รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพฤหัสบดีที่ ๗ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
______________________________
ท่านสมาชิกก่อนเข้าสู่ ระเบียบวาระการประชุม จะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับการประชุม ของเราในข้อ ๒๔ นะครับ ขอท่านสมาชิกแต่ละท่านได้ใช้ ๒ นาทีให้เป็นประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนครับ ท่านแรกคุณบุญรื่น ศรีธเรศ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย อำเภอเมือง อำเภอร่องคำ อำเภอกมลาไสย🔗
ดิฉันขอหารือท่านประธานนะคะเกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ค่ะ ๒ ข้อค่ะท่านประธาน🔗
ข้อที่ ๑ ดิฉันได้รับคำร้องเรียนทางโทรศัพท์จากนายธนกฤต ระวาดชัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเจ้าท่า อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ และนายยิ่งสันห์ หรสิทธิ์ นายบรรจง เขตผดุง ประธานและรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเจ้าท่า ว่าพี่น้องชาวบ้านหนองมะเกลือ หมู่ที่ ๕ ตำบลเจ้าท่า ฝนตกหนักพนังชีถูกน้ำเซาะกร่อน ตลิ่งพัง จนถึงตัวบ้านเรือนดังรูปนะคะ ที่อยู่อาศัยไม่ทราบว่าจะพังลงฝั่งชีตอนไหน ดิฉันจึงขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ได้สั่งการให้ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดออกไปดูแลหาทางป้องกัน ท่านประธานคะถ้าจะแก้ปัญหาด้วยเอาดินมาถมทีละ ๒๐๐,๐๐๐ ๓๐๐,๐๐๐ บาท มันแก้ไม่ได้ค่ะ ดิฉันจึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัยอยากจะให้จัดสรรงบประมาณสร้างเขื่อนกันตลิ่งพัง ซึ่งบ้านหนองมะเกลือ หมู่ที่ ๕ ได้สร้างมาแล้วประมาณ ๑๐๐ เมตรค่ะ ที่เหลือดังรูปนะคะ ประมาณ ๘๐ เมตรค่ะ ดิฉันคิดว่าคงจะไม่หนักหนาสักเท่าไรกับงบประมาณที่จะพัฒนาตรงนี้ จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัยได้จัดสรรงบประมาณ สร้างเขื่อนกันตลิ่งพังให้เขาด้วยค่ะ จะเป็นพระคุณอย่างสูงยิ่ง🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง มหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี คือสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าห้วยแสนหมอยา บ้านท่ากลาง ตำบลเจ้าท่า ที่ท่านได้มาตอบกระทู้ดิฉัน ยังไม่ได้รับการพัฒนาและแก้ไขค่ะ เดี๋ยวนี้ฝนตกหนัก ไม่สามารถที่จะหาทุนสูบน้ำลงชีได้ พี่น้องทำนาไม่ได้ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
คุณเกียรติ เหลืองขจรวิทย์🔗
ครับ กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือและขอค่าสวัสดิการให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้านที่เขาเหล่านั้น ทำงานให้กับกระทรวงมหาดไทยมาตลอด อยู่คู่เคียงข้างกับท่านนายอำเภอ หน่วยงานของ กระทรวงมหาดไทยมาตลอด ท่านเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากการทำงานที่ผ่านมาจาก โรคโควิด (COVID) พวกเขาเหล่านั้นคือไม่มีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ไม่มีสวัสดิการอื่น เหมือนกับข้าราชการกระทรวงมหาดไทย แต่พวกเขาเหล่านั้นทำงานให้กระทรวงมหาดไทย มาตลอด ก็ขอให้รัฐบาลช่วยทบทวนดูแลเรื่องสวัสดิการให้กับเขาเหล่านั้นตลอดมา เพราะว่า ตอนนี้กำนันผู้ใหญ่บ้านหลายคนบ่นมาว่าจากโควิด (COVID) ที่ผ่านมานี้เขาเหนื่อยแล้วก็ ไปเข้าโรงพยาบาลค่ารักษาพยาบาลก็ไม่มี ก็ขอให้กระทรวงมหาดไทยช่วยทบทวนดูแลเรื่องนี้ ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ คือถนนเลียบแม่น้ำป่าสัก บ้านท่าหลวง เป็นเขื่อนกั้นน้ำป่าสัก ๒ ข้างทางอยากจะให้ทางหลวงชนบทจังหวัดลพบุรีติดตั้งไฟแสงสว่างให้กับ ๒ ข้าง ช่วงอำเภอท่าหลวงทั้งซ้ายทั้งขวา เพราะว่าช่วงเย็นจะมีคนมานั่งแล้วก็พักผ่อนหย่อนใจ แต่ความมืดมันมีโจรผู้ร้ายเพิ่มขึ้นมา ก็ขอให้ทางหลวงชนบทจังหวัดลพบุรีช่วยดูแลด้านนี้ด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗
ครับ คุณองอาจ วงษ์ประยูร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องวันนี้🔗
ท่านประธานครับปัญหาน้ำประปาจากพี่น้องชาวจังหวัดสระบุรีผู้ใช้น้ำประปา ที่ได้รับบริการจากสำนักงานประปาภูมิภาค สาขาพระพุทธบาท กว่า ๒๐,๐๐๐ รายในพื้นที่ ในเขตเทศบาลเมืองพระพุทธบาท อำเภอเสาไห้ อำเภอหนองโดน อำเภอบ้านหมอ อำเภอ เฉลิมพระเกียรติและอำเภอเมือง เดือดร้อนจากปัญหาวิกฤติน้ำประปาไม่ไหล ไหลเป็นบางเวลา แล้วบางครั้งก็ไหลอ่อน ด้วยสาเหตุของปัญหาก็คือการประปาส่วนภูมิภาคขยายเขตประปา เพิ่มในหลายพื้นที่เพียงแต่เพิ่มแต่ผู้ใช้บริการแต่ไม่เพิ่มกำลังการผลิต ปัจจุบันความต้องการถึง ๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง แต่ผลิตได้เพียง ๑,๑๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงเท่านั้นครับ ประกอบกับท่อประปาเก่า แตกหัก ชำรุดทรุดโทรม รั่วซึม เกิดปริมาณน้ำที่สูญเสียอย่างสูง เป็นจำนวนมากนะครับ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสำนักงานประปาภูมิภาคเขต ๒ หรือกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการแก้ไขวิกฤติปัญหาในจังหวัดสระบุรี โดยด่วนนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาแหล่งน้ำ อยากให้ทางท่านประธานช่วยปรับปรุงพัฒนาแหล่ง น้ำเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในอำเภอเสาไห้ด้วยครับ เพราะที่อำเภอเสาไห้นั้น มีแหล่งน้ำธรรมชาติ มีคลองสาธารณะ มีลำราง ขณะนี้ตื้นเขินถูกทิ้งร้างขาดการดูแล จากภาครัฐ อย่างเช่นคลองห้วยแร่ที่ผ่านตำบลต้นตาล-พระยาทด ตำบลท่าช้าง ตำบลศาลารีไทย หรือคลองปากบาง ที่ตำบลงิ้วงาม ท่าช้าง อย่างเช่นคลองห้วยยาง คลองห้วยใหญ่ คลองน้ำบ่า ที่ผ่านตำบลหัวปลวก ขอให้ท่านประธานผ่านไปยังชลประทานหรือผู้เกี่ยวข้องให้ช่วยทำการ ขุดลอกคลอง ทำการปรับปรุงสร้างฝายหรือสร้างประตูน้ำจะเกิดประโยชน์ให้กับพี่น้อง เกษตรกรในทุกตำบลของอำเภอเสาไห้ ฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณสุเนตตา แซ่โก๊ะ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ดิฉันมีเรื่องจะมาปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่องขอให้มีการสร้างระบบติดตามผลยูทูทีฟอร์บีซีจี (U2T for BCG) ท่านประธานคะ หลังจากที่โครงการยูทูที (U2T) หรือมหาวิทยาลัยสู่ตำบลประสบ ความสำเร็จเป็นอย่างมากได้เสร็จสิ้นไปก็มีคนถามกันมามากกว่าแล้วโครงการยูทูที (U2T) เฟส (Phase) ๒ จะมีหรือไม่แล้วก็จะมีเมื่อไร ซึ่งท่านประธานคะยูทูที (U2T) เฟส (Phase) ๒ ก็ได้เกิดขึ้นแล้วค่ะ ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ คณะรัฐมนตรีที่ได้อนุมัติงบกลาง ๓,๕๐๐ ล้านบาทให้โครงการยูทูที (U2T) เฟส (Phase) ๒ ที่ใช้ชื่อโครงการว่ายูทูทีฟอร์บีซีจี (U2T for BCG) ค่ะท่าน โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและ สังคมรากฐานหลังโควิด (COVID) ด้วยเศรษฐกิจบีซีจี (BCG) ก็คือเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจ หมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว โครงการยูทูทีฟอร์บีซีจี (U2T for BCG) เริ่มต้นเมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยครอบคลุม ๗,๔๓๕ ตำบลทั่วประเทศเป็นระยะเวลา ๓ เดือน ทีมงาน และพี่เลี้ยงของแต่ละตำบลจะนำนวัตกรรมและองค์ความรู้ต่าง ๆ ของกระทรวง อว. เข้าไป ช่วยคิดค้นยกระดับผลิตภัณฑ์ เพิ่มช่องทางการขาย ออกแบบการท่องเที่ยวให้กับชุมชน เพื่อให้เศรษฐกิจชุมชนสามารถขับเคลื่อนด้วยตัวเองต่อไปได้ แล้วก็มีการตั้งเป้าว่าแต่ละ ตำบลจะมีสินค้าหรือชิ้นงานอย่างน้อยตำบลละ ๒ ชิ้น ดิฉันเป็นห่วงว่าเมื่อโครงการจบ ทุกอย่างก็จบตาม ดิฉันจึงขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวง อว. ว่าขอให้มีการสร้าง ระบบติดตามผลงาน มีการฟอลโลอัป (Follow Up) กับตำบลเพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่สร้าง ร่วมกันนั้นยังดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน แม้ทีมพี่เลี้ยงจะไม่ได้อยู่ด้วยตรงนั้นแล้วค่ะ ท่านประธาน ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
คุณณัฐวุฒิ บัวประทุมครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ วันนี้ผมมี ๒ เรื่องที่จะหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนะครับ ต้องขออนุญาตขอสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ🔗
ในเรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนผ่านคุณเชตวัน เตือประโคน ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี และคณะกรรมการทีมงานของพรรคก้าวไกลในจังหวัด ปทุมธานีครับ เป็นเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนชาวตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี และพี่น้องที่สัญจรบนท้องถนนนะครับ ถ้าท่านประธานเห็นจากรูปตลอด หลายปีที่ผ่านมาเกือบ ๆ ๕ ปีเต็มแล้วครับ ที่พี่น้องประชาชนชาวตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา ตั้งแต่ซอยพหลโยธิน ๗๗ ไปจนถึงซอยพหลโยธิน ๘๗ ได้รับปัญหาที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วม เกิดขึ้นจากการขุด เกิดขึ้นจากการเจาะ เกิดขึ้นจากการทำถนนมาโดยตลอดด้วยครับ ผลกระทบนี้มาจนถึง ปัจจุบันเป็นผลกระทบทั้งปัญหาเรื่องการเจาะถนน เรื่องน้ำรอระบาย เรื่องน้ำขัง เรื่องหลุมบ่อ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบ และผลกระทบดังกล่าวมีต่อทั้งพี่น้องที่อยู่ในหมู่บ้านสี่มุมเมือง หมู่บ้านสีวลี ซอยชุมชนวิเชียร และซอยชุมชนวัดประยูรต่าง ๆ เป็นผลกระทบต่อคนที่สัญจร ไปมาด้วยครับ ผมจึงหารือผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคมนาคม ที่กำกับดูแลกรมทางหลวงและจังหวัดปทุมธานีได้ช่วยเร่งรัดโครงการและดูแลผลกระทบต่อ พี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นประเด็นเชิงหารือครับ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกัญชาครับ ณ ขณะนี้เราปลดล็อกกัญชาครับ ผมเองเป็นหนึ่งในกรรมาธิการพิจารณากฎหมายประมวล ยาเสพติด แต่กลับพบว่ามีเยาวชนคนหนุ่มสาวที่ได้รับผลกระทบจากกัญชาในระหว่างที่ยัง ไม่มีกฎหมายกัญชาที่เรากำลังพิจารณาอยู่ เรื่องนี้ครับเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวง การพัฒนาสังคมครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมในฐานะ ประธานคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ท่านต้องพิจารณาการจัดประชุมกรรมการ คุ้มครองเด็กแห่งชาติ ออกกฎกระทรวงดูแลเด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำความผิดและออก แนวทางการปกป้องเยาวชนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับกัญชา ต้องขอฝากท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด จันทบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ผมขอหารือในกรณีที่พี่น้องชาวจันทบุรีต้องการที่จะมี สนามบินเชิงพาณิชย์ในจังหวัดจันทบุรีครับ ท่านประธานครับในภาคตะวันออกนะครับ โดยเฉพาะในจังหวัดจันทบุรีของกระผมนั้นมีการทำการเกษตรโดยเฉพาะการปลูกทุเรียน มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นปีละหลายเปอร์เซ็นต์ซึ่งหมายถึงว่าทำให้เศรษฐกิจในจันทบุรี ในภาคตะวันออกนั้นดีขึ้น มีจีดีพี (GDP) ที่สูงขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการส่งออก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการขนส่งจะใช้ทางเรือและทางบกครับ ซึ่งในช่วงฤดูกาลผลผลิตทุเรียน ที่ผ่านมานั้นจังหวัดจันทบุรีคาดว่าน่าจะมีปัญหาในด้านการส่งออกเนื่องจากประเทศจีนประกาศ มาตรการเซตซีโร่โควิด (Set Zero COVID) แต่ก็ต้องขอขอบคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ส่งท่านดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศไปเจรจากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศจีน ก็คือ ท่านหวังอี้ก็ทำให้วิกฤติที่คาดว่าจะเกิดนั้นทำให้จังหวัดจันทบุรีลุล่วงไปด้วยดีครับ ท่านประธานครับในวันนี้กระผมและพี่น้องชาวจันทบุรีเห็นพ้องต้องกันว่าอยากจะมีทางเลือก ในการขนส่งเพิ่มขึ้นนะครับ คือทางอากาศ ซึ่งจังหวัดจันทบุรีของกระผมนั้นมีสนามบิน ที่ชื่อว่าสนามบินท่าใหม่ หรือว่าที่ชาวบ้านเรียกว่าสนามบินเนินพลอยแหวน มีอยู่แล้วนะครับ ซึ่งภารกิจในการดำเนินการก็คือเรื่องของการทำฝนเทียมนะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ รัฐบาลสนับสนุนให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะให้สนามบินท่าใหม่แห่งนี้เป็นสนามบิน ยกระดับเป็นสนามบินเชิงพาณิชย์นะครับ เพื่อเป็นการกระจายสินค้าในทางอากาศแล้วก็ การขนส่งคน ขนส่งนักท่องเที่ยวที่จะมีมายังภาคตะวันออกและเป็นประโยชน์ให้กับพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศในการที่จะมาท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรีด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
คุณจักรพล ตั้งสุทธิธรรม🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอใช้เวลาหารือช่วงสั้น ๆ นะครับ เป็นเวลาที่มีค่าในการทวงคืน พ.ร.บ. อากาศสะอาด เพื่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ผมยื่นต่อสภาไปเมื่อเดือนมกราคม เห็นไหมครับ แค่ ๕ วินาที ที่ผมหยุดพูดก็รู้สึกเหมือนว่านาน แต่นี่ครับ ๑๖๑ วัน ๕ เดือนกว่าที่ผมยื่น พ.ร.บ. ต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคมต้นปีที่ผ่านมานะครับ นี่ยังไม่เห็นอะไรคืบหน้าเลยครับ มีการรอผลสรุปจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๘ หน่วยงาน ตอนนี้ค้างอีก ๒ ๓ หน่วยงานที่ยังไม่ตอบ นี่กำลังจะเข้าสู่ยุค ฝุ่นพิษอย่างจริงจังอีกแล้วนะครับ ๕ ปีที่จังหวัดเชียงใหม่ติดอันดับ ๑ มาต่อเนื่องและนี่กำลังจะ เข้าปลายปีในส่วนของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อีกครั้งหนึ่ง ผมทวงถามตั้งแต่หารือครั้งแรก เมื่อ ๓ ปีกว่าที่ผ่านมาจนถึงวันนี้นะครับยังไม่มีความคืบหน้า มีการยื่นต่อ ครม. มากมายนะครับ มีตีตกไปก็ว่าไป ตอนนี้ผมขอไม่ใช้ใด ๆ เลยนะครับ จะพูดจากใจแทนชาวเชียงใหม่ แทนคนไทย ทุกคนที่เฝ้ารออากาศบริสุทธิ์ คำสั่งตอนนี้น่าจะรออยู่ที่โต๊ะนายกรัฐมนตรีอำนาจสูงสุดนะครับ ตามมาตรา ๑๓๓ ไม่มีระยะเวลากรอบกำหนดว่าจะพิจารณาเมื่อไรนะครับ ผมได้โทรทวงถาม ติดตามทุกช่องทางนะครับ มีคุยกับสภาลมหายใจภาคเหนือมากมายตอนนี้ก็รอหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในการให้คำตอบ แล้วก็จะเล่มไหน ฉบับไหน อย่างไรก็ได้ครับ จะเอา ครม. ตีประกบ ขึ้นมาอีกเล่มหนึ่งเพื่อให้ผ่านและบรรจุเพื่อการศึกษาในสภาอีกครั้งหนึ่งก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะ ทำงานควบคู่คู่ขนานกัน เพื่อให้การแก้ไขพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) การยกระดับในการพูดคุย หมอกควันข้ามแดนได้หมดไปสักที อากาศสะอาดนะครับ เมื่อวาน ๕๐๐ จบไปแล้วนะครับ แต่ตอนนี้พรากชีวิตคนไทยไป ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคนแล้วนะครับ โดยเฉพาะพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นี้ ขอเรียกร้องอย่างจริงใจ แล้วก็รีบติดตามทวงถามให้มันเกิดขึ้นในเร็ววัน ฉบับไหน ก็ได้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคเศรษฐกิจไทย ขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวสมุทรสาคร มานำเรียนท่านประธาน ๒ เรื่องนะคะ🔗
เรื่องแรก เรื่องถนนบ้านแพ้ว-พระประโทน ซึ่งเกิดความชำรุดเสียหายพื้นทรุด เป็นแอ่ง ๆ นะคะ เนื่องจากว่าเป็นถนนสายหลักที่ประชาชนใช้เดินทางระหว่างถนน เพชรเกษมกับถนนพระราม ๒ จึงขอนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงกระทรวง คมนาคมเพื่อดำเนินการบูรณะทางหลวงหมายเลข ๓๗๕ ตอนบ้านบ่อ-พระประโทน เพื่อให้ ประชาชนใช้สัญจรได้สะดวกค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของไฟส่องสว่างริมถนนบางปลา-บ้านเกาะ ซึ่งดิฉันได้รับ เรื่องร้องเรียนมาจากประชาชน ก็คือคุณกันต์การไฟฟ้าได้แจ้งมาว่าไฟดับมานานแล้วนะคะ เริ่มตั้งแต่บริเวณปากทางโรงแก๊สจนถึงหน้าโรงงานวีรับเบอร์ จึงขอให้กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคมดำเนินการแก้ไขปัญหาให้อย่างเร่งด่วนนะคะ เพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
คุณคุณากร ปรีชาชนะชัย ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย วันนี้นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือกับท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายไกรสร จิตสุข สมาชิกองค์การบริหาร ส่วนตำบลหนองอียอ ในเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องบ้านโนนเซียง หนองหว้า และ บ้านนางแคบ ที่มีประชากรประมาณ ๙๐๐ คน ๓๕๐ หลังคาเรือนยังไม่มีประปาใช้ จึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งในการจัดสรรหางบประมาณมาใช้ สร้างในประปาหมู่บ้าน เพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่พี่น้องบ้านโนนเซียง หนองหว้า และบ้านนางแคบ ตำบลหนองอียอ อำเภอสนม ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนในเรื่องของถนนหนทางที่เป็นหลุมเป็นบ่อ จำนวนมาก ผิวถนนชำรุดเสียหาย พี่น้องสัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก ถนนเส้นแรกครับ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายเบน ชาวสวน ผู้ใหญ่บ้านสระตะปาน และนายไผ่ สอนเพลี้ย ผู้ใหญ่บ้านโชค เส้นทางจากบ้านสระตะปาน ตำบลบุแกรง อำเภอจอมพระ ถึงบ้านโชค ตำบลตากูก อำเภอเขวาสินรินทร์ ระยะทางประมาณ ๒.๕ กิโลเมตร ถนนเส้นที่ ๒ ได้รับ เรื่องร้องเรียนจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองลีง นายประเสริฐ สุขจิต เส้นทางจาก บ้านหนองเหล็กไปบ้านหนองขาม ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร จึงอยากจะฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเป็นการด่วนครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายสุทธิชัย ว่องไว รองประธานสภา องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองลีง ให้ติดตามในเรื่องของฝายกั้นน้ำลำห้วยยาง บ้านยาง ตำบลเมืองลีง อำเภอจอมพระ ที่ตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ใช้ในการอุปโภคบริโภค เรื่องนี้เคยหาเรื่องไปแล้วครั้งหนึ่งแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงอยากจะฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขเป็นการด่วนครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย สืบเนื่องจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกระบี่ที่อำเภอเกะลันตาได้ร้องเรียน ผมมาโดยท่านพงษ์สวัสดิ์ ดำรงอ่องสกุล นายกเทศมนตรี ตำบลศาลาด่าน นายสัมฤทธิ์ ปานะ ประธานสภาเทศบาลตำบลศาลาด่าน และกำนันสมบูรณ์ ดำรงค์อ่องตระกูล นายสนาน หวังผล นายกเทศบาลตำบลเกาะลันตาใหญ่ และพี่น้องประชาชนหลายท่าน ด้วยกันนะครับ ในกรณีปัญหาในเรื่องของถนนรอบเกาะที่อำเภอเกาะลันตาในตำบลเกาะลันตาใหญ่ บริเวณอุทยานแห่งชาติเกาะลันตา ในตรงบริเวณแหลมโตนด กราบเรียนท่านประธานครับ ในกรณีที่เกาะลันตาตรงแหลมโตนด อยู่ทางทิศใต้สุดของอำเภอเกาะลันตา แต่ปรากฏว่าอยู่ใน พื้นที่ที่เป็นป่าแล้วก็รอยต่อของถนนรอบเกาะซึ่งมีระยะทางประมาณสัก ๒ กิโลเมตรด้วยกัน ซึ่งตรงนี้ถ้าตัดผ่าน ๒ กิโลเมตรอันนี้ทำให้พี่น้องประชาชนซึ่งเป็นชาวเลแล้วก็ผู้ประกอบการ พี่น้องประชาชนร่วมหลายหมื่นคนจะได้ร่นระยะทางถึง ๒๐ กว่ากิโลเมตร ซึ่งความยาว ๒ กิโลเมตร ต้องมีการยูเทิร์น (U-Turn) กลับรถเพื่อที่จะกลับเส้นทางเดิม เพื่อให้เป็น การส่งเสริมการท่องเที่ยวและให้พี่น้องประชาชนได้ใช้เส้นทางสะดวก ก็ขอให้กระทรวง ทรัพยากรได้หยิบยกในเรื่องของการสำรวจเส้นทางเพื่อที่จะเชื่อมต่อให้เป็นถนนรอบเกาะ เหมือนกับกรณีป่าตองกับหาดกะรนที่ภูเก็ตนะครับ ถ้าทำอันนี้ได้ก็จะถือว่าเป็นประโยชน์ ให้กับพี่น้องประชาชนชาวเกาะลันตาซึ่งปัจจุบันนี้อุทยานปิดเส้นทางนี้อยู่ด้วยครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
คุณศักดินัย นุ่มหนู ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ผมขอนำปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดตราดแล้วก็ชาวจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดระยอง มาหารือต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถึงปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ในปีที่ผ่านมาท่านประธานครับ พี่น้อง เกษตรกรชาวสวนผลไม้ก็มีปัญหาอยู่บ้างนะครับ แล้วก็เราต้องการที่จะไม่ให้ปัญหานั้น วนเวียนกลับมาเหมือนเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปีแล้วปีเล่านะครับ ผมเลยอยากที่จะเรียนผ่านสภา เพื่อที่จะให้รัฐมนตรีนั้นได้มีการวางแนวทางป้องกันและมาตรการต่าง ๆ นั้นเพื่อไม่ให้ปัญหานั้น กลับมาวนซ้ำอีก ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องเกษตรกรเรา ก็มี ๔ เรื่องใหญ่ ๆ ครับท่านประธาน🔗
เรื่องแรก ก็คือเรื่องของต้นทุนการผลิตครับ ต้นทุนการผลิตตอนนี้เป็นเรื่อง ที่สำคัญเร่งด่วนนะครับ เรื่องปุ๋ย เรื่องยาที่มีราคาสูงขึ้น อันนี้กระทบต่อต้นทุนการผลิตของ พี่น้อง ก็อยากให้รัฐบาลได้ช่วยเร่งที่จะได้แก้ไขเรื่องนี้ให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ประเด็นเรื่องของแรงงาน ในช่วงปีที่ผ่านมานั้นมีการขาดแคลน เรื่องของแรงงานที่จะมาเก็บเกี่ยวแล้วก็แรงงานที่จะอยู่ในโรงคัดบรรจุเพื่อการส่งออก อันนี้ ก็เป็นปัญหาครับ และส่งผลกระทบต่อเรื่องของราคาผลไม้ด้วย ก็อยากที่จะให้มีการเตรียม ความพร้อมในเรื่องของแรงงานนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องของการขาย การตลาดและเรื่องของการส่งออกนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการที่จะป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าที่จะให้ราคาที่ไม่เป็นธรรม เรื่องของตู้สินค้าที่ต้องเตรียมให้พร้อมนะครับ ตลอดจนเรื่องของการเจรจากับด่านชายแดน เพื่อที่จะให้การขนส่งสินค้าทางบกนั้นสามารถดำเนินไปอย่างสะดวกนะครับ🔗
แล้วก็เรื่องสุดท้าย เรื่องของการจัดการด้านคุณภาพ ก็ควรที่จะให้มีการควบคุม ไม่ให้มีการตัดแล้วก็มีการส่งออกทุเรียนที่ด้อยคุณภาพนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ทาง สวพ. ๖ ของกรมวิชาการเกษตรก็ถือว่าทำได้ดี เพราะอันนี้ถือว่าเป็นการเสียหายต่อประเทศมาก ที่เราส่งทุเรียนอ่อนออกไปนะครับ🔗
แล้วก็สุดท้ายคือเรื่องของการที่จะป้องกันการสวมสิทธิผลไม้ของไทยครับ ซึ่งกำลังเป็นการเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ที่มีการสวมสิทธิออกไปแล้วสร้างชื่อเสียงที่เสียหาย ให้กับประเทศไทย ก็อยากให้รัฐมนตรีได้ช่วยกำกับควบคุมใน ๔ เรื่องเหล่านี้ด้วยครับ ขอขอบคุณมากครับ🔗
คุณวิวัฒน์ นิลวัชรมณี🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวัฒน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนทั้งอำเภอ เกาะสมุย อำเภอเกาะพะงัน เกี่ยวกับเรื่องค่าตั๋วโดยสารเรือเฟอร์รี (Ferry) ที่มีราคาปรับตัว สูงขึ้นแบบก้าวกระโดดของทั้ง ๒ บริษัทที่ได้ผูกขาดการเดินเรือมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ท่านประธานครับ จากการขึ้นราคาค่าเรือเฟอร์รี (Ferry) ของทั้ง ๒ บริษัททำให้เกิด ความเดือดร้อนเป็นอย่างหนักต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้หาเช้ากินค่ำของประชาชน ทั้ง ๒ อำเภอ ซึ่งนอกจากจะต้องใช้น้ำมันเติมรถบนเกาะที่มีราคาแพงกว่าบนฝั่งอยู่แล้ว ยังจะต้องมาเจอกับค่าโดยสารที่มีราคาเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งจำเป็นต้องใช้การเดินทางสัญจรทางเรือ โดยไม่มีทางเลือกอื่นเลย ซึ่งการขึ้นค่าโดยสารแบบขั้นบันไดนี้นั้นประชาชนจะมีต้นทุน เพิ่มขึ้นมาอีกไม่ต่ำกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ และหากนำรถลงเรือประชาชนก็จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นมาอีก ไม่ต่ำกว่า ๔๕ เปอร์เซ็นต์ สำหรับการข้ามไปเกาะพะงันซึ่งเป็นราคาที่แพงมากครับท่านประธาน และไม่เพียงเท่านี้หากค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นอีกแน่นอนครับอัตราค่าโดยสารก็ต้องเพิ่มขึ้นอีก อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่านประธานครับ การขึ้นราคาค่าโดยสารสำหรับประชาชนที่ต้องใช้การเดินทางทางเรือ เพื่อไปทำงานจากเกาะสู่แผ่นดินใหญ่ทุกเช้าเย็นทุกวันกับเงินเดือนอันน้อยนิดที่ยังไม่ได้รับ การขึ้นเงินเดือนอย่างไรก็อยู่ไม่ได้ไม่เพียงพอที่จะใช้จนครบเดือนและยังจะส่งผลกระทบกับ การท่องเที่ยวโดยตรง ท่านประธานครับ ผมได้รับทราบมาว่าก่อนที่จะมีการขยับขึ้นค่าโดยสาร ได้มีการประชุมของคณะกรรมการกำกับดูแลจังหวัด ซึ่งมีมติให้มีการปรับค่าโดยสารนี้ เริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคมที่ผ่านมา ผมจึงอยากจะเรียนฝากท่านประธานนำเรียนเรื่องนี้ ให้กับทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ส่งตัวแทนของแต่ละกระทรวงเข้าร่วมไปเป็นคณะกรรมการ เพื่อทบทวนเรื่องนี้เสียใหม่ เพื่อให้ทั้งผู้ประกอบการเดินเรือของทั้ง ๒ บริษัทอยู่ได้บนพื้นฐาน ของประชาชนทั้ง ๒ เกาะก็ต้องอยู่ได้และยอมรับกับราคาค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้นต้องเป็นธรรม จึงขอฝากท่านประธานนำเรียนเรื่องนี้โดยด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร กระผม นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๑ พรรคเพื่อไทย กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางพิมล พาชื่น นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลอุบลและพี่น้องประชาชนเรื่องการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดวงเวียนแยกดงอู่ผึ้ง และแยกวนารมย์ของอำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี พบว่าการก่อสร้างดังกล่าวมีความล่าช้า ก่อให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน เนื่องจากโครงการดังกล่าวยังเป็นเส้นทางระบายน้ำ ออกจากเทศบาลตำบลอุบลและเทศบาลนครอุบลราชธานีด้วย อย่างที่เราทราบกันดีแล้วว่า ตอนนี้เป็นฤดูฝนทำให้ฝนตกเพียงเล็กน้อยก็ทำให้น้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ประกอบกับเวลา เร่งด่วนตอนเช้าและตอนเย็นทำให้รถติดทุกแยกหลายกิโลเมตร สร้างความเดือดร้อน ให้ผู้สัญจรไปมาเพราะเส้นทางนี้เป็นเส้นทางหลัก หลังจากที่ได้ไปตรวจสอบโครงการก่อสร้าง อุโมงค์ทางลอดวงเวียนแยกดงอู่ผึ้งและแยกวนารมย์ของจังหวัดอุบลราชธานีพบว่ามีการหมด สัญญาจ้างแล้วและมีการต่อสัญญาให้ผู้ประกอบการ เริ่มต้นสัญญาเมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน สิ้นสุดวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๖๕ เป็นระยะเวลาทำการ ๑,๐๘๐ วัน ต่อมาทางหลวงอนุมัติ ขยายระยะเวลาทำการออกไปอีก ลงวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๔ ระยะเวลาต่อคือ ๓๑๗ วัน โดยให้เหตุผลเนื่องจากเหตุผลอุปสรรครอการรื้อย้ายสาธารณูปโภคบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง ว่าจะเป็นไฟฟ้า ประปา รื้อถอนถนน ขุดดิน ในสัญญาเขาคิดเงินให้หมดแล้วครับท่าน มันอยู่ในสัญญาอยู่แล้วครับท่านประธาน จึงเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรฝากถึง ทางหลวงให้ก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามสัญญาที่ต่อให้ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ด้วยเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจให้จังหวัดอุบลราชธานีด้วย ขอบคุณครับ🔗
คุณอำนาจ วิลาวัลย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องของครูอัตราจ้างในสังกัด สพฐ. เป็นครูจ้างสอน อัตราเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท บ่นว่าไม่มีความมั่นคงในชีวิตเพราะว่าอยากให้ทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้ปรับเปลี่ยนเป็นลูกจ้างประจำ เพราะว่าในช่วง ๑ ปี จะมีการต่อสัญญา คุณครูเหล่านี้ ก็ไม่มั่นใจว่าจะได้ต่อสัญญาจาก สพฐ. หรือไม่ บางท่านเป็นครูสอนหนังสือมาหลายปี ก็ไม่รู้จะไปทำอะไรรักในอาชีพของครู แต่ว่าในทุก ๆ ปีจะต้องมานั่งลุ้นว่าทาง สพฐ. จะต่อ สัญญาให้หรือไม่ จึงอยากฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และท่านนายกรัฐมนตรีได้ช่วยจัดสรรหางบประมาณมาจ้างครูเหล่านี้เป็นลูกจ้างประจำ แล้วก็ครูเหล่านี้นอกจากเป็นครูแล้วยังต้องเป็นภารโรงด้วย เพราะว่าตอนนี้ สพฐ. และกระทรวงศึกษาธิการได้ตัดงบประมาณของ สพฐ. ลงนะครับ ครูที่เกษียณ ภารโรง ที่เกษียณในโรงเรียนเล็ก ๆ ไม่มีอัตราจ้างเพิ่ม คุณครูที่เหลืออยู่ก็ต้องแบ่งงานกันทำเพิ่มขึ้น จึงอยากให้กระทรวงศึกษาธิการได้ทบทวนหาอัตราจ้างลงไปให้กับโรงเรียนใน สพฐ. ในตำบล ต่าง ๆ นะครับ เพราะว่าช่วงนี้โรงเรียนจะต้องมาจัดผ้าป่าเพื่อจ้างครูสอน จึงอยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่า เราจะลงทุนกับการศึกษาเท่านี้จริง ๆ หรือครับ อยากให้ท่านได้ทบทวนครับ ฝากไว้ให้คิด ขอบคุณครับ🔗
นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานค่ะวันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับการก่อสร้าง ถนนค่ะ ซึ่งขณะนี้ยังมีปัญหาอยู่ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ดิฉันเองได้มี โอกาสเรียนเชิญทางท่านผู้ว่าการเคหะแห่งชาติลงไปสำรวจถนนที่เป็นความต้องการของพี่น้อง ประชาชนที่อาศัยอยู่ที่ถนนพัฒนาชนบท ๔ พี่น้องประชาชนอยากที่จะให้ทางการเคหะแห่งชาติที่อยู่ ในสังกัดกระทรวงความมั่นคงของมนุษย์ได้ทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานครที่จะเพิ่มเส้นทาง การเดินรถให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหารถติดบริเวณเลียบทางด่วนมอเตอร์เวย์ (Motorway) รวมถึงบริเวณพัฒนาชนบทแล้วก็ในส่วนของเส้นทางตัดใหม่กรุงเทพกรีฑาค่ะ ในขณะนี้ผ่านมาเนิ่นนานแล้วก็ยังไม่มีความคืบหน้าดิฉันเองได้สอบถามไปทางการเคหะก็ได้ บอกว่าอยู่แต่ในบอร์ด (Board) อยู่ในบอร์ด (Board) นะคะ ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้ามา วันนี้ เป็นนิมิตหมายอันดีที่เรามีผู้ว่าราชการท่านใหม่แล้วที่พร้อมทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ดิฉัน อยากที่จะให้ทั้ง ๒ หน่วยงานได้ทำงานร่วมกันแล้วก็ไปนำเรื่องนี้ขึ้นมาดำเนินการเพื่อที่จะ แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนค่ะ🔗
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานคะ สืบเนื่องจากสิ่งที่ดิฉันได้เคยหารือกับ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จำนวนหลายเรื่องด้วยกันค่ะ แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาก็คืออยู่ใน ระหว่างการดำเนินการ ผ่านมาเนิ่นนาน ๓ ปีแล้วก็ยังไม่ได้การจัดการ ดิฉันอยากให้ สภาผู้แทนราษฎรไปขุดเรื่องเก่า ๆ ที่ยังเป็นปัญหาค้างคาอยู่ขึ้นมาจัดการให้พี่น้องประชาชน เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นด้วยค่ะ วันนี้พี่น้องประชาชนทนทุกข์มามากแล้วนะคะ ถ้าหากว่าเราเองสร้างความหวังให้เขาว่าชีวิตเขาจะมีอนาคตที่ดีก็จะเป็นสิ่งที่ดีกับประเทศชาติ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
คุณนิพันธ์ ศิริธร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นิพันธ์ ศิริธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ในวันนี้มีเรื่องที่จะหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม จำนวน ๑ เรื่องครับ🔗
ก็เนื่องจากว่าได้รับการร้องเรียนจากนายพีรพนธ์ ลังเมือง นายก อบต. เขาไม้แก้ว อำเภอสิเกา แล้วก็อุปนายกสมาคมนายก อบต. แห่งประเทศไทยได้เรียนว่าถนนสายสิเกา-ควนกุน หมายเลขที่ ๔๐๔๖ ซึ่งเป็นถนน สายหลักที่เชื่อมฝั่งอันดามันเชื่อมระหว่างระนอง ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรังและสตูล แล้วเป็น พื้นที่ที่เป็นถนนที่จะนำไปสู่แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดตรังก็คือหาดปากเมงและ แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ก็คือเขาไม้แก้วพิสดาร แต่สภาพปัจจุบันชำรุดทรุดโทรม เป็นหลุมเป็นบ่อ พอหน้าฝนน้ำท่วมขังทำให้ผู้ที่สัญจรไปมาได้รับความเดือดร้อน แล้วก่อให้เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง ซึ่งถนนเส้นนี้อยู่ในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงกระบี่ แต่ถนนอยู่ในพื้นที่ อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ได้ร้องเรียนไปหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่รับการตอบสนองจึงขอ ร้องเรียนผ่านยังท่านประธานอีกครั้งหนึ่งให้ดำเนินการดังนี้ ปรับปรุงพื้นผิวถนนรวมทั้งขยาย ช่องจราจรถนนเส้นนี้ระหว่างกิโลเมตรที่ ๓๖ ถึงกิโลเมตรที่ ๔๕ หรือตลอดสาย และถนนเส้นนี้ อยู่ในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงกระบี่แต่พื้นที่ถนนอยู่ในอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง จึงเห็นควรคืนกลับให้แขวงทางหลวงจังหวัดตรังเป็นผู้ดูแลเพื่อความสะดวกในการบูรณะ ซ่อมแซมต่อไปครับ🔗
คุณวีระพล จิตสัมฤทธิ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วีระพล จิตสัมฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ขอหารือต่อท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องแรก ถนนทางหลวงหมายเลข ๒๒๐ สายอำเภอขุขันธ์ อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ ได้ขอขยายเป็นถนน ๔ เลน ซึ่งได้เคยหารือแล้วเมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๓ ปรากฏว่าได้มาเพียง ๑.๓ กิโลเมตร ยังขาดอีก ๒๕ กิโลเมตร ในส่วนที่เหลือพี่น้อง ประชาชนก็ยังทวงถามอยู่เพราะเป็นเส้นทางหลักที่ต้องใช้เดินทางเข้าตัวจังหวัดเป็นทางผ่าน ไปโคราชแล้วก็เข้ากรุงเทพมหานคร บางช่วงนั้นการจราจรก็หนาแน่นพี่น้องก็รอนานหลายปี ความหวังก็อยู่ที่งบประมาณปี ๒๕๖๖ นี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ถนนสายบ้านแพง ตำบลห้วยสำราญ บ้านใจดี ตำบลใจดี บ้านภูมิศาลา ตำบลโคกเพชร ต่อเนื่องไปยังบ้านเสลาสุขเกษม เชื่อมเขตตำบลสำโรงตาเจ็น อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ช่วงบ้านกระโพธิ์เริงรมย์ ถนนยังเป็นถนนลูกรังอยู่นะครับ เคยหารือแล้ว ครั้งหนึ่ง ทาง อบจ. ศรีสะเกษ ก็ได้มาซ่อมแซมปะหลุมกลบหลุมให้ แต่ปัจจุบันนั้น ได้กลายเป็นถนนลาดยางเสื่อมสภาพไม่สามารถที่จะทำแบบเดิมได้ จึงขอให้ทาง อบจ. ศรีสะเกษผ่านไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นช่วยจัดสรรงบประมาณด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ถนนลาดยางสายบ้านนิคมซอยศูนย์ ตำบลหนองฉลอง เชื่อมเขต ตำบลสะเดาใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ สภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ การเดินทาง หลบหลีกด้วยความยากลำบาก ทาง อบต. หนองฉลองงบประมาณไม่เพียงพอ ทางท่านนายก หล้า ศรีมาศ จึงได้ร้องขอไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพื่อช่วยจัดสรรงบประมาณ ขออนุญาตท่านประธานส่งเป็นเอกสารด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
คุณจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอปรึกษาหารือกับท่านประธานสภาเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงไก่ชน เนื่องด้วยกระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้าน เกษตรกรผู้มีอาชีพเลี้ยงไก่ชน ได้ถูกห้ามปรามกวดขันไม่ให้มีการซ้อม ปล้ำ คัดไก่ ในชุมชนหรือหมู่บ้านของเกษตรกร โดยได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กวดขันจับกุมและต้องถูกดำเนินคดีในที่สุด กระผมจึงขอปรึกษาหารือกับท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย ขอให้มีการผ่อนปรนอนุญาตให้มีการซ้อม ปล้ำ คัดไก่กันเอง ในชุมชนเพื่อเพิ่มมูลค่าของตัวไก่ที่ผ่านการคัดซ้อมกันเอง เพื่อให้เกษตรกรได้มีรายได้เพิ่มขึ้น จากการเลี้ยงไก่ภายในครัวเรือนและอยากให้ภาครัฐช่วยส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกร ผู้เพาะเลี้ยงไก่ชนทั้งทางด้านซื้อ ขาย ส่งออกไปยังต่างประเทศ และเรื่องสนามแข่งขันที่มี มาตรฐานและความถูกต้องรับรองโดยภาครัฐเพื่อเป็นมาตรฐานในกีฬาไก่ชน สนับสนุนให้ใช้ เทคโนโลยีสมัยใหม่โชเซียลมีเดีย (Social Media) ช่วยในการถ่ายทอดสดการแข่งขันเพื่อเป็น การประหยัดทั้งต้นทุนและช่วยในการเข้าถึงของเกษตรกร ผลักดันให้เป็นเกมกีฬา ประเพณี ประจำชาติให้เหมือนมวยต่อไป ขอบคุณครับ🔗
คุณรังสรรค์ มณีรัตน์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากท่านนายกชัยวัฒน์ ประเสริฐ ท่านนายก อบต. เวียงกานต์ บ้านโฮ่ง ลำพูน ขอให้ผมผ่าน ท่านประธานไปยังท่านเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สอบถามเรื่องการที่ อบต. เวียงกานต์ ส่งข้อบัญญัติเรื่องการกำจัดสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย โดยส่งให้ท่านเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มาประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ตอนนี้เขาจะจัดทำข้อบัญญัติใหม่นะครับ แต่ว่าการประกาศ ราชกิจจานุเบกษาในเรื่องนี้ยังไม่ดำเนินการเลยนะครับ ดังนั้นจึงขอให้ท่านประธานติดตาม กับท่านเลขาธิการคณะรัฐมนตรีในเรื่องนี้ให้ผมด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ติดตามเรื่องการออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. เนื่องจากเมื่อกลางปี ที่แล้วผมได้ตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่องการออก เอกสารสิทธิที่ดิน ส.ป.ก. ในพื้นที่ตำบลนครเจดีย์ ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน และในตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน และในการตอบถามกระทู้ในวันนั้น มีท่านรัฐมนตรีชื่อว่ารัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน มาตอบผมบอกว่าภายในเดือนพฤศจิกายน ธันวาคม ๒๕๖๔ จะเร่งดำเนินการให้เรียบร้อย ท่านประธานครับ ตอนนี้ผ่านมา ๖ ๗ เดือน แล้วครับ แม้แต่เจ้าหน้าที่ข้าราชการก็ยังไม่สามารถออกไปทำอะไรได้เลยผมจึงฝาก ท่านประธานผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีที่ได้รับปากผมว่าจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ ตอนนี้ ขอให้เร่งดำเนินการตามที่รับปากผมไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณมณฑล โพธิ์คาย🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพผม ร้อยตำรวจตรี มณฑล โพธิ์คาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย ขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหารือต่อท่านประธานเพื่อจะได้ มีการแก้ไขพัฒนาช่วยเหลือและเป็นประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนต่อไป🔗
ท่านประธานครับ ผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนคนเขตสวนหลวงว่าฟุตพาท (Footpath) ทางเดิน ใกล้กับอุโมงค์ทางลอดพัฒนาการ-รามคำแหง ด้านซ้ายมือเมื่อมุ่งหน้าสู่ถนนพัฒนาการได้มี เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ตั้งกีดขวางทางเดิน ตั้งมาเป็นเวลานานหลายปีแล้วนะครับ และประเด็นที่สำคัญไม่มีป้ายบอกประชาสัมพันธ์ว่าตั้งไว้เพื่อแก้ปัญหาอะไร ตรงไหน ระยะเวลา นานเท่าไร ซึ่งมองดูแล้วทัศนียภาพไม่สวยงาม ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยนะครับ นอกจากนั้น พี่น้องประชาชนยังได้ส่งภาพฟุตพาท (Footpath) ทางเดินซึ่งเป็นของเทศบาลเมืองหนึ่ง ในต่างจังหวัดมาให้ดูเพื่อเป็นการเปรียบเทียบว่าฟุตพาท (Footpath) ทางเดินที่เทศบาลเมืองแห่งนี้ ได้มีการจัดระเบียบเรียบร้อยสะอาดสวยงามเหมาะสมกับพี่น้องประชาชนได้เดินสัญจรไปมา ได้สะดวกนะครับ เพราะฉะนั้นผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ดูแล ความทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน จึงขอร้องเรียนต่อท่านประธานสภาผ่านไปยังผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครให้ช่วยดำเนินการปรับปรุงแก้ไข หรือเคลื่อนย้ายเครื่องสูบน้ำที่ตั้งบน ฟุตพาท (Footpath) ทางเดิน หรือตั้งอยู่บนถนนไม่ว่าจะเป็นตรงจุดนี้หรือจุดอื่น ๆ เพื่อคืน พื้นที่ทางเดินให้กับพี่น้องประชาชนได้ใช้สัญจรไปมาได้สะดวกและปลอดภัย เพื่อให้สมกับว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย ขอบพระคุณครับ🔗
คุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์🔗
ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากชาวบางขุนเทียน พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ผมต้องขอ อนุญาตเพื่อนสมาชิก ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ในการใช้โควตาหารือครั้งนี้ เนื่องจากว่าการหารือครั้งที่แล้วผมได้เปิดเผยการจับกุมปาหี่บ่อนในพื้นที่ บก.น.๙ หลังจากนั้น ก็ได้ข้อมูลหลั่งไหลเข้ามาในช่องทางโซเชียลมีเดีย (Social Media) เฟซบุ๊ก (Facebook) ส่วนตัวของผมจำนวนมาก และวันนี้ก็อยากจะมานำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน ผบ.ตร. คนปัจจุบันให้เร่งรัดในกระบวนการการตรวจสอบ เนื่องจากว่าในช่วงนี้ก่อนฤดูกาลโยกย้าย มีการจับปาหี่กันเยอะเหลือเกินครับ มีเรื่องแรกบิ๊ก (Big) จ นายตำรวจไซเบอร์ (Cyber) บุกจับ กระบวนการหลอกลวงประชาชน รวมไปถึงเรื่องเว็บ (Web) พนันออนไลน์ (Online) ในฤดูกาล โยกย้ายนี้มีการจับกันเยอะเหลือเกิน แต่ความจริงแล้วมันมีตัวจริงอยู่ที่เขาเรียกว่าจ่ายตั๋วผ่าน สารวัตร ซ นะครับ มีการจ่ายตั๋วกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันผ่านโครงการเป็นต่อกรุ๊ป ข้อมูลต่าง ๆ กำลังหลั่งไหลเข้ามานะครับ ในส่วนนี้มีเครือข่ายโครงสร้างบิ๊ก (Big) ตำรวจหลาย ๆ คนที่เข้าไป มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่การจับปาหี่โยกย้ายก่อนฤดูกาลโยกย้ายนั้น ผมคิดว่า ผบ.ตร. รู้ดีครับ🔗
เรื่องที่ ๒ พันตำรวจเอก ด ชุด ปลป. นครบาล หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า ชุดเฉพาะเก็บ ไม่ใช่ชุดเฉพาะกิจนะครับท่านประธาน อันนี้เรียกชุดเฉพาะเก็บ เพราะเดินสาย เก็บตั๋ว ทุกวันนี้พี่น้องตำรวจน่าจะขัดสนหรือไม่ก็อาจจะตั๋วแพงก็เป็นได้ครับ เพราะตอนนี้ ไม่ใช่แค่เก็บอย่างเดียว ล่าสุดขโมยพยานหลักฐานไปขายกันแล้วครับ ขอให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติ เข้าไปตรวจสอบดูแลชุดเฉพาะเก็บ ปลป. นครบาลชุดนี้ครับที่ไปเดินสายเก็บตั๋ว เก็บสตางค์ ขโมยของกันนี่มันสร้างความเสียหายให้กับวงการตำรวจอย่างมาก🔗
เรื่องที่ ๓ ครับต้องขอขอบคุณว่าที่ ผบ.ตร. ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องของบ่อน การพนันแล้วก็ผับต่าง ๆ แต่ว่าขบวนการที่จับไปล่าสุดยังไม่มีผู้รับผิดชอบครับมีเพียงข่าว หลอกลวงว่ามีการโยกย้าย แต่สุดท้ายแล้วยังอยู่ที่เดิมในการจับ ๗๗ โซไซตี (Society) ที่ผ่านมา ขอบคุณครับ🔗
คุณพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักธรรม มีเรื่องหารือต่อท่านประธานถึงปัญหาความอัดอั้น ความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ ถนนเชื่อมหมู่บ้านหมู่ที่ ๗ ไปหมู่ที่ ๑๑ พื้นที่ดูแลของ อบต. หนองโดน อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี ระยะทาง ๗ กิโลเมตร เป็นถนนสายหลักที่ ชาวบ้านใช้สัญจรไปยังอำเภอบ้านหมอ เป็นเส้นทางหลักในการเข้าพื้นที่ทำการเกษตร แต่สภาพขาดการบำรุงรักษาอย่างที่เห็นมานานนับสิบปี คำตอบที่ชาวบ้านได้รับคือ งบประมาณไม่เพียงพอ การสัญจรไปมาลำบากมาก ในเวลากลางคืนก็ไม่มีไฟส่องสว่าง จนชาวบ้านต้องใช้เส้นทางสายคันคลองในเวลากลางคืนเพิ่มการเดินทางไปอีก ๓-๔ กิโลเมตร จึงอยากให้เข้ามาดูแลและซ่อมแซม🔗
เรื่องที่ ๒ ถนนเส้นหนองโดน หนองงิ้ว ตอยาง ระยะทางกว่า ๖ กิโลเมตร อยู่ในความดูแลของ อบจ. จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นเส้นหลักที่จะต้องเข้าอำเภอหนองโดน ของหลาย ๆ หมู่บ้านไม่ได้รับการซ่อมแซมมานานนับสิบปีเช่นกัน ชาวบ้านรวมตัวกันไปยื่น หลายหน่วยงานแต่ก็ยังเงียบเหมือนเดิม จำเป็นจะต้องทนใช้เส้นนี้ต่อไป อุบัติเหตุก็บ่อยครั้ง ไฟส่องสว่างก็ไม่มีอีกเช่นกัน🔗
เรื่องต่อมาครับถนนเส้นเกือกม้าเรียบคลอง ๒๓ อาร์ ตั้งแต่หมู่ที่ ๕ ตำบล สร่างโศก อำเภอบ้านหมอ ไปยังหมู่ที่ ๑ ตำบลตลาดน้อย อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร เป็นเส้นทางสัญจรไปมาที่สำคัญเช่นกันแตกชำรุดมาก ได้รับ คำตอบเดิม ๆ ครับท่านประธานก็คือรองบประมาณ ถนนทั้ง ๓ เส้นนี้กระผมขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรีได้โปรดเข้ามาดูแลและจัดสรร งบประมาณให้ชาวบ้านหน่อยนะครับ🔗
เรื่องสุดท้ายชาวชุมชนราชพฤกษ์หมู่ที่ ๙ ตำบลพุคำจาน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ในเขตเทศบาลเมืองพระพุทธบาท ต้องทนกับปัญหาน้ำประปาขาดแคลน มานานนับ ๑๐ ปี มีใช้บ้าง ไม่มีใช้บ้าง รอประปาภูมิภาคก็มีแต่ปัญหาเรื่องเส้นทางการเดินท่อ เข้าไป ทางเทศบาลเมืองพระพุทธบาทก็ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการจัดสรรน้ำมาให้กับ ชาวบ้านมาโดยตลอด จึงขอให้กรมน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ช่วยจัดสรรประปาชุมชนมั่นคงให้กับพี่น้องชาวชุมชนราชพฤกษ์ ๒ ด้วยนะครับ ขอกราบ ขอบพระคุณครับ🔗
คุณชูศักดิ์ แอกทอง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชูศักดิ์ แอกทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่อง ปรึกษาหารือเพียง ๑ เรื่องนะครับ เรื่องเกี่ยวกับคณะกรรมการสหกรณ์การเกษตรศูนย์ขยาย พันธุ์พืชจังหวัดสุรินทร์หรือสหกรณ์การเกษตรแนงมุด จำกัด โดยสหกรณ์ดังกล่าว ได้ดำเนินการมาร่วม ๑๐ กว่าปี แต่ประสบปัญหาไม่สามารถดำเนินการต่อได้เนื่องจาก สมาชิกได้ค้างชำระหนี้เป็นเงินจำนวนมาก ทางคณะกรรมการจึงได้ปรึกษาหารือเพื่อจะ ยกเลิกการดำเนินการของสหกรณ์ หลังจากปรึกษาหารือแล้วเจ้าหน้าที่ได้แนะนำว่าให้ นายทะเบียนแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีเพื่อเข้ามาดำเนินการแทนคณะกรรมการในการดูแล ทรัพย์สินติดตามหนี้สินของสหกรณ์ทั้งหมด รวมไปถึงลูกหนี้และจัดการชำระหนี้ด้วย ซึ่งผู้ชำระบัญชีได้มาดำเนินการและไม่ให้คณะกรรมการได้มาเกี่ยวข้องติดตามหนี้สิน โดยรายชื่อทั้งหมดอยู่ที่ผู้ชำระบัญชี ผู้ชำระบัญชีได้ดำเนินการขายทรัพย์สินของสหกรณ์ อาทิเช่น อาคาร ปั๊มน้ำมัน รวมไปถึงได้รับเงินจากการชำระหนี้ของลูกหนี้ แต่ไม่ทราบว่า เงินที่ได้มานั้นได้ชำระหนี้แทนสหกรณ์ไปเท่าไร ทางคณะกรรมการได้มาร้องเรียนผมว่า ถูกดำเนินคดี ถูกกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ฟ้องร้อง ซึ่งได้รับความเดือดร้อน โดนยึดที่ดิน โดยกรมบังคับคดีโดนอายัดเงินบัญชี ซึ่งทางผู้ชำระบัญชีก็ไม่ได้แจ้งให้ทราบว่าได้ติดตาม หนี้สินจากสมาชิกไปเท่าไร เหลือยอดที่เป็นหนี้เท่าไร เขามีความเดือดร้อนในฐานะที่เป็น กรรมการสหกรณ์คือผู้รับผิดชอบเป็นผู้ค้ำประกันต้องเดือดร้อน จึงฝากปัญหานี้มาที่ผมให้ผม ได้เสนอในที่ประชุมเพื่อให้ทางผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ติดตามเรื่องนี้ให้ด้วย ขอบพระคุณ อย่างสูงครับท่านประธานครับ🔗
คุณฐิตินันท์ แสงนาค🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายฐิตินันท์ แสงนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ ขอนแก่น ตัวแทนคนเมือง พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือกับประธาน เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เจ้าหน้าที่ขอภาพด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ถนนเลี่ยงเมือง เป็นถนนสำคัญที่สุดของจังหวัดขอนแก่นซึ่งเป็นถนนมิตรภาพตัดกับถนนหมายเลข ๒๓๐ หรือทางเลี่ยงเมือง ไม่ทราบว่าภาพขึ้นทันไหมครับ บริเวณจุดตัดตรงนี้อยู่ใกล้ บขส. ๓ ขอนแก่น ดังนั้นรถที่มาจากตัวเมืองขอนแก่นจะสามารถเลี้ยวซ้ายออกไปทางทิศตะวันออก ไม่สามารถเลี้ยวซ้ายออกไปได้ครับ เนื่องจากว่าไม่มีทางต่างระดับกลับไป ขอภาพที่ ๒ ที่ ๓ ครับ ที่เห็นภาพที่ ๒ นี่คือของจริงที่ปัจจุบันนี้ ขอภาพต่อไปครับ ภาพที่ ๓ เป็นภาพที่ทางกรมทางหลวง ได้ออกแบบในเชิงวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ยังขาดงบประมาณ ขอภาพต่อไปเลยครับ ยังขาดงบประมาณในการดำเนินการครับ ท่านประธานครับ นี่เป็นโครงสร้าง วิศวกรรมที่ทำไว้จะสามารถเลี้ยวซ้ายออกไปทางจังหวัดกาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด นครพนม มุกดาหารได้โดยสะดวกออกทางลาว ทางเวียดนามก็ได้ ในปัจจุบันนี้ตรงนี้ไม่มี ต้องตรงไปแล้วก็ยูเทิร์น (U-Turn) กลับมา ยูเทิร์น (U-Turn) กลับมาแล้วก็เลี้ยวซ้ายไปที่ หน้า บขส. ๓ แล้วเลี้ยวขวากลับมาอีกทางตรงถึงจะไปได้ ๓ โค้งด้วยกันซึ่งอันตรายมาก แล้วก็เป็นการสิ้นเปลืองเวลาของผู้ใช้งาน ท่านประธานครับ ถนนเส้นนี้ถ้าสร้างเสร็จ นอกจาก ประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่นจะได้ใช้ประโยชน์แล้วนี้ พี่น้องชาวอีสานทั้งหมดก็จะได้ใช้ ประโยชน์ด้วย จะสามารถลดระยะเวลาเดินทางและสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมากเลย นี่ครับที่เป็นลูกศรตรงนี้ที่จะสร้างใหม่ ขอวิงวอนให้กระทรวงคมนาคมโดยเฉพาะกรมทางหลวง รีบจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการโดยด่วนเพราะว่าชาวขอนแก่นและพี่น้องชาวอีสาน รอถนนเส้นนี้อยู่ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณบุญแก้ว สมวงศ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานเนื่องจากผมได้รับร้องเรียนจากท่านผู้ใหญ่บ้านสำราญ หัวดอน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๕ บ้านทรายงาม และผู้ใหญ่ประดิษฐ์ สุดชอบ หมู่ที่ ๑ ตำบลกุดกุง เนื่องจากพี่น้อง ประชาชนมีความเดือดร้อนไม่มีไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ในถนนสายบ้านกุดกุงไปบ้านทรายงาม พี่น้องประชาชนไปอยู่ตามท้องไร่ท้องนา ทำการเกษตรแล้วก็อยู่หลายหลังคาเรือน พี่น้อง ฝากบอกมาว่าอยากให้ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยไปสำรวจแล้วก็นำไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ไปให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ แล้วอีกสายหนึ่งก็คือตำบลดงเจริญไปบ้านลุมพุก ตำบลลุมพุก อำเภอคำเขื่อนแก้ว ผมได้รับร้องเรียนจากรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายบุญเย็น ยอดเอื้อ แล้วก็นายพยน ต้นพรม เนื่องจากไฟฟ้าเพื่อการเกษตรไม่มี ก็อยากให้ ทางหน่วยงานโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยได้ช่วยไปดูแลให้กับพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ🔗
และอีกเรื่องหนึ่ง ขอให้กรมชลประทานช่วยปรับปรุงซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำ สถานีสูบน้ำพี ๖/๑ (P6/1) แล้วก็พี ๑ (P1) พี ๕ (P5) แล้วก็สถานีสูบน้ำบ้านท่าช้าง บ้านราชมุนี ผมได้รับร้องเรียนจากชาวบ้าน วันเสาร์ วันอาทิตย์ที่ผมได้ไปสำรวจ แล้วได้ไปดู ให้กับพี่น้องประชาชนก็เห็นว่าพี่น้องประชาชนมีความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ก็อยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานโดยเฉพาะกรมชลประทานที่รับผิดชอบช่วยซื้อเครื่องใหม่ ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
คุณสมพันธ์ มายูโซ๊ะ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาและเพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผมนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต ๒ พรรคพลังประชารัฐ ผมใคร่ขอเวลารบกวนของสภาแห่งนี้ เรียนปรึกษาหารือกับ ท่านประธานสภาดังนี้ เนื่องจากกระผมได้รับการร้องเรียนจากนายสะอารี ดอเล๊าะ รองนายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลเกียร์ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ถึงข้อมูลหลายตำบลในพื้นที่อำเภอ สุคิริน จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทางธรรมชาติของจังหวัดนราธิวาส แต่กลับมีสัญญาณโทรศัพท์หรือวายฟาย (WiFi) ไม่ครอบคลุมทั่วถึงในพื้นที่ จึงใคร่ขอให้ ท่านประธานสภาได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการสำรวจและเพิ่ม เสาสัญญาณโทรศัพท์เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวได้ใช้งานโดยด่วน🔗
เรื่องที่ ๒ โดยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสมีด่านพรมแดนติดกับประเทศมาเลเซีย อยู่ด้วยกัน ๓ ด่านคือ ๑. ด่านสุไหงโก-ลก ๒. ด่านบูเก๊ะตา ๓ ด่านตากใบ โดยด่านสุไหงโก-ลก ด่านบูเก๊ะตานั้นจะมีสะพานในการสัญจรไปมา แต่ด่านอำเภอตากใบยังใช้เรือเฟอร์รี (Ferry) ในการสัญจรไปมา ซึ่งมีความลำบากในการระบายสินค้าและการเดินทางจากประเทศไทย ไปยังประเทศมาเลเซีย และยังทำให้พี่น้องประชาชนขาดโอกาสที่จะสร้างรายได้ที่มั่นคง ผมทราบมาว่าประเทศไทยเคยมีนโยบายได้ออกแบบสะพานไว้แล้วเพื่อที่จะสร้างสะพาน ในพื้นที่ดังกล่าว แต่ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดจึงได้หยุดชะงักทั้ง ๆ ที่ทางรัฐบาลมาเลเซีย พร้อมที่จะให้ความร่วมมือที่จะสร้างสะพาน โดยทางมาเลเซียได้ดำเนินการโครงการก่อสร้าง ขนาดใหญ่ ณ ปัจจุบันได้สร้างรถไฟความเร็วสูงตั้งแต่ชายแดนตากใบถึงเมืองหลวงของ มาเลเซีย ผมในฐานะ ส.ส. ในพื้นที่อยากให้รัฐบาลรื้อฟื้นโครงการและอยากให้ดำเนินการ สร้างต่อไปเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอำเภอตากใบและพี่น้องจังหวัดนราธิวาส เป็นการสร้างเศรษฐกิจรายได้ที่มั่นคงยั่งยืนต่อไป ขอบคุณครับ🔗
นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพนะคะ ดิฉัน นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทยค่ะ ดิฉันมีเรื่องหารือ เนื่องจากว่าดิฉันไปลงพื้นที่ที่จังหวัดลำปางนะคะ ไปช่วยการเลือกตั้งซ่อมลำปางที่เขต ๑ พรรคเสรีรวมไทยส่งผู้สมัครนะคะ มีชาวบ้าน มาร้องเรียนได้รับความเดือดร้อนหนักหนาสาหัสจนต้องแอบมาหาดิฉันที่ตลาดนัดที่ดิฉันลง พื้นที่ เขียนจดหมายน้อยมาให้นะคะ ด้วยความที่หวาดกลัวเพราะว่าไม่สามารถที่จะพึ่งพา ตำรวจในพื้นที่ได้ เนื่องจากว่าบริเวณบ้านจอมปิง หมู่ที่ ๕ มีการซื้อขายยาเสพติดกันทุกคืน ถามว่าตำรวจในพื้นที่ไม่รู้เลยหรือไม่ ให้ท่านไปซุ่มดูเลยนะคะแถวบริเวณสายเลอะแม่น้ำวัง บริเวณนั้นมีการซื้อขายยาเสพติดกันทุกคืน เขากังวลมากที่ลูกหลานเขาต้องติดยาเสพติด เมื่อผู้ขายถูกจับไป ๓-๕ วันก็ถูกปล่อยแล้ว ในกรณีนี้มันเป็นเรื่องการขายไม่ใช่เรื่องการค้า ทำไมถึงปล่อยเร็วนะคะ ชาวบ้านบอกว่าตำรวจในพื้นที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ อันนี้ ต้องขอฝากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติช่วยกำกับดูแลทางภาค ๕ ให้ลงไปดู สภ. เกาะคา กำกับดูแลในกรณีนี้ให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุขนะคะ เพื่อที่ลูกหลานเราจะได้ไม่มีปัญหา เรื่องยาเสพติด อย่าให้ซื้อขายกันง่ายเหมือนเป็นที่นัดหมายไปหาซื้อก็หาซื้อได้กันทุกคืนนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องบ้านปงยางคก อำเภอห้างฉัตร บริเวณแม่น้ำตาลน้อย มีการตื้นเขินน้ำท่วมทุกปี จึงขอให้ช่วยแก้ไขบริเวณนี้ช่วยเบี่ยงเส้นทางลำน้ำหรือขุดลอก แม่น้ำให้ตื้นเขินน้อยที่สุดเพื่อให้หมู่บ้านบริเวณนั้นไม่ได้รับความเดือดร้อนทุกปีเลยนะคะ แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขฝากผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยกำกับดูแลกรณีเรื่องนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
คุณนริศ ขำนุรักษ์🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าขณะนี้ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดพัทลุงที่ปฏิบัติหน้าที่ อยู่เพียงคนเดียว จากทั้งหมด ๓ คนในสภา เพราะอีก ๒ ท่านพักการปฏิบัติหน้าที่ แต่เพื่อ ไม่ให้เสียโอกาสในการแก้ไขปัญหาไม่ให้จังหวัดพัทลุงเสียโอกาสในการพัฒนา ผมพร้อมที่จะ ทำหน้าที่แทน ส.ส. ที่พักการปฏิบัติหน้าที่โดยขอให้พี่น้องประชาชนชาวพัทลุงพบผมได้ ที่บ้านพัก พบผมได้ที่สำนักงาน หรือใช้โทรศัพท์หรือช่องทางทางโซเชียลมีเดีย (Social Media) ได้ตลอดเวลาเพื่อประสานงานในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดพัทลุง🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงเกษตรและกรมชลประทานพัฒนาและแก้ไขปัญหา อ่างเก็บน้ำในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ซึ่งมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่อยู่ ๓ ที่คืออ่างเก็บน้ำป่าบอน เขาหัวช้าง ป่าพะยอม ซึ่งทั้ง ๓ ที่มีความสวยงามและเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และคนพัทลุงเป็นอย่างมาก โดยการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามยิ่งขึ้น โดยการปรับปรุงสิ่งอำนวย ความสะดวกถนน ห้องน้ำ เพราะอ่างเก็บน้ำทั้ง ๓ ที่ดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวและขอให้ทำ คลองส่งน้ำไปสู่ไร่นาให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์นะครับ🔗
เรื่องสุดท้ายขอให้กระทรวงคมนาคมก่อสร้างถนนและไฟส่องสว่างไปยัง แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดพัทลุงซึ่งการท่องเที่ยวในจังหวัดพัทลุงคนพัทลุงช่วยกันทำ จนขณะนี้ติดอันดับต้น ๆ ของเมืองที่น่าเที่ยวของประเทศไทย หวังว่ากระทรวงคมนาคม จะได้ทำถนนและไฟส่องทางไปยังสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวนิยมเข้าไปไม่ว่าจะเป็นแถบภูเขา ที่นาตอนกลางจังหวัด และตอนล่างของจังหวัดคือริมทะเลสาบครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน ผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกลค่ะ ท่านประธานคะ เสียงยังคงเบาและอาจจะยังไม่ชัดเช่นเคยนะคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนมาหารือ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรกนะคะที่ฉันได้รับแจ้งจากคุณรัตน์อรุณผู้ใหญ่บ้าน บ้านเขาหอม และคุณสัมพันธ์ ทวีผล ว่าชาวบ้านหมู่ที่ ๕ บ้านเขาหอม ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค เนื่องจากประปาในหมู่บ้านที่ใช้อยู่ไม่เพียงพอกับจำนวนประชากร ๔๑๐ ครัวเรือน ประกอบกับ ภาระค่าไฟฟ้าสูงกว่ารายรับทำให้การส่งน้ำประปากระจายไปได้ไม่ทั่วถึงต้องได้รับการแก้ไข ปัญหาอย่างเร่งด่วน แต่เนื่องจากว่าทาง อบต. โป่งน้ำร้อนมีงบประมาณจำกัด จึงขอ ความอนุเคราะห์ไปยังสำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต ๙ ระยอง กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานคะช่วงที่ผ่านมาดิฉันได้ลงพื้นที่ไปคุยกับชาวบ้าน ในทุก ๆ อำเภอค่ะไม่ว่าจะเป็นโป่งน้ำร้อน สอยดาว มะขาม ขลุง ไปเจอกลุ่มแม่ค้า ขายก๋วยเตี๋ยว ไปเจอกลุ่มเกษตรกร ไปเจอสภากาแฟ ต่างก็บ่นกันในเรื่องของค่าครองชีพแพง ไม่ว่าจะเป็นหมู ไก่ พริก น้ำมันพืช น้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นราคา ปุ๋ยยาแพงขึ้นราคา ๒ ๓ เท่า ในขณะที่ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ เว้นแต่ทุเรียนที่มีราคาดี การค้าขายก็ฝืดเคืองหาเงิน ยากลำบากมาก ชาวบ้านจะอยู่กันไม่ไหวแล้วค่ะ ชาวบ้านฝากบอกมาอย่างนี้นะคะว่าคนจน กำลังจะหมดไปจากประเทศนี้ ไม่ใช่รวยขึ้น แต่ว่าตายหมด ชาวบ้านยังฝากความห่วงใยไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะคะว่าอยากให้ท่านพักผ่อนแล้วไม่อยากให้ทำงานแล้วนะคะ อยากให้ลาออกไปได้แล้วค่ะ แล้วก็ฝากหารือไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านต้องเร่งเข้ามา ดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะว่าชาวบ้านจะอยู่ไม่ไหวแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
คุณทวิรัฐ รัตนเศรษฐ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครราชสีมา วันนี้ขออนุญาตหารือกับประธานนะครับ เพราะว่าเรื่องที่ผมจะนำมาหารือวันนี้ คือเป็นเรื่องใหญ่และเป็นปัญหาสำคัญของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศนะครับ ก็คือเรื่องของ ปัญหาสินค้าราคาแพง ค่าครองชีพสูง ท่านประธานที่เคารพครับสภาผู้แทนราษฎรเรานะครับ ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้หลายต่อหลายครั้งนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกทางด้านฝ่ายค้านหรือ ฝ่ายรัฐบาล เราพูดหลายครั้งแล้วว่าอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่า ท่านนายกรัฐมนตรีและทีมเศรษฐกิจของท่าน ท่านได้รับฟังปัญหาที่ท่านสมาชิกได้นำมาบอก หรือเปล่า หรือว่าท่านฟังแล้วท่านไม่รับรู้ เฉพาะตัวผมเองก็พูดเรื่องสินค้าราคาแพงไปถึง ๒ ครั้งแล้วในสภาแห่งนี้ และครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ เราพูดกันหลายครั้งนะครับว่าการแก้ปัญหา ของรัฐบาลยังไม่ตรงจุด และยังไม่มีความชัดเจนใด ๆ จากทางรัฐบาลนะครับ หนำซ้ำ ครับท่านประธานยิ่งพูดราคาสินค้าทุกวันนี้ก็ยิ่งแพงขึ้น ๆ แต่ก่อนมันแพงทั้งแผ่นดิน แต่ว่าตอนนี้ต้องขออภัยท่านประธานนะครับมันเป็นโครต ๆ แพงทั้งแผ่นดิน พี่น้องประชาชน เขาจะอยู่กันไม่ไหวแล้วครับ ในขณะที่รายได้ของพี่น้องประชาชนกลับเท่าเดิม พี่น้องประชาชน เขาจะอยู่กันอย่างไร ผมก็ต้องฝากไปถึงทางรัฐบาล เพราะว่าในฐานะที่ผมเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต ผมมาจากประชาชนครับ ผมจำเป็นต้องพูดจริง ๆ เมื่อพี่น้อง ประชาชนลำบาก พี่น้องประชาชนเขาอยู่ไม่ได้ รัฐบาลเองโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็จะอยู่ไม่ได้เหมือนกัน ตรงนี้ผมก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่าให้ช่วยเร่ง แก้ปัญหาอย่างตรงจุดและจริงจังเร่งด่วนนะครับ เรื่องของปากท้องพี่น้องประชาชนรอกัน ไม่ได้อีกแล้วครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ก็ขออนุญาตขอบคุณแล้วก็ ชื่นชมทุกคนนะครับ ตั้งแต่ลำดับที่ ๑ คุณบุญรื่น ศรีธเรศ จนถึงคุณทวิรัฐที่ทุกคนได้สละเวลา บริหารเวลาได้อย่างดีครับ จบการหารือนะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ วันนี้ มีผู้มาลงชื่อขณะนี้ ๒๕๗ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วครับ องค์ประชุมของเราในขณะนี้คือ ๒๓๙ ท่านครับ ขอเปิดประชุมนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี🔗
เรื่องด่วน🔗
๑. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือ ทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กับคณะเป็นผู้เสนอ)🔗
ซึ่งคณะรัฐมนตรีรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการและได้ส่งคืนสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา เรื่องนี้ก็พิจารณาต่อจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๙ (สามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันพุธที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ ขอเรียนว่าจากการประชุม ในครั้งที่แล้วที่ประชุมเห็นชอบให้รวมระเบียบวาระเพื่อนำร่างพระราชบัญญัติอีก ๔ ฉบับ มาพิจารณาพร้อมกัน🔗
๒. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือ ทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ กับคณะเป็นผู้เสนอ)🔗
๓. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือ ทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ พ.ศ. .... (นายวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะเป็นผู้เสนอ)🔗
๔. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพ ของระบบการเงินและความมั่นคงของเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กับคณะเป็นผู้เสนอ)🔗
๕. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายชลน่าน ศรีแก้ว กับคณะเป็นผู้เสนอ)🔗
โดยท่านประธานในที่ประชุมครั้งที่แล้วได้พิจารณาแล้วที่ประชุมเห็นชอบ ให้รวมลงมติวาระหนึ่งขั้นรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติตามระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ เนื่องจากเป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการทำนองเดียวกัน ส่วนร่างพระราชบัญญัติ ตามระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๔ และเรื่องด่วนที่ ๕ ให้แยกลงมติทีละฉบับตามลำดับ เนื่องจากเป็นพระราชบัญญัติที่เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกัน โดยรายละเอียดข้อสังเกตและผลพิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับดังกล่าวปรากฏ ในเอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้สมาชิกพิจารณาเรียบร้อยแล้วนะครับ ในวันนี้ก็จะดำเนินการ ต่อไป โดยในการนี้ขออนุญาตให้บุคคลภายนอกซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้เข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ดังมีรายนามต่อไปนี้ครับ ๑. นางสาวสิริภา สัตยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการระดมทุนโครงการลงทุนภาครัฐ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ๒. นายอัคนิทัต บุญโญ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาระบบประเมินผล และการบริหารโครงการเงินกู้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ๓. นางสาวชินารส อัศวอารี นิติกรชำนาญการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ๔. นางสาวสภัทร์พร ธรรมาภรณ์พิลาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ๕. นางสาววชิรา อารมย์ดี รองผู้ว่าการ ด้านบริหาร ธนาคารแห่งประเทศไทย ๖. นายจิรานุวัฒน์ ธัญญะเจริญ ผู้อำนวยการ สายกฎหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทย ๗. นายสุโชติ เปี่ยมชล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ธนาคารแห่งประเทศไทย ๘. นางสาวจีรภัทร์ การประเสริฐกิจ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย การเงินการคลัง กองกฎหมายการเงินการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อนุญาต ทั้ง ๘ ท่านครับ🔗
เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับนี้ได้มีการพิจารณาและอภิปรายกัน หมดสิ้นไปแล้ว แล้วคณะรัฐมนตรีวันนั้นก็ขอพิจารณาก่อนรับหลักการ วันนี้ก็ได้ส่งคืนมา ดังนั้นวันนี้ในการพิจารณาก็จะเป็นการพิจารณาวาระหนึ่งขั้นรับหลักการ โดยท่านสมาชิก เจ้าของญัตติมีสิทธิอภิปราย แต่แนวปฏิบัติก็คือเนื่องจากได้อภิปรายในการเสนอหลักการไว้ ทั้งหมดแล้ว วันนี้ก็คงจะอภิปรายในประเด็นที่หน่วยงานของรัฐให้ความเห็นไม่เห็นชอบ ในเรื่องนี้ครับ ก็ขออนุญาตดำเนินการไปตามลำดับนะครับ🔗
ในเรื่องแรกก็คือเรื่องด่วนที่ ๑ ถึงเรื่องด่วนที่ ๓ ซึ่งพิจารณารวมกันนะครับ ก็จะขออนุญาตให้ท่านสมาชิกเจ้าของญัตติได้อภิปรายครับ ขอเชิญเรื่องใดก่อนก็อนุญาต ขอเชิญครับ เรื่องที่ ๑ ของท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ🔗
๑. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือ ทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กับคณะเป็นผู้เสนอ)🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมได้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือ ทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา โดยรัฐบาลได้ขอรับเรื่องกลับไปพิจารณาก่อนรับหลักการนั้น บัดนี้รัฐบาลได้พิจารณาแล้ว และส่งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา โดยบรรจุอยู่ใน ระเบียบวาระการประชุมในวันนี้ กระผมก็ใคร่ที่จะสอบถามว่ารัฐบาลมีความเห็นหรือมี นโยบายในการแก้ไขปัญหากับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอย่างไร ต่อร่างพระราชบัญญัติที่กระผมได้เสนอ ผมได้อ่านเอกสารแล้ว แต่อยากจะฟังจากปาก ท่านรัฐมนตรีว่ามีความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัตินี้อย่างไร มีหลักการและเหตุผลที่กระผม ได้นำเสนอไปนั้นมีความเห็นต่อประเด็นที่กระผมได้เสนอไปอย่างไร ท่านประธานที่เคารพ กระผมจะใช้เวลาอีกเล็กน้อยที่อยากจะกราบเรียนว่าผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม ซึ่งเป็นภาคธุรกิจที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นแหล่ง สำคัญของการจ้างงาน ซึ่งไม่สามารถเขาถึงการช่วยเหลือ ทางการเงินตามพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) ได้อย่างแท้จริง ยังมีอีกจำนวนมาก จำเป็นต้องแก้ไขเงื่อนไขผ่อนคลายการที่สถาบันการเงินให้กู้ยืมเงินแก่ ผู้ประกอบวิสาหกิจเพื่อให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจของทุกภาคส่วนทั้งขนาดกลาง ขนาดย่อม ได้รับประโยชน์จากความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อพยุงและกอบกู้สถานะทางการเงิน ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น แม้เวลาจะล่วงเลยมาและปัจจุบันได้มีการตราพระราชกำหนด ให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัส โควิด (Virus COVID) แล้วก็ตาม โดยได้นำข้อแนะนำของผู้เกี่ยวข้องมาพิจารณาปรับปรุง หลักเกณฑ์การให้สินเชื่อให้มีความยืดหยุ่น ก็ยังมีข้อเท็จจริงที่เห็นว่ายังมีวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมอีกจำนวนมากขาดโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อฟื้นฟูและพยุงกิจการ จำเป็น ที่จะต้องได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลอยู่อีกมาก กระผมยังยืนยันที่จะเสนอร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับ ผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) และขอทราบว่าการที่ รัฐบาลได้ขอรับเรื่องก่อนรับหลักการนั้นผลการพิจารณาเป็นอย่างไร กระผมยังเป็นห่วง วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ยังต้องการเข้าถึงแหล่งทุน ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ เพียงเท่านี้ครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านสมบัติ จะอภิปรายก่อนไหมครับ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะได้ชี้แจงใน ๓ ฉบับนี้ครับ พร้อม ๆ กันไป เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานครับ กระผม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงใหม่ครับ ผมได้รับ มอบหมายจากทางท่านสมบัติ ศรีสุรินทร์ คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ที่เป็นผู้เสนออีก ๒ ร่าง รวมทั้งร่างฉบับที่กระผมเป็นผู้เสนอเองด้วยนี่นะครับ จะเป็นผู้เข้าญัตติทั้ง ๓ ฉบับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗
อนุญาตครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผมขอใช้เวลา ในช่วงต้นนี้ในการอ่านญัตติตามที่ได้มีการนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ ฉบับนะครับ🔗
๔. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพของ ระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเท ศ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กับคณะเป็นผู้เสนอ)🔗
ข้าพเจ้ากับคณะขอเสนอพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคง ทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... พร้อมด้วยบันทึกหลักการและ เหตุผล และบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเพื่อโปรดพิจารณา ดำเนินการตามมาตรา ๗๗ วรรคสองของรัฐธรรมนูญและนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา🔗
ท่านประธานครับ ฉบับแรกนะครับ ฉบับที่ ๒ นะครับ เป็นฉบับของท่าน นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ🔗
๕. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับ ผลกระทบจากการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายชลน่าน ศรีแก้ว กับคณะเป็นผู้เสนอ)🔗
โดยมีหลักการดังนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขเยียวยาและฟื้นฟู เศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙🔗
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ โดยที่การกู้เงินตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ มีมูลค่าสูงถึง ๑ ล้านล้านบาท การใช้เงินที่กู้มาก็กระทำ ในเวลาจำกัด จำเป็นต้องให้ดำเนินการไปโดยโปร่งใสเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน อย่างแท้จริง จึงควรสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนโดยให้มีกรรมการผู้สังเกตการณ์จาก สภาผู้แทนราษฎรในคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ให้รายงานการกู้เงินและการใช้จ่าย เงินกู้ตามพระราชกำหนดต่อรัฐสภาทุก ๓ เดือน และให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิก วุฒิสภาร้องขอข้อมูลการกู้เงินและการใช้เงินเพื่อประโยชน์ของการตรวจสอบได้ จึงจำเป็น ต้องตราพระราชบัญญัตินี้ และฉบับที่ ๓ เป็นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนด ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙🔗
หลักการคือการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือ ทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ ดังต่อไปนี้🔗
๑. แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า ผู้ประกอบวิสาหกิจ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (แก้ไขเพิ่มเติม) มาตรา ๓🔗
๒. แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ให้หมายความรวมถึงวิสาหกิจที่ไม่เคยมีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินมาก่อน และจำกัด วงเงินสินเชื่อไว้ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาทต่อราย (แก้ไขเพิ่มเติม) มาตรา ๓🔗
๓. กำหนดให้ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนปรนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่าง ๆ เป็นกรณีพิเศษ อันส่งผลให้วิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ ทุกรายสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำได้โดยง่าย (แก้ไขเพิ่มเติม) มาตรา ๗ วรรคสาม🔗
๔. กำหนดเงื่อนไขการให้กู้ยืมเงินของสถาบันการเงินครอบคลุมถึงการให้ สินเชื่อกับวิสาหกิจรายใหม่และวิสาหกิจที่ยังไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินมาก่อน (แก้ไขเพิ่มเติม) มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง🔗
๕. ขยายระยะเวลาการชำระคืนเงินที่กู้พร้อมดอกเบี้ย (แก้ไขเพิ่มเติม) มาตรา ๑๐🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้ง ๓ ฉบับนี้เป็นญัตติซึ่งสมาชิกพรรคเพื่อไทย ทั้งหมดได้ร่วมกันลงนามในญัตติเพื่อที่จะนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรมานานแล้วนะครับ สภาผู้แทนราษฎรได้มีการพิจารณาเพื่อผ่านร่างพระราชกำหนดซึ่งรัฐบาลได้ส่งเข้ามาสู่ สภาผู้แทนราษฎรเป็นพระราชกำหนดเรื่องของการกู้เงิน วงเงินรวมทั้งสิ้น ๑.๕ ล้านล้านบาท โดยมี ๑ ล้านล้านบาท เป็นเรื่องของการฟื้นฟูเยียวยาปัญหาโควิด (COVID) อีกประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นอีก ๒ พระราชกำหนดครับ ๑. ก็คือเรื่องของการช่วยเหลือ วิสาหกิจชุมชนขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งมีปัญหาในการเข้าถึงแหล่งทุนเอสเอ็มอี (SMEs) ต่าง ๆ และสุดท้ายนั้นก็คือเรื่องของการออกเป็นวงเงินผ่านทางธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อที่จะมาช่วยเหลือในเรื่องของตลาดทุน ตลาดตราสารต่าง ๆ วันที่พระราชกำหนดนี้ เข้าสู่สภาทางพรรคเพื่อไทยมีข้อท้วงติงมากมาย พรรคร่วมฝ่ายค้านเองก็มีข้อท้วงติง ในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งพยายามที่จะฝากไปยังรัฐบาลเพื่อให้ดำเนินการ ในประเด็นแรกเลย เรามีความพยายามในเบื้องต้นเลยที่จะให้มีการตั้งกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อที่จะมาติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายการบริหารงาน การอนุมัติโครงการต่าง ๆ ตามวงเงิน ที่มีกำหนดไว้ในแต่ละประเภท แต่สุดท้ายทางสภา ณ วันนั้นก็ไม่ได้มีการดำเนินการตามที่ เราร้องขอ เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปมาถึงวันนี้ต้องเรียนด้วยความเคารพว่าเป็นที่น่าเสียดาย ถึงแม้ว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านเราจะมีความพยายามที่จะหารือเพื่อที่จะนำเรื่องที่เป็น พ.ร.บ. ซึ่งเรานำเสนอเพื่อเลื่อนขึ้นมาพิจารณาหลายครั้งแต่ก็ไม่มีจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่จะ นำขึ้นมาพิจารณา จนเวลาล่วงเลยมาถึงปัจจุบันวงเงินหลายวงที่ได้ผ่านการพิจารณาตาม พ.ร.ก. นี้เช่นเรื่องของการฟื้นฟูยาวเรื่องของโคโรนาไวรัส (Corona Virus) ก็มีการอนุมัติแล้ว ก็ใช้ไปจนเกือบหมดแล้ว การอนุมัติวงเงินน่าจะเกือบครบถ้วน การดำเนินการตามโครงการ เกือบเสร็จสิ้น ในเรื่องของวงเงินที่เป็นการช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ธุรกิจขนาดเล็กและ ขนาดกลางต่าง ๆ เราก็มีการท้วงติงมากมายในเรื่องของกรอบวิธีการทำงาน โดยเฉพาะ ในเรื่องของการปล่อยให้ธนาคารเป็นผู้ตัดสินใจอนุมัติหรือไม่อนุมัติ เพราะในวันนี้พี่น้อง ประชาชนโดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก ส่วนมากก็ติดอยู่ในหล่มของสิ่งที่เรียกว่า การเข้าสู่การเป็นเอ็นพีแอล (NPL) หรือการเป็นหนี้สงสัยจะสูญ ศักยภาพของเขาในการ เข้าหาธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ในการที่จะเข้าไปกู้เข้าไปก็โดนปฏิเสธกลับมา วันนี้ถึงแม้ว่า ทางรัฐบาลได้ออกเงินกู้ในส่วนของเอสเอ็มอี (SMEs) แล้วก็เติมเข้าไปเพื่อที่จะผ่านทางระบบ ธนาคารพาณิชย์ สุดท้ายพี่น้องประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเอสเอ็มอี (SMEs) เหล่านี้เมื่อเข้าไป ผ่านกระบวนการ หลักการในการอนุมัติรีไควเมนต์ (Requirement) ในการอนุมัติของธนาคารพาณิชย์เหมือนเดิมครับ สุดท้ายเขาก็โดนปฏิเสธเช่นเดิมวงเงินนี้ ส่วนใหญ่กลับไปตกอยู่ในมือของรายใหญ่ ท่านอาจจะบอกว่าแน่นอนมันมีการกำหนดไว้ว่า วงเงินไม่เกินเท่านั้นเท่านี้รายใหญ่อาจจะไม่ได้ แต่อันนี้ไม่เป็นความจริงครับเพราะเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจริงมันพิสูจน์แล้วว่าสุดท้ายบริษัทที่ได้วงเงินกู้เหล่านี้ไปจำนวนมากกลายเป็นบริษัทลูก บริษัทแขนขาของบริษัทยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ เพราะเขามีความพร้อมในเรื่องของความมั่นคง ทางสินทรัพย์เขามีความพร้อมในเรื่องของการบัญชีการบริหารจัดการภายใน นั่นคือเขาสามารถ เข้าถึงแหล่งวงเงินเหล่านี้ได้อยู่แล้วแต่รัฐบาลเติมเงินเข้าไปก็เป็นการไปสนับสนุนกับเอกชน รายใหญ่เหล่านี้เท่านั้น ในขณะที่เอกชนรายเล็กและรายย่อยต่าง ๆ ที่อยู่ในสังคมจริง ๆ แล้ว ท่านประธานจะเห็นได้ว่าในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมาปิดตัวล้มหายตายจากกันระเนระนาดเนื่องจาก เขาไม่มีสายป่านเพียงพอ เขาไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนใหม่ ๆ เพื่อที่จะต่อชีวิตต่ออายุไปได้ วันนี้สถานการณ์โควิด (COVID) เริ่มคลี่คลายเอกชน พี่น้องประชาชนที่เป็นเอกชนเหล่านี้ ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งนะครับ เพราะว่าจากสถานการณ์โควิด (COVID) ที่กดทับมา ๒ ปีกว่า ๆ เขาหมดกำลัง เขาหมดแรง สินทรัพย์ที่มีอยู่ถูกขายทอดออกไปจำนวนมาก อันนี้ เป็นสิ่งซึ่งเกิดขึ้นจริงในสังคมไทย วันนี้การแก้ไขร่างพระราชกำหนดของท่านผ่านทางญัตติ ของทางพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้จึงยังมีความสำคัญอยู่ในหลายกรณี🔗
ในส่วนสุดท้ายนะครับในเรื่องของการเป็นวงเงินเพื่อแก้ไขเรื่องของตลาด ตราสารหนี้ อันนี้ยิ่งซ้ำร้ายครับเราได้ทักท้วงตั้งแต่ในชั้นที่ร่างพระราชกำหนดเข้าสู่ สภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยบอกเองครับผมเองก็เป็นคนอภิปรายผมบอกเลยว่าเรื่องของ ตราสารท่านทำไม่สำเร็จหรอก ท่านตั้งวงเงินไปให้ผ่านทางธนาคารแห่งประเทศไทยไปลงที่ ตราสารหนี้ สุดท้ายกลไกตลาดในตราสารหนี้เขาไม่มีความต้องการในจุดนี้และมันไม่ได้มีอยู่ ในความเสี่ยงใด ๆ คนที่ท่านควรจะช่วยกลับควรจะเป็นพี่น้องประชาชนตัวเล็กตัวน้อย มากกว่า แต่วันนั้นก็เดินหน้าดันกันเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ผ่านไปได้ สุดท้ายวงเงิน ในเรื่องของตราสารหนี้แทบจะไม่ได้มีการขยับเคลื่อนไหวใด ๆ ด้วยสาเหตุหลายประการ ๑. ก็คือตลาดตราสารหนี้เป็นตลาดที่มีความเป็นเสรีอย่างค่อนข้างสมบูรณ์ ๒. ก็คือในเรื่อง ของกระบวนการตามพระราชกำหนดนั้นมันมีข้อปลีกย่อย ซึ่งมีความจำเป็นจะต้องแก้ไข เพื่อให้มันสอดรับกับสภาวการณ์เรื่องของตลาดการค้าขายตราสารต่าง ๆ ซึ่งการแก้ไข หลายส่วนนี่ได้มีการบรรจุมาในร่างพระราชบัญญัติที่ผมได้นำเสนอต่อท่านประธานผ่านไปยัง ทางสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ก็ต้องกราบเรียนกับท่านประธานครับอันนี้เป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะว่าตั้งแต่วันที่มีวิกฤติไวรัสโคโรนา (Virus Corona) วันนั้นประเทศไทยเราไม่ใช่ประเทศ ซึ่งมีความพร้อมในการที่จะรองรับกับวิกฤติเรื่องของโรคระบาดใหญ่ ๆ ได้ คือเราไม่มีเงิน เราไม่มีทุนทรัพย์ เราไม่ใช่ประเทศที่มีความแข็งแกร่งขนาดนั้นด้วยการบริหารงานตั้งแต่ มีการปฏิวัติรัฐประหารมามันตกต่ำลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งวันนี้พอมีวันที่ออกพระราชกำหนดมา เราก็บอกแล้วว่านั่นนะเงินขวัญถุงนะ คือเรากำลังทุบกระปุกออมสินมาสู้มันเป็นก้อนสุดท้าย เราจะกู้ ๑ ล้านล้านบาทได้อีกกี่ครั้ง ทางสภาผู้แทนราษฎรเอง พรรคร่วมฝ่ายค้านเองก็บอกท่าน เราอยากจะเห็นการใช้งบประมาณการใช้เงินต่าง ๆ เหล่านี้ซึ่งเป็นเงินกู้หรือเงินผ่านทาง ระบบธนาคารให้มันมีประสิทธิภาพและแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนได้จริง แต่สุดท้าย เวลาล่วงเลยมาวันนี้เราก็เห็นได้ชัดว่ากระบวนการผ่านทางพระราชกำหนดทั้ง ๓ ฉบับ มันไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควรนะครับ กระบวนการสภาเองต้องเรียนต่อท่านประธานว่า ก็เป็นที่น่าเสียดายจริง ๆ เพราะญัตติของเราเข้าไปต่อคิวต่อแถวกันเป็นหลายร้อยฉบับ ฉบับซึ่งมีความสำคัญเช่น ๓ ฉบับนี้ก็รอคิวมาจนกระทั่งผ่านล่วงเลยมา ๒ ปีมาสู่สภาผู้แทน วันนี้แทบจะไม่เหลือประโยชน์แล้วในบางส่วน แต่ก็ยังมีความจำเป็นอยู่ครับ ผมจึงยังยืนยัน ว่าอย่างไรก็ตามในวันนี้ก็อยากจะให้สภาผู้แทนราษฎรรับญัตติ รับร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๓ ฉบับนี้ แล้วก็ตั้งกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อที่จะมาศึกษาแล้วก็หาทางที่จะพัฒนาสิ่งที่เราได้ ทำผ่านมาแล้ว บางอย่างเช่นเรื่องของวงเงินในเรื่องของการเยียวยาฟื้นฟูถ้ามันจะหมดแล้ว เราก็มาตรวจสอบการใช้จ่ายว่ามันเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ในส่วนของวงเงินเรื่องเอสเอ็มอี (SMEs) กับเรื่องของตลาดตราสาร เราก็มาดูสิว่าช่องโหว่ ที่มันมีมันยังจะสามารถปรับแก้อย่างไรเพื่อมันจะกลับมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในกลุ่มต่าง ๆ ที่เราตั้งหวังไว้ได้จริงนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ทางสภาเดินหน้าในการลงมติ แล้วก็ ตั้งกรรมาธิการตามที่ทางพรรคเพื่อไทยที่ได้ลงรายชื่อกันไว้ตั้งหวังครับ ก็ขอขอบพระคุณ ท่านประธานสภาในโอกาสนี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ร่างด่วนที่ ๓ ของคุณวรภพ วิริยะโรจน์ ครับ🔗
๓. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือ ทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ พ.ศ. ....🔗
ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพครับ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ถึงแม้ว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมยื่นไปตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๔ แต่ผมก็ยังยืนยันครับว่ามันยัง เป็นร่างกฎหมายที่มีความจำเป็นยังไม่ล้าสมัยครับ เหตุผลที่สำคัญก็คือทุกวันนี้ธุรกิจ ขนาดเล็กหรือเอสเอ็มอี (SMEs) ก็ยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน ทั้งที่จริง ๆ แล้วในธุรกิจท่องเที่ยว ที่กำลังฟื้นตัวนี่ครับ ธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) เหล่านี้ที่จะกลับมาเปิดกิจการอีกครั้งหนึ่ง มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าถึงแหล่งเงินทุนครับ เพื่อกลับมาจ้างงาน กลับมาตกแต่งหลาย ๆ อย่าง ในกิจการของตนเองก็ยังเข้าไม่ถึงครับ หรือแม้กระทั่งธุรกิจปกติในสภาวะที่ค่าใช้จ่ายมากขึ้น ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นมากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จำเป็นที่จะต้องได้รับเงินทุนหมุนเวียนมากขึ้น ดังนั้นปัญหาของการเข้าไม่ถึงแหล่งทุนของเอสเอ็มอี (SMEs) เป็นปัญหาสำคัญที่ยังเกิดขึ้นอยู่ ดังนั้นผมคิดว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเข้ามาแก้ไขประเด็นปัญหานี้ได้เพราะถ้าไปดูผลลัพธ์ จริง ๆ ของมาตรการซอฟต์โลน (Soft Loan) หรือแม้กระทั่งมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูผมว่า มันสะท้อนตรงไปตรงมามากว่าเอสเอ็มอี (SMEs) ก็ยังเข้าไม่ถึงมาตรการนี้อย่างเต็มที่ ซอฟต์โลน (Soft Loan) ตั้งวงเงินมา ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สุดท้ายกู้ได้เพียงแค่ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท มาตรการสินเชื่อฟื้นฟูตั้งวงเงินมา ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท สุดท้ายปล่อยกู้ได้เพียงแค่ ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วถ้าไปดูไส้ในก็กลายเป็นว่าเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ยังไม่เคยมีสินเชื่อ มาก่อนสุดท้ายกู้สินเชื่อฟื้นฟูได้เพียงแค่ ๙,๐๐๐ ราย นั่นหมายถึงอะไรครับ ก็คือหมายถึงว่า เอสเอ็มอี (SMEs) ตกหล่นจำนวนมากครับ ยังมีเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เข้าไม่ถึงอย่างที่ตั้งใจไว้ เหตุผลมันตรงไปตรงมาครับ เพราะว่าประเด็นที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้เอสเอ็มอี (SMEs) เข้าถึงสินเชื่อแหล่งทุนกับสถาบันการเงินได้ คือรัฐต้องเข้ามาช่วยค้ำประกันความเสี่ยง ให้กับสถาบันการเงินมากขึ้นครับ นี่คือเหตุผลเดียวเลยที่ทำให้สถาบันการเงินเขากล้าและมั่นใจ ปล่อยกู้ให้กับเอสเอ็มอี (SMEs) ได้มากขึ้นในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้นะครับ อันนี้เป็นประเด็น สำคัญที่ซอฟต์โลน (Soft Loan) ก็มีปัญหา คือเราชดเชยความเสี่ยงน้อยเกินไป แม้แต่ มาตรการสินเชื่อฟื้นฟูเราก็ตั้งไว้เพียงแค่ร้อยละ ๔๐ ที่ให้ บสย. เข้ามาช่วยค้ำประกันให้กับ สถาบันการเงินนะครับ ซึ่งผมว่าตรงนี้ละเป็นใจกลางของปัญหาครับ คือเมื่อรัฐชดเชย ความเสี่ยงให้กับสถาบันการเงินน้อยเกินไปทำให้สถาบันการเงินไม่มั่นใจครับว่าจะได้รับ การชดเชยคุ้มกับความเสี่ยงในการปล่อยกู้ให้กับเอสเอ็มอี (SMEs) หรือไม่ ดังนั้นในร่างของผม ผมตั้งเพิ่มไว้ว่าการชดเชยความเสี่ยงคือร้อยละ ๘๐ ผมคิดว่าอันนี้เป็นประเด็นสำคัญถ้าเกิด ทางรัฐบาลจะมองว่าไม่จำเป็นต้องสูงขนาดนั้น แต่ผมคิดว่าการเพิ่มให้สูงขึ้นกว่าเดิมจาก ร้อยละ ๔๐ ตรงนี้เป็นจุดสำคัญที่สุดที่ทำให้เอสเอ็มอี (SMEs) เข้าถึงแหล่งทุนครับ หรือแม้กระทั่งอย่างมาตรการพักทรัพย์พักหนี้ จริง ๆ ผมต้องขออภิปรายตรงนี้ครับ เป็นเจตนาที่ดีครับ แต่นี่คือระเบิดเวลาลูกใหญ่อีกลูกหนึ่งนะครับ ถึงแม้ว่าจะมีคนเข้าร่วม เพียงแค่ ๔๐๐ กว่าราย แต่ผมอยากให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเข้าไปดูไส้ในของมาตรการนี้ นะครับว่ากลายเป็นว่าลูกหนี้ที่ควรจะได้ไม่ได้ ลูกหนี้ที่สถาบันการเงินให้พักทรัพย์พักหนี้ กลายเป็นเพียงแค่ลูกหนี้ที่มีมูลค่าทรัพย์มากกว่ามูลหนี้จำนวนมาก ซึ่งอันนี้เป็นการทำให้ ลูกหนี้เสียสิทธิ เพราะเมื่อโอนทรัพย์ไปแล้วสุดท้ายเมื่อถูกยึดไปส่วนต่างตรงนี้ลูกหนี้ก็จะ ไม่ได้รับเลยนะครับ อันนี้อย่างที่บอกเป็นมาตรการที่ตั้งต้นมาเจตนาที่ดี แต่ผมคิดว่าประเด็นนี้ ต้องไปดูการควบคุมของธนาคารพาณิชย์ด้วยให้เป็นไปตามเจตนารมณ์นี้ ส่วนถ้ามาถึงตอนนี้ ก็คงต้องฝากครับบางทีมันอาจจะไกลเกินกว่าที่มาเรื่องของมาตรการสินเชื่อแล้ว จริง ๆ มันยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่อยู่ในวาระสภานี้ด้วย ก็คือ พ.ร.บ. ล้มละลาย คือผมคิดว่าบางที ตอนนี้มันอาจจะมาไกลเกินกว่าที่จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนมันต้องไปคุยกันเรื่องล้มละลายแล้วครับ ดังนั้นในวาระที่จะถึงนี้จริง ๆ อยากพูดชวนแบงก์ชาติให้สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ล้มละลายที่ผม เสนอเข้าสู่วาระสภาด้วยว่าให้ปลดล็อกให้เอสเอ็มอี (SMEs) เขาฟื้นฟูกิจการได้ง่ายขึ้น ไม่ต้อง มีเกณฑ์หนี้ขั้นต่ำอีกต่อไป ให้เอสเอ็มอี (SMEs) เขาได้มีโอกาสฟื้นตัว มีชีวิตใหม่ที่ปลอดหนี้ อีกครั้งหนึ่ง ในวาระนี้ก็ขอทิ้งท้ายไว้เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ก็จบ การเสนอทั้ง ๕ ฉบับนะครับ ผู้ชี้แจงเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณ ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ท่านวรภพ แล้วก็ท่านชวลิต ที่ต้องเอ่ยนาม ก็ทราบดีในส่วน พ.ร.บ. ที่ท่านเสนอมานั้นก็ด้วยความหวังดีในสถานการณ์ของประเทศที่เราเจอร่วมกันก็คือ สถานการณ์โควิด (COVID) ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาคมโลกนั้นได้รับผลกระทบร่วมกัน ซึ่งเจตนาดี ของท่านนั้นผมเชื่อว่าทางหน่วยงานรัฐหรือรัฐบาลเองได้รับแล้วก็ได้รับรู้เพราะว่าเราได้รับ ร่างพระราชบัญญัติของทุกท่านทั้ง ๕ ฉบับไปทำการพิจารณา เพื่อที่จะได้นำส่วนของ ข้อแนะนำหรือข้อติชมในการที่จะช่วยกันบริหารในสิ่งที่เกิดขึ้นได้ให้มีผลเป็นรูปธรรมกับ พี่น้องประชาชนโดยส่วนรวม ซึ่งตรงนี้หลายสิ่งหลายอย่างก็ปรากฏเป็นรูปธรรมจากที่ได้ กราบเรียนแล้วนะครับ แล้วเราก็ได้เห็นว่าสถานการณ์ต่าง ๆ ของประเทศเรานั้นมีทั้งวิกฤติ ทางด้านเศรษฐกิจ มีทั้งวิกฤติของโรคระบาด เราก็ได้รับการยืนยันจากหลายภาคส่วนที่ได้ เห็นว่าประเทศไทยเรานั้นได้บริหารจัดการในสภาวการณ์ซึ่งทั้งโลกได้เจอนั้นเป็นผลค่อนข้าง ที่จะดีได้รับความชื่นชมในหลาย ๆ ภาคส่วน ในส่วนของภาวะเศรษฐกิจนั้นผมเชื่อว่าพวกเรา ทุกท่านคงทราบดีว่าทุกคน ทุกภาคส่วนต่างดิ้นรนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคธุรกิจเองที่ช่วยกัน ในการประคับประคองในหลาย ๆ ส่วน เพราะฉะนั้นมาตรการที่รัฐได้ทำให้เกิดขึ้นนั้น ผมเชื่อว่าส่งผลไม่มากก็น้อยต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศไม่ว่าจะเป็นด้านเอสเอ็มอี (SMEs) หรือในเรื่องของการรักษาของพี่น้องประชาชนโดยส่วนรวม ซึ่งจากที่ทางรัฐบาลได้รับ เรื่องด่วนที่ ๑ เรื่องด่วนที่ ๒ เรื่องด่วนที่ ๓ เรื่องด่วนที่ ๔ เรื่องด่วนที่ ๕ ซึ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับ ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านชวลิต ของท่านสมบัติ ศรีสุรินทร์ ในเรื่องด่วนที่ ๒ ของท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ที่เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องเรื่องเดียวกันไว้พิจารณารวมกัน ส่วนเรื่องด่วนที่ ๔ ร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคง ทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ เรื่องด่วนที่ ๕ เป็นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับ ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านชลน่าน ศรีแก้ว ซึ่งในคราวการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ นั้น ที่ประชุมได้เห็นชอบให้คณะรัฐมนตรีรับร่างพระราชบัญญัตินี้ไปพิจารณาก่อนที่จะลงมติ ในวาระรับหลักการนั้น ก็กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกที่เคารพครับ กระผม ขอกราบเรียนว่าเมื่อคณะรัฐมนตรีได้รับร่างไปพิจารณานั้นได้มอบหมายให้สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มาร่วมประชุม ซึ่งที่ประชุม มีความเห็นในส่วนของร่างพระราชบัญญัติที่เป็นเรื่องด่วนที่ ๑ เรื่องด่วนที่ ๒ และเรื่องด่วน ที่ ๓ นั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เห็นสอดคล้องกันว่ายังไม่เห็นด้วยกับการรับหลักการของ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติเรื่องด่วนที่ ๑ เรื่องด่วนที่ ๒ เรื่องด่วน ที่ ๓ เรื่องด่วนที่ ๔ นั้นการให้สินเชื่อตามพระราชกำหนดให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) พ.ศ. ๒๕๖๓ ปัจจุบันได้สิ้นสุดระยะเวลาแล้ว และได้มีการตราพระราชกำหนด การให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) พ.ศ. ๒๕๖๔ ที่ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้กู้ยืมแก่ ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคไว้หลายประการ รวมทั้งที่ได้ นำข้อห่วงใยและข้อเสนอแนะของท่านที่ได้มาเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้ามาพิจารณา ร่วมอยู่ด้วย เช่น ผู้ประกอบธุรกิจที่ยื่นคำขอกู้เงินไม่จำเป็นต้องมีวงเงินสินเชื่อกับสถาบัน การเงินมาก่อน ขยายระยะเวลาการยื่นคำขอเงินกู้ ขยายวงเงินสินเชื่อและขยายระยะเวลาให้ สถาบันการเงินในการชำระคืนเงินที่ได้กู้ยืม ซึ่งมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตาม สถานการณ์ เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจได้เข้าถึงสินเชื่อได้เพิ่มมากขึ้น การเพิ่มวงเงินชดเชย ความเสียหายให้แก่สถาบันการเงินซึ่งเป็นภาระทางการคลังที่เพิ่มขึ้นและโดยที่ระยะเวลาที่ให้ สินเชื่อตามพระราชกำหนดสิ้นสุดลงแล้ว จึงไม่มีผลการช่วยเหลือต่อผู้ประกอบวิสาหกิจต่อไป การรายงานการให้กู้ยืมเงินของสถาบันการเงินต่อรัฐสภา สมาชิกรัฐสภามีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ในการเรียกเอกสารหรือบุคคลมาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความเห็นในเรื่องที่จะตรวจสอบ ได้อยู่แล้ว หรือตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี หรือตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อดำเนินการสอบหา ข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใด ๆ และปัจจุบันมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ติดตามตรวจสอบการใช้เงินตามพระราชกำหนด ๓ ฉบับด้วยแล้ว นอกจากนี้ธนาคาร แห่งประเทศไทยมีการรายงานผลการปฏิบัติงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและ รัฐมนตรีตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทยและทางปฏิบัติได้มีแผนและเผยแพร่ ทางเว็บไซต์ (Website) ของธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่แล้ว ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติ เรื่องด่วนที่ ๔ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นสอดคล้องกันว่าไม่เห็นด้วยกับหลักการของ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เนื่องจากการเพิ่มคณะกรรมการผู้สังเกตการณ์จำนวน ๒ ท่านที่ได้รับ การเสนอชื่อจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านในคณะกรรมการ กำกับกองทุนนั้น พระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคง ทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๓ กำหนดแนวทางการดำเนินการที่โปร่งใสชัดเจน และตรวจสอบได้อยู่แล้ว ส่วนกรรมการผู้สังเกตการณ์ที่เพิ่มขึ้นมาแต่ไม่มีอำนาจลงมตินั้น ก็จะเป็นการไม่สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล เพราะกรรมการทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ ต่อการลงมติในแต่ละครั้งอยู่แล้วและอาจทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างการทำหน้าที่ การตรวจสอบและการทำหน้าที่กำหนดนโยบายและการบริหารกองทุน คณะกรรมการกำกับ กองทุนมีอำนาจหน้าที่ดำเนินงานทางด้านการบริหาร การมีตัวแทนจากฝ่ายนิติบัญญัติ เข้ามาร่วมประชุมด้วยนั้นจึงขาดความเป็นอิสระในการตัดสินใจหรือต้องตัดสินใจบน ความกดดันซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นนะครับ การจำกัดอำนาจของคณะกรรมการกำกับการลงทุน ในการผ่อนผันให้กองลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนจากที่กำหนดให้ได้เกินร้อยละ ๕๐ เป็นไม่เกินร้อยละ ๖๐ นั้น อาจทำให้กลไกการบริหารจัดการกองทุนขาดความยืดหยุ่น เพียงพอในการรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การกำหนดให้การซื้อขายตราสารหนี้ในตลาดรองต้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทยขอความเห็นชอบ จากคณะกรรมการกำกับกองทุนนั้น ไม่สอดคล้องกับหลักการของพระราชกำหนดที่วางกลไก ให้เป็นอำนาจของธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีเฉพาะกรณีที่ ตลาดตราสารหนี้ประสบปัญหาสภาพคล่องอย่างร้ายแรง อันเนื่องมาจากการระบาดของโรค และมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเพื่อการรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจและระบบการเงินโดยรวม ซึ่งเป็นมาตรการที่แยกต่างหากจากมาตรการกองทุน การกำหนดให้กระทรวงการคลังรายงาน การลงทุนตามพระราชกำหนดนี้ให้รัฐสภาทราบทุกเดือนนั้น สมาชิกรัฐสภาสามารถตรวจสอบ การทำงานของฝ่ายบริหารตามหน้าที่และอำนาจที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว และเป็น การเพิ่มภาระกระทรวงการคลังมากเกินไป อีกทั้งพระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพ อยู่ภายใต้หลักการของความโปร่งใสและการตรวจสอบได้ในทางปฏิบัติ คณะกรรมการ กำกับกองทุนมีการรายงานผลการดำเนินงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประจำ ทุกเดือน ในส่วนของพระราชบัญญัติเรื่องด่วนที่ ๕ นั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เห็นสอดคล้องกัน นะครับว่าไม่เห็นด้วยกับการรับหลักการของพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวเนื่องจากการแก้ไข องค์ประกอบคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ปัจจุบันคณะกรรมการชุดนี้ได้พิจารณา อนุมัติแผนงานหรือโครงการเสร็จสิ้นแล้ว และหน่วยงานที่รับผิดชอบแผนงานหรือโครงการ จะต้องดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีในการเบิกจ่ายเงินให้แล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลา การแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบ จึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป การตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยการกำหนดระยะเวลารายงานข้อมูลให้สมาชิกมีสิทธิเข้าชื่อร้องขอข้อมูลการกู้เงินและ การใช้เงินนั้น สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกอาจตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพื่อทำการพิจารณาตรวจสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใด ๆ และรายงานให้สภา ทราบได้อยู่แล้ว รวมทั้งคณะกรรมาธิการมีอำนาจให้หน่วยงานของรัฐ ให้ข้อเท็จจริง ส่งเอกสารหรือแสดงความคิดเห็นต่อคณะกรรมาธิการซึ่งร้องขอได้อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันก็มีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นอีก ๒ คณะ ทำหน้าที่ดังกล่าวนอกจากนี้กระทรวงการคลัง มีหน้าที่รายงานการกู้เงินที่กระทำในปีงบประมาณที่ล่วงมาแล้ว ให้รัฐสภาทราบภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงิน อีกทั้งกระทรวงการคลังมีหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ ในการประกาศการกู้เงินและรายงานสถานะหนี้สาธารณะในราชกิจจานุเบกษาและเผยแพร่ ข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ (Website) อีกด้วย🔗
บัดนี้คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ มีมติ รับข้อสังเกตและการพิจารณาของร่างทั้ง ๕ ฉบับไป ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีก็ได้ให้หน่วยงาน หลายหน่วยงานได้รับผิดชอบร่วมกันพิจารณา แล้วมีการทำความเห็น มีการทำข้อเสนอแนะ มีการพิจารณาในรายละเอียดหลายอย่าง รวมทั้งรายละเอียดปลีกย่อยที่ท่านได้เสนอกรอบ ของพระราชบัญญัติมาโดยรวมว่ามีรายละเอียดที่ควรทำในหลายเรื่อง ผมคิดว่าในส่วนรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นคงได้รับข้อมูลแล้วนำหลายส่วนไปพิจารณาร่วม แต่โดยส่วนรวม ซึ่งได้ผ่านมาเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้าง🔗
รัฐมนตรีใช้ได้แล้ว กระมังครับ ขออภัยท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ🔗
ต้องกราบ ขอประทานอภัยท่านประธานและท่านสมาชิกนะครับ เนื่องจากเหตุขัดข้องทางเทคนิค จากที่คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ มีมติรับทราบข้อสังเกตและ ผลการพิจารณาของพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับดังที่ผมกล่าวมาข้างต้นแล้ว ที่คณะรัฐมนตรี รับมาพิจารณาก่อนรับหลักการตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอแล้วให้ส่งคืน ร่างพระราชบัญญัติไปยังสภาผู้แทนราษฎร พร้อมแจ้งข้อสังเกตมาเพื่อประกอบการพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในการชี้แจงนั้นผมอยากขออนุญาตท่านประธานสภาในการที่จะให้ผู้ที่ ชี้แจงในส่วนของร่างพระราชบัญญัติใน ๓ กลุ่มนี้ คือกลุ่มที่ ๑ ร่างที่ ๑-๓ นั้นให้นางสาวสภัทร์พร ธรรมาภรณ์พิลาศ เป็นผู้ชี้แจงเพิ่มเติมจากที่ผมได้ชี้แจงในเบื้องต้นไปแล้ว ส่วนร่างที่ ๔ ให้คุณวชิรา อารมย์ดี เป็นผู้ชี้แจง🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิคม บุญวิเศษ ให้ผมได้เรียนถามไปเลยได้ไหมครับ จะได้ตอบทีเดียวครับ🔗
ได้ครับ คุณนิคมครับ จะอนุมัติให้คุณนิคมได้อภิปรายแต่ว่าโดยที่เรื่องนี้ในการพิจารณาขั้นต้นเราได้อภิปรายกันมา ครบถ้วนแล้ว เพราะฉะนั้นคุณนิคมมุ่งเรื่องของการที่เขาไม่เห็นชอบในการรับหลักการเรื่องนี้ มุ่งเรื่องเงินนะครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้า พรรคพลังปวงชนไทยครับ กระผมขอใช้เวลาไม่นานครับท่านประธาน เพื่อเรียนสอบถาม ท่านรัฐมนตรีและคณะที่มาชี้แจงในวันนี้ รัฐบาลได้มีการกู้เงินจำนวนหนึ่งก็คือ ๑.๕ ล้านล้านบาท ตามที่เราทราบอยู่แล้วครับ แต่ในส่วนที่ผมจะเรียนถามในกองทุนจำนวนเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รัฐบาลบอกว่ากู้เงินเพื่อจะมาช่วยเอสเอ็มอี (SMEs) ในขณะนั้นรัฐบาลได้มี การกำหนดเงื่อนไขว่าเอสเอ็มอี (SMEs) ที่จะปล่อยกู้ให้จะต้องเป็นหนี้กับธนาคารวันที่ ๓๑ ธันวาคม ปี ๒๕๖๒ และปล่อยให้แค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของหนี้ที่ค้าง ซึ่งผมได้อภิปรายไปแล้วว่า มันไม่ตรงวัตถุประสงค์เนื่องจากไวรัสโคโรนา (Virus Corona) มันระบาดปี ๒๕๖๓ รัฐบาลได้ ออกข้อกำหนดว่าจะต้องให้ธนาคารพาณิชย์ไปปล่อยให้เอสเอ็มอี (SMEs) เท่าที่ผม จำไม่ผิดนะครับ ๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งรัฐบาลให้เงินธนาคารพาณิชย์ดอกเบี้ย ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายถึงว่า ๑ ล้านบาท ให้ดอกเบี้ยแค่ ๑๐๐ บาท และให้ไปปล่อยดอกเบี้ย ๒ บาท ก็คือ ล้านละ ๒๐,๐๐๐ บาท หลังจากนั้นธนาคารพาณิชย์ก็ไม่ไปปล่อยเนื่องจากกว่าคิดว่าตัวเองนั้น ไปปล่อยก็คงจะขาดทุน รัฐบาลก็เลยมาแก้ใหม่ว่าให้ธนาคารพาณิชย์ไปปล่อยร้อยละ ๕ ปล่อยยังไม่พอรัฐบาลยังมีการค้ำหนี้ให้อีกครับ ท่านประธานครับ ผมเลยอยากเรียนถามว่า ที่รัฐบาลปล่อยไปให้ธนาคารพาณิชย์เหล่านี้ปล่อยไปแล้วกี่สถาบัน กี่ธนาคาร มีธนาคารอะไรบ้าง และธนาคารพาณิชย์เหล่านี้เอาไปปล่อยให้เอสเอ็มอี (SMEs) จริงหรือไม่ อย่างไรนะครับ รัฐบาลเคยตามไหมครับว่าปล่อยให้เอสเอ็มอี (SMEs) จริงหรือไม่ปล่อยให้ จำนวนกี่เอสเอ็มอี (SMEs) และเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ปล่อยให้แล้วนะครับ แล้วเขาได้นำเงิน ส่วนนี้ไปฟื้นฟูกิจการเขาได้อย่างไร ผลคุ้มค่าของการใช้เงินเป็นอย่างไรบ้างผมอยากเรียนถาม เนื่องจากผมมีข้อมูลอย่างนี้ครับท่านประธาน เมื่อรัฐบาลปล่อยเงินให้ธนาคารพาณิชย์ ในอัตราดอกเบี้ย ๐.๐๑ ล้านละ ๑๐๐ บาท แล้วให้ธนาคารพาณิชย์ไปปล่อยล้านละ ๕๐,๐๐๐ บาท แต่ธนาคารพาณิชย์เหล่านี้ไม่ไปปล่อยให้เอสเอ็มอี (SMEs) ทั้งหมด แต่ไปปล่อยให้พนักงานลูกจ้าง คนที่มีเงินเดือน ๑๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท เอาเงินเหล่านี้ไปปล่อย ปล่อยกัน ง่าย ๆ ครับบางคนกู้ ๑๐,๐๐๐ บาท บางคนกู้ ๒๐,๐๐๐ บาท บางคนกู้ได้ ๓๐,๐๐๐ บาท ผมก็ อยากจะถามว่าในการปล่อยลักษณะนี้มันตรงกับวัตถุประสงค์ของการกู้เงินมาหรือไม่อย่างไร และผลคุ้มค่าที่เราจะช่วยเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เขากำลังจะล้มหายตายจากรัฐบาลเคยดูไหมครับ ว่าเอสเอ็มอี (SMEs) ล้มไปกี่เอสเอ็มอี (SMEs) แล้ว แล้วปล่อยให้เอสเอ็มอี (SMEs) จริง ๆ จำนวนเท่าใด ๆ ผมอยากจะทราบตรงนี้จริง ๆ เพราะเท่าที่ทราบปล่อยให้เฉพาะเอสเอ็มอี (SMEs) รายใหญ่ที่เป็นเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เป็นลูกค้าของธนาคารที่เป็นลูกค้าดีด้วย ส่วนเอสเอ็มอี (SMEs) รายย่อยที่กำลังจะล้มไม่มีการปล่อยให้ ผมอยากจะเรียนถามจริง ๆ ช่วยตอบหน่อย ครับว่าจริงหรือไม่อย่างไรครับ ขอบคุณครับ🔗
ขออภัยด้วยมีปัญหา เรื่องระบบ ขอเชิญท่านผู้ชี้แจงครับ สมาชิกกรุณาดึงบัตรแล้วก็เสียบใหม่🔗
กราบเรียนท่านประธานแล้วก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน สภัทร์พร ธรรมาภรณ์พิลาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง จะขอชี้แจงในประเด็นที่ เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ปี ๒๕๖๓ ฉบับของท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ กับคณะ ฉบับของท่านสมบัติ ศรีสุรินทร์ ฉบับของท่านวรภพ วิริยะโรจน์ เป็นผู้เสนอต้องขอเรียนว่าเนื่องจากระยะเวลา การขอรับสินเชื่อตาม พ.ร.ก. ซอฟต์โลน (Soft Loan) สิ้นสุดลงแล้วในเดือนเมษายน ๒๕๖๔ การแก้ไขเพิ่มเติมหลักการในสินเชื่อตามที่เสนอมาในร่างกฎหมายจึงไม่สามารถใช้บังคับกับ การกู้ยืมเงินที่ได้สิ้นสุดระยะเวลาลงแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากทางสภามีการตั้ง คณะอนุกรรมาธิการติดตามร่าง พ.ร.ก. ซอฟต์โลน (Soft Loan) อยู่ หน่วยงานก็ได้เข้ามา รับฟังประเด็นข้อคอนเซิร์น (Concern) ข้อกังวลของท่านสมาชิกสภาจึงได้เอาประเด็น ทั้งหมดนี้ไปแก้ไขเพิ่มเติมเป็นการออกพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟู ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ปี ๒๕๖๔ ออกมาอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าวก็ได้นำข้อกังวล ต่าง ๆ ของท่านสมาชิกกลับมาแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลูกค้าที่ไม่มีวงเงินสินเชื่อ กับสถาบันการเงินก็มายื่นขอได้ นอกจากนั้นก็ขยายระยะเวลา การชำระเงินคืนให้กับธนาคารแห่งประเทศไทยจาก ๒ ปีเป็น ๕ ปี แล้วก็มีการกำหนด อัตราดอกเบี้ยใน ๕ ปีที่กู้ให้มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยแล้วไม่เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ใน ๒ ปีแรก ก็ยังจะเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้ได้รับสินเชื่อในอัตราร้อยละ ๒ นอกจากนี้ก็ได้ เพิ่มเติมกลไกการค้ำประกันของ บสย. ซึ่งเป็นกลไกที่ทางสถาบันการเงินแล้วก็ผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีความคุ้นเคยการใช้ตัว บสย. ในการค้ำประกันอยู่แล้ว เพิ่มเติมจากสิ่งที่ท่านสมาชิกขอมา แล้วก็มีความยืดหยุ่นคือหมายความว่าในกรณีที่ถ้าเป็น ลูกค้าที่เป็นขนาดเล็กมีกลุ่มเสี่ยงเราก็ค้ำประกันได้ต่อรายถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยนะคะ นอกจากนี้ทางรัฐบาลเองก็เข้าใจว่าผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ นอกจากการออก พ.ร.ก. ฉบับนี้แล้วรัฐบาลก็ยังมีการทำสินเชื่อ ผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐไม่ว่าจะเป็นธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและ สหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ธนาคาร ธพว. มาโดยตลอดนะคะ นอกจากนั้นก็มีการออก ผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่าค้ำประกันผ่าน บสย. ไม่ว่าจะเป็นการค้ำประกันพีจีเอส ๙ (PGS 9) หรือ การค้ำประกันในลักษณะเป็นคนตัวเล็กไมโครไฟแนนซ์ (Micro Finance) มาโดยตลอดนะคะ นอกจากนี้สำหรับการให้ความช่วยเหลือหรือเป็นแหล่งเงินทุนของเอสเอ็มอี (SMEs) รัฐบาล ยังมีการตั้งกองทุนในกระทรวงอุตสาหกรรมและกองทุนของ สสว. ในการดูแลเรื่องเอสเอ็มอี (SMEs) นี้ด้วยนะคะ สำหรับประเด็นภายใต้ พ.ร.ก. จะมีลูกค้า ผลการดำเนินงานของ พ.ร.ก. ซอฟต์โลน (Soft Loan) สินเชื่อซอฟต์โลน (Soft Loan) ปัจจุบันนี้ที่ปล่อยไปแล้วก็คือ ประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือ ๗๗๐,๐๐๐ ราย วงเงินอนุมัติเฉลี่ย ๑.๘ ล้านบาท ต่อรายค่ะ ถ้าเป็นสินเชื่อฟื้นฟูค่ะ ผู้ได้รับความช่วยเหลือไปแล้วประมาณ ๕๔๐,๐๐๐ ราย แล้วก็มีวงเงินอนุมัติไปแล้วประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท วงเงินที่อนุมัติไปแล้วเฉลี่ยต่อราย ๓.๓ ล้านราย เป็นลูกค้าใหม่ของสถาบันการเงินประมาณ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ก็มีลูกค้าที่ไม่เคย ขอสินเชื่อแล้วก็เข้ามาใน พ.ร.ก. ฟื้นฟูได้🔗
สำหรับประเด็นข้อคอนเซิร์น (Concern) ของท่านนิคมว่าเงินที่รับจาก ธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ธนาคารพาณิชย์จะไปปล่อยกับคนอื่นต้องขอเรียนว่า หลักเกณฑ์ตาม พ.ร.ก. นี้ การที่ สสว. จะมากู้เงินจากธนาคารแห่งประเทศไทยได้นี้จะต้องไป ปล่อยในสินเชื่อซอฟต์โลน (Soft Loan) เท่านั้นให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจที่ได้รับ ผลกระทบเท่านั้นนะคะ ไม่สามารถไปปล่อยให้กับคนอื่นได้ค่ะ ขอเรียนชี้แจงเพียงเท่านี้ ก่อนนะคะ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านผู้ชี้แจงต่อไปเชิญนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน วชิรา อารมย์ดี รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ก็จะขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงต่อ สภาผู้แทนราษฎรในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการขอแก้ไขพระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพ ของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๓ ฉบับที่ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และคณะเป็นผู้เสนอนะคะ ก่อนอื่นก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าวัตถุประสงค์ ของพระราชกำหนดรักษาเสถียรภาพนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลเสถียรภาพของระบบการเงิน หากทุกท่านจำได้ว่าในสถานการณ์ปี ๒๕๖๓ การแพร่ระบาดของโรคโควิด (COVID) นั้น ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักนะคะ เกิดความกลัว เกิดความไม่แน่นอนในตลาดการเงิน ทำให้ตลาดตราสารหนี้ไม่สามารถจะทำงานได้ตามปกติ ภาคธุรกิจเองก็มีความเสี่ยงเกี่ยวกับ เรื่องของการผิดนัดชำระหนี้ ความไม่แน่นอนดังกล่าวอาจจะทำให้เกิดผลกระทบเชิงระบบได้ เพราะฉะนั้น พ.ร.ก. ฉบับนี้จึงออกแบบมาเพื่อเป็นหลังพิงให้กับผู้ร่วมตลาดในยามฉุกเฉิน ดิฉัน ขอเรียนชี้แจงว่านับตั้งแต่มีการตราพระราชกำหนดฉบับนี้ขึ้นยังไม่มีผู้ออกตราสารหนี้รายใด เข้ามาขอรับความช่วยเหลือ แต่ตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนสามารถผ่านพ้น วิกฤติได้ด้วยดีนะคะ สามารถทำหน้าที่เป็นแหล่งระดมทุนให้กับภาคธุรกิจได้ตามปกติโดยที่ กองทุนบีเอสเอฟ (BSF) นี้ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่น รักษาเสถียรภาพ ของระบบการเงินของประเทศซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายและจากการประเมิน ผลสัมฤทธิ์ทางกฎหมาย ผู้ร่วมตลาดทุกคนเห็นตรงกันว่าการตั้งกองทุนนี้มีความจำเป็นและ สามารถช่วยดูแลเสถียรภาพของตลาด เรียกความเชื่อมั่นในยามที่มีความไม่แน่นอนสูงได้ เป็นอย่างดี สำหรับประเด็นอื่น ๆ ที่ได้มีการตั้งข้อสังเกต ความโปร่งใสของการดำเนินงาน ของกองทุนก็จะขอเรียนว่า คณะกรรมการกองทุนทุกท่านได้ตระหนักดีถึงความสำคัญของ หลักธรรมาภิบาลที่ควรจะมีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ คณะกรรมการกำกับ กองทุนจึงได้กำหนดให้กองทุนต้องรายงานสถานะผลการดำเนินงานบนเว็บไซต์ (Website) ที่สาธารณชนเข้าตรวจสอบได้เป็นประจำทุกเดือนค่ะ ก็ขอขอบพระคุณท่านประธานสภาและ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ เชิญ ท่านผู้ชี้แจงต่อไปครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิก ที่เคารพทุกท่านค่ะ ดิฉัน นางสาวสิริภา สัตยานนท์ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะค่ะ ขออนุญาตชี้แจงเกี่ยวกับตัวพระราชกำหนดโควิด (COVID)🔗
ประเด็นแรก คือเรื่องของคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ที่ทางท่านชลน่าน และพรรคพวกได้ขอให้มีการเพิ่มเติมผู้แทนเข้าไปในคณะกรรมการ ดิฉันขอเรียนว่า คณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติโครงการเสร็จสิ้นไปแล้ว เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ระหว่างนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบการดำเนินโครงการก็จะต้องเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายใต้กรอบ ที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไว้นะคะ🔗
เสียงดังนิดหนึ่งครับ🔗
การเพิ่มเติมองค์ประกอบจึงไม่สอดคล้อง กับระยะเวลาที่ได้ดำเนินการอยู่นะคะ แล้วคณะกรรมการกลั่นกรองก็มีผู้แทนที่เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละด้านได้พิจารณาอยู่แล้ว สำหรับเรื่องของการรายงานเพิ่มเติมก็ขอเรียนว่า กระทรวงการคลังได้รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามที่พระราชกำหนดกำหนดไว้ตาม มาตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา ๑๐ ตามระยะเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ยังสามารถติดตาม ความคืบหน้าในการดำเนินการในเว็บไซต์ (Website) ไทยมี (ThaiME) ของสภาพัฒน์ได้นะคะ แล้วก็กระทรวงการคลังได้มีการประกาศการกู้เงินเป็นระยะ ๆ ตามที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้ว จึงขออนุญาตเรียนชี้แจงมาเพื่อโปรดทราบค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ มีผู้ชี้แจง อีกท่านใช่ไหมครับ🔗
ท่านประธานครับ ถ้าไม่มีผมขอ นิดหนึ่งครับท่านประธาน ต่อเนื่องครับ🔗
มีท่านชวลิตได้ขอไว้ ถ้าผู้ชี้แจงหมดแล้วก็จะได้ให้ท่านชวลิตผู้เสนอญัตติได้เสนอครับ🔗
ผมขอถามนิดหนึ่งครับ พอดี เจ้าหน้าที่ตอบยังไม่ชัดครับท่านประธาน นิดเดียวครับ🔗
เชิญครับ🔗
เมื่อสักครู่ท่านเจ้าหน้าที่ตอบว่า ได้มีการปล่อยให้ธนาคารพาณิชย์ไปปล่อยให้เอสเอ็มอี (SMEs) แล้วก็พูดทำนองว่าเงินก้อนนี้ ธนาคารพาณิชย์ก็คงจะปล่อยให้เอสเอ็มอี (SMEs) จริง ๆ แล้วท่านเคยไปติดตามหรือเปล่าครับว่า เงินที่ธนาคารพาณิชย์ได้จากธนาคารแห่งประเทศไทยไปหรือได้จากรัฐบาลไปนี่ ธนาคารพาณิชย์ ไม่ได้ปล่อยให้เอสเอ็มอี (SMEs) ทั้งหมด แต่ไปปล่อยกู้ให้บุคคลซึ่งเขาคิดว่าเขาสามารถ เก็บเงินคืนได้ ดูจำนวนเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เข้าถึงเงินก้อนนี้ท่านได้รายงานเมื่อสักครู่บอกว่า เอสเอ็มอี (SMEs) ใหม่นี่ ๑๗๐,๐๐๐ ราย เอสเอ็มอี (SMEs) ที่ได้รับการฟื้นฟู ๕๐๐,๐๐๐ ราย ทั้ง ๆ ที่เอสเอ็มอี (SMEs) มีตั้ง ๓ ล้านรายนะครับในประเทศไทย แต่เข้าได้นิดเดียว เนื่องจากว่าธนาคารพาณิชย์ไม่ปล่อยให้ใช่หรือไม่ ผมจึงบอกว่าทำไมไม่นำเงินก้อนนี้ไปตั้ง เป็นกองทุน กระจายอำนาจลงไปเถอะกองทุนหมู่บ้านนี่ หมู่บ้านละ ๓ ล้านบาทนี่ใช้เงินแค่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านเอง นี่คือเอสเอ็มอี (SMEs) ไม่สามารถเข้าถึงเงินก้อนนี้ได้ เนื่องจากว่า ท่านไปให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อย ธนาคารพาณิชย์เขาก็ต้องเอาลูกค้าที่มีกำไร ลูกค้าที่ขาดทุน ที่กำลังจะเจ๊งนี่เขาไม่ปล่อยให้หรอกครับ ฉะนั้นผมจึงบอกว่าเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ มันน่าเสียดายครับ ท่านเอาไปทำปู้ยี่ปู้ยำแล้วผลมันไม่คุ้มค่า และไม่สามารถเก็บเงินได้ ในอนาคตด้วยนะครับ ผมจึงอยากฝากไปให้รัฐบาลด้วยว่าให้ช่วยแก้เรื่องนี้หน่อยครับ ท่านต้องหาเงินมาอีกก้อนใหม่ถ้าก้อนนี้มันหมดแล้ว ให้มาช่วยเหลือฟื้นฟูเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เขากำลังเจ๊งตอนนี้ ให้เขาสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้นะครับ อย่าไปตัดสิทธิเขานะครับ เพราะว่าเขาเจ๊ง ไม่ได้ว่าเขาไม่มีความสามารถนะครับ เป็นเพราะรัฐบาลขาดความสามารถ ในการบริหารงานมากกว่า ขอบคุณมากครับ🔗
ขออนุญาตให้ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน นะครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็นต่อการรายงานฉบับนี้ครับท่านประธาน ผมขออนุญาต เรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าความจริงเรื่องนี้มันจบไปแล้ว แต่ในทางการบริหารนั้น เราถือว่าเราจะต้องมาพิสูจน์ซากศพครับ ภาษาวิชาการเรียกว่าต้องทำโพสต์ออทอปซี (Post Autopsy) ท่านประธานครับ วันนี้เอสเอ็มอี (SMEs) ตายไปเยอะมากจากการออก พ.ร.ก. ซอฟต์โลน (Soft Lone) ที่ผ่านมา อาจจะมีจำนวนหนึ่งนะครับที่รอด แต่ส่วนใหญ่ตายครับ ท่านประธาน ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการติดตามการใช้เงินกู้ก้อนนี้ และผมได้พบกับตัวแทน ของเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เขาตายไปแล้วครึ่งหนึ่งครับท่านประธานเพราะฉะนั้นผมขออนุญาต ที่จะกราบเรียนท่านประธานว่าเราไม่ได้มาต่อว่ากัน แต่เราต้องการจะดูว่าจากนี้ไปเราควรจะทำอะไร เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตเสนอผลการพิสูจน์ซากและนำไปสู่ข้อเสนอครับท่านประธาน🔗
ประการที่ ๑ ผมคิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลัง สถาบันการเงินภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้ง ธนาคารพาณิชย์ จะต้องร่วมกันทบทวนระบบการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินใหม่ครับ เพราะระบบการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินที่ใช้กันอยู่วันนี้มันไม่สามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจ และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้ครบทั้งหมดนะครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเช่น เราพูดถึงการวิเคราะห์สินเชื่อครับ การวิเคราะห์สินเชื่อที่ผ่านมาสถาบันการเงินเอกชนก็ดู ๒ อย่างครับ อย่างแรกดูหลักทรัพย์ค้ำประกันครับ ถ้ามีก็ปลอดภัย อันที่ ๒ ดูบุคคลค้ำประกัน ถ้ามีก็ปลอดภัยขั้นที่ ๒ ครับ ทฤษฎีบอกว่าให้ดูความเป็นไปได้ทางธุรกิจ ดูแผนทางธุรกิจ ผมถามว่ามีเอสเอ็มอี (SMEs) รายไหนบ้างครับที่เอาแผนธุรกิจเสนอและธนาคารเอกชนให้กู้ โดยไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกันครับท่านประธาน ไม่มีครับ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ผมคิดว่าตรงนี้ เป็นเรื่องใหญ่มากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังต้องคิดและทบทวนเรื่องนี้ จริง ๆ และสิ่งที่เราให้ซอฟต์โลน (Soft Loan) ไม่ได้ใน พ.ร.บ. เงินกู้นั้นตรงนี้เป็นปัญหาเรื่องหนึ่ง ที่สำคัญมากครับท่านประธาน และด้วยเหตุผลอันนี้เอง ผมจึงขออนุญาตเสนอท่านประธาน ด้วยความเคารพว่ารัฐบาลจะต้องรื้อระบบการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินใหม่ทั้งหมด ผมไม่ขอพูดรายละเอียดนะครับ แต่ผมขออนุญาตชี้ประเด็นที่สำคัญที่มันเกิดขึ้น ในสภาวะวิกฤติ วันนี้สิ่งที่เกิดปัญหาขึ้นก็คือหนี้นอกระบบครับท่านประธาน หนี้นอกระบบวันนี้เขาไม่อยาก ไปกู้หรอกครับ แต่เขาต้องไปเพราะเขาเข้าสถาบันการเงินไม่ได้ นั่นหมายความว่ากำแพง ที่สถาบันการเงินตั้งไว้ด้วยความเห็นชอบของธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังนั้น คือกำแพงที่ผลักรายเล็กรายน้อยให้ไปอยู่กับระบบของหนี้นอกระบบครับ และหนี้นอกระบบนี้ เป็นเรื่องใหญ่มาก มีผลกระทบมากมาย ผมขออนุญาตไม่พูดถึง นั่นคือประเด็นที่ ๑ นะครับ ที่ขอพิสูจน์ซากเพื่อจะเรียนกับท่านประธานครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ กระบวนการให้สินเชื่อเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของ ประเทศนั้นจะต้องทำ ทุกคนพูดกันหมดแต่ปฏิบัติไม่ได้ครับ คืออย่างบูรณาการครับ ท่านประธาน วันนี้สถาบันส่งเสริมเอสเอ็มอี (SMEs) ทั้งหลายธนาคารเอสเอ็มอี (SMEs) ทั้งหลายก็ทำไปอย่างหนึ่งนะครับ แล้วก็จะมารายงานเมื่อสักครู่นี้ก็มีคนตอบแล้วนะครับว่า วงเงินที่ได้รับอุดหนุนจากกระทรวงการคลังไม่เพียงพอ ต้องขอมติคณะมนตรีเพิ่มเติม อันนี้ ปัญหาที่ผ่านมานะครับ เราก็มีปัญหาครับ ในขณะที่ ครม. ผ่าน พ.ร.ก. เงินกู้หลายแสนล้านบาท แต่ทำไมให้วงเงินธนาคารเอสเอ็มอี (SMEs) ต่ำล่ะครับ ที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ เจ้าหน้าที่ของเอสเอ็มอี (SMEs) เอง สถาบันการเงินเองก็ทำงานแบบไม่ต้องรับผิดชอบ ก็คือ ลูกหนี้ที่ธนาคารเอกชนไม่ให้ ก็มาขอเอสเอ็มอี (SMEs) ถ้าอย่างนี้คำถามก็คือว่ามูลค่าเพิ่ม ของเอสเอ็มอี (SMEs) ในการแก้ปัญหาคืออะไรครับประธาน นี่คือหนึ่งตัวอย่างที่ธนาคาร พาณิชย์แล้วก็สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนขนาดเล็ก ขนาดย่อม ไม่ได้ประสานกันในเชิงที่จะให้ประโยชน์กับเอสเอ็มอี (SMEs) ครับท่านประธาน ธนาคาร แห่งประเทศไทยทำงานกับธนาคารพาณิชย์เราเชิญตัวแทนธนาคารพาณิชย์มา เราพบว่าต้นทุน เขาสูงครับ ถ้ากู้สั้น ไม่ได้หรอกครับ แล้วถ้ายึดทรัพย์ธนาคารพาณิชย์ก็บอกว่าผมมาทีหลัง ไม่ได้ก่อน ผมไม่เสี่ยงครับ ข้อมูลเหล่านี้คือความคิดเบื้องต้นของกลไกการกู้ยืมครับ คนที่ทำงาน ในวิชาชีพการเงินรู้หมดทุกคนแต่ทำไมออก พ.ร.ก. ไม่ได้คิดเรื่องเหล่านี้มันเกิดอะไรขึ้น ครับท่านประธาน นี่คือตัวอย่างของการไม่บูรณาการที่ผมคิดว่าจำเป็นที่เราจะต้องแก้ไข🔗
ประการที่ ๓ ครับท่านประธาน การทำให้เอสเอ็มอี (SMEs) กู้แล้วรอดได้ อันนั้นคือปัญหาใหญ่ครับ การให้เงินกู้สินเชื่อซอฟต์โลน (Soft Loan) นั้นเป็นมาตรการ ทางการเงินที่สำคัญนะครับผมย้ำกับท่านประธาน แต่ไม่ได้หมายความว่าด้วยมาตรการเดียว จะทำให้เอสเอ็มอี (SMEs) รอดครับ เอสเอ็มอี (SMEs) รอดจะต้องมีอีก ๒ มาตรการ ครับท่านประธานที่จะต้องทำ ประการที่ ๑ จะต้องแก้ไขแผนธุรกิจของเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ผ่านมาเราก็ยังไม่ได้ทำ จนถึงวันนี้เราก็ยังไม่ได้ทำครับท่านประธาน แผนธุรกิจที่จะทำให้ เอสเอ็มอี (SMEs) รอดได้นั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้เทคโนโลยี ซึ่งก็ไม่ได้ทำครับ เพราะสถาบันการเงินไม่มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีครับท่านประธาน สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยที่รู้เรื่องเทคโนโลยีก็ไม่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อครับท่านประธาน ประเทศนี้ มันจึงแบ่งแยกแบบนี้แล้วก็เกิดปัญหาอย่างที่เราเห็นวันนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องที่ ๒ แผนธุรกิจ ที่จะทำให้รอดคืออะไร ถ้าไม่มีคำตอบนี้ปล่อยกู้ไปก็เจ๊งครับท่านประธานเหมือนเดิม ทุกประการ และประการที่ ๓ คือการยกระดับทักษะขีดความสามารถทางการบริหารธุรกิจของ เอสเอ็มอี (SMEs) ถ้าผู้บริหารเอสเอ็มอี (SMEs) ไม่มีวินัย ไม่มีความรับผิดชอบ สุดท้าย ก็มีปัญหาอยู่ดี เราจะทำอย่างไรมาตรการกำกับและส่งเสริมสิ่งเหล่านี้เราไม่เคยได้ยิน เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าทุน เทคโนโลยีที่อยู่ใน บิสสิเนสโมเดล (Business Model) และการพัฒนาขีดความสามารถของเอสเอ็มอี (SMEs) จะต้องทำไปพร้อม ๆ กันจึงจะเป็นการแก้ไขปัญหาได้ เพราะฉะนั้นขออนุญาตนำรายงาน ในความเห็นภายใน ๗ นาทีนี้เพื่อจะบอกกับท่านประธานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องว่าเราต้องทำแบบนี้ ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ โดยที่เรา กำลังพิจารณาในเหตุผลที่หน่วยงานของรัฐให้ความเห็นว่าไม่รับหลักการนะครับ อย่างที่ได้เรียน ไว้ตอนต้นเพราะฉะนั้นเราได้ผ่านกระบวนการอภิปรายมาเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้วครับ เพราะฉะนั้น ต่อไปนี้ก็ขออนุญาตให้ท่านชวลิตผู้เสนอได้อภิปรายครับ ขอเชิญนะครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับร่างพระราชบัญญัติที่กระผมและคณะเสนอนั้น ลงวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๓ เวลามันสวนทางกับความจริง สิ่งที่กระผมจะฝากเป็นข้อสังเกตก็คือว่า ถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฟังความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วนำไปใช้ไปปรับผมคิดว่าจะแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น ผมผิดหวังในสิ่งที่ผ่านมา ทำไมถึงผิดหวัง เพราะฟังความเห็นเฉพาะของส่วนราชการเป็นหลัก ทำไมไม่นำความเห็น ของผู้ประกอบการ ฟังความเห็นของผู้แทนราษฎรที่รับฟังความเห็นมาจากผู้ประกอบการ มาปรับมาประยุกต์ใช้เวลามันจึงสวนทางกับความจริง ระบบเศรษฐกิจของไทยนั้น เป็นประเภทปลาใหญ่กินปลาเล็ก นิดเดียวครับท่านประธาน สิ่งที่ผมจะชี้ให้เห็นชัด ๆ เลย ก็คือว่าชาวนาไทย เกษตรกรไทย ก็เป็นที่รับรู้ว่ายากจนที่สุด หนี้สินมากที่สุด แต่บริษัท ที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทยเป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับเรื่องการเกษตร รวยอันดับหนึ่งของประเทศมันเป็นไปได้อย่างไร เหมือนกันครับ บริษัทใหญ่ ๆ ที่จะเข้าถึง แหล่งทุนอาจจะไม่ได้เข้าโดยตรงแต่บริษัทสาขาเขาที่จะเข้าถึงแหล่งทุนในขณะที่บริษัทเล็ก ๆ หรือกิจการเล็ก ๆ โอกาสที่จะเข้าถึงแหล่งทุนยาก แต่พวกนี้ก็จะมีลูกน้อง มีทีมงานที่เป็นผู้ใช้ แรงงานเป็นคนงานจำนวนมากที่จะพยุงเศรษฐกิจของประเทศ แต่ขณะนี้เขากระจัดกระจาย กลับไปยังชนบทกลับไปตายรังยังชนบท เป็นสิ่งที่เราละเลยกันก็คงจะฝากเป็นข้อสังเกต ครับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ🔗
ผมขออนุญาตที่ประชุม เชิญคุณจุลพันธ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ต่อร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๓ ฉบับที่ผมและเพื่อนสมาชิกจากพรรคเพื่อไทยได้นำเสนอทั้งหมดที่อยู่ในเรื่องของกรอบ พระราชกำหนดการกู้เงินนั่นล่ะครับ ต้องเรียนต่อท่านประธานนะครับ พอได้รับฟังคำชี้แจง จากทาง ครม. แล้วก็ไปที่น่าเสียดาย ต้องเรียนด้วยความเคารพท่านให้เหตุและผลประกอบ ในเรื่องของความจำเป็นที่เราจะต้องแก้ที่เราจะต้องไปมีพระราชบัญญัติที่พวกผมส่งเข้ามานี่ ว่ามันหลายเหตุผลฟังได้นะครับ อย่างเช่นเรื่องของวงเงินฟื้นฟูเยียวยาว่ามันออบโซลีต (Obsolete) มันเลต (Late) แล้ว มันหมด กรอบวงเงินอนุมัติหมดแล้วอะไรต่าง ๆ ก็เข้าใจครับ นั่นคือกระบวนการที่ล่าช้าและความไม่จริงใจของรัฐบาลในการที่จะรับฟังเสียงของสภา ซึ่งเราส่งร่างพระราชบัญญัตินี้เข้ามานานมากแล้วเพื่อที่จะแก้ไขให้มันทันต่อเหตุการณ์ แต่สุดท้ายมาถึงวันนี้มันก็เป็นเช่นนั้นจริง และเป็นเรื่องซึ่งผมได้ท้วงติงไว้แล้วเช่นเดียวกัน ในขั้นตอนของวิป (Whip) ในขั้นตอนของอะไรต่าง ๆ ของในสภาเอง พอเราดำเนินการล่าช้า ในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติในขั้นตอนของสภาและทางรัฐบาลไม่มีแนวโน้มว่าจะหยิบ ขึ้นมาพิจารณา ผ่านมา ๒ ปี พอมาถึงขั้นตอนการพิจารณาวาระหนึ่ง ท่านก็เตรียมการบอกว่า จะรับไปพิจารณา ๙๐ วัน ท่านก็รับไปแล้วกลับมาแล้ว แต่ในขั้นตอนนั้นร่างพระราชบัญญัติ ทั้งหมดที่มีมันแบ่งเป็น ๓ กลุ่ม กลุ่มแรกก็คือเรื่องของเงินฟื้นฟูเยียวยา ๑ ล้านล้านบาท กลุ่มที่ ๒ คือเรื่องของการช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) วิสาหกิจต่าง ๆ และกลุ่มที่ ๓ ก็คือเรื่องของ ตลาดตราสาร ถูกไหมครับ แต่สุดท้ายเมื่อเวลามันเลยผ่านทางรัฐบาลก็เสนอให้รวบเอา พระราชบัญญัติทั้ง ๓ เข้ามาด้วยกันทั้งที่มันคนละเรื่องเดียวกัน วันนี้ส่งกลับมาถูกต้องครับ บางอันมันอาจจะดูว่ามันช้าไปแล้ว อย่างที่ท่านบอกว่ามันหมดไปแล้วอย่างเรื่องของเอสเอ็มอี (SMEs) ก็ตาม กรอบวงเงินมันได้ผ่านขั้นตอนในการขออนุมัติของเอสเอ็มอี (SMEs) แล้ว ของธุรกิจแล้วอันนี้ถูกต้อง แล้วอย่างตลาดตราสารล่ะครับมันจบหรือยัง มันยังไม่จบ แต่เรามารวบ แล้วเราก็จะปัดตกพร้อมกันทั้งหมด มันก็กลายเป็นการเสียประโยชน์ซึ่งประชาชนควรจะ ได้รับและที่น่าเสียดายที่สุดในกระบวนการตอบคำถามทั้งหมดท่านไม่ได้พูดถึงจุดอ่อนจุดด้อย ของกระบวนการดำเนินการทั้ง ๓ พระราชกำหนดเลยว่ามันไม่เกิดผลอย่างไร เช่น เรื่องของ การฟื้นฟูเยียวยา ซึ่งในเบื้องต้นนั้นกำหนดว่าเช่นต้องไปลงในเรื่องสาธารณสุขด้วยสุดท้าย ก็ไปลงสาธารณสุขเพียงเล็กน้อย วันนี้ท่านรู้หรือไม่ว่าไทยตกขบวนในเรื่องการฟื้นตัวจากการ เยียวยาทางเศรษฐกิจเพราะกระบวนการในการแก้ไขปัญหาของทางท่านผ่านทางเงิน งบประมาณจากเงินกู้นี้ล่ะ ส่วนหนึ่งก็ต้องแบ่งความรับผิดชอบกันไปครับ ทุกคนก็แบ่ง ความรับผิดชอบกันไปท่านก็มี ในเรื่องของ เอสเอ็มอี (SMEs) ท่านก็ไปดูสิว่าผู้ประกอบการ ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดย่อมในปัจจุบันเป็นอย่างไร จะเป็นจะตายกันหมดแล้ว แต่ไม่มี เรื่องนี้อยู่ในกระบวนการที่ท่านพิจารณาแล้วก็ส่งกลับมายังสภาท่านก็มองแค่ว่า อ๋อมันไม่ทันแล้ว มันไม่ได้ใช้แล้ว ก็นี่อย่างไรครับพวกผมพยายามที่จะหาทางให้มันดีขึ้น แต่ว่าสุดท้าย กระบวนการมันเป็นอย่างนี้ มาถึงวันนี้มันก็กลับกลายเป็นอะไรที่ท่านก็บอกว่ามันไม่ทัน มันก็ไม่ทันจริง ๆ แต่อย่างน้อยสุดท้ายตลาดตราสารที่ผมบอกท่านจะอ้างว่ามันหมดเวลาแล้ว มันไม่ใช่นะครับ มันยังดำเนินการอยู่ เพราะฉะนั้นอย่างน้อยผมยังยืนยันครับว่าสภาควรจะมี ความเห็นครับ ผมเองยังยืนยันว่าผมเองจะให้มีการรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติทุกฉบับที่เข้ามา ๕ ฉบับ เพื่อให้สภารับไปพิจารณา แล้วก็ไปแก้ไขเพื่อหวังว่ามันจะดีขึ้นนะครับ บางอันอาจจะ ต้องยอมรับสภาพครับ บางอันเมื่อเข้าไปถ้ามีกรรมาธิการแล้วมันก็จะเป็นลักษณะของการ เข้าไปติดตามตรวจสอบได้ครับ กระบวนการทำงาน กระบวนการใช้เงิน ผมเชื่อว่าจะเป็น ประโยชน์มากกว่าครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ผู้ชี้แจงมีความประสงค์ จะชี้แจ้งเพิ่มเติมอนุญาตนะครับ ไม่ชี้แจงเพิ่มเติมนะครับ สมาชิกครับก็ต้องลงมตินะครับ โดยกระบวนการลงมตินั้นก็จะพิจารณาในเรื่องด่วนที่ ๑ เรื่องด่วนที่ ๒ เรื่องด่วนที่ ๓ ซึ่งจะลงมติ รวมกันนะครับ หลังจากนั้นเรื่องด่วนที่ ๔ เรื่องด่วนที่ ๕ ก็จะแยกลงมติครับ ขอเชิญท่านสมาชิก เข้ามาครับ🔗
สมาชิกกรุณาเข้ามาแล้ว ก็กดบัตรแสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ท่านประธานกดถี่ ๆ หน่อยก็ได้ครับ เพราะว่าหลายท่าน ยังอยู่ที่ห้องอนุกรรมาธิการครับ🔗
เข้าใจครับ เพราะจะให้ เวลาครับ เพราะว่ารู้ดีว่ากระจัดกระจายอยู่กรรมาธิการบ้าง ห้องอาหารบ้าง ท่านที่เข้ามาแล้ว กดบัตรนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ยศวัฒน์ ๒๙๑ แสดงตนครับ🔗
ขอเวลานิดนะครับ ท่านที่อยู่ ห้องกรรมาธิการก็ดี ที่อยู่ห้องอื่นก็ดีขอทยอยเข้ามาครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือเล็กน้อยครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากช่วงนี้อนุกรรมาธิการงบประมาณและกรรมาธิการงบประมาณชุดใหญ่ประชุมกัน ทุกวันและเลิกค่อนข้างดึก พอดีว่าเมื่อคืนนี้อนุศึกษาเลิกประมาณเที่ยงคืนและปรากฏว่า ไม่สามารถออกจากตึกไปยังลานจอดรถได้เพราะว่าประตูปิดเกือบหมดแล้ว และอนุหลาย ๆ ท่าน บางท่านก็ไม่ได้เป็นสมาชิกด้วยท่านก็จะไม่คุ้นเคยกับผังของตึกเท่าไร ผมก็เลยอยากฝาก ให้ประสานฝ่ายความปลอดภัยครับ ดูเรื่องอนุที่เลิกดึกเกือบทุกคืนด้วยให้มีความปลอดภัย ในการออกไปลานจอดรถครับ🔗
เดี๋ยวผมจะให้เจ้าหน้าที่ ไปดูให้นะครับ🔗
ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ พรรคก้าวไกล เรื่องเกี่ยวกับที่จอดรถครับท่านประธาน เพราะว่าช่องจอดรถนี่มี แต่หลายท่านไม่ได้จอดช่องจอดรถแล้วไปจอดช่องทางวิ่ง รถเวลาถอยเข้าถอยออกนี่ลำบากมาก ฝากให้ท่านช่วยกำชับด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
อันนี้ก็มีคนร้องอยู่บ่อย อันนี้ก็เข้าใจ พวกเราเองนะครับ มันอยู่ที่เราก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว วินัย แล้วก็ต้องเตือนผู้ที่ ขับรถให้เราครับ ผมก็ได้ยินแล้วก็เตือน ๆ กันอยู่ตลอดครับ เป็นของ ส.ส. ล่ะครับส่วนใหญ่🔗
ท่านประธานคะ🔗
ครับผม🔗
ช่วงนี้ดิฉันขออนุญาตท่านประธานว่า ดิฉันประสบด้วยตัวเอง เรื่องห้องน้ำในสภาเรา ดิฉันออกไม่ได้ตรงบันไดเลื่อนนี่ค่ะท่าน เข้าแล้วล็อก ล็อกแล้วเปิดไม่ได้ แล้วไม่มีคนเลย ดิฉันตกใจเคาะแรง แม่บ้านว่าอย่างไรคะ วิ่งมาแม่บ้านบอกว่าไม่ต้องกลัวค่ะท่าน ไม่ต้องกลัว ดิฉันมีไขขวง ท่านประธานลองคิดดูสิคะ เรื่องจริงนะคะท่านประธาน เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไว้ด้วย แล้วมีแม่บ้านเล่าให้ฟังว่า แม่บ้านเขาทำความสะอาดคนกลับหมดแล้ว อีกคนหนึ่งไปทำความสะอาดเลยเข้าห้องน้ำ ไม่มีคนอยู่เขาเลยปีนออกมาแล้วก็ตกลงมาขาหัก อ้าวแล้วทำไมไม่บอกล่ะ เขาบอกว่า บอกหลายครั้งแล้วไม่มีใครมาดูแล ไม่ดำเนินการ ได้ยินข่าวว่าจะตรวจรับร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นห่วงมาก อย่าให้เป็นอย่างนี้อีกเลยท่านประธานค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานคะ🔗
ขอบคุณมากครับ อันนี้ ก็เป็นหูเป็นตา ผมไปดูให้เหมือนกันนะครับห้องน้ำ แต่ผมไม่ได้ดูเรื่องกลอน ผมดูเรื่องความสะอาด ผ่านไปบ่อยครับ เรียกว่าถ้าผ่านไปต้องเดินไปดูบ่อย เข้าไปดูด้วยตัวเองว่าทำความสะอาด เป็นอย่างไร เพราะว่าผมทราบดีอันหนึ่งก็คือว่าวัสดุที่ใช้ในสภาบางส่วนมาตรฐานมันไม่ได้ ระดับสูงอะไร เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าทำแล้ว แม้ทำแล้วก็ยังดูสกปรก เพราะว่าวัสดุที่ใช้ มันอยู่ที่ วัสดุด้วยครับ ก็ขอบคุณพวกเราครับ🔗
ท่านประธานคะ🔗
เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม🔗
ห้องอาหารใช่ไหมครับ🔗
ขอหารือต่อเนื่องเลยค่ะ เรื่องห้องน้ำที่สภาเวลาเข้าแล้วกดน้ำมันไม่ยอมหยุดค่ะ เป็นครึ่งชั่วโมงเลย น้ำไม่ยอมหยุดค่ะ แล้วมันก็เลยทำให้ห้องน้ำน้ำเสียหายโดยเปล่าประโยชน์เลย แล้วก็ไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ประจำ ดิฉันก็ต้องโทรไปตามกับท่านหู้ว่านี่น้ำมันไม่ยอมหยุดนะคะ มันจะทำให้สภาพอเราปิดไปแล้ว กว่าเช้าเจ้าหน้าที่จะมาน้ำมันจะเสียหายเยอะ เรื่องที่ ๑🔗
เรื่องที่ ๒ เมื่อวานดิฉันก็ประสบด้วยตัวเองว่า ดิฉันอยากจะให้ประธานยกเลิก การเอาอาหารใส่กล่องออกจากห้องอาหารค่ะ เพราะว่าคนที่ไปทีหลังไม่มีอาหารกินเลยค่ะ เมื่อวานนี้ต้องกินข้าวไข่เจียวเพราะว่ามันขนใส่ถุงกันหมดเลย แล้วก็จะไปโทษร้านอาหาร ก็ไม่ถูกนะคะ ดิฉันเห็นขนกันบางคนเป็นสิบ ๆ ถุงเลย มันเกินไปค่ะ แล้วดิฉันก็เสนอ ท่านประธานแล้วว่าการเบิกจ่ายงบประมาณอาหารไม่ให้เบิกซ้ำซ้อน เพราะว่าเบิกห้องใหญ่ แล้วก็ไปเบิกห้องเล็ก เบิกห้องอนุ เบิกห้อง พ.ร.บ. อีก มันซ้ำซ้อนหลาย มันเสียงบประมาณมาก ท่านต้องเอาจริงเอาจังเกี่ยวกับเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณทางด้านอาหาร แล้วก็ต้องยกเลิกค่ะ ๑. โลกร้อนด้วยใส่ถุง แล้วในตู้นี่กวาดไปหมดเลย ขนกันหมดเลย ทั้งนม ทั้งน้ำ ทั้งอะไร คือกินอะไรกันนักกันหนา เพราะฉะนั้นต้องยกเลิกค่ะท่าน ให้คนอื่นเขาได้กินบ้าง ขอบคุณค่ะ🔗
ตั้งใจให้คุณรังสิมาเป็น ที่ปรึกษาฝ่ายอาหารอยู่ครับ เพราะว่าจะช่วยดูแลเรื่องนี้ เพราะว่าจริง ๆ แล้วอยู่ที่พวกเรา แล้วผมก็คุยกับท่านอนันต์ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาเพราะท่านดูแลเรื่องนี้ ให้ดีมากผู้หนึ่ง ก็พยายามช่วยดูแลอยู่ แต่ว่าอยู่ที่คนนะ ผมก็ไม่ได้ทานในห้องเพราะว่า มีผู้ติดตามอยู่ บางทีมีคนตามผม ๒ คนก็ไปนั่งทานไม่ได้เพราะมีผู้ติดตามอยู่ด้วย เราห้าม คนนอก ก็ปฏิบัติโดยเคร่งครัดว่าไม่ให้เป็นตัวอย่างที่ผิด แต่ว่าอันนี้อยู่ที่พวกเราต้องช่วยดูกัน แล้วก็ต้องขอบคุณ เพราะว่าทุกเรื่องนั้นพวกท่านเป็นหูเป็นตา สภานี้เป็นของพวกเราทุกคน เพราะฉะนั้นเราก็เป็นหูเป็นตาและอะไรที่ไม่ถูกต้องผมเห็นด้วยว่าอย่าปล่อยไว้ ช่วยกรุณา แจ้งให้ทราบ มีปัญหาหลายเรื่องครับ แม้กระทั่งเรื่องเสียงเห็นไหมครับ ระบบก็มีปัญหา อยู่ดี ๆ ก็หวอขึ้น อันนี้ก็มีปัญหาซึ่งพยายามที่จะให้เลขาธิการเป็นตัวสอบแก้แต่ละจุดให้ได้เช่นกรณีที่หวอ เกิดขึ้นนั้น ผมบอกไม่ควรจะเกิดอีกแล้ว มันเกิด ๒ ครั้ง แล้วตกใจกันอยู่ แต่ว่ามันมีปัญหา เรื่องระบบ เรื่องความร้อนที่เขารายงาน ซึ่งก็ขอบพระคุณเพื่อนสมาชิก ขออนุญาตพอสมควรแล้ว ขอปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๕๓ ท่าน ครบองค์ประชุม องค์ประชุมของเราขณะนี้คือ ๒๓๙ ท่านครับ🔗
ขอมติจากที่ประชุมว่า จะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือ ทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ฉบับ คือตามระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑ เรื่องด่วนที่ ๒ เรื่องด่วนที่ ๓ หรือไม่ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรไม่รับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
ท่านประธานกรุณาถามอีกครั้ง ได้ไหมครับ🔗
ครับ ตามข้อตกลงในการ ลงมติร่วมกันที่พิจารณารวมกัน ๓ ญัตติ คือในเรื่องด่วนที่ ๑ เรื่องด่วนที่ ๒ เรื่องด่วนที่ ๓ อันนี้เป็นข้อตกลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าให้รวมพิจารณาแล้วลงมติพร้อมกันครับ ขอถามมติว่า จะรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติในญัตติทั้ง ๓ ฉบับหรือไม่ ถ้าเห็นควรรับหลักการ กดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติ🔗
สมาชิกพร้อมปิดการลงมติ จำนวนผู้ลงมติ ๒๗๑ ท่าน เห็นด้วย ๘๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๘๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน มติที่ประชุมไม่รับหลักการทั้ง ๓ ฉบับครับ🔗
ต่อไปถามระเบียบวาระ ในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติตามระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๔ ของคุณจุลพันธ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอว่าจะรับหลักการร่างฉบับนี้หรือไม่ ขอเชิญสมาชิกแสดงตนครับ🔗
พร้อมนะครับ🔗
พอสมควรครับ ปิดการแสดงตน จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๔๕ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติว่าจะรับ หลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพ ของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๔ หรือไม่ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรไม่รับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
พร้อมแล้วปิดการลงมติครับ🔗
ท่านประธานคะ ๓๐๖ เห็นด้วยค่ะ🔗
ช้าไปนิดหนึ่งครับ แต่บันทึกไว้ให้ครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๖๙ ท่าน เห็นด้วย ๘๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๘๑ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน มติที่ประชุมไม่รับหลักการครับ🔗
เรื่องสุดท้ายคือ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไข ปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... อยู่ในเรื่องด่วนที่ ๕ ของนายชลน่าน กับคณะเป็นผู้เสนอนะครับ สมาชิกก่อนลงมติกรุณาแสดงตนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วีระกร คำประกอบ ครับ ขออนุญาตท่านนิดเดียวสัก ๑ นาทีครับ พอดีเมื่อสักครู่ ผมเข้ามาจะอภิปรายเรื่องนี้แต่ไม่ทัน แต่ก็ขอฝากทางธนาคารแห่งประเทศไทยไปด้วยว่า หลังโควิด (COVID) ท่านช่วยปล่อยเงินง่าย ๆ หน่อย ช่วยเน้นไปที่ธนาคารพาณิชย์ช่วยปล่อยเงิน ง่าย ๆ หน่อยเพราะเหตุว่ามันสาหัสกันทั่วไปนะครับ🔗
วีระกรครับ เพื่อไม่ให้ ถูกประท้วงเอาไว้ตอนหลังครับ🔗
ท่านพร้อมนะครับ ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๕๘ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติที่ประชุมว่าผู้ใด เห็นควรรับหลักการในวาระด่วนที่ ๕ นี้กดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรไม่รับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
สมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการลงมติครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ๑๖๖ เห็นด้วยครับ🔗
ช้าไปนิดครับ จำนวน ผู้ลงมติ ๒๗๐ ท่าน เห็นด้วย ๘๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๘๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน มติที่ประชุมไม่รับหลักการนะครับ🔗
จบการพิจารณาในวาระ เรื่องด่วนที่ ๑ เรื่องด่วนที่ ๒ เรื่องด่วนที่ ๓ เรื่องด่วนที่ ๔ และเรื่องด่วนที่ ๕ ขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่ทุกท่านนะครับ🔗
๖. ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ)🔗
ก่อนเสนอท่านรัฐมนตรี ขออนุญาตให้บุคคลต่อไปนี้มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลชี้แจงนะครับ ๑. นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ๒. นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ๓. นายชนินทร์ ธันดา ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมการขนส่งทางราง อนุญาต ๓ ท่านครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีพร้อม เชิญเสนอหลักการครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้🔗
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางราง เหตุผล โดยที่ยุทธศาสตร์ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีจุดมุ่งหมายสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรม และพัฒนาการขนส่งและโลจิสติกส์ (Logistic) รวมทั้งการเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคม อย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรางของประเทศให้มี โครงข่ายที่สมบูรณ์ครอบคลุมทั่วประเทศ เชื่อมต่อระบบการขนส่งทางรางกับการขนส่ง ระบบอื่นและประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งการขนส่งส่งเสริมและพัฒนาให้เกิดกิจการขนส่งทางราง ขึ้นในระดับประเทศ และในระดับภูมิภาคอย่างมั่นคงและยั่งยืนเพื่อให้ประชาชนได้รับ ความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และปลอดภัยในการเดินทางสมควรมีกฎหมายที่กำกับดูแลกิจการ ขนส่งทางรางให้สามารถยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการขนส่งทางราง การบริหารจัดการ การขนส่งทางรางอย่างเป็นระบบสอดคล้องกับการพัฒนาการขนส่งรูปแบบอื่น ๆ ให้เป็น โครงข่ายเดียวกันอย่างสมบูรณ์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้เพื่อให้ที่ประชุมสภา เข้าใจถึงสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขอเปิดวิดีโอ (Video) ภาพและเสียง ประกอบการนำเสนอความยาวประมาณ ๓ นาที โดยได้รับการอนุญาตจากท่านประธานแล้วครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
จากพรีเซนเทชัน (Presentation) ที่ได้รับชมไปจะเห็นได้ว่าร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง มีความสำคัญ และจำเป็นในการที่จะกำกับดูแลการประกอบกิจการการขนส่งทางรางเพื่อให้เป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพอันเป็นประโยชน์ในการพัฒนาระบบการขนส่งทางรางและด้านเศรษฐกิจ ของประเทศรวมทั้งเป็นการควบคุมให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชนและผู้ใช้บริการด้วย ทั้งในด้านมาตรฐานความปลอดภัยมาตรฐานการประกอบกิจการขนส่งทางราง มาตรฐาน การให้บริการ การกำหนดอัตราค่าโดยสาร ค่าขนส่งและค่าบริการให้เกิดความเป็นธรรมนอก จากนี้ยังส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมต่อการขนส่งทางรางกับเครือข่ายการขนส่งรูปแบบอื่นให้เกิด ความสะดวกในการเดินทางอันจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนและก่อให้เกิดความ คุ้มค่าจากการใช้ทรัพยากรร่วมกัน จึงขอเสนอต่อที่ประชุมเพื่อโปรดพิจารณาครับ🔗
ท่านสมาชิกที่มีความประสงค์ อภิปรายกรุณาส่งชื่อมานะครับ ขณะนี้มีท่านคารม พลพรกลาง ขออภิปราย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัด ร้อยเอ็ด กราบขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณาผมเป็นคนแรก ซึ่งนาน ๆ ผมจะจองคิวคนแรก ผมจะพูดในสิ่งที่ผมคิดว่าสนใจนะครับ แล้วก็เป็นประโยชน์ใช้เวลาของสภาเพื่อประโยชน์ ให้มากที่สุด ต่อร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยคณะรัฐมนตรี เป็นกฎหมายที่น่าสนใจแล้วผมก็มีความสนใจโดยส่วนตัว ผมได้อ่านเนื้อหาไม่หลายรอบ แต่อ่านคร่าว ๆ ก็ต้องเรียนว่ารัฐบาลนี้มาถูกทาง แม้ว่ากรมขนส่งทางรางจะเพิ่งเกิดขึ้น กรมการขนส่งทางรางหรือ ขร. เพิ่งจะตั้งเมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๒ ซึ่งถือว่าช้า นี่อาจจะ เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การพัฒนาการขนส่งทางรางล่าช้าทั้งที่ความเป็นจริงในเอกสารฉบับนี้ บอกชัดเจนว่าการขนส่งทางรางคือการประหยัด การขนส่งสินค้าทั้งอุตสาหกรรมและ การเกษตรทางระบบโลจิสติกส์ (Logistic) ผู้มาชี้แจงนี้ไม่ว่าจะเป็นท่านอธิบดีกรมการขนส่งทางราง หรือท่านรองปลัดถ้าจำไม่ผิด ท่านสรพงศ์เป็นคนที่เก่ง แต่ผมมีคำถามหลายอย่างในเรื่องนี้ ที่จะถามท่านในฐานะที่ท่านเป็นผู้แทนที่มาเสนอแล้วก็ผ่านเป็นตัวแทนของ ครม. ว่าอย่างนั้น🔗
ประเด็นแรกผมคิดว่าอันนี้คือการลดความเหลื่อมล้ำที่ถูกต้องที่สุดอย่างบ้านผมนี้ ไม่มีรถไฟครับ ผมเคยนั่งรถไฟสมัยเรียนตอนเด็กผมต้องไปขึ้นที่จังหวัดสุรินทร์ และไปเรียนที่ จังหวัดบุรีรัมย์ ผมถึงได้สัมผัสรถไฟ เมื่อผมมาเป็นกรรมาธิการคมนาคมเพิ่งจะรู้ว่ารถไฟทางคู่ จากบ้านไผ่ไปมหาสารคาม ไปมุกดาหาร ไปนครพนมก็เฉียดจังหวัดร้อยเอ็ดเพียงเสี้ยวเดียว ครับท่านประธาน ก็ไม่ใกล้อำเภอบ้านผมคืออำเภอสุวรรณภูมิ ท่านประธานรู้ไหมครับว่า รถไฟนี้ถ้าจัดระบบให้ดี ๆ ขนส่งทางรางถ้าเรามีระบบที่ดี ๆ นะครับ การเดินทางระหว่าง ภูมิภาคนี้จะประหยัดมาก ท่านประธานจังหวัดตรังผมไม่แน่ใจว่ามีรถไฟหรือเปล่า แต่บ้านผมนี้ ไม่มีก็ต้องไปถนนมิตรภาพ เวลารถติดทุกวันนี้ก็ติดมากครับ วันเสาร์ วันอาทิตย์ท่านไปดูได้เลย แล้วมอเตอร์เวย์ (Motorway) ก็ยังไม่เปิด มอเตอร์เวย์ (Motorway) งบประมาณปี ๒๕๖๖ ก็ไม่ได้ แล้วการรถไฟก็ยังถือว่าไม่ตอบโจทย์ เพราะฉะนั้นขนส่งทางรางก็เป็นสิ่งที่น่าสนับสนุน เป็นเบื้องต้น แต่มีคำถามเหมือนกันนะครับ คำถามแรกก็คือว่าสิ่งนี้จะขึ้นในอนาคตที่ไป ข้างหน้านี้ แต่ในนี้เท่าที่ผมอ่านต้องขออนุญาตสอบถามคณะรัฐมนตรีที่มาชี้แจงว่า เขาเรียกกว่า ไม่มีมุมที่เขียนถึงเรื่องการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรือชุมชนที่จะเกิดริมถนนหรือทางรางนะครับ ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นปัญหาในอนาคต ผมเคยตั้งกระทู้แต่ยังไม่เข้าคิวครับท่านประธาน ปัญหา ชุมชนที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมลภาวะทางเสียงหรือแออัดนี่ไม่มี นี่ประเด็นที่ ๑ นะครับ ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะถามก็คือว่า ค่าบริการของท่านนี่ท่านมีหลายอย่างนะครับ มีค่าโดยสาร มีค่าขนส่ง มีค่าใช้ประโยชน์ทางราง ท่านยังมีค่าบริการอื่นอีก ผมในฐานะที่เป็นชาวบ้าน ผมก็สงสัยว่าค่าบริการอื่น ๆ คืออะไร นี่เป็นคำถามที่ ๒ เพราะว่าอันนี้ท่านต้องทำให้คนที่เป็น ชาวบ้านเขาได้ขึ้น ทำให้สินค้าเกษตร ทำให้พืชพันธุ์ ต่อไปคนเขามีสินค้าเกษตร เอากัญชา บ้านผมที่ร้อยเอ็ดปลูกเยอะ ๆ เอาเข้ามาขายโดยถูกต้อง คืออันนี้ยกตัวอย่าง หรือสินค้าเกษตร อื่น ๆ แต่มีค่าบริการคืออะไรท่านก็น่าจะตอบ นี่ประเด็นที่ ๒ ประเด็นที่ ๓ ก็คือว่ารถไฟ มีตำรวจรถไฟท่านประธาน กรณีที่เป็นขนส่งทางราง ผมพยายามอ่านนะครับ เพราะว่าอันนี้ เป็นการแยกตามรายมาตราเป็นคำอธิบาย ถ้าความผิดเกิดในระบบขนส่งทางราง โดยหลักนี่ ความผิดเกิด เชื่อว่าเกิดก็ดำเนินคดีที่นั่น แต่ถ้าเป็นรถไฟก็มีตำรวจรถไฟถูกไหมครับ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ก็จึงสงสัยว่านี่ได้เขียนไว้ไหม นี่อีกประเด็นหนึ่ง ประเด็นที่ ๒ ประเด็นที่ ๓ ประเด็นที่ ๔ ทรัพย์สินที่ท่านเขียนไว้ว่า ทรัพย์สินของรัฐ หรือของ เอกชนที่เข้ามาอยู่ในระบบของรางไม่อยู่ในข่ายบังคับคดี อันนี้ก็น่าสนใจ แต่ว่าผมยังไม่เห็น รายละเอียดในเรื่องนี้นะครับ เพราะฉะนั้นในเวลาที่ท่านประธานให้แล้วก็จะไม่เกินเวลา ผมเชื่อว่าเรื่องนี้มีประโยชน์มากที่สุดแล้วก็ควรจะเกิดขึ้นเร็ว เพียงแต่ว่าในนี้ท่านก็เขียนไว้ เหมือนกันว่า ในขณะที่กฎหมายของอันนี้ยังไม่เกิดขึ้น ไม่ว่าการรถไฟ หรือว่าเรื่องอื่นที่เป็น ระบบทางรางก็ถือว่ายังใช้ได้อยู่ มีบทเฉพาะกาลทำนองนั้นนะครับ ก็อยากจะให้ทาง ครม. ได้ตอบในสิ่งที่ผมถามเพื่อเป็นประโยชน์แล้วก็จะทิ้งท้ายสักนิดหนึ่งก็คือว่าเมื่อมีการทำขนส่งทางราง ที่เชื่อมโยงได้ครบนี่ สิ่งหนึ่งที่น่าจะเกิดขึ้นครับท่านประธาน ในต่างจังหวัด เช่น ที่มีรถไฟอยู่แล้ว จุดเชื่อมต่อที่เป็นสถานีครับท่านประธาน ยุคนี้ต้องยอมรับว่าถ้ามีระบบขนส่งทางรางที่ดี ที่เขาจะต้องจอดรถแล้วก็ขึ้นรถระบบรางเพื่อจะเชื่อมต่อเข้ามาทำงาน จุดนี้เป็นจุดที่ต้อง ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เมื่อมีกฎหมายฉบับนี้ขึ้นและมีระบบสมบูรณ์นี่อยากจะให้ ความสำคัญ ความปลอดภัยก็ดี รวมทั้งทางเดินใช้บริการของคนพิการเขาไม่ได้มี เขาเรียกว่า ไม่มีความเท่าเทียมกับคนอื่น ท่านก็ต้องดูแลให้ดี เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตที่จะใช้เวลาของ สภาที่ท่านให้ ๗ นาทีนี้ว่าก็มีทั้งประโยชน์แล้วขอตั้งข้อสังเกตและติติง แล้วก็อยากจะให้ท่าน ตอบคำถามที่ผมได้กรุณาเรียนท่านประธานไปยังท่านผู้นำเสนอกฎหมายนี้ครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานอย่างสูงครับ🔗
ผมก็เลยตอบเสียเลยนะครับ คุณคารมถามที่ตรังมีรถไฟไหม มีครับ เป็นจังหวัดเดียวฝั่งตะวันตกที่มีรถไฟตั้งแต่สมัยก่อน มีท่านที่เข้าชื่อมาแล้วขณะนี้ ๔ ท่านนะครับ ท่านสมาชิกที่มีความประสงค์จะอภิปราย ส่งชื่อมานะครับ คุณสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ขอ ๑๐ นาที อนุญาตนะครับ แล้วก็มีท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ขอ ๑๐ นาที อนุญาตครับ มีนายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ มีนายภาคิน สมมิตรธนกุล ก็มีอยู่ ๔ ท่านขณะนี้ ขอเชิญสุรเชษฐ์ครับ🔗
ขอบคุณครับ ผม นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ ผมขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติกรมการขนส่งทางราง ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ให้สภาแห่งนี้พิจารณา โดยร่างก็มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด ๑๖๕ มาตรา ก็ถือว่าเป็น พ.ร.บ. ใหม่ ก็มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเพราะเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการระบบรางทั่วประเทศ รวมถึงก็มีการวางแผนพัฒนาโครงข่ายในอนาคตมูลค่านับล้านล้านบาท หลายล้านล้านบาท อีกทั้งเกี่ยวข้องโดยตรงกับหน่วยงานขนาดใหญ่หลายแห่งที่เป็นเจ้าของรางนะครับ อาทิเช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งก็จะดูรางระหว่างเมืองเป็นหลัก แล้วก็มีการรถไฟฟ้า ขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือว่า รฟม. ซึ่งดูระบบรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและ ปริมณฑล รวมถึงในอนาคตอาจจะดูตามหัวเมืองใหญ่ ๆ แล้วก็มีกรุงเทพมหานครซึ่งก็ดูแล รถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เป็นข่าวอยู่ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นโดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์หลักก็คือต้องการดึงบทบาทการเป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) ออกมาจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับราง ก็แน่นอนครับท่านประธาน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และมี หลายประเด็นที่จะต้องมาถกเถียงกัน แต่ด้วยเวลาที่จำกัดผมขออภิปรายใน ๕ ประเด็นหลัก ที่ผมคิดว่าสำคัญและจะต้องมีการถกเถียงกันต่อในวาระสองหากสภามีมติรับหลักการในวันนี้🔗
ประเด็นที่ ๑ ทำไมรางจึงได้สิทธิพิเศษไปขึ้นกับนายกรัฐมนตรี แล้วจะ บูรณาการร่วมกับรูปแบบการเดินทางอื่นซึ่งขึ้นกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้อย่างไร มาดูกันในเนื้อหานะครับ ในหมวด ๑ กำหนดให้มีคณะกรรมการซึ่งตั้งขึ้นมาใหม่เรียกว่า คณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน อย่างไรก็ตาม เรามี พ.ร.บ. อีกฉบับหนึ่งเรียกว่าคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกซึ่งก็มี นายกรัฐมนตรีเป็นประธานอยู่แล้วนะครับ แล้วก็มีหน่วยงานที่ชื่อว่า สนข. ฟังชื่อชัด ๆ นะครับ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรคอยขับเคลื่อน ซึ่งมีหน้าที่หลักก็คือ การบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกรูปแบบการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นล้อ ราง เรือ หรือแม้กระทั่งเครื่องบิน คือตั้ง สนข. มาเพื่อบูรณาการแล้วก็มีคณะกรรมการใหญ่ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเรียกว่าคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก ประกอบกับ ข้อเท็จจริงที่ว่ารูปแบบการเดินทางอื่นที่ไม่ใช่รางก็ไม่ได้มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานนะครับ เรามีคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางบก เรามีคณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชย์นาวี เรามีคณะกรรมการการบินพลเรือน ที่ผมเอ่ยมานี่ล้วนแต่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานคณะกรรมการ จึงต้องตั้งคำถามครับว่าทำไมเฉพาะรางจึงแยกออกไปอยู่กับ นายกรัฐมนตรี แล้วจะบูรณาการร่วมกันกับรูปแบบการเดินทางอื่นได้อย่างไร แล้วก็ในทาง ปฏิบัติหากเป็นเช่นนี้แล้วก็ต้องตั้งคำถามว่าจะมี สนข. ไว้ทำไมครับ คือทำไม สนข. จึงไม่สามารถบูรณาการรางเฉกเช่นถนน น้ำหรืออากาศได้ ตรงนี้เป็นประเด็นที่สำคัญ เป็นโครงสร้างอำนาจใหญ่ที่จะมาสยบองคาพยพต่าง ๆ ให้เดินไปในทางเดียวกันนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของการแชร์แทรก (Share Track) หรือว่าแปลเป็นไทย ก็คือการให้เอกชนมีสิทธิใช้ราง เรื่องนี้ก็ต้องเรียนว่าเป็นเจตนารมณ์ที่ดีที่อยากให้เอกชน มีสิทธิในการใช้รางมากขึ้น เพราะว่ารางทุกวันนี้ด้วยสาเหตุต่าง ๆ แต่สภาพปัญหาปัจจุบัน ก็คือสล็อต (Slot) มันยังว่างอยู่อีกมาก คือเวลารถไฟวิ่งผ่านเขาก็เรียกว่าสล็อต (Slot) แต่ว่ามันมีช่วงเวลาจำนวนมากเลยที่เหลืออยู่ที่ไม่ได้มีรถไฟวิ่งผ่านรางนะครับ ก็เลยเกิด ความพยายามว่าจะเอาสล็อต (Slot) ที่ว่างอยู่มาให้เอกชนใช้ประโยชน์ร่วมกับรัฐนะครับ คือใช้รางของรัฐ แต่อาจจะเก็บค่าใบอนุญาตอะไรต่าง ๆ ในการวิ่งก็ว่ากันไป นั่นคือการแชร์แทรก (Share Track) ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีครับ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ยังมีอีกหลายมาตราที่จะต้องมาเจรจากันว่าแบบไหนเป็นสิ่งที่ควรจะเป็น ผมยกตัวอย่าง ๓ ข้อให้ท่านประธานฟังนะครับ ข้อที่ ๑ ในเรื่องของความชัดเจนตามมาตรา ๖๗ และมาตรา ๗๘ ว่าในกรณีใดที่ควรดำเนินการตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ปี ๒๕๖๒ แล้วก็ในกรณีใดที่จะควรดำเนินการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือมันขึ้นต้องแยกครับ คือไซส์ (Size) ของโพรเจกต์ (Project) แล้วก็ลักษณะของโพรเจกต์ (Project) มันไม่เหมือนกัน🔗
ตัวอย่างที่ ๒ ในเรื่องของความเหมาะสมของขั้นตอนในการดำเนินโครงการ ที่มีการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนตามมาตรา ๒๓ ในประเด็นนี้ก็ยังขาดความชัดเจนว่า เอกชนจะต้องได้รับใบอนุญาตก่อนเสนอโครงการหรือไม่ หรือเสนอโครงการไปแล้วค่อยไปวิ่ง ขอใบอนุญาตครับ มันมีประเด็นในทางปฏิบัติหากเสนอโครงการใหญ่ ๆ ผ่านไปแล้วแล้วจะต้อง ไปวิ่งขอใบอนุญาต🔗
ตัวอย่างที่ ๓ มาตรา ๖๘ (๓) มีการยกเว้นโครงการสัมปทานซึ่งเราก็รู้อยู่ว่า โครงการสัมปทานมันขนาดใหญ่มูลค่าหลายแสนล้านบาท ก็คงจะต้องมีการถกเถียงครับว่า ทำไมจึงเขียนกฎหมายโดยให้ข้อกำหนดตามสัญญาสัมปทานสามารถยกเว้นหลักของ กฎหมายได้ ยิ่งหากเราเจอนายทุนหาเรื่องขยายสัญญาสัมปทานไปเรื่อยจะแก้ปัญหา กันอย่างไรครับ ก็ต้องไปคุยกันว่าอะไรเป็นสิ่งที่เหมาะสม🔗
ประเด็นที่ ๓ การสืบสวนสอบสวนและป้องกันอุบัติเหตุ อันนี้หมวดที่ ๕ ก็กำหนดให้มีคณะกรรมการตามมาตรา ๘๒ แล้วก็กำหนดหน้าที่แล้วก็อำนาจตามมาตรา ๘๕ ซึ่งโดยปกติแล้วการสอบสวนอุบัติเหตุจะต้องเป็นอิสระจากเรกูเลเตอร์ (Regulator) แต่คณะกรรมการตามมาตรานี้ก็ให้อำนาจกับอธิบดีกรมการขนส่งทางรางเป็นเลขานุการ ก็อาจจะทำให้เกิดการขาดความอิสระแล้วก็มีผลประโยชน์ทับซ้อนในเชิงอำนาจ ที่สำคัญ ครับท่านประธานในบริบทแบบไทยหลายกรณีของอุบัติเหตุทางรางมักจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ ระบบถนน จึงต้องมีการถกเถียงกันก่อนว่าเราควรมีหน่วยงานกลางเป็นหน่วยงานเดียวที่จะ รับผิดชอบในทุกรูปแบบการเดินทางหรือไม่ หรือจะปล่อยแยกหมวดกันแบบนี้🔗
ประเด็นที่ ๔ ในเรื่องของบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานเกี่ยวข้องที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างที่ผมเรียนว่ามันมีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใหญ่ ๆ หลายโครงการที่เป็นเจ้าของรางอยู่ ก็ต้องมาดูว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลต่ออำนาจของหน่วยงานที่มีอยู่อย่างไร แต่มีผล แน่นอนครับ เราควรจะมีการสรุปผลว่าผลกระทบจากการมีกรมการขนส่งทางรางและการให้ อำนาจตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่เราจะไปคุยกันในรายละเอียดมีผลต่อหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง อย่างไร🔗
ประเด็นสุดท้าย ประเด็นที่ ๕ ท้องถิ่น มาตรา ๒๒ ทำไมต้องวางหลักเกณฑ์ใน ส่วนของรถไฟฟ้ากับรถไฟแตกต่างจากกรณีของรถราง อันนี้อาจจะขัดต่อเจตนารมณ์ของ กฎหมายที่สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดำเนินโครงการขนส่งทางรางได้ ในทุกรูปแบบ🔗
จาก ๕ ประเด็นดังกล่าวนะครับท่านประธานผมขอสรุปนะครับ มีความสำคัญ เป็นอย่างยิ่งนะครับ และจริง ๆ ก็มีอีกหลายประเด็นย่อยไม่ว่าเรื่องของบทกำหนดโทษ อัตราค่าธรรมเนียม หรือว่าแนวทางในอนาคตในการพัฒนาตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วม ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อประชาชน นอกจากนี้ยังมีข้อเรียกร้องจากสหภาพแรงงาน รัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทยอีกหลายประเด็น อย่างไรก็ดีครับท่านประธานก็โชคดี ที่ตัวร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ทาง ครม. ไม่ได้ล็อกหลักการเอาไว้ ในหลักการเขียนเพียงให้มี กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางราง ซึ่งโดยส่วนตัวผมแล้วก็ทางพรรคก้าวไกลเราก็สนับสนุน การขนส่งทางรางแล้วก็กรมการขนส่งทางรางก็ถูกตั้งขึ้นมาแล้ว แต่ทุกวันนี้ยังไม่มีอำนาจ เพราะยังไม่มีกฎหมายมารองรับ ก็เป็นเหตุผลอันสมควรที่จะมี พ.ร.บ. ฉบับนี้ เรื่องนี้ แต่ว่า ต้องมาคิดอย่างบูรณาการร่วมกับรูปแบบการเดินทางอื่นด้วย ไม่ใช่ว่าต่างหน่วยงานต่างใหญ่ แล้ววางแผนมาผลาญงบประมาณกันไป คือเราเห็นประสบการณ์ในอดีตว่าอยากจะสร้าง แต่โครงการขนาดใหญ่แล้วก็ซ้ำซ้อนกันมั่วไปหมด คือเสียดายเงินภาษีครับ ในส่วนของ พรรคก้าวไกลเดี๋ยวผมจะไปนั่งเป็นกรรมาธิการด้วยตัวเองนะครับ แล้วก็อยากจะเชิญ เพื่อนสมาชิกให้ช่วยกันลงมติรับหลักการ แล้วก็ไปหาทางออกร่วมกันในวาระสองเพื่อให้เรา ได้ร่างกฎหมายที่ดีที่สุดต่อประชาชน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ มีสมาชิก เสนอชื่อกันมารวมแล้วก็ ๑๐ ท่าน เพราะฉะนั้นเพื่อน ๆ ที่ไปทานอาหารมีเวลาเป็นชั่วโมงครับ ต่อไปจะเป็นนายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ แล้วก็สลับไปที่ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แล้วก็มีชื่อเพิ่มมาอีกนอกเหนือจากที่ผมประกาศไปแล้วนะครับ ก็มีคุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ มีคุณวีระกร คำประกอบ มีคุณประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ มีคุณปดิพัทธ์ สันติภาดา แล้วก็มีรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ทั้งหมดรวม ๑๐ ท่าน ก็มีเพิ่มอีกท่านนะครับ มีนายทองแดง เบ็ญจะปัก มีนายนิกร จำนง สมาชิกที่มีความประสงค์ส่งชื่อมานะครับ ขอเชิญนายกองตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้กระผมจะขออนุญาต อภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางรางซึ่งกำลังพิจารณาอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ โดยเฉพาะผมจะขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติ ขนส่งทางราง ซึ่งเป็นการขนส่งที่ประเทศไทยนี่นะครับถ้าหากพูดถึงเรื่องการขนส่งทางรางนี้ เราก็คงจะได้คิดถึงการขนส่งของการรถไฟซึ่งได้เกิดขึ้นมาตั้งนานแล้วนะครับตั้งแต่ สมเด็จพระปิยะมหาราชได้พระราชทานการรถไฟตั้งแต่เด็ก ๆ และในภูมิภาค ผมคิดว่า ทุกภูมิภาคทั้งสายเหนือ สายใต้ โดยเฉพาะที่สายใต้บ้านผมนครศรีธรรมราชก็มีรถไฟ มีผ่านเป็นเส้นทางที่ยาวและหลายสถานี สายใต้ก็มีความยาวตั้งพันกว่ากิโลเมตร ในส่วนของ หลักการและเหตุผลเราก็ได้รับฟังจากท่านรัฐมนตรีได้อภิปรายแถลงให้ทราบแล้ว ผมคิดว่า สิ่งสำคัญที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ก็มีเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคนะครับก็คือเมื่อมีการออก กฎหมายฉบับนี้แล้วในหมวด ๙ ก็จะบอกว่าให้มีการคุ้มครองผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ที่เราใช้บริการของทางรางนี่นะครับโดยเฉพาะในส่วนภูมิภาคนี้ เราจะเห็นว่าพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน อยู่ ๆ เกิดสถานการณ์โควิด (COVID) รถไฟเที่ยวนั้นเที่ยวนี้ขบวนนั้นขบวนนี้ก็เกิดยกเลิกก็ตามที่ได้เห็นข่าวกันอยู่เป็นประจำนะครับ ยกเลิกแล้วก็ทำให้เกิดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตเพราะว่าการขนส่งทางรางโดยเฉพาะ การรถไฟก็จะเป็นการขนส่งที่มีค่าโดยสารไม่สูงนะครับ เพราะเป็นกิจการที่รัฐบาลได้ให้การ สนับสนุนและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยผ่านโครงการต่าง ๆ ก็มีอยู่ทุกรัฐบาลนะครับ เมื่อมีกฎหมายฉบับนี้แล้วกำหนดให้ผู้รับอนุญาตต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับความเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดการล่าช้า ไม่ว่าจะเรื่องของการประกันความเสียหายแก่ชีวิตร่างกายของ ผู้โดยสารผู้ใช้บริการนะครับ แล้วก็มีเรื่องอื่น ๆ อีกหลายอย่าง แต่สิ่งที่ผมมีความเป็นห่วงกังวล ก็คือเรื่องของการที่เราจะให้มีการร่วมทุนหรือว่าให้ทางเอกชนเข้ามาร่วมในการประกอบ กิจการการขนส่งทางราง ก็เป็นห่วงว่าถ้าหากว่าการควบคุมกำกับหรือว่าดำเนินการไปไม่รอบคอบ ก็อาจจะทำให้กิจการเรื่องทางรางจะถูกเป็นลักษณะของการผูกขาด แล้วก็การกำหนด ค่าโดยสารที่เป็นธรรม แม้ว่าจะมีคณะกรรมการอะไรต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ในกฎหมายนี้แล้ว ก็อาจจะมีเรื่องที่เป็นโอกาสให้เกิดการผูกขาดแล้วก็ทำให้พี่น้องประชาชนที่ควรจะได้รับ บริการในทางรางที่เป็นบริการราคาถูกจะได้รับความเดือดร้อน ผมเห็นว่าควรจะรับหลักการ แล้วก็นำไปพิจารณาให้มีความละเอียดรอบคอบยิ่งขึ้น ก็เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ก็กราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวที่รัฐบาลนำเสนอใน ๑๖๕ มาตรา สิ่งที่ผมจะขออภิปราย ใน ๔ ประเด็น โดยเฉพาะเรื่องของหน้าที่และอำนาจในมาตรา ๙ แผนพัฒนา มาตรา ๑๔ การสอบสวนคดีในมาตรา ๘๒ การคุ้มครองผู้โดยสารผู้ให้บริการในหมวด ๙ ทั้ง ๔ ประเด็นนี้ จะเป็นรายละเอียดที่ควรจะมีการปรับปรุงหรือแก้ไข ในร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ ผมจะให้เหตุผลและหลักการดังนี้ครับ เริ่มตั้งแต่ในมาตรา ๙ เลยครับ โดยเฉพาะรายละเอียด ของ ๑๘ ข้อที่เป็นอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการที่เรียกว่า คณะกรรมการนโยบาย การขนส่งทางรางนั้น ใช่ครับใช้ ๖ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาหลายกระทรวง แต่กระทรวง คมนาคมคงเป็นกระทรวงสำคัญหลักที่จะต้องรับผิดชอบ แต่ในทั้ง ๑๘ ข้อที่เป็นอำนาจ และหน้าที่ คือขาดเรื่องสิ่งที่ใน (๕) ผมกราบเรียนเลยว่าใน (๕) แนวทางในการเชื่อมต่อ การขนส่งรางระบบทางอากาศ ทางน้ำ ทางบก รวมตลอดภูมิภาคครับ เพราะใน (๓) ของมาตราหนึ่งพูดถึงภูมิภาค ภูมิภาคคืออะไรครับ คือการเชื่อมต่อระหว่างจีน ลาว เขมร พม่า มาเลเซีย เป็นภูมิภาคที่จะต้องใช้ระบบรางอย่างชัดเจนแน่นอนแต่ไม่มีปรากฏไว้ใน อำนาจหน้าที่ สิ่งถัดไปครับ ในอำนาจหน้าที่อำนาจและหน้าที่นั้นที่ขาดไปสิ่งสำคัญก็คือ เรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะจะมีเรื่องของการสอบสวนคดี แต่ยังขาดตรง ในความหมายของ (๖) พิจารณาและให้ความเห็นชอบการรักษาความปลอดภัยและ มาตรฐานการขนส่งทางรางตามมาตรา วงเล็บนะครับ เหตุผลอย่างนี้ท่านประธานครับ ในระบบรางที่เกิดขึ้นท่านลองนึกดูถ้าใครเคยไปเที่ยวหรือไปอยู่ที่ญี่ปุ่น ฮ่องกง ในระบบราง เขานี้จะคล่องตัวนะครับ ตั้งแต่การเข้าไปถึง มันมีการขนส่งคือคนกับสิ่งของ เพราะฉะนั้น คนจะต้องมีวีซ่า (Visa) มีการผ่านแดน มีการเสียภาษี มีระบบการใช้เทคโนโลยีเข้าไปสู่ การจอง เดี๋ยวผมพูดถึงเรื่องแผนพัฒนาในเรื่องของเทคโนโลยี ตลอดเรื่องการสาธารณสุข การรักษาความปลอดภัย นี่คือสิ่งที่ยังขาดอยู่ เพราะว่าการเชื่อมโยงระบบภูมิภาคนั้นจะต้อง มีการคิวซี (QC) คนที่จะเข้ามาในระบบรางให้เกิดความรวดเร็วและความปลอดภัยและแม่นยำ ในเรื่องของระบบความปลอดภัยนั้นผมกราบเรียนท่านประธานครับ คงไม่ใช้ตำรวจรถไฟ เพราะเราจะยกเลิกตำรวจรถไฟ แล้วในพระราชบัญญัติที่ผ่านไปพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ แน่นอนกรมรางเองต้องหาเจ้าหน้าที่ รปภ. ที่เป็นมืออาชีพ หรือไม่อย่างนั้นต้องจัดหน่วยงาน รักษาความปลอดภัยขึ้นมาเองที่จะดูแลระบบรางทั้งระบบ จะเป็นหน่วยการรักษาความปลอดภัย จะเห็นไหมครับในหน่วยงานแม้กระทั่งเขาจะมีมาร์แชล (Marshal) ของระบบรางคือฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่ติดตามความปลอดภัยในทั้งระบบ ระบบนี้ไม่ใช่แค่ความเสียหาย ระบบนี้คือระบบ ความปลอดภัย ปลอดภัยทั้งระบบ หมายความว่าตั้งแต่คน สิ่งของที่วาง ระบบวงจรปิด ระบบคิวซี (QC) ใช้เทคโนโลยี ระบบการเตือนภัย เซนเซอร์ (Sensor) ระบบการตรวจสอบ ผู้ที่อยู่ในเขตหวงห้าม ระบบที่จะต้องดูแลเมื่อเกิดอุบัติภัยหรืออุบัติการณ์ใหญ่ ๆ เกิดขึ้น ขบวนชนกันขนาดใหญ่จะต้องคิวซี (QC) คืออพยพ หรืออีแวก (EVAC) คนออกมาจากระบบราง อย่างไร จะต้องมีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความสามารถ มีหน่วยงานที่ขั้นมาตรฐาน ถ้าไปดูญี่ปุ่น ไปดูฮ่องกงจะเห็นระบบของการเชื่อมต่อระบบราง โดยเฉพาะเรื่องการรักษาความปลอดภัย อย่างแม่นยำและมีประสบการณ์มาก พูดไปถึงเรื่องของการจัดทำแผนพัฒนาของขนส่งทางราง ในนี้ไม่มีพูดเรื่องเทคโนโลยีเลย แต่จะบอกว่าไปอยู่ใน (๖) นั้น ผมว่าเกินไปครับ อะไรไม่มี ก็ (๖) เขียนไปให้ชัดเลยครับว่าระบบรางนั้นมันใช้ระบบเทคโนโลยีครับท่านประธาน ตั้งแต่ ระบบการจองตั๋ว กำหนดเส้นทางสโคป (Scope) ของพื้นที่รอยต่อ ค่าธรรมเนียม ค่าวีซ่า (Visa) การจองตั๋ว การใช้เทคโนโลยีเข้ามาเอื้ออำนวย แม้กระทั่งการแลกเปลี่ยนเงินตรา อีกหน่อยแคชเรต (Cash Rate) อาจจะใช้โทรศัพท์จ่ายค่าทุกอย่างเลยครับ พลิ้วไปตามระบบราง มันต้องมีครับ นั่นคือสิ่งที่ยังไม่มีเรื่องการพัฒนานี้ กำหนดบอกตำแหน่งลองจิจูดละติจูด ของจุดของคนเข้าไปจำนวนแออัด พอลลูชัน (Pollution) ในขบวนรางพอไหม ไม่ใช่คนเข้า น้ำหนักเกินแล้วยังปล่อยให้วิ่งอย่างนี้ไม่ได้ ปริมาณการเตือนอากาศที่อยู่ในระบบรางทั้งหมด พอลลูชัน (Pollution) พอหรือเปล่า การระบาย เทคโนโลยีทั้งนั้นครับ ท่านประธานครับ ระบบดีเทกต์ (Detect) การจดจำใบหน้าของผู้ที่เป็นผู้โดยสาร ระบบสแกน (Scan) เอกสาร หรือสแกน (Scan) อุปกรณ์ หรือการเคลื่อนไหวของวัตถุที่วางไว้ในระบบรางทั้งหมด ไม่ว่า สิ่งของวัตถุแปลกปลอมที่ไปติดไปแตะในระบบรางมันต้องอะเลิร์ต (Alert) ทันทีครับ นั่นคือ เทคโนโลยีที่จะต้องเอามาใช้ ไม่มีครับ ต้องเติมครับ🔗
ท่านประธานครับ ถัดไปเรื่องของการกระบวนการที่เรียกว่าคณะกรรมการ สอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ คงไม่ใช้ตำรวจนะครับ ก็คงเข้าใจครับ แต่ขอให้มีเทิร์ดปาร์ตี (Third Party) ครับ จะเป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะเป็นหน่วยงานขึ้นมาเฉพาะที่มี ความเชี่ยวชาญ เพราะการเกิดอุบัติเหตุหรือการสอบสวนคดีตั้งแต่ในคดีบนเส้นทางรถราง รูปแบบมันจะเปลี่ยนไปตั้งแต่การใช้เทคโนโลยีหลอกลวงแล้วเข้ามาสู่ระบบรางใช้พื้นที่ที่เป็น ที่เกิดเหตุก่ออาชญากรรม อีกหลายรูปแบบตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงการก่อวินาศกรรม ในระบบราง การขู่ที่จะปิดระบบราง การบอกว่ามีวัตถุต้องสงสัยอยู่ตรงนี้ คณะกรรมการสอบสวน พวกนี้จะต้องมีความเชี่ยวชาญครับ ไม่มีความเชี่ยวชาญไม่ได้ครับ นั่นคือสิ่งหนึ่งที่ผมกราบเรียน ว่าประเด็นของมันก็คือการที่จะทำให้กระบวนการของกฎหมายฉบับนี้ได้มีความทันสมัย ท่านจะต้องฝึกหัดหรือปฏิบัติการ หรือส่งคนไปศึกษาดูงานที่ญี่ปุ่นนะครับ ระบบซีคิวริตี (Security) ทั้งระบบซึ่งเขาทำมาเกือบร้อยปี ในเรื่องของระบบรางเชื่อมต่อกันอย่างไร ฟังก์ชัน (Function) ใช้ระบบเซนเซอร์ (Sensor) การกู้ภัยอย่างไร อีแวก (EVAC) ออกมาเมื่อไร เทคโนโลยีทั้งนั้นครับ เครื่องมือเครื่องใช้ ใช้โดรน (Drone) เข้าไปตรวจสอบ ใช้อินฟราเรด (Infrared) อินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) เซนเซอร์ (Sensor) ระบบการตรวจค้น บุคคลหรือใช้ระบบของแสงอัลตรา อินฟราเรด (Ultra Infrared) ต่าง ๆ เพื่อค้นหาคนในที่ ที่เกิดอุบัติภัย นั่นคือสิ่งที่เราเรียกว่าเทคโนโลยีที่จะต้องมาใช้ในการสอบสวนคดี หรืออุบัติการณ์ที่เกิดขึ้นนะครับ ความชัดเจนตรงนี้มันจะต้องมี และจะต้องมีหน่วยงาน มีการฝึกอบรม มีผู้รับผิดชอบตามกฎหมายฉบับนี้อย่างเต็มที่ครับท่านประธาน ในการสอบสวนนั้นก็คงมีอยู่ในมาตรา ๘๙ แล้วชัดเจนเรื่องอำนาจการสอบสวนว่าคงจะต้อง แยกออกการสอบสวนโดยปกติของกระบวนการยุติธรรมก็แยกไป ผมก็เห็นสมควรด้วยว่า มันเป็นอำนาจหนึ่งที่กรมการขนส่งทางราง แต่ขออย่างเดียวคืออย่าทำเองนะครับ จะต้องมี คนกลางเข้ามาร่วมเป็นเทิร์ดพาร์ตี้ (Third Party) และเทิร์ดปาร์ตี้ (Third Party) ที่เป็นเทิร์ด ปาร์ตี้ (Third Party) ที่เป็นระดับอินเตอร์ (Inter) เช่นมีผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์การเกิด อุบัติเหตุของระบบราง โดยเฉพาะการแฮค (Hack) ระบบเทคโนโลยีทั้งหมดที่จะเข้ามา มีไฟร์วอลล์ (Firewall) ที่จะป้องกันระบบการจองตั๋ว การปลดสัญญาณ อาณัติสัญญาณ ของการสับหลีก ซึ่งเทคโนโลยีพวกนี้เกิดขึ้นได้จากการที่หน่วยงานไม่มีไฟร์วอลล์ (Firewall) หรือมีแบ็กโบน (Backbone) ของการป้องกันหรือแม้กระทั่งระบบไฟดับทั้งขบวน ระบบรางไม่ได้มีการซับสเทชัน (Substation) ของสำรองไฟหรือแม้กระทั่งไฟสำรองบนขบวน เพื่ออะไรครับ เพื่อช่วยเหลือ ประชาชนหรือผู้โดยสารที่อยู่ในระบบรางให้รอดพ้นจากภยันอันตรายหรือช่วงเวลานั้นเกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในระบบของการสอบสวนและการสอบสวนนี่ก็จะต้องมีอะไรครับ มีศูนย์ ที่เมื่อเกิดอุบัติการณ์มีหน่วยงานที่จะต้องเป็นโพสต์ (Post) ที่เดียวกัน คือคอมมานด์ โพสต์ (Command Post) ที่จะควบคุม ของผมต่ออีก ๓ นาทีใช่ไหมครับ กราบเรียนท่านประธานครับ🔗
ท่านครบ ๑๐ นาทีครับ🔗
เดี๋ยวผมสรุปเลย ครับท่านประธานครับ ในประเด็นสุดท้ายครับ อันสุดท้ายครับ เรื่องของการเยียวยา ผมนึกว่า ผมตั้ง ๗ นาที🔗
เขาตั้งเวลาครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ เรื่องของการเยียวยาครับ โดยเฉพาะเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคครับท่านประธานครับ สิ่งสำคัญในนี้ขาดครับ ขาดเรื่องการเยียวยาในมาตรา ๑๒๒-๑๒๖ ครับ สิ่งสำคัญคือ ประชาชนต้องได้รับการเยียวยาในระบบการคุ้มครองบริการและประชาชนนี้ท่านประธานครับ รบกวนนิดเดียวครับ คือท่านต้องมีประกันระดับอินเตอร์ (Inter) ให้กับผู้โดยสาร มีระบบ ประกันภัยของผู้โดยสารเก็บเกี่ยวจากการจองตั๋ว มีพื้นฐานของการสำรองเงินที่จะจ่ายให้กับ ผู้ที่เดือดร้อนเมื่อเกิดการ ตั้งแต่อะไรครับ ตั้งแต่ตั๋วฟรี ตั๋วชาร์ต (Charge) จองตั๋วแล้วไม่ได้ ขึ้นตั๋ว ท่านต้องคืนเงินเข้าตั้งแต่ตอนนั้นเลยครับ จนกระทั่งถึงเกิดเสียแก่ชีวิตท่านต้องดูแล ภายใน ๓๐ วัน ๗ วันต้องได้เงินครับท่านประธานครับ ต้องดูแลผู้โดยสารทั้งระบบ ขอบคุณครับ เป็น แมสซีฟ โปรดักต์ (Massive Product) ครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณภาคิน สมมิตรธนกุล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายภาคิน สมมิตรธนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปรายสนับสนุนและตั้งเป็นข้อสังเกตของ ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้เสนอในวันนี้ ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณรัฐบาลที่ได้ให้ความสำคัญของการขนส่งระบบทางราง มันเป็นหัวใจสำคัญ ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ถ้าหากว่าระบบการขนส่งทั้ง ๓ ระบบของ ประเทศเรานั้นมันมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผลที่ดี มันจะส่งสะท้อนถึงนักลงทุนที่จะมา ลงทุนในประเทศไทยของเรานะครับ ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งทางอากาศ การขนส่งทางบกและ การขนส่งทางน้ำวันนี้การขนส่งระบบทางรางมาถึงจุดสำคัญที่รัฐบาลนี้ได้รวมเอาระบบราง ทั้งระบบมาอยู่ที่กรมใหม่เรียกว่ากรมขนส่งทางรางครับ อันนี้มันเป็นทิศทางที่ถูกต้องของ ต่างประเทศทั่วโลก อย่างประเทศญี่ปุ่นก็ตั้งเป็นกรมราง มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ถ้าจะว่าไปก็น่าจะดีที่สุดในโลกแล้วครับ คนญี่ปุ่นนี่ถ้ารถไฟมาผิดเวลาแค่มาเร็ว ๒๕ นาที ต้องขอโทษผู้โดยสารแล้ว เพราะว่าอันนี้ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง เพราะเวลาของรถไฟ ญี่ปุ่นนั้นคือเวลาที่เป็นวินาที ฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะเห็นในระบบรถไฟบ้านเราก็คือการขนส่ง ที่มีประสิทธิภาพในระบบของการขนคนและการขนของในการที่จะมาใช้ในระบบรางนะครับ หัวใจสำคัญของระบบรางนั้นก็คือการเชื่อมโยงระบบโครงข่ายไปได้ทั้งระบบทั่วประเทศและ เชื่อมโยงไปถึงต่างประเทศด้วยเช่นกัน เราจะเห็นว่าตอนนี้โครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล ได้เชื่อมโยงรถไฟจากเหนือถึงใต้นะครับ นอร์ท (North) ถึงเซาท์ (South) อีสต์ (East) มาถึงเวสต์ (West) เชื่อมโยงกันไปตามโครงการต่าง ๆ ที่เราได้เห็นกันแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญและหัวใจสำคัญก็คือต้นทุนของการผลิตสินค้านั้นการขนส่งเป็น ส่วนหนึ่งของต้นทุนนั้น ซึ่งสินค้าที่เราได้บริโภค ทั้งอุปโภคบริโภคนั้นมีต้นทุนของการขนส่งมากกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์แน่นอน ถ้ายิ่งเป็นวิกฤติ พลังงานเช่นนี้แล้ว ต้นทุนการขนส่งนั้นเป็นหัวใจใหญ่สำคัญด้วยเช่นกัน ประเทศไทยเรานั้น ถือว่าเราโชคดีที่เราเป็นศูนย์กลางของอาเซียน (ASEAN) ฮับ ออฟ อาเซียน (Hub of ASEAN) เราเป็นศูนย์กลางทางการบินแล้วขณะนี้ ถ้าหากว่ารัฐบาลได้ทำระบบขนส่งทางรางให้เชื่อมโยง ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เท่าที่ทราบตอนนี้เส้นทางทางเหนือก็เชื่อมไปถึงประเทศลาวข้ามไปถึง ประเทศจีน แล้วมาทางทิศอีสานก็จะเชื่อมไปจังหวัดหนองคายข้ามไปลาว ลงทางใต้ก็มาเลเซีย ก็ถึงสิงคโปร์ด้วยเช่นกัน ที่จะตั้งเป็นข้อสังเกตก็ทั้งระบบรางลงทางใต้ความกว้างของราง ก็โอเค (OK) ก็จะเชื่อมโยงกันได้คือความกว้างของรางก็คือ ๑ เมตร พอขึ้นทางเหนือระบบราง มันกว้างขึ้นเป็น ๑.๔๐ เมตร อันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คงจะไปปรับระบบอะไรพวกนั้น แล้วในเมื่อความโชคดีของการเป็นศูนย์กลางของอาเซียน (ASEAN) แล้ว ถ้ามีการพัฒนา ระบบทางรางมีประสิทธิภาพแล้วแน่นอนที่สุดว่าการลงทุน การตั้งโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ มันก็จะต่อเนื่องเข้ามา เมื่อระบบรถไฟที่ผ่านไปเส้นทางไหน จังหวัดไหน มีสถานีบริการที่ไหน ตรงนั้นก็คือจุดที่จะมีการพัฒนาที่ดิน การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องเชื่อมโยง อันนี้คือความสำคัญที่ผมดูว่ามันเป็นความเหมาะเจาะที่ดีที่สุดของการพัฒนาระบบทางราง ท่านประธานที่เคารพครับ หัวใจใหญ่อีกอันหนึ่งก็คือมาตรฐานของระบบทางนั้นผมได้เห็น ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วก็มีกำหนดครบว่า ๑. ก็คือเรื่องของการกำหนดค่าโดยสาร ที่เป็นธรรม ทั้งผู้โดยสาร ทั้งที่ผู้ประกอบการขนส่งทางรางที่จะมาใช้บริการ ฉะนั้นค่าบริการ เหล่านี้ก็ได้มีคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องระบบขนส่งทางรางได้มากำกับดูแลให้เป็นธรรมนะครับ อีกอันที่ผมได้เห็นในร่างฉบับนี้ก็คือผู้ประกอบการขนส่งทางรางนี้ถ้าเกิดมีการดำเนินการ ที่เกิดความผิดพลาดเสียหาย เช่นมีการดีเลย์ (Delay) หรือการยกเลิกขบวน หรืออะไร ทั้งหลายก็ต้องชดเชยให้กับผู้ประกอบการขนส่งหรืออาจจะคืนระบบคืนตั๋วให้กับผู้โดยสาร หรือนอกจากนั้นก็ยังมีที่เป็นหัวใจสำคัญของการขนส่งก็คือการประกันชีวิต การประกันวินาศภัย ผมก็ได้เห็นว่ามีการเขียนในร่างฉบับนี้ไว้เป็นอย่างดีแล้ว อันนี้คือหัวใจใหญ่ของระบบรางที่มี ประสิทธิภาพ นอกจากนั้นหัวใจใหญ่สำคัญก็คือการดูแลผู้โดยสารที่เป็นผู้ด้อยโอกาส ไม่ว่าจะเป็น คนพิการ ผู้สูงอายุ เป็นพระ นักบวชต่าง ๆ ทำให้เป็นระบบ ให้เข้าสู่ระบบ แล้วก็มีค่าโดยสาร ที่เป็นธรรมกับคนเหล่านี้ด้วย นี่คือหัวใจใหญ่สำคัญนะครับ ที่เห็นอีกอันก็คือเรื่องของการพัฒนา แผนระบบรางอันนี้เห็นอยู่ในร่างฉบับนี้ด้วยก็คือแผนการพัฒนาระบบรางระหว่างประเทศว่าจะ เชื่อมโยงโครงข่ายระหว่างประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างไร เพื่อที่จะให้มีการขนคน มีการท่องเที่ยว มีการเดินทาง มีการขนของมีการส่งออกไปยังต่างประเทศให้มีประสิทธิภาพนั้นได้อย่างไร อันต่อมาก็คือโครงข่ายที่มันมีอยู่ดีแล้วที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะขยายเชื่อมโยง มายังภูมิภาคเป็นระบบแผนการขนส่งในระบบภูมิภาคให้มีการเชื่อมโยงโครงข่ายทั้ง ๓ แผนนี้ ได้อย่างไร อันนี้คือหัวใจใหญ่ของระบบโครงข่ายของระบบราง ที่ผมตั้งเป็นข้อสังเกตก็คือ การนำไปสู่การปฏิบัติ นี่หัวใจใหญ่ เช่นระบบตั๋วจะมีระบบตั๋วร่วมไหมครับ เป็นระบบคอมมอน ทิกเกตติง ซิสเตม (Common Ticketing System) ไหม ที่จะร่วมกันระหว่างรถไฟทุกระบบ เพื่อให้ใช้ตั๋วเดียว อันนี้คือความคล่องตัวของผู้มาใช้บริการ นอกจากนั้นเรื่องของความปลอดภัย ในเรื่องการเดินทางที่เราก็ได้เห็นข่าวว่ามีคนตกลงไปในรางรถไฟเสียชีวิตอะไรอย่างนี้ ระบบนั้น เราเข้าไปจัดการได้อย่างไรในส่วนของระบบรางที่ป้องกันอุบัติเหตุไม่ให้มันเกิดขึ้น ความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงาน การบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่อยู่ในระบบรางทั้งหมด อันนี้คือหัวใจใหญ่ ของการขับเคลื่อนของกรมรางที่จะเกิดขึ้นอันนี้ ผมเองจึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ระบบราง อันนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
อีก ๓ ท่าน ต่อไปนะครับ ท่านประเสริฐพงษ์ ก้าวไกล ท่านประเดิมชัย เพื่อไทย ท่านวีระกร พลังประชารัฐ เชิญท่านประเสริฐพงษ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกลครับ ขออนุญาตอภิปรายร่างพระราชบัญญัติที่คณะรัฐมนตรีนำเสนอ ต่อสภาแห่งนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ซึ่งในรายละเอียดมีหลายมาตรา แต่ว่าขอวิเคราะห์หรือว่าขอแสดงความคิดเห็นเพียงบางมาตราเท่านั้นครับ ท่านประธานครับ อย่างเช่นในอดีตที่ผ่านมาเราเคยเห็นรัฐบาลที่เคยเสนอรูปแบบของรถไฟที่เชื่อมโครงข่าย ทั่วประเทศ แล้วก็วางแผนไว้ว่าปี ๒๐๒๐ จะเสร็จเราจะได้ใช้ ผมอยู่จังหวัดกระบี่ ตั้งแต่เกิดมา ไม่มีระบบรถไฟที่จังหวัดกระบี่บ้านผม มีแต่ร้านอาหารแล้วก็ไปขึ้นรูปเป็นรถไฟแล้วก็สร้าง เป็นจุดขายว่ากระบี่มีรถไฟแต่มันคือร้านอาหาร เส้นทางรถไฟที่จะลงไปสายใต้ครับ มีที่ดินของการรถไฟตั้งแต่ช่วงเชื่อมระหว่างสุราษฎร์ธานี ไปพังงา ไปภูเก็ต ทิ้งไว้ตั้งนาน ครับท่านประธาน ผมเคยเจอระดับผู้บริหารในชั้นกรรมาธิการผมก็ฝากบอกเอาไว้ว่า ช่วยศึกษาหน่อย ในอดีตที่ผ่านมาก็เคยทำหนังสือถึงอดีตท่านนายกยิ่งลักษณ์ว่ากระบี่เราก็มี ความจำเป็นและที่สำคัญเมื่อมีโครงการในอดีตรัฐบาลที่วางไว้ก็ไปเจอวาทกรรมครับ วาทกรรมว่าระบบรถไฟความเร็วสูงขนผักบ้างล่ะ คือเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องของวิธีคิดแบบวินวิน (Win Win) ที่ประชาชนจะได้ประโยชน์ แต่เราเคยเผชิญกับวิธีคิดที่จ้องทำลายล้างของฝั่งที่คิด ว่าตัวเองไม่ได้เป็นผู้คิดริเริ่มโครงการที่ดี ๆ ของการพัฒนาประเทศบ้านเรา แต่มาวันนี้ครับ แม้ผมเป็นฝ่ายค้านคณะรัฐมนตรีเสนอพระราชบัญญัติฉบับนี้ดี ๆ ขึ้นมา ผมยินดีครับ ยินดี สนับสนุนและอยากเชิญชวนเพื่อน ส.ส. ให้ช่วยรับหลักการร่างฉบับนี้ด้วย มันมีอีกหลาย ประเด็นที่อยากพูดถึงครับท่านประธาน เรากำลังอยู่ในโลกของการพัฒนา ผมอ่านในหลาย มาตราไม่มีการพูดถึงระบบไฮเพอร์ลูป (Hyperloop) เลยท่านประธาน ไฮเพอร์ลูป (Hyperloop) ต่างประเทศไต้หวันเริ่มใช้แล้ว เกาหลีใต้ก็เริ่มใช้ ในหลายประเทศเขามองเห็นความสำคัญ ในระบบการเดินทางระบบไฮเพอร์ลูป (Hyperloop) ซึ่งเป็นการเดินทางผ่านท่อสุญญากาศ บนเสาหรือบนราง รัฐบาลไหนคุยนักคุยหนาครับว่าเราจะพัฒนาประเทศของเราให้เดินทาง สะดวกรวดเร็ว ในร่างฉบับนี้ผมไม่เห็น แต่ถ้าท่านมีคำอธิบายนะครับโปรดอธิบายผมด้วย ที่ทางปักษ์ใต้บ้านผมครับ ทางรถไฟรอบเกาะ หรือรถไฟฟ้ารอบเกาะลันตา หรือรอบเกาะภูเก็ต หรือรอบเกาะสมุย ระบบขนส่งแบบนี้ช่วยพิจารณาด้วยเถอะครับ เพราะฉะนั้น อย่าไปตัดสิทธิ ซึ่งก่อนหน้านี้ครับท่าน ส.ส. สุรเชษฐ์ได้อภิปรายในร่างมาตรา ๒๒ ซึ่งอาจจะไปจำกัดสิทธิ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมคิดว่าเรื่องแบบนี้อยากให้ ครม. หรือผู้เสนอหรือ ข้าราชการที่เกี่ยวข้องช่วยดูให้ลึกซึ้งหน่อยเถอะครับว่าถ้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขามีศักยภาพ เขาอยากจะพัฒนาบ้านเกิดตัวเองในระบบขนส่ง ไม่ว่าระบบไฟฟ้าหรือระบบราง หรือไฮเพอร์ลูป (Hyperloop) ก็แล้วแต่ ท่านจะต้องเปิดทางให้เขา ท่านจะต้องเปิดโอกาส ให้ภาคเอกชนที่คิดไปไกลกว่าวิธีคิดของข้าราชการในกระทรวงคมนาคม คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ออกเงินสนับสนุนศึกษามีการอภิปรายมีการพูดถึงข้อมูลการศึกษาท่านบอกว่า เอาฟรีไปเลยครับ ใช้ได้ฟรี ทำไมล่ะครับมันเสียเหลี่ยมตรงไหนถ้าเอาข้อคิดดี ๆ ของการพัฒนา ประเทศของคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจไปใช้มันเสียเหลี่ยมตรงไหนครับ มันเป็นการพัฒนา ประเทศ มันคือวิธีคิดแบบวินวิน (Win Win) ซิทูเอชัน (Situation) ครับท่านประธาน ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ประชาชนได้ประโยชน์ ฝาก ครม. ฝากข้าราชการในกระทรวงคมนาคม ด้วยครับ เราต้องข้ามระบบอุตสาหกรรมเดิมนะครับไปสู่รูปแบบของการเดินทางแบบใหม่ ที่สะดวกสบาย ผมอยากจะพูดถึงความล้มเหลวที่ผ่านมาด้วยเช่นเดียวกันครับท่าน ค่าบริการ ระบบขนส่งสาธารณะบ้านเรา อยู่วันดีคืนดีโทลล์เวย์ (Tollway) ก็กระโดดขึ้นพรวด ๆ ไป ๘๐ บาท ไปต่ออายุสัมปทานท่านยังดูแลรูปแบบลักษณะนี้ไม่ทั่วถึงเลย ต่อไปเมื่อร่าง พ.ร.บ. นี้ผ่านท่านเขียนกฎหมายไว้กว้าง ๆ ครับให้เป็นอำนาจอธิบดีบ้างละ ให้เป็นอำนาจของประกาศกระทรวงบ้างล่ะ ผมกลัวจริง ๆ ครับวันดีคืนดีพัฒนาระบบราง เสร็จเรียบร้อยไปเข้าทางของกลุ่มทุนอีก ผมคิดว่าความบกพร่องหลายอย่างที่เป็นมาปัจจุบัน ท่านยังแก้ไขไม่เรียบร้อยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นตั๋วร่วมเอ็มอาร์ที (MRT) หรือตั๋วร่วมบีทีเอส (BTS) ด้วยซ้ำนะครับ ผมคนต่างจังหวัดครับอยากเห็นรูปแบบการพัฒนาประเทศบ้านเราโดยเฉพาะ ภาคใต้ให้ทัดเทียมกับนานาอารยะครับขอรับหลักการเรื่องนี้และเชิญชวนพี่น้อง ส.ส. ทุกคน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านประเดิมชัย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง-ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทยนะครับ ขออนุญาตในการที่จะได้แสดงความคิดเห็น เพื่อที่จะได้ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการที่มีการตั้งขึ้นต่อการพิจารณาเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ที่ทางคณะรัฐมนตรีได้เสนอ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่ปรากฏขึ้นมาใหม่นะครับ ในการที่จะได้วิวัฒนาการในเรื่องของ การที่จะเชื่อมโยงระบบ โดยเฉพาะในเรื่องของการขนส่งทางราง ซึ่งในปัจจุบันนะครับมีอยู่ หลายหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ในปัจจุบัน สิ่งที่ผมกังวลและอยากที่จะฝากเป็นข้อสังเกตก็คือว่า การที่กฎหมายฉบับนี้ที่เขียนมาเท่าที่ผมได้เปิดดูการให้อำนาจในส่วนของคณะกรรมการก็ดี ให้อำนาจในส่วนของหัวหน้าหน่วยงานโดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็ดี ในการที่จะไปดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ผมคิดว่าประเด็นนี้ถ้ามีการตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมานะครับก็คงจะได้พิจารณาในรายละเอียดให้ลึกซึ้งนะครับเพื่อที่จะได้นำไปสู่การรักษา ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนนะครับ ในเรื่องของการขนส่งนั้นมันเกี่ยวข้องทั้งในเรื่อง ของการขนส่งคน ขนส่งสินค้า และขนส่งในผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มันก็จะมี ในเรื่องของการเรียกจัดเก็บค่าขนส่งต่าง ๆ ที่ตามมาสิ่งที่ผมได้รับทราบข้อมูลมา โดยเฉพาะ เมื่อเช้าเองก็มีทางสหภาพการรถไฟได้มายื่นหนังสือผ่านทางผู้นำฝ่ายค้าน โดยท่านนายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว ก็ได้รับซื้อด้วยตัวเองได้ตั้งข้อสังเกตต่อเรื่องของกฎหมายฉบับนี้อยู่หลายประการ สิ่งที่เป็นข้อสังเกตที่อยากจะนำเรียนท่านประธานฝากไปถึงทางคณะกรรมการที่มีการตั้งขึ้น ก็คือว่าข้อสังเกตของคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ดี ข้อสังเกตของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมก็ดี หรือว่าข้อสังเกตในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อความกังวลต่อกฎหมาย ฉบับนี้ซึ่งเป็นข้อสังเกตที่มีประโยชน์ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการนโยบายขนส่งทางรางนะครับ ที่มีการดำเนินการนั้นจะต้องไม่ซ้ำซ้อนกับสิ่งที่มี อยู่ในกฎหมายฉบับอื่น ๆ หรือแม้แต่ในเรื่องของหลักการที่จะให้ผู้ได้รับสัมปทาน ท่านประธานครับในช่วงที่ผ่านมาท่านประธานคงทราบดีว่ามีการให้สัมปทานที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องของการขนส่งทางรางที่มีผลผูกพันตามสัญญาที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้มากมาย หลายสัมปทานด้วยกัน ฉะนั้นถามว่าเมื่อกฎหมายฉบับนี้ผ่านมาแล้ว มันจะไปส่งผลกระทบ หรือว่าทำให้รัฐเสียโอกาสหรือเสียเปรียบต่อคู่สัญญาที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้หรือไม่ อันนี้ เป็นข้อกังวลที่ผมอยากจะได้นำเรียนท่านประธานฝากถึงทางคณะกรรมการที่จะมีการจัดตั้ง ขึ้นด้วย นอกไปกว่านั้นสิ่งที่ทางคณะกรรมการเองจะต้องหาคำตอบให้ชัดเจนก็คือว่า ในปัจจุบันครับเรามีรถการรถไฟแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับทาง เรามีการรถไฟฟ้า มหานครหรือว่า รฟม. เรามีกรุงเทพมหานครที่ดูแลรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องของการขนส่งทางราง ฉะนั้นถามว่าเมื่อกฎหมายฉบับนี้ผ่านไปแล้วหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้ที่รับผิดชอบในเรื่องของระบบรางที่มีอยู่ก่อนหน้านี้แล้วอาจจะต้องดำเนินการอย่างไร การที่จะต้องทำความเข้าใจและรวมทั้งเขียนไว้ในกฎหมายให้ชัดเจนว่าสิ่งที่มีอยู่ก่อนหน้า ที่กฎหมายฉบับนี้จะบังคับใช้มันจะต้องไม่ส่งผลกระทบและนำมาซึ่งการเสียโอกาสสำหรับ หน่วยงานหรือว่าจะสร้างผลกระทบ ให้กับพี่น้องประชาชนเหมือนกับหลายโครงการที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่แล้วพี่น้อง ประชาชนเองจะต้องถูกตกเป็นแพะรับบาปหรือว่าถูกผลักภาระไปให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าการที่รัฐบาลเสนอกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาด้วยความรีบเร่ง ทางสภาเองผมไม่ทราบว่าตามระยะเวลาที่เหลืออยู่นี้จะพิจารณาได้ทันหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามแต่ ก็อยากจะให้คำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดที่มีต่อพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ก็ขออนุญาตนำเรียน ท่านประธานฝากถึงคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นมาด้วยครับ🔗
ท่านวีระกร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ การรถไฟแห่งประเทศไทยเริ่มระบบรางครั้งแรกตั้งแต่ปี ๒๔๓๐ โดยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ได้เซ็นสัญญาให้มีการก่อสร้างรางเพื่อการเดินรถจากกรุงเทพมหานคร ไปยังเชียงใหม่แล้วก็มีส่วนต่อแยกต่อขยายไปจนถึงจังหวัดเชียงราย อำเภอเชียงแสน ซึ่งจนบัดนี้ ส่วนต่อแยกต่อขยายก็ยังไม่ได้ทำตั้งแต่ปี ๒๔๓๐ กว่า ๑๓๕ ปีมาแล้ว การเดินรถครั้งแรก มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๓๙ วันที่ ๒๖ มีนาคมซึ่งถือเป็นวันการรถไฟแห่งประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กว่า ๑๓๕ ปีหรือประมาณ ๑๓๐ ปีของการรถไฟ คุณภาพการบริการ ของรถไฟไทยนับวันก็แย่ลง ๆ ผมว่าตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ ๑๓๐ ปีแทบจะไม่มีอะไรดีขึ้นมา สักเท่าไรโดยเฉพาะในระบบบริการภายในรถดูแล้วมันเก่า มันโทรม มันไม่น่านั่ง มีอยู่ ช่วงหนึ่งที่รัฐบาลได้เปิดให้นั่งฟรี แต่ท่านประธานก็คงจะเห็นว่าเปิดนั่งฟรียังไม่มีคนจะนั่งเลย รถที่ขึ้นไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นไปถึงจังหวัดนครสวรรค์ว่างหมด ไม่มีที่นั่งล่ะครับ ผมจึงดีใจ ว่าวันนี้เรามีพระราชบัญญัติระบบรางขึ้นมาและโดยเฉพาะความคิดริเริ่มของนายกรัฐมนตรี ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งก่อให้เกิดมีรถไฟรางคู่ขึ้นเมื่อเกิดรถไฟรางคู่ผมอยากจะ ถือโอกาสนี้ฝากไปถึงกรรมาธิการได้โปรดคุยกับการรถไฟให้ปรับปรุงเลยครับ ปรับปรุงไม่ได้ ก็ไม่เป็นอะไรเพราะว่าในมาตรา ๖๔ ได้เขียนไว้ว่ามีการให้เช่าสัมปทานรางได้นะครับ มาตรา ๖๓ คือขอให้มีการใช้ประโยชน์จากรางและทรัพย์สินต่าง ๆ ที่จำเป็น คือพูดง่าย ๆ ว่าให้การรถไฟ ให้เช่ารางได้เพื่อการประกอบกิจการของภาคเอกชนผมอยากจะเห็นการที่ให้เปิดสัมปทาน และให้เอกชนมาใช้ระบบรางรถไฟของเรา การรถไฟก็รู้อยู่แล้วว่าขาดทุนทุกปี ๆ งบประมาณ ที่จะไปลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพ ปรับปรุงความสวยงามในบริเวณโบกี้รถ ก็ให้เอกชน เขารับไปสิครับ ถ้าเมื่อมันมีระบบรางคู่ไปจนถึงนครสวรรค์แล้วหรือจะไปจนถึงเชียงใหม่ ก็ตาม หรือจะไปจนถึงสายโคราชก็ตาม ผมว่ามันน่าจะเปิดได้แล้ว เปิดให้เอกชนเขารับ สัมปทานใช้รางไปเลยครับ เจรจาต่อรองเลยค่าบริการใช้รางเท่าไรซึ่งกฎหมายฉบับนี้ ได้เปิดทางให้เมื่อเปิดทางให้ก็ให้เอกชนเข้ามาร่วมสิครับ มันจะได้มีการแข่งขันการรถไฟ สู้ไม่ได้ก็ถอยไป ให้เช่าค่ารางอย่างเดียวจบ รับกินค่าเช่ารางอย่างเดียวไม่มีขาดทุนนะครับ เพราะรัฐบาลลงทุนรางไว้ให้ท่าน ที่ดินต่าง ๆ รัชกาลที่ ๕ ก็พระราชทานไว้ให้มาตั้งแต่ ปี ๒๔๓๐ เพราะฉะนั้นท่านไม่มีอะไรขาดทุนเลย ถ้าท่านคิดว่าท่านทำดีกว่านี้ไม่ได้ออกไปครับ ให้คนอื่นเขามาบริการให้ประชาชนดีกว่านะครับ โดยรวมแล้วในส่วนที่ ๑ ผมขอพูดในส่วนนี้ ก็คือว่าต้องมีการแข่งขันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการให้กับเอกชนเช่ารางไปเลยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะพูดถึงก็คือเรื่องรถไฟฟ้า ซึ่งในฉบับนี้ตั้งแต่มาตรา ๖๗ มาตรา ๖๘ เป็นต้นไปก็จะพูดในเรื่องของรถไฟฟ้า ท่านประธานครับ ในฉบับนี้บีทีเอส (BTS) ซึ่งกรรมาธิการสภาเราจะตั้งกรรมาธิการขึ้นผมเป็นประธานกรรมาธิการคณะนี้ ขอเรียนว่า รถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) เป็นรถไฟฟ้าสายสีเขียวซึ่งเป็นใจกลางของกรุงเทพมหานครเปิดเดินรถมา ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ โดยนายคีรี กาญจนพาสน์ บริษัทเขานะครับ ประทานโทษคือบีทีเอสซี (BTSC) หรือบีทีเอส (BTS) ได้ทำการเดินรถมาโดยตลอด และมีส่วนขยายสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย ไปจนยันคูคต ซึ่งเปิดใช้มานานพอสมควรแล้ว แล้วข้างล่างก็ไปถึงแบริ่ง (Bearing) ไปจนถึง สมุทรปราการ ท่านประธานครับ เราเป็นหนี้ทางรัฐบาลได้ให้ทาง กทม. โดยกรุงเทพธนาคม เป็นหนี้อยู่ประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้ก็เป็นเงื่อนไขที่ทางมหาดไทยซึ่งดูแล กทม. อยู่ก็พยายามอยากจะให้มีการต่อสัมปทานเข้าไปอีก ๓๐ ปี เพื่อจะชำระหนี้ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ล่ะครับ แต่ท่านประธานและกรมรางได้ฟังด้วยแล้วกัน เพราะเหตุว่าวันนี้รัฐมนตรี เจ้าของกระทรวงก็ไม่มาความจริงเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ควร จะมานะครับ เนื่องจากว่ามันเป็นการเสนอเรื่องที่มีคณะกรรมการซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี ต้องเป็นประธานคณะกรรมการรางแห่งชาติ ผมก็เรียกไม่ค่อยถูกแล้ว อยู่คนละมาตราเปิดไม่ทัน เอาเป็นว่านายกรัฐมนตรีต้องเป็นประธาน แต่ทำไมนายกรัฐมนตรีก็ไม่มา รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมท่านก็ไม่มา ช่วยที่ดูแลก็ไม่มา เอาท่านอนุชาผมซึ่งดูแล กรมการศาสนาพุทธมาดูแลงาน มาเสนอกฎหมายฉบับนี้นะครับ ซึ่งดูแล้วตลกมากนะครับ มันเป็นเรื่องใหญ่ครับท่านประธาน เอาง่าย ๆ เลยเรื่องบีทีเอส (BTS) ผมขอย้อนกลับมา สักนิดหนึ่งว่าต้องเริ่มที่ท่านต้องไม่ต่อสัญญาสัมปทาน ถ้าท่านต่อสัญญาสัมปทานนี่โอกาส ที่ท่านจะเจรจามาตรา ๖๗ มาตรา ๖๘ มันเจรจาไม่ได้หรอกครับ เพราะเหตุว่าถ้าบีทีเอส (BTS) ท่านขาย ขายใคร ก็ขายให้บีทีเอส (BTS) ต่อสัญญาสัมปทาน บีทีเอส (BTS) ก็จะเป็น เจ้าของสัมปทาน คุณคีรีก็จะเป็นเจ้าของสัมปทาน ท่านนึกหรือครับว่าเขาจะให้ท่านเชื่อมต่อ ง่าย ๆ มันก็ต้องเสียค่าเชื่อมต่อ ต้องตั้งราคากันไว้สูงใครจะมาเชื่อมต่อสายสีเขียว ก็อย่างที่ เรียนแล้วว่าเมื่อมาตรา ๖๗ มาตรา ๖๘ ได้กล่าวถึงการเชื่อมต่อระบบรางรถไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ถ้าหากว่ารัฐบาลไม่ได้เป็นเจ้าของ สัญญาสัมปทานสายสีเขียวยกสัญญาสัมปทาน ต่อสัญญา สัมปทานเข้าไป ๓๐ ปี ใครที่ไหนล่ะครับเขาจะยอมให้ท่านต่อง่าย ๆ ต่อมันก็ต้องเสียสตางค์เยอะ เพราะฉะนั้นฝากท่านไปด้วยกรรมาธิการครับ คณะนี้ขอให้ดำเนินการต่อคณะของผมที่เคย ดูแลเรื่องบีทีเอส (BTS) มาแล้ว อย่าให้มีการต่อสัญญาสัมปทานโดยเด็ดขาดนะครับ เอาไว้ เป็นข้อต่อรองกับสัญญาสายอื่น ๆ อีก ๑๐ สาย ใครจะมาเชื่อมต่อจะต้องลดราคาให้เต็มที่ เพื่อประชาชน และสายสีเขียวเมื่อหมดสัญญาสัมปทานภายในปี ๒๕๗๒ ท่านก็ต้องเสมือนว่า ให้ประชาชนขึ้นฟรีนั่นล่ะครับ ต้องให้เขาขึ้นฟรี เพราะเหตุนี้ เพราะรถไฟฟ้ามันเป็นสัมปทาน ที่เกิดจากภาษีอากรของประชาชน ถ้าในสัมปทานเขาไปนี่ท่านยังจะมาเอาเงินประชาชน ได้อย่างไร ผมถามแค่นี้ว่ารถไฟฟ้าท่านสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร ท่านสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหา จราจร ไม่ใช่ตั้งขึ้นมาเพื่อหากำไรครับ ขอบคุณครับ🔗
อีก ๓ ท่านครับ ท่านปดิพัทธ์ ท่านอาจารย์รงค์ ท่านทองแดง พรรคก้าวไกล แล้วก็ท่านนิกร อีกท่านนะครับ ๔ ท่าน คงจะพอแล้วกระมังครับ ๔ ท่านสุดท้าย เชิญท่านปดิพัทธ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกลครับ ขออภิปรายให้ความเห็นใน พ.ร.บ. การขนส่งทางราง ซึ่งเป็นการที่ผมรอคอยมานานเพราะว่า ผมมีชีวิตที่ผูกพันกับรถไฟมาตั้งแต่เด็กนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร พร้อมครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางตอนอยู่มหาวิทยาลัยนะครับ ต้องยืนตั้งแต่ กรุงเทพมหานครมาถึงจังหวัดพิษณุโลกในช่วงสงกรานต์ และถึงตอนนี้ที่เป็นผู้แทนราษฎรอยู่ ก็ยังใช้อุตราวิถีเพื่อประหยัดเวลาในการเดินทางอยู่ เพราะฉะนั้นผมรอคอยมากว่าจะมี การพัฒนาการขนส่งทางรางที่เป็นระบบจริง ๆ แล้วก็ตอนนี้ถ้ากรมการขนส่งทางราง กลายเป็นเจ้าภาพผมก็เชื่อแน่ว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น มีเจ้าภาพที่ชัดเจนขึ้น มีงบประมาณแล้ว ก็มีอำนาจที่มากขึ้นนะครับ ซึ่งผมก็เห็นชอบในหลักการในวาระหนึ่งนี้แน่นอน ทีนี้ผมอยู่ใน จังหวัดพิษณุโลก ไม่ว่าจะเปลี่ยนมากี่รัฐบาล กี่รัฐมนตรี จังหวัดพิษณุโลกอยู่ในแผน การพัฒนาทางรางเสมอ เพราะว่าด้วยตัวยุทธศาสตร์ของจังหวัด ด้วยการที่เราอยู่ในทิศทาง ที่สามารถขึ้นเหนือไปอีสานแล้วก็ลงภาคกลางแล้วก็เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านได้ เพราะฉะนั้นตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดพิษณุโลกอยู่ในแผนพัฒนามาตลอด ตอนปี ๒๕๔๐ ก็มีการประกาศโดยมติของ ครม. ให้ทางจังหวัดพิษณุโลกทำสี่แยกอินโดจีนที่เรา จะไปคุนหมิงได้จากจังหวัดพิษณุโลกไปที่คุนหมิงได้ ระยะทาง ๑,๔๖๐ กิโลเมตร ไปย่างกุ้งได้ ๖๗๐ กิโลเมตร ไปดานังได้ ๑,๐๐๐ กิโลเมตร แล้วก็ไปกัวลาลัมเปอร์ได้ ๑,๘๔๐ กิโลเมตร แต่ประกาศมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ก็ยังมีแค่ป้ายสี่แยก แล้วก็มีที่กลับรถ มีสะพานข้ามแยกเฉย ๆ เรายังไม่เห็นอนาคตเลยว่าสินค้า บริการและผู้คนจากภาคเหนือตอนล่างจะไปเชื่อมต่อกับ ประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างไร เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าถ้าประกาศตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ แล้วยังไม่มี อะไรเป็นรูปเป็นร่างชัดเจน ก็แสดงว่ามันมีปัญหาแน่ ๆ ในทางโพลิซี (Policy) หรือว่าในทาง ขององค์กรหรือว่าหน่วยงานที่จะรับผิดชอบทำให้มันสำเร็จ ทีนี้พอมาปีนี้ ปี ๒๕๖๕ ก็มีการศึกษาว่าจะทำให้จังหวัดพิษณุโลกอยู่ในเส้นทางของระเบียงเศรษฐกิจใหม่หรือ เรียกว่าไลเม็กซ์ (LIMEX) ที่เชื่อมหลวงพระบาง อินโดไชน่า แล้วก็เมาะลำไย ผมก็เกรง เหลือเกินว่าประกาศไปแล้วเอกชนก็พร้อมใช่ไหมครับ เราก็อยากจะลงทุน แต่พอมันไม่มี ความชัดเจนเรื่องระบบทางรางแล้วก็ไม่รู้ว่าระบบทางรางจะไปเชื่อมต่อกับโลจิสติกส์ (Logistics) อื่น ๆ อย่างไร บริษัทที่จะขนส่งสินค้าการเกษตร ขนส่งขิงข่ามาจากแถวเข็กน้อยแถวนครไทย ก็วางแผนไม่ถูกว่ารถยนต์รถบรรทุกจะเชื่อมต่อกับรถไฟแล้วก็ท่าอากาศยานอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วที่คณะกรรมการนี้จะเกิดขึ้น แล้วก็เกิดการบูรณาการ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน ให้เกิดการพัฒนาทิศทางที่ชัดเจน เพราะต้นทุนที่สำคัญที่สุดก็คือ เวลาที่เสียไปในแต่ละวัน แต่ละปี ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เรื่องของรถไฟรางคู่ ชาวจังหวัด พิษณุโลกรอคอยมาหลายสิบปีแล้ว แต่พอมีการสร้างทีหนึ่งก็มีการเปลี่ยนแผนทีหนึ่ง ก็เลย มาไม่ถึงเสียที แล้วพอรางคู่ไม่เกิดมันจะไปเชื่อมต่อกับกรมการขนส่งทางบกที่จะไปสร้าง ศูนย์กระจายสินค้าของภาคเหนือตอนล่าง พี่น้องที่จังหวัดพิษณุโลกในตำบลบึงพระถึงขั้น มีการไปเวนคืนที่ดินแล้วนะครับ ยังไม่ได้มีพระราชกฤษฎีกาแต่ว่าเป็นการที่ไปปักป้ายไว้ว่า จะมีโครงการในการเวนคืนที่ดิน ถึงขั้นไม่ปักเสาขาวแดงไว้ที่ในบ้านของประชาชนเรียบร้อย แล้ว เพราะฉะนั้นเวลาไปทำโครงการแบบนี้ครับ ประชาชนก็ต้องหาที่อยู่ใหม่หรือไม่กล้า จะลงทุนในที่ดินเดิม ปรากฏว่าเวลาผ่านมาครับ ๕ ปีแล้วยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ หลายคน ต้องไปซื้อที่เพิ่มแล้วนะครับ แล้วก็ย้ายบ้านเรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฏว่าสูญเสียไปหมดเลยว่า ช่วงเวลาที่สูญหายไปประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรและเสียประโยชน์จากการใช้ที่ดินด้วยซ้ำไป แล้วก็ทวงถามไปที่สถานีรถไฟพิษณุโลกก็ไม่รู้ว่าแผนการนั้นจะเป็นอย่างไร จะมาเมื่อไรใช่ไหมครับ ผมต้องตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี ทีนี้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาจนไม่เห็นทิศทางการพัฒนาเลย แล้วก็ดูเหมือนว่าการพัฒนาจะถูกเปลี่ยนแปลงได้เสมอเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลหรือว่า มีการเปลี่ยนแผนใช่ไหมครับ อาจจะต้องไปลงทุนที่จังหวัดโน้นจังหวัดนี้ หรือสถานการณ์โลก มันเปลี่ยน หรือการค้าชายแดนมันเปลี่ยน หรือว่าระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ที่เชื่อมต่อประเทศ เพื่อนบ้านนั้นเปลี่ยน เพราะฉะนั้นการที่เรามีกรมการขนส่งทางรางมา แล้วรับผิดชอบและให้ อำนาจเต็มในคณะกรรมการที่จะบริหารเรื่องนี้ ผมคิดว่าเป็นทิศทางที่ถูกต้อง แต่ก็ต้องอย่างที่ ท่านอาจารย์สุรเชษฐ์ได้ให้ข้อสังเกตไว้ว่าบทบาทของนายกรัฐมนตรีที่เป็น ประธานกรรมการกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหรืออาจจะต้องไปเชื่อมถึงเรื่องของ การกระจายอำนาจกับรัฐมนตรีมหาดไทย เราจะสามารถทำบูรณาการในเชิงนโยบายได้หรือเปล่า ไม่อย่างนั้นถ้าฝ่ายบริหารไม่มีประสิทธิภาพและไม่บูรณาการผมว่ากรรมการที่เกิดขึ้นใหม่หรือ กรมการขนส่งก็ต้องรอคำสั่งที่ไม่เป็นเอกภาพเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นตรงนี้จะต้องทำให้มี ความชัดเจนในกฎหมาย แล้วอันต่อมาก็คือว่าถ้าแผนมันเกิดขึ้นแล้วนี่ผมคิดว่าเรื่องการสื่อสาร กับพี่น้องประชาชนสำคัญที่สุดเลย เพราะว่าวันดีคืนดีทุกคนจะต้องมานั่งตั้งคำถาม ฝาก ส.ส. มาถามว่าที่ดินจะโดนเวนคืนไหม คนที่บุกรุกไล่ที่อาจจะถูกไล่ที่ออกหรือเปล่า จะมีการทำ สัญญาเช่าไหม ตอนนี้ร้านค้าที่อยู่ในที่ดินของรถไฟไม่ได้ต่อสัญญาเช่าแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ชะตากรรม ของตัวเองว่าจะไปที่ไหนอย่างไร เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเจ้าภาพออกจากรถไฟก็ดีเหมือนกัน ให้เขาไปดูแลเรื่องการเดินรถอย่างเดียว แต่เรื่องของการพัฒนาระบบขนส่ง เรื่องของ การพัฒนาเส้นทาง เรื่องของการดูระบบทั้งหมดที่มันจะเชื่อมโยงกับอื่น ๆ ผมคิดว่าเรามา ในทิศทางที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นผมก็หวังว่าการที่เรายกมือผ่านให้เกิดกฎหมายฉบับนี้ขึ้น จะทำให้ความฝันของชาวพิษณุโลกที่สี่แยกอินโดจีนเมื่อ ๒๐ กว่าปีที่แล้ว แล้วก็เรื่องของ ไลเม็กซ์ (LIMEX) ที่เกิดขึ้นมาแล้วมีการวิจัยและเป็นความหวังอันใหม่ที่ชาวพิษณุโลกจะมี อย่างน้อยจีดีพี (GDP) ที่เล็งไว้ก็ถือว่าเพิ่มขึ้น ๘ เปอร์เซ็นต์แน่ ๆ แล้วก็การจ้างงานจะเพิ่มขึ้น อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จะเป็นการพลิกโฉมจังหวัดพิษณุโลกและภาคเหนือตอนล่างทั้งหมด ถ้าขนส่งทางรางสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพเชื่อมโยงกับภูมิภาคได้ เชื่อมโยงกับ ระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ได้ และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน เอกชน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ภารกิจยิ่งใหญ่แบบนี้ผมขอฝากท่านอธิบดีแล้วก็ทีมงานไว้ด้วยว่าถ้าท่านทำได้ดี มันจะเป็นการพลิกโฉมประเทศไทยจริง ๆ แต่ถ้าทำไม่ดีมันก็อาจจะเป็นแค่แผนสวย ๆ อันหนึ่ง แล้วถ้าประธานกรรมการคือนายกรัฐมนตรีไม่มีประสิทธิภาพเดี๋ยวรอรอบหน้า เราเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีแล้วเดินแผนนี้ด้วยกันนะครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ รองศาสตราจารย์รงค์ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ผมขออนุญาตอภิปรายเพื่อสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติส่งทางรางที่นำเสนอโดยคณะรัฐมนตรี ที่บอกว่าสนับสนุนเพราะว่าวันนี้ ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายใหม่ เป็นกฎหมายที่เป็นความหวังและเป็นการรอคอย ซึ่งประชาชนชาวบ้านผมที่ปักษ์ใต้ที่นครศรีธรรมราชรอคอยการขนส่งทางรางหรือการขนส่ง ที่มีรถไฟซึ่งเป็นแกนสำคัญในคาบสมุทรสยามมาลายู วิ่งออกจากหัวลำโพงลงไปถึงสุไหงโก-ลก ลงไปถึงปาดังเบซาร์เชื่อมต่อไปยังมาเลเซีย ท่านประธานที่เคารพครับ ที่บอกว่าความหวัง ก็เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นตัวอย่างของพระราชบัญญัติรวมศูนย์การบริหารไว้ที่ส่วนกลาง ซึ่งรวมศูนย์แล้วจะต้องไปเพิ่มประสิทธิภาพการบริการสาธารณะในส่วนนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เหตุที่บอกว่ารวมศูนย์และต้องไปเพิ่มบริการสาธารณะก็คือว่าเมื่อพูดถึงรถไฟ เก่า ๆ ความรู้สึกหรือความประทับใจของพี่น้องชาวปักษ์ใต้บ้านผมเวลาพูดถึงรถไฟเก่า ๆ แล้วมันมีปัญหาอะไรบ้าง แต่หลังจาก พ.ศ. ๒๕๖๕ เมื่อรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ได้ออก กฎหมายฉบับนี้แล้วประสบการณ์อันเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดีหรือเลวร้ายกับการขนส่ง ทางรถไฟที่เก่า ๆ นั้นจะเกิดใหม่ จะเป็นเรื่องใหม่ เขามีความรู้สึกว่าเป็นความหวังครับ เช่น สมัยเก่ารถไฟเก่า ๆ ไปปักษ์ใต้ ไปนครศรีธรรมราช ไปหาดใหญ่ ไปพัทลุง ไปเขาชุมทอง ไปทุ่งสงล่าช้า ๑๘ ชั่วโมง วันนี้ขนส่งทางรางแบบนี้ถ้ามีขึ้นมาและจินตนาการของชาวใต้ จะต้องบอกว่ารวดเร็วขึ้นจาก ๑๘ ชั่วโมง อาจจะเป็น ๑๐ ชั่วโมงไปที่ทุ่งสงได้ไหม ไปถึง เขาชุมทอง ๑๐ ชั่วโมงได้ไหม ความล่าช้าสิ่งเหล่านี้คือมาตรฐานที่ถูกปรับจากกฎหมาย ฉบับนี้ พี่น้องประชาชนเขาไม่ได้รู้หรอกว่ากฎหมายฉบับนี้ซึ่งมีทั้งหมด ๑๖๕ มาตรา ซึ่งมี สาระสำคัญมากมายตั้งแต่คณะกรรมการนโยบาย ตั้งแต่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่ การเชื่อมต่อ ตั้งแต่การทำไม่ให้มีรอยต่อในการบริการ นั่นคือประสบการณ์ที่เป็นปัญหาของ พี่น้องชาวเมืองกรุงเทพมหานครหรือในเขตปริมณฑล แต่พี่น้องที่ไปภาคเหนือ ไปอีสาน พี่น้องที่ไปภาคใต้เขารอความเร็ว เขารอรถไฟรถรางคู่ วันนี้ชาวใต้ ชาวนคร ชาวตรัง ชาวทุ่งสง ชาวจันดี ชาวฉวางเขาคอยรถไฟรางคู่ กฎหมายฉบับนี้ กำลังมาเขาปรบมือเลยครับ เพราะฉะนั้นเขาจะได้มีมาตรฐานเรื่องเวลาที่บอกเดิมจากหัวลำโพง ไปถึงทุ่งสง ๑๘ ชั่วโมงนี่อาจจะเหลือ ๑๐ ชั่วโมง นี่คือความหวังของเขา นี่คือสิ่งที่จะมากับ พ.ร.บ. ฉบับนี้สาระสำคัญใน ๑๖๕ มาตราเป็นอย่างไรไม่ทราบวันนี้ผมคิดว่าผมพูดเรื่องนี้ แทนพี่น้องชาวใต้ว่าพี่น้องชาวใต้ของผมคงจะได้ความรวดเร็วมาตรฐานเรื่องเวลา พี่น้องชาวใต้ จะได้มาตรฐานเรื่องของการใช้ที่ดินริมทางรถไฟที่บริเวณรอบสถานีรถไฟต่าง ๆ ที่จะถูก พัฒนาขึ้นมา พี่น้องชาวนครศรีธรรมราชวิ่งมาเขาชุมทองเขาจะได้ทำโลคอลโรด (Local Road) เพื่อให้สถานีเขาชุมทองเป็นสถานีใหญ่ของนครศรีธรรมราช แล้วคนในเมืองนครประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ได้ใช้โลคอลโรด (Local Road) ที่วิ่งเลียบทางรถไฟมาถึงนคร สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นจาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ซึ่งเป็นความหวังของเขา ท่านประธานที่เคารพเรื่องระบบราง การเชื่อมต่อ ระหว่างรางต่อรางปัจจุบันนี้อันนี้ผมบอกแล้วว่าเป็นความรู้สึกที่ไม่ประทับใจของคน กรุงเทพมหานคร หรือรถยนต์กับรถราง หรือเรื่องรางที่ปัจจุบันนี้ก็คนกรุงเทพฯ เรือกับเรื่องราง ปัจจุบันนี้ก็คนกรุงเทพฯ แต่คนบ้านผมก็คือเวลา การพัฒนาที่ดิน ราคา มาตรฐานเรื่องของ การเดินทางที่จะต้องมีมาตรฐานนี่คือความคาดหวัง นี่คือชาวใต้บอกว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็น พ.ร.บ. รวมศูนย์ไว้ที่รัฐบาล แล้วก็รวมศูนย์เสร็จมันจะต้องขจัดสิ่งเหล่านี้ให้ลงได้ มันจะต้องขจัดปัญหาที่เกิดขึ้นกับเขาให้ได้แล้วให้ใครเขาเห็นว่าการมี พ.ร.บ. ฉบับนี้มันเป็น พ.ร.บ. ที่เขาสัมผัสได้แค่เอาลดจาก ๑๘ ชั่วโมง เหลือ ๑๐ ชั่วโมงเขาสัมผัสได้แล้ว แค่ทำ โลคอลโรด (Local Road) ให้เขาเขาก็ได้แล้ว แค่เอาที่ดินมาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แถบทุ่งสง แถบพัทลุง แถบหาดใหญ่เขาสัมผัสได้แล้วนั่นเป็นประการแรก🔗
ประการสุดท้ายท่านประธานครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ผมคิดว่านี่คือเป็นลักษณะ พ.ร.บ. แบบบูรณาการ ถ้าไม่มีการบูรณาการโดยกฎหมายจะให้บูรณาการโดยอำนาจทางการบริหารของ อธิบดีแต่ละอธิบดี ของ กทม. กับ รฟม. กับ รฟท. ซึ่งแต่ละคนถือกฎหมายกันแต่ละตัว ใช้อำนาจของผู้บริหารสูงสุดของแต่ละองค์กรมานั่งบริหารด้วยกันไม่มีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้น เอาการบริหารที่แต่ละคนแยกกันมารวมไว้ที่ใดที่หนึ่งแล้วสร้าง พ.ร.บ. ขึ้นมาอีก ๑ ฉบับ ก็เป็นตัวอย่างลักษณะของการบริหารแบบบูรณาการที่เอาประเด็นเรื่องรางมาเป็นตัวร่วม ลักษณะเช่นนี้ผมคิดว่ารัฐบาลมาถูกทางและจะเพิ่มประสิทธิภาพในขณะที่กรุงเทพมหานคร หรือปริมณฑลที่ พลเอก ประยุทธ์ ได้ทำเรื่องระบบรางไว้ตลอดระยะเวลา ๗-๘ ปีที่ผ่านมา ซึ่งใน ๔-๕ ปีข้างหน้าระบบรางเหล่านั้นจะเกิดขึ้นแล้วก็เกิดบริการเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในเขตกรุงเทพมหานครและเขตเมือง เพราะฉะนั้นการบูรณาการแบบนี้จะทำให้ประสิทธิภาพ ของคนเมือง คนเมืองจะได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ คนกรุงเทพมหานครจะได้ประโยชน์ จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ คนต่างจังหวัดคนปักษ์ใต้บ้านผมก็จะได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมจึง มั่นใจว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็น พ.ร.บ. ใหม่ที่สร้างความหวังให้กับเขาและเป็นความหวังที่เกิดขึ้น ในระยะสั้นที่สัมผัสได้ ผมจึงขออนุญาตเห็นด้วยในหลักการที่จะผ่านร่างพระราชบัญญัติ ขนส่งทางรางที่รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ เสนอมาที่สภาเราครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านทองแดง พรรคก้าวไกล เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ทองแดง เบ็ญจะปัก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ เมืองสมุทรสาคร ขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายพระราชบัญญัติขนส่งทางราง พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ต้องขอบคุณครับ เพราะว่ามีความตั้งใจแล้วก็มีความหวังอยู่ว่าในครั้งหนึ่งในการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น เราอยากจะเห็นประเทศไทยเรามีระบบการขนส่งแบบระบบรางให้ทั่วถึงทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะรอบ ๆ ปริมณฑลอยากเรียนไปทางกรมการขนส่งและแบบรางขึ้นมานี้ ว่าปริมณฑลนั้น อย่างเช่นสมุทรสาครนี้มันก็มีรถรางคือรถไฟจากสมุทรสาครถึงวงเวียนใหญ่นี่มันมีมานานแล้ว แล้วก็แทนที่จะได้รับการพัฒนาเหมือนกับจังหวัดอื่น ๆ นะครับ จากจังหวัดอื่น ๆ เหมือนกับ สมุทรปราการก็มีแล้ว นนทบุรีก็มีแล้ว แล้วก็ในจังหวัดใกล้เคียงกันปริมณฑลที่บอกว่าเป็นปริมณฑลมันก็มีมา ทั้งหมดแล้ว แต่สมุทรสาครมีระบบรางอยู่นานแล้ว จริง ๆ แล้วอยากจะเรียกร้องแล้วก็ ฝากไปยังกรมการขนส่งทางรางนะครับ ถ้าเราจะพัฒนาตรงนี้อย่างสมุทรสาครเป็นเมือง อุตสาหกรรมถ้าเป็นไปได้เราก็ยกเป็นระบบรางคู่หรือ ๔ รางแล้วแต่ เพราะว่าอยากได้ราง ที่วิ่งไปสู่ชายทะเล อย่างเช่น วิ่งลงไปทางแถวกระซ้าขาว ตำบลกระซ้าขาวแล้วก็วิ่งวก กลับเข้าไปที่ทางตำบลนาโคกแล้วก็ไปเข้าเชื่อมต่อกับสมุทรสงครามตรงนี้มันน่าจะเป็น รางแบบ ๓ นะครับ ๓ รางคู่กันที่ว่านำนักท่องเที่ยวไปแล้วก็ไปจอดดูการทำนาเกลือ ไปจอดดู การเก็บหอยแมลงภู่ หรือไปจอดดูฟาร์มต่าง ๆ อย่างนี้ คือเพิ่มให้ประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อย ได้มีโอกาสที่จะได้สัมผัสและได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบราง นอกเหนือจากนั้นก็คือ การขนส่งจากตัววงเวียนใหญ่ถึงมหาชัย ถึงท่าฉลอม เสร็จแล้วก็ตีไปที่แม่กลอง แล้วก็เชื่อมต่อ ไปยังกาญจนบุรี เชื่อมต่อไปยังสุพรรณบุรีอย่างนี้มันเป็นระบบรางที่ประชาชนสามารถ ที่จะได้รับประโยชน์ได้มากกว่าการที่จะทำระบบการขนส่งอย่างในกรุงเทพมหานครนี่ครับ การทำระบบรางขึ้นมายังไม่ครบถ้วน อย่างเช่น ทำไปจ่อไว้ที่บางแคยังไม่เลยไปถึงอ้อมน้อย อ้อมใหญ่ ยังไม่ถึงสามพราน ยังไม่ลงไปถึงนครปฐม ถ้าทำจริง ๆ แล้วทำให้ทะลุไปถึงนครปฐม ได้ไหม แล้วก็อย่างเส้นที่ออกจากวงเวียนใหญ่ทำให้ทะลุไปถึงปากท่อได้ไหม เพราะเราใช้ระบบ การขนส่งแบบพื้นราบ ก็คือทางพระราม ๒ ตอนนี้ปัจจุบันถึงจะยกระดับขึ้นไปเพื่อจะมีทาง ต่างระดับขึ้นไปแต่ข้างล่างยังติดขัด แล้วการขนส่งนี้ใช้เวลานานมาก รถติดมากกว่าจะพัฒนาได้ เมื่อพัฒนาในระบบรางมันจะควบคู่กันไปได้ ถ้ามันเป็นไปได้อยากได้แบบนี้ เพราะเป็น เมืองอุตสาหกรรมสามารถที่จะส่ง ถ้าอีกตัวหนึ่งอยากจะเสนอไว้ที่กรมขนส่งทางรางนะครับ ถ้าเป็นไปได้เราอยากได้ระบบรางวิ่งจากสมุทรสาคร สมุทรปราการ แล้วก็ฉะเชิงเทรา ตรงนี้ อยากจะได้ เพราะว่าในหลายปีที่ผ่านมาผมเคยได้ทำงานการขนส่งทางบกคือขับรถเทรลเลอร์ (Trailer) ส่งตู้คอนเทนเนอร์ (Container) จากจากตัวสมุทรสาครจากตัวนครปฐมอย่างนี้ไป แหลมฉบังครับมีความลำบากมาก บางทีพี่น้องคนที่ขับรถขนส่งอยู่ก็เสียชีวิตในการขับรถ เพราะว่ามันไกลแล้วก็หนัก แล้วทางคดเคี้ยวแล้วทางมันไม่สามารถที่จะใช้ความเร็วได้ ประเภทนี้ก็คือเราอยากจะรักษาบุคลากรหรือทรัพยากรบุคคลที่ทำหน้าที่ในการขนส่งให้ ประเทศชาติเรานะครับ เพราะว่าการขนส่งแบบนี้มันถูกแล้วก็สามารถที่จะนำไปได้มาก อย่างเช่น ทางขนส่งที่อยากจะขอบอกไว้เลยว่าถ้าเราทำให้ขนส่งจากตัวสมุทรสาครหรือ นครปฐมแถวสามพรานอย่างนี้เชื่อมต่อไปยังแหลมฉบังได้ก็จะเป็นสิ่งที่ดี เพราะถ้าขนส่ง แบบทางราบใช้เวลานานมาก เพราะติดเวลาติดอะไรรถเทรลเลอร์ (Trailer) ไม่สามารถขึ้น ทางด่วนได้ ตรงนี้พี่น้องก็ใช้เวลาวันหนึ่งได้แค่ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ไม่กี่ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ถ้าเกิดเราใช้ระบบรางเข้าไปวัน ๆ หนึ่งเราสามารถที่จะขนส่งสินค้าจาก สมุทรสาคร จากนครปฐมเข้าระบบรางแล้วก็เชื่อมต่อไปยังแหลมฉบังได้ วันหนึ่งไปประมาณ ๑,๐๐๐ ๒,๐๐๐ ตู้ หรือ ๔,๐๐๐ ๕,๐๐๐ ตู้อย่างนี้มันก็จะทำให้เศรษฐกิจของบ้านเราดีขึ้น และสามารถจะทำให้เขตเศรษฐกิจพวกนี้เจริญรุ่งเรืองขึ้นได้ ประชาชนจะได้รับประโยชน์ จากการพัฒนา🔗
อีกส่วนหนึ่งก็อยากจะฝากไว้ว่าถ้าเกิดเรามีกรมขนส่งทางรางขึ้นมาแล้วถ้ายัง ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ก็อยากจะให้ท้องถิ่นที่มีความสามารถในการที่จะจัดระบบราง รอบตัวจังหวัดเขาได้ก็จะเป็นการดีครับ เพราะว่าอย่างสมุทรสาครมี ๓ อำเภอสามารถที่จะ วิ่งถึงกันได้ อย่างเช่น ตัวเมืองไปบ้านแพ้วดูสวนผลไม้ เสร็จแล้วก็วิ่งวกเข้ามาทางสามพราน แล้วก็เข้ามาทางอุตสาหกรรมทางกระทุ่มแบนอย่างนี้ มันจะเป็นเกาะสี่เหลี่ยมอย่างนี้ ถ้าวิ่งกันได้ ระบบรางอย่างนี้มันจะเป็นการท่องเที่ยวอีกอย่างหนึ่ง แล้วก็ทำให้ประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อย ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบรางอย่างถี่ถ้วน อย่างไรก็แล้วแต่ถ้าเราสามารถที่จะ พัฒนาได้ในสมัยนี้หรือสมัยต่อไปนั้นถ้าเราเป็นรัฐบาลเราทำแน่ และอยากจะสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็นการดีทางรัฐบาลได้เสนอเข้ามา ขอบคุณครับ🔗
อีก ๓ ท่าน ท่านนิกร จำนง ท่านนิยม เวชกามา ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เชิญท่านนิกรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ผมขออภิปราย ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... เป็นการอภิปรายสนับสนุน ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนการมีกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางรางเป็นการเฉพาะฉบับนี้ เพราะเห็นว่า เป็นการพัฒนาระบบขนส่งก่อนเก่าของไทยเราที่จะต้องมีการอัปเกรด (Upgrade) แต่ว่า มีเงื่อนไข คือมีเงื่อนไขว่าการออกกฎหมายฉบับนี้จะต้องมีการพัฒนาเพื่อมองไปยังทิศที่สูงกว่า คือทิศเบื้องบน มองไปยังทิศเบื้องหลังก็คือปัญหาระบบรางตั้งแต่เก่าดั้งเดิมต้องมีการพัฒนา ปรับปรุงแก้ไขโดย พ.ร.บ. ฉบับนี้ และก็มองให้ไกลไปยังทิศเบื้องหน้าเพื่อมีการพัฒนาการ ผมอธิบายอย่างนี้ครับว่าจริง ๆ แล้ว เมื่อสักครู่ท่านวีระกรได้เดินผ่าน ผมได้ฟังท่านวีระกร ผมจะนำเรียนถึงที่มาของระบบรางหรือระบบรถไฟในประเทศไทยโดยพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ที่ได้ให้กำเนิดรถไฟไทยขึ้นมาเมื่อปี ๒๔๓๓ ท่านวีระกร ได้พูดไปแล้วว่าเส้นทางไหน เส้นทางไหน แต่ผมจะเรียนว่าอย่างนี้ครับ พระองค์ท่านเองได้กู้เงิน ก้อนแรกของประเทศไทยจากต่างชาติก็มาทำเรื่องนี้ ทีนี้ประเด็นคุณูปการที่ทำให้นอกจากว่า มันเป็นพัฒนาการเกี่ยวกับการเป็นนานาอารยประเทศของประเทศไทย ซึ่งเหตุผลนี้ล่ะครับที่ถูกนับ ช่วงนั้นมีการล่าเมืองขึ้น ต่างชาติทางชาติตะวันตกเองก็มองไปประเทศต่าง ๆ ท่านประธาน คงจะเห็นว่ารอบ ๆ ตัวของเราตรงนี้เป็นเมืองขึ้นหมด ยกเว้นประเทศไทย ซึ่งตรงนี้เราจะต้อง มองไปทิศเบื้องสูงว่าเราเป็นหนี้ของพระองค์ท่านหลายพระองค์มากที่ได้ดำเนินการอย่างมี พระปณิธานตามนี้ การพัฒนา ว่าเรามีระบบราง เรามีรถไฟแสดงว่าเราเป็นประเทศที่พัฒนา เรามีการเรียนภาษาอังกฤษ ดังนั้นเราเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคนี้ที่รอดพ้นจากการเป็น อาณานิคม เราเป็นประเทศฟรีแลนซ์ (Freelance) มาตลอด ท่านประธานครับแต่ที่เราต้อง พิจารณาในด้านนี้ว่าการพัฒนาในการมองทิศเบื้องสูงขณะนี้แล้วจนถึงวันนี้ ๑๓๐ กว่าปีแล้ว นี่คุ้มกันหรือเปล่ากับปณิธานของพระองค์ท่านที่ได้กำเนิดการรถไฟขึ้นมานะครับ เรามีไม่ใช่ เฉพาะระบบรถไฟ ๒ ข้างทาง ท่านประธานครับ ๒ ข้างทางข้างละ ๔๐ เมตร ซึ่งท่านประธาน ทราบดีไปผ่านจังหวัดของท่านประธานเลยขึ้นไปทางตะวันออกไปทางเหนือ ที่มีการกันเอาไว้ ๔๐ เมตร รวมทั้งเป็นที่อื่น ๆ ที่เป็นสเตชัน (Station) เป็นสถานีซึ่งกันไว้เป็นที่ดี ๆ ทั้งนั้น สิ่งเหล่านี้ทั้งเส้นทาง ทั้งการเดินรถ ทั้งระบบการพัฒนา ทั้งที่ดินที่มีอยู่เราได้พัฒนากัน เหมาะสมหรือยัง ได้ดีเท่าที่ควรจะดีได้หรือยัง นี่เป็นประเด็นที่จะต้องใช้กฎหมายฉบับนี้ ไปพัฒนาเรื่องนี้🔗
ท่านประธานครับ ส่วนที่ ๒ ทิศเบื้องหลัง เรามีมาก่อนประเทศในภูมิภาคนี้ แต่เราล้าหลังเกินกว่าที่จะยอมรับได้ ท่านประธานครับ เราเป็นระบบการขนส่งทางราง ที่ล้าสมัยมาก รถไฟของเราหมายความว่าสามารถจะเข้าไปเป็นพิพิธภัณฑ์ได้เลยเก่าแก่มาก ทีนี้บางส่วนเรามีปัญหาเพราะเราแยกไม่ออกระหว่างความเหมาะสมของพื้นที่ เช่นผมจะขอ กลับบ้านสักนิดหนึ่งครับ พูดถึงพื้นที่ภาคใต้ ท่านประธานครับ ผมมาเรียนที่กรุงเทพฯ นั่งรถไฟมา นั่งรถไฟมาที่นั่งเต็มเพราะว่าคนโดยสารล้นตลอด เพราะว่าทางใต้ระบบการขนส่ง พื้นที่เป็นพื้นที่ที่ได้เปรียบที่สุดเพราะมันยาว มันเหมือนก้างปลา รถไฟเป็นกระดูกสันหลังของการขนส่งทางใต้ คนใต้เองเราจะแยกเป็น ออกไปทางซ้ายระนอง ออกไปทางขวาเป็นนครศรีธรรมราช ที่ท่านสมาชิกได้พูดไปแล้ว หรือเป็นสุราษฎร์ธานี มันจะแตกออกไปแต่แกนจะเป็นทางรถไฟ คนใต้เองไม่ได้ใช้รถอื่นหรอก ใช้รถไฟ แต่จนปัจจุบันนี้ผมโตเป็น ส.ส. มายาวนานแล้ว ผมกลับไปนั่งรถไฟใช้สิทธิของ ส.ส. ปรากฏว่าท่านประธานครับ ยังเห็นคนนอนเอาหนังสือพิมพ์ปูเหมือนที่ผมตอนเด็ก ๆ อยู่ มันเกินไป มันไม่พัฒนา ทั้ง ๆ ที่รายได้สายใต้ดีมาก ควรจะมีรถไฟรางคู่ไปตั้งนานแล้ว ด้วยความเหมาะสมของรายได้ที่จะได้รับและความจำเป็นของการขนส่งที่ไม่มีทางออกอื่นเลย ยกเว้นรถไฟ แต่ว่าเราไม่ได้พัฒนา สิ่งเหล่านี้เองที่เป็นปัญหาที่เราจะต้องเข้าไปแก้ไขปัญหา ดั้งเดิมคือปัญหาที่มีมาก่อนในทิศเบื้องหลังอย่าทิ้งไว้เป็นแบบนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ มองไปยังทิศเบื้องหน้า ปัญหาที่จะต้องมองไปให้ไกล คือเราต้องข้ามข้อจำกัด ท่านประธานครับ การรถไฟในประเทศไทยมีข้อจำกัดยิ่งใหญ่อยู่คือประเทศเราเล็ก ดังนั้นท่านประธานคงจะไป อเมริกาโกเวสมีทางรถไฟมันคุ้มค่า เพราะว่าเรายกสินค้าขึ้นรถไฟวิ่งไปตั้งหลายพันไมล์ จนกว่าจะยกลง ของเราเองถ้าเราใช้รถไฟระบบรางใช้ขนคอนเทนเนอร์ (Container) ยกขึ้น โดยใช้เครน (Crane) พอไปสักพักก็ต้องยกลงอีก เพราะว่ามันสุดเขตแดนประเทศ ค่าเครน (Crane) ยกขึ้น ยกลงมันกินหมด เขาก็เลยใช้รถบรรทุกตามที่ท่านประธานเห็นเป็นหลัก แต่ใช้ รถบรรทุกมันแพง ค่าน้ำมันมันแพง ค่าขนส่งของเราก็เลยเพิ่มนะครับ ใช้ค่าขนส่งทางด้านนี้ เป็นเกือบ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้า ซึ่งก็ไปหักจากเกษตรกรอีกที ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องข้ามข้อจำกัดอันนี้ไปให้ได้ เพราะว่าเราขยายประเทศไม่ได้ เราต้องคิดแบบเรื่องทางบก คือเราเองท่านประธานครับจุดได้เปรียบของเรา เราเป็นหัวใจของจีเอ็มเอส (GMS) ก็คือ เกรทเตอร์ แม่โขง ซับรีเจน (Greater Mekong Subregion) เราอยู่รอบ ๆ เราเป็นหัวใจ เราต้องใช้ยึดพื้นที่ตรงนี้ เราต้องเปิดประเทศเปิดเมืองให้โล่งหมด เหมือนตำราของซุนวูหรือ ตำราของขงจื้อที่มีการรบ คือเปิดประเทศเราต้องเปิดให้รถไฟผ่านประเทศเรา เพื่อให้ทาง รถไฟของเรายาวขึ้นขนส่งสินค้าจากมาเลไปลาว ไปคุนหมิง ซ้ายจากพม่าไปยังดานัง คือต้องให้ มันเปิดผ่านหมด ปัญหาที่เรามีข้อจำกัดก็คือเป็นปัญหาพิเศษของเราคือรางรถไฟของเรา มันแค่เมตรเดียว รางรถไฟประเทศรอบ ๆ มันกว่า เพราะฉะนั้นเราต้องมีการพัฒนาตรงนี้ คือออกจากประเทศเราให้ได้ถ้าผ่านจากตรงนี้ได้ จุดคุ้มทุนก็จะมีในการขนส่งสินค้า ก็อยาก ให้มองพัฒนา ผมสนับสนุน แต่ต้องพัฒนาโดยมองทิศเบื้องสูงที่ให้กำเนิดเรามา มองทิศ เบื้องหลังปัญหาที่มีอยู่แต่เดิม และมองไปยังทิศเบื้องหน้าไม่หยุดยั้ง ผมสนับสนุนครับ ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านนิยม เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมก็เห็นด้วยนะในการเสนอร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง แต่ผมก็ยังวิตกกังวล ในหลายเรื่อง ขอแสดงความคิดเห็น ทั้งเห็นด้วยและที่ติติงฝากไปถึงคณะกรรมาธิการ ซึ่งจะมาร่างกฎหมายฉบับนี้ต่อไป ท่านประธานครับ เนื่องจากกฎหมายร่างพระราชบัญญัติ การขนส่งทางรางเป็นกฎหมายใหม่ เป็นกฎหมายซึ่งเกิดขึ้นมาทั้งที่การรถไฟแห่งประเทศไทย เกิดมาแล้ว ๑๓๕ ปี แต่ก็มี พ.ร.บ. การรถไฟ มี พ.ร.บ. รถไฟฟ้า ซึ่งผมถึงบอกว่ายังวิตกกังวล ว่าการทำงานของหน่วยงานใหม่คือเป็นกรมล่ะ เดี๋ยวผมไล่ดูตามมาตราตามร่างแล้วว่า ในหลายร่างไม่ได้พูดถึงกรม แต่มีอธิบดี ผมก็ยังแปลกใจอยู่นะท่านประธาน ผมพยายามเปิดดู อ่านดูในรายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมจึงกราบเรียนว่าการร่างกฎหมาย ซึ่งเป็นระดับกรมต้องใช้เงิน มีเจ้าหน้าที่เข้ามาทำงาน ไปดูในบางมาตราแล้ว ยังสับสนในการร่างกฎหมาย ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้มีระบบ การทำงานถ้าเกิดขึ้นแล้ว ผมอยากจะให้เป็นหน่วยงานที่เข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนได้ ไม่ใช่ตั้งกรม ตั้งหน่วยงานขึ้นมาแล้วแค่มีเจ้าหน้าที่ มีอำนาจ มีอธิบดี แต่ประโยชน์ ของประชาชนยังไม่เกิดอะไรขึ้น ผมจึงต้องทักท้วงขึ้นมาว่าในกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมาย การเงินแน่นอน เพราะเป็นหน่วยงานรัฐ ถึงแม้ในมาตรา ๓ ไม่ได้เขียนไว้ เขียนเพียงว่า การขนส่งทางราง หมายความว่า การขนส่งผู้โดยสารหรือเงินค่าโดยสารทางราง แล้วก็เขียน ในคำนิยามอีกหลายคำ แต่ไม่มีคำใดที่บอกว่าเป็นกรม แต่มาดูข้อเกือบสุดท้ายนี้มีอธิบดี นี่ละผมจึงว่าเป็นเรื่องที่การร่างกฎหมาย อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมการขนส่งทางราง รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ นี่ผมขึ้นไว้ ในประเด็นว่าการร่างกฎหมายไม่มีกรมแต่มีอธิบดี อันนี้จึงเป็นประเด็นที่ผมต้องพูดว่า ก็เป็นความหวังนะ เป็นความหวังของพี่น้องประชาชนว่าถ้ามีกรมการขนส่งทางรางจะเข้ามา มีบทบาทในการขนส่งทางราง บ้านผมสกลนครไม่มีรถไฟ ไม่มีรถรางอะไรทั้งนั้นก็เป็น ความหวังว่าวันหนึ่งวันนี้ถึงแล้วจากบ้านไผ่ มหาสารคามไปนครพนม มุกดาหารไปหมดแล้ว แต่ยังข้ามไปสกลนครอยู่ ผมก็คิดว่าวันหนึ่งก็คงต้องมาจังหวัดสกลนครเพราะรถไฟเรื่องการ ขนส่งสินค้าเป็นการขนส่งที่ประหยัดที่สุดในยุคนี้ แต่วันนี้ก็ยังไม่ได้ ถ้าเกิดมีกรมการขนส่งทางราง ขึ้นมาซึ่งวันนี้ไม่ได้พูดถึง ผมถึงบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ฝากกรรมาธิการว่าอะไรที่มันยังขาดอยู่ ต้องไปเติมอย่างไร เพราะยืนยันว่าเมื่อมีหน่วยงานรัฐก็ต้องมีเงิน ผมเคยเสนอกฎหมาย ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ผ่านให้คือธนาคารพุทธต้องบอกนะ ท่านบอกว่าเป็นกฎหมายการเงิน ก็รู้อยู่แล้วธนาคาร ธนาคารพุทธเป็นกฎหมายอย่างอื่นไม่ได้แต่ต้องยืนยันว่าวันนี้ต้องสู้กันว่า ธนาคารพุทธแห่งประเทศไทยต้องเกิดขึ้นให้ได้ในประเทศไทย ผมต้องยืนยันอยู่ อันนี้เลย กราบเรียนท่านประธานว่าในหลายเรื่องซึ่งผมไปดูนิยามในมาตรา ๕ ก็รับได้เพราะเป็น คณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน อันนี้เป็นความหวังไหม ถ้ามีกรมเฉย ๆ อาจจะทำงานไม่ได้ ก็มีนายกรัฐมนตรีเข้ามาเป็น แต่ผู้รักษาการนี่คือรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคมในมาตรา ๔ ผมอ่านดูแล้วก็ยังสับสนอยู่ ผมถึงฝากบอกท่านประธานว่า คณะกรรมาธิการต้องไปทำอีกมากในร้อยกว่ามาตราเพราะในหลายเรื่องเขียนแล้วขัดกันเอง ผมต้องยืนยันว่ามีรัฐมนตรีคลัง มีรัฐมนตรีคมนาคม มีปลัดคมนาคมด้วยมาเป็นคณะกรรมการ ชุดนี้ ท่านประธานครับ ก็เป็นความหวังผมถึงบอกว่าเพราะผมเคยอภิปราย แล้วก็ผิดหวัง เดี๋ยวนี้คือสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ อันนี้ยกให้ดูว่าถ้าคณะกรรมการ ชุดที่จะเกิดขึ้นในคณะกรรมการตามกฎหมายพระราชบัญญัติขนส่งทางรางก็ให้ไปทำงานได้ ไม่ใช่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้วไปซ้อนกันทำอะไรไม่ได้ เป็นการยากของประชาชน เพิ่มขึ้นอีกคือคณะกรรมการที่ผมพูดถึงคือคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พอตรวจสอบ ไปสำนักงานคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติก็บอกอยู่ที่กรมที่ดินซึ่งความจริงหลายหน่วยงาน โอนมาเพื่อให้หน่วยงานนี้เข้ามามีบทบาทและทำงานได้ไม่ติดค้าง เพราะว่าวัดหลายวัด ที่จังหวัดผมนี่ส่งไปตรวจอ่านแผนที่อากาศ ๖ ๗ เดือนยังไม่ก้าวหน้า ยิ่งกว่ากรมที่ดินเดิมอีก ไม่รู้จะถามใครวันนี้ สำนักงานที่ดิน คณะกรรมการที่ดินแห่งชาติก็เกิดใหม่ไม่สามารถติดต่อได้ มีเลขาธิการนะครับ ซี ๑๑ หมวดถ้าพูดถึงไปแล้ว ผมถึงกราบเรียนว่ากรมใหม่ที่จะเกิดขึ้น เขียนให้มันถูกเสีย ให้มันมีกรม ไม่ใช่เขียนลอย ๆ กลัวเขาว่าหรืออย่างไร มีอธิบดีแต่ไม่มีกรม แล้วจะไปถามใคร จะบอกใคร จะติดต่อได้อย่างไร ก็ฝากเป็นความหวังว่ากรมการขนส่งทางราง ให้มีไปทั่วถึงพี่น้องประชาชน ก็รอความหวังจากท่านอยู่ ท่านเขียนแล้วให้มันได้ประโยชน์ เพราะใช้เงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอเป็นตัวแทน ของพี่น้องในพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงพี่น้องที่รอคอยการพัฒนาเรื่องระบบการขนส่งทางราง เพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. ... ฉบับนี้ ว่ากันตามจริงแล้ว กฎหมายฉบับนี้อาจจะต้องใช้คำว่า ถึงแม้มาช้าก็ยังดีกว่าไม่มาเสียเลย ความจริงแล้วนั้น พรรคประชาธิปัตย์ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องระบบการขนส่งทางรางค่อนข้างจะน้อย แต่มี ๒ ครั้ง ที่ผมอยากจะกล่าวถึงเพื่อยืนยันความผูกพันของพรรคประชาธิปัตย์ต่อการสนับสนุน เรื่องการขนส่งทางราง นั่นก็คือในยุคที่ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งแรกได้ตอกหมุดรถไฟรางคู่ เมื่อต้นปี ๒๕๓๖ ซึ่งก็เป็นที่น่าเสียดายครับว่าเหตุการณ์นั้น ผ่านมาหลายสิบปีแล้ว แต่รถไฟรางคู่ที่ลงทางภาคใต้ที่ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย อดีตนายก ในสมัยนั้นได้ตอกหมุดรถไฟรางคู่ไว้นั้นก็ยังดำเนินไปอย่างค่อนข้างที่จะช้ามาก ปัจจุบันนี้ก็ไป ได้เพียงแค่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เท่านั้น🔗
ภาพที่ปรากฏบนจอก็เป็นภาพสมัย ที่อดีตท่านนายกชวนได้ตอกหมุดรถไฟรางคู่ไว้ แต่ว่าในยุคนั้นเองก็ยังไม่มีการคิดให้ก้าวหน้า ไปถึงขั้นที่จะต้องมีนโยบายเรื่องของการขนส่งทางราง อาจจะด้วยเพราะหลาย ๆ เหตุการณ์ ต่อมาในยุคที่ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ในยุคปี ๒๕๕๑-๒๕๕๔ รัฐบาล ในยุคนั้นได้มีแผนที่จะพัฒนาเรื่องรถไฟทางคู่และตั้งกรอบงบประมาณไว้ถึง ๑๗๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่ได้ดำเนินการไปชั่วระยะเวลาหนึ่งก็ยุบสภาเสียก่อน เป็นที่น่าเสียดายว่าหลังจากนั้น รัฐบาลชุดถัดมาก็ปรับแผนไปสู่ความพยายามที่จะทำเรื่องของเงินกู้ ๒ ล้านล้านบาท แล้วก็ ประสบปัญหาอย่างที่เราทราบกัน เรื่องของการพัฒนาเรื่องของระบบรางที่เป็นระบบรถไฟทางคู่ ที่ลงใต้ก็เลยค่อนข้างจะชะงักงัน และดำเนินไปด้วยความค่อนข้างที่จะช้ามาก แต่ผมเรียน ท่านประธานว่าการให้มีร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางรางนั้นเป็นประเด็นที่น่าสนใจ และเป็นประเด็นที่น่าสนับสนุนเพราะว่าเรากำลังบัญญัติให้มีคณะกรรมการนโยบายเกี่ยวกับ เรื่องของการขนส่งทางรางขึ้นมาเป็นการเฉพาะ แม้ว่าประเด็นหนึ่งที่น่าขบคิดซึ่งเพื่อนสมาชิก อภิปรายไว้ก็คือการวางให้ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในขณะที่หน่วยงานที่ต้องกำกับดูแล เรื่องระบบการขนส่งที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานนั้นกลับไปอยู่ที่กระทรวงคมนาคม ซึ่งการผูก โครงสร้างเอาไว้ลักษณะเช่นนี้อาจเป็นอุปสรรคหรืออาจจะเป็นโอกาสก็ได้ แต่ก็เป็นเหตุการณ์ หรือเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากฎหมายฉบับนี้จะต้องนำไปพินิจพิเคราะห์ ต่อไปว่าอะไรจึงจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่สิ่งที่ผมอยากจะอภิปรายเป็นหลักในวันนี้ก็คือว่า ในท่ามกลางโอกาสที่เราเห็นว่าการมีกฎหมายฉบับนี้จะทำให้มีนโยบายการขนส่งทางราง อย่างเป็นระบบนั้น เรื่องของการขนส่งทางรางไม่ได้เกิดขึ้นมาในอากาศขณะนั้น เดิมทีนั้น เรามีการรถไฟแห่งประเทศไทย เดิมทีนั้นเรามีการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนเกิดขึ้น มีเส้นทาง ต่าง ๆ ที่มีการดำเนินการอยู่ แล้วก็เป็นการดำเนินการที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมให้ความสนใจในกฎหมายฉบับนี้ก็คือว่า ในบทเฉพาะกาลซึ่งจะต้องพูดถึงการเชื่อมต่อระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เดิมในการรถไฟก็ดี การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนก็ดี เรื่องของสัญญาสัมปทานต่าง ๆ ที่ทำกับภาคเอกชน ซึ่งดำเนินการมาก่อนแล้วก็ดีนี่จะมีการดำเนินการต่ออย่างไร ผมเรียนท่านประธานว่า วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งคณะกรรมการตามกฎหมายฉบับนี้นั้นสิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างจะ ขาดหายไปในความเห็นผมก็คือการมุ่งเน้นที่จะทำให้เกิดบริการสาธารณะที่เป็นประโยชน์ต่อ ประชาชนอย่างแท้จริง สิ่งที่ผมกังวลเรื่องนี้ก็เพราะว่าหลายฝ่ายกำลังจะตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อมีกรรมการชุดนี้ขึ้นมาแล้วการดำเนินการต่อไปจะมุ่งคำนึงถึงผลประโยชน์ตอบแทน ทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านธุรกิจแล้วกลายเป็นการมุ่งค้ากำไร จนกระทั่งละเลยการบริการ สาธารณะที่เป็นธรรมกับประชาชนและอยู่ในราคาที่ประชาชนรับได้ สิ่งที่ผมกังวลก็คือ อำนาจหน้าที่ของกรรมการที่เกี่ยวกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อีกเรื่องครับ เราจะเห็น ในการรถไฟแห่งประเทศไทยมีพื้นที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ของการรถไฟจำนวนมากครับที่เปิดโอกาส ให้ภาคเอกชนใหญ่ ๆ เข้าไปสามารถใช้พื้นที่ได้แล้วก็จ่ายค่าเช่าในอัตราที่หลายฝ่ายเห็นว่า ไม่เป็นธรรมกับการรถไฟเลย แต่ภาคเอกชนได้รับผลประโยชน์เป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน กฎหมายฉบับนี้ก็อาจจะส่งผลกระทบอีกประการหนึ่งในช่วงรอยต่อเกี่ยวข้องกับเรื่องของ การรถไฟเพราะการรถไฟตามกฎหมายฉบับนี้โดยบทเฉพาะกาลคือต้องไปรับใบอนุญาต ขนส่งจากตัวคณะกรรมการด้วย อย่าลืมว่าการรถไฟที่มีมา ๑๐๐ กว่าปีมีที่ดินริมทางรถไฟ มหาศาลมากที่พี่น้องประชาชนคนยากคนจนเข้าไปอยู่เพราะเขาไม่มีทางไป ทุกวันนี้ เป็นปัญหามากครับเพราะชาวบ้านก็ไม่มีทางถอยในขณะที่รถไฟก็ต้องพยายามกันพื้นที่ บางส่วนให้เป็นระยะให้เป็นเขตปลอดภัยชาวบ้านยื่นขอเช่าในพื้นที่บางที่ได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็เป็นปัญหาที่เกิดสภาพของการเผชิญหน้ากันระหว่างการรถไฟกับพี่น้องประชาชน การมี คณะกรรมการที่วางนโยบายเรื่องนี้แล้วมุ่งเน้นที่จะไปดูแลเรื่องของผลประโยชน์ตอบแทน ทางด้านเศรษฐกิจจำเป็นครับที่จะต้องคิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในประเด็นเหล่านี้ด้วย ผมฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้พิจารณาประเด็นซึ่งเป็นผลกระทบเหล่านี้ซึ่งผมคิดว่า จะเป็นเรื่องใหญ่มาก ผมยกตัวอย่างอย่างรถไฟที่ลงไปทางใต้เส้นทางจากใต้ลงไปถึง อย่างจังหวัดตรังซึ่งเป็นจังหวัดเดียวในฝั่งอันดามันที่มีทางรถไฟนั้นสองข้างทางมีชุมชนที่มี ชาวบ้านเข้าไปอยู่อาศัยจำนวนมากครับ เราจะจัดการในเรื่องนี้อย่างไรในระยะเวลาที่ต่อไป การรถไฟแห่งประเทศไทยต้องไปขอใบอนุญาต แล้วต้องดำเนินการตามระเบียบมาตรฐาน ที่คณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางเป็นผู้กำหนด ผมว่านี่มันจะเป็นประเด็นใหญ่และ อาจจะเกิดความขัดแย้งกันขึ้นมาก็ได้🔗
ประการถัดมาที่อยากจะเรียนฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญเอาไว้ก็คือว่า ในเมื่อมีคณะกรรมการและกฎหมายฉบับนี้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนต่าง ๆ สามารถที่จะขอ อนุญาตกระทำกิจการที่เกี่ยวเนื่องของการขนส่งทางรางได้จะทำอย่างไรที่ยังคงสภาพ ของการบริการสาธารณะสำหรับการขนส่งมวลชนขั้นพื้นฐานของการรถไฟอย่างมีมาตรฐานด้วย เราต้องยอมรับว่าการรถไฟนั้นค่อนข้างมีปัญหา แต่ทำอย่างไรที่รัฐจะเข้าไปดำเนินการ ตามกฎหมายฉบับนี้ให้มีการบริการสาธารณะที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและมีราคาที่เป็นธรรม ต่อเขาด้วย นี่เป็น ๒ ประเด็นที่ผมอยากจะฝากเอาไว้ในท่ามกลางโอกาสที่เราจะมองเห็นจาก กฎหมายฉบับนี้ ผมฝากกรรมาธิการวิสามัญดำเนินการเรื่องนี้แล้วก็มีคำตอบให้กับสภาในชั้น ที่จะกลับเข้าสู่การพิจารณาในวาระสอง วาระสาม ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
มาเพิ่มชื่อ หลายท่านสักคนละ ๕ นาทีก็พอแล้ว อีก ๓ ท่านนะครับ หมอกิตติศักดิ์ ท่านสฤษฏ์พงษ์ ท่านสมเกียรติ เชิญท่านนายแพทย์กิตติศักดิ์ พรรคเพื่อไทยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้เป็นการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมการขนส่งทางรางซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากครับ การขนส่งทางรางสามารถจะช่วยลด ต้นทุนประเทศ แล้วก็มีความปลอดภัยที่สูงกว่า ซึ่งสาระสำคัญของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็จะมีหลายประเด็นด้วยกันนะครับก็คือว่ามีสาระสำคัญเกี่ยวกับเรื่องกฎระเบียบและ ประกาศค่าธรรมเนียม คณะกรรมการนโยบายการจัดทำโครงการขนส่งทางราง เขตระบบ ขนส่งทางรางและเขตปลอดภัยระบบขนส่งทางราง การประกอบกิจการขนส่งทางราง การขออนุญาต การให้ใบอนุญาต หน้าที่ของผู้ประกอบการ การกำหนดอัตราค่าโดยสาร และค่าบริการ การสอบสวนอุบัติเหตุและความปลอดภัย ผู้ตรวจการขนส่งทางราง การจดทะเบียนขนส่งทางราง การคุ้มครองผู้โดยสารและการกำหนดโทษซึ่งถือว่ามีความสำคัญ ซึ่งในอนาคตการขนส่งทางรางจะมีความสำคัญมากกว่านี้เพราะโลจิสติกส์ (Logistics) มีความสำคัญของประเทศ การพัฒนา การจะทำให้ประเทศไทยเราก้าวไปสู่ประเทศที่มี เศรษฐกิจที่ดี ระบบโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมมีความสำคัญและการขนส่งทางราง มีต้นทุนที่ถูกที่สุด เสียดายครับ ประวัติศาสตร์ประเทศไทยการขนส่งทางรางเรามีมา ๑๓๐ กว่าปี ตั้งแต่สมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ถ้าเปรียบเทียบตอนนั้นเราก็ใกล้เคียงกับประเทศญี่ปุ่น แต่ตอนนี้ เป็นอย่างไรครับ เราล้าหลังกว่าเขามาก สมัยเด็ก ๆ ผมก็นั่งรถไฟมาเรียนที่กรุงเทพฯ ผมไปขึ้น รถไฟที่บ้านไผ่มาที่หัวลำโพง มหาสารคามเราไม่มีสถานีรถไฟ แล้วก็เสียใจครั้งที่ ๒ ก็คือว่า ในช่วงปี ๒๕๕๖ พรรคเพื่อไทยได้มีโครงการที่จะทำการขนส่งทางรางและคมนาคมที่เรียกว่า เป็นอานอัพเกรด (Upgrade) ประเทศไทยครับ ซึ่งสมัยนั้นสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์แล้วก็ ท่านรัฐมนตรีคมนาคมผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ก็คือท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ครับ เสียดายว่า โครงการดี ๆ นี้ไม่ผ่านศาลรัฐธรรมนูญนะครับ ศาลตัดสินว่าขัดศาลรัฐธรรมนูญแล้วก็ทำให้ ประเทศชาติเสียโอกาสไป ๑๐ กว่าปี ค่าเสียโอกาสนี้คำนวณไม่ได้ แล้วก็นอกจากค่าเสียโอกาส ต้นทุนในการที่จะทำนี้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว แล้วหลังจากการปฏิวัติไม่นาน คสช. ก็เอาโครงการนี้ มาทำ เช่นกันครับโครงการสายมหาสารคามของผมนี้ก็จะมีบ้านไผ่ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด มุกดาหาร นครพนม ก็ยังไม่เสร็จเลยครับ ถ้าทำตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ ๑๐ ปีที่แล้วนี้ป่านนี้ ผมน่าจะได้นั่งรถไฟและพี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้นั่งรถไฟซึ่งไม่ใช่เฉพาะมหาสารคามนะครับ ทั้งประเทศ เพราะว่าตอนนั้นผมไปดูโครงการนี้มีทั้งเชื่อมจากเชียงรายมากรุงเทพฯ จากทางปักษ์ใต้ มาทางกรุงเทพฯ แล้วก็ทางตะวันออกเฉียงเหนือมา แล้วก็จะเชื่อมการคมนาคมและการขนส่งไป ทั้งจีนทั้งซีแอลเอ็มวี (CLMV) ทั่วทั้งอาเซียน (ASEAN) นะครับ เพราะว่าไทยเรามีสิ่งที่ดีที่สุด อย่างหนึ่งก็คือเรื่องทำเล เราอยู่กลางของประเทศทั้งหมดนะครับแล้วก็นำเรียนท่านประธานครับ ว่าเมื่อเช้าผมก็ได้รับหนังสือการคัดค้านนะครับ โครงการนี้จากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ รถไฟแห่งประเทศไทยนะครับ บอกว่ามีเรื่องที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เรื่อง พ.ร.บ. ฉบับนี้คือ เรื่องของการเร่งรัดเราไม่มีการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นที่เรียกว่ากว้างขวางกว่านี้นะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าการอนุมัติให้อำนาจรัฐมนตรีคมนาคมเพิกถอนสัญญา สัมปทาน ซึ่งควรจะเป็นการยกเลิกโดยมติคณะรัฐมนตรี แล้วก็การไม่ส่งเสริมการแข่งขัน ของเอกชน ผมอ่านในเอกสารต่าง ๆ ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาก็บอกว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีความสำคัญนะครับ เพราะว่าถ้าชักช้าไปก็จะทำให้ประเทศชาติเสียโอกาสในการที่จะทำให้ การขนส่งทางรางมีมาตรฐาน มีความปลอดภัย สามารถแข่งขันได้แล้วเป็นประโยชน์กับ ผู้บริโภครวมทั้งเป็นการยกระดับในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานในการคมนาคมและการค้า ระหว่างประเทศ ซึ่งมีความสำคัญมากครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ เพราะระบบขนส่งทางรางเป็นระบบขนส่ง ที่มีความปลอดภัยมากที่สุด แล้วก็มีต้นทุนถูกที่สุด แล้วเรื่องความปลอดภัยไม่ค่อยเกิดหรอกครับ แต่ถ้าเกิดทีหนึ่งมีความสูญเสียมหาศาล เพราะฉะนั้นการกำหนดมาตรฐานเรื่องความปลอดภัย เรื่องกำหนดมาตรฐานเรื่องของผู้ที่มาประกอบการ เรื่องการกำหนดมาตรฐานในเส้นทางต่าง ๆ ก็ถือว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็ได้กำหนดไว้ในรายละเอียดแล้ว นอกจากนั้นแล้วเรื่องของการ คุ้มครองผู้บริโภค การบริหารราคาให้กับประชาชน อันนี้มีความสำคัญครับ เพราะระบบ โดยสารที่ดีประชาชนต้องได้ประโยชน์ แล้วก็เป็นการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศด้วย ซึ่งท่านประธานครับ เราเห็นกรณีของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งเสียดายว่าทาง กทม. ได้ไปต่อ สัญญาเรื่องของค่าการบริการไปล่วงหน้าก็เหมือนเป็นตัวประกัน แล้ว กทม. ก็ไปติดหนี้ หลายคนก็กังวลว่าหนี้ตัวนี้มันเหมือน ๆ ว่า กทม. ไปทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องมาเคลียร์ (Clear) หนี้ แล้วก็ทำให้ต้องไปขยายสัญญา ซึ่งวันนี้ก็พอดีหมดเวลาแล้วนะครับ ผมก็นำเรียน ด้วยความเคารพว่า พ.ร.บ. ขนส่งทางรางมีความจำเป็น ผมก็เห็นด้วยในหลักการ แล้วก็คิดว่า จะมีการแก้ไขในขั้นกรรมาธิการเพื่อให้การออกมารวดเร็วจะต้องแม่นยำถูกต้องด้วย แล้วก็ มีการส่งเสริมการบริการที่ดี มีความปลอดภัย ส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าของเอกชน แล้วก็ส่งเสริมการค้าในระดับประเทศต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ🔗
เชิญ ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทยครับ ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางรางฉบับนี้ เนื่องจากว่า เป็นการเสนอโดยคณะรัฐมนตรี ก่อนอื่นขออนุญาตชื่นชมท่านรัฐมนตรีศักดิ์สยาม ชิดชอบ แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ ที่มีวิสัยทัศน์ที่เยี่ยมยอด ที่ผมให้เหตุผลว่าผมดีใจ และผมชื่นชมท่านรัฐมนตรีศักดิ์สยาม ชิดชอบ เนื่องจากว่าผมอยู่จังหวัดกระบี่ตั้งแต่รุ่นพ่อ ร้อยกว่าปีนะครับ วันนี้อันดามัน ๖ จังหวัด พวกเราไม่เคยเห็นรถไฟตั้งแต่เกิดนะครับ เรามาเรียนกรุงเทพฯ เพื่อนผมไปเรียนที่จังหวัดตรังก็จะถูกรุ่นพี่รับน้องให้ไปกราบรางรถไฟ ในคณะของเกษตรนะครับ เพราะว่ารถไฟมีที่จังหวัดตรัง คนจังหวัดกระบี่จะมาเรียน กรุงเทพฯ ในสมัยก่อนต้องไปขึ้นรถไฟที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วก็ไปขึ้นที่ จังหวัดตรังก็เป็นอดีตนะครับ แต่วันนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดูร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้แล้ว และโดยเฉพาะในมาตรา ๑๕ แผนพัฒนาขนส่งทางรางซึ่งกำหนดไว้กว้าง ๆ ๓ ประเภท เป็นแผนพัฒนาระบบการขนส่งทางรางในระดับประเทศ ใน (๑) (๒) เป็นการพัฒนา ระบบทางขนส่งเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล แล้วก็ใน (๓) นั้นเป็นเขตภูมิภาค ทั้ง ๓ วงเล็บนี้ ถือว่าเป็นการวางระบบเชื่อมโยงทั้งประเทศได้ คราวนี้ผมคงจะคิดว่าพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เกิดนะครับ เป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่งเนื่องจากว่าจะเป็นมิติใหม่ที่ทำให้ประเทศไทยไปสู่ยุค การแข่งขันกับเพื่อนบ้านได้แน่นอน ปัจจุบันนี้ฝั่งอันดามัน ๖ จังหวัด บ้านผมแก๊สเอ็นจีวี (NGV) ก็ไม่มี ท่านประธานครับเวลาพวกเราสร้างโรงแรมที่ภูเก็ต ป่าตอง ที่พังงา ที่กระบี่ ในเกาะนี่ครับ เราซื้อทราย เราซื้อวัสดุก่อสร้าง เหล็ก หิน ปูน กระเบื้อง อะไรต่าง ๆ ใช้รถ จากกรุงเทพมหานคร แล้วก็ใช้รถไฟไปที่อำเภอทุ่งสง ไปบ้านนาสารก็ดี คนภาคอันดามัน จะต้องไปเอารถสิบล้อไปตอนของจากที่ทุ่งสงแล้วก็ข้ามไปที่กระบี่ พังงา ภูเก็ต ระนอง ซึ่งตรงนี้ค่าขนส่งมหาศาลมาก เพราะฉะนั้นในพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมคิดว่าเป็นบันได ขั้นแรกที่จะนำประเทศไทยไปสู่การแข่งขัน แล้วก็ทำให้พี่น้องเกษตรกร ทุกภูมิภาคในประเทศสามารถที่จะมีการแข่งขันลืมตาอ้าปาก เนื่องจากว่าลดต้นทุนในเรื่อง ของการผลิต ลดต้นทุนในการสร้างโรงแรม เมื่อลดต้นทุนในการสร้างโรงแรมจากปกติ ห้องยูนิต (Unit) ละ ๑ ล้านบาท แต่ถ้าของถูกนี่ลดเหลือสัก ๗๐๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้น คิดค่าห้องแข่งขันได้กับสิงคโปร์ แข่งขันได้กับบาหลี แข่งขันได้กับคุนหมิง เพื่อนบ้าน เพราะฉะนั้นในส่วนของสินค้าวันนี้ภาคการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นไม้ยาง ไม่ว่าจะเป็นพืชผล การเกษตร เราจะไปอุดหนุนลำไยพี่น้องภาคเหนือ ใส่เครื่องบินลงมาก็ไม่คุ้มค่าขนส่ง แต่มารถไฟก็ไม่ได้ มารถยนต์ไปถึงจังหวัดกระบี่ อันดามันที่เราช่วยกันซื้อ ปรากฏว่าไปถึง จังหวัดกระบี่ลำไยเน่าแล้วครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของรางวันนี้เราจะได้ทบทวนว่ารางขนาด ๑ เมตร พอมีพระราชบัญญัติฉบับนี้เรายกระดับให้เป็นรางที่อินเตอร์ (Inter) สอดคล้องกันได้ เป็นแสตนดาร์ดเกรด (Standard Grade) ตั้งแต่ ๑.๔๖ เมตรขึ้นไปอย่างนี้ครับ ผมคิดว่า มันถึงเวลาในการพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะฝั่งอันดามันครับ ท่านประธานครับ เรามีเซาเทิร์นซีบอร์ด (Southern Seaboard) ลงทุนไปหลายหมื่นล้านบาท ต้องการที่จะเชื่อมโยงระหว่างอันดามัน กับอ่าวไทย ๑๓๐ กว่ากิโลเมตรเพื่อที่จะให้มีรถไฟ วันนี้ยังทำไม่สำเร็จ จะให้มีท่อแก๊ส จะให้มีท่อน้ำ จะให้มีท่อน้ำมันนะครับ เวนคืนถนนกว้างตั้ง ๒๐๐ เมตร นี่ครับ ตรงนี้ถ้าเรามี รถไฟจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่อที่จะมาเชื่อมโยงมาฝั่งอันดามันนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก เมื่อมีพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาในอนาคตเราอาจจะจัดโซน (Zone) ก็ได้ เพื่อที่จะให้ บริษัทเอกชนที่มีความสนใจลงทุนเขาก็จะได้มาดูว่าลงทุนจุดไหนที่จะคุ้มทุน เพราะฉะนั้น รถไฟในระบบรางจะต้องแยกว่าเป็นรถไฟเพื่อที่จะขนส่งสินค้า จะเป็นรถไฟเพื่อโดยสาร จะเป็นรถไฟของนักท่องเที่ยว สำหรับความเร็วในอนาคตนั้นเราไม่มีปัญหาในเรื่องของ การลงทุน เพราะฉะนั้นการเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค อันดามัน อ่าวไทย เป็นเส้นกระดูกสันหลัง ถนนเพชรเกษมถึงกรุงเทพมหานครไปจรดประเทศมาเลเซีย เพราะฉะนั้นการที่เราจะ เชื่อมโยงประเทศเป็นภูมิภาค เหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก ตกและใต้นั้นเป็นการเชื่อม ในระบบรางถือว่าเป็นการเชื่อมที่คุ้มค่า และในอนาคตผมเชื่อเหลือเกินว่าการลงทุนในระบบ รางในระบบรถไฟนั้นก็ไม่น่าที่จะขาดทุน โดยเฉพาะที่ดินของการรถไฟในประเทศไทย มีมากมายเหลือเกิน แล้วก็พี่น้องประชาชนที่ยากไร้ก็ไปบุกรุกทำกินกันมานะครับ ผมก็เห็นว่า ถึงเวลาในเรื่องของการที่จะไปทบทวนการที่จะไปดูแล การที่จะไปจัดสรรผลประโยชน์ ในที่ดินการรถไฟเพื่อที่จะก่อให้เกิดความเป็นธรรม อย่าให้มีความเหลื่อมล้ำ และพี่น้องประชาชน ก็ได้แบ่งที่ทำกินไปในส่วนของการลงทุนของรถรางอันนี้นะครับ ผมคิดว่าเป็นนิมิตหมายที่ต้อง ขอขอบคุณทางรัฐบาลโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สิ่งสุดท้าย ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อเรามีรถรางแล้วนั้น ผมอยากจะให้เชื่อมระบบรางกับระบบทางอากาศให้เชื่อมกัน ก็หมายความว่าสถานีรถไฟ สถานีรถบัส (Bus) และท่าเทียบเรือแล้วก็ท่าอากาศยาน เพราะฉะนั้น การเชื่อมโยงระบบขนส่งทางอากาศ ทางรถไฟ ทางทะเล ทางน้ำแล้วก็ทางบก เมื่อเราเชื่อมกัน เป็นโครงข่ายอย่างนี้แล้วนั้นการขนส่งและการเดินทางในภาคธุรกิจและภาคประชาชนก็จะได้ วางแผนได้อย่างชัดเจนนะครับ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมากที่เราจะต้องให้การสนับสนุน โดยเฉพาะผมให้การสนับสนุนแน่นอน พี่น้องชาวฝั่งอันดามันพวกเราดีใจมากก็กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ ท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ครับ เชิญท่านธีรภัทรครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมก็ขอสนับสนุนที่จะให้ร่างพระราชบัญญัติ การขนส่งทางรางฉบับนี้ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรของพวกเราแล้วก็คงจะเป็นคนหนึ่งที่มี ส่วนเร่งให้หน่วยงานหน่วยนี้ได้มี พ.ร.บ. ของตนเองได้มาใช้ได้อย่างชัดเจนในการที่จะดูแล เรื่องการขนส่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางรางกับพี่น้องประชาชนของพวกเรา ก็คงเป็นที่ทราบกันดีว่าหน่วยงานนี้เกิดขึ้นมาก็เพราะว่า พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม แล้วก็ด้วยการยกฐานะจากสำนักงานโครงการพัฒนาระบบรางใน สนข. คือสำนักงาน นโยบายทบวง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรของกระทรวงคมนาคม ยกฐานะขึ้นมา จนกระทั่งมาเริ่มในเดือนเมษายน ๒๕๖๒ จนถึงปัจจุบันนี้ แต่ก็เป็นที่น่าแปลกใจ แล้วก็น่าเสียดายโอกาสในบางช่วงที่วันนี้ถึงเราจะมีท่านอธิบดีเป็นท่านที่ ๔ แล้วภายใน ช่วงเวลาแค่ ๓ ปีเท่านั้นเอง แต่ก็หวังว่าท่านคงได้มีโอกาสทำงานต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำ พ.ร.บ. การขนส่งทางรางไปใช้เพื่อสร้างประโยชน์ต่อไป ก็ขอแสดงความยินดีแล้วก็ ชื่นชมกับท่านอธิบดีที่ได้รับการแต่งตั้งมาเมื่อเดือนพฤษภาคมนี้ด้วย ซึ่งหัวใจของการยก หน่วยงานโครงการพัฒนาระบบทางรางสิ่งที่ตามมาด้วยก็คือการจากทำจากแผนพัฒนา การขนส่งทางรางซึ่งอยู่ในหมวด ๒ ส่วนที่ ๑ ซึ่งตัวนี้คือหน่วยหัวใจหลักของการยกหน่วยงานนี้ ขึ้นมาและมีฐานะเป็นกรม ท่านประธานครับการวางแผนของการใช้งานทางรางอย่างที่ เพื่อนสมาชิกได้บอกก็มีแผนพัฒนาเพื่อการขนส่งทางรางระดับประเทศ แผนการพัฒนาขนส่งทางราง ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล แผนการพัฒนาระบบการขนส่งทางรางในภูมิภาค ซึ่งอยู่ในมาตรา ๑๕ ตรงนี้สิ่งที่ผมอยากจะฝากและเป็นข้อเสนอแนะก็คือว่ามันควรจะ เป็นแผนที่มีการวางแผนระยะยาวและมีการวางแผนอย่างยืดหยุ่นเพื่อให้นำมาใช้ได้ จะเห็น ได้ว่ากระทรวงคมนาคมค่อนข้างให้ความสำคัญกับการขนส่งในปัจจุบันนี้คือระบบการขนส่ง ในเมือง ซึ่งเราจะเห็นได้ครับว่าวางแผนไว้ว่าในปี ๒๕๗๑ เส้นทางเกือบ ๕๐๐ กิโลเมตรที่เป็น รถไฟสาธารณะภายในกรุงเทพมหานครก็จะมีโอกาสได้สำเร็จระยะทางทั้งหมดประมาณ ๕๐๐ กว่ากิโลเมตรเอง นี่คือทั้งหมดที่ใช้ในกรุงเทพมหานคร แต่จากเหตุการณ์ ๒ ๓ ปี ที่ผ่านมาเราก็จะเห็นได้แล้วครับว่าสถานการณ์อย่างนี้มันเปลี่ยนไป เราก็จะเห็นได้ว่าคนนี้ ใช้คำว่า เวิร์ค ฟอร์ม โฮม (Work From Home) อยู่กับบ้านมากกว่าในการเดินทางโดยใช้ รถสาธารณะโดยใช้รถรางขนส่งมวลชนใช่ไหมครับ ทีนี้แผนตัวนี้มันน่าจะปรับได้ ผมไม่ได้ อิจฉาคนกรุงเทพมหานครที่เขาได้มีโอกาสได้ขึ้นรถไฟฟ้า ผมเพียงแต่เปรียบเทียบว่าถ้าแผน มันมีความยืดหยุ่นปัจจุบันนี้การขนส่งไปในส่วนภูมิภาคมันมีการขนส่งมากกว่านั้น เหตุผล ก็เป็นเพราะว่าระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครมันมีใช้ก็จริงครับแต่ว่าคนประมาณ ๑๐ กว่าล้านคนเท่านั้นเองครับที่ได้ใช้ประโยชน์ และทุกวันนี้หลังจากเกิดเหตุการณ์โควิด (COVID) ใช่ไหมครับ การใช้ในส่วนนี้มันก็ไม่ได้ใช้ และทุกวันนี้ผมก็ทราบว่าแต่ละหน่วย แต่ละสายขาดทุนต้องมีการอุดหนุน ต้องมีการปรับแผนนโยบาย ทำไมครับเราไม่กระจาย ความรวดเร็วในสิ่งเหล่านี้ไปสู่ส่วนภูมิภาคให้มันมากขึ้น คน ๖๐ กว่าล้านคนที่เขารอคอย เส้นทางรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นทางคู่หรือแม้แค่ทางเดี่ยวในปัจจุบันนี้ครับมันยังไม่มาถึงบ้านเขาเลย เห็นแผนของกระทรวงคมนาคมแล้วครับผมคิดว่ากรมการขนส่งทางรางน่าจะมีการปรับ หรือยืดหยุ่นมากกว่านี้ ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง ทราบว่าตัวท่านเองท่านก็เติบโตมาใน สนข. มาตลอดจนวันนี้ท่านได้เป็นอธิบดี แต่ว่าท่านจะได้เห็นเลยครับว่ารางรถไฟวันนี้มันพอหรือยัง สำหรับการกระจายไปทั่วประเทศสำหรับพี่น้องอีก ๖๐ กว่าล้านคน ซึ่งไม่มีแม้กระทั่ง ทางเดี่ยวอย่าว่าแต่ทั้งคู่เลย วันนี้ก็ต้องขอขอบคุณในระดับหนึ่งที่ท่านได้ดำเนินการก่อสร้าง ทางคู่ไปเรื่อย ๆ ตามขั้นตอนตามแผนระยะต้น ระยะกลาง ระยะยาว อย่างระยะกลางวันนี้ ก็เห็นแล้วว่าโครงการรถไฟจากเด่นชัยไปเชียงของกำลังจะเริ่มแล้ว โครงการจากบ้านไผ่ ไปนครพนมกำลังจะเริ่มแล้ว นี่คือแผนระยะกลางตั้งแต่แรกที่ผมเคยอ่าน เพราะผมติดตาม เรื่องนี้มาตั้งแต่แรก แต่สิ่งหนึ่งที่มันหายไปเลยในแผนระยะกลางและวันนี้มันหายไปเลย และกลายเป็นว่าไปอยู่ในระยะยาว ปี ๒๕๗๐-๒๕๗๙ ก็คือเส้นทางอย่างที่เพื่อนสมาชิก หลายคนที่อยู่ในกระบี่ได้ขึ้นอภิปรายก่อนหน้าผม ก็คือว่าสุราษฎร์ธานี ท่านุ่น ซึ่งอยู่ใน จังหวัดพังงา และขณะเดียวกันเส้นทางนี้เชื่อมต่อไปยังอีกด้านหนึ่งของอ่าวไทยก็คือ อำเภอดอนสักซึ่งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเหมือนกัน และจากทับปุดซึ่งอยู่ในพังงานี้เอง เป็นเส้นที่จะต้องเดินทางไปกระบี่ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้เรียกร้องเส้นนี้จากที่เมื่อก่อนเคยอยู่ใน แผนระยะกลางด้วยกัน วันนี้เชียงรายได้ไปแล้ว นครพนมได้ไปแล้ว ของเรากลายเป็น แผนระยะยาว ปี ๒๕๗๐ อีก ๕ ปีนะครับ อีก ๕ ปีและขณะเดียวกันแผนระยะกลางวันนี้เองนะครับท่าน มันกลายเป็นว่าทำแต่เส้นทางทางคู่ วันนี้จบที่ชุมพรจากชุมพรไปสุราษฎร์ สุราษฎร์ ไปหาดใหญ่ และหาดใหญ่ไปปาดังเบซาร์ นี่ครับมันอยู่ในระยะกลาง มันอยู่ในระยะกลาง และเสร็จตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ จนถึงปี ๒๕๗๐ ถึงจะได้เริ่มแผนที่ท่านเคยตั้งใจไว้ว่าเป็น แผนระยะกลางวันนี้กลายเป็นระยะยาว ซึ่งวันนี้จากความล่าช้าไม่รู้จะได้เริ่มเมื่อไร ทำไมครับ วันนี้เราไม่บูรณาการและปรับแผนใหม่ ความจำเป็นในการเดินทางด้วยทางรถไฟเชื่อมระหว่าง อันดามันกับอ่าวไทยวันนี้มันมีความจำเป็นเหมือนกัน ถ้าวันนี้ครับท่านมีเครื่องมือ ท่านมีอาวุธ อยู่ในมือแล้ว แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับพี่น้องชาวใต้ทั้งหมดขอฝากท่านก็เป็นความหวัง รวมทั้งท่านรัฐมนตรีครับซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าในสมัยต่อไปยังเป็นท่านหรือเปล่า แต่ก็ฝากในฐานะ ส่วนตัวในฐานะของพี่น้องของชาวใต้ครับอย่าให้แผนนี้การรถไฟดอนสัก ท่านุ่น ทับปุด ไปกระบี่เป็นแผนระยะยาว ปี ๒๕๗๐ ถึงปี ๒๕๗๙ ขอความกรุณาครับอย่าทำกับพวกเรา อย่างนี้เลยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากเขตบางนาและเขตพระโขนง พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขออภิปราย พ.ร.บ. การขนส่งทางราง พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ผมจะอภิปรายสนับสนุนครับอยากให้เกิด พ.ร.บ. นี้โดยเร็วซึ่งก็มีข้อสังเกตส่วนตัวน่าจะ เหมือนกับประชาชนหลาย ๆ ท่านว่าทำไม พ.ร.บ. ฉบับนี้ถึงยังไม่เกิดสักทีครับคือใช้เวลามานาน เรามีการขนส่งทางรางตั้งแต่รถไฟธรรมดา รถไฟฟ้าก็หลายสายนะครับ ผมเองเป็น ส.ส. กรุงเทพมหานครได้มีส่วนเกี่ยวข้องก็คือมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นส่วนต่อขยายตั้งแต่สถานี รถไฟฟ้าแบริ่ง (Bearing) บางนา อุดมสุข ปุณณวิถี แล้วก็บางจาก ซึ่งอีกสถานีถัดไปก็เป็น อ่อนนุชซึ่งไม่ต้องเสียส่วนต่อขยายนะครับ แล้วก็ในรถไฟฟ้าสายสีเขียวนี่เองก็ยังเลยต่อไปถึง สมุทรปราการด้วย ที่พูดมาก็กำลังจะบอกว่าอีกสิ่งหนึ่งที่ยังรอคอยอยู่คือ พ.ร.บ. ตั๋วร่วมนะครับ ทราบว่าคมนาคมศึกษาอยู่ก็อยากให้นำมาพิจารณาโดยเร็วเช่นกัน ผมอยากที่จะพูดถึงในส่วน ข้อดีของระบบขนส่งรางนี้ที่มีการได้นำเสนอว่าก็จะเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางรางขึ้นไปอีก ที่เห็นคร่าว ๆ ก็เห็นแจ้งว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ผมคาดหวังว่ามันจะมีส่วนทำให้การใช้รถบรรทุก หรือรถพ่วงในการขนส่งลดลงเพราะว่าในพื้นที่ผมก็มีปัญหาทางด้านนี้ครับ พื้นที่ผมเป็นเส้น ถนนบางนา-ตราดเข้าสู่สรรพาวุธแล้วก็เลยไปที่ถนนรางรถไฟสายเก่าปากน้ำเพื่อที่รถบรรทุก พวกนี้เขาก็จะขนของเข้าไปสู่ท่าเรือกรุงเทพฯ หรือท่าเรือคลองเตยซึ่งเป็นปัญหาสะสมมา ๒๐ ๓๐ ปี ทั้งปัญหาการจราจร ปัญหาฝุ่นควัน หรืออุบัติเหตุ โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟ สายเก่ามีอุบัติเหตุแทบจะทุกเดือนที่เป็นข่าวแล้วก็ที่ไม่เป็นข่าวอีกครับ อันนี้ผมคาดหวังว่า ในระยะกลางผมก็ไม่คาดหวังว่ามันจะโดยเร็วหรอกครับว่ามันจะลดจำนวนรถบรรทุกที่เข้ามาสู่ ในกรุงเทพฯ แล้วก็ลดอุบัติเหตุตรงนี้ลงไปได้นะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะพูดก็เกี่ยวกับการสร้างรถไฟฟ้าสายบางนา-ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิโครงการระดับ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท โครงการริเริ่มมาก็เกือบ ๒๐ ปีแล้วครับ แต่ก็คล้ายกับว่าจะมีการเร่งด่วนสรุปภายในเร็ว ๆ นี้เพื่อที่จะให้ทัน ครม. ชุดนี้ ผมเคยแสดง ความคิดเห็นไปก็หลายครั้งแล้วไม่แน่ใจว่ากรุงเทพมหานครได้มีการทบทวนหรือยัง คือกรุงเทพมหานครจะเป็นผู้ดำเนินการโครงสร้างเองนะครับ ซึ่งผมก็ไม่ได้ติดอะไรไม่ว่าจะเป็น กรุงเทพมหานครหรือคมนาคมจะเป็นผู้ทำ แต่ติดที่ว่าโครงการนี้มันคิดริเริ่มมาเกือบ ๒๐ ปีแล้ว โดยสภาพกายภาพของบางนาก็เปลี่ยนไปมากพอสมควรครับ ตรงนี้คือจุดที่ผมเคยเสนอไป แล้วประชาชนหลาย ๆ คนก็เสนอไป แต่ที่ปรึกษากรุงเทพมหานครรับฟังแต่ว่าไม่คิด ที่จะเปลี่ยนนะครับ คือเรามีศูนย์ราชการหลายที่ที่แยกสรรพาวุธไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้า สำนักงานเขตบางนา โรงพยาบาล ศาลแพ่ง ศาลอาญา อัยการ หรือแม้กระทั่งสถานที่ ท่องเที่ยว วัดบางนานอก ท่าเรือที่จะข้ามไปสู่ตลาดบางกระเจ้านะครับ เราอยากให้มีสถานี ตรงนี้เพิ่มเข้ามาเพื่อประโยชน์ของประชาชนจริง ๆ ก็ยังไม่ได้เสียงการอนุมัติจากที่ปรึกษา โครงการนะครับ อีกด้านหนึ่งก็คือปัจจุบันรถไฟฟ้าอยากให้มองถึงความสะดวกของประชาชน การออกแบบไม่ควรจะใช้ทางขึ้นลงสถานีโดยการใช้ฟุตพาท (Footpath) อาจจะมีการลงทุน เพิ่มขึ้นมา หลาย ๆ สถานียุคใหม่เขาก็ใช้อาคารพาณิชย์ ๒ ข้างทางครับ ผมว่าในระยะยาว ก็จะเป็นการดีในส่วนของทั้งเศรษฐกิจและวิสัยทัศน์ทั่วไปก็จะมีเป็นโซน (Zone) ธุรกิจได้ครับ ผมเห็นว่าใน พ.ร.บ. ฉบับนี้มีการกำหนดมาตรฐานหลาย ๆ อย่าง ผมก็อยากให้เสนอตรงนี้ด้วย ในส่วนของความปลอดภัยด้วยแล้วก็การขึ้นลงของผู้พิการหรือผู้สูงอายุอยากให้คำนึงตรงนี้ ทุก ๆ สถานีที่เกิดขึ้นใหม่นะครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมได้รับฟีดแบค (Feedback) แล้วก็ได้ ข้อมูลจากการที่ผมเป็นตัวแทนจากชาวบางนาและชาวพระโขนงก็สนับสนุนให้มี พ.ร.บ. นี้ โดยเร็วแล้วก็หวังว่ามันจะช่วยให้สัดส่วนการขนส่งทางรางเพิ่มขึ้นอย่างที่ตั้งใจไว้แล้วก็ลด การใช้การขนส่งทางรถบรรทุกขนาดใหญ่หรือรถพ่วงเพื่อเป็นการลดปัญหาการจราจร มลพิษ แล้วก็อุบัติเหตุที่หลาย ๆ ครั้งสูญเสียถึงชีวิตด้วยครับ ในวาระแรกนี้ผมก็อภิปรายเท่านี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านศาสตราจารย์กนก เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีอยู่ ๔ ประเด็นครับท่านประธาน🔗
ในประเด็นที่ ๑ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนร่างการขนส่งทางราง พ.ศ. .... เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลทางการบริหารการขนส่งทางรางให้สำเร็จ ตามหลักการของร่างพ.ร.บ. นี้ครับท่านประธาน หลักการของร่าง พ.ร.บ. นี้ที่สำคัญมี ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ก็คือการทำโครงข่ายให้สมบูรณ์ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ ส่วนไร้รอยต่อนั้นเป็น รายละเอียดครอบคลุมทั้งประเทศ นี่คือหลักการข้อที่ ๑ หลักการข้อที่ ๒ อัตราค่าโดยสาร ค่าขนส่งสินค้าที่เป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นธรรมกับประชาชน ไม่ใช่ที่เป็นธรรมกับผู้ลงทุน แต่เพียงอย่างเดียว ใน ๒ หลักการดังกล่าวนี้นำไปสู่ประเด็นที่เราต้องพิจารณาที่สำคัญก็คือ การปฏิบัติ พ.ร.บ. นี้ท่านประธานครับ เราจะปฏิบัติ พ.ร.บ. นี้อย่างไรให้เกิดความสำเร็จตาม หลักการที่ได้กล่าวไว้ เพราะฉะนั้นการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการของ พ.ร.บ. นี้จะต้องลงไปดู ในบางมาตราให้ชัดเจน พร้อมกับที่สำคัญคือการตั้งข้อสังเกตท้าย พ.ร.บ. เพื่อให้รัฐบาลนำไป ปฏิบัติให้ชัดเจน🔗
ผมอยากจะขออนุญาตไปสู่ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของข้อสังเกตและบางมาตรา ที่ควรจะต้องเปลี่ยนแปลง ประเด็นที่ต้องพิจารณามีดังนี้ครับท่านประธาน คำถามก็คือว่า การขนส่งทางรางตามหลักการที่พูดถึงนั้นตั้งบนหลักคิดอะไรครับ ตั้งบนหลักคิดอะไร หลักคิดเรื่องนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการลงทุน เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารระบบรางครับ ท่านประธานครับ คำถามก็คือการลงทุนและการบริหารระบบรางนั้นตั้งบนหลักอะไร หลักคิดของท่านคืออะไร ผมขออนุญาตพูดเป็นภาษาง่าย ๆ มีหลักคิดอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ก็คือเพื่อประโยชน์สาธารณะ เรื่องที่ ๒ เพื่อความคุ้มค่าของการลงทุน และในความเป็นจริง ของการปฏิบัติเราพบว่าหลักคิด ๒ ข้อนี้มักจะขัดแย้งกัน และหาจุดลงตัวค่อนข้างยาก จึงทำให้เกิดคำถามว่าระหว่างประโยชน์สาธารณะกับความคุ้มค่าของการลงทุนนั้นจุดสมดุลอยู่ที่ ไหนท่านประธาน ถ้าเราหาจุดสมดุลไม่ได้เราจะมีปัญหามากมาย ทุกวันนี้การหาจุดสมดุล ถูกกำหนดด้วยปัจจัยอะไรครับ ปัจจัยด้วยสถานะทางเศรษฐกิจ ปัจจัยด้วยสถานะทางสิ่งแวดล้อม หรือปัจจัยทางการเมืองครับ สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่คงเส้นคงวาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาในแต่ละยุค แต่ละสมัยมันจะไปบิดเบือนโครงการขนส่งทางรางครับประธาน และการบิดเบือนตรงนี้ทำให้เกิด ปัญหาสำคัญ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ คือปัญหาการลงทุนของโครงการทางราง โครงการนี้ไปได้ โครงการนี้ ไปไม่ได้ โครงการนี้ร้องเรียน โครงการนี้มีปัญหาครับ นี่คือปัญหาที่ ๑🔗
ปัญหาที่ ๒ คือปัญหาการบริหารสัญญาของโครงการ การลงทุนทางราง เป็นการลงทุนระยะยาวอย่างน้อย ๓๐ ปี แล้วก็ต่อสัญญาอีก ๓๐ ปี วันนี้ไปถึงอีก ๓๐ ปี เป็น ๙๐ ปี ตลอดระยะเวลา ๙๐ ปีนี้ผู้ลงทุน รัฐบาล และประชาชนจะอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข และสงบสุขได้อย่างไรครับท่านประธาน นี่คือประเด็นของการบริหารสัญญาการลงทุน ด้วยเหตุผลอันนี้เราจึงต้องการความชัดเจนในเรื่องของหลักคิดที่มั่นคงของกรมการขนส่งทางราง ถ้าเราไม่มีหลักคิดที่ชัดเจนตรงนี้เรามีปัญหาตลอดเวลาครับท่านประธาน นั่นคือประเด็นที่ ๒ ที่ผมขอตั้งข้อสังเกต🔗
ประเด็นที่ ๓ เมื่อเรามี พ.ร.บ. นี้การลงทุนใหม่เราทำได้ดี ขอบคุณครับ คำถามคือการปรับแก้การลงทุนขนส่งทางรางที่ผ่านมาเพื่อนำไปสู่การเข้าใกล้หลักคิด ที่ถูกต้องของการบริหารการขนส่งทางรางเราจะทำอย่างไรครับท่านประธาน วันนี้ชัดเจนครับ เรามีตัวอย่างปัญหาที่เกิดขึ้นมากมาย หลายท่านในสภาแห่งนี้ได้พูดแล้ว เช่นรถไฟฟ้าสายสีเขียว มีปัญหาครับ เราจะแก้ด้วยหลักคิดอะไร ถ้าเราแก้หลักคิดที่ไม่ถูกต้องเรามีปัญหาต่อไปครับ เราจะด้วยหลักคิดอะไร ท่านต้องตอบครับ รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง เราจะเลือกว่า ทำอะไรก่อนหลัง ที่ไหนก่อนหลังด้วยหลักคิดอะไรครับท่านประธาน ค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าบริการ ค่าใช้ประโยชน์จากรางและทรัพย์สินเราจะกำหนดด้วยหลักคิดอะไรครับ เราจะ คำนึงถึงความคุ้มค่าทางการลงทุนหรือเราจะยึดหลักประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก หรือเราจะยึด การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเป็นครั้งคราวไป ทางเลือกเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อ ๒ ประเด็นที่ท่าน ต้องเลือก🔗
เรื่องที่ ๑ เราจะให้ค่าขนส่งและค่าโดยสารถูก และเศรษฐกิจเติบโตประเทศชาติ ได้ประโยชน์ หรือเราจะเลือกค่าขนส่ง ค่าบริการให้คุ้มค่ากับการลงทุนให้เป็นไปได้ และผู้ใช้บริการ เป็นผู้ที่มาแบ่งความรับผิดชอบในเรื่องนี้ครับท่านประธาน ๒ ประเด็นนี้สำคัญมากและ มีผลกระทบอย่างรุนแรง ท่านจะเลือกอะไรครับ ด้วยเหตุผลอะไรครับ🔗
ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน คำถามสำคัญที่เราจะต้องพิจารณาในชั้น กรรมาธิการของ พ.ร.บ. นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมการขนส่งทางรางท่านต้องตอบว่าร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางราง พ.ศ. .... ที่เรากำลังทำนี้จะให้หลักประกันใน ๓ เรื่องอย่างไร🔗
คำถามที่ ๑ การยึดประโยชน์สาธารณะกับความคุ้มค่าของการลงทุน จุดสมดุลอยู่ที่ไหน ไม่ใช่เฉพาะวันนี้ แต่ในระยะยาวคืออะไร นี่เราต้องการคำตอบ ถ้าเราไม่มี คำตอบตรงนี้ ผมยืนยันกับท่านประธานได้ว่าโครงการทุกโครงการจะมีปัญหาแน่นอนครับ🔗
คำถามที่ ๒ การใช้จุดสมดุลดังกล่าวนั้น ในการลงทุนขนส่งทางรางของ โครงการต่าง ๆ อยู่ในมาตรฐานเดียวกันหรือเปล่าครับ สายสีเขียวใช้อย่างหนึ่ง สายสีแดง ใช้อย่างหนึ่ง สายสีส้มใช้อย่างหนึ่ง รถไฟรางคู่ใช้อีกอย่างหนึ่ง รถไฟความเร็วสูงใช้อีกอย่างหนึ่ง มาตรฐานอยู่ตรงไหน มันจะมีปัญหาอย่างแน่นอนครับ และแน่นอนสิ่งที่จะตามมาก็คือ ความไม่เป็นธรรม ไม่เป็นธรรมกับผู้ลงทุน ไม่เป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน และที่สำคัญที่สุด คือไม่เป็นธรรมกับประเทศชาติของเรา🔗
คำถามที่ ๓ สุดท้ายการบริหารสัญญาการลงทุนระยะยาวที่ผมได้เรียนไปแล้ว ว่าตั้งแต่ ๓๐ ปีถึง ๙๐ ปีนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างรัฐกับผู้ลงทุนและผลักภาระไปให้กับ พี่น้องประชาชนให้เป็นผู้เสียหายและไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับ สัญญา สิ่งเหล่านี้เราจะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ท่านประธานครับ พ.ร.บ. นี้สำคัญมาก และเราต้องมี ผมเห็นด้วย แต่บนเงื่อนไขว่าต้องตอบคำถามและประเด็นหลักการ หลักคิด ที่ผมได้กล่าวแล้วอย่างถูกต้องครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ยังเหลือ อีกหลายท่านนะครับ ปิดการขอลงชื่ออภิปรายแล้วนะครับ เพราะว่าอภิปรายไปทางเดียวกันหมด คือเห็นด้วย ต่อไปท่านคำพอง เทพาคำ ท่านภาสกร เงินเจริญกุล ท่านเกษมสันต์ มีทิพย์ เชิญท่านคำพองครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สำหรับ ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง ผมขออนุญาตท่านประธานให้ความเห็นนะครับ ผมคิดว่าเรื่องของระบบขนส่งทางรางมันถูกระงับไป ถ้านับจริง ๆ แล้วนี่ประมาณ ๗๐ ปี หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ผมเห็นการขยายทางรถไฟล่าสุดน่าจะเป็นทางไปสุพรรณบุรี หลังจากนั้นก็ไม่มีเลย เราจะเห็นระบบการขนส่งทางล้อเลื่อนทางหลวงแผ่นดิน ทางไฮเวย์ (Highway) เต็มประเทศเลยนะครับ แล้วเราก็จะเห็นเศษเหล็กกองอยู่ข้างทางระเกะระกะ ในอดีตครับท่านประธานการขนส่งทางรางถือว่าเป็นการขนส่งที่บุกเบิก ได้นำสินค้าบริการ ต่าง ๆ มีการเคลื่อนย้ายผู้คนเป็นจำนวนมาก มีการเคลื่อนย้าย มีการสร้างชุมชนตลอด แนวเส้นทาง มีการรุกราน มีการสร้างอาณาจักร ยึดครอง บุกป่าฝ่าดงเข้าไป มีการนำสินค้า บริการต่าง ๆ ใหม่ ๆ กระจายเข้าไปในพื้นที่ห่างไกล ในขณะเดียวกันก็ดูดซับเอาทรัพยากร ในพื้นที่ห่างไกลกลับเข้าไปปรนเปรอเมือง จักรวรรดิ เจ้าของทุนอย่างมากมาย นั่นในอดีต ครับท่านประธาน แต่ในปัจจุบันนี้และในอนาคตที่จะมาถึงนี้ ระบบการขนส่งทางรางจะมี การขยายในเส้นทางเดิมอย่างแน่นอน แล้วการขยายเส้นทางเดินก็จะมีเทคโนโลยี มีการใช้ พื้นที่เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันก็จะมีการขยายเข้าไปสู่ในพื้นที่เส้นทางใหม่ ๆ ซึ่งแน่นอนครับ ในเส้นทางเหล่านั้นก็จะเข้าไปมีผลกระทบกับชุมชน ชุมชนดั้งเดิมวิถีชีวิตชาวบ้านสิ่งแวดล้อม ต่าง ๆ เราจะได้เห็นการขนส่งระบบรางเคลื่อนย้ายเข้าไปสู่หัวเมืองต่าง ๆ ในส่วนภูมิภาค รวมทั้งการไปเชื่อมโยงกับเพื่อนบ้าน ถ้าเป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้เราจะเห็นการใช้การขนส่ง ระบบรางเชื่อมเมืองต่อเมืองซึ่งนั่นก็คิดว่ามันน่าจะต้องเกิดขึ้น แต่สิ่งที่ผมอยากจะฝากกับ กรรมาธิการด้วยความห่วงใยก็คือว่าการที่จะทำอะไรก็แล้วแต่ที่มีผลกระทบต่อชาวบ้าน ต่อชุมชนต้องฟังความคิดเห็น ฟังข้อมูลจากชุมชน จากชาวบ้านเขาด้วย ดังนั้นในเรื่องนี้ ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการจะต้องมีการบรรจุเรื่องนี้เข้าไปอย่างจริงจัง และที่สำคัญก็คือเตรียมการไว้เลยครับ ทั้งงบประมาณ ทั้งพื้นที่ และระบบการจัดการชุมชนใหม่ ที่จะต้องเคลื่อนย้ายออกไปจากการก่อสร้างหรือการพัฒนาระบบขนส่งทางราง และที่สำคัญ ก็คือถามว่าคนเหล่านี้ที่เขาจะเสียสละพื้นที่ เสียสละวิถีชีวิต เขาจะได้ประโยชน์อะไร ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม รวมด้านบริการอื่น ๆ ด้วย วิถีชีวิตจะดีขึ้นไหม ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านที่ท่านได้พูดถึงวิถีชีวิตชุมชน ตลอดแนวของการพัฒนาที่จะต้องได้รับผลกระทบ ดังนั้นการที่จะต้องเตรียมไว้เพื่อการนี้ จึงมีส่วนสำคัญมาก ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านภาสกร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้อภิปรายเสนอความคิดเห็นในเรื่อง พ.ร.บ. การขนส่งทางราง ผมขอเสนอความคิดเห็นเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ การขนส่งทางราง พ.ศ. .... ดังนี้นะครับ ผมขออนุญาตประเด็นใหญ่ ๆ ๒ ประเด็นครับ🔗
ประเด็นแรกก็คือเรื่องของการทำแผน ผมเห็นจากในร่างพระราชบัญญัติ ขนส่งทางรางนี้ ในข้อ ๖ ท่านบอกว่าท่านมีการจัดทำแผนการขนส่งทางรางแบ่งออกเป็น ๓ ส่วนนะครับ🔗
ส่วนที่ ๑ คือการจัดทำแผนพัฒนาการขนส่งทางราง ซึ่งอันนี้จริง ๆ ผมคิดว่า มันสำคัญมาก แต่อันนี้มันมี (๒) ที่ท่านบอกว่ากำหนดแผนพัฒนาการขนส่งทางราง มี ๓ ประเภท ก็คือ อันที่ ๑ แผนการพัฒนาระบบขนส่งทางรางระดับประเทศ อันที่ ๒ แผนการขนส่งทางรางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนสุดท้ายคือการขนส่งทางราง ในเขตภูมิภาค ผมเข้าใจว่าท่านแบ่งเป็น ๓ ระดับ ประเทศ กรุงเทพฯ และปริมณฑล แล้วก็ ภูมิภาคนะครับ ผมอยากมองแบบนี้ครับว่าการขนส่งทางรางหรือการขนส่งโดยทั่ว ๆ ไป เพื่อน ๆ สมาชิกก็ได้อธิปรายไปแล้ว การขนส่งปกติก็คือขนคน ขนของ แล้ววันนี้ก็จะมองท่องเที่ยว แต่ผมอยากให้มองอีกประเด็นหนึ่งครับว่าวันนี้การขนส่งเราไม่ใช่ขนส่งแค่จุดประสงค์ เพื่อขนคน ขนของหรือท่องเที่ยว ผมอยากให้ท่านมองว่าวันนี้มันเกิดการแข่งขันเยอะแยะมาก ไม่ใช่แค่ในประเทศ นอกประเทศเหมือนกัน ฉะนั้นเราจะต้องมองเรื่องการเพิ่มโอกาสให้คน ในพื้นที่ การตัดเส้นบางเส้นนี้เราไม่ได้ต้องการขนแค่คน ขนแค่ของ แต่มันเป็นการสร้างโอกาส หรือเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่นั้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามันเกิดการเชื่อมต่อนี้หมายความว่า อย่างไรครับ ความเจริญมันเดินเข้าไป อันที่ ๒ มันเกิดโอกาสครับ เกิดโอกาสในการทำธุรกิจ เกิดโอกาสในการขนส่ง เกิดโอกาสต่าง ๆ เข้ามามากมาย ฉะนั้นท่านต้องคุยกับหน่วยงานอื่น ๆ ด้วยว่าถ้าเราตัดเส้นนี้แล้วมันเกิดอะไรขึ้นแต่ผมไม่อยากให้ท่านมองเป็นเส้น ๆ ท่านต้องมอง ทั้งหมด เพราะว่าการเกิดโอกาสขึ้นมาปุ๊บมันเกิดความเจริญ รายได้ดีขึ้นครับ แล้วมันทำไมครับ ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องแถวนั้นก็ดีขึ้นเช่นกัน ผมอยากยกตัวอย่างอย่างนี้ครับว่าวันนี้เรามี ประสบการณ์ บทเรียนต่าง ๆ พอดีว่าใส่หน้ากากพูดแล้วเหนื่อย ผมอยากมองแบบนี้ครับว่า พอตอนที่เราตัดเส้นนี้โดยเฉพาะเส้นทางที่เกิดโอกาสทางธุรกิจความเจริญนี้ ท่านอาจจะต้อง มองเป็นโรดแมป (Roadmap) เลยครับว่าเส้นนี้ตัดแล้วเกิดอะไรขึ้นในภาพใหญ่ แต่ไม่ใช่ตัด เป็นเส้น ๆ แล้วมองเป็นช่วง ๆ มองเลยครับ สมมุติว่าเส้นเอ (A) ตัดมา ท่านตั้งชื่อเลยครับว่า เส้นนี้มันคืออะไรเพื่อให้เกิดกระแสครับว่าตัดเส้นนี้ความเจริญอะไรมา ทุกคนวิ่งเข้ามาลงทุนครับ มันอาจจะมีการลงทุน อาจจะคุ้มทุนในกี่ปีก็ว่ากันไปนะครับอยากมองแบบนี้ อีกส่วนหนึ่ง คือการลงทุน ผมเห็นในนี้มีเหมือนกันการลงทุนและการบริหาร ผมอยากแสดงความคิดเห็น แบบนี้ครับว่าวันนี้ท่านก็เห็นอยู่แล้ว ประสบการณ์ที่ผ่านมา ลงทุนแล้ว ถ้าการรถไฟหรือ ฝั่งราชการบริหาร ผลออกมาเป็นแบบไหน ให้เอกชนบริหารออกมาเป็นแบบไหน การประมูล เป็นเส้น ๆ ปัญหาคืออะไร เส้นที่ทุกคนมองว่ามันทำรายได้เยอะ ทุกคนก็แย่งกันเข้ามา ประมูลครับ แล้วเส้นที่ทุกคนมองว่าเส้นนี้อาจจะไม่คุ้มทุกคนก็ถอยหนีครับ ทางภาครัฐก็ต้องพยายามบังคับให้เขามาลงทุน ฉะนั้นการประมูลท่านอาจจะต้องควบรวมนะครับ บางเส้นก็ต้องประมูล ๒ ๓ เส้นเหมือนกัน ก็ต้องถัว ๆ กันไปครับ เส้นที่กำไรเยอะกำไรน้อย ท่านก็ต้องเอา ไม่ใช่จะเอาแต่ครีม ๆ อะไรกำไรดีก็เอากันหมดไม่ได้ครับ แล้วการประมูล โดยเฉพาะเส้นทางที่เป็นท้องถิ่นผมว่ามันช่วยพี่น้องประชาชนในการเดินทางได้ ยกตัวอย่าง เช่น ส.ส. ทั้งหมดในสภาแห่งนี้ผมว่าพี่น้องที่อยู่ต่างจังหวัดเดินทางยากมากนะครับ มันเป็น โอกาสดีที่เราจะเพิ่มโอกาสการเดินทางของพี่น้องประชาชนในประเทศความเจริญเข้าไปครับ ฉะนั้นการเดินทางรางมันอาจจะมีสายที่แพงสายที่ถูก ท้องถิ่นก็ลงทุนน้อย เดินทางได้ครับ เกิดความเจริญเข้าไป เกิดโอกาสเข้าไป เชื่อมต่อกับเส้นใหญ่ การเดินทางเส้นใหญ่มันก็จะทำให้ ชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น การเดินทางของเราดีขึ้น ไม่อยากให้ท่านมองแค่ขนส่งทางราง คือขนคนขนของ มันต้องมีการเพิ่มโอกาส อันนี้จริง ๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากนะครับ ผมไม่อยากบอกประเทศข้าง ๆ เราว่าเขาทำแบบไหน ผมว่าพอมันเกิดกรมนี้ท่านจะวางแผน ท่านมีการดูงานเต็มไปหมดอยู่แล้วครับ ผมอยากให้การดูงานของท่านเอาเข้ามาแล้วปรับปรุง ใช้จริง ฉะนั้นอยากจะฝากกรรมาธิการหรือกรมที่จะเกิดขึ้นนี้ว่าจุดประสงค์หลักของการที่เรา จะมีขนส่งทางรางไม่ใช่แค่การขนของ คือทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนของเราเดินทาง สะดวก เกิดโอกาสที่ดี ความเจริญเข้าไป รายได้เข้าถึง ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องต่าง ๆ ดีขึ้น แล้วก็เอาประสบการณ์ที่เกิดจากการบริหารรถไฟที่เรามีเอามาจัดการ ระบบทิกเกตทิง (Ticketing) ต่าง ๆ ผมคงไม่พูดแล้วครับ เพราะว่าพี่น้องสมาชิกในนี้พูดกันเยอะแล้ว มันมี ทางเทคนิคอีกเยอะมาก แต่ถ้าอยากให้คุยทางเทคนิคก็ติดต่อมาได้นะครับเดี๋ยวจะเข้าไปช่วย คุยให้ ช่วยดูให้ มีอีกหลายวิธีครับ ฉะนั้นขออนุญาตฝากให้มองโอกาสของพี่น้องประชาชน ในการตัดรางเพื่อให้เกิดความเจริญเข้าไปแล้วโอกาสของพี่น้องจะดีขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ🔗
อีก ๔ ท่านนะครับ ท่านเกษมสันต์ มีทิพย์ ท่านชวน ชูจันทร์ ท่านซูการ์โน มะทา ท่านประทวน สุทธิอำนวยเดช เชิญท่านเกษมสันต์ พรรคก้าวไกลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายเกษมสันต์ มีทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดพิษณุโลก ขออภิปรายสนับสนุนพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ท่านประธานครับผมดีใจเป็นอย่างมากเลยที่ได้เห็นพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... เกิดขึ้น เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการขนส่งทางรางเป็นประเทศแรก ๆ ของเอเชีย มาเป็นร้อยปีแล้ว และเข้าใจว่าเป็นประเทศแรกที่มีการขนส่งแบบรถรางไฟฟ้าของเอเชีย แต่การขนส่งระบบรางของประเทศไทยไม่ได้รับการดูแลอย่างดีเท่าที่ควรมานานเกินไป ทำให้ เราไปพัฒนาการขนส่งในระบบอื่นแล้วทำให้ระบบรางของเราไม่มีการพัฒนาให้ทัดเทียม กับประเทศอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศจีนมีการพัฒนาระบบขนส่งทางรางในห้วง ๑๐ ปี ที่ผ่านมาเป็นโครงข่ายที่เยอะมาก ๆ ทั้งการขนส่งแบบรถไฟความเร็วสูง ทั้งมีการขนส่ง แบบรถไฟที่อยู่ตามภูมิภาค ทำให้การขนส่งไม่ว่าจะเป็นขนส่งพี่น้องประชาชน ประชาชน ผู้ใช้บริการขนส่งสินค้าเป็นไปได้ด้วยดี ถ้าเราสังเกตการขนส่งในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็น เรื่องของคนหรือสินค้าเราจะพบว่าการขนส่งบนถนนนั้นจะทำให้เกิดปัญหามากกว่า การขนส่งในระบบราง มีรถบรรทุกถ้าเกิดว่าเวลาเราขับรถกลับบ้านที่เป็นตามภูมิภาคเราจะ สังเกตเห็นว่ามีการขนส่งสินค้าที่เป็นรถบรรทุกวิ่งอยู่ตามถนน ท่านทำถนนขึ้นมา ๔ ช่องจราจร ข้างละ ๔ ช่องจราจร รถบรรทุกจะวิ่ง ๒ เลน (Lane) ริมซ้ายสุดกับรองลงมา รถยนต์ส่วนตัว จะวิ่งได้เพียงแค่เส้นขวามือเท่านั้นและที่สำคัญคือรถบรรทุกก็จะทำให้ถนนหนทางพังเร็ว มากกว่ารถยนต์ส่วนตัวนี้หลายเท่ามาก การที่มี พ.ร.บ. ขนส่งทางรางขึ้นมาผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้จะทำให้การขนส่งทางรางได้มีการทำให้ระบบรางในประเทศพัฒนาไปมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนารางในระหว่างประเทศ ระหว่างประเทศหมายความว่าตอนนี้เรามีราง จากประเทศจีนใช่ไหมครับ มีระบบรางจากประเทศจีนลงมาถึงประเทศลาวคือลงมาที่ เวียงจันทน์ ทราบว่าตอนนี้แม้กระทั่งว่าประเทศจีนยังไม่มีการเปิดประเทศแต่การขนส่ง พี่น้องประชาชนชาวจีนเส้นทางจากคุนหมิงมาที่ชายแดนจีนนี่แค่เดือนมกราคมเดือนเดียว ก็ปาไปประมาณ ๒ ล้านคน ยังไม่รวมสินค้าที่จะลงมาที่เวียงจันทน์ ตอนนี้ประเทศไทยเอง ก็เร่งสร้างรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ ไปโคราช แล้วเดี๋ยวจากโคราชก็จะไปที่หนองคาย ตรงนี้จะเป็นโอกาสดีให้กับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ส่ง ทั้งขึ้นทั้งล่องก็จะทำให้มีเม็ดเงินเข้ามาสู่ประเทศอย่างมากมาย นอกจากระบบรถไฟความเร็วสูงแล้ว เรายังมองข้ามเรื่องของระบบรางอื่น ๆ อย่างเช่นรางคู่หรือว่าระบบรถไฟที่ไม่ใช่ความเร็วสูงก็ไม่ได้ เพราะว่าพี่น้องประชาชนนี่มีอยู่หลายระดับ ศักยภาพในการในการใช้บริการก็มีอยู่หลายช่วง เพียงแต่ว่าเราทำอย่างไรที่จะให้พี่น้องประชาชนมาใช้ระบบรางให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อที่จะลดปัญหาจราจร ลดปัญหาอุบัติเหตุ แล้วก็ลดมลพิษ นอกจากนี้ผมยังสนับสนุน ให้มีการกระจายเรื่องของระบบรางไปยังภูมิภาคให้มากขึ้น โดยเฉพาะเมืองหลัก ๆ อย่างเช่น พิษณุโลก เชียงใหม่ โคราช ขอนแก่น หรือว่าเป็นเมืองหลักต่าง ๆ ควรที่จะต้องมีระบบราง ให้กับพี่น้องประชาชนเป็นทางเลือกหลักในการเดินทาง นอกจากระบบรางที่ท่านกำลังจะทำนี้แล้ว อาจจะต้องประสานงานกับหน่วยงานอื่น ท่านจะต้องทำฟีดเดอร์ (Feeder) ว่าท่านมีแล้วนี่ ทำอย่างไรถึงจะให้คนมาใช้ระบบรางให้ได้มากที่สุด ท่านประธานครับ ผมอยู่จังหวัด พิษณุโลก ผมประชุมกับภาคเอกชนว่าทำอย่างไรถึงจะให้มีระบบรางในแนวตะวันออก ตะวันตกจากแม่สอดไปจนถึงมุกดาหารได้ แต่เท่าที่ดูจากแผนตอนนี้ยังไม่มี ทางจะลงไปที่ นครสวรรค์แล้วก็เข้าไปทางภาคอีสานเป็นอีสานกลางแต่จังหวัดพิษณุโลกไปทางอีสานเหนือ ตอนนี้ยังไม่มี แต่ผมมีความหวังว่าในอนาคตเมื่อมีพระราชบัญญัติการขนส่งทางรางแล้ว พระราชบัญญัติการขนส่งทางรางฉบับนี้และกรมการขนส่งทางรางจะพัฒนาให้มีแนวเส้นทาง ขนส่งทางรางในแนวขนานไม่เฉพาะจังหวัดพิษณุโลกที่เป็นอีสต์ เวสต์ คอร์ริดอร์ (East-West Corridor) ทั้งในด้านเหนือลงมาลงมาจนถึงภาคกลางไปถึงภาคใต้เชื่อมอันดามันเชื่อม อ่าวไทยจะต้องมีเพื่อบริการพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด ท้ายที่สุดนี้ผมก็จะขอโหวตสนับสนุน พระราชบัญญัติการขนส่งทางรางฉบับนี้เพื่อที่จะให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านชวน พรรคพลังประชารัฐครับ🔗
กราบเรียนประธานที่เคารพ กระผม ชวน ชูจันทร์ บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กรุงเทพมหานคร หลายท่านได้กล่าวสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มาแล้ว ผมจะไม่ลงในรายละเอียด แต่ผมจะอภิปรายในเรื่องระบบ หลักคิดในเรื่องการขนส่งว่าควรจะเป็นอย่างไรถึงจะเป็นหลักคิดที่ถูกต้อง เราถึงจะแก้ปัญหา ระบบการขนส่งของเราได้นะครับ ถ้าจะกล่าวไว้ให้ถูกต้องผมบอกว่าหลักคิดในการขนส่ง มันคืออะไร การขนส่งที่ดีที่สุด คือหลักที่ต้องคิดให้ได้ว่ารถยนต์ ๑ คัน หรือการขนส่ง ๑ เที่ยวจะต้องขนสินค้าและบริการให้ได้มากที่สุด ต้องมีหลักคิดอย่างนี้นะครับเราถึงจะ แก้ปัญหาหลาย ๆ อย่างได้ การคิดระบบรางมานี้ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องนะครับ เพราะว่า ในอนาคตนั้นยอมรับกันแล้วว่าระบบรางจะเป็นระบบขนส่งที่ประหยัดที่สุดกับประเทศชาติ กับพลังงาน เพราะฉะนั้นในอนาคตไม่มีระบบอื่นที่จะมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการขนส่ง มากกว่าระบบราง เพราะฉะนั้นต้องขอชมเชยท่านที่นำเรื่องนี้เข้ามาโดยเฉพาะทางคณะรัฐมนตรี หรือทางนายกรัฐมนตรีนะครับ ก่อนที่จะมีกฎหมายฉบับนี้หรือมีกรมรางขึ้นมาใหม่นะครับ ก็ต้องถามตัวเองว่าวันนี้ระบบรางของเราเป็นอย่างไร ระบบรางที่ใหญ่ที่สุดของเรานี้คือ การรถไฟแห่งประเทศไทย คำถามก็คือเราใช้ระบบรางที่มีอยู่แล้วนี้ให้คุ้มค่าหรือยัง ผมคิดว่า ยังนะครับในหลายเส้นทาง เราเห็นว่ายังใช้ไม่คุ้ม ไม่ว่าจะเป็นที่ดินข้างทางหรือรางรถไฟ ที่วางอยู่แล้ว ยกตัวอย่างให้เห็นภาพนะครับสายกาญจนบุรีน้ำตก เช้ารถไฟวิ่งขบวนเดียว บ่ายวิ่งขบวนเดียว นอกจากนั้นว่างตลอด ในขณะที่ทางรถยนต์รถติดมหาศาลอยู่ข้าง ๆ ทางรถไฟ แต่เราก็ไม่ได้คิดจะใช้รางรถไฟที่ว่างนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อันนี้อันหนึ่งที่เรามีอยู่แล้ว แต่เราไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้เต็มที่นะครับ เมื่อกฎหมายนี้ผ่านมาสิ่งที่จะเกิดขึ้น แน่ ๆ ก็คือ จะเกิดหน่วยงานราชการใหม่ขึ้นมาอีกหน่วยหนึ่งนะครับ จะต้องใช้งบประมาณส่วนหนึ่ง ไปกับงานประจำ แล้วเกิดหน่วยงานขึ้นมากมายหลังจากที่เราเห็นปัญหาเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่เราก็ละเลยหน่วยงานที่มีอยู่แล้วละเลยจากการปรับปรุงหน่วยงานเก่าให้เกิดประสิทธิภาพ สูงสุดก่อน หลักคิดในการทำระบบรางก็มีนะครับจะทำอย่างไร เรามักจะนำเรื่องธุรกิจกับ เศรษฐกิจไปปนกัน พอเกิดกรมนี้ขึ้นมาใหม่นะครับ มันก็จะเกิดตัวละครขึ้นมา ๓ ส่วนด้วยกัน คือ รัฐ ผู้ประกอบการ แล้วก็ผู้ใช้บริการก็คือชาวบ้าน ถ้าเรามีหลักคิดว่าระบบรางที่เกิดขึ้นใหม่นี้ จะต้องยกระดับพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเป็นหลัก ให้บริการกับประชาชนเป็นหลัก ระบบธุรกิจมาทีหลังกระบวนการทำงานของเราก็จะเป็นอีกแบบหนึ่งนะครับ แต่ถ้าเราคิดว่า จะต้องเป็นธุรกิจเป็นหลัก จะต้องคุ้มทุนเป็นหลัก ปลายทางก็จะอีกแบบหนึ่ง ปัญหาก็จะ ไม่ได้รับการแก้ไขระดับเศรษฐกิจของประเทศ การขนส่งหรือการบริการประชาชนก็ไปอีก รูปแบบหนึ่งนะครับ หลักคิดอันนี้ต้องจับให้ได้ครับ เมื่อสักครู่นี้ขอเอ่ยนามท่านอาจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ได้พูดไปแล้วว่าหลักคิดสำคัญกับการที่เราทำอะไรสักอย่างหนึ่งนี้ถ้าเรามีหลักคิด ที่ผิดในสิ่งที่ถูกต้อง เราทำไปก็แก้ปัญหาไม่ได้ ยกตัวอย่างให้เห็นง่าย ๆ นะครับว่าเรามี หลักคิดว่าเราจะสร้างถนนให้พอกับรถยนต์ ๑ คันกับคน ๑ คนให้พอวิ่ง ซึ่งเราก็ทำไม่ได้ วันนี้ รถติดมหาศาลนะครับ เพราะเราไม่ได้ใช้หลักคิดว่ารถ ๑ คันจะต้องให้มีผู้โดยสารได้มากที่สุด ถ้าเรามีหลักคิดอย่างนี้เราก็ต้องปรับปรุงรถยนต์สาธารณะ รถยนต์ขนส่งสินค้าให้ได้มากที่สุด เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ดูข่าวนะครับ รถไฟจากจีนไปลอนดอนขบวนหนึ่งเขามีขบวนรถยาวถึง ประมาณ ๑๐-๑๕ กิโลเมตร เห็นไหมครับที่เขาใช้หลักในการขนส่งที่ถูกต้อง ว่ารถ ๑ ขบวน จะต้องขนส่งผู้โดยสารและสินค้าให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่ทำถนนหรือให้ชาวบ้าน ให้ประชาชน มีรถยนต์ให้มากที่สุดและทำถนนให้พอใช้ ถ้ามีหลักคิดอย่างนี้เราแก้ปัญหาไม่ได้หรอกครับ เพราฉะนั้นเราจะเกิดหน่วยงานใหม่ขึ้นมาซึ่งการเกิดหน่วยงานใหม่ไม่ยาก ถ้าเรามีเงิน มีกฎหมายรองรับเราก็สามารถเกิดหน่วยงานใหม่ขึ้นได้ แต่เมื่อเกิดแล้วจะทำประโยชน์สูงสุด ให้อย่างไร ไม่ใช่เราไปละเลยสิ่งที่มีอยู่เก่าซึ่งลงทุนไปมหาศาล แต่ยังใช้ไม่คุ้มแล้วก็สร้างหน่วยงานใหม่ ขึ้นมาเรื่อย ๆ อันนี้ก็น่าเป็นห่วงนะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากหลักไว้ว่าเราสร้าง หน่วยงานใหม่ขึ้นมาโดยมีหลักคิดอะไร ที่ผ่านมาเรามีประสบการณ์อย่างไรบ้างที่ทำให้ หน่วยงานหลายหน่วยงานของเราไม่สามารถตอบสนอง หรือไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ทั้ง ๆ ที่ ชื่อของการรถไฟนั้นก็แห่งประเทศไทยนะครับ น่าจะใหญ่ที่สุด น่าจะพัฒนาให้เกิดประโยชน์ สูงสุดได้ถึงวันนี้แล้ว เรามีทรัพย์สินมหาศาลของการรถไฟแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ใต้ยันเหนือ แต่เราก็ยังใช้ไม่คุ้มค่า ในขณะที่เราก็พยายามคิดหน่วยงานใหม่ ๆ ขึ้นมาเรื่อย ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นหลักคิดเป็นเรื่องสำคัญ ก็ฝากท่านที่เป็นข้าราชการที่มารับฟังในที่นี้ผมว่าท่านได้ ประโยชน์มากจากหลาย ๆ ท่านที่พูดไปนะครับว่าในการทำงานต่อไปนั้นต้องระวังเรื่องเหล่านี้ ว่าเราทำมาเพื่อตอบโจทย์อะไรเพื่อแก้ปัญหาอะไรนะครับ เราคงไม่สามารถที่จะเสียเวลา มากกว่านี้อีกแล้วในการแก้ไขปัญหาจริง ๆ ของประเทศไทย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านซูการ์โน พรรคประชาชาติ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ก็ขออนุญาตท่านประธาน อภิปรายร่างพระราชบัญญัติขนส่งทางราง พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ผมเป็น ส.ส. บ้านนอก มากรุงเทพฯ ครั้งแรกก็ใช้บริการรถไฟไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นโดยพระปรีชาสามารถ ของพ่อหลวงเรา รัชกาลที่ ๕ ที่เล็งเห็นว่าการก่อตั้งการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นเพื่อตอบโจทย์ ในการให้บริการกับพี่น้องประชาชน วันนี้ผมมีความรู้สึกเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่เพิ่ง อภิปรายไปว่าเรากำลังที่จะสร้างหน่วยงานขึ้นมา แล้วหน่วยงานเดิมการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่เกิดขึ้นโดยรัชกาลที่ ๕ ที่มีพื้นที่ทางรถไฟ ๔,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรทั่วประเทศไทยนั้นเราได้ใช้ บริการพัฒนาให้มันเกิดประโยชน์สูงสุดแล้วหรือยัง ผมยกตัวอย่างที่ผ่านมาที่อยากตั้ง ข้อสังเกตให้กับท่านที่จะไปเป็นกรรมาธิการว่าการพัฒนาการขนส่งทางรางนั้นดูเหมือนกับว่า จะเป็นประโยชน์ให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจการขนส่ง แต่วันนี้ถ้าเราไปมองว่าการสร้าง หน่วยงานใหม่ขึ้นมานั้นปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะไปส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ใน บริเวณที่เราจะก่อสร้างขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมุมมองของผม ผมเห็นว่าการที่เรา จะพัฒนาระบบขนส่งรางนั้นทำไมเราไม่ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยไปพัฒนาให้มันเกิด ความเจริญ ให้มันทันสมัย ให้มันเทียบเท่ากับประเทศเพื่อนบ้านเรา เราพูดแต่การขนส่ง ระบบราง มันคงจะแตกต่างกับการขนส่งระบบรางในกรุงเทพมหานครที่มีหลากหลายสี เพราะมันมีทั้งการขนส่งรถไฟที่เป็นระบบราง แล้วก็รถไฟฟ้าอยู่หลายสาย แต่ท่านประธานครับ ผมเป็น ส.ส. มาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีทางรถไฟยาวที่สุด ๑,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร จากหัวลำโพงถึงสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก วันนี้ ๗๑ ปีของการรถไฟแห่งประเทศไทย พี่น้อง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังใช้บริการการรถไฟอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังเป็นระบบเดิม ๆ ที่ไม่มีอะไรที่พัฒนาให้มันดีขึ้น ผมถามว่าถ้ารัฐบาลเห็นว่าการขนส่งทางรางมีความจำเป็น เหมือนเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปราย ผมอยากสนับสนุนท่านว่าวันนี้สายรถไฟที่เดินทาง ของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ของภาคใต้ตั้งแต่หัวลำโพง หรือตั้งแต่สถานีบางซื่อปัจจุบัน ไปถึงสถานีสุไหงโก-ลก หรือสถานีปาดังเบซาร์นั้น แนวคิดที่จะพัฒนาให้เป็นรถไฟรางคู่ ให้สามารถบริการวิ่งรถไฟได้ตรงเวลาหรือประหยัดเวลาในการเดินทางของพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์มากกว่านี้ และประการสำคัญที่สุดก็คือว่าด้วย วิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ได้ก่อตั้งการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้น ท่านได้เล็งเห็นอยู่แล้วว่าการขนส่งระบบราง วันนี้เพื่อนสมาชิกถามว่าได้ใช้ระบบรางที่เราก่อสร้างมา ๗๑ ปีคุ้มค่าแล้วหรือยัง เราพัฒนาการขนส่งทั้งทางอากาศ ทางเรือ ทางบก หลายภูมิภาคของ ประเทศไทยไม่ต้องพูดถึงครับ การขนส่งทางบกมีเส้นทางเลือกมากมาย แต่พี่น้องในพื้นที่ ๑๔ จังหวัดภาคใต้มีโอกาสทางเลือกเส้นทางขนส่งทางบกมีเส้นทางเดียว ถ้าทำทางรถไฟ ก็เส้นทางเดียว มีเครื่องบินก็ไม่กี่สนามบินเท่านั้นที่ให้บริการกับพี่น้องประชาชน ซึ่งคนส่วนใหญ่ อีกจำนวนมากที่เป็นพี่น้องในระดับรากหญ้าก็ไม่สามารถเข้าถึงการบริการที่พัฒนาขึ้น วันนี้ ผมอยากตั้งข้อสังเกตเพื่อให้เป็นข้อสังเกตว่าการที่เราจะก่อสร้าง ก่อตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่ ระบบขนส่งทางรางนั้นจะต้องไม่ซ้ำซ้อนในเรื่องของอำนาจหน้าที่ขององค์กรอื่น เช่นเดียวกัน วันนี้ทำไมผมพูดว่าทำไมไม่ต้องไปซ้ำซ้อนกัน ผมยกตัวอย่างกรมทางหลวงชนบทกับ กรมทางหลวงแผ่นดิน ลักษณะเนื้องานซ้ำซ้อนกัน แต่ก็อยู่ในหน่วยงานเดียวกัน วันนี้อยากฝาก ไปยังท่านผู้มารับฟังความเห็นที่จะมาชี้แจงว่าปัญหาทั้งหมดในร่างของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่สำคัญที่สุดผู้มีอำนาจในร่างพระราชบัญญัตินี้คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นผู้มี อำนาจในร่างฉบับนี้ ผมเกรงว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมันจะไม่ใช่ตอบโจทย์กับความต้องการของ พี่น้องประชาชนที่เพื่อนสมาชิกหลายคนอยากเห็น การพัฒนาระบบรางให้มันครอบคลุม ทั่วทุกภูมิภาค แต่กลัวว่าการสร้างหน่วยงานขึ้นมาใหม่แล้วเราไปสร้างปัญหา สร้างเงื่อนไข ให้กับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่จะทำการพัฒนา ก็อยากฝากเป็นข้อสังเกตว่าช่วยดู เรื่องข้อกฎหมาย ช่วยดูเรื่องของการพัฒนา หน่วยงานที่มีอยู่แล้ว อย่างเช่นการรถไฟ แห่งประเทศไทยนั้นให้เขาสามารถทำงานโดยการพัฒนาให้ได้ประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะการรถไฟแห่งประเทศไทยผมเชื่อว่ามีทรัพย์สินที่ดินมหาศาลทั่วประเทศไทย ผมถามว่า ถ้าเราไปทำระบบขนส่งระบบรางแล้วเราจะไปอาศัยพื้นที่ที่ดินของใคร ก็ไปอาศัยที่ดินของ รถไฟอีก อันนี้เกิดความซ้ำซ้อนด้วย ก็อยากฝากท่านประธานไปถึงผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็น กรรมาธิการว่าช่วยดูในประเด็นหน่วยงานที่ซ้ำซ้อนในเรื่องของบทบาทหน้าที่และทรัพย์สิน ที่เกิดขึ้นด้วยครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ครับ ขอให้ท่านประทวน พรรคพลังประชารัฐอภิปราย เสร็จแล้วจะให้ท่านผู้ชี้แจงของกระทรวง คมนาคมเป็นผู้ตอบนิดหนึ่ง แล้วก็จะปิดการอภิปรายเพื่อจะใช้ข้อ ๗๕ ให้ท่านรัฐมนตรี ใช้โอกาสสรุปเพื่อจะลงมตินะครับต่อไป เชิญท่านประทวนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายประทวน สุทธิอำนวยเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ในอดีตการพัฒนาระบบขนส่งของประเทศไทยเรามุ่งเน้นไปทางถนน เป็นหลักนะครับ การจราจรทางถนนก็มีรถยนต์เยอะ การขยายตัวของเมืองทั้งหลายก็ไม่เป็น ระเบียบ ทางรัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาสู่ระบบคมนาคมแบบยั่งยืนนะครับ ก็กำหนดในส่วนของยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทยระยะ ๒๐ ปี ก็คือตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐ แล้วก็ประกอบกับแผนเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔ ทำให้ประเทศไทยได้สั่งในส่วนของตู้รถไฟและรถไฟจากหลายประเทศส่งผลให้สูญเสียเงินตรา ในการสั่งเข้ามามาก ผมกำลังพูดในส่วนของทางด้านเศรษฐกิจครับท่านประธาน หลายท่านที่ได้ อภิปรายไปก็เล็งเห็นความสำคัญที่ทางรัฐบาลได้กำหนด พ.ร.บ. นี้ขึ้นเป็นเรื่องเป็นราว แล้วก็จะได้ กำหนดกฎเกณฑ์ของระบบในเรื่องของกฎหมายให้ถูกต้อง แต่คำนึงถึงทางด้านเศรษฐกิจ และผลกระทบอุตสาหกรรมต่อเนื่องเป็นเรื่องที่ยังไม่มีใครพูดถึงครับท่านประธาน ผมได้ดู ตามร่างพระราชบัญญัติแล้ว คณะกรรมการนโยบายการขนส่งระบบราง โดยท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเป็นประธานในเรื่องนี้ก็อยากจะฝากให้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้เล็งเห็นถึง การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและผลอุตสาหกรรมต่อเนื่อง จากของผมเองผมได้เป็นประธาน อนุกรรมาธิการขนส่งระบบรางของกรรมาธิการสามัญทางด้านอุตสาหกรรมได้ศึกษาเรื่องนี้แล้วก็ เล็งเห็นว่าน่าจะก่อประโยชน์ต่อประเทศเรา แล้วก็ทางพระราชบัญญัติขนส่งระบบราง เกิดขึ้นมาให้ควบคู่กับทางด้านเศรษฐกิจ การขนส่งระบบรางถ้าจะก้าวหน้ามีองค์ประกอบ อยู่ด้วยกัน ๕ เรื่องครับท่านประธาน การบริหารจัดการการเดินรถขนส่งระบบรางก็เป็นหลัก ที่จะต้องคำนึงถึง การบริหารจัดการระบบอาณัติสัญญาณ การบริหารจัดการทางด้านโยธาและ การก่อสร้างระบบราง ๔. การบริหารจัดการด้านช่างกล หัวลาก เครื่องจักรกล ตู้โดยสาร ตู้สินค้า และสุดท้ายก็คือแนวทางการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับระบบราง ท่านประธานครับ ทั้ง ๕ เรื่องที่ผมพูดไปขาดองค์ประกอบพวกนี้ไม่ได้เลย แต่ประเทศไทยเราทุกวันนี้เรามี พ.ร.บ. ขึ้นมาแล้วก็หนีไม่พ้นจากการสั่งซื้อตู้รถหัวลากเข้ามา ปัญหาที่เราได้ศึกษาพบว่า จำเป็นจะต้องพัฒนาควบคู่กันก็คือทางด้านสิทธิประโยชน์ ทางด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรม ขนส่งระบบราง ซึ่งปัจจุบันนี้ทางบีโอไอ (BOI) ได้ตีเส้นไปที่ขอนแก่นกับโคราช เพราะฉะนั้น การพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องหรือผู้ประกอบการที่จะมาต่อเนื่องในระบบรางจะเป็น การซ่อมบำรุง การสร้างเครื่องจักรใหม่ เทคโนโลยีโนว์ฮาว (Know-how) ทั้งหลายจะได้ สิทธิประโยชน์ที่ขอนแก่นกับโคราช ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่อยากจะทำให้ทางกรรมาธิการ วิสามัญและทางคณะกรรมการนโยบายขนส่งระบบรางได้คำนึงถึงเรื่องนี้ควบคู่กันไปด้วย ก็คือเห็นควรที่จะดูแลเรื่องนี้แล้วก็ตีกรอบให้กว้างขึ้น เพราะผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ต่อเนื่องในประเทศไทยเรามีศักยภาพ แต่เนื่องจากกรอบในเรื่องของการส่งเสริมไม่ตรงที่ตรงทาง เพราะอุตสาหกรรมบางที่อยู่ใกล้เมืองหลวง อยู่ใกล้ทางรถไฟ แต่ถ้าไปตีอยู่ที่ขอนแก่นกับโคราช ก็จะเป็นการขีดกรอบให้แคบลงอันนี้ก็เป็นประเด็นที่ ๑ ในเรื่องของการส่งเสริมของทางรัฐ แล้วก็เรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานจะเป็น รฟท. จะเป็นทางด้าน รฟม. หรือทาง กทม. ก็ตามที่มีการสั่งซื้อเครื่องจักรต่าง ๆ เข้ามา ในทีโออาร์ (TOR) ในเรื่องของขอบเขต ทั้งหลายตีขอบไว้แคบมากไม่เปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมในประเทศไทยเราอุตสาหกรรม ต่อเนื่องได้ยื่นซองแล้วก็สามารถเข้าไปแข่งขันได้ อันนี้ก็ฝากไว้ในเรื่องโลคอลคอนเทนต์ (Local Content) ในส่วนที่จะเป็นส่วนประกอบเกี่ยวกับเรื่องระบบราง อุปสรรคเรื่องเงินทุน ก็ไม่น้อยหน้าก็อยากให้ทางรัฐบาล ทางแบงก์ทางหน่วยงานได้คำนึงถึงส่งเสริมเพิ่มขีด ความสามารถให้กับผู้ประกอบการไทยเราได้มีโอกาสลืมตาอ้าปากแล้วก็ใช้เงินทุนที่มีดอกเบี้ย ต่ำแล้วก็สามารถเข้าไปแข่งขันในเรื่องของการที่จะเข้ามาผลิต หรือมาซ่อม หรือมาทำ อุตสาหกรรมต่อเนื่องเกี่ยวกับระบบราง🔗
ข้อสุดท้ายก็จะเป็นเรื่องของทางด้านอุปสรรคของการส่งเสริมเทคโนโลยีและ การพัฒนาบุคลากรของประเทศเรา สถาบันการศึกษาหนีไม่พ้นครับท่าน เราตั้ง พ.ร.บ. ขึ้นมา กำกับดูแลในเรื่องการขนส่งระบบราง อย่างไรก็ตามมันก็จะมีบุคลากร มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการกำกับดูแล มีคนควบคุมเครื่องจักรกล มีในระบบที่จะต้องมีความรู้ในการพัฒนาต่อยอด อันนี้ก็ยังฝากไปที่ทางคณะกรรมการกำหนดนโยบายการขนส่งระบบรางอันนี้ก็ให้คำนึงถึงเรื่อง การส่งเสริมการวิเคราะห์วิจัยของสถาบันการศึกษาให้ความรู้กับบุคลากรเราเพื่อที่เราจะได้ ไม่เสียเปรียบเสียดุลแล้วเราก็จะสามารถผลิตรถไฟของเราขึ้นมาหรือระบบรางของเรา เจริญก้าวหน้า ขอนำเรียนท่านประธานคือระบบรางด้านรางของเราเราแข่งขันได้แล้ว แต่ด้านเครื่องจักรกลกับอาณัติสัญญาณเราจำเป็นต้องพัฒนา อันนี้ก็ฝากให้ทางรัฐบาลแล้วก็ ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องนี้ได้ศึกษาให้ถ่องแท้แล้วก็จะก่อประโยชน์ต่อประเทศ อย่างยิ่งครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านประธานครับ ขอนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลคนเท่ากัน ขออนุญาตนิดเดียวครับท่านประธานพอดีว่าผมก็เห็นด้วย กับพระราชบัญญัติขนส่งทางราง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คือมาดูในมาตรฐานของการประกอบ กิจการใน (๔) ในข้อ ๔ ให้ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางกำหนดค่าโดยสารโดยให้คำนึงถึง สิทธิของผู้โดยสารบางกลุ่ม เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก หรือคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส ผมอยากสะท้อน ปัญหาในเรื่องของการเข้าถึงการใช้บริการระบบขนส่งไม่ว่าจะเป็นขนส่งทั่วไปหรือว่าขนส่ง ทางรางที่เรากำลังจะพูดถึงกันนี้นะครับ มันเคยมีกรณีตัวอย่างว่าสมาคมคนพิการเราเข้าถึง การใช้บริการรถไฟฟ้าไม่ได้เนื่องจากไม่มีลิฟต์หรือไม่มีทางลาดที่จะให้มนุษย์ล้อหรือว่าให้คนพิการ ที่เคลื่อนไหวลำบากนะครับเข้าถึงการใช้บริการได้ก็ได้ไปฟ้องศาลปกครอง ซึ่งศาลปกครอง ก็ได้ยกฟ้องไปนะครับก็ทำให้คนพิการเราเสียโอกาสในการดำเนินชีวิตในการที่จะได้ใช้บริการ เพื่อที่จะไปสู่การทำมาหากินการทำงานได้ เพราะฉะนั้นก็ขอฝากทางกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้น ให้ดูแลเรื่องนี้ด้วยนะครับ🔗
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งนะครับในเรื่องของการบริหารจัดการพื้นที่รถไฟ คนทั่วไป ก็มีประเด็นปัญหากับการรถไฟอยู่ก็ฝากทางกรรมาธิการดูแลด้วยก็น่าจะประมาณนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ทางผู้แทน ที่มาชี้แจงของกระทรวงคมนาคมมีอะไรชี้แจงเชิญนะครับท่านรองปลัดสรพงษ์มีไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัด กระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้แทนกระทรวงคมนาคม ขอกราบพระขอบคุณท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับที่ได้กรุณาอภิปรายสนับสนุนในหลักการของร่างพระราชบัญญัติ การขนส่งทางราง พ.ศ. .... และกรุณาให้ข้อสังเกตข้อเสนอแนะซึ่งกระผมก็ขออนุญาตที่จะรับ ไปหารือในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการวิสามัญต่อไปนะครับ🔗
สำหรับกรณีการดำเนินงานของกรมการขนส่งทางรางที่ได้มีการจัดตั้งมาตามมติ คณะรัฐมนตรีตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ก็เป็นการรองรับการปฏิบัติงานภายใต้ของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ซึ่งต้องกราบเรียนว่าที่ผ่านมาในอดีตตั้งแต่เรามีการพัฒนาระบบราง ๑๓๐ ปี ปัญหา ในเรื่องของการพัฒนาโครงข่ายซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมาก็อาจจะยังไม่ได้รับการสนับสนุน หรือไม่มีหน่วยงานหลักที่เข้ามาดูแล อย่างเช่น กรมการขนส่งทางบกก็ดูแลในเรื่องของถนน กรมเจ้าท่าก็ดูแลในเรื่องของทางน้ำ ที่ผ่านมาเราก็มีกรมการบินพลเรือนซึ่งขณะนี้ก็กลับมาเป็น สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ซึ่งก็ดูในเรื่องทางอากาศ แต่เรื่องทางรางขณะนี้ เราขาดกรรมการในระดับนโยบายแล้วก็ในส่วนของหน่วยงานที่จะมาดูแล ซึ่งในขณะนี้ก็ได้มี กรมการขนส่งทางรางเป็นเรกกูลาร์บอดี (Regular Body) หรือว่าเป็นหน่วยงานที่จะเข้ามาดำเนินการดังกล่าว สำหรับในเรื่องของการกำกับดูแลทั้งในเรื่อง ของความปลอดภัย ในเชิงของการกำหนดอัตราค่าโดยสาร ในเชิงของการอำนวยความสะดวก ซึ่งก็จะถูกบรรจุให้มีกลไกอยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เรื่องของการดำเนินการ ในรายละเอียดซึ่งผมเองก็ขออนุญาตที่ว่าจะขอรับข้อเสนอแนะทั้งหมดไปดำเนินการพิจารณา ให้เกิดเป็นประโยชน์ที่สุดของประชาชนแล้วก็กับสาธารณะในการดำเนินการต่อไป สำหรับในเรื่อง ของการตอบในเชิงของนโยบายแล้วก็ในเชิงของสถานะโครงการ ผมใคร่ขออนุญาตรายงาน ท่านสมาชิกบางท่านซึ่งก็ได้กรุณาสอบถาม เช่นเรื่องของการพัฒนาทางรถไฟไปจังหวัด พิษณุโลก ที่ผ่านมาขณะนี้เราก็มีโครงการเรื่องของทางคู่ซึ่งทางคู่นี้ก็มีการพัฒนาจากปากน้ำโพ ไปยังเด่นชัย ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเราเพิ่งได้รับข่าวดีคือคณะกรรมการชำนาญการภายใต้ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้กรุณาอนุมัติในหลักการของร่างอีไอเอ (EIA) ของโครงการ ดังกล่าวก็ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะได้ดำเนินการนำเสนอ ครม. ต่อไปเมื่อคณะกรรมการอีไอเอ (EIA) หรือโครงการ สผ. ได้เห็นชอบไปแล้วนะครับ สำหรับการพัฒนาโครงข่ายในช่วงของวงเวียนใหญ่ ลงไปที่สมุทรสาครต่อไปที่ปากท่อ กราบเรียนว่าโครงการนี้ได้มีการศึกษามานับสิบปี แต่ว่า ที่ผ่านมาก็มีปัญหาอุปสรรคในเชิงของรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากว่ากรณี การดำเนินการดังกล่าวอาจจะต้องมีการขุดอุโมงค์ลอดเจ้าพระยาเชื่อมต่อกับในส่วนของ สถานีหัวลำโพงแล้วก็เชื่อมต่อผ่านวงเวียนใหญ่แล้วก็ไปที่สมุทรสาคร การออกแบบนี้ ออกแบบมาแล้วแต่ว่าขณะนี้เราอาจจะมีการปรับแบบแล้วก็รายงานแก้ไขปัญหาไปยัง คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติอีกครั้งหนึ่งนะครับ สำหรับเรื่องของการพัฒนาโครงข่าย ทางใต้คือโครงการสุราษฎร์ธานี-ท่านุ่น ๑๔๖ กิโลเมตร ได้มีการศึกษาออกแบบไว้เรียบร้อย แล้วนะครับ แล้วขณะนี้ก็รอการพิจารณาในชั้นของอีไอเอ (EIA) อยู่ หากว่าเมื่อมีการ พิจารณาผ่านในส่วนของอีไอเอ (EIA) หรือว่าสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเรียบร้อยแล้วก็จะได้ ดำเนินการนำเสนอ ครม. ต่อไปครับ สำหรับในเชิงเทคนิคขออนุญาตเรียนเชิญทางท่านอธิบดี กรมการขนส่งทางรางได้กรุณาให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อทางสภาครับ ขออนุญาตครับ🔗
เชิญท่านพิเชฐ อธิบดีกรมการขนส่งทางรางตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะครับ กระผม นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดี กรมการขนส่งทางราง ก็เช่นเดียวกับท่านรองปลัดนะครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณ ทุกท่านที่ได้กรุณาแนะนำข้อสังเกตต่อการพัฒนาโครงข่ายการขนส่งทางราง อันจะเป็น ประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สกลนคร สมุทรสาคร พิษณุโลก แม้แต่กรุงเทพมหานครเอง บางนา พระโขนง นครศรีธรรมราช และที่สำคัญก็คือดอนสัก สุราษฎร์ธานี ทับปุด กระบี่ พังงา แล้วจะต่อไปที่ท่าอากาศยานภูเก็ต รวมถึงสุไหงโก-ลกและปาดังเบซาร์ ก็ได้รับคำแนะนำอันเป็นประโยชน์ โดยร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้จะช่วยให้การกำกับดูแลและการวางแผนการพัฒนาโครงข่ายการขนส่งทางรางให้เป็น รูปธรรมนะครับ ในทางด้านเทคนิคที่หลายท่านยังมีข้อกังวลใจอยู่ แล้วก็เป็นข้อสังเกต อันมีประโยชน์ ขออนุญาตตอบโดยหลักการว่าหลังจากที่เรามีการพัฒนาโครงข่ายการขนส่งทางราง ได้ดีขึ้นแล้วมีโครงข่ายรถไฟทางคู่ มันจะมีความจุทางว่างอยู่ครับก็สามารถนำมาจัดสรร ตารางการเดินรถ โดยมีคณะการจัดสรรการเดินรถโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เพื่อให้การใช้ประโยชน์จากรางซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นไปอย่างคุ้มค่าที่สุด โปร่งใส ในอัตราที่เป็นธรรมสมเหตุสมผล และไม่เกินอัตราขั้นสูงที่คณะกรรมการนโยบาย การขนส่งทางรางประกาศกำหนดครับ สำหรับคำถามของท่านกนกที่ได้กรุณาถามเชิงหลักการ ว่าในการพัฒนาการขนส่งทางรางในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะกำกับดูแลโดยใช้หลักการ อะไร ก็ต้องยึดหลักประโยชน์สาธารณะเป็นหลักครับ แต่ก็ให้มีความสมดุลกับความคุ้มค่า ทางเศรษฐกิจ แต่ก็ต้องยึดประโยชน์สาธารณะเป็นหลักก่อนเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบ ในการให้บริการต่อผู้ให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานการให้บริการ เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้มั่นใจว่าอัตราค่าโดยสารและค่าบริการเป็นธรรมต่อประชาชน ผู้ใช้บริการแล้วก็ผู้ประกอบการนั้นนะครับ ส่วนการเข้าถึงก็ต้องจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวก แก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะผู้พิการ ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และเด็กให้มี ความเหมาะสมแก่การให้บริการประชาชนเพื่อเป็นหลักประกันว่าผู้ใช้บริการขนส่งทางราง จะได้รับการคุ้มครองและเยียวยาหากได้รับความเสียหายจากการให้บริการระบบการขนส่งทางราง รวมทั้งได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมแก่บุคคลทุกกลุ่ม ทุกเพศ และทุกวัย ส่วนข้อเสนอและข้อสังเกตอันมีประโยชน์จากทุกท่าน ก็หวังว่าจะได้นำเรียนท่านในรายละเอียด ในชั้นกรรมาธิการครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
เป็นการปิด การอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๗๔ ท่านรัฐมนตรีจะสรุปไหมครับ ท่านไม่สรุปนะครับ ถ้าท่านรัฐมนตรีไม่สรุป ต่อไปก็คงจะเป็นเรื่องการขอมติจากที่ประชุมในวาระหนึ่ง คือวาระ รับหลักการว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... หรือไม่🔗
เชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้ามาแสดงตนตามข้อบังคับ ข้อ ๗๘ ท่านสมาชิกเข้ามาลงมติ มาแสดงตนก่อน เชิญเข้าห้องประชุมครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ชวลิต ๐๘๕ ขอแสดงตนครับ🔗
๐๘๕ ท่านชวลิตนะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้ามาแสดงตนก่อนลงมตินะครับ เชิญเข้ามาห้องประชุมได้ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วิวรรธน์ ๓๓๔ ขอแสดงตนครับ🔗
ท่านวิวรรธน์🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ๔๔๗ รายงานตัวครับ🔗
ท่านสุรินทร์🔗
ท่านประธานครับ ผม จักรัตน์ พั้วช่วย ลำดับ ๕๖ รายงานตัวครับ🔗
ท่านจักรัตน์ รายงานตัวครับ🔗
ท่านประธานคะ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ๒๘๐ แสดงตนค่ะ🔗
ครับ🔗
ท่านประธานครับ รังสิมันต์ โรม ๓๐๐ ขอแสดงตนครับ🔗
ครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมก็ใช้บัตรแสดงตน กดปุ่มแสดงตนได้เลยนะครับ ขณะนี้ มีท่านสมาชิกที่แสดงตนผ่านไมโครโฟนทั้งหมด ๖ ท่านนะครับ กรรมการประสานงาน แจ้งท่านสมาชิกหรือยังครับ🔗
ท่านประธานครับ ศาสตรา ๓๕๙ แสดงตนครับ🔗
ครับ เพิ่มอีก ๑ เป็น ๗ ครับ ช่วยตามท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้ามาด้วยนะครับ ปิดการแสดงตนแล้วนะครับ ไม่รอแล้วครับ ที่อยู่ในห้องประชุม ๒๓๔ ท่าน บวกที่อยู่ในห้องประชุม แสดงตนโดยไมโครโฟนอีก ๗ ท่าน ก็เป็น ๒๔๑ ท่าน เกินมา ๒ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับว่าท่านจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติการขนส่ง ทางราง พ.ศ. .... หรือไม่ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นควรรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ การขนส่งทางราง พ.ศ. .... โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญครับ🔗
๓๕๙ เห็นด้วยครับ🔗
มี ๓๕๙ ๑ ท่าน เห็นด้วยนะครับ เชิญกดปุ่มลงคะแนนกันได้แล้วครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม สุรพร ๔๐๔ เห็นด้วยครับ🔗
ท่านสุรพร เห็นด้วยนะครับ ลงคะแนนครบแล้วนะครับ ปิดการลงคะแนนนะครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๕๒ ท่าน เห็นด้วย ๒๕๐ ท่าน บวก ๒ เป็น ๒๕๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลง คะแนนเสียง ๑ ท่าน มติของที่ประชุมเห็นควรรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติการขนส่ง ทางราง พ.ศ. ....🔗
ต่อไป ให้เสนอว่าจะใช้กรรมาธิการวิสามัญหรือจะใช้กรรมาธิการสามัญ เชิญเสนอครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ผมเรียนเสนอท่านประธานขอเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... จำนวนทั้งหมด ๒๕ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีท่านสมาชิก ให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาในวาระสอง จำนวน ๒๕ ท่าน มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็น อย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมให้ตั้งได้ ๒๕ ท่าน ในจำนวน ๒๕ ท่าน รัฐบาลตั้งได้ ๑ ใน ๔ ไม่เกิน เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี ขอเสนอชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีจำนวน ๕ ท่าน ดังนี้ ๑. นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ ๒. นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ ๓. นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง ๔. นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ๕. นางนันทนา สงฆ์ประชา ขอบคุณครับ🔗
คณะรัฐมนตรีตั้ง ๕ ท่าน ดังนั้นจะเหลือสัดส่วนของพรรคการเมือง ๒๐ ท่าน เริ่มจาก พรรคเพื่อไทย ๖ ท่านก่อนครับ เชิญพรรคเพื่อไทยเสนอครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน ๑. นายสยาม หัตถสงเคราะห์ ๒. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ๓. นายประภัสร์ จงสงวน ๔. นางสิรินทร รามสูต ๕. นายนพ ชีวานันท์ และ ๖. นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ขอผู้รับรองครับ🔗
มีผู้รับรองครบครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๔ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ๔ ท่าน ๑. นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล ๒. นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ๓. นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ๔. นายอำนวย ยุติธรรม ขอผู้รับรองด้วย🔗
ผู้รับรองครบครับ ต่อไปสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การขนส่งทางราง พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ ๑. นายศุภชัย ใจสมุทร ๒. นายสรอรรถ กลิ่นประทุม และ ๓. นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองครบครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอิสรพงษ์ มากอำไพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติขนส่งทางราง พ.ศ. .... ในสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๒ ท่าน ๑. นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี ๒. นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคก้าวไกล ๒ ท่านครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวุฒินันท์ บุญชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคก้าวไกล ขอเสนอคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติขนส่งทางราง พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ๒ ท่าน ๑. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ และ ๒. นายสุเมธ องกิตติกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองครบครับ พรรคเศรษฐกิจไทย ๑ ท่าน🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคเศรษฐกิจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติการขนส่ง ทางราง พ.ศ. .... จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่ ส.ส. จีรเดช ศรีวิราช ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรองครบครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ นายนิกร จำนง เป็นกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองครบครับ พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วัชรา ณ วังขนาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคเสรีรวมไทยจำนวน ๑ ท่านครับ คือกษิติ กมลนาวิน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองครบ ได้เสนอมาครบทั้ง ๒๕ ท่านแล้วครับ เชิญท่านเลขาอ่านทบทวนรายชื่อเพื่อความถูกต้อง อีกครั้งครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... จำนวน ๒๕ ท่าน ๑. นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ ๒. นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ ๓. นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง ๔. นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ๕. นางนันทนา สงฆ์ประชา ๖. นายสยาม หัตถสงเคราะห์ ๗. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ๘. นายประภัสร์ จงสงวน ๙. นางสิรินทร รามสูต ๑๐. นายนพ ชีวานันท์ ๑๑. นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ๑๒. นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล ๑๓. นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ๑๔. นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ๑๕. นายอำนวย ยุติธรรม ๑๖. นายศุภชัย ใจสมุทร ๑๗. นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ๑๘. นายอดิพงษ์ ฐิติวิทยา ๑๙. นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี ๒๐. นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ๒๑. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ๒๒. นายสุเมธ องกิตติกุล ๒๓. นายจีรเดช ศรีวิราช ๒๔. นายนิกร จำนง และ ๒๕. นายกษิติ กมลนาวิน🔗
ทั้งหมด ๒๕ ท่านถูกต้องนะครับ รายชื่อไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนะครับ ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็ถือว่ารายชื่อคณะกรรมาธิการ ๒๕ ท่านถูกต้องนะครับ จะให้ยื่นแปรญัตติภายในกี่วันครับ เสนอครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรานะครับ ขอเรียนเสนอ ระยะเวลาแปรญัตติอีก ๑๕ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ครับ ท่านสมาชิกเสนอให้แปรญัตติภายใน ๑๕ วันนะครับ มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมให้แปรญัตติภายใน ๑๕ วันตามเสนอนะครับ เป็นการจบการพิจารณาเรื่องด่วนที่ ๖ ขอบคุณผู้ชี้แจงกระทรวงคมนาคมนะครับ ต่อไปเป็นเรื่องด่วนที่ ๗🔗
๗. ร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กับคณะเป็นผู้เสนอ)🔗
ซึ่งคณะรัฐมนตรีขอรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการและได้ส่งคืนสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา🔗
ในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราเคยประชุมเมื่อวันพุธที่ ๒ กุมภาพันธ์ ผู้เสนอร่าง ได้เสนอร่างและมีการอภิปรายและมีการสรุปเสร็จไปแล้วนะครับ แต่ที่ประชุมได้มีมติอนุมัติ ให้คณะรัฐมนตรีรับร่างพระราชบัญญัติไปพิจารณาก่อนรับหลักการ ซึ่งขณะนี้คณะรัฐมนตรีได้มี มติเมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๕ ได้รับทราบข้อสังเกตและผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับดังกล่าวตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จำเป็นต้องศึกษารายละเอียดและผลกระทบอย่างรอบด้าน รวมทั้งความซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น ที่เกี่ยวข้องเสียก่อนนะครับ และรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียประกอบด้วย จึงยัง ไม่สมควรรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และได้ส่งคืนมาให้สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาในวาระหนึ่งต่อไป รายละเอียดแจกจ่ายให้ท่านสมาชิกแล้วครับ ผมขอให้ท่านผู้ชี้แจง จากกระทรวงกลาโหมเข้ามาชี้แจง มี พลตรี อัมรินทร์ บุณยะวิโรจ เป็นผู้ช่วยเจ้ากรมพระธรรมนูญ กับ พลตรี ธนา เลาหวณิช เป็นตุลาการพระธรรมนูญ หัวหน้าศาลทหารกลาง แล้วก็มีผู้แทนจาก สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑ ท่านคือท่านนริศรา แดงไผ่ เป็นผู้อำนวยการกองกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม เข้ามาชี้แจงนะครับ ท่านสมาชิกคงจะมีสิทธิอภิปรายเฉพาะในประเด็น ที่คณะรัฐมนตรีมีข้อสังเกตอภิปรายในประเด็นผลการพิจารณาตามที่ได้รับไปพิจารณา ก่อนรับหลักการของคณะรัฐมนตรี มีท่านสมาชิกท่านใดจะอภิปรายไหมครับ มีท่านพลตำรวจตรี สุพิศาล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อครับ จากพรรคก้าวไกล จากการลงนามของท่านเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายปกรณ์ในเอกสารถึงหน้า ๖ ผมจะเอาในนี้ที่จะพูดครับท่านประธาน ประเด็นของมันก็คือเรื่องของเอกสารที่รายงาน กลับมานี่รัฐบาลไม่เห็นด้วยโดยใช้กฤษฎีกาลงความเห็นมา ผมไม่เห็นด้วยครับท่านประธาน เพราะการรายงานกลับมาที่สภาแห่งนี้โดยใช้ความเห็นของสภาผู้แทนราษฎรที่บอกว่า ควรจะเห็นด้วยโดยท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ขอเอ่ยนามที่ท่านได้เสนอร่างกฎหมาย มีแค่มาตราเดียว มาตรา ๔ มาตราสำคัญนะครับท่านประธาน ผมไม่เข้าใจทำไมรัฐบาล ขี้เหนียวกับอำนาจนี้จังเลยครับ อำนาจทหารนะครับ ท่านไปดูสิครับว่าถึงแม้ใน ๑.๕ พระธรรมนูญศาลจะไม่เห็นด้วยบลา บลา บลา (Blah Blah Blah) อ้างมาตรา ๔๕ มาตรา ๔๓ ของพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหารปีอะไรครับ ปีหลังผมเกิดปีเดียวกับท่าน ๒๔๙๘ จะบ้าบอคอแตกกันแล้วทหาร คิดอย่างนี้ได้อย่างไร กฎหมายก็เก่าแล้วครับท่านประธาน แล้วสิ่งที่สำคัญในหนังสือฉบับนี้ครับท่านประธาน ศาลยุติธรรมเขียนในบรรทัดที่ ๖ ที่ ๗ เขียนว่าอย่างนี้ครับ โดยในทางวิชาการเห็นสมควรให้มีการพิจารณาแก้ไขกฎหมายว่าด้วย ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้การคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายเท่าเทียมกับการคุ้มครองสิทธิในการ ดำเนินกระบวนการพิจารณาในศาลยุติธรรมด้วยบลา บลา (Blah Blah) ท่านประธานครับ นี่สำนักงานศาลยุติธรรมยังเห็นด้วยกับเราเลยครับ ส่วนอัยการสูงสุดท่านประธานครับ ก็ยังบอกว่าให้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาพิจารณาร่วมกันท่านประธานเพื่อแก้ไข ปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ นี่ ๒ องค์การใหญ่นะครับ มีแต่องค์กรเดียวครับที่บอกว่าไม่เห็นด้วย คณะกรรมการสิทธิก็บอกว่าควรแก้ไขเพิ่มเติม ส่วนสำนักงานก็บลา บลา บลา (Blah Blah Blah) แก้ไขเพิ่มเติมในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณก็เป็นเรื่องของเขาไป แต่ในจดหมายนี้ ตอนปลายสุดท้ายท่านประธานเขียนชัดในเรื่องอ้างเจตนารมณ์ครับ เจตนารมณ์ออก พระธรรมนูญศาลฉบับนี้ครับเพื่อใช้คุ้มครองทหารมีเจตนารมณ์ที่เกี่ยวกับเงื่อนไขที่ไม่เห็นด้วย อยู่ ๒ ประเด็นครับ ประเด็นที่เกี่ยวข้องก็คือมันเป็นคดีความมั่นคงครับ เพื่อประโยชน์ของ สาธารณะบอกคดีความมั่นคง โลกมันเปลี่ยนไปแล้วครับท่านประธาน โลกของความจริง มันเปลี่ยนไปแล้วสมัยของยุคทหารมีทหารเกเรเยอะทหารสมัยนี้ที่เข้าไปนี่ถูกกดทับ กดทับ กดทับ ไม่เกเรครับ เชื่อฟังครับไม่ทำผิดเยอะครับแล้วธรรมนูญศาลทหารยังจะใช้บังคับโดยไม่แก้แค่ ๒ ๓ มาตราเองโดยเฉพาะมาตรา ๔ ที่ผู้เสนอร่าง อีกอันหนึ่งอ้างเรื่องอะไรท่านประธาน ข้อที่ ๒ อ้างในเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยคือต้องการความเฉียบขาดครับ เฉียบขาดอะไรครับสมัยนี้ ทหารต้องอ่อนไปตามเทคโนโลยีตามกระแสของสายธารของความเป็นประชาธิปไตยแล้ว นี่ยังเป็นรัฐรวมศูนย์ รัฐที่มีอำนาจอยู่ เห็นไหมครับว่า ๒ ประเด็นนี้ผมว่ามันค้านกับของ ทางสำนักงานยุติธรรม ศาลยุติธรรมนี้เห็นชัดเลยว่าควรจะมีการพิจารณาแก้ไข ชัดเจนครับ ท่านอ่านสิครับ ข้อ ๑.๖ ส่วนข้อ ๑.๗ นั้น อัยการก็ยืนยันตามนั้น ส่วนกฤษฎีกาครับ สุดท้ายแล้วกฤษฎีกานี้ก็อ้างหลายมาตรา หลายเหตุผลความจำเป็นในการ เสนอกฎหมายจนถึงวรรคสุดท้าย วรรคสุดท้ายอ้างมาตรา ๔๕ ว่ากฎหมายที่ออกมานี่ ท่านไปดูสิครับว่าหลักการที่ผู้เสนอกฎหมายนี้ ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่เขียนไว้ใน หลักการนี้มีแค่นิดเดียวเอง หลักการคือกำหนดให้คดีบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร เป็นผู้กระทำความผิดกับผู้เสียหายที่ไม่ได้อยู่ในศาลทหารเป็นผู้กระทำความผิดไม่อยู่ใน ศาลทหารตามมาตรานี้ หลักการคือต้องการตรงนี้และกำหนดให้บรรดาคดีที่บุคคลที่อยู่ใน ศาลทหารเป็นผู้กระทำความผิดกับผู้เสียหายกับบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจศาลทหารจะได้ยื่นฟ้อง ต่อศาลทหารไว้ก่อน แก้ไขเพิ่มเติม บลา บลา บลา (Blah Blah Blah) ก็พูดง่าย ๆ ว่ามาตรา ๔ ที่ เขียนนี้จุดมุ่งหมายก็คือบรรดาคดีที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารเป็นบุคคลผู้กระทำผิดกับ ผู้เสียหาย เป็นบุคคลที่ไม่ใช่ทหารซึ่งได้ยื่นฟ้องต่อศาลทหารไว้ก่อน อันนี้คือมาตรา ๔ ยังดำรงอยู่ ให้โอนคดีมา ส่วนคดีที่ตัดสินไปแล้วให้ย้ายไป ให้ยังดำรงอยู่ไม่ให้ย้ายไปครับ อยู่ในคดีฎีกา แต่ส่วนคดีบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกับบุคคลเป็นบุคคลผู้กระทำความผิด กับบุคคลที่มิได้อยู่ในศาลทหาร อันนี้ต้องยกเลิกครับ เท่านั้นเองครับ คือต้องการประกันของ ผู้เสียหาย แต่ถ้าเป็นผู้ร่วมกระทำผิดครับ ช่างเถอะไม่เป็นอะไรยังอยู่ในอำนาจของศาลทหาร แต่นี่เป็นผู้เสียหายเพื่อต้องการคุ้มครองบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในศาลทหารและผู้เสียหาย เท่านี้เองครับ ไม่เห็นด้วยครับ ท่านประธานครับ ต้องแก้ครับ ยืนยันตามนั้นครับ ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลครับ🔗
ขอบคุณครับ เนื่องจากท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ท่านในฐานะเป็นผู้เสนอ ท่านขออภิปรายในฐานะผู้เสนอ เชิญท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วยอำเภอ บาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ผมในฐานะตัวแทนของพรรคประชาชาติได้อภิปรายญัตติ การแก้ไขพระธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. .... เมื่อวันนั้นท่านสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปราย สนับสนุนหลักการและเหตุผลตามที่พรรคประชาชาติโดย ฯพณฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติในฐานะเป็นเจ้าของญัตติ ขออนุญาตสรุปหลักการและเหตุผล ให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้มีโอกาสทบทวนเหตุผลที่พรรคประชาชาติเราได้ยื่นขอ แก้ไขพระธรรมนูญศาลทหาร ฉบับปี ๒๔๙๘ เบื้องต้นง่าย ๆ เลย เราไม่ได้มีการยกเลิก พระธรรมนูญศาลทหารเพียงแต่ว่าเราขอแก้ไขเพิ่มเติมเพียง ๒ มาตรา ในประเด็น ที่เรามองเห็นว่าพระธรรมนูญศาลทหารนี้มีบังคับใช้มา ๗๐ กว่าปี มันไม่เท่าทันกับ สถานการณ์ในปัจจุบันโดยเฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมยกตัวอย่างในวันนั้น ว่าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารทำผิดกับพี่น้องประชาชนกระทำ ความผิดอาญา ถูกกล่าวหาความผิดอาญา พยายามฆ่าบ้าง แต่สุดท้ายต้องขึ้นศาลทหาร มันก่อให้เกิดความรู้สึกความเหลื่อมล้ำที่ไม่เป็นธรรมกับพี่น้องในพื้นที่ ผมยกตัวอย่างคดี ของอดีต ส.ว. ฟัครุดดีน บอตอ เจ้าของโรงเรียนดารุสสาลามว่าการพิจารณาคดีล่าช้า ๑๐ กว่าปี คดียังไม่จบ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นั่นคือเหตุผลที่มาที่ไปที่เรามองเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลฝ่ายบริหาร ต้องให้ความสำคัญกับการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในเรื่องของ การแก้ไขกระบวนการยุติธรรม ท่านประธานครับ วันนั้นผมอภิปรายไป ท่านรัฐมนตรีบอกว่า ขอไปพิจารณาภายใน ๖๐ วัน ผมเชื่อว่ามีการขยายระยะเวลา เพราะว่านี่ก็เดือนมิถุนายน แล้วนะครับ แต่ว่ามีความคืบหน้าก็คือ วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ผมได้รับการประสานงาน ในฐานะเจ้าของญัตติ คณะกรรมการกฤษฎีกาได้เรียกหน่วยงานทั้งหมดมาชี้แจง และผม แล้วก็ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ก็ได้มีโอกาสชี้แจงในวันนั้นทางซูม (Zoom) นะครับ ไปย้ำ หลักการและเหตุผลให้ที่ประชุมฟัง วันนั้นมีการเรียกหน่วยงานหลายหน่วยงานนะครับ ก็ยืนยันในหลักการและเหตุผลว่ามันต้องแก้ไขด้วยเหตุผลที่ผมได้กล่าวถึงข้างต้น จังหวะ บังเอิญนะครับ บังเอิญวันนี้กับเมื่อวาน ๒ วันที่แล้วในเหตุการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านทราบไหมครับว่าปี ๒๕๖๔ มีการวิสามัญฆาตกรรม ๒๒ ศพ เมื่อวานซืนที่สายบุรี ๒ วัน ที่แล้วมีการวิสามัญฆาตกรรม ปิดล้อม ตรวจค้น เสียชีวิตอีก ๑ ศพ เมื่อวานที่เทือกเขาสาวอฮีเล หมู่ที่ ๖ ตำบลสาวอ อำเภอรือเสาะ ในเขตพื้นที่ผมนะครับ มีการปิดล้อมเสียชีวิตอีก ๒ ศพ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยในพื้นที่ แต่กระบวนการยุติธรรมที่มีอยู่ผมเห็นแล้ว พรรคประชาชาติเราเห็นแล้วว่ามันควรที่จะได้รับการแก้ไขลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องของ กระบวนการยุติธรรม เพราะ ๒๐ กว่าศพของปีที่แล้วกับปีนี้อีกหลายศพไม่สามารถที่จะ เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม เพราะเวลาทหารกระทำความผิด ประชาชนไม่สามารถฟ้องคดีได้เอง ขอเขาเป็นโจทก์ร่วมก็ไม่ได้ มันไม่หนุนเสริมกระบวนการพูดคุยสันติภาพ ถ้าฝ่ายบริหาร มีความจริงใจในเรื่องของกระบวนการพูดคุยสันติภาพ กฎหมายฉบับนี้เป็นช่องทางหนึ่ง ที่สะท้อนให้เห็นท่านหนุนเสริมบรรยากาศในกระบวนการสันติภาพที่มีอยู่วันนี้ ท่านประธานครับ ผมอ่านหนังสือชี้แจงของคณะกรรมการกฤษฎีกา ฉบับลงวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๕ ที่คณะรัฐมนตรีอ้างหนังสือฉบับนี้ โดยฟังความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วมีความไม่เข้าใจแล้วก็ผิดหวังมาก เหตุผลเพราะอะไรครับท่านประธาน มีการหารือ ๖ หน่วยงานครับ ๖ หน่วยงาน หน่วยงานที่หารือว่าเห็นควรที่จะมีการแก้ไขหรือไม่ อย่างไร ก็มีสภาพัฒน์ สำนักงบประมาณ กรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ กรมพระธรรมนูญศาลทหาร แล้วก็สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานศาลยุติธรรม มีเพียงหน่วยงานเดียวครับที่ไม่เห็นด้วย ให้มีการแก้ไข ก็คือกรมพระธรรมนูญศาลทหาร หน่วยงานอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานศาลยุติธรรม หรือแม้แต่สำนักงานสภาพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เห็นด้วยให้มีการแก้ไขพระธรรมนูญศาลทหาร ปรากฏว่า อย่างไรครับ ๖ หน่วยงานเห็นชอบให้มีการแก้ไข แต่คณะรัฐมนตรีพอกฤษฎีการับแสดง ความเห็นแล้วกลับมีความเห็นว่ายังไม่สมควรนะครับ ผมก็เลยมีความรู้สึกว่าตกลง ฝ่ายบริหารหน่วยงานอื่น ๆ ท่านไม่ฟังเลย แต่กฤษฎีกามีความเห็นนะครับ มีความเห็น ก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้ ฟังดูแล้วเหมือนกับว่าเห็นด้วยให้มีการแก้ไขแต่ไม่ใช่เวลานี้ บอกว่าจะต้อง ไปศึกษา ไปมอบหมายให้พระธรรมนูญศาลทหารเรียกหน่วยงาน หน่วยงานที่ผมกล่าวถึง เมื่อสักครู่นี้ให้มาประชุมหารือกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง แล้วทำไมไม่ดำเนินการตั้งแต่ตอนนี้ ท่านประธานครับ การแก้ไขกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มีอยู่ ๓ แนวทาง ๑. ก็คือ ฝ่ายบริหารเป็นผู้เสนอ ๒. ก็คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่า ๒๐ คนเป็นผู้เสนอ ๓. ประชาชนไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ คนเป็นผู้เสนอกฎหมาย ผมเรียนเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่า การเสนอกฎหมายของพรรคประชาชาติเรานี่เราใช้ ฝ่ายนิติบัญญัติก็คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เสนอกฎหมาย แม้ว่าฝ่ายบริหาร ไม่เห็นด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าหนทางในการขอแก้ไขเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ความจริงใจ การสร้างบรรยากาศในกระบวนการสันติภาพใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ปิดประตูลง ขึ้นอยู่กับ ท่านสมาชิก เพื่อนสมาชิกแต่ละท่านนะครับ วิงวอนนะครับฝ่ายบริหาร เพื่อนสมาชิกแม้จะอยู่ ฝ่ายรัฐบาล ถ้าท่านแลเห็นถึงความสำคัญ สมควรที่จะมีการแก้ไข เพื่อให้ทหารที่กระทำ ความผิดกับประชาชนขึ้นสู่ศาลพลเรือน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมอยากให้เพื่อนสมาชิกต่างเห็น ให้การพิจารณาในวาระหนึ่งขั้นรับหลักการนี้นะครับ สามารถที่จะรับหลักการการแก้ไข พระธรรมนูญศาลทหารได้ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ที่คณะกรรมการกฤษฎีกามีข้อห่วงกังวลนั้น สามารถที่จะไปถก ไปว่ากล่าวในชั้นกรรมาธิการได้ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรังสิมันต์ โรม ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคก้าวไกล ขออนุญาตท่านประธาน ในการอภิปรายสนับสนุนกรณีการเสนอร่างพระราชบัญญัติที่มีเนื้อหาสาระในการแก้ไข ธรรมนูญศาลทหาร ซึ่งในเนื้อหาสาระดังกล่าวเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๑๔ ซึ่งจะทำให้ ทหารที่เป็นผู้ก่อเหตุกับพลเรือนที่เป็นผู้ได้รับความเสียหายจะอยู่ภายใต้ของศาลยุติธรรม ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญและเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความยุติธรรมต่อพี่น้องประชาชน เป็นอย่างมาก ท่านประธานครับ ตามที่มีผู้อภิปรายไปก่อนหน้านะครับ ท่าน ส.ส. กมลศักดิ์ ได้อภิปรายโดยย้ำในเรื่องของการที่หน่วยงานต่าง ๆ ได้ให้ข้อมูลกลับมา ซึ่งก็ปรากฏจริง ๆ นะครับว่ากรมพระธรรมนูญไม่เห็นด้วย ในขณะที่เราอาจจะเปรียบเทียบกับสำนักงาน ศาลยุติธรรมซึ่งเป็นหน่วยงานที่สำคัญในเรื่องของการอำนวยความยุติธรรมกลับเห็นด้วย จุดนี้น่าสนใจ เพราะถ้าเราไปดูในรายละเอียดเราจะพบว่ากรมพระธรรมนูญไม่เห็นด้วยนะครับ โดยอาจจะสรุปเป็นหลักใหญ่ใจความว่าไม่เห็นด้วยเพราะอาจจะกระทบต่อความมั่นคง เนื่องจากภารกิจของทหาร ภารกิจของกองทัพ หลาย ๆ เรื่องเป็นเรื่องลับ เป็นเรื่องที่สำคัญ ต่อความมั่นคง ในขณะที่ของสำนักงานศาลยุติธรรมครับ ข้อสังเกตน่าสนใจเช่นเดียวกันว่า การให้มีการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้จะอำนวยซึ่งประโยชน์ต่อประชาชนในการปกป้องสิทธิ โดยเฉพาะในคดีที่เป็นคดีที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่งหลายครั้งคดีดังกล่าวถ้าไปขึ้นศาลทหาร เสร็จแล้ว ต่อให้สามารถชนะคดีในศาลทหารได้ก็ต้องมาฟ้องอีกรอบหนึ่งในศาลยุติธรรม ซึ่งจะทำให้เกิดความซ้ำซ้อน เกิดความยุ่งยากต่อพี่น้องประชาชน ดังนั้นก็ต้องขอชื่นชมว่า หน่วยงานที่ฟีดแบ็ก (Feedback) กลับมาที่สภาแห่งนี้ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการแก้ พ.ร.บ. ดังกล่าว แม้กระทั่งอัยการก็ยังมีการตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาในการปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ ตัวผมเองนะครับ ผมมีโอกาสได้ใช้บริการศาลทหารอยู่หลายครั้ง ทุกวันนี้ ก็ประทับใจอย่างไม่ลืมเลือน ผมคิดว่าจากประสบการณ์และจากการค้นคว้านะครับ ปัญหา ของศาลทหารที่เกิดขึ้น ผมสามารถสรุปออกมาเป็น ๗ ข้อ การสรุปออกมา ๗ ข้อนี้เพื่อจะ เน้นย้ำว่าเราจำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงหรือแก้ไขตัวกฎหมายฉบับนี้ จริง ๆ ต้องเรียนย้ำ อีกครั้งด้วยซ้ำนะครับว่าจริง ๆ การแก้ไขตามที่มีการเสนอใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ส่วนตัวผมแล้ว รู้สึกด้วยซ้ำไปว่าแก้ไขน้อยเกินไป อยากให้แก้ไขมากกว่านี้ แต่ไม่เป็นอะไรครับ นี่คือก้าวแรก ของการแก้ไขธรรมนูญศาลยุติธรรม ๗ ข้อที่เป็นปัญหาของศาลทหารนะครับ🔗
ปัญหาข้อแรก ตุลาการศาลทหารขาดความเป็นอิสระและเป็นกลางในการ พิจารณาคดี ตุลาการศาลทหารสังกัดอยู่ภายใต้กระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม รวมถึงผู้บังคับบัญชาทหารสามารถแต่งตั้งตุลาการศาลทหารได้ทำให้ ตุลาการศาลทหารอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาตามระบบทหารแตกต่างจากศาลอื่น ๆ ซึ่งในข้อนี้ ถ้าท่านประธานพิจารณาดี ๆ หลายกรณีเป็นกรณีที่พลเรือนกระทบกระทั่งกับศาลทหาร แล้วถ้าเราต้องปล่อยให้พลเรือนไปขึ้นศาลทหารแบบนี้เขาจะได้รับความยุติธรรมอย่างไร ในเมื่อคู่ขัดแย้งของเขา คนที่กระทำต่อเขาคือทหาร แล้วก็ถูกตัดสินโดยทหาร🔗
ปัญหาข้อที่ ๒ ตุลาการศาลทหารไม่ใช่ทุกคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านทหาร ผมเองมีประสบการณ์โดยตรงในการไปใช้บริการ ต้องเรียนตามตรงว่าบางครั้งใน ๑ องค์คณะ ที่มี ๓ คน อาจจะมีตุลาการศาลทหารแค่คนเดียวที่เรียนจบด้านกฎหมาย ในขณะที่ท่านอื่น ๆ อยู่กับระบบกองทัพมีความรู้แต่ด้านการทหารแต่กลับต้องมาใช้ความรู้ด้านกฎหมายในการ ตัดสินแบบนี้ซึ่งอาจจะกระทบต่อพลเรือน ผมไม่มีปัญหาครับ ถ้าคนที่ขึ้นศาลทหารเป็นทหาร ด้วยกันและความผิดนั้นเป็นความผิดที่เกี่ยวเนื่องกับกองทัพเกี่ยวกับการทหารโดยตรง ผมไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ กรณีบางครั้งเป็นการชุมนุมทางการเมือง บางครั้ง เป็นการใช้สิทธิบางประการของประชาชนแต่มันไปกระทบกระทั่งและสุดท้ายทหารคนนั้น ก็อาจจะกระทำมิดีมิร้ายสุดท้ายไปขึ้นศาลทหาร แล้วประชาชนเขาจะไว้วางใจศาลทหาร ได้อย่างไร🔗
ปัญหาข้อที่ ๓ ในบางครั้งมีการประกาศกฎอัยการศึกสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา ถ้ามีการประกาศกฎอัยการศึกคือไม่สามารถอุทธรณ์ฎีกาได้ การไม่สามารถอุทธรณ์ฎีกาได้ เท่ากับโดนศาลชั้นเดียวจบเลยนะครับ ตัดสิทธิของประชาชนในการที่จะได้รับการรีวิว (Review) หรือดูอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหากศาลชั้นต้นตัดสินผิดไปอย่างน้อย ๆ จะได้มีศาลสูงในการรีวิว (Review) ดูอีกครั้งเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าสิ่งที่ตัดสินไปมันถูกต้องแล้ว แต่ถ้ามีการประกาศ กฎอัยการศึกแบบนี้ศาลทหารไม่มีอุทธรณ์ฎีกากระทบสิทธิต่อประชาชนอย่างร้ายแรง🔗
ปัญหาข้อที่ ๔ ศาลทหารไม่มีทนายความขอแรง ท่านประธานครับ ไม่ใช่ ทุกคนที่มีเงินหรือสามารถเข้าถึงทนายความทั่ว ๆ ไปได้ บางครั้งมันมีต้นทุนบางครั้งมันมี ค่าใช้จ่าย หลายครั้งทนายความขอแรงเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายเบื้องต้นหรือช่วยเหลือ ประชาชนคนคนนั้นได้ถ้าเกิดว่าเขามีความเต็มใจที่อยากจะทำ ศาลทหารไม่มีกลไกแบบนี้🔗
ปัญหาข้อที่ ๕ ศาลทหารพิจารณาคดีล่าช้า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เราอาจจะนึกกันว่าทหารเป็นบุคลากรเป็นกลุ่มคนที่มีความรวดเร็วในการตัดสินใจ แต่ความรวดเร็ว เหล่านั้นมักจะถูกใช้ในการยึดอำนาจครับอันนี้รวดเร็ว แต่ถ้าเป็นการพิจารณาคดีเพื่อรักษา ผลประโยชน์ของประชาชนในหลาย ๆ กรณีศาลทหารกระทำการอย่างล่าช้า เพราะการพิจารณา คดีของศาลทหารในหลายครั้งขาดความต่อเนื่อง ท่านประธานครับ ตัวผมเคยใช้บริการศาลทหาร หลายครั้ง คดีผมนี่ไม่จบไม่สิ้นไม่ใช่เพราะว่าศาลทหารพิจารณา ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ แต่เพราะศาลทหารใช้กระบวนการนัดอย่างขาดความต่อเนื่อง สุดท้ายคดีความของผมจบลงได้ เพราะมีการเลือกตั้ง มีการยกเลิกประกาศของ คสช. นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมสามารถเป็น ส.ส. ได้ ก็เพราะผมได้ประโยชน์จากการที่มันมีการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย ที่มากขึ้นถึงแม้จะไม่ค่อยเพียงพอก็ตาม🔗
ประการที่ ๖ ครับการตัดสินของศาลทหารในหลายกรณีอัตราโทษสูงมาก ท่านประธานครับ อย่างคดี ๑๑๒ ถ้าเป็นศาลยุติธรรมส่วนใหญ่เลยนะครับจะลงคดีเฉลี่ยอยู่ที่ ประมาณไม่เกิน ๕ ปี ๓ ปีก็มีให้เห็น แต่ถ้าเป็นศาลทหารเฉลี่ย ๘-๑๐ ปี ช่วง คสช. ที่ผ่านมา ใครที่เจอศาลทหารในคดี ๑๑๒ นี้ซวยมากเลยนะครับ เพราะอัตราโทษจะสูงมากถ้าใครไปใช้ บริการศาลยุติธรรมอัตราโทษอาจจะน้อยกว่าศาลทหารถึงครึ่งหนึ่ง นี่คือความแตกต่างข้อที่ ๖ เมื่อเทียบกับศาลพลเรือน ข้อสุดท้ายครับ ข้อนี้พิเศษครับ ศาลทหารเป็นศาลที่เปิดทำการ นอกเวลาราชการเพื่อพิจารณาคดีกับผู้คน แต่ถ้าจะขอประกันตัวศาลทหารจะต้องประกันตัว ในเวลาราชการเท่านั้น ประสบการณ์ส่วนตัวของผมเองครับท่านประธานผมนี่เคยได้รับ การพิจารณาคดีในศาลทหารตอนเวลา ๔ ทุ่มครับ ถูกส่งไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ประมาณเที่ยงคืน แต่ถ้าผมจะประกันตัวผมประกันตัวเวลานั้นไม่ได้ครับ เพราะว่าศาลทหาร ปิดทำการแล้วนอกราชการ เราจะเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับศาลทหารความได้มาตรฐานสากล ของศาลทหารมันมีปัญหามาก ผมจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเป็น จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของศาลทหาร และผมหวังเป็นอย่างยิ่งนะครับ ท่านประธานครับ ว่าศาลทหารจะไม่มีพลเรือนคนไหนในประเทศนี้ต้องไปขึ้นศาลทหารอีกแล้ว ศาลทหารควรจะถูกใช้ยามศึกสงคราม ศาลทหารควรจะใช้ในเรื่องของการเป็นวินัยของทหาร หรือกิจการที่เป็นทหารโดยแท้ ถ้าฆ่ากันตายระหว่างทหารด้วยกันในความเห็นของผมก็ควร จะขึ้นศาลยุติธรรมด้วยซ้ำ ก็ฝากไว้ครับท่านประธาน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อน ๆ สมาชิก ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะช่วยกันสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ขออภิปรายต่อ ร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีได้รับไป พิจารณา ๖๐ วันแล้วก็ส่งกลับมา ท่านประธานครับ เราได้อภิปรายในวาระหนึ่งเมื่อครั้งที่ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรนำเสนอโดยตัวแทนของท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา แล้วก็ได้พิจารณาในเนื้อหาใจความซึ่งเราได้รับฟังถึงมิติของปัญหาในกระบวนการ ของศาลทหาร ไม่ว่าจากฟากฝั่งประชาชน จากฟากฝั่งของทหารเอง และโดยเฉพาะจาก ผู้เสนอนั่นก็คือทางพรรคประชาชาติซึ่งเป็นพรรคซึ่งมีสมาชิกเกือบทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ เราก็ได้เห็นมิติของปัญหาซึ่งมันกระทบกับชีวิตของพี่น้องประชาชน กับคนที่อยู่ในบริเวณนั้นอย่างรุนแรง เพราะว่าอะไรครับ ในบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ซึ่งมีการ ประกาศกฎอัยการศึกอยู่ตลอดเวลา ทำให้ขอบเขตอำนาจของศาลทหารครอบคลุมไป กว้างกว่าที่ควร ต้องเรียนต่อท่านประธานครับเมื่อเอกสารจาก ครม. ส่งกลับมาที่ สภาผู้แทนราษฎรเราก็อยากจะเห็นถึงการรับฟังของคณะรัฐมนตรีแล้วก็หน่วยงานราชการ ซึ่งเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายจะได้รับฟังปัญหาที่ทางสมาชิกได้นำมาจากประชาชนมาเล่าสู่กันฟัง มาอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ แต่เมื่อกลับมาแล้วนะครับความเห็นของหน่วยงาน ต่าง ๆ ค่อนข้างจะเป็นไปในทางเดียวกันนะครับ ผมจะพยายามนำมารีมาร์ค (Remark) ให้แต่เพียงที่จำเป็น แน่นอนครับในส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเรา เรายกประเด็น ในเรื่องของ ๓ จังหวัด ในเรื่องของการบังคับเรื่องของศาลทหารในที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะ ในประเด็นของการที่บุคคลที่เป็นบุคคลภายนอกแล้วก็ไม่ได้อยู่อำนาจ แต่ว่าถูกความจำเป็น ตามกฎหมายใด ๆ ก็ตามต้องไปขึ้นศาลทหาร โดยเฉพาะปัญหาในช่วงของการปฏิวัติ รัฐประหารต่าง ๆ นะครับ สำนักงานสภาพัฒน์ส่งความเห็นกลับมาบอกว่า เมื่อพิจารณาถึง แผนปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายก็เห็นว่าเรื่องของธรรมนูญศาลทหารเป็นสิ่งหนึ่งซึ่งควร จะต้องมีการปรับแก้ไข แต่การปฏิรูปประเทศจะสิ้นสุดภายในปี ๒๕๖๕ ซึ่งระยะเวลาไม่พอ ว่ากันง่าย ๆ หากจะดำเนินการก็ต้องไปดำเนินการในช่องทางปกติก็คือไปแก้กฎหมายเอานะครับ ซึ่งฟังดูแล้ว ไม่เป็นเหตุเป็นผลที่เหมาะสม ในส่วนของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้พูดถึงสิทธิในการฟ้อง คดีด้วยตนเอง ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามข้อ ๑๔.๓ ง. ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วย สิทธิพลเมือง อันนี้ต้องกราบขอบพระคุณนะครับ อันนี้เป็นข้อเท็จจริงซึ่งเพื่อนสมาชิกก็มีการ อภิปรายในสภาในวาระหนึ่งก่อนที่ท่านจะรับไปพิจารณาแล้วนะครับ อันนี้เป็นข้อเท็จจริง และได้ชี้ชัดด้วยนะครับทางกรรมการสิทธิว่ากระบวนการผ่านทางศาลทหาร หลักการที่เราได้ ไปเซ็นไว้ในระดับโลกยังมีความบกพร่องที่มันยังขาดตกบกพร่องอยู่นะครับ คราวนี้มาในส่วนของ กรมพระธรรมนูญซึ่งท่านเป็นผู้บริหารจัดการเป็นผู้ที่ถือตัวร่างเกี่ยวกับธรรมนูญศาลทหาร เหล่านี้เองนี้นะครับ ท่านบอกว่าตามมาตรา ๔๕ ของท่านนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิของบุคคลดังกล่าว แต่อย่างใด อันนี้ผมฟังแล้วก็ตกใจนะครับ ผมก็ไม่แน่ใจว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่อภิปรายกันเกือบทั้งห้องเกือบทุกคนที่อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรในวาระหนึ่งเข้าใจผิด หรือท่านเข้าใจผิดนะครับ หรือท่านมองมิติของท่านว่าท่านไม่ได้ละเมิดนะครับ แต่สิ่งที่ เกิดขึ้นตามที่เราได้สัมผัสกันมาในระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมาเราเห็นถึงความผิดปกติ ความไม่เป็นมาตรฐานเดียวกับศาลสถิตยุติธรรมในกระบวนการของศาลทหารนะครับ นี่คือ สาเหตุที่เพื่อนสมาชิกมีความจำเป็นจะต้องเข้าชื่อกันแล้วก็ส่งกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่ สภาผู้แทนราษฎร ท่านอาจจะปฏิเสธได้นะครับแต่ว่าความจริงมันเป็นสิ่งที่หลบเลี่ยงไม่ได้ มันมีหลักฐานเชิงประจักษ์ มันมีข้อมูลที่ทุกคนรู้กัน มันมีข่าวสารที่เราสัมผัสได้ถึง ความผิดปกติต่าง ๆ เหล่านั้น ก็อยากจะให้เริ่มด้วยการยอมรับความจริงก่อนนะครับ ในส่วนของ คณะกรรมการกฤษฎีกาท่านเขียนมายาวพอสมควรนะครับ แต่ข้อสรุปสุดท้ายบอกว่า ท่านเห็นว่าควรจะต้องแก้นั่นละครับ แต่บอกว่าการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายซึ่งจำเป็น ต้องศึกษารายละเอียดและผลกระทบอย่างรอบด้านนี้ รวมทั้งความซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น ที่เกี่ยวข้อง รับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจึงยังไม่สมควรรับหลักการของ ร่างพระราชบัญญัติ อันนี้ผมเห็นแล้วก็ค่อนข้างตกใจนะครับทางกฤษฎีกา เพราะอะไรครับ ครม. รับไป ๖๐ วันแต่จริง ๆ แล้วท่านใช้เวลาไป ๓ ๔ เดือน ๔ เดือนที่ผ่านมาผมก็ไม่รู้ว่า ท่านทำอะไร แทนที่จะไปดำเนินการตามสิ่งที่ท่านพูดมาเพื่อให้มันครบถ้วนกระบวนความ และให้คำตอบกลับมา ท่านมีความเห็นเองว่าการแก้ไขเป็นสิ่งจำเป็น อันนี้ถูกต้องแต่ท่านดัน กลับบอกว่าวันนี้ยังไม่พร้อมก็เลยไม่แก้กันตรงนี้มันผิดพลาด เพราะว่าอะไรเพราะว่าถ้าเรา เห็นว่ามันควรแก้เราก็ควรจะต้องรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วเดินหน้าแก้ไข ด้วยความหวังว่าสิ่งที่เราจะทำกันในสภาผู้แทนราษฎรตามกระบวนการนิติบัญญัติมันจะ สามารถแก้ไขปัญหาให้กับกระบวนการที่มีผู้คนท้วงติงสงสัยในกระบวนการศาลทหารของท่าน ในที่สุดนะครับ อันนี้เป็นความผิดหวังจากข้อสังเกตของทางหน่วยงานราชการที่ทางคณะรัฐมนตรี แนบมาให้กับสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องการจะแก้ไขปัญหาเรื่องของสิทธิของประชาชน ที่ต้องเข้าสู่กระบวนการของศาลทหารโดยที่เขาไม่ได้เต็มใจนะครับ ผมเองยังยืนยันครับว่า ร่างแก้ไขฉบับนี้จะสมบูรณ์ไม่สมบูรณ์อย่างไรเป็นสิ่งจำเป็นและถ้าให้ผมอ่านโดยเนื้อ ของข้อสังเกตที่หน่วยงานได้ชี้แจงมาผมมองว่าหลายหน่วยงานนะครับ ยกเว้นธรรมนูญ ศาลทหารเองเท่านั้นหลายหน่วยงานเห็นว่ามันมีความจำเป็นต้องแก้ครับถ้าอ่านจากข้อสรุป เพียงแต่ท่านบอกอ้างด้วยเหตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องระยะเวลาการปฏิรูปประเทศ ไม่ว่าจะด้วย เรื่องของการรับฟังความคิดเห็นให้รอบด้าน ท่านไปอ้างสิ่งนั้นแล้วบอกว่ายังไม่ต้องรับหลักการ แต่สำหรับสภาผู้แทนราษฎรเราไม่มีเรื่องนั้นครับ สภาผู้แทนราษฎรเราถ้าเป็นกฎหมายที่เป็น ประโยชน์กับประชาชนเช่นนี้ผมเห็นควรให้รับหลักการไปก่อน แล้วในชั้นกรรมาธิการเรายังมีเวลา อีกมากมายครับ ไม่ว่าจะเป็นการไปศึกษาเนื้อความในตัวบทกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำ ประชาพิจารณ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการไปพูดคุยกับผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมดทั้งมวลมันมีขั้นตอน ของกระบวนการในสภาผู้แทนราษฎรขั้นตอนนิติบัญญัติเรา ซึ่งจะรองรับในประเด็นต่าง ๆ เหล่านั้นอยู่แล้ว จะมาอ้างเรื่องเวลา จะมาอ้างเรื่องความไม่พร้อมของการศึกษามันอ้างไม่ได้ เมื่อรับหลักการแล้ววาระสองเรามาทำงานกัน กลับสู่วาระสามถ้ามันเป็นประโยชน์ก็รับ ถ้าไม่เป็นประโยชน์ท่านจะมาว่าตอนนั้นแล้วบอกว่าไม่ให้รับกันอีกทีหนึ่งท่านก็มีเสียงข้างมาก อยู่แล้วไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะฉะนั้นผมเห็นควรให้รับหลักการร่างพระราชบัญญัติเรื่องนี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปตัวแทนหน่วยงานจากกระทรวงกลาโหมชี้แจง บังเอิญผมมองไม่เห็น ท่านรัฐมนตรี เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้ร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญ ศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา กับคณะที่เป็นผู้เสนอ และคณะรัฐมนตรีได้ขอรับกลับไปพิจารณาก่อนรับหลักการและได้ส่งคืนสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา ปรากฏตามระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่องด่วนที่ ๗ ในคราวประชุม สภาผู้แทนราษฎร วันพุธที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ที่ประชุมได้เห็นชอบให้คณะรัฐมนตรี รับร่างพระราชบัญญัตินี้ไปพิจารณาก่อนที่จะลงมติในวาระรับหลักการ ท่านประธาน และท่านสมาชิกที่เคารพครับ กระผมขอกราบเรียนว่าเมื่อคณะรัฐมนตรีได้รับร่างไปพิจารณานั้น ได้มอบหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกาเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ ซึ่งประกอบไปด้วย สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ กรมพระธรรมนูญ สำนักงานศาลยุติธรรม และสำนักงานอัยการสูงสุดมาร่วม ประชุมและได้เชิญสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติเข้าร่วมชี้แจงด้วย ซึ่งที่ประชุมมีความเห็นดังนี้🔗
การแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อกำหนดให้คดีที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจของศาลทหาร เป็นผู้กระทำผิดกับบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจศาลทหารเป็นผู้เสียหาย เป็นคดีที่ไม่อยู่ ในอำนาจของศาลทหารตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ นั้นไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการมีศาลทหารแยกต่างหากจากศาลพลเรือน ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารที่กระทำผิดต่อกฎหมายทหาร หรือกฎหมายอื่นที่มีโทษอาญาต้องได้รับการพิจารณาพิพากษาคดีในอำนาจของศาลทหาร เพื่อวัตถุประสงค์ในการปกครองบังคับบัญชาและส่งเสริมอำนาจของผู้บังคับบัญชาทหาร กระบวนการพิจารณาคดีในศาลทหารจึงให้ผู้บังคับบัญชาทหารมีส่วนร่วม โดยผู้บังคับบัญชา ได้เข้าร่วมเป็นตุลาการจะทำให้ทราบถึงสาเหตุที่กำลังพลดังกล่าวไปกระทำผิดและจะได้ หาแนวทางในการป้องกันและแก้ไข อันเป็นการยึดหลักเขตอำนาจเหนือบุคคลผู้กระทำผิด โดยเฉพาะมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหารมุ่งเน้นที่ตัวบุคคลซึ่งเป็น ผู้กระทำผิดหรือผู้ต้องหาที่เป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารเป็นสำคัญ สำหรับบุคคลที่ มิได้อยู่ในอำนาจของศาลทหารซึ่งเป็นผู้เสียหายย่อมได้รับสิทธิตามประมวลกฎหมาย พิจารณาความอาญาที่นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม เช่นการเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ การเรียกค่าสินไหมทดแทน นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรร่วมกันศึกษาแนวทาง ที่เหมาะสม หากต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย อยากราบเรียนท่านสมาชิก ท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้เรามีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ซึ่งมีการแก้ไขที่ผ่านมา เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เราผ่านกระบวนการปฏิวัติรัฐประหาร เราผ่านกระบวนการการมี รัฐธรรมนูญ เราผ่านกระบวนการการมีรัฐบาลมาหลายรัฐบาล ผมขอตั้งข้อสังเกตว่าทำไม เมื่อก่อนนี้ที่ผ่านมาจึงไม่มีรัฐบาลไหน หรือหน่วยงานไหนนำกฎหมายที่พวกเราบอกว่า มีปัญหามาแก้ไข ณ ปัจจุบันนี้ นี่คือข้อสังเกตที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นผมจึงตั้งข้อสังเกตว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นคงมีความสำคัญบางประการเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหารเป็นการเฉพาะอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นความละเอียด ลึกซึ้งในส่วนนี้ก็คงตั้งเป็นข้อสังเกตให้ท่านที่ผู้เสนอกฎหมายมา เพราะว่าท่านก็ผ่านการเป็น รัฐบาล ผ่านการเป็นรัฐมนตรีผู้มีอำนาจมาในยุคสมัยที่ท่านดำรงอยู่ในหลายรัฐบาล แต่สิ่งหนึ่ง ที่ต้องกราบเรียนก็คือท่านรังสิมันต์ โรม อาจจะยังไม่ได้ผ่านมา ต้องขออนุญาตที่เอ่ยนาม นะครับว่าท่านยังไม่ได้ผ่านกระบวนการการเป็นรัฐบาลหรือในการที่จะกำหนดตัวบทกฎหมาย ที่สามารถกระทำได้ในฐานะผู้มีอำนาจในการบริหารครับ จึงฝากเป็นข้อสังเกตไว้ บัดนี้ คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๕ มีมติรับทราบในข้อสังเกตและ ผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวที่คณะรัฐมนตรีขอรับมาพิจารณาก่อนรับหลักการ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เสนอและให้ส่งคืนร่างพระราชบัญญัติไปยัง สภาผู้แทนราษฎร พร้อมแจ้งข้อสังเกตเพื่อประกอบการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร หากสมาชิกท่านใดมีความสงสัยจะได้ให้ผู้แทนคณะกรรมการกฤษฎีกาและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้ให้ข้อมูลในรายละเอียดต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตัวแทนหน่วยงานกระทรวงกลาโหมจะชี้แจงไหมครับ มีไหมครับ ถ้ามีขอเชิญครับ ตัวแทน จากสำนักงานกฤษฎีกา เชิญครับ🔗
กราบขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน นริศรา แดงไผ่ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขออนุญาตเรียนชี้แจงต่อในกรณีที่ทาง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีความเห็นว่าคณะรัฐมนตรีไม่ควรที่จะพิจารณา รับหลักการร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมีหลักการ ใน ๒ กรณี🔗
กรณีแรกเป็นเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมให้คดีที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจ ศาลทหารเป็นผู้กระทำผิดกับบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจศาลทหารเป็นผู้เสียหาย เป็นคดี ที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารตามมาตรา ๑๔ แล้วก็เป็นการกำหนดบทเฉพาะกาลเพื่อรองรับ คดีที่ยื่นฟ้องต่อศาลทหารก่อนที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติม หากยังไม่แล้วเสร็จก็ส่งให้ศาลพลเรือน หรือศาลยุติธรรมเพื่อพิจารณาต่อไปค่ะ สำหรับประเด็นที่เห็นว่าไม่ควรที่จะพิจารณา รับหลักการมี ๒ ประเด็นค่ะ🔗
ประเด็นแรกคือเป็นเรื่องเจตนารมณ์ของกฎหมายพระธรรมนูญศาลทหาร พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ เป็นกฎหมายว่าด้วยการพิจารณาพิพากษา คดีทหาร ซึ่งภาค ๑ ศาลทหาร ลักษณะ ๒ อำนาจศาลทหาร มาตรา ๑๓ ได้กำหนดให้ ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาวางบทลงโทษผู้กระทำผิดต่อกฎหมายทหารหรือ กฎหมายอื่นในทางอาญา ในคดีซึ่งผู้กระทำผิดเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารในขณะ กระทำผิด ท่านจะสังเกตได้ว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายจะมุ่งเน้นในคดีซึ่งผู้กระทำผิด เป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารในขณะกระทำผิด ซึ่งมาตรา ๑๖ ได้กำหนดตัวบุคคล ที่อยู่ในอำนาจศาลทหารไว้ดังนี้นะคะ ๑. นายทหารชั้นสัญญาบัตรประจำการ นายทหาร ชั้นสัญญาบัตรนอกประจำการ นายทหารประทวนและพลทหารกองประจำการหรือ ประจำการ หรือบุคคลที่รับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยรับราชการทหาร นักเรียนทหาร ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด ทหารกองเกินที่ถูกเข้ากองประจำการ พลเรือนที่สังกัดอยู่ใน ราชการทหารซึ่งกระทำผิดในหน้าที่ราชการหรือกระทำผิดในบริเวณอาคารที่ตั้งหน่วยทหาร เป็นต้น ในการพิจารณาเจตนารมณ์ซึ่งมุ่งเน้นในเรื่องที่ว่าการพิจารณาพิพากษาคดีในอำนาจ ศาลทหารต้องเป็นคดีที่ผู้กระทำผิดเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ในเจตนารมณ์อันนี้ ก็มีคำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๑๐/๒๕๖๔ ก็ได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายในการจัดตั้งศาลทหารแยกต่างหากจากศาลพลเรือน ก็เพื่อให้บุคคล ผู้อยู่ในอำนาจศาลทหารที่กระทำผิดต่อกฎหมายทหารหรือกฎหมายที่มีโทษทางอาญา ต้องได้รับการพิจารณาพิพากษาคดีที่ศาลทหาร ทั้งนี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการปกครอง บังคับบัญชาทหารอันเป็นการยึดหลักเขตอำนาจศาลเหนือตัวบุคคลผู้กระทำความผิด และเป็นการยกเว้นอำนาจศาลยุติธรรมซึ่งเป็นศาลพลเรือนไม่ให้พิจารณาพิพากษาคดีอาญา ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารโดยพิจารณาว่าคดีจะอยู่ในอำนาจศาลทหารหรือไม่ จะต้องพิจารณาว่าขณะที่จำเลยกระทำความผิดนั้นจำเลยต้องเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจ ศาลทหารค่ะ อันนี้ก็คือจะเป็นหลักแล้วก็เป็นเจตนารมณ์ของตัวกฎหมายพระธรรมนูญ ศาลทหารที่มุ่งเน้นในการดำเนินคดีของศาลทหารต้องกระทำต่อบุคคลซึ่งกระทำผิดแล้วก็ เป็นผู้ที่อยู่ในอำนาจศาลทหารในขณะที่กระทำความผิด ในกรณีเรื่องนี้จากเจตนารมณ์ ที่กำหนดในมาตรา ๑๓ แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้มีการกำหนดกรณีที่ไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลทหารไว้ แต่จะเป็นกรณีที่ตัวผู้กระทำความผิดอยู่ในอำนาจศาลทหารหรืออาจจะเป็นบุคคลที่กระทำ ความผิดด้วยกัน อยู่ในอำนาจของศาลพลเรือน ตรงนี้ค่ะเราก็ไม่ได้ห้ามที่จะให้ศาลพลเรือน ที่พิจารณา อันนี้ก็จะอยู่ในมาตรา ๑๔ เพราะฉะนั้นในเรื่องของเจตนารมณ์ตามกฎหมาย พระธรรมนูญศาลทหารซึ่งมุ่งเน้นว่าในการพิจารณาพิพากษาคดีต้องกระทำต่อบุคคล ณ ที่อยู่ในอำนาจในการพิจารณาของศาลทหารและบุคคลนั้นต้องเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจ ศาลทหารในขณะกระทำความผิดด้วย ดังนั้นในการที่จะเสนอแก้ไขมาตรา ๑๔ นี้ เอาบุคคล ที่อยู่ในอำนาจศาลทหารไม่ให้ดำเนินคดีในศาลทหารนั้นจึงไม่อาจกระทำได้ค่ะ นอกจากนี้ ในประเด็นเรื่องของการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายซึ่งได้รับผลกระทบจากการกระทำ ความผิดของบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารโดยผู้เสียหายนั้นไม่ใช่บุคคลที่อยู่ในอำนาจ ศาลทหาร กรณีนี้ตัวพระธรรมนูญศาลทหารก็ไม่ได้ละเลยนะคะ คือในมาตรา ๔๙ วรรคหนึ่ง ก็จะบัญญัติว่าในศาลทหารในเวลาปกตินี้ให้อัยการทหาร ๑. คืออัยการทหาร ๒. ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาแต่ถ้าผู้เสียหาย ไม่ได้เป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารก็ให้มอบคดีให้กับอัยการทหารเป็นโจทก์ได้ เพราะฉะนั้นแล้วในกรณีนี้ผู้เสียหายสามารถที่จะมอบคดีให้อัยการทหารเป็นโจทก์ฟ้องคดี ให้ได้ค่ะ แต่เนื่องจากว่าการฟ้องคดีการพิพากษาในกรณีนี้ตัวผู้กระทำความผิดคือบุคคล ที่อยู่ในอำนาจศาลทหารนะคะ ผู้เสียหายคือรัฐด้วยเช่นกัน ในการที่จะให้คืนทรัพย์หรือใช้ ราคาโดยให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายก็ให้ดำเนินการให้แก่รัฐบาลในกรณีที่จำเลย กระทำความผิด อย่างไรก็ตามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาก็จะให้สิทธิ ผู้เสียหายตามมาตรา ๓๐ ที่จะให้ผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการที่จะไปดำเนินการ ฟ้องคดีตามมาตรา ๓๐ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และในขณะเดียวกัน ในมาตรา ๔๔/๑ ก็จะให้ผู้เสียหายสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากการกระทำ ความผิดจากจำเลยได้ด้วยนะคะ ๒ ประเด็นที่ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา จึงเห็นว่าเราไม่ควรรับหลักการ แต่อย่างไรก็ตามเราก็ยังเห็นว่าทางกรมพระธรรมนูญ ศาลทหารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ทางสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด กรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของกระทรวงยุติธรรมก็ควรที่จะได้พิจารณาและพัฒนาระบบ กฎหมายของพระธรรมนูญศาลทหารให้รอบด้าน อาจจะต้องมีการตรวจสอบความซ้ำซ้อน ของกฎหมาย การรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่มีผลกระทบได้เสียทั้งหลายแล้วก็นำมาพิจารณา ปรับปรุงตัวพระธรรมนูญศาลทหารให้สอดคล้องกับหลักสากลต่อไปค่ะ เพราะฉะนั้น จากเหตุผลดังกล่าวจึงเห็นว่าขณะนี้ยังไม่สมควรรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ยังมีท่านผู้เสนออีกท่านหนึ่ง คณะผู้เสนออีกท่านหนึ่งคือท่านทวี สอดส่อง ขออภิปราย เชิญนะครับ ขอสัก ๗ นาที🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมในฐานะเป็นผู้เสนอและได้รับฟังท่านรัฐมนตรี กับตัวแทนของกฤษฎีกา ก่อนอื่นผมไม่เข้าใจหลักคิดของทั้งรัฐมนตรีและกฤษฎีกา ถ้าหลักคิด เราตรงกันก็คือเราต้องมีหลักคิดตามรัฐธรรมนูญที่บุคคลทุกคนต้องมีความเสมอภาคในทาง กฎหมายโดยเฉพาะในรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗ นี้ บุคคลย่อมเสมอภาคกันในกฎหมาย สิทธิเสรีภาพ จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน ธรรมนูญศาลทหาร เป็นตัวอย่างหนึ่งของการไม่ได้รับความเท่าเทียม ผมจะพูดแบบประสาง่าย ๆ เดิมถ้าทหาร กระทำผิดมีอยู่ ๔ ประการที่ไม่ได้ไปขึ้นศาลทหาร คือประการที่ ๑ ในคดีที่ทหารไปร่วม กระทำผิดกับพลเรือน เมื่อพลเรือนต้องขึ้นศาลยุติธรรมก็จะให้ทหารไปขึ้นศาลยุติธรรมด้วย กรณีที่ ๒ เป็นกรณีที่เกี่ยวพันกับพลเรือนกระทำผิดก็ต้องไปขึ้นศาลยุติธรรม กรณีที่ ๓ แม้ทหารกระทำผิดตามลำพังแต่ถ้าไปกระทำกับเยาวชนในศาลเยาวชนและครอบครัว ก็ต้องไปขึ้นศาลยุติธรรม กรณีที่ ๔ คือคดีที่ศาลทหารเห็นว่าไม่อยู่ในอำนาจทหาร สิ่งที่ พรรคประชาชาติได้เสนอการแก้ไขเพราะว่ามันมีปัญหา ปัญหาง่าย ๆ ที่สุดท่านกมลศักดิ์ ได้พูดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราจะพบว่ามีจำนวนมากที่ทหารไปกระทำผิดตามลำพัง เช่นอดีต ส.ว. ฟัครุดดีน บอตอ นั่งอยู่ที่ร้านน้ำชากำลังจะกลับโรงเรียนก็มีมอเตอร์ไซค์ ไปยิงศีรษะท่านแล้วปรากฏจับได้เป็นทหาร จนวันนี้เวลาเกือบ ๑๕ ปีแล้วศาลทหาร ยังไม่ดำเนินการถึงที่สุด ซึ่งเจ้าตัวยังมีชีวิตอยู่เวลาไปขึ้นศาลก็พบว่าทหารแต่งเครื่องแบบ แล้วศาลก็แต่งเครื่องแบบอยู่ แล้วสิ่งที่เขาจะได้รับความยุติธรรมความเชื่อมั่นก็ไม่มี ประการที่ ๒ ที่เห็นได้ชัดเจนเลยก็คือการสังหารคนกลางเมืองหลวง ๙๙ ศพ ปรากฏว่ามีการตรวจพิสูจน์ แล้วพบว่ากระสุนปืนมาจากทหาร ไม่มีพลเรือนร่วมกระทำความผิด จึงทำให้พนักงานสอบสวน ต้องส่งสำนวนไปศาลทหาร แต่ก่อนจะส่งสำนวนไปศาลทหารนั้นศาลทหารจะต้องผ่าน อัยการทหาร เมื่อจะผ่านอัยการทหารเมื่ออัยการทหารสั่งไม่ฟ้องก็ไปตัดสิทธิของประชาชน นี่คือตัวอย่าง การที่พรรคประชาชาติเสนอแก้ไม่ได้แก้เพื่อไปลุอำนาจของทหาร เพียงแต่แก้ว่า กรณีบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารมากระทำผิดกับบุคคลที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารก็คือ มากระทำผิดต่อพลเรือนนั้นก็ไปขึ้นศาลพลเรือนเสีย แม้ทหารจะทำผิดตามลำพัง ท่านประธาน ที่เคารพทราบไหม วันนี้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่ระบาดแล้วเราจะพบว่าทำไมทหารไม่ถูก ดำเนินการ เพราะว่าเวลาทหารกระทำผิดอาจจะเป็นผู้บังคับบัญชาทหารกระทำผิด ป.ป.ช. ก็จะต้องส่งไปศาลทหาร ไปอัยการทหาร ขณะที่เราปฏิรูปประเทศให้มีศาลทุจริตคอร์รัปชัน ทุกคนกระทำการทุจริตต้องไปศาลทุจริตหมด แต่ถ้าทหารเป็นไปไม่ได้หรอกครับ ระบบศาลทหาร ยังเป็นระบบบริหารทั่วไป ไม่มีความอิสระ ในเมื่อผู้อนุมัติในการจัดซื้อจัดจ้างส่วนใหญ่ ก็จะเป็น ผบ. หน่วยเป็นนายพล ผู้ตัดสินจะเป็นลูกน้องมีที่ไหนที่ลูกน้องจะตัดสินนาย อย่างนี้เป็นต้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเสียใจกับได้รับฟังความเห็น คือวันนี้ท่านมอง ผู้เสียหาย มองความยุติธรรมเป็นเรื่องเขตอำนาจ มองความยุติธรรมเป็นเรื่องศักดิ์ศรี ของหน่วยงาน ผมจึงอยากจะขอวิงวอนเพื่อนสมาชิก คือผมทราบว่าท่านอาจจะรับฟัง ส่วนใหญ่มาแล้วก็ปฏิบัติตามเสียงส่วนใหญ่ แต่ผมคิดว่าในเรื่องความยุติธรรมในเรื่องของ ประชาชน ผมคิดว่าประชาชนควรจะต้องมาก่อน และการแก้ไขนี้ไม่ใช่เป็นการแก้ไขที่ทำให้ ทหารส่วนใหญ่ผมเชื่อว่าเขาเห็นด้วย เขาไม่ต้องการให้ทหารที่ไปกระทำผิดแล้วระบบ ศาลยุติธรรมเรามีความอิสระและมีความยุติธรรมในตุลาการครับ ดังนั้นผมจึงขอเรียกร้อง เพื่อนสมาชิกในการพิจารณาและถ้าได้รับหลักการมาเป็นวาระหนึ่งทหารจะส่งใครมาเป็น คณะกรรมาธิการหรือจะส่งคนอย่างไรมาก็ได้จะปรับปรุงอยู่แค่ไหนก็ได้ แต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง เบื้องต้นที่ขอความเป็นธรรมให้กับประชาชนเท่านั้นครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกครับก็ได้มีการอภิปรายในประเด็นข้อสังเกตของทางคณะรัฐมนตรีที่ส่งมาให้สภา เรารับพิจารณาในวาระหนึ่งรับหลักการ ตอนนี้ท่านสมาชิกก็ได้อภิปรายจนครบทุกคนแล้วนะครับ ตัวแทนหน่วยงานมีอะไรจะชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลตรี อัมรินทร์ บุณยะ วิโรจ ผู้ช่วยเจ้ากรมพระธรรมนูญ ขออนุญาตเรียนชี้แจงเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญ ศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ท่านสมาชิกขอแก้ไขนะครับ ก่อนอื่นขอเรียนให้ทราบ ถึงหลักการการจัดตั้งศาลทหารซึ่งมาจากแนวคิดที่ว่า ๑. หลักสากลซึ่งในหลายประเทศก็มี ศาลทหาร ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา อังกฤษ หรือจีน หลักการที่ ๒ คือหลักการปกครอง บังคับบัญชาทหารระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชา หรือเรียกว่าหลักเอกภาพของ การบังคับบัญชา หมายถึงการให้ผู้บังคับบัญชามีอำนาจเด็ดขาดในการบังคับบัญชาและสั่งการ ๓. หลักความยืดหยุ่นของเขตอำนาจศาล และวิธีพิจารณาที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ เช่น ในเวลาสงคราม ๔. หลักกฎหมายระหว่างประเทศ กรณีกองทัพต้องปฏิบัติภารกิจ ในต่างประเทศและการกำหนดห้ามไม่ให้ฟ้องคดีกับบุคคลบางประเภท ๕. หลักความเด็ดขาด รวดเร็วในการพิจารณาพิพากษาในเวลาไม่ปกติ หรือในเวลาที่มีการรบการสงครามหรือ ประกาศใช้กฎอัยการศึก ซึ่งต้องใช้ความเด็ดขาดรวดเร็วในการพิจารณาพิพากษานะครับ ซึ่งจากแนวคิดหลักการที่ผมกล่าวก็ได้มีการจัดตั้งศาลทหารของประเทศไทย โดยมีกฎหมาย เฉพาะได้แก่พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ ศาลทหารเป็นศาลเฉพาะ ที่มีเขตอำนาจเหนือตัวบุคคลผู้ซึ่งกระทำผิดซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ขณะกระทำผิด ซึ่งผมจะเน้นในเรื่องศาลทหารมีอำนาจเหนือตัวบุคคลผู้กระทำผิดซึ่งเป็น บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารขณะกระทำผิด สำหรับศาลทหารได้ถูกบัญญัติรับรองไว้ใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรทุกฉบับจนถึงปัจจุบันนะครับ ศาลทหารแบ่งออกเป็น ศาลชั้นต้น ศาลทหารกลาง ศาลทหารสูงสุด เช่นเดียวกับศาลยุติธรรมมีองค์คณะตุลาการ ซึ่งประกอบด้วยนายทหาร ซึ่งดำรงตำแหน่งตุลาการพระธรรมนูญ กับนายทหารผู้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นผู้พิพากษาเป็นองค์คณะในการพิจารณาพิพากษาคดี มีการอุทธรณ์ฎีกาเช่นเดียวกับ ศาลยุติธรรม เพียงแต่ว่าในเวลาไม่ปกติก็จะห้ามอุทธรณ์ฎีกา ซึ่งศาลทหารมีอำนาจในการพิจารณา พิพากษาโทษอาญาทุกประเภทที่อยู่ในเขตอำนาจ สำหรับการพิจารณาของศาลทหารนั้น มาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ กำหนดให้วิธีพิจารณา ความอาญาให้ใช้กฎหมาย กฎ และข้อบังคับ ซึ่งออกตามกฎหมายฝ่ายทหารมาใช้บังคับ ถ้าไม่มีจึงให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่งมาใช้บังคับ ซึ่งในการพิจารณาพิพากษาก็จะเหมือนกับศาลยุติธรรม รูปแบบ การพิจารณาไม่ต่างกัน มีมาตรฐานเดียวกัน สำหรับในเรื่องการจำกัดสิทธิของผู้เสียหาย ขอเรียนว่าพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ ไม่ได้มีเจตนารมณ์ที่จะจำกัดสิทธิ ผู้เสียหาย สิทธิของผู้เสียหายในการฟ้องคดี การขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม หรือการฟ้องคดีเองยังคงมีอยู่ ไม่เสียไป เว้นแต่กรณีผู้เสียหายเป็นพลเรือนกำหนดให้สามารถแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และมอบคดีให้กับอัยการทหารฟ้องคดีแทน ซึ่งในเรื่องนี้การที่ผู้เสียหาย จะต้องมอบคดีก็ถือว่าอัยการทหารเป็นเจ้าพนักงานยุติธรรมของรัฐทำหน้าที่แทนโจทก์ในการ ฟ้องคดีจนเสร็จสิ้นครับ ประกอบกับศาลทหาร ศาลทหารมีศาลทหารในเวลาปกติ ศาลทหาร ในเวลาไม่ปกติ ดังนั้นก็จะเป็นอุปสรรคต่อผู้เสียหายในการดำเนินคดีหรือการจัดการทางคดี ด้วยตนเอง แต่ขอเรียนว่าสิทธิของผู้เสียหายตามกฎหมายยังคงมีอยู่โดยชอบธรรมและไม่ได้ถูกจำกัดสิทธิ แต่อย่างใดครับ เพียงแต่กำหนดให้มีวิธีการใช้สิทธิตามกฎหมายของผู้เสียหายที่แตกต่าง ออกไปเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับกระบวนการยุติธรรมทหาร สำหรับศาลทหารมีความพร้อม ในเรื่องของสถานที่เครื่องมือเครื่องใช้ในการพิจารณาคดี ปัจจุบันมีการพิจารณาคดีอย่างต่อเนื่อง เปิดเผยและมีการรับฟังและชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน เปิดโอกาสให้คู่ความสามารถต่อสู้คดี ได้อย่างเต็มที่ ส่วนการเลื่อนนัดก็จะทำเท่าที่จำเป็นนะครับ แต่บางครั้งบางคดีก็มีความจำเป็น ต้องเลื่อนคดีซึ่งอาจจะทำให้เห็นว่ามีความล่าช้า เช่น การเลื่อนคดีเนื่องจากคู่ความหรือพยาน ไม่มาศาลตามนัด ผมขออนุญาตเรียนว่าในหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติ ที่ขอแก้ไขจะเห็นว่าขัดกับหลักการและแนวคิดการมีศาลทหารที่ผมได้เรียนข้างต้น เนื่องจาก เป็นการนำคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหารไปให้ศาลพลเรือนพิจารณาพิพากษาประกอบกับ เนื้อหาของร่างไม่ตรงกับเหตุผลที่ขอแก้ไขในเรื่องผู้เสียหายไม่อาจฟ้องคดีในศาลทหารได้ ซึ่งมาตรา ๑๔ ของพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหารของปี ๒๔๙๘ เป็นเรื่องการที่คดีไม่อยู่ใน อำนาจศาลทหารไม่ใช่เรื่องของสิทธิการฟ้องคดีนะครับ และการพิจารณาคดีของศาลทหารมิได้ จำกัดสิทธิทางคดีของผู้เสียหายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ยังคงมีอยู่โดยชอบธรรมเพียงแต่ กำหนดให้มีวิธีการใช้สิทธิตามกฎหมายของผู้เสียหายที่แตกต่างออกไปเพื่อให้เกิดความเหมาะสม กับกระบวนการยุติธรรมทหาร นอกจากนี้หลักการของร่างพระราชบัญญัติที่ขอแก้ไขเพิ่มเติม ดังกล่าวจะทำให้เขตอำนาจของศาลนี้เปลี่ยนแปลงไป เกิดผลกระทบกับกระบวนการยุติธรรมทหาร🔗
สำหรับข้อถามที่ว่าไม่มีทนายขอแรง ขออนุญาตเรียนว่าในกรมพระธรรมนูญ มีสำนักงานสงเคราะห์ทางกฎหมายซึ่งจำเลยสามารถที่จะใช้สิทธิขอทนายจากสำนักงาน สงเคราะห์ทางกฎหมายโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายครับ ส่วนการพิจารณาคดีล่าช้าผมได้เรียนในเบื้องต้น แล้ว ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านตัวแทนหน่วยงานก็ได้ชี้แจงเป็นที่เรียบร้อยนะครับ ดังนั้นต่อไปนี้ เราก็จะได้ลงมติกันว่าจะรับหลักการหรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมนะครับ🔗
ท่านประธานครับ จิรายุ ขออนุญาต หารือสั้น ๆ นิดเดียวได้ไหมครับระหว่างรอ🔗
เชิญท่านจิรายุ เชิญครับ🔗
ท่านประธานรบกวนท่านประธาน ฝากฝ่ายเลขานิดเดียวครับ พอดีน้อง ๆ เจ้าหน้าที่เขาฝากประชาสัมพันธ์มาว่าที่ชั้น ๔ แกนกลาง มีการประชุมงบประมาณแล้วก็มีผู้คนจากหน่วยราชการมากันเยอะ ยืนสูบบุหรี่กัน ทั้งบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งบุหรี่สารพัดยี่ห้อรมควันกันเต็มไปหมด ก็เลยอยากจะฝากท่านประธาน ช่วยกำชับเจ้าหน้าที่นิดหนึ่งครับ ไม่ต้องเกรงใจครับ ส่วนใหญ่อธิบดีก็สูบ ปลัดมาชี้แจง ก็ยืนสูบกันควันโขมง ป้ายก็เขียนอยู่ห้ามสูบบุหรี่ ก็เลยฝากผมมาให้อาสามาโดนด่าแทน ฝากท่านประธานช่วยพิจารณาประสานงานด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ก็ฝากท่านเลขา กำชับเจ้าหน้าที่ได้เตือนผู้เข้ามาชี้แจงแล้วก็ผู้ติดตามผู้ชี้แจงด้วยนะครับ ก็ต้องขอบคุณ คุณจิรายุครับ เดี๋ยวให้ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่เราได้ไปดำเนินการต่อไป เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม เราจะได้ร่วมกันลงมตินะครับ แสดงตนก่อน🔗
ท่านประธานครับ ๓๕๙ ศาสตรา แสดงตนครับ🔗
๓๕๙ แสดงตน ท่านสมาชิกต้องสังเกตให้ดีบางทีเสียบบัตรแล้วตรวจสอบด้วยว่าบัตรเราได้ทำงานหรือยัง แต่ถ้าบัตรทำงานแล้วก็อย่าได้แสดงตนทางใหม่อีกนะครับ มันจะเกิดการซ้ำซ้อน🔗
ท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้แสดงตน เชิญนะครับ รอสักนิดนะครับ ท่านสมาชิกเรากำลังเดินเข้ามากัน🔗
ท่านประธานครับ ๔๗๘ แสดงตนครับ🔗
๔๗๘ แสดงตน ถ้าท่านสมาชิกได้แสดงตนทุกท่านแล้ว ผมขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุมในขณะนี้ ๒๕๕ บวก ๒ เป็น ๒๕๗ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไปผมจะขอมติ จากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใดเห็นควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ๓๕๙ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๕๙ ไม่เห็นด้วย มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนน เชิญครับ ถ้าใช้สิทธิกันครบทุกท่านแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๖๗ ท่าน เห็นด้วย ๘๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๘๕ บวก ๑ เป็น ๑๘๖ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ไม่รับนะครับ🔗
ต่อไปจะเป็นการ พิจารณาเรื่องด่วนที่ ๘ ร่างพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านอรรถกร มีอะไรหารือครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขอเรียนหารือ ท่านประธานนะครับว่า จริง ๆ แล้วต้องเรียนว่าในการประชุมวิป (Whip) รัฐบาลในสัปดาห์นี้ ทางวิป (Whip) รัฐบาลเราก็ได้เตรียมการพิจารณากฎหมายไว้ถึงร่างเมื่อสักครู่นี้ที่พวกเรา ได้พิจารณาจบไป นั่นก็คือร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็ขอความกรุณาครับท่านประธาน กฎหมายฉบับถัด ๆ ไปผมขอความกรุณาท่านประธาน นำไปพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไปด้วยครับ🔗
ความจริง ก็เหลือ ๒ เรื่องสั้น ๆ แต่เมื่อมีผู้เสนอ ท่านเสนอขอปิดประชุมไว้ก่อนใช่ไหมครับ มีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ท่านจิรายุครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมฟังท่านประธานแล้วก็เคลิ้มตามครับว่า มันก็อีกสั้น ๆ ตอนนี้ก็เพิ่ง ๕ โมงเย็นเองท่านประธาน เปิดแอร์ (Air) มาตั้งแต่เช้าแล้ว มันกำลังเย็นอยู่ก็อีกสัก ๒ พระราชบัญญัติ หรือไม่ก็อีกสักพระราชบัญญัติแล้วไปคราวหน้า ก็ลงมติเลย ท่านใดอยากจะกลับไปงานบวช งานศพ งานแต่ง งานโกนจุกก็จะได้ไปได้ ดีไหมครับ ท่านประธานครับ🔗
คือผมได้ทั้งนั้น แล้วแต่ท่านสมาชิก เพราะว่าประธานพร้อมครับ ท่านจิรายุก็เสนอว่าขอขยายเวลาประชุม ไปอีกหน่อยเพราะองค์ประชุมก็ยังแน่นอยู่นะครับ ท่านอรรถกรจะเห็นเป็นอย่างไรครับ🔗
ท่านประธานนิดเดียวครับ คือขออภัยท่านประธานนะครับ คือร่างพระราชบัญญัติธนาคารมันเคยพิจารณาในสภาไปแล้ว🔗
ใช่ครับ🔗
ซึ่งท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ก็ได้เสนอ ผมก็อภิปรายไปแล้ว แต่พอไปที่ ครม. มีข้อสังเกตกลับมาเล็กน้อย จริง ๆ แล้วท่านพิสิฐ อภิปรายสักท่านเดียว ๕ นาที ๗ นาทีแล้วก็ลงมติ ผมว่ามันก็รวดเร็วนะครับ เรื่องด่วนจะได้ ไม่ต้องค้างเยอะ ไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็น่าจะจบครับ ออกไปตอนนี้รถก็ติดท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ใช่ครับ ร่างพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็เหมือนกับฉบับที่ผ่านมา คือ ครม. ได้ขอรับไปพิจารณาตอนนี้ก็พิจารณาเสร็จแล้วส่งกลับมาแล้วถ้าจะอภิปราย ก็อภิปรายได้เฉพาะข้อสังเกตที่ทาง ครม. ได้ส่งคืนมานะครับ ไม่ได้อภิปรายเหมือน ท่านรับหลักการตอนเข้าสู่วาระแรก ๆ ท่านอรรถกรยังยืนยันไหมครับ หรืออย่างไร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ผมเรียนข้อมูลเพิ่มเติมท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพนะครับ เท่าที่ผมตรวจสอบดูคือว่าร่างกฎหมายฉบับถัดไป ก็เป็นร่างกฎหมายที่มีความสำคัญและมีความสลับซับซ้อนนะครับ และผมเข้าใจว่าบางท่าน ที่จะต้องมาชี้แจงเหตุผลต่อรัฐสภาท่านประธานครับ เขาไม่ได้รับการแจ้งก่อนนะครับ ดังนั้น การเตรียมข้อมูลอาจจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นะครับ ซึ่งถ้าเราให้เวลา ผู้ชี้แจงก็สามารถเตรียม ข้อมูลที่สมบูรณ์ยิ่งกว่านี้นะครับ จึงขออนุญาตนำเรียนท่านประธาน นั่นคือเหตุผลที่ผมเรียน เสนอต่อท่านประธานไปครับ แล้วก็เสนอต่อเพื่อนสมาชิกด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านประธานนิดเดียวครับ🔗
เชิญท่านจิรายุครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผู้ทรงเกียรติ เมื่อวานขยันกัน ๔ ทุ่ม ๕ ทุ่ม พอวันนี้ฝ่ายค้าน ตกลงผมยังลืมตัวเลยนะครับว่า ตกลงผมอยู่ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ฝ่ายค้านกลับจะพยายามช่วยพระราชบัญญัติ ของรัฐบาล บอกช่วยประชุมหน่อยเถอะพ่อคุณเอ้ย แต่ทางนู้นก็ปิดเถอะ ๆ ผมก็เลยงง ๆ ท่านประธานครับ และที่สำคัญนะครับ เจ้าหน้าที่ก็บอกว่ามันเป็นแค่ร่างพระราชบัญญัติ นี่ถ้าเพื่อนสมาชิกบอกตามข้อ ๗ ข้อ ๘ เอาข้อ ๘ ข้อเดียวแป๊บเดียวก็ผ่าน มันไม่ได้มีการชี้แจง อะไรเพราะว่าเป็นข้อสังเกตกลับมาแล้วก็ผ่าน นี่อยู่ตั้งเยอะ ก็กดผ่าน🔗
ท่านจิรายุครับ คืออย่างนี้ เท่าที่เราฟังท่านอรรถกรวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลได้นำเรียนที่ประชุมก็คือว่า เขากำหนดระเบียบวาระการประชุมถึงระเบียบวาระที่ ๗ ฉะนั้นการประสานงานผู้ชี้แจง ก็ไม่ได้มีการประสานงานเตรียมการเอาไว้ และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือเมื่อคืนนี้เราก็ประชุม กันจนดึกจนดื่นนะครับ ค่อนข้างจะอ่อนเพลียกันอยู่พอสมควร ฉะนั้นผมก็เห็นด้วยกับการเสนอ ของท่านอรรถกร ฉะนั้นผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ ผมขอปิดประชุมครับ พบกันใหม่พรุ่งนี้เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกาครับ🔗