รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
____________________
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ขณะนี้เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมก็จะอนุญาตให้ท่านสมาชิก ได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ขอได้โปรดใช้เวลา ๒ นาทีให้เป็นประโยชน์ กับประชาชน ท่านแรก ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากชาวสวนยางทั้งหลายจังหวัด ไม่ว่าทางภาคเหนือ ภาคอีสานและภาคใต้ ปัญหาในขณะนี้โดยเฉพาะภาคเหนือยางพาราราคาตกต่ำมากทั้ง ๆ ที่ เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๕ นั้นราคายางถ้วยอยู่ที่ ๒๘ บาท เมื่อวานนี้ราคายางลงเหลือแค่ ๑๕ บาท เป็นยางก้อนถ้วยได้รับความลำบากมากมาย เขาก็แจ้งมายังผมให้มากราบเรียน ท่านประธานกรุณาได้ทำหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้เร่งรัดในการแก้ไขเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น รับหน้าที่มาแจ้งให้ท่านประธานหวังว่าเรื่องนี้จะถึงรัฐบาลโดยเร็วที่สุด🔗
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่ต้องถึงกระทรวงอุตสาหกรรม ปัญหาเกิดขึ้นที่บ้านสะแล่ง ตำบลเชียงแรง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา ปรากฏว่ามีบริษัท จะไปสร้างโรงงานทำยางขนาดใหญ่ในพื้นที่ใกล้หมู่บ้าน ปรากฏว่ามีท่านรองผู้ว่าไปเป็น ประธานในการทำประชาคมไม่ผ่าน แต่แปลกใจปรากฏว่าอธิบดีกรมอุตสาหกรรมเซ็นหนังสือ ให้ตั้งโรงงานได้ทั้ง ๆ ที่ไม่ผ่านการประชาคม ผมก็แปลกใจว่าอะไรทำให้ท่านเปลี่ยนใจได้ ขนาดนั้น ขณะนี้ประชาชนอยู่ด้วยความหวั่นวิตกว่าจะสร้างมลภาวะและมีกลิ่นเหม็นไปถึง พี่น้องประชาชน ก็ย้ำผมมาหลายครั้งหลายหนว่าช่วยพูดให้หน่อย แต่ปิดสภามาเดือนเศษ ๆ ก็ไม่มีโอกาสได้นำมาบอก แต่วันนี้ถือว่าเป็นโอกาสอันดีฝากท่านประธานช่วยทำหนังสือ เพื่อให้มีการแก้ไขและตรวจสอบโดยด่วนว่ามันเกิดอะไรขึ้น มีอะไรไปเปลี่ยนใจท่านอธิบดี ถึงทำได้ขนาดนั้น กราบขอบคุณอย่างสูงครับ🔗
ต่อไป แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ภูมิลำเนาจังหวัดปัตตานี ในวันนี้ดิฉันหารือเรื่องของปัญหาประปาหมู่บ้าน ในหลายตำบลของอำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ขอสไลด์ (Slide) แรกค่ะ🔗
ตำบลปูยุด อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี โดยท่านอิหม่ามต่วนบูคอรี โตะกูบาฮา และนายก อบต. นายแวอับดุลเราะห์มาน โตะอาดัม ลงดูแท็งก์น้ำประปาที่สร้างมาเมื่อหลาย ๑๐ ปีที่แล้ว สไลด์ (Slide) ถัดไป จุดที่ ๒ อบต. ปะกาฮะรัง รองนายกมามะรูสดี อูมาร์ และเลขาอุสมาน มะดีเย๊าะ หมู่ ๗ มีปัญหาน้ำประปา ไม่เพียงพอกับจำนวนครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น สไลด์ (Slide) ถัดไป จุดที่ ๓ โรงเรียนบ้านตันหยงลุโละ ผอ. นายแวอาซีซะห์ หวังแอ และนายกอีลียะห์ ลาเตะ สอดคล้องกันคือปัญหาเรื่องน้ำ เป็นเรื่องเร่งด่วนโดยเฉพาะเด็กนักเรียนและคุณครูรวม ๔๓๔ คน บางวันเด็ก ๆ ต้องกลับบ้าน เพื่อที่จะเข้าห้องน้ำแล้วก็เอาน้ำละหมาด ท่านประธานที่เคารพคะ อันนี้เป็นเพียง ๓ ตำบล ที่สะท้อนปัญหามา หลายที่พร้อมบริจาคที่ดินเพื่อสร้างระบบน้ำประปาในตำบล ดิฉัน ได้ประสานการประปาส่วนภูมิภาค สาขาสายบุรี ผู้จัดการคมสิทธิ์ บริบูรณ์ ก็ได้ให้ ข้อเสนอแนะในหลายรูปแบบ แต่งบประมาณท้องถิ่นไม่เพียงพอ ได้ของบประมาณ ผ่านจังหวัด กลุ่มจังหวัด ผ่านศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ยากที่จะได้ และทราบว่าล่าสุด ๑๐ ตุลาคมที่ผ่านมากรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดน ภาคใต้หรือ กพต. ได้สรุปข้อสั่งการเรื่องการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้พร้อมกับงบประมาณ ดิฉันขออนุญาตฝากเรียนท่านประธานไปยังประธาน กพต. ได้ติดตามถึงแนวทางการจัดการแก้ปัญหาน้ำประปาควรดูทั้งระบบ รวมทั้งโครงสร้าง พื้นฐานที่เพียงพอต่อการจัดสรรน้ำที่สามารถเชื่อมโยงระหว่างหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมด ขอบคุณค่ะ🔗
คุณนิรมิต สุจารี ครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภาผูแทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดรอยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตนําความเดือดรอนของประชาชนกราบเรียนตอทานประธานไปยังหนวยงาน ที่รับผิดชอบ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอความอนุเคราะหติดตั้งปายจราจรและไฟสองสวางบนถนน ทางหลวง ๒๐๔๔ รอยเอ็ด-โพนทอง ซึ่งตรงบริเวณสี่แยกบานคําผักกูด ตําบลโพธิ์ศรีสวาง อําเภอโพนทอง จังหวัดรอยเอ็ด จะเกิดอุบัติเหตุรถชนกันอยูตลอดเวลา เนื่องจากวาเปน ถนนโคงขึ้นเนิน ขาดปายสัญญาณจราจร แลวก็ขาดไฟสองสวาง จึงขอความกรุณาทานประธาน สงเรื่องไปยังกระทรวงคมนาคม แขวงการทางรอยเอ็ด เพื่อแกไขปญหาโดยเรงดวน🔗
เรื่องที่ ๒ ขอกราบเรียนตอทานประธาน ขอใหซอมปรับปรุงไฟสองสวาง บนถนนทางหลวง ๒๑๓๖ อําเภอหนองพอก อําเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร บริเวณ หนาศูนยปองกันรักษาปาดงมะอี่ ตลาดสดอําเภอหนองพอก ซึ่งไฟฟาสองสวางดับมาเปน เวลานาน ทําใหประชาชนที่สัญจรไปมาไมไดรับความสะดวกสบาย🔗
เรื่องที่ ๓ ผลจากพายุโนรูทําใหถนนเสนทางระหวางบานปลาโด ตําบลหนองพอก ไปยังบานโนนสะอาด ตําบลบึงงาม อําเภอหนองพอก จังหวัดรอยเอ็ด ระยะทาง ๕ กิโลเมตร ทําใหประชาชนสัญจรไปมาลําบาก ขอใหทานไดโปรดสงเรื่องไปยังผูวาราชการจังหวัด รอยเอ็ด หรือสํานักงานองคการบริหารสวนจังหวัดรอยเอ็ด เพื่อแกไขปญหาโดยเรงดวน กราบขอบพระคุณทานประธานครับ🔗
คุณสุรทิน พิจารณ ครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ หัวหนาพรรคประชาธิปไตยใหม แบบบัญชีรายชื่อ ทานประธานครับ🔗
เรื่องแรก ชาวบานดงบัง ตําบลหนองคู อําเภอเมือง จังหวัดยโสธร ตองขอขอบคุณทานรัฐมนตรีศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคม ที่ชาวบานขอยูเทิรน (U-turn) มา เดี๋ยวนี้กําลังทําอยู คิดวาจะสําเร็จอีกไมเกิน ๒๐ วัน ชาวบานขอขอบคุณมา ผูใหขาวมาก็คือนายนาดี หอมหวน แลวก็ครูสมาน ชูวงศ ถึงแมวา จะมีอุบัติเหตุเพิ่งสงสการไปเมื่อวานนี้ ที่ตรงนี้แหละมีอุบัติเหตุทําใหเสียชีวิตไป ๑ ศพ แตวาชาวบานก็ยินดี เพราะวายูเทิรน (U-turn) ไมไดไกลจากหมูบาน🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องถนนเปนหลุมเปนบอที่ซอยลําลูกกา ๑๗ รังสิต-ลําลูกกา ซอยที่ ๑๗ เปนหลุมเปนบอลึกมาก ทางเขาหมูบานแอรวิลลาและหมูบานสัมพันธวิลลา มีหลังคาบานที่อยูแถว ๆ นั้น ๑,๕๐๐ หลัง แตถนนเปนหลุมเปนบอแยมาก ผูรับผิดชอบก็คือ เทศบาลลําสามแกวและเทศบาลคูคต ผูรองก็คือนายพลพัฒน หอมแมน🔗
เรื่องที่ ๓ เปนเรื่องถนนใน อบต. เมืองพล อําเภอพล จังหวัดขอนแกน ที่หมูบานตําแย หมู ๒ บานทับบา หมู ๓ บานหันใหญ หมู ๗ แลวก็บานโนนเหมน หมู ๖ และหมู ๑๐ บานโนนเหลื่อม อันนี้ถนนเปนหลุมเปนบอ ชาวบานไปมาลําบาก โดยเฉพาะ ออกมาตอนกลางคืนนี้ลําบากมาก คนที่รับผิดชอบก็คือ อบจ. ขอนแกน จังหวัดขอนแกน ขอบคุณทานประธานครับ🔗
คุณคุณากร ปรีชาชนะชัย🔗
เรียนทานประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดสุรินทร พรรคเพื่อไทย วันนี้นําปญหาความเดือดรอนมาหารือกับทานประธานอยู ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ไดรับเรื่องรองเรียนมาจากนายสงา เจริญยิ่ง นายกองคการบริหาร สวนตําบลจอมพระ และนายสมบูรณ เพงพิศ กํานันตําบลจอมพระ ถึงความเดือดรอน ในเรื่องคมนาคมที่พี่นองสัญจรไปมาและไดรับอันตรายและเกิดอุบัติเหตุบอย บริเวณฝายน้ําลน ถนนบานปะ บานโคกสะอาด ตําบลจอมพระ อําเภอจอมพระ จึงอยากจะฝากทานประธาน ไปยังหนวยงานที่เกี่ยวของเขาไปดําเนินการในการจัดทําทางขามสัญจรระหวางหมูบาน พรอมกับกอสรางอาคารบังคับน้ําเพื่อใชในการกักเก็บน้ําในการอุปโภคบริโภคเปนการ แกปญหาทั้งดานคมนาคมและเรื่องน้ําไปพรอมกันครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ไดรับเรื่องรองเรียนจากผูใหญกิจ สุขแสวง ผูใหญบานตากวนนอย ตําบลลุมระวี เนื่องจากฝายที่กักเก็บน้ําบานตากวนนอยสรางมาตั้งแตป ๒๕๔๓ ชํารุด ทรุดโทรม ประตูเหล็กผุกรอน รวมถึงแหลงกักเก็บน้ําดานหนาตื้นเขินไมสามารถกักเก็บน้ํา ในการอุปโภคบริโภคได อีกทั้งยังเปนแหลงที่ผลิตน้ําดิบ น้ําประปาทั้ง ๓ หมูบาน ไมวา จะเปนบานตากวน บานตากวนนอย และบานรมทอง มีพี่นองประชาชนอยู ๑,๗๙๓ คน จึงอยากจะฝากทานประธานไปยังหนวยงานที่เกี่ยวของเรงในการซอมแซม แลวก็ขุดลอก ใหแกพี่นองประชาชนทั้ง ๓ หมูบานครับ🔗
เรื่องสุดทาย ไดรับเรื่องรองเรียนจากนายสมชาย กานอินทร ผูใหญบานกอก ตําบลลุมระวี หมูบานนี้มีลําน้ําผาน ๓ สาย ลําหวยบัว ลําหวยอาโปง และลําหวยระวี แตถึง ฤดูแลงก็ยังขาดแคลนน้ํา จึงอยากจะฝากทานประธานไปยังหนวยงานที่เกี่ยวของเขาไปดูแล ในเรื่องการจัดสรางอาคารบังคับน้ําในการอุปโภคบริโภคใหแกพี่นองประชาชน ขอบคุณครับ🔗
คุณศาสตรา ศรีปาน🔗
เรียนทานประธานสภาที่เคารพ สมาชิก ทุกทานครับ ผม ศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผูแทนราษฎร เขต ๒ หาดใหญ คลองแห คลองอูตะเภา จังหวัดสงขลา พรรคพลังประชารัฐ มีเรื่องมาหารือกับประธานครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ก็คือเมื่อประมาณสัก ๑ ปที่ผานมา ผมไดหารือในสภาแหงนี้ ใหสรางถนนเลียบคลอง ร.๔ ตําบลคลองแห อําเภอหาดใหญ กรมชลประทานก็ไดเขามา จัดสรรงบประมาณอะไรตาง ๆ แลวก็ทําถนนใหกับชาวบานเรียบรอย ทีนี้ผานไปไมถึง ๑ ป ชาวบานน้ําตาไหล ถามวาซึ้งหรือ เปลาครับ รองไหเสียใจ เพราะวาไมถึง ๑ ปถนนเสนนี้ พังแลว ชวยเปดดู🔗
นี่พังแลว เนื่องจากผมเขาไปดูสุดทายก็คือ มีรถขนาดใหญน้ําหนักเกินวิ่งไปมาเยอะ สิ่งแรกเลยที่ชาวบานอยากจะใหเราทําตอนนี้ก็คือ ใหมาซอมแซมกอน แลวก็ใหหนวยงานที่เกี่ยวของฝากจัดการเรื่องนี้ใหกับชาวบานดวยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ชวงโควิด (COVID) ที่ผานมามีโรงเรียนเอกชนนอกระบบ ทั่วประเทศไทยประสบปญหาเศรษฐกิจ สวนใหญก็เปนโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งอยูภายใต การดูแลของสํานักงานคณะกรรมการสงเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สช. วันนี้พวกเขา🔗
ก็ลําบาก ผมก็เห็นใจ จึงอยากใหทางภาครัฐดึงโรงเรียนเหลานี้มามีสวนรวม จางโรงเรียน ใหมาอบรมสรางงานเสริมทักษะที่ภาครัฐไดจัดทําขึ้นใหกับพี่นองประชาชน โรงเรียนเหลานี้ จะไดมีรายได🔗
อีกเรื่องหนึ่ง มีโพรเจกต (Project) ชื่อวาคลองเตยลิงคในเขตเทศบาลนคร หาดใหญ ผมเคยนําเสนอผานสภาแหงนี้ ซึ่งเราขาดงบประมาณในการเขียนแบบ วันนี้ตอง ขอขอบคุณกรมโยธาธิการและผังเมืองที่จัดสรรงบประมาณวันนี้แบบเริ่มสรางแลว แลวก็ ฝากติดตาม ถาโครงการนี้เสร็จก็จะชวยกระตุนเศรษฐกิจดึงนักทองเที่ยวกระจายรายไดใหกับ พี่นองชาวหาดใหญทุกคน ขอบพระคุณครับ🔗
คุณมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผูแทนราษฎร พรรคกาวไกล สัดสวนชาติพันธุ และชนเผาพื้นเมือง วันนี้ขอหารือกับทานประธานเกี่ยวกับเรื่องของปญหาสัญญาณโทรศัพท ไฟฟา ถนนในพื้นที่ตําบลเสาหิน อําเภอแมสะเรียง จังหวัดแมฮองสอน ทานประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๕-๒๖ ผมไดมีโอกาสลงพื้นที่ไปพบกับพี่นองประชาชน ตําบลเสาหินมีทั้งหมด ๖ หมูบาน เปนตําบลที่ติดกับชายแดนพมา ผมอยากใหทานประธานไดดูเรื่องโรงพัก ขอสไลด (Slide) นิดหนึ่งครับ🔗
ตําบลเสาหินมีความสําคัญมาก ในอดีต โรงพักที่นี่กอสรางเมื่อป ๒๔๗๐ วันนี้สถานภาพของโรงพักนี้ อันนี้หลังเกา แลวก็ไปดู ที่ถนนของพี่นองประชาชนตรงนี้ระยะทาง ๙๘ กิโลเมตร ผมเดินทางจากแมสะเรียงไปถึง ตําบลเสาหินใชเวลา ๕ ชั่วโมง ตองผานแมน้ํา เพราะฉะนั้นคือในชวงฤดูฝนพี่นองประชาชน ไมมีทางที่จะออกเดินทางประสานงานติดตอได🔗
ปญหาสําคัญอีกเรื่องคือเรื่องของการสื่อสาร การสื่อสารเมื่อกอนพี่นอง บอกวาที่ติดตอไดใชสัญญาณโทรศัพทของประเทศเพื่อนบาน หลังจากที่มันมีการสูรบในพื้นที่ ก็มีการตัดสัญญาณโทรศัพทก็ไมสามารถที่จะดําเนินการได เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะ เรียนทานประธานไปยังอธิบดีกรมอุทยานแหงชาติ สัตวปาและพันธุพืช ก็คือที่เรียนอธิบดี เพราะวาไมวาหนวยงานไหนไมวาจะเปนองคการโทรศัพท ไมวาจะเปนกรมทางหลวงชนบท ไมวาจะเปนเรื่องของไฟฟาอยางไรก็ตองขออนุญาตทานตองผานทานอยูดี เพราะฉะนั้น อยากจะขอเรียนทานประธานผานไปยังอธิบดีกรมอุทยานแหงชาติ สัตวปาและพันธุพืชวา ขอใหเปนเจาภาพในการดึงความรวมมือในการแกไขปญหาของพี่นองประชาชน เรงดวนที่สุด ก็คือเรื่องของสัญญาณโทรศัพทครับ สวนเรื่องอื่นไมวาจะเปนถนนและไฟฟาอยากจะเรียน ทานอธิบดีในฐานะที่เปนเจาของพื้นที่ประสานกับหนวยงานที่เกี่ยวของเพื่อแกปญหาของ พี่นองตําบลเสาหิน อําเภอแมสะเรียง จังหวัดแมฮองสอนครับ ขอบคุณมากครับทานประธาน🔗
คุณเกียรติ เหลืองขจรวิทย🔗
กราบสวัสดีครับ ทานประธาน สภาผูแทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย สมาชิกสภาผูแทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือทานประธานสภาผูแทนราษฎรผานไปยัง หนวยงานที่เกี่ยวของเพื่อแกไขความเดือดรอนของชาวบานครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ถนนสายบานซับตะเคียน ถนนเลียบคลองอางเก็บน้ําซับตะเคียน ตําบลเขาแหลม ตําบลมวงคอมที่ติดกัน จากสามแยกเขาไปถึงอางเก็บน้ําระยะทางประมาณ ๒-๓ กิโลเมตร มีคนสัญจรมากมาย แตทางสภาพทรุดโทรมเปนอยางมากเพราะวากอสรางมา ตกประมาณ ๑๔ ปแลว ไมมีหนวยงานที่ไปดูแล ขอใหกรมชลประทานที่เปนเจาของพื้นที่ ชวยดูแลจัดสรรงบประมาณมาซอมแซมใหเปนที่เรียบรอย🔗
เรื่องที่ ๒ ไฟสองแสงสวางบนทางหลวงหมายเลข ๒๒๔๓ ตั้งแต กม. ๐ ถึง กม. ๑ ระยะทาง ๑ กิโลเมตร และ กม. ๔ ถึง กม. ๕ ระยะทาง ๑ กิโลเมตร บานบัวชุม ตําบลบัวชุม อําเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เปนทางที่มืดมาก แลวก็อยากจะใหมีไฟ แสงสวางเพื่อใหชาวบานไดรับความปลอดภัยดวย🔗
เรื่องที่ ๓ ก็ไฟแสงสวางเชนเดียวกัน บนถนนสาย ๒๐๘๙ จากเดิมประมาณ ๑ กิโลเมตร จากโรงเรียนบานเนินทองชวง กม. ๔๔ บวก ๘๐๐ หมู ๖ ตําบลแกงผักกูด อําเภอทาหลวง ระยะทาง ๑ กิโลเมตร ขอไฟแสงสวางดวยครับ🔗
เรื่องที่ ๔ คือไฟสองแสงสวางทางหลวงหมายเลข ๒๐๕ จาก กม. ๔๗ ถึง บานตลาดหงสไทย ๒๐๕ คือมวงคอม เปนทาง ๔ เลน (Lane) จากจังหวัดลพบุรีมาและ เปนทางที่มืดมาก มีรถสัญจรมากแตขณะนี้ไฟแสงสวางไมมี หนาโรงพักตําบลมวงคอม ก็ขออนุญาตขอไฟแสงสวางดวย กราบขอบพระคุณครับ🔗
พีระเพชร ศิริกุล ครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภาผูแทนราษฎร ทานชวน หลีกภัย ที่เคารพ กระผม ดอกเตอรพีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผูแทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ เขตเลือกตั้งที่ ๔ พรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน ขอหารือทานประธานถึง ความเดือดรอนของพี่นองประชาชน เกษตรกร ผูนําทองที่ ผูนําทองถิ่นผานไปยังผูมีอํานาจ ดําเนินการ ดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ การกอสรางถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ปรับปรุงซอมแซมถนนเชื่อม หมูบาน ตําบล บานดานเม็ก ตําบลสําราญ อําเภอสามชัย บานดงสวนพัฒนา ตําบลนาทัน อําเภอคํามวง ขอใหกระทรวงมหาดไทย องคการบริหารสวนจังหวัดกาฬสินธุไดเรง ดําเนินการดวย เพราะชาวบานเดือดรอนมาก เรื่องนี้ผานมาแลว ๓ ปครับ🔗
เรื่องที่ ๒ การกอสรางถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือถนนลาดยาง บานเกาเดื่อ- ภูพานทอง ภูพานทอง-บานโพนแพง ในแผนงบประมาณขององคการบริหารสวนจังหวัดมีแลว ตอนนี้ชาวบานกําลังเดือดรอนและกําลังถกเถียงกันมาก ขอใหทางจังหวัดกาฬสินธุ อบจ. ไดเรงดําเนินการโดยเรงดวนดวยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ การขยายเขตไฟฟาเพื่อที่อยูอาศัยเพื่อการเกษตรของพี่นอง ประชาชน บานบอน หมูที่ ๖ บานหนองบัวโดน บานหนองปาออย ตําบลลําหวยหลัว อําเภอสมเด็จ ขยายเขตไฟฟาเพื่อที่อยูอาศัย การเกษตร บานในตําบลคําสรางเที่ยง อําเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ ขอมูลเรื่องราวตาง ๆ อยูที่การไฟฟาสวนภูมิภาค อําเภอสมเด็จแลวครับ🔗
ทานประธานที่เคารพครับ ทานรูไหมวาถนนสูนา ไฟฟาสูไร มีน้ําใชเพื่อ การเกษตร ชลประทานระบบทอ ขุดบอเลี้ยงปลา เลี้ยงโคทั่วหนาเปนเรื่องสําคัญที่พี่นอง ประชาชนจะพลิกผันตัวเองขึ้นมาอยูดีกินดีดวย แลวก็ขอทวงถามเรื่องการเพิ่มกําลังไฟฟา เขาสูวัดปารังสีปาลิวัน เทศบาลโพน อําเภอคํามวงดวยน การดําเนินการสูบน้ําดวยพลังไฟฟา เขื่อนลําปาว ขึ้นสูภูสิงห สูบน้ําจากเขื่อนลําพันชาดขึ้นสูบานดานเม็ก อําเภอสามชัย และสุดทายขอกราบขอบพระคุณทานเจากระทรวง ทานรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคม ทานอธิบดี ทานรองอธิบดีกรมทางหลวง ทาน ผอ. ดวงตาจังหวัดกาฬสินธุ ที่กรุณาจัดสรร งบประมาณขยายชองทางจราจรจาก ๒ ชองทางจราจร เปน ๔ ชองทางจราจร ถนนสายปากทาง สรางเสี้ยว ถนนสายสมเด็จ ซึ่งขอมาแลวเปนระยะเวลา ๔-๕ ป เพิ่งจะไดวันนี้ และขอความ กรุณาไดจัดสรรเปนงบประมาณตอเนื่องดวย และในสวนของอําเภอสามชัยนั้นหวังวาคงจะ รีบสงงบประมาณลงไปดําเนินการ ขอกราบขอบพระคุณทานประธานเปนอยางสูงที่กรุณา ขอบคุณครับ🔗
คุณนัทธี ถิ่นสาคู ครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ ผม นัทธี ถิ่นสาคู พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดภูเก็ต สืบเนื่องจากกรณีน้ําทวมหนักที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ ๑๖ ที่ผานมา นอกจากสงผลกระทบตอชีวิตและทรัพยสินของชาวภูเก็ตเองแลว ยังสงผลกระทบ ตอภาพรวมดานเศรษฐกิจของประเทศอยางมหาศาล เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตเปนแหลง เศรษฐกิจดานการทองเที่ยวที่ใหญที่สุดของประเทศ ภัยธรรมชาติทําใหถนนตัดขาด ไหลทาง ทรุดตัวทับถมเสนทางที่สัญจรไมไดเปนสิบ ๆ จุด ภาวะดานการทองเที่ยวมีผลกระทบ อยางหลีกเลี่ยงไมได สิ่งที่เกิดขึ้นเปนภัยธรรมชาติที่หามไมใหเกิดไมได แตสามารถปองกัน ไมใหเกิดความเสียหายเหมือนกับที่ผานมาได นั่นก็คือตองฟนฟูโครงสรางพื้นฐานที่ เสียหายแลว และปองกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะเรื่องการปองกันการสไลด (Slide) ของดินตามไหลเขาในเขตทางหลวง ตองขอขอบคุณทาน ผอ. แขวงทางหลวงภูเก็ต ทานยุทธนา พิทักษ ซึ่งไดสํารวจออกแบบในการฟนฟูไดอยางครบถวนรวดเร็ว โดยขอใช งบกลางรายการเงินสํารองจายกรณีฉุกเฉินหรือจําเปนเรงดวน ซึ่งไดสงผลใหหนวยงาน ที่รับผิดชอบแลว แตก็เกรงวาจะลาชา ผมเองจึงจําเปนตองแจงผานสภานี้เพื่อเรงรัดไวอีก ทางหนึ่ง หากคิดวานี่คือภาระของรัฐบาล ติดขัดเรื่องงบประมาณชาวภูเก็ตขอยืมกอนก็ได🔗
แลวก็รับรองวาสิ้นสุดฤดูการทองเที่ยวปนี้ คนภูเก็ตจะชําระภาษีแลวก็จายคืนใหครบถวน อยางแนนอน หากขอก็ไมได ยืมก็ไมให ผมก็ไมรูวารัฐบาลนี้คิดอยางไรกับอนาคตของคน ภูเก็ต ฝากผานสภานี้ไปยังรัฐบาลดวย ขอบคุณครับ🔗
นายแพทยกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทยกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัด มหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอหารือปญหาความเดือดรอนของพี่นองประชาชน ชาวจังหวัดมหาสารคาม ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ปญหาการกัดเซาะและพังทลายของตลิ่งริมแมน้ําชี ในพื้นที่ จังหวัดมหาสารคาม ผมไดรับการรองเรียนจากพี่นองประชาชนในตําบลทาสองคอน ตําบลเกิ้ง ตําบลลาดพัฒนา เรื่องการกัดเซาะและพังทลายของตลิ่งริมแมน้ําชี จากภาพ ซึ่งนอกจากประชาชนในพื้นที่นี้แลวก็จะมีประชาชนในบานวังยาว บานโนนสมบูรณ บานโนนตูม บานโขงกุดหวาย บานโนนสวรรค ตําบลเกิ้ง บานบอนอย ตําบลทาสองคอน บานทาคอ ตําบลลาดพัฒนา ซึ่งในปนี้นอกจากมีการกัดเซาะตลิ่งแลวยังมีน้ําทวมเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น จึงขอใหกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทยไดนําแผนเขาแผนและอนุมัติ งบประมาณตอไป🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องปญหาแหลงน้ํากุดชีใหญ ตําบลเกิ้ง อําเภอเมืองมหาสารคาม ผมไดรับการรองเรียนจากผูใหญบานดินดําทั้ง ๒ แหง ตําบลเกิ้ง ปญหาแหลงน้ําธรรมชาติ กุดชีใหญของหมูบาน ซึ่งมีสภาพทรุดโทรม มีเนื้อที่ ๑๕๗ ไร ไมสามารถรองรับและกักเก็บน้ําได ในชวงหนาแลงก็จะมีปญหาเรื่องไมมีน้ํา ในชวงหนาฝนก็จะมีปญหาเรื่องน้ําทวม จึงอยากให ทางกรมทรัพยากรน้ําไดศึกษาออกแบบเพื่อจะใหเปนแกมลิง แกปญหาน้ําทวมทุงนาเลา บานเฮือนเฮาและบานดินดํา และเก็บน้ําไวใชทําเกษตรกรรมในชวงหนาแลงตอไป จึงขอให กรมทรัพยากรน้ํา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมไดศึกษาออกแบบ แลวก็ สนับสนุนงบประมาณตอไป ขอบคุณครับ🔗
คุณสฤษฏพงษ เกี่ยวของ ครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏพงษ เกี่ยวของ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทยครับ ผมไดรับการรองเรียนจากพี่นองผูประกอบการเรือประมงชายฝง ประมงพื้นบาน ที่อําเภอเกาะลันตา อยากจะใหหนวยงานที่เกี่ยวของเกี่ยวกับการจัดระเบียบการจอดเรือของ พี่นองประมงชายฝงที่ตําบลศาลาดาน ตําบลเกาะลันตาใหญ ในบริเวณทาเรือตาง ๆ เชน หาดคลองโขง หาดพระแอะ หาดคลองโตบ ในหมูที่ ๘ หาดทรายแตก หมูที่ ๒ และโดยเฉพาะ หมูที่ ๕ ตําบลเกาะลันตาใหญ ทาเรือคลองหิน พี่นองชาวประมงชายฝงมีปญหาในเรื่อง การจอดเรือมาก ซึ่ง ณ วันนี้ไปจอดเรือที่หาดบากันเตียงก็ไดรับความทุกขรอน ซึ่งไปกระทบ กับบังกะโลของพี่นองที่ประกอบธุรกิจในเรื่องของการทองเที่ยวดวย🔗
เรื่องที่ ๒ พี่นองเกษตรกรไดรองเรียนวาในขณะนี้ปาลมน้ํามันราคาตกต่ํามาก แลวก็ปาลมทะลายโดยเฉพาะที่จังหวัดกระบี่สูญหายมากที่สุด ก็ขอฝากผูวาราชการจังหวัดไดไป ดูแลในพื้นที่ ในขณะเดียวกันปุยราคาแพงก็ตองฝากกระทรวงพาณิชย เพื่อใหพี่นองเกษตรกร ไดลดตนทุนในเรื่องของการแกปญหาภาคการเกษตร🔗
เรื่องที่ ๓ เปนเรื่องที่พูดกันหลายรอบในการหารือ ก็คือทาเทียบเรือ เพื่อการทองเที่ยวเกาะพีพี ไดมีการถายโอนให อบต. อาวพระนางไปบริหารจัดการ แต อบต. ไมสามารถดําเนินการได จึงขอเปลี่ยนจากทาเรือเพื่อเชิงพาณิชยมาเปนทาเรือเพื่อสาธารณะ ขอใหกรมธนารักษไดดําเนินการตอไปดวยนะครับ🔗
เรื่องสุดทาย ในเรื่องของปาชุมชนจังหวัดกระบี่ ๖๙ ปา ขาดงบประมาณ ในการดําเนินการบํารุงและพัฒนา เพื่อปาชุมชน เพื่อการทองเที่ยว เพื่อรักษาแหลงตนน้ํา กําเนิดน้ํา เพื่อปองกันการบุกรุกปา ก็ฝากหนวยงานที่เกี่ยวของดวย ขอบพระคุณมากครับ🔗
คุณองคการ ชัยบุตร ครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ กระผม องคการ ชัยบุตร สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคกาวไกล จังหวัด มุกดาหารคือบานเกิด กระผมไดรับการประสานงานจากนายวุฒิพงษ มีบุญ วาที่ผูสมัคร ส.ส. พรรคกาวไกล เขต ๔ จังหวัดนครพนม พรอมชาวบาน บานคลองเจริญ หมูที่ ๑๐ ตําบล พิมาน อําเภอนาแก จังหวัดนครพนม กรณีที่ชาวบานไมมีเอกสารสิทธิในที่ทํามาหากินมา🔗
ตั้งแตหลายรุนแลว ชั่วอายุคน แลวทางอุทยานก็ยังมาประกาศเขตทับที่ชาวบานดวย อีกกรณีหนึ่งคือเขาเชาที่แลว จํานวน ๘ ไร แตไดทํากินจริง ๆ คือ๓ ไร อันนี้เชาจากหนวยงาน ภาครัฐ🔗
เรื่องที่ ๒ เปนเรื่องติดตามที่ผมไดสงเอกสารหารือทานประธาน เมื่อวันที่ ๔ ที่ผานมา กรณีการศึกษาอางเก็บน้ําลําน้ําหวยน้ําโสม จังหวัดอุดรธานี อันนี้คุณวรวุฒิ โพธิ์พรหมมา วาที่ผูสมัคร ส.ส. เขตอุดรธานี น้ําโสม และพรอมชาวบานรองเรียนวา การศึกษากรณีนี้ชาวบานเปนหวงวาจะกระทบการดําเนินชีวิตของชาวบานที่อยูเขาแถวนั้น และอําเภอน้ําโสม เขาไมตองการที่จะมีอางเก็บน้ํา เขาอยากใหยุติ🔗
เรื่องตอมา ก็คือการที่พี่นองตําบลสามพราว จังหวัดอุดรธานี ที่ถูกหนวยงาน ภายในพื้นที่ไลที่ออกจากพื้นที่ประมาณ ๑๕๐ ครอบครัว เพื่อจะยกที่ไปสรางวิทยาลัย พยาบาลศาสตร สาขาวิทยาเขตอุดรธานี อันนี้ชาวบานไมไดตั้งหลัก แลวเขาก็เดือดรอนมาก ไมรูจะไปที่ไหน ฝากหนวยงานที่เกี่ยวของที่ผมไดหารือและติดตามมาทั้ง ๓ เรื่อง ไดฝาก ทานประธานไปยังหนวยงานที่เกี่ยวของและผูมีอํานาจไดเรงรัดแกไขความเดือดรอนของ ชาวบานดวย อยากขอบคุณหนวยงานชลประทานจังหวัดมุกดาหารและโยธาธิการ จังหวัดมุกดาหาร ที่มองเห็นถึงความเดือดรอนของพี่นองประชาชน ขอบคุณมากครับ🔗
คุณสมัคร ปองวงษ ครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมัคร ปองวงษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขต ขออนุญาตนําเรียนหารือ ทานประธาน ๑ เรื่อง จากการลงพื้นที่กระผมไดรับการรองเรียนจากพี่นองอําเภอศรีเมืองใหม อําเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เกี่ยวกับเรื่องถนนหนทางที่ชํารุดทรุดโทรม ไมไดรับ การเหลียวแล แลวก็ซอมแซมมาเปนเวลานาน🔗
ถนนเสนนี้เปนเสนทางหลัก เลขที่ ทล. ๒๑๓๕ เริ่มตนจากตําบลดอนใหญ อําเภอศรีเมืองใหม ไปสิ้นสุดที่ตําบลหนามแทง อําเภอศรีเมืองใหม ระยะทางประมาณ ๓๖ กิโลเมตร ถนนเสนนี้ ถูกกอสรางขึ้นมาเปนเวลา ๔๐ กวาปแลว ตั้งแต ป ๒๕๒๔ ตั้งแตบัดนั้นจนถึงบัดนี้ยังไมมีการ ซอมแซมบํารุงรักษา ซึ่งทําใหพี่นองประชาชนที่คาบเกี่ยวอยูในจุดนั้นทั้ง ๒ อําเภอ ไมวาจะเปน อําเภอศรีเมืองใหม อําเภอโขงเจียม ไดรับความลําบากเปนอยางยิ่ง ไมวาจะเปนการเดินทาง ไปมาหาสูและแมกระทั่งการขนสงสินคาภาคการเกษตร ทั้งขาว มันสําปะหลัง ยางพารา หรือแมกระทั่งเปนศูนยรวมของแหลงทองเที่ยวตามธรรมชาติ ไมวาจะเปนสามพันโบก อุทยาน ผาแตม แมน้ําสองสี แมกระทั่งแหลงวัฒนธรรม อยางเชน วัดภูพราว วัดถ้ําปา ภูคะนิง นี่คือสิ่งที่เปนสายเลือดของพี่นองชาว ๒ อําเภอนี้ ดังนั้นกระผมจึงขออนุญาตนําเรียน ทานประธานผานไปยังทานรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคม ทานศักดิ์สยาม ชิดชอบ พรรคภูมิใจไทย ไดโปรดดําเนินการสั่งการและใหความอนุเคราะหในการบําบัดทุกขบํารุงสุข พี่นองประชาชนทั้ง ๓ อําเภอดวย ขอบคุณครับ🔗
คุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ🔗
เรียนทานประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส ประกอบดวย อําเภอบาเจาะ อําเภอยี่งอ อําเภอรือเสาะ และอําเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ผมขอเรียน ปรึกษาหารือทานประธาน ๒-๓ เรื่องดวยกันนะครับ🔗
ประเด็นแรก ก็คืออยากใหทานประธานมีหนังสือถึงกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย ใหมีการทบทวนมาตรการเอกสารที่ใชประกอบในการออกบัตร คนพิการ กลาวคือในการทําบัตรคนพิการตองใชเอกสารหลายอยาง หนึ่งในนั้นก็คือเอกสาร ใบรับรองแพทยความเปนคนพิการ คนพิการทางการไดยิน คนพิการทางเสียงไมมีปญหา อะไร แตคนพิการที่ไมสามารถเคลื่อนไหวทางรางกายได ตอนนี้ผมไดรับแจงจากญาติเขาวา ตองขนยายญาติที่ไมสามารถเคลื่อนไหวไดไปโรงพยาบาลเพื่อตองการใบรับรองแพทย มิฉะนั้นแลวไมสามารถทําบัตรคนพิการได ผมก็เลยอยากใหทานประธานมีหนังสือถึง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยใหทบทวนมาตรการในการออกเอกสาร🔗
ใบรับรองความพิการของผูพิการทางรางกายที่ไมสามารถเคลื่อนไหวได เชน กรมการปกครอง เขามีการทําบัตรประจําตัวประชาชนเคลื่อนที่ เหลานี้เปนตน🔗
ประเด็นหารือเรื่องที่ ๒ ก็คือผมไดรับการรองเรียนจาก อสม. ซึ่งถือวา เปนบุคคลที่เสียสละชวงวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) ถือวาเปนฮีโร (Hero) ผูเสียสละใหกับ ประเทศ เขาเหลานี้ตอนนี้เขาบอกวาอุปกรณในการทํางาน ไมวาจะเปนเครื่องชั่งน้ําหนัก เครื่องวัดความดัน เครื่องวัดเบาหวาน ในแตละตําบลตองเวียนกันใช บางตําบลมีหลาย หมูบานตองเวียนกันไปมาระหวางหมูบานเพราะอุปกรณไมครบ ผมก็เลยอยากให ทานประธานมีหนังสือถึงกระทรวงสาธารณสุขจัดหางบประมาณ หาอุปกรณเหลานี้ใหกับ อสม. ที่เขายินดีเสียสละที่จะทํางานเพื่อพวกเรา🔗
ประเด็นตอมาสุดทาย เรื่องสวัสดิการของ อสม. เชนกัน เขาบอกวาตอนนี้ เขาถูกตัดงบประมาณกรณีรักษาพยาบาลหองพิเศษกับครอบครัวเขา ๕๐ เปอรเซ็นต เขาตองการใหทบทวนกลับคืนมาซึ่งสิทธิใหครอบครัวเขาไดรับสิทธิพิเศษในการักษาพยาบาล หองพิเศษดวย ขอบคุณครับ🔗
คุณมัลลิกา จิระพันธุวาณิช🔗
เรียนทานประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุวาณิช สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีเรื่องหารือทานประธานดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ พี่นองเกษตรกรที่ทํานาขอใหชวยเรงรัดเงินสวนตางใหดวย🔗
เรื่องที่ ๒ กรณีที่น้ําทวมที่นาซึ่งยังไมไดเก็บเกี่ยว ขาวถูกน้ําทวม ขอใหชวย เยียวยาใหดวย🔗
เรื่องที่ ๓ เนื่องจากสะพานขามแมน้ําลพบุรีบริเวณทางเขาวัดโพธิ์ระหัต ตําบลบางขันหมาก อําเภอเมือง จากเดิมใชเงินบริจาคของประชาชนในการกอสราง หลายสิบปมาแลว ปจจุบันนี้ตอมอชํารุดก็เกรงวาสะพานนั้นจะหักลงมาเปนอันตรายตอการ สัญจรและสภาพเดิมที่ทําไวนั้นแคบมาก จึงขอใหกรมทางหลวงชนบทชวยสงชางไปสํารวจ ออกแบบ แลวก็จัดสรรงบประมาณใหดวย เพราะวาทาง อบต. บางขันหมากนั้นไมสามารถ ออกแบบเองไดแลว แลวก็ไมมีงบประมาณมากพอในการดําเนินการ🔗
เรื่องที่ ๔ อบต. โคกลําพาน ตําบลโคกลําพาน อําเภอเมือง ไดรับความ เดือดรอนจากบริษัทที่รับเหมากอสรางทางรถไฟรางคู คือถมคลองระบายน้ํา ซึ่งใชในการ ทํานาและการเกษตร ทําใหพี่นองประชาชนนั้นเดือดรอน นายกนภาพร สมประสงค ไดทําหนังสือแจงไปที่บริษัทแลว แตวาก็ยังไมไดรับการดําเนินการ จึงขอฝากทานประธาน ถึงการรถไฟใหชวยดําเนินการใหดวย🔗
เรื่องที่ ๕ โครงการกอสรางเขื่อนปองกันริมตลิ่งในบริเวณวัดพุนอย ตําบลชอนมวง อําเภอบานหมี่ ปจจุบันนี้งานลาชาไป ๔๐ กวาเปอรเซ็นต แลวก็มีการรับเหมากันเปนหลายชวง ปญหาคือชาวบานที่ไปทํางานนั้นยังไมไดรับคาแรง แลวการทํางานก็ไมตรงตามแบบ ทางผูนํา และเจาอาวาสวัดพุนอยก็ไดแจงมาใหทราบ ขอฝากทานประธานชวยแจงไปยังที่กรมโยธาธิการ และผังเมืองใหชวยแกปญหาใหดวย กราบขอบพระคุณทานประธานอยางสูงคะ🔗
คุณเทาพิภพ ลิ้มจิตรกร🔗
เรียนทานประธานที่เคารพ กระผม นายเทาพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ พรรคกาวไกล กอนอื่นตองขอชื่นชมทานประธาน เมื่อวาน ผมไดสดับรับฟงการเปาแซกโซโฟน (Saxophone) ของทานประธานก็ไพเราะมาก แตเรื่องที่ ผมจะมานําเสนอวันนี้ไมคอยไพเราะเทาไร เพราะวาเสียงของพี่นองประชาชนบริเวณ แยกทาพระ บริเวณถนนรัชดาตัดราชพฤกษ ใน ๖ เดือนตอไปอาจจะไมไพเราะเทาไร เพราะมีการสรางทอรอยสายใตดินขามแยก ซึ่งจริง ๆ แลวโครงการนี้ผมเชื่อวาจริง ๆ ควรจะ ทําเสร็จพรอม ๆ กับอุโมงค แตก็ดวยเหตุผลบางประการทางการเมืองก็ตองรีบเรงใหเสร็จ แลวสุดทายก็ตองมาขุดถนนใหมอีกที ตอนแรกออกขาวมาคนตกใจมากวาจะปด ๒๔ ชั่วโมง ตามเอกสาร แตไป ๆ มา ๆ ก็ออกมาแกไขขาวมาปดแตตอนกลางคืน ทีนี้ตอนกลางคืน🔗
ก็อยากใหไมสรางเสียงดังจนเกินไป จนรบกวนการเปนอยูของประชาชนในบริเวณนั้น แลวก็ อยากใหทาง กทม. บูรณาการการสรางถนนใหสรางเสร็จทีเดียวไมใชมาขุด ๆ อยางนี้🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องปญหาการจราจรในซอยเจริญนคร ๑๔ ตอนเชาผมเพิ่งไดรับ รองเรื่องเรียนมาลาสุดเรื่องรถติดมาก ก็อยากใหเขาไปจัดการการจราจร เพราะวาบริเวณ ดานในมีโรงเรียนนานาชาติอยู แลวก็การจราจรติดขัดเปนอยางมาก สืบเนื่องจากเจริญนคร ตอนนี้ก็มีคอนโดมิเนียมใหมมาอยูเยอะ หางใหญมาอยูเยอะ ก็กลายเปนติดพัลวันไปหมด สรางความเดือดรอนอยางยิ่ง พอสาย ๆ รถโลงคนก็รูสึกวาไดใจแตกอนรถติด คราวนี้ก็ขับรถ กันเร็วเกินไป มีศพตายหลายศพแลวครับ ปหนึ่งเปน ๑๐ ศพ ซอยเล็ก ๆ แคนี้ เนื่องจากวา มีรถจอดขางทางเปนจํานวนมาก แลวก็ทางเปนทางตรง ผมขอเรื่องในการทําตัวหนอน ไปแลวตั้งแตเดือนกุมภาพันธปนี้ แลวก็เดือนมิถุนายนทาง กทม. ก็มีหนังสือตอบรับมา ไมแนใจวารออะไรอยูไมสรางสักที ชีวิตทุกคนมีคาครับ อยางไรขอฝากทานประธานไปยัง หนวยงานที่เกี่ยวของใหดําเนินการสรางตัวหนอนโดยเร็ว ขอบคุณครับ🔗
พันตํารวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอหารือถึงความเดือดรอนของพี่นองประชาชน ๒ เรื่องดวยกัน🔗
เรื่องที่ ๑ กระผมไดรับเรื่องรองเรียนจากนายจินดา ชัยวงศ อดีตลูกจางประจํา โรงพยาบาลพระปกเกลา จังหวัดจันทบุรี รองเรียนแทนลูกจางประจําทั่วประเทศวาขณะที่ เขาดํารงตําแหนงลูกจางประจําก็ไดรับสิทธิสวัสดิการการรักษาพยาบาลโดยเบิกจายตรงได แตพอเกษียณไปแลวกลับถูกตัดสิทธิ แลวใหใชไปสิทธิในการรักษาพยาบาล ๓๐ บาทแทน ซึ่งเห็นวาไมเปนธรรม เพราะลูกจางเหลานั้นขณะปฏิบัติหนาที่ก็อุทิศตนเต็มกําลังความสามารถ ใชเวลาทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการปฏิบัติหนาที่ในการดูแลรักษาคนไข ดูแล อํานวยความสะดวกใหกับพี่นองประชาชนที่มาโรงพยาบาลหรือในสวนราชการอยางเต็มที่ จึงขอเรียนทานประธานผานไปยังรัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลัง และรัฐบาลพิจารณาเพื่อเปน ขวัญกําลังใจใหกับลูกจางประจําที่ยังไมเกษียณและลูกจางที่เกษียณไปแลวดวยนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับ จากการที่ผมเคยหารือกับทานประธานถึงปญหาการจราจร ที่ติดขัดมากบริเวณถนนสุขุมวิท สี่แยกศาลายามาหลายครั้งแลว ซึ่งปจจุบันนี้กระทรวง คมนาคมก็ไดมีการศึกษาถึงความเปนไปไดของโครงการ ซึ่งก็ผานการสอบถามความเห็นชอบ ของพี่นองประชาชนแลว ซึ่งทุกฝายก็มีความเห็นดวย กระผมจึงขอกราบเรียนทานประธาน ผานไปรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมในการเรงรัดโครงการนี้ เพื่อใหเกิดโดยเร็วนะครับ เพราะวาถนนสุขุมวิทสายนี้เปนถนนที่มีความสําคัญ ซึ่งมีการจราจรที่ติดขัดมาก โดยเฉพาะ ในฤดูการขนสงผลไมเงาะ ทุเรียน เหลานี้เปนตน ซึ่งก็ตรงกับเทศกาลที่พี่นองประชาชน ไปนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวงที่อําเภอเขาคิชฌกูฏดวย แลวก็เปนเสนทางในการขนสง สินคาผานไปยังชายแดนที่สําคัญอยางยิ่งของจังหวัดจันทบุรีและภาคตะวันออก แลวก็ ตางประเทศดวย กราบขอบพระคุณทานประธานครับ🔗
คุณพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร เขต ๒ อําเภอหัวหิน อําเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ วันนี้ผมมีเรื่องหารือความเดือดรอนของชาวจังหวัด ประจวบคีรีขันธ เรียนผานทานประธานไปถึงหนวยงาน ๓ เรื่องดังนี้นะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ รับแจงจากผูใชรถใชถนนอําเภอหัวหิน อําเภอปราณบุรีวา ถนนทางหลวงเลขที่ ๓๗ สายบายพาส (Bypass) เขาสูอําเภอปราณบุรีและเสนเขาสู ตัวเมืองหัวหิน อยากไดเปนสัญญาณที่บอกเวลาเปนวินาทีบริเวณไฟเขียวไฟแดงที่ยังไมมี ทุกแยก เพื่อใหกะระยะรถวิ่งไดถูกตองและเพื่อไมใหเกิดอุบัติเหตุกอนที่จะถึงจุดแยก ขอให กรมทางหลวงดําเนินการแกไขเรื่องดังกลาว🔗
เรื่องที่ ๒ ชาวบานตําบลหวยสัตวใหญ อําเภอหัวหิน ฝากแจงวากรมทางหลวง ชนบทจะทําการติดตั้งไฟแสงสวางขางทางถนนทางหลวงชนบท ๕๐๖๒ ชวงเขาตายายไปถึง ตําบลหวยสัตวใหญ แตเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนและปองกันชางปา ขางทางที่จะถูกรถชนหรือมาทํารายประชาชน แตรอการอนุมัติการใชพื้นที่ปาจากอุทยาน แหงชาติแกงกระจาน กรมอุทยานแหงชาติ สัตวปา และพันธุพืชซึ่งขอไปนานแลว จึงขอ ความกรุณาทางกรมอุทยานแหงชาติ สัตวปา และพันธุพืช ชวยเรงพิจารณาคําขอดังกลาว🔗
เรื่องที่ ๓ รับแจงจากนายเกษม สุวรรณชาติ นายกองคการบริหารสวนตําบล เขาจาว อําเภอปราณบุรี ไดขออนุญาตการทําถนนคอนกรีตเสริมเหล็กสายทางชวงฐานปาไม โปรงไผ อยูในเขตอุทยานแหงชาติกุยบุรี อําเภอกุยบุรี เพื่อประโยชนใหเจาหนาที่อุทยาน ปฏิบัติหนาที่สะดวกปลอดภัย ประชาชน นักทองเที่ยวไดใชประโยชน จึงขอความกรุณาจาก กรมอุทยานแหงชาติ สัตวปา และพันธุพืช ไดพิจารณาการขอใชพื้นที่ดังกลาว เรียนผาน ทานประธานไปยังหนวยงานงานเกี่ยวของ ขอบคุณครับ🔗
คุณสุชาติ อุสาหะ🔗
กราบเรียนทานประธานสภาที่เคารพ ผม สุชาติ อุสาหะ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มีเรื่องหารือผาน ทานประธานถึงทานรัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณทานเฉลิมชัย ศรีออน และ ทานอธิบดีกรมชลประทาน เรื่องใหจัดงบประมาณเรงรัดในเรื่องการปองกันน้ําทวมและแกไข ปญหาน้ําแลงของจังหวัดเพชรบุรีจํานวน ๖ โครงการ🔗
โครงการที่ ๑ เปนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพความจุการเก็บกักอางเก็บน้ํา หวยแมประจันต อันเนื่องมาจากพระราชดําริ งบประมาณ ๘๓ ลานบาท เพื่อเพิ่มความจุของ อางเก็บน้ํา🔗
โครงการที่ ๒ เปนโครงการปรับปรุงโครงการจัดหาน้ําเพื่อชวยเหลือราษฎร ในพื้นที่ตําบลแกงกระจานและตําบลวังจันทร อันเนื่องมาจากพระราชดําริ งบประมาณ ๒๐ ลานบาท เพื่อใหราษฎรในตําบลมีน้ําใช🔗
โครงการที่ ๓ เปนโครงการอาคารปองกันตลิ่งลําหวยแมประจันต บานทาตะครอ ระยะที่ ๒ ความยาว ๒,๐๐๐ เมตร งบประมาณจํานวน ๑๐๐ ลานบาทเพื่อบรรเทาอุทกภัย และบรรเทาภัยจากน้ําใหแกราษฎรในพื้นที่🔗
โครงการที่ ๔ เปนโครงการปรับปรุงอางเก็บน้ําหวยผาก อันเนื่องมาจาก พระราชดําริ แปลงที่ ๑ งบประมาณ ๒๐ ลานบาท เพื่อเพิ่มความจุของอางเก็บน้ําหวยผากอัน เนื่องมาจากพระราชดําริ🔗
โครงการที่ ๖ เปนอาคารปองกันตลิ่งลําหวยแมประจันต ระยะที่ ๒ บานหนองไผ ระยะทาง ๘๐๐ เมตร งบประมาณ ๔๐ ลานบาท🔗
ทั้งหมด ๖ โครงการ รวมงบประมาณทั้งสิ้น ๓๑๓,๐๙๓,๐๐๐ บาท ขอมูล ทั้งหมดอยูที่ฝายวิศวกรรมโครงการสงน้ําและบํารุงรักษาแกงกระจาน กระผมจึงขอให ทานประธานไดเรงรัดไปยังทานรัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ ทานเฉลิมชัย ศรีออน และทานอธิบดีกรมชลประทาน เพื่อใหโครงการทั้ง ๖ โครงการ เปนโครงการเรงดวน ในปงบประมาณที่จะถึงนี้ แลวก็ปองกันปญหาน้ําทวมน้ําแลงของจังหวัดเพชรบุรีตอไป ขอบพระคุณครับ🔗
คุณนพพล เหลืองทองนารา🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม วันนี้ผมเองมีเรื่องที่จะมาหารือเพื่อขอใหทานไดนําเรื่องนั้น สงผานไปยังหนวยงานที่เกี่ยวของ นั่นก็คือในสิ่งที่เปนกังวลใจของพวกเราพรรคเพื่อไทย แลวก็ตอพี่นองเกษตรกร นับตั้งแตวันที่ ๑๕ ตุลาคมที่ทานรองนายกรัฐมนตรีทานไดบอก ไววาจะมีการจายสวนตางของเกษตรกรผูปลูกขาวในงวดแรก วันนี้นับขึ้นมาก็เกือบจะ ๑ เดือนเต็มแลวยังไมมีเรื่องเขาสูคณะรัฐมนตรี ผมเองก็ไดขาวแวว ๆ วาในสัปดาหหนา จะมีการนําเรื่องนี้เขาสูคณะรัฐมนตรี ผมเองก็ขอใหเรื่องนี้ไดเปนจริงเถอะ แลวก็อีกอยางหนึ่ง พอหลังจากที่คณะรัฐมนตรีนั้นไดผานความเห็นชอบในเรื่องโครงการประกันรายไดแลว ในสวนของขาวก็จะตองมีการนําเรื่องนี้เขาไปสูคณะอนุกรรมการกําหนดเกณฑกลางราคา อางอิงของขาว แลวพอกําหนดเสร็จก็จะตองมีการประกาศ แลวพอประกาศนับตั้งแต วันประกาศในขอกําหนดของคณะอนุกรรมการที่ไดเขียนไวตั้งแตโครงการประกันรายได ปที่ ๑ จนถึงบัดนี้ปที่ ๔ ไดบอกไววาเมื่อใดที่คณะอนุกรรมการชุดนี้ไดประกาศราคาอางอิงแลว จะตองมีการนําเงินนั้นเขาสูบัญชีของพี่นองเกษตรกรภายใน ๓ วันทําการ ผมขอเรียกรอง แทนพอแมพี่นองเกษตรกร เพราะตลอดระยะเวลา ๓ ปที่ผานมานั้นไมเคยที่จะไดรับเงินตาม ขอกําหนดที่ทางรัฐบาลเปนคนกําหนดไวเลย🔗
ประการตอมา ในเรื่องของคาเก็บเกี่ยวไรละ ๑,๐๐๐ บาท ซึ่งก็จะเขาสู คณะรัฐมนตรีพรอมกันผมหวังวาเชนนั้น แตทีนี้มีขาวที่ผมไดรับทราบจากพี่นองเกษตรกร🔗
ก็คือวาไรละ ๑,๐๐๐ บาทนั้น จะมีการแบงจายเปน ๒ งวด คืองวดละ ๕๐๐ บาท ขอเมตตา ใหพี่นองไดรับในงวดเดียว กราบขอบพระคุณครับ🔗
คุณศรีนวล บุญลือ ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผูแทนราษฎร ที่เคารพ ขาเจา นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ ๕ ที่ผานมาไดรับการรองทุกขจากในยุทธพงศ ไชยศร ผูนําทองที่ ผูนําทองถิ่น พรอมกับราษฎรของอําเภอจอมทอง ที่ผานมาฝนตกหนักเกิดอุทกภัยน้ํากัดเซาะ ตลิ่งพัง จุดที่ ๑ วัดน้ําตอง หมู ๑๐ บานแมหอย จุดที่ ๒ คอสะพาน หมู ๑๓ บานน้ําลัด จุดที่ ๓ วัดน้ําบอแฝด ตําบลบานหลวง อําเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม เพราะวาที่วัด เปนจุดรวมใจของประชาชน สะพานก็เปนสิ่งที่สําคัญที่ประชาชนจะตองสัญจรไปมา ขาเจา ในนามตัวแทนพี่นองประชาชนขอเรียนฝากทานประธานสภาผูแทนราษฎรไปยังหนวยงาน ที่รับผิดชอบหรือรัฐบาล จะเปนของกรมโยธาธิการและกรมชลประทาน เรงดําเนินแกไข ปญหาใหกับพี่นองประชาชนโดยเรงดวน🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือปที่ผานมารัฐบาลไดใชเงินเยียวยาใหกับกลุมเกษตรกรไรละ ๒,๐๐๐ บาท ไมเกิน ๒๕ ไร แตปนี้รัฐบาลวาจะชดเชยเงินเยียวยาใหกับกลุมเกษตรกรไรละ ๒,๐๐๐ บาท ไมเกิน ๒๕ ไร แตยังไมมีวี่แวว ดังนั้นอยากจะเรียนฝากทานประธาน สภาผูแทนราษฎรไปยังรัฐบาล หรือกระทรวงที่รับผิดชอบชวยเรงแกไขปญหาเงินเยียวยา ใหกับกลุมเกษตรกร มีความเดือดรอนและมีความจําเปนเปนอยางมาก เนื่องจากจะตอง เอาเงินไปชําระหนี้ที่ ธ.ก.ส. และเงินที่กูยืมมาที่อื่น ดังนั้นก็ขอเรงแกไขปญหาใหกับ กลุมเกษตรกรผูปลูกลําไยในครั้งนี้ดวย ขอกราบขอบพระคุณเจา🔗
คุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์🔗
กราบเรียนทานประธาน ชวน หลีกภัย ที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคกาวไกล จากชาวบางขุนเทียน ขอหารือทานประธาน ๕ เรื่องดวยกัน🔗
เรื่องแรก ก็คือโครงการการกอสรางถนนเลียบทางดวนบางขุนเทียน มีปญหาหลัก ๆ อยู ๔ เรื่องยอย🔗
เรื่องแรกก็คือไฟฟาสองสวางตอนนี้ดําเนินการเสร็จแลวแตการไฟฟา นครหลวงยังไมจายไฟมาให เพราะฉะนั้นตอนนี้พี่นองประชาชนมืดอยูเปนเวลา๖ เดือนแลว เรื่องยอยที่ ๒ ก็คือไหลทาง โครงการทําเสร็จแลวแตวาไหลทาง ทางเขาหมูบาน หมูบาน พฤกษลดา หมูบานซีรีน พระราม ๒ ตรงไหลทางยังไมไดทําใหเขา แลวก็ทิ้งหายไปเลย โครงการเสร็จไมเสร็จอยางไรตองแจงผูเกี่ยวของดวย เพราะวากอนหนาที่ทานมาทําโครงการ มันยังดีอยู เรื่องยอยอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องสัญญาณไฟกอสรางระหวางกอสรางในชวง กลางคืน แลวก็โครงการทั้งหมดสะพานขามแยกเลียบทางดวนบางขุนเทียนจะเสร็จภายใน เมษายน ๒๕๖๖ นี้ ก็ขอใหทานไดบริหารจัดการเรื่องของเวลาใหเสร็จตามกําหนดดวย พี่นองประชาชนชาวบางขุนเทียนเปนกังวล🔗
เรื่องที่ ๒ ขอใหซอมแซมถนนบริเวณวัดลูกวัว ใชยางมะตอยแคประมาณ ๑-๒ คันรถเทานั้น พี่นองประชาชนลําบากมากแลวก็แจงผานชองทางรองเรียนมานะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมมีภาพดวยนะครับ🔗
ก็คือขยะบริเวณ ซอยอนามัยงามเจริญใกลคลองรางโพธิ์เปนแบบนี้มาหลายปแลว เก็บไปก็มีคนแอบลักลอบ มาทิ้งเปนคนจากตางถิ่น เพราะฉะนั้นอยากใหหนวยงานที่เกี่ยวของเก็บกวาดแลวก็ทํารั้ว ใหรั้วรอบขอบชิดไมสามารถมาทิ้งไดอีก เพื่อไมใหเปนมลภาวะกับพี่นองประชาชนที่ใชชีวิต อยูบริเวณนั้น🔗
เรื่องที่ ๔ เรื่องเขื่อนหินริมทะเลบางขุนเทียน จํานวน ๔.๗ กิโลเมตร อยากให เรงพิจารณารวมกัน เนื่องจากวาใชงบประมาณกวาหลายพันลานบาทแลวก็ใชงบทั้ง สวนกลางและทองถิ่น อยากใหชวยดําเนินการโดยดวน🔗
เรื่องที่ ๕ เรื่องสุดทาย ก็คือถนนบริเวณชุมชนในทะเล ชุมชนในทะเลตอนนี้ การสัญจรผานไปผานมาไมมีการขุดลอกคูคลองก็เดินทางลําบาก อยากใหพิจารณาโครงการ ถนนเขาไปดวย ขอบคุณครับ🔗
คุณเจือ ราชสีห ครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ผูแทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปตย จากจังหวัดสงขลา ทานประธานครับ ผมขออนุญาตหารือทาน ดวยปรากฏขาวผานสื่อมวลชนชองอมรินทรทีวีเมื่อสัปดาหที่ผานมา ในเนื้อหาขาวบอกวา เมื่อวันที่ ๒๙ เดือนตุลาคม ๒๕๖๕ เวลาตีสาม คนรายไดกอเหตุอาชญากรรมทุบประตู ทําลายกระจกเพื่อลักทรัพย ที่เกิดเหตุเปนรานขายยาใจกลางเมืองสงขลา อยูในใจกลางเมืองเลย และเมื่อเภสัชกรผูเสียหายเดินทางไปแจงความที่ สภ. เมืองจังหวัดสงขลา ดวยความกังวลใจ ของผูเสียหายเขาก็พยายามที่จะคนหาหลักฐานของคนราย เขาไปขอดูภาพจากกลองวงจรปด จากเจาหนาที่ตํารวจ ในเนื้อหาขาวบอกวาในพื้นที่อําเภอเมือง จังหวัดสงขลานั้น กลองวงจรปด เสียทุกตัวไมสามารถดูได พอขาวนี้ออกมาพี่นองประชาชนในจังหวัดสงขลา ในเขตเทศบาล นครสงขลา ในเขตอําเภอเมือง รูสึกสับสนวากลองวงจรปดทําไมมันตองเสียทุกตัว จังหวัด สงขลาเปนจังหวัดหลักของภาคใต โดยเฉพาะอยางยิ่งอําเภอเมืองเปนศูนยราชการ เปนศูนย เศรษฐกิจมีนักทองเที่ยวมาทองเที่ยวมากมาย กลองวงจรปดซึ่งเปนเครื่องมือในการที่จะ ติดตามคนรายเกิดใชไมไดพี่นองก็รูสึกกังวล ผมเองก็รอนใจไมนอย ผมก็ไดรับทราบจาก พลตํารวจตรี วรา ผูบังคับการจังหวัดสงขลาวาทานผูบังคับการทําไมกลองวงจรปดมันเสีย หมดหรือ ทานบอกวาไมจริงหรอก บางตัวอาจจะเสียแตวาสวนใหญใชได ก็เลยอยากจะเรียน ไปยังทานผูบัญชาการตํารวจแหงชาติวาทานชวยใหผูบัญชาการภาค ๙ พลตํารวจโท นันทเดช ยอยนวล แลวก็ผูที่รับผิดชอบชวยกันตรวจสอบแลวก็ติดตามคดีนี้ แลวก็ตรวจสอบวา กลองวงจรปดในเขตอําเภอเมืองมันใชไดหรือไมไดอยางไร ถาใชไมไดก็ซอมและชวย บูรณาการกัน เพราะวามีอยูหลายหนวยงาน ไมวาของกระทรวงมหาดไทย🔗
ของสํานักงานตํารวจแหงชาติ ของทองถิ่นก็บูรณาการกัน เพื่อเวลาเกิดเหตุพี่นองจะไดอุนใจ พี่นองจะไดสบายใจ เพราะวาเมืองสงขลาเปนเมืองสําคัญ โดยเฉพาะพี่นองประชาชนในพื้นที่ แลวก็ดูแลนักทองเที่ยว ขอกราบขอบพระคุณทานประธานแจงไปยังผูที่รับผิดชอบดวย ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
นายแพทยประสงค บูรณพงศ ครับ🔗
ทานประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทยประสงค บูรณพงศ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จากจังหวัดนครพนม กระผมมีเรื่องปรึกษาหารือเกี่ยวกับพี่นองประชาชน ที่ไดรับความเดือดรอนในปญหาการเสียคาปรับของผูฝาฝนจราจร โดยเฉพาะอยางยิ่ง รถที่ถูกล็อก วิธีการปรับก็ยังเปนโบราณอยู คือเมื่อรถจอดอยูรถถูกล็อกแลว เจาตัวก็นั่งแท็กซี่ หรือมอเตอรไซคไปที่โรงพัก เสียคารถเพื่อไปเสียคาปรับ ๔๐๐ หรือ ๕๐๐ บาท เสร็จแลว ก็กลับมาที่เดิม ตํารวจก็ตองขี่รถจักรยานยนตมาปลดล็อก แตตอนนี้ก็ตองเสียเวลา เพราะวาตํารวจที่มาก็มีคิวหลายคิว แตละจุดไมเหมือนกัน ก็ใชเวลาเปนชั่วโมง ๒ ชั่วโมง ทานประธานที่เคารพครับ ในขณะนี้เทคโนโลยีเรากาวหนาไปมากขึ้นแลว โซเชียล (Social) และอินเทอรเน็ต (Internet) มีความกาวหนาอยางมาก มีการเสียคาปรับทางออนไลน (Online) ไดไหม โดยการมีคิวอารโคด (QR Code) โอนเงินใหโรงพัก เมื่อเสร็จแลวตํารวจ ก็ปลดล็อกใหเขา ไมตองเสียเวลา ไมตองเสียคาแท็กซี่ การโอนเงินทางออนไลน (Online) นั้น ใคร ๆ เขาก็ทํา เดี๋ยวนี้ไมวารานสะดวกซื้อ รานเล็กรานนอย รานอาหาร ทุกอยาง โรงแรม ทําออนไลน (Online) หมดนะครับ โดยเฉพาะอยางยิ่งขณะนี้สถิติของเรามีผูใชสมารตโฟน (Smart phone) ถึง ๙๔.๑ เปอรเซ็นต ในประเทศของเราประมาณ ๕๘ ลานเครื่อง อันนี้ ก็กราบเรียนทานประธานวาชวยเพื่อใหประชาชนไดหายความเดือดรอน ผมจึงเรียน ทานประธานวาโปรดสงคําปรึกษาหารือไปยังทาน ผบ.ตร. สํานักงานตํารวจแหงชาติ เพื่อโปรด แกไขดวยจะเปนพระคุณยิ่ง ขอขอบพระคุณครับ🔗
คุณมัลลิกา บุญมีตระกูล ครับ🔗
เรียนทานประธาน ที่เคารพ ดิฉัน มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ🔗
พรรคประชาธิปตย ขออนุญาตหารือสภาผานทานประธานไปถึงคณะกรรมการ กสทช. คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน และกิจการโทรคมนาคมแหงชาติ ซึ่งเปน ผูคุมกฎ เปาหมายของดิฉันก็คือวาอยากใหผูคุมกฎการใหบริการโทรศัพทมือถือ แลวก็ คาบริการอินเทอรเน็ต (Internet) ทั่วประเทศลดราคาลงเพื่อพี่นองประชาชน อยางที่ ทานประธานทราบ เราผานสถานการณโรคระบาด และวิถีชีวิตของเราเปลี่ยนไป นิวนอรมัล (New normal) ไมวาจะเปนเด็ก เยาวชนที่จะตองใชเพื่อการเรียนการศึกษา การสืบคน ไมวาจะเปนเรื่องของบริการธุรกิจ บริหารรัฐกิจตาง ๆ เราปรับเปลี่ยนในการใชโซเชียลมีเดีย (Social media) มากยิ่งขึ้น แลวก็ใชการออนไลน (Online) มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน การขยายการใชก็ขยายวงกวางมากยิ่งขึ้น ดังนั้นกฎกติกาที่ กสทช. ใชอยูในปจจุบันนี้ ใชมาตั้งแตสมัยที่เรามีโทรศัพทมือถือหรือสมารตโฟน (Smart phone) กันในประเทศแค ๖ ลานเครื่อง ปจจุบันนี้อยางที่ทราบวาในจํานวนผูใชโทรศัพทมือถือจากการสํารวจตั้งแตอายุ ๖ ขวบขึ้นไป ในจํานวนนั้น ๙๔ เปอรเซ็นตของคนใชโทรศัพทมือถือเปนสมารตโฟน (Smart phone) แนนอนวาการใชสมารตโฟน (Smart phone) การใชโทรศัพทมือถือ แลวก็การใช แท็บเล็ต (Tablet) แลวก็การใชคอมพิวเตอร นั่นก็คือใชเพื่อการศึกษา การสืบคนขอมูล ขาวสารตาง ๆ ดังนั้นจึงอยากจะขออนุญาตกราบเรียนทานประธานเพื่อสงเรื่องหารือนี้ไปถึง คณะกรรมการ กสทช. ไมควรที่จะปลอยใหทางผูใหบริการหรือโอเปอเรเตอร (Operator) ตาง ๆ แขงขันกันเองเทานั้น แตวากฎหมายกติกาที่คร่ําครึแลวนั้นควรจะตองไดรับการแกไข ใหทันสมัย และควรจะแกไขในทุกระยะ เพื่อที่จะใหเปนผลดีตอพี่นองประชาชนทั้งประเทศ ขอบพระคุณคะ🔗
นางสาวชนก จันทาทอง ครับ🔗
ทานประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จากพรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีปญหาความเดือดรอนของพี่นองประชาชนในพื้นที่หารือดวยกัน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก การติดตั้งไฟจราจรบนถนนมิตรภาพ เปนถนนหมายเลข ๒๑๒ บริเวณอําเภอรัตนวาป แยกบานนาชุมชาง ดิฉันไดรับการรองทุกขจากพี่นองประชาชน ในพื้นที่เปนจํานวนมากเปนเวลานานแลววาเวลาจะสัญจรไปติดตอหนวยงานราชการ ที่อําเภอรัตนวาป เวลาจะไปตลาดเพื่อซื้อของกลับไปขายที่หมูบานนั้น สัญจรเสนทางนี้🔗
มีความอันตรายตอชีวิตและทรัพยสินเปนอยางยิ่ง ดิฉันจึงนําเรียนผานทานประธานสภา ไปยังทางหลวงแผนดินเพื่อเขาไปรองขอติดตั้งไฟจราจร เพื่อลดปญหาความเดือดรอนของ พี่นองประชาชนดวยคะ🔗
เรื่องที่ ๒ เงินชวยเหลือชาวนาหรือเงินเก็บเกี่ยวไรละ ๑,๐๐๐ บาทคะ จากการที่ดิฉันไดออกพื้นที่จังหวัดหนองคาย เขต ๒ ไดไปเห็นไดไปรับทราบปญหา ความเดือดรอนของพี่นองประชาชน ตอนนี้พี่นองประชาชนใชชีวิตกันอยางแสนยากลําบาก และดิฉันก็มั่นใจวาพี่นองประชาชนทั่วประเทศนั้นก็ไมแตกตางกัน จากปญหาตนทุนการผลิต สินคาการเกษตรที่เพิ่มสูงขึ้น จากปญหาสินคาอุปโภคบริโภคที่แพงขึ้น แพงทั้งแผนดิน ไมวาจะเปนน้ํามันเชื้อเพลิง ปุยจากกระสอบละ ๘๐๐ บาท ภายใน ๑ ป ขึ้นเปนกระสอบละ ๑,๐๐๐-๑,๘๐๐ บาท แกสหุงตม น้ํามันพืช น้ําปลา น้ําตาลทราย แพงแมกระทั่งเกลือ สวนทางกับรายไดที่ลดลง ตอนนี้ราคายางกอนกิโลกรัมละไมถึง ๒๐ บาท ราคาขาวเปลือก กิโลกรัมละ ๘ บาท ๙ บาท ๑๐ บาทบาง ดิฉันจึงนําเรียนทานประธานสภาไปยัง พลเอก ประยุทธ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีที่หาเสียงที่ประกาศเอาไววาจะมีเงินชวยเหลือชาวนาไรละ ๑,๐๐๐ บาท ใหชวยเรงเบิกจายเงินแกพี่นองประชาชนกอนที่พี่นองประชาชนจะอดตายดวย ขอบพระคุณทานประธานคะ🔗
ตอไปคุณวรศิษฎ เลียงประสิทธิ์ ครับ🔗
ทานประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ผมไดมีโอกาสเขาไป ปรึกษาหารือกับกลุมสหกรณการเกษตรกลุมหนึ่งที่ชื่อวาชุมนุมสหกรณกองทุนสวนยางสตูล ที่อําเภอควนกาหลง ซึ่งเปนกลุมเกษตรกรที่รวมตัวกันเพื่อที่จะผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ จากยางพารา เชน แผนพื้นยางพารา หรือวาแบรริเออร (Barrier) ยางพาราหรือวารับเบอร เฟนเดอร แบรริเออร (Rubber Fender Barrier) ของกระทรวงคมนาคมที่พวกเรารูจักกัน ซึ่งที่ผานมาเราตองบอกวาภาคใตฝนตกทั้งเดือน ชาวบานแทบไมไดตัดยางเลย บางที่ไดตัดแค ๕ วัน ๖ วันเทานั้นเอง แทนที่ราคาจะขึ้นกลับสวนทางกันวันนี้ราคายางลงไปอีก ซึ่งสหกรณเอง ก็ไดสะทอนมาวาอยากจะใหภาครัฐเขาไปมองปญหาราคายางพาราในมุมมองใหม ๆ บาง เพราะการที่จะสรางเสถียรภาพของยางพาราตองทําใหตลาดมีความตองการยางพาราสูงขึ้น หรือพูดงาย ๆ ก็คือการเอายางไปแปรรูปเปนผลิตภัณฑตาง ๆ ใหมากขึ้น เราลองมาคิดดูวา ที่ผานมารัฐบาลใชงบประมาณในการเขามาประกันราคายางถาผมจําไมผิดเกือบ ๆ ๖๐,๐๐๐ ลานบาท ถาแบงมาสัก ๕ เปอรเซ็นต หรือวา ๑๐ เปอรเซ็นต นํามาศึกษาวิจัย นํามาพัฒนา🔗
วายางพาราที่พวกเรามีอยูนี้สามารถนํามาแปรรูปทําเปนสินคาทําเปนผลิตภัณฑอะไรไดบาง ที่ตลาดมีความตองการ เมื่อวิจัยแลว ผลิตแลว ก็ปอนเขาสูตลาดยิ่งมีมากผลิตภัณฑจํานวน การใชยางพาราก็จะสูงขึ้นเปนเงาตามตัวไป นั่นหมายถึงวาราคาของยางก็จะสูงขึ้นดวย ซึ่งถาเราทําไดมันจะเปนการยิงปนนัดเดียวไดนกถึง ๒ ตัว ตัวแรกก็คือราคายางที่สูงขึ้นกับ ผลกําไรของกลุมสหกรณ ในสวนตัวที่ ๒ ก็คือรัฐเองก็จะสามารถประหยัดงบประมาณ มหาศาลที่จะตองเอาไปประกันราคายางพาราดวย ขอบพระคุณครับ🔗
คุณวัน อยูบํารุง ครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ ผม วัน อยูบํารุง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ชาวบางบอน หนองแขมเลือกมา ขออนุญาตหารือกับทานประธานถึงจุดเสี่ยงที่อาจเกิดปญหาอาชญากรรมในพื้นที่เขตบางบอนดังนี้🔗
๑. บริเวณสะพานลอยหนาปมน้ํามันปโตรนาสคอนขางมืด ไฟสองสวาง ไมเพียงพอ อาจจะเกิดเหตุอาชญากรรมตอผูสัญจรเวลากลางคืน ขอใหเจาหนาที่ที่เกี่ยวของ ดําเนินการแกไขเพื่อปองกันเหตุดวย🔗
๒. บริเวณปากซอยเอกชัย ๗๒ บริเวณนี้เคยเกิดเหตุจี้ชิงทรัพยประชาชน อยูบอยครั้ง ถาเปนไปไดขอใหเจาหนาที่ที่เกี่ยวของดําเนินการหามาตรการปองกัน เชน ติดไฟสองสวางใหเพียงพอ ติดกลองวงจรปด จัดเจาหนาที่สายตรวจลาดตระเวนเพื่อปองกัน ปญหาเกิดเหตุซ้ําดวย🔗
๓. บริเวณทางเดินริมคลองรางไผ เสนทางนี้มีประชาชนสัญจรไปมาเปน จํานวนมากทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งบริเวณนี้คอนขางเปลี่ยว ลูกเล็กเด็กแดงสัญจรไปมา จึงอยากขอใหเจาหนาที่หามาตรการปองกันเหตุที่อาจเกิดขึ้น โดยการติดไฟสองสวาง ติดตั้ง กลองวงจรปดและจัดสายตรวจดวย🔗
๔. บริเวณตึกรางถนนกัลปพฤกษติดสนามฟุตบอลไพจิตร บริเวณนี้ คอนขางเปลี่ยว มืดและมีประชาชนสัญจรเดินผานตึกรางเปนจํานวนมาก ขอใหเจาหนาที่ ที่เกี่ยวของดําเนินการหามาตรการปองกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นดวย🔗
๕. บริเวณพื้นที่รกรางซอยเอกชัย ๖๖ เปนสถานที่เปลี่ยวมีหญาขึ้นสูงมาก ไฟแสงสวางไมเพียงพอ มีประชาชนสัญจรผานไปมาเปนจํานวนมาก ฝากเจาหนาที่ดวย🔗
๖. บริเวณซอยเอกชัย ๗๖ ใกลลานกีฬาหมูบานเอสเคมีบุคคลมั่วสุมตั้งวง ดื่มสุรา ประชาชนผูสัญจรเสนทางนี้โดยเฉพาะผูหญิงรูสึกไมสบายใจเกรงวาอาจจะเกิดเหตุ รายแรงประการใดก็เปนได ฝากเจาหนาที่ดวย🔗
๗. บริเวณบอตกปลาถนนพระยามนธาตุเปนพื้นที่กวางมีหญาขึ้นรก เปนจุดเสี่ยงที่อาจจะเกิดเหตุอาชญากรรม ขอใหเจาหนาที่ผูที่มีสวนเกี่ยวของดําเนินการ หามาตรการปองกันเหตุดวย ขอบคุณครับ🔗
ทานนริศ ขํานุรักษ ครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปตย ผมขอหารือ🔗
เรื่องแรก ขอใหกระทรวงมหาดไทยไดประสานกับหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทํา แผนพัฒนาอําเภอปาพะยอมเปนเมืองมหาวิทยาลัย เพราะวาขณะนี้อําเภอปาพะยอมเติบโต และขยายตัวอยางรวดเร็ว เพราะเปนที่ตั้งของมหาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง จึงขอให กระทรวงมหาดไทยจัดทําผังเมืองใหม จัดทําโครงสรางพื้นฐานทั้งถนน ไฟฟา น้ํา จัดทําเรื่อง ความปลอดภัย เพราะนักศึกษาจากตางจังหวัดเดินทางเขามาเปนจํานวนมาก แลวก็ทําเปน สมารตซิตี (Smart City) เพราะคิดวาถาจัดทําแผนผังเมืองรวมใหเปนเมืองมหาวิยาลัยแลว การเปนเมืองการทองเที่ยวจะตามมา🔗
๒. จังหวัดพัทลุงไดรับมรดกโลก ๒ อยาง ๑. มโนราหจากยูเนสโก (UNESCO) กับ ๒. ระบบนิเวศการเลี้ยงควายในพื้นที่ชุมน้ําทะเลนอยจากเอฟเอโอ (FAO) แตในพื้นที่ จังหวัดพัทลุงมีความเหมาะสมที่จะเปนมรดกโลกอีก ๓ อยาง ๑. เขตรักษาพันธุสัตวปา เขาบรรทัด ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากเปนแหลงตนน้ําใหกับคนตรัง พัทลุง และสตูล ๒. ก็คือทะเลสาบพัทลุงซึ่งมีความกวางตั้ง ๗๐๐,๐๐๐ ไร มีวิถีชุมชนที่นาสนใจ นาศึกษา มีประวัติศาสตรอยูริมชายฝงและมีทรัพยากรที่คนใชชีวิต แลวก็มีการทองเที่ยว อยูในทะเลสาบ ๓. ที่จะเปนมรดกโลกไดคือเสนทางเสด็จของลนเกลารัชกาลที่ ๕ ซึ่งเคย เสด็จเมื่อ ๑๐๐ กวาปที่แลวจากกันตัง จังหวัดตรังมายังลําปาถึงจังหวัดพัทลุง เพราะวา การเสด็จครั้งนี้ผานเมือง ผานชุมชน ผานความอดทนและอัจฉริยะของลนเกลารัชกาลที่ ๕ ผานการมองเห็น การทุมเทในการพัฒนาและแกปญหาเมืองพัทลุงมาโดยตลอด จึงขออนุญาตกราบเรียนทานประธานครับ🔗
ผมขออนุญาตขอบคุณ ทานสมาชิก ตั้งแตทานแรก ทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ถึงทานสุดทาย คุณนริศ ขํานุรักษ โดยภาพรวมทุกคนบริหารเวลาไดดี ก็เปนประโยชน เราใชเวลาไปประมาณ ๑ ชั่วโมงเศษ ๆ สําหรับการหารือ🔗
ทานประธานชวน หลีกภัย ที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ขออนุญาตหารือทานประธานสั้น ๆ นิดเดียว เนื่องจากวาเปนเรื่องปจจุบันในวันนี้ แลวก็เปนผลดีกับสภาของเรา พอดีเมื่อสักครู ผมกับทาน ส.ส. วุฒินันท บุญชู ไดไปดูพื้นที่ดานลางก็คือมีพี่นองประชาชนแรงงาน รัฐวิสาหกิจสหภาพแรงงาน คือสภาของเราเวลาผานกฎหมายอะไรก็แลวแตจะมีผูเห็นดวย ไมเห็นดวย ก็จะมาออกสิทธิออกเสียงมาแสดงเจตจํานงกัน ทีนี้สภาของเราความจริงแบบ จะมีพื้นที่ลานประชาชนที่สามารถใหพี่นองประชาชนออกมาแสดงสัญลักษณได แตตอนนี้ ผมไมทราบวาเสร็จหรือไมเสร็จอยางไร ถายังไมเสร็จจะรบกวนทานประธานชวยเรงพิจารณา ตรงนี้ เพราะวาตอนนี้พี่นองประชาชนพอมามาก ๆ แลวอยูบนทองถนน และเวลาสมาชิก จะเลี้ยวเขาประตูตรงนั้นมันอันตรายมาก เพราะบางคนก็ใชความเร็วเนื่องจากรีบเขามา ในสภา ก็อยากจะฝากนําเรียนทานประธานใหชวยเรงพิจารณาตรงนี้ ถาเกิดเสร็จแลวอยางไร ก็อาจจะใหพี่นองที่ออกมาแสดงเจตจํานงในความคิดความเห็นตาง ๆ ไดเขามาอยูในพื้นที่ สภาเพื่อความปลอดภัย ขอบคุณครับ🔗
จะไปตรวจสอบดูใหครับ🔗
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไวเมื่อเลิกประชุม ๔๔๙ คน🔗
สมาชิกที่เคารพครับ ผมขออนุญาตขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อแลว ๒๔๘ คน องคประชุมของเราคือ ๒๓๘ คน ครบองคประชุม ขอเปดประชุมครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทูถาม ไมมี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจงตอที่ประชุม ดังนี้🔗
รับทราบเรื่องการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผูแทนราษฎร🔗
ดวย นายวันชัย ปริญญาศิริ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ไดมีหนังสือขอลาออกจากการเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ตั้งแตวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๕ และนายจิรวัฒน อรัณยกานนท สมาชิกสภาผูแทนราษฎร พรรคกาวไกล ไดมีหนังสือ ขอลาออกจากการเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ตั้งแตวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ เปนผลใหสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ของนายวันชัย ปริญญาศิริ และ นายจิรวัฒน อรัณยกานนท สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓) ดังนั้น สมาชิกสภาผูแทนราษฎรปจจุบันเทาที่มีอยูและปฏิบัติหนาที่ไดคือ ๔๗๕ คน องคประชุม ไมนอยกวากึ่งหนึ่งคือ ๒๓๘ คน🔗
เรื่องที่ ๒ ที่จะเรียนก็คือสัปดาหหนาจะงดการประชุม สัปดาหหลังจากนั้น ก็ขออนุญาตประชุมวันศุกรเพิ่มอีกสักวันหนึ่ง เพื่อความไมประมาท ตองเรียนสมาชิกตรง ๆ ก็คือวาผมไมอยากใหเพื่อน ๆ เราที่ทํางานหนักในกรรมาธิการเสียทั้งเวลา เสียทั้งเงินในการ ประชุมกวาจะสําเร็จ ก็ไมอยากใหมันคางแลวก็ความไมแนนอนของสภาวาจะอยู รัฐบาล จะยุบสภาหรือไมเราก็ไมมีโอกาสทราบ ก็อยากใหเราไมประมาท คือเรื่องที่กรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแลวนั้นและกําลังทยอยเขามา กรรมาธิการที่กําลังพิจารณาศึกษาอยูรูวาเวลา มีไมพอแลวก็จะทยอยเขามา ถาเราปลอยทิ้งเอาไวไมพิจารณาใหจบสมาชิกเราก็จะไมมี ผลงานกลับบานเลย อันนี้ผมก็เลยคิดวาพวกเราตองยอมเหนื่อยกันหนอยเพื่อพวกเรากันเอง ขอความรวมมือวันศุกรหนา หลังจากนั้นจะประชุมวันไหน ผมก็จะหารือทานผูนําฝายคาน และผูควบคุมเสียงทุกฝายครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไมมี🔗
คุณชินวรณ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชินวรณ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปตย จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ตอประเด็นที่ทานประธานไดหยิบยกขึ้นมาหารือ ผมคิดวาเปนเรื่องที่มีความสําคัญที่นอกจาก ทานประธานจะหารือเพื่อรับทราบโดยทั่วกันแลว ในฐานะที่กระผมไดเปนประธาน🔗
ในที่ประชุมวิป (Whip) รัฐบาล เมื่อวันจันทรที่ผานมา วิป (Whip) รัฐบาลก็ไดหยิบยกเรื่องนี้ ขึ้นมาหารือเชนเดียวกัน ผมขอใชเวลาทานประธานเล็กนอยสําหรับเพื่อที่จะได ประชาสัมพันธใหเพื่อนสมาชิกสภาไดมีความเขาใจรวมกันวาพวกเรามีความเห็นดวย กับทานประธานสภาเปนอยางยิ่ง ในเรื่องที่เกี่ยวกับรายงานของคณะกรรมาธิการ ซึ่งพวกเรา ก็ทราบดีวาคณะกรรมาธิการแตละชุดที่ไดทํางานก็ใชเวลา ๖ เดือนบาง ๑ ปบาง กวาผลงาน จะสําเร็จ แตวาถาไมไดพิจารณาผานความเห็นชอบของสภาก็ไมสามารถที่จะสงรายงาน และขอสังเกตไปใหรัฐบาลดําเนินการตอได หลายเรื่องเปนเรื่องที่เกี่ยวของกับสิทธิที่ทํากิน เปนเรื่องที่เกี่ยวของกับปญหาเรื่องภัยแลง เรื่องน้ํา เรื่องเศรษฐกิจปากทอง ตลอดถึง เปนเรื่องที่เกี่ยวกับขอกฎหมายที่มีความสําคัญเปนอยางยิ่ง เพราะฉะนั้นผมจึงอยากเรียน กับทานประธานวาวิป (Whip) ฝายรัฐบาลทุกพรรค เราไดหารือเรื่องนี้แลวเราก็เห็นชอบ ตามที่ทานประธานไดมีดําริ แลวก็คิดวาขอใหทานประธานไดดําเนินการในการประชุม ในวาระพิเศษในโอกาสตอไป ซึ่งผมคิดวาในชวงสมัยประชุมนี้ก็มีอีกไมกี่ครั้ง เพราะฉะนั้น ในนามวิป (Whip) รัฐบาลก็ยืนยันวาเราจะทําหนาที่ในสวนของวาระพิเศษนี้อยางเต็มที่ แตวาอยางไรก็ตามก็อยากจะกราบเรียนวาในเรื่องนี้เปนเรื่องของผลงานของเราไดรวมมือกัน กับทานประธาน เพื่อที่จะไดดําเนินการใหรายงานที่พวกเราเปนคนไปศึกษากันเองไดผาน ความเห็นชอบของสภา🔗
และเราขอยืนยันวาถามีประเด็นใดที่เพื่อนสมาชิกมีความขัดของตอรายงานฉบับใดขอให ไดมาประสานงานหารือเพื่อเราจะหาวิธีการที่จะไดใหรายงานนั้นสมบูรณที่สุด และทุกฝาย ก็ใหความเห็นชอบ เพื่อประธานจะไดดําเนินการในการประชุมใหผานรายงานใหมากที่สุด และเกิดประโยชนกับพี่นองประชาชน ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เรื่องนี้ผมได เรียนทานผูนําฝายคานเมื่อวานไวดวยแลว สมาชิกครับ ตอไปจะเปนการพิจารณาเรื่องที่ ที่ประชุมเห็นชอบ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนทานประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ทานประธานครับ เรื่องของรายงานมีการสรางบรรทัดฐานขึ้นมาในสมัยการประชุมสมัยนี้ เราอยูกันมา ๓ ปกวาปรากฏวามีรายงานฉบับหนึ่งมีการโหวตไมใหผานสภาผูแทนราษฎร มันเปนเพียงแครายงาน ขอสังเกตก็ไมใหพิจารณา นี่คือบรรทัดฐานที่สรางมากอน ทานจะไป โทษใคร ตองเอาเรื่องนั้นมาแกกอนแลวรายงานทุกฉบับจะผานโดยแบบวาไมมีขอสงสัย ในเมื่อสภาสรางบรรทัดฐานนั้นขึ้นมาแลวจะใหผมทําอยางไร ผมก็จะตองสรางบรรทัดฐาน ตามนั้น อยางที่อาทิตยที่แลวสภาลมเพราะความรวมมือของหลายฝาย ไมใชเฉพาะฝายคาน ฝายรัฐบาลก็ตองอยูพิจารณาดวย ดังนั้นฝากทานประธานวาบรรทัดฐานที่สรางไปนั้น ขอแกไข ไดไหม ขอกลับมาแกไขไดไหม โดยเฉพาะเรื่องคลองไทยมันมีเงินสะพัดหลายพันลาน เห็นเขาบอกวาอยางนั้นมันถึงไมผานสภา เปนเรื่องผิดปกติมาก ทานประธานวินิจฉัยดวยวา จากนี้ไปจะทําอยางไรครับ🔗
ขอบคุณครับ ทานพิเชษฐ ไมไดมีวิจารณใคร เราไมไปวิจารณ เปนสิทธิของสมาชิกที่จะไมเห็นดวย ไมวิจารณใคร เพียงแตวาขอความรวมมือพวกเรามาประชุมกัน จะเห็นวาไมมีใครไปวิจารณใครเลยครับ ขอพวกเราไดไปเรื่องพิจารณาที่เราเลื่อนมา🔗
เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบใหเลื่อนขึ้นมาพิจารณากอน🔗
๑. พระราชกําหนดผอนผันใหกระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้🔗
ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕🔗
ในการนี้อนุญาตใหทานผูชี้แจงดังตอไปนี้เขามาไดครับ นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผูอํานวยการสํานักนโยบายและยุทธศาสตร สํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง นางสาวภาวิณี โฆษา ผูอํานวยการกองนโยบายปโตรเลียม สํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน นายธีรลักษ แสงสนิท ที่ปรึกษาดานตลาดตราสารหนี้ สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ นางสาวอุปมา ใจหงษ ผูอํานวยการสํานักจัดการหนี้ ๑ สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ อันนี้เปนเจาหนาที่ของกระทรวงการคลัง แลวก็มีกฤษฎีกา นางสาวจีรภัทร การประเสริฐกิจ ผูอํานวยการกองกฎหมายการเงินการคลัง กองกฎหมาย การเงินการคลัง อนุญาตเชิญเขามาไดครับ รัฐมนตรีพรอมเชิญเลยครับ สมาชิกที่มีความ ประสงคอภิปรายไดสงชื่อมาแลวทั้งหมด ๕ ชื่อนะครับ ทานผูใดมีความประสงคอภิปราย กรุณาสงชื่อมาดวยครับ ทานรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงานพรอม เชิญเลยครับ🔗
กราบขอบพระคุณทานประธานสภาผูแทนราษฎร กราบเรียน ทานประธานสภาผูแทนราษฎรที่เคารพ ทานสมาชิกผูทรงเกียรติ ผม สุพัฒนพงษ พันธมีเชาว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงาน ขอกราบเรียนวา คณะรัฐมนตรีไดมีมติในวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๕ เห็นชอบในรางพระราชกําหนดใหอํานาจ กระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. .... ซึ่งตอมาคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๕ เห็นชอบรางพระราชกําหนดผอนผัน ใหกระทรวงการคลังค้ําประกันชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. .... ที่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแลว และไดประกาศราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใชแลวเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ ที่ผานมา🔗
โดยในบทบัญญัติมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ไดกําหนดให การตราพระราชกําหนดใหกระทําไดเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นวาเปนกรณีฉุกเฉินมีความจําเปน รีบดวนอันมิอาจหลีกเลี่ยงไดและใหประชุมรัฐสภาคราวถัดไป ใหคณะรัฐมนตรีเสนอ พระราชกําหนดนั้นตอรัฐสภาเพื่อพิจารณาโดยไมชักชา ในโอกาสนี้กระผมจึงขอกราบเรียน ตอสภาผูแทนราษฎรถึงเหตุผลความจําเปนในการตราพระราชกําหนดและสาระสําคัญของ พระราชกําหนด ดังนี้🔗
กระผมขอยอนกลาวถึงสถานการณที่เกิดขึ้นใน ๒-๓ ปที่ผานมาเพื่อให ทานประธานและทานสมาชิกผูทรงเกียรติไดเขาใจถึงบริบทการดําเนินงานของกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิงและเปนเหตุผลความจําเปนในการตราพระราชกําหนดครั้งนี้ สถานการณ เศรษฐกิจ สถานการณน้ํามันโลกในชวง ๒-๓ ปที่ผานมาเกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญ หลายประการ เริ่มตนตั้งแตเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ อันเปนชวงสถานการณแพรระบาดของ โรคติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งสงผลกระทบตอการดําเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและ ชีวิตความเปนอยูของประชาชนในทุกอาชีพอยางรุนแรง ณ จุดนี้เองก็เปนจุดเริ่มตนที่กองทุน น้ํามันเชื้อเพลิงในชวงเวลาดังกลาวมีสภาพคลองอยูประมาณ ๓๖,๐๐๐ ลานบาท ไดเขา ชวยเหลือลดคาใชจายคาครองชีพของประชาชนดวยการเขาไปดูแลราคากาซหุงตมใหอยูใน ระดับราคา ๓๑๘ บาทตอถัง ๑๕ กิโลกรัม จากเดิม ๓๖๓ บาทตอถัง ๑๕ กิโลกรัม ในชวง การแพรระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งเกิดจากการจํากัดการเดินทาง กิจกรรมทาง เศรษฐกิจในหลายรูปแบบทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย สงผลใหความตองการน้ํามันเชื้อเพลิง ทั่วโลกราคาน้ํามันลดลงไปมาก ดังนั้นในป ๒๕๖๓ ภาระของกองทุนน้ํามันในการชวยเหลือ กาซหุงตมเพื่อลดคาครองชีพของประชาชน ความเดือดรอนของประชาชน สถานะกองทุน ก็ยังมีสถานะเปนบวกในปลายป ๒๕๖๓ ๒๗,๐๐๐ ลานบาท แตพอป ๒๕๖๔ ในชวงครึ่งหลัง ประมาณเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๔ สถานการณแพรระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ไดเริ่มคลี่คลาย ประชาชนทั่วโลกไดรับการฉีดวัคซีน อัตราการติดเชื้อลดลงเปนตามลําดับ หลายประเทศทั่วโลกไดมีการผอนคลายขอจํากัดการเดินทาง สภาพเศรษฐกิจโดยรวม ของตลาดโลกก็ดีขึ้นหลายภาคสวน แตก็ยังมีความเปราะบางอยูในชวงนี้เองราคาน้ํามัน ในตลาดโลกเริ่มสูงขึ้นจาก ๓๐ เหรียญ ๔๐ เหรียญตอบารเรล เปน ๕๐-๖๐ เหรียญตอบารเรล อันเกิดจากสาเหตุการฟนตัวทางเศรษฐกิจโลกอยางที่ผมกราบเรียน ขณะเดียวกันกับที่ผูผลิต🔗
น้ํามันหลักของโลกคือกลุมโอเปกพลัส (OPEC Plus) ยังมีมาตรการที่รักษาระดับการผลิต ไวเทาเดิมไมไดเพิ่มขึ้น สวนทางกับความตองการที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นในเดือนตุลาคม ๒๕๖๔ กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงจึงไดเริ่มเขาไปรักษาเสถียรภาพราคาน้ํามันเชื้อเพลิงประเภท น้ํามันดีเซล ซึ่งถือวาเปนน้ํามันหลัก มีการใชในประเทศมากกวา๗๐ ลานลิตรตอวัน โดยเฉพาะภาคขนสงและโดยสารของประชาชน ซึ่งจะมีผลตออัตราเงินเฟอโดยรักษา เสถียรภาพของราคาน้ํามันดีเซลไมใหเกิน ๓๐ บาทตอลิตร ควบคูกับการชวยเหลือ ยังชวยเหลืออยูนะครับ กาซหุงตมในราคา ๓๑๘ บาทตอถัง ๑๕ กิโลกรัมอยางตอเนื่อง ทั้งที่ราคาพึงเปนของกาซหุงตมในเวลานั้นสูงถึง ๔๔๐ บาทตอถัง ๑๕ กิโลกรัม และราคา ดีเซลยังสูงที่ ๙๐ เหรียญสหรัฐตอบารเรล อัตราแลกเปลี่ยนที่ ๓๓ แลวก็อัตราภาษีก็ยังอยู ในระดับที่สูงอยู ในป ๒๕๖๔ กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงไดเขาไปรักษาเสถียรภาพราคา น้ํามันดีเซลตั้งแตเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ๘,๑๐๐ กวาลานบาท และราคากาซหุงตม ในราคา ๓๑๘ บาท อีก ๑๓,๐๐๐ ลานบาท รวมกันแลวคือ ๒๒,๐๐๐ ลานบาท สงผลใหกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิงสิ้นป ๒๕๖๔ ติดลบอยูที่ ๔,๕๐๐ ลานบาท ทั้งนี้กระทรวงพลังงานไดดําเนินการ มาตรการเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาผลกระทบตอประชาชนและการรักษาสภาพคลองกองทุนน้ํามัน🔗
อาทิเชน ขอความรวมมือจากผูคาน้ํามันคงราคาคาการตลาดน้ํามันดีเซลอยูที่ ๑.๔๐ บาทตอลิตร และลดสัดสวนการผสมน้ํามันไบโอดีเซลบี ๑๐๐ (B100) จากบี ๗ (B7) เหลือบี ๕ (B5) สําหรับในป ๒๕๖๕ ในชวงไตรมาสแรกในชวงแรกของป มกราคมถึงกลางกุมภาพันธ ราคาน้ํามันตลาดโลกยังคงสูงอยูอยางตอเนื่อง เพิ่มเติมดวยสถานการณความตึงเครียดของ ทางการเมืองระหวางยูเครนกับรัสเซีย กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงยังตองอุดหนุนรักษาราคา น้ํามันดีเซลเพื่อรักษาเสถียรภาพไมใหเกิน ๓๐ บาท และสถานะกองทุนก็ติดลบมากขึ้น กระทรวงพลังงานจึงไดขอหารือกับทางกระทรวงการคลังและไดรับความรวมมือเปนอยางดี ที่ทางกระทรวงการคลังไดลดภาษีสรรพสามิตดีเซล เพื่อใหราคาขายปลีกไดลดลงในวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๖๕ ไดลดลงจาก ๕.๙๙ บาท ลงเหลือ ๓.๒๐ บาท ลดลงมา ๒.๗๕ บาทตอลิตร เพื่อบรรเทาผลกระทบตอประชาชนและเพิ่มสภาพคลองใหกับกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง แตอีกไมกี่วันถัดมาในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ ๒๕๖๕ ตนปนี้เอง ประเทศรัสเซียก็ไดโจมตี ประเทศยูเครน เกิดภาวะที่เรียกวาวิกฤติซอนวิกฤติทําใหน้ํามันดิบดีดตัวสูงขึ้นกวา ๑๔๐ เหรียญตอบารเรล ถือวาเปนราคาสูงสุดในรอบ ๑๔ ป ในชวงเวลาดังกลาวกองทุนน้ํามัน ไดเขาไปอุดหนุนราคาน้ํามันดีเซลสูงสุดลิตรละถึง ๑๔ บาท ในวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๕ โดยที่ราคาน้ํามันดีเซลในชวงเวลานั้นสูงถึงเกือบ ๑๘๐ เหรียญ อัตราแลกเปลี่ยนก็ออนตัวขึ้น ไปที่ ๓๓ บาทตอดอลลาร หากไมมีกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงเขาไปอุดหนุนราคาน้ํามันดีเซล จะสูงกวาลิตรละ ๔๔ บาท ซึ่งจะผลสงผลกระทบรายแรงตอเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟอ อยางรุนแรงในชวงเวลาที่ประเทศกําลังจะฟนตัว ในชวงเวลาเดียวกันราคาแกสแอลพีจี (LPG) เราก็ยังอุดหนุนอยูที่ ๓๑๘ บาทตอกิโลกรัมเชนเดียวกัน ในขณะที่ราคาพึงเปนจะอยู ประมาณ ๔๗๐ บาทตอถัง ๑๕ กิโลกรัม ในเดือนมีนาคม ๒๕๖๕ มีการติดลบเพิ่มขึ้น ๓๗,๕๙๒ ลานบาท เปนบัญชีน้ํามัน ๘,๒๒๔ ลานบาท และราคากาซหุงตม ๒๙,๓๖๘ ลานบาท สถานการณปจจุบันเรียนทานประธานสภาที่เคารพ ทานสมาชิกผูทรงเกียรติ สถานะ กองทุนน้ํามันที่ติดลบสูงกวา ๓๐,๐๐๐ ลานบาท เพียงในไตรมาสที่ ๑ ของป ๒๕๖๕ กระทรวงพลังงานโดยการหารือกับหนวยงานดานเศรษฐกิจที่เกี่ยวของไดกําหนดมาตรการ บริหารสภาพคลองกองทุนน้ํามัน ประกอบดวยการลดอัตราอุดหนุนราคากาซหุงตมตั้งแต วันที่ ๑ เมษายน โดยมีการขยับขึ้นมาอยูที่ ๔๘๐ บาทตอถัง ๑๕ กิโลกรัม และลดอัตราอุดหนุน น้ํามันเชื้อเพลิงขยับขึ้นมา ๓๒ บาท และปจจุบันนี้ก็ไมใหเกิน ๓๕ บาท จนถึงปจจุบันนี้🔗
โดยในเดือนพฤษภาคมก็ไดรับความรวมมือสนับสนุนจากทางกระทรวงการคลัง ลดภาษี สรรพสามิตน้ํามันดีเซล ๔.๖๕ บาท จาก ๕.๙๙ บาท จนเหลือปจจุบัน ๑.๓๔ บาทตอลิตร เพื่อบรรเทาผลกระทบตอสภาพคลองของกองทุนน้ํามันในชวงไตรมาส ๒ ป ๒๕๖๕ สถานการณน้ํามันยังคงตึงตัว เหตุการณความไมสงบประเทศรัสเซีย ประเทศยูเครนที่ยืดเยื้อ การผลิตของโอเปก (OPEC) ที่ไมสามารถเพิ่มไดตามโควตา ในขณะเดียวกันกลับลดลง ดวยซ้ําไป การคว่ําบาตรทางดานพลังงานทางประเทศรัสเซีย ซึ่งเปนชวงที่กองทุนน้ํามัน ไดใชเงินถึง ๗๐,๐๐๐ ลานบาท ในการดูแลราคาน้ํามันดีเซลและราคากาซหุงตม สงผลให เดือนมิถุนายน ๒๕๖๕ กองทุนติดลบถึง ๑๐๐,๐๐๐ ลานบาท และในปจจุบันนี้ก็ติดลบ ประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ ลานบาท โดยราคาน้ํามันยังคุมไวไมใหเกิน ๓๕ บาท หากไมอุดหนุน ก็อยูประมาณ ๓๘-๓๙ บาทในขณะที่แกสแอลพีจี (LPG) ยังยืนอยูที่ราคาไมเกิน ๔๐๐ บาท หากไมอุดหนุน ๕๙๒ บาทตอถัง ๑๕ กิโลกรัม ณ สถานการณปจจุบันราคาน้ํามันโลก ยังไมคลี่คลาย กองทุนน้ํามันยังตองเขาไปชวยอยางตอเนื่องซึ่งนับเปนเวลากวา ๑ ป ทําให สถานการณติดลบไปเรื่อย ๆ🔗
อยางไรก็ตามเพื่อใหประชาชนไดรับผลกระทบตอสิ่งเหลานี้ ซึ่งเปนผลพวงจากตลาดโลก ใหนอยที่สุด กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงยังตองรักษาเสถียรภาพในระดับราคาที่เหมาะสม จึงจําเปนตองมีการเสริมสภาพคลองอยางเรงดวน🔗
ทานประธานสภา ทานสมาชิกผูทรงเกียรติ สํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ไดพยายามที่จะหาเงินกูเพื่อเสริมสภาพคลองของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงมาโดยตลอด ตั้งแต กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงเริ่มมีแนวโนมที่จะติดลบและขาดสภาพคลอง โดยการทํางานรวมกับ กระทรวงการคลังอยางใกลชิดในการบริหารสภาพคลองกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ผานกลไก คณะอนุกรรมการของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ในการจัดหาแนวทาง การกูยืมเงินมาโดยตลอด อยางไรก็ดีดวยสถานการณที่ยังคงจําเปนที่กองทุนน้ํามันยังตอง ชวยเหลือราคาน้ํามันดีเซลและกาซหุงตมเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจที่คอย ๆ เริ่มฟนตัว ชวยเหลือกลุมเปราะบางที่ยังคงตองการโอกาสในการฟนกลับมา กระแสเงินสดของกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิงยังติดลบ สงผลทําใหการกูยืมเงินจากสถาบันการเงินไมสามารถดําเนินการได จําเปนตองเพิ่มความมั่นใจใหกับสถาบันการเงิน การค้ําประกันเงินกูของกระทรวงการคลัง เปนสิ่งที่จะชวยเสริมสรางความมั่นใจใหสถาบันการเงินในการใหเงินกูกับกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง เพื่อจะไดเสริมสภาพคลอง ใชคืนหนี้บางสวนกับผูคาน้ํามัน เพื่อใหระบบเศรษฐกิจสามารถ ฟนตัว โดยไดรับผลการเปลี่ยนแปลงจากราคาน้ํามันนอยที่สุด และการคาน้ํามันยังดําเนิน ตอไปไดโดยไมหยุดชะงัก🔗
การคืนเงินกูของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงจะเปนจากรายรับของกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิงที่จะไดจากการสงเขากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ซึ่งสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ไดจัดทําแผนการชําระหนี้ไวแลว โดยสามารถชําระหนี้ไดหมดภายในป ๒๕๗๒ โดยไมเปน ภาระทางการเงินตอกระทรวงการคลัง หรือจะสงผลกระทบเพียงจํากัดแกพี่นองประชาชน ผูใชน้ํามัน ทั้งนี้ฐานะการเงินกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ณ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๕ มีสถานะ ติดลบกวา ๑๓๐,๐๐๐ ลานบาท ขาดสภาพคลอง มีหนี้ที่ตองชดเชยกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ที่คางอยูกับผูคาน้ํามันเชื้อเพลิงจํานวนมาก🔗
ทานประธานสภาที่เคารพ ทานสมาชิกผูทรงเกียรติครับ ดวยเหตุผลดังกลาวนี้ จึงมีความจําเปนที่จะตองจัดหาแหลงกู เพื่อเสริมสภาพคลองใหแกกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ํามันเชื้อเพลิง อันเปนวัตถุประสงคของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง🔗
ตามกฎหมายวาดวยกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง รวมทั้งสามารถสนับสนุนดําเนินการเรงดวน เพื่อบรรเทาผลกระทบตอประชาชน ผูประกอบการอื่น ๆ ที่เกี่ยวของอยางมีประสิทธิภาพ แตโดยที่กระทรวงการคลังไมมีอํานาจที่จะค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิง ซึ่งมีฐานะเปนหนวยงานกํากับดูแลของรัฐไดตามกฎหมายดวยการบริหาร หนี้สาธารณะและกฎหมายวาดวยกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง จึงเปนกรณีฉุกเฉินที่จําเปนรีบดวน อันมิอาจหลีกเลี่ยงได เพื่อประโยชนอันที่จะรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ในการใหอํานาจกระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง เพื่อใหกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงมีสภาพคลองในการแกไขปญหาวิกฤติน้ํามันเชื้อเพลิง ตามกฎหมายวาดวยกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงตอไป จึงขอกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา อนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้ดวย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ สมาชิก ที่สงชื่อมาแลว ๒ ทานแรก คุณจิรายุ หวงทรัพย แลวก็เปนคุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จากนั้นก็เปน พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ และคุณณัฏฐชนน ศรีกอเกื้อ ขอเชิญ คุณจิรายุครับ🔗
กราบเรียนทานประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ หวงทรัพย สมาชิกสภาผูแทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา พรรคเพื่อไทย ในฐานะฝายคาน ติดตามการทํางานของรัฐบาลทั้งยุค คสช. และยุคปจจุบัน เบ็ดเสร็จ ๘ ป ทานประธานที่เคารพครับ ผมฟงทานรัฐมนตรีชี้แจงเหมือนแผนเสียงตกรอง ไปพูดที่ไหนก็พูดแบบนี้ เพราะเวลาจะมาขอเงินสภาก็ตองพูดแบบนี้ อางเหตุผลสารพัด แตที่ทานประธานที่เคารพควรจะทราบ และพี่นองประชาชนก็ควรจะทราบวาการจะไป ค้ําประกันนั้นคือใชเงินของกระทรวงการคลัง คือเงินของประเทศ เงินของประชาชน🔗
ตองถามตัวเองแลวก็เอากระจกสองดวย กระทรวงพลังงานก็ดี วาตกลงแลวทานบริหาร หวยแตกผิดพลาดใชหรือไม ถาทานบริหารอยางรัดกุม นี่ถาเกิดไมมีสงครามยูเครน-รัสเซีย ทานก็ไมรูจะโทษใคร โทษไอจุก ไอแกะ ไอเปยอยางเดียว ผมจะบอกอยางนี้ พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ฝายคานไมเห็นดวย ดวยเหตุผลของผมก็คือวาทานมีแตเขามาแลวก็กู ๆ แจก ๆ กู ๆ แจก เดี๋ยวนี้เปลี่ยนใหมแลว เปลี่ยนความคลาสสิก (Classic) เปนขอค้ําประกันเงินกู ฟงแลวดูดี คนที่ไมเขาใจระบบเศรษฐกิจของประเทศก็จะบอกวา เพื่อจะชวยเหลือพี่นองประชาชน คาน้ํามันจะไดถูกลง ถาเกิดทานประธานดูการบริหารราชการแผนดินของรัฐบาลชุดนี้ เขาเรียกวาหนี้ทวมหัวยังเอาตัวไมรอดเลย นี่ปลายเทอมของรัฐบาลยังมีหนาเขามาขออีก ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาท ๑ ปค้ําประกันเงินกู แลวเงินใคร เงินทานรัฐมนตรีไหม เงินทานรอง นายกรัฐมนตรีไหม ทานเคยอยู ปตท. มา ทานรูวาความผิดพลาดมันเกิดอะไรขึ้นทานเอา ความจริงมาพูดสิวานโยบายในการทําพลังงานมันผิดพลาดเพราะอะไร เราจึงไมเห็นดวย ดังตอไปนี้ ทานประธานจําการอภิปรายไมไววางใจไดใชไหมวาทานนายกรัฐมนตรีชี้แจงบน บัลลังกนั่งตรงนั้นแหละ แลวก็บอกวาเดี๋ยวจะลดคาโรงกลั่น เดี๋ยวจะไปเจรจา ทานรัฐมนตรี ชวยตอบหนอยวาเจรจาหรือยังและเจรจาแลวไดอยางไรบาง ๒. ทานบอกวาทานจะลดคา การตลาดทานทําหรือยัง ทําแลวมันเปนอยางไร ๓. นโยบายการใชพลังงานเชนกาซแอลพีจี (LPG) เอ็นจีวี (NGV) ทานทําหรือยัง สมัยกอนณรงคกันเยอะแยะมากมายใหใชกาซแอลพีจี (LPG) เอ็นจีวี (NGV) หลัง ๆ เขาไปเติมตามปม เขาบอกปดแลวนองไมมีแลว รัฐบาลเขา ไมชดเชย ราคามันก็พอกับดีเซล ก็ไปเอาถังโดนัท ถังแทง ๆ ทายรถออกเถอะ ทานทํา หรือเปลา นอกจากนี้ถาเกิดรัฐบาลไมแกไขปญหาหรือถาตั้งใจทําจริง ๆ ดูกราฟก (Graphic) ไปเรื่อย ๆ นะครับ🔗
กราฟก (Graphic) ที่ ๑ ถาทาน ประธานดูทานจะเห็นวาก็เพราะวาเขาแพงเพราะคาการตลาด นี่ตั้งแตเดือนกรกฎาคม ใชเงินกองทุน ๓ บาทกวา แลวทานมาขอกู มาค้ําประกันเงินกูอีก ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาท ผมถามวาพอหรือ ทานเขียนแปะขางฝาไวเลยวาไมพอแนนอนเพราะเดือนนี้คือเดือน ๑๑ เวลาผมไปยุโรปเขาบอกชวงเดือน ๑๐ เดือน ๑๑ เดือน ๑๒ เดือน ๑ เดือน ๒ ๔-๕ เดือนนี้ เปนชวงที่ใชพลังงานสูงมากครับ ราคาตนทุนพลังงานก็สูงขึ้นแมจะไมมียูเครน-รัสเซีย🔗
มันเปนการบริหารงานหวยแตกของรัฐบาลไทยมากกวา เพราะฉะนั้นถาเกิดทานวางแผน อยางดีที่ผมอยากจะบอกตอไปนี้วาพระราชบัญญัติฉบับนี้มีไมกี่มาตรา พูดงาย ๆ ก็คือมาขอ เงินกูนั่นแหละ ชา ๆ ชัด ๆ ตรงไปตรงมา ดูกราฟก (Graphic) ตอไป ทานนายกรัฐมนตรี บอกวาจะลดคากลั่น ทานรัฐมนตรี ทานรองนายกรัฐมนตรีบอกหนอยทําหรือยัง จะใชเปน ตัวเลือกสุดทายในการใชกฎหมายคุยโรงกลั่นขอแบงกําไร ตอนนี้ก็ยุงแตหัวหนาพรรคไมรู จะยายไปอยูพรรคไหน เอาเถอะอีก ๒ เดือน ดูภาพตอไป น้ํามันแพง ไฟแพง มันไมไดเกี่ยวเลย กับยูเครน-รัสเซีย ไมตองไปโทษ เบื่อ มันยิงกันมาตั้งแตกุมภาพันธนี่จะธันวาคมแลว ถาทาน บริหารแบบชาญฉลาดทานก็รูอยูแลวสงครามมันเกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะตะวันออกกลาง ตะวันออกไกลแถวรัสเซีย แถวอียู (EU) ทานวางแผนหรือเปลา ก็ทานบริหารโหลยโทย ก็เลิกโทษเสียทีเถอะยู เซีย ทานประธานที่เคารพ ไมกี่มาตราแตฟงแลวสะทอนใจ เพราะทาน นายกรัฐมนตรี ทานรองนายกรัฐมนตรี ทานรัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงานกูเงินกันไปแลว ๘ ป ยังไมเทาขนหนาแขงของรัฐบาลบางรัฐบาลเลย เพราะทานกูไปเฉียด ๑๐ ลานลานบาท พี่นองประชาชนครับ แลวจะปลอยอยางนี้ไหวหรือ มาขอกูอีกแลว ฟงดูดีเหมือนค้ําประกัน แตมันก็คือเงินกูนั่นแหละ ทานก็ไปเอาใจแตพวกสถาบันการเงินที่เขาจะปลอยกู เพราะถาเกิด รัฐบาลไมค้ําประกันเดี๋ยวเขาไมใหกู พุทโธพุทถัง กะละมังรั่ว มันก็ประเด็นเดียวกันนั่นแหละกู ผมจึงบอกวามาวันนี้แตเชา มาประชุมสภาแตเชานึกวาจะเจอเรื่องดีจะมาบอกพี่นองประชาชน วาเศรษฐกิจปหนารัฐบาล พลเอก ประยุทธ โชติชวงชัชวาลแลวพี่นอง🔗
เปดโทรทัศนรัฐสภาเจอขอเงินกูอีกแลว คุณพระชวยจริง ๆ ทานประธานครับ หนี้สาธารณะ วันนี้ ๖๐.๕๘ ผมยังไมรูตัวเลขปจจุบันอีกที่ถอยหลังไป ๒-๓ เดือนชนเพดานแลว โดยหลักแลว เรื่องกองทุนน้ํามันผมเปนผูสื่อขาวเศรษฐกิจสายอุตสาหกรรมมา ผมจะเห็นความฉลาดของ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงานหลายคน เขาไมใชคิดวันนี้แกพรุงนี้ เขาคิดวันนี้แกปหนา เขาวางแผนกันเปนป ๆ สถานการณตาง ๆ ที่เราเจอกันก็เปนเรื่องปกติ ที่เราพบเห็นกันทั่วโลกอยูแลว ป ๒๕๓๐ สงครามอาวเปอรเซีย อิรัก อิหราน ถลมกัน อีรุงตุงนังตรงนั้นบอน้ํามันลวน ๆ นี่แคยูเครน-รัสเซีย รัฐบาลไทยในยุคนั้นผมไมอยากจะเอยถึง ทานนายกชวน เขาก็แกไขกันได เขาวางแผนกันเปน จึงไมคอยมาเกิดปญหาแบบนี้ แลวเชา ๆ แบบนี้ตองมาฟงเรื่องกู เซ็ง แลวผมอยากจะบอกทานประธานวาพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีเพียงแค ๔ มาตรา แตมันมีราคา มาตราละประมาณเกือบ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ลานบาท ราคา ๕ มาตรา ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาท ๑ ป ถาเกิดรัฐบาลชุดนี้บริหาร ๑. คือคาการตลาด ถาทานบริหารดี ๆ ทานรองนายกรัฐมนตรีทานชวยอธิบายวาทานลดลงแลวเทาไร แลวทานเก็บ คาการตลาดเวลาผมไปเติมน้ํามันเบนซิน ดีเซล ผมโดนไปกี่บาททานพูดใหชัด แลวที่ผานมา เก็บกี่บาท คากําไร คาการตลาด คาโรงกลั่นทานพูดใหเคลียร🔗
ตอมากรณีขอพิพาทของบริษัท โททาล และบริษัท เชฟรอน แทนขุดเจาะ กาซธรรมชาติ ซึ่งเปนตนทุนสําคัญที่จะทําการผลิตกระแสไฟฟา น้ํามันแพงเมื่อไรไฟฟาแพง ขึ้นมาทันที เมื่อเชานี้ผมเห็นการไฟฟามากันเต็มสภา ทานแกไขปญหาอยางไร ไมใชทานพูด แตเอาดีทานบอกเขาขุดขึ้นแลว จายน้ํามันแลว ไมใชนะครับ ผมติดตามตลอด🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ตนทุนความพรอมทานแกปญหาหรือยัง ที่ผมพูดอยางนี้ เขามาขอกู ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาท ทานถาแกปญหา ๔-๕ ประเด็นนี้อาจจะกูแค ๖๐,๐๐๐ ลานบาท เพราะฉะนั้นตนทุนความพรอมที่ทานไปใหเอกชนอีกจํานวนมาก อยามาทําลักหลับ เขาเห็น ในลาวก็ดี ในชายแดนก็ดี ในภาคใต ใน ศอ.บต. ในอีกหลายที่ที่รัฐบาลนี้กําลัง ประเคนใหกับเอกชน แลวพอไมซื้อเขาเพราะจีดีพี (GDP) ประเทศมันไมไดเติบโตก็ตองจาย คาความพรอม วันนี้จายปละ ๑๐๐,๐๐๐ ลานบาท ทานเอา ๑๐๐,๐๐๐ ลานบาท ไปค้ําประกันเงินตรงนี้ไหม ถาค้ําประกันเงินตรงนี้จบขาว ทานไมตองมาขอกู ผมจึงบอกวา รัฐบาลนี้มันไรน้ํายาจริง ๆ เอะอะๆ อะไรก็มาขอกู เอะอะ ๆ อะไรก็จะแจก ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ตอไป คุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ทานประธานครับ สาเหตุที่รัฐบาลตองออกพระราชกําหนดฉบับนี้เพราะเพดานมันเต็ม ที่วาเพดานเต็มก็เพราะวาตาม พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ รัฐบาลตอนนี้มียอดหนี้อยู ๑๐,๓๑๑,๗๓๑.๕๑ ลานบาท หรือคิดเปน ๖๐.๗๒ ซึ่งเต็มเพดานแลว ดังนั้นรัฐบาล จึงตองออกพระราชกําหนดฉบับนี้ เพื่อใหกระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของ สํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาท ทานประธานครับ การบริหารของ รัฐบาลมันมีหลายชอยซ (Choice) ที่เลือกไดวาจะบริหารแบบไหน ยกตัวอยาง จะนําคาการกลั่น คาการตลาดเหลานี้มาชวยไดไหม เพราะฉะนั้นถารัฐบาลคิดจะกูเพียงอยางเดียวภาระจริงอยู รัฐบาลตองชั่งน้ําหนักวาการดูแลศักยภาพราคาพลังงานกับการลดคาครองชีพของประชาชน จะใชวิธีไหน แตวันนี้รัฐบาลใชวิธีนี้ กู ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาทเลย เปนภาระนะครับ เปนภาระ ไมใชเฉพาะคนรุนนี้เทานั้น ยังเปนภาระไปสูอนาคตดวย🔗
สมมุติวากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงไมสามารถชําระหนี้ใหกับกระทรวงการคลังไดใครรับผิดชอบ กระทรวงการคลังในฐานะผูค้ําประกัน และในที่สุดกระทรวงการคลังเอาเงินจากไหน ก็ภาษีจากพี่นองประชาชนที่เก็บไดไปแบกรับอันนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นอนาคตนาเปนหวง สําหรับประเทศไทย ถาเปรียบรัฐบาลเปนพอแม พอแมที่จะดูแลลูก ๆ ดูแลครอบครัว จะทิ้งภาระหนี้สินไวใหกับลูก ๆ ในอนาคต หรือสรางความมั่นคง สรางอนาคตที่มั่นคง ใหกับครอบครัว ใหกับลูก ๆ อันนี้ฝากใหรัฐบาลพิจารณานะครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ ผมจําไดวาในสมัย ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท ขออนุญาตเอยนาม ทานประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เรามีคําหนึ่งที่ใครไดยินแลว ปลื้มใจมากคนไทยทั้งประเทศ คําวา โชติชวงชัชวาล นั่นหมายถึงวาอนาคตความร่ํารวย จะเกิดขึ้นกับประเทศเพราะวาเราขุดเจาะพบแหลงน้ํามัน พบบอน้ํามัน พบแหลงกาซจํานวนมาก ถามวาการที่พบแหลงน้ํามัน อนาคตเรานาจะรวยนะ ถามวาแลวเราไดประโยชนอะไรกับการ พบแหลงน้ํามัน เปนประเทศที่ผลิตน้ํามัน เปนแหลงกาซจํานวนมากเหลานี้ ไมเคยพูดถึงเลย วามันกอใหเกิดประโยชน ใหความมั่งคั่งตอพี่นองประชาชนอยางไร มาวันนี้เราเปลี่ยนคํานี้ ดีกวาไหม จากคําวา โชติชวงชัชวาล เปลี่ยนเปน มืดมนอนธการ มืดมากหรือมืดตึ๊ดตื๋อเลย อนาคตของประเทศ เพราะรัฐบาลตัดสินใจเชนนี้ ผมขออนุญาตยกตัวอยางเรื่องการขุด คนพบบอน้ํามันที่จังหวัดสุพรรณบุรีของกระผม วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ หลังจาก เลือกตั้ง ๒ เดือน ผมไดยื่นกระทูถามนายกรัฐมนตรีใหตอบในราชกิจจานุเบกษา กระทูถามผม เลขที่ ๐๐๓ร นายกรัฐมนตรีตอบผมเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๒ ในราชกิจจานุเบกษาวา ที่จังหวัดสุพรรณบุรีมีการขุดเจาะบอน้ํามันตั้งแตป ๒๕๓๒ ถึงป ๒๕๖๒ ๒๘ ป ถามาถึงวันนี้ ก็ ๓๑ ป ขุดเจาะบอน้ํามันในแหลงอูทอง แหลงสังฆจาย แหลงบึงกระเทียม แหลงหนองผักชี จัดสรรคาภาคหลวงใหกับ ๔ อําเภอดวยกัน ตั้งแตอําเภอบางปลามา ตําบลมะขามลม ตําบล วังน้ําเย็น ตําบลวัดโบสถ อําเภอเมือง ตําบลดอนโพธิ์ทอง เทศบาลทาเสด็จ เทศบาลบางกุง อบต. ศาลาขาว อบต. สวนแตง อําเภอสองพี่นอง ตําบลบอสุพรรณ ตําบลหัวโพธิ์ อําเภออูทอง ตําบลเจดีย ตําบลดอนคา ตําบลพลับพลาไชยและตําบลหนองโอง เห็นไหมมีแหลงน้ํามัน ขุดเจาะไดถึง ๓๐ กวาป แลวมีการพูดถึงไหม มีประโยชนอะไรสําหรับคนไทยทั้งประเทศบาง นอกจากนั้นที่ขุดเจาะบอน้ํามันพบแลวยังสรางปญหามากมาย ที่ตําบลหัวโพธิ์มีบอน้ํามัน เขาบอกวาทําใหเขาลําบากมากขึ้น ทําใหเขาเสียหายมากขึ้น ยกตัวอยางครับ แสงไฟที่ลุก🔗
ตอนกลางคืนวาบอยางกับกลางวันขาวไมออกรวง เปดไมออกไข ไกไมออกไข ลดจํานวน นอยลง ปลอยน้ําลงมาปนเปอนน้ํามันลงมาในสิ่งแวดลอม อากาศก็ทําใหสุขภาพเสียหาย ถนนหนทางเสียหายหมด🔗
อยางนี้เขาบอกวาไมไดทําใหเขาร่ํารวยขึ้นเลยเอาบอน้ํามันคืนไป นอกจากนั้นสุดทายปนี้ กระทรวงพลังงานจะใหของขวัญประชาชนลดคากระแสไฟฟา แตกลับไปเพิ่มเงินใหกับ โรงงานไฟฟา นี่หรือทําเพื่อพี่นองประชาชนก็ฝากทางผูมาชี้แจงดวย ไดกรุณาชี้แจงวาน้ํามัน ที่ขุดพบ กาซที่ขุดพบกอใหเกิดประโยชนอะไรบาง ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ มีทานสมาชิก สงชื่อมาทั้งหมด ๑๕ ทาน ตอไปเปน พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แลวก็มี ทานณัฏฐชนน ศรีกอเกื้อ พันตํารวจเอก ทวี สอดสอง คุณเกียรติ สิทธีอมร ขอเชิญ พลตํารวจตรี สุพิศาล ครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานที่เคารพ ผม พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกาวไกล ผมเริ่มตนอยางนี้ครับ ตาม พ.ร.ก. ที่รัฐบาลนําเสนอเขามาในสภาแหงนี้เปน พ.ร.ก. ที่เปน พ.ร.ก. ผอนผันใหกระทรวงการคลังค้ําประกันได ผมเริ่มอยางนี้วาสิ่งที่สําคัญคือหนวยงาน ที่เกี่ยวของที่รับผิดชอบคือสํานักงานกองทุนที่เปนไปตามพระราชบัญญัติ เปนนิติบุคคล แลวเปนหนวยงานที่จะตองจัดทําแผนรองรับวิกฤติดานน้ํามันเชื้อเพลิงและยุทธศาสตร กองทุนน้ํามันและการกูยืมเงินใหกองทุนน้ํามัน กรณีที่เงินกองทุนไมเพียงพอสําหรับ ดําเนินงานตามวัตถุประสงค มาตรา ๕ มีคําถาม ๕-๖ คําถามไปยังเจาหนาที่ที่มาชี้แจง เพราะฉะนั้นกองทุนนี้จะตองผานความเห็นชอบตอคณะกรรมการนโยบายนั่นคือหัวใจสําคัญ ผมไมทราบวามีคณะกรรมการนโยบายมาที่นี่หรือเปลาหรือตัวทานประธานเอง ตัวทานผูชี้แจงเองหรือรัฐมนตรีอยูในนั้นดวย เปนประธานดวย ก็คงมาในนามของ ตัวคณะกรรมการดวย ชวยชี้แจงคําถามผมนะครับ มีคําถามเกี่ยวกับเรื่องการที่คณะรัฐมนตรี ไดบังคับใชแลว พระราชกําหนดนี้บังคับใชวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ ในมาตรา ๔ มาตรา ๕ ที่บอกไวในวรรคสองเลยวาจะมีผลบังคับใช ๑ ป นับแตวันที่ตราพระราชบัญญัติ เพราะฉะนั้นตั้งแตวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ คือชวงระยะเวลา ที่จะบังคับพระราชกําหนดนี้ ขณะนี้เปนคําถามครับ หลักเกณฑตามที่คณะรัฐมนตรีกําหนดไว ในมาตรา ๑๗ มาตรา ๑๙ เขียนวาอยางไรเรื่องประเด็นของแผนกู แผนใชและแผนชําระหนี้ วันนี้มีเจาหนาที่จากสํานักงานบริหารหนี้มาดวย ชวยตอบดวยวากําหนดวิธีการชําระหนี้ หากเงินค้ําประกันนี้กองทุนเอาไปใชแลวเกิดเปนหนี้ในอนาคต ประเด็นสําคัญไมไดอยูที่นี่🔗
กองทุนนี้คณะกรรมการทําไมไมควบคุมอัตราการเก็บเงินเขากองทุนในขณะที่รูวาเปนวิกฤติ ของประเทศแลวตั้งแตกอนเดือนตุลาคม แคชโฟลว (Cash Flow) ที่เปนเงินเขากองทุนตาม มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ ที่จะใชใน พ.ร.บ. น้ํามัน ป ๒๕๖๒ คือผูนําเขา ผานกรมศุลกากร ผูผลิตผานสรรพสามิต ผูรับสัมปทาน ผูคาน้ํามัน ผานกรมเชื้อเพลิงและ พลังงานธรรมชาติ อัตราการเก็บเงินนําเขาปจจุบันเทาไรกับตอนที่เกิดวิกฤติเทาไร ทําไม คณะกรรมการจึงไมประชุมอัตราการนําเขาเงินกองทุนเพื่อใหมีแคชโฟลว (Cash Flow) เพื่อรองรับหนี้ที่จะเกิดจากวิกฤตินี้ตั้งแตวิกฤตินั้นเปนตนมา ตอบผมดวย นี่คือคําถามแรก🔗
ถัดไป ในมติของการใชกองทุน เงินกองทุนที่บอกในมาตรา ๓ วรรคสอง กระทําหรือยังที่ใชมาแลว บังคับตั้งแตวันที่ ๖ ตุลาคม ไดเริ่มกอหนี้แลวมีการทําสัญญาเมื่อไร สัญญานั้นกระทรวงการคลังมีภาระของแผนการใชเงิน แผนการกูจากที่ไหน และสุดทายคือ แผนการเกิดวิกฤตตองชําระหนี้คืนอยางไร เปนคําถามที่ ๒ เพราะนั่นคืออยูในมาตรา ๓ และ มาตรา ๓ ในวรรคหนึ่งนั้นมีขอยกเวน ขอยกเวนคือในมาตราหามมิใหนํามาตรา ๑๙ วรรคสอง ของ พ.ร.บ. หนี้มาใชบังคับ มาตรา ๑๙ วรรคสอง ผมไมพูดวรรคหนึ่ง วรรคหนึ่ง เปนเรื่องขององคกรปกครองทองถิ่นที่จะไปกอหนี้ผูกพันหรือหนวยรัฐอื่น ๆ ที่จะไปกอหนี้ ผูกพันแลวรัฐไมสามารถจะค้ําประกันได แตในวรรคสองเขียนไววาตามความในวรรคหนึ่ง ใหใชบังคับการกูเงินของหนวยงานที่กํากับดูแลของรัฐดวยโดยอนุโลม คือพูดงาย ๆ ไมใหใช พระราชบัญญัติหนี้อันนี้มา ทําไมเหตุผลนี้ ขอทราบเหตุผลและความจําเปนดวยนะครับ คณะกรรมการบริหารหนี้วาทําไมถึงยกเวนขอนี้วาไมใหใช เพราะมันวิกฤติอยางไร ผมถึงกลับยอน ไปวาทําไมคณะกรรมการนโยบายกํากับกองทุนถึงไมกําหนดอัตราการนําเขาเงินกองทุนใหม ทั้ง ๆ ที่รูวาจะตองซับซิไดซ (Subsidize) เชน ดีเซล ๑๐ บาท นับตั้งแตเกิดวิกฤตินะครับ แลวยังคงอัตราเก็บเงินแกสโซฮอล (Gasohol) บาทเดียว เขากองทุนตอ ๑ ลิตร ทําไมไมเพิ่ม ปลอยใหทุนใหญไดกําไรทุกวัน ทุกเดือนหรืออยางไร เพราะวาอัตราคาที่เปนโพรฟต อินเทอเรสต (Profit Interest) ของบริษัททุนทั้งหมดยังคงที่เหมือนเดิม ทานชี้แจงดวยวา เขายังรวยเหมือนเดิมใชไหม นั่นคือคําถามครับ🔗
สุดทายครับ โดยเฉพาะอัตราที่คณะกรรมการประกาศกําหนดผูมีสิทธิที่จะ ไดรับการคืนในสิทธิตามมาตรา ๒๗ เพื่อใหคืนตามมาตรา ๒๘ ที่จะไดรับเงินคืนจํานวนนี้ คือใครบาง ชวยอธิบาย และเปนเงินจํานวนเทาไรใน ๑.๕ แสนลานบาท ซึ่งเราจะตองเปนหนี้ เพิ่มขึ้นแนนอน เพราะวารัฐบาลขยายเพดานหนี้จาก ๖๐ ขึ้นเปน ๗๐ แลว ๑๐ ลานลานบาท มันจิ๊บจอยค เราจะเปนหนี้ในวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ ถารัฐบาลไมสามารถควบคุมกองทุนนี้ได ในการทําใหแคชโฟลว (Cash Flow) นี้เกิดขึ้นและเอามาใชคืน เงินค้ําประกันนี้จะตองถูกใช เปนหนี้รัฐบาลเปน ๑๑.๕ ลานลานบาทในอนาคต ขอบคุณครับ ชวยตอบคําถามผมดวย🔗
ขอบคุณครับ คุณณัฏฐชนน ศรีกอเกื้อ ครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฏฐชนน ศรีกอเกื้อ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อําเภอนาทวี สะบายอย สํานักแตว สํานักขาม ของอําเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ทานประธานครับ พระราชกําหนดฉบับนี้ผอนผันใหกระทรวงการคลังค้ําประกันชําระหนี้ พ.ศ. ๒๕๖๕ ออกโดยคณะรัฐมนตรี และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ ไมกี่วันเอง แตมาขอใหสภาผูแทนราษฎรรับรองพระราชกําหนดฉบับนี้ แบบนี้เปนการเบิกเงินลวงหนาแลวมาขออนุมัติ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรทําหนาที่ ตราประทับตามที่กฎหมายกําหนด ความลมเหลวของกองทุนน้ํามันในการจัดการเรื่อง พลังงานของประเทศไมวาจะเปนน้ํามัน กาซ ทานเอามาขายในสภาใหเพื่อนสมาชิก ไดวิพากษวิจารณ อันนี้ขอบคุณมากครับ มีคําถามวากองทุนน้ํามันคืออะไร มีคําถามวา กองทุนน้ํามันเอาเงินมาจากที่ไหน ทานประธานครับ กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงไมใชเพิ่งตั้งมา เกิดกอนผมอีก ป ๒๕๑๖ ๔๙ ปแลว ลุม ๆ ดอน ๆ อยูอยางนี้ บางชวงเวลากองทุนน้ํามัน ออกมาเปดเผยวามีเงินสะสมเปนแสนลานบาท แตวันนี้ติดลบแดง กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง สกนช. หนวยงานนี้สังกัดอะไร กระทรวงพลังงาน จุดประสงคของกองทุนเพื่อปองกัน ภาวะการขาดแคลนน้ํามันเชื้อเพลิงภายในประเทศ🔗
๒. ในกรณีน้ํามันเชื้อเพลิงในตลาดโลกสูงจําเปนตองเอาเงินสวนนี้ตรึงราคาน้ํามัน สรุปงาย ๆ ราคาน้ํามันในตลาดโลกสูง ราคาน้ํามันในประเทศสูง รัฐบาลตองมีมติเอาเงินกอนนี้ไปชดเชย ถือวาเปนรายจายหลักของกองทุนนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อเราดูรายจายเราตองดูรายได รายไดมี ๓ สวนหลักของกองทุนนี้ก็คือภาษีสรรพสามิตจากผูผลิตน้ํามันภายในประเทศ ๒. ภาษี ศุลกากร เรียกเก็บจากผูนําเขา ๓. ผูคาน้ํามันและผูรับสัมปทานทําธุรกิจพลังงานกาซน้ํามัน ภายในประเทศที่จายผานกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ในกรณีที่เงินกองทุนหมด หรือเงินกองทุนติดลบกองทุนตองทําอยางไร กูครับ กูตองใครเปนคนค้ําประกัน รัฐบาลครับ คนที่อนุมัติรับผิดชอบก็คือสภาแหงนี้ เพราะฉะนั้นผมยอนเวลาไปใหทานประธานไดเห็นวา วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๔ เมื่อปที่แลว ปรากฏวาเริ่มติดลบที่ ๔,๔๘๐ ลานบาท เห็นไหม ปลายปที่แลวเริ่มติดลบแลว ๔,๐๐๐ กวาลานบาท พอมาถึงเดือนมีนาคม ๑๓ มีนาคม ติดลบ ๒๙,๓๓๖ ลานบาท ตัวเลขจะสูงขึ้น วันที่ ๒๐ วันนี้นะครับ ติดลบ๓๒,๐๐๐ กวาลานบาท วันนี้สิ่งที่ทานรัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงานไดลุกขึ้นชี้แจงวาสถานะของกองทุนติดลบ ๑๓๐,๐๐๐ ลานบาท นี่ก็คือผลงานของพวกทานในการบริหารจัดการกองทุน และทาน ในฐานะรัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงาน การติดลบแบบนี้เขาเรียกวาหนี้สิน หนี้สิน มันมากกวาทรัพยสิน เพราะฉะนั้นพระราชกําหนดฉบับนี้หัวใจหลักอยูในมาตรา ๓ ครับ ลงในรายละเอียดทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมเองวันนี้ไหน ๆ ก็มาพรอมหนาพรอมตา ในฐานะ ประชาชนคนหนึ่งขอตําหนิการทําหนาที่ของเจาหนาที่กองทุนและรัฐมนตรีวาการกระทรวง พลังงานและกระทรวงการคลัง ที่รวมกันตัดสินใจในการใชเงินนี้ เพราะฉะนั้นมันตองมีการ พิจารณาตัวเอง ๒. บริหารแลวขาดทุน ใครก็มาเปนได คนบานผมแถวจังหวัดสงขลาเอาใคร มาเปนก็ได ไปเอาประธานสหกรณ ประธานสวนยางมาบริหารกองทุนนี้ก็ได เพราะใครมาเปน มันก็ขาดทุนเหมือนกัน ๓. บริหารแลวเจง เจงแลวทําอยางไร กู เอาหนี้มาโปะ อันนี้งายมาก เพราะฉะนั้นก็เลยจะถามกระทรวงพลังงานและรัฐบาลวาคุณไมมีมาตรการมากกวานี้หรือ เห็นตัวเลขแดง ๆ อยูคุณไมมีมาตรการมากกวานี้หรือ เพราะฉะนั้นรัฐบาล กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลังตองแกปญหาอยางถาวร อยาแกปญหาเหมือนกับเกษตรกรติดหนี้ ธ.ก.ส. แกอยางไร เริ่มกู ๕๐,๐๐๐ พอถึงเวลาตนดอกไมมีก็ไปกูแสนหนึ่ง พอถึงเวลาไมมีแสนหนึ่ง ทั้งตนทั้งดอกไปสองแสน นี่คือการทํางานของกระทรวงพลังงาน ติดหนี้เหมือนชาวบาน ติดหนี้ ธ.ก.ส. ไมมีทางชาตินี้จะหลุดหนี้ เพราะฉะนั้นผมก็เลยฝากทานรัฐมนตรี ผมเคยมา🔗
อภิปราย พี่นองฝากแจงความทานหาย ๔๘ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นวันนี้ทานไดฟงเพื่อนสมาชิก อีกหลายทานอภิปราย ทานไปพิจารณาวาทานในฐานะเปนรัฐมนตรี เปนผูมีความเชี่ยวชาญ เรื่องพลังงาน จะมีมาตรการอยางไรในการแกไข อยาใหประชาชนชาวบานเขาดาอยูทุกวันนี้ หวังวาทานคงไมไปฟองหัวหนาผมอีกวันนี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ พันตํารวจเอก ทวี สอดสอง ครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตํารวจเอก ทวี สอดสอง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมขออภิปรายไมเห็นดวยกับการที่รัฐบาลเลือกใชออกพระราชกําหนด ผอนผันใหกระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้สําหรับกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง เหตุที่ผม ไมเห็นดวย ผมไมไดรูจักสวนตัวกับทานรัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงาน แลวก็ไมไดมีสาเหตุ โกรธเคือง แตโดยหลักของการบริหารนโยบายสาธารณะหรือการบริหารราชการแผนดินนั้น สิ่งที่สําคัญที่สุดจะตองดูกันเรื่องผลประโยชนทับซอน ทานรัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงาน ทานก็ทราบวาตัวทานมาจากภาคพลังงาน โดยเฉพาะมาจากผูคาน้ํามัน ผูคาพลังงาน ในเรื่องนี้ สิ่งที่ทานตัดสินใจกูเงินหรือค้ําประกันกูเงินก็คือทานจะผลักภาระเรื่องราคาน้ํามันที่มีราคาแพง ซึ่งผมเห็นดวยกับการชวยเหลือโดยเฉพาะกลุมดีเซล แตไมควรที่จะผลักภาระไปใหประชาชน เพราะทานเลือกใชวิธีผลักภาระไปใหประชาชน ก็คือการใหเปนหนี้สาธารณะ หนี้สาธารณะ คือเปนหนี้ของประชาชนทุกคน ไมใชเปนหนี้ของรัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงาน หรือทาน รองนายกรัฐมนตรี และที่สําคัญทานไมเลือกที่จะใหผูคาน้ํามันซึ่งถาไปดูงบการเงิน ผมก็ไมมี สาเหตุโกรธเคือง จะมีกําไรมากมาย ซึ่งกําไรดังกลาวทานไมไดเขาไปแตะตองกับกลุมผูคา จึงทําใหเห็นวาสวนหนึ่งก็ตั้งคําถามวาทานมาจาก ปตท. หรือเปลา ทานมาจากพลังงาน หรือเปลาทานจึงเลือกใชชองทางผลักภาระไปใหกับประชาชนเปนผูกู ทานประธานที่เคารพ วันนี้หนี้สาธารณะที่เปนขอมูลเปดเผยถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๕ ๑๐.๓ ลานลานบาท ในการมาชี้แจงกรรมาธิการงบประมาณของ ผอ. สํานักหนี้สาธารณะบอกวาครั้งนี้ตั้งงบ หนี้สาธารณะไว ๒๖๐,๐๐๐ ลานบาท ใน ๒๖๐,๐๐๐ ลานบาท ทานทราบไหมเปนเงินตนแค ๖๐,๐๐๐ ลานบาท ที่เหลือ ๑๙๐,๐๐๐ ลานบาทหรือ ๒๐๐,๐๐๐ ลานบาทเปนดอกเบี้ย วันนี้มะเร็งรายของหนี้สาธารณะก็คือทานผลักภาระไปใหดอกเบี้ยกับประชาชน สิ่งที่ทาน นาจะมีวิธีที่แกปญหาใหดีกวานี้ ผมคิดวาในการชี้แจงงบประมาณเราก็จะเห็นวาปกติในสวน ของน้ํามันนั้น สวนที่รัฐบาลจะลดไดก็คือในกลุมภาษี ภาษีซึ่งมีอยู ๖ ตัว ก็คือ ๑. หักเงินเขา กองทุนน้ํามัน ๒. เขากองทุนอนุรักษพลังงาน ๓. ภาษีมูลคาเพิ่ม ๔. ภาษีเทศบาล แลวก็ ๕. ภาษีสรรพสามิต ในสวนนี้แมแตทานบอกวาลดภาษีสรรพสามิตไป ๕ บาท แตยังมีตัวอื่น ๆ🔗
ที่ลดได ในกรณีของบริษัทที่ร่ํารวยกับการคาน้ํามัน ซึ่งผมคิดวาตัวทานรองนายกรัฐมนตรี หรือทานรัฐมนตรีก็มีการพูดถึงและกระแสก็เรียกรองคือเรานาจะถึงเวลาเก็บภาษีลาภลอย เสียทีแลว เพราะวาอยางไรกําไรสวนเกินที่เกินกวาเกณฑปกติควรจะหยุด แลวก็เก็บภาษี เขามาใหกับประชาชน ดังนั้นผมคิดวาพระราชกําหนดฉบับนี้เปนพระราชกําหนดที่สงภาระ ใหคนในอนาคต🔗
แลวก็อยากจะเรียนถามขอมูลเพิ่มเติมวา ๑. เงินจํานวน ๑๐๐,๐๐๐ กวาลานบาทที่ทานจะ ไปกูทานสามารถชี้แจงวาทานไปกูกับใครและดอกเบี้ยเทาไร แลวการกูดังกลาวนับแตวันที่ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือเอาหนี้เดิม ๑๐๐,๐๐๐ กวาลานบาทมากูดวย ผมจึง อยากจะฝากทานประธานไปยังรัฐบาล การออกพระราชกําหนดขณะที่มีสภาผูแทนราษฎร ซึ่งสภาผูแทนราษฎรมาจากประชาชน ผมเห็นวาทุกขรอนของประชาชนสภาผูแทนราษฎร จะรูดี ถาทานนําเรื่องเขาสภาผูแทนราษฎรก็คงจะไมมีความมักงายที่ไปผลักภาระให ประชาชน โดยเฉพาะประชาชนไมมีสิทธิไมมีเสียง แตถูกผลักภาระจะตองเปนหนี้อีก ไมรูกี่ ๑๐ ป ดวยความเคารพครับ จึงขอไมเห็นดวยกับพระราชกําหนดฉบับนี้ครับ🔗
ขอบคุณครับ คุณเกียรติ สิทธีอมร แลวก็หลังจากนั้นจะเปนคุณวิรัตน วรศสิริน แลวก็เปนคุณเทวัญ ลิปตพัลลภ เชิญคุณเกียรติครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปตย ก็ขอรวม อภิปรายพระราชกําหนดฉบับนี้ ในหลักการผมก็ตองติงนิดหนึ่งตนเบื้องตน เราไดรับเอกสาร ๓ หนา ไมมีรายละเอียดอะไรเลย มีพระราชกําหนด ใชครับ แตเนื้อหาของพระราชกําหนด ฉบับนี้เปนการค้ําประกันหนี้ เพราะฉะนั้นเปนเรื่องปกติที่ควรจะตองมีรายละเอียดของหนี้ ที่มาที่ไปของหนี้และรายละเอียดการจะไปกูหนี้จากใคร เงื่อนไขเปนอยางไร จะชําระหนี้ อยางไร ภายในระยะเวลาเทาไร เราไมมี เอกสารที่สงให ส.ส. ๓ หนาจริง ๆ อันนี้ลําบากใจ ก็ฝากไวกรณีครั้งตอไปก็ขอใหเอกสารที่สมบูรณมากกวานี้ เนื่องจากเอกสารมีแคนี้ก็ตองมี คําถามอยูพอสมควร แลวก็เปนหนาที่ของรัฐบาลที่เปนผูเสนอ ออกพระราชกําหนดฉบับนี้ ก็ตองชี้แจงใหชัดวาที่มาที่ไปเปนอยางไร ในหลักการการที่จะใหเราค้ําประกันเงินกูเมื่อมี ความจําเปนฉุกเฉิน ไมติดใจในหลักการ แตตองเปนเงินที่จําเปนฉุกเฉินจริง ๆ ทีนี้มันเปน หนาที่ของผูเสนอจะตองพิสูจนวาหนี้นี้ฉุกเฉินจําเปนจริง ๆ อยางไร ในเอกสารไมมี ความจริง ทานรู เมื่อสักครูทานรองนายกรัฐมนตรีไดพูดใหพวกเราฟง ทานรูวามันมีปญหาตั้งแต ตนปแลว ไตรมาสที่ ๑ ก็ติดลบแลว ไลมาเรื่อยหนี้มันก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทําไมไมออกเปน พระราชบัญญัติ ทันนะครับ จริง ๆ ชวงเปดสภาก็ทันถารูตัวตั้งแตมีนาคม เอาละไมเปนไร ทานมาถึงจุดนี้เปนอํานาจฝายบริหารผมก็ไมติดใจ แตเปนหนาที่ที่ทานตองอธิบายใหชัดเจนเลย🔗
วาหนี้ที่ขอค้ําเปนเพราะอะไรและมันจําเปนจริง ๆ มากนอยแคไหน ตองไมใชเปนกรณีที่เกิด จากการบริหารที่ผิดพลาด พอพูดเชนนี้ทานตองสรางความมั่นใจ เผอิญผมเปนคนหนึ่ง ที่อภิปรายเรื่องพลังงาน ๔ ปนี้คนไหนนั่งอยูในสภานี้ไดยินผมทุกครั้งไมวาจะเปนรายงานของ กรรมการใดก็แลวแตที่กํากับในเรื่องพลังงานผมพูดทุกครั้ง แตผมพูดหลายครั้ง แตผมไมเคย ไดรับคําตอบ ผมก็ตองติดใจ แลวผมขออนุญาตขึ้นชารต (Chart) นิดหนึ่ง ไดขออนุญาตไวแลว มันมีชารต (Chart) อยูชารต (Chart) หนึ่งซึ่งเปนขอมูลของกระทรวงพลังงานเองเลย ขอมูล ณ เมื่อวานนี้ที่เปนตัวที่จะฟองวาตนเหตุของปญหาเกิดอะไรบาง ขอใหขึ้นชารต (Chart) ฝายโสตครับ🔗
ตารางนี้ผมไมไดเขียนเอง ตาราง ของกระทรวงพลังงานอยูในเว็บไซต (Website) ที่ผมกาไวสีเหลือง ๆ นั่นคือจุดที่ผิดปกติ กําไรโรงกลั่นผมดูแถบสีเหลืองดานลาง ป ๒๕๖๓ กําไรโรงกลั่นเฉลี่ยอยูที่ ๗๐ สตางคตอลิตร ปถัดมาอยูที่ ๘๙ สตางคตอลิตร ปนี้อยูที่ ๓.๗๐ บาท ผมไลเดือนใหดูดวย ไลทุกเดือน ไลมาเรื่อยแตละเดือน แตละเดือน แตละเดือน ตั้งแตเดือนเมษายนมาจนถึงเดือนพฤศจิกายน ๓ บาทกวาหมดเลย ไปเดือนมิถุนายนอยูที่ ๖.๘๙ บาทครับ🔗
ทั้ง ๆ ที่เฉลี่ย ๒ ปกอนหนานั้นมันอยูที่ ๗๐ สตางคเทานั้น นี่ผิดปกติไหม ไมมีคําอธิบาย ผมตั้งคําถามทุกครั้งเรื่องกําไรโรงกลั่น คําตอบที่เคยไดรับแลวบันทึกไวในสภานี้ ทานรอง นายกรัฐมนตรีเปนคนตอบเองบอกวาทานมีผูเชี่ยวชาญเปนผูใหคําแนะนํา แลวผมก็เลย บอกทานบอกพาผูเชี่ยวชาญมาสภาสักครั้งสิ ผมจะแลกเปลี่ยนกับเขาก็ยังไมเคยเจอ ผูเชี่ยวชาญทานนี้ ปริศนาพอสมควร แตตัวเลขมันฟองวาปญหามันมี เอาละ นั่นคือสวนกําไร โรงกลั่น ไปดูกําไรคาการตลาด คาการตลาดเห็นไหม ผมตั้งคําถามไปแลว บอกวาผมตั้งปม ไมวาผมจะขายแกสโซฮอล (Gasohol) หรือขายน้ํามัน ขายดีเซล ตนทุนเทากันหมดเลยครับ แตทําไมใหคาการตลาดไมเทากัน แกสโซฮอล ๙๑ (Gasohol 91) อยูที่ ๒.๗๐ บาท แกสโซฮอล ๙๕ (Gasohol 95) ๓ บาท อี ๒๐ (E20) อี ๘๕ (E85) ๓ บาท ๓.๑๕ บาท แอลพีจี (LPG) เมื่อสักครูนี้พูดถึง ๓.๒๕ บาท ทําไมครับ ขอคําอธิบาย ใครเปนคนกําหนด กําไรเหลานี้ ทานประธานทราบไหมครับ ที่ผมติดใจนี่แลวตองพูดทุกครั้ง เพราะผมทราบดี ผมเคยสรางโรงกลั่น ปมน้ํามันก็เคยสราง แลวผมทราบดีวากําไรเทาไร ผมถึงเดินไปหา สถาบันการเงินแลวกูเงินได ทานประธานทราบไหมโรงกลั่นที่กําไร ๑ บาทตอลิตร ๔ เหรียญ ตอบารเรล ธนาคารปลอยกูทันทีเลย ๒.๕๐ เหรียญตอบารเรลปลอยกูทันทีเหมือนกัน ๒.๕๐ เหรียญอยูที่ประมาณเทาไร ๕๐ สตางค บริษัทในเครือของบริษัทพลังงานแหงใหญก็เคยกู ผมรูชื่อธนาคารดวยวาเขาไปกูตอนที่เขามีกําไรอยู ๒.๕๐ เหรียญตอบารเรลหรือประมาณ ๕๐ สตางคตอลิตร ตรงนี้พอเห็นตัวเลขที่ทานชี้ใหเห็นตรงนี้ มันตองถาม ทานตองเคลียร ใหได ใหความมั่นใจใหไดวาทานไมไดบริหารกันผิดพลาด แลวสรางหนี้จนเกินเหตุ แอลพีจี (LPG) ผมเคยตั้งคําถามไป ๒ ปมาแลว บอกวามันมีตัวเลขของกระทรวงพลังงานเองที่บอกวา สงไปขายตางประเทศ แลวพอซักไปซักมาในชั้นกรรมาธิการบอกลักลอบทั้งนั้น ผมก็บอก ลักลอบมันเยอะ เทากับปริมาณครัวเรือนที่ใชในประเทศเลย แลวกลายเปนวาเราตองนําเขา แอลพีจี (LPG) สําเร็จรูปในราคาแพงมาเกลี่ยกับตนทุนราคาถูก แลวประชาชนจายราคา แพงขึ้น พอผมพูดเชนนั้น ทานประธานทราบไหมวาเกิดอะไรขึ้น เขาเอาตัวเลขเหลานั้น ลงจากเว็บไซต (Website) เลย จนถึงวันนี้ยังไมปรากฏเลย เพราะฉะนั้นชวยชี้แจงหนอยวา วันนี้มีการสงออกโดย ๓ บริษัทไปประเทศเพื่อนบานเปนปริมาณเทาไร แลวกาซเขาไดราคา เทาไร แลวทําไมโรงปโตรเคมีสามารถซื้อแอลพีจี (LPG) ใชเปนวัตถุดิบดวยสัญญาระยะยาว พิเศษ เงื่อนไขพิเศษราคาถูก แกหรือยัง ถายังไมแก ประชาชนวันนี้จายเงินเยอะเกินกวา🔗
ที่ควรเปน แตทําใหบริษัทตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับปโตรเคมีและพลังงานไดประโยชน ตรงนี้ ทานตองเคลียร (Clear) ผมไมกลาวหาใครทั้งสิ้น แตตองเคลียร Clear) ใหชัดกอนที่เราจะ ผานดวยความสบายใจวาหนี้เหลานี้เปนหนี้ที่ถูกตองจริง ๆ ไมใชเกิดจากการบริหาร ที่ผิดพลาด แลวก็ตองเรียนประการสุดทายวาวันนี้บริษัทพลังงานประกาศในตลาดหลักทรัพย วากําไรเยอะมากเลย เปนประวัติการณเลยปละประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ลานบาท ทั้ง ๆ ที่ ในอดีตในชวง ๒-๓ ปที่ผานมามันอยูหลักหมื่นลานบาทเทานั้นเอง แลวใน ๓๐๐,๐๐๐ ลานบาท รูไหมเงินเขาคลังกี่บาท เงินเขาคลังจริง ๆ ตอนแรกพอพูดอยางนี้ก็บอกวาไมใชหรอก เราเปน รัฐวิสาหกิจ คลังถืออยูเกิน ๕๐ เปอรเซ็นต ไปดูในเอกสารงบประมาณสิวาเงินเขาคลังจาก ๓๐๐,๐๐๐ ลานบาทเทาไร ๒๐,๐๐๐ ลานบาทเอง ตรงนี้ชวยอธิบายหนอย ประชาชนไมสบายใจ ผมสะทอนเสียงของประชาชนดวยความไมสบายใจอยางยิ่ง และภาระเหลานี้ที่ทานขออนุมัติ จากสภา เปนภาระที่ประชาชนตองแบกรับทุกคน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไป คุณวิรัตน วรศสิริน ครับ🔗
กราบขอบพระคุณทานประธาน ที่เคารพ วิรัตน วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย คําถามก็คือทําไมตองออกพระราชกําหนดฉบับนี้ ประเทศยากจน ประชาชนมั่งคั่งดวยการกู กู กู แลวก็แจก แจก แจก ทานนายกประยุทธ ใกลเลือกตั้งก็เปดลงทะเบียนบัตรคนจน ๑๕ ลานคน กราบเรียนถามทานประธานจริง ๆ ประเทศไทยเรามีคนจนถึง ๑๕ ลานคนจริง ๆ หรือ ไมใชหรอก ผมวาไมใช แจกยิ่งเยอะ คะแนนยิ่งมากนั่นคือสาเหตุ สุดยอดยิ่งกวาประชานิยมก็คือประชาชนขอทาน รอรัฐบาล แจกเงิน รอรัฐบาลกูเงินมาทําสารพัดโครงการตาง ๆ เที่ยวลดครึ่ง ซื้อลดครึ่ง คนละครึ่ง เงินกู ทั้งนั้น แตจายดวยกระปุกออมสินเล็ก ๆ เงินกนกระปุก เงินแทบจะไมเหลืออยูแลว ทานประธานครับ ผมขออนุญาตเลาใหทานประธานฟง ประเทศญี่ปุนนี้แมจะเปนประเทศ ร่ํารวยเจอโควิด (COVID) หนักกวาเราอีก เขากระตุนเศรษฐกิจการทองเที่ยวดวยการ ออกแคมเปน (Campaign) ขายคูปองโก ทู ทราเวล (Go To Travel) ลด ๓๕ เปอรเซ็นต กระจอกมาก สูพี่ไทยเราไมไดลด ๕๐ เปอรเซ็นต เขากระตุนการใชจาย ใหคนออกไปใชจาย ไปกินไปใชดวยการออกคูปองโก ทู อีต (Go To Eat) ไปกิน ลด ๒๕ เปอรเซ็นต กระจอกมาก สูพี่ไทยเราไมไดลด ๕๐ เปอรเซ็นต แคะกระปุกมาใช แคะกระปุกมาใชไมพอก็กูใหม สุดทาย เปนหนี้ ๑๐ ลานลานบาท มีหนี้ก็ตองจาย เงินหมดทําอยางไร ไมมีก็ตองกู ไมพอก็ขึ้นภาษี งายจะตาย ทานรัฐมนตรีวาไหม งายจะตาย ถังแตกก็ขายที่ ไมมีเงินก็ขายใหตางชาติ งายจะตายไป บริหารแบบนี้งายลงมาเลยเดี๋ยวใหใครขึ้นไปแทน ผมวางาย ทําอยางนี้มันงายมาก พอน้ํามันโลกขึ้นราคาทําอยางไรได จะลดภาษีก็ลดไมได จําเปนตองใชเงิน ราคาขายปลีกน้ํามัน สมมุติวาลิตรละ ๔๐ บาท ในนั้นเปนคาภาษีและเงินสมทบกองทุนไปครึ่งหนึ่ง ๒๐ บาท ถารัฐบาล ไมถังแตก ถาเปนรัฐบาลทานนายกชวน ผมเชื่อวาไมเปนอยางนี้ ไมมีหนี้ ๑๐ ลานลานบาท ไมเปนเชนนี้อยางแนนอน ทานก็สามารถจะงดเวนภาษีไดหรือจะพักไวกอนได หรือจะลดลงไปก็ได สุดทายเงินเฟอก็ไมสูงอยางนี้ ราคาสินคาก็ไมแพงเชนทุกวันนี้ แตนี่เพราะวารัฐบาลถังแตก หมดปญญา หมดหนทาง สุดทายก็ตองออกพระราชกําหนดมาค้ําประกันกองทุนน้ํามันฉบับนี้ นี่ทั้งหมดคือสาเหตุ ถามวาพระราชกําหนดค้ําประกันเปนภาระใคร ใครเปนคนใชคืน ภาระ พลเอก ประยุทธ หรือ ภาระทานรัฐมนตรีหรือ ไมใช แคเปนคนค้ําประกันเฉย ๆ ภาระยังเปน ของประชาชนผูใชน้ํามันวันยังค่ํา ประชาชนยังตองแบกรับภาระกองทุนน้ํามันไปจนกวา หนี้กองทุนน้ํามันจะหมด พระราชกําหนดนี้ ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาท ก็ตองเติมน้ํามันแพง🔗
ไปจนกวา ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาทนี้จะหมด ก็เทากับวาตะไวกอนผอนทีหลัง รัฐบาลตะไว ประชาชนผอน แกปญหาแบบนี้ลงมาเถอะงายจะตาย ใหคนอื่นขึ้นไปแทนผมชื่อวาดีกวานี้ แทนที่รัฐบาลจะแกปญหาใหตรงจุดแตไมกลาทํา ไมกลา ไมรูกลัวอะไร ที่จริงแลวราคาน้ํามัน สูงอยางนี้เห็นชัด ๆ บริษัทน้ํามัน โรงกลั่น ธุรกิจพลังงานกําไรกันมหาศาล ๑๐๐ เปอรเซ็นต ๑,๐๐๐ เปอรเซ็นต เปน ๑๐ เทา ตรงนี้ไมแก แตไปแกใหประชาชนเดือดรอนกันทั้งประเทศ ขณะที่คนไดประโยชนมีเพียงไมกี่กลุมแท ๆ รัฐบาลไมแกใหตรงจุด กลับมาออก พระราชกําหนดกองทุนน้ํามันสรางภาระใหประชาชน ทานประธานครับ น้ํามันไมใชเพิ่งแพง เคยแพงที่สุด ๑๕ ปกอน แลวก็ลงมาเรื่อย ๆ เมื่อป ๒๕๑๔ ลงมาเรื่อย ๆ🔗
ผมถามน้ํามันลงมา ๘-๙ ป กองทุนเก็บเงินไมพอชดใชกับน้ํามันขึ้น ๗-๘ เดือนนี้หรือ เพราะอะไร เงินที่เก็บมันไปไหนหมด เงินชดเชยราคาน้ํามันไปไหนหมด น้ํามันลงมา ๘-๙ ป สมมุติวาเราไมมีโรงกลั่นน้ํามัน นําเขาน้ํามันเสรีเลย น้ํามันเบนซินก็ยังจะถูกกวานี้ ผมเชื่อวา น้ํามันยังจะถูกกวานี้ทุกอยาง มีโรงกลั่นไปเพื่ออะไร เพื่อใหทุกอยางมันแพงอยางนั้นหรือ ทุกวันนี้ประชาชนเดือดรอน แตวามีผูประกอบการเพียงไมกี่รายเทานั้นที่มีกําไรกันอยาง มหาศาลร่ํารวยอยางมหาศาล สุดทายนะครับ ผมอยากจะบอกทานประธานวาราคาน้ํามัน อาจจะแพงไปอีกนานแสนนานแลวทานจะทําอยางไรกัน ทานยังจะกูไปอีกนานเทาไร จะใหประชาชนแบกภาระหนี้ไปอีกนานเทาไร ทําไมทานไมหาทางแกไขใหยั่งยืน ทานแก แบบนี้งายจะตายใครก็ทําได ทานลงมาเดี๋ยวใหใครขึ้นไปแทน ผมเชื่อวาเขาจะทําไดดี กวาทานอยางแนนอน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนทานประธานวาผมไมเห็นดวยกับ พระราชกําหนดฉบับนี้ กราบขอบพระคุณทานประธานเปนอยางสูงครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไป คุณเทวัญ ลิปตพัลลภ หลังจากนั้นจะเปนคุณกิตติกร โลหสุนทร คุณวีระกร คําประกอบ เปนชวงเที่ยงมีสมาชิกอภิปรายอีก ๑๐ กวาทาน เพราะฉะนั้นทานสมาชิกไปทานอาหาร ไดเลยครับ เชิญทานเทวัญครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายเทวัญ ลิปตพัลลภ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนากลา จากจังหวัดนครราชสีมา ทานประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปราย แลวก็แสดงความคิดเห็นพระราชกําหนดผอนผันใหกระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ สํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ผมเขาใจดีวารัฐบาลมีความจําเปนที่จะตองออก พระราชกําหนดฉบับนี้ เพราะวาจริง ๆ แลวอยางที่เราทราบวากองทุนน้ํามันมีหนาที่ ในการแทรกแซงราคาน้ํามัน ในชวงไหนที่ราคาน้ํามันถูกก็จะมีเงินเขากองทุนคอนขางมาก แตในยามที่น้ํามันแพง กองทุนน้ํามันก็มีหนาที่ในการที่จะเขาไปแทรกแซงราคาน้ํามัน เพื่อลดความเดือดรอนของพี่นองประชาชน แตการเขาไปแทรกแซงเรื่อย ๆ มันทําให กองทุนน้ํามันขณะนี้ติดลบไปประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ ลานบาท เปนเหตุใหรัฐบาลตองออกมา ค้ําประกันหนี้เงินกูอันนี้ จริง ๆ แลวถาเราคิดใหดี เราไมควรจะปลอยใหกองทุนน้ํามันมีหนี้🔗
ติดลบมากขนาดนี้ เพราะจริง ๆ มันมีวิธีอื่นอีกหลายวิธีที่จะทําใหกองทุนน้ํามันและ ราคาน้ํามันในตลาดที่ประชาชนใชอยูไมแพงก็จะทําใหกองทุนน้ํามันติดลบนอยลง ผมเรียนอยางนี้วาโครงสรางราคาน้ํามันสําเร็จรูปที่เราใชอยูปจจุบันประกอบไปดวย ๓ สวน สวนที่หนึ่งก็คือน้ํามันดิบ น้ํามันดิบเปนสิ่งที่เราตองนําเขาเราควบคุมไมได สิ่งที่ ๒ ก็คือคาการกลั่นของโรงกลั่นซึ่งมีทั้งหมดประมาณ ๖ โรง เปนโรงที่อยูในประเทศไทยทั้งหมด ๓. ก็คือคาการตลาด คาการตลาดก็คงประกอบไปดวยคาขนสง คากําไรจากปมน้ํามัน ผมเอง จะขอพูดถึงคาการกลั่น เมื่อสักครูมีเพื่อนสมาชิกบางทานไดพูดไวนิดหนอยแลว ถาเราพูดถึง คาการกลั่นผมอยากใหทานประธานตามไปดูรูปที่ ๑ คาการกลั่นเราเฉลี่ยแลวเมื่อป ๒๕๖๓ ทั้งปอยูที่ ๗๐ สตางค เฉลี่ยทั้งปของ ๒๕๖๔ อยูที่ ๘๙ สตางค เฉลี่ยทั้งปของ ๒๕๖๕ ๓.๗๐ บาท🔗
ทานประธานดูวาจากป ๒๕๖๔ ป ๒๕๖๕ ประมาณ ๓ เทาตัว เฉลี่ยเดือนมิถุนายน ๒๕๖๕ ที่ผานมาเคยขึ้นไปถึง ๖.๘๙ บาท พีก (Peak) สูงสุด ๑๐ มิถุนายน ๘.๕๖ บาท เดี๋ยวผมจะให ทานประธานตามไปดูวาโรงกลั่นกําไรขนาดไหน ขอไปหนาที่ ๒ ทานประธานดูสิครับ โรงกลั่นผมยกตัวอยางโรงแรกทีโอพี (TOP) ป ๒๕๖๔ กําไรทั้งป ๑๒,๕๗๘ ลานบาท แตเฉพาะป ๒๕๖๕ ครึ่งป กําไร ๓๒,๕๐๙ ลานบาท โรงที่ ๒ เอสพีอารซี (SPRC) ป ๒๕๖๔ กําไรทั้งป ๔,๗๔๖ ลานบาท แตพอมาป ๒๕๖๕ ครึ่งป กําไร ๑๒,๔๔๐ ลานบาท มาดูบีซีพี (BCP) เชนเดียวกัน ป ๒๕๖๔ กําไร ๗,๖๒๓ ลานบาท ครึ่งป ๒๕๖๕ กําไรอีก ๙,๖๘๒ ลานบาท ดูที่เอสโซ (ESSO) ป ๒๕๖๔ ทั้งปกําไร ๔,๔๔๓ ลานบาท แตครึ่งป ๒๕๖๕ กําไร ๑๔,๑๙๘ ลานบาท ทานประธานเห็นไหมวาผลกําไรของโรงกลั่นขึ้นหลายเทาตัว เปนพันเทาก็วาได ผมจําไดทานรัฐมนตรีกับทานปลัดเคยใหสัมภาษณวาจะดึงกําไรจาก โรงกลั่นเดือนละ ๘,๐๐๐ ลานบาท เพื่อมาชดเชยสิ่งที่กองทุนน้ํามันขาดทุน ก็จะทําให ราคาน้ํามันลดลง ชวยเหลือพี่นองประชาชนเปนเวลา ๓ เดือน ประมาณ ๒๔,๐๐๐ ลานบาท แตวาผมเขาไปดูในสวนของกองทุนน้ํามันจริง ๆ แลวตอนนี้มีเงินเรี่ยไรที่เขามาชวย กองทุนน้ํามันไมใช ๒๔,๐๐๐ ลานบาท อยางที่ทานรัฐมนตรีไดเคยพูดไว มีงวดที่ ๑ วันที่ ๘ กันยายนเขามาประมาณ ๑,๐๐๐ ลานบาท งวดที่ ๒ วันที่ ๗ ตุลาคม อีก ๑,๐๐๐ ลานบาท รวมแลว ๒,๐๐๐ ลานบาท จากที่ทานรัฐมนตรีเคยพูดถึงวาจะมีเงินเขามาประมาณ ๒๔,๐๐๐ ลานบาท การที่จะเจรจากับกองทุนน้ํามันไมใชเรื่องที่เราไมเคยทํา ผมเรียนอยางนี้วา สมัยทานอดีตนายกรัฐมนตรี ทานสมัคร สุนทรเวช เคยทํามาเมื่อตอนนั้นพรรคชาติพัฒนา มีโอกาสกํากับดูแลกระทรวงพลังงาน ก็มีการเจรจา ตอนนั้นน้ํามันขึ้นไป ๑๔๐ เหรียญตอบารเรล ทานสมัครไดเจรจานั่งหัวโตะ มีทาน พลโทหญิง พูนภิรมย ลิปตพัลลภ เปนรัฐมนตรี ในขณะนั้น โรงกลั่นน้ํามันมาและใหความรวมมือดวยการลดคากลั่น ๑ บาท เราก็ทําสําเร็จ มาแลว ฉะนั้นผมเรียนอยางนี้วาคาการกลั่นมีโอกาสถาเรามีการเจรจาและทําใหลงดวย จะชวยเรื่องราคาน้ํามันและเรื่องการติดลบของกองทุน ทีนี้มาดูเรื่องคาการตลาด กบง. กําหนดคากฎเกณฑไววาประมาณ ๑.๘๕-๒ บาท แตปจจุบันถาทานดูตารางจะเห็นเลยวา ราคาไมไดเปนอยางที่ กบง. กําหนดไว ผลปรากฏวาปนี้พีทีทีโออาร (PTTOR) กําไรจาก คาการตลาด เมื่อป ๒๕๖๓ กําไร ๘,๐๐๐ กวาลานบาท ป ๒๕๖๔ กําไร ๑๑,๔๗๔ ลานบาท ในป ๒๕๖๕ ครึ่งปกําไรไป ๑๐,๐๐๐ กวาลานบาท ๒ ตัวนี้ถาเราสามารถที่จะเจรจาได🔗
ผมวากองทุนน้ํามันจะลดลงแนนอน เรื่องนี้อดีตหัวหนาพรรคกลา ซึ่งปจจุบันมาเปนหัวหนา พรรคชาติพัฒนากลา คุณกรณ จาติกวณิช เคยใหสัมภาษณแลวก็เคยแนะนําวานาจะลด คาการกลั่นจะชวยเรื่องราคาน้ํามันได ในปจจุบันทางประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอเมริกา ก็เหมือนกัน ก็มีการพูดคุยกับโรงกลั่น ถาโรงกลั่นไมลดก็จะออกภาษีลาภลอย ซึ่งอันนี้ ถาออกมาไดก็จะทําใหราคาลงได ทานประธานครับ ผมอยากเรียนไปถึงรัฐบาลชวยเจรจากับ โรงกลั่น อยาใหโรงกลั่นมีความสุขและกําไรบนความทุกขของพี่นองประชาชน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ คุณกิตติกร โลหสุนทร ครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภาผูแทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายกิตติกร โลหสุนทร สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดลําปาง พรรคเพื่อไทย วันนี้เราก็มาพูดเรื่องวิกฤติพลังงาน จริง ๆ แลววิกฤติพลังงานเองอยางที่ทานรองนายกรัฐมนตรี ไดนําเสนอ มันเกิดขึ้นมาตั้งแตปลายป ๒๕๖๔ ตอนนั้นหลาย ๆ ประเทศเองเริ่มจะพนจาก วิกฤติโควิด (COVID) แลวก็เขาสูหนาหนาว ราคาน้ํามันเชื้อเพลิงก็ขึ้น เปนเรื่องปกตินะครับ ประกอบกับตนปเองก็มีวิกฤติรัสเซีย-ยูเครนตามซ้ําเขามา ซึ่งจริง ๆ แลวทางรัฐบาลเอง ควรจะเห็นมาตั้งนานแลววาวิกฤติพลังงานเองมันเริ่มมานาน จนถึงตอนนี้มันนาจะครบ ๑ ปที่เราอยูในชวงที่น้ํามันราคาแพง ถามวาที่ผานมาเองรัฐบาลเลือกนโยบายที่จะพยุง ราคาเชื้อเพลิง หนัก ๆ ก็คือแอลพีจี (LPG) กับดีเซล ซึ่งถามวาเปนนโยบายที่ดีไหม ก็ตอง บอกวาดีในบางเรื่อง แตวาทุกอยางมันก็มีขอดีขอเสีย การที่รัฐบาลเลือกที่จะพยุงราคา น้ํามันดีเซล แลวก็พยุงราคากาซหุงตม ถามวาแลกมาดวยอะไร มันก็คือแลกมาดวย งบประมาณที่รัฐบาลจะตองหามาเติม ซึ่งงบประมาณตาง ๆ เหลานี้มาจากอะไร มันก็ตอง มาจากภาษีพวกเรา ผมเองไมไดเห็นคานการที่รัฐบาลจะพยุงราคา ๒ ตัวนี้ แตการเลือกใช งบประมาณมาผมของใจวาในเมื่อเรารูอยูแลววาเราจะพยุงราคา ทําไมรัฐบาลไมจัดสรร งบประมาณมาเลย ทําไมถึงจะใหเขาไปกู การที่เขาไปกูมันก็สรางภาระดอกเบี้ย ถามภาระ ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นมามันจะไปไหนละ มันก็กลับมาใหกับผูบริโภคแบบพวกผมกันตอไป รัฐบาล รูลวงหนา ถามวารัฐบาลสามารถจัดสรรงบประมาณผานในงบประมาณประจําปไดไหม ถาทานรูทานก็ทําได แตถาเกิดทานบอกวาทานทําไมทัน ไมเปนไร ทานทําไมทันทานมี งบกลาง ทานใชงบกลางของทานนายกรัฐมนตรีไดไหม ทานก็ทําไดอีก หรือทานจะบอกวา กองทุนนี้ไมไดเปนหนวยรับงบประมาณกระทําไมได ทานเปนรัฐบาลเอง ทานคุมเสียงในสภา ทานก็สามารถแกกฎระเบียบไดอยูดี สิ่งที่ผมไมเห็นดวยกับการที่ทานจะใหกองทุนน้ํามันไปกู ก็คือเรื่องภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น ซึ่งมันหนีไปไหนไมพนนะครับ มันจะกลับมาสูพวกผมอยูดี ผมก็เลยขออภิปรายวาไมเห็นดวยกับการที่ทานจะใหกองทุนน้ํามันไปกูเงินมา แลวเพื่อใหมี ภาระดอกเบี้ยเกิดขึ้น🔗
แลวก็อีกอันหนึ่งที่ผมอยากจะติงวาทางรัฐบาลเองก็ถือวาตองบริหาร ผิดพลาด เพราะวากอนที่จะเกิดวิกฤติน้ํามัน กองทุนน้ํามันของเรามีสถานะเปนบวก นาจะประมาณ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ลานบาท แตวาในปจจุบันทานทําจนทะลุแสนลานบาท ไปถึง ๑๓๐,๐๐๐ ลานบาท จริง ๆ แลวมันติดลบ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ลานบาทก็ถือวา หนักหนาสาหัสแลว ทานไมควรจะปลอยใหมันมาถึงขนาดนี้ อันนี้ก็เปนสิ่งที่ผมอยากจะติงวา อาจจะเปนการตัดสินใจอะไรที่ลาชาเกินไปหรือเปลา หรือนโยบายอันไหนที่มันผิดพลาด เพราะวาผมติดตามกองทุนมาโดยตลอด แลวก็รูวาตั้งแตตนปที่แลวทานก็มีคําสั่งใหกองทุน ไปหาเงินกูแลว แตวาอยางที่บอกคือกองทุนเองสถานะเขาติดลบ แลวเขายังไมมีแนวโนม ที่เขาจะมีรายไดมาเมื่อไร การที่เขาไปขอกูซื่อ ๆ กับแบงกทั่วไปใครเขาจะใหกู มันก็เลยเปน เหตุผลที่มาถึงการที่วาทานสั่งเขาไปเขาก็กูไมได สุดทายมาเขาก็กลับมาหาทานใหม แลวก็บอกวาอยางนั้นรัฐบาลชวยค้ําประกันใหเขาหนอย เผื่อหวังวาเขาจะกูได ซึ่งผมก็ยัง ไมแนใจวารัฐบาลค้ําประกันใหแลวสถาบันการเงินจะปลอยกูใหเขาหรือเปลา ผมคอนขาง มั่นใจวาสถาบันการเงินเอกชนคงไมปลอยอยูดี เพราะวาแนวโนมในการไดรายไดในอนาคต ของเขา อยางที่ทานรองนายกรัฐมนตรีเองก็พูดวามีแผนใชหนี้อันนี้หมดในป ๒๕๗๒ ป ๒๕๖๖ กับป ๒๕๗๒ มันก็อีก ๖ ป มันก็เปนเวลานานพอสมควร ทานขอกูในวงเงิน ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาท ใชคืนภายใน ๖ ปก็ไมใชวาจะในระยะเวลาที่สั้น ผมก็ยังสงสัยวา ถาทานไมแทรกแซงสั่งใหรัฐบาลที่ถือหุนโดยของรัฐใหกูจะมีสถาบันการเงินอันไหนที่เขาจะ ยอมใหกองทุนนี้กู ผมเองก็ยังอยากจะฝากวาทานมีงบกลาง ทานใชงบกลางตัดปญหาไปเลย ไมตองมีภาระดอกเบี้ยวนกลับมาใหพวกผมอีก อันนี้ก็เปนขอเสนอที่เราคิดวาอยากจะฝากไป ทางรัฐบาลวาถาทานคิดดูวามันเปนประโยชนก็นาจะดีนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากไวกับทานก็คือวากองทุนน้ํามันของเราจริง ๆ แลว ตัวหลัก ๆ ที่ติดลบเองมันมาจากการที่ทานชดเชยแอลพีจี (LPG) กับน้ํามันดีเซล น้ํามันดีเซล ก็เขาใจวาเปนภาคนโยบาย ซึ่งอันนี้ถือวาเปนการตัดสินใจของทางรัฐบาลไมวากัน แอลพีจี (LPG) ไมวาจะรัฐบาลไหนผานมาเราก็ดูแลมาตลอด เพราะวามันเปนแกสหุงตมที่ใช ในครัวเรือน ผมก็เลยอยากจะฝากทานวาถาแอลพีจี (LPG) ทานมองวาอยางไรก็ตามเราไมทิ้ง เราจะดูแลเราจะตรึงราคาเขาตลอด ทานดึงมันออกจากราคาเชื้อเพลิงปกติไหม ดึงใหมัน มาเปนสินคาควบคุมเลยไหม เพราะวาถาดูจากปริมาณการผลิตแอลพีจี (LPG) ที่เรามี ในประเทศ ผมเขาใจวากาซที่เราผลิตขึ้นจากอาวไทยเรามาแยกแอลพีจี (LPG) เราพอใช ในประเทศอาจจะตองมีการนําเขาบางเล็กนอยก็ไมเปนไร แตถาเรากําหนดตัวแอลพีจี (LPG) เปนราคาควบคุมเสียมันก็จะตัดปญหาในการที่เราตองหาเงินมาอุดหนุนแอลพีจี (LPG) ตรงนี้ ตลอดเวลา มันก็จะไมตองมาเปนภาระของภาครัฐ ในเมื่อถาเกิดนโยบายระยะยาวของเรา เราคิดวาเราจะตองดูแลแอลพีจี (LPG) ตลอด ก็ผานตรงนี้ไวใหทานเผื่อพิจารณาดวย อันนี้ ก็เปนอีกขอเสนอหนึ่ง🔗
อีกอันหนึ่งที่อยากจะนําเรียนก็คือวาวิกฤติพลังงานครั้งนี้มันนาน แตที่ผานมา ภาคพลังงานเองมีการเขาไปชวยเหลือภาคเกษตรบาง ซึ่งในชวงปกติที่ภาคพลังงานเองไมได เดือดรอนก็ไมไดมีการคัดคานอะไร ทุกคนก็เห็นดีเห็นงามวาภาคพลังงานไปชวยเหลือ ภาคเกษตรก็เปนสิ่งที่ดี แตวาวิกฤติพลังงานครั้งนี้มันใชเวลานาน ผมก็เลยอยากเสนอแนะ ทานวาทานควรจะพิจารณาแยกมันใหชัดเจนไหมระหวางภาคพลังงานกับภาคการเกษตร การที่น้ํามันดีเซลตองดึงสวนผสมของภาคการเกษตรมา เพื่อมาดึงราคาภาคการเกษตร ใหดีขึ้น อันนี้มันก็เปนภาระของภาคพนักงานที่ทําใหตนทุนสูงขึ้น การที่เราแยกมันใหขาด ไปเลยเราจะไดเห็นวาเงินอุดหนุนที่เราจะตองอุดหนุนภาคการเกษตรมีเทาไร มันก็จะเปน ตัวเลขที่เราจะนํามาพิจารณาในการจัดสรรงบประมาณใหมันถูกตองตอไป อยางกองทุน น้ํามันปกติมันจะมีขอดีตรงที่วาถาราคาถูกเราจะเก็บมันเกิน เราก็จะมีเงินเขาเก็บไวเพื่อเปน บัฟเฟอร (Buffer) ในการใชในอนาคตตอไป เวลามันแพงเราก็จะเอาเงินออกมาเพื่อตรึงราคา ทานก็ควรทําอยางนี้กับภาคการเกษตรดวยวาถาชวงไหนที่ภาคการเกษตรราคามันดี ทานก็ควรจะมีการดึงเงินเขามาเพื่อเปนของทุน ชวงไหนที่ราคาไมดีทานก็เอาเงินออกไป ผมก็อยากจะเสนอทานวาจริง ๆ แลวควรจะแยกใหชัดเจนไปเลยวาภาคพลังงานคือภาคพลังงาน🔗
ภาคเกษตรคือภาคเกษตร เราตองดูแลทั้ง ๒ ภาคไมใหนอยหนาไป เพียงแตวาอยากใหมัน ชัดเจน ใหมันเคลียรคัต (Clear cut) ไปวาตัวเลขที่เราใชเงินงบประมาณของเรามันไปอยู ภาคไหนกันมากกวา สุดทายนี้ก็คงตองบอกวาทางตัวกระผมเองแลวก็ทางพรรคฝายคาน ก็คงไมเห็นดวยกับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไป ทานวีระกร คําประกอบ หลังจากนั้นจะเปนคุณเทาพิภพ ลิ้มจิตรกร ดอกเตอรพิสิฐ ลี้อาธรรม ขอเชิญทานวีระกรครับ🔗
กราบเรียนทานประธานที่เคารพ ผม วีระกร คําประกอบ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค ถาเราไดออกไปพื้นที่พบปะพี่นองเกษตรกรประชาชน ก็แนนอนสิ่งหนึ่งที่เปนเสียงสะทอน ก็คือปุยแพง น้ํามันแพง ปุยแพง น้ํามันแพง แตเราก็พยายามอธิบายใหพี่นองประชาชน ไดทราบถึงราคาตลาดโลก ซึ่งราคาน้ํามันดิบในตลาดโลกปจจุบันก็ ๙๐ กวาเหรียญ ถาเปรียบเทียบกับปที่แลวซึ่งเราก็ไดใชน้ํามันราคาถูกกันในชวง ๒ ปที่ผานมา โดยเฉพาะ ชวงแรก ๆ ของโควิด (COVID) ราคาน้ํามันเหลือลิตรละประมาณ ๒๐ บาท ๒๐ กวาบาท ปจจุบันแมวาราคาน้ํามันดิบในตลาดโลกจะพุงสูงขึ้นจากประมาณ ๓๐ เหรียญ ในป ๒๕๖๓ ป ๒๕๖๔ โดยประมาณ ๓๐ เหรียญ วันนี้มันไป ๙๐ กวาเหรียญแลว เราก็พยายามอธิบาย ใหพี่นองประชาชนทราบวารัฐบาลก็พยายามอยางเต็มที่ที่จะพยายามพยุงไวซึ่งราคาน้ํามัน โดยเฉพาะน้ํามันดีเซลซึ่งพี่นองเกษตรกรตองใชกันทั้งประเทศใหอยูในราคาที่เหมาะสม เดิมทีก็พยายามจะดึงใหมันอยูที่ประมาณ ๓๐ บาท หรือไมเกิน ๓๐ บาท แตในปจจุบันก็ทน ไมไหวเพราะราคามันขึ้นสูงไปเหลือเกิน น้ํามันดิบจาก ๒๐-๓๐ เหรียญในชวง ๒-๓ ปที่ผานมา ปนี้มาเจอ ๙๐ กวาเหรียญ จะเอาอะไรละครับ🔗
รัฐบาลจริง ๆ แลวก็คงจะตองขึ้นราคา ๓ เทาเหมือนกับที่ราคาน้ํามันดิบมันขึ้นจาก ๓๐ เหรียญ ไปเปน ๙๐ เหรียญ แตสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลไดพยุงราคาไวอยูที่ ๓๐ บาทบาง ปจจุบัน อยูที่ ๓๕ บาท ก็เพราะวาเรามีเครื่องมือที่สําคัญก็คือกองทุนน้ํามัน กองทุนน้ํามันเปนสิ่งที่ จะทําใหราคาน้ํามันมันพอจะไปได ชวงไหนที่ราคาน้ํามันถูกรัฐบาลก็จะเก็บเขากองทุนมาก แตชวงไหนที่ราคาน้ํามันมันขึ้นสูงเกิดความเดือดรอนกับพี่นองประชาชน ชวงนั้นรัฐบาล ก็จําเปนที่จะตองใชเงินในกองทุนไปชวยทําใหราคามันลดลง ผมไดอธิบายใหกับพี่นอง เกษตรกรไดฟงทั้งประเทศในชวงที่ผมไดออกไปเยี่ยมเยือนนั้น สวนใหญพี่นองประชาชน ก็เขาใจดีวารัฐบาลพยายามทําดีที่สุดแลว โดยการใชเงินกองทุนน้ํามันชวยแกไขปญหาราคา น้ํามันดีเซล ซึ่งพี่นองเกษตรกรใชกันใหอยูในราคาที่เหมาะสม ผมมาดูเงินที่เก็บเขากองทุน สถานภาพของกองทุนยอนหลังเราจะเห็นชัดเจนวาบางชวงกองทุนก็เปนบวก ไมใชวา ติดลบตลอด อยางประมาณปลายป ๒๕๖๔ กองทุนเปนบวกตั้ง ๕,๙๐๘ ลานบาท แลวในอดีต กองทุนนี้ก็เคยขึ้นไปถึงเปนแสนลานบาท เปนบวก ไมไดแปลวากองทุนจะตองติดลบ ตลอดชาติตลอดป ไมใชครับ เขาใชเงินกองทุนนี้ในการแกไขปญหา ก็แนนอนละ ถาเราจะ ปลอยใหเกษตรกรใชน้ํามันแพง รัฐบาลก็อยูไมได พวกเราที่เปนผูแทนราษฎรก็อยูไมได ประชาชนก็ตองตําหนิ โดยเฉพาะ ส.ส. ทําอะไรทําไมถึงปลอยใหน้ํามันแพง แตเมื่อรัฐบาล เขาแกไขปญหาโดยการเอาเงินกองทุนไปชวยพยุงราคาไมใหมันสูง หรือวาเปนราคา ที่เกษตรกรไมสามารถที่จะใชไดในการสูบน้ําเขาไรเขานา ก็ทําใหกองทุนมันก็ตองเริ่มติดลบ มาตั้งแตธันวาคมปที่แลว เริ่มติดลบ ๑,๐๐๐ ลานบาท แลวก็ติดเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ จะเห็นได ชัดเจนวากองทุนเริ่มติดลบหนัก ๆ ตั้งแตเดือนพฤษภาคม ซึ่งทานประธานก็คงจะจําได ราคาน้ํามันดิบในชวงเดือนพฤษภาคมมาจนถึงวันนี้มันไตตั้งแต ๗๐ เหรียญ ๘๐ เหรียญ ๙๐ เหรียญ แลว ๙๐ เหรียญก็คางเติ่งอยูตรงนี้ ลงไปได ๘๐ เหรียญเราก็ดีใจ เหลือ ๘๕ เหรียญ เราก็ดีใจ เกษตรกรหรือวากองทุนน้ํามันก็คงจะไมตองชดเชยกันมากนัก ลงมา ๘๐ กวาเหรียญ ไมทันไรขึ้นไปเปน ๙๐ กวาเหรียญแลว ราคาน้ํามันตลาดโลกเมื่อสักครูผมเปดกูเกิล (Google) ดู กดเขาไป ๙๒ เหรียญ ๓๘ เซนตแลว มันขึ้นแลวมันคาง พอขึ้นแลวก็ไมยอมลง ก็เลยทําใหพี่นองเกษตรกรก็เดือดรอน ทานรัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงานอยาไปวาทาน เลยวาทานเคยอยู ปตท. หรือ ปตท.สผ. ทุกคนที่เปนรัฐมนตรีมีจิตสํานึกเหมือนกันครับ ทําอยางไรจะใหพี่นองเกษตรกร พี่นองประชาชนไดใชน้ํามันราคาถูก วันนี้ถาเราดูดวยความ🔗
เปนธรรม การบริหารจัดการกองทุนน้ํามัน เขาก็เอาน้ํามันดีเซล ปรับเงินจากน้ํามันดีเซลที่ พี่นองประชาชนตองใชเอาเงินเขากองทุนลิตรละ ๗.๒๘ บาท ในขณะที่น้ํามันดีเซล ซึ่งพี่นองเกษตรกรตองใชสูบน้ําเขาไรเขานา เติมอีตอก อีแตน กองทุนตองชวย ๒.๘๖ บาท ตอลิตร ทานเห็นไหมวาจริง ๆ แลวรัฐบาลก็พยายามบริหารอยางดีที่สุด แตก็อยางวา เมื่อสักครูฟงเพื่อนสมาชิกไดอภิปราย ก็ฝากทานรัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงานไปชวยดู เรื่องคาโรงกลั่นดวย ผมเองฟงแลวก็ไมคอยสบายใจวาเราทําไมถึงปลอยใหโรงกลั่นเขาขึ้น ราคาคากลั่นสูง โดยเฉพาะตัวเลขที่ทานเทวัญ ลิปตพัลลภ ขอประทานโทษเอยนามไดพูด เมื่อสักครูนี้ คากลั่นซึ่งรัฐบาลกําหนดวาอยูในชวง ๑.๘๕-๒ บาท ตอนนี้กดเขาไป ๓.๗๐ บาท จนทําใหโรงกลั่นก็ร่ํารวยกันเปนแถว🔗
อยางไรก็ตองฝากทานรัฐมนตรีวาถามันจําเปนจริง ๆ ก็เสนอกฎหมายมาเลย เก็บภาษี โรงกลั่นเปนวินดฟอลล โพรฟต (Windfall Profit) เหมือนกับเมืองนอกเขาทํา ถามันมี โพรฟต (Profit) หรือมีกําไรที่ไมใชกําไรอันควร เปนกําไรเพราะน้ํามันขึ้นน้ํามันลงอยางนี้ ตางประเทศเขาก็ทํา เขาเรียกกฎหมาย วินดฟอลล โพรฟต (Windfall Profit) ฝากทาน รัฐมนตรีดวย ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปเชิญทานเทาพิภพ ตามดวยทานพิสิฐครับ🔗
ทานประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเทาพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ พรรคกาวไกลครับ ตองกาวไกลใหไทยกาวหนา วันนี้ ผมขอรวมอภิปรายซักถามในเรื่องของ พ.ร.ก. ค้ําประกันเงินกูกองทุนน้ํามันที่รัฐบาล ไดเสนอดวนเขามาในสภาของเรา ขอบคุณที่เสนอเขามาแลวก็ไดอภิปรายกัน ทั้งนี้ผมจะ สอบถามไปทางรัฐบาลโดยไมซ้ํากับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คนที่ไดอธิบายไป เพราะตั้งแต ผมเปน ส.ส. เขต ผมก็ไดไปสอบถามกับคนหลายคนวาการประกันของรัฐบาลก็มีแต การประกันน้ํามันดีเซล โดยมีขออางที่สมเหตุสมผลอยูบางก็เรื่องของน้ํามันดีเซลใชใน การเกษตรแลวก็ใชภาคขนสง รถขนสงขนาดใหญถาไมประกันเรื่องดีเซล ตนทุนการขนสง และการเกษตรจะสูงเกินไป แลวทําใหสินคาอยางอื่นแพงขึ้นดวย อันนี้พอเขาใจได แตทางพรรคกาวไกลและตัวผมคิดวาถาหากจะชวยเหลือประชาชนจริงเราก็ควรจะชวยเหลือ โดยเฉพาะเจาะจงเปนกลุมไป ไมเถียงครับ ในการประกันใหเกษตรกรกับขนสง แตก็ควร จะออกไปคูปองใหเขาไปเพื่อจะใชเปนตัวทดแทนน้ํามัน การรับประกันชวยอุดหนุนน้ํามัน ดีเซลอยางเดียว ทานประธานเอางาย ๆ ลองไปดูใตถุนสภาชั้นจอดรถของทานผูทรงเกียรติ หลาย ๆ ทาน เปนรถเบนซ (Benz) และเปนรถเบนซ (Benz) ที่ใชดีเซลกันหลายคัน ถามวา การอุดหนุนน้ํามันดีเซลเราควรอุดหนุนใหคนที่ขี่รถเบนซ (Benz) หรือคนที่ขี่รถมอเตอรไซค ที่ใชเบนซินอยางผมมากกวากัน ผมขี่มอเตอรไซคมาสภา เมื่อวานน้ํามันเหลือขีดแดงขั้นสุด🔗
ผมไปเติมเต็มถัง ๑๗๐ บาท ฮอนดาดรีม (Honda Dream) ของผม จะอยูไดประมาณ ๑ สัปดาห ตอนผมเปน ส.ส. ใหม ๆ ผมไปเติม ๑๐๐ บาท ก็ถีบตัวขึ้นสูงดวยปจจัยที่ทานได พูดมาทั้งหมดครับ คนเหลานี้คนที่หาเชากินค่ํามากมายก็ใชน้ํามันเบนซินเปนตนทุนการผลิต ของเขา ตนทุนทํามาหากิน อยางพี่วิน (Win) มอเตอรไซคหนาปากซอยจรัญสนิทวงศ ซอย ๓ ที่ผมไปถาม เขาก็ไมไดรับการอุดหนุนใด ๆ เลยจากรัฐบาล ทั้งที่ตรงนี้การที่ขึ้นคาน้ํามัน น้ํามันแพง สุดทายสงผลตอคนที่ไมไดร่ํารวย ติดอยูใกลกับรถไฟฟา ที่เดินขึ้นรถไฟฟาได แตเขาอยูในซอย คาวิน (Win) มอเตอรไซคก็แพงขึ้น สงผลกระทบตอคาครองชีพของประชาชนเชนกัน คนเหลานี้ อยูไหน ก็อยากจะไปถามวาคนเหลานี้อยูในสมการที่ทานคิดออกนโยบายบางหรือเปลา พี่ตุกตุก ที่อยูหนาตลาดเงินวิจิตรบริเวณถนนเจริญรัถ เขตคลองสาน ใกล ๆ กับศูนยประสานงาน ของผมเองที่เปดขึ้นใหม เขาก็บนเหมือนกัน แมคาก็มาบนกับผมเหมือนกันวาตุกตุกราคา แพงขึ้น เพราะตุกตุกก็ใชน้ํามันเบนซิน แลวก็เปนตนทุนที่เขาขนสงอาหารของสดจากตลาด ไปรานคาของเขา คนเหลานี้อยูไหน คนเหลานี้รัฐบาลเห็นเขาวาเปนตนทุนในการผลิต แลวควรจะชวยอุดหนุนหรือไม แลวหลาย ๆ คนเราเห็นในทองถนนทั่วไปผมก็จอดเคียงบา เคียงไหลกับพี่แกร็บ (Grab) พี่โรบินฮูด (Robinhood ) อยูตามแยกมอเตอรไซค เราก็เห็น เขาเยอะมาก บางครั้งเขาจําผมไดก็เกิดการทักทายเปนคอนเวอรเซชัน (Conversation) ๖๐ วินาทีบาง ๑๐๐ วินาทีบาง แลวแตวาโชคจะประสบพบเจอกันอยางไร เขาก็บนเรื่อง ตนทุนของเขา มีหลายเรื่องที่เขาบน การเอารัดเอาเปรียบของแอป (App) พวกนี้ดวยที่เขา หางานไดยากขึ้น สวนแบงเขานอยลง รวมถึงตนทุนของเขาที่ออกจากบานแตละวัน เขาเติม น้ํามันวันละ ๒๐๐ กวาบาท ๓๐๐ กวาบาท คนเหลานี้อยูไหน กองทุนน้ํามันที่รัฐอุดหนุน ไมไดมีคนเหลานี้อยูในสมการเลย🔗
ดังนั้นขอเสนอของผมที่จะถามของทุกทานก็คือทําไมเราไมอุดหนุนน้ํามันหรือใหคูปอง ใชเงินกองทุนน้ํามันใหคูปองคนทั่วไปที่ประกอบอาชีพที่เกี่ยวของจริง ๆ ไมใชเหมารวมที่จะ บอกวาดีเซลก็คือกลายเปนขนสงหมด ดีเซลที่ใชรถเบนซ (Benz) มันมี ดังนั้นก็อยากใหทาง คณะรัฐมนตรีที่มาตอบในวันนี้ตอบคําถามผมหนอยวาทําไมไมมีมาตรการใหกับเบนซินของ ผูมีรายไดนอยบาง จากเสียงของตัวแทนประชาชนคนเล็ก ๆ ที่ขี่มอเตอรไซคเหมือนกัน ถาทานไมสามารถตอบคําถามผมได ผมก็ขออนุญาตโหวตไมเห็นดวยกับ พ.ร.ก. นี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปเชิญทานพิสิฐ ตามดวยทานสงวน พงษมณี นะครับ🔗
กราบเรียนทานประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปตย ทานประธานครับ เรื่องของราคาน้ํามันในตลาดโลกที่แพงขึ้น แทจริงแลวไดเกิดมาตั้งแต เมื่อโควิด (COVID) ไดปะทุขึ้น แลวราคาก็ตก จากนั้นก็มีการกระโดดขึ้นมาอยางที่ทาง ทานรัฐมนตรีไดกลาววาในชวงนั้นเรามีกองทุนน้ํามันที่เปนบวกถึง ๒๐,๐๐๐ กวาลานบาท แตหลังจากนั้นมากองทุนน้ํามันก็ติดลบอยางรวดเร็ว แลวก็มาสูงสุดเอาลาสุดก็คืออยูที่ ประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ ลานบาท ก็มีคําถามวาเหตุใดรัฐบาลจึงไมรีบดําเนินมาตรการดูแล เรื่องการเงินเหลานี้ แทนที่จะมีการนํามาเสนอสภาใหไดดูแลกันในการออกกฎหมายเพื่อใหมี เงินมาดูแล กลับมาใชเหตุผลวาเปนเรื่องความจําเปนเรงดวนฉุกเฉินก็คือออกพระราชกําหนด เหตุผลที่พวกผมอยากจะทวงติงในเรื่องนี้เพื่อจะไมใหเปนแบบอยางตอไปในอนาคตวา เหตุการณแบบนี้แทที่จริงแลวทานประเมินไดอยูแลววากองทุนน้ํามันจะติดลบ แลวติดลบ มากดวย ทานควรจะตองรีบนําเสนอสภาและใหมีการระดมความคิดกัน ซึ่งกระผมจะขอ อนุญาตใชโอกาสนี้ในการที่จะใหความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะอยางยิ่งประเด็น ที่เพื่อนสมาชิกของใจมากก็คือเรื่องของโรงกลั่น แลวก็เรื่องของการดําเนินมาตรการนโยบาย พลังงานของประเทศไทย ซึ่ง ณ เวลานี้เรายังไมไดมีการดูอยางองครวมเพื่อจะใหนําไปสู การใชพลังงานที่เหมาะสม แลวก็ไมมีภาระทางการเงินแบบที่เราเห็นตอนนี้ เรื่องของ คาการกลั่น เมื่อสักครูมีเพื่อนสมาชิกก็ไดโชวตัวเลขวาสูงถึง ๒ เปอรเซ็นต หรือ ๓ เปอรเซ็นต ซึ่งจริง ๆ แลวคาการกลั่นไมควรจะสูงขนาดนี้ ควรจะอยูที่ประมาณสัก ๑.๕๐ บาท เหตุผล ที่สําคัญก็คือวาโรงกลั่นทั้งหมดที่เรามีอยูในประเทศไทยทั้ง ๖ แหงนี้ไดกอสรางมานานแลว🔗
คาเสื่อมราคาก็นาจะไดมีการตัดไปเกือบหมดแลว ไมควรจะมาใชเหตุผลแบบเดิม ๆ อีก ควรจะตองลดคาใชจายสวนนี้ลง นั่นก็สวนหนึ่งที่นาจะเปนการไปตอรองกับเขาได🔗
อีกประการหนึ่ง ผมคิดวาทางกระทรวงก็นาที่จะไปดูแลเรื่องของระบบ คาใชจายตาง ๆ ที่เรามีอยูตอนนี้ ก็คือเรื่องของการที่เรามีน้ํามันหลายประเภทดวยกัน น้ํามันที่เราใชกันอยูตามปม ไมวาจะเปนอี ๘๑ (E81) อี ๒๐ (E20) แกสโซฮอล ๙๕ (Gasohol 95) แกสโซฮอล ๙๑ (Gasohol 91) หรือทางดานไบโอดีเซล (Bio Diesel) เราก็ยังมีบี ๕ (B5) บี ๗ (B7) บี ๑๐ (B10) บี ๑๐๐ (B100) เหลานี้เปนตน ซึ่งเปนภาระในการ ดูแลบริหารเปนคาใชจาย ถาเราชวยปรับลดสวนนี้ใหเหลือเทาที่จําเปนและที่เปนประโยชน ก็จะเปนการลดคาใชจาย และประโยชนก็จะตกกับประชาชนที่จะลดคาใชจายสวนนี้ได🔗
และอีกประการหนึ่ง ในเรื่องของนโยบายพลังงานเรา ยังมีเรื่องของ กรีน ไฮโดรเจน (Green Hydrogen) ที่กระทรวงพลังงานยังไมเคยพูดถึงเรื่องนี้วาเราจะนํามาใช ประโยชนไดอยางไรทั้งที่ในตางประเทศ เชน ญี่ปุนมีการใชกันมากขึ้น ก็คือวาเรานําเอา ไฮโดรเจน (Hydrogen) จากการแยกจากน้ําโดยอาศัยแสงโซลาร (Solar) มาผสมกับแกส ธรรมชาติ กับแกสแอลพีจี (LPG) อยางนอยสัก ๑๐ เปอรเซ็นต เพื่อจะใหคาใชจายเราถูกลง อันนี้คือตัวอยางของวิธีการที่เรานาจะมีการระดมความคิดกัน🔗
แลวผมก็ไมไดหมายถึงวาสิ่งที่เรานําเสนอจะถูกเสมอไป แตก็อยากใหกระทรวงไดชี้แจง ประเด็นเหลานี้วาทานไดมีความพยายามในการที่จะลดคาใชจายเกี่ยวกับพลังงานใหกับ ประชาชนสักแคไหน โดยเฉพาะในสถานการณที่พลังงานมีราคาแพงขึ้น แนนอนครับ ยังมีเรื่องของการใชแสงโซลาร (Solar) ซึ่งเราก็คงจะมีการคุยกันอยูแลววาอยากจะให ประชาชนไดใชพลังงานสะอาดใหมากขึ้น🔗
สุดทายครับ หลายประเทศไดใชโอกาสนี้ในการเจรจาตอรองกับประเทศ ที่ผูสงออกน้ํามัน อยางเชน ซาอุดิอาระเบีย หรือแมกระทั่งรัสเซียวาเราสามารถที่จะซื้อน้ํามัน ราคาถูกจากเขาไดหรือไม อันนี้เปนประเด็นที่ประชาชนยังไมไดรับฟงจากรัฐบาลวาทานได ดําเนินการในสวนเหลานี้มากนอยแคไหน ก็ขออนุญาตกราบเรียนเพื่อใหทานไดชวยชี้แจงดวย ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปเชิญทานสงวน ตามดวยนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ครับ🔗
กราบเรียนทานประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษมณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน วันนี้จะมาพูดอภิปรายเรื่องพระราชกําหนดซึ่งออกโดย รัฐบาล ผมจะพูดเรื่องนี้สั้น ๆ เรื่องพระราชกําหนดของทาน ไมมีรายละเอียดเลย แลวก็ให พวกเรามาอภิปราย ทุกคนตองไปคนควาเอามาจากตนทุนของแตละคนที่อยูในสภามา ทานที่มานั่งชี้แจงทานก็ตองชวยรับฟงผมดวยวาทําไมไปออกในชวงนั้นในชวงที่สภาปด แลวทานก็มีโอกาสทําตั้งนานแลว หลายทานที่อภิปรายกอนหนาผมก็บอกวารูตั้งแตวิกฤติ ยูเครนแลววาจะตองเกิดปญหานี้แนนอน ไมไดเตรียมตัวอะไรเลย แลวผมติดตามเรื่องนี้ มาตลอด ทานอยาไปมองวาผมไมเขาใจนะ ผมนี่คือคูตอสูเรื่องที่ทานบริหารแทงเกอร (Tanker) กันเมื่อกอนวาเอาเรือไปจอดในทะเลแลวก็ไมขนน้ํามันมาที่แทงก (Tank) ผมคนนี้แหละในป ๒๕๕๔ ที่ไปพูดเรื่องนั้นกับพวกทาน วันนี้ผมมองวาหลายคนพูดถึงเรื่อง เอกสารที่ออกมา เอกสารที่ผมถือนี้เปนวันที่ ๘ เมื่อวานนี้เอง เรื่องราคาน้ํามัน เรื่องอะไร ตาง ๆ ผมจะไมพูดในรายละเอียด แตบอกวาชองแรกของทานคือราคาน้ํามันอางอิงของ ตลาดโลกของทาน อธิบายกันทุกครั้งก็บอกวาจําเปนตองใชราคาอางอิงสิงคโปรเนื่องจาก กลัววาไมอยางนั้นถาโรงกลั่นบานเราไมขายใหเรา เราตองไปซื้อราคาสิงคโปร เราไมซื้อ สิงคโปรเราตองเสียคาขนสงทางเรือ คาประกันภัยและสูญหายตามธรรมชาติยังใหเราเสียอีก🔗
ถาผมไมยอมซื้อตรงนี้ บอกอยางนั้นผมก็ไมซื้อคุณ คุณไปซื้อเอง แลวคุณจะตองขนไปขาย ที่โนน ถาโรงกลั่นเราขนไปขายสิงคโปรเขาตองออกคาเรือเองไหม เขาตองออกคาประกันภัย เองไหม เขาตองออกคาเสี่ยงภัยเองไหม เขาก็ตองออกเอง แตวันนี้มันตลกมากทานครับ ตลกที่ไมตลก คนไทยเหมือนควาย คุณซื้อในราคาโรงกลั่นสิงคโปรมาบวกพวกนี้ใหกับเราอีก ประเด็นนี้ผมถือวาผมเปนคนไทยที่สูญเสียความเปนมนุษยตามมาตรา ๔ ของรัฐธรรมนูญ ถาคุณบริหารอยางนี้บานเมืองมันจะไปตรงไหน คุณเปนตัวแทนของเราไปบริหารแผนดิน คุณตองตอรองกับตางชาติที่มาลงทุนบานเรา ไมใชกมหัวใหเขามันถึงวันนี้แลวประกาศให ประชาชนรูวารัฐบาลชุดนี้เอาแตกู เอาแตงอ ไมเห็นหัวประชาชน ผมจะไมรับ บอกคุณกอน อันนี้เปนจุดเดียวเทานั้น ทานมาดูสิครับ เลนกลตอไปเรื่องอะไร เลนกลตอไปเรื่องการ บิดเบือนราคาน้ํามัน ทานดูชองที่ ๑ ของทาน เบนซิน ๑๐๐ เปอรเซ็นต ทานเก็บเงิน เขากองทุน ๗.๕๘ บาทตอลิตร ถาเด็กมันรูวาใชน้ํามัน ๑๐๐ เปอรเซ็นตเครื่องมันจะไปได ดีกวา มันเติมน้ํามัน ๑ ลิตร มันตองจายเงินใหทานเขากองทุน ๗ บาทกวา ไปบิดเบือนใหเรา ใชตัวอื่น ทําใหราคาสูงขึ้น นี่เปนอีกประเด็นหนึ่งในการบริหารจัดการพลังงานของเรา ทานครับ เราไมใชคูตอสูกันระหวางขางลางกับขางบน ทานเปนผูชี้แจง ผมเปนผูอภิปราย ในนามประชาชน ทานก็มาในนามประชาชนมาบริหารแผนดิน แตคนในอดีตมันทําอยางนี้ ใหกับเรา🔗
เมื่อสังคมวันนี้ยอมรับการยึดอํานาจไปแลว และทานไดรับมาบริหารประเทศในครั้งหลัง โดยทานประยุทธ ทําไมทานไมตอสูใหกับประชาชนคนไทยบาง ทานรัฐมนตรีเกงมาก ผมรูประวัติทาน ทานทํางานการเงินใหกับบริษัทพลังงาน ทานอยูแบงก ทานเขาใจหมด และผมเชื่อวาถาทานประยุทธเปดโอกาสใหทานทํางานมันจะไมเปนแบบนี้ ผมสงสัยแลว คุยกับทานประธานผมก็สงสัยวานายกรัฐมนตรีอาจจะไปใหโอกาสทาน เพราะวาทานรูมา ตั้งแตวิกฤติครั้งแรกแลวทําไมไมแก มาปลอยกูอยางนี้ ผมไมไวใจกองทุน ถาทานไมไป ปกปองพลังงานของพรรคการเมืองบางพรรค เรื่องปาลมน้ํามัน เราจะตองใชน้ํามันแพง อยางนี้หรือ น้ํามันปาลมแพงกวาน้ํามัน แพงกวาตนทุนตอนนั้น คุณก็ยังเอามาบวกเขาไปอีก เอาของแพงมาปนของไมแพง ใหขายเปนของแพงคุณก็ทํา คุณไมไดแยกวาอันไหนเปน พลังงาน อันไหนเปนภาคเกษตรที่ตองพัฒนา แกสมีทานผูอภิปรายทานกอนบอกผมวาถาเรา ดึงออกจากพลังงานไปอยูสิ่งที่จําเปนสําหรับการเกษตร ทานก็ออกนโยบายใหมไมตองผูกพัน ตรงนี้ทานก็ทําได แตวันนี้ที่ไมเห็นดวยอยางยิ่ง ไมเพียงแตสาระรายละเอียดขางใน แตการออก พระราชกําหนดตองบอกผานสภาไปวาใหมันมีรายละเอียดมากกวานี้ ไมใชเราไปถามหมอดู วาคุณจะคิดอยางไร เพราะในนี้มันไมมี ผมไมทราบวาทานคิดอะไรกันอยางไร อยาดูถูก ประชาชน การไมเปดโอกาสใหเราตรวจสอบก็คือการดูถูกประชาชน การเอาเปรียบประชาชน สิ่งนี้จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากมีการยุบสภา ประเด็นนี้จะเปนประเด็นสาธารณะในการ หาเสียงตอไป ถาพี่นองประชาชนคนไทยเห็นดวยกับรัฐบาลชุดนี้ในการกูจาย กูจาย และกูแจก กูแจก แลวบังคับใหเราใชหนี้ เงินกูก็ตองบวกดอกเบี้ย ทําไมไมเอาเงินหลวงที่คุณดูแลละ เงินหลวงคือเงินงบประมาณ เพราะไมตองเสียภาษีซ้ําซอน ประเด็นสาธารณะเรื่องการกูวันนี้ ที่ผมไมรับมันจะเปนประเด็นในการหาเสียงของทุกพรรคการเมือง ถาทานตองการการบริหาร ประเทศแบบนี้เลือกพรรครัฐบาลทั้งหมดเลย นี่เปนประเด็นที่ผมเสนอวาการเมืองตอนนี้ มันตองเปนการเมืองแบบนี้ แลกกันที่วันลงคะแนน เปนไปไดอยางไร ยอมใหเขาเอาคาเรือ คาประกัน คาสูญหายตามธรรมชาติมาบวกเปนคาน้ํามันใหพวกเราใชมาหลายสิบปแลว ไมทราบวาอีกรอยปถามีพวกทานความคิดแบบนี้อยูมันจะแกปญหาไดไหม ฝากพี่นองประชาชน ตรวจสอบดวยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ คุณศิริกัญญายังไมพรอมนะครับ เชิญทานภาคิน สมมิตรธนกุล ทานภาคินพรอมไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพ กระผม นายภาคิน สมมิตรธนกุล สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนพระราชกําหนดผอนผันให กระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ ดวยเหตุผลความจําเปนที่ขึ้นมาอภิปรายในครั้งนี้ รวมถึงเหตุผลความจําเปนที่ผมไดเห็น ของรัฐบาลวาสถานการณของกองทุนติดลบมาตั้งแตปลายป ๒๕๖๔ นั้น เครื่องมืออันสําคัญ ของรัฐบาลทุกรัฐบาลที่เขามาบริหารประเทศในเรื่องของการบริหารจัดการพลังงานนั่นคือ กองทุนพลังงาน กองทุนพลังงานจะเปนกองทุนที่รักษาระดับราคาน้ํามันเชื้อเพลิงภายใน ประเทศ พลังงานทั้งกาซในมิติของประเทศ เพราะฉะนั้นหัวใจใหญสําคัญที่ทําใหประเทศ เรานั้นไมขาดพลังงาน น้ํามันมีเติมตลอด พี่นองเกษตรกรสามารถใชเครื่องไมเครื่องมือ ทางการเกษตรในการทําอาชีพเกษตรไดตลอดเวลา นั่นคือพลังงานเชื้อเพลิงที่ประเทศเรา ไดนําเขามา ถามวานําเขามาขนาดไหน นําเขามาเกือบ ๙๐ เปอรเซ็นต ฉะนั้นมีความจําเปน ที่จะตองใชรัฐบาลที่มีความสามารถ เปนมืออาชีพที่จะเขามาบริหารจัดการในเรื่องของ พลังงาน🔗
ทานจะเห็นวาพลังงานนั้นเปนวิกฤติทั่วโลก หลายประเทศนั้นจะเห็นวาเกิดจลาจล เกิดการ แยงชิงการเติมน้ํามันในชวงโควิด (COVID) ในชวงน้ํามันขาดแคลน ประเทศเรามีไหม ไมมี เพราะอะไร เพราะเรามีมืออาชีพในการบริหารจัดการเรื่องพลังงาน โดยเฉพาะทานรอง นายกรัฐมนตรีที่นั่งอยูขางหนาผมทานเปนมืออาชีพดานพลังงานที่บริหารจัดการไดดีทําให น้ํามันไมขาด บริหารจัดการดีทําใหประเทศเรามีน้ํามันใชแบบมีเสถียรภาพ ไมแพงไมถูกเกินไป เทียบเทากับประเทศเพื่อนบานของเรา ไมมีวิกฤติพลังงานที่จะตองมาแยงเติมน้ํามัน เกษตรกรยังสามารถใชเชื้อเพลิงในการที่จะผลิตพืชผลทางการเกษตรไดอยางตอเนื่อง อันนี้สิ เราไดรัฐบาลที่มีความรูความสามารถตั้งแตนายกรัฐมนตรีจนถึงรัฐมนตรีวาการกระทรวง พลังงานทําใหประเทศเราสามารถเดินหนาเรื่องพลังงานของประเทศได ฉะนั้นความจําเปน ของกองทุน ผมวากองทุนมันเหมือนองคกรธุรกิจอยางหนึ่ง เขาใชเวลาในการที่จะให กระทรวงการคลังค้ําแคปเดียว ปเดียว ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาทก็คืนแลว ถามวากูมาแลว เปนภาระของใคร ไมไดเปนภาระอะไรเลย น้ํามันก็ไมไดแพงขึ้น พี่นองประชาชนก็ไมไดเติม น้ํามันแพงขึ้น เทาเดิม เพราะกองทุนนั้นมีรายไดเขามาทุกวัน กองทุนมีรายไดมาจากผูผลิต น้ํามันภายในประเทศ กองทุนมีรายไดจากผูนําเขาน้ํามัน กาซธรรมชาติเขามาในประเทศ ผูรับสัมปทานกาซธรรมชาติในประเทศตาง ๆ นี่คือรายไดของกองทุนที่จะเก็บเขามา ที่จะจุนเจือไดมาทุกวัน ไมไดไดมาเปนป ไดทุกวัน เดี๋ยวก็คืนหมดแลว ในเมื่อแนวทางเปน เชนนี้ ก็หมายความวาการบริหารจัดการของรัฐบาลมาถูกทางแลว มาถูกทางเพราะอะไร ๑. เมื่อน้ํามันมีเสถียรภาพการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมันเดินไปไดอยางสมบูรณแบบ หัวใจใหญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคือการขนสง ถาหากวาเชื้อเพลิงพลังงานมันแพง การขนสงก็แพง ตนทุนการผลิตตาง ๆ ก็แพง สินคาตาง ๆ มันแพง และผูรับภาระคือใครครับ พี่นองประชาชน พี่นองประชาชนตาดํา ๆ ตองมารับภาระ รัฐบาลจะปลอยวางอยางนี้ไมได ผมสนับสนุนเลยจะตองชวยเหลือพี่นองประชาชน โดยเฉพาะน้ํามันเชื้อเพลิงที่เปนดีเซล ทุกวันนี้ประเทศไทยเราใชวันละ ๒๐๐ ลานลิตร ๒๐๐ ลานลิตรสวนใหญพี่นองเกษตรกรใชดวย ภาคการขนสงก็ใชตามมา อันนี้คือหัวใจใหญที่รัฐบาลตองเขาไปดูแล เห็นดีดวยเลยครับ เพื่อใหรักษาระดับราคาตนทุนการผลิตทุกอยางมันเปนไปไดอยางดี คาครองชีพของพี่นอง ประชาชนก็ยังเปนไปไดอยู อันนี้คือหัวใจสําคัญที่ผมตองลุกออกมาชวยสนับสนุนวาการที่🔗
รัฐบาลออกมาขอกู โดยใหกระทรวงการคลังค้ํานั้นมันมาถูกทางแลวที่เราจะทําใหเสถียรภาพ ของน้ํามันนั้นมีราคาที่เปนไปไดครับ🔗
อีกอันที่จะตั้งขอสังเกตวารัฐบาลเองก็ไมนิ่งนอนใจที่จะหาชองทางที่จะ หาแหลงพลังงานอยางอื่น ผมเคยไปกับทานรองนายกรัฐมนตรีไปที่ประเทศเพื่อนบานเรา ไปแสวงหาพลังงานราคาถูกนั่นคือพลังงานน้ําเพื่อหาความรวมมือในการผลิตรวมกัน ผลิตเสร็จแลวก็รับซื้อกลับมาเขาที่ประเทศเรา อันนั้นคือตนทุนพลังงานที่ถูกลง แลวถามวา ตอนนี้ทิศทางของพลังงานประเทศนั้นจะไปทางไหน ตอนนี้ดูเหมือนเทรนด (Trend) ของทั้งตางประเทศและบานเราก็คือทิศทางการสงเสริมการใชพลังงานไฟฟา คืออีวี (EV) รถตอไปก็อาจจะเติมน้ํามันนอยลง มันก็จะเปนทิศทางที่จะใชเชื้อเพลิงจากไฟฟา เกษตรกร ก็เชนเดียวกันก็คือตอไปเครื่องสูบน้ํา รถไถก็อาจจะเปนเชื้อเพลิงที่มาจากรถไฟฟา อันนี้ก็เปน ทิศทางที่รัฐบาลสงเสริมอยูผมเห็นแลว รวมทั้งการที่จะติดตั้งชารจเจอร (Charger) สงเสริม ผานมายังการไฟฟาสวนภูมิภาค การไฟฟานครหลวงก็ดําเนินการอยู ผมไดเห็นทิศทางที่ รัฐบาลไดสงเสริมอยู ฉะนั้นแนวทางนี้ก็เห็นวารัฐบาลก็นาจะเขามาชวยสงเสริมในเรื่องของ พลังงานที่มาจากพืชเกษตรซึ่งผมเคยอภิปรายไววาดูเหมือนรัฐบาลก็ใหความใสใจมาแลววา สงเสริมใหมีการใชเชื้อเพลิงที่ผลิตมาจากพี่นองเกษตรกรก็คือน้ํามันบนดิน ผมเคยพูดย้ํา เสมอวาน้ํามันบนดินเราสงเสริมพี่นองเกษตรกรชวยกันผลิตเพื่อลดการนําเขา มาจาก มันสําปะหลังเปนเอทานอล (Ethanol) มาจากออยได มาจากน้ํามันปาลม จากพี่นองทาง ภาคใตก็ผลิตกันเยอะ ทางภาคอีสาน ภาคเหนือ ผลิตน้ํามันที่มาจากเกษตรกรเปนน้ํามัน เชื้อเพลิงที่จะชวยสนับสนุนใหลดการนําเขามาแบงเบาภาระกองทุนของเราไดเปนอยางดี ทายที่สุดนี้ผมก็ขอสนับสนุนรัฐบาลที่จะใหกระทรวงการคลังค้ําประกันในการออก พระราชกําหนดผอนผันในการค้ําประกันการชําระหนี้ของกองทุน มั่นใจวากองทุนพลังงาน สามารถที่จะใชคืนภายใน ๑ ป ในวงเงิน ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาท ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปเชิญคุณศิริกัญญา ตามดวยคุณพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน ครับ🔗
เรียนทานประธานที่เคารพ ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกาวไกล ทานประธาน ที่เคารพ วันนี้ที่เรามาพิจารณาพระราชกําหนดฉบับนี้ก็เพื่อใหกระทรวงการคลังมีอํานาจ ที่จะค้ําประกันการชําระหนี้ของกองทุนน้ํามัน เราอาจจะลืมพูดเรื่องที่มันพื้นฐานที่สุดที่วันนี้ อาจจะยังไมมีใครพูด อาจจะพูดเรื่องที่วาเราจะหาเงินมาใหกองทุนน้ํามันไดอยางไรบาง หรือวาจะทําใหน้ํามันราคาลดลงไดอยางไรบาง แตเรื่องพื้นฐานที่สุดในวันนี้การขอให กระทรวงการคลังมาค้ําประกันเงินกูก็คือการขอใหประชาชนเปนคนค้ําประกันเงินกู และเงินกูครั้งนี้มีวงเงินสูงถึง ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาท ทานลองคิดดูวาถามีเพื่อนของทานประธาน มาขอใหทานประธานค้ําเงินกู ทานประธานอยากจะทราบอะไรบางเกี่ยวกับเงินกูกอนนี้ ทานประธานคงไมอยากฟงแควาเพื่อนของทานประธานลําบากอยางไร มีความจําเปนแคไหน ที่จะตองกูเงิน แตวาเพื่อนของทานประธานตองบอกดวยวาพอกูไปแลวจะเอาเงินไปทําอะไร แลวจะกูแบบไหนบาง ดอกเบี้ยเทาไร แลวจะใชหนี้กันอยางไร ระยะเวลากี่ป ถูกตองไหมคะ แตมาวันนี้ทานรองนายกรัฐมนตรีแถลงตอนเริ่มตนไมมีการพูดถึงอะไรแบบนั้นเลย ไมมี การพูดถึงแผนการกู แผนการใชเงิน แลวก็แผนการใชหนี้ ทั้ง ๆ ที่ดิฉันเขาใจดีวาแผนทั้ง ๓ แผนนี้มีการแถลงในการประชุมคณะรัฐมนตรีเรียบรอยแลว เพียงแตวามันเปนการประชุม วาระลับ เราเลยไมมีโอกาสที่จะไดดูแผนเหลานั้น เมื่อสัปดาหที่ผานมาดิฉันไดมีโอกาส เขาประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรครวมฝายคานก็คือวิป (Whip) ฝายคาน มีการเชิญ ตัวแทนจากหนวยงานเขามาชี้แจง ดิฉันก็ถามคําถามเดียวกันแบบนี้เลย วันนี้ทางหนวยงาน สงเอกสารมาแลว แผน ๓ แผนมีอยูแค ๑ หนา ไมถึง ๒ หนาดี แผนการกูเงินบอกแควา จะกูวงเงินแรก ๓๐,๐๐๐ ลานบาท วงเงินที่เหลืออีก ๑๒๐,๐๐๐ ลานบาท จะกูทยอยเปน ๖ ครั้ง แตวาก็ไมไดบอกวาจะคืนเมื่อไร แลวก็ไมไดบอกวาดอกเบี้ยจะเปนอยางไร แผนการใช ยิ่งหยาบใหญเลย บอกแควา ๓๐,๐๐๐ ลานบาทจะใชจนถึงเดือนกุมภาพันธ ๒๕๖๖ สวนอีก ๑๒๐,๐๐๐ ลานบาทจะใชจนถึงกรกฎาคม ๒๕๖๖ จบคะ ไมไดบอกวาการใชเงิน จะใชอะไรไปมากกวานี้ สวนแผนการชําระหนี้ยิ่งแลวใหญเหมือนเดิมบอกวาจะชําระหนี้ ครบถวนของ ๓๐,๐๐๐ ลานบาทแรกภายในกุมภาพันธ ๒๕๖๘ สวนวงเงินที่เหลือจะใชใหจบ🔗
ภายในเดือนตุลาคม ๒๕๗๒ แตก็ไมไดบอกวาจะหารายไดจากที่ไหนมาใชหนี้ ที่ผานมา เราก็ลุนกันตัวโกงวาตกลงกองทุนน้ํามันจะกูเงินไดหรือกูเงินไมได ลุนมาตั้งแตตนป เพราะก็มี บอกมาวาตอนนั้นติดลบไปแลว ๓๐,๐๐๐ ลานบาท จําเปนที่จะตองกูสถาบันการเงิน แตวา ติดเรื่องทางเทคนิคทางบัญชีก็เลยยังไมสามารถที่จะยื่นขอกูได เดี๋ยว สตง. ตรวจบัญชีเสร็จแลว ก็จะขอกูได จะกูไดเสร็จภายในเดือนมีนาคม พอเดือนมีนาคมบอกวาจะกูเสร็จภายใน เดือนเมษายน พอเดือนเมษายนก็บอกวาจะกูเสร็จภายในเดือนมิถุนายน จนถึงทุกวันนี้ก็ยังกู ไมได ตอนแรกดิฉันก็เขาใจวาเปนเรื่องทางเทคนิคทางบัญชี เพราะวามันมีการเปลี่ยนรูปแบบ ขององคกรของกองทุนน้ํามัน ปรากฏวาถามไปถามมาจากเมื่ออาทิตยที่แลวสรุปวาไมมี แบงก (Bank) ไหนกลาใหกู เพราะวาสภาพคลองของกองทุนน้ํามันนั้นมีปญหาจริง ๆ ถาเพื่อนทานประธานมาบอกกันตรง ๆ แบบนี้วาการเงินมีปญหาจริง ๆ สภาพคลองมีปญหาจริง ๆ แลวก็ยังไมรูวาตอไปในอนาคตจะเอาเงินที่ไหนมาใชหนี้ ทานประธานยังจะกลาค้ําประกันหนี้ ใหเพื่อนคนนี้อีกไหม แลวมันก็สุมเสี่ยงวาสุดทายแลวก็จะใชหนี้ไมได เพราะมันไมไดมีแผน เลยวาตกลงกองทุนน้ํามันจะตองเก็บอัตราของน้ํามันดีเซลเพิ่มขึ้นเปนเทาไรของน้ํามันดีเซล น้ํามันเบนซินเพิ่มขึ้นเปนเทาไร🔗
เพราะวาที่ผานมาถาเราใชขอมูลยอนหลัง คาเฉลี่ยของการเก็บเงินเขากองทุนน้ํามัน ของน้ํามันในแตละชนิด เฉลี่ยยอนหลัง ๒ ป คือป ๒๕๖๔ ป ๒๕๖๕ เพื่อจะใชคืนหนี้ ๑๓๐,๐๐๐ ลานบาท หรือ ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาท จําเปนจะตองใชระยะเวลากวา ๓๐ ป ถึงจะใชหนี้ไดครบทุกบาททุกสตางค แตวาพอมาดูในแผนการใชหนี้บอกวาจะใชคืนไดภายใน ป ๒๕๗๒ ของวงเงินที่ใหญที่สุดคือ ๑๒๐,๐๐๐ ลานบาท ใชคืนภายในป ๒๕๗๒ ก็คือวา อีกแค ๗ ป ดังนั้นรับรองวาจะตองมีการเรงรัดการเก็บเงินเขากองทุนน้ํามันอยางมหาศาล และแนนอนวาตรงนี้ก็จะตกไปเปนภาระของประชาชนที่จะตองจายราคาน้ํามันแพง อีกใชหรือไม🔗
สุดทายคะ มันมีตนทุนอื่น ๆ อีกมหาศาลที่มันถูกซอนไว เพราะเอาเขาจริงแลว สภาวะสภาพคลองของกองทุนน้ํามันแบบปจจุบันก็แทบจะไมไดมีเงินเขากองทุนสักเทาไร สุดทายแลวเงินกอนใหญที่ใชในการอุดหนุนน้ํามันดีเซล น้ํามันเบนซินอยูทุกวันนี้มันคือภาษี สรรพสามิตที่เรางดเวนการเก็บไป ๕ บาทตอลิตร จนถึงทุกวันนี้เรายังไมทราบเลยวา กระทรวงการคลังสูญเสียรายไดจากภาษีสรรพสามิตไปแลวกี่บาท ยังไมไดมีการเปดเผย ตัวเลขอยางชัดเจน อยางนอย ๆ กองทุนน้ํามันยังมีบอกวาเก็บอะไรไปแลวเทาไร แลวก็ติดหนี้ อยูเทาไร แตสําหรับตนทุนทางการคลังที่มันซอนอยู ไมวาจะเปนภาษีสรรพสามิตที่หายไป ภาษีมูลคาเพิ่มที่หายไป ไมมีการชี้แจงไวตรงไหนเลย วันนี้ก็ตองขอเรียกรองทานประธาน ผานไปยังทานรัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลังไดชี้แจงใหเรารูดวยวาสุดทายแลวภาษี สรรพสามิตหายไปแลวทั้งหมดเทาไร เพราะมันก็วนเปนงูกินหางนี่ละคะ ถารายไดกองทุน น้ํามันไมมีแลวมาดึงเอาจากรายไดของสรรพสามิต สรรพสามิตก็ไมมี สุดทายก็ดึงไปที่รายได รัฐบาลอยูดี เพราะวาเงินรัฐบาลมันก็คือเงินของรัฐบาลของประชาชน สุดทายแลว ในภาพใหญที่สุดหนี้สาธารณะจะเปนเทาไร เพราะเราทราบกันดีวาเมื่อกองทุนน้ํามันกู ไมวา กระทรวงการคลังจะค้ําหรือจะไมค้ําก็จะตกไปเปนหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาท จาก ๑๐ ลานลานบาท สรุปแลวภาระหนี้ของเราจะมีหนาตาเปนอยางไรในอนาคต🔗
เรื่องสุดทาย อาจจะมีหลายทานพูดไปแลว เรื่องของการเก็บภาษีลาภลอย เพราะวาที่ผานมาก็เพิ่งเห็นวา ปตท. มีแครายเดียวที่ยอมบริจาควายอมใหเรี่ยไรมาเดือนละ ๑,๐๐๐ ลานบาท แตวาก็ยังมีอีกหลายเจาที่ยังไมไดมีการบริจาค ในนี้มีการพูดถึงอยูวา สุดทายแลวไมอยากที่จะไปเก็บเขา เพราะวามันก็จะกลายเปนการผลักภาระตนทุนมาที่ราคา🔗
น้ํามันของผูบริโภค ซึ่งดิฉันคิดวาถาเราเชื่อวามันเปนกลไกตลาดจริง ราคาน้ํามันถูกกําหนด โดยตลาดโลกจริง การเก็บภาษีลาภลอยแบบนี้ยอมไมสงผลกระทบไปที่ผูบริโภค ขอบคุณ ทานประธานคะ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปเชิญทานพิเชษฐ ตามดวยทานธนกร วังบุญคงชนะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนทานประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ทานประธานครับ คณะรัฐมนตรีไดอนุมัติขายแผนดินใหตางชาติคนละ ๑ ไร ใหเปนเจาของ แผนดินในประเทศไทย เขาสามารถชักธงชาติของเขาขึ้นสูยอดเสาในแผนดินไทยได ทานรองนายกรัฐมนตรี ทานรัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงานทานมาตอบกระทู ทานตอบผมสิ เขายกธงชาติของเขาขึ้นในประเทศไทยไดไหม ตอบขาง ๆ คู ๆ ตกลงจะถอยไหม จะถอยไหม ๑ ไรถอยไหม ตอบหนอยครับ ทานประธานที่เคารพครับ🔗
ทานพิเชษฐครับ เขาประเด็นที่กําลังพิจารณาอยูนะครับ🔗
ประเด็นครับ อันนี้เปดหัวครับ🔗
เปดก็ตองเปด ใหมันตรงประเด็น🔗
สิงหาคม ๒๕๖๕ หนี้สาธารณะ ๑๐.๓ ลานลานบาท ๖๐.๗๒ เปอรเซ็นต จะขยายเพดานอีกไหม เหลือเวลาอีกไมกี่เดือน ที่จะพนตําแหนง จะยุบสภา จะขยายเพดานอีกไหม หนี้ครัวเรือนแตะไปที่ ๑๔.๙๗ อันนี้ เดือนสิงหาคม ครอบครัวละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท หนี้ครัวเรือนครอบครัวละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทานรองนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศชาติไดดีมาก ในประวัติศาสตรชาติไทยคนไทยเปนหนี้ ๕๐๐,๐๐๐ บาทตอคนมีที่รัฐบาลทานเทานั้น กองทุนน้ํามันกูมากที่สุดในประวัติศาสตร ชาติไทย ๔๐ ป ทานกูมากที่สุด ไมอายบรรพบุรุษหรือครับ หลายคนพูด ๙ คนไมเห็นดวย แต ๑ คนอาจจะเห็นดวย ไปอนุมัติออกพระราชกําหนดวันที่ ๕ ตุลาคม ตอนนี้ประเทศไทย มันพังไปหรือยัง รีบรอนทําไม วันที่ ๕ กับวันนี้เปดสภาเขาไมเห็นดวยทั้งหมด แลวไปรีบรอน ทําไม หลบเลี่ยงหรือครับ วันนี้ถาโหวตไมผานสภาทานตองลาออก เจตนาไมบริสุทธิ์ วันที่ ๙ ตุลาคมมาขออนุมัติซึ่งทานก็ใชเงินไปแลว ทานบอกวาไมเปนภาระของประชาชนจริงหรือไม เปนภาระของกองทุนจริงหรือไม เพราะวากองทุนมันกูมา มันจะตองจายหนี้ ๗ ป ๗ ปนี้ ไมมีวาน้ํามันของประเทศไทยจะลดราคาลงไดเลย ยังไมรวมกับสถานการณของโลกที่จะ เลวรายมากกวานี้ พอถึงตอนนั้นทานอยูที่ไหน ทานอาจจะไมเปนรัฐบาลแลวก็ได แตทานตอง รับผิดชอบ ทานทิ้งทวนใชไหม ทานรองนายกรัฐมนตรีทานเปนผูเชี่ยวชาญ อยู ปตท. มากอน อยู การเงินการคลังมากอน รูทุกสิ่งทุกอยาง ทานเปนผูเชี่ยวชาญที่สุดในประเทศไทย วันนี้ เอาประสบการณและความเชี่ยวชาญเรื่องพลังงานเอามาใหเกิดประโยชนกับประเทศชาติ ไดไหม ดีกวาไปเปนประโยชนกับประยุทธ จันทรโอชา ซึ่งทานจงรักภักดีอยู บั้นปลายชีวิต ของทานจะถูกจารึกในประวัติศาสตรพลังงานแหงชาติ ผมขอสาปแชง ใครกินคําโตฉลาดแยบยล ไมอายผีสางเทวดา ขอให ๗ ชั่วโคตรมีอันเปนไปในทางที่เสื่อมเสียเลวรายถาคิดไมดี ตอแผนดิน ผูกขาดแตะตองไมได โรงกลั่นทั้งหมดรักษาไวเหมือนไขในหิน เพราะพวกทาน ใชไหม ทานรูดี ทําไมไมไปจัดการโรงกลั่น ทําไมไมไปจัดการกับบริษัทผูกขาดพลังงานแหงชาติ ปตท. ทําไมตองทํารายประชาชน ผลักภาระหนี้ใหกับประชาชน ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาท ทานไดเทาไร ถาไมไดก็ตอบ จะเอาเงินไปเลือกตั้งใชไหม ถาไมเปนอยางที่ผมพูดใหตอบมา ปฏิเสธมา อยาใหหลังจากที่ทานหมดอํานาจอีกไมกี่วันนี้ อยาใหมันเปนรอยแผลที่จะทําให ทานไปอยูในคุกได ทานทําเพื่อประเทศชาติเถอะ ทานทําไวใหประเทศชาติได แตถาไมทํา🔗
เดี๋ยวตอบผมมา ทานคือคนที่มีศักยภาพ แตขอใหใชศักยภาพของทานรองนายกรัฐมนตรี ไปในทางที่ถูกที่ควรเพื่อประเทศชาติ ไมใชกู กูแลวขายแผนดิน ไมใช ขอบคุณทานประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปเชิญทานธนกร ตามดวยทานสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล นะครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน สภาผูแทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ทานประธานครับ ผมขอสนับสนุน พ.ร.ก. ฉบับนี้ และผมเชื่อวารัฐบาลภายใตการนําของ พลเอก ประยุทธ จันทรโอชา ทําทุกอยางเพื่อ ประเทศชาติและพี่นองประชาชน จะเห็นไดวาที่ผานมาสถานการณโควิด-๑๙ (COVID-19) แลวก็สงครามรัสเซีย-ยูเครน รัฐบาลเองก็สามารถที่จะบริหารจัดการไดดีจนทั่วโลกก็ชื่นชม แตสถานการณของวิกฤติพลังงานเราก็เห็นกันทั่วโลกวาทุกประเทศก็ประสบปญหาหมด แลวก็มีความจําเปนที่รัฐบาลชุดนี้จําเปนจะตองออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ขึ้นมาในการที่จะไปดูแล ทางดานพลังงาน กระผมไมเขาใจเหมือนกันวาในอดีตที่ผานมาหลายรัฐบาลก็ใชนโยบาย ไดใกลเคียงกันมากเลย แลวก็ไปดูแลพลังงานก็คลาย ๆ กัน แตวันนี้พอรัฐบาลชุดนี้ ใชนโยบายแบบนี้ รัฐบาลในอดีตบางรัฐบาลก็บอกวาไมถูกตองและบอกวาเปนความลมเหลว ของรัฐบาลนี้ ผมไมทราบวาทานใชตรรกะอะไร ยอนไปดูในสมัยสงครามอิสราเอล ยอนไป ไกลหนอย สมัยของ จอมพล ถนอม สงครามอาวเปอรเซียในสมัย พลเอก ชาติชาย สงครามอิรัก-อเมริกาในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ขออนุญาตที่เอยนาม สงครามในสมัย ที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณก็มีวิกฤติพลังงานแบบนี้ ซึ่งก็มีการใชนโยบายที่คลายกัน ในสมัย อดีตผูนําทานนายกรัฐมนตรีทักษิณ ราคาน้ํามันดีเซลขึ้นมาถึง ๘๓ เปอรเซ็นต ในสมัย นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ น้ํามันดีเซลแพงขึ้น ๖๑ เปอรเซ็นต ซึ่งในขณะนั้นในสมัย นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ขออนุญาตที่เอยนาม ทานก็ใชนโยบายเชนเดียวกัน ก็คือ การอนุมัติใหกองทุนกูเงินจากสถาบันการเงิน ซึ่งในขณะนั้นทานไดใชเงินไปถึง ๙๒,๐๐๐ ลานบาท ซึ่งราคาน้ํามันดีเซลอยูในระดับราคาประมาณ ๑๓-๑๖ บาทตอลิตร แลวก็มีการประกาศ ลอยตัวน้ํามัน ซึ่งสมัย พลเอก ประยุทธ จันทรโอชา ราคาน้ํามันดีเซลจริงวันนี้ ทานประธาน ก็ทราบดีอยูแลวมันก็ประมาณ ๔๐ กวาบาทตอลิตร ซึ่งแพงกวาสมัยกอนประมาณ ๒-๓ เทา แตวาระยะเวลาที่ผานมาผมเชื่อวาในเรื่องตาง ๆ ราคาตาง ๆ มันก็เพิ่มมากขึ้นอยูแลว ในสมัย พลเอก ประยุทธ จันทรโอชา เราใชไป ๑๒๐,๐๐๐ ลานบาท มากกวาในสมัยของ ทานอดีตผูนําทักษิณเพียง ๒๐ เปอรเซ็นตเทานั้นเอง แลวก็สามารถที่จะรักษาราคา น้ํามันดีเซลเพิ่มขึ้น ๒๗ เปอรเซ็นตเทานั้นเอง กระผมเชื่อวาการบริหารจัดการของรัฐบาล ชุดนี้มันก็ไมไดแตกตางกับรัฐบาลในอดีต แลววันนี้ผมก็เชื่อวาทุกคนไมวาจะเปน🔗
สมาชิกสภาผูแทนราษฎรในวันนี้ทุกคนก็รักประชาชน รักประเทศชาติทั้งนั้น ไมมีใคร คิดรายหรือคิดไมดีกับพี่นองประชาชนหรือประเทศชาติ เพราะฉะนั้นแลวผมเชื่อวารัฐบาล ไดเดินมาถูกทางแลว วันนี้เราจะเห็นไดวาการที่ พลเอก ประยุทธ เริ่มตนเปดภูเก็ต แซนดบ็อกซ (Phuket Sandbox) มาเรามีการเปดประเทศจนทั่วโลกก็ชื่นชมเรา แลวก็วันนี้ เรามีนักทองเที่ยวเขามาถึง ๗-๘ ลานคน สิ้นปก็ประมาณ ๑๐ ลานคน ในอดีตที่ผานมาเรามี รายไดหลักจากการทองเที่ยว มีนักทองเที่ยวเขามาถึงปละ ๔๐ ลานคน มีเงินเขาประเทศกวา ๒.๗ ลานลานบาท เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมเชื่อวาการที่รัฐบาลภายใตการนําของ พลเอก ประยุทธ และทานรองนายกรัฐมนตรีสุพัฒนพงษทานก็เปนมืออาชีพ เพราะฉะนั้นผมเชื่อวาเราก็จะตอง ใหความเปนธรรมกับทานดวย ผมคิดวารัฐบาลทําอะไรในสายตาฝายคานถาทานบอกวา ไมดีเลยมันก็ไมเปนธรรม ผมเชื่อวาหลายสิ่งหลายอยางที่รัฐบาลชุดนี้ไดดําเนินการมา กอใหเกิดประโยชนกับพี่นองประชาชนมากมาย เพราะฉะนั้นแลวผมขอความเปนธรรมใหกับ รัฐบาลดวย แลวผมคิดวาสิ่งไหนที่เปนประโยชนกับพี่นองประชาชนไมวาจะฝายคานหรือ ฝายรัฐบาลทุกคนก็เห็นดวยอยูแลว เพราะฉะนั้นแลวผมขอสนับสนุน พ.ร.ก. ฉบับนี้ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปเชิญทานสมเกียรติ และตามดวยทานชาดา ไทยเศรษฐ นะครับ🔗
สวัสดีทานประธานครับ ผม นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกาวไกล ทานประธานครับ สาระสําคัญของ พ.ร.ก. นี้ ปญหามันก็เกิดมาจากน้ํามันแพง จึงจําเปน ที่จะตองตั้งกองทุนน้ํามันขึ้นมา การตั้งกองทุนน้ํามันขึ้นมาก็เพื่ออะไรครับ ก็เพื่อที่จะมา พยุงราคาน้ํามันในกรณีที่น้ํามันตลาดโลกมันแพง สุดทายก็เปนการอัฐยายซื้อขนมยาย เพราะรายไดจากกองทุนน้ํามันนั้นก็ตองเก็บจากประชาชนในการที่ไปใชน้ํามันตาง ๆ กลับเขามาที่กองทุน และที่ผานมากองทุนน้ํามันก็มักจะอางวาราคาน้ํามันแพงขึ้น ซึ่งเกิด มาจากการนําเขาราคาน้ํามันดิบที่แพงขึ้น โอเค (OK) นั่นคือปจจัยภายนอก ซึ่งเราไมสามารถ ควบคุมได แตถาปจจัยภายใน ไมวาจะเปนเรื่องคาการกลั่น คาภาษีตาง ๆ คาการตลาด รวมทั้งมีการขุดเจาะน้ํามันภายในประเทศได สิ่งตาง ๆเหลานี้รัฐไดเขาไปดูแล ไปไลเบี้ยใหดี แลวหรือยัง คาการกลั่นที่ผานมาเราก็รูอยูวามันแพงเกินจริงไหม ทําไมยังปลอยใหเขา ไปอางอิงราคาตลาดโลก ถาหากวาเราไมไดอางอิงราคาตามตลาดโลกหรือเอาสะทอน ความเปนจริงของคาการกลั่นจริงผมเชื่อวาราคาน้ํามันก็จะลดลงได ภาษีอันนี้พอเขาใจได เพราะเนื่องจากวาเราตองเก็บเงินภาษีตาง ๆ เขามาบริหารจัดการประเทศ คาการตลาด ก็เปนที่รูกันธุรกิจวงการในน้ํามันนั้นมีกําไรอยางมหาศาล นี่ผมไมไดวาเขา เพราะวาการเปด บริษัท การทําธุรกิจก็ตองหวังมีกําไร ประเด็นที่ ๔ ก็คือการขุดเจาะน้ํามันภายในประเทศ เราควรที่จะตองเพิ่มไหม สํารวจเพิ่มขึ้น เพื่อใหมีการขุดเจาะเพิ่มขึ้นและใหรูปริมาณวา มันพอเพียงไหมหรือสามารถหาแหลงน้ํามันใหมไดเพิ่มขึ้นไหม และที่สําคัญการขุดเจาะ น้ํามันภายในประเทศไดควรตองเอาตนทุนน้ํามันภายในประเทศไปเกลี่ยกับน้ํามันดิบที่ตอง นําเขาจากตางประเทศเพื่อลดตนทุนราคาน้ํามัน ๓-๔ ประเด็นตรงนี้ ซึ่งจะเปนการแกปญหา อยางยั่งยืน เพราะวาการออก พ.ร.ก. นี้ขึ้นมาผมก็มองวาเปนการแกปญหาแบบลูบหนาปะจมูก สุดทายก็ตองมีการกู กู กู กันอยูอยางนี้ แลวมากขึ้น ๆ อยางที่ผมเรียนไป ๓-๔ ประเด็นตรงนั้น ถาหากหนวยงานภาครัฐที่มีหนาที่ความรับผิดชอบมีมาตรการโครงสรางระบบราคาน้ํามัน ที่ดีพอเราก็จะสามารถทําใหราคาน้ํามันลดลงมาได เราก็สามารถที่จะลดตนทุนอะไรทุกอยาง ที่เกิดขึ้นกับราคาสินคาได สงเสริมใหมีการแขงขันราคา การคาการขาย การสงออกกับ🔗
ตางประเทศกับสากลได และสิ่งที่สําคัญที่ผมเปนหวง พ.ร.ก. นี้ไมไดใหแผนการกู ไมได ใหแผนการใชเงิน ไมไดใหแผนการชําระเงินมาเลย แลวเราจะรูไดอยางไรวา พ.ร.ก. นี้ ที่ออกมาจะสามารถใชหนี้ไดจริง และถาหากมีองคกรหนวยงานรัฐอื่นที่ประสบปญหาอยางนี้ ผมยกตัวอยางเทาที่ผมรูมาก็มีการไฟฟาฝายผลิตอีก ที่มีปญหาเชนนี้เหมือนกันติดลบอยู แสนกวาลาน โดยเขาบอกวาตองเอามาชดเชยชวยเหลือประชาชนในเรื่องคาเอฟที (FT) แลวตองออกเปน พ.ร.ก. ลักษณะแบบนี้เหมือนกัน จะทําใหรัฐบาลนี้เสียวินัยการเงินการคลัง หรือไม ฉะนั้นผมจึงไมเห็นดวยวา พ.ร.ก. นี้ไมควรนําเอามาใช ขอบคุณทานประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปเชิญทานชาดา ไทยเศรษฐ ตามดวยทานจุลพันธ อมรวิวัฒน นะครับ🔗
เรียนทานประธานครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย เรียนทานประธาน ที่เคารพครับ ในเรื่องพระราชกําหนดฉบับนี้ผมเองก็คงตองเห็นดวย แตสิ่งที่ผมคาใจอยู ก็คือวาวันนี้ปญหาเรื่องราคาน้ํามันเปนสิ่งที่สําคัญ แลวโลกกําลังจะเปลี่ยนไปในเรื่อง พลังงานสะอาด เรามีการสํารองเรื่องนี้ไหม จากวันนี้ไปจนอีกหลายปราคาน้ํามันไมลง แนนอน เพราะประเทศมหาอํานาจกําลังจะหมดอํานาจเรื่องนี้ เขาก็ตองพยายามทําเงิน ใหไดมากที่สุด แตสิ่งที่สําคัญคือแลวประเทศไทยเราละ วันนี้ราคาน้ํามันมันเปนจริงไหม ราคาน้ํามันที่ออกมาเปนราคาเปนจริงไหม สมควรกับราคาที่จะออกมาใหพี่นองประชาชน มาใชในราคานี้หรือไม แลวที่สําคัญเราก็ไมมีแผนรองรับเรื่องพลังงานสะอาดเลย ยุโรป เขาบอกป ๒๐๓๐ เขาจะเลิกใชน้ํามัน รถยนตตองใชพลังงานไฟฟา แตประเทศไทย ยังไมมีแผนเรื่องพลังงานสะอาด ไมวาจะเปนโซลารเซลล (Solar Cell) ไมวาจะเปนเรื่องตาง ๆ แผงโซลารเซลล (Solar Cell) ก็ยังแพง ยังเปนกลุมทุนที่ครอบงําอยู เชนเดียวกับราคาน้ํามัน วันนี้บริษัทน้ํามันร่ํารวย ปตท. กําไรมหาศาล เปนกําไรที่เกินกวาเหตุเลยก็ได จริงอาจจะสวนหนึ่ง วาเปนของรัฐ แตผมวามันไมใช เพราะมันอยูในตลาดหลักทรัพยแลว แตสิ่งที่สําคัญคือวันนี้ สิ่งที่ผมอยากจะเห็นมากคือผมคาใจ คุมแรงพลังงานอยูมาจาก ปตท. หลังจากรัฐบาลยุคนี้ ยุบไปแลว ทานกลับไปอยู ปตท. อีกหรือเปลา คนที่มาจากกลุมทุนเปนผูบริหารในรัฐบาล เปนรัฐมนตรี เปนรองนายกรัฐมนตรี เปนอะไรก็แลวแต ประกาศออกมาเลยสิวาหลังจาก เลิกเปนรัฐมนตรีแลวจะไมกลับไปอยูแลว ปตท. ผมถึงจะหายคลางใจ ถาไมอยางนั้นผมยัง มองวาราคาน้ํามันมันไมใชความเปนจริง ราคาน้ํามันคือสิ่งที่เอื้อกับบริษัทน้ํามันมากกวา กับพวกปมที่ขายน้ํามันมากกวา ปมเองก็ไมไดเหลืออะไรครับ แตบริษัทน้ํามันกับผูคาน้ํามัน กําไรมหาศาล ผมเรียนดวยความเคารพ ทานมาจาก ปตท. ทานตองสามารถทํากลไกตลาด ที่เขาพูดกัน ผมไมมีความรูหรอกวาคาการตลาด คาอะไรตออะไร มันตองทําใหลดลง และสิ่งที่สําคัญเงินกูวันนี้ ใช รัฐบาลค้ําประกันกองทุนใช แตผมมองไปวาถากองทุนอยูใน สภาพนี้ตอไปปญหาก็คือวาจะขาดทุนตลอดไปแลวใครจะใชหนี้ ผมอยากเห็นศักยภาพ จากผูที่มาจากบริษัทคาน้ํามันมาดูแลตรงนี้แลว มันตองทําใหเกิดกลไกกองทุนนี้มีเงินเหลือ🔗
มากขึ้น ราคาน้ํามันตองถูกลง แตในภาวะนี้คงทําไดยาก แตสิ่งที่ชัดเจนผมอยากเห็นจุดยืน ประกาศออกมาเลยความแคลงใจผมจะหมดวาไมกลับไปอยูบริษัทเอกชนอีกแลว เรียนดวย ความเคารพครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปเชิญทานจุลพันธ ตามดวยนางสาวนภาภรณ เพ็ชรจินดา เชิญครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ อมรวิวัฒน สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม พรรคเพื่อไทย ตอรางพระราชกําหนด ผอนผันใหกระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีไดสงมายังสภาผูแทนราษฎรนั้น ผมตองเรียนตอ ทานประธานวาผมเองคงใหความเห็นชอบอนุมัติตัวพระราชกําหนดฉบับนี้ไมได สาเหตุ หลายประการครับ🔗
ประการแรก ชื่อของพระราชกําหนดนั้นบอกวาเปนพระราชกําหนดผอนผัน ใหกระทรวงการคลังไปค้ําประกันเงินกูใหกับกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ถามวาผอนผันอะไร ประเด็กแรกเลยมันเปนการผอนผันเพื่อที่จะใหรัฐบาลสามารถละเมิดกฎหมายซึ่งสภา ผูแทนราษฎรไดใหความเห็นชอบไปแลว นั่นก็คือกฎหมายหนี้สาธารณะ เพราะกฎหมาย หนี้สาธารณะไมอนุญาตใหทางกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงสามารถดําเนินการไดดวยตนเอง จึงตองผอนผัน นี่แหละสิ่งแรก นั่นก็คือรัฐบาลสนับสนุนใหมีการละเมิดกฎหมายโดยถูกตอง คือเราออกพระราชกําหนดมาเพื่อไปกดทับเอาพระราชบัญญัติซึ่งสภาใหความเห็นชอบไว ในอดีตแลว นี่คือประเด็นแรกของปญหา🔗
ประเด็นที่ ๒ เราตองมาดูวาเหตุใดทางกระทรวงการคลังแลวก็ทางกองทุนน้ํามัน จึงมีความจําเปนจะตองมานั่งกูเงินเพื่อที่จะเอาไปโปะ แนนอนครับ การกูเงินกองทุนน้ํามัน มันเคยเกิดขึ้นมาในหลายยุคหลายสมัย กองทุนน้ํามันกูมาเพื่อที่จะไปลดภาระใหกับ พี่นองประชาชนอันนี้ก็ถูกตอง แตสาเหตุที่วันนี้ตัวเลขกองทุนน้ํามันตองแบกรับถึง ๑๓๐,๐๐๐ ลานบาทเศษ ๆ มันเกิดจากอะไร มันเกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของ รัฐบาล ของกระทรวงพลังงานเองในอดีต ทั้งที่พวกผมเอง เพื่อนสมาชิก คนในสังคม นักวิชาการในสังคมเขาทวงติง เขาพูดถึง เขาหาหนทางแกไข เขาบอกประเด็นปญหาทานมา หลายครั้งหลายหนแตทานไมรับฟง งาย ๆ เลยสิ่งแรก เดิมกองทุนน้ํามันเองมีกรอบ ในการกูเงิน แตตัว พ.ร.บ. ในป ๒๕๖๒ ซึ่งออกมานี้กําหนดกรอบในการกูเงินของ กองทุนน้ํามันไวที่ ๒๐,๐๐๐ ลานบาท สาเหตุหนึ่งนั้นเพราะอะไร เพราะวารัฐบาลเองไมเชื่อใจ กับกลไกของกองทุนน้ํามัน รัฐบาลสมัย คสช. ดําเนินการในการแกไขกฎหมาย ทานปลอยให กองทุนน้ํามันมีการปรับเปลี่ยนในรูปแบบ แทนที่จะมีการสะสมเงินในกองทุนน้ํามันในชวงที่ ราคาน้ํามันในตลาดโลกต่ํา เพื่อใหมันเกิดความมั่นคงเสถียรภาพทางพลังงาน มีคัชชัน (Cushion) มีสวนเหลือสวนเกินเยอะ ๆ ทานไมทํา สุดทายตัวกองทุนน้ํามันไมสามารถที่จะเติบโตได มาวันนี้พอราคาน้ํามันเกิดเหตุการณสงครามในยูเครนและรัสเซียราคาน้ํามันในตลาดโลก สูงขึ้นเปนระยะเวลายาวนาน สุดทายกองทุนน้ํามันไมมีสภาพความพรอมเพียงพอที่จะรองรับ เหตุการณที่เกิดขึ้น นี่คือประเด็นปญหา นอกจากนั้นในหลายปที่ผานมาในชวง ๗-๘ ป ที่ผานมาพวกผมเรียกรองมาโดยตลอด ผมเองคนหนึ่งที่เคยพูดในสภาผูแทนราษฎรแหงนี้วา รัฐบาลควรจะไปปรับ สิ่งที่ทานเก็บภาษีสรรพสามิต ๕.๙๙ บาทกับพี่นองประชาชนมาตลอด ๖-๗ ป เพิ่งจะมาปลดล็อกปรับออกเมื่อไมกี่เดือนกอน ทานควรจะเอาภาษีสรรพสามิต สวนนี้ออก แลวก็ไปเติมความพรอมในกองทุนน้ํามันดวย แทนที่จะเอาออก ๕.๙๙ บาท แลวไป เติมเงินใสกองทุนน้ํามันเพื่อใหมันเกิดความพรอมในการรองรับเหตุการณวิกฤติใด ๆ ที่เกิดขึ้น ทานไมทํา แตเก็บเงินภาษีเขากระเปารัฐบาลเอาไปใชเอาไปถลุง ไปลงทุน ไปทํา อะไรก็ตามที่ทานใช สุดทายกองทุนน้ํามันไมมีความพรอมรองรับเหตุการณที่มันเกิดขึ้น อยางในปจจุบัน นี่คือประเด็นปญหาที่เราชี้ปญหามาอยางยาวนานแตทานไมรับฟง จนกระทั่ง ในปจจุบันนี้ก็อยางที่เห็นกัน🔗
ประเด็นที่ ๓ สถานการณในเรื่องของความพรอมของกองทุนน้ํามันเองนั้น ผมตองเรียนอยางนี้วาถาทานดูตัวเลขยอนหลัง เหตุการณที่กองทุนน้ํามันเริ่มติดลบนั้น มันเริ่มตั้งแตชวงประมาณเดือนกุมภาพันธปนี้ เหตุการณสงครามเกิดชวงตนปเรามีเคาลาง เดือนกุมภาพันธราคาน้ํามันโลกเริ่มสูงขึ้น กองทุนน้ํามันแตะตัวเลขติดลบครั้งแรกในปลาย เดือนธันวาคม แตอยางที่ไดเรียนกรอบตามพระราชบัญญัติเกี่ยวกับกองทุนน้ํามันนั้นกําหนด วาทานสามารถกูเงินโดยแจงกับ ครม. ได ๒๐,๐๐๐ ลานบาท กองทุนน้ํามันทานมีกรอบเงิน ที่ทานสามารถบริหารจัดการภายในตัวเองได ๒๐,๐๐๐ ลานบาท ตัวเลข ๒๐,๐๐๐ ลานบาท เราเริ่มทะลุมาตั้งแตวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ วันนั้นติดลบอยู ๒๑,๘๓๘ ลานบาท แลวทานรอเวลา อะไรมาจนปานนี้ รอเวลาอะไรมาจนกระทั่งชวงปดสมัยประชุม แลวมาลึกลับซับซอน ออกเปนพระราชกําหนดออกมามัดมือชก วันนี้เขาสภาผูแทนราษฎรมามาใหพวกผม เปนผูอนุมัติตัวพระราชกําหนดฉบับนี้ มาถึงวันนี้ทานบอกวากรอบการกูเงินตาม พ.ร.ก. กูได ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาท นับวันมาถึงวันนี้ทานมาชี้แจงหนี้มีแลว ๑๓๔,๐๐๐-๑๓๕,๐๐๐ ลานบาท เกือบเต็มเพดาน มันสายไปไหม ทําไมตัวกรอบการกูเงินทานมี ๒๐,๐๐๐ ลานบาท มันแตะ ตั้งแตกุมภาพันธ วันนั้นเราก็เห็นปญหา กรรมาธิการในสภาผูแทนราษฎรแหงนี้ผมวามีไมต่ํากวา ๑๐ ชุด เรียกหนวยงานมา🔗
คณะกรรมาธิการผมก็เรียกเชิญทานมา ก็มาชี้แจงมาคุยกันบอกวาปญหามันเกิดแลวนะ แตไมมีการรับฟง ไมมีการแกไข สุดทายรอจนกระทั่งมันถึงวันฝแตกมาถึงวันนี้แลวมา ขออนุมัติ เงินจาก ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาท ทานกดไปแลว ๑๓๔,๐๐๐ ลานบาท มันเกิดอะไรขึ้น ทําไมมาถึงวันนี้ ทานประธานครับ สิ่งที่ทานรัฐมนตรีไดชี้แจงในชวงตนนั้นหลายสิ่งหลายอยาง เปนประเด็นปญหา เพื่อนสมาชิกก็ไดมีการพูดไปแลววามาขอกูครั้งนี้ มาขอกรอบการกูเงิน ครั้งนี้ไมมีโครงสรางเลยวาสุดทายจะชําระอยางไร จะคืนไดอยางไร แตทานรัฐมนตรีบอกวา ทั้งหมดไมเปนภาระงบประมาณ แลวกองทุนน้ํามันจะชดเชยเงินไดดวยตนเอง ป ๒๕๗๒ ผมบอกผานทานประธานไปยังทานรัฐมนตรี ทานโดนหนวยงานตมเอาครับ มันไมเกิดขึ้นจริงหรอก สุดทายจะเปนภาระงบประมาณ พวกเราก็ตองมาพิจารณาคืนเงินกูกอนนี้ใหกับกองทุนน้ํามัน แทนกองทุนน้ํามันผานทางงบประมาณแผนดิน ป ๒๕๗๒ เปนตัวเลขยกเมฆ เปนตัวเลขลอย มาจากไหนก็ไมมีใครเห็น โครงสรางเปนอยางไรก็ไมทราบได ระยะเวลา ป ๒๕๗๒ อีก ๘ ป ความหมายของมันคืออะไร ความหมายของมันนั่นคือในภาวะที่ราคาน้ํามันในตลาดโลก เริ่มลงมาเรื่อย ๆ แลวอยางในปจจุบัน แตประชาชนคนไทยยังจะตองแบกรับราคาพลังงาน ที่มันสูงขึ้น เพื่อไปชดเชยหนี้ที่มันเกิดมาในชวงของการบริหารงานที่ผิดพลาดของทาน ตองแบกราคาพลังงานที่มันสูงขึ้นตอไป กระทบตอเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ กระทบตอเงิน ในกระเปาของพี่นองประชาชน กระทบตอการแขงขันของประเทศ นี่คือประเด็นปญหา ที่เกิดขึ้น กระบวนการในการทําเรื่องนี้ไมมีความจําเปนตองออกเปนพระราชกําหนด ออกเปนพระราชบัญญัติก็ได ออกชองทางอื่นอีกมากมาย และที่สําคัญชองทางซึ่งจะ ไมกระทบกับพี่นองประชาชนทําไมทานไมเลือก เชน การปรับโครงสรางคาการตลาด เขาก็พูดกันอยู วันนี้คาการตลาดของบริษัทน้ํามันยักษใหญเปนกําไรมหาศาลของเขา เงินในตลาดหุนของเขาเพิ่มขึ้นมาหลายแสนลานบาทตอป เปนกําไรตอป ทําไมทาน ไมไปปรับโครงสรางในเรื่องของคาการตลาด ทําไมทานไมไปปรับเรื่องของการอางอิงราคา น้ํามัน วันนี้เรายังอางอิงราคาน้ํามันตลาดสิงคโปร ทั้งที่ไมมีการนําเขาจริงมาจากสิงคโปรเลย สิ่งตาง ๆ เหลานี้จะลดภาระใหกับพี่นองประชาชนโดยไมกระทบกับกองทุนน้ํามัน แตรัฐบาล ไมมีกลไก ไมมีความคิดที่จะใช สุดทายกลับผลักภาระมายังประชาชนผานทางงบประมาณ แผนดิน ผานทางการค้ําประกันเงินกูตามพระราชกําหนดฉบับนี้ ผมจึงไมอาจเห็นชอบครับ🔗
สรุปไดแลวครับ🔗
เงิน ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาท กับการกู รัฐบาลอาจจะเห็นเปนเรื่องเล็กนอย เพราะวาทานผานการกูเงินมาเยอะมาก ๒๐ กวาลานลานบาท ซึ่งทานกูจากการขาดดุลเอง จากการกูมาทําอยางอื่น แตผมเอง เงิน ๑๐๐,๐๐๐ กวาลานบาท สุดทายจะเปนภาระของพี่นองประชาชนที่ตองมาชดใช ผมไมอาจเห็นชอบอนุมัติตัว พระราชกําหนดฉบับนี้ได ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปเชิญคุณนภาพร ตามดวยทานวิสาร เตชะธีราวัฒน นะครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวนภาพร เพ็ชรจินดา สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ดิฉันขอใหความเห็นเกี่ยวกับราง พ.ร.ก. นี้ กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงเพื่อให กระทรวงการคลังค้ําประกัน ดิฉันมีความคิดเห็นวามีความจําเปนแคไหน เพื่อน ๆ ในสภานี้ คงพูดกันในหลาย ๆ ประเด็นแลว แตดิฉันตองการจะใหทางกองทุนรับทราบในวิธีคิด ที่พวกเราคิด อยางในกรณีที่ ป ๒๕๕๑ ในขณะที่ราคาน้ํามันโลกอยูที่ราคา ๑๔๐ บารเรล แตวาขายน้ํามันเบนซินใหกับประชาชนในบานเราคือ ๔๔ บาท แตในขณะที่ปนี้ราคาน้ํามัน ราคา ๑๐๐ เหรียญตอบารเรล ราคาอยูที่ ๕๐ บาท การบริหารของกองทุนทําไมมันถึงดูเขยง แตกตางกันเชนนี้ ถาเราจะเปรียบเทียบเมื่อสมัยยุคที่ทานปาเปรมอยูบริหารประเทศ ณ ขณะนั้นเคยพูดวาประเทศไทยเราจะโชติชวงชัชวาลเมื่อครั้งนั้นเราเจอบอน้ํามัน แต ณ เวลาหนึ่งผานไป หลาย ๑๐ ปผานไป ประเทศไทยเราอยูในภาวะเชนไร🔗
เราอยูในภาวะที่เราซื้อน้ํามันแพงมาก ประชาชนคนไทยไดใชน้ํามันแพงมาก การมีกองทุนน้ํามัน เปนสิ่งที่ดี เพราะอะไร เพราะวาจะรักษาเสถียรภาพของราคาน้ํามันใหคงที่ ไมสวิง (Swing) มาก แตกองทุนนี้สะสมเงินมานานหลายปแลว ในชวงที่ราคาน้ํามันลดลงถูกมาก ณ เวลานั้น เราก็ยังคงใชน้ํามันแพงอยูจนทําใหชาวบานเกิดคําถามกันมากมายวาขณะที่ราคาน้ํามัน ในตางประเทศมันลดลงแลว ทําไมเราถึงไมสามารถลดราคาลงได เพราะเราเก็บเขากองทุน แตเมื่อนาน ๆ ไปประชาชนก็คลางแคลงใจวาสะสมมานานหลายสิบป ทําไมเราอยูในภาวะ ถังแตกถึงตองกูอีก ดิฉันเศราใจมากเลยที่เปดมาแตละเรื่องแตละครั้งรัฐบาลเสนอมาทีไร มีแตการกู กูอยูนั่นแหละ กูซ้ําซาก กูจนนาเซ็ง ทําไมถึงกูบอย ๆ ซ้ําซากขนาดนี้ สิ่งหนึ่ง ที่ดิฉันคิดวาควรจะตองทําเปนอยางยิ่งเลย คือดิฉันมองวากองทุนนี้ถูกนํามาใชในการ บริหารงานโดยผิดวัตถุประสงค วัตถุประสงคของทานเพื่อบริหารใหกองทุนน้ํามัน ใหราคา น้ํามันมีเสถียรภาพ แตดิฉันมองวาปจจุบันนี้ถูกนําไปใชเรื่องการเมืองหรือไม เพราะเมื่อหลายป ที่ผานมา ป ๒๕๖๒ ป ๒๕๖๓ เราทราบดีวาราคาพืชผลทางการเกษตร ราคาปาลมมันถูก แลวถูกนําไปใชใหผสมกับราคาน้ํามัน โอเค (OK) ณ เวลานั้นราคาน้ํามันแพง พืชผล ทางการเกษตรตรงนี้มันถูกเอามาถัวกันไดไมไดวาอะไร แตทําไมทานถึงนําพืชผลทางการเกษตร น้ํามันปาลมมาถัวกับน้ํามันในระยะเวลาที่นานมาก ชาวบานเขาเรียกรองกันมานานมากแลววา ใหยกเลิกไดแลวที่จะใชเอทานอล (Ethanol) มาผสมกับน้ํามันเพื่อใหราคาน้ํามันจริง มันลดลง ผสมมากจนทําใหราคาน้ํามันปาลมเพื่อการบริโภคสูงขึ้น ณ เวลานั้นดวยซ้ํา ดิฉันเลยมองวาเรื่องนี้มันกลายเปนเรื่องที่นํามาใชเพื่อการหวังผลทางการเมืองมากเกินไป เพราะวามันถูกชดเชยแบบนี้มายาวนานจนเกินไป ดิฉันเลยคิดวาวัตถุประสงคของการที่จะ บริหารกองทุนน้ํามันมันไมตรงไปตรงมา ถามหนอยวาเราเคยเห็นไหมวาการบริหารของ กองทุนน้ํามัน ทานเคยเอาตัวเลขมาตีแผใหประชาชนรูไหมคะ ปนี้เดือนนี้กําไรเทาไร ปนี้เดือนนี้ขาดทุนเทาไร ทานเคยมาตีแผใหประชาชนรูไหมวาทานมีรายจายเปนอยางไร ทําไมทานตองชดเชยเทานั้นเทานี้ ประชาชนคนไทยสงสัยมาตลอด สงสัยแบบไมเคยมีการ ตอบคําถามไดอยางชัดเจน คําถามพวกนี้มันเกิดขอสงสัยกันมาตลอด สิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากที่จะ ใหทํามากกวาที่จะใหพวกเราในสภามาโหวตวาเห็นดวยหรือไมเห็นดวยกับ พ.ร.ก. นี้ สิ่งหนึ่ง ที่ตองทําก็คือเราจะตองเปลี่ยนบอรด (Board) บริหารกองทุนนี้กอนเลย ตองเปลี่ยนบอรด (Board) กอนเลย เพราะอะไร ทานบริหารงานกันมานานขนาดนี้ แตทานไมสามารถที่จะ🔗
สรางความสมดุลของราคาน้ํามันไดอยางที่ควรจะเปน และไมสามารถตอบคําถาม ที่ประชาชนคลางแคลงสงสัยไดอยางชัดเจนตอเนื่อง อยางหลายปผานมาทานทําไมไดเลย สิ่งหนึ่งที่ตองทําอยางที่บอกเมื่อเราเปลี่ยนบอรด (Board) บริหารแลวดูสิวาการเปลี่ยนแปลง มันจะนํามาสูในทางที่ดีขึ้นหรือไม บอรด (Board) นั้นที่มาที่ไปอยางไร เปนเด็กของใครสงมา เปนเด็กในโควตาของใคร เปนโดยตําแหนงของใครสงมา ทําไมมันเอื้อกันไปเอื้อกันมา แลวเกิดภาวะติดลบถังแตก ตองกูกันเปนหมื่น ๆ ลานบาทมันสมควรแลวหรือไม ดังนั้นในสวนตัวดิฉันเองจึงขอสนับสนุนที่จะโหวตไมผาน ที่จะให พ.ร.ก. นี้เขาสูการกู การค้ําประกันกองทุนนี้ เพราะดิฉันมองวาทานยังไมสามารถทําหนาที่ของตนเอง ไดดีอยางเพียงพอ ดังนั้นจะตองเปลี่ยนบอรด (Board) กอน ถึงจะนําไปสูภารกิจถัดไป อื่น ๆ ได ขอบพระคุณทานประธานคะ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปเชิญทานวิสาร ตามดวยทานอัครเดช วงษพิทักษโรจน เชิญทานวิสารครับ🔗
ทานประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงราย ตอพระราชกําหนดฉบับนี้มีทั้งหมด ๒ แผน เฉลี่ยแลวแผนหนึ่ง ๗๕,๐๐๐ ลานบาท ผมขออนุญาตมุมมองอีกประเด็นหนึ่งที่จะแยกให ทางพี่นองประชาชนไดรับทราบตอไปดวย เมื่อสักครูมีสมาชิกพรรครวมรัฐบาลทานทําตัว เหมือนเปนโฆษกรัฐบาลทานมากลาวอางวาตั้งแตสมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณก็ใชเงินกองทุนนี้ สมัยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณก็ใชเงินกองทุนนี้ ผมวาตองใหทานรองนายกรัฐมนตรี ทานสุพัฒนพงษเปนคนตอบจะดีกวา ผมเรียนอยางนี้ครับ กองทุนน้ํามันจริง ๆ แลวเจตนา ทานประธานเห็นไหมวา พ.ร.ก. ฉบับนี้ออกมาเพื่อค้ําประกัน โดยกระทรวงการคลังค้ําประกัน ธนาคารของรัฐ ซึ่งวากันตรง ๆ มีกระจิบกระจอกที่อยูในกระทรวงพลังงานเขาเลาใหผมฟงวา ความเปนจริง ผมตองเลาใหทานประธานฟงวาเมื่อป ๒๕๔๖ ตอป ๒๕๔๗ ขณะนั้น พรรคไทยรักไทยเราเปนรัฐบาล รัฐมนตรีก็คือคุณหมอพรหมินทร เลิศสุริยเดช เราก็มี หนี้กองทุน เพราะเราตองการที่จะทําใหดีเซลราคาไมแพงเกินไปนัก แตขณะเดียวกันมันก็มี เพดานที่จะตองไมเกิน ๘๐,๐๐๐ ลานบาท ในขณะนั้นที่ทานบอกวา ๙๒,๐๐๐ ลานบาท ใชครับ สิ่งหนึ่งนั่นก็คือวาเราตองใหพี่นองประชาชนไดมีสวนรับผิดชอบดวย ไมใชใหกัน จนกระทั่งเคยชิน รัฐบาลชุดนี้เพื่อนสมาชิกเราไดบอกไวแลววากู กู กู แลวตอนนี้อยางที่ ทานวาจริง ๆ ผมขออนุญาตทานพิเชษฐไดบอกไวแลวกูเพื่อที่จะหาเสียง อันนี้ผมใสรายเต็ม ๆ วากลาวเต็ม ๆ เพราะจริง ๆ แลวควรจะตองใหพี่นองประชาชนไดมีสวนรับผิดชอบและจะได รับรูวาภาวะโลกขณะนี้น้ํามันมันแพงมันเดือดรอน น้ํามันดีเซลถึงเราจะชวยเหลืออะไร อยางไรเพื่อนสมาชิกเราไดบอกไปแลว แตสิ่งหนึ่งนั่นก็คือวาในสมัยพรรคไทยรักไทย เปนรัฐบาลนั้นเรามีการสงเสริมไบโอดีเซล (Bio Diesel) เราสงเสริมเกี่ยวกับแกสโซฮอล (Gasohol) ถึงทุกวันนี้มันก็ยังติดตลาด พี่นองประชาชนก็ยังใชงบประมาณเหลานี้ ในการใชไบโอดีเซล (Bio Diesel) แลวก็มีความเคยชิน แตมันอยูที่การบริหารจัดการของ รัฐบาลมากกวา น้ํามันขึ้นน้ํามันลงเปนเรื่องของภาวะกลไก แตสิ่งที่ขณะนี้รัฐบาลชุดนี้ทํา ก็คือวาแกปญหาเพื่อที่จะหาเสียง กองทุนน้ํามันเราตองชดใช รัฐบาลเองตองไปค้ําธนาคาร ของรัฐ นั่นหมายถึงวาความเชื่อถือของธนาคารของรัฐตอรัฐบาลชุดนี้ไมมีแลวครับ🔗
กองทุนน้ํามันไปกูแบงกเอกชนไมมีใครใหกู สิ่งที่ผมอยากเรียนขอทานประธานก็คือวาขณะนี้ กองทุนน้ํามันจะเปนภาระที่ทําใหประเทศชาติไปกันใหญนั่นก็คืออะไรครับ เราตองค้ําประกัน ธนาคารของรัฐกันเองและการนําเงินกองทุนมาใหจะมีผลเสียตอในอนาคตเพราะอยางไรครับ เพราะอยางไรมันก็ไมพนพี่นองประชาชนที่จะตองเอาภาษีของตัวเองมาจาย เพียงแตรัฐบาล ใชกองทุนน้ํามันจายลวงหนาไปกอนแคนั้นเองเพื่อที่จะหาเสียง อีกรอยกวาวันจะตอง เลือกตั้งกันแลว แตรัฐบาลชุดนี้ผลักภาระใหพี่นองประชาชน ขณะนี้ทุกอยาง ทานประธาน เห็นไหมครับ ราคาปุยก็แพง ราคาน้ํามันก็แพง ราคาสินคาอุปโภคบริโภคเดือดรอนไปหมด สิ่งที่ผมอยากจะบอกทานประธานก็คือวาการออกพระราชกําหนดฉบับนี้เปนการกระทําที่ ทําใหวินัยการเงินการคลังเสียไปโดยใชกฎหมายพิเศษของตัวเองมายกเวน วาไปแลว ธนาคารตาง ๆ แมกระทั่งธนาคารของรัฐเอง ขาวออกมาบอกวากรุงไทยไมรับแลวนะครับ ทานตองไปเอาออมสิน ตอนนี้รัฐบาลชุดนี้ไปบีบบังคับใหธนาคารอาคารสงเคราะห มารับผิดชอบกองทุนอันนี้อีก มันเปนไปไดอยางไร เปนรัฐบาลอยู แบงกของรัฐก็ยังไมเชื่อถือ ตองมาขอใหสภาแหงนี้ออกเปนกฎหมายพระราชกําหนดและอีกปหนึ่งใครใชหนี้ อีก ๗ ป ใครใชหนี้ ก็ลูกหลานเรา รัฐบาลชุดนี้เพียงแตผลักภาระใหพี่นองประชาชนเพื่อที่จะหาเสียง พี่นองไดใชน้ํามันถูก พี่นองไมตองมีปญหาเกี่ยวกับเรื่องภาวะน้ํามันขณะนี้🔗
แตทานประธานครับ เรื่องภาวะความเปนจริงคืออะไร ถากองทุนน้ํามันมีหนี้เยอะ ๆ เขามา ภาวะที่มันเดือดรอนในภาวะปจจุบันนี้คืออะไร ถาเวลาน้ํามันตลาดโลกลง พี่นองประชาชน เห็นชัด เวลาน้ํามันตลาดโลกลงบานเราไมลง เวลาตลาดโลกขึ้นบานเราขึ้นไปดวย อันนี้ มันคืออะไร มันเปนเพราะผลพวงการบริหารที่ลมเหลวของรัฐบาลชุดนี้ เรามีรองนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรีที่ดูแลพลังงานซึ่งมาจากนายทุน มาจาก ปตท. มาจากผลประโยชน เอาเงิน ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ลานบาทของพี่นองประชาชนคนไทยไปซื้อหุนในตางประเทศ อยางนี้เปนตน ทานประธานลองบอกผมสิครับ ถามทานรองนายกรัฐมนตรีสุพัฒนพงษ ตรง ๆ วากองทุนน้ํามันแบบนี้มีที่ไหนในโลกบางผลักภาระใหพี่นองประชาชน ถึงเวลาขึ้นมา ตอนนี้สิ่งที่บอกไดตรง ๆ นั่นก็คือวารัฐบาลชุดนี้ไมมีทางออกอีกแลว ผลักภาระหาเงินไมได ก็เอาที่ดินไปขายใหตางชาติ ๔๐ ลานบาทตอ ๑ ไร พอถึงเวลาขึ้นมาตอนนี้ก็แบะ แบะ แบะ ไมรูวาจะทําอยางไร ถึงเวลาขึ้นมาแบงกของรัฐเองนะครับ ผมประกาศเลยวากรุงไทยไมรับ เงินนี้แลว ตองไปเอาออมสินและตองไปบีบบังคับใหอาคารสงเคราะหซึ่งเปนแบงกของรัฐ ตองมารับผิดชอบตรงนี้ดวย นั่นหมายถึงวาเครดิตของรัฐบาลชุดนี้ไมมีแลว เพราะฉะนั้นตรงนี้ อยางไรก็ตามผมคิดวาหนี้มหาศาลมันจะตองตกกับลูกกับหลาน น้ํามันเปนสิ่งที่พวกเราตอง บริโภคตองใช แตควรจะตองปลอยใหขึ้นไปตามกลไกตลาด ตองสอนใหพี่นองประชาชน ไดรับรูบางวาตอนนี้รัฐบาลมีมาตรการอะไร มีการลดไฟฟาไหม มีการบอกใหพี่นองประชาชน ประหยัดบางไหมครับ รัฐบาลตอนสมัยพรรคไทยรักไทยเปนเรามีมาตรการหลายเรื่อง ที่จะตองสอนใหพี่นองประชาชนไดประหยัด ไดมีสิ่งดี ๆ มาใหพี่นองประชาชน แตวารัฐบาลชุดนี้ บริหารแบบนี้ แบงกรัฐบาลเองไมยอมรับในการค้ําประกันของรัฐบาล เลยตองมาขอให สภาแหงนี้ออกเปนกฎหมายเพื่อค้ําประกันแบงกของรัฐกันเอง แลวอยางนี้ประเทศชาติจะไป ไดอยางไรครับ ผมไมขอรับพระราชกําหนดฉบับนี้ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปเชิญทานอัครเดช ตามดวยนางสาวณธีภัสร กุลเศรษฐสิทธิ์ แลวก็ทานวรภพ วิริยะโรจน🔗
กราบเรียนทานประธาน สภาผูแทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษพิทักษโรจน สมาชิกสภาผูแทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรคประชาธิปตย ทานประธานครับ กระผมขออนุญาตไดอภิปราย เกี่ยวกับพระราชกําหนดผอนผันใหกระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงาน🔗
กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ซึ่งเปนการกูเงินที่ทางกองทุนน้ํามัน ปจจุบันไดดูจากรายงานวา ประมาณการฐานะกองทุนน้ํามัน ณ วันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๕ ติดลบสูงถึง ๑๒๖,๓๕๓ ลานบาท ซึ่งหนี้กอนนี้เปนหนี้ที่เกิดขึ้นจากเหตุผล ๒ สวน ที่ผมอยากจะสรุปใหทานประธานแลวก็ พี่นองประชาชนไดรับทราบวาเปนความผิดพลาดในการบริหารงานของรัฐบาล ถึงแมผมเอง จะเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่อยูฝายรัฐบาล แตวาเรื่องของการบริหารงานที่ผิดพลาด ก็ตองเอาความจริงมาพูดเพื่อใหทางคณะรัฐมนตรีแลวก็ผูที่บริหารกองทุน ก็คือสํานักงาน กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงไดรับทราบวาสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแลวก็พี่นองประชาชน คิดอยางไร🔗
ประเด็นที่ ๑ คือการขาดวิสัยทัศนของกระทรวงพลังงาน โดยเฉพาะ รัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงานที่ขาดวิสัยทัศนในการบริหารกองทุน ที่ตั้งเพดานกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิงไวที่ ๔๐,๐๐๐ ลานบาท เมื่อกอนทานประธานจําไดไหมวาตอนที่น้ํามันลงราคา กอนป ๒๕๖๒ รัฐบาลไมเคยคิดเลยที่จะเก็บเงินเขามาในกองทุน ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แลว น้ํามันดิบลงราคาไปมากไมกี่สิบเหรียญตอบารเรล แตทางรัฐบาลไปตั้งเพดานในการเก็บเงิน เขากองทุนอยูที่ ๔๐,๐๐๐ ลานบาท มันเกิดอะไรขึ้นครับ มันเกิดปญหาตรงที่วาในเมื่อตนทุน น้ํามันมันลงแลวตัวราคาสินคาไมไดลงตาม พอราคาสินคาไมไดลงตามมันก็เกิดเรื่องของ ภาวะกําไรของผูประกอบการหรือที่บิ๊กอินดี้ (Big Indy) ผูประกอบการรายใหญหรือ อุตสาหกรรมรายใหญไดก็มีกําไรอยางตอเนื่อง แทนที่รัฐบาลจะเก็บเงินเขากองทุนไว ในกรณี ในอนาคตเกิดความผันผวนของราคาน้ํามันในตลาดโลกก็ยังสามารถมีเงินกองทุนมาชดเชย น้ํามัน เพื่อไมใหราคาน้ํามันสูงขึ้นกวาลิตรละ ๓๐ บาท🔗
ทั้งรัฐบาลในอดีตแลวก็รัฐบาลในปจจุบัน ที่จะไดใชเงินกองทุนนี้มาบริหาร เพราะวา ทางสมาชิกหลายทานก็อภิปรายเห็นดวยวากองทุนนี้เปนเครื่องไมเครื่องมือในการจัดการ ในการแกไขปญหาวิกฤติราคาพลังงานโดยเฉพาะน้ํามันเชื้อเพลิงใหกับพี่นองประชาชน ซึ่งจะสงผลถึงราคาสินคาดวย การที่รัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงานในรัฐบาลชุดนี้ ขาดวิสัยทัศน แลวก็ผูบริหารกองทุนขาดวิสัยทัศนในการเก็บเงินเขากองทุน ทําใหเงินกองทุน มีแค ๔๐,๐๐๐ ลานบาท นี่คือประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมคิดวาผมอาจจะไมสามารถลงมติใหผานพระราชกําหนด ฉบับนี้ได ถาทางรัฐมนตรีแลวก็ผูบริหารสํานักงานกองทุนที่นั่งอยูขางลางทานประธาน บนบัลลังก ไมสามารถชี้แจงไดวาตนทุนการกลั่นน้ํามันจริง ๆ หรือตนทุนน้ํามันจริง ๆ เทาไรกันแน ผมเองในฐานะกรรมาธิการกิจการศาล องคกรอิสระ องคกรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องคการมหาชนและกองทุน สภาผูแทนราษฎร ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ ไดเชิญ หนวยงานที่เกี่ยวของ ไมวาจะกระทรวงพลังงาน สนพ. แลวก็กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงมาชี้แจง หลายครั้ง ทานประธานเชื่อไหมครับ ตนทุนจริง ๆ ในการกลั่นน้ํามันยังไมทราบเลยวา เรากลั่นน้ํามันในเมืองไทยตนทุนจริง ๆ ของผูประกอบการ โดยเฉพาะ ปตท. ที่มีโรงกลั่นถึง ๓ โรงใหญ ๆ ไมวาจะเปน ปตท. จีซี (GC) ไทยออยล แลวก็ไออารพีซี (IRPC) ตนทุนจริง ๆ เทาไร แลวผมถามวาการที่รัฐบาลเอาเงินจากกองทุนน้ํามันไปชดเชยใหกับทางพี่นองประชาชน โดยที่เรายังไมรูเลยวาตนทุนจริง ๆ เทาไร สมมุติวาเราเคยตรึงกันอยูที่ ๓๐ บาทในอดีต กอนวันที่ ๑ พฤษภาคม ๓๐ บาท ถาเกิน ๓๐ บาทก็เอาเงินกองทุนไปชดเชย โรงกลั่นน้ํามัน ถาเราไมรูตนทุนจริง ๆ ภาครัฐยังไมรูตนทุนจริง ๆ เพราะวามาชี้แจงในคณะอนุกรรมาธิการ ตัวแทน สนพ. ตัวแทนกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ยอมรับเลยวายังไมรูเลยวาตนทุนการกลั่น น้ํามันจริง ๆ ในประเทศไทยเทาไร แลวเราไปเอาราคาน้ํามันสําเร็จรูปที่สิงคโปรมาเปน ตัวคํานวณในการชดเชยราคาน้ํามันใหกับพี่นองประชาชนผานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง มันก็เหมือนกับอะไรครับ เหมือนกับการเอาเงินของพี่นองประชาชนเอาไปเปนกําไรใหกับ โรงกลั่น แลววันนี้โรงกลั่นอยาง ปตท. ผมอภิปรายหลายครั้งแลวในสภา ป ๒๕๖๓ กําไร ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ลานบาท พอมาป ๒๕๖๔ กําไรแสนกวาลาน ป ๒๕๖๕ ก็ทําทาจะ แสนกวาลานอีกแลวครับ มันก็เหมือนกับการยายเงินของกองทุนน้ํามันที่ติดลบอยูแสนกวาลาน ซึ่งเปนเงินภาษีของพี่นองประชาชนไปเปนกําไรใหกับโรงกลั่นน้ํามัน อันนี้ก็คือสิ่งที่ผมรับไมได🔗
เพราะวาเปนไปไดอยางไรครับ ที่วันนี้จะเอาเงินภาษีของพี่นองประชาชนไปค้ําประกัน เงินกองทุน โดยที่ยังไมรูเลยวาตนทุนน้ํามันโรงกลั่นจริง ๆ ในประเทศไทยเทาไร อยางนี้ รัฐวิสาหกิจ ปตท. เอย โรงกลั่นน้ํามันเอย กําไรมหาศาลเลยครับ เศษกําไรที่มีอยูทุกวันนี้ก็คือ เงินภาษีที่ตอนนี้รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานกําลังจะเสนอใหสภาชุดนี้อนุมัติเปน พ.ร.ก. เงินกู เพื่อชดเชยกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง อันนี้คือสิ่งที่ผมรับไมได แลวก็เปนการผลักภาระหนี้ ใหกับพี่นองประชาชน ฉะนั้นตอนนี้ถารัฐมนตรีชี้แจงวาตองชดใชไปจนถึงป ๒๕๗๒ หมายความวาอยางไรครับ เราเอาเงินภาษีของพี่นองประชาชนไปใหบริษัทที่เปนโรงกลั่นน้ํามัน ฉะนั้นอยางนี้มันเปนการเอาเปรียบพี่นองประชาชน แลววันนี้รัฐมนตรีมาตอบในสภา ในกระทูถามสดของผมนะครับ บอกวาจะไปขอโรงกลั่นเอาเงินที่กําไรเยอะ ๆ มาชวยเหลือ พี่นองประชาชน วันนี้ยังไมเห็นสักบาทเลย ไดมา ๓,๐๐๐ ลานบาท ปตท. ประกาศ พอเอา เขาจริง ๆ ไมใชมาชวยราคาน้ํามันนะครับ เปนสวนของแกส ที่โรงแยกแกสของ ปตท. ใหมา ๓,๐๐๐ ลานบาท แตน้ํามันยังไมไดสักบาทเลย อยางนี้มันเหมือนกับมวยลมตมคนดูครับ ตมพี่นองประชาชนวา ปตท. รัฐวิสาหกิจนะ รัฐบาลชวยมาแลว แตจริง ๆ ยังไมไดสักบาทเลย ในสวนของน้ํามัน อันนี้ผมทวงทานรัฐมนตรี ทานไมอยูบนบัลลังก ทานกินขาวอยูขางหลัง หรืออยางไร ทานฟง ฝากใหทานมาตอบดวยนะครับ ทานรับปากในสภาวาทานจะไปเจรจา เอาเงินมาชวยเหลือพี่นองประชาชน วันนี้ยังไมไดสักบาท แลววันนี้ยังจะเอาหนี้กอนโตมาให พี่นองประชาชนมารับผิดชอบเปนระยะเวลาอีกหลาย ๆ ป โดยเอาเงินกอนนี้ไปเปนกําไร ใหกับโรงกลั่นน้ํามันทั้ง ๖ แหง ก็ฝากใหทานรัฐมนตรีชวยชี้แจงดวย ถาทานชี้แจงไมได ผูบริหารสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงชี้แจงไมได ผมไมโหวตใหแนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปเชิญคุณณธีภัสร ตามดวยคุณวรภพ🔗
เรียนประธานสภา ที่เคารพ ณธีภัสร กุลเศรษฐสิทธิ์ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกาวไกล ทานประธานครับ พระราชกําหนดผอนผันใหกระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของ สํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ ที่เรากําลังพิจารณาอยูนี้หากพูดงาย ๆ ก็คือ การขอใหกองทุนน้ํามันสามารถกูเงินไดโดยมีกระทรวงการคลังหรือรัฐบาลเปนผูค้ําประกัน นั่นเองครับ ซึ่งเงินกูทั้งหมดหากกองทุนมีความสามารถที่จะชําระหนี้ไดก็คงไมเปนไร แตหากชําระหนี้ไมไดหนี้ทั้งหมดนี้จะกลายเปนหนี้สาธารณะที่ทุกคนจะตองกลายมาเปน ผูรวมรับผิดชอบ หนาที่หลักของกองทุนน้ํามันก็คือการรักษาระดับราคาขายปลีกน้ํามัน เชื้อเพลิงของประเทศ เมื่อใดที่ราคาน้ํามันเชื้อเพลิงในตลาดโลกแพงกองทุนก็จะเขาไป อุดหนุนราคาขายปลีกไมใหแพงเกินไป และเมื่อใดที่ราคาน้ํามันโลกลดต่ําลงกองทุนก็จะ เก็บราคาคาน้ํามันเพิ่มเขากองทุนไวอุดหนุนเมื่อราคากลับมาสูงในอนาคต เพื่อไมใหประชาชน ตองรับมือกับสถานการณราคาพลังงานที่ผันผวนจนกระทบกับการดําเนินชีวิตมากจนเกินไป แตปจจุบันนี้หากทานประธานลองเดินเขาไปตามตลาดหรือรานคาตาง ๆ เราก็จะพบวา ราคาสินคาอุปโภคบริโภค อยางกับขาวที่ประชาชนซื้อกินทุก ๆ วันพรอมใจกันขึ้นราคา สิ่งที่ ทําใหสินคาอุปโภคบริโภคพรอมใจกันขึ้นราคาแบบนี้สาเหตุหลักอยางหนึ่งก็คือราคาพลังงาน ที่สูงขึ้นครับ ผมจึงเกิดขอสงสัยวาจริง ๆ แลวประเทศเรามีกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงที่เปน เครื่องมือคอยปรับสมดุลเรื่องราคาอยู แตทําไมราคาพลังงานจึงไมสามารถรักษาระดับที่ทํา ใหพี่นองประชาชนไมเดือดรอนจนเกินไปแถมยังตองมาขอกูเงินเพิ่มอีก ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาท การที่กองทุนตองกูเงินจํานวนสูงขนาดนี้ก็เปนเพราะวาปจจุบันกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง มีสถานะติดลบไปแลวกวา ๑๓๐,๐๐๐ ลานบาท และมีแนวโนมที่จะติดลบเพิ่มขึ้นอีกเรื่อย ๆ สถานการณแบบนี้หากมองผิวเผินทุกทานอาจจะคิดวาเปนผลมาจากราคาน้ํามันโลกที่สูงขึ้น แตความจริงแลวสวนหนึ่งมาจากการบริหารที่ผิดพลาดของกองทุนเอง ผมยกตัวอยางเชน หากเรายอนไปดูขอมูลในชวงป ๒๕๖๓ เราจะพบวากองทุนมีการอุดหนุนราคาน้ํามันดีเซล บี ๑๐ (B10) ที่สวนทางกับราคาน้ํามันโลกที่กําลังปรับตัวลดลง แตกองทุนกลับอุดหนุนที่ราว ๒.๕๐ บาทอยางตอเนื่องในชวงเวลาดังกลาว แทนที่จะมีการปรับการอุดหนุนใหเขากับ🔗
สถานการณน้ํามันโลกในขณะนั้น ดีเซล บี๒๐ (B20) ก็เชนกันหากไปดูสัดสวนแลว จะพบวามีปริมาณการใชเพียง ๒ เปอรเซ็นตของปริมาณน้ํามันดีเซลทั้งหมด แตกองทุน กลับอุดหนุนน้ํามันตัวนี้ถึง ๔ บาทกวา แลวในชวงไตรมาสแรกของป ๒๕๖๓ แกสโซฮอล อี ๘๕ (Gasohol E85) ก็เชนกันคนใชเพียง ๓ เปอรเซ็นตแตกลับมีการอุดหนุนถึง ๗ บาทกวา นอกจากการบริหารงานที่ผิดพลาดแลว ทานประธานอยาลืมวารายไดหลักของกองทุนนั้น มาจากการเก็บสวนตางจากราคาน้ํามันโลกที่ปรับตัวลดลง แตสถานการณตอนนี้สงคราม รัสเซีย-ยูเครนยังคงดําเนินตอ ลาสุดประเทศผูสงออกน้ํามันโอเปก (OPEC) ก็มีการประกาศวา จะลดกําลังการผลิตอีก ๒ ลานบารเรลตอวันในเดือนพฤศจิกายนนี้ เราไมเห็นวี่แววเลยวา น้ํามันจะมีการลดลงในเร็ววันนี้ แลวอยางนี้กองทุนจะนําเงินที่ไหนมาใชเงินกูคืนครับ สิ่งนี้สถาบันการเงินเองที่จะปลอยกูก็นาจะเห็นไมตางไปจากนี้นัก เพราะกอนที่จะมีการ ใหออก พ.ร.ก. ใหกระทรวงการคลังมาค้ําประกันเงินกูในวงเงิน ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาทนี้ ทางกองทุนก็ไดมีการยื่นกูไปยังสถาบันการเงินหลายรายแตไมมีใครกลาใหกูเลยครับ เพราะเปนความเสี่ยงสูงมากที่กองทุนจะใชหนี้คืนไมได แลวเหตุใดรัฐบาลจึงกลาเอาเงินภาษี ของประชาชนไปค้ําประกันครับ ในอดีตกองทุนน้ํามันก็เคยมีการกูเพิ่มเชนกัน จากภาพ จะเห็นไดเลยวามีทั้งตอนที่กระทรวงการคลังเขามาค้ําและกระทรวงการคลังไมไดค้ํา ในป ๒๕๔๗ ถึงป ๒๕๔๘ กระทรวงการคลังก็เขามาค้ําประกันให เพราะเปนชวงแรกของการ ยกเลิกการควบคุมราคาหนาโรงกลั่นและยกเลิกการกําหนดราคาน้ํามัน กองทุนจําเปนตองมีเงิน ไวเปนสภาพคลองเพื่อรับมือตอตลาด🔗
แตเมื่อเขาสูป ๒๕๔๙ กองทุนเริ่มมีสถานะที่ดีขึ้น ตอนนั้นก็มีการออกพันธบัตรและมีการกู ไดโดยตรงกับสถาบันการเงินโดยไมตองมีรัฐเปนผูค้ําประกัน ตอนนั้นกองทุนมีแผนชัดเจนวา จะมีวิธีการใดบางที่จะสามารถนําเงินเขากองทุนและใชหนี้คืน แตการกูครั้งนี้ในป ๒๕๖๕ กลับตางออกไป เราไมเห็นแผนที่ชัดเจนเลยวากองทุนจะมีวิธีการอยางไรในการเอาเงินเขา กองทุน แถมการกูครั้งนี้ยังเปนวงเงินที่สูงเปนประวัติการณของกองทุน หากกองทุน ไมสามารถจายหนี้คืนไดหนี้กอนนี้จะกลายเปนหนี้สาธารณะที่ประชาชนจะตองรวมกัน รับผิดชอบ หนี้ที่พวกเขาไมไดกออยางหลีกเลี่ยงไมได ประชาชนสวนใหญยังคงตองแบกรับ คาครองชีพที่สูงและการบริหารกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงก็ไมไดทําใหภาระของประชาชน จํานวนมากนี้เบาลง แตในวันนี้รัฐบาลกับกลาที่จะค้ําประกันใหกองทุนน้ํามันทั้ง ๆ ที่ไมมี สถาบันการเงินกลาค้ําประกัน เงินกูที่สูงถึง ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาทนี้ไมพนที่รัฐบาลจะตอง นําเงินภาษีของประชาชนมาจายอยางแนนอน ทานประธานครับ หากกองทุนไมสามารถ บอกถึงวิธีการในการบริหารใหดีขึ้นและจะใชเงินคืนไดอยางไร ผมจึงไมสามารถรับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ได ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปเชิญทานวรภพ ตามดวยทานอับดุลอายี สาแม็ง นะครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกาวไกล พ.ร.ก. ฉบับนี้ ผมดูแลว ๔ มาตรา ๓ หนา สิ่งหนึ่งที่รัฐมนตรียังไมไดใหคําตอบ แลวก็เพื่อนสมาชิก หลายทานก็ไดตั้งคําถามวาสรุปแลวจะเอาเงินจากไหนมาคืนหนี้กองทุนน้ํามันที่ผมดู ตัวเลขลาสุดก็เปนถึง ๑๓๐,๐๐๐ กวาลานบาท วันนี้ผมก็เลยอยากจะมาชี้ชองใหครับ ชี้ชอง ใหทั้งรัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงาน ซึ่งจริง ๆ แลว ก็ตองย้ําอีกครั้งหนึ่งวารัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงาน จริง ๆ แลวทานเปนคนที่รูเรื่องนี้ ดีที่สุด ชี้ชองใหงาย ๆ ก็คือเอาแอลพีจี (LPG) ที่ผลิตจากอาวไทยผานโรงแยกกาซของ ปตท. ที่วันนี้ขายใหกับกลุมปโตรเคมียู แลวกาซแอลพีจี (LPG) กอนนี้ไมไดจายเขากองทุนน้ํามัน ผมไปดูตัวเลขมากาซธรรมชาติในอาวไทยถูกสงเขามาในโรงแยกกาซแลวก็ผลิตมาเปน แอลพีจี (LPG) ไดถึง ๔๕ เปอรเซ็นตของการจัดหาแอลพีจี (LPG) กอนนี้เฉลี่ยแลวก็คือ ๙ ตันตอวัน ถาพูดงาย ๆ ก็คือ ๙ ตันตอวันมันเพียงพอกับที่ครัวเรือนเราใชแอลพีจี (LPG)🔗
อยูทุกวันนี้ เพียงแตวา ๙ ตันตอวันมันเปนแค ๗๐ เปอรเซ็นตเทานั้นที่มีการสงอุดหนุน เขากับกองทุนน้ํามันอยู ที่นี้อีก ๓๐ เปอรเซ็นตที่ขายใหกับปโตรเคมีเขาไมสงกองทุนน้ํามัน เงินกองทุนน้ํามันมันก็เลยรายไดนอยลง ถามวา ๓๐ เปอรเซ็นตมันเยอะแคไหน ผมก็คํานวณ ออกมาใหเห็นตัวเลขงาย ๆ มันคือ ๗๔๑ ลานบาทตอเดือน พูดงาย ๆ วาถาเอาเงิน กอนเดียวกันนี้ จริง ๆ แลวประเทศไทยสามารถใชแอลพีจี (LPG) ถูกลงได ๒.๖ บาทตอกิโลกรัม ดังนั้นถาขอเพียงแคเปลี่ยนนโยบายวาแอลพีจี (LPG) ที่โรงแยกกาซผลิตไดเอามาอุดหนุน เขากองทุนน้ํามันดวยมันถึงจะเปนธรรม เพราะกาซธรรมชาติอยาลืมนะครับ กาซธรรมชาติ ที่โรงแยกกาซที่ ปตท. ผลิตไดมาจากอาวไทยทั้งหมด ดังนั้นกําไรสวนเกินที่ตอนนี้กลุมทุน ปตท. เขาไดประโยชนจากการไดกาซธรรมชาติราคาถูกในอาวไทย แตสามารถไปขายเปน วัตถุดิบปโตรเคมีใหกับบริษัทในเครือที่ราคาก็ถูกกวาราคาตลาดโลก ถูกกวาที่ประชาชนใชอีก สวนตางตรงนี้มันควรจะเขามาสมทบใหกับกองทุนน้ํามัน ชวยภาระหนี้กองทุนน้ํามัน ชวยทําให ราคาแอลพีจี (LPG) ไดถูกลง อยางที่ผมเกริ่นไป ๒.๖ บาทตอกิโลกรัม นี่ไมใชนอย ๆ นะครับ ในภาวะขาวยากหมากแพงขนาดนี้ แลวก็เชนเดียวกันประเด็นนี้ถาถามวาผมเคยพูดถึงไหม ผมเคยเชิญกระทรวงพลังงานมาหลายครั้ง เขาก็ใหเหตุผลวาใน พ.ร.บ. กองทุนน้ําไมได กําหนดไวใหสามารถนําชดเชยจากพลังงานชนิดหนึ่งก็คือปโตรเคมีมาอุดหนุนใหกับแอลพีจี (LPG) ได ตองไปแก พ.ร.บ. แตวันนี้ทานก็เห็นแลวครับ วันนี้ทานก็แกเปน พ.ร.ก.ออกมา🔗
ดังนั้นแลวมันยืนยันไดวาการแก พ.ร.บ. เพื่อปลดล็อกใหปโตรเคมีเขามาสมทบในกองทุน น้ํามันดวย มันทําไดครับ ในโอกาสนี้เลยครับ แตทานไมทํา ปญหามันเลยตกมาที่ประชาชน กลายเปนวาก็มีคําถามวาสุดทายจะเอาเงินจากไหน จะเอาภาษีจากประชาชนกอนไหน มาอุดหนุนกองทุนน้ํามันเพื่อใหกลุมทุนพลังงานยังสามารถขายวัตถุดิบราคาถูกจากของ คนไทยทั้งประเทศใหกับปโตรเคมีในเครือตอไปได รัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงาน ที่ผมเกริ่นไป ก็อยางที่ผมบอกวาทานเปนคนที่ทราบดีที่สุด เพราะทานเปนผูบริหารปโตรเคมี ที่ผมพูดถึงนี้ ซึ่งที่ผมอภิปรายไปจะเห็นวามันเปนเรื่องเดียวกันเลย ไมวาจะเปนคาไฟแพง หรือแอลพีจี (LPG) ก็แพง เหตุผลเพราะวาเราปลอยใหมีนโยบายรัฐที่ใหกลุมทุนพลังงาน อยาง ปตท. เอากาซธรรมชาติในอาวไทยราคาถูกไปขายใหกับกลุมทุนปโตรเคมีในเครือ โดยที่ไมไดเอาประโยชนที่ไดจากทรัพยากรตรงนี้ตกมาเปนของประชาชน หรืออีกชองหนึ่ง ถารัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงานไมยอมนะครับ ผมก็อยากจะชี้ชองใหกับรัฐมนตรีวาการ กระทรวงการคลัง มันก็มีอีกวิธีหนึ่ง ทานก็ไปทําใหภาษีสรรพสามิตที่ปโตรเคมีเขาใชแอลพีจี (LPG) อยูตองเสียภาษีสรรพสามิต แลวเงินกอนนี้ก็เอามาอุดหนุนชดเชยใหกับกองทุนน้ํามัน หรือไมก็เอามาชดเชยใหประชาชนใชแอลพีจี (LPG) ถูกลง ทานก็ทําไดครับ นี่ก็กลไกของ กระทรวงการคลัง ทานรัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลังถาทานทําก็ชวยประชาชนไดเยอะ ผมก็สนับสนุนเต็มที่ แลวก็ตองฝากทิ้งทายไวครับ ถาประเด็นปญหาทั้งหมดมันเกิดจากการ ที่วาเรามีกลุมทุนปโตรเคมีที่กลายเปนขั้วอํานาจใหญ มีพลังอํานาจในการสุดทายล็อบบี้ (Lobby) เขามาเปนอํานาจทางการเมืองเปนถึงขั้นรัฐมนตรี ผมก็ตองยืนยันวามันถึงเวลา เปลี่ยนแลวครับ สมัยกอนเรามีกาซธรรมชาติราคาถูก เราก็เอากาซธรรมชาติราคาถูกนั้น มาแปลงเปนเม็ดพลาสติก เปนปโตรเคมีที่ขายราคาไดแพงเขาใจได แตโลกวันนี้มันไมใชโลก สมัยกอนครับ เพราะกาซธรรมชาติทุกวันนี้ กาซธรรมชาติที่เรานําเขามา แอลเอ็นจี (LNG) สุดทายก็แพงกวาตนทุนราคาน้ํามันไปแลว ดังนั้นก็ถึงเวลาอันสมควรแลวที่กลุมทุนปโตรเคมี กลุมทุนพลังงานทั้งหมดตองมีการลงทุนเปลี่ยนแปลงเพื่อเปลี่ยนวัตถุดิบจากกาซธรรมชาติ เปนน้ํามัน หรือวาเปนนาฟตา (NAFTA) ถาพูดในเชิงเทคนิคใหถูกตอง แลวก็พอมีการ เปลี่ยนแปลงการลงทุนครั้งนี้ สุดทายแลวผลประโยชนที่จากกาซธรรมชาติก็สมควรที่จะถูก ปลดล็อกกลับมาใหประชาชน นี่คือทั้งแอลพีจี (LPG) ทั้งกองทุนน้ํามัน แลวก็เรื่องของคาไฟแพง เปนเรื่องเดียวกันทั้งหมดครับ อยูที่นโยบายรัฐลวน ๆ แลวก็เปนที่นาผิดหวังที่ พ.ร.ก. ครั้งนี้🔗
ไมไดมาปลดล็อกเรื่องนี้ดวย ทั้งที่จริงแลวมันเปนโอกาสอันดีที่จะทําใหแอลพีจี (LPG) ของไทย ประชาชนใชไดถูกลง ๒.๖ บาทตอกิโลเมตร ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปเชิญทานอับดุลอายี ตามดวยทานอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เชิญครับ🔗
เรียนทานประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๓ อําเภอเบตง อําเภอธารโต อําเภอบันนังสตา และอําเภอกรงปนัง ผมอยากจะเลาใหพวกเราไดฟงนะครับ เนื่องจากวาเขตอําเภอเบตงเปนเขตพื้นที่ที่ผมเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรอยู วันนี้ก็อยากจะ มาเปรียบเทียบสักหนอยหนึ่งวาราคาน้ํามันที่ชายแดนอําเภอเบตง ฝงประเทศมาเลเซีย ถาเอาตัวน้ํามันดีเซล ก็ราคา ๒ เหรียญ ๑๕ เซนต อัตราแลกเปลี่ยน ๘ บาท ก็ตกประมาณ ๑๗.๓๐ บาทตอลิตร พอขามมาแดนประเทศไทย ราคาน้ํามันดีเซล ๓๔.๙๔ บาท มันตางกันเยอะ ทีนี้เรามาดูโครงสรางราคาน้ํามันของมาเลเซียทําไมเขาทําไดถูก โดยอางเหตุผลวามาเลเซีย เปนประเทศที่สงออกน้ํามันใหกับตางประเทศ แลวการบริการขายน้ํามันภายในประเทศนั้น เขาก็ใชวิธีการที่จะไมเก็บภาษี ยกเวนบางรายการเทานั้นเองที่เขาเก็บภาษี ๖ เปอรเซ็นต นอกนั้นเขาไมเก็บภาษี ทําใหเขาขายไดในราคาถูก แลวก็มีกองทุนจากการประกอบการ การสงออกน้ํามันอะไรตาง ๆ เหลานี้🔗
เขาก็มาชดเชยเปนเงินกองทุนใหกับการที่จะมาขายน้ํามันขายปลีกในประเทศของเขาเอง ก็ตกใจนะครับ อยูชายแดนติดกันแท ๆ หายใจยังไดยินเสียงเลย ฝงเบตง อําเภอเบตง กับฝงมาเลเซียหางกันจุดที่ชุมชนอยูกันก็ประมาณสัก ๓-๔ กิโลเมตร แตราคาน้ํามันตางกัน ฟากับดิน ๒ เทาตัว ๑๗ บาท กับ ๓๔ บาท พูดกันงาย ๆ ของราคา ๒ เทาตัว แตพอมาดู ประเทศไทยโครงสรางราคาน้ํามันยังตองไปใสในกองทุน ณ วันนี้ก็ประมาณเกือบ ๙ บาท แลวก็แปลกอยูที่วาเก็บภาษีอะไรยังไมพอ ไปเก็บภาษีเรื่องของกองทุนอนุรักษพลังงาน จะไปเก็บทําไม ถาลดไดมันก็นาจะลด แลวก็เปนตัวหนึ่งที่เราจะพิจารณา เพราะวาเราก็มี กรมพลังงาน มีกระทรวงพลังงานอยูแลว แลวทําไมไปยุงเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเกินไป แทนที่วา จะไปกํากับดูแล ไปควบคุม ไปชวยเหลือกลับไมชวย ยังไปบวกเพิ่มในเรื่องของภาระใหกับ พี่นองประชาชน แลวภาษีมูลคาเพิ่มอะไรตาง ๆ ก็ยังเก็บอยู ถาลดสิ่งเหลานี้ไดก็อาจจะเปน สิ่งที่นาจะชวยเหลือในเรื่องของราคาน้ํามันได เปรียบเทียบอีกตัวหนึ่ง ประเทศขางเคียง ประเทศมาเลเซียเทาที่ผมดู เห็นวาที่เขาไปประกอบการการสงออก เขาไปประกอบการ การผลิตน้ํามัน สวนที่เปนผลกําไรเขายังมาจุนเจือใหกับราคาน้ํามันขายปลีกภายในประเทศ แลวเรามาดูประเทศไทยเราผลการประกอบการของ ปตท. อยางปที่แลว ป ๒๕๖๔ มีผลกําไรจากการประกอบการสุทธิ ๑๐๘,๐๐๐ กวาลานบาท พอมาปนี้ครึ่งปเขาบอกวา มีกําไรถึง ๖๔,๐๐๐ ลานบาท เคยคิดบางไหมวาในเรื่องกําไรของภาครัฐมหาศาลขนาดนี้ รัฐบาลเคยที่จะบอกกับ ปตท. บางไหมวา ณ ขณะนี้กองทุนน้ํามันที่เราชวยเหลือพี่นอง ประชาชนติดลบไปแสนกวาลานบาทแลว คิดบางไหมวาจะเอา ปตท. ไปชวยประเทศชาติบาง แทนที่จะโกยกําไรอยางเดียว ทีนี้เขาบอกวาการผลิตน้ํามันในประเทศนั้นผลิตไดประมาณสัก ๑๐ เปอรเซ็นตของยอดปริมาณการใชบริโภคน้ํามันในประเทศ ผมไมแนใจวาตัวเลข ๑๐ เปอรเซ็นตเปนตัวเลขที่หลอกลวงประชาชนหรือเปลา เพราะวาผมอยูภาคใตในเขต อาวไทยนั้นมันเปนเขตที่เปนเขตรวมพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระหวางประเทศมาเลเซียกับ ประเทศไทย อาจจะเรียกวาเปนจอยต ดีเวลอปเมนต แอเรีย (Joint Development Area) ในอาวไทยที่มันอยูรอยแดนตอในมหาสมุทร อันนี้สังเกตจากการที่มีบริษัทตางชาติไปเจาะ น้ํามันตั้งแตผมยังไมเกิดเลย จนวันนี้ก็ยังมีการคิดที่จะเจาะไปเรื่อย ๆ เพราะเขาใจวาในพื้นที่ ของอาวไทยของประเทศไทยนั้นมีแหลงทรัพยากรน้ํามันมหาศาล เขายังไมเลิกเจาะเลย ผมไมอยากจะเอยถึงวาบริษัทตางชาติ ๒-๓ บริษัทนั้นเปนใครเปนบาง และถามวาประเทศไทย🔗
ไดรับการสัมปทานคาน้ํามันที่เจาะไปในอาวไทยไดสักกี่บาท ทานประธานควรจะไปเช็ก (Check) ดูวาสิ่งเหลานี้ถาประชาชนถูกหลอกลวงก็ยังตองถูกหลอกลวงอีกนานเทาไร ผมวา นาจะไปตรวจสอบดูวาประเทศไทยไดประโยชนขางตน ไมตองไปพูดถึงราคาเรื่องโรงกลั่น ไดเทาไรอะไรเทาไร เราเอาสัมปทานน้ํามันที่ไดประโยชนกับประเทศไทยโดยตรงจากตางชาติ ที่มีการเจาะน้ํามันมีบริษัทเดียวที่เปนของไทยก็คือ ปตท. ทําไมไมชวยดูแลในเรื่องของภาระ วิกฤติของพี่นองประชาชน และถามวา ๑๐ เปอรเซ็นตที่บอกวาเปนแหลงเจาะน้ํามันดิบจาก อาวไทยนั้นมันเปนจริงหรือเปลา ใหตรวจสอบ🔗
แลวก็อยากจะใหมาชี้แจงกับสภาแหงนี้ดวยวาสิ่งทั้งหมดที่พูดใหประชาชนฟง อะไรที่ไป แตะตองกับผลประโยชนของน้ํามันในอาวไทยจะเปนของ ปตท. หรือใครตอใครเปนอันเปนไป ทั้งหมดคนที่พูดเรื่องนี้ ก็อยากจะใหทานประธานชวยเรื่องนี้ สวนในเรื่องของความจําเปน ในการที่จะไปกูเงินหรือวาค้ําประกันเงินกูใหกับกองทุนน้ํามันนั้นผมวาไมจําเปนเลยครับ ลดภาษีสิครับ โดยไมตองไปกระทบกับเรื่องวิถีชีวิตของพี่นองประชาชนในสวนของการไป เก็บภาษีของชาติในสวนอื่น อันนี้ลดภาษีไปเลย กองทุนน้ํามันอาจจะไมจําเปนเพราะวาเราสู กับอะไร ณ ขณะนี้ สูกับวิกฤติภายนอกประเทศเปนอยางมาก เราไมมีมาตรการที่จะไป ควบคุมใด ๆ เลยวาเราสามารถที่จะวันนี้กูเงิน วันนี้ค้ําประกันเงินใหกับกระทรวงการคลัง แตถามวาอีกนานเทาไรเราถึงจะตองกูอีก อีกนานเทาไรเราจะตองควบคุมสิ่งเหลานี้ได ไมมีเลยครับ ไมมีวี่แวววาเราจะควบคุมไดเลย อันตรายมาก ประเทศชาติมันจะลมจมกับเรื่อง ของตรงนี้ครับ🔗
สรุปไดแลวนะครับ🔗
เพราะเราไมสามารถควบคุมตางประเทศได ปลอยใหมันลอยตัวอยางนี้ถึงจะดี แลวก็อยากจะบอกทานประธานวาชาวเบตงก็ยัง รําพึงรําพันนะครับ อยูประเทศใกลเคียงติดแดนหางกัน ๓ กิโลเมตร แตราคาน้ํามันขึ้นเปน ๒ เทาตัว ฝากบอกผูบริหารประเทศชาติตรงนี้วาตอไปนี้ใหคิดเรื่องเหลานี้ใหมาก ๆ และสิ่งที่ มันเปนผลประโยชนของพี่นองประชาชนเปนหลัก อยาไปคิดในเรื่องผลประโยชนของตางชาติ หรือเปนผลประโยชนของผูประกอบการแหงเดียว ขอขอบคุณทานประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปเชิญทานอุบลศักดิ์ ตามดวยคุณครูมานิตย สังขพุม นะครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ผูแทนราษฎรที่เคารพ ทานสมาชิกผูทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ตามที่คณะรัฐมนตรีเปนผูเสนอ รางพระราชกําหนดผอนผันใหกระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ ทานประธานที่เคารพครับ ตั้งแตวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ ติดลบ มาจนถึงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๕ เบื้องตนนั้นติดลบ ๑,๖๓๓ ลานบาท สุดทายวันนี้ติดลบ ๑๒๔,๐๗๙ ลานบาท รัฐบาลขอกูเงิน ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาท ติดลบมานั้นรัฐบาลมีความจงใจ🔗
ใหติดลบหรือไม โดยเฉพาะอยางยิ่งที่กํากับดูแลทําไมถึงใหติดลบขนาดนี้ ผมคิดวาสมควร ลาออกไปไดแลวรัฐมนตรี ตองกราบเรียนวาการกูเงิน ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาทนั้น ทานประธาน ทราบไหมวาคาเปดถุงใครคนไดรับประโยชนเปอรเซ็นตนี้ ทานรัฐมนตรีตอบไดไหมครับ คณะรัฐมนตรีตอบไดไหมวาใครไดเปอรเซ็นตคาเปดถุง เพราะตามธรรมเนียมแลวนั้นในการ กูเงินอยางนี้จะตองมีคาเปดถุงครับ ทานประธานคงจะไมทราบ การใหกระทรวงการคลัง และในการกูและใหใชหนี้ไปกอนนั้น แลวใหกองทุนมาใชใหกระทรวงการคลังตั้งแตป ๒๕๖๖ ถึงป ๒๕๗๒ รวมแลว ๗ ป ผมถามวาน้ํามันจะถูกลงหรือไม เพราะการใชหนี้แลวเวลาน้ํามันขึ้นลง ใครมีสวนไดผลประโยชน ใครเปนคนรับผลประโยชน ทานรัฐมนตรีหรือทานรองนายกรัฐมนตรี ทานเปนผูบริหาร ปตท. มากอนทานรูหมดวาใครไดรับประโยชนจากการนี้🔗
ทานประธานที่เคารพครับ กองทุนเพื่อพรรคการเมืองหรือใคร กูในครั้งนี้กูเพื่อมาหาเสียง เลือกตั้งใชหรือไม อยาทรยศตอประเทศชาติ ประชาชน ฟาดินจะลงโทษ สุดทายผมไดกลาวไว ในสภาครั้งหนึ่งแลววาวันนี้ประเทศชาติคนจนขาดโอกาส คนรวยขายชาติ คนมีอํานาจ ขายแผนดิน คนพอมีพอกินขายเนื้อขายตัว คนชั่วขายพรรค คนรักประชาธิปไตย สิ้นเนื้อประดาตัวครับ เพราะฉะนั้นฟาดินจะเปนพยานจะไดลงโทษผูทรยศตอประเทศชาติ และประชาชน กราบขอบพระคุณอยางสูงครับ🔗
เดี๋ยวคนรวย เขาก็โกรธเอานะครับ เพราะวาคนรวยขายชาติ ตอไปเชิญทานครูมานิตย ตามดวย ทานศาสตราจารยกนก🔗
ทานประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย สังขพุม พรรคเพื่อไทย ผูแทนเมืองสุรินทร ในฐานะที่เปนตัวแทนของพี่นองประชาชน ก็ขออนุญาตที่มาแสดงความคิดเห็นกับพระราชกําหนดผอนผันใหกระทรวงการคลัง ค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พุทธศักราช ๒๕๖๕ ซึ่งถาแปลความ ใหตรงเลยนาจะเปนพระราชบัญญัติใหประชาชนใชหนี้ที่กระทรวงการคลังไปกูมาใหกับ กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง เพราะวาประชาชนนั้นอยางไรก็ตาย แลวก็ตายมานานแลว รัฐบาล ก็ไมไดใสใจ แตอาจจะเปนคอนเซปต (Concept) ของรัฐบาลก็ไดวาความทุกขของประชาชน ความลําบากของประชาชนคือความสําเร็จในการบริหารของรัฐบาลชุดนี้ เพราะวายิ่ง ประชาชนจนเทาไรก็จะไดอวดวาบัตรประชารัฐหรือบัตรคนจนเพิ่มขึ้น เห็นไหมเพิ่มขึ้นทุกป ปนี้ก็ ๒๒ ลาน ที่ผมลุกขึ้นมาประเด็นที่ ๑ ทานรัฐมนตรีซุปเปอรแมน (Superman) ทานไมอยู หรือครับ ผมสมญานามใหซุปเปอรแมน (Superman) ตอนมาเปนรัฐมนตรีใหม ๆ มาเชียร บิ๊กตูวันอภิปรายไมไววางใจวันนั้นวาตอไปเงินในกระเปาเราจะเต็ม จะโนนจะนี่จะนั่น ผมก็ลุกขึ้นไดไปดูบันทึกการประชุมวาซุปเปอรแมน (Superman) มาแลว แตวันนี้มาขอ พ.ร.ก. ใหเราออกเปน พ.ร.บ. ผมกราบเรียนกับทานประธานดวยความเคารพวาเราคิดตรง หรือเปลา ถาเกิดวา พ.ร.ก. วันนี้ไมผาน ซึ่งตามหลักยุบสภานะครับ เพราะรัฐบาลเอาสตางค เขาไปใชตั้ง ๑๓๐,๐๐๐ กวาลานบาทแลว แลววันนี้มาใหเราชวยออกเปน พ.ร.บ. ที่มาของการ ออก พ.ร.บ. ก็เพราะวาตอนที่เงินไมมีกับกองทุน ไปประกาศใหกับนายแบงกตาง ๆ วิ่งเขามาเพื่อเสนอเงินกู เปนครั้งแรกเลยที่นายแบงกทุกแบงกของเอกชนไมวิ่งไปหารัฐบาล🔗
เพราะเขาเห็นแลววากูทุกระบบ กูทุกอยางที่ขวางหนา แมกระทั่งวาลูกระเบิดก็กูแลวครับ เขาก็เลยไมกลาให พอไมกลาใหมีวิธีการเดียวเทานั้นที่จะอุบอิ๊บภายในไมได ก็ตองมา ออกเปน พ.ร.ก. เพื่อใหสภาไดรับทราบ แลว พ.ร.ก. ฉบับนี้จะไดแสตมปวากระทรวงการคลัง ค้ําประกันใหวาเงินแบงกไมหายไปไหนแน จริง ๆ วันนี้รัฐบาลไมจําเปนตองออก พ.ร.ก. กอน🔗
เพราะครั้งหนึ่งผมเคยถามในสภาแหงนี้ ที่ ปตท. หรือเกี่ยวกับรัฐมนตรีที่ดูแลพลังงาน โอนเงินกองทุนสงเสริมการอนุรักษพลังงานที่เก็บไวไดมาใหรัฐบาลใชฟรี ๆ เลยครับ ๒๐,๐๐๐ กวาลานบาท ในป ๒๕๕๙ ป ๒๕๖๐ ป ๒๕๖๑ ผมเคยถามกระทูถามสด รัฐมนตรี ก็ตอบผมแบบออม ๆ แอม ๆ วันนี้ทําไมรัฐบาลไมคืนใหเขาละครับ เอางบกลางคืนไปกอน แลวสวนหนึ่งก็เอางบกลางที่เหลือไปพยุงกองทุนน้ํามัน ทําไมตองมากู การกูอยางนี้มันมี เลศนัยเหมือนกับที่ผูอภิปรายหลาย ๆ ทานไดลุกขึ้นอภิปรายหรือเปลา เพราะวาเรื่องน้ํามัน มีคนที่ร่ํารวย มีกลุมทุนที่ร่ํารวยอยางมหาศาล แนนอนที่สุดโรงกลั่นจะคิดอยางไรก็ได คิดแวต (VAT) อยางไรก็ได คิดคาขนสงโนนไปเปรียบเทียบกับประเทศสิงคโปร นี่เขาสงตรง มาเมืองไทยแลวก็เขาโรงกลั่น กลั่นออกมาแลวก็เอาไปขาย แตทะลึ่งดันไมคิดคาโสหุย อีกหลายขั้นตอนจนกลายเปนน้ํามันแพง แลวคิดออกมาตรการอะไรสักอยางไหม ไมเคยไดยิน รัฐบาลออกมาตรการเพื่อกําหนดกฎเกณฑเรื่องน้ํามัน ยุคปาเปรมเห็นไหมน้ํามันแพงตอนนั้น ทานออกทุกเรื่อง แมกระทั่งขอรองใหคนนอนหัวค่ํา เพลงก็แตงเพื่อเชิญชวนใหคนนอนหัวค่ํา ประหยัดพลังงาน ประหยัดน้ํามัน แตรัฐบาลนี้ใชเฉย จะใหผมพูดอีกครั้งวาเปนการเอื้อใหกับ กลุมบางกลุม ปฏิเสธไมไดหรอกครับ หนีไมไดหรอกครับ เพราะพวกเรานั่งอยูในสภาแหงนี้ ทานประธานเห็นไหมครับ ๙๐ เปอรเซ็นตลุกขึ้นมา ฝายรัฐบาลเองหลายทานที่ใจเปนธรรม ก็ลุกขึ้นมาพูด โดยเฉพาะตัวทานรัฐมนตรีจิตใจทานอาจจะขาวสะอาด แตทานมาจาก กลุมน้ํามัน แนนอนที่สุดชนใดมาจากกลุมไหนก็ตองชวยกลุมนั้น ผมมาจากประชาชน ทานไชยวัฒนาจากจังหวัดมหาสารคาม ส.ส. จังหวัดมหาสารคาม มาจากประชาชนก็ตองพูด เรื่องขาว เรื่องไรนา เรื่องน้ําทวม ผมนอกจากเรื่องขาว เรื่องไรนา เรื่องน้ําทวม ผมก็ตองพูด เรื่องครู เพราะผมมาจากครู กลุมน้ํามันจะไมมาดูแลผลประโยชนของกลุมน้ํามันเอาโบสถ อมมาผมก็ยังไมเชื่อครับ อยางนอย ๆ ก็ตองคิด แลววันนี้อาจจะมีใตโตะ อันนี้ผมกลาวหา เวลาเงินโบนัส เงินปนผลหรือเงินอะไรตาง ๆ มอบไปใหคนเกาคนแก แลวก็รวบรวม เดือนหนึ่งไมรูเทาไรเงินเดือน คนที่ทํางานเกี่ยวกับ ปตท. คนที่ทํางานเกี่ยวกับโรงกลั่น นอกจากเงินเดือนแลวโบนัสอีก ผมก็เลยสงสัยครับ มีกระแสขาวมาอยูเรื่อยวาจะปรับ ทานออก ๆ แตนายกรัฐมนตรีบอกไม ๆ มันลงตัว ฝายหาทุน ไมมีมาตรการที่ทําใหเห็น ชัดเจนเลยวาจะชวยเหลือพี่นองเกษตรกรที่ใชพลังงาน ที่ใชน้ํามันเลย ไมเคยไปขอตอรองกับ ทางโรงกลั่น ไมมีมาตรการอะไรที่ทําใหพวกผมมีความรูสึกวารัฐบาลชวยพยุงคนจน มีแตกู🔗
ถากูไดก็ไมตองเอาเขาสภา แตเรื่องนี้มันกูไมได นายแบงกไมใหกู พอนายแบงกไมใหกูก็ตอง ออกเปน พ.ร.ก. แลวก็พอเปน พ.ร.ก. ก็จะตองมาใหออกเปน พ.ร.บ. อยางไรก็ขอรอง ฝายรัฐบาล ยกใหผาน ไมใหผานตองยุบนะ ไมไดทะลึ่ง แลวหลังจากนี้ไปถารัฐบาลอยูผมวา ไมเกินอีก ๒ เดือนอาจจะตองขอกูเพิ่มกับกองทุนน้ํามัน รัฐบาลกูแตประชาชนใชหนี้ ผมยืนยันครับ เพราะไมเห็นรัฐบาลจะหาเงินมาจากไหนเลย วันนี้ปุบปบ ๆ กู ปุบปบ ๆ เอาเงินงบกลางที่สภาอนุมัติ เอางบกลางมาใหประชาชนใชบางสิครับ ไมใชเอางบกลางมา เพื่อประโยชนของทานนายกรัฐมนตรี ไปไหนก็บอกจะใหโนน ไปจังหวัดนี้ก็จะใหนั่นก็จะใหนี่ วันนี้ผมเชื่ออยูวาสามารถทําใหคนจนลงได เกิดขึ้นเพิ่มขึ้นเยอะ🔗
โครงการรัฐบาลหลายโครงการก็ประสบผลสําเร็จ เชน โครงการคนละครึ่ง เพราะไดขาววา นายกรัฐมนตรีจะเปนกันคนละครึ่งมันลามไปถึงรัฐบาลแลวนะครับ โครงการคนละครึ่ง เอากันถึงขนาดนั้นแลวนะครับ🔗
สรุปไดแลวครับ🔗
ก็อยากจะฝากทายที่สุดครับ ฝากทานรัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงาน ฝากไปถึงทานนายกรัฐมนตรี ทานคิดเห็นกับ ประชาชนบาง คิดเห็นจากตาสีตาสา ยายมียายมา ลุงแจม ปาชอยที่อยูชนบทเขาก็เดือดรอน พลังงานแพงเมื่อไรสินคาแพงทุกอยาง คาขนสงก็แพง ลูกหลานไปโรงเรียนก็ไมมีสตางค ผูแทนพวกเรา ประธานเองก็มาจากผูแทนบานนอกเราก็เดือดรอนเพราะความทุกขของ ชาวบานคือความเดือดรอนของผูแทน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปเชิญทานกนก ตามดวยทานคมเดช ไชยศิวามงคล ครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานที่เคารพ ผม กนก วงษตระหงาน สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปตย ขออนุญาตที่จะอภิปรายพระราชกําหนดผอนผันใหกระทรวงการคลัง ค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ ผมมีดวยกัน ๓ ประเด็น🔗
ประเด็นที่ ๑ การใชเงินกองทุนน้ํามันเพื่อชดเชยการขึ้นราคาน้ํามันหรือวา พยุงราคาน้ํามันนั้นตั้งบนฐานคิดที่ผิด ตั้งบนฐานคิดที่ผิด นั่นก็คือวากองทุนน้ํามันทํางาน บนสมมติฐานวาคนไทยทุกคนมีความสามารถ มีกําลังทางเศรษฐกิจที่เทากันที่จะรับกับ การขึ้นของราคาน้ํามัน ซึ่งสิ่งนี้ไมเปนความจริงครับ ตัวอยางชัดเจนเชน สมมุติวาราคาน้ํามัน ขึ้น ๕ บาท ผลกระทบตอกลุมประชาชนกลุมที่ ๑ ชาวนา ชาวสวนปาลม ชาวประมงรายยอย ประมงพื้นบาน เอสเอ็มอี (SMEs) แมคาในตลาดตามตางจังหวัด แมกระทั่งวิน (Win) มอเตอรไซคในเขตเทศบาลและในกรุงเทพมหานคร นี่คือกลุมที่ ๑ กลุมที่ ๒ ราคาน้ํามันขึ้น ๕ บาท กระทบกับบริษัทธุรกิจขนาดใหญ โรงงานอุตสาหกรรม สายการบิน จากตัวอยาง ๒ กลุมที่ผมพูดนี้จะเห็นทันทีวาประชาชน ๒ กลุมนี้ไดรับผลกระทบจากราคาน้ํามันไมเทากัน🔗
ที่ไมเทากันคืออะไรครับ ไมเทากันก็เพราะคนไทยเหลานี้มีกําลังทางเศรษฐกิจ กําลังทางการเงิน กําลังทุนที่จะรับกับการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ํามันไมเทากัน นี่คือชีวิตจริงของคนไทยวันนี้ นั่นก็หมายความวากองทุนน้ํามันในการบริหารจําเปนที่จะตองจัดกลุมของการชวยเหลือหรือ การชดเชยจากกองทุนนี้ไมเทากันตามกําลังทางเศรษฐกิจของคนเหลานั้น นั่นก็หมายความวา กองทุนน้ํามันตองชวยคนจนกอน ตองชวยเกษตรกรกอน ตองชวยชาวนากอน ตองชวย ชาวประมงพื้นบานกอน นี่คือเสียงของประชาชนครับ และนี่คือความเปนจริงที่เจ็บปวด เพราะราคาน้ํามันที่ขึ้น ๕ บาทตามตัวอยางที่พูดถึงนี้คนจนตายกอน คนรวยตายทีหลัง กองทุนน้ํามันเปนคนกําหนดวาใครเปนคนตายกอนใครเปนคนตายทีหลังครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ในการชดเชยหรือการบริหารการชดเชยนี้กองทุนน้ํามันจะตอง ทํางานอยางละเอียด ทํางานใหหนักและมุงไปสูเปาหมายของกลุมประชาชนตามความจําเปน ของคนเหลานั้น ทานไมตองใชความงายและความสะดวกในการบริหารกองทุนดวยการอางวา ถาบริหารแบบนี้แลวจะเกิดการทุจริต จะเกิดการควบคุมที่ทําไมได กรุณาอยาอางอยางนี้ เพราะเรารูวาทําไดครับ ถาทําไมไดใหมาปรึกษากัน นั่นก็หมายความวากองทุนตองไมใช ความงายและความสะดวกของการทํางานของตัวเอง ทําใหคนจน ทําใหชาวนาตายกอนครับ และในเวลาเดียวกันถาทําอยางนี้ กองทุนน้ํามันที่บริหารอยางละเอียดอยางรอบคอบเชนนี้ จะชวยตอชีวิตของคนจนและชาวนาใหออกไปได🔗
และในเวลาเดียวกันกองทุนก็จะใหโอกาสกับคนจน กับชาวนา กับเกษตรกรกอนที่จะมีชีวิต อยูตอไป และหวังวาในโอกาสขางหนาจะสรางรายไดใหเกิดขึ้น นั่นก็หมายความวากองทุน น้ํามันกรุณาอยาลุกขึ้นมาตอบและอางวาการชดเชยเปนรายกลุมประชาชนทําไมได กรุณา อยาอางอยางนั้น เพราะที่อางโดยเฉพาะอยางยิ่งวาจะทําใหเกิดการทุจริต จะเกิดการ เคลื่อนยายน้ํามันแลวก็ใชน้ํามันอยางผิดประเภท ทานกรุณาอยาอางอันนั้น อันนี้ มีความยากลําบากจริงผมเขาใจแตทานแกไดถาทานมีใจใหกับคนจน มีใจใหกับชาวนาจริง และที่สําคัญทานตองตระหนักวาการทํางานอยางละเอียด การทํางานอยางรอบคอบ การทํางานหนักของกองทุนน้ํามัน คือการทํางานที่แลกกับชีวิตคนจน แลกกับชีวิตชาวนา นี่คือสิ่งที่สําคัญอยางยิ่ง🔗
ประการสุดทาย รัฐบาลไมใชใหกองทุนน้ํามันเปนคนเดียวมาแกไขปญหา ดวยการชดเชย แลวตอชีวิตและใหโอกาสเทานั้น คูขนานกันไปรัฐบาลจะตองเรงฟนฟูรายได ใหกับคนจน ใหกับชาวนา ใหกับเกษตรกรโดยดวน ไมใชเพียงแตการออกพระราชกําหนด เพื่อค้ําประกันเงินกูและเอาเงินของกองทุนมาชดเชยตอไป เราก็จะมีรอบ ๒ รอบ ๓ เพราะคนจนก็ยังจนเหมือนเดิม ชาวนาก็ยังมีผลผลิตเทาเดิม ชาวนาก็เปนหนี้เปนสินเหมือนเดิม นั่นหมายความวา กองทุนน้ํามันตองสงเสียงบอกกับรัฐบาลวาในขณะที่เราพยุงชีวิตของ คนจนและชาวนา เราจะตองเรงเพิ่มผลิตภาพทางการผลิตขาวใหชาวนามีรายไดมากขึ้น ดวยการใชปุยที่ถูกตอง ดวยการปรับปรุงดินใหมีคุณภาพ ดวยการปลูกพันธุขาวที่ขายแลว ไดราคา ดวยการแปรรูปขาวใหเปนผลิตภัณฑที่มีรายไดสูง สิ่งเหลานี้รัฐบาลจะตองทําคูขนาน กันไป ไมใชใหกองทุนน้ํามันทําแตเพียงฝายเดียว เพราะฉะนั้นดวยความเคารพจริง ๆ ครั้งนี้ เปนโอกาสสุดทายของกองทุนน้ํามันแลวที่จะพิสูจนวาทานยืนอยูขางใคร ทานยืนขางคนจน ทานยืนขางชาวนา หรือทานยืนอยูขางคนรวย หรือทานยืนอยูขางบริษัทขนาดใหญ ตรงนี้ ทานจะตองพิสูจนและไมใชพิสูจนดวยการตอบในสภา แตพิสูจนดวยการกระทําใหการชดเชย เงินกองทุนน้ํามันนี้พุงเปาไปสูคนจนซึ่งเปนคนสวนใหญ ชาวนาซึ่งเปนคนสวนใหญของประเทศ ใหเขามีชีวิตรอดกอน ใหเขาสามารถลุกขึ้นและสรางรายไดเพิ่มขึ้น อันนั้นสิครับ ที่เปน กองทุนน้ํามันที่เราอยากจะยกมือใหตาม พ.ร.ก. นี้ แตถาไมเปนเชนนั้น คนจนตาย ชาวนาตาย ประเทศไทยก็ตายดวยเชนเดียวกัน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปเปนทานคมเดช แลวก็มีอีกทานขอมา ๕ นาที ทาน ส.ส. นิคม บุญวิเศษ ความจริง ผมวาจะปดการอภิปรายหลังจากทานคมเดช แตวาทานขอมา ๕ นาที เปนคนสุดทายแลว ฉะนั้นตองขอเชิญทานสมาชิกที่อยูขางนอกซึ่งกําลังประชุมคณะกรรมาธิการหรือมีธุระ อยูขางนอกก็เชิญเตรียมเขาหองประชุมจะไดลงมติกัน เชิญทานคมเดชครับ🔗
กราบเรียนทานประธานที่เคารพ ผม คมเดช พรรคเพื่อไทย เขต ๓ จังหวัดกาฬสินธุ พระราชกําหนดผอนผันให กระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ ทานประธานครับ ทานเคยสงสัยไหมวาทําไมไมออกเปนพระราชบัญญัติ การออกเปน พระราชบัญญัติตั้งคณะกรรมาธิการมันจะมีการตรวจสอบอยางละเอียดกวานี้ ซึ่งตางกันกับ พระราชกําหนด อันนี้เปนประเด็นหนึ่งที่เราตั้งขอสังเกตวามันไมชอบมาพากล มันมีขอสังเกต หลายอยางและไมสามารถที่จะบิดพลิ้วไดก็คือตัวเลขการบริหารจัดการของประเทศในรอบ ๓ ปกวาที่ผานมา ตัวเลขหนี้สาธารณะ ตัวเลขหนี้ครัวเรือน ตัวเลขคนตกงาน ตัวเลขเกี่ยวกับ การจัดสรรงบประมาณ ชวง ๓-๔ ปที่ผานมามันติดลบตลอด ตัวนี้ผมดูแลวถาเราจะมองไปถึง ตัวเลขการบริหารจัดการของบริษัทมหาชนตาง ๆ ตัวเลขพวกนี้มันตางกันราวฟากับดิน กับชาวบาน ตัวเลขคนจนขึ้นมาถึง ๒๐ ลานคน ตัวเลขของบริษัทมหาชน ตัวอยางเชน ของซีพี (CP) จากทรัพยสิน ๓๐๐,๐๐๐ ลานบาท ขึ้นมา ๙๐๐,๐๐๐ ลานบาท ทําไมกฎหมาย เกี่ยวกับสุรากาวหนาตกไป ทําไมมีขอมูลเกี่ยวกับการที่ดึงตางชาติเขามา การหมุนเวียนเงินแค ๔๐ ลานบาท สามารถซื้อที่ดินได ๑ ไร ตัวขอมูลตาง ๆ มันเปนประเด็น หลัก ๆ ที่สามารถพูดและกลาวหาไดวาทานรัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงานคนนี้ ทานรอง นายกรัฐมนตรีคนนี้เปนตัวแทนกลุมทุน เปนตัวแทนกลุมทุนอยางชัดเจน ทําไม ปตท. ถึงมี โรงกลั่น ๓ โรง ทําไมตัวเลขของโรงกลั่น ๒ ปกอนไดเงินบางจุด ๔,๐๐๐ ลานบาท ขึ้นเปน ๑๐,๐๐๐ ลานบาท บางจุด ๗,๐๐๐ ลานบาท ๙,๐๐๐ ลานบาท กําไรหมดทุกจุด กําไรหมด ทุกจุดเลยครับ แตกลับกลายเปนวาทางรัฐบาลมาขอกูเงิน มาค้ําประกันเงินอะไรตาง ๆ พวกนี้ มันมีอยู ๒ ประเด็นดวยกัน ประเด็นแรกทานนายกรัฐมนตรี ทานประยุทธ จันทรโอชา มีเจตนาที่จะเอื้อกลุมทุนโดยตรง จะหวังผลประโยชนมากนอยขนาดไหน จะมีเงินใตโตะ หรือไมอยางไรไมมีคนทราบ ไมมีใบเสร็จอะไรทั้งสิ้น หรือเปนการเตรียมการเพื่อการเลือกตั้ง ตองการสวนหนึ่ง ตองการทรัพยากรในการเลือกตั้งในอนาคตขางหนาหรือไมอยางไร หรือในชวงเวลาที่ทานเหลือเวลาอีก ๒ ปที่จะเปนนายกรัฐมนตรีอาจจะเกิดการทิ้งทวน ขอมูลเหลานี้ ขอมูลพวกนี้มันเปนประเด็นที่ตองตั้งขอสังเกต เพราะวามันเปนขอมูล ที่ดิ้นไมได ไมเหมือนกับเราเชียร เราเชียรพรรคนี้ เชียรทานนายกรัฐมนตรีคนนั้นคนนี้ เราสามารถพลิกลิ้นไปได แตตัวเลขการบริหารจัดการนี้ไมใช และมันเปนความลมเหลวของ🔗
ภาครัฐบาลที่เกิดขึ้นในชวงกอนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงตั้ง ครม. มีบางพรรคออกจากพรรคไป ผมมองถึงขนาดวาตัวแทนกลุมทุนตาง ๆ กลุมทุนไมวาเหลา เบียร สุรา กลุมแทนพลังงาน กลุมแทนสะดวกซื้อ กลุมแทนเกี่ยวกับเปนเจาของเครื่องบิน หลายคนหลายบริษัทตัวเลข พุงทะลุหมดเลย ชาวบานจนหมด กลุมเศรษฐีรวยหมด ตรงนี้ผมอยากกราบเรียนวา ทานนายกรัฐมนตรีทานไมมีความสามารถเพียงพอในการที่จะวิเคราะหการจัดการ ที่เราพูด มาทั้งหมดตั้งแตตอนเชาจนถึงจะเย็นแลว ไมทราบวาทานฟงหรือเปลา เพราะวาตัวเปาหมาย ของทานที่ดําเนินการมา เปนนายกรัฐมนตรีมาจะเขา ๘ ปแลว ทานไมไดเอาชาวบานเปนตัวตั้ง ทานเอาอํานาจของทานเปนตัวตั้ง แลวมาบวกกับกลุมทุน อันนี้เปนประเด็นหนึ่งที่เราตั้ง ขอสังเกต🔗
แตอีกประเด็นหนึ่งคือตนทุนความสามารถของทานมันไมเพียงพอในการเปนนายกรัฐมนตรี จาก ๘ ป หรือ ๓ ปกวาที่เราจะคุยหรือจะพูดอะไรตาง ๆ ตัวขอมูลมันชัดเจน ถาทานมี จิตสํานึกที่จะเอาประเทศเปนตัวตั้งจริง ๆ ผมเรียนตรง ๆ เลยวาปรับ ครม. เสีย ปรับ ครม. เปลี่ยนรองนายกรัฐมนตรีที่อยูในกลุมทุนทั้งหมดออกไปทั้งหมด เอาคนที่มีความเปนกลาง มีความรักชาติ มีประโยชนกับบานเมือง ผาตัดในชวงนี้กอนที่ทานจะหมดวาระไป ผมเชื่อวา ในเวลาการเปนนายกรัฐมนตรีของทานอีก ๒ ป ทานไมนาจะอยูตอในอนาคตขางหนา ทานควรจะทิ้งทายทิ้งทวนใหประเทศมีความเจริญรุงเรืองกวานี้ครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปเปนทานนิคม บุญวิเศษ สุดทายจริง ๆ ก็จะเปนทานรัฐมนตรีตอบชี้แจง เชิญทานนิคมครับ🔗
กราบเรียนทานประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหนาพรรค พลังปวงชนไทย กอนอื่นตองขอกราบขอบพระคุณทานประธานที่ใหโอกาสผมไดอภิปราย ๕ นาที กระผมขออภิปรายพระราชกําหนดผอนผันใหกระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ผมอานแลวผมรูสึกแปลกใจวาทําไมตองใชคําวา ผอนผันใหกระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของกองทุน พอมาดูครับ ที่เขาใชคําวา ผอนผัน เนื่องจากวาการกูอยางเรงดวนนี้เพื่อนํามาใชในการรักษาเสถียรภาพระดับน้ํามัน เชื้อเพลิง โดยที่กระทรวงการคลังไมอาจค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามัน เชื้อเพลิงได เพราะไปผิดกฎหมายเรื่องการบริหารหนี้สาธารณะจึงจําเปนตองมีการผอนผัน ใหกระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ลักษณะนี้ เปนการมัดมือชก ใหสภาผูแทนราษฎรโดยเฉพาะ ส.ส. ที่เห็นชอบทําผิดกฎหมาย เพราะวา เปนการผอนผันกฎหมาย เพราะรัฐบาลของทานประยุทธ จันทรโอชา บริหารบานเมืองมามีหนี้ สาธารณะเกินรอยละ ๖๐ จึงมีการขยายเปนรอยละ ๗๐ พอกองทุนน้ํามันขาดทุนก็บอกวา จะตองใหกระทรวงการคลังค้ําประกัน กระทรวงการคลังก็ไมกลาค้ํา จึงจําเปนตองออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ออกมา ฉะนั้นผมเองในนามที่เปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ประการแรก ผมไมเห็นดวยอยูแลวถาทําผิดกฎหมาย อันนี้คือการมัดมือชกกันชัด ๆ เลย จริง ๆ แลว การบริหารน้ํามันมันไมใชเรื่องยาก เพราะอะไรครับ เพราะเราไดเปรียบเทียบกับตางประเทศ บางประเทศที่ใชน้ํามันในราคาถูก แตไฉนเลาประเทศไทยเราที่บอกวามีบอน้ํามัน🔗
มีกาซธรรมชาติเยอะแยะมากมายทําไมเราถึงน้ํามันแพงกวาเขา ผมไดฟงการตอบคําถามของ สํานักงานบอกวาประเทศไทยนําเขาน้ํามัน ๙๐ เปอรเซ็นต นั่นหมายถึงวาเราผลิตไดแค ๑๐ เปอรเซ็นต มีคําถามวาแลวทําไมเราไมผลิตเพิ่ม คําตอบก็อาจจะบอกวาเราไมมีน้ํามัน เพียงพอ ผมไมเชื่อหรอกครับ เพราะน้ํามันในประเทศไทยมีมากมาย เจาะตรงไหนก็มีน้ํามัน ทานจะปฏิเสธไหมวามีการเจาะน้ํามันเถื่อนตอนนี้ บอเจาะน้ํามันมีเยอะแยะมากมายไมเคย รายงาน มีการแอบเจาะน้ํามันตามอาวไทยหรือแมแตจังหวัดบางจังหวัดก็มีการเจาะน้ํามัน เชนกัน แลวบางกรณีน้ํามันที่มาลอยอยูตรงกลางทะเลใสเรือลําใหญ ๆ มา แลวนําเขาโดยที่ ไมเสียภาษีที่เขาเรียกวาน้ํามันทรานซิต (Transit) ทานยอมรับไหมวามีลักษณะนี้ ผมเชื่อวามี แลวทําไมเราไมไปลดสวนหนึ่ง เชน เราไปลดคาการตลาด ลดกําไรลงไปสิครับ🔗
ผูประกอบการ นักธุรกิจรายใหญ โดยเฉพาะ ปตท. มีกําไรปเปนแสน ๆ ลาน แตมาบวก คาน้ํามันกับประชาชนลิตรละแพง ๆ ทุกวันนี้เราใชน้ํามันแพง แตเราตองมากูหนี้เพิ่ม แตถาที่ผานมาเราใชน้ํามันถูกสิครับ แลวเรามากูหนี้เพื่อชดใชโอเค (OK) ผมเห็นดวย แตที่ผานมาเรายังใชแพงอยู บอกวาเราขาดทุนตองมากูเพิ่ม ผมไมเห็นดวยครับ ในสวนที่เรา ควรจะลด มันมีคําถามวาทําไมไมลดภาษี ภาษีซื้อ ภาษีขาย ภาษีเทศบาลตาง ๆ และภาษีอื่น ๆ อีกเยอะแยะ ทําไมไมลดลงครับ แลวทําไมไมลดกําไรลงไป กําไรปเปนแสนลานบาท เหลือสัก ๕๐,๐๐๐ ลานบาทไดไหม อีก ๕๐,๐๐๐ ลานบาทก็เอามาใสกองทุนน้ํามันไดไหม ทําไมไมลด คาขนสงที่บอกวามีการขนสงจากประเทศไทยไปสิงคโปรไปกลับ และมีการบวกคาประกันภัย เราลดสิครับ คาประกันภัย คาขนสงที่มันเปนการขนสงทิพย คาขนสงเหลานี้ ประกันภัย เหลานี้ไมรูใครได เขากระเปาใครผมไมทราบนะครับ แลวอีกประการหนึ่ง เรามีการบริหาร โดยบอรด (Board) ตาง ๆ อีกเยอะแยะมากมาย มีหลายบอรด (Board) คนที่นั่งในบอรด (Board) ก็คือนายพลทั้งหลายมีเงินเดือน มีคาเบี้ยเลี้ยงตาง ๆ เยอะแยะมากมาย ทําไมไมลด ถาเราลดเหลานี้ทําใหราคาน้ํามันมันลดแนนอน ฉะนั้นผมก็กราบขอบพระคุณทานประธาน ที่ใหเวลาผม ๕ นาที ผมเองก็ไมเห็นดวยกับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ทานสมาชิกครับ ตามขอบังคับ ขอ ๗๕ ผูเสนอมีสิทธิอภิปรายสรุปไดอีกครั้งหนึ่งกอนที่ ที่ประชุมจะลงมติ เชิญผูเสนอคือทานรัฐมนตรีไดตอบชี้แจง เชิญครับ🔗
เรียนทานประธานสภาที่เคารพ ผานไปยังสมาชิกสภาผูทรงเกียรติ วันนี้ผมก็ไดนั่งฟงอภิปรายในเรื่องของพระราชกําหนดผอนผันใหกระทรวงการคลังค้ําประกัน การชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ ก็ตองขอบพระคุณทาง สมาชิกสภาผูทรงเกียรติที่ไดใหขอคิดเห็นตาง ๆ แลวก็มีขอสงสัยที่อยากจะไดรับคําชี้แจง ก็จะพยายามใชเวลาโดยสังเขปนะครับ🔗
ในเรื่องของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง หลักการที่ดําเนินการและเปนวัตถุประสงค ที่ปรากฏอยูในพระราชบัญญัติกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงก็คือเพื่อสรางเสถียรภาพของราคา น้ํามันแลวก็กาซหุงตมตาง ๆ เพื่อไมใหเปนภาระกับภาคประชาชน ซึ่งวันนี้ที่มีประเด็น ในเรื่องของเงินที่มีจํานวนที่สภาพคลองที่ยังขาดอยูและติดลบอยูจํานวนมากก็ดวยระยะเวลา🔗
๒-๓ ปที่ผานมา ที่ผมไดกราบเรียนทางประธานสภาผานไปยังสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ในหวงเวลาตาง ๆ ตั้งแตป ๒๕๖๓ ตั้งแตเริ่มโควิด-๑๙ (COVID-19) เราเริ่มทยอย ไดชวยเหลือทางกาซหุงตมในราคาที่ถือวาไมแพง ๓๑๘ บาท ตอ ๑๕ กิโลกรัมถัง แลวก็ ทําอยางนี้มาโดยตลอดเปนจํานวนเงินไมนอยทีเดียว เพื่อที่จะชวยเหลือภาคประชาชนในยาม ที่มีโควิด-๑๙ (COVID-19) ทานสมาชิกผูทรงเกียรติหลายทานบอก แลวตอนชวงน้ํามันถูก ๆ ชวงโควิด-๑๙ (COVID-19) ทําไมไมเรียกเก็บเงินเขากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงเยอะ ๆ ไปเลย จะไดมีเงินเขามาเปนบวก ผมก็เคยกราบเรียนทานสมาชิกผูทรงเกียรติไปแลววาถาเรารูกอน วาปหนามันจะเกิดอะไรขึ้นเราคงเกงมากและผมเองก็คงทําไมได ทานสมาชิกผูทรงเกียรติ ดํารงตําแหนงเดียวกับผมก็คงทําไมได เพราะในชวงเวลาที่โควิด-๑๙ (COVID-19) เกิดขึ้นนั้น ประชาชนยากลําบากกันเหลือเกิน เรายังจะไปเพิ่มภาระเก็บเงินชดเชยเขากองทุนน้ํามัน เชื้อเพลิงใหน้ํามันเชื้อเพลิงแพงขึ้นอีก เราก็คงทําไมไดเชนเดียวกัน การพูดหลังจากทราบ ขอเท็จจริงแลวมันดูเหมือนงาย แตทานปฏิบัติไมไดหรอกในยามนั้น ทําอยางไรก็ไมลง เพราะวาวันนั้นประชาชนเดือดรอนเหลือเกิน แลวก็เปนเรื่องที่นาเสียดายวาในชวงที่กําลังจะ ฟนฟู กําลังจะเกิดการฟนฟูในป ๒๕๖๔🔗
ที่ผมไดกราบเรียนทางสภาใหเห็นขอมูลเปนป ๆ เลยวาในชวงของป ๒๕๖๔ เศรษฐกิจ ในประเทศตะวันตกเขาฟนฟูเร็วกวาเรา เพราะเขามีวัคซีน เขามียาที่จะชวยทําใหลดปญหา ของโควิด (COVID) ลงไปได เราก็ไดรับมาในชวงเวลาหนึ่ง แตของเขาจะไดเร็วกวาแนนอน เขาเปนผูคิดคนในเรื่องของวัคซีนขึ้นมาไดเขาก็เอามาใชประโยชนของเขากอน การฟนฟู ทางเศรษฐกิจเขาก็เร็ว การบริโภคตาง ๆ เขาก็ฟนตัวเร็ว กดดันทําใหราคาน้ํามันขึ้นมาอีก แทนที่มันจะลงเหมือนเดิม อยางที่ผมไดกราบเรียนไป ในป ๒๕๖๔ ก็ขึ้นมาจากอีกประเด็นหนึ่ง ยังเปนประเด็นเรื่องโควิด (COVID) อยู แตจากการฟนตัวจาก ๓๐ เหรียญ เปน ๖๐ เหรียญ กําลังการผลิตซึ่งเคยหยุดเปนเวลานาน ๆ จะใหเขาผลิตขึ้นมาโดยทันทีเปนไปไมได แตดีมานด (Demand) หรือความตองการของประชาชนซึ่งรอวันนั้นเริ่มเปดผอนคลายขึ้น ในประเทศตะวันตกเขาใชทันที เมื่อเปนเชนนั้นแลวจึงเกิดการขึ้นของราคาน้ํามันดิบเกิดขึ้น แตประเทศไทยเรายังอยูในชวงระหวางที่ยากลําบากอยู ในชวงเดือนตุลาคมถาจํากันได ตุลาคม ๒๕๖๔ เราเจอปญหาเรื่องเดลตา (Delta) สายพันธุเดลตา (Delta) ยังเหนื่อย ยังจะตองระมัดระวัง ยังตองประคับประคองประเทศ ยังตองดูแลเสถียรภาพของประเทศ ทั้งการเงินและการคลังเปนอยางดี รัฐบาลหรือกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงก็ไดเขาไป เขาไปดูแล ในเรื่องของน้ํามันเชื้อเพลิงอีกครั้งหนึ่ง ตรึงไว ถึงแมจะเกิน ๓๐ บาท เราก็ทําใหไมเกิน ๓๐ บาท ราคากาซหุงตมยังยืนไวที่ ๓๑๘ บาทเหมือนเดิม เหมือนเชนเดิมถึงแมราคาจะสูง กวานั้นถึง ๔๔๐ บาทเองก็ตาม ป ๒๕๖๕ ยิ่งไปกวานั้นอีก ป ๒๕๖๕ เกิดปญหายูเครน ปญหาอะไรตาง ๆ ขึ้นมา น้ํามันเกิดขึ้นมาแพงขึ้นทุกระดับในตัวเลขที่เราไมเคยเห็นมากอน ในรอบ ๑๔ ป แลวก็หลาย ๆ รัฐบาล ทานอาจจะบอกวารัฐบาลนั้นดี รัฐบาลนี้ดี ทุก ๆ รัฐบาล ทานไปดูยอนหลังในอดีต ทานเจออยูเรื่องเดียว เรื่องใดเรื่องหนึ่งแคนั้น เรื่องหนึ่งก็คือเรื่อง ของอัตราแลกเปลี่ยนที่มันออนตัวและราคาน้ํามันอยูในระดับที่สูง ตรงนั้นก็เจอในชวงของ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งทานก็มีกองทุนติดลบถึง ๘๐,๐๐๐ ลานบาทโดยประมาณ ตรงนั้น ทานก็เจอวิกฤติแบบนั้น อีกยุคหนึ่งทานเจอราคาน้ํามันสูงจริง มีคนกลาวเหมือนกันวาน้ํามัน สูงจริง แตราคาอัตราแลกเปลี่ยนไมใชสูง อัตราแลกเปลี่ยนแค ๓๐ บาทตอเหรียญสหรัฐ แคนั้นเอง เมื่อแปลงเปนราคาเงินบาทแลวก็ถือวายังสูงก็จริง แตเทียบกับวันนี้ ในยุคนี้ เวลานี้ สูงทั้งคู ไมเคยมีวิกฤตการณไหนมากอนที่เราเจอสูงทั้งคูในทั้ง ๒ นัย จึงเปนเหตุผลวาทําไม กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงถึงยังติดลบในจํานวนมากและรวดเร็ว ในชวงเวลาเพียง ๒ ไตรมาสเอง🔗
ทางกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงก็ไดใชความพยายามอยางเต็มที่ ใชความพยายามอยางเต็มที่ ในการที่จะกูเงินจากสถาบันการเงินตาง ๆ ทํางานรวมกับกระทรวงการคลังอยางใกลชิด หลีกเลี่ยงไมอยากใหทางสมาชิกผูทรงเกียรติไดบอกวาตองมาค้ําประกัน เราก็พยายาม หาชองทางอื่น ไมวาจะเปนในเรื่องของมีหนังสือจากกระทรวงการคลังชี้แจง หรือทําคําอธิบาย ไปแลว สถานการณก็ยังไมเอื้ออํานวย เพราะวาสถาบันการเงินก็ยังมีความกังวลในเรื่องของ ผลกระทบ อยางโควิด (COVID) หรือการฟนตัวของประเทศอยู จนสุดทายจนถึงวันที่เรา จําเปนตองตัดสินใจ ตัดสินใจวาถาไปกวานี้แลวมันไปไมไหวจริง ๆ เราจําเปนจะตองใหมีการ กูเงินเพื่อที่จะมาสรางสภาพคลอง เพราะมันเกิดขึ้นรวดเร็วในเวลาอันสั้น ๆ ที่น้ํามันขึ้นสูง น้ํามันดีเซลสูงถึง ๑๘๐ เหรียญตอบารเรล แลวในขณะที่เอฟเอ็กซ (FX) สูงถึง ๓๘ บาท หรือ ๓๗ บาท ซึ่งไมเคยมีมากอนในประวัติศาสตรของประเทศหรือของโลกนี้ ของประเทศไทยนี้ ตรงนี้เองก็เปนความจําเปนและความเรงดวนที่อยากจะเรียนทางสมาชิกผูทรงเกียรติใหไดทราบ🔗
ในสวนเรื่องของคาการตลาด คาการกลั่นผมเรียนย้ําอีกทีหนึ่ง โดยเฉพาะ คาการกลั่น หลายคนก็เทียบอยู ๒ ป ๓ ป ผมก็เขาใจทานก็ตองเลือกมา ๒ ป ๓ ป คาการกลั่นทานก็บอกวาปนี้โรงกลั่นกําไรเยอะแยะ ๓.๗๐ บาท ตัวเลขไมตองดูมาก เอาตัวเลขของกระทรวงพลังงานนี่แหละ แลวทานก็ดูป ๒๕๖๔ ๐.๘ สตางคเอง ไมถึงบาทบ ป ๒๕๖๓ ก็ ๐.๗ สตางคเอง ไมถึงบาท แตทานไมเคยดูยอนหลังวาในอดีตที่ผานมาเขาไดกัน ประมาณเทาไรกอนโควิด (COVID) ที่เขาไดต่ํา ๆ ก็เพราะชวงโควิด (COVID) คาการกลั่น มันต่ํา มัน ๒ บาทกวามาโดยตลอด เฉลี่ยกัน ๓ ปก็ประมาณนี้ เขาเคยเสียแลววันนี้เขาเคย ไดบาง เราก็จับจองอยูถายาวกวานี้เดี๋ยวทานปลัดกระทรวงพลังงานก็จะมาชี้แจงวาเรามี มาตรการที่จะติดตามเรื่องนี้อยางไร แตก็ตองดูแลใหความเปนธรรมกับผูประกอบการเขา ระดับหนึ่ง เพราะมิฉะนั้นแลวก็จะมีปญหา ในเรื่องของคาการตลาดก็เชนเดียวกัน ไปกดดัน เขามาก ๆ คาการตลาดเราก็พยายามพูดคุยกัน มีคนไปพูดคุย มีการประชุม มีการหารือกัน ในตนทุนตาง ๆ ของทางกระทรวงพลังงานกับผูประกอบการ รวมทั้งบุคคลที่ ๓ ก็คือ กลุมประชาชนก็มาชวยกันคิดชวยกันทํา ก็ลดลงมาเรื่อย ๆ ไมใชวาไมลดลงมา จนวันนี้ ในเรื่องของดีเซลก็ขอความรวมมือมาที่ ๑.๔๐ บาท ในสวนของแกสโซลีน (Gasoline) ก็ให ไปอยูในเกณฑของคาเฉลี่ยการตลาดที่พึงเปนที่พูดคุยกันในสวนนี้ อันนี้ก็จะมีผูมาชี้แจงเพิ่มเติม ใหพวกเราไดรับทราบ ทานสมาชิกไดรับทราบวามีการพูดคุยกันจริง ๆ และติดตามกัน ลองดู ในประเทศอื่น ๆ เวลาไปกดดันเขามาก ๆ อยางประเทศเวียดนามลาสุดถาทานติดตาม ไปพูดคุย ไปลดคาการกลั่น ไปลดอะไรตาง ๆ หรือการชดเชยตาง ๆ แลวยังคางชําระนาน ๆ เขาไปไมไหว เขาไปไมไหว เขาลดกําลังการผลิต ซายมือประเทศไทย ผมคิดวาไมใชวาไมมีคน ไปเติม คือมันสะดวกสบายเหลือเกิน ในขณะที่ลาสุดเองที่เวียดนามมีกระบวนการอยางที่ พวกเราหลายทานเสนอ ไปบีบ ไปควบคุม ไปจํากัดทุกอยางโดยไมดูเรื่องตนทุนและความ เหมาะสม ผูประกอบการเขาก็ลดกําลังการผลิตเขารัน (Run) โรงงานแค ๖๐-๗๐ เปอรเซ็นต เราเปนประเทศเสรีกวาเวียดนามดวยซ้ําไป เราคงจะเขาไปกํากับและยึดโรงงานโรงกลั่นเขา คงไมได แตมันตองอยูบนพื้นฐานที่เหมาะสมแลวเราก็ยังอยูบนพื้นฐานที่เหมาะสมแลวไปกันได แตพอมันเกิดเหตุการณในตางประเทศที่เราเห็น เปนอยางไรละครับ ตองเขาคิว มันเกิด อยางนี้ขึ้นจริง ๆ เราพยายามจะทําและติดตาม แลวก็คุยกันดวยเหตุดวยผล และความ สมเหตุสมผลของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงดังกลาวนําไปสูอัตราของน้ํามันเชื้อเพลิงหรือราคา🔗
น้ํามันเชื้อเพลิงในประเทศไทย ซึ่งทานอยากจะใหถูกกวานี้อีก หลายทานบอกวาตองลง ตองทํา อยางนั้นอยางนี้ ลองดูเปรียบเทียบกับประเทศไทย ผมก็เคยนํามาแสดงในหลาย ๆ ครั้ง ขอมูลในรัฐสภาแหงนี้ ประเทศไทยเราก็ไมไดต่ําที่สุดก็ถือวาอยูในเกณฑที่ดี น้ํามันดีเซลเรายัง ประคับประคองอยูในอันดับที่ ๓ จากประเทศที่ราคาต่ําสุดในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) น้ํามัน เบนซินอาจจะดูสูงหนอย เวียดนามดูจะต่ํากวาแตเวียดนามมีจํากัดการซื้อไปแลว มีการเขาคิว อยางที่ผมเรียนไป ตรงนี้เราคงไมอยากเห็นใหเกิดขึ้นกับประเทศไทย แอลพีจี (LPG) เหมือนกัน แอลพีจี (LPG) หลายทานก็อยากจะใหต่ํากวานี้อีก โรงแยกตองชวยอยางนั้นอยางนี้ ลองดูราคา แอลพีจี (LPG) ที่เราขายกันอยูในประเทศและเรากําลังดูแลอยู อันนี้เราสูงกวา เราเกือบจะ เรียกวาต่ําที่สุดในภูมิภาครองจากมาเลเซียซึ่งเขามีพลังงานสะสมมากกวาประเทศไทย มากมาย นี่ก็คือสิ่งที่รัฐบาลพยายามจะทํา พยายามประคับประคองใชกองทุนน้ํามันในการที่จะ ชวยเหลือ ในการที่จะบรรเทา ในการที่จะประคับประคองใหประเทศไทยคอย ๆ ฟนฟู ฟนฟู และคอย ๆ ปรับตัวเขาสูเศรษฐกิจที่เปนเศรษฐกิจปกติใหไดโดยเร็ว วันนี้เราอยูในขั้นตอน เวลานี้อยู ผมเองก็อยากจะเรียนโดยสังเขปใหกับพี่นองประชาชนแลวก็ทางสมาชิกสภา ผูแทนราษฎรทุกทานใหไดเขาใจถึงภาพตรงนี้วาเราจําเปนตองทําตรงนี้จริง ๆ มิฉะนั้นแลว ๑๐๐,๐๐๐ กวาลานบาทนี้ไมตองมีก็ไดแตประชาชนคนไทยจะตองรับภาระตั้งแตป ๒๕๖๔ เปนตนมา หรือโดยเฉพาะตนป ๒๕๖๕ น้ํามันในราคา ๔๐ กวาบาท อาจจะถึง ๕๐ บาทก็ได🔗
ถากระทรวงการคลังไมชวยมาสนับสนุนอีกดวย ราคาแอลพีจี (LPG) อาจจะสูงถึง ๕๒๕ บาท ตอถัง ๑๕ กิโลกรัมก็ได แลวประเทศไทยจะอยูไดอยางไร แลวเราจะอยูทามกลางการฟนฟู ไดอยางไร ในเมื่อขณะที่ถาจะตองขึ้นในเวลานั้นกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงไมไดเขาไปชวย วันนั้นประเทศไทยเรายังเผชิญหนากับโควิด-๑๙ (COVID-19) อยู เรากําลังรอการฟนฟูอยู ถาเราไมเขาไปชวยเงิน ๑๐๐,๐๐๐ กวาลานบาท ไมไดเขาไปใชในการที่จะบรรเทา สรางเสถียรภาพไว วันนี้เราก็คงจะมีปญหาในเรื่องของการฟนฟูเศรษฐกิจและความเดือดรอน ของประชาชนที่สะสมมากกวานี้ดวยซ้ําไป สวนเรื่องของแผนการชําระเงิน แผนการกูเงิน ตาง ๆ ก็จะมีผูแทนของทางกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงมาชี้แจงตอไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอตัวแทนกระทรวงพลังงาน พรอมชี้แจงไหม ขอใหทางนี้ชี้แจงจบกอนนะครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพและทานสมาชิกผูทรงเกียรติ กระผม นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ขอกราบเรียนชี้แจงเรื่องคาการกลั่นเพิ่มเติมจากที่ทานรองนายกรัฐมนตรีไดชี้แจงไปในสวน ของการจัดเก็บเงินคาการกลั่นจากโรงกลั่นน้ํามันดังนี้นะครับ🔗
กระทรวงพลังงานไดมีแนวคิดที่จะจัดเก็บเงินจากโรงกลั่นน้ํามันในชวงที่ คาการกลั่นสูงกวาคาเฉลี่ยในภาวะปกติตามที่ทานสมาชิกผูทรงเกียรติไดอภิปรายไป แตเนื่องจากวาไมเคยมีการเก็บเงินเขากองทุนในลักษณะนี้มากอน กระทรวงพลังงานจึงได หารือกับทางสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับเรื่องการจัดเก็บเงินดังกลาว ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาไดใหความเห็นวาคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง มีอํานาจเรียกเก็บเงินสวนตางของคากลั่นน้ํามันเบนซินและน้ํามันเบนซินจากโรงกลั่น แตตองอยู ภายใตกรอบของการบริหารนโยบายกองทุนที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแหงชาติ เปนผูกําหนด อยางไรก็ตามในการจัดเก็บดังกลาวคณะกรรมการกฤษฎีกามีขอสังเกตวา ตาม พ.ร.บ. กองทุนน้ํามันไมมีบทบัญญัติใดในการหามปรับเพิ่มหรือชะลอการปรับลดราคา ขายสงราคาหนาโรงกลั่นตามภาระการจายเงินเขากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงที่ถูกเรียกเก็บเพิ่ม กลาวคือเมื่อโรงกลั่นถูกเรียกเก็บเงินสวนของคาการกลั่นเพิ่มเติมเขามาที่กองทุนน้ํามัน โรงกลั่นก็สามารถที่จะสงผานภาระดังกลาวนี้ไปยังการเพิ่มราคาการขาย ซึ่งก็จะตกเปนภาระ ของประชาชนได ก็ขอใหระวังในสวนของการเก็บเงินในการเพิ่มนี้ เมื่อกฤษฎีกาตอบมา🔗
อยางนี้แลว ในชวงนี้เองคาการกลั่นในชวง ๓ เดือนที่ผานมาลดลงมาจากที่เคยสูงถึง ๕ บาท ตอนนี้ลดลงมาอยูประมาณ ๒ บาทกวา ถึง ๓ บาท แตอยางไรก็ตามถาเผื่อคาการกลั่นกลับไปสูง อยางตอเนื่องอีก กระทรวงพลังงานก็จะไดเตรียมมาตรการและหลักเกณฑเปนการลวงหนา ที่จะนําเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแหงชาติจัดเก็บคาการกลั่นใหเปนทางการตอไป ตามที่กฤษฎีกาไดตอบชี้แจงมา เราจะมีการทําการลวงหนาเพื่อเตรียมพรอมรองรับสถานการณนี้ หากคาการกลั่นตรงนี้กลับขึ้นมาสูงขึ้นอีก กราบเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ขอบพระคุณครับ🔗
มีทานวิสาร กับทานอัครเดชขอสอบถามเพิ่มเติม ขอทานวิสารกอน เอาสั้น ๆ อภิปรายกันมาเยอะแลว🔗
ทานประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย ผมขออนุญาต ๒-๓ คําถามสั้น ๆ ครับ เรื่องแรก ก็คือทานรองสุพัฒนพงษไมไดตอบผมวาทําไมแบงกรัฐถึงไมรับ แตวาวันนี้ก็ดีแลว มีทั้งทานรัฐมนตรีวาการ ทานรองนายกรัฐมนตรีสุพัฒนพงษและทานปลัดกระทรวงการคลัง อยูที่นี่ ผมถามในฐานะที่เปนตัวแทนพี่นองประชาชนอยู ๓ คําถามครับ ทานประธานครับ อันนี้มันถือวาเปนการผิดวินัยการเงินการคลังของเราหรือไม🔗
อันที่ ๒ ทานมั่นใจไดอยางไรสํานักงานกองทุนน้ํามันมันก็เปนภาครัฐ ทีนี้ถาเกิด พ.ร.บ. ไมผาน หนี้สินซึ่งเราเคยมีเพดานอั้นไวที่ ๘๐,๐๐๐ ลานบาท ตอนนี้มันเปน ๑๕๐,๐๐๐ ลานบาทแลว มันทวมแลวครับ แบงกรัฐก็ไมยอมค้ําประกัน ตองใหรัฐบาลออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ ผมถามวา ตัวนี้พอถึงเวลาขึ้นมากองทุนที่มีหนี้สินมหาศาล พอถึงเวลาขึ้นมา เวลาน้ํามันตลาดโลกลดลง บานเราเนื่องจากวาคุณเอาหนี้ไปเพิ่มกองทุนน้ํามัน มันก็จะทําใหพี่นองประชาชนตองรับ ภาระในการที่จะใชน้ํามันแพงไปอีกนานเลย สุดทายทานประธานครับ ผมขอทานประธาน ไดใหทานรองนายกรัฐมนตรีไดตอบผมวามีเหตุจําเปนอะไร แบงกรัฐมันไมรับหรืออยางไร แบงกกรุงไทยเขาไมยอมเชื่อถือรัฐบาลชุดนี้หรือไม ทําไมตองไปบีบบังคับใหแบงกอาคาร สงเคราะหมารับตอจากออมสินอีก ๒ แบงก ตรงนี้ผมถามทานประธาน ๓ คําถาม ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญทานอัครเดช🔗
กราบเรียนทานประธาน สภาผูแทนราษฎรที่เคารพ กระผม อัครเดช วงษพิทักษโรจน พรรคประชาธิปตย จังหวัด ราชบุรี ผมขออนุญาตถามทานรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงาน ผมถามคําถามทานไป ๒ คําถามครับ แลวก็ไมไดคําตอบก็คือ ๑. ทานแสดงตนทุนจริง ไดไหมวาตอนนี้ตนทุนจริง ๆ การกลั่นน้ํามันในประเทศไทยที่กลั่นโดยโรงกลั่นในเมืองไทย ทั้ง ๖ แหง ตนทุนจริง ๆ เทาไร ขอใหทานชี้แจงใหสภาผูแทนราษฎรแหงนี้ไดรับทราบดวย เพราะไมอยางนั้นขอกลาวหาที่ทานอุมโรงกลั่น อุมนายทุน ที่ประชาชนตั้งขอหาไว เพราะวา ทานเปนอดีตผูบริหาร ปตท. เกา มันก็จะเปนจริงอยางที่พี่นองประชาชนสงสัย ฉะนั้นทานตอง ชี้แจงวาตนทุนจริง ๆ ในการกลั่นน้ํามันที่เมืองไทยตนทุนเทาไร ๒. ทานรับปากในสภาแหงนี้ วาทานจะนําเงินของโรงกลั่นที่มีกําไรมากเกินไปมาใหกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงเพื่อชดเชยใหกับ พี่นองประชาชน วันนี้ยังไมเห็นสักบาทหนึ่งเลย ตัว ๓,๐๐๐ ลานบาทมันเปนในสวนของ โรงแยกแกสที่มาชวยแอลพีจี (LPG) แตสวนของคาการกลั่นที่เกี่ยวกับน้ํามันเชื้อเพลิง ยังไมมีเลย ๓. เมื่อสักครูนี้ไดฟงทานปลัดกระทรวงพลังงานไดชี้แจงวาทานหารือกฤษฎีกามา วาถาไปคิดคาการกลั่นที่สูงขึ้น แลวไปเรียกเก็บเงินเขากองทุนเพิ่ม มันจะครอสทู (Cross to) ไปที่พี่นองประชาชน คือผูประกอบการโรงกลั่นสามารถเพิ่มราคาน้ํามันได ก็จะเปนการผลักภาระ ไปยังพี่นองประชาชน ผมถามวาทานมีอํานาจอยูในมือทานยังสามารถออกพระราชกําหนด🔗
อุมโรงกลั่นได กูเงินค้ําประกันกองทุนเปนแสนกวาลานบาทได ทําไมทานไมออก พระราชกําหนดเรียกเก็บภาษีลาภลอยโรงกลั่น หรือไมก็เรียกเก็บคาสวนตางที่โรงกลั่น มีกําไรมากขึ้น จะเก็บในรูปภาษีก็ได หรือทานจะเรียกเก็บเขากองทุนอยางไรก็ได ทานมีอํานาจทําไมทานไมทําครับ ผมขออนุญาตตั้งคําถาม ๓ ขอใหทานรัฐมนตรีและ ทานปลัดกระทรวงพลังงานไดตอบดวยครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญทานเกียรติครับ🔗
ขออนุญาตครับ ทานประธานครับ สุพิศาล คนสุดทายครับ🔗
ขอทานเกียรติ กอนนะครับ แลวก็เปนทาน🔗
กราบเรียนทานประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปตย ผมตั้งขอสังเกตแลวกันจากคําตอบจากทานรองนายกรัฐมนตรีและทานปลัด🔗
ขอแรก เมื่อสักครูทานรองนายกรัฐมนตรีบอกวาถาเราไปกดดันเขามาก ๆ เขาจะลดกําลังการผลิต ทานยอมหรือครับ ใหโรงกลั่นเอาประเทศไทยเปนตัวประกัน มันมี กฎหมายในหลายประเทศ กฎหมายในหลายประเทศเลยที่สามารถจัดการกับโรงกลั่น ที่มีพฤติกรรมในลักษณะที่ทานชี้มาเมื่อสักครูนี้โดยมีกฎหมายมารองรับ ถาประเทศไทย ถูกจับเปนตัวประกันโดยโรงกลั่น รวมกับสภาเลยทานรองนายกรัฐมนตรี ออกกฎหมายเลย กรณีฉุกเฉินจําเปนทําไมไดครับ ลดกําลังการผลิตอยูดี ๆ อยางนั้นไมได นั่นขอที่ ๑🔗
ขอบคุณครับ เชิญทานสุพิศาล แลวก็ตามดวยจุลพันธนะครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานที่เคารพ ผม พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกาวไกล เมื่อสักครูทานวิสารมาฝากคําถามพวงเพิ่มคือนโยบายประหยัด ตองตอบทานวิสารดวยนะครับ ของผมมี ๒ คําถาม เพราะทานไมไดตอบผมในประเด็นของการออกพระราชกําหนดเรื่องที่ ออกกฎหมายมิใหนําความมาตรา ๑๙ วรรคสอง พระราชบัญญัติบริหารหนี้ พ.ศ. ๒๕๖๒ มาใช ใชหลักเกณฑ วิธีการหรือเหตุผลอะไรถึงมาออกกฎหมายพระราชกําหนดหักพระราชบัญญัติ ของบริหารหนี้ ผิดวัตถุประสงคหรือหลักการและเหตุผลของ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะในเรื่อง วินัยการเงินการคลังอยางไรหรือไม นี่คําถามที่ ๑ ที่ไมไดตอบผม คําถามที่ ๒ ที่ผมถามไปคือ ตัวเลขเรโช (Ratio) ของอัตรานําเขาของทุกหนวยงานที่มาตรา ๒๗ บอกใหสงเงินเขามา ตอนกอนตุลาคม ๒๕๖๕ ยอดเทาไรในน้ํามันแตละประเภท กับหลังที่ปรับตุลาคม ๒๕๖๕ แลว มีอัตราเรต (Rate) ตางกันอยางไรไมไดตอบ ๒ ประเด็นครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ก็เหลือทานจุลพันธ เชิญครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ อมรวิวัฒน สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม พรรคเพื่อไทย ฟงคําตอบจาก ทางทานรัฐมนตรีแลวก็ทางกระทรวงพลังงานก็จับไดวาใจลึก ๆ ทานก็มองวาตัวเลือกนี้ เปนตัวเลือกที่จําเปน ซึ่งจริง ๆ ตรงกันกับทางทานรัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลังทานก็นั่ง อยูบนบัลลังก ทานก็ออกมาใหสัมภาษณวานี่เปนตัวเลือกสุดทายใชคําวา ตัวเลือกสุดทาย ผมตองเรียนอยางนี้ คือมันอาจจะเห็นตางกัน มันเปนเรื่องที่เห็นตางกันได แตอยางไรก็ตาม ผมฝากคําถามไปแลวกัน ทําไมตัวเลือกสุดทายมาถึง แลวตัวเลือกกอนหนาทานมีอะไรบาง ทําไมทานไมพิจารณา ทานไดพิจารณาหรือไมในเรื่องของการปรับโครงสรางคาการตลาด หรือแมแตการคืนหนี้สินที่ทานดึงออกมาจากกองทุนน้ํามันไปยังกองทุนอนุรักษพลังงาน ๒๐,๐๘๐ กวาลานบาท จําตัวเลขไมได ซึ่งอันนั้นเปนการกระทําซึ่งขัดตอรางพระราชบัญญัติ แลวก็กฎหมายของทานเอง ทานไดคิดหรือไมวาทานจะคืนหนี้กอนนี้ใหกับกองทุนน้ํามัน🔗
เพื่อลดภาระที่มันจะเกิดกับพี่นองประชาชนผานทางการออก พ.ร.ก. ฉบับนี้หรือไม ผมถาม คําถามนี้จะไดตอบไดครับ🔗
ขอบคุณครับ ผมขอใหทานพิสิฐ ลี้อาธรรม เปนทานสุดทายสําหรับที่ถาม เพราะวาเดี๋ยวทานรัฐมนตรี ตอบชี้แจง แลวเราก็จะไดลงมติกัน เชิญครับ🔗
กราบเรียนทานประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปตย กระผมขออนุญาตใหทานประธานไดสอบถามทานรัฐมนตรีในประเด็นที่ผมไดสอบถามไป โดยเฉพาะ ๑. ก็คือเรื่องของการใชกรีน ไฮโดรเจน (Green Hydrogen) ในแอลเอ็นจี (LNG) วามีนโยบายอยางไรเพื่อจะไดชวยลดตนทุนในการผลิต เพราะวาแกสมีผลมากตอเศรษฐกิจไทย นั่นประการที่ ๑ ประการที่ ๒ ที่กระผมไดสอบถามไปก็คือเรื่องของการคิดคากลั่นของโรงกลั่น เนื่องจากโรงกลั่นเหลานี้มีอายุมากแลวไมสมควรจะนําคาเสื่อมมาคิด ทานมีแนวนโยบาย ในเรื่องนี้อยางไร ขออนุญาตครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญทานรัฐมนตรีตอบชี้แจงครับ🔗
เรียนทานประธานสภาที่เคารพ ผานไปยังยังสมาชิกผูทรงเกียรติ เรื่องของวาทําไมแบงกรัฐไมใหสินเชื่อ ก็เปนเรื่องของกฎเกณฑของแบงกรัฐที่ไดกลาวมา เปนแบงกรัฐที่อยูในการกํากับดูแลของธนาคารแหงประเทศไทยซึ่งเขาดูเกณฑในเรื่องของ การปลอยสินเชื่อรวมอยูดวย จริง ๆ แลวไมไดวาไมไดปลอย🔗
เขามีขอเสนอเพิ่มเติมขึ้นมาและเงื่อนไขเราพูดคุยกันนานพอสมควร แลวก็ใชเวลา เขามีขอเสนอที่คอนขางจะมีความยุงยากพอสมควรในสวนนั้น แลวก็ความจําเปนที่แบงกรัฐ ที่จะตองไปชวยเหลือดูแลภาคประชาชนในชวงโควิด (COVID) ตรงนั้นก็ยังมีสูงอยู ตรงนี้ เราพยายามจะหลีกเลี่ยงหาทางที่จะใชวิธีการอื่นพูดคุยกันโดยใชเงื่อนไขที่เรียกวาผอนปรนได ที่ทางธนาคารหรือกระทรวงการคลังพอจะอุดหนุนไดมีอะไรบาง ซึ่งไดพูดคุยกันแมกระทั่ง ในเรื่องของคอมฟอรต เลตเตอร (Comfort Letter) ที่จะออกจากทางกระทรวงการคลังเอง ซึ่งตรงนั้นเองก็พูดคุยกัน แตสุดทายแลวก็ยังไมไดขอสรุปและทอดยาว ซึ่งก็อยางที่ผมเรียนวา เราไมตองการที่จะใหมีการค้ําประกันหนี้โดยเร็ว ก็เหมือนกับสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ผูทรงเกียรติทุกทาน แตวามันมีทางเลือกอื่น ๆ เราก็ใชใหหมดเทาที่จะใชไดอยางที่ผมเรียน ทานจุลพันธวาแมกระทั่งเรื่องคุยกันในรูปแบบของการอุดหนุนในรูปแบบตาง ๆ ที่เรียกวา พีเอสเอ (PSA) หรือแมกระทั่งในเรื่องของคอมฟอรต เลตเตอร (Comfort Letter) เองก็ตาม ก็ยังไมไดขอสรุป มันมีประเด็นพูดคุยกันยาว สุดทายแลวทางเลือกสุดทายก็เปนเรื่องที่จําเปน เมื่อสอดคลองกับสถานการณของราคาน้ํามันและอัตราแลกเปลี่ยนที่มันโดดขึ้นเร็วมาก ในชวงไตรมาส ๒ ไตรมาส ๓ ชวงเวลาสั้น ๆ เอง ๓ เดือนเองขึ้นมาหลายหมื่นลานบาท ตรงนั้นเองมันเลยเปนเหตุจําเปนและจําเปนตองเลือกใชมาตรการสุดทาย🔗
สวนทานอัครเดช ทานถามทุกครั้งเรื่องตนทุนโรงกลั่น เวลามีกระทูมา ทานเปนกรรมาธิการทานเรียกโรงกลั่นมาได โรงกลั่นเขาก็จะบอกวามันเปนตลาดเสรี เปนเรื่องขอมูลที่เขาเปดเผยใหไมไดเพราะมันเปนเรื่องของการแขงขันระหวางโรงกลั่น ซึ่งกันและกัน ตรงนี้เองก็เปนขอจํากัดจริง ๆ ถามกระทรวงพลังงานทานก็ถามแลว ถามกระทรวงพาณิชยทานก็ถามแลวก็ไมไดคําตอบ ทานลองถามกระทรวงพาณิชย เชนเดียวกันลองถามดู เปนสินคาควบคุมดวย น้ํามันสําเร็จรูปเปนสินคาควบคุมดวย ทานตองถามกระทรวงพาณิชยดวยเหมือนกันวาตนทุนจริง ๆ เปนเทาไรกันแน ทานถาม กระทรวงพลังงานแลว กระทรวงพลังงานก็ไดพยายามหาคําตอบวามันเปนตลาดเสรี มันเปน เรื่องขอมูลที่ระหวางโรงกลั่นเขาใหซึ่งกันและกันไมได ลองกระทรวงอื่น ๆ ผมเองก็พยายาม จะถามกระทรวงพาณิชย กระทรวงอื่น ๆ ก็ไดคําตอบที่คลายคลึงกัน แลวก็ในเรื่องของ เงินกําไรมาชดเชย เรื่องวินดฟอลล แท็กซ (Windfall Tax) อะไรตาง ๆ ก็อยางที่เรียน ผมคิดวาทางทานปลัดไดกลาวไวชัดเจนอยูแลววาเราก็ติดตามมาโดยตลอดวาคาการกลั่น🔗
มันสูงขึ้นจริง ตอนนี้มันก็ออนตัวลงมา ทานตองยอนดู ๒ ปที่แลวชวงโควิด (COVID) โรงกลั่น ตอนนั้นเขาไดต่ํากวา ๒ บาท ทําไมเราไมชดเชยใหเขา ออกวินดฟอลล แท็กซ (Windfall Tax) ไมใชวาไดเปลา ๆ เวลาที่เขาไดต่ําลงเราตองไปชดเชยใหเขาดวย ถึงเวลานั้นเราจะยอมชดเชย ใหเขาหรือไม ตรงนั้นก็เปนคําถาม เรื่องพวกนี้ดีเบต (Debate) กันได เห็นตางกันได ในเรื่อง ของ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะอะไรตาง ๆ ผมคิดวาทางกระทรวงการคลังดูเรียบรอยแลววา ไมนาจะมีประเด็นอะไรที่จะเปนขอขัดแยงกัน หรือการออกพระราชกําหนดครั้งนี้จะขัดกับ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะใด ๆ🔗
สวนในเรื่องของกองทุนอนุรักษ อันนี้ก็อยางที่ผมเรียนมีการคืนเงินตาม พ.ร.บ. กองทุนหมุนเวียนอยางที่ทานจุลพันธวา กรณีมีเงินเกินกวาที่เราจะใชใน ๒-๓ ป จากแผนงานของกองทุนอนุรักษก็สงคืนกลับกระทรวงการคลัง และกระทรวงการคลัง ถาทานจุลพันธดูเขาก็ลดอัตราภาษีสรรพสามิตเพื่อเปนการดูแลชวยเหลือในสวนของกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิง ถาเขาไมชวยลด ไมชวยดูแลวันนี้ราคาเราก็ไมไดราคานี้นะครับ วันนี้ราคา ตนทุนจริง ๆ ที่พึงจะเปนน้ํามันเชื้อเพลิงดีเซล ๓๘ บาท ถากระทรวงการคลังไมไดชวยไว วันนี้ก็ ๔๐ กวาบาท ตรงนี้ก็จะเปนทางตรงทางออม แตผมคิดวามันก็เปนการที่ดูแล ประชาชนดูแลประคับประคองตาง ๆ ใหเศรษฐกิจมันเดินไปได🔗
สวนที่ทานพิสิฐ ลี้อาธรรม ไดกลาวมาเรื่องของนโยบาย เรื่องของกรีน (Green) หรือรีนิววาเบิลส (Renewables) หรือพลังงานสะอาด กระทรวงการพลังงานมีอยูในแผน พลังงานชาติ ผมเองอยากจะเรียนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรทุกทานผานทานประธานสภา ก็คือวามันเปนความจําเปนจริง ๆ🔗
แลวก็ผมเห็นดวยกับทานพิสิฐ แลวก็เชื่อวาทานสมาชิกสภาผูแทนราษฎรทุกทานก็เห็นดวย ประเทศไทยเรายังจําเปนนําเขาพลังงานอยูถึงแมเราจะมีแหลงแกสธรรมชาติแลวก็ตาม แตเรายังนําเขาน้ํามันเยอะ แลวก็มีสมาชิกสภาผูแทนราษฎรไดอภิปรายหลายทานวา มีแนวโนมจะใชไฟฟามากขึ้นเพื่อทดแทนพลังงานฟอสซิล (Fossil) ตาง ๆ ที่จะเปนปญหา ตอเรื่องความเปนกลางทางคารบอนในอนาคต แลวก็เปนสิ่งที่จะเปนขอกีดกันทางการคา ในอนาคตอีกดวยเราจําเปนจะตองลดในสิ่งเหลานี้ ซึ่งทิศทางของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ทาน พลเอก ประยุทธก็ชัดเจน ที่ประเทศไทยจะกาวสูความเปนกลางทางคารบอน ในป ๒๐๕๐ ซึ่งสวนหนึ่งก็จะทําใหเราใชพลังงานสะอาด ในแผนพลังงานชาติจะมีการใช พลังงานสะอาดมากขึ้น มีการเก็บกักคารบอนไดออกไซดเก็บไวใตพื้นพิภพ วันนี้ก็ศึกษา ศักยภาพของประเทศไทย ซึ่งในเบื้องตนก็พบวามีความเปนไปไดนะครับ แตสิ่งที่เราจะทํา ก็คือนอกจากเราจะเปนการคอมพลาย (Comply) กับตัวกติกาสากลของโลกในเรื่องของ ความเปนกลางทางคารบอนแลว เรายังเปนการที่จะลดการพึ่งพาการนําเขาพลังงาน นั่นก็คือ สิ่งที่รัฐบาลพยายามจะทํา เพราะรัฐบาลเห็นวาในโอกาสที่เราเจอปญหาในยามวิกฤติครั้งนี้ และเราไมเคยคิดวามันจะเกิดขึ้น จนเปนเหตุวาเรามีภาระทางพลังงาน วิกฤติทางพลังงาน อยางมากมายมหาศาลเราจะแกตรงนี้ ถาเราเปลี่ยนแปลงในทิศทางของพลังงานชาติ มีการใช พลังงานทดแทนอื่น ๆ พลังงานสะอาดมากขึ้น รวมทั้งไฮโดรเจน และการกักเก็บ คารบอนไดออกไซดที่เก็บไวในใตพื้นพิภพไดเราจะลดการพึ่งพาการนําเขา ปญหาที่เกิดขึ้น ในวันนี้ที่ทานอภิปรายในวันนี้จะไมเกิดในคนยุครุนหลัง ๆ ถัด ๆ ไป ใหเขาเจอกับปญหา สิ่งใหม ๆ ดีกวา เราจะแกกันวันนี้ จะทยอยแก สิ่งที่เราแกวันนี้ก็คือปญหาที่เราขอวันนี้ และแผนงานที่เรากําลังดําเนินการอยูเพื่อใหเกิดการใชพลังงานสะอาดมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากตางประเทศ อันเปนปญหาใหเกิดวิกฤติอยูในทุกวันนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ทานสมาชิกครับ ผมคิดวาผมไดใหโอกาสทานสมาชิกไดทั้งอภิปรายและซักถามคอนขางละเอียดแลวนะครับ🔗
ขออนุญาตใชสิทธิพาดพิงนะครับ🔗
ไมไดพาดพิง หรอกครับ ทานอภิปรายถามทานรัฐมนตรี รัฐมนตรีก็ตองพูดถึงชื่อทานนี้เปนเรื่องธรรมดา🔗
ทานอัครเดชทานอภิปรายมาเยอะแลว ซักถามอยูหลายรอบแลว ผมพอแลวนะครับ เราจะไดลงมติกัน ผมขอเถอะครับ พอแลวทานอัครเดชครับ ทานรัฐมนตรีจะตอบไมตอบ เปนสิทธิของรัฐมนตรี ถาทานไมตอบ เรารับไมไดเราก็ไมตองอนุมัติเทานั้นเอง พอแลวครับ เชิญทานนั่งเถอะครับ ผมใหโอกาสทานเยอะแลว เชิญทานนั่งเลยครับ🔗
นิดเดียวครับ ขออนุญาตใชสิทธิ พาดพิงนิดเดียวครับ🔗
ไมไดพาดพิง ทานอัครเดช ผมอธิบายตรงนี้กอน🔗
ทานประธานครับ ขออนุญาต ใชสิทธิพาดพิงนิดเดียวครับ🔗
เดี๋ยวครับ คําวา พาดพิง คือเปนประเด็นที่ผูอภิปรายพูดถึงทานแลวทานเสียหาย แตนี่ผมฟงแลวมันไมมี อะไรเสียหาย เพียงแตขอมูลอาจจะไมตรงกันก็เปนเรื่องธรรมดาในสภานี้ พาดพิงตรงไหน เสียหายไหม เชิญครับ🔗
ดวยความเคารพทานประธานครับ ขออนุญาตทานประธานนิดเดียว เพื่อประโยชนของพี่นองประชาชน นิดเดียวจริง ๆ ไมยาวครับ ทานประธานครับ ผม อัครเดช วงษพิทักษโรจน คือทานรัฐมนตรีชี้แจงกรณีตนทุนวา ผมเปนกรรมาธิการแลวมาชี้แจง หนวยงานมาชี้แจงเราทราบอยูแลว ก็กรรมาธิการเรียกมา ชี้แจง แลวทางหนวยงานมาชี้แจงวาไมทราบตนทุน ผมก็เลยเรียนถามทานรัฐมนตรีวาแลวทาน เอาเงินภาษีของพี่นองประชาชนไปชดเชยโดยที่ตนทุนการกลั่นยังไมรูเลย แสดงวาอยางนี้ ตนทุนโรงกลั่นเรียกเทาไรก็ได เพราะฉะนั้นประชาชนก็เสียหาย เพราะเหมือนกับทานโกงเงิน ภาษีของพี่นองประชาชนไปชดเชยใหโรงกลั่น นี่ประการที่ ๑🔗
ประการที่ ๒ เงินที่ขอใหทานมาเยียวยาหรือชดเชยใหพี่นองประชาชน แลวทานรับปาก ณ สภาแหงนี้วาทานจะไปขอโรงกลั่นมาให ไปเจรจาโรงกลั่นมาให วันนี้ไมได สักบาท แลวทานมาพูดแกตัวใหกับโรงกลั่น ทานไมใชมาในฐานะรัฐมนตรีวาการกระทรวง พลังงาน ทานมาในฐานะพนักงาน ปตท. ฉะนั้นผมถึงเรียนทานประธานวาอันนี้🔗
พอแลวครับ เชิญนั่งครับ ทานไดใชสิทธิไปเยอะแลว เชิญนั่งครับ ทานรัฐมนตรีจะชี้แจงไหมครับ หรือวาไมตองชี้แจง ไมชี้แจงก็ถือวาเราจะไดลงมติกันนะครับ🔗
ทานสมาชิกครับ ตอไปผมจะขอถามมติจากที่ประชุมวาจะใหการอนุมัติพระราชกําหนดผอนผันให กระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระหนี้ของสํานักงานกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ หรือไม กอนลงมติผมขอตรวจสอบองคประชุมนะครับ ขอเชิญทานสมาชิกที่อยูขางนอก เขาหองประชุม เชิญครับ🔗
ทานประธานครับ🔗
ทานพิเชษฐ มีอะไรไหมครับ🔗
ทานประธานครับ เนื่องจากวา พระราชกําหนดนี้เปนพระราชกําหนดที่สําคัญนะครับ ผมประทวงทานประธานตามขอบังคับ ขอ ๙ อยากใหทานประธานไดควบคุมการประชุมใหเรียบรอย ทานประธานควรจะบอกวา การกดบัตรแทนกันนั้นมีโทษถึงติดคุก ทานประธานชวยบอกในที่ประชุมหนอยครับ🔗
ไมตองบอก หรอกครับ ทาน ส.ส. รูดีอยูแลว มีตัวอยางใหเห็นมาเยอะแลว กดบัตรแทนกันเปนอยางไร เชิญทานสมาชิกที่เขาหองประชุมแลวไดแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุมแสดงตนครับ🔗
มีทานสมาชิก ทานใดที่ยังไมไดแสดงตนมีไหมครับ เชิญครับ ยังใหโอกาสครับ🔗
ทานประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ๑๒๕ อยูครับ🔗
สัณหพจน สุขศรีเมือง ๔๐๓ ครับ🔗
ทานประธานครับ คมเดช ๐๔๒ ครับ🔗
ทานคมเดช ๐๔๒ อยูครับ ถาทานสมาชิกใชสิทธิแสดงตนกันทุกทานแลว ผมขอปดการแสดงตนนะครับ เจาหนาที่แสดงผลครับ จํานวนผูเขาประชุม ๓๘๘ ทาน ถือวาครบองคประชุมนะครับ🔗
ตอไปขอเชิญ ทานสมาชิกใชสิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ทานผูใดเห็นวาควรอนุมัติโปรดกดปุม เห็นดวย ทานผูใดเห็นวาไมควรอนุมัติโปรดกดปุม ไมเห็นดวย ทานผูใดเห็นวาควรงดออกเสียง โปรดกดปุม งดออกเสียง ขอเชิญทานสมาชิกใชสิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗
ทานประธานครับ สัณหพจน สุขศรีเมือง ๔๐๓ เห็นดวยครับ🔗
ทานประธานครับ ๐๔๒ คมเดช ไมเห็นดวยครับ🔗
มีทานสมาชิก ทานใดที่ยังไมไดใชสิทธิลงคะแนนเชิญนะครับ🔗
ทานประธานครับ กระผม อันวาร สาและ ๔๘๑ เห็นดวยครับ🔗
๔๘๑ เห็นดวย เชิญนะครับ รออยูครับ ถาทานสมาชิกใชสิทธิออกเสียงลงคะแนน🔗
ทานประธานคะ ๔๖๗ ไมเห็นดวยคะ🔗
เชิญใหมครับ🔗
ยกเลิกกอนคะ🔗
หมายความวา อยางไร🔗
ทานประธานครับ ผม ๔๕๘ ไมเห็นดวยครับ🔗
ตอไปจะเปน การพิจารณาเรื่องดวนที่ ๒ นะครับ🔗
๒. รางพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนขอมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลง ระหวางประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. ....🔗
ดวยคณะรัฐมนตรีไดเสนอรางพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนขอมูลเพื่อปฏิบัติตาม ความตกลงระหวางประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... มายังสภาผูแทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๑) นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังไดนําเสนอรายงานการรับฟงความคิดเห็นของผูที่เกี่ยวของและรายงาน การวิเคราะหผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย เพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการ ตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ รายละเอียดปรากฏในเอกสารที่เจาหนาที่ไดจัดวาง ไวใหทานสมาชิกแลวนะครับ🔗
ในการนี้ผมไดอนุญาตใหผูแทนจากกรมสรรพากรเขารวมชี้แจงขอเท็จจริง ตอที่ประชุมตามขอบังคับ ขอ ๗๖ ขอเชิญผูมีรายชื่อดังตอไปนี้เขารวมชี้แจงในที่ประชุม ๑. นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร ๒. นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน รองอธิบดี รักษาการในตําแหนงที่ปรึกษาดานยุทธศาสตรการจัดเก็บภาษี ๓. นายมงคล ขนาดนิด ผูอํานวยการกองกฎหมาย ๔. นางสาวเพ็ญสุข สังฆสุบรรณ ผูอํานวยการศูนยปฏิบัติการ ตามพันธกรณีระหวางประเทศ ๕. นายพชา วิทูรภาพ นิติกรเชี่ยวชาญกองกฎหมาย เชิญทานผูรวมชี้แจงเขาประจําที่นะครับ🔗
ตอไปขอเชิญ ทานรัฐมนตรีแถลงหลักการและเหตุผลครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานสภาผูแทนราษฎรที่เคารพและทานสมาชิกผูทรงเกียรติ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลัง ไดรับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ใหนําเสนอรางพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนขอมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหวางประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... ตอสภาผูแทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้🔗
หลักการ ใหมีกฎหมายวาดวยการแลกเปลี่ยนขอมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลง ระหวางประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร🔗
เหตุผล โดยที่ประเทศไทยมีพันธกรณีในการแลกเปลี่ยนขอมูลภาษีอากร แบบรองขอตามความตกลงหรืออนุสัญญาเพื่อการเวนการเก็บภาษีซอนและการปองกัน🔗
การเลี่ยงรัษฎากร และความตกลงพหุภาคีวาดวยการใหความชวยเหลือดานการบริหารภาษี หรือเรียกวาความตกลงแม็ก (MAC) และมีพันธกรณีในการแลกเปลี่ยนขอมูลบัญชี ทางการเงินแบบอัตโนมัติตามความตกลงพหุภาคีระหวางเจาหนาที่ผูมีอํานาจในการ แลกเปลี่ยนขอมูลบัญชีทางการเงินแบบอัตโนมัติ หรือที่เรียกวาเปนความตกลงเอ็มซีเอเอ ซีอารเอส (MCAA CRS) ประกอบกับประเทศไทยไดเขาเปนภาคีสมาชิกโกลบัล ฟอรัม ออน ทรานสพาเรนซี แอนด เอ็กเชนจ ออฟ อินฟอรเมชัน ฟอร แทกซ เพอรโพเซส (Global Forum on Transparency and Exchange of Information for Tax Purposes) หรือที่เรียก สั้น ๆ วาโกลบัล ฟอรัม (Global forum)🔗
ซึ่งเปนกรอบความรวมมือเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนขอมูลภาษีอากรขององคการเพื่อความ รวมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือชื่อยอวา โออีซีดี (OECD) อันมีผลผูกพันให ประเทศไทยในฐานะสมาชิกตองดําเนินการแลกเปลี่ยนขอมูลภาษีอากร และขอมูลบัญชี ทางการเงินกับคูสัญญาตามความตกลงดังกลาว ดังนั้นเพื่อใหประเทศไทยสามารถปฏิบัติตาม พันธกรณีและขอผูกพันในการแลกเปลี่ยนขอมูลภาษีอากรและขอมูลบัญชีทางการเงิน ดังกลาวได จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้🔗
ทานประธานสภาผูแทนราษฎรที่เคารพและทานสมาชิกผูทรงเกียรติ รางพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนขอมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหวางประเทศเกี่ยวกับ ภาษีอากร มีสาระสําคัญสรุปไดดังนี้🔗
๑. การแลกเปลี่ยนขอมูลแบบรองขอ ซึ่งปรากฏอยูในมาตรา ๗ ถึงมาตรา ๑๒ ประกอบไปดวย🔗
๑.๑ กําหนดขอบเขตอํานาจของเจาหนาที่ผูมีอํานาจของประเทศไทย ใหสามารถแลกเปลี่ยนขอมูลแบบคํารองขอ🔗
๑.๒ กําหนดรายละเอียดคําขอที่เจาหนาที่ผูมีอํานาจของคูสัญญาตองสง มายังเจาหนาที่ผูมีอํานาจของประเทศไทย🔗
๑.๓ กําหนดเหตุที่ใหเจาหนาที่ผูมีอํานาจของประเทศไทย สามารถปฏิเสธ การแลกเปลี่ยนขอมูลแบบรองขอ🔗
๑.๔ กําหนดใหเจาหนาที่ผูมีอํานาจของประเทศไทยแจงเจาหนาที่ ผูมีอํานาจของคูสัญญา ในกรณีที่คํารองขอขอมูลมีรายละเอียดไมเพียงพอ หรือมีเหตุในการ ปฏิเสธคํารองขอ🔗
๑.๕ กรณีคํารองขอขอมูลมีรายละเอียดเพียงพอและไมมีเหตุในการ ปฏิเสธคํารองขอ ใหเจาหนาที่ผูมีอํานาจดําเนินการรวบรวมขอมูลตามคํารองขอ หากไมมี ขอมูลดังกลาว ใหสั่งการใหอธิบดีมีอํานาจในการจัดหาขอมูล โดยอธิบดีมีอํานาจการสั่ง บุคคลหรือผูที่ครอบครองขอมูลดังกลาวสงขอมูลนั้นใหแกอธิบดี เพื่อสงใหเจาหนาที่ผูมีอํานาจ ของประเทศไทยเพื่อการแลกเปลี่ยนตอไป🔗
๒. การแลกเปลี่ยนขอมูลแบบอัตโนมัติปรากฏอยูในมาตรา ๑๓ ถึงมาตรา ๒๔ ประกอบไปดวย🔗
๒.๑ กําหนดขอบเขตอํานาจของเจาหนาที่ผูมีอํานาจของประเทศไทย ในการแลกเปลี่ยนขอมูลบัญชีทางการเงินแบบอัตโนมัติ🔗
๒.๒ กําหนดผูมีหนาที่รายงานขอมูลบัญชีทางการเงิน และผูไดรับยกเวน ไมเปนผูมีหนาที่รายงาน🔗
๒.๓ กําหนดใหผูมีหนาที่รายงานตองจัดใหลูกคาของตนแจงและยืนยัน ขอมูลเกี่ยวกับถิ่นที่อยูทางภาษีทุกครั้งที่มีการเปดบัญชีใหม และตองตรวจสอบบัญชี ทางการเงินของลูกคาของตน หากพบวาบัญชีทางการเงินใดถือโดยลูกคาซึ่งเปนผูที่ตอง ถูกรายงาน หรือถือโดยลูกคาซึ่งมีผูมีอํานาจควบคุมเปนผูที่ตองถูกรายงาน ใหผูมีหนาที่ รายงานกําหนดใหบัญชีทางการเงินนั้นเปนบัญชีทางการเงินที่ตองถูกรายงาน🔗
๒.๔ กําหนดใหผูมีหนาที่รายงาน รายงานขอมูลบัญชีทางการเงิน แกเจาหนาที่ผูมีอํานาจ ภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายนของปถัดไป🔗
๒.๕ กําหนดใหผูมีหนาที่รายงานตองเก็บรักษาขอมูลเปนระยะเวลา ๖ ป นับแตวันสิ้นปปฏิทินที่เสร็จสิ้นกระบวนการตรวจสอบบัญชีทางการเงิน🔗
๓. อํานาจของเจาหนาที่ผูมีอํานาจปรากฏในมาตรา ๒๕ คือกําหนดให เจาหนาที่ผูมีอํานาจของประเทศไทยสามารถเปดเผยขอมูลใหกับเจาพนักงานประเมิน ตามประมวลรัษฎากร หรือกฎหมายวาดวยภาษีเงินไดปโตรเลียม หรือกฎหมายเกี่ยวกับ ภาษีอากรอื่นตามที่กําหนดได ทั้งนี้ การเปดเผยดังกลาวจะตองอยูภายใตกรอบของความตกลง เทานั้น🔗
๔. บทกําหนดโทษ ปรากฏในมาตรา ๒๖ ถึงมาตรา ๓๑ ประกอบไปดวย🔗
๔.๑ กําหนดโทษปรับทางปกครอง ในกรณีไมปฏิบัติตามคําสั่งของอธิบดี ในกรณีสั่งใหสงขอมูลแบบรองขอ หรือสั่งใหปฏิบัติและรายงานขอมูลบัญชีทางการเงิน แบบอัตโนมัติ🔗
๔.๒ กําหนดโทษทางอาญา กรณีเจตนาแจงขอความอันเปนเท็จ กรณี การไมเก็บรักษาขอมูลและกรณีเปดเผยขอมูลแกบุคคลอื่น🔗
๕. บทเฉพาะกาล กําหนดใหผูมีหนาที่รายงานตามพระราชบัญญัตินี้ ดําเนินการตรวจสอบบัญชีทางการเงินที่มีอยูในกอนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับ ของลูกคาของตน หากพบวาบัญชีทางการเงินใดถือโดยลูกคาซึ่งเปนผูที่ตองถูกรายงาน หรือถือโดยลูกคาซึ่งมีผูมีอํานาจควบคุมเปนผูตองถูกรายงาน ใหผูมีหนาที่รายงานกําหนดให บัญชีทางการเงินนั้นเปนบัญชีทางการเงินที่ตองถูกรายงาน🔗
ทานประธานสภาผูแทนราษฎรที่เคารพและทานสมาชิกผูทรงเกียรติ ผมขอเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเปนมาและความจําเปนที่ตองตราพระราชบัญญัตินี้ กลาวคือ เนื่องจากประเทศไทยไดเขารวมเปนสมาชิกกรอบความรวมมือโกลบัล ฟอรัม (Global Forum) จึงตองยกระดับการแลกเปลี่ยนขอมูลใหเปนไปตามมาตรฐานสากล ๒ เรื่อง ไดแก🔗
๑. การแลกเปลี่ยนขอมูลแบบรองขอสําหรับขอมูลที่อยูนอกเหนืออํานาจ ตามประมวลรัษฎากร🔗
๒. การแลกเปลี่ยนขอมูลบัญชีทางการเงินแบบอัตโนมัติตามความตกลงพหุภาคี ระหวางเจาหนาที่ผูมีอํานาจในการแลกเปลี่ยนขอมูลทางการเงินแบบอัตโนมัติที่เรียกยอ ๆ วา ความตกลงเอ็มซีเอเอ ซีอารเอส (MCAA CRS) ซึ่งรัฐสภาไดกรุณาใหความเห็นชอบเมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๕ ซึ่งรางพระราชบัญญัติฉบับนี้จะรองรับการดําเนินการตามมาตรฐานสากล ในการแลกเปลี่ยนขอมูลทั้ง ๒ เรื่องขางตนได🔗
สุดทายนี้กระผมหวังเปนอยางยิ่งวาสภาผูแทนราษฎรจะไดพิจารณา ใหความเห็นชอบรางพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนขอมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหวาง ประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... ตอไป ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปก็จะเปนการรวมอภิปรายของทานสมาชิกที่ใหความสนใจ ทานแรก พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ และตามดวยทานเกียรติ สิทธีอมร เชิญทานสุพิศาลครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานที่เคารพ ผม พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกาวไกล ก็ขอมีสวนรวมอภิปรายในวาระรับหลักการในรางพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนขอมูล เพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหวางประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... เริ่มอยางนี้ครับ ไทยเราเพิ่งเขาเปนสมาชิกในโออีซีดี (OECD) นั้น หรือที่เรียกภาษาอังกฤษ ในภาษาไทยคือ🔗
องคการเพื่อความรวมมือทางเศรษฐกิจและพัฒนา เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ ๒๕๖๒ นี้เอง ตอนที่เราเพิ่งเขาสภาแหงนี้กอนนิดเดียว ประเด็นคืออยางนี้ครับ ในองคกรระหวางประเทศ ของกลุมที่รวมตั้งแตยุโรปจนถึงปจจุบันนี้มี ๓๓ ประเทศ สิ่งสําคัญคือองคกรระหวาง ประเทศนี้เปนองคกรที่เปนกลุมประเทศที่พัฒนาแลว ไทยเราเปนประเทศพัฒนาแลวนะครับ แลวก็บอกวากลุมประเทศนี้คือยอมรับระบอบประชาธิปไตยและเศรษฐกิจการคาเสรี ขีดเสนใตครับ ยอมรับระบอบประชาธิปไตย ชัดเจนแนนะวาประเทศเราขณะนี้วันที่ ๒๔ กุมภาพันธนี้ยังไมมีการเลือกตั้งเลยครับ มันเปนประเทศที่เปนประชาธิปไตยแนหรือเปลา นี่คือคําถาม ส.ส. แหงนี้รูครับ ประชาชนรูครับ ในกฎหมายนี้ซึ่งเปนกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่อง ของการแลกเปลี่ยนขอมูล ซึ่งอธิบดีกรมสรรพากรนั้นเปนผูที่จะใชอํานาจนี้ในคํานิยามของ มาตรา ๓ ผมมีเนื้อหาของความหมายที่จะอภิปราย ไมวาจะเปนกรอบขอตกลงในมาตรา ๗ ที่เกี่ยวของ ในความหมายของขอตกลงทั้งนิยามศัพท ตลอดจนการขอของประเทศตาง ๆ และเราจะไปขอเขา ซึ่งมีอยูในมาตรา ๙ ใน ๗ วงเล็บ แลวก็เหตุอันจะปฏิเสธไดในมาตรา ๑๐ ซึ่งมีทั้งหมด ๘ วงเล็บ อันนี้ผมไมขอกลาว เพราะรายละเอียดคงอยูตรงนั้นแลว แตผมจะมาดู ตรงนี้ครับ เพราะเวลามีนอย คืออยูในคําวา แบบอัตโนมัติ🔗
แบบอัตโนมัติคืออยูในหมวด ๒ ในมาตรา ๑๓ ความหมายคําวา ความตกลง หมายถึง ความตกลงพหุภาคีระหวางเจาหนาที่ผูมีอํานาจในการแลกเปลี่ยนขอมูลบัญชีการเงิน แบบอัตโนมัติ นิยามศัพทในนี้ไมมีคําวา อัตโนมัติ มีนิยามศัพทแคบัญชีทางการเงิน ซึ่งหมายถึงบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินสินทรัพย บัญชีการลงทุน หรือกรมธรรมของลูกคา รวมหมายถึงบัญชีเงินดิจิทัล (Digital) ในบล็อกเชน (Block Chain) ดวยหรือไม เปนคําถามนะครับ ผูที่ออกกฎหมาย นั่นคือเปนสิ่งอันหนึ่ง แลวก็ประเด็นเหมือนกันคือ เรื่องของแบบอัตโนมัติ คําถามก็คือวัน ว เวลา น ตรงไหนที่บอกวาเปนแบบอัตโนมัติ ซึ่งในหมวดนี้ไมไดพูดถึงเลย เปนแบบอนุมัติบนแพลตฟอรม (Platform) อะไร บนการเชื่อมตอของพหุภาคีอะไรในอนุสัญญาหรือสัญญาอันนี้ที่เกิดขึ้นมาแลว เพราะหลาย ประเทศเขามีมาแลว แตในนี้ไมไดเขียนวาเมื่อขอมูลที่จะสงผานแบบอัตโนมัตินั้นเมื่อเขา รองขอทันทีเลยใชไหมจากตนทาง แลวขอมูลหรือถังดิจิทัล (Digital) ขอมูลมหัต บิก ดาตา (Big Data) ของกรมสรรพากรที่มีอยูในคลังขอมูลนั้นครบถวนที่จะใหดูไหม ในบัญชีตาง ๆ มันก็จะมีฐานในนิยามศัพทของคําวา บัญชี อีกนะครับ ซึ่งไปอยูในมาตรา ๑๘ มาตรา ๑๘ จะบอกรายละเอียดเลยวาขอมูลอะไรในวรรคหนึ่ง ใน (๑) ถึง (๓) ผมก็ไมขอกลาวครับ แตประเด็นคืออยางนี้ คําวา เสนทางการเงิน ไมไดปรากฏอยูในนี้เลย แลวจะไปจับใครครับ ถาเปนอาชญากร หรือมันจะอยูตรงทายของ (๑) ที่เขียนวาขอมูลอื่นตามที่อธิบดีประกาศ กําหนด อยางนั้นหรือครับ เอาไปซุกไวอยางนั้นหรือครับ จริง ๆ แลวเสนทางการเงินของ ดาตา (Data) ของบัญชีทั้ง ๓-๔ ประเทศ หรือกรมธรรมมันเปนแหลงที่มาของเงินทุจริต หรือเงินที่ไดมา ชัดเจนครับ แตไมมีปรากฏ นักสืบทั้งหลายในระบบดิจิทัล (Digital) หรือแพลตฟอรม (Platform) อื่น ๆ หรือยุคทันสมัยนี้ เขาใชเสนทางการเงินที่ถูกโอนยาย ถายมาจากแอดเดรส (Address) ที่จะเปนพรอกซี (Proxy) หรือจะเปนนอมินี (Nominee) หรือเอนโนนิมัส (Anonymous) หรือเปนอันโนวน (Unknown) ก็ตาม ที่สามารถพิสูจนได มาดวยเสนทางการเงินแบบนี้ละครับ และอีกหนอยมันเขาสูบล็อกเชน (Block Chain) ซึ่งมันจะมีการตามหาบุคลากรไดอยางเรียลไทม (Real time) และแกไขไมได คําถาม ไมมีอยูในนี้หรอกครับ สินทรัพยทางดิจิทัล (Digital) เอ็นเอฟที (NFT) ไมมี ปรากฏไหมครับ อีกหนอยเงินทั้งหมดมันจะเปนแคชเรต (Cash Rate) แลวมันจะกลายจากแคชเรต (Cash Rate) เปนอยางอื่นอีกนับไมถวน เปนรูปภาพที่มีมูลคา เปนลายเซ็นที่มีกองเงิน🔗
สามารถแลกเงินไดเปนสินทรัพยไดทุกรูปแบบ แลวอยูตรงไหนขอมูลตรงนี้ ไมมีปรากฏครับ ผมจึงยังมีคําถามในพระราชบัญญัตินี้อีกเยอะแยะ โดยเฉพาะในวรรคสองของมาตรา ๑๘ เหมือนกันครับ กฎหมายรอง หลักเกณฑ วิธีการ เงื่อนไขและรูปแบบการสงขอมูลที่อธิบดี กําหนด กําหนดอะไรครับ อัตโนมัติ ผมอยูตนทางหรือเราเปนตนทางเขา เรากดติ๊ง มาตรา ๑๘ ถูกสงเปนภาษาอังกฤษ ทางโนนเขามีดาตา (Data) สรรพากรของประเทศสเปน หรือญี่ปุน หรือฮองกง พรอมที่จะใหเราใชหรือไมครับ นั่นคือหลักการที่ไมไดครอบคลุม ผมถึงถามไวในที่ประชุมแหงนี้ดวยครับ ขอบคุณทานประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปเชิญทานเกียรติ ตามดวยทานวิรัตน วรศสิริน นะครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปตย ก็ขอขอบคุณที่ยื่นราง พ.ร.บ. เขามา ในหลักการคงตองผานให แตเผอิญวันนั้นที่เขาสภา วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๓ สภารวม ผมตั้งขอสังเกตไว ๕ ขอ อานดูทุกมาตราเลย ทานไมได เอาขอสังเกตผมไปเขียนเทาไร แตไมเปนไร ไปวากันในชั้นกรรมาธิการพอได แลวที่จริงแลว จะเปนประโยชนมากเลย ที่ทานรัฐมนตรีกลาวสรุปวามีอะไรบางใน พ.ร.บ. นี้สงมาดวยสิครับ จะไดใชเวลานอยลงในการไลดูกฎหมายที่ทานสงเขามาในสภาก็จะเปนประโยชน ผมให ความสําคัญกับหลักการและเหตุผลที่เขียนไวก็คิดวามันเขียนกวาง เพราะฉะนั้นเราปรับปรุงได พอสมควรในชั้นกรรมาธิการก็เลยไมติดใจ จะผานใหในวาระหนึ่ง เมื่อสักครูที่ทานเกริ่นนํา ทานพูดถึงวาคํารองขอตองมีรายละเอียดที่เพียงพอและเหตุอันควร ตรงนี้ผมคิดวาตองไป วากันในชั้นกรรมาธิการลึกหนอย เพราะคําวา เพียงพอเหตุอันควร ดุลยพินิจใคร หรืออิง กฎหมายของประเทศใด ทานก็ทราบดีนะครับ ประเทศผูรองขอขอมูลมีเกือบทุกกรณี กฎหมายเขาก็ไมเหมือนของเรา บางเรื่องผิดในประเทศเขาแตไมผิดในประเทศเรา บางเรื่องผิด ในประเทศเราไมผิดในประเทศเขาตรงนี้คือความยากลําบาก เพราะฉะนั้นเราจะทําอยางไร ที่ใหกฎหมายสามารถใชไดอยางเปนธรรมผมพูดในกรอบกวางกอน เดี๋ยวผมจะลงรายละเอียด ที่เขียนมาทั้งหมดกลายเปนวาอธิบดีคอนขางจะมีดุลยพินิจพอสมควรทีเดียวแลวตองใช ดุลยพินิจมาก จะมีเปนรูปกรรมการดีไหมครับ เพราะวาใชดุลยพินิจคนเดียวนากังวลอยู และเปนผลกระทบอยางกวางขวางไดในกรณีที่มันเปนเรื่องของนิติบุคคลแลวก็เปนเรื่องของ ความลับทางการคา อธิบดีคนเดียวผมคิดวานากังวลไปนิดหนึ่ง เราสามารถจัดโครงสราง ที่ถวงดุลกันสักนิดหนึ่งนาจะเปนประโยชนมากกวา อีกประการหนึ่งที่สําคัญก็คือโลกไปไกลแลว ดิจิทัล สเปซ (Digital space) บล็อกเชน (Block chain) เต็มไปหมดเลย ที่เขียนมาผมคิดวา อาจจะไมสามารถเขาไปถึงหรือครอบคลุมได ผมยกตัวอยางงาย ๆ เลย ตอนนี้ขายของผาน แพลตฟอรม (Platform) ทั้งหมด ถาจะเช็ก (Check) เรื่องภาษีทําอยางไร เหนื่อยเลยนะครับ ถาเขาไมขึ้นทะเบียนตามที่กระทรวงการคลังอยากใหเขาขึ้นทะเบียน เยอะมากเลย แลวนอกจากนั้นมีกรณีที่มีการขายสินคาที่ผิดกฎหมายอยูแลวดวย ตัวอยางที่เห็นชัดเจนเลย ผานแพลตฟอรม (Platform) ใดก็ไดที่ดัง ๆ ที่สุดวันนี้ ทานทราบไหมวาไมเคยมีเลเบล (Label) ภาษาไทยเลย ผิดเหมือนกัน แตก็ยังปลอยใหขายกันอยู ตรงนี้การกํากับดูแลของเรามีประเด็น🔗
ที่จะเปนปญหาที่ทาทายพอสมควร ก็ตองไปคุยกันวาถาเราออกกฎหมายแลวเราบังคับใช ไมไดก็เปนปญหา ก็จะทําใหกฎหมายมันไมมีความหมาย อันนี้ตองใหแมนยําแลวก็เขียนให ครอบคลุมเพียงพอ ก็คิดวาคงตองไปปรับปรุงกันในชั้นกรรมาธิการ ผมตั้งขอสังเกตไว ๕ ขอ🔗
ขอแรก ก็คือวาจะกระทบสิทธิพื้นฐานของบุคคลไหม คืออยูดี ๆ อธิบดี ใชดุลยพินิจแลวไปกระทบสิทธิพื้นฐาน ตรงนี้ไมไดเขียนชัดเจนวาพีดีพีเอ (PDPA) ในเรื่อง ของขอมูลสวนบุคคลนําไปเปดเผย ไปเผยแพรแลวถาเกิดพลาดไปใครรับผิดชอบ อธิบดี รับผิดชอบไหวไหม สงผลกระทบตอกระทรวงดวย ตอรัฐมนตรีดวยไหม ตรงนี้ผมถึงเสนอวา เปนรูปกรรมการอาจจะรอบคอบกวา ในมาตรา ๔ ผมยกตัวอยางเลยนะครับ พูดถึงคําสั่ง มันตองสงอยางไร สงไปรษณีย ถาปฏิบัติตามที่กําหนดไวใหถือเลยวาไดรับแลว ทานประธาน ทราบไหมครับ มีหลายกรณีที่ผมเห็นและตรวจสอบการทํางานของเจาหนาที่รัฐ ไมตองใหผม เอยกรณีเปนพิเศษแลวกัน เคยตรวจสอบ ตั้งใจสงไปที่อยูผิดเพื่อใหไมไดรับขอมูลหรือ เอกสารนั้น ตั้งใจนะครับ แลวเพื่ออะไร เพื่อจะออกเปนหมายจับแทน มีกระบวนการ กลั่นแกลงได ตรงนี้ครับ ถวงดุลของกฎหมายเราจะทําอยางไรกันดี อันนี้ตองไปลงกันใน รายละเอียดเพื่อที่จะปรับปรุงใหมันบังคับใชไดดี🔗
เรื่องที่ ๒ ที่ผมพูดไวก็คือการใชดุลยพินิจ แลวก็ขอดีที่ใสไวคือมาตรา ๑๐ แตมาตรา ๑๐ คือทานตองเขาใจการใหขอมูลครั้งนี้มันอาจจะเปนคุณหรือเปนโทษก็ได เพราะถาเปนสนธิสัญญาภาษีซอนใหขอมูลเปนคุณเพราะยกเวนภาษี หรือจายไปแลวไมตอง จายซ้ําในประเทศที่มีสนธิสัญญา แตบางกรณีถาเขาขายการหลีกเลี่ยงภาษีหรือการตีความ ภาษีผิดก็จะเปนโทษกับเจาของขอมูลได ก็เลยตองตั้งคําถามวาขอบเขตการขอขอมูล เหตุผลที่ดี เมื่อสักครูที่พูดถึงเบสไลน (Baseline) มันอยูที่ไหน คํารองขอจากศาลของประเทศไหม หรือแคเจาหนาที่ของประเทศรองขอก็เอาแลวถือวาใชไดแลว ตรงนี้มันมีความออนไหวอยู ผมคิดวาตองคุยกันใหชัด แลวกรณีที่กฎหมายไมเหมือนกันจะทําอยางไรกันดี ตรงนี้เปนเรื่อง ที่ทาทายพอสมควรนะครับ🔗
ตอไปที่ผมตั้งขอสังเกตไวในเบื้องตน ก็คงเปนเรื่องของมีสิทธิในการเก็บภาษี บุคคลนั้นหรือเปลา คือกอนที่ประเทศที่รองขอเขารองขอมา เขาอธิบายไหม ยืนยันไหมวาเขามี สิทธิในการเก็บภาษีบุคคลนั้น ๆ หรือนิติบุคคลนั้น ๆ อันนี้คือขั้นตอน ซึ่งตองระบุในกฎหมาย เพราะไมอยางนั้นอธิบดีจะทําหนาที่ไมถูก แลวถาเปนคนใจดีก็ใหหมด ใครขอมาใหหมด แตถาเขาไมมีสิทธิในการที่จะเก็บภาษีบุคคลคนนั้นหรือนิติบุคคลคนนั้นตั้งแตตนแลว ตรงไหนคือเกราะคุมกันของบุคคลหรือนิติบุคคลของประเทศเรา ในทุกมาตราที่ผมดูไมมีการ พิสูจนสิทธิของการจัดเก็บภาษี🔗
ขอตอไปที่ผมตั้งขอสังเกตไวก็เปนเรื่องถึงการสํารวจความคิดเห็นผานเว็บไซต (Website) ในการสัมมนา มีการแสดงความกังวลชัดเจนมากวาความพรอมในการปฏิบัติตาม เซกชัน ๑ (Section 1) ที่พูดถึงการแลกเปลี่ยนโดยอัตโนมัติ เขาบอกกระทรวงไมพรอมครับ ทานไปดูขอมูลที่ทานสงมา มันมีขอสังเกตที่เขาบอกไมคอยพรอม จะทําไหวไหมแลกเปลี่ยน อัตโนมัติ ในพระราชบัญญัติฉบับนี้กําหนดเพียงวาใครมีหนาที่รายงานขอมูลตออธิบดีอยางไร เทานั้นเอง ตรงนี้ก็ตองซักซอมความเขาใจกันใหชัด ผมยกตัวอยางงาย ๆ ประเทศตนทาง ที่รองขอจะมีสิทธิในการเก็บภาษีบุคคลในประเทศไทย ก็ตอเมื่อเขาพํานักในประเทศไทยเกิน ๑๘๐ วัน ถูกไหมครับ ใครพิสูจน แลวถาเขาวิ่งเขาวิ่งออก ๆ ใครพิสูจน เบอรเดน ออฟ พรูฟ (Burden of proof) ในทางกฎหมายก็คือภาระในการตองพิสูจนอยูกับใคร ไมใชเขารองขอ มาแลวกลาวหาเปนเบื้องตนไวกอนไมมีขอเท็จจริงสนับสนุนเลย อันตรายนะครับ ถาทานเขียน กฎหมายไวเพียงแคนี้ ไมมีกระบวนการขั้นตอนในการที่จะตองพิสูจนวาเขามีสิทธิเก็บภาษี🔗
คนเหลานั้นจริงหรือไม หรือคนเหลานั้นเขาขายที่จะตองเสียภาษีในประเทศเขาจริงหรือไม ตรงนี้ผมคิดวาถาจะใหรอบคอบตองระบุไวในกระบวนการขั้นตอนที่เขียนในกฎหมายดวย อันนี้ก็ยังเห็นวาไมชัด ที่เขียนไวทั้งหมดยังไมชัด🔗
ประการสุดทาย ซึ่งผมวาเปนหลักที่สําคัญมากเลยครับ ซึ่งผมตั้งคําถามไว ตั้งขอสังเกตไวตอนที่เขาสภารวม ก็คือวาเรื่องนี้มันเปนเรื่องสวนบุคคล เปนขอมูลสวนบุคคล สวนหนึ่ง ในกฎหมายที่เขียนมาไมไดเขียนเลยวาตองไดรับความยินยอมของเจาของขอมูล ตรงนี้ผมคิดวาถาเราจะดําเนินงาน ดําเนินการทางหนวยงานของรัฐอยางโปรงใส ตรวจสอบได แลวประเทศตนทางตองการขอขอมูล นายเกียรติ สิทธีอมร ผมก็คงจะงงมาก อยูดี ๆ ทานเอาขอมูลผมที่มีเสียภาษีทุกปสงไปใหเขาโดยไมถามผมเลยแมแตคําเดียว หรือไมถาม ทานประธานเลยแมแตคําเดียว อยางนี้ในกฎหมายฉบับนี้ไมไดเขียนเลยนะครับ ไมไดเขียนไว หรือถาผมอานแลวพลาดตรงไหนชี้แนะดวย แตผมอานไมเจอ แลวอันนี้เปนขอสังเกตที่ผมตั้งไว ตั้งแตวันที่ ๑ กันยายน ป ๒๕๖๓🔗
ดีกวาไหมครับ ทุกครั้งที่ประเทศเราไดรับรองขอจากใครก็แลวแตใหโอกาสเจาของขอมูล ไดมีสวนรวม หรือใหขอมูลที่อาจจะเปนประโยชนในการพิจารณาของกระทรวงไมเสียหาย ผมก็คิดวาไมไดผิดกระบวนการขั้นตอนของสนธิสัญญาระหวางประเทศ แตผมคิดวามันเปน เรื่องที่ดีกวาและตรวจสอบไดโปรงใส อยาคิดวาทุกคนที่ถูกรองขอคือคนเลี่ยงภาษี ตองไมคิด อยางนั้น ตองคิดวาตามกฎหมายไทยทุกคนบริสุทธิ์จนกวาพิสูจนวาผิด เพราะฉะนั้นถาเราคิดวา ไมวาประเทศตนทางรองขอจะมีเหตุผลใดก็แลวแตตองใหเจาของขอมูลไดมีโอกาสอธิบาย ตัวเองกับเจาหนาที่ของฝายไทย ซึ่งตองดูแลปกปองผลประโยชนของคนไทยหรือคนที่พํานัก อยูในประเทศ ถูกไหมครับ แลวแมกระทั่งกฎหมายภาษี อยางผมยกตัวอยางสหรัฐอเมริกา เขาเวิลด วายด แทกซ (World Wide Tax) ก็คือพูดงาย ๆ คุณมีรายไดประเทศไหนจายมันเอง หมดเลยที่โนน ประเมินหมด แตนั่นประเทศเดียว ประเทศอื่นไมใช ถาผมมีรายได นอกประเทศไมเวิลด วายด แทกซ (World Wide Tax) ผมจะตองเสียภาษีจนกวาผมเอาเงิน กอนนั้นที่เปนรายไดที่เกิดขึ้นจากนอกประเทศเขาไปประเทศเขา เขาไปประเทศที่จะเก็บภาษี ถึงจะเขาขายการเก็บภาษี ฉะนั้นถาเปนอยางนั้นเราเขียนกฎหมายเพียงแคนี้โดยที่ไมให โอกาส ไมเปดโอกาส ใหแตอํานาจของผูแทนหรืออธิบดีอันตรายไปนิดหนึ่งครับ ผมคิดวา ถาดําเนินการแบบโปรงใสใหโอกาสคนที่เขาถูกสอบ หรือถูกขอขอมูลไดรับทราบวาเขาถูกขอ ขอมูลเปนสิ่งที่ดีทั้งสิ้นเลย แลวเปนการดําเนินการที่มีธรรมาภิบาลและมีความโปรงใส และทําใหประชาชนตรวจสอบได แลวก็จะไมเขาขายการละเมิด พ.ร.บ. คุมครองขอมูล สวนบุคคลหรือพีดีพีเอ (PDPA) ที่ประเทศไทยมีแลว ฉะนั้นสิ่งเหลานี้ผมก็อยากจะเห็นเราไป ถกเถียงกันในชั้นกรรมาธิการ ไปปรับปรุงกัน รางนี้กรอบกวาง ๆ มีอยูพอสมควร แตยังไม ครบถวนแลวก็ยังไมไดตอบโจทยใน ๕ ประการที่เปนขอสังเกตและความเปนกังวล ก็สามารถ ที่จะไปรวมกันปรับปรุงในชั้นกรรมาธิการตอไปได ขอบพระคุณครับ🔗
ทานตอไป ทานวิรัตน เชิญครับ🔗
กราบเรียนทานประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอบพระคุณทานประธานนะครับ แมวาเปนฝายคาน จะคิดวาไมสนับสนุนกฎหมายรัฐบาลตลอดไปก็คงไมใช นี่ก็เปนกฎหมายหนึ่งที่ผมก็เห็นดวย เปนอยางยิ่งวาเราควรจะตองมีกฎหมายอยางนี้ นั่นเพราะเหตุผลอะไร เพราะวาขณะนี้ในยุค ดิจิทัล (Digital) การคา การลงทุน การโอนเงินตาง ๆ เปนไปอยางรวดเร็ว ก็ยากที่จะตรวจสอบ ติดตามตาง ๆ ประเทศไทยนับไดวาเปนประเทศที่นักลงทุนสนใจที่จะมาอยูประเทศไทย เปนอยางยิ่ง โดยเฉพาะกลุมทุนที่เรียกวากลุมคนสีเทาตาง ๆ การทําผิดกฎหมายตาง ๆ การหนี ภาษี การคายาเสพติด บอนการพนัน การคาของผิดกฎหมาย รถหรูตาง ๆ ก็เขามาอยู ในประเทศไทยอยางมากมาย ซึ่งเราจะติดตามเห็นขาวอยูตลอดเวลาที่ผานมา มันเปนปญหา อยางยิ่งที่จะตองตรวจสอบ เรื่องทั้งหมดนี้ในประเทศไทยถือวาเปนเรื่องที่เรายังไมสามารถ ที่จะควบคุมไดอยางจริงจัง เพราะฉะนั้นจะมีการตรวจสอบการลงทุนอยางนี้ผมคิดวาดี เพราะวานักลงทุนที่ผิดกฎหมายเขาไมไปหรอกครับ ไปสิงคโปรเขาไมไป ไปญี่ปุนไปไมได ไปสหรัฐอเมริกา ไปยุโรป ที่นั่นจับไดเปนเรื่องใหญโทษหนัก แตเขาจะมาเมืองไทย ประเทศไทย คนมีเงินมาประเทศไทยมันเปนสวรรค เปนสรวงสวรรคเลยประเทศไทย ซื้อได ทุกอยาง ในสภานี้ก็เคยไดยินกันบอย ๆ ซื้อโนนซื้อนี่กัน แมกระทั่งสภายังมีการซื้อขายกันเลย เราอยาไปวาขางนอกเขา ระบบขาราชการเมืองไทยตั้งแตยุค คสช. ๘ ปมายิ่งไปกันใหญ ซื้อขายกันเต็มไปหมด🔗
กอนหนานี้ตํารวจไดยินไหมซื้อขายตําแหนงกันเต็มไปหมด สมัยทาน พลเอก ประวิตร สมัย คสช. มีขาวซื้อขายตําแหนงกันเยอะแยะ มาปจจุบันขาราชการตาง ๆ ก็มีขาววาวิ่งเตนกัน เยอะแยะตาง ๆ แลวก็ไปทําผิดกฎหมายกัน ก็ไปทุจริตกันตาง ๆ เพราะฉะนั้นผมสนับสนุนวา เราควรจะมีกฎหมายนี้เพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสารกันระหวางประเทศใหมันโปรงใส คนที่มาทําผิดมาจากตางประเทศมาอยูเมืองไทย ตางดาวมาก็ตองเปดเผยขอมูลอยางชัดเจน อันนี้ผมเห็นดวยเปนอยางยิ่ง ผมก็มีขอสังเกตเล็กนอยในมาตรา ๓๒ ขออนุญาตอานให ทานประธานฟงในบทเฉพาะกาล เพื่อประโยชนในการแลกเปลี่ยนขอมูลแบบอัตโนมัติ เมื่อพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหผูมีหนาที่รายงานตรวจสอบบัญชีทางการเงินที่มีอยูในวันกอน วันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับของลูกคาของตนใหตรวจสอบ ผมเขาใจวาความหมาย ของทานที่รางมาคือตองการใหตรวจสอบบัญชีตั้งแตเปดมา มาจนถึงวันประกาศใช พระราชบัญญัติ ทานคงไมไดหมายความวาใหตรวจสอบเฉพาะในวันที่ประกาศใช พระราชบัญญัติ ตรงนี้ผมก็จะฝากกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นเอาไปพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญ ทานไดวินิจฉัยไปแลวใหคณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการอยูในวันกอนวัน ใชคําเดียวกับของทาน อยูในวันกอนวันบริหารราชการแผนดินใหเปนคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น ของทานอยูในวันกอนวันก็จะหมายความวาในวันที่ประกาศใชพระราชบัญญัติจึงจะตรงกับ คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มิฉะนั้นจะขัดกับคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทานจะเขียน วาอยูในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับมันก็จะเปนเฉพาะวันนั้น แตในเมื่อทานใชคําวา อยูใน วันกอนวัน ก็หมายความวาทานตองการใชตั้งแตวันที่บริษัท ก ข ค ง เขาเปดบัญชีนี้ แลวก็ให ตรวจสอบมาจนถึงวันที่ประกาศใชพระราชบัญญัตินี้ตอไป ผมก็ฝากเปนขอสังเกตวาตรงนี้ ทานอาจจะตองทําหนังสือไปขอสอบถามศาลรัฐธรรมนูญวาทานจะวินิจฉัยอยางไร มีความเห็นอยางไร จะตรงกับของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม ผมก็ตั้งขอสังเกตเพื่อให คณะกรรมาธิการเอาไปศึกษากันดู กราบขอบพระคุณทานประธานครับ🔗
ทานตอไป ทานพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗
กราบเรียนทานประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปตย ในหลักการผมเห็นดวยกับการที่สรรพากรจะมีเครื่องมือในการทํางานตอไป แตวาผมจะ🔗
ขออนุญาตใหทานประธานไดโปรดใหทางกระทรวงใหความกระจางเกี่ยวกับเนื้อหาของการ ทํางานนี้วาการที่จะมีกฎหมายนี้ ถาอานจากที่ทานนําเสนอมาเหมือนกับวาที่ผานมาในอดีต เรามีการทําสัญญาหรืออนุสัญญากับตางประเทศในเรื่องของภาษีซอนก็ดี หรือในการที่เราเขาเปน ภาคีของโกลบัล ฟอรัม (Global Forum) นี้ก็ดี เราไมมีเครื่องมือหรือกฎหมายในการสง ขอมูลกับตางประเทศ และที่ทํามาในหลายสิบปมานี้ทานทํางานอยางไร อันนี้ผมขออนุญาต ทานใหความกระจางดวย แลวก็ในการทํางานอันนี้ทานอางถึงเรื่องของโออีซีดี (OECD) วาเรา ตองรวมมือกับเขา จริง ๆ ผมก็อยากจะขอตั้งขอสังเกตวาโออีซีดี (OECD) เปนสมาคมของ ประเทศที่ร่ํารวยแลว ๓๘ ประเทศ คือจะตองมีรายไดตอประชากรไมต่ํากวา ๑๕,๐๐๐ เหรียญ ตอปจึงเปนสมาชิกเขาได🔗
ประเทศไทยยังอยูหางไกล อยูที่ประมาณ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ เหรียญเทานั้นเอง เพราะฉะนั้น การที่เราถูกลากเขาไปอยูในกลุมหรือเครือขายของโออีซีดี (OECD) คําถามใหญก็คือเราจะถูกเขา ใหความเทาเทียมกับเราหรือเปลา หรือเขาถือวาเราไมใชสมาชิก เพราะฉะนั้นเขาอาจจะ ดูแลเราใหไดรับสิทธิประโยชนไมเทาเทียมกับสมาชิกอื่นก็ได เพราะฉะนั้นการที่เราไปมี พันธกรณีอยางนี้กับเขา สิ่งที่อยากจะใหทานใหความกระจาง แลวก็ในการทํางานของ กรรมาธิการ เวลาที่ทานทํากฎหมายขอใหเขียนใหชัดวาเราจะตองไมเสียเปรียบในการ แลกเปลี่ยนขอมูล พูดงาย ๆ ก็คือวาหากเขาเรียกขอมูลจากเรามาเราตองให แตถาเกิดเรา ไปเรียกจากเขา เขาตองใหกับเราเทาเทียมกันไหม อันนี้คือสิ่งที่พวกเราคงตองชวยกันดูครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่เปนประเด็นใหญ ก็คือวาโลกทุกวันนี้จะกาวไปสูระบบ ที่เรียกกันวามี ครอส บอรเดอร แท็กซ (Cross Border Tax) เกิดขึ้น เชน ถาเกิดบริษัทไทย ไปจดทะเบียนในประเทศอื่นที่มีภาระภาษีเงินไดที่ต่ํากวาของไทย ไทยก็ควรจะมีสิทธิ ที่จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มจากที่เขาไปเสียต่ํา ซึ่งเปนสิ่งที่พวกประเทศที่ร่ํารวยแลวจะพยายาม กดดันใหเกิดขึ้น เพื่อจะปองกันไมใหบริษัทของเขาผองถายหรือยายงานมายังประเทศ ที่มีภาระภาษีต่ํากวา ดานหนึ่งเราก็ตองดูแลวามันจะมีผลกระทบตอเรื่องของการสงเสริม การลงทุนในบานเราหรือเปลา เราอยากจะใหสตารตอัป (Startup) หรือคนที่เขามีการลงทุน ยายมา แตถาหากเขาจะตองมีภาระภาษีเทาเทียมกับในประเทศเขา เขาอาจจะไมมีเหตุผล ที่จะมาก็ได อันนี้ก็เปนเรื่องหนึ่ง หรือในทางกลับกันบริษัทไทยไมนอยที่ไปทํางานใน ตางประเทศ แลวก็อาจจะไมไดมาเสีย ที่จริงไมไดอาจ คือไมไดมาเสียภาษีในประเทศไทย สรรพากรมีแนวนโยบายไหมที่จะมีการเก็บภาษีทั้งนิติบุคคลหรือบุคคลเหลานั้น เพราะระบบ ภาษีบานเราก็ยังคงเปนระบบที่วารายไดจากประเทศไทยเทานั้นที่มาเสียภาษีในเมืองไทย แตถาเกิดรายไดจากตางประเทศอาจจะไมไดถูกใหมีการเสียภาษี ก็อยากจะใหทานไดชวย ดูแลในสวนนี้ดวย แลวก็ผมอยากจะใหทานไดใหมีความชัดเจนวาในกรณีที่เราไมไดรับ ความรวมมือจากประเทศคูสัญญาเหลานั้น เราตองมีสิทธิที่จะยกเลิกพันธกรณีนี้ได ไมจําเปนที่วาเราตองเปนเบี้ยลางที่จะตองใหขอมูลเขาตลอดไป อันนี้ก็เปนอีกประเด็นหนึ่ง ที่ขออนุญาตฝากไวนะครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งในเรื่องของขอมูลสวนบุคคล การที่เราจะใหขอมูลของ นาย ก นาย ข ใหกับตางประเทศ อยางนอยควรตองไดรับความยินยอมจากเจาของขอมูลกอน อันนี้ก็เปนการปกปองสิทธิของคนที่มาอยูในเมืองไทยวาไดรับการคุมครอง มิฉะนั้นแลว มันก็อาจจะมีผลกระทบตอธุรกิจหรือเศรษฐกิจของบานเราได ถาเกิดเรามีความไมระมัดระวัง ในเรื่องนี้พอ ในเรื่องของการดูแลตามกฎหมายผมก็มั่นใจวาประเทศตาง ๆ โดยเฉพาะในกลุม โออีซีดี (OECD) คงจะตองใชอํานาจในการที่จะใหเราใหขอมูลอยางเต็มที่ คําถามใหญคือ ในสวนของเราเองคือสรรพากร ทานมีการจัดองคกรภายในอยางไร มีการทํายุทธศาสตรหรือ แนวคิดอยางไรในการที่จะใหประเทศไทยไมเสียเปรียบ คือเราจะตองมีการไปพูดงาย ๆ ไปบุก หรือไปหาขอมูลจากประเทศตาง ๆ เหลานั้น และในอดีตที่ผานมาเราไดทําไปบางหรือเปลา ถาทานมีขอมูลไดชวยโปรดใหความกระจางดวยครับ ก็ขออนุญาตสอบถาม แลวก็ในหลักการ ผมเห็นดวยกับการที่ทานจะเสนอกฎหมายฉบับนี้ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ทานจุลพันธ เชิญครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ อมรวิวัฒน สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม จากพรรคเพื่อไทย ตอรางพระราชบัญญัติซึ่งรัฐบาลไดสงมาเปนรางพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนขอมูล เพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหวางประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร ตองเรียนดวยความเคารพวา ในหลักการวาระหนึ่ง ผมเองไมไดติดใจก็รับได เพราะวามันเปนสิ่งซึ่งฝายราชการไดมี การเจรจาความระหวางประเทศผานทางกระบวนการของโออีซีดี (OECD) มาเปนเวลา สักพักหนึ่งแลว แลวก็ดําเนินการมาถึงจุดที่จะตองมีการทํากฎหมายประกอบเพื่อใหมันเปนไป ตามขอตกลงซึ่งไดไปลงนามเอาไว อันนี้ไมมีปญหาอะไร แตสิ่งที่จะตองมีการทักทวงแลวก็ สอบถามนะครับ🔗
ประเด็นแรกเลยเรื่องของกรอบเวลา พ.ร.บ. ฉบับนี้เขาสภามาในสมัยประชุม สุดทายนี้ที่เราทํางานในฐานะสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจากการเลือกตั้ง เหลือเวลาอยูเพียงแค ๓-๔ เดือน เขามามีกระบวนการที่มีความจําเปนซึ่งทางวิป (Whip) ของรัฐบาลไดประสานมา แลวก็มีการขอเลื่อนระเบียบวาระเพื่อใหมาประชุมกันในวันนี้ แลวก็ลงมติกันในวันนี้นะครับ เปนกระบวนการซึ่งคอนขางเรงรัด แลวก็ยังมีการทิ้งทายดวยวาดวยขอตกลงระหวางประเทศ ที่ไดไปทํามามีความจําเปนจะตองเรงใหกระบวนการของกฎหมายแลวเสร็จภายในสิ้นป ตนป ก็เหลืออยูไมกี่เดือนเทานั้นเอง ผมถามวาทําไมกระบวนการมันถึงตองมาเรงรัดอยางนี้ ทั้งที่ กระบวนการพิจารณากฎหมายมันควรจะเปนอิสระ แลวก็สามารถที่จะวิเคราะหวิจารณ ศึกษาไดอยางถี่ถวนแลวก็ครบถวนทุกมุม แตกระบวนการในการเรงรัดที่มาสูสภาครั้งนี้ มันเกิดจากกระบวนการความลาชาของกระทรวงการคลังหรือไมที่ทานดําเนินการในการผาน รางกฎหมายนี้มาลาชาเกินไป ก็ไมอยากใหเกิดอีก แลวก็จะสอบถามในเรื่องของกรอบเวลาวา จริง ๆ แลวเรามีเวลามากนอยเพียงไรในการที่จะดําเนินการในวาระสอง วาระสาม ใหจบสิ้น แลวก็สงไปยังวุฒิสภาและสงกลับมาอีกครั้งหนึ่ง🔗
ประเด็นในเรื่องของกระบวนการนั้นมันเปนเรื่องของการสงผานขอมูล ระหวางประเทศ คําถามแรกคือทานใชคําวา คูสัญญา มันคอนขางกวาง คําวา คูสัญญา มันหมายถึงประเทศซึ่งมีสนธิสัญญารวมกันผานทางกระบวนการโออีซีดี (OECD) แลวก็จะมี การสงผานขอมูลซึ่งกันและกัน ซึ่งกันและกัน อันนี้ย้ํานะครับ ไมใชวาเราสงใหเขาฝายเดียว แตอยางไรก็ตามกระบวนการทั้งหมดผมตองเรียนถามวา ๑. ก็คือประเทศที่อยูในกระบวนการ🔗
ที่จะมาเปนคูสัญญาของเราทั้งหมดในอนาคตมีใครบาง แลวมีประเทศไหนบางที่ได ดําเนินการในสวนของการไปแกไขเพิ่มเติมในตัวกฎหมายเพื่อใหรองรับกับกระบวนการ ที่มันจะเกิดขึ้นในการแลกเปลี่ยนขอมูลเหลานี้ ในสวนของการแลกเปลี่ยนขอมูลเองมันเปน ประเด็นซึ่งตองถกกัน แลวก็ตองใชกระบวนการในชั้นกรรมาธิการเพื่อศึกษาใหมันถี่ถวน ผมถามทานอยางนี้ดีกวา เรากําลังจะแลกเปลี่ยนขอมูลของประชาชนซึ่งผานทางกระบวนการ เสียภาษี ขอมูลเหลานี้อยูในมือของภาครัฐ กระทรวงการคลัง หนวยงานจัดเก็บตาง ๆ เรากําลังจะถายโอนขอมูลเหลานี้ไปตางประเทศตามกระบวนการ ๒ วิธี ๑. คือการรองขอ คือหมายความวาถาบุคคลซึ่งมีคดีหรืออะไรก็ตามในตางประเทศแลวกฎหมายมันเชื่อมโยงถึงกัน หมายความวากฎหมายไมขัดกัน เขาสงคํารองขอมายังเรา เราก็ตองสงขอมูลไปใหเขา ซึ่งเปน กรณีเดียวกันเราก็สามารถทําได กับอีกกระบวนการหนึ่งเขาเรียกวากระบวนการแบบอัตโนมัติ คือกระบวนการซึ่งไมตองถาม เราตองสงไปใหโดยตองมีการแลกเปลี่ยนขอมูลในเบื้องตน กันอยูแลว แตในประเทศไทยเองเปนที่ทราบกันดีสมัยนี้คอลเซ็นเตอร (Call Center) เยอะไปหมด ถามวานั่งในหองนี้มีใครไมโดนคอลเซ็นเตอร (Call Center) ไมมีครับ แลวเขาก็ ถกเถียงกันมากวาสุดทายขอมูลของประชาชนที่หลุดไปยังมือของแกงคอลเซ็นเตอร (Call Center) มาจากไหน หลายคนก็สงสัย ภาครัฐมีไหม ผมเองก็สงสัยและผมเชื่อวามีดวย กระบวนการ เหลานี้เมื่อมีการแลกเปลี่ยนขอมูลซึ่งกันและกันเราจะยืนยันไดอยางไร เพราะวากระบวนการ ในการปองกันขอมูลเหลานี้มันใชเทคโนโลยี มันใชความรูเฉพาะทาง เรื่องของการทํา ไฟรวอลล (Firewall) เรื่องของการปองกันขอมูลตาง ๆ การเก็บรักษาขอมูลผานดาตาเบส (Data Base) ตาง ๆ ซึ่งผมไมมั่นใจวาทานพรอมหรือไม ทานมีกระบวนการในการรองรับ อยางไรหลังจากนี้ ไมวาจะเปนเรื่องของการมีฮารดแวร (Hardware) ก็คือตัวฐานเก็บขอมูล หรือเรื่องของซอฟตแวร (Software) เรื่องของกระบวนการ เรื่องของแอปพลิเคชัน (Application) ตาง ๆ ที่จะมาปกปองขอมูลของประชาชน แลวก็ขอมูลของตางประเทศ ที่เขาจะสงมาใหเราดวยซ้ํา🔗
ประเด็นตอมาครับ วันนี้ตองถามอยางนี้วากระบวนการที่ผมตองถามก็คือ เรื่องของการสงตอขอมูลโดยอัตโนมัติ รองขอผมไมคอยหวงเทาไรเพราะวาเปนราย เปนเรื่อง ของเฉพาะตัวบัญชีตัวบุคคล อันนั้นจะมีประเด็นซึ่งจะสอบถามตอมาในขั้นตอนตอไป แตประเด็นที่จะสอบถามก็คือประเด็นในเรื่องของที่เปนการสงตอขอมูลแบบอัตโนมัตินี่แหละ มันหมายถึงอะไร มันหมายถึงเรากําลังจะสงตอขอมูลของภาคธุรกิจของเราจํานวนมาก มันครอบคลุมถึงสถาบันการเงิน ธนาคารตาง ๆ สถาบันการเงินทุกประเภท มันครอบคลุมถึง บริษัทประกันภัย มันครอบคลุมถึงเรื่องของบริษัทในตลาดหลักทรัพย นี่มันเปนขอมูลซึ่งมี มูลคาสูงมาก แลวมันสามารถใหคุณใหโทษกับภาคเอกชน หรือกับใครก็ตามที่ถือขอมูล เหลานี้ ทานก็คงไดยินบิกดาตา (Big Data) พอเห็นบิ๊กดาตา (Big Data) ถาคนมันใชเปน เขาเอาไปทําประโยชน เขาเอาไปทําความไดเปรียบกับภาคธุรกิจเอกชนของไทยไดทันที การแลกเปลี่ยนขอมูลเหลานี้เมื่อมันไปถึงมือตางชาติแลวทานมั่นใจไดอยางไรวามันจะ ไมยอนกลับมาเปนคมดาบที่สะทอนกลับมา แลวมันทํารายทําลายกับพี่นองประชาชน กับภาคเอกชนของไทย สิ่งตาง ๆ เหลานี้ทานจะตองไปหาวิธีการในการอุดชองโหวไมใหเกิดขึ้น🔗
ประเด็นสุดทาย ทานเกียรติไดยกประเด็นซึ่งมีความสําคัญมาก ขออนุญาต ที่ไดเอยนาม เรื่องสิทธิของประชาชน เวลาที่มีการรองขอขอมูลมา หรือเวลาที่ทาน จะสงขอมูลไป ผมไมรูวาขอตกลงจริง ๆ ทานนาจะแนบขอตกลงระหวางประเทศที่ทาน ไปเซ็นกับโออีซีดี (OECD) มาใหเห็นชัด ๆ ดวย มันไมมีเอกสารมาประกอบในสวนนี้ ผมถาม ทานวาผมเปนบุคคลผมมีสิทธิในขอมูลของผม ผมจายภาษีของรัฐไมใชวาผมไดสงมอบ อนาคตของผมใหกับภาครัฐนะ ไมใช ผมทําตามกฎหมายในการเสียภาษีอากร แตถามวา ขอมูลของผมกําลังจะถูกถายโอนไปยังตางประเทศ ถาทานจะถายโอนขอมูลไปโดยแบลงก (Blank) หัว หมายความวาไมสามารถระบุตัวตนได แตเปนภาพรวมของโครงสรางการจัดเก็บ ของทาน อันนี้ไมนามีปญหาอะไร แตทานกําลังจะสงขอมูลของบุคคล ถามวาสิทธิของเขา อยูตรงไหน แลวเรามีกฎหมายอื่นใดบางที่มันมีความจําเปนที่มาคุมครองประชาชนเหลานั้น ในการที่จะรักษาซึ่งสิทธิของขอมูลของเขาไว ผมไมแนใจวาการไปลงนามสนธิสัญญาระหวาง ประเทศของทานขัดกฎหมายลักษณะนี้กี่ฉบับ เพราะฉะนั้นทานอาจจะตองไปใหคําตอบ ในสภาผูแทนราษฎรแหงนี้ แลวก็อาจจะตองไปศึกษาเพิ่มเติมในชั้นของกรรมาธิการเพื่อที่จะ มาอุดชองโหวไมใหพี่นองประชาชนคนไทยตองเสียเปรียบแลวก็เดือดรอน ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญทาน รัฐมนตรีไดตอบขอซักถาม ขอสงสัยของสมาชิกครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานสภาผูแทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีวาการ กระทรวงการคลัง กอนอื่นก็ขอกราบขอบพระคุณทานสมาชิกสภาผูแทนราษฎรทุกทานที่ได กรุณาตั้งคําถามแลวก็มีขอสังเกต ซึ่งในเรื่องของรางกฎหมายฉบับนี้ก็ถือวาเปนเรื่อง รางกฎหมายใหมที่คอนขางจะมีรายละเอียดแลวก็ทางดานเทคนิคคอนขางเยอะ อยางไรก็ตาม ตลอดระยะเวลา ๓-๔ ปที่ผานมานั้นทางกรมสรรพากรก็ไดมีการทํางานกับทางดานโออีซีดี (OECD) กันอยูเปนประจํา แลวก็มีการทําการประชุมเชิงปฏิบัติการ🔗
ประเด็นในเรื่องของวาเราเสียเปรียบหรือไมเสียเปรียบโออีซีดี (OECD) เขาทรีต (Treat) เราอยางไรตรงนี้ ก็ไมใชประเทศเราประเทศเดียวที่เปนสมาชิก แตวา ในกรอบความตกลง กรอบความรวมมือตรงนี้ก็มีทั้งประเทศที่ร่ํารวย ประเทศที่มีรายได ปานกลาง ประเทศที่ยังยากจนอยู ฉะนั้นในเสียงของประเทศที่มีรายไดนอยหรือประเทศ ยากจนนั้นก็มีสิทธิมีเสียงในการที่จะขอสงวนความเห็นไวในการเจรจาในรอบตาง ๆ ซึ่งทาง โออีซีดี (OECD) นั้นก็รับไว เพระฉะนั้นในเรื่องนี้นั้นในตลอดระยะเวลาของการเจรจาเราก็ได วอยส (Voice) ในเรื่องของขอจํากัดของเราอยูแลว🔗
ตอประเด็นในเรื่องของทางดานเทคนิครายละเอียดอะไรตาง ๆ ผมขออนุญาต รับขอสังเกตของทานสมาชิกทุกทาน แลวก็ขอใหทางกรมสรรพากรนั้นก็คงจะตองไปวากันใน รายละเอียดอีกครั้งหนึ่งแลวก็สงขอมูลเพิ่มเติม เพราะวาเรื่องนี้ก็มีรายละเอียดคอนขางเยอะ แตเรียนวาในเรื่องของความรวมมือทางดานภาษีระหวางประเทศนั้น จริง ๆ แลวก็มี ๓ กรอบ ดวยกัน🔗
กรอบอันที่ ๑ ก็เปนในเรื่องของทรานสแพเรนซี (Transparency) กับเอ็กเชนจ ออฟ อินฟอรเมชัน (Exchange of information) อันหนึ่ง อันที่ ๒ ก็จะเปนในเรื่องที่เราไดเคย นําเสนอตอสภานี้ก็คือในเรื่องของบีอีพีเอส (BEPS) ก็คือเบส อีโรชัน แอนด โพรฟต ชิฟติง (Base Erosion and Profit Shifting) อันนั้นก็เปนอีกกรอบความรวมมือหนึ่ง แตกรอบ ความรวมมืออันที่ ๓ นั้นก็คือในเรื่องของความตกลงระหวางรัฐบาลไทยและสหรัฐอเมริกา ทั้ง ๓ กรอบนั้นก็จะมีขอที่จะเหมือนกันอยูขอหนึ่งคือในการแลกเปลี่ยนขอมูล ซึ่งอันนี้ก็จะมี ไทมเฟรม (Timeframe) มีกรอบระยะเวลาของการที่จะตองเริ่มแลกเปลี่ยนขอมูล แตนั่นไมไดหมายความวาแลกเปลี่ยนทันที ก็อยางที่เรียนก็คือมีทั้งกรอบในเรื่องของ แบบอัตโนมัติกับในเรื่องของแบบที่รองขอ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เห็นดวยกับทานสมาชิกวา เรื่องของขอมูลตรงนี้จะตองชัดเจนวามีอะไรบางในกรณีที่รองขอ หรือวามีสิทธิในเรื่องที่จะ พิจารณาวาใหไดหรือใหไมได หรือวาเปนขอมูลที่ควรจะใหหรือไมให อันนี้ก็เปนสิทธิของ ประเทศของเรา เพราะฉะนั้นทั้ง ๓ กรอบนั้นก็จะมีขอเหมือนกันอยูเรื่องของการทํา ในเรื่องของการแลกเปลี่ยนขอมูล อันนี้ก็คงจะดําเนินการ ในสวนของแฟตกา (FATCA) เรื่องไทย-สหรัฐนั้นก็เปนเรื่องของแฟตกา (FATCA) ซึ่งก็มีเรื่องของการแลกเปลี่ยนขอมูล แบบอัตโนมัติเชนเดียวกัน ซึ่งอันนี้ตามแผนนั้นก็จะเริ่มประมาณปลายเดือนกันยายน ป ๒๕๖๖ อันนี้ก็เปนกรอบเวลา แตรายละเอียดนั้นขออนุญาตเรื่องวาระยะเวลาของการที่จะ พิจารณาในเรื่องรางกฎหมายฉบับนี้จะมีขอจํากัดในเรื่องของระยะเวลาอยางไรบางนั้น ก็ขออนุญาตใหทางทานอธิบดีกรมสรรพากรนั้นชี้แจงเพิ่มเติม รวมทั้งประเด็นของทานสมาชิก ขออนุญาตเอยนาม ทานสุพิศาล ประเด็นในเรื่องของเดฟนิชัน (Definition) ในเรื่องของ อัตโนมัติ อะไรคืออัตโนมัติกับอันไหนคือในเรื่องของแบบรองขอ ก็ขออนุญาตกราบเรียน ในเบื้องตน ขออนุญาตใหทานอธิบดีกรมสรรพากรชี้แจงเพิ่มเติมครับ🔗
เชิญทานอธิบดี กรมสรรพากร ทานลวรณ เชิญครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพ ผมขออนุญาตใหขอมูลเพิ่มเติมจากที่ทานรัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลังไดกรุณา อธิบายไปในเบื้องตน ตองขออนุญาตเรียนทานสมาชิกสภาผูแทนราษฎรวารางกฎหมาย ฉบับนี้จะเปนรางกฎหมายสําคัญที่จะยกระดับความโปรงใสทางดานการบริหารการจัดเก็บภาษี🔗
ของประเทศไทยและของโลก มีคําถามจากทานสมาชิกวาแลวเดิมกอนที่จะมีกฎหมายนี้ เราอยูกันอยางไร ทํางานกันอยางไร ก็ขออนุญาตเรียนวาการแลกเปลี่ยนขอมูลมีอยูดวยกัน ของเดิมเราจะแลกเปลี่ยนขอมูลกันไดเฉพาะภาษีซอนซึ่งเราไปเปนสมาชิกอยู อันนั้น ก็ดําเนินการมานานหลายสิบป ขอมูลที่เกี่ยวของกับเรื่องของภาษีซอนก็แลกเปลี่ยนกันไป แตวันนี้กติกาของโลกกําลังจะเปลี่ยนแปลงไป เพื่อยกระดับความโปรงใสขึ้นไปอีกวาขอมูล ที่จะแลกเปลี่ยนกันนั้นภาษีซอนอยางเดียวไมเพียงพอแลวในโลกวันนี้ อาจจะตองมีการ แลกเปลี่ยนขอมูลทางดานการบริหารจัดเก็บภาษีอื่น ๆ แลวก็ขอมูลที่ไมใชภาษีก็คือขอมูล ที่เราคุยกันวันนี้คือบัญชีทางการเงิน อันนี้เปนอีก ๒ สวนที่กติกาโลกจะกําหนดวา การแลกเปลี่ยนขอมูลจากนี้ไปจะตองทําใหมากขึ้นกวาเดิม ลึกขึ้นกวาเดิม ทีนี้ในเรื่องของ กรอบระยะเวลาที่ดูนาน ตองขออนุญาตกราบเรียนอยางนี้วาในภาคีความตกลงนี้เราเริ่มตน ตั้งแตประมาณป ๒๕๖๑ ป ๒๕๖๒ แลวก็มีการดําเนินการ ๒ สวน สวนแรก คือการแลกเปลี่ยน ขอมูลในสวนที่เกี่ยวของกับภาษี อันนั้นตองมีการแกไข พ.ร.บ. เพื่อไปแกประมวลรัษฎากร อันนั้นใชเวลาคอนขางนาน เพราะวาการแกไขกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติมีขั้นตอน คอนขางเยอะ เราใชเวลาอยู ๒-๓ ป ในการแกประมวลรัษฎากรแลวก็มาผานที่สภาแหงนี้ เมื่อประมาณชวงป ๒๕๖๔ ปลาย ๆ ป หลังจากนั้นเมื่อแกใหเราสามารถแลกเปลี่ยนขอมูล ดานภาษีไดแลว เราก็มาทําการแลกเปลี่ยนขอมูลที่ไมใชภาษีก็คือรางกฎหมายฉบับที่เรา กําลังพิจารณาอยู ก็เริ่มตนคุยตั้งแตปลายปที่แลว แตอยางที่เรียนวาขั้นตอนการออกกฎหมาย ในระดับพระราชบัญญัติมีขั้นตอนขอกําหนดที่กําหนดไวพอสมควร ทําใหระยะเวลา ไมสามารถเรงรัดใหมันเร็วกวานี้ได บวกกับกฎหมายนี้เปนกฎหมายใหม การยกรางกฎหมาย ก็ตองกระทําอยางรอบครอบที่สุด ในประเด็นเรื่องของขอมูลที่รองขอกับขอมูลที่ไมไดรองขอ มี ๒ สวนครับ ขอมูลรองขอเปนขอมูลที่ขอมาเปนเรื่อง ๆ ไป🔗
แตวาในกฎหมายมีการกําหนดวาการรองขอจะตองมีหลักเกณฑหลักการอยางไร ไมใชวา ขออะไรมาก็ตองตอบไปทั้งหมดนะครับ ซึ่งเมื่อขอมาแลวทางเจาหนาที่ผูมีอํานาจ ตองพิจารณาวามันเขาหลักเกณฑที่กําหนดเอาไวหรือไม แลวก็เปนประโยชนตอการบริหาร จัดเก็บภาษีหรือไม หลังจากนั้นตัดสินใจวาจะใหหรือไมใหก็ได อันนั้นยังเปนอํานาจของ ประเทศไทย สวนขอมูลที่ไมไดรองขอหรือที่เรียกวาขอมูลแบบอัตโนมัติ เรามีหนาที่สงขอมูลวา ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม วันสิ้นป ขอมูลที่อยูในบัญชีทางการเงินของผูที่เราตองสงมีอยูอยางไรบาง เราสง ณ วันนั้น ก็สงไปเขาระบบของโออีซีดี (OECD) โออีซีดี (OECD) จะกระจายตอไปยัง ผูที่เกี่ยวของ ประเทศตนทางที่บุคคลนั้นมาพํานักอยูนะครับ อันนั้นเปนหลักเกณฑ แลวก็ การสงขอมูลทั้งหลายเปนการสงขอมูลบนมาตรฐานที่สูงมากของโออีซีดี (OECD) วันนี้เขาไดเริ่ม มาตรวจสอบแลววาถาสมมุติเราจะเริ่มตนสงขอมูลจริงระบบของเราที่จะเชื่อมตอกับเขา มีความมั่นคง มีความปลอดภัยมากแคไหน แลวก็การแลกเปลี่ยนขอมูลตามรางกฎหมายฉบับนี้ ตองขออนุญาตเรียนทานสมาชิกวาเปนการแลกเปลี่ยนขอมูลแบบเทาเทียมกัน เปนลักษณะ ของตางตอบแทน หมายถึงวาถาเราใหเขา เขาตองใหเรา ถาเขาปฏิเสธการใหประเทศไทย ประเทศไทยก็สามารถปฏิเสธการใหเขาไดเชนเดียวกัน เพราะฉะนั้นมีความเทาเทียมกัน ในการแลกเปลี่ยนขอมูล สวนเรื่องความครอบคลุมของรางกฎหมายฉบับนี้ วันนี้เราอยูที่บัญชี ทางการเงิน แตวาในประเด็นของสินทรัพยที่เปนลักษณะของสินทรัพยดิจิทัล (Digital) อันนั้นเปนเรื่องของอนาคต ซึ่งในรางกฎหมายเปดชองเอาไววาในอนาคตถาเกิดจะขยาย ขอบเขตการครอบคลุมก็สามารถกระทําได อันนั้นเปนเรื่องของอนาคตวาถาเกิดภาคี ประเทศสมาชิกมีการตกลงกันวาจะครอบคลุมไปมากกวาบัญชีทางการเงิน ก็เปนเรื่องที่ สามารถเปนไปไดในอนาคต สวนประเด็นอื่น ๆ ขอแนะนํา ขอเสนอแนะที่เปนประโยชนของ ทานสมาชิก อันนั้นขออนุญาตรับไปแลวก็นําไปพิจารณาในชั้นของกรรมาธิการ เพื่อให กฎหมายนี้ออกมาดวยความรอบคอบแลวก็รัดกุมที่สุด ขอบคุณครับ🔗
ทานรัฐมนตรี มีอะไรจะเพิ่มเติมไหมครับ แลวจะใชสิทธิสรุปตามขอบังคับ ขอ ๗๕ ไหมครับ ถาไมมีอะไร ผมจะขอมติจากที่ประชุม มีไหมทานรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานสภาผูแทนราษฎรที่เคารพ ทานสมาชิกผูทรงเกียรติครับ ก็ขอกราบขอบพระคุณ🔗
อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอยางที่กราบเรียนสักครูนี้กฎหมายฉบับนี้ก็เปนกฎหมายเรียกวาคอนขาง ที่จะใหม ในอดีตนั้นก็จะมีเรื่องของดับเบิล แท็กเซชัน (Double Taxation) เรื่องเดียว แตวาครั้งนี้ก็จะเปนในลักษณะที่เปนมัลติแลตเทอรัล (Multilateral) หรือเปนพหุภาคี เพราะฉะนั้นในการเจรจากับโออีซีดี (OECD) หรือหนวยงานตาง ๆ นั้นก็ทําอยางรอบคอบ แลวก็ระมัดระวังที่สุดในเรื่องของการที่จะไดผลประโยชนตอบแทน แตอยางที่กราบเรียน คือวาโลกในปจจุบันนั้นก็มีอยู ๒ เรื่อง ก็คือในเรื่องของการจัดเก็บภาษีกับในเรื่องของขอมูล ทางการเงิน ซึ่งนอกเหนือจากในเรื่องของการทําธุรกิจปกติ แตก็อาจจะมีเรื่องของธุรกิจแอบแฝง เพราะฉะนั้นมีอยู ๒ เรื่องดวยกัน ก็คือเรื่องของปองกันในเรื่องของการหลีกเลี่ยง หลบหลีก เรื่องภาษีระหวางประเทศ ก็อยางที่เราทราบกันวาในหลายประเทศนั้นก็เปนแหลงที่ หลบเลี่ยงภาษีนะครับ🔗
อันที่ ๒ หลักการที่สําคัญก็คือเพื่อใหเกิดความเปนธรรมกับประเทศเล็ก ๆ อยางกรณีของเบส อีโรชัน แอนด โพรฟต ชิฟติง (Base Erosion and Profit Shifting) ตรงนี้ แลวก็เปนเรื่องของความเปนธรรมกับประเทศเล็ก ๆ เชน บริษัทตางชาตินั้นทําธุรกิจ ทางดานดิจิทัล (Digital) ไมไดอยูในประเทศไทยแตวาไดรายไดจากประเทศไทย อันนี้ ก็เปนเรื่องหนึ่งที่จะตองมีการพิจารณาในเรื่องของอัตราภาษีขั้นต่ํากับในสิ่งที่เราเรียกวาเปน พิลลารวัน (Pillar One) พิลลารทู (Pillar Two) ซึ่งก็มีทั้งภาษีขั้นต่ํา แลวก็ในเรื่องของ การเอาผลกําไรนั้นไปแบงใหกับประเทศที่คุณมีรายไดอยูนะครับ อันนี้ก็จะเปนเรื่องหลักการ ที่สําคัญ ๒ อัน ซึ่งก็เปนเรื่องที่มีความจําเปน แลวเราเองก็พยายามที่จะดูใหรอบคอบ มากที่สุด ก็ตองขอความกรุณาจากทานสมาชิก แลวก็ทางทานกรรมาธิการที่จะไดชวยกันดู ในรายละเอียดตอไปครับ🔗
ขั้นตอไป จะเปนขั้นขอมติจากที่ประชุม ในขั้นรับหลักการวาระ ๑ ตามขอบังคับ ขอ ๑๑๗ นะครับ กอนจะลงมติขอตรวจสอบองคประชุมครับ🔗
เชิญทานสมาชิก เขามาแสดงตนครับ เชิญทานสมาชิกใชสิทธิแสดงตนไดครับ กดปุมแสดงตนตามขอบังคับ ขอ ๗๘ กอนจะลงมติครับ🔗
ปดการ แสดงตนแลว มีทานสมาชิกแสดงตนในหองประชุม ๓๑๘ ทาน ครบเปนองคประชุมนะครับ🔗
ตอไป ผมจะขอถามมติจากที่ประชุมวาจะรับหลักการแหงรางพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนขอมูล เพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหวางประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... หรือไม ทานสมาชิก ทานใดเห็นควรรับหลักการแหงรางพระราชบัญญัตินี้โปรดกดปุม เห็นดวย ทานสมาชิกทานใด เห็นวาไมควรรับหลักการกดปุม ไมเห็นดวย งดออกเสียงกดปุม งดออกเสียง เชิญกดปุม ลงคะแนนครับ🔗
ลงคะแนน ครบทุกทานแลวนะครับ🔗
ทานประธานครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ๑๒๔ เห็นดวยครับ🔗
ทานณัฐวุฒิ เห็นดวยครับ🔗
ทานประธานคะ ๑๖๐ ธัญวัจน กมลวงศวัฒน เห็นดวยคะ🔗
๑๖๐ ทานธัญวัจน เห็นดวยครับ มีอีกไหมครับ🔗
ทานประธานอีกสักครูนะครับ พอดีอีก ๓ ทานกําลังเดินมา🔗
ทานประธานคะ เบญจา แสงจันทร ๑๙๙ เห็นดวยคะ🔗
ทานเบญจา ๑๙๙ เห็นดวยครับ มีอีกไหมครับ ครบแลวนะครับ ปดการลงคะแนนครับ ผูลงมติ ๓๓๙ ทาน บวก ๓ เปน ๓๔๒ ทาน เห็นดวย ๓๓๓ ทาน บวก ๓ เปน ๓๓๖ ทาน ไมเห็นดวย ๑ ทาน งดออกเสียง ๑ ทาน ไมลงคะแนนเสียง ๔ ทาน มติที่ประชุมรับหลักการแหง รางพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนขอมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหวางประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. ....🔗
ตอไป จะพิจารณาโดยการตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภาหรือจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เชิญเสนอครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ผูแทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณารางพระราชบัญญัติ การแลกเปลี่ยนขอมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหวางประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... โดยขออนุญาตเสนอจํานวนกรรมาธิการวิสามัญที่ ๒๕ ทาน ขอผูรับรองดวยครับ🔗
ทานอรรถกร ไดเสนอใหตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา จํานวน ๒๕ ทาน มีผูรับรองถูกตอง มีทานสมาชิกทานใดเห็นเปนอยางอื่นไหมครับ🔗
ถาไมมี ถือวาที่ประชุมใหตั้งกรรมาธิการวิสามัญ จํานวน ๒๕ ทาน ในจํานวน ๒๕ ทาน รัฐบาลตั้งได ไมเกิน ๑ ใน ๔ เพราะฉะนั้นเชิญรัฐบาลจะเสนอใคร เชิญครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานสภาผูแทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีวาการ กระทรวงการคลัง ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดสวนของรัฐบาล จํานวน ๕ คน ดังตอไปนี้ ๑. นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน ๒. นางสาวเพ็ญสุข สังฆสุบรรณ ๓. นายอภิวัฒน จิระศิริโสภณ ๔. นายพรชัย ตระกูลวรานนท ๕. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ🔗
รัฐบาล เสนอตั้ง ๕ ทาน ก็เหลือ ๒๐ ทาน เปนสัดสวนของพรรคการเมือง ตอไปเอาพรรคเพื่อไทย กอนนะครับ จํานวน ๖ ทาน เชิญเสนอไดเลยครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ ผม ศรัณย ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณารางพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนขอมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหวาง🔗
ประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... ในสัดสวนของพรรคเพื่อไทย จํานวน ๖ ทาน ดังนี้ ๑. นายไตรรงค ติธรรม ๒. นายประยุทธ ศิริพานิชย ๓. นายสุชาติ ธาดาธํารงเวช ๔. นายกิตติกร โลหสุนทร ๕. นายจิรายุ หวงทรัพย ๖. นายพีรภัทร ทองธีรสกุล ขอผูรับรองดวยครับ🔗
มีผูรับรอง ครบครับ พรรคพลังประชารัฐ ๔ ทาน เชิญครับ🔗
เรียนทานประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร ซําศิริพงษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการรางพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยน ขอมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหวางประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... สัดสวน พรรคพลังประชารัฐ จํานวนทั้งสิ้น ๔ ทาน ดังตอไปนี้คะ ๑. นายพิเชษฐ สถิรชวาล ๒. นางสาวพิมพพร พรพฤฒิพันธุ ๓. นายดิสทัต คําประกอบ ๔. นายวรณัฐ ศรีสุริยชัย ขอผูรับรองดวยคะ🔗
ผูรับรอง ยกมือถูกตองครับ ตอไปพรรคภูมิใจไทย ๓ ทานครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติ การแลกเปลี่ยนขอมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหวางประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... ในสัดสวนพรรคภูมิใจไทย ๓ ทาน ๑. นายวิรัช พันธุมะผล ๒. นายชัยรัตน มาตยานุมัตย ๓. นายวีระชัย ตันติกุล ขอผูรับรองดวยครับ🔗
ผูรับรอง ถูกตองครับ เชิญพรรคประชาธิปตย ๒ ทาน เสนอครับ ยังไมพรอมนะครับ เชิญพรรคกาวไกล กอนครับ ๒ ทานครับ🔗
ทานประธาน สภาผูแทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคกาวไกล จากชาวบางขุนเทียนครับ ขอเสนอรายชื่อผูเขารวมใน รางพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนขอมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหวางประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... ๒ ทานดวยกันครับ ๑. คุณณธีภัสร กุลเศรษฐสิทธิ์ ๒. คุณสุภกัญญญา เกษชุมพล ขอผูรับรองครับ🔗
มีผูรับรอง ครบถูกตองครับ พรรคเศรษฐกิจไทย ๑ ทานครับ🔗
กราบเรียนทานประธานที่เคารพ กระผม นายปญญา จีนาคํา พรรคเศรษฐกิจไทย ขอเสนอทานยุทธนา โพธสุธน เปนกรรมาธิการรางพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนขอมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลง ระหวางประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... ขอผูรับรองครับ🔗
ผูรับรอง ครบครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ทานครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ นายโกศัย เดชรุงเรือง ขอผูรับรองดวยครับ🔗
ขอผูรับรอง พรรคเสรีรวมไทย ๑ ทานครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ วิรัตน วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอกรรมาธิการรางพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนขอมูล🔗
เพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหวางประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... ในสัดสวนของ พรรคเสรีรวมไทย ๑ ทาน ขอเสนอ นายภัทรภณ หงษศรีสุข ขอผูรับรองดวยครับ🔗
ขอผูรับรอง ครบครับ พรรคประชาธิปตย ๒ ทาน เชิญครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิวรรธน นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดสุราษฎรธานี พรรคประชาธิปตย ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญ ๒ ทานดังนี้ ๑. นายพนิต วิกิตเศรษฐ ๒. นายเกียรติ สิทธีอมร ขอผูรับรองดวยครับ🔗
ขอผูรับรองครับ ผูรับรองครบ ครบ ๒๕ ทานแลวนะครับ ทานเลขาธิการอานรายชื่อทบทวนความถูกตองครับ🔗
ทานประธานครับ ผม ศรัณย ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเปลี่ยนแปลงรายชื่อในสัดสวนของ พรรคเพื่อไทย จากทานจิรายุ หวงทรัพย เปนทานธีรรัตน สําเร็จวาณิชย ขอผูรับรองดวยครับ🔗
เปลี่ยนนะครับ ทานเลขาธิการเปลี่ยนชื่อทันไหมครับ เชิญอานรายชื่อทบทวนอีกครั้งครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา รางพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนขอมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหวางประเทศ เกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. .... จํานวน ๒๕ ทาน ๑. นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน ๒. นางสาวเพ็ญสุข สังฆสุบรรณ ๓. นายอภิวัฒน จิระศิริโสภณ ๔. นายพรชัย ตระกูลวรานนท ๕. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ ๖. นายไตรรงค ติธรรม ๗. นายประยุทธ ศิริพานิชย ๘. สุชาติ ธาดาธํารงเวช ๙. นายกิตติกร โลหสุนทร ๑๐. นางสาวธีรรัตน สําเร็จวาณิชย ๑๑. นายพีรภัทร ทองธีรสกุล ๑๒. นายพิเชษฐ สถิรชวาล ๑๓. นางสาวพิมพพร พรพฤฒิพันธุ ๑๔. นายดิสทัต คําประกอบ ๑๕. นายวรณัฐ ศรีสุริยชัย ๑๖. นายวิรัช พันธุมะผล ๑๗. นายชัยรัตน มาตยานุมัตย🔗
๑๘. นายวีระชัย ตันติกุล ๑๙. นายพนิต วิกิตเศรษฐ ๒๐. นายเกียรติ สิทธีอมร ๒๑. นางสาวณธีภัสร กุลเศรษฐสิทธิ์ ๒๒. นางสาวสุภกัญญญา เกษชุมพล ๒๓. นายยุทธนา โพธสุธน ๒๔. นายโกไสย เดชรุงเรือง และ ๒๕. นายภัทรภณ หงษศรีสุข🔗
กรรมาธิการ ๒๕ ทาน รายชื่อถูกตองไหมครับ มีพรรคไหนตองการจะเปลี่ยนแปลงรายชื่อไหมครับ🔗
ถาไมมี ถือวาทุกพรรคการเมืองยืนยันกรรมาธิการ ๒๕ ทานที่เสนอมา กําหนดระยะเวลาการแปรญัตติ จะเสนอตามขอบังคับหรือจะมีระยะเวลาเปนอยางอื่น เชิญครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ผูแทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขอเรียนเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วัน ขอผูรับรองดวยครับ🔗
มีผูรับรอง ถูกตองครับ ทานสมาชิกเสนอตามขอบังคับคือภายใน ๗ วัน ตามขอ ๑๒๕ มีสมาชิกทานใด เห็นเปนอยางอื่นไหมครับ🔗
ถาไมมี ก็ถือวาที่ประชุมใหแปรญัตติภายใน ๗ วันตามขอบังคับ เปนการจบการพิจารณา ขอบคุณ ทานอธิบดีกรมสรรพากรและคณะรัฐมนตรี ขอบคุณครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแลว🔗
๔.๑ รางพระราชบัญญัติการเขาชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือ ผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติการเขาชื่อ เสนอขอบัญญัติทองถิ่น พ.ศ. .... พิจารณาเสร็จแลว🔗
(พิจารณาตอจากการประชุมสภาผูแทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปที่ ๔ ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๕)🔗
ขอเชิญ คณะกรรมาธิการเขาประจําที่ครับ🔗
ในวาระนี้ เปนการพิจารณาตอจากคราวที่แลว เราไดพิจารณาในวาระ ๒ ตั้งแตชื่อราง คําปรารภ แลวเรียงตามลําดับมาตราจนถึงมาตรา ๔ แลวก็ปดประชุม เราจึงมาพิจารณาตอในวันนี้ ขั้นตอนจากคราวที่แลวเราพิจารณาในมาตรา ๔ กําลังจะถามมติเพราะวามาตรานี้ มีการแกไข ดังนั้นตองถามมติจากที่ประชุมวาจะใหมีการแกไขหรือไม ขอตรวจสอบ องคประชุมกอนครับ🔗
เชิญทานสมาชิกเขามาลงมติรางพระราชบัญญัติการเขาชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่น หรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. .... ตอจากการประชุมคราวที่แลวที่คางไว เราอยูในระหวาง การลงมติของมาตรา ๔ ซึ่งตองขอมติจากที่ประชุมเนื่องจากกรรมาธิการมีการแกไขมา เราจะแกไขหรือไม ในมาตรา ๔ มีผูแปรญัตติไดสงวนคําแปรญัตติดวยนะครับ ดังนั้นตองถาม ๒ ครั้ง จะเห็นดวยกับการแกไขไหม ถาที่ประชุมเห็นดวยกับการแกไขจะเห็นตามใครนะครับ ตามกรรมาธิการเสียงสวนใหญหรือผูแปรญัตติ เชิญกดปุมแสดงตนกอนนะครับ เชิญครับ ทานสมาชิกกดปุมแสดงตนไดครับ เชิญทานสมาชิกเขามาใหมกดปุมแสดงตนนะครับ🔗
ปดการแสดงตน ทานสมาชิกแสดงตน ๒๙๐ ทาน ครบกําหนดประชุมนะครับ🔗
ในมาตรา ๔ เนื่องจากกรรมาธิการมีการแกไขและมีผูขอสงวนความเห็นนะครับ กอนอื่นตองถามมติกอนวา จะยินยอมใหมีการแกไขหรือจะคงไวตามรางเดิม ทานสมาชิกทานใดเห็นควรใหมีการแกไข โปรดกดปุม เห็นดวย ทานสมาชิกทานใดไมเห็นควรใหมีการแกไขตองการคงไวตามรางเดิม กดปุม ไมเห็นดวยครับ งดออกเสียงกดปุม งดออกเสียง เชิญกดปุมลงคะแนนไดครับ🔗
ปดการ ลงคะแนนครับ ผลการลงมติ ทานสมาชิกเห็นดวย ๒๘๕ ทาน ไมเห็นดวย ๑ ทาน งดออกเสียง ๑ ทาน ไมลงคะแนนเสียง ๕ ทาน ดังนั้นมติที่ประชุมเห็นควรใหมีการแกไข🔗
จะถามมติ ตอไปวาจะแกไขตามกรรมาธิการหรือตามผูขอสงวน เชิญทานแสดงตนอีกครั้งหนึ่ง กดปุม แสดงตน เชิญครับ🔗
ปดการ แสดงตน สมาชิกยังอยู ๒๙๓ ทาน ครบเปนองคประชุมนะครับ🔗
จะถาม มติครับ ทานสมาชิกทานใดเห็นดวยกับการแกไขของคณะกรรมาธิการกดปุม เห็นดวย ทานสมาชิกทานใดเห็นตางจากการแกไขของกรรมาธิการคือเห็นกับผูขอสงวนกดปุม ไมเห็นดวย งดออกเสียงกดปุม งดออกเสียง🔗
ปดการ ลงคะแนน มีทานสมาชิกที่ลงมติเห็นดวย ๒๗๒ ทาน ไมเห็นดวย ๙ ทาน งดออกเสียง ๑ ทาน ไมลงคะแนนเสียง ๔ ทาน ดังนั้นมติที่ประชุมเห็นชอบกับการแกไขของกรรมาธิการนะครับ🔗
ตอไปครับ มาตรา ๔/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นมาใหม มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมีผูขอ แปรญัตติสงวนคําแปรญัตติ ผูขอสงวนติดใจไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานที่เคารพครับ กระผม สรชาติ สุวรรณพรหม กรรมาธิการ สงวนความเห็นครับ ความเปนจริงมาตรา ๔/๑ เปนสวนที่คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นมาใหม เพื่อเปนการแกไขปญหา ของระบบวากฎหมายนี้จะใชไดก็ตอเมื่อผาน ๑๘๐ วันไปกอน เพื่อไมใหโอกาสผูบริหาร ที่ไดรับการเลือกตั้งเขามานั้นจําเปนอยางยิ่งที่จะตองมีเวลาทํางานกอนที่จะใหประชาชน ไปเขาชื่อในการที่จะถอดถอน รวมทั้งการเขาชื่อเพื่อการที่จะทําหนาที่ในการสอบสวนก็ใช เวลากอนหมดวาระอีก ๖ เดือน ๑๘๐ วันก็ไมควรจะใชอํานาจเหลานี้ เนื่องจากในชวงที่จะ หมดวาระกฎหมายฉบับนี้ก็ไมควรจะใชนะครับ กฎหมายฉบับนี้ก็เหมือนกับวาเปนการ กั้นหนาแลวก็กั้นหลังเอาไว เพื่อไมใหพี่นองประชาชนนั้นไปใชอํานาจในการเขาชื่อเพื่อการ ถอดถอนตามระยะเวลาอันสมควร ดังนั้นระยะเริ่มตนนั้นตองใหผูบริหารหรือสมาชิก ที่ไดรับการเลือกตั้งเขามาไดมีโอกาสทํางานเสียกอน กอนที่จะใชกฎหมายฉบับนี้ เพื่อเปด โอกาสใหคนที่มีโอกาสมาจากการเลือกตั้งนั้นไดเขาไปทําหนาที่ในการทํางาน จึงเปนหลักการ ซึ่งกรรมาธิการนั้นเพิ่มขึ้นมา แลวในสวนที่กรรมาธิการเสียงขางนอยไมเห็นดวยกับการ ไปตัด (๒) เนื่องจากวามาตรา ๖ (๒) นั้นจะเปนมาตราหลักสําคัญสวนหนึ่ง ซึ่งเห็นวาถาไมมี กั้นอาไวในชวง ๖ เดือนสุดทายกอนหมดวาระก็จะทําใหการเขาชื่อเพื่อการถอดถอนนั้น ไปเสนอชื่อเพื่อการถอดถอน ซึ่งความเปนจริงตรงนี้แลวเมื่อมีการเขาชื่อเพื่อใหผูกํากับดูแล ใชอํานาจในการถอดถอนไมควรจะเกิดขึ้นหลังจากซึ่งมีเวลาในการทํางานเหลือแค ๖ เดือน เทานั้นเอง แตหลักสําคัญอยูตรงที่วามาตรา ๖ (๑) และมาตรา ๖ (๒) มาตรา ๖ (๑) คือการ เขาชื่อครบเพื่อถอดถอนตามจํานวนที่กําหนดในมาตรา ๗ สวนมาตรา ๖ (๒) นั้นคือหลักการ ในการถอดถอนผูบริหารทองถิ่นเพื่อเขาชื่อ ๕,๐๐๐ คน หรือเขาชื่อ ๑ ใน ๑๐ แลวก็ใหผูกํากับ ดูแลนั้นไปทําหนาที่ในการสอบสวนตามขอเท็จจริง ตามขอผิดที่มันเกิดขึ้น ดังนั้นมาตรา ๖ (๑) กับมาตรา ๖ (๒) นั้นมีขอสําคัญอยู มีความแตกตางกันวามาตรา ๖ (๑) ขอกลาวหานั้น อาจจะไมมากนักกระทําความผิด สามารถเขาชื่อกันใหครบตามจํานวนตามมาตรา ๗ สวนมาตรา ๖ (๒) นั้นขอกลาวหาที่จะตองมาทําหนาที่ในการที่จะเสนอชื่อนั้นจะตองแนบ ขอกลาวหา เหมือนกับการแกไขปญหาผูกํากับดูแลซึ่งเคยมีอํานาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง วันนี้เรามีพระราชบัญญัติจัดตั้งซึ่งไดใหอํานาจของผูกํากับทําหนาที่ในการสืบสวนแลวก็ สอบสวนหาขอเท็จจริงที่กระทําความผิดได แตเราไมสามารถที่จะไปแกไขผูกํากับดูแล🔗
ไมวาจะเปนทานผูวาราชการจังหวัดและทานนายอําเภอตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง ยังมีอํานาจ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งในการใชอยู แตมาตรา ๖ (๒) ในขอ ๒ ในมาตรา ๔ ซึ่งเพิ่มขึ้นมา ที่กั้นเอาไวไมใหใชอํานาจหลังจากหมดวาระ ๖ เดือน เพื่อตองการลดอํานาจของผูกํากับ ดูแลลงวาผูกํากับดูแลมีอํานาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง ๑ คนสามารถเขาชื่อและใหผูกํากับ ลงโทษตั้งกรรมการสอบสวนได แลวกรรมการสอบสวนนั้นซึ่งผูกํากับจะตั้งขึ้นมา ไมมี กฎเกณฑอะไรที่จะมาหามผูกํากับได เนื่องจากในกฎหมายจัดตั้งเดิมนั้นไมไดตั้งกติกา หรือกฎอะไรไวเลย แตในขณะที่มาตรา ๖ (๒) นั้นเรารางขึ้นมาใหมในมาตรา ๔/๑ นะครับ เพื่อที่จะกําหนดกฎเกณฑวาการที่ผูกํากับจะใชอํานาจในการสอบสวนไดนั้นจะตองตั้ง กรรมการสอบสวนอะไรบางในมาตรา ๑๕ แลวก็การที่จะใชอํานาจนั้นมีมาตรา ๑๘ ซึ่งเรา เพิ่มขึ้นมา มีมาตรา ๑๘/๑ มาตรา ๑๘/๒ นั้น ตองขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงเพื่อใหเห็นวา หลังจากการใชอํานาจผูกํากับดูแลกับกฎหมายฉบับนี้ถาซ้ําซอนกันหรือเหมือนกัน ใหใช กฎหมายฉบับนี้เปนหลักในการลงโทษ🔗
ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้ก็จะมีความมั่นคง มีหลักประกันใหกับผูบริหารทองถิ่น สมาชิกผูบริหาร ทองถิ่นที่จะไดรับหลักประกันวามีการตั้งกรรมการตามมาตรา ๑๕ แลวก็ตามมาตรา ๑๘ คือการลงโทษหรือการกระทําสืบสวนนั้นใหใชตามกฎหมายฉบับนี้ ถามีการตั้งกรรมการ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งมากอนแลว มีการสอบสวนในเวลาเดียวกันก็ตองใหสอบสวน ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งเปนการปรับปรุงแกไขขอบกพรองของพระราชบัญญัติจัดตั้ง ตามที่ผมขออนุญาตกราบเรียนใหทราบวานั่นคือวัตถุประสงคหลักของมาตรา ๔/๑ ซึ่งเพิ่มขึ้นมาเพื่อใหมีการกั้นหนาแลวก็กั้นหลังใหกับผูบริหารทองถิ่นและสมาชิกทองถิ่น ซึ่งจะทําหนาที่ในการเลือกตั้งเขามา เปนการปกปองประโยชนใหอํานาจกับประชาชนเขามา มีสวนรวมในทางการเมือง นอกจากใหผูกํากับดูแลตามพระราชบัญญัติจัดตั้งแลวนั้น กฎหมายฉบับนี้ก็จะเปนกฎหมายที่ใหอํานาจของประชาชนเขามามีสวนรวมทางการเมือง ขอบคุณทานประธานครับ🔗
ทานประธาน หรือกรรมาธิการที่ไดรับมอบหมายมีอะไรจะชี้แจงไหมครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ บุณยเกียรติ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ ทําหนาที่แทนประธานนะครับ เรื่องนี้ก็ไดมีการพูดคุยกันในคณะกรรมาธิการ กรรมาธิการ ขอยืนยันความเห็นตามกรรมาธิการเสียงขางมากครับ🔗
กรรมาธิการ ยืนยันนะครับ ทานสรชาติยังติดใจไหมครับ จะไดโหวต พูดผานไมโครโฟนหนอยครับ ติดใจ ไมติดใจครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานครับ ไมติดใจครับ แตจะขอชี้แจงไปแลวเพื่อบันทึกวาเรามีกฎหมายดี ๆ แตครั้งแรกที่จะเขามาตองขออนุญาตกราบเรียนวาเสียงขางมากในครั้งแรกที่เขามาคือ ไมตัดมาตรา ๔ (๒) แตหลังจากซึ่งไปปรับปรุงแกไขมานั้นผมไดสงวนความเห็นตาม กรรมาธิการเสียงขางมากกอนที่จะถอนจากรางเขาไปเทานั้นเอง นั่นคือสิ่งที่จะขออนุญาต ชี้แจงใหที่ประชุมรับทราบวาตางกันนิดเดียว เพราะวากอนที่จะเขามาครั้งที่ ๒ กับครั้งที่ ๑🔗
ครั้งที่ ๑ เขามาตามที่ผมนําเสนอนั่นคือสิ่งที่ขออนุญาตกราบเรียนทานประธานครับ แตก็ไมติดใจครับ🔗
ถึงอยางไรก็ตาม เนื่องจากกรรมาธิการไดเพิ่มมาตราขึ้นมาใหมเปนมาตรา ๔/๑ ก็ตองถามที่ประชุมวาจะใหเพิ่ม ตามกรรมาธิการหรือไม ขอตรวจสอบองคประชุมครับ🔗
เชิญทานสมาชิก แสดงตนกอนลงมติครับ เชิญทานสมาชิกกดปุมแสดงตนไดเลยครับ🔗
ปดการแสดงตน มีทานสมาชิกแสดงตน ๒๖๒ ทาน ครบองคประชุมนะครับ🔗
เนื่องจาก คณะกรรมาธิการไดเพิ่มมาตรา ๔ ขึ้นเปนมาตรา ๔/๑ ขึ้นมาอีก ๑ มาตรา แตเนื้อหาในการ เพิ่มมาตรานั้นมีกรรมาธิการขอสงวนแตไมติดใจ ดังนั้นจะถามมติครั้งเดียววาทานสมาชิก จะเห็นดวยกับการเพิ่มหรือไมเห็นดวยนะครับ ตอไปผมจะถามมติ ทานสมาชิกทานใด เห็นควรใหมีการเพิ่มมาตราขึ้นมาใหมตามกรรมาธิการโปรดกดปุม เห็นดวย ทานสมาชิกทานใด เห็นวาไมควรจะเพิ่มมาตราขึ้นมาใหมกดปุม ไมเห็นดวย งดออกเสียงกดปุม งดออกเสียง เชิญกดปุมลงคะแนนครับ🔗
ปดการ ลงคะแนน ผลการลงคะแนน ทานสมาชิกเห็นดวย ๒๑๙ ทาน ไมเห็นดวย ๒ ทาน งดออกเสียง ๔๑ ทาน ไมลงคะแนนเสียง ๑๔ ทาน ดังนั้นมติที่ประชุมเห็นชอบใหกรรมาธิการเพิ่ม มาตรา ๔/๑ ขึ้นมานะครับ🔗
ตอไป เปนมาตรา ๕ มีการแกไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น กรรมาธิการเสียงขางนอย ที่สงวนความเห็นติดใจไหมครับ เชิญทานสรชาติครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานที่เคารพครับ กระผม สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม กรรมาธิการ มาตรา ๕ มันเปนสาระสําคัญที่จะตองเลือกกันวาจะใหมีมาตรา ๖ ซึ่งมี ๒ วงเล็บไหม คือ (๑) และ (๒) เนื่องจากมาตรา ๕ ถาเราไปตัดในมาตรา ๑๓ ออก คือการตัดหลักการของการถอดถอน โดยอํานาจประชาชนออกไป ผมตองขออนุญาตกราบเรียนวาในมาตรา ๕ มีอยู ๒ หลักการ หลักการแรก คือเปนไปตามมาตรา ๖ (๑) คือการเขาชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกและผูบริหาร ทองถิ่นสวนที่กรรมาธิการตัดออกคือมาตรา ๑๓ ทานจะเห็นวาถาคงไปตามรางเดิมนั่นก็คือ การมีทั้งมาตรา ๙ และมาตรา ๑๓ เอาไว คือถาเราไปตัดมาตรา ๑๓ นั้น เปนไปตามหลักการ ของมาตรา ๖ ซึ่งกําลังจะถึง ซึ่งความเปนจริงแลวกฎหมายสําคัญอยูที่มาตรา ๖ แตบังเอิญ มาตรา ๕ ซึ่งเพิ่มขึ้นมาเปนประตูดานแรกนําเขาไปสูมาตรา ๖ ดังนั้นก็คือถาสมมุติวาโหวตตาม กรรมาธิการที่แกไขก็เทากับกฎหมายฉบับนี้นั้นจะมีหลักการเพียงหลักการเดียวคือการเขาชื่อ เพื่อการถอดถอนผูบริหารและสมาชิกสภาทองถิ่น สวนหลักการที่ ๒ คือหลักการเขาชื่อ ๑ ใน ๑๐ หรือ ๕,๐๐๐ คน เพื่อใหผูกํากับไดทําการสอบสวนจะไมมี นั่นคือสิ่งที่ขออนุญาต กราบเรียนกับทานสมาชิกผูทรงเกียรติวาเปนทางเลือกวาเราจะเลือกตัดในสิ่งที่สาระสําคัญ มาตรา ๖ (๒) ไหม เพราะมาตรา ๖ (๒) นั้นซึ่งผมเรียนไปแลววาคือการแกไขอํานาจของ ผูกํากับดูแลซึ่งมีอํานาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งซึ่งมีอยูแลว ซึ่งปจจุบันนั้นหลายทานก็เห็นวา การกํากับดูแลนั้นใหอํานาจผูกํากับมากเกินไปในการที่จะใชบัตรสนเทหหรือมีสมาชิกมารอง เพื่อใหเห็นวาผูบริหารหรือสมาชิกทองถิ่นนั้นกระทําความผิด แลวก็ตั้งกรรมการสอบสวน ลงโทษทางวินัยเกิดขึ้น โดยที่ไมมีหลักการที่เพียงพอในการที่จะกํากับดูแลโดยการตั้ง กรรมการสอบสวนที่มาตรฐาน โดยการที่ไมมีการใหองคกรภายนอกหรือตั้งคนอื่นเขามา ทําหนาที่ ซึ่งกฎหมายใหมตรงนี้ซึ่งกําลังจะเขาสูสภาผูแทนราษฎร ทานคงจําไดวากอนที่จะ เขามาวันนี้มีครั้งหนึ่งซึ่งกฎหมายฉบับนี้เขามาแลวไมไดตัดมาตรา ๑๓ ออกไป แตหลังจาก คณะกรรมาธิการขอถอนรางกลับไปนั้นเปนการไปตัดมาตรา ๖ เมื่อตัดมาตรา ๖ ทําให ตองไปตัดมาตรา ๑๓ ออก นั่นคือสิ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียนวาถาทานสมาชิกจะคงไว🔗
ตามรางเดิมที่ทางกฤษฎีกา ที่ทาง ครม. เสนอขึ้นมานั้นก็จะทําใหกฎหมายนั้นมีความสมบูรณ และนําไปแกไขปญหา การแกไขปญหาในอดีต ๒๐ กวาปที่ผานมา ตั้งแตป ๒๕๔๒ ซึ่งเราไมสามารถแกไขปญหาในเรื่องของผูกํากับดูแลที่ใชอํานาจบางครั้งตรงไปตรงมาบาง บางครั้งก็ใชอํานาจในการสอบสวนพรรคพวกคนอื่นบาง วัตถุประสงคหลักของมาตรา ๕ ในมาตรา ๑๓ นั้นคือการออกไปเพื่อแกไขปญหาตรงนี้ นั่นคือสิ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียน กับทานประธานวาผมขอเห็นดวยตามรางเดิมซึ่งกฤษฎีกาและ ครม. เสนอมาครับ🔗
กรรมาธิการ เสียงสวนใหญเชิญครับ ตอบชี้แจงครับ🔗
การเรียนทานประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชื่นสุมน นิวาทวงษ กรรมาธิการคะ ในสวนของรางมาตรา ๕ ในสวนของ คณะกรรมาธิการเองไดมีการพิจารณาแลววาในเมื่อตัวคณะกรรมาธิการมีความเห็นวา กระบวนการในการเขาชื่อเพื่อที่จะมีการถอดถอนตามรางพระราชบัญญัตินี้ ถึงแมวาในตัวราง ที่ผาน ครม. แลวก็ผานการรับหลักการมาในวาระหนึ่ง จะกําหนดในเรื่องของการเขาชื่อ เปนมาตราหลักก็คือในสวนของมาตรา ๖ โดยมาตรา ๖ จะแบงเปน (๑) ซึ่งเปนวงเล็บหลัก ในเรื่องของการเขาชื่อเพื่อที่จะถอดถอนตามจํานวนที่กฎหมายฉบับนี้กําหนด🔗
แตวาในสวนของมาตรา ๖ (๒) ไดเพิ่มกระบวนการเขามาวาใหประชาชนสามารถที่จะ ดําเนินการเขาชื่อเพื่อที่จะใหมีการสอบสวนโดยคณะกรรมการที่ผูกํากับดูแลเปนคนตั้งขึ้นกอน ถาหากวาผลของการสอบสวนปรากฏออกมาวามีการกระทําความผิดตามที่สอบสวน ผลของ การเขาชื่อก็จะมีผลทําใหผูที่ถูกกลาวหานั้นตองพนจากตําแหนง ทีนี้ในการพิจารณาของตัว คณะกรรมาธิการเองไดมีการพิจารณากันหลายรอบดวยเหตุดวยผลแลวก็ขอดีขอเสีย ในทายที่สุดทางกรรมาธิการก็มีขอสรุปรวมกันวาในเมื่อตัวรัฐธรรมนูญเองไดกําหนดในเรื่อง ของการเขาชื่อถอดถอน แลวเราก็มีมาตรา ๖ (๑) ที่กําหนดในเรื่องนี้อยูแลว สวนกรณีที่จะให เขาชื่อเพื่อใหมีการสอบสวนกอน ในสวนของการสอบสวนมันมีการกําหนดอยูแลวในกฎหมาย จัดตั้งขององคกรปกครองสวนทองถิ่นเองซึ่งเปนอํานาจของผูกํากับดูแลอยูแลว ก็เลยเห็นวา ไมควรจะมีการกําหนดใหเกิดความซ้ําซอนกันอีก แลวก็อาจจะเปนอุปสรรคในการดําเนินงาน ของตัวผูบริหารทองถิ่นหรือวาสมาชิกสภาทองถิ่นเอง ดังนั้นคณะกรรมาธิการโดยเสียงขางมาก จึงเห็นควรวาใหตัดมาตรา ๖ (๒) ออก ซึ่งเปนเรื่องของการเขาชื่อเพื่อใหมีการสอบสวนกอน ที่จะสั่งใหพนจากตําแหนง เมื่อมีการตัดในสวนของมาตรา ๖ (๒) ออกแลว ก็ไดมีการปรับ เนื้อหาทั้งหมดของตัวรางพระราชบัญญัตินี้ แลวก็มาตรา ๕ ก็เปนสวนหนึ่งที่จะตองปรับ เหมือนกัน ก็คือตัดในสวนของการกลาวถึงมาตรา ๑๓ ซึ่งเปนเรื่องของการเขาชื่อเพื่อที่จะให มีการสอบสวนกอน อันนี้ก็จะเปนไปตามหลักการที่คณะกรรมาธิการไดมีการตัดในสวนของ การเขาชื่อเพื่อที่จะใหมีการสอบสวนออก ก็จะสอดคลองกันทั้งฉบับคะ🔗
กรรมาธิการ ยืนยันจะแกไขตามที่ไดเสนอนะครับ ดังนั้นก็ถามมติจากที่ประชุมวาจะเห็นดวยกับกรรมาธิการ หรือไม กอนลงมติตองตรวจสอบองคประชุมโดยทานสมาชิกตองแสดงตนนะครับ เชิญกดปุม แสดงตนครับ🔗
เชิญทานสมาชิก เขามาแสดงตนครับ🔗
ปดการแสดงตน มีผูแสดงตน ๒๕๓ ทาน ครบเปนองคประชุมนะครับ🔗
ในมาตรา ๕ กรรมาธิการไดมีการแกไข มีกรรมาธิการเสียงขางนอยไดขอสงวนไววาไมตองการแกไข ใหคงไวตามรางเดิม ดังนั้นถามมติครั้งเดียว ทานสมาชิกทานใดเห็นดวยวาควรมีการแกไข ตามกรรมาธิการโปรดกดปุม เห็นดวย ทานสมาชิกทานใดไมเห็นดวยกับกรรมาธิการ คือตองการคงไวตามรางเดิมตามที่ผูขอสงวนโปรดกดปุม ไมเห็นดวย งดออกเสียงกดปุม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ🔗
ปดการ ลงคะแนน ผลการลงมติ ทานสมาชิกเห็นดวย ๒๖๐ ทาน ไมเห็นดวย ๒ ทาน งดออกเสียง ๒ ทาน ไมลงคะแนนเสียง ๒ ทาน ดังนั้นมติที่ประชุมในมาตรา ๕ เห็นควรแกไขตาม กรรมาธิการนะครับ🔗
ตอไป มาตรา ๖ คณะกรรมาธิการตัดออกทั้งมาตรา มีกรรมาธิการเสียงขางนอยสงวนความเห็น ทานสรชาติเชิญครับ ยังติดใจไหมครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานที่เคารพ กระผม สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม กรรมาธิการครับ มาตรา ๖ คือหัวใจสําคัญของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งความเปนจริงแลวนั้นที่ผานมาจากทาง ครม. ประธานกฤษฎีกานั้นเปนหลักการที่ถูกตองแลวครับ คือใหมี ๒ หลักการอยูดวยกันวา มาตรา ๖ (๑) คือการเขาชื่อเพื่อการถอดถอนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖ (๒) ที่ทาง ครม. หรือทางกฤษฎีกาเสนอขึ้นมาผมเชื่อวามีการพูดคุยแลวก็ทบทวนกันอยางรอบคอบแลว นําเสนอมาเพื่อการแกไขปญหาตาง ๆ ที่มันเกิดขึ้นตั้งแตป ๒๕๔๒ เปนตนมา ที่เรามีกฎหมาย ฉบับแรกไมสามารถแกไขปญหาทั้งหมดได ประกอบกับมาตรา ๖ (๒) นั้นปญหาเริ่มตน มาจากการซึ่งเรามีพระราชบัญญัติจัดตั้งซึ่งเกิดกอนรัฐธรรมนูญ ปญหาเหลานั้นก็คือ ใหอํานาจกับผูกํากับดูแลมีอํานาจมากในการกํากับดูแล โอกาสที่ภาคประชาชนจะเขาไป มีสวนรวมในการกํากับดูแลไมมีเลย กฎหมายฉบับนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนวาเปนกฎหมาย ฉบับแรกที่รัฐบาลเสนอดวยความกาวหนาเขามาวาใหประชาชนนั้นเขามามีสวนรวม ในทางการเมืองในการกํากับดูแล กฎหมายฉบับนี้เปนกฎหมายควบคูกันกับกฎหมายเขาชื่อ เพื่อการเสนอขอบัญญัติทองถิ่น ซึ่งเราผานสภาผูแทนราษฎรไปแลวเมื่อเดือนกุมภาพันธ อันนั้นคือใหประชาชนเขามามีอํานาจในการเสนอขอบัญญัติทองถิ่น เราไดแกไขใหประชาชน มีอํานาจในการเสนอขอบัญญัติทองถิ่นไดทุกเรื่อง รวมทั้งเรื่องงบประมาณรายจายประจําปดวย เพียงแตวาใหนายกรัฐมนตรีมีความเห็นชอบกอน ซึ่งระยะเวลาหางกันเปนเวลานาน กฎหมายเขามาในสภาแหงนี้คูกัน ๒ ฉบับครับ กฎหมายฉบับแรกนั้นเนื่องจากวาทุกคน เห็นพองตองกันผานไปสภาอยางรวดเร็วก็คือประกาศใชเมื่อเดือนกุมภาพันธ แตกฎหมาย ฉบับนี้มีความเห็นแตกตางกันนิดหนอย ซึ่งผมเองตองขออนุญาตกราบเรียนใหที่ประชุม ไดรับทราบนิดหนึ่งวาเดิมเริ่มตนนั้นกรรมาธิการเสียงขางมากเห็นดวยที่จะใหมีมาตรา ๖ นี้ไว แตเมื่อไดรับการรองเรียนจากสมาคม จากผูบริหาร ซึ่งแนนอนมันตองมีผูไดประโยชน และผูเสียประโยชน เมื่อเราตองการกระจายอํานาจใหประชาชนมีอํานาจในการมากํากับดูแล องคกรปกครองสวนทองถิ่นก็ยอมมีผูเสียประโยชน ผูเสียประโยชนอาจจะเปนผูบริหารทองถิ่น ซึ่งยังไมยอมรับอํานาจประชาชนในการกํากับในขณะนี้ แตผมเชื่อไดวาอนาคตขางหนาวันนี้ ไมมีมาตรา ๖ (๑) กับมาตรา ๖ (๒) วันหนาอยางไรก็ตองมีเกิดขึ้น เพราะเราจะไปกั้น อํานาจประชาชนไมใหมามีสวนรวมทางการเมืองในกฎหมายทองถิ่นไมได ซึ่งกฎหมาย🔗
ในรัฐบาลกลางเองเราก็ยังใหประชาชนในการเขาชื่อเสนอกฎหมายได กํากับดูแลได มีการตรวจสอบได รองเรียนได แตกฎหมายทองถิ่นเองผมเชื่อแนวาถาผูบริหารทองถิ่นและ สมาชิกทองถิ่นยอมรับการตรวจสอบโดยภาคประชาชนบาง กฎหมายนี้คือการลดอํานาจรัฐ เพิ่มอํานาจประชาชน ที่ผานมาการกระจายอํานาจนั้นเปนการกระจายอํานาจจากรัฐบาลกลาง ใหทองถิ่นเทานั้น แตกฎหมายฉบับนี้ที่รัฐบาลนําเสนอมาเปนกฎหมายที่ลดอํานาจรัฐ เพิ่มอํานาจประชาชน คือใหประชาชนเขามามีสวนรวมทางการเมือง ซึ่งผมเชื่อแนวา ตลอดระยะเวลาที่เรามีองคกรปกครองสวนทองถิ่นเกิดขึ้นเต็มรูปแบบ ประชาชนยังไมมีอํานาจ ในการเขาไปกํากับดูแลทองถิ่นเลย ดังนั้นก็คือการเลือกตั้งเสร็จ ผูบริหาร สมาชิกก็จะมีอํานาจ อยูในองคกรของตนเองโดยตลอด กฎหมายฉบับนี้จึงเปนฉบับแรกที่เสนอมาตามรัฐธรรมนูญ แลวก็ประกอบกับรัฐบาลมีความเห็นวาถึงเวลาแลวที่จะใหประชาชนเขามามีอํานาจในการ ควบคุมและกํากับดูแล แตเมื่อสภาแหงนี้ไมอยากจะรับอํานาจประชาชนเขามาโดยการขอตัด (๒) ไปกอน เอาเฉพาะ (๑) เอาไว ซึ่งก็เปนการแกไขกฎหมายเดิมเมื่อป ๒๕๔๒ เทานั้น นั่นคือสิ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียนตอที่ประชุมวาสักวันหนึ่งเราคงจะพรอมที่จะให ประชาชนเขามากํากับดูแลองคกรปกครองสวนทองถิ่นและประชาชนก็จะมีสวนรวม มากยิ่งขึ้น โดยการเขามามีสวนรวมตามกฎหมายที่เรากําลังตัดออกนี้ไวกอน เมื่อเราไมพรอม เราก็ตองเอาอํานาจประชาชนไปไวอีกสวนหนึ่ง ใหประชาชนนั้นดูองคกรปกครองสวนทองถิ่น เฉพาะเทาที่เลือกตั้งผานเขามา การกํากับดูแลโดยภาคประชาชนนั้นซึ่งผมก็เชื่อแนวาสักวันหนึ่ง เมื่อประชาชนเรียกรองก็จะตองมาแกไขกฎหมายฉบับนี้โดยใหมีมาตรา ๖ (๒) เพิ่มขึ้นมา แตวันนี้ไมพรอมก็คงคิดวาเราจะแกไขเฉพาะกฎหมายเดิมที่เรามีอยูเมื่อป ๒๕๔๒ นั่นเปนสิ่งที่ ผมขออนุญาตกราบเรียนแลวก็ไมติดใจ แตขออนุญาตชี้แจงใหเห็นวาวันนี้สภาเราไมพรอม ที่จะรับ (๒) ก็เอาเฉพาะ (๑) เทานั้น ขอบคุณทานประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ทานประธานขออนุญาตครับ ทานประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกาวไกล คนจังหวัดอางทอง เนื่องจากวาในมาตรา ๖ ทางคณะกรรมาธิการไดมีการ ตัดแกไป ผมขออนุญาตใชสิทธิในฐานะสมาชิกเปนการอภิปรายสอบถาม🔗
ประการที่ ๑ ผมฟงทานกรรมาธิการเสียงขางนอยผมคิดวายังจําเปนที่ กรรมาธิการเสียงขางมากตองชี้แจง เพราะวาทานกรรมาธิการเสียงขางนอยนั้นทานพูดถึง อํานาจของประชาชนในการควบคุมและกํากับดูแลผูบริหาร หรือสมาชิกขององคกรปกครอง สวนทองถิ่น ผมคิดวาฟงดูเสมือนวาการที่สภาแหงนี้จะพิจารณามาตรานี้ตอและเปนการตัดออก ถึงแมทานไมติดใจนั้นจะเปนการทําลายความชอบธรรมของประชาชนในการมีสวนรวม ในการกํากับดูแลทองถิ่นซึ่งผมคิดวาไมใช ฉะนั้นทานตองยืนใหชัดครับ ทานตองตอบใหชัดวา จริง ๆ แลวอํานาจที่ยึดโยงโดยตรงนั้นมันมีอยูแลวโดยที่ไมจําเปนตองมี โดยเฉพาะอยางยิ่ง ในมาตรา ๖ (๒) ซึ่งพูดถึงกระบวนการในการแคเขาชื่อเพื่อนําไปสูการกํากับดูแล แลวก็คืน อํานาจไปใหองคกรหรือขาราชการในสวนภูมิภาคที่เปนผูดําเนินการ ซึ่งขัดกับปรัชญาของ การกระจายอํานาจสูทองถิ่นเปนอยางยิ่ง นั่นทานจําเปนครับ มิฉะนั้นพี่นองประชาชน สันนิบาตเทศบาลแหงประเทศไทย สหพันธองคกรบริหารสวนตําบล สมาคมองคการบริหาร สวนจังหวัด ทานจะเขาใจคลาดเคลื่อนวาพวกเรายืนอํานาจประชาชนแบบใด อยางไร นั่นเปนประการที่ ๑🔗
ประการที่ ๒ กรณีการตัดมาตรา ๖ มันจะไปสัมพันธกับการลงคะแนน ในมาตรา ๕ ซึ่งไดมีการดําเนินการไปแลว แลวก็ในมาตรา ๑๓ ที่กําลังจะกลาวถึง ฉะนั้น ทานตองพูดใหชัดครับ ทานอาจจะตองบอกสภาแหงนี้วาหากไมตัดมาตรา ๖ จะแยงกับกรณี การตัดมาตรา ๕ จะไปแยงหรือมีผลตอการพิจารณามาตรา ๑๓ กรรมาธิการตองพูดใหเต็มลูป (Loop) เพราะวาถาทานพูดใหเต็มลูป (Loop) อธิบายสมาชิกเขาใจมันจะไมมีปญหา ในเรื่องของการลงคะแนนซึ่งอาจจะนําไปสูปญหาการตีความกฎหมายวาทานไมเอามาตรา ๕ ทานมาเอามาตรา ๕ ตามที่กรรมาธิการแกแตเดี๋ยวเกิดมาถึงมาตรา ๖ ทานไมเอาตามที่ กรรมาธิการแก เกิดมีสมาชิกขอใหแยง ขอใหลงมติตาง ๆ มันจะมีผลกระทบเปนปญหา ขอกฎหมายระหวางกัน นั่นเปนประการที่ ๒ ซึ่งผมคิดวาทานตองอธิบายสมาชิกกอนครับ🔗
ประการที่ ๓ มันมีความยอนแยงระหวางหลักการในมาตรา ๖ กับหลักการ ในมาตรา ๗ กรณีของมาตรา ๖ ทานพยายามไปอางวามันเปนการเขียนเพื่อใหสอดรับ ตอนแกแลวนะครับ ไมใชรางเดิม กับรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๕๔ ที่บอกวาการแกไขเพิ่มเติม กรณีของประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้งในองคกรปกครองสวนทองถิ่นมีสิทธิเขาชื่อกันเพื่อเสนอ ขอบัญญัติ หรือถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่น หรือผูบริหารทองถิ่นไดตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ คําวา ยอนแยง คืออะไรครับ ตอนรางที่มาจากรัฐบาลทานใส เขาไปในมาตรา ๖ (๒) โดยที่ทานไมเคยยึดโยงเลยวาจะตองเอาคําแคในรัฐธรรมนูญเทานั้น ทานก็ยังใสได ไมไดพูดถึงกฎหมายที่เขาชื่อกรณีของการเสนอขอบัญญัติตาง ๆ ซึ่งไมได ราบเรียบอยางที่ทานชี้แจงนะครับ ผมเองเปนคนแยงเกือบตองมีการลงมติกัน เกือบตอง ถอนออกไป แตทานรัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงมหาดไทยขณะนั้นเดินหนาตอแลวทานก็กระซิบ ในลักษณะวาขอใหผานไปนําไปสูการแกไขทีหลัง เพราะวามีเงื่อนไขบางอยางที่ขัดหรือแยง ตอหลักการที่ผานสภาผูแทนราษฎรไปดวยซ้ํา ที่ผมบอกวาจะยอนจะแยงก็คือวากรณีนี้ ทานกําลังจะตัดออกเพราะบอกวารัฐธรรมนูญไมไดเขียน แตพอไปถึงมาตรา ๗ ทานกําลัง จะไมยอมใหใสการลงคะแนนลับเขาไป เพราะทานอางรัฐธรรมนูญไมไดเขียน ตกลงกฎเกณฑ หรือกติกาที่ทานยกมาตั้งแตตนประเด็นเรื่องการตีความบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมไมเชื่อ ผมไมรูใครเขียนนะครับ อาจจะเปนรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลฝายกฎหมาย กับคณะกรรมการ กฤษฎีกาก็ได ทานตองตีความครอบคลุมอยูแลวครับ ไมนาจะผิดพลาดขนาดนั้นหรอก ทานอยามาหลอกเราวาจะตัดมาตรานี้เดี๋ยวจะไมเอามาตรา ๗ ทานตองพูดใหชัดวามาตรา ๗ ลงคะแนนลับก็ทําได ก็ทําไดเดี๋ยวดูเสียงในสภากัน แตเอาตรงนี้กอนผูกทานไวกอนวากรณี ที่ทานยกมาตอนตนไมไดเปนขอความในรัฐธรรมนูญทานยังทําไดเลย แตวันนี้จะตัดหรือไม อีกเรื่องหนึ่ง ผมคิดวายอมรับได นั่นเปนเงื่อนไขประการที่ ๓ ที่ตองถามทานครับ🔗
เงื่อนไขประการที่ ๔ หรือประเด็นประการที่ ๔ เปนประการสุดทายก็คือวา ประเด็นของการพิจารณามาตรา ๖ จะไปสงผลตอกรณีมาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๗/๑ นี่เปนเรื่องสวนตัวของผม ในฐานะพี่ชายก็เปนอดีตนายก อบจ. คุณพอก็เปนรองนายก เทศมนตรีมา ๑๒ ปเต็ม สวนตัวคืออะไรครับ ผมพยายามจะแยกใหเห็นวาประเด็น เรื่องของตัวผูบริหารกับประเด็นเรื่องของสมาชิกทองถิ่นนั้นมีนัยที่แตกตางกัน ผูบริหารมีแค ๗,๒๐๐ กี่คนจําไมไดนะครับ ตองขอบพระคุณทานอาจารยวันใหขอมูลมา ๗,๘๕๒ แหง แตสมาชิกหลายหมื่นคน นัยของการเลือกตั้งที่มาที่ไปของสมาชิกกับนายกแตละคน ไมเหมือนกัน แลวกรณีแบบนี้เดิมที่ทานยกเปน (๑) (๒) หากตัดวันนี้ไปไมกระทบถึงกรณี ที่ผมจะขอแยกใหมีการพิจารณากรณีของผูบริหารกับกรณีของสมาชิกสภาทองถิ่นใชหรือไม ซึ่งหากเปนเชนนั้นก็เปนประเด็นที่ผมถามทานทั้ง ๔ ประเด็น โดยเฉพาะอยางยิ่งกรณี เอาใหชัดวาไมกระทบอํานาจประชาชน ประชาชนมีอํานาจในการถอดถอนโดยตรงอยูแลว และประชาชนที่มีจํานวนนับมากพอ ซึ่งเดี๋ยวไปพิจารณากันตอวาควรจะเปนจํานวนเทาไรนั้น ก็ไมอยูภายใตการกํากับดูแลของ เขาเรียกอะไรนะครับ การบริหารราชการสวนภูมิภาค ซึ่งเราไมอยากเอาอีกแลว เรากําลังพูดถึงการกระจายอํานาจสูทองถิ่นเต็มรูป เอยมาสักคําวา กรรมาธิการตั้งใจจะตัดมาตรา ๖ เพราะสนับสนุนการคืนอํานาจทางตรงใหกับประชาชน และเปนการกระจายอํานาจสูทองถิ่นที่ไมตองการใหมีอํานาจสวนภูมิภาคเขาไปแทรกแซง เอยมาสักคําแบบนั้นครับ ผมก็จะสนับสนุนและเห็นดวยใหมีการตัดมาตรา ๖ โดยที่ ไมจําเปนตองติดใจในการลงคะแนน แตตองเอยคํานั้นผูกพันในสภาแหงนี้ ผูกพันในมาตรา ถัด ๆ ไปที่ผมจะมีการอภิปราย ขอบคุณทานประธานครับ🔗
เชิญกรรมาธิการ ตอบครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภาที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ คุณเงิน ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ ใครขอถือโอกาสกราบเรียนชี้แจง เพิ่มเติมในรางมาตรา ๖ กอนอื่นตองขอยอมรับขอเท็จจริงวากรรมาธิการเสียงขางมาก ไดพิจารณาไตรตรองอยางรอบคอบและเชื่อวารอบดาน จากการรับฟงองคกรของพี่นอง ผูบริหารและสมาชิกทองถิ่นหลายระดับ ตลอดจนไดรับฟงความคิดเห็นในภูมิภาค ทั้งเหนือ ทั้งใต ทั้งอีสาน แลวก็ไดประมวลมาพิจารณากันหลายรอบจนตกผลึกวาในที่สุด🔗
ตัวมาตรา ๖ ควรจะชัดเจน ถาหากวาตามรางที่เขาสูกรรมาธิการเราไดรับมาในหลักการ ที่เขาชื่อถอดถอนโดยตรงกับการเขาชื่อเพื่อใหมีการสอบสวนเพื่อถอดถอน ในที่สุด ไดพิจารณาวาเราควรจะเปนหลักการเดียวคือหลักการที่เขาชื่อแลวก็ถอดถอนเพียง หลักการเดียว ทั้งนี้จะโดยที่ความเห็นของทานสมาชิกผูอภิปรายวาการใหอํานาจพี่นอง ประชาชนของเราโดยตรงก็ไมนาจะผิด ก็นาจะเปนความชอบธรรมสูงสุด จึงใครขออนุญาต ใหเหตุผลเพิ่มเติมเพียง ๒-๓ ขอ🔗
ขอแรก ก็คือหลักการที่เราผานหลักการและเหตุผลนั้นก็คือมีหลักการเดียว คือเขาชื่อเพื่อถอดถอนตามบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวของ เพราะฉะนั้นจึงไมมี ความจําเปนที่จะตองใชวิธีในการสอบสวนเพื่อถอดถอนอีก🔗
ขอที่ ๒ เรื่องการสอบสวนเพื่อถอดถอนนั้นไดปรากฏชัดเจนอยูที่กฎหมาย ในการจัดตั้งองคกรปกครองสวนทองถิ่นในแตละประเภท มีขั้นตอนมีกระบวนการอยูแลวชัดเจน🔗
ประการที่ ๓ คณะกรรมาธิการเสียงขางมากไดเห็นชอบ ตั้งขอสังเกต ในรางพระราชบัญญัติฉบับนี้วาใหกระทรวงมหาดไทยไดไปพิจารณาทบทวนกฎเกณฑ การสอบสวน ระเบียบการเกี่ยวกับเรื่องนี้ใหชัดเจน ใหสอดคลอง เพื่อใหไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อที่จะใหกระบวนการสอบสวนนั้นอยูในสวนของกฎหมายในการจัดตั้งซึ่งมีอยูแลว เพราะฉะนั้นโดยรวมแลวคณะกรรมาธิการเสียงขางมากจึงไดสรุปวาเราขอใชหลักการเดียว ดังที่กราบเรียนมา จึงไดยืนยันในการตัดมาตรา ๖ ออก เพราะหลักการนั้นไดไปปรากฏชัดเจน อยูในรางมาตรา ๗ เรียบรอยแลว จึงขอยืนยัน กราบขอบพระคุณทานประธานครับ🔗
มาตรา ๖ กรรมาธิการยืนยันจะขอตัดออกทั้งมาตรา แตมีผูขอสงวนความเห็นวาตองการใหคงไว ไมตองการใหตัดออก ดังนั้นตองถามมติจากที่ประชุมครับ🔗
เชิญทานสมาชิก เขามาแสดงตนลงมติในมาตรา ๖ เชิญทานสมาชิกกดปุมแสดงตนครับ🔗
ปดการแสดงตน ทานสมาชิกแสดงตน ๒๖๓ ทาน ครบองคประชุมนะครับ🔗
มาตรา ๖ กรรมาธิการแกไขคือตัดออกทั้งมาตรา มีผูสงวนบอกวาตองการใหคงไวตามรางเดิม ไมตองการใหตัดออก ดังนั้นจะถามมติจากที่ประชุมครับ ทานสมาชิกทานใดเห็นดวยกับ กรรมาธิการเสียงขางมากคือตองการตัดออกทั้งมาตรากดปุม เห็นดวย ทานสมาชิกทานใด ไมเห็นดวยกับกรรมาธิการที่ตัดออก คือตองการคงไวตามรางเดิมตามผูขอสงวนกดปุม ไมเห็นดวย งดออกเสียงกดปุม งดออกเสียง เชิญกดปุมลงคะแนนครับ🔗
ปดการ ลงคะแนนครับ ผลการลงมติ ทานสมาชิกเห็นดวยกับกรรมาธิการที่ตัดออกทั้งมาตรา ๒๒๕ ทาน ไมเห็นดวย ไมมี งดออกเสียง ๔๙ ทาน ไมลงคะแนนเสียง ๑ ทาน ดังนั้นมติ ที่ประชุมเห็นดวยกับกรรมาธิการคือตัดออกมาตรา ๖ ทั้งมาตรา🔗
ตอไป มาตรา ๗ มีการแกไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น ผูขอสงวนความเห็นติดใจไหมครับ ผูขอสงวนไมติดใจนะครับ แตมีทานสมาชิกตองการซักถาม ทานทัศนียเชิญครับ🔗
ทานประธานครับ🔗
ทานเปน ผูขอสงวนใชไหม กรรมาธิการเสียงขางนอยใชไหม เชิญครับ ขอผูขอสงวนกอนนะครับ ทานทัศนียครับ🔗
กราบเรียนทานประธานครับ ผม บรรณ แกวฉ่ํา เปนกรรมาธิการที่มาจากสัดสวนของพรรคกาวไกล เปนบุคคลภายนอกนะครับ เคยเปนนิติกรขององคกรทองถิ่น ปจจุบันเปนหัวหนาฝายนิติการของ อบจ. พระนครศรีอยุธยา กระผมขออนุญาตใชเวลาพูดในมาตรานี้มากหนอยนะครับ ผมสงวนความเห็นไวทั้งหมด ๒๖ มาตรา ขอใชเวลามากเฉพาะมาตรานี้สวนมาตราหลัง ๆ ที่สงวนความเห็นไว ผมติดใจ ทุกมาตราแตวาถาจําเปนตองชี้แจงก็จะใชเวลาประมาณ ๒-๓ นาที จะไมเยอะ บางมาตรา ก็จะไมชี้แจง เหตุผลที่ผมขอสงวนความเห็นในมาตรานี้เนื่องจากวากฎหมายนี้มีความสําคัญ อยางยิ่ง เปนกฎหมายที่เปนการใชอํานาจอธิปไตยในระบอบประชาธิปไตยทางตรงของ ประชาชน คือแตเดิมนี้ในทองถิ่นเมื่อประชาชนในทองถิ่นไปโหวตเลือกผูบริหารทองถิ่นแลว ระหวางวาระดํารงตําแหนง ๔ ป จะมีความประพฤติไมดีอยางใด ๆ ก็ตองรอใหครบ ๔ ปกอน จึงจะไปโหวตอีกครั้งหนึ่งเพื่อไมเลือกเขานะครับ แตวาการที่มีกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาทําให ประชาชนนี้สามารถเขาชื่อถอดถอนเขาเสียเมื่อไรก็ได หากมีความประพฤติไมเหมาะสม เพราะฉะนั้นแทจริงกฎหมายฉบับนี้มีความสําคัญอยางยิ่ง แตวาในการจัดทํารางกฎหมาย ฉบับนี้กลับไปนําบทบัญญัติวาดวยเรื่องการสอบสวนเขามาเพิ่ม ซึ่งผมตองขอขอบพระคุณ กรรมาธิการเสียงสวนใหญที่มีมติใหตัดบทบัญญัติเรื่องการสอบสวนออกเสียทั้งหมดนะครับ เนื่องจากวาการที่จะไปใชอํานาจในการกํากับดูแลทองถิ่นควรไปทําไวในกฎหมายจัดตั้ง ซึ่งปจจุบันก็มีอยูแลว แตกฎหมายฉบับนี้เปนกฎหมายของประชาชนโดยแท เพราะฉะนั้น ตองกลาวเรื่องการใหอํานาจประชาชน ผมขออนุญาตมีประเด็นที่อยากจะชี้แจงแทนทองถิ่น ทั่วประเทศ แทนผูบริหารทองถิ่นแลวก็แทนสมาคมดวยนะครับ เนื่องจากวาเมื่อสักครู มีกรรมาธิการบอกวาเหตุที่สมาคมทองถิ่นเขามาคานรางกฎหมายฉบับนี้เนื่องจากกลัวอํานาจ ประชาชน คือผมเองมีตําแหนงในสมาคมตาง ๆ ของทองถิ่นเกือบทุกสมาคม แลวก็เคยเปน เลขานุการของ ๓ สมาคมหลัก ก็คือสมาคม อบต. สมาคมสันนิบาตเทศบาลและสมาคม อบจ. ในการพิจารณายกรางประมวลกฎหมายทองถิ่นมากอน ผมขออนุญาตถือโอกาสชี้แจง แทนนายกทองถิ่นแลวก็สมาชิกสภาทองถิ่นทั่วประเทศวาเหตุผลที่เขามาคัดคานในราง กฎหมายฉบับนี้ไมใชเขากลัวอํานาจประชาชน เพราะวาเขาไดคะแนนเสียงสวนใหญเขามาแต ก็ติดใจบางประเด็นเทานั้นเองก็คือการที่ไปเพิ่มอํานาจสอบสวนใหผูกํากับดูแล ตรงนี้ทําใหเขา ตองรับผิดชอบตอผูกํากับดูแลแทนที่จะรับผิดชอบตอประชาชน🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่ติดใจซึ่งเปนประเด็นที่ผมขอสงวนความเห็นไวก็คือ รางกฎหมายฉบับนี้ไปตัดเรื่องที่ดีออกเสียก็คือกระบวนการลงคะแนนโดยลับนะครับ กระบวนการลงคะแนนโดยลับมีความสําคัญอยางไร ผมยกตัวอยางเชนวาในครอบครัวเดียวกัน พอชอบฝายหนึ่ง แตลูกชอบขั้วการเมืองอีกฝายหนึ่ง การที่พอไปเลือกไปโหวตคะแนนโดยลับ ลูกก็ไมรู อยางนี้ก็ไมเกิดความแตกแยกในครอบครัว แตวาการใชวิธีเอาชื่อประชาชน มาเปดเผยอยางนี้ พอก็สามารถตรวจสอบไดวาลูกตนเองหรือวาแมฝายลูกก็ไปตรวจสอบไดวา พอตนเองไปลงคะแนนถอดถอนนายก อบต. ที่เขาชอบ นี่เกิดความแตกแยกนะครับ🔗
นอกจากนั้นการเอาชื่อประชาชนมาเปดเผยเปนการทําใหการใชสิทธิของประชาชน ตามกฎหมายฉบับนี้อยูดวยความหวาดหวั่น เพราะวาชื่อตนเองไปโชวใหผูถูกถอดถอนนั้น รับทราบอยู ผูถูกถอดถอนสามารถดูชื่อตนเองไดตลอดเวลา ความกังวลตอความปลอดภัย ในชีวิตในตนเอง ความกังวลตอครอบครัว ตออิทธิพลตาง ๆ เพราะฉะนั้นเราออกแบบ ใหประชาชนใชสิทธิในลักษณะที่ทําใหเขาหวาดหวั่นวาจะเกิดภัยตอตนเอง อีกอยางหนึ่ง กระบวนการลงคะแนนโดยลับเปนการปองกันการใชเงินในการซื้อใหเขาชื่อถอดถอน คือถามีการลงคะแนนโดยลับมันตรวจสอบไดยากเวลาเอาสตางคไปใชจายวาเขาจะทําตามที่ ตกลงไวหรือไม แตวาการเอาชื่อมาเปดเผยแบบนี้ผูที่ใชเงินไมวากรณีตัวเองถูกถอดถอนก็ดี หรือเปนผูอยากจะถอดถอนผูอื่นก็ดี ใชเงินไปเทาไรสามารถไปตรวจรายชื่อของประชาชน ที่โชวอยูไดทันที แลวก็ตามหลักสากลที่คนดูทุกประเทศทั่วโลกไมมีประเทศไหนเขาทํากัน ที่ไปเอาชื่อประชาชนมาเปดเผยในลักษณะนี้ นี่ก็เลยเปนเหตุผลวาทําไมกระผมจึงขอสงวน ความเห็นใหเพิ่มบทบัญญัติวาดวยการลงคะแนนโดยลับเขามาในรางกฎหมายฉบับนี้นะครับ🔗
ทีนี้ประเด็นในมาตรา ๒๕๔ มีประเด็นวาการที่เพิ่มบทบัญญัติวาดวย การลงคะแนนโดยลับเขามาในรางกฎหมายฉบับนี้ เปนการเกินกรอบตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๔ หรือไม จะสังเกตเห็นวาบทบัญญัติวาดวยเรื่องการสอบสวนนี้ก็ไมมีในเนื้อความ ตามมาตรา ๒๕๔ ของรัฐธรรมนูญ แตในรางกลับเขียนเพิ่มมาได เพราะฉะนั้นในกระบวนการ ลงคะแนนโดยลับก็เปนเพียงหลักเกณฑวิธีการและเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งผมมองวา สามารถเพิ่มเขามาในกฎหมายฉบับนี้ได โดยเฉพาะประเด็นสําคัญคือถาไมเพิ่มนี้จะเกิด ความวุนวายในทองถิ่นทั่วประเทศ ไมวาตั้งแตระดับครอบครัวอยางที่ผมยกตัวอยาง ในชุมชน ทองถิ่นก็เกิดการแบงฝกแบงฝาย เพราะเห็นกันชัดวาฝายโนนเลือกขางฝายนี้ถอดถอนคนนี้ ดวยเหตุตามที่นําเรียนมากระผมจึงติดใจที่จะสงวนความเห็นเพื่อใหเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับ กระบวนการลงคะแนนโดยลับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชื่นสุมน นิวาทวงษ กรรมาธิการ ดิฉันไดสงวนความเห็นในสวนของมาตรา ๗ โดยขอใหกลับไปใชรางเดิมของรัฐบาลที่ไดผานการรับหลักการในวาระหนึ่งมา เนื่องจาก ตัวมาตรา ๗ จะเปนมาตราที่เปนหัวใจอีกมาตราหนึ่ง เพราะเปนการกําหนดตัวจํานวน🔗
ของคนที่จะมีสิทธิเขาชื่อวาจะใชจํานวนคนเทาไรในการถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือวา ผูบริหารทองถิ่น ซึ่งในรางที่ผานวาระหนึ่งมาจะมีการกําหนดวาใหผูมีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิ เขาชื่อกันเกินกึ่งหนึ่งของจํานวนผูไปใชสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดในเขตเลือกตั้งนั้น เพื่อถอดถอน สมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นผูนั้นได ซึ่งกรณีที่มีการกําหนดวาใหใชจํานวน เกินกึ่งหนึ่งเนื่องจากเพื่อใหเกิดความเปนธรรมแลวก็ใหเปนมาตรฐานเดียวกัน ไมวาในการเลือก ผูบริหารทองถิ่นหรือวาสมาชิกสภาทองถิ่นนั้นจะมีผูไปใชสิทธิเลือกตั้งมากนอยตางกันเพียงใด หรือวาในเขตนั้นจะมีผูมีสิทธิเลือกตั้งมากนอยตางกันเพียงใด แตวาวิธีการคํานวณจะใช วิธีการเดียวกันก็คือวาตองมีการเขาชื่อกันเกินกึ่งหนึ่งของผูไปใชสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ในเขตเลือกตั้งนั้น🔗
สําหรับในรางของกรรมาธิการที่มีการแกไข ถาพิจารณาดี ๆ จะเห็นวามันมี ความลักลั่นกันอยู เนื่องจากไดกําหนดในสวนของจํานวนไวแตกตางกันตามจํานวนคน ที่มีสิทธิเลือกตั้งในแตละเขตเลือกตั้ง อยางเชน ในกรณีแรก ถาไมเกิน ๕๐,๐๐๐ คน จะใช ๒ ใน ๓ ของผูไปใชสิทธิเลือกตั้ง หรือ ๖๖ เปอรเซ็นต แตถาหากวาเกิน ๕๐,๐๐๐ คน แตไมเกิน๑๐๐,๐๐๐ คน ใช ๑ ใน ๒ หรือ ๕๐ เปอรเซ็นต ถาหากวาเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คน จะใช ๑ ใน ๕ หรือ ๒๐ เปอรเซ็นต🔗
จะเห็นไดวายิ่งเปนเขตเลือกตั้งที่มีคนเยอะจํานวนที่ใชในการลงคะแนนถอดถอนก็จะมี จํานวนยิ่งนอยลง เพราะฉะนั้นอาจจะทําใหเกิดความลักลั่นกันในการเขาชื่อเพื่อที่จะ ถอดถอนได กรณีนี้ทางดิฉันจึงเห็นวาควรจะกลับไปใชในรางที่เสนอมาจากรัฐบาลแลวก็ ไดผานการรับหลักการมาในวาระหนึ่ง🔗
ทานสรชาติ เชิญครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพครับ กระผม สรชาติ สุวรรณพรหม กรรมาธิการเสียงขางนอยอีกทานหนึ่ง ที่ไดสงวนความเห็นเอาไว ความเปนจริงก็เห็นคลอยตามกับทานกฤษฎีกาวาการที่ทาง กรรมาธิการเสียงขางมากไปแบงชั้นตาง ๆ เพื่อที่จะใหมีระดับตาง ๆ ในการถอดถอน ผูบริหารทองถิ่น ผมเองก็เกรงเชนเดียวกันกับทานกฤษฎีกาซึ่งทานจะเห็นตามรางเดิม คือใช ๑ ใน ๒ ทั้งหมด ไมวาจะเปนองคกรปกครองสวนทองถิ่นรูปแบบใดก็แลวแต นั่นก็คือ รางเดิมที่ผานกฤษฎีกา ผาน ครม. มานั้นจะเปน ๑ ใน ๒ สวนรางที่คณะกรรมาธิการ ผานขึ้นมาแบงเปนชั้นตาง ๆ ซึ่งดูแลวชั้นที่ ๑ ใชเสียง ๒ ใน ๓ ในการไปลงคะแนน ๒ ใน ๓ ก็คือ๖๖ เปอรเซ็นตขึ้น ดังนั้นผูถูกถอดถอนจะมาคานไมใหถูกถอดถอนใชประมาณ ๓๓-๓๔ คนเทานั้นเองใน ๑๐๐ ทาน แตในขณะที่ผูถูกกลาวหาหรือผูบริหาร หรือสมาชิกตอง ใชเสียงถึง ๖๗ คน มันเปนโอกาสซึ่งจะถอดถอนไดยากมาก ไมไดแตกตางอะไรกับกฎหมาย เมื่อป ๒๕๔๒ เลยครับ ใชเสียง ๓ ใน ๔ อันนั้นคือ ๗๕ เปอรเซ็นตเลย เราจึงจะเห็นวา กฎหมายฉบับนี้ตั้งแตป ๒๕๔๒ เปนตนมา ซึ่งเรามีกฎหมายตามรัฐธรรมนูญเมื่อป ๒๕๔๐ แตถามวากฎหมายเมื่อป ๒๕๔๒ นั้นทําไมตองกําหนด ๓ ใน ๔ ป ๒๕๔๒ ผมเปนกรรมาธิการ ทานหนึ่งในกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากกฎหมายฉบับเมื่อป ๒๕๔๒ นั้น รัฐธรรมนูญกําหนดไว ใหใชเสียง ๓ ใน ๔ กําหนดในรัฐธรรมนูญเลยครับ กรรมาธิการก็แกไขอะไรไมไดเลย เนื่องจากวารัฐธรรมนูญ ป ๒๕๔๐ นั้นล็อกเอาไวที่เสียง ๓ ใน ๔ ซึ่งผมไดกราบเรียนเมื่อ สัปดาหที่แลววาตรงนี้คือมาตราที่เปนขอบกพรองของรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๔๐ วานอกจากเปน รัฐธรรมนูญที่ดีในการจัดระเบียบการปกครองสวนทองถิ่นแลวนั้น เสียขอเดียวก็คือขอ ใหประชาชนมีสวนรวมนี่แหละครับ ไปกําหนด ๓ ใน ๔ ไวในรัฐธรรมนูญ กรรมาธิการ ออกกฎหมายเมื่อป ๒๕๔๒ ก็ทําอะไรไมไดเมื่อรัฐธรรมนูญกําหนดไวที่ ๓ ใน ๔ รัฐธรรมนูญ🔗
ป ๒๕๕๐ ไมไดกําหนดไว รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ยิ่งเปดโอกาสใหมากยิ่งขึ้น ตามที่กราบเรียน ไปแลววาเปดโอกาสใหไมตองลงคะแนนดวยซ้ําไป จึงเปนที่มาของมาตรา ๗ วาทําไมไมมีการ ไปลงคะแนนเพื่อการถอดถอนเขาชื่อแลว ลดขั้นตอนไปอีก ๑ ขั้นตอน เมื่อลดขั้นตอนแลว ถามองในแงขอเท็จจริงก็คือวาการไปลงคะแนนเสียงนั้นตองตั้งหนวยเลือกตั้ง ใช กกต. คาใชจายเทากับการเลือกตั้ง แตในเมื่อเราจะใหอํานาจประชาชนเขามามีสวนรวมในการ กํากับดูแลองคกรปกครองสวนทองถิ่นแลว ทําไมไมใหประชาชนเขาชื่อแลวก็เปดเผยกัน ตรงไปตรงมา กฎหมายฉบับนี้จึงเปนการเปดเผยตรงไปตรงมาวาใหประชาชนนั่นแหละครับ เปนคนตัดสินใจในเมื่อเลือกเขามาแลว ใชเสียงประชาชนเกินกึ่งหนึ่งจะรูวาออกหรือไมออก ถามวาคนที่ออกตามกฎหมายฉบับนี้มีความผิด ไมครับ สามารถไปลงเลือกตั้งไดใหมโดยไมมี ความผิด ซึ่งแตกตางจากการออกโดยใชอํานาจผูกํากับดูแล ถาผูกํากับดูแลนั้นใชอํานาจ ในการถอดถอนทานแลว ตัดสิทธิทานทางการเมือง ๕ ป ๑๐ ป ตามกฎหมายที่มีอยู มันจะแตกตางกัน🔗
ดังนั้นจึงจะเห็นวากฎหมายรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ เปนขอดีในมาตรานี้วา ที่เปดโอกาสใหกรรมาธิการไดไปคิดวาจะใชเสียงเทาไรในการถอดถอนผูบริหารทองถิ่น และสมาชิกผูบริหารทองถิ่น ผมเห็นดวยกับทางกรรมาธิการเสียงขางนอย ทานกฤษฎีกา เสนอมา แตผมเองสวนหนึ่งก็เห็นดวยกับทางกรรมาธิการเสียงขางมาก ถาใช ๑ ใน ๒ ทั้งหมดนั้นมันก็จะกลายเปนองคกรขนาดใหญอยาง กทม. อยาง อบจ. เทศบาลนคร โอโห ถาใชกึ่งหนึ่งก็ตองใชจํานวนมากมายมหาศาล ลดไดไหม ลดหลั่นลงมาไดไหมวาถาเปน องคกรปกครองสวนทองถิ่นขนาดใหญนั้นไมตองใช ๑ ใน ๒🔗
ผมไดนําเสนอใหเห็นภาพวาตามที่ขอบกพรองของกรรมาธิการเสียงขางมากนั้น ในเลเวล (Level) แรกหรือระดับที่ ๑ หรือ (๑) ที่ทานเห็นในมือทาน ๘๕ เปอรเซ็นต ถึง ๙๐ เปอรเซ็นต เปนองคกรปกครองสวนทองถิ่นสวนใหญอยูในตรงนั้น คิดเฉลี่ยใหเห็นแลววา ๘๐ เปอรเซ็นต ขององคกรปกครองสวนทองถิ่นถาจะใชตามรางที่กรรมาธิการเสียงขางมากผานมาก็คือใช ๒ ใน ๓ ในการถอดถอน ก็คือ ๖๗ เปอรเซ็นตถึงจะถอดถอนไดใน ๑๐๐ คน สวนเลเวล (Level) ที่ ๒ นั้นลดมากึ่งหนึ่งก็คือ ๕๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ คน มีเหลือไมกี่องคกรปกครองสวนทองถิ่นแลว มี อบจ. ขนาดใหญเทานั้นเอง เทศบาลนครนิดหนอย สวนเลเวล (Level) ที่ ๓ ใช ๑ ใน ๕ ก็คงจะมีเฉพาะ กทม. แหงเดียวเทานั้นที่ใชตรงนี้ได เมื่อมองแลวมันไมไดเปนธรรมกับ กรรมาธิการเสียงขางมากซึ่งพยายามจะกําหนดเปนเลเวล (Level) อยางนี้ขึ้นมา ถามวา กฎหมายเดิมเมื่อป ๒๕๔๒ กําหนดเปนเลเวล (Level) คือตรงไหนครับ กฎหมายเดิมลงชื่อ เพื่อไปลงคะแนนเราทําเลเวล (Level) ครั้งแรกในป ๒๕๔๒ ซึ่งผมเปนกรรมาธิการ เพื่อให เปนการเขาชื่อไดงายเทานั้นเอง แตการลงคะแนนใช ๓ ใน ๔ เหมือนเดิมตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญกําหนดเมื่อป ๒๕๔๐ แตวันนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญไมไดกําหนดทั้งเรื่อง ไปลงคะแนนแลวก็เรื่องกําหนดวาสัดสวนจะเทาไรใหเปนไปตามกฎหมาย กรรมาธิการ เสียงขางนอยผมก็เลยคิดวาอยูตรงกลางระหวางของทานกฤษฎีกา ๑ ใน ๒ ทุกองคกร ผมขอใชเปน ๑ ใน ๒ ๑ ใน ๓ แลวก็ ๑ ใน ๕ ลดหลั่นลงมา จะเห็นวาองคกรปกครองสวนทองถิ่น ในมาตรา ๗ ซึ่งผมเสนอเอาไว ๑ ใน ๒ คือองคกรปกครองสวนทองถิ่นที่มีพื้นที่เปนของตนเอง อาจจะเปน อบต. เทศบาล เมืองพัทยา พวกนี้ถือวามีพื้นที่เปนของตัวเองเกิดขึ้น มีพื้นที่ดูแล ซึ่งเปนไปตามหลักการของกฎหมายแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๘ ในมาตรา ๑๖ นั้นของกฎหมายแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจ ใหอํานาจหนาที่ขององคกรปกครองสวนทองถิ่นที่มีพื้นที่เปนของตนเองมีอํานาจเหมือนกัน ทุกอยาง เมืองพัทยามีอะไร อบต. มีอํานาจเหมือนกับเมืองพัทยาเลย กฎหมายเมื่อป ๒๕๔๒ สวนมาตรา ๑๗ คือองคการบริหารสวนจังหวัด มีอํานาจหนาที่เฉพาะที่ไมซ้ําซอนกับ องคกรปกครองสวนทองถิ่นที่มีอยูแลวในทองถิ่นนั้น ๆ อยูชั้น ๒ ลอยขึ้นมา ผมก็มองวา อบจ. ควรจะใช ๑ ใน ๓ ๑ ใน ๒ เฉพาะองคกรปกครองสวนทองถิ่นที่มีพื้นที่เปนของตนเอง ๑ ใน ๓ ก็คือ อบจ. ทั่วประเทศเหมือนกันหมดไมใหแตกตางกัน ไมใหลักหลั่นกัน ไมอยางนั้น จะมี อบจ. เล็ก อบจ. ใหญอยูในเลเวล ๑ (Level 1) อยูในเลเวล ๒ (Level 2) และอยูใน🔗
เลเวล ๓ (Level 3) ตามที่กรรมาธิการเสียงขางมากเขามา มันก็จะมีปญหาในการที่จะไปใช กฎหมายฉบับนี้ในการไปลงคะแนน เพราะผมเชื่อแนวาในการถอดถอนเรื่องไมไดจบที่ การถอดถอนเสร็จผูกํากับลงความเห็นแลว จะตองไปจบกันที่ศาลปกครองทั้งหมด เมื่อไปขึ้น ศาลปกครองแลวก็ไมมีใครตัดสินใจไดวาจะเปนอยางไรที่จะออกมาอยางนั้น มันจะเปนโมฆะก็ได ถาไปใช ๒ ใน ๓ ไปใช ๑ ใน ๒ แลวก็ไปใช ๑ ใน ๕ ตามที่กรรมาธิการเสียงขางมากมา สวนผมมีความเห็นวา ๑ ใน ๕ นั้นเฉพาะ กทม. ที่เดียว เพราะในกฎหมายแผนและขั้นตอน การกระจายอํานาจมาตรา ๑๘ นั้น กทม. ก็เปนองคกรปกครองสวนทองถิ่นองคกรเดียว ที่ทั้งจังหวัดนั้นไมมีชั้นลางเลยก็คือให ๑ ใน ๕ ของ กทม. ซึ่งหลักการนี้นั้นผมเชื่อไดวา นอกจากจะเปนหลักการที่อยูตรงกลางระหวางของทานกฤษฎีกากับของกรรมาธิการ เสียงขางมากแลวนั้น ผมอยูตรงกลางพรอมที่จะโหวตและเปนกฎหมายไดวาสมาชิกสภา แหงนี้นั้นตองการใหการตัดสินสมาชิกผูบริหารทองถิ่นกับผูบริหารทองถิ่นจะใชเสียงเทาไร ๑ ใน ๒ ๑ ใน ๓ หรือ ๑ ใน ๕ ตามที่ผมนําเสนอไดไหม นอกจากนี้แลวนั้นผมไดปกปอง เสียงขางนอยเอาไวดวยวาจะถอดถอนเขาได อยางผูวา กทม. ไดเสียงเปนลาน ๆ ทานก็ตอง ใชเสียงใหมากกวาผูวา กทม. ได ไมใชใช ๑ ใน ๕ อยางเดียว ไมพอครับ นั่นคือสิ่งที่ผม ปกปอง ปกปองไปที่นายก อบจ. ดวย เสียงจะถอดถอนนายก อบจ. นั้นจะตองไดมากกวา นายก อบจ. ไดรับคะแนนเสียงเขามา นั่นคือสิ่งที่ผมไดแปรญัตติเอาไวเปนสวนตรงกลาง ระหวางของทานกฤษฎีกาซึ่งอาจจะมองไปแลวกระดางเปนหนอยหนึ่ง ๑ ใน ๒ ทุกองคกร องคกรใหญก็ใช ๑ ใน ๒ หมด ของผมเลยอยูตรงกลาง สวนของกรรมาธิการเสียงขางมากนั้น ๒ ใน ๓ ๑ ใน ๒ ๒ ใน ๓ ไปแลว ๘๕ เปอรเซ็นต ซึ่งเปนการถอดถอนไดยากมาก🔗
ซึ่งก็จะทําเหมือนกับกฎหมายเมื่อ ๒๐ กวาปที่แลว ไมสามารถถอดถอนผูบริหารทองถิ่น ไดเลย ถามวาถอดถอนไดไหม ไดประมาณอยู ๔ ครั้ง ๔ ครั้งก็คือเฉพาะนายก อบต. กับนายกเทศบาลทองถิ่นตําบลเทานั้น นอกนั้นโต ๆ มาไมมีการถอดถอนไดเพราะมันใชเสียง ๓ ใน ๔ นั้นเปนไปไมไดอยูแลวในการที่จะไปถอดถอน กฎหมายฉบับนี้เปดโอกาสให คณะกรรมาธิการและทานอยูตรงนี้เปนผูพิจารณาวาทานจะเลือก ๑ ใน ๒ ตามที่ รางกฤษฎีกาซึ่งสงวนตามรางเดิมของผมซึ่งอยูตรงกลาง หรือจะไปเอาตามกรรมาธิการ ซึ่งเทไปที่ ๒ ใน ๓ ถึง ๘๕ เปอรเซ็นตวาองคกรขนาดใหญอยูตรงนั้น นั่นคือสิ่งที่ผม ขออนุญาตกราบเรียนทานประธานวามาตรา ๗ จะตองเปนการตัดสินใจของทานผูทรงเกียรติ ทุกทานวาจะเอาอยางไร ขอบคุณทานประธานครับ🔗
กรรมาธิการ ที่ขอสงวนหมดแลวนะครับ เชิญครับ🔗
เรียนทานประธานสภาที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ ศรนุวัตร กรรมาธิการจากพรรคกาวไกลครับ ผมสงวนความเห็นตาม มาตรา ๗ ในเรื่องของหลักการการใชสิทธิของพี่นองประชาชนในการเขาชื่อถอดถอน ซึ่งในนานาอารยะมีรายงานวิจัยของสถาบันพระปกเกลาของรัฐสภาแหงนี้เขียนรองรับวา การเขาชื่อถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่นและผูบริหารทองถิ่นจะตองใชโดยวิธีลับ นั่นหมายความวาชื่อของพี่นองประชาชนที่จะเขาชื่อถอดถอนคนที่ตัวเองเคยไปเลือก หรือไมเลือกก็แลวแต แตในเมื่อมีพฤติการณหรือมีพฤติกรรมที่ใชอํานาจตามกฎหมาย แลวก็เขาขายที่จะเขาชื่อถอดถอนได ผมคิดวาถาไมระบุเรื่องการลงคะแนนเสียงโดยลับเอาไว ยอมขัดในหลักการใหญของการใชสิทธิของพี่นองประชาชนอยางแนนอนครับ เพราะฉะนั้น ผมยังยืนยันติดใจวาขอแปรญัตติในมาตรา ๗ วาการลงคะแนนเสียงจะตองเปนไปตาม หลักสากลคือลงคะแนนโดยตรงและลับเหมือนกับที่เราไปลงคะแนนเลือกผูบริหาร ทั้งระดับประเทศหรือระดับทองถิ่น ทานประธานครับ รางนี้เสนอโดย ครม. เขามา เราประชุมกรรมาธิการกันก็ไดความจริงขึ้นมาวาจริง ๆ แลวกระทรวงมหาดไทยยกรางขึ้นมา โดยไมมีเรื่องอํานาจสอบสวนดวยซ้ํา แตก็มีการเติมโดยกฤษฎีกาเขามา สุดทายก็กลายเปน ณ วันนี้ก็ถอนออกไปทั้งหมด เพื่อไมใหสับสนผมก็คิดวาสภาแหงนี้จะไดรับทราบขอมูล ที่ตรงไปตรงมาวารางนี้มีที่มาที่ไปอยางไร ที่สําคัญครับ กฎหมายที่ออกโดยสภาแหงนี้ไมควร🔗
ไปดูหมิ่นดูแคลนผูบริหารทองถิ่น หรือสมาชิกสภาทองถิ่นที่เขามาจากการเลือกตั้งของ พี่นองประชาชน เราควรคิดบวกวาแมกฎหมายเดิมป ๒๕๔๒ ใหเขาชื่อถอดถอนแลวก็เกิดผลนอย นั่นไมไดหมายความวาจะมีเหตุผลที่จะมาออกกฎหมายเพื่อจะใหตัวชี้วัดในการถอดถอน เพิ่มมากขึ้นตางหาก ผมยืนยันวาในหลักการในการแปรญัตติตามมาตรา ๗ วาจะตอง ลงคะแนนโดยวิธีลับครับ ขอบพระคุณครับ🔗
มีทานสมาชิก จะซักถามนะครับ เชิญทานทัศนีย บูรณุปกรณ กอนครับ🔗
เรียนทานประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ทัศนีย บูรณุปกรณ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม พรรคเพื่อไทย ดิฉัน ขอสนับสนุนกรรมาธิการเสียงขางนอยในเรื่องของรางพระราชบัญญัติการเขาชื่อเพื่อถอดถอน สมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ทานประธานคะ ตามหลักประชาธิปไตยแลวประชาชน มีอํานาจสูงสุด มีอํานาจในการเลือกตั้งผูแทนของเขาไมวาไปทําหนาที่ทั้งระดับชาติ ระดับ ทองถิ่น รวมถึงมีอํานาจหนาที่ในการตรวจสอบการทําหนาที่ของผูแทนที่เขาเลือกไปดวย ซึ่งหลังจากประชาชนเขาคูหาโหวตเลือกสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นแลว ผูบริหารทองถิ่นหรือสมาชิกนั้นตองอยูไป ๔ ป การดํารงตําแหนงของเขาจะประพฤติดี ประพฤติไมดี ประชาชนก็ตองทนไปอีก ๔ ป🔗
แตเมื่อมีกฎหมายฉบับนี้เขามาก็เปนการเพิ่มทางเลือกใหกับพี่นองประชาชนในทองถิ่น ในการถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นโดยไมตองรอใหครบวาระ ๔ ป ซึ่งหากสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นคนนั้นบริหารทองถิ่นผิดพลาดหรือประพฤติไมดี ซึ่งจะเปนการเพิ่มอํานาจตรวจสอบใหกับการทํางานของประชาชนในการตรวจสอบ สมาชิกสภาทองถิ่นและผูบริหารทองถิ่น และเพิ่มพลังใหกับประชาชนดวย แตสิ่งที่นาเปนหวง ในกฎหมายฉบับนี้ก็คือการกําหนดใหนํารายชื่อประชาชนที่ถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่น หรือผูบริหารทองถิ่นมาเปดเผย หากกฎหมายฉบับนี้ไมมีกระบวนการลงคะแนนโดยลับ การนํารายชื่อประชาชนที่ถอดถอนมาเปดเผยตามที่กรรมาธิการสวนใหญเห็นชอบดวย จะกอใหเกิดความเสียหายรายแรงตอประชาชนอยางที่ดิฉันจะขออภิปรายดังนี้คะ ประชาชน ในทองถิ่นจะใชสิทธิดวยความหวาดกลัว หวั่นเกรงตอภัยที่อาจเกิดแกตนเองและครอบครัว โดยฝายประชาชนและการใชสิทธิของประชาชนตามรางกฎหมายนี้ออกแบบใหประชาชน ใชสิทธิดวยความหวาดระแวง หวาดกลัวตอภัยที่อาจจะเกิดขึ้นตอตนเองและครอบครัว เพราะมีการนําชื่อของตนเองเขาไปเปดเผย เพราะวาการนําชื่อของตนเองเขาไปเปดเผย ผูที่ถูกถอดถอนก็นึกวาตองมีความโกรธแคนโกรธเคือง เพราะฉะนั้นการใชสิทธิของประชาชน ก็จะไมเปนตามหลักในการใชสิทธิโดยเสรีหรือฟรีโหวต ฝายผูถูกถอดถอนไดเห็นชื่อประชาชน ที่ถอดถอนตนเองวาใครไดถอดถอนตนเองบางก็อาจจะทําใหมีการทํารายกัน เพราะทานประธาน จะเห็นวาการเมืองโดยเฉพาะเมื่อกอน เดี๋ยวนี้ยังดีขึ้น เมื่อกอนมีการถึงการฆากันเลย เพราะฉะนั้นการใหเอารายชื่อประชาชนออกมาเปดเผยวาเปนผูเขาชื่อถอดถอนก็อาจจะทําให ประชาชนที่ลงชื่อนั้นมีความหวาดกลัว แลวไมมีความปลอดภัยในชีวิตของตัวเองดวย แลวจะมีการขัดแยงแบงฝกแบงฝายอีก มันมีมากมาย ครอบครัว ๆ หนึ่งมีการชอบ ในการเมืองแตกตางกัน หากมีการถอดถอนก็อาจจะทําใหมีการขัดแยงในครอบครัว ในชุมชน เพราะฉะนั้นการลงชื่อลับจะเปนการดีที่สุดที่จะเปนการปกปองประชาชน แลวกฎหมายนี้ หากผานไปฝายการเมืองทองถิ่นก็จะมีเงิน มีอํานาจ ถารูวาประชาชนคนไหนถอดถอน ชื่อตัวเองออกก็เอาเงินไปซื้อเสียงได เมื่อซื้อแลวก็ใหประชาชนถอนชื่อออก อันนี้ก็เปนการ ที่จะปองกันการซื้อเสียง การที่เราจะมีทองถิ่นที่เขมแข็งตองมีการกระจายอํานาจจาก สวนกลางอยางแทจริง เพราะวาทองถิ่นดูแลพี่นองประชาชนอยางทั่วถึงแลวก็รูชัดเจน มากกวาสวนกลางเสียอีก เพราะฉะนั้นการที่จะทําใหทองถิ่นเขมแข็งเราก็ตองมีระบบ🔗
การตรวจสอบ โดยผูตรวจสอบที่ดีที่สุดก็คือพี่นองประชาชน การทําทองถิ่นและบานเมือง ถาจะทําใหทองถิ่นบานเมืองเสียหายแมแตวันเดียวก็ไมสมควรอยูในอํานาจตอไป ถากฎหมายฉบับนี้ผานประชาชนไมตองรอจนถึง ๔ ป ก็สามารถถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่น หรือผูบริหารทองถิ่นได ซึ่งถาหากเราตองรอ กฎหมายฉบับนี้ไมผานบางทีเราตองรอถึง ๘ ปดวยซ้ํา ซึ่ง ๘ ปมานี้บางทีผูนําที่ไรความสามารถเราก็ตองทนอยู เพราะฉะนั้นดิฉันขอสนับสนุน ใหมีการจัดตั้งลงคะแนนโดยลับในการถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น และในอนาคตก็อาจจะมีการปรับปรุงใหเปนการถอดถอนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือผูบริหารประเทศไดตอไป ขอบคุณคะ🔗
เชิญทาน จุลพันธ แลวก็ทานสาทิตยหลังจากนั้น เชิญทานจุลพันธกอนครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ อมรวิวัฒน สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม พรรคเพื่อไทย ในสวนของ รางพระราชบัญญัติการเขาชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ .... ในมาตรา ๗ ผมตองขออนุญาตทานประธานในการใชสิทธิแลวก็อภิปรายไปยังเพื่อนสมาชิก แลวก็ทุกทานที่เปนกรรมาธิการในประเด็นซึ่งคอนขางจะมีความสําคัญ🔗
ประเด็นแรก ผมไมไดมาทักทวงทานในเรื่องของวาจะรับหรือไมรับอยางที่ ทานไดหวงใยกังวล แตแนนอนกระบวนการถาเกิดวามันจะเดินหนาตอไปถามันยังเปน ลักษณะแบบเปดเผยกลไกที่ทานทํามาผมไมเชื่อวามันจะบรรลุผลได เพื่อนสมาชิกอภิปราย มาหลายทานแลว กระบวนการในการเดินหนาเพื่อใหมีการเขาชื่ออยางเปนการลับนั้น จึงจะเปนทางออก ตองเรียนตอทานประธานวาในตัวรางพระราชบัญญัติเองนั้นมันเปนไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๔ ซึ่งมีการพูดถึงวาประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้งจะตองมีสิทธิในการที่จะ เขาเสนอขอบัญญัติหรือเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารได มันจึงมีความจําเปน จะตองออกรางพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา ถึงแมวาโดยสวนตัวลึก ๆ นั้นพรรคเพื่อไทยเองดวย เราไมไดมีความเห็นดวยเพราะวาเลือกตั้งทองถิ่นมันก็เหมือนกับเลือกตั้ง ส.ส. ๔ ป มีวาระของมันมันก็ไปตามกระบวนการของมัน ถาเกิดวาสุดทายทําดีประชาชนก็เลือก ทําไมดี ประชาชนก็เปลี่ยนคนก็เทานั้นนะครับ กลไกมันมีตามระบอบประชาธิปไตยอยูแลว ซึ่งกรอบเวลา มันเปนเวลาที่เหมาะสม แตเมื่อมันมีเขียนในรางรัฐธรรมนูญถึงแมจะไมเห็นดวยมันดําเนินเรื่อง เขามามันก็มีความจําเปนที่เราจะตองออกกฎหมายเพื่อใหมันเปนไปตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญ แตอยางไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นในมาตรา ๗ นั้น ทานพยายามที่จะปรับแก แนนอน ทานถูกสมาชิกในหองนี้ใหทานไปแกมาแลวครั้งหนึ่ง แตสิ่งที่แกมาครั้งนี้ผมตองเรียนดวย ความเคารพทานพยายามที่จะปรับเปน ๓-๔ กลุม คือกลุมที่มีผูมีสิทธิเลือกตั้งนอยก็ต่ํากวา ๕๐,๐๐๐ คน เขาชื่อ ๒ ใน ๓ ถอดถอนไดเลย ในกลุมกลาง ๕๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ คน ขนาดกลางถามาเขาชื่อกันเกินครึ่งถอดถอนไดเลย ในเขตที่มีผูมีสิทธิเลือกตั้งเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คน เขาชื่อกันเกิน ๑ ใน ๕ ๒๐ เปอรเซ็นตก็ถอดถอนไดเลยเชนเดียวกัน แตมีขอแมวาจะตอง มากกวาคะแนนที่เขาไดรับเลือกตั้ง อันนี้ผมเขาใจนะครับ🔗
แตประเด็นสําคัญที่ผมจะนําเสนอตอทานประธานผานไปยังเพื่อนสมาชิก ไปยังกรรมาธิการนั่นก็คือทานไปดูมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ เปนกระบวนการ ในการออกกฎหมาย เขากําหนดวาเราจะตองมีกระบวนการในการทําไมวาจะเปนเรื่องของ การทําประชาพิจารณ เปดเผยการรับฟงความคิดเห็น การวิเคราะหตอประชาชนประกอบ การพิจารณาในทุกขั้นตอน ประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายทุกกรอบระยะเวลาสิ่งตาง ๆ เหลานี้เปนกระบวนการขั้นตอนตามกฎหมายที่เราไดทํามา แตกระบวนการนี้มันผานมา กอนที่จะเขาสูสภาในวาระหนึ่ง ไดมีกระบวนการไปสอบถามประชาชน ไปทําประชาพิจารณ🔗
เรียบรอย แตในคําถามที่ไปถามประชาชนเขาไมไดถามในสิ่งที่ทานไดแกมา นี่คือกระบวนการ ที่มันอาจจะเกิดขอผิดพลาดในขั้นตอนของกฎหมาย แลวมันจะเปนปญหาในระยะยาวตอไป เพราะคําถามที่ทานไปประชาพิจารณทานบอกวาในกระบวนการถอดถอนทองถิ่น ถาเกิดวา เขาเขาชื่อกันแลวกระบวนการถอดถอนจึงจะเริ่มตนโดยมีกรรมการหรือมีอะไรขั้นตอนตอไป แตนี่ทานเปลี่ยนกระบวนความนั่นก็คือถาเขาชื่อกันครบตามจํานวนที่กําหนดใหถอดถอนเลย หลุดเลยนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมมองวามันเปนการแกไขซึ่งมีนัยสําคัญมากและ มันเกินไปกวาหลักการและเหตุผลที่เรามีกันในขั้นรับหลักการที่เราพูดกันในสภาในวาระหนึ่ง เพราะฉะนั้นมันจึงเปนการแกไขซึ่งออกจะเปนปญหา ทานลองนึกสภาพวาเพื่อนสมาชิกหรือ กรรมาธิการที่เปน ส.ส. ลองนึกสภาพดู ถาทานเปน ส.ส. เลือกตั้งเขามามีคนแขง ๑๐ คน ๒๐ คนอยางที่เราเปนกัน หลายคนเขามาในสภาไมไดคะแนนเกินครึ่งบางคนก็ ๓๐ เปอรเซ็นต ๔๐ เปอรเซ็นตแตไดเปนสมาชิก เขามาแลวเขาชื่อถอดถอนได ถอดถอนกันดวยจํานวน เกินครึ่ง ถาคนที่เขาลงมติใหคนอื่นเขามารวมตัวกันหมดแลวเขามาเขาชื่อถอดถอนทาน ทานหลุดเลยนะครับ คิดในหลักการเดียวกันถามวามันยุติธรรมหรือไม เพราะฉะนั้นผมจึง มองวากระบวนการที่มันเกิดขึ้นมันเปนการแกไขที่มากเกินควรเกินไป นอกจากนั้นในเรื่อง ของความลักลั่นก็คือทองถิ่นขนาดใหญ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก ใชสัดสวนที่ตางกันก็เปน ประเด็นซึ่งจะตองมีขอถกเถียงกันตอไปอีกยาวนาน🔗
และประเด็นสุดทายนั่นก็คือในสวนเรื่องของจํานวนผูมาใชสิทธิในการถอดถอน นั่นเอง ทานใชคําวา ตองมีผูมีสิทธิเขาชื่อกันเกินกึ่งหนึ่งของจํานวนผูไปใชสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ในเขตเลือกตั้ง ทานใชคําวา จํานวนของผูไปใชสิทธิ ประเด็นนี้เปนประเด็นที่สําคัญนะครับ เพราะผูที่จะมีสิทธิเขาชื่อถอดถอนคือใครครับ คือประชาชนที่อยูในเขตเลือกตั้งและเปนผูมีสิทธิ ไมใชผูเสียสิทธิ🔗
ถาทานใชจํานวน อยางเชนบอกวาใชครึ่งหนึ่ง เอาเขตเลือกตั้งที่มีขนาดกลางของทาน ๕๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ คน ถาทานบอกวาใชครึ่งหนึ่งของคนที่มีสิทธิหมายความวามีประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ตองใช ๕๐,๐๐๐ คน อันนี้เขาใจได แตถาเกิดทานบอกวาใช ๕๐ เปอรเซ็นต ของผูที่มาใชสิทธิ ครั้งกอนอาจจะมีผูมาใชสิทธิเพียงแค ๖๐ เปอรเซ็นต ก็เทากับ ๖๐,๐๐๐ คน หมายความวา ๓๐,๐๐๐ รายชื่อหลุดแลว มันไมใชเปนจํานวนที่เยอะเลยนะครับ มันจะทําให เกิดปญหาและเกิดความขัดแยงในชุมชนอยางมหาศาล ทานอาจจะเขาใจวาก็เขาไมใชสิทธิ เขาก็เสียสิทธิ แตมันไมเกี่ยวนะครับ กระบวนการใชสิทธิและเสียสิทธิมันเปลี่ยนแปลงแปรผัน ตลอดเวลา หมายความวาอะไร ผมใชสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ครั้งหนา ในการเลือกตั้งผมมีสิทธิ ผมไปลงใชสิทธิในการเลือกตั้งทองถิ่นได แตถาผมไมใชสิทธิ ในการเลือกตั้งทองถิ่นครั้งถัดไปหมายความวาผมเสียสิทธิในการเลือกตั้งสิ่งใด ๆ ก็ตาม ที่จะเกิดขึ้น ไมวาจะเปนทองถิ่นอีกครั้งหนึ่งหรือจะเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรอีกครั้งหนึ่งก็ได มันไมไดหมายความวาผมไมใชสิทธิในการเลือกตั้งทองถิ่นแลว เมื่อเวลาถอดถอนผมจะมีสิทธิ หรือไมมีสิทธิมันไมไดชี้ชัดเชนนั้น เพราะฉะนั้นทานใชจํานวนของผูไปใชสิทธิครั้งกอนผมมองวา เปนตัวเลขที่จะเกิดปญหาในการปฏิบัติจริง ก็เปนประเด็นที่จะฝากไวไปยังเพื่อนกรรมาธิการ นี่เปนหลักการที่สําคัญ กฎหมายมันมีปญหาในเรื่องของการตรา พวกผมในฐานะสมาชิก พรรคเพื่อไทยผมก็คงตองงดออกเสียงไวกอน เพราะวานาทีนี้มันยังเกิดความคลุมเครือ ถาทานไมสามารถสรางใหเกิดความชัดเจนขึ้นได ดวยกฎหมายฉบับนี้เราอาจจะเดินหนา รวมกับทานไมได ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญทาน สาทิตยครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ ผม สาทิตย วงศหนองเตย สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปตย ผมขออนุญาต ทานประธานไดลุกขึ้นอภิปรายในมาตรา ๗ เนื่องจากคณะกรรมาธิการมีการแกไขแลวก็ เพิ่มเติมขอความขึ้นมาใหม ความจริงแลวผมไดสงวนความเห็นและคําแปรญัตติไวเกือบ ทุกมาตรา แตวาจะขออนุญาตทานประธานอภิปรายในมาตรานี้แลวก็คงจะไมอภิปราย ในมาตราอื่นอีกเพราะวาหลักการนั้นขัดกันโดยสิ้นเชิง มาตรา ๗ จริง ๆ แลวเปนการเขียน เสมือนกับเปนหัวใจของพระราชบัญญัติเรื่องของการถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่น🔗
และผูบริหารทองถิ่น แตที่ผมเห็นวามีการเขียนเพิ่มเติมเขามาเสมือนกับเปนหัวใจของ ตัวกฎหมายถอดถอนฉบับนี้ก็คือผมคิดวามีปญหา ๒ อยาง คือ ๑. ถาเขียนแบบนี้จะทําให กระบวนการถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่นและผูบริหารทองถิ่นแทบเปนไปไมไดเลย และจะกลายเปนเหมือนกฎหมายแกบนที่ตองเขียนตามรัฐธรรมนูญเทานั้น กับ ๒. การเขียน โดยใชหลักการแบบนี้ยิ่งชี้ใหเห็นวาเปนการตีความเจตนารมณของรัฐธรรมนูญตามใจของ ผูรางโดยที่ไมไดคํานึงถึงหลักการประชาธิปไตยเลย ในขอความที่เพิ่มขึ้นมาใหม มาตรา ๗ (๑) มาตรา ๗ (๒) มาตรา ๗ (๓) และในวรรคที่เพิ่มเติมขึ้นมาใหมนั้นไปเขียนไววาการที่จะ ถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่นกับผูบริหารทองถิ่นใชวิธีการแคลงชื่อถอดถอนใหไดตามจํานวน ก็ถือวาถอดถอนไดแลวแปลความอยางนั้น แตที่ผมบอกวาจะเปนไปไดยากเพราะอะไร ใน (๑) ทานระบุวาเขตเลือกตั้งที่มีผูมีสิทธิเลือกตั้งไมเกิน ๕๐,๐๐๐ คน ตองมีผูมีสิทธิเขาชื่อกันเกิน ๒ ใน ๓ ของจํานวนผูไปใชสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดในเขตเลือกตั้งนั้น และจํานวนดังกลาวตองมี ไมนอยกวาคะแนนเสียงเลือกตั้งที่สมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นผูนั้นไดรับ ในการเลือกตั้งครั้งนั้นดวย นั่นหมายความวาผูที่จะไปลงชื่อถอดถอนจะตองมากกวา คะแนนเสียงที่เขาไดรับ แลวก็เกินกวาจํานวนเงื่อนไขที่ตัวกฎหมายกําหนดดวย ผมจะบอกวา วิธีการแบบนี้แทบเปนไปไมไดเลยดวยเงื่อนไข ๑. จํานวนที่ระบุเอาไววาจะตองมีจํานวนมากกวา คะแนนซึ่งเขาเคยไดรับเลือกตั้งมา แตที่บอกวาจะเปนไปไมไดก็เพราะวาผูที่ลงชื่อถอดถอน ตองถูกประกาศเปดเผยชื่อตนเองตามมาตรา ๑๐ และไมใชเปดเผยที่เดียว เปดเผย ๒ ที่เลยคือ ๑. ปดประกาศ ณ ที่ทําการ กับ ๒. มีการโฆษณาลงชื่อ เปดเผยชื่อในระบบอิเล็กทรอนิกสดวย🔗
นี่คือปญหาที่จะทําใหเปนไปไมได ใน (๒) (๓) ก็เชนเดียวกันครับ ใชหลักการเดียวกันเลย เพราะฉะนั้นแทนที่จะมีการแกไขปรับปรุงกฎหมายถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่น ผูบริหารทองถิ่น ซึ่งทานบอกวาในกฎหมายป ๒๕๔๒ เปนไปไดนอย ความจริงมีเคส (Case) ถอดถอนอยู ๗-๘ กรณี แตยิ่งบัญญัติแบบนี้เสมือนกับปดทางเลยครับ ที่จะไมใหกฎหมายถอดถอน มีความเปนไปไดแทนที่จะปรับปรุงใหดีขึ้น แตเปนการปรับปรุงที่ทําใหกระบวนการยิ่งเปนไปไมได มากกวาเดิม กับ ๒. ทานประธานครับ กรรมาธิการพยายามชี้แจงผมหลายครั้งวาการเขียน เรื่องเขาชื่อถอดถอนเปนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๔ ซึ่งเขียนวาประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้ง ในองคกรปกครองสวนทองถิ่นมีสิทธิเขาชื่อกันเพื่อเสนอขอบัญญัติหรือเพื่อถอดถอน สมาชิกสภาทองถิ่นหรือเพื่อถอดถอน แตมาตรา ๖ เมื่อสักครูนี้เห็นไดชัดเลยวาทานตีความ เจตนารมณของรัฐธรรมนูญเอาเองโดยผูยกรางคือกระทรวงมหาดไทย นั่นคือเดิมทานเขียน กฎหมายวาเขาชื่อแลวสอบสวน ไปเพิ่มอํานาจสอบสวนใหกับคนในกระทรวงมหาดไทย ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญไมไดเขียนเอาไว ทานก็ตีความและเติมขึ้นมาเอง แตพอโดนสมาชิกสภานี้แยง ทานเอากฎหมายกลับไปทานไปถอดเรื่องสอบสวนออก แตยังคงเรื่องของการเขาชื่อถอดถอน เอาไว ผมไปอานเจตนารมณแลวครับ เจตนารมณของรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ในมาตรา ๒๕๔ เขียนไวอยางนี้วา รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไมมีการบัญญัติกระบวนการถอดถอนนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา แตบัญญัติใหการปกครองในระดับทองถิ่น ประชาชนสามารถถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นได เนื่องจากการปกครอง ในระดับทองถิ่นเปนการปกครองที่ใกลชิดกับประชาชน ประชาชนจะรูเห็นและรับทราบ การทํางานของสมาชิกสภาทองถิ่นและผูบริหารทองถิ่นตลอดเวลา ประชาชนจึงควรใชสิทธิ ในการถอดถอน ในการถอดถอน ไมใชเขาชื่อถอดถอน แตเวลาทานตีความ ทานตีความ เจตนารมณตรงนี้วาในเมื่อเขียนไววาเขาชื่อ ก็ตีความไปวาแคเขาชื่อก็ถอดถอนได แตทานไป เติมเอาเองเดิมทีวาเขาชื่อแลวสอบสวนไดดวย แทนที่ทานจะตีความวาถอดถอนเปนไป ตามเดิมก็คือกฎหมายป ๒๕๔๒ ตองเขาชื่อแลวไปลงคะแนนถอดถอด นี่คือปญหาของตัว กฎหมายฉบับนี้ เปนการตีความเจตนารมณที่ตีความเอาตามใจของผูราง แลวที่ผมบอกวา ขัดหลักประชาธิปไตยเพราะวาคนจะเปนสมาชิกสภาทองถิ่นกับผูบริหาร ชาวบานตองไปลง คะแนนเสียงเลือกตั้งในคูหาโดยตรงและลับ แตถอดถอนใชวิธีการลงชื่อโดยเปดเผย ซึ่งอันนี้ ขัดหลักประชาธิปไตยและการคุมครองความลับของประชาชนซึ่งจะใชสิทธิตามกฎหมาย🔗
และรัฐธรรมนูญครับ ผมจึงไมเห็นดวยกับกฎหมายฉบับนี้ แลวก็พูดในทุกมาตราแลวก็คงจะ ไมลุกขึ้นอภิปรายอีกก็แลวแตที่สภานี้จะลงมติไป แตถาเราลงไปแบบนี้กฎหมายนี้จะไมมีผล เหมือนกับกฎหมายแกบนตามรัฐธรรมนูญ ตีความเจตนารมณเอาเองและขัดหลักประชาธิปไตย ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญทาน ศาสตราจารยโกวิทย พวงงาม เชิญครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารยโกวิทย พวงงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังทองถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมไดสงวนคําแปรญัตติไวสวนหนึ่งซึ่งยังไมถึง ในมาตรา ๑๒ แตวามันเกี่ยวพันกัน ผมก็ขออนุญาตในฐานะที่กรรมาธิการไดมีการแกไข ในมาตรา ๗ ผมเรียนทานประธานวากฎหมายฉบับนี้มีปญหามาแตตน จริง ๆ เรื่องของการ เขาชื่อถอดถอน ยอนเพื่อนสมาชิกพูดหลายคนแลว ในป ๒๕๔๒ เราใหผูมีสิทธิเลือกตั้ง ไปลงคะแนนเสียง ตอมาก็เปลี่ยน ผมเขาใจวาเดิมทีจะเปนการใหผูกํากับมีการสอบสวน🔗
ซึ่งก็มีการเขามาในสภาแลวก็นํากลับไป แลวกลับมาอีกทีหนึ่งตอนนี้ก็เปนไปตามมาตรา ๗ ก็คือการเขาชื่อถอดถอน การเขาชื่อถอดถอนในมาตรา ๗ ก็แบงชั้นของการเขาชื่อเพื่อใหมี การถอดถอน แตผมเรียนทานประธานวาวิธีการผมอยากจะถามกรรมาธิการเหมือนกัน ในมาตรา ๗ ซึ่งเขียนไววาใน (๑) เขตเลือกตั้งผูมีสิทธิเลือกตั้งไมเกิน ๕๐,๐๐๐ คน ตองมีผูมีสิทธิ เขาชื่อถอดถอนเกิน ๒ ใน ๓ คือให ๒ ใน ๓ นั่นคือชั้นที่ ๑ ในสวนที่ ๒ (๒) เกิน ๕๐,๐๐๐ คน แตไมเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คน ตองมีผูมีสิทธิเขาชื่อเกินกึ่งหนึ่ง ๕๐ เปอรเซ็นต อยางที่เพื่อนสมาชิก ไดเรียนแลว แตใน (๓) ก็คือเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คน ก็ตองมีผูมีสิทธิเลือกตั้งเขาชื่อเกิน ๑ ใน ๕ ซึ่งประมาณ ๒๐ เปอรเซ็นต แตมีขอจํากัดวาตองไมนอยกวาคะแนนเสียงที่เลือกตั้ง ของสมาชิกหรือผูบริหารทองถิ่นที่ไดรับเลือกตั้ง นั่นคือหลักการที่ทําใหเกิดการถอดถอนขึ้น แตวามันมีคําที่ผมอยากจะถามกรรมาธิการวาในกฎหมายมาตรา ๒๕๔ มาตรา ๒๕๔ ผมอยากจะอานใหทานประธานไดทราบผานไปยังกรรมาธิการ เขาเขียนวา ประชาชน ผูมีสิทธิเลือกตั้งในเขตองคกรปกครองสวนทองถิ่น อันนี้แหละผมอยากจะถามเหมือนกันวา แลวทําไมในมาตรา ๗ มาใชคําวา จํานวนผูไปใชสิทธิเลือกตั้ง ผมวามันจะขัดแยงกับมาตรา ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๔ หรือไม ทานจุลพันธ ขออนุญาตเอยนาม ไดตั้งประเด็นนี้ไว ผมคิดวากรรมาธิการตองตอบวาทําไมตองเปนอยางนี้ เพราะฉะนั้นคําวา จํานวนผูไปใชสิทธิ เลือกตั้ง ผมยกตัวอยางเชน ใน (๑) ไมเกิน ๕๐,๐๐๐ คน ถาผูไปใชสิทธิเลือกตั้งมีแค ๓๐,๐๐๐ คน จํานวนมันก็แปรผันไป แตถาในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๔ ใชคําวา ผูมีสิทธิ เลือกตั้ง จํานวนก็มีความแตกตางกัน นั่นคือประเด็นที่ตองอยากใหตอบคําถามนี้ดวย แตที่เพื่อนสมาชิกกังวลมาก ๆ อันนี้ผมเห็นดวย และผมก็ไมเห็นดวยกับกรรมาธิการในการที่ไป เรื่องของการปดประกาศ มันมีอยูในมาตรา ๑ ปดประกาศ เปดเผยขอมูลของผูไปลงชื่อ แลวก็ผานทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอยางนี้ อันนี้มันเปนการประกาศใหรูกันเลยวา ใครอยูขางใครอยางไร อันนี้เปนอันตรายตอระบบการจัดการเลือกตั้งทองถิ่น แลวก็มันจะเกิด ความขัดแยงที่ใหญหลวงเกิดขึ้นตอพี่นองประชาชน นั่นเปนประการสําคัญ🔗
ประการตอมา ผมอยากจะถามเหมือนกันวาการกําหนดจํานวนในมาตรา ๗ นั้น ใชทั้งสมาชิกและผูบริหารทองถิ่นเหมือนกันผมไมคอยจะเห็นดวย แตเดิมการไปลงคะแนน มันเปนการลงลับ แมวาจะใช ๒ ใน ๓ เหมือนกันอยางที่ทานกรรมาธิการเสียงขางนอย ไดชี้แจงแลว อันนั้นก็เปนไปตามที่มีการแกไขในครั้งนี้ แตผมอยากจะเรียนทานประธานวา🔗
จํานวนสมาชิกสภาทองถิ่นกับผูบริหารทองถิ่นมีความแตกตางกัน แลวในระบบทําไมเขาใหมี การเลือกตั้งผูบริหารทองถิ่นโดยตรง ผมอยากจะเรียนทานประธานวาการเลือกตั้งผูบริหาร ทองถิ่นโดยตรงมันเปนหลักการที่ทําใหผูบริหารทองถิ่นโดยตรงนั้นอยูได ๔ ป เหมือนเรา ไดรับการเลือกตั้งจากพี่นองประชาชนเขามาเขาก็จะใหอยูไดจนครบวาระอันนี้ก็เชนเดียวกัน🔗
เพราะฉะนั้นแมวาหลักการมันจะทําใหเกิดการใหพี่นองประชาชนไดมีการตรวจสอบ ผูบริหารทองถิ่นหรือสมาชิกสภาทองถิ่นก็ตาม ผมคิดวากฎหมายฉบับนี้ตองตอบโจทย แลวมีการรัดกุมเพื่อพี่นองประชาชนไดทําหนาที่มากกวาที่จะไป ผมคิดวาเปลี่ยนหลักการไป ๒-๓ ครั้งแลว แลวแตละครั้งเขามามันมีคําถามเยอะแยะเกิดขึ้นในมาตราตอ ๆ ไป นั่นก็คือ สิ่งที่เกิดขึ้นในมาตรา ๗ ก็คือวาถาครบตามจํานวนนี้ผูบริหารทองถิ่นหลุดเลยนะครับ สมาชิกสภาทองถิ่นหลุดเลย มันไมมีอะไรที่จะทําใหเห็นวาพี่นองประชาชนนั้นไดใชสิทธิ ของเขาโดยลับเพื่อที่จะเอาผูบริหารทองถิ่นคนนั้นออกไป แลวมีหลักการที่ดีกวา ที่กรรมาธิการไดทํามา ผมก็อึดอัดใจวาทําไมกฎหมายแกไปแกมาแยไปกวาเดิมอีก ผมก็กังวลอยู ก็กราบเรียนทานกรรมาธิการไดตอบคําถามใหชัดเจนดวยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ยังมีทาน สมาชิกสนใจจะซักถามอีกหลายทาน ทานมานพเชิญครับ🔗
เรียนทานประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผูแทนราษฎร พรรคกาวไกล สัดสวนชาติพันธุและ ชนเผาพื้นเมือง ขอมีสวนรวมในการอภิปรายรางพระราชบัญญัติการเขาชื่อเพื่อถอดถอน สมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. .... ทานประธานครับ ผมใชสิทธิในฐานะสมาชิก เนื่องจากวามาตรา ๗ กรรมาธิการไดมีการแกไข ผมมีความสนใจและใหความสําคัญ โดยเฉพาะเรื่องของกระบวนการและวิธีการถอดถอน ผมมองวากระบวนการถอดถอนที่อยู ในรางนี้วาใหมีการลงชื่อและเปดเผยผมคิดวาผมไมเห็นวามันจะสามารถดําเนินการไดจริง ๆ ในพื้นที่เลย อันนี้คือเปนประเด็นที่ผมมองเห็น ทานประธานลองนึกภาพสิวากระบวนการ เลือกตั้งของสภาทองถิ่น ไมวาจะ อบต. จะเทศบาล กระบวนการที่ประชาชนใชสิทธิเพื่อที่จะ คัดเลือกตัวแทนตาง ๆ เหลานี้เขาก็ใชวิธีลับ สิ่งที่ผมคิดวามันไมสามารถจะดําเนินการได และจะถอยหลังเยอะกวาเดิมผมคิดวามันมีความอันตรายอยู ๒-๓ เรื่องมันยังไมบรรลุผลเลย🔗
อันที่ ๑ คือวาคนมาใชสิทธิ ที่บอกวาใชสิทธิแลวก็ลงชื่อแลวก็มีการเปดเผย ไมไดรับการคุมครองตามกฎหมาย สิทธิที่เขาไปใชเขาไมไดรับการคุมครองเพราะคุณ ไดเปดเผย ซึ่งประเด็นตอมาก็คือผมคิดวามันเปนการเปดเผยตัวตนที่จะเลือกขางที่ชัดเจน เกินไป ซึ่งโดยวัฒนธรรมของทองถิ่น โดยวัฒนธรรมของคนในชุมชนมันจะแรงขนาดไหน เขาไมสามารถที่จะเลือกขาง วันใดวันหนึ่งเขาตองเกี่ยวของสัมพันธกัน ไมงานศพก็งานแตง🔗
งานบุญ งานสังคมอะไรพวกนี้ครับ เขาก็อยูในบริเวณ ๕ ตารางกิโลเมตร ๑๐ ตารางกิโลเมตร และเขาเปนเครือญาติกัน เขาเปนพื้นที่กัน แตความคิดเห็นทางการเมือง กระบวนการ ที่เปดเผยผมคิดวาอันนี้เปนความอันตรายที่จะนําไปสูการขัดแยงตั้งแตการเลือกขางกัน🔗
ประเด็นที่ ๒ ผมคิดวากระบวนการอยางนี้ถาหากวามันมีอํานาจเขามาแทรกแซง ยอมมีการคุกคามของฝายตรงขามที่เห็นตาง เพราะฉะนั้นก็คือจะเกิดความอันตราย เราไมรูวา มันจะมีเครื่องมือปองกันอยางไรถาเราเปดเผย🔗
ประเด็นที่ ๓ ผมเขาใจวาความราวฉานที่จะเกิดขึ้น ผมคิดวาตั้งแตระดับ ครอบครัว ชุมชน ไปถึงเครือขายในพื้นที่แนนอน เพราะวาเรารูตัวตนและจะไมจบในแค การเปดเผยชื่อ คนที่ถูกเปดเผยชื่อจะถูกวิวาทะ จะเจอปะทะสังสรรคกันทุกกิจกรรม ของสังคมที่เขาเจอกัน อันนี้ผมคิดวาที่ทานแกไขบอกวาจะตองเปดเผยมันไมสามารถ ดําเนินการไดเลย มันจะถอยหลังเขาคลองแยกวาฉบับเดิมอีก ทีนี้ในแงถาหากวาเราปดลับ ผมคิดวาอันนี้เปนเรื่องสําคัญ ผมคิดวาทานสมาชิกหลายคนก็อภิปรายไวพอสมควรแลว ผมคิดวาการปดลับมันเปนกระบวนการที่มันไดรับการคุมครองอยูแลว เพราะวาเราเขาไปในคูหา ผมจะรักใคร ผมจะชอบใคร ผมจะเกลียดใคร ผมจะกาใคร ผมจะหาเสียงอยางไร ใครจะเอากับผม หรือไมเอากับผม เพื่อนในครอบครัว เพื่อนขางบาน เพื่อนในวงตาง ๆ เหลานี้เขาจะเอากับผม หรือไมเอากับผม🔗
ผมคิดวามันเปนสิทธิที่เขาก็มีสิทธิ ๑ สิทธิ ๑ เสียงเหมือนกันเวลาเขาคูหา วิธีการใชสิทธิ แบบลับ อันนี้ไดรับการคุมครอง ผมคิดวาเมื่อสิทธิไดรับการคุมครองคนที่จะออกมาใชสิทธิ มีความเชื่อมั่นครับ ตางกันที่เปดเผยวาสิทธิที่บอกวาไปใชสิทธิและเปดเผยตัวเอง ผมคิดวา ความเชื่อมั่นไมเกิดขึ้น ไมมีทางที่จะออกมา แตถาหากวาเปนกระบวนการปดลับ ผมคิดวา อยางนอยที่สุดก็คือวาตัวเองคิดอยางไร ใชสิทธิแบบไหน นั่งดวยกันอาจจะคุยกันบอกวา เอาดวยกัน แตวาเอาเขาจริง ๆ ลึก ๆ ขางในของแตละคนอาจจะตางกัน กระบวนการใชสิทธิ ตรงนี้มันไดรับการคุมครอง สวนที่ ๒ ผมคิดวาเปนเรื่องของหลักฐานสากลที่ทุกคน มีความคิดตางความเห็นตาง มันจะไมกอใหเกิดความขัดแยงเลยเพราะวามีเครื่องมือ เครื่องมือที่วาเปนกระบวนการที่สากล เปนหลักการสากล ทุกประเทศทุกกระบวนการ แมแตการเลือกตั้งในระดับประเทศที่พวกเรามานั่งอยูตรงนี้ มันก็คือเครื่องมือที่จะปองกัน เครื่องมือที่เปนการยอมรับวาเมื่อมีคนคิดตางเห็นตางมันมีเครื่องมือหนึ่ง เครื่องมือตรงนี้ที่เราใช กระบวนการลับตรงนี้ โดยสรุปถาหากวาจะมีการเปดเผยใน พ.ร.บ นี้เปดเผยขอมูลสําหรับคน ที่มาใชสิทธิในการถอดถอน ผมคิดวากฎหมายแบบนี้จะเปนกฎหมายที่จะมีเจตนารมณในการ ทําลายการเติบโตของทองถิ่นครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ทานตอไป ทานปกรณวุฒิ เชิญครับ🔗
ขอบคุณทานประธานครับ ผม ปกรณวุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกาวไกล ทานประธานครับ ในมาตรานี้สมาชิกหลาย ๆ ทานก็คงไดอภิปรายไปแลววาสิ่งที่กรรมาธิการ เสียงขางมากไดรางมาใหม ไดแกไขมามันผิดหลักประชาธิปไตยแลวมันก็ผิดหลักการ ลงคะแนนที่เปนแบบลับ ซึ่งก็สงผลทั้งเรื่องของความกังวลในความปลอดภัยของผูที่เขาชื่อ ถอดถอนและอาจจะนําไปสูการที่กฎหมายนี้จะไมสามารถบังคับใชไดจริง เพราะวาคงไมมี ใครที่จะสามารถรวบรวมชื่อไดมากขนาดนั้นจริงหากเปนการเปดเผย จริง ๆ แลวผมคิดวา หลักการมันเปนหลักการงาย ๆ คือถาเขามาแบบไหนเขาก็ตองหลุดไปแบบนั้น นายกรัฐมนตรี ในสภาพการเมืองปกติที่ไมไดเอาคน ๒๕๐ คน ที่ไมไดมาจากการเลือกตั้งมารวมเลือก เขาก็มาไดจากมติของสภาผูแทนราษฎรและเขาก็ถูกถอดถอนไดจากมติในการไมไววางใจ ของสภาผูแทนราษฎรเชนกัน พรรคการเมืองเขามาอยูในสภาไดดวยคะแนนเสียงของ🔗
ประชาชน ฉะนั้นถาพรรคการเมืองจะหายไปก็แปลวาประชาชนจะตองไมเลือกเขา ไมใช เอาคน ๙ คนขึ้นมานั่งบัลลังกแลวก็บอกวาพรรคนี้ไมมีอยูอีกตอไปแลว เชนกันครับ ผูบริหารทองถิ่น สมาชิกสภาทองถิ่นมาจากการเลือกตั้งในคูหาเลือกตั้ง ถาเขาจะถูกถอดถอน เขาก็ตองถูกถอดถอนในคูหาเลือกตั้งเหมือนกัน ถาจะมีการถอดถอนกันกอนที่จะครบวาระ มันก็ควรจะเปนการลงประชามติในคูหาเลือกตั้งเหมือนกัน ไมใชเอาคนกลุมหนึ่งจํานวนเทาเกณฑ ที่ตั้งขึ้นมาลงชื่อกันแลวก็ใหเขาหลุดออกจากตําแหนงไป ดังนั้นผมคิดวาคําถามนี้คงเปน คําถามที่กรรมาธิการเสียงขางมากจะตองตอบคําถามสมาชิกหลาย ๆ ทานที่ไดพูดไปแลว แตอยางไรก็ตามในรางที่กรรมาธิการแกไขมาผมคิดวาก็มีปญหา มีความลักลั่นอยูในตัวมันเอง อยูพอสมควร ที่ไดไปแบงเขตเลือกตั้งไวเปน ๓ ประเภท เปนเขตเลือกตั้งเล็ก เขตเลือกตั้งกลาง เขตเลือกตั้งใหญ ซึ่งแกจากรางที่เราผานวาระหนึ่ง กันไปในชั้นรับหลักการผมลองอานแลว มันดูแปลก ๆ ผมก็เลยลองคํานวณในเอกซเซล (Excel) ดูเลน ๆ เมื่อสักครูผมสมมุติตัวเลข ขึ้นมาเองเลยวาการเลือกตั้งมีผูไปใชสิทธิประมาณ ๖๐ เปอรเซ็นต และผูชนะการเลือกตั้ง ไดรับคะแนนเสียงประมาณ ๑ ใน ๓ ของผูไปใชสิทธิทั้งหมด ซึ่งอันนี้ผมอางอิงมาจากการ เลือกตั้งนายกเมืองพัทยา เขาก็ไดคะแนนเสียงเกิน ๑ ใน ๓ มาไมมากสักเทาไร ๑ ใน ๓ ก็เปนตัวเลขที่เปนไปไดนะครับ ผมพบวาถามีเขตเลือกตั้งที่มีผูมีสิทธิเลือกตั้ง ๕๐,๐๐๐ คน จะเปนแบบเล็ก จะเปนแบบ (๑) มาใชสิทธิ ๓๐,๐๐๐ คน ถาจะถอดถอนตองใช ๒ ใน ๓ ของผูมาใชสิทธิคือ ๒๐,๐๐๐ คน อีกเขตเลือกตั้งหนึ่งมีผูมีสิทธิ ๖๖,๖๖๖ คน มาใชสิทธิ ๖๐ เปอรเซ็นต คือ ๔๐,๐๐๐ คน เกณฑคือครึ่งหนึ่งของผูมาใชสิทธิคือ ๒๐,๐๐๐ คน อีกเขตหนึ่ง มีประชากรผูมีสิทธิ ๑๐๑,๐๑๐ คน มาใชสิทธิ ๖๐,๖๐๐ คน และก็ตองใชผูที่มาลงชื่อถอดถอน เทากับประมาณ ๑ ใน ๓ เพราะ ๑ ใน ๕ ไมพอ🔗
เพราะวาผูชนะได ๑ ใน ๓ จะใชผูที่ตองถอดถอน ๒๐,๐๐๐ คน ๓ เขต มีผูมีสิทธิ ๕๐,๐๐๐ คน ผูมีสิทธิ ๖๖,๖๐๐ คน กับผูมีสิทธิ ๑๐๑,๐๐๐ คน แตใชตัวเลข ๒๐,๐๐๐ คนเทากันในการ มาลงชื่อถอดถอน ผมอยากถามวาที่แกจากกึ่งหนึ่งมาเปน ๓ วงเล็บใชหลักคณิตศาสตรอะไร หรือใชหลักสถิติอะไรที่มาเขียน ๓ ตัวเลขนี้ขึ้นมา ๒ ใน ๓ กึ่งหนึ่ง ๑ ใน ๕ เอามาจากไหน เอามาจากสถิติทั่วไปแลวก็พบวามันไมไดมีความลักลั่นยอนแยงหรือเปลา หรือวาแคคิดขึ้นมาเอง คือมันเปนตัวเลขที่จะพลอตกราฟ (Plot graph) ขึ้นมา เขาเรียกวาฟงกชัน (Function) ที่มันดิสครีต (Discrete) มันไมตอเนื่องครับ มันขึ้นไปแลวก็หายไป ลงมาแลวก็ขึ้นไปใหม แลวก็ลงมาอีก แลวก็ขึ้นไปใหม ผมก็เลยไมเขาใจตรรกะในการใชความคิดการแบงเขต ๓ วงเล็บนี้วามันเอามาจากไหน ผมอยากทราบคําตอบจากกรรมาธิการเสียงขางมากจริง ๆ วาเลข ๒ ใน ๓ เลขกึ่งหนึ่ง และ ๑ ใน ๕ อางอิงมาจากอะไร ขอบคุณครับ🔗
ทานศรีนวล เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผูแทนราษฎร ที่เคารพ ขาเจา นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ขาเจาขอรวมอภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการพิจารณา รางพระราชบัญญัติการเขาชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. .... สภาผูแทนราษฎร พิจารณารางพระราชบัญญัติการเขาชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่น หรือผูบริหารทองถิ่น (ฉบับปรับปรุง) ในมาตรา ๗ ขาเจาเห็นดวยและใหการสนับสนุน อยางเต็มที่ ผูมีสิทธิเขาชื่อผูใดเห็นวาสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ผูใดจงใจทอดทิ้ง หรือละเลยไมปฏิบัติตามหนาที่และอํานาจ อันจะเปนเหตุใหเสียหายแกราชการอยางรายแรง หรือมีความประพฤติในทางที่จะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียหรือกอความไมสงบเรียบรอย แกองคกรปกครองสวนทองถิ่น หรือพฤติกรรมสอไปทางทุจริต หรือกระทําการอันเปนการขัด แหงผลประโยชนขององคกรปกครองสวนทองถิ่นมีสิทธิเขาชื่อกัน อันนี้ขาเจาเห็นดวย เพราะวา ณ ปจจุบันนี้การเลือกตั้งแตละครั้งนั้น ไมวาสภาทองถิ่น อบต. เทศบาล องคการ บริหารสวนจังหวัดเชียงใหม เมื่อไปหาเสียงขอชาวบาน เรียกรองใหชาวบานลงเขาชื่อ เพื่อตัวเองจะเขามาเปนผูบริหารทองถิ่น ตอนที่จะเขามาเรียกรองความสนใจ พอดีบางคน เขามาแลวละเลยการปฏิบัติหนาที่ ไมลงพื้นที่ ชาวบานเดือดรอน ไมไดรับการแกไขปญหา🔗
ทุกวันนี้ประชาชนหลายที่ หลายแหง หลายหนเรียกรองอยูเสมอวาบางครั้งเลือกคนผิด จะพิจารณาอยางใดที่จะเอาเขาออกได ถากฎหมายนี้ออกมาประชาชนเปนสิ่งที่ประทับใจ อยางสมาชิกสภาผูแทนราษฎรผูทรงเกียรติเหมือนกัน ตั้งแตรากหญาจนถึงสภาผูแทนราษฎร ทุกคนกินเงินเดือนเปนภาษีของประชาชนทั้งหมดนะเจา ดังนั้นทุกคนเมื่อเขามาสูตําแหนง จะตองมีความรับผิดชอบในหนาที่ของตนเอง แลวประชาชนก็ยังฝากถามมาบอกวาทาน ส.ส. ถาเขาสภาแลว ถาถอดถอนผูบริหารทองถิ่นได แตถาเปนสมาชิกสภาผูทรงเกียรติทุกทาน ก็ไดกินเงินเดือนภาษีประชาชนเหมือนกันขอใหพิจารณาดวย ถาสมาชิกสภาผูแทนราษฎร เขาไปอยูในตําแหนงแลวละเลยไมปฏิบัติหนาที่ หลังจากการเลือกตั้งแลวไมลงพื้นที่ ทิ้งประชาชนเดือดรอน ไมสนใจไยดีประชาชน ขอถามใครจะเปนผูถอดถอน ส.ส. หรือ สมาชิกผูทรงเกียรติทุกทาน ประชาชนฝากถามมาวาถา ส.ส. ออกกฎหมายถอดถอน ผูบริหารทองถิ่นเทากับปลาเล็กกินปลาใหญ แลวปลาเล็กไมมีโอกาสที่จะมากินปลาใหญ อันนี้ก็คือเปนเปรียบเทียบใหฟงนะเจา และที่ผานมาสภาลมมาหลาย ๆ ครั้งเพราะสมาชิก ผูทรงเกียรติละเลยไมปฏิบัติหนาที่ทําใหสภาลม🔗
เสียโอกาสที่ประชาชนจะไดรับผลประโยชนที่การเลือกตั้งผานมาแตละครั้ง อันนี้ประชาชน ฝากมาถามประธานสภาผูแทนราษฎร ขาเจามาวันนี้เปนตัวแทนพี่นองประชาชนอยากจะตั้ง คําถามทุกทานทุกคนวาเมื่อเราออกกฎหมายถอดถอนทองถิ่นแลว และสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ละเลยการปฏิบัติหนาที่ แลวใครจะมาถอดถอนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ขอฝากเรียนถาม ทานประธานนะเจา ขอขอบคุณเจา🔗
กรรมาธิการ ตอบชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สมศักดิ์ คุณเงิน ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ ในฐานะกรรมาธิการเสียงขางมาก ตองกราบขอบคุณทานสมาชิกผูทรงเกียรติที่ไดกรุณาไดใหขอคิดตลอดจนใหขอทวงติง เปนประเด็นจํานวนคอนขางมาก ก็ใครขอถือโอกาสนี้นะครับ หลังจากผมชี้แจงแลวขออนุญาต ใหทานกรรมาธิการตัวแทนเสียงขางมาก ทานวิกรมก็ดี ทางกฤษฎีกาก็ดี ชวยชี้แจงในประเด็น ที่เกี่ยวของดวยกัน กอนอื่นผมขออนุญาตกราบเรียนทานประธานวา มาตรา ๗ มันเริ่มที่เหตุ ที่จะนําไปสูการถอดถอนไดมันตองมีเหตุในวรรคหนึ่งวาตองกระทําผิดเรื่องการจงใจทอดทิ้ง ละเลยปฏิบัติหนาที่กอใหเกิดความเสียหายตามที่กฎหมายบัญญัติเปนประการที่ ๑ เสียกอน ทีนี้ถาหากวาดูเปรียบเทียบตามรางเดิมที่มาจาก ครม. จะเห็นวารางของ ครม. นั้นไมไดแบง ประเภทขององคกรปกครองสวนทองถิ่นที่มีหลากหลาย ตั้งแตขนาดเล็ก ตั้งแต อบต. เทศบาล ตําบล เทศบาลเมือง เทศบาลนคร ตลอดจนไปถึงกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา ไมไดแบง ประเภทและไมไดแบงจํานวน เพราะฉะนั้นการที่ตามราง ครม. ไดพูดรวม ๆ แตเพียงวา เมื่อเขาเหตุที่จะถอดถอน เขาชื่อเกินกึ่งหนึ่งของจํานวนผูไปใชสิทธิ นี่รางของ ครม. ที่ทาง กรรมาธิการรับมา แตเมื่อมาสูการพิจารณาของกรรมาธิการแลว เปนธรรมดาอยูเองที่ทาง กรรมาธิการมีความเห็นที่หลากหลายมาก เพราะวาเปนขอเท็จจริงที่แตละทานก็รับมาจากทั้ง พื้นที่ดวย จากประสบการณของแตละทานดวย ซึ่งจํานวนทองถิ่นเรามีจํานวนเปนหมื่น ก็เปน ธรรมดาอยูเอง เพราะฉะนั้นกรรมาธิการก็มาคิดวาเราจะเอาจุดฐานของความชอบธรรม เรื่องบุคคลผูที่จะเขาสูตําแหนงและจะถูกถอนออกจากตําแหนงนี้คือตัวเลขอะไร แลวจะเกิด ความเปนธรรมมากที่สุด แลวตองพิจารณาไปถึงประเภททองถิ่นหลายประเภท แตละ ประเภทมีเขตเลือกตั้งแตกตางกัน ขนาดใหญก็จะเปนที่ทุกคนรูจักดี เชน กรุงเทพมหานคร🔗
ผูไดรับเลือกตั้งคะแนนเกินลานเสียงขึ้นไปก็เปนประเด็นที่มาพิจารณา ในขณะเดียวกัน องคกรปกครองสวนทองถิ่นขนาดเล็กอยาง อบต. หมูบานเล็ก ๆ ก็มีเขตเลือกตั้ง มีฐานของ ความชอบธรรมคือผูมีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไมมาก เพราะฉะนั้นเราไดดูเรื่องของความเปนจริง เรื่องเขตเลือกตั้ง เรื่องผูมีสิทธิเลือกตั้ง เรื่องเขตเลือกตั้งและกฎหมายเดิม ป ๒๕๔๒ จึงไดมา พิจารณาแยกแยะทั้งหมดเปน ๓ เลเวล (Level) หรือ ๓ ขั้นตอนที่ปรากฏอยูใน (๑) (๒) (๓) (๑) เขตเลือกตั้ง เราใชคําวา เขตเลือกตั้ง เพราะวาเขตเลือกตั้งนั้นเปนองคกรปกครอง สวนทองถิ่นของเรา🔗
เขตเลือกตั้งก็มีแตกตางกัน เขตเลือกตั้งของเทศบาลก็ไมเหมือนกันกับ อบต. เขตเลือกตั้งของ อบจ. ก็แตกตางออกไป เพราะฉะนั้นการใชเขตเลือกตั้งจึงเปนการกําหนดเปนการชี้ลงไปวา ภายในองคกรเขต องคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้นมันมีเขตเลือกตั้งก็นาจะเปนจุดสัมพันธ จุดที่จะสรางความเปนธรรมที่ดีที่สุด เขตเลือกตั้งที่เราแบงออกเปน ๓ ประเภท ไมเกิน ๕๐,๐๐๐ คน จาก ๕๐,๐๐๐ คน ไมเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คน จากเขตเลือกตั้งเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คนขึ้นไป แตทั้ง ๓ ประเภทนี้จะถูกล็อกดวยวาจะถอดถอนทั้ง ๓ ระดับนั้น ขีดเสนใตวาจะตองมีจํานวน ไมนอยกวาคะแนนเสียงเลือกตั้งที่สมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นนั้นไดรับเลือกตั้ง ในครั้งที่ผานมา จุดนี้ถือวาเปนจุดหลักประกันใหกับผูที่จะถูกถอดถอน ทั้งฝายสมาชิกซึ่งมี เขตเลือกตั้งเล็กกวา และทานผูบริหารซึ่งมีเขตเลือกตั้งทั้งองคกรปกครองสวนทองถิ่น เพราะฉะนั้นจุดนี้จึงเปนจุดที่เปนหลักประกันที่นาจะใหความมั่นใจ ใหความนาเชื่อถือ หรือใหความเชื่อมั่นกับทางทานสมาชิกและทานผูบริหารที่จะถูกถอดถอนวาไดรับ หลักประกันที่ดี ที่เพียงพอ เพราะฉะนั้นเราไดกระจายเขตเลือกตั้งแบงเปน ๓ ระดับดังกลาวนี้ ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะใหเกิดความเปนธรรม ที่ผมใชคําวาฐานคิดของความชอบธรรมของบุคคล กอนที่จะเขาสูตําแหนงและที่จะถูกถอดถอนออกจากตําแหนงนั่นเอง เพราะฉะนั้นใน (๑) เขตเลือกตั้ง ผูมีสิทธิเลือกตั้งไมเกิน ๕๐,๐๐๐ คน คือขนาดเล็ก ตรงนี้ใชฐานวาเขาชื่อเกิน ๒ ใน ๓ หรืออาจจะประมาณ ๖๖ เปอรเซ็นต แตเราก็ขีดเสนใตวา แตจํานวนดังกลาว ตองไมนอยกวาคะแนนเสียงที่ผูที่ถูก หรือสมาชิก หรือผูบริหารที่ไดรับในการเลือกตั้งครั้งนั้นดวย ทํานองเดียวกัน ใน (๒) เขตเลือกตั้งที่ผูมีสิทธิเลือกตั้ง ตั้งแตเกิน ๕๐,๐๐๐ คนขึ้นไป แตไมเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คน เราก็ใชผูเขาชื่อรวมกันเกินกึ่งหนึ่ง ตัวเลขนี้ก็มาจากรางที่มาจาก รางของ ครม. นั่นเอง แตเราก็บอกวาแตจํานวนดังกลาวตองไมนอยกวาคะแนนเสียงเลือกตั้ง ที่สมาชิกหรือผูบริหารผูนั้นไดรับการเลือกตั้งครั้งนั้นดวย มาสูประเภทที่ ๓ คือองคกรปกครอง สวนทองถิ่นขนาดใหญที่มีผูมีสิทธิเลือกตั้งเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คนขึ้นไป จะใชจํานวนกึ่งหนึ่ง ก็เปนจํานวนที่มาก อยางเชน เรื่องของ กทม. เราก็คิดวาจํานวน ๑ ใน ๕ หรือรอยละ ๒๐ ก็นาจะเปนจุดที่เหมาะสม แตตัวนี้ก็ตองรองรับวาแตจํานวนดังกลาวตองไมนอยกวาคะแนน ที่ไดรับมาในการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นกฎเกณฑดังกลาวนี้ก็ไดนํามาทั้งจากรางของ ครม. นํามาจากกฎหมาย ป ๒๕๔๒ นํามาจากฐานคิดบนความชอบธรรมของบุคคลที่เขาสูตําแหนง และที่จะถูกถอดถอนออกจากตําแหนง และที่สําคัญที่สุดก็คือคํานึงถึงเขตเลือกตั้งสัมพันธกับ🔗
ผูไปใชสิทธิเลือกตั้งประกอบการพิจารณา กระผมยอมรับวาเปนการพิจารณารางกฎหมาย ที่มีความยุงยากและมีความที่สลับซับซอนพอสมควร เพราะวาขอเท็จจริงบนพื้นฐาน ที่แตกตางกันจํานวนมาก เพราะฉะนั้นทานกรรมาธิการจึงมีความเห็นที่หลากหลาย ทานสมาชิกก็มีความเห็นที่หลากหลายเชนเดียวกัน คณะกรรมาธิการเสียงขางมากยอมรับวา พยายามที่จะปรับไปสูที่คิดวานาจะเปนจุดที่สมดุลที่สุด หรือเหมาะสมที่สุดเทาที่พึงกระทําได เราจึงไดปดชองวางอยูในบทตอนทายเรื่องการนับจํานวนผูมีสิทธิเลือกตั้ง การนับจํานวน ผูไปใชสิทธิเลือกตั้งอยูในวรรคทายดวย🔗
และโยงไปที่บทเฉพาะกาล มาตรา ๒๓ จะเห็นวาพยายามที่จะปดชองโหวโดยใชประกาศ ของกระทรวงมหาดไทยที่จะออกมาเพื่อปดชองโหวที่มีอยู เพราะฉะนั้นในเบื้องตนนี้กระผม อยากใหทานสมาชิกผูทรงเกียรติเราไดพิจารณาในจุดของมาตรา ๗ รวมกันกอน สวนประเด็น เรื่องวาเปนความลับ เปดเผยจะเปนอันตราย เกิดปญหาหลายประการตามมา เพราะอยูใน ชุมชนใกลชิดอันนั้นก็จะอยูในมาตรา โดยเฉพาะอยูในมาตรา ๑๐ ถัดไป ทางทฤษฎีกาจะขอ ชี้แจงตอนโนนเพื่อที่จะใหทานผูมีเกียรติไดกรุณารับทราบประกอบการพิจารณาเมื่อถึง มาตรา ๑๐ ในเบื้องตนนี้จึงขออนุญาตยืนยันในมาตรา ๗ ตามนี้ และใครขอเชิญทานวิกรม ชวยเพิ่มเติมดวยจากการสัมมนาที่ภาคเหนือดวยครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญกรรมาธิการ วิกรมชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพและทานสมาชิกสภาผูทรงเกียรติครับ ผม วิกรม เตชะธีราวัฒน ในฐานะโฆษก คณะกรรมาธิการ สัดสวนพรรคเพื่อไทย ผมตองขอชี้แจงเพิ่มเติมจากทานคณะกรรมาธิการ ที่ไดชี้แจงไปเมื่อสักครู เนื่องจากวามาตรานี้เปนมาตราที่สําคัญ เปนหัวใจหลักของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ตองกลาววามีมาตราที่สําคัญ ๒ มาตรา ก็คือมาตรา ๖ และมาตรา ๗ ซึ่งมาตรา ๖ นี้ก็ไดเปนที่ถกเถียงไปตลอดระยะเวลาในการประชุมคณะกรรมาธิการเรา โดยตองขอขอบคุณทางสภาอันทรงเกียรติแหงนี้ที่ไดตัดวรรคสองในการเขาชื่อเพื่อสอบสวนออก เพราะวามีการขัดแยงกันมากมายในที่ประชุม เห็นแลวเปนเรื่องที่จะทําใหในสภาหรือวา ประชาชนจะมีความขัดแยงกันมากมายจึงสมควรที่จะตองตัดออกไปครับ สวนมาตรา ๗ เปนมาตราเกี่ยวกับเรื่องของหลักเกณฑในการที่จะพิจารณาวาควรจะเขาชื่อถอดถอน จํานวนเทาไร สวนตัวผมเองในการที่จะลงคะแนนลับไมลับ จะไดสงวนไวในมาตราตอไป ซึ่งในความเห็นสวนตัวผมเองในการที่จะลงคะแนนลับสมควรอยางยิ่ง เพราะวาการที่จะ เปดเผยชื่อของประชาชน เพื่อที่วาจะเขาชื่อหรือไมเขาชื่อ จะชอบหรือไมถอดถอนผูใด เปนการที่จะทําใหเกิดความไมปลอดภัยตอประชาชน จึงสมควรอยางยิ่งที่จะเขาชื่อในการที่จะ เปนการลงคะแนนทางลับ แตในมาตราตรงนี้ที่ไดบัญญัติไวเปนเกี่ยวกับเรื่องหลักการซึ่งทาง คณะกรรมาธิการเสียงสวนใหญก็ไดอภิปรายกันหลายรอบ โดยที่เราไดแบงหลักเกณฑเปน ๓ ทาง เนื่องจากองคกรปกครองสวนทองถิ่นมีความหลากหลาย มี ๗,๐๐๐ กวาแหง🔗
ทั่วประเทศ และแตละแหงมีความแตกตางกันในเรื่องของจํานวนพื้นที่ ประชากร งบประมาณ แลวก็ในการแตกตางของผูมีสิทธิเลือกตั้ง ทางคณะกรรมาธิการจึงเห็นแลววาเราควรจะตอง แบงสัดสวนออกเปน ๓ เลเวล (Level) ดวยกัน โดยสัดสวนที่ไมเกิน ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ ของผูมีสิทธิเลือกตั้งเราก็แบงไวที่ ๒ ใน ๓ ซึ่งจะมากกวากึ่งหนึ่งรางที่ผานวาระหนึ่งมาแลว สวนเกณฑหลักการที่ ๒ คือ ๕๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ คน เราแบงไวที่ไมเกินกึ่งหนึ่งคือ ๑ ใน ๒ สวนผูมีสิทธิเลือกตั้งที่มากกวา ๑๐๐,๐๐๐ คน เราแบงไวที่ ๑ ใน ๕ เนื่องจากวาถาทาน จะเห็น ยกตัวอยางทางกรุงเทพมหานครมีผูมีสิทธิเลือกตั้งกวา ๔ ลานคน ถาทานจะแบง ลงชื่อใหเกินกึ่งหนึ่งตองใชเสียงมากกวา ๒ ลานเสียง ซึ่งเปนเสียงที่มากเกินไปและไมสามารถ จะกระทําการไดเลย คณะกรรมาธิการเสียงขางมากจึงเล็งเห็นวาควรจะตองแบงเลเวล (Level) ไวตามจํานวนที่ไดกลาวไปนี้ สวนเสียงจํานวนนอยกวา ๕๐,๐๐๐ คน เนื่องจากวา เรามีทั้งสมาชิก แลวก็ผูบริหารเราจึงตองแบง เพราะวาถาทานเขาไปดูขอมูลจะเห็นวาจํานวน ของสมาชิกที่นอยที่สุดแคหลักรอยเองครับ🔗
ดังนั้นแลวทางคณะกรรมาธิการเสียงสวนใหญจึงเล็งเห็นวาควรจะตองแบงเลเวล (Level) ไว ๓ เลเวล (Level) เพื่อที่จะไมไดเหมือนเปนการตัดเสื้อโหลสําหรับทางทองถิ่นที่มีอยู ๗,๐๐๐ กวาแหงทั่วประเทศ ขอบคุณมากครับ🔗
เชิญกรรมาธิการ จากกฤษฎีกาไดตอบชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชื่นสุมน นิวาทวงศ กรรมาธิการจากสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในประเด็นนี้ เนื่องจากทางดิฉันไดสงวนความเห็นไวในสวนของมาตรา ๗ แตอยางไรก็ตามมีบางคําถาม ที่ขออนุญาตตอบทางทานที่ไดสอบถามมา ตอคําถามที่วาในสวนของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๔ กําหนดวาประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้งในองคกรปกครองสวนทองถิ่นมีสิทธิเขาชื่อกันเพื่อถอดถอน สมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ทําไมในสวนของมาตรา ๗ ถึงมีการกลาวถึงผูมีสิทธิ เขาชื่อ แลวก็มีการกลาวถึงผูไปใชสิทธิเลือกตั้ง แลวก็มีการกลาวถึงผูมีสิทธิเลือกตั้งดวย มี ๓ คําอยูในมาตราเดียวกัน ขอเรียนอธิบายอยางนี้วาในสวนของมาตรา ๗ จะกําหนด หลักการใน ๒ เรื่อง มาตรา ๗ จะกําหนดเหตุแหงการถอดถอนวาผูมีสิทธิเขาชื่อจะถอดถอนได โดยมีเหตุอะไรบาง แลวก็จํานวนของผูมีสิทธิเลือกตั้งที่จะใชสิทธิในการถอดถอน ซึ่ง (๑) ถึง (๓) ตามรางที่กรรมาธิการเสนอมาจะเปนวิธีการคํานวณวาตองใชเสียงเทาไร โดยอาศัย จํานวนของผูมีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งมากําหนดในชั้นแรกกอน แลวก็ถึงจะใชตัวผูไปใช สิทธิเลือกตั้งทั้งหมดในเขตเลือกตั้งนั้นมาเปนตัวคํานวณวาจะใช ๒ ใน ๓ หรือ ๑ ใน ๒ หรือ ๑ ใน ๕ เพราะฉะนั้นในสวนนี้จะเปนเรื่องของการคํานวณเทานั้นเพื่อที่จะไดจํานวนวา ในแตละเขตเลือกตั้งตามไซส (Size) ที่กําหนดจะตองใชจํานวนเทาไรบาง แตสําหรับหลักการ ในสวนของมาตรา ๒๕๔ ของรัฐธรรมนูญก็ยังคงมีอยู เพราะวาในสวนของรางพระราชบัญญัตินี้ จะมีการกําหนดไวเลยวาผูมีสิทธิเขาชื่อจะหมายถึง ในสวนของมาตรา ๕ จะกําหนดไวชัดเจนวา ผูมีสิทธิเขาชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นจะตองเปนผูมีสิทธิ เลือกตั้ง แตไมไดหมายความวาผูมีสิทธิเลือกตั้งทุกคนในประเทศนี้จะสามารถเขาชื่อเพื่อจะ ถอดถอนได มาตรา ๕ เราจะกําหนดแควาตองเปนผูมีสิทธิเลือกตั้งเฉพาะในเขตเลือกตั้ง ที่สมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นนั้นไดรับเลือกตั้งอยูในวันที่ยื่นหนังสือแสดงเจตนา ตามมาตรา ๙ อันนี้คือคุณสมบัติที่ ๑ และคุณสมบัติที่ ๒ ของผูมีสิทธิเขาชื่อนอกจากจะตอง🔗
เปนผูมีสิทธิเลือกตั้งตามเงื่อนไขที่กําหนดเมื่อสักครูแลว ในวันดังกลาวก็คือวันที่มีหนังสือ แสดงเจตนาเขาจะตองไมอยูในระหวางเปนผูตองหามมิใหใชสิทธิเลือกตั้ง อันนี้ก็คือตาม มาตรา ๓๙ ของกฎหมายเลือกตั้งทองถิ่น หรือตองไมถูกจํากัดสิทธิในการเขาชื่อเพื่อถอดถอน สมาชิกสภาทองถิ่นเนื่องจากวากฎหมายเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ไดมีการกําหนดในมาตรา ๔๒ (๓) บอกวาผูที่ไมไปใชสิทธิเลือกตั้ง หรือไมแจงเหตุที่ไมไปใชสิทธิ หรือวาแจงเหตุที่ไมใชเหตุอันสมควร ผูนั้นจะถูกจํากัดสิทธิตาง ๆ ตามที่กฎหมายกําหนด โดยในสวน (๓) ของมาตรา ๔๒ จะกําหนดหามเปนขอจํากัดเลยวาใหจํากัดสิทธิในการเขาชื่อ รองขอใหถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่นและผูบริหารทองถิ่น เพราะฉะนั้นนอกจากจะเปน ผูมีสิทธิเลือกตั้งแลว ในมาตรา ๕ เรายังกําหนดเพิ่มเติมในสวนของผูมีสิทธิเขาชื่อวาจะตองมี ลักษณะตามที่กําหนดในมาตรา ๕ ดวย เพื่อใหการเขาชื่อเปนไปดวยความเปนธรรมแลวก็ อยูในขอบเขตตามที่กฎหมายกําหนดวาจะตองเปนผูมีสิทธิเลือกตั้งในเขตที่จะทําการ ถอดถอนนั้นดวยแลวก็ไมถูกตองหามตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นในสวนที่รางพระราชบัญญัตินี้ กําหนดทั้งหมดก็ไมไดมีสวนไหนที่ขัดหรือแยงกับตัวรัฐธรรมนูญในสวนของการใชคําวา ผูมีสิทธิเลือกตั้ง หรือวาผูไปใชสิทธิเลือกตั้ง หรือผูมีสิทธิเขาชื่อ ตามที่ไดอธิบายใหทานทราบ ขอบพระคุณคะ🔗
เชิญทาน สรชาติครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพ กราบเรียนทานสมาชิกผูทรงเกียรติทุกทานครับ คือมาตรา ๗ หลายทานก็เห็น ความสําคัญแลวนะครับ เพราะผมเรียนแลววาการที่แบงเปนชั้นตาง ๆ มันจะทําใหลักลั่น กันตรงที่วา ๒ กับ ๓ ๑ ใน ๒ แลวไปกระโดด ๑ ใน ๕🔗
ผมเชื่อไดวามีหลาย อบจ. ครับ ซึ่งอยูในทั้ง ๒ แลวก็ ๓ อบจ. ใดที่ตกอยู ๑ ใน ๕ ๑ ในขั้นที่ ๓ คือใชเสียงแค ๑ ใน ๕ เทานั้นเอง ซึ่งมันจะตางกันมากกับ ๑ ใน ๒ เปนตัวเลข ที่แตกตางกันมาก ถามผมวากฎหมายนี้ผานตาออกมาไดอยางไรครับ ผมเองตองขออนุญาต ยอมรับวาชวงที่มันผานเปนเลเวล (Level) ออกมาผมไมไดรวมประชุมดวย เนื่องจากวา ผมมีภารกิจ หากผานมาถึงแลวกรรมาธิการก็ผานกฎหมายมาตรานี้ออกไปแลววาทําให สรางปญหาใหกับการเกิดวา ๑ ใน ๒ กับ ๑ ใน ๕ ทานกลับไปดูวา อบจ. ที่ใช ๑ ใน ๒ ต่ํากวา ๑๐๐,๐๐๐ คน ถาเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คนมา ใช ๑ ใน ๕ มันจะสรางปญหาในอนาคต ที่เกิดขึ้น ทางเลือกก็คือขออนุญาตกราบเรียนวาทานกฤษฎีกาถึงไดสงวนความเห็นวากลับไป ที่รางเดิม ๑ ใน ๒ ผมถึงไดสงวนความเห็นเอาไววาอยูตรงกลางก็คือพื้นที่เปนของตนเองและ ๑ ใน ๒ ๑ ใน ๓ เฉพาะ อบจ. แลวก็ ๑ ใน ๕ ของ กทม. เพื่อแกปญหาที่จะเกิดขึ้นวา มันลักลั่นกันของแตละองคกรนั้นเอง ผมเชื่อแนวาทั้ง ๓ รางตรงนี้ครับ ทานโหวตอะไร เปนกฎหมายไดหมด ถาทานกลับไปที่รางของกฤษฎีกาก็เปนกฎหมายได ถาทานกลับมา ที่รางของผมอยูตรงกลางก็เปนกฎหมายได สวนรางของกรรมาธิการเสียงขางมากจะมีปญหา ตามที่ผมกราบเรียน ขออนุญาตกราบเรียนวาทานเปนผูทรงเกียรติที่จะตองคิดแลววา จะใชตรงไหนเปนเกณฑในการตัดสินใจวา ๒ ใน ๓ ๑ ใน ๒ แลวกระโดดมาที่ ๑ ใน ๕ เลย นั่นคือสิ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียนทานครับ🔗
มาตรา ๗ มีการแกไข กรรมาธิการขอสงวนความเห็น หมายความวายังติดใจ ดังนั้นคงจะตองขอถามมติ เอาไวไปถามมติในคราวตอไปเถอะครับ วันนี้ปดประชุมแลวครับ ขอบคุณมากครับ🔗