รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ
วันศุกร์ที่ ๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
------------------------------
ก่อนเข้าสู่ ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้มีการปรึกษาหารือ ตามลำดับรายชื่อและเวลาที่ยื่น โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาที ท่านแรกผมขอเชิญท่าน ดอกเตอร์มหานิยม เวชกามา ตามด้วยท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมมาทวงสิทธิให้ชาวบ้าน เพราะราชการลืม ผมได้ขอให้ประธาน สภาผู้แทนราษฎรทวงเอกสารสิทธิให้ชาวบ้านนิรมัย บ้านนาล้อม หมู่ ๕ หมู่ ๙ หมู่ ๑๒ ตำบลกุสุมาลย์ อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร ๓ หมู่บ้าน มีบ้านเรือนอยู่ ๘๐๐ กว่าหลังคาเรือน ตั้งมาแล้ว ๗๒ ปี มีโรงเรียนขนาดใหญ่ มีวัดวิสุทธิวงศ์ ซึ่งเป็นวัดคาทอลิกขนาดใหญ่ ได้หารือแล้ว ๖ เดือน ไม่มีอะไรคืบ ๒. ชาวบ้านขออนุญาตกรมป่าไม้มาแล้ว ๒ ปี ไม่คืบ ขอถนนเข้าหมู่บ้านโนนเจริญ หมู่ ๙ ตำบลกกปาซิว อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร จากคุ้มหนองผำ บ้านบ่อเดือนห้า ตำบลโคกภู อำเภอภูพาน ระยะทาง ๓ กิโลเมตร กรมทางหลวงชนบท โดย ผอ. นพดล แขวงการทางสกลนคร แจ้งว่าได้จัดงบประมาณสร้างถนน สะพานข้ามห้วย แต่จนบัดนี้ ยังไม่ได้รับอนุมัติจากกรมป่าไม้ นายเหลือ ชีมูล ผู้ใหญ่บ้าน และ อบต. ทวงถามไปแล้ว ๒๐ กว่าครั้ง ขออนุญาตขยายเขตไฟฟ้าให้กลุ่มทอผ้าครามและผ้ามัดหมี่ ผ้าจก วงศ์พระจันทร์ ที่ตั้งอยู่ในเขตสำนักสงฆ์วัดสุวรรณาราม ตำบลบ้านแป้น หมู่ ๑๐ อำเภอโพนนาแก้ว มีสมาชิก ๒๓ คน แล้วก็ขอเพิ่มหม้อแปลงพลังงานไฟฟ้า ๓๐ แอมป์ เป็น ๑๐๐ แอมป์ ให้แก่ชาวบ้าน จำนวน ๓๒ ครัวเรือนที่อยู่บนถนนสายบ้านแป้น ที่ว่าการอำเภอโพนนาแก้ว แล้วขอขยายเขตไฟฟ้า นายสมหวัง ใยวังหน้า นายกเทศบาลตำบลบ้านโพน อำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร ร้องเรียนว่าชาวบ้าน ๗ หมู่บ้าน ในเทศบาลตำบลบ้านโพน จำนวน ๕๐ ครอบครัว ที่ขยายหมู่บ้านไปอยู่ในไร่นา ไม่มีไฟฟ้าใช้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกียรติ ตามด้วยท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนในเขตพื้นที่ หลายเรื่อง คือ ๑. เส้นทางสาย ๔๐๕๙ ของถนนชนบท กม. ๔+๒๐๐ บ้านเขาหมูมัน ถึงบ้านดงหลุ่ม เป็นระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตร ทางหลวงชนบทได้ก่อสร้าง แล้วก็ไม่มี งบประมาณที่ก่อสร้างต่อเพิ่มเติม เป็นทางที่ต้องใช้ขนส่งพืชไร่ เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด และอีกหลายอย่าง และขอให้ทางหลวงชนบทจังหวัดลพบุรีช่วยดูแลเพิ่มเติมขึ้น และทางสายที่ ๒ เป็นของกรมทางหลวง ทางหลวงหมายเลข ๓๓๒๖ บ้านวังเพลิง บ้านสระโบสถ์ บ้านหนองม่วง ระยะทางประมาณ ๓๐ กิโลเมตร เส้นทางเส้นนี้มีโรงงาน น้ำตาลอยู่ ๑ โรง แล้วก็มีรถจำนวนมากผ่านมา และช่วงเทศบาลสระโบสถ์ก็ขอให้ขยายเป็น ๔ ช่องจราจร แล้วก็ส่วนที่เหลืออยู่อยากจะให้ปรับปรุงบูรณะเพิ่มเติมขึ้น แล้วก็เส้นทางที่ ๓ สายบ้านปรางค์น้อย บ้านนางผมหอม อำเภอลำสนธิ แยกทางหลวง หมายเลข ๓๐๒๐ ของทางหลวงชนบท ถึงบ้านจงโกใน บ้านหนองผักบุ้ง น้ำตกวังแสนดี ระยะทาง ๓ กิโลเมตร ซึ่งประสบกับอุทกภัย ไม่มีหน่วยงานที่มาดูแล ทิ้งไว้ ๒ ปีแล้ว และเส้นทางสาย ๓ บ้านจงโกใน สามแยกบ้านซับสมบูรณ์ จรดทางหลวง หมายเลข ๓๐๒๐ เช่นกัน ระยะทาง ๔ กิโลเมตร ก็ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดูแล เพราะว่าต่างคนต่างโยนไปโยนมาว่า ไม่ใช่เส้นทางที่รับผิดชอบกัน ขอให้สำนักงานจังหวัดหรือทางหลวงชนบทช่วยดูแล เส้นทาง อีกเส้นคือเส้นทางสายบ้านเกาะเกตุ ทางหลวงชนบท ลบ. หมายเลข ๔๑๘๒ กม. ๐ บ้านโคกเจริญ บ้านวังกระโดน ระยะทางประมาณตลอดสาย ขอให้ทางหลวงชนบท ช่วยดูแลด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศิรสิทธิ์ ตามด้วยท่านศิริพงษ์ รัสมี นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอปากช่อง พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เนื่องจากช้างป่าที่อยู่บนวนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้น ได้บุกรุกลงมาในเขตตำบลหมูสี ตำบลโป่งตาลอง ตำบลหนองน้ำแดง ตำบลวังกะทะ และตำบลใกล้เคียงที่อยู่ใกล้ ๆ กับวนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ช้างป่าทำร้ายร่างกาย ทำลาย ทรัพย์สิน กัดกินพืชผลทางการเกษตร ทำให้พี่น้องประชาชนเสียหาย เดือดร้อนมาก เคยหารือในสภาแห่งนี้หลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ได้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาหาแนวทางแก้ไขเรียบร้อยแล้ว รวมเป็นเล่มสวยงาม แต่ก็ไม่ได้มี ความคืบหน้าในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด ท่านประธานครับ ช้างลงมาทุกวัน กัดกินพืชผลทางการเกษตรทุกค่ำคืน สร้างความเสียหาย ให้กับพี่น้องประชาชนแสนสาหัส จึงขอฝากท่านประธานครับ เอาความเดือดร้อนนี้ผ่านไปยัง ท่านประวิตร ท่านประยุทธ์ ท่านวราวุธ ศิลปอาชา ให้ลงมาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนด้วย🔗
เรื่องต่อมาครับ ถนนสาย ๒๒๔๓ บ้านหลังเหว มอเตาถ่าน ตำบลปากช่อง ได้มีการร้องขอให้ขยายถนนซึ่งเป็นถนนที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ช่วงนี้ทำการขยายเป็น ๔ เลน (Lane) ช่วงสั้น ๆ ต้องการให้ขยายตลอดเส้นทาง ฝากท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้จัดสรรงบประมาณลงมาเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหา ตรงนี้ด้วย และถนนสายบ้านปากไผ่ ตำบลจันทึก เชื่อมบ้านคลองลึก ลำพญากลาง ทางหลวงหมายเลข ๒๒๔๗ ได้ร้องขอให้ขยายสะพานและขยายถนน ตอนนี้ได้รับ งบประมาณขยายสะพานแล้ว แต่ยังไม่ได้ขยายถนน จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้จัดสรรงบประมาณมาแก้ไขปัญหาตรงนี้ให้เกิดความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนด้วย🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศิริพงษ์ ตามด้วยท่านสุเทพ อู่อ้น ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
วันนี้มีเรื่องที่ปรึกษาหารือ กับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรก ก็คือปัญหาใหญ่เรื่องหนึ่ง เนื่องจากหน้าสำนักงานเขตหนองจอก มีถนนเพียง ๒ เลน (Lane) ถนนที่มาจากถนนสังฆสันติสุข ถนนเชื่อมสัมพันธ์ ถนนเลียบวารี จะมุ่งเข้าสู่ถนนด้านหน้าสำนักงานเขตหนองจอก มีถนนเพียง ๒ เลน (Lane) เพราะฉะนั้น การจราจรช่วงเร่งด่วนตอนเช้าจะติดเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรงนั้นประมาณ ๑๐ กว่าหน่วยงาน มีศูนย์เด็กอ่อนก่อนวัยเรียนกระทุ่มราย โรงเรียน หนองจอกพิทยานุสรณ์ โรงพยาบาล แล้วก็สถานที่หน่วยงานราชการอย่างมากมาย ๑๐ กว่าหน่วยงาน เช้ามาในเวลาเร่งด่วนประมาณนับหมื่นคนที่ใช้เส้นทางด้านหน้า ผมได้มี การปรึกษาหารือไปหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการ คงต้องฝากท่านประธาน ผ่านไปยังสำนักงานเขตหนองจอกไปยังกรุงเทพมหานครในเรื่องของการทำสะพานลอย หรือว่าขยายผิวจราจร เพื่อให้การจราจรลดการติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วน🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ คงต้องขอขอบคุณทางสำนักงานเขตหนองจอก และกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เนื่องจาก ๓ ปีที่ผ่านมาในพื้นที่ เขตหนองจอกซึ่งเป็นพื้นที่ที่กว้างถึง ๒๓๖ ตารางกิโลเมตร มีคลองถึง ๑๐๔ คลอง สะพาน ที่เป็นสะพานไม้มีอยู่ ๕๐ กว่าสะพาน แต่ ๓ ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมาได้ปรับปรุงจากสะพานไม้ เป็นสะพานปูน อย่างที่บนสไลด์ (Slide) ได้เห็นอยู่ ๔๐ สะพานแล้ว ทั้งนี้ทางกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตหนองจอก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำดี ผมขออนุญาตชมเชยในสภาแห่งนี้ แล้วก็เหลืออีก ๑๐ กว่าสะพานคงต้องดำเนินการต่อ ผมในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้อง ประชาชนชาวเขตหนองจอก พี่น้องขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมา ณ โอกาสนี้ด้วย หนองจอกต้องดีขึ้นกว่าเดิม ส.ส. ศิริพงษ์ รัสมี ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุเทพ ตามด้วยท่านวิรัช พันธุมะผล นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เครือข่าย แรงงาน มีเรื่องหารือท่านประธานดังนี้นะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ จากการปิดสภาได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องผู้ใช้แรงงานจาก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดฉะเชิงเทรา เห็นได้ว่าขณะนี้มีการ เปลี่ยนแปลงเรื่องของการจ้างแรงงานจากเดิมที่มีการจ้างแบบไม่กำหนดระยะเวลา มีการเปลี่ยนแปลงเป็นการกำหนดระยะเวลา ๓ เดือน ๖ เดือน ๙ เดือน ๑๑ เดือน แล้วก็มี การต่อสัญญา ซึ่งทำให้ขาดความมั่นคงในการจ้างแรงงาน🔗
เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องของบอร์ด (Board) ประกันสังคม ซึ่ง คสช. ใช้อำนาจ มาตรา ๔๔ แต่งตั้งมา ขณะนี้ ๘ ปีกว่าแล้ว ยังไม่มีการเลือกตั้งบอร์ด (Board) ประกันสังคมเลย ทำให้มีการตรวจสอบในการบริหารจัดการเงินงบประมาณประกันสังคมไม่ได้ จึงขอให้เร่งรัด ดำเนินการแต่งตั้งบอร์ด (Board) เลือกตั้งโดยด่วนครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย มาตรา ๑๑/๑ ที่ไม่ปฏิบัติ ปล่อยให้มีการเลือกปฏิบัติ และที่สำคัญในหน่วยงานราชการมีการจ้างเหมาช่วง เหมาบริการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีรับปากกับทาง ส.ส. ธีรัจชัย และกระผมว่าจะแก้ไขภายใน ๓ เดือน ขณะนี้ผ่านมา ๓ ปีแล้วยังไม่มีการแก้ไขใด ๆ ให้เกิดขึ้นเลย🔗
เรื่องที่ ๔ เรื่องของการจ้างงานบนแพลตฟอร์ม (Platform) เห็นได้ว่าขณะนี้ มีจำนวนมากมาย มีพี่น้องแรงงานไรเดอร์ (Rider) ไม่ว่าจะในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด มีปัญหาในการจ้างงานที่ถูกเอารัดเอาเปรียบและยังไม่มีการแก้ไขอย่างเป็นระบบ ไม่มีกฎหมายใด ๆ ออกมาคุ้มครองเขาเหล่านั้น จึงทำให้เกิดมีการรวมตัวอยู่บ่อยครั้ง ถ้าปล่อยให้สังคมเหล่านี้ถูกกดทับในเรื่องของการจ้างแรงงาน ประชาชนจะมีความมั่นคง ได้อย่างไร ประเทศชาติเราจะไปได้อย่างไร เมื่อประชาชนส่วนใหญ่นั้นไม่มีความมั่นคง ในการทำงาน ขอให้รัฐบาลนี้แก้ไขปัญหานี้โดยด่วนครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิรัช ตามด้วยท่านดะนัย มะหิพันธ์ นะครับ🔗
สวัสดีครับ ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมจะพูดเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม คือภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๐ ได้กำหนดว่า ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ ๑๐ ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่รัฐบาลได้ออก พระราชกฤษฎีกาให้เก็บแค่ร้อยละ ๗ ทีนี้มันเป็นปัญหาครับ ผมเห็นมาในฐานะผมเป็น นักกฎหมาย ผมเรียนว่าตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๒ เขาบอกว่า บุคคลที่ต้อง เสียภาษีมูลค่าเพิ่มหลักก็คือผู้ประกอบการขายสินค้า การขายบริการ ผู้นำเข้า อันนี้ละครับ ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและประชาชนเวลาไปห้างต่าง ๆ ผมไม่เอ่ยชื่อ เดี๋ยวจะเป็น การโฆษณาให้ห้าง ท่านซื้อสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าที่ไม่ต้องเสีย สินค้าส่วนมากต้องเสีย ยกเว้นผมไม่พูดเพราะไม่มีเวลาพูด ท่านจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่า ตามกฎหมายประมวลรัษฎากรเขาต้องออกใบกำกับการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้ท่าน แต่ห้างทั้งหลาย ศูนย์การค้าต่าง ๆ จะหลีกเลี่ยงไม่ออกใบกำกับการเสียภาษี เพราะว่า จะมีใบกำกับภาษีต้องไปขึ้นชั้น ๕ ชั้นไหน ไปที่เขากำหนดที่ต้องเดินไปอีกเยอะ นี่เป็นสาเหตุ ของการทุจริตของการเมื่อเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากเราไปแล้ว แต่ว่าไม่ได้ส่งให้เป็นภาษี กับกรมสรรพากร ทีนี้เขาทุจริตอย่างไรครับ เขาไม่ออกใบภาษีให้เรา เขาก็เอาจำนวน ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องออกให้เราเอาไปขาย ขายให้กับใคร ขายกับร้านค้าหรือบริษัทที่ต้องการ ใบภาษีนั้นไปหักเป็นภาษีตัวเองที่ต้องเสียกับกรมสรรพากร นี่คือเหตุใหญ่มากครับ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังอธิบดีกรมกรรพากรว่าต้องกำหนดว่า การออกใบกำกับเสียภาษีทุกครั้ง ซื้อทุกครั้งต้องออกใบกำกับและเป็นใบกำกับที่ง่าย ๆ ไม่ใช่ยาก ๆ เพราะว่าสมัยนี้เราซื้อโดยบัตรเครดิตทั้งนั้นเกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์🔗
เลยเวลา แล้วครับอาจารย์🔗
เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ครับ ท่านประธานครับ ขออีกนิดหนึ่งครับ เพราะฉะนั้นนี่เป็นภาษีที่มีการหลีกเลี่ยงอย่างมากที่สุด ในประเทศไทย ถ้าเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเราจะมีรายได้มากกว่านี้อีก ๓ เท่า ท่านประธานครับ ซึ่งไม่มีใครพูดถึงเลยครับ🔗
จบได้แล้วครับ ได้เนื้อหาสาระแล้วครับ🔗
ผมขอนิดหนึ่งครับ ผมกราบเรียน ท่านอธิบดีกรมสรรพากรผ่านท่านประธานไปว่าขอให้แก้ไขการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ประชาชนทุกคนที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ให้ผลนั้นเกิดกับรัฐบาล🔗
พอแล้วครับ รู้เรื่องแล้วครับ เลยเวลาแล้ว คราวต่อไปท่านต้องเตรียมเนื้อหาให้เหมาะกับ ๒ นาทีนะครับ เพราะต้องรู้ว่าหารือนี้ใช้เวลาแค่ ๒ นาที ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านดะนัย ตามด้วย ท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ ๒ ผมได้รับ หนังสือร้องเรียนจากนายทศพล กระแสเสน นายกเทศมนตรีตำบลชานุมาน เรื่องขอความ อนุเคราะห์ให้ช่วยเหลือคนพิการ เนื่องจากว่าในพื้นที่ตำบลชานุมานมีผู้พิการคือนายอภินัทธ์ ชอบใจ เป็นผู้พิการประเภทที่ ๑ คือมีความพิการซ้ำซ้อน ตาบอด พูดไม่ได้ ขาอ่อนแรง และมีความพิการทางด้านสติปัญญา มีนางบุปผา ทองประสาน เป็นผู้ดูแล ซึ่งนางบุปผาเอง ไม่ใช่ญาติ มีญาติเอามาฝากนางบุปผาไว้เมื่อ ๓ ปีที่แล้ว ขณะนี้ตัวนางบุปผาป่วยต้องเข้ารับ การผ่าตัดอาการปวดหลังโดยเร่งด่วน จึงเป็นปัญหาว่าขณะนี้นายอภินัทธ์ซึ่งผู้พิการจะไม่มี ผู้ดูแล รวมทั้งที่อยู่อาศัยในขณะนี้เป็นที่อยู่อาศัยที่ชำรุดทรุดโทรมมาก ไม่มีห้องน้ำ ห้องส้วม ไม่สามารถป้องกันแดด ป้องกันฝน ป้องกันหนาวได้ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรต่าง ๆ เลย ในส่วนของนางบุปผาเองก็เคยประสานงานไปยังศูนย์บริการคนพิการจังหวัดอำนาจเจริญ แล้วก็ประสานไปยังสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านอุบลฮักแพง จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับการตอบรับว่าจะรับเข้าเป็นสมาชิกให้ไปอยู่อาศัยที่บ้านฮักแพง ในลำดับที่ ๓๖ ดังนั้น จึงอยากจะให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าไปช่วยเหลือดูแล ก่อนที่นางบุปผาจะเข้ารับ การผ่าตัด เพราะผู้พิการรายนี้ไม่มีผู้ดูแลเลย และผมขอยื่นหนังสือนี้ให้กับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอาดิลัน ตามด้วยท่านเทียบจุฑา ขาวขำ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ มีเรื่องหารือ ๒ เรื่องนะครับ เป็นพื้นที่หมู่ ๔ บ้านวังกระ ตำบลตาเซะ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ได้รับความเดือดร้อน🔗
เรื่องที่ ๑ สำหรับของตำบลตาเซะคือเมื่อปี ๒๕๖๔ ได้เคยมีการปรึกษาหารือ ขอความช่วยเหลือจากท่านอธิบดีกรมน้ำบาดาล กรณีที่ศูนย์ศึกษากีรออาตี ในตำบลวังกระ น้ำขุ่นไม่สามารถจะใช้อุปโภคบริโภคได้ ล่วงเลยมา ๑ ปียังไม่ได้มีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ ศึกษาว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ที่บ้านวังกระเช่นเดียวกัน ตำบลตาเซะ มีพื้นที่ที่เป็นที่ทำนาแปลงใหญ่ ในอดีตแล้วตอนนี้เป็นนาร้าง ในส่วนของพื้นที่พยายามที่จะหางบประมาณในการที่จะทำ คลองไส้ไก่ โดยประสานกับส่วนราชการ แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณแต่อย่างใด ฝากให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาให้ความช่วยเหลือ เพราะการทำเกษตร ปลูกข้าวสามารถทำให้มีอาหารสำหรับประทังชีวิตในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ได้ ในเบื้องต้นของ ตำบลตาเซะให้ประสานกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านดิง หมู่ที่ ๔ ตำบลตาเซะ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นพื้นที่ของตำบลท่าสาป อำเภอเมืองยะลา กรณีที่เป็น นาแปลงใหญ่ อดีตเป็นนาร้างก็ยังเป็นนาร้าง เป็นนาแปลงใหญ่เหมือนกัน แต่ยังขาดอุปกรณ์ ในการที่จะร่วมกับประชาชนทำนาแปลงใหญ่ เพราะประชาชนมีความต้องการที่จะปลูกข้าว ข้อมูลเกี่ยวกับการทำนาแปลงใหญ่นี้ขอให้ประสานกับทางเทศบาลตำบลท่าสาป เพื่อที่จะ ให้ได้มีข้อมูลประกอบกับเป็นการอุดหนุนงบประมาณให้กับพื้นที่ต่อไป ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณเทียบจุฑา ตามด้วยท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องดังนี้ค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ สืบเนื่องจากเกิดเหตุการณ์อุทกภัยจากอิทธิพลของพายุโนรู ซึ่งทำให้ฝนตกหนักมากในพื้นที่อำเภอบ้านผือ อำเภอน้ำโสม และอำเภอนายูง ซึ่งเป็นเหตุ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตรน้ำท่วมนาข้าว ซึ่งข้าวกำลังจะ ออกรวง กำลังจะเก็บเกี่ยวประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าไร่ ในการสำรวจครั้งนี้ต้องขอขอบคุณกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. และเจ้าหน้าที่การเกษตร ที่ออกสำรวจความเสียหายของพี่น้องประชาชน ดิฉันเองก็ขอให้รัฐบาลโดยเฉพาะ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งรัดการชดเชยเยียวยาความเสียหายกับพี่น้องเกษตรกร โดยด่วนด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากประชาชน แล้วก็นายจุลลจิตร ทองทิพย์ นายก อบต. ตำบลหายโศก ว่าถนนสายบ้านหายโศกถึงบ้านโคกสีแก้ว ซึ่งเป็นถนน ของท้องถิ่น รหัสถนน อด.ถ. ๑๗๙-๐๑ สภาพถนนปัจจุบันเป็นถนนลูกรัง เป็นหลุมเป็นบ่อ ยิ่งโดนพายุฝนตกหนักอีกยิ่งไปมาสัญจรลำบาก แล้วถนนเส้นนี้เป็นถนนสายทางลัดในการไป จังหวัดหนองคาย โดยเฉพาะอำเภอท่าบ่อและเป็นถนนที่ขนส่งสินค้าทางการเกษตรด้วย ดังนั้นจึงขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยได้จัดงบประมาณ เข้ามาแก้ปัญหาการเดินทางเส้นนี้ดังกล่าว ขอภาพสไลด์ (Slide) ด้วยนะคะ🔗
ดิฉันขอฝากเรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียน จาก ส.จ. เข็มทอง แล้วก็นายศรัณย์พงศ์ นายก อบต. ตำบลนาแค ว่าผลจากพายุโนรู ก็ทำให้ ฝนตกหนัก น้ำขัง น้ำป่าไหลหลากเอ่อนองในลำห้วยราง พังกัดเซาะน้ำท่วมบ้านของ ประชาชน ดังในภาพนะคะ บ้านเพิ่ม หมู่ ๒ ตำบลนาแค ดังนั้นจึงขอให้กรมโยธาธิการ และผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้จัดสรรงบประมาณจัดทำโครงการเรียงหินกล่องเกเบี้ยน (Gabion) เพื่อป้องกันตลิ่งพังด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านพิสิฐ ตามด้วย ท่านประเสริฐ บุญเรือง นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ถนนเพชรบุรี คือมีไรเดอร์ (Rider) หรือผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่ออกมาประท้วงโดยมีปัญหาเกี่ยวกับการถูกลดค่าจ้าง ถูกเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยที่ผู้ว่าจ้างก็คือบริษัทแพลตฟอร์ม (Platform) ได้รับประโยชน์ จากการที่มีการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ แต่ว่าส่วนของไรเดอร์ (Rider) นั้นกลับมีการทำงาน มากขึ้น โดยที่รายได้ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นหรือลดลงเสียด้วยซ้ำ นอกจากนี้ไรเดอร์ (Rider) ต่าง ๆ หรือผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ยังไม่มีหลักประกันในชีวิตเกี่ยวกับเรื่องของประกันสังคม ไม่ว่าจะกรณีของอุบัติเหตุ กรณีของเจ็บป่วยทุพพลภาพ เสียชีวิต หรือการมีบุตร การชราภาพ รวมทั้งการตกงาน พรรคประชาธิปัตย์ได้ศึกษาเรื่องนี้แล้วก็มีความเห็นว่าบริษัทแพลตฟอร์ม (Platform) เหล่านี้เอาเปรียบลูกจ้างคือไรเดอร์ (Rider) มีการเลี่ยงบาลีแทนที่จะเรียก ผู้ทำงานเหล่านี้ว่าลูกจ้างก็กลับไปเรียกว่าพาร์ตเนอร์ (Partner) เป็นต้น เพราะฉะนั้น จึงอยากจะขอโอกาสนี้ให้กระทรวงแรงงานได้เข้าไปตรวจสอบ แล้วก็จัดให้ไรเดอร์ (Rider) หรือผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ต่าง ๆ ได้เข้าสู่ระบบประกันสังคมตามมาตรา ๓๓ เพื่อจะได้รับ ประโยชน์จากสวัสดิการต่าง ๆ รวมทั้งไปตรวจสอบการทำงานที่เอาเปรียบผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ ต่าง ๆ โดยการไปลดค่าจ้างในลักษณะที่มีการใช้เทคโนโลยีเข้าไปทำให้ลูกจ้างนั้น เสียประโยชน์ จึงขออนุญาตกราบเรียนให้สภาได้โปรดดูแลเรื่องนี้ด้วย ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประเสริฐ บุญเรือง ตามด้วยคุณศรีนวล บุญลือ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ ท่านประธานที่เคารพครับ ๔๐ กว่าวันที่เราปิดสภา เกิดปัญหาขึ้นใหญ่ ๆ ๒ เรื่อง ก็คือเรื่องจังหวัดหนองบัวลำภู และเรื่องที่ ๒ คือเรื่องปัญหา อุทกภัย ๓๐ กว่าจังหวัด ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยของเรา จนทำให้พรรคเพื่อไทยโดยการนำ ของท่านชลน่าน ศรีแก้ว ได้นำปัญหาญัตติเร่งด่วนเข้ามาหารือในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้ แล้วมีคนอภิปรายอย่างมากมาย แต่วันนี้ผมจะมาชวนเพื่อนพ้องน้องพี่มาแก้ไขกฎหมาย ที่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติในเรื่องผลพวงมาจากยุค คสช. เช่น กฎหมาย พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ประเด็นที่มันย้อนแย้ง ในทางปฏิบัติจริง ๆ ในมาตรา ๖๓ (๑) ที่ห้าม ส.ส. ทำกิจกรรมใด ๆ ที่ผิดกฎหมาย ในมาตรา ๗๒ มาตรา ๗๓ ที่บอกว่า ให้ สัญญาจะให้ กล่าวร้าย ใส่ร้ายป้ายเท็จอะไรต่าง ๆ ในมาตรา ๖๓ (๑) นั้น ที่กำหนดไว้ ๑๘๐ วันก่อนครบวาระ นี่คือสิ่งที่ ยุค คสช. ได้ร่างขึ้นมา ไม่ได้มองเห็นความสำคัญเรื่องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับพี่น้องประชาชนเลย ผมจึงได้ ชักชวนพวกเราว่าห้ามของเรา ๖ เดือน ไปบวกเลือกตั้งอีก ๒ เดือน นั่นเท่ากับว่าเราห่างกับ พี่น้องอยู่ประมาณเกือบ ๘ เดือน ผมเชื่อว่าท่านประธานก็คิดไม่ต่างกันกับผม ทำให้ ส.ส. กระดิกตัวลำบาก มันผิดธรรมชาตินะครับ ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายและมีกฎหมายหลายฉบับ ที่จะต้องแก้ไข เช่น พ.ร.บ. ท้องถิ่น ไปกำหนดอายุผู้บริหาร หรือผู้บริหารท้องถิ่นต้อง อายุ ๓๕ ปีขึ้นไป อย่างนี้ผมว่ามันไม่เหมาะสม เพราะว่าแต่ก่อนเราเคย ๒๕ ปีขึ้นเป็น ผู้บริหารได้ และอีกอันหนึ่งได้ไปกำหนดกรอบบอกว่าสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นต้องอยู่ ในวาระ ๒ วาระ ก็คือ ๘ ปี แต่คน ๆ หนึ่งครบ ๘ ปี แล้วยังไม่อยากออกไปไหนทู่ซี้อยู่อย่างนี้ ก็ยังมีเยอะแยะนะครับ นี่คือเรื่องแรก🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือขอขอบคุณท่านศุภศิษย์ กอเจริญยศ รักษาการผู้ว่าราชการ จังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านรองธวัชชัย รองปรัชญา ท่านปลัดจังหวัด หน่วยงาน ปภ. หน่วยงาน ทุกภาคส่วนของจังหวัดกาฬสินธุ์ และโดยเฉพาะนายกหญิงแกร่ง องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ นายกไข่มุกได้ดูแลต่อสู้เอาใจใส่ ป้าบุญรื่นในเขตเลือกตั้งที่มี น้ำท่วม ๔-๕ อำเภอ ป้าบุญรื่นก็เพียงแต่ได้ไปกินข้าวไม่สามารถที่จะนำสิ่งของไปแจกพี่น้อง ประชาชนได้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันก็เกิดจากมาตรา ๖๓ (๑) ทั้งนั้น ดังนั้น การสัญจรไปมาเมื่อน้ำลดแล้วปัญหาต่าง ๆ คลี่คลายลงแล้ว ผมอยากให้ท่านประธานสภา ส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาลให้ดูแลรับผิดชอบพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ อย่างเร่งด่วนด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ทีหลังเตรียม เนื้อหาให้เหมาะกับเวลาด้วยนะครับ เชิญคุณศรีนวล ตามด้วยท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทยเจ้า ได้ลงพื้นที่ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้นำท้องที่และท้องถิ่นพร้อมกับราษฎร ตำบลแม่ก๊า ตำบลทุ่งต้อม ตำบลมะขามหลวง อำเภอสันป่าตอง ตำบลหนองตอง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ มีปัญหาเวลาพายุฝนตกหนักเกิดอุทกภัยน้ำท่วม สาเหตุ คลองส่งน้ำของกรมชลประทานอยู่ระดับต่ำกว่าน้ำแม่ปิง เวลาเปิดประตูระบายน้ำนะเจ้า น้ำแม่ปิงก็ย้อนศรเข้ามาที่คลองส่งน้ำของกรมชลประทาน เวลาถ้าปิดน้ำ น้ำก็บ่มีที่ระบายน้ำ ดังนั้นพี่น้องประชาชนผู้นำท้องที่และท้องถิ่นร้องขอกรมชลประทานตั้งสถานีสูบน้ำ หลังป้อมยามสถานีตำรวจตำบลแม่ก๊า อำเภอสันป่าตอง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ ประชาชนในครั้งนี้ด้วย ข้าเจ้าในนามตัวแทนพี่น้องประชาชนขอเรียนฝากท่านประธานสภา ไปยังท่านประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เร่งดำเนินแก้ไขปัญหาตั้งสถานีสูบน้ำ ในครั้งนี้ให้กับประชาชนทั้ง ๔ อำเภอ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในครั้งนี้ด้วยเจ้า ขอกราบขอบพระคุณเจ้า🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐชา ตามด้วยท่านพยม พรหมเพชร ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล จากชาวบางขุนเทียนครับ ขออนุญาต หารือท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องแรก บริเวณถนนหลังวัดหัวกระบือ ตอนนี้มีปัญหาอย่างมากเนื่องจากว่า ระดับน้ำในคลองกับระดับน้ำในถนนเป็นระดับเดียวกัน ซึ่งผมทราบข้อมูลมาว่าพื้นที่ตรงนี้ ได้รับงบประมาณแล้ว แต่ว่าระหว่างรองบประมาณยังคงลำบากอย่างมาก เบื้องต้น ผมลงพื้นที่ไปก็ได้มีแนวกระสอบทรายมากั้นแล้ว แต่ก็ยังเอาไม่อยู่นะครับ ก็ฝากหน่วยงาน ท้องถิ่นสำนักงานเขตบางขุนเทียนและกรุงเทพมหานครช่วยไปดูแลเรื่องความปลอดภัย ในบริเวณนี้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ กราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ เดี๋ยวผมจะมีภาพเปิดให้ดูนะครับ🔗
นี่คือบริเวณใต้ทางด่วน ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ใต้ทางด่วนแต่ละจุดมีความสวยงามมากครับ มีการปรับปรุงทัศนียภาพ เนื่องจากว่าด้านบนทำผลประกอบการมหาศาล ด้านล่างเขาก็คืน สู่ชุมชน แต่มีปัญหาอยู่ที่หนึ่งก็คือเรื่องของกรมทางหลวงครับ กรมทางหลวงไม่สามารถ ปรับปรุงพื้นที่ใต้ทางยกระดับได้ ตรงนี้เป็นพื้นที่ทางยกระดับบางขุนเทียน ผมได้หารือกับ ท่านอธิบดีกรมทางหลวงหลายครั้งก็ติดปัญหาเรื่องข้อบังคับ เรื่อง พ.ร.บ. ทางหลวง ไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ว่าพื้นที่ด้านบนได้ผลประกอบการเข้าทางหลวงมหาศาล แต่ด้านล่างปล่อยเป็นแหล่งทรุดโทรม เป็นแหล่งน้ำขัง ผมถามไปครั้งแรกบอกเป็นพื้นที่แก้มลิง แต่แก้มลิงอย่างไรไม่รู้น้ำเข้าไปได้นิดเดียวก็เต็มแล้ว ถ้าจะแก้มลิงก็แก้มลิงให้ลึกไปเลย ถ้าเกิด จะไม่แก้มลิงก็พัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้น อันนี้ฝากท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ🔗
เรื่องสุดท้าย เรื่องที่ ๓ ถนนคลองสหกรณ์ คลอง ๑ คลอง ๒ บริเวณทั้ง ๒ ฝั่ง ตอนนี้มีปัญหาอยู่ว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากเป็นที่สหกรณ์ ก็ต้องฝากท่านรัฐมนตรี มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ดูแลเกี่ยวกับด้านสหกรณ์ ตอนนี้สหกรณ์ก็โยนให้ กทม. กทม. ก็โยนให้สหกรณ์ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากเรียนท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการดำเนินการถนนในคลองสหกรณ์ด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพยม ตามด้วยท่านเกษม อุประ ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ อย่างสูง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พยม พรหมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๓ วันนี้ผมมีเรื่องมาหารือ ๓ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรก คือเรื่องเอกสารสิทธิของพี่น้องในเขตเลือกตั้งที่ ๓ ก็คือเขต อำเภอหาดใหญ่ ในหมู่ ๙ บ้านวังพา และอำเภอรัตภูมิ ตลอดจนถึงอำเภอคลองหอยโข่ง เมื่อวานนี้ได้มาคณะกรรมาธิการการปกครองของสภาผู้แทนราษฎร โดยคุณไพจิต ศรีวรขาน ท่านประธานได้เชิญคณะ โดยการนำของคุณจรัส พรหมโณ เลขานุการของ ส.ส. พยม พรหมเพชร พร้อมด้วยคณะ สรุปว่าเจ้าหน้าที่จัดการที่ดินแห่งชาติจะไปดูในพื้นที่ประมาณ ๑๐ วัน ก็ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง เรื่องนี้กระผมได้พยายามหารือต่อสภา แล้วพวกเรา ก็ติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ หลายครั้ง จนครั้งนี้มีความหวังมากที่สุดว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับ การจัดการดูแลที่ดีจากสำนักงานการจัดสรรที่ดินแห่งชาติ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องประปา พี่น้องในเขตอำเภอนาหม่อมมีความเดือดร้อน เรื่องประปา ขณะนี้ได้รับงบประมาณมา ๑๒ ล้านบาท ขยายเขตประปาไปยังตำบลนาหม่อม ตำบลพิจิตร ตามคำร้องขอของผู้นำท้องถิ่นนะครับ ก็ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง🔗
ไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าเสาสูง ซึ่งกระผมได้พยายามประสานกับแขวงการทางสงขลา ได้รับงบประมาณไป ๑๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท ในเขตอำเภอนาหม่อมนะครับ🔗
ส่วนของฝายกันน้ำของหมู่ ๗ ตำบลฉลุง ซึ่งติดต่องบประมาณ ประสาน งบประมาณมาหลายครั้งแต่ก็ไม่ผ่าน รอบนี้ยังไม่ผ่านสำนักงบประมาณ ก็ต้องขอฝาก ผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหาด้วย เนื่องจากว่า ๒๐ ปีแล้ว ยังไม่ได้รับการแก้ไข ขอขอบพระคุณ นะครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกษม ตามด้วยท่านสวาป เผ่าประทาน นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม อุประ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางสัญจร ทางหลวง แผ่นดินสาย ๒๒๙ บ้านม่วง กุดเรือคำ กม. ๔+๑๗๕ ช่วงนาเกลือ สะพานชำรุดหัก ทำให้ พื้นที่สะพานต่างระดับสูง ๆ ต่ำ ๆ ตัวสะพานบิดงอ คดไปเคี้ยวมา อันตรายต่อผู้สัญจร และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ อธิบดีกรมทางหลวง ได้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าวให้กับ พี่น้องประชาชนด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องทุกข์จากนายดวงดี เพริศแก้ว นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลอากาศอำนวย เนื่องจากถนนสายทางแยกศูนย์ราชการไปบ้านหนองบัวแดง หมู่ ๔ หมู่ ๑ หมู่ ๑๑ หมู่ ๑๒ และหมู่ ๑๓ ผ่านสถานีตำรวจภูธร ที่ว่าการอำเภอ และโรงพยาบาลอากาศอำนวย มีสภาพคับแคบ ชำรุด ไม่มีไฟส่องสว่าง จราจรเกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง จึงขอความกรุณาจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นได้อนุเคราะห์ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน คือสร้างเป็น ถนนคอนกรีตและขยายผิวจราจร ติดตั้งไฟส่องสว่างจราจร ซึ่งได้ส่งเอกสารผ่านตาม ลำดับชั้นและจะขอส่งผ่านท่านประธานอีกทางหนึ่ง ขอกราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสวาป ตามด้วยนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสวาป เผ่าประทาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขอปรึกษาหารือท่านประธาน เพื่อปรึกษาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระผมได้รับ การร้องเรียนจากนายสมพร คงศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๑ นายสมหวัง เช้าเครือ สมาชิก อบต. เขาล้าน พร้อมด้วยประชาชนในหมู่บ้านห้วยน้ำทรัพย์ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลเขาล้าน อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามหนังสือที่ร้องเรียนมาถึงตัวกระผมและให้ผ่าน ทางสภาไปถึงท่านรัฐมนตรี และประชาชนส่งเอกสารสิทธิในที่ดินอีก ๑๐๐ คน ที่ผมจะส่ง เอกสารทั้งหมดนี้ กระผมปรึกษาหารือแล้วโดยมีข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ได้มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไปประชุมชาวบ้านที่กล่าวข้างต้นให้ราษฎรปลูกป่าในพื้นที่ของราษฎร ครึ่งหนึ่ง ถ้าชาวบ้านไม่ยอมปลูกป่า ทางรัฐบาลจะขอยึดที่ดินคืนจากราษฎร ทำให้ราษฎร เดือดร้อน โดยความเป็นจริงพื้นที่ของประชาชนมีเอกสารสิทธิ เป็นหลักฐาน เป็นโฉนด เป็น น.ส. ๓ ออกมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๐ การกระทำของเจ้าหน้าที่จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อสั่งให้เจ้าหน้าที่ยุติการสั่งการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณปิยะรัฐชย์ ตามด้วยนางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ ในวันนี้ดิฉันอยากจะขอปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในเรื่องการขอสนับสนุนค่ะ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ในเขตพื้นที่พระใหญ่หนองหลวง ตำบลเวียงชัย อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย อย่างที่ท่าน ได้เห็นในคลิปวิดีโอที่ดิฉันได้เปิดขึ้นจอในตอนนี้นะคะ🔗
ท่านก็จะได้เห็นความ สวยงามของพื้นที่บริเวณพระใหญ่หนองหลวง ตำบลเวียงชัย อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ซึ่งอยู่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำหนองหลวงเชียงราย ท่านเชื่อไหมว่าชาวบ้านในพื้นที่เขาพร้อมที่จะ ใช้ ๒ มือของเขาในการช่วยกันพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวนี้ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประจำ อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ขอเพียงแต่ว่าท่านผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงได้ลงมาดูแลพื้นที่ แล้วเริ่มต้นสนับสนุนให้พื้นที่นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างจริงจัง หลังจากนั้นชาวบ้านก็พร้อม ที่จะบริหารจัดการดูแลต่อ ท่านคะ นอกจากท่านจะได้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่แล้ว ชาวบ้านอีกหลายร้อยหลายพันหลังคาเรือนก็จะได้ลืมตาอ้าปาก ทำมาค้าขาย สร้างรายได้ จากแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่บริเวณพระใหญ่หนองหลวงแห่งนี้ค่ะ และถ้าในวันนี้ ท่านรัฐมนตรี หรือท่านผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายังมองไม่เห็นดิฉัน อยู่ในสายตา ท่านยังไม่เห็นความต้องการการพัฒนาพื้นที่เพื่อสร้างรายได้ของชุมชน ของท้องถิ่นรอบ ๆ พระใหญ่หนองหลวงอยู่ในสายตา ดิฉันจะขอมาปรึกษาหารือในเรื่องนี้ ทุก ๆ สัปดาห์ที่ดิฉันมีโอกาส จนกว่าท่านจะเห็นความต้องการของประชาชนตำบลเวียงชัย อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย อยู่ในสายตาของท่าน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสุณัฐชา ตามด้วยท่านวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอหารือท่านประธานถึงปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนและการ พัฒนาพื้นที่อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง ๒ เรื่องหลักด้วยกันค่ะ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องที่ดิฉันหารือมาแล้วบ่อยครั้ง คือการขอน้ำประปาให้กับ ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอหาดสำราญทั้ง ๓ ตำบล ได้แก่ ตำบลหาดสำราญ ตำบลบ้าหวี และตำบลตาเซะกว่า ๓,๕๐๐ ครัวเรือน ต้องยอมรับว่าหน่วยงานไม่ได้ทำงานรวดเร็ว เท่าที่ควร จนกระทั่งล่าสุดมีข่าวดังไปทั่วประเทศ นั่นก็คือกรณีของโรงเรียนบ้านตาเซะ ขาดแคลนน้ำใช้ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการเรียนการสอนของครูและนักเรียนในโรงเรียน ทราบว่าปัจจุบันทางจังหวัดตรังเองก็ได้ประสานไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น การประปาส่วนภูมิภาคและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ดิฉันจึงขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานข้างต้นให้รีบประสานงานดำเนินการโดยเร่งด่วนที่สุด เพื่อให้พื้นที่ ติดทะเลอย่างอำเภอหาดสำราญได้มีน้ำประปาใช้ค่ะ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ดิฉันขอฝากไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ให้ช่วยผลักดันการตัดถนนและการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปะเหลียนเพื่อเชื่อมต่อ อำเภอหาดสำราญและอำเภอกันตัง ซึ่งเป็นอำเภอติดชายฝั่งอันดามันเข้าด้วยกัน โครงการ ดังกล่าวส่งผลดีต่อความสะดวกในด้านการคมนาคมขนส่ง รวมถึงการช่วยส่งเสริม การท่องเที่ยว เพราะสามารถช่วยร่นการเดินทางระหว่าง ๒ อำเภอในจังหวัดตรังให้สั้นลง จาก ๖๐ กิโลเมตร เหลือเพียงแค่ ๓ กิโลเมตรเท่านั้น การเดินทางที่ต้องใช้เวลา ๑ ชั่วโมง จะเหลือเพียงแค่ ๕ นาทีเท่านั้น มากกว่านั้นโครงการนี้ยังเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุน และยอมรับจากที่ประชุมร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ จึงฝากให้กรมทางหลวง ชนบทช่วยเข้ามาสำรวจและศึกษาอย่างจริงจัง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของพื้นที่ จุดเชื่อมต่อสะพานทั้ง ๒ ฝั่ง รวมถึงความเหมาะสมของงบประมาณ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวันชัย ตามด้วยท่านมณฑล โพธิ์คาย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือกับท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี บริเวณแยกบางบัวทอง ถนนกาญจนาภิเษกติดกับแยกถนน ๓๒๑๕ บริเวณข้ามแยกสะพานลอยทางข้ามโรงเรียน ชุมชนไมตรีอุทิศ มีสายนำสัญญาณที่ติดกับเสาไฟฟ้าเป็นจำนวนมากพาดผ่านเสาไฟฟ้า ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย มีสายนำสัญญาณบางส่วนตกบนพื้นทางเท้าและมีกระแสไฟรั่ว ไหลผ่านทำให้เกิดอันตรายได้ จึงอยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดรีบด่วนในการ แก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนที่ใช้ทางเท้าบริเวณข้ามแยกสะพานลอยบางบัวทองด้วยครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมณฑล โพธิ์คาย ตามด้วยท่านศรีเรศ โกฎคำลือ นะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ร้อยตำรวจตรี มณฑล โพธิ์คาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตสวนหลวง เขตประเวศ แขวงหนองบอนและแขวงดอกไม้ พรรคภูมิใจไทย ขอนำความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนชาวสวนหลวง ชาวประเวศ กรุงเทพมหานครมาหารือต่อท่านประธาน เรื่องท่าเรือโดยสารคลองประเวศบุรีรมย์ ฝั่งตลาดเอี่ยมสมบัติ เขตสวนหลวง ท่านประธานครับ เดิมทีเดียวท่าเรือแห่งนี้มีพี่น้องประชาชนได้ใช้ขึ้นลงโดยสารเรือไปยังที่ต่าง ๆ แล้วไปสิ้นสุดที่ ตลาดพระโขนง แต่เมื่อประมาณปี ๒๕๖๐ บริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด หรือ รฟม. ได้ทำการสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเหลืองตั้งแต่ลาดพร้าวไปสิ้นสุดที่สำโรง จังหวัด สมุทรปราการ ได้ผ่านถนนศรีนครินทร์และข้ามคลองประเวศบุรีรมย์ ตรงจุดนี้ได้มีท่าเรือซึ่งพี่น้องใช้ในการขึ้นเรือโดยสาร ต่อมาทางบริษัท รฟม. ได้ขอใช้พื้นที่ แล้วก็ทำการรื้อท่าเรือโดยสารนี้เพื่อความสะดวกในการสร้างเสาตอม่อรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และบัดนี้เส้นทางการเดินรถสายไฟฟ้าสายสีเหลืองได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และมีการ ทดลองเดินรถเมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคมที่ผ่านมา และจะเปิดบริการให้กับพี่น้องประชาชนทั่วไป ในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ ผมจึงขอร้องเรียนต่อท่านประธานสภาผ่านไปยังผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครให้ช่วยประสานกับบริษัท รฟม. ให้สร้างท่าเรือนี้กลับคืนให้กลับมา เหมือนเดิม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนที่ใช้เรือโดยสาร และยังเป็น การอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงาม และนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำต่อไปได้ในอนาคต กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศรีเรศ ตามด้วยท่านจารึก ศรีอ่อน🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายศรีเรศ โกฎคำลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๙ พรรคเพื่อไทย หารือท่านประธานความคืบหน้าของการเพิกถอนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ทับซ้อนกับพื้นที่ ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเองในท้องที่อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๒ โดยเมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๕ นายเสงี่ยม ใจอินทร์ ประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องประชาชนนำเอาเอกสารร้องเรียนออกเอกสารสิทธิที่ดิน น.ส. ๓ ก และ น.ค. ๓ พื้นที่อำเภอฮอด และอำเภอดอยเต่าของเขตนิคมตามพระราชบัญญัติกฤษฎีกา จัดตั้งนิคมสร้างตนเองในท้องที่อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๒ ส่งให้กรมป่าไม้ ทั้งนี้เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบการเพิกถอน พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติร่วมกับฝ่ายปกครองและส่วนท้องถิ่นร่วมกันเพื่อหาข้อเท็จจริง สรุปแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนของราษฎรฝ่ายควบคุมที่ดินป่าไม้ที่ ๑ ภาคเหนือได้พิจารณาตาม คณะกรรมการและทำการตรวจสอบดำเนินการเรียบร้อยแล้ว สำนักงานจัดการทรัพยากร ป่าไม้ที่ ๑ เชียงใหม่ ได้ส่งให้หน่วยงานสำนักจัดการที่ดินป่าไม้ กรมป่าไม้ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ขอให้หน่วยงานเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาตามที่ผม หารือ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจารึก ตามด้วยท่านสุรชาติ เทียนทอง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ พรรคพลังท้องถิ่นไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวกับ เรื่องยางราคาตกต่ำครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผ่านมาทางกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ได้มีการประกันราคาให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางอยู่ที่ ๒๓ บาท และ ณ ปัจจุบัน ซึ่งสิ้นสุดการประกันราคาแล้ว ณ ปัจจุบันราคายางพาราซึ่งเป็นยางก้นถ้วยหรือที่ชาวบ้าน เรียกกันว่า ขี้ยาง ตอนนี้ราคาอยู่ประมาณ ๑๗-๑๙ บาท ซึ่งเป็นราคาที่ตกต่ำมาก พี่น้องเกษตรกรจะอยู่กันไม่ได้ เนื่องด้วยปุ๋ยก็แพง ค่าครองชีพต่าง ๆ ก็สูง พี่น้องเกษตรกร ก็อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดูว่าเป็นอย่างไรราคา ยางพาราถึงได้ตกต่ำ เพิ่งสิ้นสุดฤดูฝนไป เมื่อฤดูฝนผลผลิตก็ออกมาน้อย แต่ว่าราคาก็ยัง ตกต่ำ อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดูสิว่ากลไกตลาด เป็นอย่างไรทำไมถึงราคามันตก ถ้ากลไกตลาดไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ก็อยากจะให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการประกันราคาอย่างเช่นที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ในจังหวัดจันทบุรีของผมนอกจากจะมีปัญหาเรื่องราคายางตกต่ำแล้ว ยังประสบปัญหาเรื่องช้างป่า พี่น้องเกษตรกรออกไปกรีดยางก็โดนช้างทำร้ายเสียชีวิตไป อยู่เป็นเนือง ๆ ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญของพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนยาง อยากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยดำเนินการให้ด้วย ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรชาติ ตามด้วยท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ สุรชาติ เทียนทอง หลักสี่ จตุจักร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต ใช้วาระหารือกับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรก เกี่ยวกับกระทรวงคมนาคม และกรมทางหลวงครับ เนื่องจาก ขณะนี้การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ โครงสร้างพื้นฐาน แล้วก็ ส่วนข้างบนได้ดำเนินการเสร็จไปมากแล้ว แต่ว่ายังไม่มีการคืนผิวจราจรให้กับประชาชน ที่ใช้ทางสัญจรไปมา เนื่องจากถนนแจ้งวัฒนะเป็นถนนที่มีการจราจรหนาแน่น โดยเฉพาะช่วง หน้าศูนย์ราชการ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาหลายปี ขณะนี้การก่อสร้างเสร็จแล้ว ก็ขอให้ทางกรมทางหลวง แล้วก็กระทรวงคมนาคมได้เร่งคืนผิวจราจร แล้วก็ได้ซ่อมแซม ผิวจราจรที่เสียหายจากการก่อสร้างให้กับพี่น้องประชาชนโดยด่วน ก็ขอให้ทางหน่วยงาน ได้พิจารณาดำเนินการนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร เป็นความเจ็บปวดของ พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครมานานหลายสิบปี เรื่องเกี่ยวกับข้อบัญญัติต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานครที่เป็นข้อจำกัดที่ทำให้กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานของภาครัฐไม่สามารถที่จะเข้าไปพัฒนาสาธารณูปโภคต่าง ๆ ในหมู่บ้าน เอกชนได้ ก็ขอให้ทางกรุงเทพมหานครและทางกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาแก้ไข ข้อบัญญัติต่าง ๆ อย่างโดยด่วน เพราะว่าพี่น้องประชาชนทุกคนเป็นผู้เสียภาษีเหมือนกัน ก็ขอให้ได้รับการดูแลจากภาครัฐอย่างเท่าเทียมและทั่วถึงครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสฤษดิ์ ตามด้วยนางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี วันนี้ผมมีเรื่องที่จะนำคำร้องทุกข์ประชาชนมาปรึกษาหารือ ท่านประธานครับ จังหวัดปราจีนบุรีมีการขยายตัวของอุตสาหกรรมมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้ ทางหลวงหลายสายเป็นจุดตัดของการขนส่งที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางหลวง ๓๐๔ เส้นทางหลักของภาคตะวันออกไปสู่ภาคอีสาน เป็นเส้นทางที่ขนส่งวัสดุ สู่นิคมอุตสาหกรรมกว่า ๑๐๐ แห่ง ดังนั้นจึงก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนที่สัญจร ไปมาในตลอดเส้นทาง ๓๐๔ โดยเฉพาะอำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีทั้ง ขาเข้าและขาออกพบว่ามีการจราจรซึ่งผ่านทั้งโรงเรียน ผ่านอุตสาหกรรม ผ่านที่ทำการ ราชการเป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีการสัญจรไปมาของทั้งผู้คนและที่ต้องไปประกอบธุรกิจ ต่าง ๆ ดังนั้นถนนที่เกิดความเสียหายชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ ก่อให้เกิดความเสียหายแตก เป็นหลุมเป็นร่องตลอดเส้นทาง จึงก่อให้เกิดอุบัติเหตุและเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตของ ประชาชน ดังนั้นจึงขอกราบเรียนมายังท่านประธานสภาที่เคารพ ในชั้นต้นนี้ผมได้กราบเรียน ไปยังแขวงทางหลวง โดยท่านอนุชา ทิพย์อุทัย ก็ได้มาดำเนินการซ่อมแซมบ้างบางส่วนแล้ว แต่ก็เป็นการชั่วคราวเท่านั้น ดังนั้นผมจึงกราบเรียนไปยังท่านประธานสภาที่เคารพ ผ่านไปยัง กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้จัดสรรงบประมาณมาปรับปรุงเส้นทาง ๓๐๔ ตลอดเส้นทางซึ่งเป็นเส้นทางที่สำคัญเป็นหัวใจหลักของการเดินทางของประชาชน อีกทั้งในช่วงเทศกาลลอยกระทงในวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ นี้ ซึ่งจะมีการเดินทาง เป็นจำนวนมาก ดังนั้นกราบเรียนไปยังท่านผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอกบินทร์บุรี และอำเภอนาดี ได้จัดกำลังตำรวจเพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัย ซึ่งอาจจะเกิด อุบัติเหตุบ่อยครั้งเป็นจำนวนมาก ขอกราบขอบพระคุณอย่างมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุทธวรรณ ตามด้วยท่านระวี มาศฉมาดล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม อำเภอบางเลน อำเภอดอนตูม และอำเภอพุทธมณฑล พรรคก้าวไกล วันนี้ ดิฉันมีเรื่องอยากจะหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันค่ะ🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากคุณสาโรจน์ จุ้ยเจริญ เรื่องคลองท่าเรือ บางพระ บริเวณหมู่ที่ ๓ ตำบลดอนพุทรา อำเภอดอนตูม มีช่วงหนึ่งเป็นรอยขาด ตามภาพถ่ายและแผนที่ดาวเทียมนี้ จากคำบอกเล่าของชาวบ้านทำให้ทราบว่ารอยขาด ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่มีการขุดบ่อดินทำให้น้ำในคลองท่าเรือบางพระไหลเข้าสู่บ่อดิน ไม่สามารถทำคันกั้นเพื่อป้องกันน้ำท่วมได้ ปัจจุบันน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนทำให้ ได้รับความเสียหาย จึงอยากให้ทางชลประทานได้เข้าไปตรวจสอบบริเวณบ่อดินดังกล่าว และดำเนินการแก้ไขโดยด่วนค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับแจ้งจากชาวบ้านลาดบัว หมู่ ๗ ตำบลบางปลา อำเภอบางเลน เรื่องปัญหาสะพานข้ามคลองในตำบลบางปลา ตอนนี้มีปัญหาน้ำท่วม ปัญหาวัชพืช ทำให้น้ำ ในคลองท่าสารไม่สามารถไหลได้สะดวก มีสะพานที่ขนานกับผิวน้ำอยู่ ๔ สะพาน ชาวบ้าน ที่แจ้งเข้ามากังวลว่ากระแสน้ำกับจำนวนวัชพืชที่หนาแน่นอาจจะทำให้สะพานทรุดตัวลงได้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขโดยด่วน ในระยะสั้นควรรีบกำจัดวัชพืช และใน ระยะยาวควรจะแก้ไขการก่อสร้างสะพานให้มีระดับสูงขึ้นค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ คุณสาโรจน์ จุ้ยเจริญ และคุณกิตติภณ ปานพรหมมาศ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล จังหวัดนครปฐม ได้แจ้งเรื่องเข้ามา และได้ลงพื้นที่หมู่ ๔ ตำบลบางเลน เพื่อพูดคุยกับผู้เห็นเหตุการณ์และเยี่ยมเด็กหญิงวัยขวบเศษ กรณีถูกแม่ทำร้าย เพราะมีอาการทางประสาทจากการเสพยาเสพติดมาเป็นเวลานาน ปัจจุบันมีการซื้อขาย ยาเสพติดกันอย่างกว้างขวางและไม่เกรงกลัวกฎหมาย ดิฉันเคยหาเรื่องยาเสพติด ในจังหวัดนครปฐมไปแล้ว และอยากจะขอย้ำอีกครั้ง และอยากให้ภาครัฐจริงจังกับการ แก้ปัญหายาเสพติดด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านระวีครับ ตามด้วยนางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ วันนี้กระผมจะขอหารือผ่านท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรีในประเด็นขอให้คืนสิทธิ ครอบครอง น.ส. ๓ ก จำนวน ๗,๗๗๐ แปลงในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมได้รับหนังสือ ร้องเรียนประเด็นนี้จากนายพิจิตร ศรีทองสม นายกเทศมนตรีอำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในปี ๒๔๕๙ มีพระบรมราชโองการของรัชกาลที่ ๖ กำหนดพื้นที่ ๙๐๐,๐๐๐ ไร่ ในหลายอำเภอของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นที่สงวนบ่อถ่านศิลา ต่อมา ปี ๒๕๑๙ ทางรัฐบาลประกาศให้มีการออกเอกสารสิทธิ น.ส. ๓ ก ในพื้นที่อำเภอพระแสง และอำเภอใกล้เคียงที่เป็นเขตเมืองแล้ว ซึ่งอยู่ในที่สงวนบ่อถ่านศิลา และต่อมาทาง กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการทยอยออก น.ส. ๓ ก อย่างถูกต้องและเรียบร้อย จำนวน ๗,๗๗๐ แปลง ประชาชนก็ได้ใช้สิทธิ น.ส. ๓ ก ในการทำมาหากินและทำนิติกรรม ต่าง ๆ มาโดยตลอด ต่อมาปี ๒๕๕๐ กรมธนารักษ์ได้ประกาศว่าที่ดิน น.ส. ๓ ก ทั้งหมด อยู่ในพื้นที่ราชพัสดุ ผู้ครอบครอง น.ส. ๓ ก ทั้งหมด ๗,๗๗๐ แปลง ต้องไปยื่นขอเช่าที่ดิน จากราชพัสดุภายในวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๔ หากไม่ดำเนินการตามกำหนดจะต้องมีโทษ จำคุก ๕ ปี ปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ การดำเนินการดังกล่าวก่อให้เกิด ความเดือดร้อนแสนสาหัสและรุนแรงต่อประชาชนจำนวนมาก ผมจึงขอเรียกร้องให้ ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยดำเนินการประสานกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการคลัง ให้แก้ไขเรื่องนี้โดยเร่งด่วน ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสรัสนันท์ ตามด้วยท่านนริศ ขำนุรักษ์ นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สรัสนันท์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉัน มีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เขต ๘ จังหวัดขอนแก่น เพื่อนำเรียนต่อสภาดังนี้🔗
เรื่องแรก คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนตำบลท่านางแนว อำเภอแวงน้อย ตำบลโนนทอง ตำบลโนนสะอาด อำเภอแวงใหญ่ และพื้นที่ใกล้เคียงของ จังหวัดขอนแก่นที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมและผลกระทบที่ตามมาในวันที่ระดับน้ำลดลง เช่น ความเสียหายของบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ไร่นา พืชผลการเกษตรได้รับความเสียหาย จึงอยากให้รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยเร่งเข้าเยียวยาอย่างเร็วที่สุดเพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนค่ะ🔗
อีกหนึ่งปัญหาที่ตามมาคือถนนหนทางที่ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะ ทางหลวงหมายเลข ๒๐๖๕ ช่วงตำบลท่านางแนว เข้าจังหวัดชัยภูมิที่ถูกน้ำกัดเซาะ ซึ่งถนนเส้นนี้จุดนี้ได้รับความเสียหายทุกปีที่น้ำท่วม จึงอยากเรียกร้องไปถึงกรมทางหลวง แขวงทางหลวงขอนแก่นที่ ๓ (บ้านไผ่) จังหวัดขอนแก่น ให้เร่งเข้ามาดูแลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะนี่จะเป็นการเผาผลาญงบประมาณแผ่นดิน อย่างไม่รู้จบ ในทุก ๆ ปี นอกจากถนนเส้นหลักที่ได้รับความเสียหายแล้ว ดิฉันได้รับการ ร้องเรียนจากนายอัคคนิ รูปสูง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่านางแนว อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น ว่าถนนเข้าออกสัญจรของหมู่บ้าน หมายเลขที่ ๙ ตำบลท่านางแนว ที่เชื่อมต่อกับเส้นหลัก ๒๐๖๕ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงที่ ๓ เช่นเดียวกัน ขาดการดูแล ขาดการซ่อมแซมมาเป็นเวลาต่อเนื่องหลายปี เสียหายจากน้ำท่วมซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า แต่ก็ยังไร้วี่แววการแก้ไขจากกรมทางหลวง ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานผ่าน สภาผู้แทนราษฎรมา ณ ที่นี้ เร่งส่งเรื่องเหล่านี้ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะ กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนริศ ตามด้วยท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งปราบปรามอย่างจริงจังและ รวดเร็ว ๒ กรณี🔗
กรณีที่ ๑ ก็คือแชร์ลูกโซ่ที่ระบาดอยู่ทั่วประเทศในขณะนี้ ซึ่งบางวง มีคนเสียหายถึงหมื่นคน มีความเสียหายถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งประเทศไทยผมคิดว่า มีเป็นร้อย ๆ วง นอกจากผิดกฎหมายแล้ว แชร์ลูกโซ่กระทบต่อการเงินและเศรษฐกิจ ของประเทศเป็นอย่างมาก จึงขอให้ดำเนินการอย่างจริงจัง🔗
กรณีที่ ๒ ขอให้ปราบปรามการเรียกค่าคุ้มครอง ซึ่งเพิ่งมีข่าวที่จังหวัดพัทลุง ว่ามีโจรเรียกค่าคุ้มครองสวนทุเรียน ไม่จ่ายเงินทำลายสวนทุเรียน และผมเองยังเชื่อว่า นอกจากเรียกค่าคุ้มครองสวนทุเรียนแล้ว การก่อสร้างของรัฐและการลงทุนของเอกชน ก็อาจจะมีการเรียกค่าคุ้มครองขอให้ตำรวจดำเนินการอย่างรวดเร็วและจริงจังเช่นกัน🔗
เรื่องที่ ๒ ผมขอบคุณที่กระทรวงคมนาคมได้ให้งบประมาณในการปรับปรุง ถนนที่จังหวัดพัทลุง แต่ว่าขอให้กระทรวงได้สั่งให้ผู้รับเหมาและผู้ควบคุมงานเร่งดำเนินการ ซ่อมแซมถนนในพื้นที่จังหวัดพัทลุง เพราะว่าความล่าช้าที่เกิดขึ้นทำให้ประชาชนเดือดร้อน ทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจเพราะเป็นถนนเส้นหลัก ระหว่างจังหวัดพัทลุงกับ อำเภอหาดใหญ่ เราต้องเผื่อเวลาเป็น ๒ ชั่วโมงจากความล่าช้า🔗
เรื่องสุดท้าย ก็คือผมอยากกราบเรียนไปยังพี่น้องในจังหวัดพัทลุงว่า แม้ผมจะเป็นผู้แทนที่ทำหน้าที่อยู่เพียงคนเดียวของจังหวัดพัทลุง แต่ว่าผมจะทุ่มเทไม่ให้ จังหวัดพัทลุงเสียโอกาส พี่น้องคนใดที่มีปัญหาให้ไปหาผมได้ที่บ้านพักทั้งที่อำเภอควนขนุน อำเภอกงหรา ไปที่สำนักงานผมที่อำเภอตะโหมด หรือไม่โทรศัพท์มาที่กระผม ผมพร้อมที่จะ ทำแทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งจังหวัด และขอให้เชื่อมั่นว่าสภาแห่งนี้ยังเป็นที่พึ่งหวัง ของพี่น้องประชาชนได้และผมจะเป็นตัวแทนอย่างจริงจังครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิสาร ตามด้วย ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย ผมขออนุญาตได้หารือท่านประธาน ถึงข้อเดือดร้อนของพี่น้องในจังหวัดเชียงรายอยู่ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ก็คือสะพานเชื่อมระหว่าง ตำบลเวียงห้าว กับตำบลหัวง้ม ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านสุรพันธ์ ดีนิล อยู่ที่หมู่บ้านดงมีชัย หมู่ที่ ๖ กับกำนันเชิดชาย มะโนพงษ์ ซึ่งเป็นกำนันตำบลเวียงห้าว และได้ต่อเนื่องกับทางผู้ใหญ่บ้านทวีศิลป์ อธิวันดี เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๑ บ้านห้วยตุ้ม สาเหตุก็คือสะพานที่ท่านประธานเห็นมันสร้างมา ๒๐ ปี ทั้ง ๒ ตำบล จะต้องไปมาหาสู่ กันตลอด กลางค่ำกลางคืนมีคนเกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บล้มตาย ซ้ายมือเป็นน้ำท่วม ซึ่งอาทิตย์ที่แล้วนี้เองที่ผมไปถ่ายมา ขอเรียนท่านประธานว่าชาวบ้านที่นั่นปลูกนา ๔-๕ หน แล้วก็มีการท่วม แล้วก็ไม่ได้รับการชดเชยจนบัดนี้ ขออนุญาตท่านประธานว่าเรื่องนี้ขอให้ รีบด่วน สะพาน ๒๐ ปีไม่ได้รับการแก้ไขเลยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากทางท่าน สท. ธรรมนูญ ยามี และ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคุณสุรสิทธิ์ อาจองกู่ เรื่องนี้เป็นเรื่องเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านประธานดูเห็นหรือไม่ครับ ถนนเส้นนี้ต้องใช้สัญจรไปมาที่บ้านห้วยน้ำขุ่นของอาข่า ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ตำบลดอยลาน หมู่ที่ ๙ ท่านประธาน ที่น่าเสียดายที่สุดก็คือมีโครงการ พระราชดำริอยู่ที่นี่ หน่วยป่าไม้ ท่านวราวุธ ศิลปอาชา ท่านรัฐมนตรีช่วยกรุณาไปดูแลด้วย ท่านประธานเห็นอีกภาพหนึ่งหรือไม่ครับ เด็กนักเรียนจะต้องสัญจรไปมาแบบนี้ชั่วนาตาปี หมู่บ้านนี้มีคนอยู่ ๑๖๐ หลังคา และมีเด็ก ๆ ต้องมาเรียนหนังสือทุกวันแบบนี้ ๔ กิโลเมตร แต่ปรากฏว่าไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปดูแล พวกเราจะต้องเอารถไปเกรด เอาดินไปถม ทุกปี ๆ ขอฝากท่านรัฐมนตรีวราวุธช่วยดูแลด้วยนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป ร้อยตำรวจเอก อรุณ เชิญครับ ท่านสุดท้ายครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสงขลา ประกอบด้วยอำเภอระโนด อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร แล้วก็อำเภอกระแสสินธุ์ ท่านประธานครับ มีปัญหาหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ปัญหาความเดือดร้อนของสมาชิกวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่ ตำบลบ้านขาว อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ซึ่งมีสมาชิก ๗๗ ราย พื้นที่ทำนา ๑๘๐ ไร่ มีปัญหาคืออย่างนี้ครับ วิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ ได้รับงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดอ่าวไทย โครงการโรงสีข้าวแบบครบวงจร ตั้งแต่สีข้าวจนถึงบรรจุถุง งบประมาณ ๔๓ ล้านบาท เมื่อปี ๒๕๖๓ ก่อสร้างแล้วเสร็จปี ๒๕๖๔ ซึ่งเป็นโครงการที่ดีมาก แต่เมื่อได้รับเครื่องสีข้าว มาแล้ว ได้ทำการผลิตเครื่องจักรมีปัญหาตลอดเสียบ่อย อาทิตย์ ๒ อาทิตย์ก็เสียอีก และสีข้าวออกมาไม่มีคุณภาพ ทำให้กระบวนการผลิตเสียหาย ข้าวสารถุงขาดตอน ส่งขาย ไม่ต่อเนื่อง มีปัญหาในการดำเนินธุรกิจ ชาวบ้านและสมาชิกสงสัยว่าเครื่องจักรที่นำมาให้นี้ มีการย้อมแมว เป็นเครื่องจักรเก่าหรือไม่ ทำสีใหม่มาหรือไม่ เลยได้เชิญช่างชำนาญการ มาตรวจสอบ ค้นพบว่าเป็นเครื่องเก่าจริง จึงร้องเรียนมายังผม หารือท่านประธานส่งถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบช่วยลงตรวจสอบว่าที่เขา ร้องเรียนมานั้นจริงหรือไม่ และหาทางแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านอย่างเร่งด่วน🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องการป้องกันน้ำท่วม ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดสงขลา ท่านเจษฎา จิตรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ท่านไพเจน มากสุวรรณ์ และนายศุภกิจ จันทร์จุลเจิม และนายอำเภอระโนดที่ได้เร่งป้องกัน เวลาจำกัด ผมขออนุญาตยื่นเป็นหนังสือถึงท่านประธาน ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ การหารือของท่านสมาชิก ทั้ง ๓๐ ท่าน ก็ครบสมบูรณ์นะครับ🔗
เรียนท่าน สมาชิกว่าขณะนี้ได้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุม จำนวน ๒๔๖ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
๔.๑ รายงานการศึกษา เรื่อง เทคโนโลยี ๕ จี (5G) ซึ่งคณะกรรมาธิการ การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พิจารณาเสร็จแล้ว🔗
๔.๒ รายงานการศึกษา เรื่อง เกษตรยุคใหม่ของประเทศ The Next Generation Farming of Thailand ซึ่งคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และ ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พิจารณาเสร็จแล้ว🔗
๔.๓ รายงานการศึกษา เรื่อง การศึกษา TELEMEDICINE ในประเทศไทย ซึ่งคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พิจารณา เสร็จแล้ว🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการคือคุณกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ได้มีหนังสือแจ้งว่า ผู้ที่จะเข้าร่วมชี้แจงรายงานตามระเบียบวาระที่ ๔.๑ ระเบียบวาระที่ ๔.๒ และระเบียบวาระที่ ๔.๓ ไม่สามารถมาชี้แจงรายงานต่อที่ประชุมได้ จึงขอเลื่อนการเข้าชี้แจงรายงานตาม ระเบียบวาระที่ ๔.๑ ระเบียบวาระที่ ๔.๒ ระเบียบวาระที่ ๔.๓ ออกไปก่อนนะครับ🔗
๔.๔ รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาสอบหา ข้อเท็จจริงกรณีการปิดอ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่ ซึ่งคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม พิจารณาเสร็จแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาศึกษาหาข้อเท็จจริงกรณีอ่าวมาหยา และนำผลการศึกษา มาจัดทำเป็นแนวทางเสนอแนะให้ใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหากรณีการปิดอ่าวมาหยา คณะกรรมาธิการได้ศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และบัดนี้ทางคณะกรรมาธิการจะได้ ขออนุญาตท่านประธานนำเสนอผลการศึกษาต่อที่ประชุม และท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานได้มอบหมายให้ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมปรารถนา ฤทธิ์พริ้ง ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ ได้นำเสนอผลการศึกษา ซึ่งมีรายละเอียดที่ครบถ้วน เชิญครับ🔗
เชิญท่าน อาจารย์สมปรารถนาชี้แจงครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา และท่านสมาชิกทุกท่านนะคะ ขอสไลด์ (Slide) หน้าที่ ๑ ค่ะ🔗
การนำเสนอครั้งนี้เรากำลังจะพูดถึงตัวอ่าวมาหยาซึ่งอยู่บนเกาะพีพีเล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา แล้วก็หมู่เกาะพีพี ก็มีความสวยงาม ถ้าเกิดว่าท่านดู ในภาพปก นี่คืออ่าวมาหยาเลย ในอดีตเวลาจะมีเรือวิ่งไปเที่ยวที่อ่าวมาหยาจะต้องจอดที่ หน้าหาดตรงที่มีสปีดโบ๊ต (Speed Boat) ของกรมอุทยานจอดอยู่ สวยงามไร้ที่ติ จนทำให้ บริษัทถ่ายทำภาพยนตร์เข้ามาถ่ายทำหนัง เรื่องเดอะ บีช (The Beach) เมื่อปี ๒๕๔๒ แล้วหลังจากนั้นอ่าวมาหยาของเราที่จังหวัดกระบี่ก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย ด้วยความที่ความสวยงามอย่างที่เราเห็นในหน้าปกสไลด์ (Slide) นี้ แรงดึงดูดจากนักแสดงนำ ก็ทำให้อ่าวมาหยานี้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนในระยะเวลา ตลอดเกือบ ๒๐ ปี จนเกิดสภาวะล้นเกินข้อจำกัด เกินพื้นที่ที่ชายหาดของอ่าวมาหยานั้น จะสามารถรองรับได้ เราจะพาติดตามเรื่องนี้ไปด้วยกันว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น แล้วมีประกาศปิดอ่าว ๒ ครั้ง ครั้งแรกมีการประกาศปิดอ่าวในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๑ จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑ และครั้งที่ ๒ ก็คือปิดต่อไปตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๑ และไม่มีกำหนดเปิด จนสุดท้ายอ่าวมาหยาได้เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งหนึ่งก็คือ วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๕ ก็คือต้นปีนี้นี่เอง🔗
การนำเสนอครั้งนี้จะแบ่งออกเป็นหลัก ๆ มี ๔ ส่วน ก็คือบทนำจะไม่พูด เยอะแล้ว ท่านประธานได้กล่าวไปแล้วถึงความเป็นมาต่าง ๆ การดำเนินงานของกรรมาธิการ มีการลงพื้นที่ภาคสนาม มีการเรียกข้อมูลหลักฐาน มีการประชุมต่าง ๆ สำหรับผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียกัน แล้วก็มีการนำเสนอในส่วนที่ ๓ ก็คือผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเดี๋ยวเราจะเน้นหนักเฉพาะตรงนั้น แล้วก็ข้อสังเกต เพื่อที่ว่าในกรณีที่อาจจะมีการปิด อ่าวมาหยาอีก หรือว่าอุทยานทางทะเลอื่น ๆ ในอนาคตเพื่อที่จะฟื้นฟูดูแล เรามีข้อสังเกต เสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไร ตัวอ่าวมาหยานี้วิธีการศึกษาของเราจะใช้วิธี การศึกษาเชิงคุณภาพก็คือเรียกข้อมูล แล้วก็รวมถึงไปเก็บข้อมูลพื้นฐานบางอย่างตอนที่ ทางกรรมาธิการได้ลงพื้นที่ด้วย กิจกรรมของกรรมาธิการก็จะแบ่งเป็น ๓ ส่วน ก็คือมีการ พิจารณาศึกษาในห้องประชุม มีการเรียกข้อมูล แล้วก็ลงพื้นที่ ๒ ครั้ง ครั้งแรกก็คือตอนที่ ตั้งญัตตินี้ใหม่ ๆ ก็มีการลงพื้นที่เพื่อที่จะตรวจสอบ ตอนนั้นอ่าวมาหยายังปิดอยู่ ไม่เปิด ต้อนรับนักท่องเที่ยวเลย แล้วก็อีกครั้งหนึ่งก็คือก่อนที่จะเปิดเพียง ๒๐ วันเท่านั้นเอง ก็คือ ธันวาคมปีที่แล้ว เพราะว่าอ่าวมาหยากลับมาเปิดอีกทีก็คือวันที่ ๑ มกราคมปีนี้ ภาพนี้ เป็นภาพมุมสูงของอ่าวมาหยา เราพาไปทำความรู้จักกันก่อน อ่าวมาหยานี้เป็นอ่าวเล็ก ๆ อยู่ในเกาะพีพีเล หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นเคยเกาะพีพีที่มีโรงแรมที่พักต่าง ๆ อันนั้นคือ เกาะพีพีดอน อันนี้คือเกาะพีพีเลซึ่งอยู่ใกล้กัน เกาะพีพีเลไม่ได้มีที่พัก เกาะพีพีเลเป็น ส่วนหนึ่งของอุทยาน อ่าวมาหยาตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะพีพีเล แล้วก็มีอ่าวปิเละ มีอ่าวโละซามะ มีถ้ำไวกิ้งต่าง ๆ รวมกันอยู่ที่อ่าวมาหยา อันนี้คือภาพในมุมสูง ซึ่งถ้าเราเห็น เราจะเห็นเรือที่วิ่งเข้าไปจอด ตรงนั้นก็คือหน้าหาดของอ่าวมาหยา ถ้าเป็นช่วงนักท่องเที่ยว ก่อนที่เราจะมีการประกาศปิดเราแทบจะมองไม่เห็นชายหาดเลย ก็คือมีเรือเข้าไปอัด จนแน่นเลย เพราะว่าทางอุทยานตอนนั้นก็คืออนุญาตให้เรือเข้าไปจอดที่หน้าหาด ที่สวยงามที่เราเห็นแบบนี้ ถ้าเราดูการแบ่งโซน (Zone) อันนี้เป็นข้อมูลจากอุทยาน เราจะ พบว่าแบ่งเป็น ๓ ส่วน ตัวอ่าวมาหยาจริง ๆ จะอยู่ทางทิศตะวันตก สีเขียว ๆ ตรงนั้น ซึ่งมันเป็นพื้นที่ที่เป็นเขตสงวนเป็นพื้นที่ต้นน้ำ แล้วรอบ ๆ อ่าวก็จะเป็นพื้นที่ศึกษา หาความรู้ กิจกรรมพิเศษ เช่น สัมปทานรังนก เป็นต้น พื้นที่หน้าหาดอ่าวมาหยายาว ถ้าเรา เดินตั้งแต่ต้นหาดจนถึงท้ายหาด ๒๗๐ เมตร ๒๗๐ เมตรนี้ความกว้างก็คือตั้งแต่บริเวณ สันทรายลงไปถึงแนวระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ ๑๕-๒๐ เมตร หรือว่าพื้นที่ประมาณเกือบ ๆ ๕,๐๐๐ ตารางเมตรเท่านั้นเอง เม็ดทรายนั้นขาวสะอาดละเอียดมาก พอเราเอาไปวิเคราะห์ ในห้องทดลองก็จะพบว่ามีขนาดประมาณ ๐.๒๕ มิลลิเมตร ซึ่งอันนี้เกิดจากกรรมาธิการ ลงพื้นที่สำรวจ แล้วเอามาเข้าในแล็บ (Lab) ปฏิบัติการ จัดอยู่ในประเภทของเม็ดทรายที่เป็น เม็ดทรายที่เป็นไฟน์แซนด์ (Fine sand) ก็คือมีขนาดเล็กมาก พิสัยการขึ้นลงของน้ำก็คือ น้ำขึ้นน้ำลงบริเวณนี้ต่างกัน ๒ เมตร ต่างกัน ๒ เมตรนี้ทำให้อ่าวมาหยาเวลาน้ำขึ้น ถ้าดูภาพ มุมขวาล่าง น้ำขึ้นขึ้นมาถึงเส้นสีแดง น้ำลงลงถึงเส้นสีน้ำเงิน แปลว่ายามน้ำขึ้นพื้นที่ ชายหาดนั้นเหลือไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมด น้ำขึ้นน้ำลงส่งผลทำให้ชายหาดหายไปได้โดยธรรมชาติอยู่แล้ว บริเวณนี้ ๒ เมตรเลย คือระดับของน้ำขึ้นน้ำลง ส่วนคลื่นนั้นคลื่นมีขนาดเล็กมาก เนื่องจากว่าถ้าเราดูจากกายภาพ ภาพก่อนหน้านี้เราจะพบว่าอ่าวมาหยามีพื้นที่เปิดประมาณ ๓๐๐ เมตร ๓๐๐ เมตรเปิดรับสู่ แนวคลื่นที่วิ่งเข้ามาปะทะในทิศตะวันตก เพราะฉะนั้นคลื่นก็เลยถูกลดทอนพลังงานไปมาก เหลือเฉพาะคลื่นขนาดเล็กเท่านั้น เพราะฉะนั้นก็ไม่น่าแปลกใจที่เรือจะจอดบริเวณนี้ได้ ไม่น่าแปลกใจที่เม็ดทรายบริเวณนี้จะละเอียด หรือว่านักท่องเที่ยวจะชื่นชอบกับอ่าวบริเวณนี้ เพราะว่าเป็นคลื่นลมที่สงบมาก ๆ ถัดไปเป็นข้อมูลที่เรารวบรวมเชิงสมุทรศาสตร์ก็คือ คลื่นลมจะเข้าทางทิศตะวันตก ตะวันตกเฉียงเหนือ ภาพขวามือ ๓ ภาพบนเป็นภาพถ่าย ดาวเทียมที่ถ่ายก่อนที่จะมีการปิดอ่าวมาหยา ๓ ภาพข้างล่างก็คือหลังจากที่มีการปิด อ่าวมาหยาแล้ว สิ่งที่แตกต่างไม่ใช่พื้นที่ชายหาด สิ่งที่แตกต่างก็คือเรือที่เข้ามาจอด เราจะ เห็นจุดเป็นสปอต (Spot) เล็ก ๆ ขาว ๆ อันนั้นคือเรือที่วิ่งเข้ามาจอดละลานตาไปหมด ในขณะที่ช่วงปิดอ่าวก็คือไม่สามารถมีเรือที่จะวิ่งเข้ามาจอดบริเวณนี้ได้เลย อันนี้เป็นข้อมูล จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง แสดงให้เห็นว่าพื้นที่บริเวณอ่าวมาหยาด้านใน ไม่มีปะการัง แต่ว่าด้านหน้าของอ่าวมาหยาหลังจากที่เป็นหาดทรายยาวกว้าง แล้วก็ลงไป ด้านหน้าเป็นปะการังทั้งหมดเลย รวมถึงรอบ ๆ เกาะด้วย แล้วก็มีการพบสัตว์หายาก ไม่เยอะ แต่ว่าก็ยังพอมีอยู่บ้าง มีปลาฉลามวาฬ มีปลากระเบนราหู มีปลาโลมา จากที่เกริ่น ไปตอนแรกว่าอ่าวมาหยามีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างประเทศอย่างไร ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นชาวต่างประเทศ แล้วเกิดการไหลเข้าของนักท่องเที่ยวเยอะมากหลังจาก ที่หนังเรื่องเดอะ บีช (The Beach) นั้นได้ถูกแพร่ภาพเป็นหนังฮอลลีวูด (Hollywood) ในปี ๒๕๔๓ ก็มีท่องเที่ยวเข้ามาเยอะมาก ตอนนั้นหลังจากที่เดอะ บีช (The Beach) ได้เผยแพร่ไปไม่นาน มีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ ๔,๕๐๐-๕,๐๐๐ คน อันนี้เป็นข้อมูลจาก กรมอุทยานที่ได้แจ้งกับกรรมาธิการ แต่หลังจากนั้นตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลปี ๒๕๕๗ ไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะประมาณปี ๒๕๕๘ ถึงปี ๒๕๖๙ ถ้าเราดูจำนวนนักท่องเที่ยวจะพบว่า เพิ่มขึ้นถึง ๔.๒ เท่าทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลั่งไหลมาจากประเทศจีนเป็นหลัก เหล่านี้เอง ทำให้เกิดสภาวะล้นเกินหรือว่าโอเวอร์ คาพาซิตี (Over Capacity) ของชายหาด ที่อ่าวมาหยา ทำให้เกิดการเสื่อมโทรม อ่าวมาหยาที่เป็นชายหาดเป็นเนินทรายนั้น ก็เกิดความทรุดโทรมอย่างยิ่ง ผักบุ้งทะเลเอย ต้นเตยทะเล สันทรายชายหาดก็ถูกเหยียบย่ำไป เนื่องจากว่าเกิดสภาวะล้นเกิน ถ้าลำพังนักท่องเที่ยวเข้ามาในปริมาณที่มันพอเหมาะพอเจาะ ยังพอที่หน่วยงานที่รับผิดชอบจะสามารถที่จะทำนุบำรุงให้มีสภาพที่สมบูรณ์ได้ แต่ว่า เราจะเห็นจากภาพข้างล่าง ถ้าเกิดว่ามีท่านไหนได้เคยไปก่อนที่จะปิดอ่าว เราจะพบว่า แทบจะไม่มีที่นั่งในการที่จะหย่อนก้นลงไปที่หาดเลย ถ่ายรูปมาแทบจะไม่เห็นชายหาด หรือว่าทะเลที่สวย ๆ เลย เราจะเห็นแต่เรือสปีดโบ๊ต (Speed Boat) เราจะเห็นแต่เรือหางยาว เราจะเห็นแต่นักท่องเที่ยวเต็มไปหมดเลย ก็เลยเป็นที่มาว่าเกิดสภาวะล้นเกิน ทรัพยากร ทรุดโทรม มีการประชุมจากคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการจัดการอุทยานแห่งชาติ ทางทะเลของกรมอุทยานเมื่อปี ๒๕๖๑ ว่าเราน่าจะมีการพิจารณาปิดอ่าวดีไหม เพราะมีภาพ ที่มันไม่น่ามองออกไปต่อสื่อสังคมออนไลน์ (Online) เยอะมากเลย เพราะว่านักท่องเที่ยว ก็เข้ามาเยอะเกิดการเหยียบย่ำทำลายสังคมพืชชายหาด ชายหาดทรุดโทรม เสื่อมโทรม แล้วก็มีประธานสภาอุตสาหกรรมของที่จังหวัดกระบี่ก็เสนออีกบอกว่าอุทยานช่วยมากำหนด จำนวนนักท่องเที่ยวหน่อย อันนั้นคือเรื่องราวเกิดขึ้นในต้นปี ๒๕๖๑ หลังจากนั้นที่ประชุม ของคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการจัดการอุทยานแห่งชาติทางทะเลของกรมอุทยาน ก็มีมติในเดือนมีนาคมปี ๒๕๖๑ ว่าขอให้กรมอุทยานออกประกาศให้ปิดอ่าวมาหยา เป็นการชั่วคราวสัก ๔ เดือนก่อน เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม และเดือน กันยายน ๔ เดือนเต็มก่อน แล้วก็เป็น ๔ เดือนที่จริง ๆ แล้วเป็นช่วงมรสุมพอดีด้วย นักท่องเที่ยวก็น้อย น่าจะพอเหมาะพอเจาะกับทรัพยากรที่กำลังจะฟื้นตัวด้วย ไม่น่าจะ กระทบอะไรเยอะ วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ก็เลยออกประกาศว่าจะมีการปิดอ่าวมาหยาตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ก็คือ ๑๐ วันก่อนล่วงหน้ามีการออกประกาศ วันที่ ๑ มิถุนายน ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ซึ่งตอนนั้นเหตุผลก็คือว่ามันมีความเสื่อมโทรม มีภาพข่าวเยอะมากว่ามีการ เหยียบย่ำทำลาย นักท่องเที่ยวเกินความสามารถของอ่าวมาหยามากเกินไปแล้ว มีที่อยู่ ประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าตารางเมตร แต่ว่ามีหัวของนักท่องเที่ยวเยอะมาก แล้วก็ทั้งวันเลย แทบจะไม่มีวันไหนที่อ่าวมาหยาที่จะได้พักผ่อน แล้วก็เปิดรับคลื่นธรรมชาติ หรือว่าเอาคลื่น มาเยียวยาชายฝั่งได้เลย ก็เลยมีมติว่าอย่างนั้นเราปิดเป็นการชั่วคราวก่อน หลังจากนั้น คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการจัดการอุทยานแห่งชาติทางทะเลนี้เป็นของจังหวัดกระบี่ โดยตรง พอใกล้ ๆ ถึงวันที่จะเปิดก็บอกขอปิดไปอีกสัก ๒ เดือนไหม เพราะดูเหมือนว่า มันก็ยังทรุดโทรมเสื่อมโทรมลงอยู่ ยังไม่สมบูรณ์พอ ๒ เดือนถัดมาก็ยังอยู่ในช่วงฤดูมรสุม ก็คือมรสุมที่จังหวัดกระบี่ ที่อ่าวมาหยาจะไปถึงประมาณปลายเดือนตุลาคม คำว่ามรสุม ของเราคือมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดเข้าหาฝั่ง ทำให้ฝั่งอันดามันทั้งหมดตั้งแต่จังหวัดระนอง จนไปถึงจังหวัดสตูลเกิดผลกระทบก็คือมีคลื่นลมค่อนข้างรุนแรง รวมถึงจังหวัดกระบี่ด้วย ซึ่งตอนนั้นถ้าเกิดว่าเราจะปิดก็ไม่น่าจะมีผลอะไรเยอะมาก ที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษา ด้านวิชาการจัดการอุทยานแห่งชาติทางทะเลก็ประกาศอีกบอกว่าถ้าอย่างนั้นเนื่องจากว่า ยังไม่สมบูรณ์ดีก็ขอเสนอให้ขยายเวลาปิดไปอีก แต่อันนี้มีข้อสังเกตนิดหนึ่งว่าไม่มีระยะเวลา กำหนดก็คือปิดไปก่อน ไม่มีกำหนดเวลา ปิดไปเลย มีการออกประกาศปิดตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๑ แบบไม่มีกำหนด ประกาศฉบับนี้ออกมาในวันที่ ๒๘ กันยายน หรือว่า ๓ วัน ล่วงหน้าเท่านั้นเอง ก่อนที่จะมีประกาศฉบับที่ ๒ ตามมาว่าขอปิดแบบไม่มีกำหนด นักท่องเที่ยว ซื้อตั๋วล่วงหน้าแล้ว ชาวบ้านเตรียมเรือ ชาวบ้านเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดรับ สู่ฤดูการท่องเที่ยวใหม่ของอ่าวมาหยาในวันที่ ๑ ตุลาคม แต่ว่าประกาศฉบับนี้ทำให้อีก ๓ วันล่วงหน้าเรือที่ถูกเตรียมไว้ นักท่องเที่ยวที่ซื้อตั๋วไว้แล้วก็ต้องยกเลิก เพราะว่ามีการ ประกาศที่ค่อนข้างกระชั้นมากคือ ๓ วันล่วงหน้าและปิดครั้งนี้ไม่มีกำหนด เหตุผลก็คือ สถานการณ์ยังไม่กลับคืน ให้ปิดไปก่อน ปิดทั้งอ่าวมาหยาและอ่าวโละซามะก็คืออีกฝั่งหนึ่ง ของอ่าวมาหยาด้วย ตัวกล่องถัดมาตรงกลางก็คือชมรมธุรกิจท่องเที่ยวก็บอกว่าขอให้ อุทยานเปิดได้แล้วในวันที่ ๑ พฤศจิกายน หลังจากที่อุทยานประกาศปิดเดือนตุลาคม ๑ เดือนหลังจากนั้นก็ขอให้เปิดได้แล้ว น่าจะฟื้นฟูกลับมาแล้วโดยที่ชมรมธุรกิจท่องเที่ยว ถึงขนาดบอกว่าเดี๋ยวเราลงทุนช่วยกันสร้างท่าเรือแบบลอยน้ำให้ เป็นโป๊ะลอยน้ำจะได้ ไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อม เอกชนขอสนับสนุนสมทบลงทุน แต่ก็ไม่มีมติที่จะให้อ่าวมาหยาเปิด ตามที่ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวบอกหรือว่าเสนอแต่อย่างใด ก็ยังขยายเวลาปิดต่อไปอย่างไม่มี กำหนด ก็มีที่ประชุมกรมการท่องเที่ยว เนื่องจากว่าอ่าวมาหยาก็ถือว่าเป็นแม่เหล็กในการ ที่จะดึงนักท่องเที่ยวแล้วก็เม็ดเงินเข้ามา โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ก็มีการประชุมอีกก็บอกว่า ขอนำเรื่องนี้เข้าไปหารือเถอะ เพราะว่าเราอยากจะส่งเสริมให้มันเกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ก็ขอให้พิจารณาทบทวนในเรื่องของการปิดอ่าว ที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาด้าน วิชาการจัดการอุทยานแห่งชาติทางทะเลของอุทยานก็มีการประชุมอีก แต่ไม่มีการพูดถึง เรื่องนี้เลยว่าจะมีการเปิดหรือจะมีการปิดตอนไหนอย่างไร แล้วก็มีประกาศออกมาว่าขอปิด ไปอีก ประกาศฉบับนี้เป็นประกาศปกติ เพราะว่าปกติแล้วก็จะมีการปิดอุทยานแห่งชาติ ทางทะเลในบางพื้นที่อยู่แล้วในช่วงโลว์ ซีซัน (Low Season) คือช่วงมรสุม เนื่องจากว่า คลื่นลมค่อนข้างรุนแรงมีผลต่อการที่เรือเข้าไปเทียบท่า ก็จะมีผลต่อพวกสวัสดิภาพ สาธารณะของนักท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็ประกาศหลังจากที่เรารวบรวมข้อมูลทั้งหมดจนสิ้นสุด การแสวงหาข้อเท็จจริงประมาณกลางปีที่แล้ว เราก็ไม่พบว่ามีประกาศที่เกี่ยวข้องกับการ ประกาศเปิดอ่าวมาหยาอีกเลยหลังจากนั้นเป็นต้นมา อันนี้เป็นส่วนที่ ๓ ก็คือเป็นส่วนของการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องของการดำเนินงาน ของกรมแล้ว ก่อนหน้านี้เป็นไทม์ไลน์ (Timeline) ว่าไล่เลียงกันมาอย่างไร อ่าวมาหยา ถึงประกาศปิด ประกาศกี่ครั้ง แล้วมีแอ็กชัน (Action) จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างไร แอ็กชัน (Action) จากกรมอย่างไร แอ็กชัน (Action) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไร ตอนนี้เราไปสืบค้นดูว่าระหว่างที่ประกาศปิด หน่วยงานที่รับผิดชอบก็คือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้ดำเนินการอะไรบ้าง เราก็พบว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้ดำเนินการอยู่ ๓ ส่วน ก็คือฟื้นฟู ติดตามสถานภาพชายหาด ทรัพยากรทางทะเล แล้วก็มีการพัฒนาพวกอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ท่าเรือ ห้องน้ำ ปรับปรุงให้ดีขึ้น แล้วก็รวมถึงวางมาตรการเพื่อกำกับดูแลในอนาคตที่อ่าวมาหยาจะเปิด ขึ้นมาอีก เราพบว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้มีการดำเนินการ ๓ อย่างนี้ ตั้งแต่ตุลาคม ๒๖๖๒ ถึงกันยายน ๒๕๖๓ แต่อ่าวมาหยานั้นถูกประกาศปิดไปมิถุนายน ๒๕๖๑ แปลว่าตั้งแต่มิถุนายน ๒๕๖๑ จนถึงตุลาคม ๒๕๖๒ ก่อนที่จะมีแอ็กชัน (Action) ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชก็คือ ๑ ปีกับ ๔ เดือนนั้น เราไม่พบข้อมูลว่า มีการดำเนินการใด ๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะฟื้นฟูอ่าวมาหยาให้กลับมาเปิด อีกครั้งหนึ่ง อันนี้ก็คือกิจกรรมที่ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น มีการประเมินสถานภาพ แนวปะการังว่าปะการังฟื้นตัวหรือยัง แต่ทั้งหมดนี้ก็คือดำเนินการประมาณปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ หลังจากที่มีการประกาศปิดไปแล้วประมาณ ๑ ปี ก็มีการติดตามการเปลี่ยนแปลง ของสังคมพืช ของสันทรายชายหาด เราจะเห็นภาพซ้ายทั้งหมด ๔ ภาพ ก็เป็นภาพสมัยที่ นักท่องเที่ยวแออัดมาก ๆ เห็นหรือไม่ว่าเมื่อเทียบกับภาพทางขวามือแตกต่างกันไปโดย สิ้นเชิง ก็คือทางด้านซ้ายเราถ่ายรูปแล้วเราจะไม่เห็นพืชพรรณที่อยู่บริเวณพื้นดินเลย เราแทบจะไม่เห็นชายหาดเลย เราจะเห็นแต่หัวคนทั้งนั้นเลย เมื่อเทียบกับหลังจากที่ประกาศ ปิดไปแล้ว เราก็จะเห็นความสมบูรณ์ที่ค่อนข้างกลับมา ซึ่งมันก็ธรรมดามากในเมื่อพื้นที่ไหน ที่ไม่มีมนุษย์เข้าไปอยู่ พื้นที่ไหนที่ไม่มีกิจกรรมอยู่บนพื้นที่นั้น สักพักหนึ่งระบบนิเวศ ก็จะฟื้นฟูขึ้นมาเองอยู่แล้วตามปกติ ถัดไปอันนี้ก็จะเป็นการติดตามพื้นที่การเปลี่ยนแปลง ชายหาดที่หน่วยงานได้มีการติดตามอยู่ ก็จะมีบอกว่าถ้าก่อนกับหลังมีการสะสมตัว มีการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ชายหาดอย่างไร มีการปลูกพันธุ์ไม้ป่าชายหาดด้วย เนื่องจาก อย่างที่บอกว่าพอช่วงที่มีการเปิดรับนักท่องเที่ยวมีสภาวะล้นเกินนั้น ชายหาดได้ถูกเหยียบย่ำ เพราะฉะนั้นพืชพรรณที่เป็นพืชท้องถิ่นก็ถูกเหยียบย่ำแล้วก็ทำลายไป เพราะฉะนั้น ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชก็เลยมีการเอารั้วไม้มาปักฟื้นฟู เอาพืชพรรณ ต่าง ๆ กลับเข้ามาปลูกใหม่ เพื่อที่จะสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง มีการฟื้นฟูแนวปะการัง ตรงเส้นสีเหลือง ๆ บริเวณนั้น ตรงนั้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นไป ทางด้านซ้ายมือทางด้านบนของภาพ ก็จะเป็นแนวปะการังซึ่งเยอะมาก สีขาว ๆ ก็จะเป็น พื้นที่ที่มีการย้ายปะการัง ที่มีการปลูกปะการังใหม่โดยใช้เทคโนโลยีที่ทางกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชใช้คำว่า คอรัล พรอปพาเกชัน (Coral Propagation) ก็เป็น การเพาะปะการังอย่างภาพที่เราเห็นทางด้านขวามือ ก็เป็นการอนุบาลเรียกว่าเป็นการ อนุบาลปะการังแล้วกัน พบว่าก็มีอัตราการอยู่รอดพอสมควร อันนี้เป็นส่วนที่ ๒ ก็คือทาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชก็ไม่ได้ละเลยเพิกเฉยว่าจะปิดไปเรื่อย ๆ แต่ว่าก็ยัง มีการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับ ซึ่ง ณ ตอนนั้นก็ยังไม่ได้มีการประกาศว่า แล้วจะกลับมาเปิดเมื่อไร แต่ว่าก็ได้มีการดำเนินการ เช่น สร้างบ้านพักเจ้าหน้าที่ อาคาร สุขาภิบาลต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดตามสัญญาคาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนเมษายน ๒๕๖๔ ก็คือ ปีที่แล้ว ถัดไปปรับปรุงภูมิทัศน์เพราะว่าความเชื่อของอุทยานก็คือว่าถ้ามีการเหยียบย่ำ ของนักท่องเที่ยวไปบนสังคมพืชที่อยู่บนพื้นทรายจะทำให้เกิดความเสื่อมโทรม เพราะฉะนั้น ก็เลยทำบอร์ดวอล์ก (Boardwalk) ทำทางเดินยกระดับ ไม่สูงมากก็คืออย่างที่เห็นก็ประมาณ คืบ ๒ คืบเท่านั้นเอง เพื่อที่จะยกระดับพื้นที่ไม่ให้นักท่องเที่ยวเหยียบไปบนพื้นทรายโดยตรง ว่ากันแบบนั้นแล้วกัน ทำบอร์ดวอล์ก (Boardwalk) ตลอดทั้งแนว ก็คือบังคับลู่ให้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินได้บนนี้เท่านั้น อย่าลงไปเหยียบพวกสังคมพืชต่าง ๆ ที่อยู่บน ชายหาดนะ อันนี้ก็เป็นทำทางเดินจากฝั่งของอ่าวมาหยาไปถึงตรงท่าเรือ ความยาวก็คือประมาณสัก ๓๒๐ เมตร ทำบอร์ดวอล์ก (Boardwalk) ตลอดแนว ๓๒๐ เมตร แล้วก็ทำท่าเรือ อย่างที่เห็นในภาพตอนที่กล่าวในเบื้องต้นว่าบริเวณอ่าวมาหยานั้น เป็นที่จอดเรือ ก่อนที่จะมีการปิดจะมีเรือละลานตามากเลยที่จอดอยู่หน้าหาด แต่หลังจากนั้น ก็มีการย้าย บอกว่าเราไม่ทำแบบนี้แล้วนะ เราย้ายเรือไปอยู่ด้านหลังอ่าวมาหยา ซึ่งเรามีชื่อ เรียกว่าอ่าวโละซามะ ก็คือภาพที่เห็น ภาพเหล่านี้คือภาพที่เกิดจากการที่กรรมาธิการลงพื้นที่ นี่คือภาพจริง ณ วันที่กรรมาธิการลงพื้นที่จะเห็นสีน้ำสวยมากนะคะ บริเวณนี้มีปะการัง ค่อนข้างเยอะทีเดียว ตรงนี้จะเป็นท่าเรือ ต่อไปนี้ก็คือตั้งแต่ ๑ มกราคม ปี ๒๕๖๕ เรือของ นักท่องเที่ยวทั้งหมดจอดที่อ่าวโละซามะ แล้วเดินบนบอร์ดวอล์ก (Boardwalk) ที่กล่าวถึง ในสไลด์ (Slide) ก่อนหน้านี้ ระยะทาง ๒๗๐ เมตร เดินไปที่ชายหาดมาหยา อ่าวมาหยา ก็คือ เดินทะลุเกาะไป ว่ากันง่าย ๆ เดินทะลุเกาะไป ทั้งหมดบอร์ดวอล์ก (Boardwalk) ตรงนี้ ตัวท่าเรือตรงนี้ก็แล้วเสร็จไปแล้ว ท่าเรือจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ตามสัญญาก็คือ เป็นโป๊ะลอยน้ำนะคะ แล้วก็มีเรือแทงท้ายเข้าไปจอด🔗
อาจารย์ครับ ช่วยสรุป ๆ หน่อยนะครับ ใช้เวลาเยอะมากแล้ว เดี๋ยวท่านสมาชิกก็จะมีการสอบถาม ถ้ามีอะไรก็ค่อยเพิ่มเติมอีกที อาจารย์เอาแบบสรุป ๆ ก่อนครับ🔗
โอเค (OK) ค่ะ ถัดไปขอสไลด์ (Slide) ค่ะ เหล่านี้คือกิจกรรมที่อุทยานทำนะคะ รวมถึง การสร้างมาตรการต่าง ๆ ก่อนที่ว่าจะเปิดอ่าวมาหยาด้วย อันนี้ก็จะเป็นพื้นที่ที่เราตรวจสอบ ข้อเท็จจริงว่ามีประเด็นไหนบ้างที่เราลงไป เราไปตรวจดูว่าอ่าวยังสมบูรณ์หรือไม่อย่างไร อันนี้เป็นภาพ ก็ให้ท่านสมาชิกได้ดูภาพตอนที่กรรมาธิการได้ลงพื้นที่ว่าทรายบนอ่าวมาหยา มีลักษณะเป็นอย่างไร สวยงามอย่างไร🔗
ต่อไปก็เป็นข้อสังเกตแล้วค่ะ เราจะเข้าสู่ส่วนสุดท้ายก็คือข้อสังเกตจาก ข้อเท็จจริงที่เรารวบรวม เป็นดอกคิวเมนทารี รีเสิร์ช (Documentary Research) เป็นการ ลงพื้นที่ฟิลด์ทริป (Field trip) ภาคสนาม ทั้งหมดก็จะมีข้อเท็จจริง ข้อสังเกตจากข้อเท็จจริง จะแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ข้อสังเกตจากข้อเท็จจริงอันที่ ๑ ก็คือตามประกาศของอ่าวมาหยา ในฉบับแรก พอเข้าใจได้ว่าทำไมถึงจะต้องปิด แต่ฉบับที่ ๒ ประกาศออกมาเพียง ๓ วัน ซึ่งกระชั้นกับการประกาศเปิดอีกรอบหนึ่งมาก ๆ เพราะฉะนั้นธุรกิจท่องเที่ยวที่เตรียม ไว้แล้ว รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ซื้อตั๋วไว้แล้วก็จะกระทบมาก ก็คือยกเลิกทริป (Trip) ล่วงหน้า เพียง ๓ วัน ก็เรียกว่ากระทบกับเรื่องของธุรกิจท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง เหตุผลของ การประกาศปิดก็คือทรัพยากรยังไม่ถูกฟื้นตัวขึ้นมา แต่ว่าจากการที่เราศึกษาเอกสาร จากการที่เราลงพื้นที่สำรวจและสอบถามข้อเท็จจริงทั้งหมด พบว่าไม่ได้มีฐานข้อมูล ไม่ได้มีตัวอินดิเคเตอร์ (Indicator) ดัชนีชี้วัดเพื่อที่จะบอกว่าถ้าเสื่อมโทรมถึงระดับไหน ต้องปิด ถ้าไม่เสื่อมโทรมแล้วถึงระดับไหนควรประกาศเปิดอีกครั้ง เพราะไม่มีการเก็บข้อมูล มาก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้นการประกาศเปิด ประกาศปิดที่ผ่านมานั้นไม่ได้อิงอยู่บนดัชนีชี้วัด ใด ๆ เพียงแต่ว่ามีภาพข่าวมีความเสื่อมโทรมนั้นเกิดขึ้นจริง แต่ว่ามันเป็นเชิงประจักษ์ แต่ว่าจริง ๆ แล้วเราควรจะต้องมีอินดิเคเตอร์ (Indicator) ในการที่จะชี้วัดว่าเมื่อไรควรเปิด และเมื่อไรควรปิดนะคะ ในส่วนของประเด็นเรื่องชายหาดกัดเซาะหรือว่าในเชิงกายภาพว่า หาดเปลี่ยนแปลงไปจากนักท่องเที่ยว มันเป็นจริงแค่บางส่วน เพราะว่าหาดทั่วโลก มันเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลเป็นหลัก แม้กระทั่งไม่มีมนุษย์เข้าไปใช้ประโยชน์มันก็เปลี่ยน ตามฤดูกาลเป็นหลัก ซึ่งอ่าวมาหยาเป็นหนึ่งในนั้น ความเสื่อมโทรมของนักท่องเที่ยว ใช่จริงเกิดขึ้น แต่ว่ามันไม่ใช่ทั้งหมดนะคะ เราจะพบว่ามีการปักรั้วไม้ เพื่อที่จะฟื้นฟูสังคมพืช แล้วก็ชายหาด เนินทราย แต่ว่า ตัวภาพของอุทยานนี้เป็นตัวชี้วัดได้โดยตรงเลยว่าจริง ๆ แล้วชายหาดเปลี่ยนตามฤดูกาล เพราะรั้วไม้นั้นบางทีก็จมอยู่ในทราย บางทีก็โผล่พ้นทราย อันนี้คือฤดูกาลที่มีอิทธิพลต่อการ เปลี่ยนแปลงชายหาดเป็นหลัก ตัวบอร์ดวอล์ก (Boardwalk) หรือว่าตรงที่นักท่องเที่ยว จะต้องเดิน จะพบว่าจากการสืบค้นแล้วก็ลงพื้นที่ภาคสนามจริง ๆ มีวัสดุที่ใช้ในค่อนข้างร้อน มาก ๆ นักท่องเที่ยวก็จะถูกบังคับให้ถอดรองเท้าด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็น่าจะเกิดอันตราย ไม่น้อยเลยต่อนักท่องเที่ยวที่จะไปเยี่ยมชมที่อ่าวมาหยา🔗
ต่อไปเป็นส่วนสุดท้าย ก็คือข้อเสนอแนะต่อหน่วยงาน การที่อ่าวมาหยาปิดไป เป็นเวลา ๓ ปีนิด ๆ และเปิดมาแล้วด้วยนะคะ กรรมาธิการของเราได้ยุติการแสวงหา ข้อเท็จจริงไปก่อนที่จะทราบว่าอ่าวมาหยาจะมีการเปิด แต่อย่างไรก็ตามเราก็คิดว่าเรามี ข้อสังเกต เรียกว่าข้อเสนอแนะข้อสังเกตต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบในกรณีที่จะเกิดเหตุการณ์ แบบนี้อีกค่ะ ไม่ว่าจะเกิดกับที่อ่าวมาหยาหรือว่าเกิดกับอุทยานท่องเที่ยวทางทะเล อีกหลากหลายที่ ต้องมีการรับมืออย่างไร อันแรก เราเสนอต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าจริง ๆ แล้วควรจะต้องมีการเก็บข้อมูลในช่วงก่อนมรสุม ปลอดมรสุม และระหว่างมรสุม ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถบอกได้เลยว่าหาดเปลี่ยนอย่างไร และจะ ไม่สามารถบอกได้ว่าแล้วควรจะปิดตอนไหนและเปิดตอนไหน ควรจะคิดร่วมกันด้วย ไม่ใช่หน่วยงานคิดเพียงลำพัง แต่ว่าจะมีพวกสมาคมท่องเที่ยว เพราะว่าอ่าวมาหยาคือเป็น แม่เหล็กสำหรับที่ไม่ใช่แค่จังหวัดกระบี่อย่างเดียว ที่จังหวัดภูเก็ตคนก็มาท่องเที่ยวอ่าวมาหยาด้วย ควรจะจำเป็นมาก ๆ เลยต้องมีดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของทรัพยากรเพื่อที่จะกำกับดูแลว่า ให้มันเกิดความยั่งยืนต่อไปในอนาคต เมื่อนักท่องเที่ยวจำเป็นที่จะต้องเดินทางเข้ามา จริง ๆ แล้วอ่าวมาหยามีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ด้วย การโพรโมต (Promote) อ่าวมาหยา เพียงลำพัง แน่นอนว่าอาจจะนำพาความเสื่อมโทรมมาให้อ่าวมาหยามากเกินไปอีกในอนาคต เพราะฉะนั้นหน่วยงานอาจจะต้องโพรโมต (Promote) พื้นที่อื่น ๆ ไหม ที่ไม่ว่าจะเป็น เกาะไผ่ เกาะยูง เกาะปอดะ อะไรแบบนี้ที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ เคียง แล้วก็มีความสวยงาม เพื่อที่จะกระจายนักท่องเที่ยวไม่ให้เกิดสภาวะล้นเกินอีก มีการจัดโซนนิง (Zoning) คำนึงถึง แคริง คาพาซิตี (Carrying Capacity) หรือว่าขีดจำกัดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว ของชายหาดที่อ่าวมาหยาที่มีอยู่ประมาณ ๔,๗๐๐ ตารางเมตร ให้ได้ กำหนดจำนวน นักท่องเที่ยว อันนี้ก็คืออุทยานได้จ้างทางมหาวิทยาลัยให้ทำว่าจำนวนนักท่องเที่ยวควรจะ เป็นเท่าไร ก็เคาะออกมาประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ คนต่อรอบ ประมาณ ๓,๐๐๐ คนต่อวัน ก็ควรจะต้องมีการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวด้วย ซึ่งตอนนี้อุทยานกำหนดจำนวน นักท่องเที่ยวอยู่ ถัดไปเรื่องของสาธารณูปโภค น้ำจืดไม่มีบนเกาะพีพีเลย ต้องขนไป ขยะก็ไม่ได้มี การกำจัดบนเกาะพีพี ก็ต้องขนมา ถ้าในอนาคตมีนักท่องเที่ยวไปเยอะมากอีก ก็จะมีปัญหา แบบเดียวกัน เพราะฉะนั้นเราอาจจะต้องกำหนดมาตรการ เช่น พลาสติกบางอย่างห้าม นำเข้าไปบริเวณอุทยานไหม ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบเอ็ดดู-ทัวริซึม (Edu-Tourism) มีการ ปลูกปะการังต้นไม้ให้มันต่อเนื่อง ไม่ใช่เป็นเฉพาะช่วงที่เราต้องการฟื้นฟูอ่าวมาหยา จากความเสื่อมโทรม แต่ให้มีการปฏิบัติเป็นต่อเนื่องเป็นประจำ อย่างนั้นน่าจะนำมาซึ่งความ ยั่งยืนในการท่องเที่ยวมากกว่า การที่อ่าวมาหยาถูกย้ายท่าเรือไปอยู่อีกฝั่งหนึ่งก็ถือว่า เป็นเรื่องที่ดีส่วนหนึ่ง แต่ว่าตัวท่าเรือเองยังมีข้อกังวลว่าเวลาที่ช่วงฤดูมรสุมที่คลื่นซัดเข้ามา ตำแหน่งของท่าเรืออยู่ในจุดที่ล่อแหลมที่จะเกิดผลกระทบต่อการจอดเรือมาก ๆ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการก็มีความกังวลเรื่องนี้ ในเรื่องของความปลอดภัยในการขึ้นลงเรือด้วย ตอนนี้อ่าวมาหยาได้ถูกเปิดแล้ว เปิดอย่างเต็มตัวแล้วในวันที่ ๑ มกราคม ปี ๒๕๖๕ ก็รวม ระยะเวลาก็คือ ๓ ปี ๗ เดือน หลังจากที่ปิดไป ประกาศปิด ๒ รอบ รอบแรกทุกคนยังพอ เข้าใจได้ แต่รอบที่ ๒ นั้นมีการประกาศปิดค่อนข้างกระชั้นมาก ๆ เราก็ตั้งข้อสังเกตหลังจากนั้นเป็นต้นมา แล้วก็รวมถึงมาตรการต่าง ๆ ตอนที่ประกาศปิด ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เรียกว่ายังมีความล่าช้าในการดำเนินการอยู่ แล้วก็ทางกรรมาธิการของเราก็ได้มีข้อเสนอแนะต่าง ๆ อย่างที่พยายามเรียบเรียงอย่างเร็ว ๆ ให้ท่านได้เห็น ซึ่งบทสรุปของรายงานชุดนี้รวมถึงข้อเสนอแนะต่าง ๆ ขมวดปมตรงนี้เลยว่า ประกาศเปิดหรือประกาศปิดได้ แล้วใช้ได้กับทุกที่เลย อุทยานไม่ต้องทางทะเลก็ได้ แต่ต้องมี ดัชนีชี้วัดที่มันแน่นอน แล้วก็มีหลักฐานเชิงวิชาการเชิงประจักษ์ด้วยว่าจะเปิดจะปิดเมื่อไร จะปิดชั่วคราวหรือจะปิดตลอดไป ต้องกำหนดล่วงหน้าโดยมีหลักทางวิชาการในการ สนับสนุน มีแผนจัดการที่ไม่ใช่ลำพังหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายหาดที่เป็นแม่เหล็ก ดึงดูดแบบนี้ มีกิจกรรมท่องเที่ยวเยอะขนาดนี้ ต้องมีภาคเอกชน ภาคประชาสังคมเข้าไปช่วย ในการจัดการดูแล ในการจัดการรอบของนักท่องเที่ยวต่าง ๆ แบบนี้หรือเปล่า เพื่อที่จะ สามารถวางแผนในการเปิดปิดกิจกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยว ของอ่าวมาหยาและอ่าวอื่น ๆ ด้วยให้ได้มาตรฐานระดับโลก แล้วก็ถ้าเป็นไปได้เราควรจะ ยกระดับโมเดล (Model) นี้ให้เป็นโมเดล (Model) นำร่องเลยค่ะ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของ อุทยานแห่งชาติทางทะเล เราคงไม่อยากจะปิดอุทยานหลาย ๆ ที่ที่มีความเสื่อมโทรม แล้วก็ มองมันเหมือนกับอยู่ในตู้ปลา แล้วก็มองในระยะไกลผ่านเชือกที่กั้นเหมือนที่อ่าวมาหยา ที่เรามองอยู่ ๓ ปีกับอีก ๗ เดือนได้อีกแล้ว ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการก็เพื่อที่จะปรับปรุง การดำเนินงานของหน่วยงานเสนอต่อไปยังหน่วยงานให้สามารถดำเนินการที่จะเปิดหรือปิด อุทยานแห่งชาติทางทะเลต่อไปในอนาคตให้เกิดการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ไปได้ด้วยกัน อย่างยั่งยืน ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ กรรมาธิการก็ได้แถลงไปแล้วนะครับ ต่อไปจะเป็นการร่วมอภิปรายของท่านสมาชิก ต่อรายงานผลการศึกษา เรื่อง ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาสอบหาข้อเท็จจริงกรณีการปิด อ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่ ท่านแรก พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตามด้วยท่านมานพ คีรีภูวดล ท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ท่านคำพอง เทพาคำ แล้วก็ท่านสมคิดเชื้อคง เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ขออนุญาตมาสนับสนุนเพื่อนสมาชิกที่ได้รายงานผลการดำเนินการ จากรายงานดังกล่าว โดยเฉพาะรายละเอียดผมก็คงไม่กล่าวถึงเรื่องของในรายงานแล้ว โดยเฉพาะเรื่องประเด็นของการดำเนินการนั้นมี ๒ ประเด็น เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือ เรื่องการปิดอ่าวที่ผ่านมาในระยะมรสุม ซึ่งรัฐบาลอ้างว่ามีเหตุและความจำเป็น ซึ่งจำเป็น ที่จะต้องให้เกิดการปรับปรุงพื้นที่ ตลอดจนเรื่องของความสวยงามที่ได้บรรยายในภาพ ทั้งหมดว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ดีงามและงดงามที่สุด แล้วก็จะทำให้เป็นมูลค่าหรือ แวลู (Value) ของประเทศในอนาคตต่อไป การที่รัฐบาลใช้กฎหมาย หรือ พ.ร.บ. ต่าง ๆ เข้ามานั้นเป็นการที่แก้ไขปัญหาบางส่วน แต่ไม่ได้ใช้ทรัพย์สินที่เป็นประโยชน์ของรัฐบาล ของคนในชาติ โดยเฉพาะคนในพื้นที่ที่จะได้ประโยชน์จากกิจการที่เราเรียกว่าท่องเที่ยว หรือทัวริซึม (Tourism) ต่าง ๆ การอนุรักษ์ก็เป็นเรื่องของการที่รัฐบาลจะต้องเป็นไปตาม หมุดหมายของรัฐบาล โดยเฉพาะเล่มการใช้ในการที่จะต้องพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ ๑๓ ซึ่งมีหมุดหมายเรื่องนี้อยู่ในเรื่องของการที่จะพัฒนาอยู่ด้วย ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่ง ของการที่คณะกรรมาธิการสามัญได้สรุป สุดท้ายก็คือเรื่องของการต้องมีแผนบูรณาการ ผมเห็นด้วยครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ในเนื้อหาของพื้นที่อันดามันซึ่งมีพื้นที่ของอ่าวมาหยา ผมไป ๒-๓ ครั้งแล้วในช่วงที่ผ่านมา ก็พบดังที่มีการรายงานไป และสิ่งสำคัญคือผมในฐานะที่เป็น กรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ผมก็ได้ไปดูงานส่วนหนึ่งในต่างประเทศ แล้วก็ได้ภาพลักษณ์ หรือความต้องการของกลุ่มประเทศทางด้านประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ พวกนี้ มีความต้องการในเรื่องของการท่องเที่ยวจากเรือครูซ (Cruise) ที่จะเข้ามาเป็นธุรกิจหนึ่ง ที่จะเข้ามายืนยันเพื่อนำเงินตราเข้ามาแตะแผ่นน้ำทางด้านอันดามันชัดเจน ถ้ามีการที่จะ ปรับปรุงแผนโดยเฉพาะเรื่องของการทำข้อมูลเชิงลึก อ่าวมาหยาถ้ารัฐบาลได้นำเอา เมตาเวิร์ส (Metaverse) โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลมหัตโดยในบิ๊กดาตา (Big Data) ลงมา ทำการเก็บโดยให้คนในชุมชนร่วมกันในการสำรวจความลึกของอ่าว สำรวจปฏิกูลต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละช่วงก็จะเห็นวงรอบของการหมุนเวียนของขยะ ของการปฏิสัมพันธ์ ของคนในพื้นที่และคนที่เข้ามาใช้พื้นที่ เราก็สามารถใช้ข้อมูลมหัตบริหารจัดการสร้างเป็น แมตเทอร์ (Matter) ให้เห็นข้อมูลที่จะเกิดขึ้นเป็นแนวโน้ม และการที่จะเอาข้อมูลพวกนี้ มาให้ทั้งคนในพื้นที่เพื่อช่วยกันป้องกันดูแล อนุรักษ์รักษา ตลอดจนนักท่องเที่ยวเข้ามา จะใช้พื้นที่ตรงไหน เพราะฉะนั้นการบูรณาการตามแผนที่กำหนดไว้ในรายงานผมเห็นควรว่า รัฐบาลควรจะเปิดแผนในเรื่องการรักษาทรัพยากรธรรมชาติในขอบเขตปริมณฑลในอ่าวน้ำ ทั้งอันดามันและอ่าวไทยขึ้นมา โดยเฉพาะแหล่งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อเปิดพื้นที่ให้ ธุรกิจทางด้านทัวริซึม (Tourism) เข้ามาได้มากขึ้น เพราะในอนาคตเรือครูซ (Cruise) ที่จะเข้ามาจากประเทศจีนก็ดี เรือครูซ (Cruise) ที่มาจากประเทศออสเตรเลียก็ดี หรือประเทศญี่ปุ่นก็ดี กำลังเป็นธุรกิจใหม่ที่กำลังก้าวเข้ามาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพ และประเทศไทยเป็นแหล่งเดียวที่จะทำให้คนพวกนี้มาดำน้ำ มาใช้สอยบนพื้นดินที่เกาะ ในชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ใช่คิดว่าเขาจ่ายเงิน แต่เขาจะเอาเงินจำนวนหนึ่งมาทำให้พื้นที่ ฉะนั้น การปรับปรุงหรือการสร้าง โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลเชิงลึกอย่างที่กรรมาธิการท่านหนึ่ง ท่านได้นำเสนอนั้นถือว่าเป็นข้อมูลชั้นดีแล้วก็แก้ไขปัญหา ฉะนั้นการต้องการร่วมกัน ในการบูรณาการรัฐบาลจะต้องนำหมุด ๑ หมุดที่อยู่ในแผนพัฒนาบริบทนี้ที่อยู่ในเล่มนี้ เป็นหมุดเรื่องของการดูแลทรัพยากรซึ่งน่าจะอยู่ในหมุดคุณภาพหมุดที่ ๒ เขียนว่าไทยเป็น จุดหมายของการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน แล้วเติมเงินเข้าไปที่กระทรวง ต่าง ๆ โดยเฉพาะถ้าเป็นแผนบูรณาการเรื่องนี้จะต้องเติมเงินเพื่อให้เกิดแวลู (Value) แล้วขับเคลื่อนให้เป็นระบบ ตลอดจนถอดเม็ดเงินจากการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการท่องเที่ยว ที่เราตกขอบไปพอสมควร ที่ในปี ๒๕๖๓ เราได้ยอดพอสมควรแล้ว แต่ปีนี้เราเพิ่งฟื้นฟู แต่การท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในระบบจากทางบก ทางอากาศนั้นอาจจะลดน้อยถอยลงไป ฉะนั้นพื้นผิวน้ำเป็นส่วนสำคัญที่เราสามารถใช้ในการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลายประเทศ เข้ามาใช้ ตลอดจนการเสริมสร้างให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยเฉพาะท้องถิ่นจะได้มีรายได้ ในการเคลื่อนทรัพยากรที่มีอยู่แบบอนุรักษ์ด้วย และรักษาพื้นที่อย่างยั่งยืน ฉะนั้นแผนบูรณาการนี้ จะต้องถูกกำหนดโดยคนที่มีส่วนร่วมทั้งหมด ผมเห็นด้วยเรื่องของการรายงานว่าจำเป็น จะต้องมีการบูรณาการอย่างจริงจังและเป็นกรอบระบบ แล้วมีงบประมาณลงไปใน หมุดหมายที่ ๒ อย่างชัดเจนเพื่อสร้างความยั่งยืน ถึงจะทำให้รายงานฉบับนี้รัฐบาลเอาไป ต่อยอดได้อย่างสมบูรณ์ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานพครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วผมเป็นคนภูเขาบนดอยนะครับ แต่ว่าผมคิดว่าเรื่องทะเล คือผมจะเกี่ยวข้องกับเรื่องฐานทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดิน เรื่องน้ำ เรื่องป่า ผมคิดว่ามันมีจุดที่สำคัญตรงเดียวกันก็คือเรื่องระบบอำนาจตัดสินใจ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอที่เป็นข้อสังเกตในข้อเท็จจริง แล้วก็ข้อสังเกต ต่อหน่วยงาน ผมคิดว่าทั้งหมดนี้กรรมาธิการที่มีทั้งฝ่ายการเมือง ฝ่ายวิชาการ ได้ลงไป ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการวิชาการ ผมคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่เป็นรายงาน ที่มีความหมาย ผมคิดว่าฐานทรัพยากรจำเป็นอย่างยิ่ง เรื่องของการบริหารจัดการ ฐานทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นเรื่องดิน เรื่องน้ำ เรื่องป่า เรื่องอากาศ เรื่องผู้คนและวัฒนธรรม มันคือต้นทุนทั้งหมด ถ้าหากว่าระบบบริหารจัดการและระบบตัดสินใจมันมีปัญหา ผมคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นที่บนดอย ไม่ว่าจะเป็นที่ทะเล ไม่ว่าจะอยู่ในภาคกลาง จะอยู่ในรูปแบบไหน มันมีปัญหาหมดเลยครับ เมื่อสักครู่ก็ฟังจากอาจารย์ได้พูดถึงเรื่องของการประกาศปิด อ่าวมาหยา ผมก็มีโอกาสได้ไป ค่อนข้างที่จะมีคนแออัดมาก ผมคิดว่าอันนี้เรื่องของการ กำหนดว่าจำนวนคนที่จะเข้าไปจะต้องเท่าไร ในแง่ของระบบนิเวศก็ต้องคิด ในแง่ของ เศรษฐกิจก็ต้องคิด ในแง่ของผู้คนในพื้นที่ก็ต้องคิด เพราะฉะนั้นก็คือถ้าหากว่าเราดูในระบบ อำนาจการตัดสินใจ ผมคิดว่าประกาศนี้มาจากใคร มาจากผู้ถือกฎหมายอยู่ที่อธิบดีใช่หรือไม่ อยู่ที่ปลัดกระทรวงใช่หรือไม่ และมีหลายประกาศอีกนะครับ แล้วก็แผนงานของกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาอีกว่าแผนโพรโมต (Promote) ใครเป็นคนประกาศอีก ผมคิดว่าอันนี้ คือทั้งหมดที่ผมพยายามจะอภิปรายให้เห็นภาพ เราจำเป็นอย่างยิ่ง เรื่องนี้ผมคิดว่าส่วนที่ ผมอยากจะเพิ่มเติมให้กรรมาธิการเป็นข้อสังเกต ข้อเสนอเพิ่มเติมว่าระบบการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นช้างป่าที่จังหวัดจันทบุรีหรืออำเภอกุยบุรี ถ้าระบบตัดสินใจมันไม่สอดคล้อง กับข้อเท็จจริงในพื้นที่ ผมคิดว่าอันนี้เป็นปัญหาทั้งหมด เพราะว่าปัญหามันอยู่ที่พื้นที่ ไม่ได้อยู่ที่กรุงเทพฯ ที่ดินป่าไม้ที่จังหวัดเชียงใหม่มันก็อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ อ่าวมาหยา อยู่จังหวัดกระบี่ ต้องให้คนกระบี่และผู้คนที่เกี่ยวข้องในจังหวัดกระบี่ตัดสินใจ ประเด็นนี้ จึงสำคัญมากครับ การกระจายอำนาจหรือว่าการให้พื้นที่เป็นคนตัดสินใจเป็นเรื่องสำคัญครับ ผมคิดว่าผู้คนที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยที่สุดเท่าที่ฟังจากกรรมาธิการได้รายงาน ชุมชนพื้นที่ มีทั้งชาวประมง มีทั้งคนที่จะต้องดูแลบ้านพัก คนที่จะต้องขับเรือ นักธุรกิจที่จะต้องไปเอา นักท่องเที่ยวเข้าไป เอาเม็ดเงินเข้าไปหาชุมชน นักอนุรักษ์ที่เป็นห่วงเรื่องสิ่งแวดล้อม และผู้ถือกฎหมายที่จะต้องดูแลข้อกฎหมายต่าง ๆ เหล่านี้ ๓-๔ กลุ่มนี้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เหล่านี้ผมคิดว่าพื้นที่กลางที่พวกเขาจะมีอำนาจตัดสินใจอยู่ตรงไหน ชาวประมงจะไปมี อำนาจตัดสินใจอยู่ตรงนั้นอย่างไร คนขับเรือจะมีอำนาจตัดสินใจอย่างไร ฟังจากกรรมาธิการ เมื่อสักครู่บอกว่าปิด ๓ วัน หมายความว่าประกาศ ๓ วัน แล้วก็ปิดเลย และคนที่เตรียมตัวนี้ จะทำอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมคิดว่าการออกแบบกลไกการตัดสินใจต้องมาจาก ทุกภาคส่วน และจะต้องมีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาดในพื้นที่ ผมยกตัวอย่าง ถ้าคนกระบี่ และคนที่เกี่ยวข้องอย่างที่ผมได้กล่าวมาเมื่อสักครู่นี้ ได้ตัดสินใจว่าเราจะปิดช่วงไหน เราจะทำอะไร เราก็เอาแผนงานตรงนี้ส่งให้ ททท. ส่งให้คนทั้งประเทศได้รู้ว่าถ้าจะมาที่ อ่าวมาหยาจะต้องเตรียมตัวช่วงเดือนไหน การปิดอย่างนี้เป็นการปิดโดยใช้อำนาจ ผู้ถือกฎหมาย ไม่ได้มาจากการมีส่วนร่วม คณะกรรมการแผนของอุทยานที่ว่า ผมคิดว่า อาจจะมีผู้คนหรือว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียน้อยเกินไป เพราะฉะนั้นข้อกฎหมายที่จะต้องออกมา คือในเรื่องการบริหารพื้นที่พิเศษอย่างนี้ เรายังมีเศรษฐกิจพิเศษ เรายังมีคณะกรรมการพิเศษ เรื่องนี้ถ้าพื้นที่ตั้งแต่ท่านผู้ว่าราชการ หัวหน้าอุทยาน พี่น้องชาวประมง พี่น้องที่ดูแล ท่องเที่ยว ผู้ประกอบการธุรกิจ ก็ตั้งเป็นคณะกรรมการ แล้วก็ทำแผนเป็นรายปี แล้วประเมิน สถานการณ์เป็นรายช่วง ๆ ไป เป็นรายไตรมาส ๆ ไป ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ต่างหากนะครับ ทั้งหมดที่ผมได้อธิบายไม่ได้หมายถึงอ่าวมาหยาที่เดียวครับ มันหมายถึงการบริหารจัดการ ทรัพยากร ไม่ว่าดิน น้ำ ป่า อากาศ วัฒนธรรม และผู้คนจำเป็นจะต้องกระจายอำนาจ ให้คนในพื้นที่ได้ตัดสินใจ ใช้กลไกนี้จะทำให้การสร้างสรรค์ทั้งเศรษฐกิจ ผู้คน แล้วก็การทำให้ คุณค่าทั้งมิติเรื่องเศรษฐกิจ แล้วก็มิติเรื่องของการอนุรักษ์มันไปด้วยกัน ผมขออนุญาต ใช้เวลาท่านประธานเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประเสริฐพงษ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขออภิปรายรับทราบรายงานการพิจารณาศึกษาญัตติเพื่อพิจารณา ศึกษาสอบหาข้อเท็จจริงกรณีการปิดอ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่ ซึ่งในช่วงที่มีญัตตินี้เข้าสภา ผมก็ได้อภิปรายถึงที่มาที่ไป แล้วก็พูดถึงว่าการปิดอ่าวมาหยาที่ผ่านมาไม่ได้ปิดเพียงครั้งแรก แต่นี่คือการปิดแบบทางการ ครั้งที่ ๒ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาปิดเนื่องจากมีกองถ่ายหนัง ภาพยนตร์เรื่องเดอะ บีช (The Beach) เข้าไปโดยมีดาราชื่อดังต่างประเทศพร้อมกับ กองถ่ายหนังทเวนตี เซ็นจูรี ฟอกซ์ (20th Century Fox) และบริษัท ซันต้า อินเตอร์ เนชันแนล ฟิล์ม โปรดักชัน จำกัด ในประเทศไทย ซึ่งร่วมไม้ร่วมมือกับรัฐมนตรีปองพล อดิเรกสาร อธิบดีกรมป่าไม้ขณะนั้น คุณปลอดประสพ สุรัสวดี ซึ่งต่อมาก็เกิดเป็นคดีฟ้องร้อง จากภาคประชาชนและองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง อบจ. กระบี่ รวมทั้งผมด้วย จนกระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา ศาลได้มีคำพิพากษาศาลฎีกา ผ่านมา ๒๐ กว่าปี คำพิพากษา เลขที่ ๖๒๐/๒๕๖๕ บอกชัดว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะต้องให้มีการฟื้นฟูอ่าวมาหยาให้มีสภาพเดิมตามธรรมชาติ ต้องมีคณะทำงาน ทำแผนการแก้ไขฟื้นฟูและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ซึ่งต้องเห็นชอบร่วมกันกับ ภาคประชาชนหรือคนที่ศาลเห็นสมควร ตอนนี้ผ่านมาแล้วหลังจากอ่านคำพิพากษาไปเมื่อ ๒ เดือนก่อน ซึ่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชก็ไม่ได้ประสานผมมาเลยครับ เพราะว่า อบจ. กระบี่ประสานภายในกับผมแล้วว่าจะแจ้งให้ผมเข้าไปมีส่วนร่วมในการฟื้นฟู อ่าวมาหยา เพราะเป็นผู้ที่เห็นข้อมูลเหมือนภาพที่ผมกำลังนำเสนอซึ่งเป็นภาพอยู่ในรายงาน ต้องขอบพระคุณท่านกรรมาธิการที่ยอมให้ภาพที่ผมส่งให้ท่านดูช่วงของการทำลายอ่าวมาหยา ซึ่งสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย สร้างรายได้ให้กับจังหวัดกระบี่หลักหลายหมื่นล้านบาท ต่อปี ซึ่งมีข้อครหาเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ เดี๋ยวจะพูดนิดหนึ่ง ท่านประธานครับ ญัตตินี้ เรื่องของการรายงานเป็นเรื่องของหลักการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติอย่างชัดเจนครับ การบริหารจัดการของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่ผ่านมาขาดหลักการมี ส่วนร่วม สะท้อนผ่านความเห็นของกรรมาธิการที่มาจากตัวแทนของภาคราชการปรากฏ ในรายงาน เช่นเปิดโอกาสให้ภาคประชาชน อยู่ในหลายหน้าเลย ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเป็น หน้า ค-๓ หรือหน้า ๔๗ ข้อ ๒ จากข้อย่อย ๑๗ การเขียนรูปแบบรายงานของภาคราชการ ในภาพรวมทั้งหมดในประเทศไทย ไม่เฉพาะกรรมาธิการที่ผมอ่านนะครับ มักจะเขียนบอกว่า เปิดโอกาสให้ภาคประชาชน นั่นหมายความว่าคุณกำลังคิดว่าคุณมีอำนาจอยู่ที่ส่วนกลาง อำนาจอยู่ที่อธิบดี อำนาจอยู่ที่ข้าราชการ ข้าราชการเท่านั้นต้องเปิดโอกาสให้ประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมอย่างนั้นหรือครับ ผมรณรงค์ให้เปลี่ยนวิธีคิด ประชาชนอย่างผมเป็นเจ้าของ ทรัพยากร เป็นเจ้าของหาดอ่าวมาหยา ในอดีตที่ผ่านมาเสียดายมากเลยครับ เรามีหาดทราย นุ่ม ๆ เดินไปเหยียบยุบลงไป แต่ปรากฏว่ากองถ่ายหนังเข้าไปทำลายเคลื่อนย้ายทรัพยากร จนกระทั่งมีข้าราชการท่านหนึ่ง หรือในอดีตก็ถูกจับได้ว่ารายได้ของอุทยานไม่ตรงกับจำนวน นักท่องเที่ยวจริงซึ่งปีละกว่า ๖๐๐ ล้านบาท แม้จะไม่ปรากฏในรายงานฉบับนี้ แต่ผมก็ชื่นชม ว่าเป็นความกล้าหาญของการเขียนรายงานได้ดีมาก การปิดอ่าวมาหยาดีครับ แต่ต้องปิด ในโซน (Zone) ที่จำเป็นต้องปิด ส่วนในโซน (Zone) ที่เปิดได้ เช่นที่โละซามะ ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่เป็นลมตะวันตก ที่อ่าวปิเละ ที่ปิเละนี่มันเหมือนลากูน นักท่องเที่ยวสามารถเอาเรือเข้าไปวนแล้วเป็นจุดขายได้ ไม่จำเป็นต้องไปที่โละซามะ หรือไปที่อ่าวมาหยา แต่ไปที่ปิเละ แต่นี่ไปประกาศปิด แล้วครอบคลุมทั้งหมด แต่จริง ๆ แล้วกรรมาธิการและผมได้ไปในพื้นที่ก็ปรากฏข้อเท็จจริง หลายอย่าง มีการบอกข้อมูลผ่านพวกเรามาว่าก่อนกรรมาธิการมาที่ประกาศอยู่ในระหว่าง ปิดจริง ๆ ปรากฏว่ามีการลักลอบสื่อสารโดยตรงกับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว เอื้อกับเจ้าหน้าที่อุทยานบางคนบางฝ่ายให้เข้ามาในพื้นที่อุทยานได้ เรื่องนี้ต้องฝาก อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช คนใหม่คุณรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา รีบเข้า ไปดำเนินการตรวจสอบด้วยครับ การเขียนรายงานบอกว่ามีความเชื่อว่านักท่องเที่ยวเข้าไป เยอะ ๆ ที่อ่าวมาหยา เป็นผลสืบเนื่องจากกองถ่ายหนังเดอะ บีช (The Beach) อันนี้ ผมคิดว่าผมไม่เห็นด้วยครับ กองถ่ายหนังมาอาศัยความงดงามของอ่าวมาหยา โหนกระแส ความงดงามของอ่าวมาหยาต่างหาก ไม่ใช่เกิดโด่งดังจากหนัง โด่งดังจากที่พวกเราออกไป ประท้วง โด่งดังจากนักอนุรักษ์หลายคนเข้าไปรณรงค์ที่หน้าโรงหนังประเทศอังกฤษ ที่หน้าโรงหนังกระบี่ รวมทั้งเป็นสื่อทั่วไปในประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าว เพราะฉะนั้น ผมไม่เห็นด้วยนิดหนึ่ง แต่อย่างไรผมก็ชื่นชมในรายงานทั้งหมด การปรับปรุงอ่าวมาหยา ด้านหลังที่ให้เรือเข้าไปเทียบท่าก็ล้มเหลว ด้านอ่าวโละซามะมีปัญหาต้องแก้ไขแบบแปลนกัน คนที่มาเที่ยวเพราะกองถ่ายหนัง ผมก็คิดว่าเรื่องนี้ผมต้องขอปฏิเสธ แล้วก็พื้นที่อ่าวมาหยา ที่ว่าสร้างรายได้ให้กระบี่มาก แต่ปรากฏว่ารายได้ก็ไม่ได้อยู่ที่จังหวัดกระบี่มากมาย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็ไปเขียนกฎหมายจำกัดเรื่องการคืนเงินให้กับ พื้นที่แค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ก็คงจะฝากท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ท่านต้องเน้น กระบวนการมีส่วนร่วมหรือหลักธรรมาภิบาลที่รัฐบาลนี้ย้ำนักย้ำหนา จี้แต่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น แต่ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค จี้หน่อยครับ ให้ประชาชนมีส่วนร่วม อย่างแท้จริง ในรายงานนี้เขียนชัดผมชื่นชมครับ ไม่มีคณะกรรมการหรือมีภาคประชาชน เข้าไปตรวจสอบการจ้าง ขอบคุณครับ คณะกรรมาธิการสามารถเขียนเรื่องนี้ออกมาได้ เป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่าระบบการจัดซื้อจัดจ้างของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและ พันธุ์พืชล้มเหลว ไม่มีภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดซื้อจัดจ้าง แล้วก็หน้า ๔๕ ก็บอกว่ามีเรื่องของการวางแผนล่าช้ามาก นี่คือความกล้าหาญที่ผมขอชื่นชมรายงาน รวมทั้ง ในข้อที่เขียนเสนอแนะว่าต้องปรับปรุงห้องสุขาให้เหมาะสม ให้มีระบบชักโครก นี่เรื่องแบบนี้ พวกผมท้วง อุทยานเขาถึงแก้ ถ้าพวกผมไม่ท้วงไม่แก้ครับ อธิบดีไม่เคยเดินทางต่างประเทศ หรือครับ ไม่เคยไปที่อื่นหรือครับ ผมว่าไม่จริงหรอกครับ ข้าราชการระดับสูงกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นี่เดินทางต่างประเทศทั้งนั้น นั่งชักโครกดี ๆ ทั้งนั้น แต่เวลาขึ้นอุทยานต้องไปให้นั่งยอง ๆ ไหวไหมครับ อายุปูนนี้แล้วไม่ไหวครับ นี่คือความล้มเหลวของการบริหารราชการส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ท่านประธานครับ ยังต้องฝากท่านอธิบดีคนใหม่ที่ผมคิดว่าท่านต้องมีไฟแรง ต้องมีความกล้าหาญ อย่าให้พวกผมไปนินทารัฐมนตรีวราวุธว่าไม่สาไหรนะครับ ต้องไปแก้ไข ปัญหาการบุกรุกที่ที่หาดคลองสน ขอภาพด้วยครับ🔗
ที่ตำบลอ่าวนาง ห่างอุทยานแห่งชาติไม่เกิน ๑ กิโลเมตร ไปออก น.ส. ๓ ก ๓๐ ไร่ ปี ๒๕๒๘ มีการจับกุม ปี ๒๕๔๖ มีบันทึกการจับกุม ๑๒๕ ไร่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไม่เร่งตรวจสอบเลยครับ ไม่ร้องทุกข์เพิ่ม แล้วดีเอสไอ (DSI) ก็ลงพื้นที่แล้วด้วย เป็นข่าว ในไทยรัฐปลายปีที่แล้ว ปรากฏว่าไม่พบผู้กระทำความผิด แต่ก็ไม่ยึดคืนพื้นที่ ผมคิดว่าเรื่องนี้ เป็นความกล้าหาญของอธิบดีคนใหม่ครับ และยังมีอีกภาพหนึ่งขอภาพช่วงท้ายที่ อบต. อ่าวนางกับจังหวัดกระบี่ เอาหินเบ้อเร่อหลายรถสิบล้อไปกองบนชายหาด ซึ่งเป็นการทำลาย ชายหาดและผิดหลักที่พวกเราอยู่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการ ปัญหาคลื่นทะเลการกัดเซาะชายฝั่ง และการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็น ระบบ แต่ก็ล้มเหลวหาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้ อธิบดีโชว์ความกล้าหาญหน่อยครับ และสุดท้าย ผมเลยเวลาไปนิดเดียวครับ ผมขอ ๗ นาที แต่ว่าเลยมา ๒ นาที แต่มันเป็นประโยชน์กับสภา แห่งนี้ ท่านประธานครับ เวลาท่านไปเที่ยวทะเลกระบี่ ผมยินดีต้อนรับ ผมเคารพ ผมรักท่าน เสียดายเพียงแต่ว่าท่านไม่ได้เหยียบอ่าวมาหยาในรูปแบบธรรมชาติเดิม ๆ เพียงแต่ตอนนี้ เขาบอกว่าต้องฟื้นฟู ก็ขอขอบคุณกรรมาธิการขอชื่นชมในความกล้าหาญที่ท่านเขียน ในรายงานหลาย ๆ อย่าง หลาย ๆ แบบ และฝากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และรัฐมนตรีวราวุธไว้ด้วยครับ ขอให้ใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อม เข้าใจคนรัก ธรรมชาติ เพราะว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นคนสอนพวกผมเองครับ สอนพวกผมให้รักธรรมชาติ สอนพวกผมในหลักคำหลายอย่างเช่น เทกอิน (Take in) บริงเอาต์ (Bring out) เอาขยะเข้าไปเอาออกมา แต่ตัวเองทำผิดพลาดมาทั้งนั้น ขอบคุณครับ🔗
สรุปได้แล้วครับ ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคำพอง ตามด้วยท่านสมคิดครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากรายงาน ผลการศึกษากรณีปิดอ่าวมาหยา ผมเห็นด้วยกับวิธีการศึกษาและผลการศึกษา พร้อมทั้ง ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ โดยใช้หลักวิชาการและการรับฟังความคิดเห็นผู้ที่มี ส่วนได้ส่วนเสียอย่างจริงจัง ตลอดจนดูข้อมูลลงพื้นที่อย่างรอบด้าน ดูสถานที่จริง มีข้อมูล ชัดเจน ทั้งข้อมูลย้อนหลังด้วยนะครับ ส่วนการที่จะใช้ผลการศึกษานี้ไปประกอบการตัดสินใจ ในการดำเนินการบริหารจัดการอ่าวมาหยาที่จังหวัดกระบี่ อันเป็นทรัพยากร ที่ทรงคุณค่า และมีมูลค่าด้วยได้มากน้อยแค่ไหน โดยทุกฝ่ายได้ประโยชน์ และความงดงาม ความสมบูรณ์ของอ่าวมาหยายังคงอยู่อย่างยั่งยืน จากกรณีการศึกษาการปิดอ่าวมาหยา ผลการศึกษาทำให้ผมนึกถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในลุ่มน้ำมูลบ้านผม ท่านประธานอย่าเพิ่งบอกผมว่าผมนอกเรื่อง ที่จริงมันเป็นเรื่องเดียวกัน ที่การบริหารจัดการ การใช้ประโยชน์ที่รวมศูนย์อำนาจไว้กับราชการ ไม่ว่าจะราชการส่วนกลางหรือราชการ ส่วนภูมิภาคก็ดี เพราะการบริหารจัดการทรัพยากรในลุ่มน้ำแห่งนี้เราจะเห็นว่าหัวหน้า ส่วนราชการเป็นเสียง เป็นคนที่จะมีจำนวนมาก ประชาชนมีไม่กี่คน การบริหารจัดการ ก็ไม่ได้เห็นหัวของชาวบ้าน ไม่เห็นหัวของคนลุ่มน้ำมูล มีเขื่อนขวางท้ายน้ำ กลางน้ำ ต้นน้ำ เยอะแยะไปหมด แต่การบริหารจัดการการปิด การเปิด คิดอยากจะปิดก็ปิด คิดอยากจะเปิด ก็เปิด ทั้ง ๆ ที่มีหลักวิชาการ มีผลงานวิจัยอะไรต่าง ๆ ให้ปฏิบัติตามแต่ก็ไม่ได้สนใจ อย่างปีที่แล้ว ปี ๒๕๖๒ กว่าจะเปิดเขื่อนปากมูลได้ก็ปาเข้าไปวันที่ ๑๕ วันที่ ๑๖ กันยายน แล้วปีนี้ ก็เหมือนกัน ปี ๒๕๖๕ นี้ก็เหมือนกัน กว่าจะเปิดเขื่อนได้นี่น้ำท่วมที่แล้ว ซึ่งโดยไม่สนใจว่า ตามหลักวิชาการการปิดเปิดเขื่อนโดยธรรมชาติก็ต้องให้โอกาสสัตว์น้ำได้ขึ้นไปขยายพันธุ์ ในต้นน้ำด้วย การพร่องน้ำเพื่อป้องกันอุทกภัยและการที่จะมีน้ำท่วมซ้ำซาก ก็รวมทั้ง การชะล้างตะกอนในลุ่มน้ำมูลให้ระบายน้ำเน่าเสีย ให้ถ่ายเทกันบ้าง การดำรงอยู่ของ แหล่งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แหล่งท่องเที่ยว เช่น เกาะ แก่งต่าง ๆ โดยเฉพาะ แก่งสะพือ แก่งสะพือซึ่งมีมาเป็นหมื่น ๆ ปี ถูกกล่าวหาว่าเป็นที่ขวางไม่ให้น้ำไหลลงสู่ แม่น้ำโขง อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่ฟังหลักการ ไม่ฟังข้อมูล ไม่ฟังหลักวิชาการ เพื่อความดันทุรัง ว่าเขื่อนปากมูลไม่ได้ล้มเหลว ซึ่งจริง ๆ แล้วล้มเหลว การสร้างเขื่อนปากมูลได้ไม่คุ้มเสีย ไฟฟ้าก็ไม่ได้ ปั่นไฟก็ไม่ได้ น้ำเพื่อการชลประทานก็ไม่ได้ เพราะอ่างเก็บน้ำมีนิดเดียว และความสูญเสียที่เกิดขึ้นชุมชนล่มสลาย ความยากจน ชาวบ้านที่อาศัยทรัพยากรธรรมชาติ ในลุ่มน้ำมูลก็ล่มสลายไป ดังนั้นจากกรณีการศึกษาการปิดอ่าวมาหยานี่ ผมคิดว่าเป็นบทบาทสำคัญของสภาผู้แทนราษฎร โดยคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการชุดนี้ผมขอชื่นชมนะครับ โดยผลการศึกษา ก็จะนำไปสู่การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียก็ต้อง มีส่วนร่วมด้วย รวมถึงกลุ่มประชาคมในพื้นที่นั้น ๆ อย่างเช่นกรณีเขื่อนปากมูล คนลุ่มน้ำมูล อย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานนะครับ หรือกรณีอื่น ๆ หลายท่านพูดว่าทั้งดิน น้ำ ภูผา ป่า เขา ท้องทะเล คนที่อยู่ในประชาคมนั้นจะต้องได้เป็นตัวหลักสำคัญในการที่จะตัดสินใจ ส่วนหน่วยงานราชการหรือใครก็แล้วแต่เป็นบุคคลภายนอกต้องมีบทบาทแค่เพียงการไปมี ส่วนร่วมในเชิงวิชาการเท่านั้น ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมคิด เชื้อคง ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี ต่อรายงานของคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับ การศึกษาการปิดอ่าวมาหยาที่จังหวัดกระบี่ ความจริงนั้นเรื่องนี้ก็เป็นที่รับรู้กันในสภา เมื่อตอนเอาเข้ามา แต่ที่เห็นได้ชัดในการศึกษาก็คือว่ารายงานที่ท่านเขียนนี้ผมชื่นชมว่า ละเอียด แต่ว่ามันก็ตกบางส่วน มันก็ไม่ครบองค์บางส่วน เรียนอย่างนี้ว่ากรณีการปิดอ่าว หรือการเปิดอ่าวนี่มันมีอยู่ ๒ ซีก ซีกหนึ่งซีกท่องเที่ยว ท่องเที่ยวก็อยากได้เงิน การท่องเที่ยว ก็พยายามที่จะเปิด พยายามที่จะทำ สมาคมท่องเที่ยวเขาบอกอยากเปิด แต่สมาคมที่รัก ธรรมชาติหรือกลุ่มที่รักธรรมชาติต่าง ๆ ก็บอกว่าการปิดอ่าวเท่านั้นจะเป็นการฟื้นฟู ก็ถือว่า โชคดีที่มีโควิด (COVID) เกิดขึ้น ก็ทำให้หลายแหล่งในธรรมชาติท่องเที่ยวของประเทศไทย ได้ฟื้นตัว ถ้าจะอาศัยหน่วยราชการไปฟื้นหรือครับ รับรองไม่มีทาง ให้ธรรมชาติฟื้นกันเอง เมื่อสักครู่ที่ท่านอาจารย์เสนอรายงานการปิดนี่ ท่านเขียนในข้อสังเกตซึ่งผมขอย้ำอีกครั้งหนึ่ง ว่าท่านสามารถเขียนบอกว่าการกระทำหลาย ๆ อย่างในข้อ ๑๔ นอกจากแผนฟื้นฟูและปรับ โครงสร้างนี่ ท่านมาตัดพ้อต่อว่าเลยว่าไม่เปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมมีส่วนร่วม อันนี้ เขียนไว้ในข้อสังเกตท่าน ผมเห็นด้วย นี่คือระบบราชการไทย ทุกอย่างทำกันเอง สรุปกันเอง แล้วก็บอกว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ พอท่านเข้าไปศึกษาจริง ๆ ท่านก็มาบ่นว่าไม่เปิดโอกาส แน่นอนครับ เรื่องนี้มันเป็นแทบทุกที่ สิ่งหนึ่งที่ผมขอเสนอแนะก็คือว่าอ่าวมาหยานี่ ท่านก็เขียนได้ชัดว่าคนไปเที่ยวเยอะ คนไปเกิน ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ คน เกินลิมิต (Limit) แล้วคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลองกำหนดได้ไหม หรือเคยกำหนดไปแล้วว่าแต่ละแหล่งท่องเที่ยวจะมีคนไปเท่าไร กำหนดเลย ไม่ใช่มาเท่าไรก็ได้ มาเท่าไรก็รับ จะเอาอย่างเดียว ๆ บางทีธรรมชาติมันก็เสียหาย ก็ต้องกำหนด กรณีเกาะช้าง เหมือนกัน ผมได้ข่าวบางทีไปก็ล้นจนรับกันไม่ได้ คืออะไรล่ะครับ คือปล่อยไปอย่างนั้นหรือ เราห่วงแต่เรื่องที่จะได้เงินการท่องเที่ยว แต่เราไม่ห่วงสภาพแวดล้อมของธรรมชาติเลย ผมยกตัวอย่างบ้านผมมีแหล่งท่องเที่ยว ก็ยังไม่ได้กำหนดเลย อย่างเขาไปผาแต้ม อย่างเขาไป เต็มไปหมด แต่ละครั้ง แต่ละวัน ถามว่าถ้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปกำหนดกฎเกณฑ์ให้ดี แล้วคนที่ไปท่องเที่ยวก็จะรู้ตัวว่าอาทิตย์นี้เขารับได้ ๓,๐๐๐ คนนะ อาทิตย์นั้นเขารับได้ ๒,๐๐๐ คนนะ มันจะดีขึ้นทั้งหมด แล้วนักท่องเที่ยวประเทศไทยนะครับ ท่านประธาน ไปตรงไหนก็ประเภทเที่ยวตามใจไทย ก็คืออยากไปดังที่ตัวเองอยากไป แต่ไม่เข้าใจมากหรอกว่าสิ่งที่ไปนั้นมันได้หรือเสีย ผมมีแหล่งท่องเที่ยวอยู่แหล่งหนึ่งในเขต เลือกตั้งผม ท่านประธานรู้จักกุ้งเดินขบวนไหมครับ นอกจากคนเดินขบวนแล้ว กุ้งบ้านผมยัง เดินขบวนเป็นนะครับ อยู่ที่อำเภอน้ำยืน เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว เปิดไปเปิดมาแทนที่จะ สนับสนุน ภาครัฐเงียบเลยครับ หายไปเลย ผมก็พยายามจะพูดว่ามันเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ทำได้ ที่สนับสนุนได้ ก็ไม่สนับสนุน ภาคประชาชนจะไปก็ติดระเบียบโน่นนั่นนี่ ระเบียบ มันเยอะ เรื่องนี้เงินจากการท่องเที่ยวเยอะก็จริง แต่เราเองก็ต้องระมัดระวังเรื่องนี้ รายงานนี้ มีทั้งข้อสังเกตของหน่วยงานซึ่งต้องเห็นได้ชัดว่าคนที่ไปทำรายงานนี่ละเอียด แล้วก็ดูว่า ก่อนเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุ การปิดใครได้ ใครเสีย แต่ก็ฝากอย่างนี้ว่าเราก็พูดกันไปพูดกันมา สุดท้ายก็ไม่บอกว่าจะเอางบประมาณไหนทำ แล้วก็ได้ยินเสียงบ่นตั้งแต่ผมยังเด็กจนแก่แล้ว งบไม่พอ คนไม่พอ ได้ยินอย่างนี้มาตลอด เพราะว่าเรื่องแบบนี้ควรจะเลิกได้แล้ว แล้วเราก็มาจัดระบบให้มันชัดเจน การศึกษารายงาน เรื่องนี้อย่างน้อย ๆ สะท้อนให้เห็นว่าในสภาผู้แทนราษฎรก็สนใจเรื่องนี้ แล้วก็อยากทำเรื่องนี้ ให้มันเรียบร้อย การทำทางเดินบอร์ดวอล์ก (Boardwalk) ที่ว่านี่ ผมเพิ่งไปหาดไร่เลย์มา ก็ทำลักษณะนี้แต่ว่าไม่สะอาด ทั้ง ๆ ที่ปิดมานานเพิ่งเปิด แต่ก็ยังไม่สะอาดเลย ที่อ่าวนาง อย่างนี้ เพราะฉะนั้นผมว่าให้ภาคประชาชน ให้ส่วนต่าง ๆ ของจังหวัดของพี่น้องที่เขาดูแล ของเขามีบทบาทเข้าไปดูเลย ไม่ใช่ให้แต่หน่วยราชการไปดูซึ่งมันล่าช้า แล้วก็เสียประโยชน์ กับพี่น้องที่เขาอยู่ในสถานที่แห่งนั้น ให้เขาดูแลกันเอง ให้เขามีอำนาจจัดการกันเอง ออกกติกา อะไรมาก็ได้ แต่ภาคประชาชนจะต้องเข้าไปดูได้ ไม่ใช่ว่าทุกอย่างอยู่ที่กติกาของราชการหมด เพราะฉะนั้นก็ฝากไปยังคณะกรรมาธิการว่าต้องขอบพระคุณ ที่เห็นรายงานแล้วก็ได้ภาพสวย ๆ มาให้ดู แล้วผมก็เชื่อว่าการศึกษาการปิดอ่าวนางนั้นเป็นประโยชน์กับสภาผู้แทนราษฎร มีบางส่วนที่ผมไม่เห็นด้วย ก็ยังจะมีอีกหลายท่านที่ต้องมาพูดคุยกัน ขอขอบพระคุณนะครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปจะเป็นคนสุดท้ายนะครับ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงราย ท่านประธานครับ ต้องขอโทษท่านกรรมาธิการที่ผมคงจะต้องเห็นต่างนะครับ ท่านประธานครับ การปิดอ่าวมาหยาในครั้งนี้ ตั้งแต่มีประเทศไทยมาก็เป็นการปิดอ่าวเป็นครั้งแรก ๓ ปีกว่านี้ คงจะยาวนานที่สุดตั้งแต่มีการปิดขึ้นมา คือทุกคนก็ไปข่มขืนอ่าวมาหยา ยัดเยียด ความเสื่อมโทรมให้กับอ่าวมาหยาตลอดปีตลอดชาติ ท่านไม่ได้คิดว่าอ่าวมาหยาถ้าเขาพูดได้ ก็คงจะไม่ไหวแล้ว ฉันไม่ไหวแล้ว พวกเธอทำฉันจนฉันแย่แล้ว แล้วใครล่ะจะรับผิดชอบ วันนี้ต้องขอขอบคุณทางภาคราชการที่มีความกล้าหาญเป็นครั้งแรก กล้าหาญต่อผู้มีอิทธิพล กล้าหาญต่อท้องถิ่น กล้าหาญต่อมาเฟีย (Mafia) ทั้งหลายที่เสียผลประโยชน์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ การฟื้นฟูธรรมชาติ ๓ เดือน มันก็ไม่ฟื้นหรอกครับ ท่านจะเห็นว่าเมื่อครบ ๓ ปีแล้ว กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นไข่มุกอันดามันที่แท้จริง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นด้วย กับทางราชการ ปกติแล้วทางราชการไม่สามารถอยู่เหนือประชาชนได้ ไม่สามารถที่จะอยู่ เหนือนายทุน อยู่เหนือผู้มีอิทธิพลได้ อ่าวมาหยานี้ราชการแทบจะพูดไม่ได้เลย ณ วันที่ เขาปิดมันเป็นวันที่เขาตัดสินใจที่ลำบากมาก ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องเห็นใจ ทางราชการว่าถ้าไม่มีวันนั้นก็คงไม่มีวันนี้ มันเป็นบทเรียนของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งราชการ ทั้งเอกชน ทั้งประชาชนผู้เอาประโยชน์จากอ่าวมาหยาตลอดชีวิต วันนี้ท่านก็ต้องได้รับ บทเรียนไปแล้ว จากนี้ไปอ่าวมาหยาต้องถูกบริหารจัดการร่วมกัน ต้องรับผิดชอบร่วมกัน สิ่งที่ราชการเขาทำนั้น ผมถามว่าถ้ากระจายอำนาจไปอยู่ในมือของคนท้องถิ่นทั้งหมด การปิดอ่าวมาหยาจะเกิดขึ้นได้ไหม ไม่สามารถจะดำเนินการได้ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เป็นบทเรียนให้ทุกฝ่ายจะต้องมาจัดการอ่าวมาหยาอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ ที่ท่านพูดมาทั้งหมดนั้น การจำกัด ยิ่งให้คนเข้าน้อย ให้คนไปเป็นจำนวน ๆ เป็นล็อต (Lot) ทำให้มีคุณค่ามากขึ้น ทำให้คนอยากไปมากขึ้น ดังนั้นให้ธรรมชาติอยู่อย่างสงบ ๓ ปีผมว่าดีแล้ว ดังนั้นอย่าให้มันเกิดขึ้นอีก ก็ด้วยความ ร่วมมือของราชการ เอกชน นายทุน และผู้ที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวทั้งหมดนี้ ผมเห็นต่างกับท่านนะครับ วันนี้ผมคิดว่าไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ผมขอโหวตครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านกรรมาธิการมีอะไรพอจะชี้แจงไหมครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร ประธานคณะกรรมาธิการ ต้องขอบคุณท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้ให้ความเห็น ซึ่งมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย ก็แตกย่อยเป็นหลายประเด็น จริง ๆ หลายท่านที่นำเสนอมาก็คงจะไม่ใช่คำถามอะไร มากมายนัก แต่ผมก็มีความจำเป็นที่จะต้องชี้แจงในบางประเด็น เพื่อให้เกิดความชัดเจน ถึงเรื่องผลการศึกษาในครั้งนี้ ขอเอ่ยนามแต่ละท่านไปเลยนะครับ🔗
ท่านสุพิศาล ภักดีนฤนาถ ท่านก็มีความเห็นว่าจริง ๆ การบริหารจัดการ ทรัพยากรเป็นเรื่องของการบริหารที่ต้องมีแผน มีข้อมูลที่ชัดเจน ซึ่งก็เห็นตรงกัน กับคณะกรรมาธิการซึ่งเสนอไว้แล้ว🔗
ท่าน ส.ส. มานพ คีรีภูวดล พูดถึงระบบการจัดการ ระบบอำนาจที่รวมศูนย์ ซึ่งอาจจะมองไม่เห็นปัญหาในทุกมิติ มองไม่เห็นความต้องการในทุกมิติ ดังนั้นก็ต้องมี ภาคส่วน การมีส่วนร่วม มีอำนาจของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งทางคณะกรรมาธิการก็ได้เสนอให้มี การตั้งคณะกรรมการระดับท้องถิ่นอยู่แล้ว อันประกอบไปด้วยผู้มีส่วนได้เสีย นักวิชาการ ภาคประชาสังคม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำแผนบริหารจัดการด้วยกัน ซึ่งคำว่า ปิดและเปิดสามารถทำได้เหมือนอาจารย์สมปรารถนาได้พูด แต่ให้มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าอุทยานทางทะเลต้องสัมพันธ์กับเรื่องการท่องเที่ยว พี่น้องชาวต่างชาติ ก็ต้องมาเที่ยว พี่น้องคนไทยก็ต้องมาเที่ยว ดังนั้นการปิด การเปิด การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมที่ให้มันสอดคล้อง รับใช้เศรษฐกิจ รับใช้พี่น้องประชาชนและให้เปิดมีการ ท่องเที่ยวมันต้องสมดุลกัน ไม่ใช่ปิดตาย ปิดตายนี่ถ้าพูดกันตรง ๆ เรามีทรัพยากร มีของดี มีอ่าวที่สวยงาม แต่ไม่นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในด้านเศรษฐกิจก็ไม่มีประโยชน์อะไร แต่ถ้าเปิดก็ต้องเป็นโจทย์ที่ต้องถามกันว่าทำอย่างไรให้มันสมดุล ทำอย่างไรให้ทรัพยากร มันคงอยู่และรับใช้พี่น้องประชาชน รับใช้ฐานทางเศรษฐกิจของพี่น้องอย่างมั่นคง ดังนั้น คณะกรรมาธิการก็เสนออยู่แล้วว่าให้มีแผน มีตัวชี้วัดในการที่จะปิด จะเปิดให้มันชัด ไม่ให้กระทบสิ่งแวดล้อม ไม่ให้กระทบภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นฐานทางเศรษฐกิจหลัก ของพี่น้องชาวใต้ด้วย ของประเทศด้วย อันนี้เราเขียนไว้ในรายงานอยู่แล้วนะครับ🔗
ท่านประเสริฐพงษ์ ท่านก็เห็นด้วยว่าต้องมีแผนบริหารจัดการที่มีส่วนร่วม แต่ท่านไม่เห็นด้วยว่าที่คณะกรรมาธิการได้บอกว่าการถ่ายทำหนังเดอะ บีช (The Beach) ทำให้กระแสของอ่าวมาหยามีมากขึ้น อันที่จริงแล้วคณะกรรมาธิการก็เขียนไว้อยู่แล้วว่า จริง ๆ อ่าวมาหยาสวยโดยธรรมชาติของมันเอง มันโด่งดังมาตั้งแต่ในอดีตอยู่แล้ว เพียงแต่ การถ่ายทำหนังอาจจะทำให้คนทั่วโลกได้มองเห็นมากขึ้นแค่นั้นเอง เห็นไม่ต่างจากท่านครับ🔗
ท่านคำพอง เทพาคำ ก็บอกว่าจริง ๆ อำนาจในการตัดสินใจเป็นเรื่องสำคัญ เห็นไม่ต่างจากท่านอื่น ไม่ต่างจากคณะกรรมาธิการว่าการบริหารจัดการทรัพยากรทั้งหลาย ผู้มีส่วนได้เสียทั้งหลายต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งแน่นอนทรัพยากรธรรมชาติทั้งหลายอาจจะ ไม่ได้หมายถึงอ่าวมาหยาเพียงที่เดียว ซึ่งคณะกรรมาธิการก็ได้เขียนไว้แล้ว น่าจะเป็นเรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติทุกที่ที่เป็นทรัพยากรของประเทศ ซึ่งอาจจะต้องใช้โมเดล (Model) การจัดการแบบมีส่วนร่วมเหมือนที่เราเสนอไปดำเนินการในทุก ๆ ที่🔗
ก็ต้องขอบคุณ ท่านสมคิด เชื้อคง ที่กรุณาให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า คณะกรรมาธิการควรที่จะต้องมีประเด็นที่ชัดเจนที่มันครบ เสนอให้ชัดเจนเลยว่ากำหนด จำนวนคนเที่ยวรอบละเท่าไร อย่างไร ซึ่งอันนี้คณะกรรมาธิการก็ได้เสนอไปแล้วว่าจริง ๆ ก็ควรจะเป็นระบบเวียน ที่ตรงนั้นอาจจะมีเกาะหลายที่ อาจจะเวียน อาจจะมีการลงทะเบียน รอบละ ๓๐๐ คน ๒๐๐ คน ให้ชัดเจน เพื่อที่จะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อันนี้ เห็นตรงกันนะครับ🔗
ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านบอกว่าไม่เห็นด้วยกับผลการศึกษาของทาง คณะกรรมาธิการ ผมต้องเรียนท่านพิเชษฐ์อย่างนี้ครับ แล้วก็จะถือว่าเป็นข้อสรุป ของคณะกรรมาธิการ แล้วผมก็จะขอสรุปไปเลยว่าทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล หรือทรัพยากรธรรมชาติทางด้านป่าเขาก็ดี น้ำตก ลำห้วยอะไรต่าง ๆ ก็ดี ผมเข้าใจว่า หลายพื้นที่มันปฏิเสธไม่ได้ที่จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของการท่องเที่ยว มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเมื่อ มันหลีกเลี่ยงไม่ได้คนในประเทศก็ดี คนต่างประเทศก็ดีเขาอยากมาเที่ยวในประเทศไทย เราจะทำอย่างไร โดยเฉพาะกรณีอ่าวมาหยาเราจะทำอย่างไร ดังนั้นผมว่าการใช้ประโยชน์ เพื่อการท่องเที่ยว คณะกรรมาธิการก็สรุปชัดว่าควรมีแผนบริหารจัดการพื้นที่การท่องเที่ยว อย่างบูรณาการ โดยใช้หลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอ่าวมาหยา ควรที่จะต้องมีคณะกรรมการร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ควร ประกอบไปด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างที่ผมพูดไปแล้ว ประชาชนในท้องถิ่น องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น สมาคมการท่องเที่ยว สมาคมโรงแรม หอการค้า ภาคประชาสังคม นักวิชาการ อันนี้เป็นขั้นต่ำเพื่อร่วมหาตัวชี้วัด เพื่อตัดสินใจร่วมกันว่าช่วงไหนควรปิด ช่วงไหนควรเปิด ระบบการจัดการอ่าวมาหยาหรือจัดการทรัพยากรทั้งหลายช่วงไหนจะฟื้นฟู ช่วงไหนจะเปิดให้เป็นฤดูกาลท่องเที่ยว อันนี้ทางคณะกรรมาธิการเสนอชัด เสนอหลักการ มีส่วนร่วม เสนอหลักการกระจายอำนาจ ไม่ใช่การตัดสินใจมาจากข้างบนเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งถ้าตัดสินใจเพียงฝ่ายเดียวอาจจะไม่รอบคอบรอบด้าน อาจจะเกิดผลกระทบกับพื้นที่ อาจจะเกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้เกิดความสมดุลได้ต้องมี แผนที่ชัดเจน ต้องมีคณะกรรมการร่วมตัดสินใจชัดเจน ถึงวันนั้นแล้วผมคิดว่าการใช้ ประโยชน์จากทรัพยากรจะยั่งยืน มีส่วนร่วมของทุกคนและนำทรัพยากรมาใช้ให้เป็น ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจประเทศอย่างมั่นคง ขอบคุณครับ🔗
ท่านพิเชษฐ์มีอะไรที่ติดใจต้องการให้คณะกรรมาธิการปรับปรุง ณ ขณะนี้ไหม เพราะว่า ผมไม่อยากจะให้มันตกไป เพราะคณะกรรมาธิการเสียเวลามาหลายเดือนในการศึกษา อยากจะให้ส่งรัฐบาลไปดำเนินการต่อ ท่านพิเชษฐ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ถึงอย่างไรวันนี้ก็กลับบ้านกันหมดแล้วท่านประธาน เราจะพูดให้ใครฟังครับ🔗
เอาเฉพาะ ท่านนั่นแหละ🔗
ผมคิดว่าผมอยากให้มีการโหวตครับ คือทุกคนต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าเรื่องต่าง ๆ ที่รอเข้าก็สำคัญ แต่คนที่อยู่ก็อยู่ คนไม่อยู่ก็ไม่อยู่ ผมขอความรับผิดชอบ ผมขอโหวตครับ ผมเห็นตรงข้ามครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตท่านประธานสักนิดหนึ่งครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ด้วยความเคารพท่านสมาชิกที่ขอให้มีการลงมติ ในขณะนี้ ผมคิดว่าในรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ญัตติการพิจารณาศึกษา สอบหาข้อเท็จจริงกรณีปิดอ่าวมาหยา ทางคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ท่านได้มีการศึกษาอย่างละเอียดมาหลายเดือน และรายงานต่าง ๆ นั้น ถ้าเกิดว่าได้นำไปสู่ทางรัฐบาลแล้ว เชื่อว่าทางรัฐบาลนั้นจะได้นำเป็น แนวทางในการที่จะไปแก้ไขปัญหา หรือในการพัฒนาในเรื่องกรณีของปิดอ่าวมาหยาจังหวัด กระบี่ ได้เป็นประโยชน์กับประชาชนมาก ถ้าเกิดเราใช้การลงมติในครั้งนี้ ผมดูแล้ว ถ้าเกิดว่าองค์ประชุมอาจจะไม่ครบแล้วก็ตกไป หรือไม่ได้มีการลงมติครั้งนี้ จะเป็นที่ น่าเสียดายกับการที่ลงทุนลงแรงของทางคณะกรรมาธิการและทางเจ้าหน้าที่ และหน่วยงาน ของรัฐที่เข้ามาชี้แจงและร่วมศึกษาในการลงไป ดังนั้นจึงขอเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกที่ขอให้มีการลงมติในขณะนี้ได้โปรดทบทวนอีกสักครั้งเถอะครับ ให้รายงาน ฉบับนี้ได้ผ่านไปสู่รัฐบาลเพื่อที่จะได้นำไปปฏิบัติต่อไป น่าจะเกิดประโยชน์กว่าการที่จะลงมติ ในวันนี้ครับ ท่านประธานครับ🔗
ก็ต้อง เป็นไปตามข้อบังคับนะครับ เพราะทุกครั้งที่มีญัตติที่ต้องการลงมติ นอกเสียจากเห็น เป็นในทางทิศทางเดียวกันโดยไม่มีผู้เห็นเป็นอย่างอื่น เราก็จะใช้ ข้อ ๘๘ ได้ แต่เนื่องจาก มีผู้คัดค้านที่เห็นเป็นอย่างอื่น ก็จำเป็นต้องลงมตินะครับ ท่านพิเชษฐ์ยังยืนยันจะให้ลงมติ ใช่ไหมครับ🔗
ยืนยันครับท่านประธานครับ🔗
ถ้าเช่นนั้น ก็คงต้องลงมติครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกเข้ามาแสดงตนครับ ก่อนลงมติครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ท่านช่วยกรุณาได้ถามท่านพิเชษฐ์อีกรอบหนึ่งครับ เพราะว่ามีรายงาน ที่รอคอยหลายเดือนมาก ก็คือรายงานเรื่องผลกระทบของ พ.ร.บ. ป่าไม้ ต่าง ๆ เกี่ยวข้องกับ ชาติพันธุ์ แล้วก็ต้องมีความจำเป็นที่จะส่งกับพี่น้องประชาชนที่รออยู่ แล้วก็เรื่องนี้เป็นฝ่าย บริหารจะต้องรับฟังจากสภา เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องที่ใหญ่มาก แล้วผมก็อยู่ในคณะกรรมาธิการ วิสามัญเรื่องที่ดิน มีคนที่จะต้องมาชี้แจงมาจากจังหวัดเชียงใหม่ มาจากหลายพื้นที่ แล้วก็ คณะกรรมาธิการชุดนี้มีความทุ่มเทมาก แล้วก็มีข้อเสนอโดยเฉพาะเรื่องที่ดินและป่าไม้ ที่เกี่ยวข้องนะครับ อย่างไรขอท่านประธานช่วยรบกวนถามเพื่อนสมาชิกที่ขอโหวตอีกรอบ ถ้าหากว่าเราใช้วิธีการเดิมที่ผ่านมานี้ก็คือใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ นี้ เราก็จะได้ดำเนินการต่อ จากที่ผมฟังท่านอภิปรายท่านก็เห็นด้วยกับรายงาน เพียงแต่ว่าอยากรบกวนท่านประธาน ช่วยถามอีกรอบนะครับ เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
ท่านอรรถกร เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ผมขอกราบเรียนหารือและสอบถาม ท่านประธานนิดเดียวครับ ในกรณีที่การประชุมในวันนี้ เมื่อสักครู่นี้ทางกรรมาธิการก็ได้เสนอ รายงานไปจนจบแล้ว แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกที่ไม่เห็นด้วย แต่ว่าอย่างไรก็ดีก่อนที่เราจะมีการลงมติ เราก็จะต้องมีการตรวจสอบองค์ประชุมใช่ไหมครับ ถ้าองค์ประชุมไม่ถึงกึ่งหนึ่ง รายงานฉบับนี้จะมาเข้าสัปดาห์หน้าหรือไม่ อย่างไร เพราะผม เรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าผมเห็นใจเพื่อนสมาชิกหลายท่าน โดยเฉพาะท่านกรรมาธิการ สามัญนี่ ท่านประธานก็มาจากฝ่ายค้านนะครับ ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง จากพรรคภูมิใจไทย ท่านคุณากร ท่านณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ จากพรรคเพื่อไทย นี่ครับ ผมทราบว่าทางกรรมาธิการ ก็ร่วมทำงานกันมา แล้วก็เพื่อน ๆ สมาชิกของผมพรรคพลังประชารัฐ ท่านกรุงศรีวิไล ท่านวีระกร คำประกอบ ท่านจอมขวัญ ก็ยังอยู่นะครับ อยากทราบว่าถ้าสมมุติว่าองค์ประชุม ไม่พอในวันนี้เราก็จะมาพิจารณาในวันพฤหัสบดีหน้าใช่หรือไม่ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ตอบคำถามแรกนะครับ ที่ประชุมสภาเราค้างไว้ตรงไหน เราก็จะมาต่อในคราวต่อไปนะครับ อย่างเช่นกรณีเราค้างการลงมติ คราวต่อไปเราก็มาต่อในการลงมติ เพราะฉะนั้นอันนี้ ตอบคำถามแรก🔗
คำถามที่ ๒ ก็คือเป็นเอกสิทธิ์ จริง ๆ แล้วตามข้อบังคับ หรือแม้กระทั่ง ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้ องค์ประชุมต้องครบตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเป็นเอกสิทธิ์ ที่ท่านสมาชิกท่านได้ท้วงติงมาว่าขอให้โหวต อันนี้เป็นตามข้อบังคับเลยครับ คือถ้ากรณีที่เรา ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ได้ต่อเมื่อไม่มีคนเห็นต่าง คือไม่มีผู้ใดคัดค้าน แต่เนื่องจากมีผู้ใดคัดค้าน มีท่านสมาชิกคัดค้าน เราก็ต้องขอลงมติ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับทุกประการ ดังนั้นเป็น เอกสิทธิ์ครับ ถ้าท่านพิเชษฐ์ยืนยันที่จะขอลงมติก็ต้องลงมติ ก็ต้องตรวจสอบองค์ประชุม อันนี้เป็นไปตามข้อบังคับ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญทุกอย่าง ทำอะไรไม่ได้หรอกครับ เราต้อง ปฏิบัติตามข้อบังคับครับ🔗
ผู้ที่อยู่ ในห้องประชุมกดแสดงตนได้ครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานคะ ขออนุญาตค่ะ ๒๓๘ พัชรินทร์ แสดงตนค่ะ🔗
๒๓๘ นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๒๐๑ ปกรณ์วุฒิ แสดงตนครับ🔗
๒๐๑ นะครับ ๒๓๘ แสดงตน ๒๐๑ แสดงตน ตอนนี้ ๒ ท่านนะครับ🔗
๔๔๖ ครับท่านประธาน แสดงตนครับ🔗
๔๔๖ นะครับ ๓ ท่านแล้วนะครับ🔗
๓๕๙ แสดงตนครับ🔗
๓๕๙ ครับ🔗
๐๒๑ แสดงตนครับ🔗
๐๒๑ ถ้ามีบัตรกดบัตรนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ต่างจังหวัดรีบจองตั๋วกลับเถอะครับ🔗
ท่านประธานคะ ๔๗๕ แสดงตนค่ะ🔗
๔๗๕ อีก ๑ ท่านนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ ท่านจะให้จองตั๋วตอนนี้เลย หรือใช้กรอบเวลาที่ท่านประธานชวนวางไว้ ๕๓ นาทีก่อนครับ🔗
ท่านจองได้เลย🔗
ท่านประธานครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ ขอเรียนท่านประธานว่าปกติ วันศุกร์นี่เป็นวันที่เราจะประชุมกันแบบสบาย ๆ คือเราจะฟังเรื่องที่คณะกรรมาธิการ เขาพิจารณาเสร็จแล้วเป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่ ข้อ ๘๘ ทั้งนั้น เราจะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ซึ่งไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น เราก็จะผ่าน ก็เป็นวันที่หลาย ๆ คนก็คงจะทราบดีว่า เป็นช่วงกฐินครับ วันอังคารนี้ก็ต้องลอยกระทงแล้วครับ ช่วงนี้เป็นช่วงสัปดาห์แห่งเทศกาล ไม่อยากให้ทางบ้านมองว่าสภาเราไม่ครบองค์นะครับ แต่ว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างนั้นก็คือเป็น วันที่เราจะมาฟังคณะกรรมาธิการเขาพิจารณาเสร็จแล้ว เขาก็เล่าเรื่องให้เราฟังว่าเขาไป ศึกษาอะไรมาบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องสบาย ๆ แล้วเราก็ไม่ได้ซีเรียส (Serious) กันเรื่ององค์ประชุม เพราะไม่มีการลงมติ แต่วันนี้เป็นเรื่องกรณีพิเศษ แล้วก็ตรงกับวันเทศกาลหลายเทศกาลครับ ต้องขอประทานโทษท่านประธานนะครับ ที่คนอาจจะน้อยไปหรืออะไรไป ต้องขออภัย ทางบ้านด้วยครับ พี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
ถูกต้องครับ ท่านวีระกร เพราะว่าวันเสาร์ วันอาทิตย์ อาทิตย์หน้าเป็นวันหยุดสำคัญ ผู้แทนคงจะรีบกลับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ผู้แทนเมืองสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมกราบเรียนด้วยความเคารพท่านประธานว่าจริง ๆ วันศุกร์ ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ผมว่าเรางดการประชุมเถอะครับ เพราะว่ามันปลายสมัยแล้ว แล้วนายกรัฐมนตรีก็ทำท่าเหมือนจะยุบ จะไม่ยุบ จะยุบ จะไม่ยุบ🔗
ครับ ๆ🔗
ผู้แทนเขาก็เป็นห่วง ท่านเป็นผู้แทน มาหลายสมัย ท่านรู้ว่าถ้าปลายสมัยแล้วปัญหาจะเกิด ทุกคนอยากกลับพื้นที่ โดยเฉพาะ ผู้แทนใหม่ ๆ ทั้ง ๒ ฝ่ายนะ ผมเห็นใจ พรรคเพื่อไทยนี่เราได้รับการกำชับจากคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค สุทิน คลังแสง ประธานวิป (Whip) ตลอด แต่ว่าผมเข้าใจ เราก็อยู่ในสภานี้ โดยเฉพาะท่านประธานอยู่ในสภามายาวนาน ผมแค่ ๒๐ ปีเอง ก็เห็นใจครับ แล้วผมสังเกตดูท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ นะครับ คุณภาพของการประชุมวันศุกร์ ท่านประธานไปดูได้ผมไม่เคยหนีที่พูดเช่นนี้ เราแทบจะไม่ได้คุณภาพอะไรเลย พอบ่ายโมง บ่าย ๒ โมง เริ่มแล้ว เพราะเครื่องบินเริ่มบินบ่าย ๒ โมง บ่าย ๓ โมง ไปถึงบ้านเขาก็ค่ำ เขาก็กลับบ้านอีก นั่งรถ ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร ทุกคนเป็นห่วงภาระ แล้วยิ่งตอนนี้อีกวันที่ ๒๔ ธันวาคม เอาอย่างไรกันแน่ยุบ ไม่ยุบ นายกรัฐมนตรีก็ไม่ตอบ รอเอเปก (APEC) ก็ไม่ใช่ ทุกคนเขาก็รักตัวกลัวตายกับการสอบตกทั้งหมดครับ ผมว่ายกเลิกประชุมวันศุกร์เถอะ นี่ด้วยความเคารพไม่ได้ขี้เกียจ ท่านก็รู้ว่าผมไม่ใช่คนขี้เกียจ รางวัลผู้แทนดีเด่น ๔ สมัยครับ ไม่ได้ขี้เกียจ นี่คุณหมอชลน่านก็กำชับอีก ผมว่าท่านประธานไปหารือกันใหม่เถอะครับ ฝ่ายประมุขหารือกันใหม่ เอา ๒ วันให้เต็มที่ วันพุธกับวันพฤหัสบดีก็เต็มที่แล้วครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ขอบพระคุณครับ🔗
พอแล้วครับ เดี๋ยวตกเครื่องบินนะครับ รีบกลับเถอะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วีระกร จังหวัดนครสวรรค์ อีกทีครับ รางวัลมันมีจริง ๆ หรือครับ รางวัลผู้แทนดีเด่น🔗
ปิดการ แสดงตนนะครับ มีแค่ ๑๗๗ บวก ๖ เป็น ๑๘๓ ท่าน ยังห่างไกลครับ ของเราต้องการ ๒๓๘ ท่าน🔗
ไม่ครบองค์ประชุมครับ ปิดประชุมครับ เอาไว้ไปพิจารณาคราวต่อไปครับ🔗