รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
---------------------
ก่อนเข้าสู่ ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือตามลำดับ รายชื่อและเวลาที่ยื่น โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาที ท่านแรกผมขอเชิญท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง ตามด้วยท่านปริญญา ฤกษ์หร่าย นะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับคำร้องทุกข์จากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลกุดน้อย ตำบลหนองบัวน้อย อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เรื่องที่ผมจะได้กราบเรียนท่านประธานทั้งหมด ๓ เรื่องดังต่อไปนี้🔗
เรื่องที่ ๑. ขอให้กรมทางหลวงได้ปรับปรุงผิวจราจรบนถนนหมายเลข ๒๐๑ ของกรมทางหลวงนะครับ ซึ่งอยู่ช่วงระหว่างอำเภอสีคิ้วและอำเภอด่านขุนทด เนื่องจากว่า ถนนชำรุดเสียหายมาก ท่านประธานจะดูรูปที่ขึ้นปรากฏสไลด์ (Slide) บนจอจะเห็นชัดนะครับ🔗
นี่เป็นถนนของกรมทางหลวง วัน ๆ หนึ่งมีพี่น้องประชาชนสัญจรไปมาหลายหมื่นคันแล้วเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพราะฉะนั้น ถ้ามีการปรับปรุงผิวจราจรจะช่วยแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ รูปนี้เป็นรูปที่ผมเพิ่ง กลับไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนในวันเสาร์ วันอาทิตย์ที่ผ่านมา🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมทางหลวงเพิ่มจุดกลับรถบริเวณปากทางเข้าบ้านหนองไม้ตาย ตำบลหนองบัวน้อย อำเภอสีคิ้ว บนถนนสาย ๒๐๑ หลักกิโลเมตรที่ ๒๑ เนื่องจากว่าเวลาที่ พี่น้องประชาชนจะเดินทางกลับเข้าหมู่บ้านต้องไปกลับรถที่จุดกลับรถที่ไกลออกไป เป็นระยะทางกว่า ๑๐ กิโลเมตร ทำให้สิ้นเปลืองทั้งเวลาแล้วก็เรื่องของการเดินทาง ถ้ามีการ เพิ่มจุดกลับรถจะเป็นการลดค่าใช้จ่าย🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้กรมทางหลวงเพิ่มจุดกลับรถบริเวณปากทางเข้า บ้านหนองสลักได ตำบลกุดน้อย อำเภอสีคิ้ว อยู่บนถนนสาย ๒๐๑ กิโลเมตรที่ ๗ ก็เป็น เหตุผลเดียวกันครับ ประชาชนที่สัญจรไปมาที่เดินทางเข้าหมู่บ้านต้องไปกลับรถที่จุดกลับรถ เป็นระยะทางกว่า ๑๐ กิโลเมตร🔗
ทั้ง ๓ เรื่องผมขอความอนุเคราะห์ท่านประธานประสานงานไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไป ขอกราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปริญญา ตามด้วยท่านคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขออนุญาตหารือกับท่านประธานนะครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ในหมู่ ๑ แล้วก็หมู่ ๒ ของตำบลเกาะตาล อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะตลิ่งริมน้ำปิงเป็นระยะทางประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะตาลได้ทำหนังสือไปที่สำนักงาน โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเพื่อของบประมาณในการสร้างเขื่อน ซึ่งทางสำนักงาน โยธาธิการและผังเมืองนั้นก็ได้มาลงสำรวจในพื้นที่แล้วก็ได้พูดคุยกับท่านผู้นำแล้วก็รวมถึง ชาวบ้านว่าโครงการดังกล่าวนั้นสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกำแพงเพชรก็ได้ เสนอไปที่กรม แล้วก็จะบรรจุในโครงการของปีงบประมาณปี ๒๕๖๗ ผมขอฝากให้ กรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินการให้พี่น้องประชาชนในปี ๒๕๖๗ ด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ซึ่งเป็นเรื่องที่องค์การบริหารส่วนตำบลแสนตอ ขอความคืบหน้า ในเรื่องของโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำเพื่อการเกษตรของบ้านเกาะสามสิบ อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งโครงการดังกล่าวทางกรมชลประทานนั้น ก็ได้ลงพื้นที่ แล้วก็เป็นโครงการที่สำคัญของตำบลแสนตอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง ฤดูน้ำหลาก ตำบลแสนตอก็เป็นตำบลที่เป็นแอ่งกระทะรับน้ำจากตำบลใกล้เคียง ซึ่งโครงการ สถานีสูบน้ำเพื่อการเกษตรนี้ถ้ามีโครงการก็จะเป็นการระบายน้ำให้ลงน้ำปิงโดยเร็วไว ในฤดูน้ำหลาก ขอกราบเรียนท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านครูมานิตย์ ตามด้วยท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนจากเมืองสุรินทร์ ผมได้ไปดูการทำงานของพี่น้อง บุคลากรทางการศึกษาและ ผอ. ของ กศน. หรือการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยในอำเภอสำโรงทาบและอำเภอศีขรภูมิ เขาทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมมากครับ ในภาวะตั้งแต่โควิด (COVID) มาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ พยายามเอาเด็กนักเรียนที่ออกนอกโรงเรียนในช่วงโควิด (COVID) กลับเข้ามาเรียน ได้มากมายทีเดียวเป็นที่น่าชื่นชม แล้วผมเข้าใจว่าครู กศน. ทั้งประเทศก็คงจะทำงาน ไม่น้อยด้อยกันหรอกครับ เพียงแต่ว่าผมสัมผัสที่อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์กับ อำเภอศีขรภูมิ ทีนี้อย่างนี้ครับท่านประธาน ที่อำเภอศีขรภูมิยังไม่มีสำนักงานของ กศน. เป็นเอกเทศของตัวเอง แต่มีที่ดินพร้อมที่จะสร้างอยู่ในตลาด เขาเรียกว่าแอเรีย (Area) ที่เป็น ส่วนราชการ ผมก็ได้ประสานกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการครั้งหนึ่งว่าพอจะ จัดสรรงบประมาณไปสร้างอาคารสำนักงานให้กับบุคลากรทางการศึกษาหรือ ผอ. กศน. ที่อำเภอศีขรภูมิสักหลังหนึ่งได้ไหม เพราะตอนนี้เขาอาศัยอยู่ที่อื่นเขาอยากเป็นเอกเทศ แล้วการจัดการเรียนการสอนการประสานงานต่าง ๆ นี้ก็จะทำได้ดีขึ้น ปีที่แล้วผมเข้าใจได้ เพราะว่าภาวะของโควิด (COVID) แต่ปีนี้ช่วงนี้อยู่ในช่วงของการทำงบประมาณผมก็ได้รับ การท้วงติงจากคณะกรรมการสถานศึกษา กศน. ประจำอำเภอศีขรภูมิมาอีกรอบหนึ่งว่า เราจะได้อาคารสำนักงานไหม ผมก็ไม่ได้รับปากอะไรหรอกครับ เพียงแต่ว่าผมจะนำเรื่องนี้ ที่ผมได้ประสานไว้มากราบเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ผ่านท่านประธานสภาไปยังท่านรัฐมนตรี ส่วนอำเภอสำโรงทาบวันนี้ก็พอมีอยู่แล้ว แต่ถ้ามีโอกาสก็อยากได้สำนักงานที่มันโอ่โถง แล้วมันน่าดู แล้วเด็กมันก็จะได้มีกำลัง บุคลากรทางการศึกษาก็จะได้มีกำลัง ผมก็กราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจาตุรงค์ ตามด้วยท่านศักดินัย นุ่มหนู ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ วันนี้ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านนายก จากท่านกำนัน ท่านผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต. และพี่น้องประชาชนในเขตของอำเภอกันทรลักษ์มากมายเหลือเกินนะครับ วันนี้สรุปได้ ๓ เรื่องใหญ่ ๆ เรื่องแรกก็คือเรื่องของไฟฟ้าส่องสว่างถนนบนทางหลวงและทางหลวงชนบท และเรื่องไฟฟ้าเกษตร เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของเหตุที่น้ำท่วมจากพายุโนรูแล้วการระบายน้ำ วางผังเมือง เรื่องที่ ๓ คือเรื่องน้ำประปา🔗
เรื่องแรก ก็ได้รับการร้องขอจากท่านนายก อบต. ในเขตของตำบลขนุนว่า ไฟฟ้าส่องสว่างจากบ้านโนนสมบูรณ์ถึงสามแยกบ้านตาเครือนั้นไม่เพียงพอเป็นของ ทางหลวงชนบท แล้วก็ยังมีทางหลวงชนบทในส่วนของบ้านท่าสว่าง ตำบลโนนสำราญ บ้านจันทน์หอม ตำบลโนนสำราญ บ้านรุ่งอรุณ ตำบลโนนสำราญ บ้านตาทวด บ้านรุง ตำบลรุง🔗
ส่วนเรื่องของไฟฟ้าเกษตรในเขตนี้ต้องเรียนว่าเกษตรกรต้องการไฟฟ้า เกษตรมาก บางแห่งมีไม่พอ บางแห่งพอแล้วก็มี ๒ เฟส (Phase) ไม่ถึง ๓ เฟส (Phase) ในเรื่องของการทำเรื่องทุเรียน เรื่องของพืชสวนพืชไร่ต่าง ๆ โดยเฉพาะตรงฝายบ้านระโยง ก็ดี ในส่วนของตำบลรุงก็ดีหรือในเขตของอำเภอกันทรลักษ์เกือบทั้งหมด🔗
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องขุดลอกการวางท่อระบายน้ำแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งทุกครั้งในเขตของเทศบาลกันทรลักษ์และเขตเทศบาลหนองหญ้าลาดและ อบต. น้ำอ้อม เมื่อฝนตกจะไม่เกิดปัญหา แต่คราวนี้มีปัญหาเรื่องว่าท่อระบายน้ำไม่เพียงพอมีการทำ ระบบใหม่ จึงอยากให้มีการแก้ปัญหาในการวางท่อระบายน้ำใหม่แล้วก็วางผังเมืองทั้งหมด ร่วมกันระหว่างอำเภอ จังหวัด ทางหลวง ทางหลวงชนบท โดยเฉพาะทางหลวงชนบท ศรีสะเกษ ๓๐๔๐ กันทรลักษ์-ขุนหาญ ตั้งแต่ตลาดเมืองทองที่มีน้ำท่วม พี่น้อง เดือดร้อนมากไปถึงบ้านป่าไม้ ตำบลหนองหญ้าลาด บ้านกระบี่ แล้วก็ทางหลวง ๒๐๘๕ ปั๊มน้ำมัน ปตท.🔗
เรื่องสุดท้ายคือเรื่องน้ำประปาในเขตของบ้านตาแท่น หมู่ ๓ และหมู่ ๔ ตำบลบึงมะลูที่ไม่เพียงพอ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศักดินัย ตามด้วยท่านสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ผมขอหารือปัญหาของ พี่น้องชาวตราดใน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรกได้รับการประสานมาจากนายบำเหน็จ เทียนคันฉัตร ท่านเป็น สมาชิกสภาเทศบาลของตำบลตะกาง ถึงเรื่องฝายกั้นน้ำที่ชำรุดใน ๒ ฝายด้วยกันนะครับ ฝายแรกคือฝายคลองนาซึ่งอยู่ระหว่างหมู่ที่ ๓ แล้วก็หมู่ที่ ๔ แล้วก็ฝายที่ ๒ ฝายคลองยายหลา ที่อยู่ระหว่างหมู่ที่ ๔ กับหมู่ที่ ๖ ในตำบลตะกาง ซึ่งทั้ง ๒ ฝายนี้ก็สร้างมาร่วมสัก ๓๐ ปีแล้ว ซึ่งปัจจุบันนี้มันได้ชำรุดแล้วก็ผุพัง ซึ่งทั้งฝายคลองนาแล้วก็ฝายคลองยายหลาก็สร้างขึ้นมา เพื่อที่จะเก็บน้ำจืด แล้วก็ป้องกันการบุกรุกของน้ำเค็ม ซึ่งชาวบ้านของตำบลตะกางส่วนหนึ่ง ก็ได้ทำนา แล้วก็พอหลังฤดูการเก็บเกี่ยวแล้วก็มีการปลูกพืชหลังนาทำให้มีรายได้ตลอดทั้งปี ซึ่งปัจจุบันนี้พอฝายอันนี้มันรั่วน้ำเค็มก็เข้าถึงได้ก็ทำให้ชาวบ้าน ๔-๕ ปีมานี้ไม่ได้ทำนา ไม่ได้ มีการปลูกพืชเพิ่มเติม ทำให้รายได้ก็ตกไปก็อยากที่จะให้ทางหน่วยงานในสังกัดของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทานหรือว่ากรมพัฒนาที่ดินได้เข้าไปช่วยดูแล ให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการประสานจากนายเติมศักดิ์ เสริฐศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑ บ้านบางเบ้า ตำบลเกาะช้างใต้ อำเภอเกาะช้าง ถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน แล้วก็นักท่องเที่ยวที่ได้ใช้สะพานของชุมชนบ้านบางเบ้า เนื่องจากสะพานมันทรุดตัวลงและ ทำให้มีน้ำท่วมสูงถึง ๕๐-๘๐ เซนติเมตร ในทางยาว ๘๑ เมตร ซึ่งปัญหานี้ทางผู้ใหญ่เติมศักดิ์ ก็บอกว่าก็ได้หาทางที่จะแก้ไขกันมานานแล้ว ทางท้องถิ่นของ อบต. เกาะช้างใต้เองก็มี ความพร้อมที่จะจัดสรรงบประมาณและเข้ามาทำ เพียงแต่ว่าสะพานนี้เป็นหน่วยงานของ กรมประมงที่ยังไม่มีการถ่ายโอนไปยังกรมธนารักษ์นะครับ ซึ่งก็ทำให้ชาวพื้นที่ก็ไม่สามารถ ที่จะทำอะไรได้ จึงขอเรียนท่านประธานไปถึงทางกรมประมงที่จะได้ดำเนินการถ่ายโอน หรือจัดสรรงบประมาณโครงการมาปรับปรุงสะพานแห่งนี้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวและชาวบ้าน ได้ใช้เดินทางด้วยความสะดวกครับ ขอขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ก่อนที่ท่านสัมฤทธิ์จะอภิปรายนะครับ ผมขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ คณะนักศึกษา คณะประสบการณ์วิชาชีพกฎหมายในปีการศึกษา ๒๕๖๕ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จำนวน ๓๑ ท่าน เข้ารับฟังรับชมการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนะครับ เชิญท่านสัมฤทธิ์ ตามด้วยท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอหารือผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ขอให้เร่งรัดการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมครับ ท่านประธานครับ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมกำลังประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูงขึ้นต่อเนื่อง เกือบ ๒ ปี สาเหตุหลักมาจากต้นทุนอาหารสัตว์ อาหารโคนมมีราคาสูงขึ้นมากกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปัญหานี้ทางคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือมิลก์บอร์ด (Milk Board) ได้มีมติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขออนุมัติไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อขอปรับราคาน้ำนมดิบหน้าโรงงานแปรรูปจากเดิม ๑๙ บาท เป็น ๒๐.๕๐ บาท ต่อกิโลกรัม และได้มีมติให้กรมปศุสัตว์จ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรเพิ่มขึ้น ๗๕ สตางค์ ต่อกิโลกรัม เป็นระยะเวลา ๓ เดือน ซึ่งต่อมาวันที่ ๒๓ สิงหาคม ทางคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ ให้ปรับราคาน้ำนมดิบตามที่ผมได้กล่าวไปข้างต้นแล้วครับ ต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยเหลือ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม แต่ว่าในส่วนของเงินช่วยเหลือเกษตรกร ๗๕ สตางค์ต่อกิโลกรัม เป็นระยะเวลา ๓ เดือน ในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลความคืบหน้าแต่อย่างใดครับ กระผมจึงขอให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตรวจสอบและเร่งรัดเพื่อดำเนินการ เบิกจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกร ๗๕ สตางค์ต่อกิโลกรัม ให้กับเกษตรกรเป็นการเร่งด่วนครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรวิทย์ ตามด้วยนางสุเนตตา แซ่โก๊ะ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอหารือเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิคือ🔗
๑. ผมได้รับคำร้องจากนายธรรมศาสตร์ คะณาเนปะ นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลโนนสะอาด อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ว่าระบบประปาผิวดินขนาดใหญ่ของ บ้านโนนสะอาดหมู่ที่ ๔ และหมู่ที่ ๙ ซึ่งก่อสร้างมาเป็นระยะเวลามากกว่า ๓๐ ปี ชำรุด ซ่อมแซมมาตลอดแต่ไม่สามารถผลิตน้ำประปาได้จำนวนเพียงพอและน้ำประปาดังกล่าว ก็ไม่สะอาดเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน จึงขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้สนับสนุนงบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจหรืองบประมาณอื่น ๆ ที่เร่งด่วนให้กับองค์การ บริหารส่วนตำบลโนนสะอาด อำเภอคอนสวรรค์ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนดังกล่าวต่อไป🔗
๒. ผมขอขอบคุณหน่วยงานที่ดำเนินการตามคำหารือของผมที่ผ่านมา ๒ หน่วยงาน คือ ๑. กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการแก้ไขชื่อจังหวัดบนเอกสารสิทธิ ที่ดินวัดปทุมวัน บ้านหนองบัวเพวัง ตำบลบ้านโสก อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งผิดพลาดมาเป็นระยะเวลา ๓๐ ปี ได้เปลี่ยนชื่อจากชื่อจังหวัดกรุงเทพมหานครเป็นจังหวัด ชัยภูมิเรียบร้อยแล้ว โดยท่านอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ซึ่งรับหน้าที่มาเพียงเดือนเศษ ๆ ได้ดำเนินการเซ็นอนุมัติเมื่อวานนี้ครับ พี่น้องชาวชัยภูมิขอขอบคุณ เรื่องที่ ๒ ที่ขอบคุณก็คือ เมื่อผมหารือเมื่อครั้งที่แล้วว่าพี่น้องประชาชนที่ไปยื่นขอค่าช่วยจัดการศพให้กับผู้สูงอายุ ในอำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ บัดนี้ได้ทราบว่าได้รับเงินช่วยค่าทำศพ ๓,๐๐๐ บาท เรียบร้อยแล้ว ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุเนตตา ตามด้วยท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลัง วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะมาปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังสำนักงานการบินพลเรือน แห่งประเทศไทย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เรื่อง สมาร์ตแอร์พอร์ต (Smart Airport) หรือสนามบินอัจฉริยะนะคะ ท่านประธานคะ มาตรการควบคุมโควิด (COVID) ก็เริ่มผ่อนคลายผู้คนก็เดินทางท่องเที่ยวกันมากขึ้น การเดินทางทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเริ่มฟื้นตัว ตัวเลขคนเดินทางกลับมาใกล้เคียง ช่วงก่อนมีโควิด (COVID) ระบาดแล้วค่ะ ประเทศไทยเราก็เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทาง การท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาตินั้นอยากมากันตามที่เราได้เห็นภาพข่าวสนามบินสุวรรณภูมินั้น คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวแออัดเข้าคิวรอผ่านขั้นตอนกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นยังต้องมารอกระเป๋าเดินทางอีก รวม ๆ แล้วก็น่าจะใช้เวลาเป็นชั่วโมงเลยทีเดียวค่ะ ดิฉันเองล่าสุดก็รอไปร่วม ๒ ชั่วโมงเลยก็ต้องยอมรับว่าหงุดหงิดนิดหน่อย ซึ่งสนามบินนี้ ก็เปรียบเหมือนประตูบ้านที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศ เพราะฉะนั้นเราควรจะสร้าง เฟิสต์อิมเพรสชัน (First Impression) ที่ดีที่ประทับใจให้เกิดขึ้น ดิฉันก็นึกไปถึงสนามบิน ที่ดิฉันประทับใจก็คือสนามบินประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างเช่นสนามบินชางฮี ประเทศสิงคโปร์ที่เรามีประสบการณ์ดี ๆ ดิฉันก็พบว่าสนามบินชางฮีเป็นผู้นำในการพัฒนา สนามบินอัจฉริยะของโลก โดยมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาจัดการภายในสนามบิน เช่นการทำดาต้า แมเนจเมนต์ ซิสเตม (Data Management System) การใช้ระบบ ปัญญาประดิษฐ์ การใช้ระบบสมาร์ต เกจ แอนด์ สมาร์ต เทอร์มินัล (Smart Gauge and Smart Terminal) เพื่อรองรับหนังสือเดินทางในรูปแบบดิจิทัล ดิฉันจึงขอเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศการบินให้ร่วมกันทำแผนพัฒนาสนามบิน ของเราให้เป็นสนามบินอัจฉริยะ เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ดีให้เกิดขึ้นกับ นักเดินทางแล้วก็นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวประเทศไทยด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิวัฒน์ชัย ตามด้วยท่านสาคร เกี่ยวข้อง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ผมหารือท่านประธาน ๔ เรื่อง มีจำนวน ๓ เรื่องที่เป็นเรื่องเดิม ยังไม่ได้รับการ ดูแลแก้ไขให้พี่น้องประชาชนเลย ชาวบ้านจึงได้ร้องทุกข์มาอีกครั้ง🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับคำร้องทุกข์จากนายสมพันธ์ พันธ์แก่น กำนันตำบลพิงพวย อำเภอศรีรัตนะว่าขณะนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการใช้ถนนที่อยู่ในความ รับผิดชอบของ อบจ. ศรีสะเกษ โดยเริ่มจากโรงเรียนบ้านหนองสังข์ไปยังบ้านหนองจิก ผ่านไปยังบ้านหนองรุม ตำบลศรีโนนงาม🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับคำร้องทุกข์จาก นายสมชาย โคตรสาลี นายก อบต. หนองหว้า มีประชาชนหมู่ ๑ หมู่ ๒ หมู่ ๑๒ และหมู่ ๑๕ ตำบลหนองหว้า อำเภอเบญจลักษ์ ได้รับความเดือดร้อนจากการสัญจรไปมาบนถนนลาดยางเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านไปยัง ถนนหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๘๕ ระยะทาง ๓ กิโลเมตรที่ชำรุดเสียหายและขาดการ ซ่อมบำรุงมาหลายปีจาก อบจ. ศรีสะเกษ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับเรื่องร้องทุกข์จาก นายบุญมา สืบสา ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองบัวใหญ่ หมู่ ๓ ตำบลหนองหว้า อำเภอเบญจลักษ์ ว่าขณะนี้ชาวบ้านได้รับ ความเดือดร้อนจากถนนสายหลักได้ชำรุดเสียหายที่เชื่อมระหว่างตำบลกับตำบล รวม ๔ ตำบล โดยเริ่มจากบ้านหนองบัวใหญ่ถึงบ้านโนนไหล่หนองเลิง บ้านหนองผือ บ้านหนองบักโทน บ้านโนนสำโรง บ้านเพชร บ้านห้วยเสียว ซึ่งถนนดังกล่าวนี้อยู่ใน ความรับผิดชอบของ อบจ. ศรีสะเกษ🔗
เรื่องสุดท้าย ผมได้รับเรื่องร้องทุกข์จากนายสมควร ไก่แก้ว รองนายก อบต. สุขสวัสดิ์ หลังจากเกิดพายุโนรูทำให้เกิดน้ำท่วมสร้างความเสียหายแก่ถนนหลายสาย ที่ใช้ในการสัญจรไปมาและแหล่งเก็บน้ำที่พังทลาย จึงขอความช่วยเหลือให้ช่วยแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้กับประชาชน รายละเอียดผมขอส่งเป็นเอกสารผ่านท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ดำเนินการแก้ไขให้สมกับคำว่ากระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสาครครับ ตามด้วยท่านทศพร ทองศิริ นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ จะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมเรื่องถนนในจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง ท่านครับ จังหวัดกระบี่ของเรามีสนามบินที่ได้รับงบประมาณขยายแล้วก็เพิ่มศักยภาพ มีนักท่องเที่ยว พี่น้องประชาชนจากจังหวัดใกล้เคียงเดินทางมาใช้สนามบินมาก ทีนี้ในการเชื่อมต่อถนน ที่ผมจะมากราบเรียนท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงแผ่นดินก็คือ อยากจะให้เชื่อม ๒ ฝั่งทะเลระหว่างฝั่งอ่าวไทยกับฝั่งอันดามัน แล้วก็เชื่อมระบบการขนส่ง การเดินทางทางบก ทางอากาศ ทางน้ำต่าง ๆ เหล่านี้มันจะมีถนนอยู่หลายสายด้วยกัน ที่เชื่อมในจังหวัดกระบี่ออกไปสู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช อยากจะ กราบเรียนท่านประธานไปอีกครั้งหนึ่งว่าถนน ๔๐๓๗ ตอนเหนือคลองสองแพรก-ชัยบุรี เชื่อมระหว่างอำเภอเหนือคลองกับจังหวัดกระบี่กับอำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานีที่มี ระยะทาง ๓๕ กิโลเมตร ยังเป็นถนน ๒ ช่องจราจร และมี ๔ ช่องจราจรเป็นช่วง ๆ อยากจะ ให้ได้รับงบประมาณไปขยายถนนเส้นนี้เพื่อการสัญจรระหว่าง ๒ ฝั่งทะเล แล้วก็การเชื่อมโยง ระหว่างทางบก ทางอากาศ ทางน้ำ แล้วก็เชื่อมโยงสนามบินกระบี่ ซึ่งมีพี่น้องชาวสุราษฎร์ เดินทางมายังจังหวัดกระบี่ และอีกเส้นหนึ่งก็คือเส้นเขาพนม-ทุ่งใหญ่ เส้น ๔๑๕๖ ซึ่งผ่านตำบลพรุเตียว ตำบลสินปุน มีระยะทางถึง ๔๕ กิโลเมตร มีรถผ่านไปมาหนาแน่น ก็อยากจะให้ทางกระทรวงคมนาคมได้จัดสรรงบประมาณไปให้แขวงการทางจังหวัดกระบี่ ไปขยายเป็น ๔ ช่องจราจรด้วยครับ กราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านทศพร ตามด้วยท่านคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายทศพร ทองศิริ ผู้แทนราษฎรชาวราษฎร์บูรณะ-ทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล วันนี้จะขอหารือกับท่านประธานในเรื่องเงินกู้นอกระบบดังนี้ครับ ผมได้รับการ ร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่าในปัจจุบันมีการปล่อยเงินกู้นอกระบบผ่านระบบออนไลน์ (Online) ด้วยการโฆษณาบนเครือข่ายผ่านเฟซบุ๊ก (Facebook) และไลน์ (LINE) อย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งวงจรนี้จะเริ่มต้นด้วยการให้ติดต่อผ่านโปรแกรมแชต (Chat) โดยมีการ อ้างอิงถึงบุคคลที่ได้เคยกู้ยืมเงินไปแล้วก่อนหน้าเป็นตัวเชื่อม จากนั้นผู้กู้ยืมก็ต้องส่งเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน รูปถ่ายหน้าร้าน พร้อมทั้ง พิกัดของที่อยู่อาศัยในปัจจุบันมาให้กับทางกลุ่ม ๆ นี้พิจารณา จากนั้นกลุ่มนี้ก็จะลงพื้นที่ ในการสำรวจตัวตนของผู้กู้ยืมด้วยการไปเยี่ยมที่บ้าน ไปหาที่ร้านเพื่อใช้จุดตรงนี้ในการ พิจารณาวงเงินกู้ในอัตรารายละไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาทแล้วแต่กรณี โดยจะต้องชำระคืนเงินกู้ พร้อมดอกเบี้ยเป็นแบบรายวัน หรือเฉพาะแต่ดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวก็มี ซึ่งก็แล้วแต่ตกลง กระบวนการนี้ใช้ช่องว่างของจุดอ่อนในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของพ่อค้า แม่ขายตัวเล็ก ๆ เป็นหลักในการทำธุรกิจ ผมจึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง ๒ หน่วยงานหลัก ๆ ซึ่งหนึ่งก็คือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมให้เข้าสำรวจ ติดตาม ยับยั้งและป้องปราบกระบวนการในการทำธุรกรรมในลักษณะแบบนี้ในโลกออนไลน์ (Online) ให้แก่พี่น้องประชาชนเพราะความเดือดร้อนที่จะเกิดขึ้นมันไม่ว่าจะเป็นการข่มขู่ หรือการทำร้ายร่างกายจนถึงอาจสูญเสียชีวิตจะเกิดขึ้นทันทีหลังจากที่ผู้กู้ยืมไม่สามารถ ชำระเงินได้ตามข้อตกลง ๒. ก็คือกระทรวงการคลังแล้วก็ธนาคารแห่งประเทศไทยได้โปรด มีมาตรการในการผ่อนปรนเพราะว่าพวกท่านคุยกันได้เองอยู่แล้ว ผ่านธนาคารพาณิชย์ ในการปล่อยวงเงินสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคให้กับพี่น้องประชาชนให้คนจนได้ลืมตาอ้าปาก ฝากประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคงกฤษ ตามด้วยท่านศรีเรศ โกฎคำลือ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย วันนี้ ผมต้องขออนุญาตหารือต่อท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก เรื่องปัญหาตลิ่งถูกกัดเซาะและพังทลายลงบริเวณริมคลองบางนอน ชุมชนโรงเรียนเอกศิลป์ราษฎร์พัฒนา หมู่ที่ ๒ ตำบลบางนอน อำเภอเมือง จังหวัดระนอง ซึ่งมีผู้นำชุมชนและชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนได้ให้ผมลงพื้นที่ร่วมกับท่านรอง โชคนรินทร์ เกิดสม ท่านอดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ซึ่งวันนี้ท่านก็ดำรงตำแหน่งเป็น รองปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้ว แล้วก็ได้สั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระนอง ได้เข้าสำรวจและออกแบบ แล้วก็ได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ แต่แล้วปัจจุบันนี้ ยังไม่ได้รับการสนับสนุน จึงขอฝากท่านประธานสภาไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยให้ช่วยเร่งดำเนินการขอจัดสรรงบประมาณให้มาช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนอย่างเร่งด่วนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องการทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติปากคลอง หัวเขียว ปากคลองเกาะสุย ตำบลบางริ้น ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดระนอง ซึ่งมีเนื้อที่รวมแล้ว ๔๘๔ ไร่ วันนี้ คตช. ได้มีมติเห็นชอบแนวทางแก้ไขปัญหาใช้ประโยชน์ ในที่ดินป่าชายเลนชุมชนนี้แล้ว และมีหน่วยงานที่เข้ารับผิดชอบได้ดำเนินการตามระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องและเสนอให้คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป ประกอบกับพื้นที่นี้ เป็นพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้และยังมีกลุ่มพี่น้องประมงซึ่งเป็นอาชีพหลักของประมง วันนี้ก็ได้รับความเดือดร้อนจากข้อกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งผมจะหารือไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ในโอกาสต่อไป พื้นที่นี้ได้รับการแก้ไขปัญหาและจะเป็นผลดีกับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัด ระนองแล้วก็ประเทศชาติด้วย ผมจึงขอฝากท่านประธานสภาไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมช่วยติดตามความคืบหน้าของเรื่องนี้ เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดระนองอย่างเร่งด่วนครับ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไป เชิญท่านศรีเรศ ตามด้วยนางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายศรีเรศ โกฎคำลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๙ พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานเนื่องจากได้รับการร้องเรียนมาเป็นบัญชีหางว่าวบัญชีรายชื่อนำโดย นายกเทศมนตรี นายบุญเย็น ใจตา นายกเทศมนตรีตำบลอมก๋อย ดาบตำรวจตรี ไพศาล พุทธเหมาะ นายกเทศมนตรีท่าข้าม อำเภอฮอด แล้วก็มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้รับ ความเดือดร้อนเนื่องจากถนนที่ถูกน้ำเซาะตลิ่งพัง ทำให้ถนนทรุดบริเวณกิโลเมตรที่ ๙๘ และ บริเวณกิโลเมตรที่ ๙๑ บริเวณกิโลเมตรที่ ๙๖ เป็นท่ออุดตัน ถ้าฝนตกทีหนึ่งทุกครั้งถึงฤดูฝน อุดตันและน้ำจะไม่ผ่าน ทีนี้ทำให้ท่วมถนนต้องขอให้หน่วยงานทางกรมทางไปขุดไปเซาะร่อง ให้น้ำเดินผ่านได้ ที่สำคัญมีอีกจุด จุดที่ ๕ เป็นถนนทรุด ๒ ปีกว่าแล้ว รถยนต์เส้นทางเดียว เป็นแบบวันเวย์ (One-way) เวลาผ่านไปมาจะต้องชะลอ รถจะต้องชะลอแล้วก็ช้า และทำให้ตกหลุมบ่อรถแฉลบออกข้างทางเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จะมีเอกสารรายละเอียดต่าง ๆ พร้อมทั้งรายชื่อผู้ร้องเรียนผมจะส่งผ่านไปทางท่านประธาน ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไปจัดการซ่อมแซมแก้ไข ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวชิราภรณ์ ตามด้วยท่านสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธาน🔗
เรื่องแรก ปัญหาปุ๋ยราคาแพงสวนทางกับราคายางพาราที่ตกต่ำ ดิฉันทราบว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการแก้ไขอยู่ แต่ขอให้เร่งดำเนินการแก้ไขด้วย เพราะตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนมาก🔗
เรื่องต่อมา ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดสรรเงินผดุงเกียรติให้กับ ทหารผ่านศึกเป็นรายเดือน ทหารเหล่านี้เคยทำคุณงามความดี ออกรบเพื่อชาติ ปัจจุบัน ได้รับสวัสดิการน้อยมาก🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการ ดังนี้ ๑. ซ่อมแซมถนนฝายคลองตาล หมู่ ๑ หมู่ ๘ ตำบลเวียงสระ พร้อมขุดลอกลำคลองตาล ตลอดทั้งสาย ๒. ซ่อมแซมฝายชำรุดหมู่ ๓ ตำบลทุ่งหลวง ๓. แก้ปัญหากระแสไฟตกและ กระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอในหลายอำเภอของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะในอำเภอเวียงสระ อำเภอบ้านนาสาร อำเภอเคียนซา อำเภอบ้านนาเดิม อำเภอชัยบุรี และอำเภอพระแสง ๔. ซ่อมแซมถนนชลประทานฝั่งซ้าย ฝั่งขวา พร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างริมทางตำบลเวียงสระ ๕. สร้างโรงผลิตน้ำดื่มให้กับชุมชนที่ขาดแคลนน้ำดื่มในหลายหมู่บ้านของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ๖. ซ่อมแซมและขยายขนาดสะพานข้ามฝายน้ำล้นหมู่ ๘ ตำบลเขานิพันธ์ ๗. ซ่อมแซม สะพานข้ามคลองหยาและถนนสายควนสำราญ เชื่อมต่อหมู่ ๕ ตำบลทุ่งเตา กับหมู่ ๑ ตำบล ทุ่งเตาใหม่ ๘. ซ่อมแซมถนนสายบ้านคลองกา และถนนสายบ้านตรี พร้อมติดตั้ง ไฟส่องสว่างริมทางตำบลคลองฉนวน ๙. ซ่อมแซมถนนบริเวณทางผ่านรางรถไฟชุมชน ห้วยมุด ๒ และถนนสายวังหล้อ เคียนซา เทศบาลเมืองนาสาร ๑๐. ซ่อมแซมถนน ซอยพรรณไทย-ทะเลห้วยกรวด ตำบลควนสุบรรณ ๑๑. ซ่อมแซมถนนสายอ่าวเจริญ และขยาย ไหล่ทางถนนสายค่ายทหารพรานที่ ๔๕ ตำบลพรุพี ๑๒. ปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณสระน้ำ หมู่ ๘ ตำบลเวียงสระให้เป็นจุดพักผ่อนและออกกำลังกาย ๑๓. ปรับปรุงอาคารชำรุด ให้กลายเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว หมู่ ๗ ตำบลเวียงสระ ๑๔. จัดสร้างระบบท่อระบายน้ำ หมู่ ๕ ตำบลควนศรี ๑๕. ซ่อมแซมถนนสายวังขนาน ตำบลคลองสระ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมเกียรติ ตามด้วยท่านสมบูรณ์ ซารัมย์ ครับ🔗
สวัสดีครับท่านประธาน เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมมีเรื่องมาหารือท่านประธานซึ่งได้รับเรื่องมาจาก นายนันทวัฒน์ บุญถูก ตัวแทนจากพรรคก้าวไกลที่ดูแลเขตอำเภอหนองไผ่ อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับเรื่องร้องเรียนมา ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวบ้านหัวโคกหมู่ ๔ ตำบลนาเฉลียง อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีปัญหาน้ำท่วมขังจากการที่น้ำป่า ไหลหลากมาปีละอย่างน้อย ๘ ครั้ง ทำให้ชาวบ้านเกิดความเดือดร้อนและยังไม่มี หน่วยงานไหนที่เข้ามาแก้ปัญหาให้อย่างถาวร โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ เช่น ซ่อมถนน ซ่อมไหล่ทาง เก็บขยะมูลฝอยที่ติดตามลำคลอง ถ้ายังไม่มีการแก้ไขปัญหา อย่างจริงจังชาวบ้านก็จะได้รับความเดือดร้อน ๖๐-๗๐ หลังคาเรือน พื้นที่ทางการเกษตร อีกพันกว่าไร่เป็นอย่างนี้ทุกปี จึงอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่ดูแล ความรับผิดชอบหาทางช่วยเหลือ ซึ่งชาวบ้านเดือดร้อนมาเป็น ๑๐ กว่าปีแล้ว🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องอุบัติเหตุ ถนนสระบุรี-หล่มสัก หลักกิโลเมตรที่ ๕๓ ตำบลหนองแจง อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะ ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวอ้อยและโรงงานน้ำตาลเปิดหีบอ้อยในระหว่างเดือนธันวาคมถึง เดือนเมษายนที่กำลังจะมาถึง แล้วก็เชื่อว่าจะต้องเกิดอุบัติเหตุเหมือนทุกปี สาเหตุเกิดจาก ช่วงจอดรถรอยูเทิร์น (U-turn) ถนนคับแคบ ประกอบกับไฟส่องสว่างไม่สว่างเพียงพอ และไม่มีอุปกรณ์การจราจรขวางกั้นเพื่อชะลอความเร็วของรถที่วิ่งมาทางตรง ทำให้เกิด ความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สิน อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลและหาทางแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซากอย่างที่เคยเป็นมาทุกปี ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมบูรณ์ ตามด้วยท่านบุญฐิน ประทุมลี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สมบูรณ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขอหารือ ท่านประธาน ๓ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องปัญหาของพี่น้องชาวนา ขณะนี้เป็นฤดูการเก็บเกี่ยว ผลผลิต ซึ่งพี่น้องเกษตรกรจำเป็นจะต้องตากผลผลิตเพื่อลดความชื้นและทำสะอาดสิ่งเจือปน ก่อนที่จะนำไปเก็บไว้บริโภคแล้วก็จำหน่าย ไม่มีลานตาก พี่น้องเกษตรกรแก้ปัญหาโดยการ ตากข้างถนน ลานวัด แล้วก็สนามฟุตบอล ซึ่งบังเอิญว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่มีฝนตกน่าสงสาร ชาวนามากพอตากได้ ๒ แดด ๓ แดดฝนตกก็เปียกอีก ทำให้คุณภาพข้าวเปลือกที่ได้ไม่ดี ราคาก็ต่ำ ฝากถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร แล้วก็กระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้จัดสรร งบประมาณในการสนับสนุนให้กับพี่น้องเกษตรกรได้จัดสร้างลานตากชุมชนหรือว่า เป็นโรงอบข้าวชุมชนจะเกิดประโยชน์ให้กับพี่น้องเกษตรกร อีกประการหนึ่งเกี่ยวกับการวัด ผลผลิตข้าว ซึ่งข้อมูลอ้างอิงขณะนี้ทางกระทรวงเกษตรสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์กำหนด ผลผลิตข้าวอยู่ที่ ๓๖๐ กิโลกรัมซึ่งต่ำมาก ปีนี้ผลผลิตข้าวมะลินาดอนยังได้ถึง ๔๐๐ กิโลกรัม ต่อไร่ อยากจะให้มีการวัดการผลิตปีนี้และใช้ปีนี้จะเกิดประโยชน์ให้กับพี่น้องเกษตรกร ฝากถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้พิจารณา🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องถนนชำรุดเกิดจากอุทกภัยสายบ้านหนองจิก-โนนรัง ตำบลแดงใหญ่ อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ แล้วก็บ้านนาแพง ตำบลบ้านดู่ อำเภอนาโพธิ์🔗
อีกประการหนึ่งก็คือการขุดลอกแหล่งน้ำตื้นเขินคืออ่างเลิงมนของหมู่ ๔ ตำบลบ้านดู่ พื้นที่ ๑๘๐ ไร่เก็บกักน้ำได้น้อยมาก ถ้ามีการขุดลอกก็จะสามารถเก็บกักน้ำ ได้เยอะ ฝากทางกรมชลประทานดำเนินการด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านบุญฐิณ ตามด้วยท่านปรีดา บุญเพลิง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญฐิณ ประทุมลี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๑ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ การติดตามการขยายไฟฟ้าเพื่อการเกษตรอ่างเก็บน้ำห้วยไร่ ๒ อันเนื่องจากโครงการพระราชดำริ พื้นที่ตำบลหนองแคน อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ในส่วนความรับผิดชอบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย เนื่องจากผมได้รับ หนังสือร้องเรียนจากนายสราวุธ เชื้อคำจันทร์ นายยศศักดิ์ สุคำภา สมาชิกสภาเทศบาล ตำบลหนองแคนร่วมกับชาวบ้านว่าได้ทำเรื่องขอการขยายไฟฟ้าการเกษตร และส่งเอกสาร ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอคำชะอี แต่เรื่องยังไม่คืบหน้าเนื่องจากพี่น้องได้อพยพ ไปอยู่ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยไร่ ๒ ในโครงการพระราชดำริ มีเนื้อที่ประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ไร่ มีการส่งท่อระบายน้ำด้วยทางท่อ แล้วก็เพื่อการเกษตรและการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งประชาชน ไม่ต่ำกว่า ๔๐ ครอบครัวได้ดำเนินการทำที่อยู่อาศัย แต่ยังขาดไฟฟ้าเพื่อการเกษตร เพราะว่า ระยะทางก็เป็นทางลาดยางจากถนนที่มีไฟฟ้าแรงสูงเข้าไปในพื้นที่ ๔ กิโลเมตร ดังนั้น จึงอยากฝากท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ดำเนินการในเรื่องนี้ให้กับชาวบ้าน เพื่อเกิดคุณภาพชีวิตและความกินดีอยู่ดีของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่ง จึงขอขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านปรีดา บุญเพลิง ตามด้วยนางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชี รายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน การศึกษานำการเมือง ครูพัฒนาคน คนพัฒนาชาติ ขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ดังนี้ เรื่องพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่อยู่ในระหว่างพิจารณาของรัฐสภา กำลังจะเข้าสู่วาระ ๒ และ ๓ ขณะนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ประชาชน มีความ วิตกกังวลว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นพระราชบัญญัติที่รื้อระบบการศึกษาหลายอย่าง มีทั้งข้อดีและข้อเสีย และจะกระทบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายประการ เช่น แนวทางการจัดการศึกษาไม่ตอบโจทย์ในการพัฒนาชาติด้านศักยภาพของผู้เรียน สู่การเป็นพลเมืองโลกที่ดี ลิดรอนสิทธิความก้าวหน้า ความมั่นคงของผู้ประกอบวิชาชีพครู ไร้ซึ่งเกียรติและศักดิ์แห่งความเป็นครูมืออาชีพ พยายามยุบ ยกเลิกหน่วยงานสำคัญ ทางการศึกษา ขาดการรับฟังความคิดเห็นหลากหลายจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งขัดกับ หลักการประชาธิปไตยและการบริหารจัดการที่ดี ถ้าหากท่านปล่อยให้ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ผ่านรัฐสภาผมเกรงว่าจะเกิดปัญหาต่าง ๆ มากมายตามมาเหมือนในอดีตอย่างแน่นอน ดังนั้นผมจึงขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลได้โปรดชะลอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับนี้ไว้ก่อน และกลับมาทบทวนรับฟังความคิดเห็น แก้ไขโดยเร่งด่วนก่อนเข้าสู่รัฐสภาพิจารณา ในวาระ ๒ และวาระ ๓ ต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณ ต่อไปเชิญคุณญาณธิชา ตามด้วยท่านอำนาจ วิลาวัลย์ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ตำบลเกวียนหัก อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรีมาปรึกษาหารือในสภาแห่งนี้ ๑ เรื่อง เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการขาดแคลนน้ำ เพื่อทำการเกษตร เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายนที่ผ่านมาดิฉันได้ร่วมลงพื้นที่พร้อมกับ ท่านรองนายกเทศมนตรีและ ผอ. กองช่าง ของเทศบาลตำบลเกวียนหัก อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ในขณะที่ชาวบ้านกำลังช่วยกันทำฝายกั้นน้ำชั่วคราวจากถุงทราย เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง เพราะว่าในพื้นที่นั้นมีชาวบ้านทำการเกษตรอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อได้พบพูดคุยกับชาวบ้าน ชาวบ้านก็บอกว่าต้องการให้ทำฝายกั้นน้ำ เนื่องจากฝายตัวเก่า ได้สร้างมาเป็นเวลากว่า ๗๐ ปีแล้ว แล้วตอนนี้ฝายนั้นก็ได้พังไม่เหลือสภาพความเป็นฝายแล้ว เมื่อสอบถามกับทาง ผอ. กองช่างของเทศบาลเกวียนหักก็ได้รับทราบว่าเทศบาลนั้นรับทราบ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนและความต้องการของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี จึงได้ ทำโครงการส่งไปยังกรมทรัพยากรน้ำให้ช่วยมาทำฝายให้กับพี่น้องประชาชน ดิฉันจึงอยาก ขอให้กรมทรัพยากรน้ำได้ช่วยเร่งรัดการก่อสร้างฝายกั้นน้ำให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อแก้ไข ความขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตรด้วยค่ะ จึงขอปรึกษาหารือไปยังกรมทรัพยากรน้ำและ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอำนาจ ตามด้วยท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผมอำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขต ๑ จังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย ผมมีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของพี่น้องในอำเภอบ้านสร้าง เมืองสามน้ำ คือ น้ำท่วม น้ำเสีย แล้วก็น้ำเค็ม วนเวียนซ้ำซากแบบนี้ทุกปี เมื่อวันที่ ๑๘-๑๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ แม่น้ำปราจีนบุรีมีปลา กุ้ง ลอยตายเกลื่อนแม่น้ำ มีกุ้งขนาดใหญ่ ๓-๔ ตัวต่อกิโลกรัม ประชาชนเอาสวิงเอามือจับกันได้คนละเป็นร้อย ๆ กิโลกรัม ปลาใหญ่ลอยขึ้นมาเหนือน้ำ ปลากระเบนก็ลอยขึ้นมาหาอากาศหายใจ สร้างความเสียหายให้กับแม่น้ำปราจีนบุรีเป็นอย่างมาก แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปตรวจสอบหรือหาสาเหตุว่ามีอะไรเกิดขึ้นลงไป ปนเปื้อนในแม่น้ำ สาเหตุที่ทำให้สัตว์น้ำที่อาศัยในน้ำต้องลอยขึ้นมา สัตว์น้ำตัวเล็กตัวน้อย ลอยตายเกลื่อนแม่น้ำปราจีนบุรี สัตว์ที่ชาวบ้านเอาไปรับประทานไม่ว่าจะเป็นกุ้ง เป็นปลา ไม่มีการตรวจสอบว่ามีสารเคมีเจือปนหรือไม่ ไม่มีการตรวจสอบ ปล่อยผ่านเหมือนไม่มีอะไร เกิดขึ้น จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ช่วยบอกกับผู้มี ส่วนเกี่ยวข้องว่าลงไปตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ให้กับชาวบ้านด้วย เพราะว่าถ้าเกิดปล่อยแบบนี้ทุกปีกุ้งแม่น้ำซึ่งถือว่าเป็นสัตว์น้ำที่ชาวปราจีนบุรีเป็นซิกเนเชอร์ (Signature) เป็นอาหารที่ใครไปจังหวัดปราจีนบุรีก็ต้องรับประทานนะครับ คงจะหมดไปจาก แม่น้ำปราจีนบุรีอย่างแน่นอน จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ช่วยเร่งรัดตรวจสอบหาหลักฐานหรือหาสารปนเปื้อนในน้ำที่เกิดขึ้นครั้งนี้ด้วยครับ กราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ตามด้วยท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
ท่านประธานคงพอจะทราบว่าเรามีกองร้อยอาสารักษาดินแดน ตามพระราชบัญญัติกองร้อยอาสารักษาดินแดน ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๗ รวมระยะเวลา ๖๐ กว่าปี แต่ปรากฏว่าปัจจุบันนี้ที่เรารู้จักในนามคำว่า อส. ทำงานหนักมาก เฉกเช่นเดียวกันกับข้าราชการอื่น ๆ แต่ปรากฏว่าค่าตอบแทน สวัสดิการต่าง ๆ กลับไม่ได้รับ การพิจารณา ผมแล้วก็ในนามพรรคประชาชาติจึงอยากให้ท่านมีหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครองให้ทบทวนอย่างน้อยที่สุดสวัสดิการของ อส. ปัจจุบันนี้ท่านทราบไหมว่า อส. เวลาเจ็บป่วยเบิกค่ารักษาพยาบาลได้เฉพาะตัว อส. คนเดียว แถมยังต้องทดรองจ่ายเงินเอง แล้วก็ค่อยไปทำเบิกทีหลัง บางคนเงินทดรองยังไม่มีจ่าย ผมว่าถึงเวลาแล้ว ๖๐ กว่าปี ที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยจะต้องทบทวนสิ่งเหล่านี้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ไม่เฉพาะแต่เรื่องสวัสดิการ ค่าตอบแทนขั้นต่ำยังได้ ๔,๐๐๐ กว่าบาท ถึงเวลาเช่นกัน ที่จะต้องทบทวนสิ่งเหล่านี้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับ อส. เพราะปัจจุบันนี้ทำงานหนักมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบำบัดทุกข์บำรุงสุข แล้วก็การบรรเทาสาธารณภัยตามที่นายอำเภอสั่ง🔗
เรื่องที่ ๒ ผมมีปัญหาได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องอำเภอศรีสาคร เรื่องเกี่ยวกับน้ำประปาไม่ไหล โดยเฉพาะในเขตเทศบาลอำเภอศรีสาคร โดยเฉพาะในสี่แยก ตลาดสดแล้วก็หมู่ ๑ ศรีสาคร กลางคืนน้ำประปาไม่ไหล บางครั้งก็เป็นสีแดง รวมระยะเวลา เป็นเวลาหลายปีแล้วนะครับ ทางเทศบาลเองมีหนังสือตั้งแต่วันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๕ ถึงการประปาส่วนภูมิภาคแต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข จึงอยากให้ท่านประธานมีหนังสือถึง การประปาส่วนภูมิภาคส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือการประปาอำเภอรือเสาะ ซึ่งดูแล รับผิดชอบการประปาในเขตอำเภอศรีสาครให้ได้รับการแก้ไขโดยด่วนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร ตามด้วยคุณบุญแก้ว สมวงศ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้ผมขอนำความเดือดร้อนของชาวบ้านและประชาชนในเขตเทศบาล ตำบลนาดี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี จากการเกิดอุบัติเหตุในการเดินทางมีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตหลายท่านและมีความเสียหายจากทรัพย์สิน รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ รั้วบ้านพัง กำแพงบ้านทรุด เนื่องมาจากการก่อสร้างถนนสาย ๓๒๙๐ สายบ้านโคกอุดมถึงอำเภอนาดี ด้วยงบประมาณ ๒๐๙ ล้านบาท ซึ่งจะหมดสัญญาในวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เพียงอีก ๒ เดือนกว่า ๆ เท่านั้น เทศบาลตำบลนาดีได้ร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมแล้ว ศูนย์ดำรงธรรม ก็ได้แจ้งไปกรมทางหลวงและจังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรีได้มีการประชุมหารือ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีคำตอบใด ๆ ทั้งสิ้น ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ได้เรียนต่อประธานสภาไปแล้วถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๕ ดังนั้นจึงกราบเรียนประธานสภาได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความเดือดร้อนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับคำร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากสมาคมเกษตรกรชายแดน บูรพา เกษตรกรชาวไร่อ้อย จำนวน ๒๐๔ ราย ๕ ตำบลในอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัด ปราจีนบุรี คือ ตำบลวังท่าช้าง ตำบลเขาไม้แก้ว ตำบลวังตะเคียน ตำบลย่านรี และตำบล ลาดตะเคียน ในพื้นที่ที่ปลูกอ้อยประมาณ ๕๐,๐๐๐ ไร่ ขาดแคลนแรงงานชาวกัมพูชา ที่จะตัดอ้อยประมาณ ๒,๐๐๐ คน เนื่องจากว่าในเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๖ เป็นฤดูการเปิดโรงงาน เปิดหีบอ้อย เนื่องจากคนไทยก็ไปทำงานในเขตอุตสาหกรรมกัน เป็นจำนวนมากจึงขาดแคลนแรงงานที่จะทำ ดังนั้นจึงกราบเรียนมายังท่านประธานสภา ที่เคารพผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดปราจีนบุรีและกระทรวงแรงงานได้มีการ ผ่อนผันทำเอ็มโอยู (MOU) ระยะเวลา ๑ ปี ให้กับแรงงานกัมพูชาเข้ามาทำงานตัดไร่อ้อย ใน ๕ ตำบลของอำเภอกบินทร์บุรี เพื่อลดความเดือดร้อนของชาวเกษตรกรชาวไร่อ้อย เพื่อให้มีรายได้ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจนี้ ขอกราบขอบพระคุณอย่างมากครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านบุญแก้ว ตามด้วยคุณกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา เชิญครับ ท่านสมาชิกต้อง เตรียมตัวด้วยนะครับ เพราะผมก็ประกาศล่วงหน้าอยู่🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบนะครับ ผมมีเรื่องขอหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับร้องเรียนจากนายนิกร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวเมือง แล้วก็นายสุรศักดิ์ พงษ์น้ำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร เนื่องจากพี่น้องได้รับผลกระทบจากแม่น้ำชี ช่วงนี้แม่น้ำชียังไม่ลดลง จากในพื้นที่พี่น้องที่ทำการเกษตรแต่ก่อน โดยเฉพาะไร่นาที่แม่น้ำชีท่วมเสียหาย ข้าวได้เสียหายเป็นอย่างมาก ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานช่วยปล่อยน้ำ ฝายบ้านธาตุน้อย เพื่อจะลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ของ อำเภอมหาชนะชัย อำเภอค้อวัง อำเภอคำเขื่อนแก้ว และอำเภอเมือง เพราะว่าพี่น้องจะได้ ทำข้าวนาปรังทดแทนข้าวนาปี ข้าวก็ยิ่งไม่มีราคา ก็ยังมาได้รับผลกระทบจากความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้ลงพื้นที่ได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน เนื่องมาจากได้รับ ผลกระทบจากพายุโนรูแล้วทำให้ถนนได้ชำรุดเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ จังหวัดยโสธรทั้ง ๙ อำเภอ งบประมาณก็จะประมาณพันกว่าล้านบาท เนื่องจากพี่น้อง ประชาชนได้ขนสินค้าเพื่อการเกษตรไปขายในตัวอำเภอ ตัวจังหวัด ก็เดินทางไม่สะดวก ตอนนี้ ราคาข้าวก็ไม่มีราคา ราคาปุ๋ยก็แพง ข้าวขายได้กิโลกรัมละ ๘ บาท ถึง ๙ บาท ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและกระทรวงมหาดไทย ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยครับ สวัสดีครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณกรณิศ ตามด้วยนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตยและเขตวัฒนา พรรคพลังประชารัฐค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับ เรื่องญัตติ แล้วก็กฎหมายที่ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยื่นเข้าสู่สภาซึ่งมีความล่าช้า เพราะขั้นตอนจะเนิ่นนานมาก แต่ละเรื่อง แต่ละกฎหมายกว่าจะผ่านสภาไปได้ แล้วกลับมาสู่ สภาอีกครั้งหนึ่งใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน ยกตัวอย่างเช่นญัตติของดิฉันเรื่องการบังคับใช้ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการพิจารณาพื้นที่ที่ประชาชนใช้สอยร่วมกัน ซึ่งยื่นเข้าสู่สภาเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒ มีการประชุมสภา ตั้งกรรมาธิการพิจารณา วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓ วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ส่งรายงานเข้าสู่สภาและมีมติ เห็นชอบเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเห็นพ้องต้องกัน ในการที่จะให้ผ่านในเรื่องของญัตตินี้ เรื่องส่งทั้งหมดเกือบ ๒ ปีกว่าจะได้รับการพิจารณา แล้วก็ส่งเรื่องเข้าสู่ ครม. ณ ปัจจุบันนี้ยังไม่ได้รับการตอบกลับจาก ครม. เลยว่าจะปฏิบัติ เรื่องที่ทางสมาชิกได้ยื่นสู่สภาอย่างไรบ้าง จนตอนนี้ดิฉันได้ส่งเรื่องร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ ก็ยังค้างพิจารณาอยู่นะคะ ซึ่งตอนนี้ทราบมาว่า ๕๒ เรื่องด้วยกัน และเรื่องของดิฉันอยู่ลำดับที่ ๒๙ ซึ่งเกรงว่าคงจะ ไม่ทันในสภาครั้งนี้แน่นอน อยากจะปรึกษาท่านประธานว่าจะให้ท่านประธานลองพิจารณาดูว่าจะมีสักวันหนึ่งไหม ที่จะให้ญัตติของสมาชิกได้เข้าสู่สภาพิจารณากันนะคะ เพราะตอนนี้ทราบมาว่าค้างอยู่ หลายร้อยเรื่อง ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะเป็นการแก้ปัญหาของเขตคลองเตยก็คือ ในเรื่องของอยากให้กรุงเทพมหานครส่งเจ้าหน้าที่ของสำนักการจราจรและขนส่งมาตีเส้น ทิศทางเดินจราจรแล้วก็ทำคันชะลอความเร็วตรงบริเวณถนนหลังโชว์รูม (Showroom) ฮอนด้า พระราม ๔ ตรงบริเวณร่มโพธิ์เขตคลองเตยค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณธีรรัตน์ครับ ตามด้วยคุณเกษม ศุภรานนท์ นะครับ🔗
เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดังนี้นะคะ🔗
เรื่องแรก ดิฉันขอหารือไปถึงทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนะคะ ได้โปรดพิจารณาให้อาสาสมัครผู้ดูแลเด็กในขณะนี้ตามศูนย์เด็กเล็กต่าง ๆ ทั่ว ๕๐ เขต ของกรุงเทพมหานครได้รับการบรรจุเป็นลูกจ้าง กทม. นะคะ ซึ่งก่อนที่จะบรรจุนั้นจะต้อง มีการบัญญัติเกณฑ์การพิจารณาขึ้น ดิฉันขอให้ทางกรุงเทพมหานครให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เพราะเกี่ยวกับเด็กเล็กของเราที่จะเป็นพื้นฐานสำคัญในอนาคต อย่างเช่นอย่างที่ทางดิฉัน ได้เคยหารือต่อสภาแห่งนี้ไปแล้วนะคะ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ดิฉันก็ขอกระตุ้นเตือน กรุงเทพมหานครอีกครั้งหนึ่งว่าตรงส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญที่ต้องคำนึงถึง อีกส่วนหนึ่งก็คือ ในเรื่องของค่าอาหารที่ได้มีการประกาศว่าจะมีการเพิ่มขึ้นจากหัวละ ๒๐ บาทของเด็กเล็ก ต่อวันให้เป็น ๓๒ บาทหรือมากขึ้นเท่าใดก็ตามก็ขอให้เร่งดำเนินการด้วย เพราะดิฉัน ได้พูดคุยกับทางอาสาสมัครผู้ดูแลเด็ก ตอนนี้ยังไม่มีประกาศหรือการดำเนินการใด ๆ เกิดขึ้น ดิฉันจึงขอประสานกรุงเทพมหานครให้เร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ในเรื่องของการเตรียมการป้องกันน้ำท่วมค่ะ เราทราบดีว่าที่ผ่านมา เราประสบปัญหาน้ำท่วมหนักแต่ขณะนี้ก็ดีขึ้น แต่ที่แปลกใจคือเวลาที่มีฝนตกหนักครั้งใด แป๊บเดียวน้ำก็ท่วมสูงขึ้นมาทันทีเลย นั่นหมายถึงเราต้องเร่งทำการไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ การขุดลอกท่อ การขุดลอกคูคลอง ขอให้อนุมัติงบกลางปีมาดำเนินการโดยเร่งด่วนเพื่อที่จะ ไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนั้นอีกนะคะ🔗
อีกเรื่องหนึ่งช่วงที่ผ่านมาโจรขโมยชุกชุมมากค่ะ ดิฉันขอประสานไปถึง ผบ.ตร. และ ผบช.น. นะคะให้เร่งสะสางคดี ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์หาย รถยนต์หาย ของพี่น้องประชาชน ขอให้ตำรวจทำงานหนักขึ้นค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกษมครับ ตามด้วยคุณจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม ศุภรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเศรษฐกิจไทย จังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ ซึ่งประกอบไปด้วยเทศบาลนครนครราชสีมา เทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม เทศบาลโพธิ์กลาง และเทศบาลหนองจะบก กระผมขออนุญาตนำเรียนความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนชาวชุมชนเมืองโคราชถึงท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ของเราและ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตลอดจนถึงรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในชุมชนของเมืองโคราช มีประมาณ ๙๗ ชุมชน แล้วก็เดือดร้อนและสะเทือนใจนะครับ ที่อยู่อาศัย แล้วก็คุณภาพชีวิต โดยเฉพาะชุมชนหลังวัดสามัคคี ชุมชนประสพสุข ชุมชนอัมพวัน ชุมชนสุรนารายณ์ ชุมชนบุมะค่า ชุมชนสำโรงจันทร์ เหล่านี้เป็นชุมชนที่พบปัญหาเรื่องคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะ การไม่เข้าถึงสวัสดิการของรัฐ แล้วก็ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหารายได้ต่ำและมีหนี้สิน ปัญหา ความไม่มั่นคงของที่อยู่อาศัย ผมอยากจะกราบเรียนเมื่อเช้านี้เองครับ ชุมชนท้าวสุระ ซอย ๓ ได้ส่งภาพที่เห็นนะครับ ฝนกำลังตกที่โคราชพอดี บ้านนางสมหมาย บ้านนายไสวอยู่ริมคลอง อาศัยอยู่ประมาณ ๑๐ คน และข้างบนข้างล่างก็แออัด ถ้าท่านประธานได้กรุณาไปเยี่ยม โคราชก็จะดีว่ามันสะเทือนใจพี่น้องลำบากเหลือเกิน ๓-๔ หลังในชุมชนนี้ แล้วก็นางจอยอีก นางติ่งอีกนะครับ เพราะฉะนั้นชุมชนเหล่านี้ก็เลยเรียนฝากท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ ถ้ากรุณาไปแก้ปัญหาให้กับทางชุมชนก็น่าจะดีและเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของ ประชาชน ผมก่อนจะถึง ๑๘๐ วัน ผมเข้าไปซ่อม เข้าไปสร้างก็ได้เท่านั้นครับ วันนี้ขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานด้วยความเคารพขอบพระคุณมากครับ ฝากด้วยครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณจิรพงษ์ ตามด้วยคุณธีรภัทร พริ้งศุลกะ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย จากอุทกภัยพายุโนรู ได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศ โดยเฉพาะภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคกลาง จังหวัดนนทบุรีก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แม่น้ำเจ้าพระยามีระดับสูงถึง ๒.๘๖ เมตร เอ่อล้นท่วมบ้านเรือนราษฎรเสียหายหลายหมื่นครัวเรือน จากประกาศของ กระทรวงมหาดไทยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ความช่วยเหลือประชาชนในทางปฏิบัติแล้ว ท้องถิ่นได้ทำแค่แจกถุงยังชีพ ป้องกันน้ำท่วม จัดหาเพื่อการอพยพ แต่ในเรื่องการเยียวยา ฟื้นฟูหลังน้ำท่วมกลับคลุมเครือ ระเบียบในการเยียวยาซ่อมแซมบ้านเรือนไม่ชัดเจน มากไปกว่านั้นบางท้องถิ่นมีงบประมาณไม่เพียงพอ ซึ่งการเยียวยาน่าจะเป็นหน้าที่ของ รัฐบาลให้เงินอุดหนุนเหมือนรัฐบาลก่อนที่ผ่านมา มิหนำซ้ำในปีที่แล้วจังหวัดนนทบุรี ก็ได้รับผลกระทบต่อพายุคมปาซุและเตี้ยนหมู่ ประชาชนไม่ได้รับเยียวยาค่าซ่อมแซมบ้าน กระผมขอให้กระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลช่วยแก้ไขเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านธีรภัทร ตามด้วยนางสาวจิราพร สินธุไพร เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนดังนี้ครับ ด้วยในช่วง ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา ได้มีร่องมรสุมและความกดอากาศต่ำในพื้นที่ภาคใต้ทำให้เกิดน้ำท่วมไหลหลากและ ฝนตกหนักในหลายจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานีของผม ได้รับผลกระทบ จากการที่มีฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทำให้เกิดน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลากกระทบกับ ความเป็นอยู่ของราษฎรในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอำเภอไชยา ในอำเภอท่าชนะ และในอำเภอวิภาวดี โดยเฉพาะในหมู่ที่ ๕ บ้านห้วยตาหมิง ในหมู่ที่ ๖ บ้านเขาหลัก ตำบลปากหมาก อำเภอไชยา ในหมู่ที่ ๑๗ บ้านท่าใหม่ ในหมู่ที่ ๒๔ บ้านธารน้ำใจ ตำบลประสงค์ อำเภอท่าชนะและหมู่ที่ ๗ บ้านคลองวาย ตำบลตะกุกเหนือ อำเภอวิภาวดี รวมความเสียหาย เกือบ ๒๐๐ กว่าครัวเรือน ผมก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านวิชวุทย์ จินโต ที่ได้นำส่วนราชการ อย่างเช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเข้าไปช่วยดูแล รวมทั้ง องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น ท่านสมาชิกสภาจังหวัด ท่านกำนัน ท่านผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร ที่เข้าไปช่วย แต่ก็นั่นความเสียหายมันมีมากเกินกว่าที่หน่วยงานเหล่านี้ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จะรับมือไหว กระผมจึงขอให้ทางสภาได้มีหนังสือไปถึงหน่วยงานเหล่านี้ ๑. ก็คือ กระทรวงมหาดไทย ขอให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้สนับสนุนงบประมาณและ จัดเครื่องจักรหนักเข้าไปซ่อมบำรุง หน่วยงานที่ ๒ ก็ขอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและ สังคมเข้าไปช่วยในการติดตั้งอุปกรณ์ในการเตือนภัยสัญญาณล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชน ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้ทราบล่วงหน้า และหน่วยงานที่ ๓ ขอให้มีหนังสือถึงกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้เข้าไปช่วยดูแลชดเชยและเยียวยาบ้านเรือน รวมทั้งทรัพย์สินของประชาชนที่ได้รับความเสียหาย ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณจิราพร ตามด้วยนางสาวภาดาท์ วรกานนท์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอปรึกษาหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันนี้ ๒ ประเด็นหลักค่ะ🔗
ประเด็นแรก หลังจากที่ดิฉันได้เคยหารือปัญหาของถนนทางหลวงหมายเลข ๒๐๔๓ ต่อสภา ปัจจุบันได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้าง แล้วก็ปรับปรุงเกือบตลอด เส้นทางแล้ว แต่ว่ายังเหลือช่วงจากสี่แยกบ้านโนนชัยศรีจนถึงวิทยาลัยการอาชีพอำเภอพนมไพร ที่เคยอยู่ในแผนรับงบประมาณ แต่ว่าสุดท้ายถูกตัดงบออกไปจึงเป็นช่วงเดียวที่ไหล่ทาง ยังแคบมากแล้วก็เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ ดิฉันจึงขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุงขยายไหล่ทางให้แล้วเสร็จต่อเนื่องตลอดเส้นทาง เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถจะสัญจรได้อย่างสะดวกแล้วก็ปลอดภัยค่ะ🔗
ประเด็นที่ ๒ ดิฉันขอติดตามความคืบหน้าการขอให้มีการติดตั้งสัญญาณ ไฟจราจร ๒ จุดด้วยกัน ดิฉันได้เคยหารือต่อสภาไปแล้วก็คือจุดที่ ๑ เป็นจุดบนบริเวณ ถนนทางหลวงหมายเลข ๒๐๒ แยกบ้านหัวนา อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ดิฉันได้รับ การร้องเรียนจากชุมชนว่ามีการก่อสร้างจุดกลับรถและสัญญาณไฟกระพริบแทนสัญญาณ ไฟจราจร ซึ่งจุดกลับรถมีระยะทางที่ค่อนข้างไกล สร้างความกังวลใจให้กับผู้ปกครอง คณะครู แล้วก็พี่น้องประชาชนที่เกรงว่าจะเกิดอันตรายบนท้องถนนกับบุตรหลาน แล้วก็ ประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าว จึงขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่เพื่อดู สภาพปัญหาโดยด่วน และขอให้พิจารณาทบทวนความเหมาะสมในการติดตั้งสัญญาณ ไฟจราจรใหม่อีกครั้งค่ะ จุดที่ ๒ เป็นถนนทางหลวงหมายเลข ๒๐๔๓ บริเวณหน้าโรงเรียน เมืองอาจสามารถ อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ปัจจุบันติดตั้งไฟกระพริบ ยังไม่ได้มีการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ให้เหตุผลว่าจำนวนอุบัติเหตุยังไม่ถึงเกณฑ์ ซึ่งดิฉัน คิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะต้องทบทวนหลักเกณฑ์นี้ใหม่ การติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ต้องเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ไม่ใช่เพื่อให้คนตายตามจำนวนขั้นต่ำถึงจะติดตั้งได้ ขอให้กระทรวง คมนาคมได้ทบทวนแล้วก็พิจารณาติดตั้งสัญญาณไฟจราจรแทนสัญญาณไฟกระพริบ ในบริเวณดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณภาดาท์ ท่านสุดท้ายแล้วนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตราชเทวี เขตพญาไท เขตจตุจักรค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะหารือกับ ท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องการจัดตั้งชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันมีหลายพื้นที่ ในกรุงเทพมหานครที่อยู่กันในรูปแบบของชุมชน แต่ไม่ได้รับการจัดตั้งเป็นชุมชนเนื่องจาก ไม่เป็นไปตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยชุมชนและกรรมการชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๔ ค่ะ ซึ่งในระเบียบได้ระบุไว้ว่ากรณีสถานที่ตั้งชุมชนเป็นพื้นที่ของบุคคลอื่น ต้องได้รับความ ยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ให้จัดตั้งเป็นชุมชนได้ ท่านประธานคะ ประเด็น อยู่ตรงนี้ค่ะ ประเด็นเรื่องการได้รับความยินยอมจากเจ้าของ คือเราจะทำอย่างไรให้ชาวบ้าน ที่เขาอยู่กันตามรูปแบบตามระเบียบที่กำหนด แต่ยังไม่สามารถจัดตั้งเป็นชุมชนได้ เนื่องจาก เจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่ยินยอมให้จัดตั้งเป็นชุมชน เช่นบางพื้นที่เขาอาศัยอยู่ในพื้นที่ของ การรถไฟ แต่อยู่อาศัยกันมาหลายเจเนอเรชัน (Generation) อยู่กันมา ๓๐-๔๐ ปี แต่ทางการรถไฟก็ไม่ยินยอมที่จะส่งหนังสือที่จะอนุญาต สิ่งที่เกิดขึ้นคือพวกเขาเหล่านี้ก็จะ เป็นเหมือนประชากรที่ตกสำรวจ พวกเขาจะไม่ได้รับเงินสนับสนุนสำหรับการพัฒนาชุมชน ของเขา ไม่สามารถจะจัดตั้งคณะกรรมการชุมชนและมีตำแหน่งต่าง ๆ ที่ปกติได้รับ ค่าตอบแทน สำนักงานเขตก็ไม่สามารถเอางบประมาณเขตมาดูแลซ่อมแซมในเรื่อง สาธารณูปโภคได้ เพราะถือว่าไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ เช่นถ้าพื้นที่มีหลุมมีบ่อที่สามารถ เกิดอันตรายทางเขตก็ไม่สามารถมาซ่อมแซมได้ และในช่วงโควิด (COVID) ที่ผ่านมาชุมชน เหล่านี้ก็ไม่ได้รับสิทธิเท่าเทียมกับคนอื่น ไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือได้รับของสนับสนุน เพราะถูกตกสำรวจอยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ยังไม่สามารถขอเลขที่บ้านได้ เมื่อไม่มีเลขที่บ้าน ก็ไม่สามารถขอมิเตอร์ไฟฟ้า มิเตอร์ประปาได้ค่ะ ดิฉันคิดว่าประชากรในส่วนนี้น่าเห็นใจ เขาก็เป็นประชาชนคนไทยที่เสียภาษีเหมือนกัน แต่ไม่ได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียม ดิฉันจึง อยากจะขอปรึกษาท่านประธานผ่านไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้โปรดพิจารณา ช่วยดูว่าจะแก้ไขระเบียบอย่างไรได้บ้าง เพื่อให้คนเหล่านี้จะได้ไม่เสียโอกาสอย่างที่ดิฉัน ได้กล่าวมาข้างต้นค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ การหารือของท่านสมาชิกเราทั้ง ๓๐ ท่านก็จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยนะครับ ท่านจุลพันธ์มีอะไรไหมครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้านครับ จะหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องของกระบวนการในการทำงานสั้น ๆ ครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ เมื่อวานเหตุการณ์ ตอนช่วงเราปิดการประชุมท่านประธานก็นั่งอยู่ เรามีองค์ประชุมไม่ครบ ท่านประธานรัฐสภา ในขณะนั้น ท่านประธานชวนได้สั่งให้ปิดการประชุมก่อนที่จะมีการประกาศผลคะแนน ขององค์ประชุม เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนั้นหมายความว่ากระบวนการในการแสดงตน ของพวกเรา ณ เวลาที่สภาล่มนั้นไม่ได้บันทึกอยู่ในระบบของรัฐสภา อันนี้เราเข้าใจตรงกัน ท่านประธานก็ทราบเท่ากับผม แต่หลังจากมีการปิดประชุมแล้วมีการลงไปแถลงโดยทีมงาน ของท่านประธานว่ามีพรรคการเมืองแต่ละพรรค ไม่ได้บอกชื่อว่าใคร แต่มีแต่ละพรรค มาร่วมเป็นองค์ประชุมเท่าไร เป็นการเปิดเผยตัวเลขที่ไม่เป็นทางการและไม่ได้บันทึกอยู่ใน รัฐสภา ซึ่งผมมองว่าเป็นกระบวนการซึ่งไม่เหมาะสมและไม่ควร และมีเจตนาทางการเมือง เพื่อที่จะให้เกิดภาพลักษณ์ที่เสียหายกับเพื่อนสมาชิกกับพรรคการเมืองใด ๆ อันนี้ผมขอพูด กับท่านประธานแล้วก็บันทึกไว้ แล้วก็ขอให้ท่านประธานได้โปรดสอบถามไปยังฝ่าย ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ถ้ามีการชี้แจงมาก็จะเป็นประโยชน์พวกเราจะได้ทราบตรงกันว่าต่อไปนี้ ข้อมูลที่มันไม่บันทึกท่านไปล้วงมาได้ แล้วท่านจะเอามาเปิดเผยอย่างไร ถ้าจะให้ยุติธรรม เอามาให้พวกผมด้วย เอารายชื่อมาให้พวกผมด้วยมันจะได้มีข้อมูลตรงกัน เพราะว่า เราทำงานร่วมกัน ขอบพระคุณครับ🔗
ก็คงจะได้ หารือกันและชี้แจงต่อไปนะครับ🔗
ท่านสมาชิก ขณะนี้มีท่านสมาชิกลงชื่อมาประชุมจำนวน ๒๖๗ ท่าน ก็ถือว่าครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
เรียนท่านสมาชิกได้ทราบว่าก่อนที่จะมีการถามตอบกระทู้ ตามระเบียบวาระ กระทู้ถาม ผมขอเรียนให้ที่ประชุมทราบว่าสำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้ไปดำเนินการถามและตอบในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะคืออยู่ชั้น ๑ อยู่ด้านล่าง ก็จะมีการ ถามควบคู่กันไปกับการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาและกระทู้ถามทั่วไปนะครับ🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๒๑๑ ส. (นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่าในวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อน หากท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ยังคงประสงค์ที่จะตั้งเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจาอยู่ก็ให้เสนอมาใหม่ เพื่อพิจารณา ในคราวถัดไปนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ เป็นอาทิตย์ที่ ๒ แต่ผมเข้าใจได้ท่านก็คงอึดอัดที่รัฐมนตรีท่านอาจจะติดภารกิจสำคัญอันนี้เข้าใจได้ แต่สิ่งหนึ่งประชาชนเขาถามมาเยอะมาก ความจริงรัฐมนตรีไม่มาตอบท่านประธาน ตอบแทนได้ ท่านเคยดูแลการยางแห่งประเทศไทยมาท่านมีความรู้ดีมาก🔗
เอาไว้ให้ผม เป็นรัฐมนตรีก่อนค่อยให้ผมมาตอบครับ🔗
ไม่เป็นไรครับ ท่านรัฐมนตรีครับ คือความอึดอัดของพี่น้องประชาชนพวกเราในฐานะ ส.ส. ฝ่ายค้านไม่ได้เป็นฝ่ายบริหาร เวลาลงไปพื้นที่ไม่ว่าภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ สิ่งที่ชาวบ้านถามมามากที่สุดก็คือเรื่อง ราคายาง ราคาปุ๋ย ผมก็บอกทุกคนว่าอาทิตย์นี้จะถาม เพราะอาทิตย์ที่แล้วเข้าใจได้รัฐมนตรี ติดภารกิจ อาทิตย์นี้คงจะได้คำตอบเขารอฟัง แต่ไม่เป็นไรครับ ได้เข้าใจท่านก็คงอึดอัด ที่ผมได้ขอท่านไว้ว่าไม่ให้ถามก็ไม่เป็นไร คราวหน้าคงเป็นกระทู้เรื่องอื่น แต่ว่าขอนิดหนึ่ง ให้รู้ว่าได้มาทำหน้าที่แล้ว ขออนุญาตท่านได้เปิดคลิป (Clip) เรื่องความเดือดร้อน พี่น้องชาวบ้านทั้งภาคอีสานของท่านประธานเอง ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคกลางทั้งหลาย ให้เขารับรู้รับทราบว่าเราได้ทำหน้าที่แล้ว ท่านประธานก็สนับสนุนผมมาเต็มที่ต้องกราบ ขอบคุณท่านอย่างสูง ขออนุญาตท่านประธานครับ🔗
ความจริง ผมก็เข้าใจนะครับ เห็นใจท่านวิสุทธิ์กระทู้นี้มีการยื่นถามเป็นสัปดาห์ที่ ๒ แล้ว ความจริง ก็ไม่น่าจะเลื่อนนะครับ ผมก็ไม่อยากจะตำหนิฝ่ายไหน แต่ก็อยากจะฝากเป็นความรับผิดชอบ ของทุกฝ่ายต้องช่วยกันนะครับ ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องรู้ว่าวันพฤหัสบดีเป็นวันที่ต้องตอบกระทู้ ฉะนั้นก็ควรจะใส่ใจในการที่จะมาตอบกระทู้และเรื่องนี้ของท่านวิสุทธิ์เป็นสัปดาห์ที่ ๒ แล้ว ผมเห็นใจ อย่างนั้นผมขออนุญาตให้ท่านเปิดคลิป (Clip) ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แล้วก็ได้อภิปรายเพิ่มเติมสักเล็กน้อยนะครับ🔗
กราบขอบคุณอย่างสูงครับ ขอคลิป (Clip) ด้วยครับ🔗
ท่านวิสุทธิ์ ก็น่าจะสมควรแล้วนะครับ คลิป (Clip) นี้น่าจะสมควรแล้วนะครับ เพราะพูดยาวไปถึง เรื่องอื่นแล้วนะครับ ถ้าท่านมีอะไรจะเพิ่มเติมอีกสักนิดไหมครับ เชิญครับ🔗
ความจริงอีกสัก ๑ นาทีเองนะครับ ท่านประธานครับ ท่านก็ให้มาเยอะแล้วอีกสัก ๑ นาทีครับ ขออนุญาตต่อ🔗
คือผมฟังแล้ว คลิป (Clip) มันไปเรื่องอื่นแล้ว ก็เลยอยากให้ขอยุติเสียแล้วก็ท่านมีอะไรจะฝากจะอะไร เพิ่มเติมก็เชิญท่านพูดเลยครับ🔗
ไม่เป็นไรครับท่านประธาน ด้วยความยินดี ที่ท่านกรุณาให้เอาคลิป (Clip) นี้มาเผยแพร่ให้พี่น้องประชาชนได้ทราบว่าเรื่องที่ผมนำมา ถามกระทู้ถามสดในสภานี้ไม่ใช่เรื่องการเมืองเลยครับ ผมจะไม่พูดเรื่องการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น จะพูดเฉพาะปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งนั้น วันนี้ยางพารามันสวนทางครับ มันมีความผิดปกติ ยางพาราในช่วงนี้ท่านประธานทราบดีครับ ถ้าราคาปิโตรเลียมแพง ในอดีตยางแพง มันเป็นอย่างนี้มาตลอดในอดีต พี่น้องชาวสวนยางทราบดี แต่ในช่วงนี้ เป็นช่วงที่คนกรีดยางไม่ได้ในภาคเหนือ ภาคอีสาน คนใต้ตัดยางไม่ได้ ใช้ภาษาคำว่าตัดยาง ภาคใต้ ฝนตกเยอะที่ภาคใต้ ยางออกน้อย ยางกลับถูกลง มันสวนทาง ผมถึงว่ามันมีความ ผิดปกติในเรื่องราคา เพราะฉะนั้น ๒ อาทิตย์แล้วก็ยังไม่ได้คำตอบ แต่ท่านประธานต้องแจ้ง ไปยังรัฐบาลต้องเร่งแก้ไข ท่านประธานครับ สภาก็อยู่ได้ไม่นาน รัฐบาลก็อยู่ได้ไม่นาน เป็นห่วงพวกรัฐบาล วันนี้กลับไปอีกครั้งชาวบ้านอาจจะไม่ไว้วางใจนะครับ ท่านก็ต้องช่วย อีกทางหนึ่ง เราต้องการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรจริง ๆ ปุ๋ยแพงรัฐบาลน่าจะตรวจสอบ ที่ว่าปุ๋ยนำเข้ามาเสียค่าภาษีเท่าไร แล้วค่าจริง ๆ นำเข้าแม่ปุ๋ยเท่าไร แล้ววันนี้ท่านทราบไหม แม้แต่จากโรงงานในพระนครศรีอยุธยาไปบ้านผม ค่าการตลาดตั้ง ๔๐๐ บาท แล้วระบบนี้ ท่านดูสิ ๑,๘๐๐ ๑,๙๐๐ ถ้าดูจริง ๆ นำมาเท่าไร เสียภาษีเท่าไร ตรวจสอบนะครับ อย่านิ่งเฉย ผมเห็นด้วยว่าวิธีการท่านเอาเงินไปแจกหรือชดเชยทั้งข้าวทั้งยางมันก็เป็นแค่ น้ำจิ้ม ไม่ได้ทำให้เกษตรกรพี่น้องผมหายยากจนได้ ยิ่งจะจนมากไปกว่าเดิม มีวิธีหลายอย่าง เรื่องยางทำไมไม่เจรจา ๓-๔ ประเทศ เหมือนเอเปก (APEC) เหมือนของกลุ่มประเทศผลิต น้ำมันเขาทำได้ ข้าวก็เหมือนกันครับ ขอร้องท่านทั้งหลายที่เป็นรัฐบาลเวลานี้ไปหาเสียง ขึ้นป้ายใครก็ทำได้หมดครับ แต่นโยบายดี ๆ ชาวบ้านรู้ว่าพรรคไหนทำได้จริง ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ผมเห็นว่าเรื่องปัญหาราคายางเป็นปัญหาของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางทั่วทั้งประเทศ ผมก็เลยให้ท่านผู้ตั้งกระทู้ได้นำข้อมูลเสนอ คืออย่างน้อย ๆ รัฐมนตรีไม่ได้มาตอบก็คงจะเป็น เสียงสะท้อนจากประชาชนที่ไปถึงรัฐบาลไปถึงรัฐมนตรีก็คงจะได้นำเอาไปเป็นแนวทาง ในการแก้ไขต่อไปนะครับ🔗
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๒๑๒ ส. (นายอับดุลอายี สาแม็ง เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า เนื่องจากในวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญจึงขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามเรื่องนี้ออกไปก่อนนะครับ หากท่านอับดุลอายี สาแม็ง ยังคงประสงค์ที่จะ ตั้งเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจาอยู่ก็ให้เสนอมาใหม่เพื่อพิจารณาในคราวต่อไปนะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๓ เขตอำเภอเบตง เขตอำเภอธารโต อำเภอบันนังสตา และอำเภอกรงปินัง ผมก็ยังมีความประสงค์อยากจะ กระทู้ถามอยู่เหมือนเดิม เนื่องจากว่าประเด็นปัญหาที่ผมอยากจะตั้งกระทู้ต่อรัฐมนตรีนั้น เป็นเรื่องปัญหาที่เกิดกันยาวนานมาก🔗
ท่านอับดุลอายีครับ เอาเป็นว่ามันเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ผมอนุญาตให้ท่านได้นำเสนอสรุปสั้น ๆ เพื่อเป็นเสียงสะท้อนไปถึงรัฐบาล เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่มี ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน พูดถึงในเรื่องของยางพาราเช่นกันอย่างที่ท่านวิสุทธิ์พูด เมื่อสักครู่ แต่ผมจะไม่พูดถึงราคาของยาง ณ วันนี้นะครับ ปัญหาของผมก็คือปัญหา โรคใบยางร่วงซึ่งมีปัญหาต่อปริมาณน้ำยางที่มันเกิดขึ้นในพื้นที่แล้วก็ไม่สามารถที่จะทำการ กรีดยางให้ได้ผลผลิตมาก มีความเสียหายถึงขนาดว่าจากปกติลดลงประมาณ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ ก่อนอื่นที่ผมจะขออนุญาตจากท่านประธานเพื่อที่จะมีสไลด์ (Slide) เป็นเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนสัก ๒ นาทีได้ไหมครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์หน่อยนะครับ🔗
ท่านอับดุลอายี คงพอแล้วนะครับ มีอะไรเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยเชิญครับ🔗
ขอเพิ่มเติมเล็กน้อยครับท่านประธาน คืออย่างนี้วันนี้ผมก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากต่อเรื่องของการที่รัฐมนตรีไม่ได้มาตอบกระทู้ แล้วไม่ได้มารับฟังปัญหา จริง ๆ แล้วไม่ใช่ครั้งแรกครับท่านประธาน ผมได้มาหารือในสภา แห่งนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ตอนที่เริ่มต้นโรคกำลังระบาดเรื่องใบยางร่วงในเขตพื้นที่ตั้งแต่ภาคใต้ แล้วก็ขยายผลไปถึง ๑๔ จังหวัดภาคใต้ และรวมตลอดไปถึง ๓ จังหวัดในภาคตะวันออก ความเสียหาย ณ ขณะนี้ประเมินดูแล้วประมาณสัก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตลอด ๓ ปีที่ผ่านมา ที่บอกว่าเสียใจเนื่องจากรัฐมนตรีจะว่าไปถึงรัฐบาลก็ได้มีความใจดำมากต่อพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนยาง เขาเดือดร้อนถึงขนาดนี้แล้วยังไม่ได้เอาใจใส่ ยังไม่ดูแล ไม่ไปดูเรื่องความทุกข์ยาก ของพี่น้องประชาชนที่เกิดจากชาวสวนยางพาราที่ติดโรคใบยางร่วงครับ ก็อยากจะฝากบอก ผ่านท่านประธานไปถึงรัฐบาลนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก ๆ เสียเมื่อไร มันน่าจะเป็นวาระแห่งชาติด้วยซ้ำไปความเสียหาย ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ เกินกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณแผ่นดินของแต่ละปี นี่คือความเสียหายที่เกิดกับพี่น้อง เกษตรกรชาวสวนยาง ผมไม่ได้พูดเล่น ๆ ความเสียหายต่อปีต่อไร่เป็นหมื่นบาทเป็นอย่างน้อย ในเรื่องของชาวสวนยาง พื้นที่การปลูกทั้งหมดในเขต ๑๔ จังหวัดภาคใต้ก็ประมาณ ๑๔ ล้านไร่ แล้วก็อีก ๑ ล้านกว่าไร่ในเขต ๓ จังหวัดภาคตะวันออก ทั้งหมดก็ประมาณ ๑๕ ล้านไร่ ถ้าคูณด้วย ๑๐,๐๐๐ บาท ความเสียหายที่เกิดขึ้นมาแล้วก็ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ๓ ปี ก็ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่คือรายได้ของพี่น้องเกษตรกร ถ้าเฉลี่ยทั้งหมดกับพี่น้องที่อยู่ในจังหวัด ๑๔ จังหวัดกับอีก ๓ จังหวัด ผมว่าคนละ ๒๐,๐๐๐- ๓๐,๐๐๐ บาทต่อปีที่มันสูญเสีย นี่คืออยากจะให้รัฐมนตรีมารับรู้รับทราบปัญหาเรื่องเหล่านี้ และจะต้องหาทางแก้ไขในอนาคตอย่างไร ผมก็อยากจะนำเสนอ ผมไม่แน่ใจว่ารอบหน้า ผมจะได้มีสิทธิมาพูดแล้วก็ตั้งกระทู้ให้กับรัฐมนตรีต่อรัฐบาลหรือไม่ เพราะไม่แน่ใจว่าสภานี้ จะยุบเมื่อไร เอาเป็นว่าวันนี้ผมขอฝากให้ท่านประธานในฐานะที่ท่านประธานก็เป็นชาวสวนยาง เหมือนกัน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าผมแทบน้ำตาจะร่วงเลยก็พูดกับท่านประธาน เพราะท่านบอกว่าท่านเป็นชาวสวนยาง ผมเล่านิทานนิดเดียวสิ่งที่ผมพบเจอในเขตพื้นที่ของ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา มีท่านหนึ่งเขาเป็นชาวสวนยางกำลังพาดผ้าสไบบนบ่า ผมก็ชวนไปกินงานบุญ ท่านก็ไป ผมก็ชี้บนยอดยางเห็นยางไม่มีใบ ผมบอกว่าท่านครับ ความรู้สึกอย่างไรกับต้นยาง เขาไม่ตอบผมเลยนะครับท่านผู้นั้น เขาร้องไห้แล้วก็เอาผ้าสไบ บนบ่ามาเช็ดน้ำตา ผมว่าท่านประธานก็น่าจะเข้าใจความรู้สึกของชาวสวนยางด้วยกัน เอาเป็นว่าผมอยากจะนำเสนอผ่าน ผมกลัวจะไม่มีโอกาส แนวทางการแก้ปัญหาผมไม่แน่ใจ ว่าจะเกิดขึ้นหรือเปล่านะครับ🔗
ท่านอับดุลอายี ผมว่าก็ได้ให้ท่านนำเสนอพอสมควรแล้วนะครับ🔗
อีกนิดเดียวประมาณครึ่งนาทีได้ไหมครับ🔗
เชิญครับ🔗
ครึ่งนาทีครับ เอาเป็นว่าประเด็นที่ผม อยากจะฝาก ณ วันนี้ในเมื่อเขาเสียหายหลายแสนล้านบาท ผมอยากจะให้ตั้งงบประมาณสัก ๑๓๓,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อเยียวยาพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง สิ่งที่มันเสียหายต่อปีแค่ปีเดียว ฝากบอกรัฐบาลด้วย🔗
อันที่ ๓ ถ้ายังไม่มีแนวทางการแก้ปัญหา ผมว่า ณ วันนี้ยางอีกสักปีหนึ่ง ข้างหน้าผมว่าจะตายกันหมดหรือเปล่า ถ้าตายหมดปัญหาที่จะตามมาก็คือพี่น้องเกษตรกร ก็ตายตามไปด้วย ก็อยากจะหาวิธีการว่าเป็นไปได้ไหมก็นำเสนอ เพราะว่า ณ วันนี้เรามี เงินกองทุนการยางประมาณ ๒ บาทต่อกิโลกรัมก็เก็บอยู่ ชาวสวนยางมีปัญหาก็แก้ปัญหา ด้วยเงินตัวนี้ไม่ได้ เขาบอก สตง. บอกว่าผิด ดังนั้นเราหาวิธีการปลูกต้นไม้ชดเชย ทดแทน หรือโดยวิธีการใดก็ตามแล้วก็ไปโค่นต้นยางที่มันมีปัญหาแล้วเอาพืชทดแทนโดยใช้ เงินกองทุนมาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรต่อไป ก็อยากจะฝากสั้น ๆ ผมขอขอบคุณ ท่านประธานเป็นอย่างมาก ณ วันนี้ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ทั้ง ๒ กระทู้เกี่ยวกับเรื่องยางพารานะครับ กระทู้แรกของท่านวิสุทธิ์ก็เป็นเรื่องราคายาง ตกต่ำ ส่วนเรื่องของท่านอับดุลอายี สาแม็ง ก็เป็นเรื่องใบยางร่วง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้อง มีผลกระทบกับชาวสวนยางทั้งประเทศ ผมเชื่อว่าถึงแม้รัฐมนตรีท่านไม่ได้มาตอบในวันนี้ ท่านก็น่าจะรับฟังอยู่หรือทีมงานท่านก็คงรับฟังอยู่ คงจะนำเอาปัญหาของพวกเราไปแก้ไข ขอบคุณมากเลยนะครับ🔗
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๒๑๓ ส. (นายศุภชัย ใจสมุทร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข🔗
ขณะนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ก็มาพร้อมในที่ประชุมแล้ว เชิญท่านศุภชัยถามเลยครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ขอตั้งกระทู้สดด้วยวาจาตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๕๖ กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และเพื่อให้เป็นไปด้วยความต่อเนื่อง ผมจะขออนุญาตถามท่านรัฐมนตรีเพียงครั้งเดียว และหลังจากนั้นก็จะให้ท่านตอบคำถาม ของผม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขออนุญาตต่อท่านประธานว่าก่อนที่ผมจะตั้งคำถาม กับท่านรัฐมนตรี ผมจะขออนุญาตกล่าวความเดิมในเรื่องที่ผมจะถามท่านรัฐมนตรี เพื่อให้ ประชาชนผู้ติดตามเรื่องนี้จะได้ทราบความเป็นมาเป็นไป ท่านประธานครับ ตามที่ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งพวกเราก็เป็นสมาชิกของรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ซึ่งนโยบายเร่งด่วน ข้อ ๔ ได้ระบุว่า เร่งศึกษา วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการใช้กัญชา กัญชงและพืชสมุนไพร ในทางการแพทย์เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ของประชาชน ท่านประธานครับ ในขณะเดียวกันพวกเราที่นี่ก็ทราบกันดีว่าเดิมกัญชาได้ถูกระบุว่าเป็น ยาเสพติดประเภทที่ ๕ ซึ่งระบุไว้ในมาตรา ๗ ของพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ แต่ต่อมารัฐบาลแห่งนี้ก็ได้ปลดล็อกกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติด โดยที่ประชุมของรัฐสภา ซึ่งรวมถึงสภาผู้แทนพวกเราที่นี่ทุกคน ซึ่งการลงมติครั้งนั้นก็ลงมติ เป็นเอกฉันท์ปลดล็อกกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติด ในมาตรา ๒๙ ของประมวลกฎหมาย ยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ ยาเสพติดประเภท ๕ จึงเหลือเพียงพืชฝิ่นเพียงอย่างเดียว ไม่มีกัญชา เป็นยาเสพติดอยู่ในประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ มีผลใช้บังคับมาตั้งแต่วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ จนถึงวินาทีนี้ ท่านประธานครับ ผมขอย้ำว่าการปลดล็อกกัญชาเป็นการ ปลดล็อกโดยประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งที่ประชุมรัฐสภาซึ่งรวมถึงพวกเราที่นี่ได้ลงมติกัน เป็นเอกฉันท์ พวกเราที่นี่ได้ร่วมกันปลดล็อกกัญชา ขณะเดียวกันท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านก็ได้ใช้อำนาจตามมาตรา ๒๙ วรรคสอง ของประมวลกฎหมายยาเสพติดที่ได้กำหนดให้ท่านมีหน้าที่ในการออกประกาศ ระบุชื่อ ยาเสพติดในแต่ละประเภท รวมถึงประเภทที่ ๕ ซึ่งการออกประกาศนั้นก็จะต้องได้รับความ เห็นชอบจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งบัญญัติไว้ในกฎหมาย แน่นอนเรื่องนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องที่สับสนเพราะหลังจากนั้นต่อมาความก็ปรากฏว่า เมื่อไม่กี่วันมานี้ประกาศดังกล่าวที่ท่านประกาศมีผลใช้บังคับมาตั้งแต่มิถุนายน ๒๕๖๕ ก็ได้ถูกยื่นฟ้องต่อศาลปกครองให้นำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธาน ที่เคารพครับ สิ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานเพื่อทบทวนให้พี่น้อง ประชาชนที่ได้ติดตามเรื่องนี้จะได้ทราบ ก็คือว่าพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ในมาตรา ๗ นั้น นอกจากจะมีกัญชาเป็นยาเสพติดประเภท ๕ แล้ว ในกฎหมาย ฉบับนั้น ณ เวลานั้นมียาเสพติดอีกประเภทหนึ่งซึ่งอยู่เป็นระดับเดียวกับกัญชาคือ พืชกระท่อม กระท่อมก็เป็นยาเสพติดเหมือนกับกัญชาในเวลาเดียวกัน แต่ต่อมาเมื่อปี ๒๕๖๔ ที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ของพวกเราทุกคนก็ได้มีการปลดล็อกกระท่อมออกจาก พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษเป็นตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๗) พวกเราที่นี่ก็ร่วมปลดล็อกกระท่อมออกจากยาเสพติด แล้วหลังจากนั้นสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ก็ได้ร่วมกันออกกฎหมาย ๑ ฉบับคือพระราชบัญญัติพืชกระท่อม เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่เข้ามากำกับดูแลพืชกระท่อมโดยเฉพาะ สิ่งที่ผมอยากจะเรียนต่อท่านประธาน ก็คือว่ากัญชากับพืชกระท่อมก็มีสถานะเดียวกัน คือเมื่อปลดล็อกแล้วก็ต้องมีกฎหมายเฉพาะ เพื่อมากำกับดูแลและทั้งนี้ก็เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราจำกันได้ก็คือว่าเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้ลงมติเห็นชอบ หลักการรับร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ที่พรรคภูมิใจไทยได้มีการยื่นเสนอต่อ สภาแห่งนี้ และต่อมาเมื่อคณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วเสร็จ หลังจากนั้นเมื่อส่ง ร่างพระราชบัญญัติที่แล้วเสร็จนั้นได้เข้าสู่การพิจารณามาเสนอ มีการบรรจุเข้าสู่ระเบียบ วาระ แต่จนถึงบัดนี้ก็ไม่ปรากฏว่าจะได้รับการพิจารณา และมีความเชื่อได้ว่าจากการแสดง จุดยืนของพรรคการเมืองบางพรรคจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านก็อาจจะทำให้ เห็นได้ว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้คือร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... อาจจะ ไม่ผ่านสภาแห่งนี้ ไม่สามารถออกมาเป็นกฎหมายเพื่อมาบังคับใช้ให้ประชาชนได้ ท่านประธานที่เคารพครับ จนถึงบัดนี้จนถึงเวลานี้ข่าวคราวที่ปรากฏอยู่ตามสื่อต่าง ๆ เรื่องกัญชาสร้างความสับสน สร้างความวุ่นวาย สร้างความไม่เข้าใจ มีข่าวจริงบ้าง เท็จบ้าง ในหมู่ประชาชนมีความสับสน แม้กระทั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราเองหลายท่าน ก็มีความไม่เข้าใจ ข้อเท็จจริงบางประการไม่เข้าใจเพราะมีข้อมูลหรือความรู้ไม่เพียงพอ หรือต้องพูดกันตรง ๆ ว่าบางเรื่องบางราวสิ่งที่ปรากฏอยู่ในสื่อออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ ก็มีการบิดเบือนไปจากความจริงที่ปรากฏ มีการกล่าวกันว่าวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขหรือรัฐบาลปล่อยให้มีกัญชาเสรี ปล่อยให้มีสุญญากาศ ไร้การควบคุม ไม่ดูแล ไม่ห่วงใยเยาวชนต่าง ๆ นานา ซึ่งเรื่องนี้ผมว่าถ้าเราจะปล่อยให้ความเหล่านี้มันปรากฏไป ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาได้ วันนี้มีการตั้งคำถามกันเรื่องเสรี ไม่เสรี ความหมายเสรี เป็นอย่างไร มีการกลับไปเป็นยาเสพติดอีกครั้งทำอย่างไร เพราะฉะนั้นผมจะขออนุญาตถาม ต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สิ่งที่ผมจะถามท่านมี ๓ คำถาม หลังจากที่ ผมถามท่านเสร็จผมจะไม่ถามท่านแล้ว จะให้ท่านตอบอย่างที่ท่านประสงค์ที่จะตอบนะครับ อันแรกสุดก็คือที่กล่าวกันว่ามีนโยบายกัญชาเสรี ความจริงมันมีหรือไม่มี มีจริงหรือไม่ ความจริงมันคืออะไร ช่วยตอบให้ผมทราบด้วย ๒. ก็คือมีการพูดถึงมีการปลดล็อกกัญชา ออกจากยาเสพติดความจริงมันคืออะไร ๓. ก็คือในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข จริง ๆ ท่านก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย วันนี้การควบคุมผลกระทบ ทางสังคมหลังจากที่มีการถอดกัญชาออกมาจากยาเสพติดมีการดำเนินการหรือไม่ อย่างไร เพราะฟังไปฟังมาดูข้อมูลข่าวสารฟังเหมือนว่ารัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ปล่อยปละละเลยไม่สนใจเรื่องการแก้ปัญหา ปล่อยให้สภาพปัญหามีความวุ่นวาย เพราะฉะนั้นผมจึงขออนุญาตต่อท่านประธานในการที่ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขอย่างที่ผมได้ตั้งคำถามท่านไปเมื่อสักครู่ ขออนุญาตกราบเรียนท่านเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ🔗
ขอบคุณครับ ก่อนที่ท่านรัฐมนตรีจะตอบ ผมขออนุญาตนำข้อบังคับ ข้อ ๑๖๐ มาเรียนต่อที่ประชุม ได้รับทราบว่าปกติกระทู้ถามสดด้วยวาจาจะมี ๓ กระทู้ ใช้เวลากระทู้ละไม่เกิน ๓๐ นาที ฝ่ายละ ๑๕ นาที แต่ถ้าในกรณีที่คราวใดที่มีกระทู้ไม่ครบ ๓ กระทู้ อย่างวันนี้มีเพียง กระทู้เดียวที่รัฐมนตรีมาตอบ ฉะนั้นเราสามารถขยายเวลาให้กับทั้งผู้ถามและผู้ตอบได้ ถึงฝ่ายละ ๔๕ นาที ใช้เวลาสามารถที่จะเป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๐ เผื่อท่านรัฐมนตรี จะตอบยาวหรือท่านผู้ถามจะถามเพิ่มเติมก็ยังมีสิทธิเพื่อที่จะได้เข้าใจร่วมกัน ต่อไปเชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตอบครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายอนุทิน ชาญวีรกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก่อนอื่นผมต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาแจ้งว่าผมสามารถใช้เวลาของท่านรัฐมนตรีที่ติดภารกิจ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้ แต่ผมขอน้อมรับด้วยความขอบคุณ แต่คิดว่าคงจะไม่ใช้เวลา ของสภาแห่งนี้นานจนเกินไปตามที่ได้เตรียมข้อมูลต่าง ๆ มาตอบคำถามต่อผู้ที่ตั้งกระทู้ถาม คือท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทยเช่นกัน คือท่านศุภชัย ใจสมุทร เพื่อไม่ให้ เป็นการเสียเวลาผมขออนุญาตตอบคำถามของท่านผู้ตั้งกระทู้ดังนี้🔗
คำถามที่ ๑ คือรัฐบาลมีนโยบายกัญชาเสรีจริงหรือไม่ คำตอบคือ จริงครับ นโยบายของรัฐบาลนี้คือพยายามที่จะทำให้กัญชามีความเสรี แต่เป็นการทำให้กัญชาเสรี แบบมีการควบคุม ไม่ใช่ไร้การควบคุม อยากจะให้ท่านประธานและพี่น้องประชาชน ได้มีความรู้สึกว่ารัฐบาลนี้คำว่านโยบายกัญชาเสรีคือการคืนสมุนไพรกัญชาและภูมิปัญญา ของชาวบ้านให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางการแพทย์ ในทางสุขภาพและการขยายตัวเสริมสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้กับตนเอง โดยมีกฎหมาย กำกับ ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านได้แถลงนโยบายรัฐบาล ของท่านต่อรัฐสภาแห่งนี้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ มีสาระสำคัญที่เกี่ยวกับนโยบายกัญชาของรัฐบาลนี้อยู่ในนโยบายเร่งด่วนข้อที่ ๔ ซึ่งกล่าวว่า ต่อยอดภูมิปัญญาและความรู้ของปราชญ์ชาวบ้านในการสร้างนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์เกษตร แปรรูป รวมทั้งเร่งศึกษา วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการใช้กัญชา กัญชงและพืชสมุนไพร ในทางการแพทย์ ในทางอุตสาหกรรมทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ สุขภาพ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ของประชาชน โดยกำหนด ให้มีกลไกการดำเนินงานที่รัดกุมเพื่อมิให้เกิดผลกระทบทางสังคมตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ อย่างเคร่งครัด นี่คือเหตุผลที่เราควรจะต้องเร่งรัดให้มีกฎหมายกัญชา กัญชงหรือ พระราชบัญญัติกัญชา กัญชง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เรากำลังรอให้ที่ประชุมสภาแห่งนี้ ได้ให้การพิจารณานี่คือนโยบายของรัฐบาล เป้าหมาย ๓ ประการของนโยบายกัญชาของ รัฐบาลนี้ก็คือเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ที่ผมได้กราบเรียนแล้ว เพื่ออุตสาหกรรม ทางการแพทย์ และผลิตสินค้าต่าง ๆ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้ ของประชาชน มูลค่าการตลาดของธุรกิจที่จะสามารถทำให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงิน แล้วก็ ของการประกอบการต่าง ๆ มีมูลค่านับแสนล้านบาท นี่คือโอกาสของพี่น้องคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่เศรษฐกิจของโลกถูกกระทบเป็นอันมากจากสถานการณ์โควิด (COVID) เราต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือใหม่ ๆ มาเติมเต็มเพื่อเป็นการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ของประเทศของเรานะครับ ดังนั้นเป้าหมายทั้ง ๓ ประการที่ผมได้กราบเรียนนี้ก็ต้องถือว่า เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลชุดนี้นะครับ ซึ่งจะต้องทำให้เกิดผลสำเร็จ เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด ในห้วงเวลาที่ผ่านมาพรรคการเมืองหลาย ๆ พรรคท่านก็ได้มีการ สนับสนุนการใช้ประโยชน์จากกัญชาครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลายก็คงได้รับรู้ ได้ฟัง ได้ยินกันมาบ้างแล้วทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง นโยบายของรัฐบาลกำหนดไว้ชัดเจนว่าการใช้ กัญชาจะต้องมีการกำกับดูแลตามที่กฎหมายบัญญัติไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันผลกระทบ ทางสังคมและนี่ก็คือเหตุผลที่สภาของเรามีการจัดทำร่างกฎหมายกัญชา กัญชง ที่กำลัง จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เป็นวาระ ๒ ที่พวกเราทั้งหลายในที่ประชุม แห่งนี้ได้ช่วยกันออกเสียงด้วยคะแนนเสียงต้องเรียกว่าท่วมท้นผ่านวาระแรก ผมว่าวันที่สภา แห่งนี้ได้เห็นชอบให้มีการรับหลักการและผ่านวาระแรกของร่าง พ.ร.บ. กัญชา กัญชง ซึ่งเสนอโดยพรรคภูมิใจไทย มีอยู่ ๔๕ มาตรา เมื่อรับหลักการแล้วเราเห็นความรู้สึกเลยว่า ชาวบ้านดีใจครับ เขาไม่ใช่ดีใจที่พวกเรามารับหลักการ ในเรื่องของกฎหมายกัญชาเท่านั้น แต่ชาวบ้านเขาดีใจที่เห็นว่าพวกผู้แทนราษฎรผู้แทนของเรา คำนึงถึงประโยชน์ของพวกเรา ประชาชน ชาวบ้านที่เลือกพวกเขาเข้ามาทำงาน อะไรที่เป็นประโยชน์ร่วมกันเห็นด้วย อะไร ที่เสียประโยชน์ร่วมกันต่อต้าน ตรงนี้ต่างหากที่ผมเห็นว่าเราได้ทำให้ชาวบ้านได้เกิดความ อุ่นใจ ดีใจ แล้วก็ภาคภูมิใจที่ได้เลือกให้พวกเรามาเป็นตัวแทนของพวกเขา เพราะฉะนั้น ผมยังถือว่าร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ซึ่ง ณ ขณะนี้ไม่ใช่ร่างของ พรรคภูมิใจไทยอีกต่อไปแล้วครับ เป็นร่างของคณะกรรมาธิการที่ประกอบไปด้วย ผู้แทนราษฎรของพี่น้องประชาชนทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้ใช้ประโยชน์ นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ข้าราชการประจำ ที่จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้กฎหมาย กัญชา กัญชงที่เป็นร่างอยู่นี้นะครับ พวกเขาได้ประชุมกันหลายนัด รับฟังความห่วงใย ความคิดเห็น ความวิตกกังวลและข้อเสนอแนะของทุก ๆ ฝ่าย ทุกภาคส่วนไม่ใช่เฉพาะแต่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้เท่านั้น แต่เป็นการรับฟังจากทั่วทุกสารทิศนะครับ แล้วนำมาประมวลมาเป็นพระราชบัญญัติเป็นร่างกฎหมายที่กำลังจะนำเสนอเข้าสู่การ พิจารณาของที่ประชุมสภาแห่งนี้ ซึ่งก็คือเรียกสั้น ๆ ว่าเป็นวาระที่ ๒ ก็หวังว่าพี่น้องสมาชิก ผู้ทรงเกียรติจะได้ให้ความกรุณานึกถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เพราะว่าถ้าเราใช้ นโยบายกัญชา กัญชง เพื่อให้เป็นประโยชน์แล้ว กฎหมายนี้ออกมาเพื่อการควบคุมไม่ให้ เกิดการใช้ในทางที่ผิดครับ ผมก็ยืนยันในคำถามแรกของท่านศุภชัย ใจสมุทร ว่ารัฐบาลนี้ มีนโยบายกัญชาเสรีจริงครับ แต่จริงในทางการแพทย์ ทางสุขภาพ และทางเศรษฐกิจ โดยมีการควบคุม ถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้มีการควบคุมโดยกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภาแห่งนี้ชุดนี้🔗
ต่อไปเป็นคำถามที่ ๒ ท่านถามว่าเหตุใดจึงต้องปลดกัญชาออกจากการเป็น ยาเสพติดประเภทที่ ๕ เหตุผลก็คือเราต้องแยกประเด็นครับ ประเด็นกัญชาที่ใช้เสรี ทางการแพทย์ ทางสุขภาพ ทางเศรษฐกิจ กับการปลดกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติด เราต้องแยกจากกันเป็น ๒ ประเด็น แต่ผลของการปลดกัญชาออกจากยาเสพติดมันคือ การทำให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงกัญชา และใช้ประโยชน์จากกัญชา กัญชงได้ตามกฎหมาย เพื่อสุขภาพ เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และเพื่อปากท้องของพวกเขา🔗
ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า การปลดกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติดประเภทที่ ๕ ไม่ได้เป็นการพิจารณาตัดสินใจ หรือการประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยลำพัง แต่เป็นกระบวนการ ตามกฎหมายครับ เริ่มจากมีการแก้ไขประมวลกฎหมายยาเสพติด โดยรัฐสภาชุดนี้ลงมติ เป็นเอกฉันท์ มีสาระสำคัญที่มาตรา ๒๙ ของประมวลกฎหมายยาเสพติด มีการถอดพืช กัญชาออกจากยาเสพติดประเภทที่ ๕ และเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๒๙ ของประมวล กฎหมายยาเสพติดที่ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดชื่อยาเสพติด ประเภทที่ ๕ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคมที่ผ่านมา คณะกรรมการ ป.ป.ส. มีมติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขประกาศกำหนดชื่อยาเสพติดโดยไม่มีพืชกัญชา แต่กำหนดให้สารสกัดจากกัญชา ที่มีสารทีเอชซี (THC) เกินค่ากว่าร้อยละ ๐.๒ ของน้ำหนักเป็นยาเสพติดครับ🔗
ต่อมาในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งก็คือ ตัวผมนี่ละจึงได้ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุขตามมติของคณะกรรมการ ป.ป.ส. และในการประกาศลงนามปลดพืชกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติดนั้น ขอให้มีผลบังคับใช้ หลังจากประกาศไปแล้ว ๑๒๐ วัน ซึ่งก็ตกมาถึงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ การถอดพืชกัญชา ออกจากยาเสพติดประเภทที่ ๕ ผมขอเรียนย้ำอีกครั้งว่าเป็นกระบวนการที่ครบถ้วน ถูกต้อง ตามกฎหมาย มีเหตุผลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ กัญชามีประโยชน์มากกว่าโทษ ความเสี่ยงจากกัญชามีในระดับที่ไม่รุนแรงและควบคุมได้ไม่ต่างจากเหล้า ไม่ต่างจากบุหรี่ นั่นคือเหตุผลที่เราต้องการที่จะคืนกัญชาให้เป็นพืชสมุนไพรให้ประชาชนนำมาใช้การได้ ใช้การให้เป็นประโยชน์🔗
นอกจากนี้การถอดกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติดได้ลบอุปสรรคที่เป็น ข้อจำกัด สำหรับผู้ที่ต้องการทำการศึกษา วิจัย พัฒนาเทคโนโลยีการใช้กัญชา กัญชง เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ อุตสาหกรรมการแพทย์ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน หน่วยงานของรัฐ และเอกชน หรือผู้ลงทุน ผู้ประกอบการ หมอแผนโบราณ แพทย์แผนไทย หรือแม้กระทั่ง แพทย์แผนปัจจุบันที่เริ่มหันมาใช้สารสกัดจากกัญชา น้ำมันกัญชามารักษาผู้ป่วย พวกเขา เหล่านี้เขาจะไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวหรือไม่อยากมาต่อยอด มาพัฒนา มาวิจัยศึกษา ถ้าพืชกัญชง กัญชายังคงปรากฏอยู่ในรายชื่อของการเป็นยาเสพติดนะครับ ถ้ายังบัญญัติว่า กัญชาเป็นยาเสพติดอยู่นั้นการต่อยอดองค์ความรู้ทางการแพทย์แผนไทย ตำรับยาหมอ พื้นบ้านของไทยที่ใช้กัญชามานานกว่า ๓๐๐ ปีก็จะสูญหายไปครับ จะไม่มีการพัฒนาต่อไป ไม่มีการสืบทอดเพราะคำว่าการตีตราให้กัญชายังคงเป็นยาเสพติดอยู่ ไม่มีใครอยากยุ่งกับสิ่งที่ยังถูกกำหนดว่าเป็นผู้ร้าย เป็นสิ่งที่ไม่ดีนะครับ เมื่อมีการถอดกัญชา ออกจากบัญชียาเสพติดแล้วก็ปรากฏว่ามีหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนเป็นจำนวนมาก แสดงความสนใจ ศึกษา วิจัย พัฒนาพืชกัญชากัญชงเพื่อใช้ในทางการแพทย์ ทำให้เป็น พืชเศรษฐกิจใหม่เป็นจำนวนมาก มีผู้เข้าแอป (App) จดแจ้งขอมีส่วนในการนำกัญชง กัญชา มาใช้เป็นอุตสาหกรรม เป็นการทำมาค้าขายในกิจวัตรประจำวัน ปลูกเองภายในบ้าน ที่เขาเรียกว่าจดแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน (Application) ปลูกกันมากกว่า ๑ ล้านรายครับ มีผู้ที่เข้ามาวิสิต (Visit) หรือมาเยี่ยมแอปพลิเคชัน (Application) ปลูกกันกว่า ๓๐ ล้านราย ซึ่งทำให้มีการศึกษาว่าตลาดกัญชาในประเทศไทยมีมูลค่าสูงกว่า ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๕ นี้ และภายใน ๓ ปีนี้จะเพิ่มมูลค่าขึ้นไปมากกว่า ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ การปลดกัญชาออกจากยาเสพติดประเภทที่ ๕ ทำให้กัญชาที่เคยเป็นสิ่งผิดกฎหมายหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่มีมูลค่าในทางการตลาดกลับขึ้นมามีมูลค่านับหมื่นล้านบาท เป็นการสร้างความ มั่นใจให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่จะนำมาต่อยอดศึกษา วิจัย พัฒนาให้เป็นพืชเศรษฐกิจ ต่อไป สร้างรายได้สร้างโอกาสให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นถ้าหากมีการนำกัญชา กลับไปเป็นยาเสพติดอีกครั้งตามที่มีหลายท่านให้คำแนะนำมาหรือว่ามีหลายท่านที่บอกว่า ควรจะนำกลับไปมันก็จะทำให้มูลค่าทางเศรษฐกิจที่ผมได้กราบเรียนมานี้มันก็จะหดตัวลงไป คงไม่ได้หายไปทันที ไม่ได้หมดเลยเพราะว่าอย่างไรก็ตามพี่น้องประชาชนก็ยังสามารถเข้าถึง การใช้พืชกัญชง กัญชาได้ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขภายใต้พระราชบัญญัติ สาธารณสุขนะครับ แต่ว่าก็จะทำให้ความมั่นใจ ความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาต่อยอด มันลดน้อยถอยลงไป มูลค่าทางการตลาดหดตัวลงไป โอกาสการสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ เลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัวก็จะลดน้อยถอยลงไป ซึ่งก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ถ้าความพยายามของพวกเราที่จะคืนพืชกัญชา กัญชงให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย ไม่เป็นผลสำเร็จเพราะว่าเราออกกฎหมายไม่ได้นะครับ🔗
สำหรับคำถามสุดท้ายของท่านผู้ตั้งกระทู้ ท่านถามว่ามีแนวทางป้องกันการใช้ ในทางที่ผิดเพื่อควบคุมผลกระทบทางสังคม ป้องกันกลุ่มเปราะบางอย่างไรบ้าง ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้ตั้งกระทู้ดังนี้ว่าการมีกฎหมายกัญชา กัญชง หรือมี พ.ร.บ. จะเป็นการกำกับควบคุมการใช้ประโยชน์จากกัญชาได้อย่างสมบูรณ์ ตามการพิจารณาของสภา เมื่อกัญชาถูกถอดออกจากการเป็นยาเสพติดแล้วระหว่าง การพิจารณากฎหมายซึ่งกินเวลานานกว่าที่คาดไว้ เรายังมีกฎหมายระดับรองก็คือประกาศ ของกระทรวงสาธารณสุขมาบังคับใช้ครับ ในปัจจุบันเราก็ยังสามารถที่จะควบคุมการใช้ ในทางที่ผิดได้ ไม่มีการก่อให้เกิดปัญหาที่เป็นที่วิตกกังวลของสังคม ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง เมื่อเทียบกับยาเสพติดประเภทอื่น ๆ ซึ่งวันนี้เราก็ไม่ควรจะไปเทียบแล้วเพราะว่ากัญชาไม่ใช่ ยาเสพติด เราจะเอาไปเทียบกับสิ่งที่เป็นสารเสพติด ยาเสพติดมันก็เป็นการเปรียบเทียบ ที่ไม่เกิดประโยชน์อะไร เรายังมีกฎหมายระดับรองก็คือประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ผมได้ กราบเรียนไว้ก็คือการห้ามสูบในที่สาธารณะ ห้ามใช้ช่อดอกมาปรุงอาหาร ห้ามจำหน่าย ให้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า ๒๐ ปี ตอนนี้มีเพิ่มประกาศล่าสุดที่เพิ่งลงราชกิจจานุเบกษา เมื่อวานนี้ ห้ามจำหน่ายให้กับผู้ที่มีสถานะเป็นนักเรียน นักศึกษาด้วยนะครับ ผู้ประกอบการ ร้านอาหารที่จะต้องใช้ส่วนผสมของกัญชาต้องแจ้งขออนุญาตต่อกรมอนามัย ต้องแสดง สัญลักษณ์ให้ผู้บริโภคได้รับทราบนะครับ สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตรไม่สามารถใช้ประโยชน์ จากกัญชง กัญชาได้นะครับ ผู้นำกัญชาไปผลิตเป็นสินค้าต่าง ๆ ต้องขออนุญาต อย. ครับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และส่งผลการศึกษาเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย ให้กับผู้ที่มีอำนาจในการอนุมัติได้รับทราบ ตอนนี้ขอได้ทั้งจาก อย. จากกรมการแพทย์ แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หรือถ้าเป็นต่างจังหวัดก็ขอผ่านสำนักงานสาธารณสุข จังหวัด ผู้ที่ฝ่าฝืนมีหลายคนบอกว่าแล้วมีบทลงโทษไหม ในประกาศของกระทรวงสาธารณสุข มีครับ ผู้ที่ฝ่าฝืนที่ปฏิบัติขัดต่อประกาศกระทรวงสาธารณสุข มีทั้งโทษจำและโทษปรับ ความรุนแรงของโทษก็ขึ้นอยู่กับเหตุที่แตกต่างกันไปนะครับ แล้วล่าสุดก็คือการประกาศ สมุนไพรควบคุมฉบับปรับปรุงที่เน้นคุมเข้มช่อดอกจึงเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าอย่างการคุมเข้ม ช่อดอกซึ่งเป็นส่วนที่สังคมให้ความกังวลมากที่สุด เราก็ควบคุมอย่างครอบคลุมโดยที่จะ ไม่ก่อให้เกิดปัญหาใด ๆ ต่อสังคมแน่นอน ส่วนอื่น ๆ ของกัญชา ได้แก่ ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน รากใบนั้น ไม่เป็นยาเสพติดครับ ไม่เป็นมาตั้งแต่วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๓ แล้ว เนื่องจาก มีผลการศึกษาชี้ชัดว่าส่วนอื่น ๆ ของกัญชาที่ไม่ใช่ช่อดอกมีสารที่เป็นอันตรายต่ำ และไม่จัดเป็นยาเสพติดตามคำนิยามขององค์การอนามัยโลก ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ ได้ตามการกำกับของประกาศที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเราก็ออกประกาศที่เกี่ยวข้องไว้ครอบคลุม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นผมมั่นใจว่าตั้งแต่เราดำเนินนโยบายให้พี่น้องประชาชนสามารถ เข้าถึงพืชกัญชา กัญชง เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ทางสุขภาพและเศรษฐกิจได้ เรายังไม่เคยมีปัญหาอะไรที่ควบคุมไม่ได้นะครับ แล้วก็ได้รับการตอบรับอย่างมากมาย มีผู้ที่ลงทุนนำเมล็ดกันเข้ามาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างมากมาย แล้วก็ไม่มีคนไหน ที่แอบขายแบบเป็นอุตสาหกรรม คนที่ขายตามห้างร้านขึ้นเชลฟ์ (Shelf) ผลิตเป็นสินค้า เขามีใบอนุญาตทุกคน อนุญาตจาก อย. อนุญาตจากกรมการแพทย์แผนไทย อนุญาตจาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั้งหลาย ผู้ที่แอบขายคือผู้ที่จงใจทำผิดกฎหมาย ผู้ที่แอบสูบ เสพ คือผู้ที่จงใจทำผิดกฎหมายเราก็ใช้การบังคับกฎหมายไปดำเนินคดีกับพวกเขา ไม่แตกต่างกับการกระทำความผิดในเรื่องอื่น ๆ ในสิ่งที่เป็นโทษต่อพี่น้องประชาชนเรื่องอื่น ๆ ผมคิดว่าผมคงได้ตอบคำถามของท่านผู้ตั้งกระทู้ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ท่านศุภชัย ใจสมุทร และตอบคำถามให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ได้ครอบคลุม แล้วก็ยินดีที่จะตอบคำถามเพิ่มในวาระต่าง ๆ ไม่ว่าท่านจะถามในทางส่วนตัว เจอกันข้างนอกหรือจะมาถามในที่ประชุมแห่งนี้นะครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านผู้ตั้งกระทู้ที่ให้โอกาสผมได้มาชี้แจงครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านศุภชัยใจ สมุทร มีคำถามอะไรติดค้างไหมครับ เพราะท่านมีเวลาอยู่เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมใช้คำถามของผมไปหมดสิ้นแล้ว แล้วตามที่ได้เรียนไปว่าผมถาม ๓ คำถามไปครบแล้ว ก็ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้ทุ่มเททำงานเกี่ยวกับเรื่องกัญชาเพื่อพี่น้องประชาชนนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ขอใช้สิทธิพาดพิง ได้ไหมครับ พอดีมีรูปของพรรคก้าวไกลขึ้นมาตอนที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงนะครับ🔗
ผมก็บังเอิญ ไม่ได้สังเกตรูป🔗
มีรูปหัวหน้าพรรค แล้วก็พรรคก้าวไกล🔗
มันเกิดความ เสียหายไหมครับ🔗
ก็กลัว เพราะบอกว่ามีการพูดถึงการที่ พรรคการเมือง🔗
กลัวไม่ได้ ถ้าท่านคิดว่าเกิดความเสียหายประธานจะให้สิทธิในการพาดพิง🔗
เสียหายครับ🔗
แต่ถ้ามีรูป ขึ้นมาแล้วไม่ได้เกิดความเสียหายก็ไม่สามารถใช้สิทธิพาดพิงได้🔗
เสียหายได้ครับ เพราะว่าอาจจะทำให้ เกิดความเข้าใจผิดครับ🔗
เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก พรรคก้าวไกลครับ จากกระทู้ถามที่ผ่านมา เรื่องของกัญชาผมเห็นด้วยกับทางท่านรัฐมนตรีว่าพรรคก้าวไกลหรือว่าหัวหน้าพรรคของผม ก็เคยพูดถึงความสำคัญของกัญชาทางการแพทย์จริงนะครับ แต่กระบวนการตรากฎหมาย กัญชา กัญชงที่ผ่านมามันมีปัญหาเยอะ แล้วเราก็เห็นภาพปฏิบัติชัดเจนออกมาว่าในขณะที่ รัฐมนตรีพูดถึงประโยชน์ทางการแพทย์ แต่การสื่อสารออกมาส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเรื่องของ การแพทย์ มีเรื่องการทำไอศกรีม มีเรื่องการทำก๋วยเตี๋ยว มีเรื่องการทำอะไรเต็มไปหมดเลย เมื่อวานผมเปิดวิทยุรัฐสภาเจอเพลงบ้องกัญชา เมากันซึมกันอย่างนี้ครับ ทำให้ตอนนี้นโยบาย กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงไม่ได้เป็นไปในทางที่สอดคล้องกัน ดูตัวอย่างง่าย ๆ กัญชาเยอะขนาดไหน ตอนนี้ยาบ้าเหลือ ๒ บาทแล้วครับ แย่งตลาดกันเอง🔗
ท่านครับ เอาเฉพาะในส่วนที่มันพาดพิงแล้วเกิดความเสียหาย เดี๋ยวมันจะพาดพิงกันไปใหญ่นะครับ เอาเฉพาะที่มันพาดพิงแล้วมันจะเกิดความเสียหายกับพรรคของท่านครับ🔗
ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่พรรคก้าวไกล มีท่าทีที่ต้องการความรอบคอบจากรัฐบาล ไม่ใช่เพื่อจะสกัดกัญชาทางการแพทย์ เดี๋ยวจะ เข้าใจผิดว่าทำไมประเด็นที่พรรคก้าวไกลนำเสนอถึงความรอบคอบต่าง ๆ ถึงทำให้รัฐบาล ต้องกลับไปทบทวนใหม่ แล้วก็การพิจารณากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกล จะทำขัดแย้งกับนโยบายของตัวเอง แต่เราต้องการความรอบคอบแล้วให้ประชาชนได้รับ ประโยชน์มากที่สุดครับ ขอชี้แจงตามนี้ครับ🔗
ก็ไม่ได้ เกิดความเสียหายอะไรนะครับ ท่านก็ได้ชี้แจงพอประมาณแล้ว ขอบคุณนะครับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๕๓๒ เรื่อง ปัญหาความรับผิดชอบดูแลไฟฟ้า ส่องสว่างตามถนนทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงชนบท (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (เลื่อนมาจากการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพฤหัสบดีที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๕)🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถาม เรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวไป เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๕🔗
๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๕๓๘ เรื่อง ความคืบหน้าแนวทางการแก้ไขปัญหา พนักงานจ้างเหมาบริการในหน่วยงานของรัฐ (นายธีรัจชัย พันธุมาศ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วย สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงแรงงาน ได้มีหนังสือแจ้งว่าตามที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน คือท่านสุชาติ ชมกลิ่น เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๕🔗
๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๕๓๙ เรื่อง ขอทราบผลการวิเคราะห์งบประมาณ และการจ่ายเงิน รวมทั้งเสนอความคิดเห็นของหน่วยรับงบประมาณตามรัฐธรรมนูญ ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓-๒๕๖๖ (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วย สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ได้มีหนังสือแจ้งว่าตามที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าว ไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๕🔗
๑.๒.๔ กระทู้ถามที่ ๕๔๔ เรื่อง การพัฒนาและสนับสนุนงบประมาณ ด้านการกีฬา โดยการก่อสร้างสนามกีฬาเพิ่มเติมในจังหวัดพัทลุงและการจัดตั้งโรงเรียนกีฬา ประจำจังหวัดพัทลุง (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา🔗
ขณะนี้ ท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อยู่ในห้องประชุมแล้ว เชิญท่านนริศ ขำนุรักษ์ ได้ถามครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ตั้งกระทู้ถาม ต่อท่านประธานเพื่อที่จะสอบถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เรื่องการพัฒนาและสนับสนุนงบประมาณด้านการกีฬาโดยการก่อสร้างสนามกีฬาเพิ่มเติม ในจังหวัดพัทลุงและการจัดตั้งโรงเรียนกีฬาประจำจังหวัดพัทลุง ก่อนอื่นผมกราบขอบคุณ ท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ของผมในวันนี้ และกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่ได้กรุณามาตอบกระทู้ถามของผมในวันนี้ โดยที่จริงแล้ว ท่านเองก็เป็นคนทุ่มเทงานทางด้านกีฬาและการท่องเที่ยวมาถือว่าประสบความสำเร็จ พอสมควร แต่ผมคิดว่าท่านยังสามารถทำโดยเฉพาะจังหวัดพัทลุงผมคิดว่าท่านสามารถทำได้ มากกว่านี้ เพราะว่าถ้าผมจะพูดว่าพัทลุงเป็นเมืองกีฬาผมคิดว่าไม่คลาดเคลื่อนข้อเท็จจริง เพราะว่าทุกเย็นถ้าท่านทั้งหลายท่านผู้มีเกียรติผ่านจังหวัดพัทลุงจะเห็นว่าทุกสนามจะมี คนเล่นกีฬา ไม่ว่าจะเป็นสนามเล็ก ๆ ข้างถนน สนามของหมู่บ้าน ลานวัด หน้ามัสยิด สนามกีฬาตำบล จะมีคนเล่นกีฬากันอยู่เต็มเพราะว่าสิ่งนี้คือบอกได้ว่าคนพัทลุงรักกีฬา อีกเหตุผลหนึ่งก็คือจังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดที่มีการแข่งขันกีฬาประจำจังหวัด จัดมาแล้ว ๗๑ ครั้ง ปีหน้าเป็นปีที่ ๗๒ ซึ่งยาวนานต่อเนื่องมากที่สุด ไม่มีจังหวัดใดมากเท่าจังหวัดพัทลุง และไม่เพียงแต่ยาวนาน มีคนเข้าร่วมกิจกรรมนี้แต่ละปีมากมาย มีการแข่งขันรอบคัดเลือก ในระดับหมู่บ้าน รอบคัดเลือกระดับตำบล รอบคัดเลือกระดับอำเภอและประมาณวันที่ ๕ วันที่ ๖ สิงหาคม ก็จะเป็นการแข่งขันกีฬา ซึ่งคนเข้ามาร่วมกิจกรรมนี้เป็นแสน ๆ คนในทุกปี นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่จะบ่งบอกได้ว่าคนพัทลุงรักกีฬาและจังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดที่ผลิต นักกีฬาที่เป็นผู้ได้รับเหรียญทองซีเกมส์มาแล้วหลายคนหลายเหรียญ ผลิตนักกีฬาที่ได้เหรียญ เอเชียนเกมส์มาแล้วหลายคนหลายเหรียญ รวมทั้งเหรียญโอลิมปิกก็มีนักกีฬาพัทลุงที่ผลิต โดยจังหวัดพัทลุงที่เป็นคนพัทลุงได้ทำมาแล้วสำเร็จ จังหวัดพัทลุงมีนักฟุตบอลที่เป็น นักฟุตบอลทีมชาติหลายท่าน รวมทั้งนักฟุตบอลที่สังกัดสโมสรดัง ๆ อีกหลายท่าน จังหวัด พัทลุงมีนักกีฬา มีนักกรีฑาที่เป็นทีมชาติอีกหลายท่าน แต่ว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วพัทลุง ต้องยอมรับว่าเรามีสนามไม่เพียงพอ เรามีสนามที่มีลู่มาตรฐานคือลู่ยางสังเคราะห์เพียง ๒ สนามเท่านั้น ขณะนี้เราสามารถจัดกีฬาได้เพียงแต่กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ทั้งที่เรารักกีฬา แค่ไหนก็ตาม ทั้งที่คนพัทลุงทุ่มเทให้ความนิยมกีฬา แต่ว่าเราไม่สามารถจัดกีฬาแห่งชาติ ได้เลย เราไม่สามารถจัดกีฬาซีเกมส์เหมือนบางจังหวัดขณะนี้จัดได้ แล้วก็เราไม่สามารถ จัดฟุตบอลในแมตช์ (Match) ใหญ่ ๆ ได้เพราะเรามีสนามไม่เพียงพอ ผมคิดว่าสนามที่ ๑ กลางเมืองเหมาะสมแล้ว สนามที่ ๒ ที่อำเภอควนขนุนมีทางทิศเหนือของจังหวัดพัทลุงมี และเหมาะสมแล้ว ก็ยังขาดสักสนามกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าสนามที่ขาดก็คือทิศใต้ของ จังหวัดพัทลุงที่มีอำเภอกงหรา อำเภอตะโหมด อำเภอป่าบอน อำเภอปากพะยูน อำเภอบางแก้ว ถ้ามีตรงนี้อีกสักสนามให้ได้มาตรฐาน มีลู่วิ่ง ผมคิดว่าจะทำให้การกีฬาของจังหวัดพัทลุง ยกระดับขึ้น เราสามารถเป็นเจ้าภาพกีฬาใหญ่ ๆ ได้ยิ่งขึ้นและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคน ในจังหวัดพัทลุงได้มากยิ่งขึ้น ผมจึงขออนุญาตสอบถามท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่ากระทรวงและรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการก่อสร้าง สนามกีฬาเพิ่มเติมตามที่ผมได้กราบเรียนหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จากการที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้ตั้งคำถามที่ ๑ เรื่องของการที่จะก่อสร้างสนามกีฬาในจังหวัดพัทลุง โดยเฉพาะ ในทางตอนใต้ของจังหวัดพัทลุงที่อำเภอกงหรา การที่กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา โดยเฉพาะขณะที่ผมได้มารับหน้าที่โดยการมอบหมายของท่านนายกรัฐมนตรี ก็เรียนตามตรงว่าเรื่องของการจัดสรรงบประมาณ เราได้รับการจัดสรรงบประมาณ โดยคณะรัฐมนตรีเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๙ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ต้องขอเรียนตามความเป็นจริง ใน พ.ศ. ๒๕๔๕ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในขณะนี้และในอดีตก็คือกระทรวงศึกษา ได้ถ่ายโอนภารกิจการสร้างสนามกีฬาไปให้กับส่วนปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งหลังจากนั้น ก็อย่างที่ผมกล่าวคือในปี ๒๕๕๕ โดยการอนุมัติจาก ครม. เราก็ได้ทำเรื่องของของบประมาณ มาเพื่อทำการจัดสร้างสนามกีฬาประจำอำเภอ ประจำตำบล ซึ่งจังหวัดพัทลุงก็ได้สนามกีฬา ในขณะที่มีการเป็น ครม. พิเศษ ในการจัดสร้างสนามโดยการตกลงระหว่างกระทรวง ศึกษาธิการและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เราได้สร้างให้กับจังหวัดพัทลุง ๒ แห่ง ประจำอำเภอ ได้แก่ที่อำเภอควนขนุนและอำเภอกงหรา ส่วนระดับตำบลก็ได้มีการสร้าง ๒ แห่งเช่นกัน ก็คือที่ตำบลคลองทรายขาว อำเภอกงหราและสนามกีฬาตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด และขณะนี้ในปี ๒๕๖๕ ทางกรมพละได้งบประมาณในการที่จะมาสร้าง และซ่อมบำรุงเพียง ๔,๒๕๗,๔๐๐ บาท แล้วก็ในปี ๒๕๖๖ เราได้งบประมาณมาเพียง ๙,๒๐๙,๔๐๐ บาท ซึ่งขณะนี้ก็ต้องขอกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าขณะนี้กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาโดยกรมพละได้นำเสนอขออนุมัติหลักการแผนการก่อสร้างสนามกีฬา ประจำอำเภอ ระยะที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๖๗ ถึง พ.ศ. ๒๕๗๖ และก่อสร้างสระว่ายน้ำ ก่อสร้าง ลานกีฬาและนันทนาการชุมชนจากคณะรัฐมนตรี ซึ่งระยะเวลา ๑๐ ปี เป็นวงเงิน ๗,๒๕๒,๐๐๐ ล้านบาท ก็เฉลี่ยว่าปีหนึ่งประมาณสัก ๗๒๐ ล้านบาทโดยประมาณนะครับ ซึ่งตรงนี้ผมก็อยากจะฝากให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่านว่าสิ่งเหล่านี้ทางกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ทางกรมพละ ยังต้องขอความอนุเคราะห์จากท่านสมาชิก ช่วยอภิปรายของบประมาณในส่วนนี้ เพราะจริง ๆ ในส่วนนี้ส่วนที่สำคัญนอกเหนือจาก สนามกีฬาแล้วก็ยังมีเรื่องของสระว่ายน้ำ ซึ่งผมคิดว่าพวกเราที่นั่งใน ณ ที่นี้ แล้วก็ผู้ชมที่อยู่ ทางบ้านคงทราบดีว่าขณะนี้เรามีเยาวชนอายุต่ำกว่า ๑๕ ปีที่เสียชีวิตจากการจมน้ำ ปีหนึ่ง ไม่น้อยกว่า ๘๐๐-๑,๐๐๐ คน และถ้าหากว่ารวมทุกเพศ ทุกวัย ทุกอายุ ปีหนึ่งเราจะมี ผู้ที่เสียชีวิตจากการจมน้ำประมาณ ๒,๕๐๐-๓,๐๐๐ คน นี่คือสิ่งที่เกิดความสูญเสีย แต่ที่น่าเสียใจที่สุดก็คือเยาวชนที่อายุต่ำกว่า ๑๕ ปีต่อปี ๘๐๐-๑,๐๐๐ คน ตรงนี้ผมก็อยากจะให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติช่วยอภิปรายและขอให้สำนักงบประมาณ สภาพัฒน์ ช่วยผ่านเรื่องงบประมาณที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเรานำเสนอ หากว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาโดยกรมพละได้งบประมาณตรงนั้นมา จากที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติขอมาผมมั่นใจว่าในการสร้างสนามกีฬานี้เราประมาณการว่า ๑ ปีเราสามารถ สร้างไม่ต่ำกว่า ๕๐ สนามกีฬา ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ตัวผมเองก็คงจะกระจายไปสู่จังหวัดต่าง ๆ ทั้ง ๗๗ จังหวัดในแต่ละปีให้ครบถ้วนบริบูรณ์ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญท่านนริศ ถามคำถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นริศ ขำนุรักษ์ จากการที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ตอบคำถามของผมข้อที่ ๑ ผมก็ได้ทราบตัวเลขว่างบประมาณที่ท่านได้รับน้อยมากนะครับ จึงขอแสดงความเห็นใจ ต่อท่านว่าท่านได้รับงบประมาณในการบริหารน้อยจากรัฐบาล และประการที่ ๒ ผมพร้อม ที่จะอภิปรายสนับสนุนในทุกขั้นตอนสำหรับการของบประมาณให้กับกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาเพื่อให้สามารถได้ก่อสร้างสนามกีฬาตามที่ผมร้องขอได้ ผมเข้าสู่คำถามที่ ๒ นะครับ เรื่องโรงเรียนกีฬา โรงเรียนกีฬาผมกราบเรียนท่านประธานว่ามีรูปแบบอยู่ก็คือโรงเรียน เป็นของท้องถิ่น คือเป็นของเทศบาลทั้งหมดมีอยู่ ๒ ที่ เป็นของ อบจ. อยู่ ๒ ที่ เป็นของ คตม. อยู่ ๑ ที่ โรงเรียนกีฬาเป็นของกระทรวงกีฬาอยู่ทั้งหมด ๑๓ ที่ รวมแล้วประเทศนี้ มีโรงเรียนกีฬาอยู่ ๑๘ ที่ ๑๘ ที่กับคนทั้งประเทศ ๗๐ กว่าจังหวัด คน ๖๐ ล้านคน ๗๐ ล้านคนผมว่าไม่เพียงพอครับ ผมจึงอยากเห็นโรงเรียนกีฬาเกิดขึ้นอีกไม่ว่าจะอยู่ใน รูปแบบของท้องถิ่นหรือรูปแบบของในกระทรวงกีฬา เพราะว่าการได้สร้างกีฬาเราสามารถ ผลิตนักกีฬาซีเกมส์ นักกีฬาเอเชียนเกมส์ เราสามารถผลิตนักกีฬาโอลิมปิกเพิ่มมากขึ้นถ้าเรา มีโรงเรียนกีฬา ซึ่งสามารถทำหน้าที่ผลิตนักกีฬาโดยตรง สำหรับจังหวัดพัทลุงผมร้องขอมา ในหลายวาระนะครับ เพราะว่าผมพบว่าโรงเรียนมัธยมทั้งขนาดเล็ก ทั้งขนาดกลางในจังหวัด พัทลุงมีความเหมาะสม และโรงเรียนเองเขาพร้อมที่จะแปรรูปตัวเองเป็นโรงเรียนกีฬา ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนชะรัดชนูปถัมภ์ โรงเรียนปากพะยูนพิทยาคาร รวมทั้งโรงเรียนศึกษา สงเคราะห์ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ ก็มีความเหมาะสมที่จะกลายมาเป็นโรงเรียนกีฬา โรงเรียน ประชาบำรุง โรงเรียนวชิรธรรมสถิต และอีกหลายโรงครับ มีความพร้อม มีศักยภาพเพียงพอ ครู นักเรียนก็พร้อมที่จะมาเป็นโรงเรียนกีฬานะครับ เพียงแต่ว่าท้องถิ่นเข้าไปดำเนินการหรือ กระทรวงกีฬาเข้าไปเป็นพี่เลี้ยงเพื่อจัดทำให้เกิดความสำเร็จขึ้น ผมเรียนกับท่านประธานว่า การมีโรงเรียนกีฬา การมีการแข่งขันกีฬามันเป็นการเชื่อมกันระหว่างกีฬากับการท่องเที่ยวได้ หลายเมืองในโลกนี้คนนิยมเข้าไปเที่ยวเพราะสร้างชื่อเสียงจากกีฬา ไม่ว่าจะเป็นเมืองโอซาก้า เมืองฮอกไกโด ก็เป็นเมืองที่มีการแข่งขันกีฬา สร้างชื่อเสียงจากกีฬา คนไปเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น เมืองเซาแธมป์ตัน เมืองแมนเชสเตอร์ เมืองลิเวอร์พูล คนไปเที่ยวเพราะว่าเป็นเมืองของ การกีฬา เมืองมิลาน เมืองมิวนิก เมืองบาร์เซโลนา เมืองมาดริด เมืองเหล่านี้ก็เป็นเมืองที่ คนมีชื่อเสียงจากกีฬาและทำให้เกิดการท่องเที่ยว ผมคิดว่าจังหวัดพัทลุงผมก็เป็น อีกจังหวัดหนึ่งถ้ามีการแข่งขันกีฬา มีนักกีฬามีการแข่งขันกีฬาดี ๆ นอกจากจังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นเมืองที่มีธรรมชาติที่สวยงาม มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายแล้วถ้ามีกีฬาขึ้นมา อีกสักอย่างหนึ่งจะทำให้คนไปเที่ยวจังหวัดพัทลุงเพิ่มมากขึ้น อีกประการหนึ่งกีฬาสามารถทำรายได้ให้กับนักกีฬาเอง ทำรายได้ให้กับประเทศชาติ ได้อีกมากมายถ้าเราผลิตนักกีฬาได้ เขาว่าประเทศบราซิลรายได้เข้าประเทศที่สำคัญก็คือ รายได้จากนักเตะของบราซิลที่ไปอยู่ในต่างประเทศและส่งเงินกลับ รายได้สโมสรไม่กี่สโมสร รวมกันสัก ๑๐ สโมสร ๑ ถึง ๑๐ ของโลกนี้มีรายได้มากกว่างบประมาณแผ่นดินของ ประเทศเรา ผมคิดว่าการสนับสนุนกีฬา การให้มีสนามกีฬา การให้มีโรงเรียนกีฬาจะเป็นการ สร้างกีฬาให้กับจังหวัดพัทลุงให้คนพัทลุงได้มีคุณภาพมากขึ้น ให้พัทลุงสามารถผลิตนักกีฬา ดี ๆ เพื่อไปแข่งขันในซีเกมส์ เอเชียนเกมส์และโอลิมปิก และสำคัญจะทำให้จังหวัดพัทลุงได้มี ชื่อเสียงให้คนเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดพัทลุงมากยิ่งขึ้นครับท่านประธาน ผมจึงขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอให้ท่าน ช่วยสนับสนุนทั้งเรื่องของสนามกีฬาในจังหวัดพัทลุงที่ผมขอเพิ่มเติมกับโรงเรียนกีฬาที่ผม ร้องขอว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นความต้องการยิ่งของคนจังหวัดพัทลุง กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ กราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ก็ต้องขอขอบคุณ เป็นเบื้องต้นท่าน ส.ส. นริศที่จะช่วยอภิปรายในสภาในเรื่องของงบประมาณนะครับ นี่ก็เป็น ข้อจำกัดประเด็นแรกนะครับ ส่วนเรื่องของโรงเรียนกีฬาที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ถาม ตัวผมเองก็ต้องขอเรียนว่าเรื่องนี้ตัวผมเองได้หารือกับทางมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติว่า เป็นไปได้ไหมจะขอเอาโรงเรียนพรหมพินิตชัยบุรีมาเป็นต้นแบบในลักษณะไม่ใช่โรงเรียนกีฬา เต็มรูปแบบแต่เป็นกึ่งหนึ่งคือยังอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการแต่เราจะเอาต่อยอดเรื่องของกีฬา เข้าไปเพื่อการสนับสนุนตรงนั้น ซึ่งจากการหารือทางมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ ได้ตอบกลับมาว่าในจังหวัดตรัง ในจังหวัดนครศรีธรรมราชเขามีโรงเรียนกีฬาไว้เรียบร้อยแล้ว ก็อยากจะให้น้อง ๆ ในจังหวัดพัทลุงไปเรียนในจังหวัดข้างเคียง โอเค (OK) นั่นคือคำตอบ ที่ทางมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติตอบตัวผมมา ซึ่งหลังจากที่มีการตอบมาผมก็เข้าใจ ในเรื่องของปัญหาเพราะว่าจริง ๆ อันนี้เป็นเรื่องของมติ ครม. ในปี ๒๕๓๓ ว่าให้มีโรงเรียน กีฬา ๑๓ แห่ง แล้วก็อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติพูดเพิ่มเติมอีก ๕ แห่ง ก็เป็น ๑๘ แห่ง และมีทั้งหมดเพิ่มไปอีก ๑๗ วิทยาเขตของมหาวิทยาลัยการกีฬา ซึ่งถ้าในลักษณะแบบนั้น เราไม่สามารถเดินได้ ผมก็ได้มีการหารือกับทางอธิบดีกรมพลศึกษาว่าถ้าในลักษณะอย่างนี้ เราสามารถเข้าไปสนับสนุน โดยเฉพาะผมขอยกตัวอย่างโรงเรียนพรหมพินิตชัยบุรีก่อน เราอยากจะได้ว่าสตาร์ต (Start) จุดแรกให้ได้ เมื่อจุดแรกเราทำสำเร็จผมคิดว่า ๒ ๓ ๔ ๕ ก็น่าจะเดินได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ทางอธิบดีกรมพลศึกษาก็จะลงไปหารือเป็นการเบื้องต้น แต่ที่สำคัญที่สุดเมื่อเราได้รับงบประมาณก็คงจะต้องนำงบประมาณส่วนหนึ่งเข้าไปสนับสนุน และจุนเจือที่โรงเรียนพรหมพินิตชัยบุรี เพราะทราบว่าทางโรงเรียนขณะนี้ก็คือ ขาดสภาพคล่องทั้งที่มีนักเรียนถึง ๒๙๗ คน สิ่งเหล่านี้ผมก็จะรับไว้เป็นการบ้านนะครับ ซึ่งตัวผมเองก็ได้มีการติดตามมาตลอดเวลา ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมก็ได้มีการประสานกับ ทาง ผอ. โรงเรียนพรหมพินิตชัยบุรีเป็นการส่วนตัวโดยผ่านพรรคพวกอีกคนหนึ่งว่าโอเค (OK) ถ้าลักษณะอย่างนี้จะให้ทางกระทรวงเราช่วยอย่างไร ก็คงจะต้องมีช่องทางเดียวได้ก็คือต้องให้กรมพละเข้าไปเพื่อดูในเรื่องของคำว่า เยาวชน ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นไปได้ อีกส่วนหนึ่งผมก็คงจะต้องหาเวลาเพื่อหารือกับท่านรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการว่าตรงนี้เราจะมาร่วมลงนามในเอ็มโอยู (MOU) ในการที่จะต่อยอด เป็นรายจังหวัด เป็นบางโรงเรียนที่เขามีความพร้อม โดยเฉพาะในจังหวัดพัทลุงอย่างที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติกล่าวมา แน่นอนครับจังหวัดพัทลุงเราได้สร้างนักกรีฑาระดับ เอเชียนเกมส์ ซีเกมส์ แล้วก็มีเทควันโด มีฟุตบอลในหลาย ๆ ชนิดกีฬา ซึ่งเป็นที่เชิดหน้าชูตา ของประเทศไทย และเป็นที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัดพัทลุง ซึ่งตัวผมเองก็ไม่ได้ว่าละเลยไม่ได้ นำกีฬาลงไปที่จังหวัดพัทลุง ก็ที่ผ่านมาสักไม่เกิน ๒ เดือน ผมก็เอาโครงการ แอร์ ซี แลนด์ เซาต์เทิร์น สปอร์ต ทัวริซึม เฟสทิวัล (Air Sea Land Southern Sports Tourism Festival) ไปจัดที่พัทลุง ซึ่งตรงนั้นก็ได้รับความนิยมมากพอสมควร ก็คือมีการแข่งขันทั้งกีฬา ทางอากาศ ทางบกและทางน้ำ🔗
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือการวิ่งตามภูมิประเทศหรืออาจจะเรียกว่าอัลตรา เทรล ไทยแลนด์ ๒๐๒๐ ซีรีส์ พัทลุง (Ultra-Trail Thailand 2020 Series Phatthalung) ซึ่งเรา จัดไป ๒ ครั้งแล้ว ปีหน้าก็น่าจะจัดเป็นครั้งที่ ๓ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมอยากจะให้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติในจังหวัดพัทลุง คือท่านนริศ ขำนุรักษ์ ซึ่งการจัดวิ่งอยู่ในพื้นที่ของท่าน อยากจะ ให้ท่านมาช่วยสนับสนุนและมาเป็นกองเชียร์ให้กับทีมนักวิ่งด้วย ซึ่งตรงนี้ผมขอเชิญท่าน ผ่านสภา ณ ที่แห่งนี้ ซึ่งผมคิดว่าสิ่งต่าง ๆ ตัวผมเองก็คงจะต้องหารือกับท่านนริศ เป็นการส่วนตัวอีกครั้งหนึ่งว่าเราจะแก้ปัญหาเรื่องของโรงเรียนกีฬาได้อย่างไร แต่ในเบื้องต้น ผมเชื่อว่าเราต้องพยายามช่วยกันเพื่อจะนำให้ไปถึงจุดที่สำเร็จให้ได้เพราะถือว่านั่นเป็น ต้นแบบของโรงเรียนกีฬาแบบกึ่งคือเป็นของกระทรวงศึกษาธิการและมีการต่อยอด โดยกรมพลศึกษา ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการถามตอบกระทู้ทั่วไปนะครับ ของท่าน ส.ส. นริศ ขำนุรักษ์ ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่กรุณา ให้เกียรติกับสภาเราแล้วมาตอบชี้แจงให้ท่านสมาชิกและพี่น้องประชาชนได้รับทราบ ขอขอบคุณครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
เรียนท่านสมาชิกว่ากระทู้ถามแยกเฉพาะนั้นได้มีการถามตอบที่ห้อง กระทู้ถามแยกเฉพาะที่บริเวณชั้น ๑ ไปแล้วนะครับ🔗
นายชวน หลีกภัย (ประธานสภาผู้แทนราษฎร : ท่านสมาชิกที่เคารพครับ วาระของห้องนี้ก็เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะเพื่อเป็นประโยชน์เป็นความรู้กับพี่น้องประชาชน ไม่เสียเวลาก็เรียนให้ทราบว่ากระทู้ถามแยกนั้นเป็นกระทู้ถามที่เพิ่งกำหนดไว้ในสภา ชุดปัจจุบันนี้ ซึ่งกำหนดไว้เพื่อให้มีการตั้งกระทู้ถามแยกต่างหากจากห้องประชุมใหญ่และ กำหนดให้กระทู้ถามนี้ประธานต้องแจ้งให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถามตอบ ภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ส่งไปยังนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีนะครับ แล้วก็กำหนดไว้ว่า หากไม่สามารถตอบได้จนสิ้นวาระประชุมก็ต้องไปตอบในราชกิจจานุเบกษา เพราะฉะนั้น อันนี้ก็เป็นข้อบังคับที่กระทู้ถามแยกกำหนดไว้เป็นพิเศษ ส่วนวิธีกระทู้ถามนั้น เนื่องจากเป็น กระทู้ลักษณะเฉพาะเรื่อง เฉพาะพื้นที่ เฉพาะบุคคลหรือสมาชิกระบุว่าให้ตอบกระทู้ถาม เพราะฉะนั้นกำหนดเวลาที่ข้อบังคับกำหนดไว้ก็คือต้องถามและตอบให้เสร็จภายใน ๒๐ นาที และโดยข้อบังคับที่เรานำข้อบังคับมาใช้โดยอนุโลมก็คือให้ถามได้ ๒ ครั้ง ก็เรียน เพื่อทราบ เพราะฉะนั้นก็แบ่งกันฝ่ายละ ๑๐ นาที ฝ่ายผู้ถาม ๑๐ นาที ผู้ตอบ ๑๐ นาที จะได้บริหารเวลาครับ ก็เรียนให้ที่ประชุมทราบและพี่น้องประชาชนได้รับทราบ วันนี้ได้บรรจุ กระทู้ถามว่าไว้ ๖ กระทู้แยกเฉพาะครับ ผมขอเรียนว่าเราลำดับเพื่อสะดวกในการตอบกระทู้ถาม ความสะดวกของรัฐมนตรีและ ส.ส. ที่ตั้งกระทู้ถาม ก็เรียงลำดับใหม่ว่า🔗
ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๗๓ เรื่อง การสร้างถนนคู่ขนาน เลียบทางรถไฟตลอดเส้นทางในพื้นที่จังหวัดพัทลุง (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมอบหมายให้ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ🔗
ซึ่งบัดนี้ท่านรัฐมนตรี ได้มาแล้วนะครับ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม เรื่อง การสร้างถนนคู่ขนานเลียบทางรถไฟตลอดเส้นทางในพื้นที่จังหวัด พัทลุง ขอเชิญท่านนริศครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ตั้งกระทู้ถาม แยกเฉพาะ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๕ เพื่อกราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร สอบถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่อง การก่อสร้างถนนคู่ขนานเลียบทางรถไฟ ตลอดสายในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ความละเอียดปรากฏตามเอกสาร ผมขออนุญาตเรียน กับท่านประธานว่าในยุคสมัยก่อนเมืองหลวงที่เป็นเมืองเศรษฐกิจของแต่ละเมืองจะเป็น เมืองท่าหรือเมืองริมทะเลเป็นส่วนใหญ่ พัทลุงก็เมืองหลวงพัทลุงก็อยู่ริมทะเล เพราะว่า เราสัญจรไปมาขนส่งสินค้าโดยเรือ ถัดมาอีกยุคหนึ่งยุคของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ มีเส้นทาง รถไฟกระจายอยู่ทั่วประเทศผ่านเมืองสำคัญ ๆ หลายเมือง เมืองหลวง เมืองท่า เมืองเศรษฐกิจก็มาอยู่ริมรถไฟเหมือนกับจังหวัดพัทลุง เมืองหลวงหรือพัทลุงก็ย้ายจาก ริมทะเลมาอยู่ที่ริมทางรถไฟ จนมาถึงยุคปัจจุบันคือยุคที่มีเส้นทางรถยนต์ เมืองหลวง เมืองท่า เมืองการท่องเที่ยว ชุมชน เมืองเศรษฐกิจ และเมืองอุตสาหกรรม ก็มาอยู่ริม ทางหลวงเสียทั้งสิ้น เมืองของพัทลุงที่เป็นเมืองท่าเก่า เมืองรถไฟเก่า ก็กลายเป็นเมืองที่ ซบเซาเหมือนกับทั่ว ๆ ไป พูดเฉพาะเส้นทางรถไฟในจังหวัดพัทลุงมีความยาวโดยประมาณ ๘๐ กิโลเมตรจากริมทิศเหนือสุดของจังหวัดไปยังทิศใต้สุดก่อนเข้าสถานีรถไฟพัทลุงก็คือ สถานีรถไฟชะอวด ซึ่งท่าน ส.ส. นครศรีธรรมราช ท่านอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ก็เป็นเจ้าของ พื้นที่สถานีรถไฟชะอวด สถานีแรกที่เข้ามาในจังหวัดพัทลุงคือสถานีแหลมโตนดเป็นสถานี ที่ใหญ่มากในอดีต แต่ปัจจุบันสถานีนี้จะเชื่อมต่อกับอำเภอป่าพะยอมและมหาวิทยาลัยทักษิณ เพราะว่ามหาวิทยาลัยทักษิณตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับสถานีแหลมโตนด ๒. สถานีรถไฟปากคลอง ซึ่งจะเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวคือทะเลน้อย ๓. สถานีรถไฟในเมืองพัทลุงซึ่งเป็นชุมชนใหญ่ ที่ขยายตัวไม่ได้แล้ว ๔. สถานีรถไฟเขาชัยสนก็เชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวแหลมจองถนน ๕. คือสถานีบางแก้วเป็นสถานีที่เชื่อมต่อกับทะเลสาบหมู่เกาะสี่ เกาะห้า ๖. สถานีควนพระ ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่ของจังหวัดพัทลุงในอดีตพอ ๆ กับสถานีที่ ๗ คือควนเคี่ยม ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่ เช่นกัน แล้วก็สถานีหารเทาเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนขนาดใหญ่ ในอำเภอปากพะยูน สุดท้ายสถานีที่ ๙ คือสถานีโคกทรายของอำเภอป่าบอน แล้วก็เข้าสู่หาดใหญ่ ทั้ง ๙ สถานี ผมคิดว่าถ้ามีถนนซึ่งเป็นทางหลวงคู่ขนานสถานีรถไฟ ๘๐ กิโลเมตร ถ้ามีทางหลวงได้อีก ๒ เส้นทางคู่ขนานกันไป โดยทางหลวงชนบทก็ได้ โดยกรมทางหลวงก็ได้ หรือให้ดีที่สุด ก็โดยรถไฟนั่นละครับ ทำถนนคู่ขนานไป ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องชาวจังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นเมืองที่รถไฟผ่านแล้วซบเซาอยู่ในขณะนี้ให้กลับมาเติบโตเป็นเมืองที่คึกคัก เป็นเมือง เศรษฐกิจได้อีกครั้งหนึ่งก็ด้วยเหตุที่รถไฟจะทำถนนคู่ขนานให้นะครับ ผมจึงขออนุญาต ได้สอบถามท่านรัฐมนตรี ซึ่งผมกราบขอบพระคุณท่านวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ที่ได้กรุณา มาตอบว่ากระทรวงคมนาคมมีนโยบายจัดทำโครงการก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟตลอดเส้นทาง ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง เพื่อประโยชน์ในการใช้เส้นทางคมนาคมและขนส่งให้ประชาชนหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดเป็นคำถามครับท่านประธาน🔗
ก่อนที่รัฐมนตรีจะตอบ ผมขออนุญาตไม่ได้ประกาศชื่อท่านผู้ที่มาให้ข้อมูล ท่านดอกเตอร์วีรเดช ชีวาพัฒนานุวงศ์ ครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานชวน หลีกภัย ที่เคารพ ผม นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มาตอบ กระทู้แทน ผมขออนุญาตตอบดังนี้🔗
คำถาม กระทรวงคมนาคมมีนโยบายจัดทำโครงการก่อสร้างถนนเลียบทาง รถไฟตลอดเส้นทางในพื้นที่จังหวัดพัทลุง เพื่อประโยชน์ในการใช้เป็นเส้นทางคมนาคมและ การขนส่งของประชาชนหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด🔗
คำตอบ กระทรวงคมนาคมขอเรียนว่าปัจจุบันถนนเลียบทางรถไฟในพื้นที่ จังหวัดพัทลุงประกอบด้วยถนนในความรับผิดชอบของ ๓ หน่วยงานคือ ทางหลวงแผ่นดิน ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง ทางหลวงชนบทในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง ชนบท และถนนท้องถิ่นในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนของ กรมทางหลวงขอเรียนว่าที่ดินเขตทางรถไฟอยู่ในความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งสงวนไว้เพื่อกิจการรถไฟ กรมทางหลวงไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟ ในเขตที่ดินทางรถไฟได้ หรือหากจะก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟบริเวณด้านนอกซึ่งติดกับ ที่ดินเขตทางรถไฟก็จำเป็นต้องมีการเวนคืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตลอดข้างแนวทางเส้นทาง รถไฟซึ่งจะกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก และอาจมีการคัดค้านจากประชาชน อย่างรุนแรง นอกจากนั้นถนนเลียบทางรถไฟจะทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพิ่มสูงยิ่งขึ้น อันเนื่องมาจากการเข้าออกถนนโดยการตัดข้ามทางรถไฟ อย่างไรก็ตาม กรมทางหลวงมีโครงข่ายทางหลวงสายหลักที่วางตัวไว้ในแนวเหนือ ใต้ ในลักษณะขนาน ไปกับทางรถไฟและผ่านพื้นที่เขตจังหวัดพัทลุง หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑ สายสี่แยกปฐมพร-พัทลุง และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ สายกรุงเทพมหานครจุดผ่านแดน ถาวรสะเดา ซึ่งปัจจุบันโครงข่ายทางหลวงดังกล่าวเป็นทางขนาน ๔ ช่องจราจร และสามารถ รองรับการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นกรมทางหลวงจึงไม่มีนโยบายในการก่อสร้าง ถนนเลียบทางรถไฟในพื้นที่จังหวัดพัทลุงแต่อย่างใด ในส่วนของกรมทางหลวงชนบทขอเรียนว่า สำหรับถนนเลียบทางรถไฟมีจำนวนทั้งสิ้น ๒ สายทางคือ ๑. สายทาง พท. ๔๐๐๙ แยกทางหลวง หมายเลข ๔๐๔๘ ถึงถนนท่าสำเภาใต้ อำเภอเมืองจังหวัดพัทลุง ระยะทาง ๔๗๐ กิโลเมตร สภาพผิวจราจรเป็นถนนลาดยางกว้าง ๖ เมตร ไหล่ทางกว้าง ๑.๕ เมตร ๒. สาย พท. ๕๐๒๒ แยกทางหลวงชนบท พท. ๔๐๐๔ ถึงบ้านบางแก้ว อำเภอปากพะยูน ระยะทาง ๕.๕๖๐ กิโลเมตร สภาพผิวจราจรเป็นถนนลาดยางกว้าง ๖ เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ ๑ เมตร ดังนั้น กรมทางหลวงชนบทจึงไม่มีนโยบายในการก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟในพื้นที่จังหวัดพัทลุง แต่อย่างใด ในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่มีแผนงานและโครงการก่อสร้าง ถนนเลียบทางรถไฟตลอดเส้นทางในพื้นที่จังหวัดพัทลุงแต่อย่างใด แต่หากมีหน่วยงานใด ที่มีความประสงค์จะขอใช้พื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อก่อสร้างถนนดังกล่าว ก็สามารถยื่นเรื่องให้การรถไฟแห่งประเทศไทยพิจารณาอนุญาตได้ โดยดำเนินการ ตามระเบียบของการรถไฟแห่งประเทศไทย และต้องไม่ขัดต่อโครงการในอนาคตของการรถไฟ แห่งประเทศไทย เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ เป็นต้น ทั้งนี้หน่วยงานที่ขอใช้ต้องเป็น ผู้จัดหางบประมาณและรับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านนริศถามได้อีกคำถามครับ เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธาน ผม นริศ ขำนุรักษ์ ขออนุญาตเป็นข้อเสนอแนะท่านรัฐมนตรีครับ ผมเป็นผู้แทนราษฎรของจังหวัดพัทลุง มายาวนาน เห็นพื้นที่ของการรถไฟฟ้ากว้างขวาง ๒ ข้างทางรถไฟ ผมคิดว่าถ้าจะได้นำมาพัฒนา ก็จะได้พัฒนาบ้านเมือง พัฒนาประเทศได้มากยิ่งขึ้นทำให้เมืองที่เดิมซบเซาลงจากเคยรุ่งเรือง กลับมารุ่งเรืองได้อีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าผมขออนุญาตอย่างนี้ว่าทุกสถานีรถไฟในจังหวัดพัทลุง ที่ผมกล่าวแล้วอาคารสถานีรถไฟสวยงามมาก เพราะว่าบางสถานีสร้างตั้งแต่สมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยสดงดงาม ผมอยากให้อนุรักษ์ไว้ให้ปรับปรุง ซ่อมแซม ที่คงสภาพเดิมไว้นะครับ ๒. พื้นที่ของการรถไฟที่นอกเหนือจากรางรถไฟแล้วที่ว่างเปล่า ผมอยากให้ปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มสีเขียว เหมือนจังหวัดพัทลุงผมก็มีต้นพะยอมเป็นต้นไม้ ประจำจังหวัด เพิ่มพื้นที่สีเขียวแทนที่จะเว้นว่างไว้เปล่า ๆ หรือว่าให้จัดสวนหย่อม เพื่อประชาชนได้พักผ่อนหย่อนใจ ทำเป็นพื้นที่ให้คนใช้ประโยชน์ร่วมกัน อาจจะทำตลาด เพื่อการค้าขาย หรือทำที่ออกกำลังกาย ผมอยากให้สถานีรถไฟพัทลุงบางสถานีขยายใหญ่ขึ้น แล้วก็ให้รถไฟขบวนสำคัญได้จอด ขบวนทักษิณารัถย์ที่ท่านประธานร้องขอให้ไปเดินใน ภาคใต้จังหวัดพัทลุงจอดสถานีเดียวนะครับ ผมอยากให้จอดที่สถานีหารเทาด้วย ซึ่งเป็นสถานี รถไฟใหญ่กับที่สถานีรถไฟแหลมโตนด เพราะว่านักศึกษาหลายพันคนที่มาเรียน ที่มหาวิทยาลัยทักษิณใช้สถานีนี้ แต่ว่ารถทักษิณารัถย์ไม่จอด ไปจอดในเมืองที่เดียวต้องนั่งรถ ย้อนกลับมาร่วม ๔๐-๕๐ กิโลเมตร และนอกจากนั้นผมคิดว่าที่ของการรถไฟ แห่งประเทศไทยแม้การรถไฟแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถจัดสรรงบประมาณ หรือทำโครงการใด ๆ ได้ ผมคิดว่าลองดูว่าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้ประโยชน์ หรือให้เช่าทำประโยชน์ ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ ๒. ให้เอกชนลงทุนปลูกต้นไม้แทนที่ว่า รัฐไปลงทุนแล้วก็เอกชนก็จะได้ต้นไม้ แล้วก็ ๓. จังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดที่เป็นเมืองหลวง ปศุสัตว์ภาคใต้ ผมว่าที่รถไฟปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ได้ให้เอกชนเช่า เพราะว่าขณะนี้จังหวัดพัทลุง เป็นจังหวัดที่เรามีรายได้จากการปศุสัตว์สูงเท่า ๆ กับรายได้จากพืช ผมจึงยังเห็นว่าหากการ รถไฟแห่งประเทศไทยจะได้ทบทวนอาจจะแก้กฎหมาย แก้ระเบียบให้เอกชน ให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปใช้ประโยชน์ในทางรถไฟได้ก็จะเป็นประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ให้กับบ้านเมือง ให้กับจังหวัดพัทลุงของผมได้มากยิ่งขึ้น ที่จริงการรถไฟแห่งประเทศไทย ก็พัฒนามาเรื่อย สถานีรถไฟทุกวันนี้ก็สวยขึ้นทุกสถานี หลายสถานีก็จัดสวนหย่อมเอง แต่ว่า ด้วยเงินงบประมาณไม่มากนัก แต่ผมคิดว่าการรถไฟมีศักยภาพมากกว่านั้น สามารถทำสถานี รถไฟได้สวยกว่านั้น และประการสำคัญควรจะได้พิจารณาเรื่องการจอดรถขบวนสำคัญให้กับ จังหวัดพัทลุงอย่างน้อย ๓ สถานี ที่ผมร้องขอนะครับ กราบขอบคุณท่านประธานที่กรุณาบรรจุ กระทู้ถามแยกเฉพาะของผมในวันนี้ กราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่กรุณามาตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะของผมในวันนี้ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีเชิญเลยครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ถามในเชิงลึกนะครับ ผมก็อยากจะให้เจ้าหน้าที่ของ กระทรวงคมนาคมตอบแทนผมครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีครับ ต้องตอบเอง ให้เขาให้ข้อมูลได้ครับ ท่านเขียนข้อมูลให้ท่านรัฐมนตรีอ่านก็ได้ครับ🔗
เรื่อง ๓ สถานี จะรับเรื่องไปปรับปรุงแล้วก็แก้ไขในเชิงอนุรักษ์ของพัทลุงผมคิดว่าทางรถไฟ น่าจะพัฒนา แล้วก็ทำให้พัทลุงได้มีศักยภาพ แล้วก็มีความเจริญรุ่งเรืองกลับมาคืนที่จังหวัด พัทลุงครับ ขอบคุณครับ🔗
ประเดี๋ยวผมแนะนำนะครับ เพื่อประโยชน์ของทั้ง ๒ ฝ่าย ประเดี๋ยวท่านนริศประสานกับท่านดอกเตอร์วีรเดช ท่านเป็น วิศวกรใหญ่ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณท่านนริศนะครับ🔗
ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๖๒ เรื่อง การขยายถนนเลียบคลอง ชลประทานหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลหนองอ้อ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ให้เป็น ๔ เลน (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย🔗
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา แจ้งว่าติดภารกิจ สำคัญขอเลื่อนตอบวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๕🔗
ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๖๓ เรื่อง การบริหารจัดการถ่ายโอน ภารกิจการดูแลถนนแขวงทางหลวงนครปฐม (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มอบหมายให้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการเป็นผู้ตอบ รัฐมนตรีช่วยว่าการแจ้งว่าติดภารกิจ สำคัญไม่สามารถมาตอบได้ ขอเลื่อนไปตอบวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๕🔗
ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๗๑ เรื่อง ขอให้ตรวจสอบการดำเนินงาน ของกรมศุลกากร กรณีตรวจสอบที่มานาฬิกาข้อมือหรูของรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ (นายธีระชัย พันธุมาศ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็นผู้ตอบ รัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นผู้ตอบ รัฐมนตรีสันติแจ้งว่าติดภารกิจสำคัญไม่สามารถตอบกระทู้ได้ ขอเลื่อนออกไปในคราวถัดไป🔗
ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๗๒ เรื่อง ขอให้ประกาศเขตพันธุ์สัตว์ป่า เขาบรรทัดให้เป็นมรดกโลก (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
รัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา แจ้งว่าติดภารกิจสำคัญ ขอเลื่อนตอบกระทู้ถาม ออกไปวันพฤหัสบดีที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๕🔗
ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๗๖ เรื่อง ขอทราบผลสัมฤทธิ์ ตามค่าเป้าหมาย ปี ๒๕๖๕ ของการปฏิรูปด้านสังคม (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอนุชา นาคาศัย เป็นผู้ตอบ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแจ้งว่าติดภารกิจสำคัญไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้ ขอเลื่อนออกไปในคราวถัดไป🔗
ดังนั้นกระทู้ถามที่บรรจุแยกเฉพาะไว้วันนี้ ๖ กระทู้ จึงเลื่อนไป ๕ กระทู้ ตอบได้ ๑ กระทู้ ดังที่ได้ตอบมาแล้วก็จบกระทู้ถามแยกเฉพาะวันนี้ครับ ขอปิดประชุมครับ🔗
เรียนท่าน สมาชิกครับ ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษา ที่ประชุมเพื่อขอนำระเบียบวาระเรื่องอื่น ๆ ซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระจำนวน ๑ เรื่อง ขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งคงจะใช้เวลาไม่มากนัก จะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี ท่านใดเห็นเป็นอื่นถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบดำเนินการตามนี้🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ ซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ🔗
คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน จากการกู้เงินตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๕🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการคือ ท่านสรอรรถ กลิ่นประทุม ได้มีหนังสือ ชี้แจงว่าเพื่อให้การพิจารณาของคณะกรรมาธิการเป็นไปด้วยความรอบคอบในทุกมิติ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในทุกภาคส่วน ดังนั้นจึงขอขยายเวลาการพิจารณา ศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๕ เป็นการขยาย ครั้งที่ ๕ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมาธิการ จะมีสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลา การพิจารณาศึกษาออกไปตามที่ร้องขอนะครับ ต่อไปจะเป็นระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
ท่านสุรเชษฐ์ ท่านมีเรื่องอะไรจะหารือที่ประชุม เชิญครับ🔗
ก่อนท่านประธาน จะเข้าสู่ระเบียบวาระเพื่อทราบก็ขอเรียนอย่างนี้ครับ ก็คือเรื่องนี้เป็นเรื่องของการเสนอ ญัตติด่วนด้วยวาจา ซึ่งมีการประชุมของแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน แล้วก็เป็นเรื่องของความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าเกิดการ ประมูลแล้วก็มีส่วนต่าง พูดถึงส่วนต่างนะครับ ไม่ใช่มูลค่าโครงการ ๖๘,๖๑๓ ล้านบาท จากการประมูลรอบแรกเมื่อเทียบกับการประมูลรอบ ๒ ที่ประชุมของแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน จึงได้มอบหมายให้ทางวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ซึ่งเรามีการพูดคุยกันเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ให้ผมเป็นตัวแทนในการนำเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาในเวลานี้ก่อนเข้าวาระรับทราบก็เลย ขออนุญาตเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาในเรื่องของขอให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติเพื่อส่ง ความเห็นและข้อเสนอแนะสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มไปให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ดำเนินการ ถามว่ามันด่วนอย่างไรนะครับ คือเรื่องนี้ได้ผ่านกระบวนการคัดเลือกจบแล้ว ตามมาตรา ๓๖ ของ พ.ร.บ. ร่วมทุน ถามว่า พ.ร.บ. ร่วมทุนคืออะไร ก็คือให้รัฐกับเอกชน มาร่วมลงทุนกัน อย่างไรก็ตามการร่วมลงทุนมันมีปัญหา แต่ว่าก็จบกระบวนการคัดเลือก ไปแล้ว ตอนนี้เรื่องก็เลยจ่ออยู่รอจังหวะที่จะเข้า ครม. อย่างไรก็ตามถ้าเกิดเราปล่อยให้เข้า ครม. ไปโดยที่มันยังมีปัญหาคาราคาซังอยู่เยอะแยะไปหมด ครม. เซ็นเมื่อไรจะเป็นการ ผูกพันไปในอนาคตอีกอย่างน้อย ๓๕ ปี คือ ๕ ปีสำหรับก่อสร้าง แล้วก็สัมปทานอีก ๓๐ ปี อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏนะครับ แล้วปรากฏตามสื่อสาธารณะทั่วไปว่าเรื่องนี้จริง ๆ มันมีตั้งแต่ตอนประมูลปี ๒๕๖๓ โดยการประมูล ปี ๒๕๖๓ ก็อย่างที่ทุกคนทราบกันดีนะครับ🔗
เดี๋ยวครับ ท่านสุรเชษฐ์ครับ ท่านจะขออนุญาตเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาใช่ไหมครับ🔗
ใช่ครับ🔗
ผมขอ ท่านสมาชิกให้การรับรองก่อนนะครับ แล้วถ้าหากว่าที่ประชุมให้การรับรองเสร็จ ผมก็ค่อย ให้ท่านได้นำเสนอแถลงเหตุผลว่าทำไมต้องเสนอญัตติด่วนนี้ ที่ประชุมรับรองถูกต้องนะครับ🔗
สมาชิกรับรองถูกต้องครับ🔗
เชิญท่านสุรเชษฐ์ แถลงเหตุผลของการเสนอ เชิญครับ🔗
ญัตติด่วนด้วยวาจา🔗
เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติเพื่อส่งความเห็นและข้อเสนอแนะสำหรับ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มไปให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการ (นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ เป็นผู้เสนอ)🔗
เหตุผลประกอบ การพิจารณาเรื่องนี้ จริง ๆ ผมในฐานะผู้แทนราษฎร แล้วก็ประธานคณะอนุกรรมาธิการ ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ในคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ซึ่งมีท่านไชยา พรหมา พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน ก็ขอขอบคุณที่ให้ผมเป็นประธานอนุกรรมาธิการ แล้วก็ ตรวจสอบเรื่องนี้นะครับ ก็ได้ติดตามกระบวนการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนกับโครงการ มหาศาล ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งมีมูลค่าโครงการกว่า ๓๓๒,๗๓๐ ล้านบาท โดยมูลค่าโครงการของฝั่งตะวันออกเป็นการลงทุนด้วยงานเวนคืน งานโยธา แล้วก็งานระบบ ๑๑๓,๒๗๙ ล้านบาท แล้วก็ฝั่งตะวันตกที่กำลังมีปัญหาอยู่นี้ ๑๒๒,๐๔๑ ล้านบาท รวมถึง มีเรื่องของการโอแอนด์เอ็ม (O&M) ในการเดินรถเป็นมูลค่าการบริหารจัดการอีก ๙๗,๔๑๐ ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการกว่า ๓๓๒,๗๓๐ ล้านบาท อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏก็คือมันเป็นการมีส่วนต่างมหาศาลเพราะว่าฝั่งตะวันออก รัฐลงทุนงานโยธาให้หมดเลย ที่จะมาประมูลแข่งกันก็คือประมูลฝั่งตะวันตกเป็นก้อนที่ ๑ และก้อนที่ ๒ ก็คือการบริหารจัดการเก็บค่าโดยสารจากประชาชนไปคืนทุน ปรากฏว่า ในภาพรวมของราคากลาง รัฐอุดหนุนร้อยเปอร์เซ็นต์ ให้เอกชนมาบริหารจัดการเก็บรายได้ แล้วก็คัฟเวอร์ (Cover) กับรายจ่ายรายปีไปกับอนาคต ๓๐ ปี รัฐอุดหนุนร้อยเปอร์เซ็นต์ ตามราคากลางก่อนจะให้มีการแข่งขันกัน เมื่อเทียบกับสายสีเขียวรัฐอุดหนุนศูนย์เปอร์เซ็นต์ จะผลักภาระไปให้เอกชน พอประเด็นอย่างนี้เกิดอะไรขึ้น ทางบีทีเอส (BTS) เขาก็เห็น ตัวเลขว่าสายสีส้มนี้กำไรงามแน่นอน เพราะฉะนั้นเขาก็เลยกระโดดลงมาเล่น กระโดดลงมา เข้าร่วมแข่งขันในโครงการนี้ นั่นก็เป็นเหตุผลที่มาของการเปิดพีพีพี (PPP) แล้วก็มีผู้แข่งขัน ๒ ราย ก็คือทางบีทีเอส (BTS) กับบีอีเอ็ม (BEM) ซึ่งเราก็ทราบกันโดยข้อเท็จจริงว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่ในการเดินรถไฟฟ้าของประเทศเรามีอยู่เพียง ๒ ราย ก็คือ บีทีเอส (BTS) กับบีอีเอ็ม (BEM) อย่างไรก็ตามมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น เพราะว่าพอประกาศออกไปแล้วว่า จะมีการร่วมลงทุน ใครสนใจมาซื้อซองมารวมทีมอะไรต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนทางบีทีเอส (BTS) กับ บีอีเอ็ม (BEM) ก็เข้ามา ปรากฏว่ามีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือมีการเปลี่ยนเกณฑ์การให้คะแนน หมายความว่าประกาศออกไปแล้วแข่งกันแล้ว แล้วอันนี้มันไม่เคยมีมาก่อนอย่างนี้นะครับ อยู่ ๆ ไปเปลี่ยนเกณฑ์การประมูลกลางอากาศ แน่นอนเรื่องนี้มีส่วนได้ส่วนเสีย แล้วก็ เป็นที่ฟ้องร้องกันในศาลมีอยู่หลายคดี คดีพัวพันอะไรกันไปหมด ซึ่งในเบื้องต้นก็มีบางคดี ที่ศาลตัดสินออกมาแล้วว่าการกระทำดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย รฟม. ก็เลยใช้วิธียกเลิก การประมูล ยกเลิกการประมูลเมื่อปี ๒๕๖๓ ไป แต่ทางบีทีเอส (BTS) เขาก็รู้ว่าเบื้องลึก เบื้องหลังมันเกิดอะไรขึ้น เขาก็แสบเขาก็เลยเก็บกล่องเอกสารไว้ ไม่ไปรับคืนมา เอาเอกสารไว้ที่ รฟม. เก็บไว้จนรอไปก่อนว่าจะเกิดอะไรขึ้น แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นหลังยกเลิกประมูล รฟม. ก็มา ประมูลใหม่เมื่อกลางปีนี้ ประมูลปี ๒๕๖๕ ผมเรียกว่าการประมูลรอบ ๒ การประมูลรอบ ๒ นี่แหละที่มันมีรายละเอียด ซึ่งเดี๋ยวผมจะชี้แจงให้ฟัง แต่ภาพรวมก็คือมันมีการกีดกันไม่ให้ บีทีเอส (BTS) เข้าแข่งขัน พอกีดกันไม่ให้บีทีเอส (BTS) เข้าแข่งขันเราก็รู้กันอยู่ว่ามันมี ๒ เจ้าในทางปฏิบัติ จะอ้างเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ในทางปฏิบัติมันมี ๒ เจ้า คือ บีทีเอส (BTS) กับบีอีเอ็ม (BEM) ถ้าคุณกีดกันการแข่งขันแน่นอนรัฐเสียหาย เพราะว่าราคาที่จะยื่นมา เป็นเท่าไรก็ไม่รู้ แล้วตรงนี้มันมีข้อเท็จจริง เพราะว่าอย่างที่ผมเรียนว่าบีทีเอส (BTS) นี่ก็แสบ เก็บกล่องไว้ พอผลการประมูลรอบ ๒ ออกมาคณะกรรมการคัดเลือกประกาศผลว่าบีอีเอ็ม (BEM) ชนะโดยรัฐจะต้องใช้เงินอุดหนุนสูงถึง ๗๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทางบีทีเอส (BTS) ก็เอาแล้วขอซองคืน ที่ผมบอกว่าประมูลรอบ ๑ ไม่โปร่งใสใช่ไหม เอามาเปิดสู่สาธารณะ แล้วอันนี้ก็เป็นที่พิสูจน์สู่สาธารณะโดยทั่วไป มีสื่อมวลชนแทบทุกสื่อไปดูว่ากล่องซีล (Seal) อย่างดี เอกสารอะไรต่าง ๆ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ เขามาเปิด ปรากฏว่าเขาเปิดมา ท่านจำให้ดี ประมูลรอบ ๒ บีอีเอ็ม (BEM) ชนะด้วยราคา ๗๘,๒๘๘ ล้านบาท ปรากฏว่าถ้าประมูล รอบแรกแล้วบีทีเอส (BTS) ชนะจะออกมาที่ ๙,๖๗๕ ล้านบาท นี่คือประมูลสิ่งเดียวกัน รถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันตกในการก่อสร้าง แล้วก็การบริหารจัดการฝั่งตะวันตก ตะวันออก ดีเทล (Detail) ไม่ได้เปลี่ยน ความยาวเท่าเดิม สถานีเท่าเดิม แต่พอเกิดการกีดกันการแข่งขัน ทำให้รัฐจะต้องมีส่วนต่างที่จะต้องจ่ายไปเพิ่มขึ้น🔗
ท่านสุรเชษฐ์ มีท่านสมาชิก🔗
ผมประท้วงท่านประธาน ท่านครับ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๙ ท่านประธานต้องควบคุมการประชุม ให้เรียบร้อย เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกขอมติจากสภาเพื่อที่จะว่าให้เลื่อนหรือไม่กับเรื่องที่จะ เสนอขึ้นมาพิจารณา สภายังไม่มีมติว่าจะให้เลื่อนหรือให้พิจารณาในระเบียบวาระตามเดิม แต่ท่านประธานก็ปล่อยให้ผู้อภิปรายได้พูดเป็นเวลาสักเกือบจะ ๑๐ นาที เพราะฉะนั้น ท่านประธานต้องควบคุมการประชุมครับ🔗
ท่านประธาน ประท้วงครับ🔗
เดี๋ยวผม วินิจฉัยก่อนครับ เอาทีละคน ต่อกรณีที่คุณสุรเชษฐ์เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเกี่ยวกับเรื่องที่ ท่านนั้นได้นำเสนอ มีผู้รับรองถูกต้อง ผมก็เลยให้ท่านสุรเชษฐ์ได้แถลงเหตุผลว่าทำไม ต้องเสนอคือขณะนี้อยู่ในช่วงที่คุณสุรเชษฐ์ได้แถลงเหตุผล ฉะนั้นก็ขอให้คุณสุรเชษฐ์แถลง เหตุผลแบบสรุป ๆ ด้วย แล้วจากนั้นผมก็จะถามว่าท่านสมาชิกท่านอื่นมีความเห็น เป็นอย่างไร เห็นด้วยกับญัตติด่วนของท่านสุรเชษฐ์หรือไม่ ถ้ามีสมาชิกท่านอื่นเสนอเป็นอื่น มันก็ต้องมาขอความเห็นจากสภาของพวกเรา ท่านสุรเชษฐ์สรุป ๆ หน่อยได้ไหมครับ เพราะถ้าสมมุติว่าสภาเห็นด้วย🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน จริง ๆ อย่างที่ท่านประธานว่าเพราะว่าเหตุผลแล้วก็รายละเอียดนี่ผมยังไม่ได้ ลงรายละเอียดเลยนะครับ อันนั้นไว้ตอนเสนอญัตติอีกที แต่ตอนนี้ให้เหตุผลก่อนนะครับ🔗
คือตอนนี้ ท่านสุรเชษฐ์ไม่ต้องลงในรายละเอียด เพราะว่าให้ท่านแค่แถลงเหตุผล แล้วถ้าหากว่าสภารับ ในการพิจารณาญัตติด่วนของท่านเราก็ค่อยลงในรายละเอียดต่อไปนะครับ🔗
ท่านมี อะไรไหมครับ🔗
ผมขออนุญาตประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๙ ผู้ประท้วงเมื่อสักครู่นี้อาจจะเพิ่งเข้ามาก็เลยต่อเรื่องไม่ติด ผมอยากจะขอบอกให้ท่านประธานช่วยอธิบายเพิ่มเติมนิดหนึ่งว่าเราอยู่ในญัตติตามข้อบังคับ รัฐสภาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรข้อบังคับ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วน ไม่ได้มีการเสนอเลื่อนระเบียบวาระใด ๆ เลยนะครับ อยู่ดี ๆ ท่านก็มาบอกว่า🔗
ผมได้อธิบาย แล้วครับ ท่านนั่งเถอะครับ ผมได้อธิบายแล้ว คือถ้าท่านไม่ประท้วงนี่ ไม่ต้องหรอกครับ ผมได้อธิบายชี้แจงแล้ว คุณภราดรก็เข้าใจแล้วเขานั่งแล้ว ฉะนั้นท่านสุรเชษฐ์สรุปที่ท่านแถลง เหตุผล แล้วผมจะได้ถามที่ประชุม เชิญครับ🔗
ยินดีครับ อันนี้ยังไม่ได้ เสนอญัตติ ผมพยายามสรุปประเด็นให้ก็แล้วกัน ผมมีเหตุผล ๗ ประการด้วยกันที่ทำให้ทำไม เราต้องมาพิจารณาเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนแล้วก็สำคัญ นอกจากเรื่องส่วนต่าง ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในการประมูล ๒ ครั้งสร้างสิ่งเดียวกัน🔗
ประเด็นที่ ๑ มันมีการเปลี่ยนเกณฑ์การประมูลกลางอากาศแบบส่งผลอย่างมี นัยสำคัญต่อการแพ้ชนะการประมูล ไม่เคยทำมาก่อน ประกาศไปแล้วแล้วไปเปลี่ยนเกณฑ์ เกณฑ์นี้ก็เป็นเกณฑ์การให้คะแนน ซับเจกทีฟ (Subjective) ใช้ดุลยพินิจ พูดง่าย ๆ ก็คือ ตามอำเภอใจของทางกรรมการคัดเลือก ดุลยพินิจก็คือตามอำเภอใจนี่แหละว่าจะให้ คะแนนใครเท่าไรจากที่เดิมแข่งขันกันด้วยราคา🔗
ท่านสุรเชษฐ์ ผมอยากให้ท่านแถลงสรุป ๆ เพราะว่าในรายละเอียดเมื่อสภารับแล้วท่านก็จะได้ลง ในรายละเอียดต่อไป ท่านสมาชิกยังมีอีกเยอะที่จะอภิปราย🔗
ประเด็นที่ ๒ นะครับ การยกเลิกการประมูลครั้งก่อนเมื่อปี ๒๕๖๓ ศาลปกครองมีคำสั่งพิพากษาว่าการยกเลิก การประมูลดังกล่าวมิชอบด้วยกฎหมาย🔗
ประเด็นที่ ๓ มีการกีดกันการแข่งขัน โดยไม่ให้บีทีเอส (BTS) เข้าประมูล รอบใหม่ทั้ง ๆ ที่ข้อเท็จจริงก็อย่างที่เราทราบกันดีผู้ประกอบการเดินรถรายใหญ่ของเรามันมี ๒ เจ้าที่เป็นเอกชน ก็คือ บีทีเอส (BTS) กับบีอีเอ็ม (BEM) ถ้ากีดกันเจ้าใดเจ้าหนึ่งไป อีกเจ้าหนึ่งตั้งราคาอะไรก็ได้ครับ🔗
ประเด็นที่ ๔ คุณสมบัติต้องห้ามของผู้ผ่านการพิจารณาข้อเสนอ ด้านคุณสมบัติ ซึ่งก็คือซองที่ ๑ ก่อนที่จะไปดูรายละเอียดซองที่ ๒ ซองที่ ๓ คณะกรรมการ คัดเลือกปล่อยให้กลุ่มไอทีดี (ITD) ผ่านมาเป็นคู่เทียบทั้ง ๆ ที่ติดปัญหาด้านคุณสมบัติอยู่🔗
ประเด็นที่ ๕ การคิดราคากลางในการประมูลเฉพาะการก่อสร้างสายสีส้ม ฝั่งตะวันตก ๙๑,๙๘๓ ล้านบาท มันเป็นการคิดราคากลางที่ผิด เพราะเป็นการอุปโลกน์ว่า ส่วนแบ่งรายได้ในอนาคต ๓๐ ปีมันเป็นศูนย์ แล้วค่อยมาตัดสินกันด้วยการแข่งขัน แต่การแข่งขันก็อย่างที่ว่ามันไม่มีอยู่จริง🔗
ประเด็นที่ ๖ มีความพยายามของคณะกรรมการคัดเลือกในการผลักเรื่องนี้ ให้จบไปเร็ว ๆ ก็ต้องถามว่าในเมื่อข้อเท็จจริงส่วนต่างมันปรากฏตามข่าวอยู่แล้วอะไรคือ การเจรจาต่อรองครับ มีการรักษาผลประโยชน์ของรัฐจริงหรือไม่🔗
ท่านสุรเชษฐ์ มีท่านสมาชิกประท้วง เชิญครับ🔗
ประเด็นที่ ๗ สุดท้ายแล้วครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ จริง ๆ ถ้าจะขอเลื่อนระเบียบวาระ ผมว่าท่านไม่จำเป็นที่จะให้ผู้เสนอเลื่อนระเบียบวาระ ได้อภิปราย ที่ผมประท้วงท่านประธานก็คือว่าการอภิปรายของท่านผู้กำลังเสนอขอเลื่อน ระเบียบวาระนี้เป็นการอภิปรายลึกเข้าไปแล้วไปกระทบกับบุคคลภายนอก มีการกล่าวหา ต่อคณะกรรมการว่ากระทำผิดอย่างโน้นอย่างนี้ ข้อเท็จจริงที่มันมีอยู่ก็คือว่าจนถึงขณะนี้ บุคคลที่เป็นผู้ประกอบการยกตัวอย่างที่ท่านพูดก็คือบีทีเอสซี (BTSC) อะไรอย่างนี้ก็มีกรณี🔗
ท่านศุภชัยครับ🔗
ผมจะจบแล้วครับ จะบอกก็คือว่า เรื่องนี้มันอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล ผมจะตั้งคำถามต่อท่านประธานว่าเราจะให้ มีการอภิปรายในเรื่องที่อยู่ในการพิจารณาของศาลถือว่าเรากำลังก้าวล่วงไปในเรื่องนี้ หรือเปล่าครับ ขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาครับ🔗
ท่านศุภชัย ผมขอชี้แจงอย่างนี้ ท่านสุรเชษฐ์ไม่ได้ขอเลื่อนญัตตินะครับ แต่ท่านสุรเชษฐ์ได้เสนอญัตติด่วน ด้วยวาจา เมื่อมีผู้รับรองถูกต้องผมก็อนุญาตให้ท่านสุรเชษฐ์แถลงเหตุผลว่าทำไมต้องเสนอ เป็นญัตติด่วน แต่ท่านสุรเชษฐ์ก็ยาวไปหน่อยนะครับ ท่านสรุป ๆ เพียงหลักการสั้น ๆ สักหน่อย แล้วเราก็จะได้ถามที่ประชุมว่ามีใครคิดเห็นเป็นอื่นนะครับ เชิญต่อเลยครับ🔗
ในเมื่อเป็นเรื่องด่วน ก็ต้องแสดงเหตุผล ขอบคุณท่านประธานใกล้จบแล้วครับ🔗
ประเด็นที่ ๗ ส่วนต่าง ๖๘,๖๑๓ ล้านบาทนั้นมีอยู่จริงตามที่ปรากฏนะครับ มีการเปิดซองอะไรต่าง ๆ ให้ดูกันต่อหน้าสาธารณชนก็ต้องไปพิสูจน์ทราบกันว่าทำไม การประมูลรอบแรกหากบีทีเอส (BTS) ชนะ รัฐจะอุดหนุนเพียง ๙,๖๗๕ ล้านบาท แต่ในการ ประมูลรอบที่ ๒ ซึ่งบีอีเอ็ม (BEM) ชนะรัฐต้องอุดหนุนมากถึง ๗๘,๒๘๘ ล้านบาท ซึ่งในทาง เทคนิคก็อย่างที่ผมเรียนคือก่อสร้างสิ่งเดียวกันนะครับ รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกยาวเท่าเดิม สถานีเท่าเดิม แล้วนอกจากนี้ในเรื่องที่เมื่อสักครู่ท่านผู้อภิปรายได้มาบอกว่าเป็นการพิจารณา อยู่ในชั้นศาล จริงครับ เป็นการพิจารณาอยู่ในชั้นศาลแต่ว่าเวลาศาลพิจารณาเป็นบางมุม เป็นบางคดีว่าข้อนี้ผิดกฎหมายข้อนั้น ข้อนั้นผิดกฎหมายข้อนี้ อย่างไรก็ตามมีข้อเท็จจริง อีกมากมายอย่างที่ผมเรียนเป็น ๗ เหตุผล ที่ รฟม. หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็จะต้องมาชี้แจงต่อสังคมว่าจะตอบคำถามพวกนี้อย่างไร พวกนี้ไม่ได้เป็นประเด็นในศาล แล้วอย่ามาอ้างว่าอยู่ในศาลแล้วสภาพิจารณาไม่ได้นะครับ เพราะถ้าอ้างอย่างนั้นเมื่อไร มันมีหลายมุมในข้อเท็จจริงที่สภาจะต้องยืนยันว่าเราสามารถตรวจสอบได้🔗
ท่านให้ เหตุผลมายาวพอสมควรแล้ว🔗
แต่เรื่องที่เป็นข้อเท็จจริง เชิงลึกอะไรก็ไปว่ากันในศาล ถูกผิดเป็นข้อ ๆ ไป แต่ว่าในเรื่องของข้อเท็จจริงหน่วยงาน รัฐมนตรีก็ต้องชี้แจงต่อสังคม ชี้แจงต่อสภานี่คืออำนาจของนิติบัญญัติ ไม่ใช่ว่าอ้างอยู่ในศาล แล้วมาดำเนินการไม่ได้ในสภาแห่งนี้นะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่แล้วก็มีความสำคัญเร่งด่วน ตอนนี้ขั้นตอนกระบวนการคัดเลือกได้จบไปแล้วนะครับ ก็เลยคิดว่าสภาควรจะต้องมา พิจารณากัน อย่างน้อยอย่างที่ผมเรียนข้อเสนอของผมไม่ได้อะไรที่แบบรัฐบาลทำไม่ได้เลย แล้วจริง ๆ เพื่อนสมาชิกทุกท่านที่พวกเราเป็นผู้แทนของประชาชนควรจะต้องให้ความเห็น แล้วก็ให้ข้อเสนอแนะ เพื่อให้ ครม. รับไปพิจารณาดำเนินการเท่านั้นเอง เราทราบดีว่าอำนาจ อยู่ที่คณะรัฐมนตรี แต่จะไม่ให้พูด ไม่ให้แสดงความคิดเห็นนี่มันอะไรสภาแห่งนี้ครับ🔗
ท่านสุรเชษฐ์ สรุปได้แล้วครับ ให้เหตุผลมาเยอะแล้ว🔗
สรุปนะครับ ผมต้องการ ให้มีการลงมตินะครับ คำถามที่เสนอก็คือท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่จะขอให้สภาผู้แทนราษฎร ลงมติเพื่อส่งความเห็นและข้อเสนอแนะสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มไปให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาดำเนินการ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดต่าง ๆ เดี๋ยวผมจะชี้แจงให้เมื่อถึงเวลา ที่ผมได้เสนอญัตตินี้อย่างเป็นทางการ ขอบคุณครับ🔗
ที่จริง ท่านสุรเชษฐ์ก็ได้ชี้แจงค่อนข้างละเอียดแล้ว ไม่เป็นอะไรครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ ท่านสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ท่านได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา มีผู้รับรองถูกต้อง แล้วก็ ท่านได้แถลงหลักการและเหตุผลไปแล้ว ฉะนั้นผมอยากจะถามที่ประชุมว่ามีท่านสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอื่นไหมต่อญัตติด่วนของท่านสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ครับ ท่านจิรายุ มีอะไรไหมครับ ที่จริงก็ไม่มีอะไรนะครับท่านจิรายุ หรือท่านจะเสนอเป็นอื่น ถ้าท่านจะเสนอ เป็นอื่นเชิญครับ🔗
ไม่ครับ🔗
ไม่นะครับ มีท่านสมาชิกท่านใด จะเสนอเป็นอื่นไหมครับ เชิญท่านภราดรครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เมื่อสักครู่ ก็คล้อยตามท่านผู้เสนอญัตตินะครับ แต่ว่าได้ฟังท่านศุภชัยพูดอภิปรายประท้วงเมื่อสักครู่ ก็คล้อยตามท่านศุภชัย แล้วก็เห็นด้วยกับท่านศุภชัยว่าเรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ของศาล ซึ่งเอกชนเขาก็ฟ้องร้องต่อศาลและศาลกำลังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณา การที่สภาจะไปพิจารณาคู่ขนานกันไปแบบนี้ก็ไม่แน่ใจว่ามันเป็นอำนาจหน้าที่ของสภา ด้วยหรือไม่ เพราะฉะนั้นผมจึงค่อนข้างยังไม่เห็นด้วยกับญัตติที่ว่า แล้วที่สำคัญระเบียบวาระ ที่ท่านประธานได้แจ้งต่อสมาชิกเป็นเรื่องของ กสทช. ซึ่งกำลังจะมาพิจารณา แล้วก็ ท่านตัวแทนจาก กสทช. ก็มารอเพื่อที่จะชี้แจงรายงานต่อสภาแล้ว ผมคิดว่าก็มีหลายท่าน ที่จะสอบถามในเรื่องทั้งลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก แล้วก็ในเรื่องของการควบรวมทรู (True) กับดีแทค (dtac) ก็คิดว่าพิจารณาตามระเบียบวาระครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก็มีท่านภราดร ปริศนานันทกุล ได้เสนอขอให้มีการพิจารณาไปตามระเบียบวาระ มีผู้รับรองไหมครับ🔗
มีผู้รับรอง ๕ ท่าน ถูกต้องครับ เมื่อมีผู้เสนอความเห็นมาเป็น ๒ ฝ่าย🔗
ท่านประธานครับ ผม จิรายุ🔗
ท่านจิรายุ อะไรอีกหนอ เชิญครับ🔗
ท่านประธานอย่าไปพูดอย่างนั้น ว่าอะไรอีกหนอ มันก็มีเหตุที่จะต้องถามท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ผู้ได้รับผลกระทบจาก รถไฟฟ้าสายสีส้มเต็ม ๆ เพราะมันมาจากบ้านผม ผมจึงขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๙ และ ข้อ ๕๐ ให้ท่านประธานได้ช่วยพิจารณานะครับ กรณีที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตติด่วน ด้วยวาจา ผมขออนุญาตจะใช้เวลาในการอภิปรายสนับสนุนสั้น ๆ ก่อน ก่อนที่จะลงมติว่า ทำไมมันจึงด่วนกว่า กสทช. ซึ่งมารับทราบรายงาน อะไรมันจะตายกว่ากัน อันไหนมันจะเจ๊ง มากกว่ากัน ผมอยากให้พี่น้องประชาชนและรัฐสภาได้ฟังก่อน ไม่ใช่เอะอะก็จะเอาไปให้ กสทช. พี่หนุ่มของผมเลขาธิการ กสทช. ก็อยู่ในเล่มอยู่แล้ว อ่านกันตาแฉะมา ๒ สัปดาห์แล้ว เพราะฉะนั้นเป็นสิทธิของสมาชิกที่จะชี้แจงถึงเหตุผล ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๐ แล้วผมก็จะเสนอ ญัตติด่วนด้วยเช่นกัน เนื่องจากมันมาจากบ้านผมคลองสามวา แล้วก็วิ่งไปบางขุนนนท์ มันยังขึ้นไม่ได้เลยครับ ผมจึงขออภิปรายก่อนที่จะลงมติ ซึ่งเป็นสิทธิของสมาชิกนะครับ ท่านประธาน🔗
คือเรื่องนี้ เราไม่ใช่จะไปอภิปรายให้พี่น้องประชาชนได้ทราบนะครับ แต่ว่าเป็นการทำความเข้าใจ ให้ท่านสมาชิกในห้องประชุมนี้ได้ทราบในเหตุผล ผมว่าทั้ง ๒ ฝ่ายก็ได้แถลงเหตุผล ท่านสุรเชษฐ์ได้แถลงเหตุผลมามากพอสมควรนะครับ ผมเองคิดว่าเมื่อมีผู้เสนอญัตติด่วน ด้วยวาจา ให้สภาดำเนินการพิจารณาเรื่องที่ท่านสุรเชษฐ์นำเสนอ ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ลงมติเพื่อส่งความเห็นและข้อเสนอแนะสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มไปให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาดำเนินการ ก็ได้มีท่านสมาชิกอีกท่านคือ ท่านภราดร ปริศนานันทกุล ได้เสนอ ความเห็นว่าควรจะให้มีการพิจารณาไปตามระเบียบวาระ แล้วก็มีท่านสมาชิกทั้ง ๒ ฝ่าย ให้การรับรองถูกต้องตามข้อบังคับ🔗
ท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านประธานครับ🔗
ประท้วง เรื่องอะไรครับ🔗
ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๙ ท่านประธาน ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธานกำลัง จะรีบด่วนสรุปแล้วก็จะให้มีการลงมติ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าองค์ประชุมจะมีความพร้อมหรือไม่ เพียงไร แต่ผมเรียนต่อท่านประธานอย่างนี้ครับ ขณะนี้มีญัตติเป็น ๒ ฝ่ายถูกต้อง เสนอโดย ท่านสุรเชษฐ์เพื่อให้มีการเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมเป็นเรื่องรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งมีความสำคัญนะครับ กับเพื่อนสมาชิกอีกท่านหนึ่งซึ่งเสนอให้ดำเนินการตามระเบียบ วาระเดิม เป็นญัตติซึ่งสภามีความจำเป็นจะต้องลงมติ สิ่งที่ท่านจิรายุแล้วก็ยังมีอีกหลายท่านจากฟากฝั่งของฝ่ายค้านเตรียมที่จะลุกขึ้นคือ เตรียมพร้อมที่จะลุกขึ้นมาอภิปรายสนับสนุน หรือคัดค้านก็ตามในญัตติการเปลี่ยนระเบียบ วาระเป็นเรื่องรถไฟฟ้าสายสีส้มของท่านสุรเชษฐ์นะครับ ท่านจิรายุก็ได้แจ้งความจำนงไว้แล้ว ว่าขอเวลาสภาเพื่อที่จะอภิปรายว่ามันมีความสำคัญอย่างไร และมีความเร่งด่วนอย่างไรที่เรา จะต้องพิจารณาเรื่องรถไฟฟ้าสายสีส้มในวันนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานโปรดกรุณาเปิดเวที เปิดเวลาให้กับเพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ผมว่าน่าจะเพียงแค่ ๒-๓ ท่านเท่านั้นครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เอาอย่างนี้ แล้วกันนะครับ ผมจะเปิดโอกาสให้ผู้สนับสนุนญัตติทั้ง ๒ ฝ่ายได้อภิปรายสนับสนุน ฝ่ายละ ๑ ท่านนะครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
ครับ ท่านภราดรครับ🔗
ท่านประธานครับ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ผมเห็นว่า ท่านประธานวินิจฉัยแบบนี้ไม่ถูกต้องครับ เมื่อสักครู่นี้มีผู้เสนอญัตติและได้แสดงเหตุผลของ การเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาไปเรียบร้อยแล้ว และตามธรรมเนียมปฏิบัติก็ต้องลงมติกัน ให้เรียบร้อยเสียก่อนว่าสภาจะพิจารณาญัตติด่วนของท่านผู้เสนอญัตติหรือจะให้พิจารณา ตามระเบียบวาระตามญัตติของผม เพราะฉะนั้นผู้ที่จะอภิปรายในญัตติด่วนก็รอให้สภา มีมติเสียก่อนแล้วค่อยเอาไปอภิปรายในตอนนั้น ซึ่งธรรมเนียมปฏิบัติเราก็ปฏิบัติกันแบบนี้ ไม่มีการจะมาอภิปรายสนับสนุนญัตติแล้วให้สมาชิกได้แสดงความเห็นกันอย่างรอบด้าน ในญัตติใดญัตติหนึ่งแล้วค่อยมาลงมติ แบบนี้ท่านประธานจะเสียเวลาถึง ๒ รอบ จะกินเวลา สภาถึง ๒ รอบครับ ผมเห็นว่าให้ลงมติไปตามญัตติทั้ง ๒ ญัตติเสียก่อน ให้มันได้ผลสำเร็จ เสียก่อนแล้วก็จะมาอภิปรายกันอย่างไรค่อยว่ากันครับ🔗
ที่จริงแล้ว แนวปฏิบัติก็อย่างนั้น ผมเองก็จะดำเนินการอย่างนั้น เพียงแต่ว่ามีท่านสมาชิกขอมาว่า อยากจะให้มีการอภิปรายสนับสนุนแต่ละฝ่ายบ้าง ผมก็เลยเอาเป็นว่าผมให้ฝ่ายละ ๑ ท่าน สั้น ๆ แล้วกันไม่ต้องยาวนะครับ🔗
ท่านประธานครับ แบบนี้ไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยกับท่านประธานครับ🔗
ท่านประธาน ผลัดกันพูดบ้าง ได้ไหมครับ ให้ฝ่ายค้านพูดบ้างได้ไหมครับ รัฐบาลพูดอย่างเดียวเลย🔗
ผมประท้วงครับท่านประธาน ถ้าเป็นแบบนี้ผมเสนอญัตติครับ เสนอให้นับองค์ประชุมครับท่านประธาน ขอผู้รับรองครับ🔗
เดี๋ยวก็ล่มอีกท่านประธาน ก็กลับบ้านเปลืองแอร์ (Air) อีก แล้วอุตส่าห์มาตั้งแต่เช้าเดี๋ยวนับอย่างนี้ผมเห็นก็ล่มทุกที🔗
ท่านพิเชษฐ์ไม่ต้องเสนอนะครับ วันนี้ผมเสนอให้ครับ🔗
ท่านประธานไม่ต้องนับครับ ปิดประชุมเลยถ้าอย่างนั้น อาการอย่างนี้คือกลัว🔗
มีท่านสมาชิก เสนอให้นับองค์ประชุมนะครับ🔗
เดี๋ยวท่านประธานครับ ผมอุตส่าห์นั่งรถมาไกลคลองสามวา🔗
เราต้องให้ ความเคารพที่ประชุมนะครับ มีผู้เสนอทั้ง ๒ ฝ่าย จริง ๆ แล้วก็ได้ให้แถลง🔗
ขออภัยท่านประธานครับ โดยประเพณีปฏิบัติก็สนับสนุนได้ ผมก็สนับสนุนสุรเชษฐ์ได้ว่าท่านสุรเชษฐ์พูดมาผมเห็นด้วย ว่าจะคงไว้อย่างไร ท่านก็อธิบายสิว่าสีส้มมันไม่จำเป็นอย่างไร ท่าน กสทช. มารอ มันเหนื่อยยากขนาดไหน ก็อธิบายแป๊บเดียวแล้วก็ลงมติ พอลงมติปุ๊บเช็ก (Check) องค์ โธ่ดูผีหลอกอยู่ท่านประธาน นับปุ๊บท่านประธานก็กลับบ้านเลย เอาก็ได้ถ้านับก็นับ🔗
อย่างนี้ ท่านสมาชิกครับ เมื่อมีผู้เสนอนับองค์ประชุมประธานก็จะพิจารณาเป็นอื่นไปไม่ได้นะครับ ต้องให้มีการนับองค์ประชุมครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมเสนอ ให้นับองค์ประชุมแบบขานชื่อได้ไหมครับ ท่านประธานเดี๋ยวนิดเดียวครับ คือจริง ๆ ผมไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับท่านประธาน ท่านประธานมีสังกัดพรรค ท่านประธานฟังฝ่ายค้าน สักนิดหนึ่งได้ไหมครับ คือเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรเลย ท่านก็ลองฟังข้อเสนอแนะดูสิ ว่ามันเป็นอย่างไร เสนอแนะไปแล้วก็ไปพิจารณา เท่านั้นละท่านจะกลัวอะไรกันนักกันหนา แล้วมันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว ลองฟังความเห็นรัฐสภาแล้วจะมีสภาผู้แทนราษฎร ไว้ทำไม รถสีส้มวิ่งจากบ้านผม คลองสามวา-มีนบุรี🔗
ท่านประธานครับ ศุภชัย ใจสมุทร ขอประท้วงท่านประธานครับ🔗
ผมก็แค่อธิบายให้ฟังว่า ควรจะอภิปรายหน่อยแล้วก็ส่งให้รัฐบาลไปแก้ไขปรับปรุง🔗
เดี๋ยวท่านครับ มีท่านสมาชิกประท้วงครับ เชิญท่านศุภชัยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ศุภชัย ใจสมุทร ครับ ผมประท้วงท่านประธานว่าท่านจะต้องปฏิบัติในหน้าที่ประธานโดยใช้ข้อบังคับ ครับ คือถ้ามีท่านเสนอญัตติด่วนขึ้นมาก็ว่าไปตามญัตติด่วน แต่ประเด็นก็คือว่า เรื่องญัตติด่วนก็แปลว่าท่านก็จะต้องเข้าไปในห้อง ๆ หนึ่งก็เปิดประตูเข้าไป แต่ตอนนี้ ท่านให้มาทะเลาะกันอยู่หน้าห้องบอกว่าให้อภิปรายกันแบบพอซอฟต์ ซอฟต์ (Soft) แซมเพิล แซมเพิล (Sample) เล็กน้อยก่อน ไม่เป็นไรครับ คือถ้าที่ประชุมแห่งนี้เห็นว่าให้ไป คุยกันในห้องนั้นแบบเสียงดัง ๆ ก็ว่ากันไปเลย แต่ไม่ใช่บอกว่าพอให้การสนับสนุน เดี๋ยวผม ก็ลุกขึ้นอภิปรายไม่เห็นด้วย แล้วในที่สุดเราก็วนอยู่หน้าห้องยังไม่เข้าห้องสักที เพราะฉะนั้น ท่านก็โปรดใช้อำนาจของท่านนะครับ ถ้าท่านเห็นว่าควรจะดำเนินการอย่างไรก็ใช้ตาม ข้อบังคับโดยเคร่งครัดเลยครับ ขอบพระคุณครับท่านครับ🔗
ท่านประธานครับ ประท้วง ประธานตามข้อ ๙ ครับ🔗
ผมขออนุญาตอย่างนี้ครับ🔗
ท่านประธานพูดดำริไปแล้วว่า ท่านประธานจะให้สนับสนุนว่าควรเลื่อนหรือไม่🔗
ผมได้ดำริไป ว่าจะให้มีฝ่ายสนับสนุนท่านละสัก ๑ คน สั้น ๆ แต่เมื่อมีท่านสมาชิกเสนอให้มีการนับ องค์ประชุม มีผู้รับรองถูกต้องประธานก็จะให้เป็นอื่นไปไม่ได้มันต้องดำเนินการตามนั้น ส่วนท่านจะเสนอให้มีการนับองค์ประชุมโดยการขานชื่อท่านต้องขอผู้รับรองนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล🔗
ท่านประธานลองฟังเหตุและผล ของสภาเมื่อวานก็ล่มไปครั้งแล้ว คือการนับองค์ประชุมท่านตั้งใจให้สภาล่มเพราะฝ่ายรัฐบาล ก็ไม่มา พวกผมก็มานั่งกันเต็มไปหมดแล้วจะนับทำไม นับองค์ประชุมก็ล่มกลับบ้านแล้วใครอาย พวกผมก็อาย🔗
ผมขออนุญาต ท่านอย่าเพิ่งขยายความไกลขนาดนั้นครับ ไม่ใช่ครับ คืออย่างนี้ประธานก็ดำเนินการอย่างนี้ละ พยายามที่จะให้ทั้ง ๒ ฝ่าย จริง ๆ แล้วท่านสุรเชษฐ์ก็ได้แถลงเหตุผลยาวพอสมควรแล้ว มันพอเข้าใจกันแล้ว ถ้าสมมุติว่าเราจะไม่ต้องมีผู้ไปขยายความอะไรอีกแล้วก็โหวตกัน เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย กับญัตติด่วนของท่านสุรเชษฐ์ ถ้าเห็นด้วยก็ได้อภิปรายไป ถ้าไม่เห็นด้วย ก็ดำเนินการการประชุมไปตามระเบียบวาระมันก็จบครับ แต่นี่เราต้องการที่จะลุกขึ้นมา แสดงความคิดเห็น🔗
ผมประท้วงท่านประธานครับ🔗
ไม่ ผมอธิบาย ให้ฟังก็ต้องฟังกันบ้าง🔗
ประท้วงตามข้อ ๙ แล้วท่านประธาน ก็พาดพิงให้ผมมีความเสียหาย เพราะว่าผมเองเป็นผู้เสนอให้มีการอภิปรายสนับสนุน ผมไม่ทราบนะครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ วิป (Whip) ฝ่ายค้าน ผมไม่ทราบว่าท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกจะไปเอาประเพณีปฏิบัติมาจากไหน แต่เวลาที่สภามีญัตติตามระเบียบข้อบังคับก็ให้มีการอภิปรายสนับสนุนและคัดค้าน เป็นเรื่องปกติ เวลามีญัตติเลื่อนระเบียบวาระการประชุมทุกครั้งที่ผ่านมาเราก็มีการอภิปราย สนับสนุนและคัดค้านเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นเรื่องที่ทำมาโดยตลอด จะมายกเว้นเพียงครั้งนี้ก็ แล้วแต่ท่านประธานผมไม่ได้ติดใจอะไร ผมเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องแสลงที่ไม่อยากจะฟังกัน แต่ ว่าอยากจะให้สภาเดินหน้า แต่เมื่อมีการเสนอนับองค์ประชุมผมไม่ติดใจ ก็นับองค์ประชุม เพียงแต่ว่าอยากจะให้ทางท่านประธาน แล้วก็ฝ่ายเลขานุการท่านประธานใช้มาตรฐาน เดียวกันกับที่ทำเมื่อวานคือเอาชื่อ เอาพรรค ไปประกาศด้วยว่าพรรคไหนมากี่คน อย่ามาเลือกปฏิบัติเฉพาะเมื่อวานที่ตัวเองได้เปรียบ ได้ประโยชน์ วันนี้เอาชื่อไปประกาศด้วยว่า มันล่มเพราะใคร ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธาน จิรายุ ประท้วง เพิ่มเติมอีกสักเล็กน้อยเพื่อเป็นมงคลครับ คือเมื่อกี้ท่านประธานพูดไปแล้ว ท่านประธานเป็น ประธานนะครับ ไม่ใช่ประธานผ้าป่านะ ท่านประธานพูดไปเมื่อสักครู่นี้แล้วว่าให้แต่ละฝ่าย เสนอ ซึ่งก็เป็นประเพณีปฏิบัติผมก็ไม่เห็นจะมีอะไรแปลก สุดท้ายท่านประธานจะกลับไป อีกแล้ว ผมขอเสนอให้ทางโน้นถอนไปก่อน ถอนญัตตินับองค์ประชุมเพราะมันล่มแน่นอน เราก็ไม่อยากให้มันล่มเพราะวันนี้รับฟังรายงาน กสทช. ท่านเลขาธิการ พี่หนุ่มรูปหล่อ ของผมก็มาแล้ว ตรงนี้เต็มที่ก็ครึ่งชั่วโมงท่านประธานไม่เกินนี้หรอก ให้ทางโน้นเขาช่วยถอน หน่อยครับ มันผ่านบ้านผมคลองสามวามันร้อนใจอยากขึ้น🔗
ท่านสุรเชษฐ์ ประธานไม่ได้ถอนกลับ เพียงแต่ว่าเมื่อท่านสมาชิกเสนอให้นับองค์ประชุม ประธานก็จะ พิจารณาเป็นอื่นไปไม่ได้เท่านั้นเอง ก็เจรจากัน ให้วิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายเจรจากัน มีข้อสรุป อย่างไรก็เสนอมาที่ประธานดำเนินการได้🔗
ท่านพิเชษฐ์ ประท้วงเชิญครับ🔗
กราบท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ เพราะว่ามีผู้เสนอนับองค์ประชุมคงไม่มีการเจรจา แต่ผมอยากจะตำหนิท่านประธานที่เป็นประธานเมื่อวาน เมื่อองค์ประชุมไม่ครบ สภาล่ม ก็มาต่อว่า🔗
ท่านพิเชษฐ์ ถ้าจะพูดเรื่องเมื่อวานผมจะไม่ให้ท่านพูดแล้วครับ ท่านต้องพูดเรื่องวันนี้ ไปพูดเรื่องเมื่อวาน ได้อย่างไร เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ🔗
พูดวันนี้ก็ได้ครับ ขอให้ท่านประธาน มีความเป็นกลาง อย่าเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ท่านประธานครับ ผมฝากคำนี้ไว้ แล้ววันนี้ ถ้าเกิดองค์ประชุมไม่ครบอย่ามาโทษฝ่ายค้านเหมือนเมื่อวาน🔗
ผมอยาก จะบอกท่านพิเชษฐ์ว่าการพูดของท่านพิเชษฐ์เป็นการใส่ร้ายประธานนะครับ เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น ผมทำหน้าที่เป็นกลางแล้วก็พยายามที่จะทำทุกอย่างให้มันเดินไปได้ ฉะนั้น ท่านพิเชษฐ์ต้องถอนคำว่า ประธานไม่เป็นกลาง ต้องถอนครับ ถ้าเป็นคนอื่นผมไม่ทราบ แต่สำหรับผม ผมเป็นกลางครับปฏิบัติหน้าที่วันนี้🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ที่ท่านประธานมีความเป็นกลาง คำว่า เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ผมบอกว่าท่านประธาน อย่าทำ ถ้าท่านประธานไม่ได้ทำก็ไม่เป็นไรนะครับ ถ้าท่านประธานคิดว่าคำนี้มันทำให้ท่าน ไม่พอใจ ทำให้ไม่สบายใจ ผมถอนได้ ขอถอนนะครับท่านประธานถ้าไม่ใช่ท่าน🔗
ขอบคุณครับ ขอบคุณที่ถอน สภาแห่งนี้เป็นสภาทรงเกียรติ เราต้องพยายามพูดกันถ้าเป็นการใส่ร้ายป้ายสี มันก็ไม่ใช่เรื่องดี ท่านสุรเชษฐ์ผมว่าท่านได้ชี้แจงยาวพอสมควรแล้วนะครับ เดี๋ยวผมขอ อย่างนี้ได้ไหมครับ เราพบกันครึ่งทางโดยการขอให้ทั้ง ๒ ฝ่ายก็ได้อภิปรายหลักการและ เหตุผล แถลงเหตุผลแล้วไม่ต้องมีผู้อภิปรายสนับสนุนอีกก็โหวตไปเสียก่อน แล้วก็ถ้าสมมุติว่า สภาเห็นด้วยในญัตติด่วนของคุณสุรเชษฐ์ก็ค่อยอภิปรายกันยาว แต่ถ้าสภาไม่เห็นด้วยเราก็ ดำเนินการประชุมไปตามระเบียบวาระ เพราะผมจะขอถ้าทางท่านสุรเชษฐ์แล้วก็ทาง ท่านจิรายุยอมตรงนี้ผมจะขอทางท่านภราดรให้ถอนที่เสนอให้มีการนับองค์ประชุม ได้ไหมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตที่มันมีรถไฟฟ้า สายสีส้ม เขตคลองสามวามันวิ่งไปตรงนั้น ผมถามท่านประธานนิดเดียวนะครับ ท่านประธานต้องถอนคำพูดของท่านประธานก่อนที่พูดเมื่อสักครู่นี้ว่าจะให้ฝ่ายสนับสนุน แต่ละฝ่ายอภิปรายดูสิว่าท่านสุรเชษฐ์พูดมันควรจะเลื่อนหรือไม่ ผมยังไม่ได้พูด ก็เลยถาม ท่านประธานว่าท่านจะเอาน้ำยาลบคำผิดลิควิดเพเพอร์ (Liquid Paper) ลบคำพูด ท่านประธาน ท่านประธานก็ต้องถอนก่อนบนบัลลังก์นะครับ🔗
ท่านจิรายุ ที่จริงประธานก็ตั้งใจจะให้ดำเนินการอย่างนั้น🔗
ก็ต้องไปตามนั้นท่านประธาน🔗
ฟังครับ ไปตามนั้นได้อย่างไร ท่านภราดรเสนอให้มีการนับองค์ประชุม เมื่อเสนอนับองค์ประชุม ประธานก็เป็นอื่นไม่ได้ ที่ดำริคิดว่าจะทำอย่างนั้นมันก็เดินไม่ได้🔗
ก็นับองค์ประชุมไปเลย ท่านประธานครับ จะได้กลับบ้าน🔗
ฉะนั้นสิ่งที่ผม จะขอที่ประชุมครับ เราประนีประนอมกัน แต่ละฝ่ายก็ช่วย ๆ กันคิดว่าทำอย่างไร การประชุมมันจะเดินไปได้ ผมก็เลยต้องขอว่าท่านภราดรครับ ถ้าสมมุติว่าไม่ต้อง มีการอภิปรายสนับสนุนจากทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วจะให้มีการโหวตลงมติเลยว่าจะเห็นด้วยกับ ญัตติด่วนของท่านสุรเชษฐ์หรือไม่ ไม่ต้องมีการอภิปรายสนับสนุนอีกแล้วเพราะมันเป็น ปัญหา อย่างนี้ท่านภราดรยินดีจะถอนการเสนอนับองค์ประชุมไหมครับ ถ้าท่านยินดี ผมก็จะได้ขอทางท่านจิรายุว่าก็ไม่ต้องอภิปรายท่าน ให้มันผ่านไปแล้วเราก็ค่อยอภิปรายลงใน รายละเอียดครับ รถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ที่จะไปเขตท่าน ผมก็อยากจะฟังเหมือนกันนั่นแหละ เชิญท่านภราดรครับ🔗
ก็ถ้าตามเรื่องราวแล้วมันก็ควร จะต้องเป็นอย่างนั้นแหละครับท่านประธาน ไม่ใช่ว่าจะต้องมาอภิปรายสนับสนุนญัตติใด ญัตติหนึ่ง แล้วค่อยมาลงมติ🔗
ท่านภราดร ไม่ต้องอภิปรายต่อแล้วนะครับ เอาเป็นว่าถ้าสมมุติว่าไม่ต้องมีการอภิปราย🔗
แต่ถ้าหากทุกฝ่ายเห็นว่าไม่ต้อง อภิปรายสนับสนุนญัตติ แล้วลงมติเลยผมก็ไม่ติดใจที่จะนับองค์ประชุมครับ หากท่านพิเชษฐ์ จะนับองค์ประชุมผมไม่ทราบนะครับ🔗
เอาเป็นว่า ถ้าจะไม่ต้องมีการอภิปรายของแต่ละฝ่ายอีกแล้วท่านภราดรยินดีถอนการเสนอ นับองค์ประชุมแล้วนะครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมเชื่อว่าท่านประธานอยู่มาหลายสมัย แล้วครูแก้วของผม ผมเคารพนับถือยกมือไหว้ทุกครั้งที่เวลาเจอหน้า แม้ท่านจะมองไม่เห็น ก็ไม่เป็นไร คือการพูดลักษณะเช่นนี้มันไปปลายทางเดียวกัน เป้าหมายเดียวกัน คือท่านบอก ให้ลงมติ องค์ประชุมไม่ครบก็ปิดอยู่แล้วมันหลักการเดียวกัน เพราะฉะนั้นอย่าไปใช้วิธีการ แบบนี้🔗
ท่านอย่าเพิ่ง พยากรณ์สิครับ ท่านสมาชิกอยู่เต็มสภาตอนนี้🔗
นับก็นับท่านประธานครับ เอาญัตติเดิมที่ท่านภราดรเสนอก็คือนับองค์ประชุมไปเลยจะได้ปิด จะได้รู้ว่ารัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะไปอยู่ตรงโน้นจะอยู่ตรงนี้มันเป็นอย่างนี้ นับไปเลย ท่านประธานจบจะได้กลับบ้าน🔗
จะเอา อย่างไรเวลาประธานประนีประนอมให้แล้ว🔗
ไม่มีอะไรท่านประธาน เสนอให้ นับองค์ประชุม ท่านประธานกดออดนับองค์ประชุมเลยครับ เท่านั้นเองจบข่าว สวัสดีครับ🔗
ท่านภราดร เมื่อสักครู่ขอถอนไปแล้วถ้าไม่มีการอภิปรายสนับสนุนทั้ง ๒ ฝ่าย แต่ทีนี้จะมีใครเสนอ นับใหม่หรือ🔗
ท่านประธานเอาใหม่นะครับ ท่านประธานฟังช้า ๆ นิดเดียวครับ เขาแค่เสนอแต่ว่าไม่มีคนอภิปราย🔗
เข้าใจ แล้วครับ เมื่อสักครู่ท่านภราดรยอมรับเงื่อนไขที่ประธานขอประนีประนอมนั่นก็คือถ้าไม่ต้อง อภิปรายกันเพราะแต่ละฝ่ายก็ได้อภิปรายหลักการ เหตุผลมาแล้ว ทีนี้ถ้าไม่มีการอภิปราย เพิ่มเติมลงมติเลยท่านภราดรก็ยินดีถอนการเสนอนับองค์ประชุม ทีนี้ก็เลยถามทางฟากฝั่ง ท่านจิรายุ ท่านจุลพันธ์ว่าจะเห็นด้วยไหม🔗
ท่านประธานที่เคารพ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ ท่านประธานวินิจฉัยกลับไปกลับมา ผมเองเป็นคนเสนอให้มีการอภิปรายสนับสนุน ท่านก็บอกได้ฝั่งละ ๑ คน พวกผมยอมแล้วนะครับ ก็ไม่ได้ติดใจอะไร ก็มีท่านจิรายุคนเดียว ในฝั่งผมใช้เวลาไม่มาก แต่เมื่อมีเพื่อนสมาชิกคัดค้านโดยมาอ้างว่ามันผิดประเพณีปฏิบัติ ผมก็ไม่รู้ว่าประเพณีปฏิบัติอะไรเพราะว่าสิ่งที่เราได้ทำกันมาเวลามีญัตติก็ต้องมีการอภิปราย สนับสนุนแล้วก็คัดค้านเป็นเรื่องปกติ แต่วันนี้ท่านประธานเจรจาว่าจะให้เขาถอนญัตติ นับองค์ประชุมโดยให้พวกผมไม่ต้องอภิปรายได้ไหม ผมถามท่านประธานครับ ถ้าพวกผม ตกลงไปแล้วท่านจะโหวตให้พวกผมได้อภิปรายในญัตตินี้หรือ ก็รู้กันอยู่ก็ไม่ได้ ท่านไม่ให้ อภิปรายในเรื่องรถไฟฟ้าสายสีส้มเลยผลประโยชน์มันเยอะมาก แล้วพวกผมจะยอมท่าน ทำไมล่ะ ท่านประธานนับองค์ประชุมเลยครับ แล้วก็ดูกันว่าใครไม่เป็นองค์ประชุม ท่านประธานเอาไปแถลงแบบเมื่อวานนี้ ที่ท่านประธานให้ฝ่ายเลขานุการท่านออกไปแถลง พรรคไหนอยู่ ไม่อยู่กี่คนจะได้รู้ว่าใครเป็นคนปิดปากในเรื่องของรถไฟฟ้าสายสีส้มก็แค่นั้น🔗
ท่านประธานครับ🔗
ท่านภราดร เชิญครับ🔗
ด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ด้วยความเคารพท่านจุลพันธ์จริง ๆ นะครับ แต่ว่าการอภิปรายสนับสนุน ญัตติมันเป็นเรื่องปกติถ้าหากว่าเราเข้าสู่ญัตตินั้น ๆ แล้วท่านจะอภิปรายกันยันสัปดาห์หน้า ผมก็ไม่ว่าหรอก ถ้าหากว่าสภามีมติให้พิจารณาในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้ว อย่างสัปดาห์ก่อนนี้ เราพิจารณาเรื่องน้ำท่วมกับเรื่องกราดยิงเราพิจารณากัน ๒ สัปดาห์ก็ไม่เห็นมีใครว่าอะไร ก็อภิปรายทั้งสนับสนุนแล้วก็คัดค้านญัตติ แต่นี่มันยังไม่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาก็ต้อง ลงมติ ขอมติจากสภาแห่งนี้ก่อนว่าสภาแห่งนี้จะมีมติเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับญัตติของ ท่านสุรเชษฐ์อย่างไรใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ขณะนี้เราอยู่ในขั้นตอนนี้ เพราะฉะนั้น ท่านประธานบอกว่าจะให้มีการลงมติถ้าหากว่าไม่มีการอภิปรายสนับสนุนญัตติให้ผมถอน ญัตติให้นับองค์ประชุมผมก็ไม่ติดใจถ้าหากว่าจะทำไปตามขั้นตอนกระบวนการที่เราเคย ปฏิบัติ ผมก็ต้องถามท่านประธานว่าสรุปแล้วยังจะให้มีการอภิปรายสนับสนุนญัตติของ ทั้ง ๒ ฝ่ายหรือไม่ ถ้าหากว่าไม่มีการอภิปรายสนับสนุนญัตติแล้วจะให้ผมถอนเพื่อให้มีการ ลงมติว่าจะสนับสนุนญัตติของท่านสุรเชษฐ์หรือไม่ก็ดำเนินการต่อได้ครับ🔗
ก็อย่างที่ ประธานได้พยายามหาทางออกและประนีประนอมนั่นแหละครับ คือที่จริงแล้วก็ได้อภิปราย หลักการและเหตุผลกันมาพอสมควรแล้ว ได้แถลงพอสมควรก็มีการลงมติ ถ้าลงมติแล้ว ที่ประชุมแห่งนี้เห็นชอบให้มีการพิจารณาญัตติด่วนของท่านสุรเชษฐ์เราก็ค่อยลงใน รายละเอียดกันว่าใครจะเสนออภิปรายขนาดไหน อย่างไร ก็สามารถอภิปรายกันได้ แต่ทีนี้ มีปัญหาว่าทางอีกฝั่งหนึ่งก็บอกว่าเสนอให้มีการลงมติเลยไม่ต้องอภิปรายสนับสนุน เพราะถ้าอภิปรายสนับสนุนเขาก็จะเสนอให้มีการนับองค์ประชุม มันก็เลยเกิดประเด็นอย่างนี้ ผมอยากให้การประชุมมันเดินไป เรื่องรถไฟฟ้าสายสีไหนผมไม่ทราบหรอกว่าใครมีประโยชน์ อะไร ผมก็ไม่ทราบ ไม่เข้าใจ เพราะผมมัน ส.ส. บ้านนอกครับ🔗
ท่านประธานอย่าไปพูดเช่นนั้น ด้อยค่า เขาเรียก ส.ส. ภูธร ครับ🔗
จริง ๆ ครับ ไม่ทราบจริง ๆ ท่านจิรายุผมขอเลยได้ไหมเราลงมติเถอะครับ เพราะถ้าลงมติผ่านไปแล้ว ที่ประชุมเห็นชอบเราก็อภิปรายกันต่อยาวเลยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมเข้าใจ ผมขออนุญาตท่านประธานอธิบายเรื่องนี้นิดเดียวครับ จิรายุ กรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา รถไฟฟ้าสีส้ม คือกรณีถ้าเกิดท่านสุรเชษฐ์ยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาตามข้อบังคับ ข้อ ๔๙ ข้อ ๕๐ แล้ว ถ้าไม่มีผู้เสนอเป็นอย่างอื่น ผมก็ไม่จำเป็นต้องลุกขึ้นมาแล้วก็อภิปรายสนับสนุน ญัตติ แต่เมื่อมีผู้เสนอเป็นอย่างอื่นผมจึงจำเป็นจะต้องอธิบายว่าสุรเชษฐ์เขาพูดมันดีงาม ขนาดไหน ทางฝั่งรัฐบาลก็อธิบายว่ามันไม่ดี มันไม่งาม จึงนำไปสู่การลงมติ ท่านประธาน ต้องเข้าใจประเด็นนี้ก่อนนะครับ แต่ถ้าไม่มีใครเสนอเป็นอย่างอื่นเลยผมไม่มีสิทธิสะเหล่อ ลุกขึ้นมาพูด มันต้องเข้าญัตติก่อนผมจึงมาพูดได้ มัน ๒ ขยักอย่างไรครับ เพราะฉะนั้น การอภิปรายของผมสนับสนุนจึงมีเหตุมีผลที่ให้ท่านประธานได้วินิจฉัย ๒. ผมเจ็บคอไม่พูดแล้ว ไม่พูดแล้ว ท่านประธานนับองค์ประชุมเลยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านจิรายุ ผมว่าทางออกที่ดีนะครับ ก็คือขอให้มีการลงมติไปเลยได้ไหมครับ การประชุมจะได้เดินต่อ🔗
ได้ครับ ท่านประธานครับ ดำเนินการเลยครับ พร้อมครับ ฝ่ายค้านทุกคนเห็นด้วยหมดครับ เชิญเลยครับท่านประธาน ลงมติเลยครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากว่าท่านสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ได้เสนอญัตติเรื่องขอให้ สภาผู้แทนราษฎรลงมติเพื่อส่งความเห็นและข้อเสนอแนะสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ไปให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนะครับ ในขณะเดียวกันก็มีท่านสมาชิกเสนอให้มีการ ดำเนินการการประชุมไปตามระเบียบวาระ ฉะนั้นเมื่อมีผู้เสนอเป็น ๒ ฝ่ายอย่างนี้ประธาน ก็ต้องขอความเห็นชอบจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับที่ท่านสุรเชษฐ์ได้เสนอญัตติด่วนขึ้นมา หรือไม่ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาเป็นเรื่องด่วน ซึ่งเป็นเรื่องไม่ได้ บรรจุในระเบียบวาระการประชุมนะครับ แต่เนื่องจากมีท่านสมาชิกคัดค้านการพิจารณา ญัตติดังกล่าวและเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาเรื่องตามลำดับระเบียบวาระการประชุมที่จัดไว้ ดังนั้นผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบให้พิจารณาญัตติด่วนดังกล่าวหรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกได้เข้าห้องประชุมเพื่อเราจะได้ลงมติในญัตติด่วนของท่านสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ว่าสภาเราจะรับพิจารณาเป็นญัตติด่วนหรือไม่ หรือจะให้ดำเนินการ การประชุมไปตามระเบียบวาระที่ได้จัดวางเอาไว้ เชิญท่านเข้าสู่ห้องประชุม ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อเราจะได้มีการลงมติกันครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ ห้องประชุมกรรมาธิการ วิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายช่วยส่งสัญญาณกันด้วย ช่วยส่งสัญญาณ ให้ท่านสมาชิกเราได้เข้าห้องประชุมกันนะครับ เพื่อจะได้ลงมติในญัตติด่วนที่ท่านสุรเชษฐ์ ได้เสนอขึ้นมานะครับ🔗
ท่านประธานคะ ๑๗๒ นภาพรแสดงตนค่ะ🔗
๑๗๒ เดี๋ยวนะครับ ผมยังไม่ได้ให้แสดงตนตอนนี้ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมก่อนครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่เราจะลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุม ท่านสมาชิกที่เข้ามาอยู่ ในห้องแล้วขอเชิญท่านใช้สิทธิแสดงตนโปรดเสียบบัตรและกดปุ่ม แสดงตน ครับ🔗
ท่านประธานครับ ๐๔๑ แสดงตนครับ🔗
๐๔๑ แสดงตน แสดงตนทางไมโครโฟน ๒ ท่านแล้วนะครับ ส่วนท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกก็ขอความกรุณา ท่านได้รีบเข้าห้องประชุมเพื่อจะได้ลงมติกันนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดที่เข้าห้องประชุมแล้ว ก็กรุณาเสียบบัตรและกดปุ่ม แสดงตน ท่านสมาชิกที่เข้าห้องประชุมแล้วกรุณาได้เสียบบัตร และกดปุ่ม แสดงตน ถ้าท่านได้กดปุ่ม แสดงตน ทุกท่านแล้ว มีท่านใดที่ยังไม่ได้แสดงตน มีไหมครับ ถ้าทุกท่านได้แสดงตนครบทุกท่านแล้วผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้เข้าประชุมในขณะนี้ ๒๗๑ ท่าน บวกอีก ๒ ท่าน เป็น ๒๗๓ ท่าน ถือว่า ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไป ผมขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นชอบให้พิจารณาญัตติด่วน ด้วยวาจา คือเห็นชอบกับท่านสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้ใดเห็นชอบให้พิจารณาญัตติด่วน ด้วยวาจาคือเห็นชอบกับท่านสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ที่ผมย้ำก็คือกลัวจะเกิดปัญหา อย่างเมื่อวานนะครับ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย แต่ถ้าท่านผู้ใดไม่เห็นชอบให้พิจารณาญัตติด่วน ด้วยวาจาคือให้พิจารณาตามลำดับระเบียบวาระ คือให้พิจารณาตามระเบียบวาระ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนนครับ🔗
ท่านประธานคะ ๑๗๒ นภาพรเห็นด้วยค่ะ🔗
๑๗๒ เห็นด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๑๑๐ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๑๐ ไม่เห็นด้วย🔗
๒๙๙ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๙๙ ไม่เห็นด้วย🔗
๐๔๑ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๐๔๑ ไม่เห็นด้วย มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนเชิญครับ ถ้าใช้สิทธิลงคะแนนกัน ครบทุกท่านแล้วผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๓๑ ท่าน บวกอีก ๔ ท่าน ก็เป็น ๓๓๕ ท่าน เห็นด้วย ๑๓๙ บวกอีก ๑ ก็เป็น ๑๔๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๙๐ บวกอีก ๓ ก็เป็น ๑๙๓ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน🔗
ก็เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติไม่เห็นชอบกับญัตติด่วนของ ท่านสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ไม่เห็นชอบ กับการให้พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาดังกล่าว ฉะนั้นที่ประชุมก็จะต้องดำเนินการ การประชุมไปตามระเบียบวาระการประชุมนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๔ และรายงานการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ประจำปี ๒๕๖๔ (ค้างมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่หนึ่ง) วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕)🔗
ด้วยสำนักงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ได้เสนอรายงานผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๔ และรายงานการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ประจำปี ๒๕๖๔ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๗๒ และมาตรา ๗๖ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุ กระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งรายละเอียดของรายงานดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้ว ท่านสมาชิก มีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถามหรือไม่ครับ มีท่านสมาชิกสนใจที่จะอภิปรายในรายงาน ผลการปฏิบัติงาน กสทช. หรือไม่ ถ้าท่านไม่ติดใจ จะได้ถือว่าที่ประชุมให้การรับทราบเลย มีใช่ไหมครับ ยกมือให้เห็นด้วยครับ มีนะครับ ขอรายชื่อด้วย ดังนั้นในการนี้ผมจึงขออนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง ต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ ฉะนั้นจึงขอเชิญท่านผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ในที่ประชุมนะครับ ๑. นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. ๒. นางสาวจิตสถา ศรีประเสริฐสุข ผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม ๓. นางสาวมณีรัตน์ กำจรกิจการ ผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ๔. นางยุพา ทรัพย์ยิ่ง ผู้อำนวยการ สำนักยุทธศาสตร์และการงบประมาณ ๕. นายนิพนธ์ จงวิชิต ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการ ๖. นายณัฐวุฒิ อาจปรุ ผู้อำนวยการสำนักกิจการดาวเทียมสื่อสาร ๗. พลเรือเอก ประสาน สุขเกษตร ประธานกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน กรรมการ ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน ๘. นางสาวพูลศิริ นิลกิจศรานนท์ ผู้อำนวยการ สำนักวิชาการและการจัดการทรัพยากรโทรคมนาคม เชิญท่านผู้มีรายชื่อที่ผมได้แจ้งไปแล้ว เข้าประจำที่นะครับ🔗
ต่อไปผมก็จะ ได้เชิญท่านสมาชิกได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อรายงานผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๔ และรายงานการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ประจำปี ๒๕๖๔ มีผู้เสนอรายชื่อมาแล้ว ๒ ท่าน เชิญท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ตามด้วย ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเขตบางนา พระโขนง กรุงเทพมหานคร ขอบคุณท่านประธานครับ วันนี้ผมขออภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงาน กสทช. ปี ๒๕๖๔ ผมทราบว่าเดี๋ยวคงมีเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านอภิปรายเกี่ยวกับ เรื่องฟุตบอลโลกตามกฎมัสต์แฮฟ (Must Have) ต่าง ๆ ผมขอไม่พูดถึงเรื่องนี้ แต่จะแจ้งว่า เดี๋ยวในด้านของกีฬาประเทศไทยเองเราจะได้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันยิ่งใหญ่ระดับโลก อีก ๑ รายการที่ใกล้จะมาถึง คือบีดับเบิลยูเอฟ เวิร์ล ทัวร์ ไฟนัล ๒๐๒๒ (BWF World Tour Final 2022) เป็นรายการแบดมินตัน อันนี้ก็ไม่มีกฎมัสต์แฮฟ (Must Have) มาเกี่ยวข้องก็มีผู้ประกอบการรายหนึ่งก็ได้ลิขสิทธิ์ไป ในรายการนี้มีนักแบดมินตันไทย เข้าร่วมรายการได้ถึง ๓ ประเภทก็อยากที่จะวิงวอนถึงผู้ประกอบการว่านอกจากสมาชิกท่าน ก็อยากให้คนไทยได้เชียร์ทีมชาติไทยด้วย กลับเข้ามาถึงในวาระอันนี้จริง ๆ ผมจะขอโฟกัส (Focus) พูดถึงการจัดระเบียบสายสื่อสารซึ่งเป็นภารกิจหลักอันหนึ่งของสำนักงาน กสทช. ผมขอวิดีโอ (Video) นำเสนอเป็นคลิป (Clip) สั้น ๆ แค่ ๑ นาทีภายในโควตาของผม ขอเชิญ เปิดคลิป (Clip) แรกครับ🔗
อันนี้ก็คือเป็นปัญหา ในซอยย่อย เราอาจจะเห็นในซอยถนนหลัก ๆ อยู่แล้ว เส้นถนนเมน (Main) ก็สามารถ นำสายสื่อสารลงดิน อันนั้นก็มีความเป็นไปได้ แต่ในซอยย่อยในบ้านไปถึงถนนหลักสภาพ ถนนในกรุงเทพฯ เป็นคล้าย ๆ อย่างนี้ครับ จะสังเกตเห็นว่าด้านบนเป็นส่วนล่างของ สายสื่อสารเป็นมัดวงกลมเหมือนรังนกเห็นได้ตามแยกทั่ว ๆ ไป อันนี้เป็นซอยลาซาล ๒๔ เขตบางนา อันนี้เป็นซอยย่อยยังไม่ถึงถนนใหญ่อีกทีก็จะมีปัญหาให้เห็นประปรายตลอด เกี่ยวกับสายไฟฟ้าเรี่ยลงดินอะไรมากมาย อันนี้คืออยู่ที่เขตบางนา ซอยลาซาล ก่อนที่จะ ไปถึงถนนใหญ่ซึ่งเป็นถนนใหญ่สายรองอีกทีหนึ่งก็คือซอยลาซาลก็จะเจอสภาพปัญหา อย่างที่เห็นอันนี้ที่นอกเหนือจากที่เราเห็นจากในถนนสายหลัก อันนี้ผมมาสะท้อนให้เห็น ตามสี่แยกจะเห็นเป็นอย่างนี้ครับ และที่ผมมาโชว์ก็คือได้มีมติ ครม. ก็คือแจ้งให้ทาง สำนักงาน กสทช. เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดระเบียบสายสื่อสาร และเมื่อเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว ๒๕๖๔ ท่านรักษาการเลขาธิการก็มีการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจะจัดทำ โครงการที่อาจจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ คือตัวซิงเกิล ลาสต์ ไมล์ (Single Last Mile) ผมเชื่อว่าอันนี้ก็เป็นเป้าหมายหรือโครงการที่แก้ปัญหาอันนี้ได้จริง เพราะว่าจะเห็นได้ว่า ทุก ๆ โอเปอร์เรเตอร์ (Operator) เขาก็จะมีสายสื่อสารของเขา ซึ่ง กสทช. ผู้ทำหน้าที่ ควบคุมตรงนี้ก็ไม่ควบคุมได้อย่างดีเท่าที่ควร ประเทศไทยเราเองเป็นที่เชิดหน้าชูตาว่ามีความเร็วอินเทอร์เน็ต ฟิกซ์ บรอดแบนด์ (Internet Fixed Broadband) สูงสุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก อันนี้ผมไม่อยากจะบอกได้ว่า เป็นผลงานของ กสทช. ผมเชื่อว่ามันเป็นผลงานและการแข่งขันของภาคเอกชนไทย เขาสามารถเข้าถึงตรอกซอกซอยในกรุงเทพฯ ในหัวเมืองได้เป็นอย่างดีครับ แต่ขาดการกำกับ ดูแลหรือกำกับดูแลได้ไม่ดีเท่าที่ควรจากสำนักงาน กสทช. ที่กล่าวมาก็คือเป็นบางส่วน ผมมีภาพบางส่วนที่อยากถ่ายทอดให้ฟัง อันนี้เพิ่งได้รับแจ้งมาสด ๆ ร้อนคือนอกเหนือ เจ้าปัญหาสายรกรุงรังนี้ ไม้เลื้อยหรืออะไรต่าง ๆ จากสุขุมวิท ๙๗/๑ ก็เลื้อยไปทางสายสื่อสาร นอกจากบังไฟตอนกลางคืนแล้วอาจจะเป็นปัญหา เมื่อมีสภาพอากาศร้อนก็อาจจะ เกิดไฟไหม้ขึ้นมาได้ อันนี้ก็คือเขตพระโขนง ในโซน (Zone) พื้นที่ผมกำลังที่จะเปิดทำการ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง อันนี้คือสถานีศรีลาซาล ท้ายซอยลาซาลจะเห็นได้ว่าจะมีก้อนกลม ๆ เหมือนรังนกเยอะแยะไปหมด นี่คือทัศนียภาพใกล้กับรถไฟฟ้า เราควรที่จะดีใจกับคุณภาพ ชีวิตที่ดีที่จะมีรถไฟฟ้าเกิดขึ้นใกล้ ๆ แต่ว่าทัศนียภาพเป็นอย่างนี้ครับ ภารกิจของสำนักงาน กสทช. อันหนึ่งที่ผมติดตามมาตลอดคือการจัดระเบียบสายสื่อสาร ผมก็จะฝากว่าตรงนี้ ผมเชื่อว่า กสทช. ก็มีภารกิจขอบเขต แล้วก็เรียกได้ว่าสามารถที่จะผลักดันซิงเกิล ลาสต์ ไมล์ (Single Last Mile) ได้ เพราะจากที่เห็นปัญหาสายรกรุงรังทุกคนในประเทศทราบหมดแล้ว คุณสามารถดำเนินการได้ ภาคเอกชนเชื่อว่าจะไม่มีอำนาจต่อรองมาก เพราะว่า เขาไม่สามารถที่จะดำเนินการจัดระเบียบให้เป็นที่ที่ดีจากประชาชนต้องการครับ จากอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่เคยเห็นก็มีเกือบที่จะเสียชีวิตที่จะไปโดนสายสื่อสาร ก็เป็นอันเดียว ที่ผมอยากฝากถึง กสทช. ให้จัดการตรงนี้ให้ดี ไม่จำเป็นต้องเอาสายไฟฟ้าลงดินทั้งหมด เพราะผมเชื่อว่างบประมาณคงไม่มีมากพอ แค่จัดระเบียบให้ดี แล้วก็ดำเนินการสายรกรุงรัง ตรงนี้เป็นซิงเกิล ลาสต์ ไมล์ (Single Last Mile) อย่างที่บอกผมจะผลักดันและช่วยสนับสนุน เต็มที่ก็ฝากไว้เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นก็ขอบคุณทางคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผล การปฏิบัติงานของ กสทช. ที่ได้จัดทำรายงานของปี ๒๕๖๔ มาอย่างเรียบร้อย แล้วก็มีการ รายงานของแต่ละท่านที่เป็นกรรมการ ซึ่งแต่ละท่านก็ได้ให้ความคิดเห็นหลายประการ ที่เป็นประโยชน์ ซึ่งผมก็จะขออนุญาตใช้สิ่งที่ท่านเขียนมาเพื่อสอบถามไปยัง กสทช. ได้ช่วยชี้แจงว่าที่ทางคณะกรรมการได้ตั้งประเด็นขึ้นมา ทาง กสทช. ได้มีการดำเนินการ คืบหน้าไปอย่างไร แล้วก็มีปัญหาหรือมีข้อขัดข้องอย่างไรนะครับ🔗
ประการแรก เรื่องของการที่มีคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) แล้วก็เป็นข่าวอยู่ แทบทุกวันที่จะมีการโทรศัพท์มาถึงพี่น้องประชาชน แม้กระทั่งผมเองก็ได้รับอยู่เป็นระยะ ๆ ซึ่งถือว่าเป็นการหลอกเงิน เป็นการฉ้อโกงประชาชน ข่าวที่ออกมาน่ากลัวมากว่าเงินในบัญชี อาจจะหายทั้งหมด สิ่งเหล่านี้ที่ผมอยากจะขอให้ทาง กสทช. ได้มีมาตรการทั้ง ๒ ด้านครับ ด้านหนึ่งก็คือให้คำชี้แจงกับประชาชน ท่านได้มีการชี้แจงสักแค่ไหนในเรื่องนี้ว่าเรื่องเหล่านี้ ท่านมีบทบาท มีความสามารถในการดูแลจัดการได้แค่ไหน หรือว่าการที่มีการหลอกเงิน บัญชีแบงก์มันจริงไหม พวกเราไม่ทราบเลยว่ามันเป็นข้อเท็จจริงหรือว่าเป็นการเฟกนิวส์ (Fake News) กันอย่างที่ เห็นกันอย่างดาษดื่น นั่นก็เป็นเรื่องหนึ่ง แล้วก็บทบาทหน้าที่นี้ควรจะเป็นของ กสทช. หรือเป็นของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อันนี้เป็นความสับสนที่กระผมในฐานะ ประชาชนคนหนึ่งก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน🔗
ประการที่ ๒ ที่ท่านประธานกรรมการได้กล่าวถึงก็คือเรื่องของศูนย์รับเรื่อง ร้องเรียน โดยให้เป็นศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะเพื่อผู้บริโภค ที่ท่านได้มีการทักขึ้นมาเป็นประโยชน์ อย่างมาก แล้วก็ไม่ทราบว่าทาง กสทช. ได้จัดทำเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน อยากจะขอให้ท่าน ได้ช่วยชี้แจงเพราะว่าผู้บริโภคทุกวันนี้เราไม่แน่ใจว่าเราถูกเอาเปรียบแค่ไหน แล้วบริการ ที่เราใช้อยู่เป็นบริการที่เหมาะสมหรือไม่ อันนี้ก็เป็นประเด็นที่อยากจะขออนุญาตให้ท่าน ได้ชี้แจง🔗
ประการที่ ๓ ที่ท่านได้กล่าวว่ายังมีช่องว่างด้านกฎหมายไม่เท่าทันกับ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในยุคดิจิทัล อันนี้เป็นเรื่องใหญ่เลย แล้วก็เหตุผลหนึ่งที่มีการจัดตั้ง กสทช. ให้เป็นองค์กรอิสระ แล้วก็ให้เป็นอิสระจากการเมือง ก็คือไม่อยู่ในรัฐบาล ก็คือหวังว่าท่านจะมีการทำงานที่ไม่ถูก พูดง่าย ๆ คือแทรกแซงในทาง การเมือง ท่านสามารถที่จะปกป้องประโยชน์ของประชาชนโดยการให้ประชาชนได้รับ ประโยชน์ทางเทคโนโลยีอย่างเต็มที่ แต่ในเมื่อท่านประธานกรรมการทักขึ้นมาอย่างนี้ก็เลย ไม่แน่ใจว่าบทบาทของ กสทช. ทุกวันนี้ที่เราจัดตั้งขึ้นมาอยู่ในรัฐธรรมนูญท่านได้ทำหน้าที่นี้ มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเรียนรู้ดิจิทัล ผมเองก็ได้สัมผัสกับพื้นที่ มากบ้าง น้อยบ้าง ก็ได้รับทราบว่ามีปัญหาอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงของโควิด-๑๙ (COVID-19) นักเรียนไม่สามารถไปโรงเรียนได้ แต่ครั้นเมื่อมีการเรียนออนไลน์ (Online) ก็มี ข้อจำกัดมากมายด้วยกัน นอกเหนือจากเรื่องของมีอุปกรณ์ที่ไม่พร้อมแล้ว แม้กระทั่ง คลื่นความถี่หรือเรื่องของการส่งสัญญาณไวไฟ (WiFi) ก็ได้แค่จำกัด ไม่สามารถที่จะ ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ก็น่าเสียดายเพราะว่าเป็นโอกาสที่เยาวชนที่เรียนอยู่ที่บ้านน่าจะได้ ประโยชน์จากเทคโนโลยี แต่ในเมื่อเราไม่พร้อมในเรื่องนี้ก็ทำให้เราไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร🔗
ประการต่อไปมีกรรมการท่านพูดถึงเรื่องของการไม่มีความคืบหน้าและ ผลลัพธ์ของการจัดตั้งศูนย์ทดลองคลื่นความถี่แห่งชาติ อันนี้ก็น่าแปลกใจว่าทำไมจึงยังไม่มี ความคืบหน้า ทั้งที่จริง ๆ เป็นงานสำคัญที่เราจัดตั้งองค์กรนี้ขึ้นมาคือ กสทช. เพื่อจะปฏิบัติ หน้าที่นี้ ส่วนในเรื่องของการนำสายสื่อสารลงใต้ดินหรือการจัดระเบียบสื่อสารผมเองก็เจอ ปัญหาถนนพระราม ๓ ที่มีการนำสายลงดิน ไม่แน่ใจว่าเป็นสายไฟฟ้าหรือสายสื่อสารด้วย แต่ปรากฏว่าถนนทั้งสายรถวิ่งยังไม่สะดวกเลย เพราะว่าถนนก็จะไม่ราบเรียบ พูดง่าย ๆ คือ สายไฟฟ้าลงดินก็จริงแต่ว่าถนนเสียหาย ไม่แน่ใจว่าอันนี้จะต้องเป็นความรับผิดชอบ ของฝ่ายไหน แล้วก็เรื่องของมาตรการช่วยเหลือและผู้ไม่เคยได้รับบริการจากมาตรการ ช่วยเหลือ อันนี้จากปัญหาเรื่องโควิด (COVID) กสทช. จะมีบทบาทตรงนี้อย่างไร อันนี้เป็น สิ่งที่ท่านกรรมการได้ยกขึ้นมา🔗
แล้วก็อีกประการหนึ่งเป็นประการสุดท้ายที่กระผมขออนุญาตยกขึ้นมาก็คือ เรื่องของมาตรฐานของเครื่องมือสื่อสาร ในยุโรปมีการออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ว่า ผู้ประกอบการที่ขายเครื่องมือให้เราอยู่ ๆ จะมาบังคับให้เราซื้ออุปกรณ์เชื่อมต่อ ซึ่งมีมาตรฐานหลากหลายด้วยกัน เสียเงินเสียทองอยู่บ่อยครั้งในการที่ต้องไปซื้อตัวเชื่อมต่อ ตัวสายชาร์จ (Charge) เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งยุโรปเขาบังคับเลยว่าให้มีมาตรฐานเดียวเพื่อจะเป็น การปกป้องคุ้มครองผู้บริโภค ผมก็เลยอยากจะขออนุญาตใช้โอกาสนี้สอบถามว่า ทาง กสทช. ได้มีมาตรการปกป้องผู้บริโภคไม่ให้ถูกเอาเปรียบได้อย่างไร ในเมื่อทุกวันนี้ถ้าเรา ไปซื้ออุปกรณ์จะมีการต้องซื้ออุปกรณ์พ่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายเสียบมีมากมายด้วยกัน แล้วก็อย่างในห้องประชุมเราทุกวันนี้จริง ๆ น่าจะมีสายสำหรับอุปกรณ์สื่อสารของเราแต่เป็นช่องที่พวกเราเองก็ใช้ไม่เป็น เป็นช่อง สำหรับโทรศัพท์มากกว่าซึ่งมันไม่มีประโยชน์ครับ อันนี้ก็อีกประการหนึ่งที่อยากจะ ขออนุญาตฝากให้ กสทช. ได้ช่วยมาตรวจสอบให้ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
เชิญ ท่านมานพ แล้วก็ท่านเกียรติ สิทธีอมร แล้วก็ พลตำรวจตรี สุพิศาล เชิญท่านมานพก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานของ กสทช. เอาอย่างนี้ผมคิดว่า คงมีสมาชิกหลายท่านที่จะอภิปราย โดยเฉพาะเรื่องของฟุตบอลโลกที่ทุกคนเจอปัญหาอยู่ อย่างนี้สด ๆ ร้อน ๆ เมื่อคืนนี้ท่านนายก อบต. ที่แม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ท่านนายกพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ ก็บอกว่าท่าน ส.ส. ช่วงนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้ติดตามเรื่องของฟุตบอลโลกแต่ไม่สามารถดูได้ สืบเนื่องจากไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) ถึงแม้ว่าทีวี (TV) หนวดกุ้งอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ที่มันมีอยู่ตามพี่น้องชาวบ้านที่เคย ซื้อมา แต่ว่าไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้ อันนี้คือเป็นปัญหา ประเด็นสำคัญอยู่ตรงนี้ครับ เรื่องของการสื่อสารโทรคมนาคมมันเป็นบริการสาธารณะ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องบริการให้ประชาชนเข้าถึงการสื่อสารสาธารณะ มันเป็น ทรัพย์สินโดยรวม เพราะฉะนั้นคนที่เป็นคนกลางในการบริหารจัดการที่จะแบ่งปันให้กับ ประชาชนเข้าถึงระบบสื่อสารต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้นก็คือว่าการที่ประชาชน ได้รับความเดือดร้อนผมคิดว่าอันนี้คือเป็นประเด็นที่เป็นหน้าที่ของผู้แทนราษฎรที่จะต้อง มาพูดในสภา เรื่องเดิมมันมีอย่างนี้ผมขอย้อนไปเมื่อปี ๒๕๕๗ คือแผนงานที่เราเข้าใจและ เราพูดกันบ่อยมาก ถ้าท่านประธานไปพื้นที่ตามชนบทที่ไกล ๆ เราก็จะมีโครงการที่เรา เรียกว่าเน็ต (Net) ประชารัฐ โดยประเทศไทยมีทั้งหมด ๗๔,๙๘๗ หมู่บ้าน ในแผนงานเดิม เรื่องนี้ผมเคยถาม ผมเคยท้วงติง แล้วผมเคยสอบถามแล้วว่ากระบวนการแก้ไขปัญหาของ กสทช. ไปถึงไหนแล้วที่ประชาชนในหมู่บ้านเขาจะเรียกยูโซเน็ต (USO Net) ตอนนี้ปัญหา คืออย่างนี้ ข้อมูลที่ผมบอกว่ามี ๗๔,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน พื้นที่เศรษฐกิจในแผนงานบอกว่ามีอยู่ ๓๐,๖๓๕ หมู่บ้าน พื้นที่ชนบทมีอยู่ ๔๔,๓๕๒ หมู่บ้าน ซึ่งมีความรับผิดชอบ ๒ ส่วน แล้วก็จะ มีพื้นที่ชายขอบคือ ๓,๙๒๐ หมู่บ้าน ผมเข้าใจว่าที่ผมอภิปรายน่าจะอยู่ตรงนี้คือพื้นที่ ชายขอบ ๓,๙๒๐ หมู่บ้านที่ผมลงพื้นที่ไป สิ่งที่ผมเจอมีทั้งจาน มีทั้งตู้อยู่ในพื้นที่ตอนนี้มด แมลงเข้าไปในตู้เต็มแล้วครับ สิ่งที่ผมถามการรายงานครั้งที่ผ่านมาก็คือว่าหลายพื้นที่ มีข้อกฎหมายเกี่ยวข้องกับเรื่องของทางกระทรวงทรัพยากรบอกว่าติดตั้งแล้วไม่มีการ ขออนุญาตจึงไม่สามารถที่จะส่งสัญญาณไปได้ ก็ต้องแก้ไขปัญหา อันนี้เคยถามไปแล้ว แต่ปัญหาตอนนี้คือศักยภาพของเน็ต (Net) ที่ท่านได้ดำเนินการตอนนี้ปัญหาคือว่าไม่มีการ ส่งมอบให้ท้องที่ ไม่ได้มีการส่งมอบให้ท้องถิ่น เกิดปัญหาอะไรก็ต้องส่งมาที่ส่วนกลาง ซึ่งลักษณะแบบนี้ผมคิดว่าทำให้พี่น้องประชาชนเสียผลประโยชน์มาก ๆ เลย ในพื้นที่ชนบท บอกว่ามีความรับผิดชอบก็คือว่าของกระทรวงดีอี (DE) ประมาณ ๒๔,๗๐๐ หมู่บ้าน แต่ท่านในฐานะที่ดูแลระบบการสื่อสารทั้งหมดผมคิดว่ากรณีพี่น้องประชาชนที่อยู่พื้นที่ ชายขอบเท่าที่ผมไป ล่าสุดผมไปที่ตำบลเสาหิน อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เราใช้เวลาในการเข้าพื้นที่ประมาณ ๕ ชั่วโมง ระยะทาง ๙๘ กิโลเมตร พื้นที่ตรงนี้ มีความสำคัญในอดีตนะครับ โรงพักตั้งเมื่อปี ๒๔๗๐ เป็นพื้นที่ผ่านแดนในการค้าขายสมัยก่อน เป็นชุมชนที่มีการ เคลื่อนไหวของผู้คนในอดีตในการทำงานระหว่าง ๒ ประเทศ หรือว่าช่วงที่มีมหาอำนาจ เข้ามาในเรื่องของล่าอาณานิคมเหล่านี้ครับ พี่น้องประชาชนเหล่านี้วันนี้ผมคิดว่าพื้นที่ที่เรา พยายามอยากจะให้เขาได้สื่อสาร ได้รับรู้ข่าวสารในประเทศว่านโยบายของรัฐบาล เป็นอย่างไร พื้นที่ที่ผมได้กล่าวมานี้เขาไม่สามารถที่จะสื่อสารกับใครได้เลย นี่ผมก็ได้หารือกับ ท่านประธานไปเรียบร้อย ทั้งหมดก็จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของกระทรวงดีอี (DE) กสทช. และกระทรวงทรัพยากรและกระทรวงมหาดไทย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะให้มีความ เร่งด่วน โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสารเราจะไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับพี่น้องประชาชนได้เลย เราไม่สามารถที่จะถ่ายทอดข้อมูลของฝ่ายรัฐบาล ของฝ่ายวิชาการหรือสถานการณ์ใด ๆ ที่เราตั้งใจหรือที่เราจะมีเจตนาส่งให้พี่น้องประชาชนรับรู้ เพราะเขาไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ กรณีตำบลเสาหินที่ผ่านมาเขาใช้สัญญาณโทรศัพท์จากประเทศเพื่อนบ้าน พอมีสถานการณ์ การสู้รบทางโน้นก็มีปัญหาก็ตัดไป พอตัดไปก็สื่อสารไม่ได้ ลูกที่เรียนในเมือง ในกรุงเทพฯ ไปทำงานที่อื่นต่าง ๆ ก็ไม่สามารถติดต่อพ่อแม่ได้ ที่ผมยกกรณีตัวอย่างนี้อย่างนี้มันเห็นภาพ ได้ชัดเจน และไม่ใช่เฉพาะที่นี่ ผมเดินทางไปตั้งแต่ทางภาคใต้ ภาคตะวันตก ภาคเหนือ หลาย ๆ พื้นที่มีลักษณะเดียวกันโครงการที่ท่านเคยทำก็คือโครงการเน็ต (Net) ประชารัฐ ในพื้นที่ชนบทนี้ ๔๔,๓๕๒ พื้นที่ รับผิดชอบโดยกระทรวงดีอี (DE) ๒,๔๗๐ พื้นที่ชายขอบ ก็คือ ๓,๙๒๐ ทุกพื้นที่มีปัญหาหมดแหละครับ ผมเสียดายจริง ๆ แล้วผมเตรียมภาพให้กับ ท่านประธานแล้วก็ผู้บริหาร กสทช. ได้ดู แต่ว่าผมมีเวลาในการส่งข้อมูลช้าไป ผมอยากจะให้ เจ้าหน้าที่ กสทช. ที่เกี่ยวข้องถ้าท่านไม่รู้จักพื้นที่ขอให้ประสานผมโดยตรงผมจะพาลงไปดูพื้น ที่ว่าพี่น้องประชาชนที่ต้องการสื่อสาร ต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารจากภายนอกนี้เขาไม่มีทาง เลยนะครับ ผมคิดว่าถ้าหากว่าเราวางระบบการสื่อสาร ไม่มีความชัดเจน ไม่มีศักยภาพ ไม่ สามารถที่จะทำให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้นะครับ ผมคิดว่าเรื่องอื่น ๆ เราไม่ต้องคิด เลยครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกียรติ สิทธีอมร ตามด้วยท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขออภิปรายรายงาน ของ กสทช. ครั้งนี้ไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไร รายงานมีเข้าสภาหลายครั้งแล้ว บางเรื่องที่เราฝากไว้ ปัญหาของระบบของสภาเราก็คือว่าท่านก็เปิดให้ทุกคนพูดใช่ไหมครับ พอพูดกันไป ๒-๓ ชั่วโมงเสร็จแล้ว บางเรื่องที่เขาไม่ตอบเขาก็บอกรับไว้ รับไว้ แต่ไม่ปรากฏว่ามีคำตอบ ในรายงานฉบับต่อ ๆ มานี่คือปัญหา ในภาพรวมผมต้องขอติงนิดหนึ่ง ในรายงานของท่าน ควรจะมีเลย หน้าแรกเลยว่าเวลามารายงานต่อสภาแล้ว มีข้อคำถามที่ยังไม่ได้ตอบอะไรบ้าง ที่ท่านรับไว้แล้วบอกว่าจะไปดำเนินการหรือจะไปทำแล้วก็จะส่งรายละเอียดตามมา อันนี้ไม่มี เพราะฉะนั้นพวกเราทุกคนต้องไปนั่งไล่ดูตั้งแต่หน้า ๑ ยันหน้าสุดท้ายทุกครั้ง ทุกฉบับ ซึ่งไม่มีคำตอบเหมือนกันเช่นเดิม อันนี้ภาพรวมนะครับ ขออนุญาตว่าถ้าท่านตั้งใจจริง ที่จะปรับปรุงรายงานให้มันดี ที่จะนำเข้าสู่สภาต้องทำอย่างนั้น ไม่ใช่ฟังทวนไปเข้าหูซ้าย แล้วไปทะลุหูขวา แล้วก็ในที่สุดใช้เวลาเป็นเครื่องมือในการไม่ตอบนะครับ อันนี้ต้องขอจริง ๆ เราพยายามทำงานแบบมืออาชีพ เราคาดหวังว่า กสทช. ทำงานแบบมืออาชีพเช่นกัน กลับมาประเด็นที่เป็นภารกิจหลักของ กสทช. ก็คือว่าท่านเขียนไว้ อันนี้อยู่ในหน้า ๑๗๙ ท่าน บอกว่าอัตราค่าบริการต้องเป็นธรรม ได้รับคุณภาพในราคาที่ถูกลง ท่านทำวิธีไหนครับ เป้าหมายท่านเขียนไว้ไม่มีพร่องเลยครับ แต่วิธีการและผลลัพธ์ที่ได้ไม่เป็นไปตามที่เขียนไว้ อันนี้ต้องเรียนท่านด้วยความตรง ๆ แล้วก็จริงใจต่อท่านนะครับ เพราะเราอยากเห็นว่า ภารกิจของท่านในที่สุดเป็นที่ยอมรับของประชาชนและผู้บริโภคที่ใช้บริการ แต่สิ่งหนึ่งที่ ท่านเองก็คงได้เจอ ได้พบผมในสภาแห่งนี้ แล้วก็ในหลายเวทีของกรรมาธิการ ผมก็เรียกร้อง ทุกครั้งว่าในรายงานของท่านต้องมีเบนช์มาร์ก (Benchmark) พูดง่าย ๆ แข่งขันได้ อยู่ตรงไหน แข่งขันได้ถ้อยคำนี้หายไปจากรายงานท่านเลยนะครับ และเมื่อไปดูในรายงาน ของท่านเองท่านก็มีระบุเป็นตารางทำสวยเลยว่าค่าบริการของเราแต่ละค่ายเป็นอย่างไร ค่าบริการเฉลี่ยเป็นอย่างไร แต่ไม่เปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยกับประเทศอื่น ๆ เลยครับ ที่เป็นคู่ค้า คู่แข่งของเรานี่ครับ แล้วตรงไหนที่จะมีความชัดเจนว่าแข่งขันได้ ท่านทราบไหมว่า ค่าบริการในประเทศของเรา ณ วันนี้แพงกว่าประเทศในภูมิภาคนี้เท่าไร ถ้าท่านยังตอบไม่ได้ ด้วยความแม่นยำแสดงว่าท่านบริหารแบบไม่มีเป้าหมาย และยังไม่เป็นธรรมกับผู้ใช้บริการ เพราะถ้าผมต้องใช้โครงข่ายที่กำกับดูแลโดย กสทช. ในประเทศไทยนี่นะครับ ในราคาที่มัน สูงกว่าของประเทศอื่น ทำไมครับ ทำไมเราถึงต้องใช้ ทำไมเราถึงปล่อยให้เป็นแบบนั้น ปัญหา การแข่งขันหรือไม่ ตรงนี้ไม่มีอยู่ในรายงานท่านนะครับ แต่ผมก็พูดทุกครั้ง ก็ต้องขออนุญาต ทวงถามท่านทุกครั้งเหมือนกัน และขอว่าครั้งนี้ตอบตรง ๆ เลยว่าท่านจะทำวิธีไหน จะทำหรือไม่ทำ เปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่เป็นผู้ให้บริการ และเดี๋ยวนี้ต้องไม่ลืม ผู้ใช้บริการในประเทศไทยสามารถใช้บริการของประเทศอื่นได้เหมือนกัน ในที่สุดเราจะทำ อย่างไร ตรงนี้ผมคิดว่าเห็นได้ชัดว่าเป็นจุดอ่อนนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เมื่อสักครู่ผู้อภิปรายท่านก่อนได้พูดไปแล้ว แต่ผมอ่านรายงาน ของท่าน อันนี้เป็นรายงานของกรรมการติดตาม ตรวจสอบท่านนะครับ เขียนได้ดีมากเลย รู้ปัญหาครบทุกข้อเลยครับ มาตรการแก้ไขปัญหาเอสเอ็มเอส (SMS) หลอกลวงประชาชน ใน รายงานของท่านเขียนไว้ชัดเจนเลยว่าประชาชนประมาณร้อยละ ๕๐ เคยมีประสบการณ์เอส เอ็มเอส (SMS) หลอกลวง แต่พออ่านให้ครบมาตรการแก้ไขของท่านไม่มีความชัดเจนเลย และอันนี้ในกรรมการตรวจสอบก็เขียนไว้ชัดเจนว่าอันนี้มีแค่นี้ ไม่มีความชัดเจนว่าท่านจะแก้ วิธีไหน ตรงนี้เป็นปัญหาเฉพาะหน้า เป็นเรื่องใหญ่ กระทบคนมากมายเลย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของประชากรผู้ใช้ ผู้บริโภค แต่แนวทางของท่านไม่ชัดเลยครับ สรุปแล้วท่านจะแก้วิธีไหน เอสเอ็มเอส (SMS) ที่หลอกลวงประชาชน ผมยังได้รับทุกวัน เอาวิธีไหนดีนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ในเรื่องของทรู (True) ดีแทค (dtac) ผมเข้าใจดีว่ารายงานฉบับนี้ เดือนมีนาคมปีนี้ ทรู (True) ดีแทค (dtac) ในที่สุดกรรมการ กสทช. ชุดใหม่ได้มีมติ หลังจากนั้น แต่ปรากฏอยู่ในรายงานของท่านและกรรมการตรวจสอบด้วย หน้า ๒๑๙ ท่านยังพูดของเดิมเลยครับ เหมือนกับท่านไม่เคยประชุมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาผลกระทบกรณีการควบรวมกิจการโทรคมนาคม ระหว่างทรู (True) และดีแทค (dtac) และการค้าปลีก-ค้าส่ง ของสภาครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาผลกระทบกรณีการควบรวมกิจการโทรคมนาคม ระหว่างทรู (True) และดีแทค (dtac) และการค้าปลีก-ค้าส่ง ของสภาเรามีมติชัดเจน เรามีการพูดคุยชัดเจนกับกรรมการ กสทช. และกรรมการแข่งขันทางการค้า ในนี้ท่านยังเขียนเลยว่ามันมีผลกระทบแน่ ควบรวมกัน ต้องหาแนวทางเยียวยา การเปิดเผยข้อมูลผู้บริโภค การควบรวมกิจการ เป็นอย่างไร ท่านเขียนชัดเลยนะครับ ความไม่ชัดเจน อำนาจการกำกับดูแล ไม่มีแล้วครับ ท่านครับ เราบอกชัดเจน กรรมาธิการก็ชัดเจนบอกว่าจริง ๆ ท่านมีอำนาจ ท่านยังไม่เข้าใจ ประเด็นที่สำคัญที่สุดซึ่งเป็นหลักขององค์การการค้าโลก ดับบลิวทีโอ (WTO) วิธีการ ที่ดูอำนาจในการกำกับดูแลของบริษัทดูว่าท่านมีอำนาจเข้าไปกำกับดูแลหรือไม่ เขาดูอำนาจ ควบคุมครับ แต่ของเราไม่รู้ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ดูเฉพาะบริษัทที่มีใบอนุญาต อันนี้ผิดครับ แล้วผมก็ชี้ พวกเรากรรมาธิการก็ชี้ให้เห็นในการประชุมกรรมาธิการแล้วว่าคิดอย่างนั้นไม่ถูก แต่ท่านก็ ยังอยู่ของท่านอยู่หน้าเดิมครับ ทั้ง ๆ ที่ได้มีการพูดคุยกับพวกเราครบหมดแล้ว เอาละสมมุติ ท่านเชื่อว่าท่านไม่มีอำนาจในการที่จะไปบอกเขา แก้ประกาศสิครับ แก้เลยครับ ทั้ง ๆ ที่ ประกาศของท่านลงในรายละเอียดให้ดี ชัดเจนว่าท่านมีอำนาจ แต่ท่านเลือกที่จะมองว่า ไม่มีอำนาจ เอาละสมมุติผมเอาตามท่าน ประกาศของท่าน อำนาจตามกฎหมายของท่าน ชัดเจนว่าท่านมีอำนาจควบคุมพฤติกรรมต้องห้าม ถึงวันนี้ท่านปล่อยให้ควบรวมแล้ว เรายังไม่เห็นมาตรการต้องห้ามชัดเจนเลย คืออะไรครับ ซึ่งจริง ๆ ท่านต้องประกาศก่อน ก่อนให้ควบรวม ตรงนี้คือปัญหา ผมคิดว่าในรายงานของท่านเอาละเดือนมีนาคม แต่ ณ วันนี้ ผมคิดว่าท่านก็มีภาระที่จะต้องตอบพวกเราในสภาที่ตั้งคำถาม เพราะอันนี้เป็นผลประโยชน์ ของผู้บริโภคทั้งประเทศ มาตรการต้องห้ามคืออะไร ไม่มีเลย ผมใกล้จะจบแล้วท่านประธาน อีกนิดเดียวเท่านั้นครับ🔗
กรณีสุดท้าย ผมก็ตั้งคำถามไว้ในการประชุมของกรรมาธิการหลายคณะ มากเลยนะครับ ทั้งคณะที่เกี่ยวกับเรื่องสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาและการควบรวมกิจการ เราบอกว่าเทคโนโลยีมันไปไกลแล้ว ในรายงานท่านไม่มีเลยนะครับ ความท้าทายที่เกิดขึ้น จากเทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่างเช่นกรณีสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ถ้าท่านจำได้ตอนผมเป็น ประธานวิสามัญดูเรื่องสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาก็มีการจี้ให้ กสทช. ทำหนังสือไปยัง สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) บอกว่าคุณอยู่ดี ๆ มาขายบริการในประเทศไทยไม่ได้ เพราะคุณยัง ไม่ขึ้นทะเบียนกับเราเลย แล้วท่านก็ส่งไปผ่านสถานทูตสหรัฐอเมริกา เรื่องนี้ผมต้องถาม ท่านเพราะมันไม่อยู่ในรายงานท่านเลยว่าไปถึงไหนแล้วครับ แล้วท่านจะมีมาตรการในการ กำกับดูแลในอนาคตเกี่ยวกับการให้บริการจากต่างประเทศผ่านโครงข่ายซึ่งไม่ได้ขึ้นทะเบียน ในประเทศอย่างไร ก็ขอสอบถามประมาณนี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล แล้วก็ตามด้วยท่านวีระกร คำประกอบ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตถามจากคำถามของเพื่อนสมาชิกที่ฝากมาคนสำคัญ ๑ ท่านจากเพื่อนสมาชิก ผมจะเข้าในรายงานเป็นคำถามที่ผมต้องถามก่อนเลยเดี๋ยวลืม ทำไมสำนักงานใหญ่ กสทช. ที่ศรีสมานแจ้งหยุด ๒ ปีหรืออย่างไร โครงการก่อสร้างหมื่นกว่าล้านบาททำไมหยุดนิ่ง เกิดจากการเปลี่ยนแปลงการก่อสร้างหรือมีคนเบี้ยวสัญญาหรืองบไม่เพียงพอหรืออย่างไร ผมก็เลยไปเปิดดู ไปดูงบก่อสร้าง ประเด็นก็คืองบก่อสร้างในเอกสารที่เกี่ยวกับหมายเหตุ ข้อที่ ๑๔ ท่านประธานดูว่าหมายเหตุนั้นเป็นหมายเหตุที่เกี่ยวกับมีการค้างเงินที่ใช้จ่าย ค่าอาคารอยู่ ๑,๑๒๐ ล้านบาท เมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม อาคารนี้ที่สำนักงานใหญ่ใช้งบเท่าไร และยังคงเหลือจ่ายในปีงบประมาณใดช่วยตอบด้วยอันนี้เป็นเรื่องหนึ่ง พอดีผมเปิด ในเอกสารนี้สงสัยครับ อันนี้ผมอภิปรายคราวที่แล้วก็หลายรอบแล้วของ กสทช. ท่านครับ ค่าทดแทน ชดเชยหรือค่าตอบแทนตามคำสั่ง กสทช. หมายเหตุที่ ๓๕ ปีนี้จ่ายอีก ๒,๐๔๙,๗๑๒,๖๑๘.๙๔ บาท ยังไม่หมดหนี้ที่เขาชักดาบอีกหรือครับ ผมอยากทราบว่า กสทช. จะแบกหนี้แบบนี้ให้คำสั่ง คสช. ใช้อย่างต่อเนื่องเมื่อไรจะจบ ช่วยตอบด้วยครับ ตอนนี้ไปดูของ กตป. กตป. เขียนดี ผมเปิดอ่านตรงสีส้ม เรื่องเมื่อสักครู่ ท่านผู้ทรงเกียรติได้พูดไปถึงบางส่วนแล้วเรื่องรายละเอียดของ ๖.๓.๖ เรื่องการแก้ปัญหา คอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ทั้งหมดที่เขียนมานี้ให้เหตุผลว่าได้แก้ไข วันที่ ๒๒ กันยายน ได้ร่วมกับทางโพรไวเดอร์ (Provider) แก้ไขปัญหาแชร์หลอกลวง ใช้ไม่ได้ ท่านประธานครับ ในมือถือท่าน +๖๖๖ ยังขึ้นทุกวันครับ คุณได้รับเงินกู้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท จากแบงก์จุด จุด จุด คุณได้รับเปอร์เซ็นต์พิเศษจากแบงก์ จากบริษัทนี้ คุณได้รับรางวัลพิเศษ นี่ขึ้นทุกวัน ผมคิดว่า ในนี้ทุกคนมีครับ นี่คือความบกพร่องที่ กตป. บอกแล้วว่าไม่สำเร็จ เมื่อไรจะสำเร็จว่า บนมือถือพวกผมจะไม่มีแล้ว +๖๖๖ จากต่างประเทศ แล้วคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ที่ให้เบอร์คอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ของโพรไวเดอร์ (Provider) ๔ บริษัท ที่เป็นเลข ๔ ตัว ผมโทรประจำ ไม่เกิดขึ้นเลย มันมาปั๊บผมก็กดไปลงรายละเอียด บอต (Bot) มันก็บันทึกไว้ สวัสดีค่ะ เบอร์อะไรกรุณากดตามนี้ ๆ กดหมายเลขวันที่เท่าไรที่คุณถูกแจ้ง ก็เท่านั้น ทำสิครับ กสทช. ทั้งหมดนี้ ๖ บล็อก (Block) สีส้มไม่ได้ทำอะไรเลยกับโพรไวเดอร์ (Provider) สิ่งสำคัญที่ กตป. ได้บอกไว้เรื่องการหลอกลวง แม้กระทั่งสินค้าที่หลอกลวง ซื้อบนสื่อออนไลน์ (Online) ทั้งหมดยังหลอกลวงอยู่ สั่งของอย่างตามหน้าปกได้อีกอย่าง สั่งซีซีทีวี (CCTV) ได้เครื่องไม้กันหมามา สั่งขนมได้ทิชชูมา ผมไม่รู้มันเยอะแยะไปหมด ที่บ้านผมก็โดน ตอนหลังผมก็เขียนเลยว่าเปิดกล่อง พอเปิดมาปั๊บไม่ใช่ของตรงปกคืน สิ่งที่ผมจะตามต่อไปเรื่องของคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ที่สำคัญท่าน กตป. ท่านเขียนไว้ ในหน้า ๑๕๑ ท่านเปิดไปดู กสทช. จึงควรดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยผนึกกำลังร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารแห่งประเทศไทยและสถาบันการเงิน ผมพูดในสภาแห่งนี้ ท่านผู้ว่านั่งอยู่ตรงนี้ ธปท. ผมบอกว่าท่านออกประกาศบนระบบ การโอนเงินปลายนิ้ว เขียน ๑๑๙๑ ดอต (Dot) หมายเลขที่โอนไป ๑๐ ตัว แล้วก็หมายเลข ของตัวเองบัญชี แล้วก็กดงดเลยครับ ฟีด (Feed) ฟีด (Feed) บัญชีทั้งบัญชีไม่ให้มันโอน ตอนนั้น ตอนนั้นรู้สึกแล้ว หรือช่วงอีกครึ่งชั่วโมงบัญชีนั้นยังไม่ถูกดึงออกก็ฟีด (Feed) ได้ ไม่ทำ ง่ายปลายนิ้วไม่ช่วยประชาชน นี่คือ กสทช. เดี๋ยวของคุ้มครองผู้บริโภคเข้าโดนผมอีก เหมือนกัน ประเด็นเดียวกัน ปัญหานี้คือใครเยียวยา กฎหมายให้ กสทช. เยียวยาผู้ยากไร้ ผู้ตกทุกข์ได้ยาก คนทั้งประเทศที่เกิดผลกระทบจากคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ที่เสียเงิน ท่านต้องเยียวยาครับ ท่านต้องออกมตินโยบายเยียวยาเขา เพราะระบบท่านพูดง่าย ๆ ว่า ขาดประสิทธิภาพครับ ทั้งโพรไวเดอร์ (Provider) ทั้งหมดที่อ้าง กินแต่กำไรทุนใหญ่นี่ครับ ไม่ได้ช่วยเหลือประชาชนที่ตกทุกข์ได้ยากเลย และถูกหลอกลวงในสินค้าบางอย่างก็ต้อง เยียวยา เมื่อเขาไปร้องเรียน กสทช. ไม่ใช่โยนไปให้คุ้มครองผู้บริโภค เพราะคุ้มครองผู้บริโภค ไม่มีมิสชัน (Mission) อันนี้ แต่ กสทช. มีมิสชัน (Mission) อันนี้ ไม่ใช่แค่เปิดให้คนพิการ ดูบอลโลกอย่างที่ใช้นโยบายมา ๖๐๐ กว่าล้านบาท ท่านทำไมไม่ดูแลประชาชนที่ต้อง เดือดร้อนเรื่องของคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) อีกอันครับ เรื่อง ๕ จี (5G) พอดีเมื่อวาน ผมเข้าคณะอนุกรรมาธิการเรื่องโดรน (Drone) ครับ โดรน (Drone) ก็ต้องใช้ ๕ จี (5G) อีอีซี (EEC) มาแถลง ๕ จี (5G) ใช้ความถี่ ๒๖๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งกำลังใช้อยู่ที่พื้นที่บ้านฉาง จังหวัดระยอง กำลังเปิดเพื่อให้เป็นพื้นที่พอยต์ ทู พอยต์ (Point to Point) มีคอร์ริดอร์ (Corridor) ที่เกี่ยวข้องกับการใช้โดรน (Drone) เป็น แลนด์สเคป (Landscape) แต่ละชั้น ๆ ของระยะห้วงอากาศ ขณะนี้ กสทช. กำลังทำอะไร ๓๖๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ผมว่า ๕ จี (5G) จะไปถึงไหนครับท่าน ถ้า ๕ จี (5G) ยังไม่เรียบร้อย เปิดประมูลแล้วมีโพรไวเดอร์ (Provider) อยู่แค่ ๒ บริษัทที่ไปที่อีอีซี (EEC) เท่านั้นผมว่า ยังเจ๊งครับ แล้วผมเรียนในที่ประชุม ๖ จี (6G) กำลังจะมา มันมีการใช้ถนนที่กว้างกว่า แล้วมันให้ความสำคัญของไอโอที (IOT) ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเอไอ (AI) ไม่ว่าจะเอ็มแอล (ML) ที่จะใช้ในระบบ นั่นคือความสำคัญที่ กสทช. ต้องตามให้ทัน ผมมีเท่านี้เพราะเกินมา ๑ นาที ขอบคุณที่ท่านประธานไม่ได้ท้วงติงครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวีระกร ตามด้วยท่านปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ได้จัดให้มีการถ่ายทอดฟุตบอลโลก อย่าไปเข้าใจผิดว่า กสทช. เป็นคนหาฟุตบอลโลกมาให้พวกเราดูนะครับ เงิน ๖๐๐ ล้านบาท ก็ไม่ใช่เงินของ กสทช. เป็นเงินที่ท่านประธานคณะกรรมการกองทุนพัฒนาการกีฬาไปยืมเขามา ไปยืมเงินกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติมา ๖๐๐ ล้านบาท เป็นเงินของกองทุนพัฒนา การกีฬา ไม่ใช่ของ กสทช. อย่าไปเข้าใจผิด ยกย่องผิดคน ต้องยกย่อง พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ก็ต้อง ขอบคุณท่านนะครับ ผมขอบคุณในไลน์ (LINE) กลุ่มของพรรคพลังประชารัฐไปแล้ว เพราะว่า ผมก็รอดูว่า กสทช. จะจัดการอย่างไรกับเรื่องฟุตบอลโลก ออกระเบียบ ออกกฎเกณฑ์ ห้ามอย่างนั้น ห้ามอย่างนี้ จนกระทั่งไม่มีเอกชนรายใดเข้าไปประมูลเอามาจัดสรรให้กับ พี่น้องประชาชนได้ชม เวลาท่านจะออกระเบียบออกอะไรขอให้ท่านได้คำนึงถึงผลกระทบ ที่จะตามมาด้วยครับ ความจริงข้อดีของ กสทช. ก็มีเยอะพอสมควร ในส่วนของการจัดหา ความถี่ที่พอเพียงต่อความต้องการอันนี้ผมเห็นด้วย ไปที่ไหนผมว่าประเทศไทยน่าจะเป็น ประเทศที่มีคลื่นความถี่ครบถ้วนสมบูรณ์ ไปบ้านนอกบ้านนาป่าเขาลำเนาไพรก็ดูเหมือนจะมี ๕ จี (5G) ๔ จี (4G) ๓ จี (3G) แล้วแต่พื้นที่ แล้วก็เพียงพอและเกิดประโยชน์ทั่วถึง อันนี้ ต้องขอชมเชยในส่วนหนึ่ง เพราะว่าท่านก็รับแต่เรื่องตำหนิไป ตำหนิเยอะ เพราะเหตุว่า สิ่งหนึ่งที่ตื่นมาต้องเห็นก็คือสายโทรคมนาคมที่มันรกรุงรังทั่วประเทศไทย เมื่อสักครู่นี้ เพื่อนสมาชิกจากกรุงเทพฯ บอกว่าสายโทรคมนาคมมันวง ๆ ไว้โดยเฉพาะตามสี่แยก หน้าปากตรอกอย่างกับรังนก ถ้าจังหวัดนครสวรรค์ไม่ใช่รังนก ท่านรู้จักไหม ฝอยขัดหม้อ รู้จักไหม มันยิ่งกว่ารังนกอีก มันอะไรนักหนา กสทช. ดูให้มันเข้าท่าหน่อยสิครับ ท่านไป อนุมัติให้เขาเอาไต่ตามเสาไฟ เกิดทัศนียภาพที่เลวร้าย ใครผ่านไปผ่านมาก็งงว่าประเทศไทย เป็นประเทศที่สวยงาม แต่พอมองสายโทรคมนาคมประเทศไทยกระจุกเป็นฝอยขัดหม้อ ทุกปากซอย ทุกปากตรอก แก้ไขสักทีสิครับ คิดบ้างสิไม่ใช่นั่งรับเงินเดือนอย่างเดียว สายไฟ ที่รุงรัง คอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ที่เพื่อนสมาชิกได้ว่าไปเยอะแล้ว ไม่มีปัญญาจริง ๆ หรือ ที่จะแก้ไขปัญหาคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) เป็น ส.ส. วันหนึ่งก็มี ๒-๓ เอสเอ็มเอส (SMS) มีโทรศัพท์มาคุณได้รับเงินกู้เท่านั้นเท่านี้ คุณมีพัสดุที่ต้องจัดส่งนะ ค้างส่งอยู่อย่างโน้นอย่างนี้ ทุกวันมันน่ารำคาญไหม ผมอยากจะเรียนเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมขออ้างอิงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๔๐ และมาตรา ๖๐ ซึ่งกล่าวถึงคลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคมเป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติ เพื่อประโยชน์สาธารณะให้มีองค์กรของรัฐ ที่เป็นอิสระทำหน้าที่ดูแลคลื่นความถี่เหล่านี้ สิ่งที่ผมอยากจะพูดถึงมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๗ และมาตรา ๖๐ นี้ก็คือท่านเคยไปแม่สอดไหมครับ ช่วยบอกผมทีท่านเคยไปแม่สอดไหม ถ้าเคยไปช่วยพยักหน้าที ท่านมองฝั่งพม่า ฝั่งโน้นตั้งแต่ตีนสะพานข้ามไปฝั่งพม่าเมียวดี ฝั่งโน้นจะมีตึก ๒ ชั้นบ้าง ๓ ชั้นบ้างยาวเป็นกิโลเมตร โดยนายทุนจีนเขามาทำบ่อนออนไลน์ (Online) ริมแม่น้ำเมยยาวเป็นกิโลเมตร ท่านฟังผมนิดหนึ่ง เนื่องจากคลื่นความถี่ที่เขาใช้ ถามว่าทำไมต้องมาตั้งริมแม่น้ำเมย เพราะมันเอาคลื่นสัญญาณไทยเอาไปทำบ่อนฝั่งพม่า ให้กับคนทั่วโลกได้เล่นบ่อนของเขา ท่านเคยคิดบ้างไหมว่าคลื่นดังกล่าวมันเป็นของคนไทย มันเป็นของพี่น้องคนไทย เป็นสมบัติของชาติ ในเมื่อเขาเอาไปทำประโยชน์เคยคิดบ้างไหมว่า ท่านจะเรียกเก็บผลประโยชน์เหล่านั้น ไม่ใช่ปล่อยให้เอไอเอส (AIS) ปล่อยให้ทรู (True) ปล่อยให้ดีแทค (dtac) เขาไปติดตั้งเสาสัญญาณริมแม่น้ำเมยฝั่งไทยเพื่อให้ฝั่งโน้นได้ใช้คลื่น ในการหากิน ปี ๆ หนึ่งเป็นแสน ๆ ล้านฝั่งโน้นที่เขาทำอยู่เขาได้ผลประโยชน์เป็นแสน ๆ ล้าน กล่าวกันว่ามีคนจีนทำงานอยู่ในตึกที่ยาวเป็นกิโลเมตร ๆ ประมาณ ๔๐,๐๐๐ คน คนจีน ที่มาทำบ่อนออนไลน์ (Online) ท่านฟังผมนิดแล้วช่วยตอบผมที ในรายงานครั้งต่อไปช่วยตอบ ผมที เอามาตอบทีว่าท่านได้ไปดูแล้วมันมีจริงอย่างวีระกรพูด ควรที่จะต้องเก็บภาษีเขา หรือเก็บเงินเขา เรียกเขามาเจรจาเลยถ้าไม่เก็บตัดสัญญาณครับ รบกวนคลื่นความถี่ ตัดสัญญาณได้ ท่านทำได้หมดแหละ แต่ท่านเคยคิดจะทำไหม เอาเงินมาเข้าประเทศเรา ปีหนึ่งสัก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วทำไมไม่คิด เขาเอาคลื่นสัญญาณความถี่ของคนไทยเอาไป เกิดประโยชน์เป็นแสน ๆ ล้าน ต้องคิดนะครับ ไม่ใช่นึกแต่ว่าให้เขาทำมาหากินโดยใช้ คลื่นความถี่ของคนไทย เอาเงินมาช่วยชาวไร่ชาวนาบ้างเถอะ สัก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มาช่วยกันบ้าง เอามาเป็นภาษีให้กับประเทศไทยบ้าง ก็ฝากท่านแล้วกันว่ามันสามารถที่จะ ทำได้โดยการเรียกเขามาเจรจา ถ้าเราไม่ให้คลื่นความถี่ฝั่งโน้นเราก็ตัดสัญญาณคลื่นความถี่ จะรบกวนสัญญาณหรืออะไรก็สุดแท้แต่ ทำได้ครับ ไม่ใช่ทำไม่ได้ ถ้าท่านบอกทำไม่ได้ ไม่สามารถที่จะทำได้ หมดปัญญาไม่สามารถที่จะกันความถี่ไปใช้ฝั่งโน้นได้ เชื่อผมเถอะ ลาออกเลย ขอบคุณครับ🔗
เหลืออีก ๔ ท่านก็คงพอสมควรแล้วกระมัง ไม่รับเพิ่มชื่อแล้วนะครับ มีท่านปกรณ์วุฒิ ท่านคารม ท่านเลิศศักดิ์ ท่านอนุรักษ์ เชิญท่านปกรณ์วุฒิครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เห็นท่านวีระกรพูดถึงบอลโลก ผมก็คงต้องลุยถึงบอลโลก อย่างเดียวแล้วตอนนี้ จริง ๆ ตอนแรกเตรียมไว้หลายเรื่อง ผมขอบอลโลกเรื่องเดียวเลย แล้วกันวันนี้ จริง ๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องบอลโลกเสียทีเดียว คำถามผมจริง ๆ ก็คือเรื่องของอำนาจ และหน้าที่ของ กสทช. ทั้งหมด ผมมีข้อสงสัยมาก ๆ เลยว่าตกลงแล้วอำนาจหน้าที่ของท่าน มันมีอย่างไรบ้าง ทำอะไรได้บ้าง ทำอะไรไม่ได้บ้าง แล้วก็มันถูกใช้ด้วยตรรกะเดิมทุกครั้ง หรือไม่ พูดเรื่องฟุตบอลโลกถ้าเราย้อนกลับไปปี ๒๐๑๔ ถ้าใครจำกันได้ครั้งนั้นน่าจะเป็น ครั้งแรก ๆ ที่เกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายหลังจากที่บริษัทเอกชนเอาเงินของตัวเองทั้งหมด ไปซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกมา พูดง่าย ๆ ว่าขายกล่องดาวเทียมสามารถดูได้ทางกล่องดาวเทียม ของเขา ซึ่งจริง ๆ กล่องนั้นมันก็ดูทีวี (TV) ช่องอื่น ๆ ได้ต่อหลังจากจบฟุตบอลโลกไป แต่ปรากฏว่า กสทช. ไปบังคับใช้กฎมัสต์แฮฟ (Must Have) มัสต์แคร์รี (Must Carry) กับเขา ทำให้เขาต้องเสียหายเป็นจำนวนมาก แล้วก็ต้องถ่ายทอดให้ทุกคนชมฟรี ครั้งนั้น เขาออกเองนะครับ ออกเองทั้งหมด บริษัทอาร์เอสถ้าใครจำกันได้ แล้ว กสทช. ก็บอกว่า ประกาศใช้มัสต์แฮฟ (Must Have) มัสต์แคร์รี (Must Carry) เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ ต่อมาในปี ๒๐๑๘ เอกชน ๙ ราย ก็ได้ลงขันกันมาแล้วก็กระจายถ่ายทอดสดกันทุกช่อง ก็ไม่มีปัญหาอะไรมากมาย จนกระทั่งถึงครั้งนี้ที่ชุลมุนวุ่นวายอีกครั้งที่ใกล้จะถึงฟุตบอลโลก ก็ยังไม่มีใครไปซื้อลิขสิทธิ์ เพราะว่ากฎมัสต์แฮฟ (Must Have) มัสต์แคร์รี (Must Carry) หลังจากปี ๒๐๑๔ ที่อาร์เอสเขาเจอไปผมคิดว่ามันก็คงไม่มีใครที่จะไปซื้อมาอีกแล้วครับ เพราะถ้าซื้อมามันก็ต้องเจอ กสทช. บังคับให้ถ่ายทอดสดฟรีทุกช่องทาง ตามกฎมัสต์แฮฟ (Must Have) มัสต์แคร์รี (Must Carry) แล้วมันก็เกิดเรื่องราวนี้ขึ้น เมื่อ กสทช. ไปอนุมัติ เงินจากกองทุนวิจัย ๖๐๐ ล้านบาท เงิน กสทช. นะครับ ผมต้องเรียนแก้ไขท่านวีระกร นิดหนึ่งอันนี้เงิน กสทช. ตามข่าวที่ปรากฏตามหน้าข่าว กสทช. ไปให้ กกท. เป็นคนไปจัดการ อีกทีหนึ่ง แล้วก็หลังจากนั้น ๖๐๐ ล้านบาทมันไม่พอ ณ ตอนนั้นเราประเมินว่าค่าลิขสิทธิ์ ๑,๖๐๐ ล้านบาท ก็ต้องไปเจรจากับเอกชนให้ช่วยควักเงินเพื่อมาซื้อลิขสิทธิ์ให้คนไทยได้ดู ฟุตบอลโลก ได้มาหลายรายครับ แล้วก็ใครดูทุกวันก็คงได้ยินคำขอบคุณบริษัทเอกชนที่ช่วย ออกเงินบ่อย ๆ ซึ่งเข้าใจได้เขาช่วยมาเราก็ต้องให้ค่าโฆษณา ให้สปอนเซอร์ (Sponsor) เขา แต่อันแรกเลยที่ผมข้องใจ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ช่วยออกเงินด้วยหรือครับ ขอบคุณ ทุกแมตช์ (Match) ในช่วงใกล้ ๆ เลือกตั้ง ๓-๔ เดือนจะเลือกตั้งแล้ว พลเอก ประวิตร ออกกี่บาท ตกลงนี่เงินใคร เงินรัฐหรือว่าเงินพรรคการเมือง หรือว่าเงินที่ พลเอก ประวิตร ไปเอามาจากไหน ขายนาฬิกามาให้หรือเปล่า อันนี้มันถูกวัตถุประสงค์ของกองทุนที่อนุมัติ เงินไปหรือเปล่า ผมก็อยากถาม กสทช. ตรงนี้เป็นคำถามแรกนะครับ🔗
ประเด็นต่อมา ก็คือมีเอกชนบางรายที่ได้มากกว่าคำขอบคุณครับ ได้เลือก แมตช์ (Match) เองว่าจะถ่ายทอดในช่องเขากี่แมตช์ (Match) เลือกก่อนว่าจะเอาแมตช์ (Match) ไหน ทีมใหญ่ ๆ เขาก็เอาไปหมด ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่ตามมาก็คือช่องของเขา ออกอากาศในระบบเอสดี (SD) สแตนดาร์ด เดฟินิชัน (Standard Definition) ซึ่งมันก็ไม่ชัด เท่าไร ก็พูดกันตามตรงพูดกันภาษาบ้าน ๆ ทีวี (TV) ทุกวันนี้ตามบ้าน ผมคิดว่าเล็ก ๆ ก็ ๔๐ นิ้วขึ้นไป แล้วก็ถ้าดูเอสดี (SD) ทุกนัดจนจบผมว่าต้องมีตัดแว่นเอาจริง ๆ พูดกันตรง ๆ ระบบเอสดี (SD) ผมคิดว่ามันน้อยเกินไปแล้วสำหรับสำหรับเทคโนโลยีของโลกทุกวันนี้ ทีนี้ติดตามข่าวผมเห็นข่าวเดอะแมตเตอร์ (The Matter) อยู่ว่าช่องทรูโฟร์ยู (True4U) กำลัง ยื่นเรื่องเพื่อยกระดับเป็นเอชดี (HD) แต่ กสทช. บอกว่ายังไม่เห็นเอกสาร แล้วก็บอกว่า มันน่าจะเป็นเรื่องยาก แต่ทีนี้พอย้อนกลับไปปี ๒๐๑๘ ผมไปอ่านข่าวมาเจอ ๓๑ พฤษภาคม ๒๐๑๘ กสทช. อนุญาตให้ทรูโฟร์ยู (True4U) อัพเกรด (Upgrade) ออกอากาศเป็นเอชดี (HD) ช่วงฟุตบอลโลก ผมก็เลยสงสัยว่าตกลงครั้งนั้นอนุมัติจริงหรือเปล่า แล้วถ้าอนุมัติแล้ว ทำไมครั้งนี้ท่านถึงบอกว่ามันเป็นเรื่องยาก ตกลงอำนาจของท่านทำได้หรือทำไม่ได้ ทำไม วันนั้นทำได้ ทำไมวันนี้ถึงบอกว่าเป็นเรื่องยาก โอเค (OK) ถ้าสมมุติว่าไม่อัพเกรด (Upgrade) บางคนก็อาจจะบอกว่าดูเอสดี (SD) ไปก่อนก็ได้ฟรีเหมือนกัน ก็โอเค (OK) แต่ปัญหา มันก็ตามมาอีกว่าถ้าใครอยากจะดูเอชดี (HD) ต้องทำอย่างไร ใครจะดูเอชดี (HD) ดูผ่าน อินเทอร์เน็ต (Internet) ได้ ดูผ่านอินเทอร์เน็ต (Internet) โดยต้องใช้ซิม (SIM) ของเจ้านี้ เท่านั้น ดูอินเทอร์เน็ต (Internet) บ้าน ต้องใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ของเจ้านี้เท่านั้น ดูผ่านกล่องบอกรับสมาชิกของเจ้านี้เท่านั้น ตกลง ๓๐๐ ล้านบาทที่เขาออกมานี่เขาได้ อะไรบ้าง แล้วไปเคลม (Claim) สิทธิโอทีที โอเวอร์ เดอะ ทอป (OTT Over The Top) เป็นของตัวเองผ่านสื่อแถลงการณ์ออกมาเลยว่าเขาเป็นเจ้าของสิทธิโอทีที (OTT) ทั้ง ๆ ที่ โอทีที (OTT) มัน โอเวอร์ เดอะ ทอป (Over The Top) คุณต้องไปซื้อลิขสิทธิ์หลักมาก่อน คุณถึงจะมีสิทธิที่จะไปซื้อโอทีที (OTT) มา ตกลงเราอนุมัติเงินรัฐไปซื้อลิขสิทธิ์หลัก เพื่อที่จะให้เขาออกเพิ่มอีกหน่อยเดียว แล้วได้สิทธิโอทีที (OTT) นั้นมันไปเลยหรือครับ ตกลง นี่มันถูกวัตถุประสงค์กองทุนหรือเปล่า ไปออกส่วนหลักให้เขาได้ส่วนเสริม อย่างนี้มันเป็นการ เอื้อเอกชนหรือไม่ ผมย้อนกลับไปปี ๒๐๑๔ อีกรอบหนึ่ง ตอนที่บริษัทอาร์เอส โปรโมชัน เรียกร้องเงินค่าชดเชยจาก กสทช. ในการที่ต้องทำตามกฎมัสต์แฮฟ (Must Have) มัสต์แคร์รี (Must Carry) กสทช. ให้สัมภาษณ์ว่าเราจะต้องพิจารณาตัวเลขอย่างรอบคอบ เพราะมิฉะนั้นจะเป็นการเอื้อเอกชน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ ณ ตอนนี้ ตกลงมันเอื้อ เอกชนไหมครับ วันนั้นระวังกันเหลือเกินบอกว่าตัวเองไม่มีอำนาจทำแบบนี้จะเอื้อเอกชน วันนี้ผมเห็นนิ่งเงียบกันหมดไม่มีใครบังคับใช้อำนาจอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น สุดท้ายล่าสุดตามข่าว กสทช. ก็บอกแล้วว่าโอทีที (OTT) ช่องทางอินเทอร์เน็ต (Internet) จะต้องดูได้ทุกช่องทาง ไม่สามารถไปจำกัดแบบนั้นได้ ผมก็เลยต้องถามว่าแล้วตกลงจะบังคับใช้อันนี้เมื่อไร ผ่านมา ๒-๓ วันแล้วผมเห็นข่าวมา จะบังคับใช้ให้ดูได้ทุกช่องทาง โอเวอร์ เดอะ ทอป (Over The Top) ทางไอพีทีวี (IPTV) ต่าง ๆ บังคับใช้เมื่อไร ตกลงท่านมีอำนาจมากแค่ไหน และสรุปแล้ว การอนุมัติเงินกองทุนนี้ไปมันเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ณ ปัจจุบันนี้ แล้วท่านจะ ดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เงินจำนวนนี้มันเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้อนุมัติไป ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านคารมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัด ร้อยเอ็ด คนอำเภอสุวรรณภูมิ ขออนุญาตอภิปรายต่อรายงานของ กสทช. ฟังทุกท่านที่พูด มานี้ก็ฟังได้ชัด ข้อเท็จจริงปราศจากข้อสงสัยชัดแล้วว่า กสทช. ดูเรื่องคลื่นความถี่อันเป็น สมบัติของประชาชน ดูแลเรื่องระบบโทรคมนาคม ผมอยากจะเรียนท่านประธานสัก ๓ ประเด็นก็พอในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประชาชนที่เห็นและเกิดขึ้น🔗
เรื่องแรกเรื่องที่หลายท่านก็พูดผมก็ต้องขอพูดด้วยคือเรื่องของโทรศัพท์ เรื่องของเอสเอ็มเอส (SMS) เรื่องของที่ชาวบ้านหรือแม้แต่ ส.ส. หรือคนที่มีความรู้ก็ถูกหลอก เป็นเรื่องที่มีข้อน่าซักถามว่าจริง ๆ อำนาจหน้าที่ในการป้องกัน ต้องเรียนท่านประธานว่า การสื่อสารเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่การไม่ให้รู้ข้อมูลของบุคคล เช่นโทรศัพท์ที่เขาให้ไว้ กับใครก็เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญนะครับ ผมไม่เข้าใจว่าเบอร์โทรศัพท์ของประชาชนที่ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ก็ดี ไม่ว่าจะให้กู้เงินหรือว่าบอกว่าเขาถูกล็อกบัญชีไว้ เพราะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แล้วสุดท้ายก็มาหลอกให้เขาบอกเลขบัญชีเงินเขาหายไป ผมเพิ่งกลับมาจากบ้านผมที่สุวรรณภูมิชาวบ้านบ้านตากแดด ตำบลหัวโทน อำเภอสุวรรณภูมิ ชาวบ้านเป็นคนเก็บเงินกองทุนหมู่บ้านเพื่อจะไปจ่ายให้สมาชิกโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) หลอกไป ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เขาอนุญาตให้ผมเอ่ยชื่อได้ คุณสมจิตร สุขสวัสดิ์ แจ้งความไว้ที่ สภ. หัวโทน นี่คือสิ่งที่เป็นความบกพร่องของใครครับ ของกระทรวงดีอีเอส (DES) หรือว่าของ กสทช. เงินตั้ง ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท สำหรับราคาข้าวกิโลกรัมละ ๑๐ บาท แล้วถอยไปเหลือ ๘ บาทเป็นเรื่องใหญ่มากนะครับ นี่คือเรื่องแรกว่าอยากฝากคำถามให้ท่าน ใน ๕ นาทีที่ผมขอพยายามจะให้จบ หน้าที่ของท่าน ท่านเงินเดือนเยอะหลายแสนบาท ซึ่งผมไม่อิจฉา หน้าที่ของท่านทำคืออะไร ท่านปกครอง ท่านดูแลคุ้มครองชาวบ้านชาวช่อง ได้ไหมที่เขาไม่สามารถที่จะต่อสู้กับแก๊งเหล่านี้ได้นี่คือเรื่องแรก เรื่องที่ ๒ เรื่องคลื่นความถี่ เราต้องยอมรับว่าในต่างจังหวัดวิทยุทรานซิสเตอร์หรือคลื่นเอเอ็ม (AM) เป็นเรื่องที่เขาใช้ สื่อสารกันเขาเรียกว่าวิทยุชุมชนหรือท้องถิ่น เขามีรายได้จากการโฆษณาไม่กี่สตางค์หรอก แต่ว่าเป็นความสุขเขายังฟังวิทยุอยู่ครับ มีหลายกลุ่มหลายคนประชาชนที่เขาใช้ในการ สื่อสาร คลื่นที่ผมได้ข้อมูลมาคือ ๕๐๐ วัตต์ ต้องประมูล ท่านวีระกรพี่ชายที่เคารพบอกว่า คลื่นเป็นสมบัติสาธารณะ แต่สำหรับประชาชนที่เขามีอาชีพเป็นดีเจ (DJ) เป็นนักสื่อสารมวลชน เล็ก ๆ ผมอยากจะให้ความเป็นธรรมและเปิดช่องทางให้เขาใช้ทำมาหากินโดยที่เขาไม่ต้อง ไปเสียเงินสู้กับระบบธุรกิจ กสทช. มีความคิดเรื่องนี้อย่างไร อันนี้เป็นเสน่ห์วิทยุทรานซิสเตอร์ ในต่างจังหวัดยังมีอยู่แล้วก็เขาจะเอากำลังเงินเอาอะไรไปสู้กับพวกที่ประมูลแล้วก็ทำธุรกิจ อันนี้เป็นคำถามที่ ๒ อยากให้ความชัดเจน อันนี้มีข้อมูลว่า ๕๐๐ วัตต์ เขายุติตั้งแต่ ๓ เมษายน ๒๕๖๕ ไปถึง ๔ เมษายน ปี ๒๕๗๖ จริงไหม อันนี้คือคำถาม แล้วทำไมต้องเป็น อย่างนี้ ดีเจ (DJ) แถวอำเภอสุวรรณภูมิฝากผมมาถาม บังเอิญเผื่อว่าครั้งหน้าไม่ได้เป็น ส.ส. ครั้งหน้าหมายถึงเข้าอีกทีหนึ่งหรือได้เป็นก็จะมาถาม เผื่อว่าเข้าอีกทีไม่ได้ถามก็ต้องถามท่าน ท่านน่าจะตอบผม🔗
เรื่องสุดท้ายอันนี้เป็นเรื่องของการจัดระเบียบการสื่อสาร ท่านมีคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ให้ ๑๒๐๐ ในการที่จัดระเบียบการสื่อสาร เรื่องสายสื่อสารกรุงเทพฯ ก็ดี ต่างจังหวัดใหญ่ ๆ ก็ดี ปีที่แล้วปี ๒๕๖๔ ผมจำหน้าไม่ได้นะครับ แต่ว่าท่านทำที่ภูมิภาคไป ๓,๘๙๑ เส้นทาง ภาคเหนือ ๒๖๔ เส้นทาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบ้านผม ๑,๖๔๒ เส้นทาง ก็มีภาคกลาง ภาคใต้ด้วย เยอะ คำถามคือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดี ตอนนี้ นักท่องเที่ยวกำลังเข้ามาบ้านเรา การท่องเที่ยวคือเครื่องยนต์ที่จะขับเคลื่อน ถ้าบ้านเมือง เรียบร้อยท่องเที่ยวตามภาคใต้ดี ๆ ที่เมืองใหญ่ ๆ ที่มีทรัพยากรดี ๆ มีอะไรที่สวย ๆ เยอะ ไปเที่ยว แต่ถ้าการจัดระบบที่เป็นระบบท่านจัดให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมไม่แน่ใจ ที่ถามท่านเพราะว่าหมายเลขที่ท่านให้ไว้ประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาได้เอา สายสื่อสารตามอำนาจหน้าที่ของท่านลงไปใต้ดินให้เป็นระเบียบ อย่างบ้านผมจังหวัดร้อยเอ็ด เขตผมอำเภอสุวรรณภูมิเป็นเทศบาลตำบลถ้ามีการสื่อสารจัดให้เอาลงตั้งแต่เนิ่น ๆ หรือคุยกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล อบต. อบจ. อย่างจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งมีโบสถ์ ที่สวยงาม มีบ้านเมืองที่สวยงามทำไปมันจะทำให้เกิดการท่องเที่ยวบ้านเมืองสวยงาม เหมือนญี่ปุ่นครับ ท่านเห็นไหมคนญี่ปุ่นเขามีระเบียบเรียบร้อย เขามีความรับผิดชอบ กสทช. มีรายได้จากสื่อทำเรื่องนี้ท่านมีเป้าหมายอย่างไรนี่คือคำถาม ผมอ่านดูแล้วพอสมควร แต่ผมไม่เห็นว่าเป้าหมายท่านจะทำอย่างไร หรือทำไปเรื่อยตามคำร้องขอ อันนี้ก็กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพในเวลาที่ขอท่านไว้ก็จะมีวินัยไม่อยากให้ไปกินเวลาท่านอื่น แต่ขอคำถามใน ๓ คำถามนี้อยากให้ท่านตอบ ท่านเป็นคนที่เข้ามามีเงินเดือนจาก คลื่นสาธารณะเยอะด้วย แล้วท่านทำประโยชน์คุ้มครองประชาชน ให้ประโยชน์กับแผ่นดิน ดูแลสังคมอย่างไรอันนี้ท่านต้องตอบนะครับ เพราะเงินที่ท่านได้คือเงินภาษี เงินรายได้ เงินแผ่นดิน เงินแผ่นดินท่านรับท่านต้องคืนสังคม อันนี้ก็ขอบคุณท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านเลิศศักดิ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปราย ต่อรายงานผลการดำเนินงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๔ ต้องกราบเรียนว่าผมจะไม่พูดถึง ในส่วนของรูปแบบของการจัดทำรายงาน แต่ผมจะให้ความสนใจเป็นพิเศษในส่วนของเนื้อหา สาระในเรื่องของผลงานของ กสทช. ในปี ๒๕๖๔ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดูจากบทสรุปผู้บริหาร หรือเอกซ์เซกคูทีฟซัมเมอรี (Executive Summary) ท่านประธานครับ ในประเด็นเรื่องของ การกำกับ ดูแลการประกอบการโทรคมนาคมในข้อ ๓.๓ การสนับสนุนการขยายโครงข่าย อินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ผ่านการให้บริการ โทรคมนาคมอย่างทั่วถึงที่เรียกว่ายูโซ (USO) ซึ่งผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชนมากครับ เพราะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณะ ลดความ เหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโครงข่ายโทรคมนาคม ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างหนึ่งของ ประเทศ ที่ผมต้องชื่นชมอันหนึ่งก็คือเรื่องของศูนย์บริการอินเทอร์เน็ต (Internet) สาธารณะ ที่เรียกว่ายูโซเน็ต (USO Net) ที่เอาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แล้วก็อุปกรณ์ทันสมัยที่เอาไปไว้ ในสถานที่สาธารณะ เช่น โรงเรียนในชนบท นักเรียนเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้ พี่น้องประชาชนโดยทั่วไปเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้ก็ด้วยยูโซเน็ต (USO Net) อันนี้ เป็นประโยชน์ แต่มันมีอีกอันหนึ่งที่ทำให้ผมสงสัยในประเด็นเรื่องของการจัดให้มีสัญญาณ โทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ชายขอบ ๓,๙๒๐ หมู่บ้านทั่วประเทศ ผมขออนุญาตเรียนยกตัวอย่างจังหวัดเลยบ้านผมอยู่ติดกับ สปป. ลาว มีแม่น้ำโขงกั้น เรียกว่าจังหวัดชายขอบใช่ไหมครับ แต่มันมีหมู่บ้านหลายหมู่บ้านในจังหวัดเลยที่ยังไม่มี สัญญาณโทรศัพท์มือถือใช้ ผมจึงอยากถามว่าหมู่บ้านที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ แล้วอยู่ในจังหวัดชายขอบอย่างเช่นจังหวัดเลย เรียกว่าหมู่บ้านชายขอบหรือไม่ ในนิยาม ของหมู่บ้านชายขอบ ๓,๙๒๐ หมู่บ้านที่เป็นผลงานของ กสทช. ที่จะจัดให้มีสัญญาณ โทรศัพท์อย่างทั่วถึง เพราะเหตุว่าบางหมู่บ้าน เช่น บ้านห้วยเหล็ก ตำบลกกดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเลย ไม่ได้อยู่ในเขตชนบทใด ๆ เลย บ้านห้วยเทียน ตำบลปากชม อำเภอปากชม จังหวัดเลยเช่นเดียวกัน ๒ หมู่บ้านนี้ผมเคยอภิปรายหารือต่อท่านประธานสุชาติ ตันเจริญ ไปครั้งหนึ่ง แล้วก็ก่อนหน้านั้นอีกครั้งหนึ่ง เลยถือโอกาสเรียนทาง กสทช. ที่มาชี้แจงรายงาน ของ กสทช. ในครั้งนี้เลยว่าท่านต้องแก้ไข เพราะอะไร บริษัทที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีกำไรแต่ละปีมหาศาล แต่กลับไม่ไปลงทุนในการสร้างเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือในพื้นที่ ที่เป็นชนบทและมีผู้ใช้บริการไม่มาก แล้วท่านก็เว้นไปเลย ไปเอากำไรแต่ในพื้นที่ ที่มีผู้ใช้บริการเยอะ ๆ อย่างนี้เรียกว่าความเหลื่อมล้ำไหม แล้วก็น่าจะเป็นหน้าที่หลักเลยละ ของ กสทช. ที่จะต้องหาวิธีการในการที่จะให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือเขาไปให้บริการ ติดตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือในพื้นที่อย่างที่ผมว่า พื้นที่ชายขอบ ๓,๙๒๐ หมู่บ้าน เป็นผลงานของ กสทช. ในปี ๒๕๖๔ แต่ ๒ หมู่บ้านในจังหวัดเลยที่ผมพูดถึงเป็นจังหวัด ชายขอบแน่นอน แต่คำนิยามของหมู่บ้าน ๒ หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านชายขอบที่ท่านควรจะต้อง พิจารณาหรือไม่ ผมคิดว่ามันเป็นภารกิจในการลดความเหลื่อมล้ำที่ กสทช. ต้องทำ ถึงจะชายขอบ ไม่ชายขอบท่านก็ต้องหาวิธีการให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือเข้าไปติดตั้ง เสาสัญญาณและให้พี่น้องประชาชนเขาได้มีโอกาสใช้โทรศัพท์มือถือเหมือนเฉกเช่นคนไทย ทั่วไปด้วย ท่านทราบไหมว่าคนใน ๒ หมู่บ้านนี้มีโทรศัพท์มือถือ แต่ใช้ในหมู่บ้านตัวเองไม่ได้ อยู่บ้านตัวเองใช้ได้แค่เสียบปลั๊กเพื่อมีแบตเตอรี่ให้แบตเตอรี่เต็มไว้มีโอกาสออกนอกหมู่บ้าน ถึงจะได้ใช้โทรศัพท์มือถือ หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องเดินขึ้นไปบนภูเขาหาสัญญาณหาจุดที่พอจะ มีสัญญาณแล้วโทรศัพท์ได้ น่าเห็นใจครับ เวลามีเหตุด่วน เหตุร้าย มีเรื่องจำเป็นที่จะต้อง ติดต่อกับส่วนราชการหรือบุคคลภายนอกเขาก็ไม่สามารถที่จะใช้โทรศัพท์มือถือได้ นี่คือสิ่งที่ ผมตั้งข้อสังเกตกับทางรายงานเรื่องของผลงานของ กสทช. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ การจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ชายขอบ ๓,๙๒๐ หมู่บ้าน แล้วผมก็หวัง เป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ไม่ต้องลุกขึ้นมาอภิปรายหารือต่อท่านประธานอีกเป็นครั้งที่ ๓ และครั้งที่ ๔ เพราะวันนี้ทางคณะของ กสทช. มาเอง ผมเชื่อว่าท่านแก้ไขเรื่องนี้ได้มันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ที่ควรจะทำได้ง่าย ๆ ด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ฟ้อง กสทช. เลย โทรศัพท์เข้าเมื่อสักครู่นี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) สักครู่เลย ส.ส. กรุงเทพฯ นั่งข้างดิฉันก็บอกว่าพัสดุติดอยู่ที่ ตม. เพชรเม็ดเบ้อเร่อก็บอกเก็บไว้ใช้เองเลย ไม่เอา ไม่โลภ ท่านประธานคะ ดิฉันอภิปรายทุกปี ทุกปีเลยของ กสทช. คำถามของดิฉันก็คือทำอย่างไรไวไฟ (WiFi) ถึงจะเข้าสู่ชุมชนได้อย่างมีคุณภาพ กสทช. อาจจะถามดิฉันว่าไม่มีคุณภาพหรือโควิด-๑๙ (COVID-19) เด็กเรียนปีที่แล้วดิฉันก็พูดคำเก่า ไปถอดเทปได้เลย ชวเลขก็ยังยิ้มให้ดิฉันเลยว่าคนที่ ๒ ไปใช้ไวไฟ (WiFi) ของชุมชน คนที่ ๓ ไปมันหมุน ไม่เข้า ทีนี้ในชนบทต้องการมากเลยของฟรีอย่างนี้ มันเป็นอย่างไรหรือคะ กราบเรียนให้ท่านประธานทราบดังนี้ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อบรม ทำเกษตรข้าว กินแล้วไม่เป็นเบาหวาน ไขมันไม่พอกพูน แล้วทีนี้จะขายผ่านอินเทอร์เน็ตไวไฟ (WiFi) ชุมชน อยู่ที่ไหนคะ ท่านไปส่งเสริมกันบ้างหรือไม่ กระทรวงมหาดไทย กรมต่าง ๆ ลงไปให้ความรู้ เกี่ยวกับสินค้าพื้นบ้านหรือที่เรียกกันว่าโอทอป (OTOP) แล้วก็ขายออนไลน์ (Online) อ่อนแอมาก ท่านประธานคะ อ่อนแอมาก ต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนั้นเลยว่า เรื่องนี้นั้นอ่อนแอที่สุด แล้วไวไฟ (WiFi) โรงเรียนชายขอบ โรงเรียนในชนบทละคะ เมื่อไร กสทช. จะกระจายฐานข้อมูลสถานการณ์การศึกษาไทยในปัจจุบัน อนุบาล ๑ ถึง ม. ๖ กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่ามีทั้งหมด ๗.๓ ล้านคน เกินร้อยละ ๕๐ เป็นกลุ่ม เปราะบาง ด้อยโอกาส พิการ รายได้กลุ่มนักเรียนยากจนเหล่านี้เฉลี่ย ๑,๒๖๘ บาท ต่อครัวเรือนต่อเดือน กลุ่มเหล่านี้ต้องการไวไฟ (WiFi) จาก กสทช. ถ้าท่านเข้าไปแก้ปัญหา สิ่งเหล่านี้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาก็จะไม่มี แล้วขณะนี้ที่มันเกิดอยู่ละคะ นี่มันเป็น ความเหลื่อมล้ำของคลื่นจัดสรรของ กสทช. ท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร ดิฉันถาม ๒ คำถามแล้ว ไวไฟ (WiFi) ชุมชนจะแก้ปัญหาอย่างไร ออนไลน์ (online) ของแม่บ้านจะแก้ปัญหาอย่างไร กลุ่มแม่บ้านต่าง ๆ โรงเรียนชายขอบจะแก้ปัญหาอย่างไร นี่ดิฉันถาม และดิฉันถามแค่ ๓ คำถาม แอปพลิเคชัน (Application) ติ๊กต๊อก (TikTok) ที่คนใช้ ของเราติดอันดับ ๘ ของโลก เกือบ ๔๐ ล้านคนที่ใช้อยู่ มีทุกอย่างในนั้น ท่านแก้ปัญหาในสิ่งที่มันผิดปกติวิสัย อย่างไร นี่คำถามที่ ๓ คำถามที่ ๔ กลุ่มปิดค่ะ เดี๋ยวนี้มีกลุ่มปิดผู้ชาย กลุ่มปิดผู้หญิง กลุ่มปิด ชายหญิง กลุ่มปิดเด็กต่ำกว่า ๑๘ ปี มีไปหมดเลย ฝึกให้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่อายุไม่ถึง ๑๘ ปี ขายตัวทางเฟซบุ๊ก (Facebook) หรือคะ กสทช. ทำอะไรอยู่ ๔ คำถามที่ดิฉันต้องการทราบ เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศ และจะไม่ตกเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกที่เลวร้ายจาก กสทช. ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญ ท่านภาคินและท่านจิรัฏฐ์ ท่านสุดท้ายแล้วนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ภาคิน สมมิตรธนกุล พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตอภิปรายรายงานผลการ ปฏิบัติงานของ กสทช. ปี ๒๕๖๔ ท่านประธานครับ เราจะเห็นว่าหน่วยงานนี้มีความสำคัญ มีความจำเป็นพื้นฐานทั้งระบบเศรษฐกิจสังคมและในชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนครับ เราจะเห็นว่ามือถือเป็นหัวใจใหญ่สำคัญ ถ้าเมื่อไรมือถือไม่อยู่กับตัวเรากลับบ้านไม่ได้ โทรหา คนขับก็ไม่ได้เพราะมือถือไม่มี ฉะนั้นมือถือจึงเป็นอะไรทุกอย่างที่อยู่ในนั้นทั้งหมด จะโอนเงิน จ่ายเงิน จะซื้อของ จะกินหรืออะไรก็อยู่ในมือถือ บางครั้งแทบไม่ได้พกเงินอยู่ในกระเป๋า เพราะว่าใช้มือถืออยู่แล้ว ฉะนั้นความสำคัญของหน่วยงานนี้จึงมีความสำคัญมาก ในเมื่อ มีความสำคัญมากในเชิงบวกมันก็มีความสำคัญในเชิงลบด้วยเช่นกัน ฉะนั้นต้องขอขอบคุณ รัฐบาลที่ได้ผลักดันโครงการอินเทอร์เน็ต (Internet) หมู่บ้านอินเทอร์เน็ต (Internet) ชายขอบ ผมทราบจากรายงานนี้เห็นว่ามีการดำเนินโครงการอินเทอร์เน็ต (Internet) หมู่บ้าน อินเทอร์เน็ต (Internet) ประชารัฐไปถึง ๒๐,๐๐๐ หมู่บ้านในทั่วประเทศ ทั้งโซน เอบีซี (Zone ABC) ที่ผ่านมา เป็นประโยชน์พื้นฐานสำคัญทำให้พี่น้องประชาชนได้เข้าถึง ระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ให้มีความเท่าเทียมในการเรียนรู้ของพี่น้องประชาชน ในเมืองหลวงกับในชนบทได้เท่าเทียมกัน อันนี้คือสิ่งสำคัญของหน่วยงานนี้ที่ได้ช่วย ดำเนินการและผลักดันมา แต่หัวใจใหญ่สำคัญที่ผมขออนุญาตตั้งเป็นข้อสังเกตนั่นก็คือ ในอำนาจหน้าที่ของ กสทช. อันหนึ่งที่ระบุได้ชัดเจนก็คืออำนาจของการคุ้มครองผู้บริโภค คุ้มครองพี่น้องประชาชนไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบในข้อที่ ๑๓ ของอำนาจหน้าที่ของ กสทช. อันนี้คือหัวใจใหญ่ที่มันเป็นเชิงลบที่ถ้าหน่วยงานนี้ไม่ช่วยปฏิบัติงานและติดตามพี่น้อง ประชาชนก็จะถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกโกง ตั้งแต่โกงค่ามือถือ หรือโกงสิ่งที่อยู่ในมือถือ นั่นก็คือเงินในระบบบัญชีที่ใช้ผ่านแอป (App) มือถือของธนาคารต่าง ๆ ซึ่งก็เป็นข่าว เป็นคราวที่แล้วเห็นมาว่าแอป (App) ของธนาคารนี้ของตัวเองได้ถูกแก๊งมิจฉาชีพนั้น ได้กดออกไปหมดเลย อันนี้มันเป็นความทุกข์กังวลของพี่น้องประชาชนด้วยเช่นกัน ซึ่งผมก็ได้ ตามเข้าไปดูในประมาณของ กสทช. ของผลการดำเนินงานที่ได้รายงานปี ๒๕๖๔ เห็นว่า มีการสนับสนุนเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงและวิทยุเป็นถึง ๑ พันล้านบาท อีกอันหนึ่งก็คือกระจายเข้ากองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ก็หัวใจสำคัญเช่นกันว่าการที่ท่านให้การสนับสนุนกองทุนทั้ง ๒ กองทุนนั้นท่านได้ ติดตามเอางานวิจัยหรือผลงานของกองทุนเหล่านั้นได้มาใช้ให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ได้ผลักดันไปสู่การปฏิบัติได้จริงไหมในงบประมาณในปี ๒๕๖๔ ถึง ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็นจำนวนเงินที่มากมายมหาศาลเช่นกัน ถ้าหากว่าท่านสามารถที่จะช่วยผลักดันให้กองทุน พัฒนากิจการกระจายเสียง รวมทั้งกองทุนพัฒนาการศึกษาให้นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับ ประเทศชาติบ้านเมือง อันนี้จะเป็นคุณูปกรณ์สำคัญที่ทำให้หน่วยงานนี้มีความสำคัญ มีความจำเป็นยิ่งในกิจการของสังคมและเศรษฐกิจไปได้ดีมากเลย🔗
ภารกิจอีกอันหนึ่งก็คือการคุ้มครองผู้บริโภคที่มีภารกิจของท่านที่ว่ามีการ ร่วมมือกับกิจการคมนาคมกับต่างประเทศ อันนี้ท่านได้มีการประสานแล้วก็มีความร่วมมือ เช่นไร ในงบประมาณได้มีบอกไว้ไหมว่ามีการใช้งบประมาณในส่วนนี้ในการป้องกัน คุ้มครอง ผู้บริโภคทั้งที่มีแก๊งต้มตุ๋นที่มาจากคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ต่างประเทศแล้วก็เข้ามา ต้มตุ๋นคนไทยในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการพนันออนไลน์ (Online) การหลอกโอนเงินว่ามีเงิน เข้าบัญชีอย่างโน้นอย่างนี้ สิ่งเหล่านี้หน่วยงานของท่านได้มีการร่วมมือกับองค์กร ความร่วมมือระหว่างประเทศของกิจการคมนาคมระหว่างประเทศ อย่างเช่นประเทศ เพื่อนบ้านหรือไม่ เพราะมีข่าวคราวอยู่เสมอว่าแก๊งต้มตุ๋นเหล่านั้นได้ไปตั้งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) อยู่ต่างประเทศ แล้วก็กลับเข้ามาหลอกลวงในประเทศเรา กิจการเหล่านี้ ท่านมีความร่วมมือกับกองทุนระหว่างประเทศของกิจการนี้หรือไม่ อยากจะให้ท่านได้ช่วย ชี้แจงให้เพื่อนสมาชิกเราได้ทราบด้วย ฉะนั้นงบประมาณที่มีการช่วยคุ้มครองผู้บริโภคนั้นผมก็ยังไม่เห็นในรายงานว่ามีด้วยหรือไม่ อันต่อมาที่เพื่อนสมาชิกเราได้เห็นเป็นรูปธรรมของหน่วยงาน กสทช. ก็คือเครื่องมือสำคัญ ของท่านที่อยู่ทั่วประเทศมันไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วเฟซบุ๊ก (Facebook) เขาได้ลงสายสื่อสารที่ถนนข้าวสารเขาบอกว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ใหม่ของโลก ท่านได้กลับเข้าไปดูแล้วก็ร้อยสายลงใต้ดินหรือยัง ตอนนี้ความร่วมมือของเอกชนที่จะ ร่วมมือกันเอาท่อร้อยสายลงใต้ดินไปถึงไหนแล้วที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดต่าง ๆ ที่มันระโยงรยางค์กันเต็มไปหมด อยากให้ท่านช่วยติดตามหรือท่านจะเป็นสื่อกลางให้เอกชน ทั้งหลายที่ได้สัมปทานจากท่านไปนั้นได้ร่วมมือกันที่จะทำให้มันเป็นระเบียบเรียบร้อยทำให้ บ้านเราเป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าอยู่และน่าท่องเที่ยวที่จะนำเงินกลับเข้ามาใช้ในประเทศเรา ณ ขณะนี้จะเห็นว่านักท่องเที่ยวจากต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทยเยอะมาก พอสมควรแล้วครับ ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่จะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะจูงใจให้นักท่องเที่ยวเข้ามา ประเทศก็คือการสื่อสารครับ เลยฝากท่านช่วยติดตามสิ่งต่าง ๆ ที่ได้สอบถามท่านไป ขอบพระคุณมากครับ🔗
เชิญ ท่านจิรัฏฐ์🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วาระของการรายงานผลการปฏิบัติงาน อย่างที่กำลังพิจารณากันอยู่นี้ก็เป็นวาระที่สำคัญสำหรับทุกหน่วยงาน ทุกองค์กรที่มีหน้าที่ จะต้องมารายงานสภาตามกฎหมาย แล้วผมก็เสียดายจริง ๆ ว่านี่เป็นโอกาสที่ดีจริง ๆ ที่กรรมการ กสทช. จะได้มาชี้แจงกับพี่น้องประชาชนถึงกรณีที่มีการปล่อยให้เกิดการ ควบรวมกิจการระหว่างทรู (True) กับดีแทค (dtac) ท่านน่าจะมาชี้แจงว่าเหตุผลที่ท่านมีมติ แบบนั้นมันคืออะไรทำไมท่านถึงคิดแบบนั้น แล้วประชาชนจะเสียประโยชน์อะไรบ้าง มีมาตรการรองรับอะไรบ้าง นี่เป็นโอกาสที่ดีเลย ท่านน่าจะมานะครับ ถ้าท่านไม่ชี้แจงที่นี่ ผมก็ไม่รู้ว่าท่านจะไปชี้แจงที่ไหน เพราะว่าท่านยังไม่ได้ชี้แจงอะไรเลย คลื่นความถี่อย่างที่ หลายท่านอภิปรายไปแล้วว่ามันเป็นสมบัติของชาติประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของคลื่นความถี่ เราถึงต้องเสียงบประมาณปีละ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้องค์กรที่ชื่อว่า กสทช. มาทำ หน้าที่ดูแลบริหารจัดการแล้วก็ทำให้มันเป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชนมากที่สุด เมื่อปลายปีที่แล้วทรู (True) ดีแทค (dtac) เขาแจ้งว่าจะมีการควบรวมกัน แน่นอนว่า ถ้าผู้ประกอบการเครือข่ายสัญญาณมือถือมันลดลงจาก ๓ เหลือ ๒ ประชาชนก็เหลือชอยซ์ (Choice) แค่ ๒ ตัวเลือกเอง แบบนี้อย่างไรก็เสียประโยชน์อยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะทางใดทาง หนึ่งประชาชนมีความเสี่ยงจะเสียประโยชน์สูง แล้วก็ไม่ว่าจะการศึกษาที่ไหนก็ตามก็ให้ผล ไปในทางเดียวกันว่าประชาชนจะเสียประโยชน์ นี่ไม่ใช่หรือที่เราถึงต้องมี กสทช. ผมคิดว่า หน้าที่ในการรักษาผลประโยชน์ให้ประชาชนในเหตุการณ์แบบนี้ท่านน่าจะออกมา แสดงตัวหน่อย เรากำหนดให้กรรมการ กสทช. มีเงินเดือนตั้ง ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท มีค่ารับรองสารพัด รถประจำตำแหน่ง เงินเดือนมากกว่านายกรัฐมนตรีนะครับ แต่ถึงเวลา ที่ท่านควรจะออกมาแสดงความรับผิดชอบ ท่านกลับออกมาเต้นแล้วก็ตีระนาดอยู่กับคำว่า อำนาจ อยู่ดี ๆ ก็มาสงสัยว่าตัวเองมีอำนาจหรือเปล่า คือคนทั้งประเทศเขาดูออกว่านี่มันก็ เต้นไปเรื่อย ถ้าไม่รู้ว่าตัวเองมีอำนาจหรือเปล่า ผมก็ไม่เข้าใจว่ามาสมัครเป็นกรรมการ กสทช. ทำไม ถ้าไม่รู้ว่าตัวเองมีอำนาจหรือเปล่า ไม่มั่นใจ กลัว ลาออกก็ยังทันก่อนจะมีการลงมติ ไม่ใช่ปล่อยให้เขาควบรวมกันแบบนี้ หรือไม่ออกเสียง ทำแบบนี้เท่ากับตัดอำนาจตัวเองเลย ท่านบอกว่าท่านสงสัยว่ามีอำนาจหรือเปล่า ประชาชนก็สงสัยว่าท่านทำงานให้ใครกันแน่ เคยเห็นแต่หน่วยงานรัฐเขาพยายามที่จะเบ่งตัวให้ตัวเองใหญ่พยายามที่จะมีอำนาจ ในทุก ๆ เรื่องเลย นี่กลับทำตัวให้เล็กลงตัดอำนาจตัวเองออก อยู่ดี ๆ ก็พยายามที่จะไม่รู้ไม่ชี้ ทำเป็นว่านี่ไม่เกี่ยวกับเขานี่เป็นเรื่องของเอกชน ไม่ใช่ครับ สัมปทานเป็นของท่าน นี่ล่าสุด ก็มีการบอกว่าอำนาจตัวเองเอาไปซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกได้ คือผมก็ยังงงอยู่ว่าถ้าท่านไปยุ่ง กับสัญญาณของการถ่ายทอดสดนี่ผมเข้าใจ แต่ท่านไปยุ่งกับลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกผมคิดว่า ไม่น่าจะเกี่ยว ทีอย่างนี้ไม่สนใจเลย ทีนี้ไม่สงสัยบ้างหรือ มีอำนาจหรือเปล่า ทำไมทีอย่างนี้ไม่ถามกฤษฎีกา ถามกฤษฎีกาด้วยสิครับ ตอนออกกฎมัสต์แฮฟ (Must Have) อะไรหรือว่าตอนที่จะไปปิด ช่องข่าวเขาก็อำนาจใหญ่โต ถึงเวลาเรื่องนี้ไม่มีอำนาจเสียอย่างนั้น ผู้สมัครมาทำหน้าที่ กรรมการ กสทช. มีตั้ง ๗๘ คน ๗๘ คนนะครับ ผมถามหน่อยว่าวุฒิสภาคัดสรรกันอย่างไร คัดสรรอะไรมา เห็นคัดสรรกันตั้งหลายรอบด้วยกว่าจะได้มากระบวนการก็ไม่เคยจะเปิดเผย ลงมติก็ลงแบบลับ แล้วสุดท้ายก็ได้คนที่ไม่รู้ว่าตัวเองมีอำนาจหน้าที่อะไรมาเป็นกรรมการ กสทช. ตามข่าวกรรมการ กสทช. ประชุมกันอยู่ ๑๑ ชั่วโมง มีมติ ๓ ต่อ ๒ รับทราบ การควบรวมทรู (True) ดีแทค (dtac) รับทราบการควบรวมก็เท่ากับอนุญาตนั่นแหละครับ แต่ถ้าผลโหวตเสมอกัน ๒ : ๒ แล้วตัวประธานกรรมการฟันธงคนเดียวเลยโดยการดับเบิล (Double) โหวตว่าจะให้เขาควบรวมกันได้อย่างนี้ไม่ใช่แค่อนุญาต อย่างนี้มันสนับสนุน ผมเล่านิดหนึ่งกรรมการมี ๕ ท่านในวันนั้น งดออกเสียงไปท่านหนึ่ง อีก ๒ ท่านไม่เห็นชอบ ให้มีการควบรวม ก็คือท่านพิรงรองกับท่านศุภัชที่ภายหลัง ๒ ท่านก็ออกมาชี้แจงว่าเหตุผล ในการโหวตไม่เห็นด้วยคืออะไร แล้วก็ ๒ ท่านสุดท้ายก็คือท่านต่อพงษ์ที่เข้ามาในโควตาของ ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้วย อีกคนก็คือตัวท่านประธานเอง ท่านประธาน กสทช. ท่านศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ที่โหวตว่าการควบรวม ครั้งนี้ไม่ถือว่าเป็นการถือครองธุรกิจในประเภทเดียวกัน ก็แปลว่าเห็นชอบนั่นแหละให้มีการ ควบรวม ผลเลยออกมาเป็นเสมอ ๒ : ๒ เสมอ ๒ : ๒ ทำอย่างไร ประธานก็ใช้อำนาจตัวเอง ดับเบิล (Double) โหวต แล้วก็ไม่เปลี่ยนความคิดเลย ฟันธงไปเลยว่าอนุญาต ผมเข้าใจ ๑๑ ชั่วโมงมันนาน ก็คงจะเพลียแล้วแหละก็ตรง ๆ ชัด ๆ กันไปเลยจะได้จบ ๆ แต่แบบนี้ ประชาชนเสียประโยชน์ใครรับผิดชอบ ท่านจะชี้แจงอย่างไร ผมเลยเสียดายว่าทำไมวันนี้ ท่านถึงไม่มา เพราะว่าองค์กรอิสระอื่น ๆ เขาก็ให้กรรมการมา ป.ป.ช. ประธานมาเองเลย ที่วุฒิสภา แล้วท่านไปไหนกัน นี่เป็นโอกาสเดียวและโอกาสที่ดีที่สุดด้วย อีกอย่างหนึ่ง ตัวท่านประธาน กสทช. เอง ท่านประธานกรรมการท่านก็เคยทำหน้าที่ในรัฐสภา ในฐานะ สนช. ในยุคที่ คสช. แต่งตั้งเข้ามา ท่านก็รู้อยู่แล้วว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ไว้ชี้แจงกับพี่น้อง ประชาชนโดยตรงเลย ท่านชี้แจงที่ไหนไม่ดีเท่าที่นี่อีกแล้ว ทำไมถึงไม่มาผมไม่เข้าใจ ส่วนกรรมการที่งดออกเสียงท่านก็ควรจะต้องมาชี้แจง ทำไมต้องงดออกเสียง ท่านตัดอำนาจ ตัวเองทำไม เราให้อำนาจท่านไปแล้ว แถมจ้างให้ด้วย จ้างรายเดือนด้วยให้ไปใช้อำนาจ แต่ไม่ยอมใช้เพราะอะไร สุดท้ายประชาชนเสียประโยชน์ใครรับผิดชอบ ผมมีเรื่องอยากฝากถึง กรรมการ กสทช. เท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
เชิญผู้แทน จาก กสทช. ได้ตอบชี้แจงครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพนะครับ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน เนื่องจากว่าผมจะ ขออนุญาตตอบเป็นกรุ๊ป (Group) กลุ่มคำถาม เนื่องจากว่าคล้าย ๆ กันหมด กลุ่มที่ ๑ น่าจะเป็นเกี่ยวกับเอสเอ็มเอส (SMS) ที่เราป้องกัน เราได้มีการทำแบบลงทะเบียนสำหรับ เซ็นเตอร์ (Center) ที่จะได้รู้ว่าเป็นเซ็นเตอร์ (Center) ที่ปลอมหรือจริง แล้วก็มีการ ตรวจสอบเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน แล้วก็มีการบล็อกลิสต์ (Block List) ที่คล้าย ๆ กัน หรือว่า บล็อก (Block) ในสิ่งที่แฝงตัวเป็นแบรนด์เนม (Brand Name) ใหญ่ ๆ อย่างเช่นอาจจะเป็น ธนาคารหรือจะเป็นห้างสรรพสินค้า แล้วก็มีการรับแจ้งความต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการพบเห็น เรื่องแมสเสจ (Message) ที่ส่งเข้ามาเป็นการพนัน ลามก หรือว่าหลอกลวงต่าง ๆ ซึ่งเราบล็อก (Block) ไปแล้วประมาณ ๔๐,๐๐๐ เซ็นเตอร์เนม (Center Name) ซึ่งร่วมกับ ทางตำรวจ แล้วก็ทางโอเปอร์เรเตอร์ (Operator) ในการที่จะไล่จับกุมนะครับ ส่วนทางด้าน คอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ผมขออนุญาตแบ่งเป็น ๒ แบบเป็นเบอร์โทรศัพท์ที่มาจาก ต่างประเทศก็คือเบอร์ที่โทรมาทางอินเทอร์เน็ต (Internet) แล้วก็ปลอมเป็นเลขหมาย ซึ่งอันนี้เราก็ได้เพิ่มระเบียบเข้าไปก็คือว่าเราให้ใส่เครื่องหมายบวกเข้าไป เพื่อผู้รับสายจะได้ รู้ว่าตอนนี้มีเบอร์จากต่างประเทศโทรเข้ามา เพราะฉะนั้นในการคุยก็จะได้รู้ว่าควรจะคุยลักษณะแบบไหน เป็นโทรศัพท์หลอกลวงหรือไม่ แต่ถ้าเป็นเบอร์ที่เอาจากเมืองไทยแล้วไปใช้โทรกลับเข้ามา ถ้าเป็นเบอร์หลอกลวงเราก็จะ บล็อก (Block) ทันทีนะครับ แล้วเราก็จะมีรหัสดอกจัน ๑๓๘ ในการที่จะไม่รับสายเบอร์ ต่างประเทศเลยด้วย ส่วนเบอร์ในประเทศที่เราประสบปัญหากันอยู่ปัจจุบันนี้ก็มีการเอาเบอร์ ในประเทศที่ไปจดทะเบียนกันคนหนึ่งหลาย ๆ เบอร์เพื่อจะใช้หลอกลวง เราได้มีการกำหนด ว่าตั้งแต่นี้ไป จริง ๆ เราก็กำหนดมาตั้งนานแล้ว แต่ว่าเราจะเริ่มเข้มงวดมากขึ้นกับ โอเปอร์เรเตอร์ (Operator) ก็คือว่าผู้ที่มีใช้เกิน ๕ ซิม (SIM) ขึ้นไปจะต้องไปจดทะเบียน ที่ชอป (Shop) เท่านั้น ไม่สามารถไปจดที่ลูกตู้ได้ ก็คือต้องไปแสดงตน แล้วก็ถ่ายภาพ แล้วก็ ถ้าตำรวจร้องขอมาว่าคนนี้มี ๓๐ เบอร์ขึ้นไป ๔๐ เบอร์ขึ้นไปก็จะถูกตำรวจเรียกไปสอบถาม ว่าทำไมจะต้องมีเบอร์เยอะแยะขนาดนี้ แล้วเราก็จะมีการปรับปรุงระเบียบให้มันเข้มงวด มากขึ้นในการที่จะออกเลขหมายให้แต่ละท่าน ปัจจุบันนี้เราก็มีการออกไปตรวจสอบร่วมกับ ตำรวจ ไปล่อซื้อตามตู้ต่าง ๆ ตามชายแดนว่ามีใครขายซิม (SIM) เกินไหม อะไรไหม ซึ่งเราก็ จับได้เยอะมากนะครับ🔗
อันที่ ๓ น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับทางยูโซ (USO) ก็คือเราได้มีการบรรจุ โครงการยูโซ (USO) เข้าไปเพื่อที่จะให้ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำดิจิทัลดีไวซ์ (Digital Device) ในพื้นที่โซน (Zone) ชายขอบ แล้วก็โซน (Zone) ห่างไกล ซึ่งเนื่องจากว่ามีสถานการณ์โควิด (COVID) ทำให้มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เราไม่สามารถจะออกไปตรวจรับงานได้ พอหลังจากที่เรา ออกตรวจรับงานได้เราก็ออกตรวจ ตอนนี้เรากำลังทยอยเปิดน่าจะเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ในการทยอยเปิดศูนย์ต่าง ๆ ไวไฟ (WiFi) ที่ตามต่างจังหวัดก็จะใช้ได้ ส่วนโทรศัพท์ที่ท่านแจ้ง ว่าตามชายแดนคลื่นความถี่ที่คนต่างชาติมาใช้คลื่นเสาเรา แล้วก็โทรเข้ามาหลอกลวง อันนี้ผมต้องขอเรียนว่าจริง ๆ แล้วเรามีคณะกรรมการคลื่นความถี่ทางด้านชายแดนอยู่แล้ว ซึ่งวันนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรีประวิตรก็ได้สั่งการมาก็กำลังตรวจสอบอยู่ เราอาจจะบีม (Beam) สัญญาณจากเสาที่อยู่ตามชายแดนเข้าประเทศให้เยอะที่สุด แต่มันก็จะเกิดความ ลำบากกับคนดี ๆ ที่ไปใช้คลื่นทางฝั่งโน้นก็จะติดต่อลำบากขึ้น การที่จะโทรศัพท์ละแวกนั้น ก็จะลำบากขึ้นนะครับ ตอนนี้กำลังให้คณะกรรมการชายแดนเขาตรวจสอบอยู่ว่าเขาจะทำ อย่างไรได้บ้างนะครับ🔗
ส่วนเรื่องที่ว่าให้ความรู้กับประชาชน อันนี้ก็เป็นนโยบายหลักของทาง คณะกรรมการ กสทช. ที่ว่าจะได้มีการจัดโครงการของยูโซ (USO) เข้าไป ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการประกวดราคาที่จะอบรมผู้ที่อยู่ตามต่างจังหวัดให้มีความรู้ทางด้านดิจิทัล มากขึ้น ซึ่งรอผลการประกวดราคาอยู่นะครับ🔗
ส่วนทางด้านการอัปเกรด (Upgrade) เอสดี (SD) สแตนดาร์ดเดฟินิชัน (Standard Definition) เป็นไฮเดฟินิชัน (High Definition) ของฟุตบอลโลก เมื่อปี ๒๐๑๘ ที่มีการอัปเกรด (Upgrade) ได้เนื่องจากว่า ณ ตอนนั้นมีช่องที่ร่วมถ่ายทอดน้อยราย จึงสามารถอัปเกรด (Upgrade) ได้ แล้วก็มักซ์ (MUX) คือตัวส่งสัญญาณไม่เต็มนะครับ แต่ปีปัจจุบันเนื่องจากว่าเราเฉลี่ยให้ทุกช่องได้ถ่ายทอด เพราะฉะนั้นจำนวนช่องก็เยอะ ที่จะต้องถ่ายทอด ๒. ก็คือมักซ์ (MUX) เต็มจริง ๆ เพราะฉะนั้นการจะอัปเกรด (Upgrade) เป็นไฮเดฟินิชัน (High Definition) ก็คงจะลำบาก บางทีเขาขอเข้ามาแต่เราก็ไม่ได้ให้ ไม่ได้อนุมัติไป เพิ่งจะพิจารณาไปเมื่อวานนี้ แต่ที่เราช่วยเขาก็คือว่าเราให้เขามาจับสลากใหม่ โดยเพิ่มอีก ๑๖ ช่อง ซึ่งตอนนี้ก็มีการจัดระบบการจับสลากใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ซึ่งอย่างเช่นแมตช์ (Match) ชิงชนะเลิศก็จะเป็นระบบไฮเดฟินิชัน (High Definition) ที่ถ่ายทอดทั้งหมดนะครับ🔗
สำหรับการที่จอดำ เมื่อวานทางคณะกรรมการเพิ่งประชุมไป ด้วยระเบียบ ประกาศมัสต์แคร์รี (Must Carry) มัสต์แฮฟ (Must Have) ของเรา เราก็จะต้องส่งหนังสือไป ที่ กกท. ว่าให้เขาจัดการให้เรียบร้อยเกี่ยวกับเรื่องไอพีทีวี (IPTV) ก็จะไม่ให้จอดำ สำหรับ การแก้ประกาศมัสต์แคร์รี (Must Carry) มัสต์แฮฟ (Must Have) ก็คงจะทำหลังจาก ที่ฟุตบอลโลกจบ ซึ่งเป็นคำสั่งของทางคณะกรรมการลงมาแล้วนะครับ🔗
ส่วนเรื่องที่เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกถามมาเกี่ยวกับพวกติ๊กต๊อก (TikTok) กับ เฟซบุ๊ก (Facebook) อันนี้เป็นของดีอี (DE) นะครับ แต่ว่าสิ่งที่เราช่วยทางดีอี (DE) ทำ ก็คือว่าเวลาที่มีการหลอกลวง หรือมีเฟซบุ๊ก (Facebook) ปลอม เว็บ (Web) ปลอมพวกนี้ ทางดีอี (DE) จะแจ้งเรามา เราก็จะประสานกับโอเปอร์เรเตอร์ (Operator) ให้ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก (Facebook) หรือจะเป็นโอเวอร์เรต (Overrate) ต่าง ๆ ให้รีบปิดตัวท่อสัญญาณ เพื่อไม่ให้ประชาชนได้อ่านนะครับ🔗
สำหรับราคาตึกที่ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาลถามนะครับ สำนักงานใหญ่เรา ก็มูลค่าประมาณ ๒ พันกว่าล้านบาท ซึ่งปี ๒๕๖๕ เราจ่ายไปที่ ๑,๒๐๐ ล้านบาท ตอนนี้ เราโดนระงับการก่อสร้างช่วงโควิด (COVID) ไปประมาณหลายเดือนนะครับ เพราะฉะนั้น ความคืบหน้าปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ ๗๐เปอร์เซ็นต์ แล้วก็คงเหลือที่จะต้องจ่ายอีกประมาณ ๑,๔๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ🔗
วัตถุประสงค์ของกองทุนในการที่จะสนับสนุนฟุตบอลโลกผมตกไปข้อหนึ่ง เราใช้ตาม พ.ร.บ. ปี ๒๕๕๓ มาตรา ๕๒ (๑) บอกว่าการให้ประชาชนเข้าถึงบริการ ด้านกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์อย่างทั่วถึงในมิติเนื้อหารายการ แล้วก็ให้ผู้ด้อยโอกาสและ ผู้พิการสามารถที่จะได้รับชมรายการต่าง ๆ นั่นคือเข้าถึงเทคโนโลยี นั่นก็คือวัตถุประสงค์ ที่ทำไมกองทุนถึงสามารถที่จะสนับสนุนให้ได้ ๖๐๐ ล้านบาทนะครับ🔗
เรื่องจัดระเบียบสายเราได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รวบรวมบูรณาการร่วมกับ การไฟฟ้า แล้วก็โอเปอร์เรเตอร์ (Operator) ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือการไฟฟ้า นครหลวง ถ้าในกรุงเทพฯ ก็จะเป็น กทม. ซึ่งนโยบายเราก็คือว่าเราก็จะเชิญทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมาประชุม แล้วเขาก็จะบอกว่าปีนี้ไฟฟ้าจะทำอะไร ทางจังหวัดต้องการจะทำถนน เส้นไหน หลังจากนั้นเราก็จะมาดูกันแล้วก็จัดสรรให้เป็นทิศทางเดียวกัน เพราะเวลาขุดถนน ขึ้นมาก็จะได้ขุดให้เป็นช่วงระยะเวลาที่ใกล้กัน แล้วก็สำหรับซิงเกิล ลาสต์ ไมล์ (Single Last Mile) ก็เป็นสิ่งที่อยู่ในแผนที่เรากำลังจะทำ ปัจจุบันนี้กำลังจะทำอยู่ ๑ เส้นทาง คือ ซอยศุภราช ซึ่งจะให้โอเปอร์เรเตอร์ (Operator) ซึ่งเป็นทางภาครัฐเป็นเจ้าของซิงเกิล ลาสต์ ไมล์ (Single Last Mile) แล้วก็ให้โอเปอร์เรเตอร์ (Operator) ทุกเจ้าลงสายที่นั่น เพราะฉะนั้นก็อยู่ในช่วงทดลอง แล้วเดี๋ยวถ้าสำเร็จก็จะขยายต่อไปนะครับ🔗
การควบรวม หลังจากที่มีการควบรวมไปเราได้มีออกมาตรการไป ๑๔ มาตรการ อย่างเช่นให้ลดอัตราค่าบริการเฉลี่ยลงร้อยละ ๑๒ แล้วก็มีให้บริษัททั้ง ๒ เจ้า ยังคงแบรนด์ (Brand) แยกกันอยู่เป็นเวลา ๓ ปี แล้วสัญญาต่าง ๆ ที่ทำไว้กับผู้บริโภคก็ให้คงเดิม ห้ามเปลี่ยนแปลง ภายหลังควบรวมธุรกิจก็ให้มีการประชาสัมพันธ์เรื่องคุณภาพแล้วเราก็จะ มีการตรวจสอบคุณภาพอย่างเช่นว่า ๕ จี (5G) จะต้องเป็น ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ภายในปีไหน ๆ แล้วก็มาตรการส่งเสริมผู้รับอนุญาตเอ็มวีเอ็นโอ (MVNOs) ก็ให้ขยายช่องจาก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ในการใช้คลื่น ผู้ประกอบการที่จะใช้ระบบเอ็มวีเอ็นโอ (MVNOs) แล้วก็ ให้ซื้อขายกันในราคาที่เพลย์ทูโก (Play to Go) ก็คือว่าใช้เท่าไรจ่ายเท่านั้น ไม่ให้ขาย แบบเหมานะครับ🔗
จำนวนเซลล์ไซต์ (Cell Site) ต้องไม่ลดเซลล์ไซต์ (Cell Site) ลงเพื่อรักษา คุณภาพการบริการ แล้วก็ให้มีการส่งเสริมการขายในราคาต่ำเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่มี รายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาสในสังคม อันนี้ก็เป็นกฎมาตรการต่าง ๆ ที่เราได้ส่งไปให้ทาง ผู้ประกอบการเขาศึกษาอยู่ว่าเขาจะต้องเตรียมตัวอย่างไรที่เขาจะทำนะครับ🔗
สำหรับเรื่องสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) เดี๋ยวผมขออนุญาตให้ ผอ. ณัฐวุฒิขึ้นมา ชี้แจงนะครับ แล้วก็เรื่องราคาทางการค้าให้ผู้ช่วยจิตสถา ส่วนเรื่องวิทยุชุมชนที่จะต้อง มีการประมูลเดี๋ยวให้ท่านผู้ช่วยมณีรัตน์ชี้แจงครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียน ที่ประชุมครับ ในส่วนของเรื่องสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ตามที่ท่านเกียรติ สิทธีอมร ได้กรุณา พูดถึงนะครับ สำนักงานได้ประสานงานกับทางสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) โดยผ่านทางช่องทาง สถานทูตสหรัฐอเมริกาในประเทศไทยนะครับ หลังจากที่ประสานงานแล้วตั้งแต่วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๔ เป็นต้นมาก็ไม่สามารถที่จะจองในนามของประเทศไทยได้นะครับ คือเข้าไป แล้วก็ใส่แอดเดรส (Address) ประเทศไทยก็จะขึ้นว่าน็อตอะไวเลเบิล (Not Available) แล้วก็การให้บริการในส่วนของดาวเทียมต่างชาติที่จะมาให้บริการในประเทศไทยก็จะต้อง ขอรับอนุญาตตามประกาศ กสทช. ที่เกี่ยวข้อง ก็กราบเรียนที่ประชุมครับ ขอบคุณครับ🔗
มีผู้ชี้แจง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานและท่านผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะคะ ดิฉัน จิตสถา ศรีประเสริฐสุข ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สายงานกิจการโทรคมนาคม ก็ขอเรียนเรื่อง เกี่ยวกับการกำกับดูแลอัตราค่าบริการ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในบทบาทหน้าที่ในการคุ้มครอง ผู้ใช้บริการ ปัจจุบันทาง กสทช. มีการกำหนดเพดานราคาที่เป็นเฉลี่ยเพื่อใช้สำหรับควบคุม อัตราค่าบริการที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าโทร ค่าส่งเอสเอ็มเอส (SMS) ค่าส่งเอ็มเอ็มเอส (MMS) หรือมัลติมีเดีย (Multimedia) แล้วก็เรื่องการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Internet) บนมือถือ ซึ่งปัจจุบันการกำหนดเพดานราคาเฉลี่ยตรงนี้ก็อยู่บนพื้นฐานการคิดที่ว่าต้องเป็นธรรมกับ ผู้ใช้บริการแล้วก็เป็นธรรมกับผู้ให้บริการด้วยนะคะ โดยปกติการกำหนดเพดานราคาดังกล่าว ก็จะมีการทบทวนทุก ๓ ปีเพื่อให้เพดานราคาดังกล่าวนั้นสอดรับกับสภาพปัจจุบันที่มี การเปลี่ยนแปลงไป แล้วก็ปีหน้านี้เองก็จะมีการทบทวนเพดานราคานี้อีกครั้งหนึ่งนะคะ สำหรับเรื่องการเปรียบเทียบอัตราค่าบริการของไทยกับต่างประเทศนั้นสำนักงาน กสทช. มีทำการศึกษาไว้อยู่ ก็จริง ๆ มีทำไว้ในรายงานประจำปีที่มีการเผยแพร่ ถ้าเกิดว่าคราวหน้า มีการทำรายงานประจำปีในส่วนที่เสนอสภาเองก็จะนำข้อมูลตรงนี้มาปรับปรุงแล้วก็มีการ นำเสนอให้ชัดเจนต่อไปนะคะ เพราะว่าอันนี้ก็เป็นประเด็นสำคัญที่ว่าเวลาเราทบทวนอัตรา ค่าบริการเราก็จะมีการนำข้อมูลตรงนี้มาประกอบด้วยว่าประเทศไทยเองเป็นอย่างไร เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน แล้วก็ที่สำคัญทุกวันนี้เราก็จะมีการตรวจสอบ การกำหนดอัตราค่าบริการที่เป็นโพรโมชัน (Promotion) ของผู้ให้บริการซึ่งมีมากมาย มีการตรวจสอบทุก ๓ เดือนและรายงานออกมาเป็นรายงานที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์ (Website) ด้วยนะคะ แล้วก็การตรวจสอบตรงนี้บางทีก็ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใช้บริการ เราก็จะนำมาพิจารณาด้วย ซึ่งปัจจุบันกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนที่ท่านพิสิฐได้สอบถาม ทางสำนักงานเองก็มีการพยายามที่จะปรับปรุงให้มีความทันสมัยขึ้น แล้วก็นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ประกอบการดำเนินการเพื่อให้มีความสะดวกกับผู้ที่รับเรื่องร้องเรียนและให้กระบวนการ มีความรวดเร็วขึ้นค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ท่านนิยม เอาสั้น ๆ หน่อยนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตนิดเดียวครับ เนื่องจากผมนั่งฟังการชี้แจงเห็นยังไม่จบ ประเด็นนี้มีหรือไม่ ไม่รู้ ผมไม่ทราบ แต่ถามก่อนท่านตอบผม เพราะว่าประเด็นที่หน่วยงาน กสทช. ณ วันนี้เป็น หน่วยงานที่มีบทบาทมากที่สุดที่จะคุ้มครองพี่น้องประชาชน มันจึงเป็นประเด็นว่าในเมื่อ หน่วยงานนี้มีบทบาทมีความสำคัญแล้วรัฐเองก็ตั้งงบประมาณให้จำนวนมหาศาล ผมดูผมเป็นกรรมาธิการติดตามงบประมาณนะครับ ก็ไปดูว่ามันเป็นเรื่องที่ท่านต้องมาดูแล แต่ที่ผมต้องถามท่านเพราะฟังจาก ๔ ท่าน ผมยังไม่เห็นท่านพูดตรงประเด็นที่ว่าวันนี้ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากปัญหากลุ่มแก๊งที่ทุจริตที่มาหลอกลวงเรียกว่า คอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ที่ว่า เพราะฉะนั้นผมเลยต้องถาม คือเมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิก ถามบทบาทหน้าที่ของ กสทช. ท่านไม่มาตอบไม่เป็นไรเพราะผมก็นั่งฟัง เพราะในระดับท่าน คงตอบไม่ได้เพราะมันเป็นเรื่องของนโยบาย ที่ผมต้องถามเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) มันเป็นเรื่องเสียหาย เสียหายต่อประชาชนทั่วไปแล้ววันนี้ธนาคารเองซึ่งเป็น หน่วยงานที่ท่านต้องเข้าไปดูแลด้วยบางทีไม่ทันการณ์ ไม่ทันการณ์หมายความว่าอย่างไร เงินเอาไปหมดแล้วผู้เสียหายไปถึงธนาคารก็เพียงอายัดไว้บางส่วน ส่วนที่มันหายไป ไม่สามารถที่จะเอาคืนมาได้นี่คือ กสทช. ต้องมีบทบาทในส่วนนี้ คือเครื่องผมเองอยู่เฉย ๆ มันก็ขึ้นมา ผมยังเข้าใจว่ามันทำอะไร ที่ไหน อยู่เฉย ๆ มันขึ้นบอกมายโม (MyMo) คุณได้รับ สินเชื่อจากธนาคารออมสิน ๘-๙ แสนบาท ผมเองอายุมากแล้วไม่มีทางที่จะกู้ยืมเงินได้ เขาไม่ให้กู้อยู่แล้ว ก็ขึ้นไปโทรศัพท์ยังค้างอยู่ครับ เบอร์ก็มี ผมไม่เอ่ยชื่อ บอกคุณได้รับอนุมัติ สินเชื่อ ๘๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าผมเกิดกิเลสผมกดเข้าไปผมจะโดนอะไรผมยังไม่รู้นี่คือประเด็น แล้วเมื่อวานนี้ผมได้รับการชี้แจงในกรรมาธิการตำรวจไซเบอร์ (Cyber) หมายถึงว่าตำรวจ อาชญากรรมทางดิจิทัลบอกว่าวันนี้เขามีข้อสรุปว่าตำรวจไซเบอร์ (Cyber) ได้รับการ แจ้งความจากประชาชนเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ๑๔๓,๐๐๐ ราย แล้วผมเองยังสงสัยอยู่ว่า ในจำนวนนี้ที่แจ้งความแล้วก็ดำเนินการไม่สามารถดำเนินการถึงขนาดได้เงินคืนแต่เพียง นิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้น อันนี้ผมถึงบอกว่า กสทช. เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทมากที่สุด แล้วมาตรการจะคุ้มครองประชาชนอย่างไร ผมอยากฟังให้มันชัดเจนหน่อย เพราะจำนวน ที่เกิดขึ้นประชาชนได้รับความเสียหายอย่างมากมาย ยกตัวอย่างเช่นเทศบาลนคร อุบลราชธานีถูกเอาเงินไปโดยไม่รู้สาเหตุ ๕๘ ล้านบาท ผมจึงคิดว่า กสทช. บทบาทของท่าน ที่จะเข้ามาช่วยเหลือประชาชน ผมนั่งฟังท่านท่านยังไม่พูดให้ผมฟัง ผมเลยถามว่าจะทำ อย่างไรต่อไป ไม่ใช่ทำไปวัน ๆ แล้วไม่สามารถที่จะคุ้มครองประชาชนที่เสียหายได้ ผมฟัง คำตอบท่านหน่อยครับ ผมนั่งฟังอยู่นะครับ🔗
ขอเชิญ กสทช. ชี้แจงนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติค่ะ ดิฉัน มณีรัตน์ กำจรกิจการ ผู้ช่วยเลขาธิการสายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ค่ะ ในส่วนของดิฉันเองจะขออนุญาตนำเสนอชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องของประเด็นวิทยุชุมชน ที่ท่านสมาชิกได้มีข้อซักถามมาในเรื่องของกรณีวิทยุชุมชนว่าในปี ๒๕๖๗ จะต้องหยุด ให้บริการหรือไม่ หรือต้องหยุดให้บริการตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ ถึงปี ๒๕๖๗ หรือไม่ ก็ต้อง ขออนุญาตให้ข้อเท็จจริงในส่วนเบื้องต้นก่อนว่าในกรณีวิทยุกระจายเสียงในประเทศไทย กลุ่มที่ท่านได้มีข้อซักถามเราเรียกว่ากลุ่มทดลองประกอบกิจการหรือกลุ่มผู้ที่ใช้งาน คลื่นความถี่ โดยที่ยังไม่รับการจัดสรรตามแผนคลื่นความถี่นะคะ ซึ่งการดำเนินการในเรื่องนี้ ได้มีการดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ เป็นต้นมา ด้วยเหตุที่คลื่นความถี่ทั้งหมดในแผง คลื่นความถี่ของประเทศไทยอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานภาครัฐมาตั้งแต่อดีต ฉะนั้น โดยแผนบริหารคลื่นความถี่เองจึงได้มีการวางกระบวนการไว้ให้ทาง กสทช. เรียกคืน คลื่นความถี่มา โดยแผนการเรียกคืนคลื่นความถี่ที่ กสทช. จะต้องเรียกคืนให้แล้วเสร็จ ในปี ๒๕๖๕ จึงเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ กสทช. จะต้องนำเอากลุ่มวิทยุกระจายเสียงทั้งหมด ในประเทศไทยเข้าสู่ระบบการอนุญาตทั้งหมด ซึ่งรวมถึงผู้ทดลองประกอบกิจการเหล่านี้ด้วย ตามโรดแมป (Roadmap) ที่ กสทช. ได้มีการดำเนินการมาได้มีการวางแผนการนำหรือว่า การเคลื่อนย้ายกลุ่มผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงเข้าสู่ระบบเริ่มต้นตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ โดยการให้กลุ่มเหล่านี้ยังคงออกอากาศในลักษณะของกำลังส่งเดิมคือ ๕๐๐ วัตต์ออกไป จนถึงปี ๒๕๖๗ แต่ในช่วงปี ๒๕๖๕ ถึงปี ๒๕๖๗ เราจะทำการเคลื่อนตัวหรือเคลื่อนย้าย ในกลุ่มของวิทยุภาครัฐให้คืนคลื่นความถี่ในส่วนใดที่ยังคงใช้ได้อยู่ใช้ตามแผนหรือว่า ตามกรอบกติกาที่ กสทช. สามารถอนุญาตได้ ส่วนคลื่นความถี่ที่ได้คืนมาได้มีการจัดสรร หรือการประมูลคลื่นความถี่ให้กับกลุ่มเอกชนหรือกลุ่มภาคประชาชนที่มีศักยภาพในการ เข้าประมูลคลื่นความถี่ในกิจการบริการทางธุรกิจ และอีกส่วนหนึ่งเราจะทำการจัดสรร คลื่นความถี่ให้กับกิจการบริการสาธารณะและชุมชนในรูปแบบที่ไม่ต้องประมูลคลื่นความถี่ เนื่องจากบทบัญญัติกฎหมายได้กำหนดไว้เช่นนั้น ฉะนั้นในส่วนของกลุ่มที่เป็นวิทยุภาคธุรกิจ ที่จำเป็นที่จะต้องปรับตัวไปสู่การเป็นผู้รับอนุญาตตามที่บทบัญญัติแห่งกฎหมายกำหนดไว้ว่า การใช้งานคลื่นความถี่ต้องได้รับการจัดสรรด้วยวิธีการประมูลคลื่นความถี่ตาม พ.ร.บ. ประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ปี ๒๕๔๑ ที่จะต้องดำเนินการ ในลักษณะนี้ ฉะนั้นเราจึงให้ระยะเวลา ๒ ปีให้ดำเนินการปรับตัวแล้วนำไปสู่การประมูล คลื่นความถี่ในอนาคต เนื่องจากว่าเป็นการดำเนินการทางธุรกิจ แต่อย่างไรก็ดี กสทช. ในชุดปัจจุบันเมื่อท่านได้เข้ามาดำรงตำแหน่งท่านก็ได้มีการมารับทราบปัญหาและรับทราบ ข้อขัดข้องอุปสรรคต่าง ๆ ของกลุ่มผู้ประกอบกิจการที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งท่านก็ได้มีการ ไปรับฟังความคิดเห็น และรับฟังสภาพปัญหาต่าง ๆ ของกลุ่มวิทยุทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้เอง อยู่ในช่วงของการสรุปประมวลผล แล้วก็รวมถึงจะนำไปสู่ในเรื่องของแนวทางการแก้ไข ปัญหาร่วมกันของหน่วยงานกำกับดูแล แล้วก็กลุ่มผู้ประกอบกิจการที่จะมีขึ้นค่ะ ซึ่งคาดว่า ในการดำเนินการต่าง ๆ เหล่านี้น่าจะได้ข้อชัดเจนก่อนที่จะไปถึงในช่วงปี ๒๕๖๗ ค่ะ🔗
ผมขออนุญาต ตอบคำถามของท่านนิยมนะครับ คือจริง ๆ แล้วทางรัฐบาลได้บูรณาการการแก้ไขเรื่อง คอลเซ็นเตอร์ (Call Center) แล้วก็เราเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะสนับสนุน ของเราจะดู ทางด้านฐานอำนาจของเราเองก็คือการกำกับสื่อสาร ส่วนทางด้านการเงินก็จะเป็นทาง ธนาคาร การดำเนินคดีก็จะเป็นทางตำรวจแต่เราก็ร่วมกันทำงาน สิ่งที่เรากำหนดออกมา ก็คือว่าเรามีการควบคุมการจดทะเบียนซิม (SIM) โทรศัพท์ที่เป็นแบบว่าคนหนึ่งสามารถจด ๕ ซิม (SIM) ที่ตู้ แต่ถ้าเกินซิม (SIM) ที่ ๕ ต้องไปที่ชอป (Shop) ก็ต้องแสดงตนทุกครั้ง เรามีการเพิ่มรหัสบวกเข้าไปสำหรับเบอร์ที่โทรเข้ามาจากต่างประเทศเพื่อให้ท่านรับทราบว่า อันนี้เป็นเบอร์จากต่างประเทศ เรามีการบล็อก (Block) เบอร์ที่ขึ้นต้นด้วยอย่างเช่นว่า ๐๘๑ อย่างนี้นะครับ ที่เป็นเบอร์ในไทยแต่ไปโทรจากต่างประเทศปลอมเข้ามาอย่างนี้เราก็บล็อก (Block) ไป แล้วเรากำลังจะมีดอกจัน ๑๓๘ เพื่อตัดสายจากต่างประเทศทั้งหมดภายใน เดือนธันวาคมนี้นะครับ ส่วนอีกอันหนึ่งเอสเอ็มเอส (SMS) ก็เป็นการควบคุมอย่างที่ผม กราบเรียนไปแล้วเป็นการควบคุมผู้ประกอบการในการที่จะจดทะเบียนผู้ที่อยากจะใช้บริการ ทางด้านส่งเอสเอ็มเอส (SMS) ข่าวสารให้กับลูกค้าของเขาเราจะมีการตรวจสอบ แล้วก็ ไม่ให้ชื่อซ้ำกัน แล้วก็ไม่ให้มีคนมาปลอมแปลงชื่อโดยที่ว่าถ้ามีคนมาปลอมแปลงอย่างเช่นว่า ปลอมเป็นธนาคารนี้ผู้รับอนุญาตที่ทำธุรกิจทางด้านนี้ก็จะต้องเช็ก (Check) ไปที่ธนาคาร ก่อนว่าอันนี้เป็นเอสเอ็มเอส (SMS) จริงหรือเปล่าอย่างนี้ครับ นี่คือมาตรการที่เราได้กำหนด ขึ้นมาครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดเดียว สุพิศาลครับ🔗
เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กสทช. ยังไม่ตอบผม ๒ ประเด็น ประเด็นเรื่องการใช้เงิน ๒ พันกว่าล้านบาท ที่ใช้ในหมายเหตุ ๓๕ ว่าปีนี้จะหมดแน่ที่คำสั่ง คสช. ใช้มาตรา ๕๒ (๖) ให้ชดใช้โดยไม่ต้องใช้ของกระทรวงการคลัง อันนี้ยังไม่ได้ตอบว่า จะหมดไปแน่นอนหรือไม่ในหมายเหตุ ๓๕ จะสิ้นสุดกันสักทีว่าที่ใช้อำนาจคำสั่ง คสช. ในข้อ ๑๖ ซึ่งอยู่ในคำสั่ง ๑๖ ข้อ ๑๕ ข้อคือแก้ปัญหา ๕ จี (5G) แต่ข้อ ๑๖ เสียบไว้เฉย ๆ ไปอ่านดูก็ได้ครับ กสทช. รู้อยู่แล้วว่าทำอะไร เมื่อไรมันจะหมด แล้วจะยกเลิกไหมคำสั่งนี้ นั่นคือคำถามหนึ่ง🔗
อันที่ ๒ เรื่องเยียวยา เพราะว่า กสทช. มีหน้าที่เยียวยาผู้บริโภค พอเดี๋ยว สภาองค์กรของผู้บริโภคเข้าผมก็จะถามว่าองค์กรผู้บริโภคส่งเรื่องไปให้ กสทช. รับผิดชอบไหม เรื่องผู้บริโภคที่ถูกหลอกลวง ถูกโกง ถูกฉ้อฉล อันเกิดเหตุจากข้อบกพร่องหรือประสิทธิภาพ ขององค์กรในคลื่นความถี่ทั้งหมดที่ทำให้ประชาชนต้องเสียเงินเสียทองเป็นแสนเป็นล้าน หมื่นล้านไม่ใช่น้อย ๆ ต้องตอบว่าท่านจะมีนโยบายเรื่องนี้ไหมเรื่องเยียวยา เพราะเป็นอำนาจ ของท่าน ไม่ใช่อำนาจของสภาองค์กรของผู้บริโภค เป็น ๒ คำถามที่ถามแล้วยังไม่ตอบ🔗
ท่านมานพมีอะไรต่อครับ🔗
เพิ่มเติมเล็กน้อยครับ เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง เมื่อสักครู่คือท่านผู้บริหารของ กสทช. ก็ตอบผมนะครับ กรณีเรื่องของเน็ต (Net) ประชารัฐหรือว่ายูโซเน็ต (USO Net) จริง ๆ แล้วผมอภิปราย เรื่องนี้น่าจะเป็นรอบที่ ๓ ผมคิดว่าผมอภิปรายรอบที่ ๒ ก็คือกรณีช่วงโควิด (COVID) น้อง ๆ นักเรียนที่อยู่ตามพื้นที่ป่าที่ดอยมันไม่สามารถใช้ได้ ทั้งโรงเรียนแล้วก็ทั้งอนามัยที่จะต้อง ติดต่อสื่อสารก็ใช้ไม่ได้ก็ต้องเดินขึ้นดอยไป พ่อแม่ผู้ปกครองก็ต้องหาตามสถานที่ เพิงพัก พอที่จะหลบฝนหลบแดดได้ก็ถอยโทรศัพท์ คือประเด็นสำคัญอยู่ตรงนี้ครับ ก็คือว่าพื้นที่ชนบทและพื้นที่ชายขอบนี้ผมไปสอบถามคนที่อยู่ในพื้นที่และผู้บริหารพื้นที่ว่า คือการดำเนินการเรื่องนี้ผมคิดว่าประชาชนเห็นชอบ เห็นด้วยครับ แต่จะต้องแก้ปัญหา อันที่ ๑ ก็คือว่าดำเนินการแล้วมันไม่มีการส่งมอบให้พื้นที่ครับ พอเวลามันเกิดปัญหา ไม่ว่ามดจะเข้า แมลงจะเข้าหรือว่าฝนตกอะไรพวกนี้ มันมีเบอร์ติดต่อด้วย แต่ว่าเบอร์นี้ ขึ้นด้วย ๐๒ เราไม่รู้ว่าหน่วยงานไหนรับผิดชอบ มันก็เกิดปัญหาอย่างนี้ ผมคิดว่าคำถาม ของผมผมถามครั้งที่ ๓ ท่านมีแนวทางที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร เราเสียดายงบประมาณ จริง ๆ ถ้าจะมีการตรวจสอบผมคิดว่าทั้งหมดเลยนะครับ อันนี้ประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นที่ ๒ เมื่อสักครู่นี้ผมไม่แน่ใจว่าเป็นคำถามของผมไหม ที่ท่านผู้บริหาร ได้ตอบผม กรณีการใช้สัญญาณโทรศัพท์จากประเทศเพื่อนบ้าน คืออย่างนี้ประเด็นก็คือว่า ในพื้นที่ตำบลเสาหินที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนสื่อสารกับลูกกับหลาน ติดต่อกับส่วนราชการได้ เพราะว่าประเทศเพื่อนบ้านมีเสาโทรศัพท์ พอเขาเกิดการสู้รบกันเขาก็ตัดวันนี้ไม่ได้ ไม่ใช่ว่า ของเรามีศักยภาพและมีส่งสัญญาณโทรศัพท์ได้ครับ ของเราไม่เคยมีตรงนั้น ยูโซ (USO) ก็ไม่มีศักยภาพที่จะทำตรงนั้น พอเขามีสงครามเพื่อนบ้านตอนนี้เขาติดต่อราชการก็ไม่ได้ ติดต่อลูกหลานไม่ได้ เพราะฉะนั้นคือเรื่องนี้ผมคิดว่าผมได้หารือกับประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมอยากให้เร่งดำเนินการโดยด่วน เพราะว่าตลอดชายแดนอันนี้เรื่องความถี่อย่างไร จะตัดสัญญาณอย่างไร นี่เป็นเรื่องความรู้ ทางเทคนิค แต่ว่ากระบวนการที่จะต้องประสานงานกับเจ้าของพื้นที่เพื่อให้ประชาชน ในพื้นที่ได้เข้าถึงระบบการโทรคมนาคมแบบพื้นฐานซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐ เป็นหน้าที่ของ พวกท่านให้โดยเร็วนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ท่านพิสิฐ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตจะสอบถามประเด็นที่ผมได้ตั้งไว้นะครับ ๒ เรื่อง ๑. ก็คือเรื่องคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) อยากจะขอทราบว่า กสทช. มีอำนาจไปดำเนินคดีหรือจับกุมหรือเอาเรื่อง คนที่ทำอย่างนี้ไหมครับ เพราะไม่มีข่าวเลยว่า กสทช. ได้มีการไปดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ หรือว่าทำได้แต่เพียงแต่เรื่องทางเทคนิคอย่างที่ท่านได้ชี้แจงเท่านั้น ถ้าหากมีปัญหานี้ ท่านคิดอาจจะแก้กฎหมายไหมครับ เพื่อให้ท่านมีอำนาจที่จะไปดำเนินการกับคนที่ละเมิด ในเรื่องนี้ ก็คือไปหลอกลวงประชาชนในลักษณะนี้นั่นก็ประการหนึ่งนะครับ🔗
ประการที่ ๒ ที่กระผมสอบถามก็คือเรื่องของมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่ทางยุโรป เขาได้ดำเนินการก็คือว่าทุกวันนี้ที่เราซื้ออุปกรณ์มือถือจะต้องไปซื้อตัวเชื่อม แล้วก็มักจะ เสียบ่อย ๆ แล้วก็มีราคาแพงมาก แต่ทางยุโรปเขาแก้เกมโดยการบังคับให้มีมาตรฐานเดียว ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าเรื่องนี้ทาง กสทช. น่าจะดูแลประชาชนแล้วก็อยากทราบว่าท่านคิดอ่าน จะดำเนินการแบบยุโรปไหมครับ🔗
เชิญตัวแทน กสทช. ได้ตอบอีกสักครั้งหนึ่งครับ🔗
ขออนุญาตตอบ คำถามของท่านสุพิศาลนะครับ ประเด็นกฎหมาย ข้อ ๓๕ เป็นการชดเชยมักซ์ (MUX) ตามคำสั่ง คสช. จำนวน ๒ พันกว่าล้านบาท ซึ่งหมดไปแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ปัจจุบัน ไม่ได้มีการชดเชยให้แล้วนะครับ ส่วนเงินที่กระทรวงการคลังยืมเขาใช้มา ๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่เหลือก็เป็นคำสั่ง คสช. ว่าไม่ต้องใช้นะครับ ของท่านมานพเรื่องยูโซ (USO) เราจะดูแล ไปจน ๕ ปี หลังจากปีที่ ๕ เราก็จะมีการส่งมอบให้กับกระทรวงดีอี (DE) หรืออาจจะเป็น ท้องถิ่น แต่ตอนนี้เรายังดูแลให้อยู่นะครับ นี่คือสิ่งที่ กสทช. ทำให้ ส่วนทางด้านที่ท่านบอกว่า สัญญาณมือถือไม่มี เดี๋ยวผมขออนุญาตขอพิกัดที่แน่นอนเดี๋ยวผมให้โอเปอร์ร์เรเตอร์ (Operator) ไปตรวจสอบที่เสาหินน่าจะเป็นจังหวัดเลยใช่ไหมครับ สำหรับคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) อำนาจจับกุมเราไม่มีนะครับ เราเป็นแค่ช่วยเหลือตำรวจทางด้านเทคนิคที่ว่า ถ้าตำรวจเขารู้สึกว่าเบอร์นี้มีการโทรเข้ามาเยอะ ๆ หรือว่าเป็นเบอร์ที่หลอกลวงเขาจะแจ้ง เรามา เราก็จะหาพิกัดให้ อย่างอื่นเราจะบล็อก (Block) ก่อน จากนั้นจะหาพิกัดแล้วตำรวจ ก็จะเข้าไปจับกุมนะครับ ส่วนทางด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์จริง ๆ แล้วสำนักงาน กสทช. ทำหน้าที่ในการตรวจสอบ เครื่องโทรศัพท์ที่เกี่ยวกับการรับสาย รับสัญญาณต่าง ๆ เป็นทางด้านเทคนิค แต่ที่ท่าน เรียนว่าเป็นอุปกรณ์พ่วงพวกนี้หรือว่าเป็นมาตรฐานอันนี้ไม่ใช่ทางเรานะครับ ต้องขออนุญาต กราบเรียนอย่างนี้ครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต นิดหนึ่งครับ เมื่อสักครู่ท่านผู้ชี้แจงบอกว่าตำบลเสาหินไม่ใช่จังหวัดเลยนะครับ จังหวัด แม่ฮ่องสอน ตำบลเสาหินครับท่านประธาน🔗
รับทราบแล้วจังหวัดแม่ฮ่องสอนนะครับ เป็นการจบการอภิปรายซักถาม🔗
ท่านประธานครับ ผม วีระกรครับ🔗
ท่านมีอะไร🔗
ขออนุญาตท่านประธานนิดครับ เนื่องจากที่ผมถามไปเรื่องของเขาใช้คลื่นความถี่เราทำบ่อนอยู่ฝั่งเมียวดีตรงข้ามแม่สอด ผมไม่เห็นท่านตอบผมเลยว่าเราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ถ้า ๑. เราไม่ให้เขาใช้ และ ๒. ตอนนี้ เอไอเอส (AIS) ดีแทค (dtac) เขาก็ตั้งเสาเรียงรายหมดเพื่อให้บ่อนฝั่งโน้นได้ใช้ เราน่าจะเรียก เขามาเจรจาที่ผมพูดถึง เจรจาเพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมหรือจ่ายค่าอะไรเพราะคลื่นความถี่มัน เป็นสมบัติของคนไทยครับ จะให้คนจีนเอาไปใช้ได้อย่างไรละครับ เมื่อเขาเอาไปใช้เขาได้ ประโยชน์เป็นแสน ๆ ล้านต่อปี เราก็น่าที่จะเอามาได้สิครับ ถ้าเจรจาเอาเงินขอค่าธรรมเนียม ค่าอะไรก็สุดแท้แต่ท่านจะเรียก ช่วยตอบด้วยครับ🔗
มีคำตอบ ไหมครับ เชิญครับ🔗
ที่ผมได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่คือเรามีคณะกรรมการคลื่นความถี่ชายแดน ซึ่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เราได้ดำเนินการจัดส่งไปให้เขานะครับ เพราะจะมีประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดที่จะ มาประชุมกับเราเรื่องการที่จะให้คลื่นไม่ให้ล้ำเข้าไปในประเทศเขา และคลื่นเขาก็ไม่ล้ำเข้ามา ประเทศเรา เพราะฉะนั้นอันนี้ผมได้ส่งไปให้แล้วเดี๋ยวผมจะติดตามให้แล้วผมนำเรียนคำตอบ อีกทีได้ไหมครับ🔗
ถือว่า ที่ประชุม🔗
ยังครับท่านประธาน ไม่เป็นที่ น่าพอใจครับ ท่านส่งไปเพื่อให้คลื่นไม่ไป ท่านครับ อย่างไรเขาก็ใช้คลื่นเรา เพราะคลื่นของ พม่าเขาเขาไม่มาถึงเมียวดีได้เยอะขนาดนั้นหรอกครับ ท่านรู้ไหมว่าคนจีนที่ไปทำบ่อนอยู่ ฝั่งเมียวดีตรงข้ามฝั่งแม่สอดยาวเป็นกิโลเมตรนะครับ เขากล่าวกันว่าประมาณ ๔๐,๐๐๐ คน คนจีนที่ทำงานอยู่ตรงนั้น ๔๐,๐๐๐ คน รายได้เขาปีหนึ่งได้เป็นแสน ๆ ล้าน แล้วท่านบอก ได้ยื่นไปแล้ว คือท่านพูดเหมือนอย่างไรละ ปัดสวะเฉพาะหน้าไป ผมส่งเรื่องไปแล้ว ผมส่งเรื่องไปแล้ว มันไม่ใช่ครับ ท่านเอาจริงเอาจังกว่านี้หน่อยแล้วมาตอบคราวหน้าก็ได้ครับ ผมรู้ว่าท่านยังไม่ได้ทำอะไรหรอกนอกจากอาจจะทำเป็นหนังสือไปถึงคณะกรรมการชายแดน ฝั่งพม่าเขาเท่านั้นเอง ท่านต้องไปดูข้อเท็จจริงสิครับ ท่านไปจริง ๆ สักหน่อยได้ไหมครับ ข้ามไปฝั่งเมียวดีก็ได้ ไปเดินดูเลยบ่อนเขาเต็มหมดยาวเป็นกิโล ๆ ไปดูหน่อยสิครับ🔗
คือไม่ใช่ว่าเพิกเฉยนะครับ เราได้รับเรื่องร้องเรียนมาเมื่อสักครู่ก่อนที่ท่านจะพูดนะครับ แล้วก็เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนเราก็เลยนำเรื่องส่งเข้าไปนะครับ แต่เดี๋ยวผมจะติดตามให้ครับ ไม่ต้องห่วงครับ🔗
ท่านครับ มันมีมา ๔ ปีแล้วครับ เขาสร้างบ่อนมา ๔ ปีแล้ว ท่านเพิ่งได้รับก่อนหน้าที่จะประชุมนี่นะครับ🔗
พูดผ่าน ประธานครับ ไม่เป็นไร กสทช. ก็รับไปดำเนินการแล้วมาแจ้งคราวหน้า เชิญท่านพิสิฐครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ขอบคุณครับท่านผู้บริหารของ กสทช. ที่ชี้แจงเมื่อสักครู่เรื่องผลิตภัณฑ์การเชื่อมต่อ หากท่านถือว่าไม่ได้อยู่ในอำนาจตามกฎหมายของท่าน ท่านรับเป็นเจ้าภาพช่วยดูแลได้ไหม ว่าในระบบราชการเราใครจะเป็นเจ้าภาพในเรื่องนี้เพื่อให้ประชาชนไม่ถูกเอาเปรียบ ขอให้ ท่านรับปากได้ไหมครับ🔗
มีคำตอบ สำหรับท่านพิสิฐไหมครับ🔗
ขอรับคำถามของท่านพิสิฐนะครับ แล้วเดี๋ยวผมไปนำเรียนคณะกรรมการ กสทช. เพื่อที่จะ ให้ท่านกำหนดนโยบายลงมาครับ🔗
พอสมควรแล้วครับ เป็นอันว่าที่ประชุมรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๔ และรายงานการติดตามตรวจสอบประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. ของสำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ประจำปี ๒๕๖๔ แล้ว อะไรที่ท่านเลขาธิการ รับปากไปคราวต่อไปก็นำมาชี้แจงเพิ่มเติมด้วยนะครับ ขอบคุณผู้แทนของ กสทช. ครับ ขอบคุณครับ🔗
๒.๒ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๔ สภาองค์กร ของผู้บริโภค (ค้างมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕)🔗
เป็นรายงานของสภาองค์กรของผู้บริโภคเสนอรายงานมาให้เพื่อสภาผู้แทนราษฎรทราบ เป็นไปตามกฎหมายหรือพระราชบัญญัติการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภคนะครับ ขอเชิญ ผู้ชี้แจงเข้ามาห้องประชุมครับ🔗
มีนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการ ท่านวิทูรย์ บุตรสาระ หัวหน้าฝ่ายงานเลขาธิการ เชิญครับ มีท่านสมาชิกต้องการซักถามท่านแรกท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาลและท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ๒ ท่านแรกก่อนครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตซักถามในรายงานประจำปี ๒๕๖๔ ของสภาองค์กรของผู้บริโภคนะครับ ช่วยเปิดเอกสารดูด้วยครับ เอกสารที่ปรากฏอยู่ในรายงานประจำปีหน้า ๑๑๐ นะครับ ในหน้า ๑๑๐ เป็นเอกสารที่เริ่มด้วยบริบทของการที่สภาองค์กรของผู้บริโภคผมจะเน้นไปที่ ด้านการสื่อสารเรื่องต่อเนื่องจากเมื่อสักครู่ของ กสทช. เป็นเรื่องของการสื่อสารนะครับ ปัญหาการควบรวมที่เกิดขึ้นก็มีคนพูดไปแล้วดีแทค (dtac) ส่งเสริม ปัญหาที่สำคัญคือปัญหา ภัยคุกคามทางโทรศัพท์และออนไลน์ (Online) และหลากหลายทั้งเอสเอ็มเอส (SMS) การส่งข้อความและการออนไลน์ (Online) ภาพอนาจาร การสมัครงานต่าง ๆ นะครับ แล้วก็ การชักชวนเข้าลงทุน การทวงหนี้ การคุกคามและปัญหาเอสเอ็มเอส (SMS) เถื่อนที่ส่ง เข้ามา ซึ่งปรากฏว่ามีการรายงานถึง ๖.๔ ล้านหมายเลขที่เกี่ยวข้องในการบริการ แล้วก็ เป็นการเพิ่มทศทวีถึง ๒.๕ เท่า เมื่อเทียบของช่วงปีที่แล้วเกิดความเสียหายจำนวนมากมาย การให้บริการค่ายมือถือไม่มีคุณภาพ ในขณะที่ประชาชนจำนวนมากต้องทำงานที่บ้าน บลา บลา บลา (Blah Blah Blah) นี่คือรายงาน ถูกใจครับท่านประธาน ทีนี้กลับมาตรงนี้ นั่นคือรายงานที่ปรากฏความเดือดร้อนของประชาชน ในรายงานนั้นสิ่งที่สำคัญคือภารกิจ ของสภาองค์กรของผู้บริโภคนะครับ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ที่เป็นสภาองค์กรของผู้บริโภค แล้วเงินประเดิมก็ ๖๕๐ ล้านบาทเลยเงินประเดิมได้ใช้ตั้งแต่วันที่ ๙ ธันวาคม ในเรื่องที่เป็น ประเด็นคำถามเรื่องของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) กับพวกสแกมเมอร์ (Scammer) ต่าง ๆ ได้มีการดำเนินการอย่างไร มีการนำเสนอนโยบายเกี่ยวกับการคุ้มครองต่อ ครม. หรือหน่วยงานของรัฐอย่างไรที่ผ่านมา เพราะว่าในนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของท่าน ตามข้อ ๑ เลย ท่านได้รายงานเรื่องนี้ไปอย่างไร เพราะนั่นคือสิทธิตามข้อ ๕ ในอำนาจ ที่ท่านต้องดูแลคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็สิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนะครับ และในสิ่งที่ผมจะถามว่า หน่วยงานใดเมื่อสักครู่ผมเจอแล้วหน่วยงานที่จะต้องเยียวยาคุ้มครองผู้บริโภค เพราะสภา คุ้มครองไม่มีอำนาจเยียวยา กสทช. เพิ่งเข้าไปเมื่อสักครู่ต้องเยียวยา ท่านต้องทำเรื่องไป กสทช. ค้นพบว่าผู้ที่เดือดร้อนของการสแกมเมอร์ (Scammer) ที่เข้ามาหลอกลวงหรือ คอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ที่มาเอาเงินจากกระเป๋าของคนยากคนจน อย่าไปปล่อยให้คน รวยรวยครับ คุ้มครองคนรวยไม่ได้ ตอนนี้อยู่ ๒ ค่ายครับ และชอบด้วย ๓ ต่อ ๒ ผมก็งงเลย ผมอยากให้เป็นควิกวิน (Quick Win) ของปี ๒๕๖๖ ของท่าน เรื่องประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ประชาชนเดือดร้อนท่านต้องคุ้มครอง ฉะนั้นในประเด็น ดังกล่าวผมจะกราบเรียนว่าในเอกสารรายงานยังมีหลายเนื้อหา ซึ่งผมได้อ่านแล้วก็พบว่าสิ่งที่ ควรจะต้องกระทำต่อไป แล้วดูในเอกสารเรื่องของการเฝ้าระวังที่ท่านได้รายงานไว้ในเอกสาร ว่าพวกบริการสินเชื่อออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ สิ่งที่ผมพูดไปแล้วว่าในเรื่องของการที่ดูแล ผลกระทบที่เกิดจากการใช้คลื่นโทรศัพท์มือถือและผ่านระบบมือถือที่ขณะนี้มี ๒ โพรไวเดอร์ (Provider) ใหญ่ ๆ เท่านั้นเอง เอ็นที (NT) ของรัฐม่อยกระรอกไปแล้ว ไม่มีปัญญา สู้ไม่ไหว พฤติกรรมต่าง ๆ ต้องหาทางแก้ไขแล้วต้องป้องกัน ท่านต้องกดดันหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้ออกมาตรการ ไม่ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็น กสทช. กตป. ที่เป็น หน่วยตรวจสอบ เพื่ออะไร เพื่อให้ประชาชนได้รับความสุข ไม่ได้รับผลกระทบ ในเรื่องของ การตรวจสอบและติดตามเฝ้าระวัง ก็เช่นเดียวกันท่านมีโครงการหลายโครงการที่ใช้เงิน ที่ผมเห็นในนี้ เพราะว่าโครงการที่เกี่ยวข้องของการคุ้มครองซึ่งจะมีคำถาม มันมีอยู่หน้าหนึ่ง เป็นเรื่องของที่รายงานที่สภาเรา ซึ่งคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและ ตลาดการเงิน หน้า ๖๒ ที่เขียนว่าได้รายงานได้นำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล ไปแล้ว แล้วก็หลายหน่วยงานให้แก้ไขแอปพลิเคชัน (Application) เงินกู้ออนไลน์ (Online) ที่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากก่อให้เกิดปัญหาการกู้และการทวงหนี้และต่าง ๆนานา ได้ดำเนินการอย่างไร นี่คือคำถามสุดท้ายผมอาจจะเกินเวลาไปนิดหนึ่งขอประทานโทษด้วย เพราะว่านี่ยังไม่หมดยังมีที่พับอีกเยอะแต่เอาเท่านี้ก่อนครับท่านประธาน เกรงใจครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ตามด้วยท่านอนุรักษ์ บุญศล ท่านละ ๕ นาทีครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย รายงานประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ของสภาองค์กรของผู้บริโภคมีจุดหนึ่งซึ่งสภานี้ตั้งมาประมาณ ๔๐ กว่าปีแล้ว ที่มีข้อสงสัยว่าการคุ้มครองผู้บริโภคคุ้มครองอย่างไร แล้วก็มีบางสิ่งบางอย่าง คือสามารถคุ้มครองได้จริงหรือไม่จริง ก็คือเรื่องเกษตรกรที่ประกอบอาชีพทำงานเกษตร ต้องทนแบกรับกับภาระของราคาปุ๋ยซึ่งแพงมาก องค์กรผู้บริโภคมีนโยบายอย่างไรในการ เข้าควบคุม มีหรือไม่อันนี้เป็นข้อสงสัยที่ผมต้องนำมาสอบถาม เพราะว่าเกษตรกรตอนนี้ ซื้อปุ๋ยเมื่อปี ๒๕๖๔ ราคากระสอบละตกประมาณ ๗๐๐ บาท มาปี ๒๕๖๕ กระสอบละ ตกประมาณเกือบ ๒,๐๐๐ บาท อันนี้ไม่ทราบว่าคุ้มครองแบบไหนถึงได้ออกมาเป็นรูปนี้ แล้วก็มีการแจ้งเตือนแจ้งบอกข่าวอะไรไหม คือส่วนนี้เราคุ้มครองไม่ได้ แล้วก็ราคาสินค้า การเกษตรเราทำไมคุ้มครองเขาไม่ได้ ปล่อยให้ขึ้นไม่ได้ หรือว่าปล่อยราคาสูงขึ้นไม่ได้ สิ่งนี้อยากจะให้สภาองค์กรนี้ให้ช่วยดูแลการก่อตั้งมาประมาณ ๔๐ กว่าปีแล้ว ตั้งแต่ ปี ๒๕๒๒ จนป่านนี้ก็อยากให้สภาแห่งนี้ สภาองค์กรนี้ช่วยกันดูแลว่าขับเคลื่อนไปได้ไกล แค่ไหน เพราะว่าการตั้งสภาแห่งนี้มา ๔๐ กว่าปีคงไม่ใช่ว่าแป๊บเดียวที่เรายังทำงาน คลำหาจุดไม่เจอ แต่ตอนนี้ ๔๐ กว่าปีแล้วต้องรู้แล้วจุดไหน ๆ ราคาปุ๋ย ราคาสินค้า ที่แพงขึ้นมาเราแก้ไขอย่างไร เพื่อปกป้องคุ้มครองชาวเกษตรกรที่ทำไร่ทำนาให้มันดีขึ้น แล้วก็ยาปราบศัตรูพืชอีกอย่างหนึ่งที่มันแพงขึ้นทำไมถึงแพงขึ้น แล้วก็จะคุ้มครองเกษตรกร ได้อย่างไร เพราะว่ายาปราบศัตรูพืชคือเรายกเลิกยาบางส่วนไปแล้ว รัฐบาลก็ต้องพยายาม หาสิ่งที่ดี ๆ มาชดเชยให้กับชาวบ้าน เพื่อชาวเกษตรกรไทยจะได้มีแรงผลักดัน กำลังใจ และต้นทุนที่ต่ำเพื่อไปสู้กับสินค้าภายนอก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือรัฐต้องช่วยกันดูแล และสภาองค์กรของผู้บริโภคก็ต้องช่วยดูแล เพราะว่าเป็นเรื่องที่เราคนไทยส่วนมาก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศไทยต้องใช้ แล้วก็ต้องบริโภคสิ่งที่จำเป็นเหล่านี้เพื่อนำสินค้า เกษตรเราไปสู้กับตลาดโลกได้ เพราะถ้าเกิดเราไม่สามารถควบคุมสิ่งนี้ได้เราหมดสิทธิที่จะ ไปสู้กับเขา แล้วเรื่องน้ำมันอีกอย่างหนึ่งน้ำมันคือถามว่าองค์กรผู้บริโภคคือมีอะไรให้เป็น หลักประกันไหมว่าคือคนไทยเราตอนนี้ใช้น้ำมันส่วนมาก แล้วก็องค์กรสภาผู้บริโภคคือ หาทางช่วยเหลือเขาได้ไหม แล้วก็มีการเตือนไหมว่าโอเค (OK) เดือนหน้านี้น้ำมันจะขึ้น แค่ไหน แล้วการควบคุมจะทำอย่างไรถึงจะได้อยู่ตัวได้ อันนี้ฝากไว้กับรายงานส่วนนี้ และมีอีกสิ่งหนึ่งคือเสนอแนะคือถ้าองค์กรผู้บริโภคถ้าเราไม่สามารถแนะนำชาวบ้านได้ แนะนำรัฐได้ก็อยากจะให้เสนอรัฐบอกว่าคือทำอย่างไรให้ประเทศไทยเราสร้างโรงงานปุ๋ย แห่งชาติขึ้นมาเพื่อให้เกษตรกรของเราอยู่ได้และไม่ต้องไปซื้อปุ๋ยต่างประเทศที่มันแพงขึ้น จากการค่าขนส่ง ค่าฝากโกดังฝากอะไร เพื่อให้คนไทยเรา เกษตรกรไทยเรามีโอกาสได้เติบโต เกี่ยวกับวิชาชีพด้านการเกษตร อันนี้ก็ฝากขอให้สภาองค์กรแห่งนี้ได้นำไปพิจารณาครับ กราบขอบคุณครับ สวัสดีครับ🔗
เชิญ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ สภาองค์กรของผู้บริโภค ชื่อดีมากเลยนะคะ ปีแรก ทราบว่าปีแรกหรือไม่ ที่เข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร สภาองค์กรของผู้บริโภค ทีนี้สินค้าสำหรับอุปโภคบริโภค ในประเทศไทยเต็มไปหมดเลยค่ะ ก็เป็นความท้าทายของสภาองค์กรของผู้บริโภคว่า เป็นความท้าทายเลยทีเดียวที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างไร ต้องบอกว่าช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนอย่างไร อันดับแรกเลยค่ะ น้ำมันพืช น้ำมันพืชสำหรับทอดไข่ ภาษาง่าย ๆ เดี๋ยวนี้ น้ำมันดีเซล ๓๕ บาท บ้านดิฉันถ้าปั๊มหลอดก็จะประมาณ ๔๐ บาท ทีนี้แต่ก่อนนี้กราบเรียน ให้ท่านประธานทราบว่าเวลาที่เขาจะเติมน้ำมันไปทำงานในเงิน ๑๐๐ บาท ถ้าใช้เบนซิน ลิตรละ ๕๐ บาท เหลือ ๕๐ บาทยังซื้อน้ำมันพืชไปทำไข่เจียวให้ลูกกินได้ ตอนนี้ไม่ได้ น้ำมันพืชแพงกว่านั้นอีก ง่าย ๆ เลย สภาองค์กรของผู้บริโภคจะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร ในเรื่องของราคาสินค้าที่ขึ้นมามาก แล้วก็พี่น้องประชาชนที่หาเช้ากินค่ำเดือดร้อนมากที่สุด ค่าแรง ๓๐๐ บาท ดิฉันกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงตัวแทนของสภาองค์กรของผู้บริโภค ทั้ง ๒ ท่านที่อยู่บนบัลลังก์เคียงข้างท่านประธานว่ามันไม่มีคนจ้าง ๓๐๐ บาทหายากหาเย็น ต้องกราบเรียนให้ท่านประธานทราบดังนี้เลยค่ะ แล้วมันเป็นความคาดหวังเลยทีเดียว มันเป็นความคาดหวังเลยทีเดียวว่าผู้บริโภคทั้งประเทศเมื่อมีสภาองค์กรของผู้บริโภคแล้ว จะมีคนช่วยดูแลสินค้าอุปโภคบริโภคของประเทศไทย เราจะไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบใช่ไหมคะ เมื่อมันเป็นคดีขึ้นมา สภาองค์กรของผู้บริโภคจะเข้าไปช่วยดูแล ดิฉันถามคำถามแรกว่า สภาองค์กรของผู้บริโภคนี้นั้นถึงไหนแล้ว ไกลปืนเที่ยงอย่างบ้านดิฉันถึงหรือยังคะ หรือเฉพาะในกรุงเทพฯ ท่านจะต้องให้คำตอบกับประชาชนทั้งประเทศเรื่องนี้ว่าถึงไหนแล้ว🔗
และเรื่องที่ ๒ ในเวลา ๕ นาที สภาองค์กรของผู้บริโภคดิฉันต้องย้ำบ่อย ๆ มันเป็นความคาดหวัง เป็นความหวังที่จะให้คนไทยทั้งแผ่นดิน โดยเฉพาะคนที่มีเบี้ยน้อยหอยน้อย ได้อยู่แบบไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายทุน ไม่ว่าจะใครก็ตาม ทีนี้งานคุ้มครองผู้บริโภค มีคำกล่าวในหนังสือเล่มนี้ว่าเพื่อการถ่วงดุลให้เท่าทันลัทธิบริโภคนิยม ดิฉันอ่าน ทีนี้ การบริโภคสมบูรณ์ขึ้น ต้องการความสมบูรณ์แบบขึ้น ทีนี้เรื่องต่าง ๆ ก็ตามมา เช่นท่านบอก ว่าอยู่ในเล่มนี้หน้าไหนดิฉันจำไม่ได้ว่าประมาณสัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์เลยซื้อของออนไลน์ (Online) แล้วไม่ตรงปกเลยก็คือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้ไม่ว่าไปรษณีย์ไทยในปี ๒๕๖๓ ดิฉัน เอายอดปี ๒๕๖๓ มาให้ดู ไปรษณีย์ไทยทั้งปี ๒,๔๐๐ ล้านชิ้น เคอรี่ (Kerry) ๔๐๐ ล้านชิ้น แฟลช (Flash) ๓๐๐ ล้านชิ้น เจแอนด์ที (J&T) ๓๐๐ ล้านชิ้น ขนส่งอื่น ๆ ๑๐๐ ล้านชิ้น รวมทั้งหมด ๓,๕๐๐ ล้านชิ้น เฉลี่ยวันหนึ่งส่งของกัน ซื้อของออนไลน์ (Online) กัน ๑๐ ล้านชิ้น แล้ว ๕๐ ล้านชิ้นไม่ตรงปก ดิฉันถามว่าสภาองค์กรของผู้บริโภคจะแก้ปัญหา อย่างไร กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญ ท่านประเสริฐพงษ์ แล้วก็ท่านนิยมนะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขออนุญาตอภิปรายรับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๔ ของสภาองค์กร ของผู้บริโภค ซึ่งวันนี้ต้องขอขอบคุณทางเลขาธิการและทีมงานที่มีเอกสาร แล้วก็มานั่งฟัง ข้อเสนอแนะหรือข้อท้วงติง หรือแม้กระทั่งการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งผมชื่นชมและดีใจมาก ที่เห็นเอกสารออกมาเป็นรูปเล่มที่ดีมาก ๆ ครับ ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการการคุ้มครอง ผู้บริโภคก็มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับสภาองค์กรของผู้บริโภค แล้วก็เห็นความร่วมมือและ เห็นความตั้งใจของท่าน วันนี้ก็เลยพยายามดูว่าเอกสารมันขาดอะไรไปบ้างไหม เพื่อจะได้ ช่วยกันต่อเติม แล้วก็ให้กำลังใจท่านครับ🔗
เรื่องแรกผมก็อยากจะมีข้อเสนอแนะเพราะว่าเห็นรายงานในหน้า ๖๖ หน้า ๖๗ เป็นรูปแบบของการจัดทำข้อเสนอของคณะทำงานด้านต่าง ๆ ซึ่งได้เสนอไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งแน่นอนว่าท่านมีข้อเสนอแนะไปยัง รัฐมนตรีต่าง ๆ ให้ยกเลิกโน่นนี่นั่น แต่ว่าปี ๒๕๖๔ มีข้อเสนอแนะที่ผมอยากจะฝากเอาไว้ ก็คือเรื่องของการยกเลิกชุดนักเรียนหรือการบังคับใส่ชุดนักเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งโรงเรียนแห่งหนึ่งชุดนักเรียน ๑ ชุดไม่พอ ชุดพลศึกษาอีก ๑ ชุด ชุดลูกเสืออีก ๑ ชุด ชุดพื้นเมืองท้องถิ่นอีก ๑ ชุด นี่เป็นภาระของผู้ปกครอง รองเท้าอีกอย่างน้อย ๓ คู่ นี่เป็น การสร้างภาระอย่างหนักหน่วงในช่วงยุคหลังโควิด (COVID) ต้องทำความเข้าใจกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผมเห็นเอกสารที่ท่านจัดทำเป็นข้อเสนอไปยัง หลาย ๆ กระทรวง อย่างเช่นเรื่องค่าไฟฟ้าแพง ถึงกระทรวงต่าง ๆ กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย ผมก็ชื่นชม แล้วก็อยากจะให้ตอกย้ำไปยังรัฐมนตรีจริง ๆ ว่าวันนี้ ภาคประชาชนที่อยู่ในสภาองค์กรชุมชนเขาทำข้อเสนอแนะแบบนี้แล้วว่าวันนี้ประชาชน คนไทยแบกรับภาระค่าไฟฟ้าแพง แพงเกินไป และเป็นการแบกเนื่องจากไปค้ำผู้ผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เอกสารที่ ท่านเขียนแบบนี้แหละเป็นเอกสารที่ผมยอมรับเลยว่าเป็นเอกสารที่ทำให้ประชาชนคนไทย ตาสว่าง ผมก็อยากจะเอาเอกสารนี้ไปเผยแพร่ต่อว่านี่คือความกล้าหาญที่สภาองค์กรของ ผู้บริโภคเข้าไปต่อสู้ผลักดัน และที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของ กสทช. ที่เมื่อสักครู่ ก็มารายงาน ผมก็ติดตามข่าวทางเลขาธิการกับคณะทำงานก็ไปต่อสู้เรื่องการควบรวมด้วย อันนี้ก็ต้องให้กำลังใจท่านอีก ๑ เรื่องเช่นเดียวกัน เพราะว่าเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้บริโภคของเรา จะถูกเอารัดเอาเปรียบได้เช่นเดียวกัน และอีกเรื่องหนึ่งเรื่องรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งท่าน ส.ส. สุรเชษฐ์ของเราวันนี้ก็พยายามเสนอญัตติแต่ก็ไม่ผ่าน แต่ก็ไม่เป็นอะไรอยู่ในหน้าสื่อ อยู่ในวิธีการต่าง ๆ ที่ก็ต้องฝากให้ช่วยกันติดตามภาคประชาชน สภาองค์กรของผู้บริโภค ส.ส. พรรคก้าวไกลอย่างพวกเราเห็นแล้วว่าเรื่องรถไฟฟ้าสายสีส้มที่มีปัญหาตอนนี้มันเป็น การละเมิด มันเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคก็ฝากช่วยแอกชัน (Action) ต่อเรื่องของการ ควบรวมอะไรต่าง ๆ เรื่องทรู (True) ดีแทค (dtac) ด้วย ขอขอบพระคุณ ต่อมาอยากฝากให้ ท่านไปช่วยติดตามเรื่องของการตรวจดีเอ็นเอ (DNA) ของพี่น้องประชาชน ๓ จังหวัด ชายแดนใต้ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การละเมิดสิทธิมนุษยชน มันเป็นเรื่องของการละเมิดข้อมูล ส่วนบุคคลของพี่น้องประชาชน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ต้องฝากไว้ด้วย ซึ่งในรายงาน ฉบับนี้สิทธิผู้บริโภคสากลพื้นฐานภาคประชาชนหลายคนยังไม่ทราบว่าสหพันธ์องค์กร ผู้บริโภคสากลมีข้อแปลกที่น่าสนใจมากเลยอยากจะนำเสนอท่านประธานว่าเป็นเรื่องของ สิทธิที่จะดำรงชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและยังชีพได้อย่างปลอดภัย เป็นสิทธิที่จะได้อยู่ใน สิ่งแวดล้อมที่จะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ซึ่งหมายรวมถึงสิทธิที่จะได้รับการป้องกันจากปัญหา สิ่งแวดล้อมที่ผู้บริโภคแต่ละคนไม่สามารถควบคุมได้เอง สิทธิพวกนี้ต้องยอมรับถึง ความต้องการที่จะได้รับความคุ้มครองและปรับปรุงสิ่งแวดล้อมตลอดชั่วอายุเราไปจนชั่ว ลูกหลานอีกด้วย เรื่องแบบนี้เกี่ยวเนื่องอย่างไรครับ เกี่ยวเนื่องกับโครงการของรัฐ หลายโครงการที่จะไปทำเขื่อน ทำอ่างเก็บน้ำ นี่คือการละเมิดนอกจากจะไปทำลาย สิ่งแวดล้อม นี่คือการละเมิดสิทธิคุ้มครองผู้บริโภคแน่นอนเป็นสิทธิสากลข้อ ๘ ไม่ว่าจะเป็น ความพยายามที่จะไปสร้างอ่างเก็บน้ำที่สบเมยทางภาคเหนือจังหวัดตาก และอีกหลายพื้นที่ แม้กระทั่งที่จังหวัดภาคใต้บ้านผมก็ตาม เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากเอามาย้ำมาเน้นแล้วก็ ฝากทางสภาองค์กรของผู้บริโภคว่าเราสนใจในปัญหาที่ท่านกำลังทำอยู่เช่นกัน แล้วก็ พร้อมที่จะเป็นพลังบวกแล้วก็ขอชื่นชมว่ารายงานฉบับนี้จะทำให้พี่น้องประชาชน ได้ประโยชน์แล้วก็สภาแห่งนี้คงจะได้เอาไปใช้ประโยชน์ให้เกิดกับพี่น้องประชาชนสังคมไทย ต่อไปแน่นอน ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านนิยม เชิญครับ แล้วก็ต่อด้วยท่านมานพนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมต้องขออนุญาตท่านประธานอภิปรายในรายงานของสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค ความจริง ผมดูรายชื่อประธานก็ดี เลขาธิการก็ดี คณะทำงานก็ดี ผมค่อนข้างจะให้น้ำหนักดีมาก เพราะบุคคลมีต้นทุนทางสังคมที่จะดูแลประชาชนได้ดี ผมไม่เอ่ยชื่อท่านหรอกผมเห็นชื่อ ท่านแล้วผมก็ดีใจ ทั้งเลขาธิการก็ดีโดยส่วนตัวก็รู้จักกัน รู้จักท่าน ท่านไม่รู้จักผมหรอก แต่ผมรู้จักท่านเพราะท่านเป็นคนทำงานเพื่อสังคม แต่ที่ผมอภิปรายสภาองค์กรของผู้บริโภค ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ เกิดจริง ๆ มีการทำงานชัดเจน คือวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ แต่เนื่องจากกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคมันมีอยู่ในรัฐธรรมนูญค่อนข้างชัดเจน แล้วก็ การทำงานในด้านคุ้มครองผู้บริโภคก็ ๒๔-๒๕ ปีแล้ว แม้สภาจะเพิ่งเกิดขึ้นก็ตาม แต่ที่ผมต้อง อภิปรายเพราะว่าประชาชนวันนี้ก็ไม่ได้รับการคุ้มครองอะไร ทำไมผมพูดอย่างนั้น เห็นข่าว ทุกวันถูกโกง ถูกตุ๋น ถูกอะไรไปหมด ผมจึงมองว่าด้วยความตั้งใจจริงของคณะกรรมาธิการ ทั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค ผมมองว่า เป็นเสือกระดาษ เพราะท่านไม่มีมือที่จะเข้าไปทำ ทั้ง ๆ ที่ท่านตั้งใจเพราะเป็นบุคคลที่อยู่กับ ประชาชนมาตลอด ผมดูแล้วผมจึงกราบเรียนว่าที่ผมเป็นห่วงจริง ๆ คือเพราะทุกวันนี้ระบบ ไอที (IT) ระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหลาย ซึ่งคณะก่อนก็ได้ชี้แจงไปแล้วคือ กสทช. ความจริงต้อง ผูกพันกันเลยคุ้มครองผู้บริโภคหนีกันไม่ได้ คนทุกวันนี้ถูกตุ๋นจากระบบของคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ทุกวัน เพราะฉะนั้นผมจึงสงสัยว่าสภาองค์กรของผู้บริโภค ประชาชน ไม่รู้หรอก ทั้งประธานทั้งเลขาธิการก็ดี ผมถึงบอกเป็นเสือกระดาษ เขาไม่รู้เลย ผมเป็น ส.ส. ผมยังไม่รู้เลย เพิ่งมาเห็นนี่แหละว่าโอ้สภานี้ ผมดูโดยหน้าที่ท่านทำได้หมด ผมเห็นแล้ว ผมเปิดดูแล้ว ภารกิจของสภาองค์กรของผู้บริโภคมีสถานะเป็นนิติบุคคล เป็นผู้แทนของ ผู้บริโภคในการคุ้มครองผู้บริโภคในทุกด้าน เขียนด้วยว่าทุกด้าน แต่ความเป็นจริงแล้ว ทุกด้านไหม ประชาชนเขารู้ว่าทำไม่ได้ ท่านเข้าใจนะ ประเทศไทยมีหลายองค์กรที่ตั้งขึ้นมา ตั้งขึ้นมาเพื่อตัวเอง แต่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ นี่คือเป็นประเด็น บ้านผมวันนี้แชร์ลูกโซ่ พันกว่าล้านบาทหอบเงินไป ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แชร์ลูกโซ่ผูกแคช (Cash) มันไปได้อย่างไร คือคนจะต้มตุ๋นมันวางแผนมาอย่างดี ผมจึงกราบเรียนว่าคณะกรรมการชุดนี้ผมอ่านดู ด้วยความตั้งใจ เห็นท่านตั้งใจทำงาน แต่ท่านเป็นเสือกระดาษ ผมขอย้ำ ท่านจะเอามือเท้า ที่ไหนไปใช้ ขออนุญาต ไม่ได้ต่ำแต่ว่าเป็นข้อเท็จจริง จึงต้องเป็นสภาขึ้นมาโดยที่ท่านทำอะไร ไม่ได้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าภารกิจของท่าน ๘ ข้อ ผมดูแล้วท่านแบกประเทศไว้ ทั้งประเทศเลยนะกับประชาชน แต่ท่านจะเอาอะไรไปทำ ผมจึงกราบเรียนว่ากฎหมาย รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาปี ๒๕๒๒ ก็บอกว่าให้ใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค ๔๓ ปีแล้วท่านประธาน ประชาชนไม่ได้รับการคุ้มครองเลยวันนี้ ก็ยังเป็นประชาชน ที่เหมือนเดิมที่เขาเองถูกหลอก ถูกต้ม แม้กระทั่งส่งของไปรษณีย์วันนี้คุ้มครองอะไรไหม เกิดเหตุเห็นเป็นข่าวอยู่ ส่งแค่กระดาษเปล่าบอก ๒๐๐ ๓๐๐ ผมจึงขอฝากไปทาง สภาองค์กรของผู้บริโภคว่าต่อไปนี้ท่านจะทำอะไรได้บ้าง ท่านประสานงานใครที่จะทำให้ ประชาชนพี่น้องบ้านผม พี่น้องคนไทยทั้งประเทศที่จะได้รับการคุ้มครอง ท่านใช้ชื่อว่า สภาองค์กรของผู้บริโภค แล้วท่านทำหน้าที่นี้ขนาดไหน ผมอ่านภารกิจของท่านแล้ว แต่ว่า ภารกิจนี้มันเหมือนสมัยทุกวันนี้ภารกิจทิพย์ ทำไม่ได้สักอัน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไป ท่านนายมานพ แล้วก็ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ แล้วหมอจาตุรงค์ เชิญท่านมานพก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าเป็นรายงานครั้งแรกของสภาองค์กรของผู้บริโภค ผมคิดว่า จะเป็นการแลกเปลี่ยน แล้วก็เสนอแนะในมิติของผู้บริโภค วันนี้ต้องขอบคุณผู้บริหาร โดยเฉพาะเลขาธิการได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้ แล้วก็ผมก็ทราบว่าท่านเลขาธิการก็ทำงาน เรื่องเกี่ยวกับเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน ผมคิดว่าประเด็นแรก การมีองค์กรที่ชื่อว่าสภาองค์กรของผู้บริโภค ผมคิดว่าเป็นเรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่สำคัญนะครับ ทางผมเองเป็น ส.ส. ที่มาจากชาติพันธุ์เราก็ผลักดันให้มันมีสภาเหมือนกัน เรียกว่า พ.ร.บ. สภาชนเผ่าพื้นเมือง หรือ พ.ร.บ. ส่งเสริมคุ้มครองชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง อะไรพวกนี้ ผมคิดว่าสภามีหน้าที่เป็นกลไกนะครับ ทำให้ผู้บริโภคกลุ่มต่าง ๆ ในมิติต่าง ๆ เข้ามาใช้พื้นที่ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดก็คือว่าสภาองค์กรของผู้บริโภคจำเป็นจะต้องทำงานกับเครือข่าย ผู้บริโภคในมิติต่าง ๆ ผมคิดว่าอันนี้เรื่องสำคัญ ท่านสมาชิกหลายท่านก็อาจจะบอกว่า จะทำงานอย่างไร เนื่องจากว่าครอบคลุมภารกิจมิติต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนกว้างมาก และทั่วประเทศ สิ่งที่สำคัญที่สุดผมคิดว่าการทำงานกับเครือข่ายผู้บริโภค ซึ่ง ณ วันนี้ก็มี อยู่แล้วนะครับ ผมเข้าใจว่าอาจจะเข้มแข็ง ไม่เข้มแข็ง อันนี้เป็นภารกิจของท่านที่จะต้อง ทำงาน อันนี้เป็นภารกิจของท่านที่จะต้องทำให้ผู้บริโภคมีความเข้มแข็งโดยตัวเขาเอง ท่านเป็นสะพานกลางที่จะทำงานนะครับ🔗
ทีนี้ประเด็นที่ผมอยากจะฝาก แล้วผมเข้าใจว่าผมได้พูดเรื่องนี้ในฐานะที่เป็น ผู้แทนราษฎรที่มาจากพี่น้องชาติพันธุ์แล้วก็เจอปัญหาเรื่องนี้ ผมคิดว่าในภารกิจประเด็นงาน ที่คุ้มครองผู้บริโภค ๘ ด้าน ผมคิดว่าผมเกี่ยวข้องและพูดเรื่องนี้ตลอด ผมอยากให้ท่านได้เปิด ประตู เปิดพื้นที่ให้คนเหล่านี้เข้ามาหาท่าน เพื่อที่ท่านจะได้เป็นสะพานเชื่อมในการแก้ไข ปัญหา🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องของบริการสาธารณะด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม พี่น้อง ประชาชนทุกวันนี้ยังไม่สามารถที่จะเข้าถึงไฟฟ้า จำนวนมากเลยนะครับ ไม่ใช่เฉพาะพี่น้อง ชาติพันธุ์ ผมไปภาคใต้ก็เจอ ผมไปภาคตะวันออกก็เจอ ภาคตะวันตกผมก็เจอ ภาคอีสานก็มี เยอะแยะมากมายนะครับ โดยเฉพาะเรื่องไฟฟ้า ถ้าไม่มีไฟฟ้าแล้วเราจะไม่สามารถที่จะใช้ เครื่องไม้เครื่องมือที่เป็นเทคโนโลยีได้เลย เพราะฉะนั้นการสื่อสารต่าง ๆ จะมีปัญหา อันนี้ เรื่องที่ ๑🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ กสทช. เรื่องของการสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ หน่วยงานรัฐบาล หรือว่าแม้แต่สภาองค์กรของผู้บริโภค จะไม่สามารถสื่อสารกับพี่น้องประชาชนได้เลยว่าสิทธิของท่านคืออะไร กฎหมายที่จะ คุ้มครองมีอะไรบ้าง และเวลาเกิดปัญหาจะเข้าไปหาใคร ไม่มีทางครับ เพราะเขาไม่มีระบบ เครื่องมือสื่อสาร เพราะฉะนั้นก็คือว่าเรื่องนี้ท่านจะต้องทำเครือข่าย ท่านจะต้องเปิดประตู ให้กับคนที่มีความเดือดร้อนเรื่องนี้ ตอนนี้เยอะมากเลยนะครับ ไม่สามารถจะใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ได้ เด็ก ๆ นักเรียนที่เรียนในช่วงโควิด (COVID) ผมได้อภิปรายในสภาแห่งนี้ครับ ผู้ปกครองต้องถอยโทรศัพท์ขึ้นไปบนดอยที่เรียนหนังสือเดินไป ๕ กิโลเมตร โรงเรียน อนามัย ศูนย์ราชการต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้เป็นหน่วยงานของรัฐที่รัฐจะต้องสนับสนุนให้เขาเข้าถึง สิ่งเหล่านี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องของระบบขนส่งและยานพาหนะ เรื่องนี้เรื่องสำคัญนะครับ เราจะพบว่าพื้นที่ห่างไกลเวลาเกิดอุบัติเหตุ เวลาเกิดความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องทำงาน ผมคิดว่าภาพไม่ว่าจะเป็นที่อมก๋อย ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผมไปล่าสุดทราบข่าว ที่เศร้ามากเลยหมออนามัยบอกว่าบริเวณนี้ ส.ส. รู้ไหมว่ามีคนตายมาแล้วกี่ศพ ไปไม่ทัน โรงพยาบาล เพราะระบบขนส่งมันไปถนนไม่ได้ก็ต้องมีวิธีอื่น อันนี้คือการบริโภคโดยนโยบาย ของรัฐท่านจะต้องเปิดประตูสร้างเครือข่ายให้ได้ครับ🔗
เรื่องสุดท้าย เรื่องของบริการสุขภาพ ผมว่าเรื่องนี้เรื่องใหญ่ ผมคิดว่าวันนี้ การเข้าถึงบริการสุขภาพทำอย่างไรให้มีมาตรฐานเดียวกัน พี่น้องประชาชนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะรวย จะจน จะหล่อ จะขี้เหร่ เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน เรื่องสุขภาพ เป็นเรื่องสิทธิความเป็นพลเมือง ไม่ใช่ว่าบัตรประกันสังคมได้ยาพาราประเภทนี้ บัตรทอง ได้ประเภทนี้ บัตรข้าราชการได้ประเภทนี้ คนที่ทำประกันได้ประเภทนี้ แล้วเราจะมีระบบ ประกันสุขภาพอย่างไรครับ ทำอย่างไรให้ระบบสุขภาพของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องเดียวกัน🔗
ทั้ง ๔ ประเด็นที่ผมได้แลกเปลี่ยนกับผู้บริหารของสภาองค์กรของผู้บริโภคนี้ ผมคิดว่าท่านเป็นองค์กรใหม่นะครับ สิ่งที่เราอยากจะเห็นกระบวนทัศน์ใหม่ ๆ การเปิดประตู ให้ผู้บริโภค เครือข่ายผู้บริโภคต่าง ๆ ได้เข้ามาหาท่าน และท่านมีหน้าที่ในการสนับสนุน ให้เขาเข้มแข็ง และผมเชื่อว่าวันนั้นสภาองค์กรของผู้บริโภคจะเป็นที่พึ่งพาของพี่น้อง ประชาชนได้ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
เชิญอาจารย์โกวิทย์ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช เรียนท่านประธานว่า ผมขอร่วมอภิปรายรายงานประจำปีของสภาองค์กรของผู้บริโภคประจำปี ๒๕๖๔ เพื่อจะได้ แลกเปลี่ยนแล้วก็มีคำถามที่จะได้ชี้แจงในที่นี้นะครับ ท่านประธานสภาครับ ผมดูรายงานแล้ว ผมก็มีความรู้เพิ่มขึ้นมากจากรายงาน เพราะว่าได้ทำรูปเล่มแล้วก็ให้รายละเอียดที่ดี ก็ขอชมเชยผู้จัดทำไว้ด้วยนะครับ จริง ๆ ผมสนับสนุนและผมก็คาดหวังกับสภาองค์กรของ ผู้บริโภคมากเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภค พิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค นโยบายการคุ้มครองผู้บริโภค ตลอดจนการตรวจสอบ ติดตาม เฝ้าระวัง รักษาประโยชน์ของ ผู้บริโภค อันนี้ก็คือพันธกิจโดยย่อที่เรียนท่านประธานให้ทราบเพื่อที่จะลงรายละเอียด บางประเด็นในการแลกเปลี่ยนและซักถาม ผมจับประเด็นในหน้า ๑๒๕ จากรายงาน ก็แล้วกันนะครับ คือมันมีหลายหน้าที่พูดเรื่องการร้องเรียน ต้องยอมรับว่าแม้ว่าเราคาดหวัง จากเรื่องที่ผมพูดแล้วก็ยังมีเรื่องที่ประชาชนร้องเรียนสภาองค์กรของผู้บริโภคมาก ในหน้า ๑๒๕ บอกว่าพบข้อมูลเรื่องการร้องเรียนแล้วก็มีการคาดหวังจาก ๒,๐๐๐ กว่า คาดหวังจะเพิ่มเป็นหมื่นเลย ๘,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ หรือโดยเฉลี่ยในเอกสารข้างหน้าประมาณ ๓,๐๐๐-๕,๐๐๐ ข้อมูลแบบนี้ผมมีความรู้สึกว่ามันย้อนแย้งกับสิ่งที่ท่านกำลังทำในการ ตรวจสอบพิทักษ์สิทธิประโยชน์ของผู้บริโภค เพราะฉะนั้นถ้าไปคาดหวังในเรื่องของปัญหา ร้องเรียนแล้วมากขึ้นมันจะเป็นคำถามต่อท่านนี่เป็นประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าท่านต้องแจกแจง ก็แนะนำก็แล้วกันว่ามันมีเรื่องอะไร ที่เกี่ยวข้องกับการร้องเรียนมากในแต่ละด้าน เพราะว่ามันอาจจะมีเรื่องอาหารปลอดภัย เรื่องการควบคุมที่อยู่อาศัย เรื่องการขนส่ง เรื่องสินค้า เรื่องบริการทั่วไป ซึ่งมันมี ในรายละเอียดแต่ละมิติของท่าน ถ้าชี้แจงได้เราจะให้น้ำหนักเรื่องอะไรมากที่ประชาชน ต้องการรักษาประโยชน์ของเขานั่นคือประเด็นที่สำคัญ มันก็จะมาเชื่อมโยงกับเรื่องที่ผม อยากจะพูดอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่ากลไกของท่านในการทำงานผมว่าสำคัญ แต่ว่าเราก็ยอมรับว่า ท่านตั้งมาเมื่อปี ๒๕๖๒ แล้วก็ขับเคลื่อนมาประมาณ ๓ ปีกว่า แล้วก็มีหน่วยงานประจำ จังหวัดมีแค่ ๑๒ ผมว่ามันน้อยไป ท่านต้องเปิดให้มากกว่านี้เพื่อจะเป็นกลไกช่วยท่านกับ เรื่องขององค์กร ๑๕๒ องค์กรต่อการช่วยในเรื่ององค์กรคุ้มครองผู้บริโภคอันนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้นตัวช่วยอื่นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพื้นที่คืออย่าไปยึดติดกับองค์กรที่ท่านจะตัด โครงสร้าง ผมดูแล้วโครงสร้างท่านมีในหน้าที่เกี่ยวข้องที่ให้รายละเอียดไว้ ถ้าไปยึดติดตรงนั้น ผมว่างานที่จะขับเคลื่อนให้ประชาชนมีส่วนร่วมภาคีความร่วมมือมันก็จะทำได้น้อย ผมยกตัวอย่างนิดเดียวนะครับ เรียนท่านประธานว่าผมมีโอกาสไปเทศบาลเทศบาลหนึ่งอันนี้ ก็เรียนว่าต้องมององค์กรปกครองท้องถิ่นที่จะช่วยท่านด้วยแล้วก็มีส่วนร่วม แต่ก็น่าเห็นใจ เพราะว่างบประมาณท่านได้น้อยก็เห็นใจ แต่ท่านสร้างภาคีให้มีน้ำหนักผมว่านั่นเป็นประเด็น สำคัญ มีเทศบาลหนึ่งทำเรื่องอาหารปลอดภัยเขาก็จะไปร่วมมือกับผู้ประกอบการ ไปร่วมมือ กับพวกกลุ่มเกษตรกร แล้วหน่วยงานท่านเข้าไปผนึกกำลังผมคิดว่าผมรับประทานอาหาร ที่ปลอดภัยผมก็มีเรื่องของสุขภาพที่เกี่ยวข้อง ผมอยากได้บริโภคในสิ่งที่ปลอดภัยกับ ชีวิตผม ผมคิดว่าท่านต้องดูแต่ละเรื่อง ๆ แล้วใช้ภาคีความร่วมมือให้กว้างมากขึ้น มากกว่า การยึดติดกับองค์กรที่ท่านสร้างขึ้นมา อันนี้คือประเด็นที่ผมเสนอแนะ ก็เรียนท่านประธาน ผ่านไปยังสภาองค์กรของผู้บริโภคให้ทราบด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านต่อไป หมอจาตุรงค์ แล้วก็ท่านผ่องศรีนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ผมต้องขอขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ดีใจเป็นที่สุดที่วันนี้สภาองค์กรของผู้บริโภคได้เข้ามา ชี้แจงสภาผู้แทนราษฎรเป็นปีแรก ท่านเป็นความหวังจริง ๆ ครับ สภาองค์กรของผู้บริโภค ท่านนั้น ถ้าถามว่าเกี่ยวข้องกับคนไทยไหม กี่มากน้อย ผมยอมรับเลยว่าทั้งประเทศเกี่ยวข้อง หมดทุกคน ท่านดูแลคนไทยทั้งหมดทุกคน และคนละหลาย ๆ เรื่อง วันนี้จากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๖ ที่ระบุสิทธิของผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครองจึงได้จัดตั้ง แล้วก็ดำเนินการ ขึ้นมา ผมจะขออนุญาตไปทีละประเด็น🔗
ประเด็นแรก คณะกรรมการประจำจังหวัด ท่านบอกว่าท่านมี ๑๒ จังหวัด เงินประเดิมท่าน ๓๕๐ ล้านบาท ใช้ไปครึ่งเทอม ๑๓๐ กว่าล้านบาท ท่านติดขัดตรงไหน ผมว่าท่านต้องรีบดำเนินการให้ครบทั้ง ๗๗ จังหวัด และที่สำคัญที่ท่านบอกว่าครบจบที่เดียว ไม่ต้องเดินทางไปหลายหน่วยงานเพื่อร้องเรียนเป็นเรื่องที่ดีมากขอให้ทำได้จริง ขอเป็น กำลังใจจริง ๆ ครับ ประจำจังหวัดท่านชี้แจงเลยว่าหน่วยงานจังหวัดไหนจะดำเนินงานอย่างไร และจังหวัดที่ไม่มีดูแลพี่น้องประชาชนอย่างไร ตามที่ท่านมาว่ามีคนร้องเรียนรวมแล้ว ๓,๐๐๐-๕,๐๐๐ เรื่อง มันมีเรื่องเยอะจริง ๆ🔗
ประเด็นที่ ๒ ท่านดูเรื่องนี้หน่อยครับ โฆษณาเกินจริง โฆษณาทั้งวิทยุ ทั้งโทรทัศน์ ทั้งสื่อ ทั้งไอที (IT) ทุกช่องทางที่เกินจริง เกินจริงได้เงินพี่น้องประชาชนไปแล้ว นี่คือข้อเสียหายข้อที่ ๑ ข้อเสียหายข้อที่ ๒ คือคนที่ซื้อของไปใช้ ไปกิน บางคนพ่อแม่ ไม่รู้หรอกเขาโฆษณาว่าดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ แก้โรคนั้น โรคนี้ สั่งมาเป็นลังครับ พี่น้อง ประชาชนมาร้องเรียนลูกไม่รู้สั่งของมาเป็นลัง กินเสร็จปุ๊บบวม บวมเสร็จเป็นโรคไตวาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดช่องทางในเรื่องของการฟอกไตฟรีเท่ากับว่าเราต้อง ช่วยกันลดภาระตรงนี้ ตัวบวมแล้วเดือดร้อนมาก เขาโฆษณาจนหลงเชื่อว่ากินแล้ว ๓ ครั้งหาย เพราะเอาตัวอย่างมาโฆษณาสัมภาษณ์อย่างนั้นอย่างนี้ทุกช่องทางในเรื่องของสุขภาพอนามัย เกินจริงท่านดู ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของสุขภาพยังเป็นเรื่องอื่น ๆ อีกมากมายทางไอที (IT) ทั้งหมด🔗
อันที่ ๓ คือเรื่องของประกันโควิด (COVID) กับประกันทุกช่องทาง ตอนนี้ น่าเป็นห่วง เพราะว่าบริษัทประกันโควิด (COVID) ก็ถูกปิดไป ยังเป็นหนี้ที่จะต้องจ่าย ประชาชนเป็นหมื่น ๆ ล้าน ไม่ต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะแก้ไขให้เขา อย่างไรเรื่องประกันทุกภาคส่วน🔗
ประเด็นถัดมาก็คือเรื่องคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ตรงนี้สำคัญมาก เพราะผมได้รับร้องเรียนอยู่ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรกคือ คอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ที่ส่งมา ขนาด ส.ส. ไม่ได้เว้นเลย มาตลอด มาทุกรูปแบบ รวมทั้งสุดท้ายล่อใจว่าให้กดนั่น กดนี่เพื่อจะได้เงิน อันนี้น่าเป็นห่วงมาก ท่านต้องเร่งตีปี๊บดูแล นอกจากสายด่วนท่านเป็นเลข ๑๐ ตัว ท่านขอเลขจำง่าย ๆ แล้วก็ ให้แจ้ง แล้วก็รับ แล้วก็แจ้งผลการดำเนินการด้วย🔗
ประเด็นถัดไปคือ เรื่องอินฟราสตรักเชอร์ (Infrastructure) ทั้งหมด เรื่องของ ไอที (IT) ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า โทรศัพท์ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณต่าง ๆ ท่านต้องดูให้เขา🔗
เรื่องถัดไปคือเรื่องท่านบอกว่าท่านทำเรื่องซีพีทีพีพี (CPTPP) อยากเรียนถามว่า ผลที่ท่านได้ศึกษาไปถึงไหนแล้ว จะแก้ปัญหาให้กับที่พี่น้องประชาชนกลัวว่าจะเสียเปรียบ จะเข้าซีพีทีพีพี (CPTPP) เป็นอย่างไร ผมต้องเรียนเลยว่าเรื่องของท่านเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ พี่น้องประชาชนทุกคน ถ้าทำได้ดีเราชื่นชมและพร้อมที่จะให้กำลังสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะว่าผลงานท่านในเรื่องของที่ท่านบอกมาทั้งหมดมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพี่น้องประชาชน แล้วก็ผู้ที่เข้ามาในวันนี้ผมดูแล้วเป็นแต่ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหมด ท่านตั้งใจเถอะครับ ผมว่าคนไทยทั้งประเทศปรบมือให้ แล้วผลประโยชน์นี้ก็จะทำให้บริการ ทางด้านสาธารณสุขของพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นทุกภาคส่วนจะได้เกิดขึ้น บ้านเมืองจะได้น่าอยู่ พี่น้องประชาชนสุขภาพดี ต้องขอบคุณท่านประธานและขอบคุณคณะผู้มาชี้แจงนะครับ เดี๋ยวท่านช่วยตอบด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านผ่องศรี แล้วตามด้วยท่านคารม แล้วก็มาท่านสงวนครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ ค่ะ ขออนุญาตที่จะมีส่วนร่วมในการอภิปรายในรายงานประจำปี ของสภาองค์กรของผู้บริโภคด้วย คือดิฉันชื่นชม ดีใจมากเลยที่มีองค์กรนี้ ซึ่งก็เพิ่งเกิดได้ไม่นาน แต่จากการรายงานนี้ก็ทำให้เห็นว่ามีบทบาทเพิ่มขึ้นมามากพอสมควร อนุกรรมการมี ๘ ด้าน ที่จะต้องคุ้มครองผู้บริโภค มีด้านต่าง ๆ ทั้งด้านขนส่งทางบก ทางผลิตภัณฑ์สินค้า บริการ ทั่วไป การสื่อสาร แต่ละเรื่องที่มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายไปในแต่ละด้าน ซึ่งดิฉันคิดว่าคงไม่จำเป็นที่จะต้องอภิปรายซ้ำกันทำให้เสียเวลา แต่ดิฉันอยากจะมีส่วนร่วม นิดหนึ่งตรงที่ว่าการประชาสัมพันธ์ขององค์กรของท่าน ประชาสัมพันธ์เพื่อให้พี่น้อง ประชาชนได้รู้ว่ามีองค์กรนี้ที่จะพิทักษ์สิทธิของเขาในทุก ๆ ด้านทั้ง ๘ ด้าน ท่านทำได้ ในระดับใด เป็นที่พึงพอใจขนาดไหน เพราะว่าถ้าดูตาม ๘ ด้านนี้มันครอบคลุม ถ้าเราทำได้ จริง ๆ เหมือนหลายท่านได้อภิปรายไปเราก็จะมีความสุขมาก ส.ส. ทั้งหลายทั้งปวงก็อาจจะ ไม่ต้องมาอภิปราย มาปรึกษาหารือ มาอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือไม่ต้องพูดถึงความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนและการถูกเอารัดเอาเปรียบมากมายแบบนี้ เพราะฉะนั้นการประชาสัมพันธ์ ให้พี่น้องประชาชนได้เข้าถึง ได้รับรู้ว่ามีองค์กรนี้เป็นองค์กรที่เป็นที่พึ่งของเขา จะทำให้เขา ได้ใช้ประโยชน์ ได้เข้าถึงจริง ๆ เพราะจากการดูตรงหลายท่านก็อภิปรายไปแล้ว เรามี ๗๗ จังหวัด แต่ท่านเพิ่งได้สนับสนุนให้มีหน่วยงานประจำจังหวัดแค่ ๑๒ จังหวัดเท่านั้นเอง ภาคอีสานนี้จะมีแค่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด แล้วถ้าดูจากสมาชิกสภาองค์กรทั้งหมดใน ๒๗๑ องค์กร ก็กระจุกอยู่แถว ๆ กรุงเทพฯ เยอะมากเลย ทางภาคอีสาน ทางต่างจังหวัดจะไม่ค่อยมี บางจังหวัดไม่มีเลย บางจังหวัดมีอยู่ ๒-๓ แห่ง ซึ่งตรงนี้ดิฉันคิดว่ามันยังน้อยไป เพราะฉะนั้น เมื่อมันน้อยไปการเข้าถึงบริการของพี่น้องประชาชนที่มีปัญหา ซึ่งเราก็ต้องยอมรับว่าปัญหา เยอะแยะเต็มไปหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ๆ ตอนนี้ช่วงนี้เรื่องของโซเชียลมีเดีย (Social Media) ทำให้พี่น้องประชาชนเป็นทุกข์ ทำให้เดือดร้อน เกมออนไลน์ (Online) เอย ซื้อขาย ออนไลน์ (Online) เอย ถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกหลอกลวง ขายที่ไร่ที่นาเพื่อจะมาใช้หนี้ แล้วบางคนก็เหมือนที่เป็นข่าวตามโทรทัศน์ เพราะฉะนั้นทำอย่างไรท่านจึงจะประชาสัมพันธ์ ให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่รอบนอก อยู่ชายขอบได้ใช้สิทธิประโยชน์ตรงนี้ ให้เกิดความภาคภูมิใจและมั่นใจว่าเขาจะปลอดภัย แม้แต่เดินเข้าไปในตลาดเครื่องชั่งน้ำหนัก ก็ฟังดูปัญหาอย่างนี้ ทะเลาะกันซื้อ ๑ กิโลกรัมได้มา ๘ ขีดอะไรประมาณนี้ ใครจะดูแลเขา เขาจะต้องไปบอกใคร หรือซื้อของออนไลน์ (Online) คุณภาพดีเลิศประเสริฐศรี หรือแม้แต่ โฆษณาพวกยา พวกผลิตภัณฑ์ความงาม ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ อาหารเสริมต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้พี่น้องประชาชนก็หลงใหลไป ท่านจะมีวิธีการอย่างไรทำให้เขาได้รู้ ท่านอย่าบอกว่า ทุกคนต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ทุกคนต้องพิถีพิถัน คงไม่ใช่อย่างเดียว เพราะฉะนั้นดิฉัน ก็อยากจะถามว่าท่านจะประชาสัมพันธ์อย่างไร🔗
อันที่ ๒ ท่านพึงพอใจในการทำงานของท่านในระดับไหน ใน ๒๗๗ องค์กรนี้🔗
อันที่ ๓ ท่านจะส่งเสริม ท่านจะจัดให้แต่ละจังหวัดที่ยังไม่มีหน่วยงานประจำ จังหวัดนี้ได้เมื่อไรถึงจะครอบคลุม เพราะฉะนั้นทั้งหมดทั้งมวลที่พวกเราได้อภิปรายไปนี้ ล้วนแล้วแต่อยากให้ท่านได้ทำสิ่งต่าง ๆ ตามบทบาทหน้าที่ ๘ ด้านภารกิจของท่านนี้ ให้สมบูรณ์เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของพี่น้องประชาชนที่พวก ส.ส. ทั้งหลายได้คาดหวังว่า เมื่อมีองค์กรนี้เกิดขึ้นมาแล้วจะทำให้เกิดความยุติธรรม เกิดความอยู่เย็นเป็นสุขของพี่น้อง ประชาชน ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ท่านต่อไป คุณคารม พลพรกลาง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด คนอำเภอ สุวรรณภูมิ ขออนุญาตที่จะอภิปรายรายงานของสภาองค์กรของผู้บริโภค ต้องขออนุญาต ที่จะกราบเรียนไปยังผู้ชี้แจงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะว่าตามรัฐธรรมนูญเรา ทุกคนเป็นผู้บริโภค ท่านประธานอาจจะเดินทางโดยเครื่องบินกลับจังหวัดตรัง บางทีติดขัด ในเรื่องตั๋วเครื่องบิน ท่านประธานไปซื้อของที่เซเว่น-อีเลเว่น (7-Eleven) อย่างผมไปซื้อ อุปกรณ์ช่างมาจากร้านซื้อในราคาที่สูงมาใช้ บางทีบีบเข้าหากันคีมหักเลยครับ แปลกใจมากว่า ยุคนี้ทำไมผู้ประกอบอาชีพที่เป็นผู้ค้าขายบางทีเอาเปรียบผู้บริโภค ผมเรียนผมมีข้อมูล หลายอย่างที่อยากกราบเรียนแล้วก็เสนอแนะ ท่านสารี อ๋องสมหวัง ผ่านไปยังท่านประธาน ท่านประธานครับ ศาลยุติธรรมเขาแบ่งคดีหนึ่งออกมาคือคดีผู้บริโภค เพราะเหตุว่าเป็นคดี ที่มีความสำคัญมากเพราะอะไรครับ มันเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ตามความก้าวหน้าของการ ที่เรียกว่าสังคมมันก้าวหน้า คดีผู้บริโภคเขาบังคับให้ฟ้องภูมิลำเนาของจำเลย ผู้ประกอบการ ต้องไปฟ้องในที่ที่เรียกว่าบ้านจำเลยอยู่ร้อยเอ็ดถ้าเกิดจะฟ้องต้องไปที่นั้น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงรายก็ต้องไปฟ้องที่นั้น นี่แสดงถึงความสำคัญ จริง ๆ อยากกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ สภาองค์กรของผู้บริโภคในรายงานท่านมีเครือข่าย ๒๗๑ แห่ง จังหวัดร้อยเอ็ดมีอยู่ตำบลนาใหญ่ใกล้ ๆ บ้านผม ตำบลสระคู ผมเห็นศักยภาพแต่ผมสงสัย สงสัยเพราะเหตุว่าถ้าเพียงแค่ ๒๗๐ แห่งในจำนวนหมู่บ้าน ๗๕,๐๓๒ หมู่บ้าน ตำบล ๗,๒๕๕ ตำบล ทำไมสภาองค์กรของผู้บริโภคซึ่งประชาชนเขาได้รับผลกระทบหลายอย่าง อย่างบ้านผมตอนนี้ถ้าจะได้รับผลกระทบข้าวกิโลกรัมละ ๑๑ บาท ถอยไป ๑๐ บาท ถอยไป ๙ บาท ท่านประธานรู้ไหมขนข้าวไปเขาบอกว่ามันปนเยอะ มันเปียก เอากลับ ไม่ซื้อ ชาวบ้านต้องขนกลับ บ้านผมที่สุวรรณภูมิที่โพนทรายเป็นอย่างนี้หมด อยากกราบเรียน ท่านประธานไปว่าสภาองค์กรของผู้บริโภคสำคัญมาก แต่เวลามีเรื่องเดือดร้อนจากประชาชน เช่น การกู้เงินทางออนไลน์ (Online) อย่างที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคนพูดไป เยอะมาก แอปออนไลน์ (App Online) แล้วก็ชาวบ้านประชาชนพวกนี้เวลาโดนหลอก ไม่เยอะ ๑๐,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาทเวลาจะเป็นคดีไม่รู้จะฟ้องใคร มาปรึกษาผม มันเป็น คดีเล็กน้อยเวลาฟ้องเขาต้องมีจำเลย เขาต้องมีทุนทรัพย์ เป็นคดีเล็ก ๆ น้อย ๆ จ้างทนาย ก็ไม่คุ้ม ผมถามว่าคดีในรายงานฉบับนี้ที่ท่านฟ้อง ท่านสารี อ๋องสมหวัง มี ๓ คดีเป็นไปได้ อย่างไร จริง ๆ เรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศเราเยอะแยะมากมาย อยากจะกราบเรียน ท่านประธานใน ๕ นาทีนี้ว่าเวลาผู้บริโภคเขาเกิดเรื่องคำถามมีว่าเขาไปหาท่านไหม หรือเขาไปหาโหนกระแส รายการของทีวี (TV) หรือไปหาทีวี (TV) เขาถึงจะได้รับการเยียวยา เร่งรัด อันนี้เป็นข้อน่าคิดแล้วก็ไม่มีในรายงานฉบับนี้ ท่านต้องใช้ศักยภาพและท่านต้องเปิด ช่องทาง ทีวี (TV) สาธารณะคือทีพีบีเอส (TPBS) ใช้เงินจาก เขาเรียกว่า จากภาษีมรดก สรรพสามิตสุราและสิ่งบาป ทำไมสภาองค์กรของผู้บริโภคไม่ไปขอเขาทำช่องหนึ่ง เวลา ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนได้รับการเอาเปรียบออกช่องนั้นให้มันติดเหมือนโหนกระแส ช่อง ๓ อย่างนี้ ทุกวันนี้มีไหม ผมกว่าจะได้ฟังท่านสภาองค์กรของผู้บริโภค ผมไปแถลงข่าว วิ่งขึ้นมาพูดนะครับ เจ้าหน้าที่ก็กรุณาผมก็ยังได้มาพูดว่าท่านต้องเปิดช่องทางนี้ให้คนที่ เดือดร้อนจากผู้บริโภคเขาไปหาท่านแล้วคนพูดในรายการนี้สนใจ รัฐบาลสนใจเป็นคดี ที่ตำรวจต้องดูแลก็ไปที่ตำรวจ เป็นคดีที่เกี่ยวกับเรื่องฟอกเงินก็ไปฟอกเงิน เป็นคดีที่ ทำร้ายคนหรือคนเอาเปรียบก็ไปอย่างนั้น เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าท่านต้องขยายศักยภาพท่านให้ครบ ครอบคลุม ผมเสนอครับ ทำไมท่านไม่ไปเชื่อมกับ อสม. ที่มีอยู่ตั้งเป็นล้านกว่าคน ทำไม ท่านไม่ไปเชื่อมกับผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เวลาประชุมให้เขาพวกนี้ช่วยดูแล แล้วจะประสบ ความสำเร็จ เพราะฉะนั้นก็เรียนด้วยว่าให้กำลังใจแล้วก็ถือว่าเป็นการถูกต้องแล้วที่มีกฎหมาย ฉบับนี้ขึ้น แต่เราก็ต้องคิดต่อเพื่อจะคุ้มครองผู้บริโภคอย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ คุณสงวน พงษ์มณี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ผมถือโอกาสมาแลกเปลี่ยน กับทางสภาองค์กรของผู้บริโภคเพราะผมเห็นว่าผมนั่งฟังมาตลอดก็เห็นภาพว่ามีเรื่องสำคัญ ๒ เรื่อง ที่ยังไม่มีการแจ้งไปยังสภาองค์กรของผู้บริโภค ผมอยากจะเรียนท่านว่าในหน้า ๘๑ จากในเอกสารของท่านนี่นะครับ ผมถือว่ามันเป็นยุทธศาสตร์ของการทำงานของท่านเลย ทีเดียวนะครับ ถ้าท่านเน้นให้มีตัวแทนสภาองค์กรประจำจังหวัดไม่ต้องมากครับท่าน มีจังหวัดเท่าไรก็มีเท่านั้น แต่ท่านจะต้องคิดว่าภารกิจของท่านคืออะไร อยู่ในจังหวัดเป็น เครือข่ายของท่านและเขาก็มีหน้าที่ทำเครือข่ายของเขาอีก รับเรื่อง ตรวจสอบ แล้วก็ฟ้องคดี ท่านทำอย่างนี้นะครับ มันจะมีผลทำให้องค์กรของท่านมีอำนาจต่อรอง ถ้าไม่มีอำนาจต่อรอง ก็ป่วยการที่จะทำงานละ วันนี้ท่านเห็นไหมครับ สถานีวิทยุเครือข่ายต่าง ๆ จะโฆษณาขาย สินค้า มีคนโทรศัพท์เข้าไปแนะนำเอง อะไรเอง ซึ่งจริงไม่จริงไม่รู้สินค้ามีการรับรองไหม จากหน่วยงานของรัฐ ไม่รู้ อันนี้เป็นจุดหนึ่งแต่ที่สำคัญจะใช้เวลาอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ พูดถึงเรื่องโรงพยาบาลเอกชนราคาแพงมาก ท่านครับ ประกันสังคมเงินมาจาก ๓ ส่วน ส่วนหนึ่งผู้ประกันตน อันที่ ๒ ผู้จ้างคือบริษัท อันที่ ๓ คือของรัฐ ท่านประธานท่านดูให้ดี วันนี้ในเขตนิคมอุตสาหกรรมบ้านผม โรงพยาบาลเอกชนเต็มไปหมดเลย มีคนอยากร้องเรียน ว่าราคาแพงเกินไป ก็ไม่ต้องร้องเรียนเพราะว่าเงินตัวเองนิดเดียวนอกนั้นเป็นเงินบริษัทกับ เงินรัฐบาล ผมมีคำถามอย่างนี้ถามดัง ๆ ผ่านท่านประธานไปยังสภาว่าเป็นไปได้อย่างไรครับ ที่เขากำหนดราคากันเองโดยไม่มีการตรวจสอบ ฟ้องร้องไม่ได้เพราะว่าไม่มีใครมากล้ายืนยัน เอาตัวผมเองเป็นพยานเพราะว่าเกิดกับครอบครัวผม ครอบครัวผมภรรยาผมเป็นผู้ป่วยมะเร็ง ไปรักษาโรงพยาบาลหนึ่ง เนื่องจากไขกระดูกหมอบอกสร้างเม็ดเลือดขาวไม่ได้ ยากระตุ้น ไขกระดูกเข็มหนึ่ง ๒๓,๐๐๐ บาท โดส (Dose) ๕ เข็ม ๘ เข็ม ๑๐ เข็ม จนกระทั่งหมอเห็นใจผม เป็นปีแล้วก็บอกว่าคนที่มารักษาภรรยาผมอยู่ลำพูน มีคลินิกอยู่ตรงนั้น ผมไปเสร็จ เขาก็แนะนำให้ผมเอามาที่จังหวัด ท่านเชื่อไหม เข้า ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ยาเข็มละ ๒๓,๐๐๐ บาท ไม่ต้องจ่าย กำหนดอย่างนี้ถึงได้ร่ำรวยกันมากอย่างไร วันนี้ไปลำพูนเป็นสิบ เป็นสิบเพราะว่าลำพูนเป็นเมืองอุตสาหกรรม ถ้ามีการควบคุมเรื่องนี้บ้าง ด้วยวิธีไหนครับ ให้องค์กรนี้ตรวจสอบแล้วบอกว่าคนนี้ไปรักษาที่นี่แพงเท่านี้ ๆ เปรียบเทียบให้เขาดู เขาจะรู้สึกตัวว่าเขาทำผิด วันนี้ผมถึงบอกด้วยความเจ็บปวดว่าเราเสียเงินกับเรื่องเหล่านี้มาก เรื่องกับสุขภาพ เรื่องเพิ่มต้นทุนในการผลิตเกษตรและเรื่องสุขภาพ จนกระทั่งสังคม จะล่มสลาย ท่านครับ วันนี้คนทั่วไปในประเทศเราถูกรังแกจากคนที่รู้ช่องเห็นทาง เราปล่อยปละละเลยให้โรงพยาบาลรัฐไม่รับพยาบาล เภสัชกร เทคนิคการแพทย์ เป็นข้าราชการ ลูกจ้างประจำก็ไม่ให้เป็น เป็นลูกจ้างชั่วคราว เพื่ออะไรครับ เพื่อให้ โรงพยาบาลเอกชนไปชอป (Shop) เอาแรงงานเทกนิเชียน (Technician) แรงงานทางหมอ ราคาถูกอย่างไร พอวันนี้เริ่มทำได้ ท่านยิ่งลักษณ์จะทำให้เสร็จภายใน ๓ ปี ก็มีหมอมาไล่ เต็มไปหมดเลย หมอจากที่ไหนก็ต้องรู้ว่ามาจากโรงพยาบาลอะไร ผมพูดเรื่องนี้ด้วยความเจ็บปวด เพราะว่า พอมีโควิด (COVID) หมอพวกนี้ก็ยื่นว่าถ้าไม่อย่างนั้นจะลาออก เป็นอย่างไรต้องรีบบรรจุเขา หลายสิบปีมาแล้วเราไม่บรรจุคนเหล่านี้บุคลากรทางการแพทย์เหล่านี้เข้าเป็นลูกจ้างประจำ หรือว่าเป็นลูกจ้างราชการ รัฐขาดความรับผิดชอบให้เขาไปอยู่กับประกันสังคมและ ประกันสังคมก็มีการหากินกันแบบที่ผมบอกอีก อาศัยองค์กรของท่านเถอะเพื่อประกาศ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนไทยแล้วท่านจะได้อานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่ที่ได้รับการสนับสนุนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ คุณหมอ นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงาน ประจำปี ๒๕๖๔ สภาองค์กรของผู้บริโภค ท่านประธานที่เคารพครับ ผมทราบถึงปัญหาของ สภาองค์กรของผู้บริโภค ปีงบประมาณ ๒๕๖๖ สภานี้ไม่ได้รับงบประมาณรายจ่ายจาก รัฐบาล ผมก็อยากจะให้ท่านเลขาธิการ ท่านสารี อ๋องสมหวัง ได้เล่าปัญหานี้ให้สภาฟัง จะด้วยเหตุใดก็แล้วแต่ก็ขอให้รัฐบาลจัดงบกลางให้เพียงพอด้วยนะครับ ประเทศไทยถือว่า เป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้ามากที่สุดในประเทศอาเซียน (ASEAN) ที่กำหนด เรื่องของการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ฉบับนี้นะครับ ตั้งแต่ฉบับปี ๒๕๔๐ เป็นต้นมา จนกระทั่งเกิดสภา สอบ. ก็คือสภาองค์กรของผู้บริโภคเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ นี่ก็ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ อีกไม่กี่วันนี้ก็จะมีอายุครบ ๒ ขวบ การคุ้มครองผู้บริโภคนั้น มีหลายด้านผมคงไม่มีเวลาที่จะกล่าวถึงให้ท่านผู้ฟังท่านผู้ชมทางบ้านได้ทราบนะครับ แต่ว่า ภายใต้เวลาที่จำกัดนั้นผมก็ขออภิปรายเพื่อเกี่ยวกับเรื่องของการคุ้มครองบริโภคในเรื่องของ ประเด็นร้อนในสังคมในปัจจุบันจะเรียกว่าเป็นฮอตอิชชู (Hot issue) ก็ได้ก็คือเรื่องของ กัญชา ทำไมเรื่องกัญชาจะมาเกี่ยวข้องอะไรกับผู้บริโภค ผมขอเท้าความนิดหนึ่งนะครับ นโยบายรัฐบาลเมื่อปี ๒๕๖๒ นั้นกัญชาทางการแพทย์เป็นนโยบายของรัฐบาลนี้ ผลจาก นโยบายนี้เรามีหลักคิดเรื่องของกัญชาทางการแพทย์มาตลอด ผมเองก็เป็นอนุกรรมาธิการ ศึกษาเรื่องนี้มาตลอด แต่เวลาผ่านไปนโยบายนี้ก็ยังเป็นนโยบายกัญชาทางการแพทย์อยู่ แต่ในสภาพปฏิบัติที่เป็นอยู่ ผลจากเรื่องของกฎหมายอะไรก็แล้วแต่ผมจะไม่ลงรายละเอียด ก็มีสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงก็คือมีปัญหาเรื่องของโทษและพิษภัยของการใช้กัญชา ผิดประเภท มีเด็ก มีเยาวชน มีกลุ่มเปราะบางไปใช้กัญชาที่นอกเหนือจากกัญชา ทางการแพทย์ก็ทำให้เกิดปัญหาดังที่เราทราบกันอยู่นั้น ผมก็คิดว่านโยบายรัฐบาลเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ดีเพราะกัญชาทางการแพทย์นั้นยังไม่เคยมีมาก่อนแล้วเราก็นำเรื่องนี้มาเป็น นโยบายเพื่อผลการรักษาผู้ป่วย ผมเองก็ยังไปอบรมการเป็นแพทย์ผู้สามารถจ่ายกัญชา ทางการแพทย์ได้ แต่ว่าขณะนี้มันอาจจะด้วยเหตุการณ์อะไรก็แล้วแต่การควบคุมไม่เพียงพอ ก็เลยมีการใช้ในกลุ่มเปราะบาง เป็นเยาวชน ซึ่งนั่นก็คือเป็นผู้บริโภค ก็อยากจะถือโอกาสนี้ เรียกร้องให้สภาองค์กรของผู้บริโภคได้จับตา แล้วก็องค์กร สอบ. ของท่านมีหน้าที่เสนอ ความคิดเห็นในการจัดทำนโยบายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคต่อประเด็นร้อน ทางสังคมเรื่องกัญชานะครับ ผมอยากจะเรียกว่ากัญชา (เสรี) อาจจะไม่ใช่ตรงกับกัญชา ทางการแพทย์ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพและสังคมด้วยนะครับ ขอให้ท่านช่วยตรวจสอบว่าผู้ให้ข่าวเรื่องประโยชน์ของกัญชาด้านเดียวซึ่งมีเยอะนะครับ ซึ่งก็คือว่าการให้ข่าวสารประโยชน์ด้านเดียวก็ทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความสับสน อยากที่จะให้ทาง สอบ. ตรวจสอบว่าการให้ความรู้นั้นต้องมีทั้ง ๒ ด้าน ทั้งโพร (Pro) ทั้งคอน (Con) เมื่อมีคุณอนันต์ก็ย่อมมีโทษมหันต์ ถ้าเป็นยาแล้วมันจะมีลักษณะอย่างนี้ตลอด คุณอนันต์ โทษมหันต์ ไม่ใช่ขิงข่าตะไคร้อย่างที่บางท่านกล่าว ก็ขอให้ท่านตรวจสอบตรงนี้ และเรื่องของกัญชานั้นเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ล้วน ๆ ขนาดอนุสัญญาเดี่ยว ซิงเกิล คอนแวนชัน ออน นาร์โคติก ดรักส์ ๑๙๖๑ (Single Convention on Narcotic Drugs 1961) ซึ่งสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรียก็ให้ประโยชน์การใช้สอยวัตถุประสงค์ แค่ ๒ ด้าน คือ ๑. การแพทย์ ๒. การวิทยาศาสตร์และการวิจัย ท่านประธานครับ ผมขอเวลาอีก ๑ นาทีครับ ประโยชน์ ๒ ด้านคือเรื่องการแพทย์และการวิทยาศาสตร์ การวิจัย และถ้าเป็นประโยชน์การแพทย์จะต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพ ซึ่งประเทศไทยมีแพทย์หลายสาขา เวชกรรมคือแพทย์อย่างที่ผมเป็นแล้วก็แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์และอื่น ๆ ก็ต้องให้เป็นลักษณะมาตรฐานขนาดนี้ การที่ให้แต่ละคน สั่งจ่ายและใช้กัญชาเองได้ตามบ้านผมคิดว่าน่าจะเกินขอบเขตของกัญชาทางการแพทย์ อาจจะไม่คุ้มครองผู้บริโภคเท่าที่ควร และผู้ประกอบวิชาชีพต่าง ๆ นักวิทยาศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยถ้าให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไม่ถูกต้องซึ่งเขาเรียกว่าเป็นวิทยาศาสตร์เทียม หรือซูโดไซแอนซ์ (Pseudoscience) ก็อยากที่จะให้ท่านส่งเรื่องนี้ให้สภาวิชาชีพต่าง ๆ ได้ตรวจสอบและควบคุมว่ามีความชอบธรรม ถูกต้องหรือไม่ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อการคุ้มครอง ผู้บริโภคตามเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ขององค์กรของท่านด้วยครับ ท่านประธานครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ขอเชิญ สภาองค์กรของผู้บริโภคชี้แจงครับ🔗
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ แล้วก็ เรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรตินะคะ ก่อนอื่นดิฉันก็ต้องขอบพระคุณ ท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้อภิปรายสนับสนุนการทำงานและให้ข้อแนะนำในการทำงานของ สภาองค์กรของผู้บริโภคที่เป็นประโยชน์ แล้วก็ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า จะขออนุญาตใช้สไลด์ (Slide) นำเสนอสั้น ๆ เพื่อที่จะรวบรัดได้อธิบายคำตอบของทุกท่าน ที่ได้สอบถาม ไม่ทราบท่านประธานจะอนุญาตไหมคะ🔗
เชิญเลยครับ🔗
ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
อย่างที่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ให้คำแนะนำสภาองค์กรของผู้บริโภคเป็นน้องใหม่จริง ๆ รายงานที่ดิฉันรายงานเป็นเพียงรายงาน ๓ เดือนของปี ๒๕๖๔ วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ สภาองค์กรของผู้บริโภคได้ถูกประกาศให้จัดตั้งโดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนกลางแล้วก็สนับสนุนการทำงานของสภาองค์กรของผู้บริโภค แล้วก็ต้องถือว่าเป็นความก้าวหน้าอย่างที่ท่านสมาชิกได้เรียนของประเทศไทยในการที่ถือเป็น นวัตกรรมในการมีสภาองค์กรของผู้บริโภคแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) แล้วก็ ขออนุญาตเรียนว่าสภาองค์กรของผู้บริโภคก็เป็นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ แล้วก็มีการผลักดันอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งสามารถมีพระราชบัญญัติการจัดตั้งสภาองค์กร ของผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๖๒ แล้วก็กำหนดให้สภาองค์กรของผู้บริโภคทำหน้าที่เป็นผู้แทนของ ผู้บริโภคนะคะ เบื้องต้นใน ๘ ด้านที่สำคัญ แล้วก็ให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณในการ ดำเนินการค่ะ ซึ่งดิฉันขอขยายความนิดหนึ่งว่าในการทำหน้าที่เป็นผู้แทนกฎหมาย ก็ออกแบบให้สภาทำหน้าที่คุ้มครอง แล้วก็อย่างที่ท่านได้ให้ข้อแนะนำสภาก็ยังทำหน้าที่ได้อย่างจำกัดในปัจจุบัน ในเรื่อง การคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคซึ่งมีมากมายหลายประการ แล้วก็เราได้ทำข้อเสนอแนะ นโยบายมาตรการป้องกันคุ้มครองผู้บริโภคไปจำนวนมาก แล้วก็ตอนก่อตั้งมีสมาชิก ๑๕๑ องค์กร ขณะนี้มีสมาชิกประมาณ ๒๗๙ องค์กร แล้วเราก็เชื่อว่าการมีสภาองค์กรของ ผู้บริโภคเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายอย่างที่ท่านสมาชิกได้เรียน แล้วก็ทำอย่างไรที่จะทำให้ ทุกคนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วนแม้กระทั่งภาคธุรกิจ เพราะว่า ถ้าการคุ้มครองผู้บริโภคเข้มแข็งธุรกิจก็แข่งขันได้ดี ผู้บริโภคก็สนับสนุน ซึ่งท้ายที่สุดก็ส่งผลดี ต่อเศรษฐกิจของประเทศ แล้วก็แน่นอนมีท่านสมาชิกท่านหนึ่งได้เอ่ยถึงการที่เราจะอยู่ใน สิ่งแวดล้อมที่ดี ดิฉันคิดว่าเราเห็นร่วมกันว่าขณะนี้ฝนต่าง ๆ พืชพันธุ์ของเกษตรกรที่ออก ไม่ตามฤดูกาล ราคาพืชผลต่าง ๆ เกิดจากโลกร้อน เพราะฉะนั้นผู้บริโภคเองจะมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบในส่วนนี้อย่างไร อันนี้ก็ถือเป็นพันธกิจที่สำคัญของสภาองค์กรของผู้บริโภค อันนี้ขออนุญาตผ่านไปเลยก็เป็นยุทธศาสตร์ ๔ ปีของสภาองค์กรของผู้บริโภคและใน ๘ ด้าน กฎหมายออกแบบให้เราทำหน้าที่ เดี๋ยวดิฉันจะไปทีละประเด็น ขออนุญาตประมวลงาน ที่สภาองค์กรของผู้บริโภคดำเนินการ🔗
ประเด็นแรกด้านการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค จะเห็นในปี ๒๕๖๔ ซึ่งเราทำงานอยู่ประมาณ ๓ เดือน มีเรื่องร้องเรียนประมาณ ๒,๐๘๓ เรื่อง ก็ต้องเรียนว่า สภาองค์กรของผู้บริโภคเกิดในช่วงที่โควิด (COVID) ระบาด เรื่องร้องเรียนจำนวนมากก็เป็น เรื่องเจอจ่ายจบ แต่จริง ๆ แล้วเจอแล้วไม่จ่ายไม่จบ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องประกันภัยโควิด (COVID) จำนวนมากทีเดียวในเรื่องร้องเรียน ส่วน ๑๒ เดือนในปี ๒๕๖๕ ขณะนี้เราได้ ช่วยเหลือผู้บริโภคไปมากกว่า ๑๔,๖๐๐ คน แล้วก็ถ้ามาดูในเชิงมูลค่าก็จะเห็นว่าเราได้ทำให้ อย่างน้อยช่วยเหลือผู้บริโภคที่มาร้องเรียนคิดเป็นมูลค่ารวมในปีแรกตัวเลข ๓ เดือนอาจจะ ไม่เยอะ ประมาณสัก ๑๖ ล้านบาท เกือบ ๑๗ ล้านบาท ส่วนปีที่ ๒ ขณะนี้ทั้งการเจรจา ช่วยเหลือ แล้วก็การฟ้องคดีเราช่วยได้มากกว่างบประมาณที่สภาองค์กรของผู้บริโภคใช้งาน เราช่วยเหลืออยู่ได้ประมาณ ๒๙๒ ล้านบาท แต่ว่าแน่นอนอย่างที่ท่านคารมได้แนะนำว่า ขณะนี้สภาองค์กรของผู้บริโภคก็ยังมีคดีที่ดำเนินการอย่างจำกัด เนื่องจากคนก็อาจจะไม่รู้จัก สภามาก แต่ว่าสภาก็อาศัยเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคที่เป็นสมาชิกซึ่งเราก็มีอยู่ประมาณสัก ๓๙ จังหวัด ในเชิงขององค์กรสมาชิกก็ยังไม่ได้ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศอย่างที่ท่านสมาชิก ได้ให้คำแนะนำ เราก็ได้ทำหลายเรื่อง อย่างเช่นเรื่องงานเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ ซึ่งเป็นภารกิจ อย่างเช่นเรื่องหน้ากากอนามัยที่ทำให้ยกระดับหน้ากากอนามัยที่เกิด มาตรฐานหน้ากากอนามัยที่ประชาชนใช้งาน ซึ่งควรจะเป็นมาตรฐานบังคับแทนที่เดิม เราไม่มีมาตรฐาน ซึ่งขณะนี้สภาเองและเรียนเชื่อว่าท่านสมาชิกทุกท่านคงเห็นด้วยว่าเราจะ ทำให้มีกติกาอย่างไรที่สินค้าที่จำหน่ายภายในประเทศต้องมีมาตรฐาน ไม่ใช่เราทำงานไล่ตาม มาตรฐาน เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าอันนี้ก็เป็นภารกิจที่สภาองค์กรของผู้บริโภคก็ต้องร่วมกับ ทางท่านสมาชิกทั้งหลาย ซึ่งในส่วนเรื่องที่สภาพบและขณะนี้ต้องเรียนว่าเรายังทำไม่สำเร็จ ก็คือเราพบรายที่ ๖ ที่เสียชีวิตจากถุงลมนิรภัย ซึ่งแทนที่ถุงลมนิรภัยจะช่วยชีวิต กลายเป็นว่าถุงลมนิรภัยทำให้ผู้บริโภคเสียชีวิต แล้วยังมีรถที่วิ่งในท้องถนนอีกประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ คัน อันนี้ก็ต้องทำงานต่อเพราะเชื่อว่าเรื่องพื้นฐานก็คือเรื่องความปลอดภัยของ ผู้บริโภคที่ขณะนี้ยังล้าหลังแล้วก็ล่าช้าเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภค ขออนุญาตไปต่อเลย อันนี้ก็อยากจะแสดงให้เห็นถึงว่าการขยายตัวของสมาชิกและเครือข่ายองค์กรของผู้บริโภค แล้วก็อย่างที่ท่าน ส.ส. มานพได้กรุณาให้คำแนะนำว่านอกเหนือจากสมาชิก คือต้องเรียนว่า สมาชิกของสภาองค์กรของผู้บริโภคอย่างน้อยคุณต้องขึ้นทะเบียน แล้วไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ สภาองค์กรของผู้บริโภค คุณต้องขึ้นทะเบียนกับผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ขึ้นทะเบียนกับผู้ว่า ราชการจังหวัดเสร็จแล้วไม่ได้จบแค่นั้น คุณต้องให้นายทะเบียนกลางคือสำนักงาน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีประกาศว่าคุณผ่านการจดแจ้งเป็นองค์กรของผู้บริโภค เสร็จแล้ว หลังจากนั้นคุณถึงจะมาสมัครสมาชิกของสภาองค์กรของผู้บริโภคได้ แต่ว่าขณะนี้สภาองค์กร ของผู้บริโภคเองเราก็ยึดเจตนารมณ์ของกฎหมายที่สภาองค์กรของผู้บริโภคต้องสนับสนุน องค์กรผู้บริโภคหรือเครือข่ายองค์กรของผู้บริโภคด้วย ไม่ใช่เฉพาะสมาชิกในการทำงาน เพื่อที่จะทำให้เกิดพลังของผู้บริโภคนะคะ โดยที่ขณะนี้เรามีสมาชิกที่ก่อการเพื่อจัดตั้ง สภาองค์กรของผู้บริโภค ๑๕๑ องค์กร สิ้นปีงบประมาณ ๒๕๖๔ เรามีสมาชิกทั้งหมด ๒๓๗ องค์กร แล้วก็มีหน่วยประจำจังหวัด ๑๒ จังหวัด แล้วก็มีกลไกหน่วยงานเขตพื้นที่ที่จะ ช่วยทำให้เกิดสมาชิกที่มากขึ้น หรือการสนับสนุนองค์กรผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น เดือนกันยายน ๒๕๖๕ คือปีงบประมาณ ๒๕๖๕ เรามีสมาชิกอยู่ทั้งหมดประมาณ ๒๖๙ องค์กร แต่ก็ต้อง เรียนอย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เรียนแนะนำว่าขณะนี้เราก็ยังมีข้อจำกัด ที่ยังไม่สามารถกระจายได้ทั่วประเทศ เรามีสมาชิก ๓๙ จังหวัดเท่านั้นเอง ยังเหลือ อีกประมาณ ๓๘ จังหวัด แล้วก็มีหน่วยงานประจำจังหวัดเพิ่มขึ้นมาเพียง ๑๔ องค์กร และขณะนี้เราก็คิดว่าเราจะปรับปรุงที่จะใช้ข้อเสนอที่ท่านได้แนะนำ ที่ท่านอาจารย์โกวิทย์ พวงงาม ได้แนะนำ ท่านสมาชิกได้แนะนำ ท่านคารมได้แนะนำว่าเราจะให้สมาชิกในจังหวัด ถึงแม้ว่ามี ๑ องค์กร อย่างน้อยสามารถรักษาประโยชน์ของผู้บริโภคในจังหวัดได้ แล้วก็ อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นหน่วยที่เรียกว่าใหญ่โต แต่ว่าสามารถที่จะทำงานช่วยเหลือ ประชาชนในจังหวัดได้นะคะ อันนี้ก็เป็นการทำข้อเสนอที่หลายท่านได้สอบถามว่าเรื่อง ซีพีทีพีพี (CPTPP) เกิดผลอะไรบ้าง ก็ต้องเรียนว่าจริง ๆ ก็ต้องขอบคุณทางคณะรัฐมนตรี ที่ได้ตอบข้อหารือของสภาองค์กรของผู้บริโภค ดิฉันคิดว่าสภาองค์กรของผู้บริโภคเราได้ ร่วมกับสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรมที่ได้เสนอว่าเมื่อที่จะทำข้อตกลงเหล่านี้จริง ๆ ควรจะทำงานวิจัยที่ทำให้เห็นถึงมูลค่าที่ประเทศจะได้เพิ่มขึ้นจากการค้าและการลงทุน หากการค้าและการลงทุนมากกว่าความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ประเทศก็อาจจะเดินหน้าในการ ทำข้อตกลงเหล่านั้น แต่ว่าต้องมีกลไกในการจัดการสิ่งที่อ่อนไหวหรือสิ่งที่เป็นปัญหา แต่ว่า ขณะนี้ก็ต้องยอมรับว่างานวิจัยต่าง ๆ ที่จะได้รับความเชื่อถือก็ยังมีข้อจำกัดแล้วก็ ทางคณะรัฐมนตรีเองก็ได้แจ้งว่าให้กระทรวงพาณิชย์เองได้เรียกว่าปรึกษาหารือกับ สภาองค์กรของผู้บริโภคในการทำเรื่องนี้ แล้วก็มีท่านสมาชิกได้พูดถึงประเด็นที่ดิฉันคิดว่า เรื่องค่ารักษาพยาบาลแพง สภาองค์กรของผู้บริโภคก็ถือเป็นประเด็นทำงานที่สำคัญ แล้วก็ ได้ทำให้เกิดความสำเร็จในเชิงการเรียกว่าควบคุมราคาโดยที่กระทรวงพาณิชย์เอง ก็มีความเห็นคือเรียกว่าเห็นด้วยในการที่จะออกมาตรการกำกับค่าบริการทางการแพทย์ แล้วก็ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ แต่เพียงแต่ว่าถ้าเราพบว่าอันไหนแพงก็ต้องรายงาน ต้องร้องเรียน ซึ่งก็ต้องเรียนว่าขณะนี้มาตรการในเชิงการกำกับก็อาจจะยังมีข้อจำกัด แต่ทางสภาองค์กรของผู้บริโภคเองได้เสนออีก ๑ มาตรการ ก็คืออย่างน้อยควรที่จะดูแล ในกรณีที่เป็นการรักษาพยาบาลในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งประชาชนอาจจะไม่มีทางเลือกในการ เข้าไปรับบริการ แล้วก็ขอให้ใช้ราคาเดียวกับที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ดำเนินการ หรือคนที่ไม่สามารถหาเตียงได้ใน ๗๒ ชั่วโมงที่รักษาฟรีจะใช้ราคาเดิมในการ จ่ายเงินอย่างไร สิ่งเหล่านี้ก็เป็นข้อเสนอที่สภาองค์กรของผู้บริโภคได้ดำเนินการ อันนี้ก็เป็น ข้อเสนอที่ทำถึงหน่วยงาน แต่ก็ต้องบอกว่าบางอันก็อาจจะประสบความสำเร็จ บางอัน ก็อยู่ในระหว่างการทำงานผลักดัน แล้วก็รณรงค์ และอย่างที่ท่านสมาชิกได้กรุณาแนะนำว่า เราทำข้อเสนอจำนวนมาก อย่างเช่นด้านการเงินการธนาคารจริง ๆ สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้สุ่มตรวจแอป (App) กู้เงินออนไลน์ (Online) แล้วก็พบว่าแอป (App) กู้เงินออนไลน์ (Online) ยังไม่ได้ขออนุญาต ซึ่งโดยหลักการปล่อยให้กู้เงินออนไลน์ (Online) จะต้อง ขออนุญาตในการดำเนินการ หรือด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมเราก็ทำไปจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกำกับราคาน้ำมัน ดิฉันเชื่อว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ทำงานเรื่องนี้ไม่น้อยไปกว่าสภาองค์กรของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเรื่องการนำข้าวเทียม ต้นทุน ต่าง ๆ ที่ยังไม่โปร่งใส หรือภาษีน้ำมันต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งรวมทั้งค่าไฟฟ้าที่เรามีโรงไฟฟ้า ที่ไม่ได้ผลิต แต่ประชาชนต้องจ่ายสตางค์ ซึ่งต่างจากร้านก๋วยเตี๋ยวที่ไม่ได้จุดไฟแล้วจะ ไม่ได้เงินในการขายของ เพราะฉะนั้นดิฉันเชื่อว่านี่คือสิ่งที่สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้ดำเนินการอยู่ในทั้ง ๘ ด้านในปัจจุบัน ขออนุญาตไปเร็ว ๆ เลยค่ะ🔗
ส่วนไหนที่ปรากฏ ในเอกสารแล้วก็ไม่ต้องซ้ำนะครับ🔗
ขอบพระคุณค่ะ แล้วก็ขอไปนิดหนึ่งซึ่งดิฉันคิดว่าการดำเนินงานผลักดันนโยบาย และมาตรการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคร่วมกับสมาชิกและเครือข่าย อันนี้ดิฉันคิดว่า สภาองค์กรของผู้บริโภคก็หวังที่จะทำงานร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ทุกพรรค ในการที่จะทำให้บริการขนส่ง ซึ่งหลายท่านก็ได้เอ่ยถึงว่าจะทำอย่างไรที่ทำให้บริการขนส่ง เรามีค่าใช้จ่ายเพียงร้อยละ ๑๐ ของค่าแรงขั้นต่ำของประชาชน ก็หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็น นโยบายของทุกพรรคการเมืองในการเลือกตั้งที่จะถึงในครั้งหน้า และดิฉันเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ สำคัญมากทีเดียวที่ขณะนี้เรามีบริการขนส่งมวลชนที่จำกัด เรามีบริการขนส่งสาธารณะ ที่จำกัด บริการรถไฟฟ้าที่ยังเป็นบริการทางเลือก เพราะฉะนั้นทำให้ประชาชนต้องใช้เงินไป กับบริการขนส่งหรือการเดินทางของตัวเอง แม้กระทั่งในการทำงานประจำวันหรือในเชิงของ การที่จะไปพบแพทย์ก็ตาม เราได้ทำงานวิจัยจำนวนมาก ดิฉันไม่ขอเอ่ยเนื่องจากมีอยู่ใน รายงานแล้ว ซึ่งอันนี้อย่างที่หลายท่านได้แนะนำสภายังไม่เป็นที่รู้จัก เพราะฉะนั้นทำให้ คนที่ใช้บริการข้อมูลข่าวสารของสภาก็อาจจะยังมีจำกัด ในปี ๒๕๖๔ เราพบว่ามีคนมาใช้ บริการข้อมูลของสภาเพียง ๑,๒๘๓,๐๐๐ คนเท่านั้น ซึ่งเรามีประชากร ๖๕ ล้านคน แต่ถ้าคิดเป็นมูลค่าในเชิงประชาสัมพันธ์ก็ไม่น้อยทีเดียว ประมาณ ๙๑ ล้านบาท เนื่องจาก มีคนนำข้อมูลเราไปเผยแพร่ต่อเนื่อง ในปี ๒๕๖๕ นี้ก็เพิ่มขึ้นเยอะ เรามีคนที่ดูข้อมูลของสภา ถึง ๙,๕๘๒,๐๐๐ คน แล้วก็ถ้าคิดเป็นมูลค่าก็มากขึ้นถึง ๑๗๐ ล้านบาทเลยทีเดียว อันนี้เป็นการเผยแพร่ข้อมูลของสภาที่เกี่ยวข้องซึ่งเราได้ตั้งประเด็นไว้อย่างน้อย ๓-๔ ประเด็นที่สำคัญ ทั้งเรื่องบริการทางด้านการแพทย์ ผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ แล้วก็ เรื่องการซื้อขายออนไลน์ (Online) ที่ท่านสมาชิกได้แนะนำ อันนี้ก็เป็นกิจกรรม แล้วก็ อย่างที่ท่านอาจารย์คุณหมอบัญญัติได้กรุณาพูดถึง อันนี้เป็นงบประมาณของสภาองค์กร ของผู้บริโภคที่เราได้รับจากรัฐบาลเมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เป็นก้อนแรกจาก มติคณะรัฐมนตรี แต่ว่าโอนมาให้กับสภาองค์กรของผู้บริโภควันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๔ แล้วก็เราใช้จ่ายใน ๓ เดือนประมาณ ๑๓๑ ล้านบาท ดิฉันขอพูดตัวเลขกลม ๆ แล้วก็ เหลือเงินในปีที่ ๒ ๒๑๘ ล้านบาท ส่วนปัญหาและอุปสรรคของสภาองค์กรของผู้บริโภค อย่างที่ทางคุณหมอบัญญัติได้กรุณาเรียนกับที่ประชุม และดิฉันคิดว่ามีท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหลายท่านเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นท่านอาจารย์โกวิทย์หรืออีกหลายท่านเลย ที่ได้กรุณาเรียกว่าสนับสนุนในชั้นของการแปรญัตติของสภาองค์กรของผู้บริโภคซึ่งเราได้รับ ทุนประเดิม ๓๕๐ ล้านบาท และใช้ในปี ๒๕๖๔ ๑๓๑ ล้านบาท แต่เราไม่สามารถใช้เงิน ในปีที่ ๒ ได้ตามงบประมาณที่สภาองค์กรของผู้บริโภคตั้งไว้ เนื่องจากว่าพอใช้งบกลางก็ได้ ทำจดหมายเพื่อที่จะขอรับงบกลางเพิ่มเติม แต่ว่าไม่ได้รับการสนับสนุนในปี ๒๕๖๕ เพราะฉะนั้นขณะนี้สภาองค์กรของผู้บริโภคก็ใช้เงินในปีที่ ๒ คือปี ๒๕๖๕ ประมาณ ๑๖๘ ล้านบาท แล้วก็เราต้องชะลอการทำกิจกรรมตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แล้วก็ เมื่องบประมาณของสภาองค์กรของผู้บริโภคไม่สามารถที่จะแปรญัตติได้ ขณะนี้ก็รอ การอนุมัติงบกลางจากรัฐบาล อยู่ในขั้นตอนการอนุมัติงบกลางของรัฐบาล ซึ่งสภาองค์กร ของผู้บริโภคก็ได้ดำเนินการไปแล้ว แล้วก็จะเห็นว่าการเป็นองค์กรแบบลูกครึ่ง ดิฉันขอเรียน อย่างนี้นะคะ เนื่องจากพวกเราทุกคนก็มาจากองค์กรผู้บริโภค มาจากสมาคมคุ้มครอง ผู้บริโภค มาจากองค์กรมูลนิธิต่าง ๆ ที่ทำงานเรื่องคุ้มครองผู้บริโภคมาในระยะเวลาหนึ่ง เพราะฉะนั้นเมื่อมีกฎหมายเฉพาะก็มีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐมาก เพราะฉะนั้น เราไม่ใช่องค์กรมหาชน แล้วสภาองค์กรของผู้บริโภคเองก็คิดว่าเมื่อมันเป็นนวัตกรรมแบบนี้ เราจะทำงานท่ามกลางความแตกต่างจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันอย่างไร แต่ต้องตรวจสอบได้ โปร่งใส แล้วประชาชนก็สามารถที่จะติดตามงานของสภาองค์กร ของผู้บริโภคได้ ส่วนอันนี้ก็เป็นเส้นทางจะเห็นถึงความยาก🔗
ขออนุญาตสรุปเลยครับ🔗
ขอบพระคุณค่ะ จะเห็นถึงความยาก ดิฉันขออนุญาตไปสไลด์ (Slide) สุดท้ายที่พูดถึง ข้อเสนอแนะ ซึ่งอันนี้จะเป็นไปได้ไหมในพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครอง ผู้บริโภคได้มีหลักการที่จะสนับสนุนอย่างน้อยคงที่ ซึ่งสภาองค์กรของผู้บริโภคจะเป็น ไปได้ไหมที่จะได้รับการสนับสนุนอย่างคงที่แบบนั้น ซึ่งถ้าเราดูอย่างเช่นในสิงคโปร์ก็มีการ สนับสนุนสมาคมผู้บริโภคสิงคโปร์ ๑ ดอลลาร์สิงคโปร์ ก็ประมาณ ๒๖ บาท หรือในฮ่องกง ก็มีการสนับสนุนสภาองค์กรของผู้บริโภคของฮ่องกงไม่น้อยกว่า ๕๐๐ ล้านบาทต่อปี เพราะฉะนั้นการสนับสนุนดิฉันคิดว่าเป็นไปได้ไหมที่จะเท่ากับขนมเด็ก ๑ ซอง หลายท่าน ก็บอกว่าจริง ๆ ขณะนี้เรามีคดีที่เกี่ยวข้องกับคดีผู้บริโภคมาก ถ้าสภาองค์กรของผู้บริโภค จะเข้าไปสนับสนุน แต่ว่าอยากเห็นงบประมาณสนับสนุนที่มีความคงที่รับประกันให้ สภาสามารถทำงานได้ระดับหนึ่งค่ะ ไม่ใช่ต้องชะลอการดำเนินกิจกรรม สุดท้ายจริง ๆ ก็ต้อง ขอบคุณทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแล้วก็ทุกหน่วยงานที่มีส่วนสนับสนุนให้เกิด สภาองค์กรของผู้บริโภคและสนับสนุนการดำเนินงานของสภาองค์กรของผู้บริโภคแล้วก็ ขอบคุณท่านสมาชิก ดิฉันขอตอบท่านสมาชิกนิดหนึ่งได้ไหมคะท่านประธาน คือมีท่านสมาชิกพูดถึงเรื่องว่า เราน่าจะดูเรื่องปุ๋ยของเกษตรกร ก็ขออนุญาตเรียนจริง ๆ สภานี่ได้ศึกษาเรื่องหนี้สินของ เกษตรกรที่จะช่วยเรื่องหนี้สินของเกษตรกรได้อย่างไร แล้วก็รณรงค์เรื่องลดการใช้สารเคมี ที่เป็นอันตราย แล้วก็ดิฉันก็สนับสนุนท่านสมาชิกที่พูดเรื่องราคาแพง และเราก็ได้ทำข้อเสนอ อย่างเช่นเรื่องพิกบอร์ด (Pig Board) เอ้กบอร์ด (Egg Board) ชิกเคนบอร์ด (Chicken Board) ทั้งหลายที่กำกับเรียกว่าสินค้าทางการเกษตร ขณะนี้ไม่มีตัวแทนของผู้บริโภคเลย เพราะฉะนั้นราคาที่แพงของอาหารต่าง ๆ ก็อย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดถึง เรื่องน้ำมันดิฉัน ได้ตอบไปบ้างแล้วเรื่องราคาแพง🔗
แล้วก็มีท่านสมาชิกฝากเรื่องสายสีส้ม สภาก็คงทำทุกสาย และคิดว่า อยากเห็นบริการขนส่งมวลชนมีราคาอยู่ที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ขั้นต่ำ เหมือนที่ เพื่อนเราที่เยอรมันจ่ายค่าบริการ ๓๓๐ บาทต่อเดือน แล้วก็มีเรื่องชุดนักเรียนเดี๋ยวก็จะรับไป ที่ท่านได้เสนอแนะ🔗
แล้วก็เรื่องสิทธิที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีซึ่งดิฉันคิดว่าอันนี้ก็เดี๋ยวจะรับไป แล้วก็ท่านนิยมท่านก็บอกว่าจริง ๆท่านอาจจะเข้าใจว่าสภาองค์กรของผู้บริโภคเป็น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สภาองค์กรของผู้บริโภคเป็นข้าวเหนียวมะม่วง เราไม่ได้มีอำนาจในการไปจัดการหน่วยงาน แต่ว่าสภาเหมือนกับเป็นซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) เราไม่สามารถจัดการเรียกว่าถูกผิดของภาคธุรกิจได้ ทำงานในการเสริมสร้างพลัง ของผู้บริโภคแล้วก็กฎหมายให้อำนาจเราฟ้องคดีได้ค่ะ🔗
แล้วก็ดิฉันก็รับโจทย์ซึ่งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) แก๊งสแปม(Spam) ต่าง ๆ ซึ่งอันนี้เดี๋ยวสภาองค์กรของผู้บริโภคจะทำให้มากขึ้น🔗
แล้วก็ที่ท่านคุณมานพได้พูดถึงว่าจะเปิดพื้นที่อย่างไรก็รับโจทย์นี้ไปว่าจะไป ทำในเรื่องเหล่านี้ให้มากขึ้นนะคะ🔗
ท่านอาจารย์โกวิทย์ได้แนะนำเรื่องทำงานกับองค์กรท้องถิ่น อันนี้ก็หลาย พื้นที่ทำงานอยู่กับท้องถิ่น อย่างเช่นเรื่องอาหารปลอดภัย เรื่องน้ำสะอาดต่าง ๆ ซึ่งดิฉันคิดว่า ก็เราจะไปทำงานอย่างเข้มข้นมากขึ้นค่ะ🔗
คุณหมอจาตุรงค์ซึ่งได้แนะนำเรื่องสภาน่าจะทำเรื่องการโฆษณาเกินจริง จริง ๆ สภาได้ทำข้อเสนอแนะเรื่องการโฆษณาเกินจริงไปที่ กสทช. ว่าใน ๑ ชั่วโมงควร จะต้องกำกับไม่ให้เกินระยะเวลาจริง ๆ แต่ก็ยังไม่มีคำตอบนะคะ แล้วก็แน่นอนเราก็อาจจะ ช่วยสนับสนุน แล้วก็หลายเรื่องที่คุณหมอเสนอไว้ โดยเฉพาะเรื่องคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ต่าง ๆ เดี๋ยวสภาจะรับไปนะคะ🔗
ส่วนอาจารย์ผ่องศรีก็แนะนำว่าทำอย่างไรที่จะขยายสมาชิกในภาคอีสาน ดิฉันสนับสนุน แล้วก็คิดว่าเราจะพยายามทำให้เกิดสมาชิกในภาคอีสานมากขึ้น เพราะขณะนี้ ภาคกลางกับภาคอีสานเป็นช่องโหว่ของสมาชิกของสภาองค์กรของผู้บริโภคอยู่ค่ะ🔗
แล้วก็อาจารย์คารมดิฉันตอบไปบ้างแล้วเรื่องกู้เงินออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ แล้วก็จะไปประสานงานกับไทยพีบีเอส (ThaiPBS) วันนี้หวังว่าทีพีบีเอส (TPBS) ที่ฟังอยู่ จะสนับสนุนให้สภาองค์กรของผู้บริโภคมีรายการ ๑ ช่องกับทางสถานี แล้วก็เชื่อมโยงงานกับ อสม. รับโจทย์นะคะ🔗
ท่านสงวน พงษ์มณี ท่านก็แนะนำเรื่องราคาแพง ดิฉันได้ตอบท่านไปแล้ว ว่าอันนี้เป็นประเด็นควิกวิน (Quick Win) ของสภาองค์กรของผู้บริโภคเลย เราทำอยู่ก็คิดว่า คงได้ร่วมมือกับท่านในการทำงานเรื่องนี้ต่อนะคะ🔗
อาจารย์บัญญัติดิฉันก็ตอบไปทั้งหมดแล้วนะคะ แล้วจริง ๆ สภาองค์กร ของผู้บริโภคมีจุดยืนเดียวกับท่านเช่นเดียวกัน เราสนับสนุนกัญชาทางการแพทย์ แต่ไม่สนับสนุนกัญชาเพื่อสันทนาการ แล้วจริง ๆ ก็คงเป็นประเด็นแล้วก็ต้องกำกับ อีกหลายส่วนนะคะ🔗
ส่วน พลตำรวจตรี สุพิศาล ท่านได้แนะนำเรื่องว่าคอนแทกต์ เซ็นเตอร์ (Contact Center) จะเป็นควิกวิน (Quick Win) ของสภาอย่างไร ดิฉันก็รับโจทย์ก็ต้อง ขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติวันนี้ที่ได้ให้คำแนะนำ ให้ข้อเสนอแนะ แล้วก็แนวทาง ของสภาองค์กรของผู้บริโภคซึ่งเป็นน้องใหม่ตามพระราชบัญญัติการจัดตั้งสภาองค์กร ของผู้บริโภค แล้วก็หวังว่าท่านสมาชิกทุกท่านจะสนับสนุนสภาองค์กรของผู้บริโภคต่อไป ดิฉันก็หวังว่าสภาองค์กรของผู้บริโภคจะมีพันธมิตรที่เหนียวแน่นเป็นสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรที่ทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนนะคะ แล้วก็หวังว่า ขณะนี้จริง ๆ เราก็ยังมีอาหารที่ไม่ปลอดภัย สินค้าที่ไม่ปลอดภัย ทางเลือกของผู้บริโภค ที่ยังจำกัด การผูกขาด ตัดตอน การไม่มีทางเลือกของผู้บริโภคในการบริโภค เศรษฐกิจดิจิทัล ต่าง ๆ หรือผู้บริโภคถูกหลอกลวง ถูกโกงทางดิจิทัลทั้งหลาย รวมถึงความรับผิดชอบของ ผู้บริโภคที่จะมีต่อภาวะโลกร้อน ดิฉันคิดว่าอันนี้เป็นความท้าทายที่สภาองค์กรของผู้บริโภค จะรับข้อแนะนำของท่านสมาชิกไปทำงานร่วมกันกับท่านสมาชิกต่อไป ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ให้เวลา คุณสารีไปเกือบครึ่งชั่วโมงนะครับ ท่านสมาชิกมีอะไรเพิ่มเติมเชิญนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์จาตุรงค์🔗
ขอเรียนพวกเรานิดหนึ่ง มีหน่วยงานที่รอชี้แจงอยู่อีก ๓ หน่วยงาน พวกเราอยู่ด้วยกันนะครับ เชิญครับ🔗
ผมขอสั้น ๆ ครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ศรีสะเกษ ผมต้องขอบคุณท่านสารี อ๋องสมหวัง ขออนุญาตขยายความนิดเดียวที่ผมพูดถึงว่า เขาโฆษณาในโทรทัศน์ ในวิทยุ สื่อต่าง ๆ แล้วเกินความจริง คือหมายความว่าบอกว่ารักษา ทานยาแล้วหาย ทานสมุนไพรแล้วหาย ทำความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่ ลูกหลานเขา เขากลับมาบวม แถมยังเป็นโรคไต ต้องฟอกไต ตรงนี้เอาบุญเถอะครับ ช่วยเถอะครับ ทุกอย่างที่โฆษณาแล้วไม่เป็นจริง หรือเป็นความจริง ครอบคลุมให้ดี ดูให้ดี แล้วจะช่วยพี่น้อง ประชาชนนะครับ ต้องขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านนิยมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องขออภิปรายนิดหนึ่ง เพราะว่าท่านเลขาธิการท่านบอกว่าผมเข้าใจผิด ผมพูด ผมถามท่านในฐานะภารกิจของท่าน ผมก็อ่านแล้วว่าสภาองค์กรของผู้บริโภค มีสถานะเป็นนิติบุคคล เป็นผู้แทนของผู้บริโภคในการคุ้มครองผู้บริโภคทุกด้าน นี่คือประเด็น ของภารกิจของท่าน แล้วก็มีอยู่ ๘ ด้าน ท่านบอกว่าผมเข้าใจผิด เดี๋ยวผมจะเสียหาย คืออย่างนี้ที่ผมถามบอกว่าที่ท่านเข้ามาเป็นองค์กรใหม่ก็จริง แต่ผมชื่นชมเพราะเป็น ความหวังของประชาชน ท่านมาทำหน้าที่ แล้วผมก็ให้เครดิตท่านสูงมาก เพราะท่านอยู่กับ ประชาชนมาตลอด แต่ที่ผมต้องถามว่าในสิ่งที่เกิดขึ้นมันเสียหาย แล้วในฐานะที่ท่านเป็น สภาองค์กรของผู้บริโภค จริงอยู่อาจจะไม่ใช่ สคบ. ไม่ได้ทับซ้อน แต่ว่าในเมื่อท่านเข้ามา ทำแล้ว ผมอยากจะให้ทำ โดยเฉพาะวันนี้ผมฟังท่านชี้แจง ท่านก็ไม่ได้บอกว่าประชาชน ที่เดือดร้อนคือนายทุนเถื่อน นายทุนโหด องค์กรของท่านวันนี้เป็นสภาใหญ่กว่า สคบ. แล้วท่านทำอะไรไหม ท่านก็ไม่ได้บอก ผมไม่ได้ไมนด์ (Mind) หรอกเรื่องเงิน ๓๕๐ ล้านบาท มันน้อยไป ผมมากกว่านั้น เพียงแต่ว่าท่านจะทำอะไร วันนี้พี่น้องประชาชน ท่านเป็นองค์กร อิสระ ท่านไม่ต้องห่วงกับภาคราชการ แม้จะปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้บังคับบัญชา แต่ท่านเป็นองค์กรอิสระ ท่านจะบอกว่าผมเข้าใจผิดไม่ได้ ผมนั่งดูภารกิจของท่านแล้ว ๘ ภารกิจ ท่านบอกแบบนี้ผมเสียหาย คล้าย ๆ ผมไม่รู้เรื่องเลย ผมจึงบอกว่าที่ท่านบอกว่า คดีที่ได้รับการร้องเรียน ๑๔,๖๐๐ คดี ท่านทำไปได้แค่ไหน นี่คือคำถามผมที่ให้ท่านชี้แจง🔗
อีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องที่ท่านบอกว่าคนป่วย คนไข้ไปโรงพยาบาล คนอื่นทำ ไม่ได้หรอกครับ สภาองค์กรของผู้บริโภคท่านนั่นละเข้าไปดูหน่อย บางคนรับไปแล้วยังไม่ทำ อะไรซึ่งเป็นปัญหาอยู่ ปล่อยให้ตายก็มีที่เป็นข่าวเห็นไหม เอาไปนอนอยู่รอ ๔-๕ ชั่วโมง ผมเห็นกับตามาแล้ว เอาไปโรงพยาบาลไส้ติ่งจนแตกตาย อันนี้คือประเด็นซึ่งสภาองค์กรของผู้บริโภคต้องทำหน้าที่ ท่านจะบอกว่าไม่ใช่ สคบ. ไม่ได้นะครับ ตั้งมาแล้วอย่าเอาตั้งมาแล้วเพื่อเอาความโก้หรู ผมก็เห็นใจท่านแต่ก็เป็นภาระ ที่หนักมาก ท่านเป็นบุคลากรที่ผมชื่นชมมาตลอดนะครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิก ที่เคารพครับ ก็ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๔ สภาองค์กรของผู้บริโภคแล้วนะครับ ขอบคุณคณะสภาองค์กรของผู้บริโภคที่มาชี้แจงครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
๒.๓ รับทราบรายงานตามมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๔ ประจำปี ๒๕๖๔🔗
๒.๔ รับทราบรายการกิจการประจำปี งบดุล บัญชีกำไรและขาดทุนของ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๔🔗
๒.๕ รับทราบรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ของคณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงานและสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน🔗
๒.๖ รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปปร เทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ครั้งที่ ๑๕ (เดือนมกราคม- มีนาคม ๒๕๖๕)🔗
๒.๗ รับทราบรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ศาลปกครองและ สำนักงานศาลปกครอง🔗
ระเบียบวาระ ๒.๓ ถึง ๒.๗ หน่วยงานแจ้งขอเลื่อนนะครับ🔗
๒.๘ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๔ กองทุนการออมแห่งชาติ ทีนี้ผมมีคำถามครับ ในจำนวนดังกล่าวนี้ผมอยากรู้ว่าสัดส่วนของผู้สูงวัยจริง ๆ คือ ๖๖ ปี ถึงสุดท้าย ๙๐ กว่าปีมีค่าดัชนีอยู่ในตัวเลขดังกล่าวนี้เท่าไร ที่เขาอยู่ในตัวเลขที่เป็นสมาชิก ในปีปัจจุบันนี้คือ ๒.๔๑ ล้านคน แล้วก็ปี ๒๕๖๖ ก็จะเป็น ๓.๖๒ ล้านคน จะมีดัชนีตัวเลข กี่เปอร์เซ็นต์ที่อยู่เป็นผู้สูงวัย คือเป็นเอจจิงโซไซอิที (Aging Society) อย่างเต็มรูปแบบ หรือสมบูรณ์ อันนี้เป็นคำถามแรกที่ถามตัวดำเนินงานนะครับ คณะกรรมการ กอช. นั้น มีอำนาจโดยเฉพาะผมขีดไว้ตรงใต้เส้นเลยคือออกข้อบังคับ แล้วก็ออกกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการรับและเก็บรักษาและการจ่ายเงินให้กองทุน ทั้ง ๓ ประเด็นดังกล่าวนี้ สิ่งที่สำคัญคือ การที่จะโอบรับผู้สูงวัย ซึ่งจะมีอนุกรรมการความเสี่ยง แล้วก็ที่ปัจจุบันนี้กองทุนใช้เทคโนโลยี เทคโนโลยีที่ใช้อยู่เป็นเรื่องของคณะอนุกรรมการที่บอกถึงเรื่องการกำหนดนโยบาย เทคโนโลยีและแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้ผู้สูงวัยครับ ผมมีคำถามอย่างนี้ เอฟเฟกต์ (Effect) มันต่างกัน คือผู้สูงวัย ๖๕ โอเวอร์ (Over) ผมว่าเขายังตกขอบใครจะเข้า ไปดูแลให้แทน โดยเฉพาะการวางกลยุทธ์และแนวทางการปฏิบัติหรือมาตรการที่จะทำให้ มีระบบการติดตามหรือฟอลโลว์ (Follow) ให้ผู้สูงวัยในเข้าสู่ระบบสารสนเทศ หรือจะได้รับ คำแนะนำ หรือคำปรึกษาในการออมเงินดังกล่าว และโดยเฉพาะเรื่องการให้ความเห็น และข้อเสนอแนะในการบริหารความมั่นคง ความปลอดภัยสารสนเทศที่จะดูแลผู้สูงวัยดังกล่าว อย่างนี้ครับ นั่นก็จะเป็นเงินออม ท่านครับคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) เล่นไปหมดแล้ว เงินออมในบัญชีผู้สูงวัย ผมเลยมีคำถามว่า คณะอนุกรรมการด้านเทคโนโลยีข่าวสาร ไม่ใช่คุ้มครองผู้บริโภคเมื่อกี้ แต่อันนี้เป็นเรื่องการออมเงินอยู่ในบัญชี ท่านจะดูแลเขาอย่างไร ถ้าเกิดระบบเทคโนโลยีที่อยู่ในการบริหารความเสี่ยงนี้มันไม่ปลอดภัย แล้วก็จะทำให้ เกิดปัญหาของเงินที่จะสูญเสียไปจากการลงทุนหรือการออมที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะรูปแบบ ของการออมที่ท่านนำเสนอจะทำอย่างไรให้คนวัยเดียวกับผมเชื่อมั่น โดยเฉพาะผู้เฒ่า ผู้แก่ ผู้ชรา ที่อยู่ในต่างจังหวัด ซึ่งอาจจะแตะหรือไม่ถึงทางด้านเทคโนโลยี ใครคือผู้นำสารไปสู่ คนเหล่านั้นเพื่อจะให้เกิดความเชื่อมั่นในการออม ๓.๒ ล้านคน ที่จะเกิดขึ้นในปี ๒๕๖๘ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เรื่องของการออมเพื่อใช้ยามชราแท้ที่จริงแล้วประเทศไทยของเราทำช้า ไปหน่อยหนึ่งก็เลยเกิดกรณีที่ทุกวันนี้จะมีการเรียกร้องให้รัฐบาลจะต้องจ่ายเงินเป็น เบี้ยผู้สูงอายุให้กับผู้ที่มีอายุพ้นวัยทำงาน แล้วก็เป็นประเด็นในการหาเสียง ณ เวลานี้ ซึ่งถ้าเรา ทิ้งไว้แบบนี้มันก็จะเป็นภาระต่องบประมาณสูงมาก อย่างที่มีบางแห่งเขาเอ่ยตัวเลขว่าต้องมี การจ่ายถึง ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือน ผมคำนวณแล้วถ้าจะต้องจ่ายโดยที่ไม่เป็นภาระ ต่องบประมาณจะต้องมีการเพิ่มภาษีอากรถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือไม่ก็ต้องเพิ่มแวต (VAT) จาก ๗ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๑๑ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเรื่องของการที่เราต้องส่งเสริม ให้มีการออมแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น แล้วก็เป็นเรื่องที่จะช่วยลดภาระ งบประมาณในอนาคตด้วย ผมจึงเห็นชอบกับการที่จะมีหน่วยงานที่จะดูแลในเรื่องนี้ แต่ว่า การทำงานโดยให้เป็นการออมแบบสมัครใจ ผมได้เคยกล่าวในการอภิปรายเมื่อครั้งก่อน ๆ ว่ามันเหมือนกับเป็นการเข็นครกขึ้นภูเขา เพราะว่าโดยสัญชาตญาณของคนแล้วเงินที่ได้มา จะรู้สึกว่าน้อยกว่าที่อยากจะได้ก็จะมีการใช้จ่ายหมดเปลืองไป จะไม่มีความรู้สึกว่าจะต้อง มีการออม เพราะฉะนั้นประเด็นที่อยากจะยกขึ้นมาก็คือว่างานของหน่วยงานนี้ก็คือ กอช. ถึงเวลานี้ก็เสมือนหนึ่งเหมือนกับว่าถึงจุดอิ่มตัว ตัวเลขที่ท่านโชว์อยู่ในเอกสารหน้า ๓๔ หลังจากที่เริ่มดำเนินการเมื่อปี ๒๕๕๘ มีการขยายจำนวนสมาชิกจากประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คน มาเป็นประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ คน ในเวลา ๔ ปี แต่ว่าพอถึงปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ สมาชิกก็กระโดดขึ้นมาเป็น ๒,๓๐๐,๐๐๐ คน ก็คือพูดง่าย ๆ ในปี ๒๕๖๒ ท่านทำงานหนักมากในการระดมสมาชิกเข้ามา แต่ว่าตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ เป็นต้นมา ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ดูเสมือนหนึ่งว่าจำนวนสมาชิกจะไม่ค่อยขยับ เท่าไร อยู่ที่ประมาณ ๒,๓๐๐,๐๐๐ คน ทั้งที่จริง ๆ เรามีประชากรที่อยู่ในวัยทำงานประมาณ ๓๗ ล้านคน ตามที่ท่านโชว์ในเอกสาร พูดง่าย ๆ ก็คือว่ายังมีคนอีกจำนวนมากกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ท่านยังไม่สามารถเข้าไปถึงนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนคนที่อยู่ใน ที่เรียกว่าแรงงานนอกระบบ จำนวนกว่า ๒๐ ล้านคน ซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายของท่าน ก็ไม่สามารถเข้าถึงได้ ผมจึงอยากจะฝากเป็นประเด็นว่างานที่ท่านทำโดยวิธีการแบบสมัครใจ อย่างที่ทำมาหลายปีมานี้จากนี้ไปจะยากขึ้น ๆ ค่าใช้จ่ายที่ท่านจะหาสมาชิกแต่ละคนเข้ามา ก็จะมีสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งผมคิดว่าอาจจะไม่คุ้มกับรายจ่ายที่ต้องสูญเสียไป เพราะฉะนั้นต้องมี วิธีการใหม่ที่ดีกว่านี้ อันนี้คือประเด็นหนึ่งที่ขออนุญาตฝากไว้ว่างานของ กอช. ณ เวลานี้ ที่ท่านมีเงินอยู่ประมาณ ๑ หมื่นล้านบาทให้กับสมาชิก ๒.๔ ล้านคน จริง ๆ เทียบแล้ว ยังห่างไกลกับเงินที่ กบข. มีถึง ๑ ล้านล้านบาท กับสมาชิก กบข. ๑.๒ ล้านคน คือ กบข. มีสมาชิกครึ่งเดียวของท่าน แต่มีเงินมากกว่าท่านประมาณ ๑๐๐ เท่า มันเทียบไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นก็เป็นประเด็นที่อยากจะฝากให้ท่านต้องไปหารือในเชิงของนโยบาย ในเชิงของ วิธีคิดว่าเราจะมีวิธีคิดอย่างไรที่จะแก้ไขปัญหานี้ ที่จะต้องให้คนมีการออมแต่เนิ่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเป้าหมายที่ควรจะเน้นหนักก็คือกลุ่มเด็กนะครับ จากตารางที่ท่าน โชว์หน้า ๔๗ ปรากฏว่าคนที่มาเป็นสมาชิกท่านส่วนใหญ่จะเป็นคนสูงอายุแล้ว ซึ่งคนสูงอายุ แล้วเข้ามาเป็นสมาชิกเกือบจะไม่ได้ประโยชน์ เพราะว่าเงินที่เขาออมจะมีประโยชน์จากการ ลงทุนน้อยมาก เพราะว่าเหลือไม่กี่ปีก็เกษียณ แต่ต้องเป็นกลุ่มเด็กกลุ่มที่อายุ ๑๕ ปีถึง ๒๔ ปี กลุ่มพวกนี้จะมีอายุอีกหลายสิบปี ๓๐ ปีกว่าจะเกษียณ เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์ สูงมาก เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านว่าควรจะต้องดูแลคือมุ่งเป้าไปที่กลุ่มเด็กให้มากที่สุด แล้วก็ วิธีคิดในเรื่องของการออมเพื่อใช้ยามชราต้องมีวิธีการที่ใหม่กว่านี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ คุณผ่องศรี แซ่จึง แล้วเป็นคุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ ดิฉันขออภิปรายรายงานประจำปี ๒๕๖๔ ของกองทุนการออมแห่งชาติ จริง ๆ แล้วดิฉันอยากจะเรียนว่าเรื่องนี้ได้ให้ความสนใจมาตั้งหลายปีแล้วจำไม่ได้ โดยได้เอา ตัว พ.ร.บ. นี้มาอ่านเรื่องกองทุนการออมแห่งชาติ แล้วก็ได้ประชาสัมพันธ์เพราะคิดว่า เป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องที่ทำให้พี่น้องประชาชนมีหลักประกันที่จะช่วยเหลือตัวเองในการ ดำรงชีวิตเมื่ออายุเยอะขึ้น แม้แต่ได้นำเสนอต่อที่ประชุมของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดิฉันก็ได้ นำเสนอเพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีและเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แล้วเรามีโอกาสรู้ก็ประชาสัมพันธ์ ให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้ด้วยเพื่อจะนำไปพิจารณา หลายคนจำนวนมากเลยที่ให้ความสนใจ แต่ดิฉันจำไม่ได้ว่าปีนั้นเป็นปี พ.ศ. เท่าไร แล้วตัวเองก็ตั้งใจว่าจะสมัครเป็นสมาชิกด้วย สมัครเข้าร่วมด้วย แต่ปรากฏว่าในช่วงนั้นก็รู้สึกว่าระงับไปก็เป็นที่น่าเสียดาย แต่ตอนหลัง ดิฉันได้สืบถามจากน้อง ๆ ที่เขาทำเรื่องนี้อยู่ที่ตำบลส้มป่อย อำเภอราศีไศล เขาชื่อวีระยุทธ เขาบอกว่าของเขามีสมาชิกเกือบ ๑๘๐ คน แล้วก็ถามว่ามีปัญหาไหมในช่วงโควิด (COVID) ในการชำระเงินอะไร เขาบอกไม่ค่อยมีปัญหา ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าการขับเคลื่อนกองทุนนี้ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ดิฉันกังวลด้วยก็คืออยากจะเรียนถามท่านอยู่นิดหนึ่งว่าในช่วงที่โควิด (COVID) พี่น้องเรา ลำบาก เงินทองในกระเป๋าก็แทบจะไม่มีเลยแล้วก็มาโดนน้ำท่วมอีก อย่างในเขตพื้นที่ ตัวดิฉันเองอำเภอราศีไศลค่อนหนึ่งเลย อำเภอศิลาลาดก็ครึ่งหนึ่งเลย เพราะฉะนั้นการที่ พี่น้องเราประสบภัยต่าง ๆ เหล่านี้มันจะมีปัญหากระทบในเรื่องของการส่งเงินออมแน่นอน เพราะว่าวันนี้แม้แต่เงินที่จะใช้จ่ายในการดำรงชีวิตของตนเองก็ยังลำบากแล้ว แล้วเงินที่ รัฐบาลจะช่วยเหลือก็เห็นว่าเร่งรีบอยู่ต้องขอบคุณเลย เห็นว่าเงินอะไรต่ออะไรก็เริ่ม ออกมาแล้ว แต่ว่าอย่างไรก็ตามอันนี้มันจะเป็นส่วนที่ถ้าเขาคิดว่ายังไม่สำคัญต่อชีวิต เขาก็ยังไม่สามารถที่จะจัดการใช้จ่ายได้ เพราะว่าดิฉันเองคิดเสมอว่าในช่วงที่พี่น้องลำบาก การที่เขาจะเอาเงินจากกระเป๋าเขาไปใช้ในเรื่องที่ความจำเป็นน้อยก็คงจะเป็นเรื่องที่ยาก เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้กำลังใจคณะทำงานผู้ที่เกี่ยวข้องว่าขอให้ทำความเข้าใจกับพี่น้อง ประชาชน ท่านจะทำความเข้าใจอย่างไรก็แล้วแต่เพื่อไม่ให้เขาหยุดส่งเงิน เพื่อไม่ให้เขาหลุด ออกไปจากโครงการนี้ อาจจะหามาตรการใด ๆ ก็แล้วแต่ดิฉันคิดไม่ออกเพราะวันนี้ตั้งใจว่า จะอภิปรายรายงานของ สสส. แต่กลายเป็นว่าเป็นการออมไป เพราะฉะนั้นกฎ กติกาต่าง ๆ ท่านลองไปดูสิว่าจะลดอะไรได้ไหม จะเพิ่มเติมอะไรได้ไหมเพื่อจะบรรเทา เพื่อจะขยายเวลา ให้พี่น้องประชาชนที่เขารู้ เข้าใจและเป็นสมาชิกอยู่แล้วที่เห็นผลประโยชน์ว่าการเข้าเป็น สมาชิกนี้มันมีประโยชน์อย่างแท้จริง ทำให้เขาอยู่ได้ ทำให้เขาไม่หลุดจากการเป็นสมาชิก🔗
อันที่ ๒ ทำอย่างไรจึงจะไปกระตุ้นหรือไปสร้างแรงจูงใจให้คนที่ยังไม่เข้าใจ ไม่รับรู้ในกฎ กติกา สิทธิประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการเป็นสมาชิกของกองทุนนี้ ทำอย่างไร จึงจะทำให้เขาเข้าถึง ทำอย่างไรจะทำให้เขาได้เห็นประโยชน์อย่างชัดเจน เพราะว่าอย่างไร ก็ตามพี่น้องประชาชนเราไม่ใช่ว่าประชาสัมพันธ์ครั้งเดียวอย่างเดียวจะจบ ต้องทำบ่อย ๆ แล้วที่สำคัญก็คือบางช่วงเขาอาจจะไม่พร้อมที่จะเข้าเป็นสมาชิก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ถึงบางช่วงเขาอาจจะพร้อมที่จะเป็นสมาชิก เพราะฉะนั้นการเข้าเป็นสมาชิกจะเป็นช่วงไหน ก็ได้ที่เขาพร้อมในขณะที่อายุเขายังไม่เกิน แล้วก็จะเป็นช่วงไหนที่เขาพร้อม ที่เขามีเงิน พร้อมที่จะดำเนินการในเรื่องนี้และช่วงไหนที่เขาเห็นความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่เขาว่า มีประโยชน์ในการที่จะเข้าเป็นสมาชิกกองทุนเขาก็จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุน วันนี้ พี่น้องเป็นหนี้สินเยอะมาก หนี้นอกระบบ หนี้ในระบบ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเป็นกำลังใจ และฝากเรื่องการประชาสัมพันธ์ การให้เข้าถึง การดูแลเขาในช่วงที่เขายังประสบภาวะ ลำบาก ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณครับ คุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ผมขออนุญาตอภิปรายรายงานประจำปีของกองทุนการออมแห่งชาติ ๒๕๖๔ ผมขออนุญาต อภิปรายในฐานะผมเป็นลูกค้าของกองทุนการออมแห่งชาติ ผมตั้งใจว่าวันที่ผมสมัครเป็น สมาชิกต้องการที่จะออมเงินเพื่อที่จะให้เป็นตัวอย่างของพี่น้องประชาชนแล้วก็ได้ไปพูดใน พื้นที่ว่าผมก็เป็นสมาชิกคนหนึ่ง ผมจำไม่ได้แล้วว่าผมเริ่มออมปี พ.ศ. เท่าไร แต่ว่าวิธีการก็คือ นำเงินไปฝากไว้ที่ธนาคารกรุงไทยในยอดเงิน ๑ ปี ไม่เกิน ๑๓,๒๐๐ บาท แล้วก็ผมฝากมา หลายปีต่อเนื่อง ผมเห็นจุดอ่อนก็คือว่าปีหลัง ๆ เพราะว่าเขาจะไม่มีสมุดหรือเป็นบุ๊ก (Book) ในเรื่องของการที่จะฝาก การที่เราไปหาพนักงานของกรุงไทยเพื่อที่จะไปฝากบอกว่า ขอฝากเงินกองทุน กอช. การออมแห่งชาติ พนักงานบางคนเขาไม่เข้าใจนะครับ ไม่เข้าใจเราก็ต้องบอกว่าเดี๋ยวเอาบัตรประชาชน ๑๓ หลัก ไปเซิร์ช (Search) ดูสิมันขึ้นเอง อันนี้ก็เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งในเรื่องของการที่ พนักงานหมุนเวียนในส่วนของหน้าฟรอนต์ (Front) หรือว่าของแบงก์กรุงไทยไม่มีความเข้าใจ อาจจะเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง ผมดูตัวเลขว่าในยุทธศาสตร์ที่ ๑ เป็นตัวเลข อย่างกรณี ภูมิภาค อย่างภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคอีสาน ๔๔.๔๓ เปอร์เซ็นต์ ภาคใต้ ๑๑.๓๑ เปอร์เซ็นต์เอง เพราะฉะนั้นแสดงว่าคนให้ความสนใจในเรื่องของแรงจูงใจที่จะ ใช้ช่องทางในการออมยังค่อนข้างน้อย ถ้าเรามาดูตัวเลขในปี ๒๕๖๔ ๒,๔๕๘,๙๑๖ คน สมาชิกนะครับ ในวงเงินกองทุนทั้งหมด ๑๐,๖๖๑ ล้านบาทเศษ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าค่อนข้าง ถ้าเปรียบเทียบในเรื่องของเชิงกลยุทธ์นโยบาย ถ้าเปรียบเทียบกับการออมอย่างอื่นค่อนข้าง ที่จะน้อย แล้วก็คนยังเข้าถึงได้ยากการประชาสัมพันธ์ยังน้อย เพราะฉะนั้นอันนี้คือจุดอ่อน แต่ว่าผมมีแรงจูงใจที่จะสนับสนุนเชียร์ในเชิงนโยบาย สมัยนั้นเพื่อนผมก็เป็นบอร์ด (Broad) กรรมการบริหารอยู่ ก็มาหากันว่าก็ยินดีเข้าไปจัดทำอีเวนต์ (Event) อะไรต่าง ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นตัวกลางหรือ เป็นกระบอกเสียงตัวเชื่อมเพื่อที่จะหาสมาชิก เพราะว่าการออมเงินไม่ว่าจะเป็นเดือนละ กี่ร้อยบาทก็ตาม มันเป็นส่วนดีแล้วก็มีวินัยในเรื่องของให้ความสำคัญในเรื่องของรายได้ แล้วก็วิธีการหาเงินด้วย คนเราถ้าหาเงินมามากใช้จ่ายไม่มีการวางแผนในที่สุดก็ลำบาก เพราะฉะนั้นผมเห็นนโยบายอันนี้เป็นสิ่งที่ดีก็เลยสนับสนุน แต่วันนี้ก็ขอฝากในส่วนของ คณะกรรมการด้วยว่าลองไปเซิร์ช (Search) ชื่อผมดูนะครับ แต่ว่าผมไม่ค่อยได้รับสื่อสาร ในการตอบว่าหลังจากผม ๖๐ ปีมา ๒ ปีกว่าแล้วนี่ ผมยังไม่เห็นในส่วนของค่าตอบแทน หรือผลประโยชน์ว่าในส่วนของสมาชิกจะได้อย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นผมอาจจะไม่เข้าใจ ในเรื่องของขั้นตอนกติกา เนื่องจากว่าไม่ทราบไปถามที่ไหน แล้วก็จะไปนั่งเซิร์ช (Search) ดูอะไรพวกนี้ผมก็ไม่ได้เข้าไปในเว็บไซต์ (Website) ในส่วนของกองทุน กอช. อันนี้ก็ฝาก ในเรื่องของการเน้นในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ แล้วก็น่าจะมีคู่แข่งในเรื่องของกองทุน ถ้าเปรียบเทียบกับกองทุนอื่นว่าเป็นช่องทางที่จุดเด่นและตัวแม่เหล็กจูงใจว่าการที่จะ ให้ประชาชนเข้ามาเลือกช่องทางอันนี้ เราต้องการความสะดวก ลูกค้าในส่วนของ ธนาคารกรุงไทยหรือว่าเป็นธนาคารอื่นให้มีความหลากหลายจะทำได้หรือไม่ ก็เป็นข้อสังเกต ฝากไว้กับคณะกรรมการเพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาแล้วก็มีการส่งข่าวส่ง ๒ ทางเพื่อให้สมาชิก ได้รับรู้แหล่งข้อมูลข่าวสารมากขึ้น ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณสุเนตตา แซ่โก๊ะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุเนตตา แซ่โก๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลัง วันนี้ดิฉัน ก็ขอร่วมอภิปรายกองทุนการออมแห่งชาติด้วยคนนะคะ ก่อนอื่นเลยต้องขอบอกว่ารายงาน ทำได้สวยงามมากเลยค่ะ แล้วก็อ่านง่ายน่าอ่านด้วย ดิฉันรู้จักกองทุนการออมแห่งชาติ จากเจ้าหน้าที่รัฐคนหนึ่งซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือเรานั่งคุยกันว่าประเทศไทยเรามีปัญหา ในเรื่องของการออมเงิน คนที่อายุมากแล้วจะไม่ค่อยมีเงินออมกัน คนไทยไม่ค่อยมีเงินเก็บ ก็คุยกันเรื่องนี้ เขาก็เลยแนะนำให้ดิฉันรู้จักเรื่องของกองทุนการออมแห่งชาติก็เล่าให้ฟังว่า กองทุนการออมแห่งชาตินี่ดีอย่างไรบ้าง ซึ่งหลัก ๆ เลยก็คือเมื่อเราออมเข้าไปก็จะมีสมทบ จากทางรัฐเข้ามาด้วย ซึ่งตรงนี้ในลักษณะของการที่เขาเล่าให้ฟังก็คือว่ามากกว่าดอกเบี้ย แบงก์เอาง่าย ๆ เลยก็คือในลักษณะนั้น ซึ่งดิฉันด้วยความสนใจแล้วก็ด้วยความที่อยากทราบ เหมือนกันว่ารัฐมีโครงการอะไรที่จะช่วยเหลือประชาชนบ้าง ดิฉันก็เลยได้เข้าไปศึกษา แล้วก็เข้าไปสมัครกองทุนการออมแห่งชาตินี้ ก็ต้องบอกว่าดิฉัน ขอชื่นชมโครงการนี้ว่าให้ตั้งแต่อายุน้อย ๆ สามารถฝากได้ ซึ่งตรงนี้ถ้าหากว่าเราได้เข้าไป ประชาสัมพันธ์ หรือเข้าไปแนะนำให้เด็กรู้จักกองทุนการออมแห่งชาติ ซึ่งเราน่าจะได้ลูกค้า จากตรงนี้เข้ามามากขึ้น ดิฉันนึกถึงตอนที่ดิฉันเด็ก ๆ ดิฉันก็จะฝากเงินกับธนาคารออมสิน ซึ่งตอนนั้นก็จะมีกระปุกออมสินไว้ดึงดูดเราให้เรามาฝากเงิน สำหรับกองทุนการออม แห่งชาติเอง ถ้าเราใช้ประโยชน์ตรงนี้เริ่มฝากได้ตั้งแต่อายุ ๑๕ ปี แล้วก็มีการแสดงให้เห็นว่า ปีหนึ่งฝากเท่าไร ซึ่งจำนวนฝากจริง ๆ ก็ไม่ได้เกินกำลังที่คนทั่วไปจะฝากได้ ก็อยากจะเน้น ตรงนี้ว่าถ้าเราเข้าไปประชาสัมพันธ์ ไปสอนเด็กตั้งแต่วัยรุ่นเลยรู้จักการออมเงิน รู้จักวางแผน ทางการเงิน เราก็จะสามารถลดปัญหาในอนาคตของเราได้ ส่วนผู้ใหญ่ตอนนี้อาจจะช้าไป นิดหนึ่ง แต่ถ้าเราเข้าไปตั้งแต่ในโรงเรียนเลยหรือในวิทยาลัยก็ให้เขาเห็นตรงนี้ ซึ่งอย่างที่ เรียนว่าส่วนที่รัฐสมทบให้ก็เป็นแรงดึงดูดใจ เพราะว่ารัฐสมทบให้เรียกว่าเยอะเลยทีเดียว แล้วก็ตรงนี้ถ้าหากว่าเราฝากตามที่กำหนดไว้หรือมีสกีม (Scheme) ให้เขา ก็จะเห็นเลยว่า เมื่อเขาอายุ ๖๐ ปี เขาจะมีเงินฝากเป็นล้านเลย ตรงนี้ก็อยากจะฝากไว้กับทางกองทุน การออมแห่งชาติว่าให้เข้าไปประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น ให้คนรู้จักมากขึ้น ตัวดิฉันเองก็เพิ่ง รู้จัก แล้วก็สมัครไปเรียบร้อย เข้าไปในแอปพลิเคชัน (Application) ก็ชอบ เพราะว่าง่าย แอปพลิเคชัน (Application) ของทางนี้ก็ใช้ง่าย แล้วทุกปีพอสิ้นปีก็จะมีเข้ามาส่งให้เรา ด้วยว่าใบสเตตเมนต์ (Statement) รวมถึงการที่ลิงก์ (Link) ใบกำกับภาษี ดิฉันจำได้ว่าลิงก์ (Link) ใบกำกับภาษีด้วย เพราะว่าพอเข้าไปทำภาษีก็ขึ้นมาเองหมดเลย ขอบคุณกองทุน การออมแห่งชาตินี้ แล้วก็เห็นเลยว่าคนที่เข้ามาอยู่ในบอร์ด (Board) ต่าง ๆ ก็มาจากที่ต่าง ๆ ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทั้งนั้น เพราะทุกคนก็คงอยากจะช่วยกันให้ประเทศเรา ให้คนไทยของเรา มีการออมเงินมากขึ้น แล้วแก่ตัวไปจะได้สบายก็แล้วกัน อย่างนั้นก็คงพอจะพูดได้ ก็ขอขอบพระคุณมากค่ะ ขอชมเชยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท นครศรีธรรมราช ต่อกรณีเรื่องของรายงานกองทุน การออมแห่งชาติ ซึ่งเป็นรายงานประจำปี ๒๕๖๔ ท่านประธานครับ ผมมี ๓ ประเด็น เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนแล้วก็ช่วยกัน เพราะผมถือว่ากองทุนเป็นการช่วยพี่น้องประชาชน ที่ให้มีเงินยามที่เขาต้องไว้ใช้จ่ายในอนาคต ซึ่งในหน้าปกผมชอบมาก คุณออม รัฐช่วยออม คุณได้บำนาญ อันนี้ถูกต้อง เพราะฉะนั้นในประเด็นที่ผมอยากจะพูดในประเด็นที่ ๑ ก็คือว่า ในหน้า ๓๔ หน้า ๓๕ ผมคิดว่าเรื่องของเป้าหมายการเพิ่มสมาชิกที่มีประมาณ ๒ ล้านกว่าคน แล้วถ้าเราเทียบดูเกษตรกรก็ดี ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระก็ดี นักเรียน นักศึกษา หรือว่าคนที่อยู่ในวัยแรงงาน หรือรับจ้างทั่วไปก็ดี ประชากรเหล่านี้ดูแล้วมีมาก แต่ว่าผลของการเพิ่มอย่างต่อเนื่องผมคิดว่าแม้ว่าจะเพิ่มต่อเนื่องแต่เป็นการเพิ่มสัดส่วนที่ต่ำ ผมจึงอยากจะเสนอว่าลองทบทวนหรือว่าหาวิธีการหรือมาตรการทำอย่างไรให้ประชาชน มีการออมมากขึ้น ผมเห็นด้วยในการสร้างค่านิยมการออมจากยุทธศาสตร์ที่ ๓ แล้วก็ไปดู สัดส่วนการออมแล้วก็เห็นด้วยกับการรณรงค์ให้นักเรียน นักศึกษามีการออม อันนั้นก็เริ่มต้น จากวัยเด็กวัยเยาวชนที่เป็นนิสิต นักศึกษา นักเรียน ดูแล้วประมาณ ๖ เปอร์เซ็นต์กว่า อันนี้ ผมคิดว่ามันยังต่ำไปไหมจากจำนวนที่ส่งเสริมให้มีค่านิยมการออมอันนี้คือประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าเรื่องที่จะต้องมาดูทบทวนก็คือเราไปดูเทียบกับสถาบัน การเงินชุมชนซึ่งมีอยู่ประปรายในรายงานที่บอกหรือกองทุนออมทรัพย์เพื่อการผลิตของ พี่น้องประชาชนที่เขาสามารถระดมได้มากเขาทำอย่างไร ผมคิดว่าอันนี้เป็นประเด็นสำคัญ แล้วท่านอาจจะไปเชื่อมโยงกับสถาบันการเงินชุมชนหรือกองทุนหรือออมทรัพย์เพื่อการผลิต ที่เขาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนมีการออมนั่นเป็นประเด็น สำคัญ🔗
ในส่วนที่ ๓ ผมเรียนท่านประธานว่าในเรื่องของการประชาสัมพันธ์หรือ การทำให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของ คือผมมีความรู้สึกว่าถ้ารัฐเป็นเจ้าของคนไทยจะไม่ค่อย หวงแหนอันนี้เป็นพอยต์ (Point) ที่สำคัญ เพราะฉะนั้นเราจะต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ว่า ต่อไปนี้ไม่ใช่รัฐเป็นเจ้าของ ทุกคนเป็นเจ้าของกองทุนการออมแห่งชาติแม้ว่าดำเนินการ โดยรัฐที่จะคอยช่วยเหลือ นี่คือพอยต์ (Point) สำคัญที่จะทำให้เขาได้มีส่วนร่วม ผมไม่แน่ใจ ว่าเพื่อนสมาชิกพูดถึงผลประโยชน์และผลที่เกิดจากเขาได้รับเราจะทำอย่างไรให้เขารู้สึกว่า เขาได้ในส่วนนี้ อันนี้เป็นพอยต์ (Point) สำคัญที่ผมอยากเรียนท่านประธาน เพราะฉะนั้น สมาชิกที่จะไปมีส่วนร่วมผมไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไร ผมดูกรรมการล้วนแล้วแต่ผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ว่าพี่น้องประชาชนที่เป็นชาวไร่ชาวนา เกษตรกร นิสิต นักศึกษาเขาจะมีตัวแทนไว้ ในอนุกรรมการหรือทำงานด้วยได้ไหม มีไหมครับ ก็อยากชี้แจงเพราะว่าอันนี้ก็คือ เป็นช่องทางหนึ่งที่ให้เขารู้สึกว่าเขาได้รับผลประโยชน์จากกองทุนแล้วเขาได้มีส่วนร่วมกับ กองทุนนั่นคือพอยต์ (Point) สำคัญ ผมคิดว่าที่ผมยกตัวอย่างสถาบันการเงินชุมชนมันเป็น เรื่องของประชาชนที่เขาทำการออมขึ้นมาแล้วเขาได้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่เกิด ออมทรัพย์ เพื่อการผลิตก็เหมือนกันที่ผมศึกษามาผมพบว่าการมีส่วนร่วมเป็นเรื่องสำคัญ ตราบใดที่ ทำให้เขาแปลกแยกสมาชิกของท่านก็จะมีไม่มาก ไม่มีทางที่จะเพิ่มมาก ผมจึงเสนอแนะ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานวันนี้ แล้วก็ถ้าเป็นประโยชน์จากข้อเสนอของผม ผมก็ขอบคุณ แต่บางเรื่องอยากแลกเปลี่ยนแล้วก็มีคำถามอย่างที่ผมถาม ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณสมศักดิ์ คุณเงิน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สมศักดิ์ คุณเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเศรษฐกิจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ จากเอกสารรายงานของคุณออม รัฐช่วยออม คุณได้บำนาญ ผมคิดว่าแค่ดูปกของรายงานก็มีเสน่ห์และชวนให้ติดตามว่าในเนื้อในนั้นจะได้มีสิ่งที่จะ ยังประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนของเราในเรื่องบำนาญอย่างไร ผมขออนุญาตสิ่งที่เป็น สาระที่ดีอยู่แล้วขออนุญาตก้าวข้าม แต่อยากขออนุญาตเรียนถามผ่านไปยังท่านเลขาธิการ ถ้าท่านจะได้กรุณาชี้แจง มีคำถามอยู่ที่หน้า ๑๘ หน้า ๑๙ ตามเอกสาร ผู้มีสิทธิสมัครสมาชิก กอช. อายุ ๑๕-๖๐ ปี ประเด็นนี้ขออนุญาตเรียนถามว่าผู้อภิปรายเองคือกระผมอยู่ในวัยของผู้สูงอายุ อายุ ๖๙ ปี ไม่มีสิทธิที่จะสมัครแล้วในกองทุนการออม ก็เลยอยากเรียนถามว่าคนที่อยู่ในวัย ๖๐ ปี ถึง ๗๕ ปีที่ยังเข้มแข็ง ที่ยังแข็งแรง และยังทำงานได้ทำไมปิดโอกาสการเป็นสมาชิกของ กอช. เราจะสามารถที่จะขยายเพดานอายุให้สูงขึ้นกว่านี้ได้หรือไม่ ถ้าได้จะได้เมื่อไร ข้อที่ ๒ หน้า ๑๙ สิทธิประโยชน์หรือเงื่อนไขผู้ที่จะได้รับเงินดำรงชีพหรือบำนาญขั้นต่ำ เดือนละ ๖๐๐ บาทต่อเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการออมของสมาชิก อายุ ๖๐ ปีบริบูรณ์ ได้รับบำนาญเริ่มต้น ๖๐๐ บาทต่อเดือน ผมคิดว่าสิ่งที่ทาง กอช. ทำอยู่นั้นอาจจะสอดคล้อง กับยุคสมัยที่เบี้ยยังชีพ ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๙๐๐ บาท ถ้าหากว่ามันเป็นเช่นนั้น ผมคิดว่า ณ ปัจจุบันเงิน ๖๐๐ บาทจะไม่เป็นแรงจูงใจมากเท่าที่ควรที่จะให้ผู้สนใจมาสมัครเพื่อที่จะ ได้รับสิทธิประโยชน์เมื่อครบกำหนดของเงื่อนไข เพราะฉะนั้นเรื่อง ๖๐๐ บาท แล้วรัฐสมทบ จำนวนตามช่วงชั้นของอายุ ผมคิดว่ามาถึงวันนี้น่าจะถึงจุดเปลี่ยนได้หรือยัง น้อยเกินไปไหม ถ้าน้อยควรที่กำหนดพื้นฐานขั้นต่ำเท่าไร นอกจากนี้การที่เราบอกว่าออมอย่างไรจะได้ บำนาญตลอดชีพ ระยะเวลาในการออมก็จะเป็นเงื่อนไขหนึ่ง จำนวนการออมก็เป็น เงื่อนไขหนึ่ง แต่ในปัจจุบันนี้สภาแห่งนี้ได้เคยให้ความเห็นชอบในหลักการและเหตุผลในการ แก้ไข ในการปรับปรุงบำนาญประชาชนขั้นต่ำให้เท่ากับเส้นแบ่งของความยากจน ซึ่งตัวเลข ก็อยู่ประมาณร่วม ๓,๐๐๐ บาท ก็เป็นที่ไปที่มาถึงพูดว่าบำนาญประชาชน ๓,๐๐๐ บาท จะเป็นคุณประโยชน์อย่างยิ่งถ้าหากว่าเราได้มีการบูรณาการเรื่องของ กอช. เข้ากับทิศทาง เรื่องของบำนาญเท่ากับเบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุ ผมอยากเห็นเสาหลักนี้เป็นเสาหลักที่จะค้ำจุน สังคม โดยเฉพาะสร้างหลักประกันให้กับผู้สูงอายุ และอีกประการหนึ่ง ขออนุญาต นิดเดียวครับท่านประธาน🔗
เชิญเลยครับ🔗
หน้าที่ ๔๗ มีประเด็นน่าสงสัย และมีเรื่องน่าจะติดตามอย่างยิ่งคือว่าบุคคลที่อายุ ๖๐ ปีขึ้นไปทำงานได้ ไม่สามารถสมัคร เป็นสมาชิก กอช. เนื่องจากติดเงื่อนไขด้านอายุ ๔.๓ ล้านคน ติดเงื่อนไขอะไร ติดเงื่อนไข กฎหมาย แล้วทำไมไม่แก้กฎหมาย ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้ยินดีที่จะให้ความร่วมมืออย่างยิ่ง🔗
สุดท้ายหน้าต่อไปคือหน้า ๔๘ อยู่ที่วรรคสามว่าขณะนี้คณะกรรมการกองทุน ออมทรัพย์แห่งชาติให้ศึกษาเพิ่มเติมแนวทางในการศึกษาเรื่องเสนอปรับอัตราเงินสมทบ ในอัตราเดียวกันทุกช่วงอายุ ด้วยความเคารพครับ ไม่ติดขัดอะไร แต่ขออนุญาตเสนอ เพิ่มอีกสักเรื่องได้ไหมครับ ขอเสนอว่ากรุณาศึกษาว่าทำอย่างไร กอช. จะได้มีบำนาญ ในแบบฉบับสมัครใจของ กอช. นี้ให้ได้รับเงินขั้นต่ำเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านเลขาธิการ หรือคณะชี้แจง ผมด้วยความเคารพนะครับ ขอตอบประเด็นที่สมาชิกถามนะครับ ส่วนรายงานนั้นถือว่าเอกสารที่ท่านนำมานั้นสมบูรณ์แล้วครับ ขอเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพทุกท่าน ดิฉัน นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุน การออมแห่งชาติ ต้องขอบคุณท่านผู้อภิปรายทุกท่าน สิ่งที่จะขอตอบเป็นรายบุคคลนะคะ🔗
ขอตอบคำถามท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ตอนปี ๒๕๕๘ ทาง กอช. เปิดให้ ผู้สูงอายุสมัครสมาชิก กอช. ได้ ตอนนั้นอายุเท่าไรก็ได้ แต่ต้องออม ๑๐ ปีออม เพราะฉะนั้น คนอายุเกิน ๖๐ ปีในช่วงเวลานั้นมีอยู่ประมาณแค่แสนกว่าคน เพราะฉะนั้นตัวสมาชิกเอง ตอนนี้คนสูงวัยมีจำนวนน้อยมาก เพราะตอนนี้เราปิดที่ ๖๐ ปีพอดี เพราะฉะนั้นตัวนี้ดิฉัน ก็ไม่มีตัวเลข ถ้าอย่างไรเดี๋ยวจะขอไปรับทำแล้วทำรายการให้ท่านอีกที สำหรับตัวการใช้งาน ของ กอช. จริง ๆ เรามีขั้นตอนในการเข้าถึงเยอะแยะ ตอนนี้ผ่านแอปพลิเคชัน (Application) แล้วก็พอลงพื้นที่เราจะเห็นว่าชาวบ้านก็อย่างที่บอกขาดความเชื่อมั่น แล้วก็ ยังมีความร่วมมือกับธนาคารออมสินและธนาคาร ธ.ก.ส. ออกสมุดออมให้กับสมาชิก เพื่อให้เขามีความมั่นใจ แล้วชาวบ้านเองที่บอกว่าตัวความรู้หรือทางด้านแอปพลิเคชัน (Application) หรือทางการใช้ไอที (IT) อาจจะยังไม่ทั่วถึง เราก็พยายามจะจัดเป็นประเภท ว่าถ้าชาวบ้านก็ใช้สมุด ถ้านักเรียน นักศึกษา หรือคนวัยทำงานก็ใช้แอปพลิเคชัน (Application) อย่างไรก็ตามที่ท่านเป็นห่วงเป็นใยเรื่องไอทีซิเคียวริตี (IT Security) ทางเรา มีอนุไอที (IT) ที่กำกับดูแลอย่างดี เราทำดาต้าเบส (Database) กลัวแฮกเกอร์ (Hacker) เราก็มีการทำดาต้ามาสกิง (Data Masking) เรียบร้อย เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ แล้วเราทำงานโดยมีการควบคุมปลอดภัย แล้วก็การบริหารงานของกองทุนทำเป็นรายบุคคล จะเป็นบัญชีบุคคล ซึ่งเรามีการสร้างระบบงาน ในการลงทุนเองก็ดีเราจะมีระบบคัสโตเดียน (Custodian) มีวิธีตรวจสอบในการทำงานอยู่แล้วค่ะ🔗
ขออนุญาตตอบคำถามท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ต้องขอบพระคุณ ที่ท่านแนะนำนะคะ นโยบายต่าง ๆ เราก็พยายามจะมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง อย่างที่ ท่านเรียนไปแล้วว่าเงินกองทุน กอช. ที่มีน้อยมากเนื่องจากว่าเรามีการจำกัดการออม ก็คือว่า ขั้นต่ำต่อปี ๕๐ บาท สูงสุดต่อปีไม่เกิน ๑๓,๐๐๐ บาทต่อปี เพราะฉะนั้นใครจะมีสตางค์ เท่าไรก็ออมได้ปีละ ๑๓,๐๐๐ บาทเท่านั้นค่ะ🔗
สำหรับท่านผ่องศรี แซ่จึง ขอบพระคุณนะคะ การประชาสัมพันธ์ของเรา ที่หมู่บ้านเราก็มีการทำ ได้มีการสร้างตัวแทนระดับหมู่บ้าน เนื่องจากปัญหาที่ผ่านมาเราก็มี การออกประชาสัมพันธ์สื่อส่วนกลาง ทีวี (TV) หรืออะไรก็ดีก็ยังไม่ถึงชาวบ้าน ถึงจะผ่าน ช่องทางทางเสียงตามสาย หรือประชาสัมพันธ์ของผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เราก็ทำผ่าน กระทรวงมหาดไทยมาแล้วก็ยังไม่ถึง ตอนนี้ก็เลยทำร่วมกับกระทรวงมหาดไทยสร้างตัวแทน หมู่บ้าน ระดับหมู่บ้านเลย ซึ่งตอนนี้เรามีเป้าหมายคือ ๗๐,๐๐๐ กว่าคนทั่วหมู่บ้าน เราทำไป เกือบครึ่งแล้วค่ะ ประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ซึ่งเรามีการลงพื้นที่เกือบจะทุกอาทิตย์ ด้วยซ้ำเพื่อพบปะกับชาวบ้าน เพื่อจะให้เขาไปบอกต่อ เพราะอย่างที่บอกการออม เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ชาวบ้านที่ผ่านมาในช่วงโควิด (COVID) จะเห็นว่าเขาตระหนักแล้วว่า ต้องออม เพราะว่าที่ผ่านมาไม่เคยรู้ว่าจะมีการล็อกดาวน์ (Lockdown) ประเทศ หรือทั่วโลกเลยนะคะ เขาก็บอกว่าจริง ๆ ต่อไปนี้จะต้องมีวินัยในการออม ซึ่งต้องบอกว่า เป็นผลดีนะคะ ถึงไม่มีแต่เขาก็รู้แล้วว่าต้องออมก่อนใช้ค่ะ🔗
สำหรับท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ต้องขอขอบพระคุณที่ท่านเป็นสมาชิก ดิฉัน จะขอนำไปปรับปรุงระบบการทำงานของธนาคารกรุงไทย แต่อย่างไรก็ดีอุปสรรคต่าง ๆ ที่เราทำเราแก้ปัญหามาแล้วค่ะ เนื่องจากว่าเราได้เห็นแล้วว่าประชาชนต้องการแล้วก็ พยายามที่จะทำให้มันครบถ้วน ก็มีแอปพลิเคชัน (Application) มีทั้งสมุดเงินออม อีกทั้งทางใต้ที่น้อยเนื่องจากว่าตอนช่วงที่ผ่านมาจะมีประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลาม เราก็มี การขยายเครือข่ายให้ธนาคารอิสลามแบงก์เป็นตัวแทนของเราด้วยในพื้นที่เพื่อจะให้ทาง ชาวใต้ได้มั่นใจว่าการออมกับ กอช. มันมีอะไร ประโยชน์อย่างไร ซึ่งตอนนี้ก็ลงไปทางใต้ ค่อนข้างเยอะแล้วค่ะ ปีนี้จะดีขึ้นนะคะ🔗
สำหรับท่านสุเนตตา แซ่โก๊ะ ก็ขอบพระคุณนะคะท่านที่เป็นสมาชิก สำหรับ วัยรุ่นเราก็พยายามจะเข้าถึง ก็พยายามลงพื้นที่กับนักเรียน นักศึกษาก็ทำกันอยู่ กับกระทรวง อว. ก็ดี สพฐ. ก็ดี กศน. ก็ดี สช. ก็ดี ทั้งอาชีวะด้วย ปีนี้เราจะพยายามจะให้ นักเรียน นักศึกษาเข้าใจว่าการออมกับ กอช. ดีอย่างไร เพราะ กอช. เองไม่ได้บังคับให้ออม สามารถเว้นได้ จะเว้น ๑๐ ปี ๒๐ ปีได้ เราพยายามลงให้เห็นว่าน้อง ๆ เก็บแต่วันนี้จะมี อนาคตข้างหน้าเพราะเป็นเงินเก็บรัฐบาลดูแลให้ แล้วก็การออมไม่บังคับเลย ปีนี้ ๑๐,๐๐๐ ปีหน้าไม่มี ปีถัดไป ๒๐๐ ก็ได้ เนื่องจากข้อดีคือมีเงินสมทบจากภาครัฐถึงครึ่งหนึ่ง ซึ่งเราพยายามบอกน้องว่าออมวันละบาท ๒ บาท ๕๐ บาทก็ส่งได้แล้ว อันนี้พยายามทำให้ ดีขึ้น แต่เข้าใจว่าน้อง ๆ ยังออมเพื่อการเกษียณยังอีกไกล เราพยายามให้หัดฝึกการออม ไปก่อน ก็พยายามทำเชิงนโยบายนะคะ🔗
สำหรับท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ท่านก็เป็นคนที่อภิปรายได้ทุกปี ก็ขอบพระคุณที่ท่านแนะนำ ตอนนี้เราทำเชื่อมโยงกับกองทุนหมู่บ้าน ปีนี้เราทำเป็นเรื่อง เป็นราวแล้ว เพราะว่าเห็นแล้วว่าที่ท่านแนะนำ เราก็คุยแต่กับ พอช. ก็ดี หรือกับตัวสถาบัน การเงินชุมชนก็ดี ปีนี้มี ๑๐๐ กว่าหน่วยแล้วค่ะ ให้เขาเข้าถึงเข้าใจ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่า อย่างที่ท่านสมศักดิ์เรียนไปแล้วว่าคนอายุ ๖๐ ปีเยอะมากในต่างจังหวัด ก็จะต้องมีการ ปรับปรุง แก้ไข พ.ร.บ. ซึ่งเรามีการเสนอผ่านบอร์ด (Broad) ไปแล้ว จะขยาย ๖๕ ปี ก็กำลัง อยู่ในช่วงที่ดำเนินการ🔗
อีกอันหนึ่งของท่านสมศักดิ์ เรื่องการขยายเพดานอายุก็เรียนไปแล้วว่า เราขอขยายไป ๖๕ ปี ก็อยู่ในขั้นพิจารณาว่าทางกระทรวงการคลังว่าอย่างไร เราจะเข้าสภา ที่นี่อีกครั้งหนึ่ง ขั้นต่ำบำนาญของเรา ๖๐๐ บาทนี่ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่เราพิจารณาเหมือนกัน ว่า ๖๐๐ บาทดูน้อย แต่จริง ๆ ถ้าเขาออมถึงจำนวนเงินเขาไม่ถึง ๘,๐๐๐ บาท ต่อเดือนทีเดียว นี่เราพยายามบอกว่าการออมกับเราออมมากได้มาก ออมน้อยได้น้อย อันนี้ เป็นสิ่งที่เราพยายามรวบรวม สิ่งที่ท่านสภาผู้แทนราษฎรแนะนำเราก็ไปปรับปรุงการทำงาน อยู่เรื่อย ๆ ก็ขอขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ สมาชิก มีอะไรข้องใจสอบถามไหมครับ เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ทางคณะผู้มาชี้แจง ผมกับภรรยาก็ออมทุกปีถึง ๑๐ ปีแล้ว ก็มีคำถามที่ท่านอยากจะ ช่วยตอบหน่อยว่าที่ท่านล็อกไว้ที่สูงสุด ๑๓,๕๐๐ บาท เป็นจากกฎหมายหรือเป็นความตั้งใจ หรือว่าถ้าออมมากกว่านั้นรัฐก็คงไม่เติมให้มากกว่านั้นหรืออย่างไร การเติมผมไปชี้แจง ชาวบ้านเขาบอกว่าออมมันดีเพราะว่าอย่างน้อยรัฐก็เติมเงินให้ในส่วนหนึ่ง อาจจะครึ่ง หรือแล้วแต่ตามช่วงอายุ ตรงนี้พี่น้องประชาชนเขาไม่ค่อยทราบ ท่านเติมให้หน่อยว่าตรงไหน เป็นอย่างไร ออมแล้วช่วงอายุเท่าไร ซึ่งจะได้ขยายต่อไป ข้อที่ ๒ ท่านตั้งใจที่เห็นว่าปี ๒๕๖๖ มีอยู่ ๒.๕๔ ล้านบาท ปี ๒๕๖๗ ๓.๒๗ ล้านบาท ปี ๒๕๖๘ ๓.๖๒ ล้านบาท คือผมเห็นทาง กำนัน ใหญ่บ้าน ทางนั้นเขาก็ไปหาสมาชิกกันนะ แต่ว่าเติบโตช้า ท่านตั้งใจให้มันเติบโตช้า หรือว่าเอาเท่านี้พอ หรือว่าต้องการเติบโตมากกว่านั้น เติบโตมากกว่านั้นมีวิธีการอย่างไร แล้วก็เงินที่ออมพันกว่าล้านบาทเราสามารถที่จะไปตาม พ.ร.บ. ไปหาออกดอกออกผลอะไร ได้ไหม ถ้าออกผลได้มันก็จะมีประโยชน์มากขึ้น สุดท้ายที่เกิดเสียชีวิตแล้วได้เงินคืน รายรับกับรายจ่ายในการคืนจะบาลานซ์ (Balance) มากน้อยแค่ไหน ขอบคุณท่านประธาน🔗
ขอเชิญท่านเลขาธิการครับ🔗
กระผมขออนุญาตท่านประธานครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สมศักดิ์ คุณเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดขอนแก่น พรรคเศรษฐกิจไทย ท่านประธานครับ คำถามนิดเดียว ผมฝากคำถามหนึ่งให้ท่านเลขาธิการ กอช. ได้รับ ไปพิจารณา เพราะผมอ้างอิงว่าสภาแห่งนี้ได้เคยมีมติโดยเอกฉันท์ ให้เราได้พิจารณา เรื่องบำนาญประชาชนขั้นต่ำคือเส้นแบ่งความยากจน ๒,๗๐๐ บาทหรือ ๓,๐๐๐ บาท ก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ฝากทาง กอช. จะได้กรุณารับไปศึกษาเรื่องนี้เพื่อให้มันเป็น เรียกว่าเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งที่จะเสนอให้กับประชาชนคนที่จะมาเป็นสมาชิก กอช. ให้มีแรงจูงใจว่าโดยเงื่อนไขนี้ อายุขนาดนี้จ่ายเงื่อนไขเวลาเท่านี้จำนวนเงินเท่านี้ แล้วเมื่ออายุครบ ๗๕ ปี หรือ ๗๐ ปี มีสิทธิที่จะได้รับบำนาญ ๓,๐๐๐ บาท ถ้าหากว่าเรามีผลิตภัณฑ์ตัวนี้ออกมาผมเชื่อว่ามันจะ เป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำให้ กอช. ได้รับความสนใจ แล้วก็ตอบโจทย์ในสิ่งที่ว่าจำนวนมันน้อย มันไม่น่าสนใจเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ก็แล้วแต่ศักยภาพของคนที่สมัครเป็นสมาชิกจะเลือกในการที่จะ ดำเนินการสมัครในส่วนใด กระผมเพียงขออนุญาตฝากไปเพื่อศึกษาในกรณีนี้ด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณท่านสมศักดิ์ ท่านเลขาธิการมีอะไรเพิ่มเติมเชิญเลยครับ🔗
ขอบพระคุณค่ะ กราบเรียนท่านประธานสภา แล้วก็ท่านสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร ท่านจาตุรงค์นะคะ ขอตอบคำถามท่าน จริง ๆ เราต้องการมีสมาชิก ๑๕ ล้านคนตอนสภาปฏิรูป แต่ด้วยความที่อย่างที่บอกว่าการออมของประชาชนอย่างที่บอก เขาไม่ค่อยได้ใส่ใจการออม เราก็พยายามทำให้เข้าถึงเข้าใจการออม ซึ่งเรามีเป้าหมาย พอสมควร แต่ที่ผ่านมาเจอภาวะโควิด (COVID) มา ๒ ปี เราก็ได้มีการลงพื้นที่ มีทั้งออนไลน์ (Online) ออฟไลน์ (Offline) ชาวบ้านรู้แล้วว่าต้องออมเพื่อการเกษียณ จริง ๆ เราตั้งใจอย่างมากเลยทำงานนี่ต้องบอกว่าเพื่อสังคมจริง ๆ เพราะเห็นแล้วเขาไม่รู้เลย ว่าเขาแก่แล้วจะใช้อะไร อันนี้คือชาวบ้านนะคะ ส่วนที่ ๒ คือเรื่องการที่จะเพิ่มวงเงิน เราต้องแก้กฎกระทรวงค่ะ ซึ่งตอนนี้ทางกรรมการเองมีการเสนอปรับจาก ๑๓,๐๐๐ บาท เป็น ๓๐,๐๐๐ บาท สมทบอัตราที่ ๑,๘๐๐ บาท ตอนนี้อยู่ในช่วงเสนอขั้นตอนอยู่ เพราะจะให้ประชาชนอย่างที่บอก อย่างที่ท่านสมศักดิ์เรียนอยากให้มีบำนาญมากขึ้นจาก ๘,๐๐๐ บาท ให้เป็นหมื่นกว่าบาทด้วยซ้ำ อันนี้เป็นสิ่งที่เราพิจารณา สำหรับขั้นต่ำของ ท่านสมศักดิ์ดิฉันจะขอรับไปพิจารณาเพื่อจะเรียนคณะกรรมการพิจารณาอีกทีค่ะ ขอบพระคุณท่านสมาชิกที่ให้คำแนะนำจะนำทุกอย่างไปปรับปรุงในปีหน้าค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิกไม่มีอะไรที่จะซักถามเพิ่มเติมนะครับ ท่านนายแพทย์ประสงค์ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จากจังหวัดนครพนม ผมมีเรื่องที่จะเรียนอภิปรายสักเล็กน้อยที่เกี่ยวกับ กองทุนการออมแห่งชาติ จากที่กระผมฟังอยู่น่าสนับสนุนทุกอย่าง ทุกอย่างทำได้ดีน่าชมเชย แต่มีเรื่องบางอย่างที่เป็นเรื่องเร่งด่วนและกองทุนการออมแห่งชาตินั้นลงสุดท้ายว่า เป็นบำนาญ ซึ่งความจริงก็ไม่ใช่บำนาญนะครับ ที่เดือดร้อนในขณะนี้จะให้คนที่อายุมาก ๆ ขณะนี้ ผู้สูงอายุจะถอยหลังไปอีก ๒๐ ปี เพื่อทำกองทุนการออมแห่งชาตินั้นคงจะเป็นไป ไม่ได้ แต่บุคคลเหล่านี้ในขณะนี้ผู้สูงอายุเหล่านี้เป็นผู้ที่เดือดร้อนอย่างมาก ถอยหลังไป เมื่อประมาณ ๓๐ ปี ผมมีโอกาสดูแลในฐานะรัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรีดูแลเยาวชน เด็ก และผู้ชราภาพ ตอนนั้นผมจำได้ว่ามีโอกาสที่จะสนับสนุนเด็กเล็ก ๆ ๒,๐๐๐ บาทต่อเดือน ในจังหวัดของผมก็ได้นำเงินนี้ให้เด็กคนนั้น เด็กนั้นไปเลี้ยงแม่ของเขา ยายของเขาด้วยซ้ำ ยายมีความสุขมาก ขณะนี้ปัญหาเหล่านี้ยังไม่หมดครับ ผู้เฒ่า ผู้สูงอายุเหล่านี้อยู่ตาม ต่างจังหวัดทั่วไป และเป็นวัยที่ลูกหลานไปทำงาน เมื่อทำงานแล้วก็ปรากฏว่าต้องมาเลี้ยงลูก เกิดลูกอีก ลูกหลานก็เอาไปให้คุณตา คุณยาย คุณปู่ คุณย่าเลี้ยง ปัญหาเหล่านี้มีอยู่ทั่วไป ความทุกข์ยากเกิดขึ้นมาก บำนาญหรือว่ากองทุนบำเหน็จบำนาญ ไม่ทันครับ ผมได้ยินคำว่า บำนาญ ก็เป็นส่วนที่รัฐบาลจะต้องช่วยเหลือเรื่องนี้ จะต้องแก้ไขเรื่องนี้ให้ได้ โดยเอาเป็น งานด่วนเลยว่าจะต้องมีบำนาญที่เป็นบำนาญของเขา บำนาญประชาชน ท่านประธานครับ ผมมีตัวเลขบางอย่างให้ท่านประธานดู ขณะนี้ประชาชน ๔๘.๘ ล้านคน อาศัยบัตรทองหรือบัตรที่เรียกว่าบัตร ๓๐ บาท ๔๘.๘ ล้านคน ข้าราชการ ๔.๙๗ ล้านคนก็ได้เงินทองรักษาพยาบาลจากข้าราชการ ประกันสังคมมีอยู่ ๒๔.๔๗ ล้านคน เหล่านี้ก็ได้เงินทองกลับมาเป็นบำเหน็จบำนาญทั้งนั้นเลย แต่คน ๔๘.๘ ล้านคน ไม่ได้อะไรนะครับ เขาได้บัตรทอง บัตรรักษา นั่นคือการรักษาพยาบาล แต่อย่างอื่นเขาไม่มี ๔๘.๘ ล้านคน เสียภาษีครับ ภาษีที่ชัดเจนคือภาษีแวต (VAT) ๗ เปอร์เซ็นต์นี่แหละปี ๆ หนึ่ง ประมาณ ๒ ล้านล้านบาท งบประมาณของเรา ๓ ล้านกว่าบาท ทุกคนเสียภาษีหมด คนเหล่านี้ต้องมีสิทธิในการที่เมื่อเขาถึงเวลาแล้วเขาควรจะได้รับเงินคืน เมื่อเขาเสียภาษีแล้ว ต้องได้รับเงินคืน ฉะนั้นการมีบำนาญให้บุคคลเหล่านี้จึงมีความจำเป็นมาก ทีนี้ ๘.๘ ล้านคน ไม่ใช่ต้องเสียหมด เพราะปรากฏว่าก็มีประมาณ ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๑๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่คนอายุเกิน ๖๕ ปี หรือ ๖๐ ปี ตามที่คิดไว้ ไม่มากมายครับ ท่านต่าง ๆ เหล่านี้ท่านก็ควร จะได้รับเงินของท่านคืน เพราะท่านได้เสียภาษี ท่านได้ทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ประมง ที่ไม่ได้รับราชการท่านก็เสียภาษีไปหมดแล้ว เงินเหล่านี้ต้องคืนท่าน ต้องกลับมาคืนครับ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่เร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องคิดถึงเรื่องนี้ให้หนัก เอาคืนเขาในรูปของบำนาญประชาชนครับ วันละ ๑๐๐ บาท เดือนละ ๓,๐๐๐ บาท ไม่มากมายอะไรเลย ตกไปประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้าน ต่อเดือนเท่านั้นเองตามที่คนอยู่ขณะนี้ คือหมายความว่า ๔๘ ล้านคน ไม่ได้เสียทั้งหมด ไม่ต้องไปให้เงินเขาทั้งหมดได้เดือนละ ๓,๐๐๐ คน หมายความว่าคนที่อายุ ๖๕ ปี ที่จะต้อง ได้บำเหน็จบำนาญเหมือนข้าราชการเขาจะได้เงินจำนวนนี้ แล้วเช่นเดียวกันผู้ที่ทำงานขณะนี้ ๔๘.๘ ล้านคน หนุ่มสาวที่ไม่ได้เป็นชาวนา ชาวไร่ เขาก็อาจจะทำการค้า ทำธุรกิจอะไร ก็แล้วแต่ เขาร่ำรวย เสียภาษีมาก เพราะฉะนั้นเขาควรจะได้ ๓,๐๐๐ บาท บวก ๆ ไปแล้วแต่ แต่แน่นอนชาวนา ชาวไร่ เกษตรกรทั้งหลายที่เสียภาษีแต่ท่านก็ทำงานหาเงินให้ ให้พี่น้อง ประชาชนปลูกข้าวให้เรากิน ทำมาตลอด เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องเหล่านี้ขอให้เป็นจริงเป็นจังสักที เรารอไม่ได้ครับเรื่องนี้ เพราะขณะนี้ผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้ชรา ทั้งหลายเดือดร้อนจริง ๆ จะรอกองทุนที่จะออมนี่มันถอยหลังมาก ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ จะชี้แจง ก็ได้นะครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็จะขอรับไว้ไปพิจารณา คณะกรรมการ เพื่อจะหารือเรื่องนี้ ซึ่งจริง ๆ ทางเราเองก็เห็นด้วยว่าตอนนี้คือบำนาญ ประชาชนก็ควรจะต้องมีจาก กอช. แต่ว่าจะปรับอะไร อย่างไรก็จะขอรับไว้ไปพิจารณานะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณคณะผู้มาชี้แจง ทุกท่านเลยนะครับ เราได้รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๔ ของกองทุนการออมแห่งชาติ แล้วครับ ขอบคุณครับ🔗
๒.๙ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๔ ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ ขอเลื่อนนะครับ🔗
๒.๑๐ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๔ ศาลรัฐธรรมนูญ ขอเลื่อน🔗
๒.๑๑ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำหรับ ปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (เรื่องตามระเบียบวาระหมายเลข ๒.๗-๒.๑๑ ค้างมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพฤหัสบดีที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๕)🔗
พร้อมมาชี้แจงนะครับ ขอเชิญเพื่อนสมาชิกที่มีความประสงค์ที่จะอภิปรายก็ส่งชื่อมา ส่วนผู้ที่มาร่วมให้ข้อมูลชี้แจง มีดังต่อไปนี้ครับ นายพรชัย จำรูญพานิชย์กุล รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน นางศิริเกษ วาทยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบการเงินและบริหารพัสดุที่ ๑๘ นางสาววารุณี โกศลศิริกุล นางสาวศิริพร ใสสะอาด นางหรรษา บุญรัตน์ นางสาวจิราภรณ์ ทองคำวัฒนะ นางสาวสุกัญญา ต้นสายเพชร ขอเชิญนะครับ🔗
สมาชิกที่ส่งชื่อมาแล้ว ขอเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ รายงานฉบับนี้ถ้าไม่พูดก็ไม่ได้ครับ เพราะว่าอุตส่าห์นั่งรอ ๕ นาทีก็ได้ครับ แล้วรายงาน ผมก็จะนั่งรอ เพราะวันนี้เป็นวันที่จะต้องพูดครับ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและ รายงานการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ และรายงานการประเมินผลการ ใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ของสำนักงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คำถามอย่างนี้ครับ ในรายงานการตรวจเงินแผ่นดินนั้น ผมอ่านมันมีหมายเหตุ ๑๓ ไม่ปรากฏอยู่ในรายละเอียดของบัญชี แต่มีรายละเอียดว่า หมายเหตุ ๑๓ คืออะไร หมายความว่าคือทางการบัญชี งบดุลทางการเงิน จะต้องแสดง อย่างน้อยก็แปะไว้ตรงคำว่าหมายเหตุประกอบตรงนั้นก็ยังดี แต่ไม่มีครับ แต่มีรายละเอียดว่า หมายเหตุ ๑๓ คือหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีคดี ที่ถูกฟ้องร้องค่าเสียหายไป ๓ คดี มูลค่า ๔,๓๒๑,๘๒๘.๒๓ บาท เป็น ๓ คดีอยู่ที่ศาลปกครอง รายละเอียดทั้ง ๓ คดีขอให้ช่วยชี้แจงด้วยว่ามันจะเป็นหนี้แน่ ๆ มีทางชนะหรือเปล่า หรือแพ้ เพราะเป็นหนี้ที่เกี่ยวกับเรื่องค่าเสียหาย โดยเฉพาะเรื่องการบอกเลิกจ้างการปรับปรุง ศูนย์สารสนเทศของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมไปอ่านเจอตรงนี้หมายเหตุ ๑๔ มันเป็นความบาดลึกของความรู้สึก คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นหน่วยรับ งบประมาณตามรัฐธรรมนูญที่บอกว่าจะต้องเป็นอิสระ เพราะรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ให้อำนาจคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไว้ เปิดหน้า ๑๖ รายได้จากงบกลาง งบกลางครับ ปี ๒๕๖๔ ๓๓,๓๖๒,๕๕๙.๘๘ บาท ปี ๒๕๖๓ ๓๒,๐๓๓,๖๔๒.๗๙ บาท ใครอนุมัติให้ นี่คือคำถามครับท่านประธาน เอามาได้อย่างไร ใช้อำนาจของ พ.ร.ป. ข้อไหน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติปรากฏอยู่ในอำนาจหน้าที่ของรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ มาตรา ๒๔๖ มาตรา ๒๔๗ ในส่วนที่ ๖ ผมเปิดดู พ.ร.ป. ครับ พ.ร.ป. เขียนไว้ในมาตรา ที่เกี่ยวกับเรื่องงบประมาณ มาตรา ๕๖ ให้คณะกรรมการเสนองบประมาณรายจ่ายที่รัฐบาล จัดสรรเป็นเงินอุดหนุนคณะกรรมการและสำนักงานในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปี บลา บลา บลา (Blah Blah Blah) ก็คือขอตามปกติ แต่ในกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่างบประมาณรายจ่ายที่จัดสรรให้ ไม่เพียงพอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเสนอขอแปรญัตติคณะกรรมการ พิจารณางบประมาณของสภาผู้แทนได้โดยตรง วรรคสองของมาตรานี้ ของ พ.ร.ป. นี้ตรงกับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๑ วรรคสอง และตรงกับ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง มาตรา ๒๓ เช่นเดียวกัน นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจอะไรเอางบกลางมาจ่ายให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติเพื่อใช้จ่าย ทั้ง ๆ ที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะต้องมีความเป็นกลาง ในการตัดสิน มีความเป็นเอกอุที่ไม่ขึ้นตรงต่อใคร ท่านดูสิว่าในอำนาจหน้าที่ก็บอกแล้ว แล้วตัวองค์อำนาจคือเป็นหน่วย ตามรัฐธรรมนูญที่เป็นอิสระ ผมจึงเป็นคำถามว่า ใช้ข้อกฎหมายอะไรในการรับเงินที่เป็นรายได้งบกลางทั้ง ๒ ปีที่ผ่านมา ผมไม่รู้ ปี ๒๕๖๒ พอดีผมอ่านเจอผมเลยเป็นคำถามครับ นี่คือคำถามสำคัญที่นายกรัฐมนตรีเอางบกลางมาจ่าย ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๓๓ ล้านบาท ๓๒ ล้านบาท ที่ผ่านมาต้องตอบ ผมครับ🔗
สมาชิกมีอะไรที่จะ สอบถามเพิ่มเติมไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีเพิ่มเติมก็จะให้ ผู้ชี้แจงได้ชี้แจง ด้วยความเคารพผู้ชี้แจงเอาเฉพาะประเด็นเรื่องที่สมาชิกได้ถามนะครับ ขอเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ในคำถามที่ท่าน ได้กรุณามีข้อสงสัยผมขออนุญาตนำกราบเรียนอย่างนี้นะครับ🔗
ประการแรก ในเรื่องของหมายเหตุ ๑๓ อันนี้เรายังไม่ได้ลงในรายงานการเงิน เนื่องจากยังไม่ทราบว่าคดีนี้จะแพ้หรือจะชนะ อันนี้เป็นประมาณการที่เขาเรียกร้อง ค่าเสียหายอยู่ ในส่วนของหมายเหตุ ๑๔ ที่ท่านได้กรุณาสอบถามเรื่องของงบกลาง ในงบประมาณรายรับที่ทางหน่วยงานสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้รับจะรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลมาก็จะเป็นเงินอยู่ ๓ ประเภท ที่ขอจะเป็นเรื่องของ รายจ่ายบุคลากรแล้วก็รายจ่ายเรื่องดำเนินงาน ประเภทที่ ๓ คือรายจ่ายเรื่องการลงทุน หรือครุภัณฑ์ สิ่งก่อสร้าง ที่ดิน ส่วนงบกลางไม่ได้หมายความถึงงบกลางที่ตั้งในงบประมาณ รายจ่ายประจำปีแล้วก็มีการเบิกจ่าย เพียงแต่งบกลางที่เบิกจ่ายจะเป็นงบที่เบิก ค่ารักษาพยาบาลจากรัฐบาล ซึ่งทุกส่วนราชการก็จะต้องเบิกในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล จากงบตรงนี้ของกรมบัญชีกลางตั้งไว้ อันนี้เป็นการใช้จ่ายเรื่องของค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น ไม่ได้หมายถึงเป็นการเอางบกลางที่อนุมัติมาจากทางรัฐบาลมาใช้ ขออนุญาตกราบเรียน ให้ท่านได้รับทราบ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการมีอะไรสอบถามไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีก็ถือว่าเราได้ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้ว ต้องขอขอบคุณ ท่านผู้มาชี้แจงทุกท่านนะครับ ขอชมเอกสารประหยัดดีครับ🔗
๒.๑๒ รับทราบรายงานประจำปีกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจ ฐานรากและสังคมปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ (ค้างมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕) ขอเลื่อน🔗
๒.๑๓ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานป้องกันและ ปราบปรามการฟอกเงิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ขอเลื่อน🔗
๒.๑๔ รับทราบรายงานการโอนงบประมาณรายจ่ายตามพระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ คนที่ทำเกิดความเสียหายคือกองทัพเรือครับ กองทัพเรือตั้งงบประมาณเพื่อจ่าย ผมไม่รู้ว่า จ่ายใคร ๒๔๐ ล้านบาทเศษ จะจ่ายใคร แต่ในนี้ให้เหตุผลว่าการบรรจุอัตราไม่เป็นไป ตามแผน แผนอะไรครับที่บรรจุอัตราคนถึงใช้เงินค่าบุคลากร ๒๔๐ ล้านบาท ชี้แจงด้วยครับ กระทรวงการคลัง และประเด็นคือการโอนไปก็อยู่ในหน่วยของกระทรวงกลาโหมเช่นเดียวกัน หน่วยที่รับ ๓ หน่วย ที่หน่วยรับหนักที่สุดคือกองทัพไทยครับ รับไป ๑๓๙ ล้านบาทเศษ รองลงมาก็คือกองทัพบกรับไป ๕๔ ล้านบาทเศษ ถัดไปก็คือสำนักงานปลัด ๔๕ ล้านบาทเศษ เหตุผลตรงนี้ครับ มีการแต่งตั้งพนักงานราชการ จำนวนเท่าไรช่วยขอรายละเอียดด้วยครับ ทั้ง ๓ หน่วย เดี๋ยวนี้ทหารเปลี่ยนวิธีรูปแบบครับ ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ แต่นี่ไม่ใช่ พนักงาน ข้าราชการทหารรูปแบบใหม่ ไม่ต้องแต่งตั้งทหารครับ ยังมีพนักงานข้าราชการมาแทน แล้วจะเพิ่มเป็นดอกเห็ดใน ๓ ไอเท็ม (Item) นี้ ดูสิว่าปีนี้เท่าไร ทั้งหมด ๒๔๐ ล้านบาท ช่วยชี้แจงด้วยว่ามีพนักงานเท่าไรที่เพิ่มในอัตรา และมีคนครองเท่าไร นั่นคือตัวเลขที่น่าสงสัย ที่สุดว่าอนาคตกองทัพไทยจะไม่มีข้าราชการที่เป็นข้าราชการทหาร แต่จะแปรรูปเป็น พนักงานราชการทหาร รับเงินเดือนเฉกเช่นเดียวกับข้าราชการใช่หรือไม่ ตอบคำถามผมด้วย เจ้าหน้าที่ครับ ในการโอนงบประมาณรายการที่ ๓ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญ ดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เรื่องของการรายงานฉบับนี้ก็เป็นไปตาม พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ ซึ่งให้มีการรายงานเฉพาะเรื่องของงบกลาง งบบูรณาการและงบบุคลากร แท้ที่จริงแล้ว ในงบประมาณยังมีหมวดอื่นที่มีความสำคัญมากกว่าก็คืองบลงทุน งบดำเนินงาน และเงินอุดหนุนต่าง ๆ ซึ่งเผอิญ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ ปี ๒๕๖๑ มาตรา ๕๑ ไม่ได้ระบุ ให้มีการมารายงานต่อสภา แต่ก็จะเป็นสิ่งที่พวกเราในฐานะตัวแทนประชาชนคงต้องให้ ความสนใจ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดสำนักงบประมาณจะกรุณาให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยก็จะ ขอบคุณมากเรื่องของการโอนงบประมาณรายจ่าย ทีนี้ในการโอนงบประมาณครั้งนี้ จริง ๆ แล้วมีเฉพาะ ๓ รายการคือเรื่องของบุคลากร บูรณาการ แล้วก็งบกลาง ๒ รายการแรกคือบุคลากรและบูรณาการผมจะไม่พูดถึง จะขอพูดถึงเฉพาะงบกลาง ช่วยฉายสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ🔗
งบประมาณในปี ๒๕๖๕ มียอด ๓.๑ ล้านล้านบาท แล้วก็มีงบกลางอยู่ประมาณ ๕๘๗,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่ามีงบของบำเหน็จ บำนาญ เบี้ยหวัดประมาณ ๓๑๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของ งบประมาณรายจ่ายประจำปี แล้วก็มีการโอนครั้งนี้เพิ่มให้อีก ๕,๒๙๖ ล้านบาท ซึ่งอาจจะ ดูไม่มาก แต่ถ้าท่านดูย้อนหลังไปถึงปี ๒๕๔๑ เปรียบเทียบกับที่ท่านประธานสมัยนั้น เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๒ งบประมาณรายจ่ายเรามีประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีงบกลางอยู่ ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็มีเบี้ยหวัดอยู่ ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท เบี้ยหวัดเป็น สัดส่วนของงบประมาณอยู่ที่ประมาณ ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ ณ บัดนี้ปี ๒๕๖๕ เบี้ยหวัด เป็นสัดส่วนถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งถือว่ามีการเพิ่มขึ้นมาก ถึงกว่า ๓ เท่าตัว แล้วก็เป็นการสอดคล้องกับงบกลางที่เพิ่มขึ้น เป็นรายการที่ใหญ่ที่สุด ในงบกลาง แท้ที่จริงแล้วเรื่องของการโอนเบี้ยหวัดบำนาญไม่ใช่หน้าที่ของสำนักงบประมาณ โดยตรง เป็นของกรมบัญชีกลางที่ดูแลการจ่ายงวดหนี้ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วครั้งหน้าน่าจะ มีคนจากกรมบัญชีกลางมาชี้แจงเรื่องนี้ว่าท่านมีการบริหารจัดการเรื่องของงบเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญอย่างไร มีการดูแลไม่ให้มีการรั่วไหลหรือมีการทำที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบ อะไรหรือไม่ งานนี้ไม่ใช่งานของสำนักงบแต่เป็นงานของกรมบัญชีกลาง ผมคิดว่าถ้าเรา ไม่ดูแลการจ่ายในลักษณะนี้ก็จะทำให้งบประมาณเราต่อไปจะมีปัญหามากขึ้น คือยอดเงิน ของงบประมาณจะถูกกินโดยค่าใช้จ่ายลักษณะนี้ เช่นเดียวกันงบรักษาพยาบาลมีอยู่ ๗๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่ามีไม่พอใช้จ่ายท่านก็เลยโอนมาอีก ๙,๐๕๐ ล้านบาท ก็คือโอนเกินกว่า ๑๒ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นอีก สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงถ้าหากเราไม่มีการดูแลงบเหล่านี้มันก็จะบานเหมือนกับ งบเบี้ยหวัดบำนาญ ก็เช่นเดียวกันงานลักษณะนี้เป็นงานของกรมบัญชีกลาง เพราะฉะนั้น ผมไม่หวังจะให้ทางสำนักงบประมาณตอบนะครับ จริง ๆ แล้วต้องขออนุญาตให้ส่งผ่านไปยัง กรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลังให้ช่วยดูแลการใช้จ่ายงบเหล่านี้ว่าต้องอยู่ในกรอบ ที่เหมาะสม มิฉะนั้นแล้วเราก็จะไม่มีเงินเหลือสำหรับการลงทุนหรือการใช้จ่ายอื่นที่เรา มีความจำเป็น เพราะฉะนั้นการใช้จ่ายที่ต้องมีการใช้งบกลางถึง ๑๔,๖๐๐ ล้านบาทครั้งนี้ ก็อยากจะขอสอบถามทางสำนักงบประมาณว่ามีการใช้เงินคงคลังหรือไม่ พูดง่าย ๆ ก็คือว่า งบกลางที่ตั้งไว้ในงบประมาณประจำปีถึง ๕๘๗,๐๐๐ ล้านบาท มีเหลืออยู่หรือเปล่า หรือถ้าไม่เหลือในปี ๒๕๖๕ ที่สิ้นสุดไปแล้วท่านได้มีการใช้เงินคงคลังไปแค่ไหน แล้วก็ เงินคงคลังที่ใช้ก็คงจะต้องมีการมาตั้งในงบประมาณปี ๒๕๖๗ ต่อไป อันนี้ก็จะเป็นภาระ ในอนาคตข้างหน้าที่มีการตั้งงบประมาณเหล่านี้ต่ำไป🔗
สุดท้าย กลับมาถึงสำนักงบประมาณว่าเหตุใดท่านจึงประเมินการใช้จ่าย ส่วนนี้ต่ำเกินไปจนต้องมีการมาโอนย้ายงบประมาณจากงบกลาง ผมมองว่าอันนี้จะเป็น บทเรียน ผมเคยอภิปรายในสภาแล้วว่าในการนำเสนองบกลางท่านต้องแจกแจงรายละเอียด เพื่อจะได้ช่วยกันตรวจสอบ แต่ท่านให้กระดาษมาแผ่นเดียวแต่ว่ามีการใช้จ่ายถึง ๕๘๗,๐๐๐ ล้านบาท โดยที่ไม่มีรายละเอียดให้สภาได้ดู เราก็ไม่สามารถช่วยท่านตรวจสอบ ได้ว่าที่ตั้งมานี้เหมาะสมหรือไม่ แล้วก็นำไปสู่การที่เรามีการโอนเงินลักษณะนี้เกิดขึ้น ขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม คารม นิดเดียวครับ ไม่ได้ใส่ชื่อไว้แต่เนื่องจากต้องการสอบถามครับ🔗
ได้ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ต่อรายงานการโอนงบประมาณรายจ่ายตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๑ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ก็ต้องเรียนว่าไม่ได้ชำนาญในการดูเรื่องการโอน งบประมาณ แต่พอได้รับเอกสารเพิ่งจะทราบ จริง ๆ ก็มีอยู่นานเนื่องจากวาระนี้เราจะ ไม่ส่งก่อนก็ค่อย ๆ ดู ผมมีข้อสงสัยและคิดว่าน่าจะเป็นการสอบถามอยู่ในกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ช่วงหลังผมเริ่มเข้าไปศึกษาไปดูรายละเอียด ในการรับสมัครงาน ในกระทรวงนี้มีกรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แล้วก็ มีเกี่ยวข้องในเรื่องที่เด็กพิการต้องการทำงาน อันนี้อยู่ในหน้า ๓๓ มีการโอนงบประมาณออก ๑,๔๐๗,๘๐๐ บาท แล้วก็รับโอนตามจำนวนนั้น แต่ในประเด็นเหตุผลที่คำชี้แจงให้เหตุผลว่า งบประมาณรายจ่ายบุคลากรไม่เพียงพอเนื่องจากการบรรจุพนักงานราชการเพิ่ม ๙๒ อัตรา สอบถามสั้น ๆ ตามลักษณะผมที่คิดว่ามันมีข้อที่เขาพูดกันกระทรวงนี้ใช้เส้นใช้สายเยอะ ผมก็เลยสงสัยว่าอัตราบุคคลที่เพิ่มเข้ามาถึง ๙๒ อัตรา ไม่อยู่ในกรอบเดิมที่ของบประมาณ ทำไมต้องมีการมาโอนงบประมาณถึง ๙๒ อัตรา ถึงแม้จะเป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่ผมคิดว่า บางทีเลือกปฏิบัติหรือเปล่าหรือโอนงบประมาณด้วยความจำเป็นอะไรถึงมาเพิ่มพนักงาน ระหว่างปี จึงต้องเพิ่มมาถึง ๙๒ อัตรา อันนี้เป็นคำถามที่จะต้องตรวจสอบแล้วก็ให้สังคม เขาเข้าใจ เพราะอันนี้เป็นเรื่องรายละเอียดและเป็นเรื่องความโปร่งใสของการจ้างคน เข้าทำงานของกระทรวงนี้ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานในประเด็นเดียวผ่านไปยัง ผู้มาชี้แจงว่าเพราะเหตุผลอะไรจึงต้องโอนมาถึง ๙๒ อัตรา เป็นอัตราอะไร มีรายละเอียด อย่างไร ขอบคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิกมีผู้ใดประสงค์จะสอบถามเพิ่มเติมไหมก่อนที่จะชี้แจง🔗
ถ้าไม่มีก็ขอเชิญท่านรอง สมมิตร โตรักตระกูล ขอเชิญจะชี้แจงเองหรือจะให้ผู้ใดชี้แจงเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ผม นายสมมิตร🔗
ท่านครับ เสียงไม่ค่อยดัง อยู่ใกล้ ๆ ไมโครโฟนหน่อยครับ🔗
ผม นายสมมิตร โตรักตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ขออนุญาตเรียนชี้แจงนะครับ ตอบข้อซักถามของท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ในเรื่องเกี่ยวกับงบบุคลากร ในส่วนนี้ ขออนุญาตนำเรียนว่าในการโอนระหว่างรายการของงบบุคลากรรายจ่ายระหว่างหน่วยรับ งบประมาณนี้ ในปี ๒๕๖๕ ในส่วนนี้สำนักงบประมาณก็ได้ดูหลักเกณฑ์แล้วก็มีสาเหตุ ประเด็นหลัก ๆ สืบเนื่องจากการโอน ย้าย ตาย ลาออก ของอัตรากำลังระหว่างปีงบประมาณ บางหน่วยรับงบประมาณมีการสรรหาและบรรจุอัตรากำลังล่าช้า ไม่เป็นไปตามแผน ที่กำหนดไว้ การปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของนายจ้างนะครับ ตามมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus corona 2019) รวมทั้งมีการเบิกจ่ายค่าเช่าบ้านลดลง เนื่องจากบางหน่วยรับ งบประมาณมีจำนวนข้าราชการผู้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านลดลง ซึ่งในการนี้ในส่วนของ กองทัพเรือที่ท่านสุพิศาลได้กรุณาถามนะครับ ก็คือมีการโอนออกประมาณ ๒๔๐ ล้านบาท เนื่องจากในประเด็นตรงนี้ก็คือการสรรหาคัดเลือกและบรรจุอัตราไม่เป็นไปตามแผนการ ดำเนินงานที่กำหนดไว้ รวมทั้งการลาออกของลูกจ้างประจำระหว่างปีงบประมาณ ซึ่งประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งอยู่ในการเกณฑ์ที่สำนักงบประมาณตรวจสอบว่าเข้าข่ายแล้วก็ มีเงินเหลือที่สามารถโอนออกไปได้ ส่วนประเด็นของการรับโอนงบบุคลากรให้กับ ๑๒ กระทรวง ๓๔ หน่วยงาน เป็นเงิน ๓๗๐ ล้านบาท ซึ่งมีหลักเกณฑ์เช่นเดียวกันก็คือ ๑. มีการบรรจุอัตราว่าง อัตราใหม่ มีการรับโอนอัตราระหว่างปีงบประมาณ ๒. ก็คือ การแต่งตั้งข้าราชการให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ค่าตอบแทนระหว่างปีงบประมาณ ๓. ก็คือมีค่าตอบแทนพิเศษเพิ่มขึ้น เช่น ค่าตอบแทนพิเศษ เงินเดือนเต็มขั้น ค่าตอบแทน พิเศษสำหรับกำลังคนด้านสาธารณสุข เงินเพิ่มพิเศษสำหรับผู้มีเหตุพิเศษ ๔. ก็คือการปรับ อัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะการโอน ย้ายข้าราชการประจำสำนักงานในต่างประเทศ ๕. บางหน่วยรับงบประมาณมีข้าราชการได้รับสิทธิค่าเช่าบ้านเพิ่มขึ้นระหว่างปีงบประมาณ รวมทั้งในประเด็นสุดท้ายก็คือมีเรื่องของการตกเบิกเงินประจำตำแหน่งทางวิชาการ ซึ่งก็จะมีค่าตอบแทนตามสิทธิต่าง ๆ หน่วยรับงบประมาณพวกนี้ตามที่ท่านสุพิศาลได้กรุณา ถามนะครับ ก็จะมีหน่วยรับก็คือกองบัญชาการทัพไทยเนื่องจากมีการโอนข้าราชการ มีบรรจุพนักงานระหว่างปีงบประมาณ ในประเด็นแรกผมขออนุญาตนำชี้แจงนะครับ🔗
สำหรับท่านที่ ๒ ที่อาจารย์พิสิฐได้กรุณาซักถามก็คือว่าในเรื่องของ งบบำเหน็จบำนาญและค่ารักษาพยาบาลทำไมเพิ่มขึ้นสูงทุกปี แล้วก็สำนักงบประมาณ ใช้เกณฑ์อย่างไร ผมขออนุญาตเรียนข้อเท็จจริงว่าจริง ๆ ในการตั้งงบประมาณแต่ละปี มันเป็นการประมาณล่วงหน้า ๑ ปี เพราะฉะนั้นในส่วนของบำเหน็จบำนาญขึ้นอยู่กับสิทธิ ของแต่ละบุคคล เช่น การเกษียณในแต่ละปีเราอาจจะประมาณการได้ว่าเขาจะเกษียณกัน จำนวนประมาณเท่าไร แต่อย่างไรก็ตามสิทธิแต่ละส่วนบุคคลที่จะได้รับมันแตกต่างกัน เช่น ผู้ได้รับสิทธิจะเลือกบำเหน็จหรือบำนาญซึ่งเกณฑ์ก็ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับอายุราชการ หรือว่าอัตราเงินเดือนที่ผู้ได้รับสิทธิ เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะประมาณการจะเป็นไปได้ยาก แต่อย่างไรก็ตามสำนักงบประมาณก็รับข้อสังเกตของท่านอาจารย์พิสิฐนะครับ โดยดูเกณฑ์ การใช้จ่ายจริง การเบิกจ่ายจริง เป็นประเด็นในการตั้งงบประมาณ ซึ่งตรงนี้ก็ขอรับไว้ก็จะพยายามนำประเด็นต่าง ๆ มาพิจารณาสนับสนุนงบประมาณ ให้สอดคล้องยิ่งขึ้น โดยเฉพาะงบบำเหน็จบำนาญ และค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นทุกปี ก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งก็คือว่าลักษณะบำเหน็จบำนาญเป็นเงินสะสม เรามีสะสมของคนที่ ได้รับบำนาญ รวมทั้งปีต่อ ๆ มาก็จะมีคนรับบำนาญจำนวนมากเพิ่มขึ้น แล้วก็ ค่ารักษาพยาบาลก็เช่นกันอาจจะเป็นสังคมสูงวัยซึ่งจำเป็นต้องมีค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น🔗
ในส่วนสุดท้ายก็คือท่านคารม ขออนุญาต ก็คือกรมส่งเสริมตรงนี้ในส่วนของ พนักงานราชการที่ต้องเพิ่มระหว่างปี ๙๒ อัตรา ตรงนี้ผมขออนุญาตรับข้อสังเกตของท่านไว้ แล้วก็ไปตรวจสอบ ขออนุญาตนำเรียนเบื้องต้นครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ สมาชิก มีอะไรติดใจ เชิญเลยครับ🔗
ติดใจครับ🔗
เชิญเลยครับ ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาลเชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ท่านรองไม่ได้ตอบตรงคำถามที่ผมถาม โดยเฉพาะในหน้า ๑๒ ที่ท่านอ่านนั้นผมอ่าน มาหมดแล้วครับ หลักการและเหตุผลของการโอน เพราะมันเป็นเรื่องปกติที่เป็นหลักการ ของสำนักงบประมาณ ท่านดูสิครับ ในเอกสารหน้า ๑๒ ชัด ๆ ๒๔๐ ล้านบาท เพราะตั้งงบประมาณเฟ้อ จริง ๆ แล้วการตั้งงบประมาณตั้งได้เพราะมันจะมีคนลง แต่ไม่มี ก็คืนสำนักงบประมาณสิครับ แต่ปรากฏว่ามีการบรรจุ ท่านดูรายการไอเทม (Item) ที่ ๒ ทุกไอเทม (Item) ของกระทรวงกลาโหม ของกองทัพไทย ของกองทัพบก ไอเทม (Item) ที่ ๒ บรรจุพนักงานข้าราชการไปดูไอเทม (Item) เอา ๒๔๐ ล้านบาทวาง หารด้วย ๑๕,๐๐๐ จะได้คน ๑๖,๐๐๐ คนพนักงานข้าราชการ นี่อัตราแรกเมื่อแรกเข้าเป็นพนักงาน กองทัพ ใช้วิธีเล่นแร่แปรธาตุเพื่อเติมคนระหว่างปีเข้ามาได้อย่างไร ไม่มีแผน เป็นแผนอะไรในการ บรรจุคน สำนักงบประมาณไปปล่อยปละละเลยแบบนี้ได้อย่างไรครับ เห็นตัวเลขชัดเลย ท่านอ่านดูก็ได้ หมายเหตุตรงนี้ให้ผมคำนวณ ส่วนที่ไอเทม (Item) ๑ ๓ หรือ ๔ อะไร มันจิ๊บจ๊อย เอา ๒๔๐ ล้านบาทตั้งแล้วเอา ๑๕,๐๐๐ หาร ก็หมื่นกว่าคน ตอบให้ชัดครับ ขอบคุณครับ🔗
ครับ จะเพิ่มเติมเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมขออนุญาตตอบในประเด็นของท่านสุพิศาลดังนี้นะครับ กระผม นายอภิชาติ รัตนราศรี ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ ขออนุญาตตอบคำถามของ ท่านสุพิศาลในประเด็นของกองทัพเรือ ต้องกราบเรียนว่าในตัวเลขที่คงเหลืออยู่ ๒๔๐ ล้านบาท แล้วมีการโอนออกก็เนื่องจากว่าในส่วนของกองทัพเรือเองการบรรจุ แต่งตั้ง ข้าราชการของกองทัพเรือเป็นไปด้วยความล่าช้าคือไม่เป็นไปตามแผน ในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ จึงทำให้การบรรจุกำลังไม่เป็นไปตามขั้นตอนแล้วก็ไม่สามารถจะเบิกจ่ายงบประมาณ ในส่วนที่ภายหลังจากการบรรจุได้แล้ว ทีนี้จะมีหน่วยงานอื่นที่อยู่ภายในกระทรวงเดียวกัน ก็คือสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งกรอบอัตรากำลังตรงนี้ทางกระทรวงกลาโหม ได้รับอนุมัติกรอบอัตรากำลังผ่านกระบวนการขั้นตอนทางกฎหมายครบถ้วน แต่เนื่องจากว่า ทางกระทรวงกลาโหมบางส่วนเขาได้มีการบรรจุอัตรากำลังข้าราชการในสังกัดกระทรวง กลาโหมเร็วกว่าแผนที่กำหนด จึงทำให้ในส่วนของงบประมาณที่เราตั้งเอาไว้ไม่เพียงพอ ทีนี้ในส่วนของตัว พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณได้กำหนดเอาไว้ว่าหากหน่วยรับงบประมาณใด มีงบบุคลากรคงเหลือเราก็จะจัดสรรให้กับหน่วยรับงบประมาณที่คงขาด ทั้งนี้ทั้งนั้นข้อปัญหา ต่าง ๆ เหล่านี้ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ในขณะนี้ท่านผู้อำนวยการสำนักงบประมาณท่านได้ ตระหนักเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าการบรรจุต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามแผนหรือเกินกว่าแผนที่กำหนดไว้ ดังนั้นเราจึงจะได้มีการเวียนหนังสือซักซ้อมกับหน่วยงานเพื่อพยายามจะควบคุมดูแล ในส่วนของงบบุคลากรเพื่อไม่ให้ขาด ไม่ให้เหลือ แล้วก็นำมาซึ่งการโอนเปลี่ยนแปลง ในภายหลัง กราบขออนุญาตท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิกมีผู้ใดติดใจเพิ่มเติมไหมครับ เชิญคุณหมอครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พอดีผมพยายามหาข้อมูลในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล เพราะว่าเรามีกองทุน ๓ กองใหญ่ ๆ ของประเทศไทยคือกองทุนหลักประกันสุขภาพ สปสช. ซึ่งรายหัวเราเพิ่มทุกปีประมาณ ๓,๙๐๐ บาท ๔,๙๐๐ บาทก็แล้วแต่ ประมาณ ๔๗ ล้านคน กองทุนที่ ๒ คือกองทุน ประกันสังคมประมาณ ๑๐ ล้านคน ค่ารักษาพยาบาลรายหัวตัวเลขก็ไม่ค่อยชัดแต่เข้าใจ มากกว่า สปสช. เกือบเท่าตัว แต่ของข้าราชการผมพยายามหาจากทางฝ่ายวิชาการทางสภา ทางสภาก็บอกว่าตัวเลขยังไม่เปิดเผย ยังไม่เห็น พอจะมีไหมว่าค่ารักษาพยาบาลของตัวของ ข้าราชการและพ่อแม่กับบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะในแต่ละปีจากปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ไล่มาเลยทิศทางเป็นอย่างไร แล้วเฉลี่ยรายหัวต่อข้าราชการ ๑ ท่านเป็นเงินเท่าไร เมื่อเทียบกับ สปสช. แล้วประมาณสักกี่เท่า เป็นหมื่นไหมพอดีหาไม่ได้จริง ๆ ตอบได้ก็ตอบ ตอบไม่ได้ส่งข้อมูลทีหลังก็ได้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ชี้แจงได้ครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ขอบพระคุณคำถามของคุณหมอ จาตุรงค์ครับ ผมขออนุญาตเรียนนิดหนึ่งว่าเรื่องนี้ในส่วนค่ารักษาพยาบาลส่วนหนึ่ง เรารับข้อมูลมาจากกรมบัญชีกลางในความรับผิดชอบของกรมบัญชีกลาง ซึ่งประเด็นที่ คุณหมอได้กรุณาถามไว้ตรงนี้เดี๋ยวไว้จะประสานไปให้กรมบัญชีกลางทราบเพื่อเตรียมข้อมูล ไว้ชี้แจงนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
สมาชิกที่เคารพครับ ก็ถือว่าเราได้รับทราบรายงานในวาระที่ ๒.๑๔ รายงานการโอนงบประมาณรายจ่าย ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ แล้วนะครับ ขอขอบคุณท่านรองสมมิตรและสำนักงบประมาณทุกท่านนะครับ ขอบคุณครับ เราจบการพิจารณาในเรื่องเพื่อทราบที่หน่วยงานพร้อมมาชี้แจงนะครับ แต่ว่าผมก็ต้องขออภัยหน่วยงานที่มาหลายครั้งแล้วก็ไปไม่ถึงเนื่องจากติดญัตติอื่นอยู่ ก็ขออภัยด้วยครับ วันนี้เราได้พิจารณาถึงเวลา ๑๘.๓๔ นาฬิกาแล้ว ผมขอปิดประชุมครับ🔗