโอกำสอันทัดเทียมกันเพื่อขจัดควำมเหลื่อมล้ ำ โดยมี🔗
ผลสัมฤทธิ์จำกด ำเนินกำร อำทิ เด็กเล็ก/เด็กปฐมวัย ได้รับกำรดูแลและได้รับกำรศึกษำอย่ำงเป็นระบบ🔗
ต่อเนื่อง ทั่วถึง และเสมอภำค ผู้ขำดแคลนทุนทรัพย์ได้รับกำรดูแลช่วยเหลือและมีควำมเหลื่อมล้ ำ🔗
ทำงกำรศึกษำลดลง กำรจัดเก็บภำษีมีควำมสะดวกรวดเร็ว ต้นทุนกำรด ำเนินงำนลดลงจำกกำรจัดเก็บ🔗
ภำษีในรูปแบบออนไลน์ เกษตรกรรำยย่อยและผู้ด้อยโอกำสมีที่ดินท ำกินเพิ่มมำกขึ้น 3. ประชำชนมีควำมสุข มีคุณภำพชีวิตที่ดี และมีส่วนร่วมในกำรพัฒนำประเทศและกำรปกครอง🔗
ในระบอบประชำธิปไตยอันมีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยมีผลสัมฤทธิ์จำกด ำเนินกำร อำทิ🔗
ประชำชนมีควำมสะดวกในกำรเข้ำถึง รับรู้ และปฏิบัติตำมกฎหมำยเพิ่มมำกขึ้น ประชำชนเข้ำถึง🔗
ข้อมูลสำรสนเทศและมีควำมรอบรู้ด้ำนสุขภำพเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ จำกกำรด ำเนินกำรปฏิรูปประเทศเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตำมเจตนำรมณ์ในมำตรำ 258 ของรัฐธรรมนูญฯ สำมำรถสรุปผลสัมฤทธิ์ที่ประชำชนได้รับจำกด ำเนินกำรตำมแผนกำรปฏิรูปประเทศ ฉบับปี 2561 ต่อเนื่องมำจนถึงแผนกำรปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) สรุปได้ดังนี้ เป้ำหมำยตำมมำตรำ 258 ผลสัมฤทธิ์ของกำรปฏิรูปประเทศ ด ำเนินกำรผ่ำนกิจกรรม🔗
Big Rock ก. ด้ำนกำรเมือง (1) ประชำชนมีควำมรู้ควำมเข้ำใจที่ มีชุดควำมรู้กำรปกครองในระบอบประชำธิปไตยอันมี BR0101 กำรส่งเสริมควำมรู้ ถูกต้องเกี่ยวกับกำรปกครองใน พระมหำกษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในรูปแบบหนังสือ ทำงกำรเมืองในระบอบ ร ะ บ อ บ ป ร ะ ช ำ ธิ ป ไ ต ย อั น มี จัดท ำเป็นหลักสูตร และมีกำรออกแบบสื่อกำรเรียนกำร ป ร ะ ช ำ ธิ ป ไ ต ย อั น มี พระมหำกษัตริย์ทรงเป็นประมุข มี สอน (Tool kit) ส ำหรับเยำวชน และประชำชนทั่วไป พระมหำกษัตริย์ ส่วนร่วมในกำรด ำเนินกิจกรรมทำง โดยมีกำรน ำหลักสูตรดังกล่ำวไปเผยแพร่และส่งเสริม ทรงเป็นประมุข กำรเมือ งรวมตล อดทั้งกำ ร ควำมรู้ในพื้นที่ ผ่ำนศูนย์พัฒนำกำรเมืองภำคพลเมือง ตรวจสอบกำรใช้อ ำนำจ รู้จักยอมรับ จ ำนวน 49 ศูนย์ เครือข่ำยวิทยำกรตัวคูณ จ ำนวน 562 ในควำมเห็นทำงกำรเมืองโดยสุจริตที่ คน และเครือข่ำยส ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรเลือกตั้ง แตกต่ำงกัน และให้ประชำชนใช้ โดยมีผู้เข้ำรับกำรอบรมในพื้นที่ จ ำนวน 5,177 คน รวมถึง🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ผมยกมือนานมาก ๆ แล้วครับท่านประธาน🔗
ขออภัยครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมไม่ได้อภิปรายแผนการปฏิรูปนะครับ แต่ผมจะขอหารือเรื่องเมื่อเช้า นิดหนึ่ง ที่ทางท่านประธานได้แจ้งว่าทางทีวี (TV) วิทยุรัฐสภาได้บอกว่าการถ่ายทอดสดทาง อินเทอร์เน็ตนั้นสัญญาณจะล่าช้า จริง ๆ สัญญาณล่าช้ามันคือสิ่งที่ท่านประธานพูดตอนเวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา จะไปปรากฏตอนเวลา ๑๑.๐๕ นาฬิกาอะไรแบบนั้นก็ว่าไป แต่เมื่อเช้านี้ คือ ๓ นาทีแรกหลังจากที่ท่านประธานเปิดประชุม ไม่มีภาพและเสียงปรากฏบนยูทูป (YouTube) ของทีวี (TV) วิทยุรัฐสภา ช่วงเวลาที่ท่านณัฐวุฒิลุกขึ้นแย้งไม่มีปรากฏอยู่ ในยูทูป (YouTube) แสดงว่าการถ่ายทอดสดเริ่มต้นช้ากว่าปกติครับท่านประธานครับ🔗
เดี๋ยวไปดูให้ครับ ขอบคุณ มากครับ ท่านที่เสนอชื่อมานอกจาก ๔ ท่านแล้ว มีท่านที่ ๕ คุณนิกร จำนง เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เข้าสู่เล่มการรายงาน ครั้งที่ ๑๗ ๔ ปี เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๕ ถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๕ เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปที่หน้า ๒๗๙ ด้าน ๑๑ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ท่านประธานครับ ถ้าอ่านใน บีอาร์ ๑๑๐๑ (BR1101) บีอาร์ ๑๑๐๒ (BR1102) บีอาร์ ๑๑๐๓ (BR1103) บีอาร์ ๑๑๐๔ (BR1104) บีอาร์ ๑๑๐๕ (BR1105) ๕ บีอาร์ (5BR) ในรายงานนี้ จะมีผลสัมฤทธิ์ของการทำงานคือไม่ผ่านอยู่หลายอัน เดี๋ยวผมจะอภิปรายในรายงานนี้ และมี การซักถามในบีอาร์ (BR) ทั้ง ๓-๔ กลุ่มนี้ครับ ท่านประธานครับ เริ่มแรกในบีอาร์ (BR) อันแรก ในเนื้อความของหน้า ๒๘๔ ท่านดูในทั้ง ๕ บีอาร์ (5BR) หน่วยงานที่รับผิดชอบคือ ป.ป.ช. กับ ป.ป.ท. โดยแยกเนื้องานออกไปในความประสงค์อันพึงประสงค์ของเม็ดงาน ที่เขียนว่า ซีอาร์ ๑๑ จี ๐๑ (CR11G01) กับซีอาร์ ๑๑ จี ๐๒ (CR11G02) ในซีอาร์ ๑๑ จี ๐๑ (CR11G01) กับซีอาร์ ๑๑ จี ๐๒ (CR11G02) คือเป้าหมายครับ ถ้าอ่านให้เข้าใจ โดยเฉพาะ เรื่องของค่าเป้าหมายในปี ๒๕๖๕ ในซีอาร์ ๑๑ จี ๐๑ (CR11G01) ซึ่งพูดถึงเรื่องการให้ คะแนนดัชนีรับรู้การทุจริตอยู่ในเกณฑ์ ๔๐ คะแนน ท่านเชื่อไหมครับ ที่ผมพูดถึงเจาะลงมา ในด้าน ๑๑ นี้เพราะอะไร เพราะว่าในปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมาได้ ๓๕ คะแนนครับท่านประธาน มันตกครับ แล้วยิ่งปีนี้มันตกแน่ ๆ ครับเรื่องการทุจริต ออกมาระบมเลยครับภาครัฐ ตั้งแต่ ตำรวจ ดีเอสไอ (DSI) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ไปเรื่อยครับตอนนี้ ไปหัวเมือง อีกแล้วครับ ผมไม่รู้ว่าคณะกรรมการปฏิรูปด้านนี้จะเอาค่าตรงนี้ไปแบกหน้ากับนานาชาติ ได้อย่างไร โดยเฉพาะข้อมูลที่ได้มาจาก ทรานส์พาเรนซี อินเตอร์เนชันนัล (Transparency International) ในซีอาร์ ๑๑ จี ๐๒ (CR11G02) อีกครับท่านประธานครับ เรื่องของ หน่วยงานภาครัฐที่มีวัฒนธรรมและพฤติกรรมที่ซื่อสัตย์สุจริต โดยเฉพาะค่าที่เขาใช้กัน โดยทั่ว ๆ ไป เรารู้ ๆ ก็คือ ภาครัฐคือการผ่านการประเมินของไอทีเอ (ITA) ซึ่งจะต้องได้ ร้อยละ ๘๐ คือคะแนน ๘๕ ขึ้นไป เราได้เท่าไรครับ ๗๐.๕๒ ครับ นั่นก็คือสาเหตุอยู่ในที่ผม กำลังจะอภิปรายครับ เวลามันน้อยมากจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ ทำไมถึงเราไม่ผ่าน ไปดูตัวเลขกิจกรรมในบีอาร์ (BR) ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะความล่าช้าในเรื่องของแผนงาน ในกิจกรรมที่ ๒ เรื่องการพัฒนาข้อมูลข่าวสารและการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสการทุจริต ที่มีประสิทธิภาพ ผมว่าตอนนี้ต้องผ่านแล้วนะครับ เพราะว่ามีผู้แจ้งเบาะแสมาจาก หลายระบบแล้วครับในปีนี้ ก็ถือว่าที่ทำบอกว่าล่าช้านั้นก็คือเป็นคำถามครับ เพราะใน เอกสารหน้า ๒๙๑ มันมีการพบข้อมูลที่เป็นข้อจำกัดที่เขียนไว้ว่า พบว่าข้อมูลเปิดภาครัฐ ยังไม่ได้คุณภาพของข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล (Digital) สพร. จึงควรพัฒนาเครื่องมือ สนับสนุนคุณภาพ โดยเฉพาะหลักธรรมาภิบาล ภาษาอังกฤษผมไม่อ่านนะครับ ประกอบขึ้นจัดทำบัญชีเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ เมื่อไร แอป (App) ตัวนี้จะมา ไปดูแอป (App) ก้าวไกล แอป (App) ของก้าวไกลเปิดแล้วไปดูได้ ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมบนดิจิทัล (Digital) ชัดเจน ท่านเปิดดูครับ นี่ภาครัฐไปถึงไหน ป.ป.ช. ช่วยบอกหน่อย ท่านประธานครับ นั่นถึงเกิดความล่าช้าในการติ๊ก ในไมล์สโตน (Milestone) ของตัวที่ ๒ เอ็มเอส ๓ (MS3) ในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายการคุ้มครอง พยานและผู้แจ้งเบาะแส ท่านประธานครับ มีคำถามว่าได้ตั้งงบประมาณไว้ที่ไหนจากการ ล่าช้าในหน้านี้ ผมเป็นห่วงแค่ทราฟฟี ฟองดูว์ (Traffy Fondue) ของกรุงเทพมหานครเขาก็ เวิร์ก (Work) เป็นแสน ๆ เขาตอบทีหนึ่ง ๘๐,๐๐๐-๙๐,๐๐๐ เลยครับ ทำไมภาครัฐเรา ไม่เอามาใช้ล่ะครับ ง่ายนิดเดียวลงทุนต่ำด้วย มีคำตอบถึงประชาชนไดเร็กต์ (Direct) เลย ผมชมเชยท่านผู้ว่าชัชชาติเป็นอย่างมากเลยที่เอาทราฟฟี ฟองดูว์ (Traffy Fondue) มา เราทำไมไม่ใช้เหมือน ๆ กัน เวิร์ก (Work) แล้วตอนนี้ รออะไรกันนักหนา ท่านประธานขออีก นิดเดียว เพราะผมมีหลายอันที่เกี่ยวข้อง ท่านประธาน อันสุดท้ายในเรื่องของเอ็มเอส ๒ (MS2) หน้า ๓๐๒ ท่านไปดูในหน้า ๓๐๒ นี่สำคัญ มันมีเวิร์ดดิง (Wording) ท่านอ่านสิครับ เขาบอกว่าในเอ็มเอส ๒.๑ (MS2.1) การจัดทำร่างกฎหมายว่าด้วยการบริหารงานภาครัฐ ด้วยระบบคุณธรรม และเร่งรัดกำหนดให้มีวิธีการประเมินสัตบุรุษ สัต ส ต ไม่มี ว์ ครับ สัตบุรุษ และบังคับให้หัวหน้าหน่วยงานภาครัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลเป็นลำดับแรก ในปี ๒๕๖๔ ผ่านไปแล้วครับ แต่ ป.ป.ช. นี่เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบยังเอาไม่ถึง ข้อกำหนด ที่พิจารณามีจำนวนมาก เขาบอกเขียนไว้ในข้อจำกัดเลยว่ามันจำนวนมากที่ไหน ทำสิครับ ในนี้เขียนเลย ข้อจำกัดและประเด็นท้าท้ายที่ล่าช้ากว่าแผนเป็นจำนวนมากในการศึกษา รายละเอียดคำตอบให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของแผนปฏิรูประเทศ ระยะเวลาหมดไปแล้ว เอกซ์ไพร์ (Expire) ไปแล้วตั้งนานท่านประธาน ปีนี้ปี ๒๕๖๖ บทบาทหน้าที่ของผู้บริหาร ระดับสูงเมื่อไร ป.ป.ช. จะล็อกเป้าดังเช่นประชาชนร้องเรียน คำถามสุดท้ายของหน้า ๓๐๓ ท่านประธานครับ ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่ของรัฐของส่วนราชการ ต่าง ๆ ที่จะเพิ่มเป็นข้อมูลปรากฏว่าล่าช้า ในนี้มีมติให้ชะลอ ผมงง คณะ ป.ป.ช. ได้มีมติให้ ชะลอการพิจารณาร่าง พ.ร.ก. ว่าด้วย การยื่นบัญชีทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๑๓๐ แห่ง พ.ร.บ. บลา (Blah) บลา (Blah) บลา (Blah) พบว่ามีปัญหาอุปสรรค ในการประกอบการปรับปรุงกฎหมายจึงอาจใช้ระยะเวลาในการพิจารณาปรับปรุง ช่วยตอบหน่อยเมื่อไร เป็นคำถามสุดท้าย ขออนุญาตเกินนิดหนึ่งเพราะมันมีเนื้อหาเยอะ และมันมีอีกหลายอันผมก็เลยไม่เอา เอาเฉพาะด้าน ๑๑ ด้านเดียว ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านดอกเตอร์นิยม เวชกามา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมอภิปรายกฎหมายฉบับนี้มันเข้ามาครั้งที่แล้วปรากฏว่าเลื่อน คือทุก ๓ เดือนเป็นการรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๑๗ ผมก็อภิปรายหลายครั้งว่าที่ท่าน รายงานทุก ๓ เดือน ผมก็เห็นใจทางสภาพัฒน์นะ บางทีท่านก็รายงานตามข้อกฎหมาย ของท่านนี่แหละครับ แต่มันไม่ใช่รายงานตามที่ท่านได้ดำเนินการ เพราะท่านเขียนไว้ ผมก็ เปิดดูตามรายงาน ท่านบอกได้ดำเนินการทะลุเป้าหมายแล้ว นี่คือผมต้องออกมาพูด เพราะวันนี้ท่านเลขาธิการสภาพัฒน์ก็มานั่งตรงนี้ ก็ต้องฝากท่านว่าที่ท่านเขียนว่าทะลุ เป้าหมายนั่นทะลุอย่างไร ผมไปเปิดถึงรัฐธรรมนูญที่ท่านอ้างถึงในมาตรา ๒๕๘ ด้วยนะ ที่ท่านอ้างไว้ในมาตรา ๒๕๘ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมพยายามไปเปิดดู ท่านเป็นการเขียน รายงานตามระบบเท่านั้น แต่ในข้อเท็จจริงมันไม่ได้มีอะไรคืบหน้า นี่ผมก็พูดแค่ ๒ ประเด็น ด้วยเวลาที่ท่านให้มา ๕ นาที คือประเด็นที่ว่าในกระบวนการทางกฎหมายก็ออกไป แต่ท่านดำเนินการจริง ๆ มันไม่สามารถที่จะดูแลปัญหาพี่น้องประชาชนได้ คือในประเด็น ด้านกระบวนการยุติธรรมและด้านกระบวนการทางการศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชน ต้องได้รับการดูแลใกล้ชิดที่สุด และเป็นกระบวนการการศึกษาก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า ถ้าตราบใดประชาชนยังไม่ได้รับการศึกษา ความเหลื่อมล้ำยังไม่เท่าเทียมกัน พี่น้องประชาชน บ้านผมก็ยังเป็นเบี้ยเหมือนทุกวันนี้แหละครับท่านประธาน ซึ่งข้อเท็จจริงเราปฏิเสธไม่ได้ โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรม ผมพูดหลายรอบแต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข คือท่านบอกว่า ในกระบวนการยุติธรรมนี่ท่านเขียนในนี้บอกว่ามีการดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมาย ที่กำหนด ให้มีการกำหนดระยะเวลาดำเนินการในทุกขั้นตอนของกระบวนการที่ชัดเจน ก็เป็น การพูดในข้อกฎหมาย ในเนื้อหาของตัวหนังสือ แต่โดยข้อเท็จจริง ก็เป็นที่ทราบกันชัดเจน ทั้งประเทศอยู่แล้วว่าในกระบวนการยุติธรรมมีตำรวจ อัยการ ศาล ตำรวจคือกระบวนการ ยุติธรรมต้นน้ำ ถ้าต้นน้ำล้มเหลว อัยการ ศาล ไม่ต้องพูดถึง มันล้มเหลวไปหมด นี่คือผมต้อง พูดวันนี้ ต้องพูดถึงเลขาธิการสภาพัฒน์ว่าผมอยากให้กลับไปดูที่ท่านรายงานบอกว่า ดำเนินการทุกขั้นตอนตามกำหนดระยะเวลาของกระบวนการยุติธรรมที่ชัดเจน ผมไม่เห็น ตามท่าน ผมต้องถามท่านนี่แหละว่าที่ท่านบอกชัดเจนคืออะไร คนที่บ้านผมสกลนคร ผมไม่อาจเอื้อมถึงจังหวัดอื่นหรอก เอาสกลนครบ้านผมเป็นหลัก ประชาชนเข้าถึง กระบวนการยุติธรรมที่ยากมาก บางคนที่มาร้องเรียนที่ผมเขาบอกว่าคดีที่มันจบก็ยังไม่จบ ก็มี เพราะการดำเนินการขั้นตอนผิดพลาด ต้องเรียกไปลงโทษอีก ผมบอกมันไม่ใช่ลงไปแล้ว อันนี้ถึงเป็นประเด็นที่ผมต้องบอกว่ากระบวนการยุติธรรมไม่ชัดเจน แล้วคราวที่แล้วท่านมา รายงาน ผมก็บอกว่าคนที่บ้านผมถูกรถชนตายที่ฉะเชิงเทรา ที่อำเภอบางปะกงนี่ วันนี้ ก็ยังตายฟรีอยู่เพราะไม่รู้รถอะไรชน ทั้ง ๆ ที่ใกล้ ๆ ทางด่วน กล้องเต็มไปหมด ผมถึง กราบเรียนว่าวันนี้ถ้ากระบวนการยุติธรรมมันยังไม่เดินหน้าชัดเจน ผมฝากท่านผมพูดแล้ว พูดอีกนะ แต่ก็ยังไม่มีการแก้ไข อันสุดท้ายคือการศึกษา วันนี้การศึกษาของเรา ผมว่า ไม่ก้าวหน้าเลยท่านประธาน พ.ร.บ. การศึกษาจะเข้ามาก็ยังเข้าไม่ได้ เพราะด้วยเหตุด้วยผล ของสภาเรามีปัญหาผมเข้าใจได้ อีกนิดเดียวท่านประธาน แต่ที่ผมต้องพูดวันนี้ เพราะบ้านผมสกลนคร ในนี้ท่านบอกว่าได้มีการศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ๕๔๑ แห่ง ไม่รู้ว่าบ้านผมสกลนครมีกี่แห่งท่านไปดูด้วย เพราะเวลาแบบนี้ผมเปิดไม่ทัน ผมจึงบอกว่าความเสมอภาคทางการศึกษามันยังไม่มี โรงเรียนขนาดเล็กท่านก็บอกว่าจะยุบ ท่านต้องเข้าใจบริบทของโรงเรียน เขาตั้งโรงเรียนมาเพื่อให้มีการศึกษาในพื้นที่ วิธีการ เทคโนโลยีมันมากมายมหาศาล ท่านต้องใช้เทคโนโลยี ท่านจะอ้างว่านักเรียนน้อยไม่คุ้มค่า อะไรนั่น มันยุคก่อนอาจจะใช่ แต่วันนี้มันไม่ใช่ ท่านต้องใช้เทคโนโลยีทางโทรทัศน์สอน ได้หมด วิธีการนี้ฝากด้วยว่าบ้านผมจำเป็นต้องมีโรงเรียนเล็กโรงเรียนน้อยในพื้นที่ อย่างน้อย ก็มีครู มีผู้บริหารรักษาการ เพื่อให้เด็กนักเรียนได้เท่าเทียมทางการศึกษา ผมฝากท่านประธาน ด้วยว่าเรื่องนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง วิธีการไม่ต้องคิดถ้าทำไม่ได้ยุบ ๆ นี่วิธีการไม่ถูกต้อง ฝากท่านประธานด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
คุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ🔗
ขอบคุณครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ผมขออนุญาต ใช้เวลาที่มีไม่มากนักแต่มีค่าในการมีส่วนร่วมในการอภิปรายความก้าวหน้าของการปฏิรูป ประเทศ ซึ่งไม่บ่อยนักที่ผมจะอภิปรายรายงานของการปฏิรูปประเทศ เหตุเพราะส่วนหนึ่งนั้น ผมไม่ใช่นักยุทธศาสตร์ ไม่ใช่นักนโยบายและแผน เป็นนักปฏิบัติเสียมากกว่า แต่อย่างไร ก็ตามผมขออนุญาตมีสัก ๔ ประเด็นย่อย ๆ ที่เกี่ยวข้องในรายละเอียดในเนื้อหาที่จะนำเสนอ ต่อท่านประธานไปยังสภาพัฒน์ ความเป็นจริงผมคิดว่าเสียงที่ผมอยากจะพูดนั้นส่งไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ส่งรายงานมายังสภาพัฒน์เสียมากกว่าครับ🔗
ในประการที่ ๑ เป็นประเด็นเรื่องของการปฏิรูปด้านการศึกษาครับ ผมเห็นด้วยกับท่านนิยม เวชกามา หลายประเด็นครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เราพูดถึง การพัฒนาเด็ก ท่านเห็นไหมว่าในรายงานนั้นพูดถึงตัวชี้วัดหรือผลสัมฤทธิ์ของการปฏิรูป บอกว่าต้องมีศูนย์การเรียนรู้ สถานเลี้ยงเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กนักเรียน เด็กเล็กทั่วประเทศ รวม ๑๙,๕๒๔ ศูนย์ นั่นเป็นแค่จำนวนครับ ความเป็นจริงจำนวนดังกล่าวนั้นก็ไม่ใช่ จำนวนนับที่แท้จริง ดังเช่น กทม. เองก็มีข้อจำกัดในการตั้งศูนย์เด็กเล็กที่อยู่ในสังกัดของ กรุงเทพมหานคร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือคุณภาพ สิ่งที่เกิดขึ้นคือเรื่องความปลอดภัยครับ สิ่งที่เกิดขึ้นคือศักยภาพของผู้ดูแลหรือครูที่อยู่ในศูนย์เด็กเล็ก สิ่งที่เกิดขึ้นคือระบบรองรับ ที่ทำให้ผู้ปกครองมั่นใจว่าลูกของเขาที่ไปอยู่ในศูนย์เด็กเล็กนั้นจะได้รับการดูแล พัฒนา ตามศักยภาพที่ควรจะเป็นหรือความปลอดภัยได้อย่างไร ดังเช่นกรณีที่เกิดขึ้นที่องค์การ บริหารส่วนตำบลอุทัยสวรรค์ จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งพวกเราก็เสียใจกันทั้งประเทศ เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา วันนั้นบอกว่าจะเอาหนองบัวลำภูโมเดล (Model) เป็นตัวตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์เด็กเล็ก วันนี้เรื่องเหล่านั้นถูกบรรจุอยู่ในแผนปฏิรูป ประเทศหรือไม่ ในขณะเดียวกันในประเด็นเรื่องของเป้าหมายตามมาตรา ๒๕๘ ในด้าน การศึกษามีอยู่คำหนึ่งซึ่งผมคิดว่าเป็นคำสำคัญมากครับ คัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบ วิชาชีพครู ให้ได้มีผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู กล้อนผมนักเรียนที่บึงสามพันนี่เรียก จิตวิญญาณความเป็นครูไหมครับ กระโดดถีบนักเรียนที่อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย นี่เรียกจิตวิญญาณความเป็นครูไหมครับ ซื้อบริการทางเพศที่อำเภอเมือง จังหวัด นครราชสีมา นี่เรียกจิตวิญญาณความเป็นครูไหมครับ แล้วถ้ามีเวลาผมจะเล่ารายละเอียด ให้ได้ฟังแต่ละจังหวัด แต่ละโรงเรียนด้วยซ้ำว่ามีเป็น ๑๐,๐๐๐ ราย ที่มีการร้องเรียนผ่าน มายังเว็บไซต์ (Website) หรืออินบอกซ์ (Inbox) ของกลุ่มน้อง ๆ นักเรียนเลว ที่พูดถึงครู ที่กระทำการหรือละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพของเด็กนักเรียน ท่านตอบสั้น ๆ ก็ได้ หรือตอบ แทนกระทรวงศึกษาธิการก็ได้ว่าเขานิยามคำว่าจิตวิญญาณของความเป็นครูไว้ว่าอย่างไร แถมเมื่อทำผิดแล้วยังแถลงหรือ แถ ลง ด้วยว่านั่นเป็นการตัดผมฟรีให้กับนักเรียน บึงสามพัน นี่เลวร้ายมาก ไม่ควรจะปล่อยให้ทั้งครูและผู้บริหารโรงเรียนท่านนี้อยู่ในโรงเรียนดังกล่าว อีกต่อไป นั่นเป็นแผนปฏิรูปในด้านที่ ๑ ที่ผมจะพูดถึง🔗
ในด้านที่ ๒ ท่านประธาน ต้องขอเวลาจริง ๆ นี่เป็นแค่ครั้งที่ ๒ ที่ผมพูดถึง แผนปฏิรูปตลอด ๔ ปีที่ผ่านมา คือด้านกระบวนการยุติธรรม ท่านทราบไหมว่ามีความ พยายามจะออกพระราชกำหนดเลื่อนการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การกระทำทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย ซึ่งรัฐสภาแห่งนี้ได้ผ่านกฎหมาย ฉบับดังกล่าวไป จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เหตุผลประการหนึ่งที่มี แนวโน้มจะเลื่อนก็คือเขาอ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นไม่สามารถดำเนินการหา พูดง่าย ๆ ก็คือ กล้องบันทึกภาพต่าง ๆ ได้ทัน แต่เพราะเหตุใดผมถึงอ่านข้อมูลในหน้า ๑๒๓ ของท่าน เขียนชัดเจนว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งที่ ตร ๑๗๘/๖๔ เรื่อง บันทึกภาพ การตรวจค้นจับกุมและสอบสวนคดีอาญา พูดหมดเลยว่าวันนี้มีกล้องอยู่ทั้งหมดจำนวน เท่านั้นเท่านี้ แบบใด ประการใด ท่านยืนยันแทนรัฐบาลได้ไหมว่าในเมื่อตำรวจมีความพร้อม แบบนี้ การปฏิรูปประเทศที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่ไม่ซ้อมทรมานผู้ต้องหาอีกแล้วนี่ จะไม่มีการออกพระราชกำหนดฉุกเฉินเพื่อเลื่อน ผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ครับ หัวทางท่าน สูงกว่ารัฐบาลที่มาแล้วก็ไป แต่ประเทศต้องเดินหน้าต่อ นั่นเป็นในด้านที่ ๒ ครับ ท่านประธาน🔗
ในด้านที่ ๓ เป็นด้านที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องของสังคมทั้งหมดครับ ผมเรียนท่านที่เคารพว่าผมเคยมีส่วนในการทำงานกับสภาพัฒน์ในประเด็นเรื่องของการตั้ง โอเอสซีซี (OSCC) หรือศูนย์ช่วยเหลือสังคมในช่วงก่อนปี ๒๕๕๗ ผมเองเป็นคนไปช่วย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ขณะนั้น ดูคอนเทนต์ (Content) หรือเนื้อหาทั้งหมด แอปพลิเคชัน (Application) ผมไม่มีความรู้ เน็ตแบงก์ (Netbank) วันนี้ ผมยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ แต่ประเด็นที่ผมอยากจะนำเรียนก็คือว่าท่านถอดบทเรียนไม่ได้ หรือครับว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ จนถึงปัจจุบันนี่เลิกกันเสียทีบิ๊กดาต้า (Big Data) หรือฐานข้อมูล ภาพใหญ่ หลังปี ๒๕๕๗ ในรัฐบาลก่อนหน้านี้ที่นายกรัฐมนตรีชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านก็ให้เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไปลง จีพีเอส (GPS) บ้านแต่ละหลังว่ามีบ้านที่มีปัญหาเท่านั้นเท่านี้ เจ้าหน้าที่ก็ออกไปดึกดื่น นั่นคือการทำข้อมูลที่เรียกว่าบิ๊กดาตา (Big Data) ซึ่งเคยทำมาแล้ว ปรากฏว่าหลังปี ๒๕๖๒ นายกรัฐมนตรีท่านใหม่ที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ให้กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ไปทำทีพีแมป (TPMAP) หรือเขาเรียกรายงาน ผมเรียกชื่อ ภาษาไทยไม่ถูกนะครับ แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็คือเหมือนแผนผังหรือสมุดพกครัวเรือน ว่าครัวเรือนที่มีปัญหาต้องเข้าถึงบริการอย่างไรนั้นมีจำนวนมากน้อยขนาดไหน ก็ลำบาก เจ้าหน้าที่อีก ผมคิดว่าอย่าบิ๊กร็อก (Big Rock) เลยครับ บิ๊กดาต้า (Big Data) นี่ ตกลงวันนี้ แผนปฏิรูปเดินมาขณะนี้ประเทศไทยมีบิ๊กดาต้า (Big Data) ผมเอาแค่ด้านเดียวนะครับ ด้านสังคมเพียงพอต่อการให้บริการเพื่อนำไปสู่การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในระยะยาวหรือยัง ผมไม่เชื่อมั่นราชการกระทรวงอื่นครับ แต่เชื่อมั่นว่าสภาพัฒน์ตอบ เปรี้ยงเดียวเลยว่าวันนี้เรามีฐานข้อมูลเพียงพอแล้ว ท่านเอาไปปฏิบัติได้เลย แบบนี้ ถึงจะเรียกว่าปฏิรูปได้จริงครับ คนเกิดใหม่บันทึกข้อมูลใหม่ แต่ที่มีอยู่แล้วไม่ควรลำบาก เจ้าหน้าที่ทั้งในระดับจังหวัด ทั้งในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งเจ้าหน้าที่ในระดับ ชุมชนที่จะไปเก็บอีกแล้ว นั่นเป็นประการที่ ๓ ครับ🔗
ประการที่ ๔ เป็นประการสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับหมวดหมู่เรื่องของคำสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน ในวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๒ ผมเป็น ส.ส. ใหม่ครับ ผมก็เข้าใจว่า เวลานายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายในสภา ท่านบอกว่าจะทำก็แสดงว่าท่านจะทำ นักกฎหมาย เขาเรียนมา เรียกว่าแพกตา ซุนต์ เซอร์วันดา (Pacta sunt servanda) สัญญาต้องเป็น สัญญา แต่ผมอ่านเร็ว ๆ ครับท่านประธาน เอาแค่กฎหมาย ๒-๓ ฉบับ ๑. ก็คือ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ถูกเขียน ไว้ว่าเป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะต้องทำ ทำไมวันนี้พี่น้องประมงต้องมากัน ๒๐๐-๓๐๐ คน มาทวงล่ะครับ เอาแค่ง่าย ๆ ว่าร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนา และอนุรักษ์ คุ้มครอง คุณภาพชีวิตของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งท่านเสร็จมาแล้วตั้งแต่ก่อนปี ๒๕๖๒ ด้วยซ้ำ ท่านเสร็จมาแล้วนะครับ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรทำเสร็จมานานแล้ว รายละเอียดอาจจะ แตกต่างกันก็ว่ากันไป แต่ผ่านมา ๔ ปีเต็ม มันเป็นเพราะอะไรครับ ผมไม่มีเวลาที่จะไล่เลียง รายละเอียดของกฎหมายแต่ละฉบับนะครับ ยุติธรรม ชุมชน การแก้ ป. อาญา กฎหมาย อาชญากรรมภาคประชาชน กฎหมายโน่นนี่นั่น นี่คือสิ่งที่ท่านสัญญาทั้งหมดเลย แล้วตกลง เวลาที่สัญญาไม่เป็นสัญญาแบบนี้ คนที่คุมระบบปฏิรูปประเทศจะทวงสัญญากับคนที่ไม่เป็น สัญญา ทำสัญญาไว้แล้วไม่ทำตามสัญญาแบบใด ผมคิดว่าหากจะเดินหน้าการปฏิรูปต่อ อยากจะให้ท่านตอบให้ชัดว่าเวลาที่ไม่เกิดการปฏิบัติที่ควรจะเป็นตามระยะเวลาดังกล่าวนั้น การติดตามของการปฏิรูปจะเป็นอย่างไรสำหรับการปฏิรูปของพี่น้องประชาชนนั้น เขาติดตาม ผ่านการเลือกตั้งที่กำลังจะถึงนี้ ทั้งหมดทั้งมวล ๔ ประเด็น นาน ๆ ถามทีครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ผมเรียนที่ประชุมว่า มีอีก ๒ ท่านนะครับ แต่ว่ามีชื่อใหม่เข้ามาอีกชื่อหนึ่งก็คือพรรคก้าวไกล รวม ๓ ท่าน ชื่อหลังสุดคือรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ เพื่อสนองที่เราได้พูดกันเมื่อตอนช่วงเช้าว่า เราจะเร่งเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง เพราะฉะนั้นจำเป็นจะต้องขอความร่วมมือจากพวกเรา เหมือนอย่างที่เราพูดกันก็คือ เรื่องเพื่อทราบพยายามประหยัดเวลา ผมจะขออนุญาตที่ประชุมว่าผมจะอนุญาตให้ ๓ ท่าน ต่อไปคือ คุณอนุรักษ์ บุญศล คุณนิกร จำนง ท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ได้อภิปราย ๓ ท่าน แล้วก็จะให้ทางฝ่ายผู้ตอบได้ชี้แจง ขออนุญาตที่ประชุมอย่างนั้นนะครับ เชิญท่านอนุรักษ์ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ เรื่องของแผนปฏิรูปประเทศดิฉันฝากแผนแรกเข้าไปในแผน ของท่านเลยค่ะ เจ้าหน้าที่ที่นั่งเคียงข้างท่านประธานชวน หลีกภัย นะคะ เรื่องการก่อสร้าง พิพิธภัณฑ์บ้านดอนธงชัย อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร กรมศิลปากรไปสำรวจ ๑๗ หลุม ถึง ๒๐ หลุม ยังสมบูรณ์มาก ๆ เลยค่ะ มีภาชนะเครื่องปั้นดินเผาเมื่อ ๓,๘๐๐ ปี ถึง ๕,๐๐๐ ปี อยู่ประมาณสัก ๒๐,๐๐๐ กว่าใบ หม้อไหลายบ้านเชียง แต่ว่าไม่มีงบประมาณ ใด ๆ ลงไปเลย ที่ดิฉันถามเป็นกระทู้แรกของสภาชุดนี้ต่อท่านประธานชวน ที่ท่านเช่าอยู่ อาคารอะไรดิฉันลืมค่ะ ท่านประธานคะ ตรงนั้นกระทู้แรกของสภาชุดนี้ รัฐมนตรีมาตอบ ก็บอกว่าไม่มีงบประมาณ ถ้าตรงนี้ต่อยอดเป็นมรดกโลกมันจะเป็นสถานที่ใหม่ในการศึกษา เครื่องภาชนะเครื่องปั้นดินเผาก่อนประวัติศาสตร์และเป็นมรดกโลก คนทั้งโลกจะมาดู เหมือนพิพิธภัณฑ์บ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เพื่อนดิฉันนั่งอยู่ใกล้ ๆ นี้ เป็นเจ้าของพื้นที่ค่ะ ก็อยากให้อยู่ในแผนปฏิรูปประเทศด้วยค่ะ เพราะว่าจะได้มีความหวัง จะให้เขาไปดูอะไรคะ สิ่งเหล่านี้มีมากมายในอำเภอสว่างแดนดินถึง ๒๘ หมู่บ้านเลยทีเดียว จะดูตรงไหน สร้างจุดเชื่อมโยงให้ได้ก็จะดีต่อภาคอีสานแล้วก็โลกทั้งใบด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ด้านการศึกษา ที่ท่านบอกว่าด้านการศึกษาตั้งกองทุนเพื่อความ เสมอภาคทางการศึกษา ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ เป้าหมายที่กำหนดให้ปรับปรุงการเรียนการสอน ทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัด ทีนี้ท่านประธานคะ ดิฉันสนใจ กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าพอดิฉันไปเปิดงานฟุตบอล ฟุตบอลเปิดบ่อย ๆ ดิฉันก็ไป ถามลูก ๆ เยาวชนว่าทำไมถึงชอบฟุตบอล ก็เป็นกีฬาของโลก ฉะนั้นแผนพัฒนาประเทศ ต้องลงไปในการสร้างโค้ช (Coach) ไม่ว่าจะเป็นจีไลเซนส์ (G License) ซีไลเซนส์ (C License) บีไลเซนส์ (B License) เอไลเซนส์ (A License) โพรไลเซนส์ (Pro License) โพรไลเซนส์ (Pro License) ประเทศไทยมี ๑๔ คนเท่านั้น แล้วเราจะไปถึงฟุตบอลโลกได้อย่างไร และกรรมการ ความเชื่อมั่นของเยาวชนกับฟุตบอลเขาเชื่อมั่นที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย จะเชื่อมโยงอย่างไรให้การท่องเที่ยวและกีฬาเชื่อมโยงไปที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กรรมการจากที่อื่นไม่น่าเชื่อถือสำหรับนักกีฬาฟุตบอล ต้องผลิตค่ะ ต้องผลิตกรรมการตัดสิน ถ้าเป็นกรรมการจากที่อื่นเหมือนจะตาชั่งเอียงทุกคนไป ท่านประธานคะ ไม่เกิดความเชื่อมั่น ฉะนั้นลูกไทยเราต้องเท่ากัน อาหารกลางวันต้องเท่าเทียม ลูกไทยต้องเท่ากันอาหารกลางวัน ต้องเท่าเทียม ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันกราบเรียนว่าแผนปฏิรูปอย่าลูบหน้าปะจมูก ต้องหมั่นปลูกวิญญูชนให้ล้นหลาย เพื่อบำรุงประเทศเขตแดนไทย ให้หญิงชายลูกสยาม งดงามเรือง กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณนิกร จำนง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ ด้วยความเกรงใจท่านประธานเป็นอย่างยิ่ง เพราะผมก็กำลังรอ เอากฎหมายประมงเข้า แต่เรื่องนี้ไม่อาจจะข้ามได้ครับ เพราะผมกำลังเสนอปัญหาการปฏิรูป ที่ไม่เป็นไปตามแผนงาน และการปฏิรูปเองทำให้เกิดความสุ่มเสี่ยงต่อความล้มเหลว และกำลังจะสร้างผลกระทบทางลบตามมาเป็นอย่างมาก ปัญหาที่เกิดขึ้นผมชี้ประเด็นที่ผม ติดตามอยู่ ๔ ปีมาตลอด คือเรื่องร่าง พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีจราจร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งผมเสนอมาตั้งแต่ สปท. แล้วก็สภานี้เป็นร่างแรก ร่างกฎหมายฉบับแรกของสภา แล้วก็ ถูกท่านนายกรัฐมนตรีไม่ลงนามรับรอง ผมก็ยอมเพราะว่าท่านเลขาธิการได้พูดตอบผมว่า เรื่องนี้กำลังจะเข้าไปที่ ครม. ก็คือว่าเป็นแผนปฏิรูปนะครับ เป็นแผนปฏิรูปประเทศ ด้านกระบวนการยุติธรรม ก็คือร่าง พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีจราจร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก่อนหน้านี้มีการดำเนินการมาใช้เวลาตามแผนงาน ๔ ปี หมดสิ้นเมื่อสิ้นปีที่แล้ว ตอนนี้ ก็ล้ำมาแล้ว แต่ว่าผมก็ยอมให้ถอนกฎหมายฉบับนั้นออกจากสภา เพราะว่ากำลังเข้าสู่ การพิจารณาของ ครม. ครม. มีมติ มีมติเห็นชอบแล้วก็ส่งไปกฤษฎีกา ผมก็รออยู่ ขณะนี้ เกิดปัญหางูกินหางขึ้นจากการปฏิรูปเอง การปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายที่อยู่ในรายงาน ฉบับนี้ คือในกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ที่โค้ด (Code) บีอาร์ ๐๓๐๒ (BR0302) หน้า ๘๙ ของรายงานฉบับนี้ คือ พ.ร.บ. ว่าด้วยการปรับเป็นพินัยที่สภาแห่งนี้ได้ผ่านไป ผมก็เห็นชอบ ผ่านไป ไม่ทราบว่ามันจะเกิดเหตุการณ์ที่กระทบแบบนี้ คือ พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่เป็น พ.ร.บ. ปฏิรูป ประกาศใช้เมื่อ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ จะมีผลบังคับใช้ ๒๖๐ วันนับตั้งแต่วันนั้น มีผลกระทบครับ ก็คือว่าขณะนี้กฎหมายที่ว่ารอกันมานาน แล้วก็ยาวนานมาก จนกว่าจะเข้า สภาก็คือวิธีพิจารณาคดีจราจรเอามาแก้ปัญหา เมื่อวานเสียชีวิตไป ๖๕ คน ปรากฏว่า กฎหมายนั้นกำลังพิจารณาอยู่ที่กฤษฎีกา กฤษฎีกามีความเห็นอย่างนี้ครับ นี่ผมทำรายงาน รายงานเพิ่งเคาะไปวันนี้เองนะครับ เป็นรายงานติดตามการบังคับใช้ กฎหมาย กฤษฎีกาให้ความเห็นว่าปัจจุบันคณะพิเศษเห็นว่าควรจะถอนร่างพระบัญญัติ คดีจราจรนี้ออกจากการพิจารณา เนื่องจากว่ามีกฎหมายปรับเป็นพินัยเข้ามา ดังนั้นเป็นไปได้ ด้วยหรือที่ว่า ครม. มีมติแล้วส่งไปให้กฤษฎีกาไปดูรูปแบบของกฎหมาย แล้วกฤษฎีกา จะเสนอความเห็นว่าให้ถอนเรื่องนี้ไป ถอนไปเพราะมีปรับเป็นพินัยเข้ามา กลายเป็นว่า งูกินหาง ท่านประธานครับ ผมตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ทางด้านความปลอดภัยทางถนน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ ปรากฏว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ ในส่วนหลังของ พ.ร.บ. ไปมีผลกับพระราชบัญญัติที่ใช้อยู่ในประเทศ ๑๖๘ ฉบับ ปรากฏว่า กระทบทั้ง พ.ร.บ. จราจรทางบก กระทบ พ.ร.บ. ขนส่ง กระทบทั้ง พ.ร.บ. เกี่ยวกับเรื่อง คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ กระทบ พ.ร.บ. การคมนาคม กระทบหมดนะครับ แล้วจะทำให้ การบังคับใช้กฎหมายมีปัญหา ดังนั้นคำถามที่จะมีไปผมเชิญทางเลขานะครับ ที่เป็นเลขา คณะกรรมการปฏิรูปเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการปฏิรูปมาแล้ว เชิญสำนักงานศาลยุติธรรม ปรากฏว่าสำนักงานศาลยุติธรรม ที่ท่านขอไปทางกฤษฎีกาขอไปให้ถอน ตกลงว่าเขาไม่ถอน เห็นว่ายังมีความสำคัญ เรามีมติกันไปวันนี้เองในคณะกรรมาธิการว่าเห็นว่าเรื่องนี้มีปัญหา ขอให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป ดังนั้นขอให้ทางเลขาคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องนี้ สภาพัฒน์เตรียมรอหนังสือจากคณะกรรมาธิการของสภาเลย เราไม่เห็นด้วยเรื่องนี้ แล้วก็เห็นว่าที่ท่านทำมาคือออก พ.ร.บ. ฉบับหนึ่งขึ้นมาเป็น พ.ร.บ. ปฏิรูปแล้วมากิน พ.ร.บ. อีกฉบับหนึ่งที่เป็นการปฏิรูปเหมือนกัน เป็นการพิสูจน์ว่าแผนงานที่กำหนดไว้ ไม่เป็นจริง แล้วก็เกิดความล้มเหลวในเชิงการปฏิรูปขึ้นอย่างชัดแจ้งด้วยตัวของ คณะกรรมการปฏิรูปเอง ผมฝากไว้แล้วก็ขอคำตอบเรื่องนี้ว่าท่านจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ ที่จะให้หน่วยงานกฤษฎีกามาถอนเรื่องจาก ครม. ถอนเรื่องจากการปฏิรูปประเทศที่มาจนถึง บัดนี้ออกไปได้อย่างไร เป็นคำถามครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านนิกรนะครับ รักษาเวลา อีกท่านหนึ่งครับ ได้ส่งชื่อมาทีหลัง รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ขออนุญาตรับทราบรายงานความคืบหน้า เรียนอย่างนี้ว่าจากที่ได้ดูเร็ว ๆ จริง ๆ แล้วผมว่างเว้นที่จะอภิปรายเรื่องความคืบหน้าของ การปฏิรูปตามมาตรา ๒๗๐ มาหลายครั้งหลายรอบเนื่องจากว่าได้ดูความคืบหน้า แต่ละครั้ง ๆ แล้วมันไม่มีความคืบหน้าแล้วมันสะเปะสะปะ แล้วมันไม่เป็นไปตามสภาพ ความเป็นจริงการปฏิรูปของประเทศ โดยเฉพาะที่ผมเฝ้าดูก็คือเรื่องของการปฏิรูปการศึกษา ผมคิดว่าชื่อคณะกรรมการปฏิรูปแผนการปฏิรูปประเทศมันเป็นความหวัง เหมือนเป็นที่พึ่ง เหมือนเป็นทิศทางของการพัฒนาประเทศ การปฏิรูปการศึกษาอย่างที่เราทราบกันว่า ถ้าปฏิรูปการศึกษาไม่สำเร็จแล้วอย่างอื่นอย่าหวังว่าจะสำเร็จได้ และดูแล้ววันนี้คนที่อยู่ใน วงการการศึกษา คนที่มีลูกหลานรับบริการจากการจัดการศึกษาของรัฐเป็นทุกข์แทบทั้งสิ้น บิ๊กร็อก (Big Rock) อะไรของท่านที่ท่านเขียนมา เดิมท่านก็ตั้งหน้าตั้งตาเขียนของตนเอง ในคณะกรรมการปฏิรูป หลังสุดท่านก็ไปจดเอาความคืบหน้าของหน่วยงานทั้งหลายที่ทำ แต่แท้ที่จริงแล้วสภาพของมันคือวันนี้ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างอยู่ พวกผมเป็นกรรมาธิการ ร่างกฎหมายก็ต่างคนต่างร่างไป ไม่ได้เห็นว่าท่านนำเอาความเชื่อมโยงของคณะกรรมการ ปฏิรูปของกระทรวง ๒-๓ กระทรวงที่ทำหน้าที่หลัก ๆ กับเรื่องนี้ ผมเรียนว่าวันนี้ยังเป็น ปัญหาและเป็นทุกข์มาก ทั้งผู้ปกครอง ทั้งผู้เรียน ทั้งผู้สอน ทั้งบุคลากร มีความเหลื่อมล้ำ กันอย่างสุด ๆ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันระดับอุดมศึกษาก็ตาม ยังมีความทุกข์ร้อนกัน โรงเรียน ขนาดเล็ก ครู มีครูอัตราจ้าง ครูเอกชน มีลูกจ้างจำนวนมาก อาจารย์มหาวิทยาลัยไม่ได้ รับเงินเดือน ค่าจ้างที่เป็นธรรม ๘ เปอร์เซ็นต์เรียกร้องกันจะได้ไม่ได้ ให้ไป ๑.๗ ๑.๕ ก็จ่ายกันไม่เป็นไปตามมติ ครม. โรงเรียนขนาดเล็กก็จะไล่ยุบเขาโดยที่บอกว่าจะมีค่ารถ ค่าพาหนะเมื่อเขาไปยุบรวมโรงเรียน วันนี้เรายังได้รับการร้องเรียนมา ๔-๕ เดือนแล้ว ยังไม่ได้ค่ารถ ๕-๖ เดือนแล้ว หลายพันโรงเรียนเลยทีเดียว ยังมีปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย แล้วสิ่งที่ท่านเขียนมาในรายงานนี้บอกว่าเป็นไปตามเป้า เป็นไปตามแผน เป็นไปตาม กรอบระยะเวลา เห็นแล้วเหมือนกับสำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว มาตรา ๒๗ นี้จะพอแค่นี้ไหม มัน ๕ ปีแล้วการปฏิรูปประเทศ มันไม่ใช่ปฏิรูปประเทศแล้ว มันเป็นอะไรที่เหมือนกับ เครื่องประดับ เป็นเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) คณะกรรมการชุดนี้ ไม่เป็นมรรคเป็นผลอะไร ผมเห็นใจสภาพัฒน์ที่ในฐานะหน่วยงานเลขานุการที่ทำอย่างนี้ จริง ๆ แล้วเป็นความบิดเบี้ยว ของรัฐธรรมนูญต่างหาก เพราะฉะนั้นเรื่องการปฏิรูปเป็นเหตุสำคัญที่ต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ขอให้บันทึกในการประชุมครั้งนี้ว่ามันไม่สามารถที่จะเป็นธงนำประเทศได้ในเรื่องของหมวด การปฏิรูปนี้อย่างชัดเจนนอกจากมีเรื่องอื่น ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้จะเห็นว่ามาอยู่ตรงนี้ที่กระทรวงก็ไปอย่างหนึ่งนะครับ การที่นักเรียน ถดถอยจากการเรียนรู้ โควิด (COVID) มาก็ไปไม่เป็น อาศัยออน (On) อะไรก็ไม่รู้ สะเปะสะปะ นักเรียนออกนอกระบบกี่ล้านกี่แสนคน บัณฑิตตกงานสักเท่าไร ปัญหา ธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัย กี่เรื่อง กี่คดี มันเสร็จสิ้นไปแล้วหรือ ท่านรายงานมานี่บอกว่า เป็นไปตามแผนแทบทั้งสิ้น ผมไม่อยากดูรายละเอียดมันเกี่ยวโยงกัน การทุจริตในหน่วยงาน ในสถานศึกษา อาหารกลางวันอะไร ยังเยอะแยะไปหมด เรื่องของการผลิตครู คัดกรอง อย่างไรครับ ยังไม่มีอะไรที่ให้เห็นชัดเจนลองผิดลองถูก วันนี้สอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ๕ วิชา ลดเหลือ ๔ วิชา ลดเหลือ ๒ วิชา ตกแล้วจะทำอย่างไร วันนี้มีใบอนุญาต ใบที่ ๑ ใบที่ ๒ ใบที่ ๓ คณะกรรมการปฏิรูปไม่ได้รับรู้อะไรกับเขาแต่ก็เขียนมา เดี๋ยวรอบหน้าคงไป ไล่จดเขามารายงาน ผมคิดว่าพอเถอะครับ พอแค่นี้แหละ ไม่ควรมารายงานความคืบหน้า อะไรนี้แล้ว เรากลับไปร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วก็ทำเรื่องนี้เรื่องปฏิรูปประเทศให้เป็น แนวทางที่ถูกต้อง ไม่บิดเบี้ยวอย่างนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ขออนุญาตว่าขอให้ กำลังใจก็แล้วกันนะครับ ทางสภาพัฒน์ถ้าเป็นไปได้ทำอย่างไรจะช่วยกันผลักดันว่าให้ยุติ เรื่องนี้เถอะครับ แล้วก็มาเริ่มกันใหม่ครับ🔗
ท่านเลขาธิการเตรียมตอบ นะครับ แต่ผมประกาศให้รู้ว่าความจริงแล้วมีท่านนพพล เหลืองทองนารา ท่านเสนอชื่อมา อีกทีหนึ่ง แต่ว่าได้เรียนให้ท่านทราบแล้วว่าได้ประกาศไปว่าจะจบเพียงท่านสุรวาท แล้วก็ ให้ตอบ ขออภัยท่านด้วยนะครับ บังเอิญได้ประกาศไปแล้วครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการครับ🔗
ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ก่อนอื่นผมขออนุญาตขอบพระคุณในข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกได้ให้ความเห็นมาในวันนี้นะครับ แต่ก็ต้องขอเรียนว่าในส่วนของตัวสำนักงานเอง รายงานฉบับนี้เป็นการประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก ในแต่ละเรื่องนะครับ เพื่อให้เขารายงานข้อมูลขึ้นมา แล้วทางสำนักงานเองก็จะเป็นคนประมวลทั้งหมด แล้วก็ นำเสนอออกมาตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งขออนุญาตเรียนว่าในส่วนของประเด็นของ ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล เรื่องไอทีเอ (ITA) ที่เรากำหนดเป้าหมายไว้และยังไปไม่ถึงนะครับ ก็ต้องเรียนว่าอันนี้ทางสำนักงาน ป.ป.ช. เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจก็ได้มีการเร่งดำเนินการ เรื่องนี้อยู่ โดยสร้างความเข้าใจกับหน่วยงานต่าง ๆ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องมีการผลักดัน อย่างต่อเนื่อง แล้วก็ต้องขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมด้วยว่าแม้ว่าแผนปฏิรูปประเทศในลักษณะ ที่จะสิ้นสุดในปี ๒๕๖๕ ไปแล้ว แต่กิจกรรมการปฏิรูปต่าง ๆ ก็ได้มีการกำหนดให้หน่วยงาน ดำเนินการต่อไปในภารกิจปกติของหน่วยงานด้วย ก็หมายถึงว่าเรื่องของการปฏิรูปประเทศ ในประเด็นต่าง ๆ ที่ยังต้องทำต่อเนื่องก็ยังคงต้องทำต่อไป ในเรื่องของตัวร่างพระราช กฤษฎีกาการยื่นทรัพย์สินที่ท่านได้สอบถามมานะครับ ก็ต้องขออนุญาตเรียนว่าขณะนี้ ทาง ป.ป.ช. เอง กำลังแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่นะครับ ก็อย่างที่ได้นำเรียนในรายงาน เรียบร้อยแล้วว่าทาง ป.ป.ช. ต้องทำเรื่องของกฎหมาย มาตรา ๑๓๐ แล้วก็มาตรา ๒๐๐ ก่อน ถึงจะมาทำเรื่องของ พ.ร.ฎ. ฉบับนี้ต่อ🔗
ในประเด็นของท่านนิยม เวชกามา เรื่องของกระบวนการยุติธรรมที่มี ความล่าช้า ขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าเรื่องของ พ.ร.บ. กำหนดระยะเวลาดำเนินการ ในกระบวนการยุติธรรมได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ ซึ่งอันนี้ไม่ได้รวมแต่เฉพาะหน่วยงานด้านตำรวจอย่างเดียว รวมไปถึงอัยการ ศาลด้วยนะครับ ที่ต้องมีการกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการที่ชัดเจน แล้วก็สามารถ ที่จะตรวจสอบได้ ติดตามได้ ให้ประชาชนสามารถจะติดตามคดีหรือว่าในส่วนที่เป็นคดี ที่ตัวเองมีอยู่ สามารถจะติดตามแล้วก็ดูได้ว่าขณะนี้อยู่ที่ขั้นไหนแล้วนะครับ ซึ่งอันนี้ก็จะเป็น ส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้กระบวนการต่าง ๆ ในกระบวนการยุติธรรมสามารถดำเนินการได้เร็วขึ้น นะครับ🔗
ในเรื่องของการศึกษาที่ท่านสอบถามว่าเขตนวัตกรรมทางการศึกษาจะมีของ สกลนครหรือเปล่า ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าเขตนวัตกรรมทางการศึกษาเป็นการ ดำเนินการตาม พ.ร.บ. พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่ได้มีการออกมา เมื่อประมาณ ๓-๔ ปีที่แล้วนะครับ ซึ่งในการดำเนินงานจัดตั้งเขตนวัตกรรมทางการศึกษา ลักษณะนี้จะต้องเป็นการเสนอจากทางผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะเสนอไปที่กระทรวง ศึกษาธิการเพื่อพิจารณากำหนดเป็นเขตนวัตกรรมทางการศึกษา อย่างไรก็ดีเดี๋ยวผมจะ กลับไปเช็ก (Check) ดูว่าในร้อยกว่าแห่งที่ท่านได้พูดถึงมีของสกลนครหรือไม่ อย่างไร🔗
ในส่วนประเด็นของท่านณัฐวุฒิ ที่เรื่องของศูนย์เด็กเล็ก อันนี้เป็นข้อมูลที่ทาง ตัวกระทรวงส่งมาให้ว่ามีอยู่ ๑๙,๕๒๔ แห่ง ซึ่งอันนี้เป็นจำนวนแห่งที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันนะครับ ส่วนเรื่องของทีพีแมป (TPMAP) เป็นฐานข้อมูลที่จริง ๆ แล้วเราทำกันมาประมาณ ๓-๔ ปี แล้วนะครับ เพื่อที่ต้องการจะช่วยแก้ปัญหาความยากจนแบบพุ่งเป้า ซึ่งในการทำฐานข้อมูล ตัวนี้ก็ต้องเรียนว่าเราประสานงานกับทางกรมพัฒนาชุมชนและทางกระทรวงการคลังในการ ที่จะดึงเอาข้อมูล ๒ แห่งเข้ามาประสานกันนะครับ ก็คือข้อมูลทาง จปฐ. แล้วก็ข้อมูลจาก บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อที่จะดูว่าบุคคลที่ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐมีลักษณะเป็น อย่างไร และต้องการความช่วยเหลือด้านใดบ้างนะครับ ทีนี้ในส่วนที่มีการดำเนินการที่ท่าน พูดถึงกระทรวง พม. ที่ไปตามบ้านต่าง ๆ เพื่อไปเก็บข้อมูล อันนี้ต้องเรียนว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ ทางกระทรวง พม. ได้คิดริเริ่มที่จะทำเรื่องของแฟ้มครัวเรือน ซึ่งข้อมูลตรงนี้ก็จะมาเชื่อมโยง กับระบบทีพีแมป (TPMAP) เช่นกัน ก็จะทำให้ข้อมูลมีความชัดเจนแล้วก็ถูกต้องมากขึ้น ในส่วนของ พ.ร.บ. ส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ต้องขออนุญาตเรียนว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านวิษณุ เครืองาม ได้มีการให้หน่วยงานพิจารณาปรับปรุงเนื้อหา เล็กน้อยนะครับ แล้วก็อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นอยู่นะครับ🔗
ประเด็นการศึกษาต่าง ๆ ของท่านอนุรักษ์ บุญศล เดี๋ยวผมขออนุญาต ไปประสานกับทางกระทรวงศึกษาธิการต่อว่าให้เขาดำเนินการอย่างไรบ้างนะครับ🔗
ประเด็นของท่านนิกร จำนง ที่เป็นเรื่องของ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีจราจร พ.ศ. .... แล้วจะซ้อนกับเรื่องของที่ท่านบอกว่ามีความขัดแย้งกันกับทาง พ.ร.บ. ว่าด้วย การปรับเป็นพินัย พ.ศ. .... ต้องขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าถ้าในการดำเนินงานตรงนี้ ผมขออนุญาตรับไปประสานกับทางท่านเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกานะครับ เพราะว่า เรื่องนี้ก็ต้องเรียนว่าในกระบวนการของกฤษฎีกามีการพิจารณาเป็นลักษณะของ คณะกรรมการนะครับ เพราะฉะนั้นในมติตรงนี้เป็นมติของคณะกรรมการ ซึ่งเดี๋ยวผมจะ ขออนุญาตไปประสานว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปเกี่ยวกับเรื่องของ พ.ร.บ. วิธีพิจารณา คดีจราจร พ.ศ. .... นะครับ แล้วก็ต้องขอขอบคุณในประเด็นของท่านสุรวาทด้วยที่ท่านได้ พูดถึงเรื่องของปฏิรูปประเทศนะครับ🔗
มีนิดหนึ่งที่ท่านณัฐวุฒิได้สอบถามเรื่องคำนิยามของจิตวิญญาณความเป็นครู ทางกระทรวงศึกษาธิการเขากำหนดเอาไว้ว่าเป็นลักษณะที่เป็นการเน้นคุณลักษณะการมี ความรู้ความสามารถที่จะเป็นโค้ชชิง (Coaching) และเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการ เรียนรู้ของผู้เรียนบนฐานของความเป็นเหตุและผล เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง รวมถึงการมี จรรยาบรรณวิชาชีพ การเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้เรียนทั้งด้านวินัย คุณธรรม จริยธรรมนะครับ อันนี้ก็เป็นคำนิยามที่ทางกระทรวงศึกษาธิการเขากำหนดไว้นะครับ🔗
เพราะฉะนั้นสุดท้ายนี้ผมขออนุญาตเน้นย้ำกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านว่าการปฏิรูปประเทศในระยะถัดไปก็คงจะเป็นเรื่องที่ทางหน่วยงานจะใช้กลไกปกติ ตามภารกิจของหน่วยงานนะครับ เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการในขั้นถัดไปนะครับ ซึ่งตรงส่วนนี้เองก็จะใช้ตัวแผนระดับที่ ๒ ก็คือแผนแม่บท แผนยุทธศาสตร์ชาติ แล้วก็ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมทั้งนโยบายและแผนด้านความมั่นคงเป็นกรอบ ในการดำเนินงานว่ามีประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปที่จะต้องดำเนินการบ้าง หน่วยงาน ก็คงจะดำเนินการไปตามนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบขอบพระคุณท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ผมขออนุญาตจบการชี้แจงครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิก ยังมีอะไรข้องใจอยู่ไหมครับ🔗
ผมมีเรื่องข้องใจจะสอบถาม สภาพัฒน์ครับ🔗
เอาสั้น ๆ นะครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสัดส่วนจากกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มเปราะบาง กลุ่มชายขอบครับ ผมมีคำถามจะถาม ผ่านท่านประธานไปยังสภาพัฒน์ ในประเด็นบิ๊กร็อก (Big Rock) ที่สภาพัฒน์รายงาน ในด้านข้อกฎหมาย เมื่อครู่นี้ท่านชี้แจงตอบมาในเรื่องกฎหมายของกลุ่มชาติพันธุ์ที่จะส่งเสริม และคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ๓ ปีที่ผ่านมา เกือบ ๔ ปี ผมเฝ้าถือตลอด รายงานแถลงของท่านนายกรัฐมนตรี แถลงต่อสภานี้ในวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ในภาคผนวก กฎหมายหมวด ๑๖ กฎหมายปฏิรูปในข้อ ๑๑ กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม และอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ นั่นคือหนึ่งในข้อกฎหมายที่สภาแห่งนี้และสภาพัฒน์ จะต้องร่างมา กฎหมายที่ท่านณัฐวุฒิ ขออนุญาตต้องเอ่ยนามถาม ท่านตอบเพียงว่า กำลังรับฟังความคิดเห็น กฎหมายทั้งหมดมี ๕ ร่าง เท่าที่ผมทราบมา รับฟังความคิดเห็น เกือบหมดแล้วครับ คำถามที่ผมจะถามผ่านท่านประธานไปยังสภาพัฒน์คือตั้งแต่แรก กฎหมายฉบับนี้ที่จะบรรจุไว้ในแผนปฏิรูปประเทศ มีข่าวข้อมูลมาว่าท่านมองว่าไม่ใช่เรื่อง เร่งด่วน แต่เรามองเป็นเรื่องเร่งด่วนของเราเลย คำถามที่จะถามคือเท่าที่ทราบมา ท่านติดขัด คำว่าชนเผ่าพื้นเมืองใช่หรือไม่ครับ ในขณะที่พันธสัญญาที่รัฐไทยเซ็นต่อนานาอารยประเทศ รับรองคำว่าชนเผ่าพื้นเมือง ท่านจะติดขัดคำนี้ จะใช้ชนเผ่าท้องถิ่นก็ได้ มีคำว่าชนกลุ่มชาติพันธุ์ อยู่แล้ว ประเด็นนี้คือประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นที่ ๒ ติดขัดด้วยงบประมาณ ติดขัดด้วยกฎหมายว่าด้วยการเงินนั้น เรื่องการเงินแค่นี้ทำให้วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ถูกกฎหมายลูก กดล็อกในพื้นที่วิถีชีวิตดั้งเดิม ผมอยากถามท่านประธานผ่านไปยังสภาพัฒน์ว่าท่านเห็นความสำคัญของเราหรือไม่ ท่านเขียนเป็นบิ๊กร็อก (Big Rock) แต่ท่านกำลังล็อกวิถีชีวิตของเราให้เป็นเรื่องบิ๊ก (Big) หรือไม่ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ผู้ชี้แจง จะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ เดี๋ยวชี้แจงครั้งเดียว เลยครับ ผมถามต่อเนื่องนิดหนึ่ง🔗
เชิญ ท่านนิยม เอาสั้น ๆ ครับ เชิญครับ🔗
สั้น ๆ ครับ ถามต่อเนื่องอีกนิดหนึ่ง กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด สกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ถามสั้น ๆ อีก ๒ ประเด็น เรื่องเกี่ยวกับ กระบวนการยุติธรรม ผมฟังท่านเลขาธิการ ท่านบอกว่าได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ผมเข้าใจได้ เพียงแต่ว่าผมจะถามต่อนิดหนึ่งตรงประเด็นว่าในการประกาศมันมีเงื่อนไขอยู่ ผมก็เห็นในร่างฉบับนี้ว่ามันมีเงื่อนไขแล้วแต่ มันมีแล้วแต่อยู่ เพราะว่าไม่ใช่ประกาศว่า ๗ วัน ๓๐ วันอะไรผมเข้าใจ เพียงแต่ว่ามันเงื่อนไขท่านเขียนไว้ในตอนท้ายอยู่ว่าหรือ มันมีหรือ อยู่นะกฎหมายฉบับนี้บอกว่าแล้วแต่วิธีการ แล้วแต่กำหนดการอะไรของในกระบวนการ ทางศาล ทีนี้ผมต้องถามต่อว่าตรงประเด็นนี้มันคล้าย ๆ กับ พ.ร.บ. ประกันชีวิต กรมธรรม์ พูดมาอย่างดี สุดท้ายมาเป็นการยกเว้น จึงถามว่าลักษณะนี้ท่านในฐานะผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการปฏิรูปประเทศ ท่านได้เข้าไปดูในประเด็นไหมว่านอกจากเงื่อนไขตรงนี้แล้ว ทำอย่างไร จะให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการได้โดยง่ายและโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับการประกันตัว ซึ่งวันนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็บอกว่าบุคคลที่ศาลยังไม่พิพากษา มีความผิด ก็ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ นี่คือประเด็นผมถามว่าในกรณีนี้ท่านมีวิธีคิดที่อยู่ในกระบวนการปฏิรูปประเทศ จะให้ กระบวนการ จะให้วิธีการที่ประกันตัวได้ง่ายขึ้นอย่างไร นี่ผมตั้งประเด็น ซึ่งสัปดาห์ที่แล้ว ก็มีญัตติเข้ามาเกี่ยวกับการประกันตัวของเด็ก ๒ คนที่มีปัญหาอยู่ อันนี้ผมตั้งประเด็น อีกประเด็นหนึ่งเกี่ยวกับการศึกษา คือการศึกษาวันนี้ประเทศไทยเราผมว่ามันไม่ก้าว นี่ผมพูดไปแล้วเมื่อสักครู่ แต่ว่าต้องถามต่อว่าเนื่องจากกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายปฏิรูป ประเทศ เพราะฉะนั้นวิธีการปฏิรูปประเทศซึ่งท่านกำลังจะทำอยู่ ๓ เดือนมารายงานครั้ง ๓ เดือนรายงานครั้ง อาจจะเลื่อนบ้าง ได้คิดที่จะช่วยให้เด็กของเราพัฒนาขึ้นอย่างไร โดยเฉพาะวิชาที่มันหายไป วิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรมซึ่งเป็นวิชาเกี่ยวกับ พระพุทธศาสนาวันนี้มันหายไป ท่านในฐานะผู้ปฏิรูปประเทศคนหนึ่งท่านมีวิธีคิด ไหมว่าจะนำวิชานี้กลับเข้ามาอยู่ เพราะเด็กทุกวันนี้ขาดศีลธรรมจึงมีปัญหาที่เกิดขึ้น ในกระบวนการมาก และผมอยากให้เลิกคิดวิธีการโรงเรียนเล็ก ๆ ต้องยุบ โรงเรียนเล็ก ต้องยุบประกาศมาตลอด ไม่ยุบได้ไหมโดยการใช้เทคโนโลยีเข้าไปช่วย ถึงแม้ไม่มีครู จะมีครู คนเดียวก็แล้วแต่ ผมเลยตั้งประเด็นคำถามว่าอยากให้เลิกในวิธีคิดว่าโรงเรียนเล็กยุบ โรงเรียนเล็กยุบนี่ ซึ่งพูดมาตลอดของกระทรวงศึกษาธิการคิดวิธีอื่นเป็นไหม ผมถามครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านเลขาธิการชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ🔗
ประเด็นแรก ผมขออนุญาตเรียนท่านณัฐพลนะครับ พ.ร.บ. ส่งเสริมและ คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ไม่ใช่ พ.ร.บ. ที่สภาพัฒน์เป็นคนทำ พ.ร.บ. ส่งเสริมและ คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... เป็น พ.ร.บ. ที่เริ่มต้นมาจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ในการดำเนินการตรงนั้นเป็นเรื่องที่ทางหน่วยงานส่งเข้ามาในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ว่าควรจะต้องมี ก็เรียนว่าในขั้นตอนการแก้ไขอะไรต่าง ๆ ทางสำนักงานเองไม่ได้เข้าไปมีส่วน เกี่ยวข้องด้วย เพราะฉะนั้นสำนักงานไม่ได้มีข้อขัดข้องอะไรเกี่ยวกับคำพูดอะไรต่าง ๆ ที่ท่าน ได้เรียนมาเมื่อสักครู่นะครับ สิ่งที่สำนักงานพยายามทำก็คือผลักดันให้เรื่องนี้เข้าสู่ กระบวนการได้ตามกำหนดเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็น ที่ผมได้เรียนไปก็จะอยู่ที่ได้มีการรับฟังเสร็จเรียบร้อยไปแล้วเมื่อประมาณต้นเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา ขณะนี้เข้าใจว่าอยู่ระหว่างการประมวลเรื่องต่าง ๆ เพื่อที่จะนำเสนอตามขั้นตอน เช่นเดียวกันกับเรื่องของ พ.ร.บ. กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. .... เป็นเรื่องที่ทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ที่ริเริ่ม ขึ้นมานะครับ แล้วก็ได้มีการดำเนินงานมาจนกระทั่งประกาศในราชกิจจานุเบกษานะครับ ขออนุญาตเรียนว่าในเรื่องของเงื่อนไขต่าง ๆ ผมคิดว่าในตัว พ.ร.บ. เองน่าจะมีอย่างที่ ท่านนิยมได้พูดถึงนะครับ แต่คิดว่าการที่ทางสำนักงานจะไปก้าวล่วงไปในเรื่องของ กระบวนการพิจารณาทางด้านศาลอาจจะไม่สามารถทำได้นะครับ แต่ก็จะพยายาม ประสานงานให้มีการกำหนดระยะเวลาต่าง ๆ ออกมาให้มันชัดเจนมากขึ้น แล้วก็ได้มีการ เดินหน้าไปประชาชนจะได้มีการพิจารณาต่าง ๆ จะได้ทำได้รวดเร็วมากขึ้นนะครับ🔗
สำหรับเรื่องที่ท่านถามเรื่องของการศึกษา เรื่องของวิชาหน้าที่พลเมือง อันนี้ ทางรัฐบาลเองได้ผลักดันให้มีการนำเอาทั้งเรื่องของประวัติศาสตร์ แล้วก็เรื่องหน้าที่พลเมือง ต่าง ๆ เข้าไปบรรจุไว้ในหลักสูตรด้วยนะครับ ซึ่งอันนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการก็น่าจะกำลัง ดำเนินการอยู่ครับ ก็จึงกราบเรียนเพื่อโปรดทราบไว้ก่อนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกครับ หลังจากที่ทางเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ชี้แจงแล้วนะครับ ก็ถือว่าจบการอภิปรายซักถามและชี้แจง ก็ชี้แจงแล้วก็ถือว่าที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรของพวกเราได้รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตาแผน การปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ครั้งที่ ๑๗ ก็ต้องขอขอบคุณท่านเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพร้อมคณะ ขอบคุณมากครับ🔗
๒.๕ รับทราบธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๖๕🔗
ตามที่ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๕ ที่ประชุมได้พิจารณา ร่างธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. .... และให้นำรายงานกลับไป ปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์นั้น🔗
เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๖ ลงมติเห็นชอบธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งได้ปรับปรุงตามข้อแนะนำของสภาผู้แทนราษฎร ตามที่คณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติเสนอโดยปรับปรุงเพิ่มเติม เพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับเป้าหมายและ แนวทางการขับเคลื่อนสาระสำคัญรายหมวดของธรรมนูญ ความเป็นมาและกระบวนการ จัดทำธรรมนูญ และคำถาม คำตอบเกี่ยวกับธรรมนูญ โดยมิได้แก้ไขเนื้อหาสาระของ ธรรมนูญแต่อย่างใดและให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบอีกครั้งหนึ่ง และประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป🔗
ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา ๒๕ (๑) และมาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพ แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ🔗
ก็มีท่านสมาชิกสนใจที่จะร่วมอภิปรายตอนนี้เสนอชื่อมา ๒ ท่านนะครับ ในการนี้ผมก็ได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง ต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ จึงขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. นายแพทย์ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ๒. นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ๓. นางสาวทิพิชา โปษยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและนวัตกรรม ๔. นางนิรชา อัศวธีรากุล ผู้อำนวยการสำนัก นโยบายยุทธศาสตร์และประเมินผล ๕. นางสาวนภินทร ศิริไทย ผู้เชี่ยวชาญ ๖. นางสาววันวิสา แสงทิม ผู้ชำนาญการ เชิญท่านผู้ชี้แจงเข้าประจำที่เลยนะครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ ท่านสมาชิกท่านแรกนะครับ ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม แล้วก็ตามด้วยท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ท่านละ ๕ นาที เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทอง ก็ขออนุญาตท่านประธานว่าหากเกินเลยไป ๕ นาทีบ้างก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ นะครับ เพราะว่าวันนี้ก็ไม่ได้มีรายงานในหลายฉบับที่มากนัก ท่านประธานครับ ก่อนอื่นเลย ต้องขอบพระคุณทางคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติที่ได้กรุณารับเอกสารไปปรับแก้ แล้วก็ ยังเพิ่มเติมเอกสารมาให้ที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เพื่อทำความเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น ท่านแถม แฟ้มมาด้วยนะครับ ผมถามเจ้าหน้าที่แล้วเป็นงบประมาณจากทางคณะกรรมการสุขภาพ แห่งชาติ ผมตั้งประเด็นนี้ไว้ก่อนเพราะว่าเอกสารเหล่านี้หากมีเอกสารที่ตกค้างเหลืออยู่ หรือว่ากรณีของแฟ้มนั้นในเมื่อเราทำประเด็นเรื่องของสุขภาพแล้วก็เรื่องของการประหยัด งบประมาณต่าง ๆ นั้น ผมคิดว่าท่านก็ควรจะต้องขอจากทางฝ่ายสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรนำกลับไปเพื่อแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่มีความสนใจในเรื่องของ สุขภาพแห่งชาติ นั่นเป็นอินโทรดักชัน (Introduction) ที่ต้องพูดภาษาอังกฤษไว้ก่อน เพราะเดี๋ยวผมจะถามว่าภาษาอังกฤษท่านในธรรมนูญฉบับนี้ครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ นั้นเป็นประเด็นที่ผมรอบที่แล้วมีภารกิจอื่นไม่ได้อยู่ในห้อง ประชุมจึงไม่ได้สอบถามครับ แต่ว่าเนื่องจากว่าในธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ เราใช้คำว่า พ.ศ. ๒๕๖๕ แน่นอนครับ ความล่าช้าอาจจะเกิดขึ้นจากสภาผู้แทนราษฎร เราส่วนหนึ่ง นั่นเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ เพียงแต่ผมมีรายละเอียดที่จะตั้งคำถามว่า คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติมีมติเห็นชอบร่างธรรมนูญว่าด้วยสุขภาพแห่งชาติไปตั้งแต่ เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๕ ๙ พ.ค. ๖๕ ๙/๕/๖๕ เท่ากับว่าเป็นเดือนที่ ๕ นะครับ แต่ว่าเพราะเหตุใดครับ เรื่องดังกล่าวนั้นถึงเพิ่งผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๕ ๒๐/๑๒/๖๕ ๑๒ ลบ ๕ เท่ากับว่ามันมีกระบวนการขั้นตอน ในเชิงธุรการหรือใด ๆ ก็แล้วแต่จากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติไปถึง ครม. จน ครม. มีมติ ๗ เดือนด้วยกัน พูดกันภาษาบ้าน ๆ ก็ต้องโทษนะครับว่าตกลงแล้วการที่ ครม. พิจารณาล่าช้าแบบนั้น ๆ เป็นเพราะเหตุใด แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นก็อาจจะทำให้การบังคับใช้ หรือสิ่งที่จะถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษาของธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติฉบับนี้นั้นล่าช้า ไปด้วย มันเกิดอะไรขึ้น เป็นเพราะเหตุใด นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะเรียนสอบถามครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ ๒ นั้นเป็นประเด็นที่ผมได้นำเรียน ว่าจริง ๆ แล้ว ด้วยความเคารพนะครับ ผมเองจบธรรมศาสตร์ ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ดีนัก เรียนภาษาอังกฤษก็ไปคาบแรก เพราะว่าคนที่ไม่เก่งนั้นต้องไปเรียนตั้งแต่เช้า ภาษาอังกฤษ ท่านเยอะมากเลยครับ เอกซ์คลูซีฟเนส (Exclusiveness) อ่านอย่างไรไม่รู้นะครับ เช่นในหน้าที่ ๗๙ มันแปลว่าอะไรครับ เทเลสมาร์ต เมดิคัล ดีไวซ์ (Tele-smart medical device) แปลว่าอะไรครับ นี่ยกตัวอย่าง เทเลเมดิซิน (Telemedicine) อันนี้พอเข้าใจได้ รีเทน (Retain) แปลว่าอะไรครับ ด้วยความเคารพ ทั้งหมดที่อ่านให้ท่านฟังไม่มีความรู้ครับ แต่ตั้งคำถามกลับว่าในเมื่อกระบวนการของธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติเกิดจาก ฐานรากเลยนะครับ สมัยก่อนผมอยู่จังหวัดอ่างทองคุ้นเคยกับท่านอาจารย์สุรินทร์ กิจนิตย์ชีว์ ท่านอยู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่านก็เคยมีส่วนร่วมในการทำธรรมนูญสุขภาพในระดับ ช่วงแรก ๆ มาก่อน แต่ธรรมนูญระบบสุขภาพแห่งชาติที่เริ่มมาจากฐานรากของพี่น้อง ประชาชนเข้ามาสู่ส่วนกลาง แล้วจะนำกลับไปใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบของสุขภาพ ชุมชน ไพรมารี (Primary) ของท่าน หรือซึ่งเป็นการป้องกันในระดับแรก ไพรมารี พรีเวนชัน (Primary prevention) ผมแถมภาษาอังกฤษให้หน่อย แต่ทำไมท่านถึงไม่แปลง่าย ๆ ที่คนที่ อยู่ในระดับชุมชน คนที่เป็นพี่น้องประชาชน คนบ้านนอกแบบผมจังหวัดอ่างทอง อ่านแล้ว เข้าใจว่าอินคลูซีฟเนส (Inclusiveness) มันแปลว่าอะไร ท่านไม่ต้องมาอธิบายผมทีละคำ แต่ผมสงสัยว่าในหลายที่ที่ท่านใส่ภาษาอังกฤษเต็มไปหมด มันเป็นวิธีการของท่านที่ ทำให้ระบบธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติดูน่าเชื่อถือหรือไม่ และเอาเข้าจริง ๆ พี่น้องประชาชนเข้าใจมาอย่างไร จริง ๆ มีแค่คำว่าเทเลเมด (Telemed) อันนี้เริ่มเป็นที่ เข้าใจ แต่ว่าในนี้ก็ไม่ได้เขียนชัดเจนในเรื่องของการส่งเสริมเทเลเมด (Telemed) โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยในระดับพื้นฐานหรือในเรื่องที่มากไปกว่านั้น เช่นการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย ที่เป็นประเด็นที่กำลังถกเถียงกันอยู่ในสังคมไทย ถึงการที่ สปสช. ตัดลดงบประมาณในกรณีดังกล่าวลง นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ใครล่ะครับเป็นคนคิดว่าเป้าหมายของ ๕ ปีที่จะเกิดขึ้น ความเป็นธรรมตอบสนอง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ประโยคไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังมันเป็นประโยค ที่คุ้น ๆ แล้วเราก็รู้ว่ามันเกิดกระบวนการทิ้งคนไว้เต็มไปหมด แต่ประเด็นที่ผมอยากจะ สอบถามจริง ๆ ก็คือว่า จริง ๆ แล้วเวลาที่เราพูดถึงสุขภาพ ผมแบ่งหยาบ ๆ ออกเป็น สุขภาพกาย สุขภาพจิต นาทีนี้เรามีเด็ก คนพิการ ผู้หญิง ผู้สูงอายุที่มีภาวะทางด้าน สุขภาพจิตเยอะแยะไปหมดครับ สิ่งที่เรากำลังพยายามทำก็คือระบบการคัดกรองหรือการ ดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยสุขภาพจิตในระดับชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยาก แต่ว่าผมไม่เห็นรายละเอียด มากพอว่าในเรื่องของการทำงานเชิงป้องกัน ในเรื่องของการทำงานเชิงสุขภาพนั้น แต่ประเด็นเรื่องของการคัดกรองธรรมนูญว่าด้วยสุขภาพแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับประเด็น เรื่องของสุขภาพจิตนั้นมันมีเนื้อหาในเชิงที่นำไปสู่การป้องกัน เอา ๓ ระดับเลยนะครับ ไพรมารี พรีเวนชัน (Primary prevention) เซคคันดารี พรีเวนชัน (Secondary prevention) เทอเชียรี พรีเวนชัน (Tertiary prevention) หรือระดับที่ ๔ ด้วยก็ได้ครับ ที่ระดับที่เรียกว่า จะไม่ทำอย่างไรให้ผู้ป่วยสุขภาพจิตนั้นไปกระทำหรือไปทำร้ายบุคคลอื่น ซึ่งผมคิดว่าแบบนี้ เป็นองค์ความรู้พื้นฐานง่าย ๆ ที่น่าจะนำไปสู่ในธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ เพื่อนำไปสู่ในการวางรากฐานว่าอย่างน้อยที่สุดในระดับท้องถิ่นนั้นต้องมีกระบวนการแบบนี้🔗
เอชไอเอพี (Health in All Policies : HiAP) อันนี้สำคัญอย่างไรครับ มันเหมือนกับประเด็นที่เวลาเราพูดถึง จีอาร์บี เจนเดอร์ เรสพอนซีฟ บัดเจ็ตติง (GRB Gender Responsive Budgeting) ที่เป็นเรื่องงบประมาณที่ต้องคำนึงถึง มิติเพศสภาพหรือเพศสภาวะความเท่าเทียมระหว่างชายและหญิง แบบนี้ก็เช่นเดียวกันว่า ทุกนโยบายห่วงใยสุขภาพที่ท่านต้องการสื่อสารนั้นมันจะนำไปสู่ในระดับของแผนยุทธศาสตร์ ในระดับท้องถิ่น แผนยุทธศาสตร์ในระดับพื้นที่ แผนยุทธศาสตร์ในระดับจังหวัด หรือแม้กระทั่งแผนการงบประมาณในระดับชาติ เพราะแน่นอนเราต้องการเน้นการทำงาน เชิงป้องกันที่มากกว่าการรักษาเมื่อยามเจ็บป่วย ผมอยากจะฟังการขยายความของท่าน นิดหนึ่งว่าในประเด็นเรื่องของทุกนโยบายห่วงใยสุขภาพ เฮลท์ อิน ออล โพลิซี (Health in All Policies) เอส (s) ไปด้วยนิดหนึ่งเดี๋ยวหาว่าอ่านไม่ออก เฮลท์ อิน ออล โพลิซี (Health in All Policies) ท่านจะดำเนินการไปสู่ในเชิงปฏิบัติและทำให้ทุกองคาพยพของภาครัฐ ที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพนั้นดำเนินการอย่างไรครับ ก็ขออนุญาตว่าไม่เคยอภิปราย ธรรมนูญว่าระบบสุขภาพแห่งชาติมาก่อน แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นมี ๔ ประเด็นที่อยากจะ ขอบคุณ แล้วก็สอบถามเพิ่มเติมครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านโกวิทย์ พวงงาม และตามด้วยท่านนิยม เวชกามา ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท วันนี้ผมขอให้ความเห็นต่อ รายงานของธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๖๕ ท่านประธานครับ คราวที่แล้วเรื่องนี้ได้เข้ามาสู่สภาเพื่อให้มีการรายงานต่อสภา แล้วก็ได้นำไปปรับปรุงแก้ไข ผมจึงเรียนท่านประธานว่าส่วนหนึ่งได้มีการปรับปรุงแก้ไขแล้วก็ดีกว่าเดิม แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ ผมยังมีประเด็นข้องใจและเป็นคำถามเพื่อความชัดเจนในวันนี้ด้วย ในเรื่องที่ ๑ คือพยายามดูเอกสารที่ท่านทำว่าธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ มันคืออะไร แล้วก็ไปช่วยให้ระบบสุขภาวะของคนไทยไปสู่จุดหมายปลายทางที่ตั้งใจไว้ อย่างไร ถ้าเป็นข้อตกลงร่วมซึ่งในหน้า ๑๘ ได้เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าคืออะไร อาจจะเป็น กรอบแนวคิดหรือทิศทางของการเสริมสร้างระบบสุขภาพของคนไทย แล้วก็เป็นข้อตกลง หรือแนวคิดร่วมที่จะทำให้สุขภาวะของคนไทยไปสู่เป้าหมายอย่างที่ผมได้กล่าวแล้ว แต่อย่างไรก็ตามผมมีเอกสารประกอบอยู่ ๓ เล่ม ที่ทางผู้จัดได้นำเสนอ ผมเรียนท่านประธาน ในเล่มที่ ๑ ก่อนแล้วกัน เล่มที่ ๑ เป็นธรรมนูญตำบลนาโพธิ์กลาง ซึ่งผมอ่านแล้วธรรมนูญ ที่นี่เขาพูดเรื่องการป้องกันโควิด-๑๙ (COVID-19) เขาแบ่งเป็น ๔ เรื่อง ในธรรมนูญนี้พูดเรื่อง การส่งเสริม พูดเรื่องการป้องกัน พูดเรื่องการรักษาและพูดเรื่องการฟื้นฟูซึ่งเป็นเล่ม ก็ถือว่า เป็นธรรมนูญด้านนี้ก็แล้วกัน เล่ม ๒ เป็นสมัชชาสุขภาพของกรุงเทพมหานคร ซึ่งก็พูด เรื่องการกระจายอำนาจ การจัดการทรัพยากรชุมชนกับการส่งเสริมสุขภาพ เรื่องที่ ๒ ก็ลด ความเหลื่อมล้ำในด้านต่าง ๆ เพื่อสุขภาพที่ดี เรื่องที่ ๓ ก็กรุงเทพมหานครกับการสร้าง สภาพแวดล้อมที่ดี อันนี้ก็เป็นธรรมนูญที่เขาเขียน เล่มที่ ๓ เป็นธรรมนูญสุขภาพของ พระสงฆ์แห่งชาติ เล่มนี้ก็เป็นเรื่องราวที่ว่าด้วยแนวคิด เขาจัดเป็นหมวด ๆ แนวคิดปรัชญา ธรรมนูญสุขภาวะของพระสงฆ์เป็นหมวด ๑ หมวด ๒ ก็ว่าด้วยพระสงฆ์กับการดูแลสุขภาพ ของตนเอง แล้วก็หมวดต่อมาก็เรื่องของชุมชน สังคม กับการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์ เป็นต้น ซึ่งมีอยู่ ๔ หมวดด้วยกัน คำถามผมก็คือว่า ถ้าเราดูตามนิยามก็อยากจะเรียนถามท่านผู้ดำเนินการจัดทำว่าจริง ๆ แล้ว ในกรอบการจัดทำผมเรียนว่าธรรมนูญเขียนไว้ ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็ว่าด้วยสถานการณ์ เรื่องของปัจจัยต่อระบบสุขภาพ แล้วก็แนวคิดเป้าหมายของระบบสุขภาพ แล้วก็มาตรการ ที่สำคัญ ซึ่งเขียนไว้ ๓ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ก็คือกระบวนการนโยบาย เรื่องที่ ๒ การเสริมสร้าง สุขภาพ เรื่องที่ ๓ เรื่องของการจัดการระบบบริการสุขภาพที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่อง ของกาย เรื่องของจิต เรื่องของปัญญา เรื่องของสังคมอย่างสมดุล คือผมไม่แน่ใจว่าทั้งหมด ที่ผมยกตัวอย่างที่ท่านให้ในเล่มทั้ง ๓ เล่ม บวกกับที่ท่านวางมาตรการไว้ ผมไม่แน่ใจว่ามันไป ด้วยกันได้หรือเปล่า เพราะว่ามันไปคนละทิศคนละทางกัน กรอบแนวทางไม่ได้เป็นมาตรฐาน เดียวกัน อันนั้นไม่เป็นอะไรซึ่งอาจจะเป็นแต่ละส่วนทำ คำถามผมก็คือว่าเพื่อให้เรามีความ เข้าใจที่ตรงกันว่าธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติมันเป็นร่มใหญ่ของคนไทยทั้งหมด ใช่ไหม แล้วร่มนี้ผมจะดูได้ตรงไหนอย่างไรจากเล่มที่ท่านทำมา อ่านค่อนข้างจะลำบาก หรือร่มใหญ่นี้ จะแบ่งไปให้กับส่วนข้างล่างที่เป็นหน่วยราชการหรือองค์กรท้องถิ่นอย่างที่ ผมพูดถึงของตำบลนาโพธิ์กลาง หรือองค์กรท้องถิ่นอื่น ๆ ที่เขาจะไปทำธรรมนูญสุขภาพ หรือพระสงฆ์ที่เขาทำธรรมนูญสุขภาพของเขา ผมดูความเชื่อมโยงว่าท่านจะนำเล่มที่ท่านทำ ให้พวกเราได้ทราบวันนี้จะไปเชื่อมโยงอย่างไร นั่นคือถามท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่ ดำเนินการได้ชี้แจงด้วย🔗
ในส่วนที่ ๒ เป็นคำถามสุดท้ายก็คือว่า ผมเข้าใจว่าธรรมนูญสุขภาพ ในกระบวนการจัดทำผมเข้าใจดีว่าท่านจัดทำมาตามภาคผนวกได้ดี แล้วก็เห็นแนวว่าจะทำ อย่างไร คำถามก็คือลงไปสู่หน่วยข้างล่างที่เป็นจังหวัดก็ดี ต่อไปอาจจะมีธรรมนูญสุขภาพ จังหวัด ธรรมนูญสุขภาพขององค์กรท้องถิ่น ธรรมนูญสุขภาพของส่วนราชการ ในแนวแบบนี้ กรอบที่ท่านพูดท่านต้องการระดับย่อยอย่างที่ผมพูดด้วยหรือไม่อย่างไร เพื่อความชัดเจน ในการที่จะนำไปปฏิบัติ ซึ่งอาจจะใช้กรอบร่มใหญ่ของท่าน ซึ่งผมดูแล้วพออ่านกรอบที่ผม จะทำ ถ้าผมเป็นหน่วยงานผมค่อนข้างจะดูของท่านยาก ยกเว้นท่านเปิดกว้างเลยว่าสุขภาวะ แล้วแต่หน่วยจะไปสู่เป้าหมายอย่างไร มีมาตรการอย่างไรก็ให้อิสระแต่ละหน่วยอย่างนี้ ใช่ไหม ผมจึงนำเรียนท่านประธานในคำถาม ๒ คำถามที่ผมถาม ช่วยกรุณาตอบด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิยม เวชกามา ตามด้วยท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมเอง มีเวลาสั้น ๆ ได้มีโอกาสอ่านธรรมนูญว่าด้วยระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ ของท่าน ซึ่งบอกว่าตั้งใน พ.ศ. ๒๕๖๕ วันนี้โดยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติมานั่ง เพื่อรับฟัง แล้วผมเองก็ต้องรอฟังการชี้แจงจากท่าน ผมมีเวลาอ่านสรุปของท่านโดยเฉพาะ ในมาตรการที่ ๑ ของท่าน บอกว่าส่วนที่ ๑ สถานการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อระบบสุขภาพ ในระยะ ๕ ปี ซึ่งผมดูแล้วผมก็ให้เครดิตท่านสูงมากในเรื่องของคณะกรรมการสุขภาพ แห่งชาติ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศก็ต้องรอความหวังจากภาครัฐนี่แหละครับ ซึ่งจะไป ดูแลสุขภาพเขาว่าท่านจะดูแลเขาได้อย่างไร เพราะโดยสถานะของประชาชนทั่วไป บ้านผมนี่ ปัญหาใหญ่คือความยากจน เพราะความยากจนนี่แหละท่านประธานมันจึงเกิดปัญหาว่า เขาไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปรับการดูแลรักษาจากโรงพยาบาลชั้นดีของเอกชน ผมเห็นท่านเขียน บอกธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติแล้วนี่เป็นความหวังจริง ๆ เพราะฉะนั้นจึงเกิด คำถามวันนี้ว่าความหวังผมนี่จะนำไปสู่กระบวนการที่พี่น้องประชาชนจะได้รับการดูแล สุขภาพขนาดไหน นี่คือปัญหาต้องเป็นคำถามเลย เพราะผมก็มาบทสรุปของท่านแล้วว่า ทุกวันนี้โดยข้อเท็จจริงโรงพยาบาลของรัฐในต่างจังหวัด แม้กระทั่งโรงพยาบาลศูนย์ก็ดี การพัฒนาโรงพยาบาลส่วนใหญ่เป็นเรื่องของอาคาร การสร้างอาคารมโหฬาร ไม่ต้องไปดู ที่อื่นโรงพยาบาลบ้านผมนี่ โรงพยาบาลศูนย์สกลนครสร้างหลายชั้น แล้วก็หลายอาคาร จนจะไม่มีที่จะสร้างอยู่แล้ว แต่บุคลากรไม่เติบโตเท่าตามอาคาร บุคลากรยังไม่ได้มาตรฐาน นี่คือปัญหาที่มันเกิดขึ้นในบ้านในเมืองผม โดยเฉพาะประชาชนที่เข้าไปสู่กระบวนการรักษา พอเอาเข้ามารักษามักจะได้รับตัวเข้าไปแล้วไปนอนรอเพื่อการรักษาอยู่เป็น ๓-๔ ชั่วโมง ๕ ชั่วโมงก็มี นี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในบ้านในเมืองผม เพราะฉะนั้นเมื่อผมเห็นธรรมนูญ ว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติของท่าน ผมเกิดความหวัง จึงมีประเด็นว่าความหวังผมนี่ จะทำอย่างไรที่พี่น้องประชาชนไปสู่กระบวนการในโรงพยาบาล ซึ่งคณะกรรมการชุดของ ท่านนี่จะเข้าไปดูแลช่วยอย่างไร หรือเขียนเพื่อให้มันโก้ มันโก้จริง ๆ ธรรมนูญว่าด้วยระบบ สุขภาพแห่งชาติ ชื่อมันโก้เลย แต่การปฏิบัติจะเป็นอย่างไร วันนี้ผมจึงให้มองไปที่ รพ.สต. ด้วย ซึ่งเป็นโรงพยาบาล ถือว่าเป็นโรงพยาบาลแหละสถานีอนามัยเก่า ซึ่งอยู่กับชุมชน ทำอย่างไรจะให้เขาพัฒนาด้วยการไปดูเรื่องงบประมาณให้เขา เรื่องบุคลากรให้เขา เพื่อเป็น การแบ่งเบาภาระจากโรงพยาบาลในเมือง โรงพยาบาลใหญ่ ซึ่งไม่พร้อมอยู่แล้ว ถ้าจะเอายา มาตรฐานหน่อยก็บอกเป็นยานอกบัญชี ต้องจ่ายสตางค์ นี่คือปัญหา ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ต้องจ่ายสตางค์ เงินไม่มี ท่านคณะกรรมการใหญ่ พี่น้องบ้านผมเป็นปัญหา เพราะฉะนั้น ก็ฝากว่าปัญหาที่เกิดขึ้นท่านต้องกลับไปแก้ รัฐธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพฉบับนี้เป็นเรื่อง ที่ยิ่งใหญ่ ผมอ่านดูของท่านแล้วระยะ ๕ ปีต่อไปนี้บอกเลยระบบสุขภาพที่เป็นธรรม ดูแล้ว มีความหวัง เมื่อสักครู่นี้ผมต้องชมเชยท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม พูดถึงพระสงฆ์ว่า พระสงฆ์ได้รับการดูแล รู้สึกจะอยู่หางแถวเลย เพราะฉะนั้นธรรมนูญฉบับนี้ก็ฝากไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติว่าพระสงฆ์อยากให้เป็น บุคคลพลเมืองชั้น ๒ ท่านก็มีชีวิตเหมือนคนทั่วไป แถมทำประโยชน์ให้สังคมมหาศาล ขนาดตัวเองไม่มีกำลังยังตั้งการดูแลประชาชนรักษาด้วยสมุนไพร อันนี้ท่านต้องส่งเสริมด้วย ในเรื่องนี้ส่งเสริมด้วย ภิกษุสงฆ์ที่ท่านจะต้องการรักษาเป็นสมุนไพร ส่งเสริมท่าน อย่าไป จับผิดท่านว่าอย่างไรต้องจับสึก หลายคนบอกไม่ได้ ท่านหาสตางค์ ไม่จริง ใครจะให้ก็ไม่ให้ ไม่ให้ก็ไม่เป็นอะไร อันนี้ผมจึงฝากว่าหน่วยงานของท่านต้องเข้าไปดูแลในส่วนนี้ด้วย ผมตั้ง คำถามว่าท่านมีจุดดูแลพระภิกษุสงฆ์อย่างไร ตามธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะประชาชน ที่ยากจน เขาไม่มีสตางค์ ทำอย่างไร ท่านเขียนไว้เดี๋ยวผมอ่านดูนิดหนึ่ง ระบบสุขภาพที่เป็นธรรม ระบบการสร้างเสริมสุขภาพ และการจัดการปัจจัยสังคมที่กำหนดสุขภาพ โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มคนที่เสียเปรียบ หรือถูกละทิ้งในสังคม เขียนแค่ ๒-๓ ข้อ ผมว่าเป็นเรื่องยิ่งใหญ่มาก แต่ผมกลัวจะมีแต่ ในตัวหนังสือ มันจะไม่ถึงประชาชน ผมใช้เวลาเกินนิดหน่อย ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ตามด้วยท่านนพพล เหลืองทองนารา และท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอขอบคุณทางคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติที่ได้จัดทำรายงานฉบับนี้ เข้ามา ซึ่งเมื่อ ๒ เดือนที่แล้วในเดือนธันวาคมนี่เราก็ได้เพิ่งเห็นร่างของเอกสารฉบับนี้ แล้วท่านก็ได้ทำมาใหม่ แต่ท่านก็ยังบอกว่าท่านไม่ได้แก้ไขในสาระสำคัญ ซึ่งอันนี้ผมคิดว่า อยากที่จะขออภิปรายสักเล็กน้อย เพราะว่าครั้งที่แล้วผมก็ได้พูดไปพอสมควรในเรื่องสาระ ผมจะขอพูดทั้งหมดรวม ๕ ประเด็นด้วยกันนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของการที่เรามีระบบประกันสังคม ที่มีการ รักษาพยาบาลผู้ที่อยู่ในระบบประมาณ ๑๐ กว่าล้านคน กับระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ ระบบ สปสช. ซึ่งก็ใช้เงินร่วม ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจากงบประมาณแต่ละปี แล้วก็มีหลักการ ให้รักษาพยาบาลนะครับ ซึ่งทุกวันนี้ ๒ ระบบก็มีความเหลื่อมล้ำกัน มีปัญหาเรื่องที่ว่าจะใช้ ระบบไหนดีสำหรับบางคน แล้วก็ยังมีของข้าราชการอีกล้านกว่าคนที่เป็นข้าราชการอยู่ รวมไปถึงผู้ที่อยู่ในครอบครัวด้วย ผมอยากจะเห็นท่านมีธรรมนูญในเรื่องนี้ที่จะเขียนให้ชัดว่า ท่านจะกำหนดกรอบและแนวทางในการกำหนดนโยบายเรื่องความเสมอภาคในเรื่องนี้ อย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมอย่างที่ท่านเขียน เป็นระบบสุขภาพที่เป็นธรรม หรือท่าน ใช้คำภาษาอังกฤษว่า อีควิเทเบิล เฮลท์ ซิสเต็ม (Equitable Health System) ถ้าท่านมี การเขียนให้ชัดขึ้นว่าเราควรมีนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการดำเนินงานด้านสุขภาพเกี่ยวกับ กองทุนทั้งสอง แล้วก็ของข้าราชการจะได้มีความชัดเจน แล้วก็เป็นแนวทางให้ผู้ปฏิบัติ ได้เห็นชัด อันนี้ผมคิดว่าที่ท่านเขียนมายังไม่ได้ตอบโจทย์ที่ผมตั้งไว้ครั้งที่แล้ว นั่นคือ ข้อที่ ๑🔗
ข้อที่ ๒ ก็คือเรื่องของการเงิน การคลังที่ท่านได้เขียนเอาไว้นะครับ ท่านก็ได้ บรรยายถึงรายละเอียดในอดีตตัวเลขเสียเยอะเลย ในหน้า ๘๔-๘๕ แต่ว่าพอมาถึงหน้า ๘๖ ในอีก ๕ ปีข้างหน้าดูแล้วมันไม่มีอะไรที่จับต้องได้ที่เป็นรูปธรรมที่เราจะใช้เป็นกรอบนะครับ ถ้าผมเป็นสำนักงบประมาณ ผมก็จะไม่สามารถเอาข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการวางกรอบ งบประมาณใน ๕ ปีข้างหน้านี้ได้ ผมอยากจะเห็นท่านมีความชัดเจนในส่วนนี้ว่าประเทศไทย เราควรต้องมีการจัดสรรงบแผ่นดินใด ๆ ก็ตามเพื่อดูแลเรื่องสุขภาพอย่างไร โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเรื่องของการดูแล การป้องกันมากกว่าการรักษา ซึ่งปัจจุบันระบบต่าง ๆ ยังเป็น ระบบของการต้องให้ป่วยเสียก่อนถึงจะมาใช้เงินหลวง แต่การที่จะให้มีการใช้เงิน เพื่อการป้องกันหรือมีการดูแลเรื่องของการให้มีสุขภาพดียังเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีการใช้เงินกัน มากนัก จะมีก็องค์กร สสส. ที่ได้มีความพยายามในการดูแลเรื่องนี้ ซึ่งที่ผ่านมาเรื่องของบุหรี่ เรื่องของสุรา เรื่องของการให้มีการเก็บภาษีความหวาน หรือต่อไปก็เรื่องความเค็ม เหล่านี้ เป็นต้น ก็จะเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าถ้าท่านมีความชัดเจนในส่วนนี้มากขึ้นว่าเราต้องปลดล็อก ในส่วนไหนเพื่อจะให้สุขภาพของคนไทยดีขึ้นอย่างแท้จริง🔗
ที่ท่านเขียนมาในเอกสาร หน้า ๘๕-๘๖ เกี่ยวกับเรื่องการเงิน การคลัง กระผมมีความรู้สึกว่าท่านสนใจแรงงานต่างด้าวเสียเยอะ แต่ของคนไทยกันเองที่ยังอยู่ นอกระบบท่านยังไม่มีข้อมูล ยังไม่มีตัวเลข หรือมีนโยบายที่จะดูแลคนที่ยังอยู่นอกระบบ หรือยังถูกทอดทิ้ง ณ เวลานี้เราไม่ทราบเลยว่ายังมีคนไทยสักกี่มากน้อยที่ไม่ได้รับประโยชน์ จากระบบของรัฐแต่ประการใด อันนี้ก็เป็นข้อที่ ๓ ที่ผมอยากขอให้ท่านได้ช่วยให้ ความกระจ่างนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๔ ก็คือเรื่องของบทบาทของท้องถิ่นในเรื่องของสุขภาพ ซึ่งในปีนี้ เรามีการโอนงานของ รพ.สต. ให้กับท้องถิ่น ซึ่งแน่นอนท้องถิ่นก็ต้องพยายามใช้โอกาสนี้ ในการดูแลสุขภาพของคนในท้องถิ่นให้มากขึ้น แต่ไม่มีความชัดเจนว่าจะออกไปในทิศทางไหน จะให้ รพ.สต. เหล่านี้มีสภาพเหมือนกับรามาหรือศิริราชหรือโรงพยาบาลเอกชนอื่นทุกอย่าง ทุกประการหรือเปล่า ผมเชื่อว่าบทบาทของท้องถิ่นน่าจะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป🔗
แล้วก็ประการสุดท้ายครับ ก็คือเรื่องของบุคลากรในวงการสุขภาพ ผมอยาก เห็นท่านมีการให้ทิศทางว่าเราจะต้องมีการจัดการศึกษาหรือว่าจัดการอบรมฝึกบุคลากร ทางด้านเกี่ยวกับสุขภาพได้มากแค่ไหนเพื่อจะให้เราได้มีความมั่นใจว่าสุขภาพของคนไทย โดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนพพล เหลืองทองนารา แล้วก็ท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร นะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ วันนี้ผมเองขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในส่วนของ ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๖๕ ท่านครับ ในธรรมนูญฉบับนี้ ที่ได้ทำออกมา ผมเองก็จะขอพูดในส่วนของการบริการสาธารณสุขแล้วก็การควบคุมคุณภาพ ท่านครับ การบริการด้านสาธารณสุขเป็นความท้าทายนะครับ ผมเองผมเข้าใจในบุคลากร ที่อยู่ในแวดวงของสาธารณสุขว่าท่านเองท่านพบกับความท้าทายในเรื่องนี้ โดยเฉพาะในเรื่อง ของการบริการมากน้อยขนาดไหน ผมเข้าใจจริง ๆ ทั้งในส่วนของงบประมาณที่ท่านจะเอา มาดำเนินการ แล้วก็ทั้งในส่วนขององค์ความรู้ที่บางครั้งประชาชนไม่เข้าใจ ก็เร่งรัดท่าน หลาย ๆ อย่าง ทั้ง ๆ ที่มันเป็นขอบข่ายจำกัดที่บางทีท่านทำไม่ได้ ท่านครับ รพ.สต. ทั่วประเทศมีอยู่ทั้งหมด ๙,๘๓๖ แห่งทั่วประเทศ อันนั้นคือระดับปฐมภูมิ ท่านยอมรับ ไหมครับว่าในรายงานธรรมนูญของท่านที่เขียนมา ท่านเองท่านก็ยอมรับว่ามันมีความแออัด ในส่วนของการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะในระดับทุติยภูมิแล้วก็ตติยภูมิ สิ่งที่สำคัญที่สุด พอตรงนั้นมันแออัด มันรองรับไม่ค่อยได้ คือทุติยภูมิกับตติยภูมิคือในส่วนของที่เป็น โรงพยาบาล เป็นโรงพยาบาลศูนย์ เป็นโรงพยาบาลอำเภออะไรพวกนั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะ ผ่อนคลายได้ จะช่วยท่านแบ่งเบาภาระตรงนี้ได้ผมเองก็เคยพูดหลายครั้ง ก็คือท่านก็ควร จะต้องมุ่งเน้นในส่วนของส่วนที่เป็นปฐมภูมิ แล้วก็ส่วนที่เป็นระบบของการป้องกันนั่นก็คือ อสม. ทั้งหลาย ผมอยากให้ท่านได้เอาใจใส่ในเรื่องของ อสม. ให้เขาได้มีองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับ เรื่องของไม่ว่าจะโรคติดต่อหรือว่าการบริการสาธารณสุขทั้งหลาย ให้เขามีการอัปเดต (Update) ในเรื่องของข้อมูลต่าง ๆ นะครับ ท่านครับ รพ.สต. ผมเองก็อยากให้ท่าน ได้ควบคุมดูแล ได้เอาใจใส่ในการดูแล รพ.สต. ที่จะย้ายไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เข้มงวดหน่อย เพราะว่าตอนนี้มีหลายส่วนที่เกิดความไม่มั่นใจว่าถ้าไปอยู่ท้องถิ่นแล้ว เขาเองจะมีความยั่งยืนและมั่นคงในเรื่องสาธารณสุขที่ท้องถิ่นจะดูแลแค่ไหน ในส่วนนี้ผมเอง ก็เป็นกังวลทั้ง ๆ ที่ผมก็อยากให้มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ทั้งในเรื่องสาธารณสุข เรื่องการศึกษา ทุก ๆ เรื่องนะครับ ผมอยากให้โอนย้ายไปอยู่ท้องถิ่น แต่ว่ามีในส่วนของ สาธารณสุข ผมเองก็ค่อนข้างจะเป็นห่วงว่าความยั่งยืนของระบบสาธารณสุขนี่พอไปอยู่กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นอย่างไรบ้าง ผมเองต้องขอแสดงความชื่นชมในธรรมนูญ ของท่านที่ท่านเขียนมาหลาย ๆ อย่าง ที่ท่านเขียนไว้ก็ครอบคลุม แต่ปัญหาจะปฏิบัติได้ ตามนี้หรือไม่ผมเองก็ต้องขอฝากรัฐบาลไว้ด้วย เพราะรัฐบาลก็คงเป็นตัวจักรสำคัญในการที่จะทำให้ระบบสาธารณสุขทั้งหลายตามธรรมนูญ ที่เขียนไว้ที่มีเป้าหมายไว้ได้สำเร็จลุล่วงนะครับ ผมก็ต้องขอให้รัฐบาลได้เอาใจใส่ในเรื่องนี้ ไว้อย่างมาก ๆ ด้วยแล้วกันนะครับ เพราะว่าสุขภาพทั้งหลายมันเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต่อ พี่น้องประชาชน แล้วก็สุดท้ายในเรื่องของธรรมนูญสุขภาพของพระสงฆ์แห่งชาติ ผมก็เพิ่ง เคยเห็นเหมือนกันก็ยอมรับนะครับ แต่ทั้งหลายทั้งสิ้นผมขอฝากรัฐบาลไว้หน่อยเถอะครับ ในเรื่องธรรมนูญของพระสงฆ์เป็นสิ่งที่ดีเขียนไว้ แต่ว่าอีกส่วนหนึ่งที่จะทำให้ผลสัมฤทธิ์ของ ของธรรมนูญสุขภาพของพระสงฆ์ได้สำเร็จผลก็คือในเรื่องของค่านิตยภัต ฝากรัฐบาลได้ดูแล ค่านิตยภัตให้พระสงฆ์ทุกรูปด้วย เพราะไม่ได้มีการปรับในเรื่องค่านิตยภัตของพระสงฆ์ มานานแล้ว แล้วก็ค่าใช้จ่ายทั้งหลาย การดำรงตนอยู่ในสังคม อยู่ในโลกใบนี้ก็มีค่าใช้จ่าย ไม่ใช่ว่าเป็นพระแล้วใช้เงินไม่เป็นนะครับ ก็ขอรัฐบาลได้ช่วยดูแลค่านิตยภัตให้กับคณะสงฆ์ ด้วยเถอะนะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสฤษดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ผมขอมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและอภิปรายเรื่องธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพ แห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๖๕ ที่รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จากบทที่ ๑ เราได้กล่าวถึงสถานการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อระบบสุขภาพในระยะ ๕ ปีนี้แสดงให้เห็นว่า คณะกรรมการก็ได้เห็นถึงปัจจัยความเดือดร้อน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ที่มาจาก การแพร่ระบาดของโคโรนา ๒๐๑๙ (Corona 2019) ซึ่งเป็นปัญหาจนเป็นนัยที่ทำให้บริบท สังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมมีปัญหาอย่างมากมายจนต่อเนื่องมาเป็นระบบ โดยที่ การเปลี่ยนแปลงจะเห็นได้ชัดเลยเป็นวิกฤติในศตวรรษที่ ๒๑ เราจะเห็นว่าในสังคมผู้สูงวัย ที่มาเร็วและเติบโตได้อย่างรวดเร็วมากด้วยครับ โดยเฉพาะในปี ๒๕๖๓ จะเห็นว่าเป็นปีที่ เริ่มต้นที่มีประชากรผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบแล้วถึง ๑๒ ล้านคน แล้วมาในปีนี้ปี ๒๕๖๕ สิ้นปี เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๖๕ จะเห็นชัดเลยว่าประชากรเกิดเพียง ๕๐๐,๐๐๐ คน แต่เสียชีวิต ๖๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งจะสร้างปัญหาให้อย่างมากที่จะมีต่อภาคสังคม ในปัจจุบันนี้ ไม่ใช่เฉพาะปัญหาประชากรที่เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย แต่ปัญหาที่สังคมโลกกำลัง วิกฤติก็คือปัญหาที่เราบอกว่าปัญหาไคลเมตเชนจ์ (Climate change) ที่กำลังเข้ามาสู่โลก ซึ่งทุกคนของโลกต้องร่วมกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ปัญหาสุขภาพ ปัญหาสิ่งแวดล้อม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมถึงว่าเราจะต้องแก้กันไปอย่างองค์รวม โดยที่มองถึงปัจจัยในการที่จะบูรณาการ อย่างชัดเจนให้มากยิ่งขึ้นต่อไป ผมในนามของพรรคภูมิใจไทยก็ต้องเห็นนโยบายที่ พรรคภูมิใจไทยที่จะเห็นความสำคัญกับผู้สูงวัย จนกระทั่งให้ปีนี้ปี ๒๕๖๕ เป็นปีแห่งสุขภาพ ของผู้สูงวัยหรือผู้สูงอายุที่จะมีนโยบายในการที่จะขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคลินิก ผู้สูงอายุในโรงพยาบาลถึง ๙๐๐ แห่งทั่วประเทศไทย บริการด้านสุขภาพ สนับสนุนอุปกรณ์ ด้านผู้สูงวัย มีทั้งแว่นตา ๕๐๐,๐๐๐ อัน ผ้าอ้อม ๕ ล้านชิ้น ฟันเทียม ๕๐,๐๐๐ เป็นนโยบาย ของกระทรวงสาธารณสุขที่นำโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่จะมีการเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ ดังนั้นผมถึงอยากให้เห็น ว่าไม่เพียงแต่เท่านี้ครับ เรายังมีนโยบายที่จะมีน้ำสะอาด เครื่องกรองน้ำประจำหมู่บ้าน ซึ่งเหล่านี้จะเป็นเรื่องของสุขภาพอนามัยที่เกิดขึ้นกับรากหญ้าอย่างแท้จริง อีกส่วนหนึ่ง ที่เราบอกว่าวิกฤตการณ์โลกร้อนหรือไคลเมตเชนจ์ (Climate change) ด้วยแนวความคิดที่มี การประชุมกันของเอเปค (APEC) ก็พูดไปแล้วในเรื่องของบีซีจี (BCG) ในความคิดตรงนี้ ในฐานะผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้หามาตรการในการจะแก้ไขปัญหาในภาพรวม ของประเทศชาติด้วยการที่จะแก้ปัญหาเรื่องดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งเราจะมีการจัดอบรมเพื่อจะ เสริมสร้างให้กับสุขภาพฐานรากของประชาชน ในเขตเลือกตั้งของผม อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี ซึ่งเราได้มีการรวบรวมพละกำลังจากประชาชนทุกภาคส่วนที่จะมาแก้ปัญหา เรื่องน้ำ เราจะทำเป็นธนาคารน้ำใต้ดินเพื่อส่งเสริมสุขภาพประชาชนและกักเก็บน้ำธรรมชาติ ไว้ในยามที่มีฝนตกลงมาหรือในภัยแล้ง ซึ่งน้ำปกติแล้วเราเก็บไว้เพียง ๕-๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในปัจจุบันนี้🔗
อีกอันหนึ่งซึ่งเป็นโครงการดี ๆ ของอาสาที่เป็นโครงการพัฒนาบุคลากร ผู้นำ ผู้ทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวในเขตพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดร่วมกันกับ อสม. ที่มีการอบรมที่จะให้ความรู้กับ อสม. อีกอันหนึ่งที่เป็นนโยบายซึ่งอยากจะให้มีการขับเคลื่อนและพัฒนาบุคลากรที่จะพัฒนา ที่มีความรู้ความสามารถในการช่วยเหลือสังคมซึ่งจะเป็นสังคมผู้สูงอายุต่อไป และท่าน ยังมีนโยบายของพรรคภูมิใจไทยที่จะส่งเสริมให้ อสม. เป็นขวัญกำลังใจ ซึ่งจะเป็นผู้รับภาระ รับผิดชอบกับสังคมถึง ๒,๐๐๐ บาทต่อ ๑ เดือน ถ้าหากพรรคภูมิใจไทยได้กลับมาในการ ที่จะร่วมรัฐบาลในการที่จะนำนโยบายสู่การปฏิบัติ ดังนั้นผมจึงถือว่าในกรอบของธรรมนูญ ว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ นี้จึงมีความสำคัญอย่างมากในการที่จะขับเคลื่อน เพื่อดูแลสุขภาพของประชาชนโดยถ้วนหน้า อีกทั้งจะเป็นการส่งเสริมแก้ไขปัญหาลดโลกร้อน ให้มีประโยชน์ และถึงอะไรก็ตามผมอยากกราบเรียนท่านคณะกรรมการที่ดูแลเรื่อง ธรรมนูญตรงนี้ อย่างไรก็ขอให้นำนโยบายหรือธรรมนูญอย่างนี้ลงสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง ขอกราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ที่จริงก็หมดรายชื่อนะครับ แต่ว่าท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ขอเพิ่มเติมอีกคนหนึ่ง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ธรรมนูญ ว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๖๕🔗
ประเด็นที่ ๑ เรื่องสถานการณ์และปัจจัยที่มีผลกระทบต่อระบบสุขภาพ ในระยะ ๕ ปีนั้น🔗
ประเด็นที่ ๒ กรอบแนวความคิด ปรัชญาและเป้าหมายร่วมของ ระบบสุขภาพในธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๖๕🔗
ประเด็นที่ ๓ มาตรการสำคัญ เป้าหมายของสุขภาพซึ่งพึงประสงค์ แนวทาง การวัดความสำเร็จของระบบสุภาพซึ่งพึงประสงค์ ต้องกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า ผมเคยกล่าวในสภาแห่งนี้หลายหนหลายครั้งหลายคราวว่ากระทรวงสาธารณสุขนั้นเป็น กระทรวงหัวใจของมนุษย์ เมื่อเกิดมาอยู่รอดเป็นทารกท่านควรจะต้องดูแลตั้งแต่ตอนนั้น แม้แต่อยู่ในครรภ์มารดา เมื่อมีครรภ์ท่านต้องส่งหมอไปศึกษาดูว่าสุขภาพในครรภ์มารดา เมื่อคลอดมาแล้วนั้นจะพิการ จะสมบูรณ์หรือไม่ ในขณะเดียวกันนั้นธรรมนูญของท่าน ที่เขียนมาในรายงานการประชุมแห่งนี้นั้น ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าดูแล้ว เป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงวัยตั้งแต่อายุ ๖๐ ปีขึ้นไป มีไม่น้อยกว่า ๑๒ ล้านคน ท่านเคยวางมาตรการหรือไม่ว่าวันนี้บั้นปลายชีวิต ท่านทราบไหมครับ ส่วนราชการของรัฐ มีสวัสดิการ เมื่ออายุ ๖๐ปีมีบำนาญไปนอนกิน ดูแลตลอดจนสิ้นลมหายใจ แต่พี่น้อง ประชาชนผมชาวนาชาวไร่ท่านทราบไหมว่าปลดเกษียณตอนไหน ปลดเกษียณตอนเข้าโลง ระหว่าง ๖๐ ปีขึ้นไปนั้น เมื่อวัยชราจะทำมาหากินก็ไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไรนักเรื่องสุขภาพ อย่างไรก็ตามผมเคยเสนอแนวทางว่า ๖๐ ปี ต้องมีบำนาญ ไม่ใช่ว่า ๖๐ ปี ได้ ๖๐๐ บาท ๗๐ ปี ได้ ๗๐๐ บาท มันไม่ใช่ ค่าครองชีพนั้นต้องกราบเรียนว่ามันสูงกว่า ในที่สุดก็จะ แห้งตาย ผอมตาย ไปในที่สุดทรัพยากรของชาติ ท่านประธานที่เคารพ ท่านต้องมอง ย้อนหลังว่าบุคคลดังกล่าวไม่ว่าชาวนาชาวไร่ เขาบอกว่าส่วนราชการก็เสียภาษี เอกชน ก็เสียภาษี แต่ในขณะเดียวกันนั้นพี่น้องประชาชนชาวไร่ชาวนานั้นก็เสียภาษีบำรุงท้องที่ บำรุงท้องถิ่น บำรุงทุกอย่างเสียหมดทุกปี ไม่สามารถจะมาหักล้างได้ ถ้าไม่เสียถูกยึดที่ดิน ผมอยากเห็นเขียนความชัดเจนว่าเมื่อ ๖๐ ปี วิธีการหาบำนาญไม่ใช่บอกว่าอายุ ๖๐ ปี จะให้ คนละ ๓,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท เอาเงินมาจากไหน ผมไม่เห็นด้วยเลยครับ อันนี้คือ หลอกลวงประชาชน วิธีการผมกราบเรียนย่อ ๆ ว่าวันนี้เสียภาษีล้อเลื่อนบำรุงท้องที่ เราก็หัก เป็นเปอร์เซ็นต์สิครับ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สมมุติปีนี้เสียค่าภาษีล้อเลื่อนบำรุง ท้องที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑,๐๐๐ ก็เท่ากับ ๑๐๐ บาท เสียมากี่ปี เอา ๓๐ คูณ เหมือนระบบ ข้าราชการกลายเป็นบำนาญของพี่น้องประชาชน ใครเสียมากมีบำนาญมาก เขาก็จะมีชีวิต อยู่อย่างมีความสุข ผมอยากเห็นการเขียนว่าธรรมนูญอ่านดูแล้วไม่ใช่ธรรมนูญ คัมภีร์เขียนไว้ ผมว่าเขียนมันลอย ๆ ไม่สามารถปฏิบัติได้ ผมอยากเห็นรัฐบาลหรือการเขียนธรรมนูญว่า เมื่อวัยเท่าไรรัฐควรจะดูอย่างไร เห็นไหมบางประเทศในเอเชียของเราหลายประเทศ อย่างเช่นออสเตรเลีย เด็กเรียนหนังสือรัฐให้เรียนฟรีและยังมีค่ายังชีพหรือเรียกเงินเดือน หรือที่เรียกว่าจ้างเรียน รายหนึ่งประมาณไม่ต่ำกว่า ๗๐,๐๐๐ บาท แต่ของประเทศไทย เห็นไหมครับ กู้เงิน กยศ. ต้องให้เสียดอกเบี้ย มีเบี้ยปรับ นี่หรือรัฐบาลของประชาชน คุยนัก คุยหนาว่าวันนี้ชื่นชมว่าสามารถจดทะเบียนคนจนได้ ๒๒ ล้านคน ก็แสดงว่าการบริหารงาน ของคุณล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ทำให้คนจนทั้งประเทศ ท่านบอกว่าอีกไม่นานคนจนจะหมด ก็ตายพร้อมกันอย่างไรท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาตินั้น มันต้องชัดเจนครับ ระหว่างเรียนต้องเรียนฟรี เพราะเป็นทรัพยากรของรัฐ คลังสมอง ของรัฐในอนาคต ผมจึงกราบเรียนด้วยความเคารพว่าอยากเห็นธรรมนูญว่าด้วยระบบ สุขภาพแห่งชาติของท่านนั้นเขียนให้ชัดเจนเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เขียนเป็นปรัชญาลอย ๆ จับแตะต้องไม่ได้ ใครจะดูแลวันนี้ โรงพยาบาลสุขภาพประจำตำบล ด้วยหลักการทาง วิชาแพทย์นั้น ในฐานะที่เคยเป็นผู้จัดการบริหารโรงพยาบาลพญาไท ๑ และครอบครัว เป็นหมอ การมีโรงพยาบาล คำว่าโรงพยาบาลจะต้องมีหมอประจำครับท่านประธาน อันนี้ ไม่มีครับ ผมเป็นคนคิดเอง แล้วฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าจะทำอย่างไร ชื่อโรงพยาบาลแล้ว ไม่มีหมอ ก็ให้หมอประจำอำเภอเวียนกันมาครับ วันละ ๓ ชั่วโมง ๔ ชั่วโมง ก็แสดงว่า มีหมอแล้ว แต่นั่นไม่เพียงพอครับ ท่านต้องบรรจุ อบรม ส่งเสริม สนับสนุน งบประมาณ ให้วิชาการทางการแพทย์ไม่ว่า หมอ พยาบาล ที่เป็นลูกจ้างให้เขาบรรจุเสีย ฝากไปถึงรัฐบาล ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่ติดใจ สนใจที่จะอภิปรายไหมครับ หมดแล้วนะครับ ถ้าหมดแล้ว เชิญท่านเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติตอบชี้แจงครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ทุกท่านครับ ผม นายแพทย์ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ที่ให้ความสำคัญ แล้วก็มีคำถามต่อธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๖๕ นี้นะครับ ก่อนที่ผมจะตอบคำถามของท่านสมาชิกทั้ง ๗ ท่าน ผมขออนุญาต พูดถึงภาพรวมของธรรมนูญฉบับนี้เล็กน้อยก่อนนะครับ คือเนื่องจากระบบสุขภาพขณะนี้ มีความสำคัญ มีความซับซ้อนเกี่ยวข้องกับหลายมิติ หลายหน่วยงาน และหลายภาคส่วน โดยเฉพาะจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมาทำให้ประเด็น ความซับซ้อนเหล่านี้เห็นชัดเจนมากขึ้นนะครับ ดังนั้นจากความซับซ้อนเหล่านี้ เนื่องจาก มีหลายหน่วยงานหลายภาคส่วนมีการดำเนินการ จึงมีความจำเป็นที่เราจะต้องมีเข็มทิศ หรือมีกรอบทิศทางของระบบสุขภาพว่าอนาคตข้างหน้าเราจะเดินไปอย่างไรนะครับ อนาคต ข้างหน้าระบบสุขภาพของไทยเราจะเดินไปอย่างไร จึงจะสอดคล้องกับสถานการณ์ขณะนี้ และสอดคล้องกับสถานการณ์ของโลกนะครับ จึงทำให้เกิดมีพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ในมาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ และมาตรา ๔๘ ให้มีการจัดทำธรรมนูญขึ้น ธรรมนูญนี้เป็นกรอบทิศทางให้กับหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ ไปดำเนินการ ในธรรมนูญ ฉบับที่ ๓ นี้ ตามที่ทางท่านสมาชิกได้พูดถึงแล้วนะครับ เนื้อหาสาระสำคัญทั้งหมดนี้ ประกอบด้วย ๓ ส่วน ในส่วนที่ ๑ ว่าด้วยการประเมินสถานการณ์เพื่อที่เราจะมากำหนด ทิศทางของระบบสุขภาพภาพรวมว่าแต่เดิมเป็นอย่างไร ส่วนที่ ๒ พูดถึงแนวคิดปรัชญาที่เรา ต้องการเดินไปข้างหน้าจะเดินอย่างไร และส่วนที่ ๓ ว่าด้วยมาตรการต่าง ๆ ซึ่งมีมาตรการ ที่จะรองรับเป้าหมายทั้งหมด ๒๓ มาตรการ และที่สำคัญมากคือภาคผนวก ภาคผนวกเป็น เรื่องของในสาระหมวดตามที่บัญญัติอยู่ในมาตรา ๔๗ ของ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งในสาระหมวดนี้แต่ละสาระหมวดจะมีการพูดถึงสถานการณ์ของสาระหมวดนั้น มีการ พูดถึงเป้าหมาย มีการพูดถึงจุดคานงัด วิธีการและการประเมินผลไว้นะครับ ซึ่งเป็นการ ดำเนินการที่ต่างจากที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นในภาพรวมเหล่านี้ผมขออนุญาตตอบแทน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านณัฐวุฒินะครับ ท่านได้กรุณาถามว่าอันที่ ๑ คณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติได้มีมติเห็นชอบธรรมนูญฉบับนี้ตั้งแต่วันที่ ๙ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๕ แต่เข้า ครม. มติ ครม. เห็นชอบครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๕ ใช้เวลา ๖-๗ เดือน เหตุที่เป็นแบบนี้เพราะตัวธรรมนูญมีเนื้อหาสาระที่สำคัญมากนะครับ เกี่ยวข้องกับ หน่วยงานต่าง ๆ จึงต้องฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลายนะครับ จึงทำให้ ช่วงเวลาของการดำเนินการก่อนที่จะเข้าสู่มติ ครม. ต้องใช้เวลา🔗
ประเด็นที่ ๒ ทำไมต้องมีชื่อภาษาอังกฤษจำนวนมากนะครับ เพราะว่าเนื้อหา ธรรมนูญเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วนและรวมทั้งการที่จะต้องไปสู่การแลกเปลี่ยนกับ การทำงานระบบสุขภาพของประเทศต่าง ๆ อยู่ด้วย และเป็นงานทางด้านวิชาการ ฉะนั้น การจัดทำธรรมนูญฉบับนี้จึงมีการเขียนในลักษณะของมีวงเล็บเป็นชื่อศัพท์ทางเทคนิค ภาษาอังกฤษโดยเฉพาะเพื่อให้เกิดความเข้าใจในการสื่อสารนะครับ🔗
เรื่องของการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดของธรรมนูญ ฉบับนี้นะครับ เราจะทำอย่างไร และเรื่องของทุกนโยบายห่วงใยสุขภาพเฮลธ์ อิน ออล โพลิซี (Health in All Policies) จะทำอย่างไรนะครับ ในสถานการณ์ขณะนี้ในส่วนของ ธรรมนูญ เนื่องจากเป็นกรอบฉะนั้นการดำเนินการจะต้องผ่านทางกระบวนการการมี ส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ เช่น การจัดทำสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ การจัดทำสมัชชาสุขภาพ เฉพาะประเด็น การจัดทำสมัชชาสุขภาพเฉพาะพื้นที่ต่าง ๆ แล้วก็การประสานกับหน่วยงาน ต่าง ๆ โดยเน้นการมีส่วนร่วมและมีการตั้งคณะกรรมการเป็นกลไกขึ้นมาติดตามสนับสนุน การขับเคลื่อนธรรมนูญนี้ต่อไปด้วยนะครับ🔗
สำหรับสุดท้ายของทางท่านณัฐวุฒิท่านถามถึงเรื่องของสุขภาพจิตว่า มีความสำคัญและจะบูรณาการเรื่องการส่งเสริมป้องกันรักษาอย่างไร รายละเอียดมันมีอยู่ ในสาระหมวดซึ่งมีการเขียนถึงว่าสถานการณ์เรื่องนี้เป็นอย่างไร เป้าหมาย จุดคานงัด วิธีการคำนวณผลจะการดำเนินการอย่างไร แต่ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของภาพรวมเข็มทิศใหญ่ ๆ ส่วนรายละเอียดนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องไปจัดทำแผน จะต้องไปเนินการต่อ🔗
ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านโกวิทย์ ท่านได้กรุณาให้ข้อชี้แนะ แล้วก็ คำถามว่าธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพฉบับนี้จะนำมาสู่เป้าหมายได้อย่างไร เนื่องจาก มันเป็นเข็มทิศก็จะต้องมีการประสานการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและมีการจัดทำ รายละเอียดกันต่อ ๆ ไปนะครับ ตัวอย่างของธรรมนูญ ๓ เล่ม เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า ในการธรรมนูญระดับชาติ เพราะของไทยไปเฉพาะเรื่อง เฉพาะพื้นที่ ก็จะมีการปรับปรุง เนื้อหาเฉพาะเจาะจงของแต่ละพื้นที่ เพื่อแต่ละพื้นที่หรือแต่ละประเด็นจะนำไปสู่การ ดำเนินการต่อนะครับ🔗
ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านนิยม ท่านได้ตั้งว่าในแง่ปฏิบัติ ธรรมนูญ ที่มีกรอบค่อนข้างเห็นทิศทางต่าง ๆ แง่ปฏิบัติจะทำอย่างไร ตามที่ผมได้เรียนทาง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพว่าคือในธรรมนูญนี้มันเป็นเข็มทิศ เราได้ชี้ถึงปัญหา ได้พูดถึงทิศทางเป้าหมายวิธีการต่าง ๆ เสร็จแล้วจะต้องเป็นการดำเนินการ ขั้นปฏิบัติต้องมี การดำเนินการของหน่วยงานต่าง ๆ โดยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติได้มีการตั้ง คณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่ในการประสานหน่วยงานต่าง ๆ🔗
ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ท่านได้กรุณาให้ข้อแนะนำบวกกับคำถามว่าระบบ สุขภาพที่เป็นธรรม โดยเฉพาะระบบสุขภาพของ ๓ กองทุน จะทำให้เป็นธรรมจะทำได้ อย่างไร ในส่วนนี้ในแง่ปฏิบัติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่ากรมบัญชีกลาง สำนักงาน ประกันสังคม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติก็ได้มีการพยายามประสานและ มีการดำเนินการ เพื่อจะค่อย ๆ ปรับ โดยเฉพาะการปรับด้านการบริหารจัดการและกลับไป สู่เรื่องสิทธิประโยชน์ ก็เห็นความคืบหน้าพอสมควร แต่อย่างไรก็ตามก็มีงานที่จะต้องท้าทาย เรื่องของการสร้างความเป็นธรรม เรื่องการลดความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ ต้องเดินหน้ากันต่อนะครับ ท่านได้พูดถึงเรื่องของการเงินการคลังว่าในหน้า ๘๔ หน้า ๘๕ ของเอกสารไม่ได้ระบุ รายละเอียด ไม่ได้มีความชัดเจนในแง่ที่จะไปจัดทำงบประมาณอย่างไร ในส่วนนี้เนื่องจาก ตัวธรรมนูญเป็นกรอบทิศทาง ได้มีการพูดถึงเรื่องการเงินการคลังของระบบสุขภาพ ส่วนนี้ ก็จะให้เกิดการไปประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลายในการตั้งงบประมาณ ทำรายละเอียดกันต่อไป ท่านว่าในธรรมนูญนี้ให้ความสนใจกับแรงงานต่างด้าว ให้ความ สนใจคนไทยน้อย ข้อเท็จจริง ๆ คือในธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ เป้าหมาย สำคัญที่สุดคือคนไทย แต่เนื่องจากสถานการณ์การระบาดโควิด (COVID) ที่ผ่านมาจะเห็นชัด ว่าปัญหากลุ่มเปราะบางสำคัญที่อาจจะเคยถูกละเลยคือกลุ่มแรงงานต่างด้าว กลุ่มเปราะบาง ที่อยู่ชายขอบทั้งหลาย เพราะฉะนั้นในธรรมนูญ ๕ ปีข้างหน้านี้ จึงให้ความสำคัญว่าจะต้อง เพิ่มเติมเรื่องนี้ เพราะว่าเรื่องของการเจ็บป่วย เรื่องของการติดต่อของโรคต่าง ๆ มันไม่เลือก สัญชาติ เพราะฉะนั้นเราจะต้องทำครอบคลุมมากขึ้น สุดท้ายท่านได้พูดถึงเรื่องการกระจาย อำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะดำเนินการอย่างไร ในส่วนนี้ก็เป็นแง่ปฏิบัติว่า ทิศทางของตัวธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่าระบบสุขภาพที่จะเป็นธรรม มีประสิทธิภาพนั้น จะต้องมีส่วนร่วม โดยเฉพาะการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งในส่วนนี้ ในแง่ปฏิบัติก็มีการประสานงานค่อนข้างเยอะอยู่นะครับ🔗
ท่านนิยม ท่านพูดแนะนำถึงเรื่องของแง่ปฏิบัติจะทำอย่างไร จะทำให้เป็น รูปธรรมได้อย่างไร ก็ตามที่ผมได้เรียนทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านแล้ว ว่าจะต้องมีการประสานหน่วยงานต่าง ๆ ให้เอากรอบทิศทางนี้ไปสู่เรื่องการจัดทำแผน การดำเนินการ การอะไรต่าง ๆ ต่อไปในระยะยาวต่อครับ🔗
ท่านนพดล ท่านได้กรุณาพูดถึงเรื่องการจัดบริการสาธารณสุข โดยเฉพาะ เรื่องระบบบริการ เรื่องคุณภาพการให้บริการ การถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพูดถึงเรื่องอาสาสมัครนะครับ ในส่วนนี้ก็คงเป็นงาน ทางด้านที่ทางสำนักงานจะรับเอาข้อคิดเห็นนี้ไปสู่การประสานงานต่อนะครับ ท่านพูดถึง เรื่องธรรมนูญพระสงฆ์แห่งชาติว่าเป็นสิ่งที่ดีนะครับ จะดำเนินการต่อไปอย่างไร ตอนนี้ ได้มีการขยับจากธรรมนูญว่าด้วยธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ ตอนนี้มหาเถรสมาคม ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานต่าง ๆ กำลังจัดทำธรรมนูญสุขภาพของโรงเรียน พระปริยัติธรรมสามัญคือโรงเรียนของทางสามเณรทั่วประเทศประมาณ ๕๐๐ กว่าโรงเรียน กำลังจัดทำกรอบทิศทางว่าจะจัดระบบสุขภาพจะดูแลสุขภาพสามเณรทั้งหลายจะทำกัน อย่างไรนะครับ ส่วนนี้ก็คงจะเป็นเรื่องการดำเนินการต่อ🔗
สุดท้ายท่านอุบลศักดิ์ท่านได้กรุณาพูดถึงเรื่องของสังคมสูงวัยที่กำลังเดิน ตอนนี้สังคมประเทศไทยเราเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ เรามีคนสูงอายุมากกว่า ๑๒ ล้านคน จะทำอย่างไรนะครับ ในธรรมนูญก็มีการพูดถึงในมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เฉพาะประเด็นเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว ได้มีการให้ทิศทางว่าระบบสังคมสูงวัยได้เข้ามาแล้วเราจะต้อง มีการดำเนินการจัดระบบรองรับด้วยการดูแลทั้ง ๔ มิติ คือไม่ใช่เฉพาะเรื่องสุขภาพ มีเรื่อง สังคม เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสิ่งแวดล้อมที่จะรองรับสังคมสูงวัย และเกี่ยวข้องกับคน ๓ วัย ว่าจะทำอย่างไร และมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคมที่ผ่านมา ก็ได้มีมติว่าประเทศไทยน่าจะต้องคิดถึงแล้วว่าเราจะมีระบบหลักประกันอะไรได้ เพื่อคุณภาพ ชีวิตเมื่อเป็นผู้สูงอายุจะทำกันอย่างไร เป็นการยกระดับจากประเทศไทยเรามีระบบ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จัดสุขภาพเป็นเรื่องของ การประกันรายได้เพื่อคุณภาพชีวิต ซึ่งได้ระบุว่าจะต้องดำเนินการทั้งหมด ๕ เรื่อง พร้อมกัน เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องของการพัฒนาศักยภาพ แล้วก็ทำให้คนทุกวัยมีรายได้ ที่เหมาะสม เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของการที่จะสนับสนุนให้มีมาตรการการออมระยะยาว ซึ่งก็เกี่ยวข้องกับวัยทำงาน เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องการจัดบำนาญถ้วนหน้าตามที่ท่านได้กรุณา แนะนำไว้ว่าสังคมไทยเราน่าจะต้องมีเรื่องนี้แล้ว เรื่องที่ ๔ เป็นเรื่องการขยายการดูแล ด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการดูแลลองเทอมแคร์ (Long-term Care) การดูแลแบบต่อเนื่อง ระยะยาว โดยเฉพาะระยะยาวช่วงท้าย และเรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องของบทบาทของครอบครัว ของสังคม ของชุมชนที่จะมารองรับการดูแลสังคมสูงวัย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นกรอบทิศทาง แล้วก็ มีรายละเอียดของหน่วยงานจะต้องทำอะไร อย่างไร ก็จะเป็นส่วนของการดำเนินการ ส่วนเรื่องอื่น ๆ นั้นเป็นคำแนะนำในแง่ของการปฏิบัติ ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติจะขอรับไปดำเนินการในขั้นตอนของการติดตาม ในการติดตามสนับสนุน และประเมินผลของธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านยังมี อะไรอีกไหมครับ หลายรอบแล้วนะครับ เอาสั้น ๆ แล้วกันครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องถามครับ ไม่ใช่หลายรอบ ผมก็อยากไปประชุมกรรมาธิการ เหมือนกันแต่ว่าต้องถามเสียก่อน ผมฟังท่านเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ท่านชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ ผมมาอ่านดูในธรรมนูญของท่าน ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ มี ๕ หมวด ๓๗ ข้อ ผมดูแล้วท่านเลขาธิการครับ ก็ต้องฝากท่านต้องไปทบทวนนะครับ ในธรรมนูญที่ท่านเขียนมาผมดูแล้วมันเป็นนามธรรม จับต้องไม่ได้ท่านเลขาครับ ท่านดูให้ผม หน่อยว่าท่านจะทำอย่างไร โดยเฉพาะหมวด ๔ หมวด ๕ ท่านโยนกลับไปที่พระสงฆ์เลย บอกว่าประสงฆ์ต้องทำ ๑ ๒ ๓ แต่ท่านไม่ดูว่าท่านเขียนธรรมนูญมานี่ในฐานะท่านเป็น คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ท่านต้องทำอะไรให้พระสงฆ์ ผมไม่เห็นในนี้นะครับ ไม่เห็นข้อไหนที่ท่านเขียนถึง ผมจึงเป็นห่วงเป็นใยว่าในเมื่อมันเป็นเรื่องคำว่า ธรรมนูญ มันใหญ่ ถ้าโยนมาให้พระสงฆ์ท่านทำไม่ได้อยู่แล้วครับ ท่านนั่นแหละต้องทำให้พระสงฆ์ ท่านก็อ้างกฎมหาเถรสมาคม ๒ ข้อ คิลานะเภสัช มันเป็นเรื่องปกติของพระสงฆ์ ปัญหาวันนี้ พระสงฆ์ไม่ได้ดูแลเรื่องสุขภาพจากภาครัฐ คล้าย ๆ ว่าเป็นพลเมืองชั้น ๒ ที่ผมพูดนี่ ท่านไปดูครับ ผมนั่งดูหมดแล้ว ๓๗ ข้อ ไม่มีข้อไหนที่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเข้าไปดูแลที่เป็น รูปธรรม มันเหมือนกับเป็นน้ำ มันจับต้องไม่ได้ท่านเลขาธิการครับ ท่านประธานครับ อันนี้ ผมต้องถามเลย ท่านอย่าบอกว่าผมลุกหลายรอบ ผมไม่ได้เกี่ยวหลายรอบ ผมเกี่ยวบอกว่า ผมต้องถามท่านใน ๕ หมวดของท่านนี่ และในส่วนท่านพูดถึงท้องถิ่น ท่านก็พูดลอย ๆ มันเป็นนามธรรมบอกท้องถิ่นต้องดูแลพระสงฆ์ ไม่มีข้อไหนที่บอกว่าท้องถิ่นต้องจัด งบประมาณกี่เปอร์เซ็นต์อะไรให้พระสงฆ์ ถ้าหากไม่ดำเนินการตามธรรมนูญฉบับนี้ ก็มีความผิด ผมไม่เห็นเลยท่านเลขาธิการครับ ก็ฝากท่านไปดูว่าถ้าเขียนแบบนี้เขาไม่ทำ อะไรเลยครับ ถ้าท่านไม่ไปดูแลจริง ๆ อันนี้ผมฝากเรื่องธรรมนูญของสุขภาพพระสงฆ์ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ได้มีการอภิปรายของท่านสมาชิกครบถ้วนนะครับ และนอกจากนั้น ทางเลขาธิการก็ได้ตอบชี้แจงไปแล้วนะครับ ก็ถือว่าจบรายงานธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพ แห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๖๕ แล้วนะครับ ขอบคุณท่านเลขาธิการและคณะที่มาชี้แจง กับทางสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรานะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม อุบลศักดิ์ นิดเดียวได้ไหมครับ นิดเดียวครับ เพื่อให้มีความสมบูรณ์ท่านจะได้เอาไปดำเนินการต่อ ผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ประเด็นที่สุขภาพของหน่วยกล้าตายคือ อสม. ซึ่งต้องเจอด่านแรกที่ต้องเจอคนเจ็บคนไข้ และเงินเดือนเพียงแค่ ๑,๐๐๐ บาท ถูกหักเสียเดือนประมาณ ๓๐๐ บาท เหลือ ๖๐๐ บาท ตรงนี้สุขภาพอนามัยจะดีได้อย่างไร อันนี้ฝากท่านเลขาธิการคณะกรรมการไปช่วย กรุณาว่า หาทางออกอย่างไรครับ วันนี้มีคนบอกว่าจะให้ค่าตอบแทน อสม. ๓,๐๐๐ บาท คำว่า ๓,๐๐๐ บาทให้ชาติไหน เมื่อเป็นรัฐบาลอยู่แล้ว เป็นรัฐมนตรีอยู่แล้วทำไมไม่ให้ จะให้เมื่อไร เลือกตั้งเที่ยวหน้าหรือ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากให้ท่านเขียนไปเลยในธรรมนูญของท่านว่า อสม. ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้นเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยก็ดี หรือค่าตอบแทนก็ดี ก็ควรจะดำเนินการ หาทางออกให้ อสม. คือว่าหน่วยกล้าตายของกระทรวงสาธารณสุขครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านเลขาธิการก็รับไปแล้วกัน🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
ร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่..) พ.ศ. ....🔗
ขอเชิญ คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่นะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นการพิจารณาในวาระที่ ๒ ซึ่งจะพิจารณาเริ่มต้น ตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วเรียงตามลำดับมาตราจนจบร่าง สำหรับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ไม่มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และไม่มีผู้เสนอคำแปรญัตติ 🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่ที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๒๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๖ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณากำหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วัน คณะกรรมาธิการได้มีการประชุมจำนวน ๒ ครั้ง ซึ่งได้พิจารณาเริ่มต้นด้วย ชื่อร่าง คำปรารภ และพิจารณาเรียงตามลำดับมาตรา จนจบร่าง จำนวน ๒๐ มาตรา โดยมีการแก้ไขถ้อยคำเพียงจำนวน ๑ มาตรา รวมทั้ง กรรมาธิการได้มีข้อสังเกตท้ายรายงานของคณะกรรมาธิการ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณา ทั้งนี้ กฎหมายฉบับนี้ไม่มีผู้แปรญัตติ ไม่มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดนำเสนอในที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการดำเนินการครับ🔗
ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๑ มีการแก้ไข🔗
มาตรา ๑๑ มีการแก้ไข เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข มีท่านสมาชิกขอแสดง ความคิดเห็นด้วย ความจริงแก้นิดเดียว ตัวเดียวด้วย ท่านณัฐวุฒิก็มีมุมที่จะอภิปรายได้ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ไม่ได้แก้ง่วง อันนี้เป็นมุมที่จะอภิปรายจริง ๆ ครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ต้องขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณาให้โอกาส แล้วก็เป็นประเด็น ที่ผมคิดว่าจำเป็นต้องขอความชัดเจนจากท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ตลอดจน กรรมาธิการท่านอื่น ๆ ท่านประธานครับ มาตรา ๑๑ อย่างที่ท่านประธานได้นำเรียน เป็นการยกเลิกความในมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๙ ในมาตรา ๓๖ แล้วก็มีการใช้เป็นข้อความใหม่แทน อันนี้เป็นที่เข้าใจกันดีว่าประเด็นหลักก็คือการแยกสถาบันที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียนการสอนนั้น ออกไปเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ก็เป็นเรื่องที่เคยมีการตั้งคำถามไปแล้วว่างบประมาณนั้น จะใช้แบบใด อย่างไร สิ่งที่ท่านเติมเข้าไปเป็นสิ่งที่สวยงาม ก็คือว่าแต่เดิมนั้นมาตรา ๓๖ ที่ผ่านขั้นรับหลักการนั้นเขียนมาว่าหัวหน้าส่วนงานและรองหน้าส่วนงานตามมาตรา ๘ (๒) และวรรคสอง ซึ่งตกหล่นคำว่า หัว และท่านก็ใส่เข้าไป ประเด็นของผมเป็นแบบนี้ครับ ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าจริง ๆ แล้วร่างกฎหมายฉบับนี้มีการพิจารณามานานครับ มีการส่งมา สภาตั้งแต่วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ รายงานเข้ามาก่อน แล้วก็ท่านส่งมาในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ เข้าใจว่าท่านมีการประชุมไม่มากนัก เอาเข้าจริง ๆ หลายฉบับ ๔-๕ มาตรา ยังประชุมกัน มากกว่า ๓-๔ ครั้ง เพราะว่าจำเป็นต้องมีความละเอียดในการพิจารณา ท่านประธาน คณะกรรมาธิการชี้แจงได้ไหมว่าตกลงร่างกฎหมายฉบับนี้ท่านมีการประชุมกันกี่ครั้ง ปกติเท่าที่ผมเป็น ส.ส. มา ความจริงเคยเป็นกรรมาธิการมาก่อนด้วยก่อนมาเป็น ส.ส. ในกฎหมาย ครั้งแรกเขาเรียกว่าเสวนาธรรม มีการตั้งกรรมการต่าง ๆ ครั้งที่ ๒ มีการ ลงรายละเอียดในเนื้อหา หากมีกรรมาธิการหรือ ส.ส. ท่านใดที่จะสงวนหรือแปรญัตติเอาไว้ ในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงแค่ ๗ วันในกฎหมายฉบับนี้ในขณะที่ฉบับหนึ่ง ๑๕ วัน ก็ต้องมีการ มาดูว่ามี ไม่มี ส.ส. ท่านใดที่อาจจะไม่ได้มาครั้งแรกก็อาจจะมีโอกาสในการสงวนความ คิดเห็นไว้ ซึ่งเข้าใจว่าจริง ๆ ท่านต้องแจงว่าในการลงมติในแต่ละครั้ง ส.ส. อยู่ในห้องประชุม เท่าไร เกินกึ่งหนึ่งของกรรมาธิการหรือไม่ด้วยซ้ำ ครั้งที่ ๒ จัดทำรายงานเสร็จแล้ว อย่างน้อย ก็ต้องมีอีกสักครั้งหนึ่งที่เอารายงานมาตรวจดูว่าถูก ผิด กันหรือไม่ แบบใด ประการใด แต่ตกลงว่าในร่างกฎหมายสำคัญแบบนี้กรรมาธิการมีการประชุมกันกี่ครั้ง เร่งรีบเกินไป หรือไม่ ท่านเติมไปไม่เป็นปัญหา ถูกต้อง แต่ท่านทราบว่ามีข้อความนี้ตกหล่นตั้งแต่เมื่อไร เป็นฝีมือของท่านหรือเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าในขั้นรับหลักการที่ตรวจพบแล้วถึงต้อง มาแก้ในขั้นนี้หรือไม่ประการใด นั่นเป็นข้อ ๑ นะครับ🔗
ข้อ ๒ ท่านประธานครับ ผมจำเป็นต้องทวนต่อไปเพราะว่าท่านบอกท่านต้อง แก้คำถูก ผิด ผมก็ไปเจอว่า พ.ร.บ. ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๙ อ่านมาตามเว็บไซต์ (Website) เลยท่านประธาน เว็บไซต์ (Website) เอ็มเอชอีเอสไอ ดอท จีโอ ดอท ทีเอช (mhesi.go.th) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ (Website) ที่ลงตัวร่างกฎหมายตัวกฎหมายฉบับเต็ม ในปี ๒๕๕๙ มาตั้งแต่ต้น มันมีข้อความอยู่ ๑ ข้อความ โยงไปจากมาตรา ๑๑ ที่กำลังพูด ไปที่มาตรา ๔ ซึ่งมีการแก้ไขข้อความในมาตรา ๙ ครับท่านประธาน การแก้ไขข้อความ ในมาตรา ๙ (๒) ที่บอกว่าวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์มีหน้าที่แบบใด ประการใด ฉบับปี ๒๕๕๙ มันมีคำผิดอยู่ครับ คำผิดคืออะไร ก็คือที่บอกว่ามีหน้าที่จัดการ ด้านแพทย์ศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ วิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยาศาสตร์ สุขภาพ ท่านไปหาดูเลยครับ ลงราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว หลังคำว่า วิทยาศาสตร์สุขภาพ ต่อด้วยคำว่า ทำการวิจัย โดยไม่มีเว้นวรรค ต่อด้วยแบบนี้เลยนะครับ แล้วตกลงว่าฉบับที่ กำลังพิจารณาอยู่ในเอกสารหน้าที่ขีดเลข ๒ หลังคำว่า วิทยาศาสตร์สุขภาพ ท่านแยกไหมว่า คำว่า ทำการวิจัย วรรค ไม่วรรค วรรคหรือยัง ถ้าวรรคต้องใส่เครื่องหมายข้างล่างนะครับ เพราะเท่ากับว่าแบบนี้จะติดไปแล้วผิดอีกครับท่านประธาน ผิดไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ มาถึง ปัจจุบัน ทำผิดแบบนี้ต่อไม่ได้หรอกกฎหมายสำคัญ ผมถึงบอกว่าตกลงท่านประชุมกันกี่ครั้ง นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ที่ผมจำเป็นต้องนำเรียนโยงไปจากมาตรา ๑๑ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ ในเมื่อท่านให้ผมมาตรวจคำผิด ความจริง มันมีเวลาตรวจคำผิดหลังวาระ ๒ ผมเข้าใจ ท่านไม่ต้องติง เพียงแต่ว่าผมจำเป็นต้องให้ เหตุผล เพราะว่าสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปในมาตรา ๑๑ ที่มีการเพิ่มเติมคำว่า หัว เข้าไปในหน้า คำว่า หน้า มันเป็นประเด็นที่พูดถึงระดับปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดใด ๆ ต่าง ๆ นะครับ ท่านประธาน แล้วบังเอิญว่ามีการเขียนข้อสังเกตครับ ข้อสังเกตมีทั้งหมดอยู่ ๓ ประการ ด้วยกันนะครับ ต้องใช้เวลาท่านประธานครับ ตรวจถูกผิดแบบนี้ปล่อยไม่ได้ จริง ๆ ถ้าถอน ไปก่อน แก้ไขก่อนจะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ผิดอะไรครับ ข้อสังเกตที่อยู่ในหน้า (๔) ในข้อ ๗ ในข้อ (๓) ผมไม่อ่านตอนต้นเนื้อหามันยาว แต่ท่านบอกว่าเพื่อให้เกิดนวัตกรรมทางการวิจัย วิทยาศาสตร์และการแพทย์ในขั้นสูงต่อไป ท่านใส่วงเล็บใหญ่ ๆ ขีดเส้นใต้ ๓ เส้น ในคำว่า ขั้นสูง ในขั้นสูงต่อไป แต่ท่านเห็นไหมครับว่า ในมาตรา ๑๑ เขาใช้คำว่า ชั้น แล้วผมอ่านทั้งในกรณีของกฎหมายฉบับนี้ที่ท่านแก้ ย้อนกลับ ไปใน พ.ร.บ. ปี ๒๕๕๙ ไม่มีตรงไหนใช้คำว่า ขั้น ใช้คำว่า ชั้นสูง มาโดยตลอดเลย ฉะนั้น ตกลงแล้วการเขียนข้อสังเกตที่ท่านบอกว่าเพื่อดำเนินการในขั้นสูงต่อไปคือเจตนาของท่าน ใช่ไหม ท่านยืนยันว่าคำนี้คือคำที่ถูกต้องในการประชุม ๒ ครั้งของท่านใช่หรือไม่ หรือจริง ๆ เป็นการเขียนผิดครับ ต้องเขียนว่า ชั้นสูง เอาอย่างไรกันแน่ ในตัวกฎหมายแม่บท ในเจตนารมณ์ท่านไปย้อนดูเหตุและผลต่าง ๆ แม้กระทั่งร่างที่ท่านเขียนเองไม่มีคำว่า ขั้นสูง เลยครับ มีคำว่า ชั้นสูง หมดเลย ฉะนั้นถ้าท่านเห็นว่าประเด็นที่ผมพูดนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แล้วสิ่งที่ท่านดำเนินการมานั้นอาจจะยังไม่ครบถ้วนก็ต้องถอนออกไปครับ ไปปรับแก้ ดำเนินการให้สมบูรณ์ครบถ้วน แต่ถ้าท่านยืนยันต่อไปว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้องแล้วก็ต้องขอให้ ท่านอภิปรายบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ว่านี่ถูกแล้ว ผมเข้าใจผิด แบบนั้นผมเองก็จะน้อมรับ ด้วยตนเองครับ ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับมาตรา ๑๑ ที่มีความสำคัญ แล้วก็ เกี่ยวโยงไปในหลายประเด็น ซึ่งคงไม่มีโอกาสพูดในมาตราอื่น ก็ต้องตั้งคำถามแรง ๆ กับการประชุม ๒ ครั้ง ของท่าน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เดี๋ยวนะครับ ก่อนที่ท่านประธานจะตอบ ผมขออนุญาตแจ้งท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก หรือที่กำลังประชุมกรรมาธิการ หลังจากทางกรรมาธิการตอบชี้แจงแล้วก็จะได้มีการ ลงมติกัน ฉะนั้นเชิญเข้าห้องประชุมเลยนะครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ที่ได้ให้ข้อสังเกตที่ละเอียดอ่อนต่อการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ แล้วผมก็ทราบดีว่าท่านเป็นผู้ที่มีความสนใจในเรื่องของการจัดทำกฎหมาย และถือว่า ท่านเป็นนักการเมืองคนหนึ่งที่ผมชื่นชมท่านมาโดยตลอดว่าท่านได้ให้ความสนใจ ในกระบวนการที่ทำกฎหมายที่เป็นองค์รวมทุกมิติ คณะกรรมาธิการต้องขอขอบคุณ ท่านเป็นอย่างสูงยิ่ง ความจริงท่านก็ให้ทั้งคำถามแล้วก็ให้ทั้งคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้ว ที่ว่า ให้ทั้งคำถามก็คือว่าท่านได้ตั้งประเด็นไว้ทั้งหมด ๓ ประเด็น ต่อประเด็นในเรื่องของ การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ผมอยากกราบเรียนว่าในฐานะผมเป็นประธาน คณะกรรมาธิการก็ได้ดำเนินการในการพิจารณาตามข้อบังคับ โดยได้ดำเนินการในการ เสวนาธรรม แล้วก็ยังขอข้อมูลรายละเอียดเป็นเอกสารจากสถาบันจุฬาภรณ์มาเพื่อ ประกอบการพิจารณาเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ผมคิดว่าท่านณัฐวุฒิก็ทราบดีว่าเรามีเวลา ที่จำกัดในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ อันนี้จึงเป็นเรื่องที่ทางคณะกรรมาธิการได้ดำเนินการ ตามกระบวนการและขั้นตอนทั้งหมด และแน่นอนที่สุดหลังจากเราพิจารณาเป็นรายมาตรา เสร็จเป็นที่เรียบร้อย ที่รวดเร็วก็เพราะว่าไม่มีผู้สงวนความเห็นและไม่มีผู้แปรญัตติ ในคณะกรรมาธิการเราก็เลยได้ตรวจสอบรายงาน ได้ตรวจสอบการพิจารณาของกรรมาธิการ ทั้งร่างอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นเมื่อกรรมาธิการได้ไปจัดทำรายงานแล้ว ผมก็ได้มาขอความ เห็นชอบในการรับรองรายงานตามกระบวนการ แล้วก็ส่งให้ท่านประธานสภาเพื่อจะได้บรรจุ ในการพิจารณาในวันนี้ต่อไปนะครับ🔗
ส่วนในเรื่องที่ ๒ นั้น ผมอยากจะกราบเรียนว่าเป็นเรื่องที่ทางกรรมาธิการ เห็นว่าเป็นส่วนที่ทางผู้ร่างคือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก็เรามีความคิดเห็นตรงกันว่า (๒) นั้นเราก็แยกในเรื่องทำการวิจัยออกมาซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของสถาบันชั้นสูงที่ต้องการ ที่จะให้เกิดความเป็นเลิศในการที่จะได้ทำหน้าที่ในการจัดการศึกษาทางด้านแพทย์ศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ วิทยาศาสตร์การแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ เรายอมรับความเป็นจริงว่าในโลกยุคปัจจุบันนั้นการวิจัยจะเป็นเรื่องสำคัญในการสร้าง องค์ความรู้ เพราะฉะนั้นจึงเน้นเรื่องนี้ แล้วก็ขอขอบคุณท่านณัฐวุฒิไว้เป็นอย่างสูงนะครับ🔗
ส่วนประเด็นในเรื่องถ้อยคำก็ท่านณัฐวุฒิตอบเองอยู่แล้วว่าเราก็เมื่อพบ ในตอนชั้นกรรมาธิการก็ขอให้ได้มีการแก้ไขเพิ่มคำว่า หัว เข้าไปนะครับ แต่ว่าถ้ามีส่วนใด ที่ท่านณัฐวุฒิพบว่ามีข้อบกพร่องในถ้อยคำ ผมก็คิดว่าหลังจากเราได้พิจารณาในวาระ ๒ แล้ว ก็สามารถที่จะแก้ไขถ้อยคำปรับปรุงได้🔗
ผมอยากจะกราบเรียนประเด็นสุดท้ายที่ท่านได้กรุณาได้ให้ความสนใจในเรื่อง ของข้อสังเกต ข้อสังเกตนั้นผมอยากกราบเรียนว่า เป็นเรื่องที่เรามีความภาคภูมิใจมาก ที่กรรมาธิการจากทุกพรรคการเมืองมีความคิดเห็นสอดคล้องต้องกันว่าเราต้องการเห็น การดำเนินการของบัณฑิตศึกษาได้ยกฐานะขึ้นมาเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนเอกชน ซึ่งถือว่า เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่จะบูรณาการในอำนาจหน้าที่ของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ มูลนิธิ จุฬาภรณ์ และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อมาดำเนินการจัดการศึกษา เพื่อให้การศึกษา ในชั้นระดับอุดมศึกษานั้น เป็นการศึกษาที่เรียกว่านำไปสู่การศึกษาที่พัฒนาอัจฉริยภาพ ในด้านที่มหาวิทยาลัยนี้ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตามที่ได้กราบเรียนไปแล้ว และที่สำคัญที่สุดก็คือว่าผมต้องขอขอบคุณท่านในประเด็นที่ใช้คำว่า ขั้นสูง อันนั้นก็เป็น ประเด็นที่กรรมาธิการมีความตั้งใจ เพราะในเรื่องของงานวิจัยนั้นก็ไม่มีชั้นต่ำ ชั้นสูง ก็มีขั้นสูง เป็นงานวิจัยขั้นสูง เพราะฉะนั้นก็เลยได้เขียนถ้อยคำนี้เอาไว้ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ก็ต้องขอชื่นชมในมุมมองตรงนี้ ส่วนประเด็นข้อสังเกตอื่น ๆ กรรมาธิการ ก็จะรับไปเพื่อที่จะได้ดำเนินการในการที่จะให้สถาบันจุฬาภรณ์หรือราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่เราจะปรับปรุงให้เป็นมหาวิทยาลัยเอกชน รับข้อคิดเห็นของท่านต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ในมาตรา ๑๑ มีการแก้ไข เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการ แก้ไข ดังนั้นผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ หรือไม่ ก่อนที่จะลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก หรือที่กำลังประชุมคณะกรรมาธิการอยู่ก็กรุณาได้เข้าห้องประชุม ส่วนท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมแล้ว ขอความกรุณาท่านได้ช่วยกันเป็นองค์ประชุม โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ กรุณาได้แสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๑๖๒ แสดงตนครับ🔗
๑๖๒ แสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา จันทบุรี ๑๑๐ แสดงตนครับ🔗
๑๑๐ แสดงตน เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมนะครับ ส่วนท่านสมาชิกที่อยู่ในห้อง ประชุมแล้วกรุณาได้แสดงตนนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมนะครับ หรือที่กำลังประชุมกรรมาธิการอยู่ ก็ขอความกรุณาท่านได้พักการประชุมสักนิดหนึ่งเข้ามาร่วมกันเป็นองค์ประชุม ส่วนท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมแล้วก็ขอความกรุณาได้เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ใกล้จะครบแล้ว ขออีกนิดหนึ่งครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
ท่านอรรถกร มีอะไรไหมครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ผมขออนุญาตเรียนสอบถามท่านประธานว่า ตอนนี้เรากำลังจะลงมติในมาตรา ๑๑ ของร่าง พ.ร.บ. ที่เราพิจารณาอยู่ ซึ่งก็คงจะใช้เวลา ไม่นาน หลังจากนี้เราก็คงจะลงมติรับหรือไม่รับในวาระที่ ๓ และผมขออนุญาตถาม ท่านประธานว่าถ้าดูจากระเบียบวาระต่อไปก็คือเรื่องด่วนที่ ๑ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งผมจำได้ว่าในการประชุมครั้งที่แล้วเราพิจารณา เราอภิปรายกันหมดแล้ว ก็คือว่าพอจบ ในส่วนของกฎหมายฉบับนี้ ในฉบับหน้าเราก็จะลงมติเลย แล้วก็ต่อด้วยร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ใช่หรือไม่ครับ ขอเป็นความรู้ ขอบพระคุณครับ🔗
ครับ เช็ก (Check) ข้อมูลแล้วนะครับ ถูกต้องครับ เราได้มีการอภิปรายในพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จบไปแล้วนะครับ ก็จะมีการลงมติ เสร็จแล้วก็จะมีการพิจารณาเกี่ยวกับ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนด การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ทันทีต่อไปเลยนะครับ ฉะนั้นต้องขอความร่วมมือ ท่านสมาชิกเราได้อยู่ช่วยกันเป็นองค์ประชุม เพราะวันนี้พี่น้องชาวประมงหลายร้อยคนก็มา รอฟังข่าวอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา เป็นความหวังของพี่น้องชาวประมงของพวกเรา🔗
ครับ เพราะฉะนั้นก็จะมี การลงมติไปเรื่อย ๆ เร็ว ๆ ในระยะเวลาอันใกล้นี้ใช่ไหมครับ🔗
ใช่ครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ก็อยู่ที่ ท่านสมาชิกนั่นหละครับ เชิญท่านจุลพันธ์ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้านครับ วันนี้พวกเรา ร่วมทำงาน ผมต้องเรียนอย่างนี้ ขณะนี้มีกรรมาธิการที่กำลังเดินลงมาอยู่นะครับ ก็รอสักครู่ซึ่งองค์ประชุมดูแล้วไม่ใช่เป็นปัญหาครับ เราก็พร้อมเดินหน้าในเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วผมเชื่อว่าทุกพรรค ไปรับหนังสือ ไปรับข้อร้องเรียนของพี่น้องประมงมาแล้ว วันนี้เราจะเดินหน้าให้จบ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... เพียงแต่ขอความร่วมมือ ครับท่านประธานครับ พรรคเพื่อไทยเองเราได้คุยกันในพรรคร่วมฝ่ายค้านว่ามีผู้เข้าญัตติ ราว ๗-๘ ญัตติ จะขอความกรุณาผู้เข้าญัตติใช้เวลาอย่างจำกัดสัก ๗ นาที เราก็รับทราบ กันแล้ว ในส่วนผู้อภิปรายถ้าลดได้ก็ลดครับ เพื่อที่เราจะลงมติกันภายในเวลาที่องค์ประชุม เรายังพร้อมครับ เราก็จะสามารถลงมติตัว พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ได้ในวันนี้ แล้วก็ตั้งกรรมาธิการเพื่อไปคุยกันในชั้นกรรมาธิการต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ครับ ขอบท่านจุลพันธ์นะครับ ท่านวิป (Whip) ฝ่ายค้านที่กรุณาได้ให้ข้อคิดในที่ประชุมเรา ก็อยากจะให้เป็นอย่างนั้นครับ ท่านศิริกัญญา เชิญครับ🔗
ศิริกัญญา ๓๖๑ แสดงตนค่ะ🔗
ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้แสดงตนก็ขอเชิญนะครับ ถ้าแสดงตนกันครบทุกท่านแล้ว ผมขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่รายงานผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุมในขณะนี้ ๒๑๒ ท่าน บวก ๓ เป็น ๒๑๕ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ ท่านสมาชิก ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการคือให้คงไว้ตามร่างเดิม โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญ ใช้สิทธิลงคะแนนครับ กรุณาใช้สิทธิลงคะแนนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๑๑๐ เห็นด้วยครับ🔗
๑๑๐ เห็นด้วยนะครับ คือเวลาลงคะแนนก็ต้องใช้องค์ประชุมเหมือนกันนะครับ เชิญครับ กรุณาได้ เสียบบัตรและกดปุ่มลงคะแนนนะครับ ท่านสมาชิกกรุณาได้มองดูตรงช่องเสียบบัตร ตัวเองว่าได้เสียบบัตรลงคะแนนแล้วหรือยัง เพราะบางท่านก็อาจจะลืม เพราะเมื่อครู่นี้ ครบองค์ประชุมนะครับ ตั้ง ๒๑๕ ถ้าทุกท่านช่วยกันกดก็ ๒๑๕ แหละครับ เพราะว่า ผมสังเกตยังไม่มีใครเดินออกจากห้องไป🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดสุรินทร์ ผมฟังดูประธานทะแม่ง ๆ อย่างไร ผมว่าเอา อย่างนี้ดีกว่าให้ได้สบายใจ ล้างใหม่เถอะครับ🔗
ไม่ต้องครับ จะครบองค์อยู่แล้ว🔗
ผมเป็นห่วงประธานนะที่พูดไป ด้วยความเคารพจริง ๆ🔗
เป็นห่วงผม เรื่องอะไรครับ🔗
เดี๋ยวมันจะชุลมุน เดี๋ยวเขาหาว่าเกิด จากประธาน🔗
ไม่ชุลมุนครับ ท่านกดเสียบบัตรลงคะแนนหรือยัง🔗
ผมกดก่อนที่ประธานจะบอกอีกครับ🔗
ดีมากครับ ขอบคุณมากครับ ไม่ต้องห่วงผมครับ ดูตัวเองครับทุกท่าน สมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ลงคะแนน เชิญครับ ถ้าลงคะแนนกันครบทุกท่านแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้ลงมติ ๒๑๑ ท่าน บวก ๑ ก็เป็น ๒๑๒ นะครับ เห็นด้วย ๒๐๗ ท่าน บวก ๑ ก็เป็น ๒๐๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มีนะครับ งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ🔗
เชิญท่าน เลขาธิการดำเนินการอ่านมาตราต่อไปครับ🔗
มาตรา ๑๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๐ ไม่มีการแก้ไข🔗
จนถึงมาตรา ๒๐ ไม่มีการแก้ไขนะครับ ก็ถือว่าจบการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตรา ต่อไปจะเป็นการ พิจารณาทั้งร่าง เป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๒ นะครับ จะมีสมาชิกท่านใด จะขอแก้ไขถ้อยคำหรือไม่ครับ🔗
ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิครับ🔗
เชิญ ท่านณัฐวุฒิครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ด้วยความเคารพครับท่านประธาน บังเอิญว่าเมื่อวานองค์ประชุมเลิกเร็วผมเลยมีเวลาได้อ่าน กฎหมายฉบับนี้ทั้งวันเลยครับ ผมได้ตั้งคำถามในมาตรา ๑๑ เมื่อสักครู่ย้อนกลับไปในกรณี ของมาตรา ๔ ครับ แล้วอย่างที่ผมนำเรียนว่าบังเอิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านอาจารย์ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ของผมซึ่งเคารพรักท่านมาก ท่านยังตอบไม่ชัดว่าตกลง ในประเด็นที่อยู่ในมาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๙ (๒) ซึ่งในตัวกฎหมายแม่บทเมื่อปี ๒๕๕๙ ใช้คำว่า วิทยาศาสตร์สุขภาพทำการวิจัย ผมอ้างอิงตามเว็บไซต์ (Website) เวิลด์ ไวด์ เว็บ เอ็มเอชอีเอสไอ ดอท จีโอ ดอท ทีเอช (www.mhesi.go.th) ท่านใช้คำว่าวิทยาศาสตร์ สุขภาพทำการวิจัย ต่อกันเลยนะครับ ตกลงว่าฉบับที่เข้ามาในขั้นรับหลักการวาระ ๑ ท่านดูใน วาระ ๒ ที่มีการประชุมกัน ๒ ครั้งนะครับ และวันนี้มีการแยกคำระหว่างคำว่า วิทยาศาสตร์ สุขภาพและทำการวิจัยแล้วหรือยัง ท่านแยกหรือยัง ถ้าไม่แยกผมติงว่าเขียนแบบนี้ไม่ได้ครับ ผิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ สมัย สนช. ที่ผ่านกฎหมายไป ๕๐๐ ฉบับ ท่านก็ควรจะต้องแยกเสีย ให้ถูกต้องเพราะว่า ๒ คำนี้เป็นคนละเรื่องกันเลยครับ วิทยาศาสตร์สุขภาพนั้นเป็นเรื่องของ การจัดการศึกษา แต่ทำการวิจัยนั้นเป็นอีก ๑ หัวข้อ ด้วยความเคารพครับ ก็ตรวจคำผิด ตรงนี้แค่นิดเดียวว่าตกลงอย่างไรกันแน่ครับ จะได้ถูกต้องไปตั้งแต่วันนี้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ท่านประธาน ชี้แจงครับ เชิญครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานนะครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการช่วยตอบสั้น ๆ หน่อยนะครับ🔗
ท่านประธาน คณะกรรมาธิการตอบสั้นอยู่แล้วครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัด นครศรีธรรมราช ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ขอขอบพระคุณท่านณัฐวุฒิ แล้วก็ ขอขอบคุณท่านพิเชษฐ์ด้วยความหวังดีนะครับ โดยสรุปก็คือว่าใน (๒) นั้นมีถ้อยคำหลักอยู่ ก็คือว่ามีหน้าที่ในการจัดการศึกษา แล้วก็มีหน้าที่ในการทำวิจัย เพราะฉะนั้นที่ท่านถามว่า วิทยาศาสตร์สุขภาพก็จบแค่นั้น แล้วก็ต่อด้วยการทำการวิจัยและสนับสนุนในการทำวิจัย ชัดเจนครับ เพียงแต่ว่าในการพิมพ์นั้นเป็นคนละบรรทัดกันเท่านั้นเอง ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการพิจารณาในวาระ ๒ ต่อไปเป็นการพิจารณาในวาระ ๓ เพื่อให้ สภาลงมติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ โดยไม่มีการอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๓ ดังนั้น ผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกได้แสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ๑๑๐ แสดงตนครับ🔗
ท่านฐนภัทร ๑๑๐ แสดงตนครับ เชิญท่านสมาชิกได้เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน เราจะได้ลงมติ ในวาระ ๓ ครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกได้เข้าห้องประชุมได้ช่วยกันเป็นองค์ประชุม ท่านที่อยู่ในห้องแล้วกรุณาได้เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ เมื่อสักครู่ลงคะแนน วาระ ๒ องค์ประชุมก็ครบอยู่นะครับ ก็ยังแปลกสังเกตยังไม่เห็นท่านสมาชิกคนไหนออกไป จากห้อง แต่หายไปได้อย่างไร เหลืออีกไม่เยอะครับ จะครบแล้ว🔗
ท่านประธานครับ ๑๒๒ ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ แสดงตนครับ🔗
๑๒๒ แสดงตนนะครับ ขอเพิ่มอีกสักท่านนะครับ กรุณาได้ก้มมองที่ช่องเสียบบัตรนะครับว่า ท่านลืมกดบัตรหรือเปล่า ท่านกดลืมกดบัตรแสดงตนหรือเปล่า มีท่านสมาชิกท่านใดที่ลืม เสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนบ้างครับ มีไหมครับ ท่านมองดูสิลืมไหมครับ ถ้าแสดงตน ทุกท่านแล้ว ขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่รายงานผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุมในขณะนี้ ๒๑๒ ท่าน บวก ๒ ท่าน ก็เป็น ๒๑๔ ท่าน🔗
เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านสมาชิกครับ ตามที่คณะกรรมาธิการ ได้เสนอ🔗
ท่านประธานครับ ยังไม่ได้ลงคะแนน เลยครับ เพิ่งแสดงตน ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอโทษครับ ผมก็ใจร้อนนิดหนึ่งครับ นึกว่าลงคะแนนแล้ว ต้องขออภัยครับ เมื่อสักครู่เป็นการแสดงตน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปจะขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใด เห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนครับ เชิญนะครับ ลงคะแนนกันนะครับ🔗
ท่านประธานครับ จุลพันธ์ครับ🔗
เชิญ ท่านจุลพันธ์🔗
ท่านประธานแจ้งเพื่อนสมาชิก ด้วยครับว่ามีการโหวตข้อสังเกตอีก เพราะว่าก็เริ่มเดินออกกันบ้าง ถ้าเป็นอย่างนั้นเดี๋ยวก็ นั่งรอกันอีกครับ🔗
ต้องขอความ กรุณาท่านสมาชิกครับ ขณะนี้เรากำลังจะมีการลงมติในวาระ ๓ เสร็จจากการลงมติ วาระ ๓ แล้ว ก็จะมีการลงมติว่าเราจะรับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการที่เสนอเข้ามาหรือไม่ ฉะนั้นต้องขอความร่วมมือท่านสมาชิกอย่าเพิ่งไปไหนนะครับ นั่งรอแป๊บหนึ่ง อีกหน่อย เราก็จะได้โหวตข้อสังเกตด้วยครับ ท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ออกเสียงลงคะแนน มีไหมครับ ถ้ามีก็เชิญนะครับ ถ้าออกเสียง ลงคะแนนกันครบทุกท่านแล้วผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๑๓ ท่าน เห็นด้วย ๑๗๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๓๕ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน นะครับ เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ🔗
ท่านสมาชิก ตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการเพื่อให้สภา พิจารณาว่าเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วยผมจะได้ส่งรายงานและข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทราบหรือดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๗ ประกอบกับข้อ ๑๐๕ ซึ่งรายละเอียด ของข้อสังเกตได้ปรากฏตามรายงานของคณะกรรมาธิการแล้วนะครับ ต่อไปผมจะขอมติจาก ที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบ องค์ประชุมนะครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกได้เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗
ขออีก ๓ ท่าน ที่ยืนอยู่ข้างนอก ที่ยืน ๆ อยู่เจ้าหน้าที่หรือเป็นสมาชิก ถ้าแสดงตนได้ช่วยแสดงตน ด้วยนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้แสดงตนบ้างเชิญครับ ถ้าแสดงตนกัน ครบทุกท่านแล้วผมขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่รายงานผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ในขณะนี้ ๒๑๐ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ รู้สึก วันนี้ผมจะต้องมานั่งเป็นห่วงองค์ประชุมมาก เพราะว่าผมเป็นห่วง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม พระราชกำหนดการประมง ท่านประธานแจ้งด้วยครับว่าจะมีลงมติ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลภาษี อากรด้วย เพราะว่าเพื่อนสมาชิกจะได้ยังคงอยู่ในห้องครับ🔗
ขอบคุณครับ ที่ช่วยกันเป็นห่วงองค์ประชุม ก็ได้แจ้งท่านสมาชิกไปหลายครั้งแล้ว หลังจากที่เราลงมติ เกี่ยวกับข้อสังเกต เสร็จแล้วก็จะมีการพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จากนั้นก็จะเป็น การพิจารณาเรื่องด่วนที่ ๒ เรื่องพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ก็ขอความร่วมมือท่านสมาชิกเรายังอยู่ช่วยกันเป็นองค์ประชุมนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้แสดงตนมีไหมครับ🔗
ท่านประธานครับ ตอนนี้ ลงคะแนนแล้วครับ แต่ว่าขอตัวเลขเกินไปกว่าเมื่อครู่สักนิดหนึ่งนะครับท่านประธาน🔗
ท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ออกเสียงลงคะแนนครับ ถ้ายังก็เชิญนะครับ ผมก็เป็นห่วงองค์ประชุม เหมือนท่านจุลพันธ์นะครับ ยังพะวักพะวนอยู่ ถ้าลงคะแนนกันทุกท่านแล้วผมขอปิด การลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๑๔ ท่าน เห็นด้วย ๒๐๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุม เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการนะครับ🔗
ขอบคุณ ท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ที่ยังให้ความร่วมมือกันอยู่🔗
เรื่องด่วน🔗
๑. ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗
(พิจารณาต่อจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๒๖ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เพื่อให้ ที่ประชุมลงมติ)🔗
จากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๒๖ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ตัวผมเอง ได้มีสัญญาณให้ท่านสมาชิกเข้ามาแสดงตนและตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติในวาระ ๑ ภายหลังการตรวจสอบองค์ประชุม ปรากฏว่ามีสมาชิกแสดงตนไม่ครบองค์ประชุม ประธานจึงได้สั่งปิดการประชุม เพื่อให้มีการประชุมลงมติในการประชุมครั้งถัดไป ดังนั้น ผมขอดำเนินการต่อเลยนะครับ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน เชิญครับ🔗
ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... วาระแรกก็คือการขอมติ ที่ประชุมว่าจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ เพราะฉะนั้นขอให้สมาชิก ได้กรุณาทำต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนนะครับ กล่าวคือแสดงตนก่อนลงมติครับ วันนี้ท่านรอง สุชาติก็ยังไม่สบายนะครับ ท่านรองศุภชัยต้องไปประชุมพรรค ก็ได้ขอท่านแล้วว่าให้บอก พรรคพวกที่ประชุมรีบกลับมา มิฉะนั้นชาวประมงจะตามไปถึงบ้านเลยครับ องค์ประชุม ๒๑๐ นะครับ ขอให้สมาชิกได้กรุณากดบัตรเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมเพื่อลงมติรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
ท่านประธานครับ โกศล ปัทมะ ๐๓๕ แสดงตนครับ🔗
เจ้าหน้าที่บันทึก ไว้ด้วยนะครับ ใครที่ยังไม่ได้กดบัตรขอความร่วมมือกดบัตรเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนลงมติครับ ยังขาดอยู่อีก ๗ ท่านครับ🔗
ประธานคะ เดี๋ยวไม่ครบและ ประธานจะปิดก่อนดิฉันขอพูดก่อนค่ะ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ประธานบอกว่าใครไม่มา ท่านประธาน จะแฉรายชื่อ ดิฉันก็รอทุกวันเลยไม่เห็นท่านแฉเลย แล้วมันก็ขาดอย่างนี้ทุกวัน คนมาก็มา อยู่อย่างนี้ คนไม่มาก็ไม่มา ท่านต้องแฉสิคะ ประชาชนเขาจะได้รู้ว่าเลือกมาแล้วไม่มา ทำหน้าที่ เลือกตั้งที่จะถึงนี่จะได้ไม่ต้องเลือกเข้ามา🔗
พอแล้วครับ เพราะว่า รายชื่อนั้นเปิดเผยได้ครับ รายชื่อไม่ได้ปกปิด แล้วก็การมาก็ไม่ใช่เป็นความดี เป็นหน้าที่🔗
แต่คนข้างนอกเขาไม่รู้ค่ะ ว่าคนไหนมาบ้าง ไม่มาบ้าง🔗
คนไม่มา คนไม่กดบัตร คนไม่แสดงตนสิครับ นั่นควรตำหนิ แต่ว่าคนที่มาก็ไม่ใช่เป็นความดี แต่มันเป็นการทำหน้าที่ ที่เขาเลือกมา เราไม่มีสิทธิที่จะทวงสิ่งเหล่านี้เมื่อเรามาแล้วบอกว่าเราดีกว่าคนอื่นไม่ได้🔗
เปล่าค่ะ ท่านพูดอย่างนี้ไม่ได้ค่ะ ท่านพูดอย่างนี้ดิฉันก็เสียหาย คนที่มานี่ก็มาทำหน้าที่ แต่คนที่ไม่มาทำให้คนที่มาทำหน้าที่นี่ ไม่ได้ทำหน้าที่ แล้วกฎหมายที่มันมีความจำเป็นมันก็ไม่ได้ออกมา อย่างเช่นกฎหมาย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง ชาวประมงก็รอ พี่น้องเขาก็เดือดร้อน ดิฉันก็รอมา หลายอาทิตย์แล้ว ก็ล่มทุกอาทิตย์เลย เพราะฉะนั้นท่านต้องเอาจริงค่ะ🔗
ไม่มีอะไรไม่เอาจริง หรอกครับ นัดประชุมก็นัดมาจริง ๆ แล้วคนที่ไม่มาประชาชนก็ควรจะพิจารณาคนเหล่านั้น และรายชื่อไม่ได้ปกปิดครับ รายชื่อนั้นเปิดเผยสามารถไปตรวจสอบได้ คุณรังสิมาก็ไปเอาชื่อ มาเปิดเผยได้ ไม่เป็นความผิดอะไรครับ ขออีก ๔ คนนะครับ ปัญหาที่น่าเสียดายคือ อยู่ในห้องประชุมและไม่กดบัตร อันนี้สิ่งที่น่าเสียดายนะครับ ไม่มีความกล้าในการที่จะ แสดงตนเพื่อทำงานสภา ขาดอีก ๔ คนครับ ผู้ควบคุมเสียงรัฐบาลต้องดูหน่อยนะครับ เพราะว่ามีพรรครัฐบาลประชุมพรรค ส่วนหนึ่งจะหายไปที่ผมเรียนเมื่อสักครู่นี้ ขาดอีก ๓ ท่านครับ🔗
ท่านประธานครับ ท่านรองศุภชัย เมื่อสักครู่ก็นั่งอยู่กับท่านประธาน ตอนนี้หายไปไหนแล้วครับ🔗
ไปประชุมพรรคครับ🔗
คือมันเป็นเวลาประชุมสภานะครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านขอให้ผมรีบขึ้นมา เพราะว่ามีการประชุมพรรค ผมก็ฝากท่านแล้วว่าไปประชุมแล้วรีบกลับมา แล้วช่วยบอก คณะที่ประชุมพรรคด้วยว่าให้รีบกลับมาร่วมเพราะว่าองค์ประชุมก็อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ครับ อีก ๒ ท่านครับ🔗
ท่านประธานคะ ไม่ได้ประชุม พรรคค่ะ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช จังหวัดลพบุรี แล้วก็มีอีกหลาย ๆ ท่านของพรรคภูมิใจไทย ยังอยู่ที่นี่ค่ะ🔗
ครับ🔗
ท่านประธานครับ สมเกียรติ ๓๗๕ ผมกดที่บัตรแล้วแต่มันไม่ได้กระพริบเหมือนปกติ ๓ อัน มันขึ้นอันเดียว ผมไม่แน่ใจว่ามีปัญหาหรือเปล่า ผมก็พูดตรงนี้อีกรอบหนึ่งครับ🔗
เดี๋ยวผมให้เจ้าหน้าที่ ดูให้นะครับ🔗
สมเกียรติ ๓๗๕ ครับ🔗
ท่านรองเลขาธิการช่วยดู ให้หน่อยครับ🔗
ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิครับ เหลืออยู่คนเดียวจะครบแล้วครับท่าน แต่ผมขอความกรุณาว่าเท่าที่ดู คนที่แจ้งชื่อ จะอภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ก็ไม่เยอะนะครับ หากเป็นไปได้ผมจะได้เตรียมว่าวันนี้ถ้าร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ลงมติได้ ก็จะได้ตั้งกรรมาธิการ ผมก็จะได้เตรียมรายชื่อครับท่านประธานครับ🔗
ครับ พวกเราได้สัญญา อะไรไว้ตอนเช้าต่อหน้าพี่น้องชาวประมง เราก็ต้องปฏิบัตินะครับ ขออีกสัก ๑ ท่านได้ไหมครับ เจ้าหน้าที่ดูของท่านสมเกียรติเมื่อสักครู่นี้เรียบร้อยไหมครับ ท่านสมเกียรติเรียบร้อย ก็ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตน ๒๑๑ บวก ๑ ๒๑๒ คน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไปจะขอถามมติว่า ผู้ใดเห็นควรรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นไม่ควร รับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญ ลงมติครับ🔗
ท่านประธานครับ อำนาจ วิลาวัลย์ ๔๘๙ พรรคภูมิใจไทย ลงมติเห็นด้วยครับ🔗
เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยนะครับ คุณอำนาจ ขาดอยู่ ๗ ขาดอยู่ ๕ ขาดอยู่ ๒ ขาดอยู่ ๑ ยังขาดอยู่ ๑ ครับ🔗
ประธานครับ ขออนุญาต ท่านประธานนะครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ผมเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกที่ยังอยู่ในห้องประชุมนะครับ ผมในฐานะเลขานุการวิป (Whip) รัฐบาล ขอบพระคุณจริง ๆ ที่ยังอยู่ช่วยกันเพราะว่าวันนี้มีกฎหมายสำคัญนะครับ แต่ว่าถ้าดูจากตัวเลของค์ประชุมที่ท่านประธานกรุณาประกาศให้พวกเราได้ฟังเมื่อสักครู่นี้ น่าจะขาดอยู่ ๑ ท่าน ก็ขอความกรุณากราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับ ก็ดูที่หน้าของท่านว่าถ้าใครอาจจะเผลอไม่ได้กด เพราะว่าถ้าสมมุติว่าอีกคนเดียวกดเราก็ไป ต่อกันได้อีกยาว ๆ ขอบพระคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ พรรคก้าวไกลครับ ขออนุญาตท่านอรรถกรถอนคำว่า ดูที่หน้า ได้ไหมครับ เป็นเอาว่าก้มดูที่ สิ่งที่ท่านกดครับ เพราะว่าดูเหมือนดูแคลนผมอย่างไรไม่รู้ว่าให้ดูว่าเหมือนกับว่าให้ผมไปดูว่า ผมกดหรือยัง ดูที่หน้า ท่านประธานครับ🔗
กดหรือยังยังไม่รู้ แล้วจะ ไปทำงานได้อย่างไรครับ ขอปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๐๙ บวก ๑ ๒๑๐ คน นะครับ เห็นด้วย ๒๐๗ บวก ๑ ๒๐๘ คน ไม่เห็นด้วย ๑ คน งดออกเสียง ๑ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มีครับ มติที่ประชุมรับหลักการนะครับ🔗
กระบวนการต่อไปก็ต้อง เสนอกรรมาธิการครับ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวนทั้งหมด ๒๕ คนครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองนะครับ สมาชิก เห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ไม่มี ที่ประชุมเห็นด้วย กรรมาธิการ ๒๕ คนครับ สัดส่วนจะเป็นอย่างนี้ครับ กรรมาธิการของคณะรัฐมนตรี ๕ คน สัดส่วนกรรมาธิการของพรรคการเมือง ๒๐ คน พรรคเพื่อไทย ๖ คน พรรคพลังประชารัฐ ๔ คน พรรคภูมิใจไทย ๓ คน พรรคประชาธิปัตย์ ๓ คน พรรคก้าวไกล ๒ คน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ คน พรรคเสรีรวมไทย ๑ คน ขอเชิญรัฐมนตรีเสนอครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๕ ท่าน ดังนี้ ๑. นายเผ่าพันธุ์ ชอบน้ำตาล ๒. นายเกริกเกียรติ พุทธสถิตย์ ๓. นายวรกร โอภาสนันท์ ๔. นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ๕. ว่าที่พันตรี สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป พรรคเพื่อไทย ๖ คน ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน ดังนี้ ๑. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ๒. นายนิรมิต สุจารี ๓. นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ ๔. นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ๕. นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ๖. นายกฤช เอื้อวงศ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๔ คนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ อรรถกร ศิริลัทธยากร ขอเสนอกรรมาธิการสัดส่วน พรรคพลังประชารัฐ ๔ คน นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล นายเอกเมธ กมลวรานนท์ นายศันสนะ สุริยะโยธิน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองด้วยครับ🔗
ถูกต้องครับ พรรคภูมิใจไทย ๓ คน ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญในนามพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน ท่านที่ ๑ ท่านมารุต มัสยวาณิช ท่านที่ ๒ ท่านอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ท่านที่ ๓ ท่านวิรัช พันธุมะผล ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองครับ🔗
ถูกต้องครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๓ คนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่าน ดังนี้ ๑. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๒. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ๓. นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองนะครับ🔗
ถูกต้องครับ พรรคก้าวไกล ๒ คน ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ๒ รายชื่อ ๑. สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ๒. ฉกาจนิตย์ จุณณะภาต ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ๕ คนนะครับ ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ คนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติไทยพัฒนาขอเสนอ นายโกไสย เดชรุ่งเรือง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองครับ🔗
ต่อไปพรรคเสรีรวมไทย ๑ คน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ นภาพร เพ็ชร์จินดา ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทยคือ นางสาวกฤตทัศชญา ดิษฐเนตร ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ขอผู้รับรองนะครับ🔗
ถูกต้องครับ เชิญเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ..... จำนวน ๒๕ คน ๑. นายเผ่าพันธุ์ ชอบน้ำตาล ๒. นายเกริกเกียรติ พุทธสถิตย์ ๓. นายวรกร โอภาสนันท์ ๔. นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ๕. ว่าที่พันตรี สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ๖. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ๗. นายนิรมิต สุจารี ๘. นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ ๙. นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ๑๐. นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ๑๑. นายกฤช เอื้อวงศ์ ๑๒. นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ๑๓. นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ๑๔. นายเอกเมธ กมลวรานนท์ ๑๕. นายศันสนะ สุริยะโยธิน ๑๖. นายมารุต มัสยวาณิช ๑๗. นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ๑๘. นายวิรัช พันธุมะผล ๑๙. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๒๐. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ๒๑. นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ๒๒. นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ๒๓. นายฉกาจนิตย์ จุณณะภาต ๒๔. นายโกไสย เดชรุ่งเรือง และ ๒๕. นางสาวกฤตทัศชญา ดิษฐเนตร🔗
ไม่เปลี่ยนแปลงอะไร นะครับ ขอเชิญเสนอระยะเวลาแปรญัตติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
๗ วัน มีผู้รับรองนะครับ สมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี เห็นชอบแปรญัตติ ใน ๗ วันนะครับ จบกระบวนการขั้นต้นในการรับหลักการ🔗
วาระต่อไปร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... (นายนิกร จำนง กับคณะ เป็นผู้เสนอ) เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติ ทำนองเดียวอีก ๖ ฉบับ คือ🔗
ร่างพระบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... (นางกันตวรรณ ตันเถียร กับคณะ เป็นผู้เสนอ) อยู่ในระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๓🔗
ร่างพระบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... (นายศักดินัย นุ่มหนู กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
ร่างพระบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... (นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) อยู่ในระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๕🔗
ร่างพระบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... (นายชลน่าน ศรีแก้ว กับคณะ เป็นผู้เสนอ) อยู่ในระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๖🔗
ร่างพระบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... (พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
และร่างพระบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... (นายวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) อยู่ในระเบียบวาระ เรื่องด่วนที่ ๘🔗
ซึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องทำนองเดียวกันสามารถรวมระเบียบวาระการประชุม เพื่อนำมาพิจารณาพร้อมกันได้ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๖) และลงมติทั้งหมดรวมกัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ วรรคสาม สมาชิกจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่เห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าเราพิจารณารวมกันนะครับ🔗
ต่อไปสมาชิกที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนด การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๒) ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดให้มี การรับฟังความคิดเห็นและรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจาก ร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้ว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะ เกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ รายละเอียดปรากฏในเอกสารที่เจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิก ได้พิจารณาแล้วนะครับ🔗
เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติของนายศักดินัย นุ่มหนู กับคณะ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ กับคณะ และ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กับคณะ เป็นร่างที่มีหลักการ ทำนองเดียวกันกับร่างที่ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นแล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องจัดให้มี การรับฟังความคิดเห็นอีก ตามประกาศสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๒ วรรคสอง คือ ๓ ฉบับนี้ ไม่ได้มีการประกาศรับฟังความคิดเห็นครับ จึงขอเชิญลำดับผู้เสนอนะครับ🔗
ขอเรียนซ้ำว่าเรื่องนี้เป็นข้อเสนอของการหารือร่วม ก็ให้เกียรติกับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านและคณะ ที่ได้เสนอว่าในวาระพิเศษการประชุมนั้นควรจะได้นำเรื่องนี้ ขึ้นมาพิจารณาต่อจากเรื่องที่เราพิจารณาไปแล้วนะครับ ซึ่งที่ประชุมก็เห็นชอบด้วย วันนี้เรา ก็เข้าสู่การพิจารณาในขั้นรับหลักการ ขอเชิญท่านผู้เสนอท่านแรกเลยนะครับ โดยท่านแรก ก็คงเป็นท่านนิกร จำนง กับคณะ และปฏิบัติตามที่คุณจุลพันธ์เสนอนะครับว่าฉบับต่อไปก็ขอ ได้ประมวลคำอภิปรายโดยย่อ ๆ เพื่อเราจะได้ไม่เสียเวลา ขอเชิญคุณนิกร จำนง ครับ🔗
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... (นายนิกร จำนง กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ผมเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็กราบเรียนขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากว่าพรรคชาติไทยพัฒนาเองเสียงไม่ครบที่จะเสนอ ผมได้ไปขอความร่วมมือ จากพรรคต่าง ๆ เกือบทุกพรรคมาร่วมกันลงนามจนได้กฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา ก็ขอขอบคุณ มา ณ โอกาสนี้🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลและความจำเป็นในการเสนอร่างฉบับนี้ คือกฎหมายการประมงของประเทศไทยฉบับที่ใช้อยู่ปัจจุบันคือพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ มีปัญหาต่อชาวประมงไทยเป็นอย่างมากนะครับ โดยที่มาของพระราชกำหนด ฉบับนี้เกิดจากแรงกดดันของสหภาพยุโรปหรืออียู (EU) โดยใช้กรอบไอยูยู (IUU) หรือ การกล่าวหาว่าประเทศไทยทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม ซึ่งเขา พยายามกดดันเรามา ที่จริงแล้วหลายสิบปีนะครับ มีเป้าหมายคือการต่อรองทางการค้า ระหว่างประเทศเป็นสำคัญ เราก็ได้พยายามเป็นอย่างยิ่งในการปรับปรุงข้อกฎหมายของเรา ให้ดีขึ้นตามลำดับโดยตลอดนะครับ🔗
ต่อมาในช่วงที่เราไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เขาก็สบช่องกดดันจะชัก ใบแดงสินค้าการประมงจากประเทศไทยที่เข้าไปในอียู (EU) ทำให้รัฐบาลไทยในช่วงนั้น ในช่วงปี ๒๕๕๘ ต้องออกกฎหมายอย่างเร่งด่วนเป็นพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ฉบับนี้ แต่ก็กลับกลายเป็นกฎหมายที่มีความรุนแรงมากเกินไปสำหรับชาวประมงไทย จนแทบจะล่มสลาย ชาวประมงไทยในทุกระดับได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจนต้องยกเลิก อาชีพ ขายเรือประมงทิ้งไปเป็นจำนวนมาก การประมงไทยที่เคยมีผลผลิตอาหารทะเล ให้คนไทยได้รับการบริโภคเพียงพอก็มีปัญหาตามไปด้วย ทำให้ราคาอาหารทะเลแพงขึ้นมาก แต่ที่สำคัญมากคือปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวประมงไทยและชาวประมงนั้นรวมเป็นหลายมิติ จำเป็นจะต้องมีการร่วมมือกันแก้ไขในโอกาสแรกทันทีนะครับ🔗
ปัญหาที่เกิดขึ้นผมสรุปโดยย่อ ๆ ก็คือว่ามีการจำกัดสิทธิในการทำประมง โดยการจำกัดทำประมงพื้นบ้านให้อยู่เฉพาะในเขตทะเลชายฝั่งเท่านั้น ประเด็นต่อมา การกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิขอรับใบอนุญาตไม่เอื้อต่อการทำประมง และกำหนดให้ การขนถ่ายสัตว์น้ำในทะเลทำไม่ได้ ทีนี้เรือของเราต้องกลับมาเข้าฝั่งเพิ่มค่าใช้จ่าย เป็นอย่างมาก บทบัญญัติคือการบริหารด้านการประมง ควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมง ตลอดจนควบคุมแรงงานไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ปรับแพงมากไม่รู้กี่แสน บทกำหนดโทษที่ใช้บังคับอยู่นะครับ ขนาดเรือ พิจารณาเฉพาะขนาดเรือเป็นสำคัญ ไม่ได้คำนึงถึงความร้ายแรงของพฤติกรรมในการกระทำความผิดและเสียหายที่เกิดขึ้น ในทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
สาระสำคัญที่ผมได้เสนอก็มีแก้ไขการยกเลิกไม่ให้ผู้รับใบอนุญาตทำการ ประมงพื้นบ้านสามารถจะออกไปได้ แก้ไขเพิ่มเติมวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการ ให้ขยายจากเดิม ๒ ปี เป็น ๓ ปี ในร่างมาตรา ๓ เพิ่มนิยามคำว่า ประมงพื้นบ้าน ให้หมายความถึง การทำประมงในเขตทะเล ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือหรือไม่ใช้นะครับ ร่างต่อมาที่สำคัญ เฉพาะที่สำคัญครับท่านประธานแก้ไขเพิ่มเติม ยกเว้นการขนถ่ายสัตว์น้ำ ในทะเล โดยเพิ่มเติมการขนถ่ายในทะเลโดยเรือประมงตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนดด้วย แล้วนอกจากนั้นก็เป็นโทษที่ลงที่หนักหนาสาหัสมากก็ให้มีการปรับตามสภาพที่มันมี ผลกระทบ ท่านประธานครับ ผมขอสรุปอย่างนี้ครับ จากปัญหาที่เกิดขึ้นจากพระราชกำหนด ดังกล่าวนี้จำเป็นจะต้องเป็นการยอมอียู (EU) โดยแรงกดดันดังกล่าวนี้นะครับ แล้วก็คิดว่า ช่วงนี้รัฐบาลเองก็ไม่น่าจะต้องไปแก้กฎหมายนี้เพราะว่าเป็นคนออกเอง ดังนั้นเราต้องใช้สภา ที่มาจากประชาชน อียู (EU) เอง ในสหภาพยุโรปก็เป็นประเทศประชาธิปไตย ดังนั้นเราจึง จำเป็นต้องร่วมมือกันทุกพรรคการเมืองโดยสภาแห่งนี้ เราไม่อาศัยรัฐบาล โดยสภาแห่งนี้เอง เรารวมกันเพื่อจะได้บอกว่าประชาชนคนไทยได้รับความเดือดร้อนจากกฎหมายนี้ ดังนั้น คนไทยทั้งหมดในระบบประชาธิปไตยที่เป็นพรรคการเมืองร่วมกันนำเสนอกฎหมาย ดังนั้น ผมขอความกรุณาสมาชิกของทุกพรรคช่วยกันรับร่างกฎหมายฉบับนี้ในทุกฉบับ รวมกัน ให้เป็นพลังเพื่อแก้กฎหมายให้กับชาวประมงไทย ก็ขอกราบเรียนด้วยความเคารพครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ฉบับต่อไป ขอเชิญเลยครับ🔗
ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... (นางกันตวรรณ ตันเถียร กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพังงา จากพรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันเองเป็น ๑ ใน ๗ ของผู้ยื่นแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ดิฉันรอครั้งนี้เป็นสัปดาห์ที่ ๓ รอด้วยการลุ้นเป็นนาทีเพื่อที่ให้สมาชิกได้อยู่พร้อมกันในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ให้กับ พี่น้องชาวประมง กฎหมายฉบับนี้เราทราบกันดีว่าทำไมกฎหมายฉบับนี้ถึงบังคับใช้ เราทราบ กันดีว่าในปี ๒๕๕๘ ทางสหภาพยุโรปได้ออกธงเหลืองให้กับพี่น้องชาวประมงสำหรับ ประเทศไทย โดยให้เหตุผลว่าการทำการประมงของไทยเราขาดการรายงานและขาดการ ควบคุม จึงทำให้สหภาพยุโรปมีความเห็นว่าถ้าหากไทยไม่แก้กฎหมายดังกล่าวจะไม่สามารถ นำสินค้าประมงสู่สหภาพยุโรปได้ รัฐบาลในขณะนั้นโดยรัฐบาลเราใช้คำว่ายุค คสช. ก็ได้ใช้ยาแรงให้กับพี่น้องประมง การใช้ยาแรงก็คือออก พ.ร.ก. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ออกยาแรงคืออะไรคะ ออกเกินกว่าความจำเป็น ท่านออกกฎหมายโดยไม่รับฟังปัญหาจาก พี่น้องชาวประมงอย่างรอบด้าน เร่งรัด เร่งด่วนในการออกกฎหมายฉบับนี้และใช้บังคับ อย่างรวดเร็ว จนทำให้พี่น้องชาวประมงไม่สามารถปรับตัวได้ทัน เกิดปัญหา เกิดการ ล้มละลาย เกิดการเลิกประกอบอาชีพประมง ทำให้ห่วงโซ่ทางด้านภาคประมงเกิดปัญหา และมูลค่าความเสียหายมหาศาลต่อประเทศไทย จนมาสู่การเลือกตั้งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรค่ะ เรามีสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้ง เรามีรัฐมนตรีซึ่งมาจากระบบรัฐสภา จนสุดท้าย วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ ได้มีตัวแทนพี่น้องชาวประมงจาก ๒๒ จังหวัด ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อท่านนายกรัฐมนตรี ยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ดิฉันในฐานะประธานกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์และเพื่อน คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ และท่าน ส.ส. รังสิมาที่นั่งอยู่ตรงนี้ได้เดินทาง ไปพบกับม็อบ (Mob) ของพี่น้องชาวประมง ณ วันนั้นพี่น้องชาวประมงได้ยื่นข้อเสนอให้ รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาให้กับเขาเป็นกรณีเร่งด่วน ๑๑ ข้อ ดิฉันเองและสมาชิกคณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ก็นำเรื่องของพี่น้องประมงเข้ามาสู่ในการพิจารณา และก็ทำให้เรา ทราบว่ามันมีปัญหาหลายประการจากการออก พ.ร.บ. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ปัญหา ที่เกิดขึ้นดิฉันขอพูดเพียงสั้น ๆ นะคะ ประเด็นที่เราพบเราทราบว่าบทบัญญัติบางประการ ใน พ.ร.ก. การประมง มันจำกัดสิทธิของพี่น้องชาวประมง พี่น้องประมงพื้นบ้าน พี่น้องประมงพาณิชย์ จะต้องมีกฎระเบียบมากมายในการที่จะออกทำการประมง และพี่น้อง เขาปรับตัวไม่ทัน สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้มีการกำหนดการประมงพื้นบ้านสำหรับพี่น้องทะเลชายฝั่ง มีการกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิขอรับใบอนุญาตที่ไม่เอื้อต่อการทำการประมง มีการขนถ่าย สัตว์น้ำในทะเลซึ่งสามารถทำได้เฉพาะเรือที่จดทะเบียนขนถ่ายสัตว์น้ำเท่านั้น เรือประมง โดยทั่วไปที่เคยทำขนส่งสัตว์น้ำทางทะเลไม่ได้ นอกจากนี้คณะกรรมการประมงจังหวัดก็มีปัญหา มีปัญหาเพราะว่าคณะกรรมการประมง จังหวัดมีสัดส่วนที่ไม่เป็นธรรม ทำให้การลงมติต่าง ๆ เกิดการบิดเบือน บิดเบี้ยวและ ไม่ตอบสนองต่อปัญหาที่แท้จริง การกำหนดโทษสำหรับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ก็เป็นการกำหนดโทษ โดยเน้นขนาดของเรือประมงเป็นสำคัญ ท่านไม่ได้ดูเจตนาของพี่น้องชาวประมง ท่านไม่ได้ดู ความเสียหายต่อทรัพยากรที่เกิดขึ้น แต่เน้นขนาดของเรือประมงเป็นสำคัญ ทำให้มี บทลงโทษ มีค่าปรับมหาศาล จนทำให้พี่น้องชาวประมงไม่สามารถประกอบอาชีพนี้ได้ สิ่งที่ เกิดขึ้น ดิฉันเองในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการก็เลยตั้งอนุกรรมาธิการ เกิดขึ้น ในการพิจารณาครั้งนั้นอนุกรรมาธิการการเกษตรได้พิจารณากฎหมายประมง ใช้เวลาในการพิจารณา ๑๕๐ วัน และเราก็นำรายงานฉบับนี้สู่สภาผู้แทนราษฎร ดิฉันก็ได้ ศึกษาปัญหาของพี่น้องชาวประมงมาโดยตลอด และก็ทราบว่าตลอดระยะเวลาเกือบ ๔ ปี ท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัย ศรีอ่อน และท่านอธิบดีกรมประมงก็พยายามที่จะแก้ไขข้อเรียกร้อง ๑๑ ข้อ ให้กับพี่น้องประมง หลายข้อแก้ได้ค่ะ แต่หลายข้อแก้ไม่ได้โดยอำนาจรัฐมนตรี แก้ไม่ได้โดยอำนาจอธิบดีกรมประมง หลายข้อจะต้องแก้โดยการผ่านการแก้ไขกฎหมาย ผ่านระบบสภาผู้แทนราษฎรของเรา และในวันนี้ดิฉันและเพื่อน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ จึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... และยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันเองได้เสนอทั้งหมด มีการแก้ไข ๑๘ มาตรา ขออนุญาต ยกแค่บางประเด็นเท่านั้น ใน ๑๘ มาตรา ดิฉันขออนุญาตท่านประธานอธิบายสั้น ๆ แก้ไข นิยามมาตรา ๕ มาตรา ๕ ว่าด้วยการประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ขนาดเล็ก เดิมที ใน พ.ร.ก. ฉบับเก่าเรามีเฉพาะประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ แต่ระหว่างประมงพื้นบ้าน และประมงพาณิชย์เรามองเห็นว่าประมงพื้นบ้านบางครั้งบางลำมีศักยภาพที่จะทำการ ประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง ๓ ไมล์ทะเล เพราะฉะนั้นในชั้นของกรรมาธิการเราก็เลยมีการ นิยามจำกัดความของประมงพาณิชย์ขนาดเล็กเกิดขึ้น เพื่อให้พี่น้องประมงมีโอกาสทำ การประมงได้มากกว่า ๓ ไมล์ทะเล การแก้ไขมาตราต่อไป เรามีการแก้ไขมาตรา ๒๖ ว่าด้วย สัดส่วนของคณะกรรมการประมงจังหวัด เหมือนดิฉันพูดไว้ครั้งแรกว่าคณะกรรมการประมง จังหวัดเป็นปัญหาอย่างมาก เรามีสัดส่วนของคณะกรรมการประมงจังหวัดโดยภาคเอกชน และภาครัฐฝ่ายปกครอง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือมีการให้อำนาจนายอำเภอในจังหวัดนั้น ๆ ที่มีพื้นที่ติดทะเลชายฝั่งเป็นคณะกรรมการประมงจังหวัด จนทำให้สัดส่วนของฝ่ายปกครอง มากกว่าสัดส่วนของภาคประชาชน การลงมติใด ๆ ที่แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ชาวประมงในจังหวัดจึงมีการลงมติที่บิดเบี้ยวไป ทางยกร่างฉบับนี้เราจึงมีการแก้ไขสัดส่วน ของคณะกรรมการประมงจังหวัดเกิดขึ้น เพื่อให้มีสัดส่วนที่เป็นธรรมในการพิจารณากฎหมาย ให้กับพี่น้องประมงในจังหวัดนั้น ๆ เราขอเสนอแก้ไขมาตรา ๓๙ ค่ะ มาตรา ๓๙ ว่าด้วยการ ขอรับใบอนุญาตเรือประมง ในการขออนุญาตเรือประมงถ้าใน พ.ร.ก. ฉบับเก่า ยกตัวอย่างเช่น ดิฉันจดชื่อในนามกันตวรรณ มีเรือประมง ๑๐ ลำ ถ้าเรือลำแรกทำผิดกฎหมาย เรืออีก ๙ ลำ ไม่สามารถออกทำการประมงได้นะคะ ความเสียหายเกิดขึ้นกลายเป็นว่าไม่เกิดความ ชอบธรรม ทำให้พี่น้องชาวประมงออกทำการประมงไม่ได้ ในกฎหมายฉบับนี้ในการยกร่าง แก้ไขเราจึงมีการแก้ไขในเรื่องของผู้ขอรับใบอนุญาตโดยเรือประมงเกิดขึ้น มาตราต่อไปค่ะ การแก้ไขมาตรา ๘๗ ว่าด้วยการขนถ่ายสัตว์น้ำในทะเล เหมือนที่ดิฉันอธิบายข้างต้น เดิมที การแก้ไขการขนถ่ายสัตว์น้ำในทะเลจะต้องเฉพาะเรือที่จดทะเบียนเท่านั้น แต่ในภาคปฏิบัติ บางครั้งเรือที่จดทะเบียนไม่สามารถจะไปขนถ่ายสัตว์น้ำทางทะเลได้ทัน ในร่างฉบับนี้เราจึง เปิดโอกาสให้พี่น้องประมงสามารถนำเรือไปขนถ่ายสัตว์น้ำทางทะเลได้ แต่จะต้องแจ้งต่อ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก่อนว่าเรือลำนี้จะไปขนถ่ายสัตว์น้ำในทะเล และเมื่อขนถ่ายเสร็จแล้ว จะต้องรายงานให้หน่วยงานทราบ เพื่อจะได้ทำถูกกฎหมายระหว่างประเทศ มาตรา ๑๒๔ ว่าด้วยการประกอบกิจการแรงงาน จากการศึกษาเราพบว่าบทลงโทษสำหรับ พี่น้องชาวประมงได้รับบทลงโทษด้วยกฎหมายหลายฉบับ มีทั้งกฎหมายแรงงาน มีทั้งกฎหมายประมง มีทั้งกฎหมายเจ้าท่า ทำให้พี่น้องชาวประมงได้รับบทลงโทษที่รุนแรง เกินกว่าความจำเป็น ในร่างฉบับนี้เราจึงเสนอให้ผู้ประกอบกิจการแรงงานได้รับโทษเฉพาะ ในกรณีกฎหมายแรงงานเท่านั้น ไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อนในบทลงโทษต่อพี่น้องชาวประมง นอกจากนี้มาตราที่เหลือในการยกร่างของดิฉันและเพื่อนพรรคประชาธิปัตย์ เราได้เสนอ เกี่ยวกับหลักการ บทลงโทษ ค่าปรับและอื่น ๆ ให้มีความเหมาะสมโดยพิจารณาความ เสียหายจากพฤติกรรม ความตั้งใจของพฤติกรรมของผู้กระทำความผิดและให้ดูความเสียหาย ต่อทรัพยากรทางทะเลและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ไม่ได้ดูเฉพาะขนาดเรือของพี่น้อง ชาวประมง ท่านประธานคะ กว่าดิฉันจะยกร่างฉบับนี้มามันไม่ได้ทำภายในระยะเวลา ๑ เดือน แต่เป็นการทำมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องร่วมกับเพื่อน ๆ คณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ ทั้ง ๑๕ คน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล และในการประชุม ร่วมกันเราตั้งอนุกรรมาธิการเกิดขึ้น เรามีการเชิญหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคประมง เราเชิญอธิบดีกรมประมง ตัวแทนจากกรมเจ้าท่า เราเชิญพี่น้องชาวประมง ประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ ประมงนอกน่านน้ำเข้าสู่การประชุมร่วมกันและเราได้ลงไปในพื้นที่ ลงไป ในพื้นที่จังหวัดระยอง ลงไปพื้นที่ในจังหวัดพังงา ลงไปในหลายพื้นที่ที่มีการทำการประมง โดยไม่แบ่งแยกว่าพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ของพรรคการเมืองใด เราทำงานร่วมกันโดยยึด ผลประโยชน์ของพี่น้องชาวประมงเป็นสำคัญ และเราได้ลงไปพบม็อบ (Mob) พี่น้อง ชาวประมงในวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ เพราะฉะนั้นร่างฉบับนี้ด้วยดิฉันและเพื่อน ๆ สมาชิกชาวพรรคประชาธิปัตย์เราได้พิจารณาร่างฉบับนี้โดยผ่านร่างของคณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ ดิฉันเชื่อมั่นว่าร่างที่ดิฉันเสนอในวันนี้เป็นการพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยเชิญหน่วยงานภาครัฐ เชิญหน่วยงานภาคพี่น้องชาวประมงไม่ว่าจะเป็นประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์และประมงนอกน่านน้ำมาพิจารณาร่วมกันและดิฉันหวังว่าเพื่อนสมาชิกที่นั่ง ณ ที่นี้จะช่วยกันรับหลักการในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ของดิฉันและจะพิจารณาให้ร่างฉบับนี้ เป็นร่างหลักในการพิจารณาให้กับพี่น้องชาวประมง กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ฉบับต่อไป ของคุณศักดินัย นุ่มหนู กับคณะ ขอเชิญครับ🔗
ร่างพระบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... (นายศักดินัย นุ่มหนู กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นต้องเรียน อย่างนี้นิดหนึ่งก่อนว่าวันนี้ผมเป็นหวัดแล้วก็มีอาการไอค่อนข้างเยอะก็เลยอาจจะมีความ ไม่สะดวกอยู่บ้างนะครับ เพียงแต่ว่าเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคมนั้น ผมเองผมก็รอที่จะได้มีการ อภิปราย แล้วก็วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ สภาเราไม่สามารถที่จะยืนหยัดเป็นองค์ประชุมได้ ซึ่งพี่น้องชาวประมงก็มีการรอคอยนะครับ ก่อนที่ผมจะได้เข้าญัตติผมขอได้เล่าถึงบรรยากาศ และความรู้สึกสักนิดหนึ่งของพี่น้องชาวประมงเพราะว่าเขาขอให้ผมมาพูดแทนเขาจริง ๆ ว่าเขารู้สึกอย่างไร วันนี้พี่น้องชาวประมงมาที่อาคารรัฐสภาของเราประมาณสัก ๓๐๐ ท่าน ด้วยกัน เมื่อวันจันทร์ เดือนกุมภาพันธ์นี้ก็มา มาเพื่อจะยื่นหนังสือต่อผู้แทนราษฎร ซึ่งเนื้อหา ในหนังสือที่ยื่นนั้นไปดูแล้วก็น่าที่จะเศร้าใจพอสมควร ก็คือขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ช่วยกรุณาทำหน้าที่เป็นองค์ประชุม คือขอให้เราได้ทำหน้าที่เข้าประชุมสภาซึ่งก็เป็นเรื่องที่ เจ็บปวดพอสมควรที่วันนี้พี่น้องประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจได้เข้ามาที่นี่เพื่อบอกให้ พวกเราได้ทำหน้าที่ที่เราต้องทำอยู่แล้ว ทีนี้พี่น้องชาวประมงมีความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ตั้งแต่มีการรัฐประหารเป็นต้นมา แล้วมีการออก พ.ร.ก. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ นี้ก็มีเรื่องของบทบัญญัติต่าง ๆ ที่มีการกำกับและมีบทลงโทษที่รุนแรง เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องบอกเลยว่าชาวประมงเองก็คงหายใจได้ในระดับหนึ่งที่บอกว่ากฎหมาย พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้เข้าสู่การพิจารณาของผู้ทรงเกียรติ ผู้แทนของพวกเขาที่จะได้มาพูด จะได้นำ ปัญหาของพวกเขา จะได้ให้เขามีโอกาสในการที่จะได้ลืมตาอ้าปาก มีลมหายใจในการที่จะได้ ทำมาหากินต่อไป ผมขออธิบายในเรื่องของเหตุผลในการที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ได้อ่านให้ ท่านประธานได้รับทราบโดยกฎหมายที่ว่าด้วยประมงที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันมีบทบัญญัติ หลายประการที่ทำให้ชาวประมงต้องทำการประมงในแบบที่ผิดวิถีการทำประมงที่ทำกันมา อย่างต่อเนื่องหลายรุ่นและบางกรณีก็ยังเป็นการกำจัดสิทธิในการทำประมง อาทิเช่น จำกัด การทำประมงพื้นบ้านให้อยู่ในเขตทะเลชายฝั่ง กำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิรับใบอนุญาต ที่ไม่ส่งเสริมอำนวยการให้ประชาชนประกอบสัมมาชีพ จำกัดการใช้เครื่องมือในเวลากลางคืน กำหนดการขนถ่ายสัตว์น้ำในทะเล ทำได้เฉพาะการขนถ่ายสัตว์น้ำที่จดทะเบียนเท่านั้น นอกจากนี้บทบัญญัติที่เกี่ยวกับองค์ประกอบของคณะกรรมการประมงจังหวัด ยังมีข้อจำกัด ที่ต้องรอรัฐมนตรีประกาศ โดยไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน ทำให้ดูเหมือนว่าการกระจาย อำนาจแต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ ทำให้ข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ท้องถิ่นสรุปค้างคาอยู่ในระดับกระทรวง ภาคประชาชนในคณะกรรมการประมงก็มีสัดส่วนที่ไม่เหมาะสม ยังไม่ครอบคลุมถึงผู้ที่มี ส่วนได้เสียอย่างแท้จริง อาจทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการลงมติในเรื่องต่าง ๆ หรือเรื่องอำนาจของคณะกรรมการทางการปกครอง ในกรณีที่มีการทำการประมงที่ฝ่าฝืน กฎหมายอย่างร้ายแรง โดยที่บทบัญญัติซึ่งกำหนดให้การกระทำความผิดทางเอกสาร เป็นความผิดร้ายแรง ประกอบกับการบริหารจัดการด้านการทำประมง ควบคุมและเฝ้าระวัง การทำประมง ตลอดจนมาตรการคุ้มครองแรงงานยังไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน อีกทั้งบทกำหนดโทษที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมุ่งพิจารณาเฉพาะขนาดของ เรือประมงเป็นสำคัญ แต่มิได้คำนึงถึงความร้ายแรงของพฤติการณ์ในการกระทำความผิด และความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม จึงควรแก้ไขบทบัญญัติดังกล่าว เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการด้านการประมงและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการส่งเสริมการประกอบอาชีพประมงให้กับ ชาวประมงพื้นบ้าน ตลอดจนการประมงพาณิชย์ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม ในปัจจุบัน จึงจำเป็นที่จะต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ท่านประธานครับ วันนี้ก็ต้องบอกว่าดีใจที่ เรามีโอกาสได้มาพูดถึงเรื่องราวชีวิตของพี่น้องชาวประมงในสภาแห่งนี้ ภายหลังที่ประเทศไทย ได้ถูกอียู (EU) หรือสหภาพยุโรปแจ้งใบเหลืองจากกรณีการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการ รายงานและขาดการควบคุม หรือที่เราเรียกว่าไอยูยู ฟิชชิง (IUU Fishing) ก็เกิดปัญหา ต่าง ๆ ที่ต้องให้รัฐบาลได้มีการแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน รวมถึงการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ในการใช้แรงงานในภาคเรือประมง ตลอดจนการแก้ไขทำประมงที่เกินศักยภาพของ ทรัพยากร ทีนี้เรื่องแบบนี้หลังจากที่รัฐบาลไทยเองได้มีการเจรจากับสหภาพยุโรปนั้น เขากำหนดว่าให้ทำแผนยุทธศาสตร์ในการที่จะแก้ไขปัญหาของประมงนี้ในระยะเวลา ๖ เดือน นำเสนอแผนยุทธศาสตร์ในการที่จะแก้ไขปัญหาประมงนี้ให้ได้ภายใน ๖ เดือน รัฐบาลของท่าน พลเอก ประยุทธ์ ก็บอกว่าจะนำเสนอการแก้ไขปัญหากฎหมายประมงนี้ ให้เสร็จสิ้นภายใน ๖ เดือน ซึ่งอะไรจะเกิดขึ้นครับ อะไรตามมาครับ เมื่อมีการกำหนดออกมา อย่างนั้น ทั้งคำสั่ง คสช. และการออกกฎหมายที่มาบังคับใช้ที่ขาดการกระบวนการการมี ส่วนร่วมอย่างที่กล่าวไว้แต่ต้น แถมยังมีบทลงโทษที่รุนแรงและเร่งรีบบังคับใช้กฎหมาย โดยที่ไม่มีมาตรการรองรับ เพราะฉะนั้นสภาพที่เกิดขึ้นที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ทุกท้องทะเล ทุกอ่าวที่จอดเรือจะเห็นว่าเรือประมงของพี่น้องชาวประมงนั้นจอดอยู่กันเต็มทุกพื้นที่ ตั้งแต่ จังหวัดตราดบ้านผมเอง ที่อำเภอคลองใหญ่เวลานี้เงียบสนิท ไม่มีการคึกคักเหมือนแต่ก่อน ไม่มีชาวประมง ไม่มีผู้ใช้แรงงาน เศรษฐกิจที่นั่นเงียบและหลาย ๆ จังหวัดเหมือนกัน สมุทรสาครเมืองหลวงการประมงของประเทศไทยเองก็เงียบสนิท อุตสาหกรรมที่มีความ ต่อเนื่องก็ส่งผลให้ซบเซาลงไป ทำให้เรือประมงไม่ได้ออกทำการประมง ลูกเรือที่เป็นแรงงาน ก็ไม่มีงานทำ เจ้าของเรือเองก็ไม่มีรายได้ ตามมาก็เรื่องของภาวะหนี้สิน นี่ก็คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น ดังนั้นการกำหนด พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่จะต้องแก้ไขจึงเป็นเสมือนลมหายใจให้กับพี่น้อง ชาวประมงให้เขามีโอกาสได้ลืมตาอ้าปาก ผมยังตั้งข้อสังเกตง่าย ๆ ว่าบทลงโทษต่าง ๆ ที่รุนแรง ณ เวลานี้ แม้แต่การทำผิดในเชิงเอกสารหรือทำผิดในเชิงธุรการ มีบทลงโทษ ที่รุนแรงและสูงมาก ยังนึกว่าถ้าหากรัฐบาลนี้ปราบปรามเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ปราบปรามเรื่องยาบ้าหรือทุนจีนสีเทาอะไรก็แล้วแต่ เอาจริงเอาจังเหมือนกับมาตรการที่เรากระทำต่อผู้ที่ประกอบอาชีพประมง ที่เรากระทำต่อ พี่น้องชาวประมง ผมก็เชื่อว่าเราน่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันได้ เพราะเวลานี้ พี่น้องชาวประมงเองแทบจะทำประมงไม่ได้อยู่แล้วครับ นั่นก็คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น ก็ถ้าจะ เอาจริงเอาจังขนาดนี้ก็อยากที่จะให้รัฐบาลได้จริงจังกับเรื่องเหล่านี้ในทุก ๆ เรื่องด้วยนะครับ จริง ๆ แล้วผมอยากที่จะได้ยกตัวอย่างสักนิดหนึ่งว่าในกระบวนการของรัฐบาลที่ทำมานั้น ไม่มีระยะเวลาของการที่เปลี่ยนผ่านให้ประชาชนได้มีการเรียนรู้และมีการปรับตัวว่ากฎหมาย ที่ออกมาใช้นั้นมีบทลงโทษที่มีความรุนแรง ในขณะที่เวียดนามใช้เวลาของการรับมาตรการ จากไอยูยู (IUU) นั้นเขาให้เวลากับประชาชนชาวประมงของเขาไม่น้อยกว่า ๖ ปี ฟิลิปปินส์ เป็น ๑๐ ปี อียู (EU) เองไม่ต่ำกว่า ๑๐ ปีนะครับ แต่ประเทศไทยเราไม่ทราบว่าเพราะอะไร ถึงกำหนดระยะเวลาแค่เพียงว่าภายใน ๖ เดือนนั้นจะสามารถที่จะแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะยกตัวอย่างสักเล็กน้อยว่าทำไมพี่น้องชาวประมงบางคน ถึงอยากที่จะต้องเลิกอาชีพ บางคนถึงต้องไปเปลี่ยนอาชีพไปทำอาชีพอื่น ๆ บางคนฆ่าตัวตาย เพราะอะไรครับ เพราะว่ากฎหมายประมงที่บังคับใช้อยู่ในขณะนี้นั้นมันมีความรุนแรง อย่างไรบ้าง ผมขอยกตัวอย่างสักเล็กน้อย ยกตัวอย่างง่าย ๆ ตัวอย่างแรกเลยเป็นความผิด ทางด้านเอกสารเรื่องของการแจ้งเข้า แจ้งออก เวลาเรือประมงที่เข้ามาเทียบท่าก็จะต้องมี การแจ้งตรวจเอกสารว่าแรงงานทุกคนอยู่ครบหรือไม่ ทีนี้มีเรือลำหนึ่งที่จังหวัดเพชรบุรี เวลา เรือที่จะเข้ามาเทียบท่านั้นแรงงานในเรือประมงเองด้วยได้ข่าวว่าทางครอบครัวนั้นมีปัญหา ก็เลยกระโดดขึ้นเรือไปก่อน ก็ทำให้เวลาในการที่ทางเจ้าหน้าที่เรียกตรวจก็ทำให้แรงงาน ขาดไป ๑ คน เพราะว่าถือว่าเป็นการแจ้งเอกสารอันเป็นเท็จ แรงงานอยู่ไม่ครบก็เลยทำให้ เรือลำนี้มีความผิดทั้ง ๆ ที่เจ้าของเรือและไต๋เรือเองก็พยายามบอกติดต่อ ติดตามว่าเขายังอยู่ ไม่ได้มีการเสียชีวิตหรือล้มหายไปในทะเลอะไรต่าง ๆ เจ้าหน้าที่ก็สั่งดำเนินคดีปรับไปทั้งหมด ๕๐๐,๐๐๐ บาท นี่เป็นการปรับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีความผิดต่อทรัพยากรอะไร อีกเรื่องหนึ่งง่าย ๆ เลยสำหรับการที่เวลาเรือจะต้องมีการตรวจ ล็อกบุ๊ก (Logbook) เพื่อที่ จะดูว่าก่อนที่จะขึ้นต้องมีการตรวจสัตว์น้ำก่อน คุณจะมีเพื่อนมีพี่มีน้องที่มาแล้วอยากที่จะให้ สัตว์น้ำกลับไปรับประทานไปอะไรต่าง ๆ ก็ไม่สามารถที่จะทำได้ ทีนี้โทษก็มีค่อนข้างที่จะ รุนแรง เพราะฉะนั้นเรื่องบทกำหนดโทษต่าง ๆ นั้นถือว่ามีความรุนแรง จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีการพิจารณาเรื่องนี้ เพื่อที่จะได้ทำให้มันสอดคล้องและเหมาะสม ไม่อย่างนั้นชีวิต ของพี่น้องชาวประมงผู้ที่สร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศเรานั้นไม่สามารถที่จะยืนหยัดอยู่ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วผมมีตัวอย่างอีกค่อนข้างเยอะ วันนี้รัฐบาลเองบอกว่า จะมีการซื้อเรือคืน ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ซื้อเรือคืนหรือเปล่า ในอดีต ๗ ปีที่ผ่านมาซื้อไปแค่เพียง ๓๖๔ ลำเท่านั้นเอง ตอนนี้ก็ดูเหมือนว่ารัฐบาลก็จะตั้งงบอีก ๑,๘๐๐ ล้านบาท จะซื้ออีก ๑,๐๐๗ ลำ ไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้ช้าเกินไปหรือเปล่านะครับ ก็เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีการนำพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณา แต่ผมเองด้วยเวลาที่น้อยก็ไม่สามารถที่จะสะท้อนปัญหาชีวิต ของพี่น้องชาวประมงที่เขาลำบากลำบนกันมาอย่างยาวนาน ก็ขอเป็นเสียงที่จะส่งเสียง แล้วก็บอกไปยังสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าเมื่อถึงเวลาในการที่จะลงมติในการรับหลักการ เพื่อให้ กฎหมายฉบับนี้นั้นได้บรรจุไว้ในสภาให้พี่น้องชาวประมงนั้นได้มีความอุ่นใจว่าวันนี้พวกเรา ได้เห็นชีวิตของเขา ได้เห็นคุณค่าของพวกเขาที่ได้ต่อสู้กันมา ได้เห็นอนาคตลูกหลานของเขา ที่จะได้มีชีวิตแล้วก็สืบสานอาชีพของประมงไทยนั้นได้ต่อไปอีก ผมจึงขอสนับสนุนให้สภา แห่งนี้ได้ลงมติในการเห็นชอบนี้ด้วยครับ ขอขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ฉบับที่ ๔ ของคุณวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอครับ ขอเชิญเลยครับ🔗
ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... (นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ผมและเพื่อนสมาชิก จากพรรคภูมิใจไทยได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนด การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้ร่วมกัน พิจารณาและนำไปสู่การแก้กฎหมายต่อไป ผมขอย้อนความเป็นมาสักนิดหนึ่งครับว่าสาเหตุอะไรที่พวกเราได้รวมตัวกันเสนอกฎหมาย ฉบับนี้ ในเดือนเมษายนปี ๒๕๕๘ อียู (EU) ได้มีการประกาศให้ใบเหลืองกับประเทศไทยครับ และกล่าวหาว่าการประมงทะเลของไทยนั้นเป็นการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการดูแล และไร้การควบคุมหรือว่าที่ทุกคนอาจจะเคยได้ยินกันในชื่อของคำว่าไอยูยู ฟิชชิง (IUU Fishing) และสั่งให้รัฐบาลไทยในขณะนั้น ซึ่งบริหารราชการโดยคณะ คสช. แก้ปัญหาให้ได้ ภายใน ๖ เดือน ถ้าไม่เช่นนั้นจะให้ใบแดงกับประเทศไทย นั่นหมายความว่าสินค้าประมง ทะเลของไทยนั้น จะไม่สามารถส่งออกไปยังกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปได้ ท่านประธานครับ คสช. ซึ่งเป็นรัฐบาลในขณะนั้นก็ตกใจ แล้วก็กลัว กลัวจะโดนใบแดงจากอียู (EU) จึงตั้ง คณะทำงานขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องของ ไอยูยู ฟิชชิง (IUU Fishing) ซึ่งหนึ่งในแก้ปัญหา ก็คือการออกกฎหมายอย่างบ้าระห่ำมาลงโทษคนที่กระทำผิด ถ้าดูหลักการแล้วเหมือนจะดีครับ เข้ามาแก้ไขเพื่อให้ประเทศรอดพ้นจากใบเหลือง แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่ ถ้าเราพูดถึง อาชีพประมง คนที่มีความรู้ความเข้าใจในอาชีพประมงจะรู้ว่าวิถีการทำประมงของไทยนั้น ถูกสืบต่อกันมาหลายสิบปี และถ้าคิดจะมาเปลี่ยนวิธีการหรือจะมาเปลี่ยนวิถีชีวิตของ พี่น้องชาวประมงให้ได้ภายใน ๖ เดือน มันเป็นไปไม่ได้ ถ้าทำได้ก็จะเกิดความเสียหาย ต่ออุตสาหกรรมประมงของประเทศไทยอย่างมหาศาล ซึ่งมันเกิดขึ้นแล้ว เพราะรัฐบาล ในขณะนั้นตัดสินใจที่จะเร่งแก้ปัญหาอย่างเร็วที่สุดเพื่อตอบสนองสิ่งที่อียู (EU) ต้องการ โดยคณะทำงานที่ทางรัฐบาลตั้งขึ้นมานั้น ต้องบอกเลยครับว่าเป็นคนที่มีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องของประมงยังไม่เพียงพอ มาช่วยกันออกกฎหมายอย่างเร่งรีบ หลับหูหลับตาออก และออกมาบังคับใช้ แน่นอนครับว่าอะไรก็ตามที่ออกมาอย่างเร่งรีบและขาดความถี่ถ้วน ในการพิจารณามักจะไม่สมบูรณ์และไม่มีประสิทธิภาพแน่ ๆ เป็นที่มาของคำว่าคนที่ใช้ไม่ได้ออก คนที่ออกดันไม่ได้ใช้ แต่ว่าสุดท้ายแล้วไม่ว่าใครจะใช้หรือใครจะออก แต่ว่าคนสุดท้ายที่ต้อง รับเคราะห์ก็คือพี่น้องชาวประมงของพวกเรา สร้างปัญหาให้พี่น้องชาวประมงอย่างหนัก เรียกได้ว่าช็อก (Shock) วงการประมง ทำลายวงการประมงในขณะนั้นไปเลยก็ได้ หลังจาก มีการออก พ.ร.ก. ประมง ๒๕๕๘ ท่านประธานที่เคารพครับ ออกมาบังคับใช้ในขณะนั้น ประมงไทยตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เกิดอาการช็อก (Shock) หยุดชะงัก หยุดชะงัก เพราะว่ากฎหมายที่ออกมามีจำนวนหลายร้อยฉบับ เกิดความสับสน เกิดความไม่เข้าใจ แม้แต่เจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายในขณะนั้นเองสอบถามไปก็ยังไม่ค่อยที่จะ มีคำตอบให้ เพราะถ้าทำไปแล้ว แล้วเกิดความผิดขึ้นมา โทษต้องบอกว่าหนักหนาสาหัส ก็เลยไม่มีใครกล้าทำ ยิ่งไปกว่านั้นพอมีการบังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบไปแล้ว พี่น้อง ชาวประมงหลาย ๆ คน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไม่สามารถที่จะประกอบอาชีพประมงต่อไปได้ ในส่วนที่มีทางเลือกสามารถขยับขยายไปทำอาชีพอื่นเขาก็เลิกทำประมงไป คนที่ทำต่อก็ต้อง มานั่งลุ้นกันครับว่าทำไปแล้วตัวเองจะโดนจับวันไหน ที่โดนจับนี่ผมอยากจะเรียนกับ ท่านประธานตรง ๆ ว่าคนที่ทำผิดกฎหมายจริง ๆ แบบตั้งใจอันนี้ก็มี แต่คนที่ทำผิดแบบ ขาดเจตนา แบบขาดความรู้ อันนี้เยอะมาก แล้วเยอะมากจริง ๆ ท่านประธานครับ คนที่ ทำผิดโดนปรับ โดนจับกัน ต้องบอกว่าสิ้นเนื้อประดาตัว เรือก็โดนยึด ทำให้ชาวประมง ณ ตอนนั้นประมาณครึ่งหนึ่งต้องเลิกอาชีพไป ในส่วนที่ยังพอสู้กันไหวก็สู้กันต่อ ถึงแม้ว่า จะสู้กันในสภาพเหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำจมูกนี่ปริ่มน้ำครับ ต่อสู้กับกฎหมายที่ขาด ความรอบคอบ กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม เพราะว่านี่เป็นอาชีพของเขา ถ้าเขาจะเลิก เขาก็ไม่มี อาชีพอะไรที่จะมารองรับ ผมเชื่อว่าถ้าพี่น้องชาวประมงมีทางเลือกอื่น ณ ตอนนี้ ที่สามารถ เลี้ยงครอบครัว เลี้ยงธุรกิจ เลี้ยงลูกน้องได้ ผมเชื่อว่าวันนี้พี่น้องคนไทยจะไม่ได้กินปลา ที่จับจากทะเลไทยแน่ ๆ อาจจะต้องนำเข้ามานะครับ แล้วมีคนเคยพูดกับผมว่าการแก้ปัญหาของรัฐบาลในขณะนั้นเปรียบเสมือนอะไรรู้ไหมครับ เปรียบเสมือนการเผาบ้านเพื่อไล่แมลงสาบ ทั้ง ๆ ที่มีวิธีการอื่นเยอะแยะไปหมด ไม่ทำ เลือกที่จะทำลายอาชีพประมงทิ้งไปเพื่อให้ยกเลิกใบเหลืองนะครับ เปรียบเทียบกับประเทศ ที่อยู่ใกล้ ๆ กับเราอย่างเช่นเวียดนาม ประเทศเวียดนามติดกับเราเลย ท่านประธาน ทราบไหมว่าเขาใช้ระยะเวลาในการแก้ไขเรื่องของประมงผิดกฎหมายเท่าไร เขามีแผน การแก้ไข ๒๐ ปี มาเทียบกับพี่ไทยเราใช้เวลา ๖ เดือน เป็นไปได้ไหมล่ะครับ มันจะแก้ได้ไหม แบบนี้ ท่านประธานครับ มุมมองภาครัฐ ณ ขณะนั้นที่มองไปสู่พี่น้องชาวประมงเปรียบเสมือน เป็นศัตรู เป็นผู้ร้าย อันนี้ผมไม่ได้พูดเองแต่เป็นความรู้สึกของพี่น้องชาวประมงที่บอกมาว่า เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นโจร ตัวเองถูกมองเป็นผู้ร้ายที่จะต้องถูกกำจัด ที่ผมบอกว่าใช้คำว่า กำจัดเพราะกฎหมายต่าง ๆ ออกมานั้นเห็นได้ชัดว่าบทลงโทษจากการกระทำผิดเกี่ยวกับ ประมงมีความรุนแรงมากกว่าบทลงโทษจากการกระทำผิดในการทำเรื่องอื่น ๆ ยกตัวอย่าง ถ้าเรือประมงออกไปทำประมงแล้วใช้แรงงานผิดกฎหมายชาวประมงจะโดนปรับ หลายแสนบาท ไม่ใช่ต่อลำ ต่อ ๑ คนที่อยู่บนเรือและผิดกฎหมาย อาจจะโดนปรับไปถึง ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท ในขณะเดียวกันถ้าเกิดเป็นโรงงานผลิตอย่างอื่นทั่วไป แล้วใช้แรงงานผิดกฎหมายก็โดนปรับแค่หลักหมื่น นี่คือความแตกต่างครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในการทำประมงถ้าเกิดเราไปทำประมงโดยไม่มีใบอนุญาตท่านรู้ไหม โทษปรับสูงสุดเท่าไร ๓๐ ล้านบาท ไม่ใช่ต่อเรือ ๑ ลำ แต่เป็น ๓๐ ล้านบาทต่อคน ๑ คน ที่อยู่บนเรือ ถ้าเรือลำนั้นมีคนออกไปทำงาน ๑๐ คน เอา ๓๐ ไปคูณ ๑๐ ไม่ใช่ ๓๐๐ บาท แต่หมายถึง ๓๐๐ ล้านบาทนะครับ ๓๐๐ ล้านบาท นี่เรากำลังพูดถึงค่าปรับอยู่ ไม่ใช่ งบประมาณการสร้างสะพานข้ามแยกนะครับ ๓๐๐ ล้านบาทครับ ถ้าใช้เครื่องมือผิดไปจาก ใบอนุญาตที่ได้รับอนุญาตนี่ก็โดนปรับ ๓๐ ล้านบาทเหมือนกัน มี ๒๐ คนก็คูณเข้าไป ๖๐๐ ล้านบาท ถ้าไม่มีเครื่องติดตามเรือหรือว่าวีเอ็มเอส (VMS) ๔ ล้านบาท ถ้าขนถ่าย สัตว์น้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต ๒ ล้านบาท ถ้านำเรือเข้าฝั่งไม่แจ้งศูนย์หรือว่าเข้าเกินกว่าเวลา ที่กำหนดโดนปรับ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ขนาดเครื่องบินกำหนดเวลาไว้ชัดเจนดีเลย์ (Delay) ไปชั่วโมง ๒ ชั่วโมงเขายังไม่โดนปรับเงินแบบนี้เลยนะครับ แล้วถ้าเกิดว่าเป็นข่ายว่าอยู่เป็น โทษร้ายแรงนอกจากโดนปรับแล้วยังโดนยึดเรืออีกด้วยไม่มีเครื่องมือจะทำมาหากิน ปรับมาตรฐานอียู (EU) แต่ว่าดูแลแบบไทยแลนด์ สแตนดาร์ด (Thailand Standard) ซึ่งผมไม่เห็นด้วยนะครับ หลายท่านบอกว่าโทษมันบอกว่าใช้ค่าปรับโทษสูงสุด แต่ในการ พิจารณาการปรับจริง ๆ มักจะใช้ตัวเลขต่ำสุด ท่านไปดูได้เลยว่าที่ผ่านมามีหลายลำ ที่โดนปรับในหลักร้อยล้านบาท ซึ่งอีกหลายลำก็ยังสู้คดีกันไม่หมดนะครับ ลองคิดในความ เป็นจริงว่าเงิน ๒๐๐ ล้านบาท ๓๐๐ ล้านบาท อย่าว่าแต่ขายบ้าน ขายรถ ขายที่ดินมา จ่ายเลย ขายชีวิตมาจ่ายผมว่าชาตินี้ก็ยังไม่พอ นอกจากบทลงโทษที่รุนแรงแล้วยังมีกฎหมาย จุกจิกอีกเยอะแยะที่เป็นอุปสรรค แล้วก็ดูแล้วก็ไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรเท่าไรด้วยในการทำ เรือลำหนึ่งกว่าจะออกไปทำการประมงได้ท่านเชื่อไหมว่าต้องได้รับการอนุญาตจาก ๑๐ หน่วยงาน มีใบอนุญาต ๑๐ ใบ ถ้ามีไม่ครบขาดไปใบหนึ่งก็โดนเล่นงานอีก ชาวประมง พี่น้องที่จะออกไปทำการประมงข้างนอกต้องมาถ่ายรูปทีละคน ถือบัตร ใส่ชูชีพ โอ้โห ตรวจยิ่งกว่าไทยสไมล์ (Thai Smile) อีกนะครับ ถ่ายรูปทีละคน ๆ ณ วันนี้ผมอยากจะ บอกว่าบางคนที่ไม่รู้ข้อมูลเชิงลึกอาจจะรู้สึกว่า โอ้โห รัฐบาลเก่งมากสามารถแก้ปัญหา เรื่องใบเหลืองได้ แต่ผมอยากจะบอกว่าทุกคนเข้าใจผิด หารู้ไม่ว่าวันนี้คุณแก้ใบเหลืองได้ แต่วันนี้คุณกำลังหยิบยื่นใบแดงให้กับชีวิตของพี่น้อง ชาวประมง แล้วคำหนึ่งที่ผมไม่อยากพูดแต่ผมจำเป็นต้องพูดเพื่อให้ผู้ใหญ่ทุกท่านได้รู้สึกกัน ก็คือวันนี้พวกเรากำลังภูมิใจอยู่บนซากศพของพี่น้องชาวประมงครับ ท่านประธานครับ ที่ผมพูดมาทั้งหมดเป็นที่มาที่ไปว่าทำไมวันนี้พวกเราสมาชิกพรรคภูมิใจไทยได้เสนอ ร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสภา เราเสนอร่างกันมาปีกว่าแล้วครับ แล้วก็เตรียมที่จะเสนอมานี่ เกือบจะ ๒ เดือนแล้ว วันนี้ก็ได้เสนอ และผมก็ไม่ได้จะบอกว่ากฎหมายที่มันมีอยู่แล้วนี่ ให้ยกเลิกทิ้งไปเสีย ใครอยากจะทำอะไรก็ทำ ให้มันล้างผลาญอย่างไรก็ให้ทำไป ไม่ต้องไปจับ ไม่ต้องไปควบคุม ไม่ใช่ ผมเพียงแค่อยากจะสะท้อนให้เห็นว่าคนที่ทำผิดเราก็ต้องลงโทษครับ แต่ว่าให้ลงโทษให้มันเหมาะสมกับมูลเหตุของความผิดนั้น ๆ ด้วย ไม่ใช่ว่าไปฆ่าเขาแบบนั้น ท่านประธานครับ ผมและเพื่อนสมาชิกพรรคภูมิใจไทยวันนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเสนอ ร่าง พ.ร.บ. ของพวกเราสู่สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้จะได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จากทุก ๆ พรรค เพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน ขอบพระคุณครับ🔗
ฉบับต่อไปนะครับ ของนายชลน่าน ศรีแก้ว กับคณะเป็นผู้เสนอ ฉบับนี้ผู้เสนอร่วมคือคุณศรัณย์ ทิมสุวรรณ ได้มอบหมายให้คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้เสนอหลักการและเหตุผลแทนนะครับ ขอเชิญ นะครับ🔗
ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... (นายชลน่าน ศรีแก้ว กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ได้รับ มอบหมายจาก นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้าน แล้วก็ผู้เข้าเสนอชื่อในญัตติให้เป็น ผู้เสนอญัตติร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะไม่ดำเนินตามระเบียบวาระการประชุม เพราะว่า หลักการค่อนข้างยาวนะครับ ผมจะบอกหลักการเพียงแค่ว่าในร่างกฎหมายฉบับนี้มีการแก้ไข เพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ใน ๔๖ ข้อ โดยเหตุผลคือที่พระราชกำหนด การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้มีการตราขึ้นใช้บังคับอย่างเร่งด่วนเพื่อบรรเทาปัญหา เนื่องจาก ผลกระทบที่ร้ายแรงของการทำประมงที่ผิดกฎหมายซึ่งอาจนำไปสู่การถูกขึ้นบัญชี หรือใบเหลืองของสหภาพยุโรป หรืออาจจะถูกปรับขึ้นเป็นใบแดงจึงจำเป็นต้องดำเนินการ อย่างรวดเร็วและตอบสนองให้เห็นถึงความตั้งใจของประเทศไทยที่พยายามแก้ไขปัญหา จึงได้ตราเป็นพระราชกำหนดเพื่อให้สามารถบังคับใช้ได้ทันที อย่างไรก็ดีพระราชกำหนด ดังกล่าวมีบทบัญญัติบางมาตราที่อาจจะขัดต่อหลักการของอนุสัญญาประชาชาติว่าด้วย กฎหมายทางทะเล คริสต์ศักราช ๑๙๘๒ ที่ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิก หรือหลักสิทธิ มนุษยชนและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในประเด็นที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิ ในทรัพย์สินและสิทธิในการประกอบอาชีพของประชาชน การเลือกปฏิบัติขาดความ เสมอภาคและบังคับใช้กฎหมายโดยไม่เท่าเทียมกัน รวมทั้งบทกำหนดโทษที่ไม่เป็นธรรม ซ้ำซ้อนและไม่ได้สัดส่วนกับการลงโทษในความผิดทั่วไปเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา อันเนื่องมาจากการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว รวมทั้งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และชาวประมงผู้ประกอบอาชีพโดยสุจริตให้ได้รับความเป็นธรรม ตลอดจนส่งเสริมการทำ ประมงให้มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศและเกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งการจัดให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบและพิจารณาลงโทษและคณะกรรมการ มาตรฐานทางปกครองในการพิจารณาออกคำสั่งตามระดับความรุนแรงของการกระทำ ความผิดสภาพการกระทำความผิดและการกระทำผิดซ้ำ ตลอดจนกำหนดโทษทางปกครอง และโทษทางอาญาที่เหมาะสม เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพและป้องกัน การกระทำความผิด จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ท่านประธานครับ ปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อนสมาชิกได้พูดไปพอสมควร มันเริ่มตั้งแต่หลังการปฏิวัติรัฐประหารซึ่งมีการบังคับ ใช้กฎหมายอย่างบิดเบี้ยว มีทางต่างประเทศไม่ได้ให้การยอมรับ แล้วก็มีเรื่องของการ ใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมายในภาคการประมงในช่วงนั้น ซึ่งสุดท้ายทำให้ประเทศไทย ถูกใบเหลืองจากไอยูยู (IUU) รัฐบาลในขณะนั้นซึ่งเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ด้วยความลุกลี้ลุกลนพยายามที่จะแก้ไขปัญหาซึ่งโดนทางสหภาพยุโรปขึ้นป้ายแบน (Ban) ไว้ สุดท้ายก็ออกเป็นพระราชกำหนดออกมาในปี ๒๕๕๘ ผ่านความเห็นชอบของสภา ซึ่งแน่นอนครับ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเช่นเดียวกัน ในวันนั้นเมื่อออกพระราชกำหนดมาแล้วโดยที่ไม่มีความรอบคอบและรัดกุมในการคิด อย่างถี่ถ้วน ผมต้องใช้คำว่าร่างพระราชบัญญัติประมงในปี ๒๕๕๘ เป็นเหมือนกับเป็น กฎหมายทาสที่พี่น้องประมงไทยติดบ่วงอยู่ แล้วก็ถูกกำหนดกำกับมาด้วยมาตรฐานที่เรา ไม่ได้คิดถี่ถ้วนดีพอ จนกระทั่งวันนี้ ๘ ปีผ่านมา สถานการณ์ในภาคการประมงย่ำแย่ครับ พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ภาคอาชีพการประมงกลายเป็นอาชีพซึ่งเหมือนกับถูกทอดทิ้ง เรือประมง ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ลำวันนี้เหลือประจำการที่ปฏิบัติการได้จริงอยู่เพียงแค่ หลักหมื่น สิ่งที่เกิดขึ้นโดยการบังคับใช้กฎหมาย เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องชาวประมง กันทั่วไปหมด โดนคดีทีหนึ่งกับการออกเรือโดนกันเป็นหลักล้านบาท ไม่มีการเปรียบเทียบ ปรับใด ๆ จากกฎหมายในประเทศไทยที่มันจะปรับทีหนึ่งหลายร้อยล้านบาทอย่างที่เป็นอยู่ มากที่สุดที่มีคดีกันมา เขาไปหากันมา ๑,๒๐๐ ล้านบาท ไม่ต้องถามว่าจะไปประกอบอาชีพ ไหนต่อ คือล่มจมทั้งครอบครัว นี่คือความเดือดร้อนของพี่น้องในภาคการประมงจนกระทั่ง อาชีพของเขาล่มสลาย วันนี้เราต้องนำเข้าอาหารทะเลจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก นี่คือ สภาวะที่มันเกิดกับพี่น้องในภาคการประมงจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาดโดยตลอด ผมต้องเรียนต่อท่านประธานครับ ผมกราบขอบพระคุณท่านประธานชวน หลีกภัย เพราะว่า การที่เราบรรจุในวันนี้คนที่ขอท่านประธานให้บรรจุเรื่องของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... เป็นวาระพิเศษ คือนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ท่านหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ท่านไป กราบขอท่านประธานสภาบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนในภาคการประมง เขาเดือดร้อนมาก เราอยากที่จะนำเข้ามาพูดคุยกัน ลำดับจริง ๆ ของร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... สมัยประชุมนี้ไม่ได้พูด หรอกครับ ไม่ได้คุย แต่วันนี้ท่านประธานกรุณาจัดวาระเป็นพิเศษ เราถึงได้มาพิจารณากัน ตามคำเรียกร้องของคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว แต่เมื่อมันเข้ามาในช่วงท้ายของสมัยประชุม ผมต้องเรียนด้วยความเคารพครับ สถานการณ์ในภาคการประมงมันต้องการการแก้ไข อย่างเร่งด่วน แต่เราทำให้ไม่ทันจริง ๆ วันนี้เราพิจารณากัน ผมเชื่อครับว่าจากการนำเสนอ กฎหมายของทุกพรรคการเมือง เราเห็นชอบตรงกันครับว่าตัวพระราชบัญญัติประมงที่ออก ในสมัยของการปฏิวัติรัฐประหารมันต้องแก้ แล้วก็มีการแก้ไขหลายประเด็นซึ่งค่อนข้าง คล้ายคลึงกัน เพราะผมเชื่อว่าตัวร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ของผมเองที่ผมถืออยู่ในมือ ของพรรคเพื่อไทยนะครับ จุดเริ่มต้นก็คือ การเรียกร้องของพี่น้องประชาชนจากสมาคมเขามาทำงานร่วมกับพวกเรา ถึงได้ไปออกเป็น พระราชบัญญัติแก้ไขฉบับนี้ออกมา ซึ่งไม่แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นครับ ทุกพรรค ทางสมาคมประมงเขาก็เข้าหา เราจึงออกร่างพระราชบัญญัติซึ่งมีความคล้ายคลึงกัน และเป็นไปในทิศทางเดียวกันในเนื้อหา แต่วันนี้ผมเป็นห่วงในเรื่องของการลงมติประเด็นแรก ผมเรียนต่อท่านประธานครับ เมื่อครู่เราผ่านกฎหมายไป ๒-๓ ฉบับ เช่นเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เช่นเรื่องของร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... องค์ประชุมผ่าน ด้วยความยากลำบาก แต่พรรคเพื่อไทยวันนี้เรายังนั่งอยู่ครับ แล้วเราก็ยังอยู่กันในบริเวณ ที่ประชุม พร้อมที่จะลงมติ แต่ผมเป็นห่วงเกรงว่าสภาพโดยรวมถ้าไม่สามารถลงมติได้ในวันนี้ ผมอยากจะให้ท่านประธาน ๒ อย่างครับ ท่านประธานกรุณา ๑. ลองลงมติก่อนครับ พวกเราจะพยายามช่วยกันดู เพราะว่าเป็นความต้องการของพี่น้องที่เขามาเรียกร้อง ๒. หากมันลงมติไม่ได้จริง ๆ สัปดาห์สุดท้ายของการประชุมในสมัยประชุมนี้ สัปดาห์สุดท้าย ของพวกเรา เรียกว่าวันสุดท้ายของการประชุมก็อาจจะได้ คือในช่วงวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ถ้าท่านประธานจะกรุณานัดด้วยวิธีการนัดเป็นพิเศษอีก เพื่อให้อย่างน้อยเราได้ ลงมติในร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ฉบับนี้ จะเป็นพระคุณอย่างมากกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในภาคการประมงที่เขารอ พวกเราอยู่จริง ๆ อันนี้เป็นประเด็นแรก ประเด็นที่ ๒ ไม่ว่าเราจะได้ลงมติในวันนี้ หรือวันหน้าก็ตาม ผมเชื่อว่าสมัยประชุมนี้ถ้าเราพยายามเราลงมติมันได้ แล้วมันจะผ่าน ความเห็นชอบแน่นอน เราก็จะตั้งกรรมาธิการขึ้นมา ๑ ชุดเพื่อที่จะมาพิจารณาตัวกฎหมาย ในวาระ ๒ คือตัวชั้นกรรมาธิการ แต่ก็ต้องเอาข้อเท็จจริงมาคุยกัน เราเหลือเวลาที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกเดือนเศษ ๆ จะหมด อย่างไรก็ต้องหมด หมดจากการครบวาระ หมดจากการยุบสภาโดยนายกรัฐมนตรีหรืออะไรก็ตามแต่ อย่างไรเราก็หมดอายุ แล้วก็ต้อง เลือกตั้งกันใหม่ หมายความว่ากรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมาก็จะพิจารณาได้เพียงแค่ ๑ ครั้ง ๒ ครั้ง แล้วก็ต้อง หยุดไป สิ้นสภาพไปตามสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ที่จะหยุดการปฏิบัติงาน เมื่อมีสภาชุดใหม่ การเลือกตั้งชุดใหม่ เลือกนายกรัฐมนตรีใหม่อีกครั้งหนึ่งได้นายกรัฐมนตรีใหม่มา ๑ ท่าน หน้าที่ของ ครม. ชุดใหม่คือเขาจะถามว่ากฎหมายที่มันค้างอยู่ รวมถึงร่าง พ.ร.บ. แก้ไข เพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ฉบับนี้ด้วยรัฐบาลชุดใหม่ จะยืนยันเอากับมันไหม ถ้าไม่ยืนยันก็ตกไป ก็ต้องมาเริ่มตั้งแต่ ๐ ๐ คืออาจจะเป็น ภาคประชาชนเข้าชื่อกัน ๐ อาจจะเป็นสมาชิกชุดใหม่นำเสนอกฎหมายใหม่ก็ได้ แต่หาก รัฐบาลยืนยันว่าพระราชบัญญัตินี้เป็นสิ่งสำคัญเราก็ยืนยันแล้วมันก็จะได้เดินต่อในจุดที่มัน คงค้างก็คือตัวชั้นกรรมาธิการนี่แหละ ก็ตั้งกรรมาธิการใหม่จากสภาใหม่ไปทำงานต่อ วันนี้ ผมอยากจะฟังจากเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ พรรคการเมือง เรายื่นร่วมกันแล้วถ้าท่านบอกมา ยืนยันกับสภาได้ว่าไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลเราจะเดินหน้ากฎหมายฉบับนี้ต่อ มันน่าจะเป็น ประโยชน์ แล้วก็สร้างความสบายใจให้กับพี่น้องชาวประมงที่เขามารอกันอยู่มากมาย วันนี้ มากันหลายร้อยคน พรรคเพื่อไทยเองวันนี้ผมยืนยันได้เลยครับ แทนท่านหัวหน้าพรรค นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หากพรรคเพื่อไทยผ่านการรับเลือกตั้งเรากำลังเดินหน้าสู่ แลนด์สไลด์ (Land Slide) ที่ว่านี่ ถ้าเราได้รับเลือกตั้งมาเป็นอันดับ ๑ ได้จัดตั้งรัฐบาล รัฐบาลของพรรคเพื่อไทยยืนยันว่าพระราชบัญญัติที่จะแก้ไขปัญหาชีวิตของพี่น้องชาวประมง เช่น ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ฉบับนี้ พวกเราจะยืนยันและจะทำมันต่อ จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้จนสำเร็จครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไปเป็น ฉบับที่ ๖ ของ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กับคณะ ขอเชิญเลยครับ🔗
ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... (พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมและคณะของพรรคประชาชาติแล้วก็ ส.ส. ได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องยอมรับว่าพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ เกิดจากกลุ่มผู้มีอำนาจชุดหนึ่ง ได้กำหนดขึ้นมาแล้วเป็นพระราชกำหนดที่ถูกใช้มาวันนี้ ๗ ปีกว่า โดยฐานคติที่เป็น อำนาจนิยม แล้วก็เป็นกฎหมายที่อาจจะกล่าวได้ว่ามีความไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ขาดมนุษยธรรม แล้วก็ที่สำคัญอย่างยิ่งเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบ อาชีพประมง และที่สำคัญเนื่องจากว่าตลอดระยะเวลาผมนอกจากตำหนิ คสช. ที่ยึดอำนาจ และกำหนดพระราชกำหนดฉบับนี้ ผมก็มองไปที่รัฐบาล ปล่อยเวลาให้เปลี่ยนผ่านมาถึง ๔ ปี จึงจะมาแก้ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสภาเหลือเวลาอีกเดือนกว่า ๆ โดยเฉพาะต้องยอมรับว่ารัฐบาลนั้น เราจะมีหน้าที่ตามมาตรา ๑๕๘ ก็คือว่าการบริหารราชการแผ่นดินเป็นหน้าที่รับผิดชอบ ร่วมกัน ไม่ใช่รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้สถานการณ์ของประมง เหมือนว่าพระราชกำหนดฉบับนี้เกิดขึ้นเป็นพระราชกำหนดที่ไม่ต้องการให้มีการทำประมง ผลกระทบของประมงเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นประมงพื้นบ้าน ซึ่งถ้าข้อมูลที่เราได้รวบรวม โดยเฉพาะในส่วนพรรคประชาชาติประมงพื้นบ้านพอแก้เข้าจริง ๆ ต้องการที่จะให้มี ทรัพยากรประมงชายฝั่งมากขึ้น แต่ปรากฏว่าปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งกลับมากขึ้น หาปลาจับได้ยากขึ้น ปัญหาที่สำคัญคือประมงพื้นบ้านไม่ได้รับ การช่วยเหลือดูแลเลย สินเชื่อหรือประมงขาดการดูแลเลย ถ้ามาดูประมงพาณิชย์คือมีการบังคับใช้กฎหมายขัดหลักนิติธรรม ผมเห็นมีการที่ศาลจังหวัด นราธิวาสได้ส่งกรณีที่จำเลยถูกจับในเรื่องเรือประมงพาณิชย์ แล้วศาลพิจารณาเห็นว่าจำเลย ได้ต่อสู้เรื่องพระราชกำหนดประมงขัดรัฐธรรมนูญ แล้วก็ส่งเข้ามาสู่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่เสียใจอยู่นิดหนึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยบางมาตรานั้นไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่มาตรา สำคัญคือมาตรา ๔ ที่ทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ขจัดสิทธิเสรีภาพ โดยอ้างว่าผู้ร้องไม่ได้ ให้เหตุผลตามมาตรา ๒๑๒ ของรัฐธรรมนูญ ถ้าเรามาดูการทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เราจะเห็นว่าประมงที่คุณไปตั้งฐานคิดนั้นไอยูยู (IUU) หรืออียู (EU) เราค้าขายปีละแค่ ๕,๐๐๐ ล้านบาท หรือปีละแค่ ๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่ขณะที่เราค้าขายกับบุคคลอื่น ๆ ปีละเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราสูญเสียไป ๗ ปี ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐,๔๐๐,๐๐๐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ ปรากฏทั่วไป อย่างนี้ไม่ทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้อย่างไร ดังนั้นจึงมีข้อกล่าวหา ที่ทรมานมากมาย โทษปรับ ๓๐ ล้านบาท ลักษณะอย่างนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร คือท่านไม่มี ความรู้เรื่องอาชญาวิทยาเลยว่าการลงโทษกับความผิดมันต้องเหมาะสม แต่นี่เป็นการลงโทษ จากคนขยันแล้วมาทำลายคน ปัญหาประมงพาณิชย์ยังมีอีกอันหนึ่ง คือขาดแคลนแรงงาน ประมง โดยเฉพาะไม่ได้ไปเหลียวแลเรื่องต่างด้าวปล่อยให้เขาต่อสู้ตามยถากรรม ปัญหา ประมงที่สำคัญอีกอันหนึ่งคือวันทำประมง พอเรื่องแรงงานไปคิดเขา ๓๖๐ วัน แต่จริง ๆ เขาทำได้แค่ ๒๔๐ วัน ปัญหาเรือประมงที่ต้องไปถือสัญชาติมาเลเซีย เหมือนเรือประมง มีแผ่นดินเกิด แต่ไม่มีแผ่นดินตาย เพราะไปผลักไสให้ไปอยู่ประเทศมาเลเซีย แต่สิ่งที่เขาต้อง กลับมาซ่อมในประเทศไทยก็ทำไม่ได้ ปัญหาอีกอันหนึ่งก็คือความล่าช้าในการซื้อเรือ ออกนอกระบบ วันนี้เป็นความทรมานของชาวประมงมาก เป็นการที่ผมบอกว่าขัดศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ เพราะว่าเขามีความขยัน เขามีเครื่องมือที่จะทำประมง แต่ถ้าไปทำประมง โทษข้างหนึ่งนอกจากติดคุกและล้มละลายแล้วจึงเป็นเหตุให้เขาไม่สามารถทำได้ วันนี้ผมจึง เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้จึงมีความจำเป็นต้องมีการแก้ไข เพราะอย่างน้อยที่สุดหลังจากมี รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ขึ้นมา กฎหมายอันนี้เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน กฎหมายอันนี้ ขัดขวางต่อการพัฒนาและที่สำคัญอย่างยิ่งคือเป็นกฎหมายที่ไม่ได้เกิดจากการมีส่วนร่วม ขัดรัฐธรรมนูญเกือบทุกมาตรา ในส่วนของผมผมขอชื่นชมผู้เสนอหลายท่าน โดยเฉพาะ ผมเองเป็นคนพูดขึ้นมาเองในการประชุมผู้นำฝ่ายค้านเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๖ เราถาม กันว่า เหลือเวลาอีกไม่กี่วันจะทำอย่างไร ผมก็บอกว่า ต้องขอประทานโทษท่านประธานว่า วันนี้สภาผู้แทนราษฎรของเราเป็นสภาผู้แทนของรัฐบาล ไม่ได้เป็นสภาผู้แทนของราษฎร เพราะปัญหาราษฎรที่เดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า กฎหมายที่เกิดจากสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรนั้นเราไปหมกไว้ท้าย ๆ หมด แล้วไม่สามารถนำขึ้นมาได้ ผมเนื่องจากพรรคฝ่ายค้าน จะต้องไปที่ประจวบคีรีขันธ์แล้วไปพูดเรื่องประมง ต้องขอบคุณท่านผู้นำฝ่ายค้าน เราบอกว่า เราลองหยิบเรื่องนี้ไปคุยกับประธานสภาสิ เพราะประธานสภาเองบ้านท่านก็อยู่ชายทะเล บ้านท่านก็อยู่ภาคใต้ ผมเชื่อว่าท่านก็มีความรู้สึก มีความเจ็บ มีความร้อน และมีญาติเป็นประมงเหมือนกัน ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับที่ได้บรรจุเรื่องนี้ขึ้นมา ท่านประธานครับ ในส่วนของผมนั้น เราแก้ประมาณ ๒๐ มาตรา การลงโทษที่รุนแรง ป่าเถื่อนและไร้มนุษยธรรมนั้น มันเป็นคำกล่าวเรื่องอาชญากรนั้น ไม่ใช่หมายความถึงผู้ที่กระทำที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็น ความผิดเท่านั้น อาชญากรจะหมายถึงผู้บัญญัติกฎหมาย ผู้บังคับใช้กฎหมายและ กระบวนการยุติธรรมด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของความยุติธรรม ถ้าเกิดว่าประชาชน ไม่สามารถที่จะใช้ประโยชน์จากกฎหมายได้ ประชาชนไม่สามารถที่จะมีกฎหมายคุ้มครอง ความเป็นธรรมได้ กฎหมายชนิดนี้ก็เป็นอาชญากรชนิดหนึ่ง ท่านประธานครับ ในส่วนที่ ผมแก้อาจจะมีรายละเอียดซึ่งผมอาจจะไม่พูดถึง โดยเฉพาะโทษที่เป็นช่วงปรับถึง ๓๐ ล้านบาทนั้น ผมไม่ให้เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ให้เกิน ๑ ล้านบาท ออกเรือไปทีก็ไม่ถึงอันนี้ แล้วการริบเรือ ริบเครื่องมือ มันเป็นเรื่องที่สาหัสสากรรจ์ ดังนั้นผมจึงเชื่อว่าสมาชิกทั้งหมด อดีตเป็นบทเรียน ปัจจุบันและอนาคต เราต้องมาช่วยกันแก้ไขซึ่งเชื่ออยู่ว่าแม้แต่ ๔ ปี ที่ผ่านมานั้นท่านทุกข์ทรมาน ประชาชนหรือชาวประมงหรืออาชีพต่อเนื่อง ถ้ารู้ว่าความทุกข์ ของเขาได้บรรจุมาแก้กฎหมาย ซึ่งวันนี้การแก้กฎหมายก็ยากจะเยียวยาแล้ว เพราะทำลาย เขาไปหมดแล้ว แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดก็เป็นการแสดงความให้เกียรติ การเคารพ ซึ่งการ แก้ปัญหาประมงนั้นมันจะยุ่งยากซับซ้อนยิ่งขึ้น ดังนั้นผมจึงเชื่อว่าสมาชิกทุกคนคงจะ เห็นด้วยแล้วได้มีการตั้งกรรมาธิการ แล้วก็มีกฎหมายบางฉบับที่เสนอหลัง ๆ หรือของ พรรคเพื่อไทยเป็นกฎหมายที่เกิดจากประชาชนร่างมาด้วยซ้ำ อันนั้นมีประโยชน์อย่างยิ่ง ก็ขอขอบพระคุณมากครับ🔗
ฉบับที่ ๗ ของคุณวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ขอเชิญครับ🔗
ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... (นายวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออธิบาย สาเหตุสำคัญที่ควรจะต้องมีการแก้ไขกฎหมายประมง ถ้าให้ผมสรุปง่าย ๆ ว่ากฎหมาย ประมงที่ออกมาในรัฐบาล คสช. มีปัญหาอย่างไร ผมคิดว่าบทสรุปที่ดีที่สุดก็น่าจะบอกว่าเป็น กฎหมายที่ป่าเถื่อน กฎหมายที่ออกโดยรัฐบาลเผด็จการ คสช. มีความเร่งรีบออกเป็น พ.ร.ก. ไม่ยอมผ่านสภา ไม่มีชาวประมงอยู่ในส่วนร่วม ไม่มีชาวประมงอยู่ในสมการ ทำเกินกว่าที่อียู (EU) กำหนด เหตุผลง่าย ๆ รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องปกป้องผลประโยชน์ของทุนใหญ่ เจ้าสัวปลากระป๋อง สุดท้ายความซวยก็เลยตกที่ชาวประมง ในรายละเอียดที่ร่างประมงที่ผม ได้เสนอเข้าสู่สภานั้นผมคิดว่ามีประเด็นหลักใหญ่ ๆ ที่ต้องมาพูดคุยกัน เอาประเด็นแรกก่อน เรื่องโทษ ผมถามจริง ๆ โทษค่าปรับที่ ๓๐ ล้านบาท ผมเข้าใจว่านี่น่าจะเป็นโทษปรับที่สูง ที่สุดในกฎหมายประเทศไทยครับ ดังนั้นคำถามง่าย ๆ ว่ามันมีความจำเป็นขนาดไหน ที่ต้องมาโทษปรับขนาดนี้ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ แล้วกัน เอาแค่ชาวประมงพ่นรหัสสีล่าช้า กว่าที่ประกาศใหม่กำหนดภายใน ๖๐ วัน ก็โดนปรับไปแล้ว ๑ ล้านบาท อันนี้ปรับจริง จ่ายจริง เจ็บจริง เกิดขึ้นแล้วครับ แล้วก็ไม่เป็นธรรมด้วยครับ กฎหมายประมงเอาผิดลูกเรือ ด้วยนะครับ ลูกเรือเขาไม่ได้มีส่วนรู้เห็นอะไรด้วย แต่กฎหมายก็ไปเอาผิดเขาด้วย แล้วก็ไม่ได้ เขียนเล่น ๆ ปรับจริง ศาลก็สั่งตัดสินจริง ปรับลูกเรือคนละ ๓ ล้านบาท เบ็ดเสร็จก็ปรับไป ทั้งหมด ๑๑๔ ล้านบาท อันนี้ก็ปรับจริงครับ ซึ่งผมก็ตั้งคำถามง่าย ๆ ว่าลูกเรือส่วนใหญ่ก็เป็น ชาวแรงงานต่างด้าวเขาจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย ก็ติดคุกกันถ้วนหน้าครับ นี่คือกฎหมาย พ.ร.ก. การประมงที่ออกมา ๘ ปี ก็จะเจอเคส (Case) อย่างนี้เต็มไปหมด หรือแม้กระทั่งว่า ถ้ามีเรือผิด ๑ ลำ ซึ่งก็เหมือนนึกภาพลูกน้องเราขับรถเร็วกลายเป็นว่าโดนยกเลิกใบอนุญาต ทำประมงเรือทุกลำ ซึ่งผมขอถามง่าย ๆ ว่านี่เป็นธรรมที่ไหน ถ้าเรามีบริษัทรถส่งของ ลูกน้องเราขับรถเร็ว เรามีรถ ๔๐ คัน ก็ถูกห้ามทำธุรกิจนี้ไปเลย มีกฎหมายแบบไหนที่ สะท้อนความไม่เป็นธรรมแบบนี้บ้าง ถ้าเราเป็นโรงงานแปรรูปสินค้าประมงมีแรงงานต่างด้าว ๑ คน ก็ถูกสั่งปิดโรงงาน โรงงาน พลาสติกข้าง ๆ จะมีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายไม่ถูกก็โดนสั่งปรับ แต่ไม่ถูกสั่งปิดโรงงาน เหมือนโรงงานแปรรูปประมงนะครับ ผมถามง่าย ๆ ว่านี่มันเป็นธรรมที่ไหนครับ ไม่มี กระบวนการให้โต้แย้ง คือถ้าเกิดว่าเจ้าหน้าที่เอาผิดชาวประมงก็โดนสั่งกักเรือ ถ้าเกิดต่อสู้คดี ก็กักเรือไปเรื่อย ๆ ชาวประมงเขาก็ต้องยอมรับผิดหมดครับ ก็ยอมก้มหน้าก้มตาจ่ายค่าปรับไป อันนี้คือผิดหลักการ แม้กระทั่งในรัฐธรรมนูญพื้นฐานสันนิษฐานไว้ก่อนว่าทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะตัดสิน นี่ก็สะท้อนว่ากฎหมายของประเทศไทย กระบวนการยุติธรรมของ ประเทศไทยมันมีปัญหา หรือแม้กระทั่งอย่าว่าแต่เรือใหญ่เลยครับ เอาเรือเล็กประมงพื้นบ้าน นี่ครับ ห้ามออก ๓ ไมล์ทะเล ผมก็สงสัยมากว่าท่านได้ถามชาวประมงหรือเปล่าก่อนจะออก กฎหมายนี้ออกมา แล้วถ้าเกิดว่าทำผิด ถ้าเกิดว่าแล่นเฉี่ยวออกไปก็ปรับไป ๕๐,๐๐๐ บาท ขั้นต่ำนะครับ ขั้นสูงก็คือ ๕๐๐,๐๐๐ บาท นี่เป็นกฎหมายที่เรียกว่าต้องการจะทำลายอาชีพ ชาวประมงอย่างแน่นอนครับ🔗
แล้วก็สุดท้าย กฎหมายเรื่องของโทษ ๘ ปี ท่านไม่เคยทบทวนครับ ตัวอย่างที่ ผมยกขึ้นมานี่ไม่ใช่เคส (Case) ที่มองว่าเป็นเคส (Case) พิเศษนะครับ เป็นเคส (Case) ปกติ ที่เจอกัน จับกันทุก ๆ วัน ทุก ๆ เดือนนี่ ๘ ปี ไม่มีการทบทวน ทั้งที่จริง ๆ แล้วกฎหมาย ประเทศไทยก็เป็นรัฐบาล คสช. ที่ออกมาว่าให้หน่วยงานทุกหน่วยงานต้องทบทวนกฎหมาย ทุก ๆ ๕ ปี แต่ ๘ ปีแล้ว สุดท้ายก็กลายเป็นสภาผู้แทนราษฎรต้องมาเสนอแก้กฎหมายเอง แต่สิ่งที่รัฐบาลนี้ทำก็คือออกเป็นประกาศรางวัลนำจับครับ ก็คือจากโทษรุนแรงขณะนี้ แต่สิ่งที่รัฐบาลให้แก้กฎหมายไม่ทำครับ สิ่งที่ออกก็คือออกเป็นประกาศมาให้รางวัลส่วนแบ่ง นำจับกับเจ้าหน้าที่ที่ไปไล่จับชาวประมง เพิ่งออกมาเดือนที่แล้วนี่ครับ ผมก็ถามว่านี่ความ เป็นธรรมอยู่ที่ตรงไหน แต่สุดท้ายรัฐบาลนี้คือรับใช้มาเพื่อจะออกมาไล่จับชาวประมง อย่างเดียว แล้วก็แบ่งรางวัลให้กับเจ้าหน้าที่ ถ้ารัฐบาลทำอย่างนี้ผมว่าชาวประมงอยู่ไม่ได้ แน่นอนครับ สุดท้ายเรื่องซื้อเรือคืนก็เหมือนกัน อยู่มา ๘ ปี ซื้อเรือคืนก็ไม่ทำ เพิ่งมาเร่งรีบ กันช่วงนี้ แต่งบกลางที่อนุมัติออกมาก็ซื้อไม่ครบอีก ผมก็ไม่รู้จะสงสารแทนชาวประมง อย่างไรดีนะครับ🔗
แล้วก็ประเด็นที่ ๒ กฎหมายฉบับนี้ที่มีปัญหาผมว่าอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของ การกระจายอำนาจครับ มันมีกฎหมายที่ออกมาโดยส่วนกลางที่บังคับใช้ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัด ทุกหาด ทุกอ่าวนี่ กฎหมายหลักการหนึ่งที่ผมคิดว่าอยากให้ประเทศไทยเปลี่ยนวิธีคิดได้แล้ว ก็คือว่ากฎหมายฉบับเดียวที่ออกจากคนที่นั่งอยู่ที่กรุงเทพฯ นี่มันไม่มีทางเหมาะสมไปกับ ทุก ๆ พื้นที่ครับ ทะเลที่อันดามันกับทะเลที่อ่าวไทยมันคนละเรื่องกัน อย่าว่าแต่เอาที่ อ่าวไทยกับอันดามันเลย เอาในจังหวัดเดียวกันแต่ละหาดมันก็มีบริบทที่แตกต่างกัน ควรจะเป็นอำนาจของคณะกรรมการประมงจังหวัดที่เป็นคนออกกติกามาว่าเครื่องมืออะไร ทำการประมงได้ ทำไม่ได้ ฤดูไหนทำได้ ฤดูไหนทำไม่ได้ พื้นที่อะไรห้ามทำ ผมว่าแบบนี้ จะเหมาะสมกว่ามาก ดังนั้นอำนาจในการออกกฎหมายต่าง ๆ ในเขต ๑๒ ไมล์ทะเล ควรจะถูกกระจายอำนาจไปยังคณะกรรมการประมงจังหวัด แล้วก็ต้องไปเพิ่มสัดส่วนของ ชาวประมงกับท้องถิ่น ลดบทบาทของข้าราชการส่วนภูมิภาคลง เอานายอำเภอที่อยู่ใน คณะกรรมการประมงจังหวัด ผมว่ามันเยอะเกินไปครับ ควรจะเปลี่ยนสัดส่วนตรงนี้ อันนี้ จะเป็นประเด็นที่ ๒ ที่ควรจะต้องมีการแก้ไขในกฎหมายประมงครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ เอากฎระเบียบที่ซ้ำซ้อนและหยุมหยิมออกไป ผมยกตัวอย่าง ง่าย ๆ ครับ เอาแค่ซีบุ๊ค (Seabook) กับบัตรสีชมพูนี่ คือแรงงานต่างด้าวถ้าเขามีบัตรสีชมพู ก็คือขึ้นทะเบียนกับกระทรวงแรงงานถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ทำไมจะต้องมากำหนดให้มาออก ซีบุ๊ค (Seabook) ให้ซ้ำซ้อนอีก เพราะถ้าไม่ออกก็โดนปรับไปอีก ๔๐๐,๐๐๐ บาทต่อคน ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายที่ซ้ำซ้อนแบบนี้ ซีบุ๊ค (Seabook) นี่ควรจะมีแค่ เฉพาะประมงนอกราชอาณาจักรครับ ประมงในราชอาณาจักรเขาใช้บัตรสีชมพู คนไทย ก็ไม่ต้องบังคับทำครับ หรือแม้กระทั่งเรือนอกน่านน้ำกฎหมายเราก็มีว่าใครก็ตามที่จะไปทำ เรือประมงนอกน่านน้ำต้องมีเงินในบัญชี ๑๐ ล้านบาท นี่ผมถามง่าย ๆ เลยว่าเราจะ สนับสนุนให้เขาทำมาหากินในต่างประเทศหรืออะไร ทำไมต้องมีกฎหมายมาเป็นอุปสรรค ทำไมต้องมีแบงก์สเตตเมนต์ (Bank Statement) ๑๐ ล้านบาทด้วย หรือแม้กระทั่งว่า เรือประมงขนถ่ายไม่ได้ อันนี้ก็เป็นปัญหาครับ แล้วถ้าให้ดีท่านต้องคิดถึงเรื่องของการแถมประกันมาด้วยในการต่อทะเบียนเรือ แล้วก็เป็น เรื่องบทสรุปที่ว่าทำไมเราถึงจะต้องมีการแก้ไขกฎหมายประมง และผมคิดว่าเท่าที่ผม รับฟังมา เดินทางไปหลายจังหวัดก็อยากให้แก้ให้ได้ในสมัยนี้ อย่าไปรอรัฐบาลสมัยหน้าเลย ก็คงต้องฝากให้เพื่อนสมาชิกช่วยกันรับร่างหลักการนี้ไป แล้วก็ช่วยกันแก้ไขกฎหมาย แต่ว่า ดูจากสภาพแล้วก็ได้แต่อวยพรภาวนาอยากให้แก้ให้ได้ เพราะว่ามันมีปัญหาจริง ๆ ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ครับ จบการเสนอทั้ง ๗ ฉบับนะครับ แต่ผมขออนุญาตทำความเข้าใจนิดหนึ่งครับว่าเรื่องของเราที่มันช้าอยู่ เพราะ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาเรื่องนี้พิจารณาไม่ได้ องค์ประชุมไม่ครบ อยากให้พี่น้อง ชาวประมงได้รับรู้ไว้ด้วยครับ ส่วนการบรรจุเข้ามาพิเศษ ๗ ฉบับนี้ ขอเรียนว่าไม่ใช่เป็น ความดีของประธานครับ เป็นความดีของกรรมการประสานงานฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เขาเห็นชอบ เพราะประธานบรรจุตามอำเภอใจก็ไม่ได้ เมื่อเห็นชอบแล้วก็บรรจุไปตามที่ เห็นชอบกัน อันนี้ก็เป็นความดีของท่านทั้ง ๒ ฝ่ายที่ร่วมกัน แต่ว่าในจุดเริ่มต้นนั้น เมื่อฝ่ายค้านได้เสนอเรื่องนี้เข้ามา ฝ่ายรัฐบาลเห็นด้วย ก็เลยบรรจุระเบียบวาระอย่างที่ เราทราบ แต่ว่าเราเสียเวลาไปมากเพราะว่าองค์ประชุมไม่ครบตลอดมา จนถึงขั้นผมต้องทำ หนังสือถึงรัฐบาลอย่างที่ผมเรียนว่าเป็นระบบเสียงข้างมาก รัฐบาลจำเป็นต้องดูแล องค์ประชุม แต่วันนี้ก็ยินดีมากที่พวกเรามีความเห็นร่วมกัน ก็ไม่แน่ใจว่าถ้าพี่น้องประมง ไม่มาจะเห็นอย่างนี้หรือเปล่า แต่ว่าถ้าพี่น้องเห็นร่วมกันอย่างนี้ขอความกรุณาพวกเราอยู่ หน่อยนะครับ เพราะมีผู้อภิปรายที่เสนอชื่อมาแล้ว ๙ คน คนละ ๕ นาที พวกเราก็คูณเวลาดู และเมื่อจบแล้วถ้ายังมีผู้เสนอติดใจก็มีสิทธิสรุปได้อีก ก่อนจะลงมติช่วงเวลาลงมตินั่นเอง ที่ผมต้องขอร้องพวกเราว่าถ้าเจตนาดีตามที่เราพูดกับชาวประมงก็ขอได้อยู่ลงมติ และขอ เรียนฝากท่านรองศุภชัยว่าประชุมพรรคเสร็จแล้วช่วยชวนพวกกลับมาด้วย เพราะองค์ประชุม จำเป็นต้องอาศัยทุกพรรคครับ ผมขอเชิญผู้เสนอชื่ออภิปรายนะครับ นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา คุณวิรัตน์ วรศสิริน คุณคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ คุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ผมว่าทำตามที่พวกเรา ได้ขอร้องกันไว้นะครับ คือรักษาเวลา ถ้าจบได้โดยไม่ซ้ำกันมากก็จบก่อน แล้วจะทำให้เรา มีเวลาที่จะตรวจสอบองค์ประชุมเพื่อลงมติในวันนี้นะครับ ขอเชิญนางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ดิฉันจะใช้เวลาให้สั้นที่สุดนะคะ ต้องเรียนพี่น้องสื่อมวลชน ช่วยฝาก ข้อความนี้ไปถึงท่านนายกประยุทธ์ทีค่ะว่านภาพรขอท่านเดท (Date) ค่ะ ขอท่านดินเนอร์ (Dinner) ลงเรือดินเนอร์ (Dinner) กับดิฉันหน่อยได้ไหม แต่ว่าไม่ใช่ดินเนอร์ (Dinner) ลงเรือสำราญนะคะ ลงเรือดินเนอร์ (Dinner) เรือประมงกับดิฉันหน่อยค่ะ เราไปดูเรือประมง ด้วยกันเลยว่าปัจจุบันนี้ตามริมแม่น้ำหรือว่าริมทะเล ริมชายฝั่งมีเรือประมงเราที่จอดเป็น ซากปรักหักพังมันเยอะแค่ไหน ท่านจะได้รู้ซึ้งถึงเหตุผลที่ท่านได้ทำในวันนั้นเมื่อ ๘ ปีที่แล้ว ว่าผลพวงของสิ่งที่ท่านทำในวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกับพี่น้องประชาชนชาวประมง ณ วันนี้ ณ วันนั้นบอกเลยว่าตอนที่ท่านยังเป็น คสช. บอกเลยว่าท่านยังไม่เก๋าเพียงพอนะคะ ประเทศเวียดนาม เขาโดนโนทิซ (Notice) แบบเราเหมือน ๆ กัน แต่ว่าเวียดนามเขาก็ยังเก๋า เขาจึงรู้จักที่จะให้เวลาประชาชนเขาเตรียมตัว โดยการที่บอกกับทางอียู (EU) ว่าได้ จะทำ แผนเสนอให้ แต่เราไม่ เราเด้งรับทันทีเลยเสนอไปเลย ๖ เดือนเสร็จ ซึ่งมันตลกมาก มิหนำซ้ำท่านตั้งกรรมการเข้ามาในการที่จะแก้ไขปัญหา ตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขประมง ผิดกฎหมาย การเป็นผู้บัญชาการทหารเรือเป็นคนใกล้ตัวท่าน ทหารอีกแล้วหรือคะ ทหารที่คิดจะไล่จับใช่ไหม ไม่ได้คิดจะแก้ปัญหาให้ประชาชนเลยใช่ไหม และมิหนำซ้ำผู้ที่ให้ข้อมูลความรู้เป็นที่ปรึกษาท่าน คนใกล้ชิดท่านที่อยู่ในกลุ่มที่เรียน หลักสูตรวีไอพี (VIP) ของท่านให้ความรู้ก็ให้ความรู้แบบที่ไม่ถูกต้อง จึงนำมาซึ่งปัญหา ลากยาว ๘ ปีแบบนี้ ให้ภาวะเศรษฐกิจของพี่น้องชาวประมงล่มสลายแบบนี้ ท่านยังไม่สำนึก เลยว่าท่านทำอะไร ถ้าการที่จะตั้งกรรมาธิการที่จะศึกษาแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้ ดิฉันมองว่า มันดูที่จะช้าเกินไป ท่านประยุทธ์คะ เป็นไปได้ไหมท่านยกเลิก พ.ร.ก. ฉบับปี ๒๕๕๘ ไปเลย แก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนชาวประมงทันทีเลยได้ไหม มันรอไม่ได้ เดือนเดียวมันมี ความหมายนะคะ มันมีความหมาย คนเราพอเวลาเป็นหนี้ดอกเบี้ยวิ่งทุกวัน ท่านออก ใบอนุญาตให้เรือประมงออกได้แค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เอง แล้วอีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ล่ะทำอย่างไร ๘๐ เปอร์เซ็นต์ จอดอยู่ค่ะ จอดเป็นซากปรักหักพัง แล้วอย่างไรล่ะ ท่านทำให้เขาหมดอาชีพ แบบนั้นไม่คิดที่จะหาวิธีการรองรับเขาเลยหรือ ถ้าจะไม่ให้เขาออก ไม่ให้เขาทำอาชีพได้ รับซื้อเรือเขาคืนไปเลย ให้เขาเอาเงินสักก้อนหนึ่งไปตั้งต้นชีวิตใหม่ ไปทำมาหากินได้ใหม่ คนที่เคยเป็นเจ้าของเรือเมื่อหลายปีก่อนถือว่าเป็นผู้มีอันจะกิน ณ วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับ พวกเขาล่ะคะ ลำบากกันหมดเลยใช่ไหม ณ วันนี้สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะทำเพื่อประชาชนได้ ของกลุ่มพี่น้องชาวประมงท่านต้องแก้ไขทันทีเลยค่ะ ถ้าท่านไม่ทำพี่น้องชาวประมงคะ ท่านต้องรอพวกเราค่ะ จะช้าจะเร็วพวกเราจะพยายามผลักดันสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพวกพี่น้อง ประชาชนชาวประมงให้ได้ เรารู้ว่าปัญหามันคืออะไร เรารู้ว่าศักยภาพมันเป็นอย่างไร สิ่งที่เราอยากให้ปรับแก้กฎใหม่แล้วเรายังอยากให้มีการตั้งกรมประมงทางทะเลด้วยค่ะ เพราะอะไร เพราะกรมประมงปัจจุบันมาจากนักวิชาการที่เรียนมาทางด้านที่อาจจะไม่ได้ ตรงกับทางด้านประมงมากนัก อธิบดีที่เป็น ๆ กันมานะคะ อาจจะมาจากนักสิ่งแวดล้อม หรือประมงน้ำจืด หรือใด ๆ ก็ตาม ดังนั้นเราต้องบูรณาการให้ผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ จริง ๆ เข้ามาร่วมบูรณาการแก้ไขปัญหาให้กับชาวประมงอย่างแท้จริง เพื่อที่จะนำพา เศรษฐกิจของประเทศเรากลับมาอีกทางหนึ่ง ช่วยกันพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเรา ให้เติบโต ให้ลืมตาอ้าปากได้กันอีกครั้งหนึ่ง ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ มีสมาชิก ที่เสนอมาสุดท้ายคือนางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ นะครับ ผมขออนุญาตท่านผู้ใดที่จะ ประสงค์อภิปรายกรุณาส่งชื่อมาในช่วงเวลา ๕ นาทีต่อไปนี้ เพื่อจะให้สมาชิกรับทราบว่า เรามีคนจะพูดกี่คน สมาชิกหลายคนก็ปรารภกับผมบ่นว่า พูดง่าย ๆ เขาบอกว่ารำคาญเวลา แถมทีละคนทีละคน ผมก็ขออนุญาตว่าถ้ามีความประสงค์จะอภิปรายอะไรกรุณาส่งชื่อมา ใน ๕ นาทีต่อไปนี้ แล้วจากนั้นผมขออนุญาตที่ประชุมว่าจบแค่ผู้ใด เราจะได้คำนวณเวลา ได้ว่าจะต้องลงมติในช่วงใดนะครับ ขอเชิญแพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ภูมิลำเนาจังหวัดปัตตานีค่ะ ปีแรกในสภาแห่งนี้คือปี ๒๕๖๒ ดิฉันได้มีโอกาส หารือเรื่องที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประมงจังหวัดปัตตานี นำโดยคุณอันน์เกตุ ลีลาไพบูลย์ นายกสมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทบทวนและ แก้ไขกฎหมายประมงที่มีข้อจำกัด และให้สอดคล้องกับสภาพการทำประมงของประเทศไทย ดิฉันได้รับคำตอบจากข้อหารือจากทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ และในวันนี้ดิฉันดีใจมากที่วาระนี้เข้าสู่การพิจารณา แม้ว่าจะเป็นปีสุดท้าย เดือนสุดท้ายของ สภาชุดนี้ พรรคภูมิใจไทยโดยท่าน ส.ส. วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ และคณะ ได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... รายละเอียดมีหลายประเด็น แต่ด้วยเวลาที่จำกัดดิฉันขออนุญาตร่วมอภิปราย ๒-๓ ประเด็น เนื่องจากจังหวัดปัตตานีบ้านเกิดของดิฉันเป็นจังหวัดที่มีภูมิประเทศติดทะเลอ่าวไทย เศรษฐกิจของจังหวัดปัตตานีเป็นหลักนั่นก็คืออาชีพประมง มากกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ จากตัวเลขเศรษฐกิจของทั้งจังหวัด มีทั้งต้นน้ำจากภาคการประมง กลางน้ำภาคอุตสาหกรรม การประมงการค้าการลงทุน และปลายน้ำคือภาคการเกษตรและครัวเรือน ก่อนปี ๒๕๕๘ เรือประมงในอ่าวปัตตานีมีประมาณ ๑,๑๐๐ ลำ สามารถจับสัตว์น้ำ สร้างเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจปัตตานีเป็นจำนวน ๒๑,๐๕๐ ล้านบาท แต่ช่วงหลังนี้ เราเห็นภาพเรือที่ถูกจอดทิ้งหลายร้อยลำ โรงงานขนาดใหญ่ที่ทำเกี่ยวกับอาหารทะเล ที่ปัตตานีที่เปิดมาช้านาน มีมูลค่าส่งออกเฉลี่ยปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ได้ปิดตัวไปเมื่อ เดือนตุลาคม ๒๕๖๑ พร้อมกับเลิกจ้างพนักงาน ๙๓๗ คน เป็นผลกระทบจากการประกาศใช้ พระราชกำหนดฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพคะ พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ เพิ่มมาตรการในการควบคุมเฝ้าระวัง สืบค้นและตรวจสอบการประมงให้สอดคล้องกับ มาตรฐานสากลและการตราพระราชกำหนดดังกล่าวดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อแก้ไขปัญหา อย่างเร่งด่วน ทำให้จังหวัดที่ทำการประมง ๒๒ จังหวัดได้รับความเดือดร้อน กระทบห่วงโซ่ เศรษฐกิจทางประมงทั้งระบบ จะทำอย่างไรที่จะแก้ปัญหาและมีแนวทางพัฒนาประมง ของประเทศไทยอย่างบูรณาการ ส่งออกได้โดยไม่ถูกกีดกันทางการค้า อัตราโทษ ต้องสมเหตุสมผล การกำหนดโทษที่มุ่งพิจารณาเฉพาะขนาดเรือ แต่ไม่ได้คำนึงถึง ความร้ายแรงของการกระทำความผิดและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรสัตว์น้ำ และสิ่งแวดล้อม เราจะรักษาสมดุลระหว่างปริมาณการจับสัตว์น้ำและศักยภาพการผลิต ของธรรมชาติเพื่อให้อาชีพประมงเป็นอาชีพที่ยั่งยืนของประเทศไทยตลอดชั่วลูกชั่วหลาน ได้อย่างไร🔗
ประเด็นแรก คำนิยามต้องชัด ไม่ว่าจะเป็นประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ประเภทของเครื่องมือที่ใช้จับสัตว์น้ำ ขนาดของเรือ การกำหนดเขตพื้นที่ที่เข้าไปทำประมงได้แต่ละประเทศอาจจะต้องมีจำนวนสัดส่วนการจับ สัตว์น้ำแต่ละประเภท ดิฉันขอฝากคณะกรรมาธิการที่จะตั้งในประเด็นนี้ด้วยนะคะ🔗
ประเด็นถัดมาเรื่องขององค์ประกอบของคณะกรรมการประมงประจำจังหวัด มีส่วนสำคัญอยากให้มีการกระจายอำนาจให้กับประมงจังหวัด แรงงานในภาคประมงก็เป็น เรื่องสำคัญ ส่วนใหญ่เราใช้แรงงานต่างด้าว ในที่นี้มีทั้ง ส.ส. ปัตตานี สตูล กระบี่ ระนอง ส่วนใหญ่แล้วแรงงานมาจากเมียนมา กัมพูชา ฉะนั้นจะทำอย่างไรที่จะคุ้มครองสิทธิแรงงาน ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการประกันสุขภาพความปลอดภัย ในการทำงานและควรสร้างกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศด้วย ดิฉันเคยอ่านข่าว ของจังหวัดสงขลาน่าสนใจค่ะ ลูกหลานแรงงานประมงจากกัมพูชามีโอกาสได้เรียนหนังสือ อ่านออกเขียนภาษาไทยได้และสอบผ่านเกณฑ์ที่จะเข้าศึกษาพื้นฐานโรงเรียนเทศบาล อำเภอเมืองสงขลาได้ถึง ๒๐ กว่าคน เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมที่สร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับ เด็ก ๆ ทุกชาติ ทุกศาสนาหรือทุกภาษา ดิฉันเชื่อว่าหลายท่านเคยไปประเทศญี่ปุ่น จะต้อง ไม่พลาดคือตลาดปลาซึกิจิของญี่ปุ่น แต่ทำไมประเทศไทยเราไม่มีตลาดปลาอย่างนั้น ดิฉัน คิดว่าถ้าเป็นไปได้สถาบันการศึกษาวิจัยประมงแห่งชาติน่าจะมีการตั้งขึ้นที่เป็นอิสระ จากรัฐบาลเช่นประเทศญี่ปุ่น และอีก ๒ ประเด็นสุดท้าย เรื่องของการบูรณาการ จะเห็น ได้ว่าเรามีมากกว่า ๗ กระทรวงและอีกหลากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประมง แล้วขอฝากเรื่องประเด็นการเยียวยา รวมทั้งการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือและสนับสนุน ผู้ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณวิรัตน์ วรศสิริน หลังจากนั้นก็เป็นคุณคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ คุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ขอเชิญคุณวิรัตน์ครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่เคารพ วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย เกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อนของชาวประมง เมื่อปี ๒๕๖๒ ทางสมาคมประมงได้เคยเชิญพรรคเสรีรวมไทยไปที่สมุทรสาครมาแล้วครั้งหนึ่ง ในครั้งนั้นเรานั่งเรือไปดู เรือสภาพดี ๆ จอดเต็ม ๒ ฝั่งริมทะเล ผมว่านับไม่รู้กี่ร้อยลำ ยาวเหยียดเลย เรือแต่ละลำสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มหาศาลแต่ต้องไปจอดทิ้งไว้ และเช่นกันมาปีนี้ทางสมาคมประมงก็เชิญเราไปดูอีกรอบหนึ่ง ไปครั้งนี้เรือแต่ละลำที่เห็นว่า สภาพดี ในครั้งนี้สภาพดูไม่ได้เลย ผุพังไปหมด ท่านประธานคิดว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจที่หายไปมันเท่าไร มันมหาศาลอย่างมากครับ ทั้งหมด ปัญหานี้เกิดจากการปฏิวัติที่ผ่านมา โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อท่านเข้ามาแล้ว ท่านก็ต้องการให้ยุโรป ให้ต่างชาติยอมรับในตัวท่าน ท่านก็รับเงื่อนไขเขาง่าย ๆ แล้วก็มา ทำเลย ทั้งที่เขาก็ไม่ได้มีให้ท่านต้องทำอย่างนั้น ประเทศอื่นเขาก็ใช้เวลา ๗-๘ ปี เขาขอลาก ไปก่อน ค่อย ๆ ดูเพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชนในประเทศ แต่ของเรา พลเอก ประยุทธ์ ก็ทำแบบง่าย ๆ เข้าว่า ทำให้ประชาชนชาวบ้านเขาเดือดร้อนไปหมด หลายอาชีพต้อง เดือดร้อน ท่านประธานครับ พูดไปแล้วเปรียบเทียบไปก็คล้าย ๆ กับครอบครัว ครอบครัว เรานี่ลูกสาวจะออกเรือนเราห่วงเหลือเกิน ห่วงมาก มีผัวผิดนี่คิดจนตัวตาย นี่ถ้าเลือกผัวผิด คิดจนตัวตาย แล้วถ้าเลือกนายกรัฐมนตรีผิดประชาชนจะตายเอา ก็เป็นห่วงจริง ๆ นี่จะเลือก นายกรัฐมนตรีใหม่อีกแล้ว ผมก็เป็นห่วงจะเลือกผิดจะคิดจนตัวตายไปอีกท่านประธานครับ การแก้ปัญหาจะทำอย่างไร วันนี้เรามาพิจารณาพระราชบัญญัติตรงนี้มันก็ดีเพื่อจะได้ช่วย แก้ไขปัญหา แต่ว่าผมคิดว่าผมฟังท่านประธานสมาคมประมง ท่านมงคล ท่านพูดมานี่ ผมชอบผมว่าเหตุผลเหมาะ ถูกต้อง เหตุผลบอกว่าออกพระราชกำหนดเลย ยกเลิก พระราชกำหนดของ คสช. ทิ้งไป เข้าท่าเหมือนกันมันง่าย แล้วก็มันน่าจะดีกว่า ผมว่าออกมา ๔ มาตรา มาตรา ๑ พระราชกำหนดนี้เรียกว่าพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. .... ข้อ ๒ บังคับใช้วันถัดไป ข้อ ๓ ให้ยกเลิกพระราชการกำหนด พ.ศ. ๒๕๕๘ ให้ยกเลิกไป และข้อ ๔ กลับไปใช้เพื่อประโยชน์แห่งการประมง ให้กลับไปใช้พระราชบัญญัติ ๒๔๙๐ เป็นการ ชั่วคราว ผมคิดว่าอย่างนี้มันน่าจะดีกว่า แล้วก็ค่อย ๆ แก้ไขไป ผมยังเชื่อว่าประมงเป็นสิ่งที่ สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง เศรษฐกิจเสียหายมากมายชาวประมงเดือดร้อนไปหมด ก็กราบ ขอบพระคุณท่านประธาน ไม่รบกวนเวลาท่านประธานมาก วันนี้ได้แสดงความเห็นนิด ๆ หน่อย ๆ อยากจะให้ออกพระราชกำหนด ไม่อยากให้ออกเป็นพระราชบัญญัติหรอกครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่านวิรัตน์ครับ ผมขอเรียนว่ามีชื่อเพิ่ม นางสาวรังสิมา รอดรัศมี คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน คุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ผมจะจบด้วยจำนวนทั้งหมด ๑๓ ท่าน ก็จะจบเพียงเท่าที่ส่งรายชื่อมา ขออนุญาตที่ประชุมนะครับ เพื่อเราจะคำนวณเวลาได้ถูกว่าจะต้องลงมติช่วงช่วงไหน สมาชิกที่อึดอัดใจ รำคาญที่มีแถมทีละคน ๆ ก็บ่นกับผมอยู่ ก็ตัดปัญหานี้ไปครับ ต่อไปเป็น คุณคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทยครับ กระผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานสภานะครับ ที่ท่านได้เล็งเห็นความสำคัญ ของการนำร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ทั้งหมด ๗ ฉบับ โดยมีร่างของทางท่าน ส.ส. วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ซึ่งเป็นของพรรคภูมิใจไทย ได้นำเสนอในครั้งนี้ด้วย ในส่วนที่ผมรอ รอแล้วรอเล่า เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ผมก็เคยหารือ ในสภาในการปรึกษาหารือเกี่ยวกับทำอย่างไรจะช่วยพี่น้องประมงพาณิชย์และประมง พื้นบ้าน โดยเฉพาะประมงพาณิชย์ซึ่งมีปัญหาในการรับซื้อเรือคืนและสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นคือ ทำอย่างไรให้รีบนำร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... เข้ามาบรรจุในวาระในครั้งนี้ ก็ต้องขอกราบขอบคุณทางท่านสมาชิกทั้ง ๗ ฉบับด้วย ในส่วนของกระผมนะครับ ผมต้องพูดถึงประมงมากที่สุดก็เพราะว่าในจังหวัดระนองซึ่งเป็น ปัญหาหลักใหญ่ของพี่น้องชาวจังหวัดระนอง นั่นคือเป็นอาชีพประมงเป็นหลัก ซึ่งที่ผ่านมาอดีตเราทำเมืองแร่นอง แต่พอหลังจากนั้นเรามีการประกอบอาชีพประมง ซึ่งเป็นอาชีพประมงที่ทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดระนองได้สร้างความกินดีอยู่ดีของพี่น้อง ประชาชนได้มีชีวิตที่ดีขึ้น แต่แล้วมาเจอ พ.ร.ก. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่ออกมาโดยที่ ไม่ได้รับการแก้ไขในสิ่งที่มีผลในการกระทบกับพี่น้องประมงเป็นหลักนั่นคือในมาตรา ๘๑ (๑) ซึ่งมาตรานี้เป็นการติดตั้งระบบติดตามเรือประมงหรือระบบวีเอ็มเอส (VMS) ที่ผมต้องพูด มาตรา ๘๑ (๑) เพราะว่ามาตรานี้เป็นมาตราที่มีผลกระทบกับพี่น้องชาวจังหวัดระนอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประมงพาณิชย์มากที่สุด เพราะว่าเราประกอบอาชีพประมง ในน่านน้ำไทย แต่เมื่อมีระบบของวีเอ็มเอส (VMS) เกิดระบบไม่เสถียร เกิดทำให้ระบบนี้ ไปแจ้งเตือนที่นอกน่านน้ำของฝั่งเมียนมาทำให้พี่น้องชาวประมงพาณิชย์ได้รับผลกระทบ ในการจับระบบในวีเอ็มเอส (VMS) ท่านประธานที่เคารพครับ ขนาดจีพีเอส (GPS) ของ กูเกิลแมป (Google Map) จุดหนึ่งก็ยังไปอยู่อีกที่หนึ่งก็ไม่มีความเสถียร มาตรา ๘๑ (๑) ของวีเอ็มเอส (VMS) ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๔๘ ที่ไปสอดคล้องว่าผู้ใดที่จะใช้เรือประมงทำการประมงในเขตทะเลนอกน่านน้ำไทย จะต้องยื่น ขอรับใบอนุญาตทำการประมงนอกน่านน้ำไทย การทำประมงของประเทศไทย การที่เรา จะไปจับสัตว์น้ำในนอกน่านน้ำไทยก็ต้องขออนุญาต ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมบอกนั่นคือ บางครั้งเรือลอยลำเข้าไปขณะที่เก็บอวนหรือทำผิดพลาดระบบติดตามของวีเอ็มเอส (VMS) ก็ไม่เสถียร นี่แหละที่จะทำให้มีบทลงโทษ ในบทลงโทษก็ตามที่ท่าน ส.ส. วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้แล้วว่ามีการปรับที่สูงมาก นี่คือเหตุผลที่ทำให้ เรือประมงของพาณิชย์จังหวัดระนองได้หายไปกับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดระนอง วันนี้ ผมได้เคยมีการได้รับผลกระทบตรงนี้มา เคยมีผู้ประกอบการเรือประมงท่านหนึ่ง แต่ผม ขออนุญาตไม่เอ่ยนามนะครับ เดินประท้วง จะเดินประท้วงจากจังหวัดระนองเพื่อเข้ามาสู่ กรุงเทพมหานครเพื่อเดินประท้วงในเรื่องนี้ในการที่ออกกฎหมายมา แล้วทำให้อาชีพประมง ของเขาที่เป็นอาชีพหลักได้หายไป นี่คือเหตุผลหลัก ค่าปรับที่สูงมากตามที่ท่าน ส.ส. วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ได้นำเรียน แล้วก็ยังมีผลกระทบในเรื่องเกี่ยวกับมาตรา ๑๑๓ อีก ซึ่งจะต้องมี การแก้ไขในการที่ผู้ใดฝ่าฝืนกฎหมายอย่างร้ายแรงก็ต้องให้คณะกรรมการ มาตรการ ทางปกครองมีอำนาจสั่งยึดสัตว์น้ำ เป็นต้น ห้ามทำการประมง สั่งพักใบอนุญาตและ หลาย ๆ อย่าง เพิกถอนใบอนุญาตและกักเรือประมง นี่คือเหตุผลที่ทำให้เรือประมง หายไปจากจังหวัดระนอง ยิ่งไปกว่านั้นในเรื่องเกี่ยวกับการกระทบกับประมงพื้นบ้านเช่นกัน ในการที่ให้ประมงพื้นบ้านออกไปจับสัตว์น้ำไม่เกิน ๓ ไมล์ทะเล นั่นคือนอกชายฝั่งก็มี ผลกระทบอีก เพราะว่าจังหวัดระนองเราออกไปจับสัตว์น้ำ จริง ๆ แล้วจากไมล์ทะเลของ ชายฝั่ง ๖-๗ ไมล์ ก็ไปถึงนอกน้ำเมียนมาแล้ว ก็จะทำให้สัตว์น้ำระหว่างพาณิชย์กับประมง ก็มาทำให้มีการจับสัตว์น้ำที่มีผลกระทบด้วยกันอีก นี่คือปัญหาต่าง ๆ ที่มีผลกระทบระหว่าง ประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้านของจังหวัดระนองด้วยเช่นกัน มาตราหลาย ๆ อย่าง มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๘ เป็นต้น นี่ก็คือบทที่จะต้องรีบดำเนินการแก้ไขให้กับพี่น้อง ชาวประมงทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประมงชาวจังหวัดระนองก็ต้องขอ กราบขอบพระคุณท่านประธานมาก ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของพี่น้องชาวประมง ทั้งประเทศครับ กราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายสนับสนุนหลักการของ ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ท่านประธาน ที่เคารพครับ ชาวประมงกว่า ๒๒ จังหวัด เดือดร้อนจาก พ.ร.ก. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ สืบเนื่องจากรัฐบาลสมัย คสช. ได้ตอบสนองต่อใบเหลืองของสหภาพยุโรปที่กล่าวหา ประเทศไทยว่าไม่ทำตามเงื่อนไขของไอยูยู (IUU) คือมีการทำประมงผิดกฎหมายของ สหภาพยุโรป ผลจาก พ.ร.ก. ประมงปี ๒๕๕๘ พบว่าชาวประมงเหมือนกับป่วยเล็กน้อย ทำผิดเล็กน้อย แต่ว่าได้กฎหมายที่แรงเกินสมควร เหมือนผู้ป่วยเล็กน้อย แต่ว่าหมอจ่ายยาผิด ให้สารเคมี ให้คีโม เกิดอาการทรุดหนักอย่างรวดเร็วเข้าไอซียู (ICU) ปัจจุบันชาวประมงทั้ง ๒๒ จังหวัด เหลือทำประมงได้จริง ๆ ไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เกิดการล่มสลายของธุรกิจประมงและธุรกิจ ที่เป็นห่วงโซ่อย่างต่อเนื่อง การที่ พ.ร.ก. ประมง ๒๕๕๘ นั้น ทำให้เกิดการขัดวิถีของการ ทำประมง แล้วก็ขาดการมีส่วนร่วมของการออกกฎหมาย ก็จึงทำให้กฎหมายนี้ไม่เหมาะสม ต่อการทำประมง แล้วก็ชาวประมงก็ได้มาเรียกร้องผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ผ่านกรมประมง แต่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ช่วยได้เท่าที่จะช่วยได้ เพราะว่าในรายละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทกำหนดโทษมันอยู่ใน พ.ร.ก. แม้นว่าเจ้าหน้าที่ก็ดี ศาลก็ดี ก็ไม่อาจที่จะลดหย่อนผ่อนโทษลงได้ จึงเป็นที่มาของสภาผู้แทนราษฎร โดยท่านประธาน ได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาปัญหาของการประมงไทย จนเกิดรายงานฉบับนี้ผ่าน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งท่านกันตวรรณ ตันเถียร เป็นประธานคณะกรรมาธิการการเกษตร และสหกรณ์ แล้วก็ท่านนริศ ขำนุรักษ์ เป็นประธานอนุกรรมาธิการและศึกษาเรื่องนี้ อย่างละเอียด อย่างมีส่วนร่วมโดยทุกภาคส่วน ภาคราชการก็ดี ภาคชาวประมงและ ผู้เกี่ยวข้อง จนมีข้อสังเกตท้ายรายงานนี้ให้แก้ในประเด็นต่าง ๆ ก็ประมาณ ๑๘ ประเด็น ซึ่งในร่าง พ.ร.บ. ของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งท่านกันตวรรณ ตันเถียร ร่วมกับ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์เสนอนั้น ซึ่งเป็น ๑ ใน ๗ ร่าง ร่วมกับพรรครัฐบาล แล้วก็พรรคฝ่ายค้าน ก็นำข้อสังเกตนี้มาทำเป็นร่าง พ.ร.บ. จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะได้รับความเห็นชอบจาก กรรมาธิการและสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุที่การแก้ไข พ.ร.บ. ครั้งนี้ พี่น้องชาวประมงเฝ้ารอคอยที่หน้าสภาเมื่อเช้า แล้วก็ขณะนี้ก็ยังอยู่ในสภา ประมาณสัก ๓๐๐ ท่านนะครับ พี่น้องชาวประมง ๒๒ จังหวัดนี้ นำโดยประธานเครือข่าย ผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายประมงภาคประชาชน คุณนันทชัย สุขเกื้อ แล้วก็ประธาน สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย นำโดยคุณมงคล สุขเจริญคณา นำพี่น้องชาวประมงมา ฟังการอภิปรายของเรา เพราะเกรงเหลือเกินว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้องค์ประชุมจะไม่ครบ ก็ขอความร่วมมือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราวันนี้ได้ผ่านร่างความเห็นชอบ ในวาระ ๑ จุดเด่นของร่างกฎหมายฉบับนี้ที่ท่านกันตวรรณ ตันเถียรนำเสนอคือให้การ กำหนดโทษเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่กฎหมาย พ.ร.ก. ประมงมีปัญหา แต่กฎหมายที่มีการแก้ไข จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมอัตราโทษปรับ โดยพิจารณาถึงความร้ายแรงของพฤติการณ์ ในการกระทำความผิด ความเสียหายที่เกิดแก่ทรัพยากรสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อมและ ขนาดเรือประมง รวมถึงให้พิจารณาเจตนาการกระทำความผิดด้วย ซึ่งใน พ.ร.ก. การประมง ไม่ได้กำหนดสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไว้ ท่านประธานครับ จังหวัดระยองผมเป็นเมืองน้ำปลารสเด็ด แต่ปัจจุบันไม่มีปลากะตักในการทำน้ำปลา ต้องซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านและทำให้น้ำปลา จากประเทศเวียดนามเข้ามาตีตลาดเมืองไทย เหตุนี้ก็เพราะว่า พ.ร.ก. การประมงฉบับนี้ สร้างผลกระทบ ผมจึงขอฝากคณะกรรมการวิสามัญได้เร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก. การประมง ๒๕๕๘ พ.ศ. .... โดยเร็ว เพื่อที่จะได้มานำชาวประมงออกจากห้องไอซียู (ICU) นะครับ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไป คุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ตามด้วยรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ และพันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ๓ ท่าน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ผมเป็น คนหนึ่งที่อยู่ในจังหวัดที่ติดชายทะเลฝั่งอันดามัน ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานแสดงความคิดเห็น ในร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ แล้วก็เพื่อนทั้ง ๗ คณะ ที่ได้ร่วมกันเสนอ ในการแก้ พ.ร.ก. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ในครั้งนี้นะครับ ผมในฐานะในอดีตผมเคยทำคดี ที่จังหวัดระยองเกี่ยวกับในเรื่องของเรือประมงโดนจับในการใช้อุปกรณ์เครื่องมือผิดกฎหมาย ท่านประธานครับ ผลคดีที่ไปดำเนินการปรับตอนนั้นไม่น่าเชื่อว่าถ้าคิดเป็นจำนวน โดยเขา เทียบจากลูกเรือประมง แล้วก็ขนาดเรือประมงด้วย ก็ตามที่เพื่อนสมาชิกบอกแหละครับ วันนั้นรู้สึกจะค่าปรับ ๓๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ยังมีความผิดในเรื่องของประกาศของ คณะปฏิวัติเข้าไปด้วย เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่า ๒๒ จังหวัดในประเทศไทย ทั้งฝั่งอันดามัน และฝั่งอ่าวไทยนั้น ซึ่งอันดามันมี ๖ จังหวัด ตั้งแต่ระนอง ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง สตูล แล้วก็ มีฝั่งตะวันออกอ่าวไทยนั้น ในเรือประมงในอดีตที่ผ่านมาร่วม ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ ลำ ในขณะนี้ เหลือไม่ถึง ๓๐,๐๐๐ ลำแล้วครับ ในขณะที่เหลือ ๓๐,๐๐๐ ลำ ใน ๓๐,๐๐๐ ลำ ก็ติดหนี้ บางคนก็จอดไม่วิ่ง เพราะฉะนั้นกฎหมายที่เราดำเนินการในขณะนี้นั้นที่มาของสาเหตุ ผมคิดว่ารัฐบาลไทยเอาใจฝรั่งในส่วนของอียู (EU) มากไป แล้วก็นำในเรื่องของอาชีพประมง ซึ่งน่าสงสารมาก ผมต้องชื่นชมนายกสมาคมประมงไทย แล้วก็นายกสมาคมประมงของแต่ละ จังหวัดที่ได้ร่วมกันจับมือในการต่อสู้ ผมไม่แน่ใจว่าสภาชุดนี้ ในความรู้สึกผมตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ควรจะได้รับการพิจารณาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ พวกผมเสนอญัตติ ถามมาหลายปีแล้วนะครับ แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข แล้วก็วันนี้ถือว่าเป็นวาระสุดท้าย เดือนสุดท้ายของการปิดสมัยประชุมวันที่ ๒๘ แล้วก็กำลังที่จะจบวาระของสภาผู้แทนชุดนี้ ผมก็ยังรู้สึกเสียดายว่าช้าไป แต่ก็ยังดีว่าทันในเรื่องของการที่จะมาหยิบยกในเรื่องประเด็น ปัญหา มีหลายประเด็นปัญหาในการแก้ไขยกร่างที่เพื่อนเขาเสนอมา ผมเห็นด้วยกับทุกเรื่อง ผมเห็นด้วยกับทุกมาตรา แล้วก็อยากจะให้ใช้บังคับได้ในวันพรุ่งนี้ด้วยซ้ำไป อีกหลายเรื่อง เช่นในเรื่องของคณะกรรมาธิการถ้าหากว่าเรื่องนี้เข้าสภาในเรื่องของประมงพื้นบ้านก็เป็น สิ่งสำคัญที่พี่น้องชาวประมงชายฝั่ง เป็นประมงที่สามารถที่จะใช้เรือประมงพื้นบ้าน ทำประกอบอาชีพเรื่องของการท่องเที่ยวด้วย อันนี้ก็ฝากไว้ด้วยนะครับ ในเรื่องของประมง พาณิชย์ในการแบ่งเขตหรือการประกอบอาชีพในเรื่องของการทับซ้อนกันก็คงจะต้องไปดู ในรายละเอียดนะครับ เรื่องสำคัญที่สุดนอกเหนือจากความรุนแรงค่าปรับ นอกเหนือจาก ความโหดร้ายในเรื่องของการใช้กฎหมายฉบับนี้แล้วนั้น คำสั่งของคณะกรรมการของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ ๑๗/๒๕๕๙ สั่ง ณ วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๙ อันนี้ หน่วยงาน ที่เข้าไปเกี่ยวข้องมีทั้งหมดตั้ง ๑๑ หน่วยงาน อันนี้ถือว่าเป็นการตอกย้ำแล้วก็ไปทำร้าย ในส่วนของพี่น้องชาวประมงด้วย เช่นในกรณีที่เพิ่งออกมาในเรื่องของรางวัลนำจับ รางวัลนำจับก็เป็นการที่จะระดมกองทัพเข้าไปจับเรือประมง ซึ่งมันยากที่จะดำเนินการ ให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ เนื่องจากว่าประเพณีในเรื่องของวิถีชีวิตของชาวประมงนั้น บางครั้งจำเป็นจะต้องที่จะเอาลูกเล็กเด็กแดงไปด้วย เพราะฉะนั้นมันจะมีข้อกฎหมายบังคับ ไม่ให้เอาเด็กที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปีเข้าไปอยู่ในเรือด้วยนะครับ ยังอีกหลายประเด็น แล้วก็ประมงไทยเป็นชาวประมงที่จับปลาเก่งมาก เพราะฉะนั้นการที่จะออกไปหาปลาที่ อินโดนีเซียแล้วก็ถ่ายสัตว์น้ำออกไปอีกเรือหนึ่งนั้นก็ถือว่าผิดกฎหมาย หลายเรื่องที่ ผิดกฎหมายในไอยูยู (IUU) หรืออียู (EU) ที่กำหนดเป็นข้อจำกัดให้ประเทศไทยเรานั้น ออกกฎหมายมาเอาใจอียู (EU) แล้วมาทำร้ายพี่น้องชาวประมง ผมคิดว่าเรื่องนี้เราก็จะต้อง มาช่วยเหลือก่อนที่ชาวประมงจะไม่เหลืออะไรนะครับ แล้วเราจะต้องซื้อปลาจาก ชาวต่างประเทศ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ เชิญครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตแสดงความเห็นด้วย และยินดี มาก ๆ กับที่พี่น้องของเราได้เสนอญัตติเป็นร่างพระราชบัญญัติ ๗ ฉบับ แม้นว่าวันนี้การเอา เรื่องนี้มาพูดจะช้าไปแล้วก็ตาม เพราะในปี ๒๕๖๓ เราเสนอญัตติขึ้น ๑๐ ญัตติ แต่สภาไม่ได้ ตั้งคณะทำงานกันขึ้นมา ทำให้พี่น้องประชาชนชาวประมงได้รับความเดือดร้อน ซึ่งเขา เดือดร้อนมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๘ ตอนออกพระราชกำหนดในคราวโน้น แต่เอาล่ะครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เสนอขึ้นมาทั้ง ๗ ฉบับ ผมขออนุญาตที่จะทำความเข้าใจ นิดหนึ่ง เพื่อที่จะอภิปรายและแสดงความเห็นด้วยที่จะตั้งคณะกรรมาธิการกันขึ้นมา🔗
ประการที่ ๑ ร่างพระบัญญัติทั้งหมดมีการแยกประเภทประมง ชัดเจนครับ เป็นประมงพาณิชย์ขนาดเล็กกับประมงพื้นบ้าน เรื่องนี้เรื่องใหญ่ ผมได้พบปะกับพี่น้อง ชาวบางจากที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ชาวบางควาย ชาวปากนคร ชาวท่าซัก ที่จังหวัด นครศรีธรรมราช บอกว่าจะแก้ปัญหาชาวประมงจะต้องแก้ปัญหาด้วยกฎหมาย เพราะฉะนั้น วันนี้ถ้ากฎหมายเข้า พระราชบัญญัติเข้า ชาวประมงพื้นบ้านที่บ้านผมได้ถูกนิยามในกฎหมาย ว่าเป็นประมงพื้นบ้าน เขาจะได้มีความหวังมีแสงสว่างอยู่ที่ปลายอุโมงค์ แม้นว่าเราจะพูด ในปลายสมัยของรัฐสภาชุดนี้ก็ตาม🔗
ประการที่ ๒ เวลาพูดถึงผู้ทำการประมงพื้นบ้าน ตั้งข้อสังเกตไว้นะครับ ในร่างพระบัญญัติหรือว่าคณะกรรมาธิการที่จะไปทำในวาระ ๒ ต่อไป หรือคณะกรรมาธิการ ก็คือว่าเวลาพูดประมงพื้นบ้าน ผู้ทำการประมงพื้นบ้านคือใคร บอกว่าเป็นบุคคลสัญชาติไทย และเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะ อันนี้คิดให้ดี ฝากนะครับ ฝากกรรมาธิการบอกว่าถ้าอย่างนั้น เด็กชาย ก เรียนประถมศึกษาปีที่ ๖ หรือเรียน ม. ๑ ม. ๒ ออกทะเลหน้าบ้านกับเขาตั้งแต่ ตี ๔ หัวรุ่ง นั่งไปกับคุณพ่อออกเรือ คุณแม่และเขาไปด้วย เขาเป็นประมงได้ไหมครับ เขาบรรลุนิติภาวะไหมครับ เพราะการบรรลุนิติภาวะอย่างเดียวไม่พอจะต้องได้รับใบอนุญาต จะต้องจดแจ้งในการขึ้นเป็นผู้ทำการประมงจากกรมประมงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมกำลังนำเรียนว่าผู้ทำการประมงพื้นบ้านคือใคร แม้ว่าต่อไปนี้เราจะนิยาม เราจะขึ้นทะเบียน อย่างชัดเจน ดีมากครับ แต่อย่าลืมว่าถ้าเรานิยามชัดเจนมันจะทำให้อิหลักอิเหลื่อ กับลูกหลานเด็กเล็ก ๆ ที่ออกตั้งแต่ตี ๔ หัวรุ่งไปออกทะเล ตอนแปดโมงเช้า กลับมา ไปโรงเรียน คนเหล่านี้จะผิดกฎหมายไหมครับ นั่นเป็นประเด็นหนึ่ง🔗
ประการที่ ๓ เวลาการกำหนดโทษฝ่าฝืน หนักไม่ได้นะครับ ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องที่ปากนคร จากท่าซัก บอกว่าการลงโทษผู้ฝ่าฝืนหรือผู้ที่ ทำผิดที่ผ่านมาเป็นแสน ชาวประมงพื้นบ้านนี่ครับ หม้อข้าวของเขาอยู่ในทะเล ถ้าเขาออก ทะเลไม่ได้ก็แสดงว่าหม้อข้าวเขาไม่มี ลูกไปโรงเรียนก็ไม่ได้ นี่คือปัญหา ถ้าไปทำผิด ซึ่งเขาก็พยายามที่จะไม่ทำผิด แต่พอเกิดทำผิด โดนปรับ โดนลงโทษ ยึดเครื่องมือ ยึดเรือ แถมมีการปรับเป็นเงินที่สูงเป็นแสนบาท อันนี้การกำหนดโทษของร่างพระบัญญัติ ที่จะเกิดขึ้น ฝากนะครับ ช่วยพิจารณาประมงพื้นบ้านด้วย🔗
ประการที่ ๔ เวลาพูดถึงคณะกรรมการประมงจังหวัด ท่านประธานครับ ดีหมดล่ะ ในคณะกรรมการตามโครงสร้างที่เขียนกันเข้ามา แต่ผมตั้งข้อสังเกตนะครับว่า แล้ว อปท. เทศบาล หรือ อบต. ที่อยู่ที่ทะเลหน้าบ้านเขา นายกเทศบาลปากนคร นายก อบต. ท่าซัก นายก อบต. บางจาก นายก อบต. ท่าไร่ นายก อบต. ท่าศาลา นายก อบต. แหลมตะลุมพุก คนเหล่านี้ควรจะได้มีสัดส่วนไปนั่ง เพราะคนของเขา คนในพื้นที่ อบต. ของเขาเป็นประมงเกือบหมด แต่ว่าเขาไม่ได้เป็นตัวแทนในคณะกรรมการประมงจังหวัด อันนี้ก็ฝากพวกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ติดทะเลว่าจะใส่สัดส่วนให้เขาเป็นอย่างไร🔗
ประการที่ ๕ เป็นประการสุดท้าย ก็คือสาระสำคัญอันหนึ่งที่ร่างพระราช บัญญัติควรจะมีก็คือกระบวนการส่งเสริม ส่งเสริมคุณภาพชีวิต กระบวนการฟื้นฟูเยียวยา และกระบวนการที่เรียกกันว่าปรับเปลี่ยนอาชีพ หากพี่น้องประมงพื้นบ้านไม่สามารถ ทำประมงพื้นบ้านได้อีกต่อไป ด้วยเหตุผลอันใดก็ตามแต่ จะมีกระบวนการปรับเปลี่ยนอาชีพ ไปสู่อาชีพอื่นอย่างไร สิ่งนี้ผมคิดว่าการออกพระราชบัญญัติต้องรอบคอบ แล้วก็ต้องรอบคอบ มากกว่าพระราชกำหนดซึ่งรวดเร็ว แล้วก็ใช้อำนาจแบบพิเศษ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ แต่มันจะเกิดขึ้นปี ๒๕๖๖ ต้องรอบคอบ ตรงที่ว่าการปรับเปลี่ยนอาชีพ การฟื้นฟูเยียวยา อย่างเช่นเขาเจอมรสุม เจออะไรก็แล้วแต่ รวมไปถึงกระบวนการพี่น้องประมง สมัชชาริมอ่าว สมัชชาหัวแหลม สภาประมงพื้นบ้าน ตรงไหน ๆ จะให้เขาได้รับการส่งเสริมจากพระราชบัญญัติฉบับนี้อย่างไร ตรงนี้ก็เพื่ออะไร ก็เพื่อที่จะทำให้ประมงพื้นบ้านของผมถูกกฎหมาย อยู่ยืนนาน มีความสมบูรณ์ของท้องทะเล เพราะฉะนั้นเพื่อลูกหลานและบ้านเมืองของชาวประมง จึงเห็นด้วยที่จะรับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ แล้วก็ฝากประเด็นที่ผมตั้งข้อสังเกตในขั้นวาระ ๒ วาระ ๓ ต่อไป ท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ครับ พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ช่วยรักษาเวลานะครับ เพราะว่าทุกคนรอคอยการลงมติ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขออภิปรายในการสนับสนุนหลักการ ต่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ในการดำเนินการของรัฐบาล ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่ดำเนินการที่ทำให้ ประเทศไทยหลุดจากใบเหลืองของไอยูยู (IUU) นั้น ซึ่งได้ดำเนินการในหลายประการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบูรณาการและปฏิรูปกลไกการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้ง การจัดสรรงบประมาณและบุคลากรให้เพียงพอ อันนี้ก็เป็นการดำเนินการในส่วนที่ ๑ ในส่วนที่ ๒ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยจัดให้มีเวทีการเจรจาและพูดคุยปัญหา ระหว่างภาครัฐและผู้ประกอบการ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางแก้ปัญหา ทั้งใน ระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้ได้รับการยอมรับ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ อันนี้คือแนวทางแก้ปัญหาในส่วนที่ ๒ ส่วนที่ ๓ ก็คือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด จากเจ้าหน้าที่ของรัฐในการแก้ปัญหาเรือประมงพาณิชย์ที่ผิดกฎหมาย อาทิเช่น การจด ทะเบียนเรือให้ถูกต้อง การออกใบอนุญาตทำการประมง การจดทะเบียนลูกเรือ และแรงงาน ต่างด้าว เป็นต้น ประการที่ ๔ ที่ดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศ เพราะกลไกภายในประเทศอาจจะยังไม่เพียงพอต่อการรองรับกับปัญหาระบบไอยูยู (IUU) ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายระหว่างประเทศด้วย แล้วก็มีการทำความตกลงร่วมมือกันในส่วน ของภูมิภาค เช่นภูมิภาคอาเซียน เป็นต้น ประการที่ ๕ การศึกษาวิจัย การศึกษาศักยภาพ ทางทะเลของไทย จำนวนเรือประมง ปริมาณ แนวทาง และการทำการประมงที่เหมาะสม เพื่อลดจำนวนเรือประมง และการทำประมงทั้งที่อยู่ในระบบที่เหมาะสม ซึ่งจากบทสรุป ดังกล่าวที่ผ่านมานั้นจะเห็นได้ว่าทำให้ประเทศไทยเรานั้นได้ถูกปลด ปัจจุบันนี้ก็เป็นใบเหลืองแล้ว ทำให้การประมงของไทยนั้นมีการพัฒนาที่ดีขึ้น ซึ่งปัญหาการประมงที่ผิดกฎหมาย เป็นโอกาส ที่จะนำไปสู่การปฏิรูปการทำประมงไทย โดยมีแนวทางและทางออกในการแก้ปัญหาที่สำคัญ ซึ่งได้แก่การปฏิรูประบบราชการ การบังคับใช้กฎหมาย การทำงานแบบบูรณาการของ ทุกภาคส่วน ท่านประธานครับ แล้วก็ที่ผมเห็นด้วยในเรื่องของเหตุผลในการที่ดำเนินการ ในการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็เนื่องด้วยสาเหตุที่ผ่านมานั้น วิกฤติต่าง ๆ ของประเทศไทย ต้องยอมรับว่าการประมงเรานั้นมีปัญหาทำให้ไอยูยู (IUU) นั้นไม่ยอมรับ ปัจจุบันนั้นกาลเวลา ที่ผ่านมาทำให้สถานการณ์ดีขึ้น เพราะฉะนั้นควรที่จะมีการปรับปรุง แก้ไข ไม่ว่าจะเป็นการ ตั้งกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาในปัญหาเรื่องของการประมง ผมอยู่จังหวัดจันทบุรีนั้น พี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็นอำเภอเมือง บ้านบางกะไชย หรืออำเภอแหลมสิงห์ทั้งอำเภอก็ดี หรือในจังหวัดจันทบุรีอีกหลายอำเภอด้วยการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำการประมง ก็มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องของประมงพื้นบ้าน หรือว่าการทำอวนรอ หรือว่าการทำ หลักรอ อะไรก็ตาม เป็นปัญหาที่รัฐบาลควรจะให้การสนับสนุนแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชน การนำแรงงานต่างด้าวหรือการนำลูกหลานออกเรือในการทำประมงก็ดี มีปัญหาทั้งสิ้น ซึ่งสรุปว่าจะทำให้พี่น้องประชาชนนั้นทำมาหากินไม่สะดวก เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ที่ผ่านมา กฎหมายที่ว่าด้วยการประมงควรที่จะดำเนินการให้เป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นกระผม เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านที่กล่าว มาเบื้องต้น เพราะฉะนั้นควรที่จะมีการศึกษา แล้วก็แก้ไขปัญหา เพราะฉะนั้นผมขอสรุปว่า ผมเห็นด้วยในหลักการ แล้วก็ขอให้รับหลักการในวาระ ๒ วาระ ๓ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อ พี่น้องชาวประมงทั่วประเทศ ซึ่งตอนนี้เหลืออยู่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ก็ให้พี่น้องประชาชน ลืมตาอ้าปากได้ เป็นอาชีพที่เป็นหลักให้กับครอบครัวได้ แล้วก็เป็นหลักนำมาซึ่งเศรษฐกิจ ให้กับประเทศไทยของเราต่อไปครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณรักษาเวลานะครับ เหลือ ๕ ท่านนะครับ คำนวณเวลาถ้าเกรงใจเพื่อนอย่าเกินเวลาก็จะไม่เกินครึ่งชั่วโมง ๓ ท่าน ต่อไปคือคุณกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ นางสาวรังสิมา รอดรัศมี เชิญคุณกองตรี อาญาสิทธิ์ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขออนุญาตที่จะ ร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... เพื่อที่จะได้นำความเห็นที่กระผมจะได้กราบเรียนต่อสภาแห่งนี้ ไปพิจารณาในการจัดทำร่างตามกฎหมายแก้ไขพระราชกำหนดที่เรากำลังพิจารณากันอยู่นี้ ต่อไป ก่อนอื่นผมก็ต้องขออนุญาตที่จะย้อนกลับไปถึงพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งบังคับใช้อยู่ในขณะนี้ ผมได้รับฟังจากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้อภิปรายไป หลายประเด็นแล้ว ก็จะใช้เวลาพอประมาณเพียงเล็กน้อยเพื่อที่จะเพิ่มเติมในบางส่วน กระผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งมีพื้นที่ชายฝั่งทะเล ๒๐๐ กว่ากิโลเมตร แล้วก็ครอบคลุมถึงพื้นที่ทั้ง ๖ อำเภอทางด้านชายฝั่งทางด้านตะวันออก ปัญหาเรื่องของการที่รัฐบาลในช่วงสมัยที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติใช้มาตรา ๔๔ ในการ ออกพระราชกำหนดเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาการประมงให้สอดคล้องกับข้อเรียกร้องของสหภาพ ยุโรปหรืออียู (EU) ก็เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องของการประมง โดยมีความมุ่งหมายสำคัญ ก็คือการลดการบังคับใช้กฎหมายการประมงที่เข้มงวด แล้วก็ทำให้เกิดการลดจำนวนปริมาณ ของชาวประมง แล้วก็มีการต้องการที่จะปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งอันนั้นก็เป็นเรื่องที่ จำเป็นจะต้องปฏิบัติในช่วงเวลานั้น ซึ่งคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลในช่วงนั้นได้ปฏิบัติส่วนหนึ่งก็อาจจะ ได้ผลในทางตอบรับกับประเทศทางยุโรป แต่ว่าส่วนที่เป็นผลให้เกิดความกระทบต่อพี่น้อง ประชาชนที่เป็นผู้ประกอบอาชีพทางด้านการประมงของประเทศก็จะต้องแก้ไขในช่วงเวลานี้ ซึ่งได้มีบทวิเคราะห์วิจารณ์อะไรต่าง ๆ อยู่มากมาย ซึ่งเราควรจะนำเอาข้อที่ได้วิเคราะห์ เรื่องที่ได้มีการศึกษาจากพี่น้องชาวประมงทั่วประเทศนำมาใช้เป็นข้อมูลในการที่จะแก้ไข พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่เราบังคับใช้อยู่ขณะนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับ ทุกฝ่าย ผมจึงมีความเห็นชอบแล้วก็เห็นด้วยกับทุกร่างทั้ง ๗ ร่างที่ได้นำเสนอต่อสภาแห่งนี้ จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดทราบ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนายกองตรี อาญาสิทธิ์ นะครับ นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ทั้ง ๗ ร่าง เนื่องจากจังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัด ที่มีอุตสาหกรรมมากเป็นอันดับ ๒ ของประเทศ อุตสาหกรรมหลักก็คืออุตสาหกรรมอาหาร ทะเลแปรรูปที่มีมากกว่า ๕,๐๐๐ โรงงาน ธุรกิจอาหารทะเลนี้ก็เกี่ยวข้องโดยตรงกับอาชีพ ประมง ซึ่งมีทั้งประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้านชายฝั่งทะเล พี่น้องชาวประมงกลับประสบ ปัญหาความเดือดร้อนเผชิญวิกฤติปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด และในปัจจุบันนี้ การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมงก็ยังไม่คืบหน้า จากที่สมาคมประมง แห่งประเทศไทยและสมาคมการประมงสมุทรสาคร รวมทั้งเครือข่ายพี่น้องชาวประมง ๒๒ จังหวัด ได้เข้ายื่นหนังสือต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ จนถึงปัจจุบันนี้ ปี ๒๕๖๖ ปัญหาก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข พี่น้องชาวประมงก็ได้รับความเดือดร้อนอยู่เช่นเดิม เมื่อวานนี้ดิฉันก็ได้รับการประสานงานจากนายมงคล มงคลตรีรักษ์ ซึ่งเป็นนายกสมาคม การประมงสมุทรสาคร ก็บอกว่า พี่ครับ พรุ่งนี้ขอให้พี่เข้าร่วมประชุมแล้วก็รับหลักการ กฎหมายประมงด้วยนะ ดิฉันก็ได้ตอบไปว่า ดิฉันยินดีแล้วก็เต็มใจเป็นอย่างยิ่ง ดังที่ ท่านประธานก็ได้กล่าวว่า การมาประชุมไม่ใช่ความดี แต่เป็นการทำหน้าที่ ส.ส. ซึ่งในวันนี้ ตอนเช้าพี่น้องชาวประมงแล้วก็เครือข่ายผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาประมงก็ได้มาที่ หน้ารัฐสภาดิฉันก็ได้เข้าไปพูดคุยก็ได้รับปากมาว่าวันนี้ดิฉันจะอยู่ร่วมเป็นองค์ประชุม แล้วก็ จะรับหลักการกฎหมายประมงในวันนี้ด้วย เพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวประมงที่จะได้ สามารถประกอบอาชีพได้ อาชีพประมงจะได้ไม่เลือนหายไป ก็ขอฝากเพื่อน ๆ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ทุกพรรคได้ให้ความสำคัญ เห็นใจพี่น้องชาวประมงช่วยกัน รับหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
ครับ ขอบคุณคุณจอมขวัญ ที่รักษาเวลา ต่อไปนางสาวรังสิมา รอดรัศมี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนด การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... คือว่าดิฉันได้เคยไปรับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวประมง ที่มายื่นที่หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ กับท่านกันตวรรณ ตันเถียร แล้วก็ ส.ส. อีกหลายท่าน แล้วก็หลังจากนั้นผ่านมาก็เป็นเวลาหลายปี พี่น้อง ชาวประมงได้รับความเดือดร้อนมาก บางคนดิฉันเห็นแล้วก็น่าสงสาร เรือจอดจนจมไป หลายลำแล้ว แล้วก็ผุ แล้วก็เป็นหนี้เป็นสินมากมาย แล้วก็โดนคดีก็เยอะ และตอนนี้บางคน ก็ไม่มีจะกินเพราะว่าเขาไม่สามารถประกอบอาชีพอะไรได้เลย เพราะฉะนั้นถ้ากฎหมายอันนี้ ได้ผ่านก็จะได้ช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงได้เป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นเหตุผลต่าง ๆ ที่จะต้องแก้ไขดังที่สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายมา ไม่ว่าจะเป็นบทบัญญัติบางประการ จำกัดสิทธิในการทำประมง จำกัดการทำประมงพื้นบ้าน ในเขตทะเลชายฝั่ง กำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิขอรับใบอนุญาตที่ไม่เอื้อต่อการทำการประมง การขนถ่ายสัตว์น้ำในทะเลทำได้เฉพาะเรือขนถ่ายสัตว์น้ำที่จดทะเบียน คณะกรรมการการ ประมงจังหวัดที่มีสัดส่วนที่ไม่เหมาะสมหรือว่าบทกำหนดโทษที่มุ่งพิจารณาเฉพาะขนาด เรือประมง มิได้คำนึงถึงความร้ายแรงของพฤติการณ์ในการกระทำความผิดและความ เสียหายที่เกิดจากทรัพยากรสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม อันนี้ ส.ส. ทุกท่านเลยที่อภิปราย แล้วก็ ทั้ง ๒๒ จังหวัด ก็จะมีปัญหาที่คล้าย ๆ กัน แล้วก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นดิฉันก็จะ ไม่อภิปรายซ้ำแล้วก็เห็นด้วยกับทุกท่านที่อภิปรายมา แต่ว่าเท่าที่ดิฉันฟังมายังมีไม่มีใคร พูดถึงคือว่าชุดทำงานเฉพาะกิจ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้ท่านประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน คณะนี้สร้างปัญหาให้กับพี่น้องชาวประมงเป็นอย่างมาก คือทำให้ทำงาน ล่าช้าด้วย แล้วก็แก้ปัญหาก็ไม่ตรงจุด เพราะฉะนั้นดิฉันก็เสนอว่าให้ควรยกเลิกชุดเฉพาะกิจ ชุดนี้ แล้วให้ท่านนายกรัฐมนตรีนำกลับไปบริหารเอง เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะเรียกร้อง ให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านได้เห็นด้วยกับการแก้ไข แล้วก็สนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ของท่านกันตวรรณ ตันเถียร แล้วก็คณะ เพราะว่าของท่านกันตวรรณก็ได้ผ่าน คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร ได้ใช้เวลาในการพิจารณามาแล้ว แล้วก็มีหน่วยงานต่าง ๆ ได้มาชี้แจงปัญหาต่าง ๆ แนวทางการแก้ไขมาพร้อมแล้ว เพราะฉะนั้นดิฉันก็เห็นด้วยที่จะมีการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณคุณรังสิมาครับ รักษาเวลาไว้ ๒ ท่านสุดท้าย ท่านผู้อาวุโส ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ขอเชิญท่านพิเชษฐ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปฏิวัติ ๒๕๕๗ ปฏิวัติเสร็จ ออก พ.ร.ก. การประมงขึ้นมา จากวันนั้นถึงวันนี้เกิดความเดือดร้อนมหาศาลกับพี่น้อง ชาวประมงคนภาคใต้ ท่านประธานครับ ๗ ร่าง ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้นำเสนอ เข้ามานั้นถือว่าเป็นความเดือดร้อนยากลำบากของพี่น้องที่อยู่ในทะเล หากินกับทะเล ท่านประธานครับ อ่าวไทยมีพื้นที่ชายทะเล ๒,๑๐๐ กิโลเมตร อันดามัน ๙๐๐ กิโลเมตร รวมแล้ว ๓,๐๐๐ กิโลเมตร ประเทศไทยควรจะเป็นประเทศที่มีอิทธิพลทางทะเลคือ ซีเพาเวอร์ (Sea Power) วันนี้เราถูกด้อยค่า ลดค่าลงมาทั้ง ๆ ที่เราสามารถที่จะเป็นประเทศ ที่มีเศรษฐกิจ เขาเรียกว่าสีน้ำเงิน เศรษฐกิจสีน้ำเงินคือเศรษฐกิจทางทะเล จากการวิจัยของ อว. ปรากฏว่าผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศไทยมีอยู่ ๒๐ ล้านล้านบาทต่อปี ทั้งหลาย ทั้งปวงทั้งหมด วันนี้มันเป็นแดนสนธยาสำหรับพี่น้องชาวประมง เขาพึ่งตัวเองมาตลอด สร้างเงินสร้างรายได้ให้กับประเทศ ๘ ปีหลังนี้ ปฏิวัติปุ๊บ อียู (EU) จัดการเลย หัวหน้า คณะปฏิวัติได้โอกาส อียู (EU) ทั้ง ๆ ที่อียู (EU) นั้น เราส่งผลผลิตทางทะเลไปแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่หัวหน้าคณะปฏิวัติจะต้องเชื่อฟัง จะต้องมาจัดการพี่น้องชาวประมง ของคนไทยตามที่อียู (EU) สั่งการ ท่านประธานครับ กรมประมงเหมาเข่ง ศูนย์เอฟเอ็มซี (FMC) ติดตามเรือประมง วันนี้มีรางวัลนำจับ เหมือนตำรวจครับ ทำผิดกฎจราจร ได้เปอร์เซ็นต์ด้วย วันนี้ค่าปรับเรือประมงไม่ใช่ ๑,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ ๕๐๐ บาท ผมตกใจมากปรับทีละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๔ ล้านบาท โอ้โฮ ปรับมหาศาลเลย นี่คือแดนสนธยานะครับ เขาพึ่งตนเอง แต่คุณไป ขูดรีด รีดไถ ไปขึ้นศาลชนะคดีได้เรือคืนครับ แต่ไม่อนุญาตให้เดินเรือ ไม่ให้ใบอนุญาต ไม่ต่อ ทะเบียน ได้แต่เรือคืน แต่ถ้าแพ้คดีต้องยึดเรือเขา เรือลำละ ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท ยึดเรือเขาแล้วให้เจ้าของดูแลต่อ สู้คดี ๓-๕ ปี เรือพังหมดแล้วครับ เรือไม่ได้ออกทะเล ๓-๕ ปี พังหมดแล้ว ให้เจ้าของดูแลต่ออีก ท่านประธานครับ มันไม่หายนะจะไปที่ไหน สู้ก็ตาย ไม่สู้ก็ตาย ยอมเสียค่าปรับ อย่าให้มีเรื่อง อย่าให้ขึ้นศาล ค่าปรับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๒ ล้านบาท ต้องยอมจ่าย นี่คือสิ่งที่เราไม่เคยรู้ การต่อทะเบียนมีหลายโต๊ะ หลายใบอนุญาตเหลือเกิน แล้วช้ามาก บอกว่าต้องรอ ๆ มันอะไรกันครับ เขาทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ หลายแสนล้านบาทต่อปี ใบอนุญาตต่าง ๆ ใบขับขี่ ใบอะไรทั้งหลายทั้งปวงออกทะเลบอกว่า มันเยอะ ใจเย็น ๆ แต่ถ้าอยากจะเร็วจ่ายใต้โต๊ะครับ เป็นไปได้อย่างไรประเทศนี้ เราไม่เคย ทราบว่าทางน้ำมันโหดกว่าทางบก มันโหดกว่ารถยนต์ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ เราจะไม่ปล่อยโอกาสให้กรมประมงหรือเจ้าหน้าที่ทางทะเลได้มาทำกับพี่น้องชาวประมง อีกต่อไป มันโหดร้าย เขาเอาทรัพยากรของประเทศไทยในทะเลมาให้เกิดประโยชน์ ทำรายได้ให้กับประเทศหลายแสนล้านบาท แต่ว่าคนไทยกันเอง ฝ่ายราชการเอง ทำลาย ล้างเขา ขูดรีดเขา ผมคิดว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เราจะแก้ไขกันนี้ น่าจะเป็นประโยชน์กับ พี่น้องชาวเลที่มีพื้นที่ติดทะเลถึง ๓,๐๐๐ กิโลเมตร ผมให้กำลังใจ พร้อมที่จะต่อสู้ร่วมกับ พี่น้องชาวประมงทุกคนครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่พรรคเพื่อไทยได้กรุณายื่นญัตติด่วน ร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... และแก้ไขพระราช กำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๖๐ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าวันนี้คำว่า ประมง ประมงมีทั้งประมงน้ำจืดและประมงน้ำเค็ม ประมงน้ำจืดอันนี้เดี๋ยวจะกล่าวทีหลัง ประมงน้ำเค็ม ประมงชายฝั่ง ประมงน้ำลึก หรือที่ห่าง ๑๒ ไมล์ทะเล ต้องเรียนว่า ประมงไทยนั้นเป็นคนที่เก่งที่สุด ทำธุรกิจก็เก่งที่สุด ผลิตหรือจับปลามาเลี้ยงคนทั้งประเทศ และทั้งโลก ในขณะเดียวกันผมในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกร แห่งประเทศไทย มีกรมประมง มีกลุ่มประมง และสมาคมอยู่ในสังกัด เรามีการประชุมกัน อยู่เสมอ ๘ ปีที่ผ่านมาไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาได้ เจ็บปวด มีการเรียกร้อง มีการร้องเรียน แต่พี่น้องชาวประมงไม่ได้รับการแก้ไขจากรัฐบาลเผด็จการ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้ว พระราชบัญญัติดังกล่าวที่จะแก้ไขนั้นควรจะเริ่มต้นตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ทิ้งเวลามานานพอสมควร เมื่ออาชีพประมงได้มาร้องเรียนกับคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ผมในฐานะ คนหนึ่งที่เป็นคณะกรรมการชุดนี้ เราได้พยายามศึกษาข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ ดังที่ เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไปแล้วนั้นรายละเอียดเกือบครบหมด อาจจะแก้ไขเพิ่มเติมเล็กน้อย ท่านประธานครับ ผมคิดว่าพระราชบัญญัติดังกล่าวการแก้ไขนั้นผมเห็นด้วยและสนับสนุน เพื่อพี่น้องชาวประมงทั้งประเทศ ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ นั้นความเจ็บปวด เพื่อนสมาชิก พรรคเพื่อไทยได้นำเสนอไปแล้ว โดยเฉพาะท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ซึ่งเป็นคนน้ำจืด แต่สามารถศึกษาเห็นใจกับคนน้ำเค็มครับ อย่างไรก็ตามผมกราบเรียนสั้น ๆ ว่าพระราชบัญญัติ ฉบับนี้อยากเห็นแนวทางการแก้ไขอย่างเร็วที่สุด ผมก็ยอมรับความจริงว่าวันนี้ถ้าจะโหวตเสียง สมาชิกก็อาจจะไม่ครบ ก็อยากจะกราบเรียนด้วยความรวดเร็วว่าถ้าหากไม่ครบจริง ๆ ก็ฝากท่านประธานว่าช่วยกรุณาบรรจุในอาทิตย์ต่อไป แล้วก็ตั้งกรรมาธิการแล้วก็พิจารณา รายละเอียดให้เร็ว ถ้าหากว่าไม่ทันในสมัยสามัญนี้ ท่านประธานครับ เปิดประชุมวิสามัญ เพื่อแก้ไขปัญหาในสภาชุดนี้ให้ได้ ท่านประธานครับ ผมฝากคณะกรรมาธิการที่จะได้รับการ แต่งตั้งจากสภาแห่งนี้ โดยเฉพาะยิ่งเขาเรียกประมงน้ำจืดจากลุ่มน้ำเจ้าพระยาตั้งแต่พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง จนถึงปทุมธานี ท่านจะเห็นว่าประมงริมน้ำจะมีกระชังเลี้ยงปลา ท่านทราบไหมว่าถึงยามฤดูก็ต้องไปเสีย ส่งส่วย เหมือนท่านพิเชษฐ์ได้กล่าวไปแล้วว่าประมงทะเลหนักกว่าบนบก เช่นเดียวกันครับ ความเจ็บปวดของพี่น้องชาวประมงทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม ในพระราชบัญญัตินี้ควรจะแก้ไข ให้มันเบ็ดเสร็จเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าปรับนั้นผมไม่เคยเห็นประเทศไหนในโลก ปรับจำนวนมหาศาล ปรับและสร้างวังได้เลย มันไม่ใช่ ไปสร้างคฤหาสน์ได้เลย นี่มันความ เจ็บปวดจริง ๆ กว่าจะได้กำไร ผมรู้จักนายกสมาคมประมงเกือบทุกที่และเคยดูแล กรมประมงด้วย จึงกราบเรียนด้วยความเคารพว่าในเจ้าหน้าที่ก็เช่นเดียวกัน อย่าเอาความ เจ็บปวดของเขามาเป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้อยากให้เขียนให้มันชัดเจน อย่าเขียนแล้วต้องตีความ ฝากคณะกรรมาธิการทุกท่านด้วยที่เป็นกรรมาธิการชุดที่สภา แห่งนี้จะแต่งตั้ง ขอให้เขียนให้ชัดเจน ระบุชัดเจนอะไรคืออะไร ห้ามตีความ ขอบพระคุณ ท่านประธานมากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิก ได้อภิปรายหมดทั้ง ๑๓ ท่าน จบแล้วนะครับ โดยที่ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอมีสิทธิที่จะ สรุปทุกฉบับ มีฉบับเดียวขอสรุป คือ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง นอกนั้นไม่ประสงค์จะสรุป ขอเชิญท่าน พันตำรวจเอก ทวี สรุปโดยสรุปนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ในฐานะ ๑ ใน ๗ ที่ได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติ ผมต้องขอขอบคุณสมาชิก ที่ได้ร่วมกันอภิปราย อยากจะเรียนท่านสมาชิกว่าการบัญญัติกฎหมายเราต้องมีเป้าประสงค์เดียว เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน กฎหมายพระราชกำหนดประมงที่เกิดขึ้นนั้นเราจะเห็นว่า เป็นกฎหมายที่เกิดขึ้นที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม เป็นกฎหมายที่ต้องการให้คนกลุ่มหนึ่ง มีความสุข แต่ให้ชาวประมงและพี่น้องคนไทยที่มีอาชีพประมงทั้งประเทศต้องทนทุกข์ แล้วก็พัฒนาเรื่อยมาจนถึงขั้นถูกกดดัน ถูกละเมิดสิทธิเป็นเวลานานมากในเวลา ๗ ปี ที่ไม่น่าเชื่อว่าอาชีพประมงเกือบจะสูญสลายไป แม้พระราชกำหนดจะมีบางส่วนที่อาจจะมองว่าเป็นเรื่องดี แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นหลักการ ออกกฎหมายที่ให้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ให้ดุลยพินิจของผู้บังคับใช้กฎหมายและให้ ดุลยพินิจของศาล ซึ่งในหลักการนั้นการออกกฎหมายที่ดีจะต้องมีข้อความชัดเจน ไม่คลุมเครือ ไม่แอบแฝง ดังนั้นการบัญญัติกฎหมายที่ชัดเจนจึงหนีไม่พ้นควรที่จะให้ ผู้แทนประชาชนที่มีความปราดเปรื่องและมีความรู้ได้เข้ามาร่วมกันออกกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ ความเลวร้าย ความรุนแรงของกฎหมายจะทับถมทวีขึ้น เมื่อกฎหมายอยู่ในอุ้งมือของคนกลุ่มหนึ่ง การตีความ การใช้ดุลยพินิจก็จะอยู่ในส่วนของ เจ้าหน้าที่ ซึ่งมีผลกระทบอย่างมากมาย วันนี้เราเหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนสภาก็จะครบอายุ ถ้าเราได้รับร่างกฎหมายฉบับนี้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ คือกรณีพระราชบัญญัติ ที่ยังมิได้ให้ความเห็นชอบจากสภา เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่และภายใน ๖๐ วัน ถ้ารัฐบาลใหม่ เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้มีความจำเป็น มีความสำคัญก็สามารถยื่นให้ท่านประธานสภา หรือวุฒิสภา อยู่ขั้นวุฒิสภาแล้วแต่กรณีพิจารณาต่อได้ ผมคิดว่าเราไม่มีความสายสำหรับ ปัญหาของประชาชน เมื่ออยากให้สภาแห่งนี้ได้รับร่าง อย่างน้อยที่สุดก็เป็นจุดเริ่มต้น เรามี รัฐบาลใหม่ รัฐบาลก็ต้องมาจากประชาชน อยากจะเรียนท่านประธานว่าประชาชนไม่ได้อยู่ รับใช้รัฐบาล แต่รัฐบาลต่างหากที่ต้องอยู่รับใช้ประชาชน พี่น้องประมงที่ต้องเดินทางไกล ด้วยความยากลำบากเขาก็ต้องการที่อยากจะปลดโซ่ตรวน ปลดความอยุติธรรมออกมา ดังนั้นผมจึงเรียกร้องและขอวิงวอน ผมดูในที่ประชุมแห่งนี้ท่านประธานทำหน้าที่ได้ดีที่สุด แต่ว่าสมาชิกเราค่อนข้างจะน้อยไป ถ้าเราทิ้งเวลาไว้มากขึ้น เช่นในวาระครั้งหน้ามีการ อภิปรายทั่วไป ซึ่งการอภิปรายทั่วไปเพื่อสอบถามรัฐบาลก็จริง แต่มันเป็นการอภิปรายที่ผม อยู่ในกลุ่มฝ่ายค้านที่จะมีความรุนแรงแล้วก็มีกฎหมาย แล้วมีข้อมูลที่ชัดเจน ผมเกรงว่าสภา รัฐบาลอาจจะชิงหลบหรือไม่ให้มีการอภิปรายด้วยวิธีต่าง ๆ ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่า เราจะมีช่องทางอย่างไรที่สามารถ ถ้าวันนี้สมาชิกไม่ครบเราจะมีช่องทางอย่างไรที่จะลงมติ และตั้งกรรมาธิการ อย่างน้อยที่สุดก็เป็นหลักประกันให้กับประชาชนทั้งประเทศว่าทุกข์ของ ประชาชนจะได้รับการแก้ไข ผมจึงขอฝากท่านประธานซึ่งมีประสบการณ์และวิสัยทัศน์ ที่กว้างไกล เชื่อว่าจะแก้ปัญหาอันนี้ได้ครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านสมาชิก ที่จริงแล้ว พ.ร.บ. ฉบับนี้มีผู้เสนอถึง ๗ ท่านนะครับ ไม่ทราบว่ายังมีท่านใดยื่นความจำนง ที่อยากจะขออภิปรายสรุปไหมครับ ท่านศักดินัย นุ่มหนู ใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ผมขอสรุปในช่วงท้ายเพียงสั้น ๆ เพื่อที่จะไม่รบกวนเวลาของสภามากนะครับ หลักการของการที่จะตรากฎหมายนะครับ กฎหมายนั้นจะต้องมีส่วนสำคัญในการที่จะต้องส่งเสริมชีวิตของพี่น้องประชาชนให้อยู่ดีกินดี มีความเจริญก้าวหน้า กฎหมาย พ.ร.ก. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ นั้นเป็นกฎหมายที่ออกมา กำกับและควบคุม ในขณะเดียวกันมีบทลงโทษที่หนักและรุนแรง ถ้าวันนี้กฎหมายฉบับนี้ ดีจริง ชีวิตของพี่น้องประชาชนที่เป็นชาวประมงนั้นก็ต้องลืมตาอ้าปากได้ จะต้องไม่เผชิญกับ ภาวะที่หายนะ เปลี่ยนอาชีพ ล้มละลาย บางรายถึงต้องฆ่าตัวตาย นั่นก็แสดงว่าสิ่งที่รัฐบาล กฎหมายที่เราถือใช้อยู่นั้นเป็นอุปสรรคเป็นข้อจำกัดจริง ๆ ในการที่ จะทำให้พี่น้องชาวประมงนั้นไม่สามารถที่จะลืมตาอ้าปากได้และนำมาสู่ชีวิตของการล่มสลาย และมันไม่ใช่แค่เพียงพี่น้องชาวประมงเท่านั้น อุตสาหกรรมที่มีความร้อยรักข้างเคียงกันนั้น ก็พลอยที่จะถึงกับวิบัติไปด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้สมาชิกหลายท่านที่ได้ให้ความสนับสนุน กฎหมายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ก็เป็นเรื่องที่จะให้โอกาสกับพี่น้องชาวประมงมีโอกาสได้เข้ามามีชีวิตในการที่จะเดินต่อไปได้ เป็นความหวังของเขาจริง ๆ เพียงแต่ว่าผมอยากที่จะเรียกร้องแล้วก็วิงวอน อย่างที่ท่าน ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ได้พูดถึงว่ากฎหมายฉบับนี้ทุกคนพูดเหมือนกันหมดว่ามีความสำคัญ และเห็นใจต่อพี่น้องชาวประมง เพราะฉะนั้นจะทำให้สภาแห่งนี้หยิบปัญหาของพี่น้อง ชาวประมงที่เขาเดือดร้อนกันจริง ๆ เข้ามาอยู่ในระเบียบวาระที่จะได้ทันวาระการประชุม ในครั้งนี้ อันนี้ผมก็คิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ชีวิตที่มันลำบากยากแค้นมันไม่ควรที่ จะต้องรอสามารถที่ดำเนินการได้ เพราะฉะนั้นสภาจะต้องเข้าใจในชีวิตที่เผชิญอยู่ในขณะนี้ ก็เรียกร้องว่าเรื่องนี้จะต้องได้รับการผ่านภายในระยะเวลาที่เราพอมีอยู่นั้นสามารถทำให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านสภาไปได้ ก็ขอฝากความหวังนี้แทนพี่น้องชาวประมงด้วย ขอขอบคุณ มากครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านผู้เสนอยังมีท่านใดที่จะสรุปไหมครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ หนึ่งในผู้เสนอร่าง พ.ร.บ. อยากจะเรียนกับท่านประธานแบบนี้ว่า🔗
คุณวรศิษฎ์ นิดหนึ่งนะครับ ผมขอเรียนท่านสมาชิกให้ทราบว่าคือวันนี้เราต้องขอร้องท่านสมาชิกว่า อย่างไรเราก็จะต้องมีการลงมติ เพราะร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนด การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... พออภิปรายจบแล้วเราควรจะได้ตั้งกรรมาธิการในการ ดำเนินการที่จะไปศึกษาต่อไป เพื่อจะให้ได้กลับเข้าสู่สภาให้มันทันเพื่อจะได้ประกาศใช้ต่อไป เชิญคุณวรศิษฎ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดสตูล ท่านประธานครับ ผมเป็นหนึ่งในผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่สภา ก็อยากจะสรุปแบบนี้ว่าถ้าสิ่งที่รัฐบาล ทำมาก่อนหน้านี้คิดว่าดีคิดว่าถูกแล้วผมว่าวันนี้ไม่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่เฉพาะผมที่คิดแบบนี้ แต่เป็นความคิดของพี่น้องชาวประมงทั้งประเทศ เมื่อสักครู่มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านหนึ่งได้เอ่ยชื่อถึงท่านประธานมงคล ซึ่งเป็นประธานสมาคมประมงแห่งประเทศไทยว่า สิ่งที่รัฐบาลควรจะทำคือการออก พ.ร.ก. ออกมาเพื่อล้าง พ.ร.ก. ฉบับเก่า อันนี้ผมเห็นด้วย แต่นอกจากรัฐบาลไม่ได้ทำแล้ว วันนี้ดันจะออกกฎกระทรวงมาเพิ่มอีก ซึ่งเป็นกฎกระทรวง เกี่ยวกับให้รางวัลนำจับกับเจ้าหน้าที่ ทุกวันนี้มันจะตายกันอยู่แล้ว แล้วจะมาเพิ่มรางวัล นำจับให้เจ้าหน้าที่มีแรงจูงใจในการจับกุมพี่น้องชาวประมงเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้น อยากจะฝากดัง ๆ ไปถึงท่านรัฐมนตรี ท่านอย่าออกมาเลยครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มันจะทำให้พี่น้องชาวประมงเดือดร้อนขึ้นอีกเยอะ จะให้ ผมกราบก็ได้ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ เมื่อท่านผู้เสนอได้อภิปรายสรุปแล้ว ต่อไปเราก็จะได้มีการลงมตินะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ต้องขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่าวันนี้ตั้งแต่เช้าผมว่าวันนี้เป็นอีก ๑ วันที่เราได้เห็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนร่วมมือกันในการที่จะพิจารณากฎหมาย ต่าง ๆ มากมาย ไล่มาตั้งแต่กระทู้ ไล่มาตั้งแต่เรื่องรายงาน และขณะนี้ก็เป็นกฎหมายสำคัญ แต่ต้องเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ แล้วก็ด้วยความสัตย์จริงว่าถ้าเรายัง เดินหน้าต่อมันก็คงมีปัญหาเกิดขึ้นไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ดังนั้นผมขออนุญาตนำเรียน ท่านประธานครับ วันนี้จบให้สวยครับ ท่านประธานก็นำการลงมติไปลงมติในการประชุม ครั้งถัดไปครับ ขออนุญาตด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานขออนุญาตครับ ผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี พรรคพลังประชารัฐ ขอหารืออนุญาตหารือท่านประธานนะครับ จากที่ผมฟังการอภิปรายโดยเฉพาะใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมเห็นว่าสมาชิกมีการอภิปรายไปในแนวทางเดียวกันทั้งนั้นเลยนะครับ คือในการที่ จะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะฉะนั้นผมว่าขออนุญาตหารือท่านประธาน ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ การอภิปรายมันได้จบไปแล้วนะครับ ถึงแม้จะเห็นไปในแนวทางเดียวกันแต่ว่าเมื่อมันเป็น พ.ร.บ. เป็นกฎหมายก็จำเป็นต้องได้ขอมติ ฉะนั้นเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก ผมเห็น ท่านสมาชิกอยู่ข้างนอกเยอะอยู่ เชิญท่านจุลพันธ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ๒-๓ ประเด็น ๑. ก็คืออันนี้เป็น พ.ร.บ. ครับ เพราะฉะนั้นการลงมติเราจะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ไม่ได้ จำเป็นจะต้องลงมติในประเด็นแรกก่อน ประเด็นที่ ๒ ผมก็เห็นปัญหา แต่ผมอยากจะให้ ท่านประธานกดออดครับ แล้วก็เรียกให้เพื่อนสมาชิกเข้ามาในห้อง ผมไม่แน่ใจว่าจะมีคนอยู่ พอหรือไม่ แต่เวลานี้ก็พรรคเพื่อไทยก็ยังอยู่ แล้วก็ท่านผู้นำฝ่ายค้าน นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ก็นั่งอยู่ข้างหน้าผม ก็รอลงมติให้กับ พ.ร.บ. แก้ไขเรื่องของพระราชกำหนดประมง แต่ท่านประธานครับ ในกรณีที่ไม่อยากให้เกิดคือองค์ประชุมในวันนี้ไม่ครบ ผมก็อยากจะ เรียนถามผ่านท่านประธาน ท่านรองประธานผ่านไปยังท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร หากท่านจะกรุณาเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ได้เดินหน้า ขอนัดเป็นพิเศษในสัปดาห์สุดท้าย เพราะสัปดาห์หน้าเรามีการประชุมอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติคือมาตรา ๑๕๒ สัปดาห์ สุดท้าย วันที่ ๒๒-๒๓ กุมภาพันธ์ จะมีวาระที่เราจะสามารถประชุมเรื่องกฎหมายของ สภาผู้แทนราษฎรได้อีกครั้งหนึ่ง ถ้าท่านประธานจะกรุณานัดเป็นพิเศษเพื่อบรรจุวาระ เรื่องของ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... นี่นะครับ ก็จะเป็นประโยชน์ครับ ก็ขอกราบวิงวอนให้กับพี่น้องชาวประมงผ่านท่านประธานไปยัง ท่านประธานสภาครับ🔗
เดี๋ยวเรื่อง ที่ท่านจุลพันธ์หารือกันเดี๋ยวเอาไว้หารือกันต่อไปนะครับ ผมขออนุญาตเมื่อมีท่านสมาชิก คิดว่ายังมีเยอะอยู่ในห้องประชุมครับ พรรคไหนก็พอ ๆ กันนั่นแหละครับ ไม่ต้องบอกว่า พรรคโน้นพรรคนี้หรอกครับ ผมอยู่ข้างบนนี่ผมเห็น ท่านพิเชษฐ์มีอะไรไหมครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ขออนุญาตท่านประธาน วันนี้ท่านประธานขยันเป็นพิเศษนะ ธรรมดาแล้ว สภาพการณ์แบบนี้ต้องปิดประชุม แล้วก็เอาไปพิจารณาหรือไปโหวตในครั้งหน้า วันนี้ ท่านขยันนะครับ ท่านจะโหวตได้อย่างไรครับ ท่านกลับมาท่านจะโหวตได้อย่างไร ถ้าท่านทำ วันนี้นะ แล้วท่านทำให้มีการโหวตวันนี้ผมคิดว่าท่านทำไม่เหมาะสมนะครับ🔗
เชิญท่าน สมาชิกอยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุม ก่อนที่จะมีการลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ ก็ท่านพิเชษฐ์ถามหาผมไม่ใช่หรือ เชิญครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเชิญครับ เชิญท่าน สมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมนะครับ เพื่อจะได้มีการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ ถ้าหากว่าองค์ประชุมครบเราก็จะมีการลงมติ เพราะพี่น้องชาวประมงเรารออยู่นะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมแล้วกรุณาได้แสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานคะ จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ๐๕๑ แสดงตนค่ะ🔗
๐๕๑ แสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ผู้แทนลพบุรี พรรคเพื่อไทย🔗
พอแล้วครับ🔗
ไม่ใช่อภิปรายครับ🔗
ให้มีการ ตรวจสอบองค์ประชุมแล้วครับ🔗
ผมเป็นห่วงท่านประธานจะเสียบุคลิก ถ้าวันนี้ไม่ครบ ท่านพิเชษฐ์ได้เสนอบอกว่ากฎหมายฉบับนี้มันจำเป็น แล้วคนก็รอ ถ้าหากว่า จะผัดไปก่อน🔗
พอแล้วครับ มันก็มีค่าเท่ากันนั่นแหละครับ เราไม่ครบมากี่ครั้งแล้วครับ นับไม่ถ้วนแล้วที่ไม่ครบ ฉะนั้น วันนี้จะไม่ครบอีกสักวันหนึ่งก็ไม่ได้เสียหายอะไร เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๘๙ อำนาจ วิลาวัลย์ แสดงตนครับ🔗
๔๘๙ แสดงตนครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องได้เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วิรัช พันธุมะผล ผมขอเรียนว่ากฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนครับ ขอให้ใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมงในการเรียกครับ พวกเราอาจจะอยู่รอบ ๆ แถวนี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ก็จะรอให้ เต็มที่แหละครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมครับ ส่วนท่านที่เข้า ห้องประชุมแล้วก็กรุณาได้เสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ เข้าใจว่าจะเป็นสถิติใหม่แล้วครับ น้อยที่สุดเท่าที่ท่านประธาน เคยแสดงผลมาครับ🔗
ไม่เป็นไรครับ เท่าไรก็บันทึกเอาไว้ เพราะมันช่วงสุดท้ายของอายุสภาแล้วนะครับ เพื่อนเราก็กำลังทยอย เข้ามาเรื่อย ๆ นะครับ🔗
ท่านประธานคะ เบญจา แสงจันทร์ ๑๙๙ แสดงตนค่ะ🔗
ท่านเบญจา ๑๙๙ แสดงตนนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องอาหารก็เข้าห้องประชุมก่อนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ๒๐๑ แสดงตนครับ🔗
ท่านปกรณ์วุฒิ ๒๐๑ แสดงตนครับ ท่านพิเชษฐ์แสดงตนด้วยนะครับ อยู่ในห้องแต่ไม่แสดงตนก็ไม่มี ประโยชน์นะครับ เห็นกำลังจะเดินออกไปข้างนอก🔗
ท่านประธานครับ ผมแสดงตน เรียบร้อยแล้วครับ🔗
ก็อยู่รอลงมติ ก่อนนะครับ อย่าเพิ่งออกไป🔗
ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม กดไว้เรียบร้อยแล้วครับ🔗
อยู่รอลงมติ ก่อนนะครับ ท่านอุบลศักดิ์ครับ🔗
ไปตรวจสอบชื่อได้เลย กดไป เรียบร้อยแล้ว🔗
เดี๋ยวผมจะ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบดู เชิญนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเชิญเข้าห้องประชุมครับ ส่วนที่อยู่ข้างในก็กรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ เอาขนาดครึ่งที่ท่านประธานชวน ทำสถิติเอาไว้ดีไหมครับ🔗
ท่านประธานครับ ท่านประธานชวนทำสถิติใหม่ไปเรียบร้อยแล้วครับ ๒ ชั่วโมงกว่าครับท่าน ครึ่งหนึ่ง ก็ต้องชั่วโมงครึ่งครับท่าน🔗
ก็ประมาณนั้น แหละครับ เดี๋ยวเพื่อนเราที่ยังไปไม่ไกลก็น่าจะกลับลงมาช่วยกัน ขอแต่ละพรรคช่วยส่งไลน์ (Line) เชิญท่าน ส.ส. เข้ามาช่วยกันลงมตินะครับ เพราะกฎหมายฉบับนี้พี่น้องชาวประมงเรา รออยู่นะครับ เพราะถ้าวันนี้ไม่ได้ลงมติ ไม่ได้ตั้งกรรมาธิการ ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะได้กลับเข้ามา พิจารณาทันไหม ถ้าทันแล้วก็ต้องไปวุฒิสภาอีกนะครับ ฉะนั้นเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและ สำคัญมาก ช่วย ๆ ตามกันนะครับ เพราะอย่างไรวันนี้ต้องได้ปิดการแสดงตน แล้วใครอยู่ ใครไม่อยู่ก็ต้องโชว์ให้พี่น้องชาวประมงได้เห็นครับว่าใครรักชาวประมงจริงหรือรักแต่ปาก🔗
ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ พรรคก้าวไกลครับ ต้องขออนุญาตขัดใจท่านประธานครับ บังเอิญว่าทางพรรคก้าวไกล เราไม่ได้ใช้ไลน์ (Line) แล้วครับ เป็นใช้แอปพลิเคชัน (Application) อื่น จะขออนุญาต ใช้แอปพลิเคชัน (Application) อื่นได้ไหมครับ🔗
ได้ครับ🔗
ขอบพระคุณครับ อย่างนั้น เดี๋ยวผมจะให้เพื่อนส่งโทรเลขตามเพื่อนครับ🔗
ขอบคุณครับ รออีกสักหน่อยนะครับ ถ้าตัวเลขไม่ขยับเลยสัก ๕ นาที ๑๐ นาที ก็อาจจะต้องให้เจ้าหน้าที่ สรุปผลการแสดงตน🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ คำพอง เทพาคำ พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานแสดงตนแล้วนะครับ🔗
แสดงตน แล้วครับ🔗
ผมคิดว่าท่านประธานน่าจะเป็น ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ประกาศผลการแสดงตนได้คะแนนน้อยที่สุดแล้วครับ บันทึกไว้ ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้นะครับ🔗
ก็ได้บันทึก เอาไว้ในสภาสักอย่างก็ดีครับ ท่านสมาชิกแสดงตนกันทุกท่านแล้วในห้องประชุม ถ้าแสดงตน ทุกท่านแล้วเจ้าหน้าที่รายงานผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุมอยู่ในขณะนี้ ๘๙ ท่าน บวก ๔ ท่าน ที่แสดงตัวทางไมโครโฟนก็เป็น ๙๓ ท่าน ไม่ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ท่านประธานก่อนปิดครับ ท่านประธาน จะกรุณานัดเป็นวาระพิเศษในสัปดาห์สุดท้ายได้หรือไม่ครับ🔗
ผมได้หารือ ท่านประธานชวนแล้ว ท่านประธานชวนบอกว่าเดี๋ยวค่อยหารือกัน แล้วก็แจ้งให้ท่านทราบ ก็คิดว่าน่าจะเป็นไปได้ครับ🔗
ก็ขอความกรุณาครับ ในนามของ พรรคเพื่อไทยแล้วก็พรรคร่วมฝ่ายค้านให้ความหวังกับพี่น้องประมง เรายังเหลือสัปดาห์ สุดท้ายของการประชุม ท่านประธานกรุณาด้วยครับ🔗
ก็ประชุม คราวต่อไปก็ให้ท่าน ส.ส. ของแต่ละพรรคอยู่กันให้ครบก็แล้วกันครับ เพราะถ้าพร้อมแต่ว่า มีสมาชิกไม่กี่คนอย่างวันนี้ก็คงไม่มีประโยชน์อะไรหรอกครับ ขอปิดประชุมครับ🔗