รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
____________________
เรียนท่าน สมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนะครับ ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ ปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ ปรึกษาหารือตามลำดับรายชื่อและเวลาที่ยื่น โดยจะให้เวลาท่านละ ๒ นาทีนะครับ ท่านแรก ขอเชิญท่านสิงหภณ ดีนาง ตามด้วยท่านประกอบ รัตนพันธ์ เชิญท่านสิงหภณครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๖ พรรคเพื่อไทย กระผมมีเรื่องจะหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องครับ🔗
๑. กระผมได้รับการร้องทุกข์จาก นายทองพูน ทานาม ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองหนามแท่ง หมู่ที่ ๘ ตำบลหนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น และ นายธงชัย สีดาวงษ์ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองทอง หมู่ที่ ๑๑ ตำบลวังหินลาด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น เรื่องถนนชำรุดเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อ การสัญจรไปมาไม่สะดวก และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเป็นอย่างมาก เป็นถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ ช่วง กม. ๑๐๐ บ้านหนองเขียด หมู่ที่ ๑ เชื่อมไปบ้านหนองหนามแท่ง หมู่ที่ ๘ ต่อไปยังถนน สาย ๒๒๘ ชุมแพ-หนองบัวลำภู ช่วงบ้านโนนงาม ตำบลภูห่าน อำเภอสีชมพู ระยะทาง ประมาณ ๘ กิโลเมตร และถนนในหมู่บ้าน บ้านหนองทอง หมู่ที่ ๑๑ ตำบลวังหินลาด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งถนน ๒ สายดังกล่าวเป็นถนนสายหลักในการใช้สัญจร และขนส่งพืชผลทางการเกษตรออกสู่ท้องตลาด จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไข ด่วนด้วยครับ🔗
๒. กระผมได้รับการร้องทุกข์จาก นายเกษม เวียงทอง ผู้ใหญ่บ้าน บ้านโนนลาน หมู่ที่ ๔ ตำบลโนนสะอาด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น พร้อมชาวบ้าน เกี่ยวกับสะพานข้ามลำน้ำเชิญ ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมระหว่างตำบลโนนสะอาด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ไปยังตำบลดงกลาง อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ เป็นสะพานไม้ที่ใช้ ร่วมกันระหว่างประชาชนทั้ง ๒ อำเภอนี้มาเป็นเวลานาน และยังเป็นเส้นทางสัญจร ขนส่งสินค้าพืชผลทางการเกษตรออกสู่ท้องตลาด มีความชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา แทบจะใช้การไม่ได้ครับท่านประธาน ท้ายสุดนี้กระผมขอส่งเอกสารประกอบการหารือนี้ ถึงท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประกอบ ตามด้วยท่านวีระพล จิตสัมฤทธิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอเรียนหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องแรกปัญหาใหญ่ครับ คือปัญหาน้ำท่วมเทศบาลเมืองทุ่งสง ซึ่งจำเป็น จะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน สิ่งที่แก้ไข ๒ จุดด้วยกัน จุดแรกก็คือคลองป้าปานที่ไหลผ่าน เทศบาลเมืองทุ่งสง เยื้องธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาตลาดเกษตร ไปต่อถนน สายที ๑ (T1) แล้วก็ไหลลงแม่น้ำตรัง ถนนตรงนี้เป็นบล็อก (Block) น้ำ ซึ่งไม่เพียงพอ กับปริมาณน้ำและความเร็วของน้ำ เพราะฉะนั้นขอให้กรมทางหลวงเปลี่ยนบล็อก (Block) มาเป็นสะพานนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมทางหลวงได้ก่อสร้างสะพานใหม่แทนสะพานเก่า ที่โครงสร้างชำรุด ก็คือถนนสาย ๔๑๕๑ บริเวณคลองแม่น้ำใหญ่หรือแม่น้ำหลวง ซึ่งเป็น แม่น้ำที่ลงแม่น้ำตรัง ขณะนี้สะพานค่อนข้างจะชำรุด เพราะฉะนั้นให้ก่อสร้างใหม่เพื่อรองรับ การขยายเป็นถนน ๔ ช่องทางจราจรด้วยนะครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวีระพล ตามด้วยท่านสุเนตตา แซ่โก๊ะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วีระพล จิตสัมฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ขอหารือต่อท่านประธาน ซึ่งมีดังนี้ครับ🔗
เรื่องแรก ขอความอนุเคราะห์ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง กระผมได้รับการร้องขอ จากองค์การบริหารส่วนตำบลโคกเพชร อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยท่านนายก อบต. นายวีรศักดิ์ พัฒนาอนุสรณ์ และท่านประธานสภา อบต. นายอุดร มูลดับ บนถนนทางหลวง หมายเลข ๒๑๖๗ มีสะพานและทางโค้งหลายจุด ในช่วงเวลาค่ำคืนเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอให้กรมทางหลวงติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง บริเวณช่วงบ้านระกา ช่วงโค้งบ้านภูมิศาลา ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน พร้อมนี้มีเอกสารรายละเอียด เพิ่มเติมส่งมอบต่อท่านประธานด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ถนน อบจ. ๒ สายต่อไปนี้มีสภาพคล้าย ๆ กันก็คือเป็นถนนลาดยาง เสื่อมสภาพ ผิวทางขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อหลายช่วง หลายจุด การเดินทางสัญจรด้วยความ ยากลำบาก สายแรก ถนนสายบ้านหนองแวง ตำบลหนองเชียงทูน ไปบ้านกุดปราสาท บ้านจานโง ตำบลสมอ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ จะเสียหายในช่วงบ้านกระต่ายด่อน สายที่ ๒ ถนนสายบ้านตาสุด ตำบลจะกง ไปบ้านห้วยสระภูมิ ตำบลหัวเสือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ สภาพชำรุดเสียหายช่วงบ้านตะเคียนน้อย ซึ่งทั้ง ๒ สายเป็นเส้นทางของ อบจ. ศรีสะเกษ งบประมาณไม่เพียงพอ ต้องรอการจัดสรรจากสำนักงบประมาณครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ถนนลาดยางของกรมทางหลวงชนบท สาย ศก. ๒๐๔๘ สายบ้านสมบูรณ์ไปบ้านแดง ตำบลห้วยใต้ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ถนนน้ำท่วมขัง เป็นหลุมเป็นบ่อ ผิวทางขรุขระ จากบ้านตาตุมไปบ้านแขว ขอให้ท่านประธานส่งหนังสือ ไปยังกรมทางหลวงชนบทเพื่อจัดสรรงบประมาณด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุเนตตา ตามด้วยท่านศักดินัย นุ่มหนู เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลัง วันนี้ ดิฉันมาปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังกรุงเทพมหานครและกระทรวงมหาดไทย เรื่องหลักการในการจัดการฝูงชน หรือที่เรียกว่าคราวด์เมเนจเมนต์ (Crowd Management) ท่านประธานคะ มาตรการควบคุมโควิด (COVID) เริ่มผ่อนคลายแล้วนะคะ เราก็จะเห็นว่า มีการจัดงานสังสรรค์รื่นเริงกันมากมาย การจัดเทศกาล ประเพณีต่าง ๆ ก็เริ่มกลับมาเป็น ปกติ การจัดอีเวนต์ (Event) การจัดคอนเสิร์ต การรวมตัวของฝูงชนก็มีให้เห็นมากขึ้น ผู้คน ก็อยากไปเที่ยวงานกัน ดิฉันก็มีคำถามว่าเราจะจัดการฝูงชนให้ปลอดภัยอย่างไร ยิ่งเมื่อ ไม่นานมานี้มีเหตุการณ์ที่อีแทว็อน ทางการของประเทศเกาหลีใต้ก็ออกมายอมรับว่า มาตรการไม่เพียงพอในการรับมือจึงทำให้มีคนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ดิฉันมีความกังวล ในเรื่องดังกล่าวจึงไปค้นดูในอินเทอร์เน็ต (Internet) เรื่องหลักการในการจัดการฝูงชน หรือที่เรียกว่าคราวด์เมเนจเมนต์ (Crowd Management) พบว่าหลายมหาวิทยาลัย ในประเทศต่าง ๆ มีการสอนและการอบรมในเรื่องนี้ แล้วเขาก็ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง อย่างเช่นมหาวิทยาลัยคอร์เนลของประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีการอบรมคราวด์เมเนจเมนต์ (Crowd Management) นั้น เขาก็จะระบุไว้เลยค่ะ ถ้ามีการรวมตัวของผู้คนที่มีจำนวนมาก จะต้องมีคราวด์เมเนเจอร์ (Crowd Manager) หรือว่าผู้จัดการในการดูแลฝูงชน ในอัตราส่วน ๑ คนต่อผู้มาร่วมงาน ๒๕๐ คน ซึ่งคราวด์เมเนเจอร์ (Crowd Manager) ต้องผ่านการอบรม เขาจะมีทักษะ มีความรู้ ไม่ใช่แค่ว่ามากันคนไม่ให้ตีกันนะคะ แต่เขาจะรู้เรื่องโลจิสติกส์ (Logistics) ของงาน รู้เรื่องว่างานนี้ที่จัดเป็นงานประเภทไหน งานอย่างไร แล้วคนมาร่วมงาน เป็นอย่างไร แล้วเขาสามารถจะประเมินความเสี่ยงได้ด้วยว่าเมื่อจัดไปแล้วเหตุการณ์ต่าง ๆ จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ดิฉันจึงขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีอำนาจ ในการควบคุมดูแล เช่นกรุงเทพมหานครหรือว่ากระทรวงมหาดไทยนี่ค่ะ ให้เห็นความสำคัญ ของหลักการในการจัดการฝูงชน แล้วก็ได้นำมาบังคับใช้ในการจัดงานต่าง ๆ ด้วยค่ะ ขอบคุณ มากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศักดินัย ตามด้วยท่านอนุชา น้อยวงศ์ นะครับ🔗
เรื่องแรก กระผมได้รับการประสานงานมาจากท่าน ผอ. สุภาวดี อายุเจริญ ท่านเป็นผู้อำนวยการของโรงเรียนสตรีประเสริฐศิลป์ ที่จังหวัดตราด พอดีทางโรงเรียนนี้ ก็มีการส่งเสริม สนับสนุนในเรื่องของโครงการที่จะให้นักเรียนนั้นมีศักยภาพในการแข่งขัน ระดับนานาชาติ ด้านวงดนตรี วงโยธวาทิตนะครับ ซึ่งต้องเรียนต่อท่านประธานอย่างนี้ครับ ว่าโรงเรียนสตรีประเสริฐศิลป์ได้รับชัยชนะในรายการแข่งขันระดับโลก ได้รับรางวัล เป็นแชมป์ (Champ) โลกด้วย สร้างความภาคภูมิใจให้กับนักเรียน ทั้งคณะครู ผู้ฝึกสอน พี่น้องชาวตราด แล้วก็สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศของเรา นี่คือรายการแข่งขันระดับโลก ที่โรงเรียนนี้ได้ไปคว้าแชมป์ (Champ) มา แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าเวลาเขาจะซ้อมทีหนึ่ง จะไปแข่งขันทีหนึ่งเครื่องดนตรีมันไม่พอ ขาดแคลนเรื่องเครื่องดนตรี ก็เป็นความยากลำบาก เป็นอุปสรรคในการที่จะได้ส่งเสริมเดินหน้าไปต่อนะครับ ผมจึงอยากที่จะได้เรียนเรื่องนี้ไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านตรีนุช เทียนทอง ได้พิจารณาที่จะสนับสนุน โครงการนี้ให้กับทางโรงเรียนสตรีประเสริฐศิลป์ด้วย ในการที่จะขอสนับสนุนเรื่อง เครื่องดนตรีของวงโยธวาทิต เพื่อให้เด็กนักเรียน ลูกหลานของเราได้พัฒนาศักยภาพให้เป็น ที่หนึ่ง เป็นที่รู้จักในระดับโลกต่อไปนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการประสานจากผู้นำท้องที่ เรื่องของไฟแสงสว่างส่องทาง บนถนนบำโรณ-เทพนิมิต หรือบนทางหลวงชนบทหมายเลข ตร. ๔๐๑๐ เส้นนี้ ว่าเป็นเส้นที่ ยังไม่มีแสงสว่างเลย แล้วเส้นทางนี้บางทีก็คดเคี้ยว เป็นอันตราย แล้วก็เป็นความน่ากังวล ก็อยากที่จะให้หน่วยงานของทางหลวงชนบทได้ช่วยไปติดแสงสว่างส่องทางนี้ให้ด้วยนะครับ ในระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตร ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอนุชา ตามด้วยท่านบุญรื่น ศรีธเรศ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม อนุชา น้อยวงศ์ จากเขตการเลือกตั้งที่ ๓ จังหวัดพิษณุโลก ต้องขอขอบพระคุณสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติที่บรรจุโครงการเป้าหมาย ปี ๒๕๖๘ เกี่ยวกับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังชมพู จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการ ที่อยู่ด้านล่างของอำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ขอให้ทางกรมชลประทานเร่งทำการ สำรวจอ่างเก็บน้ำคลองขุนกระทิง หมู่ที่ ๘ ตำบลบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นโครงการด้านบนของอำเภอเนินมะปราง เป็นโครงการขนาดกลางที่สามารถจัดการ ทำชลประทานได้ประมาณ ๔๐,๐๐๐ ไร่ เพื่อจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในเขต ตำบลบ้านมุง ตำบลเนินมะปราง และตำบลบ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก และขอให้ทางกรมชลประทานสำรวจโครงการคลองวังยาง ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลวังยาง แล้วก็ต้นน้ำของตำบลวังโพรงและตำบลไทรย้อย เนื่องจากทั้ง ๓ ตำบลดังกล่าว มีพื้นที่ติดกับทุ่งแสลงหลวง แต่ละปีจะมีจำนวนน้ำมหาศาลที่ไหลลงจากเทือกเขาทุ่งแสลงหลวง แล้วท่วมบ้านเรือนพี่น้องประชาชน ขอให้ทางกรมชลประทานบูรณาการต้นน้ำแต่ละคลอง แต่ละตำบล ในเขตอำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก โดยเร่งด่วน ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป เชิญท่านบุญรื่น ตามด้วยท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นาง บุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ค่ะ เนื่องจาก พี่น้องชาวตำบลเจ้าท่า ตำบลธัญญา ตำบลดงลิง อำเภอร่องคำ อำเภอฆ้องชัย ในจังหวัด กาฬสินธุ์ มีพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัย เป็นพื้นที่ทำกิน มีปัญหาเผชิญกับน้ำท่วมซ้ำซาก แล้งซ้ำซาก ยิ่งปีนี้พี่น้องจาก ๓ ตำบล ๒ อำเภอดังกล่าวพบกับปัญหาน้ำท่วม สาเหตุจากพายุโนรู ทำให้ ได้รับผลกระทบเสียหายมากมาย ท่วมทั้งบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย ท่วมทั้งนาข้าว ทั้ง ๓ ตำบล ๒ อำเภอเลยค่ะท่านประธาน ความจริงอุทกภัยเกิดขึ้นทุกปีของ ๓ ตำบลและ ๒ อำเภอนี้ แต่ไม่ได้รับการแก้ไข ขณะนี้พื้นที่นาข้าวยังไม่ลดเลยค่ะ การแก้ไขของผู้ที่อยู่ในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาตำบล ก็ช่วยกัน แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แจกของ ถุงยังชีพ พอแก้ปัญหาไปวัน ๆ ไม่มีใครคิดจะแก้ปัญหา ให้ถาวรเลยนะคะ มีแต่บรรเทา ไม่มีการป้องกัน จึงทำให้ นายธนกฤต ระวาดชัย นายชุมพล ศิริภักดิ์ และนายพุฒ จงกลรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเจ้าท่า ตำบลดงลิง ตำบลธัญญา และนายยิ่งสันติ์ หรสิทธิ์ นายบรรจง เขตผดุง ประธานสภา รองประธานสภา ตำบลเจ้าท่า และตัวแทนทั้ง ๒ อำเภอได้มาปรึกษากับผู้แทน อยากให้หารือท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของบประมาณเสริมพนังชีให้สูงขึ้นในช่วงของ ห้วยแสนหมอยา แล้วก็ของบประมาณในการสร้างเขื่อนระบายน้ำด้วยค่ะ จึงหารือ ท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในส่วนของกรมชลประทานโปรดได้ไปสำรวจ แล้วก็จัดงบประมาณเพื่อสร้างเขื่อนระบายน้ำแบบปิด เปิดได้ คงจะช่วยพี่น้องประชาชน ได้มาก ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสัณหพจน์ ตามด้วยท่านสงวน พงษ์มณี นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง อำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ ลุ่มน้ำปากพนังครับ วันนี้ผมเรียนท่านประธานเพื่อจะหารือการขอเช่าที่ดินธนารักษ์ เพื่อโครงการก่อสร้าง ปรับปรุงขยายประปาส่วนภูมิภาคของอำเภอปากพนัง ซึ่งเรื่องดังกล่าวการประปาส่วนภูมิภาค ได้ทำเรื่องขอความอนุเคราะห์ไปยังที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ธนารักษ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นที่คาบเกี่ยวระหว่างวัดกับที่ธนารักษ์ ตอนนี้กรรมการวัดธาตุทองเอง ได้อนุญาตให้ไปรังวัดที่ดินได้ แต่ติดอยู่ที่ธนารักษ์จังหวัดนครศรีธรรมราชตอนนี้ยังไม่ทำ หนังสือตอบไปเลยครับ ก็ฝากถามไปยังธนารักษ์จังหวัดนครศรีธรรมราช กรมธนารักษ์ ช่วยตอบหนังสือไปด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ดินของกรมธนารักษ์ที่จะเป็นพื้นที่ว่างในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ที่จะต้องจัดสรรหรือว่าใช้ประโยชน์สูงสุดให้กับพี่น้องประชาชนคนลุ่มน้ำปากพนัง เพื่อใช้เป็น พื้นที่แหล่งแลกเปลี่ยนสินค้าทางการเกษตรของคนลุ่มน้ำปากพนัง ณ วันนี้ผมถามท่านไป ปีกว่าแล้ว ธนารักษ์จังหวัดนครศรีธรรมราชยังไม่ตอบผมมาเลยครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ขอให้กรมเจ้าท่าพิจารณาโครงการศึกษาผลกระทบ สิ่งแวดล้อม อีไอเอ (EIA) โครงการก่อสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำคลองฉุกเฉิน ตำบลบางพระ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากกลุ่มประมงพื้นบ้านกว่า ๑๒๐ ครัวเรือนที่ใช้พื้นที่คลองฉุกเฉินของกรมชลประทานเป็นพื้นที่จอดเรือหลบพายุ และส่งเสริมการทำประมงพื้นบ้าน ได้รับผลกระทบจากคลื่นและทรายที่ทับถมเป็น ปริมาณมาก และให้มีการทำอีไอเอ (EIA) มานานแล้ว ส่วนของกรมเจ้าท่ารับปากไปตั้งแต่ ปีงบประมาณ ๒๕๖๖ จนถึงวันนี้ยังไม่ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสงวน ตามด้วยท่านปรีดา บุญเพลิง นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน วันนี้ต้องขอความกรุณาท่านประธานได้ส่งปัญหา ความเดือดร้อนของอำเภอบ้านธิและอำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ไปยังกรมโยธาธิการ และผังเมือง ดังนี้ น้ำแม่กวงไหลผ่านอำเภอบ้านธิและอำเภอเมืองในเขตนิคมอุตสาหกรรม พอดีครับ มีความเดือดร้อนมาก อยากจะให้ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ไปออกแบบ ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งทั้ง ๒ ข้าง รวมถึงน้ำปิงในตำบลต้นธงด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ นายกองค์การบริหารตำบลมะเขือแจ้ จังหวัดลำพูน ได้ขอให้ผม หารือไปยังท่านอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองว่าโครงการสวนสุขภาพและสนามกีฬา ซึ่งขอใช้งบพัฒนาเมืองได้ส่งเรื่องไปนานแล้ว ต้องขอความกรุณาท่านช่วยกรุณาให้ความ อนุเคราะห์ช่วยเหลือชุมชนอุตสาหกรรม ทั้ง ๒ ชุมชนอุตสาหกรรมไม่มีส่วนบริการอื่นใดเลย ขณะนี้โครงการได้ส่งเรื่องไปยังที่กระทรวงนานแล้ว อยากจะขอให้ท่านได้พิจารณาสนับสนุน โครงการนี้ด้วยนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปรีดา ตามด้วยท่านปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน การศึกษานำการเมือง ครูพัฒนาคน คนพัฒนาชาติ ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธาน ก.ค.ศ. ดังนี้ ตามที่ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูป การศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา สาระสำคัญใน พ.ร.บ. คือให้ถ่ายโอนอำนาจการบริหาร งานบุคคลจาก คสจ. ไปให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ประถมศึกษาและมัธยมศึกษานั้น ถือเป็นสิ่งที่ ดีที่สุด ประเด็นที่กระผมเป็นห่วงนั้นคือกระบวนการสรรหาองค์คณะบุคคลชุดใหม่ที่ ก.ค.ศ. จะต้องดำเนินการสรรหา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วันนั้น ขณะนี้ ก.ค.ศ. กำลังเร่งร่างหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาให้ได้มาของ อ.ก.ค.ศ. ชุดใหม่ ซึ่งครู ทั้งประเทศติดตามอย่างใกล้ชิดด้วยความเป็นห่วง ก็ขอฝากเรื่องนี้ไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธาน ก.ค.ศ. พิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ให้ดี บริสุทธิ์ ยุติธรรม เพื่อให้เกิดการกระจายอำนาจ ตามวิถีทางประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ควรให้มีการเลือกตั้งผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา ผู้แทนครูผู้สอน ผู้แทนบุคลากรในเขตพื้นที่การศึกษา ให้โอกาสครูได้เลือกคนดี มีคุณธรรม เป็นที่ยอมรับในวงการศึกษา มาเป็นผู้แทนของเขาอย่างแท้จริง ที่สำคัญการเลือกตั้งผู้แทน ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้แทนครูผู้สอน ผู้แทนบุคลากรในเขตพื้นที่การศึกษาจะเป็นต้นแบบที่ดี ตามวิถีทางประชาธิปไตยที่แท้จริง และนำไปสู่การเลือกตั้ง ส.ส. ที่บริสุทธิ์ยุติธรรมต่อไป ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปริญญา ตามด้วยคุณพรรณสิริ กุลนาถศิริ นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนเท่ากัน กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากทีมงาน คณะทำงานพรรคก้าวไกล ทนายสุพรรษา มะเหร็ม จากจังหวัดตรัง เราเชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ไม่มีใคร อยากให้มีคนพิการเพิ่มขึ้น นี่คงไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่จะเป็นความประมาทหรือความไม่รับผิดชอบ ของผู้มีอำนาจ เจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ จากกรณีตัวอย่างต้นตาลโตนดที่ปลูกไว้บนเกาะกลางถนน สายตรัง-ปะเหลียน ช่วงหลักกิโลเมตรที่ ๗ บ้านคลองลำเลียง ตำบลทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ต้น ใบ ผลร่วงหล่นโดนผู้คนที่สัญจรไปมาหลายครั้ง จากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ได้แก้ไขโดยการทำป้ายโปรดระวังใบตาล ผลตาลร่วง ท่านประธานคิดว่าแก้ปัญหา ได้ไหมครับ ก็ขอฝากหารือต่อท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อความปลอดภัย ของตัวท่านเองและพี่น้องประชาชน ให้ช่วยกันโค่นทิ้งเถอะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ เป็นปัญหาเรื่องตลิ่งพัง สายคลองแม่น้ำตรัง นาท่ามใต้ หนองตรุด ท่าสะบ้า สายคลองปะเหลียน ย่านตาขาว ท่าพระยา ไม่ทราบสาเหตุหลักมาจาก น้ำกัดเซาะหรือการดูดทรายหรือไม่ อย่างไร ก็ขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยตรวจสอบ ป้องกัน แก้ไขโดยด่วนด้วยครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ เป็นความเดือดร้อนของครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จากการจัดการแข่งขัน กะพัง โรดเรซซิ่ง ที่สระกะพังสุรินทร์ จังหวัดตรัง เมื่อต้นเดือน กรกฎาคม ปี ๒๕๖๕ ซึ่งเป็นรายการชิงถ้วยจากท่านประธานชวน หลีกภัย ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๑ คน บาดเจ็บ ๘-๙ คน จนบัดนี้ยังไม่มีใครรับผิดชอบจริง ๆ และยังไร้การเยียวยา ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งช่วยดูแล แก้ปัญหานี้ด้วยครับ และขอฝาก ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ปัญหาที่กระผมได้เคยหารือมาแล้ว ทั้งเรื่องไฟฟ้า ที่ดิน สนามกีฬา สวัสดิการนักกีฬา และอื่น ๆ ด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณพรรณสิริ ตามด้วยท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันได้รับเรื่องแจ้งปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ตำบลป่าแคว อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย โดยขอนำเรียนไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ๒ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรก เป็นปัญหาตลิ่งริมแม่น้ำยมของหมู่ที่ ๑ ตำบลปากแคว ปัญหานี้ เกิดขึ้นอย่างซ้ำซาก เนื่องด้วยกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก แล้วก็ไหลแรง โดยเฉพาะบริเวณตลิ่ง ที่มีปัญหาคดโค้งเป็นเส้นทางยาวจำนวนมาก พี่น้องหวาดผวา ทั้งบ้านพัง ถนนทรุด และ ผลกระทบต่อการเกษตรกรรม ในการนี้ตลิ่งที่มีปัญหาอย่างต่อเนื่องตลอดมาก็ขอให้ได้มีการ สำรวจอย่างจริงจังของภาครัฐที่เกี่ยวข้องหลายส่วน ตลอดจนปัญหาที่เดือดร้อนมากที่สุด จำนวน ๒๐๐ เมตร ที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องโดยเร็ว เพื่อให้พี่น้องได้คลายทุกข์จากปัญหา ดังกล่าวนี้🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาที่เกิดขึ้นบริเวณหมู่ที่ ๔ ตำบลปากแคว อำเภอเมืองสุโขทัย เป็นปัญหาของสะพานเก่าอายุกว่า ๕๐ ปี ลักษณะของสะพานนั้นเป็นสะพานสลิง (Sling) ที่มีการเสื่อมแล้วก็ขาดหลายแห่ง ตลอดจนไม้ก็ผุพัง กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากเช่นเดียวกัน ได้ท่วมเหนือสะพาน ขณะนี้พี่น้องประชาชนก็คงจะเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่งด้วยไม่สามารถที่จะ ใช้ได้แล้ว จึงวอนรัฐช่วยสร้างให้ใหม่🔗
และในเบื้องต้นนี้กับการแก้ปัญหาทั้ง ๒ เรื่องอาจจะต้องมีการสำรวจ อย่างจริงจัง ตลอดจนปัญหาอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องชาวจังหวัดสุโขทัย จึงขอนำเรียน ต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ช่วยเร่งรัด และดำเนินการโดยเร็ว ขอบพระคุณยิ่งค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศรัณย์ ตามด้วยนางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธาน ประมาณ ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือผมได้รับการร้องเรียนจาก นางสาวหัทยา แมนเมือง ซึ่งเป็น ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองคันนา หมู่บ้านนี้ผมเคยหารือในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ไปแล้วครับว่า มีปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ล่าสุดมีการสำรวจเพื่อที่จะบำรุง แล้วก็ซ่อมแซม ระบบประปาหมู่บ้าน แต่หมู่บ้านนี้ก็ยังตกหล่นอยู่ครับ เพราะฉะนั้นผมอยากฝากไปถึง หน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมทั้งสำนักงานกองทุนหมู่บ้านครับ ว่าให้ช่วยเร่งรัดเข้าไปดูแล เนื่องจากหมู่บ้านนี้ผมเคยหารือที่สภาแห่งนี้แล้ว แล้วก็ยังคงตกหล่นอยู่ในปัจจุบันครับ🔗
เรื่องที่ ๒ รับแจ้งจาก นายสมศักดิ์ พันสนิท ซึ่งท่านเป็นอดีตกำนัน ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง เป็นเรื่องของถนนระหว่างบ้านศรีฐานและบ้านวังยางครับ อันนี้เป็นถนนในการดูแลของ อบต. ซึ่งขาดการซ่อมแซมแล้วก็ผุพังมานาน เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง แต่ว่าทาง อบต. ก็จะชี้แจงว่าไม่มีงบประมาณ เพราะฉะนั้นผมคงจะต้องขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลปัญหานี้ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนด้วย เพื่อที่จะไม่ให้เกิด อุบัติเหตุแบบที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องร้องเรียนจาก นายวอน คนเพียร ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน บ้านห้วยเป้า หมู่ที่ ๗ ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย แจ้งปัญหาเกี่ยวกับสะพาน ข้ามแม่น้ำซึ่งอยู่บนเส้นทางระหว่างบ้านห้วยเป้าไปถึงบ้านห้วยไผ่ใต้ เป็นสะพานขนาดเล็ก ที่มีอายุการใช้งานหลายสิบปีแล้วแต่ว่าไม่ได้รับการซ่อมบำรุง แล้วก็ไม่ได้รับการปรับปรุง ถึงแม้ถนนจะมีการขยายแล้วแต่สะพานยังมีขนาดเท่าเดิม ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพราะว่ารถไม่สามารถสวนทางกันได้ บางครั้งรถวิ่งมาถนนใหญ่แต่พอเจอสะพาน สะพาน บีบแคบลงทำให้เกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน จึงฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงทางหลวงชนบทช่วยเข้าไปดูแลปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณไพลิน ตามด้วยคุณรังสรรค์ มณีรัตน์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันเองขอนำเรื่องมาหารือกับ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ๓ เรื่องด้วยกันนะคะ🔗
เรื่องแรก ดิฉันเองได้รับเรื่องร้องเรียนจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวชุมชน บ้านคลองสวน หมู่ที่ ๒ ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ นำโดย นางอุทัยวรรณ แหวนทอง และนายสามารถ จวนแจ้ง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๒ ตำบลแหลมฟ้าผ่า ได้นำประชาชนมายื่นหนังสือร้องเรียนผ่านดิฉัน เนื่องจากโครงการถนน ค.ส.ล. ได้เกิดความชำรุดเสียหาย แล้วก็สะพานทางเดินเท้านี้ก่อสร้างมานานถึง ๒๐ ปี ซึ่งตอนนี้ผุกร่อนไปเป็นจำนวนมาก ประชาชนเกรงว่าจะได้รับความเดือดร้อน และทางเทศบาลแหลมฟ้าผ่าผู้ที่กำกับดูแลได้ทำ โครงการประมาณราคาไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ แต่ติดที่กรมเจ้าท่าที่ไม่สามารถจะอนุญาตให้ ก่อสร้างได้ ก็ขอฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ กรมเจ้าท่าช่วยเร่งรัด แล้วก็ชี้แจงให้กับ ประชาชนได้รับทราบในแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อไปค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนผ่านเฟซบุ๊ก (Facebook) ไพลิน เทียนสุวรรณ โดย นางเดือนเพ็ญ แก้วกาหลง เป็นพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวร้อยเอ็ด มีความเดือดร้อนในเรื่องเกี่ยวกับเอกสารสิทธิที่ดินทำกิน โดยผู้ร้องได้ยื่นเอกสารสิทธิ ไปยังจังหวัดร้อยเอ็ดว่าตนเองอยู่ในกลุ่มที่ต้องได้รับการถือสิทธิเอกสารสิทธิที่ดิน ทีนี้ไม่ได้รับ ความเป็นธรรม ก็ทำหนังสือมาหาดิฉันเพื่อให้ปรึกษาท่านประธาน ดิฉันเองมีหนังสือแนบ ผ่านท่านประธานด้วยนะคะ ก็ขอฝากท่านประธานค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้าย จากกรมชลประทานจังหวัด ประตูระบายน้ำที่ดิฉันเอง ได้หารือผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปบัดนี้ได้แก้ไขแล้ว ดิฉันเองก็ขอกราบขอบพระคุณ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างยิ่ง ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรังสรรค์ ตามด้วยท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนตำบลศรีเตี้ยและตำบลเหล่ายาว อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ได้รับความเดือดร้อนจากการสัญจรและการคมนาคม เนื่องจากบริเวณ ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๑๐ สายท่าลี่-ม่วงโตน บริเวณกิโลเมตรที่ ๑๓ และ กิโลเมตรที่ ๑๔ มีสภาพคับแคบ อีกทั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนทำให้เกิดอุบัติเหตุมาหลายครั้ง ผมจึง อยากฝากท่านประธานถึงกระทรวงคมนาคมให้ช่วยดำเนินการแก้ไขเส้นทางนั้นต่อไปครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมติดตามโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยเลอะ บ้านห้วยแทง หมู่ที่ ๕ ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน และโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยปาง ค่า บ้านห้วยปางค่า ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ซึ่งเรื่องนี้ผมได้เคยหารือ ในที่ประชุมแห่งนี้แต่ก็ไม่มีความก้าวหน้า ผมจึงไปเขียนกระทู้ถาม ถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปรากฏว่าพอถึงคิวกระทู้ถามผมนะครับ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีเลื่อน แล้วก็ไม่มาตอบ จนหมดสมัยประชุมที่แล้ว ทำให้ไม่ทราบเลยนะครับว่า โครงการที่ผมสอบถามไปมีความคืบหน้าอะไร อย่างไรบ้าง จึงขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ มาตอบผมด้วยนะครับ🔗
เรื่องต่อไปครับ ขอให้กระทรวงคมนาคมช่วยจัดหาไฟส่องสว่างบริเวณถนน หมายเลข ๑๐๖ จากบ้านห้วยแหนถึงบ้านป่าไผ่ ตำบลป่าไผ่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ซึ่งช่วงนั้นถ้าเป็นตอนกลางคืนนี่มืดมากทำให้เกิดอุบัติเหตุมาหลายครั้งแล้ว สูญเสียชีวิต และทรัพย์สินพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงขอความอนุเคราะห์กระทรวงคมนาคม ดำเนินการให้ผมอย่างเร่งด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านโกวิทย์ ตามด้วยท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๑ เรื่องครับ เนื่องจากผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในเขตถนนเลียบคลองประปามหาสวัสดิ์ ฝั่งตะวันตกเชื่อมต่อบางกรวย บางใหญ่ ไทรน้อย และนายกเทศมนตรีตำบลบางใหญ่ คุณสามารถ อารยรุ่งโรจน์ ได้ร่วมกันชี้แจงว่าปัญหาที่กระผมจะเรียนท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั่นก็คือการที่ถนนเลียบคลองประปามหาสวัสดิ์ฝั่งตะวันตกเชื่อมต่อ บางกรวย บางใหญ่ ไทรน้อยนั้นไม่มีไฟฟ้าแสงสว่าง ๒ ข้างทาง แล้วก็เป็นอุปสรรคในการ สัญจร ประกอบกับที่นี่ถนนมีความคับแคบทั้ง ๒ ข้างทาง🔗
ท่านประธานครับ ประเด็นอยู่ที่ว่าถนนเลียบคลองประปาในเขตที่ท่านประธานเห็นในภาพ ยามค่ำคืนจะมี ปัญหาเรื่องของการสัญจรเพราะไม่มีเสาไฟฟ้าและแสงสว่างให้กับพี่น้องประชาชนในการ สัญจร ท่านจะเห็นว่าถ้าเป็นอย่างนี้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก เนื่องจากว่าการไฟฟ้าก็มีปัญหา ว่าจะทำอย่างไร เพราะว่าถนนนั้นเป็นของคลองประปา เพราะฉะนั้นการประปานครหลวง ก็จะไม่ให้เทศบาล ซึ่งจริง ๆ เทศบาลทั้งเทศบาลบางใหญ่และเทศบาลบางแม่นางนั้น พร้อมที่จะใช้งบประมาณในการไปดำเนินการขยาย ๒ ข้างทาง แต่ทำไม่ได้ ผมอยากเรียน ท่านประธานว่าทั้งไฟฟ้าและประปานั้นอยู่ในอำนาจของกระทรวงมหาดไทย จึงร้องเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาให้เทศบาลทั้ง ๒ แห่งได้ดำเนินการ จัดให้มีไฟฟ้าแสงสว่างและปรับปรุงถนนโดยด่วนครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเท่าพิภพ ตามด้วยท่านขวัญเลิศ พานิชมาท เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร แบบแบ่งเขต ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมก็ได้นำข้อเดือดร้อนของประชาชน ทั้งในเขต แล้วก็ทั้งประเทศไทยมาปรึกษาหารือท่านประธาน จำนวน ๒ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องแรก วันนี้ก็เป็นวันที่ ๘ แล้วนะครับ หลังจากที่ประกาศกฎกระทรวง เรื่องการผลิตสุรา ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างสายฟ้าแลบ มาตัดหน้า พ.ร.บ. สุราก้าวหน้า ของผมนะครับ ผมก็ได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนมากมายในหลายเรื่องครับ ที่เขาได้ พยายามจะไปใช้กฎกระทรวงใหม่นี่ สุดท้ายมีเรื่องแรกครับท่านประธาน ที่เขาได้ไปนะครับ เป็นเจ้าของที่ทำโรงเบียร์บรูว์ผับอยู่ ก็คือขายอยู่กับที่ แล้วพยายามจะบอกว่าจะไปขอใส่ขวด ขายได้ไหม ซึ่งพอไปถึงกรมสรรพสามิต กรมสรรพสามิตก็บอกว่าให้ไปทำอีไอเอ (EIA) ก่อน พอไปถึงที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดูแล คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ก็บอกว่าดู ฉันมีกฎกระทรวง ฉันมีประกาศของฉันอยู่ บอกว่าคุณต้องทำ ๖๐๐,๐๐๐ ลิตรต่อเดือน หรือ ๗.๒ ล้านลิตรต่อปี สุดท้ายก็ขออีไอเอ (EIA) ไม่ได้ เพราะโรงขนาดไม่ถึง สรุปแล้ว ๒ หน่วยงานนี้เขาคุยกันหรือเปล่าว่าอย่างไร อย่างไรฝากกระทรวงการคลังต้องแก้ กฎกระทรวงให้ลดลง เพราะว่าอันนี้ไม่ได้ปลดล็อกกันจริง ๆ นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องของไฟฟ้าไม่ส่องสว่าง บริเวณถนนเทอดไท ๑๑ อยู่ตรงข้าม เขตธนบุรีเลย อย่างไรก็ฝากทางสภาติดต่อไปยังการไฟฟ้านครหลวง เขตยานนาวา ช่วยเร่ง แก้ไขติดไฟเพิ่มเติม ซ่อมดวงที่เสีย ส่องสว่างทางให้ประชาชน เพื่อให้ประชาชนมองเห็น อนาคตของเขา แม้ตอนนี้จะไม่เชื่อมั่นในรัฐบาล และมันริบหรี่เหลือเกินครับ อย่างไรขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านขวัญเลิศ ตามด้วยท่านประภูศักดิ์ จินตะเวช ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม นายขวัญเลิศ พานิชมาท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอศรีราชา และเกาะสีชังนะครับ ท่านประธานครับ อำเภอศรีราชาในวันนี้มีการพัฒนาอย่างมาก และรวดเร็ว ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมามีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่า จะเป็นเกาะที่ลอยอยู่กลางน้ำ เกาะสีชังที่มีเจ้าพ่อเขาใหญ่อันศักดิ์สิทธิ์ และพระราชวัง จุฑาธุชราชฐานที่เปิดให้เที่ยวชม มีชาวต่างชาติมาทำงานและพาครอบครัวมาอาศัยอยู่ เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น จนได้รับสมญานามว่าเป็นลิตเติ้ลโอซาก้าของเมืองไทย มีทั้งนิคม โรงงาน และฐานการผลิตส่งออกต่าง ๆ มากมาย ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเมือง เศรษฐกิจของภาคตะวันออกเลยก็ว่าได้ แต่การเดินทางมาจากทางเส้นทางหลวงหมายเลข ๗ หรือมอเตอร์เวย์ (Motorway) ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากไม่มีทางออกเข้าสู่ตัวเมืองศรีราชา จึงต้องออกก่อนกว่า ๓๐ กิโลเมตร และใช้เส้นทางเลียบทางด่วนแทน ซึ่งค่อนข้างจะอันตราย เนื่องจากมีรถบรรทุกหัวลากเป็นจำนวนมาก ผมจึงได้นำเรื่องส่งกรมทางหลวง สังกัด กระทรวงคมนาคม พิจารณา และขณะนี้กำลังจะมีโครงการสร้างช่องทางออกมอเตอร์เวย์ (Motorway) ช่วงเข้าตัวเมืองศรีราชา และยังมีจุดพักรถที่ใหญ่และทันสมัยที่สุด ในภาคตะวันออก จึงต้องขอขอบคุณหน่วยงานดังกล่าวมา ณ ที่นี้ด้วยครับ ที่ได้เล็งเห็นถึง ความสำคัญในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี (EEC)🔗
และอยากฝากท่านประธานไปยังกรมทางหลวงอีก ๑ เรื่องครับ เนื่องจาก การขยายตัวของเมืองศรีราชาค่อนข้างรวดเร็ว ทำให้มีประชากรและยานพาหนะจำนวนมาก จนทำให้เป็นปัญหาด้านการจราจรอย่างหนักโดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน จึงอยากให้พิจารณา เรื่องสะพานข้ามเมืองหรือข้ามแยกไฟแดง เพื่อให้ผู้ที่ต้องการผ่านตัวเมืองศรีราชาไม่กระทบ ต่อคนในพื้นที่ เพราะจากกรุงเทพฯ ไปถึงพัทยามีทั้งบูรพาวิถี สะพาน และอุโมงค์ข้ามแยก ไฟแดงต่าง ๆ มากมาย ขาดตรงจุดศรีราชานี่ละครับ ทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวต้องมา ใช้ร่วมกัน ทำให้รถติดหนักมาก ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประภูศักดิ์ ตามด้วยท่านพิบูลย์ รัชกิจประการ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประภูศักดิ์ จินตะเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๙ พรรคเพื่อไทย กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้นำชุมชน พี่น้องประชาชนถึงปัญหา การแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งในปัจจุบันการแพร่ระบาดยาเสพติดนั้นมีความรุนแรง หลายพื้นที่ ในพื้นที่ของกระผม อำเภอบุณฑริก อำเภอนาจะหลวย อำเภอสิรินธร มีการ แพร่ระบาดอย่างหนักเช่นเดียวกัน ล่าสุดเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา เวลาประมาณ ๒๑.๐๐ นาฬิกา มีชายเสพยาบ้าคลุ้มคลั่ง จุดไฟเผาบ้านตัวเองเสียหายทั้งหลัง รวมถึงบ้านเรือนใกล้เคียงก็ได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน เหตุเกิดที่บ้านแก้งสมบูรณ์ ตำบลห้วยข่า อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี นี่คือสถานการณ์ยาเสพติดที่น่าเป็นห่วง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหาย รวมถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ พี่น้องประชาชน รวมทั้งส่วนบุคคลและภาพรวมของสังคม จึงกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมาย และควรมีมาตรการ ป้องกัน ปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นคง ความเชื่อมั่นให้กับ พี่น้องประชาชน🔗
๒. ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายวีระชัย โกษา ผู้ใหญ่บ้านทุ่งเงิน ตำบลบ้านตูม อำเภอนาจะหลวย นายคำพูล พันพุฒ นายก อบต. โนนค้อ นายวิชัย จันทร์ศรี กำนัน ตำบลโนนค้อ อำเภอบุณฑริก ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ใช้ถนน สายบ้านทุ่งเงิน-โนนเจริญ ตำบลบ้านตูม อำเภอนาจะหลวย ถึงทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๒๔๘ ระยะทาง ๔ กิโลเมตร และทางหลวงชนบทหมายเลข ๔๐๒๐ ช่วงบ้านโนนหมากเดือย-บ้านโนนค้อ ตำบลโนนค้อ อำเภอบุณฑริก ระยะทาง ๓ กิโลเมตร ถนนทั้ง ๒ เส้นทางมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ ประชาชนเดินทางสัญจร ลำบาก ทั้ง ๒ เส้นทางนี้อยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลภูจองนายอยและองค์การ บริหารส่วนตำบลบ้านตูม และทางหลวงชนบทจังหวัดอุบลราชธานี จึงกราบเรียน ท่านประธานสภาผ่านไปยังกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิบูลย์ ตามด้วยท่านสมคิด เชื้อคง นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพิบูลย์ รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดสตูล เขต ๑ ก่อนจะหารือกับท่านประธาน กระผมขอขอบพระคุณคณะรัฐมนตรี ที่มีมติเมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ เห็นชอบยกเว้นการปฏิบัติตามมติ ครม. เพื่อการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ ป่าชายเลน จำนวน ๑๑ ไร่ ๒ งาน ๔๐ ตารางวา เพื่อให้ก่อสร้างถนนสายบ้านเขาจีน ถึงบ้านโคกพะยอม ตำบลคลองขุดและตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล ซึ่งเป็นถนนสายทางลัด ที่มีมาก่อนเมื่อปี ๒๕๒๑ และกระผมเคยได้หารือต่อท่านประธานไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนที่ จะหารือในวันนี้คือเรื่องความเดือดร้อนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อกรณีของเป้าหมาย รายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๓ และปฏิบัติการกำหนดขั้นตอน การกระจายอำนาจให้มีรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๕ ตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๕๐ เป็นต้นไป แต่จนถึงขณะนี้ปรากฏว่าได้แค่ร้อยละ ๒๙.๗๒ ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นปัจจัยแรกที่เป็นความเดือดร้อนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ปัจจุบัน พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยรับงบประมาณ โดยบันทึกคำของบประมาณในระบบของสำนักงบประมาณ โดยตรง และงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรส่วนใหญ่เป็นงบจัดสรรตามภารกิจถ่ายโอน ซึ่งบางรายการได้รับการจัดสรรต่ำกว่าความเป็นจริง อีกทั้งในปัจจุบันองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นไม่สามารถที่จะร่วมใช้งบประมาณพัฒนาจังหวัดได้เนื่องจากการกำหนดโดย หลักเกณฑ์ของสภาพัฒน์และสำนักงบประมาณ ปัจจัยทั้ง ๓ ประการที่กล่าวมาเป็นข้อจำกัด อย่างยิ่งต่อความต้องการในการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ และเห็นถึง ความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรงบประมาณระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับส่วนราชการ อื่น ๆ ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดโอกาสในการพัฒนาในทุกด้าน จึงขอให้สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย สำนักงบประมาณ และสำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ร่วมกันวิเคราะห์ข้อเสนอของกระผม และข้อเสนอขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้เสนอไว้กับคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ มาเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกระดับในประเทศไทยด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมคิด ตามด้วยท่านผ่องศรี แซ่จึง ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดอุบลราชธานี ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากพี่น้องชาวอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากว่ามีการที่จะดำเนินการก่อสร้างเขื่อนห้วยบอน ที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี นั่นละครับ ปรากฏว่าผู้ที่ดำเนินการเรื่องนี้แต่ต้นก็คือผู้ใหญ่บุญเหลือ จันทรภักดี อดีตผู้ใหญ่บ้าน บ้านวารีอุดม ตำบลสีวิเชียร ยุคนั้นร่วมกับทางตำบลโซง และ ผู้นำ ๒ ตำบลนี้ต่อสู้เพื่อที่จะให้ได้สร้างเขื่อนห้วยบอน อีกท่านหนึ่งท่านเป็นอดีตนายก ตำบลโซง นายเติม ศรีเนตร ซึ่งปัจจุบันท่านได้เสียชีวิตแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ กรมชลประทานก็ได้ดำเนินการให้งบประมาณ แล้วโครงการนี้ทั้งผู้ใหญ่บุญเหลือและคณะ ก็ได้ถูกบรรจุเข้าไปในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต่อมาก็มีการตั้งกระทู้ถาม ในรัฐสภา ผมนี่ละเป็นคนถาม เมื่อปี ๒๕๕๕ ปรากฏว่าขณะนี้กรมชลประทานก็ได้ตั้ง งบประมาณ ๖๗๘ ล้านบาท และเซ็นสัญญาแล้วด้วย มีเงินแล้วด้วย ปรากฏว่าเนื้อที่ของ เขื่อนห้วยบอน ที่อำเภอน้ำยืนนี้ ใช้เนื้อที่ทั้งหมด ๔๘๒ ไร่เศษ ผู้ที่มอบเนื้อที่ไปแล้วก็คือ ป่าสงวนแห่งชาติ ๑๑๙ ไร่เศษ ป่าไม้ถาวร ๘๖ ไร่ แล้วก็เขต ส.ป.ก. มอบไปแล้ว ๗๒ ไร่ ยังเหลือใครทราบไหมครับท่านประธาน ยังเหลือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เฉพาะอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารยังเหลืออยู่ ๔๒ ไร่ แล้วก็เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม ๑๖๒ ไร่ เหลือเกือบครึ่งไม่มอบพื้นที่ เขาก็ทวงถามแล้วทวงถามอีก เพราะฉะนั้นก็ฝากไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โปรดดำเนินการนะครับ นี่โครงการในพระราชดำริยังล่าช้า ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านผ่องศรี ตามด้วยนางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ ท่านประธานคะ มีเรื่องที่จะนำเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยัง ผู้ที่เกี่ยวข้องนะคะ เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องในเรื่องของอุทกภัยที่ผ่านมา พนังกั้นน้ำที่กั้นระหว่างแม่น้ำมูลกับลำน้ำเสียว ท่านดูในภาพด้วยนะคะ🔗
ในวันที่ประมาณปลายเดือน ประมาณ วันที่ ๒๕-๒๖ กันยายน มันขาด มันพังทลายลง พังก่อนเพื่อนเลยค่ะ ยังไม่ใช่ภาวะที่รุนแรง นะคะ แต่พังแล้ว เพราะฉะนั้นทำให้เกิดน้ำทะลุทะลวงไปทั่วสารทิศ แล้วก็พี่น้องประชาชน เดือดร้อนมากค่ะ ท่วมก่อนเพื่อนเลย เพราะฉะนั้นจากความลึกตรงนี้ประมาณ ๗-๘ เมตร และกว้างประมาณ ๓๐-๓๕ เมตร เจ้าหน้าที่ชลประทานก็พยายามที่จะปิดกั้นให้ได้ภายใน ๑ คืนค่ะ เราพยายาม ตัวดิฉันเองก็ออกไปนะคะ ๒-๓ ทุ่มนี่ออกไปดู แต่เหลือกำลังที่จะทำได้ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ดิฉันจะนำเสนอก็คือว่าพนังตรงนี้ปีที่แล้วก็ขาดค่ะท่านประธาน พังลง เหมือนกัน ปีนี้ก็พังอีก เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะกราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีให้ช่วยลงไปดู ดี ๆ สักทีหนึ่งว่ามันเกิดอะไรขึ้นตรงนี้ ถ้าปีหน้าเราไม่แน่ใจว่ามันจะพังอีกหรือเปล่านะคะ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่ามีผลกระทบเยอะมาก มันทำให้น้ำไหลทะลุทะลวงไปทั่ว🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานคะ อุทกภัยคราวที่แล้ว เขตเลือกตั้งที่ ๘ ของดิฉัน รวมทั้งจังหวัดอื่น ๆ และจังหวัดศรีสะเกษ ได้รับผลกระทบเยอะมากเลย โดยอำเภอราษีไศล ดิฉันมีแม่น้ำ ๓ ลำ ลำเสียว ลำชี ลำมูล พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเฉพาะอำเภอราศีไศล มี ๑๓ ตำบล กระทบไป ๑๑ ตำบล เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เกษตรกรก็ประมาณ ๖,๓๔๑ ราย มีตำบลด่าน ตำบลหนองแค ตำบลบัวหุ่ง ตำบลหนองอึ่ง อะไรประมาณนั้น แล้วก็อำเภอศิลาลาด รวมกัน ๗๐,๐๐๐ กว่าไร่ ท่านประธานคะ อยากขอความกรุณาให้ได้ช่วยเหลือในเรื่องฟื้นฟูพวกนาปรังอะไรพวกนี้ แล้วก็เงินชดเชย ๑,๓๔๐ บาท มันน้อยเกินไปค่ะท่านประธาน ดิฉันคิดว่าจะทำให้พี่น้อง อยู่ไม่ได้ เพราะว่าโควิด (COVID) ก็แล้ว น้ำท่วมก็แล้ว อยากรบกวนนะคะว่าได้พิจารณา เร่งด่วนทันท่วงที ฟื้นฟูหลังน้ำท่วมด้วย ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณญาณธิชา ตามด้วยท่านเกษม ศุภรานนท์ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกลค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องความไม่สบายใจของพี่น้องภาคเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ในภาคตะวันออก มาปรึกษาหารือในสภาแห่งนี้ ๑ เรื่องค่ะ สืบเนื่องจากประเด็นที่มีการ สั่งย้าย นายชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ ๖ เข้าไปทำงาน ในกรมวิชาการเกษตร ในตำแหน่งผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐาน สินค้าพืช ซึ่งเป็นการย้ายนอกฤดูกาล และไม่ได้มีการแจ้งให้เจ้าตัวได้รับทราบมาก่อน จากกรณีนี้ทำให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ทั้งชาวสวนทุเรียน ชาวสวนมังคุด และ ชาวสวนลำไย ต่างพากันเป็นกังวลและตั้งคำถามถึงสาเหตุในการโยกย้ายครั้งนี้ว่าย้าย เพราะสาเหตุอะไร มีเบื้องลึกหรือเบื้องหลังอะไร มีเรื่องเกี่ยวกับการขัดแย้งหรือไปขัด ผลประโยชน์ของคนกลุ่มใดหรือไม่ เพราะการทำงานอย่างเอาจริงเอาจังของ ผอ. ชลธี ในการ ควบคุมคุณภาพทุเรียนนั้นมีการตรวจจับทุเรียนอ่อนอย่างเข้มงวด ทำให้การซื้อขายทุเรียน ด้อยคุณภาพทำได้ยากขึ้น เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ผอ. ชลธีเคยนำทีมเล็บเหยี่ยวตรวจจับล้ง ที่รับซื้อทุเรียนอ่อนแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี สร้างความไม่พอใจให้กับล้ง จนมีการนำ รถยนต์มาจอดปิดขวางทางเข้า ออก พร้อมกับปิดประตูด้านหน้าล้ง จนต้องขอกำลังเสริม ไปยังหน่วยงานความมั่นคงและฝ่ายปกครองในพื้นที่ให้เข้ามาช่วย นอกจากนี้ตัวแทนของล้ง ยังได้มีการอ้างด้วยว่าตนเองเป็นที่ปรึกษาของคนใหญ่คนโตในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข่าวนี้เป็นข่าวที่โด่งดังในพื้นที่มากค่ะ จากการทำงานอย่างมุ่งมั่นตั้งใจของ ผอ. ชลธี และทีมงานเล็บเหยี่ยวในการควบคุมคุณภาพทุเรียน ไม่ให้มีทุเรียนอ่อนและด้อยคุณภาพ ส่งไปขายยังต่างประเทศ ทำให้ ๒ ปีที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ลูกค้า ชาวจีนได้ให้การยอมรับว่าทุเรียนไทยเป็นทุเรียนที่อร่อยและมีคุณภาพ ส่งผลให้ ผอ. ชลธี ได้มีการยอมรับและไว้ใจจากเกษตรกรชาวสวนผลไม้ในพื้นที่ ถึงขั้นได้รับฉายาว่ามือปราบ ทุเรียนอ่อน ในเหตุการณ์ที่มีการสั่งย้ายในครั้งนี้ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ไม่เห็นด้วยในการ สั่งย้ายเป็นจำนวนมาก มีการรวมกลุ่มกันให้กำลังใจไม่ต่ำกว่า ๕๐๐ คน จากที่กล่าวมา ทั้งหมดนี้เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องภาคเกษตรกรอย่างแท้จริง ดิฉันจึงขอให้ผู้มีอำนาจ ทบทวนการสั่งโยกย้ายในครั้งนี้อีกครั้งค่ะ ขอปรึกษาหารือไปยังกรมวิชาการเกษตร และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกษม ตามด้วยท่านเดชทวี ศรีวิชัย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม ศุภรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเศรษฐกิจไทย จังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ ประกอบไปด้วย เขตเทศบาลนครนครราชสีมา เขตเทศบาลหนองไผ่ล้อม เขตเทศบาล โพธิ์กลาง และเขตเทศบาลหนองจะบก ผมได้รับการร้องเรียนจากประธานชุมชนและพี่น้อง เขตโพธิ์กลางครับ ขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรี ผ่านไปหาท่านรองประวิตร วงษ์สุวรรณ แล้วก็ท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา เรื่องค่าตอบแทนประธานชุมชน นานแล้วครับ มีเฉพาะหน้าที่ หน้าที่นี่ยิ่งใหญ่มาก ส่งเสริมการปกครองประชาธิปไตย ประสานงานระหว่างหน่วยงานราชการกับชุมชน พัฒนาแก้ไขปัญหาชุมชน แล้วก็สร้าง ความสามัคคีในชุมชน อันนี้คือบทบาทของประธานชุมชน แต่ไม่มีอำนาจ แต่ไม่มีค่าตอบแทน ใด ๆ ไม่มีเครื่องแบบใส่ ไม่มีกฎหมายรองรับโดยตรง ก็เลยกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง นายกรัฐมนตรีช่วยแก้ไขด้วยเถอะครับ โคราชเรามี ๙๖ ชุมชน กำลังจะแบ่งเอื้ออาทร อีกชุมชนหนึ่ง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้กราบท่านประธานขอความเมตตาไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ขอความเมตตาท่านรองประวิตร และขอความกรุณาท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องที่อยู่อาศัย กรุณาเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นทุนเถอะครับ เขาอยู่มา ตั้งแต่บรรพบุรุษ ปู่ย่าตายาย อยู่มาจนไม่มีหลักฐาน มีแต่ ภ.บ.ท. ๕ ในเขตเมืองนะครับ เขตเทศบาลโพธิ์กลางและเทศบาลหนองจะบก อยู่ในเมืองเลยแต่ไม่มีหลักฐาน ก็เรียนฝาก ท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ที่เกี่ยวข้อง ขอความกรุณาเถอะครับ เปลี่ยนจาก ภ.บ.ท. เป็นหลักฐานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ชาวบ้าน จะได้เอาเข้าธนาคารได้ มีเงินมีทอง เพื่อที่จะให้เศรษฐกิจมันดีขึ้น ก็กราบเรียนด้วย ความเคารพว่าทั้ง ๒ ปัญหาที่ผมกราบเรียนท่านประธานต้องเรียนผ่านท่าน นายกรัฐมนตรีแล้ว ผมหารือมา ๓ ครั้งแล้ว โดยเฉพาะค่าตอบแทนประธานชุมชน แล้วก็ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโดยเฉพาะที่อยู่อาศัย ไม่มีหลักฐานเลย อยู่หน้าทหารอากาศโคราช หนองจะบก แล้วก็อยู่ที่โพธิ์กลางติดค่ายสุรนารี แต่ไม่มีค่าตอบแทน ขอฝากท่านประธาน ๒ เรื่องไปยังนายกรัฐมนตรี ขอความเมตตาไปยังท่านรองประวิตร วงษ์สุวรรณ แล้วก็ท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ด้วยความเคารพ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเดชทวี ตามด้วยท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ นะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเดชทวี ศรีวิชัย พรรคเสรีรวมไทย จังหวัดลำปาง เขต ๔ ครับ วันนี้กระผมจะขออนุญาต หารือเรื่องเดิม ๆ คือเรื่องถนนสายมรณะ ๑๐๔๘ อีกสักครั้ง ท่านประธานก็คงจะจำได้ แล้วก็ คงจะสงสัยอยู่ไม่น้อยว่าทำไม ส.ส. เดชทวีนำเรื่องนี้มาหารืออีก กล่าวคือกระผมจำได้นะครับ ว่าผมได้หารือครั้งแรกในชีวิต ในสภาอันทรงเกียรติตรงนี้ วันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๕ แต่พอ คล้อยหลังวันที่ผมอภิปรายเสร็จ วันที่ ๑๒ สิงหาคม เกิดอุบัติเหตุ ๓ รายซ้อน รวมแล้วช่วงที่ ผมปฏิบัติหน้าที่ ๙๐ วัน เกิดอุบัติเหตุใหญ่ เน้นคำว่าใหญ่เลย ๓๖ ครั้ง ไม่รวมนับมอเตอร์ไซค์ และอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ นะครับ เบื้องต้นทางแขวงการทางก็ได้ทำสีลูกระนาดแก้ไข ปัญหาไปเบื้องต้นแล้ว แล้วก็ช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาสถิติน่ากลัวมาก ๆ เลย เฉลี่ย ๒๒ ครั้ง ต่อเดือน แล้วก็มีอุบัติเหตุล่าสุดรถบรรทุกวัวไปพลิกคว่ำตรงนั้น ทำให้วัวตายเป็นกอง อเนจอนาถต่อสายตาพี่น้องประชาชนที่ผ่านไปผ่านมาเหลือเกินครับ เรื่องนี้ผมจึงขออนุญาต เรียนไปยังท่านประธานสภา ขอความเมตตาจากท่านประธานสภาสักนิดเถอะครับ ได้โปรด นำเรื่องนี้ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ว่ากระผม และพี่น้องประชาชนขอกราบเรียนเชิญท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ได้โปรดมีความเมตตาลงไปดูสักหน่อยเถอะครับ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง เพราะที่นี่ ผมว่าถ้าหากจะปล่อยเรื้อรังไป สถิติเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศเลย แล้วที่สำคัญที่สุด กระผมจะนำผู้นำและพี่น้องประชาชนรอต้อนรับท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ด้วยความจริงใจอย่างอบอุ่นและด้วยความยินดียิ่ง กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอัครเดช ตามด้วยท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมี ความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่อำเภอบ้านโป่งมากราบเรียนท่านประธาน เพื่อส่งให้ หน่วยงานที่รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการ ๕ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เรื่องถนนเลียบทางรถไฟ บริเวณหมู่ที่ ๑๐ และหมู่ที่ ๑๑ ตำบลนครชุม ต่อเนื่องหมู่ที่ ๒ ตำบลสวนกล้วย ชำรุดเสียหาย ขอให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาดำเนินการด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมทางหลวงชนบทได้พิจารณาทำถนนเลียบคลอง ชลประทานจากสะพานเกือกม้าข้ามทางรถไฟ ที่บ้านดงยาง ตำบลสวนกล้วย ผ่านเขต เทศบาลเมืองบ้านโป่งไปยังถนนแสงชูโต ที่ตำบลปากแรต เพื่อเป็นถนนวงแหวนเส้นใหม่ ให้พี่น้องประชาชน เพื่อลดการจราจรติดขัดในเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง โดยเฉพาะช่วงเวลา นักเรียนเข้าเรียนและช่วงเลิกเรียน ซึ่งการจราจรติดขัดมาก จึงขอให้กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้ทำฟุตพาท (Footpath) และท่อระบายน้ำ ริมถนนสายสามแยกกระจับถึงถนนเพชรเกษม บริเวณเขตเทศบาล ตำบลกระจับครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ได้รับการร้องเรียนจากราษฎรในพื้นที่อำเภอบ้านโป่ง ที่เลี้ยง ปลาสวยงาม ว่ากรมประมงได้ออกประกาศห้ามเลี้ยงปลาเรืองแสง โดยทางราชการไม่ได้มี มาตรการในการรองรับ รวมถึงไม่ได้แจ้งให้เกษตรกรมีเวลาในการเตรียมตัว จึงทำให้เกิด ความเดือดร้อน จึงขอให้กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พิจารณาดำเนินการ แก้ไขด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๕ ตลิ่งริมแม่น้ำแม่กลอง ที่บริเวณหมู่ที่ ๘ ตำบลนครชุม อำเภอบ้าน โป่ง ทรุด ทำให้บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย ขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
จึงขอกราบเรียนท่านประธาน ๕ เรื่องครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมมุติ ตามด้วยท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ จังหวัดปัตตานี อำเภอยะรัง อำเภอมายอ อำเภอทุ่งยางแดง ผมมีเรื่องหารือให้ท่านประธานส่งหนังสือถึงกระทรวงต่างประเทศ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อประสานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องของประเทศมาเลเซีย ท่านประธานครับ จากการที่ตัวแทนพรรคประชาชาติได้ไป เยี่ยมเยียน พบปะนักศึกษาไทยในประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีนักศึกษาประมาณ ๔๑๗ คน กระจายตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ปัญหาที่เราได้รับฟังจากตัวแทนนักศึกษาก็คือ ๑. ไม่มีทุน ๒. สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซียทำวีซ่า (Visa) และเก็บหนังสือเดินทางของนักศึกษา ต่างชาติเป็นระยะเวลานานโดยไม่มีเหตุผล ที่แย่กว่านั้นก็คือหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องวีซ่า (Visa) ในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติมาเลเซีย นักศึกษาไทย ศึกษาอยู่ไม่ต่ำกว่า ๑๕๐ คน ส่งผลกระทบก็คือโดนเสียค่าปรับ ต้องพักการเรียน ไม่สามารถ เดินทางกลับประเทศได้ ถูกคุกคาม🔗
ท่านประธานครับ สิ่งที่ตัวแทนนักศึกษาได้เสนอก็คือควรมีความโปร่งใส กับนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากการยื่นคำร้องวีซ่า (Visa) ๒. ให้ประสานกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในการยื่นคำร้องขอวีซ่า (Visa) สำหรับนักศึกษาต่างชาติว่ามีปัญหาอะไร ๓. ให้ประสานเพื่อให้ทางประเทศมาเลเซียอำนวยความสะดวกและแก้ปัญหาต่าง ๆ ของ นักศึกษา ๔. ให้ประสานเพื่อให้ทางประเทศมาเลเซียดำเนินการปรับปรุงและเพิ่ม ประสิทธิภาพของหน่วยงานที่ดูแล ท่านประธานครับ นักศึกษาต่างชาติมาที่นี่เพื่อแสวงหา ความรู้ และไม่สมควรได้รับการปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรม ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ตามด้วยท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม นะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ขณะนี้มีปัญหาเรื่องแรงงานเกิดขึ้น ในโลกก็มีข่าวเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าเฟซบุ๊ก (Facebook) หรือเมทาเวิร์ส (Metaverse) เมื่อคืนก็ประกาศว่าจะปลดคนงานถึง ๑๑,๐๐๐ คน ซึ่งก็เป็นสภาวะของตลาดนี้ที่จะมีความลำบากมากขึ้น ในบ้านเรานี่ก็คงมีปัญหาเช่นกัน ครับ แล้วประเด็นก็คือว่ากฎหมายแรงงานที่เรามีอยู่ให้ความเป็นธรรมกับผู้ใช้แรงงานเพียงใด ก็มีกรณีที่ผมได้รับจาก คุณจตุรงค์ ไพรสิงห์ ได้นำเสนอให้ผมทราบว่ามีความไม่เป็นธรรม เกิดขึ้นจากลูกจ้างที่ทำงานอยู่ถึง ๑๒ ชั่วโมง แต่กลับไม่ได้รับโอที (OT) ทั้งนี้ก็เกิดขึ้น เนื่องจากมีการตีความ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ ที่ว่าให้ทำงานสัปดาห์ละ ๔๘ ชั่วโมง นายจ้างก็ไปบิดเรื่องนี้จนเกิดเป็นกรณีฟ้องร้องขึ้นในศาล ซึ่งฝ่ายลูกจ้างก็แพ้มา ๒ ศาลแล้ว แล้วก็อาทิตย์หน้าในวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ศาลฎีกาก็จะมีการพิพากษาประเด็นนี้ว่าทำงาน ถึง ๑๒ ชั่วโมงต่อวัน แต่ว่าสัปดาห์ไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมงก็จะไม่ได้โอที (OT) เพราะว่ามีการ ตีความเรื่องของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ นี้ กระผมจึงขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่าน ประธานเพื่อส่งต่อไปยังกระทรวงแรงงานให้โปรดพิจารณาประเด็นนี้ ศาลจะพิพากษา อย่างไรก็แล้วแต่ ท่านจะต้องไปแก้ไขกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ นี้ให้สอดคล้องกับกฎหมาย แรงงาน กฎหมายคุ้มครองแรงงาน เพื่อให้ลูกจ้างที่ทำงานต้องได้รับโอที (OT) ตามที่ กฎหมายกำหนด ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอุบลศักดิ์ ตามด้วยท่านเอกการ ซื่อทรงธรรม ท่านสุดท้าย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี ขออนุญาตหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลพบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อำเภอโคกสำโรง อำเภอหนองม่วง อำเภอพัฒนานิคม ต้องกราบเรียนว่า ประเด็นที่ ๑ นั้นขออนุญาตกราบเรียนไปหารือถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมป่าไม้ เหตุเกิดราษฎรตำบลวังเพลิง ตำบลเพนียด ซึ่งอนุญาตให้บริษัทเอกชนขึ้นไปสำรวจ เพื่อจะ ทำกังหันลมบนยอดเขา ท่านประธานที่เคารพ จะเห็นภาพว่าวันนี้ตำบลเพนียด ๑๐ หมู่บ้าน ได้มาร้องเรียนกับผมอยากให้ยุติ เพราะเขาดังกล่าวนั้นจะใช้ที่ประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าไร่ และบริเวณนั้นอีก ๑๐,๐๐๐ ไร่ ในพื้นที่ดังกล่าวนั้นต้องกราบเรียนว่ายามน้ำมาก ฝนตก ก็สามารถชะลอความเดือดร้อนของราษฎรได้ เมื่อยามแล้งก็สามารถจะเก็บน้ำ อ่างเก็บน้ำ ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่นั้น เพื่อไว้ให้ราษฎรได้ใช้ ประเด็นนี้อยากหารือว่ากรมป่าไม้ทำไมถึง อนุญาตให้บริษัทเอกชนเข้าไปทำมาหากิน ทำให้ตัดต้นไม้ ทำลายป่าไปจำนวนมาก🔗
ประเด็นที่ ๒ ตำบลวังเพลิง ราษฎรได้มาอาศัยอยู่ ปลูกบ้านเรือนอยู่มา หลายสิบชั่วคน แต่ราษฎรจะปลูกมันสำปะหลังเพื่อยังชีพก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ ทางราชการห้ามทำ เขาขอทำเพียงแต่เพื่อยังชีพ เลี้ยงชีพในครอบครัวเท่านั้น🔗
ประเด็นที่ ๓ ต้องกราบเรียนว่าพี่น้องชาวอำเภอหนองม่วง อำเภอโคกสำโรง อำเภอพัฒนานิคม และอีกหลายอำเภอ ซึ่งราษฎรไม่มีที่ทำกิน อาศัยอยู่ เช่าบ้านไป วัน ๆ หนึ่ง ค่าเช่าก็ไม่มีที่จะให้เช่าเพราะไม่มีงานทำ ประชาชนเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส จึงอยากจะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดหาที่ทำกินให้กับเกษตรกรที่ไร้ที่ทำกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานการปฏิรูปที่ดินนั้นก็สามารถจะหางบประมาณมาจัดสรรที่ดิน ให้กับราษฎร ลดความเดือดร้อนไปได้ระดับหนึ่ง ขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปท่านสุดท้าย ท่านเอกการ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเอกการ ซื่อทรงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ ผมมีเรื่องหารืออยู่ ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับหนังสือจากภาคประชาสังคมอำเภอร้องกวาง นำโดย นายดนัย ทุ่งพนม ประธานคณะทำงาน เรื่อง ขอให้ผลักดันงบประมาณในการยกระดับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ ให้เป็นวิทยาเขต ในโครงการจัดตั้งวิทยาลัยการ ป่าไม้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ ถ้าโครงการยกระดับเป็นผลสำเร็จ สามารถ ที่จะได้รับงบประมาณจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมโดยตรง โครงการนี้เป็นประโยชน์อย่างมากในการพัฒนาการศึกษานวัตกรรม วิทยาศาสตร์ องค์ความรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาทรัพยากรป่าไม้และเสริมสร้างเศรษฐกิจ ของจังหวัดแพร่ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องความเดือดร้อนจาก นายไพบูลย์ ช่างทองเก่ง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๔ ตำบลหัวเมือง อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เรื่องการทวงถามค่าเวนคืนที่ดิน โครงการก่อสร้างไฟฟ้าทางคู่สายเหนือ ในพื้นที่หมู่ที่ ๔ และหมู่ที่ ๘ ตำบลหัวเมือง อำเภอสอง ประชาชนในพื้นที่ร่วม ๖๓ รายยังรอความชัดเจน ทำให้ไม่สามารถใช้พื้นที่ ในการปลูกข้าวโพดเพื่อสร้างรายได้ ซึ่งตอนนี้เข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวแล้ว ขอฝากการรถไฟ แห่งประเทศไทยช่วยเร่งรัดค่าเวนคืนที่ดินด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ผมได้รับเรื่องจาก นายชัยยานนท์ สอนมา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๓ ตำบลวังหลวง อำเภอหนองม่วงไข่ เรื่อง ขอให้ช่วยติดตามโครงการก่อสร้างแนวเรียงหิน ป้องกันตลิ่งพังหลังประปา ในพื้นที่หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ และหมู่ที่ ๕ ตำบลวังหลวง พื้นที่ดังกล่าว อยู่ติดกับแม่น้ำยม โครงการนี้ได้ผ่านมติเห็นชอบไปนานแล้ว จึงขอฝากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งรัด เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบพระคุณ ครับ ท่านสมาชิกครับ การหารือของท่านสมาชิกเราทั้ง ๓๐ ท่านก็จบนะครับ🔗
ขณะนี้ได้มี ท่านสมาชิกมาเข้าชื่อประชุม จำนวน ๒๖๖ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอเปิด การประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะถามตอบกระทู้ถาม ตามระเบียบกระทู้ถาม ผมขอเรียนให้ที่ประชุมทราบว่าสำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะได้ไปดำเนินการ ถามและตอบในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ชั้นล่าง บริเวณชั้น ๑ ควบคู่กันไปกับการพิจารณา กระทู้ถามสดด้วยวาจาและกระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถามที่ ๒๐๘ ส. (นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือท่านสาธิต ปิตุเตชะ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ขณะนี้ ท่านรัฐมนตรีพร้อมแล้ว ขอเชิญท่านมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ได้ถามเลย เชิญครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธาน ดิฉัน มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงกระทรวงสาธารณสุข โดยท่านรัฐมนตรีนะคะ สืบเนื่องจากว่าหลังสถานการณ์โรคระบาดโควิด (COVID) ซึ่งเรามี ประสบการณ์ใหม่เกิดขึ้นเยอะแยะมากมายเลย แล้วก็จากการลงพื้นที่ของสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในแต่ละพื้นที่นะคะ เราก็ล้วนแล้วแต่ได้รับข้อสังเกต แล้วก็ ได้รับข้อร้องเรียน ร้องทุกข์ แล้วก็ข้อหารือจากพี่น้อง อสม. แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ในส่วนของ รพ.สต. ทั่วประเทศ ก็ยังอยากจะฝากเรื่องสอบถามนี้ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี อันแรก คืองานด้านสาธารณสุขมูลฐานเพื่อสุขภาพประชาชน อันที่ ๒ คือเรื่องความคืบหน้า ด้านประสิทธิภาพการทำงานและขวัญกำลังใจของ อสม. ทั่วประเทศเป็นอย่างไร แบบไหน รวมทั้งเรื่องประสิทธิภาพของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือว่า รพ.สต. ซึ่งทั้งหมดนั้น กระจายอยู่ทั่วประเทศค่ะ🔗
ท่านประธานคะ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือว่า อสม. มีทั้งประเทศล้านกว่าคน ๑,๐๓๐,๐๐๐ กว่าคนนะคะ รวมทั้งอาสาสมัครสาธารณสุข กรุงเทพมหานครหรือ อสส. อีกจำนวนกว่า ๑๐,๕๐๐ กว่าคน รวมแล้วทั้งหมดก็เป็นพี่น้อง ที่ทำงานอย่างเหนื่อยยาก ๑,๐๕๐,๐๐๐ กว่าคน อย่างที่บอกค่ะว่าสมาชิก อสม. ของเรานั้น เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็พยายามในการที่จะจัดสรร บุคลากรเพื่อให้เพียงพอต่อพัฒนาการทางด้านสาธารณสุขต่าง ๆ ของทั้งประเทศ แล้วก็ ทุกหมู่บ้านด้วย พวกเขาขาดค่าตอบแทนมาโดยตลอด จนกระทั่งมามีการผลักดันให้เกิด ค่าตอบแทนในช่วงสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีและที่สำคัญก็คือมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในสมัยนั้น แล้วเราก็ได้ค่าตอบแทนมาในระดับหนึ่ง แต่พูดตรง ๆ ก็คือ ยังไม่เพียงพอ อย่างที่บอกค่ะว่าในเมื่อทุกฝ่าย ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ไม่ว่า จะเป็นผู้บริหารระดับรัฐกิจต่าง ๆ หรือทางภาครัฐระดับบนทั้งหลายก็ล้วนแล้วแต่ชื่นชม อสม. ทุก ๆ คนหรือสมาชิกสภาแห่งนี้ก็ล้วนแล้วแต่ชื่นชม อสม. ไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่น มีอะไรก็ไปใช้ อสม. อสส. ไม่ว่าจะเป็นท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือแม้กระทั่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดเวลาสั่งงาน พอไปถึงระดับหน่วยงาน ในระดับท้องถิ่น หมู่บ้านก็จะไปใช้ อสม. แม้กระทั่งปัจจุบันนี้สมาชิก อสม. อสส.แทบที่จะเป็นญาติสนิทมิตรสหายและแทบจะ เป็นลูกจริง ๆ ของพ่อแม่เราซึ่งอยู่ต่างจังหวัดแล้ว ท่านประธานคะ ค่าตอบแทน อสม. เขาก็สอบถามมา แน่นอนว่ามีจุดเริ่มต้นไว้ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ แต่ปัจจุบันนี้เมื่อทุกคนชื่นชมและเมื่อทุกคนชื่นชอบมีแนวโน้มอย่างไร หรือไม่ ในการที่ ค่าตอบแทนของเขาจะมีเพิ่มขึ้นได้มากกว่านี้ และออกเป็นกติกา เป็นกฎหมาย เป็นพระราชบัญญัติ ไม่เพียงแต่ว่าพอเกิดเหตุการณ์ครั้งหนึ่ง แล้วก็มีการไปอนุมัติงบกลาง เพียงครั้งหนึ่ง ให้เขาเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันภารกิจไม่ได้จบสิ้น อีกส่วนหนึ่งคือเมื่อภารกิจมันค่อนข้างโหลด (Load) แล้วก็งานไม่ว่าจะเป็นด้านท้องถิ่น ด้านส่งเสริมสุขภาพ ด้านดูแลบริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน ขั้นมูลฐานต่าง ๆ ก่อนที่จะไปถึง โรงพยาบาล หรือก่อนที่จะไปถึงภาวะวิกฤติของสุขภาพร่างกายของพี่น้องประชาชนนี่นะคะ อสม. ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่จะต้องเพิ่มทั้งศักยภาพกำลังแรงกาย แรงใจ และรวมทั้งปัจจัย แม้กระทั่งค่าเติมน้ำมันมอเตอร์ไซค์ ที่จะไปบ้านพ่อแม่พี่น้อง บ้านปู่ย่าตายายที่อยู่ตามพื้นที่ ห่างไกลต่าง ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ทุรกันดาร อีสาน เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ทั้งหมด เลยค่ะ แล้วอย่างที่บอกว่าปัจจุบันนี้คนที่อยู่ในวัยทำงาน หรือแม้กระทั่งลูกหลานที่อยู่ใน วัยเรียน ล้วนแล้วแต่ไม่ค่อยได้มีใครอยู่ประจำพื้นที่หรือท้องถิ่น เพื่อที่จะดูแลพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ปู่ย่าตายายของพวกเขา เพราะฉะนั้น อสม. จึงเป็นเหมือนลูกเกือบจะแท้จริง ของพ่อแม่ ปู่ย่าตายายเหล่านั้น ดังนั้นดิฉันจึงเห็นสมควรว่าอยากจะให้กระทรวงสาธารณสุข ได้บูรณาการ ได้ดูแลสวัสดิภาพ สวัสดิการ และออกเป็นกติกาที่สามารถเพิ่มค่าตอบแทน ให้พวกเขาได้อย่างยั่งยืน🔗
ท่านประธานคะ จริง ๆ แล้วก็ต้องกราบขอบพระคุณรัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรี ที่เคยอนุมัติงบประมาณรายจ่ายเป็นงบประมาณกลาง ปี ๒๕๖๕ จำนวนตั้ง ๑,๐๐๐ บาท เพื่อที่จะจ่ายเป็นค่าตอบแทนในระยะ ดิฉันไม่แน่ใจว่ากี่เดือนนะคะ แต่พอหมดก็คือหมดเลย ถ้าจะให้เพิ่มก็คือจะต้องไปของบประมาณกลางอีกทีละลอต (Lot) แล้วกว่าที่ท่านจะขอ และกว่าที่ท่านจะได้นี่ มันจะต้องดีเฟนด์ (Defend) งบกลางค่อนข้างเยอะมาก และที่ได้มา ตอนที่ดูแลพวกเขาตอนช่วงระบาดโควิด (COVID) ก็ได้แค่ประมาณเดือนละ ๕๐๐ บาท และไม่กี่เดือนเท่านั้น แล้วปัจจุบันนี้โรคระบาดก็ยังไม่ได้หมดไป ทุกคนยังใส่หน้ากากอยู่ แต่ขณะเดียวกันงบกลางที่ท่านให้ไป ๒-๓ เดือนหมด หมดแล้วท่านจะขออย่างยั่งยืนได้ อย่างไรและแบบไหน ดิฉันว่าเรามีงบประมาณมากมายในการที่จะจัดสรรไปลง การก่อสร้าง การสร้างโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ เป็นตึกรามบ้านช่องอื่น ๆ แต่ดิฉันว่าเรื่องของขวัญกำลังใจ ค่าตอบแทนที่จะให้กับบุคลากร อันเป็นบุคคลซึ่งสำคัญและมีคุณค่าทางด้านจิตใจสำหรับ ญาติพี่น้องของเราที่อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างทั่วถึง อันนี้สำคัญยิ่งกว่า เพราะฉะนั้นดิฉันจึงฝาก เรื่องนี้ไปถึงท่านรัฐมนตรี เพื่อที่จะขอทราบรายละเอียดว่ามันมีกลไกอะไรไหมในการที่จะให้ ค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นและยั่งยืน แล้วก็เป็นสิ่งการันตี (Guarantee) อันที่ ๒ ก็คือมีวิธีการไหน ไหมที่จะลดความโหลด (Load) ของ อสม. อสส. โดยการเพิ่มบุคลากรให้มากขึ้น เพื่อการ ดูแลอย่างทั่วถึง และมันมีการจะเพิ่มบุคลากรอื่น ๆ และประสิทธิภาพอื่น ๆ ได้อย่างยั่งยืน อย่างไรบ้าง🔗
อันที่ ๒ ก็คือกรณี รพ.สต. ท่านคะ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล เริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ โดยขณะนั้นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข ชื่อ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ปัจจุบันเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ท่านคะ จากที่เป็นอนามัยประจำตำบล วันนี้เราเป็นโรงพยาบาล ขณะเดียวกันสิ่งนี้เมื่อเป็นประโยชน์และเกิดขึ้นทั่วประเทศนะคะ แต่ถ้าหากว่ารัฐบาลใด ๆ ก็ตาม รัฐมนตรีใด ๆ ก็ตาม เมื่อมาทำหน้าที่ในการบริหารผลักดันนโยบายต่อเนื่องก็ควรจะมี การต่อยอดใช่ไหมคะ ซึ่งดิฉันก็ทราบว่าท่านก็คงต่อยอดอยู่ แต่ปัจจุบันนี้มันมีความสับสน ระหว่างการที่ รพ. สต. โอนภารกิจไปให้กับท้องถิ่น แล้วท้องถิ่นก็ยังรับภารกิจเรื่องนี้จาก ทางกระทรวงสาธารณสุขไม่หมด ประชาชนยังมีความสับสนตรงนี้อยู่ แล้วก็ท่านบูรณาการ ร่วมกันระหว่างทางท้องถิ่นคือกระทรวงมหาดไทยกับทางนโยบายกลางคือกระทรวง สาธารณสุขอย่างไร เพราะว่าแน่นอนเรื่องของยา หมอ แพทย์ พยาบาลประจำในพื้นที่ รพ.สต. ก็จะต้องเป็นเรื่องของทางกระทรวงสาธารณสุข แต่ขณะเดียวกันทางท้องถิ่นที่รับ ภารกิจไปท่านบูรณาการกันอย่างไร และเขาเชี่ยวชาญพอไหม แล้วประชาชนสามารถที่จะ ฝากความหวัง ฝากชีวิต ฝากผีฝากไข้ไว้ได้จริง ๆ หรือเปล่า ดิฉันอยากทราบความคืบหน้าของการบริการเหล่านี้และการดูแลเหล่านี้ ที่สำคัญที่สุดก็คือ ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลทุก ๆ รัฐบาล นั่นก็คือว่าเราต้องการ จริง ๆ แล้วเราอยากจะให้ มีคุณหมอคือแพทย์ นายแพทย์ที่แท้จริงในการที่จะไปอยู่ประจำ รพ.สต. เหล่านั้น แต่ปัจจุบัน การดูแลงบประมาณเพื่อที่จะคัดสรรบุคลากรซึ่งเป็นแพทย์จริง ๆ ไปประจำ รพ.สต. มีจริงไหม เพราะปกติพอดิฉันลงพื้นที่หรือไปเจอพี่น้อง รพ.สต. ส่วนใหญ่ก็จะมีเฉพาะ พยาบาล ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาชีพ แล้วก็เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล ฝ่ายบันทึกข้อมูล แล้วก็จะมี เจ้าหน้าที่อื่น ๆ ซึ่งพูดตรง ๆ ก็คือไม่ใช่หมอใหญ่ ไม่ใช่แพทย์ แล้วทีเวลามีฉุกเฉินหรือมี อะไรต่าง ๆ พวกเราก็จะเจอ อสม. แล้วก็จะเจอเฉพาะพยาบาลที่อยู่ประจำ อย่างนี้เป็นต้น ดิฉันอยากจะทราบว่าความคืบหน้าหรือแผนในการดูแลเรื่องเหล่านี้ของกระทรวงสาธารณสุข ไปถึงไหน อย่างไร และขณะเดียวกันกรณีของการดูแลนโยบายทางด้านงานสาธารณสุข มูลฐานเพื่อสุขภาพประชาชน ซึ่งจะมีทั้งหมด ๔ หมวด แล้วท่านก็เคยอธิบายว่ามีทั้งหมด ๔ หมวด แล้วก็มีภารกิจทั้งหมด ๑๔ ข้อ ใน ๑๔ ข้อนี้🔗
ขออนุญาต ขัดจังหวะนิดเดียวครับ แจ้งท่านมัลลิกา เรามีเวลา ท่านมีเวลาเหลืออยู่อีกแค่ ๕ นาทีนะครับ ฉะนั้นท่านจะต้องรีบถามได้แล้ว ท่านจะต้องรีบถาม เพราะท่านต้องถามอีกหลายคำถาม เรามีเวลาฝ่ายถามและฝ่ายตอบ ฝ่ายละ ๑๕ นาทีเท่านั้น เชิญครับ🔗
ขอบคุณค่ะ สรุปเลย ก็คือว่างานสาธารณสุขมูลฐานเพื่อสุขภาพประชาชนทั้งหมดนั้น ภารกิจเหล่านี้ท่านมอบ ภารกิจนี้ให้กับใคร อย่างไร และถึงไหน คือภารกิจเรื่องของสาธารณสุขมูลฐานต่าง ๆ เหล่านี้ ใช่ภารกิจของ อสม. ไหม แล้วจะโหลดเกินไปหรือเปล่า แล้วจะทำให้เขาสร้างประสิทธิภาพนี้ ได้อย่างไร ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ดิฉันอยากจะฝากกราบเรียนท่านประธานไปถึงกระทรวง สาธารณสุข ท่านรัฐมนตรี ซึ่งแต่ละท่านก็ทราบว่าท่านมีภารกิจและทำงานค่อนข้างหนัก และท่านก็ลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอในการดูแลเรื่องเหล่านี้นะคะ แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้น ก็เพื่อศักยภาพ ประสิทธิภาพ และการพัฒนาการที่ดีทางด้านสาธารณสุขของประเทศไทย ของเรานะคะ เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ตอบคำถามเพื่อนสมาชิก ท่านมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข นะครับ ผมขออนุญาต ตอบคำถามเป็นภาพรวม อาจจะไม่ได้เฉพาะเจาะจงไปในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ว่าก็จะพูดถึง เรื่องของระบบการดูแลที่กระทรวงสาธารณสุขได้วางแนว ซึ่งเน้นเรื่องการส่งเสริม ป้องกัน แล้วก็ดูเรื่องการรักษาไปในขณะเดียวกัน ต้องขอบคุณท่านมัลลิกาที่ได้ให้ความสำคัญ ในเรื่องของการเป็นห่วงในเรื่องของขวัญกำลังใจของพี่น้อง อสม. ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงกับทาง รพ.สต. หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ซึ่งมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็น แม่งานหลักนะครับ ทั้งหมดนี้คือการวางระบบในการดูแลในเรื่องของการแพทย์ปฐมภูมิ หรือการส่งเสริม ป้องกันเป็นหลัก รพ.สต. เรามีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในขณะนี้ทำงานร่วมกัน กับโรงพยาบาลชุมชนประจำอำเภอ ในแง่ของการรักษาน่าจะมีเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ รพ.สต. จะทำหน้าที่ประสานกับแพทย์ประจำโรงพยาบาลประจำอำเภอ ใช้วิธีการปรึกษา ผ่านระบบเทเลเมดิซีน (Telemedicine) ถ้า รพ.สต. เหล่านั้นมีสัญญาณที่ชัดเจนนะครับ คุณหมอในการรักษาเบื้องต้นก็จะให้คำแนะนำผ่านทางระบบเทเลเมดิซีน (Telemedicine) หรือระบบออนไลน์ (Online) แน่นอนที่สุดงานส่งเสริม ป้องกันที่ อสม. ได้รับก็จะต้องดูแล ร่วมกันกับ รพ.สต. ในการที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ส่งเสริม ป้องกันทั้งโรคระบาด เพราะฉะนั้น ที่ท่านมัลลิกาได้พูดถึงการปฏิบัติหน้าที่ของทั้ง รพ.สต. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รวมทั้ง อสม. ที่ผ่านสถานการณ์โควิด (COVID) มา เราจะเห็นได้ชัดเจนนะครับว่า รพ.สต. และ อสม. เป็น ด่านหน้าที่เขาปฏิบัติหน้าที่และประสบความสำเร็จ เขาเป็นทั้งการทำหน้าที่ในการสอบสวนโรค ควบคุมโรคไปพร้อมกัน ผ่านการให้องค์ความรู้ จากคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อประจำจังหวัด กระทรวงได้ให้ความสำคัญในแง่ของ การจัดคนหรืออุปกรณ์ในการส่งเสริม ป้องกัน หรือส่งเสริมเรื่องกายภาพ หรือส่งเสริม เรื่องแพทย์แผนไทยไปยัง รพ.สต. ที่มีความพร้อมและสามารถให้บริการประชาชนในพื้นที่ นั้น ๆ ได้ รพ.สต. ที่มีความพร้อม มีความทันสมัย ถ้าท่านมัลลิกาได้มีโอกาสไปก็จะพบว่า มีประชาชนมาใช้บริการ ทั้งแพทย์แผนไทยก็ดี ทั้งมาใช้บริการนวดแผนไทย มาปรึกษาแพทย์ ก่อนที่จะเดินทางไปโรงพยาบาลประจำอำเภอหรือโรงพยาบาลชุมชน มีหมอให้คำปรึกษา มีการลงพื้นที่ไปกับ อสม. ในการดูแลพี่น้องประชาชน นี่คือการวางระบบในแง่ของ การส่งเสริม ป้องกันหรือแพทย์ปฐมภูมิ กระทรวงสาธารณสุขยกระดับนโยบาย ๓ หมอ หมอคนที่ ๑ ก็คือ อสม. หมอคนที่ ๒ คือหมออนามัย ก็คือเจ้าหน้าที่ รพ.สต. และหมอ คนที่ ๓ ก็คือคุณหมอที่ประจำในโรงพยาบาลทุกโรงพยาบาล ๓ หมอจะทำงานประสานกัน ในการดูแลพี่น้องประชาชนในด้านของสุขภาพ ตั้งแต่ส่งเสริม ป้องกัน มาถึงการรักษา นี่คือ การวางนโยบายหลัก อสม. ที่ท่านมัลลิกาเป็นห่วง ก็ต้องขอบคุณแทนพี่น้อง อสม. ทั่วประเทศ ๑,๐๕๐,๐๐๐ คน ที่เป็นที่ยอมรับและเป็นที่รู้จักของทุกประเทศในโลกนี้ก็ว่าได้ นะครับ เพราะในช่วงที่มีสถานการณ์โควิด (COVID) อสม. ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และผมจำได้เลยนะครับ ในสภาแห่งนี้เพื่อนสมาชิกที่ทั้งฝ่ายค้าน ทั้งฝ่ายรัฐบาล ลุกขึ้นมา ขอค่าตอบแทนเพิ่มให้กับ อสม. จากเดิมที่ได้ ๑,๐๐๐ บาท ขอเป็น ๑,๕๐๐ บาท รัฐบาล ก็จัดสรรให้กับพี่น้อง อสม. ไปแล้ว ๑,๕๐๐ บาท ตั้งแต่เริ่มมีสถานการณ์โควิด (COVID) จนถึงขณะนี้ สิ้นสุด ณ เดือนกันยายน ปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ส่วนในสถานการณ์หรือว่าใน ปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๖ ที่ท่านมัลลิกาได้สอบถามความชัดเจน ผมเข้าใจว่าผมได้ทำหนังสือ ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะที่ดูแลกรมสนับสนุนบริการ สุขภาพ เพื่อที่จะขอค่าตอบแทนเป็น ๑,๕๐๐ บาทตลอดไป ซึ่งอันนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับท่าน นายกรัฐมนตรี แล้วก็ ครม. จะอนุมัติให้หรือไม่ในอนาคต แต่ผมย้ำกับท่านมัลลิกา กับเพื่อนสมาชิกว่าเราจะต้องย้ำหลักการที่สำคัญของ อสม. ทั่วประเทศ ว่า อสม. ทั่วประเทศ เป็นจิตอาสาหนึ่งเดียวในโลก จิตอาสาที่ว่านี้คือการทำงานในเวลาว่างของตัวเองเพื่อดูแล สุขภาพของพี่น้องประชาชน แล้วเราเดินหน้าเรื่องจิตอาสามาโดยตลอดนะครับ การให้ ค่าตอบแทนหรือค่าป่วยการ หรือสิ่งที่เราเรียกว่าเป็นขวัญกำลังใจนี่นะครับ ไม่ใช่เป็น ผลประโยชน์ตอบแทนในแง่ของการทำงาน แต่เป็นเรื่องของขวัญกำลังใจที่รัฐบาลจะมีให้กับ พี่น้อง อสม. ทั่วประเทศ นอกจากค่าตอบแทนหรือค่าป่วยการที่ได้รับนี่ ยังมีสิทธิต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการอนุมัติในรัฐบาลและในกระทรวงสาธารณสุขในรัฐบาลนี้ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิของ การรักษาหลังจากหักจากสิทธิที่แต่ละท่านมีแล้ว สิทธิในการนอนห้องพิเศษโดยที่ไม่ต้อง จ่ายเงินเพิ่มของตัว อสม. เอง สิทธิในการนอนห้องพิเศษของคนในครอบครัวหลังจากใช้สิทธิ ของตัวเองแล้วได้ลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือสิทธิที่ อสม. ได้ แน่นอนที่สุดเราจะมีค่าเสี่ยงภัย และการดำเนินการปฏิบัติหน้าที่ที่ท้องถิ่นได้สามารถจัดการเบิกให้เขาได้ เป็นกรณี การทำหน้าที่ในการสถานการณ์การระบาดของโควิด (COVID) แต่สิ่งที่ผมภาคภูมิใจมากที่สุด ก็ต้องเรียนกับเพื่อนสมาชิก กับท่านมัลลิกาว่าในส่วนที่ อสม. บางท่านปฏิบัติหน้าที่ อย่างเต็มความสามารถ ซึ่งแน่นอนที่สุดนะครับ อสม. ๑,๔๕๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศ บางท่านก็มีฐานะ บางท่านก็มี ฐานะยากจน แต่ส่วนใหญ่จะมีฐานะยากจน เราพบว่าบางครั้งเขาเสียชีวิต แล้วเงินจะซื้อโลง ยังไม่มี เงินจะซื้อดอกไม้ประดับที่งานศพของ อสม. เองก็ไม่มี ในช่วงที่ผมมาเป็นรัฐมนตรี ช่วยว่าการและดูแล สปส. นี่ผมได้มีแนวคิดที่จะตั้งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ขึ้น ในช่วงแรก ๆ ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะว่า อสม. ทั่วประเทศก็อาจจะมีความกังวลเรื่องเป็นสมาชิก แล้วจะมีปัญหาการโกงกันหรือไม่ หรือความมั่นใจที่จะเป็นสมาชิกในสมาคมฌาปนกิจ สงเคราะห์ แต่ว่าด้วยเวลาอันจำกัดนะครับ จนถึงขณะนี้สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่เกิดขึ้น โดยกระทรวงสาธารณสุข และแยกไปตั้งเป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เรียบร้อยแล้ว มีสมาชิกที่สมัครเข้าร่วมโครงการขณะนี้กว่า ๙๕๐,๐๐๐ คน ถามว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็คือ เมื่อ อสม. เสียชีวิตวันนี้ คนข้างหลังเขาไม่ลำบากแล้วครับ คนในครอบครัวเขาจะได้รับเงิน จากสมาคมนี้ ๔๕๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นวันนี้หลักประกันสำคัญของคนข้างหลังของ อสม. วันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เดินหน้ามาสำเร็จแล้ว สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ กำลังเพิ่มเติมว่าคนในครอบครัวหรือคู่สมรสสามารถมาสมัครได้ด้วย จุดแข็งของสมาคม ฌาปนกิจสงเคราะห์ที่เกิดขึ้นก็คือว่ามีคนจำนวนมากในสมาคม เขาเรียกว่าจ่ายน้อย แต่ได้มาก ตอนแรก ๆ เขาสมัครในอำเภอเขาจ่ายมากได้น้อย หรือในจังหวัดเขาได้ ๒๐,๐๐๐ บาท จ่าย ๒๐๐ บาท แต่ว่าพอมาเป็นสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ของ อสม. เขาจ่ายเดือนละไม่เกิน ๒๐๐ บาท หรือประมาณ ๓๐๐ บาท ขึ้นอยู่กับการเสียชีวิตของ อสม. ทั่วประเทศ แต่ถ้าเขาเป็นอะไรไปคนข้างหลังเขาจะมีสิทธิรับค่าสงเคราะห์ทำศพ จากสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ประมาณ ๔๕๐,๐๐๐ บาท ขณะนี้นะครับ เพราะฉะนั้น ผมย้ำว่าเราต้องช่วยกันย้ำนะครับว่า อสม. หลักการคือจิตอาสา ถ้าจิตอาสาเปลี่ยนแปลงไป เมื่อไร อสม. จะไม่ใช่เป็นหนึ่งเดียวในโลกอีกต่อไป อสม. จะมีประเทศไหนก็ได้ที่เขามีเงิน มากกว่าเราไปจ้างกองทัพประชาชน ไปสร้างระบบปฐมภูมิส่งเสริม ป้องกัน และเมื่อวันนั้น ถ้าประเทศที่มีเงินเยอะเขาจ้างคนเยอะกว่าเราเราจะไม่เป็นหนึ่งเดียวในโลกอีกต่อไป เพราะฉะนั้นการเน้นเรื่องจิตอาสาเป็นหัวใจสำคัญที่เราจะช่วยกันเดินหน้า ส่วนเรื่อง ขวัญกำลังใจ ผมเชื่อมั่นว่าในทุกรัฐบาล ในทุกพรรคการเมือง และในเพื่อนสมาชิก ส.ส. ของเราทุกคนได้ให้ความสำคัญ แต่จะดำเนินการให้อย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับกรอบงบประมาณ ที่เรามี แล้วก็มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน ซึ่งอันนี้เราก็ต้องเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไป ก็ขอตอบคำถามท่านมัลลิกาผ่านท่านประธานไป ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านมัลลิกาถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และกราบขอบพระคุณไปถึงท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขด้วยเช่นกัน ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ที่เสียสละเวลา แล้วก็ให้ความเอาใจใส่ต่อ อสม. อสส. ของพวกเราทั่วประเทศนะคะ แล้วก็ ระหว่างที่ท่านได้มีการตอบกระทู้ถามนี้ พี่น้องประชาชนก็ได้ทราบโดยผ่านการถ่ายทอดสด ทั้งในส่วนของโซเชียลมีเดีย (Social media) แล้วก็ทั้งสถานีหลักนะคะ ท่านประธานคะ ชื่นใจมากเลยที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบกรณีที่ว่าปัจจุบันนี้พยายามผลักดันในการที่จะให้ คณะรัฐมนตรีอนุมัติในงบประมาณหน้าในการที่จะดูแล และขณะเดียวกันพยายามหา ความยั่งยืนในการที่จะให้ค่าตอบแทน อสม. จาก ๑,๐๐๐ บาท เป็น ๑,๕๐๐ บาท แต่ขณะเดียวกันได้มีความพยายามในการที่จะให้คณะรัฐมนตรีนั้นอนุมัตินะคะ ซึ่งเมื่อฟัง เช่นนี้แล้วก็มีความรู้สึกชื่นใจ ทาง ชรบ. หรือว่าพวกอาสาสมัครที่ดูแลรักษาความปลอดภัย ประจำหมู่บ้านนี่เขาก็มีความรู้สึกว่าน่าอิจฉา อสม. แล้วก็ถ้าเกิดท่านรัฐมนตรีให้ความใส่ใจ อย่างนี้ทางพวก ชรบ. ก็อยากจะได้กำลังใจและขวัญกำลังใจเช่นเดียวกัน อันนี้ก็พูดฝาก ท่านประธานเผื่อไว้เฉย ๆ นะคะ เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วคณะทำงานประจำหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็น อสม. ชรบ. หรืออื่น ๆ เขาก็จะเป็นคณะเดียวกัน เป็นเพื่อนฝูง ญาติพี่น้องกัน แล้วก็ล้วนแล้วแต่เป็นจิตอาสา ท่านคะ ในส่วนที่ดิฉันอยากจะถามก็คือว่าในส่วน อสม. คือเราอนุมัติงบประมาณใช่ไหมคะ คือจากที่เราได้ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน ที่เป็นขวัญกำลังใจแล้วนี่ เป็นค่าน้ำมัน เป็นอะไรแล้ว แต่ว่าพออีก ๕๐๐ บาท จะเป็นลักษณะของงบประมาณกลางที่จะต้องคอยอนุมัติแต่ละปี หรือว่าจะเป็นความยั่งยืนโดยผ่านอะไรได้บ้าง ตรงจุดนี้ทางสมาชิก อสม. พอที่จะทราบ เรื่องนี้ได้ไหม ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานครับ ผมตอบย้ำกับท่านนะครับว่าในส่วนของเงินค่าป่วยการก็ขึ้นอยู่กับ ในส่วนของรัฐบาล ถ้าสมมุติว่ามีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะให้เท่าไร อย่างไร ซึ่งขณะนี้ก็เป็นที่ ทราบกันว่าค่าตอบแทนคือ ๑,๐๐๐ บาท และในช่วงสถานการณ์โควิด (COVID) เพิ่มให้อีก ๕๐๐ บาท แต่ว่าถ้ามติ ครม. มีช่องทางที่จะเพิ่มให้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นนโยบายรัฐบาล ซึ่งก็ต้องติดตามนะครับ มันสามารถทำได้อยู่แล้วในเชิงของกฎหมาย แล้วก็ในส่วนที่จะอนุมัติ ให้เพิ่ม หรือจะเพิ่มเท่าไร อย่างไร ซึ่งอันนี้ก็ต้องรอดูในส่วนของคณะรัฐมนตรี แล้วก็รัฐบาล ก็ต้องเรียนท่านมัลลิกาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เกือบหมด เวลาพอดีนะครับ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ท่านมัลลิกาเหลือ ๒ นาที มีคำถามอีกไหม จบแล้วนะครับ ขอขอบคุณครับ🔗
๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๒๐๙ ส. (นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยได้รับ การประสานจากเจ้าหน้าที่ แจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม คือ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล อยู่ใน ห้องประชุมเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ เชิญท่านยุทธพงศ์ถามเลยครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมในนามของพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ให้ผมถามกระทู้ถามด้วยวาจา ในหัวข้อ ผับลับชาวจีน ธุรกิจสีเทา กลางเมืองหลวง ท่านประธานครับ เมื่อคืนวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ กองบัญชาการตำรวจนครบาล นำโดย ท่านผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เข้าจับกุมผับลับของกลุ่มชาวจีน ขออนุญาตท่านประธานได้เปิดสไลด์ (Slide)🔗
ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ กองบัญชาการตำรวจนครบาล นำโดยท่านผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เข้าจับกุมผับลับของกลุ่มชาวจีน ในเขตยานนาวา ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสัญชาติจีนเข้ามา มั่วสุมยาเสพติด โดยในคืนวันดังกล่าวที่มีการจับกุมได้มีผู้ใช้บริการทั้งหมด ๒๖๖ คน ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน แล้วก็หลังจากจับกุมนี่นำไปตรวจปัสสาวะ พบว่าเป็นสีม่วง ๑๐๔ ราย แล้วก็เป็นชาวจีนทั้งหมด ๙๙ ราย ผับดังกล่าวชื่อร้านจินหลิง ซึ่งไม่รับคนไทยมาเที่ยว รับเฉพาะชาวจีน ดังที่ท่านประธานเห็นปรากฏในรูปนะครับ ท่านประธานครับ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นตู้เซฟ (Safe) พบยาเสพติดจำนวนมาก ได้แก่ เฮโรอีน ๓๒๓ ซอง ยาอี ๒๕๘ ซอง แล้วก็ยาอีบรรจุในซองกาแฟอีก ๗๑ หลอด พบเงินสด จำนวน ๑,๓๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ค่าบริการในผับแห่งนี้ตกประมาณโต๊ะละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท มีเงินหมุนเวียนถึง ๓-๕ ล้านบาทต่อคืน และที่สำคัญครับท่านประธาน ยังมีซองยาเสพติด เขียนชื่อติดไว้ ถ้าเจ้าของเสพไม่หมดก็ยังสามารถเอาฝากไว้ เหมือนฝากเหล้าอย่างนี้ครับ ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจที่ไม่เคยพบมาก่อนเลยนะครับว่าเอายาเสพติดฝากไว้อย่างโจ๋งครึ่มขนาดนี้ แล้วอยู่กลางเมืองหลวง🔗
ท่านประธานครับ ธุรกิจสีเทาของนายทุนจีนไม่ได้อยู่เฉพาะย่านยานนาวา เท่านั้น ยังมีอยู่แถวรัชดาภิเษก ห้วยขวาง แล้วก็รับลูกค้าที่เป็นชาวจีนทั้งนั้น มีการฝาก ยาเสพติดกันทุกที่ ทุกย่านที่เป็นผับที่ชาวจีนเข้าไปเที่ยว เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะว่าตอนไปเที่ยวเสร็จ ตอนกลับนี่จะได้ไม่ต้องกลัวตำรวจค้นในตัว แล้วท่านประธานดู ในรูปสิครับ ที่ผมชี้ให้ท่านประธานเห็นนะครับว่ามียาเสพติดที่เขียนชื่อฝากไว้ ท่านประธาน เห็นไหมครับ ยังมีเครื่องดื่มเรดบูล กระทิงแดง ซึ่งเป็นของประเทศจีนนะครับ นำเข้ามาจาก ประเทศจีนเลย เครื่องดื่มก็เอามาจากประเทศจีน สุรา บุหรี่ เครื่องดื่มชูกำลังต่าง ๆ ก็นำเข้า มาจากประเทศจีน แสดงให้เห็นถึงว่าประเทศไทยไม่ได้อะไรเลยจากธุรกิจตรงนี้🔗
มาคำถามที่ ๑ ครับท่านประธาน ผมถามท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ท่าน กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ท่านปล่อยให้มีการเปิดผับสีเทาของชาวจีนกลางเมือง หลวง มีทั้งยาเสพติด เฮโรอีน ยาอี ยาเคนะครับ มันแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลว ในการปราบปรามยาเสพติด ท่านประธานจะจำได้ครับ เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา ที่เกิดเหตุการณ์กราดยิงที่จังหวัดหนองบัวลำภู ตอนนั้นท่านนายกรัฐมนตรีก็ประกาศ เอาจริงเอาจังจะปราบยาเสพติด จะทำสงครามกับยาเสพติด ท่านประธานครับ ปรากฏว่า หลังจาก ๒๐ วันผ่านไป ๒๖ ตุลาคม มาจับกลางกรุงเทพฯ เลยครับ ที่จับได้ก็เกิดจาก เขาบอกว่าท่านผู้บัญชาการตำรวจนครบาลที่เพิ่งย้ายมาใหม่ท่านไม่ยอม ถึงได้มีการจับกุม และท่านประธานครับ พอจับกุมแล้วก็มีการย้ายเพียงแค่ผู้กำกับ สน. ยานนาวาเท่านั้น และคำถามผมว่าเรื่องนี้ผับชาวจีนที่ยานนาวาตอนนี้ขยายผลไปถึงไหนแล้ว แล้วก็มี การดำเนินการกับใครบ้าง หลังจากจับกุมแล้วท่านดำเนินการอย่างไรบ้าง แล้วก็ในผับ ยังมีบ่อนการพนันด้วย ซึ่งผมเองก็บอกกับท่านนายกรัฐมนตรีในสภาแห่งนี้ ตั้งแต่สภา เปิดใหม่ ๆ กรณีบ่อนเฮียตี้ที่อยู่ตรงสีลม ถนนธนิยะ แล้วก็ย้ายไปอยู่พระราม ๓ แล้วก็ยิงกัน ตาย ๔ ศพนี่ ก็ไม่เห็นท่านนายกรัฐมนตรีจะจัดการเลยครับ วันนี้เข้าปีที่ ๔ แล้วครับ ก็อยากจะฟังคำตอบจากท่านนายกรัฐมนตรี เพราะว่าที่นี่นอกจากเป็นผับแล้วก็มีบ่อนด้วย ว่าท่านจะจัดการอย่างไรนะครับ และขณะเดียวกันยังมีนักการเมืองใหญ่ระดับประเทศ อยู่แถว ๆ ภาคกลางเปิดบ่อนการพนันอีก ท่านนายกรัฐมนตรีจะจัดการไหม เพราะว่าผมมี ข้อมูลให้ท่านครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ก่อนอื่น ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้กรุณาตั้งกระทู้ถาม สอบถามเรื่องเกี่ยวกับการปราบปราม กลุ่มต่างชาติสีเทาที่เข้ามาประกอบกิจการผิดกฎหมายในประเทศไทย ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้มาตอบกระทู้ถาม ในวันนี้ กรณีเรื่องการกวาดล้าง หรือจับกุมนักธุรกิจชาวต่างประเทศ หรือนอมินี (Nominee) ที่ได้มีการลักลอบเข้ามาเรื่องของการเปิดบ่อนการพนัน เรื่องของยาเสพติด หรือว่าทำธุรกิจ ผิดกฎหมายอื่น ๆ ภายในประเทศไทย ตรงนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีท่านสั่งการกำชับไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง ให้ดำเนินการเรื่องของการสืบสวน สอบสวน จับกุมตามพยานหลักฐาน ในเรื่องของเครือข่าย การทำธุรกิจผิดกฎหมายที่สำคัญ รวมทั้งเรื่องของบ่อนการพนัน เรื่องของอาวุธปืน เรื่องยาเสพติด เรื่องของอาชญากรรมออนไลน์ (Online) รวมถึงก็มีเรื่องของการสวมบัตร ประจำตัวประชาชนนะครับ เพื่อที่จะเอามาดำเนินการในการประกอบธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ได้เน้นย้ำในทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้มาตรการทั้งหมด ใช้กฎหมายที่มีอยู่ ทั้งกฎหมาย ที่เกี่ยวกับเรื่องของการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เรื่องของการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด รวมทั้งกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของสถานบริการ ต่าง ๆ ด้วย ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าถ้าหากมีหลักฐานในการดำเนินการ ใครกระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นต่างชาติก็ตาม หรือคนไทยก็ตามก็ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด รวมทั้งที่สำคัญ ก็เน้นย้ำไปที่เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนถ้ามีการปล่อยปละละเลยหรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ในเรื่องผลประโยชน์ใด ๆ ก็ตาม จะต้องถูกดำเนินการทั้งวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดด้วย เช่นเดียวกัน🔗
ต้องกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่ารัฐบาลไม่ยอมให้ใครที่จะมา ใช้ประเทศไทยเป็นที่ที่ไปก่ออาชญากรรมหรือธุรกิจผิดกฎหมาย ท่านคงได้ทราบข่าวนะครับ ว่าเจ้าหน้าที่เองปัจจุบันก็ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ในเรื่องของการสืบสวน สอบสวน ติดตาม ขยายผลการจับกุม ก็ได้มีการแถลงข่าวชี้แจงผลการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ต้อง เรียนว่าในการดำเนินการนั้นก็มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าตรวจค้น เข้าหาหลักฐาน ดำเนินคดี รวมถึงเรื่องของเส้นทางการเงิน โดยสืบจากของกลางที่ยึดมาก็ตาม หรือเอกสารที่เข้าไป ตรวจพบ ต้องเรียนว่าในการดำเนินการผู้กระทำความผิดนั้นจะต้องมีร่องรอยหรือมีการ ดำเนินการที่สามารถจะเอาไปสืบสวน สอบสวน ต้องเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่า ถ้าเกี่ยวข้องหรือสอบสวนแล้วไปถึงผู้ใดก็ตาม ถ้ามีพยานหลักฐานก็ต้องดำเนินการ ตามกฎหมาย🔗
ท่านถามว่ามีความคืบหน้าอย่างไร จากกรณีวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ ที่มี การจับกุมที่ยานนาวา จากกระบวนการตรงนั้นที่มีการยึดรถหรูได้ ๓๔ คันก็ตาม หรือ กระบวนการที่ท่านสมาชิกได้กล่าวเรื่องของยาเสพติด ๑๐๔ คนก็ตาม แล้วก็ไปตรวจจริง ๆ แล้วก็มีเสพประมาณตั้ง ๗๘ คน ถ้าจำไม่ผิดนะครับ เป็นต่างชาติ ๗๖ คน และเป็นคนไทย ๒ คน มีการขยายผลการจับกุมมาตามลำดับ ปัจจุบันนี้ก็คงทราบนะครับว่าได้มีการออก หมายค้น ลงในพื้นที่ทุกจังหวัดที่เชื่อมโยงไป ๒๖ จุด ขยายผลไปเรื่องของทรัพย์สิน ตรวจยึด รถหรู รวมทั้งเงินสดกว่า ๓๐ ล้านบาท ซึ่งประเมินจริง ๆ แล้วเรื่องมูลค่าของที่ยึดมาได้นี่ อาจจะเกิน ๑๐๐ ล้านบาทนะครับ การจับกุมนั้นปัจจุบันทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้มี การจับกุมกลุ่มต่างชาติสีเทานี้ จับกุมระดับกลุ่มหัวหน้าไปแล้ว ๒ คน แต่อีก ๓ คนนั้น ได้หนีออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตามทางสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นได้ขึ้นบัญชีดำ แล้วก็ เพิกถอนวีซ่า (Visa) และได้ประสานกับอินเตอร์โพล (Interpol) ในการที่จะออกหมายแดง ที่จะประกาศจับในทั่วโลกต่อไป อันนี้เป็นความคืบหน้าในการดำเนินการ🔗
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่ากลุ่มธุรกิจสีเทา ที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทยนั้น ก็จะทำงานลักษณะประกอบธุรกิจ หลัก ๆ อยู่ ๓ ลักษณะด้วยกัน นั่นคือเข้ามาหลอกลวงลงทุน เข้ามาในลักษณะเป็น คอลเซ็นเตอร์ (Call Center) แล้วก็เปิดสถานบริการและนำยาเสพติดเข้ามาบริการ ในสถานบริการด้วย ตรงนี้ก็จะเป็นเฉพาะกลุ่มของคนชาติเดียวกันในการมาหากิน มาประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ตรงนี้ต้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้บังคับบัญชาระดับรองผู้บัญชาการตำรวจนั้น ก็ได้รับ มอบหมายจากทางรัฐบาล จากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้น เข้าไปสืบสวน สอบสวน จับกุม ขยายผล แล้วก็เร่งรัดดำเนินการ ก็คงจะต้องมีผลการปฏิบัติในการดำเนินการต่อมา กราบเรียนว่าถ้าไปถึงใคร ผิดกฎหมายอย่างไร ก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายครับ ในข้อ ๑ ขออนุญาตตอบท่านประธานไปยังสมาชิกแค่นี้ครับ🔗
เชิญท่านยุทธพงศ์ ถามคำถามที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ผมเข้าสู่คำถามที่ ๒ ของผมครับ ท่านประธานครับ นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือชื่อจีนว่า หาวเจ๋อ ตู้ เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เป็นผู้บริจาคเงิน ให้กับพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ คำถามผม ถึงท่านนายกรัฐมนตรี มีข้อสงสัยว่า นายหาวเจ๋อ ตู้ เป็นใคร แล้วก็ได้สอบสวนไปถึงไหนแล้ว ในเรื่องของเงินบริจาค จำนวน ๓ ล้านบาท ว่าเป็นเงินถูกกฎหมาย หรือเงินได้มาจากไหน เพราะว่าเรื่องนี้ก็เป็นข่าวมาตั้งแต่วันที่ ๒๖ ตุลาคม🔗
ท่านประธานครับ ผมมีหนังสือสำคัญที่จะต้องถามท่านนายกรัฐมนตรีครับ ก็คือหนังสือสำคัญการแปลงสัญชาติเป็นไทย ของ นายหาวเจ๋อ ตู้ อยู่บ้านเลขที่ ๗๙/๑๕๐ ซอยรามคำแหง ๗๖ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ในหนังสือว่า นายหาวเจ๋อ ตู้ หรือชื่อไทยว่า นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ ย่อมได้สัญชาติไทยโดยสมบูรณ์ ตามความใน มาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ จึงขอรับรองยืนยันมาเพื่อความสะดวก แก่เจ้าหน้าที่ ผู้ที่จะได้พบเห็นหรือขอตรวจสอบ ท่านประธานครับ หนังสือฉบับนี้ออกให้ เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๘ ก็คือสมัยที่ท่านประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ออกหนังสือ ฉบับนี้ก็คือ พันตำรวจเอก รัฐพล แม้นจันทรารัตน์ รองผู้บังคับการ ปฏิบัติราชการแทน ผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ท่านประธานครับ การที่คนจีนมาถือ สัญชาติไทย ผมต้องเรียนถามผ่านท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีครับว่าทำกันได้ ง่าย ๆ อย่างนี้เลยหรือครับ แล้วมีเหตุผลอะไรที่ทางตำรวจไปออกหนังสือแปลงสัญชาติให้กับ นายหาวเจ๋อ ตู้ หรือในวงการเขาเรียกว่า นายตู้ห่าว มีเหตุผลอย่างไร และขณะเดียวกัน นายตู้ห่าว หรือ หาวเจ๋อ ตู้ หรือชื่อไทยว่า นายชัยณัฐร์ ปัจจุบันถือกี่สัญชาติ ถือทั้งสัญชาติ จีนและสัญชาติไทยไหม และขณะเดียวกันหลังจากเกิดเหตุ เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคมที่ผ่านมานี่ ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้มีการตรวจสอบการออกสัญชาติให้กับชาวจีน ลักษณะที่ผมได้เรียน ถามว่าออกสัญชาติไทยให้โดยมีเหตุผลอย่างไร แล้วก็การออกท่านได้ตรวจสอบไหมว่ามี เรื่องของการทำธุรกิจจริง ๆ ไหม หรือออกด้วยเหตุผลใดในการออกสัญชาตินะครับ แล้วก็ กรณีเงินบริจาค ๓ ล้านบาท ผมต้องเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ ชี้แจง เพราะว่าเป็นเรื่องที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และกระทบต่อความเชื่อถือ ของพี่น้องประชาชน แล้วก็เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนให้ความสำคัญครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ขอตอบคำถามในคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกนะครับ พูดถึงบุคคลที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึง ต้องเรียนว่าเป็นบุคคลที่ตอนนี้ก็อยู่ในขั้นของ การสืบสวน สอบสวน ในรายละเอียดในการที่จะดำเนินการ ถ้ามีพยานหลักฐานที่จะสามารถ จับกุม ดำเนินคดีได้ ตอนนี้ก็สืบสวน สอบสวน ขออนุญาตกราบเรียนว่าในรายละเอียดของ การสืบสวน สอบสวนนั้น ขออนุญาต ผมคงไม่สามารถที่จะชี้แจงรายละเอียดในประเด็นนี้ได้ เพราะว่าเป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่นะครับ🔗
เรื่องของสัญชาติก็เช่นเดียวกันนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้สั่งการไป เช่นเดียวกันว่าในการสืบสวน สอบสวนการได้มาถึงสัญชาติของบุคคลที่ท่านได้กล่าวถึงนั้น เป็นไปตามระเบียบวิธีการอะไร ถูกต้องหรือไม่ อย่างไรตรงนี้🔗
ส่วนเรื่องของเงินบริจาค เงินบริจาคก็เป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยที่ รับผิดชอบ ผมไม่แน่ใจ น่าจะเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะต้องไปกำกับดูแล ควบคุม การบริจาค ตรงนี้ก็อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของหน่วยที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง ของพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการสืบสวน สอบสวน คาดว่าก็น่าจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์ หน้า ซึ่งท่านรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพยายามที่จะสืบสวน สอบสวนให้เรื่องของการ เชื่อมโยงต่าง ๆ ว่าจากการที่ไปจับกุมพยานหลักฐานต่าง ๆ นั้นเชื่อมโยงว่าไปถึงใคร อย่างไร และมีส่วนที่มีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีอะไร อย่างไร ได้หรือไม่ คาดว่าสัปดาห์หน้าคง จะได้ความชัดเจนมากยิ่งขึ้นครับท่านประธาน🔗
ท่านยุทธพงศ์ มีคำถามอีกไหมครับ เหลือเวลาอยู่ ๓ นาที เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ คำถามที่ผมถามไปเป็นคำถามที่ ๒ ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ให้ความกระจ่างเลยครับ ผมก็ยกตัวอย่างชัด ๆ ว่า นายหาวเจ๋อ ตู้ หรือนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ ที่ได้มีหนังสือสำคัญในการแปลงสัญชาติเป็นไทยนี่ ซึ่งผมเอามาให้ ท่านประธานได้ดู ผมก็อยากจะถามว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นมาเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว ก็ต้องเรียนถามท่านว่าขั้นตอนในการดำเนินการท่านต้องไปตรวจสอบสิครับว่าอยู่ ๆ คนจีน ที่ได้สัญชาติมาเป็นไทยได้มาอย่างไร แล้วอยู่ ๆ มันออกกันง่าย ๆ อย่างนั้นเลยหรือครับ ถ้าท่านไม่ดำเนินการต่อไปก็จะไม่มีใครเกรงกลัวกฎหมาย ก็จะมีพวกคนจีนเข้ามาทำ ธุรกิจสีเทาเต็มประเทศไทย เพราะว่าแม้กระทั่งกลางกรุงเทพมหานครก็ยังมีผับศูนย์เหรียญ มีบ่อนการพนัน มีธุรกิจสีเทาของชาวจีน ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่าน นายกรัฐมนตรีว่าให้กรุณาชี้แจงกรณี นายหาวเจ๋อ ตู้ ว่าขั้นตอนในการที่ได้สัญชาติไทย เขาทำกันอย่างไร ทำไมถึงได้ แล้วมีเหตุผลอะไรในการที่ไปออกสัญชาติไทยให้เขา🔗
คำถามที่ ๓ ก็คือกรณีผับศูนย์เหรียญแล้วก็มีการค้ายาเสพติด มีบ่อนการพนัน ไม่ใช่แค่ความผิดในเรื่องของสถานบริการ หรือแค่เรื่องยาเสพติดเท่านั้น แต่นี่เป็นขบวนการ ทุนสีเทาจากประเทศจีนที่เข้ามาครอบงำประเทศไทยของเรา มันกระทบต่ออธิปไตยของ ประเทศไทย และกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย เพราะว่า การปล่อยให้คนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจสีเทากลางกรุงเทพมหานครมันกระทบต่ออธิปไตย ของประเทศไทย และมีข่าวว่ามีอิทธิพลของนักการเมืองใหญ่ระดับประเทศที่คอยช่วยเหลือให้นักธุรกิจจีน สีเทาที่ผมเอ่ยถึงได้ทำธุรกิจได้ แล้วก็มีอดีตนายตำรวจใหญ่ด้วย ก็อยากจะถามว่าเรื่องนี้ มันจริงไหม แล้วก็ตั้งแต่จับกุมมาท่านสอบสวนไปถึงไหนแล้ว และขณะเดียวกันท่าน นายกรัฐมนตรีจะให้ความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชนคนไทยอย่างไรว่าจะไม่เกิดเรื่อง แบบนี้อีก เพราะว่าเรื่องบ่อนการพนันผมเองก็บอกท่านนายกรัฐมนตรีในสภาแห่งนี้ไป ๒-๓ ครั้งแล้ว ตั้งแต่มีสภาแห่งนี้มา และขณะเดียวกันเรื่องทั้งหมดตั้งแต่เกิดเรื่องมาเห็นมี ดำเนินการย้ายเพียงแค่ผู้กำกับ สน. ยานนาวาแค่นั้น อย่างอื่นผมยังไม่เห็นท่าน นายกรัฐมนตรีจะทำอะไรเลยครับ ในฐานะที่ท่านกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี จะตอบไหมครับ🔗
ตอบครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิก ที่ผมได้กราบเรียนแล้วว่าเนื่องจากว่ากลุ่มทุนสีเทาต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจ ผิดกฎหมายในประเทศไทยเป็นขบวนการ มีหลายกลุ่ม ซึ่งเชื่อมโยงกันหมด ในการ ดำเนินการสืบสวน สอบสวนนั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้มอบหมายให้ ท่านรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติถึง ๓ ท่านที่เข้าไปดำเนินการ ต้องเรียนว่าปัจจุบันนั้น ได้มีการสืบสวน สอบสวน แล้วก็สำคัญที่สุดคือเรื่องของความเชื่อมโยงว่ากลุ่มธุรกิจสีเทานั้น จะมีการเชื่อมโยงกันอย่างไร แล้วก็เชื่อมโยงกับธุรกิจอะไร ที่ผมเรียนแล้วว่ามีธุรกิจ ๓ ประเภทที่กลุ่มทุนต่างชาติสีเทาพวกนี้เข้ามาดำเนินการ แล้วเกี่ยวข้องโยงใยกับใครบ้าง เพื่อที่จะดำเนินการตามกฎหมายให้ทุกกลุ่ม หมายความว่าให้ครอบคลุมทั้งหมดโดยเร็ว ตรงนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็เร่งรัดในการดำเนินการนะครับ🔗
ส่วนเรื่องข้อมูลในการสืบสวน สอบสวนก็ตาม ก็ต้องกราบเรียนท่านประธาน ไปยังท่านสมาชิกว่าถ้าท่านสมาชิกมีข้อมูลหรือมีอะไรก็ตามที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะให้ เกี่ยวกับเรื่องของการดำเนินการของกลุ่มทุนผิดกฎหมายพวกนี้ ก็ขอให้ได้ประสานมาที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทุกข้อมูล ทุกเรื่อง ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้สั่งการไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้นำมาใช้เป็นแนวทางในการประกอบการสืบสวน สอบสวน เพื่อให้ได้ข้อสรุป แล้วก็ให้ได้ข้อยุติที่ชัดเจนด้วยนะครับ รวมทั้งพี่น้องประชาชนถ้ามีข้อมูล ข่าวสารอะไร หมายเลขโทรศัพท์ ๑๕๙๙ สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็พร้อมที่จะรับข้อมูลจาก พี่น้องประชาชนเช่นเดียวกัน ย้ำอีกว่ารัฐบาลก็ให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าในเรื่องของ กลุ่มทุนผิดกฎหมาย ที่ท่านสมาชิกได้กล่าวว่าจะเข้ามาเรื่องความมั่นคงของประเทศนั้น ทางรัฐบาลเองก็ตระหนักถึงความสำคัญตรงนี้ แล้วก็กำชับเจ้าหน้าที่ทุกส่วน แล้วก็เรียนแล้ว ว่าเราใช้กฎหมายทุกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทุกตัวบทกฎหมายที่จะดำเนินการกับกลุ่มทุนพวก นี้ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิก แล้วขอบคุณอีกครั้งหนึ่งถ้าท่านมี ข้อมูลอะไรที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแบบท่านนี้ก็ตาม หรือจะเป็น กลุ่มอื่นก็ตามก็ขอให้ประสานมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมที่จะรับข้อมูลจากท่าน สมาชิกทุกท่านและพี่น้องประชาชน เพื่อที่จะได้นำไปสู่การสืบสวน สอบสวน และนำไปสู่ การจับกุม ล้างกลุ่มมิจฉาชีพพวกนี้ที่มาทำให้ประเทศไทยนั้นเสียหาย สำคัญที่สุดคือเรื่องของ ความมั่นคง ตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ก็ถือว่า เป็นการจบการถาม ตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจา กระทู้ถามที่ ๑.๑.๒ ของท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม คือ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล มาตอบกระทู้ถามแทน ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ที่กรุณาให้เกียรติกับสภาเรา🔗
๑.๑.๓ กระทู้ถามที่ ๒๑๐ ส. (นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ตามที่ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทนในวันนี้ แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ติดภารกิจ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไป ก่อนนะครับ หากท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ยังคงประสงค์ที่จะตั้งเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจาอยู่ ก็ให้เสนอมาใหม่ เพื่อพิจารณาในคราวถัดไปนะครับ เชิญท่านวิสุทธิ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย กระผมเข้าใจอยู่ ที่ท่านรัฐมนตรีติดภารกิจ แต่ก็เป็นเรื่องเร่งด่วน ขอพูดสักนิดหนึ่งนะครับ บ้านท่านประธาน ก็มียาง ท่านลงพื้นที่ชาวบ้านก็ต้องต่อว่าท่านเหมือนกัน พวกผมนี่รอ รอให้สภาเปิดนะครับ การที่ ส.ส. จะไปก้าวก่ายฝ่ายบริหารหรือหน่วยราชการก็จะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญอีก พวกผมประชุมพรรคกัน รับฟังจากผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย และผู้สมัครจากภาคใต้หลาย ๆ ภาค นั่งคุยกันตลอดว่ามันเป็นเรื่องผิดปกติ ในขณะนี้นะครับ ท่านประธานฟังนิดหนึ่งนะครับ ขอนิดเดียว ยางนี่ปกติมันจะขึ้นตามราคา ปิโตรเลียม🔗
เดี๋ยวนะครับ ท่าน เอาเป็นว่าผมให้เวลาท่านได้นำเสนอ เห็นว่าเป็นปัญหาเร่งด่วนและจำเป็น ให้เวลาท่าน แต่ไม่ต้องยาวมากนะครับ เชิญครับ🔗
ถ้าไม่ให้พูดเดี๋ยวชาวสวนยางบ้านท่าน โกรธนะครับ เป็นเรื่องสำคัญครับ เพราะว่ารอสภาเปิดก็อยากนำปัญหานี้มาสู่สภา เพราะว่า มันเป็นความเดือดร้อน ปกติถ้าปิโตรเลียมมีราคาอย่างในอดีตยางก็จะมีราคา ในยุคก่อนที่ พวกกระผมเป็นรัฐบาลนะครับ เฉลี่ย ๗๘ บาท แต่ตั้งแต่รัฐบาลนี้ขึ้นมาเฉลี่ยอยู่ ๔๐ กว่าบาท มันหายไปเยอะ ท่านครับ เดือนหนึ่งชาวสวนยางเสียหายไปหลายพันล้าน ๔ ปีนี่เสียหายเกิน แสนล้านนะครับ เพราะฉะนั้นจำเป็นที่จะต้องมาพูด ไม่เป็นไร อาทิตย์หน้าก็ได้ แต่ต้องรีบ ในขณะที่รีบท่านต้องสั่งการไปยังการยางแห่งประเทศไทยประสานหน่วยงานต่าง ๆ ให้ดูแล อย่าให้ตกต่ำไปกว่านี้ ลำบากครับ บ้านผมเหลือ ๑๕ บาท ยางก้อนถ้วยกิโลกรัมหนึ่ง สาหัส กันทุกที่ ปุ๋ยก็แพง ค่าใช้จ่ายก็ลำบาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะทำได้ก็ต้องต้องเร่งรัด ในขณะที่ ไม่มาตอบนี่ไม่เป็นไร แต่สั่งการได้ครับ รัฐมนตรีสามารถสั่งการได้ นายกรัฐมนตรีสั่งการได้ อย่านิ่งเฉยครับ ทำให้ยางมันมีราคาเพื่อพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศเขาอยู่ได้ ไม่อย่างนั้น ลำบากกันไปหมด ทุกข์ยากลำบาก ทุกอย่างขึ้นไปหมด ขอให้ได้พิจารณาอย่างเร่งด่วน กระผมยอมได้ครับ อาทิตย์หน้ากระผมจะมาอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบพระคุณ ท่านวิสุทธิ์ครับ คงต้องยอมให้ท่านพูดบ้าง เพราะถ้าไม่ยอมเดี๋ยวพี่น้องนครพนม ชาวสวนยาง นครพนมก็จะโกรธผมอีก เขาเดือดร้อนกันทั่วหน้าจริง ๆ อย่างที่ท่านพูดนั่นละ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการถาม ตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจานะครับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๕๓๓ เรื่อง ขอให้ขยายไฟฟ้าเพื่อการเกษตรสู่ไร่นา ให้กับประชาชน (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย🔗
เรียนที่ประชุมครับ กระทู้ถามตามระเบียบวาระที่ ๑.๒.๑ ผู้ตั้งกระทู้ถามคือ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ได้ประสานมาว่ามีภารกิจตั้งกระทู้ถามในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะอยู่ ในขณะนี้ จึงขอสลับลำดับในการถาม ตอบกระทู้ถาม เป็นลำดับที่ ๓ ดังนั้นผมจึงขอนำ กระทู้ถาม ลำดับที่ ๑.๒.๓ ขึ้นมาพิจารณาถาม ตอบก่อนเป็นลำดับแรก มีท่านผู้ใด เห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๕๓๖ เรื่อง ขอให้แก้ไขปัญหาที่ดินที่เกิดจาก หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓) (นายเดชทวี ศรีวิชัย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือ แจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คือ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา อยู่ใน ห้องประชุมเรียบร้อยแล้วนะครับ เชิญท่าน ส.ส. เดชทวี ศรีวิชัย ได้ถามครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เดชทวี ศรีวิชัย พรรคเสรีรวมไทย เขต ๔ จังหวัดลำปาง ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้กรุณามาตอบคำถามตรงนี้ แล้วก็ท่านประธาน ช่วยเซตเวลาให้ผมนิดหนึ่ง เพราะผมมีเรื่องสาระสำคัญพอสมควร ตอนนี้กินเวลาผมเลยไป ประมาณ ๒ นาที🔗
ประเด็นแรกที่ผมจะได้ถาม แต่ก่อนที่จะถามขอเท้าความนิดหนึ่ง เกี่ยวกับ ที่ น.ส.ล. นะครับ ที่ น.ส.ล. อย่างที่เราทราบกันก็ว่ามี ๒ ประเภท ประเภทแรก น.ส.ล. ที่พลเมืองใช้ร่วมกัน เช่น ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ชายฝั่ง ซึ่งเป็นอำนาจของนายอำเภอที่กำกับดูแล ประเภทที่ ๒ น.ส.ล. ที่ใช้ในราชการโดยเฉพาะที่ราชพัสดุ แต่วันนี้จะขอพูดประเด็นแรกก็คือ น.ส.ล.🔗
ขออนุญาต ท่านเดชทวีนิดหนึ่ง ผมขออนุญาตทำความเข้าใจนิดหนึ่งว่ากระทู้ถามทั่วไปไม่มีกำหนดเวลา นะครับ ถาม ตอบได้ ๒ ครั้ง แต่ว่าถ้าจะถามครั้งที่ ๓ ต้องให้ประธานอนุญาต🔗
ครับผม🔗
แต่ต้องเข้าใจ คุณสมบัติของกระทู้ถาม มันไม่เหมือนญัตตินะครับ กระทู้ถามคือท่านเกริ่นนำพอประมาณ พอเข้าใจ จากนั้นท่านต้องถามนะครับ🔗
รับทราบครับ🔗
ไม่ใช่อภิปราย ยาว แล้วก็หมดเวลาไปเยอะแล้วค่อยถาม ไม่ใช่อย่างนั้น กระทู้ถามจะต้องเกริ่นนำ แล้วก็ ถามครับ เชิญครับ🔗
รับทราบครับ นิดเดียวครับท่านประธาน วันนี้ที่ผมจะมาพูดประเด็นก็คือ น.ส.ล. ที่พลเมืองใช้ร่วมกัน ยกตัวอย่างหลังเทศบาลตำบล เวียงมอก มีที่ น.ส.ล. ๑๘ ไร่ ทางเทศบาลก็ขอใช้ที่ดินจังหวัด และที่ดินจังหวัดก็พิจารณา อย่างเร่งด่วนครับ ใช้เวลาแค่ ๑๐ ปี จนสมาชิกตายไป ๒ ท่านแล้ว ซึ่งมีรายละเอียดก็คือสรุป ที่ น.ส.ล. ที่เป็นที่ที่ถูกกันออกเพื่อออกเอกสาร น.ส.ล. ซึ่งก็มีกรอบขอบเขตชัดเจน แล้วที่ดิน ก็ให้เทศบาลตำบลตามที่ร้องขอแล้ว คำถามก็คือทำไมป่าไม้ถึงบอกว่าต้องขออนุญาตอีก ผมขออนุญาตอ่านตรงนี้นิดหนึ่งนะครับ ตามหนังสืออนุญาตของกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๕๑๑.๓/ว ๓๓๑๒ ลงวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๗ บอกว่าถ้าหากจะดำเนินการ ขออนุญาตต้องถอนสภาพก่อนการจะขึ้นทะเบียนและจัดหาผลประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ๒๕๕๐ แต่ถ้าหากกระบวนการทางการเมืองที่มีความจำเป็น เร่งด่วน ก็สามารถยื่นคำขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐเป็นการชั่วคราว ตามมาตรา ๙ ตรงนี้ทำให้ผมสงสัยว่ากฎหมายที่ดินก็ออกมาชัดเจน ซึ่งควบคุมโดยกระทรวงมหาดไทย แต่ทำไมกรมป่าไม้บอกในที่ประชุมว่าต้องขออนุญาตก่อน อันนี้เป็นคำถามแรกครับ🔗
และสืบเนื่องจากคำถามแรก เป็นคำถามที่ ๒ ประเด็นทางหลวงท้องถิ่นที่ ไปขึ้นทะเบียนกับทางจังหวัดทั่วประเทศนะครับ ทางจังหวัดให้ทาง อปท. ทั่วประเทศเลย ไปขึ้นทางหลวงท้องถิ่น และไปขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แต่มีข้อสงสัยอีกประการหนึ่ง ทำไม จะต้องมีการขออนุญาตซ้ำซ้อนอีก แล้วที่สำคัญก็เป็นคดีความ ยกตัวอย่างเทศบาลเวียงตาล ที่ผมเคยอภิปรายไปคราวก่อนแล้วนะครับ ซึ่งทางเทศบาลตำบลเวียงตาลมีข้อที่สงสัยอยู่ด้วย เมื่อเช้าผมเจอนายกมาที่หน้าห้องประชุมด้วยนะครับ มายื่นหนังสือ ก็บอกว่าพื้นที่ตรงนี้ โครงการตรงนี้ละติดกัน ใกล้ ๆ กัน แต่คราวก่อนก็ขออนุญาต ไม่อนุญาต จนเป็นคดีความ แต่เดี๋ยวนี้แบบเดียวกันเป๊ะทุกประการ ทุกกระเบียดนิ้วเหมือนกับฝาแฝดเลย ปรากฏว่า ทางเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบสภาพป่าบอกว่าพื้นที่ที่ขออนุญาตใช้ข้อมูลตามสภาพป่าไม้ไม่ขัด ต่อกฎกระทรวงการขออนุญาต ๒๕๕๘ จึงเห็นควรอนุญาต อันนี้ก็ยิ่งทำให้งงงวยไปใหญ่เลย ผมก็อยากจะถามว่าทางหลวงท้องถิ่นที่ขึ้นทะเบียนต่อจังหวัดนั้นต้องตีความตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ ๒๔๘๔ มาตรา ๔ (๑) หรือว่าตีตามประเภท น.ส.ล. ซึ่งปัจจุบันจะต้องขออนุญาตป่าไม้ ก่อนเท่านั้น ซึ่งมีประเด็นมายาวเหยียด อย่างที่ผมได้นำเรียน คำถามสั้น ๆ ก็คือทางหลวง ท้องถิ่นที่มีการขึ้นทะเบียนกับจังหวัดต้องรอเข้าคิวนับเป็นแสน ๆ โครงการ ท่านมีวิธีแก้ไข ดำเนินการอย่างไร หรือจะสั่งการอย่างไรครับ ผมขออนุญาตถาม ๒ คำถามก่อนนะครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมขอตอบ กระทู้ถาม เรื่องของหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง หรือที่เราเรียกว่า น.ส.ล. นะครับ หมายถึง หนังสือแสดงขอบเขตและรายละเอียดเกี่ยวกับที่ดินของรัฐ ซึ่งท่านผู้ถามก็ได้ระบุว่ามี ๒ ประเภทด้วยกัน คือ ประเภทแรกเลยในเรื่องของที่สาธารณะ ที่เราเรียกว่าสาธารณสมบัติ ของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ที่ประชาชนเรียกว่าที่สาธารณประโยชน์ที่ประชาชน ใช้ร่วมกัน อันนี้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็เป็นผู้ร้องขอให้ทางกรมที่ดินเป็นผู้ที่ได้ ออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงหรือ น.ส.ล. ดังกล่าวนะครับ🔗
ในการออก น.ส.ล. นั้น ในระเบียบ น.ส.ล. จะระบุว่าอยู่ในความดูแลรักษา ของใคร ในที่นี้ก็จะเป็นกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดูแลรักษา แล้วก็จะมีชื่อของที่ สาธารณประโยชน์อันนั้น เช่นระบุว่าเป็นทำเลเลี้ยงสัตว์หนองผักแว่น เป็นต้น ก็สรุปได้ว่า ตอนนี้เรารู้แล้วว่าใครเป็นผู้ร้องขอ ใครเป็นผู้ออก ใครเป็นผู้รักษา ในการรักษานั้น ทางกระทรวงมหาดไทยก็ให้ทางกฎหมาย ก็มีอำเภอกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้ดูแลรักษาและคุ้มครอง ป้องกัน ตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามผู้ที่จะอนุญาตยินยอมให้ บุคคลไปใช้ที่ดินดังกล่าวได้จะต้องไปดำเนินการตามกฎหมาย มีประมวลกฎหมายที่ดิน ที่สามารถดำเนินการได้ ต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายที่ดิน ระเบียบ กระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้องก่อน จึงจะอนุญาตให้ใช้ได้ ตัวผู้ที่ดูแลรักษา คุ้มครอง ป้องกัน คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอำเภอไม่สามารถอนุญาตได้นะครับ ก็เรียนเป็นขั้นต้น สำหรับที่ดินประเภทแรกก่อน🔗
ที่ดินประเภทที่ ๒ คือที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน สำหรับใช้ เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ที่เราเรียกว่าที่ราชพัสดุ อันนี้ใน น.ส.ล. จะระบุว่าอยู่ใน ความดูแลรักษาของกระทรวงการคลัง แล้วก็จะมีชื่อที่ราชพัสดุนั้น เช่นเป็นที่อนามัย เป็นต้น เช่นอนามัยหนองน้ำแดง เป็นต้น ที่ดินประเภทนี้กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โดยมี กรมธนารักษ์มีหน้าที่ในการปกครองดูแลและบำรุงรักษาที่ราชพัสดุดังกล่าว รวมทั้งอนุญาต ให้ใช้ด้วย อันนี้คงชัดเจนเรื่องประเภทที่ ๒ ว่าใครเป็นคนขอ กรมที่ดินออก แล้วใคร เป็นผู้ที่อนุญาตให้ใช้ได้นะครับ🔗
ปัญหาก็มาถึงประเด็นที่ซักถามเมื่อสักครู่นี้ว่าทำไมต้องไปขออนุญาต กรมป่าไม้ มันมีพระราชบัญญัติป่าไม้ เมื่อปี ๒๔๘๔ กำหนดเรื่องป่าขึ้นมา ที่เรามักจะเรียก กันคุ้นว่าเป็นป่า ปี ๒๔๘๔ เกิดขึ้นมา ในขณะนั้นเจตนาของการออกกฎหมายนี่ เนื่องจาก ในขณะนั้นเรายังมีป่าไม้มาก ประเทศเราก็มีการทำป่าไม้กันมาก คนก็ไปตัดไม้ทำลายป่า รัฐบาลขณะนั้นเลยออกกฎหมายตัวนี้มา ว่าถ้าที่ดินใดยังไม่ได้มีบุคคลใดได้มาตามกฎหมาย ที่ดิน ให้ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินอันนี้มีสถานะเป็นป่า เขาเขียนไว้อย่างนั้น เจตนา ก็เพื่อที่ใครจะไปตัดไม้หรือทำอะไรก็แล้วแต่ต้องไปขออนุญาตทางกรมป่าไม้ก่อนเป็นหลัก ในเรื่องนี้มันเป็นปัญหามา กระทรวงมหาดไทยซึ่งดูแลเรื่องนี้อยู่ก็ได้เคยหารือกับ คณะกรรมการกฤษฎีกา ทางคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นสรุปว่าที่สาธารณประโยชน์ ดังกล่าว ตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ถือเป็นป่า เพราะฉะนั้นจะทำอะไรจะต้องดำเนินการขออนุญาต ต่อกรมป่าไม้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นเวลาจะอนุญาตให้ประชาชน บุคคล หรือนิติบุคคล ไปใช้ที่สาธารณะดังกล่าว เราจึงต้องไปขอทางกรมป่าไม้ สรุปได้ว่าเป็นกฎหมาย แต่แตกต่าง จากที่ดินอีกประเภทหนึ่ง ที่ราชพัสดุ ซึ่งกระทรวงการคลังถือกรรมสิทธิ์อยู่ อันนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นว่าไม่มีสถานะเป็นป่า เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องไปขออนุญาต กรมป่าไม้ สรุปว่าที่ยังต้องไปขอเพราะเป็นกฎหมาย จึงต้องไปขอความเห็นชอบของ กรมป่าไม้ก่อน อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้ทราบว่าได้มีการทบทวนในเรื่องกฎหมายฉบับนี้อยู่ ขณะนี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำลังทบทวนเรื่องกฎหมาย ฉบับนี้อยู่🔗
คำถามอีกข้อหนึ่งคือเรื่องของที่ถนนต่าง ๆ ต้องออก น.ส.ล. หรือไม่นะครับ ถนนที่เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน อันนี้ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องออก น.ส.ล. ตามระเบียบกรมที่ดินไม่ต้องออก เนื่องจากจากสภาพการใช้เป็นอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องออก เช่นเดียวกับที่สาธารณะที่เป็นโดยลักษณะ เช่น ทางบก ทางน้ำ ลำกระโดง ลำรางสาธารณะต่าง ๆ เหล่านี้ แม่น้ำลำคลองไม่ต้องออก น.ส.ล. ตอบคำถาม ๒ ข้อครับ🔗
ท่านเดชทวี ถามครั้งที่ ๒ เชิญครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ ประเด็นที่ผมถามก็คือทางหลวงท้องถิ่นที่อยู่ใน อปท. ที่ทางจังหวัดได้ให้ขึ้นทะเบียนเป็น ทางหลวงท้องถิ่น ซึ่งทางเทศบาล อปท. ทั่วประเทศก็มีโครงการที่จะไปสร้างโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นถนนลาดยางก็ดี ถนนคอนกรีตก็ดี ตรงนี้ที่ผมถามว่าจะต้องขออนุญาตอีกหรือไม่ แล้วก็โครงการนี่ ผมยกตัวอย่างเทศบาลตำบลเวียงมอก ๒๙๒ โครงการครับ ๒๙๒ โครงการ ได้รับจัดสรรงบจากส่วนกลางมา ๔ ล้านบาท ไปยื่นขออนุญาตจากกรมป่าไม้ ใช้เวลา ๓ เดือน ๔ เดือนก็แล้ว จนกระทั่งหมดปีงบประมาณต้องคืนงบประมาณไป แบบนี้ละที่ผม กำลังจะเรียนถามว่าท่านพอจะมีแนวทางที่จะแก้ไข โดยผมทราบว่าปลัดกระทรวงได้รับปาก ไว้แล้วว่าถ้าหากว่าเป็นโครงการแบบนี้เราจะอนุโลม ไม่ทราบว่าแนวคิดวิธีแก้ไขของท่าน ตรงนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
สำหรับ เรื่องของเมื่อสักครู่นี้นัยก็คือว่าถ้าเป็นเรื่องของถนนต้องไปถามกรมป่าไม้อีกหรือไม่ โดยที่ ยังไม่เกี่ยวกับ น.ส.ล. ผมตีความเอาเองในขณะนี้นะครับว่าถ้าตามกฎหมายคงยังต้องไปขอ ถ้าก่อนจะเกิดถนน เพราะว่ามันเป็นที่ป่าดังกล่าว ผมคิดว่ายังต้องไปขออยู่ ถ้ายังไม่มีการ เปลี่ยนแปลงในเรื่องของ พ.ร.บ. ป่าไม้ ปี ๒๔๘๔ ยังต้องไปขออยู่ อย่างไรก็ตามผมได้เรียน แล้วว่าขณะนี้กำลังมีการทบทวนเรื่องนี้อยู่ว่ากฎหมาย ปี ๒๔๘๔ จะต้องมีการปรับปรุง หรือไม่ อย่างไรในการบังคับใช้ ในขณะนี้ถ้าเป็นอย่างนั้นผมตีความว่ายังต้องไปอยู่ แต่ถามว่า ต้องขึ้น อันนี้เรื่องเกี่ยวกับการใช้ ไม่เกี่ยวกับการออก น.ส.ล. เกี่ยวกับการใช้นะครับ ผมตีความว่ายังต้องไปขออยู่ อันนี้ผมขอตอบแทนทางกฎหมายของกรมป่าไม้นะครับ และ ผมก็เรียนแล้วว่าอย่างไรก็ตามในเรื่องนี้มีการทบทวนอยู่ ดูแล้วอาจจะตีความว่าไม่เห็น จะจำเป็นต้องไปขอ แต่เนื่องจากกฎหมายมันมีอยู่ก็คงต้องตีความว่าอย่างนั้นก่อนครับ🔗
ท่านเดชทวี🔗
ตรงนี้ผมทราบดีครับ กฎหมายก็คือกฎหมาย🔗
ยังมีอะไร คาใจไหมครับ ผมให้ท่านอีกครั้งหนึ่ง เชิญครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่ง ประเด็นตรงนี้ใหญ่มาก เลยครับ ประเด็นที่ผมจะพูดตอนนี้เป็นประเด็นที่เป็นการประกาศทับซ้อนพื้นที่ทำกิน และพื้นที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน ตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ ๒๔๘๔ ซึ่งผมเข้าใจและผมก็ทราบดีว่า ไม่ใช่เป็นความผิดของรัฐบาลชุดนี้ ไม่ใช่เป็นความผิดของพี่น้องประชาชนในยุคนี้ด้วย เหตุการณ์ตรงนี้เกิดขึ้นมา ๗๐-๑๐๐ ปีแล้ว และเอกสารสิทธิที่ครอบครองที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยออกมาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อย่างเทศบาลตำบลเวียงมอก มี น.ส. สวมตั้ง ๒๑๗ แปลง เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ซึ่งพิสูจน์ได้ ชุมชนดั้งเดิมมายาวนาน และเขตเทศบาลตำบล ทุ่งเสลี่ยมมีพื้นที่ทั้งหมด อันนี้ตำบลเดียวนะครับ เทศบาลตำบลทุ่งเสลี่ยม ๓,๙๙๓ แปลง มีเอกสาร ๓,๗๖๓ แปลง ไม่มีเลย ๒๓๐ แปลง แต่อย่าเพิ่งดีใจนะครับ ที่ผมบอกว่ามีเอกสาร ๓,๗๖๓ แปลงนั้นคือเป็นเอกสารที่มิชอบด้วยกฎหมาย ตรงนี้นะครับตกใจเลยทีเดียว แล้วก็พื้นที่ตรงนี้เป็นนอกเขตพื้นที่ของผม เป็นใกล้เคียง ซึ่งผม ก็มาจ่ายตลาดเกือบทุกวัน ห่างจากบ้านตรงนี้นะครับ พื้นที่สีเหลืองตรงนี้ในเขตทุ่งเสลี่ยม เทศบาลตำบลทุ่งเสลี่ยมเขตเดียว พื้นที่สีเหลืองนี้เป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ปรากฏว่า เกือบ ๑ ใน ๓ ของพื้นที่ทั้งหมด อย่างที่ท่านรัฐมนตรีกล่าวไปเมื่อสักครู่ เราจะมีวิธีแก้ไข อย่างไรบ้าง คำถามก็คือท่านพอจะมีความเมตตาที่จะช่วยแก้ไขปัญหาแบบนี้อย่างไรบ้างครับ แล้วก็ถ้าหากมันเป็นการยาก ผมขออนุญาตเรียนปรึกษาเชิงแนะนำสักนิดหนึ่งว่า ถ้าหากว่า ทั้งประเทศมันทำยากมากมายเหลือเกิน เราทำเป็นโมเดล (Model) ได้ไหม เป็นพื้นที่ตัวอย่าง ลองได้ไหม ลองสักที่หนึ่ง เผื่อที่ว่าศึกษาแล้วมีผลกระทบอะไรที่จะตามมา หรือมีการแก้ไข อย่างไร และที่สำคัญที่สุด ทาง อปท. ก็บอกว่าถ้าหากว่ามีการเพิกถอนสภาพป่าไปแล้ว มีการออกสำรวจใหม่ พี่น้องประชาชน แล้วก็ท้องถิ่นพร้อมที่จะสนับสนุนงบประมาณ ในการออกแบบ สำรวจรังวัดใหม่ ซึ่งตรงนี้เป็นที่เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาก เพราะว่าจะทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินอะไรไม่ได้เลยเพราะมิชอบด้วยกฎหมายโดยเฉพาะ เขตตำบลทุ่งเสลี่ยมทั้งหมด แล้วก็พื้นที่ไม่เฉพาะตรงนี้ เขตของผม เขตตำบลเวียงมอก บ้านสันโป่งน้ำร้อน อำเภอเสริมงาม ทั้งหมู่บ้านเลยเกิดปัญหาแบบนี้ ขออนุญาตเรียนถามว่า ท่านพอจะมีความเมตตาที่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้อย่างไรบ้าง และถ้าหากว่าเป็นการยากจริง ๆ ผมขออนุญาตแนะนำว่าเราจะทำเป็นพื้นที่โมเดล (Model) พื้นที่ตัวอย่างได้ไหมที่จะแก้ไข ตรงนี้ สักจุดหนึ่งก็ได้ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับ ผมยังไม่เข้าใจคำถาม ถามให้ตรงใหม่ว่าจะถามว่าอย่างไร เพราะอารัมภบทไปแล้ว ผมจะเรียนให้ฟังตอนจบว่าเป็นอย่างไร ท่านถามเลยว่าจะถาม เรื่องอะไร ถามให้ตรง ๆ ว่าจะทำอะไรครับ🔗
ท่านเดชทวี ถามตรง ๆ เลยว่าจะอยากให้ท่านรัฐมนตรีแก้ไขปัญหาอะไร อย่างไร🔗
จะถามว่าปัญหาพื้นที่ทับซ้อน ๒๔๘๔ ผมยกตัวอย่างที่เดียวก่อน ที่เขตเทศบาลตำบลทุ่งเสลี่ยม ซึ่งมีปัญหาทั้งหมด ๓,๗๖๓ แปลง เป็นเอกสารที่มิชอบด้วยกฎหมาย ท่านพอจะมีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้างครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗
อย่างนี้ นะครับ ผมจะตอบโดยหลักการแล้วกันว่าถ้าราษฎรมีเอกสารสิทธิอะไรที่ทางราชการออกให้ เช่น น.ส. ๓ หรืออะไรก็แล้วแต่ แล้วมีการไปทับซ้อนกับอะไรก็แล้วแต่เช่นเดียวกันนี่ เพราะฉะนั้นเราต้องพิสูจน์ การพิสูจน์นั้น เช่น น.ส. ๓ ก็จะต้องไปทำการรังวัด เมื่อรังวัด ออกมาก็จะทราบที่ตั้งว่าอยู่ที่ไหน อย่างไร ก็พิสูจน์สิทธิ ถ้าเจ้าของสิทธิภาครัฐมาก่อน แน่นอนก็ต้องเพิกถอน ในขณะเดียวกันถ้าประชาชนถือสิทธิอยู่ก่อนก็เป็นสิทธิของประชาชน ในการเพิกถอนนั้นถ้าทางกรมที่ดินเพิกถอนเอกสารสิทธินั้น ๆ ไป ราษฎรก็สามารถไป ฟ้องร้องได้ตามกฎหมาย นี่คือเรื่องทั่ว ๆ ไป ในกรณีที่ของปี ๒๔๘๔ ถ้ามีการจะออก เอกสารสิทธิผมก็ถือว่าทำได้ แต่การดำเนินการที่สาธารณะนั้นเราก็ต้องไปถามกรมป่าไม้ เขาตามกฎหมาย อย่างที่ผมเรียนตั้งแต่ต้นแล้ว นี่คือคำตอบที่ตอบท่านโดยประมาณ🔗
อยากจะขอเรียนท่านประธานว่าการถาม ผมตอบได้หมด ถ้าท่านถามมาโดย หลักการทั่ว ๆ ไป แต่เวลาท่านถามท่านไม่ได้ถามตามญัตติที่กำหนดในสภาแห่งนี้ ท่านถาม เป็นกระทู้ถามสดลงไปในพื้นที่เฉพาะ ซึ่งถ้าจะถามอย่างนั้นท่านถามเป็นกระทู้ถามสดไป ท่านก็ได้สิทธิที่จะถามเช่นนั้นตรงไหนของประเทศไทยก็ได้ แต่การที่ท่านถามกระทู้ถามทั่วไป แล้วท่านถามเจาะจงไปพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ไม่มีใครเตรียมมาได้หรอกครับว่าตรงนั้นเป็น อย่างไร แต่ถ้าในหลักการผมตอบได้หมด แต่ท่านไม่ได้ถามตามญัตติของสภาแห่งนี้ที่ให้ทำ ถ้าท่านถามอีกผมก็จะตอบได้อีก ผมก็จะตอบตามหลักการ แต่ถามไปหมู่นั้นหมู่นี้ หมู่บ้าน โคกตาดเฉพาะอย่างนี้ ท่านไม่ได้ถามตามกระทู้ถามของรัฐสภาแห่งนี้ ผมขอเรียน แต่ผมตอบ ให้หมด🔗
ท่านเดชทวี🔗
ที่ท่านรัฐมนตรีตอบก็ถูกนะครับ แต่ที่ผม ถามไปเป็นการยกตัวอย่างแค่นั้นเองนะครับ🔗
ท่านเดชทวี ท่านถามเป็นครั้งที่ ๓ แล้ว🔗
ครบแล้วครับ🔗
เกินนะครับ ผมให้ท่านเกิน ๑ ครั้ง🔗
ไม่เกินครับ ขอบพระคุณท่านประธาน มากครับ🔗
ขอบคุณครับ ที่จริงแล้วการถามกระทู้ถามทั่วไปท่านต้องยึดเอาตามหัวข้อหรือประเด็นที่ท่านเขียนถาม เอาไว้นะครับ รัฐมนตรีถึงจะเตรียมมาตอบได้ถูกต้อง แต่ถ้าเราเขียนไปอย่างหนึ่ง แล้วเวลา ถามเราก็ลงไปในรายละเอียดอีกอย่างหนึ่ง มันจะทำให้ได้คำตอบไม่ชัดเจนนะครับ แต่ถ้าหาก ท่านเดชทวียังคงติดใจที่จะถามลงไปในพื้นที่เฉพาะ ผมเสนอแนะว่าท่านไปทำเป็นกระทู้ถาม แยกเฉพาะ แล้วจะได้บรรจุเข้ากระทู้ถามแยกเฉพาะ แต่ต้องเขียนว่าต้องการจะถามอะไร ให้ชัดเจน เพราะรัฐมนตรีเขาจะเตรียมตอบ มันเป็นเรื่องเฉพาะเราก็ถามในห้องกระทู้ถาม แยกเฉพาะได้ บรรจุได้ไวกว่ากระทู้ถามทั่วไปนะครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาแนะนำ นะครับ🔗
ก็ถือว่าจบ การถาม ตอบกระทู้ถามทั่วไป กระทู้ถามที่ ๑.๒.๓ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา นะครับ ที่กรุณาให้เกียรติมาตอบกระทู้ถาม ในสภาของพวกเรา🔗
๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๕๓๕ เรื่อง การแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโค กระบือ (นางผ่องศรี แซ่จึง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์🔗
กระทู้ถามนี้ เลื่อนไปนะครับ🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๕๓๓ เรื่อง ขอให้ขยายไฟฟ้าเพื่อการเกษตรสู่ไร่นา ให้กับประชาชน (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย🔗
ตอนนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็อยู่ในห้องประชุมแล้ว ท่านอนุรักษ์ บุญศล ก็พร้อมแล้ว เชิญท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ถามได้เลยครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอบพระคุณ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นอย่างสูง ที่ให้ความเมตตากับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ วันนี้ดิฉันเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ที่จะถามคำถามที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเลยทีเดียว ท่านประธาน ที่เคารพคะ จากการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ในช่วง ๓ ปีที่ผ่านมา ทำให้ ประชาชนยากแค้นแสนเข็ญ คนตกงานกลับสู่ภาคเกษตรเป็นจำนวนมาก พื้นดินที่ไหน พอทำกินตรงไหนได้ พี่น้องประชาชนก็จะออกไปประกอบอาชีพทางการเกษตรตรงนั้น เพื่อการทำมาหากินและการดำรงชีวิตต่อลมหายใจ จึงต้องการไฟฟ้าเพื่อการประกอบอาชีพ เป็นอย่างยิ่ง เพราะไฟฟ้าสามารถเป็นตัวช่วยทางเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี เมื่อประชาชน ต้องการไฟฟ้ารัฐบาลควรจัดสรรให้ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา นั้นได้ดูแลพี่น้องเรื่องของไฟฟ้าเพื่อการเกษตร แล้วก็ดูแลเรื่องของ ไฟฟ้าเพื่อครอบครัวใหม่ได้เป็นอย่างดีเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว ดิฉันทราบมาว่าโครงการ คขก. หรือว่าโครงการการขยายเขตไฟฟ้าให้พื้นที่ทำกินทางการเกษตรนั้นมีเฟส ๑ เฟส ๒ และดิฉัน ต้องการให้มีเฟส ๓ ค่ะ เพราะว่าจะทำให้พี่น้องประชาชนนั้นได้มีไฟฟ้าเพื่อการเกษตร มากขึ้น การมีไฟฟ้าเพื่อการเกษตรมากขึ้นเท่าใดนั้น พี่น้องก็จะหลุดพ้นจากความยากจนมากเท่านั้น คำถามแรกค่ะท่านประธาน กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายอย่างไรกรณีที่ประชาชน มีความต้องการไฟฟ้าเพื่อการเกษตรเป็นอย่างมาก แล้วทางท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา กระทรวงมหาดไทยนั้นมีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไร ดิฉันขอทราบรายละเอียด แทนพี่น้องประชาชนทั้งประเทศค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ สมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ เรื่องของไฟฟ้า ที่เราเรียกว่าไฟฟ้าเพื่อการเกษตรนั้น กระทรวงมหาดไทยโดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็ได้ ดำเนินการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ตามนโยบายของรัฐบาลก็คือการที่จะขยาย เขตไฟฟ้าลงไปในพื้นที่ทำกินทางการเกษตรให้พี่น้องประชาชน ทั้งนี้เพื่อให้ทางเกษตรกร สามารถที่จะใช้ไฟฟ้าไปทำการเกษตรได้ เช่นไปสูบน้ำนะครับ ในกรณีการสูบน้ำก็สามารถ ที่จะไปลดต้นทุนการผลิตให้กับพี่น้องเกษตรกรได้ เนื่องจากการสูบน้ำโดยใช้น้ำมันนั้นจะมี ต้นทุนที่สูงกว่า เพราะฉะนั้นก็จะเป็นการลดต้นทุนให้กับพี่น้องเกษตรกร เพราะฉะนั้นการที่ ขยายเขตไฟฟ้าไปให้เกษตรกรนั้นก็เป็นนโยบายของรัฐบาลนะครับ ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมา นั้นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ดำเนินการขยายไปแล้ว ๓ โครงการด้วยกัน ๒ โครงการแรกนั้น จบไปแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ถึงปี ๒๕๕๔ ตอนสิ้นสุดการทำ ๓๐,๐๐๐ ราย กรอบวงเงิน ๑,๖๕๕ ล้านบาท แต่ทำจริงนั้นก็ยืดเยื้อมาในปี ๒๕๕๔ แต่ก็จบโครงการไปเรียบร้อยแล้ว ในโครงการต่อไปก็มีโครงการระยะที่ ๒ ในช่วงปี ๒๕๕๙ ถึงปี ๒๕๖๓ เป้าหมายเกษตรกร ๔๐,๖๐๐ ราย งบประมาณ ๒,๐๓๐ ล้านบาท ก็ดำเนินการเสร็จสิ้นปิดโครงการไปแล้ว เช่นเดียวกัน ได้เป้าหมายตามที่กำหนดไว้นะครับ🔗
ในส่วนของปี ๒๕๖๔-๒๕๖๕ ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็ได้มีการทำโครงการ แผนงานเร่งด่วนขยายเขตไฟฟ้าให้พี่น้องประชาชนอีก เนื่องจากพี่น้องประชาชนมีความ ต้องการไฟฟ้าในด้านการเกษตรในพื้นที่การเกษตรอีกมาก ก็ทำโครงการแผนงานเร่งด่วน โดยกำหนดเป้าหมายจำนวน ๑๖,๕๐๐ ราย กรอบวงเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ดำเนินการ ขณะนี้ไปแล้ว อนุมัติเข้าแผนงานไปแล้ว ๑๕,๐๐๐ กว่ารายในขณะนี้ แล้วก็งบประมาณ ยังไม่พอ อย่างไรก็ตามการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็เพิ่มวงเงินโดยอำนาจของการไฟฟ้าเอง ให้โครงการสามารถดำเนินการได้ ในขณะนี้ก็ดำเนินการให้🔗
สรุปว่ารัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้าเพื่อการเกษตร แล้วก็พยายามจะทำโครงการ เพื่อตอบสนองพี่น้องประชาชนให้มีไฟฟ้าไปใช้ในการทำการเกษตร เพื่อประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน นั่นคือนโยบายและการดำเนินการของรัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคครับ🔗
เชิญท่านอนุรักษ์ถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ พอได้รับฟังคำตอบด้วยความเมตตาของเจ้ากระทรวงมหาดไทย ดิฉัน ดีใจแทนพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว พี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรก็คงจะ ไม่แตกต่างจากดิฉันว่าจะมีไฟฟ้าไปถึงไร่นา เพราะว่ามีโครงการที่ดิฉันบอกว่าโครงการไฟฟ้า เพื่อการเกษตรนี่นะคะ ทราบว่าปีนี้เป็นพัน ๆ ล้านเลยทีเดียว แต่ก็ยังไม่พอกับความต้องการ แล้วก็ท่านอนุพงษ์ยังบอกว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลเลยทีเดียวที่จะทำให้พี่น้องประชาชนนั้น ได้ใช้ไฟฟ้า เพื่อลดต้นทุนการผลิต แล้วก็เพิ่มศักยภาพของเศรษฐกิจในภาคการเกษตรขึ้น เป็นความหวังที่ไม่ได้ไกลเกินเอื้อมเลยที่จะต้องถึงเรือกสวนไร่นาของพี่น้องประชาชนทุกคน เลยนะคะ แต่ทีนี้นั้นในเรื่องของการกระจายอำนาจ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไฟฟ้าสามารถที่พอกระจาย อำนาจไปที่ อบต. หรือเทศบาล ความต้องการไฟฟ้าของพี่น้องประชาชนที่ใกล้ที่สุดก็ต้องไป ตรงนั้น บอกว่ากระจายอำนาจแล้วนี่นะคะ ดิฉันยังต้องการที่จะให้กระทรวงมหาดไทยเข้าไป ดูแลโดยตรงเหมือนที่ผ่านมาด้วยส่วนหนึ่ง เพื่อที่จะกระจายไฟฟ้าสู่เรือกสวนไร่นาให้เต็ม พื้นที่ เพราะว่าอะไรหรือคะ ดิฉันมีคำถามที่ ๒ ค่ะท่านประธาน🔗
คำถามที่ ๒ ไฟฟ้าเพื่อการเกษตร เมื่อมีความต้องการต้องร้องขอที่องค์การ บริหารส่วนตำบลหรือเทศบาล แต่ได้รับคำตอบว่าไม่มีงบประมาณ ทางกระทรวงมหาดไทย จะให้คำตอบกับประชาชนอย่างไรในกรณีนี้ ดิฉันขอทราบรายละเอียดค่ะ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
ในเรื่อง ของการขอก็ขอเรียนอย่างนี้ว่าโดยปกติประชาชนเขาก็จะไปยื่น เพื่อความสะดวกเขาก็ไปยื่น ความต้องการเรื่องไฟฟ้ากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็จะประสานงานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อไปสำรวจ ออกแบบในการที่จะประมาณ ค่าใช้จ่ายอะไรในการที่จะให้กับพี่น้องประชาชน ก็มาดูว่าที่มาของเรื่องรายจ่ายเป็นอย่างไร เมื่อสักครู่นี้ผมได้เรียนแล้วว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้ความสำคัญเรื่องนี้ แล้วก็จะทำ โครงการ ในการทำโครงการแต่ละห้วงปีนั้นก็จะมีสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน เช่นจะกำหนดว่าจะทำ กี่ราย ๕๐,๐๐๐ ราย ๓๐,๐๐๐ ราย ที่จะขยาย แล้วก็จะต้องมีกรอบวงเงินเท่าไร เพราะการ เสนองบประมาณนี่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคคงต้องทำเช่นนั้น งบประมาณที่ใช้ก็จะเป็น งบประมาณส่วนหนึ่งเป็นรายได้ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเอง อีกส่วนหนึ่งการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคจะกู้มาเพื่อขยายพื้นที่ให้เกษตรกร🔗
อย่างไรก็ตามเรื่องของไฟฟ้าเพื่อการเกษตรจะแตกต่างกับไฟฟ้าครัวเรือน ที่ใช้กันอยู่ สิ่งสำคัญครัวเรือนเขาจะอยู่ใกล้กัน การลงทุนขยายเขตไฟฟ้าไปเฉลี่ยต่อหัว ต่อครอบครัวจะไม่แพงมาก แต่พื้นที่การเกษตรจะอยู่กันห่างไกล เพราะฉะนั้นการจะวาง ปักเสาพาดสายไปยังพื้นที่การเกษตรแต่ละอันจะใช้งบประมาณมาก อย่างไรก็ตามการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคตอนทำโครงการเขาก็จะประเมินว่าจากประสบการณ์ที่ทำอยู่บวกกับสภาวะ เศรษฐกิจปัจจุบันค่าใช้จ่าย ค่าราคาของเท่าไร แล้วเขาก็ประเมินออกมาว่าโครงการนี้ ควรจะกำหนดไว้ว่าต่อหัวควรจะเท่าไร ไม่อย่างนั้นจะไม่รู้วงเงินงบประมาณ เพราะฉะนั้น เขาก็จะทำ อย่างโครงการปี ๒๕๖๔-๒๕๖๕ ที่ผมเรียนแล้วขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ เขาหารเฉลี่ยออกมาแล้วว่าค่าลงทุนแต่ละคนจะประมาณ ๘๐,๐๐๐ บาท แต่ทีนี้ก็มีปัญหาว่า เมื่อกำหนดอย่างนั้นแล้วเวลาไปทำบางพื้นที่มันใช้เกิน แนวทางในการดำเนินการของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขาก็จะมีแนวทางว่าเจ้าตัวเขาออกสมทบได้ ไม่เช่นนั้นก็องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถที่จะสมทบได้ นั่นคือคงจะเป็นการเข้าใจว่า พอไปถามองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นบอกไม่มีเงิน ผมก็คงตอบแทนได้ คนที่ประชาชนที่ไปขอก็คงจะไม่มีเงิน เพราะเป็นผู้ยากไร้เช่นเดียวกัน ก็เลยเกิดคำถามอย่างที่ว่ามา แล้วถามว่าผมจะตอบอย่างไร ผมเองได้เคยให้นโยบายการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปเรื่องไฟฟ้าครัวเรือนก็เช่นเดียวกันว่าเพื่อให้ ประชาชนทุกคนมีไฟฟ้าใช้ เพราะฉะนั้นแนวคิดในเรื่องนี้ต้องพยายามทำให้ประชาชนได้ แม้ว่าโครงการจะกำหนดไปแล้วบางคนนั้นก็ไม่ได้ใช้ถึงงบประมาณตามที่กำหนดไว้ ในกรณีที่ เกษตรนี่นะครับ สมมุติว่ากำหนดไว้ ๘๐,๐๐๐ บาท บางรายอาจจะใช้ ๕๐,๐๐๐ บาท บางรายอาจจะใช้ ๓๐,๐๐๐ บาท เพราะอยู่ใกล้ก็ใช้ไม่ถึง เพราะฉะนั้นกรอบวงเงินที่ทำ โครงการก็จะมีเหลือไปเจือจานคนที่เกิน ๘๐,๐๐๐ บาทได้ เพราะฉะนั้นแนวทางที่ผมให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปก็ให้พิจารณาโครงการว่าถ้าสามารถดำเนินการได้ไม่ต้องไปขอ เงินสมทบของประชาชนหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เกลี่ยงบประมาณในโครงการ ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน นั่นคือสิ่งที่ได้ให้นโยบายไป และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ก็ดำเนินการอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าตอบในขณะนี้ผมถือว่าผมได้ให้นโยบายไปแล้ว แล้วก็จะเป็น กำชับติดตามว่าไม่ต้องไปขอพี่น้องประชาชน ไม่ต้องไปขอองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ บริหารงบประมาณภายใต้โครงการนั้นเพื่อตอบสนองพี่น้องประชาชนให้ได้ นั่นคือคำตอบ🔗
ท่านอนุรักษ์ครับ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉันจะไม่ถาม คำถามที่ ๓ เพราะว่าท่านมีเมตตาดูแลพี่น้องประชาชนเกษตรกรอย่างดีเลยค่ะ แต่ว่าดิฉัน จะขอยื่นหนังสือต่อท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยค่ะ ท่านตอบชัดเจนว่าไม่ให้ อบต. สมทบ นั่นก็คือมันเป็นความหวัง มันเป็นแสงเรืองรอง ของประเทศค่ะ🔗
เชิญยื่น เลยนะครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นอย่างสูงค่ะ ที่สร้างความหวัง ให้ความหวัง และเกิดความหวังกับพี่น้องประชาชนที่ต้องการไฟฟ้าเพื่อการเกษตรทั้งประเทศค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ที่ประชุมครับ ก็ถือว่าจบการถาม ตอบกระทู้ถามทั่วไป ๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๕๓๓ เรื่อง ขอให้ขยายไฟฟ้าเพื่อการเกษตรสู่ไร่นาให้กับประชาชน ของท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ต้องขอกราบขอบพระคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่ให้เกียรติมาตอบกระทู้ถามทั่วไปของสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ได้มีการดำเนินการถามและตอบที่ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ บริเวณชั้น ๑ แล้วนะครับ🔗
ขออนุญาต เริ่มเข้าวาระกระทู้ถามแยกเฉพาะเลยนะครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
วันนี้มีทั้งหมด ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะ กระทู้ถามที่ ๑ ของท่านอนุรักษ์ บุญศล กระทู้ถามที่ ๒ ของท่านผ่องศรี แซ่จึง กระทู้ถามที่ ๓ ของท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ กระทู้ถามที่ ๔ ของท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ กระทู้ถามที่ ๕ ของท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ กระทู้ถามที่ ๖ ของท่านอนุรักษ์ บุญศล🔗
สำหรับข้อบังคับการประชุม ถามได้ ๒ ครั้งภายใน ๑๐ นาที เราจะมีเวลา ให้ท่านดูที่จอข้างหน้า ช่วยดูเวลาด้วยนะครับ ของท่านประภัตรมีหนังสือแจ้งมาติดภารกิจ ขอเลื่อนกระทู้ถามออกไปตอบในวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๕ ของท่านประภัตรมีทั้งหมด ๓ กระทู้ถาม ขอเลื่อนทั้ง ๓ กระทู้ถามนะครับ🔗
๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๖๗ เรื่อง การก่อสร้างฝายชะลอน้ำ กั้นแม่น้ำสงครามเพื่อการเกษตรในฤดูแล้ง (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมาย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ (นายประภัตร โพธสุธน) เป็นผู้ตอบ🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๖๙ เรื่อง การจัดทำโครงการธนาคาร สินค้าเกษตร (กิจกรรมสนับสนุนธนาคารผลผลิตสัตว์น้ำแบบมีส่วนร่วม) จังหวัดศรีสะเกษ (นางผ่องศรี แซ่จึง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมาย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายประภัตร โพธสุธน) เป็นผู้ตอบ🔗
๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๗๐ เรื่อง ขอให้แก้ไขปัญหาที่ดิน โดยการออกเอกสารสิทธิการครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ในตำบลแม่ลาน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน (นายรังสรรค์ มณีรัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมาย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ (นายประภัตร โพธสุธน) เป็นผู้ตอบ🔗
๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๖๑ เรื่อง การก่อสร้างอุโมงค์ทางลอด บริเวณสี่แยกหัวโป่ง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมาย รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม (นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ) เป็นผู้ตอบ🔗
ตอนนี้ รัฐมนตรีอยู่แล้วนะครับ เชิญท่านอัครเดชเริ่มได้เลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้ตั้งกระทู้ถาม ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ด้วยปัจจุบันสี่แยกหัวโป่ง ถนนแสงชูโต ทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ บริเวณหมู่ที่ ๓ ตำบลหนองอ้อ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี (ถนนสายบ้านโป่ง-สามแยกกระจับ) มีการจราจรหนาแน่น เนื่องจากมีการขยายเมือง ซึ่งถนนทางหลวงเส้นนี้เป็นถนนที่มีความแออัด เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมขยายตัวทำให้มี การเจริญเติบโตของเมืองมากยิ่งขึ้น ซึ่งได้นำภาพให้ท่านประธานเห็นว่าการจราจรนั้น มีความแออัดโดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็น มีรถยนต์บรรทุกสัญจรในเส้นทางนี้ เป็นจำนวนมากจึงทำให้การจราจรติดขัดและหนาแน่น โดยเฉพาะบริเวณแยก คลองชลประทานบ้านหัวโป่ง ที่มีสัญญาณไฟจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุที่สามารถลดการสูญเสีย ชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี แต่ในช่วงเวลาเร่งด่วนยังคงมี ปริมาณรถสะสมสูงมาก ดังนั้นเพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของผู้ใช้รถ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ใช้ถนนเส้นแสงชูโต จึงขอให้กรมทางหลวงช่วยสร้างอุโมงค์ ทางลอดใต้สี่แยกหัวโป่งบริเวณดังกล่าว เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและให้ การจราจรบริเวณนี้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น🔗
กราบเรียนท่านประธานเพิ่มเติมครับ เนื่องจากสี่แยกหัวโป่งแห่งนี้เดิมที ไม่ได้เป็นสี่แยก ทำให้พี่น้องประชาชนต้องไปกลับรถไกล เมื่อไปกลับรถไกลโดยเฉพาะ ปัจจุบันนี้ที่อำเภอบ้านโป่งมีการเจริญเติบโตมาก เนื่องจากบ้านโป่งเป็นเมืองพาณิชยกรรม และอุตสาหกรรม จึงมีพี่น้องประชาชนทั้งประชาชนในพื้นที่ แล้วก็ประชากรแฝงเป็นจำนวน มาก จึงทำให้เมืองขยายตัว หมู่บ้านจัดสรรย้ายฝั่ง ขยายมาจากเดิมเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง เขตตำบลสวนกล้วย ปัจจุบันนี้ข้ามมายังเขตที่ตำบลหนองกบ แล้วก็ตำบลหนองอ้อมากขึ้น พี่น้องประชาชนก็ใช้รถมอเตอร์ไซค์ออกมาที่ถนนเส้นทางหลักก็คือถนนเส้นแสงชูโต ซึ่งมี รถบรรทุก แล้วก็รถกระบะ รถยนต์เป็นจำนวนมาก เมื่อกลับรถไกลก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเมื่อปี ๒๕๕๙ ก็ได้มีการทำประชาคม ผมเองนั้นตอนนั้นยังไม่ได้เป็นผู้แทนราษฎร ได้ร่วมกับทางผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น รวมถึงพี่น้องประชาชน ขอให้กรมทางหลวงได้ทำ สี่แยกนะครับ จนเมื่อปี ๒๕๖๒ ผมมาเป็น ส.ส. สี่แยกแห่งนี้ก็สร้างเสร็จพอดี ที่สี่แยกแห่งนี้ เมื่อสร้างเสร็จก็ลดอุบัติเหตุได้มาก ท่านประธานครับ เดิมเกิดอุบัติเหตุเป็นรายวัน ถนนเส้นนี้ จากแยกโคกหม้อจนถึงสามแยกกระจับ ระยะทางเพียงแค่ประมาณ ๒ กิโลเมตรเศษ แต่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นทุกสัปดาห์ แล้วก็ในแต่ละเดือนมีพี่น้องประชาชนสูญเสียชีวิต แล้วเกิด อุบัติเหตุจำนวนหลายรายนะครับ แต่เมื่อมีสี่แยกแห่งนี้เกิดขึ้นอุบัติเหตุลดลงไปมากอย่างมี นัยสำคัญเลย บางทีอุบัติเหตุแทบจะไม่มีเลยนะครับ เพราะว่า ๑. สี่แยกไฟแดงแห่งนี้ ตัดกระแสรถ รถที่เคยใช้ความเร็ว วิ่งมาจากเมืองกาญจนบุรี วิ่งมาจากจังหวัดนครปฐม ผ่านอำเภอบ้านโป่ง รถที่เคยใช้ความเร็วก็มีไฟแดงเพื่อตัดกระแสรถ ทำให้รถใช้ความเร็วมาก ไม่ได้นะครับ เมื่อก่อนใช้ความเร็วสูงมาก ๑๔๐ กิโลเมตร ๑๖๐ กิโลเมตร ก็เกิดอุบัติเหตุ ร้ายแรง ปัจจุบันนี้เมื่อมีสี่แยกก็ตัดกระแสรถ ทำให้รถชะลอตัว อุบัติเหตุลดลง พี่น้อง ประชาชนที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์หรือรถจักรยานยนต์ก็ไม่ต้องไปกลับรถไกล ใช้สี่แยกนี้กลับรถ ก็เป็นความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอบ้านโป่ง แล้วก็ทำให้เกิด ความสะดวกในการเดินทางเป็นอย่างยิ่งนะครับ เมื่อเกิดสี่แยกไฟแดงแห่งนี้ประชาชนในพื้นที่ ก็มีความพึงพอใจ แต่ท่านประธานครับ พอเวลาผ่านไปถนนเส้นนี้ท่านประธานก็ทราบว่า คนจะไปจังหวัดกาญจนบุรีนี่ ไปท่องเที่ยวก็ต้องผ่านอำเภอบ้านโป่งซึ่งเป็นเส้นทางหลัก ถนนสาย ๓๒๓ แห่งนี้ ถนนแสงชูโตเส้นนี้จะไปเมืองกาญจนบุรี ไปท่องเที่ยว เพราะฉะนั้น เย็นวันศุกร์ต่อเนื่องเช้าวันเสาร์นี่การจราจรติดขัดมาก ขากลับจากเมืองกาญจนบุรีมา วันอาทิตย์ตอนบ่ายติดต่อเนื่องก็ทำให้การจราจรติดขัด แล้ววันธรรมดาโดยเฉพาะช่วงเช้า ช่วงเย็นการจราจรปริมาณสะสมสูงมากนะครับ แต่ถ้าช่วงปกติก็พอไปได้ จากสี่แยกไฟแดงนี้ ก็เลยมีความเห็นครับท่านประธาน ผมไปศึกษาดูงานที่จังหวัดภูเก็ต ขอภาพขึ้นนิดหนึ่งครับ🔗
ก็ได้ไปเห็นห้าแยกฉลอง ท่านประธานครับ นี่ครับทำอุโมงค์ลอด ซึ่งพื้นที่เขตทางนี่ ผมไปดูงานนะครับ พื้นที่เขตทาง ที่สามารถก่อสร้างอุโมงค์ได้เท่ากับสี่แยกนี้ ถ้าสี่แยกนี้ทำเป็นสะพานข้ามก็จะมีผลกระทบกับ พี่น้องประชาชนที่ค้าขายในบริเวณดังกล่าว แล้วเขตทางก็แคบ แต่ถ้าทำอุโมงค์ได้เหมือนที่ ห้าแยกฉลอง ก็คือผมไปวัดดูเขตทางที่ผมไปดูงาน อันนี้ผมถ่ายเองจากรถ แล้วก็ลงไป ถ่ายภาพ นี่เป็นอุโมงค์ ก็เหมือนอุโมงค์ทั่วไปในกรุงเทพฯ นี่ครับ จะทำให้แยกบริเวณดังกล่าว การจราจรไม่ติดขัดนะครับ ก็เลยขออนุญาตได้กราบเรียนถามท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่าทางกระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวง มีแผนที่จะสร้างอุโมงค์ ลอดใต้สี่แยกหัวโป่ง ถนนแสงชูโต บริเวณหมู่ที่ ๓ ตำบลหนองอ้อ หรือไม่ อย่างไร จึงขออนุญาตกราบเรียนถามท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ทางท่าน รัฐมนตรีอธิรัฐ ทำหนังสือขอให้ นางสาวพาริษา ปทุมวงษา วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ กรมทางหลวง เข้ามาร่วมให้ข้อมูลชี้แจงนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีได้ตอบชี้แจงได้ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาตอบกระทู้ถาม ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ นะครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณ แล้วก็ชื่นชมท่านสมาชิกนะครับ ที่ท่านมีความเป็นห่วงเป็นใยพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ใช้ ทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ข้อมูลเบื้องต้นจากกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง ได้ตรวจสอบ บริเวณสี่แยกหัวโป่ง ก็คือจุดตัดระหว่างทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ตอนหนองตะแคง-ลูกแก กับถนนคันคลองส่งน้ำสาย ๙ พบว่าบริเวณสี่แยกหัวโป่งมีการจัดการจราจรบริเวณทางแยก ด้วยระบบสัญญาณไฟจราจร เป็นทางขนาด ๔ ช่องจราจร พร้อมช่องทางเลี้ยว มีทางเท้า และระบบระบายน้ำที่สมบูรณ์แบบนะครับ แล้วก็ปัญหาเบื้องต้นก็เหมือนอย่างที่ท่านสมาชิก ท่านได้เรียนมาก็คือจุดตรงนี้มีจราจร ผู้ใช้รถ ใช้ถนนค่อนข้างมาก โดยเฉพาะช่วงเช้า ช่วงเย็น แล้วก็วันเสาร์ วันอาทิตย์นะครับ🔗
ส่วนคำถามที่ท่านได้ถามถึงว่าทางกระทรวงคมนาคมมีแผนที่จะทำอุโมงค์ ลอดใต้สี่แยกหัวโป่งหรือไม่ ก็ต้องกราบเรียนนะครับว่าเบื้องต้นทางหลวงเองเราได้ลงไป สำรวจในพื้นที่ถึงความเป็นไปได้ว่าจะทำได้ไหม ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าจากการที่ ทางหลวงเราลงไปสำรวจนี่มันก็ยังมีติดปัญหา ก็คือพื้นที่ดังกล่าวมีความกว้างเพียง ๓๐ เมตร ซึ่งไม่เพียงพอที่จะสร้างเป็นทางแยกต่างระดับ หรือไม่ว่าจะเป็นแบบสะพานยกระดับ หรืออุโมงค์ทางลอด ประกอบกับเป็นย่านชุมชนขนาดใหญ่ มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น มีบ้านเรือน ตึกแถว ร้านค้า สถานประกอบการ อาคารพาณิชย์ หากดำเนินการสร้างจะส่ง ผลกระทบเป็นจำนวนมาก🔗
แล้วก็ปัญหาที่สำคัญก็คือจุดตัดถนนที่ตัดจากในภาพก็คือถนนเลียบคลอง ชลประทาน ๓๒๓ นะครับ ถนนเส้นนี้ก็คือมีท่อบอกซ์คัลเวิร์ต (Box Culvert) ถ้าเราจะทำ อุโมงค์ลอดจริง ๆ ได้ลองให้ทางวิศวกรรมได้ลองไปสำรวจ ออกแบบนี่ เราต้องกดอุโมงค์ให้ ต่ำ ซึ่งอาจจะต้องต่ำมากถึง ๒๐ เมตร มันต้องต่ำกว่าระดับท่อลงไป แล้วก็ต่ำกว่าระดับคลอง ลงไปมาก ซึ่งตรงนี้เองก็จะส่งผลมาถึงประเด็นที่ ๒ ก็คือเมื่อเรากดลงไปมากเท่าไร ระยะทาง ของ ๒ ข้างทางถนนจะต้องมีการโดนเวนคืน ซึ่งอย่างน้อยข้างละ ๑๐ เมตร แล้วต้องร่วม ระยะทางอาจจะถึงประมาณกิโลเมตรสองกิโลเมตร ตลอดสี่แยกซ้าย ขวาออกไปจะต้องโดน เวนคืน ซึ่งปัจจุบันเหมือนอย่างที่ท่านบอกครับว่ามันเป็นชุมชน มันเป็นเมืองที่เกิดขึ้นแล้ว การเวนคืนก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาได้ ก็เลยต้องกราบเรียนท่านสมาชิกนะครับว่าปัจจุบัน ทางหลวงเรายังไม่ได้มีแผนงานที่จะก่อสร้างอุโมงค์ลอดใต้สี่แยกหัวโป่ง แต่อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงคมนาคมนะครับ ปัจจุบันโดยการทางพิเศษระหว่างเมืองเราก็ได้มีการก่อสร้าง ถนนสายเอ็ม ๘๑ (M81) ซึ่งจะเป็นสายคู่ขนานใกล้ ๆ กันกับทางหมายเลข ๓๒๓ ซึ่งปัจจุบัน ดำเนินการไปแล้วกว่า ๘๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็คาดว่ากำหนดเสร็จน่าจะปีหน้าก็คือปี ๒๕๖๖ และจะสามารถเปิดได้เต็มรูปแบบในปี ๒๕๖๗ ตรงนี้ถือว่าเป็นทางเลือกยุทธศาสตร์ที่เชื่อม ระหว่างจังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งคาดว่าถ้าถนนหมายเลข เอ็ม ๘๑ (M81) ตรงนี้เสร็จก็น่าจะแบ่งเบาปริมาณการจราจรบนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๒๓ ตรงนี้ได้ จากภาพก็จะเห็นว่าเป็นเส้นสีฟ้านะครับ🔗
แต่อย่างไรก็ตามในระยะยาว ผมก็ได้กำชับทางทางหลวงกับกระทรวงคมนาคม ว่าถ้าหลังจากเราเปิดเส้นเอ็ม ๘๑ (M81) แล้ว การจราจรเส้น ๓๒๓ ยังมีการจราจรที่ยัง หนาแน่น ยังมีปัญหาอยู่ ก็จะให้ทางทางหลวงลงพื้นที่เพื่อจะไปพิจารณาความเหมาะสม อีกครั้งหนึ่ง ไปทำการมีส่วนร่วม ไปทำประชาคม ดูว่าเราจะออกแบบกันอย่างไร ก็จะให้ทาง พื้นที่ทุกภาคส่วนได้มามีส่วนร่วม ได้ลองมาคุยปัญหากันว่าถ้าเราจะต้องทำจริงจะต้องมี การเวนคืน พี่น้องประชาชนจะรับได้มากน้อยขนาดไหน แล้วมันต้องกดอุโมงค์ต่ำไปมาก ก็อาจจะมีปัญหาที่ตามมาในอนาคต ก็จะมีเรื่องรายการออกแบบต่าง ๆ ที่จะต้องดู รายละเอียดกัน แต่อย่างไรก็เราไม่ได้ปิดประตูตายว่าเราจะไม่ทำ ฉะนั้นมีความเป็นไปได้ครับ แต่ก็จะต้องลงไปพูดคุยในพื้นที่เบื้องต้นก่อนครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านอัครเดชถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ที่ท่านได้มาตอบกระทู้ถาม แล้วก็ท่านเป็นรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับสภาผู้แทนราษฎรของเรา มาตอบกระทู้ถามของกระทรวงคมนาคม ตลอดเลยนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีมา ณ โอกาสนี้นะครับ แล้วก็ที่สำคัญ เมื่อสักครู่นี้ได้รับฟังการชี้แจงของท่านรัฐมนตรีก็ทราบถึงข้อจำกัดของทางกรมทางหลวง ในการที่จะก่อสร้างอุโมงค์ ก็จะได้นำข้อมูลของกรมทางหลวงที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงมานี่ ไปนำเรียนผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในบริเวณดังกล่าว ให้ได้รับทราบข้อจำกัดต่อไป ก็เห็นด้วยครับท่านประธานที่ปัจจุบันนี้เส้นทางมอเตอร์เวย์ (Motorway) จากบางใหญ่มาถึงจังหวัดกาญจนบุรีจะมีการระบายรถจากเส้นแสงชูโต เส้นเพชรเกษมออกไปได้มากพอสมควร เพราะว่าพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางไปยัง จังหวัดกาญจนบุรีอีกหน่อยก็คงไม่ต้องผ่านบ้านโป่งมาก ก็จะทำให้การจราจรเบาบางลง แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็อยากจะนำเรียนท่านรัฐมนตรีว่าปัจจุบันนี้เส้นทางดังกล่าวเมื่อก่อนนี่ เคยมีจุดทางเชื่อมระหว่างตัวอำเภอบ้านโป่งกับทางมอเตอร์เวย์ (Motorway) แต่ปัจจุบันนี้ ทางเชื่อมดังกล่าวมันหายไปจากแผนการก่อสร้าง ก็คือจะต้องไปขึ้นที่โน่นเลยครับ ที่บ้าน ห้วยกระบอก ซึ่งใกล้ที่สุดนะครับ ที่ตัวเทศบาลตำบลกรับใหญ่ ซึ่งปัจจุบันนี้ทำทางขึ้น ฉะนั้น พี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่งโดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง เวลาจะไปขึ้นมอเตอร์เวย์ (Motorway) ก็ต้องไปขึ้นที่จังหวัดนครปฐม แต่ถ้าจะขึ้นในเขตบ้านโป่งก็ต้องวิ่งไปถึง ๑๐ กว่ากิโลเมตร ไปขึ้นที่บ้านห้วยกระบอก ตำบลกรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง ซึ่งระยะทาง ตกประมาณ ๑๒ กิโลเมตร แล้วเส้นทางก็ยังไม่ได้เป็นถนน ๔ ช่องจราจร เป็นถนน ๒ ช่องจราจร ซึ่งปัจจุบันนี้การจราจรก็หนาแน่นพอสมควร ทีนี้ก็ได้มีโอกาสคุยกับทาง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านโป่งนะครับ ท่านนายกกฤษฎา ประดิษฐ์กุล ได้ขอให้ผม ฝากนำเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้กระทรวงคมนาคมได้ทบทวนทางเชื่อมที่ใกล้ที่สุดจากเส้นทาง มอเตอร์เวย์ (Motorway) แห่งนี้ ให้พี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง แล้วก็พื้นที่ โดยรอบซึ่งมีประชากรหนาแน่น ไม่ว่าจะเป็นตำบลท่าผา ตำบลสวนกล้วย ตำบลปากแรต ตำบลหนองอ้อ ตำบลหนองกบ ตำบลเบิกไพร ซึ่งมีราษฎรอยู่หนาแน่น ที่จะต้องเดินทาง เข้าไปในกรุงเทพมหานครสามารถที่จะเชื่อมเข้าไปในมอเตอร์เวย์ (Motorway) เพื่อหลบเลี่ยงสี่แยกแห่งนี้ ก็จะเป็นการลดปริมาณการจราจรตรงสี่แยกแห่งนี้ได้ ตามที่ ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงมา จึงขอถามท่านรัฐมนตรีครับ อยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ทบทวนแผน ในการทำทางเชื่อมระหว่างมอเตอร์เวย์ (Motorway) มายังเขตอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี แห่งนี้ จึงขออนุญาตนำเรียนท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีอธิรัฐครับ🔗
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ ต่อประเด็นเรื่องทางเชื่อม ตรงนี้ผมจะขออนุญาตรับ ข้อสังเกตไป แล้วเดี๋ยวผมก็จะให้ทั้งทางหลวงเอง แล้วก็การทางพิเศษเองได้ลองหารือกันว่า เราจะทำอย่างไรได้บ้าง ก็ต้องกราบเรียนว่าทางรัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมเราก็สนับสนุน เต็มที่ครับ อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน หรืออะไรที่เป็นความสะดวกสบาย ช่วยให้พี่น้องสามารถใช้รถ ใช้ถนนได้ปลอดภัย รวดเร็วยิ่งขึ้น เราก็จะดำเนินการตามนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความเป็นไปได้ ขึ้นอยู่กับทางสภาพภูมิศาสตร์ในพื้นที่ ถ้าเรา สามารถทำได้ ผมก็จะได้บอกให้ทางทางหลวงและการทางพิเศษได้หารือกัน แล้วก็จะทบทวน อีกครั้งหนึ่งครับ ตรงนี้ก็ขออนุญาตรับไปเป็นการบ้านครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานอีกนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ผมมีจดหมายของนายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองบ้านโป่ง ที่จะให้ทาง กระทรวงคมนาคมได้ทบทวนทางเชื่อมตรงนี้ อย่างนั้นเดี๋ยวผมขออนุญาตท่านประธานได้ นำเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ ขอบคุณท่านประธานและท่านรัฐมนตรีอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เป็นการ จบกระทู้ถาม ฉบับของท่านอัครเดช ฉบับแรกนะครับ ท่านรัฐมนตรีมีกระทู้ถามห้องนี้อีก ไหมครับ ห้องนี้ไม่มีแล้ว ขอบคุณท่านรัฐมนตรีมากครับ🔗
๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๖๐ เรื่อง การขอยกเว้นหรือลดค่าเช่า สถานที่บริเวณพื้นที่โรงพยาบาลบ้านโป่ง (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งวันนี้ มีท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทรงศรี จะมาเป็นผู้ตอบ กระทู้ถามนะครับ และผมได้อนุญาตให้ท่านสินธุไชย โชคเจริญเลิศ นิติกรชำนาญการพิเศษ สำนักบริหารการคลังท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น มาเป็นผู้ร่วมชี้แจง สนับสนุนข้อมูล พร้อมนะครับรัฐมนตรี เชิญท่านอัครเดชเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ทำ กระทู้ถามแยกเฉพาะ กราบเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาตอบกระทู้ถาม แล้วท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี มาตอบกระทู้ถาม ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการทรงศักดิ์ ทองศรี มา ณ โอกาสนี้ ด้วยโรงพยาบาลบ้านโป่งเป็นโรงพยาบาลทั่วไปประจำอำเภอบ้านโป่ง มีขนาด ๓๔๐ เตียง สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ให้บริการรักษาผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ตั้งอยู่ในเขต เทศบาลเมืองบ้านโป่ง โดยมีสถานะเทียบเท่าโรงพยาบาลจังหวัด เป็นโรงพยาบาลอำเภอ ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ ๒ ของประเทศ รองจากโรงพยาบาลหาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันสถานที่ตั้ง ของโรงพยาบาลบ้านโป่งตั้งอยู่บนพื้นที่ ๑๗ ไร่ เป็นพื้นที่ของกรมธนารักษ์ครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นของเทศบาลเมืองบ้านโป่ง โดยในส่วนนี้ทางโรงพยาบาลต้องรับภาระ ค่าใช้จ่ายค่าเช่าที่ต่อเทศบาลเมืองบ้านโป่ง ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้โรงพยาบาลบ้านโป่ง ซึ่งมีรายได้น้อย ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลางไม่เพียงพอ มีงบประมาณที่จำกัด ทั้งต้องให้การรักษาประชาชนในพื้นที่เป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ซึ่งที่ผ่านมาต้องขอรับบริจาคจากประชาชนเพื่อมาแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งนี้ หากโรงพยาบาลบ้านโป่งได้รับการยกเว้นค่าเช่าที่ต้องชำระให้แก่เทศบาลเมืองบ้านโป่ง ย่อมจะทำให้ทางโรงพยาบาลสามารถนำค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปแบ่งเบาชำระค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ที่ต้องใช้ในการดูแลรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่อพี่น้องประชาชน นอกจากนี้พื้นที่หลังโรงพยาบาล บ้านโป่ง ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมือง บ้านโป่ง หากมีการส่งมอบพื้นที่ให้แก่โรงพยาบาลบ้านโป่งเพื่อสร้างอาคารในการ รักษาพยาบาล และย้ายสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไปในบริเวณใกล้เคียง โดยไม่กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ย่อมจะเกิดผลดีต่อพี่น้อง ประชาชน🔗
ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตได้อธิบายเพิ่มเติมข้อมูลให้ท่านประธาน และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้รับทราบนะครับ ว่าเดิมทีโรงพยาบาล บ้านโป่งแห่งนี้ต้องเสียค่าเช่า แต่ว่าค่าเช่าเราก็นำไปส่งมอบให้กับเทศบาลเมืองบ้านโป่ง เทศบาลเมืองบ้านโป่งก็นำค่าเช่ามาพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเรื่องท่อระบายน้ำ การก่อสร้างถนนหนทางต่าง ๆ ในพื้นที่เขตเทศบาล เมืองบ้านโป่ง ซึ่งปัจจุบันนี้เทศบาลเมืองบ้านโป่งก็มีงบประมาณที่จำกัด แล้วก็มีในส่วนของ โครงการในพื้นที่จำนวนมาก การที่ได้ค่าเช่าจากโรงพยาบาลไปก็เอาไปพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานในเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง ฉะนั้นก็เป็นการปัดเรื่องของงบประมาณที่เทศบาล เมืองบ้านโป่งควรจะได้จากโรงพยาบาลไป ผมเองก็มีความเป็นห่วงว่าถ้าทางรัฐบาลส่วนกลาง ไม่มาช่วยดูแลค่าเช่าในส่วนนี้ก็จะเกิดความเสียหาย ทั้งในส่วนของเทศบาลเมืองบ้านโป่งเอง ด้วยที่จะขาดแคลนงบประมาณที่เคยได้ในแต่ละปีจากค่าเช่าจากโรงพยาบาลบ้านโป่ง แต่อีกมุมหนึ่ง เมื่อโรงพยาบาลบ้านโป่งต้องจ่ายค่าเช่าทุกเดือน ทุกปีให้กับเทศบาลเมือง บ้านโป่ง โรงพยาบาลบ้านโป่งก็มีภาระในการที่จะต้องดูแลในส่วนของผู้ป่วย ซึ่งปัจจุบันนี้ ได้รับงบประมาณจำกัด เดิมทีโรงพยาบาลบ้านโป่ง ผมเองช่วงที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เป็นกรรมาธิการงบประมาณก็ได้มีการผลักดันโครงการสร้างโรงพยาบาล ๘ ชั้น ซึ่งทาง กระทรวงมหาดไทยก็ได้จัดสรรงบประมาณไป ๓๓๘ ล้านบาท ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ โรงพยาบาลปีหน้าก็จะแล้วเสร็จ จะสามารถดูแลพี่น้องประชาชน ชาวอำเภอบ้านโป่งได้ดีขึ้น แล้วก็มีปริมาณเตียงมากขึ้น แต่พื้นที่ก็จำกัด ปัจจุบันนี้ เมื่อประมาณ ๔ เดือนที่แล้วผมได้ร่วมกับนายอำเภอบ้านโป่งไปเยี่ยมโรงพยาบาลบ้านโป่ง ก็มีท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านโป่ง คุณหมอรุจิรา เข็มเพ็ชร ได้ให้การต้อนรับ แล้วก็ได้ บอกถึงความต้องการนะครับ ว่าต้องการอาคารเพิ่มเติมในการปฏิบัติการ แล้วก็ดูแลในการที่ จะผ่าตัด ดูแลรักษาผู้ป่วยมากขึ้นนะครับ ก็อยากจะได้อาคาร ๙ ชั้น แต่ทีนี้พื้นที่มีความจำกัด ด้านหลังเป็นพื้นที่ของเทศบาลเมืองบ้านโป่งซึ่งตั้งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งเมื่อสักครู่ได้อ่านกระทู้ถามให้ท่านประธานและท่านรัฐมนตรีได้รับทราบว่าถ้ามีพื้นที่ ที่จะส่งมอบให้กับโรงพยาบาลบ้านโป่งได้เพิ่มก็จะสามารถสร้างอาคารเพิ่มเติมได้ แต่ปัจจุบันนี้ พื้นที่ ๑๗ ไร่ ตอนนี้อาคารเพิ่มเติมเต็มพื้นที่หมดแล้ว ก็เลยอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเทศบาลเมืองบ้านโป่งว่าจะสามารถส่งมอบพื้นที่ ได้หรือไม่ อย่างไร โดยการที่ให้เทศบาลเมืองบ้านโป่งจะต้องมีประสิทธิภาพในการดูแล ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ไม่ว่าจะเป็นการดับเพลิง การดูแลและป้องกันเรื่องของ อุทกภัยได้เหมือนเดิม ไม่ใช่ว่าย้ายไปแล้วไปอยู่นอกเมืองเวลาเกิดเหตุไฟไหม้ก็มาดับไม่ทัน หรือได้รับผลกระทบกับประชาชน ก็เลยอยากจะให้ทางรัฐบาลลงมาดูแล เพราะว่าโครงการนี้ เป็นโครงการขนาดใหญ่ แล้วก็เชื่อมโยง ๒ กระทรวง ก็คือกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ กระทรวงมหาดไทย จึงได้นำเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีครับท่านประธาน เพราะว่าถ้าเรียน ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็จะได้ข้อมูล หรือว่าได้โครงการที่ไม่ครอบคลุม ไม่สามารถตอบโจทย์พี่น้องประชาชนได้ หรือถามกระทรวงมหาดไทยก็จะไม่ได้ครอบคลุม ก็เลยถามท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่าทั้ง ๒ กระทรวงนี้สามารถที่จะบูรณาการร่วมกัน แล้วก็ทำโครงการในการพัฒนา ขยายโรงพยาบาลบ้านโป่งให้กับพี่น้องประชาชนได้หรือไม่ อย่างไร โดยที่ไม่กระทบกับงานภารกิจของเทศบาลเมืองบ้านโป่ง จึงขออนุญาตกราบเรียน ถามท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่าทางรัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถ ยกเว้นหรือลดค่าเช่าให้กับโรงพยาบาลบ้านโป่งได้หรือไม่ อย่างไร และ ๒. ทางรัฐบาล โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถส่งมอบพื้นที่หลังโรงพยาบาลบ้านโป่ง อันเป็นที่ตั้งของ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของเทศบาลเมืองบ้านโป่ง ให้แก่โรงพยาบาล บ้านโป่งเพื่อสร้างอาคารรักษาพยาบาลได้หรือไม่ อย่างไร โดยไม่กระทบกับภารกิจของ เทศบาลเมืองบ้านโป่ง จึงขออนุญาตกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน ๒ คำถาม ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีทรงศักดิ์ ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาตอบ กระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ของ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ตามที่ทราบ ผมเรียนก่อนว่าชื่นชมยินดีท่านนะครับ ที่ท่านให้ ความกรุณาเห็นความสำคัญของทั้ง ๒ ด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเรื่องของด้านสาธารณสุข โรงพยาบาล ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการดูแลเรื่องของสุขภาพพลานามัยของพี่น้อง ประชาชน แล้วก็เป็นอำเภอที่ใหญ่ โรงพยาบาลก็ถือว่าต้องมีขีดความสามารถในการ ให้บริการพี่น้องประชาชน อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเทศบาล ท่านก็กังวลห่วงใยเหมือนกัน เพราะว่า ๒ หน่วยงานมีความคาบเกี่ยวกันเรื่องของการใช้พื้นที่ในการที่จะให้บริการกับพี่น้อง ประชาชน🔗
สำหรับโรงพยาบาล ผมทราบว่าเวลาจะใช้ที่ต่าง ๆ หรือใช้อะไรต่าง ๆ ในการดำเนินการต้องใช้เงิน เขาเรียกเป็นงบบำรุงของโรงพยาบาล ในการใช้จ่ายต่าง ๆ ในการบริการประชาชน ในการก่อสร้าง ในการดูแลอะไรหลายเรื่องนะครับ ส่วนเรื่อง เทศบาลก็เป็นเรื่องที่เห็นใจ วันนี้เทศบาลเมืองบ้านโป่งเป็นนิติบุคคล ซึ่งวันนี้ กระทรวงมหาดไทยเองก็เป็นการกระจายอำนาจไปแล้ว อำนาจการบริหารจัดการเป็นอำนาจ หน้าที่ของเทศบาล แล้วก็เทศบาลเมืองวันนี้การดำเนินการเรื่องของการพัฒนา การงบประมาณทั้งหลายก็สามารถที่จะของบประมาณตรงได้จากสำนักงบประมาณแล้ว แทบจะไม่ได้เกี่ยวกับกระทรวงมหาดไทยเลยนะครับ แต่กระทรวงมหาดไทยเราเป็นเพียงไป กำกับดูแล ให้การสนับสนุนบางเรื่องที่เห็นว่าเป็นเรื่องของประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่ว่าอำนาจหน้าที่ทั้งหลายเป็นอำนาจของนิติบุคคล เทศบาล ในการบริหารนะครับ โดยเฉพาะเรื่องนี้ผมดูข้อมูลแล้วว่าโรงพยาบาลใช้ที่ของเทศบาลในการเช่าทั้งหมดประมาณ สัก ๗ ไร่เศษ ๆ ส่วนอื่นก็เป็นที่ของธนารักษ์ ก็ใช้มานานแล้ว มีการจ่ายค่าเช่ามาพอสมควร เพียงแต่เข้าใจว่าช่วงที่ผ่านมาอาจจะมีเรื่องของโควิด (COVID) รายได้ของโรงพยาบาล อาจจะลดลงไป อาจจะเป็นภาระของโรงพยาบาล ก็มีแนวความคิดว่าตรงนี้จะเป็นไปได้ไหม ที่จะไม่ต้องชำระหรือว่าจะขอลดค่าเช่าต่าง ๆ ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ถามมาเป็น กระทู้ถาม🔗
ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าสำหรับเรื่องของเทศบาลก็เป็นการจัดหารายได้ นอกเหนือจากการจัดเก็บภาษีอากรพี่น้องประชาชนแล้ว ส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของทรัพย์สิน ที่ต้องจัดหารายได้ แต่ว่าเรื่องของการจัดหารายได้ก็เป็นเรื่องที่เป็นระเบียบ ซึ่งใครมาเป็น นายกเทศมนตรีในการบริหารท้องถิ่นก็ต้องยึดระเบียบ ระเบียบดังกล่าวก็เป็นระเบียบ ที่กระทรวงมหาดไทยได้จัดทำให้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็นระเบียบว่าด้วยการเช่า อสังหาริมทรัพย์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย การจัดหาประโยชน์ ซึ่งเป็นที่ดินของเทศบาล เทศบาลจะให้ใครไปใช้ต้องเอาระเบียบนี้มาจัด คือต้องหารายได้ พูดง่าย ๆ นะครับ ซึ่งการจัดหารายได้เป็นระเบียบที่กำหนดให้ผู้บริหาร องค์กรท้องถิ่นก็คือท่านนายกเทศมนตรีเองไปเป็นประธานในการจัดหารายได้ จัดหา ประโยชน์จากทรัพย์สินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นรูปแบบคณะกรรมการ เพราะฉะนั้นถามว่าจะให้กระทรวงมหาดไทยไปลดหรือไม่ต้องจ่ายค่าเช่านี่ ผมเรียนด้วย ความเคารพว่าอันนี้เราเพียงกำกับดูแลเรื่องนโยบายเท่านั้นเอง แต่ว่าหน้าที่จริง ๆ แล้ว ผมอยากเรียนถึงท่านประธานถึงท่านสมาชิกว่าควรที่จะให้ทางโรงพยาบาลได้ไปร่วมหารือกับ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือท่านนายกเทศมนตรีและคณะกรรมการว่าส่วนตรงนี้ เราจะมีวิธีการที่จะลดหย่อน ผ่อนปรนอะไร อย่างไร เพื่อเป็นประโยชน์กับคนในชุมชน ทั้งหมดนะครับ แต่ว่าในส่วนของกระทรวงมหาดไทยเราก็จะลงไปช่วยประสานงาน เพื่อให้ แนวทางทั้งหลายเหล่านี้สามารถที่จะดำเนินการให้เป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วนให้ดีที่สุด ทั้งส่วนของโรงพยาบาล ส่วนของเทศบาล เทศบาลเองก็ต้องมีรายได้ในการไปพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน ดูแลเรื่องอาชีพ ดูแลเรื่องความเป็นอยู่ หลาย ๆ เรื่องนะครับ แต่ว่า ทำอย่างไรให้ ๒ ส่วนนี้สามารถไปกันได้ด้วยความเรียบร้อย แล้วก็เป็นประโยชน์กับประชาชน ให้ดีที่สุดครับ🔗
ส่วนในคำถามข้อที่ ๒ อันนี้ผมเรียนว่าการที่โรงพยาบาลจะไปขอใช้ที่ทั้งหมด ของเทศบาลนี่นะครับ ขอใช้ที่ สมมุติว่าที่ต่าง ๆ ที่มีอยู่นี่ไปขอใช้ หรือที่เดิมอย่างนี้นะครับ มันก็เป็นเรื่องที่ไปกระทบกับท้องถิ่น แล้วมันมีกฎหมายอีกเหมือนกันครับ เพราะเรื่องนี้ เป็นข้อกฎหมายล้วน ๆ โดยเฉพาะเรื่องประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๘ วรรคสอง (๒) บัญญัติไว้ว่า ที่ดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ หรือที่ดินที่ได้หวงห้าม หรือสงวนไว้ตามความต้องการของทบวงการเมืองใด ถ้าทบวงการเมืองนั้นเลิกใช้ หรือไม่ต้องการหวงห้ามหรือสงวนต่อไป เมื่อได้มีกฤษฎีกาถอนสภาพแล้ว รัฐมนตรี จะมอบหมายให้ทบวงการเมืองซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้ใช้หรือผู้จัดหาประโยชน์นั้นก็ได้ แล้วก็ การดำเนินการอันนั้นก็มีเรื่องเทียบเคียง มีกฤษฎีกาที่เคยหารือกันไว้เบื้องต้น เรื่องแล้วเสร็จ ที่ ๖๙๕/๒๕๔๘ เรื่องการขายอสังหาริมทรัพย์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งสรุปได้ว่า เทศบาลได้จัดซื้อที่ดินเป็นของตัวเองแล้ว ถ้าจะเลิกใช้จะต้องออกเป็นกฤษฎีกายกเลิก แล้วหน่วยงานอื่นเข้าไปขอใช้ต่อไป อันนี้เป็นแนวทางทางกฎหมาย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเอง ก็ไม่มีอำนาจไปดำเนินการแทนท้องถิ่น เพราะท้องถิ่นเป็นนิติบุคคลนะครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านอัครเดชถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดราชบุรี ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ท่านได้ตอบกระทู้ถามได้ชัดเจน แล้วก็ตรงประเด็นมากโดยเฉพาะเรื่องของค่าเช่านะครับ ว่าถ้าให้ทางเทศบาลยกเว้น หรืองดเก็บก็กระทบกับรายได้ของเทศบาลที่จะต้องนำไปดูแลเรื่องโครงสร้างสาธารณูปโภค ให้กับราษฎรในเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง แต่ว่าถ้าเก็บก็กระทบกับโรงพยาบาลอีก เพราะว่า โรงพยาบาลก็มีภารกิจในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้กับพี่น้องประชาชน ฉะนั้นการที่ท่าน รัฐมนตรีมีนโยบายจะให้เป็นตัวกลางในการที่จะให้ทางกระทรวงมหาดไทยลงไปให้ทาง โรงพยาบาลบ้านโป่ง ผู้บริหารของทั้ง ๒ แห่ง แล้วก็เทศบาลเมืองบ้านโป่งมานั่งคุยกันว่า จะดูในส่วนของประเด็นนี้อย่างไร โดยเฉพาะในส่วนของค่าเช่า เพื่อให้ไม่กระทบกับ ทั้ง ๒ หน่วยงาน ก็เป็นเรื่องดีครับ เพราะว่าถ้ามีปัญหาก็นั่งคุย ส่วนที่สำคัญคือถ้าตัวกลาง ก็คือตัวแทนของทางกระทรวงมหาดไทยลงไปดูแล ถ้าตรงไหนที่ส่วนกลางสามารถสนับสนุนได้ อย่างเช่นงบอุดหนุนเพิ่มเติม หรือว่าอะไรที่จะให้กับทางโรงพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข จะลงไปดูแลได้ หรือทางกระทรวงมหาดไทยจะเข้าไปสนับสนุนส่วนใดได้ ก็จะทำให้ปัญหานี้ คลี่คลายลงไปได้ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่มีนโยบายตรงนี้นะครับ🔗
ส่วนเรื่องที่ดิน เข้าใจครับว่ามีกฎหมายรองรับอยู่ ฉะนั้นก็จะได้นำข้อมูลตรงนี้ ไปนำเรียนผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนผู้บริหารของโรงพยาบาล ได้เข้าใจในข้อจำกัด ในเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงมา ก็จะนำข้อมูลของท่านรัฐมนตรี ไปชี้แจงกับพี่น้องประชาชนอีกด้วยครับ🔗
ในโอกาสนี้ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี มา ณ โอกาสนี้ ที่ท่านได้ชี้แจงปัญหานี้ แล้วก็ได้ลงมาเป็นตัวกลางในการประสาน เรื่องนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานและท่านรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณครับ🔗
รัฐมนตรี มีอะไรเพิ่มเติม เชิญครับ🔗
ท่านประธานขออนุญาตนิดเดียวเพิ่มเติม พอดีมีเคส (Case) ตัวอย่างที่เคยแก้ปัญหาไปแล้ว ที่จังหวัดระนอง ก็เป็นโรงพยาบาลอย่างนี้ละครับ ก็ต้องการที่เพิ่ม และที่เพิ่มมันเป็นที่ของ แขวงการทาง เราก็ไปดูแขวงการทาง คือโรงพยาบาลจำเป็นต้องใช้ที่ เพราะว่าโรงพยาบาล ย้ายออกไปไหนไม่ได้ เพราะว่ามีอาคารผู้ป่วย อาคารให้บริการ อาคารด้านสาธารณสุข เรียบร้อย แต่ว่าจำเป็นต้องขยาย แต่ที่มันมีจำกัดแล้วนะครับ ก็ไปหารือกัน ปรากฏว่าเราก็มี ที่อื่นซึ่งสามารถจะให้แขวงการทางมูฟ (Move) ออกไปแล้วไปใช้ที่อื่นได้ แล้วก็ที่ดังกล่าว ก็ยกให้กับโรงพยาบาลดำเนินการต่อไป สำหรับที่บ้านโป่งผมคงต้องเรียนไปทางจังหวัด ช่วยลงไปเป็นพี่เลี้ยงหน่อย ว่าส่วนที่ทางโรงพยาบาลจะขอเพิ่มเติม ที่เป็นของ สำนักงาน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองบ้านโป่ง ตรงนั้นเรามีที่อื่นไหม เป็นที่ที่สามารถ จะใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อีก เพราะว่าความจริงในจังหวัดมีที่สาธารณะเยอะแยะที่ไม่ไกลเกิน แล้วก็การให้บริการสาธารณสุขกับประชาชนก็สามารถที่จะบูรณาการกัน แล้วก็สามารถที่จะ แก้ปัญหาตรงนี้ได้ อันนี้ผมรับไปจะช่วยประสานงานให้ต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ อีกนิดเดียวครับ🔗
เชิญครับ🔗
ต้องเรียนท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดราชบุรี ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่ท่านได้ชี้แนะทางออกให้นะครับ เรียนท่านรัฐมนตรีครับว่าเนื่องจากท่านกำกับดูแล กรมโยธาธิการและผังเมืองด้วย เมื่อประมาณ ๒ เดือนที่แล้วผมได้ลงพื้นที่กับนายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองบ้านโป่ง นายกฤษฎา ประดิษฐ์กุล เนื่องจากฝั่งตรงข้ามแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งตรงกับโรงพยาบาลเลย ด้านหลังโรงพยาบาลก็มีที่ของโรงพยาบาลบ้านโป่งอยู่ ทีนี้ทาง นายกเทศมนตรีเมืองบ้านโป่งก็ได้มีแนวความคิดว่าถ้าทำสะพานเชื่อมเป็นสะพานข้ามแม่น้ำ แม่กลอง แล้วก็ให้รถมอเตอร์ไซค์ได้สามารถสัญจรไปมาผ่านได้ มันก็จะเป็นการเชื่อมระหว่าง โรงพยาบาลบ้านโป่ง แห่งที่ ๒ กับโรงพยาบาลบ้านโป่ง แห่งที่ ๑ แห่งที่ ๒ นี่บังเอิญที่ตรงกัน พอดีเลยครับท่านประธาน พอแม่น้ำแม่กลองคั่น ที่แปลงที่ ๑ อยู่ในเมือง ที่แปลงที่ ๒ อยู่ฝั่ง เทศบาลตำบลเบิกไพร ปัจจุบันนี้ก็สร้างเป็นอาคารที่พักของหมอ พยาบาล แต่ว่ายังมีพื้นที่ เหลืออยู่เยอะนะครับ ถ้าอนาคตมีสะพานเชื่อม ก็เลยได้หารือกับตัวแทนของกรมโยธาธิการ และผังเมือง ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้หารือทางโทรศัพท์บอกว่าถ้าสามารถทำได้ เพราะว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองก็จะมีงบประมาณในส่วนของกองพัฒนาเมือง ซึ่งตรงนี้ ถ้าทำสะพานเชื่อมได้ก็เหมือนกับเป็นการขยายพื้นที่ของโรงพยาบาลบ้านโป่งโดยปริยาย ฉะนั้นวันนี้เป็นโอกาสดี เป็นความโชคดีของพี่น้องชาวจังหวัดราชบุรี ที่ท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี ได้มาตอบกระทู้ถาม แล้วท่านก็ได้มีแนวความคิดตรงนี้ ท่านกำกับดูแลกรมโยธาธิการ และผังเมืองด้วย ก็เลยขออนุญาตได้หารือท่านได้สั่งการหน่วยงานลงไปศึกษา ก็จะเป็น ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีมา ณ โอกาสนี้ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีรับไปนะครับ🔗
ก็รับไป นะครับ ความจริงเรื่องทิศทางงบประมาณมันมีของจังหวัด แล้วก็มีงบจังหวัด/กลุ่มจังหวัด ถ้าเห็นเป็นความจำเป็นของประชาชนที่ต้องมีในการเชื่อมโยงกันอย่างนี้จังหวัดเองก็สามารถ ตั้งงบประมาณได้ เป็นงบจังหวัด/กลุ่มจังหวัด แต่ว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองอาจจะไปช่วย ออกแบบ ออกอะไรประมาณนี้ เพราะว่าเดี๋ยวนี้งานสะพานกรมโยธาธิการและผังเมือง จะไม่ได้ทำแล้วนะครับ เป็นงานเรื่องการพัฒนาตามผังเมือง พัฒนาพื้นที่ เรื่องจัดรูปที่ดิน เรื่องการทำเขื่อนป้องกันการกัดเซาะ อย่างนี้เป็นงานของกรมโยธาธิการและผังเมือง แต่ว่า งานสะพานนี่ ถ้าเป็นงานสะพานล้วน ๆ จะทำไม่ได้ แต่ว่าทางจังหวัดเองถ้าเห็นมี ความจำเป็น สำคัญจริง ๆ ทางจังหวัดอาจจะตั้งงบประมาณงบกลุ่มจังหวัด ซึ่งปีนี้ เดี๋ยวจะเป็นปี ๒๕๖๗ แล้วนะครับ เดี๋ยวผมจะเรียนทางจังหวัด เรียนผู้ว่าราชการจังหวัด ไปว่าถ้าเป็นเรื่องความสำคัญ ความจำเป็นก็ช่วยกรุณาตั้งโครงการมาหน่อยนะครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
จบนะครับ เป็นการจบกระทู้ถามของท่านอัครเดช ฉบับที่ ๒ นะครับ🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๖๘ เรื่อง ขอให้ก่อสร้างถนน เพื่อขนถ่ายสินค้าทางการเกษตร จากบ้านคำเม็ก ตำบลทรายมูล อำเภอสว่างแดนดิน ถึงบ้านเหล่าใหญ่ อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
วันนี้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี จะมาเป็นผู้ตอบนะครับ ผมได้อนุญาตให้ ท่านเจษ เสียงลือชา ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐาน กองพัฒนาและส่งเสริมการบริหารงานท้องถิ่น ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มาร่วมให้ข้อมูลชี้แจง เชิญเจ้าของกระทู้ถาม ท่านอนุรักษ์เริ่มได้ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี ด้วยความเคารพเป็นอย่างสูงเลย ทีเดียวที่มาตอบกระทู้ถามของดิฉันนะคะ แล้วท่านก็ได้มีเมตตาต่อดิฉันหลาย ๆ กระทู้ถาม เช่นเดียวกัน ท่านประธานคะ ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว ที่นี่ก็เหมือนกันค่ะ บ้านคำเม็ก ตำบลทรายมูล ขอภาพด้วยค่ะ🔗
ท่านประธานจะเห็นว่าตรงนี้เป็นของ อบจ. จังหวัดสกลนคร ถนนเส้นนี้ดิฉันไปตอนนี้หน้าแล้งนะคะ แล้วก็ถนนจากบ้านคำเม็ก ตำบลทรายมูล อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร โดยมีกำนันอภิสิทธิ์ ภาคะไชย กำนัน ตำบลทรายมูล พาดิฉันไปดูว่าขาดตกบกพร่องอย่างไร บังเอิญว่าดิฉันเอาภาพนี้ขึ้นหารือกับ ท่านประธานแล้วค่ะ แล้วก็ได้รับคำตอบจาก อบจ. มาว่าไม่มีงบประมาณ แต่ว่าพี่น้อง ประชาชนเดือดร้อนมาก เพราะว่ามันเป็น ๒ อำเภอ ก็คือบ้านคำเม็ก ตำบลทรายมูล อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ไปทะลุบ้านเหล่าใหญ่ ตำบลวัฒนา อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร พอดิฉันหารือ ท่าน สจ. ชิตพล สุระเสียง รีบมาบอกว่าแม่ครูครับ ผมดีใจ ที่สุดเลยครับ สงสารพี่น้องประมาณ ๕,๐๐๐ ไร่ที่อยู่ในนี้ จะมีถนนดี ๆ ได้ขนถ่ายสินค้า ทางการเกษตรโดยเฉพาะยางพารากว่า ๕๐๐ ไร่เลยทีเดียว ทีนี้พอได้คำตอบมาแล้วใจไม่ดี เลยค่ะท่านประธาน เพราะว่าหารือไปแล้ว ตอบมาแล้วว่าไม่มีงบประมาณที่จะดูแลถนน เส้นนี้เลย ถ้าเป็นถนนของ อบจ. กิโลเมตรละล้านสองล้านเองค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉัน เป็นกรรมาธิการงบประมาณ นี่ท่าน ผอ. เจษยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ในแมสก์ (Mask) นี่ค่ะ ๓.๑๘๕ ล้านล้านบาท ถนนเส้นนี้ใช้งบประมาณไม่เกิน ๑๐ ล้านบาทแค่นั้นเองค่ะ ทีนี้ดิฉัน ก็ต้องการให้พี่น้องประชาชนใช้ถนนขนถ่ายสินค้าทางการเกษตร ถ้าสมัยก่อนสมัยคอมมิวนิสต์ ถนนเส้นนี้จะเรียกว่าอยู่ในดงพันนาต่อดงพระเจ้า เป็นเส้นทางลำเลียงทั้งอาหาร แล้วก็อาวุธ สงครามเลยทีเดียว มันเป็นถนนเส้นประวัติศาสตร์เลยทีเดียว แต่ทุกวันนี้ ๕,๐๐๐ กว่าไร่ ในบริเวณนั้นไม่สามารถจะขนถ่ายสินค้าทางการเกษตรได้เลย เมื่อเช้านี้ดิฉันบอกว่า ท่านกำนันไปถ่ายที่มันใหม่ ๆ ให้ดิฉันหน่อย อย่างนี้เลยท่านประธาน แล้ว ๕,๐๐๐ กว่าไร่ อยู่ในดงยาง ดิฉันไปเองนี่ถ้าเป็นถนนที่คนต้องการความสงบหน่อยจะงดงามมาก ท่านรัฐมนตรีเคยลงไปบ้านดิฉัน ห้วยอีแร้งค่ะ ท่านจะลงไปใหม่ก็ได้นะคะ ปิดเอเปค (APEC) ๑๐ วันนี่ค่ะเราลงไปดูถนนเส้นนี้ด้วยกัน พี่น้องประชาชนจะได้ชุ่มชื่นหัวใจ ขรุขระมากเลยค่ะ ที่มันเรียบ ๆ อย่างนี้เป็นรถของท่าน สจ. ชิตพล สุระเสียง มาเกรด (Grade) ให้ เพราะว่า มันเป็น ๒ อำเภอ ๒ ตำบล แล้วก็จังหวัดเดียวกันค่ะ🔗
กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี คำถามแรกค่ะ กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายจะก่อสร้างถนนเส้นนี้ให้กับเกษตรกร ในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อใช้ในการสัญจรและเป็นทางลัดสู่ ๒ อำเภอหรือไม่ อย่างไร ขอทราบ รายละเอียด กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีทรงศักดิ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่องนี้ได้รับมอบหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาตอบกระทู้ถาม เรื่อง ขอให้ ก่อสร้างถนนเพื่อขนถ่ายสินค้าทางการเกษตร จากบ้านคำเม็ก ตำบลทรายมูล อำเภอสว่างแดนดิน ถึงบ้านเหล่าใหญ่ อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ผมเรียนด้วย ความเคารพครับว่าเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์จริง ๆ อีสานเราถ้าบอกว่าน้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี ก็เป็นความรู้สึกที่ดีที่ภาครัฐได้ให้ความสนใจ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยเองก็เป็น กระทรวงที่มีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขอยู่แล้ว วันนี้ถือว่าท่านผู้แทนราษฎร ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอนุรักษ์ บุญศล ท่านเป็นผู้แทนของพรรคเพื่อไทย แล้วก็ จังหวัดสกลนคร ผมทราบว่าเป็นคนที่ถามกระทู้ถามมากที่สุด และผมก็ได้มีโอกาสมาตอบ ท่านเสมอโดยเฉพาะที่จังหวัดสกลนครพื้นที่ของท่าน เรื่องแหล่งน้ำ อะไรทั้งหลายก็ได้ตอบไป นะครับ🔗
แต่ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าถนนเส้นดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัดสกลนคร แล้วก็วันนี้ อบจ. เขาสามารถที่จะดำเนินการได้เองตามกฎหมาย เรื่องการจัดทำโครงการต่าง ๆ ที่เป็นการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นถนน เป็นแหล่งน้ำ แล้วการจัดทำงบประมาณเดี๋ยวนี้ก็สามารถทำตรงเลย เหมือนเทศบาลเมือง กระทู้ถามที่ผ่านมานะครับไม่ต้องผ่านกระทรวงมหาดไทยเลย กระทรวงมหาดไทยก็เพียง ไปกำกับดูแล และ อบจ. ก็เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีความเป็นอิสระ มีนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัด มีสภาของ สจ. สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด มีสมาชิกทั้งหลาย ที่มาจากการเลือกตั้ง ผมทราบว่าลูกสาวของท่านก็เป็นสมาชิก อบจ. ด้วย ซึ่งทำหน้าที่ในการดูตรงนี้ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ก็เป็นข้อมูลซึ่งต่อเนื่องกันมานะครับ การดำเนินการทั้งหลายก็เป็นหน้าที่โดยตรง กระทรวงมหาดไทยเองก็เป็นเพียงไปกำกับดูแล ให้การสนับสนุนเรื่องข้อกฎหมาย บางเรื่องที่เป็นเรื่องที่เกินขีดความสามารถของ อบจ. เอง ก็อาจจะส่งผ่านมาในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ใช่งบโดยตรง อาจจะเป็นงบของรัฐบาล เช่นงบภัยแล้งอะไรประมาณอย่างนี้ส่งไป แต่ว่างานในหน้าที่ของ อบจ. ตรง ๆ อบจ. ก็ต้องทำเองตามขีดความสามารถในการดำเนินการนะครับ🔗
ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าจริง ๆ ถนนเส้นนี้ไม่ได้ยาวเลย ที่ท่านได้ให้ ความกังวลและความห่วงใยนี่ มีประมาณสัก ๙,๓๐๐ เมตร ซึ่งเป็นถนนลาดยางไปแล้ว ประมาณ ๔,๙๕๐ เมตร ก็ ๔ กิโลเมตรกว่า แล้วก็เป็นคอนกรีตอยู่ประมาณสัก ๖๕๐ เมตร เหลือจริง ๆ ที่เป็นถนนตามรูปภาพนี่นะครับ ประมาณ ๓,๗๐๐ เมตร ก็ ๓ กิโลเมตรกว่า เป็นถนนดิน ซึ่งก็เข้าใจว่าคนที่สัญจรไปมาในชุมชนทั้งหลายเวลาเกิดใช้ลาดยางไปแล้ว ส่วนหนึ่ง แล้วก็ไปใช้คอนกรีตส่วนหนึ่ง พอไปลงเป็นลูกรัง เป็นดินก็มีความรู้สึกว่า มันน่าจะได้รับการแก้ไข แก้ปัญหาไปนะครับ เพียงแต่ว่าที่ทราบที่ผ่านมาคือ อบจ. เอง อาจจะตอบท่านผู้แทนราษฎรว่าไม่มีงบประมาณ แต่ความจริงแล้วผมขอเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าในปีงบประมาณที่ผ่านมา ปี ๒๕๖๕ ก่อนนะครับ ได้จัดสรร จำนวน ๘ โครงการไปให้ อันนี้หมายถึงว่าเขาขอตรงไปที่สำนักงบประมาณ จำนวน งบประมาณทั้งสิ้น ๔๔,๑๓๖,๐๐๐ บาท ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ คือวันนี้นะครับ เราใช้ งบประมาณปี ๒๕๖๖ อยู่นี่ ได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวนทั้งสิ้น ๕ โครงการ งบประมาณ ๔๒,๕๑๔,๐๐๐ บาท คือจะเห็นว่าตัวเลขที่ทางสำนักงบประมาณจัดสรร งบประมาณโดยตรงให้กับ อบจ. ตัวเลขกลม ๆ ประมาณปีละ ๔๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าในส่วนที่เหลืออยู่นี่นะครับ อันนี้ต้องเรียนว่าถ้าองค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้ความสำคัญก็จัดลำดับให้มันต้น ๆ หน่อย เพราะทราบว่าส่วนที่เหลืออยู่ประมาณสัก ๑๐ ล้านบาทเอง อันนี้ผมก็จะรับอีกนะครับว่าเดี๋ยวช่วยประสานงานลงไปให้กับนายก ซึ่งท่านดูแล แต่ว่ากระทรวงมหาดไทยไปกำกับ ไปสั่งการอะไรไม่ได้ เพราะเขามีความเป็น อิสระในการบริหาร มีนายก มีสภา ซึ่งมาจากการเลือกตั้งจากประชาชน เราเพียงแต่ว่า ช่วยหน่อยว่าอะไรที่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ มีความจำเป็น กรุณาจัดลำดับความสำคัญ เวลาของบประมาณมาที่สำนักงบประมาณเขาก็ให้ก่อน ถ้าเกิดบอกว่าส่วนนี้สำคัญมาก แต่ว่าไปจัดลำดับท้าย ๆ อย่างนี้เขาก็ไม่ให้ เพราะว่าไม่มีกรอบวงเงิน เพราะว่าวงเงินก็เป็น เรื่องของการจัดสรรงบประมาณด้วยความเป็นธรรมกับทุกพื้นที่ในการที่จะให้งบประมาณ ต่อไป อันนี้ผมเรียนว่าถ้าปี ๒๕๖๗ อบจ. เขาเห็นว่าตรงนี้มีความสำคัญเสนองบประมาณมา ลำดับต้น ๆ ผมก็มั่นใจว่าจะได้รับงบประมาณในการลงไปแก้ปัญหาอย่างแน่นอน ตำบลหนึ่ง เพียงไม่เกิน ๑๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ในคำถามข้อที่ ๑ ขออนุญาตตอบเท่านี้ครับ🔗
เชิญท่านอนุรักษ์ถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันจะถามคำถามที่ ๒ ค่ะ ท่านประธานคะ ท่านตอบดีมากเลยค่ะ ดิฉันจะได้ทราบว่าต้องให้ท่าน ผอ. เจษ เสียงลือชา ไปประสานงาน โดยท่านรัฐมนตรีกำกับอีกครั้งหนึ่ง ดิฉันว่าถนนดินเส้นนี้มันจะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่งเลยทีเดียว แล้วถนนเส้นนี้ถ้ามันออกมาทางตรง อำเภอส่องดาวออกมาทางตรงนี่ รถติดมาก แล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมากเลย โดยเฉพาะบ้านหนองทุ่มและบ้านเปลือย อยู่ริมถนน ถ้าคนทะลักมาจากอำเภอวาริชภูมิมาทางอำเภอส่องดาว แล้วก็ทะลุออกมาถนน สายเอเชียหมายเลข ๒๒ ถนน ๔ เลนที่สร้างเสร็จใหม่ ๆ คนมันเยอะมาก ถ้ามีถนนเลี่ยง ตรงนี้ด้วยนี่ค่ะ แล้วเขาจะไปจังหวัดสกลนคร หรือจะไปจังหวัดนครพนม หรือจะไป จังหวัดอุดรธานีได้อย่างดีเลยทีเดียวค่ะ ขอให้ลาดยางนะคะ คนจะมาใช้เส้นนี้ แล้วจะลด การเกิดอุบัติเหตุลงได้มากเลยค่ะ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันเห็นกระทู้ถามสดจะเสร็จแล้วค่ะ ดิฉันกระทู้ถาม ทั่วไป กระทู้ถามแรก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะมาตอบดิฉันในห้องใหญ่ ดิฉันก็เลยขออนุญาตท่านประธานเหมือนจะรีบเร่งไปสักหน่อย ดิฉันอยากจะลงรายละเอียด มากกว่านี้ แต่ไม่ได้ค่ะ เพราะว่ากลัวท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะไม่รอ ดิฉัน ถามว่าการกำกับของท่านจะโดยวิธีใดบ้าง อย่างเช่นท่านบอกว่าถ้าเขียนงบประมาณมาของบ โดยตรงจากสำนักงบประมาณนี่ใส่อันดับต้น ๆ ท่านบอกอย่างนี้นะคะ ดิฉันจะส่งคลิป (Clip) นี้ไปให้นายก อบจ. ค่ะ แล้วมันมีวิธีการอื่นหรือไม่ที่พอจะได้ ๑๐ ล้านบาทนี่ค่ะ ท่านบอกว่า เหลือประมาณ ๓ กิโลเมตรกว่า ๆ แค่นั้นเอง แต่ที่ทำไปแล้วมันผุพังไปแล้วค่ะ เพราะหลายปี มันไม่ต่อเนื่อง ดิฉันอยากให้มันต่อเนื่อง มีวิธีการใดบ้างที่จะได้งบประมาณจากสำนัก งบประมาณ งบประมาณจากกระทรวงมหาดไทยโดยตรง อันนี้โดยตรงนะคะ อนุมัติโดยที่ ถามกระทู้ถาม แล้วก็อยากช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่อยู่ ๒ ตำบล ๒ อำเภอ จังหวัด เดียวกันได้ดีที่สุดแบบนี้ค่ะ มันจะเป็นความภาคภูมิใจ ดีใจ และเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของ สภาผู้แทนราษฎรด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตตอบแบบกระชับ ๆ เพราะท่านมีภารกิจต้องไปต่อ ผมเรียนว่าหลังจากที่ทราบข่าวว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะถามกระทู้ถามรัฐมนตรี ปรากฏว่าทางจังหวัดเอง ทางท้องถิ่นเองเขาก็ลงไป ไปแก้ปัญหาเบื้องต้นก่อนนะครับ ในการปรับเกรด (Grade) บดอัด ในส่วนที่เหลือประมาณสัก ๓ กิโลเมตรกว่า เพื่อให้เกิด ความสะดวกในการสัญจรไปมา อันนี้ผมได้มีการรายงานมาแล้ว มีภาพถ่ายมาพอสมควร แต่ว่าจริง ๆ แล้วความมุ่งหวังของท่านผู้แทนราษฎรและประชาชนในพื้นที่ก็คงอยากจะให้ ถนนมันมีมาตรฐาน เบื้องต้นเป็นแอสฟัลติก (Asphaltic) เป็นคอนกรีต แล้วมาเป็นดินลูกรัง ก็คงไม่เอา อยากให้เป็นคอนกรีตหรือเป็นลาดยางกันหมดนะครับ ซึ่งเหลืออยู่ประมาณ สัก ๓,๒๐๐ เมตรเอง เพราะว่าในปีนี้ อบจ. เองก็ตั้งไปประมาณสัก ๔๐๐ เมตร ว่าจะเป็น คอนกรีต น้อยมากนะครับ เป็นเหมือนกับต้นไม้ที่มันงอกไปเรื่อย ๆ เหมือนดอกกล้วยไม้ ที่รากมันงอก อันนี้เห็นใจพี่น้องประชาชนอยู่ แต่ผมเรียนว่ามันมีทางออกอยู่หลายทาง เมื่อสักครู่นี้ก็เรียนท่านแล้วนะครับว่าให้ อบจ. เขาตั้งงบประมาณให้ความสำคัญเบื้องต้นก่อน ต้น ๆ นะครับ ในกรอบวงเงินประมาณสัก ๔๐ กว่าล้านบาท ก็ใช้ ๑๐ ล้านบาทไป แต่ว่าเรา จะไปบังคับเขาไม่ได้ เพียงแต่ว่าไปหารือ ผมอาจจะโทรศัพท์หารือเขาเอง เพราะว่าจริง ๆ นายก อบจ. ก็คุ้นเคยกันดีนะครับ แต่ถ้าเขาเกิดขัดข้อง บอกว่าเงินเขาต้องทำอย่างอื่นนี่ ความจริงก็จะมีอีกทางหนึ่ง ในจังหวัดเองก็จะมีงบยุทธศาสตร์ส่งเสริมการพัฒนาจังหวัด หรือกลุ่มจังหวัด เมื่อก่อนท่านนายกรัฐมนตรีเคยมอบหมายเป็นรัฐมนตรีซึ่งกำกับดูแล จังหวัดสกลนครด้วยนะครับ ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ก็ลงไปดูเยอะนะครับ ความจริงก็ได้ มีส่วนเอาปัญหาของพวกเราไปช่วยแก้ ความจริงตรงนี้ถ้ามันจำเป็นจริง ๆ ก็ต้องให้ชาวบ้าน ประชาชนช่วยทำเรื่องไปถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหน่อย ในปี ๒๕๖๗ ก็ขอแบ่งเงิน งบประมาณในส่วนของจังหวัดที่ได้รับแต่ละปี อย่างปีที่ผ่านมาก็ประมาณ ๒๔๐ กว่าล้านบาท ก็แบ่งมาสัก ๑๐ ล้านบาท ผมว่าคงไม่เกินขีดความสามารถของจังหวัดหรอกครับ เพียงแต่ว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าตรงนี้เป็นความจำเป็น เดี๋ยวต้องให้จังหวัดลงไปตรวจดู แต่ผม ก็จะประสานงานให้อีกทีนะครับ ผมมั่นใจว่าคงไม่นานเกินรอ คิดว่าท่านผู้แทนซึ่งชอบถาม กระทู้ถามบ่อย ๆ เป็นเรื่องที่ถือว่าเป็นประโยชน์ประชาชน ผมต้องขอชื่นชมนะครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านอนุรักษ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพคะ ท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ด้วยความเคารพค่ะ เป็นที่ชื่นใจเป็นอย่างยิ่ง ท่านจะประสาน กับผู้ว่าราชการจังหวัดให้เลยถ้างบ อบจ. ไม่ได้ ได้ ๔๐๐ เมตรค่ะ ถ้า ๔๐๐ เมตรไปเรื่อย ๆ มันเกือบ ๔,๐๐๐ เมตร มันจะ ๑๐ ปีเลยนะคะถ้า ๔๐๐ เมตรไปเรื่อย ๆ ดังนั้นแล้ว ท่านประสานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอีกแรงหนึ่ง ท่าน ผอ. เจษ ดูผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย จะต้องรวมจิตรวมใจมาที่จังหวัดสกลนคร กราบขอบพระคุณ ท่านประธานเป็นอย่างสูง กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์เป็นอย่างสูงเช่นเดียวกัน ขอบพระคุณค่ะ🔗
จบกระทู้ถามของท่านอนุรักษ์ บุญศล ขอบคุณรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ขอบคุณท่านอนุรักษ์ครับ ท่านรีบขึ้นไปห้องประชุมใหญ่ได้แล้วครับ ส่วนกระทู้ถามแยกเฉพาะที่เหลือ ฉบับที่ ๔๖๗ ของท่านอนุรักษ์ บุญศล เรื่อง การก่อสร้างฝายชะลอน้ำกั้นแม่น้ำสงครามเพื่อการเกษตร ในฤดูแล้ง ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ ๔๖๙ เรื่อง การจัดทำ โครงการธนาคารสินค้าเกษตร (กิจกรรมสนับสนุนธนาคารผลผลิตสัตว์น้ำแบบมีส่วนร่วม) จังหวัดศรีสะเกษ ของท่านผ่องศรี แซ่จึง และฉบับที่ ๔๗๐ เรื่อง ขอให้แก้ไขปัญหาที่ดิน โดยการออกเอกสารสิทธิการครอบครองทำประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ในตำบลแม่ลาน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ของท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ ทั้ง ๓ ฉบับ ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งรัฐมนตรีขอเลื่อนมาทั้ง ๓ ฉบับนะครับ ไม่สามารถมาตอบได้ ก็เป็นการจบการถาม ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ สำหรับวันนี้ขอบคุณมากครับ🔗
เรียนท่าน สมาชิกครับ ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาเรียงตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ ผมขอปรึกษา ที่ประชุม เพื่อขอนำระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ระเบียบวาระที่ ๗.๗ และระเบียบวาระที่ ๗.๘ ขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งคงจะใช้เวลาไม่มากนัก จะมีสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่🔗
ถ้าไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่น ผมถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง) จำนวน ๖ ครั้ง คือ🔗
ครั้งที่ ๑๗ วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๑๘ เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๑๙ วันพุธที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๒๐ วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๒๑ เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๒๒ วันพุธที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๕🔗
ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้วนะครับ ก่อนที่จะเสนอให้สภารับรอง🔗
เมื่อไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมให้การรับรองรายงานการประชุมสภา ผู้แทนราษฎร ทั้ง ๖ ครั้งดังกล่าวนะครับ🔗
๗.๗ คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ขอขยายเวลาการพิจารณา เรื่องร้องเรียนจริยธรรม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ (เรื่องร้องเรียนที่ ๑๒) ออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๕🔗
ด้วยคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรได้มีหนังสือขอขยายระยะเวลาพิจารณา เรื่องร้องเรียนจริยธรรม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (เรื่องร้องเรียนที่ ๑๒) เนื่องจาก อยู่ระหว่างคณะอนุกรรมการเสนอให้คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา รายงานการสอบหาข้อเท็จจริง ดังนั้นจึงขอขยายเวลาการพิจารณาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ขอขยายครั้งที่ ๘ ตามข้อบังคับว่าด้วย ประมวลจริยธรรม ข้อ ๒๗ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมการ จะมีท่านสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎรขยายเวลาการพิจารณาเรื่องร้องเรียนออกไปตามที่ร้องขอนะครับ🔗
๗.๘ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์ แอฟริกาในสุกรและศึกษาแนวทางช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ปรับตัวสูงขึ้น ขอขยายระยะเวลาในการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าว ออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๕🔗
ด้วยประธาน คณะกรรมาธิการคือท่านประภัตร โพธสุธน ได้มีหนังสือแจ้งว่าเนื่องจากมีข้อมูล และข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเป็นจำนวนมากที่ต้องศึกษาและพิจารณาให้แล้วเสร็จทุกประเด็น ที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้การพิจารณาของคณะกรรมาธิการเป็นไปด้วย ความรอบคอบ ดังนั้นจึงขอขยายเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๕🔗
ขอขยายเป็นครั้งที่ ๔ แล้ว เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมาธิการ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่🔗
ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ผมถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยาย เวลาการพิจารณาศึกษาออกไปตามที่ร้องขอนะครับ🔗
เรื่องอื่น ๆ ซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ คือ🔗
การตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่นและการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกสภาพสิ้นสุดลง🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ คือ ท่านซูการ์โน มะทา ได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นายวันชัย ปริญญาศิริ ได้มีหนังสือ ขอลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลง ตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงเป็น ผลให้ตำแหน่งกรรมาธิการว่างลง ตำแหน่งที่ว่างลงเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของ พรรคพลังประชารัฐนะครับ ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการ พร้อมทั้งขอผู้รับรอง และช่วย พิจารณาด้วยว่าไม่ได้เป็นกรรมาธิการเกิน ๒ คณะ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ นะครับ เชิญเสนอ ชื่อกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ผมขอเรียนเสนอ นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ แทนตำแหน่งที่ว่างลง แล้วก็ได้สอบถามแล้วครับว่าไม่ได้เป็นเกิน ๒ คณะ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มี ก็เป็นอันว่าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง คือ ท่านสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้พิจารณา เป็นเรื่องด่วน🔗
๑. ญัตติด่วน เรื่อง ปัญหาสำคัญของประเทศที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข อย่างเร่งด่วน เรื่อง ปัญหาอุทกภัย และปัญหาการกราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัดหนองบัวลำภู (นายชลน่าน ศรีแก้ว เป็นผู้เสนอ)🔗
จากการ ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพฤหัสบดีที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ได้มีสมาชิกเสนอญัตติ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) จำนวน ๙ เรื่อง ตามระเบียบวาระ เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้พิจารณาเป็นเรื่องด่วน ๑-๙ และที่ประชุมเห็นชอบให้พิจารณาญัตติดังกล่าวรวมกันไป เนื่องจากเป็นญัตติทำนองเดียวกัน โดยผู้เสนอญัตติได้แถลงเหตุผลทั้ง ๙ เรื่องเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้มีท่านสมาชิก แสดงความคิดเห็นมากมาย แต่เนื่องจากยังมีสมาชิกแจ้งความประสงค์ที่จะขออภิปรายอีก จำนวนหลายท่าน วันนั้นผมเป็นประธานในที่ประชุมจึงได้สั่งปิดประชุม เพื่อมาพิจารณาต่อ ในวันนี้ ดังนั้นผมขอดำเนินการต่อไปเลยนะครับ🔗
ต่อไปจะได้เชิญท่านสมาชิกอภิปรายต่อ ท่านสมาชิกท่านแรก ท่านสมาชิก ตรวจสอบด้วยแล้วกันว่าท่านที่ได้อภิปรายไปแล้วเมื่อคราวก่อน ก็ขออย่าได้อภิปรายอีก ต้องเป็นท่านที่ยังไม่ได้อภิปราย ท่านแรก ท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ตามด้วยท่านวันนิวัติ สมบูรณ์ เชิญท่านสุรสิทธิ์ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายในเรื่องของปัญหาความเดือดร้อนจากน้ำท่วม แต่ก็จะจำกัดให้แคบลงว่า เป็นเรื่องน้ำท่วมภาคอีสาน ผมกราบเรียนว่าน้ำท่วมภาคอีสานนั้นจะมีสาเหตุมาจาก ๒ ทางใหญ่ ๆ คือน้ำจากน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ อันนี้ก็มีกระจาย ๆ ไปตามจังหวัดต่าง ๆ พื้นที่ ต่าง ๆ🔗
อันที่ ๒ ที่เป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องแก้ไขก็คือน้ำจากลำน้ำสายหลักในภาค อีสาน ซึ่งผมก็จะจำกัดลง พูดเฉพาะเรื่องลำน้ำชี ลำน้ำชีเป็นลำน้ำสายหลักของภาคอีสาน เป็นลำน้ำที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ยาวถึง ๗๖๕ กิโลเมตร มีพื้นที่ที่เป็นแหล่งต้นน้ำจาก เทือกเขาเพชรบูรณ์ ซึ่งอยู่ติดชายขอบของจังหวัดชัยภูมิ ปกติแล้วในแต่ละปีถ้าฝนตก โดยเฉลี่ยก็เป็นปกติแล้ว จะมีน้ำจากลำน้ำชีไหลออกมาประมาณ ๒,๕๐๐ ล้านคิวบิกเมตร น้ำเหล่านี้จะถูกใช้ไปทำไร่ ทำนา แล้วก็มีเขื่อนต่าง ๆ ที่เก็บกักน้ำ ซึ่งจังหวัดชัยภูมิ เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีเขื่อนหลายเขื่อน ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนลำคันฉู หรือเขื่อนชีบนที่กำลังสร้างอยู่ ก็มีเขื่อนน้ำพรม มีเขื่อนห้วยกุ่มต่าง ๆ ก็ถือว่าในส่วนนี้ก็ทำได้ดี ชมเชยว่าทางราชการก็ได้ สนับสนุนงบประมาณในการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ แต่สิ่งที่จะทำเพิ่มได้ จะลดปัญหาเรื่อง น้ำท่วมภาคอีสานได้ ก็คือการที่จะไปสร้างเป็นแก้มลิง บริเวณใกล้ ๆ กับลำน้ำชีมีที่สำหรับ ก่อสร้างแก้มลิง เฉพาะในจังหวัดชัยภูมิมีถึง ๑๕๐ แห่ง ทำไปแล้วบ้าง ยังเหลืออยู่ประมาณ ๕๐ แห่ง งบประมาณถ้าเผื่อว่าจัดสรรลงไปก็ประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท ถ้าจังหวัดชัยภูมิได้รับ งบประมาณในการก่อสร้างแก้มลิงรอบ ๆ ลำน้ำชีจะลดปริมาณน้ำท่วมในจังหวัดชัยภูมิ ลดปริมาณหรือความรุนแรงน้ำท่วมจังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด ลงไปจนถึงจังหวัดอุบลราชธานี เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ผมฝากไว้ว่าถ้างบประมาณประมาณ ๕๐๐ ล้านบาทลงไป ในเรื่องของการขุดแก้มลิงในจังหวัดชัยภูมิจะเกิดประโยชน์มาก ลดน้ำท่วม แล้วก็จะสามารถ แก้ปัญหาภัยแล้ง ในลำน้ำชีก็จะมีน้ำไหลตลอดปีนะครับ ท่านประธานที่เคารพ แก้มลิงที่ผม เสนอในตอนนี้ที่สำคัญ ๆ ที่ในจังหวัดชัยภูมิ เช่นบึงละหาน เป็นบึงขนาดใหญ่ครับ แต่ว่าก็ยัง ได้รับงบประมาณค่อนข้างน้อย ถ้าเราไปขุดลอกบึงละหานซึ่งอยู่ที่อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ บึงนกโง่ ลำน้ำก่ำ ลำนาแซง ลำกุดยาง อยู่ในอำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ แล้วก็ที่อำเภอ บ้านแท่น ก็มีอ่างหนองผักชู อ่างขนาดใหญ่ครับ แต่งบประมาณก็ยังได้น้อย หนองนาแซง หนองโดก อ่างบ้านแท่น เหล่านี้ถ้าจัดงบประมาณลงไปผมเชื่อว่าจะช่วยลดน้ำท่วม แล้วก็ แก้ภัยแล้งของจังหวัดชัยภูมิและในภาคอีสานด้วย🔗
สำหรับน้ำในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิที่ฝนตกลงมาเรามีอ่างขนาดใหญ่ อยู่ที่ เทือกเขาภูแลนคา น้ำจากภูแลนคาในจังหวัดชัยภูมิจะไหลลงไปที่อ่างเก็บน้ำลำประทาว อ่างเก็บน้ำลำประทาวเป็นอ่างเก็บน้ำที่ช่วยในเรื่องอุปโภค บริโภค ช่วยในเรื่องผลิต กระแสไฟฟ้าและช่วยในการเกษตร ที่สำคัญคือน้ำท่วมจังหวัดชัยภูมิส่วนใหญ่เกิดจากอ่างเก็บ น้ำลำประทาวจุน้ำได้น้อย ปัจจุบันจุได้ประมาณ ๕๐ ล้านคิวบิกเมตร ผมได้ประสานทาง กระทรวงพลังงาน กรมพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานก็กำลังสำรวจ คาดว่าใช้ งบประมาณประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ขุดเกาะแก่งในอ่างเก็บน้ำลำประทาว จะช่วยลดปัญหา น้ำท่วมจังหวัดชัยภูมิที่เป็นข่าวเป็นคราวมาทุกปีลงได้มาก แล้วก็จะช่วยในเรื่องของ การเกษตรต่าง ๆ เนื่องจากเวลาจำกัดผมก็คงจะกราบเรียนเฉพาะชื่อลงไป ขุดลอกอ่างพวง ซึ่งมี ๖-๗ อ่าง ไม่ว่าอ่างโป่งช้างน้อย อ่างซับจันทร์แดง อ่างสำนักสงฆ์ภูโค้ง อ่างห้วยอีง่อง ที่อยู่เชิงเขาภูแลนคา ใช้งบประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้ศึกษาในเรื่องดังกล่าวอยู่ อ่างขนาดใหญ่อีกอันหนึ่งที่ทำได้คือแก้มลิง เป็นแก้มลิงโสกวัวคา ที่บ้านภูทอง ตำบลช่องสามหมอ อำเภอคอนสวรรค์ ๒๐๐ ไร่ ขุดลอก ลำน้ำก่ำ ลำนาแซง ที่อำเภอคอนสวรรค์ ผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นประตู ระบายน้ำลำน้ำชี ที่เชื่อมระหว่างจังหวัดชัยภูมิกับแก้งสนามนาง เข้าใจว่าปีสองปีนี้ น่าจะได้รับงบประมาณ ลำห้วยก่ำน้อย ที่อำเภอคอนสวรรค์ แล้วก็ยังมีลำกุดยาง ที่ตำบล โนนสะอาด ความจริงยังมีอีกมาก แต่ผมเห็นว่าเวลาจำกัด กราบเรียนว่าสิ่งที่ผมนำเสนอนั้น เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์อย่างมาก และงบประมาณก็ไม่สูง แต่จะได้ประโยชน์ทั้งในเรื่อง แก้ปัญหาน้ำท่วมและแก้ปัญหาภัยแล้ง ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป เชิญท่านวันนิวัติ สมบูรณ์ ตามด้วยท่านนิคม บุญวิเศษ ท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ นะครับ ท่านวันนิวัติพร้อมไหมครับ ถ้าไม่พร้อม เชิญท่านนิคม บุญวิเศษ ครับ ที่จริงผมก็ได้อ่าน รายชื่อหรือได้แจ้งล่วงหน้าแล้ว ท่านผู้ใดสนใจจะอภิปรายก็ต้องเตรียมตัวนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พลังปวงชนไทย กระผมขออภิปรายญัตติเร่งด่วนที่เป็นปัญหา ๒ ญัตติ ในเวลาอันจำกัดแค่ ๕ นาที เรื่องแรก คือเรื่องการแพร่ระบาดของยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้าที่มีการแพร่ระบาด ตอนนี้ยาบ้ามีการขายกันเม็ดละ ๗ บาท รับมาเม็ดละ ๗ บาท แล้วไปขายต่อเม็ดละ ๓๐ บาท โดยเฉพาะชุมชนที่เป็นบ้านเกิดผมเอง ตำบลดงลิง อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ผมได้ลงพื้นที่ ปรากฏว่ามีลูกหลานเราติดยาบ้างอมแงมครับ ดึก ๆ ก็มาปลุกคุณตา คุณยาย ขอเงิน ๑๐๐ บาท มาซื้อยาบ้าเสพ เป็นห่วงมากครับ ท่านประธาน นี่คือภัยต่อความมั่นคง ของประเทศ ตอนนี้มันเข้ามาสู่บ้านเราแล้ว บางคนติดยาบ้าถึงขั้นประสาทหลอน ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ เผาบ้านตัวเอง แล้วก็รื้อบ้านตัวเองไปขายก็มี จึงฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้นโยบายปราบยาเสพติด ท่านทำหรือยัง ถ้าท่านยังไม่ทำนั้นแสดงว่าท่านมีการโกหกประชาชนว่าจะมีการปราบปรามยาเสพติด อย่างเร่งด่วน ผมก็เลยฝากว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง ขอฝากรัฐบาลด้วย🔗
ต่อมาเป็นเรื่องการบริหารจัดการน้ำนะครับ ทุกปีเราจะมีปัญหาเรื่องน้ำท่วม ซ้ำซาก น้ำแล้งซ้ำซาก และปีนี้ชัดเจนครับ เป็นปีที่น้ำท่วมมากเป็นปีหนึ่งเมื่อเทียบกับ ปี ๒๕๖๒ ปีนี้ก็เป็นปีหนึ่งที่มีน้ำท่วมมากที่สุด โดยเฉพาะตำบลดงลิง ตั้งแต่อำเภอฆ้องชัย อำเภอกมลาไสย อำเภอร่องคำ น้ำมากเป็นพิเศษครับ ถนนระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดไปถึง อำเภอกมลาไสยมีการตัดขาด ซึ่งไม่เคยมีการตัดขาดมาก่อน ผมเองได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมเยียน ไปตรวจสอบนะครับ ขอภาพที่ ๑ ครับ🔗
อันนี้คือนายกชุมพล เป็นนายก เทศบาลตำบลดงลิง มีการเฝ้าระวังก่อนที่จะมีพนังขาด ก็ได้มีการขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอสะพานแบริ่ง เพราะว่ามันมีถนนระหว่างบ้านโนนเมืองขาดโดยที่น้ำชีกัดเซาะจนพัง ไม่สามารถสัญจรได้ การติดตั้งสะพานแบริ่งก็ขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็นายกในพื้นที่ช่วยกันติดตั้งสะพานเพื่อให้ประชาชน ในเขตนั้นสัญจรไปมาได้ นี่คือการติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ผมได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ ก็ขอบคุณ เจ้าหน้าที่โดยเฉพาะผู้นำ นายก แล้วก็กำนัน ผู้ใหญ่บ้านช่วยกันแก้ไขปัญหาให้พี่น้อง ประชาชน นอกจากนั้นแล้วยังช่วยกันทำข้าวกล่องไปแจกจ่ายให้พี่น้องประชาชน เพื่อบรรเทาเบาบางความเดือดร้อน นี่เป็นปริมาณน้ำที่ค่อนข้างจะมาก ก็คือเขตบริเวณนั้น เป็นบริเวณที่น้ำชีกับลำน้ำปาวมาบรรจบกัน ก็ขอเสนออย่างนี้ครับว่าน้ำท่วมมันท่วมทุกปี โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ลำแม่น้ำชี ซึ่งมีความยาว ๗๐๐ กว่ากิโลเมตร ผมมีข้อเสนออย่างนี้ครับ เพื่อให้ปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไข ผมคิดว่าน้ำชีจริง ๆ แล้วมาตั้งแต่จังหวัดชัยภูมิจนถึง จังหวัดอุบลราชธานี แต่บริเวณที่เกิดปัญหาหนักก็คือจังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร จังหวัดอุบลราชธานี แล้วก็จังหวัดศรีสะเกษ ระยะทางถ้าเกิดเราคิดจากจังหวัดขอนแก่นไปถึงจังหวัดอุบลราชธานี ตีระยะทางประมาณ ๓๐๐ กิโลเมตร ไป กลับ ๖๐๐ กิโลเมตร ถ้าเราเสนอให้มีการทำถนนรอบข้าง ๆ แม่น้ำชี ทั้ง ๒ ฝั่ง รถสามารถวิ่งได้ เราก็สามารถที่จะแก้ไขน้ำท่วมได้ ซึ่งถนนนั้นเราไปคิดแล้วราคา กิโลเมตรละไม่เกิน ๖๐ ล้านบาท ตีไปกิโลเมตร ๑๐๐ ล้านบาท ไป กลับ ๖๐๐ กิโลเมตร ใช้เงินแค่ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เราสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ ประชาชนก็มีข้าว ในการเกี่ยว แล้วก็ถ้าเราคิดถึงค่าเสียหายแล้วมันคุ้มเกินคุ้ม จึงเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงบประมาณหรือนายกรัฐมนตรีช่วยแก้ไขปัญหาให้เกิดความยั่งยืน โดยการ ทำถนนทั้ง ๒ ฝั่งของแม่น้ำชีด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไป ท่านนพพล เหลืองทองนารา พร้อมไหมครับท่านนพพล ท่านพิสิฐก็ได้ครับ เชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เหตุการณ์กราดยิงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยปีนี้ก็เกิดอีก ๒ ครั้ง จากที่ เกิดมาแล้วในปีก่อนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญและความรู้สึก ของทั้งประชาชนไทย แล้วก็ทั้งโลก เพราะไปทำร้ายประชาชน โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ไม่มี ความเกี่ยวข้อง กับผู้หญิงนะครับ ซึ่งเราจะเห็นการเปิดชื่อคนร้าย เปิดตัวตนของคนร้าย ทั้งบัตรประจำตัวประชาชน และอื่น ๆ เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก สำนักข่าวและผู้นำโลก ต่าง ๆ ก็ให้ความสนใจ สื่อต่าง ๆ บินมาทำข่าวในประเทศไทยกันมากมาย พาดหัวข่าว ในหนังสือพิมพ์ แล้วก็ทีวี (TV) สิ่งเหล่านี้ที่กระผมอยากจะขอยกเป็นประเด็นขึ้นมาว่าเราเดิน ถูกทางหรือเปล่า ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะฉายวิดีโอ (Video) ใช้เวลาประมาณ ๓ นาที เพื่อฟังประสบการณ์ของท่านนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ที่เกิดขึ้นกับประเทศ นิวซีแลนด์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ บ้านเราเปิดชื่อ ของคนร้าย ซึ่งแน่นอนเหตุการณ์อย่างนี้อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต ผมจึงอยากขออนุญาต ตั้งเป็นประเด็นครับว่าเราจะต้องแก้ไขกฎหมายของเรา ห้ามไม่ให้มีการเปิดชื่อ เพื่อป้องกัน ไม่ให้มีการเอาอย่าง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูมีข่าวว่าผู้ร้ายคนนั้นได้กล่าว ในที่วงเหล้าว่าจะทำให้หนักกว่านี้ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้จึงขออนุญาตเพิ่มเติมจากที่ หลายท่านได้กล่าวก็คืออย่าเปิดชื่อคนร้ายนะครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านจิราพร เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธาน ที่เคารพคะ ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) ยาวนานกว่า ๓ ปี ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง ปีนี้เป็นสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโควิด-๑๙ (COVID-19) ของทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยเริ่มจะคลี่คลายนะคะ แล้วก็ได้มี การออกนโยบายเปิดประเทศ แล้วก็มีการคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องค่ะ แต่กลับกลายเป็นว่าในห้วงเวลาที่รัฐบาลประกาศเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ หลายจังหวัด ทั่วประเทศกลับต้องเผชิญกับปัญหาอุทกภัย ปีนี้หลายพื้นที่ที่ไม่เคยท่วมก็ท่วมค่ะ หลายพื้นที่ ก็กลายเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากเกือบทุกปี เราเข้าใจดีว่ารัฐบาลไม่สามารถจะห้ามไม่ให้ พายุเข้า ไม่สามารถห้ามไม่ให้ฝนตกได้ค่ะ แต่ว่ารัฐบาลสามารถที่จะมีแผนบริหารจัดการน้ำ ที่ช่วยให้ปัญหาอุทกภัยบรรเทาลงได้ ในช่วงที่น้ำท่วมก็ต้องบริหารจัดการให้น้ำท่วมน้อยที่สุด หรือให้ระบายออกให้เร็วที่สุด แล้วก็ให้สามารถที่จะกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามหน้าแล้งได้ ในอดีต รัฐบาลท่านอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามารับตำแหน่งได้เพียงแค่ ๒ เดือน ก็เผชิญกับปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ จึงเป็นที่มาของการออกแผนบริหารจัดการน้ำ ๓.๕ แสนล้านบาท แต่ว่าเป็นที่น่าเสียดายว่าดำเนินการไปได้ระยะหนึ่งถูก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำการรัฐประหารยึดอำนาจไป แล้วพอ พลเอก ประยุทธ์ยึดอำนาจไป ก็กลับกลายเป็นว่า พลเอก ประยุทธ์อยู่มา ๘ ปี ใช้งบประมาณในการบริหารจัดการน้ำท่วม น้ำแล้งไปหลายแสนล้านบาท แต่ส่วนใหญ่กลับมีแต่โครงการเบี้ยหัวแตก ไม่ใช่แผนบริหาร จัดการน้ำอย่างเป็นระบบ จึงทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง สลับกัน แบบนี้แทบทุกปีค่ะ🔗
ท่านประธานที่เคารพคะ ในช่วงเวลาที่เงินบาทไทยอ่อนค่า แทนที่จะเป็น โอกาสของประเทศไทยที่จะดันการท่องเที่ยวและการส่งออกของประเทศให้ฟื้นตัวได้เต็ม ศักยภาพ โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย แต่กลายเป็นว่าจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ แล้วก็จังหวัดที่เป็นพื้นที่เพาะปลูกสินค้าเกษตรปีนี้ต้องเผชิญกับน้ำท่วมหนัก หลายพื้นที่ น้ำท่วมขังหลายเดือน ประชาชนยังไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติได้ น้ำท่วมจึงเป็น วิกฤติที่ซ้ำเติมพี่น้องประชาชน หลายครัวเรือนมีหนี้พอกพูนจากรายได้ที่หายไปในช่วง โควิด-๑๙ (COVID-19) พี่น้องเกษตรกรหลายจังหวัดได้กัดฟันกู้ยืมเงินจาก ธ.ก.ส. มาลงทุน ทำนา ทำการเกษตร สุดท้ายก็ต้องมาเจอกับน้ำท่วม พื้นที่การเกษตรเสียหาย หนี้ที่กู้ยืมมา ก็ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ เพราะพื้นที่ที่ทำกินถูกน้ำท่วมเสียหายไปหมด แทบไม่ต้อง พูดถึงเงินที่จะใช้ซ่อมแซมบ้านหลังน้ำลดนะคะ บางพื้นที่น้ำท่วมทุกปีเงินออมที่เก็บไว้ ก็ต้องมาใช้ซ่อมบ้าน ซ่อมซ้ำแบบนี้ทุกปี ยิ่งช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ลูกหลานของเรา เปิดเทอมก็ต้องใช้เงิน ปัญหานี้กำลังจะทำให้ประชาชนต้องหันไปพึ่งหนี้นอกระบบเพิ่มขึ้น อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และจะเกิดปัญหาแบบนี้ซ้ำวนเกือบทุกปี หาทางลืมตาอ้าปากแทบไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่ดิฉันคาดหวังจากรัฐบาลก็คือว่ารัฐบาลต้องมีมาตรการช่วยเหลือเฉพาะหน้า ซึ่งที่ผ่านมาการช่วยเหลือล่าช้า ทาง ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ติดกฎเหล็ก กกต. ๑๘๐ วัน อยากช่วยเหลือ แต่ทำได้อย่างมากก็คือไปลงพื้นที่ให้กำลังใจ แล้วก็ช่วยประสานงานให้ อย่างเต็มที่ ซึ่งทางท้องถิ่นก็พยายามที่จะทำงานอย่างเต็มความสามารถ แต่บางครั้งก็ติด ในเรื่องของงบประมาณ แล้วก็สรรพกำลังอุปกรณ์ที่จะใช้ในการสนับสนุนภารกิจ อย่างจังหวัดร้อยเอ็ด ระดับน้ำท่วมเพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว หาเรือมาสนับสนุนภารกิจอยู่ หลายสัปดาห์ก็หาไม่ได้ เพราะว่าน้ำท่วมพร้อมกันในหลายจังหวัด รัฐบาลจึงเหมือนปล่อยให้ ทางหน่วยงานทำงานตามยถากรรม ดิฉันจึงขอเรียกร้องให้ พลเอก ประยุทธ์ได้อนุมัติการใช้งบกลางที่ตั้งไว้ปีละหมื่น ๆ ล้านบาท ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือ เยียวยาประชาชนอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และโปร่งใส ไม่ใช่ จนน้ำท่วมรอบที่แล้ว รอบที่ผ่านมา ท่วมเป็นปีแล้วนะคะ จนว่าจะท่วมใหม่แล้วเงินเยียวยา ก็เพิ่งได้ค่ะ ขอให้ พลเอก ประยุทธ์อย่าใช้โอกาสนี้ในการหาเสียง อย่าแบ่งว่าเขตไหน ไม่ใช่เขตของพรรคของตนก็จะช่วยไม่เต็มที่นะคะ🔗
ส่วนเรื่องของแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบที่จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งได้อย่างยั่งยืน ดิฉันไม่คาดหวังให้รัฐบาลนี้ทำ เพราะว่าอยู่มา ๘ ปีไม่ทำ อยู่ต่อ ก็คงไม่ทำ ถึงทำก็คงทำไม่เป็น ขอให้พี่น้องประชาชนรอพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลสมัยหน้า เราจะเข้ามาทำแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบให้กับพี่น้องประชาชนเอง ขอบคุณค่ะ🔗
อีก ๒ ท่าน ต่อไปท่านแนน บุณย์ธิดา กับท่านดะนัย มะหิพันธ์ เชิญท่านแนนก่อนนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี ท่านประธานคะ ด้วยญัตติในวันนี้ดิฉันขออนุญาตท่านประธานได้พูดถึงเรื่องปัญหาภัยพิบัติ อุทกภัยที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ ถึงแม้ว่าในเวลานี้ปัจจุบันพื้นที่ที่มีการท่วมน้ำได้ลดระดับลงไป พอสมควรแล้ว แต่ก็ยังมีบางพื้นที่และหลาย ๆ พื้นที่ที่ยังประสบปัญหาอยู่ อันดับแรกที่ดิฉัน จะพูดถึงปัญหาน้ำท่วมในปีนี้ก็คือว่าเรื่องการให้ข้อมูลข่าวสารค่ะท่านประธาน การให้ข้อมูล ข่าวสารเบื้องต้นเพื่อที่พี่น้องจะเตรียมตัวก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ในระหว่างช่วงของการท่วม ก็จะมีข่าว ที่ต้องใช้คำว่าเป็นข่าวปลอมออกมาเรื่อย ๆ ทำให้พี่น้องในหลาย ๆ พื้นที่ ตกอกตกใจว่าเหตุการณ์ที่ท่วมมันจะหนักกว่าเดิมไหม หรือว่าต้องรอลุ้นอะไร อย่างไร ต่อไปไหม เพราะเนื่องจากในยุคปัจจุบันที่ทุกคนมีเครื่องมือสื่อสารอยู่ในมือ ทุกคนมีมือถือ สามารถทำตัวหรือรายงานตัวให้เป็นนักข่าวได้ แล้วก็กลายเป็นเหตุให้พอข่าวส่งต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก (Facebook) หรือไลน์ (LINE) ทำให้พี่น้องประชาชนค่อนข้างตื่นกลัว ดิฉันอยากจะฝากในส่วนของราชการค่ะว่าให้ช่วยมาตรวจสอบหรือให้ช่วยมาควบคุมในเรื่อง การให้ข้อมูลข่าวสารที่สำคัญต่อพี่น้องประชาชน ไม่อย่างนั้นก็จะมีการให้ข้อมูลผิด ๆ ออกไป แล้วก็จะมีการเกิดเหตุการณ์ที่ตกอกตกใจ แล้วก็เป็นการแก้ปัญหาที่เขาไม่สามารถที่จะทำได้ ทันท่วงที การที่อยู่ดี ๆ จะขนของออกจากบ้าน การที่อยู่ดี ๆ เราจะย้ายเต็นท์ ที่อยู่อาศัย ชั่วคราวไปในหลาย ๆ มุม มันก็ไม่ใช่ว่าเรื่องง่าย ๆ นะคะ นี่คือเรื่องข้อมูลข่าวสารเรื่องหนึ่ง🔗
เรื่องต่อมาค่ะท่านประธาน ในบรรดาข่าวทั้งหมดหลาย ๆ ที่จะให้ความสำคัญ กับทางแม่น้ำมูล แม่น้ำชี แต่จริง ๆ แล้วมีแม่น้ำสายหนึ่งที่ท่วมก่อนแม่น้ำมูลมาประมาณ ๑-๒ สัปดาห์ก็คือที่ลำโดมใหญ่ ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาที่จะออกมาแม่น้ำมูลนี่ค่ะ ก็คือจริง ๆ แล้ว มันมีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วมในปีนี้ ถึงแม้ว่า ๑. คือน้ำมาช้า ๒. คือพายุก็ตามแต่ แต่ว่าก็ต้องยอมรับค่ะว่าการช่วยเหลือในครั้งนี้ใช้คำว่าทั่วถึงไหม ก็ต้องบอกว่าใช้คำว่า เท่าที่กำลังของท้องถิ่นเขาจะสามารถทำได้ เพราะว่าปีนี้ต้องบอกว่าหน่วยงานส่วนกลาง ความช่วยเหลือลงไปในพื้นที่ค่อนข้างน้อย เข้าใจได้ค่ะ เข้าใจได้ในกรณีที่ว่ามีหลายพื้นที่ ที่ประสบภัยปัญหาน้ำท่วมในปีนี้ แต่ก็เป็นปัญหาว่าในอนาคตควรจะมีการเตรียมพร้อม ที่ดีขึ้นมากกว่านี้หรือไม่ เพราะว่าหลาย ๆ ท้องถิ่นสิ่งที่ประสบปัญหาที่สุดก็คือที่จังหวัด อุบลราชธานี ท่วมครั้งล่าสุดคือปี ๒๕๖๒ ก็คือ ๓ ปีที่แล้ว ๓ ปีที่แล้วหลาย ๆ ท้องถิ่น พอช่วยเหลือประชาชนปุ๊บ ต้องเร่งหาจัดซื้อไม่ว่าจะเป็นเรือหรือว่าอะไรก็ตามแต่เพื่อมาช่วย แต่พอช่วยแล้วตัวเขาเองหรือว่าตัวผู้บริหารเองกลับโดนเล่นงานตามหลัง หรือมีปัญหา ตามหลัง หรือมีการร้องเรียนตามหลัง ทำให้ปีนี้ดิฉันประสบพบเจอด้วยตัวเองก็คือว่า หลาย ๆ ท้องที่เขาก็บอกเลยค่ะ บอกว่าปีนี้ก็คือคงต้องทำตามระเบียบทุกอย่าง อาจจะทำให้ การช่วยประชาชนช้าหน่อย แต่ว่าเขาก็ต้องปกป้องตัวเอง อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องฝากให้ หน่วยงานที่ดูแลของท้องถิ่นค่ะ คือท่านอยากให้เขาช่วยประชาชนได้เต็มที่ ท่านก็ควรจะต้อง เป็นแบ็ก (Back) ให้เขาด้วยในการทำงาน ถึงแม้จะมีการออกมาบอกเขาว่าถ้าเป็นภัยพิบัติทำได้เลยนะ ตอนปี ๒๕๖๒ เขาก็ทำตาม ข้อมูลภัยพิบัติค่ะ แต่เมื่อทำแล้วเขาก็มีปัญหากลับมา นี่ถึงเป็นปัญหาว่าปีนี้หลาย ๆ พื้นที่ จะประสบปัญหาว่าได้รับการช่วยเหลือที่ช้าลง หรือเรือไม่พอ หรือเครื่องเรือไม่พอ มีเรือแล้ว เครื่องเรือไม่พอ ในหลาย ๆ หมู่บ้านก็ใช้วิธีง่ายที่สุดก็คือว่าให้ใช้เงินกองทุนของหมู่บ้าน หรือใช้เงินของหมู่บ้านเองที่เขาเก็บสะสมกันไปซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นมาใช้ก่อน เพราะเขา ก็บอกว่าทำอย่างไรได้ อบต. เทศบาลไม่ดูแลเขา ซึ่งจริง ๆ มันไม่ควรจะมีคำแบบนี้เกิดขึ้น แต่มันเป็นความที่ไม่เข้าใจกันว่าเพราะเหตุใดการช่วยเหลือในปีนี้ถึงมีปัญหา แล้วก็สิ่งที่สำคัญ ที่สุดในปีนี้มันไม่ควรจะเป็นแค่ให้ดูแลเรื่องเงินเยียวยาอย่างเดียว รัฐบาลต้องมองไปถึง การพักหนี้อย่างจริงจังให้กับพี่น้องประชาชน นอกเหนือจากการพักหนี้ที่จริงจังแล้ว และให้ ธนาคารเข้ามาร่วมดูทุกรายที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วมที่มีปัญหา เพราะมันไม่ใช่แค่น้ำท่วม มันต่อเนื่องมาจากโควิด (COVID) ๒ ปีแล้ว ปีนี้มาเจอน้ำท่วม จากที่คนกำลังจะฟื้น เขาก็ไม่ฟื้นค่ะท่านประธาน แล้วทีนี้พอพักหนี้ได้ปุ๊บดิฉันอยากเสนออีกเรื่องหนึ่ง ท่านต้องมี กองทุนให้เขาตั้งตัวเลยค่ะ พักหนี้เฉย ๆ ไม่สามารถหากองทุนเพื่อให้เขามาตั้งตัวได้ต่อไป ในอนาคต มันก็จะดำเนินไปค่อนข้างลำบากเหมือนเดิม เขาก็ต้องไปหากู้หนี้ยืมสินนอกระบบ เหมือนเดิม เพราะว่าในระบบมันเป็นทางตันของเขาแล้ว เพราะฉะนั้นก็ฝากไปที่รัฐบาลค่ะว่า นอกเหนือจากการที่ท่านจะคิดเรื่องพักหนี้แล้ว ท่านควรจะคิดเรื่องกองทุน ทำให้เขาได้ตั้งตัว ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านต่อไป ท่านดะนัย แล้วก็คุณหมอเพชรดาวต่อจากท่านดะนัย เชิญท่านดะนัยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ ผมเห็นด้วย กับญัตติด่วน เรื่อง ปัญหาสำคัญของประเทศที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เรื่อง ปัญหาอุทกภัย และปัญหาการกราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัดหนองบัวลำภู สำหรับ จังหวัดอำนาจเจริญเองปีนี้แม้ว่าปัญหาน้ำท่วมมันจะไม่รุนแรงเท่ากับปี ๒๕๖๒ แต่ก็มีปัญหา ได้รับผลกระทบบ้างในพื้นที่ทางการเกษตรที่อยู่ใกล้ลุ่มน้ำเซบก เซบาย แล้วก็ห้วยธรรมชาติ สิ่งสำคัญที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องก็คือเรื่องถนนหนทางที่ใช้ สัญจรไปมาหลังจากน้ำลดลงไปจะเกิดปัญหามากครับ ถนนลูกรังก็น้ำพัดเอาหินลูกรังไปหมด จะเหลือแต่เป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นดิน เป็นโคลน ถนนลาดยางบวมเป็นหลุม พอหลังจากน้ำ ลดลงไปการเอาใจใส่ดูแลของเจ้าหน้าที่รู้สึกช้ามากครับ ประชาชนจะต้องรอเวลา จะต้อง อดทน บางครั้งเป็นปีถึงมีการซ่อมแซม เรื่องนี้อยากจะเรียนท่านประธานฝากเป็นข้อสังเกต ว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นทุกปีครับ ไม่ว่าจะเป็นลาดยาง ไม่ว่าจะเป็นลูกรัง ถ้าฝนมาก็ชำรุดทุกปี ผมเรียนว่าเป็นที่น่าสังเกตว่าการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานใช่ไหม มีการทุจริตคอร์รัปชันหรือไม่ ถนนจึงเป็นเช่นนี้ทุกปีที่เกิดขึ้นที่มีฝน ดังนั้นก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยกัน ตรวจสอบ ดูแล แล้วก็ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนหลังน้ำลดนะครับ🔗
จริง ๆ แล้วการสร้างถนนขวางทางน้ำเป็นปัญหามาทุกปีโดยตลอดนะครับ บางปีที่ฝนแรงน้ำมากถนนก็ขาด ถ้าไม่ขาดก็ไหลบ่าเซาะเอาหน้าดิน เซาะเอายางไปหมด การสร้างถนนผมว่าวิศวกรน่าจะมี รู้จักทางน้ำจะมาก็น่าจะยกระดับถนนขึ้น หรือว่าทำเป็น สะพาน ทำเป็นท่อขนาดใหญ่เพื่อให้น้ำลอดได้ ไม่น่าจะทำเป็นถนน ถนนที่เดิมนั่นละครับ แก้ปัญหาอย่างนี้ทุกปี ของผมยกตัวอย่างถนนเส้นจากจังหวัดอำนาจเจริญจะไปอำเภอ ชานุมานขาดทุกปีครับพอฝนมา อย่างนี้ผมว่าการแก้ปัญหาไม่เบ็ดเสร็จ ส่วนพอฝนตกผ่านไป นิดเดียว ตอนนี้หน้าแล้งเข้ามาอีกแล้วครับท่านประธาน เรียนว่าชลประทานมีฝายชะลอน้ำ มีฝายกักเก็บน้ำเยอะแยะ แต่พอฝนไปที่กักเก็บน้ำเหล่านั้นตื้นเขินหมด ดินไหลมาทับไหลมาถม น้ำหน้าแล้งแม้จะให้ควายกินยังไม่มีเลยครับ อันนี้คือการทำงานที่ไม่บูรณาการ ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น จะทำอย่างไรถึงจะให้หน่วยงานเหล่านี้รู้จักทำงานสอดประสานกัน ร่วมมือกันคิด สอบถามความเห็นของชาวบ้านบ้างครับว่าการทำแหล่งน้ำที่จะเก็บกักน้ำไว้ใช้ ในหน้าแล้งจะทำอย่างไร จังหวัดอำนาจเจริญผมมีกรรมการบริหารจัดการน้ำของจังหวัด วันนี้เห็นวางแผนว่าจะสูบน้ำโขงขึ้นมาใช้ในหน้าแล้ง สูบขึ้นมาแล้วแหล่งเก็บกักน้ำที่เป็น ขนาดใหญ่ที่สามารถจะเก็บน้ำไว้ใช้ได้ในหน้าแล้งยังไม่มีเลยครับ ดังนั้นผมเรียนว่า กรมชลประทานน่าจะเป็นหน่วยงานหลักที่จะเข้าไปวางแผนในเรื่องพวกนี้ ไม่ใช่ว่าปล่อยให้ การทำงานแก้เอาหน้าเป็นวัน ๆ ไป เสร็จแล้วพอน้ำฝนมาแต่ละครั้งก็ทิ้งน้ำไปแล้วหาวิธีจะไป สูบน้ำที่อื่นมา ผมว่าวิธีการทำแบบนี้เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณมากครับ🔗
ส่วนเรื่องอื่น เรื่องการกราดยิง ถึงไม่เกิดขึ้นในจังหวัดอำนาจเจริญ แต่ก็กลัว เพราะว่าวันนี้ยาเสพติดที่จังหวัดอำนาจเจริญมีมาก อำเภอชานุมานของผมอยู่ใกล้กับ ชายแดน บ้านพี่เมืองน้อง แล้วก็มีข่าวการจับยาเสพติด จับยาบ้าบ่อยที่สุด เพราะฉะนั้น ก็ฝากท่านประธานผ่านไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องว่าเมื่อเหตุการณ์รุนแรงยังไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าหาก ยาบ้ายังระบาดอยู่อย่างนี้ วันนี้ยังมีกัญชา มีกระท่อมเข้ามาเพิ่มเติมอีก ผมว่าอีกไม่นาน เหตุการณ์เหล่านั้นก็อาจจะเกิดขึ้น จึงอยากจะให้เจ้าหน้าที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มี การป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญคุณหมอเพชรดาวครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ภูมิลำเนาจังหวัดปัตตานี วันนี้ดิฉันขออนุญาตร่วมอภิปรายญัตติด่วน เหตุกราดยิง จังหวัดหนองบัวลำภูค่ะ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ เป็นวันที่ดิฉันและครอบครัวเดินทาง กลับจากประกอบพิธีทางศาสนาประเทศซาอุดิอาระเบีย พร้อมกับได้ทราบข่าวการกราดยิง จังหวัดหนองบัวลำภู ด้วยความสะเทือนใจกับ ๓๖ ชีวิตของคุณครูและน้อง ๆ สิ่งที่เกิดขึ้น ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ ทำให้ดิฉันย้อนกลับไปนึกถึงเหตุการณ์เมื่อ ๒ ปีก่อน ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ นั่นคือการกราดยิงที่เทอร์มินอล ๒๑ โคราช มีผู้เสียชีวิต ๓๑ คน บาดเจ็บอีก ๕๘ คน ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันไม่คิดว่าสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ของเรา จะต้องอภิปราย ญัตติด่วนกับโศกนาฏกรรมถึง ๒ ครั้ง สิ่งที่เป็นคำถามคาใจของดิฉันนั้นก็คือเมื่ออภิปราย เสร็จสิ้นไปแล้วแล้วอย่างไรต่อ ข้อมูลของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีคำตอบ ได้มีการถอด บทเรียนอย่างจริง ๆ จัง ๆ ดังที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปรายไว้หรือไม่ เราไม่สามารถสรุป ได้ว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นและเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเรื่องยาเสพติด ความเครียด ปัญหาสุขภาพจิต เป็นเรื่องของอาวุธปืน หรือความไม่เป็นธรรมของระบบ ขององค์กร หรือหลากหลายปัจจัย ร่วมกัน ดิฉันขออนุญาตตั้งข้อสังเกตไว้ ๕ ประเด็นค่ะ🔗
ประเด็นแรก คือตัวผู้ก่อเหตุ ดิฉันยังยืนยันเช่นเดิมเมื่อครั้งอภิปรายญัตติด่วน กราดยิงโคราช นั่นก็คือชันสูตรศพเชิงจิตวิทยา หรือไซโคโลจิคัล ออทอปซี (Psychological Autopsy) หาสาเหตุค่ะว่าทำไมคนคนหนึ่งสามารถก่อเหตุได้ถึงขนาดนี้ ต้องมีการติดตาม เวลาผ่านไปเรื่องเงียบกวาดเก็บไว้ใต้พรม รอเหตุการณ์เกิดขึ้นเราก็มาพูดกันอีก ดิฉันขอฝาก รัฐบาลหาเจ้าภาพร่วมในการชันสูตรศพเชิงจิตวิทยาเพื่อทราบถึงปัจจัยก่อให้เกิดความรุนแรง แล้วเราสามารถหาทางป้องกันได้ในอนาคต🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องการประเมินสุขภาพจิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และ ทุกวิชาชีพที่ครอบครองอาวุธ ไม่ว่าจะเป็น ชรบ. อส. มีการประเมินสุขภาพจิตหรือไม่ ดิฉัน เคยอภิปรายเรื่องของรูปแบบการสร้างความเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่ทหาร โดยโรงพยาบาล ค่ายสรรพสิทธิประสงค์และกรมสุขภาพจิต โดยศูนย์สุขภาพจิตที่ ๑๐ จังหวัดอุบลราชธานี สามารถมาปรับประยุกต์ใช้กับหน่วยงานที่ต้องใช้อาวุธปืน และในกรณีจังหวัดหนองบัวลำภู ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านได้ลงพื้นที่ ทันทีในวันเกิดเหตุ และได้กำชับเรื่องของการดูแล เยียวยาจิตใจของกรมสุขภาพจิต ที่นำโดย ท่านอธิบดีอัมพร ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงการดูแลระยะยาว ทั้งครอบครัวผู้สูญเสีย ได้รับบาดเจ็บ และมีการประเมินสภาพจิตใจกับผู้ที่รับรู้เหตุการณ์ในชุมชนใกล้เคียงด้วย🔗
ประเด็นที่ ๓ หนึ่งในต้นตอที่สำคัญนั่นคือมาตรการการใช้อาวุธปืนที่ หละหลวม มีความเสี่ยงที่ผู้ถือครองอาวุธอาจนำไปใช้ก่ออาชญากรรมได้ง่าย ขอให้ทบทวน กฎหมายการครอบครองอาวุธ มีตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ค่ะ เปิดให้ประชาชนสามารถมีสิทธิ ครอบครองปืนได้ แต่ขั้นตอนเขายุ่งยากค่ะ ถ้าพลเรือนต้องการที่จะมีปืนต้องเป็นสมาชิกของ สมาคมปืน และไม่อนุญาตให้เก็บปืนไว้ที่บ้าน ต้องมีการต่ออายุใบอนุญาตและครอบครองปืน ทุกปี🔗
ประเด็นที่ ๔ เรื่องของปัญหายาเสพติดที่ต้องทำควบคู่กันไป ทั้งปราบปราม บำบัด รักษา ฟื้นฟู ที่ต้องมีการติดตามอย่างน้อย ๑๐ ปี และการป้องกัน ซึ่งดิฉันถือว่าสำคัญ มากที่ต้องเริ่มตั้งแต่ปฐมวัย คณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร เราได้ศึกษามา ๒ ปีค่ะ มีข้อสรุปที่สำคัญด้านการป้องกันที่ต้องมีองค์ความรู้ด้านพัฒนาทักษะ สมองเด็กปฐมวัย หรือเอกเซคูทีฟ ฟังก์ชัน (Executive Function) สถาบันรักลูก แล้วก็ เครือข่ายได้ลงไปดำเนินการในพื้นที่ต้นแบบจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดปัตตานี กทม. และ จังหวัดกาญจนบุรีอย่างเข้มข้น พร้อมงานวิจัยที่จะเสร็จสิ้นภายในปีนี้ ดิฉันหวังว่าได้ขยายผล ในพื้นที่อื่น ๆ ที่มีความพร้อม ฝาก ป.ป.ส. ในเรื่องงบประมาณด้วยค่ะ🔗
ประเด็นสุดท้ายค่ะ การซ้อมแผนอพยพเคลื่อนย้ายนักเรียนในกรณีฉุกเฉิน กรมสุขภาพจิต โดยศูนย์สุขภาพจิตที่ ๑๒ เคยจัดในโรงเรียนพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกมาเป็นคู่มือพร้อมปฏิบัติ ได้รวบรวมตัวอย่างจากต่างประเทศ แล้วก็โรงเรียน แถวชายแดนคือโรงเรียนบ้านไพรพัฒนา จังหวัดศรีสะเกษ โดยขอให้กระทรวงศึกษาธิการ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นบรรจุหลักสูตรนี้ไว้ทุกโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก🔗
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขอฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลกับข้อสังเกต ทั้ง ๕ ข้อด้วยค่ะ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรชุดต่อไปจะไม่ต้องอภิปราย โศกนาฏกรรมใด ๆ ในสภาแห่งนี้อีก ทุกข้อมูลของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปราย ได้พูดไป ต้องมีการลงมือปฏิบัติ พูดแล้วทำ ขอบคุณค่ะ🔗
ท่านต่อไป คุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้จะมานำปัญหาของพี่น้องประชาชนคือเรื่องของน้ำท่วม หลายจังหวัดในประเทศไทย ท่านประธานครับ ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาฝนแล้ง ก็เป็นปัญหา ที่เจอประจำ ๆ ซึ่งการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบของภาครัฐล้มเหลวครับ ทำไมถึงว่าล้มเหลว ปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยมาก แล้วก็ทุกปีนะครับ ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดมหาสารคาม บ้านของผมก็เช่นกัน ปีนี้น้ำท่วมใหญ่ที่สุดในรอบ ๕๐ ปีของเมืองมหาสารคาม ทำไม จังหวัดมหาสารคามน้ำท่วมบ่อย ท่านประธานครับ น้ำในจังหวัดมหาสารคามมาจาก ๒ แหล่งใหญ่ ๆ คือมาจากเขื่อนอุบลรัตน์แห่งหนึ่ง และอีกแห่งหนึ่งก็มาจากทางจังหวัดชัยภูมิ ทั้ง ๒ ที่มาบรรจบกันที่จังหวัดมหาสารคามบ้านของผม แล้วก็เอ่อท่วมที่จังหวัดมหาสารคาม เป็นประจำทุกปี ๆ ซึ่งปัญหาน้ำท่วมที่จังหวัดมหาสารคามก็มาจากแม่น้ำชีนี่ละที่เอาน้ำมา ช่วงหน้าแล้งไม่มีน้ำ แต่ช่วงหน้าฝนปรากฏว่าน้ำมามากกว่าปกติ ซึ่งเขื่อนอุบลรัตน์ปีนี้ ปล่อยน้ำสูงสุดถึง ๕๖ ล้านคิวต่อวัน แล้วก็ท่านประธานครับ อันนี้คือน้ำมาจากภายนอก ส่วนน้ำภายในของจังหวัดมหาสารคามในอำเภอเมืองก็จะมีน้ำจากอ่างเก็บน้ำโคกก่อ อ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจาน แล้วก็มาที่ห้วยคะคาง ประตูน้ำท่าตูมนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ปีนี้น้ำจากอ่างเก็บน้ำโคกก่อมาที่อ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจาน มาก จนพนังกั้นน้ำ ซึ่งพนังกั้นน้ำในจังหวัดสารคามทำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมในเขตเมือง ในรูปน้ำท่วมที่สถาบันการพลศึกษา นี่คือสนามฟุตบอลสถาบันการพลศึกษา ซึ่งถือว่าเป็น การท่วมใหญ่ในเขตเมือง พนังกั้นน้ำที่สร้างมา ๓๐ ปี ปีนี้รับไม่ไหว พนังกั้นน้ำที่เข้าเมือง ทางฝั่งตะวันตกพังเลยครับ สังเกตในรูปน้ำท่วมทั้งจังหวัดเลยนะครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในปีนี้ถือว่ารุนแรงมาก ซึ่งจริง ๆ แล้วการป้องกันน้ำในเขตเมืองคือการใช้ประตูน้ำ คือน้ำในเขตเมืองจะมาที่อ่างเก็บน้ำ แก่งเลิงจาน แล้วก็จะมีการผันน้ำไปประตูน้ำท่าสองคอน ด้านหนึ่งด้านตะวันตก และ ประตูน้ำท่าตูมฝั่งตะวันออก ซึ่งในประตูน้ำทั้ง ๒ แห่งใช้ระบายน้ำได้ประมาณ ๑ ล้านคิว ต่อวัน ตั้งแต่ผมเป็น ส.ส. ผมศึกษาปัญหานี้มานาน ผมเป็นอดีตนายกเทศมนตรี เมืองมหาสารคาม ต้องเพิ่มประตูระบายน้ำ ซึ่งผมได้เสนอทางกรมชลประทานตั้งแต่เป็น ส.ส. เมื่อปี ๒๕๖๒ แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข นี่คือรูปที่น้ำจากพนังกั้นน้ำในเขตอ่างเก็บน้ำ แก่งเลิงจานพัง ก็เข้ามาที่สถาบันการพลศึกษา เข้ามาที่มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เข้าไปที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิทยาเขตในเมือง เรียกว่าเสียหายหลายพันล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นความเสียหายมากที่สุด เมื่อสักครู่พูดถึงประตูระบายน้ำ ซึ่งถ้าเราสูบน้ำไปที่ แม่น้ำชีได้เร็วยิ่งขึ้นก็จะสามารถระบายน้ำได้เร็วยิ่งขึ้น ผมเคยเสนอให้กรมชลประทาน เพิ่มประตูระบายน้ำ เพิ่มอัตรา เพิ่มประสิทธิภาพคาพาซิตี (Capacity) ของการระบายน้ำ จาก ๑ ล้านคิวเป็น ๒ ล้านคิวนะครับ แต่ยังไม่ได้ทำ ถึงบอกว่ารัฐบาลจัดงบประมาณให้ กรมชลประทานน้อยเกินไป การแก้ปัญหาในการจัดการงบประมาณของกรมชลประทาน ก็ยังไม่เพียงพอในการที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง ก็นำเรียนว่าพี่น้องในตำบล ที่อยู่ริมน้ำชี ก็คือตำบลท่าตูม ตำบลท่าสองคอน ตำบลเกิ้ง ตำบลลาดพัฒนา ตำบลห้วยแอ่ง ต้องระดมกำลังในการที่จะ เรียกว่าทำที่กั้นน้ำ ทำกระสอบทราย ทำอะไร ซึ่งผมก็ไปช่วย ร่วมกับพี่น้องประชาชนนะครับ ในส่วนของหลายตำบลก็มีน้ำท่วมขัง เสียดายหมดเวลาแล้ว ก็นำเรียนว่าปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดมหาสารคามไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก ถ้ารัฐบาลได้ทำ แผนบริหารจัดการน้ำได้ดีกว่านี้ แล้วก็นำงบประมาณต่าง ๆ มาช่วยในการบริหารจัดการน้ำ ให้มากกว่านี้นะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
เชิญท่านวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๓ พรรคภูมิใจไทย กระผมขออภิปรายเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมในญัตติด่วนด้วยวาจา ต้องยอมรับว่าปีนี้ฝนค่อนข้างดีตั้งแต่ต้นปี แล้วก็ดีต่อเนื่อง ประกอบกับมีพายุเข้าประเทศไทย หลายลูกทำให้น้ำท่วมกระจายไปหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน แล้วก็ภาคกลาง แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าหน่วยงาน สทนช. ได้กำหนดให้มีลุ่มน้ำทั้งหมด ๒๒ ลุ่มน้ำ แต่ละลุ่มน้ำก็มีภูมิประเทศแตกต่างกัน ดังนั้นในการแก้ปัญหาก็จะต้องแก้แตกต่างกัน ยกตัวอย่างอย่างเช่นลุ่มน้ำมูล ก็มีการแบ่งเป็นมูลตอนบน มูลตอนกลาง แล้วก็มูลตอนล่าง ท่านครับ ลักษณะของมูลตอนบนนี้เป็นที่ราบสูง มีเทือกเขาบรรทัด เทือกเขาพนมดงรุ้ง ทางทิศใต้ของแม่น้ำมูล น้ำจากมูลตอนบนเวลาฝนตกชุกก็จะไหลสู่มูลตอนกลางไปทับถม มูลตอนล่าง เช่น จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดยโสธร และบางปีก็มีน้ำจากแม่น้ำชีซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของแม่น้ำมูลไหลมาสมทบที่จังหวัด อุบลราชธานี ทำให้ปัญหาน้ำก็รุนแรงมากขึ้น แต่เนื่องจากระยะเวลาอันสั้นผมขออนุญาต พูดถึงปัญหาน้ำท่วมในเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ แต่ละลุ่มน้ำก็จะมีลุ่มน้ำสาขามากมาย อย่างเช่นลุ่มน้ำมูลก็จะมีลุ่มน้ำสาขาทั้งหมดเลย ๓๑ ลุ่มน้ำ แต่ผมเองนั้นอยู่ในเขตลุ่มน้ำ ลำเชียงไกร ในเขตอำเภอเทพารักษ์ อำเภอด่านขุนทด อำเภอสีคิ้ว อำเภอพระทองคำ อำเภอ โนนไทย อำเภอโนนสูง ทั้งหมดนี้เป็นลุ่มน้ำที่อยู่ต้นน้ำถือว่าเป็นต้นน้ำมูล อยู่ทางทิศตะวันตก ของจังหวัดนครราชสีมา แต่ท่านประธานครับ ลุ่มน้ำลำเชียงไกรนี่แตกต่างกับลุ่มน้ำสาขา อื่น ๆ อย่างเช่น ลำพระเพลิง ลำตะคอง ลำแชะ ลำมูลบน เพราะว่าลุ่มน้ำลำเชียงไกร เป็นเขตอับฝนหรือว่าเขตเงาฝน มีปริมาณฝนตกน้อยที่สุดของประเทศไทย ไม่ถึง ๑,๐๐๐ ลูกบาศก์มิลลิเมตรต่อปี ในขณะที่ฝนตกเฉลี่ยทั้งปีของประเทศไทย ๑,๔๐๐ กว่าลูกบาศก์มิลลิเมตร ดังนั้นเองในลุ่มน้ำลำเชียงไกรถ้าปีไหนฝนตกชุกน้ำก็จะไหล จากที่สูง ทิศตะวันตกของจังหวัดสู่ทิศตะวันออกไปทับถมพี่น้องอำเภอโนนไทย อำเภอโนนสูง และสู่แม่น้ำมูลที่อำเภอพิมาย แต่เนื่องจากว่าได้มีการศึกษาสำรวจความเหมาะสม ในการจัดเก็บน้ำด้านบนของลุ่มน้ำลำเชียงไกร ผมเป็น ส.ส. มา ๒๐ กว่าปีเพิ่งมีการก่อสร้าง ได้แค่ ๒ แห่ง ทั้งหมดมีอยู่ ๑๓ แห่ง ถ้าจะให้ถาวรที่สุดก็จะต้องจัดงบประมาณสร้างอ่างเก็บ น้ำขนาดที่เหมาะสมแล้ว ที่พิจารณาแล้วนะครับ แล้วก็สร้างฝายชะลอน้ำในลุ่มน้ำตลอดลุ่ม น้ำลำเชียงไกร ก็จะเป็นการแก้ไขปัญหา เมื่อน้ำไม่ได้ทำการเก็บน้ำก็จะไหลลงสู่ลุ่มน้ำลำเชียง ไกรตอนล่าง ที่อยู่อำเภอโนนไทย ตำบลบัลลังก์ อ่างเก็บน้ำดังกล่าวนี้มีพื้นที่ประมาณ ๖,๐๐๐ ไร่ แต่สามารถรับน้ำได้แค่ ๒๗ ล้าน แต่น้ำไหลผ่านจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ตอนบนสู่อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่างประมาณร้อยกว่าล้าน จึงเกิดสภาพที่เห็นนี้ ดังในภาพ ถ้าเราสามารถสร้างข้างบนได้ปัญหานี้ก็จะไม่เกิดขึ้นครับ ขอบคุณมากครับ🔗
อีก ๔ ท่าน ท่านชูวิทย์ ท่านนพพล ท่านวันนิวัติ และท่านวิรัช เชิญท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เขต ๗ ผมขออภิปรายความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากมหาอุทกภัยน้ำท่วม ปี ๒๕๖๕ ท่านประธานครับ มหาอุทกภัยน้ำท่วมจังหวัดอุบลราชธานีในรอบนี้และอีกหลาย ๆ จังหวัด รวมทั้งสิ้นประมาณ ๕๙ จังหวัด ๓๒๒ อำเภอ พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนประมาณ ๒ ล้านครอบครัว น้ำท่วมปีนี้ถือว่าหนักสุด ๆ ทำไมถึงหนักสุด ๆ ในสภาวะปัญหาเศรษฐกิจ ตกต่ำข้าวยากหมากแพง สินค้าทุกอย่างขึ้นราคา น้ำมันก็แพง แก๊สก็แพง โควิด (COVID) ก็มา โรงงานก็ปิด โรงงานเลิกจ้าง ลูกหลานตกงานครับ กลับบ้านก็ไปค้ายาเสพติด ยาบ้า เต็มบ้านเต็มเมือง ลูกฆ่าพ่อ พ่อฆ่าลูก หวยเถื่อนมีทุกวัน และในทางกลับกันนั้นกับตรงข้าม ก็คือพืชผลการเกษตรของพี่น้องประชาชนกลับราคาตกต่ำ ข้าวที่กำลังเกี่ยวใหม่ ๆ ในขณะนี้ กิโลกรัมละ ๘ บาท ยางพาราที่กรีดในสวนวันนี้กิโลกรัมละ ๑๕ บาท ๗ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท ซึ่งยางพาราวันนี้ถูกกว่ายาบ้า สินค้าการเกษตรทุกตัวตกต่ำ ปีนี้ถือว่าน้ำท่วมหนักสุด ๆ แล้วก็นานสุด หนักสุด ลำบากสุด ท่านประธานครับ ปีนี้น้ำท่วม ผมต้องขอตำหนิคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำที่แจ้ง สถานการณ์น้ำไม่ชัดเจน ไม่แน่นอน ซึ่งพี่น้องประชาชนจะต้องเตรียมตัวในการเก็บของขึ้น สู่ที่สูง ซึ่งวันนี้รายงานบอกน้ำท่วมไม่ถึงหรอก ก็ยกของจากชั้นล่างขึ้นชั้นบน พออีก ๒ วัน น้ำท่วมขึ้นอีก จากชั้นบนไม่รู้จะเอาไปไหนแล้วครับ เครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี (TV) ตู้เย็น พัดลม แช่อยู่ในน้ำหมดแล้วครับ แล้วในขณะที่แช่อยู่ในน้ำก็เกิดความเสียหาย น้ำลดลง เครื่องใช้ไฟฟ้าก็ใช้ไม่ได้ แต่ยังผ่อนไม่หมด วันนี้ก็ต้องหาชุดใหม่ที่จะต้องเอามาใช้ใน ชีวิตประจำวัน ซึ่งวันนี้เกิดขึ้น ๒ ล้านครอบครัว ได้ทราบว่ารัฐบาลจะจ่ายเยียวยา ครอบครัวละ ๓,๐๐๐ บาท ผมว่าน้อยมาก ๆ ในราคาที่ ๓,๐๐๐ บาท ซึ่งในอดีตท่าน นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ให้ ๕,๐๐๐ บาท บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ให้ ๕,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ บาท ก็พอดำรงชีพได้ใน ๑๐ ปีที่ผ่านมา วันนี้ ๓,๐๐๐ บาทผมว่ามันน้อยมาก แล้วก็อยากจะฝาก ท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีได้ชดเชยครับ ชดเชยไร่มันสำปะหลัง ซึ่งวันนี้น้ำไม่ท่วม แต่ว่าฝนตกบ่อย ๆ ทำให้ บ้านผมเรียกว่ามันทึม หัวมันมันเน่า วันก่อนไร่ละ ๓,๐๐๐ บาท นาข้าวได้ไร่ละ ๒,๕๐๐ บาท วันนี้ผมอยากจะให้ชดเชยน้ำท่วมจากหลังคาละ ๓,๐๐๐ บาท เป็นหลังคาละ ๑๐,๐๐๐ บาท เพราะวันนี้ท่วมเกือบจะ ๓ เดือนแล้ว แล้วก็ไร่มันสำปะหลัง ๓,๐๐๐ บาท นาข้าว ๒,๕๐๐ บาท ในขณะเดียวกันเราเป็นผู้แทนราษฎรเราลงพื้นที่ครับ แต่พบเจอปัญหาในพื้นที่ที่น้ำท่วม น้ำท่วมขัง ๖๐ วัน ผมอยากเสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ประชุมด่วนกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่นกระทรวงมหาดไทยนี่นะครับ ก็อยากให้ ส่วนราชการของท่านได้ไปช่วยเหลือ เยียวยาพี่น้อง กระทรวงกลาโหมเอาทหารเกณฑ์ไปช่วย เก็บของได้ไหมครับ เก็บขยะ กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เอาผู้ต้องขังที่กำลังจะออกนี่ มาช่วยเก็บของให้กับพี่น้องประชาชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็หาพันธุ์ข้าว หาท่อนมัน มาช่วยเหลือพี่น้อง ผมอยากจะให้ปรับราคา จากชดเชยนาน้ำท่วมไร่ละ ๑,๓๔๐ บาท เป็นไร่ละ ๒,๕๐๐ บาท ส่วนต่างรายได้ก็ขอไร่ละประมาณสัก ๑,๕๐๐ บาท แล้วก็ขอ พันธุ์ข้าวให้กับพี่น้องประชาชนในการที่จะปลูกใหม่ เพื่อให้เกษตรกรกลับมาดำรงชีพได้ใหม่ และในขณะเดียวกันอยากจะให้ ธ.ก.ส. ได้พักหนี้ให้กับพี่น้องประชาชน และลดดอกเบี้ย ให้กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าในขณะนี้พี่น้องประชาชนลำบากมากนะครับ สุดท้ายครับ ท่านประธาน รอบนี้น้ำท่วม ๕๙ จังหวัด ประสบความทุกข์ยาก อยากจะให้แก้ปัญหา อย่างยั่งยืน ไม่อยากให้น้ำท่วมอีกแล้ว ซึ่งในอดีตท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้ตั้ง งบประมาณไว้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทในการแก้ไขปัญหาน้ำทั้งระบบ ท่วมก็ไม่ท่วม แล้งก็ไม่แล้ง เอาน้ำกลับมาใช้ อยากจะให้รัฐบาลได้แก้ปัญหาระยะยาวโดยตั้งงบประมาณ ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งให้กับพี่น้องภาคอีสานทั้งระบบ🔗
ในขณะเดียวกันต่อเนื่องอีกนิดเดียวครับท่านประธาน วันนี้เราได้ทราบข่าวว่า มีการกราดยิงที่จังหวัดหนองบัวลำภู อันนั้นคือสาเหตุ แต่ว่าสาเหตุจริง ๆ ก็เกิดมาจาก ยาเสพติดระบาดทั่วบ้านทั่วเมืองนะครับ พอระบาดทั่วบ้านทั่วเมืองก็มีชาวบ้านบอกว่าตำรวจ ให้ขาย ตำรวจจับแล้วก็ปล่อย ตำรวจจับแล้วก็เอาขึ้นศาลเตี้ย ยิ่งจับยาบ้ายิ่งมากครับ เราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานถึงผู้ที่บริหารบ้านเมืองต่อไปนะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านนพพลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ผมเองต้องขอขอบพระคุณท่านหัวหน้า พรรคของผมที่ได้เสนอเรื่องของน้ำท่วมเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งครั้งนี้ถือว่าเป็น กรณีพิเศษมากเลยสำหรับในเรื่องของน้ำท่วม เพราะจริงอยู่ว่าค่าเฉลี่ยของฝนอาจจะมากกว่า ที่ผ่าน ๆ มา ๒ ปี ๓ ปี แต่ว่าก็ไม่ได้มากเท่าเมื่อสมัยปี ๒๕๕๔ ถ้าเทียบเคียงแล้วปริมาณฝน ที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๖๕ เทียบเคียงได้กับปี ๒๕๕๙ เหมือนกันเลยครับ ทั้งในช่วงของวันที่ ๑ พฤษภาคม ทั้งในช่วงวันที่ ๑ ตุลาคม เป็นสิ่งที่ทางกลกรมชลประทาน เอาวันเหล่านี้เป็นสถิติในการที่จะรวบรวมข้อมูล ซึ่งพอไปดูข้อมูลย้อนหลังแล้วคล้าย ๆ กันเลย แต่ในปี ๒๕๕๙ ปัญหาก็มี แต่ปีนี้มากกว่า เพราะฉะนั้นผมเองในทัศนะของผม ผมขออนุญาต นำเรียนอย่างตรงไปตรงมา ผมต้องขออภัยทางกรมชลประทานและกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ที่ผมอาจจะต้องพูดอะไรตรงไปตรงมา แต่ว่าด้วยความที่ผมก็รักละครับ เห็นผม พูดถึงท่านบ่อย แต่ผมรักท่านมาก ผมอยากให้ประชาชนคนไทยโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร ได้มีทัศนคติที่ดีต่อท่าน แต่ว่าท่านเองก็ต้องแสดงออกถึงความตั้งใจและจริงใจ ท่านครับ ในปัญหาน้ำท่วมเที่ยวนี้ผมบอกเลยว่าลำดับแรกก็คือในส่วนของคนในองค์กรที่เกี่ยวกับน้ำ นั่นก็คือว่าเอาตัวองค์กรก่อนเลย ผมเองยังสงสัยอยู่ว่าตกลงแล้ววันนี้ที่เรามี สทนช. มี กอนช. เขาช่วยอะไรได้บ้าง ท่าน สส. ทั้งหลายครับ เชื่อไหมครับว่า สทนช. นั้นจัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๐ แต่ว่าเพิ่งจะมีข้าราชการของ สทนช. ไปอยู่ในภูมิภาค ไปอยู่ ตามจังหวัดต่าง ๆ ปีนี้เอง แล้วไปอยู่แค่จังหวัดละคน แล้วหน้าที่ในการควบคุมเหมือนเป็น แกนกลางในการที่จะประสานงานในเรื่องของน้ำทั้งหลายกับกรม กับกระทรวงต่าง ๆ มากมายหลายหน่วยงาน แล้วก็เพิ่งมีไป ไป ๆ มา ๆ ตรงนี้ผมเองต้องขออนุญาตปกป้องทาง กรมชลประทานด้วยว่าบางครั้งในการตัดสินใจอะไรที่ชักช้า ผมว่าจะโทษกรมชลประทาน อย่างเดียวไม่ได้หรอกครับ เพราะว่ามันมีขั้นตอนที่จะต้องเสนอเรื่องขึ้นไป ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง เพราะฉะนั้นแล้วผมอยากให้ทางรัฐบาลได้กลับมาไตร่ตรองใหม่ว่าสรุปแล้วสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ทั้ง สทนช. ทั้ง กอนช. เป็นตัวถ่วงหรือเป็นตัวที่จะช่วยกรมชลประทาน แต่ในส่วนของ กรมชลประทานผมก็ต้องขอตำหนิว่าอย่างปีนี้เห็นชัดเลยครับน้ำไม่ควรจะท่วม ปกติแล้ว ถ้าน้ำท่วมจังหวัดสุโขทัยอาจจะท่วมจังหวัดพิษณุโลก อาจจะท่วมอำเภอพรหมพิราม ไม่ผิดปกติหรอกครับ แต่ว่าปีนี้น้ำจังหวัดสุโขทัยไม่ท่วม แต่ท่วมอำเภอพรหมพิราม มันเป็น อะไรที่ตั้งแต่เกิดมาปู่ย่าทั้งหลาย วันนั้นผมไปหาท่านอายุ ๘๐-๙๐ ปี เขาก็พูดกัน เหมือนอย่างที่ผมพูดนี่ละครับ เพราะฉะนั้นแล้วผมเองต้องถือว่าสิ่งที่ทำให้ภาวะอุทกภัย เกิดขึ้นเป็นเพราะด้านบุคลากรที่จะบริหารจัดสรรน้ำ แล้วเชื่อไหมครับ ผมขออนุญาตบอก กับท่านประธาน ณ ที่นี้เลย อย่างโครงการบางระกำโมเดลเป็นโครงการที่ดี มีประโยชน์ เก็บน้ำหน่วงไว้ไม่ให้ลงมาด้านใต้จำนวนมากเกิน แล้วก็ในระยะเวลาที่เร็ว แต่ผลปรากฏว่า หลังจากที่ไล่น้ำในทุ่งบางระกำโมเดลออก แทนที่จะมีน้ำให้ชาวนาได้ทำนาต่อ กลับกลายเป็น ว่า ๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรที่หน่วงน้ำไว้ตรงนั้นชาวนาไม่ได้รับประโยชน์เลย แล้วพอถึงหน้า จะทำนาเข้าจริง ๆ อยู่ในเขตบางระกำโมเดล สิ่งที่ตกลงกันไว้กับชาวไร่ ชาวนาก็คือว่าจะต้อง มีน้ำส่งให้ในพื้นที่เขตบางระกำโมเดลทั้งหมด ๒๖๕,๐๐๐ ไร่ แต่พอเอาเข้าจริง พอถึงเวลา ชาวบ้านจะต้องทำนามีน้ำส่งให้เขาไม่ได้ แต่เวลาน้ำจะท่วมท่วมถึงของเขาหมด เพราะฉะนั้น แล้วผมเองก็อยากจะขอให้ทางหน่วยงานราชการที่มีส่วนรับผิดชอบได้ทบทวนในสิ่งที่ตัวเอง ทำ ๆ มา แล้วก็สุดท้ายขอให้ทางรัฐบาลได้พิจารณาใหม่เรื่องของการช่วยเหลือทั้งหลาย ทั้งน้ำท่วม ทั้งข้าว ทั้งอะไรทั้งหลายขอให้สอดคล้องกับความเป็นจริง กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่าน ต่อไป ท่านวันนิวัติครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วันนิวัติ สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทยครับ ขออนุญาต ใช้สิทธิในการอภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา ของท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค เพื่อไทย เกี่ยวกับอุทกภัย ปีนี้อุทกภัยเกิดขึ้นในหลายจังหวัด หนักหนาสาหัสกว่าปี ๒๕๖๔ ในบางพื้นที่ ผมขออนุญาตชี้ลงไปที่จังหวัดขอนแก่น ท่านประธานครับ จังหวัดขอนแก่นนั้น มีทั้งหมดอยู่ ๒๖ อำเภอ แต่ว่าประกาศเขตภัยพิบัติเกินครึ่ง ในส่วนนั้น ๔ อำเภออยู่ในเขต พื้นที่ของผม มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า ๔-๕ รายจากอุทกภัยครั้งนี้ แม้ในบางพื้นที่วันนี้น้ำ จะลงแล้ว แต่ในเขตของผมก็ยังไม่ลงครับท่านประธาน โดยเฉพาะที่อำเภอชนบท ในอำเภอ หนองสองห้องท่วมหนักชนิดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ท่วมหนักในรอบ ๔๐ ปี ผมขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ อันนี้คือภาพที่ อำเภอหนองสองห้อง ท่านผู้ว่าราชการสมศักดิ์ จังตระกุล ได้ลงไปเองตอนนั้น ผมซึ่งเป็น ส.ส. เป็นว่าที่ผู้สมัครไม่สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้เท่าที่ควร ติด ๑๘๐ วันครับ ได้แต่ลงไปให้กำลังใจ อันนี้ภาพเมื่อเดือนตุลาคม ชาวบ้านเข้าใจนะครับ แต่สิ่งที่พวกเรา ไม่เข้าใจก็คือการดำเนินการต่าง ๆ ของภาครัฐโดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำ การเตือนภัย รวมถึงการเยียวยา ฟื้นฟูต่าง ๆ ภาพนี้ขอให้หยุดสไลด์ (Slide) นิดหนึ่งนะครับ อันนี้คือ อำเภอชนบท ทุกวันนี้ ณ วันนี้ยังท่วมอยู่เลยนะครับ ที่บ้านท่าข่อย ปภ. ขอนแก่น เขต ๖ ต้องใช้เรือลงไปรับ ส่งนักเรียนอย่างนี้ครับ เพราะมันเปิดเทอมแล้ว ท่านประธานลองนึกภาพ เมื่อน้ำลดแล้วอะไร ๆ อาจจะดีขึ้น แต่มันไม่ใช่ครับ ถนนรอบหนองกองแก้วซึ่งเป็นแก้มลิง อำเภอชนบท ตลอด ๙ กิโลเมตร สภาพเป็นอย่างที่เห็นครับ ภาษาอีสานเพิ่นเอิ้นมุ่นอุ้ยปุ้ย เละครับท่านประธาน สะพานขาดเนื่องจากกระแสน้ำชีที่มีความเชี่ยวตัดขาดหลายส่วน เหลือเกินตลอด ๙ กิโลเมตร พี่น้องหลายชุมชน กว่า ๑๔ ชุมชนต้องใช้ถนนเส้นนี้ เมื่อน้ำ ลดแล้วเขาเดินทางสัญจรลำบากมากโดยเฉพาะนักเรียนครับท่านประธาน ผมเป็นห่วง เหลือเกิน จึงอยากจะขอฝากทางรัฐบาลเรื่องเงินเยียวยาบ้านเรือนที่เสียหายจากอุทกภัย ขอให้จัดสรรให้อย่างถูกใจพี่น้องประชาชนด้วย ให้ตรงตามสถานการณ์ ตรงตามความ เดือดร้อนจริง ๆ อย่าปล่อยให้เป็นภาระหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพียง อย่างเดียว ที่ผ่านมาเห็นแต่ ปภ. ลงไปช่วย แต่การเยียวยาหลังจากนั้นเป็นหน้าที่ของ อีกหลายภาคส่วนเหลือเกิน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นต้องอัดเม็ดเงินลงไปในการฟื้นฟู มากกว่านี้ กรมชลประทานผมพูดไปแล้วถนนรอบหนองกองแก้ว ๙ กิโลเมตร หารือไปแล้ว ๒ ครั้ง ยื่นกระทู้ถามรัฐมนตรีไปแล้วอีกครั้ง ได้คำตอบกลับมาว่าจะเริ่มสร้างในปี ๒๕๖๗ ซึ่งดูจากสภาพแล้วมันนานเกินไปครับ ตายกันหมดก่อนแน่ ๆ พี่น้องชาวบ้าน งบกลาง ของท่านนายกรัฐมนตรีที่ถือไว้กว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเอามาช่วยตรงนี้ก่อนได้ไหม🔗
เรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งครับ ภาคอีสานการเกษตรเป็นหลัก การเยียวยาน้ำ ท่วม ข้าว มัน อ้อย พืชไร่ ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม อย่างข้าวเป็นต้นครับ วันที่ ๑๙ ตุลาคมที่ผ่านมาเฝ้ารอครับ งวดแรกจะออก ไม่ออก ผมเฝ้ารอการประชุมคณะรัฐมนตรี ทุกวันอังคาร รอดูการสรุป วันอังคารที่ผ่านมาก็ยังไม่มีเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ขอให้เป็นไปตามที่ รับปากไว้กับประชาชนด้วย ตามสัญญาประชาคมที่ท่านได้ให้ไว้ด้วย ทั้งการเยียวยา การเกษตรนะครับ อันนี้คือตัวเลขคร่าว ๆ ที่เสนอทางจังหวัดเสียหายมากเหลือเกินครับ ขอความกรุณาเห็นแก่พี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านวิรัชครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ผมลุกขึ้นกล่าวปีนี้กรุงเทพฯ น้ำไม่ท่วม แต่ประเทศไทย เป็นวัฏจักรหน้าฝนน้ำท่วม ประชาชนเดือดร้อน รัฐบาลต้องชดเชยค่าเสียหายให้กับ ประชาชน หน้าแล้งไม่มีน้ำจะทำนา พืชผลเสียหาย รัฐบาลก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายอีก เป็นประจำ ผมเห็น เกิดมา ๘๐ ปีตั้งแต่ปี ๒๔๘๕ ก็ยังเป็นอย่างนี้ ปี ๒๔๘๕ ก็ท่วมอย่างนี้ ทีนี้การแก้ปัญหา รัฐบาลอุตส่าห์ตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติขึ้นมาแก้ แต่ก็เหมือนเดิม ปีนี้ผมจำเป็นต้องพูด เพราะว่าผมได้รับการร้องเรียนจากชาวสิงห์บุรีว่าน้ำมันแช่ขังแล้วแช่อยู่ ตรงนั้น จังหวัดอ่างทองเหมือนกันน้ำท่วมแล้วก็แช่อยู่ตรงนั้น จังหวัดอ่างทองของท่านภราดร ปริศนานันทกุล และท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล ก็ไปช่วยชาวบ้านอย่างมากมาย เต็มความสามารถ ทีนี้เมื่อเป็นอย่างนั้นผมจึงต้องเปิดดูกูเกิลแมป (Google Maps) กับแผนที่ ทางอากาศ ทำไมล่ะครับ ผมเรียนท่านประธานว่ากรมชลประทานผลักน้ำจากเจ้าพระยา ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบรมธาตุ อำเภอเมืองชัยนาท ผลักน้ำเข้าแม่น้ำน้อย แม่น้ำน้อยก็จะไหลไปไว้ที่จังหวัดสิงห์บุรี จากจังหวัดสิงห์บุรีก็ไปที่จังหวัดอ่างทอง รัฐบาล ผลักน้ำไปเรื่อยละครับ เพราะว่าถ้าไปเจ้าพระยามันจะท่วมอีกทางหนึ่งตรงกลาง แต่น้ำน้อย อยู่ทางตะวันตกของเจ้าพระยา พอผลักไปมีปัญหาละครับ ความจริงจังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทองเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ทีนี้มีปัญหาครับ ผมไปเปิดภาพถ่ายทางอากาศ เขาเรียก แม่น้ำน้อย ไม่น่าเรียกเป็นแม่น้ำน้อยเลย น่าจะเป็นคลองเล็ก ๆ หรือว่าเป็นท่อระบายน้ำ มากกว่า ท่านดูสิครับ ท่านเห็นไหมครับ แม่น้ำน้อยมีสภาพดินขึ้นมาเต็มหมดเลย ตะกอนขึ้น เกือบจะเป็นเหมือนคลองเล็ก ๆ เป็นท่อระบายน้ำด้วยซ้ำไป ตรงหัวโค้งเต็มไปหมดเลย น้ำจะไหลไปได้อย่างไร อันนี้เกือบหมดทั้งคลองรุกล้ำไปจนถึง เหลือช่องเล็ก ๆ ท่านประธาน ตามผมไปดูเถอะครับ ผมถ่ายมาเยอะแยะนะครับ ทีนี้เหตุผลเพราะว่าน้ำน้อยมันมีการรุกล้ำ แม่น้ำแล้วก็ตื้นเขิน แล้วมีบางที่น้ำเกือบไปไม่ได้เลย ผมยกตัวอย่างให้ดู นี่คือเหตุผลทำไมน้ำ ถึงท่วมจังหวัดสิงห์บุรี ทำไมน้ำถึงท่วมจังหวัดอ่างทองแล้วไม่ได้ไปไหน เพราะน้ำดันเข้าไป จังหวัดสิงห์บุรีและจังหวัดอ่างทองเป็นที่ลุ่มต่ำน้ำก็แช่อยู่ตรงนั้น แทนที่น้ำจะไหลจากน้ำน้อย ไปออกที่บางไทร จะออกบางไทรปรากฏว่าน้ำก็ยังท่วมอย่างเดิมเพราะว่าไปไม่ได้ น้ำจาก น้ำน้อยไปตรงที่บางไทรไม่ได้ เพราะฉะนั้นน้ำก็ท่วมขังอยู่ตรงนั้น ชาวบ้านเดือดร้อน นี่คือ ผลงานของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติที่รัฐบาลอุตส่าห์ตั้งมา ผมจะย้อนกลับไปว่าทำไม สาเหตุน้ำท่วมจริง ๆ หมดเวลาแต่ขอพูดนะครับ น้ำท่วมเพราะว่าแม่น้ำลำคลองถูกรุกล้ำ แม่น้ำลำคลองตื้นเขิน ไม่มีที่เก็บน้ำฝนตกมาน้ำก็ท่วมขึ้นบนถนนหมด บนบ้านหมด บนนาหมด อีกปัญหาหนึ่งคือเราไม่มีแก้มลิงช่วยเก็บน้ำยามมีน้ำและเอาน้ำมาใช้เมื่อแล้ง นี่คือสาเหตุใหญ่ ๆ ฝากรัฐบาลว่าช่วยขุดลอกคู คลอง แม่น้ำ ลำธาร ให้ลึก ให้กว้างเท่ากับ ของเดิม และสร้างแก้มลิงให้มากที่สุด ซึ่งเป็นการลงทุนที่น้อยที่สุด มากกว่าที่จะไปผันน้ำจาก เขตลุ่มน้ำหนึ่งไปอีกเขตลุ่มน้ำหนึ่ง ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
อีก ๓ ท่านนะครับ ต่อไปท่านอนันต์ ศรีพันธุ์ ท่านวิรัตน์ วรศสิริน ท่านคำพอง เทพาคำ เชิญท่านอนันต์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม อนันต์ ศรีพันธุ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี เขต ๒ ผมขออภิปรายญัตติด่วน เรื่องของ การกราดยิงที่จังหวัดหนองบัวลำภู เพราะสาเหตุนั้นเกิดจากยาเสพติด ยาเสพติดนั้นถือว่า เป็นภัยมหันต์ของประเทศชาติ เหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นอีกไหม ผมอยากถามสังคม ผมคิดว่ามันจะต้องเกิด ถ้าหากว่าตราบใดที่กฎหมายและคนของรัฐนั้นยังดูแลเรื่องยาเสพติด น้อยมาก ให้ความใส่ใจกฎหมายเรื่องนี้แล้วหย่อนยานมาก ท่านเชื่อไหมครับสมัยก่อน สมัยพรรคเพื่อไทยและพรรคไทยรักไทย ยาเสพติด ๕ เม็ดถือว่าเป็นผู้เสพ แต่เกิน ๕ เม็ด ขึ้นไปถือว่าเป็นผู้ขายแล้ว เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้ ๑๕ เม็ดก็ยังเป็นผู้เสพอยู่ แล้วก็ยังสามารถ ซื้อได้ถึง ๘๐ เม็ดไว้เพื่อเสพ อันนี้คือกฎหมายที่หย่อนยานลงไป อันนี้เป็นปัญหาของ ประเทศชาติในขณะนี้ ท่านเชื่อไหมครับว่าสังคมขณะนี้นั้นแม้แต่เด็กนักเรียนที่เขาเอาไป ตรวจปัสสาวะ เด็กชั้นประถมศึกษา อายุตั้งแต่ ๑๑-๑๒ ปี ในชั้นเรียนนั้นมี ๔๒ คน ปัสสาวะ สีม่วง ๒๑ คน อันนี้คือปัญหาของสังคมในขณะนี้ ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคม ต่อความเป็นอยู่ ของประชาชน สิ่งสำคัญเหล่านี้ถือว่าเป็นปัญหามากที่สุด ซึ่งผมได้ถ่ายทำสอบถามจาก ผู้ที่มีผลกระทบจากยาเสพติด โดยสอบถามจากชาวบ้าน ลองดูสคริปต์ (Script) ว่าชาวบ้าน จะคิดอย่างไร คลิป (Clip) เรื่องยาเสพติด จะมีผลกระทบต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง จากพ่อแม่ มีความรู้สึกอย่างไรที่ลูกหลานติดยาเสพติด พ่อฆ่าแม่ แม่ฆ่าลูก ลูกฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ เป็นปัญหา ของสังคม เพราะฉะนั้นผมได้ถ่ายคลิป (Clip) สอบถามผลกระทบจากพ่อแม่ที่ติดยาเสพติด มาตลอด ขอคลิป (Clip) หน่อยครับ เงียบเลย ไม่มีหรือ ได้ไหมครับคลิป (Clip) ที่ผมเอาให้🔗
คงไม่ทัน กระมังครับ เพราะว่าท่านต้องเสนอมาล่วงหน้าก่อนเขาจะได้เตรียมให้ทัน ทันไหมครับ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์🔗
ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์จัดการให้หน่อยครับ🔗
อภิปราย ไปก่อนเถอะครับ ท่านอนันต์หรือท่านสมาชิกจะใช้คลิป (Clip)🔗
ผมยื่นทางฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์แล้วครับ🔗
ต้องเสนอ มาล่วงหน้าผ่านประธานอนุญาตก่อนถึงจะทันนะครับ ถ้าเสนอโดยตรงคงจะไม่ทัน คงไม่ทัน แล้วครับ ข้างบนไม่มีด้วยครับ ไม่ทันแล้วครับท่านอนันต์ อภิปรายต่อไปเลยครับ🔗
ที่จริงผมให้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วแล้วนะครับ แล้ววันนี้ก็ให้มาอีก และวันนี้ไปประสานก็โอเค (OK) แล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นประเด็นอย่างไร อย่างไรก็ตามถือว่าเรื่องยาเสพติดนั้นก็ถือเป็นปัญหาของประเทศ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ มีผลกระทบต่อพ่อแม่ ต่อลูกหลาน ฉะนั้นประเทศไทยก็ยังจะเกิดขึ้นอีกถ้าหากว่าตราบใด ที่กฎหมายของประเทศนั้นยังหย่อนยานอยู่อย่างนี้ แม้กระทั่งคนของรัฐเองก็ไม่สามารถที่จะ ดำเนินการตามกฎหมายอันนี้ได้ เพราะเป็นกฎหมายที่มียาเสพติดมากเกินไป นี่คือสิ่งที่เป็น ปัญหาของสังคม ความอบอุ่นของประเทศก็ไม่มี เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ถือว่ายาเสพติดนั้น เป็นภัยที่สำคัญของประเทศ สิ่งสำคัญที่สุดนั้นก็คือเรื่องของความเป็นจิตวิตถารหรืออย่างไร ก็ตามนะครับ ยาเสพติดจะกินเป็นเวลา แล้วกลางคืนจะบ่น พ่อแม่ก็จะเผาบ้านเผาเรือน ลูกเต้าก็จะมีปัญหา เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ที่เป็นยาเสพติดที่น่าจะต้องเป็นวาระแห่งชาติ ทุกภาคส่วนนั้นจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย จะรัฐภาคใดภาคหนึ่งนั้นคงจะดำเนินการไม่ได้ จะต้องช่วยทุกกระทรวง ทบวง กรม หรือข้าราชการผู้ที่เกี่ยวข้องต้องดูแลช่วยกันนะครับ จึงจะทำให้ยาเสพติดหายไปจากประเทศเรา เพราะฉะนั้นจะต้องมีศูนย์บำบัดโดยเฉพาะ เรื่องของยาเสพติด สิ่งเหล่านี้จะต้องบำบัดให้หาย ไม่ใช่เอาไป ๒-๓ วันแล้วก็กลับคืนมา มาเสพติดเหมือนเดิมแล้วก็มาทำร้ายพ่อแม่หรือผู้ปกครองเหมือนเดิม อันนี้เป็นปัญหา ทุกจังหวัด ผมเคยถามผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ทุกหมู่บ้านในเขตเลือกตั้งของผม ผมถามว่า หมู่บ้านไหนไม่มียาเสพติดบ้าง ปรากฏว่าไม่มีหมู่บ้านใดเลยที่ไม่มียาเสพติด อันนี้คือสังคม ที่เป็นปัญหาที่ประเทศชาติหรือว่ารัฐบาลนั้นจะต้องดูแลและเยียว เพราะฉะนั้นถ้าพรรค เพื่อไทยเป็นรัฐบาล ผมเคยเสนอครับว่าจะต้องเอายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติและต้องให้ หายจากประเทศไทยภายใน ๔ ปี อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดนะครับ ก็อยากจะฝากตรงนี้ เพื่อให้พวกเราในสังคมนั้นได้ดูแลด้วยครับ ดูวิดีโอ (Video) นิดหนึ่งครับ🔗
เชิญฝ่าย โสตทัศนูปกรณ์เปิดคลิป (Clip) ครับ🔗
พอสมควร แล้วครับ เกินเวลาแล้วครับ🔗
อันนั้นคือสะท้อนนะครับ จะเห็นจาก ประชาชนที่เขาสะท้อนเรื่องยาเสพติดให้รัฐบาลฟัง และข้าราชการประจำที่มีหน้าที่ตรงนี้ฟัง ผมก็เลยบอกว่ายาบ้ามีเยอะแยะ แต่ตรงนี้จะทำอย่างไรให้สังคมไทยนั้นดีขึ้น ผมก็เลยบอกว่า เศรษฐกิจนั้นย่ำแย่ทุกหย่อมหญ้า ยาบ้านั้นมีขายทุกแห่งหน เศรษฐกิจชาวนานั้นแสนยากจน แล้วประชาชนจะอยู่อย่างไร ขอฝากเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ต้องดูแลตรงนี้ด้วยครับ กราบขอบคุณครับ สวัสดีครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านวิรัตน์ วรศสิริน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานครับ ทั้งเรื่องน้ำท่วม เรื่องกราดยิงที่ จังหวัดหนองบัวลำภู ทั้ง ๒ เรื่องล้วนเป็นทุกข์ของแผ่นดิน น้ำก็ท่วม คนก็บ้า เกิดเหตุที นายกรัฐมนตรี ๘ ปีของเราก็ไปเดินถือไมโครโฟน แล้วก็ส่งมินิเลิฟ (Mini love) บ้าง ไอเลิฟยู (I love you) บ้าง ผมว่าน่าจะไม่ค่อยเหมาะกับสถานการณ์เท่าไรนะครับ ท่านประธานครับ ทุกครั้งที่เกิดเหตุที่เกี่ยวกับเรื่องกราดยิงก็จะพูดคุยกันแต่ว่าจะต้องถอดบทเรียน ก็ไม่ทราบว่า รัฐบาลผ่านมาได้ถอดบทเรียนกันไปถึงไหน วันนี้เราจะได้มาประชุมหารือกันว่าจะถอด บทเรียนกันอย่างไรนะครับ🔗
ท่านประธานครับ การถอดบทเรียนนี่ยาเสพติด แน่นอนมีส่วนเกี่ยวข้อง อาวุธปืนก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ระยะเวลาของเจ้าหน้าที่ในการออกปฏิบัติหน้าที่ก็อีกส่วนหนึ่ง ล้วนเป็นสาเหตุทั้งนั้นที่ทำให้เกิดความสูญเสียอย่างมาก จากทั้ง ๒ เหตุการณ์ที่โคราชใช้เวลา ถึง ๓ ชั่วโมง ตั้งแต่ต้นจนจบ ๓ ชั่วโมง ที่จังหวัดหนองบัวลำภูไม่ต่างกันเท่าไรนัก ๒ ชั่วโมง ครึ่ง ท่านประธานครับ ถ้าเจ้าหน้าที่สามารถกระชับเวลาเข้าไประงับเหตุได้ไว ผมเชื่อว่า ความสูญเสียก็คงจะไม่มากเท่านี้ มากน้อยก็ลดไปบ้าง ท่านประธาน ที่จังหวัดหนองบัวลำภูนี่ เกิดเหตุบ่ายสามโมงยิงผู้บังคับบัญชา จากนั้นไปปล้นคลังอาวุธเลยนะครับ ทิ้งห่างไป ชั่วโมงครึ่งไปปล้นคลังอาวุธ ท่านประธานครับ ทหารทั้งกรม กองไม่มีใครรู้หรือ ขนาดนั้นเลย หรือว่าวันพุธเล่นกีฬา วันธรรมดาตีกอล์ฟ ไม่มีใครอยู่ กรม กองทั้งหมดโล่งหรืออย่างไร ถึงปล่อยให้เกิดเหตุอย่างนี้ได้นะครับ ท่านประธานครับ มาถึงเรื่องของจังหวัดหนองบัวลำภู ก็เช่นกัน ห่างกัน ๒ ชั่วโมงครึ่งขับรถไปที่ศูนย์ไปยิงเด็กตาย แล้วก็ขับรถมาเผารถ กลับบ้าน ไปยิงลูกเมียที่บ้าน ทั้งหมดใช้เวลา ๒ ชั่วโมงครึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจไปไหนกันหมด นี่ก็เป็นเหตุ ของความสูญเสียอีกอันหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ การถอดบทเรียนนี่ตำรวจมาถึงตำรวจก็เจอแพะเลย ยาเสพติดเป็นแพะ แม้จะตรวจไม่เจอว่าคนร้ายมีสารเสพติดในตัว สุดท้ายตรวจแล้วไม่มี แต่ตำรวจว่ายาเสพติด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านบอกปืนเถื่อน ปืนที่คนร้ายใช้ยิงลูกซองและปืนพกสั้น ทั้ง ๒ อันเป็นปืนสวัสดิการตำรวจทั้ง ๒ อัน ไม่ใช่ปืนเถื่อน แต่ปืนเถื่อนกลายเป็นแพะ ตัวใหญ่เลย ท่านประธานครับ ปืนขายกันมากขนาดไหนท่านประธานทราบไหม รุ่นพี ๓๒๐ (P320) ขายไปทั้งหมด ๕๐๐,๐๐๐ กระบอก ตำรวจเขาบอกผมอย่างนี้ว่าขายไป ๕๐๐,๐๐๐ กระบอก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ปกครอง ข้าราชการซื้อไปทั้งหมด ๕๐๐,๐๐๐ กระบอก ส่วนรุ่นพี ๓๖๕ (P365) ขายไป ๒๙๐,๐๐๐ กระบอก ผู้ช่วย ส.ส. ผม เขาบอกว่าท่านซื้อไหม ผมบอกไปซื้อเลยหรือ เขาบอกเขาซื้อกันทั้งนั้นละ อบต. ก็ซื้อ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็ซื้อ ซื้อกันหมด แม้กระทั่ง อสม. ก็ซื้อ ผมยังสงสัยภารโรงซื้อได้หรือเปล่า ผมว่า ไม่แน่น่าจะซื้อได้ ยังรับเงินเดือนหลวงอยู่ผมว่าซื้อได้ด้วย ซื้อไว้ ๕ ปี โอนขายก็มีกำไรแน่ ๆ ปืนสวัสดิการขายถูก ๆ เพราะว่าไม่ได้เก็บภาษี ไม่ต้องเสียภาษี ผมสงสัยจริง ๆ ทำไมถึง เร่ขายกันมากมายขนาดนั้น มีผลประโยชน์อะไรกันหรือเปล่า ท่านประธานซื้อไว้หรือเปล่า จะชวนท่านประธานไปซื้อด้วยกัน ใครไปจองซื้อก็ได้ ซิก ซาวเออร์ ไทยแลนด์ (SIG SAUER THAILAND) เว็บไซต์ (Website) เข้าไปจองซื้อได้เลย ทำไมถึงขายปืนกันมากมายขนาดนี้ แล้วจะไม่ยิงกันตายได้อย่างไร เหมือนประเทศสหรัฐอเมริกาปืนเต็มประเทศ คนก็จะกราดยิง กันตายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธไม่ควรจะมีอย่างนั้น กราบขอบพระคุณท่านประธานเพราะเสียเวลาสภานะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านคำพองก่อน แล้วท่านประเดิมชัยนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คำพอง เทพาคำ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในกรณีกราดยิงนะครับ ผมขออนุญาตพูดถึงเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับที่พวกเราเข้าใจว่ามันเป็นปัญหาจากยาเสพติด ซึ่งเข้าใจว่าเป็นสาเหตุสำคัญหรือเปล่านี่ เราก็ยังไม่รู้นะครับ เพราะเขาบอกว่าผู้ก่อเหตุ เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด มันมีมาตรการหลายมาตรการในการที่จะปฏิบัติกับ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่ผ่านมานะครับ อย่างกรณีนี้เข้าใจว่าเป็นเรื่องของโซเชียล แซงก์ชัน (Social Sanction) หรือว่าเป็นมาตรการทางสังคมที่เข้าไปกดดันผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับยาเสพติด ซึ่งเรื่องนี้ก็ใช้มานานครับ มันมีหลายมาตรการมาก โซเชียลแซงก์ชัน (Social Sanction) ก็ถือว่าเป็นอีกมาตรการหนึ่งนะครับ แต่ว่าเราเคยถอดบทเรียนไหมว่ามาตรการ ต่าง ๆ ที่เราใช้กับการแก้ไขปัญหายาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นมาตรการอะไรก็แล้วแต่เราเคยถอด บทเรียนไหม ในแต่ละมาตรการเราเคยมีการเฝ้าระวังหรือไม่ อย่างโซเชียลแซงก์ชัน (Social Sanction) มาตรการทางสังคม เราเคยเฝ้าระวังไหม คนที่ถูกโซเชียลแซงก์ชัน (Social Sanction) หรือมาตรการกดดันทางสังคม เราจะมีมาตรการในการที่จะดูแลเขาอย่างไร เฝ้าติดตาม ดูพฤติกรรมอย่างไรนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เศร้าสะเทือนใจมาก ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เรามีการสูญเสียนิสิต นักศึกษา ประชาชนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันนั้นกำลังจะมีการรำลึก ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ เราสูญเสียเด็กเล็ก ๆ ซึ่งเป็นแก้วตาดวงใจ ของพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย คุณครู ในการยิงกราดที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เราถอดบทเรียน แล้วเรา มาให้วันที่ ๖ ตุลาคม เป็นวันสูญเสียแห่งชาติดีไหมครับท่านประธาน เพื่อเป็นการรำลึกถึง ผู้ที่จากไปในเวลาอันไม่สมควร เพื่อเป็นการที่จะเตือนใจให้เรามีการเฝ้าระวังว่าอย่าให้ เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก🔗
ในเรื่องของน้ำท่วม ผมขออนุญาตอย่างนี้ว่าปัญหาอย่างอื่นอาจจะเป็น องค์ประกอบสำคัญอยู่ แต่ผมคิดว่าสามารถที่จะบริหารจัดการได้ ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นปีนี้ มันเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำที่ล้มเหลว ที่จริงแล้วน้ำในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นน้ำฝน หรือปริมาณน้ำเรามีมากน้อยไม่เกินกันมากมายนะครับ ถ้าบริหารจัดการดี ๆ เราสามารถ บริหารจัดการได้ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง ผมยกตัวอย่างอย่างกรณีเขื่อนปากมูล ถ้าบริหารดี ๆ สามารถที่จะบริหารจัดการได้ ต้องมีการพร่องน้ำ อันนี้ผมพูดไปแล้วในหลายโอกาส ผมจะไม่พูดซ้ำ มากมาย ก็ลองใช้หลักวิชาการหรือว่างานวิจัยในการที่จะบริหารจัดการ แต่คณะกรรมการ บริหารเขื่อนปากมูลปีนี้บอกว่าให้เปิดเขื่อน ตั้งแต่วันที่ ๑๒ มิถุนายน ปรากฏว่ากว่าจะเปิดได้ ก็ปาเข้าไปเดือนสิงหาคมแล้ว ปรากฏว่าเดือนสิงหาคมน้ำเริ่มท่วม พี่น้องเริ่มอพยพแล้ว แล้ววันที่ ๒๘ กันยายนมาแล้วครับ วันที่ ๒๗-๒๘ กันยายนนี่พายุโนรูมาเอาไม่อยู่แล้วครับ ท่านประธาน มันเป็นเรื่องของการบริหารจัดการน้ำชัด ๆ เรื่องการเยียวยา เรื่องการเตือนภัย เรื่องการทำศูนย์พักพิง ผมคิดว่าเรื่องนี้มันจะต้องเอาจริงเอาจังทำอย่างเป็นระบบแล้ว โดยเฉพาะมีข้อเสนอให้คนที่อยู่ในที่พักพิงน่าจะมีที่พักพิงที่เป็นการถาวร เพราะอย่างไร เราก็เผชิญกับเรื่องของปัญหาน้ำท่วมอยู่แล้ว เรื่องการเยียวยาครับ ทั้งคนในเมือง ชุมชน ในเมืองที่ประสบกับการเสียหาย การเสียหายบ้านเรือน ทรัพย์สิน อะไรต่าง ๆ เสียหาย มากมาย ถามว่าแล้วเขตชนบท เขตท้องไร่ ท้องนาล่ะครับ วันนี้หลายพื้นที่กำลังเตรียม ที่จะเกี่ยวข้าว ปรากฏว่าพี่น้องที่ข้าวถูกน้ำท่วมยืนสลดอยู่ ข้าวที่กำลังตั้งท้อง บ้านผมเรียกว่า ข้าวกำลังมาน กำลังจะออกพรรษา กำลังมานนี่ต้องจมไป เน่าไป โอกาสที่จะเห็นข้าวรวงทอง เต็มทุ่ง กลายเป็นสีน้ำตาล สีดำไปนะครับ รัฐบาลมีท่าทีที่จะเยียวยา ที่จะชดเชย หรือว่า คนในเมืองจะให้คนละ ๔๐๐ บาท คนน้ำท่วมข้าวให้ไร่ละ ๕๐๐ บาท หรืออย่างไร ตอนนี้ ยังไม่มีท่าทีที่จะมีการบริหารจัดการความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วมปีนี้ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ท่านประเดิมชัย แล้วก็ท่านมุกดาครับ เชิญท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ก่อนครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตในการที่จะได้นำเรียนท่านประธานถึงแนวทางไปสู่รัฐบาล ในเรื่อง ของการแก้ไขปัญหาเรื่องของน้ำโดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ถามว่าทำไมผมถึงได้ นำเรียนท่านประธานไปถึงรัฐบาลนะครับ เพราะว่าโครงการที่ผมจะพูดถึงเป็นโครงการที่ใช้ เงินอุดหนุนที่รัฐบาลให้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นก็คือในส่วนของโครงการก่อสร้างเขื่อน คลองลาดพร้าว ซึ่งเขื่อนคลองลาดพร้าวนั้นเริ่มจากเขตสายไหม ผ่าน ๘ สำนักงานเขต มาจนจบเขตห้วยขวางที่จะลงสู่อุโมงค์ยักษ์ที่แสนแสบ หรืออุโมงค์พระราม ๙ ที่ตรงบริเวณ คลองแสนแสบ ระยะทางความยาวประมาณ ๒๒ กิโลเมตร ไป กลับก็ประมาณ ๔๔ กิโลเมตร โครงการนี้เกิดตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ตั้งแต่รัฐบาลยุค คสช. ที่เข้าไปดำเนินการ ในการที่จะไม่ให้มี การก่อสร้างเขื่อน แต่จนถึงปัจจุบันโครงการนี้ก่อสร้างไปได้ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือ ในขณะนี้ได้มีการยกเลิกสัญญากับทางผู้รับจ้างไปแล้ว เพราะว่าการบริหารจัดการส่งมอบ พื้นที่ในการก่อสร้างเขื่อนที่ผ่านมามีปัญหา อุปสรรค เพราะว่ามีพี่น้องที่อาศัยอยู่ ๒ ฟากฝั่งคลองลาดพร้าว ตั้งแต่เขตสายไหมจนถึงเขตห้วยขวาง ฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะขออนุญาตนำเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่กรุงเทพมหานครหรือว่ารัฐบาล เองจะต้องช่วยขับเคลื่อนและดูแลทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ จะสามารถช่วยในการ แก้ไขปัญหาเรื่องของน้ำในบริเวณพื้นที่ ๘ สำนักงานเขตได้อย่างมาก ฝนตกในปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่แถวบางเขน แถวดอนเมือง แถวสายไหม มีปัญหาพื้นที่น้ำท่วมขังเป็น ระยะเวลาค่อนข้างนาน ชาวบ้านเดือดร้อน ฉะนั้นคลองต่าง ๆ เหล่านี้จะมีความจำเป็น ไม่ว่า จะเป็นคลองลาดพร้าว ไม่ว่าจะเป็นคลองเปรมประชากร ไม่ว่าจะเป็นคลองบางซื่อ แล้วก็อีก หลาย ๆ คลองที่กรุงเทพมหานครจะต้องใช้วิธีการในการบริหารจัดการ ฉะนั้นการทำเขื่อน จะเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องของการทำให้น้ำมีการไหลได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น หน่วยงาน ที่รับผิดชอบในการก่อสร้างคือกรุงเทพมหานคร หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลในเรื่องของบ้าน ที่อยู่อาศัยของพี่น้องก็คือในส่วนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนเมืองหรือว่า พอช. ท่านประธานครับ พอช. คิดดอกเบี้ยค่อนข้างสูง ร้อยละ ๔ ต่อปี จากพี่น้องประชาชน ที่จะต้องถูกรื้อบ้าน แล้วก็ต้องมีการสร้างบ้านใหม่ เพราะฉะนั้นตรงนี้รัฐบาลเองต้องลงมา ดูแลครับ เพื่อที่จะทำให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ ๒ ฟากฝั่งคลองไม่ได้รับผลกระทบหรือว่าได้รับ ความเดือดร้อนมากจนเกินไป🔗
อีกหน่วยงานหนึ่งก็คือในส่วนของกรมธนารักษ์ ที่มีหน้าที่ดูแลรักษา ที่สาธารณะที่อยู่ ๒ ฟากฝั่งคลอง ฉะนั้นกระบวนการในการทำงานในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นว่า ทั้ง ๓ หน่วยงานทำงานไม่ค่อยประสานงานกัน แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลเองก็ได้มีการจัดตั้ง คณะทำงานขึ้นมา โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในการกำกับดูแล ติดตาม ทำให้โครงการนี้ให้มีความคืบหน้า แต่เท่าที่ผมทราบคณะทำงาน ชุดนี้ไม่ค่อยได้มีการขับเคลื่อนหรือว่าไม่ค่อยได้มีการทำหน้าที่เท่าที่ควร อีกชุดหนึ่ง มีคณะกรรมการที่เรียกว่าชุดขับเคลื่อน ทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ มีท่าน ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นที่ปรึกษา ของคณะทำงานชุดนี้ แต่เท่าที่ทราบก็ไม่ค่อยได้ทำงานเหมือนกัน ฉะนั้นอยากจะฝากถึง ท่านประธานไปถึงผู้ที่รับผิดชอบว่าช่วยดำเนินการเร่งรัดและทำให้โครงการนี้สำเร็จ โครงการนี้ รัฐบาลให้เงินอุดหนุนถึง ๒,๔๒๐ ล้านบาท ในขณะนี้ระยะเวลาในการก่อสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ถึงประมาณปี ๒๕๖๓ ตอนนี้ล่วงเลยไป ๒ ปีเศษแล้ว โครงการยังไม่สามารถที่จะทำให้เกิด ประสิทธิภาพอย่างเต็มประสิทธิภาพได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ฝากท่านประธานไปถึง ผู้ที่รับผิดชอบช่วยเร่งดำเนินการเพื่อที่จะทำให้เรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของ กรุงเทพมหานครมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านมุกดา พงษ์สมบัติ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางมุกดา พงษ์สมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๔ พรรคเพื่อไทย รัฐบาลที่ทำงานทุกวันนี้เรื่องการเยียวยา ดิฉันขออนุญาตพูดเรื่องเด็กที่เกิดขึ้น ที่อำเภอ นากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ท่านประธานที่เคารพคะ เวลาพูดถึงเรื่องนี้ทีไรดิฉันอดแน่น ในหัวใจไม่ได้ว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ดิฉันไป ๒ รอบค่ะท่านประธาน รอบแรกไป หลังจากวันเกิดเหตุ ไปเห็นแล้วสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นในโลกใบนี้ ในประเทศไทยนี้มันก็เกิดขึ้นแล้ว ทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเกิดจากยาเสพติด มันมีปัจจัยหลายอย่าง ดิฉันในฐานะ กรรมาธิการเราไปอีกรอบหนึ่ง ไปฟังว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์แล้วทางภาครัฐทำอะไรบ้าง ช่วยเหลืออะไรได้บ้าง เจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยงานทำอะไรบ้าง ต้องเรียนท่านประธานว่า ๑๔ หน่วยงานที่ไม่ให้ข้อมูลแก่เรา ท่านประธานทราบไหมคะ แม้กระทั่งเงินช่วยเหลือ ๘๐๐-๙๐๐ ล้านบาทยังอยู่กับสำนักนายกรัฐมนตรีโดยเป็นกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย ระเบียบหยุมหยิมตั้งแต่ปี ๒๕๒๔ น่าจะอัปเดต (Update) แล้วค่ะท่านประธาน ทางจังหวัด เขาทำดีมาก ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วนช่วยกันระดมความคิด ไม่ว่ากระทรวงต่าง ๆ พม. สาธารณสุข สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด มาร่วมด้วยช่วยกัน เพราะฉะนั้นทุกคนจะบอกว่า ถอดบทเรียน ท่านประธานคะ คำว่าถอดบทเรียนทุกคนจะพูดบอกว่าเป็นภาพที่น่าเศร้าใจ ถอดบทเรียน ดิฉันเรียนท่านประธานผ่านถึงผู้มีอำนาจว่าเงินกองทุนทำไมต้องอยู่กับสำนัก นายกรัฐมนตรี ในระเบียบจริง ทำไมไม่ให้จังหวัดเขาช่วยเหลือกันทันท่วงที ต้องขอบพระคุณ ท่านหัวหน้าพรรคเพื่อไทย คุณหมอชลน่าน ที่ยื่นญัตตินี้เข้ามาให้เรามีโอกาสได้พูดความจริง ได้หารือในการกระตุ้นโดยการช่วยเหลือ ท่านประธานทราบไหมคะ หลังจากที่ญัตตินี้เข้ามา การช่วยเหลือเพิ่งขยับ เพิ่งขยับที่จะให้การช่วยเหลือ ท่านประธานคะ ถ้าบอกว่าเหตุการณ์นี้ รุนแรงไหม ทุกคนต้องตอบเป็นเสียงเดียวกันว่ารุนแรง แต่ต้นสายปลายเหตุจะเกิดจาก ยาเสพติดหรือไม่ ทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าใช่ และปัจจัยที่เอื้ออีกอย่างหนึ่ง สุขภาพจิต ท่านประธาน มูลเหตุจากยาเสพติด เราจะเห็นคนผมยาว คนสติฟั่นเฟือน กรมสุขภาพจิต มันเหมือนปลายเหตุค่ะ พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้เข้าไปช่วย ถามว่าแต่ละจังหวัดไม่มีจิตแพทย์ ที่ดูแลเรื่องนี้ ต้องส่งจากจังหวัดใกล้เคียงเข้าไปดูแล และการเยียวยาครอบครัวที่มีปัญหา ในพื้นที่หลังจากเกิดเหตุการณ์แล้ว จิตใจพ่อแม่เป็นอย่างไร มูลเหตุที่คนกลับบ้าน สุขภาพจิต ถามหน่อยค่ะท่านประธาน งานก็ไม่มี เงินก็ไม่มี กลับภูมิลำเนา พอกลับภูมิลำเนาเสร็จ ไม่มี อะไรทำก็หันพึ่งยาเสพติด นี่คือเป็นมูลเหตุหนึ่ง พวกเราพูดได้แน่นอนว่าเป็นเรื่องยาเสพติด แล้วปัญหาคือชุดที่เกิดขึ้น ชุด ชรบ. น้อย งบก็ไม่มี เพราะฉะนั้นเรียนท่านว่าเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเราต้องร่วมด้วยช่วยกันว่างบประมาณที่ให้ท้องถิ่นเขาดูแลเรื่องนี้ ต้องช่วยหลาย ๆ ทาง เพราะฉะนั้นฝากกราบเรียนทุกท่านที่แสดงความคิดเห็น หรือข้อแนะนำ หรือเหตุการณ์ จะไม่เกิดขึ้นอย่างนี้ได้อย่างไร ถ้าบอกว่าถอดบทเรียน มันต้องให้คนในพื้นที่ที่เขารู้จริง ประสบจริง ยกตัวอย่างเช่น ณ ปัจจุบันนี้คนที่รู้เรื่องจริง ประสบเหตุจริง ท่านรักษาการ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ท่านสุวิทย์ จันทร์หวร ไม่สมควรที่จะให้ท่านเป็น รองผู้ว่าราชการ ดิฉันพูดได้เลยว่าพอไปฟังการทำงานแล้วต้องให้ท่านขึ้นเป็นผู้ว่าราชการ จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อจะได้รู้และได้ถอดบทเรียนที่ชัดเจน เป็นบทเรียนซึ่งจะไม่เกิดขึ้น ไม่มีการเลียนแบบ หรือทุกคนเอาแบบอย่าง เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธาน ถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบทุกหน่วยงาน ขอบคุณท่านที่ดูแลลูกหลานของเราในพื้นที่ ขอบคุณ ทุกกรม กองที่ช่วยเหลือกันในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู แต่สิ่งที่ถอดบทเรียนขอฝาก ท่านประธานถึงผู้มีอำนาจว่าให้คนรู้จริง ทำจริง ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดรักษาการ ขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่นั่นเลย จะได้บทเรียนที่สมบูรณ์แบบ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ตอบได้อีก ๔ ท่านครับ ท่านณัฐพล ท่านจิรายุ ท่านเทียบจุฑา และท่านวุฒิพงษ์ เชิญท่านณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ น้ำท่วมดีกว่าฝนแล้ง ถ้าฝนแล้งและปล่อยให้น้ำท่วมดีกว่า ในบทเพลง ผมว่าถ้าน้ำท่วมไม่ดีครับ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มชายขอบ เรื่องน้ำท่วมไม่ใช่แต่เฉพาะในพื้นราบนะครับ ก็ขอแสดงความเสียใจกับพี่น้องเขตพื้นที่ ทางภาคอีสานที่น้ำท่วม แล้วก็ต้องมาถอดบทเรียนกันว่าน้ำท่วมทำไมถึงท่วม น้ำเหลว ๆ มันท่วมเต็มไปหมด คงจะต้องไปศึกษาหาข้อมูลว่าทำไมน้ำถึงท่วม มาตรการการดูแล การป้องกัน ถ้าน้ำไหลมา พอหน้าแล้ง น้ำแล้งทำอย่างไรล่ะครับ ต้องกักเก็บน้ำอย่างไร แม่น้ำทุกสายในประเทศไทยคงต้องฝากรัฐบาลในญัตติด่วน ขอให้รัฐบาลแก้ไข รัฐบาล คงจะต้องแก้ไขว่าน้ำที่ไหลมาที่เกินปริมาณ แล้วมันท่วมตั้งแต่ที่อยู่ ที่อาศัย รัฐบาลจะต้อง แก้ไขอย่างไร ต้องเก็บน้ำตรงนี้ไว้อย่างไรนะครับ ผมขออภิปรายในมิติของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ น้ำก็ท่วมเหมือนกันครับ ภูเขาแลนด์สไลด์ (Landslide) มันเกิดที่บนดอยเหมือนกันครับ แต่ปัญหาก็คือรัฐบาลจะแก้ไขอย่างไร น้ำท่วม ในหุบเขา ดินแดนที่อยู่ห่างไกลความเจริญ ขาดซึ่งการดูแล การประสานติดต่อ แลนด์สไลด์ (Landslide) ภูเขาสไลด์ (Slide) ปัญหาของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ในหุบเขาจากจังหวัด แม่ฮ่องสอน อำเภอท่าสองยาง อำเภออุ้มผาง หรือทุกเขตพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์ อยากให้ รัฐบาลช่วยแก้ไขในประเด็นนี้ด้วยว่าสิทธิที่จะได้รับข่าวสารข้อมูลหรือการเยียวยานั้น พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์อยู่ในชายเขา ชายป่า ไม่ได้รับการแก้ไขสิทธินี้ เราขอให้รัฐบาลแก้ไข ในประเด็นนี้โดยที่จะต้องออกกฎหมายส่งเสริมและคุ้มครองพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์อย่างไร🔗
ประเด็นการกราดยิงที่จังหวัดหนองบัวลำภู คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศของเรา ในวันที่ ๓๑ ตามที่ท่านประธานมุกดาได้อภิปรายก่อนหน้า เราได้ลงพื้นที่ไปดูและไปรับข้อมูล ในเชิงลึก ผมห่วงใยว่าเด็ก ๆ ที่เสียชีวิตหรือที่จากเราไปนั้นเขาไม่ควรที่จะมาเป็นแบบนั้น ประเด็นที่ผมฝากและห่วงใยคือ ๓ ประเด็นครับ บุคคลที่กระทำอดีตเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ มีอาวุธ และการกระทำแบบนี้ควรที่จะถอดบทเรียนอย่างไร อีก ๒๐ ปีข้างหน้าสภาพประเทศไทย ผู้สูงอายุ ๑ ใน ๓ ของประเทศ กลุ่มเด็กกลุ่มนี้เขาคือผู้ที่จะมาดูแลผู้สูงอายุอย่างเรา ๆ เขาไม่ควรที่จะได้รับชะตากรรมแบบนี้ เป็นเรื่องที่โศกเศร้า กลุ่มชาติพันธุ์พวกเราขอแสดง ความเสียใจกับทุกท่านและประเทศนี้แล้วเราจะมาถอดบทเรียนอย่างไรนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ เชิงลึก เราได้ไปรับข้อมูล ถึงเวลาหรือยังว่าหน่วยงานที่ดูแล ผู้ที่อยู่ใต้ผู้บังคับบัญชา ได้มีข้อมูลเชิงลึกกล้าที่จะเปิดเผยว่าเหตุใดทำไมถึงเกิด และป้องกัน อย่างไรในอนาคตนะครับ🔗
ประเด็นสุดท้าย มีเรื่องยาเสพติดมาเกี่ยวข้อง ประเด็นเรื่องยาเสพติดคือ ความห่วงใยที่จะฝากให้หน่วยงานโดยตรง เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายบริหารที่จะต้องไปศึกษา แก้ไขว่าเจ้าหน้าที่ผู้ที่อยู่ใต้ผู้บังคับบัญชานั้น การล่อซื้อ การที่จะไปหาข้อมูลในเชิงลึกแล้วใช้ เขาทำงาน จนเรียกว่ามีส่วนในการติดหรือมีปัญหานั้น เราดูแลเขาอย่างไร ที่ไปสร้างความ กดดันให้เขาไปก่อคดีหรือไปสร้างปัญหานี้ จึงฝากฝ่ายบริหารว่าเราควรที่จะพิจารณา ในต้นเหตุของปัญหา แล้วค่อยมาแก้ว่าเหตุของปัญหานั้นอยู่ตรงไหน อย่างไร ประเด็นนี้คือ ประเด็นที่สำคัญ ที่ผมจะฝากให้ฝ่ายรัฐบาลไปแก้ไข เรื่องลักษณะนี้จะได้ไม่เกิดขึ้นใน ประเทศไทย ขอขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านจิรายุครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเพื่อให้รัฐบาลได้นำไปแก้ไข แต่ว่าก่อนจะแสดงความคิดเห็น เพื่อนสมาชิกฝากถามมาครับว่าที่สำนักนายกรัฐมนตรีตั้งโต๊ะ รับบริจาคเงินเข้าบัญชีกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตอนนี้เงินเข้าไปเท่าไรแล้ว และเอาไป จ่ายเยียวยาญาติผู้เสียชีวิต ครอบครัวเขาหรือยัง ถ้าลืมท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ช่วยนำไป จ่ายด่วน ชาวบ้านเขาฝากถามมาครับ🔗
เรื่องต่อมา ท่านประธานครับ ในเรื่องของการกราดยิงนั้นมันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย อันนี้เข้าใจได้ แต่เกิดขึ้นแล้วเราจะหาทางป้องกันอย่างไร มีคนพยายามจะสอบถามว่า อาวุธปืนมันหาได้ง่ายจริงไหม และควรจะจำกัดอาวุธปืนหรือไม่ เรามาลองดูตัวเลขก่อนว่า ในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บรูไน เขามีปืนกันจำนวนเท่าไร ท่านประธานครับ พอไปดูตัวเลขประเทศไทยนั้นเป็นอันดับ ๑ อันดับต้น ๆ ของอาเซียน (ASEAN) ครับ มีอยู่ประมาณ ๑๐.๓ ล้านกระบอก หมายความว่า ๖ คนจะมีปืน ๑ กระบอก ๑ คนอาจจะมีมากมาย แล้วแต่ประเภท ไม่ได้ตำหนิคนมีปืนมากหรือน้อย บางคนมีปืนมาก อาจจะมีจิตใจที่แม่นยำ มั่นคงในการที่จะก่ออาชญากรรมได้ดีกว่าคนที่ไม่เคยมีปืน และไปขโมยปืนคนอื่นมา ประเทศไทยเป็นประเทศอันดับ ๑๓ ของโลกที่มีอาวุธปืนมาก และ รองลงมาก็คือประเทศอิรักและประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศฟิลิปปินส์นี่เป็นเกาะ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเคยไป เรียกว่า รปภ. ทุกคนนั้นถือปืน โรงแรมก็ถือปืน ประเทศอิรักนี่ชัดเจน ครับ เป็นประเทศที่อยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง แต่ท่านประธานครับ เคยมีการสำรวจว่าปืนที่ ถูกต้องตามกฎหมาย มี ป.๔ ป.๔ ก็คือแบบปืนฉบับที่ ๔ เป็นใบครอบครอง มีและใช้อาวุธปืน ตามอายุปืนหรือตามเจ้าของปืน อยู่จำนวนประมาณ ๖,๒๐๐,๐๐๐ กระบอก และทุกวันนี้มี ปืนที่เรียกกันว่าปืนสวัสดิการอีกจำนวนมาก ถ้าราคาปืนยี่ห้อหนึ่ง ๕๐,๐๐๐ บาท ซื้อปืน สวัสดิการประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาท ไม่เป็นไรครับ เพราะปืนสวัสดิการส่วนใหญ่จะมาจาก ข้าราชการที่สามารถตรวจลายนิ้วมือ ผ่านประวัติอาชญากร อาชญากรรมกันมาเป็น ที่เรียบร้อยจึงเข้าถึงได้ง่าย แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะฝากความคิดเห็นไปยัง รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยนะครับ สมัยก่อนการขออนุญาตพกพาอาวุธปืนไป ในทางสาธารณะ เขาเรียกกันว่า ป.๑๒ มีอายุ ๑ ปีให้กับเอกชนพลเรือน หลัง ๆ นี้ไม่ค่อยมี คนไปขอเพราะว่าขั้นตอนซับซ้อน พอขอแล้วปรากฏว่าชนปี ก็เลยใช้วิธีการพากัน ถอดกระสุนปืนบ้าง ถอดแมกกาซีน (Magazine) ไว้ที่อื่นบ้าง เพื่อที่จะอธิบายเจ้าหน้าที่ ตำรวจ อันนั้นเป็นบุคคลทั่วไปที่เขาพกพาอาวุธปืนหรือพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะครับ แต่ที่ผมอยากจะถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลครับว่าเดี๋ยวนี้ท่านตามทันวิธีการขอ อาวุธปืนไหม เดี๋ยวนี้ใครอยากจะมีอาวุธปืนท่านก็เพียงแค่ไปขอใบอนุญาต ป.๓ ร้านค้าปืน ผมไม่อยากจะเอ่ยนาม ท่านประธานครับ มี ๓,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐ บาท ส่งเอกสารไป เดี๋ยวเขาจัดทำให้เรียบร้อยจริงไหม พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา มท. ๑ ช่วยไปตรวจสอบด้วย ท่านจ่าย ๓,๐๐๐ บาทออกใบ ป.๓ ครับ ป.๓ มาปุ๊บก็ไปซื้อปืน ปืนก็จะออกเป็นใบอนุญาต เรียกว่า ป.๔ มา อันนั้นไม่ว่ากันครับ มันมีที่มาที่ไป🔗
แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ปืนที่มีอยู่เกลื่อนกลาดก็คือปืนเถื่อน นำเข้ามา ตามตะเข็บชายแดนบ้าง มาทางพัสดุไปรษณีย์ ดัดแปลงจากปืนบีบีกัน (BB Gun) ไปเป็นปืน ที่ยิงได้บ้าง มีจำนวนมากกว่า ๔ ล้านกระบอกจริงไหม ถ้าจริงรัฐบาลไทยจะทำอย่างไรครับ ผมเห็นข่าวเมื่อก่อนหน้านี้ว่ากระทรวงมหาดไทยจะเปิดให้คนถือปืนเถื่อนมาขึ้นทะเบียน ผมถามจริง ๆ เถอะครับ คนถือปืนเถื่อนก็คนเถื่อน วิธีคิดก็เถื่อน ๆ จะกล้ามาขึ้นทะเบียน หรือครับ และปืนที่ถืออยู่ใครจะมาแสดงตนครับ เพราะต้องถูกบันทึกเป็นหลักฐาน มีพยาน มากมาย ผมจึงถามไปยังรัฐบาลว่าวิธีคิดในการที่จะแก้ไขปัญหานี้ เอาต้นทางก่อนนะครับ ยังไม่พูดถึงเรื่องจิตของมนุษย์ ผมเคยศึกษาเรื่องของตำรวจเอฟบีไอ (FBI) สมัยหนุ่ม ๆ ผมมีโอกาสได้ไปเรียนโรงเรียนลอส ฮอลล์ เทคนิเชียน ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นของ สำนักงานสอบกลาง เอฟบีไอ (FBI) เขาพูดถึงเรื่องจิตวิทยาในการอาชญากรครับว่ามูลเหตุ จูงใจนั้นเกิดอะไรขึ้น และวิธีการป้องปรามและป้องกันต้องทำอย่างไร ผมฝากไปยังรัฐบาลว่า วันนี้ท่านลองดูเรื่องของปืนนะครับ มีไม่ใช่ปัญหา แต่ลักษณะของปืนเปลี่ยนไปนะครับ เดี๋ยวนี้ท่านขอปืนที่เป็นปืนพกพา ท่านประธานครับ ถ้าปืนพกสั้นเรารู้นะครับ เดี๋ยวนี้รูปร่าง หน้าตามันคล้าย ๆ กับปืนอูซี แต่ใช้กระสุน ๙ มม. เหมือนรถยนต์ในปัจจุบันครับ บอกว่า ห้ามรถบรรทุกไม่เกินเท่านั้นเท่านี้ ห้ามรถ ๔ ล้อ รถ ๔ ล้อเข้าได้ ๖ ล้อเข้าไม่ได้ สิบล้อ เข้าไม่ได้ ก็ไปดัดแปลงรถเหลือแค่ ๔ ล้อ แต่ว่าบรรทุกได้หนักเหมือนเดิม ปืนก็เช่นเดียวกัน เดี๋ยวนี้ ๙ มิลลิเมตร มีขนาดใหญ่คล้ายกับปืนอูซี ต่อแมกกาซีน (Magazine) ๒ อัน บรรจุ กระสุนได้ ๖๐ นัด ผมจึงถาม มท. ๑ ครับว่านี่คือแนวทางป้องกันไม่ให้คนมีอาวุธปืนได้ง่าย อาจจะไม่ใช่ทางแก้ปัญหา แต่มีแล้วเราตรวจสอบประวัติ เช็ก (Check) เขาได้ไหม เหมือนรถ ผ่านไปแล้วสัก ๑๐ ปีลองเรียกมาดูหน่อยได้ไหมว่าท่านถือครองอาวุธปืนนี่ท่านจะทำอย่างไร ได้บ้าง มีจิตที่จะสามารถควบคุมอาวุธปืนตนเองได้หรือไม่ จึงขออนุญาตฝากท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยนะครับ แม้จะเป็นเสี้ยวหนึ่งของความคิดเห็นของจิรายุ แต่ก็เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในการป้องกันภัยและระมัดระวังภัย ขอขอบพระคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านเทียบจุฑา ขาวขำ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ดิฉัน ขอร่วมอภิปรายสนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจา นำเสนอโดยท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในประเด็นปัญหาการกราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอุทัยสวรรค์ อำเภอ นากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู เหตุการณ์ครั้งนี้ก็ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง ๓๖ ชีวิต ซึ่งแต่ละท่าน ก็จะทราบดีว่าเหตุการณ์นี้เป็นที่เศร้าสลดใจ แล้วก็สะเทือนขวัญกันทั้งประเทศ แล้วก็ ต่างประเทศ ขณะเดียวกันดิฉัน พร้อมกับท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง และ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ก็ได้ไปร่วมแสดงความเสียใจ ไปให้กำลังใจกับครอบครัวผู้ที่สูญเสียในเหตุการณ์ครั้งนั้น และดิฉันก็ได้ทราบถึงสาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้ว่ามาจากความบ้าบิ่นของยาเสพติด ท่านประธานคะ แสดงให้เห็นแล้วว่าปัจจุบันนี้เรื่องยาเสพติดยังมีการแพร่ระบาดอย่างมาก โดยเฉพาะยาบ้า เขาบอกว่าหาง่าย มีขายได้ทุกที่ คำพูดล้อเลียนจากประชาชนทั่ว ๆ ไป เขาบอกว่าซื้อง่ายยิ่งกว่าเดินไปซื้อของในเซเว่น-อีเลฟเว่นอีกค่ะ🔗
แล้วก็ขณะเดียวกันที่ผ่านมาก็มีเหตุการณ์ที่จังหวัดอุดรธานีนะคะ เกิดขึ้นกับ เจ้าหน้าที่ของรัฐก็คือผู้ใหญ่บ้านได้ไปตักเตือนผู้ที่เสพยาเสพติด ไปตักเตือนก็เกิดอาการโมโห บ้าคลั่ง เข้าไปฆ่าปาดคอผู้ใหญ่บ้าน บ้านเหล่าสวนกล้วย ตำบลโนนทองอินทร์ อำเภอกู่แก้ว จนเสียชีวิตค่ะท่านประธาน นี่ขนาดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐนะคะ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าปัญหา ยาเสพติดนี้เกิดขึ้นเกือบทุก ๆ วัน ที่สำคัญปัญหายาเสพติดนี้เป็นการบ่อนทำลายคนในสังคม ในครอบครัว บางครั้งก็เกิดกับประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ไม่รู้เรื่องนะคะ🔗
ท่านประธานคะ ในสมัยรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร แล้วก็ อดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านเห็นความสำคัญในการพัฒนาประเทศ ท่านจึงได้ กำหนดนโยบายการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังค่ะ ใช้กฎหมายบังคับอย่างเด็ดขาด เช่นยาบ้าถ้ามี ๑-๕ เม็ดก็จะถูกดำเนินคดี สามารถนำผู้ติดยาเสพติดเข้าบำบัดนับเป็นแสนคน จนทำให้ยาบ้าในยุคนั้นราคาแพงไม่สามารถหาซื้อได้ง่ายเหมือนยุคนี้ ดิฉันคิดว่า ท่านนายกรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านให้ความสำคัญในเรื่องยาเสพติดที่เป็นปัญหาใหญ่ในการพัฒนา ประเทศ จึงมีกฎหมายในขณะนั้นผู้ค้าต้องมีอัตราโทษสูง ผู้เสพต้องได้รับการบำบัด อย่างทันท่วงที ท่านประธานคะ อย่างที่เห็นได้ชัดว่าเรื่องยาเสพติดดิฉันคิดว่าเป็นปัญหา ระดับชาตินะคะ ที่พูดอย่างนี้เพราะมีอยู่แพร่หลาย กระจายกันเป็นว่าเล่นเลยทุกหย่อมหญ้า กว้างขวางมาก แล้วก็ประชาชนส่วนใหญ่จะรู้ในหมู่บ้านตัวเองมียาเสพติดไหม เขาจะพูดกัน ต่อ ๆ เลย บอกว่าเดือดร้อนมาก เพราะว่าบ้านนี้มีคนติดยาเสพติดมาก ดิฉันเลยใช้คำพูดว่า มีผู้ติดยาเสพติดทำความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนทุกหย่อมหญ้าทั่วทั้งประเทศ อยู่ในขณะนี้ ซึ่งเป็นปัญหาต่อการพัฒนาประเทศ จะแสดงให้เห็นถึงการบริหารประเทศ เดี๋ยวนี้ผิดพลาด ล้มเหลวของรัฐบาลปัจจุบันนี้ จนประชาชนทั่วไปพูดกันเรื่องยาเสพติดว่า ตำรวจจับ ศาลปล่อย ชุมชนและหมู่บ้านในสังคมรับกรรมค่ะท่านประธาน ดิฉันเห็นว่ายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน จึงขอเสนอ แนวทางการแก้ปัญหาโดยขอให้รัฐบาลเร่งรัดประกาศเรื่องยาเสพติดให้เป็นวาระแห่งชาติ ปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง และแก้ไขกฎหมายที่เป็นปัญหา อุปสรรคต่อการแก้ปัญหา ยาเสพติด แก้ทั้งฉบับเลยค่ะ กำหนดโทษให้สูงขึ้น บังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย อย่างเด็ดขาดอีกครั้งหนึ่ง โดยคำนึงถึงประชาชนที่บริสุทธิ์เป็นสำคัญ เห็นผู้ค้ายาเสพติด เป็นศัตรูของประเทศ เพราะฉะนั้นลูกหลานที่ติดยาเสพติดให้โอกาสเขาเข้ามาบำบัด ให้หายขาดเสียก่อนค่อยให้กลับคืนสู่สังคม คืนสู่ชุมชน ขณะเดียวกันกฎหมายก็ต้องคุ้มครอง เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดำเนินการกับบุคคลดังกล่าวด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อไป กราบขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
อีก ๓ ท่าน ท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร ท่านเท่าพิภพ แล้วก็ท่านสุรชาติ เชิญท่านวุฒิพงษ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ผมได้ยื่นญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาพิจารณา การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดยโสธร จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดศรีสะเกษ อย่างเป็นระบบและยั่งยืน ร่วมกับท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมในภาคอีสาน โดยเฉพาะที่จังหวัดอุบลราชธานีมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี ซึ่งผมเองจะขอกล่าวบริบท ของลุ่มแม่น้ำในภาคอีสานก็คือแม่น้ำโขง แม่น้ำชี แม่น้ำมูล ซึ่งแต่ก่อนจะมีโครงการโขง-ชี-มูล ซึ่งจะมีโครงการเกี่ยวกับแหล่งน้ำเยอะแยะมากมาย ทั้งเขื่อน ทั้งฝาย แก้มลิง แล้วก็สถานที่ กักเก็บน้ำเต็มไปหมดในภาคอีสาน แต่ว่าท้ายที่สุดน้ำก็ยังท่วมอยู่ดีครับ ผมจำความได้ตั้งแต่ ปี ๒๕๒๑ ที่จังหวัดอุบลราชธานีได้เกิดน้ำท่วมหนัก ซึ่งถือว่าหนักมากกว่าทุกครั้ง ณ ตอนนี้ ก็ยังเป็นสถิติสูงสุดอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ แล้วก็มาท่วมปี ๒๕๔๕ มาปี ๒๕๕๔ ที่มีพายุนกเต็น พายุไหหม่า พายุนาแก ช่วงนั้นผมก็ยังเป็น ส.ส. อยู่ที่สภา แล้วก็มาท่วมปี ๒๕๕๒ จำได้ ไปต้อนรับคณะรัฐมนตรีที่ไปตรวจภัยแล้ง จังหวัดอุดรธานี พอเดินทางกลับมาเท่านั้นละครับ พายุโพดุลเข้าน้ำท่วมใหญ่ทั่วภาคอีสาน โดยเฉพาะที่จังหวัดอุบลราชธานีก็ได้รับเงินบริจาค จากมูลนิธิจิตศรัทธาพี่น้องประชาชนคนไทยมากมาย ๕๐๐-๖๐๐ ล้านบาท ร่วมด้วยช่วยกัน และปีนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ข้ามมาจนถึงปี ๒๕๖๕ ซึ่งถือว่าเป็นปีที่น้ำท่วมใหญ่มากที่สุด อีกปีหนึ่งในรอบ ๔๔ ปี ซึ่งเพื่อนสมาชิก ส.ส. ในลุ่มอีสานก็ได้อภิปรายร่วมกันไปแล้ว แต่ละพื้นที่ก็จะแตกต่างกันออกไป ถามว่าน้ำท่วมนี่หนักไหม มันก็หนักครับ ทุกคนก็หาทาง แก้ไข แต่จะแก้อย่างไร มันก็ท่วมทุกปี น้ำก็ไม่ลดเสียที แต่ตอนนี้สถานการณ์ ณ วันนี้ ที่จังหวัดอุบลราชธานีน้ำเริ่มทรงตัว เริ่มลดระดับต่อเนื่องทุก ๆ วัน ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วน ช่วงนี้น้ำก็เริ่มลดแล้ว ท่านผู้แทนแต่ละท่านก็ไปเยี่ยมยามพี่น้องในแต่ละพื้นที่เยอะแยะ มากมาย เขาก็ถามต่อว่าทำไมน้ำท่วม สร้างเขื่อนแล้วก็น้ำท่วม ปล่อยเขื่อนแล้วก็น้ำท่วม บริหารจัดการแล้วก็ยังท่วม ก็มาวิเคราะห์ร่วมกันว่าที่ผ่านมาผังเมืองเปลี่ยน มีโครงสร้าง พื้นฐานก่อสร้างเยอะแยะมากมาย แล้วก็มีการบริหารจัดการน้ำที่แตกต่างกันออกไป ผมร่วมกับสื่อมวลชนและนักปราชญ์หลาย ๆ ท่านได้มีแนวความคิดว่าอยากร่วมเสนอ ทางออกร่วมกัน เพราะที่ผ่านมาเจ้าภาพหลัก ๆ ส่วนมากจะเป็นจังหวัดอุบลราชธานี แล้วก็ ส่วนราชการคือกรมชลประทาน แต่ต่อไปนี้เสนอแบบบ้าน ๆ นี่ละนะครับ🔗
อันดับแรก คือทำอย่างไรก็ไม่รู้จะแก้อย่างไร ต้องอาศัยหน่วยงานภาครัฐ ตอนนี้ต้องขอบคุณกรมชลประทานที่ได้สำรวจ ออกแบบ เขาเรียกว่า โครงการเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ซึ่งต้องขอบคุณนะครับ เป็นหน้าที่ของกรมชลประทานที่ต้องทำภารกิจ ตามหน้าที่ที่ต้องป้องกันน้ำท่วม และอีกอย่างหนึ่งนอกจากป้องกันน้ำท่วมแล้วก็ต้อง กักเก็บน้ำไว้ได้ใช้ยามแล้ง กรมชลประทานได้สำรวจ ออกแบบโครงการขึ้นมา คือโครงการ คลองผันน้ำยักษ์ จังหวัดอุบลราชธานี โครงการประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการผันน้ำออกจากเขื่อนหัวนา เขื่อนธาตุน้อย ๒ ฟากฝั่ง ให้น้ำออกบายพาส (Bypass) มาสู่หลังเขื่อนปากมูล เพื่อที่จะไม่ให้น้ำเข้าเมืองอุบลราชธานี ตรงนี้อนาคต จะเป็นอย่างไรนั้น ขอขึ้นรูปด้วยครับ🔗
รูปที่ ๒ กับรูปที่ ๓ ความยาว เกือบ ๑๐๐ กิโลเมตร กว้าง ๑๐ เมตร มีถนน ๒ ข้างฝั่ง และมีประตูกักเก็บน้ำปิดกั้นน้ำไว้ เป็นระยะ เป็นระยะ เป็นระยะ ก็เหมือนกับคลองส่งน้ำชลประทานแถวภาคกลาง แต่ตรงนี้ จะเป็นเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) สำเร็จได้หรือไม่ได้ยังอีกหลายขั้นตอน ต้องประชาพิจารณ์ ต้องประชาคม ต้องสำรวจ ออกแบบผลกระทบสิ่งแวดล้อม สุดท้ายงบประมาณมีหรือไม่ เพียงพออย่างไร จุดได้คุ้มหรือเสียในการลงทุนในครั้งนี้นะครับ🔗
หรือขอเสนอเรื่องที่ ๒ สั้น ๆ ถ้าไม่มีเงินลงทุนในเรื่องเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ทำง่าย ๆ ก็ขอให้ทุกภาคส่วนบริหารจัดการน้ำให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ว่าเขื่อนเหนือปล่อยน้ำลงไป ๒-๓ เขื่อนผ่านเมืองอุบลราชธานี แล้วท้ายเขื่อนปลายน้ำ ปิดกั้นเขื่อนไม่ให้น้ำออกไปอย่างนี้ จนสุดท้ายเขื่อนเหนือต้องปิดประตูน้ำไม่ให้น้ำเข้าเมือง อุบลราชธานี หลาย ๆ ครั้งที่บริหารจัดการน้ำไม่มีความสัมพันธ์กัน และเขื่อนปากมูล ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่หลาย ๆ ท่านกำลังพูดถึงว่ามันคุ้มค่า คุ้มประโยชน์จริงหรือไม่ อย่างไร มันเป็นอุปสรรค หรืออะไร อย่างไร ทั้งนี้ก็ต้องลองศึกษาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อไป🔗
สุดท้ายครับ ผมเองก็ขอสรุปว่าน้ำท่วมอุทกภัยมีความเสียหาย สร้างความ เสียหายให้กับพี่น้องประชาชนเยอะแยะมากมาย อยากให้รัฐบาลรู้ว่ามันเสียหาย แต่ว่า ความเสียหายของพี่น้องประชาชนนั้นรอไม่ได้ พื้นที่ประสบภัย ๔๐๔,๐๐๐ กว่าไร่ในเขตพื้นที่ ของจังหวัดอุบลราชธานีเกือบทุกอำเภอ แล้วก็รวมทั้งพื้นที่ทั่วภาคอีสานด้วยไม่แตกต่างกัน อยากให้รัฐบาลเร่งชดเชย เยียวยา และแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร พี่น้องกลุ่มปศุสัตว์ พี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วม แล้วก็พี่น้องที่ได้รับผลกระทบทุกภาคส่วนให้รวดเร็วที่สุดครับ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านต่อไป ท่านเท่าพิภพ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร แบบแบ่งเขต ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขออภิปรายในญัตติเกี่ยวกับเหตุการณ์เศร้า สลดเสียใจอย่างยิ่งที่มีการ ไม่เชิงว่ากราดยิง เพราะกราดยิงด้วย แล้วก็ใช้มีดด้วยใช่ไหมครับ ในจังหวัดหนองบัวลำภู ก่อนอื่นผมต้องขอเป็นตัวแทนของชาวธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ ในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร ผมเชื่อว่าพี่น้องในเขตผม เท่าที่ลงพื้นที่มาก็เสียใจเป็นอย่างยิ่ง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วก็ผมพูดอีกครั้งว่า หวังว่ามันจะเกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งคำพูดนี้ ผมได้เคยพูดไปแล้วในญัตติที่เคยอภิปรายเรื่องกราดยิงที่โคราช ซึ่งเนื้อหามันอาจจะซ้ำซาก แต่ก็ต้องย้ำเตือนว่ามันเป็นทางออกที่ถูกต้อง แล้วก็หวังว่า พูดดี ๆ กับรัฐบาลว่าควรจะนำไป แก้ไขในขณะที่ท่านยังมีอำนาจอยู่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบางคนก็โทษยาเสพติดโน่นนี่นั่น ถึงแม้ว่าการตรวจร่างกายตอนหลังก่อเหตุก็ไม่ได้มียาเสพติดเลย ผมว่าเหตุการณ์เศร้า ๆ อย่างนี้เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุครับ🔗
อย่างแรก เขาเรียกว่าความรุนแรงของอาวุธที่ใช้ อาวุธปืนก็คือมีอัตรา การตายที่สูงใช่ไหมครับ ซึ่งเมืองไทยเรามีปืนเกือบ ๑๐ ล้านกระบอก ปืนลงทะเบียน ๖ ล้านกระบอก ปืนเถื่อนอีกประมาณ ๔ ล้านกระบอก หรือมากกว่าใช่ไหมครับ เพราะว่าถ้ารู้ตัวเลขเป๊ะ ๆ มันก็คงไม่เถื่อน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องไปลดกันไป สาเหตุเรื่อง ความเกลียดชัง อันนี้ก็เกิดขึ้นในหลาย ๆ ประเทศ เกลียดอะไรครับ เชื้อชาติ ศาสนา ที่แตกต่างกันต่าง ๆ นานา ทั้งสาเหตุจากการเกลียดชังมาจากการปลุกปั่นโดยกลุ่มคน บางคน หรือว่าโดยรัฐเองนะครับ ความเครียดสะสมของสังคม ซึ่งอันนี้ผมว่าเป็นสาเหตุหลัก ที่เมืองไทยกำลังเผชิญหน้ากับปัญหานี้อยู่ รัฐบาลที่บริหารแล้วมองไม่เห็นอนาคต เศรษฐกิจ ที่ย่ำแย่ ก็เป็นธรรมดาที่ทุกคนหันหน้าเข้าสู่ความมืด เข้าสู่การก่ออาชญากรรมอะไรบางอย่าง เราก็ต้องแก้ไขปัญหานี้เช่นกันใช่ไหมครับ แต่สิ่งที่ผมว่าเราควรทำและในฐานะสภานิติบัญญัติ ที่เราจะแก้ไขกฎหมายกัน ให้มันแน่นอน แล้วก็ช่วยเป็นหนึ่งในปัจจัยเสริมที่จะช่วยลด ความเสี่ยงคือกฎหมายกำกับการถือครองอาวุธปืน การขอใบอนุญาตครับ ผมไม่ได้บอกว่า การถือครองปืนไม่ดีนะครับ ก็เหมือนกับบอกว่ามีดอยู่ในมือใคร จะเอามาทำอาหาร สรรค์สร้างเมนูอร่อย หรือเอาไปแทงคนสร้างโศกนาฏกรรมก็ได้ อย่างนี้ครับ ผมว่า จากประสบการณ์ที่ผมเคยไปขอปืนเอง จริง ๆ ก็ไม่ได้มีการเช็ก (Check) อะไรเลย ไม่รู้เลยว่าผมใช้อาวุธปืนเป็นหรือเปล่า ผมมีความรู้เพียงพอหรือเปล่า ผมดูข่าวล่าสุดมา อดีตนักการเมืองที่หลาย ๆ คนรู้จักดี ก็มีเหตุการณ์บอกว่าดึง เขาเรียกคันสไลด์ (Slide) แล้ว เพื่อเช็ก (Check) ปืน กินหมูกระทะกับเพื่อนแล้วลองยิงปืน แล้วปืนมันลั่นออกไป แล้วก็ ไปถามพ่อหรืออย่างไรว่าทำไมปืนมันมีกระสุนได้ พ่อก็บอกว่าลืมถอดแมกกาซีน (Magazine) หรือเปล่า ก็คือว่าลืมถอดแมกกาซีน (Magazine) ปืน คือเรื่องเบสิก (Basic) อย่างนี้ผมว่า คนที่มีใบอนุญาตพกปืนควรจะรู้ ดังนั้นผมเสนอครับว่าอย่างไรทุกคนที่จะมีปืนต้องผ่าน การเรียน การอบรมเซฟตี (Safety) พื้นฐาน โดยโรงเรียนสอนยิงปืนต่าง ๆ ที่อาจจะเป็น หน่วยงานรัฐหรือเอกชนก็ได้ ผมว่ามีอยู่หลายที่นะครับ เป็นเงื่อนไขในการขอใบอนุญาตปืน🔗
๒. การตรวจวัดโรคทางจิตเวช ซึ่งเป็นสิ่งที่เมืองไทยเราชอบบอกว่าไป โรงพยาบาลบ้าเป็นบ้าหรือเปล่า ผมก็เคยไปหาจิตแพทย์ครับ ผมยอมรับ ซึ่งมันก็เป็นธรรมดา ก็เป็นเหมือนหมอ เราเครียดก็เหมือนเราป่วยเป็นหวัด แต่ถ้าเราเครียดแล้วเราไม่ไปหาหมอ วันนั้นเป็นมะเร็งมันก็จะเรื่องใหญ่ใช่ไหมครับ คือสุดท้ายผมว่ารัฐบาลต้องส่งเสริมการดูแล เรื่องสุขภาวะทางจิต โดยอาจจะให้มีการตรวจเรื่อย ๆ เข้าใจว่าจิตแพทย์ไม่พอ แต่สุดท้าย อาจจะมีนักจิตบำบัดที่มาสกรีน (Screen) ก่อนก็ได้ แล้วทำให้อยู่ใน ๓๐ บาทรักษาทุกโรค หรือว่าเป็นบริการสุขภาพถ้วนหน้า เรื่องอย่างนี้ดูหน้ากันไม่รู้ครับ หรือตัวเองก็ยังไม่รู้เลยว่า ตัวเองเป็น อย่างไรอันนี้ก็ต้องฝาก แล้วก็ผู้ที่ครอบครองปืนก็ควรจะเข้ารับการเมนทัล เฮลท์ เช็กอัพ (Mental Health Check up) เรื่อย ๆ อย่างไรก็ต้องฝากเน้นย้ำเรื่องนี้ เรื่อง คุณสมบัติของผู้ถือครองปืนครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมเห็นด้วยกับญัตติด่วน น้ำท่วม น้ำแล้งในระยะยาว ของพรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ อำเภอกันทรารมย์นั้นอยู่ในลุ่มน้ำมูล ลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำห้วยขะยุง ทุกปีนั้นถ้าถึงฤดูหน้าฝนน้ำจะท่วม โดยเฉพาะในเขตลุ่มน้ำมูลและลุ่มน้ำชี อำเภอกันทรารมย์ นั้นน้ำท่วมปีนี้ถึง ๑๕ ตำบล ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเฉพาะตำบลบัวน้อย ตำบลทาม ตำบลโนนสัง และตำบลหนองบัว ๔ ตำบลนั้นชาวบ้านอยู่เป็นเกาะซึ่งรถเข้าไป ไม่ถึง จะต้องนั่งเรือไปอย่างเดียว ท่านประธานที่เคารพครับ น้ำท่วมครั้งนี้ถือว่าท่วม อย่างรุนแรง ไร่นา โรงเรียน วัดวาอารามท่วมหมด อำเภอกันทรารมย์นั้นมีฝายหัวนา แต่ก็แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะว่าฝายหัวนานั้นเปิดตลอด แต่กลางคืนบางครั้งก็ปิด เพราะไม่ให้น้ำไปท่วมที่จังหวัดอุบลราชธานี อำเภอกันทรารมย์นั้นอยู่ใกล้จังหวัด อุบลราชธานี ลุ่มน้ำทุกลุ่มน้ำจะต้องมารวมอยู่ที่อำเภอกันทรารมย์ เสร็จแล้วก็ไหลไปจังหวัด อุบลราชธานี ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้น้ำก็ได้เริ่มลดลงแล้ว แต่พี่น้องประชาชน ยังได้รับความเดือดร้อนอยู่ เพราะว่าปีนี้เขาหาเงินก็ไม่ได้ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ พี่น้องประชาชน เจอปัญหาโควิด (COVID) แล้วปีนี้มาเจอปัญหาน้ำท่วม ซื้อปุ๋ยมากระสอบละ ๑,๘๐๐ บาท แต่ก็ไม่ได้ขายข้าวและบางครั้งชาวบ้าน พี่น้องประชาชนแทบจะน้ำตาไหลเพราะว่าหมดเงิน พี่น้องประชาชนในอำเภอกันทรารมย์นั้นเดือดร้อนทั้งหมด ๕,๐๗๗ ครัวเรือน ไร่นาเสียหาย ๔๖,๘๘๒ กว่าไร่ ปกติระยะนี้ชาวบ้านจะได้ขายข้าวหอมมะลิ ๑๐๕ แต่ปีนี้ประชาชนไม่ได้ ขายข้าว ผมอยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน ความเดือดร้อนนั้น เกิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ จนถึงปี ๒๕๖๕ ผมก็อยากจะให้รัฐบาลนั้นแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องอย่างจริงจัง หาเงินก็ไม่ได้ จะเอาเงินที่ไหนมาใช้ ก่อนหน้านี้ทำนาก็พอได้ขายข้าว แต่ปีนี้ข้าวก็ไม่ได้ขาย รัฐบาลนั้นแก้ปัญหาให้กับพี่น้องก็ไม่ได้ ฝากท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาลด้วย ขอขอบคุณครับ🔗
อีก ๔ ท่าน คงจะเป็น ๔ ท่านสุดท้ายแล้วกระมังครับ ผมขอปรึกษาที่ประชุม เราคงจะปิด การอภิปรายหลังจาก ๔ ท่าน เพื่อจะให้ผู้เสนอญัตติทั้ง ๙ ฉบับได้ใช้สิทธิสรุป ดังนั้นจะมีอีก ๔ ท่านที่เป็นสมาชิกที่จะอภิปรายนะครับ มีท่านวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ท่านอภิชาติ ศิริสุนทร และท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม หลังจากนั้นก็ปิดอภิปรายเพื่อให้ ผู้เสนอญัตติทั้ง ๙ ฉบับได้ใช้สิทธิสรุป เชิญท่านวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๑ มหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานี กราบเรียนท่านประธานว่าน้ำท่วมทุกปีซ้ำซากครับ เหตุหนึ่งที่เกิดขึ้นทำให้พี่น้องประชาชน เดือดร้อนเป็นวงกว้าง วันนี้ต้องบอกว่าทางหน่วยงานราชการต่าง ๆ ไม่พร้อมที่จะดูแลพี่น้อง ประชาชน ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานีทุกท่านเป็นห่วงพี่น้องประชาชน ก่อนที่พายุโนรูจะเข้าจังหวัดอุบลราชธานี เราได้เชิญคณะกรรมาธิการการปกครอง นำโดยท่านรองประธานคณะกรรมาธิการ คือท่านสมคิด เชื้อคง ไปประชุมอยู่ที่สำนักงาน ชลประทานที่ ๗ จังหวัดอุบลราชธานี ไปสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะเป็นชลประทาน ปภ. แล้วก็จังหวัดอุบลราชธานี ได้ทราบคำตอบอย่างชัดเจนว่าน้ำจะไม่ท่วมสูงเกิน ๕๐ เซนติเมตร หลังจากพายุโนรูเข้าจังหวัดอุบลราชธานีผมก็ได้ติดตามสอบถามหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องตลอดเวลาว่าน้ำจะท่วมสูงหรือไม่ ก็ยังได้รับคำตอบเหมือนเดิมว่าน้ำจะไม่ท่วมสูง เหมือนปี ๒๕๖๒ แล้วก็บอกพี่น้องประชาชนว่าน้ำจะท่วมแค่นี้ละ ทำให้พี่น้องประชาชน ประมาท ไม่ย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง พอพายุโนรูเข้ามา วันนั้นผมจำได้น้ำทะลักเข้าท่วมในชุมชน วันเดียวเป็นเมตร ผมได้รับแจ้งจากพี่น้องประชาชนมา ผมก็ออกจากบ้านตั้งแต่ตีห้า ช่วยพี่น้องขนของจนถึงตีสองครับ พี่น้องชาวจังหวัดอุบลราชธานีต้องหาที่หลับที่นอน หาไม่มี เพราะว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้เตรียมความพร้อมเพื่อจะดูแลพี่น้องประชาชนเลยครับ ไม่มีการแจ้งเตือนภัยอะไรทั้งสิ้น ทำให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานีเดือดร้อนเป็นวงกว้าง แต่ก็ยังดีครับ มีผู้ใหญ่ หลายท่านเดินทางไปที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปที่อำเภอวารินชำราบ ไปแค่ ๑๐ กว่านาทีแล้วก็กลับ แต่ใช้กำลังพลไปถึง ๑,๐๐๐ กว่านาย เพื่อไปดูแลท่านครับ แถมไปถึงจังหวัดอุบลราชธานีแล้วยังมาพูดอีกครับว่า น้ำท่วมเป็นภัยธรรมชาติมาแล้วก็ไป ไม่ให้ความชัดเจนกับพี่น้องประชาชนว่าจะช่วย พี่น้องประชาชนอย่างไร เพราะพี่น้องชาวจังหวัดอุบลราชธานีวันนี้ต้องยอมรับว่าน้ำท่วมทุกปี ท่วมมาก ท่วมน้อย แต่ปีนี้ท่วมมากที่สุดในรอบ ๔๐ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี ๒๕๒๑ ปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๖๒ แล้วปีนี้ ๒๕๖๕ น้ำท่วมสูงในรอบ ๔๐ ปีครับ ถ้าจะ ๑๐ ปี ๒๐ ปีท่วมที พี่น้องประชาชนยังพอรับได้ครับ แต่ท่วมปี ๒๕๖๒ แล้วก็มาปี ๒๕๖๕ ๓ ปีแค่นั้นเองครับ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานีวันนี้รับไม่ได้แล้วครับ อยากให้ทางรัฐบาล ช่วยแก้ปัญหาให้มันยั่งยืน สมัยผมเป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเรามีโครงการช่วยไม่ให้น้ำท่วม ไม่ให้น้ำแล้ง ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อนุมัติอยู่ที่สภานี่ละครับ พอปฏิวัติโครงการดังกล่าว ก็หายไป ถ้าทางรัฐบาลคิดอะไรไม่ออกก็ไปรื้อเอานโยบายเก่าของพรรคเพื่อไทยมาใช้ ง่ายดี กราบเรียนท่านประธานครับว่าพี่น้องประชาชนวันนี้ได้รับความช่วยเหลือจากทางรัฐบาลครับ ผมได้ยินข่าวมาจากท่านสันติ พร้อมพัฒน์ ว่าน้ำท่วม ๑ เดือนได้ ๕,๐๐๐ บาท ๒ เดือนได้ ๖,๐๐๐ บาท ๓ เดือนได้ ๗,๐๐๐ บาท ยังไม่รวมค่าซ่อมแซมบ้านเรือน วันนี้พี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดอุบลราชธานีโดยเฉพาะอำเภอเมือง ท่วม ๑๘,๑๙๖ ครัวเรือน น้ำท่วมบ้าน ที่จังหวัดอุบลราชธานียังเดือดร้อนท่วมนา ๒๐ อำเภอ ๕๐,๑๐๐ กว่าราย กระทบกับประมง ๑๕ อำเภอ ๒,๑๓๙ ราย กระทบกับปศุสัตว์ ๑๔ อำเภอ ๑๗,๗๕๙ ราย กราบเรียนทาง รัฐบาลว่ากรุณาเถอะครับ ช่วยอนุมัติเงินช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุดครับ ไปถาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็บอกว่าให้ถ่ายรูปไว้ก่อน แล้วจะซ่อมแซมบ้านเดี๋ยวเขาก็ชดเชยให้ วันนี้พี่น้องประชาชนส่วนมากของจังหวัดอุบลราชธานีไม่มีเงินที่จะไปซ่อมบ้าน วันนี้บ้านพัง หมดแล้ว ก็กราบเรียนท่านประธานว่าช่วยยื่นเรื่องร้องเรียนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่าน มีแต่ความคิดดี ๆ ถึงรัฐบาลด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านครูมานิตย์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ด้วยเวลา แค่ ๕ นาทีกับญัตติที่พรรคเพื่อไทยได้นำเสนอ ก็คือเรื่องของอุทกภัย ภัยน้ำท่วม กับเรื่อง กราดยิงกันที่จังหวัดหนองบัวลำภู ผมขอสรุปสั้น ๆ เรื่องแรก ก็คือเรื่องน้ำท่วม ผมเข้าใจครับ เรื่องธรรมชาติ เรื่องอุทกภัย ก็ไม่โทษใครมากหรอกครับ นอกจากโทษเทวดา แต่หลังจาก ที่น้ำท่วมมานี่ครับคนที่มีหน้าที่ในการรับผิดชอบต้องเร่งด่วน เพราะปีนี้อุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็น วงกว้างมันเสียหายจริง ๆ เช่นจังหวัดสุรินทร์บ้านผม อำเภอบ้านผมเลยครับ อำเภอศีขรภูมิ กับอำเภอสำโรงทาบ ติดกับอำเภอห้วยทับทัน ติดกับแม่น้ำมูล มันท่วมจนกระทั่งว่าเดือนกว่า ข้าวตายไม่เหลือ ท่านประธานสมัยก่อนถ้าน้ำท่วมมาประมาณ ๗ วันถึง ๑๕ วัน ข้าวมันยัง พอต่อสู้ได้ มันจะเจริญงอกงามหลังจากนี้ มันพอได้กิน วันนี้ไม่มีอะไรเหลือ ฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาล ต้องเร่งกระทำโดยเร่งด่วนก็คือรีบหาเงินชดเชยให้ตามกติกาที่รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรี ประชุม แล้วก็ประชุมหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่มีความหวังว่าเงินจะลงไปชดเชย อันที่ ๒ ที่สำคัญ ผมอยากเห็นรัฐบาลวันนี้ชดเชยไปมากกว่าเงินที่เป็นไปตามกติกาที่รัฐบาล ทุกรัฐบาลชดเชย นั่นก็คือเอาพันธุ์ข้าวไปชดเชยให้กับชาวนา เพราะเขาไม่มีปัญญาจริง ๆ รัฐบาลก็ทราบ ท่านประธานก็ทราบ พวกเราในสภาก็ทราบ ล้วงกระเป๋าขวาไม่มี ล้วงกระเป๋าซ้าย ไม่มี ก่อนหน้านี้ลงทุนจ้างค่าไถ ค่าหว่าน ค่าปุ๋ย หมดไปไม่รู้เท่าไรแล้ว มาเจออุทกภัยครั้งนี้ ถือว่าจบเลยครับ จบ ฉะนั้นรัฐบาลนอกจากชดเชยเป็นตัวเงินแล้ว ต้องชดเชยในเรื่องของ พันธุ์ข้าวที่จะเอาไปให้เขา แล้วก็หลังจากนี้ฝากไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ หาพืช ที่มาชดเชยได้หลังจากน้ำท่วม เช่น ถั่วพร้า ข้าวโพด หรือพืชเศรษฐกิจอะไรก็ได้ที่มอบไปให้ เกษตรอำเภอนำไปมอบให้กับชาวนาที่เสียหาย เพราะวันนี้มีข้อมูลชัดเจนขนาดน้ำท่วม เกือบคอทางกระทรวงยังสั่งให้ผู้ใหญ่บ้านไปถ่ายรูปกับเจ้าของนาที่เสียหาย ฉะนั้นรู้หมดวันนี้ แล้วไม่มีคำว่าชาวบ้านจะมาโกงรัฐบาล ชาวบ้านจะมาเอาเปรียบทางราชการ รอแต่โอกาส ก็ฝากไว้สั้น ๆ ในเรื่องของน้ำท่วม เพราะไม่สามารถที่จะห้ามอุทกภัย บริบทของโลก ก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ฉะนั้นน้ำท่วมหนัก ความแห้งแล้ง จนจัด และความหนาวที่จะมาเยือน อย่างรุนแรง มันเกิดขึ้นได้ทุกปี ทุกช่วง แต่เราเป็นรัฐบาลในฐานะที่อาสาเข้ามารับผิดชอบ ต้องรับผิดชอบ แล้วก็รีบดำเนินการเท่าที่ตัวเองทำได้ เช่นผมบอกวันนี้เอาเงินชดเชยไป อย่างเร่งด่วนทำได้ จะเอาเงินไปให้ชาวนาอย่างเร่งด่วนทำได้ เอาพันธุ์ข้าวไปแจกทดแทน ทำได้ เอาพืชเศรษฐกิจไปช่วยปลูกทำได้อย่างเร่งด่วน ผมว่าอย่างน้อย ๆ ขวัญกำลังใจ ของชาวนาเกิดขึ้นมา นี่เป็นการชดเชย🔗
เรื่องที่ ๒ ที่จังหวัดหนองบัวลำภู ท่านประธานที่เคารพ ที่จังหวัดหนองบัวลำภู มันเป็นความโศกเศร้าเหมือนกับที่โคราชที่เกิดขึ้น ผมยังไม่ไกลไปถึงยาเสพติด เพราะว่า ผมเองยังไม่ได้ไปเห็น ผมเองยังไม่ได้ไปรู้ แต่คนที่กระทำทั้งที่โคราช ทั้งที่จังหวัดหนองบัวลำภู คือข้าราชการชั้นผู้น้อยที่มีปืน นั่นก็คือตำรวจกับทหาร ข้าราชการชั้นผู้น้อยตอนใหม่ ๆ เขาอยากรับราชการเขาสอบเข้าไปครับ พอเขาสอบไปนี่เขาหวังว่าเขาเข้าไปทำงาน แต่พอ เข้าไปทำงานแล้วเขาเห็นความต่างระหว่างข้าราชการชั้นผู้ใหญ่กับข้าราชการชั้นผู้น้อย เขาได้รับแรงกดดันจากข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายต่อหลายเรื่อง อันนี้ไม่ต้องมาสาธยาย เรารู้ ว่าตำรวจเขาทำอย่างไร ทหารเขาทำอย่างไร แต่ทีนี้ความก้าวหน้าของเขา โอกาสที่เขา จะเกิดจากความก้าวหน้าน้อยมาก ผมเคยเรียนในเรื่องของ พ.ร.บ. ตำรวจ ผมว่าตำรวจ เอาแบบข้าราชการครู ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้างได้ไหม จากรองผู้กำกับขึ้นไปเป็นผู้กำกับ จากผู้กำกับขึ้นไปเป็นรองผู้การ จากรองผู้การขึ้นไปเป็นผู้การ เราไม่ต้องแต่งตั้งหมดได้ไหม เอาสัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก่อน ให้โอกาสเขาสอบเลื่อนแข่งขัน เพื่อที่จะได้คนดี ตำรวจชั้นผู้น้อย เหมือนกัน นายตำรวจนี่จบนิติศาสตร์ ปริญญาตรี ปริญญาโท จบเนติบัณฑิตเยอะแยะ แต่เขาไม่มีโอกาสได้ใช้ความสามารถของเขา เขากดดันครับ หนี้สินเพิ่ม ปัญหารุมเร้า ปัญหา ครอบครัวเกิดขึ้น ท้ายที่สุดทางออกที่ดีที่สุดก็คือยาเสพติด พอยาเสพติดไปถึงความกดดัน พอถึงความกดดันเสร็จแล้วก็มองโลกลบแล้วครับ ตอนแรกก็มองโลกสวย มันก็เลยนำมา แล้วผมเชื่อว่าเหตุการณ์อย่างนี้ยังเกิดขึ้นในประเทศไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะวันนี้ก็ยังไม่ได้ แก้ปัญหาอะไรเลย ขนาดในพื้นที่กับพี่น้องที่วันนี้สภาพจิตใจเขาย่ำแย่ เพราะลูกเขาตาย ญาติเขาตาย หลานเขาตาย เขาย่ำแย่นะครับ ฉะนั้นวันนี้รัฐบาลต้องไปคิดแล้วครับ ผมได้แต่ ภาวนาว่าพรรคเพื่อไทยผมเป็นรัฐบาลหน้าเถอะ ผมจะขอแก้ไขกฎกระทรวง หรือแก้ไขกฎตำรวจ หรือ พ.ร.บ. ตำรวจ พ.ร.บ. ทหารบางส่วน เรารู้ถึงแม้จะแก้ยาก ให้โอกาสความก้าวหน้าของข้าราชการชั้นผู้น้อย เพราะไม่อย่างนั้นไม่รู้ เขาจะไปเรียนต่อทำไม ไปเรียนเนติบัณฑิตไทยก็ไม่รู้จะไปเรียนทำไม ไปเรียนปริญญาโท กฎหมายไปเรียนทำไม อย่างไรก็เป็นสูงสุดแค่นายดาบหรือนายตำรวจ ๕๓ ปีที่พรรคเพื่อไทย มอบให้ พอร้อยเอกเขาก็เกษียณ เขาไม่มีอนาคตเลยครับ แต่ฐานะของเขาก็ลำบาก เหมือนเดิม ก็เลยอยากจะกราบเรียนฝากไปยังผู้มีอำนาจ วันนี้คุณอย่าพูดใส่ร้ายแต่ยาเสพติด คุณต้องใส่ร้ายหน่วยงานของคุณก่อนว่าคุณได้แก้ปัญหาเบื้องต้นหรือยังแล้วจึงมองไปที่ ยาเสพติด ยาเสพติดเป็นภัยที่ร้ายแรงทั่วทั้งแผ่นดินอยู่แล้วละครับ รัฐบาลก็ปล่อยปละละเลย จนกระทั่งว่าวันนี้ปัญหาทุกวันในทีวี (TV) ฆ่าพ่อฆ่าแม่ ฆ่าตาฆ่ายาย ฆ่าลูกฆ่าหลาน ก็ฝาก ท่านประธาน ด้วยความเคารพ ๕ นาทีแล้ว กราบขอบคุณที่ท่านประธานให้เวลาด้วยความ เมตตา เหลื่อมมานิดหน่อย กำลังติดพันครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไป ท่านอภิชาติ ศิริสุนทร ครับ🔗
ถ้าอย่างนั้นท่านเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม เอกชัย ทรงอำนาจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ผมขอใช้สิทธิอภิปรายในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานีเป็นพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังอยู่นาน น้ำท่วมครั้งนี้มีปัญหาในเรื่องการแจ้งเตือน แต่ผมก็เข้าใจว่าภัยพิบัติครั้งนี้เกิดจากพายุถึง ๒ ลูกด้วยกัน แต่ภัยพิบัติครั้งนี้ท่วมกระจาย แทบจะทุกพื้นที่ น้ำท่วมแทบจะทั้งลำน้ำ พื้นที่ต้นน้ำอาจจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่พื้นที่กลางน้ำและปลายน้ำได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก อย่างจังหวัดอุบลราชธานี อำเภอเมือง อำเภอวารินชำราบท่วมหนักเลย อำเภอพิบูลมังสาหารก็ท่วมหนัก ของผมอยู่ที่ อำเภอเดชอุดม อำเภอเดชอุดมเป็นพื้นที่กลางน้ำ พวกเราเสียสละรับน้ำ ชะลอน้ำ รับน้ำ ไว้นานจนพื้นที่นาท่วมเสียหายหลายไร่เลยครับ ถ้าเราจะผลักดันน้ำไปให้เร็วก็จะไปท่วม พี่น้องอำเภอพิบูลมังสาหาร พวกเราร่วมจังหวัดเดียวกันเราเห็นใจกันครับ ถ้าจะผลักดันน้ำ จากอำเภอเดชอุดมไปอำเภอพิบูลมังสาหาร พี่น้องอำเภอพิบูลมังสาหารก็จะท่วมอยู่นาน แต่อำเภอเดชอุดมนี่พี่น้องเกษตรกรหลายรายเสียสละรับน้ำไว้นาน ท่วมอยู่หลายสัปดาห์ ข้าวเสียหาย พื้นที่เกษตรเสียหาย พวกเราผู้แทนราษฎรทราบว่าถ้าพี่น้องชาวนาน้ำไม่ท่วม ก็จะได้รับเงินเพิ่มผลผลิต ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท หรือพี่น้องชาวนาเรียกว่าข้าวเกี่ยวข้าว ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท จะได้รับ เงินส่วนต่างชดเชยรายได้ในการปลูกข้าวก็จะได้รับ แถมถ้าเกิด พี่น้องน้ำไม่ท่วมก็ยังจะได้ขายข้าวได้อีกต่างหาก แต่พอน้ำท่วมข้าวก็ตาย เงินส่วนต่างรายได้ ก็จะไม่ได้รับ ค่าเพิ่มผลผลิต ๑,๐๐๐ บาท ไม่แน่ใจว่าจะได้รับหรือเปล่า มีหลายกระแส บางท่านก็บอกว่าไม่ได้รับ บางท่านก็บอกว่าได้รับ วันนี้ในฐานะผู้แทนราษฎรผมจึงอยาก หารือทางสภา แล้วก็อยากจะเสนอไปทางท่านประธานผ่านไปทางคณะรัฐมนตรีว่า ท่านอย่าไปตัดสิทธิในการได้รับเงินประกันรายได้ของพี่น้องประชาชนผู้ถูกน้ำท่วมเลยครับ เขาเสียสละรับน้ำไว้ไม่ให้ไปท่วมที่อื่น มันเป็นความเสียสละของเขา อย่าให้เขาขาดทุน เลยครับ พื้นที่เกษตรที่ถูกน้ำท่วม สิทธิใดที่เขาจะได้รับในยามปกติให้เขาได้รับครบถ้วนครับ สิ่งนี้ท่าน ทำได้โดย ครม. เป็นผู้อนุมัติ เกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอสำรวจตัวเลขไว้หมดแล้วว่าน้ำท่วม เท่าไร และในกรณีทั่ว ๆ ไปถ้าน้ำไม่ท่วมเขาจะได้รับเงินชดเชย จะได้รับเงินเยียวยา จะได้รับ เงินช่วยเหลือเท่าไร พื้นที่หลายพื้นที่เป็นพื้นที่กลางน้ำ ถ้าจะขับดันน้ำให้เร็วไปท่วมพื้นที่ ปลายน้ำ มันก็น่าเห็นใจพี่น้องในพื้นที่ปลายน้ำ พวกเราอะไรช่วยกันได้ช่วยกัน แต่ในเมื่อ เขาช่วยรับน้ำไว้ เขาก็ได้รับผลกระทบของปัญหา พื้นที่เขาอยู่ในน้ำนาน พื้นที่เกษตรได้รับ ความเสียหาย ในเมื่อท่านจะให้เงินชดเชย เยียวยาพื้นที่น้ำท่วม ท่านก็ไม่ได้ให้เยอะอะไร ท่านให้แค่ ๑,๓๐๐ กว่าบาทเท่านั้นเอง ในเมื่อท่านให้เงินน้อยแล้วท่านอย่าไปตัดสิทธิอื่น ของเขา ฝากทางท่านประธานไปทางคณะรัฐมนตรีว่าอย่าไปตัดสิทธิเงินส่วนต่างรายได้ของ พี่น้องชาวนาเลยครับ อย่าไปตัดสิทธิในการได้รับเงินเพิ่มผลผลิต ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ของพี่น้องชาวนาเลยครับ ผม ส.ส. เอกชัย ทรงอำนาจเจริญ พรรคเพื่อไทย ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป ท่านคมเดช ไชยศิวามงคล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล พรรคเพื่อไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ มีญัตติอยู่ ๒ ญัตติ ญัตติน้ำท่วม กับจังหวัดหนองบัวลำภูที่มีตำรวจอ้างว่าเครียดแล้วก็ไปฆ่าเด็กกับครูบาอาจารย์ ๓๘ ศพ ด้วยกัน ปัญหาเกิดจากยาเสพติด จากข้อมูลที่ได้รับมา คืออย่างนี้ครับท่านประธาน ผมจะพูด เรื่องยาเสพติด เพราะว่าพรรคเพื่อไทยเคยแก้ไขปัญหายาเสพติด อยู่จังหวัดกาฬสินธุ์นี่ เคยดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นพื้นที่สีเขียว เป็นหนึ่งในประเทศไทยที่ประกาศเป็น พื้นที่สีเขียว แก้ไขปัญหายาเสพติดได้ถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ และตัวผมเองได้เสนอญัตติ เกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นรองประธาน คนที่หนึ่ง แต่ไม่ได้รับการเข้าสู่สภา ยังตกค้างอยู่ ผมเรียนอย่างนี้ครับ แนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดถ้าเอาตามประสบการณ์ เอาตามกฎหมาย เอาตามสังคม ประเด็นแรก เอาสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ที่ทางพรรคเพื่อไทยเคยแก้ไขปัญหาก่อน อดีตท่าน นายกรัฐมนตรีคนหนึ่งเคยแก้ไขปัญหาตรงนี้ ตัววิธีการไม่ได้ยาก ไม่ได้สลับซับซ้อนอะไรเลย แต่ตรงนี้ต้องเป็นหน้าที่ของคนที่นั่งหัวโต๊ะคือนายกรัฐมนตรี ท่านประธานลองคิดตามผมนะ ครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการว่าผู้ว่าราชการจังหวัดไหนก็ตาม กับผู้การจังหวัดไหนก็ตาม จังหวัดไหนมียาเสพติดย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด ย้ายผู้การ ผมว่าไม่ถึงเดือนจบ มีตำรวจ หลายคน ชั้นสัญญาบัตรหลายคน พูดกระซิบเสียงเบา ๆ ว่ามันเกิดจากการซื้อขายตำแหน่ง ในเมื่อมีการลงทุนที่จะต้องซื้อขายตำแหน่ง ผู้การแค่นี้ รองผู้การแค่นี้ ๑ ๒ ๓ ๔ ก็ต้องไป ถอนทุนคืน คำว่าต้องถอนทุนคืนก็เลยเกิดการจับยาเสพติดและเอาไปขายเลยกลายเป็นว่า ตำรวจบางคน ตำรวจบางท่านขายยาเสพติดเองเพื่อเรียกทุนคืนและ/หรือเพื่อเอาไปซื้อ ตำแหน่งในอนาคตข้างหน้า ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศ ๒ อย่างนี้ครับท่านประธาน ผมไม่เห็นความยากเลย🔗
และอีกประเด็นหนึ่งที่เรามีประสบการณ์ของพรรคเพื่อไทย คือประกาศ ไปเลยว่าใครที่ติดยาเสพติดให้มารายงานตัวจะยกโทษให้ ตัวนี้เป็นยุทธวิธี เป็นกุศโลบาย ทำไมรู้ไหมครับท่านประธาน พอประกาศไปแนวนี้ปั๊บคนที่ค้ายาเสพติดหรือติดยาเสพติด จะเข้ามามอบตัว พอเข้ามามอบตัวเรียบร้อยเสร็จกระแสมันจะออกไปว่า นาย ก นาย ข นาย ค นาย ง เอาชื่อคนที่ค้ายาเสพติดรายใหญ่ไปบอกหรือเปล่า พอเกิดปัญหาความไม่ไว้ใจ ในขบวนการของยาเสพติดปรากฏว่าเกิดการฆ่ากันเองครับ ที่ฆ่ากันเองนี่เกิดจากกุศโลบาย ตรงนี้ เรียกมามอบตัว รู้แล้วว่านาย ก นาย ข นาย ค ก็เลยไปเป่ากันดับไปเอง ตรงนี้ก็เป็น จุดหนึ่งที่เกิด ก็ไม่ได้สลับซับซ้อนอะไร ท่านปล่อยไว้อย่างนี้เรียนตามตรงเลยว่าในช่วงที่มี การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลของเทศบาลและตำบลมีข้อมูลถึงขนาดว่า บ้านหนึ่งในช่วงยก ๕ ท่านคงทราบนะ ยก ๕ ยก ๕ หมายถึงว่าอาจจะมีการใช้ทรัพยากร อะไรต่าง ๆ มีข้อมูลถึงขนาดว่าบ้านหนึ่งมีคนติดยาเสพติดถึง ๕๐ ครัวเรือน และพร้อมที่ จะเอายาเสพติดรับไปเพื่อไปลงคะแนน มันถึงขนาดนั้น ถ้าเป็นอย่างนี้คนติดยาเสพติด ทั่วประเทศประมาณ ๓-๔ ล้านคน ตรงนี้เป็นประเด็นปัญหา และองค์กรยาเสพติดตัวนี้ ลามไปถึงขนาดว่าถูกจับ เจ้าพ่อรายใหญ่ตั้งเงินเดือนให้คนติดคุก ๑๕,๐๐๐ บาท ติดไปเลย รับเหมาหมดทั้งครอบครัว ยกครัว อะไรต่าง ๆ เกิดขึ้น นี่คือความเสียหายที่เกิดขึ้น ในประเทศไทย ผมไม่เข้าใจว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรีทำไมท่านถึงไม่แก้ไขปัญหาตรงนี้ กราบเรียนข้อมูลไว้ในโอกาสนี้ครับ🔗
ท่านอภิชาติยังติดใจจะอภิปรายไหมครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอโทษ ท่านประธานด้วยครับ เมื่อสักครู่ติดภารกิจทางกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ผมอยากจะ แชร์ประสบการณ์ที่ผมลงพื้นที่ไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนในหลายจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งผมเข้าใจว่ารายละเอียดทั้งหลายเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้นำเสนอข้อมูลซึ่งเป็นเชิง รายละเอียดไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ผมคงไม่ต้องเสียเวลาที่จะพูดขึ้นมาอีก แต่ก็อยากจะ ฉายให้เห็นว่าปัญหาที่พบเบื้องต้นที่ไปลงพื้นที่เห็นอะไรบ้าง ผมคิดว่าการแก้ไขปัญหาเรื่อง อุทกภัยจะกลายเป็นปัญหาที่มันซ้ำซาก ถ้าตราบใดที่รัฐบาลหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่มอง ไม่เล็ง ไม่เอาจริงเอาจังในการที่จะทบทวนประสบการณ์ทั้งหลายเพื่อนำมาสู่แนวทาง ในการแก้ไขปัญหา พี่น้องก็จะถูกน้ำท่วมอย่างนี้ทุกปีละครับ ดังนั้นผมคิดว่ารัฐบาลเอง ผู้รับผิดชอบเอง ต้องมีมาตรการอยู่ ๓ ระยะ ก็คือระยะเตรียมการ ผมคิดว่าเราเห็นว่าน้ำท่วม ซ้ำซากทุกปี เราก็ควรที่จะหาข้อสรุปและเตรียมการก่อนที่พี่น้องจะได้รับผลกระทบ ต้องมี ข้อมูลที่ดีนะครับ อย่างเช่นเขื่อนอุบลรัตน์นี่ครับ ผมก็ต้องขอตำหนิผู้ดูแลเขื่อนว่าพอน้ำถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์คุณถึงระบายน้ำออกมา พอเร่ง ระบายน้ำออกมามันก็กระทบพี่น้องไปหมด ดังนั้นคุณต้องมีมาตรการ คุณต้องมีข้อมูลชี้ชัดว่า ถ้าเขื่อนจุได้ถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์คุณถึงปล่อย ไม่ถูกต้อง ได้สัก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ก็ควรที่จะทยอยปล่อยได้แล้ว ปล่อยแบบนี้มันไม่ถูก เพราะจะทำให้เกิด ความเสียหายต่อพี่น้องประชาชนในวงกว้างเลยนะครับ ระหว่างท่วมอันนี้ก็ต้องดูแลพี่น้อง ประชาชนให้ดี ไม่ใช่ปล่อยให้พี่น้องประชาชนต้องลำบากตรากตรำ ซึ่งผมไปเห็นมาแล้ว ที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยเฉพาะหลังท่วมผมอยากจะพูดให้ชัด ๆ ในเรื่องของการเยียวยา ผมไปถามพี่น้องที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อปี ๒๕๖๒ บางรายได้เงินเยียวยา ๗๐๐ บาท แต่น้ำท่วมทั้งหลัง อุปกรณ์การไฟฟ้าเสียหายหมด ตู้เย็นเสียหาย มอเตอร์ไซค์เสียหาย รถยนต์เสียหาย แต่พอทางราชการไปตรวจสอบก็บอกว่าไม่เสียหาย พอไม่เสียหายก็ได้แค่ ๗๐๐ บาท ได้ ๑,๔๐๐ บาท ได้ ๒,๐๐๐ บาท มีการให้ ๒ รอบด้วยนะครับ อันนี้ผมคิดว่า รัฐบาลต้องมาทบทวนเรื่องเยียวยา ต้องดูความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ต้องดูว่าความเสียหายนั้น มีมูลค่าเท่าไรในความเป็นจริง นั่นก็หมายความว่ารัฐบาลต้องไปดูระเบียบกระทรวงการคลัง ต้องไปแก้ระเบียบกระทรวงการคลัง เพื่อเพิ่มเรื่องของการเยียวยาพี่น้องเกษตรกร พี่น้อง ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจริง ๆ ท่านทราบไหมครับว่าให้ ๗๐๐ บาท แต่อุปกรณ์ เครื่องใช้ ต่าง ๆ ในบ้านเสียหายหมด ต้องซื้อใหม่หมด บางรายผมถามว่าต้องลงทุนหมอน มุ้ง โทรทัศน์ ตู้เย็น ไม่น้อยกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ให้เขาแค่ ๗๐๐ บาท ให้แค่ ๑,๐๐๐ บาท ผมเสนอแนะนะครับ ประเด็นนี้ทางรัฐบาลต้องเร่ง เพราะมีประสบการณ์มาทุกปี ดังนั้น เงินเยียวยาต้องตรงตามความเสียหายจริงของพี่น้องเกษตรกร ถ้าระเบียบกระทรวงการคลัง มันมีปัญหาเรื่องข้อจำกัดในเรื่องค่าชดเชยเหล่านี้ท่านต้องไปแก้ไข ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากแน่ ๆ ละ อำนาจทางการบริหารแก้ไขได้ ท่านอย่าเมินเฉย เพราะการที่น้ำท่วมไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะปีนี้ มันเกิดขึ้นแทบทุกปี ดังนั้นก็ไปแก้ระเบียบ กฎหมายเรื่องเยียวยาที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับ ความเป็นจริง อันนี้พี่น้องทางจังหวัดอุบลราชธานี ทางจังหวัดขอนแก่น ทางจังหวัดศรีสะเกษ เขาฝากผมมานะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านสมาชิก เรามีประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาจอร์เจีย-ไทย กับคณะ มาเยี่ยมชมอยู่ ผมขออนุญาตกล่าวต้อนรับท่านนิดหนึ่ง ออนเนอเรเบิล มิสเตอร์ดิมิทรี คุนเดดเซ แอนด์ ดิลิเกชัน ออน บีฮาล์ฟ ออฟ เดอะ เฮาส์ ออฟ เรพรีเซนเททีฟ ออฟ คิงดอม ออฟ ไทยแลนด์ ไอ วู้ด ไลค์ ทู เอ็กซ์เทนด์ อาวร์ วอร์ม เวลคัม ทู ออนเนอเรเบิล แอนด์ ดิลิเกต ทู เพย์ วิสิต ทู อาวร์ เฮาส์ ทูเดย์ วายล์ ยู อาร์ สเตอิง อิน ไทยแลนด์ พลีส เอ็นจอย แอนด์ ยู วิล ฟายด์ แอนด์ เวรี ดีไลต์ฟูล ทู สเตย์ อิน ไทยแลนด์ แอนด์ พลีส คัมแบ็ก อะเกน เวน ยู แฮฟ อะ ชานส์ แทงก์กิ้ว ฟอร์ วิสิติง อัส แทงก์กิ้ว (Honorable Mr. Dimitri Khundadze and delegations, on behalf of the House of Representatives of Kingdom of Thailand, I would like to extend our warm welcome to honorable and delegates to pay visit to our House today, while you are staying in Thailand please enjoy and you will find a very delightful to stay in Thailand and please come back again when you have a chance. Thank you for visiting us. Thank you.) เหลือท่านอุบล ศักดิ์ท่านสุดท้ายแล้วครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาอุทกภัย น้ำท่วม ท่านประธานครับ ไม่น้ำท่วมก็ฝนแล้ง ก็เป็นอย่างนี้วนอยู่ทุกปี ท่านประธานครับ ท่านทราบ หรือไม่ว่าน้ำบนฟ้ามีอยู่ น้ำบนดินมีอยู่ ประมาณ ๗๗,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนน้ำใต้ดินนั้นมีอยู่ประมาณ ๑.๑๓ ล้านลูกบาศก์เมตร ต่างกันมาก ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำทั้งระบบ ในฐานะที่ผม เป็นคนยื่นญัตติในการผันน้ำโขง เลย ชี มูล ป่าสัก โครงการผันน้ำโขง กก อิง น่าน เจ้าพระยา ป่าสัก เราได้พิจารณาลุ่มน้ำทั้ง ๒๒ ลุ่มน้ำ สภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบแล้ว🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ น้ำบนฟ้า น้ำบนดิน น้ำบาดาล น้ำใต้ดินนั้น ท่านต้องยอมรับความจริงว่าถ้าไปศึกษาในเล่มที่สภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบไปแล้วนั้น ท่านสามารถจะแก้ไขปัญหาได้ทั้งระบบ จึงกราบเรียนท่านประธานว่าอยู่ที่ความจริงใจของ รัฐบาล เมื่อศึกษาเสร็จแล้ว สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบแล้ว รัฐบาลก็ควรเอาบางสิ่งบางอย่าง ไปปฏิบัติ เพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศ ท่านจะเห็นว่าแต่ละปีเหมือนจังหวัด ลพบุรี อำเภอโคกสำโรง อำเภอบ้านหมี่ อำเภอท่าวุ้ง อำเภอเมือง จะมีน้ำท่วมอยู่เสมอ ในขณะที่หน้าเขื่อนป่าสักน้ำยังท่วมบ้านพักส่วนราชการ ถามว่าในการแก้ปัญหาจะแก้ อย่างไร ท่านจะเห็นในภาพว่าวันนี้ทั้งระบบ เราต้องจัดทั้งระบบ อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ต้อง วางแผน ทำแผนแม่บท เขาเรียกว่าพิมพ์เขียว ท่านประธานที่เคารพครับ จึงอยากจะ กราบเรียนว่าไม่ว่าจังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็เปรียบเสมือนว่าเป็นที่ทิ้งน้ำ ปีไหนน้ำมากก็เอามาทิ้ง ๔-๕ จังหวัด ปีไหนน้ำน้อยก็เอาน้ำ เก็บเอาไว้เพื่อสำรอง ไม่ผลักดันให้น้ำทะเลหนุนขึ้นมา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นั้นแก้ไขโดย สติปัญญาของผู้บริหารประเทศ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง อยากเห็นบุคลากร ของรัฐบาลมีสติ มีปัญญา มีสมองคิดสิ่งที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ไม่ใช่ไปคิดนโยบาย เพ้อฝันสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เช่นมีนโยบายอย่างเดียว กู้เงินแจก กู้เงินแถม มันไม่ใช่ ขณะนี้ ประเทศชาติเป็นหนี้สาธารณะ ๑๐.๑ ล้านล้านบาท ในขณะที่งบประมาณแผ่นดินมี ๓.๑ ล้านล้านบาท เห็นไหมครับว่ารัฐบาลสร้างหนี้ให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ถ้าหากว่าปีใดน้ำท่วมพี่น้องเกษตรกรก็จะได้รับผลกระทบเดือดร้อน ปีไหนน้ำแล้ง ก็เช่นเดียวกัน ก็เดือดร้อนเช่นเดียวกัน แต่รัฐบาลนั่งบริหารประเทศอยู่ สิ่งที่ผมอยากจะกราบ เรียนท่านประธานฝากเตือนไปยังรัฐบาล ช่วยกรุณาหันมามองสิ่งที่เกิดปัญหา เฉพาะหน้า ฝนแล้ง น้ำท่วม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมได้อภิปรายไปหลายครั้งแล้วว่าน้ำคือชีวิต เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะเห็นภาพรวม ๆ ว่ารัฐบาลต้องแก้ปัญหาอย่างถูกต้องและเป็น ระบบ สิ่งต่าง ๆ ที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วนั้นพี่น้องประชาชนคอยความหวังมา ๘ ปี ปรากฏว่ารัฐบาลคำนวณผิด เดี๋ยวนี้นักเรียนก็บอกว่า ๔ บวก ๔ เป็น ๖ ครับ ผมก็กราบเรียน ท่านประธานว่าหมดเวลายุคที่สติปัญญาผู้บริหารประเทศจะมาดำเนินการต่อ อย่างไรก็ตาม ปัญหาเกิดขึ้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าเสพยาเสพติดหรือไม่ ไม่ว่ากัญชา ยาบ้า ตามที่พูดกันอยู่เสมอว่าทำให้บุคลากรของรัฐต้องไปเกิดการกระทำที่ไม่ชอบด้วย กฎหมาย ทำให้พี่น้องประชาชนได้ล้มเจ็บไปจำนวนมาก ตายไปจำนวนมาก สิ่งที่ประชาชนพิสูจน์ได้ว่าวันนี้อันตรายกับพี่น้องประชาชน ต่อไปลูกหลานเราก็จะทั้งสูบ ทั้งเสพ แก้ปัญหาไม่ได้ ดั่งที่เพื่อนสมาชิกได้นำอธิบายไปแล้วนั้น ผมจึงกราบเรียนฝากไปถึง รัฐบาลว่าถึงเวลาแล้วครับ ตั้งสติ ถ้าบริหารไม่เป็น หรือไม่รู้ หรือไม่เข้าใจ ลงจากเวทีให้คนที่ เขาฉลาดกว่ามาทำงานบริหารประเทศต่อไป เพราะประชาชนรอคอยความหวัง จากพี่น้อง ประชาชนที่เขาเลือกมา กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
เป็นการ ปิดอภิปราย ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๔ ต่อไปผู้เสนอญัตติจะใช้สิทธิในการอภิปราย มีแจ้งมา ๖ ท่าน ผมขออนุญาตให้ท่านละ ๕ นาทีคงจะพอแล้วกระมังครับ จะได้เผื่อเวลาไว้สำหรับ กะเวลาถูก เพราะว่าจะต้องมี ก.ก.ต. มารายงานผลการปฏิบัติงาน จะได้กะเวลาให้เขาเข้ามา ถูกนะครับ ท่านแรก เอาญัตติของท่านสมคิด เชื้อคง ก่อนครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี ผมมาสรุปญัตติ ได้รับมอบหมาย จากท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้าน ความจริง เรื่องปัญหาน้ำท่วมซึ่งได้เสนอญัตติด้วยวาจานี้เป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่พวกเราในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมก็เชื่อว่าทุกพรรคจะต้องรับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วเราทุกพรรค ก็ได้มาพูดคุยแต่ละกลุ่ม แต่ละจังหวัด ซึ่งทุกพรรคการเมืองก็ได้นำเสนอสิ่งที่เราได้เปิด ญัตติไว้ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าเท่าที่ได้ฟังมาทั้งหมดล้วนแต่เป็นความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ฟังมาทุกเรื่องเป็นการแก้ปัญหาที่บางครั้งเขาก็นำเสนอวิธีการ แก้ปัญหา ผมว่าเรื่องเหล่านี้สภาผู้แทนราษฎรเราเองได้เสนอในสิ่งที่คนที่เป็นรัฐบาล คนที่เป็นผู้บริหารก็จะต้องรับไปดำเนินการ น้ำท่วมไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่เราก็เจอ พบเห็นประจำ ผมจำได้เมื่อปี ๒๕๕๔ ก็เป็นน้ำท่วมใหญ่ หลายครั้งเราก็ต้องแก้ปัญหา ด้วยมาตรการต่าง ๆ ในสมัยเราเป็นรัฐบาล ยุครัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ก็แก้ปัญหาน้ำท่วม ในขณะที่ท่วมก็ว่ากันไป ก็ช่วยเหลือกันไปอย่างที่เห็น แต่ว่าหลังน้ำท่วม เราก็มีนโยบายอีกหลายนโยบายที่จะเข้ามารองรับ มาเสริม เพื่อให้พี่น้องประชาชน คลายความเดือดร้อน เช่นภาคอุตสาหกรรมเราก็เสนอเรื่องรถคันแรก หลายเรื่องที่เราเสนอ เช่นการแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ ที่จะต้องใช้เงินลงทุน ๓๕๐,๐๐๐ บาท แต่ก็มี ปัญหาเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ที่พี่น้อง เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ได้นำเสนอนั้น หลายท่านบอกว่า เป็นแผนงาน เป็นแบบงาน แต่ฝ่ายที่บริหารยังไม่ดำเนินการ ถ้าจะเล่าใกล้ตัวก็คือที่บ้านผม ที่จังหวัดอุบลราชธานี มีทั้งแผนงาน มีทั้งโครงการ มีทั้งหน่วยนำเสนอ คุยกันไม่รู้กี่รอบ เมื่อปี ๒๕๖๒ แต่พอมาปี ๒๕๖๕ ผ่านไม่เท่าไร สุดท้ายก็เหมือนเดิม แสดงว่าผู้บริหารที่เป็น รัฐบาลนั้นยังไม่ได้ใส่ใจอย่างเต็มที่ จึงเป็นที่มาของญัตติที่เรามาพูดคุยกัน🔗
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องจากจังหวัดหนองบัวลำภูนั้น ความจริงเป็นการถอด บทเรียนว่าเราไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ชีวิตแต่ละชีวิตมีความหมาย กรณี เกิดเหตุที่โคราช พวกเราก็มาคุยกันในสภาแห่งนี้ นี่อย่างไรครับท่านประธาน สภาแห่งนี้ เป็นสิ่งที่ถ้ามีปัญหาแล้วเราก็เอามาถกปัญหากัน ก็ไม่เป็นไรครับ แม้คนรัฐบาลจะไม่เข้ามา นั่งฟัง แต่ผมก็เชื่อว่ารายงานจากสภาเหล่านี้ส่งให้รัฐบาล เพื่อเอาไปปรับปรุงแก้ไข หรือ เอาไปพัฒนา หรือเอาไปทำในสิ่งที่ดี ๆ ผมเชื่อว่าพี่น้อง เพื่อนสมาชิกแต่ละพรรคการเมือง ทุกพรรคการเมืองเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชน นี่คือสาเหตุที่ทางพรรคเพื่อไทย โดยพวกเราได้นำเสนอเรื่องนี้เป็นญัตติด่วน ความจริงเราอยากจะเปิดสภาตอนที่เกิดเหตุ ด้วยซ้ำไป แต่ว่าระยะเวลามันสั้นนิดหน่อยก็เอามาพูดตอนนี้ หลายเรื่องที่เราอยากจะบอกว่าปัญหาที่เกิดนั้นส่วนหนึ่งมาจากการบริหารจัดการของรัฐบาล ซึ่งเราต้องยอมรับ หลายฝ่ายต้องยอมรับว่าล่าช้าและไม่ชัดเจน เรื่องนี้เป็นบทเรียน แล้วเรา จะมีบทเรียนอีกกี่ครั้งล่ะครับ ทุกครั้งก็อ้างว่าเป็นบทเรียน อ้างว่าถอดบทเรียน ผมก็ฟังมา หลายปีแล้ว แต่วันนี้ก็อยากฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลรับไปดำเนินการและคัดกรอง ในสิ่งที่เพื่อนสมาชิกทั้งหลายได้ดำเนินการ ได้พูดคุย เพื่อไม่ให้เวลาล่วงเลย ผมเอง อยากจะบอกว่าขอบคุณท่านประธานตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งเราได้เสนอญัตติต่าง ๆ ที่พวกเรา ได้พูดคุยกัน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป ของท่านสุทัศน์ เงินหมื่น มี ๒ ฉบับ ฉบับหนึ่งน้ำท่วม อีกฉบับหนึ่งกราดยิง สรุปรวมไปเลย นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ขออนุญาตในเรื่องกราดยิงที่จังหวัดหนองบัวลำภู ได้มอบหมายให้กับท่านนายแพทย์บัญญัติ เป็นผู้สรุปแทนครับ🔗
ได้ครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นขออนุญาตขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้ดูแล พี่น้องประชาชนช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำท่วมอย่างใกล้ชิดและรีบด่วน ทั้งได้มีการเยียวยา เรื่องพืช พันธุ์สัตว์ พืชพันธุ์ที่จะไปปลูกหลังน้ำท่วม อาหารสัตว์ ประมง และรวมทั้ง กรมชลประทานที่จะดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ผมได้ฟังการรายงาน และการอภิปรายของพี่น้อง ส.ส. ทุก ๆ ท่าน มีความเห็นค่อนข้างสอดคล้องกันก็คือ ภัยธรรมชาติเป็นเรื่องปกติ แต่การบริหารจัดการเป็นเรื่องที่หน่วยราชการหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องยังล้มเหลว เขื่อนปากมูลยังบกพร่องในเรื่องการปล่อยน้ำ เขื่อนลำปาว เขื่อนอุบลรัตน์บกพร่องในเรื่องการปล่อยน้ำ เรามีเครื่องมือมากมายที่จะพอวิเคราะห์ออกว่า อีกกี่วันน้ำจะมา อีกกี่วันอุทกภัยจะเกิดขึ้น ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๑๕ วันสามารถวิเคราะห์ได้ แต่ก็ไม่ปล่อยน้ำออกมา ปล่อยให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ต่อไปแล้วจึงปล่อยออกมาให้ท่วม พี่น้องประชาชน เป็นการซ้ำเติมเพิ่มความเดือดร้อน รัฐบาลจะต้องดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และต้องสอบถาม รวมทั้งหาสาเหตุอันแท้จริง และลงโทษบุคคลที่บริหารจัดการบกพร่องครับ🔗
ท่านประธานครับ เท่าที่กระผมได้ประมวลความคิดเห็นของท่าน ส.ส. ทั้งหลายแล้ว กระผมขอเรียนว่าแนวทางการแก้ปัญหานั้นจะต้องใช้ระบบต้นเก็บ กลางหน่วง และปลายระบาย ต้นเก็บ หมายความว่า ต้นน้ำ โดยเฉพาะ ขออนุญาตเฉพาะจังหวัด อุบลราชธานี จังหวัดยโสธร จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งมี แม่น้ำชี ลำเซบก ลำเซบาย ห้วยขยุง ลำโดมใหญ่ ต้นเก็บก็คือจะต้องทำฝาย ทำเขื่อน กักเก็บน้ำ เมื่อเวลาน้ำหลาก เมื่อเวลาฤดูฝน แล้วก็ยังจะใช้น้ำเหล่านั้นเอาไว้ใช้ในฤดูแล้ง ช่วง กลางหน่วงก็คือจะต้องมีการสร้างแก้มลิง เพื่อที่จะให้น้ำเข้าไปเก็บกักไว้ ไม่ให้น้ำระบายมายัง แม่น้ำมูลเป็นจำนวนมาก เช่นแก้มลิงลำเซบาย ซึ่งผมได้เสนอวันที่มีการเสนอญัตติ ไปแล้ว ปลายระบายก็คือจะต้องรีบระบายลงแม่น้ำโขงให้ได้ เขื่อนปากมูลเป็นปัญหาใหญ่ ไม่สามารถที่จะบริหารจัดการเรื่องนี้ได้ ไม่ปล่อยน้ำออกไป จนได้มีการเรียกร้อง การสร้าง เขื่อนปากมูลนั้นก่อให้เกิดปัญหาอย่างยิ่งใหญ่ต่อพี่น้องประชาชนลำแม่น้ำมูล ซึ่งมีความเห็น บางความเห็นก็น่าจะมีการทุบเขื่อนปากมูลด้วยซ้ำไป และขณะเดียวกันครับท่านประธาน ในแนวทางการผันน้ำเลี่ยงเมืองอุบลราชธานีนั้นจะต้องรีบดำเนินการโดยรีบด่วน คลองผันน้ำ ต่าง ๆ นั้นกรมชลประทานเป็นผู้รับผิดชอบ จะมีปัญหาอยู่บ้างคือเรื่องการเวนคืน แต่ผมได้ สอบถามทางท่านอธิบดีกรมชลประทานแล้ว ท่านก็ยืนยันว่าในการเวนคืนก็ดี ในการสร้าง ถนนก็ดี ในการทำคลองผันน้ำก็ดี จะไม่กระทบกระเทือนต่อสิ่งแวดล้อม จะไม่กระทบกระเทือน ต่อพี่น้องประชาชนมากมาย การเวนคืนก็จะต้องเวนคืนให้เป็นที่พึงพอใจของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ท่านประธานครับ ขณะนี้ก็เป็นช่วงที่น้ำกำลังลงแล้ว ซึ่งหลังน้ำท่วมนั้นจะต้องรีบชดเชย ความเสียหายของประชาชนอย่างเต็มที่ กรมโยธาธิการต้องเริ่มสำรวจและก่อสร้างเขื่อน ริมตลิ่ง เพราะหลังน้ำลดตลิ่งจะพังมาก ให้ผ่อนคลายระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบจ. องค์การบริหารส่วนจังหวัด อบต. และเทศบาล ทั้งหลาย ขณะเดียวกันพี่น้องชาวอุบลราชธานีและวารินชำราบจะเจอปัญหาน้ำท่วมถนน เชื่อมระหว่างจังหวัดอุบลราชธานีกับอำเภอวารินชำราบ น่าจะมีการสร้างถนนลอยฟ้า ระหว่างจังหวัดอุบลราชธานีกับอำเภอวารินชำราบ ท่านประธานครับ ที่กระผมเรียนทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องสรุปในระยะเวลาสั้น ๆ ทั้งหมดนี้ถ้ารอใช้งบประมาณปกติก็จะไม่สามารถแก้ปัญหา และเยียวยาให้แก่ประชาชนได้ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลใช้งบกลางมาสร้างคลองผันน้ำ เพื่อเลี่ยงลำแม่น้ำมูล ใช้งบกลางมาแก้ปัญหาอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน อ่างเก็บน้ำห้วยโพธิ์ จังหวัดอำนาจเจริญ และอ่างเก็บน้ำหนองช้างใหญ่ และขอให้ใช้งบกลางในการเยียวยาพี่น้อง ประชาชนอย่างรีบด่วน ท่านประธานครับ งบกลางมีไว้เพื่อเยียวยา มีไว้เพื่อช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนยามมีภัยพิบัติ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเรื่องนี้โดยรีบด่วนครับ ไม่เช่นนั้น ก็ไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหาทั้งระบบ ไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ประชาชนก็จะเดือดร้อน ไม่มีที่สิ้นสุด ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ของท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ญัตติอีกฉบับหนึ่ง เรื่องกราดยิง ท่านมอบให้คุณหมอบัญญัติ ใช่ไหมครับ🔗
ผมขออนุญาตมอบให้ คุณหมอบัญญัติ ซึ่งเป็นผู้ร่วมเสนอเป็นผู้สรุปครับ🔗
คุณหมอบัญญัติอยู่ไหมครับ🔗
ยังไม่เข้ามานะครับ ข้ามไปก่อนครับ เอาญัตติเรื่องน้ำท่วม ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม เชิญท่านณัฐวุฒิสรุป แทนท่านปดิพัทธ์นะครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทอง ผมขออนุญาตท่านประธานฉายสไลด์ (Slide) ประกอบการสรุปญัตติด่วน ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและแก้ไขเยียวยาปัญหาน้ำท่วมทั้งระยะสั้นและระยะยาว ที่ผม ได้รับมอบหมายจากพรรคก้าวไกล และนายแพทย์ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจังหวัด พิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล ผู้เสนอ เป็นผู้อภิปรายปิด🔗
และด้วยความเคารพครับ ต้องขออนุญาตท่านประธานว่าอาจจะมีเวลาเกินเลยไปบ้าง ก็เพราะว่าผมเองนั้นเป็นทั้ง ผู้ประสบภัยน้ำท่วมโดยตรง และเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอ่างทอง และ พี่น้องประชาชนเกือบทั้งประเทศที่พูดแทนใจของพวกเขา ท่านประธานครับ ในสไลด์ (Slide) ที่ ๒ ที่ทางพรรคก้าวไกลพยายามจะนำเสนอนั้น เป็นสไลด์ (Slide) ล่าสุดที่แสดง แผนผังว่า ณ ขณะนี้สิ่งที่เพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกลทั้งหมด รวมคุณหมอปดิพัทธ์ ๗ ท่าน พูดนั้น สถานการณ์น้ำท่วมปัจจุบันเป็นอย่างไร พื้นที่สีเขียวคือพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมอยู่ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดขอนแก่น รวมไปถึงจังหวัดอุบลราชธานีของท่านคำพอง เทพาคำ จังหวัด ขอนแก่นของท่านอภิชาติ ศิริสุนทร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ภาคกลาง ตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ ลงมาถึงจังหวัดนครปฐมของ ส.ส. สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ผ่านบ้านผมที่จังหวัด อ่างทอง แล้วถ้ามองลึกไปกว่านั้นจะเห็นแผนผังสีเหลือง ที่กำลังพูดถึงการประมาณการว่า กำลังจะมีน้ำที่เริ่มตกและท่วมลงในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ แน่นอนญัตติเราไม่ได้พูดถึง แต่ผม คิดว่าหลายปีที่ผ่านมาสภาแห่งนี้ก็พูดเลยไปถึงน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในจังหวัดภาคใต้อยู่เสมอ สไลด์ (Slide) ที่ ๓ ของผมจึงเป็นการสรุปรวมว่า ส.ส. ทั้ง ๗ ท่านพูดอะไร และทีมงาน ของพรรคก้าวไกล ไม่ว่าจะเป็นโดยตัวพรรคและศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต หรือทิงค์ ฟอร์เวิร์ด เซ็นเตอร์ (Think Forward Center) ของพรรคก้าวไกลเสนออะไร เพื่อนสมาชิกของผม ได้เสนอปัญหารวมทั้งหมดอยู่ ๕ ประการด้วยกันครับ🔗
ประการที่ ๑ ก็คือเป็นประเด็นของการเตือนภัยที่ไม่สามารถระบุระดับน้ำ และพื้นที่น้ำท่วมได้ ผมยกตัวอย่างภาคอีสานของท่าน ส.ส. สมคิด เชื้อคง ที่เพิ่งพูดเมื่อสักครู่ ท่านลองดูนะครับ นี่คือแผนผังว่าตกลงวันนี้ประเทศไทยมีระบบเตือนภัยน้ำท่วมอย่างไร จังหวัดนครราชสีมาหนีไม่พ้นน้ำยังท่วมครับ แต่ก็มีระบบเตือนภัยอยู่ ๘๓ ชิ้น แต่ท่านเห็น ไหมครับ จังหวัดอุบลราชธานีที่น้ำท่วมมากมายมีอยู่ ๔ ชิ้น จังหวัดศรีสะเกษมี ๓ ชิ้น จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีงบประมาณมากมายมีจำนวนชิ้นน้อยมากเมื่อเทียบกับ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วยังไม่พูดถึงนะครับว่าการประมาณการของระบบเตือนภัยนั้น ผิดพลาดอย่างไร ผมยกตัวอย่างเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปบางส่วน พบว่าในกรณีของจังหวัดอุบลราชธานีนั้นมีการประมาณการจากระบบเตือนภัยที่ผิดพลาด ไปถึง ๓๖ เซนติเมตร ท่านอาจจะบอกว่า ๓๖ เซนติเมตรฟุตเดียวไม่เยอะ แต่สำหรับผม ที่ต้องถือตลับเมตรไปหย่อนระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาทุกวัน เซนติเมตรเดียวมีผลต่อ การจะขนของ ต่อการวางแผนว่าจะต้องเอารถออกจากบ้านหรือไม่ เวลาเขาพูดถึงระบบ เตือนภัยนั้น ต้องไปดูสไลด์ (Slide) ถัดไปว่าแล้วอย่างนั้นน้ำในภาคอีสานเป็นอย่างไรกันแน่ ข้อมูลที่เราพบก็คือว่าน้ำในภาคอีสานไม่ได้น้อย ๒,๐๐๖ ล้านลูกบาศก์เมตรที่อยู่ในภาคอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดอุบลราชธานีมีน้ำมากกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศถึง ๕ เท่า จังหวัด ถัด ๆ มาก็มีปริมาณที่สูงเช่นเดียวกัน แต่ท่านเห็นไหมครับว่าระดับของการใช้น้ำได้แทบไม่มี ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยหมดเลย จังหวัดสุรินทร์ที่น้ำท่วมเคยมีปรากฏการณ์ที่ห้วยเสนง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ที่แล้ง นั่นสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้น ปัญหาของระบบ เตือนภัยและการไม่สามารถระบุน้ำหรือพื้นที่น้ำท่วมได้ชัดเจน นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ครับ🔗
ผมไปเร็ว ๆ ครับท่านประธาน เป็นประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของการบริหาร จัดการน้ำ ก็ให้ท่านดูคร่าว ๆ ว่านี่คือเดือนสิงหาคม ต้นเดือนที่มีน้ำท่วมที่จังหวัดเชียงใหม่ คนห่วงว่าน้ำปิงจะลงมาเจ้าพระยาหรือไม่ ปรากฏวันนี้เขื่อนภูมิพลน้ำยังไม่เต็มครับ อยู่ที่ ๘๖ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนสิริกิติ์อยู่ที่ ๗๒ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนภูมิพลมากกว่าปีที่แล้ว เขื่อนสิริกิติ์ ใกล้เคียงกับปี ๒๕๖๔ ซึ่งมีปริมาณน้ำที่สูงมากพอสมควร ให้ท่านลองดูสไลด์ (Slide) ถัดไป บ้านผมที่จังหวัดอ่างทอง พื้นที่ที่ผมยืนนั้นคือเขื่อนที่แตกเมื่อปีที่แล้วที่อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง และทำให้น้ำไหลไปถึงถนนสายเอเชียเกือบตัดขาดเส้นทางการเดินทาง ระหว่างภาคกลางกับภาคเหนือ แต่ปีนี้เอาอยู่ สะท้อนให้เห็นว่าจริง ๆ แล้วหากมีการวางแผน ที่ดีถึงแม้สมบูรณ์กว่านั้นควรจะต้องมีการตั้งผนังกั้นน้ำ แต่มันบริหารจัดการได้ แต่สิ่งที่ เกิดขึ้น สไลด์ (Slide) ถัดไปที่สะท้อนให้เห็นภาพของวัดขุนอินทประมูล เป็นวัดที่สวยงาม มีพระนอนที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มองข้างบนอาจสวย คนอาจจะบอกว่าวันเพ็ญ เดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง แต่พี่น้องชาวอ่างทองบอกว่าวันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำตานอง เต็มตลอด ท่านเห็นไหมครับว่าแผนผังของน้ำที่หลากมา และวันนี้ยังเต็มทุ่ง เหมือนกับที่ท่าน ส.ส. ภราดร ท่าน ส.ส. กรวีร์ ปริศนานันทกุล จากจังหวัดอ่างทอง พูดด้วยความเกรี้ยวกราด ว่ามันทนไม่ได้จริง ๆ ว่าน้ำที่หลากทุ่งมานั้นเป็นเพราะอะไร แล้วเพราะเหตุใดประตูน้ำ ร้อยแปดพันเก้า ตั้งแต่ประตูน้ำบรมธาตุ ตั้งแต่ประตูน้ำพลเทพ ตั้งแต่ประตูน้ำยางมณี ประตูน้ำชันสูตร ประตูน้ำผักไห่ ประตูน้ำเริงราง ประตูน้ำมหาราช ประตูน้ำโคกกระเทียม ถึง ไม่ระบายน้ำเสียตั้งแต่ต้น ผมเรียนท่านประธานนะครับ ประตูน้ำบางแก้วที่จังหวัดอ่างทอง ผมขอให้มีการระบายน้ำ เปิดแป๊บเดียวน้ำในเจ้าพระยาลดลง ๕ เซนติเมตร แต่เพราะเหตุใด คุณถึงไม่ระบายน้ำ และทำให้น้ำยังท่วมขัง นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ เป็นเรื่องของการประกาศภัยพิบัติ ท่านเห็นภาพไหมครับ ส.ส. โดนกฎเหล็ก กกต. ไม่สามารถจะมีส่วนในการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ สิ่งที่เขาขอ จากเราคือน้ำใจ พลัง กำลังใจที่เราเดินไปให้เขา นั่นเป็นประเด็นที่ ๓ ที่ต้องทบทวนกันว่า ปัญหาของการประกาศพื้นที่ภัยพิบัตินั้น เป็นเพราะเหตุใดกระทรวงมหาดไทยถึงกุมอำนาจ เหนือผู้ว่าราชการจังหวัดและไม่กระจายอำนาจให้องค์กรที่ย่อยไปกว่านั้นในการจะช่วยเหลือ เยียวยา เราดูไม่ใช่แค่คนอย่างเดียวนะครับ ผมไปกับ ส.ส. นิติพล หมา แมวที่ติดอยู่เราก็มี บริการ ที่มีมูลนิธิเสนอตัวที่จะรับมาดูแล นั่นเป็นประเด็นที่ ๓ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๔ ก็คือมาตรฐานการดูแลศูนย์พักพิง ท่านเห็นไหมครับ นั่นคือ บ้านของคนที่โดนน้ำท่วม ที่ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่วมมา ตั้งแต่วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๓ เมตรกว่า ท่านเห็นไหมครับ นั่นคือห้องน้ำ ซึ่งมีการจัดซื้อจัดจ้าง แต่ไม่สามารถใช้ได้จริง พี่น้องจำนวนหนึ่งไม่ได้อยากไปอยู่ในศูนย์พักพิง เพราะศูนย์พักพิงนั้น เขาห่วงกังวลทรัพย์สินที่อยู่ที่บ้าน แต่มันต้องมีหลากหลายของศูนย์ มีวัด มีระบบรองรับ มีระบบส่งข้าวปลาอาหาร มีระบบการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยติดเตียงซึ่งอยู่เต็มไปหมด พี่น้อง ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเขาก็ฝากมา🔗
และแน่นอนปัญหาประการที่ ๕ เป็นประการสุดท้าย คือเรื่องของผังเมือง ครับ ยกตัวอย่างผังเมืองที่จังหวัดอุบลราชธานี ลำเซบก ลำเซบาย แม่น้ำมูล แม่น้ำชี ที่ท่าน พูดถึงนี่ครับมันติดขัดด้วยเส้นทางการเดินทาง ผมไม่อยากไปกล่าวอ้าง แต่พี่น้องจังหวัด อุบลราชธานี วารินชำราบรู้ดีว่าห้างใดที่เปิดแล้วตัดทางน้ำ ทำให้น้ำไม่สามารถระบายได้ ฉะนั้นผังเมืองแบบนี้จะต้องถูกจัดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นในภาคอีสานอย่างเดียว รวมถึง ในภาคกลางและภาคอื่น ๆ รวมถึงเรื่องของสิ่งก่อสร้าง รวมถึงเรื่องของระบบบริหารจัดการ ซึ่งผมไม่เคยได้ยินจากสำนักงานคณะกรรมการบริหารทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งคุมกรมชลประทานตอบได้ไหม และท่านยังไม่ได้ตอบว่า ทฤษฎีที่ท่านบอกว่าส่งน้ำตรงเข้ากรุงเทพฯ ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างเดียวไม่กระฉอก แล้ววันนี้เป็นอย่างไรครับมันถึงกระฉอกและท่วมขัง แล้วไม่รู้ว่าจะขังไปอีกเมื่อไร🔗
ผมขออนุญาตท่านประธาน ๒ สไลด์ (Slide) สุดท้ายครับ พรรคก้าวไกล เสนออะไร พรรคก้าวไกลเสนอความพร้อมในการเป็นรัฐบาลเฉพาะในระยะสั้นและระยะยาว สิ่งที่เราเสนอคือ ข้อที่ ๑ ระบบเตือนภัยต้องทั่วถึง ไม่ใช่ให้โฆษกรัฐบาลมาบอกว่าระบบ เตือนภัยที่จังหวัดอุบลราชธานีจะเปิดเมื่อเหตุเกิดความจำเป็นเท่านั้น ถามท่านสมคิดว่า น้ำท่วมขนาดนี้ไม่จำเป็นหรือครับ ระบบเตือนภัยจังหวัดอุบลราชธานีถึงไม่เปิด ระบบ เตือนภัยของจังหวัดอ่างทองก็แบบเดียวกัน จังหวัดอื่น ๆ ก็คล้ายคลึงกัน ข้อที่ ๒ เงินชดเชย ต้องเปลี่ยนไปครับ เป็นเงินชดเชยที่จ่ายถึงครอบครัว จ่ายถึงความเป็นจริง ดูสภาพปัญหา และความทุกข์ยากลำบากของพี่น้องประชาชนแต่ละที่ที่ไม่เหมือนกัน ข้อที่ ๓ ศูนย์อพยพ และศูนย์พักพิงจะต้องมีมาตรฐาน ผมเรียนให้เห็นว่าแม้กระทั่งห้องน้ำซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐาน ก็ไม่ตอบสนองต่อการที่จะให้คนไปอยู่ในศูนย์พักพิง ข้อที่ ๔ ประเด็นเรื่องของการจัดการ ทุ่งน้ำ เลิกพูดกันได้แล้ว บางระกำโมเดล จังหวัดพิษณุโลก ของ ส.ส. ปดิพัทธ์ต้องไม่ใช่พื้นที่ รับกรรม ตำบลบางระกำ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ต้องไม่ใช่พื้นที่รับกรรม ชาวบ้าน บางบาล ผักไห่ เสนา เจ้าเจ็ด บางไทร บางซ้าย ต้องไม่ใช่พื้นที่รับกรรมอีกต่อไป ข้อที่ ๕ พื้นที่ประสบภัยต้องได้รับการฟื้นฟู โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นฟูในลักษณะการคืนการทำมา อาชีพของเขาให้ได้ และข้อที่ ๖ ต้องมีการออกแบบแนวทางฟื้นฟูพัฒนาชุมชนที่เกิดอุทกภัย เป็นประจำ ซึ่งมีทั้งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ป่าสัก ท่าจีน ลุ่มน้ำมูล ลุ่มน้ำชี ไปถึงลำน้ำสงคราม ต่าง ๆ และพื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก ผมเสียดายครับที่เวลามีจำกัด อยากจะนำเรียนท่านประธานว่าปัญหาน้ำท่วมทั้งหมดในปีนี้ไม่ได้เกิดมาจากปริมาณน้ำครับ แต่เกิดมาจากน้ำใจคน น้ำใจคนที่คุณไม่เห็นว่าคนที่ต้องทุกข์ทนน้ำท่วมมา ๓ เดือนนั้น เขารู้สึกอย่างไร พี่น้องประชาชนจะสั่งสอนคนเหล่านี้เมื่อถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไป ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ผู้ที่จะสรุป ญัตติฉบับต่อไป ท่าน พันตำรวจตรี ชวลิตครับ🔗
เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมได้รับมอบหมายจากเพื่อน ส.ส. พรรคก้าวไกล ให้เป็นคน อภิปรายสรุป ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาป้องกันเหตุโศกนาฏกรรม ที่จะเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันกับที่จังหวัดหนองบัวลำภู ที่คุณรังสิมันต์ โรม และเพื่อน ส.ส. พรรคก้าวไกล เป็นผู้เสนอ เนื่องจากเป็นการอภิปรายสรุปที่เพื่อน ส.ส. ในพรรคของผม ได้อภิปรายมาในญัตตินี้ก่อนหน้านี้ แต่ละประเด็นผมก็จะใช้เวลาไม่มาก แล้วก็อาจจะมี หลายประเด็นเสียหน่อยที่ผมต้องขอใช้เวลาอภิปรายสรุป ต่อปัญหานี้ที่เป็นประเด็น โศกนาฏกรรมที่กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทุกคน เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุ ในลักษณะเช่นนี้ขึ้นกับตัวเราเองหรือว่าคนที่เรารักอีกเมื่อไร แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ปัญหาของปัจเจกบุคคลที่รัฐบาลจะไปโยนความผิดให้เป็นความชั่วร้าย ของบุคคล ของผู้ก่อเหตุ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยที่รัฐบาลไม่มีส่วนรับผิดชอบอะไรเลยไม่ได้ ต่อให้เหตุการณ์โศกนาฏกรรมแบบนี้เกิดขึ้นไปแล้ว การที่เราจะมาใช้เวลาพูดคุยกันถึงสาเหตุ และวิธีการป้องกันแก้ไข ที่รัฐบาลสามารถทำได้แต่ไม่ทำ แม้บางท่านอาจจะมองว่าเรื่องมัน เกิดไปแล้วจะมาหาทางป้องกันอะไรตอนนี้ มันก็เหมือนวัวหายแล้วก็มาล้อมคอกถูกไหมครับ แต่ผมอยากจะบอกว่าถ้าวัวตัวแรกหายแล้วเราไม่ได้ล้อมคอก วัวตัวที่ ๒ ตัวที่ ๓ ตัวที่ ๔ มันก็จะหายต่อไปเรื่อย ๆ ถูกไหมครับ ถ้าเหตุโศกนาฏกรรมแบบนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกก็เข้าใจ ได้ว่ามันสุดวิสัยที่รัฐบาลหนึ่ง ๆ จะป้องกันได้ แต่ความเป็นจริงคือประเทศไทยของเรา เกิดเหตุโศกนาฏกรรมเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว โดยที่รัฐบาลไม่ได้ดำเนินการอะไรที่เป็น การล้อมคอกป้องกันให้ดีขึ้นได้เลย จะให้ผมและประชาชนไว้วางใจรัฐบาลชุดนี้ไปได้อย่างไร ว่าจะไม่มีเหตุโศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ถ้าผมเป็นรัฐบาล ถ้าเกิดเหตุ โศกนาฏกรรมแบบนี้เป็นครั้งแรกในรัฐบาลของผม ผมก็จะคิดตรงกันข้ามกับรัฐบาลประยุทธ์ ผมจะคิดว่ารัฐบาลผมเองนี่ละที่ผิดพลาด บกพร่อง นี่คือความรับผิดชอบของรัฐบาลของผม ที่จะแก้ไขความบกพร่องที่มี เราก็พยายามอย่างมากที่สุดที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เกิดซ้ำขึ้นอีก ทัศนคติของความรู้สึกผิด การกระตือรือร้นที่จะหาจุดบกพร่องของตัวเอง นี่คือ ประเด็นที่ผมถือว่าสำคัญที่สุด ก่อนที่เราจะเข้าสู่ประเด็นของการถอดบทเรียนของเหตุ โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูนี้🔗
มาถึงประเด็นการถอดบทเรียนนะครับ ที่ผมอยากจะบอกว่าปัญหานี้ซับซ้อน เกินกว่าที่เราจะโยนความผิดไปให้แค่สาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงสาเหตุเดียว แล้วก็ไม่ใช่ เพียงแค่ยาเสพติดเพียงอย่างเดียวที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบนี้ขึ้น อย่างที่ แกนนำรัฐบาล อย่าง พลเอก ประวิตรให้สัมภาษณ์สื่อ แล้วก็อวดอ้างว่าก็พยายามแก้ไข ปัญหายาเสพติดมาตลอด ผมก็ต้องถามว่าแก้ไขอย่างไรครับ คือถ้า พลเอก ประวิตรพยายาม แก้ไขปัญหายาเสพติดมาตลอดจริง ผมก็สงสัยว่าทำไมยามันถึงเกลื่อนขนาดนี้ ถึงแม้รัฐบาล จะบอกว่าก็จับเยอะ อย่างที่ออกข่าวในทุกวันนี้นี่อย่างไร แต่เราก็อย่าลืมฉุกคิดกันนะครับว่า ระหว่างจับเยอะกับจับจนหมดเกลี้ยงมันไม่เหมือนกัน จับเยอะ แต่ว่าที่ไม่ได้จับอาจจะ เยอะกว่าเป็นร้อยเท่า เป็นอย่างนั้นก็ได้ถูกไหมครับ แม้ไม่ได้จับเยอะมันก็อาจจะเกลื่อน หาซื้อง่าย ราคาถูกขนาดนี้มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นถูกไหมครับ คือรัฐบาลก็อาจจะดีแต่พูดไป แต่ว่า ทำอีกเรื่องหนึ่ง พูดแล้วทำตรงกันข้ามนะครับ สโลแกน (Slogan) ของรัฐบาลนี้ ผมไม่ได้พูด เกินเลยนะครับ ถ้าพยายามจะแก้ปัญหายาเสพติดมาตลอดจริง แล้วเอาคนขายแป้งอย่างนี้ มาเป็นรัฐมนตรีได้อย่างไร อันนี้คือความจริงใจของรัฐบาล ปัญหายาเสพติดผมคิดว่ารัฐบาล ที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้คือไม่จำเป็นต้องโม้ว่ามีนโยบายปราบปรามอะไรเลย คือยาเสพติด ผิดกฎหมายอยู่แล้วถูกไหมครับ ก็ขอแค่เป็นรัฐบาลที่ไม่อยู่ใต้อิทธิพลมืด ไม่อยู่ใต้สิ่งที่ เหนือกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกองทัพหรือสถาบันทางจารีตใด ๆ ขอแค่เป็นรัฐบาลที่ ยกประชาชนไว้อยู่สูงสุดเหนือสิ่งอื่นใด พวกปัญหายาเสพติดก็จะสามารถถูกแก้ไขได้ โดยปริยายอยู่แล้วถูกไหมครับ🔗
กลับมาสู่ประเด็นการคลุ้มคลั่ง การก่อเหตุโศกนาฏกรรม และการก่อเหตุ กราดยิงหลายครั้งที่ผ่านมา องค์ประกอบที่ทำให้เกิดความสูญเสียที่ใหญ่มากขึ้น ประกอบ ไปด้วยหลายสาเหตุประกอบกัน โดยที่ยาเสพติดอาจจะมีส่วนเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย เช่น เหตุกราดยิงที่โคราช ก็เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าคนคุ้มคลั่งเขาไม่ได้ใช้ยาเสพติด เขาก็คลุ้มคลั่งได้ ส่วนเหตุการณ์ที่จังหวัดหนองบัวลำภูผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์ และการสืบสวนก็ออกมาแล้ว บ่งบอกให้เรารู้แล้วว่าที่ร่างกายของผู้ก่อเหตุเขาก็ตรวจไม่พบ สารเสพติดตอนก่อเหตุ ดังนั้นสาเหตุที่เป็นประเด็นสุขภาพจิตเรามองข้ามไม่ได้ เอาจริง ๆ ผมก็อยากให้ทุกท่านลองคิดตามดูนะครับว่าคนเราอยู่ดี ๆ ถ้าเรามีสุขภาพจิตดี ๆ จะไปใช้ ยาเสพติดทำไม ถ้าจิตใจเราไม่มีความทุกข์อะไรบางอย่างถูกไหมครับ ผมมองว่ายาเสพติด เป็นเพียงตัวเสริมที่ทำให้คนที่มีปัญหาทางจิตมีโอกาสหาทางออกแบบผิด ๆ แล้วก็ อาจจะคลุ้มคลั่งและก่อเหตุรุนแรงที่มากกว่าเดิม แต่ถึงแม้ไม่มียาเสพติดคนที่มีปัญหาทางจิต เขาก็ก่อเหตุคลุ้มคลั่งรุนแรงได้🔗
ก็จะขอใช้เวลาวิเคราะห์ต่อไปสาเหตุของสาเหตุ พิจารณามหาพิจารณา พิจารณาจนสุดปัญญา สาเหตุของปัญหาสุขภาพจิตที่เป็นปม ทำให้คนที่จากเดิมที่ปกติ มองโลกไปในทางลบ สาเหตุมันก็มีความซับซ้อนแตกต่างกันไปนะครับ เคส (Case) ที่เรา อาจจะระบุได้ง่าย ก็อย่างเช่นเหตุกราดยิงที่โคราชที่มีการทุจริตกันในกองทัพ วัฒนธรรม ที่ใช้อำนาจนิยมเอาเปรียบกันในองค์กรทหาร นี่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปม เกิดบาดแผล ในจิตใจ จนผู้ก่อเหตุมีปัญหาทางจิต แล้วก็คลุ้มคลั่งก่อเหตุขึ้นมา การพิจารณาถึงโครงสร้าง องค์กร โครงสร้างอำนาจของกองทัพ ที่ทำให้เกิดการกดขี่ เอาเปรียบกัน ถ้าเราวิเคราะห์ จนนำไปสู่การปฏิรูปเปลี่ยนแปลงก็จะสามารถดับเหตุปัจจัยที่ทำให้การก่อเหตุกราดยิง ลักษณะเดียวกันกับเหตุการณ์ที่โคราชจะไม่เกิดซ้ำขึ้นอีกในอนาคต แต่เราก็ต้องยอมรับว่า สาเหตุที่ทำให้คนเราเกิดปมแผลในใจ เกิดความผิดปกติในจิตใจ ในกรณีอื่น ๆ มันก็สามารถ เป็นไปได้หลากหลาย เช่น ปัญหาทางเศรษฐกิจ การเลี้ยงดูตอนเด็ก การมีสวัสดิการที่ แสนน้อยนิด การที่ทำให้พ่อแม่ต้องทำงานหนักจนไม่มีเวลาเลี้ยงดูลูก ไม่มีเวลาให้กับลูก มันก็เกิดเป็นปมแผลในใจให้กับเด็กหลาย ๆ คนจนโตขึ้นมามีปัญหาทางจิตใจได้ นี่เป็นหน้าที่ ของรัฐบาลทั้งนั้นเลยนะครับ ที่รัฐบาลต้องหันมามองตัวเองว่านี่คือความบกพร่องที่ไม่สร้าง รัฐสวัสดิการที่ดีให้กับประชาชน ผมคิดว่านี่มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยนะครับ ที่รัฐบาล จะออกนโยบายตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นแล้วมาสร้างสวัสดิการให้กับประชาชน พรรคผมทำนโยบายออกมาจริง ๆ ก็อยากให้ก๊อบปี้ (Copy) ไปใช้ ผมก็ยินดีมากเลยนะครับ อย่างวันเสาร์ที่ผ่านมา คุณพุธิตา ชัยอนันต์ ผู้สมัคร ส.ส. เขตพรรคผม ที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้แถลงเปิดตัวนโยบายเด็กแรกเกิดของพรรค เช่น อุดหนุนนายจ้างเพื่อให้พ่อแม่ลาคลอดได้ ๑๘๐ วัน เงินของขวัญแรกเกิด ๓,๐๐๐ บาท แล้วก็ ๑,๒๐๐ บาททุกเดือนจนถึง ๖ ขวบ รวมไปถึงศูนย์เด็กเล็กใกล้บ้าน ที่ทำงานของพ่อแม่ เป็นต้น ผมก็ยินดีที่จะให้รัฐบาลก๊อบปี้ (Copy) นโยบายพวกนี้เอาไปทำให้เกิดขึ้นจริง ผมคิดว่ามันไม่ยากเลยนะครับ ที่รัฐบาลถ้ามี ความจริงใจจริงที่จะดึงงบกองทัพ ดึงงบส่วนราชการที่ไม่จำเป็น หรือว่าเงินที่มันรั่วไหลไปกับ การทุจริต เอามาเป็นสวัสดิการให้กับประชาชนเหล่านี้ นโยบายเหล่านี้ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้สื่อ ถึงเหตุกราดยิงโดยตรง แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ใช่ไหมครับว่าปัญหาความเครียด ปัญหา ความทุกข์ของคนไทย จนบางส่วนทุกข์ถึงขนาดมีปัญหาทางสุขภาพจิต มันเกิดจากรัฐที่ไม่มี สวัสดิการที่ดีเพียงพอ🔗
กลับมาที่ปัญหาสุขภาพจิตนะครับ ถ้ารัฐบาลคิดว่าการจะไปดับที่สาเหตุ ต้นทางที่ทำให้คนคลุ้มคลั่ง อย่างการปฏิรูปองค์กรตำรวจ ทหาร หรือการสร้างรัฐสวัสดิการ หรือทำให้สถาบันครอบครัวอบอุ่น มีความสุข มันอาจจะยากเกินไปสำหรับรัฐบาลชุดนี้ จนไม่คิดจะทำอะไรเลย อย่างนั้นผมก็อยากจะชวนให้มามองอีกประเด็นหนึ่งที่น่าจะแก้ไขได้ ง่ายกว่า คือจริง ๆ ปัญหาสุขภาพจิตของคนเราเมื่อเกิดขึ้นไปแล้ว จริง ๆ มันก็สามารถรักษา เยียวยาได้นะครับ สมมุติว่าถ้ามีตำรวจจบใหม่คนหนึ่งเริ่มมีความเครียดจากการถูกเอาเปรียบ จากเด็กเส้นคนอื่น เครียดจากการถูกเจ้านายระดับสูงกดดันให้ทำสำนวนที่ผิดไปจาก ความเป็นจริง หรือเครียดจากฐานะทางการเงิน ถ้าเขาไม่มีคนที่ให้คำปรึกษาอย่างถูกวิธีเลย ในภาวะความเครียดเขาก็อาจจะคิดวน คิดวน คิดวน แต่เรื่องลบ ๆ จนสารเคมีในสมอง มันผิดปกติ เป็นไปได้นะครับ🔗
สรุปได้ แล้วครับ🔗
ขอเวลาอีกไม่นาน นะครับ ก็อาจจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนนำไปสู่การที่ตีความการรับรู้ทุกอย่างเป็นไปในทางลบ อย่างสุดโต่งจนเกิดคลุ้มคลั่งก็เป็นไปได้นะครับ ถ้าผมเป็นรัฐบาล บุคลากรที่ให้คำปรึกษา ทางสุขภาพจิตต้องมีเพียงพอ ไม่ใช่เวลาเรามีปัญหาโทรศัพท์ไปขอคำปรึกษา ๑๓๒๓ แล้วโทรศัพท์ไม่เคยติด รอนานแบบนี้คนโทรศัพท์ก็จะเครียดขึ้นมาอีก ถ้าผมเป็นรัฐบาล ก็แค่เพิ่มงบ เพิ่มคน เตรียมหมอให้มีจำนวนมากพอ ใช้เทเลเมดิซีน (Telemedicine) วิดีโอคอล (Video call) อย่างที่เราเข้าใจกันนะครับ ให้คนที่มีเรื่องทุกข์ใจคุยกับหมอได้ อันนี้ ผมคิดว่ารัฐบาลทำได้ไม่ยาก คือโลกนี้ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์อะไร อันนี้เป็น นโยบายที่คนเป็นรัฐบาลสามารถทำได้ไม่ยากเลย อย่าปล่อยให้คนที่มีปัญหาทางจิตใจเข้าถึงการรักษาได้ยาก จนไม่ได้รับการเยียวยารักษา ตั้งแต่เนิ่น ๆ จนปล่อยให้อาการหนัก นี่ก็ไม่ใช่แค่ช่วยป้องกันแค่ปัญหากราดยิงนะครับ แต่ว่า ปัญหาการฆ่าตัวตาย ปัญหาการทำร้ายตัวเอง ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว อารมณ์ร้ายนี่ มันก็บรรเทาลงได้ จริง ๆ มีประเด็นอีกหลายประเด็นเลย แต่ว่าท่านประธานตีกรอบเวลา มาให้ อย่างเพื่อน ส.ส. ผม เท่าพิภพก็ได้อภิปรายไปแล้วเรื่องอาวุธปืน ว่าทางพรรคก้าวไกล ของเราเสนออย่างไร คนที่ไม่ได้ตรวจสุขภาพจิต คนที่ไม่ได้ผ่านการอบรมเกี่ยวกับการใช้ อาวุธปืน สังคมก็ต้องตั้งคำถามว่าเราอนุญาตให้เขาครอบครองปืนไว้ได้อย่างไร มันก็คือ ความอันตรายถูกไหมครับ ถ้าเกิดว่ารัฐไม่สร้างกระบวนการเหล่านี้ให้เกิดขึ้น🔗
พอสมควร แล้วครับ🔗
ก็จะจบแล้วครับ ท่านประธานครับ มีอีก ๒ ประเด็นที่จะพูดแค่หัวข้อเฉย ๆ ไม่เป็นการสรุปครับ อย่างแผน เผชิญเหตุเราก็ต้องมาซักซ้อมกันนะครับ หรืออีกประเด็นหนึ่งก็คือจิตวิทยาในการนำเสนอ ข่าวประเภทนี้เราก็ต้องระวังไม่กระตุ้นให้คนที่มีปัญหาทางจิตคนอื่นลอกเลียนแบบได้ อันนี้ ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เราต้องมาถอดบทเรียนกัน รวมไปถึงเรื่องพรมแดงนะครับ พิธีการ ที่มันไม่ถูกกาลเทศะ ที่มีเพื่อน ส.ส. ผม ส.ส. อมรัตน์อภิปรายไป เรื่องพรมแดงที่ประชาชน พูดถึงมาก ผมก็จะไม่ขอใช้เวลาลงรายละเอียดนะครับ เพราะเห็นว่าประชาชนต่างก็แสดง ความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันเป็นเอกฉันท์อยู่แล้ว แล้วก็หวังว่ารัฐบาลและเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องจะจำไว้เป็นบทเรียน ลดความเป็นพิธีการ แล้วก็แสดงความไว้อาลัยที่สื่อถึง ความจริงใจมากกว่าที่ผ่านมา ผมก็ขออภิปรายสรุปญัตติด่วน เรื่องโศกนาฏกรรมที่จังหวัด หนองบัวลำภูเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านหมอบัญญัติ เชิญครับ ท่านมีญัตติของท่านเอง เรื่องกราดยิงนะครับ สรุปเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอโอกาสสรุป ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาถอดบทเรียนจากเหตุกราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัดหนองบัวลำภู โดยการแก้ปัญหาการบำบัดสารเสพติดสุขภาพจิต ให้มีประสิทธิภาพ อย่างเป็นระบบ ครบวงจร ครอบคลุมทุกท้องถิ่น ทุกองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทั่วประเทศ ลดอันตรายแบบองค์รวมให้แก่สังคมไทย เพื่อส่งให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการ แก้ไขโดยเร่งด่วนต่อไป🔗
ก่อนอื่นผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ร่วมกัน อภิปรายถอดบทเรียนจากเหตุกราดยิง ที่กระผมได้ร่วมนำเสนอญัตตินี้ ทำให้กระผมได้เห็น มุมมองที่กว้างขึ้น ซึ่งก็จะขอใช้เวลาที่ท่านประธานกรุณามอบให้ ๕ นาทีนี้เพื่อสรุปสิ่งที่ เป็นประโยชน์ ที่ผมในนามของพรรคประชาธิปัตย์ จะได้นำเสนอไว้ต่อสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ เพื่อเป็นข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อสังเกตไปถึงรัฐบาล ขอสไลด์ (Slide) ครับ🔗
ปัญหาสารเสพติดสุขภาพจิต เหตุกราดยิงที่จังหวัดหนองบัวลำภู สังคมได้เรียนรู้อะไรจากคุณค่าชีวิตที่สูญเสียไป สังคม ของเรานั้นเฝ้ารอคอยการบำบัดสารเสพติดสุขภาพจิตแบบองค์รวมมานานเกินไปแล้ว อย่าปล่อยให้ผู้ป่วยสารเสพติดสุขภาพจิตให้เผชิญปัญหาตามยถากรรม ผู้ป่วยสารเสพติด สุขภาพจิตเป็นอันตรายต่อสังคมที่รอไม่ได้ ต้องเร่งลดอันตรายแบบองค์รวม การลดอันตราย แบบองค์รวมหมายถึงอันตรายทั้ง ๔ ด้าน ๑. อันตรายทางด้านร่างกายของเขา ๒. อันตราย ทางด้านจิตใจ ๓. อันตรายทางด้านสังคม และ ๔. อันตรายทางด้านจิตวิญญาณ ก็คือ ทำให้เขานั้นขาดเมตตา การลดอันตรายแบบองค์รวม ภาษาอังกฤษเรียกว่าโฮลิสติก ฮาร์ม รีดักชัน (Holistic Harm Reduction) นะครับ การลดอันตรายรอบด้านทั้ง ๔ ด้านด้วยกัน รัฐบาลนั้นต้องยกระดับการบำบัดสารเสพติด สุขภาพจิตเป็นวาระแห่งชาติ ต้องถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ท่านกรุณาตอบสนองเรื่องของเหตุกราดยิงนี้ แล้วท่าน ก็ยกระดับการบำบัดให้เป็นวาระแห่งชาติ จริง ๆ แล้วอยู่ในนโยบายรัฐบาลของท่าน ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องตั้งหน่วยงานเพื่อรองรับความเป็นวาระแห่งชาติ ผมนำเสนอครับ อันนี้ยังไม่ได้อยู่ในสารบบของส่วนราชการ ต้องตั้งหน่วยงาน บ.บ.ส. บำบัดสารเสพติด สุขภาพจิตระดับชาติ เนื่องจากการบำบัดสารเสพติดนั้นอยู่ในหลายกระทรวง หลายหน่วยงานมาก ๆ เลย ปัจจุบันไม่มีความเป็นบูรณาการ ไม่มีเอกภาพ อันนี้ไม่ได้กล่าวหา ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซีกรัฐบาล ถือโอกาสนี้แสดงความคิดเห็น ระยะเวลา ที่รัฐบาลเหลืออยู่อีก ๔-๕ เดือน ๖ เดือนนี่คิดว่าก็ยังไม่ช้าเกินไปนะครับ นายกรัฐมนตรี ต้องตั้งหน่วยงาน บ.บ.ส. บำบัดสารเสพติดสุขภาพจิตระดับชาติ และต้องตั้ง บ.บ.ส. ทุกกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย ทุกกระทรวงครับ มีภารกิจร่วมกันในการบำบัดสารเสพติดทั้งสิ้น และในเรื่องของกระทรวงเขาเรียกว่าเป็น ระดับหน่วยงานนั้นก็มี บ.บ.ส. ในทุกหน่วยงาน ในระดับการบริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นนั้น ก็ต้องมี บ.บ.ส. จังหวัด บ.บ.ส. อำเภอและ บ.บ.ส. ตำบลด้วยครับ ทุกหน่วยงานต้องเลิกเห็นแก่ตัว ผมไม่ได้กล่าวหานะครับ แต่ผมไม่รู้จะใช้คำว่าอะไร ต้องเลิก เห็นแก่ตัวประกาศว่าหน่วยงานของตัวเองเป็นหน่วยงานสีขาว ผมเห็นทุกกระทรวง ทุกหน่วยงาน ยกว่าหน่วยงานตัวเองนั้นไม่มีคนติดยาเสพติด ไม่มีผู้ติดสารเสพติด ไม่มีปัญหา เรื่องสุขภาพจิต สีขาว แล้วผลักให้คนในองค์กรของท่านไปอยู่ข้างนอก ที่ผมเรียกว่าทำให้ นอกหน่วยงานเป็นสีเลือด ทุกหน่วยงานต้องตั้ง บ.บ.ส. ในหน่วยงานตัวเอง ไม่เว้นแต่ หน่วยงานเอกชน องค์กร หน่วยงานใหญ่ ๆ ต้องมีผู้ติดสารเสพติด เพื่อบำบัดคนในหน่วยงาน ของตัวเอง🔗
โรคสารเสพติด ในเมื่อกฎหมายบอกว่าผู้เสพคือผู้ป่วย ผมจึงขอใช้คำว่า โรคสารเสพติดสุขภาพจิตก็คือผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เรื้อรังทางด้านองค์รวมที่กล่าวถึง โรคเรื้อรัง ทางด้านกาย ทางด้านจิตสังคมและวิญญาณ โรคเรื้อรังนี้ประกอบด้วย ๔ องค์ประกอบ ด้วยกัน ดังนั้นสังคมก็ดี ทุกหน่วยงานก็ดี ต้องยอมรับว่ามีผู้ป่วยสารเสพติดสุขภาพจิต ในหน่วยงานของตัวเอง ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ ผลักให้เป็นสีขาวไม่ได้ ผู้ป่วยสารเสพติด สุขภาพจิตหมดไปจากสังคมไม่ได้ แต่เราต้องให้น้อยที่สุด ต้องดูแลเขาและรักษาเขาครับ ผู้ป่วยสารเสพติดสุขภาพจิตไม่ควรถูกกีดกันออกจากสังคม ควรบำบัดเขาให้คืนดีกลับสู่สังคม ผู้ป่วยสารเสพติดสุขภาพจิตต้องได้รับการดูแลระยะยาว เช่นโรคเรื้อรัง เช่นเบาหวานนะครับ เบาหวานหมดไปจากสังคมไม่ได้ครับ แต่ต้องดูแลอย่างดีเพื่อลดแทรกซ้อน ผู้ป่วยสารเสพติด สุขภาพจิตต้องได้รับการดูแลระยะยาวที่กล่าวถึงไว้แล้วนั้น ดังนั้นศูนย์บำบัดแบบองค์รวม คือทางออกลดอันตรายแบบองค์รวม🔗
องค์รวมก็คืออันตรายทั้ง ๔ ด้าน ที่ผ่านมานั้นไม่มีระบบดูแลผู้ป่วยสารเสพติด สุขภาพจิตแบบองค์รวมอย่างต่อเนื่อง ดูแลเป็นขยักขย่อน แต่ไม่ต่อเนื่อง จึงไม่เรียกว่า องค์รวม ศูนย์บำบัดแบบองค์รวมต้องการนักบำบัดมืออาชีพ มีเพียงพอ และมีขวัญกำลังใจ ผมได้กล่าวแล้วในการอภิปรายครั้งแรกว่ากำลังพลของนักบำบัดมืออาชีพไม่พอ และ ขวัญกำลังใจไม่พอ ผมไม่ขอเยอะหรอกครับ ขอขวัญกำลังใจ เงินเพิ่มพิเศษ เบี้ยเสี่ยงภัย ต่าง ๆ ขอให้เท่ากับ ป.ป.ส. เพราะ บ.บ.ส. คือสายบำบัด ป.ป.ส. สายป้องกัน ปราบปราม ศูนย์บำบัดแบบองค์รวมต้องตั้งในทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกตำบล ตามบริบทการระบาดของ สารเสพติด ถ้าสารเสพติดน้อยจังหวัดละแห่งก็พอ ถ้าเยอะมากขึ้นก็ทุกอำเภอ ถ้าเยอะมาก ๆ ทุกตำบลก็ต้องตั้ง โดยใช้บริบทความมีส่วนร่วมของทุกองค์กรท้องถิ่นด้วยมาร่วมกัน การสร้างศูนย์บำบัดแบบองค์รวมเพื่อไม่ให้มีใครต้องเสียชีวิตอีกครับ สไลด์ (Slide) สุดท้าย สังคมจะปลอดภัยถ้าใส่ใจศูนย์บำบัดสารเสพติดสุขภาพจิต ก่อนจบสไลด์ (Slide) นี้ ท่านอาจจะงง ๆ ว่าสารเสพติดสุขภาพจิตเป็นประโยคอย่างไร ไม่มีคำว่า และ เรื่องสารเสพติด และสุขภาพจิตก็เหมือนไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน เถียงกันก็ไม่จบ สารเสพติดกับสุขภาพจิต คือเรื่องเดียวกัน ผมจึงนำเสนอคำที่เป็นคำเดียวกันว่าสารเสพติดสุขภาพจิต แล้วก็การบำบัด และศูนย์บำบัด ท่านประธาน ขอถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณท่านประธานและเพื่อนสมาชิก อีกครั้งหนึ่งครับ สวัสดีครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากท่านผู้เสนอญัตติได้อภิปรายสรุปครบทุกท่านแล้วนะครับ เนื่องจากญัตติทั้ง ๙ เรื่องนี้เป็นญัตติทำนองเดียวกัน และผู้เสนอได้เสนอมาเพื่อขอให้ส่งเรื่อง ไปยังรัฐบาล เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ดังนั้นผมจะขอให้รวมลงมติทั้ง ๙ เรื่องพร้อมกัน จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบ ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะส่ง ญัตติด่วนทั้ง ๙ เรื่องไปยังรัฐบาล เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปหรือไม่ เรียนท่านสมาชิก ครับ เนื่องจากผู้เสนอญัตติด่วนทั้ง ๙ เรื่อง เพื่อขอให้สภาพิจารณาและส่งข้อคิดเห็น ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ซึ่งจากที่ผมได้รับฟัง การอภิปรายของท่านสมาชิกนั้นก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน คือเห็นชอบตามผู้เสนอ ญัตติ และไม่มีผู้ใดคัดค้าน ดังนั้นผมจะขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ในการถามมติ ว่าจะส่งญัตติด่วนทั้ง ๙ เรื่องดังกล่าวไปให้รัฐบาล เพื่อพิจารณาดำเนินการ จะมีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบให้ส่งญัตติทั้ง ๙ เรื่อง ดังกล่าวไปยังรัฐบาล เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบการดำเนินการเกี่ยวกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๔ ฉบับ🔗
(๑) ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. ....🔗
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น🔗
เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๕ รับทราบข้อสังเกตตามที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเสนอ และ ให้กระทรวงศึกษาธิการรับข้อสังเกตดังกล่าวไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปผลการพิจารณาส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับ แจ้งคำสั่ง เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป🔗
(๒) ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖🔗
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น🔗
นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้สำนักงบประมาณเป็นหน่วยงานหลัก รับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ สรุปผลการดำเนินการส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับ แจ้งคำสั่ง เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป🔗
(๓) ร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น🔗
เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ รับทราบข้อสังเกตตามที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเสนอ และ ให้กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานหลัก รับข้อสังเกตดังกล่าวไปพิจารณาร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ สำนักงาน ก.พ.ร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปผลการพิจารณาส่งให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ ได้รับแจ้งคำสั่ง เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป🔗
(๔) ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น🔗
เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ รับทราบข้อสังเกตตามที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเสนอ และให้กระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานหลัก รับข้อสังเกตดังกล่าวไปพิจารณาร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปผลการพิจารณาส่งให้ สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง เพื่อนำเสนอ คณะรัฐมนตรีต่อไป🔗
จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้ทราบ🔗
๒.๒ รับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินงานของหน่วยรับงบประมาณ ที่เกี่ยวกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ สภาผู้แทนราษฎร🔗
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น🔗
คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๕ รับทราบรายงานสรุปผล การดำเนินงานของหน่วยรับงบประมาณที่เกี่ยวกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ดังกล่าว ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ และนำรายงานดังกล่าวเสนอให้สภาผู้แทนราษฎร ทราบต่อไป รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้ว🔗
จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ🔗
๒.๓ รับทราบรายงานผลการพิจารณาตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น🔗
เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๕ รับทราบผลการพิจารณาตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และให้เสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้ว🔗
จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ🔗
๒.๔ รับทราบผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง ราคาหนังสัตว์ โค-กระบือ ตกต่ำ ของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร🔗
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบให้ส่งญัตติ เรื่อง ราคาหนังสัตว์ โค-กระบือตกต่ำ ของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น🔗
เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ รับทราบผลการพิจารณาตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ และ ให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ ท่านสมาชิกแล้ว🔗
จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ🔗
๒.๕ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓🔗
ด้วยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เสนอรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทราบ ตามมาตรา ๒๒ (๘) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ รายละเอียดของรายงานดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมไว้ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ🔗
ท่านสมาชิกท่านใดมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถามหรือไม่ครับ มีท่าน สมาชิกติดใจที่จะร่วมซักถามในรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ฉะนั้นในการนี้ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ จึงขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ๒. นายกิตติพงษ์ บริบูรณ์ รองเลขาธิการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ๓. ร้อยตำรวจเอก ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ๔. นายเกรียงไกร พานดอกไม้ รองเลขาธิการคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ๕. นางสาวสุรณี ผลทวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ๖. นางสุทธดา คงเดชา ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ ๗. ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร ผู้อำนวยการสำนักบริการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ๑ ๘. นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้งและการออกเสียง ประชามติ ต่อไปก็ขอเชิญท่านสมาชิกที่สนใจอภิปรายนะครับ เชิญ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตสอบถามในรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการ เลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ นะครับ ในเอกสารที่ปรากฏในหน้า ๔๑ ซึ่งเป็น การรายงานผลการปฏิบัติงานในปี ๒๕๖๓ มีทั้งหมด ๑๕ รายการนั้น สิ่งสำคัญคือ ผลการปฏิบัติการดำเนินงานของพรรคการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและสนับสนุน การดำเนินการของพรรคการเมืองนั้น รายละเอียดผมไม่ขอกล่าวนะครับ เพราะถือว่าเป็นเนื้องานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่องของการสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ๒๐ พรรค มี ๒๐ เรื่อง ตามจำนวนดังกล่าว ซึ่งการดำเนินการเรื่องของการสิ้นสภาพ ความเป็นพรรคการเมือง ถ้าเป็นไปตามกฎหมายผมก็ไม่ขัดข้องอะไรนะครับ🔗
แต่ทีนี้ผมมาตรงนี้ ท่านประธานครับ ในเอกสารข้อสังเกตคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ส่วนที่ ๔ ประเด็นของมันอยู่ตรงนี้ ที่เขามีการรายงานใน ๓ ด้าน ในเรื่องของ การที่จะนำพาองค์กรไปโดยเฉพาะด้านการบริหารจัดการ ในหน้าสุดท้าย หน้า ๑๐๔ ในนั้น มีเอกสารเกี่ยวกับเรื่องของการสรุปรายงานคือ กกต. เป็นข้อสังเกตของคณะกรรมการ การเลือกตั้งนั้น ก็คือจะต้องสืบสานและต่อยอดภารกิจ บลา บลา บลา ตรงนี้ไปถึงเรื่องของ การสนับสนุน ส่งเสริมให้มีการศึกษาพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีการจัดการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนอกราชการทางเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ คือไอโหวต (i-Vote) คำถามก็คือการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีอย่างครบถ้วนถูกต้องไหม นี่คำถามนะครับ เลือกตั้งปี ๒๕๖๖ จะมีอย่างครบถ้วน เพราะคราวที่แล้วปัญหาของเราในปี ๒๕๖๒ ที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่เอามานับเป็นคะแนนนะครับ แล้วในประเด็นของการปรับปรุงฐานข้อมูลนั้น ท่านมี การปรับปรุงฐานข้อมูลในวิสัยทัศน์ของท่านไหมครับ ยุทธศาสตร์ ๒๐ ปีของท่านนี่ครับ เกี่ยวกับเรื่องของอาสาสมัครยุวชนตรวจนับคะแนน ในแผนการเลือกตั้งของท่าน ๒๐ ปี มีเรื่องของการมีส่วนร่วมของเยาวชนที่จะนับคะแนนผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ในแพลตฟอร์ม (Platform) ของท่านหรือไม่ นั่นคือส่วนหนึ่งครับ🔗
ท่านประธานไปดูอีกหน้าหนึ่งครับ ในเอกสารเรื่องงบดุลของคณะกรรมการ ส่งเสริม ที่แสดงผลในงบดุล หน้า ๖ ครับ หน้า ๖ จะมีการจัดใช้งบประมาณจากปี ๒๕๖๒ เกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีอยู่ ๓,๐๖๓ ล้านบาท แต่ปี ๒๕๖๓ นั้นได้ ๖๑ ล้านบาท แสดงว่าการใช้งบประมาณจะอยู่ประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ของการเลือกตั้ง ส.ส. คำถามก็คือผมเคยถามท่านเลขาธิการไปแล้วครับ ตั้งงบประมาณ เข้ามา เปล่าครับ ท่านบอกว่าจะใช้งบกลาง ขณะนี้คือคำถามถัดมาครับท่านเลขาธิการ เตรียมเงินจากงบกลางผ่านมติ ครม. เรียบร้อยหรือยัง เป็นคำถามที่ ๒ เงินในการเลือกตั้ง ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เลือกตั้งที่จะถึงนี่พร้อมหรือยัง นี่เป็นคำถามครับท่านประธาน🔗
ดูต่อไปครับท่านประธาน ในเอกสารหน้า ๔ ของกองทุนเพื่อการพัฒนา พรรคการเมือง ลงวันที่ ๓๐ ที่มีหมายเหตุดอกจันไว้อยู่ ๒-๓ หมายเหตุ โดยเฉพาะเรื่อง เงินลงทุนระยะสั้นกับระยะยาว ดูให้ดีระยะสั้นกับระยะยาว ระยะสั้นนี่คือหมายเหตุที่ ๗ ระยะยาวคือหมายเหตุที่ ๑๐ ท่านดูว่าเงินมันหายไปไหน ๙๐ ล้านบาท หายไป ๙๐ ล้านบาท ช่วยชี้แจงหน่อย ดูนะครับว่าในระยะยาวนั้นหมายเลขที่ ๑๐ คือมี ๗๗๕ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๓ จากปี ๒๕๖๒ นั้นมี ๓๑๐ ล้านบาท นี่คือระยะยาว ระยะสั้นคือ ๙๕๕ ล้านบาท แต่ปี ๒๕๖๓ มี ๓๑๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ กลับไปดูที่หมายเหตุ ในหมายเหตุที่ ๗ หมายเหตุที่ ๑๐ จะบอกเลย ปรากฏความในหมายเหตุที่ ๗ หมายเหตุที่ ๑๐ หมายเหตุที่ ๗ จะเป็นที่มาของการลงทุนระยะสั้น จากเงิน ๙๕๐ ล้านบาท เหลือ ๓๑๐ ล้านบาท แสดงว่า หายไปเท่าไรครับ เห็นตัวเลขไหมครับว่ามันหายไป ๕๖๕ ล้านบาท แล้วไปดูหมายเหตุที่ ๑๐ หมายเหตุที่ ๑๐ มีเงินฝากประจำระยะยาว เดิมปี ๒๕๖๒ มี ๓๑๐ ล้านบาท แล้วก็ ๓๑๐ ล้านบาทยังมีในปี ๒๕๖๓ แต่เพิ่มมา ๔๖๕ ล้านบาท นี่ครับระยะยาวอยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นเงินไปหักลบกลบหนี้จากระยะสั้น ระยะยาวแล้ว มันยังมีตัวเลขหายไป ๙๐ ล้านบาท มันไปไหน ไปไหนครับ เอา ๒ หมายเหตุนี้มาดู อธิบายให้ผมดูนะครับว่าที่จริงแล้วต้องคงเหลือ ถ้าย้ายกันมา ต้องคงเหลือ ๒๙๐ ล้านบาท แล้วมันหายไป เพราะว่าค่าต่างเหลือแค่ ๒๐๐ ล้านบาท อีก ๙๐ ล้านบาทหายไป จาก ๔๐๐ ล้านบาท ท่านสังเกตดูนะครับ ทีนี้ในระยะสั้น ระยะยาว มีหมายเหตุการลงทุนในเงิน ๒๔ เดือนกับ ๖๓ เดือน ในหน้า ๑๓ นั่นคือมีคำถามว่า มันหายไปไหน โดยเฉพาะการเคลื่อนของเงินที่ลงไปในเสต็ป (Step) นี้ คือเป็นคำถาม🔗
คำถามสุดท้าย ท่านประธานอีกนิดเดียว หน้า ๑๖ เงินอุดหนุนพรรคการเมือง ตามมาตรา ๘๓ ซึ่งปี ๒๕๖๒ ได้ ๑๑๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๓ ได้ ๑๐๔ ล้านบาท ทีนี้ ในการสาธยาย ๑๐๔ ล้านบาท บลา บลา บลา มีการจัดสรรเงินตามคะแนนเสียงเลือกตั้ง คือ ๕๖ ล้านบาท และบำรุงพรรคการเมือง ๑๘ ล้านบาทเศษ แล้วก็จัดสรรให้สาขา พรรคการเมือง ๒๘ ล้านบาท คำถามตรงนี้ครับ มีการทุจริตของสาขาพรรคการเมือง พรรคหนึ่งที่ตั้งคำขอเบิกค่าใช้จ่ายไว้ ท่านตรวจสอบอย่างไร เมื่อมีการตั้งคำขอแล้วใช้เงิน จำนวนหนึ่ง ท่านแจกไปแล้วปรากฏว่าพรรคการเมืองนั้นใช้น้อย ไม่ถูกต้อง ผลการสอบสวน เป็นอย่างไร ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมคิด เชื้อคง ตามด้วยท่านคารม พลพรกลาง นะครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย ส.ส. จังหวัดอุบลราชธานี ความจริงก็เป็นเรื่องรายงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง รายละเอียดก็มีพอสมควร แล้วก็วางไว้นานแล้วด้วย ความจริง ไม่ใช่เรื่องคำถาม แต่เป็นเรื่องบ่นให้ฟัง เป็นเรื่องที่ท่านควรจะนำไปปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติ ก็แล้วแต่ ในฐานะที่เราผ่านประสบการณ์การเลือกตั้งมาพอสมควร เพราะฉะนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งหน้าที่หลักก็คือต้องให้ความรู้ หลักใหญ่ ๆ เลย เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ท่านต้องดำเนินการ ไม่ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของท่าน หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องในหน้าที่ เพราะหลายครั้งที่ผมไปสัมผัส ไม่ว่าเลือกตั้งระดับท้องถิ่น กรรมการ ที่ท่านเลือกส่วนมาก ส่วนมากนะครับ ไม่เข้าใจ แล้วไม่อ่าน แล้วไม่รู้อบรมกันอย่างไร บางเรื่องไม่เข้าใจด้วยซ้ำไปในวิธีการเลือกตั้ง อันนี้เป็นจุดบอดของคณะกรรมการ การเลือกตั้งเลย เป็นเรื่องที่เกิดอยู่ข้างนอก🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะเล่าก็คือเวลาโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ท่านพยายามคิด คำสั้น ๆ ง่าย ๆ บางทีป้ายแบนเนอร์ (Banner) ท่านเขียนเต็มไปหมด คนอ่านไม่เข้าใจ ท่านต้องเข้าใจก่อนว่าพี่น้องที่มีสิทธิเลือกตั้งหรือพี่น้องประชาชนที่ไปเลือกตั้งเขาขี้เกียจอ่าน เขาไม่ใช่นักอ่าน อย่าว่าแต่อย่างนั้นเลยครับ บางคนขนาดมีความรู้ก็ยังไม่อยากอ่าน ท่านลอง ไปคิดสิว่าเวลาท่านโฆษณาอะไร ทำอย่างไรสั้น ๆ ได้ใจความและอ่านง่าย อันนี้เห็นได้ชัดว่า มันจะพัฒนาด้วยกันขึ้นไป ตัวคณะกรรมการการเลือกตั้งก็ต้องช่วยพัฒนาเรื่องนี้ด้วย🔗
เรื่องที่ผมเห็นที่ท่านเขียนเอาไว้ดีก็คือผลการปฏิบัติงานที่จะต้องทำตามแผน ยุทธศาสตร์ ผมอ่านแล้วพอเข้าใจ แต่บังเอิญมาเขียนเรื่องหนึ่งก็คือบริการทางดิจิทัล (Digital) ซึ่งถูกต้อง เพราะว่าโลกยุคใหม่มันไปอย่างนั้นแล้ว ท่านต้องพัฒนาในองค์กรท่าน ที่สำคัญท่านอาจจะพัฒนาในองค์กรท่านได้ แต่ทำอย่างไรระดับปฏิบัติในจังหวัดจะเดินไป กับท่านได้ หลายแห่งเวลาไปขอเอกสาร พูดง่าย ๆ ยังต้องขอสำเนาทะเบียนบ้านเลย ใช่หรือครับ ระบบดิจิทัล (Digital) และระบบรัฐบาล ๔.๐ มันต้องมีด้วยหรือ เอาละ แค่ไม่ต้องอื่นไกล ท่านทำอย่างไรจะไปออกกติกา แค่สมาชิกพรรคท่านยังมีสำเนา ทะเบียนบ้านเลย รูปถ่ายยังพอเข้าใจได้ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนพอเข้าใจได้ แต่สำเนาทะเบียนบ้านผมไม่เข้าใจ อย่างนั้นเราจะมีเลข ๑๓ หลักไว้ทำไม กรมการปกครอง อุตส่าห์ออกเลข ๑๓ หลักบัตรประจำตัวประชาชนไว้เต็มไปหมด ข้อมูลตรงนั้นน่าจะเพียงพอ หรือยังกับกติกาที่ท่านออกมา ไม่ทราบว่าใครออก หรือใครจะแก้ อันนี้พูดให้เห็นว่าผู้ปฏิบัติ ที่ออกไปทำสมาชิก แค่สมาชิกเขาก็ยากอยู่แล้ว ยังเป็นเอกสารซึ่งถามว่าหยุมหยิมไหม ใช่ ผมเองไม่ทราบว่าท่านปฏิบัติอย่างไร ต่อไปก็ควรจะแก้ไขนะครับ🔗
เรื่องอื่น ๆ ที่ท่านเสนอก็คือการใช้งบประมาณ เราก็ฟังกันทุกครั้ง เลือกตั้ง ทุกครั้งท่านที่เป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งก็บอกงบประมาณเรามีจำกัด ผมก็มองว่า มีจำกัดทุกหน่วยงาน เพียงแต่ว่าเราจะดำเนินการอย่างไร แม้กระทั่งงบท้องถิ่นที่ท่านใช้ ก็นิดเดียวเองครับ การเลือกตั้งนายก อบต. อบจ. นี่ผมว่าสำนักงานแทบไม่ได้ใช้เงินเลย เพราะท่านให้ท้องถิ่นกันเงินไว้แล้วเอาไปใช้ในการเลือกตั้ง เรื่องนี้ก็รอดไป ส่วนเรื่องที่ใหญ่ ๆ ก็คือเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร อันนั้นถึงต้องใช้เยอะ แล้วก็มีความจำเป็น🔗
สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกกล่าวที่ผ่านมาก็คือเรื่องร้องเรียนในกระบวนการ การเลือกตั้ง ผมว่าถ้าท่านจัดเป็นหมวดหมู่ให้ชัด ก็เห็นอยู่แล้วละท่านแจ้งมาว่าเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เท่าไร มีคนร้องเรียนเท่าไร ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าคนร้องเรียนเยอะหรือไม่เยอะ อยู่ที่ท่าน วิธีการของท่านที่ทำ บางทีผมเชื่อว่าชาวบ้านเองอยากร้องเรียน แต่บางทีไม่มี ช่องทาง หรืออาจจะมีช่องทางแต่ไม่เข้าใจ สุดท้ายก็วนมาที่ผมบอกว่าท่านต้องออกไป ทำความเข้าใจ ผมเองอยากจะให้เลือกผู้ที่เป็นกรรมการประจำหน่วย ซึ่งท่านอาจจะมี เวลาจำกัดที่จะเลือกคนที่มีพื้นฐาน มีความรู้ แต่ว่าที่ไม่จำกัดคือว่าตัวผู้อำนวยการประจำ เขตเลือกตั้งนั้นอย่างน้อย ๆ ต้องคัดสรรพอสมควร ไม่ใช่ว่าคนเคยเป็นก็ได้เป็น ผมเห็น หลายเขตเลือกตั้งเป็นแล้วผมเห็นหน้าเดิม ๆ ไม่อยากให้ทำอย่างนั้น อยากให้เอาคน มีความสามารถ เคยเป็นแล้วไม่มีความสามารถก็เยอะแยะ ต้องใช้คนมีความสามารถ ตรงไปตรงมา ผมอยู่ในวงการเลือกตั้ง อยู่ในกระบวนการเลือกตั้ง ผมเจอกับหลาย ๆ ท่าน บางท่านเก่ง บางท่านไม่ได้เรื่อง ไม่เข้าใจระเบียบ อ่านระเบียบพร้อมผมด้วยซ้ำไป เหล่านี้ ไม่ควรเกิดในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเราเป็นกรรมการกลาง เราเป็นผู้ตัดสิน เราเป็นผู้บอกกติกา คนที่เป่านกหวีดย่อมต้องเข้าใจกติกา ไม่อย่างนั้นท่านไปเป่านกหวีดไม่ได้ ก็ฝากเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นเรื่องที่บ่นกัน แล้วก็เล่าให้ท่านฟังจาก ประสบการณ์ที่ผ่านมา ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านคารม ตามด้วยท่านวิรัตน์ วรศสิริน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ก็ขออนุญาตที่จะอภิปรายแสดงความคิดเห็นสัก ๓ ประเด็น แม้ว่ารายงานฉบับนี้จะล่าช้า นี่ปี ๒๕๖๕ แล้ว แต่ก็น่าจะเป็นแนวทางได้🔗
ประเด็นแรก ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องสอบถามเหมือนกัน แต่ก็เป็นเรื่องที่ ไม่ได้ปรากฏชัด เนื่องจากเป็นรายงานของปี ๒๕๖๓ อย่างในหน้า ๓๓ เป็นเรื่องการส่งเสริม การมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะเกิดขึ้น ในปี ๒๕๖๖ อย่างไรก็ต้องเกิดขึ้น ผมอยากจะเรียนถามว่าข้อมูลในหน้า ๓๔-๓๕ นี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการให้ความรู้ เผยแพร่เกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งท่านได้จำแนกออกมาว่าท่านได้มีกลุ่มในการทำกิจกรรมเพื่อให้คนมีความรู้ อยากเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่าถ้า กกต. ได้ทำงานอย่างจริงจัง แล้วก็ให้ความรู้กับชาวบ้าน คนที่จะใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมีความรู้ที่เพียงพอ เราจะได้นักการเมืองตั้งแต่ท้องถิ่น ซึ่ง กกต. ก็ควบคุมนักการเมืองระดับชาติคือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีคุณภาพด้วย ผมจึงอยาก สอบถามว่าในปี ๒๕๖๖ ที่จะมีการเลือกตั้ง ท่านได้มีการเผยแพร่ความรู้ในช่องทางตามหน้า ๓๕ เหมือนเช่นเดิมหรือเปล่า มีผ่านกลุ่มองค์กรต่าง ๆ นี่คือคำถามแรก เพราะเหตุว่า ถ้าได้ผ่านกลุ่มเหล่านี้ท่านถึงจะเท่าทัน ท่านถึงจะสู้กับสื่อโซเชียล (Social) ในปัจจุบันนี้ได้ ท่านประธานจะเห็นว่าทุกวันนี้สื่อโทรทัศน์ที่มีอิทธิพลโจมตีนักการเมือง ทั้งที่สุดท้ายก็ต้อง เลือกนักการเมืองเข้ามาบริหารประเทศ กกต. มีหน้าที่ต้องพูดความจริง ต้องอธิบายความ ต้องรักษานักการเมืองเหมือนกัน ถ้าไม่มีนักการเมือง กกต. ก็ไม่รู้จะทำหน้าที่อะไร นี่คือ เรื่องแรก🔗
เรื่องที่ ๒ อยู่ในหน้า ๙๔ ครับ หน้า ๙๔ เป็นการที่ท่านวิเคราะห์ปัญหาขึ้นมา ผมก็อ่านอย่างละเอียด และเป็นประเด็นที่ผมเห็นตรงทั้งหมดทั้ง ๕ ประเด็น ทั้ง ๕ ประเด็น เป็นเรื่องที่สำคัญมากเลยและตรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ การปกครองระบอบประชาธิปไตย ขาดวัฒนธรรมทางการเมืองที่ดี เกิดความขัดแย้ง เอารูปแบบการปกครองทางตะวันตก ไม่คำนึงถึงบริบทสังคมไทย อันนี้ตรงกับผมศึกษา แล้วก็ผมเข้าใจด้วยนะครับ แล้วก็ขาดกระบวนการการให้ความรู้เกี่ยวกับการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอย่างเป็นระบบ ขาดความตระหนักรู้ กระตือรือร้นในการแสดงออก ทางการเมือง ขาดทักษะแนวความคิดเกี่ยวกับหลักประชาธิปไตย อันนี้ทั้งนั้นเลยครับ ก็จะถาม กกต. ว่าอันนี้น่าจะเป็นการหาข้อมูลก่อนหน้านี้ การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะเป็น อย่างนี้อยู่หรือไม่ อันนี้เป็นคำถามที่ กกต. ซึ่งได้งบประมาณทั้งในการให้ความรู้กับคน ทั้งให้ ความรู้กับสังคม ทั้งต้องรักษาสถาบันทางการเมืองไว้ด้วย รักษาประเทศชาติด้วย คำถาม เหล่านี้ที่ท่านเขียนมาเอง ทุกวันนี้ท่านได้แก้ ท่านได้ให้ความรู้ ให้การศึกษากับสังคม กับประชาชน เพื่อจะรักษา เพื่อจะไม่ให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่ อย่างไร อันนี้ก็น่าคิดมาก เพราะท่านเขียนมาเองนะครับ🔗
ประเด็นสุดท้าย ผมจะขอแคบเข้ามานิดหนึ่ง การเลือกตั้งในปี ๒๕๖๖ อย่างผมประสงค์จะลงเลือกตั้งในระบบเขตที่จังหวัดร้อยเอ็ด ผมแปลกใจ แล้วก็ไม่คิดว่า เขตเลือกตั้งคร่าว ๆ จะเป็นความลับอะไรนักหนา ถาม กกต. จังหวัด ผมไปถามตั้งหลายครั้ง เขาก็ตอบอ้อม ๆ แอ้ม ๆ แต่ท่านรู้ไหม ท่านประธานฝากผ่านไปท่านเลขาธิการ กกต. ด้วย จังหวัดร้อยเอ็ดเคยมี ส.ส. ๘ คน เวลาเขาจะลง ส.ส. เขต อันนี้เป็นข้อเท็จจริงนะครับ เขาก็ต้องทำพื้นที่เขต เขาไม่ได้เป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ผมไม่เข้าใจว่า กกต. เวลาให้ ไกด์ไลน์ (Guideline) หรือว่าให้คร่าว ๆ ว่าเขตที่จะเพิ่มมาควรอยู่ตำบลไหน อยู่อำเภอไหน ถ้าไม่พอประชากร ๑๖๐,๐๐๐ คน แล้วจะรวมตรงไหนบ้าง บอกเขาคร่าว ๆ เพื่อเขา จะทำงานได้ เป็นความลับของโลกมนุษย์หรืออย่างไรถึงตอบเขาไม่ได้ อันนี้ประหลาดมาก ผม ก็นักกฎหมาย ท่านเลขาธิการก็นักกฎหมาย กกต.ก็นักกฎหมาย ไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้ ให้แนวทาง ส.ส. ไม่ได้ ซึ่งเขาจะได้ทำงานสะดวก นี่คือประเด็นที่ ๒🔗
ประเด็นที่ ๓ ผมจะวกมานิดหนึ่ง อยู่ประมาณหน้า ๙ หน้า ๑๐ เกี่ยวกับ เรื่องน้ำท่วมนิด ๆ หน่อย ๆ อันนี้เป็นข้อสังเกต จริง ๆ ผมก็เข้าใจดีว่าระยะเวลา ๑๘๐ วัน มันมีเงื่อนไขตามกฎหมายที่คนที่เป็น ส.ส. หรือว่าที่ผู้สมัครทำไม่ได้ แต่เวลาเขาเกิดน้ำท่วม ข้อยกเว้นเหล่านี้ผมไม่คิดว่ากฎหมายจะยกเว้นไม่ได้ เวลาเกิดภัยพิบัติยังขยับเงินหาเสียง ให้กับทาง ส.ส. ถ้าจำไม่ผิดเป็น ๓๐๐,๐๐๐ บาทได้ แต่ทำไมเกิดภัยพิบัติเปิดช่องว่าง ให้เข้าไปช่วยประชาชนไม่ได้ ให้ ส.ส. ไปแค่โบกไม้โบกมือให้กำลังใจ ซึ่งถ้าว่ากันจริง ๆ ไม่ได้เสียหายในการได้เปรียบเสียเปรียบอะไร เขาทำทุกคน นี่เป็นคำถามที่ผมอยากจะถาม ผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง🔗
สุดท้ายก็อยากจะฝากครับว่าท่านมีหน้าที่ดูกฎ ควบคุม ท่านมีงบประมาณ ท่านมีสตางค์ ท่านมีเงินเดือน ท่านมีรถประจำตำแหน่ง ส.ส. ไม่มีเงิน ไม่มีรถประจำตำแหน่ง มีเงินเดือนไม่กี่บาทต้องช่วยชาวบ้านด้วย ท่านต้องมีหน้าที่ให้ความรู้กับประชาชนให้เขาเลือก ตัวแทนที่ดีเข้ามา ว่ากันอย่างตรงไปตรงมาไม่มี ส.ส. คนไหนเขาอยากจะไปซื้อสิทธิ ขายเสียง หรอกครับ ถ้าระบบมันเข้มแข็ง อันนั้นคือประชาชนมีความรู้ในการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยที่เป็นของบ้านเรา คือมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานในเวลาที่ท่านมอบหมายให้ว่าผมยังหวังว่า กกต. จะทำหน้าที่ให้ดี ให้ความรู้ แล้วก็สร้างสังคมประชาธิปไตยแบบบ้านเราให้เข้มแข็ง ก็ขอกราบเรียนว่า อยากจะให้กำลังใจท่านในส่วนหนึ่ง แล้วก็ให้ท่านได้ช่วยกันรักษาประชาธิปไตย ช่วยกัน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิรัตน์ วรศสิริน ตามด้วยท่านชวน ชูจันทร์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทยครับ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านเลขาธิการ กกต. และสำนักงาน กกต. ที่ท่านได้กรุณามาชี้แจงในวันนี้นะครับ แต่ก็อยากจะเรียนถาม ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผมถ้าจำได้ท่านประธาน เหมือนจะไม่เคยมาที่สภานี้เลย แม้แต่ครั้งเดียว ไม่รู้ทำไมถึงรังเกียจสภานักหนา ท่านอาจจะคิดว่าท่านก็มีสิทธิจะมาก็ได้ ไม่มาก็ได้ ท่านอาจจะคิดอย่างนั้น แต่ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าองค์กรตาม รัฐธรรมนูญทั้งหมดนี้ ตั้งแต่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ป.ป.ช. คณะกรรมการการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทั้งหมดท่านประธานท่านมาเองทั้งนั้น เหลือแต่ ประธาน กกต. เทวดาเท่านั้นที่ไม่เคยมา ไม่เคยมาแม้แต่ครั้งเดียว ก็ไม่ทราบว่าทำไมถึงไม่มา ท่านประธานครับ ผมเปิดไปอ่านในหน้า ๖ หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทั้ง ๗ ท่านนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๖๐ เขียนไว้ ในนี้ว่า ข้อ ๑ พิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของ ส.ส. ส.ว. ให้สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ ข้อ ๒ พิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็น รัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ข้อ ๓ จึงจะเป็นเรื่องจัดการเลือกตั้ง และข้อ ๔ จัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม ผมก็สงสัยว่ามันจะถูกหรือไม่ อำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการการเลือกตั้งที่เป็นหัวใจหลักเลยคือการจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์และยุติธรรม จึงจะถูกต้อง ถ้าจัดการเลือกตั้งทั่ว ๆ ไปธรรมดาไม่จำเป็นต้องมี กกต. หรอก กระทรวงมหาดไทยหรือใครเขาก็จัดได้ ไม่จำเป็นต้องมาเสียเงินแผ่นดินเยอะแยะมาให้มี คณะกรรมการการเลือกตั้งขึ้นมา ผมก็ไปเปิดดูรัฐธรรมนูญตามที่อ้างไว้ มาตรา ๒๒๔ รัฐธรรมนูญก็กำหนดไว้ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ จัดให้มีการเลือกตั้ง ข้อ ๒ ควบคุมดูแลการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม ข้อ ๕ ดูแลดำเนิน กิจการพรรคการเมืองให้เป็นไปตามกฎหมาย และข้อ ๖ ข้อสุดท้าย หน้าที่และอำนาจอื่น ตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายกำหนด ท่านเอาข้อสุดท้ายมาไว้ข้อแรกเลย ข้อ ๑ และข้อ ๒ คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจจะเข้าใจผิด คิดว่าหน้าที่หลักของท่านคือไปยุบพรรคการเมือง ไม่ใช่นะครับ หน้าที่หลักของท่านไม่ใช่ หน้าที่หลักของท่านคือต้องจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ และยุติธรรม เป็นหัวใจหลักของระบอบประชาธิปไตย บ้านเมืองเราที่มีปัญหามาทุกวันนี้ เพราะว่าเราได้ผู้แทนที่มาจากการซื้อขายเสียง ทำให้เรามีปัญหาในเรื่องระบบ ระบอบ การปกครอง จึงใคร่จะฝากท่านเลขาธิการ ท่านกรุณาโปรดไปนำเรียนท่านประธานกรรมการ กกต. ด้วยว่า นายวิรัตน์ วรศสิริน ขอกราบเรียนเชิญผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านท่านเลขาธิการไปกราบเรียนเชิญท่านมาที่สภาสักครั้งเถอะ จะยุบสภาอยู่แล้วยังไม่เคย เห็นหน้าท่านเลย ไม่รู้หน้าท่านขาวหรือหน้าท่านดำ เห็นแต่ในทีวี (TV) ก็ไม่ทราบเหมือนกัน ผมเห็นท่านเวลาไปตรวจหน่วยเลือกตั้ง ไปถึงก็ยืนเต๊ะท่าถ่ายรูป การเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรม ผมมาตรวจแล้วเรียบร้อยดี แต่ไปจับโกงได้ทุกครั้งเลย ท่านประธานครับ ผมดูตั้งแต่หน้า ๓๐ ไปถึงหน้า ๘๐ กว่ามีแต่ เรื่องอบรม จะอบรมอะไรต่าง ๆ มีแต่เรื่องอบรมทั้งนั้น หน้าที่หลักอีกอันหนึ่งของ กกต. คงไม่ใช่เรื่องอบรมเป็นหลักกระมังครับ อบรมปี ๆ หนึ่งใช้เงินงบประมาณไปเท่าไร ขี้เกียจอ่านท่านประธาน เยอะมาก อบรม พตส. ก็ใช้เงินไปอาจจะร่วม ๒๐ ล้านบาท ใช้เงิน กันเยอะมากอบรมในแต่ละปี🔗
ท่านประธานครับ ในหน้า ๒๕ การเลือกตั้งที่ผ่านมาในปี ๒๕๖๓ พรรคเสรีรวมไทยได้ส่งลงเลือกตั้งซ่อมเกือบทุกเขต ก็จับทุจริตได้ทุกครั้ง อันนี้ก็จะมีเรื่อง มาเล่าให้ท่านเลขาธิการเอาไว้ปรับปรุงในครั้งต่อไปนิดหนึ่ง ในการเลือกตั้งที่จังหวัดสมุทรปราการ วันเลือกตั้งลงคะแนนผมไปตรวจหน่วยกับท่านเสรี ก็พบว่าเจ้าหน้าที่ในหน่วยใส่เสื้อที่มีชื่อ สกุลของคนบ้านใหญ่ที่นั่น ผมคิดว่าตรงนี้ท่านควรจะต้องไปปรับปรุงให้มันสุจริต ยุติธรรม และเที่ยงธรรม อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญนะครับ ก็ไม่มีคำถามอะไรมากมาย ใช้เวลาของสภา เพื่อเรียนสอบถามท่านเลขาธิการเพียงเท่านี้ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูง ที่ให้โอกาสได้พูดอภิปรายในครั้งนี้ด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านชวน ตามด้วยท่านนิยม เวชกามา นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชวน ชูจันทร์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ต้องขอบคุณคณะกรรมการ การเลือกตั้งทุกท่านที่วันนี้ได้มากันจำนวนมากครบทีม ผมมีปัญหาที่จะเสนอหรือว่าหารือ ให้ท่านช่วยลองพิจารณาอยู่ ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ เรื่องแรก ก็คือเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่ผ่านมาเราใช้จำนวนประชากรเป็นหลัก แล้ววิธีการก็เลยต้องไม่อยู่ในเขตการปกครอง อย่างเช่นว่าอยู่ในเขตอำเภอใดอำเภอหนึ่งโดยเฉพาะ หลายครั้งเมื่อใน ๑ อำเภอหรือ ๑ เขต ไม่พอ ก็ไปพ่วงอีก ๒-๓ ตำบลเข้ามาร่วม บางพื้นที่อย่างในกรุงเทพฯ ๑ เขต มี ๗ แขวง ๓ แขวงไปอยู่กับเขตหนึ่ง อีก ๔ แขวงไปอยู่กับเขตหนึ่ง เมื่อได้รับเลือกตั้งไปแล้วอย่างนี้ ทำงานยากมาก เป็นปัญหาในการปฏิบัติของ ส.ส. แต่ละท่าน เราจะมีวิธีการอื่นใดไหมว่า การแบ่งเขตให้มันสอดคล้องอย่างที่สุดกับเขตการปกครอง แล้วบังเอิญในเขตที่ถูกแบ่งซ้าย แบ่งขวาก็มี ส.ส. ๒ ฝ่าย ๒ พรรคอีก ก็เหมือนกับไม่มีเลยในเขตนั้น อันนี้เป็นปัญหาอย่าง หนึ่ง คิดว่าเราน่าจะแก้ไขนะครับ เพราะที่ผ่านมาเขตที่เหมือนกับไม่มี ส.ส. ทำงานไม่ได้เลย ในเรื่องการประชาสัมพันธ์ หรือ ส.ส. เองไปทำงานก็ลำบาก เขาคุ้นเคยกับพื้นที่อำเภอหนึ่ง อย่างมาก อีก ๒-๓ ตำบลที่พ่วงเข้ามานั้นเขาไม่ได้คุ้นเคยเลย เขาไม่ได้ไปประสานงานกัน ห่างไกลไปเลย อันนี้ลองช่วยกันว่าจะแก้ไขอย่างไรนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งคือเท่าที่สังเกตที่ผ่านมาจนการเลือกตั้งหลังสุดที่กรุงเทพมหานคร จำนวนบัตรเสียเยอะมาก บางครั้งเกือบจะเท่ากับบัตรดี ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คะแนน ผมคิดว่า การที่เกิดบัตรเสียน่าจะมี ๒ เรื่องด้วยกัน ก็คือตั้งใจทำให้เสีย เพราะว่าไม่ไปเลือกตั้ง จะเสียสิทธิบางอย่าง แต่เราก็มีช่องที่ว่าไม่ประสงค์จะเลือกใครนะครับ อันนี้คิดว่ามีไม่มาก ที่ออกไปแล้วจะตั้งใจทำบัตรเสีย แต่ที่สำคัญอันหนึ่งที่อยากจะให้ท่านคณะกรรมการช่วยกัน พิจารณาก็คือความเข้าใจผิด หรือสับสน หรือไม่เข้าใจในการกากบาท อันนี้อาจจะต้องหาวิธี หรือประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้นนะครับ เพราะว่าเรื่องนี้สำคัญ น่าเสียดายถ้าหากว่าเขาตั้งใจ ไปแล้วว่าจะเลือกใคร จุดประสงค์อะไร แล้วไปดูบัตร ดูเครื่องหมายที่ให้ทำแล้ว เขาเข้าใจผิด หรือสำคัญผิดทำให้บัตรเสีย มันจะเสียเวลาเขา แล้วเจตจำนงเขาก็จะเปลี่ยนไป จากต้องการ ได้คนหนึ่งก็กลายเป็นอีกคนหนึ่ง อันนี้ผมก็มีอยู่ ๒ เรื่องที่จะให้ท่านช่วยลองดูแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องการแบ่งเขตมีปัญหามากในการทำงานของ ส.ส. ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิยมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอถือโอกาสที่จะอภิปรายตามรายงานของ กกต. ซึ่งท่านทำหนังสือ ได้สวยมากนะครับ รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ผมเองมีความผูกพันกับ กกต. ทั้งในฐานะผู้ถูกกำกับดูแล ทั้งในฐานะที่ครั้งหนึ่ง ก็เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการคัดสรรอยู่ เลือก กกต. ในจังหวัดถึง ๒ คน อยู่กัน หลายปีก็ได้เบี้ยประชุมไปหลายบาทอยู่ ก็เป็นแบบนี้ แล้วหลังจากมาเป็นผู้แทนผมก็ยังได้ มาเรียนหลักสูตร พตส. อยู่ ผมรุ่น ๘ นะครับ แถมได้ชื่อหัวข้อกลุ่มว่าเลือกตั้งโปร่งใสด้วย เพราะฉะนั้นจึงเป็นประเด็นว่าผมต้องขออภิปราย บังเอิญเวลาสั้น ๆ ผมดูในโครงสร้าง ข้อที่ ๒ ของท่าน บอกโครงสร้างจิตสำนึกพลเมืองวิถีประชาธิปไตย ผมดูชื่อมันแล้วผมชอบใจ แต่ว่าก็ต้องขออภิปราย วันนี้บังเอิญท่านเลขาธิการมาเอง ประธานไม่มาไม่เป็นไร เลขาธิการ ตัวหลักอยู่แล้ว ผมขอพูดอยู่ ๒-๓ ประเด็น เพราะสิ่งที่ กกต. ทำเป็นงานหลัก บางทีอาจจะ สาเหตุจากบุคลากรน้อย สาเหตุเก่าก็ตั้งจากตำรวจอะไรบ้างสมัยเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งบางที เป็นการตั้งแล้วไม่ค่อยได้ผล บางทีพวกที่ถูกตั้งเป็นกรรมการจากตำรวจก็ไปหาเงินหาทอง จากความเป็นกรรมการ อันนี้เป็นเรื่องที่ชาวบ้านรับรู้ ผมจึงกราบเรียนว่าในประเด็นที่ต้อง อภิปรายคือโครงการ กิจกรรมของท่าน คือสร้างจิตสำนึกพลเมืองวิถีประชาธิปไตย ผมไปดู เป้าหมายของท่านซึ่งจัดสัมมนา อบรมไป ๑,๖๐๐ คน ใน ๘ รุ่น อบรมจริงก็ ๑,๔๐๐ คน ผมก็เห็นด้วย แต่ว่าท่านบอกเป้าหมาย คำว่า พลเมืองวิถีประชาธิปไตย ผมไปมองว่า ๕ หน่วยงานที่ท่านเอามาอบรม กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการพัฒนาชุมชน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมกิจการผู้สูงอายุ ทำไมท่านไปเอาแต่ ข้าราชการมาอบรม ข้าราชการเขามีความรู้ประชาธิปไตยอะไร ๆ ก็แล้วแต่ครับ ข้าราชการ อยู่กรมต่าง ๆ เขาอยู่ในกรอบกฎหมาย ผมเสนอท่านว่าวันนี้ท่านน่าจะเอาประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วม มีบทบาทให้มากที่สุด เพราะหัวข้อพลเมือง พลเมืองคือบุคคลทั่วไป แต่ในกลุ่ม ของท่าน ๕ กลุ่มหน่วยงานเอาข้าราชการทั้งหมด อันนี้ผมจึงมีความเห็นต่าง ท่านกลับไปดู ก็ได้ครับ ผมนั่งดูใน ๘ รุ่นของท่าน ตั้งแต่วันที่อะไร ๘ รุ่น ผมจึงนำเสนอท่านเลขาธิการว่า ทบทวนใหม่ เรามีโอกาสต่อไป อันนี้ปี ๒๕๖๓ ท่านก็ใช้เงินไปมาก แต่ที่ผมต้องเสนอคือว่า ผมอยากให้ประชาชนที่บ้านผมจังหวัดสกลนครให้มีส่วนร่วมมากที่สุด ท่านไม่ต้องเอามาเป็น หรอก ข้าราชการเขาเก่งอยู่แล้ว บางคนจบกฎหมาย จบดอกเตอร์ (Doctor) อะไรเยอะแยะ วิถีพลเมืองเขาไม่ต้องห่วง ผมจึงบอกว่านี่คือประเด็นว่าท่านกลับไปทบทวน แล้วให้ประชาชน เข้ามามีส่วนร่วม วันนี้ประชาชนเขารู้อะไร ไม่รู้อะไร ท่านน่าจะรู้ จังหวัดรู้ เพื่อนอภิปราย ไปแล้ว ในส่วนที่ผมต้องกราบเรียนท่านต่อไป ซึ่งเป็นประเด็นต้องคิด ต้องว่า หลักสูตรของท่านหัวข้อ มันสำนึกพลเมืองวิถีประชาธิปไตย ชัดเจนนะครับ ที่ผมต้องนำเสนอประชาชนนี่ ท่านไป กำหนดเอาเลยประชาชนผู้นำหมู่บ้านก็ได้ ไม่ต้องเอาข้าราชการ เอาประชาชนทั่ว ๆ ไป ให้เขามีจิตสำนึก ซึ่งความจริงวันนี้เขาก็มี ที่ไม่มีคือประชาธิปไตยจากข้าราชการเรานี่ละ ไปกำหนดบทบาทให้ทำโน่นทำนี่ซึ่งไม่ใช่เรื่องประชาธิปไตยเลย ผมอยู่ในพื้นที่ ผมจึง กราบเรียนว่าถ้าท่านยังคิดให้ระบบประชาธิปไตยคืนความเป็นสิทธิของพลเมืองเขา ท่านสร้างถูกต้องแล้วหัวข้อ แต่อย่าไปสร้างข้าราชการซึ่งเป็นบุคคลที่เขามีบทบาทอยู่แล้ว ในระบบนี้ เขาเรียนมา เขาอะไร แต่ที่เขาทำประชาธิปไตยไม่ได้เพราะเขาอยู่ในระบอบ อยู่ใน วินัย ทำอย่างอื่นไปไม่ได้หรอกครับ บอกถูกเจ้านายสั่ง ถูกด่า ไม่ได้เกิดไม่ได้โต อันนี้คือระบบ ข้าราชการ ผมก็รับราชการมา ๓๕ ปี อันนี้ต้องถามท่านเลย ถ้ามีการเลือกตั้งครั้งใดก็ตาม ผมยังให้ท่านทำบันทึกแบบตรงไปตรงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมก็ข้องใจว่าท่านไม่มีบุคลากร ที่จะไปตรวจสอบว่ามีการทุจริตซื้อเสียง มันซื้อเต็มบ้านเต็มเมืองท่านปล่อยให้ได้อย่างไร รู้หมด แต่ไม่รู้คือ กกต. ผมจึงบอกเหมือนยาบ้า ชาวบ้านรู้หมดว่าขายที่ไหน ที่ไม่รู้คือตำรวจ ผมจึงต้องถามท่านเลขาธิการว่าเลือกตั้งของผมเพิ่งผ่านไป เลือกตั้ง ส.จ. ส.จ. เก่าของอำเภอ โคกศรีสุพรรณตาย รู้เต็มบ้านเต็มเมืองได้อยู่คนเดียวคะแนนโด่งมาเลย ผมก็สงสัยเหมือนกัน คนนี้มาจากไหน ไปถามปรากฏว่าซื้ออยู่คนเดียว ๕๐ บาทเท่านั้นรู้กันหมด แล้ววันนี้ไม่มี อะไรเกิดขึ้น มันเลยเป็นห่วงสถานภาพของ กกต. ว่าสมรรถภาพเรามีมากแค่ไหน ผมเป็นห่วง ผมไปอบรม พตส. ๑ ปี ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินเลยก็อยู่กลุ่มโปร่งใส แต่วันนี้พอเห็น ชาวบ้านมาถาม ผมก็ตอบไม่ได้ เพราะผมบอก กกต. เขาอาจจะไม่รู้เรื่อง หรือไม่มีคน ร้องเรียน อันนี้คือประเด็นต้องกลับมาคิดว่าต้องร้องเรียนเท่านั้นหรือเปล่า หรือว่าต้องรู้เอง ก็สามารถกระทำได้ เพราะไปถามชาวบ้านรู้หมด แต่ไม่รู้คือ กกต. ขอบคุณท่านประธาน มากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเหลืออีกท่านนะครับ คือท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานได้มีส่วนร่วม ในรายงานการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ต้องขอบคุณทาง กกต. ที่ได้ทำรายงาน ให้ภาพทั้งพันธกิจ วิสัยทัศน์ แล้วก็งานที่ กกต. ได้แจ้งผลการปฏิบัติงานหลายเรื่อง ผมเรียนต่อท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าที่ขอบคุณ เพราะว่าในบางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ดี แล้วผมก็คิดว่าน่าจะทำให้มากขึ้น ๆ ในหลายเรื่อง เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชน ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง สำคัญมาก ที่ปรากฏอยู่ในหน้า ๒๕ หน้า ๒๖ หน้า ๒๗ และหน้า ๓๐ กว่าเป็นต้นไปก็คือ หน้า ๓๓ หน้า ๓๔ หน้า ๓๕ ประเด็นก็คือว่า กกต. นอกจากเราได้ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง และมีหน้าที่ควบคุมการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ ยุติธรรมนั้น ผมคิดว่าอันนี้เป็นประเด็นปัญหาใหญ่ ของสังคมไทยต่อการเลือกตั้ง เพราะมีกระแสข่าวมากว่ามีการทุจริตการเลือกตั้ง แต่จะจับได้ หรือจับไม่ได้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง นั่นคือเป็นประเด็นที่ไปกำกับ ป้องกัน แต่ผมคิดว่าการทำให้เรื่องนี้มีผลมากนั้นน่าจะไปส่งเสริม ตามที่พูดถึงการส่งเสริมการมี ส่วนร่วมของประชาชน ผมว่านี่เป็นประเด็นใหญ่ แล้วถ้าประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ ในการเลือกตั้ง เข้าใจในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผมคิดว่า อันนี้จะทำให้มีคุณภาพของการจัดการเลือกตั้งมากขึ้น ไปเสริมในเรื่องที่ผมกล่าวแล้ว ในขั้นต้นก็คือเรื่องการกำกับการทุจริตการซื้อเสียง ประเด็นอยู่ที่ว่าการให้ความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องต่าง ๆ ผมติดใจอยู่ ๒-๓ เรื่อง ถ้าไปดูในหมวดที่ท่านให้ภาพ เรื่องปัญหา อุปสรรค ในการปฏิบัติงานส่วนหนึ่ง ผมคิดว่าส่วนใหญ่ก็เกิดจากความไม่รู้ ความไม่เข้าใจ การไม่ตระหนัก การไม่สำนึก เป็นต้น มันก็ย้อนแย้งกับการไปสร้างจิตสำนึก การไปให้ความรู้ ต่อปัญหาที่ปรากฏอยู่ในหน้า ๘๐ กว่าเป็นต้นมา ในส่วนที่ ๓ อันนั้นเป็นประเด็นสำคัญ ก็ลองกลับไปดูว่ามันย้อนแย้งกันในบางเรื่อง ข้อเสนอของผมก็คือว่ามันอาจจะต้องทำ มากกว่านี้ ที่ผมพูดแต่ต้นก็คือว่าในแง่ของการมีส่วนร่วม มันมีส่วนที่ท่านเขียนไว้ ผมคิดว่า นอกจากเราพูดถึงการให้ความรู้ การไปส่งเสริมพี่น้องประชาชนให้มีความรู้ ความเข้าใจแล้ว นั่นก็คือการไปสร้างพลเมือง อันนี้ผมเห็นด้วย แล้วส่วนหนึ่งก็คือการไปมีส่วนร่วมกับภาคส่วน ต่าง ๆ เพราะว่า กกต. เองทำโดยตรงไม่ได้ เพราะอัตรากำลัง บุคลากรไม่เพียงพอ ต้องอาศัย ส่วนราชการ หน่วยงานต่าง ๆ รัฐวิสาหกิจ หรือภาคเอกชน รวมทั้งสถาบันการศึกษา ผมคิดว่าตรงนี้ควรประสานงานและทำให้มากขึ้น ท่านมีกลไกในระดับจังหวัด ก็ควรจะให้ กกต. ในระดับจังหวัดไปประสานกับหน่วยต่าง ๆ ในพื้นที่ รวมทั้งสถาบันการศึกษา ผมคิดว่า จุดนี้ต้องปลูกฝัง ผมคิดว่าการสร้างพลเมืองอาจจะทำตั้งแต่เด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา คนรุ่นใหม่ เป็นต้น อันนี้ขอเรียนเพิ่มเติม ถ้าท่านทำแล้วหรือไม่ทำอย่างไร ข้อเสนอนี้ ช่วยตอบด้วยนะครับ ผมจะได้ทราบ นี่คือส่วนที่ ๑🔗
ในส่วนที่ ๒ ผมอยากจะเสนอเรื่องของการสร้างต้นแบบ ผมคิดว่าอันนี้ ในรายงานอาจจะไม่ค่อยมี หรือมีก็ช่วยชี้แจงด้วย เรียนท่านประธานว่าการสร้างต้นแบบ หมู่บ้านโปร่งใสหรือต้นแบบของการเลือกตั้งสุจริต ผมอยากให้ทำ เพราะว่าจะทำให้พี่น้อง ประชาชนตระหนัก แล้วก็จัดการตนเองในการจัดการเลือกตั้ง ว่าหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่ การเลือกตั้งสุจริตและโปร่งใส ถ้าทำอย่างนี้ได้เป็นต้นแบบไปเรื่อย ๆ มันก็จะทำให้ท่านเบา ในการไปตรวจสอบ เป็นการช่วย กกต. โดยทางอ้อม สิ่งที่ผมพูดใน ๒ ประเด็นต่อท่านประธาน ผ่านไปยัง กกต. เพื่อจะให้รับข้อเสนอที่ผมเสนอไว้ ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่สำคัญ🔗
เพราะฉะนั้นโดยสรุปก็คือว่าผมพยายามเสนอว่าปัญหาที่ท่านมีในส่วนที่ ๓ มันจะย้อนแย้งกันหรือไม่ในการสร้างความเข้าใจ การสร้างพลเมือง และการให้ความรู้ แต่ถ้าจะให้ไม่ได้ขัดแย้งว่าทำหรือไม่ อย่างไร แต่ผมคิดว่าการเปลี่ยนมุมที่ให้หน่วย ประสานงานกับท่านในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นภาคส่วนราชการ ภาคส่วนการศึกษา ภาคประชาสังคม ภาคเอกชนได้มามีส่วนช่วยท่านด้วย ก็จะเป็นการเสริมท่านให้มีความ เข้มข้นมากขึ้น กับข้อเสนอที่ผมว่าลองไปหากลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น เช่นท่านมีนักเรียน นักศึกษา คนรุ่นใหม่อันนี้ผมเห็นด้วย เพราะฉะนั้นทำให้เข้มข้นมากขึ้น แล้วก็ผ่านไปยัง กกต. จังหวัดต่าง ๆ ที่ทำให้มากขึ้นด้วย🔗
ประเด็นต่อมาก็คือการสร้างต้นแบบที่ผมพูดถึง เพื่อจะช่วย นั่นก็คือสิ่งที่ผม อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กกต. เพื่อจะช่วยทำให้สิ่งที่คาดหวังก็คือการเลือกตั้ง ที่สุจริต ยุติธรรม ไม่มีการซื้อเสียง แต่ท่านทำคนเดียวไม่ได้ ก็ต้องอาศัยภาคประชาชน ภาคพลเมืองในพื้นที่ช่วยท่าน นั่นก็คือจะทำให้ในที่สุดเป้าหมายของท่านจะถึงเป้าหมาย อย่างที่คาดหวัง กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพผ่านไปยัง กกต. ด้วยความขอบคุณ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกได้อภิปรายซักถามครบแล้วนะครับตามที่ขอ ต่อไปก็เป็นตัวแทนจาก กกต. ท่านเลขาธิการชี้แจง เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยคณะ จะขอตอบคำถาม รวมทั้งข้อสังเกต หรือข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกนะครับ ท่านแรก ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผมจะตอบเป็นข้อสั้น ๆ เพราะรายละเอียดก็อยู่ในหนังสืออยู่แล้ว กรณีเรื่องการสิ้นสภาพ ของพรรคการเมือง เรื่องสิ้นสภาพจะต่างจากการยุบพรรค เรื่องสิ้นสภาพเป็นเรื่องของพรรค ขอสิ้นสภาพด้วยตัวพรรคเอง แล้วก็พรรคไม่มีสภาพตามที่กฎหมายกำหนด อย่างเช่น ไม่มี สาขาพรรค ๔ สาขาครบตามภูมิภาค หรือไม่มีสมาชิกครบ ๕๐๐ คน พรรคก็จะขอสิ้นสภาพ🔗
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องไอโหวต (i-Vote) นะครับ ซึ่งตามกฎหมายก็คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ รวมทั้งกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ได้ระบุว่าให้ใช้บัตรเลือกตั้ง โดยเฉพาะฉบับที่แก้ไขล่าสุดในรัฐธรรมนูญ ได้ระบุว่าให้ใช้บัตรเลือกตั้งประเภทละ ๑ ใบ นั่นก็ต้องใช้การเลือกตั้งที่เป็นกระดาษก่อน แต่ว่าในทางสำนักงานได้ศึกษาเรื่องการใช้คะแนนแบบไอโหวต (i-Vote) ได้มีการศึกษา ในส่วนของสำนักงานว่าเราอาจจะนำมาใช้ในการเลือกตั้งทั้งเรื่องท้องถิ่นหรือการเลือกตั้ง ส.ส. ในอนาคต ถ้ากฎหมายได้มีการเปลี่ยนแปลงไปนะครับ🔗
ส่วนเรื่องการนับคะแนน ซึ่งท่านสมาชิกได้กล่าวถึงอยู่หลายท่านนะครับ สำนักงานได้นำบทเรียนที่ได้จากการเลือกตั้งว่าจะทำอย่างไร อย่างแรก ในวันเลือกตั้งครับ จะทำให้การเลือกตั้งดีตลอดได้อย่างไร ตั้งแต่ ๐๘.๐๐ นาฬิกาจนถึงรายงานผล การนับคะแนน ก็จะอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้ไปเลือกตั้งอย่างดีที่สุด แล้วก็ การออกเสียงลงคะแนน รวมทั้งการนับคะแนน ตลอดจนการรายงานผลคะแนน และ การประกาศผลคะแนนตามแบบ ๕/๑๘ เมื่อเลือกตั้งเสร็จก็จะลงในคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ พรรคการเมืองหรือผู้สนใจได้ตรวจสอบได้ นี่ก็คือสิ่งที่สำนักงานได้วางแผนไว้เกี่ยวกับเรื่อง การออกเสียงลงคะแนนในวันเลือกตั้ง และการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน🔗
เรื่องงบการเลือกตั้ง กรณีที่จะครบวาระหรือการสิ้นอายุของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะด้วยเหตุใด ถึงแม้ทาง ครม. หรือรัฐสภาไม่ได้จัดสรรงบประมาณไว้ ซึ่งก็ทราบว่า อยู่ในงบกลาง สำนักงานก็เตรียมที่จะของบกลางจากทาง ครม. เพื่อดำเนินการจัดการ เลือกตั้ง เพราะมีบางส่วนต้องดำเนินการเตรียมการไว้ก่อน ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง เพราะอายุสภาจะครบในวันที่ ๒๓ มีนาคม สำนักงานก็ได้เตรียมที่จะของบกลางไว้แล้วครับ🔗
ส่วนเรื่องเงินประมาณ ๘๙ ล้านบาทหรือ ๙๐ ล้านบาท ที่ท่านได้ตั้งข้อสังเกต ไว้นะครับ เป็นเรื่องที่สำนักงานได้ดำเนินการตามระเบียบ ในเรื่องการบริหารงานบุคคลของ สำนักงาน ก็คือการสำรองเงิน กันเงินเป็นหลักประกัน เพื่อเป็นเงินบำเหน็จให้กับพนักงาน โดยคิดจากเงินจำนวน ๑ เดือนของปีงบประมาณนั้น ก็คือปี ๒๕๖๒ ก็ ๔๑๑ ล้านบาท ปี ๒๕๖๓ ก็ ๕๐๐ ล้านบาทนิด ๆ นะครับ นั่นก็คือเป็นเงินที่ไปดำเนินตามระเบียบของ กกต. ในเรื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการองค์กรของคณะกรรมการครับ🔗
เรื่องการให้เงินอุดหนุนพรรคการเมือง และพรรคการเมืองกระทำผิด กฎหมาย ขอกราบเรียนว่าสำนักงานมีมาตรการที่จะดูแลเงินของรัฐที่สนับสนุนให้แก่ พรรคการเมือง โดยมีการดำเนินการทั้งก่อน ระหว่าง และหลัง ก่อนก็จะดูว่าพรรคทำ โครงการที่เสนอมาที่เราถูกต้อง ใช้เงินถูกวัตถุประสงค์หรือเป็นตามอัตราที่หลักเกณฑ์กำหนด หรือไม่ ในระหว่างก็คือเราจะส่งโครงการหรือกิจกรรมที่พรรคไปดำเนินการตามท้องที่ต่าง ๆ ตามจังหวัดต่าง ๆ ให้ กกต. จังหวัดไปดูแลว่าเขาได้ทำจริงหรือไม่ บางพรรคอาจจะไม่ทำ หรือทำโดยไม่บอกเรา แต่เราก็จะไปตรวจสอบย้อนหลัง หมายความว่าถ้าทำกิจกรรม ที่โรงแรมนี้หรือที่สถานที่นี้เราก็จะไปถามว่าพรรคได้ทำจริงหรือไม่ ส่วนการตรวจสอบ เมื่อทำเสร็จแล้วก็คือการตรวจสอบเอกสาร แล้วก็จะไปเช็ก (Check) กับ ๓ อย่างนี้ว่า พรรคได้นำเงินไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์หรือตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ก็คือมาตรการในการตรวจสอบ พบว่ามีบางพรรคที่ได้นำเงินไปใช้จ่าย แล้วก็ได้มีการ เรียกเงินคืน บางพรรคเราต้องส่งยุบพรรค ดำเนินคดีอาญา ก็มีบ้างนะครับ แต่ว่าส่วนมาก โดยรวมทุกพรรคก็ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และตามที่กฎหมายกำหนด นี่คือของท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาลนะครับ🔗
ส่วนของท่านสมคิด เชื้อคง ท่านก็หวังดีนะครับ ซึ่งเราก็พยายามทำอยู่ ทุกเรื่อง ที่ท่านให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะทางสำนักงานก็จะรับไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การให้ความรู้เรื่องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เข้าใจง่ายขึ้น ทั่วถึง กว้างขวาง รวมทั้งการนำเทคโนโลยี มาใช้กับการปฏิบัติงาน การอำนวยความสะดวกให้กับพรรคการเมือง และการอำนวย ความสะดวกให้กับประชาชน ซึ่งสำนักงานก็จะนำข้อเสนอของท่านไปดำเนินการต่อไปครับ🔗
ในส่วนของท่านคารม เรื่องการให้ความรู้เรื่องระบอบประชาธิปไตย ผมขอเรียนว่าหน้าที่ของ กกต. คือการทำการเมืองให้ดี ในหนังสือที่รายงานท่านสมาชิก ก็เป็นองค์ประกอบในการทำการเมืองให้ดี ก็คือการมีผู้เล่นที่ดีก็คือมีพรรคการเมือง หรือผู้สมัครที่ดี มีผู้เลือกที่ดีก็คือประชาชนหรือพลเมืองที่มีความเป็นประชาธิปไตย มีวิถีชีวิต แบบประชาธิปไตย การมีกรรมการที่ดีก็คือ กกต. องคาพยพที่เห็นทั้ง ๓ อย่างที่อยู่ในรายงาน ก็คือการทำการเมืองให้ดี ในระยะยาวถ้าผู้เล่นหรือพลเมืองผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้มีคุณภาพ ในการเลือกตั้ง การเมืองในระยะยาวก็จะเป็นไปด้วยดี นี่คือสิ่งแรกก็คือการทำการเมืองให้ดี โดยผ่านกระบวนการการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม🔗
หน้าที่ประการที่ ๒ ของสำนักงานก็คือการธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จริง ๆ กกต. ก็ขอความร่วมมือกับทางประชาชนไทย ทุกคนว่าระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบที่ดีที่สุด ที่ประชาชนจะสามารถเลือกผู้แทน ของตัวเองมาบริหารบ้านเมือง มาเป็นสมาชิก เพียงแต่ว่าในระหว่างทางก็อาจจะมีปัญหาหรืออุปสรรคอยู่บ้าง ในการที่ท่านก็อาจจะทราบ เป็นอย่างดีเหมือนกับเราทราบที่บอกว่าคนซื้อเสียงทั้งประเทศ กกต. ไปอยู่ไหน จริง ๆ เรา ทราบครับ ผมว่าเราทราบดีกว่าทุกท่านด้วยซ้ำไป แต่ว่าปัญหาแบบนี้ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือ จากทุกคนก็ยากที่จะแก้ไข หรืออาจจะต้องเดินช้าที่จะไปถึงเป้าหมาย เพราะว่าดูเหมือนง่าย เวลาแก้ปัญหาซื้อเสียง แต่จริง ๆ ก็ต้องยอมรับว่าบางครั้งไม่ได้ง่าย เพราะการทำทุจริต เกี่ยวกับการเลือกตั้งเป็นเรื่องหลายอย่างมารวมกัน องค์ประกอบหลายอย่างมารวมกัน ทั้งเรื่องผู้มีอำนาจ เรื่องความนิยมชมชอบ เรื่องกฎหมาย หมายความว่าคนที่ร่วมกัน กระทำผิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และเป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่ร่วมกัน ทำให้ การทำงานของ กกต. ยากขึ้นถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย แต่เราก็ไม่ได้ท้อถอย เราก็พยายามที่จะทำ ทั้งการป้องกัน ป้องปราม ปราบปราม คิดว่ามาตรการที่เราจะมีขึ้น จากบทเรียนที่ผ่านมาและข้อมูลที่เรามีอยู่จะทำให้การเลือกตั้งครั้งหน้าดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา🔗
ส่วนเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งนะครับ อย่างที่บอกก็อาจจะมีข่าวว่า กกต. แบ่งเขตไว้แล้ว จริง ๆ เรายังไม่ได้แบ่งเขตอะไร แต่สำนักงานได้มีการเตรียมข้อมูล และเตรียมงานทางธุรการ เพราะใกล้จะสิ้นอายุสภาผู้แทนราษฎร ไม่รู้เราจะเลือกตั้งวันไหน แต่เราก็ต้องเตรียมพร้อมอยู่ตลอด เงื่อนไขในการแบ่งเขตเลือกตั้งคือต้องมีกฎหมาย ตอนนี้ กฎหมายอยู่ในชั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้ามีกฎหมายแล้ว กกต. ถึงจะแบ่งเขตได้ เราต้องมาออกระเบียบตามกฎหมาย ถ้ามีกฎหมายเราต้องมาออกระเบียบ ซึ่งเราได้ดำเนินการ ควบคู่ไปกับตัวกฎหมายอยู่แล้ว ถ้ากฎหมายมีผลบังคับใช้ ระเบียบ กกต. ก็คงจะออกไล่กัน ออกไป แล้วก็จะแบ่งเขตเลือกตั้งได้ โดยที่ท่านอาจจะถามว่าบอกไม่ได้หรือว่าเขตเลือกตั้ง เป็นอย่างไร จริง ๆ มันยากตรงที่ว่ากระบวนการในการแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างน้อย แต่ละจังหวัดต้องส่งมา ๓ แบบ มีกระบวนการที่จะให้ประชาชน พรรคการเมือง ผู้สมัคร เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น แล้วส่งมาให้ กกต. ในส่วนกลางพิจารณา เลยจะบอกว่าเป็นแบบไหนก็ยาก แต่เป็นเรื่องของการเตรียมในระดับจังหวัด ในส่วนกลาง จะไม่มีข้อมูล สำนักงานก็ต้องมีความพร้อม อย่างที่สำนักงานบอกว่าเรามีความพร้อม ในการเลือกตั้ง นี่คือการเตรียมความพร้อมอย่างหนึ่ง แต่ไม่ใช่การแบ่งเขต เป็นเรื่องที่ว่า ไม่ว่าจะสถานการณ์จะเป็นอย่างไร เราก็พร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์อย่างนี้ ก็ขอ กราบเรียนในเรื่องการแบ่งเขตโดยสังเขปนะครับ🔗
ส่วนของท่านวิรัตน์ วรศสิริน ก็เป็นเรื่องการตั้งข้อสังเกตให้สำนักงานนะครับ สำนักงานก็จะรับไปดำเนินการตามที่ท่านว่าเราได้ทำหน้าที่เราได้ดีแล้วหรือยัง ซึ่งจริง ๆ อย่างที่บอกว่าเราก็ทำหน้าที่ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง หรือการอบรม การอบรม ก็อยู่บนพื้นฐาน จริง ๆ ไม่ได้เรียกการอบรม เป็นเรื่องของการให้ความรู้ในการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แล้วก็การอบรมเจ้าหน้าที่ กปน. ของเรา เพื่อให้จัดการเลือกตั้ง ดำเนินการเลือกตั้งในวันเลือกตั้งให้เป็นไปด้วย ความเรียบร้อย เพราะว่าในวันเลือกตั้งไม่มีคนของ กกต. ครับ ในวันเลือกตั้งมีแต่ประชาชน กปน. ทั้งในระบบใหม่ ถ้ากฎหมายใหม่ผ่านเป็นระบบบัตร ๒ ใบ ก็จะมี กปน. ๙ คน เป็นประชาชนทุกท่าน ไม่มีคนของ กกต. ในวันนั้น กกต. เป็นเพียงแต่คนคอยสนับสนุน การให้ข้อมูลหลักเกณฑ์ในการทำงาน ไม่ว่า กกต. เขตหรือว่า กปน. เป็นเรื่องของประชาชน ที่จะจัดการเลือกตั้ง เพียงแต่ว่าเราต้องให้ความรู้หรือวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง ให้การเลือกตั้ง ทุกหน่วยเลือกตั้งที่มีอยู่ ๑๐๐,๐๐๐ หน่วยเป็นมาตรฐานเดียวกันและถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยครับ🔗
ของท่านชวน ชูจันทร์ เป็นเรื่องเกณฑ์ของการแบ่งเขต กราบเรียนว่า สำนักงานได้ดำเนินการตามกฎหมาย แต่ข้อสังเกตของท่านสำนักงานก็จะรับไปพิจารณา ประกอบ ส่วนเรื่องการให้ความรู้เกี่ยวกับ กปน. หรือการปฏิบัติหน้าที่ของ กปน. ในหน่วย รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้เกี่ยวกับการกาคะแนน เพื่อให้ประชาชนได้แสดง เจตจำนงของตัวเองว่าเมื่อเลือกผู้สมัครท่านใดก็อยากให้ได้ท่านนั้น คือบัตรไม่เสีย ทางสำนักงานก็ตระหนักในเรื่องนี้เป็นอย่างดีว่าเราจะลดบัตรเสียในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ให้น้อยลงที่สุด ครั้งที่แล้วบัตรเสียอาจจะเยอะ เพราะว่าด้วยระบบการเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญที่ยังไม่ได้แก้ไขฉบับที่ผ่านมามีพรรคการเมืองลงสมัคร ๘๔ พรรค ในระบบบัญชีรายชื่อ แล้วก็เบอร์อาจจะมีช่องว่างทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ถ้าจำไม่ดี ก็อาจจะกากบาทพลาดไปด้วย นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งซึ่งสำนักงานจะน้อมรับเอาข้อสังเกตของท่าน ไปซักซ้อมในการทำงานของหน่วยงานเอง กกต. จังหวัด แล้วก็ กปน. ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ครับ🔗
ของท่านนิยม เวชกามา เป็นเรื่องของการให้ความรู้เกี่ยวกับประชาชน เพื่อให้ ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตย มีวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย แล้วก็ไปออกเสียง ลงคะแนนอย่างมีคุณภาพ ซึ่งสำนักงานก็จะรับไปเช่นกัน โดยเฉพาะการให้ภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วม แล้วก็เข้ามามีบทบาทในการที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรม และโดยที่สำนักงาน กกต. นี่ละครับได้รับงานเพิ่มเกี่ยวกับเรื่องการสร้าง พลเมืองที่ดี ตามยุทธศาสตร์ของประเทศว่าให้สำนักงานเป็นเจ้าภาพในการทำเรื่องนี้ สำนักงานก็ตระหนักดีว่ามันเป็นภาระที่สำคัญที่เราจะต้องทำให้สำเร็จให้ดียิ่งขึ้นให้จงได้ครับ🔗
ในส่วนของท่านโกวิทย์ ก็จะเป็นลักษณะเดียวกันเป็นข้อสังเกต แล้วก็ เรื่องการให้ความรู้เรื่องประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งการสร้าง ต้นแบบ ผมเรียกหมู่บ้านต้นแบบ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งก็มีหมู่บ้านต้นแบบ เรามี ศส.ปชต. อยู่ทุกตำบล เป็นชาวบ้าน แล้วก็มีหมู่บ้านต้นแบบ ซึ่งเราเรียกว่าหมู่บ้าน ไม่ขายเสียง ก็จะมีอยู่ครอบคลุม จริง ๆ ก็จะบอกว่าหมู่บ้านไม่ขายเสียงเราก็พยายาม ให้เป็นไปตามนั้นจริง ๆ ไม่ใช่ติดป้ายเพื่อให้รู้ว่าไม่ขายเสียงแต่ยังเกิดแบบนี้อยู่ ถ้าคนในบ้าน เขาเห็นความสำคัญ ผมคิดว่าเรื่องการร่วมมือกันทำเรื่องแบบนี้จะทำให้ความตั้งใจ ความพยายามก็จะประสบความสำเร็จ ซึ่งสิ่งที่เราทำมาตลอด ๔ ปีอาจจะต้องดูในวันเลือกตั้ง ที่จะถึงนี้ว่ามันเกิดผลอย่างไร ถึงแม้ว่าการแข่งขันทางการเมือง ผมไม่เรียกว่ารุนแรง แต่เรียกว่าคึกคัก มีการตื่นตัว ประชาชนมีการตื่นตัว แต่สำนักงานคิดว่าด้วยกระบวนการ ที่เราได้ทำมา รวมทั้งเครือข่ายที่เราได้ทำร่วมกันกับหลายหน่วยงาน รวมทั้งภาคประชาชน จะทำให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมยิ่งขึ้น นี่คือสิ่งที่ทางสำนักงานขอกราบเรียนต่อ ท่านประธานและท่านสมาชิก ทางสำนักงานได้รับฟังทั้งคำถาม ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ไม่ได้คิดต่างกันครับ เราอยากให้ บ้านเมืองเราดี ถ้าบ้านเมืองจะดีได้ก็ด้วยการเมืองดี ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กกต. กกต. เพียงลำพัง มีคนอยู่ ๒,๐๐๐ กว่าคน ก็คงทำไม่สำเร็จถ้าเฉพาะ ๒,๐๐๐ คน เรื่องนี้ใหญ่เกินตัว กกต. แต่เราเป็นคนรับเหมือนเป็นเจ้าภาพ ถ้าจะสำเร็จลงได้ก็ต้องอาศัยความร่วมมือนี่ละครับ จากประชาชน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แล้วก็ทั้งผู้สมัครและพรรคการเมือง เราจะพยายามทำ เต็มที่อยู่แล้วนะครับ ก็ขอขอบพระคุณท่านประธานและท่านสมาชิกที่ได้ให้ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตที่ดี ๆ ซึ่งสำนักงานพร้อมที่จะน้อมรับไปปฏิบัติให้การงานของ กกต. งานของ ชาติบ้านเมืองนี้ดียิ่งขึ้น ขอขอบพระคุณครับ🔗
ท่านนิยม มีอะไรอีกไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมขอถามเพิ่มเติม ตามที่ท่านเลขาธิการ กกต. บอกเมื่อสักครู่นี้ ผมเลยเป็นห่วงถ้าเกิดมีการเลือกตั้งในเร็ว ๆ นี้ อย่างไรมันก็ต้องเลือกตั้ง เพราะจะครบกำหนดในวันที่ ๒๒-๒๓ มีนาคม ผมเลยต้องถามท่าน เสียก่อน ผมตั้งใจฟังท่านพูดนะเมื่อสักครู่นี้ ท่านบอกว่าท่านก็ทราบเหมือนกับประชาชน ทั่วไปว่ามีการซื้อเสียง ซื้อแบบถล่มทลาย ท่านบอกว่าท่านก็รู้เหมือนกับชาวบ้านทั่วไปว่า มีการซื้อเสียง แต่ทำยาก ท่านบอกอย่างนั้น เพราะผู้มีอำนาจมีส่วนเกี่ยวข้อง ท่านก็บอก ท่านมีบทเรียน ทีนี้ผมต้องถามท่านเลยว่าในการเตรียมการแบบนี้ท่านรู้แล้วว่าพรรคการเมือง ก็อาจจะมีการซื้อเสียงจริง ๆ ท่านได้เตรียมการป้องกันเพื่อจะให้บริสุทธิ์ ยุติธรรมอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านเป็นแม่บ้านคนสำคัญของ กกต. ท่านประธานไม่เป็นไร แต่ท่านมี บทบาทที่เป็นแม่บ้านที่สั่งการได้ทุกเรื่องเกี่ยวกับ กกต. จังหวัด ผมจึงเสนอท่านแต่แรกว่า ในโครงการที่ ๒ ของท่าน โครงการสร้างจิตสำนึกพลเมืองวิถีประชาธิปไตย ที่ท่านมีของท่าน ทำไมท่านไม่สร้างเครือข่ายประชาชนขึ้นมาเยอะ ๆ ท่านกลับไปเอาข้าราชการ ผมถึง ตั้งประเด็นว่าข้าราชการเขาทำตามหน้าที่อยู่แล้ว แต่ประชาชนนี่ เราต้องสร้างมวลชน จากประชาชน แล้วท่านจะได้ผู้ที่ให้ความร่วมมือท่าน เพราะเมื่อสักครู่ท่านบอกว่า ท่านไม่ได้รับความร่วมมือท่านทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นท่านต้องทำให้ได้นะครับ ถ้าท่านทำไม่ได้ เขาบอกมี กกต. ไว้ทำไม เห็นไหมมีหลายคนบอกมีไว้ทำไม กลับไปใช้ปกครองเหมือนเดิม ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำ เสียหายครับ ผมก็ผูกพันกับ กกต. พอสมควร เป็นกรรมการ ในจังหวัดอยู่หลายปี เพราะฉะนั้นผมก็เป็นห่วงท่าน ท่านจะบอกว่าทำไม่ได้ ไม่ได้ครับ ต้องทำให้ได้ นี่คือประเด็น โดยการสร้างเครือข่ายที่ผมว่านี่ละ🔗
แล้วอันสุดท้ายนี่เขาฝากถามมา เนื่องจาก กกต. ท่านแพ้ในศาลฎีกา เรื่องใบส้มของท่าน ส.ส. สุรพลถวายเงินพระ ๒,๐๐๐ บาท สั่งให้ทาง กกต. ชดใช้เงินคืน ๗๐ ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย กกต. ได้ดำเนินการอย่างไรแล้วหรือไม่ อันนี้ประเด็นสุดท้าย ขอบคุณมากครับ🔗
นิดหนึ่งครับท่านประธาน ผม คารม นิดเดียวครับ🔗
เชิญท่านคารมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ผมได้ฟังท่านเลขาธิการทั้งหมดแล้วก็เข้าใจ แล้วก็อันดับแรกให้กำลังใจครับ ผมไม่มีคำถาม แต่เชิงฝากไว้เลยว่าในส่วนของการแบ่งเขตซึ่งผมก็เข้าใจว่าต้องมีระเบียบ แล้วก็ต้องรอกฎหมายลูก แต่ว่าอยากเรียนนี้ครับ ผมเข้าไปสอบถาม ก็เข้าใจขั้นตอน แต่อยากเรียนว่าในช่วงรับฟังความคิดเห็นจากผู้สมัคร ว่าที่ผู้สมัครในเขตการเลือกตั้ง ซึ่งตรงกับท่านชวน ชูจันทร์ ที่ว่ามันจะคร่อมกับเขตปกครอง อยากให้ท่านแจ้งกับคนที่เขา จะเป็นว่าที่ผู้สมัครให้ครอบคลุม เพราะเรื่องนี้ต้องถือว่าได้เสีย มีข่าวว่าผู้สมัครหรือที่เป็น ส.ส. จังหวัดใหญ่ ๆ ที่มีพรรคใหญ่ ๆ คลุมอยู่ไปขีดเอาเลยครับตามอำเภอใจ ซึ่งในฐานะ เป็นนักกฎหมาย ถ้าทำอย่างนั้นเท่ากับ กกต. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งผมเป็นนักกฎหมาย วิถีชีวิตผมไม่ค่อยชอบเรื่องนี้ ขอให้ท่านตรงไปตรงมา แล้วท่านเปิดโอกาสให้มีความคิดเห็น จากคนที่เขาจะลงสมัคร แค่นี้ก็พอใจครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญท่าน เลขาธิการชี้แจงต่อครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกครับ ประเด็นแรก ก็คือเรื่องความไม่สุจริตและเที่ยงธรรม จริง ๆ ไม่ได้บอกว่าทำไม่ได้ เพียงแต่ว่ามันยาก มันยากก็เพราะอย่างที่บอก จริง ๆ ผมไม่ได้ บอกผู้มีอำนาจ ผมบอกเป็นเรื่องของอำนาจ ทุกคนมีอำนาจหมดละครับที่เป็นผู้สมัคร แล้วประชาชนก็รักด้วย ก็ลำบาก ต้องยอมรับว่าถ้าไม่ได้รับความร่วมมือก็ลำบาก แต่ว่าไม่ได้ หนักใจอะไรมากนัก เพียงแต่บอกว่ามันลำบากที่จะทำงานแบบนี้ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือ จากทุกฝ่าย เพราะจริง ๆ คือเราเห็นเป้าหมายร่วมกันอยู่แล้ว แต่วิธีคิดในวันที่แข่งขัน อาจจะต่างกัน แต่เป้าหมายเราเหมือนกัน เพียงแต่ว่าถ้าได้รับความร่วมมือมันจะง่ายขึ้น เรามีมาตรการ เรามีการข่าว เรามีชุดปฏิบัติการหลายชุดในพื้นที่ ก็อยากกราบเรียนให้ ท่านสบายใจว่าสำนักงานไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องพวกนี้นะครับ🔗
ส่วนประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องใบส้มนะครับ สำนักงานก็ดำเนินการไปตาม ขั้นตอน ตามสิทธิ ที่จะใช้สิทธิทางศาลในการอุทธรณ์ ซึ่งคดีแบบนี้มีหลายคดี เราเพิ่งแพ้ เป็นคดีแรก คดีอื่นเราก็ชนะมาตลอดในเรื่องแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเพิ่งเกิดขึ้น นี่ก็คือในสิ่งที่อยากจะ กราบเรียนนะครับ เราได้ใช้สิทธิที่จะดำเนินการไปจนถึงขั้นสุดท้าย จนสิ้นกระบวนการ พิจารณาของศาล🔗
ส่วนข้อสังเกตของท่านคารมหรือข้อกังวลต่าง ๆ ทางสำนักงานก็จะรับไป แต่ผมเรียนยืนยันว่าสำนักงานเราเดินตรง อย่ากังวลเรื่องนี้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ถือว่าเราได้รับทราบการรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ แล้วนะครับ ต้องขอขอบคุณทางผู้ชี้แจง ท่านเลขาธิการและคณะ ที่มาชี้แจงในวันนี้นะครับ ความจริงก็รอคอยท่านมาหลายครั้ง มีอันต้องเลื่อนไปเรื่อย ๆ ขอบคุณครับ🔗
๒.๖ รับทราบรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ ๑๑-๑๓/๒๕๖๕🔗
ด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับเรื่องร้องเรียน ขอให้ตรวจสอบการละเมิด สิทธิมนุษยชน กรณีสื่อมวลชนนำเสนอข่าวโดยใช้ถ้อยคำที่กระทบต่ออัตลักษณ์ของ กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ โดยคณะกรรมการได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียน ดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว🔗
สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงได้เสนอรายงานผล การตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ ๑๑-๑๓/๒๕๖๕ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทราบ ตามมาตรา ๒๔๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และมาตรา ๒๖ (๓) ประกอบมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ รายละเอียดของรายงานดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้ว🔗
มีท่านสมาชิกสนใจที่จะซักถาม ดังนั้นผมจึงได้อนุญาตให้บุคคลต่อไปนี้ เข้าร่วมชี้แจงรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ ๑๑-๑๓/๒๕๖๕ ๑. นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๒. นางสาวแพรไพลิน บุปผา นักวิชาการสิทธิมนุษยชนชำนาญการ ๓. นายชานนท์ ชลพันธ์ นักวิชาการสิทธิมนุษยชน ชำนาญการ เชิญเข้าประจำที่เลยนะครับ🔗
ต่อไป ท่านสมาชิกที่สนใจจะร่วมอภิปราย มีท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ขอ ๑๕ นาทีได้ไหมครับ🔗
๑๕ นาที ยาวไปไหมครับ เอาสัก ๑๐ นาทีแล้วกันนะครับ🔗
ผมอุตส่าห์ตัดเวลาอภิปราย น้ำท่วมกับกราดยิงมานะครับ ได้ครับท่านประธาน🔗
ได้ ๆ ท่านณัฐวุฒิ เพราะว่ามีผู้ขออภิปรายแค่คนเดียวคือท่านนะครับ เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทอง ต้องขอบพระคุณท่านประธานครับที่ได้กรุณาให้เวลา ความจริงผมคงใช้ไม่หมด หรอกครับ แต่ตั้งเป็นโจทย์ไว้ก่อน เพราะว่าประเด็นที่ผมพูดเนื่องจากว่าเป็นประเด็นสำคัญ ที่ผู้คนสนใจ แล้วก็เป็นประเด็นร่วมสมัยของคนไทยในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามต้องขอ ประทานโทษท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้แทนจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า บังเอิญว่ารายงานฉบับนี้เคยเข้ามาตั้งแต่สมัยประชุมที่แล้ว ผมเองก็จดรายละเอียดไว้ แล้วทิ้งเอกสารไว้ที่บ้าน ไม่คิดว่าจะได้เข้ามาในวันนี้ แล้วมาอภิปรายในวันนี้ ฉะนั้นอาจจะมี บางประเด็นที่ไม่ครบถ้วนบางประการ อย่างไรก็ตามผมมีประเด็นที่จะสอบถามคร่าว ๆ ที่ได้ ตั้งไว้อยู่ทั้งหมดสัก ๕ ข้อด้วยกันครับ🔗
ท่านประธานครับ ในข้อที่ ๑ สิทธิและความเสมอภาคทางเพศอันเกี่ยวเนื่อง กับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ กรณีกล่าวอ้างว่าสื่อมวลชนนำเสนอข่าวสารโดยใช้ถ้อยคำที่ กระทบต่ออัตลักษณ์ของกลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ ผมพยายามอ่านทั้งหมด ผมก็เข้าใจแต่เดิมนะครับว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีมติและลงมติว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้ถูกร้อง ในกรณีคำร้องที่ ๘๙ คำร้องที่ ๑๐๑ คำร้องที่ ๑๐๒ หนึ่งร้อยเอ็ด เขาอ่านอย่างนี้ ไม่ใช่จังหวัดที่ท่าน ส.ส. คารม พลพรกลาง อยู่แต่ประการใด ตกลงแล้ว ผมเข้าใจว่าอย่างไร ท่านลงแน่ ๆ มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนแน่ ๆ พอไปอ่านรายงานท่านปุ๊บ ในข้อที่ ๖ เอกสารหน้าสุดท้าย ท่านบอกว่าอาศัยเหตุผลดังกล่าวจึงมีมติตามคำร้อง ไม่ปรากฏว่ามีการกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน พูดง่าย ๆ ก็คือว่าทั้งหมดทั้งมวลนั้นท่านบอกว่า ๓ คำร้องที่มีผู้ร้องปกปิดชื่อ แล้วมีกรณีของสื่อมวลชน ที่ถูกร้องอยู่ ๒ สื่อด้วยกัน ไม่ปรากฏว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนแต่ประการใด พี่น้อง แอลจีบีทีคิว (LGBTQ) พี่น้องผู้มีความหลากหลายทางเพศทั้งประเทศทราบแบบนี้ตกใจครับ นี่ถ้าวันนี้พี่น้องเราอยู่กันเยอะเรื่องนี้ต้องเป็นข่าวพาดหัวข่าว หน้า ๑ ในสื่อมวลชน ผมก็ต้อง ถามท่าน ข้อความในลักษณะนี้ไม่ละเมิดหรือครับ ผมอ่านตามเอกสารทั้งหมดเลยนะครับ เช่นกรณีหน้า ๒ ที่บอกว่าผู้ถูกร้องที่ ๑ เสนอข่าวสารด้วยคำว่า รวบสาวสองค้ากามเด็ก อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี คำว่า สาวสอง นี่ไม่ใช่การละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือครับ กรณีที่ ๒ นั้น ผู้ร้องได้แจ้งว่าผู้ถูกร้องที่ ๑ เสนอข่าวสารด้วยข้อความว่า มีสาวประเภทสองรุมทำร้าย คำว่า สาวประเภทสองรุมทำร้าย นี่ไม่ใช่การละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือครับ กรณีที่ ๓ ยังตีความ กันได้ครับ แต่สุดท้ายทั้งหมดทั้งมวลก็ไม่ต่างกันครับ ก็คือกรณีที่บอกว่ามีสื่อมวลชนที่เป็น ผู้ถูกร้องที่ ๒ ได้เสนอข่าวว่าจับกะเทยฆ่าสาวทอม นี่ไม่ใช่ละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือครับ มันมีการละเมิดซ้อนละเมิดครับ🔗
การละเมิดประการที่ ๑ ก็คือการที่สื่อมวลชนไม่ว่าจะเป็น ๒ แขนงนี้หรือใด ๆ ต่าง ๆ ก็แล้วแต่ใช้ลักษณะการระบุอัตลักษณ์ของบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ เช่น คำว่ากะเทย เช่นคำว่าทอม เช่นคำว่าสาวสองหรือสาวประเภทสอง นั่นคือการละเมิด สิทธิมนุษยชน ขั้นที่ ๑ อยู่แล้ว ตามหลักการยอกยาการ์ตา ตามปฏิญญาสากลว่าด้วย สิทธิมนุษยชน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๗ วรรคสาม ละเมิดขั้นที่ ๑ อยู่แล้ว โดยภาษาหรือคำที่ใช้ในการเรียกบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ🔗
การละเมิดซ้ำประการที่ ๒ ก็คือการที่ระบุว่าด้วยเหตุที่เขามีความหลากหลาย ทางเพศ ตามประเภทที่ท่านระบุนี่ไปฆ่าคนอื่น มันก็เลยก่อให้เกิดการตีความเหมารวม หรือมี การอะบิวส์ (Abuse) ซ้ำหรือการละเมิดซ้ำ ในภาษาสิทธิมนุษยชนท่านเรียกอินเทอร์เซ็กชัวลิตี (Intersexuality) ภาษาอังกฤษยากครับ แปลเป็นไทยกลับแล้วกันว่าการละเมิดซ้ำ หรือตีตราซ้ำ ชั้นที่ ๒ ไม่จำเป็นนะครับ กรณีการค้ากามเด็กอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ท่านก็บอกเลย ครับ รวบผู้ต้องหาค้ากามเด็กอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ทำไมท่านต้องตีความหรือบอกว่า สาวประเภทสองทุกคน หรืออาจจะทุกคนหรือที่อาจจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้ากามเด็ก กรณีที่บอกว่ามีสาวประเภทสองรุมทำร้าย ท่านก็บอกเลยครับ มีบุคคลรุมทำร้ายบุคคลอื่น ทำไมสื่อมวลชนต้องใช้คำว่าสาวประเภทสอง ผู้ชายไม่เคยรุมทำร้ายหรือครับ ผู้หญิงไม่เคย รุมทำร้ายหรือครับ ผู้ใหญ่ไม่เคยรุมทำร้ายหรือครับ ผู้สูงอายุไม่เคยรุมทำร้ายหรือครับ เด็กไม่เคยรุมทำร้ายหรือครับ กรณีการจับกะเทยฆ่าสาวทอม ทำไมต้องใช้คำนั้นครับ ฉะนั้น ทั้งหมดทั้งมวลเอาแค่ข้อที่ ๑ ก่อน ท่านก็คงต้องตอบตัวแทนพี่น้องประชาชนในสภาแห่งนี้ว่า หลักเกณฑ์ หลักการ หลักกฎหมาย หรือการตีความของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ดังรายชื่อที่ปรากฏ ซึ่งมีเพียง ๖ ท่านในวันที่ลงนามในเอกสารนั้น ท่านใช้หลักเกณฑ์ หลักการ กฎหมาย หรือการตีความว่ากรณีของบุคคล ผู้ถูกร้องที่ ๑ หรือผู้ถูกร้องที่ ๒ ก็แล้วแต่นั้นไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างไร นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ นั้นเป็นความเกี่ยวเนื่องกับกรณีของข้อเสนอแนะหรือแนวทาง ในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนครับ มีข้อเสนอแนะอยู่ ๒ ประการที่ผมคิดว่าจำเป็นต้องช่วยกัน ทำความเข้าใจ แล้วก็อธิบายต่อพี่น้องประชาชน ข้อเสนอแนะ ข้อที่ ๕.๑ ผมไม่แตะครับ เพราะว่ามันไปวนอยู่ในข้อที่ผมพูดไปแล้วในประการที่ ๑ แต่ข้อเสนอแนะ ข้อที่ ๕.๒ นั้น สำคัญ ที่ท่านบอกว่าให้สำนักงาน กสทช. เร่งผลักดันร่างแนวทางในการนำเสนอเนื้อหา รายงานเกี่ยวกับบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ กสทช. ตอนที่มาชี้แจงเขาไม่ได้ตอบท่าน เลยหรือครับว่าเขามีแนวทางอยู่แล้ว เสียดายว่าวันนี้ผมถึงบอกอย่างไรครับถ้ารู้ล่วงหน้า ผมก็จะหยิบเล่มที่ กสทช. ทำเล่มเล็ก ๆ ไม่หนามากหรอกครับ ครึ่งเดียวของเอกสารอันนี้ ปกสีขาว ๆ มีสีรุ้ง นั่นก็คือเอกสารที่ กสทช. เคยทำออกมาแล้ว เป็นกรณีที่บอกว่ากรณี การนำเสนอข่าวที่เกี่ยวข้องกับบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศนั้นควรจะมีแนวปฏิบัติ หรือไม่ควรจะไปปฏิบัติอันเป็นการเข้าข่ายการละเมิดสิทธิของบุคคลผู้มีความหลากหลาย ทางเพศแต่ประการใด ผมสงสัย ท่านต้องตอบนะครับ เขาไม่บอกท่านเลยหรือครับ ผมจะได้ ไปแงะเอกสารงบประมาณ ซึ่งท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ท่านถนัดอยู่แล้วว่า แล้วตอนนั้น กสทช. ใช้งบอะไรพิมพ์ แล้วตอนนี้ยังพิมพ์อยู่ไหม แล้วทำไมมาอยู่ที่ ส.ส. อย่างผม แล้วทำไมไม่อยู่ในพี่น้องประชาชน หรือแม้กระทั่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ผมไม่ได้พูดถึงเล่มอื่น ๆ ซึ่งมีเยอะนะครับ แนวทางการนำเสนอข่าวหรือทำข่าว อย่างไรไม่ให้ละเมิดสิทธิโดยเฉพาะกลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ ผมอยากจะ นำเสนอในเชิงวิชาการนะครับ เขาบอกว่าการละเมิดหรือไม่ละเมิดให้ใช้หลักอยู่ ๔ ประการ ท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนท่านทราบดี ท่านทำงานสื่อมวลชนมาก่อน ๑. ต้องไม่เสนอข่าว อันมีเนื้อหาเป็นการละเมิด เนื้อหาชัดเจน ๒. ต้องไม่เสนอข่าวอันมีภาพเป็นการละเมิด ๓. ต้องไม่เสนอข่าวอันมีลักษณะกระบวนการ ทำข่าวเป็นการละเมิด ๔. ต้องไม่เสนอข่าวในลักษณะตีตรา ตีค่า หรือซ้ำเติม หรือตอกย้ำ ความเชื่อที่ไม่ถูกต้องในประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน หรือแม้กระทั่งกรณีนี้คือบุคคลผู้มีความ หลากหลายทางเพศ ซึ่งอันนี้คือการตีค่าหรือการตีความชัด ๆ นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ และประเด็นที่ ๔ เกี่ยวพันกัน และเป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับ ข้อเสนอแนะ ข้อที่ ๕.๓ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เมื่อ ๑๕-๑๖ ปีที่แล้ว ไม่ใช่ท่านไม่เคยทำ ท่านให้อาจารย์ดอกเตอร์ธาตรี ใต้ฟ้าพูล คณะวารสารศาสตร์ และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดทำรายงานว่าการทำข่าวหรือกระบวนการ ตรวจสอบจริยธรรมสื่อมวลชนนั้นควรมีกระบวนการแบบใด ประการใด งานวิจัยของท่านเอง งานวิจัยของท่านบอกว่ากระบวนการตรวจสอบสื่อมวลชนที่ดีที่สุดก็คือหลักการที่เรียกว่า เซลฟ์เรกูเลชัน (Self-Regulation) หรือการตรวจสอบจริยธรรมของสื่อมวลชนด้วยกันเอง ฉะนั้นสิ่งที่ท่านต้องนำเสนอก็คือการนำเสนอว่าปัญหาของวันนี้คืออะไร คือสภา การหนังสือพิมพ์ คือสภาวิชาชีพสื่อ คือสมาคมผู้สื่อข่าววิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือคือปัญหาใด ๆ ที่ทำให้กระบวนการที่เรียกว่าเซลฟ์เรกูเลชัน (Self-Regulation) หรือการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วยกันเองนั้นไม่อาจหรือไม่สามารถกระทำได้ แต่ข้อเสนอแนะ ข้อที่ ๕.๓ ของท่านก็คือท่านเขียนแบบนี้เลยนะครับ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่อง ซีเรียส (Serious) และเป็นเรื่องที่ต้องมาตีความกัน เพราะว่าท่านกำลังบอกว่าให้รัฐสภา ผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพ ถึงแม้ท่านอาจจะมี คำอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมว่าหลักการที่ท่านบอกว่าควรจะมีในกฎหมายฉบับนั้นคืออะไร ท่านอ่านข่าวไม่เจอหรือครับ ผมค้นกูเกิล (Google) ก็เจอว่าพี่น้องสื่อมวลชน พี่น้อง ประชาชนที่ทำประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนจำนวนไม่น้อยกังวลและมีท่าทีที่ไม่เป็นบวก ต่อร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพ ไม่ใช่แค่สื่อมวลชน ในประเทศไทย สื่อมวลชนในต่างประเทศก็มีท่าทีที่แสดงความกังวลต่อร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ว่าจะเป็นการปิดปากการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนเสียมากกว่าที่จะนำไปสู่การส่งเสริม จริยธรรม ซึ่งผมเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายท่านก็ทำได้อยู่แล้ว ส่วนมาตรฐานวิชาชีพ ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายใหม่เป็นการเฉพาะ เพราะพี่น้องสื่อมวลชนก็มีมาตรฐาน วิชาชีพและใบประกอบอนุญาตต่าง ๆ อยู่พอสมควรอยู่แล้ว ฉะนั้นท่านต้องใช้ความกล้าหาญ มาก ๆ ในการเสนอข้อ ๕.๓ ซึ่งผมคิดว่าเป็นข้อที่ท้าทาย แต่ก็เป็นข้อที่กำลังชี้นำอะไร ต่อรัฐสภาหรือไม่ ซึ่งผมเองไม่เห็นด้วย นั่นเป็นประการที่ ๓ และประการที่ ๔ ครับ🔗
ประการที่ ๕ ณ ขณะนี้มี ๒ เรื่องที่คณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติ ไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ถ้าเอ่ยชื่อผิดต้องขอประทานอภัย ซึ่งเกิดขึ้นจากพระราชบัญญัติ ความเท่าเทียมระหว่างเพศ ปี ๒๕๕๘ เรียกกันอักษรย่อ มันมีอยู่ ๒ ชุดนะครับ สทพ. ดูเรื่องใหญ่ วลพ. ดูเรื่องเล็ก ปรากฏว่า วลพ. วินิจฉัยออกมามี ๒ คำวินิจฉัยด้วยกันครับ คำวินิจฉัยแรก เรียกว่าคำวินิจฉัย ที่ ๐๔/๒๕๖๕ บอกว่าสภาทนายความฯ ใส่ไปยาลน้อย อยู่ในพระอุปถัมภ์อะไรก็ว่ากันไป ต้องแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบังคับให้คน เข้าสอบทนายความแต่งกายตามเพศกำเนิด พูดง่าย ๆ ก็คือว่าต้องเปิดช่องให้คนที่เข้าสอบ คนที่ประกอบวิชาชีพทนายความแต่งกายตามเพศสภาพ และเป็นเพศสภาพที่เขาเลือก วลพ. วินิจฉัยแบบนี้ ณ ขณะนี้ สภาทนายความฯ นำคดีนี้ฟ้องศาลปกครองกลาง ไม่เห็นด้วย ต่อคำวินิจฉัยของ วลพ. แน่นอนครับ เป็นสภาวิชาชีพ ผมเองก็มีใบอนุญาตประกอบวิชา ทนายความตลอดชีวิต ฉะนั้นผมเข้าใจว่ามีข้อที่จำเป็นต้องปกป้องสิทธิทนายความ แต่ก็ต้อง เข้าใจว่านั่นคือประเด็นที่ วลพ. ซึ่งเราเลือกเขามา ชี้มาแล้วว่ากฎระเบียบแบบนี้ขัด และละเมิดต่อสิทธิของบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นไล่กันมาติด ๆ เลยครับ คณะกรรมการ วลพ. ออกคำวินิจฉัย ที่ ๐๕/๒๕๖๕ ให้สำนักนายกรัฐมนตรีแก้ไขกฎระเบียบที่บังคับให้ข้าราชการต้องแต่งกายตามเพศกำเนิด ไปทำบัตร หรือต่อบัตร หรือต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เช่นกรณีที่เกิดขึ้นก็คือกรณี ของครูที่เป็นบุคคลหลากหลายทางเพศ ซึ่งจนถึงวันนี้เขาไม่สามารถต่อบัตรข้าราชการ เขาไม่สามารถต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ วลพ. บอกว่ากฎแบบนี้ขัดต่อกับ ความเสมอภาคระหว่างเพศ สำนักนายกรัฐมนตรีต้องแก้ไข สำนักนายกรัฐมนตรีไทย ท่านก็ชายแท้ หญิงแท้ ไม่มีบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศอยู่เลยหรือครับ ท่านก็ฟ้องต่อ ศาลปกครองกลาง ให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของ วลพ. ผมก็ต้องถามท่านครับ วันนี้ท่านมาหา สภาเรา ว่าตกลง ๒ คำวินิจฉัยในลักษณะเช่นนี้ เช่นรัฐกำลังละเมิดต่อ วลพ. และรัฐกำลัง ละเมิดต่อบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติแอคชั่น (Action) อย่างไร ตอบอย่างไร สู้คดีแทนเขาไหม เรียกร้องสิทธิแทนไหมว่า การที่รัฐทำแบบนี้กับ วลพ. เป็นการกระทำซ้ำหรือตอกย้ำ หรือไม่ส่งเสริมสิทธิของบุคคล ผู้มีความหลากหลายทางเพศ แบบนี้ต่างหากครับที่เราจำเป็นต้องมีคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อต่อรองดุลยภาพของอำนาจรัฐในการละเมิดสิทธิมนุษยชน ด้วยความเคารพ ผมถามท่านทั้งหมด ๔-๕ ข้อ เจ้าหน้าที่คงจดถูกว่ามีกี่ข้อ ผมจำไม่ค่อยได้ แต่ว่าทั้งหมดทั้งมวลนั้นผมเชื่อว่าตัวแทนกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตอบได้ทั้งหมด แน่นอน ผมทำทั้งหมดทั้งมวลเพื่อบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งวันหนึ่งอาจจะเป็น คนใกล้ตัว อาจจะเป็นลูกหลาน อาจจะเป็นคนที่เรารู้จัก แม้กระทั่งอาจจะเป็นตัวเราเองก็ได้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
๑๕ นาที ก็ยังเกินนะครับ แต่ก็มีสาระดีครับ ต่อไปท่านคารม พลพรกลาง ขอ ๕ นาที เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด คนอำเภอ สุวรรณภูมิ ไม่ใช่เห็นว่าวาระนี้เข้ามาแล้วอยากจะพูด แต่เป็นความรู้สึกที่อยากแสดงออกถึง การเสนอข่าวของสื่อมวลชน ซึ่งเวทีรัฐสภาหรือสภาผู้แทนนี้เท่านั้นครับที่จะแสดงออกถึง แนวความคิดของคนเป็นผู้แทนในปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ผมอาจจะไม่ใช่นักสิทธิมนุษยชน แบบเพื่อน ส.ส. ของผม คุณณัฐวุฒินะครับ แต่อยากกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ เขาคุ้มครองสิทธิบุคคล เขารับรองความเสมอกันภายใต้กฎหมาย ผมอ่านรายงานของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้ว ประเด็นมีไม่มากหรอกครับ มีเพียงแค่ว่า ข้อกล่าวหานี้ไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้ที่เขาร้องไปของสื่อต่าง ๆ อยากกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าสื่อมวลชนมีอิทธิพลมาก เช้า ๆ ก่อนมาประชุมท่านจะเห็น สื่อมวลชนไม่กี่ช่องที่เสนอข่าวให้เรารับทราบ จะบอกว่ามอมเมาก็ไม่ใช่ แต่จะบอกว่า ใส่ความคิดที่ไม่ค่อยจะถูกต้องให้เราก็ได้ รายการบางรายการสร้างคนให้เกิดแล้วก็ฆ่าคน ในรายการก็เยอะ ผมเป็นคนอีสาน ผมเป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด ผมเคยฟังเรื่องคลับเฮ้าส์ (Clubhouse) ที่ดูถูกคนในพื้นที่แต่ละจังหวัด สื่อมวลชนบางคนดูถูกข้าราชการว่ากินเงิน แล้วก็ไม่ทำงาน สื่อมวลชนบางกลุ่มดูถูกนักการเมืองเลวสารพัด สื่อมวลชนบางกลุ่มดูถูก คนอีสานในคลับเฮ้าส์ (Clubhouse) ว่าเป็นคนที่ต่ำ เป็นคนที่แย่ กินอาหารก็สกปรก ท่านไม่เชื่อท่านไปตามดู ผมเคยกล่าวโทษด้วยซ้ำไป แต่คนที่ดูแลก็ไม่สำเหนียก ผมเคยคิด จะไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องสื่อสารมวลชน ซิตดิจิทัล (SIT Digital) เพียงแต่ว่า โดยจรรยาบรรณของร่วมเราก็ต้องโหวตให้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กราบเรียนท่านประธานว่า กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่มาโดยท่านประธานหรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ต้องฟัง ต้องฟังให้ดีว่าสังคมเราที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ สื่อมวลชนที่ดีก็มีครับ สื่อมวลชนที่เสี้ยมก็มี สื่อมวลชนที่อาศัยคำว่าสื่อมวลชนกล่าวหาคนซึ่งเขาไม่มีโอกาสที่ จะตอบโต้เยอะมาก ในฐานะที่ผมเป็นบุคคลสาธารณะแล้วมีเวทีพอจะพูดได้ ผมอยากจะขอ ความเป็นธรรมสำหรับคนที่เขาถูกกล่าวหา ผมไม่ใช่นักสิทธิมนุษยชน แต่ผมเห็นว่า ประเทศเราถ้าให้สื่อมวลชนบางกลุ่ม บางรายการพูดเสี้ยมที่เกิดเรื่อง ที่ประเทศบางประเทศพัง หรือว่าบางกลุ่มทะเลาะเบาะแว้ง ขัดแย้งในสังคม มาจากสื่อมวลชน เพราะฉะนั้นคำวินิจฉัย ของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะบอกว่าผมเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยแล้วแต่ ท่านต้อง คิดให้ดีเวลาท่านจะวินิจฉัย ท่านก็เหมือนศาลในการวินิจฉัยข้อพิพาทอรรถคดี แต่อันนี้ ท่านวินิจฉัยในเรื่องว่าละเมิดสิทธิของบุคคลหรือไม่ นี่คือสิ่งที่ต้องกราบเรียนท่านประธาน ลุกขึ้นพูด เพราะเหตุว่าเวลาพูดไปแล้วสื่อมวลชนไม่รู้ความรับผิดชอบอยู่ตรงไหน ถ้าละเมิด สิทธิส่วนบุคคลเขาก็ฟ้องได้แค่ความผิดฐานหมิ่นประมาท หรือหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา แต่ถ้าดูถูกดูแคลนไปถึงกลุ่ม ถึงชาติพันธุ์ ถึงที่มา ถึงเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศอย่างนี้ คำวินิจฉัย ของท่านอุทธรณ์ฎีกาไม่ได้ ไม่มีอะไรที่จะอุทธรณ์ฎีกาได้เพราะมันสิ้นสุดโดยสภาพ มันไปศาล ก็ไม่ได้ เพราะถ้าไปศาลเขายังมี ๓ ศาล เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนในเวลา จริง ๆ ผมขอท่าน ๗ นาทีท่านก็ให้ แต่ด้วยความที่เป็นคนที่คิดว่า ๕ นาทีก็ได้สาระแล้ว อยากจะกราบเรียน ไปยังกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าท่านต้องดูเรื่องการเสนอสื่อของสื่อสารมวลชน ซึ่งทุกวันนี้รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ผมพูดนี่ผมรู้ว่ามีสื่อมวลชนดี ๆ เยอะ แต่ถ้าเราไม่ควบคุม ไม่มีหลัก ความขัดแย้ง ความรุนแรงจะเกิดจากสื่อครับ นั่นคือสิ่งที่จะนำมาซึ่งอะไรก็ไม่รู้ ควบคุมไม่ได้ เพราะฉะนั้นในเวลานี้ก็ต้องขออนุญาตที่จะใช้เวลาแสดงความคิดเห็นว่า กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นสิ่งที่เรามุ่งหวังในการควบคุม ขอบพระคุณท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ🔗
ขอบคุณครับ นึกว่าจะมีท่านณัฐวุฒิท่านเดียว แต่ว่ามีเพิ่มมาเรื่อย ๆ ท่านนิยม เวชกามา ขอ ๕ นาที ท่านชวน ชูจันทร์ ขอ ๕ นาที เชิญท่านนิยมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองคงไม่พูดถึงประเด็นในส่วนที่ร้องเรียน เพราะท่านก็เป็นความคิด เป็นการวินิจฉัยที่ชอบพอสมควร ผมก็เห็นด้วย เพียงแต่ว่าผมต้องทักท้วงคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติและ กสทช. ทำไมทักท้วงครับ คือมันเป็นความหวังของคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่มีโอกาส ถ้าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ดำเนินการในหลายเรื่อง ที่ผมพูดมา เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าอดีต ปัจจุบัน วันนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นผู้มีบทบาทมากในสังคมปัจจุบัน ที่ผ่านมาท่านไปกำหนดไม่ได้หรอกครับในเรื่องสื่อเขา โน่นนี่นั่น ท่านไม่มีอำนาจปานนั้น ผมยังคิดอยู่ แต่ที่มีอำนาจคือ กสทช. ซึ่งกำกับดูแล ผมจึงย้อนไปที่ กสทช. ด้วยซ้ำไปว่าวันนี้กลับทำหน้าที่ในบทบาทที่ตัวเองต้องทำไม่ทำ หมายความว่าเอาเงินกองทุนอนุมัติไป ๖๐๐-๗๐๐ ล้านบาทอะไรที่เขาว่านี่ ซึ่งผมถือว่าไม่ใช่ หน้าที่ อันนี้ผมถึงบอกว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่สุด ช่วงหนึ่ง ต้องจับมือให้มั่นกับ กสทช. ไม่ใช่ทำงานคนละทิศคนละทาง จะเห็นว่าที่ผ่านมา คนหลายกลุ่มเป็นคนไทย สุดท้ายต้องไปพบศพอยู่ในน้ำโขงหลายศพเพียงมีความเห็นต่าง ส.ส. รัฐมนตรีบ้านผมถูกอุ้มฆ่า ท่านนายเตียง ศิริขันธ์ ส.ส. ตลอดกาลของจังหวัดสกลนคร เป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง วันนี้ก็ถูกอุ้มฆ่าแล้ว ความเป็นมนุษย์ ความเป็นสิทธิมนุษยชน ผมอยากให้ท่านมาดูเรื่องแบบนี้ด้วย อันนี้เพียงตัวอย่าง ผมจะกราบเรียนท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าผมไม่ได้ว่าแค่เรื่องร้องเรียนนะครับ หลายอย่างที่ท่านเห็นผมคิดว่าท่านไม่จำเป็นต้องมีคนร้องเรียนท่านก็สามารถกระทำได้ เป็นความหวังนะครับ ผมจึงบอกว่าท่านกับ กสทช. ท่านต้องจับมือกัน ท่านทำไม่ได้หรอก คนเดียว ท่านไม่มีอำนาจ ผมดูหลาย ๆ เรื่องในบทบาทท่านไม่มีอำนาจ แต่เขาหวังนะ กสทช. ทำอะไร วันนี้ทำนอกบทบาท ในบทบาทของตัวเองไม่ทำ แค่การควบรวมของ ๒ ค่ายใหญ่ ก็ไม่ได้แล้วในความรู้สึกผม คณะกรรมการ กสทช. งดออกเสียงได้อย่างไร แค่นี้ก็ไปไม่ได้แล้ว ประชาชนเขาด่าทั้งประเทศว่าคุณทำหน้าที่อะไร ไม่ถึงขนาดโหวต แค่งดออกเสียงยังไม่ได้ เพราะฉะนั้นในเรื่องที่ร้องเรียนขึ้นมามันเป็นเรื่องยากจริง ๆ ผมก็อยู่ในวงการสื่อมวลชน ๒๐ กว่าปี ผมอยู่มติชน ไอทีวี คมชัดลึก อยู่มา ๒๐ กว่าปีจนมาเป็นผู้แทนนี่ เห็นว่าบทบาท ตรงนี้บางทีหน่วยงานของรัฐกำกับไม่ได้หรอกครับ แต่ต้องช่วยกัน วันนี้มี กสทช. กสทช. เขา มีบทบาทมาก สั่งเขาปิดสถานี ปิดทีวี (TV) อะไรไปหมด ได้งบประมาณทำเรื่องหลายเรื่อง แต่เรื่องที่ท่านต้องทำไม่ทำ อันนี้ผมต้องย้ำนะครับ เรื่องต้องทำไม่ทำกับเรื่องที่ไม่ควรทำ กลับมาทำ ต้องทบทวนบทบาทตัวเอง กสทช. คณะกรรมการกินเงินเดือนหลายแสน แค่งด การใช้สิทธิก็เสียหายแล้ว ต้องยกย่องคนใช้สิทธิเต็ม ๆ ไม่รู้แม้กระทั่งอำนาจของตัวเองว่า อำนาจตัวเองมีอะไร ใช้สิทธิมีอำนาจทำได้ ไม่เห็นด้วย บอกตัวเองไม่มีอำนาจ ผมบอกว่าแค่นี้ ห่วยแตกแล้วนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชวน ชูจันทร์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชวน ชูจันทร์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กรุงเทพมหานคร ก็ต้องขอแสดง ความชื่นชมทางกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่วันนี้ได้มาที่สภาแห่งนี้นะครับ ความจริง แล้วผมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนก็มีความเกี่ยวข้องกันมาตลอด โดยได้ส่งเอกสาร ให้ผมได้อ่านเป็นประจำตลอดมา เมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็ไปแสดงความยินดีกับท่านวสันต์ ที่สมาคมนะครับ อยากจะเรียนว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเกิดขึ้นมาพร้อมกับ รัฐธรรมนูญ สาเหตุก็เพราะว่าในระยะหลัง ๆ มีความหลากหลายมากขึ้นในสังคม เรียกว่า เป็นพหุสังคม ทีนี้ถ้าเราไม่มีความเข้าใจสังคมก็จะอยู่กันลำบาก ความปกติสุข ความสันติ ก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเป้าหมายที่มีคณะกรรมการเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะมาช่วยดูแล ให้ยอมรับความหลากหลายในสังคมของการอยู่ร่วมกันให้ได้ แต่การทำงานนั้นก็ไม่ใช่ เรื่องง่าย ผมเข้าใจในเรื่องที่จะต้องดูแลเพราะว่ามันเป็นนามธรรมและหลายอย่างที่เราคิด ไม่ถึง บางอย่างเราก็คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา การใช้คำ การใช้ข้อความ แต่จริง ๆ แล้วเป็น การด้อยค่าคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เขาต้องอยู่กับเรา อันนี้ก็ต้องเข้าใจเหมือนกันว่าท่านคงต้องใช้ เวลาพอสมควรในการที่จะทำงานนี้ให้ได้ผล ทีนี้ยิ่งวันนี้เรามีสื่อเยอะ มีการเผยแพร่อะไร ต่าง ๆ ออกไปยิ่งต้องลำบาก ยิ่งต้องทำงานในเชิงรุกให้มากขึ้น หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คณะกรรมการจะต้องชี้ว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นควรจะเสนออะไร ไม่เสนออะไร จริงอยู่แม้แต่ท่าน จะไม่มีอำนาจไปกำหนดการทำข่าวก็จริง แต่ท่านก็จะเป็นคนกลุ่มหนึ่งที่จะชี้อะไรว่าเหมาะ ไม่เหมาะในด้านสิทธิมนุษยชนที่เสนอไปอย่างนั้น ครั้งหน้าควรจะทำอย่างไร อย่างเช่นว่าบางอย่างข่าวเสนอไป เขาก็มองประเด็นเรื่องข่าว เขามองในเรื่องธุรกิจบ้าง อะไรบ้าง แต่มันไปกระทบหรือไปส่งเสริมอาชญากรรมบางอย่าง ไปช่วยกระพือความคิด ที่ไม่ถูกต้องให้กับอาชญากรอย่างนี้ครับ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญมากที่จะทำให้ความสงบในสังคม เกิดขึ้นกลับไปกระจายมากขึ้น เพราะฉะนั้นหลายคนก็หวังว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติต้องทำงานในเชิงรุกมากขึ้น จะต้องเดินหน้าหรือชี้แจงได้ว่าเรื่องเหล่านี้อาจจะทำให้ เกิดขึ้นอย่างหนึ่ง ทั้งเหยื่อ ทั้งผู้ถูกกล่าวหา ทั้งผู้ต้องหา การเสนอข่าวควรทำอย่างไรให้สังคม ได้รู้ ต้องนำสังคมได้ อะไรอย่างนี้ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม เช่น ชื่ออาชญากรรม ชื่อคนกระทำ ความผิดที่เขาต้องการโด่งดังอย่างนี้ แล้วสื่อมวลชนเอาไปเผยแพร่จนสมใจเขาที่กระทำสิ่งนี้ มันจะเป็นลูกโซ่ยาวขึ้นเรื่อย ๆ ว่าให้เขาเดินตาม อันนี้ก็อยากจะฝากไว้ว่าทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะต้องทำงานให้หนักขึ้น ต้องทำงานในเชิงรุกมากขึ้น ไม่ใช่ว่ามีอะไร เกิดขึ้นแล้วท่านก็บอกว่าอันนี้ผิด อันนี้ไม่ผิด อันนี้ถูกต้อง อันนี้ไม่ถูกต้อง ท่านต้องคิดต่อ ได้เลยว่าสังคมต่อไปควรจะเป็นอย่างไร จะต้องยอมรับกันอย่างไร จะต้องไม่ด้อยค่า คนที่หลากหลาย คนที่ไม่เหมือนเรา ก็ต้องขอขอบพระคุณทุกท่านที่มานะครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านผู้ชี้แจง ท่านวสันต์ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้กรุณาสอบถาม ให้ความเห็น ให้คำแนะนำ ที่เป็นประโยชน์กับการทำงานของ กสม. ผมจะขออนุญาตตอบคำถามที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้กรุณาถามในบางประเด็นนะครับ ประเด็นเกี่ยวกับรายงานผลการตรวจสอบ การละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ ๑๑-๑๓/๒๕๖๕ ที่นำเสนอต่อสภาแห่งนี้ แล้วก็ท่านได้ถามว่า ทำไมถึงได้ชี้ว่าการร้องเรียนที่เกิดขึ้นนี้ไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ประเด็นนี้ จะขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าในการตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เราจะมีกระบวนการตรวจสอบ แล้วก็รับฟังความเห็นทั้งจากผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง แล้วก็ดูข้อมูล ต่าง ๆ ประกอบกันในแง่ข้อเท็จจริง แล้วก็จะดูในแง่ของข้อกฎหมายด้วย หลังจากนั้น ก็จะนำมาพิจารณาถกเถียงแล้วก็พิจารณาร่วมกัน กรณีนี้คือทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติเห็นว่าการใช้คำพูดของสื่อพาดหัวข่าวเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม แต่ก็คิดว่าไม่ถึงขั้น เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นเรื่องที่สื่อในตอนหลังได้นำเอาข่าวดังกล่าวออกจากระบบ ออกจากโซเชียลมีเดีย (Social media) ไปเรียบร้อย แล้วก็เราเห็นว่าควรจะเป็นการ เสนอแนะ เป็นการส่งเสริมให้เกิดความรู้ ความเข้าใจว่าสิ่งที่เขาใช้คำเหล่านั้นเป็นเรื่องที่ ไม่เหมาะสม อย่างที่ใช้คำว่าสาวสอง หรือใช้คำว่าเกย์ฆ่าทอม หรืออะไรแบบนี้ เราคิดว่า การพาดหัวแบบนี้ถ้าทำบ่อย ๆ บางทีจะทำให้เกิดอคติหรือว่าเกิดความเข้าใจในลักษณะที่ เป็นการไปตีตราว่าผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศมีพฤติกรรมแบบนั้นแบบนี้ แต่ว่าในกรณีที่ มีการกระทำในบางครั้งเราเข้าใจว่าคนก็จะเข้าใจว่าการพาดหัวข่าวบางทีมันจะมีข้อจำกัด แล้วมันก็จะมีการรวบคำ บางทีก็ใช้คำว่าหนุ่ม บางทีก็ใช้คำว่าเฒ่า บางทีก็ใช้คำว่าสาว บางที ก็ใช้ว่าแม่เล้าเด็ก บางทีใช้คำว่าสาวสอง คือเราดูแล้วว่าเจตนาไม่ได้เป็นการไปด้อยค่าหรือว่าไปดูหมิ่นศักดิ์ศรีโดยตรง แต่คำพูดที่ใช้ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม แล้วก็สมควรได้รับการแก้ไข ซึ่งสื่อก็ได้ถอดข่าวดังกล่าวออกจาก โซเชียลมีเดีย (Social media) ไปเรียบร้อย แล้วก็ได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ให้ระมัดระวัง ในเรื่องนี้ครับ🔗
สำหรับที่ท่านถามถึงข้อเสนอแนะอื่น ๆ จะขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่า ในส่วนของ กสทช. ตอนที่เราเชิญ กสทช. มาชี้แจง กสทช. อยู่ระหว่างการทำแนวปฏิบัติ ในเรื่องเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ ตอนที่รายงานเราออกมาความชัดเจนเกี่ยวกับ แนวปฏิบัตินั้นอาจจะออกมาแล้วนะครับ แต่ว่าช่วงที่เรามีการตรวจสอบอยู่ระหว่างการจัดทำ แล้วเราก็เลยเสนอเร่งรัดให้ทาง กสทช. ได้ดำเนินการนะครับ🔗
ในส่วนที่เป็นข้อเสนอแนะ ในข้อที่ให้มีการออกกฎหมายมาส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพของสื่อ จะขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าจริง ๆ หลักการเรื่องการกำกับ ดูแลกันเองเป็นหลักการสำคัญมากนะครับ เซลฟ์เรกูเลชัน (Self-Regulation) อย่างที่ท่านว่า สื่อในโลกเสรีควรจะกำกับกันเอง โดยใช้มาตรฐานทางจริยธรรม มาตรฐานทางวิชาชีพ มากำกับกันเอง แต่สภาพการกำกับกันเองในบ้านเรามีปัญหา ๒ อย่างใหญ่ ๆ ด้วยกันครับ🔗
ประการแรก ก็คือว่าการกำกับกันเองเป็นเรื่องของความสมัครใจ ดังนั้น สื่อไหนสมัครใจที่จะมาอยู่ในการกำกับกันเองก็จะอยู่ในกรอบดังกล่าว แต่มีสื่ออีกจำนวน ไม่น้อยที่ไม่ประสงค์ที่จะเข้าอยู่ในองค์กรวิชาชีพหรืออยู่ในกระบวนการกำกับกันเองนะครับ🔗
ประการที่ ๒ ก็คือว่าสภาพบังคับทางกฎหมายไม่มี อย่างที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติอีกท่านได้พูดว่าปัญหาที่เกิดจากสื่อก็มีอยู่ไม่น้อยนะครับ ปัญหาที่การเสนอข่าว ของสื่อ การนำเสนออาจจะกระทบกับคนกลุ่มต่าง ๆ หรือว่าอาจจะมีผลกระทบหรือไป ละเมิดสิทธิของบุคคลทั่วไป ดังนั้นการกำกับกันเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ จริง ๆ เราคิดว่า การกำกับร่วมระหว่างองค์กรสื่อกับองค์กรกำกับดูแลอย่าง กสทช. จะเป็นโมเดล (Model) หนึ่งที่สำคัญ แล้วเราก็สนับสนุนนะครับ อย่างไรก็ตามคิดว่าตัวกฎหมายที่ทาง กสม. สนับสนุนให้เกิดขึ้นเป็นกฎหมายที่เน้นในเรื่องของการสนับสนุนให้มีมาตรฐานทางวิชาชีพ แล้วก็มาตรฐานทางจริยธรรมของสื่อ แล้วก็จะช่วยส่งเสริมให้การกำกับดูแลกันเองของสื่อ มีความเข้มแข็งมากขึ้น มีสภาพบังคับได้ จากที่ปัจจุบันยังมีช่องว่าง ยังมีจุดอ่อนอยู่ อันนั้น ก็เลยเป็นข้อเสนอที่เราได้นำเสนอไปนะครับ🔗
ในเรื่องเกี่ยวกับ วลพ. ที่ท่านพูดถึงนะครับ อยากขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่า บทบาทของ กสม. มีบทบาททั้งในแง่ของการคุ้มครอง การส่งเสริม การเฝ้าระวัง เรื่องที่เรา ตรวจสอบส่วนใหญ่ก็จะเป็นกรณีที่มีการนำเสนอหรือว่าร้องเรียนเข้ามา เราก็จะพิจารณา ตรวจสอบ แล้วก็มีความเห็นออกไปเสนอหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่นกรณีที่เป็น รายงานชิ้นนี้เราก็เสนอแนะในเชิงที่จะเป็นการป้องกัน แล้วก็ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนด้วย นอกเหนือจากมีข้อเสนอแนะในเชิงของการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ในกรณีของ วลพ. ขออนุญาตนำข้อเสนอของท่านไปปรึกษาหารือกันว่า กสม. จะดำเนินการอะไรได้อย่างไรบ้าง เราเห็นด้วยว่าเรื่องของความหลากหลายของคนในสังคม เรื่องความหลากหลายทางเพศ เป็นเรื่องสิทธิมนุษยชนนะครับ กสม. เองได้ร่วมขับเคลื่อนกับภาคีเครือข่ายที่ทำงานด้านหลากหลายทางเพศ อย่างการจัด สมัชชาสิทธิมนุษยชนเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เรื่องนี้ก็เป็น ๑ ใน ๕ หัวข้อที่สำคัญ ที่เราร่วมกับภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อน มีข้อเสนอแนะในเรื่องที่จะผลักดันให้มีกฎหมาย เกี่ยวกับการสมรสเท่าเทียม เรื่องของ พ.ร.บ. คู่ชีวิตไปจนถึง พ.ร.บ. อัตลักษณ์ทางเพศ อันนี้ เราเห็นความสำคัญ แล้วก็พยายามที่จะขับเคลื่อนให้สิทธิของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ ที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ ตามกติกาสากลระหว่างประเทศได้เป็นจริง แล้วก็ได้ ยกระดับขึ้นนะครับ🔗
สำหรับกรณีที่ท่านได้กรุณาแนะนำเรื่องการทำงานร่วมกับทาง กสทช. ขออนุญาตรับไปดำเนินการนะครับ ทาง กสม. เองจริง ๆ แล้วได้คุยกันว่าแทนที่เราจะทำงาน ในลักษณะตั้งรับ เราจะพยายามทำงานเชิงรุก แล้วก็พยายามทำงานในเชิงของระบบ หรือการนำเสนอการแก้ไขปัญหาในเชิงนโยบาย แล้วก็เชิงระบบให้มากขึ้น ตามที่ท่านได้ กรุณาแนะนำ จะพยายามทำงานเชิงรุก จะพยายามทำงานกับภาคีเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็น ระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม หรือว่าหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อที่จะขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนในมิติต่าง ๆ ให้ได้รับการปกป้อง ได้รับการคุ้มครอง ได้รับ การส่งเสริม แล้วก็มีพัฒนาการไปในทางที่ดีขึ้น ก็ขออนุญาตนำเรียนที่ประชุม แล้วก็ท่าน ผู้มีเกียรติพอสังเขปตามนี้ ต้องขอขอบคุณอีกครั้งนะครับ สำหรับข้อเสนอแนะ คำแนะนำ ความเข้าใจ แล้วก็กำลังใจในการทำงานของ กสม. ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการรับทราบรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ ๑๑-๑๓/๒๕๖๕ ต้องขอขอบพระคุณกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทั้ง ๓ ท่านนะครับ ขอบคุณครับ🔗
๒.๗ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๔ ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในเอกสารรายงานประจำปี ๒๕๖๔ ของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก อีอีซี (EEC) นั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจโดยเฉพาะ ผมเข้าสู่รายงานเลยนะครับ ที่จะถามในเอกสารแต่ละรายงาน มันมีเอกสารหน้าหนึ่งที่ผมสนใจแล้วน่าจะเขียนตัวเลขผิด คือหน้า ๑๒ ที่ท่านตั้งเป้าหมายการเดินหน้าของอีอีซี (EEC) ในการลงทุนไว้ ๑.๖ ล้านล้านบาท ซึ่งท่านเขียนไว้ในนี้ว่าระหว่างปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๖๔ รวมจำนวน ๑.๗ ล้านล้านบาท แล้วก็บอกมีมูลค่าได้ถึงปี ๒๕๖๔ คือ ๑.๖ ล้านล้านบาท เมื่อรวมตัวเลข ข้างล่างแล้วได้ ๑๖.๒๖๗๖๑ ล้านล้านบาทเท่านั้นเอง มันก็ไม่ตรง แล้วปรากฏว่ามันมีตัวเลข ของการลงทุนผ่านแผนงานบูรณาการเขตเศรษฐกิจพิเศษเขียนไปถึงปี ๒๕๖๗ ท่านเลยเอามา รวมแบบนี้มันตีขลุมไป อย่าใช้ตัวเลขที่มันผิดกันแล้วเอามารวม เพราะตัวเลขข้างบนบอกว่า ถึงปี ๒๕๖๔ ในหน้า ๑๒ นะครับ🔗
อันที่ ๒ ในเรื่องของเขตเศรษฐกิจที่ผมสนใจ คือผมอยากถามถึง ความก้าวหน้าของเขตส่งเสริมศูนย์นวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีชั้นสูงบ้านฉาง (EEC Tech Park) ซึ่งเป็นโปรโตคอล (Protocol) ของ ๕ จี (5G) ที่ท่านใช้อยู่ ขณะนี้ไปถึงไหน เพราะว่า เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ แต่จะจบปี ๒๕๖๗ ใน ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อยากทราบถึงความเคลื่อนไหว ของตัวโครงการนี้ว่าดำเนินการไปถึงไหน พร้อมที่จะให้เรา พวกเรา หรือ ส.ส. เราได้ไปดูงาน บ้างหรือไม่ แล้วมีกระบวนการอย่างไรที่เป็นโปรโตคอล (Protocol) ๕ จี (5G) เข้าไปถึง เขตบ้านฉางครบถ้วนแล้วใช่หรือไม่ของโปรไวเดอร์ (Provider) ทั้งหมดที่ใช้อยู่ เพราะว่า การที่จะมี ๕ จี (5G) หรือระบบเทคโนโลยีที่ล้ำขึ้นไปจากแอลทีอี (LTE) ที่เป็นอยู่ มันจะต้อง มีระบบถนนหรือเส้นทางการจราจรที่ใหญ่พอที่จะให้ศูนย์นิคมหรืออุตสาหกรรมบ้านฉาง ใช้ในการคอนโทรล (Control) บรรดาไอโอที (IoT) ทั้งหมด และไอโอที (IoT) ทั้งหมดที่อยู่ใน บ้านฉางนั้นมีอะไรบ้าง ที่จะทำให้เกิดในพื้นที่ ๕๑๙ ไร่🔗
ท่านประธานครับ ในเอกสารหน้า ๘๓ เป็นเรื่องของการใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อ ฐานข้อมูลกับกรมบัญชีกลาง ซึ่งผมเห็นดีตรงนี้ ถือว่าเป็นโปรโตคอล (Protocol) อันหนึ่ง ที่ทางอีอีซี (EEC) เชื่อมโยงข้อมูลการได้งบประมาณจากรัฐบาล เพื่อทำให้เกิดโอเพน กัฟเวิร์นเมนต์ (Open Government) ที่สมบูรณ์ในเรื่องของการขับเคลื่อนพัฒนาอีอีซี (EEC) อย่างบูรณาการ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการติดตาม ข้อมูลแผนงานบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่เรียกว่า อีอีซี ไอเอ็นพี (EEC-InP) เพื่อช่วยลดความซับซ้อน อันนี้อยากรู้ความหมายหรือเครื่องมือที่ใช้ ทูล (Tool) ที่อยู่ในนั้น มีอะไรบ้าง เพื่อให้ขยายความต้องการไปยังแผนบูรณาการอื่น ๆ ผมไม่อยากให้เกิด แผนบูรณาการ ผมเคยพูดกับท่านดอกเตอร์คณิศ เลขาธิการ ที่ท่านเคยมาชี้แจงงบประมาณ หลายครั้ง ผมพูดทำนองว่าอย่าทำให้แผนบูรณาการเป็นแผนลิเนียร์โปรเจกต์ (Linear Project) อย่าให้ใครมาห้อยโครงการหรือแปะทิ้งไว้ อยากให้เป็นเอกซ์โพเนนเชียล (Exponential) การทดทวีของโปรเจกต์ (Project) ที่มันซับ มันเห็นคุณค่าของเม็ดเงิน ของงบประมาณที่รัน (Run) ไปสู่โครงการแต่ละโครงการ โดยเฉพาะอีอีซี (EEC) เป็นโครงการ ที่ใช้เงินหลายหมื่นล้านบาท โดยเฉพาะงบประมาณที่ได้จากรัฐบาล แน่นอนครับ ปีหนึ่ง ก็ ๕๐๐-๖๐๐ ล้านบาทที่อยู่ในเอกสาร หน้า ๙๓🔗
หน้า ๙๓ ผมอย่างนี้ครับ เป็นคำถามในหน้านี้ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เป็น รายได้จากการกู้ เงินกู้ตามพระราชกำหนดเพื่อแก้ไขปัญหาแพร่ระบาดโรคโควิด-๑๙ (Covid-19) มีเข้ามา ๔๒.๕ ล้านบาท ออกไป ๔๒.๕ ล้านบาท จะถามว่าอยู่ในอยู่ในค่าใช้จ่าย อะไรของบัญชีในพระราชกำหนดที่รัฐบาลแบ่งมาให้ใน ๑.๕ แสนล้านบาท เป็นคำถามครับ เอาไปทำอะไร เพราะว่าในนี้ไม่มีหมายเหตุ งบดุลมันจะต้องมีหมายเหตุ ในหมายเหตุทั้งหมด ปรากฏว่างบดุลอันนี้ไม่มีหมายเหตุเลย ผมก็เลยไม่รู้จะอ่านอย่างไร ว่าเอาไปทำอะไร แล้วก็ ไม่ได้หมายเหตุไว้ในหมายเหตุที่เท่าไร อันนั้นเป็นคำถามที่ควรจะตอบได้ครับ🔗
ท่านประธานครับ แผ่นสุดท้าย เรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งอยู่ใน หน้า ๑๐๗ เป็นเรื่องของการที่มุ่งจะกระจายรายได้ไปยังกลุ่มประชากร ที่เรียกว่าชุมชน ทุกกลุ่มประชากร ภายใน ๓ ปี ซึ่งจะเป็นเรื่องของเอสเอ็มอี (SME) เรื่องของโอทอป (OTOP) ต่าง ๆ นานานี่ครับ ก็คือเน้นในเรื่องเศรษฐกิจฐานราก อันนี้ดีครับ เพื่อสร้างความยั่งยืน สร้างอนาคต เพื่อให้คนรุ่นใหม่ แต่สิ่งสำคัญคือท่านพูดถึงเรื่องอะไรรู้ไหมครับ ท่านพูดถึงเรื่อง การผลักดันพัฒนาเขตเศรษฐกิจแบบบีซีจี (BCG) ท่านรู้ไหมตอนนี้ เวลานี้มีการชุมนุมของ กลุ่มผู้ชุมนุม ที่เรียกว่าราษฎรหยุดเอเปค ๒๐๒๒ นี่ครับ อยู่ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ช่วงเวลานี้ครับ ตอนนี้กำลังประชุม เขาบอกว่าฟอกเขียวกลุ่มทุนเอื้อรัฐ แย่งยื้อทรัพยากร ของประชาชน เอเปค ๒๐๒๒ (APEC 2022) ที่ใช้บีซีจี (BCG) ฟอกเขียวจริงหรือเปล่า ท่านไปร่วมอย่างไรในบีซีจี (BCG) นี้ เดี๋ยวช่วยอธิบายหน่อยว่าโปรโตคอล (Protocol) ของ การทำให้ชุมชนที่เกิดขึ้นจากบีซีจี (BCG) ที่รัฐบาลกำลังจะบอกว่าแบงคอก โกล ออน บีซีจี (Bangkok Goal on BCG) มีนิง Meaning คืออะไร อีอีซี (EEC) ช่วยอธิบายครับ ขอบคุณ มากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณมานพ คีรีภูวดล ตามด้วยคุณเบญจา แสงจันทร์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ผมขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานประจำปี ๒๕๖๔ ของ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกครับ ท่านประธานครับ ผมจะไม่ได้พูดในเนื้อหาที่อยู่ในนี้นะครับ แต่ผมคิดว่าจะเป็นการสนทนาธรรมกับผู้บริหาร ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก อีอีซี (EEC) นี้นะครับ ผมคิดว่าสิ่งที่ผมสนใจก็คือการบริหารจัดการเรื่องขยะ ท่านประธานครับ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ภาคตะวันออกจะมีประเด็นความขัดแย้งในเรื่องของขยะ ไม่ว่าจะเป็นขยะนำเข้า ไม่ว่า จะเป็นขยะที่อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมให้ความสนใจ และที่สำคัญคือ เป็นการบริหารยุทธศาสตร์ บริหารเชิงพื้นที่ ซึ่งผมให้ความสำคัญมาก เวลาผมอภิปราย ในสภา ทางออกสำคัญไม่ว่าเรื่องทรัพยากร ผมบอกว่าต้องใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง อันนี้ก็เป็น ตัวอย่างว่าการใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งเหล่านี้ ทีนี้ประเด็นที่ไม่ปรากฏในเอกสารซึ่งอาจจะมี รายละเอียดในเอกสารเล่มอื่น ผมไม่แน่ใจนะครับ แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงแล้วผมคิดว่าเป็น เรื่องสำคัญก็คือเรื่องของปัญหาขยะ ทีนี้เรามาดูเรื่องวิสัยทัศน์ครับ มันมีคำว่าสิ่งแวดล้อม ปรากฏอยู่ในเอกสารว่าเป็นองค์กรต้นแบบในการขับเคลื่อนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออกอย่างบูรณาการ ยกระดับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้สำเร็จ ยั่งยืน เพื่อให้ประเทศเป็นประเทศพัฒนา มีคำว่าสิ่งแวดล้อมนะครับ สิ่งที่ผมคิดว่ามันน่าสนใจ อย่างนี้ครับท่านประธาน ผมคิดว่าในตัววิสัยทัศน์ ในตัวภารกิจมันมีเป้าอยู่ว่าท่านจะผลักดัน ให้เกิดอุตสาหกรรมอย่างน้อย ๑๒ อุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเดิมก็คือ ๕ เป้าหมาย แล้วก็ อุตสาหกรรมใหม่คือ ๗ เป้าหมาย ทั้งหมด ๑๒ เป้าหมายนะครับ ท่านประธานลองนึกภาพ ๑๒ อุตสาหกรรมที่จะอยู่ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ สิ่งที่ตามมา ก็คือว่าขยะ ไม่ว่าจะเป็นขยะในกระบวนการผลิต กระบวนการทำงานของ ๑๒ อุตสาหกรรม ขยะที่เกิดจากผู้คนที่มาใช้บริการ มาใช้ชีวิต หรือผู้คนที่จะต้องมาทำงานในพื้นที่จำนวนเท่าไร ชนิดและประเภทของขยะที่จะเกิดขึ้นตามกระบวนการ ตามแผนยุทธศาสตร์ของท่าน ทั้งหมดที่อยู่ในพันธกิจว่าเรามีเป้าหมาย ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ที่ท่านว่านี้ จากภายใต้แนวทาง ๑๒ เป้าหมายอุตสาหกรรม ท่านลองจินตนาการดูนะครับว่าทั้งหมดที่ท่านคิดมาในแผน ยุทธศาสตร์ ในแผน พ.ร.บ. ๑ ๒ ๓ ๔ ว่าเราจะต้องเป็นผู้นำเรื่องเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จินตนาการขึ้นมา สิ่งที่ผมคิดว่าท่านยังไม่ได้ปรากฏในเอกสาร หรืออาจจะมีแต่ว่าไม่ได้อยู่ ในเอกสารคือว่าระบบบริหารจัดการเรื่องขยะนี่เป็นอย่างไร สิ่งที่ผมคิดว่ามันจะต้องปรากฏ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ทั้งผู้ลงทุน พี่น้องประชาชน แล้วก็คนที่ติดตาม ตรวจสอบว่าขยะ ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าประเภทต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวมาเมื่อสักครู่นะครับ มันมีรูปแบบ มันมีวิธีการ มันมีกระบวนการอย่างไร ที่จัดการแล้วไม่ได้ส่งผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องสังคม เรื่องดิน เรื่องน้ำ เรื่องอากาศ และผู้คนอย่างไร ผมคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะเห็นนะครับ แล้วแผนต่าง ๆ เหล่านี้ภายใต้ยุทธศาสตร์ใหญ่ของอีอีซี (EEC) มันสามารถที่จะสร้างมูลค่า หรือสามารถที่จะทำให้เกิดการรียูส (Reuse) หรือว่าการนำไปใช้ใหม่ หรือการสร้างมูลค่า ที่เกิดจากสิ่งเหลือใช้นี้อย่างไร ผมคิดว่าอันนี้อยากจะสนทนาธรรมในประเด็นนี้เป็นพิเศษ🔗
ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องใหญ่ ทุก ๆ พื้นที่ ผมคิดว่าประสบการณ์ผมตอนนี้ ๔๗ ปี ผมทำงานสิ่งแวดล้อมมา ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่มันเป็น ประเด็นที่ทำให้ทุก ๆ โครงการโดยเฉพาะโครงการของรัฐร่วมกับเอกชนจะมีปัญหากับ ผู้ประกอบการ ผมคิดว่ากระบวนการการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ ผมเคยพูดถึงเรื่องนี้นะครับ ปรากฏว่าพี่น้องประชาชนบอกว่าเขาให้เรามีส่วนร่วมครับ ร่วมประชุม เซ็นชื่อ ร่วมกินข้าว แต่กระบวนการร่วมตัดสินใจ กระบวนการร่วมกำหนด อนาคต กระบวนการร่วมที่จะกำหนดว่าพื้นที่แต่ละพื้นที่ ทิศทาง แนวทาง เป้าหมายต่าง ๆ เหล่านี้เขาคิดมาแล้ว แค่ให้เรามีส่วนร่วมในการประชุม ถูกทำให้เอกสารต่าง ๆ มีความชอบ ธรรมเพราะมีรายชื่อพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าอันนี้เป็นประเด็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเหมืองแร่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการก่อสร้างเรื่องของโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่า ประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญ อันนี้ก็เป็นโจทย์หนึ่งของคณะกรรมการอีอีซี (EEC) ผมคิดว่า ท่านมีกลไก คนที่ท่านได้ตั้งขึ้นมาหรือว่ามีคณะทำงานว่าด้วยการมีส่วนร่วมของพี่น้อง ประชาชน มีความรู้ มีศักยภาพ และมีทักษะ มีกระบวนการ มีวิธีการเพียงพอ และเข้าใจ ทัศนะของผู้คนในพื้นที่มากน้อยขนาดไหน ผมคิดว่าอันนี้เป็นโจทย์สำคัญ หลาย ๆ ครั้ง ผมก็เจอกับผู้คนที่ได้รับมอบหมายให้ทำงาน แต่ปรากฏว่าไม่เข้าใจวิถีของพี่น้องประชาชน วิถีพี่น้องประชาชนในพื้นที่แต่ละจังหวัดแม้แต่ในตำบลเดียวกันก็มีความแตกต่าง ทั้งความเชื่อ ทั้งวัฒนธรรม อาหารการกิน เพราะที่มาของแต่ละชุมชน การก่อเกิดประวัติศาสตร์ และ ที่มาที่ไปมันต่างกัน เพราะฉะนั้นกระบวนการการมีส่วนร่วมตรงนี้โดยเฉพาะเรื่องของขยะ ผมคิดว่าถ้าเราเอาบทเรียน ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ที่เป็นประเด็นใหญ่มาก แล้ววันนี้ผมเข้าใจ ว่ายังมีอยู่ เพียงแต่ว่ามันมีกระบวนการเข้าไปบริหารจัดการให้เกิดพื้นที่กลาง ผมใช้คำว่า พื้นที่กลาง ให้ผู้คนที่เกี่ยวข้องที่มีความคิดต่างหรืออาจจะยังไม่เข้าใจกันมีพื้นที่กลางเกิดขึ้น ผมคิดว่าอันนี้ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ซึ่งมีหน่วยงาน อาจจะเป็นกรมควบคุมมลพิษหรือว่าอื่น ๆ ในจังหวัดเขาก็ไปทำงาน เพราะฉะนั้นโจทย์สำคัญที่ผมอยากจะถาม แล้วก็สนทนาธรรม กับผู้บริหาร ภายใต้วิสัยทัศน์และภารกิจของท่าน เป้าหมาย ๑๒ อุตสาหกรรม เดิม ๕ อุตสาหกรรม ใหม่ ๗ อุตสาหกรรม คำถามว่าขยะที่จะเกิดขึ้นภายใต้กระบวนการอุตสาหกรรมและผู้คน ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดท่านมีแผน มียุทธศาสตร์ มีวิธีการเตรียมรับไว้อย่างไรบ้าง ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนางสาวเบญจา แสงจันทร์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ ดิฉัน จะขออภิปรายรายงานประจำปี ที่เป็นรายงานที่ดิฉันเรียกว่ารายงานฉบับขายฝันของ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก อีอีซี (EEC) ที่ดิฉันได้เปิด อ่านแล้ว จำนวน ๑๑๙ หน้า ดิฉันจะขอพูดถึงรายงานฉบับนี้ที่จริง ๆ แล้วอาจจะไม่ใช่แค่ รายงานฉบับนี้ แต่เป็นการใช้งบประมาณเพื่อประชาสัมพันธ์ แล้วก็สร้างภาพขายฝันนี้มา ตลอดระยะเวลาของรัฐบาลนี้มากกว่า ๑๐๐ ล้านบาทในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ท่านประธาน ทราบไหมคะว่าการขายฝันนี้มันไปสร้างผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อชีวิตของพี่น้องประชาชน แล้วก็ไม่ได้ระบุในรายงานทุกฉบับที่ผ่านมา รวมถึงในรายงานฉบับนี้ด้วย ดิฉันก็ไม่เห็นเลยว่า จะมีในส่วนไหนที่จะสามารถแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และนับรวม พี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกและพื้นที่ต่อเนื่องเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา เขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ได้อย่างไรบ้าง ทำไมดิฉันพูดอย่างนั้นคะท่านประธาน ดิฉันจะเปิด ให้เห็นว่าในรายงานฉบับนี้เป็นรายงานที่ไม่ได้สอดคล้องกับความเป็นจริงเลย เพื่อที่ ในอนาคตข้างหน้าทาง สกพอ. อาจจะได้นำไปปรับปรุงและแก้ไขในเรื่องนี้ต่อไป ไม่ว่าจะเป็น โครงการหลัก อย่างโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ในรายงานก็ไม่ได้มีระบุว่า มีการไล่รื้อ ไล่ยึด ไล่ฟ้อง ขับไล่พี่น้องประชาชนออกจากที่ดินไปจำนวนมากเท่าไรแล้ว พวกเขาเหล่านั้นได้อาศัยอยู่ในที่ดินนี้มาเกือบตลอดชีวิต แต่วันนี้พอมีเขตเศรษฐกิจพิเศษ ก็มีการเข้าไปบุกรุก เข้าไปไล่รื้อ เข้าไปไล่ยึดที่ดินออกจากพวกเขา แล้วก็ไม่ได้บอกเลยว่า จะเยียวยา ชดเชยให้กับพวกเขาได้อย่างไรบ้าง นอกจากไล่เขาออกจากที่ดินเพียงเท่านั้น หรือไม่ว่าจะเป็นโครงการยักษ์ อย่างโครงการถมทะเลมาบตาพุด จังหวัดระยอง ๑,๐๐๐ ไร่ โครงการนี้ ณ ปัจจุบันนี้ยังไม่สิ้นสุดการเจรจาเลยค่ะ ๓-๔ ปีที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนได้รับ ผลกระทบมากมายมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากวิกฤติโควิด (COVID) ไม่ว่าจะเป็น ผลกระทบจากการที่ไม่สามารถทำมาหากินในพื้นที่ของการถมทะเลได้ แต่ว่าโครงการนี้ เป็นโครงการยักษ์ใหญ่ที่มีนายทุนพลังงาน อย่างบริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด และบริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ได้เซ็นสัญญาร่วมลงทุนไปแล้ว จริง ๆ ต้อง บอกว่าเซ็นสัญญาท่ามกลางข้อสงสัยอย่างมากมายด้วยค่ะว่าโครงการขนาดใหญ่ขนาดนี้ ทำไมจึงไม่ได้ทำตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการถมทะเล กฎหมายผังเมือง หรือกฎหมายอีไอเอ (EIA) เลย หรือไม่ได้ทำตามขั้นตอนกฎหมายปกติใด ๆ เลยด้วยนะคะ โครงการนี้ถือว่า ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนอย่างมากมายมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการแย่งชิงทรัพยากร ทางทะเลหรือว่าทำให้สูญเสียทรัพยากรธรรมชาติอย่างมากมายมหาศาล เช่นนี้ดิฉัน ก็ต้องถามดัง ๆ ไปยัง สกพอ. ค่ะว่าได้มีการวางแผนหรือมีนโยบายที่จะเยียวยาหรือชดเชย ให้กับคนระยอง ให้กับคนชลบุรี หรือคนในภาคตะวันออก หรือแม้แต่ชาวประมงอย่างไร ได้บ้าง ไม่มีในรายละเอียดเลย หรือไม่ว่าจะเป็นโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ที่เป็น สนามบินทหารสู่มหานครเมืองการบินภาคตะวันออก ที่ก็ได้เซ็นสัญญาไปแล้ว แล้วก็ถือว่า เป็นโครงการหนึ่งที่มีข้อกังขาอย่างมากอีกเช่นกันในการประมูล ในการส่งมอบพื้นที่ ในการออกแบบผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน โดยโครงการนี้ก็มีการทำธุรกิจโดยทหาร ไม่ได้มี เอกชนที่เป็นบริษัทที่ปรึกษาเข้ามารับผิดชอบเรื่องนี้ ดิฉันยังไม่มั่นใจจริง ๆ ค่ะว่าทหาร หรือกองทัพจะสามารถดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับธุรกิจขนาดใหญ่แบบนี้ได้ หรือว่ามีแผนการ ในการดำเนินธุรกิจนี้ให้เห็น ก็ยังไม่เคยมีรูปแบบนี้ออกมาเลยสักครั้งเดียว และไม่เคยมี ในรายงานทุกฉบับที่ผ่านมาของอีอีซี (EEC) ด้วย ท่านประธานคะ ในโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ อีอีซี (EEC) ไม่ใช่แค่กองทัพ ไม่ใช่แค่นายทุน ที่เข้าไปดำเนินธุรกิจแล้วส่งผลกระทบต่อชีวิตพี่น้องประชาชน เราได้เห็นการดำเนินธุรกิจ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต่อระบบนิเวศจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการที่นายทุนบางราย ได้รับสัมปทานการระเบิดภูเขาแล้วนำไปถมทะเล ที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้ว หรือไม่ว่าจะเป็น นายทุนที่ได้รับสัมปทานจากการขายน้ำจืดเพื่อนำไปอุปโภค บริโภคเพื่อการอุตสาหกรรม แต่ไม่เคยเล็งเห็นผลต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบในภาคเกษตรกรรมเลย และไม่เคยนำน้ำ ที่เกี่ยวกับอุปโภค บริโภคไปให้ประชาชนได้รับการอุปโภคและบริโภคก่อนเลย แต่นึกถึง ภาคอุตสาหกรรมก่อนเป็นอันดับแรก หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสัมปทานในการขายไฟ ขายกระแสไฟฟ้า และผูกขาดพลังงานในภาคตะวันออก แล้วก็ไม่ว่าจะเป็นการรับเหมา ก่อสร้างในโครงการใหญ่ ๆ เราเห็นแค่นายทุนสัมปทานเท่านั้นค่ะ เราไม่เคยเห็นนักธุรกิจหรือ พี่น้องประชาชนในภาคตะวันออกได้รับสัมปทานในธุรกิจนี้ หรือแม้แต่การที่มีผู้มีอิทธิพลบาง กลุ่มได้รับผลประโยชน์จากการปลดล็อกเขตเศรษฐกิจ ในการปลดล็อกผังเมือง อย่างที่เพื่อน สมาชิกได้กล่าวไปแล้วเกี่ยวกับเรื่องของการนำเข้าขยะอุตสาหกรรม ซึ่งการปลดล็อก ผังเมืองครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในเรื่องของการลักลอบทิ้งขยะสารพิษอุตสาหกรรม จำนวนมากในพื้นที่ อันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ไม่เคยมีในรายงานเลยว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ได้อย่างไร หรือแม้แต่การที่เราเห็นนายทุนบางกลุ่มคว้าสัมปทานรถไฟฟ้าความเร็วสูง ที่ดิฉัน ได้กล่าวไปแล้วนี่ แล้วได้มูลค่างานหรือมูลค่าการลงทุนไปมากกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ก็ไม่เห็นในรายงานว่าจะชดเชยให้กับกลุ่มคนที่อยู่แนวริมทางรถไฟได้อย่างไรบ้าง ท่านประธานคะ ที่ดิฉันได้กล่าวแบบนี้ก็จะเห็นภาพของการที่เขตเศรษฐกิจพิเศษหรือ สกพอ. ได้ทำรายงานฉบับขายฝันออกมาให้เราเห็นใช่ไหมคะ ทีนี้เวลาที่เราพูดถึงเรื่องนี้เราก็ได้เห็น แค่กลุ่มทุน ที่ดิฉันได้อภิปรายไปมีแค่กลุ่มทุน กลุ่มผู้มีอิทธิพล กลุ่มกองทัพ กลุ่มผลประโยชน์ แค่ไม่กี่กลุ่มเท่านั้นที่ได้รับผลประโยชน์จากโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ และนี่คือความจริง ความจริงที่ว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษไม่ว่าจะเป็นในอีอีซี (EEC) หรือเขตเศรษฐกิจทั่วประเทศนี่ ความจริงแล้วมีแค่เครือข่ายนายทุน เครือข่ายผลประโยชน์ที่พวกเขาผูกขาดน้ำ ผูกขาดไฟฟ้า ผูกขาดพลังงาน แล้วก็ผูกขาดอาหาร ผูกขาดสาธารณูปโภคต่าง ๆ เราไม่เห็นว่าคนเหล่านี้ จะให้ความช่วยเหลือหรือเยียวยาพี่น้องประชาชนได้อย่างไร ท่านประธานคะ ดิฉันมีข้อเสนอ นิดหนึ่งค่ะว่าโจทย์สำคัญของเราคือว่าเราจะทำอย่างไรให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ อีอีซี (EEC) นี่ค่ะ หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศได้กระจายมา ยังคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่แค่กลุ่มนายทุน กลุ่มนายทุนกองทัพ หรือว่ากลุ่มทหาร เพียงเท่านั้น แต่ดอกผลการพัฒนาควรที่จะต้องตกถึงพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง แล้วจะทำ อย่างไรที่ไม่ปล่อยให้รายได้จากเม็ดเงินที่เกิดขึ้นในเขตเศรษฐกิจพิเศษไม่เป็นเพียงเม็ดเงินที่ เป็นเงินลงทุนที่ถูกส่งกลับไปยังประเทศต้นทางของนายทุนข้ามชาติ และนายทุนที่อาศัยอยู่ ในกรุงเทพฯ หรือพื้นที่ส่วนกลางเพียงเท่านั้น🔗
ดิฉันขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง สกพอ. ค่ะ ว่าเราต้องมีมาตรการที่ชัดเจน ในการที่จะเตรียมถ่ายโอนเทคโนโลยี หรือว่ามีกระบวนการในการฝึกอบรมทักษะแรงงาน อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ในอนาคตข้างหน้าเราได้มีสินค้าหรือมีเทคโนโลยีขั้นสูงในการที่จะ พัฒนาสินค้าของประเทศไทย ที่ประเทศไทยสามารถจะผลิตได้เองในประเทศ แล้วก็ส่งออก สู่ตลาดต่างประเทศได้ ไม่ใช่ว่าทุกวันนี้คือเรานำสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาผลิตในพื้นที่ ของอีอีซี (EEC) ที่เราเห็นเป็นแบบนั้น🔗
สรุปได้แล้ว นะครับ หมดเวลานานแล้ว🔗
สุดท้ายแล้วค่ะท่านประธาน ก็คือว่าช่วงที่ผ่านมามีรายงานฉบับหนึ่ง เป็นรายงานโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก อีอีซี (EEC) ซึ่งเป็นรายงานผลกระทบ ดิฉันอยากจะส่งไปถึงท่าน สกพอ. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับเรื่องเรื่องนี้ด้วย ดิฉันอยากให้ท่านได้กลับไปศึกษา ในตัวรายงานฉบับนี้ ซึ่งเป็นรายงานที่ศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นในเขตเศรษฐกิจพิเศษ อีอีซี (EEC) และเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศ เพื่อไม่อยากให้ท่านนำไปกองไว้แล้วไม่ได้ ใช้ประโยชน์ แต่อยากให้ท่านนำข้อสังเกตในเล่ม แล้วก็ข้อเสนอแนะต่าง ๆ เข้ามา เพื่อดำเนินการและแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญผู้ชี้แจงครับ🔗
ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะครับ ผมขออนุญาตชี้แจง ในประเด็นที่ท่าน ส.ส. ๓ ท่านได้เรียนถามมา ในส่วนของท่านสุพิศาล ท่านมานพ แล้วก็ ท่านเบญจาด้วยนะครับ แต่ก่อนอื่นผมขออนุญาตพูดภาพรวมสั้น ๆ นะครับท่านประธาน ต้องเรียนว่าในส่วนของอีอีซี (EEC) ตอนนี้เราอยู่ในช่วงการพัฒนาในช่วงที่ ๒ ช่วงที่ ๓ แล้ว ช่วงแรกจะเห็นว่าเป็นช่วงที่เราเน้นการพัฒนาในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน ตามที่ท่าน ส.ส. หลายท่านได้บอกว่าเรามีการสร้างสนามบิน เรามีการสร้างทางรถไฟความเร็วสูง ซึ่งบางส่วน ก็อาจจะเป็นผลกระทบกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นะครับ แต่ต้องกราบเรียนว่าหลังจาก ช่วงนี้ไปแล้วเป็นช่วงที่เราให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอันดับแรกเลยครับ เราต้องถือว่าประชาชนคือหัวใจสำคัญของอีอีซี (EEC) นะครับ จะเห็นว่าโครงการระยะหลัง ของเราในช่วงนี้เราจะมีการทำโครงการที่พัฒนาชนบท พัฒนาพื้นที่ พัฒนาชุมชน ทุกโครงการ ซึ่งเดี๋ยวผมจะเรียนชี้แจงรายละเอียดสั้น ๆ นะครับ ต้องเรียนว่าโครงการต่าง ๆ เราอาศัยความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ในการร่วมมือกันพัฒนาพื้นที่ ของตัวเองให้เป็นพื้นที่ที่มีความเจริญในมิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สุขอนามัย หรือการศึกษา ดังเช่นที่ท่านสมาชิกได้ห่วงใยมา เราได้ดำเนินการ ไปแล้ว เดี๋ยวผมจะเรียนทีละเรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรก คือของท่านสุพิศาล ผมขออนุญาตตอบในเรื่องตัวเลขก่อนก็แล้วกัน นะครับ ตัวเลขล่าสุดของเรา ผมขออนุญาตเรียนตัวเลขล่าสุดดีกว่านะครับ เป้าหมายของเรา ใน ๔ ปีแรก ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๖๕ เราตั้งงบในการลงทุนไว้ จำนวนที่เราจะลงทุน ประมาณ ๑.๗ ล้านล้านบาท ตอนนี้ตัวเลขล่าสุดในส่วนของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานนี้ เราได้ลงทุนไปแล้ว ๖๕๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้ประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐาน ๔ โครงการ ก็คือรถไฟความเร็วสูง สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือแหลมฉบัง แล้วก็ท่าเรือมาบตาพุด ซึ่งแต่ละโครงการตอนนี้มีความคืบหน้าไปมากพอสมควร ได้ผู้ที่ร่วมลงทุนแล้ว แล้วก็มี ความคืบหน้าในการทำโปรเจกต์ สตัดดี (Project Study) แล้วก็มีการเคลียร์ (Clear) พื้นที่ไป หลายโครงการแล้วนะครับ ผมยกตัวอย่างเช่นรถไฟความเร็วสูง ตอนนี้เราได้มีการส่งมอบ พื้นที่ไปแล้ว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้อยู่ในช่วงที่ปรับโมเดล (Model) ทางการเงิน แล้วก็ ใกล้จะเริ่มเอ็นทีพี (NTP) ก็คือเริ่มก่อสร้างช่วงประมาณต้นปีหน้า ส่วนสนามบินอู่ตะเภา ตอนนี้เราก็ได้มีการออกแบบรันเวย์ (Runway) แล้ว แล้วก็มีการใช้งบประมาณของรัฐ บางส่วน ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนเป็นการกู้เงินจากเอไอไอบี (AIIB) ก็คือธนาคารเพื่อการลงทุน โครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชียของประเทศจีน ในการทำโครงสร้างพื้นฐานในส่วนนี้ร่วมกับ เอกชน ซึ่งเอกชนจะเข้ามาลงทุนในส่วนนี้ประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของโครงการ แล้วก็ โครงการของแหลมฉบังกับมาบตาพุดตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างการปรับพื้นที่ ซึ่งทุกโครงการ คิดว่าจะเสร็จตามกำหนดนะครับ🔗
อีกส่วนหนึ่งก็คือเงินลงทุนในส่วนที่เป็นภาคอุตสาหกรรม ที่เมื่อสักครู่ท่าน ได้บอกว่า ๑๒ อุตสาหกรรมเป้าหมายของเรา ตอนนี้ตัวเลขที่เราได้จากบีโอไอ (BOI) มีผู้ที่ขอ ออกบัตรแล้วที่อยู่ในพื้นที่ของเราประมาณ ๑.๑๗ ล้านล้านบาท ซึ่งอันนี้ส่วนใหญ่จะเป็น อุตสาหกรรมสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมการบิน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือว่าจะเป็นอุตสาหกรรมด้านดิจิทัล (Digital)🔗
อีกส่วนหนึ่งก็คืองบบูรณาการนะครับ ซึ่งเป็นงบที่เราขอให้กับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่ของเรา ไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กองทัพเรือต่าง ๆ เพื่อเข้ามาร่วมกันพัฒนาพื้นที่ ประมาณ ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น จากตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวเลขใหม่ที่อยากแสดงให้เห็นว่าตอนนี้การลงทุนของเราตามเป้า ๑.๗ ล้านล้านบาท เราทำได้ประมาณ ๑.๙ ล้านล้านบาทแล้วนะครับ ตัวเลขเดี๋ยวผมจะส่ง เอกสารตามไปอีกที ต้องขอขอบพระคุณท่านที่ได้ให้ความเห็นในเรื่องตัวเลขนี้มานะครับ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ ผมขออนุญาตพูดในเรื่องความคืบหน้าของโครงการ ๕ จี (5G) ของบ้านฉาง ล่าสุดต้องเรียนว่าเมื่อปีที่แล้วได้มีการเปิดโครงการโดยมีการติดตั้งสัญญาณก็คือ เสาสมาร์ตโพล (Smart Pole) ที่พื้นที่บ้านฉาง ประมาณ ๕ ต้น ซึ่งโครงการนี้ต้องเรียกว่า เป็นโครงการ ๕ จี (5G) เพื่อบริการชุมชนโดยเฉพาะเลยนะครับ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ เขาได้รับประโยชน์มากเลยในการที่ใช้สัญญาณ ๕ จี (5G) ในเรื่องการจราจร การดูเรื่อง ภูมิอากาศ ดูเรื่องฝุ่น แม้กระทั่งเรื่องที่จะแจ้งความเดือดร้อนไปที่สถานีตำรวจ หรือว่าแจ้งไป ที่โรงพยาบาล โครงการนี้ต้องเรียนว่าหยุดชะงักไปพักหนึ่ง เนื่องจากว่าส่วนหนึ่งเราได้ ความอนุเคราะห์จากบริษัท ทีโอที จำกัด มหาชน ซึ่งตอนนี้บริษัท ทีโอที จำกัด มหาชน เขาไปรวมกับทางบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด แล้ว เขาเรียกว่าบริษัท โทรคมนาคม แห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ล่าสุดเมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมได้ไปพบกับท่านซีอีโอ (CEO) ของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) แล้วก็ได้คุยเรื่องนี้แล้ว ปรากฏว่าตอนนี้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เขาตั้งหน่วยงานเพื่อมาดูแลโครงการพวก ๕ จี (5G) โดยเฉพาะ ซึ่งตอนนี้เขาอนุมัติงบ ๒๐๐ ล้านบาทไปทำ ๕ จี (5G) ที่พัทยา โครงการต่อไป ก็คือจะมาทำที่บ้านฉางต่อนะครับ ซึ่งโครงการนี้ผมคิดว่าอีกไม่กี่เดือนก็จะเห็นผล เป็นรูปธรรมแล้วว่าจะมีงบประมาณไปทำต่อ แล้วก็โครงการ ๕ จี (5G) ทางบ้านฉาง จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นในเขตจังหวัดระยองด้วย จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เป็นอย่างมาก🔗
เมื่อสักครู่ท่านเรียนถามเรื่องเทคพาร์ค (Tech Park) ก็คือพื้นที่เขตเศรษฐกิจ พิเศษ ซึ่งอันนี้ต้องเรียนว่าเป็นของเอกชน ของเรานี้จะมีทั้งของภาครัฐและเอกชน เทคพาร์ค (Tech Park) ความคืบหน้าพอสมควรนะครับ เพราะว่าตอนนี้มีผู้ลงทุนเขาเข้ามาประมาณ ๓-๔ บริษัทแล้ว ก็คือบริษัท อีอีซี โกลบอล คลาวด์ จำกัด ก็เป็นกลุ่มที่เก็บดาตาเซนเตอร์ (Data Center) ที่จะเอาข้อมูลเก็บไว้ที่คลาวด์ (Cloud) อีกกลุ่มก็คือบริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) เป็นดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platform) ซึ่งมีความ คืบหน้าพอสมควร ตอนนี้กำลังได้รับการติดต่อจากบริษัทที่เป็นดาตาเซนเตอร์ (Data Center) ของต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุน เพราะฉะนั้นคิดว่าเทคพาร์ค (Tech Park) นี่ก็เป็น อีกส่วนหนึ่งที่จะเป็นศูนย์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านดิจิทัล (Digital) ของประเทศ ในอนาคตด้วยนะครับ🔗
ข้อที่ ๓ ที่ท่านถามเรื่องความเชื่อมโยงของการพัฒนาระบบไอเอ็นพี (INP) นี่นะครับ ต้องเรียกว่าอันนี้เป็นการเชื่อมโยงข้อมูลระบบในการติดตามผลการใช้งบบูรณาการ ร่วมกับสำนักงบประมาณ ซึ่งผลประโยชน์ของระบบนี้จะทำให้การติดตามการใช้งบเป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะต้องเรียนว่าการใช้งบบูรณาการเราให้หน่วยงานที่เป็นต้นเรื่อง เป็นคนใช้งบ เราก็อาศัยระบบนี้เป็นการติดตามว่าการใช้งบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หรือเปล่านะครับ🔗
ส่วนเรื่องเงินกู้ที่ท่านได้ถามมา ต้องชี้แจงว่าเงินกู้ตัวนี้เป็นส่วนของเงินกู้ ที่บรรเทาความเดือดร้อนในช่วงของโควิด (COVID) ซึ่งทางอีอีซี (EEC) เราได้ใช้เงินกู้ตัวนี้ ในการพัฒนาทักษะของบุคลากรในอุตสาหกรรมประเภทใหม่ ๆ เช่น เรื่องยานยนต์ หรือ เรื่องดิจิทัล (Digital) ที่ผ่านมาเราได้อบรมบุคลากรด้านนี้ไปประมาณหลายพันคน ซึ่งถือว่า งบตัวนี้เป็นประโยชน์ในการสร้างบุคลากรที่จะรองรับอุตสาหกรรมในพื้นที่ของอีอีซี (EEC) ด้วยนะครับ🔗
แล้วก็สุดท้ายท่านได้ถามเรื่องการพัฒนาชุมชนนะครับ อันนี้ผมขอเรียนว่า จากที่ผมเรียนแล้วเราให้ความสำคัญต่อการพัฒนาของชุมชนเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้น จะเห็นว่าในพื้นที่ของเราตอนนี้เรามีโครงการมากมายเลยที่จะช่วยให้ความเป็นอยู่ของพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ตอนนี้ โครงการที่เราจะทำเพิ่มเติมก็คือด้านการสร้างที่อยู่อาศัย สร้างงาน สร้างอาชีพให้เขา โมเดล (Model) ที่เราทำเราเรียกว่า ๕ สร้าง สร้างความรู้ให้เขาในการไปประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างอาชีพ คือสร้างตลาด สร้างที่ทำมาหากินให้เขา เพื่อให้เขาเอาของไปขายได้นะครับ สร้างรัฐสวัสดิการก็คือว่าประกันราคา เช่นตอนนี้เรามีโครงการอีเอฟซี (EFC) อีสเทิร์น ฟรุต คอร์ริดอร์ (Eastern Fruit Corridor) ในการที่จะรับประกันราคาทุเรียน ซื้อมากิโลกรัมหนึ่ง ถ้าไม่มีการรับประกัน กิโลกรัมหนึ่งจะราคาต่ำกว่า ๑๐๐ บาทอีกนะครับ เพราะล้งของจีน เขาเข้ามากดราคา ตอนนี้เราตั้งโครงการนี้เพื่อจะรับซื้อในราคาที่ไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ บาท จากนั้นเอาไปแปรรูปเป็นทุเรียนขายต่างประเทศ ถ้าเอาไปแปรรูปแล้วแช่เย็น แล้วก็เอาไป ขายเมืองจีน กิโลกรัมละประมาณ ๑,๐๐๐ บาทนะครับ🔗
แล้วก็อีกอันหนึ่งคือโครงการประกันสุขภาพนะครับ ตอนนี้เรามีโครงการ ที่จะไปทำโรงพยาบาลปลวกแดง ๒ ที่พื้นที่ปลวกแดง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีจำนวนประชากรแฝง อยู่เยอะมาก จำนวนประชากรจริง ๆ ประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน แต่ประชากรแฝงรวมแล้ว ประมาณเกือบแสนคน ซึ่งประชากรพวกนี้เขาขาดแคลนการดูแลเรื่องสุขภาพ ตอนนี้อีอีซี (EEC) ได้ทำโมเดล (Model) นี้ แล้วก็ร่วมกับภาคเอกชนที่จะเข้าไปตั้งโรงพยาบาล เพื่อดูแล พี่น้องประชาชนในส่วนนี้นะครับ🔗
ส่วนที่เหลือก็คือการสร้างเครือข่ายเพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถเชื่อมโยง ไปยังเครือข่ายอื่นได้ มีสินค้าเราก็ขายที่หมู่บ้านอื่นได้หรือตำบลอื่นได้ อีกอันก็คือเราได้ ประสานกับธนาคาร สถาบันการเงิน ในการเข้ามาช่วยดูแลพื้นที่ บรรเทาความเดือดร้อน ให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องโควิด (COVID) แล้วก็เรื่องเศรษฐกิจ ที่ถดถอยนี่ครับ ซึ่งตอนนี้เราร่วมกับธนาคาร ๗ ธนาคารเข้าไปช่วยแล้ว ๖ เดือนที่ผ่านมา ธนาคารที่เข้ามาร่วมกับเรา ไม่ว่าจะเป็นธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธ.ก.ส. ธนาคาร เพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ออกบริการสินเชื่อที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกธนาคาร และที่สำคัญคือดอกเบี้ยถูกมาก ผลที่ออกมา ๖ เดือนเห็นเลยว่าตอนนี้พี่น้องประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับความช่วยเหลือประมาณ ๗๐,๐๐๐ ราย ๗๐,๐๐๐ รายเป็นวงเงินสินเชื่อ ประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ คิดว่าโครงการนี้เป็นโครงการหนึ่งที่อีอีซี (EEC) จะช่วยผลักดันให้ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงสถาบันการเงินได้ อันนี้เป็นตัวอย่าง โครงการที่เราจะเข้าไปช่วยในการผลักดันเรื่องช่วยเหลือพี่น้องประชาชนไปพัฒนาพื้นที่ พัฒนาชุมชนครับ🔗
ในส่วนของท่านมานพนะครับ ท่านให้ความสนใจในเรื่องของการบริหาร จัดการขยะ ต้องเรียนว่าปัญหานี้เราเห็นมาเป็นเวลานานแล้ว และได้เริ่มแก้ไขไปแล้ว โดยเรา มีโมเดล (Model) ที่เราเข้าไปทำหลายโมเดล (Model) ไม่ว่าจะเป็นที่เสม็ดโมเดล เราไปดูแล การเก็บขยะ การทิ้งขยะ ตั้งแต่ต้นทางแล้วก็เก็บขนส่งขึ้นมาบนฝั่ง ซึ่งโมเดล (Model) นี้ ประสบความสำเร็จทำให้เสม็ดสะอาดขึ้นมาก แล้วโมเดล (Model) นี้เราจะเอาไปใช้ที่ เกาะสีชัง เพราะว่าเราเพิ่งลงพื้นที่ไปดูพื้นที่ของเกาะสีชังเมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็ประสบปัญหา เดียวกัน มีเตาเผาอยู่แค่ ๒ เตา ขยะล้นเกาะเลย แล้วต่อไปนี้เราจะพัฒนาเกาะสีชังนี้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชลบุรี เพราะฉะนั้นเราก็สามารถนำโมเดล (Model) เสม็ดโมเดลนี้ไปใช้ได้🔗
อีกเรื่องหนึ่งก็คือการกำจัดโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่นการใช้เอาขยะ มาผลิตเป็นไฟฟ้า ซึ่งตอนนี้เราใช้กับ อบจ. ระยอง เราเข้าไปร่วมกับเอกชน เข้าไปลงทุน ในการเอาขยะมาผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งตอนนี้ประสบความสำเร็จไปหนึ่งโรงแล้ว อีกโรงหนึ่งก็ใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งโมเดล (Model) นี้คิดว่าเราจะเอาไปใช้ในพื้นที่ที่มีปริมาณ ขยะมาก สามารถเอาไปใช้เป็นพลังงาน แล้วก็ไปขายต่อกับโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่ ได้นะครับ อันนี้เป็นโมเดล (Model) ที่เราจะใช้ในการกำจัดขยะนะครับ แล้วก็แผนรวม ของเราในการกำจัดเรื่องขยะ เรามีโครงการที่จะเพิ่มศูนย์ในการกำจัดขยะ ๖,๐๐๐ ตันต่อวัน ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ ๑๒๐ เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการนี้กำลังเริ่มดำเนินการ แล้วก็ คิดว่าอีกไม่นานก็น่าจะเกิดขึ้นตามจุดต่าง ๆ ซึ่งตอนนี้ต้องเรียนว่าของอีอีซี (EEC) เราได้รับ ความร่วมมือจากอบต. หรือ อบจ. เป็นอย่างมาก เพราะว่าเป็นปัญหาสำคัญของทุกพื้นที่ เลยนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านแนะนำ เรื่องการตั้งคณะกรรมการมีส่วนร่วมของ แต่ละพื้นที่ อันนี้ผมต้องกราบขอบพระคุณมากเลย เพราะต้องเรียนว่าประชาชนเป็นหัวใจ สำคัญในการพัฒนาพื้นที่เรานะครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้เรามีโครงการใหม่ก็คือเราดึงแนวร่วม คือตัวแทนจากพื้นที่มามีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ของตัวเอง เช่นเรามีโครงการเรียกว่าอีอีซี แฟมิลี (EEC Family) จากเดิมที่เราเอากลุ่มเยาวชนเข้ามาช่วยดูแลเรื่องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือกลุ่มสตรีที่เอามาดูแลเรื่องพื้นที่ เดี๋ยวเรามีโครงการที่จะนำกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้สูงวัย มาช่วยกันดูแลเรื่องสุขภาพของพื้นที่ด้วยนะครับ แล้วก็อีกโครงการหนึ่งคือเราทำโครงการ ที่จะช่วยเหลือวิสาหกิจที่อยู่ในชุมชน ซึ่งเราเรียกว่าอีอีซี เอ็นเตอร์ไพรส์ (EEC Enterprise) เราจะเอาโครงการนี้ดึงนักลงทุนเอกชน ดึงกองทุนหมู่บ้าน ดึงสถาบันการเงินเข้ามาช่วย ปลุกปั้นพวกธุรกิจชุมชน วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ให้เกิด ตอนนี้เราลองไปแล้ว ๕ วิสาหกิจ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เพราะว่าแต่ละวิสาหกิจเขามีปัญหาในเรื่องการบริหารจัดการ การตลาด หรือแม้กระทั่งการเงิน ตอนนี้เราดึงคนที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษาหรือว่าสถาบันการเงินเข้ามาร่วม เพราะฉะนั้นโมเดล (Model) นี้จะทำให้เศรษฐกิจชุมชนขยายตัว แล้วที่สำคัญคือเราสามารถ ดึงการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เข้ามาร่วมเป็นแฟมิลี (Family) เดียวกัน เราเรียกว่าอีอีซี แฟมิลี (EEC Family) เพราะถือว่าประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ของเราเป็น ครอบครัวเดียวกับอีอีซี (EEC) นะครับ🔗
คราวนี้ผมขออนุญาตของท่านเบญจานะครับ ท่านเบญจาก็มีหลายประเด็น เลยนะครับ ซึ่งต้องขอขอบพระคุณมากเลย เรื่องโครงการรถไฟ จริง ๆ ผมเห็นปัญหาเหมือน ท่านเบญจาเหมือนกันก็คือว่ามันไปกระทบพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ แต่ว่าจากแนวทาง ของเราที่แก้ไขเราให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นใครที่มีความเดือดร้อน โดนไล่ที่ออกไป สมมุติที่เขาอยู่ในพื้นที่ของรถไฟ เรามีวิธีเยียวยาหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น หากองทุนมาช่วยชดเชยให้เขา หรืออีกวิธีก็คือเราหาที่อยู่อาศัยให้ใหม่ ซึ่งโครงการล่าสุด ที่หลักหก ผมก็ได้ติดต่อการเคหะแห่งชาติมาช่วยในการหาที่อยู่อาศัยให้ใหม่กับเขา ซึ่งบางคนที่เขายังไม่พอใจที่จะย้ายไปที่ไกล ๆ เราก็จะขอพื้นที่ของรถไฟทำโครงการให้เขา อยู่อาศัยตรงนั้นเลย ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการดำเนินงานอยู่ คิดว่าจะเป็นการบรรเทา ความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนนะครับ🔗
แล้วก็ในส่วนของเรื่องน้ำที่ท่านเป็นห่วง ต้องเรียนว่าเรื่องน้ำเป็นปัญหาสำคัญ ของอีอีซี (EEC) มาโดยตลอด เพราะพื้นที่เรามักจะประสบปัญหาการขาดน้ำในช่วงที่ไม่ใช่ หน้าฝน ตอนนี้คณะกรรมการของอีอีซี (EEC) ได้ร่วมกับ สทนช. กรมชลประทาน แล้วก็ กรมทรัพยากรน้ำ ในการหาวิธีแก้ไขปัญหาหลายวิธีเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการขุดลอกบ่อ หาอ่างเก็บน้ำใหม่ หรือว่าการต่อท่อมาจากแม่น้ำไม่ว่าจะเป็นบางปะกงหรือประแสร์ ที่สำคัญ มีบางโครงการที่อาจจะมาช่วยแก้ไขบางจังหวะได้ก็คือการทำน้ำเค็มให้เป็นน้ำจืด ที่เรียกว่า ดีซาลิเนชัน (Desalination) นี่นะครับ ก็เป็นโครงการที่อยู่ในการดูแลของเราอีกเหมือนกัน🔗
เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตสรุปในภาพรวมของการแก้ไขปัญหาของอีอีซี (EEC) ในเรื่องชุมชนนะครับ ว่าตอนนี้เรามีโครงการใหม่เรียกว่าท้องถิ่นอัจฉริยะ เราจะใช้ โครงการนี้ในการส่งนโยบายลงไปที่พื้นที่ว่ามีนโยบายในการพัฒนาพื้นที่อย่างไรในมิติต่าง ๆ เช่น การพัฒนาในเรื่องสิ่งแวดล้อม เราให้ความสำคัญเป็นอันดับ ๑ การพัฒนาเรื่องสุขภาพ ของพี่น้องประชาชน การพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเราจะใช้โมเดล (Model) ของ ๗ สมาร์ต (Smart) ก็คือสมาร์ตเอนไวรอนเมนต์ (Smart Environment) สมาร์ตเอเนอร์จี (Smart Energy) สมาร์ตอีโคโนมี (Smart Economy) แล้วก็ สมาร์ตคอมมูนิตี (Smart Community) ซึ่งทุกโครงการเราจะได้รับความร่วมมือจาก พี่น้องประชาชน โดยการที่เขาจะเป็นผู้นำเสนอความต้องการของโครงการมาแมตช์ (Match) กับกรอบที่เรากำหนดลงไป ซึ่งโครงการนี้เองเราได้ลองคุยกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ พี่น้องที่เป็นตัวแทนของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นนายก อบต. นายก อบจ. นายกเทศบาล ซึ่งทุกหน่วยงานมีความต้องการ มีความพร้อมที่จะเข้ามาร่วม เพราะว่าอีอีซี (EEC) จะเข้าไป ช่วยกำหนดแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ของท่านเอง แล้วแต่ละท่านสามารถบอกได้เลยว่า ท่านอยากพัฒนาส่วนไหน เราก็จะมีแนวทางในการพัฒนาให้โดยใช้หลักบีซีจี (BCG) เมื่อสักครู่ที่ท่านเบญจากับท่านมานพบอกนะครับ หลักนี้เป็นหลักที่เราใช้เป็นแนวทาง ในการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของพื้นที่ คิดว่าแนวทางนี้จะได้รับความร่วมมือ แล้วก็ภายใน ปีหน้าเราจะเห็นผลแล้วว่าแต่ละพื้นที่เขามีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ของตัวเอง แล้วก็ให้ ความร่วมมือกับอีอีซี (EEC) ด้วยนะครับ🔗
ช่วยสรุป ด้วยนะครับ🔗
ก็ขออนุญาตตอบเท่าที่มีข้อมูล ก่อนนะครับ อันไหนที่ผมยังไม่ได้ตอบหรือยังไม่มีข้อมูล เดี๋ยวผมขออนุญาตส่งข้อมูลตามไป อีกทีนะครับ🔗
ท่านสมาชิก เราก็ได้ซักถาม แล้วท่านผู้มาชี้แจงก็ได้ชี้แจงพอสมควรแล้วนะครับ ผมต้องขอขอบคุณ ท่านเบญจา🔗
นิดเดียว สัก ๒-๓ ประเด็นค่ะ ท่านประธาน🔗
๒-๓ ประเด็น ไม่นิดเดียวแล้วครับ🔗
ที่ตอบมาแล้วค่ะ🔗
เชิญครับ เอาสั้น ๆ หน่อยนะครับ🔗
ขอบคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จริง ๆ มี ๒-๓ ประเด็นที่เมื่อสักครู่นี้ทาง สกพอ. ได้ชี้แจงมาแล้ว และดิฉันยังคิดว่าอาจจะยังไม่ชัดเจน แน่นอนอาจจะต้องขอเอกสารเพิ่มเติม อย่างที่ท่านได้ชี้แจงไปแล้ว แต่ว่าขอให้ท่านช่วยชี้แจง แบบกระชับ ๆ อีกนิดหนึ่งก็ได้ค่ะว่าในประเด็นที่ ๑ เรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จริง ๆ แล้วดิฉันได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ถึงเรื่องของการรายงานของท่านที่ท่านได้ชี้แจงมา จริง ๆ เวลาพูดว่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมันก็เป็นการพูดถึงในเรื่องของการใช้ นวัตกรรมขั้นสูงหรือนวัตกรรมที่ไม่ได้ไปใช้พลังงานที่ไม่บริสุทธิ์อีกแล้วใช่ไหมคะ แต่ว่า มันเป็นตลกร้ายค่ะท่านประธาน เพราะว่าตรงนี้เป็นเรื่องของการถมทะเลที่ดิฉันได้พูดถึง มันไปถมทะเลเพื่อทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปิโตรเคมี ซึ่งก็คือธุรกิจที่เป็นธุรกิจเรียกว่าไม่สะอาด อีกนั่นละ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อาจจะขอท่านชี้แจงหน่อย เป็นประเด็นที่ ๑ นะคะ🔗
ทีนี้ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของการลดการทิ้งขยะ หรือว่าขยะเกิดที่ไหน ก็กำจัดที่ต้นทาง หรือที่เราเรียกว่าซีโรเวสต์ (Zero Waste) ใช่ไหมคะ แต่ว่าปัจจุบันเราเห็น การลักลอบทิ้งขยะในพื้นที่เขตเศรษฐกิจอีอีซี (EEC) ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราเอง หรือจังหวัดปราจีนบุรี จากการปลดล็อกผังเมืองที่ท่านได้ปลดล็อกในช่วงที่ผ่านมานี่ละค่ะ อันนี้คือเป็นปัญหาสำคัญมาก ก็เลยอยากให้ท่านช่วยชี้แจงในเรื่องของการลักลอบทิ้งขยะ ที่เกิดขึ้นจำนวนมากและมีแนวโน้มจะเกิดมากขึ้นเรื่อย ๆ ตรงนี้อยากจะได้คำตอบจากท่าน เพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งนะคะ🔗
ส่วนประเด็นสุดท้ายก็คือเรื่องของกองทุนอีอีซี (EEC) ที่ท่านได้ชี้แจงมา เหมือนกัน ซึ่งเป็นกองทุนที่สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ พัฒนาชุมชน แล้วก็เข้าไปช่วยเหลือ เยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาของเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี (EEC) แต่ดิฉันต้องชี้แจงแบบนี้ว่ากองทุนนี้ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารงานของ สกพอ. ต้องบอกว่า ยังไม่ได้มีเงินเข้าไปสนับสนุนในกองทุนเลย อย่างที่บอกค่ะมันคือตลกร้ายอย่างมาก มันจะไป ช่วยเหลือ เยียวยาพี่น้องประชาชนอย่างไรได้บ้าง ก็ขอคำตอบที่กระชับ ๆ นิดหนึ่งก็ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
เป็นคำถามเดิม ที่ได้ถามไปแล้ว ทางผู้ชี้แจงจะชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ เอากระชับนะครับ เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่านเบญจามากครับ ผมตอบกระชับ ๆ เลยนะครับ ก็คือเมื่อสักครู่เรื่องก๊าซเรือนกระจก ต้องเรียนว่าตอนนี้ เรามีโครงการที่จะมาดูแลเรื่องนี้หลายโครงการ ตอนนี้เราเริ่มทำโครงการเน็ต ซีโร เฮาซิง (Net Zero Housing) แล้ว ที่จะทำที่อยู่อาศัยโดยไร้มลพิษ แล้วอีกโครงการที่ท่านเลขาธิการ ผลักดันมากเลยคือปลูกพืชเศรษฐกิจเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งพวกนี้เรากำลังติดต่อ ประสานงานกับหน่วยงานที่ดูแลเรื่องคาร์บอนเครดิตอยู่นะครับ ถ้าได้พื้นที่ในอีอีซี (EEC) จะมีการปลูกพืชที่สามารถเป็นพืชเศรษฐกิจได้ แล้วก็สามารถลดมลพิษ ลดคาร์บอนได้ด้วย อันนี้เป็นโครงการที่อยู่ในระหว่างกำลังดำเนินงานนะครับ🔗
เรื่องซีโรเวสต์ (Zero Waste) รู้สึกผมจะตอบไปแล้วนะครับว่าแนวทาง การกำจัดขยะของเราตอนนี้เราต้องใช้ความร่วมมือจากหน่วยงานท้องถิ่นเอง เพราะฉะนั้น เราถึงเรียกว่าโครงการท้องถิ่นอัจฉริยะ เพราะท้องถิ่นเขาต้องเข้ามาร่วมมือกัน เราไปคุม ทุกพื้นที่ไม่ได้ แต่ว่าท้องถิ่นถ้าเขาอยากให้ท้องถิ่นเขามีความสะอาด ปลอดจากมลพิษ รักษาสิ่งแวดล้อม เขาก็จะร่วมมือกับเราในโครงการนี้ ซึ่งเราจะเป็นคนเข้าไปให้แนวทาง ในการกำจัดด้วยว่ากำจัดต้นทางทำอย่างไร ถ้าคุณอยากกำจัดให้มันมากกว่านี้ จะเป็นโรงงาน กำจัดขยะ เป็นพลังงานไฟฟ้าเลยก็ได้ หรือว่าจะเอาไปฝังกลบก็ทำให้ถูกสุขอนามัยนะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ถือว่าสภาผู้แทนราษฎรเราได้รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๔ ของสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกแล้วนะครับ ต้องขอขอบคุณคณะผู้ชี้แจง ซึ่งมี รองเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เป็นหัวหน้าคณะ ต้องขอกราบขอบพระคุณนะครับ วันนี้เราก็ได้ประชุมกันมาเป็นเวลาพอสมควรแล้ว ผมขอปิดการประชุมนะครับ🔗