รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ
วันศุกร์ที่ ๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
______________________________
เรียนท่านสมาชิก ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนะครับ ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตาม ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือตามลำดับ รายชื่อและเวลาที่ยื่นโดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาที ท่านแรกขอเชิญนางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ตามด้วยท่านสุรทิน พิจารณ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน สรัสนันท์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๘ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมี ๒ ข้อหารือเพื่อนำเรียนผ่านสภาไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบค่ะ🔗
เรื่องแรกนะคะดิฉันได้รับการประสานงานจากนายไพฑูรย์ กิตติปัญจมาศ นายกเทศมนตรีเทศบาลแวงน้อย อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น ขอให้กรมทางหลวง แขวง ๓ บ้านไผ่ กรุณาได้จัดสรรงบประมาณติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบริเวณเทศบาลสี่แยกแวงน้อยค่ะ เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งและเพื่อการสัญจรที่สะดวกปลอดภัยของพี่น้องในพื้นที่🔗
ขออภัยครับ ท่านสรัสนันท์ ถ้าท่านจะไม่สวมแมสก์ (Mask) ท่านต้องมาเข้าบล็อกเข้าคอก แต่ถ้าท่านจะพูด นอกคอกตัวนั้นท่านต้องสวมแมสก์ (Mask) นะครับ🔗
ขออนุญาตต่อนะคะ🔗
เชิญครับ🔗
ที่ผ่านมาดิฉันได้เรียกร้อง ไปหลายครั้งในการขอสัญญาณไฟจราจร แต่คำตอบที่ได้รับคือปริมาณรถไม่มากเพียงพอ แล้วก็ไม่ผ่านเกณฑ์ที่จะขอตั้งอนุมัติ จึงขอความกรุณากรมทางหลวงผ่านสภาเพื่อพิจารณา ความเดือดร้อนในครั้งนี้ค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองพล อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น เกี่ยวกับโครงการขุดลอกบึงระเลิงหวายที่กรมชลประทานจัดสรร ออกแบบ ซึ่งโครงการนี้ไม่ตอบโจทย์กับปัญหาความเดือดร้อนที่พี่น้องได้ทำประชาพิจารณ์ไว้ และส่อทุจริตอย่างเห็นได้ชัดค่ะ เช่นการขุดลอกดินที่ไม่ได้รับการเรียกร้องแล้วก็ทิ้งดินไม่ตรง ตามจุดที่กำหนดไว้แล้วก็ไม่เป็นที่ ส่งผลกระทบมากมายในยามสัญจร หรือว่าเวลาที่ฝนตก ดินที่ขุดไว้ก็กลับไหลเข้าบึงแล้วน้ำฝนก็ไหลเข้าบ้านเรือนพี่น้องประชาชน แต่ข้อกังวลใหญ่คือ การส่อทุจริตค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมาขุดดินซ้ำที่เดิม ไม่ขุดตามปริมาณคิวที่กำหนด ไม่ขุด ในบริเวณตามที่มีปัญหาที่ตกลงไว้กับชาวบ้าน จึงขอเรียกร้องไปยังกรมชลประทานให้เร่ง แก้ไขงานให้แล้วเสร็จอย่างคุ้มค่ากับงบประมาณที่ได้ใช้จ่ายไปกว่า ๓๕ ล้านบาท ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรทิน ตามด้วยท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ🔗
เรื่องแรก ก็คือได้รับเรื่องร้องเรียนจากกำนันอภิวัฒน์ สมคำพี่ ว่าขอถนน เชื่อมระหว่าง ๒ ตำบล คือตำบลนางแดด และตำบลวังชมภู ระยะทาง ๑๑ กิโลเมตร เดี๋ยวนี้ มันเป็นดินธรรมดาอยู่ดินโคลนอยากขอเป็นถนนคอนกรีต ๑๑ กิโลเมตร ผู้รับผิดชอบก็คือ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือกำนันอภิวัฒน์เหมือนเดิมครับ ซึ่งเป็นกำนันตำบลนางแดด ได้ขอให้มีการทำถนนกันแนวเขตระหว่างอุทยานและพื้นที่ของพี่น้องประชาชนไว้เพื่อจะ ป้องกันสัตว์ลงมาทำร้ายทำลายพืชผลทางด้านการเกษตรและจะป้องกันอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ที่อยู่บริเวณนั้นซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริ มีอ่างเก็บน้ำห้วยปาดหมี อ่างเก็บน้ำห้วยกุ่ม อ่างเก็บน้ำห้วยโขงช้าง อ่างเก็บน้ำลำสะพุง อ่างเก็บน้ำห้วยมะขาม ผู้รับผิดชอบคือกรมอุทยาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
เรื่องที่ ๓ คือเรื่องการทำถนนเชื่อมระหว่างอำเภอเสลภูมิกับสนามบินร้อยเอ็ด เพราะว่าระยะทางนี้มีพี่น้องชาวจังหวัดยโสธรที่ไปสนามบินร้อยเอ็ดต้องผ่านถนนเส้นนี้ ปัจจุบันถนนคับแคบมาก ระยะทางประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ไฟก็ไม่มีตอนกลางคืน ระยะ ๓๐ กิโลเมตรจะมีหมู่บ้านต่าง ๆ เวลาชาวบ้านขนพืชผลการเกษตรจากรถอีแต๊ก รถอีแต๋น ทำให้เกิดอุบัติเหตุท่านประธานครับ ผู้รับผิดชอบก็คือกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนพพล ตามด้วยท่านประกอบ รัตนพันธ์ เชิญครับ ท่านนพพลทันไหมครับ ไม่ทันนะครับ เชิญท่านประกอบ รัตนพันธ์ ก่อนครับ เจ้าหน้าที่ช่วยดูไมโครโฟนให้ท่านประกอบ ด้วยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องแรก ท่านนายก อบต. น้ำตก ท่านนายกเจริญพงศ์ได้ทำหนังสือมาถึง กระผมถึงความเดือดร้อนของพี่น้อง หมู่ที่ ๕ ตำบลน้ำตก อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ขาดแคลนน้ำก็ขอให้ทางกรมชลประทานได้ไปก่อสร้างฝายกั้นน้ำน้ำหอมที่ หมู่ที่ ๕ เพื่อที่จะ นำไปผลิตเป็นน้ำประปาบริการพี่น้อง หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๓ ตำบลน้ำตก อำเภอทุ่งสง จังหวัด นครศรีธรรมราช จำนวนประมาณ ๓๕๐ ครัวเรือนครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ เช่นเดียวกันครับ ผมได้รับคำร้องเรียนจากคุณถาวร ปานเมือง ผู้นำท้องที่ว่าพี่น้องบ้านบนควน หมู่ที่ ๑๐ ตำบลที่วัง เดือดร้อนเรื่องน้ำบริโภคอุปโภคอย่างมาก ก็ขอให้ทางกรมชลประทานได้ไปทำพนังกั้นน้ำที่ หมู่ที่ ๑๐ เพื่อที่จะนำน้ำไปผลิตน้ำประปา หมู่บ้านครอบคลุม ๒ หมู่บ้าน ก็คือหมู่ที่ ๑๐ กับหมู่ที่ ๘ มีพี่น้องประชาชนเดือดร้อนประมาณ ๔๕๐ ครัวเรือน ก็กราบเรียนท่านประธานว่าน้ำเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญมาก น้ำคือชีวิต ก็กราบเรียนท่านประธานเพื่อที่จะนำเรื่องร้องทุกข์ไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อที่จะให้ กรมชลประทานเร่งรัดในการจัดทำโครงการทั้ง ๒ ก็คือโครงการ หมู่ที่ ๕ ตำบลน้ำตก และหมู่ที่ ๑๐ ตำบลที่วังด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านนพพลมาหรือยังครับ เชิญครับ ตามด้วยท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร ท่านนพพลไม่ทัน เชิญท่านสมชายเลยครับ ตามด้วยท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
วันนี้ผมมีเรื่องที่จะหารือผ่าน ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก คือเรื่องที่พี่น้องตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ได้ร้องเรียน ว่าได้รับผลกระทบจากพระราชบัญญัติการเดินเรือ แล้วก็คำสั่งของ คสช. ฉบับที่ ๓๒/๒๕๖๐ ตามภาพนะครับ เกี่ยวกับการที่พี่น้องได้อาศัยอยู่เป็นชุมชนซึ่งอยู่มาตั้งนานแล้ว แล้วก็ บางพื้นที่ถึงร้อยปี แต่เนื่องจากว่าสภาพการเปลี่ยนแปลงของท้องน้ำและทะเลมันทำให้ บ้านเขาถูกกัดเซาะแล้วก็เหมือนกับว่าไปอยู่ในพื้นที่แหล่งน้ำลำน้ำ เพราะฉะนั้นกรมเจ้าท่า โดยคำสั่งของ คสช. ฉบับที่ ๓๒/๒๕๖๐ ได้ไปดำเนินการทำให้พี่น้องได้รับความเดือดร้อน จึงขอฝากไปยังกรมเจ้าท่าว่าให้พิจารณาทบทวนเรื่องนี้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของปัญญาชนที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้มีเรื่องราวที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาคมวลัยลักษณ์นครศรีธรรมราชว่า การคัดสรร หรือการสรรหาอธิการบดีมีความไม่ชอบมาพากล เรื่องที่ ๒ มีการบริหารจัดการในบริหารงาน บุคคลที่ไม่เป็นไปตามธรรมาภิบาล🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างระบบสารสนเทศของศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์ นครศรีธรรมราช มีการสั่งให้มีการเปลี่ยนทีโออาร์ (TOR) จนกระทั่งว่าผู้รับผิดชอบ ต้องลาออกครับ จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ช่วยตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้ให้เป็นที่กระจ่างชัดของประชาคมวลัยลักษณ์ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านเกียรติ ตามด้วยท่านอับดุลอายี สาแม็ง🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี มีเรื่องปรึกษาหารือ ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๒ บ้านหัวลำ บ้านเขาตะแคง อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี ช่วง กม. ๑๑+๕๐๐ ถึง กม. ๑๒ ซึ่งผ่านวัดหัวลำเป็นช่วงที่มี สัญจรจราจรมากมายแล้วก็เป็นทางโค้งหักศอก แล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อยากจะขอ ไฟแสงสว่างจากทางหลวงชนบทลพบุรี ก็ขอรบกวนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ซึ่งเป็นเส้นทางขอไฟแสงสว่างเหมือนเดิมครับ เดิมเป็นทางหลวง ของโยธาธิการจังหวัดตอนนี้ไม่ทราบว่าหน่วยงานไหนที่ไปดูแลอยู่ อาจจะเป็น อบจ. หรือ ทางหลวงชนบท คือสายสามแยกโรงเรียนบ้านทรัพย์เจริญ บ้านหนองจาน บ้านหนองแก ชฎาทอง ตำบลหัวลำ อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี ช่วง กม. นี้ยังไม่มี คือช่วงสามแยก โรงเรียนทรัพย์เจริญขอไฟแสงสว่างด้วยครับ ทางมืดมากเด็กนักเรียนก็เยอะ🔗
เรื่องที่ ๓ คือเรื่องอยากจะขอให้ขยายเส้นทางเป็น ๔ ช่องจราจร คือสายทางหลวง บ้านเกาะรัง ทางหลวงสาย ๒๒๗๕ กม. ๔+๓๐๐ ถึง กม. ๕+๓๐๐ เป็นเส้นทางในบ้านเกาะรัง ซึ่งจราจรหนาแน่น ราษฎรจำนวนมาก ตกตอนเย็นชาวบ้านค่อนข้างมาก แล้วก็เป็นอันตราย อยากขอเป็น ๔ ช่องจราจร แล้วก็เส้นที่ ๒ ทางหลวงสาย ๒๓๔๐ บ้านสระโบสถ์ บ้านมหาโพธิ กม. ๕๔ ถึง กม. ๕๖ เป็นช่วงโค้งแล้วก็เข้าหมู่บ้านเทศบาลสระโบสถ์เป็นทางที่ราษฎรสัญจร ไปมามากมายก็ขอเป็น ๔ ช่องจราจร และขอไฟแสงสว่างด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอับดุลอายี ตามด้วยท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ นะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๓ อำเภอกรงปินัง อำเภอ บันนังสตา อำเภอธารโต และอำเภอเบตง ผมมีเรื่องที่จะขอหารือกับท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ก็เรื่องอาหารกลางวันของเด็กตาดีกาหรือว่าศูนย์จริยธรรมประจำมัสยิด เนื่องจากว่าอาหารกลางวันที่ได้รับการจัดสรร ณ วันนี้ก็ยังไม่ได้ถึงโรงเรียนตาดีกาประจำมัสยิด ระหว่างอยู่ที่การดำเนินการ แต่ทราบมาว่าโรงเรียนตาดีกาที่อยู่ในเขตเทศบาลเมือง เทศบาลนคร ก็ไม่ได้รับการจัดสรรเพราะด้วยเหตุผลว่าเงินงบประมาณตอนนี้ผ่าน ศอ.บต. ไปสู่สภาสันติสุข ในเขตของตำบลต่าง ๆ ในเขตเทศบาลเมืองไม่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาลนครก็ยังไม่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเช่นกัน ซึ่งไม่มีสภาสันติสุขตรงนั้นก็ยังไม่ได้รับการจัดสรร ก็อยากจะให้ท่านประธาน ช่วยประสานกับหน่วยงานอย่าให้เกิดความเหลื่อมล้ำในเรื่องของวิธีการบริหารจัดการนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเขตหมู่บ้าน หมู่ที่ ๑ ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา สืบเนื่องจากว่า ณ ขณะนี้หน่วยกองกำลังเฉพาะกิจ ก็มีการลาดตระเวนไปตามหมู่บ้านตำบลต่าง ๆ แล้วก็มีการพักแรมบริเวณในหมู่บ้าน ซึ่งอยากจะ บอกให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้มีการเว้นระยะห่างในเรื่องของ การตั้งแคมป์ (Camp) ในเวลากลางคืนให้เว้นระยะห่างระหว่างบ้านของประชาชนกับหน่วยงาน ที่ไปนอนพักแรม เพื่อที่จะเฝ้าระวังเรื่องของการก่อความไม่สงบในพื้นที่ของจังหวัดชายแดน ภาคใต้ให้เว้นระยะห่างไว้สักหน่อย เพื่อไม่ให้เกิดความหวาดกลัวกับพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป ก็อยากจะบอกให้ท่านประธานเพื่อประสาน ๒ เรื่องอย่างที่ว่านี้ ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านนพดล และตามด้วยท่านสิรินทร รามสูต ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนนทบุรี ขอหารือกับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่องดังนี้🔗
เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนและหารือมาจากนายกเทศบาลเมืองพนัสนิคม คือนายวิจัย อัมราลิขิต ที่ได้ทำหนังสือของบประมาณตรงผ่านสภาแล้วเกิดความเดือดร้อน เนื่องจากเมื่อขอแล้วไม่ทราบเกณฑ์แล้วไปตัดเรื่องของเขา ก็อยากจะขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรการของบประมาณกรณีที่ท้องถิ่นของบตรงกับสำนัก งบประมาณให้ชัดเจนและแจ้งให้ทุก อปท. ทราบก่อนจะเสนองบประมาณเพื่อความ เป็นธรรมและความทั่วถึงของทุก อบต. เพราะว่าไม่ได้รับความเข้าใจเกี่ยวกับการของบประมาณ ก็อยากจะให้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และกระทรวงมหาดไทย ช่วยดำเนินการแก้ไข🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องจัดเก็บขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พี่น้องประชาชน และวัดหลายแห่งที่มีที่ดินอยู่นอกวัดเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้างปี ๒๕๖๒ โดยให้มีการปรับปรุง ยกเลิก หรือแก้ไขวิธีการจัดเก็บเสียใหม่ เพราะว่า ในเรื่องเดิมมีปัญหาที่บางแปลงที่อยู่ริมน้ำถูกกัดเซาะไปจำนวนมาก ไม่เหลือที่ที่จะทำมาหากิน ได้ หรือทำประโยชน์ไม่ได้ หรือบางแปลงมีแต่โฉนดไม่มีพื้นที่ หรือน้ำท่วมขังตลอดไม่สามารถ ทำการเกษตรได้ ในส่วนของวัดเองให้พี่น้องประชาชนเช่าที่ในราคาถูก แต่ภาษีที่ดินและสิ่งปลูก สร้าง ทั้งนี้เก็บในราคาสูงทำให้เกิดความเดือดร้อนก็ได้รับการร้องเรียนมา ก็ฝากท่านประธาน ช่วยแจ้งให้กับกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ กระทรวงมหาดไทย หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขเพื่อเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสิรินธร ตามด้วยนางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ท่านสิรินทร รามสูต มาไม่ทัน อย่างนั้นเชิญคุณจอมขวัญพร้อมไหม เชิญเลยครับ ตามด้วยท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคเศรษฐกิจไทย ขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมานำเรียนต่อ ท่านประธานเพื่อให้ชลประทานดำเนินการก่อสร้างปรับปรุงอาคารบังคับควบคุมน้ำตาม แนวคันควบคุมน้ำทะเลและอาคารควบคุมน้ำอื่น ๆ เนื่องจากว่าในพื้นที่ของสมุทรสาครก็จะ เป็นชายฝั่งทะเล แล้วก็มีคลองสุนัขหอนที่กรมชลประทานได้ดำเนินการขุดลอกเป็นระยะทาง ๓๑ กิโลเมตร เมื่อปี ๒๕๖๔ ทำให้ประชาชนในตำบลโรงเข้ นาโคก กาหลง บางโทรัด บางกระเจ้า บ้านบ่อ และตำบลท่าจีนได้ใช้ประโยชน์ในการคมนาคมขนส่งผลผลิต รวมทั้งระบายน้ำ ในพื้นที่ลงสู่คลองสุนัขหอนออกสู่แม่น้ำท่าจีนและอ่าวไทยได้สะดวกแล้วก็มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น แต่ว่าจากการลงพื้นที่ดิฉันได้รับแจ้งจากประชาชนว่ายังมีอาคารควบคุมน้ำทะเล และอาคารควบคุมน้ำอื่น ๆ มันชำรุดเสียหาย ประชาชนก็ต้องการให้กรมชลประทาน ไปดำเนินการก่อสร้างปรับปรุง ก็จะมีอาคารควบคุมน้ำประตูระบายน้ำคลองนิคม ๒ ในเขต ตำบลนาโคก ประตูระบายน้ำคลองสุนัขหอนในเขตตำบลนาโคก ประตูระบายน้ำคลองตาก้าน ในเขตตำบลกาหลง ประตูระบายน้ำคลองบางยี่พระในเขตตำบลบางกระเจ้า ประตูระบายน้ำ กลางคลองสุนัขหอนในเขตตำบลโรงเข้ ประตูระบายน้ำปากคลองสุนัขหอนในเขตตำบลท่าจีน จึงขอความกรุณาท่านประธานช่วยส่งเรื่องให้กรมชลประทานพิจารณาดำเนินการด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านสุรวิทย์ ตามด้วยท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอหารือเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิ ๓ เรื่อง คือ🔗
๑. ขอให้กรมชลประทานจัดทำโครงการพัฒนาลุ่มน้ำแขนงลำน้ำชีที่ตำบล โนนสะอาด อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งประกอบด้วยการขุดลอกลำห้วยกุดยาง ขุดลอกแก้มลิงกุดอ้อมแก้ว ขุดลอกแก้มลิงกุดหว้า ขุดลอกคลองหูลิง คลองแดง คลองนาแซง ตอนบนและคลองมะเดื่อ และที่สำคัญคือการก่อสร้างประตูปิด-เปิดน้ำทั้งระบบ ซึ่งมีลำห้วยยาง เชื่อมลงลำน้ำชีที่คลองน้อย ประตูน้ำจะเปิดเมื่อระดับน้ำในลำน้ำชีสูงกว่าและประตูน้ำจะปิด เมื่อระดับน้ำในลำน้ำชีต่ำกว่าเพื่อให้น้ำอยู่ในระบบได้เพียงพอ โครงการทั้งหมดนี้จะเป็น ประโยชน์ในการเก็บกักน้ำเพื่อการเกษตรในหน้าแล้ง และจะลดความเสียหายจากน้ำท่วมหนัก ในช่วงน้ำหลากรุนแรงในอำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ🔗
๒. ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุน เฉพาะกิจทำการขุดลอกและพัฒนาอ่างเก็บน้ำโปร่งสังข์ ให้แก่เทศบาลตำบลหนองสังข์ อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งจะเป็นแหล่งน้ำที่ส่งน้ำเพื่อการเกษตรและเพื่อการอุปโภค บริโภคที่สำคัญในตำบลหนองสังข์ อำเภอแก้งคร้อ และตำบลใกล้เคียง🔗
๓. ขอให้สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมจัดสรรงบประมาณก่อสร้าง กลุ่มอาคารเก็บสิ่งของสำหรับใช้ในงานพระราชทานเพลิงศพ และก่อสร้างอาคารสำนักงาน วัฒนธรรม จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีความพร้อมด้านสถานที่ก่อสร้างแล้วและได้เคยเสนอ ของบประมาณติดต่อกันมาแล้วถึง ๒ ปีแต่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกรวีร์ ตามด้วยท่านคำพอง เทพาคำ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยจาก จังหวัดอ่างทอง ผมมีเรื่องหารือท่านประธานครับ ขอภาพประกอบนะครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้ลงพื้นที่กับ ท่าน ส.จ. อนุวัตรในเขตอำเภอโพธิ์ทอง ท่านผู้ใหญ่บ้านตำบลคำหยาดในเขตอำเภอโพธิ์ทอง ได้ไปดูพื้นที่นาจัดรูปของทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในโครงการจัดรูปที่ดินในเขต อำเภอโพธิ์ทองที่ตำบลคำหยาด พี่น้องเกษตรกรจำนวนมากพื้นที่ทั้งหมดในนาจัดรูปมากกว่า ๒,๘๐๐ ไร่ ได้รับผลกระทบแล้วก็เดือดร้อนจากคูน้ำในการส่งน้ำทำนาเข้าไปในพื้นที่นาจัดรูป ไม่เพียงพอ ทำให้พี่น้องเกษตรกรที่คาดหวังว่าเมื่อนามีการจัดรูปแล้วน่าจะมีพื้นที่น่าจะมี แหล่งน้ำในการทำนาอย่างอุดมสมบูรณ์ก็ไม่สามารถที่ใช้น้ำได้อย่างพอเพียง จึงขอแจ้งไปยัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทานได้กรุณาลงพื้นที่แก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน ในการปรับคูน้ำให้เหมาะสมแล้วก็เพียงพอกับการใช้งานของพี่น้องเกษตรกร🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับคำร้องเรียนจากท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลองครักษ์ ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางเจ้าฉ่าถึงถนนทางหลวงหมายเลข ๓๔๕๔ นะครับ เรื่องของไฟทางส่องสว่าง ก็ขอให้กรมทางหลวงได้ลงไปพิจารณาแก้ปัญหาเรื่องไฟส่องสว่าง ให้กับพี่น้องในตำบลองครักษ์แล้วก็ตำบลบางเจ้าฉ่าตลอดเส้นทางด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ ถนนทางหลวงเส้น ๓๓๗๓ ของอำเภอสามโก้ที่จะเชื่อมต่อระหว่าง อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทองไปที่อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ตอนนี้ถนนผิวทาง เสียหาย อยากจะให้กรมทางหลวงนั้นได้เข้าไปสำรวจเพื่อที่จะปรับปรุงผิวทางพร้อมกันนั้น ในการขยายถนนจาก ๒ เลน (Lane) เป็น ๔ เลน (Lane) เพื่อที่จะรองรับการเติบโตของ เมืองต่อไปในอนาคต🔗
เรื่องสุดท้าย ถนนทางหลวงชนบทเส้น ๔๐๐๒ ตำบลบางระกำ อำเภอโพธิ์ทอง เชื่อมต่อที่อำเภอไชโย ขอให้ปรับปรุงสภาพถนนแล้วก็ขยายถนนให้ดีกว่านี้ครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคำพอง ตามด้วยท่านนัทธี ถิ่นสาคู เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ คำพอง เทพาคำ ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้อง ตำบลสร้างคอม อำเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานีครับ น้ำประปาขุ่น มีกลิ่นเหม็น อันนี้ ร้องเรียนมาหลายรอบแล้วครับ แต่ว่ายังไม่ได้รับการแก้ไข น้ำพานนี้อุดมสมบูรณ์มากครับ แต่ว่าน้ำประปาขุ่นครับ พี่น้องตำบลเทนมีย์ อำเภอเมือง สุรินทร์ครับ ขอให้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำอำปึลด้วยครับตอนนี้ยังไม่ทั่วถึงนะครับ พี่น้อง ชาวโคกเพชร โนนดินแดงบุรีรัมย์ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการก่อสร้างแนวป้องกันช้างป่า ระยะทาง ๑๐๕ กิโลเมตร และอีกส่วนหนึ่งพี่น้องที่ถูกขับไล่ออกจากที่ทำกินนะครับตอนนี้ เข้าไปเกี่ยวหญ้าคาไม่ได้ครับโดนจับ โครงการก่อสร้างโรงงานแยกขยะที่ หมู่ที่ ๑๒ ตำบล หนองโพรง อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี โครงการแยกขยะที่ หมู่ที่ ๗ ตำบลทุ่งหนองยาว ตำบลกรอกสมบูรณ์ ศรีมหาโพธิ ปราจีนบุรี แล้วก็โครงการที่บ้านโพนทรายแยกขยะเหมือนกัน ที่ตำบลบ้านชบ สังขะ สุรินทร์ อันนี้การประชาคมมีความไม่โปร่งใส พี่น้องร้องเรียนมาว่า เป็นโครงการของเอกชนที่ทางท้องถิ่นท้องที่ได้ไปร่วมจัดประชาคม แต่ปรากฏว่าการประชาคม ไม่ทั่วถึงนะครับ พี่น้องร้องเรียนมาว่าจะได้รับผลกระทบทั้ง ๆ ที่วิถีชีวิต สิ่งแวดล้อมการเกษตร ต่าง ๆ อันนี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนัทธี ตามด้วยนางสาวชนก จันทาทอง นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นัทธี ถิ่นสาคู พลังประชารัฐ ภูเก็ต เขต ๒ ขออนุญาตนำเสนอปัญหาของพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ตที่เกี่ยวข้อง กับทรัพยากรธรรมชาติแล้วก็ถูกทรัพยากรธรรมชาติด้วยกันเองทำลายซึ่งต้องได้รับการแก้ไข เป็นการเร่งด่วน🔗
ท่านประธานครับถ้าใครไปภูเก็ตโดยใช้รถยนต์ เป็นพาหนะ ตอนขากลับท่านจะต้องผ่านถนนสายหลักซึ่งเป็นถนนสายเดียวของจังหวัดภูเก็ต ที่เชื่อมต่อกับจังหวัดพังงา คือถนนเทพกระษัตรี ลักษณะถนนสายนี้มีอยู่ช่วงหนึ่งครับทอดผ่าน ขนานกับชายฝั่งทะเลอันดามันตรงบริเวณที่เรียกว่าหาดทรายแก้ว ซึ่งแต่เดิมหาดทรายแก้ว มีบริเวณกว้างขวางและสวยงาม มีระยะความกว้างห่างจากตัวถนนประมาณ ๓๐-๔๐ เมตร แต่ปัจจุบันระยะ ๓๐-๔๐ เมตรนั้นเหลือแค่ ๖-๗ เมตรเท่านั้นเอง สาเหตุเนื่องจากน้ำทะเล กัดเซาะทุกปีโดยเฉพาะในหน้ามรสุมหรือช่วงที่เกิดมรสุม กระแสคลื่นจากน้ำทะเลก็จะทะลัก เอ่อล้นหาดขึ้นมาท่วมถึงถนน ต้นไม้โดยเฉพาะต้นสนซึ่งแต่เดิมมีอยู่จำนวนมากก็ถูกโค่นล้มลง จนปัจจุบันเกือบจะหมดแล้ว หากปล่อยสภาพนี้ไว้ต่อไปโดยไม่หาวิธีป้องกันเชื่อว่าอีกไม่เกิน ๓-๔ ปีข้างหน้าถนนสายนี้จะถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง จึงนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมเจ้าท่า กรมโยธา กรมทางหลวง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางป้องกันดูแลทรัพยากรของภูเก็ตซึ่งชาวภูเก็ตถือว่าภูเก็ตเป็น ฐานรากทางเศรษฐกิจที่สำคัญ อย่าให้คนภูเก็ตน้อยใจว่าไม่ได้รับการดูแลจากหน่วยราชการ แล้วก็คิดเอาว่าเวลาดีก็เรียกใช้เวลาไข้ไม่รักษา ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณชนก ตามด้วยท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช นะครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในเรื่องของถนนลูกรังไม่เคย ได้รับการดูแลและแก้ไขจำนวน ๒ เส้นทางด้วยกันค่ะ ถนนเส้นแรกเป็นถนนในความรับผิดชอบ ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกระทรวงมหาดไทย ลักษณะถนนเป็นถนนที่เชื่อมระหว่าง ตำบลสู่ตำบล จากบ้านดงเย็น ตำบลทุ่งหลวง ผ่านบ้านโนนศิลา ตำบลวัดหลวง สิ้นสุดที่บ้านโคก ตำบลวัดหลวง อำเภอโพนพิสัยค่ะ ระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตร ประชาชนที่ร้องทุกข์ กับดิฉันได้กล่าวไว้ว่าตั้งแต่เกิดมาถนนเส้นนี้ก็เห็นเป็นถนนลูกรัง มาเป็นครูแล้วก็ยังเป็น ถนนลูกรังอยู่ค่ะ ทุกวันนี้เกษียณอายุแล้วถนนเส้นนี้ก็ยังเป็นถนนลูกรัง ยิ่งช่วงหน้าฝนถนน เปรียบอย่างกับดาวอังคารค่ะ ประชาชนในพื้นที่จำนวนมากใช้เดินทางไปมาหาสู่กัน ไปวัด ไปโรงพยาบาล ไปตลาด ได้รับความเดือดร้อนกันอย่างหนักค่ะ ดิฉันจะนำเรียนท่านประธานสภา ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยให้เข้าไป ช่วยเหลือแก้ไขบรรเทาทุกข์ด้วยค่ะ ถนนเส้นที่ ๒ เป็นถนนที่หาหน่วยงานในความรับผิดชอบไม่ได้ค่ะ เป็นถนนเลียบอ่างเก็บน้ำ จากบ้านอ่างเก็บน้ำตำบลจุมพลไปยังบ้านเสริมสุข ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย รวมระยะทางแล้วประมาณ ๑๑ กิโลเมตร ประชาชนใช้ในการไปทำประกอบอาชีพเดินทาง ไปมาหาสู่กัน ร้องทุกข์ไปหลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็น อบต. ไม่ว่าจะเป็นชลประทานแต่ทุก หน่วยงานปฏิเสธในความรับผิดชอบถนนเส้นนี้ ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาร้องขอ ไปยังทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคมให้ช่วยเข้าไปเป็นเจ้าภาพในการดูแลและแก้ไข ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประมวล ตามด้วยท่านเกษม อุประ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ เรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากโรงพยาบาล บางสะพาน อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ หรือเอ็ม ๒ (M2) ได้เข้าเกณฑ์ที่ใช้ปรับระดับเป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็กหรือเอ็ม ๑ (M1) ซึ่งเข้าหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ ๑. จำนวนประชากรในพื้นที่ประกอบด้วยอำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อย ๒. ระยะทางห่างจากโรงพยาบาลประจำจังหวัด ไม่ว่าโรงพยาบาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และโรงพยาบาลประจำจังหวัดชุมพรประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร ๓. จำนวนเตียงผู้ป่วยหนักผู้ใหญ่ หรือจำนวนเตียงผู้ป่วยหนักเด็ก หรือห้องตรวจ ผู้ป่วยนอกและห้องอุบัติเหตุ ๔. จำนวนแพทย์เฉพาะทางและจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ และบุคลากรทั่วไป ซึ่งสามารถปรับระดับโรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่หรือเอ็ม ๒ (M2) เป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็กหรือเอ็ม ๑ (M1) แล้ว โรงพยาบาลมีประสิทธิภาพในการบริการ พี่น้องประชาชนโดยสามารถเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ไม่ว่าสาขาหลักหรือสาขารองและ เครื่องมือทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพและมีความทันสมัยยิ่งขึ้นตามกรอบของโรงพยาบาล ทั่วไปขนาดเล็กหรือเอ็ม ๑ (M1) จึงเรียนมาเพื่อปรับระดับจากโรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ หรือเอ็ม ๒ (M2) เป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็กหรือเอ็ม ๑ (M1) ต่อไป🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว ซึ่งได้รับความ เดือดร้อนอย่างหนักจากราคามะพร้าวตกต่ำซึ่งประมาณเดือนเศษราคามะพร้าว ๑๗-๑๘ บาท แต่ขณะนี้ราคามะพร้าวเหลือ ๗-๘ บาท จึงกราบเรียนท่านประธานสภาไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบขอให้รีบแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวโดยเร่งด่วนต่อไป เพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้อง เกษตรกรชาวสวนมะพร้าว ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกษม ตามด้วยท่านสวาป เผ่าประทาน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม อุประ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ ถึงท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงปัญหาเกี่ยวกับ ยาเสพติดเนื่องจากได้รับการร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนว่าขณะนี้ยาเสพติดระบาดกัน ในพื้นที่อย่างหนัก คนที่ติดยาก็จะทำให้เกิดอาการจิตประสาทหลอน แล้วในขณะเดียวกัน คนที่ไม่ได้เสพก็เกิดอาการคุ้มคลั่งอาละวาด สร้างความทุกข์ให้แก่ผู้ปกครอง ญาติมิตร คนใกล้ชิด และสร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน จึงขอความกรุณาท่านได้ทำการปราบปราม ยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ส่วนข้อมูลในรายละเอียดสอบถามตำรวจในพื้นที่น่าจะทราบข้อมูลนี้ดี🔗
เรื่องที่ ๒ ฝากไปถึงกรมทางหลวงชนบทกระทรวงคมนาคม เนื่องจากถนน สายบ้านหว้าน-คำภูทอง ตำบลบ่อแก้ว อำเภอบ้านม่วงไปบ้านโพนทอง ตำบลนาแต้ อำเภอ คำตากล้า และจากบ้านโพนทองไปหนองแสงดงอีบ่างไปบ้านห้วยหินลาด อำเภอวานรนิวาส ได้มีการชำรุดเสียหายอย่างมากไม่สะดวกต่อการสัญจรสร้างความลำบากแก่พี่น้องประชาชน เคยหารือในสภาแห่งนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงอยากจะขอกราบเรียน ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้โปรดสั่งการให้ทางหลวงชนบทดำเนินการแก้ไข ปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วนด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสวาปตามด้วยท่านอาภรณ์ สาราคำ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสวาป เผ่าประทาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กระผมได้รับการร้องขอจากนายวิบูลย์ เทียนทอง นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลทับสะแก กำนันมาเรีย เผ่าประทาน กำนันตำบลทับสะแก🔗
เรื่องการขอรับการสนับสนุน งบประมาณในการดำเนินการปรับปรุงถนนพร้อมวางท่อระบายน้ำสายทุ่งกอก ทุ่งนาระยะทาง ๑,๔๔๕ เมตร หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๕ ตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งถนนสายนี้เป็นถนนสายหลักที่ราษฎรในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลทับสะแก และบุคคลทั่วไปใช้สัญจรไปมาและขนส่งพืชผลการเกษตรเป็นจำนวนมาก เป็นถนนในเขต ผังเมืองรวมชุมชนทับสะแก มีบ้านเรือนราษฎรสร้างเพิ่มขึ้นจำนวนมากทำให้เวลาฤดูฝน มรสุมฝนตกหนักทิศทางการไหลของน้ำมีการเปลี่ยนไปและถนนดังกล่าวขวางทางน้ำอยู่ ยังไม่มีการวางท่อระบายน้ำจึงทำให้เกิดน้ำท่วมขังซ้ำซาก บ้านเรือนราษฎรบริเวณถนนเป็น ประจำทุกปี จึงจำเป็นต้องดำเนินโครงการปรับปรุงถนนพร้อมวางท่อระบายน้ำในพื้นที่ดังกล่าว แต่เนื่องจากองค์การบริหารส่วนตำบลทับสะแกไม่มีงบประมาณเพียงพอนะครับ จึงขอให้ ท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมการปกครองส่วนท้องถิ่นจัดสรรอุดหนุน งบเพื่อทำท่อระบายน้ำเพื่อบำบัดความเดือดร้อนแก่ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอาภรณ์ตามด้วยท่านอัครวัฒน์ อัศวเหม เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอาภรณ์ สาราคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่องค่ะ🔗
ดิฉันและนายกรวีร์ สาราคำ ได้ลงพื้นที่ ได้รับการร้องเรียนจากนายศิริศักดิ์ ไขแสงจันทร์ กำนันตำบลสร้อยพร้าว อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางถนนแยกบ้านหนองตาไก้ ตำบลสร้อยพร้าว บ้านบ่อคำ ตำบลดอนหายโศก ถนนเส้นนี้มีความกว้าง ๖ เมตร ยาว ๙๐๐ เมตร ถนนเป็นลูกรังค่ะท่านประธาน ถนนจะเป็นหลุมเป็นบ่อเดินทางลำบากมาก ดิฉันขอฝาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยทำถนนให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายธวัชชัย หาญธงชัย กำนันตำบลสะแบง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนบ้านสะแบงในการ สัญจร ถนนมีสภาพชำรุดเสียหาย สะพานไม้ก็หักพังทำให้เป็นอันตรายแก่ประชาชนที่ใช้ เส้นทางนี้ในการขนส่งพืชผลทางการเกษตรค่ะ ดิฉันฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเพิ่ม งบประมาณสร้างถนน สร้างสะพานลอยคอนกรีตให้กับพี่น้องชาวเกษตรกรตำบลสะแบง อำเภอหนองหาน อย่างเร่งด่วนด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ ดิฉันขอฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านประวิตร วงษ์สุวรรณ ถึงความเดือดร้อนและร้อนใจเรื่องเอกสารสิทธิที่ดินที่จะเป็นมรดกให้กับลูกหลาน ชาวบ้านสะแบง ตำบลดอนหายโศก ตำบลพังงู และทุกตำบลในอำเภอหนองหาน ที่ยังรอ ความหวังจากท่านประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้โปรดมามอบโฉนดให้กับพี่น้องชาวอำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานีด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอัครวัฒน์ตามด้วยท่านมานพ คีรีภูวดล นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครวัฒน์ อัศวเหม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ กระผมมีเรื่องหารือผ่านท่านประธานสภาดังนี้ กระผมได้รับการร้องเรียนจากนางนัยเนตร ทองเงิน ประธานกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งอยู่หมู่ที่ ๖ ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ มีความเดือดร้อนของชาวประมงที่ทำการ ประมงพื้นบ้านที่ปากอ่าวสมุทรปราการ เพราะผลกระทบจากการบังคับใช้พระราชกำหนด การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๐🔗
ทำให้ชาวบ้านที่มีอาชีพทำการ ประมงพื้นบ้านในพื้นที่ปากอ่าวสมุทรปราการหลายร้อยครัวเรือนไม่สามารถออกเรือหาปลา ได้ในปัจจุบัน โดยปัญหาเกี่ยวกับใบอนุญาตให้ใช้เครื่องมือประมง อุปกรณ์การทำประมง และอาชญาบัตรการทำประมง มีผลกระทบต่อเรือประมงพื้นบ้านที่ไม่มีอาชญาบัตร หรือมี อาชญาบัตรแต่เป็นฉบับผิดประเภท เนื่องจากวิถีของชาวประมงพื้นบ้านจะมีการปรับเปลี่ยน เครื่องมือการทำประมงของตนให้สอดคล้องกับฤดูกาลและประเภทสัตว์น้ำ ทำให้ชาวประมง รายเดียวมีเครื่องมือหลายประเภท ดังนั้นการกำหนดให้เรือประมง ๑ ลำมีอาชญาบัตร ๑ ใบ จึงไม่สามารถสอดคล้องกับสภาพวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวประมงพื้นบ้าน และถ้าทำประมง โดยใช้เครื่องมือผิดประเภทก็จะโดนจับกุม ถูกยึดเครื่องมือทำการประมง ยึดสัตว์น้ำ กักเรือ และ เสียค่าปรับ บางครั้งเป็นจำนวนเป็นเรือนแสนบาท จึงกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านไปยังที่ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้โปรดพิจารณาผ่อนปรนการบังคับใช้กฎหมาย หรือหารือแนวทางแก้ไขดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นหารือกับทางจังหวัดก็ดี ทางตำรวจน้ำ หรือเจ้าท่า เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาการประกอบอาชีพประมงของชาวสมุทรปราการ ซึ่งปัจจุบันมีความเดือดร้อน ไม่สามารถประกอบอาชีพได้โดยด่วนนะครับ ขอบคุณอย่างสูงครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานพ ตามด้วยท่านสายัณห์ ยุติธรรม นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ สืบเนื่องมาจากเครื่องบินรบมิก-๒๙ (MIG-29) ของประเทศเมียนมาร์ ได้รุกล้ำน่านฟ้าไทย รุกล้ำอธิปไตยของไทย ซึ่งสร้างความตกใจให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งในพื้นที่และทั่วประเทศครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เมื่อวันที่ ๓๐ ที่ผ่านมาคิดว่า เหตุการณ์พี่น้องคนไทยทุกคนก็รับทราบ และเมื่อเช้านี้เครือข่ายพี่น้องประชาชนก็รายงานว่า มีการโจมตีด้วยเครื่องบินในฝั่งเมียวดีเสียงดัง ซึ่งเราไม่รู้ว่าสถานการณ์จะจบลงเมื่อไรนะครับ ประเด็นนี้มันเกิดความรุนแรงตลอดแนวชายแดน ตั้งแต่มีการยึดอำนาจของรัฐบาลพลเรือน ตั้งแต่วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ก็ยังมีความรุนแรงและเกิดมีการอพยพกับพี่น้องประชาชน ในฝั่งโน้นมาฝั่งไทยเป็นระลอก ๆ ครับ เพราะฉะนั้นผลกระทบที่ตามมาครับท่านประธาน อันที่ ๑ การสูญเสียชีวิตของพี่น้องประชาชนนะครับ การอพยพหนีภัยสงคราม ทรัพย์สิน และความปลอดภัยของพี่น้องคนไทย แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาล่าสุดก็คือว่าผู้บริหารประเทศ ไม่ว่าจะเป็นท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศบอกว่าประเทศ เพื่อนบ้านเมียนมาร์ได้ขอโทษไปแล้ว เสียใจไปแล้ว คนไทยที่ส่งข้อมูลมาหาผมครับท่านประธาน วันนี้เรายังไม่มีเอกสารแสดงว่าเขาได้ขอโทษมาแล้วครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ผมอยากจะหารือไปยังกระทรวงมหาดไทยว่าท่านต้องใช้หลักการดูแลพี่น้องประชาชนที่หนีภัย รวมถึงคนไทยที่ได้รับผลกระทบตามหลักสิทธิมนุษยชน ตามกลไกที่เคยทำมา กระทรวง สาธารณสุขครับ ท่านจะต้องดูแลเรื่องของสุขภาพ เราไม่รู้ว่าคนที่อพยพมามีโรคภัยไข้เจ็บ อะไรบ้างติดมา เพราะนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดและด้านสุขภาพ ท่านจะต้องมี หน่วยงานด้านสาธารณะเข้าไปดูแลนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม อันนี้เรื่องสำคัญครับ ในบทบาทของนายกรัฐมนตรีประเทศไทยจะต้อง แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในกรณีความขัดแย้งและความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน อันที่ ๒ ข้อเสนอของหลาย ๆ ฝ่ายบอกว่าประเทศไทยจะต้องประกาศโน ไฟล์ โซน (No-fly Zone) หรือว่าเขตห้ามบินตลอดแนวชายแดน อาจจะ ๓ กิโลเมตร ๕ กิโลเมตร เพื่อไม่ให้เกิด ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ ฝ่ายครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสายันต์ ตามด้วยพันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ นะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สายัณห์ ยุติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขอปรึกษาหารือ ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ปรึกษาหารือไปถึงกระทรวงพาณิชย์ครับ ตอนนี้ที่เขาลือกันทั้งประเทศ ว่าของแพงทั้งแผ่นดินนี่ผมไม่เชื่อครับ มะพร้าวบ้านผมถูกเหลือลูกละ ๓ บาทครับ ผมอยาก เรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ทราบเรื่องนี้ด้วยว่าช่วยทำให้มะพร้าวแพงหน่อยครับ กะทิกล่องไม่เคยลด ๒ ๓ ยี่ห้อที่ผูกขาดประเทศไทย ลักลอบนำมะพร้าวจากต่างประเทศเข้ามา ทำไมไม่ซื้อมะพร้าวในประเทศ กระทรวงพาณิชย์ทราบหรือยังครับ ผมอยากทราบเรื่องนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมหารือไปที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ผมได้รับร้องเรียนจากท่านนายกเทศมนตรี ตำบลท่าศาลาคือนายกเทพ ท่านมีสัตว์ชนิดหนึ่ง สัตว์ชนิดนี้เกิดที่ภาคเหนือของประเทศไทย แต่มายิ่งใหญ่ที่ภาคใต้ เขาชื่อว่านกปรอดหัวโขน ชื่อเล่นว่านกกรงหัวจุก นี่ในภาพนะครับ พอหิ้วไปไหนตอนเช้านี่ครับ ไปกินน้ำชา บ้านผมเขาเรียกทานน้ำชานะครับ ก็หิ้วตำรวจจับ บอกว่าเคลื่อนย้ายสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ผมเรียนว่านี่มันของเล่น กระท่อมก็ปลดแล้ว กัญชา ก็ปลดแล้ว แล้วทำไมไม่ปลดเรื่องนกกรงหัวจุกบ้านผมด้วยล่ะครับ ผมเรียนว่านอกจากนก กรงหัวจุกแล้วนอกจากเลี้ยงอย่างนี้ครับ มันมีอาชีพเกิดขึ้นครับที่บ้านผม บ้านหน้าทับ บ้านในถุง บ้านสระบัว เขาทำกรงนกท่านประธาน ทำกรงนกมีรายได้ดีกว่าออกเรือในทะเล อีกครับ หลังจากนั้นครับ พวกนกมันทานอะไรท่านประธานทราบไหมครับ ทานกล้วยหิน แล้วกล้วยคนเขาปลูกเพื่อจะได้ขายกล้วย ผมเลยเรียนว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยได้ปลดล็อก นกปรอดหัวจุกหรือว่านกกรงหัวจุกบ้านผมทีครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ พันตำรวจตรี ชวลิต ตามด้วยท่านกันตวรรณ ตันเถียร นะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอหารือต่อกรณีที่มีชาวบ้านเป็นจำนวนมากที่บ้านศรีวังธาร หมู่ที่ ๘ ตำบลป่าไผ่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ร้องเรียนผ่านคุณพุธิตา ชัยอนันต์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล ได้ฝากเรื่องนี้มายังผมว่าในพื้นที่ตำบลป่าไผ่มีการทำกิจการขุดบ่อดิน ซึ่งจะมี รถบรรทุกดินวิ่งผ่านเข้าออกผ่านหมู่บ้านทั้งวัน รถวิ่งเสียงดัง ดินหล่น ฝุ่นละอองคลุ้ง สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก ประเทศเรามีกฎหมายที่สามารถเอาผิดการกระทำที่สร้างความสั่นสะเทือน สร้างฝุ่นละออง สร้างความเดือดร้อนหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชนอยู่นะครับ ก็ต้องมีเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องคอยบังคับใช้กฎหมาย ไม่ให้ประชาชนต้องมาเดือดร้อนจนเขาต้องมาร้องเรียนกับผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคผมแบบนี้ พื้นที่ตรงนี้ตามผังเมืองการจะทำบ่อดินได้จะต้องได้รับใบอนุญาต จากกระทรวงอุตสาหกรรมก่อนจึงจะทำบ่อดินได้ครับ ไม่อย่างนั้นก็คือบ่อดินเถื่อนต้องถูกจับ ผมเช็ก (Check) ในระบบมาแล้วว่าของหมู่ที่ ๘ ไม่มีใบอนุญาตเป็นบ่อดินเถื่อน มีแต่ของ หมู่ที่ ๑๕ ที่มีใบอนุญาต ก็ฝากตำรวจ ปทส. ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับคดีประเภทนี้โดยตรงด้วย ขอให้มาช่วยดำเนินคดีด้วย หรือหากเป็นกรณีรถขนดินจากบ่อดินหมู่ที่ ๑๕ ที่อยู่ติดกับหมู่ที่ ๘ ถ้าหากวิ่งผ่านบ้านเรือนของประชาชนแล้วสร้างความเดือดร้อนตามที่ชาวบ้านร้องเรียน ก็ขอกระทรวงอุตสาหกรรมมาช่วยดูหน่อยได้ไหมว่าต้องถอนใบอนุญาตด้วยหรือไม่ ก็ขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีช่วยเร่งรัดสั่งการและดำเนินการบังคับใช้ กฎหมายอย่างจริงจังด้วยครับ🔗
อีกกรณี มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนกว่า ๗๐๐ หลังคาเรือนในการขอใช้ เส้นทางลักผ่านข้ามทางรถไฟสายวงเวียนใหญ่-มหาชัย ระหว่างสถานีรถไฟรางโพธิ์-การเคหะ ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทยเคยมีความพยายามในการปิดเส้นทางดังกล่าวนั้น ล่าสุดตัวแทน ผู้เกี่ยวข้องมีความประสงค์ดำเนินเรื่องขออนุญาตสร้างเป็นทางข้ามที่ถูกต้อง ซึ่งได้ยื่นเรื่อง ไปที่การรถไฟแห่งประเทศไทยและกระทรวงคมนาคมแล้ว ก็ขอฝากท่านประธานนะครับ ให้เร่งรัดเรื่องดังกล่าวต่อสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคมตามเลขรับ ๑๒๙๕๘ ลงวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๕ และการรถไฟแห่งประเทศไทยตามเลขรับ ๙๔๕๖ ลงวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๕ ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณกันตวรรณ และตามด้วยท่านดะนัย มะหิพันธ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา จากพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันจะขอพูดถึงการเปิดเกาะกลางหน้าบริเวณทางเข้าออกโรงพยาบาลตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ซึ่งดิฉันพูดในสภาแห่งนี้ ๔ ครั้งแล้ว ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒🔗
ตอนนั้นทางกรมทางหลวงก็แจ้งว่าไม่สามารถ ที่จะแก้ไขได้เนื่องจากก่อสร้างไปแล้ว ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันพูดอีกครั้งค่ะ เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๓ ในการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๔ ซึ่งดิฉันตั้งข้อสังเกตว่าการก่อสร้าง ถนนใด ๆ จะต้องสอดคล้องกับพี่น้องประชาชนจะต้องสอบถามให้รอบด้าน และอีกครั้งค่ะ วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๔ ดิฉันทวงถามเป็นครั้งที่ ๒ จน ส.ส. ในสภาเจอดิฉันก็ถามว่า พี่ได้หรือยัง เขาไปแก้ไขให้หรือยัง จนหนังสือพิมพ์ไทยรัฐนำประเด็นที่ดิฉันทวงถามนี่ไปลง ข่าวนั่นคือมันกำลังเดือดร้อนมาก กรมทางหลวงก็แจ้งว่ากำลังดำเนินการ จนวันที่ ๒๒ ธันวาคม ดิฉันทวงถามไปอีกครั้งจะแก้ไขให้กับพี่น้องพังงาหรือเปล่า แล้วทางกรมทางหลวงก็ได้มีหนังสือ แล้วก็ได้ตอบกลับมาว่ากำลังดำเนินการจะตั้งงบประมาณให้ในปี ๒๕๖๖ ถ้าหากว่าครบกำหนด สัญญา และเมื่อดิฉันได้ไปทวงถามอีกครั้งไปดูในชั้นกรรมาธิการงบประมาณ ซึ่งกำลังพิจารณา ก็ทราบว่าทางหลวงได้ตั้งงบประมาณให้แล้วผ่านวาระหนึ่งของสภาแล้ว ดิฉันก็ขอขอบคุณ กรมทางหลวงนะคะที่ลงมาแก้ไข แต่ปัญหาดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นถ้ากรมทางหลวงเข้าไปรับฟัง ปัญหาให้รอบด้านจะไม่เกิดการตั้งงบประมาณซ้ำซ้อนนะคะ ปัญหาเกิดอีกครั้งค่ะท่านประธาน ตอนนี้เกิดการสร้างถนน ๔ ช่องจราจรที่ตะกั่วป่า-บางสัก กรมทางหลวงไปปิดกั้นช่องจราจร อีกแล้วค่ะ ทำให้จุดยูเทิร์น (U-Turn) ของพี่น้องประชาชนจาก ๕๐๐ เมตรกลายเป็น ๒.๒ กิโลเมตร ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ผอ. เกษม วรสิทธิชัย ผอ. โรงเรียนเทศบาลบ้านย่านยาว บอกว่าน้องมดช่วยพูดในสภาให้หน่อยช่วยลงมาแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนก็ฝาก กรมทางหลวงแผ่นดิน กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านดะนัย ตามด้วยท่านโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย อำนาจเจริญ เขต ๒ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องของที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยบริเวณโคกหมาหิว ตำบลเปือย อำเภอลืออำนาจ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๔,๒๗๑ ไร่ มีการรังวัดไปแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ และ ปี ๒๕๕๒ ก็มีการออกประกาศว่าจะมอบเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชน ผมได้นำเรื่องนี้ มาหารือเมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๔ แล้วก็ได้มอบเอกสารต่าง ๆ ให้กับท่านประธานไปแล้ว ท่านประธานครับ เวลาล่วงเลยไปแล้ว ๖ เดือนจนบัดนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดยังไม่มีคนใดลงไป ที่จะออกเอกสารสิทธิเหล่านี้ให้กับพี่น้องเลยครับ คนแก่ที่อาศัยอยู่ที่นั่นมานานเป็นห่วงว่า ถ้าตัวเองหมดชีวิตไปแล้วไม่ทราบว่าลูกหลานจะได้ที่อยู่อาศัยเหล่านี้เป็นหลักฐานเอกสาร อะไร จึงอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยลงไปตรวจสอบ แล้วก็รีบดำเนินการด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องการตัดไม้ยางนาในเขตพื้นที่สาธารณะ ตำบลเสนางคนิคม อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นไม้ยางขนาดใหญ่มีอายุหลายร้อยปีและมี จำนวนหลายร้อยต้นที่โดนตัดครับ ผมได้หารือเรื่องนี้เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายนที่ผ่านมา ครับท่านประธาน พอผมหารือเสร็จนายอำเภอเสนางคนิคม นายวิชญุตม์ ทองแป้น ได้ตั้ง กรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พอนายอำเภอตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมีคนโทรศัพท์ มาข่มขู่ว่าถ้าดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปจะต้องได้ย้ายอย่างเร่งด่วน ฝากท่านประธานว่าการที่ คนเราจะทำความดี การที่คนเราจะทำทุกเรื่องให้ถูกต้องมีการต้องขู่เข็ญกันว่าต้องย้าย ต้องอะไรด้วยใช่ไหมครับ เขาเพิ่งเป็นนายอำเภอได้ ๓ เดือนครับ เป็นคนจังหวัดตรังบ้านของ ท่านประธานชวน ถ้าหากเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมไม่ได้รับการคุ้มครอง ผมเชื่อว่าวันนี้ ผมจะต้องนำเขามาเรียกร้องความเป็นธรรมจากท่านประธาน ก็ฝากท่านประธานผ่านไปถึง หน่วยงานได้รีบลงไปตรวจสอบดูแลด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านโชติพิพัฒน์ครับ ตามด้วยท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตจอมทอง ธนบุรี พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องอุบัติเหตุรถกระบะ ชนขอบทางบีอาร์ที (BRT) พลิกคว่ำขออนุญาตทางเจ้าหน้าที่ช่วยเปิดคลิปวิดีโอ (Clip Video) ด้วยนะครับ มีไหมครับ ไม่ทราบมีคลิปวิดีโอ (Clip Video) ไหมครับ คลิปวิดีโอ (Clip Video) สงสัยไม่มี คืออย่างนี้นะครับ วันนี้ผมจะมาขออนุญาตหารือในเรื่องเส้นขอบกั้นระหว่างถนน พระราม ๓ เส้นขอบกั้นบีอาร์ที (BRT) ซึ่งมันเกิดอุบัติเหตุเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคมที่ผ่านมานี่เอง เนื่องจากมีรถปิกอัป (Pickup) ไปเฉี่ยวชนแล้วก็พลิกคว่ำแล้วเกิดไฟไหม้มีผู้เสียชีวิตถึง ๒ ราย การหารือครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ ของผมที่เคยเตือนแล้วว่าขอบคอนกรีตที่นำมาใช้แบ่งช่องทาง ของรถบีอาร์ที (BRT) นั้นกลมกลืนกับถนนมองไม่รู้ว่าเส้นแบ่งกั้นของบีอาร์ที (BRT) คนไหน ที่ไม่เคยชินเส้นทางมีโอกาสเฉี่ยวชนและเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ก่อนหน้านั้นสมัยบีอาร์ที (BRT) สร้างเสร็จใหม่ ๆ ก็มีการทาสีคอนกรีตเป็นจุดสังเกต แต่ปัจจุบันสีลอกไปหมดแล้ว ขับเพลิน ๆ ไม่สังเกตก็ไม่สามารถมองเห็นเส้นขอบแบ่งกั้นระหว่างบีอาร์ที (BRT) ยิ่งตอนกลางคืนก็ ไม่ต้องพูดถึงนะครับ ผมได้หารือผ่านไปประมาณ ๖ เดือนที่แล้วก็ยังไม่เห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการแก้ไขหรือทาสีขอบเส้นทางบีอาร์ที (BRT) ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตถึง ๒ ราย ก็ไม่ทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมาแก้ไขหรือจะเงียบเฉยอีก กรุงเทพมหานครจะ รับผิดชอบอย่างไร ท่านผู้ว่าราชการ กทม. คนใหม่ว่าอย่างไรครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจิรายุครับ ตามด้วยท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย🔗
คลอง ๒ เลียบถนนคู้บอนตั้งแต่ สน. คันนายาวไปจนถึงพระยาสุเรนทร์น้ำเน่าดำปี๋อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งปฏิกูล มากหลายจนทำให้ตัวเงินตัวทองนอนตายคาคลองตามภาพที่เห็นอยู่นี้ครับผมไปชี้ให้เห็น และผักตบชวาก็แน่นเลย ขอให้ผู้อำนวยการเขตคลองสามวาและผู้ว่า กทม. เร่งแก้ไขด่วน ที่นี่กรุงเทพมหานครครับ กรมการขนส่งทางบกและ ขสมก. ให้ดำเนินการจัดรถเมล์วิ่งบน ถนนนิมิตใหม่-ประชาร่วมใจ อย่าให้คนกรุงเทพมหานครถูกแบ่งชนชั้นมากนัก เดี๋ยวจะหาว่า รัฐบาลนี้ไร้น้ำยา คน กทม. ไม่มีรถเมล์ หารือเป็นปีที่ ๔ ของสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งที่ ๕ ของสภานี้ ขอให้กรุงเทพมหานครจัดทำสะพานข้ามแยกบริเวณสี่แยกหทัยราษฎร์ตัดเลียบ คลองสอง ซึ่งบริเวณดังกล่าวนี้จะเห็นว่าผู้ว่าราชการชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการแกร่งในปฐพี ไปยืนที่สี่แยกนี้พร้อมกับจิรายุ ห่วงทรัพย์ มาแล้ว ก็ฝากไปยังท่านผู้ว่าราชการช่วยไปดูและ แก้ไขปัญหาด้วย🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ขอให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการตรวจสอบความล่าช้ารถไฟฟ้า สายสีชมพูที่วิ่งไปบ้านผมบนถนนรามอินทราบอกว่าจะเสร็จสิ้นปีนี้ ผ่านเมื่อเช้านี้น่าจะปีหน้า เพราะฉะนั้นจึงขอให้นายกรัฐมนตรีช่วยตรวจสอบด้วย ส่วนสายสีส้มล่าช้าไปกว่า ๒ ปี สุดท้ายประชาชนเดือดร้อน ส่วนหนึ่งสร้างทางวิ่งเสร็จแล้วตั้งแต่มีนบุรีคลองสามวามาที่ ศูนย์วัฒนธรรมยกระดับบนถนนรามคำแหง แต่ก็ยังไม่สามารถเปิดวิ่งได้ เนื่องจากมีการล้มประมูล ไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว และเมื่อวานนี้ศาลปกครองก็ยังมีคำพิพากษาออกมาว่าการล้มประมูล ไม่ชอบ จึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้โปรดกรุณาตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนและดำเนินการด้วย เนื่องจากสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแจ้งผมมาว่าสูญเสียไปแล้วกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท พี่น้องประชาชนบางขุนนนท์ มีนบุรี คลองสามวาและตลอดเส้นทางไม่ได้ใช้ประโยชน์ จากรถไฟฟ้า เกรงว่าจะเป็นโฮปเวลล์ ๒ ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอรรถกรตามด้วยท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอหารือปัญหาของพี่น้อง ชาวจังหวัดฉะเชิงเทราต่อท่านประธานนะครับ ตอนนี้ก็รบกวนฝ่ายโสตช่วยเปิดภาพไล่เรียง ไปเลยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการประสาน จากนายธีรพล อุทัยพันธ์ ซึ่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโยธะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ว่าพี่น้องได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องที่ตลิ่งพังอย่างภาพที่เห็นครับ ที่วัดอาคมสิทธาภรณ์ หมู่ที่ ๑ ตำบลโยธะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว ซึ่งการเสียหายแบบนี้ เป็นมานานพอสมควรแล้วครับท่าประธาน ทุกวันนี้สิ่งก่อสร้างในวัดก็ทรุดโทรมลงไปตามตลิ่ง ที่พังลงไปด้วยนะครับ ผมทราบมาว่าทางโยธาธิการจังหวัดฉะเชิงเทราได้เข้ามาสำรวจและ ออกแบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทยให้ช่วยเร่งแก้ไขด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของปัญหาผักตบชวาที่ต้องบอกว่าเป็นปัญหาเรื้อรัง มาอย่างยาวนานนะครับ โดยผมได้รับการร้องเรียนจากผู้นำชุมชนในบริเวณตำบลบางตลาด อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา ว่าทุกวันนี้พี่น้องประชาชนมีความจำเป็นที่จะต้องออก เรือไปหากุ้งหาปลานะครับ แต่ดังภาพที่เห็นครับไม่สามารถทำมาหากินได้ เงินในกระเป๋า ก็หมดลงไปเรื่อย ๆ ทุกวันนี้ประมาณเดือน ๒ เดือนที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนละแวกนั้น ทั้งผู้ใหญ่ทั้งกำนัน ทั้งผู้นำท้องถิ่นมีความจำเป็นต้องระดมเรี่ยไรหาทุนซื้ออุปกรณ์ ซื้อน้ำมัน ซื้อข้าวด้วยตัวเองนะครับ ลงแรงด้วยตัวเองเพื่อ เพื่อต้องการจะแก้ไขปัญหา จึงขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานไปยังจังหวัดฉะเชิงเทราให้ช่วยแก้ไขปัญหานี้ให้พี่น้องชาวคลองเขื่อนด้วย เพราะคลองเขื่อนก็อยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทราครับ🔗
เรื่องสุดท้าย เรื่องผักตบชวาเหมือนกัน ผมได้รับการร้องเรียนจากนายไพศาล ช้างพลายแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศาลาแดง อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ว่ามีพี่น้องชาวตำบลศาลาแดงแจ้งมาว่าได้รับความเดือดร้อนจากปริมาณผักตบชวา ที่หนาแน่นในคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตเดือดร้อนกันไปหมดครับ ก็ฝากประสานผ่าน ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นจังหวัดฉะเชิงเทราหรือว่ากรมชลประทาน ช่วยแก้ไขด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอุบลศักดิ์ ตามด้วยท่านอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตหารือท่านประธานไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรทำนาในเขตอำเภอพัฒนานิคม เช่น ตำบลโคกสลุง อำเภอ พัฒนานิคม พี่น้องเกษตรกรทำนาในเขตอำเภอโคกสำโรง ตำบลห้วยโป่ง-หลุมข้าว อำเภอ บ้านหมี่เขตพุคา อำเภอท่าวุ้งอีกหลายตำบล ขณะนี้พี่น้องเกษตรกรได้เริ่มทำนาแล้ว แต่ปรากฏว่าน้ำชลประทานไม่สามารถปล่อยได้ จริง ๆ ปล่อยได้ครับ จึงกราบเรียนไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เปิดประตูน้ำให้พี่น้อง ชาวนาทำนาได้จะได้หมดหนี้สินเสียทีหนึ่ง🔗
ประเด็นที่ ๒ ผมหารือตัวท่านประธานเลยครับ ในฐานะที่ท่านเป็นผู้บรรจุ ญัตติต่าง ๆ ญัตติที่ ๑ คือญัตติที่ผมเสนอให้รัฐสภาตั้งกรรมาธิการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่อง การปลดหนี้สินของพี่น้องเกษตรกรที่เป็นหนี้อยู่ทุกวันนี้ตกในสภาพล้มละลายไม่น้อยกว่า ๓๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำอย่างไรจะปลดหนี้ พี่น้องเกษตรกรจะผูกคอตายอยู่แล้ว🔗
ประเด็นที่ ๓ ปัญหาพี่น้องเกษตรกรที่ผ่านมานั้นหน่วยงานทุกหน่วยงาน ที่เป็นภาครัฐ ท่านประธานครับ เขามีบำเหน็จบำนาญกินตลอดชีวิต แต่พี่น้องเกษตรกร ชาวนาชาวไร่ของผมนั้นปลดเกษียณตอนไหนครับท่านประธาน ตอนเข้าโลงครับ ผมอยากให้ ท่านประธานหารือโดยตรงเลย เพราะท่านประธานรับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้วช่วยกรุณา บรรจุให้ทันสมัยประชุมครั้งนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอาสพลธ์ครับ ตามด้วยท่านนพพล เหลืองทองนารา ที่ยังตกค้างอยู่🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ ดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านกำนันที กระสังข์ และท่านอดีต กำนันนุ นาคนวล ตำบลผักไหม อำเภอห้วยทับทัน เกี่ยวกับความเดือดร้อนในการใช้รถใช้ถนน ของพี่น้องประชาชนของถนนทางหลวงชนบทศรีสะเกษ หมายเลข ๕๐๕๗ เนื่องจากถนน ดังกล่าวมีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ รวมทั้งเมื่อเวลาฝนตกน้ำจากฝนจะท่วมขังถนนสายดังกล่าว ซึ่งก่อให้เกิดอุบัติเหตุแก่พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในเส้นดังกล่าวจำนวนหลายรายแล้ว ดังนั้นผมจึงขอกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังอธิบดีกรมทางหลวงชนบท กระทรวง คมนาคม ให้ช่วยแก้ไขปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชนดังกล่าวโดยการปรับปรุงซ่อมแซม ถนนลาดยาง รวมทั้งก่อสร้างรางระบายน้ำและติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างช่วงบ้านห้วยซันพัฒนา บ้านกระเต็ล และบ้านกระสังข์ ตำบลผักไหม อำเภอห้วยทับทัน โดยเร่งด่วนต่อไปด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวอำเภออุทุมพรพิสัย เมืองจันทร์และห้วยทับทัน ซึ่งพักอาศัยอยู่บริเวณถนนทางหลวงชนบทศรีสะเกษ หมายเลขต่าง ๆ ซึ่งผมจะได้กล่าวต่อไปนะครับว่าถนนดังกล่าวมีสภาพมืดมากในเวลากลางคืนซึ่งก่อให้เกิด อุบัติเหตุแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนและก่อให้เกิดความเดือดร้อนจากมิจฉาชีพแก่พี่น้องประชาชน ผู้พักอาศัยอยู่ในบริเวณถนนดังกล่าว คือถนนหมายเลข ๔๐๔๑ ช่วงบ้านผึ้ง ตำบลรังแร้ง อำเภออุทุมพรพิสัย ถนนหมายเลข ๓๐๕๕ บ้านรังแร้ง ตำบลรังแร้ง บ้านสะเดา ตำบลโพธิ์ชัย บ้านโนนกอง ตำบลโพธิ์ชัย บ้านดงก่อ ตำบลโพธิ์ชัย และบ้านหนองกุงพัฒนา ตำบลโพธิ์ชัย อำเภออุทุมพรพิสัย และถนนหมายเลข ๓๐๕๑ บ้านโพนเมือง ตำบลขะยูง บ้านประดู่ ตำบลขะยูง บ้านขะยูง บ้านปะหละ ตำบลปะอาว บ้านห่อง ตำบลปะอาว บ้านโนน ตำบลแข้ บ้านหนองอีทุม ตำบลกำแพง อำเภออุทุมพรพิสัย ผมจึงขอกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง อธิบดีกรมทางหลวงชนบทช่วยพิจารณาแก้ไขปัญหาโดยการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างให้แก่ พี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนพพลครับ ท่านสุดท้ายแล้วนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ท่านครับเมื่อเช้าผมต้องขออภัยท่านอย่างสูงครับ พอดีว่า มาจากห้องสำนักงบไม่ทันครับ ขอกราบขออภัยครับท่าน🔗
เรื่องแรก วันนี้ผมจะมาขอหารือกับท่านประธานก็คือถนนทางหลวงแผ่นดิน สาย ๑๒๗๕ ตอนมะขามสูง-บ้านพญาแมน ก็ได้มีการก่อสร้างกันมานานแล้วเป็นระยะ เพื่อจะขยายเป็นถนน ๔ เลน (Lane) จนบัดนี้ขยายมาถึงตัวเทศบาลอำเภอพรหมพิราม เทศบาลตำบลพรหมพิรามแล้ว แล้วก็มีการหยุดชะงักไปของการขยายเส้นทางเส้นนี้ให้เป็น ๔ เลน (Lane) ๔ ช่องจราจร ผมเองก็เลยอยากจะอาศัยบารมีท่านประธานได้บอกกล่าว หน่วยงานก็คือกรมทางหลวงแผ่นดิน แขวงที่ ๑ ของพิษณุโลกว่าถนนสายนี้จะได้รับการขยาย เป็น ๔ ช่องจราจร ตั้งแต่เทศบาลตำบลพรหมพิรามไปจนกระทั่งถึงสิ้นสุดทางที่บ้านเชิงหวาย อยากขอให้ท่านได้เร่งรัดการสร้างถนนเส้นนี้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอฝากเรื่องถึงกรมชลประทาน นั่นหมายความว่าโครงการเขื่อน แควน้อยบำรุงแดนนั้นเสร็จสิ้นไปตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๕๑ แล้วนะครับ บัดนี้ผ่านมาแล้ว ๑๔ ปี คือปี ๒๕๖๕ ในโครงการชลประทานด้านฝั่งซ้ายของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนนั้นยังไม่สามารถที่จะทำงาน ไม่สามารถที่จะใช้ประโยชน์จาก โครงการดังกล่าวได้เลย เพราะว่าตลอดระยะเวลาจนถึงบัดนี้โครงการทั้งหลาย โดยเฉพาะ คลองส่งน้ำที่ส่งไปยังพ่อแม่พี่น้องตามตำบล ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ทั้งในตัวอำเภอวัดโบสถ์ แล้วก็ในอำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลก โดยเฉพาะตำบลบ้านป่า ตำบลดอนทอง ตำบลสมอแข ก็รอคอยการเสร็จสิ้นความสมบูรณ์ของคลองเส้นนี้ ขอรบกวนท่านประธานได้บอกกล่าวถึง หน่วยงานที่รับผิดชอบด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่าน สิรินทรไม่ทันครับ กลัวจะเสียสิทธิ ท่านสมาชิกครับก็ถือว่าเราได้ให้เวลากับท่านสมาชิก ได้หารือเอาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือในสภาเสร็จเป็นที่เรียบร้อยนะครับ🔗
ขณะนี้มี ท่านสมาชิกลงชื่อมาประชุมจำนวน ๒๖๘ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอเปิด การประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ🔗
เรียนท่านสมาชิกครับก่อนที่จะมีการถามตอบกระทู้นะครับตามระเบียบวาระ กระทู้ถาม ผมขอเรียนให้ที่ประชุมทราบว่าสำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะได้ไป ดำเนินการถามและตอบในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ ห้องกระทู้ถามเฉพาะจะอยู่ บริเวณชั้น ๑ ควบคู่กันไปกับการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาและกระทู้ถามทั่วไปนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๑ กระทู้ถามสด🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๘๗ ส. (นายศราวุธ เพชรพนมพร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบ🔗
ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม คือ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตอนนี้ท่านรัฐมนตรี พลเอก ชัยชาญ ก็พร้อมอยู่ในห้องประชุมแล้ว ผมขอเชิญท่านศราวุธ เพชรพนมพร ได้ถามเลยเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศราวุธ เพชรพนมพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน วันนี้ผมได้ยื่นกระทู้ถามสดด้วยวาจาถามท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถึงกรณีที่เครื่องบินรบของพม่าได้บินรุกล้ำน่านฟ้าของประเทศไทยเข้ามาบริเวณชายแดน อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๕ หรือเมื่อประมาณ ๑ สัปดาห์ ที่ผ่านมา เข้ามาปฏิบัติภารกิจทางการทหารแล้วก็บินกลับออกไป ซึ่งผลของการปฏิบัติภารกิจ ในวันนั้นทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยมีผู้บาดเจ็บ ๓ ราย เสียชีวิต ๓ ราย ในนั้นมีคนไทย เสียชีวิตอยู่ ๑ ราย ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหาย ประชาชนที่อาศัยอยู่ ตามแนวชายแดนได้รับความตกอกตกใจ โรงเรียนต้องสั่งปิด เด็กนักเรียนต้องหยุดเรียน เพื่อย้ายไปยังสถานที่ที่มีความปลอดภัย การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของ ประเทศไทยทำให้ประเทศไทยถูกด้อยค่าศักดิ์ศรีความเป็นชาติ ประชาชนเกิดความรู้สึกหวาดกลัว ไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ที่สำคัญที่สุดการใช้ชีวิต ของประชาชนที่อยู่ในบริเวณชายแดนอยู่กันด้วยความหวาดระแวง ทำไมผมถึงกล่าวเช่นนั้น ก่อนเกิดเหตุเพียง ๑ วัน ท่านแม่ทัพภาคที่ ๓ คือ พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ ได้บินไปร่วมประชุม กับรัฐบาลของประเทศเมียนมาร์ ซึ่งหนึ่งในหัวข้อของการประชุมในวันนั้นก็คือในเรื่องของ การบริหารจัดการชายแดนร่วมระหว่างไทยกับพม่า หลังจากการประชุมเพียง ๑ วัน เกิดเหตุ เครื่องบินรบของประเทศเมียนมาร์บินรุกล้ำน่านฟ้าของประเทศไทยเข้ามาใช้พื้นที่ของประเทศไทย ยิงถล่มไปที่ชนกลุ่มน้อย เรื่องนี้ทำให้ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่าทั้งคนไทย พี่น้องประชาชนที่อยู่ ในประเทศไทยและสังคมโลกมองว่าเราได้หลับตาข้างหนึ่งเพื่อเปิดพื้นที่เปิดโอกาสให้กับ เครื่องบินรบของเมียนมาร์เข้ามาใช้พื้นที่ของประเทศไทยยิงถล่มไปยังชนกลุ่มน้อยใช่หรือไม่ เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้พม่ากับชนกลุ่มน้อยรบกันมาเป็นเวลายาวนานไม่เคยเกิดเหตุการณ์ แบบนี้เกิดขึ้นเลย แต่หลังจากเราบินไปพูดคุยกับเขาไม่ทราบว่าเราไปพูดคุยอะไรกันได้เกิด เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ทำให้สังคมโลกมองว่าเราได้หลับตาข้างหนึ่งเพื่อปล่อยให้พม่าได้เข้า มาดำเนินการแบบนี้ใช่หรือไม่ หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ ต่อสื่อมวลชน จะขออนุญาตท่านประธานได้เปิดคลิป (Clip) คำสัมภาษณ์ของท่านนายกครับ🔗
ผมฟังคำสัมภาษณ์ของท่านนายกรัฐมนตรี ผมรู้สึกผิดหวังในความเป็นผู้นำประเทศของท่าน ท่านบอกว่าเมียนมาร์ยอมรับผิดแล้วก็ขอโทษ กับเราแล้ว เขาแค่ตีวงเลี้ยวเข้ามา เครื่องบินเราบินขึ้นไปวอร์นนิง (Warning) และปฏิบัติตาม มาตรฐาน ท่านประธานครับ ถ้านี่คือมาตรฐานที่ท่านายกรัฐมนตรีบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรี ยอมรับได้ ผมต้องเรียนว่ามาตรฐานท่านนายกต่ำมากที่ยอมรับเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น แล้วท่านยอมรับได้ เป็นไปได้อย่างไรครับท่าน ๘ ปีที่ผ่านมาภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี ที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านนำพาประเทศ บริหารประเทศมาถึงจุดนี้ที่ตกต่ำ ไปทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมือง ซึ่งท่านกำลังพาพวกเรา เดินถอยหลังไม่รู้ว่าจะลงเหวหรือลงคลอง เรื่องความมั่นคง เรื่องการทหาร จริง ๆ เป็นเรื่องที่ ท่านควรจะเชี่ยวชาญที่สุดเพราะท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากพลเรือน ท่านมาจาก ผู้นำสูงสุดของกองทัพ ในอดีตเคยเป็นผู้นำสูงสุดของกองทัพนะครับ ถ้าการที่ท่านคิดว่า เครื่องบินเอฟ-๑๖ (F-16) ของไทยบินไปถึงพื้นที่ที่เกิดเหตุหลังจากเขาบินกลับไป หลังจาก เข้าปฏิบัติภารกิจเสร็จแล้วเป็นชั่วโมงแล้วเขาบินกลับไปแล้วนี่เครื่องบินเอฟ-๑๖ (F-16) ของไทยถึงบินไปถึงที่เกิดเหตุ ถ้าท่านบอกว่านี่คือมาตรฐานที่ท่านยอมรับได้ผมย้ำอีกทีว่า มาตรฐานท่านต่ำมาก ถ้าเป็นแบบนี้ท่านจะซื้ออาวุธเอาไปทำไมทุกปี เวลาท่านขอเหตุผล ในการซื้ออาวุธท่านก็จะให้เหตุผลบอกว่าเราต้องมีอาวุธในการปกป้อง ในการป้องกันประเทศ ในการป้องกันชายแดน พอเกิดเหตุแบบนี้ท่านบอกว่าเขาเป็นเพื่อนเรา มันดูย้อนแย้งกับคำพูด และการกระทำ🔗
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ที่ท่านให้สัมภาษณ์ที่ท่านบอกว่าเขาขอโทษกับเราแล้ว เขาขอโทษกับใครครับ ขอโทษท่านนายกรัฐมนตรีหรือขอโทษกับท่านผู้บัญชาการทหาร อากาศ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของท่านกับพม่า ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของผู้บัญชาการเหล่าทัพ ของทั้ง ๒ ประเทศ เป็นเรื่องของพี่น้องประชาชน เป็นเรื่องของคนไทยทั้งประเทศ เป็นเรื่อง ศักดิ์ศรีของประเทศ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำนะครับ รัฐบาลไทยโดยการนำของท่านนายกรัฐมนตรี ต้องเรียกร้องให้มีการขอโทษอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่ท่านไปพูดกัน ๒ คนแล้วท่านออกมา พูดแทนบอกว่าเขาขอโทษมาแล้ว คนที่ต้องขอโทษมากที่สุดคือคนไทยที่เสียชีวิตในวันนั้น เด็กนักเรียนที่ต้องวิ่งหนีหลบภัยในวันนั้น ไม่ใช่ขอโทษกันส่วนตัวแล้วจบเรื่องนี้ไปนะครับ ท่านประธาน เรื่องการแสดงท่าทีของผู้นำรัฐบาลเป็นเรื่องที่สำคัญ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีมีท่าทีแบบนี้ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านทุกระดับไม่มีใครกล้าออกนอก แนวนี้หรอกครับ เพราะท่านบอกว่าเรื่องนี้มันแค่เป็นการตีวงเลี้ยวเข้ามาในประเทศไทย แล้วเขาก็ออกไป ท่านผู้บัญชาการทหารอากาศออกมาให้สัมภาษณ์เลยบอกว่าไม่มีอะไร เขาแค่ตีวงเลี้ยวเข้ามาในประเทศไทย ท่านเปรียบการตีวงเลี้ยวบอกว่าเหมือนเพื่อนบ้าน เดินตัดสนามหญ้าหน้าบ้าน ท่านถามบอกว่าแค่นี้จะต้องยิงกันเลยหรือ คงไม่ต้องถึงขนาดนั้น หรอกครับท่าน ถ้าเกิดเขาแค่ตีวงเลี้ยวเข้ามา แต่ผมถามกลับนะครับ ถ้าเพื่อนบ้านของท่าน เดินเข้ามาในสนามหญ้าหน้าบ้านของท่านแล้วถืออาวุธมาครบมือเอาเอ็ม ๑๖ (M16) มาด้วย ไม่ได้เดินผ่านไปเฉย ๆ เดินมาแล้วยืนอยู่ในสนามหญ้าของท่านเอาปืนเอ็ม ๑๖ (M16) ยิงไป บ้านฝั่งตรงข้าม ยิงไปบ้านเพื่อนบ้านอีกคนหนึ่งท่านยอมรับได้ไหมครับ ยืนยิงอยู่เป็น ๑๐ นาที ๑๕ นาที ถ้าท่านยืนดูเฉย ๆ นี่คิดอย่างอื่นไม่ได้เลยว่าท่านรู้เห็นเป็นใจ ท่านสมรู้ร่วมคิดกันนะครับ🔗
คำถามของผมนะครับ คำถามแรก ผมจะไม่ถามว่าท่านสมรู้ร่วมคิดกันหรือไม่ ท่านรู้เห็นเป็นใจด้วยกันหรือไม่ แต่ผมจะถามท่านว่าในการปฏิบัติการครั้งนี้ท่านได้รับ รายงานว่าอย่างไร การบินเข้ามาในเมืองไทยของเครื่องบินรบประเทศเมียนมาร์มีการใช้อาวุธ ยิงจากฝั่งไทยใช่หรือไม่ และหลังจากมีการยิงถล่มไปที่ชนกลุ่มน้อยแล้วรัฐบาลไทยภายใต้ การนำของท่านนายกรัฐมนตรีได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง หลังจากเกิดเหตุนี้ขึ้นได้เรียกร้อง ให้ทางการเมียนมาร์ทำอะไรบ้าง นั่นคือคำถามแรกครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกในวันนี้ครับ ก่อนอื่นต้อง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่าสถานการณ์ในเมียนมาร์นั้นไทยและ ประเทศสมาชิกอาเซียน (ASEAN) นั้นก็ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดด้วยความห่วงกังวลพร้อมที่ ยืนยันตามเอกสารถ้อยแถลงของประธานอาเซียน (ASEAN) ที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายละเว้นจาก การกระทำที่จะทำให้สถานการณ์นั้นเกิดความรุนแรงยิ่งขึ้น พร้อมกับให้การสนับสนุนเมียนมาร์ ในการที่จะกลับไปสู่สถานการณ์ปกติด้วยวิธีการเชิงบวก สันติและสร้างสรรค์ รวมถึงสนับสนุน ความพยายามของประชาคมระหว่างประเทศในการที่แสวงหาทางออกอย่างสันติร่วมกัน โดยเฉพาะการผลักดันการดำเนินการตามฉันทามติ ๕ ข้อของอาเซียน (ASEAN) ไทยในฐานะ ที่เป็นเพื่อน โดยเฉพาะในการผลักดันการดำเนินการตามฉันทามติ ๕ ข้อของอาเซียน (ASEAN) ไทยในฐานะที่เป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดและมีพรมแดนติดกับเมียนมาร์ยาวกว่า ๒,๔๐๐ กิโลเมตร เป็นประเทศหรือเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งมากที่สุด ไทยเองปรารถนา ที่จะเห็นสันติภาพและความมั่นคงในเมียนมาร์ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ทั้งในฐานะที่เป็นประเทศ เพื่อนบ้าน และเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอาเซียน (ASEAN) หวังว่าทุกฝ่ายในเมียนมาร์จะ ใช้ความอดทนอดกลั้นมากที่สุดเพื่อจะหารือกันกำหนดทางออกที่เกิดประโยชน์ให้กับประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อประชาชนชาวเมียนมาร์และประชาชนทุกกลุ่ม รวมทั้งให้ความสำคัญ ในการที่จะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้ให้ความช่วยเหลือผ่านช่องทาง ต่าง ๆ ทั้งในระดับทวิภาคี และพหุภาคี รวมทั้งสนับสนุนในการดำเนินการของอาเซียน (ASEAN) ในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อเมียนมาร์ ไทยยืนยันมาตลอด ถึงบทบาทที่สร้างสรรค์ที่จะร่วมมือในการสนับสนุนในด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศ สำหรับคำถามและประเด็นเรื่องกรณีเครื่องบินของเมียนมาร์ การปฏิบัติการของเมียนมาร์นั้น ที่ล้ำเข้ามาในประเทศไทยนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ในการดำเนินการนั้น กองทัพอากาศจะมีการเฝ้าระวังทางอากาศตลอด ๒๔ ชั่วโมง ด้วยระบบเรดาร์กองทัพอากาศ ซึ่งมีรัศมีตรวจจับครอบคลุมถึงพื้นที่ระยะห่างจากแนวชายแดนเพื่อตรวจจับเครื่องบินที่ทำ การบินใกล้บริเวณชายแดน โดยกองทัพอากาศนั้นก็ได้มีหน่วยบินเตรียมพร้อมที่จะขึ้น ปฏิบัติการรองรับสถานการณ์ได้ในทันที กรณีดังกล่าวในเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายนที่ผ่านมานั้น เวลาประมาณ ๑๑.๑๖ นาฬิกา เรดาร์กองทัพอากาศก็ได้ตรวจพบอากาศยานของเมียนมาร์ ซึ่งคาดว่าเป็นเครื่องบินรบมิก-๒๙ (MIG-29) บินห่างจากชายแดนไทยประมาณ ๑๐๐ ไมล์ หรือประมาณ ๑๘๐ กิโลเมตร เมื่อศูนย์ยุทธการทางอากาศได้ทำการพิสูจน์ฝ่ายแล้วก็ได้เฝ้าติดตามอยู่ตลอดเวลา แล้วเมื่อเวลา ๑๑.๔๘ นาฬิกา เครื่องบินลำดังกล่าวก็ได้ปฏิบัติการภายในประเทศเมียนมาร์ ฝั่งตรงข้ามอำเภอ พบพระ จังหวัดตาก และเมื่อเวลา ๑๑.๕๖ นาฬิกา เครื่องบินลำดังกล่าวนั้นได้บินล้ำเขตแดน เข้ามาในฝั่งไทยประมาณ ๑ ไมล์ทะเล บริเวณตำบลวาเล่ย์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก มีทิศทางมุ่งหน้ากลับฐานบินในประเทศ แล้วก็หายจากจอเรดาร์ไป ในช่วงที่บินล้ำเข้ามานั้น ในระยะเวลาอันสั้นเมื่อเขาปฏิบัติการเราก็บินกลับเข้าไปภายในประเทศ กองทัพอากาศ เมื่อจับเรดาร์ได้ก็ได้สั่งการให้เตรียมพร้อมมาตรการตอบโต้ที่กำหนดไว้ แล้วก็ได้ทำการ ประท้วงผ่านผู้ช่วยทูตทหารอากาศไทยประจำเมียนมาร์ รวมทั้งประท้วงผ่านช่องทาง คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นคือทีบีซี (TBC) ไทย-พม่า ต่อจากนั้นในเวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา กองทัพอากาศก็ได้ตรวจพบอากาศยานของเมียนมาร์ ซึ่งคาดว่าเป็นแบบเฮลิคอปเตอร์ แบบเอ็มไอ-๑๗ (MI-17) บินห่างจากแนวชายแดนไทยประมาณ ๔๘ ไมล์ทะเลหรือประมาณ ๘๖ กิโลเมตร กองทัพอากาศจึงได้ส่งเครื่องบินขับไล่คือเอฟ-๑๖ (F-16) จำนวน ๒ ลำ จากอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ขึ้นทำการบินเมื่อเวลา ๑๔.๐๒ นาฬิกา เพื่อเตรียมพร้อม ที่จะสกัดกั้นบริเวณตำบลวาเล่ย์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก และขณะที่ได้ขึ้นทำการบินนั้น ก็ได้ตรวจพบเฮลิคอปเตอร์แบบเอ็มไอ-๑๗ (MI-17) นั้นปฏิบัติการทางทหารในประเทศเมียนมาร์ ฝั่งตรงข้ามตำบลวาเล่ย์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ซึ่งไม่ได้มีการล้ำเข้ามาในเขตแดน ประเทศไทย กองทัพอากาศจึงได้สั่งการให้เครื่องบิน ๒ ลำดังกล่าวนั้นปฏิบัติภารกิจลักษณะ เป็นการบินลาดตระเวนรบรักษาเขต เพื่อเป็นการป้องปรามและป้องกันเหตุผิดพลาดจาก ปฏิบัติกรณีที่หากเมียนมาร์นั้นมีการล้ำเข้ามาในเขตประเทศไทยอีก ผมขออนุญาตกล่าว โดยสรุปว่าในเรื่องของการป้องกันเขตน่านฟ้านั้นได้มีเครื่องมือยุทโธปกรณ์ในการที่จะ ดำเนินการในการป้องกัน กองทัพอากาศมีเรดาร์ที่สามารถที่จะตรวจจับครอบคลุมไปพื้นที่ ตามแนวชายแดนและบางส่วนตามระยะการปฏิบัติตามแผน เมื่อกองทัพได้ตรวจพบอากาศยาน ดังกล่าวแล้วก็ได้มีการติดตาม มีการเตรียมพร้อมที่เครื่องบินขึ้นดำเนินการ มีการพิสูจน์ฝ่าย มีการพิจารณาว่าเครื่องบินดังกล่าวนั้นเป็นเครื่องบินที่จะคุกคามหรือไม่ การดำเนินการดังกล่าวนั้นเมื่อปฏิบัติภารกิจเสร็จเครื่องบินของเมียนมาร์นั้นก็ได้มีทิศทางที่ มุ่งหน้ากลับไปประเทศภายในฐานบิน กองทัพอากาศจึงได้ยกระดับการป้องกันทางอากาศเพิ่ม ความเข้มงวดในการเฝ้าตรวจทางอากาศมากยิ่งขึ้น แล้วก็ได้ส่งเครื่องบินเอฟ-๑๖ (F-16) ๒ ลำขึ้นไปเพื่อที่จะปฏิบัติการบินลาดตระเวนรอบรักษาเขตเพื่อป้องปรามการรุกล้ำทั้งหมด ที่ผมได้กล่าวมาแล้วนั้นก็เป็นการดำเนินการเป็นไปตามหลักการการใช้กำลัง เป็นหลักการ สากล เป็นตามกฎการใช้กำลัง เป็นข้อบังคับและการสั่งการที่เกี่ยวข้องภายใต้กระบวนการ คิดและตัดสินใจที่เป็นแบบแผนทางทหาร มีขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่พิจารณาอย่างรอบคอบ รัดกุมถึงมาตรการตอบโต้ทั้งในด้านของการทหารและทางด้านการทูต ทางด้านการทูต เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นก็ได้ทำการประท้วงไปทันทีในที่ผมได้กล่าวแล้วข้างต้น นอกจากนั้นแล้ว ยังได้ใช้กลไกประสานงานตามชายแดนท้องถิ่นที่มีอยู่ทั้งในระดับพื้นที่คือทีบีซี (TBC) ระดับสูง ระดับเอสแอลซี (SLC) ที่จะประสานงานประท้วงและแจ้งเตือนฝ่ายเมียนมาร์ ถึงการที่จะรุกล้ำเข้ามาในเขตประเทศไทย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้ขึ้นมาอีก นอกจากนั้นแล้วก็ได้ประสานกระทรวงการต่างประเทศเพื่อดำเนินการมีหนังสือไปสู่เมียนมาร์ ที่จะประท้วงอย่างเป็นทางการและเรียกร้องเยียวยาต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อทรัพย์สิน ของประชาชน รวมถึงมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาอีก กระผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ในส่วนของที่ท่านได้กล่าวถึงว่ามีการประชุมท่านแม่ทัพภาคที่ ๓ ไปประชุมแล้วมีเหตุการณ์ เกิดขึ้น ผมอนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่าในประเทศรอบบ้านทั้งหมดนั้น เราได้มีความร่วมมือ มีกลไกความร่วมมือในการที่จะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจที่จะร่วมมือกัน ป้องกันชายแดนให้มีความมั่นคง ป้องกันการลักลอบกระทำสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ทุกประเทศรอบบ้านนั้นเรามีกลไกความร่วมมือ มีทั้งระดับพื้นที่ ระดับภาค ซึ่งมีแม่ทัพภาค เป็นประธานร่วมกัน มีระดับสูงซึ่งมีทางผู้บัญชาการทหารสูงสุด และมีระดับกระทรวงกลาโหม คณะกรรมการกลไกเหล่านี้จะเป็นกลไกที่จะป้องกันความผิดพลาดที่เกิดขึ้นหรือความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้สถานการณ์ต่าง ๆ นั้นเกิดขึ้นแล้วจะลุกลามบานปลายก็ออกไปซึ่งไม่เป็น ผลดีต่อประเทศไทยเองและประเทศเพื่อนบ้านด้วย ในส่วนของเมียนมาร์ก็เช่นเดียวกันก็มีกลไก การดำเนินการในระดับท้องถิ่นเรียกว่าทีบีซี (TBC) เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นหน่วยทหารในพื้นที่ กับหน่วยทหารในพื้นที่ของฝั่งเมียนมาร์นั้นก็ได้มีการเจรจาทำความเข้าใจกันเพื่อที่คลี่คลาย สถานการณ์ไม่ให้ลุกลามขยายบานปลายมากขึ้น ในระดับภาคเรียกว่าอาร์บีซี (RBC) ก็มี แม่ทัพภาคทั้ง ๒ ประเทศทั้งไทยและเมียนมาร์นั้นเป็นประธานร่วมกัน ระดับสูงขึ้นก็มีเอชแอลซี (HLC) ก็มีแต่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดก็จะมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ ตรงนี้ ก็เป็นไปตามกำหนดการที่มีอยู่นะครับ ในการประชุมนั้นก็จะมีการหารือกันถึงแนวทางปฏิบัติ ร่วมกันในการที่จะทำอย่างไรให้ชายแดนของประเทศเพื่อนบ้านระหว่างไทยกับประเทศ เพื่อนบ้าน ระดับอาร์บีซี (RBC) เมียนมาร์ ที่ไปประชุมนั้นก็คือชายแดนระหว่างไทยกับพม่านั้น มีความปลอดภัยทั้งในเรื่องของยาเสพติดเรื่องการค้าที่ผิดกฎหมาย เรื่องการลักลอบเข้าเมือง โดยผิดกฎหมายมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการอะไรของเมียนมาร์ทั้งสิ้นเป็นความร่วมมือ ที่เป็นกรอบการร่วมมือที่มีการวางแผนการดำเนินการเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและทำ อย่างไรที่จะให้ชายแดนของทั้งสองประเทศนั้นมีความปลอดภัย นั่นหมายถึงว่าประชาชน ทั้งสองฝั่งนั้นก็มีความปลอดภัย เพราะฉะนั้นคงไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ต่อไปท่านถามว่ากระทรวง การต่างประเทศนั้นทำอะไร เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ ๓๐ แล้วก็ได้มีการประท้วงไปตามสาย ทางการทูตในระดับของทีบีซี (TBC) ที่ผมได้กล่าวแล้ว ในระดับของเอชแอลซี (HLC) ที่ผม ได้กล่าวแล้ว ก็ได้มีหนังสือไปถึงกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศก็ได้มี หนังสือไปถึงกระทรวงการต่างประเทศพม่าเช่นเดียวกันในการที่ประท้วง แล้วก็เรียกร้อง ให้เมียนมาร์นั้นได้เยียวยาต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น และในวันที่ ๖ กรกฎาคมที่ผ่านมา ทางกรมเอเชียตะวันออกก็ได้เชิญท่านเอกอัครราชทูตเมียนมาร์ประจำประเทศไทยมาเข้าพบ เพื่อย้ำถึงข้อห่วงกังวลต่าง ๆ แล้วก็ได้ยื่นหนังสือต้นฉบับของหนังสือประท้วงเมื่อวันที่ ๔ นั้น ให้ท่านเอกอัครราชทูต แล้วก็แสดงถึงความกังวล ซึ่งท่านเอกอัครราชทูตนั้นก็ได้นำหนังสือดังกล่าวไปแจ้งต่อเมืองหลวงต่อไป ซึ่งท่านทูตเอง ก็ได้กล่าวยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะรุกล้ำเข้ามาในเขตประเทศไทย ผมขออนุญาตกราบเรียน อีกครั้งหนึ่งว่าที่กล่าวทั้งหมดนั้นประเทศไทยมีนโยบายชัดเจนและยืนยันที่จะไม่ให้ฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายใดที่จะใช้ดินแดนประเทศไทยหรือจะไปสนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่จะไปปฏิบัติ ในประเทศอื่น ๆ ที่ให้เกิดความขัดแย้งเกิดขึ้น ตรงนี้นโยบายจะเห็นว่าไม่ให้ดำเนินการ โดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นการดำเนินการที่ท่านสมาชิกได้กรุณากล่าวนั้นเรายึดถือการดำเนินการ แก้ไขปัญหาในเมียนมาร์นั้นตามฉันทามติ ๕ ข้อของอาเซียน (ASEAN) แล้วก็เรื่องของ หลักมนุษยธรรม ในส่วนของผู้ที่ได้เสียชีวิตก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่ได้เสียชีวิต ตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าว ซึ่งผู้ที่เสียชีวิตนั้นมีสถานะเป็นบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยเป็นปุถุชน กลุ่มน้อย เกิดในประเทศไทยถือบัตรสีชมพูก็มีสิทธิขั้นพื้นฐานในเรื่องสาธารณสุข สิทธิอาศัย อยู่ในราชอาณาจักรได้ แล้วก็อยู่ในพื้นที่ที่มีการควบคุมแล้วท่านผู้นี้ที่เสียชีวิตนั้นก็อยู่ใน เมียนมาร์ การเข้าออกประเทศไทยนั้นก็เป็นการดำเนินการของเขาในชีวิตประจำวันในการเข้าออก ตามช่องทางต่าง ๆ ที่ผมกล่าวทั้งหมดนี้ขออนุญาตยืนยันกับท่านประธานและท่านสมาชิกว่า ประเทศไทยนั้นยึดถือแนวทางการดำเนินการบนพื้นฐานของการแก้ไขปัญหาประเทศเมียนมาร์ ตามฉันทามติ ๕ ข้อ และหลักมนุษยธรรมอย่างเคร่งครัดครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านรัฐมนตรีเหลือเวลาอีก ๑ นาทีกับ ๒๓ วินาทีนะครับ แต่ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องชี้แจง ให้เกิดความชัดเจนต้องขออนุญาตประธานครับ เชิญท่านศราวุธครับ ท่านเหลือเวลา ๖ นาที ๔๑ วินาที เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ศราวุธ เพชรพนมพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก็ขอขอบคุณท่าน พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล ที่กรุณามาตอบกระทู้สดแต่ว่าผมฟังคำตอบ ไม่ทราบว่าคือผมถามไม่ตรงคำตอบท่านนะครับ ผมถามคำถามที่สำคัญ คำถามหนึ่งว่าท่านยืนยัน ได้ไหมว่าปฏิบัติการครั้งนี้ไม่มีการยิงกระสุนจากพื้นที่ของประเทศไทย เนื่องจากว่าในประเทศไทย มีทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหาย แต่ท่านจะตอบอย่างไรก็ตามแต่ เดี๋ยวผม ขออนุญาตเปิดคลิป (Clip) นี้ให้ท่านดูอีกครั้งหนึ่ง แล้วเดี๋ยวคุยกันต่อครับ ขออนุญาตเปิด คลิป (Clip) ที่ ๒ ครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ คลิป (Clip) นี้นะครับชัดเจนว่าถ่ายอยู่ฝั่งประเทศไทย ถ่ายอยู่ตรงไหนรบกวนท่านตรวจสอบ ฝากท่านประธานไปยังท่านผู้ที่มาตอบนะครับ ท่านตรวจสอบได้นะครับว่าที่เขาไปยืนถ่ายกันนั้น ยืนถ่ายอยู่ตรงไหน ในพื้นที่ประเทศไทยใช่หรือไม่ ท่านเห็นทำเล ท่านเห็นชัยภูมิ และเห็น เครื่องบินลำที่บิน แล้วได้ยินเสียงกระสุนปืน ท่านตรวจสอบได้ครับว่าเขาใช้อาวุธในพื้นที่ ของเราหรือไม่ ถ้าไม่ใช่มีกฎหมายสากลครับ การใช้กำลังทางอากาศ ห้ามใช้กำลังอาวุธใกล้ พื้นที่เขตชายแดนภายในรัศมีไม่เกิน ๕ ไมล์ทะเล ท่านลองดูสิครับว่ายืนอยู่ตรงนั้นถ่ายเห็นนี่ มันเกิน ๕ ไมล์ทะเลหรือเปล่านะครับ ถ้ายิงในประเทศไทยก็ต้องถือว่าเราร่วมมือกับเขา ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ถ้าไม่ใช่อย่างไรก็ต้องดำเนินการครับ เพราะว่าละเมิด กฎหมายสากลอย่างชัดเจนนะครับ เขาไม่ให้ใช้อาวุธกระสุนในระยะ ๕ ไมล์ทะเลนะครับ ไม่ให้มีกระสุนว่อนปลิวมายังประเทศเพื่อนบ้านนะครับ แต่นี่มันมีกระสุนปลิวมาฝั่งไทย ชัดเจน อย่างไรเราต้องดำเนินการในเรื่องนี้นะครับ🔗
คำถามที่ ๒ ของผมนะครับท่านประธาน ในเรื่องของประสิทธิภาพของกองทัพ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าต่อไปนี้ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก เครื่องบินของกองทัพอากาศไทย จะบินไปยังสถานที่เกิดเหตุ เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนได้อย่าง ทันท่วงทีทันเวลา ระบบการแจ้งเตือนแจ้งข่าวของท่าน เมื่อสักครู่ท่านได้พูดถึงระบบการเตือนภัย การแจ้งเตือนนะครับ แต่ว่าในอนาคตเราจะมั่นใจได้อย่างไรครับว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ขึ้นอีกเราจะสามารถไปทันท่วงทีเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน นั่นคือ คำถามที่ ๒ ครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี ถ้าเผื่อท่านมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เวลามากกว่าที่กำหนดเอาไว้ ผมก็อนุญาตนะครับ แต่ว่า ขอให้สรุป ๆ นะครับ🔗
ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ขออนุญาตเรียนครับ ขออนุญาตเรียนว่าตามคลิป (Clip) ที่ได้ออกนั้นทางกองทัพอากาศก็ได้ตรวจสอบข้อมูลจากเรดาร์แล้ว ขอเรียนว่าเป็นการ ปฏิบัติการในพื้นที่เขตของเมียนมาร์ เพราะว่าถ้าเราดูจากภาคพื้นขึ้นไปเนื่องจากว่าเครื่องบิน ของเมียนมาร์นั้นบินระยะสูง เพราะฉะนั้นการมองภาพอาจจะมองภาพเหมือนกับว่าเป็น เขตอยู่ในเขตพื้นที่ประเทศไทย แต่จริง ๆ แล้วตามหลักฐานตรวจสอบทางเรดาร์แล้ว การปฏิบัติการของเมียนมาร์นั้นอยู่ในเขตพื้นที่ของเมียนมาร์ ประเด็นที่ ๒ ท่านถามถึงเรื่อง ของการดำเนินการต่อไปนั้น ก็เขียนว่าที่ผมเรียนก็คือว่าเราก็ได้มีการประท้วงไปยังทางเมียนมาร์ อย่างเป็นทางการ เป็นหนังสือเป็นทางการที่ผมกราบเรียนแล้วว่าเรื่องของการเยียวยาผู้ที่เสียหาย ผู้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งไม่ให้เกิดลักษณะนี้ขึ้นมาอีก ตรงนี้ก็ต้องดูท่าทีของเมียนมาร์ ที่จะแจ้งต่อกลับมานะครับ ในส่วนของเรื่องอื่น ๆ ก็คิดว่าในช่วงแรกผมก็ได้ตอบในประเด็นต่าง ๆ ที่ครอบคลุมที่ท่านได้ตั้งคำถามได้มาแล้วนะครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนตรงนี้ครับว่าข้อมูล ในเรดาร์นั้นเป็นการปฏิบัติการในเขตพื้นที่ขอเมียนมาร์ครับ🔗
ท่านศราวุธ มีคำถามอะไรอีกไหมครับ🔗
ก็อาจจะไม่เป็นคำถามนะครับท่าน เป็นเรื่องที่ผมฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่าอย่าให้มีเหตุการณ์ แบบนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคตนะครับ ประเทศไทยใช้งบประมาณกับการซื้ออาวุธมากมาย มหาศาลนะครับ ใช้งบประมาณกับการฝึกอาวุธยุทโธปกรณ์มากมายมหาศาลในทุก ๆ ปี แม้แต่การฝึกร่วมบินรบของกองทัพอากาศไทยกับกองทัพอากาศสิงคโปร์บินที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งบินมาหลายสิบปีสร้างความรำคาญให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาอย่างยาวนานนะครับ ผมเคยพูดคุยเรื่องนี้กับท่านผู้บัญชาการกองทัพอากาศนะครับ แล้วก็ขอร้องให้ย้ายฐานฝึกบิน ออกจากจังหวัดอุดรธานีนะครับ ซึ่งทางกองทัพอากาศได้รับปากแล้วว่าจะย้ายฐานฝึกบิน ไปที่อำเภอน้ำพอง ก็กำลังดำเนินการ ผมฝากด้วยนะครับ เรื่องนี้ขอให้เร่งรัดดำเนินการ แล้วก็ ย้ายฐานฝึกบินโดยเร็วที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
ขออนุญาต ท่านประธานนิดเดียวครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ มีประเด็นหนึ่งท่านถามถึงประสิทธิภาพ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกและพี่น้องประชาชนทุกท่านนะครับว่ากองทัพอากาศยืนยันว่ามีความพร้อม ในการที่ปฏิบัติภารกิจในการป้องกันภัยทางอากาศและปกป้องอธิปไตยน่านฟ้าตาม ความรับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขีดความสามารถในการตรวจจับพิสูจน์ทราบ สกัดกั้น ถึงสุดท้ายในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งรุนแรงถึงในขั้นที่ปฏิบัติการทำลายก็มีตามในขั้นตอน ตามกฎข้อบังคับหลักการ หลักการสากลด้วยนะครับ สำหรับเรื่องของสนามบินที่น้ำพอง ขออนุญาตตรงนี้ทางกองทัพอากาศเขาเร่งรัดการดำเนินการอยู่แล้วครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการถามตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจากระทู้แรกของท่านศราวุธ เพชรพนมพร ถามท่านนายกรัฐมนตรี ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมนะครับ ท่าน พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล ที่กรุณาให้เกียรติกับสภาเราได้มาตอบชี้แจงสร้างความกระจ่าง ให้เกิดขึ้นนะครับ ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ🔗
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๘๘ ส. (นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา🔗
ด้วยกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการรักษาตัวไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถาม ออกไปก่อนนะครับ หากท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ยังคงประสงค์ที่จะตั้งเป็นกระทู้ถามสด ด้วยวาจาอยู่ ก็ให้เสนอใหม่เพื่อพิจารณาในคราวถัดไปนะครับ🔗
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๘๙ ส. (นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมอบหมายให้ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ตอบ🔗
ด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มีหนังสือแจ้งว่าเนื่องจากในวันนี้ติดภารกิจสำคัญ จึงขอมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือท่านรัฐมนตรีสาธิต ปิตุเตชะ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีสาธิตพร้อมแล้วนะครับ ขอเชิญท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ถามเลยครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา น่าเสียใจนะครับว่าท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ติดโควิด (COVID) เพราะที่ผมจะถามนี่ เมื่อเช้าผมเจอท่านประธานแล้วก็ถามว่าท่านประธานฉีดยาครบ ๔ เข็ม หรือยัง ซึ่งท่านประธานก็ตอบผม ผมไม่บอกใครครับ แต่ที่ผมอยากจะถามต่อไปนี้ ท่านรัฐมนตรี สาธิต รัฐมนตรีตี๋แห่งระยองของผมที่คนระยองรู้จักมักคุ้นนะครับ เมื่อสักครู่ท่านไปประชุม ศบค. มา และ ศบค. ก็ประกาศต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉินอีก ๒ เดือน ไม่ว่ากันครับ เพราะมันก็ต่อ กันมาจนชินแล้วล่ะ แต่ที่ผมอยากจะถามท่านประธานอย่างนี้ครับว่า เมื่อเช้านี้ผมดูสถานการณ์ โควิด (COVID) ของประเทศ เดี๋ยวนี้พอกูดมอร์นิ่ง (Good Morning) กันมาตอนเช้า ๆ บนมือถือ ชอบส่งตัวเลขโควิด (COVID) ผมให้ท่านดูก่อนแล้วกันครับ🔗
ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขเมื่อ ๑ เดือน ที่แล้วนะครับ ลองดูภาพต่อไปนี้เป็นภาพกราฟิก (Graphic) วันที่ ๘ มิถุนายน วันนี้วันที่ ๘ กรกฎาคม ท่านดูตัวเลขนะครับ มีผู้ติดเชื้อเท่าไรครับ ๒,๖๖๒ คน หลังจากนั้นผ่านมา ๑ เดือน ดูภาพต่อไปครับ วันนี้เมื่อเช้ายอดติดโควิด ๒,๑๔๔ คน ๓๐ วันถอยหลังไป ท่านประธานครับ มาจนถึงวันนี้ มันวิ่งอยู่ประมาณนี้นะครับ ๑,๗๐๐ คนบ้าง ๑,๘๐๐ คน วันไหนเสียวหน่อยก็ ๒,๐๐๐ คน ขึ้น ๒,๖๐๐ คน แต่มันเสถียรมาก ๆ จนพี่น้องประชาชน เขาก็สงสัยครับว่าตกลงแล้วมันติดจริง ที่มันไม่ได้ติดใจนี่มันเท่าไรกันแน่ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีสาธิตของผม ๒ ๓ วันก่อน มีคุณหมอ อาจารย์แพทย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บอกว่าติดจริง ๆ ไม่ใช่ ๒,๐๐๐ คนหรอก มันติดกันหลัก ๕๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ คน แต่รัฐบาล ไม่บอกความจริง อีกคนหนึ่งครับ หมอนิธิพัฒน์ ขออภัยที่เอ่ยนามไม่เสียหายนะครับ ท่านเป็นแพทย์ของแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลครับ บอกจริง ๆ ติดอยู่ประมาณ ๕๐,๐๐๐ คนต่อวัน อ้าวแล้วทำไมรัฐบาลไม่บอกล่ะครับว่าติด ๕๐,๐๐๐ คน ต้องทำแบบไหนอย่างไร และกราฟิก (Graphic) แบบนี้ที่ ศบค. ออกมาทุกวันโกหกหรือเปล่า มั่วไหม มันทำให้ ประชาชนนี่เขาเรียกอะไรครับประมาท ผมจึงถามไปยังท่านรัฐมนตรีในประเด็นที่ ๑ ก่อนว่า ตกลงยอดเอทีเค (ATK) กับยอดที่ไปตรวจโรงพยาบาลอาร์ทีพีซีอาร์ (RT-PCR) อะไรนี่ ผมเรียกไม่ค่อยถูก มันเอาตัวเลขไหนมาครับ กับประเภทหมกเม็ดอีกเป็นแล้วไม่บอก เวลาเขาให้ตรวจเอทีเค (ATK) ส่งไปให้ก็เอาน้ำเปล่าหยอดกันบ้างก็เยอะ ผมจึงถาม ท่านรัฐมนตรีสาธิตก่อนเป็นคำถามแรกว่า ตกลงท่านเอาตัวเลขจากไหน และที่สำคัญอันไหน คือข้อมูลความจริงว่าเป็นแล้วหาย หายเพราะอะไรเป็นคำถามที่ ๑ ก่อนครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อน ส.ส. รุ่นน้อง ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ นะครับ ที่สนิทสนมกันกับผมเป็นพิเศษเพราะท่านเดินทางไประยองบ่อย ก็เรียนว่าคำถามของท่าน ก็คือว่าผมจับประเด็นได้ ๒ ๓ เรื่องว่ากระทรวงสาธารณสุขได้รายงานข้อมูลตรงเป็นไปตาม สถานการณ์หรือไม่ ๒. มั่วหรือไม่ และจะใช้ข้อมูลไหนในการรายงาน เราเรียนกับท่านจิรายุ ผู้ถามกระทู้สดอย่างนี้ว่ากระทรวงสาธารณสุขใช้วิธีรายงานผู้ติดเชื้อ ๒ รูปแบบ รูปแบบแรก เป็นการตรวจอาร์ทีพีซีอาร์ (RT-PCR) ก็คือการตรวจยืนยันในการใช้แล็บ (Lab) ของใน โรงพยาบาลแล้วก็แล็บ (Lab) ของกระทรวงสาธารณสุขรับรอง ซึ่งก่อนหน้านี้คนที่จะตรวจ พีซีอาร์ (PCR) ก็ต้องเป็นการวินิจฉัยของแพทย์เพื่อเป็นการยืนยันเพื่อเข้ารับการรักษา ๒. เป็นการตรวจเอทีเค (ATK) เอทีเค (ATK) ก็จะมี ๒ รูปแบบ รูปแบบหนึ่งก็คือการตรวจ ที่เป็นเจ้าหน้าที่หรือเราใช้คำว่า โพรเฟสชันนอลยูส (Professional Use) ก็คือตรวจเสร็จ เจ้าหน้าที่ก็บันทึกเข้าไปในระบบ เราก็จะเห็นระบบ ๒ ตัวเลขคือระบบการตรวจพีซีอาร์ (PCR) กับเอทีเค (ATK) แบบที่เจ้าหน้าที่ยืนยัน ส่วนการตรวจเอทีเค (ATK) ที่พี่น้องประชาชน ตรวจเองและพบการติดเชื้อก็ไม่ได้เข้ามาสู่ระบบ แต่ถามว่าการรายงานของกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคที่รายงานแบบนั้นเป็นตัวเลขตรง แล้วก็เป็นตัวเลขที่แท้จริงหรือไม่ อันนั้น เป็นตัวเลขในระบบตรงตามที่มีการเก็บข้อมูล แต่ว่าในการเก็บข้อมูลอาจจะต้องใช้เวลาบ้าง ในการรายงานเข้ามาสู่ระบบ สมัยก่อนถ้าท่านจิรายุจำได้ที่เราตอบกระทู้กันในสภาแห่งนี้ น่าจะมีดีเลย์ (Delay) ข้อมูล แต่ในปัจจุบันผมคิดว่าจำนวนเคส (Case) ที่มันไม่มากมันก็ อาจจะเป็นการรายงานกับเรียลไทม์ (Real Time) ทีนี้ถามประเด็นว่าสถานการณ์การติดเชื้อ ของโควิด (COVID) ในประเทศไทยในสายพันธุ์บีเอ ๔ (BA4) บีเอ ๕ (BA5) ตอนนี้ทิศทางเป็น อย่างไร ต้องยอมรับว่าทิศทางการติดเชื้อมีการติดเชื้อสูงมากขึ้น ส่วนตัวเลขเท่าไรผมจะเรียน ว่าเรามีตัวเลขกระทรวงสาธารณสุขมีตัวเลข แต่ว่าเป็นการรายงานข้อมูลตัวเลขเพื่อให้ เหมาะสมกับในสถานการณ์นะครับ แล้วก็มีข้อมูลที่ถ้าคนสนใจอยากจะดูจะสามารถเข้าไปดูได้ ผมอยากให้เปิดสไลด์ (Slide) ไปที่ข้อมูลการรายงานของกรมควบคุมโรคซึ่งเป็นรายงานแผ่นนี้🔗
ที่จริง ถ้าจะโคลสอัป (Close Up) เข้ามาถ้าท่านจิรายุดูในตัวเลขข้างบนของกรุงเทพมหานครคือ ตัวเลขรวมในวีก (Week) ที่ ๒๔ อันนี้วีก (Week) ๒๔ ของปีนี้ก็ประมาณคือเขาจะบันทึก อาทิตย์ต่ออาทิตย์ ถ้าไม่ถึงอาทิตย์ก็จะให้ดูเป็นรายวัน ท่านจิรายุดูนะครับ อาทิตย์ที่ ๒๔ ก็ประมาณเดือนมิถุนายน ๑๙๙,๐๐๐ คน แล้วก็มาอาทิตย์ที่ ๒๕ ก็คือประมาณวันที่ ๖ วันที่ ๒๖ มิถุนายนถึงวันที่ ๒ กรกฎาคมตัวเลขผู้ติดเชื้อในระบบประมาณ ๒๐๗,๐๐๐ คนก็เพิ่มขึ้นจาก อาทิตย์ก่อนจาก ๑๙๙,๐๐๐ คนประมาณสัก ๘,๐๐๐ ๙,๐๐๐ ถามว่าตัวเลขนี้เอามาจากไหน เมื่อไม่มีการเข้าระบบ ตัวเลขนี้มาจากตัวเลขออเทน (Authen) ก็คือการหักจ่ายในระบบที่ สปสช. จ่ายให้กับหน่วยบริการ ระบบจ่ายอะไรบ้าง ไปดูข้างบนสีเขียวครับ เราใช้คำว่า เอชไอ (HI) คือโฮมไอโซเลชัน (Home Isolation) คือผู้ติดเชื้อแล้วรักษาตัวเองที่บ้านแล้วเบิกยากับ โรงพยาบาล โรงพยาบาลไปเบิกเงินกับ สปสช. ได้ อีกอันหนึ่งก็คือโอพีเอสไอ (OPSI) คือ เจอแจกจบนะครับ อันนี้ก็ไปที่โรงพยาบาลหรือสถานหน่วยรับบริการแล้วก็ไปรับยาและ กลับไปกินที่บ้าน หน่วยบริการก็จะได้รับเงินจาก สปสช. เพราะฉะนั้น สปสช. จะให้หน่วย บริการคีย์ (Key) ข้อมูลมาเพื่อจ่ายเงินให้กับหน่วยบริการที่จะบริการใน ๒ รูปแบบให้กับ พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นถามว่าขณะนี้ภาพรวมในการติดเชื้อประมาณเท่าไรก็ประมาณ ๒๐๗,๐๐๐ คน ส่วนข้อมูลรายวันผมได้รับรายงานเมื่อสักครู่โทรถามที่ สปสช. เมื่อวันที่ ๔ ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าคน แล้วเราก็ประมาณจากตรงผู้มีลงทะเบียนตามเกณฑ์นี้เราก็ ประมาณ ๆ วันละ ๓๐,๐๐๐ คน นี่คือตัวเลขผู้ติดเชื้อซึ่งเป็นเทรนด์ (Trend) อยู่ว่าเราทราบ เทรนด์ (Trend) ดี แต่ถ้าจะเข้าไปดูก็เข้าไปดูได้ที่เว็บ (Web) ของกรมควบคุมโรค ซึ่งรายงาน แบบนี้ทุกวัน เพราะฉะนั้นตอบคำถาม คำถามแรกของท่านจิรายุก็คือว่ากระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคก็รายงานตัวเลขในระบบการตรวจอาร์ทีพีซีอาร์ (RT-PCR) และการตรวจ เอทีเค (ATK) ของเจ้าหน้าที่ที่บันทึกข้อมูลนะครับ ส่วนข้อมูลการติดเชื้อรายวันที่อยู่ในระบบ การเบิกจ่ายของ สปสช. ผ่านระบบเอชไอ (HI) แล้วก็โอพีเอชไอ (OPHI) ก็ประมาณนี้ครับ วันละประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นนี่คือข้อมูลตัวเลขจริง ซึ่งมีอยู่ในระบบ สามารถเข้าถึงได้นะครับ เพราะฉะนั้นเทรนด์ (Trend) ในการรายงานข้อมูลของกระทรวง สาธารณสุขเป็นไปตามที่ผมเรียนกับท่านจิรายุครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านจิรายุ คำถามที่ ๒ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ฟังแล้วก็มึนตึ้บ ตกลงก็เชื่อตามตอนเช้า ๆ ต่อไปแล้วกันนะครับ เพราะว่ามันมาของทางการ ใช่ไหมครับท่านประธาน ก็ต้องเชื่อแบบนั้น นี่ฟังแกก็ยิ่งงง ๆ เข้าไปใหญ่ แต่ไม่เป็นไรครับ พยายามเข้าใจคนระยอง ท่านประธานครับ เมื่อเช้านี้ผมตื่นมาแล้วผมก็มาสภาลูกชายผมนั่ง หัวโด่อยู่ที่บ้านผมก็ถามไม่ไปโรงเรียนหรือ เขาบอกว่าโรงเรียนสั่งปิดให้เรียนออนไลน์ (Online) ผมก็ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาบอกครูติด นักเรียนติดกันเยอะ ผมก็เลยไปดูครับแต่ว่าลูกผม ไม่ได้เรียนโรงเรียนนี้นะครับ อันนี้เป็นโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน เมื่อช่วงเช้าประกาศปิด โรงเรียน ๙ วัน บุคลากรติดโควิด (COVID) ๗๐๐ คน กระทรวงสาธารณสุขไปตรวจเอทีเค (ATK) ไหมครับ รวมไหมครับ ๗๐๐ คนจาก ๒,๐๐๐ กว่าวันนี้ แล้วที่น่าตกใจไปกว่านั้นครับ สายพันธุ์ที่เรียกกันว่าบีเอ (BA) มันจำไม่ได้แล้วเรียกว่าโควิด (COVID) ก็แล้วกันเอาระลอก ๕ ก็แล้วกัน มันหลายยี่ห้อเหลือเกินท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเอาเป็นว่าระลอกปัจจุบัน ระลอก ๕ หลายท่านก็ผ่านมาหลายระลอก แหม่ยังไม่ได้ขึ้น ๒ ขีดก็บอกว่าแหม่เชยจัง เขาขึ้นกันหมดแล้ว ท่านประธานครับ ผมจึงถามท่านรัฐมนตรีครับว่าสาธารณสุขได้ประสาน กับหน่วยงานอื่น ๆ เช่น ศึกษาธิการไหมครับ จริง ๆ ผมก็อยากจะถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการเหมือนกันว่าแนวทางเป็นอย่างไร ท่านไปบอกให้เด็กเปิดเรียนโรงเรียน สามารถตัดสินใจได้ กรุงเทพคริสเตียนติด ๗๐๐ คน นี่โรงเรียนเดียวในกรุงเทพมหานคร นี่โรงเรียนไม่ได้ใหญ่อะไรมากมาย แล้วยังมีพวกโรงเรียนของรัฐที่เป็นมัธยม ประถมอีกไม่รู้ กี่ร้อยกี่แห่ง เอาเฉลี่ยสักที่ละ ๕๐ ก็หลักหมื่นแล้วนะท่านประธานครับ ผมจึงถามเป็น คำถามที่ ๒ ไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่าแผนการรองรับระลอก ๕ บีเอ ๔ (BA4) บีเอ ๕ (BA5) เขาบอกว่ามันติดกันง่าย นั่งอยู่ใกล้ ๆ ใส่หน้ากากก็ติดกันนี่ ท่านบอกพี่น้องประชาชน ให้ระวังอย่างไรครับ แล้วมียาอะไรไหมที่จะพอบรรเทาได้ เพราะเมื่อสักครู่คนที่ตรวจเอทีเค (ATK) ที่บ้านรู้ก็กักตัว แต่บางคนอาการกลุ่มเสี่ยงก็ไปที่โรงพยาบาล โรงพยาบาลก็บอกว่าเอายาไปกินที่บ้านก่อน พาราเซตามอล (Paracetamol) ๒ เม็ด ผมถามเป็นคำถามที่ ๒ ว่าสถานการณ์บีเอ ๔ (BA4) บีเอ ๕ (BA5) ที่ท่านต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปอีก ๒-๓ เดือนอะไรนี้แล้วท่านก็ยังประกาศบอกว่า โรคโควิด (COVID) นั้นไม่ใช่โรคต้องห้ามแล้ว หมายความว่าใครก็แล้วแต่ที่เป็นโรคโควิด (COVID) ไม่ว่าจะพันธุ์ ๑ พันธุ์ ๒ พันธุ์ ๓ พันธุ์ ๔ พันธุ์ ๕ ไปจนถึงพันธุ์ ๕ ปัจจุบันสายพันธุ์นี่ สามารถเข้ามาประเทศไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว หมายความว่าฝรั่ง มังคุด ละมุด ลำไยที่ไหน เดินทางมาจากโลกไม่ต้องแล้วติดก็เข้ามาได้ นี่คือการป้องกันของรัฐบาลแบบไหน อย่างไร จึงเป็นคำถามที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ตอบคำถามเพื่อนสมาชิกที่ได้สอบถามคำถามที่ ๒ ผมย้ำอย่างนี้นะครับ ว่าในการปฏิบัติหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขใน กทม. กรมควบคุมโรคของเราทำงาน ร่วมกันกับศูนย์อนามัยของ กทม. การติดเชื้อใน กทม. ไม่ว่าจะเป็นการสอบสวนโรค การดำเนินการในแต่ละเรื่อง และก่อนหน้านี้ก็ทำงานประสานกันหลายหน่วยงานรวมทั้ง กระทรวงศึกษาธิการด้วย เพราะฉะนั้นการติดเชื้อในกรุงเทพมหานครก็เป็นการประสานงาน กันของศูนย์อนามัยของ กทม. ภายใต้การนำของท่านผู้ว่าแล้วก็กรมควบคุมโรค ก็คือกรม ควบคุมโรคที่ดูแลใน กทม. ร่วมกัน เพราะฉะนั้นการปฏิบัติหน้าที่ในการพบผู้ติดเชื้อก็คง จะต้องไปดำเนินการตามขั้นตอนแล้วก็ตามมาตรการมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขมี ผมย้ำนะครับว่าในสายพันธุ์บีเอ ๔ (BA4) บีเอ ๕ (BA5) เราทราบตรงกันทั่วโลกนะครับว่า สถานการณ์บีเอ ๔ (BA4) บีเอ ๕ (BA5) ซึ่งขณะนี้ในประเทศไทยเป็นพัฒนาการของการ กลายพันธุ์ของไวรัสนะครับว่า พอมันมีสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมามันจะค่อย ๆ ครอบคลุมสายพันธุ์ เก่าไปเรื่อย ๆ ซึ่งบีเอ ๔ (BA4) บีเอ ๕ (BA5) ในประเทศไทยก็กินเนื้อที่ไปประมาณสัก ๗๐ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ บีเอ ๔ (BA4) บีเอ ๕ (BA5) มีอัตราการติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มขึ้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ประเทศไทยก็เพิ่มขึ้น แต่ว่าการจับตามองของดับเบิลยูเอชโอ (WHO) หรือเราก็ตาม การติด บีเอ ๔ (BA4) บีเอ ๕ (BA5) ยังไม่มี อาการรุนแรงมีนัยสำคัญที่เพิ่มมาก ดูได้จากอะไรครับ ก็ดูได้จากการที่เรามีผู้ป่วยที่มีการใส่ท่อหายใจอยู่ในปริมาณประมาณ ๓๒๗ รายในวันนี้ ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมีเพิ่มขึ้นหรือไม่ ก็อยู่ในทิศทางที่ไม่ได้เพิ่มขึ้น อัตรา การครองเตียงทั้งกรุงเทพมหานครและทั่วประเทศไทยขณะนี้ก็อยู่ในระดับที่จะมีพื้นที่รองรับ ได้นะครับ เนื่องจากที่ท่านทราบดีว่าพอมันไม่มีอาการรุนแรงบางท่านก็ไปกินฟ้าทะลายโจร สมุนไพรไทย หรือจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ไปหรือตามอาการ ถ้ามีอาการหนักขึ้น หรือมีโรคประจำตัวก็อาจจะจ่ายยาอีกแบบหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นการสู้กับ สถานการณ์ตามคุณสมบัติของโควิด (COVID) บีเอ ๔ (BA4) บีเอ ๕ (BA5) เพราะฉะนั้นก็ทำ ให้การประกาศการผ่อนคลายหรือการดำเนินการ การรักษา ศักยภาพเตียง ยา มีความพร้อม ในทุกสถานการณ์ เราจึงต้องเดินคู่ขนานไปกับกรณีเปิดผ่อนคลายเศรษฐกิจเพื่อให้คน เดินทางจากต่างประเทศเข้ามา🔗
ตอบคำถามท่านจิรายุก็คือว่าอัตราการติดเชื้อของคนที่เดินทางมาจาก ต่างประเทศไม่เยอะเท่ากับคนไทยติดเองในขณะนี้ เราก็พยายามให้คนไทยไม่ประมาท เราออกมาตรการว่าให้ในพื้นที่ที่มีความสมัครใจเปิดหน้ากากหรือปิดหน้ากาก ในสถานที่โล่ง มีการเว้นระยะ ส่วนในคนสูงอายุก็ต้องใส่หน้ากาก หรือคนที่มีโรคประจำตัว หรือในสถานที่ปิด อันนี้ก็เป็นสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขพยายามที่จะเดินคู่ขนานกับการควบคุมโรคด้วย แล้วก็ บริหารจัดการโรคระบาดที่มันไม่มีอาการรุนแรง แล้วก็พร้อมที่จะรับในกรณีที่มีอาการรุนแรง เข้ามาตามศักยภาพเตียงที่เรามีในทั่วประเทศนะครับ ก็ขอตอบคำถามที่ ๒ ของท่านจิรายุครับ🔗
เชิญท่านจิรายุ มีอะไรจะสอบถามเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อว่าท่านประธานก็คงจะสงสัยเหมือนผมว่าโรคนี้มันใกล้ตัวเราเหลือเกิน เพราะเรียกว่า ไปไหนก็แล้วแต่ก็ลุ้นกันเอาเอง เวลาไปทานอาหารในห้องอาหารเราไม่มีใครทานอาหาร แบบใส่หน้ากากได้ ผมพยายามแล้วมันไม่เข้าปากจริง ๆ เพราะฉะนั้นผมก็เลยอยากพึ่งพา รัฐบาลในฐานะกระทรวงสาธารณสุขว่าตกลงแล้วเมื่อมีความเสี่ยง เอาล่ะไปเป็น กลับมาบ้าน เมื่อเช้าผมตรวจมาก็ลุ้นระทึก เพราะมันก็เจอผู้คนกันเป็นประจำ โชคดีเมื่อเช้าเดชะบุญ ขึ้นขีดเดียว แต่ถ้าเกิดขึ้น ๒ ขีดผมก็ต้องกลับบ้านไปกักตัว เพราะสภาพร่างกายผมก็ยังพอไหว แต่ที่ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีอย่างนี้ครับว่า สภาพปัญหาในปัจจุบันมีคน ๒ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ คือดูเหมือนจะร่างกายกำยำล่ำสันแข็งแรงทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี เป็นก็แจ้งที่ทำงานเลย บอกหนูขึ้น ๒ ขีดค่ะนาย นายบอกเออแกก็พักก่อน อันนี้คือวิธีที่มันจะมีผลกระทบไปอย่าง ต่อเนื่องเลย เช่น หยุดงาน ๒. ต้องไปที่ส่วนราชการไปตรวจเอทีเค (ATK) ก็คือโรงพยาบาล ๓. ต้องไปตรวจอาร์ทีพีซีอาร์ (RT-CPR) อะไรของท่าน ซึ่งมันมีผลต่อประกันด้วย ท่านประธาน เชื่อไหมครับเพื่อนผมไปตรวจเป็นกลุ่มเสี่ยงเล็กน้อย โรงพยาบาลเห็นว่ามีประกันยี่ห้อดัง แอดมิต (Admit) เลยครับ นอน ๔ คืนเช็กบิล (Check ill) มา ๔๐,๐๐๐ กว่าบาท สนุกสนาน กันไปกับวงการประกัน เพราะฉะนั้นผมฝากท่านรัฐมนตรีว่ามันมีธุรกิจที่มันเกี่ยวข้องและหา ประโยชน์ได้จากโควิด (COVID) จำนวนมาก ที่ผมอยากจะถามท่านครับว่า เพื่อนสมาชิก ผมอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น อยู่ที่มหาสารคามและภาคอีสาน แล้วก็อีกหลายจังหวัดครับ ชาวบ้านเวลาเป็นโควิด (COVID) คิดอะไรไม่ออกบอก ส.ส. เราก็นึกในใจไม่เป็นอะไรไม่ใช่หมอ ก็โทรไปหาผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้าง พาไปโรงพยาบาลบ้าง ปรากฏว่าไปถึงโรงพยาบาล สิ่งที่ได้รับกลับมาคือยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ๒ ซองและยาแก้ไอแถมลูกอมอีก เม็ดหนึ่ง ท่านประธานนี่เกิดขึ้นจริงนะครับ ท่านประธานวิป (Whip) ผมก็บ่นมา ท่านสุทิน คลังแสง ก็บอกว่าชาวบ้านก็เป็นอย่างนี้ไปทีไรก็ไปเจอแบบนี้ เขาจึงอยากถามทางรัฐบาลว่า ยาสามัญประจำโควิด (COVID) สรุปแล้วเป็นยาพาราเซตามอล (Paracetamol) เพียงอย่างเดียว ใช่ไหม เวลาชาวบ้านไปที่โรงพยาบาลเขาอยากได้ยาที่มันชื่อว่าฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) อะไรนี่ แต่ปรากฏว่าข่าวมาบอกว่าขาดตลาด ส่วน อย. ก็ไปโต้ว่ามีเหลือเฟือ ถ้ามีเหลือเฟือ แล้วเวลาไปขอทำไมได้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) โอ๊ยหนูแข็งแรงไปนอนอยู่บ้าน อย่าเปิดแอร์ (Air) กินน้ำเยอะ ๆ ไม่ต้องพูดมาก พักผ่อน ๓ วันตรวจเอทีเค (ATK) เดี๋ยวขึ้นขีดหนึ่ง ๒ ขีดจาง ๆ ผมจึงอยากถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าตกลงแล้วเป็นนี่ได้ยาอะไร กันแน่ พาราเซตามอล (Paracetamol) ยาแก้ไอน้ำดำตราเสือดาว แล้วมีอะไรอีกเป็นคำถามที่ ๑ แต่ว่าเดี๋ยวผมถามต่อเนื่องเพราะถามได้สุดท้ายแล้ว🔗
เรื่องที่ ๒ ผมเป็นสมาชิกรัฐสภา เพื่อนสมาชิกที่นั่งอยู่ข้างหลังนี้ก็เป็นลักษณะ คล้ายผมคือได้รับแจ้งจากสภาผู้แทนราษฎรให้ไปฉีดยา จำได้ว่าปีที่แล้วผมฉีดยายี่ห้ออะไร ๆ แวก ๆ ๒ เข็ม เข็มที่ ๑ ให้ ส.ส. ไปฉีดที่บำราศนราดูร ปากเกร็ดอะไรโน่น นั่งรถไปนั่งรอ ฉีด ๒ เข็ม พอผ่านมาก็มีข่าวจากรัฐบาลบอกว่า ๒ เข็มที่ว่านั้นเหมือนน้ำเปล่า ก็โต้เถียง กันไปมา ผมก็เลยสงสัยว่าตกลงที่ฉีดเข้าไปมันน้ำเปล่าจริงไหม ปรากฏว่าท่านประธานครับ พอมีข่าวว่าฉีดเข็มที่ ๓ ผมไม่ได้ไปฉีดในนามของสภานะครับ ผมมีเพื่อนเป็นหมอ ผมก็ถามว่า พี่หมอพอเหลือไหม ยิ่งกว่าขอทานอีกนะ ตอนนั้นโอ้โฮวิ่ง ใครจะฉีดยายี่ห้อเอ็ม (M) บ้าง ยี่ห้ออาร์ (R) ยี่ห้ออะไรนี่ เข็ม ๒,๐๐๐ ๓,๐๐๐ บาท จอง ๓ เดือน ยิ่งกว่าจองรถป้ายแดง สมัยก่อนอีก ผมก็ไปฉีดเข็ม ๓ ท่านรัฐมนตรีสาธิตครับ อันนี้เมื่อปีก่อนนะครับ ระยะห่างกัน ๓ เดือน ๔ เดือน ปรากฏว่าเข็ม ๔ ผมก็ไปฉีดยี่ห้ออะไรไฟเซอร์ (Pfizer) อะไรเซอร์ ๆ นี่ เพื่อนบอกทำไมไม่ไปฉีดโมเดอร์นา (Moderna) ผมบอกผมไม่ได้จอง ไปจองโรงพยาบาลก็ บอกว่าจ่ายก่อน ๓,๐๐๐ บาท แล้วถึงเวลามาเมื่อไรแล้วเดี๋ยวจะโทรไปเรียก จนกระทั่งมัน เลยเถิดมาจนถึงเดือน ๒ เดือน ๓ ที่ผ่านมาถึงได้ไปฉีด แต่ผมก็ไม่ได้ฉีดโมเดอร์นา (Moderna) ก็ฉีดเซอร์ ๆ อะไรนี่ครับ ผมฉีด ๔ เข็มแล้วนะ แล้วผมก็ถามผู้มากบารมีในสภา หลายท่านครับ ทั้งที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ท่านคณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ ฉีดแล้วก็ยังติด ท่านรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกของผมฉีดแล้วก็ยังติด ส่วนผมเข็ม ๔ เข็ม ๕ ไม่รู้อนาคต เพราะไม่เคยได้ยินประเทศนี้บอกว่าให้ผมไปฉีดตอนไหน เมื่อไร แบบไหน อย่างไร ผมจึงอยากถามว่าประชาชนที่เขายังไม่ได้เคยฉีดเลยท่านรณรงค์ไปฉีดอีกไหม ทุกวันนี้เงียบกริบ เวลามีโรคภัยไข้เจ็บมารัฐบาลนี้ก็เห่อ เดี๋ยวเปิดที่บางซื่อบ้าง เข้าแถวกัน ไปติดกันที่บางซื่อก็เยอะ วันนี้ไม่เห็นมีเลยว่าตกลงคนที่เขาฉีดหรือยังไม่ฉีดเขาต้องทำอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ คำถามคือว่าผมเชื่อว่าคนที่ฟังจิรายุอยู่ หลายท่านไม่กล้าไปฉีด หลายท่านบอกกลัวไซด์เอฟเฟกต์ (Side Effect) คือผลกระทบจากยา หลายท่านฉีดแค่เข็ม ๓ ไม่เอาเข็ม ๔ หลายท่านฉีดเข็ม ๔ วันนี้ผมได้ยินบางคนในสภาบอกว่าเดี๋ยวจะไปฉีดเข็ม ๕ แล้วผมล่ะ ผมไม่ได้ขอพิเศษครับ ผมควักให้ ๓,๐๐๐ บาทนะ แถมอีก ๕๐๐ บาท ค่ารถนะ ผมไปฉีดเข็ม ๕ ได้ แต่ผมไม่รู้ เพราะผมไม่เคยรู้จากกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทยเลยว่าอย่างจิรายุวัยรุ่นแบบนี้ ไปฉีดเข็ม ๕ ได้หรือยัง เพราะฉีดเข็ม ๔ มาครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนมกราคมนี่เดือน ๗ ห่างมาแล้ว ๖ เดือน แล้วทางกระทรวงสาธารณสุขให้จิรายุสามารถไปตรวจ เขาเรียกอะไรภูมิคุ้มกันอะไร ต่าง ๆ ได้ไหม เพราะผมไปถามโรงพยาบาลแล้วมันคิด ๓,๗๐๐ บาท บางโรงพยาบาลก็คิด ๕,๐๐๐ กว่าบาท เพื่อจะไปตรวจภูมิแล้วก็มีกระดาษแผ่นหนึ่ง โอ๊ยขึ้น ๑๒,๐๐๐ แจ๋วร่างกาย แข็งแรง ผมไม่รู้จริง ๆ ครับท่านรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ๒ คำถามว่าตกลงยานี่ถ้าเป็นแล้ว นอกจากอยู่บ้านพาราเซตามอล (Paracetamol) คนกรุงเทพมหานคร คลองสามวาบ้านผม ไปโรงพยาบาลนพรัตน์ ไปโรงพยาบาลคลองสามวา เขาไปขอยาอะไรได้บ้าง🔗
๒. เรื่องการฉีดวัคซีนของประเทศนี้ตกลงจบแล้วใช่ไหม ตามยถากรรมของ พี่น้องประชาชนที่จะไปหาวัคซีนฉีดเองใช่ไหม คนที่เคยฉีดเข็ม ๑ เข็ม ๒ ยี่ห้อแวก ๆ อะไรนั่น มันไม่ได้เรื่องใช่ไหม ก็บอกไปเลยสิครับว่ามันฉีดน้ำเปล่าไปแล้ว หรือฉีดไปแล้วคุณภาพมันต่ำ พอท่านไปฉีดเข็ม ๓ ยี่ห้อนี้ และท่านไปฉีดเข็ม ๔ ยี่ห้อนี้ ตอนนี้ท่านไปฉีดเข็ม ๕ แล้ว ไม่เคย ได้ยินเลยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ ได้ยินแต่ว่าท่านรัฐมนตรีหลายท่านฉีดเข็ม ๕ แล้วก็ ยังติด ผมจึงถามท่านรัฐมนตรีครับว่าแผนงานของกระทรวงสาธารณสุขนอกจากป้องกันและ ปราบปราม ในอนาคตอันใกล้นี้ช่วยบอกจิรายุหน่อยครับว่าผมฉีดแวกไป ๒ เข็ม อีก ๒ เข็ม เป็นเซอร์ผมควรจะไปฉีดเมื่อไร แล้วรัฐบาลเสียเงินในการนำเข้าวัคซีนมาเก็บไว้มากมาย สรุปแล้วเราต้องฉีดวัคซีนกี่เข็มช่วยกรุณาบอกพี่น้องประชาชนหน่อยสิครับ ยิ่งช่วงนี้บี ๕ (B5) บี ๔ (B4) มันกำลังลุกลามใหญ่โตเพราะคนฉีดส่วนใหญ่ก็ติด ท่านก็อธิบายบอกว่าติดแล้ว เดี๋ยวก็หายเพราะว่ามันก็แรงมา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์มันก็อาจจะเหลือแค่ ๒๐ ไอค๊อกไอแค๊ก เจ็บคอนิดหน่อยพรุ่งนี้หายมาทำงานได้ ไม่มีใครอยากเป็นหรอกครับ มันอาย เพราะฉะนั้น จึงถามท่าน ๒ ประเด็นว่ายาตกลงกินยาอะไรแล้วมีไหม วัคซีนตกลงยังมีให้ฉีดอยู่ไหม แล้วจะทำ อย่างไรกับคนประเภทที่ฉีด ๓ เข็มแล้วจะฉีดเข็ม ๔ ๔ แล้วจะไป ๕ มันจะไป ๖ ไป ๗ ไหม ยกเว้นพิษสุนัขบ้าไม่ฉีดอย่างเดียวมีไหม ถามท่านรัฐมนตรีช่วยกรุณาตอบแทนผมไปยังพี่น้อง ประชาชนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีสาธิตครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข บังเอิญผมมีเวลาเหลือไม่มาก ๕ นาที ผมก็คงจะตอบท่านจิรายุอย่างนี้นะครับว่าในส่วนของ การแนะนำให้การฉีดวัคซีนเรายังมีการแนะนำให้ฉีดตลอด แล้วเราแนะนำอย่างนี้ครับว่า การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นจะต้องฉีดหลังเข็มฉีดก่อนหน้าห่างกันประมาณ ๔-๖ เดือน เข็มกระตุ้นก็หมายความว่าที่ฉีดไปแล้ว แล้วก็จะมากระตุ้น อย่างเช่นของท่านจิรายุเป็น เข็ม ๔ แล้วใช่ไหมครับ ถ้าฉีดเข็ม ๔ แล้วอยู่ในระยะเวลา ๔-๖ เดือนก็ยังสามารถมีภูมิ คุ้มกันได้ แต่ต้องเรียนว่าการต่อสู้กับสถานการณ์โควิด (COVID) ข้อมูลมันหลากหลายมาก เวลาเราพูดก็ต้องใช้ อย่างวัคซีนเราใช้คำว่า ในสถานการณ์ฉุกเฉิน แล้วก็มีการเก็บข้อมูล ในหลาย ๆ ประเด็น ซึ่งต้องใช้เวลาในการอธิบายและพูดคุยกันนานพอสมควร แต่ในระยะ เวลาสั้น ๆ ก็เรียนว่ากระทรวงสาธารณสุขได้มีคำแนะนำในเรื่องการฉีดวัคซีนตลอดเวลา แต่ปัญหาตอนนี้มันกลับกันเหมือนที่ท่านจิรายุพูด คือประชาชนเขาได้ต่อสู้กับสถานการณ์ โควิด (COVID) มา ๓ ปีเต็ม เขาใช้วิจารณญาณในการรับทราบข้อมูลหลาย ๆ แหล่งข้อมูล กระทรวงสาธารณสุขที่หนึ่ง ในโซเชียลมีเดีย (Social Media) ที่หนึ่ง คนบอกที่หนึ่ง เขาก็ รู้สึกว่ามันฉีดหลายเข็มแต่ก็ยังติดอยู่เขาก็เลยไม่ค่อยอยากมาฉีดวัคซีนเท่าไร อย่างเช่น เรากำลังรณรงค์ให้ฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม ๓ ให้ได้เกณฑ์เกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ และโดยเฉพาะ กลุ่ม ๖๐๘ ก็คือกลุ่มสูงอายุกับกลุ่มที่มีโรคประจำตัว ซึ่งอันนี้เราจะเป็นการใส่เสื้อเกราะ สำหรับกลุ่มเสี่ยง ถ้าเราใส่เสื้อเกราะสำหรับกลุ่มนี้ได้ก็จะเดินหน้าได้เต็มที่ แต่อย่างน้อยที่สุดประชาชนทั่วไป ฉีดเกินเข็ม ๓ ตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุขไป ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์เราก็อุ่นใจได้ระดับหนึ่ง บุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่หน้างานที่มีความเสี่ยงตอนนี้เราให้เขาฉีดครบ ๔ เข็ม ไปแล้ว ซึ่งการฉีดวัคซีนทั้งหมดขึ้นอยู่กับความสมัครใจนะครับ เราให้คำแนะนำ แต่เราคิดว่า การฉีดวัคซีนที่ดีก็ต้องเป็นการป้องกันการมีอาการรุนแรงและป้องกันการเสียชีวิตซึ่งเราพูด มาตลอด ทุกท่านก็ช่วยกันพูดซึ่งก็เป็นเรื่องดีนะครับ ขณะนี้สิ่งที่เราต้องทำได้และช่วยกันทำ ได้ก็คือใช้สถานการณ์ที่มีการติดเชื้อมากขึ้นไปบอกคน ๒ กลุ่มนี้ให้มาฉีดเข็มกระตุ้นให้ได้ มากที่สุดเพราะยังมีตัวเลขตามเกณฑ์ยังน้อยเกินไปสำหรับผม ขณะนี้มีการฉีดเข็ม ๓ ให้กับ ประชาชนทั่วไปประมาณเกือบ ๆ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกณฑ์ของเราต้องผ่าน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เทรนด์ (Trend) ก็คือว่าวัคซีนขณะนี้มีเพียงพอแต่ก็มีคนที่ต้องการฉีดน้อยลง ผมคิดว่า สถานการณ์นี้จะช่วยทำให้พวกเรารณรงค์ให้กับคนที่ใกล้ตัวเรามาฉีดวัคซีนเข็ม ๓ ให้ได้ ส่วนถามว่าการฉีดวัคซีนจะมีเอฟเฟกต์ (Effect) ในเรื่องของอาการเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน หรือไม่ แน่นอนมีครับเพราะว่าการเก็บข้อมูลการฉีดวัคซีน แต่การผลิตวัคซีนในสถานการณ์ ฉุกเฉินหรือในสถานการณ์ปกติเราเน้นความปลอดภัยให้กับประชาชนที่ได้รับวัคซีน สำหรับ ข้อมูลทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนและเสียชีวิตบ้างแต่ว่าถ้าเทียบกับของคนในประเทศไทยถ้าผม จำตัวเลขไม่ผิด ๒ ล้านคนมีผู้เสียชีวิต ๑ คน เพราะฉะนั้นถือว่าอัตราตรงนี้ถึงแม้ว่า การเสียชีวิตของทุกคนมีความสำคัญแต่ว่าถ้าเทียบกับกรณีติดเชื้อและเสียชีวิตที่มีจำนวนมาก อย่างเช่น กรณีเดลต้า (Delta) ก็จะเห็นชัด เพราะฉะนั้นเราก็ต้องรณรงค์ให้คนฉีดวัคซีน มากกว่านะครับ มากกว่ากรณีไม่ฉีดแล้วเป็นโควิด (COVID) แล้วเสียชีวิต แต่ขณะเดียวกันฉีด ๒ ล้านคนแล้วเสียชีวิตคนเดียว ๒ ทางนี้เราจึงรณรงค์ให้คนฉีดวัคซีนมากกว่า🔗
ส่วนเรื่องของยาที่พูดถึงเรื่องยา ท่านจิรายุ ผม เราอย่าไปรู้ดีแทนคุณหมอเลย มันมีวิชาชีพอยู่ วิชาชีพเภสัชกรรม แพทย์เขาจะประเมินอาการแล้วก็ให้ยา จริง ๆ ยาตอนนี้ ของสาธารณสุขเรามียาอยู่ประมาณ ๓ ๔ ตัว ตั้งแต่ฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) โมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) แพกซ์โลวิด (Paxlovid) ของไฟเซอร์ (Pfizer) แล้วก็เรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) การให้ยาในแต่ละตัว แต่ฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ที่จริงก็ไม่ใช่ยารักษาโควิด (COVID) ที่ประเทศอื่นก็ไม่นิยมใช้ แต่บังเอิญมาใช้กับประเทศไทยแล้วได้ผล เพราะฉะนั้นตรงนี้ กระทรวงสาธารณสุขออกเป็นไกด์ไลน์ (Guideline) แนวทางสำหรับคุณหมอที่จะให้ยา ส่วนการให้ยาผมเคารพวิชาชีพแพทย์ที่ต้องไปประเมินอาการแล้วจ่ายยาตามอาการ เช่น เรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) ให้สำหรับผู้มีอาการรุนแรงหนักเป็นการฉีด แต่ว่าโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ก็เป็นยาเม็ด แพกซ์โลวิด (Paxlovid) ก็เป็นยาเม็ด ซึ่งมีไกด์ไลน์ (Guideline) ที่แตกต่างกัน ถ้าคุณจิรายุสนใจเข้าไปในเว็บไซต์ (Website) ไกด์ไลน์ (Guideline) ของ กรมการแพทย์ก็จะมีไกด์ไลน์ (Guideline) ทั้งหมด ซึ่งแพทย์ทั่วประเทศจะต้องเอาไกด์ไลน์ (Guideline) นี้ไปปฏิบัติ ถ้าเขาปฏิบัติผิดเขาก็ต้องถูกฟ้อง แล้วถ้าเกิดมีอะไรขึ้นเขาต้องรับผิดชอบ แล้วส่วนใหญ่ถ้าไม่ปฏิบัติตามไกด์ไลน์ (Guideline) ศาลจะพิพากษาให้แพ้คดี ซึ่งอันนี้ก็เป็น การปฏิบัติตามมาตรฐานของสถานการณ์ เพราะฉะนั้นยาไม่ว่าจะเป็นฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) หรือยาตัวอื่นการจะให้กับผู้ติดเชื้อก็จะต้องมีแพทย์ประเมินอาการแล้วก็ให้ยาแต่ละชนิด เรียนว่าข้อมูลญาติของท่านสุทิน คลังแสง ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเป็นญาติหรือเป็นอะไรกัน แต่ท่าน มารับบริการที่โรงพยาบาลมหาสารคาม บังเอิญท่านตั้งครรภ์ ๑๐ สัปดาห์มีอาการไข้ ไอแห้ง ๆ เจ็บคอ เพราะฉะนั้นแพทย์จึงวินิจฉัยให้พาราเซตามอล (Paracetamol) ตามอาการ พอเป็น ผู้หญิงตั้งครรภ์การให้ยามีความละเอียดอ่อนเขาก็เลยไม่ได้ให้ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) แล้วก็หายเป็นปกติ ซึ่งอันนี้ก็ต้องเคารพแพทย์ในการตัดสินใจ แล้วการให้ยาในแต่ละตัว ก็ต้องดูพื้นฐานของคนไข้ด้วยว่าเขาเป็นโรคอะไร มีโรคประจำตัวหรือไม่ อย่างไร ซึ่งอันนี้ เรียนว่าต้องเคารพแพทย์ในการที่จะวินิจฉัยในการจ่ายยา ก็ขอเรียนท่านจิรายุ แต่ว่าเดี๋ยว ถ้ามีเวลาผมจะเล่าให้ฟังว่าการจัดการของกระทรวงสาธารณสุขซึ่งมันเยอะมาก ทั้งการรักษา ทั้งการป้องกันควบคุมการติดเชื้อ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านประธานสั้น ๆ เวลาที่เหลือ เพื่อประโยชน์ของประชาชนเรื่องนี้สำคัญ🔗
เชิญครับ🔗
ขออนุญาตนะครับ ประเด็นที่ ๑ ที่มหาสารคามอะไรนี่มันไม่ใช่แค่จังหวัดเดียว ที่ผมบอกว่าดุลพินิจของหมอนี่ผมเข้าใจ ผมไม่ได้เรียนจบแพทย์มา หมอบอกอะไรผมก็กินตามหมอครับไม่เคยดื้อ แต่ที่ได้ยินมาที่เขา ฟ้องมาเขาบอกรู้ว่าต้องจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) แต่มันหมด มันไม่มี มันไม่ได้ หมายความว่าโอ้โฮอยู่ดี ๆ อยากจะไปกินฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ตะบี้ตะบันกินมันไม่ใช่ หรอกท่านรัฐมนตรีครับ โรงพยาบาลตำบลต่างจังหวัดเขาขาดแคลนยา บางที่ไปแล้วไม่มี อันนี้คือสาระสำคัญมากกว่า ไม่ใช่ว่ากินพาราเซตามอล (Paracetamol) อย่างเดียว ไม่ใช่🔗
ประเด็นที่ ๒ รัฐไม่เคยบอกประชาชนว่าตกลงบางคนนี่กินฟ้าทะลายโจร วันละ ๑๐ เม็ด จะติดคอตายมากกว่าเป็นโควิด (COVID) ตายก็เพราะฟ้าทะลายโจรนี่ล่ะ รัฐควรจะบอกด้วยนะว่ากินอะไรแล้วมันดี🔗
เรื่องสุดท้าย ที่อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีครับว่า เข็ม ๕ ท่านจะมาบอกว่าให้ผมช่วยประชาสัมพันธ์ เข้าไปดูในกูเกิล (Google) ไปดูโน่นนี่นั่น ถ้าผม เป็นรัฐมนตรีนะครับ ผมมีงบประมาณ ผมทำประชาสัมพันธ์ไปแล้ว ซื้อสื่อโทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ วิทยุ แล้วก็บอกประชาชนเขา บางคนเขาเข้าไม่ถึงกูเกิล (Google) ชาวบ้าน ตาสีตามา ยายมายายมีอยู่ต่างจังหวัดเขาไม่รู้หรอกครับ เขาก็ฟังอนามัยตำบล เพราะฉะนั้นก็ฝาก ท่านรัฐมนตรีว่าถ้าเป็นไปได้ช่วยประชาสัมพันธ์หน่อย เราไม่ได้มีคนกรุงเทพมหานครอย่างเดียว เรามีอีกตั้ง ๗๖ จังหวัด ก็หวังว่าพี่น้องประชาชนจะผ่านวิกฤติการณ์โควิด (COVID) แบบนี้ ไปด้วยกันเพื่อสังคมน่าอยู่ของประเทศไทย ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมชี้แจงท่านจิรายุอีกนิดหนึ่งคือมันมีสไลด์ (Slide) อีกอันหนึ่งครับ🔗
คือเรื่องยา ฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ไม่ขาดนะครับท่านจิรายุ เรากระจายยาไปยังเขตสุขภาพและ เขตสุขภาพก็จะมีสต๊อก (Stock) ยา แล้วจะดูว่าตามโรงพยาบาลนี้ไปเบิกที่เขตถ้าขาด เมื่อวันที่ ๘ ในจังหวัดมหาสารคามมียาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ๑๓,๓๔๐ เม็ด โมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ๕๖,๐๐๐ เม็ด แล้วก็เรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) ๒๖๔ ณ วันที่ ๘ คือยาเขา จะมีสต๊อก (Stock) อยู่ในโรงพยาบาล ต้องเรียนอย่างนี้ครับ เราจำเป็นต้องมีการจัดการยา ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกแนวทางในการใช้ยา ถ้าใช้ง่ายเกินไปยาก็จะหมด เหมือนตอน แรก ๆ ฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ถูกใช้ไปเยอะมาก แล้วเราต้องใช้เงินงบประมาณ นี่ล่ะครับ มันเป็นสิ่งที่สำคัญว่ามันไปสัมพันธ์กับเรื่องการใช้เงินงบประมาณที่สภาแห่งนี้อนุมัติไปในงบ เงินกู้ เพราะฉะนั้นการใช้ยาก็ต้องเป็นไปตามความจำเป็นและเหมาะสม เพราะฉะนั้นถามว่า ยาขาดไหม ไม่ได้ขาดครับ แต่ว่าต้องมาเบิก แต่ว่าไม่ได้เอาไปกองไว้เยอะ ๆ ทีเดียว แต่ว่า โรงพยาบาลก็สามารถไปเบิกที่เขตได้เพราะต้องใช้ แล้วก็เวลาเบิกก็ไม่ได้เบิกแล้วหมด ต้องมีสต๊อก (Stock) กี่วัน ๆ ก็ว่าไป นี่คือระบบการจ่ายของทางกระทรวงครับ ก็ต้องเรียนชี้แจง ท่านจิรายุครับ🔗
ท่านสมาชิก ก็ถือว่าเป็นการจบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่าน ส.ส. จิรายุ ห่วงทรัพย์ ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ผมต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับต่อไประเบียบวาระ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๔๗๗ เรื่อง ขอให้ก่อสร้างการส่งน้ำทางท่อส่งน้ำ ขนาดใหญ่ให้กับเกษตรกร ๖ ตำบล (นางบุญรื่น ศรีธเรศ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วย สำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์คือท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตอนนี้ ท่านรัฐมนตรีพร้อมที่จะตอบแล้วนะครับ ขอเชิญท่านบุญรื่น ศรีธเรศ ถามเลย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันต้องขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ดิฉันมีคำถามอยู่ ๓ ข้อ ดิฉันจะถามท่านรัฐมนตรีครั้งเดียวทั้ง ๓ ข้อ แล้วก็ให้ท่านตอบอย่างต่อเนื่องและเชื่อมโยง มันจะได้ตอบยาว ๆ พี่น้องประชาชนทั้ง ๖ ตำบลกำลังรอฟังอยู่ค่ะ ท่านอนุญาตนะคะ🔗
เชิญเลยครับ🔗
ดิฉันได้ตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดังต่อไปนี้ค่ะ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๔ ดิฉัน ได้ตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวกับการขยาย คลองส่งน้ำชลประทานเขื่อนลำปาวให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนาทั้ง ๖ ตำบล ซึ่งได้แก่ ตำบลภูดิน ตำบลขมิ้น ตำบลภูปอ ตำบลไผ่ ตำบลนาจารย์และตำบลกลางหมื่น ซึ่งอยู่ในเขต อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ไม่สามารถใช้น้ำในการทำเกษตรกรรมจากชลประทานเขื่อนลำปาวได้ และรอการใช้บริการน้ำจากเขื่อนลำปาวมาเป็นเวลา ๕๒ ปีแล้วค่ะท่านประธาน นับตั้งแต่ วันสร้างเขื่อนชลประทานลำปาวจนถึงปัจจุบัน จากวันนั้นดิฉันได้รับคำตอบจากท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน ท่านตอบว่าปัจจุบันไม่นิยม การขยายคลองส่งน้ำโดยการขุดคลอง แต่นิยมการส่งน้ำทางท่อแทนและท่านรัฐมนตรีก็ได้ สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมชลประทานสำรวจหาที่สร้างอ่างเก็บน้ำภายในเขต ๖ ตำบลดังกล่าว เพื่อรอรับการกักเก็บน้ำจากการส่งน้ำทางท่อจากชลประทานเขื่อนลำปาว เพื่อจะได้ส่งน้ำ ทางท่อไปยังพื้นที่พี่น้องทั้ง ๖ ตำบล จะได้ใช้บริการน้ำจากเขื่อนลำปาวทำไร่ทำนาเพื่อให้ ทั่วถึงและเกิดประโยชน์สูงสุด จึงได้ตั้งคำถามดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ การสำรวจพื้นที่สร้างเขื่อน เก็บน้ำอ่างเก็บน้ำที่กล่าวถึงเบื้องต้นมีความคืบหน้าไปแล้วบ้างหรือไม่ อย่างไร ขอทราบ รายละเอียดค่ะ ข้อ ๒ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีการจัดสรรงบประมาณให้ชลประทาน เขื่อนลำปาวศึกษาปัญหาเพื่อก่อสร้างโครงการนี้แล้วหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดด้วยค่ะ ข้อ ๓ ถ้ามีการจัดสรรงบประมาณให้แล้วจะเริ่มก่อสร้างได้เมื่อใด ขอทราบรายละเอียด ขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีประภัตรตอบครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผมต้องขอชื่นชม ส.ส. ป้าบุญรื่น ศรีธเรศ จากกาฬสินธุ์เป็นอย่างยิ่ง นี่ละครับท่านมีจิตวิญญาณเป็นผู้แทนจริง ๆ ท่านไม่เคยละ ติดตาม ห่วง ๖ ตำบลนี้มาโดยตลอด พี่น้อง ๖ ตำบลที่กำลังฟังอยู่คงจะทราบว่าป้านั้นอยากให้ท่าน ได้มีน้ำทำนา เดี๋ยวผมจะชี้แจงเป็นขั้นตอนให้พี่น้องอีก ๖ ตำบลได้เข้าใจและสบายใจ มีความหวังอย่างไร ท่านที่เคารพครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องกาฬสินธุ์ท่านเป็นจังหวัด ที่ค่อนข้างจะโชคดีที่ว่าโชคดีเพราะมีเขื่อนลำปาว ซึ่งมีความจุถึง ๒,๐๐๐ ล้านคิว แล้วก็ กระจายน้ำไปยังอำเภอต่าง ๆ ซึ่งในกาฬสินธุ์มีทั้งหมด ๑๘ อำเภอ แต่ว่าเป็นบางอำเภอ ที่ได้รับน้ำจากเขื่อนลำปาว เพราะเขื่อนลำปาวส่งน้ำด้วยคลองขุด ๒ สาย คือซ้ายขวาซึ่งมี ความยาว ๑๕๘ กิโลเมตร ส่งไปตามอำเภอต่าง ๆ ในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์มีพื้นที่ประมาณ ๔.๒ ล้านไร่ จะทำเกษตรได้จริง ๆ ประมาณ ๒.๘ ล้านไร่ อยู่ในเขตที่เขื่อนลำปาวสามารถ ส่งน้ำเรียกว่าเขตชลประทานประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ในขณะนี้ ทีนี้มันก็มีผลกระทบ ผมได้ กล่าวไปแล้วว่ามีพื้นที่ตั้ง ๒,๘๐๐ ล้าน แต่ส่งน้ำจากเขื่อนลำปาวไปได้ ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ และอีก ๒ ล้านอยู่ที่ไหน ผมจะกราบเรียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งป้าบุญรื่นห่วง ๖ ตำบลนี้ก่อน ผมก็จะ ไล่เรื่องให้ฟัง ผมขอชมเชยนะครับ ท่านได้ตั้งกระทู้ถามเมื่อปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ผมยังจำได้ขอเอาเรื่องเก่ามาพูดนิดหนึ่งแล้วทำให้ป้าบุญรื่นดีใจหลังจากท่านตั้งกระทู้ ถ้าท่านไม่ตั้งงานนี้ก็ไม่เกิด ผมถึงต้องขอชมว่าท่านติดตามเพื่อพี่น้องประชาชนจริง ๆ หลังจาก ท่านได้ตั้งกระทู้ผมก็ให้เจ้าหน้าที่กรมชลประทานไปศึกษาว่าจะช่วยพี่น้องได้อย่างไรบ้าง ในภาพรวมที่จะต้องใช้น้ำจากเขื่อนลำปาวแล้วเน้นไปที่ ๖ ตำบล ๖ ตำบลของท่านก็คือมีตำบล ภูดิน ตำบลขมิ้น ตำบลภูปอ ตำบลไผ่ ตำบลนาจาน ตำบลกลางหมื่น ๖ ตำบล ซึ่งเป็นหัวใจ และมีประชากรอยู่มาก มีพื้นที่ประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ ไร่ พี่น้อง ๖ ตำบลครับ ต้องทำความเข้าใจ นิดหนึ่งหลังจากที่ป้าบุญรื่นได้ตั้งกระทู้เราก็ให้ศึกษาโดยตั้งงบประมาณขึ้นมา ๓๐ ล้านบาท ๓๐ ล้านบาท เมื่อปี ๒๕๖๕ ที่ผ่านมานี้ไปศึกษาว่าจะช่วย ๖ ตำบลเลย ผมเน้นแค่ ๖ ตำบล อำเภออื่นยังไม่พูดถึง ๖ ตำบลสภาพภูมิประเทศเป็นอย่างไร เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน ก็กลับมารายงานว่าระดับน้ำพื้นที่เขื่อนลำปาวกับพื้นที่ ๖ ตำบล ฟังให้ดีนะครับป้ากับพี่น้องที่อยู่ ทางบ้าน พื้นน้ำมีความสูง ๑๖๔ เมตรเหนือน้ำทะเล ๖ ตำบล ของท่านเริ่มตั้งแต่ ๑๗๕ เมตรไปถึง ๑๙๐ เมตรเหนือระดับน้ำทะเล นึกภาพออกแล้วนะครับ ๖ ตำบลนี้ไม่ได้ไกลจากเขื่อนอยู่ขอบ ๆ เขื่อน แต่ระดับพื้นที่ต่างกันประมาณเกือบ ๒๐ เมตร ปัจจุบันจึงไม่สามารถจะส่งน้ำไปให้กับ ๖ ตำบลได้ เราก็กลับไปให้ศึกษาใหม่ว่าจะทำอย่างไร ในการที่จะช่วยเหลือ ๖ ตำบลนี้ ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ เขื่อน ก็สรุปเอานะครับป้าครับ พี่น้องประชาชน ฟังให้ดี เมื่อเป็นอย่างนี้การที่จะขุดคลองหรือส่งน้ำให้เป็นไปไม่ได้ ต้องสำรวจแล้วนะครับ ต้องตั้งสถานีสูบน้ำที่ตำบลภูดิน พี่น้องภูดินฟังนะครับ ภูดินซึ่งจะเป็นที่ตั้งสถานีสูบน้ำและ วางท่อเริ่มต้นที่ ๑๐ กิโลเมตร ใช้งบประมาณประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ ล้านบาท ในการที่ตั้ง สถานีสูบน้ำเพราะอะไร ผมได้รับการชี้แจงว่าสูบต้องใช้สูบขนาดใหญ่แรงดันสูงเพราะระดับ ต่างกัน ๒๐ เมตร แล้วก็วางท่อลงไปที่จะลงไปสูบน้ำในเขื่อนลำปาวอีกไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร ดังนั้นความแตกต่างของระดับน้ำที่จะสูบขึ้นมาก็ไม่น้อยกว่า ๕๐-๑๐๐ เมตรบางจุด ต้องใช้ งบประมาณออกแบบสำรวจไม่น้อยกว่าอีก ๑ ปี คือปี ๒๕๖๖ กราบเรียนพี่น้องครับ เราก็ไม่ได้ทิ้ง ถึงแม้สถานีสูบน้ำจะไปตั้งงบในปี ๒๕๖๗ นะครับ ปีนี้เราตั้งงบปี ๒๕๖๖ ถูกไหมป้า แล้วปีหน้า ถึงจะตั้งให้ท่าน แต่ในขณะที่เร่งด่วนนี้ผมรู้ว่าท่านเดือดร้อนเราก็บอกว่าจะทำแก้มลิงหรือฝาย ได้ไหมเพื่อรองรับสถานีสูบน้ำและจะทำอย่างไรได้บ้าง ไปส่องกล้องปรับระดับมา พี่น้อง ๖ ตำบล ชลประทานเป็นโครงการเร่งด่วน จึงสำรวจออกมาได้ดังนี้ จดนะป้า ๑. แก้มลิงหนองแซ่กลอย ตำบลภูปอ มีความจุ ๒๔๐,๐๐๐ คิว ๒. ฝายห้วยแก้งใหญ่ ตำบลภูปอ ๘๐,๐๐๐ คิว ๓. ขุดลอก อ่างเก็บน้ำห้วยแกง ตำบลกลางหมื่น อันนี้ใหญ่นะครับ ๖๐๐,๐๐๐ คิว ฝายห้วยกลอยตอนล่าง ตำบลไผ่ ๑๕๐,๐๐๐ คิว ฝายห้วยกลอยตอนกลาง ตำบลไผ่ ๑๒๐,๐๐๐ คิว ฝายห้วยบง ตำบลภูปอ ๒๐๐,๐๐๐ คิว ฝายห้วยไผ่ตอนล่าง ตำบลนาจาน ๒๐๐,๐๐๐ คิว ฝายห้วยสีทน ตำบลไผ่ ๒๐๐,๐๐๐ คิว เห็นไหมครับ ที่ท่านเป็นห่วงเป็นใยทางรัฐบาล โดยกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กรมชลประทาน ก็ไม่ได้หยุด ท่านร้องมาเราไม่ได้คิดว่าท่านเป็นใคร ฝ่ายค้าน รัฐบาลท่านเป็นผู้แทนราษฎร เราทำให้ผู้แทนราษฎรก็คือทำให้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้นตามที่ ท่านเป็นห่วงเป็นใยผมก็ได้ชี้แจงตามขั้นตอนให้ทราบ พี่น้อง ๖ ตำบลคงจะเข้าใจและดีใจครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗
คุณป้าบุญรื่น มีอะไรจะสอบถามเพิ่มเติมไหมครับ🔗
ดิฉัน บุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ท่านประภัตร โพธสุธน ท่านเป็นคนที่มีน้ำใจมากไปกาฬสินธุ์บ่อยนะคะ ห่วงใยความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยแท้จริง จริงที่ท่านว่าท่านไปในพื้นที่ท่านไม่ได้เลือกว่าใครเป็นรัฐบาล ใครเป็นฝ่ายค้าน ท่านทำงานให้ทั้งนั้นนี่คือท่านรัฐมนตรีประภัตร ต้องขอบคุณท่านนะคะ ที่ได้ให้ความกระจ่าง กับพี่น้องประชาชนทั้ง ๖ ตำบล เขารอมานาน ๕๒ ปี ทั้ง ๆ ที่เป็นพื้นที่ของเขา ใกล้เขื่อนด้วย เหมือนท่านรัฐมนตรีว่าค่ะ เพราะฉะนั้นความหวังอันสูงสุดก็คงจะมอบไว้กับท่านรัฐมนตรี และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะคะ ต้องขอบพระคุณท่านแทนพี่น้องประชาชนทั้ง ๖ ตำบล ในอำเภอเมืองที่กล่าวถึงข้างต้นค่ะ ขอบพระคุณท่านมากค่ะ🔗
ท่านประธานครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี มีอะไรเพิ่มเติม เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ เพิ่มเติมนิดเดียว คือทางเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่าขอให้ผมไปดูสภาพเป็น จริงว่าควรจะเริ่มอย่างไรก่อน ผมก็จะบอกท่านป้าบุญรื่น ผมก็ยินดีจะไป แล้วเราก็จะไป มอบเงินที่ช่วยเหลือลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ให้กับกาฬสินธุ์ด้วย วันนี้ท่านได้คะแนนเต็ม ๆ ถ้าเหลือก็ให้ประภัตรบ้างนะครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณท่านมากนะคะ🔗
ผมเป็น ประธานไม่มีโอกาสที่จะถามกระทู้ท่านรัฐมนตรีนะครับ ฝากค่าชดเชยกำจัดหมูที่จังหวัด นครพนมด้วย ยังค้างอยู่เยอะเลยครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบกระทู้ถาม🔗
ตอบให้ท่านหน่อยได้ไหมครับ🔗
เชิญครับ🔗
คือตอนนี้ทั้งค่าหมูทั้งลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เราพยายามจะให้เสร็จสิ้นภายในเดือนนี้ ทางกระทวงการคลังและสำนักงบประมาณก็อนุมัติแล้วอยู่ในขั้นตอนนำเข้า ครม. เพื่อขอ งบกลางครับ ท่านไม่ต้องเป็นห่วงครับ ได้ทุกคนครับพี่น้องที่รออยู่🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านรัฐมนตรีประภัตรวันนั้นพี่น้องเกษตรกรมาปิดล้อมหน้าบ้านผม ผมเปิดโฟนอิน (Phone In) ให้เกษตรกรคุยกับท่านรัฐมนตรีประภัตรเลยนะครับ ท่านก็ให้เกียรติช่วยแก้ปัญหาพี่น้อง ต้องขอบคุณ ก็ถือว่าเป็นการจบกระทู้ถาม เรื่อง ขอให้ก่อสร้างการส่งน้ำทางท่อส่งน้ำขนาดใหญ่ ให้กับเกษตร ๖ ตำบล ของท่านคุณป้าบุญรื่น ศรีธเรศ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือท่านประภัตร โพธสุธน ที่กรุณาให้เกียรติกับสภาผู้แทนราษฎร ของพวกเรา ต่อไปครับ🔗
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๔๘๕ เรื่อง แนวทางการกำหนดกรอบอัตราชดเชยค่าใช้จ่าย หรือการสูญเสียรายได้ของหน่วยงานรัฐในการดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการตามที่ กำหนดไว้ในมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง พ.ศ. ๒๕๖๑ (นายพิสิฐ ลี้อาธรรม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คือท่านอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีอาคมก็พร้อมที่จะตอบแล้วนะครับ เชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ถามเลย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นท่านประธานครับ ผมขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีอาคมนะครับ ที่ได้กรุณาสละเวลา มาตอบคำถามนะครับ กระทู้ที่กระผมถามไป ซึ่งก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับหนี้ที่เกิดขึ้นโดยที่รัฐบาล ได้มอบหมายให้หน่วยงานของรัฐไปดำเนินการตามมาตรา ๒๘ ของ พ.ร.บ. วินัยการเงิน การคลังนะครับ แต่ว่าก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น ผมอยากจะขออนุญาตปูพื้นสักเล็กน้อยครับว่า เรื่องของหนี้นี่นะครับ ขอใช้ฉายสไลด์ (Slide) หน่อยนะครับ🔗
เราก็ทราบกันดีว่าประเทศไทย ของเราก็มีภารกิจนะครับ รัฐบาลท่านก็ได้ทำไปมากมายด้วยกัน แล้วก็เจอปัญหาวิกฤติโควิด (COVID) ทำให้รายได้วิตก แล้วก็เรื่องของรัฐบาลก็มีหนี้ที่มากขึ้นทุกทีนะครับ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในช่วง ๒ ๓ ปีที่ผ่านมาหนี้รัฐบาลได้กระโดดขึ้นจาก ๔๑ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) เมื่อปี ๒๕๖๒ นะครับ ตอนนี้ปี ๒๕๖๕ กลางปี ๒๕๖๕ มันก็ทะลุ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ไปแล้วนะครับ เกินกว่า ๑๐ ล้านล้านบาทนะครับ ซึ่งต้องเรียนว่าหนี้ที่มีเกินกว่าถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าครั้งใด ๆ ในประวัติศาสตร์ แม้กระทั่งในวิกฤติต้มยำกุ้งตอนนั้นครับ หนี้รัฐบาลก็ยังไม่ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) นะครับ แต่ว่าคราวนี้มันเกินแล้ว แล้วก็ มีทีท่าว่าจะทะลุต่อไปเรื่อย ๆ อย่างสิ้นปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๖ ก็จะถึง ๖๕ เปอร์เซ็นต์ตามที่ ผมได้แสดงไว้ด้วยตัวอักษรสีแดงข้างบนนะครับ🔗
คำถามแรกเลยเพื่อจะปูพื้นไปสู่ข้อ ๒ นะครับ ก็คือเรื่องของแนวนโยบายของ ท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลนะครับว่าท่านจะมีแนวคิดอย่างไรในการดูแลเรื่องของหนี้สาธารณะ ไม่ให้มันบานไปเรื่อย ๆ นะครับ เพราะว่าที่ผ่านมาสภายังไม่เคยได้รับทราบแนวนโยบายของ ท่านเลยนะครับว่าในระยะข้างหน้าท่านมีแนวคิดอย่างไรในการดูแลไม่ให้หนี้มันบานออกไป เพราะว่าในระยะสั้น ผมก็เข้าใจดีครับว่าคงจะทำอะไรได้ยากนะครับ แต่ผมเชื่อว่าท่านคงจะ มีแผนในระยะปานกลางและระยะยาวว่าเราจะต้องดูแลจัดการไม่ให้หนี้มันลอยไปเรื่อย ๆ มิฉะนั้นแล้วเราก็จะเจอปัญหาแบบเดียวกับที่ประเทศต่าง ๆ ในโลกหลายประเทศกำลัง ประสบอยู่ก็คือหนี้สินล้นพ้นตัวในภาคของรัฐนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะขออนุญาต สอบถามท่านรัฐมนตรีก่อนนะครับว่า ๑. ก็คือท่านมีแนวนโยบายในการดูแลเรื่องของหนี้ สาธารณะไม่ให้บานออกไปได้อย่างไรนะครับ ท่านก็เลยมีการปลดเพดานจาก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี (GDP) มาเป็น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ดูเหมือนว่าจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่แท้จริงแล้วทุกปีเราจะต้องมีการขาดดุล หนี้ก็ต้องขยายตัวไป นั่นก็คำถามที่ ๑ นะครับ🔗
คำถามต่อไป ก็คือเรื่องปัญหาของการชำระหนี้ แถวที่ ๒ ท่านจะเห็นได้ว่า ตัวเลขรายจ่ายดอกเบี้ยของเราในระยะที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งในภาวะนั้นเป็นภาวะที่ดอกเบี้ยในตลาดทั้งตลาดไทยและตลาดต่างประเทศอยู่ในระดับต่ำ ก็คือประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิน ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะหนี้ระยะยาว แต่บัดนี้ ปรากฏว่าหนี้ของประเทศต่าง ๆ เกือบจะทุกประเทศทั่วโลกก็กระโดดสูงขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อ ตามปัญหาของการปรับดอกเบี้ยขึ้น ที่เกิดขึ้นกับทั่วโลกนะครับ ล่าสุดนี่นะครับ เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน หนี้พันธบัตรรัฐบาลไทยจากที่เคยมีอัตราผลตอบแทนเพียง ๑.๒๘ เปอร์เซ็นต์ เมื่อปี ๒๐๒๐ นะครับ แต่บัดนี้ปี ๒๐๒๒ คือ ๒ ปีผ่านมามันกระโดดขึ้นมาอีก ๑ เปอร์เซ็นต์ เป็นเกือบ ๆ ๓ เปอร์เซ็นต์ ประเด็นก็คือว่างบประมาณของเราที่ตั้งในงบประมาณปี ๒๕๖๕ ก็ดีหรือปี ๒๕๖๖ ก็ดีย่อมจะไม่ได้คำนึงถึงประเด็นนี้แล้วก็ในปีต่อ ๆ ไปภาระหนี้ดอกเบี้ยส่วนนี้ ก็จะพอกขึ้นเรื่อย ๆ อันนี้ก็จะเป็นอีกคำถามหนึ่งที่เราจะต้องช่วยกันดูแลครับก็อยากจะขอ ทราบแนวนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าท่านมีแนวนโยบายในการดูแลเรื่องของหนี้สาธารณะ เหล่านี้อย่างไร เพราะว่ามันจะมีความสัมพันธ์โยงกับคำถามเกี่ยวกับเรื่องของการที่เราให้ หน่วยงานของรัฐไปดำเนินการตามมาตรา ๒๘ ต่อไปครับ ขอบพระคุณมากครับ ขออนุญาต สอบถามก่อนครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีอาคมตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามในวันนี้ ก็ขออนุญาตเรียนตอบคำถามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สอบถามในเบื้องต้นนะครับว่า ในกรอบของการบริหารจัดการหนี้สาธารณะนั้นมีแนวทางการดำเนินการอย่างไร ซึ่งก็จะนำไปสู่ ในเรื่องของประเด็นต่อไปนะครับ ก็ขออนุญาตเรียนว่าในส่วนของหนี้สาธารณะของประเทศนั้น ข้อมูลล่าสุดจะอยู่ที่ ๖๐.๘๗ ณ เดือนพฤษภาคม ซึ่งก็เกินกรอบเพดานที่เรากำหนดไว้ ๖๐ เปอร์เซ็นต์มาเล็กน้อยเกือบ ๑ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าเราบริหารจัดการได้ดี เพราะเดิมทีนั้น คาดว่าในสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๖๔ หนี้สาธารณะของเราจะเกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ไปมาก แต่อย่างไรก็ตามนั้นก็โยงไปถึงในเรื่องของว่าแล้วเรามีแนวทางในการบริหารจัดการหนี้อย่างไร เรียนว่าในเรื่องของแนวทางนั้นหลัก ๆ ก็คงจะมี ๒ เรื่องด้วยกัน คือเรื่องที่ ๑ ก็คงจะเป็นในเรื่อง ของการก่อหนี้ใหม่ ซึ่งจริง ๆ แล้วการก่อหนี้ใหม่นั้นก็มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะพัฒนาเศรษฐกิจ แล้วก็พัฒนาประเทศนะครับ ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นวงเงินที่เราเตรียมไว้สำหรับโครงการต่าง ๆ ของ ส่วนราชการ โครงการต่าง ๆ ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นการลงทุนเพื่อการพัฒนาและต้องการใช้ แหล่งเงินกู้ ซึ่งนอกเหนือจากแหล่งเงินงบประมาณนะครับ🔗
แต่ในประเด็นที่ ๒ ก็จะเป็นในเรื่องของหนี้ที่มีอยู่เดิมนั้น ๑๐ ล้านล้านบาท จะบริหารกันอย่างไร ซึ่งแนวทางที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันนี้ก็จะมีการนำเสนอในเรื่องของ แผนบริหารจัดการหนี้สาธารณะต่อคณะรัฐมนตรีเป็นระยะ ๆ เหตุที่มีการเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เป็นระยะ ๆ นั้นก็ด้วย ๒ เหตุผลก็คือว่าโครงการพัฒนาเมื่อมีความพร้อมในเรื่องของการ ดำเนินการนั้นก็จะเอามาบรรจุไว้ในแผนการก่อหนี้ใหม่ อันที่ ๑ อันที่ ๒ ในส่วนของหนี้เดิมนั้น ก็จะมีแนวทางหลัก ๆ อยู่ ๒ ๓ แนวทาง ซึ่งส่วนใหญ่นั้นในข้อที่ ๑ ก็คือเรื่องของช่วง ๒ ปี ที่ผ่านมานั้นก็จะมีในเรื่องของการก่อหนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งเราก็ออก พ.ร.ก. มา ๒ ฉบับ ๑ ล้านล้านบาทกับ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งโดยส่วนใหญ่นั้นก็จะ เป็นการกู้เงินในระยะสั้น เพราะฉะนั้นในแนวทางที่ ๑ คือว่าในเรื่องของการบริหารเมื่อหนี้สั้น ครบกำหนดนั้นก็จะมีการเจรจาในเรื่องของการทำบอนด์สวิตชิง (Bond Switching) การยืด ระยะเวลาของการชำระหนี้ให้ยาวขึ้นไปนะครับ แล้วก็ในเทอมที่ดีที่สุด ซึ่งโดยปกติในขณะนี้ โดยส่วนใหญ่ก็จะมีหนี้ที่จะครบกำหนดในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๖ ก็ได้มีการทยอยในการทำ เรียกว่าบอนด์สวิตชิง (Bond Switching) เป็นระยะ ๆ นะครับ ซึ่งก็จะได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้น ซึ่งแน่นอนที่สุดว่าในอัตราดอกเบี้ยนั้นก็คงจะต้องเกี่ยวโยงกับในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย ของโลกด้วย ขณะนี้ในธนาคารกลางของสหรัฐนั้นก็มีการปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางนั้น ก็ส่งผลกระทบไปตลาดการเงินทั่วโลก เพราะฉะนั้นในเรื่องของการอัตราดอกเบี้ยหรือ ผลตอบแทนต่อพันธบัตรนั้นก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คงต้องยอมรับ ว่าต้นทุนทางการเงินนั้นก็อาจจะเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นในเรื่องของการทำในประเด็นที่ ๒ คือ ในเรื่องของงบการชำระหนี้ของเราไม่ว่าจะเป็นเงินต้นหรือดอกเบี้ย และโดยเฉพาะดอกเบี้ยนั้น เมื่อเป็นดอกเบี้ยขาขึ้นแล้วถามว่างบประมาณเพียงพอไหมในการที่จะชำระหนี้นะครับ ก็ต้อง ขออนุญาตเรียนว่าในการตั้งงบประมาณแต่ละปีนั้นก็อยู่บนสมมติฐานที่ภาวะการเงินนั้น อยู่ในภาวะใดภาวะขาขึ้นหรือขาลง ก็ขออนุญาตยกตัวอย่างว่าในงบประมาณปี ๒๕๖๕ ในช่วง ปลาย ๆ ปีงบประมาณนั้นผลกระทบตรงนี้อาจจะไม่มากนัก แต่ว่าในงบประมาณที่ได้ตั้งไว้นั้น ถ้าหากดอกเบี้ยขึ้นเร็วกว่านี้นั้นก็อาจจะต้องมีการของบประมาณเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการขออนุญาตใช้งบกลางมาเพิ่มเติมในเรื่องการชำระหนี้นะครับ🔗
ส่วนอีกอันหนึ่งนั้นก็คือในเรื่องการบริหารโดยชำระเขาเรียกว่าเป็นพรีฟันดิง (Pre-Funding) ก็คือว่าหนี้ไหนที่ยังไม่ครบกำหนดนั้นเราคิดว่าในอัตราที่สามารถที่จะชำระคืน ได้ก่อนล่วงหน้าในปริมาณที่ไม่มากนักเราก็สามารถทำในเรื่องของเป็นพรีฟันดิง (Pre-Funding) ซึ่งที่ผ่านมาในปีที่แล้วก็มีการทำเป็นพรีฟันดิง (Pre-Funding) ด้วย เพื่อลดภาระในเรื่องของ รายจ่ายในเรื่องของดอกเบี้ยไปก็จะมีแนวทาง ๒ ๓ แนวทางอย่างที่ผมกราบเรียนสักครู่นี้นะครับ ก็ขออนุญาตในเบื้องต้นครับ🔗
ท่านพิสิฐ มีคำถามอะไรเพิ่มเติม เชิญครับ🔗
ผมอยากจะฝากท่านรัฐมนตรี ที่ท่านดำเนินการนี้มันเป็นเรื่องระยะสั้นนะครับ แต่จริง ๆ แล้วในเรื่องของการแก้ปัญหาหนี้ มันต้องเป็นเรื่องของการวางแผนระยะยาว จริง ๆ ท่านรัฐมนตรีก็มีพื้นมาจากด้านวางแผน น่าจะรู้ดีกว่าผมว่าการแก้ไขปัญหาหนี้จะต้องมาจากการดูแลอย่าให้รายจ่ายในระยะต่อไปนี้ มันบานออกไป ต้องพยายามดูแลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจมีความมั่นคงแล้วก็ให้หนี้ ที่เป็นสัดส่วนต่อจีดีพี (GDP) มันลดลง ส่วนการทำบอนด์สวิตชิง (Bond Switching) ก็ดี หรือการที่ไปทำเรื่องเกี่ยวกับการทำเป็นพรีฟันดิง (Pre-Funding) ก็ดี อันนี้เป็นเรื่องของ เจ้าหน้าที่ที่อาจจะไปทำสิ่งเหล่านี้เพราะว่าเป็นการแก้เฉพาะหน้าแต่ว่ามันจะไม่ตอบโจทย์ ปัญหาหนี้ที่มันบานออกไปเราจะต้องมีแผน ท่านจะต้องมีแผนออกมาเป็นแผนที่ชัดเจนเพื่อให้ พวกเราทั้งในภาครัฐบาลหรือในภาคการเงินเขามีความมั่นใจว่ารัฐบาลเอาอยู่รัฐบาลสามารถ ดูแลไม่ให้หนี้บานไปได้นะครับ ผมขออนุญาตไปประเด็นที่ ๒ ซึ่งขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
ประเด็นที่ผมได้ตั้งไว้ อันนี้เมื่อสักครู่ ที่ผมกล่าวว่าดอกเบี้ยมันลอยขึ้นไป ในช่วง ๒ ๓ ปีนี้ดอกเบี้ยมันกระโดดขึ้นไปจากที่เคยอยู่ แต่เดิมประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์มาเป็นตอนนี้ ๓ เปอร์เซ็นต์ในเกือบทุกอายุนะครับ เพราะฉะนั้น รัฐบาลกู้ใหม่จะทำบอนด์สวิตชิง (Bond Switching) ก็ดี หรือจะกู้ใหม่ก็ดี ภาระดอกเบี้ย จะต้องสูงขึ้นอีก เรามีหนี้อยู่ทั้งหมด ๑๐ ล้านล้านบาท ๑ เปอร์เซ็นต์ของ ๑๐ ล้านล้านบาท ก็คือ ๑ แสนล้านบาท เพราะฉะนั้นถ้าเกิดแน่นอนพันธบัตรเหล่านี้มันเป็นแบบฟิกซ์ (Fix) ก็คือดอกเบี้ยตายตัว แต่ถ้าเรากู้ใหม่หรือทำบอนด์สวิตชิง (Bond Switching) ผู้ให้กู้หรือผู้ออกเงิน ที่จะต้องเรียกร้องดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เพราะฉะนั้นภาระของงบประมาณนี้ที่ท่านมีในงบกลาง ไม่พอหรอกครับที่จะเอามาทำในการจ่ายในส่วนนี้ หนีไม่พ้นต้องไปใช้เงินคงคลัง ซึ่งถ้าเงิน คงคลังถูกใช้ในลักษณะนี้บ่อย ๆ ก็จะเกิดผลกระทบได้ อันนี้ก็เป็นเรื่องพื้นฐาน ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปเลยครับ ประเด็นหลักที่อยากจะขออนุญาตให้ท่านได้ช่วยชี้แจงให้ประชาชนได้ รับทราบ ก็คือตามมาตรา ๒๘ ท่านได้มีการให้หน่วยงานของรัฐต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรัฐวิสาหกิจ หรืออาจจะเป็นหน่วยงานที่เป็นราชการ เช่น ประกันสังคม หรือโรงพยาบาลของรัฐต่าง ๆ ออกเงินไปก่อน ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงก่อให้เกิดภาระที่รัฐต้องชดเชย คำถามก็คือว่าท่านมีแนวทาง ในการชดเชยเขาอย่างไร เพราะทุกวันนี้เท่าที่ผมสังเกตดูการตั้งงบประมาณชดเชยในส่วนนี้ ไม่ค่อยเป็นที่ชัดเจน ถึงแม้ว่าในกฎหมายการเงินการคลังจะมีเขียนไว้ให้ชัดว่าจะต้องจ่ายให้ก่อน ในปีที่แล้วปรากฏว่าก็ถูกตัดไปส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นอยากจะให้รัฐบาลมีความชัดเจนในการ ที่ต้องชำระหนี้ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้ เหตุผลไม่ใช่เป็นเพราะว่าผมต้องการช่วย หน่วยงานเหล่านี้โดยตรง แต่ว่าเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ การที่ท่านเอาเงินของออมสิน เอาเงิน ของ ธ.ก.ส. และธนาคารต่าง ๆ มาใช้ก่อน ผมขออนุญาตใช้คำว่า เบียดบัง เบียดบังงบของเขา แทนที่เขาจะเอาเงินเหล่านี้ไปใช้ในการทำธุรกิจของเขาเองได้ตามปกติ ธ.ก.ส. จะปล่อยกู้ให้กับ เกษตรกรได้ ก็ในเมื่อจะต้องเอางบมาทำงานให้กับรัฐบาล ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่รัฐบาล เป็นหนี้เขาอยู่ แทนที่ ธ.ก.ส. จะเอาเงินนี่ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็เป็นประธาน ธ.ก.ส. อยู่ ท่านก็จะมี ข้อจำกัด พอมาดูงบของท่านเงินกว่า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถูกรัฐบาลบล็อกไว้รัฐบาลก็ยังไม่คืน เสียที ตั้งงบประมาณแต่ละปีก็นิด ๆ หน่อย ๆ จ่ายให้ ผลที่ตามมาอีกข้อหนึ่งก็คือว่าหน่วยงาน เหล่านี้ ธนาคารของรัฐเหล่านี้ เมื่อต้องการใช้เงินก็ต้องไปกู้ในตลาด เพราะว่าไม่ค่อยมีคนมา ฝากเงินกับเขา การกู้ในตลาดดอกเบี้ยย่อมแพงกว่าดอกเบี้ยที่รัฐบาลจ่ายอยู่ดี เพราะฉะนั้น แทนที่จะเป็นหนี้ของเขา ควรจะเป็นหนี้รัฐบาลมากกว่า เป็นหนี้รัฐบาลเพื่อจะให้ภาระดอกเบี้ย มันลดลง เพราะเขาย่อมจะต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงกว่าที่รัฐบาลกู้ ก็อยากจะขออนุญาตฝากเป็น ประเด็นแล้วก็สอบถามท่านว่า ท่านจะมีแนวทางในการชดเชยเงินคืนเขาให้เร็วได้อย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบว่า ๑. เขามีภาระหนี้สูงขึ้น ๒. ก็คือเขาจะทำงานตามหน้าที่เขาได้ลำบาก เพราะว่าเงินถูกรัฐบาลเอาไปใช้เสียก่อนนะครับ ขออนุญาตสอบถามครับ🔗
ขอบพระคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ในวันนี้ ต่อประเด็น ในเรื่องของแนวทางในการที่จะชดเชยในเรื่องของวงเงินงบประมาณที่ได้ใช้ไป โดยใช้กลไก ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐนั้นในการดำเนินนโยบายต่าง ๆ ก็ขออนุญาตเรียนว่า ในมาตรา ๒๘ นั้น ในเรื่องของการที่จะใช้เงินเพื่อดำเนินการตามนโยบายนั้น หลัก ๆ ก็จะมีอยู่ ๓ เรื่องด้วยกัน ในสไลด์ (Slide) ที่ท่านสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน อาจารย์พิสิฐที่ได้แสดง ไว้นั้นก็จะมีทั้งในเรื่องของสถาบันการเงิน แล้วก็มีทั้งในเรื่องของรัฐวิสาหกิจอีกส่วนหนึ่ง แต่หลัก ๆ ในเรื่องของการดำเนินโครงการต่าง ๆ ภายใต้นโยบายของรัฐบาลนั้นก็จะมี ๓ เรื่องด้วยกัน ก็คือในเรื่องของการฟื้นฟูหรือกระตุ้นเศรษฐกิจ เรื่องที่ ๒ ก็เป็นในเรื่องของการเพิ่มขีด ความสามารถในการประกอบอาชีพ หรือยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เรื่องที่ ๓ ก็เป็นเรื่องของการช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย หรือการก่อวินาศกรรม อันนี้ก็มีการบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘ ไว้อย่างชัดเจน ทีนี้ก็อยู่ตรงที่ว่าในเรื่องของการใช้เงิน ล่วงหน้าตรงนี้นั้นไปเพื่อวัตถุประสงค์ใด ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็ขออนุญาตแยกว่าด้วยกลุ่มที่ได้รับ การช่วยเหลือนั้น ส่วนที่ ๑ ก็จะเป็นกลุ่มเกษตรกรอย่างชัดเจน เป็นโครงการในเรื่องของ ประกันรายได้เกษตรกรในสินค้า ๒ ๓ ตัว เรื่องของข้าว เรื่องของมันสำปะหลัง เรื่องของยาง เรื่องของปาล์มน้ำมัน ซึ่งก็เป็นการชดเชยในเรื่องของราคาพืชผลเกษตรที่ตกต่ำไป อันนั้น ก็เป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ส่วนที่ ๒ ก็เป็นในเรื่องของการเติมสภาพคล่อง หรือ แก้ปัญหาหนี้ให้กับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ส่วนที่ ๓ ก็เป็นในเรื่องของการชดเชย ในเรื่องของรายได้ของรัฐวิสาหกิจที่ทำในเรื่องของพีเอสโอ (PSO) ๓ เรื่องหลัก ๆ เพราะฉะนั้น ถ้าหากมองในเรื่องของวงเงินที่ใช้นั้นก็แน่นอนที่สุดว่าในกฎหมายก็ได้บัญญัติว่าต้องมีฟิสิคัล สเปซ (Physical Space) หรือมีพื้นที่การคลังที่เพียงพอ ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลัง ก็ได้กำหนดไว้ที่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของวงเงินงบประมาณ เพราะฉะนั้นการใช้จ่ายใด ๆ ก็ตามนั้น จะต้องไม่เกินในวงเงิน ๓๐เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของวงเงินงบประมาณนั้น อย่างชัดเจนนะครับ เพราะแนวทางในเรื่องของการใช้เงินก้อนนี้นั้นก็เป็นเรื่องของการที่จะต้อง ไปชดเชยหรือเพิ่มตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายคืนให้กับสถาบันการเงินที่รัฐบาลใช้เป็นกลไก ในการปล่อยเงินออกไป ไม่ว่าจะเป็นธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ บสย. ก็ล้วนเป็นกลไกของรัฐนะครับ แต่อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไว้สักครู่นั้นส่วนหนึ่งก็ต้องออก สตางค์ไปก่อนในแง่ของสถาบันการเงิน แล้วรัฐบาลก็ตั้งชดเชยให้ในปีงบประมาณถัดไป แต่อย่างที่ทราบกันนะครับว่าวงเงินที่ค้างอยู่ทั้งหมดนั้นก็เป็นไปตามตัวเลขที่ท่านสมาชิก ได้กล่าวไว้สักครู่นี้ วงเงินที่ค้างอยู่ทั้งหมด ณ สิ้นปีงบประมาณ ๒๕๖๔ นั้น ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ก็อยู่ที่ ๙๗๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งการทยอยจ่ายนั้นก็ตั้งงบประมาณในแต่ละปี ประเด็น ก็อยู่ตรงที่ว่าข้อจำกัดในเรื่องของการตั้งงบประมาณใช้คืนตรงนี้ก็ค่อนข้างที่จะมีจำกัด เนื่องจาก ภาระในเรื่องของงบประมาณรายจ่ายประจำ เรื่องของบลงทุนต่าง ๆ อย่างไรก็ตามคณะกรรมการ นโยบายการเงินการคลังก็ได้มีข้อกำหนด ได้มีการปรึกษาหารือในคณะกรรมการซึ่งก็มีสำนัก งบประมาณเป็นกรรมการอยู่ด้วย ว่าในการตั้งงบประมาณแต่ละปีนั้นควรจะต้องตั้งคืนใช้ให้ มากกว่านี้ แต่ก็ด้วยข้อจำกัดก็ยังทำได้ไม่ถึง เพราะฉะนั้นมันก็จะพอกพูนขึ้นไปเรื่อย ๆ🔗
แนวทางที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการที่จะปิดโครงการต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการมา จริง ๆ แล้วโครงการหลายโครงการไม่ได้ดำเนินการในช่วงโควิด (COVID) เป็นโครงการที่สะสม มาตั้งแต่ก่อนที่จะมีพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง พ.ศ. ๒๕๖๑ เพราะฉะนั้นโครงการ ใดที่จบสิ้นไปแล้ว แล้วก็ขอให้ปิดโครงการเพื่อคืนวงเงินกลับเข้ามาให้กับมาตรา ๒๘ ก็เป็น การเพิ่มฟิสิคัล สเปซ (Physical Space) ตรงนี้ ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมานั้นในการที่จะขยายกรอบ วงเงินจาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์เป็น ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ได้คำนึงในเรื่องนี้ว่านอกจากที่เราจะขอฟิสิคัล สเปซ (Physical Space) ตรง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ขึ้นมาอีก แล้วจาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นมาอีก ๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อเปิดช่องให้สำหรับในเรื่องของโครงการประกันรายได้เกษตรกรโดยเฉพาะ ข้าวปีที่แล้วนะครับ นอกจากนั้นเราก็ไล่ปิดโครงการต่าง ๆ ซึ่งก็ปิดไปได้จำนวนเป็นหมื่นล้าน แต่ก็ยังไม่เพียงพอ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มฟิสิคัล สเปซ (Physical Space) ตรงนี้ เพราะฉะนั้นแนวทางในเรื่องของการแก้ไขปัญหาตรงนี้ก็นอกจากในเรื่องของโครงการเดิม ๆ ที่มีอยู่นั้น เราก็ต้องไล่ปิดโครงการ อันที่ ๒ ก็คงไม่มีในแง่ทางอื่นว่าการชดเชยตรงนี้จะชดเชย คืนได้เมื่อไรนะครับ🔗
ส่วนประการที่ ๓ นั้นก็คือในเรื่องของความเข้มงวดในเรื่องของการที่จะอนุมัติ โครงการในการที่จะใช้เงินก้อนนี้ เพราะว่าเงินก้อนนี้ในตามมาตรา ๒๘ นั้นก็เป็นประเด็น เรื่องของการที่มีความจำเป็นแล้วก็ฉุกเฉินจริง ๆ ถึงจะใช้วงเงินก้อนนี้ได้ ก็ขออนุญาตว่าเป็น แนวทางประมาณนี้นะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามก็รับในเรื่องของข้อห่วงใยของท่านสมาชิก ท่านอาจารย์พิสิฐนะครับไว้ในเรื่องของการจัดทำ ทั้งในเรื่องของแผนการแก้ปัญหาหนี้สาธารณะ ในระยะยาว แล้วก็เรื่องของการบริหารในเรื่องของมาตรา ๒๘ ครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าเป็นการจบกระทู้ถาม เรื่อง แนวทางการกำหนดกรอบอัตราชดเชยค่าใช้จ่ายหรือ การสูญเสียรายได้ของหน่วยงานรัฐในการดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการตามที่ กำหนดไว้ในมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง พ.ศ. ๒๕๖๑ ของท่าน ส.ส. พิสิฐ ลี้อาธรรม ถามท่านนายกรัฐมนตรี ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ที่กรุณาให้เกียรติกับทางสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา ขอกราบ ขอบพระคุณครับ ต่อไปเป็น🔗
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๔๘๖ เรื่อง การบริหารจัดการให้มีอุตสาหกรรมการแพทย์ ครบวงจร (Medical Hub) ในประเทศไทย (นายองอาจ คล้ายไพบูลย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอถอนกระทู้ถามเรื่องดังกล่าว ดังนั้นจึงเป็นกรณีที่ผู้ตั้งกระทู้ถามขอถอนกระทู้ถามตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๓ นะครับ🔗
๑.๒.๔ กระทู้ถาม ที่ ๔๘๙ เรื่อง แนวทางการดำเนินการตามข้อเรียกร้องของ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ และ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ (นายมานพ คีรีภูวดล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถาม เรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากในวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดภารกิจที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว ไม่สามารถมาตอบ กระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๕ ท่านมานพมีอะไรไหมครับ🔗
ขออนุญาตใช้เวลาท่านประธาน นิดหนึ่งครับ คือผมก็ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายกระทู้ของของสภา แล้วก็ ท่านปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านจตุพร บุรุษพัฒน์ ก็ประสานมา ว่าท่านรัฐมนตรีจะมาตอบวันที่ ๔ ทีนี้อย่างนี้ท่านประธานครับ ผมได้ตั้งกระทู้กับ ท่านรัฐมนตรี ๒ กระทู้ กระทู้นี้เป็นกระทู้ว่าด้วย เรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีกกระทู้หนึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการขยะ อยากจะขอท่านประธานประสานไปยังฝ่าย ของรัฐมนตรี ก็คือไหน ๆ ท่านก็มาแล้ว ผมอยากให้มาตอบทั้ง ๒ กระทู้ กระทู้ที่ ๒ ให้ตอบ ในห้องเล็กก็ได้ กระทู้แยกเฉพาะก็ได้เพื่อไม่ให้เสียเวลา เพราะฉะนั้นเวลาท่านมาแล้วท่านจะได้ ตอบทั้งในห้องใหญ่แล้วก็ห้องเล็ก ฝากรบกวนท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ก็รับไป พิจารณาว่ามันผิดข้อบังคับอะไรไหม หรือสามารถดำเนินการได้ก็จะดำเนินการให้ตามที่ขอ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบกระทู้ถามทั่วไปตามระเบียบวาระที่จัดไว้แล้ว🔗
กระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้ดำเนินการถามและตอบที่ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ บริเวณชั้น ๑ แล้วนะครับ🔗
ต่อไปในห้องกระทู้ถาม แยกเฉพาะ จะเป็นระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ซึ่งในห้องใหญ่ก็จะมีกระทู้ถามสด แล้วกระทู้ถาม ทั่วไป แต่ห้องนี้เป็นห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะที่กำหนดเอาไว้เป็นเรื่องใหม่ในข้อบังคับปัจจุบันนี้ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะแล้วก็กระทู้ถามแยกนี้ตามข้อบังคับของการประชุมใน ข้อ ๑๗๓ กำหนดว่า แต่ละกระทู้ต้องถามและตอบให้เสร็จภายในเวลา ๒๐ นาที เราจึงแบ่งกระทู้แต่ละกระทู้ออก เป็นผู้ถาม ๑๐ นาที ผู้ตอบ ๑๐ นาที อันนี้ท่านรัฐมนตรีและท่านสมาชิกเข้าใจกติกาดีอยู่แล้ว แต่ย้ำเพื่อให้พี่น้องประชาชนโดยทั่วไปได้รับรู้ด้วยว่ากระทู้ถามไม่ใช่จะถามอะไรตามอำเภอใจ ได้ก็มีเวลาควบคุมอยู่ครับ วันนี้กระทู้ถามสดมี ๖ กระทู้ ปรากฏว่ามีรัฐมนตรีมาตอบ ๕ กระทู้ มีกระทู้เดียวที่รัฐมนตรีของเลื่อน เนื่องจากรัฐมนตรีติดโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็เลยขอเลื่อนไป กระทู้เดียว เพราะฉะนั้นเราจะใช้เวลาตั้งแต่กระทู้ที่ ๑ ผมเลยขออนุญาตคุมเวลากระทู้ถามที่ ๑🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
๑.๓.๑ กระทู้ถาม ที่ ๓๙๘ เรื่อง การพัฒนาแม่น้ำ คลอง แหล่งต้นน้ำ ซึ่งเกิด จากเทือกเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อป้องกันน้ำหลาก น้ำท่วมในฤดูฝน และหาวิธี กักเก็บน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร (ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ท่านนายกรัฐมนตรีได้มี หนังสือแจ้งว่ามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ขออนุญาตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถาม คือนายพิทักษ์พงษ์ ติ๊บแก้ว ขอเชิญคุณพิทักษ์พงษ์ ติ๊บแก้ว เชิญครับ ต่อไปผมขอเชิญท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ถามคำถามที่ ๑ นะครับ ทั้ง ๒ คำถาม ไม่เกิน ๑๐ นาที ขอเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพรักครับ ท่านชวน หลีกภัย กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท บ้านเกิดผมอยู่นครศรีธรรมราช เพราะฉะนั้นกระทู้ถามวันนี้ก็เกี่ยวข้องกับบ้านเกิดของผมคือตำบลพรหมโลก อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่นั่นเราเรียกว่าตำบลพรหมโลก ตลาดนอกท่า ซึ่งเป็นบ้านเกิด ผมขอเล่าอย่างนี้นะครับ ขอภาพนิดหนึ่ง🔗
นี่คือภาพตำบลพรหมโลก ซึ่งเป็นแหล่งภูเขาที่ผมตั้งกระทู้ว่าการพัฒนาแม่น้ำ คลอง แล้วก็แหล่งต้นน้ำที่เกิดจาก เทือกเขาหลวง ในบ้านผมจะอยู่ใกล้กับเทือกเขาหลวงห่างกันประมาณสัก ๔ กิโลเมตร ในเวลา อันสั้นสัก ๑๐ นาทีไม่เกินนี้ ผมจะใช้โอกาสเล่าสักนิดหนึ่งและเป็นคำถามต่อเนื่องไปเลย ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ที่ให้เกียรติมาตอบกระทู้ ผมได้คุยนอกรอบท่าน บอกว่าให้ถามทีเดียวเลย ก็จะใช้เวลาและถามครั้งเดียว ที่นี่นะครับท่านประธาน ท่านชวน คงไปมาแล้วถามนอกรอบท่าน น้ำตกนี้เป็นน้ำตกที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พร้อมพระราชินีเสด็จไป เมื่อก่อนแม่น้ำอุดมสมบูรณ์มาก เป็นคลองพรหมโลกไหลไปสู่ตำบลปากพูนลงอ่าวไทย ที่นี่เป็น แหล่งหล่อเลี้ยงต้นน้ำที่เกิดจากเทือกเขาหลวง เป็นแหล่งหล่อเลี้ยงพี่น้องประชาชนที่ทำการเกษตร ไม่ว่าด้านล่างก่อนถึงอ่าวไทยก็จะทำนา ด้านบนต้นน้ำก็ทำการเกษตร เช่น มีสวนยางหรือเงาะ ทุเรียน ลองกอง ซึ่งเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ แต่ผมเรียนท่านประธานว่าเมื่อสัก ๓๐-๔๐ ปีให้หลัง แม่น้ำเริ่มจะมีปัญหา ฝนตกฤดูฝนน้ำท่วม น้ำหลาก ทำความเดือดร้อนให้กับบ้านเรือนของ พี่น้องประชาชน เดือดร้อนสำหรับพื้นที่เกษตรเกือบทั้งหมด แล้วก็เป็นต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้ เมืองนครศรีธรรมราชท่วม นี่คือน้ำตกพรหมโลกที่บ้านผมครับ แล้วอีกแห่งหนึ่งคือน้ำตกกะโรม เช่นเดียวกันครับเป็นแหล่งต้นน้ำ เป็นแหล่งน้ำตก น้ำตกกะโรมเป็นที่ท่องเที่ยวอยู่อำเภอลานสกา ผมเรียนท่านประธานว่าที่นี่ก็เช่นเดียวกันเหมือนกับน้ำตกพรหมโลก อีกที่หนึ่งคือน้ำตกกรุงชิง อยู่อำเภอนบพิตำ ทั้ง ๓ แห่งผมมารวมด้วยกัน เพราะผมเห็นว่าทั้ง ๓ ที่เป็นแหล่งต้นน้ำเกิดจาก เทือกเขาหลวงเช่นเดียวกัน ภาพที่ท่านเห็นคือน้ำตกที่ท่านเห็นหน้าผาพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ท่านได้ทรงเสด็จและเขียนคำว่า ภปร. ไว้ที่หน้าผา ที่นี่ประชาชนไปก็เคารพสักการะศักดิ์สิทธิ์ เพราะว่าพี่น้องประชาชนรักพระเจ้าอยู่หัว แล้วก็ทรงโปรดให้เป็นแหล่งต้นน้ำ ผมจึงเห็นว่าถ้าเรา จะมีแนวทางรัฐบาลทั้ง ๓ แหล่งน้ำที่ผมกล่าวถึงจะช่วยพี่น้องประชาชนเป็นหมื่น ๆ ไร่เลยที่ บ้านผม รวมทั้งอำเภอลานสกา อำเภอนบพิตำ แล้วเทือกเขาหลวงถือว่าเป็นเทือกเขาที่เป็น แหล่งต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์หล่อเลี้ยงพี่น้องประชาชนแถบนี้ให้ทำการเกษตร เป็นแหล่งดิน น้ำป่าที่อุดมสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นรัฐบาลควรจะมีแนวทางในการพัฒนาอย่างที่ผมกล่าวว่าเริ่มมี ปัญหาในช่วงหลัง เพราะว่าน้ำท่วม ผมเรียกว่าท่วมซ้ำซากก็ได้ แล้วพี่น้องประชาชนผมจำได้ว่า ตอนหลังผมไปบ้านเวลาน้ำมาทีหนึ่งบ้านผมก็ถึงนะครับท่วมบ้านเรือนด้วย นอกจากท่วมพื้นที่ เกษตรกรแล้วท่วมบ้านพี่น้องประชาชน ท่วมเรือกสวนไร่นาเป็นต้น เพราะฉะนั้นแนวทางที่ ผมอยากจะถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี เพื่อจะหาแนวทางพัฒนาแหล่งน้ำอันเป็น ต้นน้ำที่เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำอย่างที่ผมกล่าวแล้ว เพื่อป้องกันน้ำหลาก น้ำท่วมในฤดูฝนอย่างไร อันนี้ก็คือเป็นคำถามแรกที่ผมถาม เพื่อที่จะช่วยให้สิ่งที่ผมพูดอันเป็นปัญหาที่เกิดจากน้ำท่วม ส่วนฤดูแล้งมันก็แล้งนะครับ ตอนเด็ก ๆ ผมลงไปว่ายน้ำ ทั้งช้าง ทั้งวัว ควายลงไปเล่นน้ำ มันท่วม ช้างเลย มันลึกพอ อุดมสมบูรณ์มาก ปัจจุบันเหลือแค่ตาตุ่มในบางช่วง ท่านเห็นนะครับ ปัจจุบัน ไม่มีน้ำ จากน้ำที่อุดมสมบูรณ์ แต่ผมเล่านิดหนึ่งว่าตอนเกิดวาตภัย อุทกภัยที่กระทูน น้ำท่วม เมื่อปี ๒๕๓๑ บ้านผมมีสวนยางประมาณสัก ๕ ไร่ ก็ไปหมดน้ำก็จะเปลี่ยนทิศ เพราะฉะนั้น ที่ผมถามว่าการหาแนวทางพัฒนาในคำถามที่ ๒ เพื่อกักเก็บน้ำมันเป็นประเด็นใหญ่ของที่นี่ ว่าเพื่อกักเก็บน้ำใช้ในการเกษตร ผมคิดว่าแล้วให้น้ำมีความอุดมสมบูรณ์ ผมไม่แน่ว่ารัฐบาล จะทำอย่างไร แต่ทั้ง ๓ แหล่งถ้าทำการชลประทานที่ดี น้ำก็จะอุดมสมบูรณ์ พี่น้องประชาชนก็ได้ ทำการเกษตร ฤดูน้ำหลากพี่น้องก็จะไม่เดือดร้อนและไม่ท่วม แล้วทำให้เมืองนครศรีธรรมราช ที่เป็นแหล่งน้ำทั้ง ๓ สายลงไปที่นั่นมันก็จะไม่ท่วมด้วย แล้วก็จะทำให้พี่น้องประชาชนผมเข้าใจ ว่าเขาก็จะได้ประโยชน์อย่างมากอย่างที่ผมเรียนท่านประธาน เพราะฉะนั้นจากคำถามที่ผมถาม ข้อที่ ๑ ก็คือว่าแนวทางในการพัฒนาแหล่งน้ำ ต้นน้ำ น้ำตกพรหมโลก น้ำตกกะโรม น้ำตกกรุงชิง แต่ผมพูดท่านรัฐมนตรีคุยกับผมนิดหนึ่งว่ามันเป็นเขตอุทยาน จริงครับข้างบนเป็นเขตอุทยาน แต่ข้างล่างเป็นพื้นที่อาศัยของพี่น้องประชาชน ขนาดบ้านผมเป็นตลาดนอกท่า เขาเรียกว่า ตลาด ที่ใหญ่พี่น้องประชาชนเป็นหมื่น ๆ มีมาตลาด แต่ถ้าน้ำท่วมทีหนึ่งก็หนีกระเจิดกระเจิงเหมือนกัน ก็มีปัญหา ผมเคยถามท่านอธิบดีกรมชลประทานที่มาที่ห้องกรรมาธิการ ซึ่งผมเรียนท่านประธาน ว่าผมก็เป็นคนหนึ่งอยู่ในกรรมาธิการงบประมาณประจำปี ๒๕๖๖ ปีนี้ ผมก็ได้ถามเหมือนกัน เพื่อตอกย้ำท่านก็บอกว่าตอนนี้น้ำตกอ้ายเขียวอีกอันหนึ่งที่อยู่ที่บ้านผมก็คือเป็นแหล่งต้นน้ำ เช่นเดียวกัน ท่านก็บอกว่าน้ำตกอ้ายเขียวได้ดำเนินการที่จะสร้างแล้วเขตชลประทานข้างล่าง เพราะที่อ้ายเขียวเป็นแหล่งต้นน้ำที่สมบูรณ์มากเช่นกัน แล้วก็พี่น้องประชาชนทำการเกษตร ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วย สวนมังคุด สวนเงาะ สวนทุเรียน แล้วสิ่งเหล่านี้ที่ผมถามท่านอธิบดี ผมเรียนท่านประธานว่าท่านอธิบดีก็บอกว่าจะทำการสำรวจทั้ง ๓ ต้นน้ำที่ผมพูด ผมจึงอยาก ให้ท่านรัฐมนตรีได้ยืนยันว่าถ้าอย่างนั้นในฐานะที่ท่านดูแลกระทรวงเกษตรก็ช่วยไปเป็นผู้ที่ คอยกำกับเพื่อจะทำให้ท่านอธิบดีกรมชลประทานที่ได้บอกผมว่ามีแนวทางที่จะไปสำรวจและ ดำเนินการเพื่อจะทำให้การชลประทานของน้ำตกอ้ายเขียวก็ดี น้ำตกกรุงชิงก็ดี น้ำตกพรหมโลก ก็ดี น้ำตกกะโรมก็ดี ที่เป็นต้นน้ำและกลางน้ำซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกร พื้นที่อยู่อาศัยของ พี่น้องประชาชนทั้งหมดจะได้พัฒนา แล้วพี่น้องประชาชนจะได้มีความสุขในการอยู่อาศัย และทำเกษตรกรรมอย่างที่ผมเรียนท่านประธานว่าประชาชนที่นี่ก็จะได้ทำมาหากินหล่อเลี้ยง ความเป็นอยู่ชีวิตประชาชนต่อไป รวมทั้งการท่องเที่ยวด้วย ผมเรียนว่าที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ของพี่น้องประชาชน น้ำตกพรหมโลก น้ำตกอ้ายเขียว น้ำตกกรุงชิง น้ำตกกะโรม เป็นพื้นที่ ท่องเที่ยวด้วย แล้วจะทำให้ตลอดปีจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วยนอกจากเกษตรกรรมแล้ว จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาลก็คือท่านประภัตรได้ช่วย กรุณาบอกถึงแนวทางการพัฒนาและแนวทางในการกักเก็บน้ำเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แถบนี้ที่ผมถามครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
อาจารย์โกวิทย์ได้ใช้เวลา ไปเกือบหมดเลยนะครับ เหลือ ๒๘ วินาที ท่านรัฐมนตรีเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ที่เคารพอย่างยิ่ง ท่านอาจารย์ โกวิทย์ พวงงาม ผมขออนุญาตเรียกอาจารย์นะครับ เพราะท่านก็เป็นอาจารย์จะเรียกท่าน ส.ส. ก็ได้ แต่เราเรียกว่าท่านอาจารย์ที่บรรยายถึงสภาพภูมิประเทศของแหล่งต้นน้ำ ๓ แห่งด้วยกัน ผมมองภาพเข้าใจเลยว่าเดิมอุดมสมบูรณ์มาก ซึ่งเป็นลุ่มน้ำ ต้นน้ำของพรหมโลก แล้วก็ต้นน้ำ น้ำตกอ้ายเขียว ต้นน้ำน้ำตกกระโรม ซึ่งพื้นที่ครอบคลุมหลายอำเภอ หลายอำเภอซึ่งประกอบด้วย อำเภอพรหมคีรีบ้านท่าน ลานสกา อำเภอนบพิตำ อำเภอพระพรหม อำเภอเมือง แล้วก็อำเภอ ท่าศาลา ผมขอทำความเข้าใจอย่างนี้นะครับ เทือกเขาหลวงเป็นเทือกเขาที่จากเหนือลงใต้ แล้วก็ต่อกันด้วยหลายเทือกเขาตามภูมิประเทศ แล้วก็มีความยาวทั้งสิ้น ๔๖๐ กิโลเมตร ยาวมาก เพราะฉะนั้นปริมาณน้ำจึงมีมาก ส่วนหนึ่งถ้าฝั่งตะวันออกของเทือกเขาก็จะผ่าน พรหมคีรี แล้วก็ลงอำเภอเมืองไปลงทะเล แต่ถ้ามาด้านตะวันตกก็จะไปจังหวัดตรัง ไปจังหวัด สุราษฎร์ธานี อันนี้คือเป็นต้นกำเนิดแหล่งน้ำต่าง ๆ ของภาคใต้🔗
ทีนี้ขอทำความเข้าใจกับท่านอย่างนี้ครับ เทือกเขาอุดมสมบูรณ์อย่างที่ท่าน พูดจริง แล้วมีฝนตกสภาพภูมิอากาศดีมาก ปีหนึ่งมีฝนตก ๒,๗๐๐ มิลลิเมตรต่อปี ขั้นต่ำ โดยเฉลี่ยครับท่านประธาน ๒. ปริมาณน้ำท่ามากเหลือเกินโดยเฉลี่ยแล้ว ๘,๘๐๐ ล้านคิว เขื่อนใหญ่ ๆ ๑ เขื่อนเก็บไม่หมด ดังนั้นน้ำขอกราบเรียนท่านอาจารย์อย่างนี้ครับ จากแหล่ง น้ำต้นน้ำอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ แน่นอนการที่จะเข้าไปดูแลพัฒนามันเป็นเรื่องยากลำบาก ต้องขออนุญาตกันหลายชั้น แต่อย่างไรก็ตามกระทรวงเกษตรโดยกรมชลประทานก็มีการจัดเก็บ กักน้ำข้างล่าง ในขณะนี้ฟังแล้วน่าเสียดายอย่างยิ่ง สามารถเก็บกักได้เพียง ๓๗๐ ล้านคิวเท่านั้นเอง ในพื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมราชมี ๖.๒ ล้านไร่ อยู่ในเขตภาคเกษตรที่ท่านพูด ปลูกผัก ปลูกหญ้า ปลูกผลไม้ ๓ ล้านไร่เท่านั้น ครึ่งหนึ่งเป็นเทือกเขา แล้วสิ่งสำคัญที่สุดคือน้ำที่เหลือ ๘,๐๐๐ กว่าล้านคิว ไหลไปลงทะเลทั้ง ๒ ฝั่งหมดเลย และกรมชลประทานก็พยายามได้สร้าง อ่างเก็บน้ำเก็บได้ ๓๗๐ ล้านคิว ในขณะนี้เก็บได้ ๓๗๐ ล้านคิว ทีนี้ตามที่ท่านถามว่าต่อจากนี้ จะพัฒนาอย่างไร แน่นอนในเขตอุทยานเข้าไปทำลำบาก ก็ทำตามที่ท่านเสนอตามข้างล่าง กรมชลประทานได้ออกไปสำรวจแล้ว ขณะนี้อำเภอต่าง ๆ ก็จะสามารถเก็บน้ำได้เพิ่มอีกประมาณ ๗๐๐ ล้านคิว ๖๐๐-๗๐๐ ล้านคิว ก็จะรวมน้ำขณะนี้ได้ ๑,๐๐๐ ล้านคิว ก็ยังเหลือเยอะแยะเลย เหลืออีกตั้ง ๖,๐๐๐ ๗,๐๐๐ ล้านคิวต้องทิ้งไป นี่ตามสภาพของที่กรมชลประทานออกไปสำรวจ ในขณะนี้จะเก็บน้ำเพิ่มได้ก็มีด้วยกันตามที่ออกไปสำรวจขณะนี้ก็จะเก็บน้ำในฤดูแล้งที่จะมา ช่วยอำเภอพรหมคีรี อำเภอท่าศาลา อำเภอสิชล อำเภอเมือง อำเภอนบพิตำ ได้ออกแบบ สำรวจแล้วตอนนี้ คือเพิ่มอ่างเก็บน้ำอีก ๕ แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำคลองหวะ อำเภอพรหมคีรี อ่างกรุงชิงเก็บน้ำได้อีกประมาณ ๔.๗ ล้านคิว ส่วนคลองหวะได้ ๔.๕ ล้านคิว อ่างที่ ๓ คือ อ่างคลองนอกท่า อำเภอพรหมคีรีอีก ๑๓ ล้านคิว อ่างที่ ๔ อ่างเก็บน้ำบ้านตาล อำเภอเมือง ๒๕ ล้านคิว อ่างเก็บน้ำท่าทน อำเภอสิชล ๒๔ ล้านคิว ขณะนี้อยู่ในขั้นดำเนินการ อันนี้เพื่อเป็น การแก้ไขปัญหาเก็บกักน้ำซึ่งมีเหลือมากมายอย่างที่กระผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้ว ว่าตั้ง ๘,๐๐๐ ล้านคิว ที่ทิ้งไปในทะเล ๘,๐๐๐ ล้านคิวนะครับ ไม่ใช่ ๘๐๐ ล้านคิว ดังนั้นเป็น เรื่องที่น่าเสียดาย เพราะท่านก็นึกภาพออกว่า ๑. เป็นเทือกเขา ๒. ที่ต้องเอานอกเขตอุทยาน ถึงจะมาพัฒนาได้ และสิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้ทางกรมชลประทานก็เห็นความเดือดร้อนของ พี่น้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้กำลังสร้างโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช โดยสร้างอ่างเก็บน้ำยาว ๑๘ กิโลเมตร จากอำเภอลานสกา อำเภอพระพรหม และอำเภอเมือง เก็บน้ำไว้อีกขณะนี้อีก ๕ ล้านคิว เพื่อแก้ปัญหาในฤดูแล้งตามที่ท่านอาจารย์บอกเพื่อบรรเทา ในการอุปโภคบริโภค ก็จะแล้วเสร็จในปีหน้า ปี ๒๕๖๖ ดังนั้นเราเห็นภาพว่าจะพัฒนาได้ โดยเฉพาะต้องนอกเขตอุทยาน ประการที่ ๒ น่าเสียดายน้ำทิ้งลงทะเลไปอีก ๘,๐๐๐ ล้านคิว อันนี้เป็นสิ่งที่เราควรจะต้องคิดว่าจะสร้างอ่างหรือสร้างเขื่อนอะไรช่วยพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบพระคุณครับอาจารย์🔗
ความจริงเวลาของท่าน ผู้ถามหมด แต่เวลาของท่านรัฐมนตรีเหลืออยู่ ๓ นาที อาจารย์จะใช้ประโยชน์ ขออนุญาต ท่านรัฐมนตรี ได้ครับเชิญเลยครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผมขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ที่ได้ให้ความกระจ่างกับกระผมผ่านท่านประธาน หลายเรื่อง ผมขอใช้เวลานี้อาจจะไม่เป็นกระทู้ถามไม่ถามต่อ แต่ว่าที่ท่านพูดว่าได้ไปดำเนินการ เรื่องของอ่าง ๔ อ่าง โดยเฉพาะบ้านผมเขาเรียกว่า คลองนอกท่าจากคลองพรหมโลก จากต้นน้ำ พรหมโลก น้ำตกไหลลงมาเรื่อย ๆ เขาก็เรียกว่า คลองนอกท่า และมีตลาดนอกท่า อันนี้ผม ดีใจนะที่ท่านเอ่ยถึงการสร้างอ่างคลองนอกท่า เพราะคลองนอกท่าก็คือว่าเมื่อก่อนก็สัญจร กันทางน้ำเพื่อจะลงไปตัวเมืองนครศรีธรรมราชเขาจึงเรียกว่านอกท่า อันนี้ก็ดีใจเพราะว่า ที่นอกท่าตื้นเขิน ตื้นเขิน เมื่อก่อนมีสะพานข้ามจากนอกท่าไปอีกฝั่งหนึ่งก็เรียกว่าบ้านเกาะ น้ำท่วมเกือบถึงสะพาน แต่ตอนนี้ถ้าได้สร้างอ่างเก็บน้ำที่คลองนอกท่าผมก็ขอบคุณท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่ได้ใส่ใจของรัฐบาลนะครับ กับอีกอ่างหนึ่งที่ท่านใช้คำว่า อ่างกรุงชิง บ้านผมเขาเรียกชุงขิงก็ถือว่าติดกัน แล้วก็อีกอันหนึ่งคือคลองบ้านตาล อ่างบ้านตาล ผมคิดว่า ครอบคลุม ผมไม่แน่ใจว่าดำเนินการทั้งอ่างนี้เสร็จแล้วหรือเปล่าครับท่านรัฐมนตรี หรือว่าเป็น เพียงดำริจะทำ ผมถามนิดหนึ่งคลองที่ท่านพูดมานี่อยากจะให้ท่านช่วยบอกแนวหน่อยว่าจะทำ เสร็จสมบูรณ์เมื่อไร อย่างของนครศรีธรรมราช ปี ๒๕๖๖ ก็จะเสร็จในการพัฒนาป้องกันน้ำท่วม ทั้งหมด เพราะฉะนั้นในฐานะที่ผมเป็นคนพรหมโลก บ้านนอกท่า ก็ขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่ได้ดำเนินการ ขอถาม ๔ อ่าง อีกนิดหนึ่งครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ท่านรัฐมนตรีจะตอบก็ได้ ท่านรัฐมนตรีเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ขอเสริมที่ท่านถามซึ่งคุณพิทักษ์พงษ์เป็นคนดูแล เดี๋ยวเสร็จแล้วจะให้พาไปดูสถานที่เวลาอาจารย์ไปนครศรีธรรมราชจะให้ใครดู ขณะนี้ทาง กรมชลประทานได้ศึกษาแล้ว ศึกษาแล้วทีนี้กำลังออกแบบสำรวจซึ่งจะต้องใช้เวลาพอสมควร แล้วก็ต้องถามประชาคมอีกครั้งหนึ่ง ก็คงจะใช้เวลาในปีหน้า ปี ๒๕๖๖ ออกแบบเสร็จ ก็อยากจะ กราบเรียนอย่างนี้ครับ🔗
ก็ขอบคุณท่านศาสตราจารย์ โกวิทย์ พวงงาม แล้วก็ท่านรัฐมนตรีนะครับได้ใช้เวลาไปพอดีนะครับ ก็เป็นประโยชน์กับ ประชาชนครับ ขอบคุณมากครับ กระทู้ถามแยกเฉพาะต่อไป🔗
๑.๓.๒ กระทู้ถาม ที่ ๓๙๙ เรื่อง ขอให้ดำเนินการสำรวจแก้ไขปัญหาผู้ที่ไม่มีที่ อยู่อาศัย (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์🔗
ซึ่งเรื่องนี้เลื่อนมาจากการ ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ครั้งที่ ๘ เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๕ ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ จะอนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือนางคณิตา โกละกะ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายนโยบายและแผนการเคหะแห่งชาติ นางริญดา กระจ่างธิมาพร หัวหน้าสำนักผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ผมเรียนเนื่องจากท่านรัฐมนตรีกับท่านสมาชิกมาแล้วนะครับ ท่านทราบดีอยู่แล้ว แต่ว่าเรียนเพื่อปรากฏเอาไว้ก็คือกระทู้ถามแยกเฉพาะนี้ก็ให้เวลาไว้ กระทู้ละไม่เกิน ๒๐ นาที เราก็เลยแบ่งว่าให้ท่านผู้ถามใช้เวลา ๑๐ นาที ท่านรัฐมนตรีผู้ตอบ ก็ใช้เวลา ๑๐ นาที หลักจริง ๆ ก็คือกระทู้ถามนี้ต้องไม่มีลักษณะเป็นการอภิปรายแล้วเวลา ก็จะได้ตามเดิม ส่วนใหญ่ที่เกินเพราะว่าไปอภิปราย เพราะฉะนั้นท่านริศถามได้ ๒ ครั้ง ขอเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ให้ความสนใจต่อ ปัญหาผู้ที่ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นพิเศษ เพราะว่าผมเป็นผู้แทนราษฎรที่เห็นปัญหานี้อยู่บ่อยครั้ง ผมเป็นผู้อยู่ทั้งในเมืองและอยู่ทั้งชนบทสลับกันไปสลับกันมา เห็นปัญหานี้ทั้งในเมืองและเห็น ปัญหาคนไม่มีที่อยู่อาศัยในชนบท และผมได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศไปดูงาน โดยเฉพาะ งานแก้ไขปัญหาความยากจนระดับครัวเรือนที่ประเทศจีนและอีกหลายประเทศ พบว่าเขา แก้ปัญหาได้สำเร็จแล้วในบางประเทศ แต่สำหรับประเทศไทยผมพบว่าปัญหานี้ปัญหาผู้ไม่มี ที่อยู่อาศัยนี้มีอยู่จริงทั้งในเมืองและในชนบท และผมได้ยินข่าวจากสื่อมวลชนพบว่าผู้ไม่มี ที่อยู่อาศัยมีอยู่จำนวนหนึ่งจากสื่อมวลชนหลายช่อง หลายรายการอยู่บ่อย ๆ หรือที่อยู่อาศัย ที่ไม่เหมาะสม กับ ๓. ผมได้ยินข่าวคราวเรื่องนักเรียนยากจนไม่มีเงินเรียน และมีปัญหาที่อยู่อาศัย อยู่บ่อยครั้ง ผมพบคนที่เช่าบ้านทั้งชีวิต ใช้เงินส่วนหนึ่งที่ควรจะใช้ไปในด้านอื่นต้องมาเช่าบ้าน อยู่ทั้งชีวิต ซึ่งกระทบต่อคุณภาพชีวิตและกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ผมได้ข่าวมีคนไป เช่าเหมาบ้านจากการเคหะมาแบ่งเช่าให้คนจน ซึ่งข่าวนี้รัฐมนตรีก็แก้ปัญหาไปแล้วในระดับหนึ่ง แล้วก็สภาพปัจจุบันโอกาสสำหรับคนที่จะซื้อบ้านสุดลำบากมาก ทั้ง ๆ ที่รัฐได้พยายามแก้ไข ปัญหานี้มาโดยตลอดเช่นกัน ผมค้นพบว่าในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ เมื่อปี ๒๕๐๔ ก็เขียนว่ารัฐต้องหาทางสร้างบ้านอาคารสงเคราะห์สำหรับผู้มีรายได้ต่ำและสนับสนุน ให้เอกชนลงทุนสร้างอาคารสงเคราะห์ให้เช่าเพิ่มขึ้นด้วย เรามีแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา ที่อยู่อาศัย ๒๐ ปี เรามีนโยบายของรัฐบาลตั้งแต่อดีตเลยชุดแรกจนถึงชุดนายกประยุทธ์ที่แถลง ต่อสภาเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ พูดถึงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย เรามีหน่วยงานรัฐ ที่พัฒนามาตั้งแต่กองเคหะ สถานสงเคราะห์ สำนักงานอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานปรับปรุงแหล่งเสื่อมโทรม กทม. การเคหะแห่งชาติ จนมาถึงกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์พัฒนามาโดยลำดับเพื่อแก้ไขปัญหานี้ รวมทั้งเรามีองค์การมหาชน คือสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนขึ้นมาเพื่อที่จะแก้ไขปัญหานี้ คำถามผมคำถามแรกก็คือขอ สอบถามกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่ามีนโยบายในการสำรวจแก้ไขปัญหา ผู้ที่ไม่มีที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนเพื่อเป็นการช่วยเหลือในเรื่องปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต พัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร หรือไม่ ขอทราบรายละเอียดครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอตอบกระทู้ของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดพัทลุงดังนี้ว่า รัฐบาลนั้นได้เน้นการแก้ปัญหาช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนในเรื่องที่อยู่อาศัยอย่างจริงจังแล้วก็เน้นว่าให้จับต้องได้ ผมขอเท้าความไป นิดหนึ่งว่าจริง ๆ แล้ววิกฤติเศรษฐกิจประเทศเกี่ยวโยงกับที่อยู่อาศัยสมัยต้มยำกุ้ง ปี ๒๕๔๐ ถึงปี ๒๕๔๓ ซึ่งตอนนั้นท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี คนก็มีปัญหาไม่มีบ้านเยอะ แล้วก็ ผ่อนบ้านแล้วก็หลุด ในขณะนั้นรัฐบาลก็ได้ช่วยเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้คนนั้นไม่หลุดการจำนองบ้าน มีบ้านอยู่ มาถึงปี ๒๕๕๐ ถึงปี ๒๕๕๑ ก็มีวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ไครซิส (Hamburger Crisis) ซึ่งท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วในตอนนั้นก็ได้ให้เงินกับพัฒนาองค์กรชุมชน ไปถึง ๓,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือให้คนนั้นได้มีบ้าน พอมาถึงวันนี้ในฐานะรัฐบาลที่เข้ามา พรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลก็ได้เห็นปัญหานี้ต่อเนื่อง สิ่งที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่าวันนี้ เรามี ๔ หน่วยงานคือ การเคหะแห่งชาติ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และกรมส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และกรมกิจการผู้สูงอายุ ใน ๔ หน่วยงานนี้จะเป็นที่ช่วยกัน ซ่อมบ้าน สร้างบ้าน อยากกราบเรียนว่าการเคหะแห่งชาตินั้นมีภารกิจหลักคือสร้างบ้านให้ผู้มี รายได้น้อยอยู่ แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าการเคหะแห่งชาติ มีปัญหาสะสม คือมีหนี้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มีดอกเบี้ยต้องจ่ายปีละ ๖๐๐ ล้านบาท แล้วก็มีทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อีกมากมาย เป็นปัญหาสะสมมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จนถึง ปัจจุบันนี้ แล้วในขณะเดียวกันก็มีห้องที่ไปให้เช่าเหมาจำนวน ๓๐,๐๐๐ ห้อง แล้วผู้เช่าเหมา ก็ไปเช่าช่วงให้ชาวบ้านเช่าต่อ การเคหะแห่งชาติให้เช่าไปประมาณ ๙๐๐ บาทต่อเดือน แต่ผู้ประกอบการเอกชนไปปล่อยเช่าราคา ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือน หรือ ๒,๕๐๐ บาทต่อเดือน เมื่อหมดสัญญาแล้ววันนี้การเคหะแห่งชาติก็นำบ้านเหล่านี้กลับมาบริหารเอง แล้วก็ได้ลดค่าเช่า จากที่ชาวบ้านเคยจ่าย ๒,๕๐๐ ๓,๐๐๐ บาทเป็นเหลือ ๑,๕๐๐ ๒,๐๐๐ บาท เมื่อมีมาตรการ เรื่องของปัญหาโรคติดต่อไวรัสโควิด (Virus Covid) ก็ทราบดีว่าจากประสบการณ์ในช่วง ต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ไครซิส (Hamburger Crisis) คนจะไม่มีบ้านอยู่มากขึ้น สถาบันกองทุน การเงินระหว่างประเทศไอเอ็มเอฟ (IMF) ธนาคารโลกประเมินแล้วว่าคนจน ปัญหาความยากจน ย้อนหลังกลับไป ๑๘ ปี จะมีคนเพิ่มความยากจนประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นการเคหะแห่งชาติ ก็เปลี่ยนวิธีทำงานหมดเลย จากเคยสร้างบ้านเพื่อขายนำมาเป็นสร้างบ้านเพื่อเช่าในราคาถูก ผมได้ไปดูห้องที่ไม่มีผู้เช่ามาจัดสรรให้กับผู้มีรายได้น้อย ๑๐,๐๐๐ ห้อง ราคาเดือนละ ๙๙๙ บาท ต่อเดือน มีประชาชนที่ประสบปัญหามาใช้ตรงนี้มากมายเกือบหมดครับ นอกจากนั้นแล้วเรา ก็ยังมาดูว่าสิ่งที่เราจะสร้างได้ก็คือว่าวันนี้เราจะสร้างบ้านให้คนเช่าแทนการขายทั่วประเทศ ตั้งใจไว้ว่าปีละ ๒๐,๐๐๐ หลัง ๕ ปีเป็นประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ หลัง แล้วพวกนี้จะไม่ขายจะให้เช่า ในราคา ๑,๕๐๐ บาท ๒,๕๐๐ บาท ๓,๕๐๐ บาท แล้วแต่ขนาดของห้อง ซึ่งจะสามารถดูได้ จากว่าราคาค่าเช่าของการเคหะแห่งชาติวันนี้จะถูกกว่าราคาตลาดประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือประเด็นที่อยากจะกราบเรียนให้ท่านประธานได้ทราบ นอกจากนั้นแล้วการแก้ปัญหา ความยากจนอยากจะกราบเรียนว่าวันนี้ไม่ได้แก้เรื่องที่อยู่อาศัยอย่างเดียว ผมยกตัวอย่าง ให้ท่านประธานทราบครับ กรณีที่จังหวัดปัตตานี กระทรวง พม. ได้ลงไปพื้นที่สำรวจเรื่องบ้าน นี่ล่ะครับ ไปแล้วเราไม่ได้ไปแค่ดูบ้านเฉย ๆ เราพบว่าผู้ประสบภัยมีปัญหาคือไม่มีเงินส่งเด็ก เรียนหนังสือ บ้านโทรมมากต้องได้รับการช่วยเหลือซ่อมบ้าน อาชีพก็ไม่มี คนในบ้านก็พิการ จึงได้ทำการช่วยเหลือครบวงจรครับ คนพิการนั้นไปประเมินสามารถขอรับบัตรคนพิการได้ เดือนละ ๘๐๐ บาท แม่ซึ่งไม่มีอาชีพก็ไปฝึกอาชีพให้ใหม่ ลูกซึ่งไม่มีที่เรียนหนังสือก็หาเงิน จากกองทุนคุ้มครองเด็กให้ได้ อย่างนี้เป็นต้น ไม่เว้นแม้กระทั่งที่จังหวัดกำแพงเพชรซึ่งไป ซ่อมบ้านแล้วปรากฏว่าเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว พิการติดเตียง อายุ ๕๗ ปี อาชีพก็ไม่มี มีลูกอยู่ ๓ คน คนหนึ่งทำงานข้างนอก ลูกคนสุดท้องอายุ ๑๐ กว่าขวบอยู่ชั้นประถมศึกษา ก็หาที่เรียน ให้หาเงินกองทุนให้ได้เรียนหนังสือ ก็เป็นการแก้ปัญหาแบบครบวงจร แต่อยากจะกราบเรียน ว่าสิ่งที่สำคัญก็คือท่านบอกว่าไปดูที่ประเทศจีน เราถอดบทเรียนมาจากประเทศจีนได้ แต่ไม่ สามารถถอดแบบมาได้เพราะว่าระบบการปกครองไม่เหมือนกัน กฎหมายไม่เหมือนกัน วันนี้ สิ่งที่เราทำขั้นแรกคือเรามีสมุดพกครัวเรือนครับ ทุกครัวเรือนที่ยากจนจะมีสมุดพกครัวเรือน เมื่อมีสมุดพกครัวเรือนหมายความว่าอย่างไร หมายความว่าวันนี้พอเราไปดูแล้วว่าบ้านนี้ ประเมินแล้วลำบากเรื่องศึกษาไหม อาชีพไหม สาธารณสุขเข้าถึงบริการของรัฐไหม มีบ้านเช่าอยู่ หรือเป็นบ้านซื้อ ซ่อมแซมได้หรือไม่ เราก็จะช่วยเติมเต็มตรงนี้ทั้งหมด แล้วที่เรามีสมุดพก ครัวเรือนเพราะว่าสมุดพกครัวเรือนเราคาดว่าเขาจะต้องพัฒนาพ้นความยากจนไป ๕ ปี ฉะนั้นถ้าเผื่อข้าราชการเกษียณหรือย้ายคนใหม่มาจะมีข้อมูลจากสมุดพกนี้ ทุกครัวเรือน ที่ยากจนสามารถเดินต่อแก้ไขปัญหาเป็นระดับไปได้ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนท่านว่าเรา ตั้งใจทำงานแบบครบวงจรแก้ปัญหาความยากจนและที่อยู่อาศัย อาชีพด้วยครับ🔗
เชิญท่านนริศคำถามที่ ๒ เลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ กราบขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ได้กรุณาให้ความกระจ่างและผมก็เห็นความตั้งใจของท่านตลอดระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมา แต่ผมคิดว่านอกจากหน่วยงานของรัฐ นอกจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้แล้ว ผมว่าเอกชนก็ช่วยได้ เอกชนทำซีเอสอาร์ (CSR) หรือว่ากาชาดประจำจังหวัดก็ช่วยได้ แล้วก็หลายหน่วยงานที่มีกำลัง เช่น ทหาร ป่าไม้ อุทยาน ครู สถาบันการศึกษา กรมราชทัณฑ์ ก็สามารถออกมาช่วยได้ แต่หัวใจสำคัญก็คือ การสำรวจ สำรวจให้ครบถ้วน ตัวเลขที่เป็นจริงที่คนไม่มีที่อยู่อาศัยหรือที่อยู่อาศัยไม่เหมาะสม กับการดำรงชีวิต ผมคิดว่ายังสำรวจไม่ครบถ้วนอยู่ ผมจึงขออนุญาตเสนอแนะว่าการสำรวจ ควรผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ควรผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต. เทศบาล อบจ. ควรผ่านครู สถาบันการศึกษา และวิธีการแก้ไขปัญหาทั้งสร้างบ้านและปรับปรุงบ้าน ผมคิดว่ารัฐควรจะ ทุ่มสักครั้งหนึ่งคือประกาศเลย ๔ ปีนี้ทำบ้านให้คนจนให้ครบทุกหลัง เราลงทุนด้านอื่นมามากแล้ว แต่ว่าลงทุนอย่าให้คนนอนอยู่ริมถนน อย่าให้คนนอนใต้สะพาน ผมคิดว่านับแต่นี้ไปรัฐบาลใหม่ ควรประกาศว่าสำหรับคนที่ยากจนจะต้องมีบ้านทุกคน กาชาดนี่ควรจะเพิ่ม จังหวัดพัทลุง บ้านผมนี่กาชาดทำบ้านให้ปีละ ๑๑ หลัง ซึ่งถ้าสำรวจจริง ๆ จังหวัดพัทลุงมีคนไม่มีบ้านอยู่ ประมาณเกือบ ๒,๐๐๐ ตามสำรวจนะครับ แต่ว่าผมขออนุญาตที่จะเรียนกับท่านประธาน ไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ว่าผมอยากให้ท่านใช้แนวคิดและดำริของท่านประธาน ในคราวที่เป็นนายกรัฐมนตรีท่านเคยปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ ๕ ล้านไร่ โดยไม่ใช้เงิน งบประมาณแม้แต่บาทเดียว และเป็นปีแรกที่ประเทศไทยพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นโดยรัฐไม่ต้องลงทุน โดยท่านให้เอกชนเข้ามาปลูกป่าแลกกับสิทธิทางภาษี ประเทศไทยตั้งแต่ตั้งประเทศมามีวันที่ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้นที่ป่าเพิ่ม นอกนั้นป่าลดทุกปี รวมทั้งปีปัจจุบันนี้ด้วย ผมคิดว่า หลักคิดนี้ท่านรัฐมนตรีให้เอกชนเข้ามาสร้างบ้านให้คนยากจน แล้วก็เอาสิทธิไปลดหย่อนภาษี ผมคิดว่าหมดครับ ที่ประเทศจีนที่ผมเข้าไปดูบ้านที่รัฐทำไม่หมด รัฐให้เอกชนเข้ามาช่วย โดยลดหย่อนภาษีบ้าง ช่วยไปเป็นซีเอสอาร์ (CSR) บ้าง ช่วยเพื่อบริษัทนั้นจะได้สร้างชื่อเสียง ว่าได้ดูแลสังคม แต่เผอิญว่าประเทศไทยทำแนวเดียวกับที่ท่านประธานเคยได้ทำผมคิดว่าน่าจะ เหมาะสมที่สุด แล้วผมคิดว่าจำนวนบ้านที่มีอยู่ในขณะนี้ถ้ารัฐไม่มีเงินที่จะลงทุน ผมเชื่อว่า ศักยภาพเอกชนในประเทศนี้พร้อมที่จะลงทุน วันที่ท่านปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรตินี้ บางหน่วยงานปลูกเป็นหลายแสนไร่ เขาพร้อมที่จะลงทุนต่อเพียงแต่ว่ารัฐบาลช่วงหลังยุติ โครงการนี้เสียก่อน แล้วผมคิดว่าถ้าโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติเดินต่อไปได้มาจนถึง วันนี้ ผมเชื่อว่าประเทศไทยเราไม่ขาดแคลนป่า เรามีป่ามากตามนโยบายป่าไม้แห่งชาติคือเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมจึงขออนุญาตได้กราบเรียนประธานและเสนอแนะไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่ากรุณาได้ใช้แนวคิดแล้วก็ดำริของ ท่านประธานในคราวที่เป็นนายกรัฐมนตรีนำมาแก้ไขปัญหานี้🔗
คำถามที่ ๒ ของผมก็คือทางกระทรวงมีแนวทางในการประสานงานกับหน่วยงาน อื่นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนให้เป็นระบบหรือไม่ อย่างไร ขอทราบ รายละเอียด แล้วกราบขอบคุณท่านประธานและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ครับ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวง พม. อยากจะขออนุญาตท่านประธานว่าใช้โควตาเวลาที่เหลือของผู้ถามเพื่อให้คำตอบ ได้ชัดเจนนะครับ🔗
ประเด็นแรก คือคิดเหมือนกันท่านนริศครับ ได้ไปเชิญเอกชนคือการเคหะ แห่งชาติไม่ได้หวงว่าจะสร้างบ้านคนเดียว ไปเชิญเอกชนมา ทีนี้เอกชนก็พอมาแล้วมาดูว่า บ้านที่สร้างนี้เรากำกับว่าขอความกรุณาถ้าสร้างแล้วจำนวนไม่ต่ำกว่า ๓๐ ตารางเมตร แต่ขอให้ ค่าเช่าอย่าแพงเกิน ๙๙๙ บาท หรือ ๑,๕๐๐ บาท ซึ่งเอกชนบอกว่าเขาไม่มีกำไรเลยเขาไม่ สามารถทำได้🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือขณะนี้ที่ของการเคหะแห่งชาติที่มีอยู่ทั้งหมดทำเตรียมพร้อม เพื่อที่จะสร้างบ้านทั่วประเทศ ๓๐ กว่าจังหวัด จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ หลัง ขณะนี้เรื่องทั้งหมด เตรียมอยู่ในพีพีพี (PPP) ครับ ไปติดอยู่ที่พีพีพี (PPP) ว่าต้องขออนุมัติกระทรวงการคลังเพื่อขอ เงินมา ถามว่าทำไม การเคหะแห่งชาตินั้นมีภาระหนี้สินมาก รายได้น้อย เป็นองค์กรที่ต่ำมาก ก็คือไม่สามารถกู้เงินเองได้เลย แผนบริหารหนี้ก็ไม่มี เราก็คิดหาวิธีออกอีกทางอื่น ตั้งบริษัทลูก ไปหาทุนตลาดเองโดยไม่เป็นหนี้สาธารณะ ไม่เป็นภาระงบประมาณของแผ่นดิน ไปถึงขนาดนั้น ท่านประธานครับ แล้วก็เพื่อที่จะสร้างบ้าน ขณะนี้ก็คือกติกาว่าจะทำอย่างไรก็ตามต้องผ่าน พีพีพี (PPP) เพราะฉะนั้นโครงการทั้งหมดนี้ไปอยู่คอขวดอยู่ที่พีพีพี (PPP) ซึ่งกำลังแก้ไขอยู่ แต่อย่างไรก็ตามอยากจะบอกว่าพัฒนาองค์กรชุมชนต้องเรียนว่าก็ต้องด้วยจิตวิญญาณ ท่านประธานสมัยท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์สมัยท่านเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็ จะด้วยฟ้าบังเอิญว่าเราต้องมาดูแลเรื่องที่อยู่อาศัยคนยากจนก็ทำเต็มที่ ขณะนี้คนที่บุกรุก ที่สาธารณะเราก็เเก้ให้เป็นถูกกฎหมายจากผิดกฎหมายว่า เมื่อเขาไม่สามารถเป็นผู้ถูกกฎหมาย บุกรุกเช่าไม่ได้แล้ว การเคหะแห่งชาติจะไปเช่าแทน แล้วเขาก็จะมาเช่าจากการเคหะแห่งชาติ เขาก็จะไม่เป็นผู้ผิดกฎหมาย นอกจากนั้นแล้วเมื่อก่อนนี้บ้านอยู่แถวหมอเหล็งสลัมตรงนั้น ห้องหนึ่ง ๒,๕๐๐ บาท เราเอาคนเหล่านั้นออกมาให้เช่าได้ ๙๙๙ บาท นอกจากนั้นแล้วอยากจะ กราบเรียนว่าการส่งเสริมด้านความมั่นคงที่อยู่อาศัยในช่วงที่รัฐบาลชุดนี้ที่พรรคประชาธิปัตย์ มาร่วม ปี ๒๕๖๒ ถึงปี ๒๕๖๕ เราได้ช่วยเหลือคนยากจนให้มีที่อยู่อาศัยได้ ๒,๕๔๘,๓๖๖ ครัวเรือน ด้วยความภูมิใจ แล้วก็รัฐบาลนี้โดยพรรคประชาธิปัตย์นั้นก็ได้ทุ่มเทมาก เราปรับปรุง ต่อเติมซ่อมแซมบ้านได้ ๑๒๙,๓๐๖ ครัวเรือน ท่านประธานครับ แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยพัฒนา ที่อยู่อาศัยคือซ่อมนะครับ ซ่อมสำหรับคนพิการ ผู้สูงอายุ แล้วการซ่อมนี้ก็เป็นการซ่อมนี้ที่ ให้ประชาสังคมโดยชุมชนเองไม่ได้เป็นการเลือกทางการเมือง ฉะนั้นประชาชนคนจนจะต้อง ตกลงกันเองว่าใครจะได้ ๑๑๗,๘๕๒ ครัวเรือน นอกจากนั้นแล้วช่วงโควิด (COVID) เราได้ ลดราคาต่ำกว่าทุนสำหรับค่าเช่าของประชาชนทั้งประเทศ ๒,๓๓๘,๗๒๒ ครัวเรือน ที่ได้รับ ประโยชน์จากตรงนี้ เพราะฉะนั้นก็ทำทุกอย่างแม้กระทั่งเฉือนเนื้อของตัวเองเพื่อให้คนมี รายได้น้อยอยู่รอด ก็กราบเรียนท่านประธานว่าอยากจะรายงานมากกว่านี้แต่เวลาจำกัดครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านนริศและ ท่านรัฐมนตรีนะครับ ก็ได้ใช้เวลาไปพอดีครับ ท่านนริศก็มีเวลาเหลืออยู่ ๑ นาที ๕๑ วินาที แต่ว่าก็สมบูรณ์แล้วนะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ครับ🔗
๑.๓.๓ กระทู้ถาม ที่ ๔๐๖ เรื่อง การแก้ไขปัญหาโรงเรียนขาดแคลนครูผู้สอน (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ🔗
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ นางสาวตรีนุช เทียนทอง ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุน ข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นายธนากร เปรมพลอย นักทรัพยากรบุคคล ชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขอเชิญคุณธนากรนะครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช มาแล้วครับ ขอเรียน ท่านอัครเดชและคุณหญิงได้ทราบแนวปฏิบัติเรื่องกระทู้ถามดีอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าเพื่อเป็น ข้อมูลปรากฏในบันทึก กระทู้ถามแยกเฉพาะเป็นกระทู้ถามที่อนุญาตให้ผู้ถามและผู้ตอบใช้เวลา ได้ไม่เกิน ๒๐ นาที จึงแบ่งให้ผู้ถาม ๑๐ นาที ผู้ตอบ ๑๐ นาที แล้วก็ถามได้ ๒ ครั้ง อันนี้เรียนไว้ เพราะว่าเป็นประโยชน์ในการที่บริหารเวลาว่าควรจะถามในเวลาเท่าไรและคำถามที่ ๒ เวลา เท่าไร ผู้ตอบเองก็จะได้คำนวณเวลาได้ว่าควรจะตอบใช้เวลาเท่าไรเพื่อไม่ให้เกินเวลา ขอเชิญ สมาชิกอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ถามคำถามที่ ๑🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ทำกระทู้ถามแยกเฉพาะ ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการถึงปัญหาเรื่องโรงเรียนขาดแคลนครูผู้สอน ซึ่งวันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มาตอบกระทู้นี้คือท่านคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กระผมต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เป็นอย่างยิ่ง ที่ท่านสละเวลามาตอบกระทู้ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่เกิดปัญหาขึ้นในพื้นที่ของจังหวัดราชบุรี เนื่องด้วยปัญหาของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่องขาดแคลนครูผู้สอนครบทุกสาขาวิชาและครบชั้นเรียนเป็นปัญหาที่สำคัญซึ่งควรได้รับการ แก้ไขอย่างเร่งด่วน จากการยื่นกระทู้ถามที่ผ่านมาโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในสมัยนั้น ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ได้มาตอบกระทู้ในเรื่องของ ปัญหาขาดแคลนครูผู้สอน เนื่องจากการที่มีปัญหาขาดแคลนครูผู้สอนส่งผลกระทบเรื่อง คุณภาพการศึกษาต่อโรงเรียนในสังกัดของ สพฐ. เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากครูผู้สอนนั้นปัจจุบันนี้ นอกจากจะไม่ครบสาขาวิชาแล้วยังไม่ครบชั้นเรียนอีกด้วย ผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้มีโอกาสลงพื้นที่ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ก่อนที่จะเป็นผู้แทนจนมาเป็นผู้แทนเกือบ ๙ ปีที่ผ่านมา ได้รับทราบปัญหานี้อย่างต่อเนื่อง แล้วก็สถานการณ์การขาดแคลนครูผู้สอนและครูที่ทำหน้าที่ ดูแลนักเรียนไม่ครบชั้นเรียนทำให้เกิดปัญหาเรื่องคุณภาพเป็นอย่างยิ่ง ทำให้มีนักเรียนได้ย้าย ออกไปเรียนในโรงเรียนเอกชน โรงเรียนในตัวเมือง แล้วก็โรงเรียนในสังกัดของกระทรวงมหาดไทย ก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก ดังนั้นผมเองเมื่อได้รับทราบปัญหา เมื่อมา เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทำกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านก็ได้มาตอบกระทู้ถาม แล้วท่านก็ได้มีนโยบายเรื่องของการทำ ๑ ตำบล ๑ โรงเรียน ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพโดยจะมีการบรรจุครูเป็นพนักงานราชการให้ครบทุกสาขาวิชา และครบชั้นเรียนสำหรับโรงเรียนที่ไม่ถูกยุบ ซึ่งผมเองนั้นตั้งแต่เมื่อได้รับคำตอบจาก ท่านรัฐมนตรี ผมเองก็ได้เฝ้าติดตามการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการว่าจะมีนโยบาย ในการแก้ปัญหาเป็นไปตามที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในสมัยนั้นได้ตอบคำถาม ในกระทู้หรือไม่ อย่างไร โดยขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ปัจจุบันโรงเรียน นั้นก็ยังมีโรงเรียนที่เข้าข่ายจะถูกยุบในพื้นที่เนื่องจากเด็กนักเรียนน้อยลง การที่เด็กนักเรียน น้อยลงทำให้ครูนั้นก็ไม่ได้รับเพิ่มเติมจากครูที่เกษียณไป ทำให้ครูนั้นไม่ครบชั้นเรียน แล้วครู ก็ไม่ครบสาขาวิชา ผมเองลงพื้นที่ไปก็จะพบว่าในโรงเรียนแห่งหนึ่งนั้นมีนักเรียน ป. ๑ ถึง ป. ๖ คำว่า ครบชั้นเรียน หมายความว่าจะต้องมีครูประจำชั้น ป. ๑ ก็ต้องมี ๑ คนเป็นอย่างน้อย ป. ๒ ก็ต้องมี ๑ คน ไล่ไปจนครบ ป. ๖ ก็ต้องมีครูครบ ๖ คน แต่ปัญหาที่พบก็คือครูไม่ครบ ชั้นเรียน โดยการนำเด็กนักเรียนบางชั้นเรียนมารวมกัน โรงเรียนนั้นมีครูอยู่ ๔ คน รวมผู้อำนวยการโรงเรียนด้วย ก็ทำให้เด็กนั้นซึ่งวัยแตกต่างกันต้องมานั่งเรียนรวมกัน คุณภาพก็ไม่เกิดขึ้น นี่คือปัญหาที่ ๑ คำว่า ครูไม่ครบสาขาวิชา ก็คือหมายความว่าครูเองที่มา สอนจบมาทางด้านคณิตศาสตร์ อีกคนหนึ่งก็จบมาทางด้านภาษาไทย อีกคนก็จบมาทางด้าน วิทยาศาสตร์ ถ้าเราครบทุกสาขาวิชาทำการเรียนการสรอนก็จะมีคุณภาพ แต่ปัจจุบันพบว่า บางโรงเรียนนั้นก็ขาดแคลนครูสอนคณิตศาสตร์ บางโรงเรียนก็ขาดแคลนครูสอนทางด้าน ภาษาอังกฤษก็เลยทำให้คุณภาพในการจัดการเรียนการสอนนั้นไม่มีคุณภาพ ปัจจุบันนี้ก็เลย เกิดปัญหาว่าเด็กนักเรียนนั้นผู้ปกครองก็จะต้องส่งเข้าไปเรียนในโรงเรียนในเมืองซึ่งเป็น โรงเรียนที่ห่างไกลจากถิ่นที่อยู่อาศัยก็มีภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับทางผู้ปกครองเป็น อย่างยิ่ง โดยเฉพาะในสภาวะปัจจุบันที่มีราคาเชื้อเพลิง ค่าขนส่งที่แพงขึ้น ค่าครองชีพที่แพงขึ้น ก็ทำให้เป็นภาระกับผู้ปกครองเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นการที่ไม่มีเด็กนักเรียนเรียนได้มีโอกาส ไปสำรวจ ท่านประธานครับ โรงเรียนเด็กน้อยลงก็จริงเนื่องจากอัตราการเกิดของเด็กนี้ น้อยลง แต่ส่วนหนึ่งที่เด็กน้อยลงเกิดจากการที่เด็กเข้าไปเรียนในเมืองด้วย เพราะฉะนั้นการที่ โรงเรียนในสังกัด สพฐ. นี้โดนยุบส่วนหนึ่งที่สำคัญมากครับ เกิดจากการขาดคุณภาพในการ จัดการเรียนการสอน อย่างที่ได้นำกราบเรียนท่านประธานว่าครูไม่ครบชั้นเรียนและครูไม่ครบ สาขาวิชา จากวันนั้นจนมาถึงวันนี้ที่ได้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในสมัยนั้น ก็ตกประมาณ ๒ ปีกว่า แต่ว่าสถานการณ์นี้ไม่ได้ดีขึ้นเลย ล่าสุดนี้ผมก็ไปเป็นประธาน ทอดผ้าป่าโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ไม่ใช่โรงเรียนแห่งหนึ่งครับ ๓ โรงเรียนในพื้นที่เพื่อนำเงิน มาจัดจ้างครูผู้สอน ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นปัญหาสำคัญของประเทศเพราะว่าการให้การศึกษาที่มี คุณภาพนั้นมีผลต่อการพัฒนาประเทศเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าเยาวชนนั้นถือว่าเป็นบุคลากร ที่สำคัญ เพราะฉะนั้นผมเลยขออนุญาตท่านประธานว่าปัจจุบันนี้การบรรจุครูเพื่อเป็นพนักงาน ราชการให้ครบชั้นเรียนและครบสาขาวิชาสำหรับโรงเรียนที่ไม่ถูกยุบยังไม่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง จึงขออนุญาตได้กราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการผ่านท่านประธาน ว่ากระทรวงศึกษาธิการทราบปัญหาโรงเรียนในพื้นที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ขาดแคลนครูผู้สอนครบทุกสาขาวิชาหรือไม่ อย่างไร หากทราบแล้วจะดำเนินการบรรจุครู เป็นพนักงานราชการให้ครบทุกสาขาและครบชั้นเรียนโดยใช้ระยะเวลาดำเนินการกี่เดือน หรือกี่ปี ขอทราบรายละเอียดจากท่านรัฐมนตรีครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ศึกษาธิการได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้มาตอบคำถามของ ส.ส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ในวันนี้ ก่อนอื่นขอชื่นชมและขอขอบคุณ ส.ส. อัครเดชที่มีความสนใจ ในเรื่องการศึกษา คุณภาพและความเท่าเทียม แล้วก็ลดความเหลื่อมล้ำของการศึกษาทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ซึ่งได้กล่าวไปแล้ว ก็ขอชื่นชมยินดีที่ได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด อยากจะ กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ค่ะว่า การกำหนดข้าราชการครูขึ้นอยู่กับ ก.ค.ศ. คือคณะกรรมการ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งปกติการบรรจุครู ข้าราชการครูก็จะไม่ครบตามที่ ต้องการ แต่อย่างไรก็ตามคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือที่เรียกย่อว่า สพฐ. ก็ได้มี วิธีแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ โดยประการแรกคือทาง สพฐ. สามารถจัดพนักงานข้าราชการไปทดแทน ครูที่ขาดแคลน ประการที่ ๒ คือจ้างอัตราค่าจ้างครูวิกฤติไปทดแทนให้ เป็น ๒ ประการที่ทำได้ ตลอดเวลาแล้วก็ทำทันที ยกตัวอย่างของอำเภอบ้านโป่งมีทั้งหมด ๕๑ โรงเรียน ทาง ก.ค.ศ. กำหนดไว้ว่าควรจะมีอัตราข้าราชการครูตามเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ. กำหนดคือ ๖๘๒ อัตรานะคะ แต่ข้าราชการครูจริงมี ๖๔๔ อัตรา ดังนั้นอัตราจึงขาดอยู่ ๓๘ อัตรา ทาง สพฐ. ได้ทำอะไร ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปถึง ส.ส. อัครเดช ว่าทาง สพฐ. ก็ได้ดำเนินการแก้ไข โดยให้พนักงานข้าราชการ ๘ อัตราไปที่อำเภอบ้านโป่ง แล้วก็อัตราจ้างครูวิกฤติอีก ๑๑ อัตรา ในระหว่างที่รอข้าราชการครูที่เป็นข้าราชการครูเต็มอัตรา ซึ่งในปีนี้ปี ๒๕๖๔ ก็ได้มีการกำหนด ให้สอบเพื่อจะทดแทนครูที่เกษียณอายุไป ซึ่งเดือนมีนาคม ๒๕๖๕ ก็สอบแข่งขันเสร็จ เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ที่จังหวัดราชบุรีสอบในตำแหน่งครูผู้ช่วยจำนวนถึง ๑๘๘ อัตรา ซึ่งใน พื้นที่อำเภอบ้านโป่งที่ ส.ส. อัครเดชสนใจนี้ก็ได้บรรจุตำแหน่งดังกล่าวที่ขาดแคลนไปแล้ว ๓๗ อัตรา ก็เหลือเพียงอัตราเดียวค่ะ ส่วน ๘ อัตรา และ ๑๑ อัตรานั้นก็จะได้เกลี่ยไปให้ ที่โรงเรียนอื่นเพราะว่า ๓๗ อัตรา แล้วมันก็จะเกินจำนวนอัตราที่ ก.ค.ศ. กำหนดด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นจึงบรรจุไปแล้ว ๓๗ อัตรา มีเพียงโรงเรียนเดียวในบ้านโป่งซึ่งสามารถที่จะไปบอก ทางโรงเรียนได้ว่าถ้ามีความจำเป็นก็ให้ทำเรื่องมาซึ่งสามารถที่จะบรรจุให้ได้เลยค่ะ เชื่อว่า จะมีครูที่ครบชั้น ครบวิชาได้ในไม่ช้า แต่อย่างน้อยที่สุด ๓๗ อัตรานี้ก็ได้บรรจุไปแล้วเรียบร้อย ทั้งหมดตั้งแต่เดือนเมษายน ๑๗ โรงเรียน แล้วก็เดือนพฤษภาคมอีก ๕ โรงเรียน เดือนมิถุนายน อีก ๕ โรงเรียน เพราะฉะนั้นเหลือเพียงโรงเรียนเดียว จะเรียนให้ทราบว่าโรงเรียนอะไรก็ได้ ชุมชนว่าวัดท่าผาเท่านั้นเองค่ะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านห่วงและกังวลนี้ก็ไม่เกิดขึ้นอีกแล้วสามารถ ที่จะมีครูครบชั้น🔗
ส่วนเรื่องที่พูดถึงโรงเรียนควบรวมนั้นเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะแก้ปัญหาครูขาดแคลน ซึ่งขณะนี้ก็ได้ดำเนินการต้นแบบที่จังหวัดสระแก้ว ที่จังหวัดภูเก็ตก็กำลังรอดูว่าเวิลด์แบงก์ (World Bank) ได้สำรวจว่าโรงเรียนที่ต่ำกว่า ๑๒๐ คนมี ๑๕,๐๐๐ คน เราจะจัดการเรื่อง การเรียนที่มีคุณภาพเท่าเทียมแล้วก็ลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างไร ทางกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ได้นิ่งนอนใจแล้วก็ดำเนินการมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำเภอบ้านโป่งไม่ต้องห่วงค่ะ🔗
คุณหญิงจะตอบแค่นี้ใช่ไหม คำถามที่ ๑ เพราะเดี๋ยวจะให้ถามต่อคำถามที่ ๒🔗
คำถามที่ ๒ มีไหมคะ คำถามที่ ๑ ตอบไปแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาแล้วค่ะ🔗
เขามีสิทธิถามได้อีกคำถาม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ได้รับฟังคำตอบจากคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้วก็เบาใจในระดับหนึ่งครับท่านประธาน ที่กระทรวงศึกษาธิการได้รับทราบปัญหาแล้วก็มีมาตรการในการที่จะเพิ่มเติมบุคลากร ทางการศึกษาเข้าไปให้โรงเรียนในสังกัดของ สพฐ. ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารโรงเรียน ในสังกัด สพฐ. ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่อำเภอบ้านโป่งหรือที่จังหวัดราชบุรีอย่างเดียวที่มีปัญหานี้ครับ ก็คงเป็นปัญหาลักษณะคล้าย ๆ กันอย่างนี้ทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นการที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้เพิ่มเติมครูเข้าไปก็ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้องครับท่านประธาน เพราะว่าถ้าเกิดครูครบ ชั้นเรียนแล้วครูครบสาขาวิชา ผมคิดว่าการที่เด็กจะย้ายหรือผู้ปกครองจะเอาเด็กย้ายไป ไปเรียน โรงเรียนในเมืองก็ไม่มีความจำเป็นเพราะว่ามันมีค่าใช้จ่าย แล้วก็เกิดความเหลื่อมล้ำเพราะว่า ผู้ปกครองที่มีรายได้น้อยก็ไม่สามารถส่งเสียได้ก็ต้องไปเรียนโรงเรียนในพื้นที่ซึ่งไม่มีคุณภาพ เพราะว่าครูนั้นขาดแคลน แต่ถ้าผู้ปกครองที่มีรายได้มากก็จะสามารถส่งไปเรียนได้ เพราะฉะนั้นที่ผ่านมาตลอดระยะเวลาเกือบ ๑๐ ปี ท่านประธาน เราจะพบว่ามีเด็กเคลื่อนย้าย ไปเรียนในตัวเมือง เพราะว่ามีคุณภาพ โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนแล้วก็โรงเรียนที่สังกัดกระทรวง มหาดไทย ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ต้องยอมรับครับว่าปัจจุบันนี้มีคุณภาพมากกว่า เพราะว่าบุคลากร ไม่ขาดแคลน ทีนี้ก็อยากจะเรียนท่านประธานครับว่าถ้าเป็นไปตามมาตรกรที่ทางกระทรวง ศึกษาธิการ ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงมาก็อุ่นใจครับว่าได้ครูเพิ่มแน่ แต่ในแง่ของการปฏิบัติจริง ในพื้นที่ผมก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่าน่าจะมีปัญหาในพื้นที่ ตอนนี้รับทราบว่ามีการเพิ่มเติมบุคลากรอย่างนี้มาปัญหาก็ยังไม่ขาดแคลน แต่ล่าสุดยังมี หลายโรงเรียนเลยครับท่านรัฐมนตรีครับที่ยังต้องทอดผ้าป่าอยู่ แล้วก็เป็นสภาพจริง ๆ ผมก็เลย อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่าอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ลองลงไป สำรวจปัญหาพื้นที่จริง ๆ ว่าหลังจากที่มีการเพิ่มเติมครูไปแล้ว หรือเพิ่มเติมบุคลากรทาง การศึกษาไปแล้ว แต่ทำไมบางโรงเรียนครูยังขาดแคลนอยู่ ยังต้องมีการทอดผ่าป่าหลาย ๆ โรงเรียน เพื่อเอามาจ้างครูในการสอนนักเรียน อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตที่จะนำเรียนท่านรัฐมนตรี ในส่วนนี้อย่างที่ท่านรัฐมนตรีบอกครับว่าท่านรัฐมนตรีก็ชี้แจงได้ครบถ้วนดีแล้ว แต่ปัญหาก็ติด ตรงที่ว่าสิ่งที่ทางกระทรวงทราบและแก้ปัญหาอยู่กับสิ่งที่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ มันไม่ค่อยสอดคล้องกัน ก็เลยอยากจะตั้งข้อสังเกตให้ท่านรัฐมนตรีได้ลงไปพื้นที่จริงเพื่อจะได้ รับทราบปัญหาว่าปัญหามันเกิดตรงไหน อย่างไร เลยนำกราบเรียนท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขอบคุณมากค่ะ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็จะขอชี้แจงเพิ่มเติมนะคะว่าทางกระทรวงศึกษาธิการตระหนัก ดีว่าจะให้ครูครบทุกชั้นทุกวิชาของโรงเรียนขนาดเล็ก ๑๕,๐๐๐ โรง ก็ยังไม่สามารถที่จะทำ ได้ทันที ก็กำลังทดลองว่าถ้าทุกตำบลมีโรงเรียนที่มีคุณภาพแล้วก็ให้ค่าเดินทางโรงเรียนเล็ก ๆ ที่ระยะทางไม่เกิน ๕ กิโลเมตร ๖ กิโลเมตร สามารถเดินทางมาร่วมเรียนในโรงเรียนที่มี ความพร้อม มีครูพร้อม อันนี้ก็จะแก้ปัญหาไปในระดับหนึ่ง ซึ่ง ๑๕,๐๐๐ โรง ก็เป็นปัญหา ที่จะต้องดูแลในรายละเอียดต่อไป แต่อย่างไรก็ตามจะมีโรงเรียนจำนวนหนึ่งที่เขาเรียกว่า สแตนด์อโลน (Standalone) ที่อยู่บนเกาะ แก่งต่าง ๆ ซึ่งไม่สามารถที่จะไปเรียนกับโรงเรียน อื่นได้ อันนั้นก็จะหาวิธีการเป็นการเฉพาะแล้วก็ทาง สพฐ. ก็มีการเปิดโอกาสให้พนักงาน ข้าราชการหรือว่าครูเฉพาะทางสามารถที่จะมาสอบเป็นการจำเป็นและพิเศษได้ ก็จะกำหนด คุณลักษณะในลักษณะที่ต้องการในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น เป็นครูที่สอนศาสนา อะไรอย่างนี้เป็นต้น หรือว่าเป็นบุคลากรที่ช่วยในห้องแล็บ (Lab) ในห้องวิจัย อะไรต่าง ๆ ที่ยังมีสัญญาอยู่ ๓ ปี ก็จะเปิดโอกาสให้เขามาสอบ ก็จะมีครูที่มีความรู้เฉพาะทางมากขึ้น ในปี ๒๕๖๔ ดำเนินไปแล้ว แต่ในปีนี้ ครม. ได้อนุมัติเงินเพื่อที่จะให้เราใช้จ่ายในโอกาสฉุกเฉินหรือจำเป็นอย่างที่เล่าให้ฟังว่า บางทีสแตนด์อโลน (Standalone) มันต้องใช้อะไรพิเศษหรือว่าควบรวมต้องมีเพิ่มค่าใช้จ่าย ในการเดินทางอีก ๑,๘๔๘ ล้านบาทเศษ ในปีนี้ก็น่าจะมั่นใจได้ว่าถ้าเราทราบเหตุการณ์ แล้วก็มีการขัดข้อง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่างเช่นครูในโครงการคลังสมองที่จะครบวาระ แล้วก็สามารถที่จะจ้างต่อได้ แล้วก็ครูอัตราจ้างชั่วคราว เราก็มีเงินซึ่ง ครม. เห็นความสำคัญ ก็จะมีเงินนี้มาเยียวยาแล้วก็จัดการให้ได้ในโอกาสอันที่ไม่ไกลนัก ก็อยากจะฝากบอกว่าทาง กระทรวงศึกษาธิการเข้าใจปัญหาดี แล้วก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ไม่ได้ละเลย ทำทุกวิถีทางแล้วก็ มีหนทางที่จะแก้ไขการขาดแคลนครูนี้ได้ สมัยนี้อาจจะเพิ่มเติมเรื่องภาษาอังกฤษหรือเรื่อง ไอที (IT) ก็ได้ดำเนินการอยู่ เนื่องจากว่าเห็นความสำคัญของเทคโนโลยี แล้วนอกจากนั้น เราก็มีโครงการรณรงค์หาสมาร์ตดิไวซ์ (Smart Device) ให้เด็กทั้งประเทศ ๑,๔๐๐,๐๐๐ คน ที่ยังขาดอุปกรณ์ในการเรียนการสอนไม่เท่าเทียม ไม่ทัดเทียมกับคนอื่น กำลังดำเนินการ โครงการนี้อยู่ เพื่อให้เด็กทุกคนได้มีเครื่องให้ยืม ให้ยืมเครื่องกลับไปใช้ที่บ้านที่เราเรียกว่า สมาร์ตดิไวซ์ (Smart Device) ต้องเป็นเครื่องมือที่ดีเพียงพอที่จะใช้ตลอดเวลา ๓ ปี ๖ ปี ที่เด็กอยู่มัธยมหรืออยู่ชั้นประถมได้ อันนี้ก็เป็นส่วนเพิ่มเติมที่อยากจะให้ทราบ แล้วก็นอกจากนี้ ทางกระทรวงศึกษาธิการก็ได้เตรียมเยาวชนของชาติสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กทั้งประเทศ ให้มี ภูมิคุ้มกันที่จะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในโลกวูก้าเวิล์ด (VUCA World) หรือที่มีการเปลี่ยนแปลง ที่ผันผวน มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่เราจะต้องสร้างเด็กไทยให้มีความพร้อม ถ้าไม่ทำวันนี้ ก็จะช้าเกินไป ขณะนี้เราได้สอนเด็กของเราให้มีอันพลักโคดดิง (Unplugged Coding) ตั้งแต่ อนุบาลจนถึง ม. ๖ ทุกโรงเรียน เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เพื่อให้เด็กสามารถมีกระบวนคิด วิเคราะห์ที่มีเหตุมีผล มีตรรกะ แก้ปัญหาเป็นขั้นเป็นตอนเชิงวิทยาศาสตร์ เชิงคณิตศาสตร์ ตั้งแต่อนุบาลจนถึง ม. ๖ อันนี้ก็จะเป็นพื้นฐานของเด็กที่จะต่อสู้กับชีวิตในอนาคตที่เราไม่ทราบว่า อะไรจะเกิดขึ้นและไม่มีใครคาดเดาได้ อันนี้ก็เป็นส่วนที่กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการอยู่ นอกจากนั้นยุคไอที (IT) ยุควิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเราก็ได้ทำโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ ที่จะเปิดเวทีใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการให้เด็กทุกคน ไม่ใช่เฉพาะคนที่เรียนเก่ง จะได้เรียน วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันด้วย เพราะฉะนั้นก็รอบด้าน ที่เรากำลังดำเนินการอยู่ การศึกษาหม่อมหลวงปิ่นเคยพูดไว้ว่า กล้วยไม้ออกดอกช้าฉันใด การพัฒนาการศึกษาก็ช้าฉันนั้น แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจแล้วก็เตรียมพร้อมที่จะให้เด็กเราต่อสู้กับการ เปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบในอนาคต เด็กของเราก็จะพาประเทศรอดได้ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ท่านประธานสักนิดเดียวครับ🔗
คุณหญิงหมดเวลาแล้วนะครับ ของคุณหญิงใช้เวลาไปเหลือ ๑๑ วินาทีเท่านั้นเอง ของคุณอัครเดชมีเวลาอยู่ ๑ นาที เชิญเลยครับ🔗
นิดเดียวครับท่านประธาน ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดราชบุรี ท่านประธานครับ ที่ทางคุณหญิงกัลยา ท่านรัฐมนตรีช่วยได้ตอบมาเกี่ยวกับเรื่องของนโยบายในการแก้ปัญหาก็คือ ๑ ตำบล ๑ โรงเรียน มีคุณภาพ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งท่านประธานครับที่จะทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องคุณภาพ นักเรียนได้นะครับ แล้วก็ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านบอกว่าถ้าเกิดมีการควบรวม เพราะว่าตอนนี้ เด็กเกิดน้อยลง ถ้ามีการควบรวมโรงเรียนเพื่อให้เกิดคุณภาพก็สามารถที่จะให้ค่าเดินทาง สำหรับเด็กต่างถิ่นได้ อันนี้ก็เป็นวิธีการอีกวิธีหนึ่งที่ผมค่อนข้างเห็นด้วย แต่ว่าการยุบโรงเรียน เล็กสิ่งที่เราเป็นห่วงคือมันต้องยุบเกิดจากการที่เด็กเกิดน้อยลงจริง ๆ ก็คือประชากรของเด็ก น้อยลงจริง ๆ แล้วเราก็ไปสำรวจแล้วเราก็ยุบ ส่วนตรงไหนที่ยุบเนื่องจากโรงเรียนไม่มีคุณภาพ และเด็กต้องเคลื่อนย้ายไปเรียนในตัวเมือง อันนี้เป็นสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการต้องลงไป ทำการศึกษาแล้วก็วิจัยแล้วก็ทำการเก็บตัวเลขอย่างแท้จริง แต่ที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบมาก็คือ เรื่องของการทำ ๑ ตำบล ๑ โรงเรียนมีคุณภาพ เพื่อให้เด็กที่อยู่ในชุมชนที่ใกล้อยู่ในตำบลได้รับ การศึกษาที่มีคุณภาพเป็นการแก้ปัญหาที่ผมคิดว่าดีมาก ท่านรัฐมนตรีครับ แต่ว่าปัญหาตอนนี้ ที่เกิดขึ้นคือนโยบาย ๑ ตำบล ๑ โรงเรียนมีคุณภาพยังไม่เกิดขึ้นจริง เพราะว่ามีอยู่ตำบลหนึ่ง ในพื้นที่ของผมเหลืออยู่โรงเรียนเดียว เพราะว่าโรงเรียนซ้ายขวาคือโรงเรียนบางลาน โรงเรียนบาง พังโดนยุบไปแล้วก็เหลือโรงเรียนเดียว แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องขาดแคลนบุคลากรอยู่ในโรงเรียนนั้น ก็เลยขออนุญาตได้เรียนท่านรัฐมนตรี แล้วก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่มาตอบชี้แจงแล้วก็ ได้รับฟังวิสัยทัศน์ของท่านรัฐมนตรี คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ก็ต้องชื่นชมแล้วก็ดีใจแทน พี่น้องคนไทยที่เราได้ท่านรัฐมนตรีที่มาบริหารเรื่องสถานศึกษาแล้วก็นโยบายทางการศึกษา ที่ท่านมีวิสัยทัศน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องของโคดดิง (Coding)🔗
เกินเวลามาแล้วครับ🔗
เรื่องของการทำอะไรต่าง ๆ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
คุณอัครเดชใช้เวลาเกินไป คุณหญิงก็พอดีนะครับ ก็ขอบคุณทั้ง ๒ ฝ่าย เพื่อดำเนินการกระทู้ต่อไป ของคุณหญิงจบแล้วครับ🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถาม ที่ ๔๐๗ เรื่อง ปัญหาถนนสี่แยกลาดบัวขาว ตำบลลาดบัวขาว อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ไม่มีการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
สำนักงานเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมาย ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน🔗
เพื่อประโยชน์ในการให้ข้อมูล ขออนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือนายธนะชัย หล่ออภิบาลกุล นักวิเคราะห์ นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ขอเชิญเลยครับ อนุญาตให้ นายธนะชัย หล่ออภิบาลกุล นะครับ ขอเรียนย้ำอีกครั้งหนึ่งท่านทั้ง ๒ ฝ่ายเป็นผู้เชี่ยวชาญ หมดแล้วในเรื่องของคำถามและตอบกระทู้ถาม กระทู้ถามแยกเฉพาะนี้ตามข้อบังคับอนุญาต ให้ใช้เวลาได้ ๒๐ นาที จึงแบ่งให้ผู้ถาม ๑๐ นาที และผู้ตอบ ๑๐ นาที อันนี้ต้องใช้ความสามารถ ในการบริหารงานบริหารเวลาเพื่อให้พอดี โดยตั้งกระทู้ถามได้ ๒ ครั้ง ขอเชิญคุณอัครเดชครับ ผมแนะนำคุณอัครเดชอ่านกระทู้จะได้สมบูรณ์เลยครับ เวลาบันทึกไว้มันจะสมบูรณ์ ไม่บกพร่อง อ่านกระทู้ที่เราเขียนไว้ แล้วค่อยอธิบายประกอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานที่ได้แนะนำครับ ผมจะน้อมรับมา ปฏิบัติ ขออนุญาตได้อ่านกระทู้นะครับ เนื่องจากกระผมได้ทำกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี เนื่องด้วยถนนในพื้นที่ตำบลลาดบัวขาว อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี มีประชาชนใช้เป็น เส้นทางสัญจรไปมาและเกิดอุบัติเหตุเป็นประจำ ที่สำคัญคือสี่แยกลาดบัวขาวเป็นเส้นทางเชื่อม ระหว่างจังหวัดราชบุรีไปยังจังหวัดกาญจนบุรี โดยเป็นถนนทางหลวงชนบท จังหวัดกาญจนบุรี เชื่อมต่อกับถนนทางหลวงท้องถิ่นจังหวัดราชบุรี ปัจจุบันสี่แยกดังกล่าวไม่มีการติดตั้ง สัญญาณไฟจราจร จึงก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของประชาชนเป็นอย่างมาก ปัจจุบันปัญหาดังกล่าวได้มีการหยิบยกมาหารือผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังส่วน ราชการที่รับผิดชอบ โดยกรมทางหลวงชนบทแจ้งว่าไม่มีนโยบายติดตั้ง ไม่มีหน่วยงานดูแล สัญญาณไฟจราจร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีงบประมาณจากการประสานงาน ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด🔗
ท่านประธานครับจากกระทู้ที่ผม ได้บรรยายมาผมได้นำรูปมาให้ท่านประธานและท่านรัฐมนตรีได้มาดูว่าสี่แยกนี้เกิดอุบัติเหตุ เป็นประจำแล้วก็มีเครื่องหมายการจราจร ไม่ว่าจะเป็นป้ายมีทางสัญญาณไฟกระพริบ แต่ว่า ก็ยังไม่เพียงพอครับ เพราะว่าปัจจุบันนี้ยังเกิดเหตุอยู่เป็นประจำ เพราะว่ามีการขยายถนน ในส่วนของทางหลวงชนบทเส้นจากกาญจนบุรีมาราชบุรีที่อำเภอบ้านโป่ง รถก็ใช้ความเร็ว มากขึ้นจากเมื่อก่อน แต่ปัจจุบันนี้สัญญาณไฟจราจรไม่มี ผมเองจากที่ได้ทำกระทู้ถามแล้วก็ ได้เรียนท่านประธานไปว่าทางกรมทางหลวงชนบทได้ตอบจดหมายมาว่าถนนเส้นนี้ถึงแม้ว่า จะเป็นถนนในความรับผิดชอบของทางหลวงชนบทจังหวัดกาญจนบุรี แต่พื้นที่ปกครองเป็น จังหวัดราชบุรี ทางหลวงชนบทกาญจนบุรีก็แจ้งมาว่าไม่สามารถติดตั้งไฟจราจรให้ได้ เนื่องจาก ไม่มีหน่วยงาน เมื่อติดตั้งเสร็จก็ไม่มีหน่วยงานที่จะมาดูแลไฟสัญญาจรจรไม่เหมือนกรมทางหลวง ก็ให้ทางท้องถิ่นไปดำเนินการ ทีนี้เมื่อทางท้องถิ่นรับไปดำเนินการก็พบว่าไม่มีงบประมาณ ล่าสุดทางท้องถิ่นก็ประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประสานไปที่จังหวัด และทาง จังหวัดก็แจ้งมาว่างบประมาณที่มีอยู่ก็ไม่สามารถนำมาติดตั้งได้ ปัจจุบันนี้สี่แยกดังกล่าว ก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นเป็นประจำ ก็เป็นปัญหาที่กระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน จึงได้ขอถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมซึ่งท่านได้รับอมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้นี้ว่ารัฐบาลมีแนวทางสนับสนุนช่วยเหลือให้มีการติดตั้ง ไฟสัญญาณจราจรในพื้นที่สี่แยกลาดบัวขาว ตำบลลาดบัวขาว อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนได้หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการให้มาตอบกระทู้ของท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ก่อนอื่นก็ขอแสดงความชื่นชมแล้วก็ขอบคุณท่าน ส.ส. ที่เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชน ผู้ใช้ถนนเส้นกาญจนบุรี ราชบุรีตรงนี้ แล้วก็เหมือนอย่างที่ท่านเรียนไว้ต้องบอกเลยนะครับว่า เบื้องต้นรัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคม เรามีแนวทางสนับสนุนช่วยเหลือแล้วก็พยายามเร่งแก้ไข ให้มีการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรด้วยการปรับปรุงแก้ไขจุดอันตรายบนทางหลวง เพื่อเพิ่ม ความปลอดภัยของประชาชนในการใช้เส้นทางคมนาคม โดยแบ่งการปรับจุดอันตรายออกเป็น ๔ บริเวณ คือ ๑. บริเวณทางแยก ๒. บริเวณทางโค้ง ๓. บริเวณชุมชน ๔. บริเวณเขตโรงเรียน แล้วก็สำหรับสี่แยกลาดบัวขาวที่ท่าน ส.ส. ได้กล่าวถึงก็คือเส้นนี้เองก็อยู่ที่ตำบลลาดบัวขาว อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เป็นจุดตัดของถนน ๒ เส้น เส้นแรกคือถนนเรียบคลองชลประทาน แล้วก็เป็นถนนท้องถิ่นสายลาดบัวขาว แล้วก็จากที่ได้ถามข้อมูลไปยังทางกรมทางหลวงเอง หรือกรมทางหลวงชนบทก็ตรงกับที่ท่านบอกไว้ในข้อแรกก็คือว่าจุดตัดนี้ก็มีการเกิดอุบัติเหตุ ถือว่าเป็นจุดที่มีความเสี่ยง และผมก็ถามไปในเบื้องต้นว่าเรามีการปรับปรุงแก้ไขอะไร อย่างไร มีการตั้งงบประมาณไว้หรือยัง ในงบประมาณปี ๒๕๖๖ นี้ก็ยังไม่ได้มีการตั้งงบประมาณ แต่ตอนนี้ก็คือได้บอกไปแล้วนะครับว่าเดี๋ยวจะมีการลงไปสำรวจ ซึ่งหน่วยงานที่จะดำเนินการ จะเป็นทางหลวงครับ จะเป็นทางหลวงของกาญจนบุรีที่จะรับผิดชอบเส้นนี้ เมื่อสักครู่ผมได้เช็ก (Check) ข้อมูลและเดี๋ยวเขาจะลงไปตรวจสอบสำรวจ ผมก็ได้เรียนว่าวันที่ลงไปก็ให้โทรแจ้ง ประสานงานกับท่าน ส.ส. ให้ลงไปด้วย ซึ่งจากการสำรวจถ้าลงไปแล้ววิธีการแก้ไขมันก็จะมี อยู่ทั้ง ๒ แบบ ขึ้นอยู่กับปริมาณของรถ ถ้าปริมาณรถมีจำนวนมากตรงนั้นก็จะติดตั้งเป็น ไฟเขียว ไฟแดง แต่ถ้าปริมาณรถยังมีจำนวนน้อยอยู่ก็อาจจะเป็นติดแค่เป็นไฟกระพริบ หรือมีป้ายเตือน อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมได้ให้ทางกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทได้ลงไป ดำเนินการหลังจากนี้ครับ🔗
เชิญคุณอัครเดชถาม คำถามที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดราชบุรี ท่านประธานครับ ได้รับฟังคำชี้แจงของท่านรัฐมนตรีก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ที่สละเวลาอันมีค่ามาตอบกระทู้ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชน อยากจะได้ เพราะว่าเป็นโครงการที่คิดว่าถ้าเกิดขึ้นมาแล้วจะทำให้พี่น้องประชาชนไม่ต้อง สูญเสียชีวิตแล้วก็ทรัพย์สิน เพราะว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย ทีนี้ท่านประธานครับ เนื่องจาก ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงมาว่าต้องสำรวจว่ารถเส้นทางมีปริมาณมากน้อยขนาดไหนถึงสามารถ ที่จะติดตั้งไฟเขียว ไฟแดงได้ ผมมีข้อสังเกตอย่างหนึ่งครับที่เป็นประโยชน์แล้วก็คิดว่าจะ นำเรียนท่านรัฐมนตรีครับว่าบางครั้งบางทีปริมาณรถก็ไม่สามารถที่จะไปดูได้อย่างเดียวครับ ท่านประธาน แต่ว่าบางทีอาจจะต้องดูอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นด้วยว่าใหญ่น้อยอย่างไร บางทีบางครั้ง รถปริมาณอาจจะไม่มาก มีอยู่แยกหนึ่งครับที่ทางกรมทางหลวงได้มาทำให้ในพื้นที่ผมแล้วก็ สำเร็จมาแล้ว ท่านประธานครับ เกิดอุบัติเหตุไม่เยอะหรอกครับ แต่เวลาชนทีขึ้นหน้า ๑ หนังสือพิมพ์ทุกครั้งเลย เพราะเสียชีวิตทีหนึ่ง ๘ ศพบ้าง ๑๐ ศพบ้าง แล้วก็ถือว่าเป็นแยกที่ สำคัญ เขาเรียบคลองชลประทานเหมือนครับ อยู่ที่ตำบลกรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัด ราชบุรี ตัดกับทางหลวงของนครปฐม คือมันเป็นเขตรอยต่อระหว่างนครปฐมกับราชบุรี อันนี้ ก็เหมือนกันครับเป็นเขตรอยต่อระหว่างราชบุรีกับกาญจนบุรี คล้าย ๆ กันเลยครับท่านประธาน รถไม่เยอะแต่ชนทีเสียชีวิตเยอะเลย ก็อยากจะนำเรียนท่านรัฐมนตรีครับว่าแยกนี้ถึงปริมาณ รถจะไม่เยอะ🔗
แต่เกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้งที่ผม นำภาพมาเรียนท่านรัฐมนตรีคือเนื่องจากถนนมันยาว พอมันยาวแล้วมันเป็นทางตรง รถก็ใช้ ความเร็วมาก พอความเร็วมากเวลาเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้งก็สูญเสียชีวิตครั้งหนึ่งก็เยอะมาก ไม่เหมือนกับบางเส้นทางครับท่านประธานบางทีการจราจรติดขัดหรือรถเยอะ บางทีเกิด อุบัติเหตุก็ไม่รุนแรง เพราะว่าการจราจรมันคับคั่ง ก็เลยขออนุญาตนำเรียนท่านประธานครับ ถามคำถามครับว่า ถ้าในกรณีที่รถปริมาณไม่เยอะอย่างที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจง แต่ว่าเกิดอุบัติเหตุ แต่ละครั้งมันสูญเสียชีวิตกับพี่น้องประชาชนมาก ทางกระทรวงคมนาคมมีแนวทางในการ ติดตั้งไฟสัญญาณจราจรหรือไม่ อย่างไรครับ ขออนุญาตนำกราบเรียนท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กราบเรียนว่าทางรัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมเราเน้นให้ความสำคัญ ในเรื่องความปลอดภัยมากที่สุด แล้วก็เข้าใจท่าน ส.ส. ที่ท่านเป็นห่วงเลยว่าด้วยหลักเกณฑ์ จริง ๆ ผมก็เคยเสนอแนะไปหลายอย่าง จริง ๆ ถนนหลายเส้นเรามีหลักเกณฑ์ แต่บางครั้งเราก็ มีเหตุผล เหมือนที่ท่านบอกว่าปริมาณรถอาจจะไม่เยอะ แต่ด้วยลักษณะทางกายภาพหรือ ภูมิภาพก็แล้วแต่มันอาจจะทำให้ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งตรงนี้ก็สามารถนำมาเป็นอีกหนึ่งเหตุผล ในการติดตั้งไฟสัญญาณจราจรได้ ซึ่งปัจจุบันผมก็ต้องเรียนว่าทางกระทรวงคมนาคมเราก็ไม่ได้ นิ่งนอนใจว่าระหว่างที่รอสำรวจผมก็ให้มีการดำเนินการแก้ไขเบื้องต้น ซึ่งจากภาพที่เขาส่งมา ก็คือตอนนี้ก็ได้มีการติดตั้งป้ายเตือนแล้วก็ติดตั้งเสาจราจรแบบล้มลุก เพื่อให้การขับขี่อยู่ใน ช่องจราจรของแต่ละคนของใครของมันจะได้ไม่ล้ำเส้นเข้ามาเกิดอุบัติเหตุ อันนี้ก็คือการแก้ไข เบื้องต้น ส่วนการแก้ไขระยะยาวถาวรก็เหมือนที่ผมได้เรียนไปว่าหลังจากที่ลงไปสำรวจออกแบบ แล้วก็ดูกันว่าเราจะติดเป็นไฟสัญญาณจราจรได้ไหม หรือจะต้องติดเป็นไฟกระพริบ อันนี้ก็จะ แก้ไขแล้วก็ทำแผนขึ้นมาเสนอในงบประมาณปี ๒๕๖๗ อย่างไรก็แล้วแต่ตรงไหนที่เป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชนหรือเป็นเรื่องความปลอดภัยอย่างไรทางกระทรวงคมนาคมก็จะดูแลแล้วก็ ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ขอบคุณครับ🔗
พอใจนะครับ ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรี จบกระทู้ถามที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปเป็น🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถาม ที่ ๔๑๑ เรื่อง การอนุรักษ์รักษาแหล่งโบราณคดี โบราณวัตถุ ในเขตพื้นที่ภาคใต้ (นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรม🔗
เพื่อประโยชน์ในการตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะ อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูล ในการตอบกระทู้ถาม คือ นายพงศ์ธันว์ สำเภาเงิน คุณประเสริฐพงษ์มีประสบการณ์นะครับ ท่านรัฐมนตรีก็มีประสบการณ์ แต่ว่าเพื่อเป็นหลักฐานปรากฏในเอกสาร ขอเรียนว่ากระทู้ถาม แยกเฉพาะนี้ตามข้อบังคับการประชุมนั้นกำหนดให้ใช้เวลา ๒๐ นาที จึงแบ่งเวลาออกว่า ฝ่ายผู้ถามใช้ ๑๐ นาที ฝ่ายผู้ตอบไม่เกิน ๑๐ นาทีเช่นเดียวกัน โดยถามได้ ๒ ครั้ง แนะนำ ท่านประเสริฐพงษ์ด้วยความเคารพนะครับว่า เริ่มต้นด้วยการอ่านกระทู้ถาม และหลังจากนั้น ท่านจะอธิบายประกอบก็ได้ เพียงแต่ว่าอย่าเป็นการอภิปรายตามข้อบังคับครับ ขอเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรค อนาคตใหม่ปัจจุบันพรรคก้าวไกลครับ วันนี้ยื่นกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ผ่านท่านประธานสภาเรื่องการอนุรักษ์รักษาแหล่งโบราณคดี โบราณวัสดุในเขตพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งภาคใต้ของเราเป็นแหล่งโบราณคดี โบราณวัตถุ โบราณสถาน มรดกวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ มีการดำเนินงานของประชาชนคนท้องถิ่นแล้วก็ปัจจุบันนี้ก็เหมือนกับขาดการสนับสนุน แล้วก็ขาดการให้ความร่วมมือจากข้าราชการเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากร ซึ่งมีกรณีการผูกขาด อาชญาบัตรสำรวจแร่ในพื้นที่แหล่งโบราณคดีในภาคใต้หลายพื้นที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของกรมศิลปากร เขต ๑๑ สงขลา เขต ๑๒ นครศรีธรรมราช แล้วก็เป็นข่าวความขัดแข้ง มาเยอะ ซึ่งในกระทู้ที่ผมเขียนเป็นหนังสือผมเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีน่าจะได้อ่านแล้ว ซึ่งต่อไป ก็จะโยงไปถึงคำถามว่าความขัดแย้งกรณีตัวอย่างก็อย่างเช่นที่จังหวัดสงขลาที่เขาแดงมีการ ขุดทำลายบุกรุกแหล่งโบราณสถาน ซึ่ง ผอ. สำนักเขต ๑๑ สงขลา คนใหม่ท่านก็ไปแจ้งความ ดำเนินคดี ส่วนคนเก่าอยู่มานานหลายปียังไม่ดำเนินการอะไร หรือในเขตพื้นที่เขาโต๊ะกรังสตูล ซึ่งเป็นเขตที่เป็นอุทยานธรณีโลกที่อำเภอควนโดน มีผาปาโต๊ะโระพบโครงกระดูกมนุษย์ ๓,๕๐๐ ปี หรือที่จังหวัดตรังบ้านท่านประธานชวนที่เขาถ้ำแรกอำเภอห้วยยอด ก็เป็นแหล่ง โบราณคดีที่น่าสนใจ ประเด็นก็คือว่าที่ผ่านมาทางอดีตอธิบดีกรมศิลปากรคนเก่า คือคุณอนันต์ ชูโชติ ที่อนุมัติขยายเขตพื้นที่ก่อนเกษียณที่เขายาลอยะลาเรามีการนำเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา ต่อมาท่านอธิบดีคนใหม่ก็แก้ไขแล้วเราก็สามารถปกป้องแหล่งโบราณคดี โบราณสถานไว้ได้ ผมก็อยากจะสอบถาม ครั้งที่ ๑ ซึ่งมีหลายคำถามว่ามีการสอบวินัยร้างแรง งดบำเหน็จบำนาญ ท่านอดีตอธิบดีแล้วหรือไม่ อย่างไร แล้วก็ใครเข้าด้วยช่วยเหลือ แล้วก็ท่านกระทรวงวัฒนธรรม จะวางนโยบายเพื่อปกป้องดูแลรักษาการแก้ไขปัญหาแล้วก็การให้ความรู้กับท้องถิ่นชุมชน เพื่อการอนุรักษ์ในเขตอาชญาบัตรสำรวจแร่หรือไม่ อย่างไร ต้องขอทราบรายละเอียด ซึ่งขออนุญาตอภิปรายอีกสักนิดหนึ่งครับท่านประธานเป็นข้อเท็จจริงครับว่าผมเคยหารือ กรณีที่สำนักศิลปากรเขต ๑๒ นครศรีธรรมราช ในเขตพื้นที่ตำบลดินอุดม จังหวัดกระบี่ อำเภอลำทับบ้านผม ซึ่งปรากฏว่าทางสำนัก ๑๒ มีหนังสือตอบว่าไม่พบหลักฐานทางโบราณคดี ร่องรอยกิจกรรมมนุษย์ในอดีตซึ่งขัดแย้งกับทีมสำรวจกลุ่มอนุรักษ์ถ้ำกระบี่ เพราะว่ามีประวัติ การอยู่อาศัยของช้างเผือก ช้างพระเศวตเชือกแรกในรัชกาลที่ ๙ ซึ่งในหนังสือตอบหารือ ของผมก็บอกชัดว่าเคยสำรวจเมื่อหลายปีที่แล้ว ผมคิดว่าวิธีการทำงานของกรมศิลปากร มีข้อบกพร่องคืออ้างอดีตหลายปี แต่ไม่เคยมีการสำรวจใหม่ ๆ หรือหาข้อมูลใหม่ ๆ เพิ่มเติมเลย ครับท่านรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นอยากให้ตอบประเด็นที่ผมถามตามเอกสารเลยนะครับว่า ท่านวางนโยบายปกป้องดูแลรักษาอย่างไร แก้ไขปัญหาที่ผ่านมาอย่างไร ขอทราบรายละเอียด โดยเฉพาะเน้นในเขตอาชญาบัตรสำรวจแร่ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ ผมเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีก็อ่านกระทู้ของคุณประเสริฐพงษ์มา ซึ่งในกระทู้ถามจริง ๆ ก็คือ ข้อ ๑ กับข้อ ๒ ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาทีหลังนั้นก็เป็นข้อมูลประกอบ เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรี ใช้ดุลพินิจได้ครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ท่านผู้เข้าร่วม ชี้แจง วันนี้ทางกระทรวงวัฒนธรรม โดยผมพร้อมด้วยทางท่านผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๑ สงขลา ได้มาร่วมในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้ ต่อด้วยคำถามที่ท่านสมาชิก ท่านประเสริฐพงษ์ได้ตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะนั้นก็คือทางกระทรวงวัฒนธรรมเรามีนโยบาย ที่ชัดเจนในเรื่องของการอนุรักษ์และในเรื่องของงานด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี หมายถึงว่า นโยบายของกระทรวงนั้นก็คือเรามีนโยบายในเรื่องของสืบสาน ก็คือสืบสานงานที่เป็นงานมรดก ทางวัฒนธรรมของชาติ ทั้งประวัติศาสตร์โบราณคดี การขึ้นทะเบียนโบราณสถาน แม้กระทั่ง ในเรื่องของการสำรวจแหล่งโบราณคดี การติดตามวัตถุโบราณจากต่างประเทศคืนสู่ประเทศไทย รวมถึงในเรื่องของได้มีการขุดค้นโดยผนวกเอาใช้เทคโนโลยีเข้ามาด้วย ในเรื่องของการักษา ก็คือรักษาเรื่องของโบราณสถาน แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งก็ไม่ใช่แต่เฉพาะกรมศิลปากร อย่างเดียว กราบเรียนท่านประธานว่ามีทั้งในส่วนภารกิจของงานในหน้าที่ของกระทรวงวัฒนธรรม หลาย ๆ ส่วน ทั้งในส่วนของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เรื่องของสำนักงานปลัดกระทรวงที่มี วัฒนธรรมจังหวัดอยู่ทุกภูมิภาค ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ๑๔ จังหวัดนั้นก็มีวัฒนธรรมจังหวัด ช่วยดูแลงานของกระทรวงในภาพรวม ประสานกับทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมาโดยตลอด รวมถึงในเรื่องของการต่อยอดก็คือการได้นำเทคโนโลยีในปัจจุบันเข้ามาผนวกในเรื่องของ การดูแลรักษา งานทางด้านมรดกทางวัฒนธรรมและของศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ โดยเราใช้เทคโนโลยีหลาย ๆ ส่วนเข้ามาประกอบ🔗
ในนโยบายหลักอีกข้อหนึ่งก็คือเรื่องของธรรมาภิบาล การมีส่วนร่วมของ ประชาชน อันนี้ก็จะตอบข้อคำถามของท่านสมาชิกได้โดยตรงว่ากระทรวงวัฒนธรรมมีนโยบาย ชัดเจนในเรื่องของการสืบสานรักษาต่อยอดและเรื่องของการมีส่วนร่วมโดยหลักธรรมาภิบาล🔗
ในเรื่องของแหล่งโบราณคดีในจังหวัดภาคใต้นั้นทางกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากรที่มีภารกิจโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องของงานประวัติศาสตร์โบราณคดี เราได้แบ่ง ในเรื่องของการดูแลพื้นที่ออกเป็น ๒ สำนัก ก็คือสำนักศิลปากรที่ ๑๑ จังหวัดสงขลาและ สำนักศิลปากรที่ ๑๒ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งดูแลพื้นที่จังหวัดครอบคลุมทั้ง ๑๔ จังหวัด ภาคใต้🔗
ในเรื่องของการขึ้นทะเบียนแหล่งโบราณคดี โบราณสถานสำคัญต่าง ๆ นั้น ทางกรมศิลปากรก็ได้มีการดำเนินการขึ้นทะเบียนอยู่ตลอดเวลาทั้งในเรื่องของการได้รับแจ้งจาก อาสาสมัครดูแลโบราณสถาน เครือข่ายภาคประชาชนในหลาย ๆ ส่วนที่ได้แจ้งข้อมูลเรามา ทั้งในส่วนของที่ดินของประชาชนที่มีการขุดค้นพบอาจจะเป็นเรื่องของหลักฐานทางโบราณคดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของถ้วยชามรามไห เรื่องของซากสัตว์หรือมนุษย์โบราณ รวมถึงในเรื่อง ของการขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปี ๒๕๐๔ แก้ไขเพิ่มเติมปี ๒๕๓๕ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการสำรวจ ของการขึ้นทะเบียน แล้วก็เรื่องของการมีส่วนร่วมในภาคประชาชนนั้นกระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบหมายให้กรมศิลปากรได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นหน่วยราชการโดยตรง ที่เป็นเจ้าของเรื่องในการรักษาการตามกฎหมาย แต่อย่างไรก็ดีในเรื่องของการประสานกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในหลาย ๆ ส่วน ทั้งกรมโยธาธิการจังหวัด ทั้งในส่วนของสำนักนโยบาย และแผนสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ หลาย ๆ ส่วนนั้นก็มีการประสานอย่างใกล้ชิด เพราะฉะนั้น กราบเรียนต่อท่านประธานในเรื่องของคำถามที่ ๑ ก็คือนโยบายเรามีชัดแจ้งชัดเจน แล้วก็ในเรื่อง ของการเร่งขึ้นทะเบียนแหล่งโบราณคดีที่เป็นภูเขา ที่เป็นในส่วนของสภาพพื้นที่เป็นถ้ำ ในภาคใต้ก็มีการดำเนินการขึ้นทะเบียนมาอย่างต่อเนื่องเพราะเนื่องจากว่าในพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ ในมาตรา ๑๗ นั้นระบุให้เป็นโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนในเรื่องของแหล่งแร่ หรืออาชญาบัตรที่จะได้รับการอนุญาตจะต้องไม่เป็นแหล่งโบราณสถาน ฉะนั้นในเรื่องการ ขึ้นทะเบียนทางกระทรวงวัฒนธรรมโดยกรมศิลปากรตระหนักในความสำคัญว่าต้องเร่งขึ้น ทะเบียนให้ครอบคลุมทั้งพื้นที่ อย่างในกรณีที่เป็นข้อมูลที่ท่านสมาชิกได้กรุณาให้ข้อมูลจาก ที่จังหวัดกระบี่ก็ดี ที่เขายะลาที่จังหวัดยะลาก็ดีนั้นก็เป็นกรณีของเครือข่ายภาคประชาชน ได้เรียกร้องให้ตรวจสอบ แล้วก็มีการตรวจสอบดำเนินการกันพื้นที่ แล้วก็มีการตรวจสอบแก้ไข ให้เป็นไปตามบริบทของพื้นที่แล้ว ฉะนั้นในต่อข้อคำถามที่ ๑ เราได้มีนโยบายชัดเจนแล้วก็ เรื่องของการตรวจสอบดำเนินการ ส่วนในเรื่องของดำเนินการเกี่ยวกับทางเรื่องของการ ดำเนินการส่วนบุคคลของทางข้าราชการนั้นทางกรมศิลปากรก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ในส่วนนี้ก็มี เรื่องของข้อร้องเรียนในส่วนการดำเนินการต่าง ๆ เข้ามาทางศูนย์ดำรงธรรม แล้วก็ในส่วน ของอนุกรรมการข้าราชการของกรมศิลปากรขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการสรุปรวบรวมเพื่อรายงาน เข้ามาสู่ อ.ก.พ. กระทรวงวัฒนธรรมต่อไป กราบเรียนท่านประธานครับ🔗
เชิญประเสริฐพงษ์ครับ คำถามที่ ๒ ครับ🔗
จริง ๆ เป็นคำถามครั้งที่ ๒ ครับท่านประธาน เพราะว่าครั้งที่ในแต่ละครั้งถามได้หลายคำถาม ตามข้อบังคับกระผมยืนยัน เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีอาจจะไม่ได้ตอบในกรณีว่าอดีตอธิบดีคุณอนันต์ ชูโชติ ซึ่งเกษียณ ไปตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๖๒ นี่ผ่านมา ๒ ปี ผมคิดว่าถ้ามีการดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรง จริงจังต้องงดบำเหน็จบำนาญและมีการลงโทษเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วย ผมฝากความกล้าหาญ ให้ท่านด้วยเรื่องแบบนี้ แล้วก็รวมทั้ง ผอ. สำนักเขต ๑๑ คนก่อนที่จังหวัดสงขลาที่ละเลย ไม่ไปดูแลเขาแดง จังหวัดสงขลา ที่เป็นข่าวอึกกระทึกครึกโครมกับคนในพื้นที่กับผู้มีอิทธิพล ในพื้นที่ ก็อยากฝากท่านรัฐมนตรีไปดูแลเรื่องนี้ต่อด้วย รวมทั้งให้กำชับไปทั้ง ผอ. ทั้ง ๒ เขต เป็นไปได้ไหมว่าให้มีการสำรวจใหม่โดยข้อมูลอะไรใหม่ ๆ บ้าง ไม่ใช่ยืนยันในหลักฐานเดิมว่า มีการสำรวจเมื่อ ๓ ปีที่แล้ว ๕ ปีที่แล้ว ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มประชาชนเขาไปสำรวจถ้ำแล้วได้ ข้อมูลใหม่ ๆ เยอะครับท่านประธาน แหล่งภาพเขียนสีในพื้นที่ฝั่งอันดามันพบโบราณวัตถุ พบภาชนะโบราณอีกเยอะ แต่กลายเป็นว่ากรมศิลปากรเองไม่สามารถปกป้องทรัพยากรของ ชาติของพวกเราไว้ได้ ภาคประชาชนเขาก็เริ่มเดินหน้า เขาก็ฝากคำถามมาที่ผม เพราะฉะนั้น กรณีเคส (Case) ที่ผมยกตัวอย่าง ผมก็อยากให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบคำถาม ครั้งที่ ๒ ซึ่งอาจจะ มีหลายคำถาม ท่านช่วยจับประเด็นด้วยก็แล้วกันว่าท่านได้สั่งทบทวนติดตามทั้งระบบหรือเปล่า ผมคิดว่าถ้าท่านติดตามทั้งระบบ ไม่ใช่ว่าจะมีข่าวเคส (Case) นี้ ก็สั่งแก้เป็นราย ๆ ไป ผมคิดว่า ท่านรัฐมนตรีมีอำนาจภาพรวม ผมอยากให้ท่านสั่งเป็นภาพรวมทั้งระบบ ถ้าเป็นราย ๆ ไป ผมคิดว่ามันไร้ประโยชน์ เราไม่สามารถสร้างวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนได้ แล้วก็โดยเฉพาะ ในเคส (Case) ที่ผมยกตัวอย่างไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดตรังบ้านท่านประธาน ที่เขาแดง จังหวัด สงขลา ที่จังหวัดกระบี่บ้านผม ที่จังหวัดสตูลซึ่งเป็นแหล่งอุทยานธรณีโลกก็จะเห็นภาพที่ผม นำเสนอว่าเราเจอสิ่งที่มีคุณค่าจริง ๆ เหมือนที่ท่านรัฐมนตรีพูด เราก็มีจุดมุ่งหมายอันเดียวกัน ที่จะช่วยกันดูแลรักษา เพียงแต่ตอนนี้ในฐานะฝ่ายบริหารอยากให้ท่านเพิ่มกระบวนการ ในการกำชับดูแลข้าราชการที่อยู่ในสังกัด เพิ่มกระบวนการเครือข่ายกับกลุ่มประชาชนในพื้นที่ ที่เขาจะได้มามีส่วนร่วม รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมคิดว่าเราจะได้ช่วยกันรักษา มรดกวัฒนธรรมที่ดี ๆ เอาไว้ได้ ก็อยากให้ท่านช่วยตอบคำถาม ครั้งที่ ๒ ของผมอีกสักครั้ง เถอะครับว่าท่านจะยืนยันถึงความมั่นใจที่จะดูแลแก้ไขปัญหาภาพรวมทั้งระบบ ซึ่งผมยกตัวอย่าง ไปแล้วในหลายพื้นที่ว่าท่านจะช่วยกันแก้ไขปัญหาอย่างนี้ได้อย่างไรครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ต่อการตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ครั้งที่ ๒ ก็กราบเรียนในคำถามที่ท่านได้แสดงความห่วงใยในเรื่องของ การปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ซึ่งอันนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว ในเรื่องของการทำ ข้อมูลบิ๊กดาต้า (Big Data) ซึ่งเป็นข้อมูลที่ให้บริการกับประชาชนที่เป็นข้อมูลที่ให้ประชาชน สามารถเข้าถึงได้ ในส่วนของกรมศิลปากรเช่นเดียวกัน จากข้อมูลที่เราได้รับทั้งในส่วนของ ภาคประชาชนและการสำรวจจากทางเจ้าหน้าที่แล้วก็นักโบราณคดี เรามีแหล่งโบราณสถาน มากกว่า ๘,๐๐๐ แห่ง เราก็เร่งในเรื่องของการขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณสถานของชาติเพื่อที่จะได้ บังคับใช้ตามกฎหมายตาม พ.ร.บ. โบราณสถาน พ.ศ. ๒๕๐๔ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้อย่างครบถ้วน เพราะว่าอันนี้เป็นกรณีที่เราได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกปีเพราะว่าในเรื่อง เหล่านี้มันต้องมีการขุดค้นสำรวจ รวมถึงในเรื่องของการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่ ตลอดเวลา ในส่วนของนโยบายทางรัฐบาลก็ได้เน้นในเรื่องของรัฐบาลดิจิทัล (Digital) อยู่แล้ว ในส่วนของกระทรวงก็ได้มอบให้ทุกหน่วยงานเลยทุกกรมให้ไปดำเนินการอัปเดต (Update) ข้อมูลให้เป็นปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานภาคสนามทั้งในส่วนของมรดกทางวัฒนธรรม ที่ทั้งเป็นแหล่งโบราณคดี เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้และที่จับต้องไม่ได้อีก หลายรายการ อย่างเช่น เรื่องของมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ที่ขึ้นทะเบียนไปแล้ว อย่างโขน อย่างโนราห์ เป็นต้นที่ได้ขึ้นทะเบียน ในส่วนที่จับต้องได้และเป็นแหล่งโบราณคดี ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ อันนี้ทางผู้อำนวยการสำนักศิลปากรทุกท่านก็ต่างตระหนักในภารกิจ ที่เป็นภารกิจหลัก ๆ ในการดำเนินการดูแลพื้นที่ เพราะว่าเราแบ่งเป็นพื้นที่ ๑๑ และพื้นที่ ๑๒ ครอบคลุม ๑๔ จังหวัดภาคใต้ เพราะฉะนั้นในส่วนของการอัปเดต (Update) ข้อมูลปัจจุบัน ก็มีการใช้เทคโนโลยีเรื่องของการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ การใช้ดาวเทียมเข้ามาช่วย มากขึ้นในเรื่องของการดูแหล่งแร่ธาตุ แล้วก็เรื่องของการใช้ดูในเรื่องของโพรงภูเขา ในภูเขา แล้วก็ถ้ำต่าง ๆ ก็พบว่าก็ยังมีแหล่งภาพเขียนสีที่เราได้รับแจ้งจากประชาชนเอง จากนักโบราณคดี ทั้งอาสาสมัครดูแลโบราณสถานได้แจ้งเข้ามาเพิ่มเติม โดยเฉพาะในภาคใต้จะมีถ้ำต่าง ๆ ค่อนข้างมากแล้วก็ถ้ำที่อยู่ในเกาะแก่งก็มี เพราะฉะนั้นก็เรียนตอบท่านสมาชิก เรียนท่านประธาน ว่าในส่วนนี้เรามีแหล่งที่เราสำรวจโดยใช้เทคโนโลยีทางดาวเทียม ทางอวกาศ ใช้เป็นโดรน (Drone) อากาศยานไร้คนขับ โดยเราใช้กับแหล่งโบราณคดีใช้ไปแล้ว ๗๓๙ แหล่งทั่วประเทศ ในภาคใต้เราใช้แล้วก็พบถึง ๔๕๐ แหล่ง สำหรับการใช้เทคโนโลยีทางสารสนเทศทางเรื่อง ของดาวเทียมเข้ามา มีการสำรวจทุกปีหมุนเวียนในแต่ละจังหวัด ซึ่งในส่วนนี้ต่อข้อกังวล ของผู้บริหารกระทรวงนั้นก็กังวลเรื่องของงบประมาณ ในเรื่องของการใช้งบประมาณของ กรมศิลปากรด้วยเช่นเดียวกันว่าได้ถูกปรับลดในเรื่องของภารกิจประจำลงอยู่ส่วนหนึ่ง ดังนั้น ก็กราบเรียนท่านประธานต่อท่านสมาชิกท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ช่วยสนับสนุนงบประมาณ ในส่วนของกรรมาธิการที่จะเข้าในกรมศิลปากร เนื่องจากถูกปรับลดไปจากปีก่อนถึงประมาณ ๒๐๐ กว่าล้านบาท ก็เป็นงบดำเนินงานที่ดูแลปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่ ส่วนในเรื่องของซิสเต็ม (System) เรื่องของระบบนั้นเรามีการดำเนินการเป็นระบบอยู่แล้ว แต่ในเรื่องของการรับ ข้อร้องเรียนแล้วก็การตรวจสอบเป็นรายเคส (Case) นั้นก็ยังคงดำเนินการคู่ขนานกันไป อย่างที่ท่านได้ให้ข้อมูลในการถามกระทู้ ฉะนั้นก็กระทรวงสรุปคือเราไม่ได้นิ่งนอนใจ แล้วเรา ก็อัปเดต (Update) ข้อมูลมาเป็นปัจจุบัน แล้วก็เซต (Set) เป็นระบบเพราะว่าเราเข้าใจดี ถึงบุคลากรที่จะต้องมีการเลื่อนไหลครบเกษียณอายุ แล้วก็แต่งตั้งโยกย้ายขึ้นมาตลอด เพราะฉะนั้นในเรื่องของการรักษาแหล่งโบราณคดีมรดกของประเทศนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทุกส่วนได้เห็นพ้องต้องกัน ส่วนในรายละเอียดนั้นหากว่าท่านสมาชิกมีสิ่งอื่นประการใดจะให้ ข้อแนะนำทางกระทรวง ทางกรมเราก็พร้อมรับท่านได้ตลอดไม่ว่าจะเป็นวาระกระทู้ถาม หรือไม่ กราบขอบพระคุณครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีใช้เวลาหมด พอดีนะครับ แต่ว่าคุณประเสริฐพงษ์ยังมีเวลา ๓ นาที จะฝากอะไรอนุญาตครับ🔗
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผมคิดว่ากระทู้นี้จริง ๆ มันก็เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมด้วยครับ ผมก็ยื่นประกบมาแต่ผมคิดว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมก็จะมาตอบช่วงวันที่ ๔ สิงหาคม ผมคาดหวังว่าวันที่ ๔ สิงหาคม จะได้เจอท่านประธานชวนอีกครั้งหนึ่งเพราะว่าจะได้ต่อประเด็นเรื่องนี้ครับ เพราะว่า มันเกี่ยวเนื่องกับกระทรวงอุตสาหกรรมด้วยจริง ๆ ครับท่านประธาน เพราะว่าการทำลาย แหล่งโบราณคดี ผมรับไม่ได้จริง ๆ ท่านรัฐมนตรีครับ ทีนี้มันมีประเด็นอีกนิดเดียวว่ากรณีที่ กรมศิลปากรที่ขุดสำรวจทางโบราณคดีอย่างเป็นวิชาการ ตอนนี้มันมีข้อมูลเป็นเวิร์ดดิง (Wording) ลักษณะนี้อยู่ ไม่ใช่การเดินสำรวจแล้ว ซึ่งผมเข้าใจว่าท่านอัปเดต (Update) เรื่องนี้แล้วถูกไหม ในวิธีการนี้ แต่ว่าประชาชนยังเข้าใจว่าท่านยังไม่ค่อยอัปเดต (Update) ข้อมูล ไม่ได้สำรวจ เป็นวิชาการประชาชนยังเข้าใจตรงนี้ ก็ต้องฝากท่านไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ที่สนใจประเด็นเรื่องของถ้ำแหล่งโบราณคดีในการเข้าถึงกลุ่มอนุรักษ์ต่าง ๆ เครือข่ายในพื้นที่ ต่าง ๆ แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ด้วย ผมคิดว่าเราช่วยกันดูแลตรงนี้ ก็ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีและฝากกำชับวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่นิดหนึ่งครับ ที่ผ่านมาไทยแลนด์เบียนนาเล่ (Thailand Biennale) ที่ไปจัดที่จังหวัดกระบี่หลายปีก่อน ก่อนท่านนะครับก็ปรากฏว่ามีรูปแบบ ของการกระทำที่ค่อนข้างชัดเจนว่าผิดกฎหมายด้วยซ้ำ ไปสร้างสิ่งก่อสร้างในรูปแบบที่ไปทำลาย ชายหาด ซึ่งผมก็ค้านไปในช่วงนั้นแต่ก็ค้านไม่สำเร็จ คือใช้งบประมาณในการแสดงศิลปะ ไทยแลนด์เบียนนาเล่ (Thailand Biennale) หลายพื้นที่ดีครับ แต่บางพื้นที่ก็ต้องตำหนิต้องบอก แต่ปรากฏว่าเขาไม่ยอมรับฟัง ช่วงนั้นผมอาจจะเป็นคนตัวเล็กตัวน้อย ๆ ก็ได้ท่านประธานครับ แต่ตอนนี้เป็น ส.ส. เขาก็น่าจะรับฟังด้วย เหมือนกับที่ผมเคยเจอท่านรัฐมนตรี ผมคิดว่าเราก็ เคยเจอกันภายนอก เมื่อก่อนผมเคยเป็นไกด์ (Guide) พาท่านรัฐมนตรีเที่ยวครับท่านประธาน และท่านก็เกิดอุบัติเหตุ ผมก็รักษาแผลให้ท่านบนเรือด้วยซ้ำก็ไม่เจอกันหลายปีวันนี้ก็อาจจะ ได้คุยความหลังกัน ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่มาตอบ แล้วก็ขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗
ได้ประโยชน์นะครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณท่านประเสริฐพงษ์ ขอบคุณมาก ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ด้วยนะครับ🔗
๑.๓.๖. กระทู้ถาม ที่ ๔๑๒ เรื่อง ปัญหาการผูกขาดอาชญาบัตรสำรวจแร่ ในพื้นที่ภาคใต้ (นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม🔗
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรมติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็เลยต้องขอเลื่อนไปเป็นวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๕ จบกระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนครับ🔗
ต่อไปนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา จำนวน ๒ เรื่อง ด้วยเลขาธิการ วุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาและรับทราบรายงานจำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้ ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๐ วันอังคารที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ ที่ประชุมได้พิจารณา รับทราบรายงาน จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้🔗
๑. รายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓🔗
๒. รายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหาร หนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ จึงขอแจ้ง ให้ที่ประชุมได้ทราบ🔗
ต่อไปครับ🔗
๒.๒ รับทราบรายงานการพิจารณาเรื่องร้องเรียนจริยธรรมของนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม🔗
ด้วยคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณี มีการกล่าวหา นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ว่าได้กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๗ และข้อ ๒๐ เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามข้อบังคับ ว่าด้วยประมวลจริยธรรม ข้อ ๒๘ วรรคสาม รายละเอียดของรายงานดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้ จัดวางให้ท่านสมาชิกได้ศึกษาแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบ🔗
เรียน ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษาที่ประชุม เพื่อขอนำเรื่องดังต่อไปนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อน ได้แก่ ระเบียบวาระที่ ๗.๗ คณะกรรมาธิการ การศึกษาขอขยายระยะเวลา และเรื่องที่ยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ จำนวน ๔ เรื่อง คือ คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรขอขยายระยะเวลาการพิจารณาเรื่องร้องเรียน จริยธรรม จำนวน ๒ เรื่อง คณะกรรมาธิการขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติ ๑ คณะ และตั้งคณะกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างอีก ๑ คณะ ซึ่งคงจะใช้เวลาไม่มากนัก จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มีถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
๗.๗ คณะกรรมาธิการการศึกษา ขอขยายระยะเวลาการพิจารณากลุ่มญัตติ เรื่องเกี่ยวกับการศึกษา ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ คือนายนพคุณ รัฐผไท ได้มีหนังสือแจ้งว่า เนื่องจากมีข้อมูลจำนวนมากและต้องมีการรับฟังข้อเท็จจริงและความเห็นจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ดังนั้นจึงขอขยายเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕ เป็นการขอขยาย ครั้งที่ ๖ แล้วนะครับ เพื่อประโยชน์ ในการทำงานของคณะกรรมาธิการ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาการพิจารณา ศึกษาออกไปตามที่ร้องขอนะครับ🔗
ต่อไปเป็นเรื่องซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ จำนวน ๔ เรื่อง🔗
เรื่องแรก คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรขอขยายระยะเวลาการ พิจารณาเรื่องร้องเรียนจริยธรรม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ เป็นเรื่องร้องเรียนที่ ๑๒ ครั้งที่ ๔ ออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๕🔗
ด้วยกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะกรรมการอยู่ในระหว่างดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นผลให้การพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา ดังนั้นจึงขอขยายระยะเวลาการพิจารณา ออกไปอีก ๓๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๕ เป็นการขอขยาย ครั้งที่ ๔ นะครับ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมการ จะมีท่าน สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ให้ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมการขยายระยะเวลาการพิจารณา ออกไปตามที่ร้องขอนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรขอขยายระยะเวลา การพิจารณาเรื่องร้องเรียนจริยธรรมของ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ครั้งที่ ๘ กรณีการโพสต์ (Post) ข้อความ ในเฟซบุ๊ก (Facebook) ออกไปอีก ๓๐ วัน เป็นเรื่องร้องเรียนที่ ๑๓ คือขอขยายออกไปอีก ๓๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕🔗
ด้วยกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร คือท่านนิกร จำนง ได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะกรรมการอยู่ในระหว่างการจัดทำคำวินิจฉัย ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปด้วยความรอบคอบ จึงขอขยายระยะเวลาการพิจารณาออกไปอีก ๓๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕ จนถึงวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๕ เป็นการขอขยาย ครั้งที่ ๘ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมการ จะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมการขยายระยะเวลาการพิจารณา ออกไปตามที่ร้องขอนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา ญัตติแนวทางในการส่งเสริมแก้ไขปัญหาและพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๕🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการคือท่านสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ได้มีหนังสือ แจ้งว่าคณะกรรมการไม่สามารถลงพื้นที่เพื่อศึกษารับฟังข้อมูลได้เนื่องจากมีสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ดังนั้นจึงขอขยาย ระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๕ เป็นการขอขยาย ครั้งที่ ๘ นะครับ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมาธิการ จะมี ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาการพิจารณา ศึกษาออกไปตามที่ร้องขอ🔗
เรื่องที่ ๔ การตั้งคณะกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุนแทนตำแหน่งที่ว่าง ๑ ตำแหน่งเพราะลาออกนะครับ🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ คือท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้ขอลาออก จากตำแหน่งกรรมาธิการจึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งที่ว่างลงเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นะครับ จึงขอเชิญเสนอชื่อ กรรมาธิการพร้อมทั้งขอผู้รับรอง แล้วก็ขอให้ช่วยพิจารณาด้วยนะครับว่าไม่ได้เป็นกรรมาธิการ เกินกว่า ๒ คณะ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ เชิญตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์เสนอชื่อกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อนายอิสรพงษ์ มากอำไพ แทนตำแหน่งที่ว่างลงและขอรับรองว่าไม่ได้มีการ แต่งตั้งเกินจากที่กำหนดไว้ของสภาครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองครบ ผู้รับรองอยู่กระจัดกระจาย ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอนายอิสรพงษ์ มากอำไพ เป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการที่ว่างลง มีท่านสมาชิกท่านใดเสนอท่านอื่นไหมครับ ถ้าไม่มี ก็ถือว่าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงคือ นายอิสรพงษ์ มากอำไพ ครับ🔗
๒.๓ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓🔗
ด้วยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีหนังสือแจ้งว่าเนื่องจากเลขาธิการ คณะกรรมการการเลือกตั้งอยู่ระหว่างการรักษาตัวจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) และเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) จึงขออนุญาตเลื่อนการเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจง รายงานต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรออกไปก่อนเป็นกลางเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๕ นะครับ🔗
ต่อไปครับ🔗
๒.๔ รับทราบรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของ ประเทศไทยปี ๒๕๖๔🔗
ด้วย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เสนอรายงานผลการประเมินสถานการณ์ ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยปี ๒๕๖๔ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๒๔๗ (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และมาตรา ๒๖ (๒) ประกอบมาตรา ๔๐ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งรายละเอียดของรายงานดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้จัดวาง ให้ท่านสมาชิกแล้ว ก็มีท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถาม ฉะนั้นในการนี้ผมได้ อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตาม ข้อบังคับ ข้อ ๓๑ ฉะนั้นจึงขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมครับ ๑. นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๒. ผู้ช่วย ศาตราจารย์สุชาติ เศรษฐมาลินี ๓. นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๔. นายพิทักษ์พล บุณยมาลิก เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๕. นายชนินทร์ เกตุปราชญ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษย์ชนแห่งชาติ ๖. นางหรรษา บุญรัตน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๗. นายภาณุพันธ์ สมสกุล ผู้อำนวยการ สำนักเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน เชิญผู้ร่วมชี้แจงได้เข้าประจำที่นะครับ🔗
เมื่อท่านผู้ร่วม ชี้แจงได้เข้าประจำที่แล้วนะครับ ได้มีท่านสมาชิกยื่นความจำนงที่จะขออภิปรายตอนนี้มีอยู่ ประมาณ ๓ ท่าน ๑. ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ๒. ท่านอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ๓. ท่านมานพ คีรีภูวดล เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณท่านประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติที่ท่านได้กรุณาให้เกียรติมาเป็นผู้ตอบคำถามต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ แล้วก็ เข้าใจว่านี่เป็นครั้งแรกที่ท่านเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านใหม่ ท่านเดินทางมาตอบในที่ประชุมแห่งนี้ด้วย เคยทำงานร่วมกับคุณหมอในคณะกรรมการ คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์แห่งชาติเมื่อหลายปีที่ผ่านมาครับ ท่านประธานครับ สำหรับรายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ในปี ๒๕๖๔ ก็เพิ่งได้รับเล่มอาจจะยังอ่านไม่สมบูรณ์ครบถ้วนมากนัก แต่ผมเองในภาพรวมจริง ๆ ตั้งใจว่าในปีนี้ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เรามีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนชุดใหม่ที่เต็มรูปเป็น ครั้งแรกในรอบหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา ที่ไม่ได้เกิดจากการแต่งตั้ง ที่ไม่ได้เกิดจากการนั่งอยู่ดำรง ตำแหน่งที่นานเกินกว่าวาระที่ควรจะเป็น ฉะนั้นแน่นอนผมย่อมมีความคาดหวังเป็นพิเศษ ต่อรายงาน แต่ผมมีอยู่สัก ๕ ประเด็นด้วยกันที่อาจจะเป็นประเด็นทั้งข้อสังเกตหรือเป็นประเด็น ที่สอบถาม และเป็นประเด็นที่อาจจะให้ข้อมูลต่อท่านเพิ่มเติมเท่าที่จะสามารถกระทำได้🔗
ในประเด็นที่ ๑ พูดง่าย ๆ ที่สุดก็คือว่าเวลาที่เราจะอ่านรายงานใด ๆ ก็แล้วแต่ เรามักจะเริ่มจากบทสรุปสำหรับผู้บริหาร แต่ผมมีอยู่ ๓ จุดด้วยกันเล็ก ๆ ในบทสรุปที่ผมคิดว่า อาจจะยังไม่ตรงกับข้อเท็จจริงตามที่ควรจะเป็นมากนัก ประเด็นแรกเลยอยู่ในข้อสรุปของ ผู้บริหารในหน้าที่ ๑๒ ในตอนท้าย ๆ ที่ท่านบอกว่ากรณีการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุม มีบางเหตุการณ์ที่การใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ แน่นอนครับมันอาจจะเป็นข้อเท็จจริง เป็นเช่นนั้นจริง แต่สลับกลับกันกับฝ่ายที่เป็นผู้ที่ควบคุม การชุมนุม ท่านกลับใช้คำแต่เพียงว่า การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ไม่สอดคล้องตามเจตนารมณ์ ที่รัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศที่เรียกว่าไอซีซีพีอาร์ (ICCPR) เป็นผู้กำหนด ท่านเห็นไหม นี่คือความไม่เท่าเทียมกันในแง่ของการประเมินหรือการให้น้ำหนักว่าเวลาท่านผู้ชุมนุมอาจจะ มีอะไรมาบ้าง ท่านบอกนี่เป็นการชุมนุมที่ไม่สงบมีอาวุธ แต่เวลาผู้ควบคุมการชุมนุมใช้ความ รุนแรงทำไมท่านไม่เขียนว่าผู้ควบคุมการชุมนุมก็มีอาวุธและอาจจะใช้กระบวนการปราบปราม หรือควบคุมการชุมนุมที่เกินเลยกว่าเหตุท่านไม่ควรจะใช้คำว่า ไม่สอดคล้อง ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ไม่ถูกต้องก็ไม่ถูกต้อง เกินเลยกว่าเหตุก็เกินเลยกว่าเหตุ ฆ่าผู้ชุมนุมเสียชีวิตก็ต้องเขียนแบบนั้น นี่ไม่ตรงล่ะ ในหน้าถัดมาในบทสรุปสำหรับผู้บริหาร ในกรณีในหน้า ๑๓ ในตอนท้ายของ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นท่านใช้คำว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งคณะทำงาน เพื่อกลั่นกรองการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ผมอยากให้ท่านใส่คำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาในรายงานในฉบับนี้จังเลย เพื่อพวกผม พี่น้องประชาชนคนที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชนจะได้รู้ว่าตกลงวันนี้ที่มีการแจ้งข้อหาตาม มาตรา ๑๑๒ ใครก็ไม่รู้ไปอ้างว่าเป็นผู้กล่าวโทษไปแจ้งสถานีตำรวจตรงนั้นตรงนี้ ตกลงมีการกลั่นกรองจริงหรือไม่กว่าจะรับทราบข้อกล่าวหา มีการกลั่นกรองจริงหรือไม่กว่าจะ ยื่นข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหา มีการกลั่นกรองจริงหรือไม่ก่อนที่จะมีการฟ้องคดีต่อศาล ท่านเห็นไหมครับ ท่านบอกว่ามีคณะทำงานแต่ท่านไม่ได้เขียนรายละเอียดหรือบอกกับเราว่า คณะทำงานนี้ทำอย่างไร ในหน้าถัดมาในบทสรุปสำหรับผู้บริหารครับ ในหน้า ๑๕ ในประเด็น เรื่องสิทธิและความเสมอภาคทางเพศ ท่านใช้ คำว่า มีการเตรียมความพร้อมในการประกาศใช้ พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ นี่ท่านไม่ทราบหรือครับ ว่าเขาออก พ.ร.ก. เลื่อนไปแล้ว เขาเลื่อนไปนานแล้วด้วยนะครับ แล้วเขาบอกเขาไม่เอากลับมา ท่านไม่ทราบจริง ๆ หรือครับ นี่ผมยกตัวอย่างให้ท่านได้เห็นว่าแค่บทสรุปสำหรับผู้บริหาร ท่านเองก็มีปัญหาเรื่องข้อเท็จจริงที่ผมจำเป็นต้องท้วงติงในที่ประชุมแห่งนี้ มาลงรายละเอียด กันครับ พอมาลงรายละเอียดในประเด็นต่าง ๆ ผมคงไม่ลงรายละเอียดในประเด็นเรื่องของ การชุมนุม ความจริงผมอยากจะพูดแต่เวลาผมอาจจะไม่เอื้ออำนวยมากนัก ผมอยากจะพูด บางประเด็นเรื่องสิทธิเสรีภาพในกระบวนการยุติธรรมครับ มีการพูดถึงกรณีที่วันนี้ศาล ท่านได้ออกคำสั่งของประธานศาลฎีกาที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยตัวชั่วคราว (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๔ อยู่ในหน้า ๕๕ สาระสำคัญของประกาศประธานศาลฎีกาฉบับนี้คือผู้ต้องหาและ จำเลยสามารถประกันตัวโดยตนเองหรือผู้ที่เป็นเครือญาติหรือเกี่ยวพันทางการสมรสหรือ การงานก็ได้ สามารถขอประกันโดยไม่จำเป็นต้องเสนอกับประกันใด ๆ ก็ได้ และสามารถสั่ง ปล่อยชั่วคราวโดยไม่ต้องใช้หลักประกันแต่อาจตั้งเงื่อนไขขึ้นมาแทนได้ ท่านเขียนแต่หลัก ท่านบอกมันมีคำสั่ง ถ้าท่านประเมินจริง ๆ ท่านต้องประเมินว่าศาลฎีกาหรือศาลใด ๆ ก็แล้วแต่ ที่ดำเนินการตามคำสั่งศาลฎีกา ท่านให้ประกันตัวตามเงื่อนไขนี้ไปจำนวนทั้งสิ้นเท่าไร ในแต่ละปี และที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขหรือประกาศของประธานศาลฎีกาฉบับนี้มีมากหรือไม่ ท่านไม่เห็นหรือครับที่เขาอดอาหารอยู่ในเรือนจำ ท่านไม่เห็นหรือครับที่อดอาหารอยู่ใน ทัณฑสถานพิเศษ ท่านไม่เห็นหรือครับเวลาที่เพื่อนสมาชิกพวกเราไปยื่นประกันตัวผู้ต้องหา หรือจำเลยแล้วไม่ได้รับการปฏิบัติตามประกาศประธานศาลฎีกา อย่าเอาแต่เอกสารครับ ประเมินต้องประเมินตามความเป็นจริง เฉกเช่นเดียวกับในกรณีของการจ่ายค่าตอบแทน ผู้เสียหายในคดีอาญา เช่น ในกรณีในหน้า ๕๘ ผมอยากให้ท่านลงรายละเอียด ท่านพูดแต่ว่ามี การประเมิน มีการทำงาน มีการออกระเบียบที่ดีขึ้น แต่ท่านทราบไหมครับว่าในคณะอนุกรรมการ คณะกรรมการที่ดูแลการจ่ายเงินผู้เสียหายในคดีอาญายังมีมิติเรื่องอคติหรือความไม่เท่าเทียมกัน เต็มไปหมด พี่น้องชาติพันธุ์ได้อย่างไร พี่น้องไม่มีเลข ๑๓ หลัก ไม่สามารถขอรับเงินค่าตอบแทน ผู้เสียหายได้ พี่น้องที่ถูกกระทำจากการที่เขาเป็นผู้หญิงแล้วไปถูกละเมิดทางเพศแล้วก็พา ตัวเองไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นกลับโดนกระทำย่ำยีซ้ำว่าเขามีส่วนการก่อให้เกิดเหตุเหล่านี้เอง นี่ยกตัวอย่างแค่ความไม่เป็นธรรมในบางประการ ผมขออนุญาตอีกสักนิดเดียวครับท่านประธาน ก็คือประเด็นเรื่องของสิทธิเด็กและผมจะไม่พูดประเด็นอีก ๒-๓ ประเด็นที่ผมตั้งใจจะพูด ที่จำเป็นต้องพูดเรื่องสิทธิเด็ก ในกรณีนี้มีการพูดถึงเด็กที่ขึ้นต้นด้วยเลขจี (G) ท่านอาจารย์สุชาติ ท่านทราบดีอยู่แล้วครับ แต่ปัญหาคือต้องลงไปในเชิงปฏิบัติว่าเลขจี (G) วันนี้เป็นอย่างไร สิ่งที่หายไปในนี้ ท่านพยายามพูดถึงเรื่องการละเมิดต่อเด็กโดยเพื่อนนักเรียน พยายามจะพูด การละเมิดต่อเด็กโดยคนในบ้าน คนในครอบครัวต่าง ๆ แต่ท่านให้น้ำหนักกับการที่ไม่ปฏิบัติ ตามกฎกระทรวงศึกษาว่าด้วยการลงโทษนักเรียน ไม่มีสักเคส (Case) เดียวที่ท่านยกตัวอย่าง ให้เห็น และชี้ให้เห็นเลยว่าวันนี้ครูที่ลงโทษนักเรียนโดยไม่เป็นตามกฎกระทรวงนั้นเข้าข่าย เป็นความผิดต่อมาตรา ๒๖ ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก ท่านอย่าหลับหูหลับตาครับ เด็กคือคน ที่มือสั้นที่สุดในกระบวนการสิทธิมนุษยชน หากท่านไม่ลุกขึ้นมาปกป้องและชี้ประเด็นว่า สถานการณ์ความเลวร้ายตั้งแต่เปิดเทอมปี ๒๕๖๕ มานี้ มีเด็กถูกตัดผมไปกี่คน มีเด็กถูกตี ไปกี่คน มีเด็กถูกใช้ความรุนแรงโดยครูไปกี่คน แบบนี้ไม่เรียกการประเมินสถานการณ์ สิทธิมนุษยชน ซึ่งผมคิดว่าประเด็นเหล่านี้เป็นประเด็นที่จำเป็นที่ต้องใส่เพิ่มเติมหรือทำความ เข้าใจให้ชัด เวลาผมไม่มากพอไม่รบกวนเวลาท่านอื่นครับ ต้องขอบพระคุณท่านที่มาให้ ข้อมูล แต่ผมคิดว่าท่านสามารถทำได้ดีกว่านี้ตามประเด็นที่ผมได้นำเสนอได้ครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอมรัตน์ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ ดิฉันขอขอบคุณ ที่วันนี้ให้โอกาสให้มีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนประจำปี ๒๕๖๔ และดิฉันขอขอบพระคุณมากนะคะที่ท่านประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เดินทางให้เกียรติสภามาในวันนี้ด้วยตัวเองค่ะ มีประมาณ ๖ ประเด็น ที่ดิฉันอยากจะคุยถึง จะให้จบภายในเวลาที่จำกัดค่ะ แต่ก่อนอื่นจากการที่ได้เปิดรายงานฉบับนี้ ในหน้า ๔๔ ดิฉัน มีประเด็นที่จะสอบถามว่าที่บอกว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน กสม. ชุดที่ ๔ ที่ได้เริ่มทำงาน ในวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔ มีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของผู้ชุมนุม ทุกฝั่งทุกฝ่ายเพื่อแสวงหาทางออกร่วมกัน เป็นคำที่สวยงาม เป็นข้อเสนอแนะที่สวยงาม ในสภาวะบ้านเมืองเป็นแบบนี้ ดิฉันขอทราบความคืบหน้าค่ะว่าหลังจากที่ กสม. ได้เสนอแนะ ไปแล้ว ผ่านมาเป็นเวลานานพอสมควรแล้วก็ประมาณปีหนึ่งแล้วมีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง แล้วเราจะมีการทำงานเชิงรุกอย่างไร ถ้ากรณีเรื่องที่เสนอแนะไปเพื่อให้หาทางออกร่วมกันไม่ได้ มีการปฏิบัติตามคำแนะนำค่ะ อีกประเด็นหนึ่งนะคะ หลังจากที่คณะกรรมการได้มีการเสนอ ตั้งคณะกรรมการเพื่อกลั่นกรองการดำเนินคดีมาตรา ๑๑๒ จากการที่เสนอแนะไปให้มีการ ตั้งการกลั่นกรองพิจารณาที่จะดำเนินคดีไม่ให้ดำเนินคดีสะเปะสะปะนะคะ แม้กระทั่งในพื้นที่ วิชาการก็ไม่มีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นนะคะ ดิฉันก็อยากจะทราบว่าท่านได้มีการติดตาม หรือไม่ อย่างไร และมีผลสัมฤทธิ์อย่างไรบ้างค่ะ ท่านประธานคะ มีข้อสังเกตนะคะ🔗
ข้อแรก เรื่องที่ดิฉันจะให้ข้อสังเกตกับคณะ กสม. ที่มาในวันนี้นะคะว่าที่ผ่านมา บทบาทของ กสม. จะมีบทบาทนำในด้านเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสังคมนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง สิทธิผู้พิการ สิทธิเด็ก วัฒนธรรม สิทธิชุมชน สิทธิในทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ดิฉันไม่ค่อยได้เห็นบทบาทที่เด่นชัดนักนะคะของ กสม. ในเรื่องเกี่ยวกับสิทธิพลเมืองและ สิทธิทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องในระดับนโยบายเป็นเรื่องที่ใหญ่ที่สุด และเราก็มีสถานการณ์ สิทธิมนุษยชนที่ตกต่ำย่ำแย่มาตลอดหลังรัฐประหาร ๘ ปีนะคะ เราถูกตั้งคำถามจากเวทีโลก มากมายเกี่ยวกับสถานการณ์ทางสิทธิมนุษยชนด้านการเมือง ด้านการชุมนุม แต่ กสม. กลับไปให้ ความสำคัญกับเรื่องอื่น ๆ ดิฉันคิดว่ามันไม่ใช่น้ำหนักที่มีสัดส่วนที่เหมาะสมค่ะ ไม่อยากให้ ท่านได้เซ็นเซอร์ (Censer) ตัวเองมากจนเกินไปนะคะ และในส่วนของกฎหมายดิฉันได้ทราบว่า มีกฎหมายที่ให้อำนาจคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนสามารถเข้าไปดูงานในสถานที่ราชการได้ โดยไม่ต้องมีการบอกล่วงหน้า ไม่ต้องมีการแจ้งล่วงหน้าค่ะ ยกเว้นถ้าเปลี่ยนสถานที่เอกชน จะต้องมีการขอหมายศาล หรือมีการขออนุญาต ดิฉันถามว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนกับเยาวชน ที่ถูกคดีทางการเมือง คดีมาตรา ๑๑๒ ที่ขณะนี้พวกเขาเหล่านั้นต้องอยู่ ต้องถูกกักขังทั้ง ๆ ไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัว ไม่ว่าจะยื่นไปกี่ครั้ง กี่หนก็ตามนะคะ โดยที่ยังไม่ได้มีคำพิพากษา ไม่มีแม้กระทั่งการสืบพยานนัดแรกด้วยซ้ำ อันนี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและกฎหมาย ไม่เป็นกฎหมายอย่างชัดเจน ดิฉันอยากทราบว่าบทบาทของ กสม. ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างไรคะ เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการละเมิดน้องใบปอ น้องผักบุ้ง โดยแพทย์ในเรือนจำ แพทย์ในโรงพยาบาล ในเรือนจำ มีเสียงออกมาแล้วดิฉันได้แถลงข่าวเรื่องนี้ออกไปแล้วค่ะ ท่านได้ยินหรือไม่คะ และท่านได้ไปติดตามหรือไม่ อย่างไร ในดินแดนเรือนจำเป็นดินแดนสนธยาค่ะ เขาไม่สามารถ ที่จะออกมาส่งเสียงเรียกร้องด้วยตัวเองได้ ได้แต่ส่งเสียงเรียกร้องผ่านทนาย รวมทั้งเร็ว ๆ นี้ ก็มีกรณีพยายามฆ่าตัวตายของน้อง ๆ เยาวชน คดีชุมนุมทางการเมืองคดีมาตรา ๑๑๒ อีก ๓ คนค่ะ พยายามกินยาพาราเซตามอล (Paracetamol) จำนวน ๖๐ กว่าเม็ด อีก ๒ คน ใช้ฝาปลากระป๋องกรีดข้อมือตัวเอง ท่านได้เข้าไปดูหรือไม่คะ ในเมื่อท่านเป็นคณะเดียวที่กฎหมายให้สิทธิที่จะสามารถเข้าไปในสถานที่เหล่านั้นได้ ดิฉัน ในฐานะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองได้ทำเรื่องเข้าไปดูในเรือนจำก็ถูกปฏิเสธนะคะ ไม่ทราบว่ากลัวอะไรคะ ไม่ยอมให้เข้าไปดูโดยอ้างสถานการณ์โควิด (COVID) ค่ะ เรื่องเกี่ยวกับ การไปสังเกตการณ์นะคะ การพิจารณาคดีที่ศาลด้วยค่ะ ดิฉันอยากทราบว่าบทบาทของ กสม. ได้ส่งตัวแทนเข้าไปสังเกตการณ์การพิจารณาคดีมาตรา ๑๑๒ ในศาลบ้างหรือไม่ ดิฉัน ไปหลายครั้งหลายหนค่ะ ดิฉันสังเกตเห็นคณะผู้แทนทางการทูตในยุโรปหลายประเทศเข้าไป ครั้งละ ๕ คน ๖ คนจากหลาย ๆ ประเทศนานาชาติ แต่ดิฉันก็ไม่เห็นผู้แทนของ กสม. ค่ะ ดิฉันคิดว่าท่านควรจะต้องมีบทบาทเข้าไปรับฟังการพิจารณาคดีด้วยนะคะ แล้วก็ให้คำแนะนำ กับศาล ให้คำแนะนำกับตุลาการ เรื่องการให้สิทธิประกันตัวให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลค่ะ และอยากให้ท่านไปดูด้วยว่ามันมีอุปสรรคอย่างไรในเรื่องการพิจารณาคดี แล้วก็มีการละเมิด หลักสิทธิมนุษยชนอย่างไรบ้าง การติดกำไลอีเอ็ม (EM) ที่ข้อเท้าคือโซ่ตรวนแห่งยุคสมัย การให้สิทธิประกันตัวโดยที่ยังต้องติดโซ่ตรวนแห่งยุคสมัยกำไลอีเอ็ม (EM) โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องติดตลอดทั้งวันทั้งคืน ๒๔ ชั่วโมง ห้ามออกจากบ้านไปไหน มันก็คือการเปลี่ยนสถานที่ จองจำจากเรือนจำมาจองจำที่บ้านค่ะ แล้วมันได้สัดส่วนกับความผิดหรือไม่คะ เขาไม่มีสิทธิ ที่จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานนะคะ🔗
เรื่องการกดขี่ค่าแรงในเรือนจำก็เช่นเดียวกันค่ะ ดิฉันเห็นว่าในรายงานท่าน ฉบับนี้มีกล่าวถึงเรื่องความแออัดในเรือนจำ พื้นที่นอนนะคะ ชีวิตในเรือนจำต่าง ๆ นานา แต่ดิฉันยังไม่เห็นรายงานฉบับนี้พูดถึงการใช้แรงงานผู้ต้องขังค่ะ ที่ดิฉันได้รับทราบมาว่ามีการ กึ่งแรงงานทาสเลยนะคะ คือการทำงานทั้งเดือนค่ะ ผูกโบว์ ผูกริบบิ้น งานที่เรือนจำรับมา จากข้างนอก พับกล่องอะไรต่าง ๆ นานานะคะ แต่ส่วนแบ่งเงินรายได้ที่ผู้ต้องขังได้ ได้ประมาณ เดือนละ ๘๐ บาท เดือนละ ๑๐๐ บาท ไม่ใช่ต่อวันนะคะต่อเดือนค่ะ ดิฉันก็ขอฝากเรื่องนี้ ด้วยนะคะ🔗
แล้วอีกกรณีหนึ่งนะคะ เร็ว ๆ นี้ที่ กทม. ได้มีการนำผู้ต้องขังออกมาลอกท่อ กทม. ค่ะ ดิฉันได้เห็นในภาพถ่ายแล้วรู้สึกเป็นห่วงมากนะคะ ชุด เครื่องแบบที่ผู้ต้องขังออกมา ลอกท่อในที่สกปรกแบบนั้นค่ะ เป็นชุดที่ไม่เหมาะสม ดิฉันคิดว่าถ้าจะออกมาก็ต้องจัดชุด ที่เหมาะสม ที่รัดกุมนะคะ ที่ป้องกันเชื้อโรคให้กับเขาด้วย แล้วในกรณีที่ออกมาข้างนอกแล้ว กลับไปในเรือนจำก็ต้องไปถูกกักตัวอีกนะคะ ดิฉันขอเวลาอีกสักแค่ไม่เกิน ๑ นาทีนะคะ🔗
เรื่องการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินของรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจนี้นะคะ รัฐบาลเผด็จการ สืบทอดอำนาจใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินมา ๒ ปีกว่าแล้วค่ะ เรื่องนี้ล่ะคะ ท่านมีความเห็นว่าอย่างไรคะ มันเกินไปหรือไม่ ตอนนี้ให้ถอดหน้ากากกันแล้วนะคะ แต่ก็ยังคง พ.ร.ก. ฉุกเฉินไว้ ฉุกเฉิน แบบไหนคะ ฉุกเฉินมา ๒ ปีจะ ๓ ปีแล้วค่ะ ทั้ง ๆ ที่มันจะกลายเป็นโรคประจำถิ่นแล้วด้วย เรื่องนี้กระทบกับคนในวงกว้างแล้วก็ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน แล้วก็มีการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินกับผู้ชุมนุมแบบ ๒ มาตรฐานนะคะ ท่านได้ติดตามบ้างหรือไม่คะ และถ้าติดตามมีความ คืบหน้าอย่างไรบ้าง จนถึงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการละเมิดทรงผมเด็กนักเรียนที่เร็ว ๆ นี้ เมื่อ ๒ วันนี้นักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาก็ได้ออกมาว่าถูกครูบังคับนะคะ ทั้งเรื่องเครื่องแบบ เรื่องทรงผม ทั้ง ๆ ที่กระทรวงศึกษาธิการ กฎกระทรวงก็ไม่ได้บังคับ แต่มีการใช้อำนาจตาม อำเภอใจของผู้บริหารแต่ละสถานที่ศึกษา ก็ฝากตรงนี้ด้วย ดิฉันรอคำตอบค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานพนะครับ ตามด้วยท่านซูการ์โน มะทา ท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร นะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ได้มารายงาน ในที่ประชุมวันนี้นะครับ ผมมีความหวังกับกรรมการชุดนี้ครับท่านประธาน ตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมาสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยถูกลดระดับไปอย่างมากเลยในระดับสากล แล้วผมก็คุ้นหน้าคุ้นตาหลายท่านที่เป็นกรรมการนะครับ แต่เป็นที่น่าเสียดายครับท่านประธาน จริง ๆ แล้วตัวแทนชาติพันธุ์ก็มีการส่งเข้ามาเพื่อที่จะเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สุดท้ายก็คือว่า ส.ว. ไม่ให้ผ่านนะครับ อันนี้เป็นที่น่าเสียดายนะครับว่าจริง ๆ แล้วเราก็ควรจะมีตัวแทนชาติพันธุ์อยู่ในกลไกนี้ แต่ไม่เป็นไรครับอันนี้ฝากท่านประธานแล้วก็กรรมการว่าถ้ามันมีพื้นที่ในแง่ของอนุหรือว่ากลไก คณะทำงานเรามีความจำเป็นที่จะต้องทำงานร่วมกัน ท่านประธานครับ ผมมีอยู่ ๒-๓ ประเด็น ที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานไปยังกรรมการนะครับ ผมคิดว่าผมอยากจะทั้งเสนอแนะ แล้วก็เป็นการสนทนาธรรมด้วยครับว่าสถานการณ์ ณ วันนี้เรื่องสิทธิมนุษยชนในประเทศเรา มันมีปัญหาจริง ๆ นะครับ ผมเข้าใจว่าในเล่มนี้หลายเรื่องท่านก็ไม่ได้ทำเพราะว่าท่านก็มารับ ตำแหน่งใหม่ เพราะฉะนั้นก็คือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ในเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้ กับความหวังที่ผมมีความหวังกับกรรมการชุดนี้จึงเป็นประเด็นสำคัญครับท่านประธาน🔗
ประเด็นแรก ประเด็นเรื่องของสิทธิชุมชนและที่ดิน ในเล่มนี้เขียนไว้สั้น ๆ ว่า รัฐบาลมีนโยบายเรื่องของการบริหารจัดการความขัดแย้ง เรื่องชุมชน เรื่องที่ดิน เรื่องทรัพยากร ท่านกรรมการทราบไหมครับว่าวันนี้เรามีคดีแห้ง คดีแห้งก็คือเป็นคดีที่ไม่เจอการกระทำความผิด คนจับก็ไม่รู้ว่าเป็นที่ของใคร เป็นคดีคาไว้อย่างนั้นนะครับวันนี้จะเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ เข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย มติ ครม. อะไรต่าง ๆ ทำไม่ได้เลยครับ มีความขัดแย้งในเรื่องของ ที่ดินค่อนข้างที่จะเยอะมาก เพราะฉะนั้นคือประเด็นเรื่องของถ้าหากว่าเราไม่คลี่คลายความ ขัดแย้งตรงนี้ได้บันไดขั้นที่ ๑ ของพี่น้องประชาชนที่ทำมาหากินเป็นไปไม่ได้และความรุนแรง และความขัดแย้งจะเกิดขึ้น กรณีอย่างนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบิลลี่ที่แก่งกระจานและที่อื่น ๆ ละครับพี่น้องประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมมีเยอะมากเลยนะครับ ๒. กรณีโครงการ ปลูกป่าครับตอนนี้สถานการณ์ก็ถือว่ามีโครงการปลูกป่าในพื้นที่ของเกษตรกรที่จะไปปลูกว่า จะเพิ่มพื้นที่ป่า อีกโครงการหนึ่งบอกว่าจะจัดการแก้ไขปัญหาภายใต้ คทช. ๒ โครงการนี้ มันอยู่ในร่างเดียวกันแล้วมันขัดแย้งกันเอง และมันไปละเมิดสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชนครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ประเด็นเรื่องของชาติพันธุ์ ท่านก็พูดถึงเรื่องว่าจะมีกฎหมายขึ้นมา ว่าด้วยเรื่อง พ.ร.บ. ส่งเสริมคุ้มครองอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ สถานการณ์ตอนนี้ก็คือว่า พ.ร.บ. ของ สภาชนเผ่าพื้นเมืองได้บรรจุในสภาแล้วในวาระค้างพิจารณาใน ๕.๒๓ มีอยู่ ๓ ร่าง ร่างของ พรรคก้าวไกล ร่างของกรรมาธิการ ร่างของภาคประชาชนของพีมูฟ (P-move) ต้องรอให้ นายกรัฐมนตรีตีความเพราะมองว่าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน และกำลังรอร่างของ ครม. เพราะฉะนั้นคือว่าเฉพาะกฎหมายเรื่องนี้มันไม่เพียงพอครับ สถานการณ์เร่งด่วนที่กฎหมาย ตรงนี้ยังไม่ออกมายังไม่ได้คุ้มครอง ล่าสุดไม่กี่วันมานี้ครับ กรณีที่ระนองพี่น้องชาวมอแกน ถูกบังคับใช้แรงงานไปอยู่ในเรือหลายวันไม่ได้ค่าแรงไม่ได้ค่าตอบแทน สำนักงานการละเมิด สิทธิมนุษยชนกับกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์คนที่ไร้ทางสู้เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคทุกที่เลยครับ เพราะฉะนั้น เป็นเรื่องที่อยากจะให้กรรมาธิการมีกลไกหรือมีระบบในการเชื่อมโยงเพื่อให้สถานการณ์ มันเบาลงครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ เรื่องคนไร้รัฐครับ วันนี้สถานการณ์นักเรียน เด็ก ๆ นักเรียนที่เรียน ในโรงเรียนตามหลักการว่าเด็กจะต้องได้รับการศึกษาสถานะของเด็กจำนวนมากครับที่ไม่มี สถานะเราเรียกว่าเด็กตัวจี (G) การปฏิบัติต่อเด็กตัวจี (G) เหล่านี้ผมคิดว่ามีปัญหาในแง่ของ การไปรับรองสถานะ วันนี้เราต้องขอบคุณภาคเอกชนไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิ องค์กรต่าง ๆ ไปช่วย เจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ก็ยังไม่เพียงพอครับวันนี้สถานะของเด็กตัวจี (G) เด็กที่ไม่ปรากฏสถานะ ใด ๆ เลยนะครับ ไม่รู้ว่าเป็นบุคคลของประเทศไหน แล้วก็ส่วนหนึ่งคือเป็นลูกหลานแรงงาน ที่มาทำงานในประเทศ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญนะครับ ถ้าหากเด็กเหล่านี้ ไม่ได้รับการศึกษาในระบบ ถ้าเด็กเหล่านี้ไม่ได้รับการคุ้มครองในกรอบของสิทธิมนุษยชน ในกรอบของสิทธิเด็กเขาเหล่านี้เขาจะเป็นทรัพยากรมนุษย์ในอนาคตที่มีคุณภาพได้อย่างไร ตามหลักสากลแล้วระบบการศึกษา ระบบสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เชื้อชาติสัญชาติอะไร จะต้องได้รับการปกป้องและคุ้มครอง เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่กรรมการ จะต้องประสานงานกับทางกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการประสานงานกับหน่วยงาน องค์กรเอกชนว่าในระยะเร่งด่วนจะต้องทำอย่างไร ผมได้ข้อมูลจากองค์กรที่ทำเรื่องนี้เขาพยายาม ไม่ได้ใช้งบของรัฐบาลแล้วนะครับ ไม่ได้ใช้งบของรัฐเลย แต่ก็พยายามช่วยรัฐแก้ไขปัญหา แต่ว่ากระจุกในพื้นที่ที่องค์กรนี้ทำงาน พื้นที่อื่น ๆ เราไม่เห็นกระบวนการเหล่านี้ครับ🔗
ประเด็นสุดท้ายท่านประธานครับ ก็คือกรณีเรื่องผู้ลี้ภัยสงครามเห็นกันชัด ๆ ที่จังหวัดตาก ไม่ว่าจะเป็นที่พบพระแม่สอดแล้วก็ที่ผ่านมาคือที่แม่สะเรียงที่แม่ฮ่องสอนนะครับ คนเหล่านี้เขาไม่อยากจะข้ามมา เพราะอยากจะข้ามมานะครับ เขาหนีตายครับท่านประธาน หนีตายจากการสู้รบ ภาพที่ออกมาท่านประธานเห็นไหมครับ มีเด็กและสตรีคนไม่มีทางสู้ทั้งนั้น ผมอยากจะเห็นบทบาทของกรรมการสิทธิมนุษยชนครับต่อกรณีเรื่องนี้ เมื่อเช้าผมก็ได้ปรึกษา กับที่ประชุมแห่งนี้ว่าเครื่องบินรบมิก-๒๙ (MIG-29) ของเพื่อนบ้านนะครับเข้ามาได้อย่างไร เข้ามา ๓ รอบนะครับ แล้วก็บินตลบไปโจมตีกลุ่มคนที่ต่อต้าน ทั้งหมดทั้งมวลนี่ครับ ผมอยากจะ ฝากและผมอยากจะให้กำลังใจกรรมการนะครับว่า ผมหวังกับกรรมการชุดนี้และผมอยากจะเห็น ปฏิบัติการกรณีเร่งด่วนต่าง ๆ ที่ผมได้รายงานกล่าวไปในที่ประชุมแห่งนี้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านซูการ์โน มะทา เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ วันนี้ขออนุญาตอภิปราย รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ เบื้องต้นผมขอชื่นชมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชุดที่ ๔ ที่พยายาม ทำรูปเล่มของรายงานได้สมบูรณ์แบบ อาจจะมีบ้างบางประเด็นที่ผมพยายามศึกษาอ่านอยู่ แล้วยังหาข้อสรุปที่สรุปในเรื่องแต่ละปัญหานั้นยังไม่เจอนะครับ ท่านประธานครับ ในปัญหา เรื่องสิทธิมนุษยชนนั้นผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนหลายภาคส่วนได้รับผลกระทบ แต่เมื่อ เรามีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่มาดูแลเรื่องความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน เมื่อสักครู่ตัวแทนของชาติพันธุ์ได้กล่าวถึงเรื่องของสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ ต่าง ๆ ว่าได้รับผลกระทบอะไรบ้างนั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง ส่วนผมวันนี้อยากมารายงานเพื่อ แลกเปลี่ยนความเห็นกับทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องปัญหา ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องปัญหาความเดือดร้อนของการก่อสร้างนิคม อุตสาหกรรมจะนะ ซึ่งในรายงานฉบับนี้ผมก็พยายามอ่านข้อรายงานแล้วก็การประเมินผล ต่าง ๆ แล้ว หลายเรื่องยังคลุมเครือยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งจริง ๆ แล้วเมื่อท่านทำรูปเล่ม ทุกอย่างชัดเจนมาก รูปเล่มดีนะครับ โพรเซส (Process) ทั้งหมดดีทั้งสิ้นนะครับ แต่ว่าเวลา เราหาแต่ละประเด็น เช่น ง่าย ๆ เรื่องของสิทธิในเรื่องของนิคมอุตสาหกรรม การละเมิด สิทธิมนุษยชนที่นิคมอุตสาหกรรมจะนะ โดยที่ไม่มีข้อสรุปให้เราทราบ เพราะว่าโดยข้อเท็จจริง วันนี้ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องในพื้นที่อำเภอจะนะว่าตามที่ท่านได้ไปรับฟังนั้นสุดท้าย รัฐบาลก็กลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาเอสอีเอ (SEA) ดังนั้นผมอยากให้เอาจริงเอาจัง ถ้าท่านศึกษาเรื่องใดให้มันจบกระบวนการความด้วยว่ามันสามารถทำได้อย่างไร🔗
ประเด็นต่อมาก็คือเรื่องของสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ มีหลายประเด็นที่อยากตั้งข้อสังเกตเพื่อเป็นข้อเสนอแนะให้กับทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ท่านได้สรุปสถานการณ์ทั้งหมด เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เกี่ยวกับสถิติที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๖๔ วันนี้เท่าที่ดูจาก รายงานของท่านก็มีเรื่องสถิติจำนวนที่เพิ่มขึ้นครับ ซึ่งเมื่อวานท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือท่านทนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ก็ได้อภิปรายกรณี การละเมิด บางทีการบังคับใช้กฎหมายก็หลาย ๆ เรื่องที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหา ที่ผมอยากได้ความชัดเจนที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ต้องสอบถามตัวแทนของ พี่น้องประชาชน คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คือ การเก็บดีเอ็นเอ (DNA) ผมพยายามมาศึกษาดูในรายละเอียดที่ท่านบอกทั้งเรื่องการเก็บ ดีเอ็นเอ (DNA) ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ไม่มีข้อสรุปอะไรชัดเจนที่ว่าจะเป็น ทางออกให้พี่น้องประชาชนสามารถมายึดถือไว้เป็นแนวทางในการที่จะรักษาและปกป้อง สิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน เพียงแต่ว่าในประเด็นของการเก็บดีเอ็นเอ (DNA) ที่ท่านได้กล่าวมาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้นั้น บอกว่ากรณีการตรวจเก็บดีเอ็นเอ (DNA) แม้ระเบียบ กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ว่าด้วยวิธีการปฏิบัติการควบคุมตัวบุคคลที่ต้องสงสัยตามมาตรา ๑๕ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก นี่คือกฎหมายหนึ่งที่มาบังคับใช้ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ก่อตั้งขึ้นมา ตั้งแต่ปี ๒๔๕๗ การให้อำนาจเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารดำเนินการดังกล่าว ก็ดำเนินการที่จำเป็น ต่อบุคคล ในความเห็นของท่านคืออย่างนี้ แต่โดยข้อเท็จจริงการเก็บดีเอ็นเอ (DNA) ของเจ้าหน้าที่ ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ถ้าเราไปสืบ ผมอยากให้ท่านได้ลงในพื้นที่จริง ๆ ไปถามคนในพื้นที่ว่า การเก็บดีเอ็นเอ (DNA) นั้นมันกระทบสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นประชาชน ทั่วไปด้วย มันไม่ได้เป็นประชาชนบุคคลต้องสงสัยตามมาตรา ๑๕ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก พ.ศ. ๒๔๕๗ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ผมอยากฝากให้ท่านได้มีข้อสรุปที่ชัดเจน เรื่องแนวทางเพื่อช่วยเหลือให้กับพี่น้องประชาชนได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่เก็บดีเอ็นเอ (DNA) ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าเขาควรจะปกป้องสิทธิเขาอย่างไร ก็ฝากประเด็นนี้ ประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นสุดท้าย ประเด็นการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน เราจะ เห็นได้ว่าเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของประเทศ ณ วันนี้ได้รับผลกระทบจากการใช้ความ รุนแรงทางเพศจากบุคลากรทางการศึกษาจำนวนมาก แต่ข้อสรุปของท่านก็ไม่ได้สรุปว่าได้ ดำเนินการถึงที่สุดแล้วอย่างไรบ้าง ปัญหาสุดท้ายเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน เรื่องของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องของการคลุมฮิญาบ สถานศึกษา บางสถานศึกษาแม้ว่ากระทรวงศึกษาธิการได้ออกระเบียบให้นักเรียนที่นับถือศาสนาอิสลาม สามารถคลุมฮิญาบหรือแต่งกายให้เรียบร้อยตามแบบของโรงเรียนไปโรงเรียนได้ แต่ก็มีโรงเรียน บางโรงเรียนก็ไปใช้สิทธิบางประเด็นไปละเมิดสิทธิของนักเรียนที่นับถือศาสนาอิสลาม ไปลิดรอนสิทธิของนักเรียนที่นับถือศาสนาอิสลามไม่ให้เข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ ซึ่งเป็นเรื่อง สำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อันนี้ผมอยากฝากทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ความสำคัญเรื่องนี้ด้วย เพราะเด็กคืออนาคตถ้าเราไม่ให้โอกาสโดยการกีดกันเรื่องของ ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงาม แล้วไปกีดกันเรื่องของการเข้าถึงการศึกษาแล้ว ผมคิดว่ามันเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของเยาวชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ผู้ที่ นับถือศาสนาอิสลามเป็นอย่างยิ่งครับ ก็อยากฝากท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยเฉพาะอาจารย์ผมรู้จักดีนะครับ ท่านช่วยไปดูเรื่องประเด็นนี้ด้วย เพราะวันนี้พี่น้องประชาชน เขาบอกว่าโรงเรียนแห่งหนึ่งอนุญาตเฉพาะแค่เด็ก ๒๘ คนที่สวมใส่ฮิญาบได้ แต่เด็กมุสลิม ที่โรงเรียนนี้มีอีกเป็นร้อยคนไม่สามารถดำเนินการใส่ชุดฮิญาบได้ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ท่านต่อไป ท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกลครับ ขอบคุณท่านประธาน ที่เปิดโอกาสให้ผมได้อภิปรายในรายงานผลประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ท่านประธานที่เคารพและเพื่อสื่อสารไปยังคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ วันนี้เราเห็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่ทั่ว ๆ ไปเป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือนและรายปี คณะกรรมการทุกท่านก็อยู่ในแวดวงของการต่อสู้เพื่อให้การคุ้มครอง สิทธิเสรีภาพของประชาชนได้รับการปกป้อง หลายท่านอยู่ในขบวนการของการต่อสู้จนกระทั่งว่า เราสามารถที่จะเอาคณะกรรมการองค์กรอิสระด้านสิทธิมนุษยชนให้ปรากฏขึ้นในรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ แต่วันนี้สิ่งที่มันเห็นกันเป็นประจำและเป็นปกติว่าเราจะทำอย่างไรที่จะให้ มาตรฐานของคำว่า สิทธิมนุษยชน มันมีความกว้างและเป็นที่เข้าใจของคนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่ถืออำนาจรัฐคืออำนาจทางกฎหมาย สิ่งที่เป็นบทบาทหน้าที่สำคัญแล้วจะเป็น ตัวชี้วัดได้ว่ามาตรฐานทางสิทธิมนุษยชนมันมีความก้าวหน้าในประเทศไทยหรือไม่ เราก็ต้องเอา ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและมาเทียบเคียงกับรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นฉบับใด แต่ถ้าเป็นฉบับปี ๒๕๖๐ หมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยตั้งแต่มาตรา ๒๕ ถึงมาตรา ๒๙ ว่ารัฐไทยข้าราชการที่รับผิดชอบผู้มีอำนาจรัฐบาลสามารถปฏิบัติตามแนวทาง ที่เป็นปฏิญญาสากลหรือว่าตามแนวทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญหมวด ๓ ตั้งแต่มาตรา ๒๕ ถึงมาตรา ๔๙ แต่วันนี้ผมอยากจะคุยผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนว่า วันนี้การละเมิดสิทธิมนุษยชนมันมีตั้งแต่รอบพื้นที่ในประเทศไทย สิ่งที่มันมาอย่างตรงไปตรงมา ก็คือวันนี้ท่านคณะกรรมการท่านเห็นไหมครับว่ากฎหมายที่ร่างขึ้นมาในช่วงรัฐบาล คสช. หรือในนามของ สนช. หลายฉบับมันเป็นกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการละเมิด มาตรา ๓๔ และมาตรา ๔๓ ซึ่งเป็นเรื่องของสิทธิชุมชนกฎหมายที่ร่างมาหลายฉบับผมไม่ต้อง พูดมาก เช่น กฎหมายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พระราชบัญญัติสงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุและที่สำคัญก็คือแนวคิดในเรื่องของการ กำหนดโครงสร้างการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เขตพื้นที่พัฒนาพิเศษรอบ ๆ ประเทศไทย ท่านคณะกรรมการท่านเห็นไหมครับว่าทั้งกฎหมายและโครงการที่รัฐทำผ่านนโยบายมันมี การละเมิดสิทธิมนุษยชนเต็มไปทุกพื้นที่ ไม่ยอมรับความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในเรื่อง สิทธิชุมชน เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกสภาท่านหนึ่งได้พูดมาแล้วก็คือเรื่องจะนะเมืองพัฒนาที่จะ อ้างว่าทันสมัย แต่นั่นคือการซ้ำเติมการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชน เมื่อเช้าผมได้หารือ ผ่านท่านประธานสภาไปในเรื่องตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ที่เปิดโอกาสให้หน่วยงาน ของรัฐไปละเมิดสิทธิชุมชนซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่เขาเป็นชาวทะเลมาเป็นร้อยปี พื้นที่ชายฝั่ง บนเกาะบางวันก็น้ำกัดเซาะ บางปีก็มีการฟื้นชายหาดขึ้นมา แต่บางปีที่น้ำกัดเซาะพื้นที่ที่เขาอยู่ ริมทะเลเขาก็เหมือนกับถูกกล่าวหาว่าอยู่ในทะเล การแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติการเดินเรือ ในน่านน้ำและพ่วง มาตรา ๑๗๗ ไป จนกระทั่งว่าวันนี้ไปกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนที่อยู่ ในลำคลองเกือบทั้งหมด ผู้คนที่อยู่ริมทะเลในเกาะทั้งหมด วิถีชีวิตชาวเล กรรมการสิทธิมนุษยชน ผมจะฝากต่อท่านว่าช่วยดูคนเหล่านั้นว่าเขาเป็นคนด้วยได้ไหม วันนี้รัฐบาลออกกฎหมาย จนกระทั่งว่าผู้คนที่อยู่ในผืนดิน ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวน พื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติมานับสิบ ๆ ปี ทำมาหากินเลี้ยงชีพกลายเป็นผู้บุกรุกที่จะต้องบอกว่ารัฐเท่านั้นที่จะอนุญาตให้คุณอยู่ได้ สิทธิชุมชนที่มี ไม่ว่าจะเป็นสิทธิของพี่น้องชาติพันธุ์ สิทธิของชุมชนดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นชุมชน เมืองใด ไม่ว่าที่พิษณุโลกหรือนครสวรรค์ ล้วนแต่เป็นการกระทำที่มีลักษณะของการใช้กฎหมาย ในเชิงละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชน บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๕ ถึงมาตรา ๔๙ ต้องเอาไปทบทวนเพื่อให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ให้คำแนะนำกับรัฐบาลว่า สิ่งเหล่านั้นมันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนจริง ๆ ก็อยากจะเป็นความหวังให้กับพี่น้องผู้ได้รับ ผลกระทบจากแนวนโยบายของรัฐและกฎหมาย ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนไปดำเนินการ ให้คำแนะนำเพราะเป็นบทบาทหน้าที่ของท่านทำได้ไม่มากไปกว่านี้หรอกครับ ขอบคุณมากครับ🔗
อีก ๓ ท่าน ท่านสุเทพ อู่อ้น ท่านดะนัย มะหิพันธ์ ท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เชิญท่านสุเทพครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วน เครือข่ายแรงงาน วันนี้ขออนุญาตที่จะมาสะท้อนปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ด้านแรงงาน จะเห็นได้ชัดเจนว่ากระทรวงแรงงานได้มีการใช้อำนาจบาตรใหญ่ประกาศในการ ที่จะไม่ให้ใช้กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ว่าด้วยเรื่องของการยื่นข้อเรียกร้องเจรจา ซึ่งไม่สามารถ ตกลงกันได้ เดิมก็จะเข้าขั้นตอนการพิพาทแรงงาน ปิดงาน นัดหยุดงาน ซึ่งมีประกาศ ฉบับที่ ๘ พ.ศ. ๒๕๖๓ ออกมาเพื่อที่จะลิดรอนสิทธิในการดำเนินการของสหภาพแรงงาน ซึ่งวันนี้ก็ยัง ลิดรอนอยู่ ไม่ทราบว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนทราบหรือไม่ ให้ช่วยดำเนินการแก้ไขด่วน ด้วยปัญหานี้🔗
เรื่องที่สำคัญอีกนั่นก็คือเรื่องของการจ้างงานเป็นมายาวนาน ผมเคยอภิปราย ให้กรรมการสิทธิมนุษยชนทราบเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย มาตรา ๑๑/๑ ซึ่งถึงปัจจุบัน ก็ยังมีการที่จะละเมิดในการที่จะไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรา ๑๑/๑ ว่าด้วยการจ้างงาน ที่จะต้องให้มีการจัดสวัสดิการที่เหมาะสมและเท่าเทียม ถึงขณะนี้ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ เพื่อติดตามแต่ก็ยังไม่มีผลที่จะบังคับใช้ ฝากด้วยครับ ในเรื่องที่สำคัญยิ่งนั่นก็คือในหน่วยงาน ราชการ การจ้างเหมาช่วงเหมาบริการเป็นการเอารัดเอาเปรียบคนทำงานในราชการ ไม่ได้รับ การคุ้มครองจากกฎหมาย ไม่มีเรื่องสวัสดิการประกันสังคม สิ่งเหล่านี้ไม่น่าจะควรเกิดขึ้น ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนโปรดใช้ความกรุณาดูแลคนเหล่านี้ด้วยครับ มาคุยในเรื่องของ การรวมตัวของข้าราชการ ทำไมประเทศไทยไม่ได้รับสิทธิข้าราชการในการรวมตัวเป็นองค์กร สหภาพแรงงาน ซึ่งรัฐธรรมนูญก็ได้ตราไว้ชัดเจนว่าให้สิทธิการรวมตัวเป็นสหกรณ์สหภาพแรงงาน องค์กรต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ควรจะได้รับการพัฒนา ประเทศไทยเราเข้าร่วมกับอนุสัญญาไอแอลโอ ๘๗๙๘ (ILO 8798) ๑๐๐ ปีมาแล้ว ไฉนถึงไม่รับรองอนุสัญญาไอแอลโอ ๘๗๙๘ (ILO 8798) ว่าด้วยเรื่องของการรวมตัวและเจรจาต่อรอง🔗
มาดูเรื่องสภาพการจ้างแพทย์ พยาบาล ซึ่งผมเองในฐานะที่เป็นชนชั้นแรงงาน เป็นประธานคณะกรรมาธิการการแรงงานได้รับเรื่องให้ช่วยเหลือแพทย์ พยาบาล ที่ใน ๑ วัน ทำงาน ๒๔ ชั่วโมงไม่ได้รับการพักผ่อน พอไม่ได้รับการพักผ่อนการปฏิบัติหน้าที่การงานก็ส่งผล กับสุขภาพ ร่างกาย จิตใจ แล้วก็ให้มีการทำงานที่ผิดพลาดแล้วก็โดนในเรื่องของการดำเนินคดี ต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิทธิที่แพทย์ พยาบาลควรจะได้รับการจัดสรรเวลาที่เหมาะสมในการ ทำงาน🔗
แล้วอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในการที่จะควบคุมสินค้า พูดถึงสินค้า คืออะไรครับ ขณะนี้สินค้าแพงค่าแรงถูกและไม่มีการปรับค่าจ้าง ถามว่าสิทธิในการทำงาน ที่ได้รับค่าจ้างที่จะต้องเพียงพอกับรายจ่าย วันนี้ค่าจ้างขั้นต่ำ ๓๐๐ กว่าบาท แต่รายจ่าย มากกว่านั้น บ้านเช่า ข้าวซื้อ รถผ่อน ลูกเรียน พ่อแม่ก็เลี้ยงดู แล้วถ้าเป็นอย่างนี้ประชาชน ชนชั้นแรงงานสิทธิได้รับค่าจ้างตามค่าครองชีพทำไมถึงไม่ได้รับการดูแล ท้ายสุดนี้ก็ต้องฝากท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่องพี่น้องแรงงานข้ามชาติ พี่น้องแรงงานต่างด้าวที่กฎหมายไทยตราไว้ ซึ่งปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าประเทศไทยเรามี ความจำเป็นที่ต้องใช้พี่น้องแรงงานข้ามชาติเหล่านั้นมาทำงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในประเทศไทย แต่ในเรื่องสิทธิการรวมตัว สิทธิที่ได้รับการคุ้มครองเรื่องสุขภาพการ รักษาพยาบาล เรื่องของการที่จะได้สิทธิในการที่จะอาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยไม่ถูกเรียก เก็บเงินเบี้ยบ้ายรายทาง ผมได้ลงพื้นที่เห็นชัดเจนมีมากกว่า ๑๕ องค์กรที่เข้าไปเรียกเก็บเงิน กับพี่น้องแรงงานข้ามชาติเหล่านั้น สิ่งเหล่านี้ประเทศไทยเราถูกตัดสิทธิจีเอสพี (GSP) ถูกดำเนินการต่าง ๆ แต่ก็ยังไม่มีการแก้ไขอย่างเป็นระบบเชิงบูรณาการให้กับพี่น้องแรงงาน ข้ามชาติเหล่านั้น หวังว่าวันนี้ผมได้มานำเสนอประเด็นปัญหาด้านแรงงานให้กับคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับทราบเรื่องสถานการณ์ หวังว่าคงได้รับการเข้าไปแก้ไขซึ่งเรื่องนี้ ได้คุยมาอย่างต่อเนื่องทุกปีในด้านการจ้างงาน ก็ฝากด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านดะนัย มะหิพันธ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย อำนาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมดูรายงานของคณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชน ๒ เล่ม ก็คือด้านรายงานผลการประเมิน สถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยและด้านรายงานผลการปฏิบัติงาน ผมมีข้ออยากจะ เรียนเสนอแนะและเป็นข้อสังเกต เรื่องรายงานประเมินสถานการณ์เท่าที่ผมได้ดูในรายงานที่ท่าน ได้รายงานมานี้ ส่วนใหญ่ท่านก็จะไปเอาข้อมูลจากส่วนราชการมานำเสนอเป็นรายงานด้าน สิทธิมนุษยชน จริง ๆ แล้วในด้านสิทธิมนุษยชนมันมีไม่รู้มากมายหลายด้าน ซึ่งท่านผู้ทรงเกียรติ หลายท่านได้กล่าวมา ผมอยากจะให้คณะกรรมการได้มีข้อมูลที่เพิ่มเติมหรือนอกเหนือจาก ที่หน่วยงานราชการเหล่านั้นมี ไม่ใช่ว่าเรานำเอาสิ่งที่เขามีอยู่มารายงานสถานการณ์นะครับ ผมยกตัวอย่างสิทธิด้านการศึกษาที่ท่านนำมารายงานนะครับ สิทธิด้านการศึกษาผมไปดูเรื่อง ถ้ารายงานในหน้า ๑๐๖ บอกว่าการให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน การให้ความช่วยเหลือ ด้านการเงินที่ท่านนำมารายงานทั้งหมดเท่าที่ผมดูตัวเลขก็คือเป็นการรายงานของ กระทรวงศึกษาธิการที่เขาได้ดำเนินการอยู่อันนั้นเป็นงานปกติที่กระทรวงทำอยู่แล้ว แล้วก็ การดำเนินงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จริง ๆ แล้วมันยังมีข้อมูลที่ลึกซึ้ง ลึกล้ำกว่าสิ่งที่กระทรวงศึกษามี ซึ่งผมเข้าใจว่าท่านในฐานะที่ท่านเป็นองค์กรอิสระ เป็นหน่วยงานอิสระ เป็นกลุ่มอิสระท่านน่าจะมีข้อมูลมากกว่านี้เพื่อจะนำเสนอให้กระทรวง ศึกษาได้ดำเนินการ ดังนั้นสิ่งที่เด็กด้านการศึกษาที่ขาดกระทรวงศึกษายังตามไม่ได้ยังมอง ไม่ถึงนี่มีอีกเยอะครับ ทำอย่างไรคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของเราในเรื่องการศึกษาท่านจะมี ข้อมูลที่จะไปเสนอเพิ่มเติมให้กับกระทรวงศึกษาได้ติดตาม ได้รายงาน ได้จัดทำ ได้ให้การ ช่วยเหลือ ดังนั้นคนที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิ คนที่ยังด้อยโอกาส คนที่ยังขาดโอกาส แม้กระทั่ง ตัวท่านเองยังมองไม่เห็น ผมไม่รู้ว่าใครจะไปมองเห็น ก็จึงอยากจะฝากท่านว่ากลุ่มบุคคล เหล่านั้นท่านเป็นกลุ่มเดียวที่ท่านจะต้องไปตามหาเขาแล้วก็ให้เขาเกิดสิทธิเพิ่มขึ้นให้ได้จาก กระทรวงศึกษา อันนี้เป็นเรื่องที่ฝาก ผมยกตัวอย่างกระทรวงเดียวนะครับ ส่วนเรื่องรายงาน ผลการปฏิบัติงานของท่าน รายงานผลการปฏิบัติงานของท่านก็ดูแล้วครับ ท่านรายงานแต่ละ ด้านออกมาเป็นตัวเลขที่ผมมองแล้วน้อยมากครับ ผมยกตัวอย่างสิทธิด้านที่ดินในหน้า ๕๕ สิทธิด้านที่ดินท่านรู้ไหมครับว่าวันนี้พี่น้องประชาชนชาวไทยมีปัญหาเรื่องสิทธิในการอยู่อาศัย สิทธิในการทำกินมากที่สุด เฉพาะจังหวัดผมจังหวัดเดียวนี่นะครับเป็นแสนรายที่มีปัญหาเรื่อง ที่ดิน เพราะฉะนั้นสิทธิเหล่านี้จะทำอย่างไรให้คณะกรรมการคณะนี้เข้าไปให้ถึง เข้าไปดูแล ช่วยเหลือเขาให้จริงจัง เขาทำอย่างไรเขาถึงไม่มีสิทธิในที่ดินทำกินเหล่านั้น ในที่อยู่อาศัย เหล่านั้น วันนี้มันเป็นโอกาสของท่านแล้วที่ท่านจะแสดงความสามารถของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติออกมาให้เห็นว่า กลุ่มบุคคลกลุ่มใดที่เขาขาดสิทธิ กลุ่มคนกลุ่มใดที่เขา ไม่มีสิทธิโดยเฉพาะเรื่องที่ดิน เมื่อเช้าผมก็ได้พูดไปแล้วว่าอยู่มาชั่วลูกชั่วหลานไม่รู้กี่ชั่วคน จนปัจจุบันนี้ยังหาสิทธิในที่เหล่านั้น ไม่ได้ อย่างนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนจะต้องเข้าไปดูแลช่วยเหลือได้หรือไม่ ถ้าท่านสามารถทำในสิ่งเหล่านี้ได้นะครับ ผมเชื่อว่าคณะกรรมการคณะนี้จะเป็นผู้วิเศษ ที่รัฐบาล ที่ราชการจะต้องให้การยอมรับเพราะเขามีข้อมูลเหล่านี้มา เขาไม่ได้มีมาโดยที่เขา ไปมโนเอา เขาต้องลงไปตรวจสอบ ลงไปติดตามความเป็นมาของคนที่อยู่ในพื้นที่เหล่านั้น วันนี้ผมอยากจะเห็นคณะกรรมการคณะนี้สร้างปาฏิหาริย์ทำให้รัฐบาลเห็นว่าการที่เขาไม่มีสิทธิ ในที่ดินทำกินเหล่านั้นเขาเกิดอะไรขึ้น ผมเชื่อเหลือเกินครับว่าการรายงานปีต่อไปผมจะเห็น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเอารายงานตัวนี้ออกมาแสดงให้เห็นว่าวันนี้ประชาชนคนไทย ไม่มีสิทธิในที่ดินทำกินในที่อยู่อาศัยเท่าไร ท่านสามารถช่วยเหลือติดตามผลักดันให้เขามี เอกสารสิทธิมีสิทธิในที่ดินเหล่านั้นได้เท่าไร นี่คือผลการปฏิบัติงานที่แท้จริงของท่าน ผมฝาก ท่านแล้วก็ตั้งความหวังไว้ที่คณะกรรมการคณะนี้ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านประเสริฐพงษ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคตใหม่ปัจจุบัน พรรคก้าวไกล ขออภิปรายรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนประจำปี ซึ่งมี ๒ เล่มนะครับ ผมเห็นใจและเข้าใจและชื่นชมท่านในการเสนอรายงานทั้ง ๒ เล่ม อ่านแล้วเข้าใจง่าย แม้จะมีหลาย ท่านช่วยเสนอแนะ สำหรับผมแล้วนี่ผมคิดว่ารายงานของท่านถ้าผมเอาใจผมไปนั่งเหมือนกับ ที่ท่านกำลังทำปฏิบัติหน้าที่อยู่ ในเอกสารมันแปลความได้หลายอย่างครับ อย่างข้อเสนอแนะ ของท่านที่เสนอแนะไปยังรัฐมนตรีเพื่อจะแก้กฎหมายก็ปรากฏว่าโดนตีกลับบ้างครับ ครม. อาจจะไม่เห็นด้วยบ้างล่ะ ในขณะเดียวกันท่านก็มีข้อเสนอแนะว่าให้รัฐสภาช่วยแก้กฎหมาย เพื่อให้ท่านช่วยประนีประนอมได้ เรื่องนี้ผมเห็นด้วยครับในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมพร้อมและผมยินดีอย่างยิ่งที่จะแก้ไขปัญหาอุปสรรคเพื่อให้ ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ทำงานอย่างเต็มที่คล่องตัว ซึ่งผมคิดว่าภายใต้รัฐบาลนี้ท่านอย่าไปคาดหวังอะไรมากเลยครับ ท่านรอรัฐบาลหน้าอย่างพวก ผมดีกว่า ท่านครับรายงานของท่านนี่โดยอำนาจหน้าที่เป็นการไปเสริมสร้างทุกภาคส่วน ให้สังคมมีความตระหนักให้ความสำคัญถึงสิทธิมนุษยชน ผมชอบมากครับอำนาจหน้าที่ตรงนี้ ซึ่งผมอยากเสนอแนะให้การทำงานในปีต่อไป โดยเฉพาะของปี ๒๕๖๕ ต่อปี ๒๕๖๖ นี่ละครับ ท่านพุ่งเป้าโดยตรงได้ไหมครับ มีเพื่อนสมาชิกอภิปรายปัญหาหลายท่าน เช่น เรื่องสถานศึกษา ต่อไปท่านพุ่งเป้าเลยครับ มีข้อเสนอแนะผมเห็นของท่านหลายอันที่ท่านตอบมาว่าท่านมี หนังสือไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติบ้าง หน่วยงานนี้บ้าง แล้วก็มีผลการปฏิบัติที่ดี อันนี้ ผมชื่นชม แต่ต่อไปช่วยพุ่งเป้าไปยังหน่วยงานราชการที่เพื่อน ส.ส. อภิปรายครับ เช่น สถานศึกษาพุ่งเป้าเลยครับ ต่อไปจะต้องไม่มีการละเมิดสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของนักเรียน โดยเฉพาะของครูผู้บริหารสถานศึกษาซึ่งเป็นคนมีการศึกษาแท้ ๆ แต่ทุกปีพวกผมต้องมานั่ง อภิปรายเรื่องแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา ทำไมคิดกันไม่ได้ครับ ผู้มีการศึกษาในสถานศึกษา ท่านพุ่ง เป้าไปตรงนั้นหน่อยนะครับ ท่านพุ่งเป้าไปให้ความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนที่ ศอ.บต. ครับ ยังมี การละเมิดกันที่จะนะ สงขลา เราก็ไปในพื้นที่ก็เห็นกันอยู่ ยังไปในพื้นที่สนามบิน มีตัวอย่าง คนพิการครับ ทางลาดทางเดินของคนที่นั่งรถเข็นหรือวีลแชร์ (Wheelchair) ภาษาอังกฤษ นี่ละครับเขาสามารถใช้วีลแชร์ (Wheelchair) ขึ้นได้ แต่ปรากฏว่าหลายสนามบินมีแต่ไม่เอามาใช้ เวลาคนพิการจะขึ้นสนามบินขึ้นไปบนตัวเครื่องบินนี่ต้องให้พนักงานอุ้มขึ้นไปครับ ทั้งที่มีทาง ลาดและไม่ใช้นี่เกิดอะไรขึ้นครับ นี่คือความล้มเหลวของรัฐบาล ท่านเจาะจงประเด็นแบบนี้ครับ ท่านเจาะจงไปที่กรมการปกครองเด็กไทยได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามหลักดินแดน ผมเคย หารือในสภาแห่งนี้ที่จังหวัดระนอง โตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดครับ ได้บัตรประชาชนแบบคน ในพื้นที่เขายังไม่ได้กันเต็มๆ ครับ ท่านจี้ไปที่กรมการปกครองเลยว่าช่วยหน่อยมีวิธีการ อย่างไรทำไมต้องเกิดประเด็นแบบนี้อย่างต่อเนื่องยาวนานแก้ไขปัญหาไม่เสร็จสักทีครับ ท่านเจาะประเด็นเลยนะครับ สุดท้ายก็คือทหารไทยครับท่านจะไปที่โรงเรียน จปร. ได้ไหม ท่านเจาะไปที่กระทรวงกลาโหมได้ไหม คณะกรรมการต่าง ๆ ของทหารบอกให้เข้าใจสักทีว่า การปฏิวัติรัฐประหารคือการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่สุด หยุดสักทีท่านใช้ความกล้าหาญผมเป็นกำลังใจให้ท่านใส่สูท (Suit) ดี ๆ เบ่งกล้าม เบ่ง ๆ ถือ หนังสือไปบอกขอไปให้ความรู้ประชาธิปไตย บรรดาทหารเก่าแก่ ๆ หน่อยเถอะครับ จะได้หยุด ปฏิวัติ หยุดปล้นอำนาจ หยุดละเมิดสิทธิมนุษยชน เป้าหมายพวกนี้ละครับผมให้กำลังใจท่าน และผมเชื่อว่าการทำงานของท่านคณะกรรมการชุดใหม่จะมีรูปธรรมให้พวกผมได้มานั่งชมกันอีก และผมเห็นปัญหาที่ท่านรายงานอย่างกรณีเรือนจำแออัด ท่านก็เสนอแนะกระทรวงยุติธรรม ว่าช่วยแก้ไขโน่นนี่นั่นขยายเรือนจำ แต่กระบี่บ้านผมเรือนจำถูกไฟเผา แออัด จนปัจจุบัน กระทรวงยุติธรรมยังไม่ตั้งงบประมาณเลย เกิดอะไรขึ้นครับ นี่คือความล้มเหลวของรัฐบาลนี้ ชัด ๆ ครับ ผมเลยเข้าใจอย่างไรว่ารายงานท่านไม่กล้าฟันธงแรง ๆ แต่ผมมาพูดแทนท่าน วันนี้ ผมคิดว่าเราต้องกล้าหาญอย่างเพียงพอ ไปจัดหาพื้นที่สร้างใหม่เสียมันจะได้จบ ๆ การจัด ปัญหาที่ดินของรัฐที่เอกชนเช่ามานานและหมดสัญญาสัมปทานไม่ว่าจะเป็นตรังบ้าน ท่านประธานชวน สุราษฎร์ธานี กระบี่ หมดสัมปทานมานานเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็เคยไปในพื้นที่ผมยังรู้จักกันเลย ท่านให้คอมเมนต์ (Comment) ตรง ๆ ไปที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเลยบอกรัฐมนตรีวราวุธหน่อยว่ามี ความกล้าหาญ สัญญาเช่าหมด นั่นหมายความว่าสิทธิต้องกลับมาเป็นของรัฐ ที่ดินเป็นของ คนทุกคนในประเทศนี้จะบริหารจัดการอย่างไรก็ว่ากันมา แต่ต้องมีความกล้าหาญไม่ใช่ปล่อยให้ เอกชนยังครอบครองอยู่ ยังเก็บผลอาสิน ยังบอกว่าเก็บของป่า ทั้ง ๆ ที่มันเป็นทะลายปาล์ม ขายได้กิโลกรัมละ ๘ บาท ๑๐ บาททุกวันนี้ ฝากท่านด้วยครับ ผมคิดว่าประเทศเราจะต้องอาศัย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพราะท่านเป็นองค์กรที่มีความสำคัญระดับสูงสุดของ ประเทศ ตรงไหนครับ ตรงที่ท่านอยู่ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ท่านเป็นองค์กรที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย เพราะฉะนั้นผมถึงให้ความสำคัญ วันนี้ต้องลุกขึ้นมาอภิปราย ต้องลุกขึ้นมา เสนอแนะ ต้องลุกขึ้นมาเอาใจท่านมาใส่ใจผม เอาใจผมไปใส่ใจท่าน และผมยินดีครับ เราจะ แก้กฎหมาย แก้อุปสรรคที่ท่านเสนอแนะมาในรายงานทั้ง ๒ เล่ม เพื่อให้ปัญหาของพี่น้อง ประชาชนที่เราอาสาเข้ามาดูแลจะได้แก้ไขปัญหาไปได้เสียที ไม่ใช่ปล่อยให้รัฐบาลขี้โม้นี้พูด พูดแล้วทำไม่ได้อยู่ ๘ ปีครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านศุภชัย ใจสมุทร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กระผม ขอกราบเรียนต่อท่านประธานว่าผมเป็นนักกฎหมายและอย่างน้อยเมื่อ ๓๕ ปีที่แล้วผมก็ได้ ทำงานในทางด้านสิทธิมนุษยชนในองค์กรเอกชนของสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน ที่เรียกว่า สสส. ผมเป็นกรรมการสมาคมอยู่ ๒ สมัย และได้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่บางท่าน ซึ่งตอนนี้ก็มาเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนอยู่ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนว่างานทางด้าน สิทธิมนุษยชนเป็นงานที่มีความสำคัญตลอดมาแม้ว่าตอนนั้นคนที่ทำงานสิทธิมนุษยชน งานหลักก็คือการที่ต้องต่อสู้กับการใช้อำนาจรัฐที่เข้าไปกระทำต่อประชาชนหรือการใช้ อำนาจของเผด็จการ แต่อย่างไรก็ตามผมอยากจะเรียนว่าในวันนั้นปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน มันไม่ได้สลับซับซ้อนเท่าที่เป็นอยู่เหมือนปัจจุบัน เราจะพบว่าวันนี้การละเมิดต่อสิทธิมนุษยชน หรือปัญหาทางด้านสิทธิมนุษยชนที่เราจำเป็นที่จะต้องให้ความคุ้มครองหรือส่งเสริมให้มันมี ความสลับซับซ้อนขึ้นอย่างมากมาย กระผมขออนุญาตเรียนต่อท่านประธานว่าผมสนใจ งานนี้มานานพอสมควรและผมเพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากสภาแห่งนี้ให้เป็นประธานของ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจในการ กระทำกิจการพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินการตาม นโยบายด้านกฎหมาย การยุติธรรม สิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน สิทธิในกระบวนการยุติธรรม และความเป็นธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน ซึ่งผมได้ตรวจดูงานย้อนหลังของคณะกรรมาธิการไป นับจากที่ผมเข้าไปเป็นประธาน เราก็พบว่าจริง ๆ ปัญหาเรื่องการร้องเรียนทางด้านสิทธิมนุษยชนมีอยู่มากมายครับ และ หลายเรื่องถึงแม้ว่าจะเป็นปัญหาของปัจเจกบุคคล แต่ความจริงแล้วมันเป็นปัญหาในเชิงระบบ ซึ่งผมคิดว่าในที่สุดแล้วถ้าเทียบกับภารกิจหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นอำนาจเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน หรือหลักการปารีสของท่าน อำนาจของ ท่านยิ่งใหญ่มาก หน้าที่ของท่านยิ่งใหญ่มาก เมื่อเทียบกับสิ่งที่ผมกำลังทำมันเป็นส่วนหนึ่ง น้อยนิดในอำนาจหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร แต่ผมคิดว่าสิ่งต่าง ๆ น่าจะเป็นประโยชน์ ถ้าเราได้มีโอกาสทำงานร่วมกันในลักษณะเป็นการเชิงบูรณาการไป แต่ผมได้มองย้อนหลัง ผมไม่แน่ใจว่าที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการชุดนี้จะได้มีโอกาสได้เสวนา สังสรรค์ แลกเปลี่ยน สนทนาธรรมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนบ้างหรือไม่ และผมคิดว่าถ้าเราได้มีโอกาสทำงาน ร่วมกันในเชิงบูรณาการกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำก็น่าจะเป็นประโยชน์กว่า เพราะสภาแห่งนี้ เป็นสภาของผู้แทนราษฎร เป็นผู้แทนของราษฎร ซึ่งราษฎรเหล่านั้นส่วนหนึ่งก็เป็นบุคคลที่ กำลังถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ผมอยากจะเรียนว่าวันนี้ปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชนมีความ สลับซับซ้อนมากขึ้น เพราะในความเป็นจริงเราพบว่าวันนี้เราไม่ได้เป็นประเทศที่อยู่อย่าง โดดเดี่ยวเดียวดาย เรามีแรงงานข้ามชาติเข้ามาจำนวนมากมาย มีเด็กที่เป็นลูกของแรงงาน ต่างชาติที่มาอยู่ในประเทศไทย ตอนนี้เรื่องสถานะของบุคคลเหล่านั้นก็ยังเป็นปัญหาว่า คืออะไร สิทธิในการที่จะศึกษา ได้รับการศึกษาเป็นอย่างไร การรักษาพยาบาลเป็นอย่างไร สิทธิในการได้รับการรักษาของผู้คนในช่วงโควิด (COVID) ที่ผ่านมาก็ดูเหมือนว่าเป็นอุปสรรค เป็นปัญหามากมาย ที่แม้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าถึงหมด แต่ก็มีบางกลุ่มที่เข้าไม่ถึง เรื่องของ การเรียนการสอนเองก็ทำให้ประสบปัญหาเยอะ สิ่งที่เกิดขึ้นว่าวันนี้ประเทศกำลังจะเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ ก็เป็นโจทย์สำคัญที่เราบอกว่าโอกาสที่จะทำให้พี่น้องประชาชนไม่ได้รับสิทธิ อันควรจะได้ก็เริ่มมีมากขึ้น เหล่านี้ที่ผมเรียกว่ามันเป็นความสลับซับซ้อน หลังจากที่ผมได้รับ การแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมาธิการ ผมได้รับการติดต่ออย่างน้อยจากทูตของประเทศต่าง ๆ อย่างน้อย ๒ ๓ ประเทศที่จะมาพบผม แปลว่าจริง ๆ ปัญหาเรื่องของสิทธิมนุษยชนท่านระบุ ว่าท่านอยากจะมาคุยเรื่องปัญหาสิทธิมนุษยชน ก็แปลว่าความเป็นจริงแล้วความเป็นเรื่อง ของสิทธิมนุษยชนเป็นปัญหาสากลที่แต่ละประเทศเขาให้ความสนใจ เพราะฉะนั้นผมว่า แทนที่เราต่างคนต่างทำงานกัน แทนที่สภาจะทำของผมไป จะสอบเป็นเคสบายเคส (Case By Case) ไป ผมว่าถ้าเราได้มีการร่วมมือกันก็อยากจะฝากว่าคงจะเป็นประโยชน์ไม่น้อยที่เราจะมี โอกาสได้ทำงานร่วมกัน เพื่อที่จะทำให้การคุ้มครองส่งเสริมเรื่องของสิทธิมนุษยชนจะได้มีความ สมบูรณ์ขึ้น ผมไม่ได้เข้าไปดูรายละเอียดของท่านในเรื่องของรายงานท่านหรอกครับ เพียงแต่ จะบอกว่าวันนี้ผมทราบว่าท่านก็มีงานล้นมือ และสิ่งที่อยากจะฝากท่านก็คือว่าเราควรจะต้อง ทำอย่างไรในการที่จะทำให้เป็นการทำงานในลักษณะที่เป็นการแอกทีฟ (Active) ในการที่จะ ทำให้บรรลุผลจริง ๆ ในการที่จะเข้าไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เวลานี้เราจะพบว่า ปัญหาที่เข้ามาสู่เราจะมีความซับซ้อนขึ้น กฎหมายที่ประชาชนอยากจะเรียกร้องเพื่อปกป้อง สิทธิของพี่น้องประชาชนก็เริ่มมากขึ้น วันก่อนมีกลุ่มชาติพันธุ์ได้เข้ามาหาผมแล้วก็เสนอบอก ว่าเขาอยากจะมีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องการส่งเสริมเรื่องชาติพันธุ์และเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แปลว่า วันนี้ปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน ประชาชนต่างก็เรียกร้องเพื่อตัวของประชาชนเอง ไม่ว่าจะเป็น ในเชิงของกลุ่มคนหรือว่าในภาพรวมของทั้งประเทศ เรื่องการชุมนุมทางการเมืองก็จะเริ่ม กลับเข้ามา เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราควรจะต้องร่วมมือกัน และผมก็ขอให้ กำลังใจคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนนะครับ ในการที่จะทำงานเพื่อคุ้มครอง ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ให้กับพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านคำพองครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สิ่งที่ผมอยากจะพูดในเรื่องของ สถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ประกอบกับรายงานฉบับนี้ก็คือ เรื่องที่คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติควรจะให้ความสนใจและติดตามและมีรายงานด้วย นอกจากเรื่องของ สิทธิมนุษยชนในแดนสนธยาอย่างเรือนจำนะครับ ไม่ว่าจะเป็นนักโทษเด็ดขาดหรือผู้ต้องขัง ระหว่างรอพิจารณาคดี ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนสามารถที่จะเรียกรายงานจากเรือนจำ ได้นะครับ🔗
อีกอย่างหนึ่งก็คือผมคิดว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนในค่ายทหารนะครับ ข่าวการเสียชีวิตของพลทหารอันเป็นลูกหลานของชาวไร่ชาวนา ของชาวบ้านนะครับ บางคน ก็เป็นเสาหลัก บางคนก็เป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่ ที่พ่อแม่กำลังชื่นชมความโตเป็นหนุ่ม ของลูกชายแล้วก็ถูกบังคับเกณฑ์ให้เข้าไปอยู่ในค่ายทหาร ได้ไม่กี่วันก็ปรากฏว่ากลายเป็นศพ ช้ำไปทั้งตัว ล่าสุดบอกว่าเป็นโครงกระดูก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นโครงกระดูกของลูกชายชาวบ้าน คนนี้หรือเปล่ากำลังรอพิสูจน์กัน แต่ว่าลูกชายหายไปในค่ายทหารตั้งแต่วันถูกบังคับเกณฑ์ ซึ่งที่จริงแล้วลูกผู้ชายที่เข้าไปเป็นทหารนี่ที่จริงมันจะต้องเป็นชายชาติทหาร เป็นชายชาตรี กองทหารนะครับ ไม่ใช่กองทาส เราฝึกให้ชายไทยลูกหลานคนไทยที่ถูกเกณฑ์เข้าไปเป็นทหาร เป็นรั้วของชาติ ไม่ใช่ไปบังคับให้เขาทำงานที่ไม่น่าจะใช่เรื่องบทบาทของหน้าที่ของลูกผู้ชาย เยี่ยงทหาร ปีนี้เด็กชายอายุ ๑๗ ปีไปขึ้นทะเบียนกองเกินนะครับ ท่านประธานรู้ไหมครับว่า เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เป็นที่วิตกกังวลของพ่อแม่และตัวเด็กเองด้วยนะครับว่าอีกปี ๒ ปี ๓ ปีข้างหน้าต้องถูกเกณฑ์ ถูกบังคับเกณฑ์โดยการจับฉลาก ไม่รู้ว่าจะจับได้ใบดำ ใบแดง คือคนที่อยากเป็นทหารก็มีนะครับ แต่ไปตั้งกำแพงกันเขาไว้นะครับ เขาอยากจะสอบเป็น ทหารก็ต้องวิ่งต้องเต้น แต่ว่าคนที่ไม่อยากจะเป็น อย่างที่ผมได้เรียนท่านประธานว่าเด็กที่ อายุ ๑๗ ปีปีนี้นะครับ ไปขึ้นทะเบียนกองเกินแล้ววิตกกังวลว่าอีก ๒ ๓ ปีข้างหน้าจะต้อง ถูกเกณฑ์เข้าไปเป็นทหารนะครับ แล้วก็ไม่รู้ชะตากรรมเหมือนกันว่าเข้าไปเป็นทหารแล้วจะมี ชีวิตรอดออกมาหรือเปล่านะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะเรียนท่านประธาน ที่เป็น ผลพวงมาจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนในค่ายทหารก็คือบางคนอดทนกับการกดขี่ข่มเหง การทารุณกรรมในค่ายทหารไม่ได้ หนีครับ ถือโอกาสโดดหนีเลย หนีแล้วก็หนีตลอดชีวิตนะครับ และที่สำคัญก็คือพอเกณฑ์ทหารจะต้องถูกย้ายชื่อเข้าไปอยู่ในค่ายทหารท่านประธาน สังเกต เวลาเลือกตั้งเข้าแถวกันพรึบเลยนะครับ แทนที่จะต้องกลับไปเลือกตั้งที่ภูมิลำเนา ไม่ ต้องเลือก อยู่ที่ค่ายทหาร แล้วชื่อก็อยู่ในนั้นครับ ถ้าเกิดว่าโดดหนีล่ะ หนีทหาร ผิดกฎหมาย แล้วก็ต้อง ถูกติดตามตัวไปตลอดชีวิตนะครับ ไปจนถึงช่วงอายุที่ไม่สามารถเป็นทหารได้นะครับ แต่ถ้า กลับมาเมื่อไรก็ติดคุก หนีตลอดชีวิตครับ แล้วชื่อ เมื่อหนีไปแล้ว ชื่อก็จะถูกคัดออก นานไป ก็ถูกคัดออกจากทะเบียนบ้านของค่ายทหาร เอาไปไว้ไหน ไปไว้ที่ทะเบียนกลางหรือคัดทิ้ง ไปเลยนะครับ แล้วคนคนนี้ก็จะกลายเป็นคนเถื่อนไปตลอดชาตินะครับ เพราะไม่สามารถที่จะ ไปขอมีบัตรประจำตัวประชาชนได้ ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้นะครับ ไม่มีถูกตัดสิทธิไปเลย ความเป็นคนไร้รัฐไปเลยนะครับ ไปถึงลูกถึงหลานด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่าแค่คนกลุ่มนี้นะครับ พอไปแต่งงานมีลูกมีเมีย ถ้าลูกเกิดมาก็จะมีปัญหานะครับ ไปแจ้งเกิดแจ้งอะไรก็กลายเป็นว่า เป็นบุตรที่บิดาไม่ปรากฏสัญชาติยาวเลยนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง การละเมิดสิทธิมนุษยชนในค่ายทหารมันจะต้องให้มีรายงานด้วย ว่าคุณเอาเยาวชนของชาติ เอาคนหนุ่มคนสาวของชาติเข้าไปอยู่ในค่ายทหารแล้วคุณไปกดขี่ ข่มเหงเขาแล้วก็ส่งผลกระทบไปอีกหลายเรื่องนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง อยากจะมีข้อเสนอแนะนะครับ เมื่อครั้งที่เรามีคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนยุคแรก ๆ เรามีการขยายความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชนไปยังเครือข่าย ในระดับชุมชนต่าง ๆ ระดับเครือข่ายตั้งแต่จากเมือง จากชุมชนแออัดไปถึงดอย ไปถึงท้องไร่ ท้องนา ชายทะเล ในยุคแรก ๆ เรามีเครือข่าย ผมก็มีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนยุคแรก ๆ ด้วยกันนะครับ ผมยังรำลึกและจำชื่อของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน อาภร วงษ์สังข์ อาจารย์จรัล ดิษฐาอภิชัย ได้ดีครับ เพราะทั้ง ๒ ท่านนี้เป็นคนกลุ่มแรก ๆ ที่ไปสร้างกระบวนการ ความรู้ความเข้าใจและการปกป้องสิทธิมนุษยชนในระดับชุมชน ในระดับเครือข่ายได้อย่าง กว้างขวาง ผมก็ยังรำลึกถึงเขาอยู่ตลอดเวลา ผมหวังว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนชุดนี้ก็จะ เอาประเด็นดี ๆ เหล่านี้ในการที่จะสร้างเครือข่ายมาขยับขยายเชื่อมโยงกับให้พี่น้องเครือข่าย ในชุมชนทุกพื้นที่ในประเทศไทย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านพิมพ์รพี แล้วก็ท่านนายกองตรี อาญาสิทธิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่ ท่านประธานคะ ในกรณีของสิทธิมนุษยชนหลาย ๆ ท่านก็ได้พูดแล้วนะคะ เรื่องของสิทธิของ การเกณฑ์ทหาร สิทธิทางการเมือง ดิฉันจะขอพูดของสิทธิของผู้ด้อยโอกาสคือผู้ที่พิการผู้ที่ ซึ่งไม่มีสิทธิที่จะเลือก สิทธิที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่จะต้องมีชีวิตอยู่และความสมศักดิ์ศรี ของความเป็นมนุษย์ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากคุณกฤษณะ ละไล หรือเป็นประธานทูต อารยสถาปัตย์ อารยสถาปัตย์คือสถาปัตย์เพื่อมนุษยชาติของคนทั้งมวลหมายความว่าเป็น การออกแบบเพื่อให้มนุษย์ทุกคนมีสิทธิในการอยู่อย่างสมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เช่น ทางลาด ระบบที่เหมาะสมสำหรับมนุษย์ล้อที่สามารถเดินทางไปได้ให้มีความสุขมากขึ้น ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับการร้องเรียนมาว่าการท่าอากาศยานนี่ค่ะ ทุกวันนี้มนุษย์ล้อที่เดินทาง ไปมาหรือคนที่ชราหรือคนป่วยไข้ทุกครั้งเวลาขึ้นเครื่องบินถ้าไม่มีแอร์เวย์ (Airway) ที่เดินเข้าไป ได้นี่ก็ต้องขึ้นบันได ก็ต้องหอบหิ้วกันไปค่ะ มนุษย์ล้อก็ต้องถูกยกขึ้นไปสเตปสเตป (Step Step) แต่ละขั้น แต่ละขั้นยกขึ้นไป แล้วก็คนแก่ คนพิการที่มองไม่เห็น ที่ลำบากก็จะต้องมีระบบ ที่ดูแลตัวเอง แต่จริง ๆ แล้วในสนามบินต่างจังหวัดก็ไม่มีสิ่งนี้จริงค่ะ ซึ่งตอนแรกดิฉันก็จำนนว่า ไม่มีสิ่งนี้ก็ต้องอดทนและทำไป แต่แล้วดิฉันค้นพบว่ามันมีงบประมาณแผ่นดินตัวหนึ่งค่ะ🔗
งบประมาณ ๑๒๓.๙ ล้านบาท ทำทางลาดคนพิการสำหรับต่อเชื่อมกับเครื่องบิน นี่คือลักษณะของการที่คนเดือดร้อน ต้องขึ้นไปข้างบนนะคะ มีเครื่องต่อเชื่อมกับเครื่องบินค่ะ งบประมาณประมาณ ๕ ล้านบาท ใช้งบเสร็จแล้ว ๑๒๓.๙ ล้านบาท มีทุก ๆ สนามบินแต่ไม่ได้รับการใช้ วางทิ้งไว้ที่สนามบิน ในขณะเดียวกันต้องให้ชาวบ้านหรือคนเดือดร้อนใช้การอุ้มขึ้นไปบนเครื่องบินก็มีการร้องเรียน เข้ามา ดิฉันถามว่านี่เป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชนหรือเปล่าคะ เป็นเรื่องของการได้มีสิทธิ มีความสามารถในการอยู่อย่างสมศักดิ์ศรีของมนุษย์ไหม ถ้าเราทำเครื่องขนาดนี้แล้ว แล้วรัฐบาล ราชการไม่นำมาใช้ คำถามคือสิ่งนี้รอนสิทธิไหมคะ กรรมการสิทธิมนุษยชนได้ดูเรื่องนี้หรือยัง ดิฉันได้รับคำตอบจากกรมการท่าอากาศยานว่าเครื่องนี้มีแล้ว รอการร้องใช้จากสายการบินค่ะ ดิฉันขอร้องให้กรรมการสิทธิมนุษยชนตรวจดูเรื่องนี้ด้วย เพราะว่าความพิการนี้ไม่ใช่ทางเลือก ที่เขาได้เลือกเองนะคะ ถูกเลือกให้เป็นแบบนั้น ดิฉันขอร้องผ่านไปถึงกรรมการสิทธิมนุษยชน ให้ช่วยดูเรื่องนี้ให้ด้วยนะคะ ฝากด้วยเรื่องนี้เป็นเรื่องง่าย ๆ ค่ะ แค่ใส่ใจ สนใจ แล้วก็เคารพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์สิ่งนี้ก็จะได้รับการแก้อย่างง่าย ๆ ดิฉันหวังว่าจะได้รับคำตอบจาก กรรมการสิทธิมนุษยชนในเร็ววันนะคะ🔗
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานคะ เรื่องนี้เรื่องจริงค่ะ ดิฉันลงพื้นที่ในหมู่บ้านที่ยากจน ในจังหวัดกระบี่ คนยากจนลุงรับหลานมาเลี้ยง หลานอายุ ๖ ขวบ คนหนึ่งผู้หญิง ๗ ขวบ ผู้ชายเล่าให้ฟังว่ามีพี่ชายอายุ ๑๒ น้องชายอายุ ๓ ขวบ แต่เด็กผู้หญิงผู้ชายคู่นี้ต้องถูกแยก ออกมาอยู่ข้างนอกกับลุงเพราะว่าแม่แต่งงานใหม่ เนื่องจากพ่อติดคุกจากยาบ้าจากสี่คูณร้อย แล้วก็มีอาวุธปืน เด็กผู้หญิงคนนี้ถูกกระทำชำเราอายุ ๖ ขวบ เด็กผู้ชายเห็นน้องสาวถูกกระทำ ชำเราจากพ่อเลี้ยงอยู่ทุกวันเลยฟ้องคุณลุง แม่ไม่ช่วยลูกมิหนำซ้ำยังไล่ลูกออกจากบ้านให้ลุง มาเป็นคนเลี้ยง คำถามคือสิ่งนี้เกิดขึ้นทุก ๆ ที่ แล้วเกิดทุก ๆ แห่งในบ้านเมือง ดิฉันไปหาชาวบ้าน ชาวบ้านต้องปกป้องปิดปากว่าอย่ามาเสียงดัง ๆ นะ ที่เรียกว่าอย่าฉาว อย่าทำให้ผู้คนตกใจ เพราะว่ากลัวเด็กจะอาย กลัวครอบครัวนี้จะอาย แม่ไม่ฟ้องศาลแล้วก็ไม่มีใครปกป้องเด็กนี้เลย บนความยากจนนี้ท่านประธานคะ ดิฉันขอคำตอบจากกรรมการสิทธิมนุษยชนนี้หน่อยว่าใคร จะยืนปกป้องเด็กพวกนี้ พม. ทำได้ไหม พมจ. ควรจะทำอย่างไร ตามกระบวนการของเด็ก ซึ่งดิฉันคิดว่ามันยากมาก แต่ท่านประธานคะ ดิฉันก็เลยสงสัยว่าเรื่องของการที่รัฐบาลปลดให้ กัญชาออกจากการเป็นยาเสพติดในขณะที่เรายังไม่มี พ.ร.บ. กัญชารับรองสิทธิการใช้กัญชานี้ รัฐบาลละเมิดสิทธิมนุษยชนของเด็กหรือเปล่าคะ ของสตรีหรือเปล่าคะ ของคนชราหรือเปล่าคะ หรือของดิฉันหรือเปล่าคะ ที่การเสพยาเสพติดที่เพิ่งปลดออกมายังไม่ได้รับการปกป้องทาง กฎหมายเลย คำถามนี้กรรมการสิทธิมนุษยชนได้คิดเรื่องนี้ให้ประชาชนหรือเปล่าคะ ถ้าเด็ก ต้องอยู่ใกล้กับสิ่งเสพติด ๑๐ ต้น ๗ ต้น วันหนึ่งประกาศว่าไม่เป็นยาเสพติดแล้ว แล้ววันรุ่งขึ้น กัญชาเต็มบ้านเต็มเมืองอย่างนี้มันแปลว่าอะไรคะ ดิฉันถามหาความรับผิดชอบ ถามหาหน้าที่ ถามหาการทำงานของกรรมการสิทธิมนุษยชนแบบรุกเพื่อป้องกัน เพื่อปราบปราม ไม่ใช่แก้ไข ดิฉันถึงขอร้องนะคะวันนี้ ๒ ๓ ประเด็นที่ดิฉันวางไว้ช่วยปกป้องประชาชนที่ไม่มีสิทธิเลือกด้วย สิทธิมาพร้อมหน้าที่ค่ะ ในระบบประชาธิปไตยเรามีสิทธิทำอะไรในสิทธิใต้กฎหมายตราบเท่าที่ เราไม่ละเมิดผู้อื่น หน้าที่เราต้องมีเช่นกัน ในบางครั้งการถามหาสิทธิโดยที่ไม่มีหน้าที่อันนี้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ฉะนั้นต้องรณรงค์ให้เยาวชนไทยรู้จักทั้งสิทธิและหน้าที่ของตัวเอง โดยผู้ใหญ่ ต้องปกป้องสิทธินี้และสอนให้คนไทยรู้จักหน้าที่ด้วยค่ะ โดยมีรัฐบาลเป็นตัวอย่างที่ดีนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านอาญาสิทธิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคพลังประชารัฐครับ วันนี้ผมขออนุญาตที่จะ อภิปรายเรื่องของการรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งเรากำลังได้รับคำชี้แจงจากคณะกรรมการที่กำลังชี้แจงอยู่ในขณะนี้นะครับ ซึ่งผมได้รับฟัง จากเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายแล้วก็จากข้อมูลที่ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนได้จัดทำเอกสาร รายงาน ก็จะขออนุญาตอภิปรายในส่วนของนโยบายคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งเอกสารปรากฏอยู่ในหน้า ๓๒ ของเอกสารฉบับนี้ โดยที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็มีนโยบายมุ่งเน้นคุ้มครองสิทธิมนุษยชนด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรมตาม ข้อที่ ๑ โดยการนำ เทคโนโลยีสารสนเทศมาสนับสนุนการปฏิบัติงานเพื่อให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที รวมทั้งแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดจากปัญหาเชิง โครงสร้างอย่างเป็นระบบ โดยจะร่วมมือกับทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมในการแก้ไขปรับปรุงนโยบาย ระเบียบ กฎหมาย แนวทางการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและกฎหมายระหว่างประเทศที่ประเทศไทย เป็นภาคี ส่วนสำคัญภารกิจที่มุ่งผลสัมฤทธิ์เพื่อที่จะให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตามพันธกรณีระหว่างประเทศ อันนั้นก็คือภารกิจที่ท่านมุ่งหวังตั้งไว้ ผมใคร่ที่จะขอนำเอาเรื่องที่เป็นปัญหาในพื้นที่ในภูมิภาค โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ของจังหวัด นครศรีธรรมราชก็เกี่ยวกับเรื่องของสิทธิในการประกอบอาชีพ สิทธิในการอยู่อาศัยในที่ดิน ซึ่งผมได้เคยนำเรื่องที่ดินซึ่งมีข้อพิพาทระหว่างรัฐกับเอกชน กับพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับ เรื่องเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในเขตที่อำเภอชะอวดในท้องที่ตำบลนางหลง ตำบลเคร็ง ตำบล ขอนหาด แล้วก็ตำบลอื่น ๆ ใกล้เคียง รวมไปถึงจังหวัดพัทลุงที่เป็นปัญหาซึ่งเกิดขึ้นมายาวนาน ผมยกตัวอย่างไปเดินสำรวจไปพบปะกับพี่น้องประชาชน เห็นว่าปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ การทำมาหากินของพี่น้องประชาชนนี่นะครับ ในตำบลขอนหาด ตำบลนางหลง แล้วก็ตำบลเคร็ง เดิมสภาพภูมิประเทศก็จะเป็นลักษณะพื้นที่ป่าพรุ และทางราชการก็ได้ประกาศเขตให้เป็น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านะครับ ในพื้นที่เรียกว่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทะเลน้อย และในส่วนนี้ ก็เป็นข้อพิพาทที่มีพี่น้องประชาชนเข้าไปทำมาหากิน โดยเฉพาะการปลูกต้นปาล์มซึ่งเป็น พืชเศรษฐกิจ เขาก็ได้ลงไปทำมาหากินอยู่เป็นเวลานาน ปลูกต้นปาล์มจนออกผล แต่ก็เกิด ข้อพิพาทว่าหน่วยงานของรัฐด้วยกฎหมาย ด้วยอะไรก็แล้วแต่นี่ล่ะครับ ก็ไปชี้ว่าอันนี้ล่ะ เป็นที่ของรัฐ พี่น้องประชาชนที่ไปทำมาหากินไปปลูกต้นปาล์มกว่าจะออกผลต้องใช้เวลานาน ๓ ปี ๕ ปี ขณะที่ทำมาหากินอยู่ก็ไม่มีปัญหา แต่ว่าพอเกิดผลออกมาเป็นผลในทางรายได้ เป็นอาชีพ เป็นเรื่องทางเศรษฐกิจของชาวบ้านต้องโดนถูกบังคับห้ามไม่ให้เข้าพื้นที่ ห้ามไม่ให้ เก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นเรื่องที่มันน่าจะเป็นปัญหาที่ซับซ้อน แต่ผมมั่นใจว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบ ต้องมีช่องทางที่จะแก้ไข แล้วอันนี้ล่ะครับผมคิดว่านี่เป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เข้าไปดูแล ได้เข้าไปใช้ศักยภาพหรือว่าบทบาทของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ท่านได้นำเสนอว่ามุ่งเน้นที่จะคุ้มครองสิทธิมนุษยชนด้วยความรวดเร็ว และเป็นธรรม ตอนนี้พี่น้องประชาชนจำนวนมากยังอยู่ในสภาพที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่อง ของที่ทำมาหากิน ที่อยู่อาศัย ผมก็อยากจะให้ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ใช้ ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่ท่านได้นำเสนอว่าจะร่วมมือกับทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมในการปรับปรุงนโยบาย ระเบียบ กฎหมาย และแนวทางการ ปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและกฎหมายระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี สมาชิก เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ก็คือให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญและตามกฎมายที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ผมก็มีเรื่องที่จะนำมาอภิปรายเสนอแนะ เพื่อทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนได้โปรดพิจารณาแล้วก็หาช่องทางที่จะคุ้มครองดูแล พี่น้องในส่วนนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๔ ท่านประธานผมดูรายงานนี้มาหลายปี แล้วก็ทุกปีก็คล้าย ๆ กันเหมือนกันหมด ผมมีคำถามว่าการเปลี่ยนแปลงหรือความก้าวหน้าของสิทธิมนุษยชนในสังคมไทยมีอะไรบ้าง ตรงนี้ความชัดเจนไม่ปรากฏครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองผมจึงขออนุญาตที่จะตั้งโจทย์กับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านอาจารย์สุชาติที่ผมรู้จักเป็นอย่างดีครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ สิทธิมนุษยชนสำหรับผมตรงไปตรงมาก็คือความเป็นมนุษย์ ที่เท่าเทียมกัน คำถามก็คือว่าคอนเซปต์ (Concept) หรือกรอบที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน จะใช้ในการปกป้องสิทธิความเป็นมนุษย์คืออะไรครับ คอนเซปต์ (Concept) ของการส่งเสริม สิทธิความเป็นมนุษย์ที่กรรมการสิทธิมนุษยชนจะใช้คืออะไร และคอนเซปต์ (Concept) ที่จะ ทำให้เกิดศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์คืออะไร ถ้าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนทั้งคณะไม่มี ความเห็นที่ตรงกัน เราอย่าพูดว่าสิทธิมนุษยชนสังคมไทยของเราจะได้รับการดูแล นั่นคือ ประเด็นที่ ๑ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ผมขอลงไปในรายละเอียดว่าความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน ของคนไทยในประเทศไทยนี้ที่เราพูดกันมันคืออะไรครับ มันเรื่องอะไรครับ คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนต้องชัดเจนว่าสิทธิความเป็นมนุษย์ของคนไทยต้องมีสิทธิ ๑ ๒ ๓ มันคืออะไร ที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนจะเข้าไปปกป้อง เข้าไปส่งเสริมและให้เกิดศักดิ์ศรีของความ เป็นมนุษย์ในเรื่องดังกล่าวได้ และจะดำเนินการอย่างไร นั่นคือประเด็นที่ ๒ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันในสังคมของโลกนี้คืออะไร สิ่งที่ เราปฏิเสธไม่ได้ก็คือว่าวันนี้สิทธิมนุษยชนถูกนำมาใช้เป็นวาระทางการเมืองของบางประเทศ และการขับเคลื่อนนโยบายทางการเมืองของบางประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหลายเรื่อง ที่ไม่สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยของเรา คำถามคือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนจะทำ อย่างไรครับ ตรงนี้บางครั้งเราก็ถูกบีบให้ทำเรื่องนี้ในสถานการณ์หนึ่ง ในช่วงเวลาหนึ่งเราก็ ถูกบีบให้ทำอีกเรื่องหนึ่ง ผ่านกระทรวงการต่างประเทศบ้าง ผ่านผู้มีอำนาจทางการเมืองบ้าง สุดท้ายคนไทยก็กลายเป็นซับเจกต์ (Subject) เป็นวัตถุที่ถูกกระทำโดยวาระทางการเมือง ของบางประเทศครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนจะปกป้องสิทธิไม่ให้คนไทยถูกกระทำด้วย วาระทางการเมืองของบางประเทศได้อย่างไรครับ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่มากครับท่านประธาน🔗
ประเด็นที่ ๔ ใน ๓ เรื่องที่ผมพูดนี้ผมทราบดีว่ามีรายละเอียดและเป็นเรื่อง สลับซับซ้อนมาก ไม่มีคำตอบสมบูรณ์เบ็ดเสร็จที่ทุกคนยอมรับร่วมกันครับ แต่อย่างน้อยที่สุด ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนทั้งหมดท่านต้องหาจุดสมดุลให้ลงตัวครับ ในเรื่องเหล่านี้ เรารู้ว่าเราทำได้แค่นี้และเราควรจะยอมรับแค่นี้ไม่เป็นอะไรครับ ไม่มีอะไรที่แอบโซลูต (Absolute) ครับท่านประธาน แต่เราต้องการคำตอบว่าจุดสมดุลอยู่ตรงไหน ความหมายก็คือว่าการใช้ และการรักษาสิทธิมนุษยชนในบริบทของความเป็นจริงในสังคมไทยจุดสมดุลอยู่ตรงไหนครับ วันนี้เราได้รับการเรียกร้องตั้งแต่ชาติพันธุ์บนภูเขา จนกระทั่งถึงชาวเลที่อยู่ในทะเล ที่ดินทำกิน มากมาย ท่านวิ่งไล่ตอบโจทย์เหล่านี้เป็นรายกรณีไม่ได้หรอกครับ และท่านตอบโจทย์เรื่องหนึ่ง ท่านไปตอบโจทย์อีกเรื่องหนึ่งก็จะมีคนมาถามว่าบรรทัดฐานของท่านมันชุดเดียวกันหรือไม่ สุดท้ายคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนก็เป็นจำเลยครับ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ต้องกล้าพอที่จะบอกว่าในสังคมไทยยุคนี้ พ.ศ. นี้ ความสมดุลอยู่ตรงนี้ เรารู้ว่ามีข้อจำกัดแบบนี้ ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน เราจะได้รู้ว่าสิทธิความเป็นมนุษย์ของเราจะรักษาได้ดีที่สุด มีแค่นี้ ภายใต้เงื่อนไขแบบนี้เราจะแก้อย่างไร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเสนอสิครับ ยิ่งใน บริบทระหว่างประเทศ ผมไม่ต้องยกตัวอย่างง่าย ๆ เอาตัวอย่างเรื่องเดียวเท่านั้นเองเรื่องแม่น้ำโขง พูดกันไม่มีจบ ระเบิดแก่ง สร้างเขื่อน สร้างโรงไฟฟ้า จะทำอย่างไรครับท่านประธาน วันนี้แต่ละคน ก็หยิบสิทธิมนุษยชนมาใช้เพื่อประโยชน์ตามวาระของตนเอง ผมไม่อยากให้คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์แบบนั้นครับท่านประธาน🔗
ประเด็นสุดท้าย ประเด็นที่ ๕ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนจะต้องชัดเจน อย่างน้อย ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ สิทธิมนุษยชนในบริบทของสังคมไทยเรื่องอะไรสำคัญครับ ผมยกตัวอย่างเช่น เรื่องความเป็นพลเมือง ในกรอบของกฎหมายมันใช่ไหมครับ เรื่องที่ดิน ทำกินที่เราฟังแล้วมันใช่หรือไม่ครับ ในเรื่องการประกอบอาชีพเราบอกว่าข้าวสารวันนี้ ข้าวเปลือก ที่ขายในอีสานตันละ ๘,๐๐๐ บาท แต่ข้าวสวยที่ขายในกรุงเทพมหานคร จานละ ๖ บาท ผมถามว่าสิทธิมนุษยชนของเกษตรกรอยู่ตรงไหน สิทธิมนุษยชนของผู้ใช้แรงงานที่อยู่ในเมือง ต้องกินข้าวสวย ข้าวสุก อยู่ตรงไหน อะไรมันเกิดขึ้นในแผ่นดินนี้ นี่คือตัวอย่างที่สลับซับซ้อน แต่ท่านต้องมีหลักในเรื่องเหล่านี้ สิทธิทางด้านการศึกษาเป็นอย่างไรครับ เรามี กสศ. เดี๋ยวจะ มารายงาน กสศ. เด็กที่จนพิเศษก็ให้ครับ เราช่วยทางการเงินไปโรงเรียนได้แต่คำถามว่า โรงเรียนนั้นให้การศึกษาที่มีคุณภาพได้หรือไม่ สิทธิตรงนั้นอยู่ตรงไหนครับมีสิทธิไปโรงเรียน แต่ไม่มีสิทธิได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ เราจะทำอย่างไรครับท่านประธาน สิทธิในการรักษา พยาบาล กฎของกระทรวงสาธารณสุข การส่งมอบคนไข้ต้องเป็นค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาล ที่ต้องส่ง สุดท้ายผมไม่ส่งและคนไข้ตาย ผมถามว่าถ้าเกิดคนไข้นามสกุลวงษ์ตระหง่าน ท่านจะส่งไหมครับ หรือว่าต้องส่งคนไข้ที่นามสกุลอีกอย่างหนึ่งเหมือนกับรัฐมนตรีแล้วท่าน ถึงจะส่งสิทธิมนุษยชนอยู่ตรงไหนครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ในประเด็นแรก ขออนุญาตนิดเดียวครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ผมอยากเห็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนทำงานในเชิงรุก ในประเด็นที่ผมได้กล่าวไปแล้วทั้ง ๔ ๕ ประเด็น เพื่อที่เราจะได้ไปแก้กฎหมาย เราจะไปได้ กฎระเบียบของสังคม ผมอยากเห็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนบอกเลยว่าประกาศกระทรวง สาธารณสุขฉบับนี้ทำลายสิทธิมนุษยชน กฎหมายฉบับนี้ที่ดินทำกินทำลายสิทธิมนุษยชน ของคนไทย ถ้าอย่างนี้งานของท่านมีอิมแพกต์ (Impact) มากมาย ท่านประธานครับ ผมอยากเห็น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนทำงานเชิงรุก ไม่ใช่วิ่งตามแก้ปัญหาเป็นราย ๆ ไป เพราะท่าน ไม่มีวันที่จะแก้หมดแน่นอนครับท่านประธาน ตรงนี้เป็นเรื่องที่ขออนุญาตฝาก และปีหน้าถ้ามี การเลือกตั้งและผมมีโอกาสกลับมาเป็น ส.ส. อีกครั้งหนึ่งจะขออนุญาตฟังคำตอบจาก คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านชวน ชูจันทร์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชวน ชูจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ กรุงเทพมหานคร ต้องขอขอบคุณท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนทุกท่านที่มากันอย่างพร้อมเพรียงในวันนี้ ความจริงผมคุ้นเคยกับคณะกรรมการชุดนี้มานาน เพราะว่าท่านได้ส่งเอกสารให้ผมได้อ่าน ประจำในเกือบทุกครั้งที่ท่านมีเอกสารออกมา วันนี้ผมคงไม่ได้อภิปรายอะไรท่านมาก เพราะท่าน ก็รับไปหลายเรื่องอยู่แล้ว แต่ผมมีเรื่องอยากจะฝากโดยให้ข้อสังเกตอยู่เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับ การปฏิบัติของการไฟฟ้าภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง คือไม่ให้ชาวบ้านประเภทหนึ่งไม่ให้ใช้ไฟ ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง วันนี้การไฟฟ้าจะไม่ให้ชาวบ้านได้ใช้ไฟอยู่ ๒ ประเภทใหญ่ ๆ คือประเภทที่เข้าไปอยู่อาจจะเป็นที่ดินป่าสงวนหรือที่ดินที่มีเฉพาะใบ ภ.บ.ท. ๕ กับประเภทหนึ่ง คือไปอยู่ในที่เอกชนถูกต้องแต่ไม่มีเลขบ้าน ทำนองว่าใช้การให้อยู่ในที่มืด ๆ ไปบังคับจะได้ ออกจากพื้นที่เหล่านั้น ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทั้ง ๆ ที่สายไฟก็ผ่านหน้าบ้านอยู่แล้วมันควร จะแยกกรณีกัน สมมุติว่านาย ก เข้าไปอยู่ในที่ดินที่อาจจะบุกรุกหรือยังไม่ได้อนุญาตก็ตาม แต่ถ้าเขามีคดีกันก็เป็นคดีเฉพาะผู้บุกรุกกับผู้ถูกบุกรุกที่ต้องไปว่ากันในระดับศาลหรือว่าไปตาม กฎหมายอีกเรื่องหนึ่ง แต่การไม่อนุญาตให้เขาใช้ไฟผมคิดว่าเป็นการกระทำที่ไม่น่าจะถูกต้องนัก หรือชาวบ้านที่อยู่ในป่าสงวนหรืออยู่ในป่าที่ยังไม่อนุญาตแต่เขาก็อยู่มาหลายปี ไม่ได้อยู่ชั่วคราว แต่ก็ไม่ได้อนุญาตให้เขาใช้ไฟเพราะว่ามีคำสั่งของทางราชการอยู่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมเห็นว่า จะต้องแยกกันนะครับ ไม่อย่างนั้นเขาก็อยู่ด้วยความยากลำบากอยู่ในที่มืด ผมเคยไปพบที่ สระแก้วที่ชุมชนโคกอีโด่ย ที่นั่นริมทางมีตลาดชาวบ้านสุดสวยงดงามมาก ไฟฟ้าก็ผ่านแต่ก็ ใช้ไฟไม่ได้ถามว่าเพราะอะไร บอกว่าเขาไปอยู่ในที่ดินของอุทยาน แต่เขาอยู่มาหลายปีแล้ว เป็นเหตุให้เขาต้องลำบากมากในการหาบน้ำเพราะไม่มีไฟฟ้าก็ต้องไม่มีปั๊มน้ำนะครับ ทั้ง ๆ ที่ ผู้คนก็แวะซื้อของ น้ำไม่สะดวกเลยแล้วก็ทำให้การทำมาค้าขายเขามีอุปสรรค หรือที่จังหวัด กาญจนบุรีก็จะมีที่ ภ.บ.ท.๕ อยู่เยอะ ชาวบ้านก็แจ้งมาเหมือนกันว่าเขาไม่สามารถใช้ไฟได้ เพราะเหตุที่ไปอยู่ในที่เหล่านี้ ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะถูกต้องนะครับ ก็ช่วยฝากไว้ว่าควรจะ แยกกันเมื่อเขามีที่อยู่อาศัยชัดเจน แล้วการที่ต่อไฟให้เขาโดยถูกต้องโดยการไฟฟ้าก็จะเกิด ความปลอดภัยกับเขาด้วย การให้ใช้ไฟนั้นอันตรายนะครับถ้ามีสายไฟอยู่ใกล้ ๆ มีบ้านอยู่ แล้วใช้เขาก็ต้องไปลากโยงสายไฟออกมาไกล ๆ อันนี้ไม่เหมาะสมก็ฝากทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าเรื่องนี้น่าจะแยกกันไม่ควรจะเอาการอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ใช้ไฟ ไปบังคับเขาเพื่อที่จะให้เขาอยู่ไม่ได้ ขอบคุณครับ ฝากไว้แค่นี้ครับท่านประธาน🔗
ต่อไปเชิญ ท่านพรเทพครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ ประจวบคีรีขันธ์ พรรคเพื่อไทยครับ จะขอใช้เวลาไม่มากครับเพื่อเรียนท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะได้รับทราบปัญหาของประชาชนอีกแง่มุมหนึ่ง ซึ่งท่านอาจจะทราบแล้วแต่ว่าชาวบ้านเอง ก็ไม่รู้จะพึ่งอย่างไร ขอท่านพิจารณาด้วยครับถ้าอยู่ในความรับผิดชอบของท่าน ปัญหาก็คือ เรื่องช้างป่าที่ออกไปบุกรุกทำลายทรัพย์สินชีวิตมนุษย์ทำร้ายร่างกายของพี่น้องที่อยู่ในเขตป่า ทั้งหมด ชาวบ้านเองต้องการอะไรครับ ต้องการให้ท่านเข้าไปดูแลตรงนี้หน่อยว่าถ้าเป็นอำนาจ หน้าที่ของท่านว่าท่านจะต้องช่วยอย่างไรบ้าง เพราะวันนี้มันยังไปไม่ถึงไหนเลย ตายรายวัน พืชต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสับปะรด ทุเรียน ผลไม้ต่าง ๆ ถูกทำลายรายวันเพราะว่าช้างมันชอบ เสียแล้วที่ออกมา อย่างนี้ครับท่านประธาน ปัญหาเรื่องช้างป่ามีทั่วไปทั้งหมดหลายกลุ่มป่า เหลือเกิน กลุ่มป่ามาก กลุ่มใหญ่ ๆ ก็คือกลุ่มป่าตะวันออกตั้งแต่ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เรียก ๕ กลุ่มป่า ซึ่งมีช้างป่าอยู่ประมาณ ๕๐๐ กว่าเชือกกับปริมาณป่าที่มีอยู่ ที่ค่อนข้างจำกัด แล้วพื้นที่ก็หายไปเรื่อย ๆ กลุ่มป่าที่ ๒ ใหญ่ ๆ ก็คือกลุ่มป่าแก่งกระจาน ตะวันตกนะครับ คือจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี แนวต่อยาวเลยครับเพราะเป็น ๒ จังหวัดนี้ พื้นที่ยาวมากมีช้างป่าอยู่เยอะเหมือนกัน ๕๐๐ ๖๐๐ เชือกเหมือนกัน ต่อไปก็คือกลุ่มป่า ตะวันตกตั้งแต่กาญจนบุรีขึ้นไปจนถึงห้วยขาแข้ง อุทัยธานี ก็มีช้างป่าเยอะเหมือนกัน ท่านจะ ได้รับรายงานอย่างนี้อยู่เรื่อย ๆ พรุ่งนี้ก็มีข่าวอยู่ตลอดเวลาเพราะว่าเรายังหาทางจัดการกับมัน ไม่ได้ ตกลงกันยังไม่เข้าใจอยู่ เพราะบางที่ประชาชนเข้าไปอยู่ในพื้นที่ ภ.บ.ท. คทช. พื้นที่ป่า ก็มีเยอะอยู่ทั้งตำบลเลยนะครับ แล้วก็ยังเกิดปัญหาแบบนี้แต่บางที่อยู่ในเขตโฉนด น.ส. ๓ ต่าง ๆ ช้างป่าก็ออกเข้ามาบุกรุกทำลายพืชผลทางการเกษตร แล้วก็ทำร้ายชีวิตของประชาชนที่อยู่ในเขตป่าตรงนี้ วันนี้ผมเองเป็นกรรมาธิการวิสามัญบริหาร ปัญหาช้างป่านะครับ ก็ได้พยายามให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ขอให้ท่านได้ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้หน่อยนะครับ ทำอะไรก็ได้ ล่าสุดก็จะพูดเป็นแนวกันช้างขึ้นมาเพื่อกันไม่ให้ช้างออกมาลิดรอนสิทธิพี่น้องประชาชน แต่ก็ยังไปไม่ถึงไหน นั่นคืองบประมาณ งบประมาณจะสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลที่มีความผิดชอบ ตรงนี้คือกระทรวงทรัพยากรและหน่วยงานของรัฐมีความสนใจเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหนครับ น้อยมากครับที่จะเอางบประมาณลงไปทำแบบนี้ ประชาชนก็เฝ้ามองว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหา ตรงนี้ให้ แต่ขณะเดียวกันท่านกรรมการครับ มันเป็นการลิดรอนสิทธิพี่น้องประชาชนหรือไม่ วันนี้ช้างเข้ามาทำลายพืชผลการเกษตร แล้วก็ทำร้ายชีวิตประชาชน บ้านผมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อำเภอหัวหิน ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ เดือนเดียว ๒ ศพครับ กลางคืนพี่น้องออกมาปัสสาวะฉี่ขึ้นมา พี่ก็อยู่ข้างหน้างาสะบัดตึงขึ้นไปก็เสร็จเลยครับ เดือนละ ๒ ศพ จังหวัดทำท่าจะออกเป็น ภัยพิบัติเกี่ยวกับสัตว์ป่า เขาก็พยายามแก้ไขปัญหาครับ แต่เรื่องแบบนี้พี่น้องประชาชนก็ยัง ไม่ทราบว่ามีหน่วยงานหนึ่งที่เป็นที่พึ่งพาของพี่น้องประชาชนได้ก็คือหน่วยงานของท่านนี่ล่ะครับ กรรมการสิทธิมนุษยชน ก็เลยจะนำเรียนปัญหาว่ากรณีช้างที่ออกมาทำลายทรัพย์สิน ทำร้าย พี่น้องประชาชน มีครับเดี๋ยวท่านก็จะได้ยินอีก ขอให้ท่านได้กรุณาดูว่าถ้าเป็นอำนาจของท่าน ช่วยหน่อย ช่วยดูแลให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตรอยต่อที่ช้างออกมาหน่อย อำนาจท่านมีท่านแจ้งหน่วยงานต่าง ๆ ให้ความสำคัญหน่อยเพราะว่าพี่น้องประชาชน เดือดร้อนมาก วันนี้ไม่รู้ว่าจะเสียหายอะไรไม่ว่าทรัพย์สินหรือว่าชีวิต กรุณาช่วยพี่น้องประชาชน ด้วยครับ แจ้งหน่วยงานเกี่ยวข้องว่าให้สนใจหน่อย ให้แสดงออกซึ่งความสนใจหน่อย ในเมื่อ กรรมาธิการรายงานไปแล้วต้องใช้งบประมาณทำอย่างนี้ก็ควรจะสนใจรายงานของกรรมาธิการ วิสามัญแก้ไขปัญหาช้างป่าด้วย ท่านไม่ทำอะไรเลยปล่อยไปอย่างนี้แบบนี้ไปพี่น้องประชาชน เขาก็ไม่มีความหวังนะครับ ก็ฝากทางกรรมการเกี่ยวกับมนุษยชนด้วยผมเชื่อว่าท่านเองมีบทบาท และผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ วันนี้ผมก็ได้มาแจ้งให้สภาแห่งนี้ได้เรียนทาง กรรมการสิทธิมนุษยชนทราบว่าปัญหาแบบนี้ต้องช่วยกันแก้ ท่านเป็นหน่วยงานหนึ่งที่สามารถ ช่วยให้พี่น้องประชาชนได้คลายทุกข์ได้ ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ สิทธิมนุษยชน ในหัวข้อที่ผมนำเรียนครับ และหวังว่าท่านจะดำเนินการแก้ไขกับพี่น้องประชาชน ลดการสูญเสียและป้องกันอุบัติเหตุอุบัติภัยจากช้างป่าครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านศุภชัย มีอะไรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ศุภชัย ใจสมุทร พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตอภิปรายกรณีที่มีการพาดพิงถึง จะขออนุญาต ท่านนะครับ ใช้เวลาอย่างสั้นที่สุดครับ🔗
เชิญครับ🔗
กรณีที่ท่าน ส.ส. ขออนุญาตเอ่ยนาม พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายประเด็นเรื่องของกัญชาและมีการกล่าวว่า มันมีผลกระทบถึงเยาวชน ขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าจริง ๆ แล้วนโยบายกัญชาผมว่าทาง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนก็ทราบดีว่าวันนี้กัญชาไม่ใช่เป็นยาเสพติดตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด เพราะรัฐสภาแห่งนี้ได้ปลดล็อกกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติดมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และหลังจากนั้นสิ่งที่สภาแห่งนี้ได้รับก็คือร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชงที่พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอต่อสภา เพราะฉะนั้นจะบอกว่าสิ่งที่ท่านอภิปรายไปในลักษณะว่าวันนี้เยาวชนได้รับ ผลกระทบจากกัญชา ความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นครับ เพราะว่าจากการที่เราดำเนินการนี่ ผมในฐานะที่มีส่วนเกี่ยวข้องสำคัญคือผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติ กัญชากัญชง ในร่างฉบับนี้🔗
ท่านศุภชัย เพราะสิ่งที่ท่านพูดมาคือการพาดพิงพูดเป็นภาพรวมไม่ได้เกิดความเสียหายกับพรรคภูมิใจไทย หรือตัวท่านเอง คงพอแล้วครับได้แค่นั้นครับ ท่านพิมพ์รพีเชิญครับ🔗
ท่านประธานค่ะ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ในฐานะถูกพาดพิง ดิฉันถามหาความรับผิดชอบค่ะ ดิฉันถามว่าหน้าที่ของ สิทธิมนุษยชนนี้ได้ระมัดระวังเพื่อปกป้องปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องของยาเสพติดหรือสิ่งที่ก่อให้เกิด การเสพติดหรือปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเยาวชนหรือคนด้อยโอกาสอย่างไรบ้าง ไม่ได้ หมายความว่าดิฉันกล่าวหาว่าผิดกฎหมาย ดิฉันถามสิทธิและหน้าที่ สิทธิของประชาชนที่ได้รับ การปกป้องและหน้าที่ของกรรมการสิทธิมนุษยชนที่จะได้ดำเนินการเพื่อปกป้องสิทธิของ ประชาชนค่ะ🔗
เข้าใครครับ🔗
ท่านประธานนี่คือเหตุผลนะครับ🔗
ท่านศุภชัย คงจะอนุญาตไม่ได้นะครับ เพราะว่าไม่ได้เป็นการพาดพิงนอกจากท่านจะให้ท่านอื่นใช้สิทธิ ในการอภิปรายซักถามคงไม่ใช่เป็นการพาดพิง เพราะฉะนั้นถ้าใช้สิทธิในการพาดพิงคงไม่ถูก เพราะว่าเป็นการอภิปรายโดยภาพรวม แล้วถามคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน🔗
ท่านประธานขออนุญาตครับ ผมขออนุญาตลำดับขั้นตอนก่อนที่ท่านจะวินิจฉัยนะครับ ถามว่าพาดพิงไหมนี่ผมจะบอกว่า หลังจากที่ผมอภิปรายเสร็จท่านก็ได้อธิบายต่อซึ่งเข้าใจได้ แต่อย่างไรก็ตามผมว่าวันนี้ทั้งประเทศ ก็รู้ว่ากัญชานี่เป็นนโยบายของภูมิใจไทยและผมเป็นประธานกรรมาธิการ สิ่งที่ท่านบอกเรื่อง เยาวชนความจริงนี่วันนี้ไม่ได้มีปัญหา แต่เราก็ได้มีกฎหมายเขียนคุ้มครองอยู่เพียงแต่ขอชี้แจง สั้น ๆ ครับว่า ผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาเรื่องนี้ได้บรรจุเรื่องของการคุ้มครอง เยาวชนไว้อย่างเต็มที่เลยครับ ขออนุญาตเรียนท่านเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล อีกครั้งค่ะ ดิฉันถามว่าระหว่างที่รัฐบาลปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดแล้ว แล้วระหว่างที่กฎหมาย พ.ร.บ. กัญชานี้ยังไม่ถูกบังคับใช้เป็นช่วงว่างเป็นช่วงสุญญากาศของ กฎหมายกรรมการสิทธิมนุษยชนมีนโยบายมีแนวคิดที่จะปกป้องสิทธิของประชาชนอย่างไร🔗
เข้าใจครับ เดี๋ยวให้กรรมการสิทธิมนุษยชนตอบเชิญผู้ชี้แจงครับ ท่านประธานคณะกรรมการจะตอบก็ได้ เชิญครับ🔗
สวัสดีค่ะ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติและผู้เข้าร่วม ประชุมทุกท่าน ดิฉัน ชื่อพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แล้วก็กรรมการสิทธิมนุษยชนอีก ๒ ท่านที่มาร่วมในการที่จะชี้แจงในวันนี้ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะ ตอบในหลาย ๆ ประเด็นที่ท่านสมาชิกสภาได้สอบถามมานะคะ แล้วก็จะมีทางฝ่ายผู้บริหาร ด้วยก่อนที่จะลงไปในเรื่องของรายละเอียดนิดหนึ่งก็จะอยากจะเรียนให้ท่านสมาชิกทราบว่า นับแต่ที่ได้มาชี้แจงเมื่อปีที่แล้วก็มีพัฒนาการในส่วนของกรรมการสิทธิมนุษยชนเอง ซึ่งเดิมนี่ เราถูกปรับลงมาเป็นสถานะบี (B) ซึ่งไม่สามารถจะเข้าร่วมกิจกรรมในระหว่างประเทศได้เลย ปีนี้ที่ผ่านมาเราก็ได้รับการปรับให้มันเป็นเอ (A) ซึ่งจะทำให้เราสามารถจะเข้าไปแสดงบทบาท ในเวทีระหว่างประเทศได้ ก็ต้องขอบคุณทุกท่านที่ได้ร่วมสนับสนุนให้เราสามารถจะปรับบทบาท ของเราให้ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น ในส่วนของข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกได้ให้ความคิดเห็นก็ ๑๕ ๑๖ ท่าน ก็ขอบพระคุณอย่างมากเลยที่ให้ความสนใจกับประเด็นในเรื่องของสิทธิชน อย่างกว้างขวาง หลาย ๆ ประเด็นเราก็ทำอยู่ บางประเด็นอาจจะยังไม่ชัดเจนก็จะขอรับข้อคิดเห็น ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปปรับปรุงในส่วนที่เป็นเรื่องข้อคิดเห็นให้ชัดเจนแล้วก็ ให้หนักแน่นยิ่งขึ้น บางเรื่องก็อยู่ในส่วนของการที่ยังตรวจสอบอยู่นะคะ ก็ยังไม่ได้ครบถ้วน เรียบร้อยก็อาจจะมีความชัดเจนขึ้นในปีหน้า แต่ส่วนที่ท่านประธานกรรมาธิการด้านของกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ซึ่งอยากจะให้มีการทำงาน อย่างมีบูรณาการ ทางกรรมการสิทธิมนุษยชนก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะทำงานร่วมกันเพราะเป็น เรื่องของสิทธิมนุษยชนซึ่งจะต้องร่วมกันทำงานอยู่แล้ว กรรมการสิทธิมนุษยชนส่วนเดียว คงไม่สามารถจะดำเนินการได้อย่างหนักแน่นเต็มที่นะคะ ขอบพระคุณที่ได้กรุณาที่จะให้เรา ร่วมมือกันทำงานอย่างมีบูรณาการนะคะ นิดหนึ่งในเรื่องของผู้หนีภัยสงครามซึ่งก็มีปัญหา ในบริเวณชายแดนอย่างมากมาย ทางกรรมการสิทธิมนุษยชนร่วมกับทางภาคประชาสังคม สภากาชาดแล้วก็หน่วยงานด้านความมั่นคงในบริเวณชายแดนก็ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เรามีการประชุมหารือกันอย่างต่อเนื่อง มีการลงพื้นที่กันไปหลาย ๆ ครั้งเพื่อจะได้ดูว่าในส่วน ของการที่สิทธิมนุษยชนของทั้งคนไทยและคนที่ข้ามแดนมานี้ มีปัญหาอะไรที่ควรจะต้องมี การหยิบยกขึ้นให้ภาคส่วนต่าง ๆ ได้ช่วยกันแก้ไขนะคะ เรื่องช้างป่าเราก็เพิ่งจะหยิบยกขึ้นมา เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็คงจะมีการลงพื้นที่ทั้งไปเสริมสร้างบทบาทของชาวบ้านในบริเวณนั้นเพื่อให้ สามารถที่จะจัดการกับกรณีของช้างป่าได้อย่างเต็มที่นะคะ อันนี้คือภาพรวม หลาย ๆ เรื่องนี้ อาจจะไม่ได้ตอบท่านสมาชิกได้อย่างครอบคลุม แต่ก็ขอรับไปเพื่อจะไปปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของรายงาน ในเรื่องของการดำเนินการของเราเพราะว่ามันมีประเด็นที่มันคาบเกี่ยวกัน และมีหลายประเด็นซึ่งเกี่ยวข้องกับหลาย ๆ หน่วยงาน แต่ก็ขอรับข้อคิดเห็นของทุกท่านที่กรุณา ให้ข้อคิดเห็นในวันนี้เพื่อนำไปปรับปรุงเรื่องการเขียนรายงานและการทำงานให้ชัดเจนแล้วก็ ดียิ่งขึ้นทั้งเรื่องของรายกรณีในเรื่องของการทำงานเชิงระบบก็เป็นสิ่งที่เราคุยกันตั้งแต่แรก ๆ แล้วว่าเราคงไม่ใช่เฉพาะทำงานกรณีที่มีการร้องเรียนให้ตรวจสอบ แต่เราก็จะทำงานเชิงระบบ ในเรื่องประเด็นใหญ่ ๆ ที่คิดว่าจะมีผลกระทบต่อประชาชนในภาพรวม ก็จะนำมาใช้ในการทำงาน ในปีต่อ ๆ ไป และคงจะได้นำมารายงานให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้รับทราบ แต่ในเรื่องของ ประเด็นหลายประเด็นซึ่งเป็นเรื่องของสิทธิพลเมืองและเรื่องของชายแดนภาคใต้จะขอให้ ท่านกรรมการสิทธิมนุษยชน ๒ ท่านที่มาพร้อมกับเราในวันนี้ คือท่านวสันต์ ภัยหลีกลี้ ในเรื่อง ของสิทธิพลเมืองแล้วก็ต่อด้วยท่านอาจารย์สุชาติ เศรษฐมาลินี ที่จะพูดถึงเรื่องของชาติพันธุ์ แล้วก็เรื่องของสถานการณ์ในชายแดนภาคใต้ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านกรรมการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ผม วสันต์ ภัยหลีกลี้ กสม. ขออนุญาตขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำข้อเสนอแนะ ความเข้าใจและกำลังใจที่ได้ให้กับทาง กสม. แล้วก็สำนักงาน กสม. นะครับ ในเรื่องการทำงานก็ขออนุญาตนำเรียนว่า กสม. ชุดที่ ๔ เข้ามาทำงานในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมปี ๒๕๖๔ ดังนั้นในรายงานที่นำเสนอต่อที่ประชุม ก็เป็นการคาบเกี่ยวของ กสม. ชุดที่ ๓ และชุดที่ ๔ ก็ขออนุญาตนำเรียนว่าเราก็พยายามที่จะ ทำงานคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างรวดเร็วแล้วก็ส่งเสริมวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชน รวมทั้งทำงาน ร่วมกับทุกภาคส่วนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม เพื่อที่จะแก้ไข ปัญหาสิทธิมนุษยชน เราพยายามที่จะแก้ไขปัญหาเชิงระบบอย่างที่ท่านประธาน กสม. ได้กล่าวไว้ พยายามที่จะดูในเชิงของนโยบายแล้วก็แก้ไขปัญหาในแง่องค์รวม ขณะเดียวกันก็ตรวจสอบแล้วก็ ประสานการคุ้มครองเป็นรายกรณีไปด้วยนะครับ ในเรื่องสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ขออนุญาตนำเรียนนะครับว่าทาง กสม. ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ไม่ได้น้อยไปกว่าเรื่องเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมหรือว่าสิทธิในประเด็นอื่น ๆ เรื่องการชุมนุมทางการเมืองก็ให้ความสำคัญหยิบยกขึ้นมาเป็นสถานการณ์สิทธิมนุษยชน เป็นสถานการณ์พิเศษควบคู่กับเรื่องโควิด (COVID) ซึ่งมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนทั้งหลาย ในเรื่องการทำงานเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองนะครับ ปีที่แล้วเราได้ออกรายงานทั้งหมด ๓ รายงานด้วยกัน เป็นรายงานชิ้นใหญ่ แล้วในรายงานที่ออกไปโดยรวมก็ต้องเรียนว่าทาง เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ในการควบคุมดูแลการชุมนุมก็มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งเรื่องเกี่ยวกับ การใช้อุปกรณ์ในการควบคุมฝูงชนหรือว่าเรื่องการจัดการการชุมนุม อย่างไรก็ตามเราก็ว่า ผู้ชุมนุมบางส่วนมีอาวุธหรือว่าใช้สิ่งเทียมอาวุธ เราย้ำว่าบางส่วน เนื่องจากว่าการชุมนุมโดยรวม เราก็คิดว่าเป็นการใช้สิทธิตามที่รัฐธรรมนูญและกติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิ ทางการเมืองให้การคุ้มครองเอาไว้ ในส่วนเรื่องเกี่ยวกับการชุมนุมเราได้มีเวทีเพื่อที่จะคุ้มครอง สิทธิเด็กในสถานการณ์การชุมนุมด้วย เพราะเราคิดว่าการชุมนุมในช่วงปีที่ผ่านมามีเด็กและ เยาวชนเข้าร่วมจำนวนมาก แล้วก็พยายามที่จะให้มีเวทีในการหาทางออกร่วมกันของภาคส่วน ต่าง ๆ ทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งฝ่ายผู้ชุมนุม แล้วก็องค์กรภาคประชาสังคม รวมทั้งสื่อมวลชน เรามีการตั้งเวทีเพื่อที่จะสร้างความเข้าใจแล้วก็กำหนดกติการ่วมกัน ผมคิดว่าเรื่องนี้ทำให้มี ข้อเสนอแนะว่าในการชุมนุมควรจะมีพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่ชุมนุม เพราะว่าการชุมนุม ส่วนหนึ่งก็เป็นการใช้สิทธิ ขณะเดียวกันก็อาจจะกระทบสิทธิของบุคคลทั่วไปได้เช่นกันครับ ในเรื่องสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองเราให้ความสำคัญ เรายกให้เรื่องสิทธิในกระบวนการ ยุติธรรมเป็นประเด็นที่สำคัญที่จะต้องขับเคลื่อนในปี ๒ ปีนี้ แล้วก็เรื่องเกี่ยวกับการซ้อมทรมาน การอุ้มหาย เราได้มีเวทีในเชิงวิชาการแล้วก็ได้มีการจัดอบรม ก็พยายามที่จะพัฒนาให้มีการ บันทึกหลักฐานทางการแพทย์กรณีที่มีการซ้อมทรมาน เพราะว่าปัญหาก็คือบางทีร่องรอย ทางร่างกายนี้หายไปแล้ว เมื่อเราเข้าไปตรวจสอบก็อยากให้มีกระบวนการการตรวจสอบสามารถ ที่จะใช้ทางด้านจิตวิทยา ด้านจิตแพทย์เข้ามาช่วยดูความบาดเจ็บทางด้านจิตใจเข้ามาประกอบ กันด้วยนะครับ ในอีกหลายเรื่องก็ขออนุญาตนำเรียนว่าเรามีข้อเสนอไปต่อภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นทางกระทรวงดีอีเอส หรือว่าทางกระทรวงยุติธรรม ทั้งในแง่ของการที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในข้างหน้า รวมทั้งเพื่อที่จะแก้ไขแล้วก็เยียวยากรณีที่เกิดขึ้น หลายกรณีอย่างเช่นเรื่องของ การใช้อาวุธหรือกระบวนการในการสลายการชุมนุม เราก็ได้พูดคุยกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีข้อเสนอแนะไปเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็มีเวทีพูดคุยร่วมกัน ซึ่งก็มีพัฒนาการไปในทิศทาง ที่ดีขึ้น ผมคิดว่าถ้าผู้ชุมนุมเองเป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐเคารพสิทธิ ของผู้ชุมนุม เหตุการณ์ที่จะเกิดความรุนแรงขึ้นก็คงจะลดน้อยลงนะครับ เรื่องที่เราติดตาม การชุมนุมจะขออนุญาตนำเรียนว่าทาง กสม. นอกจากจะมีการเฝ้าระวังหรือมอนิเตอร์ (Monitor) เหตุการณ์อยู่โดยตลอดแล้วก็อย่างต่อเนื่องนะครับ เรายังได้ลงพื้นที่ รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ของ สำนักงานลงพื้นที่สังเกตการณ์การชุมนุมเป็นระยะ ๆ แล้วก็พูดคุยกับทั้ง ๒ ฝ่ายด้วยนะครับ นอกจากนั้นก็ยังได้มีแถลงการณ์หรือว่าท่าทีออกมาเป็นระยะ ๆ ที่สำคัญที่สุดก็คือว่าเรา เรียกร้องให้ทุกฝ่ายไม่ใช้ความรุนแรงนะครับ เรามีแถลงการณ์ มีข้อเรียกร้องขอให้ทุกฝ่ายยุติ การใช้ความรุนแรง เพราะเราคิดว่าการชุมนุมที่จะได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแล้วก็ตาม กติการะหว่างประเทศก็เป็นการชุมนุมที่เป็นสิทธิที่สามารถทำได้อยู่แล้วนะครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งนะครับ อยากขออนุญาตพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับการปล่อยตัวชั่วคราว เรื่องนี้เราก็ได้มีข้อเสนอแนะไปทางสำนักงานศาลยุติธรรมนะครับ เราเห็นว่าเรื่องการปล่อยตัว ชั่วคราวเป็นอำนาจของศาลยุติธรรมนะครับ ตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามนะครับ ข้อเสนอแนะของ กสม. เราก็เสนอให้ศาลยุติธรรมพิจารณากำหนดแนวทางการใช้ดุลพินิจเกี่ยวกับการพิจารณา ปล่อยชั่วคราวโดยยึดหลักการ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิดจนกว่า จะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดนะครับ แล้วก็หลักการที่ว่าทุกคนพึงมีสิทธิได้รับ การอนุญาตให้ปล่อยระหว่างการพิจารณาคดีตามที่รัฐธรรมนูญแล้วก็กติการะหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองได้ให้การรับรองและคุ้มครองไว้ ประกอบกับประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วยนะครับ นอกนั้นก็มีข้อเสนอแนะไปด้วยครับว่าควรจะ พิจารณาถึงมาตรการอื่นแทนการคุมขังด้วยนะครับ อย่างเช่น การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ติดตามตัว เป็นต้นครับ🔗
ในเรื่องเกี่ยวกับการตรวจเยี่ยมนะครับ ตรวจเยี่ยมเรือนจำ สถานกักกัน เราก็ ได้มีการดำเนินการมาโดยตลอดนะครับ เราได้มีการเข้าไปเยี่ยมสภาพของผู้ต้องขัง ทั้งจาก กรณีโควิด (COVID) แล้วก็กรณีชุมนุมทางการเมืองด้วยนะครับ เรามีโครงการต่อเนื่องเรื่องนี้ครับ เพื่อที่จะดูแลให้ผู้ที่ถูกควบคุมตัวได้รับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนนะครับ ก็เรียกว่าเป็น โครงการตรวจเยี่ยมสถานที่ควบคุมตัวเพื่อเป็นการส่งเสริมการเคารพสิทธิแล้วก็การปฏิบัติ ตามหลักสิทธิมนุษยชนนะครับ มีการตรวจเยี่ยมทั้งเรือนจำ ทัณฑสถาน สถานกักตัวของ ตม. สถานบำบัดฟื้นฟูยาเสพติดในค่ายทหาร รวมทั้งมีโครงการที่จะไปตรวจเยี่ยมศูนย์ซักถาม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วก็สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนในสังกัด พม. ด้วยนะครับ🔗
โครงการเกี่ยวกับเรื่องสิทธิของเด็ก ผมขออนุญาตนำเรียนเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะครับ สิทธิเด็กเราก็ได้ติดตามดูแลแล้วก็มีการจัดเวที การจัดประชุม ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการ ชุมนุมทางการเมืองนะครับ แต่ว่าสิทธิเด็ก โดยเฉพาะสิทธิในเนื้อตัวร่างกายนะครับ ระหว่างนี้ ก็อยู่ระหว่างการทำโครงการร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ แล้วก็หารือ กับทางกระทรวงศึกษาธิการ ก็จะพยายามรณรงค์เพื่อที่จะให้มีการคุ้มครองแล้วก็ไม่ละเมิด สิทธิในเนื้อตัวร่างกายของเด็กครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านกรรมการอาจารย์สุชาติครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพรักทุกท่านครับ ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสมาชี้แจงในสภาอันทรงเกียรตินี้นะครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณ เป็นอย่างยิ่งสำหรับความเห็นต่าง ๆ ที่ได้รับจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ซึ่งผม คิดว่าเป็นข้อแนะนำ เป็นความเห็น เป็นข้อสังเกตที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการที่เราจะนำไปพัฒนา นำไปขับเคลื่อนในการสร้างการคุ้มครองและส่งเสริมการตระหนักในเรื่องสิทธิมนุษยชนนะครับ ผมเองในฐานะที่เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนที่เป็นผู้ดูแลหลักในเรื่องของภาคใต้ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ ก็ได้มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาตั้งข้อสังเกตถึงเรื่องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีเอ็นเอ (DNA) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสรีภาพในการปฏิบัติตามหลักศาสนากรณี ฮิญาบต่าง ๆ ผมคงอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าในเรื่องดีเอ็นเอ (DNA) นั้นยังเป็นเรื่องที่ยังอยู่ ในระหว่างการตรวจสอบนะครับ แต่ถึงแม้ว่าอยู่ในระหว่างการตรวจสอบซึ่งอาจจะไม่ปรากฏ ที่ชัดเจนในรายงานนะครับ แต่ในระหว่างนั้นผมคิดว่าแม้แต่ในเดือนที่แล้วนี่เองนะครับ ทางกรรมการสิทธิมนุษยชนเราก็ได้ไปเยี่ยมไปพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ที่ กอ.รมน. ภาค ๔ ถึงความห่วงใยต่าง ๆ ที่เราได้รับจากเรื่องร้องเรียน ซึ่งแน่นอนครับมันมีการร้องเรียนในเรื่อง การบังคับตรวจดีเอ็นเอ (DNA) ก็ดี หรือแม้แต่เรื่องเกี่ยวกับเด็กที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี แล้วก็ มีการตรวจดีเอ็นเอ (DNA) อะไรต่าง ๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องของสิทธิเด็กตรงนั้นเราก็มีความห่วงใย เป็นอย่างยิ่งแล้วก็ได้พูดคุยหารือกับทาง กอ.รมน. ภาค ๔ ซึ่งจริง ๆ การตรวจดีเอ็นเอ (DNA) ไม่ได้มีแค่นั้นนะครับ ยังมีประเด็นเรื่องความซ้ำซ้อนในการตรวจดีเอ็นเอ (DNA) อีกที่เรา มีข้อมูล เหมือนกับบางทีได้รับการตรวจจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจเสร็จ พอไป ค่ายทหารในศูนย์ซักถามก็มีการตรวจดีเอ็นเอ (DNA) อีกอะไรอย่างนี้นะครับ ในแง่ความ ซ้ำซ้อนต่าง ๆ เหล่านี้เราก็เป็นห่วงแล้วก็พยายามพูดคุยหารือเพื่อที่จะได้รับการแก้ไขก็หารือ กับทาง กอ.รมน. ภาค ๔ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีว่าท่านก็จะนำไปปรับปรุงนะครับ ในการ เยี่ยมศูนย์นอกจากนั้นเราได้เข้าไปเยี่ยมศูนย์ซักถามอะไรต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมามันมีเรื่อง ร้องเรียนค่อนข้างเยอะในเรื่องการซ้อมทรมานต่าง ๆ แต่ที่เราได้ไปเห็นเราก็เห็นตัวเลขของ การร้องเรียนในเรื่องการซ้อมทรมานในค่ายทหารนั้นมีจำนวนลดลงในเรื่องร้องเรียนนะครับ เราก็มีโอกาสไปเห็นถึงการมอนิเตอร์ (Monitor) ผ่านกล้องซีซีทีวี (CCTV) ในศูนย์ซักถาม ซึ่งผมคิดว่าก็เป็นผลจากการติดตามของกรรมการสิทธิมนุษยชนตั้งแต่ชุดก่อน ๆ ที่เข้ามา ที่พยายามจะเสนอให้มีการติดตั้งซีซีทีวี (CCTV) ในศูนย์ซักถามต่าง ๆ ซึ่งเราก็ได้รับการตอบรับ แล้วก็มีการพูดคุยถึงขนาดที่ว่าต่อไปเรามีเรื่องการตรวจสอบถ้ามีเรื่องการซ้อมทรมานนั้น เราจะมาดูเป็นรายเคส (Case) มาเปิดซีซีทีวี (CCTV) เป็นรายเคส (Case) เลย แล้วทาง กอ.รมน. บอกว่าก็ยินดีและพูดถึงขนาดที่ว่าถ้าเกิดเห็นว่าฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk) ที่หน่วยความจำ ในการเก็บข้อมูลนั้นตอนนี้ก็มีข้อจำกัดประมาณ ๒ ๓ เดือน ทางเราก็เห็นว่าหลายเรื่องของ การร้องเรียนนั้นมันก็ใช้ระยะเวลาผ่านไปบางทีมากกว่า ๓ เดือนที่จะมาร้องเรียนเราก็ ไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้นะครับ ซึ่งทาง กอ.รมน. ภาค ๔ ที่เราไปพูดคุยไปหารือก็รับ นะครับว่าเรายินดีถ้า กสม. ได้เสนอก็ยินดีพร้อมนะครับที่จะเพิ่มหน่วยความจำอาจจะเป็น ๙ เดือน ๑ ปี หรือมากกว่านั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะเรียนถึงความคืบหน้าในส่วนของ ความห่วงใย ผมคิดว่าความห่วงใยอีกประการหนึ่งนะครับที่เราได้เห็นปรากฏการณ์ในช่วงหลัง ถึงกรณีการปิดล้อมตรวจค้นและมีการวิสามัญฆาตกรรมเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ แม้แต่เมื่อวาน เราก็ได้เห็นที่รือเสาะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นประเด็นที่ทาง กสม. เองก็มีความห่วงใย ในประเด็นเรื่องการปิดล้อมตรวจค้นตรงนี้นะครับ ซึ่งเราก็คงจะได้นำไปหารือกับทางเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องต่อไปถึงการที่จะให้การปกป้องคุ้มครองในเรื่องสิทธิมนุษยชนตรงนี้นะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของเรื่องที่ท่านซูการ์โน ขอประทานอภัยที่เอ่ยนาม ได้พูดถึงกรณีเรื่อง ฮิญาบที่โรงเรียนปัตตานี จริง ๆ แล้วทางกรรมการสิทธิมนุษยชนเองได้เคยมีรายงานตั้งแต่มีการ ร้องเรียนที่อำเภอหาดใหญ่โรงเรียนที่หาดใหญ่แล้วก็ได้มีการร้องเรียนว่าการปฏิบัติตามหลัก ศาสนานั้นเป็นสิทธิเสรีภาพอันชอบธรรมที่ได้รับการรับรอง แล้วก็การที่มีการห้ามไม่ว่า ในโรงเรียนหรือในที่ทำงานต่าง ๆ นั้นมันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจนนะครับ แต่ตรงนี้ในทางปฏิบัติก็ยังเกิดขึ้นอยู่ในหลายโรงเรียนนะครับ จริง ๆ แล้วไม่ได้มีแต่เฉพาะ ในโรงเรียนของนักเรียนเท่านั้น แม้แต่ในมหาวิทยาลัยบางแห่งก็เกิดขึ้นที่มีการจำกัดไม่ให้ผู้หญิง มุสลิมได้คลุมฮิญาบตามหลักการศาสนาอะไรต่าง ๆ ซึ่งประเด็นตรงนี้ผมคิดว่าทาง กสม. เอง ก็ให้ความสำคัญไม่ใช่เฉพาะประเด็นการปฏิบัติตามหลักศาสนาของศาสนาอิสลามเท่านั้น แต่ในหลักศาสนาของทุกศาสนาซึ่งเป็นเสรีภาพที่ควรจะต้องได้รับการคุ้มครอง ซึ่งเราก็จะได้ ติดตามเรื่องนี้ต่อไปนะครับ🔗
สำหรับในประเด็นเรื่องเกี่ยวกับคนไร้รัฐ เรื่องสถานะบุคคลเรื่องนี้ผมคิดว่าเรา ให้ความสำคัญมาตลอดอย่างที่ท่านประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนได้กรุณาเรียนในเบื้องต้นว่า อย่างกรณีศูนย์พักพิงชั่วคราวที่แม่สอดอะไรต่าง ๆ เราก็ลงไปอย่างต่อเนื่องตลอด แล้วก็ พยายามที่จะหาแนวทางในการพูดคุย ที่บอกว่าเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวเกือบ ๔๐ ปี ท่านสมาชิก ท่านประธานที่เคารพครับ เกือบ ๔๐ ปีแล้วทำอย่างไรที่เราจะให้มีการคุ้มครองสถานะของ บุคคลเหล่านี้อย่างจริงจัง อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องหารือ ที่ผ่านมาเราก็ได้มีการพูดคุยกัน ทาง สมช. กับทางมหาดไทย แม้แต่กับกระทรวงต่างประเทศอะไรต่าง ๆ ซึ่งเรื่องนี้กำลังอยู่ ในระหว่างที่เรากำลังพูดคุยหารือกันเพื่อที่จะหาทางออกในเรื่องนี้🔗
สำหรับเรื่องสถานะบุคคล ผมก็ลงไปทั้งระนอง ประจวบคีรีขันธ์ ทั้งตราด เมื่อเดือนที่แล้วเกี่ยวกับสถานะของคนไทยพลัดถิ่นที่ยังมีความล่าช้าในการให้สถานะตรงนั้น เราก็ได้มีการไปพูดคุยหารือกับทางกระทรวงมหาดไทย ท่านปลัดกระทรวง ท่านอธิบดีต่าง ๆ ซึ่งเราก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีในการที่เราจะหาทางในการขับเคลื่อนในการที่จะให้สถานะ บุคคลให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เราทำงานร่วมกับไม่ใช่เฉพาะภาครัฐอย่างเดียวนะครับ แม้แต่ในภาคของภาคประชาสังคม มูลนิธิ สถานะบุคคลที่รวมเครือข่ายขององค์กรที่ทำงาน เรื่องสถานะบุคคลในหลายที่เราก็เข้าไปช่วยกันในการขับเคลื่อนในการที่จะให้ความรู้กับ ชาวบ้านที่ยังมีปัญหาอีกเยอะในเรื่องสถานะบุคคล แล้วในเดือนหน้านี้เราก็จะลงไปที่จังหวัด เชียงใหม่ในเรื่องหัวจี (G) นี้เลยนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วยังมีคนที่เป็นสมณะเพศเป็นสามเณร หลายพันรูปเลยในพื้นที่ภาคเหนือและในภาคอื่น ๆ ที่ไม่มีสถานะบุคคล และต้องใช้หัวจี (G) ในการเข้าไปเพื่อจะศึกษาตรงนี้นะครับ ในเดือนหน้าทางกรรมการสิทธิมนุษยชนเองก็จะลง ไปในการทำเวิร์กชอป (Workshop) แล้วก็พูดคุยหารือกับทางส่วนราชการในการที่จะช่วยกัน ในการให้ความรวดเร็วในการให้สถานะตรงนี้ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมอยากจะได้นำเรียนต่อ ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เพราะฉะนั้นในประเด็นต่าง ๆ ทั้งหลาย ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาให้ความเห็นและให้ข้อสังเกตนั้นผมคิดว่าพวกเรา กรรมการสิทธิมนุษยชนในชุดที่ ๔ เราก็มีความมุ่งมั่นมีความตั้งใจที่จะให้การปกป้องคุ้มครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องเกี่ยวกับเราไม่อยากเห็นในเรื่องการแก้ไขปัญหาที่เป็นรายบุคคล หรือว่ารายปัจเจก แต่เป็นเรื่องของโครงสร้างในเรื่องของกฎหมายอะไรต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมา เราประสบปัญหาอย่างแท้จริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องทรัพยากร ที่ดินอะไรต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนกฎหมายมีหลายตัวมาก มีความซับซ้อน มีความลักลั่นอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นในการแก้ไขก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราก็มีความพยายามในการที่จะนำผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ต่าง ๆ ที่มีส่วนได้เสียได้มาพูดคุยมาหารือกัน ที่ผ่านมาเราได้มีจัดเวทีบ่อยมาก เพราะฉะนั้น ตรงนี้ผมคงอยากจะใช้เวลาสั้น ๆ เพียงเท่านี้ แล้วก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติเป็นอย่างมากนะครับ โดยเฉพาะท่านอาจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ที่ผมเคารพรัก กรุณานำโน้ตที่ท่านฝากโจทย์ไว้มาให้กับพวกเรา ซึ่งท่านก็ให้โจทย์หนัก ๆ ยาก ๆ กับผมตลอด เลยนะครับท่านอาจารย์กนก ต้องกราบขอบพระคุณนะครับ แล้วก็ผมคิดว่าเราจะนำไปพูดคุยกัน ในการที่จะช่วยกันส่งเสริมปกป้องและก็คุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อไปนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เครือข่าย แรงงาน จากการอภิปรายให้ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนรับทราบ ท่านบอกว่าจะแก้ปัญหา เรื่องโครงสร้างใหญ่ ๆ แล้วเรื่องแรงงานไม่ใช่เรื่องโครงสร้างใหญ่ ๆ หรือครับ แล้วเรื่องของการ ให้สิทธิการรวมตัว ไม่ว่าจะเรื่องการจัดตั้งสหภาพแรงงานของเอกชน ราชการ และแรงงาน ต่างด้าวก็ต้องฝากด้วยนะครับ เพราะว่านั่งฟังอยู่ไม่มีใครพูดถึงเรื่องของแรงงานเลยครับ🔗
มีอีกไหมครับ จะชี้แจงไหมครับ🔗
ขอโทษด้วยนะคะ บางเรื่องอาจจะยังไม่ได้ตอบชัดเจนนะคะ แต่ว่าในเรื่องของแรงงานเราก็มี การตรวจสอบหลายอัน เราก็จะมีการจัดเสวนาในการที่จะทำความเข้าใจกับภาคส่วนต่าง ๆ ในส่วนนี้ก็คงเป็นเรื่องที่กำลังดำเนินการอยู่ อาจจะยังไม่มีอะไรที่ชัดเจน แต่ว่าก็เป็นหนึ่งในเรื่อง ที่เราพยายามจะแก้ไขปัญหาเชิงระบบเช่นกันนะคะ ก็ขอบคุณที่เตือนในเรื่องนี้ค่ะ🔗
ขออีกนิดเดียวท่านประธานครับ ประมาณ ๒ วินาที เรื่องที่สำคัญเลยนะครับ เรื่องของที่ลิดรอนกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ ท่านไปตรวจสอบ ด่วนเลยนะครับ ในเรื่องการใช้ประกาศของกระทรวงแรงงานใช้อำนาจบาตรใหญ่มา ปีนี้จะเข้า ๒ ปีแล้วเป็นความลำบากของการรวมตัวสหภาพแรงงานควรยกเลิกได้แล้วครับ🔗
ท่านมานพ มีอะไรครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานนิดเดียวครับ ก็คือว่าอย่างที่ผมได้กล่าวนะครับ เป็นแนวทางเรื่องของการสนทนาธรรมและหาทางออก ประเด็นเรื่องของสถานะบุคคล อย่างนี้ครับท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนคือผมได้อภิปราย เรื่องของการแก้ไขปัญหาเรื่องของสัญชาติและสถานะบุคคลในงบประมาณวาระหนึ่ง จริง ๆ แล้วข้อกฎหมายต่าง ๆ ไม่มีปัญหาเลยนะครับ มีกระบวนการอธิบายต่าง ๆ ว่าขั้นตอนไป อย่างไร มันมีว่าใครจะเข้าสิทธิกระบวนการพิสูจน์สัญชาติ รวมถึงเด็กตัวจี (G) ด้วย แต่ปัญหา ทั้งหมดที่ผมได้อภิปรายเพื่อให้สภาแห่งนี้บันทึกไว้ และกรรมการจะได้เอาแนวทางที่ผมเคย อภิปรายไปดำเนินการ ปัญหามันอยู่ที่กลไกในการทำงานครับ คนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย เรื่องของสัญชาติและสถานะบุคคลมีหลากหลายองค์กรมาก มีหลายระดับมาก มีหลายขั้นตอน มาก บางครั้งต้องใช้ทางวิทยาศาสตร์คือการพิสูจน์ดีเอ็นเอ (DNA) แต่ปัญหาที่มันมาก็คือ เราวางเป้าไว้ว่าจะทำกี่คนแต่ก็ทำไม่ได้ด้วยหลายเหตุผล วันนี้คนที่เข้าสู่กระบวนการคือ ๘๐๐๐,๐๐๐ คน ข้อเสนอของผมที่ชัดเจนก็คือว่าจะต้องใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง จะต้องมีหน่วยที่ จัดทำระบบข้อมูลขึ้นมา สมมุติว่าเชียงใหม่สัก ๒ จุด แม่ฮ่องสอน ๒ จุด ตาก ๒ จุด กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี หรือระนอง จุดเคลื่อนที่อย่างนี้นะครับ ถ้าเรามีการบริหารจัดการอย่างนี้ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้กลไกระดับพื้นที่ฐานตรงนี้ล่ะครับ มันสามารถที่จะแก้ปัญหาได้เลย เพราะว่าทุกคนมีฐานข้อมูลร่วมกันและใช้ระบบดิจิทัล (Digital) ใช้ระบบข้อมูล วันนี้คือปลัดอำเภอ คนใหม่เข้ามาไม่รู้ข้อมูลอยู่ไหนก็ไม่รู้นึกภาพออกไหมคือในแง่สัญชาติ ในแง่ของสถานะบุคคล มันไม่ได้มีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย ข้อกฎหมายเป็นที่ยอมรับหมดแล้ว แม้กระทั่งเรื่องของคนไทย พลัดถิ่น เพียงแต่ว่าทำอย่างไรให้กลไกปฏิบัติการจริง ๆ มันอยู่ที่พื้นที่ไม่ใช่มาเป็นแท่ง ๆ ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ท่านอมรัตน์ มีอะไรครับ🔗
เรียนท่านประธาน ดิฉัน นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ดิฉัน ขอทวงคำตอบเพียงข้อเดียวค่ะ จากที่ได้อภิปรายไปประมาณ ๖-๗ ประเด็น ดิฉันอยากทราบ ความคืบหน้าที่ กสม. ได้เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นชุดหนึ่งเพื่อกลั่นกรองความผิด ตามคดีอาญามาตรา ๑๑๒ ค่ะ ว่าการตั้งคณะกรรมการเพื่อกลั่นกรองคดีนี้มีความคืบหน้า อย่างไรและกลั่นกรองอะไรไปได้บ้าง อยากให้ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมค่ะ🔗
มีอะไร จะชี้แจงไหมครับ ถ้ามีเชิญครับ🔗
ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ต้องขออภัยที่ไม่สามารถจะตอบได้ทุกประเด็น ในเรื่องเกี่ยวกับข้อเสนอของทาง กสม. ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอจากการตรวจสอบหรือว่าจากรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชน เราก็จะมีกระบวนการในการติดตาม ถ้ามีความคืบหน้าก็จะนำเรียนเพิ่มเติมนะครับ🔗
นิดเดียวค่ะท่านประธาน🔗
เชิญครับ🔗
ขอบคุณค่ะ ดิฉันถามว่า กรณีที่ กสม. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระได้เสนอแนะข้อเสนอแนะต่าง ๆ เรื่องสิทธิมนุษยชนไป แล้วถ้าเกิด ไม่ได้รับการสนองตอบหรือว่าก็เงียบหายไปเป็นคลื่นกระทบฝั่งอย่างนี้ค่ะ มีมาตรการอะไร หรือว่ากฎหมายมีอะไรรองรับให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนได้ดำเนินการในด้านต่อไปค่ะ🔗
อีกประเด็นหนึ่งสถานการณ์ที่เราโดนลดเกรด (Grade) ไปที่เกรดบี (Grade B) ที่เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานได้กล่าวมานี้ อันนี้คือเกิดในปีที่แล้วหรืออย่างไร และปีนี้สถานการณ์ดี ขึ้นหรืออย่างไร เราถึงได้อัปเกรด (Upgrade) ขึ้นมาแล้วก็จนสามารถทำให้มีบทบาทในเวทีโลก ได้เพิ่มขึ้น ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๒ ก่อนนะครับ🔗
แนะนำตัวเอง นิดครับ เพราะว่าต้องบันทึกบอกชื่อด้วยครับ🔗
วสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ ตามที่ท่านประธานได้เรียนที่ประชุมนะครับ กสม. ได้รับ การยกสถานะกลับไปเป็นสถานะเอ (A) ในปีนี้นะครับ แต่ว่าจริง ๆ สถานะบี (B) เราได้รับมา เมื่อประมาณ ๘ ปีที่แล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ต่อปี ๒๕๕๘ สำหรับการที่ถูกลดสถานะก็อาจจะ เป็นเพราะว่าทางพันธมิตรสถาบันระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชนอาจจะประเมินว่า กสม. ยังไม่มีความเป็นอิสระพอหรือว่าไม่มีประสิทธิภาพพอนะครับ แต่ว่าจากความพยายาม ในช่วงที่ผ่านมาของ กสม. ชุดที่ ๓ ชุดที่ ๔ โดยความร่วมมือของทั้งรัฐบาล ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ แล้วก็ภาคประชาสังคม เราก็ได้ชี้แจงแล้วก็ทำให้ผู้ประเมินเห็นว่าเรามีพัฒนาการแล้วก็แก้ไข ปัญหาต่าง ๆ ไปด้วยดี มี ๒ เรื่องที่จริง ๆ เขาก็ฝากเอาไว้อยู่ก็คือเรื่องบทบาทหน้าที่ในการ ไกล่เกลี่ยในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งอันนี้เราก็จะผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมาย ต่อไปนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือแก้ไขเรื่องบทบาทหน้าที่ของ กสม. ตามมาตรา ๒๔๗ (๔) ในรัฐธรรมนูญแล้วก็ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ มาตรา ๒๖ (๔) เรื่องที่บอกว่าให้ กสม. จะต้องชี้แจงโดยไม่ชักช้ากรณีที่มีการรายงาน เกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง กรณีนี้ต่างประเทศมองว่า เดี๋ยวเราจะกลายเป็นไปแก้ต่างแทนรัฐบาล แต่เราก็ยืนยันถึงความเป็นอิสระของเรา แล้วก็ เขาก็เห็นความพยายามก็เลยแก้ไขกัน จะมีการประเมินอีกทีหนึ่ง ๕ ปีข้างหน้าครับ แต่ว่า สิ่งที่ยังค้างอยู่ก็คงจะขอความร่วมมือจากฝ่ายนิติบัญญัติแล้วก็ทุกฝ่ายในการที่จะช่วยกันแก้ไข เพื่อที่จะให้สถานะของ กสม. เป็นสถานะเอ (A) ทำให้เราสามารถแสดงบทบาทในเวที ระหว่างประเทศแล้วก็ช่วยคุ้มครองสิทธิของประชาชนได้ดียิ่งขึ้นนะครับ🔗
ไม่มีสมาชิก ที่จะอภิปรายซักถามต่อไปแล้วนะครับ🔗
ขออนุญาตเพิ่มเติม อีกนิดหนึ่งครับท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
สำหรับเรื่องที่ท่านถาม เกี่ยวกับเรื่องข้อเสนอแนะของ กสม. ถ้าเสนอไปแล้วถ้าเขาไม่ดำเนินการจะทำอย่างไร ก็อยากจะ ขออนุญาตนำเรียนว่า กสม. จริง ๆ บทบาทหลักก็คือเรื่องการตรวจสอบแล้วก็ส่งเสริม แต่ไม่มี อำนาจในตัวเองนะครับ เราจะต้องเสนอฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะในเชิง ระบบก็คือเรื่องของการแก้กฎหมาย ปรับปรุงกฎหมาย แก้ระเบียบหรือว่าเสนอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไปแก้ไขปัญหากรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือ เอกชนเราก็สามารถเสนอไปได้ ส่วนใหญ่ก็จะได้รับความร่วมมือที่ดี แต่ก็จะมีบางกรณีที่บางท่าน ก็ได้อภิปราย คือบางกรณีหน่วยงานรัฐบางหน่วยอาจจะไม่เห็นด้วย ไม่ปฏิบัติ เราก็จะรายงาน ไปที่ ครม. ครม. ก็จะพิจารณาอีกทีหนึ่งแล้วก็สั่งการให้ไปดูใหม่นะครับ ถ้าหากว่า ครม. สั่งการ ไปแล้วยังไม่ดำเนินการอะไร จริง ๆ เราก็ทำได้แค่ฟ้องประชาชนก็คือรายงานให้สาธารณชน รับทราบ ซึ่งอันนี้ก็จะปรากฏในรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนด้วย ซึ่งอันนี้ผมคิดว่า ทั้งสาธารณชนแล้วก็ต่างประเทศก็ดูเรื่องพวกนี้อยู่ ที่ผ่านมาก็จะได้รับความร่วมมือด้วยดีนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานขออนุญาต อีกคำถามหนึ่งค่ะ ดิฉัน นางอมรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล มาถึงตรงนี้ดิฉันอยากจะ ทราบว่าอำนาจบทบาทหน้าที่ของ กสม. ไทย เราเปรียบเทียบกับประเทศที่เจริญแล้ว ประเทศ ที่มีความเป็นสากลอื่น ๆ บทบาทหน้าที่ของเรา อำนาจของเราน้อยกว่าเขาหรือเปล่า เราได้ มาตรฐานสากลหรือไม่คะ🔗
เชิญครับ🔗
เดี๋ยวท่านประธาน จะให้คำตอบนะครับ🔗
เชิญประธาน กรรมการครับ🔗
ขอบพระคุณสำหรับคำถามนะคะ จริง ๆ แล้วถ้าถามว่าเท่าสากลหรือเปล่า ก็ต้องบอกว่าเท่า เพราะไม่อย่างนั้นเราก็คงไม่ได้เอ (A) นะคะ เพราะจะมีหลักการว่าคนที่จะมาทำหน้าที่พวกนี้ ต้องมีหลักการอะไร อย่างไรบ้าง ในเรื่องของมาตรฐานก็คงเป็นสากล แต่เรื่องการบังคับผลของ การตรวจสอบ เราก็คิดว่าของเราไม่ได้มีอย่างเต็มที่อย่างที่ท่านสมาชิกอมรัตน์ถามถึงเรื่องว่า แล้วถ้าเผื่อเขาไม่ทำนี่จะทำอย่างไรได้หรือเปล่า บางแห่งอาจจะมีสภาพบังคับในการที่จะ บอกว่าถ้าประกาศไปแล้วให้ดำเนินการ ของเรานี้มีแต่เสียงค่ะ ด้วยความเคารพนะคะ แต่เสียงถ้าเผื่อว่าเสียงดังแล้วเป็นที่ยอมรับ เสียงก็คงเป็นตัวที่จะช่วยผลักดันให้ แต่อำนาจ ในการที่จะบังคับใช้ถ้าเผื่อว่าเรามีความเห็นอย่างนี้แล้วให้ทำตาม ถ้าไม่ทำตามผิดกฎหมายนี่ ของเราไม่มี แล้วก็เข้าใจว่าในสถาบันทั่ว ๆ ไปในประเทศต่าง ๆ ก็อาจจะไม่ได้มีมากเท่าไร อาจจะมีเพียงจำกัด เพียงแต่ว่าในส่วนนี้เรากำลังมองแค่อำนาจไกล่เกลี่ย ถ้าเผื่อว่าทางสภา จะช่วยกรุณาดูข้อกฎหมายที่เราจะขอแก้ไขในส่วนนี้ การมีอำนาจไกล่เกลี่ยก็จะทำให้เรามี สภาพบังคับในการที่จะช่วยแก้ไขปัญหาบางประการ ซึ่งพี่น้องชาวไทยได้รับประสบการณ์ โดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็นทั้งภาครัฐ ทั้งภาคเอกชน ถ้ามีอำนาจในการไกล่เกลี่ยก็อาจจะมีอำนาจ มากขึ้นในการที่จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างครบถ้วนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ก็ยินดี ถึงอย่างไรก็ตามคำเสนอแนะ คำท้วงติง ข้อคิดเห็นของท่านสมาชิก ซึ่งท่านตอบครบบ้าง ไม่ครบบ้างก็มีข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือข้อท้วงติงให้ท่านรับไปช่วยพิจารณาดำเนินการ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ด้วยนะครับ ท่านจะดูได้จากเทป (Tape) เพราะเราถ่ายทอดสดทุกครั้ง ท่านก็ดูจากทีวี (TV) ทีพีทีวี (TPTV) ไทยพาร์เลียเมนต์ ทีวี (Thai Parliament TV) ได้ ทางยูทูบ (YouTube) ทางกูเกิล (Google) ก็ได้ ฝากท่านไปดูแล้วก็ดูข้อท้วงติงทั้งหมดของท่านสมาชิก ด้วยนะครับ เป็นการจบเพราะว่าที่ประชุมรับทราบรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้าน สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๔ เรียบร้อยแล้วนะครับ จบวาระที่ ๒.๔ ต่อไปเป็น🔗
๒.๕ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยที่อาจจะต้องมีอนุกรรมการที่น้อยลง คณะทำงานที่น้อยลง แต่เอางบประมาณที่มีอาจจะ มากขึ้นนั้นไปเพิ่มประสิทธิภาพของการปฏิบัติงานสำนักงาน ข้อคำถามของผมก็คือว่า ในรายงานฉบับนี้ยังไม่ได้พูดถึงว่าในผลการปฏิบัติงานต่าง ๆ นั้นตกลงวันนี้ท่านยังมีการตั้ง ระดับอนุกรรมการ ระดับคณะทำงานหรือไม่ มากน้อยอย่างไร เป็นคณะอนุกรรมการในเชิง ประเด็นเฉพาะด้าน เป็นอนุกรรมการในเชิงเฉพาะกิจหรือเป็นคณะทำงานหรืออนุกรรมการ ที่มีองค์ประกอบที่มีความหลากหลายจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชนอย่างไรบ้าง ซึ่งไม่ปรากฏในรายงานฉบับนี้ แต่ผมคิดว่าเป็นประเด็นถ้าหากท่านตอบได้ก็จะตอบเพื่อนำไปสู่ เรื่องของการทำงานให้สำนักงานเองนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ต้องขอบพระคุณท่านครับว่าในปีที่แล้วผมได้ติงท่านถึงเรื่องของ กรณีของการรับเคส (Case) เข้ากับผลสัมฤทธิ์ที่ออกมานั้นตัวเลขมันอาจจะดูไม่ค่อยตรงกัน แน่นอนครับ หลายเคส (Case) เราใช้เวลาการสอบข้ามปี ผมเข้าใจและตระหนักเป็นอย่างดี ผมคิดว่าในปีนี้ท่านมีรายละเอียดในเชิงการประเมินแบบนี้เยอะยิ่งขึ้นครับ ซึ่งผมคิดว่ามีแนวโน้ม ไปในทิศทางที่เห็นได้ว่าสถานการณ์เรื่องที่รับของท่านกับสถานการณ์เรื่องที่ท่านตรวจสอบ จนสัมฤทธิ์ผลนั้นเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามมันก็จะมีติ่งเล็ก ๆ อยู่ครับในกรณีที่ท่าน ยุติเรื่องกับกรณีที่ท่านเห็นว่ามันอาจจะไม่จำเป็นที่ต้องดำเนินการต่อในเรื่องของการตรวจสอบ อย่างที่ผมได้นำเรียนว่าเวลาท่านใช้คำว่า ยุติเรื่อง ถึงแม้ท่านอาจจะมีข้อความขยายต่าง ๆ แต่พี่น้องประชาชนหรือคนที่อ่านรายงานจำนวนหนึ่งจะเข้าใจว่าท่านเห็นว่าเรื่องนั้นไม่มีเหตุ จำเป็นที่ต้องทำต่อใด ๆ แล้วเสมือนว่าเราไม่ได้ทำต่อ ซึ่งจริง ๆ ผมเชื่อว่าไม่ใช่เป็นเช่นนั้น เฉกเช่นเดียวกับประเด็นเรื่องที่เห็นว่าไม่มีการละเมิดครับ ก็แบบเดียวกันในเชิงรายละเอียด ท่านอาจจะต้องเพิ่มแคตตะกอรี (Category) หรือรายละเอียดมากยิ่งขึ้นถึงประเภทเรื่อง ที่ท่านยุติหรือเรื่องที่ท่านไม่ได้เดินหน้าต่อหรือพบว่าไม่มีการละเมิดนั้นมันเป็นเพราะแบบใด ประการใด นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ผมยกอย่างในกรณีของการจำแนกสถิติการร้องเรียน เช่น ในหน้า ๔๗ สถิติการร้องเรียนและจำแนกออกมาเป็นลักษณะของประเภทต่าง ๆ เพียงแต่ว่า ผมตั้งข้อสังเกตว่าประเด็นที่เราพูดกันเยอะในวันนี้ เช่น กรณีเรื่องของสิทธิเด็กเรื่องกรณี ของสิทธิและสถานะบุคคลเสมือนเมื่อลงรายละเอียดในเชิงจำนวนแล้วดูพบว่าน้อยผิดปกติ ผมยกตัวอย่างเช่น เรื่องสิทธิเด็กมี ๙ เรื่อง เช่น เรื่องสิทธิและสถานะบุคคลมี ๙ เรื่อง อย่างที่ ผมได้นำเรียนครับสมัยที่ผมนั่งเป็นอนุกรรมการในประเด็นเรื่องเด็กเยาวชน สตรี ผู้มีความ หลากหลายทางเพศหรือเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เราพบว่าหลายเรื่องไม่จำเป็นต้องเดินมาหา เราอย่างเดียว ท่านอาจจะมีข้อจำกัดในการรับเคส (Case) บางอย่างผมเข้าใจ แต่บางเรื่อง ที่เป็นเรื่องเด็กแล้วท่านเห็นหรือดูในโซเชียล (Social) หรือเห็นในข่าวหรือปรากฏข้อเท็จจริง ผ่านระบบใด ๆ ก็แล้วแต่ ท่านอาจจำเป็นต้องเดินเข้าไปหาเขาครับ จำนวนนับที่น้อยลง อาจจะสะท้อนถึงความไม่จำแนกไม่ลงรายละเอียดหรือไม่ให้ความสำคัญซึ่งท่านอาจจะถูก เหมารวมหรือตีความไปเป็นเช่นนั้น แท้ที่จริงรายงานของท่านเองบอกตัวเลขเด็กชัดเจนว่า เด็กและเยาวชนนั้นคือจำนวนประมาณ ๒๒ ล้านคน หรือ ๑ ใน ๓ ของประชากรทั้งประเทศ แต่เรื่องสิทธิเด็กมีน้อยเสียเหลือเกิน เรื่องสิทธิและสถานะบุคคล เรื่องสิทธิการศึกษา เรื่องสิทธิผู้สูงอายุ สิทธิของผู้บริโภคต่าง ๆ ดูมีน้อยเสียเหลือเกินในรายงานฉบับนี้ อยากฟัง รายละเอียดว่ามันเพราะเหตุใด ประการใด นั่นเป็นประเด็นที่ ๓ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๔ ครับสมัยท่านวัส ติงสมิตร ท่านเป็นประธานคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมจะเห็นท่านเดินไปเปิดงานในหลายพื้นที่ครับ เป็นงานเรื่องของ ศูนย์ประสานงานถ้าผมจำชื่อผิดต้องขอประทานอภัยครับ แต่เข้าใจว่าเป็นศูนย์ประสานงาน ที่เกี่ยวข้องกับการรับเคส (Case) ทั้งการศึกษาและเรื่องของการรับเคส (Case) ในพื้นที่ต่าง ๆ ในระดับภูมิภาคต่าง ๆ แต่สิ่งที่ผมไม่เห็นได้รายงานฉบับนี้เลยก็คือไม่เห็นว่าตกลงการตั้งศูนย์ ในระดับภูมิภาคนั้น ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือกับระดับมหาวิทยาลัยหรือการตั้งโดยตัวของ ท่านเองนั้นผลสัมฤทธิ์ออกมาเป็นประการใด มันตอบโจทย์ความมุ่งมั่นที่ท่านต้องการจะตั้ง ศูนย์เหล่านั้นจริงหรือไม่ อย่างไร🔗
สุดท้ายประเด็นที่ ๕ ครับ ผมอยากจะถามท่านถึงจุดยืนของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติต่อความพยายามของรัฐบาลในการออกกฎหมายการควบคุมการ ดำเนินการขององค์กรไม่แสวงผลกำไร หรือองค์กรภาคประชาสังคม ด้วยความเคารพครับ ผมชื่นชมกรรมการสิทธิมนุษยชนบางท่าน ท่านไปสังเกตการณ์ในการชุมนุมของพี่น้องประชาชน ภาคประชาสังคม ทั้งที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและที่ทำเนียบรัฐบาลได้พูดคุยกับท่าน เป็นรายบุคคล แต่ผมอยากเห็นจุดยืนของท่านว่าในฐานะที่ท่านทำงานกับภาคประชาสังคม เยอะที่สุดครับ และสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยเดินไม่ได้ครับหากไม่มีการทำงานกับภาค ประชาสังคม อยากได้ยินจากท่านชัด ๆ ว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนชุดนี้ไม่สนับสนุนกฎหมาย ที่ควบคุมการดำเนินการขององค์กรไม่แสวงกำไร ทั้งหมดทั้งมวลคือ ๕ ประเด็นที่สอบถาม ในรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๔ ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ท่านมานพครับ🔗
ขอบคุณครับ เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมดูในรายงานประจำปีผมคิดว่านอกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเสนอแนะ ต่อกรรมการสิทธิมนุษยชนแล้ว ผมคิดว่าในหน้าที่ ๙๔ เป็นข้อเสนอของกรรมการสิทธิมนุษยชน ต่อสภาผู้แทนราษฎรของเรา เป็นเรื่องที่น่าสนใจสภาผู้แทนราษฎรจะละเลยข้อเสนอของ กรรมาธิการไม่ได้ครับท่านประธาน ผมดูแล้วมีอยู่ ๒ ๓ ประเด็น ผมคิดว่าเรื่องแรกก็คือเรื่องของ อำนาจหน้าที่ในการที่จะคลี่คลายปัญหาเรื่องของสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วผมไปเปิดดูในเรื่องของงบประมาณ งบประมาณของกรรมการสิทธิมนุษยชนลดลงทุกปี ช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงของการพิจารณางบประมาณผมแค่นึกว่าเป็นภารกิจของสภา ท่านสมาชิกได้ อภิปรายว่าตรงนั้นทำไมไม่มีอนุกรรมการ ทำไมไม่มีคณะทำงาน ๒ เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกัน หรือเปล่าว่าบทบาทของกรรมการสิทธิมนุษยชนทำไมมีภารกิจยิ่งใหญ่มาก แต่ว่ากระบวนการ ออกปฏิบัติการทำไมมีปัญหา ผมคิดว่า ๒ เรื่องนี้เป็นประเด็น ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมอยากจะเห็นบทบาทของสภาผู้แทนราษฎรต่อการเสนอแนะของกรรมการสิทธิมนุษยชนนี้ ไม่ใช่ว่า ส.ส. สภาเราเสนอ เสนอแนะอย่างเดียวก็ต้องมาดูว่าเขามีเครื่องไม้เครื่องมือเพียงพอไหม อำนาจเพียงพอไหมครับ กฎหมายมันก็ต้องปรับแก้ไปตามรัฐธรรมนูญครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เราก็มีกฎหมายว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชนอีกฉบับหนึ่ง แต่ว่าการปรับแก้กฎหมายสิทธิมนุษยชน นี่ก็ต้องล้อไปตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เพราะฉะนั้นมีเรื่องสำคัญตามนี้ครับท่านประธาน ผมดูในรายงานของกรรมการก็คือว่าคือกรรมการพยายามเสนอไปที่ฝ่ายบริหารคือ ครม. แล้วก็ รับฟังหลายหน่วยงานแล้วเขายังจะแก้กฎหมายตรงนี้ในมาตรา ๒๖ (๔) ครับท่านประธาน เป็นการให้อำนาจในการที่จะไกล่เกลี่ยกรณีมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นเบื้องต้นนะครับ เท่าที่ผมฟังกรรมาธิการว่าคือก็ไม่ต่างกับกรรมการที่ผ่านมาคือกรรมการอื่น ๆ นะครับ คือรู้ และให้คนอื่นตัดสินใจครับ รู้ข้อมูลรู้ข้อเท็จจริงแล้วก็ให้คนอื่นไปตัดสินใจก็เสนอแนะ ซึ่งเรื่อง เหล่านี้ผมคิดว่าอาจจะต้องมาเทียบดูนะครับว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนในต่างประเทศเขามี อำนาจในระดับไหน แล้วกลับมาดูที่ประเทศไทย ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าการปรับแก้กฎหมายครั้งนี้ ที่ผ่านมาที่ทำให้อำนาจกรรมการสิทธิมนุษยชนลดลงมันเกี่ยวข้องกับปี ๒๕๖๐ มันเกี่ยวข้องกับ เรื่องรัฐประหารปี ๒๕๕๗ ด้วยหรือไม่ อันนี้ผมตั้งถามคำถามนะครับ เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ ผมอยากจะเห็นความร่วมมือของสภาผู้แทนราษฎรกับกรรมการสิทธิมนุษยชน ผมดูรายงานของ ท่านแล้วครับ ท่านพยายามเสนอไปหน่วยงาน เสนอไปกฤษฎีกา เสนอไป ครม. ครม. ให้ปรับปรุง และอยู่ในช่วงปรับปรุงและเสนอต่อ ผมไม่แน่ใจว่า ครม. คิดอย่างไร เพราะฉะนั้นทางออก อีกทางหนึ่งก็คือสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านประธานกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ท่านศุภชัย ใจสมุทร เมื่อสักครู่นี้ท่านก็อภิปราย ว่าทำอย่างไรสภาผู้แทนราษฎร ในกลไกกรรมาธิการสามัญที่มีอยู่นี้กับกรรมการสิทธิมนุษยชนจะมาทำงานร่วมกันอย่างไร ผมเห็นช่องทางครับถ้าหากว่ากฎหมายฉบับนี้ที่กรรมการได้นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหา ผมอยากจะเห็นเวทีการพูดคุย มันต้องมีการเปิดทางหลายทาง เพื่อให้ประสิทธิภาพเพื่อให้น้ำหนักในการทำงานของกรรมการสิทธิมนุษยชนได้ผลตามที่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายไว้ ผมดูแล้วผมคิดว่ามีข้อเรียกร้องเยอะแต่ว่ามี อำนาจไหม มีดาบไหม มีอาวุธไหม ในการทำงาน เพราะฉะนั้นคือถ้าเป็นไปได้อยากจะให้มี การหารือกันทั้งสองสภานะครับ🔗
ประเด็นสุดท้าย เรื่องงบประมาณ เรื่องงบประมาณก็มีความจำเป็นคือตลอด ระยะเวลา ๒ ๓ ปี แล้วถ้าเราย้อนดูงบประมาณกรรมการสิทธิมนุษยชนได้งบน้อยลงค่อนข้าง จะเยอะ ที่ผมพูดอย่างนี้คือผมก็ไม่ได้อยู่ในกรรมาธิการงบประมาณ แต่ถ้าเราเทียบงบประมาณ ของฝ่ายความมั่นคงโดยเฉพาะกลาโหมไม่ว่าจะซื้ออาวุธต่าง ๆ เหล่านี้เยอะแยะมากมาย แต่ขณะเดียวกันองค์กรที่จะทำหน้าที่ในการปกป้องสิทธิมนุษยชนแล้วจะต้องรายงานกับ องค์กรระหว่างประเทศจะต้องรายงานกับนานาอารยประเทศในเวทีสากลกลับพบว่าสถานการณ์ ความรุนแรง สถานการณ์ความหลากหลายความซับซ้อนเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชน มีเยอะขึ้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสภาแห่งนี้ก็อยากจะขอให้ทางกรรมการสิทธิมนุษยชนว่าเรา จะทำหน้าที่ร่วมกันตรงนี้ผ่าน ๒ เรื่อง ก็คือการผลักดันกฎหมายและเรื่องของบประมาณ ไม่แน่ใจว่าองค์กรของท่านได้เข้าสู่กรรมาธิการงบประมาณหรือยัง ถ้ายังไม่ได้เข้าผมคิดว่าก็มี ความจำเป็นที่จะนำเสนอข้อเสนอแนะมุมมองนี้ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
เชิญท่าน นายแพทย์บัญญัติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ซึ่งผมขออนุญาตเรียกว่า กสม. นะครับ นอกจากนั้นก็จะขออภิปรายตั้งข้อสังเกตฝาก กสม. ในสิ่งที่ผมได้ประสบพบเจอในพื้นที่จริง ดังนี้ครับ สืบเนื่องจากผมอยู่จังหวัดระยองเมื่อสักครู่นี้มีเพื่อนสมาชิกจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้อภิปรายเรื่องปัญหาช้างป่าที่ทางภาคตะวันตกของประเทศนะครับ ผมได้อยู่ภาคตะวันออก พื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัดประกอบด้วย ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทราของท่านประธาน สระแก้ว จันทบุรี แต่ถ้ารวมภาคตะวันออกทั้งหมดเรียกว่าผืนป่าตะวันออกก็รวมไปถึงจังหวัดตราดด้วย ในประเทศไทยมีผืนป่าหลายผืนป่าด้วยกัน ผืนป่าต่าง ๆ ที่มีปัญหาช้างป่ามีถึงหลายผืนป่าด้วยกัน แต่ที่หนักหนาสาหัสที่สุดก็น่าจะเป็นผืนป่าตะวันออกนะครับ ผืนป่าที่รอง ๆ ลงไปก็เป็นผืนป่า แก่งกระจานอย่างเช่นที่กุยบุรี เขาเรียกผืนป่าแก่งกระจานเพชรบุรี ส่วนกาญจนบุรีทางโน้น เขาเรียกผืนป่าตะวันตก นอกนั้นก็ยังมีผืนป่าดงพญาเย็นก็คือเขาใหญ่ ผืนป่าภูเขียวน้ำหนาว ก็ทางข้างบนโน้นทางเพชรบูรณ์ จังหวัดเลยทางโน้น ในรายละเอียดผมขอไม่ลงไปในรายละเอียด ผมขออนุญาตอธิบายพฤติการณ์พฤติกรรมของความเป็นมนุษย์ที่ถูกละเมิดโดยสัตว์ ซึ่งเป็น สัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งช้างป่าก็อยู่ ใน พ.ร.บ. นั้นด้วยนะครับ ในเขตเลือกตั้งของผมนั้น มี ๓ อำเภอ คืออำเภอแกลง อำเภอเขาชะเมา อำเภอวังจันทร์ เฉพาะอำเภอเล็ก ๒ อำเภอ คืออำเภอวังจันทร์ อำเภอเขาชะเมา ในเขตเลือกตั้ง ผมนี้ ประชิดติดกับอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี เขตเลือกตั้งผมนี้เสียชีวิต ๗ ศพต่อ ๑ ปีในช่วง รอยต่อปี ๒๕๖๓ ต่อปี ๒๕๖๔ ถึง ๗ ศพต่อเนื่องด้วยกัน ในพื้นที่อำเภอบ่อทองตรงนั้นก็กว่า ๕ ศพในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเหตุการณ์ช้างป่าทำร้ายชีวิตมนุษย์ทวีความรุนแรงกันมาประมาณ ๑๐ ปีด้วยกัน ก่อนหน้านั้นที่มีประชาชนไปยึดครองพื้นที่เรียกว่าครองพื้นที่ เรียกว่าครองพื้นที่ ก่อนประมาณ ๕๐ ปีที่ผ่านมานี้ก็ไม่เคยปรากฏว่ามีช้างป่าออกมาก็ประมาณ ๑๐ ปี ด้วยเหตุใด อันนี้ผมก็ขอไม่ลงในรายละเอียด เนื่องจากอาจจะไม่ใช่ประเด็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน แต่ผมคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนน่าจะเกี่ยวข้องได้ ที่เกี่ยวข้องได้ เพราะว่าผมเป็นคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาช้างป่าแล้วก็ปิดรายงานไปแล้ว ในฐานะเป็น เลขานุการคณะกรรมาธิการก็ได้เชิญคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนมา ซึ่งกรรมาธิการก็อบอุ่น ใจมากเลย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนลงมาแล้วรู้สึกว่ามีคนมาช่วยพยุงว่าสิ่งนี้หน่วยงาน ต่าง ๆ จะอยู่นิ่งเฉยไม่ได้แล้ว กฎหมายอาจจะมีข้อจำกัดอย่างโน้นอย่างนี้ กรรมการสิทธิมนุษยชน ก็จะคอยหยิบคอยยกขึ้นไปว่าชีวิตคนนั้นจะให้แหลกเหลวไปเพราะว่าช้างป่าทำร้ายชีวิตคนนี้ มันจะแหลกเหลว ศีรษะไปทาง ตัวไปทาง แขนขาไปทาง พระภิกษุก็โดนนะครับ ท่านเดิน บิณฑบาตเป็นรูปสุดท้ายก็โดนช้างคว้าไปแล้วก็บาตรไปทาง จีวรไปทาง ศพที่น่าสยดสยองมาก ที่สุดคือศพในเขตเลือกตั้งผมตำบลเขาน้อย อำเภอเขาชะเมา ศีรษะไปที่โรงพยาบาลระยอง ในวันรุ่งขึ้น หาไม่เจอนะครับ แล้วก็สถานการณ์ไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้นเลยเป็นอย่างนี้มาตลอด ในเรื่องของชีวิตร่างกายไม่มีใครจะช่วยได้เลย เรื่องของทรัพย์สินบ้านเรือน ผนังอิฐบล็อก อะไรนี่ ช้างชอบความเค็ม ขาดเกลือ เพราะสัตว์ใหญ่จำพวกสัตว์ที่เคี้ยวพืชมาก ๆ ถ้าหากว่า ขาดเกลือนี้ท้องจะอืด คนทำปศุสัตว์จะรู้จะต้องมีเกลือ ธรรมชาติในดินก็จะมีเกลือเป็นหย่อม ๆ เกลือมีกลิ่นหอมนะครับ ตามครัวเรือนมักจะมีกะปิ มีน้ำปลา ซึ่งล้างถ้วยล้างจานแล้วก็สาด ออกไปนี่ดินตรงนั้นคงมีกลิ่นหอม สัตว์เหล่านี้มีความไวในจมูก เขาจะมาเดินวนเวียนอยู่แถว รอบ ๆ ครัวนี้ เขาคงจะมาหาเกลือกินก็เงยเข้าไปในครัวผนังก็พังไปอะไรไป เข้าไปใต้ถุน ไปใน พฤติกรรมที่แปลก ๆ ไม่ใช่สัตว์ป่าอย่างที่ควรจะเป็น แล้วในพื้นที่นั้นถ้าจะมองว่าเป็นพื้นที่ ที่ไม่มีเอกสารสิทธิก็ไม่ใช่ ไปไกลที่สุดถึงนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ก็ไปมาแล้ว นับระยะแล้วก็ เป็นร้อยกิโลเมตร🔗
คุณหมอ เอาเข้ารายงานเลยครับ🔗
ในส่วนนี้ก็คือว่าการเสียชีวิตของคน ซึ่งมันไม่มีอะไรที่จะมาพิทักษ์ความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินเลยนี่ไม่รู้จะใช้กฎหมายข้อไหน อย่างไร ในส่วนนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนจะทำอะไรให้เรา ให้พี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้ง ผมได้ แล้วทั่วประเทศก็เสียชีวิตประมาณปีหนึ่ง ๒๕ ราย การเยียวยาปัจจุบันนี้ก็ใช้งบของ ป้องกันภัย ปภ. ศพหนึ่งก็ได้ ๒๙,๕๐๐ บาทประมาณนี้ ถ้าหัวหน้าครอบครัวก็ได้ ๒ เท่า มันไม่เพียงพอนะครับ แล้วก็ไม่มีกฎหมายตัวอื่นที่จะช่วยเหลือ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ผมเองก็ไม่รู้ จะหาทางออกอย่างไร แล้วก็ทราบว่าพรุ่งนี้กรรมการสิทธิมนุษยชนก็จะลงไปที่จังหวัดชลบุรี ไปรับฟังความคิดเห็นของผืนป่าตะวันออกด้วย ผมดีใจจริง ๆ ผมเกริ่นว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นจริง แล้วก็ อยากจะให้ท่านช่วยหาคำตอบให้พวกเราว่าจะช่วยพวกเราได้อย่างไร อย่าให้เราทนทุกข์ทรมาน มันไม่ต่างจากสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ ตั้ง ศบช. ก็ได้ ศูนย์อำนวยการบริหารช้างป่าแห่งชาติ ขึ้นมา แล้วก็ดูแลในระดับจังหวัด มีศูนย์ควบคุมช้างป่าในระดับจังหวัด มีภาคประชาชนร่วมด้วย จะดีมากเลยครับท่านครับ กราบขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านณัฐพล พรรคก้าวไกลครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ขออภิปรายและให้ข้อสังเกต ให้ข้อคิดเห็นในรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือที่เราเรียกสั้น ๆ ว่า กสม. ทั้ง ๘ ด้าน สิ่งผมมีข้อกังวลใจและมี ข้อสังเกต ในประเด็นอุปสรรคและข้อเสนอแนะของกรรมการสิทธิมนุษยชน ท่านประธานครับ ถ้าเอ่ยถึงกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นความหวังเป็นคำที่อุ่นใจสำหรับทุกกลุ่มพลเมือง ทุกกลุ่มคนในประเทศนี้ เพราะถ้าเราเจอปัญหาหน่วยงานนี้ องค์กรนี้ ที่เป็นองค์กรอิสระ ในประเทศนี้ มาถึงชาวบ้านจะอุ่นใจว่าสิทธิของเรา ความเป็นมนุษย์ ความเป็นมนุษยชาติ ความเป็นมนุษยชนในประเทศนี้ องค์กรนี้คือความหวังของเรา ฉะนั้นเป็นข้อกังวลใจแล้วก็ มีข้อสังเกตใน ๒ ประเด็นครับ🔗
ประเด็นแรก ที่เป็นอุปสรรคที่ข้อเสนอแนะของ กสม. มาคือ ความไม่เป็นอิสระ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามหลักการสิทธิมนุษยชนตามหลักของปารีส (Paris) นะครับ ขออภิปราย เพิ่มเติมตรงนี้ว่า ถ้าไม่มีความเป็นอิสระนะครับ ความสัมฤทธิ์ผลในการแก้ไข หรือไกล่เกลี่ย ชี้นำ หรือนำทางกับการแก้ปัญหาประชาชนจะไปถึงไหนครับท่านประธาน ผมจะขออภิปราย หรือชี้ให้เห็นภาพชัด ๆ มาว่า ประเด็นแรก สิทธิของมนุษย์ สิทธิของพลเมืองในประเทศนี้ ถ้าไม่มีสิทธิในสถานะของความเป็นคน คนไม่ใช่ลอย ๆ ไม่ใช่อากาศ คนมันต้องยืนอยู่บนดิน ต้องเป็นบุคคลที่มีสถานะในรัฐนั้น ๆ และเด็กที่เป็นตัวจี (G) ผู้สูงอายุที่ไม่มีสถานะพลเมือง ชีวิตเขาจะอยู่อย่างไร อันนี้คือโจทย์ว่าถ้ากรรมการสิทธิมนุษยชนเข้าไปขาดอิสระในการช่วยเหลือ หรือเสนอแนะคนกลุ่มนี้ ความหวังของคนกลุ่มนี้อนาคตอยู่ตรงไหนครับ อนาคตของชาติ เด็กตัวจี (G) เป็นแสน ๆ เต็มไปหมด กับการที่ความไม่เป็นอิสระของกรรมการสิทธิมนุษยชน ผลสัมฤทธิ์อนาคตของประเทศไทยอยู่ตรงไหน🔗
ประเด็นที่ ๒ สิทธิของความเป็นคนนั้น การเข้าถึงปัจจัย ๔ การเรียกร้อง หรือการ ดำเนินคดีต่าง ๆ ตั้งแต่เรื่องที่ดิน น้ำ ป่า สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ไฟฟ้าไม่ถึง นี่คือการจับกุม ดำเนินคดีต่าง ๆ กรรมการสิทธิมนุษยชนเข้าไปช่วย เข้าไปดูแลไม่ได้นะครับ สิทธิของมนุษย์ สิทธิของความเป็นคนเราอยู่ตรงไหนครับ ความเป็นอิสระตรงนี้นะครับ🔗
ประเด็นสุดท้าย การดำรงของความเป็นมนุษย์ ทั้งภาษา วัฒนธรรม วิถีดั้งเดิม ในโลกนี้นานาอารยประเทศให้การคุ้มครองคำว่า วิถีดั้งเดิม โดยเฉพาะขอเป็นปากเป็นเสียง หรือสะท้อนกับกลุ่มเปราะบางนะครับ กลุ่มชายขอบ กลุ่มที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง กลุ่มชาติพันธุ์ และกลุ่มที่กำลังเสี่ยงนะครับท่านประธาน ใกล้สูญสิ้นเผ่าพันธุ์ ยกตัวอย่างได้เลยครับกับกลุ่ม มันนิที่อยู่เทือกเขาบรรทัดทางภาคใต้ และกลุ่มมลาบรีทางภาคเหนือของประเทศไทย เป็นกลุ่ม ดั้งเดิม ความเป็นไทยเขาอาจจะเป็นไทยมากกว่าทุกคนที่อยู่ในที่นี้นะครับท่านประธาน แต่สิทธิของวิถีดั้งเดิมของเขาถูกกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิดั้งเดิมของเขาจากส่วนกลาง ตรงนี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนจะต้องเข้าไปมีสิทธิในการพิจารณาเสนอแนะ เข้าใจครับว่าหน้าที่ของ สิทธิมนุษยชนนะครับ จะต้องเข้าไปมีสิทธิในการพิจารณาเสนอแนะ เข้าใจครับว่าหน้าที่ ของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นเป็นแค่ผู้ให้ข้อสังเกต ไม่ต่างกับกรรมาธิการใน สภาผู้แทนราษฎร นี่ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งนะครับ ก็คงจะต้องหารือและเป็นข้อสังเกตว่า ฝ่ายบริหารที่บริหารในประเทศนี้นะครับ การออกกฎหมายต่าง ๆ ออกจากส่วนกลาง ออกจาก หน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งคำนึงถึงสิทธิวิถีดั้งเดิมหรือไม่นะครับ การออกกฎหมายที่จะต้องคำนึงถึง วิถีดั้งเดิมนั้นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะต้องเข้าไปดูแลตรงนี้ มีสิทธิ มีส่วนในการ มีความเห็นอย่างไร และช่องว่างระหว่างอำนาจดุลระหว่างกรรมการสิทธิมนุษยชนที่เป็น ความหวังของประชาชนกับฝ่ายบริหารที่สามารถกำหนดทิศทางของ กสม. หรือกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นอยู่ตรงไหนถึงจะสมดุล ผมคิดว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนคงจะต้อง เตรียมสำหรับระเบียบหรือในวันข้างหน้าว่าการร่วมมือระหว่างประเทศกับการที่จะต้องพึ่ง ร่วมมือกับภาคประชาชน นั่นคือทางออกทางหนึ่งนะครับว่าวันหนึ่งข้างหน้าปัญหาใน ประเด็นที่ ๒ กับการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นไม่ได้รับการแก้ไขตามอำนาจของ กสม. หรือ กรรมการสิทธิมนุษยชนไม่มีอำนาจ ถ้าไม่มีอำนาจ ความหวังของประชาชนที่รอกรรมการ สิทธิมนุษยชนแทบจะไม่เป็นความหวังให้กับประชาชนเลยนะครับ ทำไมผมถึงพูดอย่างนี้ครับ เรื่องการเข้าดูแลถึงพื้นที่ โดยเฉพาะตามตะเข็บชายแดน มีกลุ่มชาติพันธุ์มีปัญหาเดือนที่ ผ่านมาวันที่ ๒๐ คือวันผู้ลี้ภัย วันที่ ๓๐ ที่ผ่านมาเครื่องบินมาทำร้ายประชาชนบินตีโค้งมาที่ ตำบลวาเล่ย์ อำเภอพบพระ ประเด็นลักษณะนี้ครับ กรรมการสิทธิมนุษยชนจะต้องเข้าถึง แล้วก็มีการเสนอแนะข้อเท็จจริงให้ฝ่ายบริหารได้แก้ไขหรือได้มีการดูแลอย่างแท้จริงนะครับ ท้ายสุดนี้ขอไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิตทั้งที่ผ่านมาและวันที่ ๓๐ ที่ผ่านมา วันนี้ผมถึงแต่งดำมา ไว้อาลัยและหวังว่าทุกชีวิตมีค่าจบปัญหาที่โต๊ะเจรจาครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาลครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตมาช้านิดหนึ่งเพิ่งวิ่งขึ้นมาครับ ในรายงานเล่มนี้ เล่มที่ ๒ กราบเรียนท่านประธานครับ ผมเข้าในหนังสือเลยนะครับ โดยเฉพาะบทที่ ๔ ในบทที่ ๔ เรื่องการวิเคราะห์ประเมินผล การปฏิบัติงานตามกรอบประเมินผลภาคราชการแบบบูรณาการจีอีเอส (GES) ผมกราบเรียน โดยขอให้คณะกรรมการช่วยเปิดดูในเอกสารในรายงาน ผมมีคำถามอยู่ ๒ ๓ คำถามในมิติ ภายนอกและมิติภายในเอกสารนี้ โดยเฉพาะประกอบการรายงานในหน้า ๘๘ ที่เป็นชาร์ต (Chart) เลย แล้วก็มีสร้อยอยู่ตั้งแต่หน้า ๘๙ ไป เดี๋ยวผมจะถามเป็นคำถามในการประเมินผล โดยเฉพาะมิติภายนอกมันจะมีเรื่องการประเมินผล ประสิทธิผล ที่เรียกว่าผลลัพธ์หรือผลผลิต แล้วก็ความพึงพอใจ ส่วนมิติภายในนั้นก็เป็นเรื่องของการประเมินประสิทธิภาพ แล้วก็ การพัฒนาองค์กร มีประเด็นอยู่ ๒ ประเด็นเองครับท่านประธาน ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมา ของจีอีเอส (GES) ที่อยู่ในเอกสารในหน้าที่เกี่ยวข้องของมิตินี้คืออยู่หน้า ๙๑ ครับท่านประธาน ลงรายละเอียดว่าการประเมินผลคุณภาพความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อผลประโยชน์ที่ ได้รับจากการบริการและที่มีกระบวนงานในการบริการ กสม. บอกว่าปี ๒๕๖๔ แบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ คือกลุ่มที่มีความพึงพอใจต่อผู้รับบริการที่ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนัก กสม. ปรากฏว่าปีนี้ได้ ๙๐.๐๖ ระดับ ๕ แต่ปีที่แล้วครับท่านประธาน ไม่บอกครับ แต่ไปดูหน้า รายละเอียดพอดีผมไปเจอตัวเล็ก ๆ ในตาราง ๙๔.๔๐ ครับ เพราะเหตุอะไรไม่เขียนไว้ในนี้ครับ ไม่เขียนว่าเพราะเหตุใดว่าเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาการให้บริการและตัวชี้วัดตัวนี้ลดลง จุดสี่กว่าครับท่านประธาน ก็ช่วยหาคำตอบให้ด้วยครับว่ามันคืออะไรคือแผนงานโครงการไหน ที่มันทำแล้วไม่ซักเซส (Success) แล้วก็ไม่สามารถที่ไปต่อได้นะครับ อันนี้เป็น ๑ คำถามครับ และมาที่มิติภายในครับท่านประธาน มิติภายในเช่นกันครับเรื่องของการประเมินประสิทธิภาพ เอฟฟิเซนซี (Efficiency) ในเรื่องของการกำหนดการประเมินผลจำนวนโครงการกิจกรรม ที่ดำเนินการแล้วเสร็จและบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่เปรียบเทียบในโครงการกิจกรรม ตามแผนปฏิบัติประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ให้เข้าเป้าหมาย ๕ ครับแล้วก็ได้ร้อยละ ๙๐ ในทีนี้ปรากฏว่าความสำเร็จของภาพเป้าหมายระยะเวลานั่นคือได้ ๗๗.๗๘ ปี ๒๕๖๓ ๘๐.๓๔ หายไปเหมือนกัน ๒ กว่าครับ ในส่วนของกิจกรรมแผนงานโครงการที่ถูกยกเลิกไปแต่อันนี้ มีเหตุผลครับ เขียนเหตุผลครับเพราะโควิด (COVID) ครับท่านประธาน ผมก็พอรับฟังได้ครับ แต่หวังว่าปี ๒๕๖๕ ที่กำลังทำนี่น่าจะดีขึ้นปีหน้ามาแล้วผมจะดูนะครับ ไปที่หน้านี้ครับ หน้านี้เป็นหน้าที่ผมอ่านเจอแล้วผมสะท้อนหัวใจครับ ท่านถูกแช่แข็งแน่นอนท่านประธานครับ แช่แข็งอะไรครับ แช่แข็งกฎหมายครับ บทที่ ๕ ครับท่าน ขอบคุณครับที่ กสม. มาฟ้องสภา แห่งนี้ครับ พูดให้ดัง ๆ ชัด ๆ เลยครับว่าสภาแห่งนี้จะตอบโจทย์ท่านได้ แต่รัฐบาลแช่แข็ง ตามรายงานที่ท่านเขียนมาในข้อสังเกตในหน้า ๙๕ ท่านประธานครับ อ่านชัด ๆ เลยครับว่า ข้อเสนอแนะของรัฐสภา คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ เรื่องมาตรา ๒๖ (๔) ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ปี ๒๕๖๐ เรื่องราวเป็นอย่างไรครับ ในบลา บลา บลา (Blah Blah Blah) ผมไม่อ่านทั้งหมดครับ เวลาผม เหลืออีก ๒ นาที แต่ในสาระสำคัญคือท่านเห็นควร กสม. เห็นควรว่าจะต้องมีกฎหมายครับ ต้องแก้กฎหมายแก้ พ.ร.ป. นี้นะครับ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญก็พยายาม ๆ ในนี้ โดยเฉพาะจะขอเพิ่มหน้าที่และอำนาจการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่ขาดไปครับ รัฐบาลไม่ให้ครับ เขียนไปนี่ประชุมตั้งแต่วันแรกครับท่านประธาน วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๔ ไล่ไปผมไม่พูด มากไล่ไปจนถึงหน้าหลังเลยครับผมขีดแดง ๆ เต็มไปหมดเลย จบสุดท้ายครับท่านประธาน วันที่ ๒๕ ตุลาคม กสม. ได้ดำเนินงานตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้รับร่างพระราชบัญญัติประกอบ ไปพิจารณาทบทวนกับท่านอัยการ สำนักงานกฤษฎีกา และสำนักงานปลัด สำนักนายกเรียบร้อย ปัจจุบันอยู่ระหว่างสรุป ให้กำลังใจครับทาง กสม. ครับ ถ้าท่านอ่านหน้า ๙๖ ผมอธิบายให้ฟัง พูดง่าย ๆ ว่าท่านสู้ไฟต์ ไฟต์ ไฟต์ (Fight Fight Fight) กับรัฐบาลครับ แต่รัฐบาลไม่เคยสนใจ เรื่องนี้ ผมให้ความสำคัญมากว่าตามที่ท่านห่วงใยประชาชนห่วงใยเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะ เรื่องการประนีประนอมข้อพิพาทหรือการไกล่เกลี่ยในชั้นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ท่านต้องการอำนาจเข้าไปเคลื่อนตัวให้มากที่สุด และผมก็ให้ความสำคัญด้านนี้ครับ เพราะว่า การที่จะมีอำนาจที่จะไปดำเนินการให้คู่กรณีมาตกลงประนีประนอมหรือแก้ไขปัญหาการ ละเมิดสิทธิซึ่งมีหลากหลาย เรียกรัฐบาลมาก็ได้ครับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่อยู่ใต้อุ้งมือ อุ้งมือของรัฐบาลตอนนี้กระทำการเกินเคย เกินขอบ เกินเขตของกฎหมายไปมาก วันนี้ประกาศ ครับท่านขยาย พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปอีก ๒ เดือนครับ ท่านตามเลยครับว่าในม็อบ (Mob) ที่จะเกิดขึ้นนี่ จะละเมิดไหม นี่ละครับเหตุผลที่รัฐบาลแช่แข็งของท่านครับ กฎหมายของท่านคงยากหน่อย หาวิธีการอื่นให้ชาวบ้าน นักศึกษา นักเรียน ลงประชามติมาจะได้แก้ไขกฎหมายครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
คณะกรรมการ มีอะไรชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่กรุณาให้ข้อคิดเห็นนะคะ จะขออนุญาตตอบให้สั้นกระชับ ที่สุดนะคะ ในกรณีแรกเรื่องที่สอบถามเรื่องอนุกรรมการ ด้วยมาตรา ๓๙ ของ พ.ร.บ. ใหม่ ไม่ให้ตั้งอนุกรรมการเยอะแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นก็เหลือแค่อนุกรรมการเดียวคืออนุกรรมการ ว่าด้วยการดูเรื่องสูญหาย คนสูญหายนะ ที่เหลือก็ไม่มี ตอนนี้เราก็ปรับขั้นตอนการทำงานใหม่ เราก็จะมีในส่วนของกรรมการเรื่องประสานการคุ้มครอง คือเราจะมีการปรับปรุงโครงสร้าง ในการทำงานด้วย เพราะฉะนั้นงานบางอย่างที่ผ่านอนุกรรมการมันก็จะไม่มีแล้วค่ะ เราจะมี สำนักที่จะมาดูบางเรื่อง แล้วก็บางเรื่องอาจจะมีแค่อนุกรรมการเฉพาะกิจระยะสั้น ๆ เพราะฉะนั้นส่วนของอนุกรรมการนี้คงไม่ได้มีมากมายแล้ว การรับเคส (Case) เข้าที่ท่าน ขออนุญาตเอ่ยนามคือท่านณัฐวุฒิที่มีข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องว่ายุติเรื่องหรือไม่ต้องตรวจสอบ มันก็มีข้อกฎหมายที่กำหนดไว้อยู่ว่าถ้าเผื่อว่ามันเป็นเรื่องที่อยู่ในการฟ้องคดีต่อศาลแล้ว หรือได้รับการแก้ไขแล้ว หรือว่าผู้ร้องขอถอนเรื่อง อันนี้เราก็จำเป็นจะต้องยุติเรื่องนะคะ แต่ก็มีหลายกรณีที่ไม่ได้ไปถึงขั้นตอนนั้น บางที่มีผู้ร้องมาแล้วเราช่วยประสานการคุ้มครอง แก้ไขเรียบร้อยแล้ว ในส่วนนี้ก็จะไม่อยู่ในสถิติว่าเรารับเคส (Case) เข้ามาเพราะว่าได้รับการ แก้ไขตั้งแต่ตอนเบื้องต้น เพราะฉะนั้นตัวเลขในส่วนนี้ก็อาจจะไม่สะท้อนสิ่งที่เราทำงานได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะบางเรื่องมันไม่ได้เข้าไปอยู่ในระบบ เพราะเราทำการแก้ไขตั้งแต่เบื้องแรก อันนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องของจำนวนเคส (Case) ส่วนเรื่องการตั้งศูนย์กับจุดยืนเรื่องเอ็นพีโอ (NPO) เดี๋ยวจะขอให้ท่าน กสม. วสันต์ให้ข้อคิดเห็น แต่ขออนุญาตชี้แจงนิดหนึ่งเรื่องช้างป่า เราก็จะลงพื้นที่ไปอย่างที่ท่านว่าไว้ก็คืออาทิตย์หน้าจะไปดูที่ชลบุรีแล้วก็อีกภาคหนึ่งดูในเบื้องต้น ในปีนี้ ๒ ภาค แล้วต่อไปถ้าเผื่อเกิดมีความสำเร็จเราก็คงใช้โมเดล (Model) นี้ในการที่จะแก้ไข ปัญหาในส่วนอื่น ๆ ต่อ ๆ ไปนะคะ เรื่องงบประมาณปีนี้ก็ลดไปอีกเท่าที่ได้รับการรายงานมา เพราะฉะนั้นงบประมาณก็เป็นส่วนหนึ่งในการที่จะขับเคลื่อนงานได้ งบประมาณน้อยเราก็คง จะต้องใช้ความสามารถทั้งหมดในการที่จะขับเคลื่อนงานก็คงจะเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง แต่เข้าใจว่าในส่วนของงบประมาณโดยที่มันมีข้อจำกัดในเรื่องของภาพรวมก็อาจจะทำให้เรา ได้งบประมาณไม่เพียงพอนัก แต่ก็เป็นสิ่งที่เราคงจะต้องยอมรับแล้วก็ทำงานเท่าที่เงินจะอำนวย ส่วนเรื่องของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ รวมกลุ่มมันนิก็มี กสม. หลายท่านที่ให้ความสนใจแล้วก็ ลงพื้นที่ไปดูแลในกลุ่มนี้นะคะ รวมทั้งสถานะบุคคลก็จริง ๆ เป็นเรื่องของทางกระทรวงมหาดไทย แต่ทาง กสม. ก็ได้ประสานกับทางจังหวัดต่าง ๆ รวมทั้งกรมการปกครองเพื่อจะลงไปเป็นระยะ ๆ เพื่อจะได้ช่วยให้กลุ่มที่ยังไม่มีสถานะหรือไทยพลัดถิ่นนี้ได้มีการมารวมกันแล้วก็จัดการในเรื่องนี้ อย่างเป็นระบบในแต่ละห้วงเวลาค่ะ ในส่วนของทางกฎหมายเรื่องของการรวมกลุ่มของเอ็นจีโอ (NGO) หรือเรื่องของผลสัมฤทธิ์ของการตั้งศูนย์เดี๋ยวขอให้ กสม. วสันต์ให้คำอธิบายค่ะ🔗
เชิญกรรมการ ท่านวสันต์ครับ🔗
เรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ขออนุญาตเรียนเรื่องเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วย การดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกันก่อนนะครับ เรื่องนี้ ทาง กสม. ก็ให้ความสำคัญแล้วก็ติดตามมาโดยตลอดนะครับ แล้วก็มีท่าทีมีข้อเสนอแนะไปที่ คณะรัฐมนตรี ซึ่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีก็ได้รับทราบรายงานแล้วก็ความเห็น ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อข้อเสนอแนะของทาง กสม. ไปแล้วครับ ข้อเสนอแนะ ของ กสม. ที่สำคัญก็อย่างเช่น เสนอไปว่าการดำเนินมาตรการของรัฐต่อองค์กรที่ไม่แสวงหา รายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกันควรเน้นที่การส่งเสริมสนับสนุนมากกว่าที่จะเป็นการควบคุมกำกับ นอกจากนี้พระราชบัญญัติว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้นี้มีเจตนารมณ์ ในการควบคุมกำกับการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน อาจจะก่อให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการรวมตัวกันเพื่อดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์ และกระทบต่อความร่วมมือกับรัฐในการพัฒนาประเทศ รวมทั้งการกำหนดหลักเกณฑ์ให้ต้อง ปฏิบัติซ้ำซ้อนกับที่ได้ดำเนินการอยู่แล้วตามกฎหมายอื่น อาจจะเป็นเรื่องที่มีกฎหมายเกิน ความจำเป็นแล้วก็เป็นการสร้างภาระแก่ประชาชน อันนี้ก็เป็นข้อเสนอแนะที่เราเสนอไปทาง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก็บอกว่าได้ดำเนินการแล้ว อยู่ระหว่างที่ทางกระทรวง พม. กำลังรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม ก็หวังว่าจะเป็นไปตามหลักการที่ทาง กสม. ได้เสนอแนะไปครับ🔗
ในเรื่องเกี่ยวกับศูนย์ศึกษาและประสานงานในส่วนภูมิภาคของทาง กสม. ปัจจุบันเรามีอยู่ทั้งหมด ๑๒ ศูนย์ด้วยกัน ปี ๒๕๖๔ ได้มีการก่อตั้งศูนย์เพิ่ม ๖ แห่ง จากเดิม ที่มีอยู่ ๖ แห่ง ตั้งเพิ่มขึ้นมาอีก ๖ แห่ง คือที่อุบลราชธานี กาญจนบุรี ภูเก็ต พะเยา ยะลา แล้วก็จันทบุรีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี การจัดตั้งศูนย์นี้ก็เพื่อที่จะเป็นความร่วมมือ ในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ต่าง ๆ ประเด็นหลักก็คงเป็นเรื่องการส่งเสริม แล้วก็ ทางฝั่งสถาบันการศึกษาจะสามารถใช้บทบาทสถาบันการศึกษาในการให้บริการทางวิชาการ หรือว่าร่วมในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนนะครับ🔗
ในเรื่องของการรับเรื่องร้องเรียน ในช่วงที่ผ่านมาก็ต้องเรียนว่าไม่ได้มีเรื่อง ร้องเรียนเข้ามาโดยตรงบางครั้งก็อาจจะมาปรึกษาหารือบ้าง แต่ว่าพอปรึกษาหารือเสร็จ แล้วก็ไม่ได้มีการยื่นเรื่องเข้ามานะครับ ก็อยากเรียนต่อว่าศูนย์ศึกษาและประสานงาน สิทธิมนุษยชนในภูมิภาคนี้ที่ผ่านมาในช่วงโควิด (COVID) ก็อาจจะติดขัดสถานการณ์โควิด (COVID) ทำให้งานบางส่วนอาจจะไม่ได้มีออกมามาก แต่ว่าเราได้ปรึกษาหารือกันกับ ศูนย์ศึกษาต่าง ๆ ทั้ง ๑๒ แห่ง แล้วก็มีแนวทางที่จะปรับปรุงกระบวนการในการขับเคลื่อน ในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่าให้ศูนย์ศึกษาแต่ละแห่งมีความเป็นอิสระแล้วก็ สามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องรอทาง กสม. หรือว่ารอส่วนกลาง โดยเฉพาะ อย่างยิ่งก็จะเน้นไปที่เรื่องของการส่งเสริมแล้วก็เรื่องขององค์ความรู้ในด้านวิชาการนะครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเช่น ม. บูรพา เรามีความร่วมมือกันในเรื่องที่จะทำหลักสูตรธุรกิจกับ สิทธิมนุษยชนที่ ม. อุบลราชธานี เราก็ได้ร่วมมือกันทำเรื่องแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสถานะบุคคล ไม่กี่วันที่ผ่านมาทาง กสม. ก็ลงพื้นที่ไปมีคลินิกสิทธิมนุษยชนเพื่อที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหา ก็เป็นการขับเคลื่อนร่วมกันนะครับ🔗
และอีกอย่างหนึ่งที่อยากจะขออนุญาตนำเรียนท่านประธานและผู้มีเกียรติ ก็คือทาง กสม. มีแนวทางที่จะขยายการบริการไปถึงภูมิภาคมากขึ้น โดยในปีนี้ต้นปีเราก็ได้มี สำนักงานภูมิภาคแห่งแรกที่สงขลา แล้วเราได้ของบประมาณที่จะเปิดสำนักงานสาขาอีกแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดขอนแก่นสำนักงานภาคอีสาน สำนักงานตรงนี้ก็จะประสานกับศูนย์ศึกษาต่าง ๆ เพื่อที่จะร่วมกันขับเคลื่อนด้วยครับ เพื่อให้การขับเคลื่อนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วก็ ทำให้ประชาชนได้เข้าถึงมากขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ถือว่าที่ประชุม รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๔ เรียบร้อยแล้วนะครับ ขอบพระคุณคณะกรรมการ กสม. นะครับ เราประชุม กันมา ๔ วันแล้ว วันนี้พอแล้วครับ ปิดประชุมครับ ขอบคุณครับ🔗