รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
______________________________
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมจะอนุญาตให้สมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ จำนวน ๓๐ ท่าน กรุณาได้ใช้โอกาส ๒ นาทีแต่ละท่านแล้วก็ควบคุมเวลาด้วยความสามารถ ของแต่ละท่านครับ ท่านแรก นายอับดุลอายี สาแม็ง เชิญเลยครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๓ เขตพื้นที่อำเภอกรงปินัง อำเภอบันนังสตา อำเภอธารโต และอำเภอเบตง ผมขอหารือกับท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนจากเทศบาล เมืองเบตง จังหวัดยะลา เพื่อเรียนปรึกษากับท่านประธานหางบประมาณเพื่อมาปรับปรุง สนามกีฬากลางของเมืองเบตง ซึ่งใช้งานมากกว่า ๓๐ ปีแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ ซึ่งปัจจุบัน ก็ทรุดโทรมมาก เนื่องจากว่าเมืองเบตงก็เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวหลาย ๆ ประเภท โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยวเชิงกีฬา เช่น ในเรื่องของการจัดวิ่งจังเกิล เทล (Jungle Trail) ซึ่งจัดทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ จำเป็นจะต้องมีสนามกีฬาที่มีมาตรฐานระดับโลก ประกอบไปด้วย จึงต้องเรียนท่านประธานเพื่อประสานไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและการ กีฬาเพื่อที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มพี่เลี้ยงเด็กพิการของสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษา เขตประถมศึกษาจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเรื่องการ ร้องเรียนได้ผ่านท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ส.ส. เขตปัตตานี เหตุที่จะต้องมาฝากให้ผมมาเรียน ปรึกษาหารือกับท่านประธานเขาบอกว่ากลัวจะไม่ทันหารือกันในสภาแห่งนี้ เพราะกลัวว่า สภาจะหยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนกำหนดนะครับ เรื่องค่าตอบแทนพิเศษของพี่เลี้ยงเด็กพิการ ซึ่งสำนักงานการศึกษาพื้นฐานได้จัดสรรงบประมาณทุก ๆ ปี แต่ไม่ได้ไปจ่ายให้กับค่าตอบแทน ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือนให้กับพี่เลี้ยงเด็กพิการเหล่านี้ ก็ขอให้ท่านประธานประสานไปยัง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานให้จ่ายเงินค่าตอบแทนพิเศษ ๑,๐๐๐ บาท ต่อเดือนให้กับพี่เลี้ยงเด็กพิการ เพราะว่า ๓ ปีมาแล้วไม่ได้รับการตอบแทนเงินเหล่านี้ครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขออนุญาต ท่านพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ และขออนุญาตท่านประธานสภาที่ต้องนำเรื่องเกี่ยวกับ ค่าใช้จ่ายที่อาจเป็นภาระทางการเงินการคลังของประเทศขึ้นมาหารือ ๒ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องแรก เนื่องจากปีนี้ฝนมา ก่อนฤดู ตกต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม เป็นเหตุให้ทุ่งโพธิ์พระยาและทุ่งเจ้าเจ็ด ในเขตอำเภอบางปลาม้าและอำเภอสองพี่น้อง ซึ่งมีการทำนานับแสนไร่กำลังได้รับผลกระทบ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน รวมทั้ง ทุกท่าน ส.ส. นพดล มาตรศรี ที่อยู่อำเภออู่ทองที่ได้ประสานงานกับท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ บุญญามณี ได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนำเครื่องสูบน้ำไปช่วยในเขตที่ น้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ ต้องขอบคุณกรมชลประทาน ท่านอธิบดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรองอธิบดี ดอกเตอร์ทวีศักดิ์ ชนะเดชเดโช ที่กรุณาดูแลให้ทุกโครงการชลประทานดูแลสนับสนุน ให้ชาวนาได้มีโอกาสเก็บเกี่ยวข้าวรุ่นนี้ให้ได้ ขอขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านรองผู้ว่า ราชการจังหวัด นายอำเภอ สจ. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้ทุ่มเท เพื่อให้พี่น้องชาวนาได้เก็บเกี่ยว อย่างไรก็ดีฝนตกมากเหลือเกินครับน้ำกำลังจะท่วม บางที่เสียหายแล้ว ขอให้ท่านประธาน ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีขอให้เปลี่ยนหลักเกณฑ์ในการช่วยชาวนาจาก ๑,๒๖๐ บาทต่อไร่ เป็นดังนี้นะครับ ถ้านากำลังเก็บเกี่ยวได้ ๘,๐๐๐ บาทต่อไร่ ถ้าใน ๖๐ วันให้ได้ ๔,๘๐๐ บาท ๕๐ วันให้ได้ ๔,๐๐๐ บาท และ ๔๐ วันให้ได้ ๓,๒๐๐ บาท เพราะว่าปุ๋ยยาราคาแพงมาก ค่าครองชีพสูงด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอบพระคุณครับ🔗
คุณสมคิด เชื้อคง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดอุบลราชธานี ผมมีเรื่องร้องทุกข์จากนายคำตา มีคำนิล บอกว่าถนนสายที่ ๔๐๔๘ ของทางหลวงชนบทสายบ้านตาโองไปบ้านหนองดินดำ ตำบลขี้เหล็ก อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี ชำรุดเสียหายมาก สัญจรไปมาลำบาก ก็ขอ เรียนไปยังทางหลวงชนบทช่วยโปรดดำเนินการ🔗
เรื่องที่ ๒ ถนนเหมือนกันครับ จากแยกทางหลวง ๒๑๗๘ แยกไปบ้านหนองคู ถึงบ้านหนองขาม ตำบลโคกก่อง อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี เช่นกันชำรุดเสียหายมาก เลย อบต. ไม่มีศักยภาพที่จะดำเนินการ ก็ได้รับร้องทุกข์จากท่านนายก อบต. นายเด่นไพศาล วงษ์สาลี ซึ่งอยากให้ทางหลวงชนบทไปช่วยดำเนินการ🔗
เรื่องที่ ๓ อยากฝากถึงท่าน ผบ.ตร. กรณีเกิดขึ้นในการกราดยิงกันที่จังหวัด อุบลราชธานีซึ่งเป็นข่าวทั่วประเทศ แล้วผมก็เชื่อว่าทางจังหวัดได้รับความเสียหายด้วย ให้ติดตามคนร้าย แล้วก็ดำเนินการกับผู้ที่ร่วมกันกระทำ แล้วในจังหวัดอุบลราชธานีนี้มันเป็น แก๊งได้อย่างไร แก๊งโน้นแก๊งนี้ไปครองอาณาจักร วงการทั้งหลายเขารู้กัน ตำรวจก็รู้กัน ก็อยากให้ ผบ.ตร. ช่วยกรุณาดำเนินการโดยเร่งด่วน ไม่อย่างนั้นเมืองท่องเที่ยว เมืองติดชายแดน อุบลราชธานีจะได้รับผลกระทบ อย่าไปคิดว่านี่คนของใครไม่ต้องไปคิดเลยครับ เรียนท่าน ผบ.ตร. ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นข่าวหลายสายก็บอกว่ามีตำรวจอยู่เบื้องหลัง เพราะฉะนั้นท่านต้องดำเนินการ ให้เรียบร้อยแล้วให้ถูกต้องโดยด่วนเพื่อที่จะไม่ให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากมีความเดือดร้อนจากผู้ที่รอบข้างด้วย รถยนต์เสียหายด้วย ยิงกันเป็นร้อยนัด ท่าน ผบ.ตร. ต้องดำเนินการ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณเกษม ศุภรานนท์🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม ศุภรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครราชสีมา เขต ๑ พรรคเศรษฐกิจไทย🔗
วันนี้ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ เรื่องมอเตอร์เวย์ (Motorway) สร้างมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ว่าจะเสร็จประมาณปลายปี ๒๕๖๖ นี้ เผอิญผมไปดูเหตุการณ์สภาพจริงที่จังหวัดนครราชสีมา จากปากช่องมาที่โคราชมันไปติดอยู่ ที่ขามทะเลสอ มันมีสะพานสร้างอยู่ยังไม่ได้ดำเนินการอะไรเลยครับ เลยอยากจะเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้กรุณาได้ประชาสัมพันธ์ ได้ชี้แจง เพราะว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่เรามีความสุขมากถ้าหากเสร็จนะครับ ยังค้างอยู่ที่อำเภอ ขามทะเลสอที่จะเข้าเมืองโคราช ก็เรียนด้วยความเคารพว่าทางหลวงพิเศษ หมายเลข ๖ มอเตอร์เวย์ (Motorway) นี้จะเสร็จเมื่อไรครับ ขอความกรุณาช่วยประชาสัมพันธ์ด้วยครับ ก็ขอขอบพระคุณท่านประธาน🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ขออนุญาตฝากถึงท่านประธานไปยังว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยว่าค่าตอบแทนของประธานชุมชน ค่าตอบแทนของพี่น้องในเขตเทศบาล นครนครราชสีมาที่ทำงานเหมือนกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน ขอเรียนปรึกษาท่านประธานไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ๓ ปีแล้วครับ ปีนี้ก็เป็นปีที่ ๔ แล้วยังไม่มีความคืบหน้า ก็ขอความกรุณาท่านประธานเรียนฝากไป ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาอนุเคราะห์ที่น้องที่อยู่ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือน กับผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันน่าเห็นใจ โดยเฉพาะ อสม. เขาก็มีค่าตอบแทน แต่พูดถึงประธาน ชุมชน ชุมชนหนึ่งจะมีพี่น้องประมาณ ๔๐๐ ๕๐๐ คน แต่ว่าดูแลทั้งหมดแต่ไม่มีค่าตอบแทน ในเขต ๑ โคราชก็มีทั้งหมด ๙๖ ชุมชน ก็ขอฝากเรื่องท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้กรุณาพิจารณาอนุเคราะห์ กรุณาได้พิจารณาเมตตาให้กับประธาน ชุมชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
คุณจรัส คุ้มไข่น้ำ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๖ พรรคก้าวไกล ขออนุญาต หารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ เพลิงไหม้ผับเมาน์เทิร์นบี (Mountain B) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อคืนวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด ๑๕ ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก ๓๙ ราย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นที่น่าสะเทือนขวัญกับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมากครับท่านประธาน เนื่องจากเป็นสภาพที่ถูกย่างสดผู้เสียชีวิตไม่สามารถหนีรอดออกมาได้ในอาคารการก่อสร้าง และต่อเติมที่ไม่ได้ตามมาตรฐานและขาดการตรวจสอบจากภาครัฐ มีการปล่อยปละละเลย ทำให้พี่น้องประชาชนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก จากที่กระผมได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ตรวจเยี่ยม และร่วมพิธีฟังอภิธรรมศพญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บต่างก็เรียกร้องขอความเป็นธรรม ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งติดตามการชดเชยเยียวยาค่ารักษาพยาบาลที่ต่อเนื่องและ ค่าทำศพต่าง ๆ อย่างเป็นธรรมและเหมาะสม เพราะผู้บาดเจ็บบางรายอาจจะไม่สามารถ กลับมาใช้ชีวิตและทำมาหาเลี้ยงชีพได้เหมือนเดิม ดังนั้นกระผมจึงขออนุญาตฝากท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดให้ความ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นการเร่งด่วนด้วยครับ ขอกราบขอบคุณครับ🔗
คุณสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ🔗
เรื่องแรก ที่ขอหารือท่านประธานคือเรื่องถนนวอล์กกิ้งสตรีต (Walking Street) คือถนนคนเดินระหว่างสถานีรถไฟฟ้าคูคตไปที่แยกวัดโพสพประมาณ ๗๐๐ เมตร อันนี้พี่น้องคูคตต้องการยกถนนขึ้นมาเพื่อเดินทางเข้าไปสู่สถานีรถไฟฟ้าสีเขียวของคูคต ให้มันสะดวกยิ่งขึ้น มันจะปลอดภัยนะครับ ฝากไปที่กระทรวงคมนาคมให้ช่วยเร่งรัดตัวนี้ด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ คือทางลอดอุโมงค์ที่แยก คปอ. ท่านประธานครับ ทางแยกนี้เดี๋ยวนี้ รถติดเป็นจำนวนมากเนื่องจากกรมทางหลวงนี้ล่ะทางเชื่อมระหว่างถนนลำลูกกามาที่ถนน พหลโยธิน พอตอนเช้าคนก็มาทำงานในกรุงเทพมหานครก็มาแออัดอยู่ที่แยก คปอ. อีก ท่านประธานครับ ผมได้เสนอให้ทำสะพานผ่านสี่แยกไปปรากฏว่ามีเหตุผลทางด้าน ความมั่นคงทำไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็เอาเป็นทางลอดไป ตอนเย็นรถติด ตอนเช้ารถก็ติด ท่านประธานครับ เป็น ๑๐ กิโลเมตร กระทรวงคมนาคมรับผิดชอบ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่จังหวัดขอนแก่น อบจ. หันโจด อำเภอหนองสองห้อง และ อบต. หนองแวงโสกพระ ซึ่งอยู่คนละอำเภอ อำเภอพล มีถนนเชื่อมกันคนไปมาลำบากมาก เพราะฉะนั้นฝากไปที่กรมทางหลวงชนบทได้ช่วยเข้าไปดูแลด้วยเพราะว่าถนนเส้นนี้ ผ่านหมู่บ้านตั้ง ๗ ๘ หมู่บ้าน ท่านประธานครับ ทั้ง ๓ ข้อผมได้หารือมา ๒ ๓ ครั้งแล้ว ปรากฏ ว่าเรื่องเงียบไปเลย ภาษาอีสานเรียกว่า มิดอีหลี ไม่มีทางเลย ไม่มีความเคลื่อนไหวเลย กราบ เรียนท่านประธานว่าได้เร่งรัดตัวนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณนิคม บุญวิเศษ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กระผมได้รับหนังสือร้องเรียนและขอความเป็นธรรมจาก นางพิมพา ปัญญารมย์ นางสำลี คชรมย์ นายสิทธิชัย อุดมรัตน์ เนื่องจากว่าการทำหน้าที่ ของสำนักงานจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมนั้นทำหน้าที่โดยมิชอบ ขาดหลัก นิติรัฐ นิติธรรม ขาดหลักธรรมาภิบาล🔗
ทำให้ทั้ง ๓ รายนี้เสียสิทธิในการ ได้รับที่ดินของตัวเอง ทั้ง ๓ รายนี้มีที่ดินซึ่งเป็นโฉนดที่ดินเป็นที่นา คนหนึ่งก็ประมาณ ๔ ไร่ กว่าเท่านั้นเอง หลังจากที่มีการจัดรูปที่ดินแล้ว คณะกรรมการจัดรูปที่ดินบางรายร่วมกับ คณะกรรมการหมู่บ้านบางคนก็มีการย้ายที่ของตัวเองไปเอาที่ของคนอื่นแล้วทำให้ที่ของ คนอื่นนั้นมาทับที่ มาเอาที่ของ ๓ ราย นี้นะครับ ทั้ง ๆ ที่ ๓ รายนี้เขามีโฉนดที่ดินมาตั้งแต่ บรรพบุรุษครับ ทำไร่ ทำนามาโดยใช้โฉนดที่ดินของตัวเอง แต่การจัดปฏิรูปที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินนั้นทำไม่ถูกต้องนะครับ มีการย้ายที่ของ ชาวบ้านสับไปสับมาทำให้ชาวบ้านนั้นทะเลาะกันครับ ท่านประธานครับ ซึ่งหลักการจัด ปฏิรูปที่ดินนั้นเขาบอกว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงขนาดการถือครองที่ดินที่เจ้าของที่ดินเดิมมี กรรมสิทธิ์ที่อยู่เดิมแต่อย่างใด เพียงแต่เจ้าของที่ดินทุกรายจะต้องสละที่ดินไม่เกินร้อยละ ๗ เพื่อสำหรับการก่อสร้างสาธารณะประโยชน์ร่วมกัน เช่น คูส่งน้ำ คลองระบายน้ำ ถนนลำเลียง ต่าง ๆ เพื่อวัตถุประสงค์ก็คือเพื่อพัฒนาที่ดินในที่ดินเดิมให้เหมาะสมและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น สามารถทำการเพาะปลูกได้สะดวกและมีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผลมากขึ้น นี่คือ หลักการที่เขาเขียนไว้นะครับ คือเขาต้องการให้จัดปฏิรูปที่ดินใหม่ เพื่อให้มีการสะดวกแล้วก็ ทำให้ผลผลิตในที่นามากขึ้น ไม่ใช่ไปย้ายที่ดินของชาวบ้านไปให้คนอื่น และให้คนอื่นมา ครอบครองที่ดินของชาวบ้านครับ ท่านประธานครับ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
คุณประกอบ รัตนพันธ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องแรก ขอให้กรมป่าไม้ได้อนุญาตให้ใช้ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอ่าวกราย เพื่อที่จะก่อสร้างถนนเชื่อมระหว่าง ตำบลนาไม้ไผ่กับตำบลเขาขาว ตรงหมู่ที่ ๑๐ ตำบลนาไม้ ไผ่ แล้วก็หมู่ที่ ๒ ตำบลเขาขาว ระยะทางประมาณ ๒,๙๖๐ เมตร หรือประมาณ ๓ กิโลเมตร ตัวเลขกลม ๆ ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่ได้สร้างมาแล้วนะครับ แต่เป็นถนนลูกรังเนื่องจากเป็น ที่สโลป (Slope) เพราะฉะนั้นพอถึงฤดูฝนมีน้ำก็จะชะไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ก็ขอให้ทาง กรมป่าไม้ได้ได้อนุญาตให้ อบต. นาไม้ไผ่ได้ก่อสร้างถนน ค.ส.ล. หรือถนนแอสฟัลติก คอนกรีต (Asphaltic Concrete) ก็ได้เพื่อที่ให้พี่น้องประชาชน ๒ ตำบลได้สัญจรไปมาและ ขนส่งสินค้าเกษตรได้สะดวกนะครับ ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬาได้ไปสำรวจออกแบบและ ก่อสร้างถนนไปจุดชมวิวทะเลหมอกตำบลเขาขาว ซึ่งผมกราบเรียนท่านประธานว่าสถานที่ ตรงนี้นี่มันเป็นอันซีน (Unseen) เป็นสถานที่ที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจและไป ท่องเที่ยวมาก ไปชมทะเลหมอกวิวสวยงามมากครับ ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร เท่านั้นเองท่านครับ แต่ว่าขณะนี้เส้นทางที่ไปสู่จุดชมหมอกนั้นมันไม่สะดวกนะครับ ไม่สะดวกก็ขอให้กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาได้กรุณาไปออกแบบและก่อสร้างเพื่อที่จะให้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช และผมกราบเรียนว่าเป็นสถานที่ พักผ่อนหย่อนใจของพี่น้องประชาชน แล้วก็สร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อย่างมากมายครับ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอหารือเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิ ๓ เรื่อง คือ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้กรมป่าไม้อนุมัติให้จังหวัดชัยภูมิก่อสร้างถนนลาดยางทับบน ถนนคอนกรีตเดิมซึ่งสร้างมานานแล้วอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เชื่อมระหว่างบ้านห้วยหินลาด กับบ้านภูสองชั้นเป็นถนนสายสำคัญเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดชัยภูมิ คือพระธาตุชัยภูมิ และการก่อสร้างจะไม่มีการตัดต้นไม้แต่อย่างใด จังหวัดชัยภูมิโดยอำเภอแก้งคร้อ ได้ทำเรื่อง ขอไปที่ป่าไม้เขตโคราชเป็นระยะเวลาหลายปีทำให้ชาวชัยภูมิเสียโอกาสที่จะได้รับการก่อสร้าง ถนนเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมที่ดินอนุมัติการเปลี่ยนชื่อจังหวัดในโฉนดที่ดินของวัดปทุมวัน อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งกรมที่ดินได้ขอให้จังหวัดชัยภูมิตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ หลายชุด ขณะนี้เรื่องอยู่ที่กรมที่ดินรอให้อนุญาตแก้ไขจากชื่อจังหวัดกรุงเทพมหานครเป็น จังหวัดชัยภูมิตามสภาพที่แท้จริง พี่น้องประชาชนรอคอยสร้างพระอุโบสถมาหลายปีจนเก่า แล้วครับ มีการฉลองไม่ได้ ขอวิสุงคามสีมาก็ไม่ได้🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้กรมทางหลวงอนุมัติก่อสร้างไฟส่องสว่างบนถนนทางหลวง แผ่นดินสายจากหนองแวง-หนองเรือ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบ้านแท่น หน้าสถานี ตำรวจภูธรอำเภอบ้านแท่น ซึ่งขาดช่วงอยู่ประมาณ ๓๐๐ เมตร กลางคืนมืด มีอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง สมควรได้เร่งรัดดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง ขอบคุณครับ🔗
คุณพยม พรหมเพชร ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ อย่างสูง กระผม พยม พรหมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต ๓ พรรค พลังประชารัฐ วันนี้ผมมีเรื่องมาหารือผ่านสภาผู้แทนราษฎร ๒ เรื่องดังนี้นะครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือเนื่องจากว่าประชาชนในหมู่ที่ ๒ ตำบลทุ่งตำเสา บริเวณใกล้ ๆ สนามบินหาดใหญ่มีความเดือดร้อนเรื่องน้ำดื่ม น้ำใช้ และทางพวกผมก็ได้ส่งเรื่องให้ เจ้าหน้าที่ส่งเรื่องมายังกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ๒ ปีแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ จนถึงบัดนี้ยังไม่ได้ รับการแก้ไข ก็ขอฝากผ่านท่านประธานสภาไปยังกรมทรัพยากรน้ำบาดาลด้วยเพื่อว่าจะได้มี การแก้ไข แก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องต่อไป🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องของคลองแหครับ คลองแหก็เป็นคลองหนึ่งอยู่ในเขตเทศบาล เมืองคลองแห ซึ่งตัวคลองแหจริง ๆ นั้นยาวประมาณ ๕ กิโลเมตร เชื่อมโยงไปยังคลอง อู่ตะเภา ช่วงคลองแหตรงนี้เป็นโครงการพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการดูแลเรื่องความสะอาด เรื่องตื้นเขิน เรื่องผักตบชวา แต่ทุก ๆ ปีคลองแหจะมีประเพณี ในการแห่เทียนพรรษาไปยังตำบลคูเต่า ซึ่งระยะห่างจากคลองแหไปคูเต่านั้นประมาณ ๒๐ กว่ากิโลเมตร แต่ครึ่งทางของคลองแหนั้นก็ไปชนกับคลองอู่ตะเภาซึ่งจะต้องเดินทางไป คลองสายนี้เป็นคลองที่เชื่อมโยงระหว่างตำบลคูเต่าไปอำเภอหาดใหญ่ ช่วงนี้ตื้นเขินมากและ ตลิ่งพัง ในส่วนของตลิ่งพังนั้นกระผมได้ประสานงานกับเจ้าท่าเพื่อไปตรวจสอบดูแล ตอนนี้ เจ้าท่าก็ได้ตรวจสอบดูแลแล้วคิดว่าคงไม่ช้าจะรับการจัดสรรดูแลงบประมาณ ในส่วนของ ความตื้นเขิน ขยะหรือสิ่งต่าง ๆ คิดว่าคงจะได้รับการแก้ไขต่อไป ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
คุณองค์การ ชัยบุตร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล ภาคอีสาน จังหวัดมุกดาหาร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน🔗
วันนี้ขออนุญาตท่านประธาน หลายเรื่องนะครับ ได้รับข้อร้องเรียนจากประธานเชวงศักดิ์ ลาภสาร ประธานสภาเทศบาล ตำบลโพนทราย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร กรณีจุดกลับรถ ถนนหมายเลข ๑๒ ช่วงบ้านม่วง เป็นทางลาดและไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง เวลาค่ำคืนอันตราย จะเกิดอันตรายบ่อยมาก ชาวบ้าน ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างยามค่ำคืนให้กับชาวบ้าน ด้วยนะครับ🔗
ได้รับข้อร้องเรียนจากนายสำเนียง ใจสุข ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๕ บ้านโคกพัฒนา ตำบลนาสะเม็ง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร กรณีแหล่งน้ำในหมู่บ้านตื้นเขิน ไม่พอเพียงต่อการอุปโภคบริโภค ภาครัฐไม่ได้รับการดูแลมาเนิ่นนานนะครับ ฝากหน่วยงาน ภาครัฐได้จัดสรรงบประมาณขุดลอกให้กับชาวบ้านเป็นการใหญ่ด้วยครับ🔗
ได้รับข้อร้องเรียนจากนายสมเพชร หมื่นวงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล โนนยาง อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร และกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ชาวบ้านต้องการให้ หน่วยงานภาครัฐได้จัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างสะพานข้ามห้วยบังอี่ ซึ่งเป็นเส้นทางลัด ไปสู่ถนนตัดใหม่ ๔ เลน (Lane) และไปสู่แปลงเกษตรชาวบ้านประมาณ ๔,๐๐๐ ไร่นะครับ ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนมากโดยเฉพาะช่วงหน้าฝนนะครับ🔗
ได้รับข้อร้องเรียนจากนายประเสริฐ ยืนยง และชาวบ้านนาหัวภู หมู่ที่ ๙ ตำบลนาโสก อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร กรณีชาวบ้านต้องการให้ไฟฟ้าขยายเขตไฟฟ้า ไปสู่ไร่นาช่วงบ้านนาหัวภูไปบ้านเหล่าต้นยม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ชาวบ้าน เดือดร้อนอยู่ประมาณ ๒๑ ครอบครัวนะครับ🔗
ได้รับข้อร้องเรียนจากนายชาตรี วรโยธา อดีตผู้นำชาวบ้าน บ้านคำพอก หมู่ที่ ๕ ตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร กรณีรัฐปล่อยปละละเลย ไม่ยอมเข้าไปดูแลถนนไปสู่ไร่นา จำนวน ๔,๐๐๐ ไร่ เดือดร้อนมากนะครับ ภาครัฐเนิ่นเฉย มาเนิ่นนานฝากภาครัฐได้จัดสรรงบประมาณไปดูแลพวกเขาด้วยขอบคุณมากครับท่านประธาน ส่วนที่เหลือผมขออนุญาตส่งการหารือเป็นเอกสารประกอบการหารือด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ได้ครับ คุณสนอง เทพอักษรณรงค์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคภาคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์ ขอนำเรียนท่านประธานผ่านไปถึงผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องครับ ได้รับการร้องเรียนจากพระครูท่านเจ้าคุณพระสุนทรธรรมเมธี ดอกเตอร์เจ้าอาวาสวัดท่าสว่าง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ รองเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ได้ปรารภมาว่าในช่วงที่โควิด (COVID) ระบาดมาก ๆ ทางราชการได้ขอความร่วมมือให้วัดต่าง ๆ ที่มีเมรุเผาศพได้ให้ความ อนุเคราะห์ให้ความสงเคราะห์ผู้ที่เสียชีวิตจากโรคโควิด (COVID) บางแห่งนั้นเผาวันละ หลาย ๆ ศพ ปรากฏว่าวันนี้เมรุที่ใช้ในการเผาศพนั้นชำรุดเสียหายแต่ไม่ได้รับการดูแลใด ๆ อยากฝากไปถึงกรมการศาสนาครับ มีวิธีไหนที่จะให้การอนุเคราะห์แก่วัดวาอารามที่รับผิดชอบ ในเรื่องนี้ก็ฝากเอาไว้ด้วยครับ🔗
ประการที่ ๒ ครับวันนี้ผมเชื่อแน่ได้ว่าบรรดาท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของเราทุกท่านทุกคนที่ลงไปในพื้นที่ไม่มีใครไม่ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ปรารภถึงราคาสินค้าที่กำลังพุ่งสูงขึ้นในทุกอย่างวันนี้สินค้าทุกอย่างราคาสูงขึ้นครับนี่ก็ทราบ ว่าจากเดือนหน้าเป็นต้นไปค่าไฟฟ้าก็จะขึ้นอีกแล้วเป็นการเพิ่มภาระให้กับบรรดาพี่น้องประชาชน สุดท้ายวันพรุ่งนี้วันสารทจีนเดือดร้อนไปถึงคนที่ตายแล้วแม้กระทั่งแบงค์กงเต็กก็ยังขึ้นครับ เพราะฉะนั้นฝากถึงผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการควบคุมดูแลกำกับราคาสินค้าขอให้ช่วย ควบคุมกำกับราคาสินค้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่บรรดาพี่น้องประชาชนต่อไปด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
คุณากร ปรีชาชนะชัย ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย วันนี้นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือกับท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ผอ. แซม มุ่งดี รวมถึงสมาคมผู้ปกครอง โรงเรียนสนมวิทยาคาร ถึงความเดือดร้อนถนนหมายเลขทางหลวง ๒๓๓๓ บริเวณหน้า โรงเรียนสนมวิทยาคาร ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นถนน ๔ เลน (Lane) แต่ยังไม่มีสัญญาณไฟจราจร ไม่มีทางม้าลาย ไม่มีลูกระนาดในการชะลอความเร็ว รวมถึงไม่มีเกาะกลางถนนทำให้เกิด อุบัติเหตุบ่อย สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ปกครองและนักเรียนรวมถึงผู้ที่สัญจรไปมา จึงอยากจะฝากท่านประธานนะครับไปยังกรมทางหลวงให้รีบดำเนินการแก้ไขเป็นการด่วนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางบัวเพียง จันทร์หอม สมาชิกสภา เทศบาลตำบลบุแกรงในเรื่องความเดือดร้อนของถนนหนทางเส้นทางจากบ้านว่าน ตำบล บุแกรง อำเภอจอมพระ ถึงบ้านแดง ตำบลบึง อำเภอเขวาสินรินทร์ ยังเป็นถนนดินเดิมที่ยัง ไม่ได้รับการปรับปรุงมาเป็นระยะเวลายาวนานครับ ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร พี่น้อง สัญจรไปมาด้วยความยากลำบากโดยเฉพาะฤดูฝนจึงอยากจะฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาดูแลเป็นการด่วนครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายบุญเกิด กระแสเทพ อดีต ประธานสภา อบต. ลุ่มระวีถึงความเดือดร้อนในเรื่องของแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์ในบ้าน หนองพลวง หมู่ที่ ๙ ที่มีขนาด ๒๐ ไร่ พี่น้องใช้ในการเกษตรและอุปโภคบริโภคขณะนี้ ตื้นเขินมีวัชพืชปกคลุมเป็นจำนวนมากส่งกลิ่นเหม็นจึงอยากจะฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดำเนินการในการขุดลอกแหล่งสาธารณะบ้านหนองพลวง เพื่อใช้ในการเกษตรและการอุปโภคบริโภคของพี่น้องต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณรุ่งโรจน์ ทองศรี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายรุ่งโรจน์ ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้แทนเซราะกราว วันนี้ชุด สวย ๆ ที่ผมใส่คือผ้าลายทราย ผ้าผไทรวมพล ตำบลหนองแวง อำเภอละหานทราย ของดี จังหวัดบุรีรัมย์ สวยงามมาก ๆ ครับ ท่านประธานครับ ขอนำเรื่องช่องตะโก หารือครั้งนี้ เป็นครั้งที่ ๑๖ ไปยังกระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการมรดกโลก พี่น้องฝากขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่ได้ให้ทำการศึกษาผลกระทบ สิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ (EIA) ช่องตะโก และคิกออฟ (Kick Off) ที่จังหวัดสระแก้วเมื่อวันที่ ๘ ที่ผ่านมาและจังหวัดบุรีรัมย์เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายนที่ผ่านมา และลงไปที่อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน เพื่อรวบรวมข้อมูลในทุก ๆ ด้านมาออกแบบการก่อสร้าง พี่น้องขอให้เร่งดำเนินการครับ เพราะอุบัติเหตุเกิดมากเหลือเกินแทบทุกวัน และตรงช่องตะโกขอเป็น ๖ เลน (Lane) แล้วเร่งอีไอเอ (EIA) ปราสาทหนองบัวเพื่อขยาย ๔ เลน (Lane) สามแยกส้มป่อยไปปะคำ🔗
เรื่องที่ ๒ ตรงเทศบาลโนนดินแดงขอไฟแดง และตรงจุดยูเทิร์น (U-turn) ขอเลน (Lane) รอเลี้ยวและขยายปลีกด้านนอกเพื่อเพิ่มความปลอดภัยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอไฟแดงตรงสี่แยกตาเป๊ก เฉลิมพระเกียรติ ได้ขยายเป็น ๔ เลน (Lane)🔗
เรื่องที่ ๔ ขอขยายถนน ๔ เลน (Lane) อำเภอละหานทราย ไปอำเภอบ้าน กรวดเพราะทางแคบอุบัติเหตุบ่อย เป็นเส้นทางหลักที่น้องใช้เยอะมาก ๆ ครับ🔗
เรื่องที่ ๕ พี่น้องขอให้กรมทางหลวงรับคืนถนนจากหน้าโรงเรียนแสนสุข ไปบ้านตากอง หนองตะครอง และขอขยายเป็น ๔ เลน (Lane)🔗
เรื่องที่ ๖ เส้นหลักละหานทรายไปนางรอง วันนี้ขยายถึงโคกว่านแล้ว ขอต่อ ๔ เลน (Lane) ไปบ้านโคกสำราญ คลองต้อ บุตาพวงไปนางรอง ท่านประธานครับ ส.ส. รุ่งโรจน์ ทองศรี ผู้แทนเซราะกราวในชุดสวย ๆ ผ้าลายทราย ผ้าผไทรวมพล ตำบลหนองแวง อำเภอละหานทราย ของดีจังหวัดบุรีรัมย์ ขอกราบขอบพระคุณมาก ๆ ครับ🔗
คุณมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ มีเรื่องหารือ เรื่องใหญ่ ๑ เรื่องไปยังนายกรัฐมนตรีใกล้ครบ ๘ ปีนะครับ ณ ปัจจุบันตอนนี้พี่น้องประชาชน ทั่วประเทศไทยเดือดร้อนเนื่องจากค่าไฟแพงมากนะครับ จากเดิมหน่วยละประมาณ ๓.๗๙ บาทต่อหน่วย เห็นว่าเดือนกันยายนเป็นต้นไปจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ ๙๓ สตางค์เป็น ๔.๗๒ บาทต่อหน่วย ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง ๒๔.๕๓ เปอร์เซ็นต์ ถือว่าเป็นการเพิ่มที่เยอะมาก สำหรับสภาพ ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนตอนนี้แทบจะไม่มีจะแดกกันแล้ว หนี้สินล้นพ้นตัว หนี้นอก ระบบ ในระบบ ดอกเบี้ยหมวกกันน็อคอีก แม้รัฐบาลจะเพิ่มเงินให้คนแก่เดือนละ ๑๐๐ บาท ต่อเดือน ๖ เดือนก็ตามใช้เงินประมาณ ๗,๒๐๐ ล้านบาทก็ตาม แต่ดันมาเพิ่มค่าไฟให้กับ ประชาชนทั่วประเทศ ถ้าเปรียบเทียบรายได้ของรัฐวิสาหกิจ ๓ แหล่งด้วยกัน คือการไฟฟ้า ฝ่ายผลิต การไฟฟ้านครหลวงการ ไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ปี ๒๕๖๒ มีรายได้รวมจากการเก็บ ค่าไฟ ๖๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเพิ่ม ๒๔.๕๓ เปอร์เซ็นต์จะเพิ่มรายจ่ายให้กับประชาชนถึง ๑๖๖,๘๐๔ ล้านบาทต่อปีด้วยกัน ซึ่งเป็นภาระมหาศาล ซึ่งเมื่อค่าไฟเพิ่มค่าครองชีพก็เพิ่ม ค่าอาหารก็เพิ่ม ค่าเดินทางก็เพิ่ม ค่าโดยสารก็เพิ่ม เพิ่มทุกอย่าง ประชาชนก็ตายสนิทพอดี นายกรัฐมนตรี ณ คนปัจจุบันคงไม่เดือดร้อนเพราะว่าค่าไฟฟ้าที่บ้านนายกรัฐมนตรีรัฐเป็นคน จ่ายให้ ค่าครองชีพของประชาชนตอนนี้ไปไม่ไหวแล้ว ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ที่เหลือเวลาไม่มากนักเร่งออกพระราชกำหนดนำรายได้สะสมของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นำมาเป็นส่วนลดในการจ่ายค่าไฟเพื่อไม่ให้เพิ่ม ค่าไฟกับประชาชน เพราะกำไรของ ๓ รัฐวิสาหกิจถ้าบริหารเป็นแบบไม่สุรุ่ยสุร่ายจะมีกำไร ไม่น้อยกว่าปีละ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี แต่นี่กำไรเหลือประมาณ ๕๖,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ประเด็นสำคัญคืออยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีเร่งแก้ไขเรื่องนี้โดยด่วน เพราะถ้าแก้ไขเรื่องนี้ ไม่ได้ประชาชนก็ไม่สามารถฝากผีฝากไข้ไว้ได้เหมือนกัน ขอบคุณครับ🔗
คุณสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอหารือผ่านท่านประธานไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เรื่องหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจและโครงสร้างบุคลากร ในส่วนภูมิภาค ท่านประธานครับ ในปัจจุบันการจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจของกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นมีความโปร่งใส องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งประเทศได้รับการจัดสรรอย่างทั่วถึง และเป็นธรรม ในเรื่องนี้กระผมในฐานะที่เคยเป็นนายกเทศมนตรีมาเกือบ ๒๐ ปี ต้องขอ ชื่นชมและขอขอบคุณท่านประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และขอขอบคุณท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่ผม ขอฝาก ๒ เรื่องเพื่อนำไปพิจารณาแก้ไข🔗
เรื่องแรก ผมขอให้กำหนดกรอบวงเงินสูงสุดและจำนวนโครงการสูงสุดที่จะ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งได้ส่งคำขอรับงบประมาณ ต้องนำเรียนว่าในแต่ละปี ได้มีท้องถิ่นหลาย ๆ แห่งได้เสนอโครงการขอรับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจหลายสิบโครงการ แต่ในข้อเท็จจริงทางรัฐบาลก็สามารถจัดสรรให้ได้ไม่กี่โครงการ ไม่กี่ล้านบาท ทำให้เพิ่มภาระ งานเพิ่มขึ้นโดยเปล่าประโยชน์ ทั้งในส่วนของภาระงานของท้องถิ่นเองรวมถึงภาระงานของ สำนักงานท้องถิ่นจังหวัด🔗
เรื่องที่ ๒ ในปัจจุบันนี้ท้องถิ่นอำเภอยังไม่มีกฎหมายรับรอง เป็นเพียงคำสั่ง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดให้ไปปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น และในแต่ละอำเภอก็มีบุคลากรเพียง คนเดียว ไม่เพียงพอต่อภาระงานที่รับผิดชอบ กระผมจึงขอให้แก้ไขในเรื่องนี้เพื่อให้มี กฎหมายรองรับท้องถิ่นอำเภอเพื่อที่จะสามารถไปกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
คุณธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์🔗
เรียนท่านประธานค่ะ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ธัญ มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องของ ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวนครสวรรค์ ประชาชนชาวตำบลจันเสน อำเภอตาคลี ร้องเรียน เกี่ยวกับสะพานข้ามคลองอนุศาสนนันท์ นี่ก็คือภาพนะคะ สะพานดังกล่าวนั้นมีความชำรุด มากและประชาชนก็เดินทางสัญจรไปมาไม่มีความปลอดภัย เรื่องราวดังกล่าวกลุ่มประชาชน ได้ขับเคลื่อน แล้วก็ของบประมาณขอการซ่อมแซมมาแล้วกว่า ๕ ปี แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของประชาชนชาวมหาสารคาม เรื่องนี้เกิดดินถล่มที่ บริเวณพื้นที่วัดเสนาวารี บ้านใคร่นุ่น หมู่ที่ ๑๐ ตำบลมะค่า ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำชีค่ะ จากภาพ ที่ท่านเห็นเกิดความเสียหายเป็นวงกว้างไม่ว่าจะเป็นโรงครัวของวัด ระบบประปาหมู่บ้าน ศาลากลางจังหวัด รวมถึงบ้านเรือนราษฎร ทั้งนี้องค์การบริหารส่วนตำบลมะค่าได้ลงไปดู พื้นที่แล้วแต่ว่าไม่สามารถที่จะจัดสรรงบประมาณได้ต้องอาศัยส่วนกลางช่วยเหลือ จึงอยากจะฝากท่านประธานไปด้วย🔗
ส่วนเรื่องสุดท้าย ธัญอยากจะขอสอบถามไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม เกี่ยวกับการแต่งกายตามเพศสภาพในการเข้าสอบทนาย เมื่อวานธัญได้รับเรื่องจาก คุณโรมซึ่งเธอได้แจ้งว่าการแต่งกายตามเพศสภาพในการสอบทนายนั้นถูกตัดคะแนน และมองว่าเป็นเรื่องที่ผิดระเบียบ จริง ๆ อำนาจอยู่ที่ท่านแล้วนะคะท่านรัฐมนตรี ท่านสามารถ แก้ไขข้อบังคับต่าง ๆ เหล่านี้ให้ทันสมัยและไม่เป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตของประชาชน ฝากท่านรัฐมนตรีเป็นข้อสังเกตด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
คุณศรีนวล บุญลือ ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ได้ลงพื้นที่ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนกลุ่มทำสวนเกษตรลำไยนะเจ้า🔗
อดีตที่ผ่านมาเรื่องลำไยนี้นะเจ้า เป็นพืชเศรษฐกิจระดับประเทศ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ฮื้อได้มาเลี้ยงครอบครัวนะเจ้า ปัจจุบันนี้ลำไยราคาตกต่ำมากนะเจ้าเพราะว่าปุ๋ยก็แพง น้ำมันแพง เกรดเอเอ (Grade AA) ๑๐-๑๒ บาท เกรดเอ (Grade A) ๔-๕ บาท เกรดบี (Grade B) ๒ บาท เกรดซี (Grade C) นั้น ๕๐ สตางค์นะเจ้า แล้วก็แถมยังได้ทิ้งนะเจ้า แล้วก็ในนามตัวแทนพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ความเดือดร้อนจะขอความอนุเคราะห์ ขอความเมตตาผ่านไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปยังรัฐบาล ขอความช่วยเหลือเพื่อชดใช้เงินเยียวยาไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท เหมือนที่เคยช่วย ที่ผ่านมานะเจ้า เพื่อต่อยอดต่อชีวิตฮื้อกับกลุ่มเกษตรกรได้มีทุนทำปีต่อไป เจ้าขอประกาศ ประชาสัมพันธ์ฮื้อกับกลุ่ม ส.ว. หรือ ส.ส. หน่วยงานราชการ พี่น้องประชาชนที่สนใจอยากได้ ลำไยไปแจกจ่ายฮื้อกับประชาชนฮื้อได้กินนะเจ้า ขอฮื้อติดต่อเบอร์โทร ๐๖ ๔๙๙๔ ๔๕๙๒ ๐๖ ๒๓๐๘ ๖๔๕๔ นะเจ้า ท่านก็จะได้ลำไยสดจากสวนเพื่อมาแจกจ่ายฮื้อกับประชาชน ขอเป็นโครงการไทยช่วยไทย ไทยทุกคนจะต้องอยู่รอดและปลอดภัยนะเจ้า ขอขอบคุณเจ้า สวัสดีเจ้า🔗
คุณรังสรรค์ มณีรัตน์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมและ พี่น้อง ส.ส. พรรคเพื่อไทยภาคเหนือทั้งหมดไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้กับข่าวนี้ดี ท่านประธาน นายกประยุทธ์ใจปล้ำอุดหนุนลำไย ๒,๐๐๐ กิโลกรัม นำร่องเพื่อช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกร ท่านประธานครับ ตอนนี้ท้ายฤดูกาลแล้วนะครับ ราคาลำไยตกต่ำพี่น้อง เกษตรกรผู้ปลูกลำไยฝากผมถามว่าท่านนายกประยุทธ์เป็นทีมหัวหน้าเศรษฐกิจคิดที่จะแก้ไข ปัญหาเกษตรกรพี่น้องลำไยได้เพียงเท่านี้หรือ ตอนนี้นะครับเกษตรกรสิ้นเนื้อประดาตัว หมดแล้วนะครับท่านประธาน โครงการช่วยเหลือของทางกระทรวงพาณิชย์ โครงการ กิจกรรมสนับสนุนค่าบริหารจัดการในการรวบรวมรับซื้อลำไยเพื่อแปรรูปและส่งออก ปี ๒๕๖๕ วงเงินถึง ๒๔๐ ล้านบาท ท่านประธาน ไม่ถึงมือพี่น้องประชาชนเลย ท่านไป ตรวจดูเลยครับล้งท้องถิ่น ล้งที่เป็นของคนไทยไม่ได้รับเข้าร่วม ไม่ได้รับจัดสรรเท่าที่ควร ส่วนมากล้งที่ได้เข้าร่วมเป็นชื่อไทยจริงนะครับ แต่เบื้องหลังเป็นนายทุนใหญ่อยู่ต่างชาติ ฝากท่านประธานไปถึงนายกประยุทธ์ว่าเมื่อราคาลำไยตกต่ำขนาดนี้ ๒,๐๐๐ กิโลกรัม ที่ท่านนายกประยุทธ์มาช่วยพี่น้องเกษตรกรมันไม่คุ้มท่านประธาน เขาขอเงินเยียวยา ๒,๐๐๐ บาทไม่เกิน ๒๕ ไร่ ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ก็มีมติ ที่จะเยียวยาเกษตรกรพี่น้องผู้ปลูกลำไยทั้ง ๓๓ จังหวัดทั่วประเทศแล้วนะครับท่านประธาน ดังนั้นอยู่ในมือของท่านนายกประยุทธ์ว่าจะเห็นใจอยากดูแลพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลำไยทั้ง ๓๓ จังหวัดทั่วประเทศหรือไม่ครับ ขอให้นายกจัดการเรื่องเงินเยียวยาโดยด่วน ขอบคุณครับ🔗
คุณนริศ ขำนุรักษ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือ ท่านประธาน🔗
เรื่องแรก ขอให้กระทรวงคมนาคมจัดทำไฟส่องสว่างจากแยกถนนเอเชีย ในพื้นที่หมู่ที่ ๖ ตำบลพนมวังก์ อำเภอควนขนุนไปยังหมู่ที่ ๔ ตำบลแพรกหา อำเภอควนขนุน ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร เพราะว่าถนนเส้นนี้มีการสัญจรไปมามากทั้งกลางวัน และกลางคืน และเพื่อความปลอดภัยในการสัญจร🔗
เรื่องที่ ๒ ขอขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดพัทลุง และทุกส่วนราชการ โดยเฉพาะพี่น้องชาวจังหวัด พัทลุงที่ร่วมกันจัดกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ ๓๗ ซึ่งจบสิ้นลงไปแล้วด้วยความสวยงาม ทำให้คนรู้จักจังหวัดพัทลุง แต่เรายังขาดสนามกีฬาที่ใช้ในการแข่งขันเป็นสนามกีฬา มาตรฐานอีก ๑ สนาม คือสนามกีฬาพัทลุงแห่งที่ ๓ บริเวณตะโหมด อำเภอป่าบอน และอยากให้จังหวัดพัทลุงได้เป็นเจ้าภาพบางชนิดกีฬาคือในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ (SEA Games) ที่จะถึงนี้ เพราะว่าเรามีความพร้อม โดยเฉพาะกีฬาทางน้ำเรามี ๑ ทะเลสาบ และมีอ่างเก็บน้ำ ๓ ที่ซึ่งมีความพร้อม🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้ทางรัฐบาลเพิ่มค่าตอบแทนให้กับโต๊ะอิหม่าม กรรมการมัสยิด ครูตาดีกาและครูคุรุสัมพันธ์ ซึ่งผู้นำศาสนาเหล่านี้ต้องทำงานในทางสังคมประสานกับ ส่วนราชการและเป็นผู้จัดระเบียบทางสังคม🔗
เรื่องสุดท้ายขอให้ทำถนนเลี่ยงเมือง ซึ่งเรามี ๑ ช่วงแล้ว คือควนปรง ท่าแค ไปยังบ้านแร่-ลำปำ แต่ยังขาดอีก ๓ ช่วง คือบ้านแร่ไปยังใสยวน ช่วงที่ ๒ คือใสยวนไปยังม่วง ลูกดำ และช่วงสุดท้ายคือจากม่วงลูกดำไปยังควนปรง ท่าแค ซึ่งถ้าได้ครบทั้ง ๔ ช่วงนี้ ก็จะเป็นถนนเลี่ยงเมืองที่ครบถ้วนและสมบูรณ์จะทำให้ไม่มีการติดขัดทางจราจรภายในเมือง จังหวัดพัทลุงเหมือนอยู่ในขณะนี้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
คุณจิรทัศ ไกรเดชา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจิรทัศ ไกรเดชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องมาหารือกับท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ทางหลวงชนบทและเรื่องนี้ ผมเคยหารือกับท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานแต่ยังไม่ได้รับ การแก้ไข ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาบนถนน ๔๐๐๙ เสนา-ลาดบัวหลวง ซึ่งเป็นถนน ๒ เลน (Lane) จราจร ไม่มีไฟฟ้าส่องแสงสว่างทำให้บริเวณ ดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก โดยเฉพาะเมื่อเดือนที่แล้วรถได้แหกโค้งเข้าไปในบ้านเรือน แต่ยังไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตก็อยากหารือกับท่านประธานไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้จัดสรรงบประมาณในการดำเนินงานติดตั้งไฟส่องแสงสว่างตั้งแต่บริเวณ แยกคูตาฉัตรถึงวัดคู้สลอดด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรื่องการระบายน้ำของกรมชลประทานจากท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งมาสู่จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง และมาท่วมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตรงนี้อยากให้กรมชลประทาน ระบายน้ำอย่างเป็นระบบ น้ำได้เอ่อล้นเข้าแปลงนาของพี่น้องเกษตรกร พี่น้องเกษตรกร ก็ต้องใช้น้ำมันในการสูบน้ำจากท้องนาลงแม่น้ำน้อย แม่น้ำป่าสัก ทำให้มีต้นทุนในการผลิต ที่สูงขึ้นก็อยากให้กรมชลประทานบูรณาการในการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เมื่อปีที่แล้ว จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เมื่อปี ๒๕๖๔ เงินเยียวยาก็ยังไม่ได้ รับอย่างคุ้มค่า บางบ้านยังไม่มีเงินซ่อมแซมบ้านเรือนเลยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาบนถนน สายเสนา-ปทุมธานี ได้ติดตั้งไฟส่องสว่างไฮแมสต์ (High Mast) ขนาดใหญ่ ซึ่งตอนนี้ได้ชำรุด อยู่ประมาณ ๔ ต้น ถ้าอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการซ่อมแซมเพื่อจะให้ใช้งาน ได้ตามปกติเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม กษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มีเรื่องจะหารือท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๕ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ขอให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครช่วยเร่งศึกษาแนวทางการส่งเสริม ให้เอกชนมาเช่าที่เพื่อเป็นพื้นที่สีเขียวกรุงเทพมหานคร ยกตัวอย่างเช่นแถวเขตลาดพร้าว มีพื้นที่ของเบียร์ช้างซึ่งเกือบครึ่งเขต ซึ่งปล่อยเป็นที่ลักษณะของว่างเปล่าแล้วก็ใช้วิธีการปลูก ต้นไม้เพื่อจะลดภาษีไป แต่จริง ๆ เราอยากให้ทางกรุงเทพมหานครไปเจรจา แล้วก็ทำสัญญา ระยะสั้นออกแบบฟอร์ม (Form) ที่มันเอื้อให้กับเอกชนส่งเสริมให้เป็นพื้นที่สีเขียวแล้วเรา ลงทุนน้อยลงทุนแค่วางเครื่องออกกำลังกาย แล้วก็ปรับภูมิทัศน์พอสังเขป ปลูกต้นไม้นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ อยากให้ทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เร่งศึกษาโครงการอุโมงค์ ระบายน้ำจากถนนรัชดาภิเษกไปออกคลองมะพร้าวเพื่อลดระดับน้ำ ลุ่มน้ำทั้งหมดของคลอง ลาดพร้าวซึ่งมีปริมาณมหาศาล ผมเป็นห่วงครับ เห็นท่านไม่ค่อยให้ค่ากับอุโมงค์ระบายน้ำเท่าไร ขอให้ท่านเร่งเสนอโครงการนี้มาให้ทางรัฐสภาพิจารณา ผมเชื่อว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหา การระบายน้ำในเขตลาดพร้าวได้ดีเป็นอย่างยิ่งครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้ทางกรุงเทพมหานครโดย สน. โชคชัย ร่วมพิจารณาสี่แยกไทย พาณิชย์ในซอยโชคชัย ๔ ถนนสตรีวิทยา ๒ สัญญาณไฟจราจรติดมานานแล้วไม่เคยเปิดใช้ เลย มีผู้ร้องเรียนว่าเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อยากให้ลองเปิดใช้ดูนะครับ🔗
เรื่องถัดมา เรื่องงบไทยนิยมยั่งยืน มีคนเรียกร้องมาตั้งแต่สมัย คสช. ที่ทำมา แล้วดีมาก ตอบโจทย์การพัฒนาชุมชน วันนี้เงียบหายไปแล้วอยากให้นำมาคิดใหม่นะครับ🔗
เรื่องสุดท้าย เรื่องถึงกระทรวงศึกษาธิการครับ เป็นไปได้ไหมว่าในยุคน้ำมันแพง พิจารณาการหยุดเรียนสัก ๑ วัน โดยสลับโรงเรียนกันเพื่อส่งเสริมให้จราจรไม่ติดขัด แล้วก็ ลดภาระค่าใช้จ่ายด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
คุณสมเกียรติ ถนอมสินธุ์🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากเขตบางนา เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมมีเรื่องมาปรึกษาหารือกับหน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงานที่มีหน้าที่ รับผิดชอบดูแลกฎหมาย แล้วก็บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนนะครับ🔗
เกี่ยวกับรถบรรทุก รถพ่วง ที่อยู่ใกล้กับชุมชน แล้วก็วิ่งไม่ตามที่กฎหมายกำหนด อันนี้เป็นชุมชนเจริญรุ่งเรืองโซน (Zone) สรรพาวุธ เขตบางนา เป็นชุมชนขนาดเล็กที่ออกจากหน้าบ้านมาก็จะเจอลานรถพ่วง จอดอย่างนี้เลยครับ ในระยะประชิดศูนย์เมตร ชาวบ้านก็ต้องฉีดน้ำ ฉีดเพื่อป้องกันฝุ่นละออง ด้วยตัวเองครับ เคยไปประชุมที่เขตแล้ว ชาวบ้านส่งเรื่องไปตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็ยังไม่สามารถที่จะบรรเทาความเดือดร้อนได้อย่างเท่าที่ควร ก็ฝากทางกรุงเทพมหานคร เข้ามาดูแล สำนักอนามัยเข้ามาติดตามทดสอบเรื่องฝุ่น ควัน เสียงต่าง ๆ ที่เป็นผลกระทบ กับชาวบ้านเพื่อที่จะมีมาตรการเกี่ยวกับผู้ประกอบการต่อไป แล้วก็ฝากกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสภากรุงเทพมหานครผลักดันข้อบัญญัติที่แก้ไขปัญหาตรงนี้ ผมทำการบ้านมา มีคำแนะนำของคณะกรรมการสาธารณสุข เรื่องการประกอบกิจการ ให้บริการลานสะสมตู้สินค้าหรือลานจอดรถหัวลากรถบรรทุก ก็ฝากผลักดันกฎหมาย ข้อบัญญัติท้องถิ่นนี้ด้วยครับ รูปถัดมาเป็นเกี่ยวกับรถบรรทุกเหมือนกัน รูปเมื่อสักครู่นี้ คือรถบรรทุกในโซน (Zone) บางนา-ตราด สรรพาวุธวิ่งในช่วงกฎหมายห้าม ตรงนี้ช่วงเช้า ห้ามระหว่าง ๖ โมงถึงสิบโมงเช้า ผมไปสำรวจลงพื้นที่มาในช่วงเวลา ๙ โมงถึง ๙ โมงครึ่ง เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงยังไม่ถึงกฎหมายกำหนดก็วิ่งฝ่ากฎหมายกัน ๒๒๒ คัน จริง ๆ ถ้าสามารถ ปรับก็คือปรับได้แสนกว่าบาทภายในแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น เพียงแค่รายละ ๕๐๐ บาท ก็ฝาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพิ่มอัตรากำลังจราจรให้ สน. บางนาด้วยครับ แล้วก็ในส่วนตรงนั้น รัฐวิสาหกิจใกล้ ๆ การท่าเรือแห่งประเทศไทย ท่าเรือคลองเตย ปตท. แล้วก็อาจจะเป็น เอกชนบางจาก ช่วยมาดูแลแก้ไขปัญหาสภาพถนนทางรถไฟสายเก่าตรงนี้ที่วิ่งเข้าไปด้วย อาจจะทำซีเอสอาร์ (CSR) หรืออะไรก็ตาม และกรุงเทพมหานครช่วยดูแลเรื่องถนนสรรพาวุธ และถนนทางรถไฟสายเก่าตรงนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณโกศล ปัทมะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนบ้านแก่งขาม พี่น้อง บ้านโนนรัง พี่น้องบ้านหนองบง พี่น้องบ้านศูนย์กลาง ตำบลแก้งสนามนาง ถึงความเดือดร้อน ในการก่อสร้าง ตามที่กรมทางหลวงได้ดำเนินการก่อสร้างขยายถนน ๒๐๒ ช่วงอำเภอบัวใหญ่ ถึงอำเภอแก้งสนามนาง แต่มีช่วงที่ยังเป็นฟันหลอและไม่ได้ดำเนินการ ๒ ช่วงดังนี้🔗
ช่วงแรกคือช่วง กม. ๒๗+๖๖๐ ถึง กม. ๒๘+๒๔๕ บริเวณหน้าโรงพยาบาลแก้งสนามนาง บ้านหนองบง บ้านศูนย์กลาง และบ้านโนนรัง โดยเฉพาะจุดรอเลี้ยวเข้าหมู่บ้านหนองบงที่คับแคบและมักมีอุบัติเหตุ เป็นประจำ ช่วงที่ ๒ คือ กม. ๒๖+๐๖๓ ถึง กม. ๒๖+๙๐๐ ช่วงตลาดอำเภอแก้งสนามนาง บ้านแก่งขาม ที่ยังมีสภาพคับแคบและไม่มีทางระบายน้ำและทางเท้า ทำให้พี่น้องประชาชน ประสบความยากลำบากโดยเฉพาะช่วงฤดูฝนและมักเกิดอุบัติเหตุเป็นประจำ ดังนั้นกระผม จึงขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมได้จัดสรร งบประมาณไปดำเนินการขยายถนนทั้ง ๒ ช่วงดังกล่าว พร้อมทั้งติดตั้งไฟส่องสว่างก่อสร้าง ทางเท้า ทางระบายน้ำในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยจะเป็นพระคุณ อย่างยิ่งครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
คุณโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตจอมทองธนบุรี พรรคภูมิใจไทยครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน เรื่องเกี่ยวกับการร้องเรียนไปยัง ผอ. การไฟฟ้านครหลวง เขตบางขุนเทียนครับ เนื่องจาก กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในซอยเอกชัย ๓๓ ณ เขตจอมทอง ว่าไฟดับ ตลอดแนวในซอยดังกล่าว ขอให้ท่าน ส.ส. ช่วยประสานงานการไฟฟ้ามาแก้ไขดำเนินการ ให้ด่วนด้วย ผมจึงได้ประสานไปยัง กฟน. นครหลวง เขตบางขุนเทียน และขอเบอร์ โทรศัพท์มือถือของช่างบำรุงไฟสาธารณะและแจ้งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไปให้กับทาง เจ้าหน้าที่ แต่เจ้าหน้าที่กลับบอกมาว่าทางทีมงานช่างไฟนั้นมีไม่เพียงพอวันหนึ่ง ๆ นั้นมีเรื่อง ร้องเรียนเข้ามาร้อยกว่าจุดแทบทุกวัน แต่มีทีมงานช่างไฟเพียง ๒ ทีม ทีมหนึ่งนั้นมีเพียง ๓ คน รวมทั้งหมดมีแค่ ๖ คนต้องดูแลรับผิดชอบไปถึง ๙ เขต ไม่ว่าจะเป็นเขตจอมทอง เขตบางขุนเทียน บางบอน บางแค ราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ และภาษีเจริญ ผมเองก็มี ความแปลกใจและประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งว่ารายได้ของการไฟฟ้านครหลวงปีหนึ่งนั้นได้มี รายได้ถึง ๖.๘ แสนล้านบาท มียอดกำไรถึง ๕.๖ หมื่นล้านบาท แต่ทำไม กฟน. บางขุนเทียน จึงมีหน่วยทีมซ่อมบำรุงสาธารณะเพียง ๖ คนเท่านั้น ผมได้ข่าวมาว่า กฟน. จ้างบริษัท เอาต์ซอร์ซ (Outsource) มาซ่อมบำรุงไฟสาธารณะ แต่ถ้าว่าการไฟฟ้ามาให้ราคาค่อนข้างต่ำ จึงไม่มีบริษัทใดเข้ามารับงานจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะท่าน ผอ. การไฟฟ้านครหลวงบางขุนเทียน ซึ่งอยู่ในความรับผิดซึ่งของ กระทรวงมหาดไทยช่วยเข้ามาดูแลและแก้ไขเรื่องนี้ให้ด่วนด้วยเพื่อความสะดวกและ ความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชนตลอดไปและ ส.ส. เวลาประสานไปจะได้เข้ามาทำงาน ได้ทันท่วงทีขอบพระคุณครับ🔗
คุณเดชทวี ศรีวิชัย🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เดชทวี ศรีวิชัย พรรคเสรีรวมไทย จังหวัดลำปาง เขต ๔ ครับ แล้วก็เป็น ส.ส. คนสุดท้องน้องคนสุดท้าย ของรัฐสภาแห่งนี้ แล้วก็ไม่ทราบว่าจะอยู่ได้อีกกี่วันด้วยนะครับ คือมีเรื่องหารือผ่านท่านประธาน ไปยังกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับถนนสายมรณะ ๑๐๔๘ สายอำเภอเถินเชื่อมอำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย🔗
ช่วงกิโลเมตรที่ ๑๖ ถึงกิโลเมตรที่ ๒๐ ถนน ช่วงนี้นะครับท่านประธานเป็นช่วงที่สูงชันและมีเหวลึก แล้วก็ที่สำคัญมีจุดมรณะจุดอันตราย มาก ๆ ถึง ๗ จุดด้วยกัน และตรงนี้มีอุบัติเหตุใหญ่ที่มีรถน้ำอ้อยสดและรถน้ำมันพลิกคว่ำ ตามสไลด์ (Slide) ที่ขึ้นเลยนะครับ มันทิ้งคราบพอมันแห้งแล้วก็ไม่ลื่น แต่พอฝนตกมามันจะ คายคราบพวกนั้นออกมาทำให้ถนนลื่นมากและเกิดอันตราย แล้วก็สถิติที่น่ากลัวน่ากังวล น่าตกใจมากเฉลี่ย ๓ ปีย้อนหลัง มีสถิติที่เกิดอุบัติเหตุเฉลี่ยเดือนละ ๒๒ ครั้งเชียวนะครับ แล้วก็มีผู้บาดเจ็บเฉลี่ยเดือนละ ๙๓ ราย เฉลี่ยมีผู้เสียชีวิตต่อ ๑ เดือน ๑ รายครับ แล้วก็ ที่สำคัญที่สุดตรงนี้ถ้าหากว่าทางกระทรวงคมนาคมมีความตั้งอกตั้งใจที่จะดูแลและปรับปรุง แก้ไขง่ายนิดเดียวครับ ที่ง่ายรวดเร็วและประหยัดด้วยก็คือการลงสีเขาเรียกว่าสีโคลด์ พลาสติก (Cold Plastic) หรือแอนติ สกิด เพนต์ (Anti Skid Paint) โดยกระผมได้หาข้อมูล เพิ่มเติมมาอยู่ช่วงสั้น ๆ ประมาณ ๔ กิโลเมตรใช้งบประมาณไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ครับท่านประธาน แล้วก็ทราบข่าวว่ามีโครงการของการคมนาคมที่ทำถนน ๔ เลน (Lane) ในจังหวัดสุโขทัยใช้งบประมาณเยอะแยะมากมายเลยเกือบ ๗๐๐ ล้านบาท มาเชื่อมแค่ทาง เขตอำเภอเถิน บ้านแม่พุหอรบแค่นั้นเอง แต่ตรงนี้เป็นจุดใหญ่จุดไฮไลต์ (Highlight) สำคัญเลย ที่เกิดอุบัติเหตุมากมายหลายร้อยครั้งเลยทีเดียวแต่กลับถูกละเลย ผมจึงขอฝากท่านประธาน ฝากไปยังกระทรวงคมนาคมช่วยมาดูแลพี่น้องประชาชนตรงนี้ด้วย ขอบพระคุณมากครับ🔗
วัชรพล โตมรศักดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ พรรคโคราชชาติพัฒนา ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๑ เรื่อง ซึ่งผมเองได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากพี่น้องชาวอำเภอขามทะเลสอ โดยผู้นำท้องถิ่น ก็คือท่านนายก อบต. มานพ ปลอดสันเทียะ ผู้นำท้องที่ นั่นคือนายสายชล กิสันเทียะ กำนัน ตลอดจนพี่น้องจาก ๕ ตำบล สืบเนื่องจากการก่อสร้างถนนสาย ๒๐๖๘ โคกกรวด-หนองสรวง ซึ่งเป็นถนน ๔ เลน (Lane) ที่ได้ก่อสร้างมาโดยกรมทางหลวงนั้น ปัญหาในวันนี้ก็คือถนน เส้นนี้ไม่มีเกาะกลางถนนจึงทำให้พี่น้องประชาชนต้องสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวน มากมาย จวบจนกระทั่งวันนี้ครับ ท่านประธานครับ ได้มีการก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์ (Motorway) สาย ๖ และถนนเลี่ยงเมืองซึ่งจะก่อสร้างพาดผ่านถนนเส้นนี้ยิ่งทำให้เกิด อุบัติเหตุและผู้สูญเสียเป็นจำนวนมาก ทางกรมทางหลวงโดยแขวงการทางที่ ๒ จังหวัด นครราชสีมาก็ได้มีการดำเนินการในการสำรวจออกแบบและที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ การสอบถามผลกระทบต่าง ๆ กับพี่น้องประชาชน ผลปรากฏว่าในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ทางแขวงการทางนั้นได้ดำเนินการสำรวจอีไอเอ (EIA) ผลปรากฏพี่น้องประชาชนเห็นชอบ ทั้งหมดเลยครับ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ทางแขวงการทางเองก็ได้ทำเรื่องของบประมาณมายัง กรมทางหลวง โดยสำนักงานอำนวยความปลอดภัย ท่านผู้อำนวยการสืบพงษ์ ไพศาลวัฒนา แล้วแต่ก็ยังไม่ได้รับงบในการที่จะดำเนินการซึ่งในรูปแบบของการออกแบบจะมี ๒ ช่วง ช่วงแรกหลัก กม. ๑+๒๒๐ ถึง กม. ๕+๐.๘ ระยะทาง ๓.๗๖ กิโลเมตร เป็นเงิน ๑๘ ล้านบาท และช่วงที่ ๒ อีก ๑๐ กิโลเมตรกว่าเป็นเงินจำนวน ๕๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้ง ๒ อย่างนี้ที่ผม กราบเรียนท่านครับ ผมอยากจะขอความกรุณาผ่านท่านประธานไปยังกรมทางหลวงอยากจะ ให้เร่งรัดอนุมัติงบประมาณในการที่จะก่อสร้างเกาะกลางถนน เพราะฉะนั้นอีกไม่นาน มอเตอร์เวย์ (Motorway) เสร็จ ถนนเลี่ยงเมืองเสร็จและถนนเส้นนี้ไม่มีไฟ ไม่มีเกาะกลาง ถนนจะทำให้พี่น้องประชาชนสูญเสียอีกมากมายครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
คุณสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตภาษีเจริญ ตลิ่งชัน ๔ แขวงกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ที่ใช้รถบนถนนเพชรเกษมจากบริเวณสี่แยกท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ผ่านเขตภาษีเจริญไป จนถึงหน้าเดอะมอลล์บางแค เขตบางแค ถึงผิวถนนที่ได้รับความเสียหายชำรุด ซึ่งเรื่องนี้ สืบเนื่องมาจากบนถนนเส้นนี้ได้มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินของ รฟม. สังกัดกระทรวง คมนาคม ตั้งแต่เมื่อประมาณปี ๒๕๖๒ เป็นต้นมา ซึ่งดิฉันได้เคยนำเรื่องนี้เข้ามาหารือต่อ ท่านประธานเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๒ จนถึงขณะนี้เป็นเวลา ๓ ปี ๑ เดือนกับ ๑๕ วันแล้ว ซึ่งดิฉันก็ดูจากอายุของการซ่อมบำรุงที่ผ่านมาก็ทำให้ผิวถนนนั้นเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก จึงอยากจะฝากให้ทางท่านประธานได้ประสานงานไปทางศูนย์ซ่อมของกรุงเทพมหานคร ให้มาดำเนินการซ่อมบำรุงบริเวณตั้งแต่สี่แยกท่าพระจนถึงหน้าเดอะมอลล์บางแคด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของรางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินตลอดเส้นทางที่ได้ทำบนถนน เพชรเกษม ตั้งแต่ทำเสร็จมาและเปิดใช้ยังไม่มีการสำรวจดูว่าขณะนี้มีน้ำที่ปล่อยจาก รางรถไฟฟ้านั้นหล่นลงมา ตกลงมาใส่บริเวณถนนทำความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะรถจักรยาน รถมอเตอร์ไซค์ที่จะต้องวิ่งบริเวณเลน (Lane) ขวาติดกับเกาะกลาง เมื่อมีการปล่อยน้ำลงมาโดยไม่มีที่รองรับหรือมีรางน้ำฝนรองรับนั้นจึงทำให้เสี่ยงต่อการ เกิดอุบัติเหตุเป็นอย่างยิ่ง จึงขอฝากเรียนท่านประธานช่วยประสานงานผ่านไปทาง รฟม. กระทรวงคมนาคมด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต ๔ อันประกอบด้วยอำเภอระโนด อำเภอสทิงพระ อำเภอกระแสสินธุ์ และอำเภอสิงหนคร บางส่วน เนื่องจากกระผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่ที่ใช้เส้นทางสัญจรไปมานะครับ วันนี้ก็ขอหารือท่านประธานสืบเนื่องจากกระผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ เรื่องถนน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา หลายเส้นทาง ชำรุดทรุดโทรม เป็นหลุมเป็นบ่อ ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และเสียชีวิตและทรัพย์สินบ่อยครั้ง ชาวบ้านร้องไป ผมเองก็พูดในสภาหลายครั้งก็ไม่ได้รับการแก้ไข ชาวบ้านต้องเรี่ยไรกันนะครับ เรี่ยไรกันซื้อยางยางมะตอยสำเร็จรูปมาซ่อมกันเอง เช่น ถนนสายบ้านม่วงงามถึงวัดพิกุล ถนนสายบางเขียดถึงตำบลคูขุด ถนนเส้นสายเจดีย์งามถึงตำบลกระแสสินธุ์ เส้นทางนี้ ก็มืดสนิทเป็นเส้นทางที่ส่งยาเสพติด ไฟมืดนะครับ เส้นทางตำบลคลองแดนทั้งตำบลเลย ที่ออกถนน ๔๐๘ และอีกหลาย ๆ เส้นทาง จึงขอให้ท่านประธานผ่านถึงนายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัดสงขลา ช่วยสั่งให้สมาชิกสภาจังหวัด หรือ ส.จ. ทำหน้าที่สำรวจตรวจสอบ ถนนในพื้นที่ของตัวเองที่ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ เพื่อทำการซ่อมแซม ลดอุบัติเหตุ อย่าให้ ชาวบ้านต้องเรี่ยไรเงินกันเอง แล้วก็ซ่อมแซมกันเอง คนที่ไหน ชาวบ้านที่ไหนรู้เรื่องก็อายเขาครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
คุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีความเดือดร้อน และโครงการที่จะพัฒนาให้กับพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่ง ๓ เรื่องด้วยกันครับ นำมากราบเรียน ท่านประธานเพื่อประสานหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการ🔗
เรื่องแรก เรื่องของการพัฒนาสี่แยกไฟแดงหัวโป่ง ตำบลหนองอ้อ อำเภอบ้านโป่ง ซึ่งที่ผ่านมา ๔ แยกแห่งนี้ได้สร้างขึ้นเพื่อลดอุบัติเหตุ ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินให้กับ พี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่งได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันนี้มีการจราจรที่คับคั่ง โดยเฉพาะเวลา เร่งด่วน จึงขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมได้พิจารณาทำอุโมงค์ลอดแยกดังกล่าว คล้าย ๆ กับที่แยกฉลองที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งผมได้เดินทางไปศึกษาดูงานมา ซึ่งมีเขตทาง ที่ใกล้เคียงกับที่แยกบ้านหัวโป่ง ตำบลหนองอ้อ จึงขอให้ทางกระทรวงคมนาคมได้พิจารณา ดำเนินการด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการประสานจากท่านนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลกรับใหญ่ นายธรรมรัตน์ วงษ์พิทักษ์โรจน์ ว่าผิวถนนจราจรบนเส้น รบ.๓๐๑๒ ที่แยกโพธิ์คู่ถึงบ้าน ห้วยกระบอก โดยเฉพาะช่วงบ้านหนองคางแมว ตำบลท่าผา และที่ตำบลกรับใหญ่ บ้านหนองเสือ บ้านหนองกลางด่าน และบ้านหนองประทุน ชำรุดเสียหาย จึงขอให้ กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคมได้พิจารณาดำเนินการแก้ไขด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับการประสานจากกำนันพงษ์ศักดิ์ บัวคำ กำนันตำบลสวนกล้วย ว่าผิวการจราจรและไหล่ทางชำรุดเสียหายบนถนนจากป้อมตำรวจตำบลสวนกล้วยถึง บ้านหนองหญ้าปล้อง หมู่ที่ ๘ ถึงวัดหนองอ้อตะวันออก ตำบลหนองอ้อ ซึ่งถนนก่อสร้างมา หลายสิบปี ผิวการจราจรชำรุดและไหล่ทางไม่มี จึงขอให้ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาดำเนินการ เนื่องจากถนนเส้นนี้ได้ถ่ายโอนภารกิจให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาดำเนินการ แต่เนื่องจากองค์การบริหารส่วนตำบลสวนกล้วย งบประมาณไม่เพียงพอ จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาดำเนินการครับ🔗
สมาชิกที่เคารพครับ ข้อปรึกษาทั้งหมดก็ครบ ๓๐ ท่านนะครับ ขออนุญาตสรุปตั้งแต่ท่านแรกจนท่านสุดท้ายคือ ทั้งแต่ท่านอับดุลอายี สาแม็ง ถึงท่านอัครเดชว่าทุกคนได้ทำเวลาได้ดีขอชื่นชม เพราะว่า มันเป็นความสามารถอันหนึ่งของผู้บริหารในการคุมเวลานะครับ ก็จบการปรึกษาหารือครับ🔗
ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อแล้ว ๒๖๒ ท่านครับ องค์ประชุม ๒๓๙ ท่าน ขณะนี้ครบองค์ประชุมแล้วครับ ผมขอเปิดประชุม และดำเนินการต่อไปตามระเบียบวาระนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๑ กระทู้ถามสด🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๙๐ ส. เรื่อง ปัญหาการไม่ได้รับเงินของ ผู้เอาประกันภัยที่ติดโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) (นายขจิตร ชัยนิคม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ตอบ🔗
ขอเรียนให้ทราบว่า ในระหว่างที่เราถามตอบกระทู้อยู่ที่ห้องประชุมนี้ กระทู้ถามแยกดำเนินการอยู่ในห้องและ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ชั้น ๑ นะครับ โดยท่านรองประธานได้ทำหน้าที่เป็นประธาน เราสลับ ผลัดเปลี่ยนกันไปครับ🔗
วันนี้มีกระทู้ถามสดด้วยวาจา ๓ กระทู้ครับ ผมเรียนว่ากระทู้ถามแรกเป็น กระทู้ถามของท่านขจิตร ชัยนิคม ปัญหาการไม่ได้รับเงินของผู้เอาประกันภัยที่ติดโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ถามนายกรัฐมนตรีนะครับ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ท่านอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ตอบ บัดนี้ท่านรัฐมนตรีมาแล้วนะครับ กระทู้ถามนี้ตามข้อบังคับ ท่านทราบดีแล้วนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๐ ถามไม่เกิน ๓ ครั้ง และต้องถามตอบให้แล้ว เสร็จภายในกำหนดเวลา ๓๐ นาที จึงได้จัดให้ฝ่ายละ ๑๕ นาทีนะครับ ใช้ความสามารถ ในการบริหาร ๓ คำถามให้จบภายในเวลานะครับ ขอเชิญท่านขจิตรครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ขอขอบคุณท่านประธานที่บรรจุวาระ และขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซึ่งท่านมาตอบแทนนายกรัฐมนตรี🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ จากการประชุมของอนุกรรมาธิการการปกครอง ซึ่งได้รับมอบหมายจากกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีท่านไพจิต ศรีวรขาน เป็นประธาน ผมเป็นอนุกรรมาธิการ กรรมาธิการได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายอาทิตย์ ยิ้มพ่วงสิน นางสาวธันยวีร์ โปนิตา นายกันติทัชภัส นากุล และสมาชิกจำนวนมาก ได้ยื่น หนังสือต่อประธานกรรมาธิการการปกครอง ประธานกรรมาธิการการปกครองก็ได้เชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมา ท่านประธานครับ ในข้อแรกที่อยากจะฝากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังไปก็คือว่าหลังจากนี้ผมจะให้รายชื่อผู้ร้องเรียนทั้งหมดที่ยังไม่ได้รับเงินจาก การประกันภัยโควิด (COVID) ผมใช้คำง่าย ๆ อย่างนี้นะครับ ให้ท่าน แล้วท่านโปรดกรุณา ส่งไปยังหน่วยงานหรือถามยังหน่วยงานให้เขาได้รับคำตอบด้วย เพราะนายอาทิตย์ได้รับจากบริษัทแจ้งว่าจะได้เงินแต่ยังไม่ได้เงินนะครับ ส่วน ๒ ท่านหลัง พร้อมกับคณะยังไม่ได้รับคำตอบว่าจะได้เงินเมื่อไรนะครับ ผมจะยื่นรายละเอียด โดยกรรมาธิการการปกครองไปให้ท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ จากกรณีที่บุคคลทั้ง ๓ ได้ร้องเรียน ท่านไพจิต ศรีวรขาน ในฐานะประธานอนุได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมา ทำให้ พบข้อมูลที่น่าสนใจมาก เป็นปัญหาของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ท่านไพจิตจึงมอบหมาย ให้ผมแล้วก็เสนอพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยเห็นว่าเป็นปัญหาเร่งด่วนของประชาชน ที่จะต้องได้รับคำตอบจากรัฐบาลจึงมอบให้ผมมาถามกระทู้ถามสดวันนี้ ท่านประธานครับ ขอเรียนข้อมูลเบื้องต้นที่พบจากการชี้แจงของหน่วยงาน หมายถึงด้านหลักก็คือกองทุน ประกันวินาศภัยซึ่งรัฐบาลตั้งขึ้นตามกฎหมายพระราชบัญญัติประกันวินาศภัยปี ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๘ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่พบเป็นเรื่องที่น่าตกใจก็คือ ว่าหลังจากรัฐบาลถอนใบอนุญาต ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่พบเป็นเรื่องที่น่าตกใจคือ ว่าหลังจากรัฐบาลถอนใบอนุญาตถอนใบอนุญาตบริษัทประกันภัย ๔ บริษัท มีเงินที่จะต้อง ชดเชยจากการเรียกร้องของผู้เอาประกัน ท่านประธานครับจำนวนผู้ร้องเอาประกันทั้ง ๔ บริษัทมีถึง ๖๗๔,๒๓๐ ราย ๖๗๔,๐๐๐ รายเศษ เป็นเงินที่จะต้องได้รับการชำระหนี้หรือ ประชาชนจะต้องได้รับเป็นเงิน ๖๕,๖๒๑ ล้านบาท ๖๕,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ในจำนวนนี้ ๒ บริษัทแรกได้จ่ายประกันไปแล้วจำนวนรวมทั้งสิ้น ๖,๙๑๒ รายยังเหลืออีก จำนวนมาก เดี๋ยวผมจะสรุปที่เหลือให้ฟัง บริษัทที่ถูกถอนประกันหรือถูกยกเลิกนี่ล่ะ ในความหมายของผมทั้ง ๒ รายสุดท้ายยังไม่มีการชดเชยนะครับ ท่านประธานครับ คำถาม แรกของผมก็คือว่าเมื่อไรประชาชนที่เอาประกัน ๖๗๔,๐๐๐ รายจะได้รับคำตอบจากกองทุน ประกันวินาศภัยของรัฐบาลว่าเขาจะได้เงินคืนเงินที่เอาประกันจำนวนที่เขาต้องการที่เขาทำ ประกันไว้รายละไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ เท่าที่ดูเฉลี่ยนะครับ ถามว่าเวลานี้บริษัทประกันที่ ถูกถอนไป ๒ บริษัทได้จ่ายเงินของตัวเองไปหมดแล้วเป็นภาระของกองทุน อีก ๒ บริษัท กำลังจะดำเนินการจ่ายซึ่งก็คงไม่มากถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จะมีเงินเหลืออยู่ประมาณ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาทที่จะต้องจ่ายให้กับประชาชนผู้เอาประกัน ถามคำถามแรกไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซึ่งท่านก็มาแทนท่านนายกรัฐมนตรีว่าเมื่อใดประชาชนจะ ได้รับคำตอบว่าเขาจะได้รับเงินที่เอาประกันจากบริษัทและจากกองทุนซึ่งรัฐบาลค้ำประกัน คำถามง่าย ๆ ก็คือเมื่อไรประชาชนที่ ๖๗๐,๐๐๐ คนจะได้รับคำตอบว่าเขาจะได้รับเงิน เหล่านี้ วัน เวลา พ.ศ. ใด ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ขออนุญาตรับมอบหมายจาก ฯพณฯ ท่านนายกมาตอบกระทู้สดในวันนี้ ต่อประเด็นในเรื่องของการชดเชยในเรื่องของผู้เอาประกันในโครงการประกันภัยโควิด (COVID) หรือที่เราเรียกกันง่าย ๆ ว่าเป็นโครงการเจอจ่ายจบ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ก็อย่างที่ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวไว้สักครู่นี้นะครับ ซึ่งในสถานการณ์ในปี ๒๕๖๓ สถานการณ์ ตอนนั้นก็เริ่มดีขึ้นมาเรื่อย ๆ ทางบริษัทประกันนั้นก็ขายประกันไปค่อนข้างเยอะ แต่ว่าใน ปี ๒๕๖๔ ก็มีการแพร่ระบาดในรอบที่ ๒ รอบที่ ๓ ต่อมานะครับ อันนั้นก็เป็นที่มาว่าผู้ที่สนใจ แล้วก็เข้าไปซื้อประกันตรงนี้ก็มีเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามนั้นก่อนที่จะมาถึงกองทุน ประกันวินาศภัยทางสำนักงาน คปภ. นั้นก็ได้มีการทำงานร่วมกับบริษัทประกันทุกบริษัท ที่ทำประกันในเรื่องของเจอจ่ายจบ ซึ่งก็ได้มีการกำหนดว่าที่บริษัทนั้นจะต้องจ่ายตาม วัตถุประสงค์ของโครงการนะครับ ซึ่งก็มีการจ่ายไปจำนวนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามจะด้วย วิธีการอย่างไรก็ตามนั้นก็อาจจะมาจากในเรื่องของการเติมสภาพคล่องให้กับบริษัท การหา แหล่งเงินกู้หรือการเพิ่มทุนในบริษัท หรือว่าในกรณีที่บางประกันที่เขาอาจจะยังจ่ายไม่ได้ เขาก็อาจจะมีการโอนกรมธรรม์ไปกับอีกบริษัทหนึ่ง ซึ่งก็เป็นบริษัทที่เขาอาจจะยินดีรับ ในเรื่องของกรมธรรม์ฉบับนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นก็จะมีการจ่ายไปจำนวนหนึ่ง แต่อย่างไร ก็ตามเมื่อถึงช่วงที่มีการระบาดมากขึ้นนั้นภาระตรงนี้ก็มากขึ้นตามไปด้วย บริษัทประกันต่าง ๆ ก็ไม่สามารถที่จะยืนต่อไปได้ ขาดสภาพคล่อง เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่มาว่าเราก็สั่งถอนใบอนุญาต ๔ บริษัทอย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไว้สักครู่นี้นะครับ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี ๒๕๖๔ ๔ บริษัทด้วยกัน ทีนี้ถ้านับเฉพาะในเรื่องเมื่อมีการถอนใบอนุญาตแล้วหนี้ทั้งหมดที่จะต้องจ่ายนั้นก็โอนมาอยู่ที่ กองทุนประกันวินาศภัย ซึ่งขณะนี้อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไว้ ๒ บริษัทแรกนั้น เอเชีย ประกันภัยกับบริษัท เดอะ วัน นั้นก็ได้จ่ายไปแล้ว ๖,๐๐๐ กว่าราย คิดเป็นเงินอยู่ประมาณ ๕๑๐ ล้านบาท ๖,๙๑๒ ราย แล้วก็เป็นเงิน ๕๑๐.๗ ล้านบาท นั่นคือจ่ายไปแล้วนะครับ ในขณะนี้ก็ยังจ่ายอยู่ ส่วนอีก ๒ บริษัทนั้นก็ได้ปิดรับคำขอไปเมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคมปีนี้ แล้วก็จะเริ่มจ่ายตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป เพราะฉะนั้นในรายชื่อที่ท่านสมาชิกจะส่งให้ ต้องขอกราบขอบพระคุณว่ามีรายชื่อที่ชัดเจนตรงนี้ ทางกระผมเองก็จะได้นำไปตรวจสอบ แล้วก็ดำเนินการให้เร็วที่สุดนะครับ ก็ไม่แน่ใจว่าจะอยู่ในกลุ่มของ ๒ บริษัทแรก หรือว่า ๒ บริษัทหลังที่เราสั่งปิดไป ๒ บริษัทหลังที่สั่งปิดไปก็มีอาคเนย์ประกันภัยกับไทยประกันภัย อันนี้ก็จะขออนุญาตรับรายชื่อไปนะครับ ทีนี้ประเด็นก็ยังอยู่ที่ว่าจำนวนหนี้ทั้งหมดที่มี ทำทวงถามนั้นซึ่งเราได้ปิดรับคำขอไปหมดแล้วก็มีอยู่ทั้งหมด ๖๗๔,๐๐๐ แล้วก็คิดเป็น จำนวนที่ขอรับชำระหนี้ก็ ๖๕,๖๒๑ ล้านบาท ได้อนุมัติไปแล้ว ๖,๐๐๙ ราย คิดเป็นเงิน ๕๑๐.๗ ล้านบาท ประเด็นก็อยู่ตรงที่ว่าในส่วนที่เหลือนั้นจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งขณะนี้นั้น แน่นอนที่สุดว่าเงินที่จะจ่ายคืนให้กับผู้เอาประกันนั้นก็มาจากกองทุนประกันภัย เพราะฉะนั้น ในขณะนี้นั้นกองทุนประกันภัยนั้นก็มีเงินกองทุนอยู่ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งคาดว่า ในปีนี้ก็จะจ่ายเงินให้ครบหมดทั้ง ๓,๐๐๐ ล้านบาทตามที่เงินมีอยู่นะครับ ซึ่งในส่วนนี้เอง เงินกองทุนประกันภัยนั้นได้มาจากไหน ปัจจุบันนี้การเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนประกันภัยนั้น ก็อยู่ที่ ๐.๒๕ ซึ่งก็มาจากบริษัทประกันทั้งหลาย อันนี้ทางสำนักงาน คปภ. ก็อยู่ในระหว่างที่ จะขออนุมัติจากรัฐมนตรีในการปรับในเรื่องของอัตราเงินสมทบจาก ๐.๒๕ เป็น ๐.๕ ๐.๕ นั้นเป็นตัวสูงสุดตามกฎหมาย อันนี้ทางสำนักงานก็จะขออนุมัติขึ้นมาซึ่งก็จะทำให้สภาพ คล่องของกองทุนนั้นเพิ่มขึ้นมาจากปีหนึ่งที่เก็บได้ในอัตราเดิมนั้นก็ ๖๐๐ ล้านบาท ก็จะเพิ่ม มาเป็น ๑,๒๐๐ ล้านบาทประมาณนี้นะครับ อย่างไรก็ตามก็ยังไม่พอครับ อันนี้ก็เป็นประเด็น ที่ท่านสมาชิกได้เรียนถาม ก็อยู่ในระหว่างที่ทางสำนักงาน คปภ. ก็มีการหารือกับทาง กระทรวงการคลังว่าจะมีแหล่งเงินใดบ้างที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนในเรื่องนี้ ก็คาดว่าน่าจะมี ประมาณสัก ๒ แหล่ง อันนี้ก็เป็นการพิจารณาเบื้องต้นยังไม่ได้ลงไปดูรายละเอียด🔗
ประการที่ ๑ ในข้อกฎหมายนั้นก็ได้กำหนดไว้ว่าเงินสมทบจากรัฐบาล นั่นก็ ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งนั้นกองทุนก็ต้องจัดหาแหล่งเงินทุนของตัวเองซึ่งก็ได้มีการพูดคุยกัน ว่าอาจจะขอกู้ ในแง่ของกองทุนนั้นก็จะขอกู้เพื่อมาชำระตรงนี้ให้หมดเพราะว่าไม่เช่นนั้น ในจำนวน ๖๐๐,๐๐๐ กว่ารายนั้น ในจำนวนเงิน ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้นก็คงจะใช้เวลา ค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นเราเองก็มีส่วนหนึ่งที่ได้มีการเจรจากับเจ้าหนี้เจรจาไปแล้ว ส่วนหนึ่งว่าอาจจะโอนไปในเรื่องของกรมธรรม์ประกันสุขภาพหรือประกันอื่น ๆ อันนี้ก็สุด แล้วแต่ว่าการเจรจาจะเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามนั้นทางกองทุนก็รับภาระนี้มาทั้งหมด ก็ขออนุญาตเรียนในเบื้องต้นว่าในแหล่งเงินนั้นก็จะมีประมาณสัก ๒ แหล่ง ซึ่งก็จะพิจารณา ในรายละเอียดต่อไปครับ🔗
เชิญคุณขจิตรครับ🔗
ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านประธานครับ ในจำนวนเงินนี้ข้อมูลในวันนี้กองทุนที่รับผิดชอบในการ ที่จะจ่ายเงินคือกองทุนประกันวินาศภัย ซึ่งตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติที่ผมกล่าวไปแล้วใน มาตรา ๗๙ มีวัตถุประสงค์พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นหลักประกัน โดยรัฐบาลประกันว่าบริษัท ประกันจะต้องมีเงินจ่ายประชาชน รัฐบาลเป็นคนอนุญาตให้ตั้ง รัฐบาลเป็นคนอนุญาตให้ บริษัทประกันไปเก็บเงินค้ำประกันโควิด (COVID) พูดสวยหรูว่าเจอ จ่าย จบ แต่เจอไม่จ่าย แล้วมันจะไม่จบ แล้วผมก็เชื่อว่าถ้ารัฐบาลยังไม่ดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือโดยเร็วจะ กลายเป็นปัญหา ทำไมกลายเป็นปัญหาครับท่านประธาน เวลานี้กองทุนประกันวินาศภัยตาม กฎหมายนี้มีเงินอยู่ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ๓,๐๐๐ ล้านบาท เยอะมากถ้าอยู่ในภาวะปกติ แต่ว่า เทียบกับภาระ ๗๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็แปลว่าเทียบกับคนจำนวน ๖๗๐,๐๐๐ คน จะมีคน ได้รับเงินจากกองทุนนี้ภายในปีนี้ตามแผน ๓๐,๐๐๐ คนเท่านั้น อีก ๖๒๐,๐๐๐ คนไม่มีเงิน และถ้าบอกในปี ๒๕๖๖ ต่อไปจะมีเงินเท่าไร กองทุนนี้ก็จะมีเงินตามกฎหมายที่กำหนดไว้ในมาตรา ๘๐ กองทุนประกอบไปด้วยมีรายได้มา ๑๑ วงเล็บ วงเล็บสุดท้ายคือเงินสนับสนุนจากรัฐบาลซึ่งยังไม่มีเลย ยังไม่มีเลยแม้แต่บาทเดียว นอกนั้นก็เป็นเงินประกันที่เขาเก็บจากการประกัน ๐.๒๕ หรือเท่าไรจำนวนนี้ก็ได้มา ปี ๒๕๖๖ จะได้มาอีกประมาณ ๖๐๐ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ ลองเอายอดหารดู ถ้ารัฐบาลไม่รีบเข้ามา มีเงินต้องจ่ายเหลืออยู่หลังจาก ๓,๐๐๐ ล้านบาท ลบออกไปแล้ว ปีหน้ามีเงินจะต้องจ่ายอยู่ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ถ้าเข้ามาปกติคือเดี๋ยวนี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในแง่รัฐบาลรู้สึกรู้สากับวิกฤตินี้ ไม่มี ไม่มีร่องรอย ยังไม่มีร่องรอย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถ้าอาศัยภาวะปกตินี้ตอบผู้เอาประกันได้เลยว่าจะต้อง ใช้เวลา ๑๐๓ ปี ถึงจะจ่ายเขาได้🔗
คำถามที่ผมถามคำถามที่ ๒ ก็คือว่าในฐานะซึ่งรัฐบาลและสภานี้ได้อนุมัติให้ ท่านไป ๒ รอบ ยืมเงิน ๑ ล้านล้านบาท ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปรับผิดชอบกับ ผลกระทบของโควิด (COVID) และมายืมอีกปี ๒๕๖๕ ก็บอกว่าจะเอาไปแก้ปัญหาผลกระทบ จากโควิด (COVID) ผู้เอาประกันทั่วประเทศเวลานี้ทั่วประเทศ ๖๗๐,๐๐๐ ราย ต้องใช้เงิน ๖๕,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้ลบออก ๓,๐๐๐ ล้านบาท เหลือ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าบอกว่าให้ บริษัทให้กองทุนนี้ไปกู้เงิน กองทุนนี้จะไปกู้ใครได้ในเมื่อไม่มีอะไรมาก ๆ ถ้ารัฐบาลไม่ได้ใช้ เงินซึ่งขออนุมัติจากสภานี้ เพราะฉะนั้นผมจึงมีคำถามไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งมาแทนนายกรัฐมนตรี ท่านมาแทนดีแล้ว เพราะท่านนายกมาผมก็ไม่อยากฟังคำตอบ เท่าไร ผมไม่เชื่อถือแล้ว ผมถามท่านในฐานะที่ผมยังนับถือท่านว่าเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาของ ประเทศชาติ โดยเฉพาะภาวะวิกฤติของโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งยังไม่สิ้นสุด คนที่เอา ประกันไปแล้วต้องใช้เงิน ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท กองทุนจะไปยืม ยืมไม่ได้หรอกท่านต้องเอาเงิน ที่ขออนุมัติสภาไปแล้ว มีไหมการเตรียมการเพื่อขออนุมัติที่ขอเงินกู้จากสภาไปแล้ว ท่านมีแผน จะใช้หรือจะดำเนินการอย่างไร เมื่อใด เพราะ ณ วันนี้ยังไม่มีการขยับเงินส่วนอื่นจากรัฐบาล มายังกองทุนนี้เลย คำถามก็คือเมื่อไรรัฐบาลจะเริ่มดำเนินการในการที่จะให้ความมั่นใจกับ ประชาชนว่าไม่ต้องรออีก ๑๐๓ ปีคนสุดท้ายให้มันเสร็จภายในปีนี้ ปีหน้าหรือวันใดถามท่าน🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ก็ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๒ ซึ่งผมได้ตอบไปแล้วบางส่วนนะครับ แหล่งเงินที่จะนำมาชำระนั้นก็นอกจากในเรื่องของการเพิ่มอัตราเงินสมทบจากบริษัทประกัน ต่าง ๆ เข้ามาในกองทุนนั้นจาก ๐.๒๕ ขึ้นมาเป็น ๐.๕ ก็เป็นส่วนหนึ่งนะครับ🔗
ส่วนที่ ๒ ก็เป็นเรื่องของการที่จะให้กองทุนนั้นพิจารณาแหล่งเงินกู้ให้กับ กองทุนนั่นก็เป็นส่วนหนึ่ง🔗
ส่วนที่ ๓ ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกนะครับเรื่องของ พ.ร.ก. กู้เงินนั้น ก็เป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งอันนี้ก็ต้องขอไปดูในเรื่องของรายละเอียดนิดหนึ่ง เพื่อให้มันมีความสอดคล้อง กับในเรื่องของ พ.ร.ก. กู้เงิน ที่เรามีอยู่ในขณะนี้นะครับ🔗
ซึ่งก็จะเป็น ๓ แหล่งหลัก ๆ แต่แน่นอนที่สุดว่าถ้าคิดในเรื่องอัตราเฉลี่ยของ มูลหนี้ที่เราจะต้องจ่ายต่อรายนั้นก็อยู่ประมาณ ๘๐,๐๐๐ ประมาณ ๘๐,๐๐๐ นะครับ ซึ่งจำนวนที่ประกันนั้นรับปากไว้ก็มีตั้งแต่ ๗๐,๐๐๐ ๘๐,๐๐๐ ๑๐๐,๐๐๐ ไปถึง ๒๐๐,๐๐๐ ค่าเฉลี่ยนั้นก็อยู่ที่ประมาณสัก ๘๐,๐๐๐ เท่าที่ดูตัวเลขนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากจะจ่าย ในอัตราที่เงินกองทุนสมทบมีอยู่หรือว่าการกู้เงินที่ขีดความสามารถของการกู้หรือว่าในเรื่อง ของแหล่งเงินกู้ที่จะให้กู้นั้นอาจจะไม่ถึง ๖๕,๐๐๐ หรืออาจจะถึงก็ยังไม่แน่ อันนี้ก็ต้องขอดู นิดหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นอีกแหล่งหนึ่งก็อาจจะเป็นในเรื่องของ พ.ร.ก. กู้เงิน ซึ่งต้อง รีบทำครับ ก็ขออนุญาตเรียนว่าเรื่องนี้จะรีบไปพิจารณานะครับ🔗
ส่วนในเรื่องของการที่บอกว่าเราจะคืนเงินได้ คืนเจ้าหนี้ได้ประมาณเกือบ ร้อยปีตรงนี้ผมคิดว่าทางรัฐบาลก็จะใช้ความสามารถให้เต็มที่เพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบแล้วมีสิทธิที่ถูกต้อง เพราะว่าในเรื่องของการจ่ายคืนหนี้ตรงนี้ก็ต้องดูใน เอกสารต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีการตรวจสอบกับทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ด้วยนะครับในเรื่องของการจ่ายคืนหนี้ให้กับประชาชนที่อยู่ในโครงการ ก็ขออนุญาตว่า ขณะนี้ก็อาจจะยังตอบไม่ได้นะครับว่าจะเมื่อไร แต่ว่าจะดำเนินการให้เร็วที่สุดนะครับ🔗
ท่านขจิตรประสงค์ จะถามได้อีกครั้งครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาต ถามต่อ พี่น้องประชาชนหรือผู้เอาประกันที่ยังไม่ได้ทั่วประเทศก็คงจะทราบแล้วว่า ท่านรัฐมนตรีตอบว่าอะไรทำได้ อะไรยังทำไม่ได้ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วยความเคารพว่า ผมและพรรคเพื่อไทยจะติดตามเรื่องนี้ เป็นระยะ ขออนุญาตประสานงานท่านโดยตรงโดยผม แล้วผมขอแจ้งให้พี่น้องประชาชน ทั่วประเทศในการเอาประกันแล้วไม่ได้ ถ้าท่านไม่รู้จะไปที่ไหน ถ้าไปกองทุนไม่สะดวก มาที่ผม แล้วก็พรรคเพื่อไทยจะเปิดเพื่ออำนวยการให้ท่านที่เอาประกันได้รับเงินโดยเร็วจาก รัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ มีสมาชิกในห้องนี้ฝากผมมาถาม🔗
คำถามที่ ๓ ผมก็จะอาศัยข้อฝากจากท่านถาม ท่านประธานที่เคารพ บริษัทประกันภัยได้ตั้งขึ้นในภาวะปกติบริษัทก็มีทุน มีกำไรเพิ่มขึ้น ๆ ในภาวะวิกฤตเรื่องนี้ บริษัทไม่สามารถดำเนินการจ่ายเงินที่เอาประกันภัยทั้งหมดได้ ภาระตกกับกองทุนประกัน วินาศภัย ซึ่งโดยกฎหมายรัฐบาลต้องรับผิดชอบ ท่านก็พูดอยู่แล้ว🔗
คำถามสุดท้ายของผมก็คือว่าเอาล่ะเมื่อรัฐบาลนี้ได้ขอเงินไปแล้ว ได้ยืมเงิน ไปแล้ว ได้อ้างต่อกระทรวง ต่อสภาแห่งนี้ ต่อหน้าตัวแทนประชาชนทั้งหมด ว่ามีกองทุน มีเงิน ขอยืมเงินไปครั้งแล้วครั้งเล่า ปี ๒๕๖๔ ก็ยืมปี ๒๕๖๕ ก็ยืมและยังจะยืมอีก ถามว่าเงิน เหล่านี้คือเงินใคร เงินเหล่านี้คือเงินมาจากภาษีของประชาชนถูกหรือไม่🔗
ถามคำถามสุดท้าย เมื่อท่านสามารถเอาเงินไปช่วยเหลือประชาชน ไปแก้ วิกฤติ ไปที่บริษัทประกันไม่สามารถรับได้ มันมีวงเงินเหลือ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาทนะ ไม่ใช่ง่าย แต่มันทำได้โดยข้อมูลที่ท่านยืมเงินผ่านสภานี้อนุมัติไปแล้วอย่างไร มันมีเป็นแสนแสนล้าน สมมุติว่าท่านทำไปแล้วได้แล้ว ถามคำถามง่าย ๆ ว่าเงินที่เอาจากภาษีประชาชนไปแทน บริษัทประกัน รัฐบาลมีมาตรการที่จะเอาคืนจากบริษัทหรือไม่ อย่างไร มีกำหนดระยะเวลา อย่างไร ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตอบประเด็นคำถามที่ ๓ นะครับ ในส่วนของการกู้เงินนั้น แน่นอนที่สุดทางกองทุนนั้นก็ต้องจ่ายคืนในลักษณะที่เป็นเงินสมทบที่เก็บจากบริษัทประกัน แต่ว่าข้อจำกัดก็จะมีอยู่นิดหนึ่งว่าในข้อกฎหมายนั้นอย่างที่ทราบก็คือว่าในภาวะปกตินั้น เราก็เก็บอยู่ที่อัตรา ๐.๕ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการคืนเงินก้อนนี้ก็ต้องมาจากในแง่กองทุน อย่างเดียว แต่ก็จะมีวิธีการว่าอาจจะต้องพิจารณาในเรื่องของในหลาย ๆ ทาง ส่วนของ การเพิ่มเงินสมทบนั้นก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่ง แต่ว่าถ้าหากเราไปในส่วนของ พ.ร.ก. กู้เงินนั้น เนื่องจาก พ.ร.ก. กู้เงินเป็นการใช้อย่างกว้างขวางในโครงการต่าง ๆ เพราฉะนั้นเงินที่ชำระคืน ตรงก็เป็นเงินที่มาจากงบประมาณแผ่นดินที่จะต้องจ่ายชำระคืน ทั้งในเรื่องของต้นและ ดอกเบี้ย เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องที่ว่าถ้าหากเรายึดหลักการในเรื่องของการที่จะให้บริษัท ประกันหรือธุรกิจประกันภัยรับผิดชอบนั้น เราก็อาจจะลำดับความสำคัญที่จะใช้เงินกู้นั้น ก็อาจจะต้องลดน้อยถอยลงไป เพราะว่าเป็นความเดือดร้อนหรือว่าเป็นความรับผิดชอบ แต่ในเฉพาะกลุ่มตรงนี้ ซึ่งรายละเอียดนั้นผมก็ขออนุญาตท่านสมาชิกว่าคงจะต้องขออนุญาต ไปพิจารณาในรายละเอียดต่อไป ในกรณีที่กองทุนจ่ายไปแล้วจะเรียกคืนจากบริษัท ประกันภัยและกองทุนก็จะดำเนินการไล่เบี้ยตามกฎหมาย อันนี้ก็ขออนุญาตเรียนในเบื้องต้น เพียงเท่านี้นะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านขจิตรและ ท่านรัฐมนตรี ทั้ง ๒ ท่าน ได้รักษาเวลาเป็นอย่างดี ขอชื่นชมครับ🔗
๑.๑.๒. กระทู้ถาม ที่ ๑๙๑ ส. เรื่อง การผูกขาดระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย (นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายชัยวุฒิ ธนาคมนุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและ สังคม เป็นผู้ตอบ🔗
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่าเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เป็นผู้ตอบ ทั้ง ๒ ท่านทราบแล้ว ระบบตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๐ คือถามได้ ตอบได้กี่ครั้งก็ได้แต่ไม่เกิน ๓ ครั้ง แล้วก็ให้เวลา ๓๐ นาที ก็เลยแบ่งให้ฝ่ายละ ๑๕ นาที ขอเชิญนางสาวศิริกัญญาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ สำหรับการถามกระทู้สดด้วยวาจาในครั้งนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับการที่มีระบบผูกขาดเกิดขึ้น ในเศรษฐกิจไทยจนนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำที่กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เรื้อรังแล้วก็รุนแรงมากขึ้น เรื่อย ๆ โดยเฉพาะหลังจากช่วงวิกฤติโควิด (COVID) ก็จะยิ่งทำให้ปัญหานี้เห็นเด่นชัดขึ้น ปัญหาการกระจุกตัวของภาคธุรกิจจะกลายเป็นตัวฉุดรั้งการพัฒนาประเทศ และการพัฒนา ประเทศในครั้งนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยจากน้ำมือของผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อย และประชาชนคนธรรมดา ท่านประธานคะ ๘ ปีภายใต้การบริหารงานของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นได้ส่งเสริมให้เจ้าสัวที่ร่ำรวยที่สุด ๕๐ อันดับแรกนั้นรวยขึ้นถึง ๒ ล้านล้านบาท แต่ ๘ ปีของ พลเอก ประยุทธ์ เช่นเดียวกันทำให้หนี้ครัวเรือนของประชาชนเพิ่มขึ้น ๔.๖ ล้านล้านบาท เท่ากับว่าประชาชนนั้นรายได้ลดแต่วันหนี้เพิ่มไม่หยุด ถ้าความร่ำรวยของ เจ้าสัวเหล่านี้เกิดขึ้นจากความสามารถ จากความเก่งกาจก็จะไม่ว่าอะไรสักคำเลยค่ะ แต่ว่า ความร่ำรวยที่เกิดขึ้นจากการผูกขาด จากการเอื้อประโยชน์ของรัฐนั้นเท่ากับว่าเงินที่มัน หายไปจากกระเป๋าของประชาชนนั้นได้ถ่ายเทเป็นความร่ำรวยของนายทุน แถมตลอดสมัย ของ พลเอก ประยุทธ์ ก็มีแนวโน้มที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับทุนใหญ่มาโดยตลอด นับตั้งแต่ มีการยืดหนี้ให้กลุ่มทุนโทรคมนาคมในการจ่ายค่าประมูลคลื่น ๔ จี (4G) ให้ได้ผ่อน ๐ เปอร์เซ็นต์ไม่มีดอกเบี้ยเป็นเวลา ๑๐ ปีจนรัฐเสียหาย เอกชนฟันผลประโยชน์ไปเกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังมีกรณีที่อุ้มเอกชนดิวตีฟรี (Duty Free) โดยการแก้ไขสัญญาสัมปทานแบบด่วนทันใจก่อนช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ทั้งลด ค่าสัมปทาน ทั้งยืดอายุจนรัฐเสียผลประโยชน์หลายพันล้านบาทและนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสัมปทาน ผูกขาด ตอนนั้นก็มีการช่วยเหลือโดยข้ออ้างของโควิด (COVID) และด้วยข้ออ้างของโควิด (COVID) แบบเดียวกันก็มีการยอมให้แก้ไขสัญญาสัมปทานพีพีพี (PPP) รถไฟฟ้าความเร็วสูง เชื่อม ๓ สนามบิน ยอมให้ผ่อนจ่ายค่าสิทธิในการบริหารแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) แบบดอกเบี้ยแสนถูก แถมยังให้รัฐบาลเริ่มสมทบทุนเร็วขึ้นเพื่อช่วยออกค่าก่อสร้าง แทนที่จะไปออกเงินหลังจากที่ก่อสร้างเสร็จแล้วรัฐบาลนี้ยังปล่อยให้มีการควบรวมห้างค้า ปลีกร้านสะดวกซื้อที่จะทำให้เพิ่มการผูกขาดในตลาดมากขึ้นและประชาชนหมดทางเลือก จนกรณีล่าสุดคือกรณีการควบรวมระหว่างทรู (TRUE) และดีแทค (DTAC) ที่จะเกิดการ ผูกขาดในแบบขั้นสุดและประชาชนจะต้องแบกภาระค่าบริการกระทบกับค่าครองชีพ ที่เพิ่มขึ้น แต่กระนั้นก็ยังมีรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ออกมาพูดจาสนับสนุนการควบคุมในครั้งนี้ ด้วยว่ามันเป็นสิทธิของเอกชน จริง ๆ มีกรณีอีกกรณีที่ล่าสุดของล่าสุด ก็คือการขออนุญาต ควบรวมกิจการอินเทอร์เน็ต (Internet) บ้านหรือว่าบอร์ดแบนด์ (Broadband) ของเอไอเอส (AIS) และ ๓ บีบี (3BB) คำถามค่ะว่าตกลงแล้วนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้ท่านคิดว่า เศรษฐกิจไทยเรามีปัญหาเรื่องของการผูกขาดเรื่องของทุนผูกขาดและการกระจุกตัวของ เศรษฐกิจหรือไม่ ตกลงแล้วรัฐบาลนี้และท่านนายกรัฐมนตรีมีนโยบายเรื่องของการป้องกัน การผูกขาดและส่งเสริมการแข่งขันให้เกิดการค้าที่เป็นธรรมบ้างหรือไม่ ถ้ามีคืออะไร เป็นอย่างไรบ้าง ท่านคิดว่าท่านทำดี ทำได้ดีพอแล้วหรือยังในการทำให้เกิดการแข่งขัน ในตลาดแล้วก็เป็นธรรมสำหรับเอสเอ็มอี (SMEs) แล้วก็ประชาชนผู้บริโภคที่ควรจะเป็น รากฐานของเศรษฐกิจในประเทศนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แล้วก็ได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้นะครับ ซึ่งในหัวเรื่องก็คือเรื่องการควบรวมกิจการ ระหว่างทรู (TRUE) กับดีแทค (DTAC) ซึ่งก็มีเรื่องที่ทางสมาชิกจะได้มีการเคยมีการถาม กระทู้และมีการพูดคุยกันไปพอสมควรแล้วในสภาหลายครั้งนะครับ แต่ถ้าจะพูดในภาพรวม ผมอยากเรียนว่าทางรัฐบาลมีนโยบายสำคัญอยู่แล้วในการส่งเสริมเศรษฐกิจที่ให้เกิดการ แข่งขันโดยเสรีนะครับ ในทุก ๆ ด้านนะครับ จริง ๆ ไม่ใช่เฉพาะด้านการค้าผมคิดว่า ในทุก ๆ ด้านที่เราเห็นรัฐบาลก็จะพยายามให้เกิดการแข่งขัน แล้วก็เปิดโอกาสให้ภาคเอกชน ได้ทำธุรกิจอย่างเต็มที่นะครับ รัฐบาลก็จะเป็นคนที่ควบคุมกฎกติกาต่าง ๆ เพื่อให้เกิด ความเป็นธรรมในการแข่งขันมาโดยตลอด จะเห็นได้จากที่ผ่านมาธุรกิจต่าง ๆ อย่างการค้าปลีก พี่น้องประชาชนเกิดการแข่งขันได้ซื้อของในราคาที่เป็นธรรม มีการลดราคา มีการแข่งราคากัน ไม่ใช่เฉพาะจากค้าปลีกเท่านั้น มันยังมีเรื่องออนไลน์ (Online) เรามีการเปิดให้มีการค้าอย่างเสรี สะดวกสบายในการซื้อสินค้าหรือในการทำธุรกิจต่าง ๆ หรือแม้แต่เรื่องโลจิสติกส์ (Logistics) การขนส่งสินค้านะครับก็มีการแข่งขันอย่างเต็มที่ ขนาดเรามีบริษัทที่เป็นของรัฐคือไปรษณีย์ไทย เราก็ยังปล่อยให้เอกชนเข้ามาทำการแข่งขันในหลาย ๆ ด้านนะครับมีหลายบริษัทเข้ามาหา นะครับ ซึ่งทำให้ราคาค่าขนส่งต่าง ๆ ก็ถูกลง นี่คือยกตัวอย่างนะครับว่ารัฐบาลมีนโยบาย ในการที่จะให้มีการแข่งขันอย่างเสรีอยู่แล้ว แต่ที่ท่านพูดถึงเรื่องว่ามีการผูกขาดหรือว่ามีการ เอื้อประโยชน์ผมคิดว่าเป็นมุมมองในเชิงลบมากเกินไปนะครับ เพราะท่านไม่ได้มองด้วย เหตุผลว่าทำไมต้องมีนโยบายบางอย่างหรือการให้สัมปทานบางอย่าง ซึ่งอันนี้มันเป็นเรื่องทาง นโยบายที่จำเป็นต้องทำ เพราะในธุรกิจมันก็ไม่สามารถแข่งขันได้จริงร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ อย่างเช่นชัดเจนที่สุดก็คือธุรกิจการสื่อสารหรือโทรคมนาคมในอดีตก็มีการผูกขาดโดยรัฐ เราก็คงจำได้เขาเรียกองค์การโทรศัพท์นะครับ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นทีโอที (TOT) แล้วก็ การสื่อสารแห่งประเทศไทยหรือแคต (CAT) กสท. ก็มีอยู่ไม่กี่รายนะครับ แล้วก็มีการให้ เอกชนมาร่วมลงทุนเกิดบริษัทเอกชนต่าง ๆ ขึ้นมาเช่นเอไอเอส (AIS) ทรู (TRUE) ดีแทค (DTAC) ร่วมถึงของรัฐเองก็ทำอยู่ของทีโอที (TOT) ก็มีโทรศัพท์มือถือของ กสท. ก็มี โทรศัพท์มือถือ แต่อาจจะไม่ได้เป็นที่นิยมมากเหมือนของเอกชน แต่ปัจจุบันเมื่อมี กสทช. เข้ามาเขาเรียกว่า มอบอำนาจในการบริหารจัดการคลื่นความถี่และกำกับดูแลธุรกิจโทรคมนาคมให้กับองค์กร อิสระตามรัฐธรรมนูญ เพราะเรามีความเชื่อว่าองค์การโทรศัพท์จะสามารถกำกับดูแลได้ดีกว่า ไม่อยากให้รัฐเข้าไปแทรกแซงเพื่อไปเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจโทรคมนาคมเหมือนที่เคย เกิดขึ้นในอดีต บางเรื่องเป็นเรื่องในอดีตที่มีการเอื้อประโยชน์มีการช่วยกันแล้วปัจจุบัน รัฐบาลไม่ได้ไปยุ่งเรื่องพวกนี้ แล้วก็ที่สำคัญมี กสทช. เข้ามากำกับดูแล ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่า ทาง กสทช. ก็ได้รับเรื่องต่าง ๆ ที่ท่านร้องเรียนนะครับ รวมถึงก็มีเอกชนเข้าไปร้องเรียนด้วย ว่าการควบรวมนี้อาจจะมีปัญหาทำให้การแข่งขันลดลงมีผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งผมทราบว่า กสทช. ก็ศึกษาเรื่องนี้อยู่นะครับ แล้วคงจะมีคำตอบออกมาเร็ว ๆ นี้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับ เรื่องนี้ครับขอบคุณครับ🔗
เชิญศิริกัญญาถามได้ ครั้งที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ดิฉัน ทราบดีว่าเรื่องของการกำกับดูแลนั้นเป็นหน้าที่ขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ กทสช. นั้นมาตามกฎหมายของตัวเองนั่นก็คือ พ.ร.บ. ของ กสทช. เอง แต่ฉันก็ยังคิดว่าตัว รัฐบาลเองก็ควรจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องนี้ แล้วในหลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ ผลกระทบ การเยียวยาต่าง ๆ หรือว่าการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่าง ๆ จำเป็นที่จะต้องมีนโยบาย จากรัฐบาลถึงจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้สำเร็จ ทีนี้เข้าสู่เรื่องของการควบรวมทรู (TRUE) ดีแทค (DTAC) กันจริง ๆ เราทราบกันดีว่ามันจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพ ของประชาชน ซึ่งตอนนี้ก็สูงมากอยู่แล้วมันก็จะสูงขึ้นไปอีกถ้าการควบรวมนี้สำเร็จและเหลือ ผู้ให้บริการรายใหญ่เพียงแค่ ๒ ราย ทุกวันนี้ที่มีองค์กรกำกับดูแลอยู่ก็ไม่ใช่ว่าค่าบริการเรา มันจะถูก ดิฉันขอสไลด์ (Slide) ด้วยค่ะ🔗
ขึ้นจากการจัดอันดับของ ไอทียู (ITU) สำหรับค่าบริการที่เป็นแพกเกจ (Package) ของคนที่ใช้น้อย ๆ นี่เราก็อยู่ใน อันดับที่ ๑๑๑ จาก ๑๘๒ ประเทศ ส่วนแพกเกจ (Package) ที่ใช้เยอะโทรเยอะใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) เยอะนี่เราอยู่ที่อันดับที่ ๘๗ จาก ๑๗๙ ประเทศ ซึ่งการสำรวจนี้มันมีการ เปรียบเทียบกับค่าครองชีพเรียบร้อยแล้ว พอมาดูเฉพาะในเรื่องของอินเทอร์เน็ต (Internet) ถ้าเราต้องการที่จะส่งเสริมธุรกิจเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) ให้เกิดขึ้นจริงค่าบริการเราจำเป็น ที่จะต้องไม่แพงเพื่อส่งเสริมทั้งทางฝั่งผู้ประกอบการแล้วก็ทางฝั่งผู้บริโภคแต่ปรากฏว่า เมื่อเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำเพื่อจ่ายอินเทอร์เน็ต (Internet) ที่เฉลี่ยทั้งประเทศมาใช้กันอยู่ ๒๕ กิกะไบต์ (Gigabyte) ต่อเดือนคนไทยจำเป็นจะต้องทำงาน ถ้าได้รับค่าแรงขั้นต่ำ ประมาณ ๒ วันถึงจะซื้ออินเทอร์เน็ต (Internet) ได้ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ ทำงานเพียงแค่ ๑ วันหรือไม่ถึง ๑ วันเท่านั้น ครั้งแรกที่พรรคก้าวไกลตั้งกระทู้สดถามท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็เป็นท่านรัฐมนตรีชัยวุฒิมาตอบ โดย ส.ส. ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ตอนนั้นยัง ไม่ค่อยมีผลการศึกษาผลกระทบของการควบรวมทรู (TRUE) และดีแทค (DTAC) ออกมา ให้เราดูมากนัก ตอนนั้นท่านปกรณ์วุฒิเองก็ยกตัวอย่างของกรณีการควบรวมในต่างประเทศ ซึ่งก็มีหลายกรณีเหลือเกินที่ราคานั้นสูงขึ้น วันนี้ผลการศึกษาของประเทศไทยออกมาแล้วค่ะ ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปค่ะ การศึกษาออกมาจาก ๕ เจ้า ๕ หน่วยงาน ซึ่งก็มีทั้งที่เป็นที่ปรึกษา ที่ทรู (TRUE) และดีแทค (DTAC) ออกสตางค์ให้จ้างที่ปรึกษานั้นเอง มีทั้งสถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย รวมถึงแม้กระทั่งของคณะอนุกรรมการของ กสทช. เองก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า จะทำให้ราคาค่าบริการนั้นแพงขึ้น ขั้นต่ำ ๆ คือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้จากที่ปรึกษาที่ทรู (TRUE) และดีแทค (DTAC) ออกสตางค์ให้เลย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ยังมีการศึกษาอีกว่าถ้าการ ควบรวมนี้เกิดการฮั้วกันเกิดขึ้น เกิดการร่วมมือกันในการกำหนดราคาก็จะทำให้ราคา ค่าบริการยิ่งแพงขึ้นไปอีก มีจาก ๒ เจ้า ดิฉันอยากจะเน้นว่าจากรายงานของคณะอนุกรรมการ ของ กสทช. เอง ผลออกมาว่าถ้าฮั้วกันจริง ๆ นี่ค่าบริการจะสูงขึ้น ๔๙-๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าถ้าทุกวันนี้จ่ายสตางค์ค่าเน็ต (Net) ค่ามือถือกันอยู่ ๑๐๐ บาท อาจจะต้องจ่าย เป็น ๑๕๐ บาทหรือ ๓๐๐ บาท ถ้าจ่ายอยู่ ๒๐๐ บาทก็จะขึ้นเป็น ๓๐๐ บาท หรือแม้แต่ ๖๐๐ บาท แบบนี้มันกระทบกับค่าครองชีพของประชาชนอย่างเต็มที่ แล้วก็จะยังไปซ้ำเติมเรื่องของเงินเฟ้อที่กำลังขึ้นไม่หยุดอยู่ในทุกวันนี้ด้วย ที่ดิฉันพูดไปแล้วก็ คือผลกระทบไม่ใช่แค่ผู้บริโภคแต่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) ที่ท่านรัฐมนตรีเองกำกับดูแลอยู่ เขาจะไปอย่างไรกันต่อ ถ้าผู้ประกอบการจะต้องรับต้นทุนที่มันสูงขึ้นด้วย และผู้บริโภค ลูกค้าที่จะต้องมาใช้สินค้าบริการดิจิทัล (Digital) ก็ต้องมีต้นทุนที่สูงขึ้นด้วย แล้วแบบนี้มันจะ พัฒนากันต่อไปได้อย่างไร ยังไม่ต้องพูดถึงว่าเมื่อหลังการควบรวมแล้วจะได้เปรียบในเรื่อง ของข้อมูลซึ่งนำไปสู่การผูกขาดฐานข้อมูลขนาดใหญ่ซึ่งจะสามารถนำไปต่อยอดในธุรกิจอื่น ๆ ในเครือได้อีก อย่างเช่นบริการทางการเงินหรือการขายประกัน และอย่าลืมว่าเราปล่อยให้มี การผูกขาดในการค้าปลีกไปแล้วเท่ากับว่าช่องทางการจำหน่าย ช่องทางการเติมเงินก็อาจจะ ถูกกีดกันถูกนำมาใช้ในการกีดกันเจ้าใหม่ที่จะเข้ามาแข่งขัน หรือแม้แต่กีดกันรายเดิมแบบที่ เป็นอยู่ในปัจจุบัน เช่น ไม่ให้วางขายซิม (SIM) ไม่ให้เติมเงินในร้านสะดวกซื้อ คำถามดิฉัน ทราบดีค่ะ ทราบดีอย่างยิ่งว่า กสทช. เป็นผู้กำกับดูแลเรื่องนี้ แต่ถามว่าท่านได้เคยประเมิน บ้างไหมว่าผลของการควบรวมในสายตาของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร ท่านได้มีการประเมิน บ้างไหมว่าหากการควบรวมเกิดขึ้น มูลค่าความเสียหายของเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) มันจะ อยู่ที่กี่พันล้านบาท หรือว่างานของคนไทยจะหายไปกี่ตำแหน่ง และหากท่านทราบดีอยู่แล้ว ว่าผลกระทบมันมากมายขนาดนี้ท่านคิดว่ากฎหมาย กฎระเบียบ ประกาศที่มีอยู่นี้มัน เพียงพอไหมที่จะกำกับดูแลเยียวยาผลกระทบที่มันจะเกิดขึ้นในอนาคต ได้มีคำสั่งถึง หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเช่นคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าให้มาดูแลไม่ให้เกิด การค้าที่ไม่เป็นธรรมแล้วหรือยัง ดิฉันรู้ดีว่ามันเป็นหน้าที่ของ กสทช. แต่ว่าเรื่องสำคัญแบบนี้ อำนาจและความรับผิดชอบมันอยู่ที่รัฐบาลโดยตรงว่าจะสามารถแก้ไขสถานการณ์นี้ได้ หรือไม่ค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรียนท่านประธานผ่านไปยังคำถามว่าเรื่องข้อมูลที่ท่านได้ เสนอในเรื่องการแข่งขัน ถ้าทำให้ประชาชนเดือดร้อนก็เป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลให้ความสนใจ แล้วก็ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอดครับ เพราะว่าถ้าเกิดมีการควบรวมกิจการแล้วก็ทำให้มี การฮั้วราคากันหรือว่าการไม่แข่งขันอย่างเต็มที่แล้วทำให้เกิดราคาสูงขึ้น อันนี้เป็นสิ่งที่จะ เป็นปัญหาแน่นอนซึ่งเราไม่เห็นด้วย รัฐบาลไม่เห็นด้วยแน่นอน ซึ่งตรงนี้เท่าที่ผมได้พูดคุยกับ กสทช. ก็มีแนวคิดที่ตรงกันคืออย่างไร กสทช. สามารถควบคุมราคาค่าบริการได้อยู่แล้ว ซึ่งก็มีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะไม่ให้ขึ้นราคาแน่นอน จะมีการควบคุมเรื่องราคา และถ้าเกิดมี กรณีของการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ที่มีการออกมาตรการบางอย่างแต่ถ้าไปกีดกัน คู่แข่งหรือทำให้ ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์นะครับ เลยทำให้การแข่งขันมันไม่สมบูรณ์นะครับ อันนี้ก็จะมีการออกมาตรการโดย กสทช. ต่อไปเพื่อกำกับดูแล เท่าที่ผมได้คุยได้ข้อมูลจาก กสทช. ก็คิดว่าเรื่องการขึ้นราคาไม่น่าจะเกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการ แต่ส่วนที่เรื่องราคา ค่าบริการของประเทศเรานี่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับประเทศอื่น หรือไม่อย่างไร อันนี้ส่วนตัวผม ก็ได้เคยเห็นข้อมูลนะครับ แล้วก็ยอมรับว่าภาระเรื่องค่าบริการมันจะเกิดจาก ๒ ส่วนใหญ่ ๆ ซึ่งอยากให้ท่านทราบด้วย ๑. ก็คือค่าคลื่นความถี่ ซึ่งอันนี้เกิดจากการประมูลนะครับ ซึ่งอยากให้ท่านทราบเหมือนกันว่าการประมูลแต่ละครั้งค่าคลื่นความถี่เป็นหมื่นล้านบาท ซึ่งเหล่านี้เขาต้องมาเฉลี่ยให้ประชาชนผู้ใช้บริการมาจ่ายค่าคลื่นความถี่นี้คืนมาให้กับ กสทช. หรือของรัฐ อันนี้ก็เป็นต้นทุนหนึ่งซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงพอสมควรสำหรับการลงทุน การทำธุรกิจ โทรคมนาคม ส่วนที่ ๒ คือการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานใช่ไหมครับ คือเราพอได้คลื่นจ่ายค่า คลื่นความถี่แล้วก็ต้องมาลงทุนอีกหลายหมื่นล้านบาทเช่นเดียวกันนะครับ ประเมินว่า ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อโอเปอเรเตอร์ (Operator) หนึ่งในการทำระบบ ๔ จี (4G) ที่ผ่านมา หรือจะไป ๕ จี (5G) ในอนาคต ซึ่งเงินเหล่านี้รวม ๆ มันหลายหมื่นล้านบาทก็เป็น ต้นทุนที่ต้องสะท้อนไปยังค่าบริการ ซึ่งพี่น้องประชาชนต้องจ่าย ซึ่งก็ทำให้ค่าบริการของเรา อาจจะสูงเมื่อเทียบกับบางประเทศที่เขาอาจจะมีค่าคลื่นความถี่ที่ถูกกว่าเรานะครับ หรือเขา อาจจะมีโอเปอเรเตอร์ (Operator) ที่ลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานได้ถูกกว่าเรานะครับ ก็อยากให้มองในเรื่องการลงทุนด้วยว่ามีต้นทุนนะครับ ซึ่งผมคิดว่าถ้าเราสามารถลดต้นทุนของ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมโทรศัพท์มือถือได้ ผมว่าในอนาคตเราอาจจะสามารถลดราคาลงไปได้ เช่น ถ้าเรามีการพบว่าผู้ให้บริการสามารถลดต้นทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานลงได้ ในด้าน โครงสร้างพื้นฐานในการลงทุนระบบลงไปได้ ต้นทุนถูกลง กสทช. ก็มีอำนาจที่จะไปกำกับให้เอกชนลดราคาลงมาได้นะครับ เพราะเราจะมี การศึกษาตลอดว่าต้นทุนเขาถูกลงหรือเพิ่มขึ้นอย่างไร เพื่อกำหนดราคาที่เป็นธรรมกับพี่น้อง ประชาชน นี่คือแนวทางปฏิบัติของ กสทช. ซึ่งทางรัฐบาลก็มีแนวทางที่ตรงกันที่จะคุ้มครอง ประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ส่วนเรื่องการที่จะฮั้วกันหรือไม่นะครับ หมายถึงว่าพูดชื่อก็ได้ คือมีเอไอเอส (AIS) ทรู (TRUE) ดีแทค (DTAC) มี ๓ บริษัท ต่อไปเหลือ ๒ บริษัทก็คือเอไอเอส (AIS) แล้วก็ทรู (TRUE) บวกดีแทค (DTAC) เขาจะฮั้วกันหรือไม่นี่ผมคิดว่าในสภาพที่ดูตอนนี้ ผมไม่เชื่อว่าจะฮั้วกัน เพราะวันนี้เอไอเส (AIS) เป็นหนึ่งในเอกชนที่ทำหนังสือถึง กสทช. คัดค้านการควบรวมกิจการนะครับ ถ้าเขาจะฮั้วกันเขาต้องเห็นด้วยให้ควบรวมแล้วจะได้มา ฮั้วกันเหลือ ๒ รายดีกว่า วันนี้เขาบอกเขาไม่เห็นด้วยกับการควบรวม เข้าใจไหมครับ คือขนาดเอกชนที่เขาจะได้ประโยชน์จากการควบรวมอย่างที่คุณบอกอาการฮั้วกันนี่เขายังไม่ เห็นด้วยเลย เพราะเขาคิดว่าจะเป็นการแข่งขันมีบางอย่างที่เขาเห็นด้วย คุณก็ไปดูเองแล้วกัน ผมไม่อยากพูดแทน นี่ดูจากข่าวนะครับ เพราะฉะนั้นคือบางทีเราก็คาดเดาจากที่เราคิดไปเอง ว่ามันจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่นะครับ ราคาก็ไม่ได้แพงขึ้นนะครับ แล้วผมเชื่อว่าราคาจะถูกลงด้วยในอนาคต แล้วค่าบริการถูกลงแน่นอนนะครับ และเอกชน ที่คุณคิดว่าเขาจะฮั้วกันเขาจะคัดค้านการควบรวมเองเลย เขาไม่เห็นด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น มันไม่ตรงกับที่คุณพูดสักอย่างเลยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญถามได้อีกครั้งครับ🔗
เรียนท่านประธานค่ะ ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ เอาเรื่องฮั้ว ไม่ฮั้ว ก่อนนะคะ ตอนนี้ยังคัดค้าน แต่เมื่อมีมติออกมาว่าให้ควบรวมนี่เหลือ ๒ เจ้า มาร์เก็ตแชร์ (Market Share) เท่า ๆ กัน ส่วนแบ่งตลาดเท่า ๆ กันนะคะท่านประธาน การฮั้วมันทำได้ง่ายมาก แบบมองตาก็รู้ใจ ไม่จำเป็นจะต้องไปคุยเจรจากันเลย เพียงแค่ทั้ง ๒ ฝ่ายไม่ขึ้นราคา หรือว่า ขึ้นราคาพร้อม ๆ กันทุกอย่างขึ้นราคาตาม ๆ กันไปค่ะ ก็จบแล้วมันฮั้วง่าย ยิ่งมีผู้ประกอบการ น้อยรายมันยิ่งฮั้วง่ายมากขึ้นนะคะ ส่วนเรื่องกำกับดูแลราคา คุ้นมากค่ะท่านประธาน ตอนสมัยที่มีการประมูลคลื่น ๓ จี (3G) ก็มีการพูดแบบนี้ล่ะค่ะ ว่าตอนนั้นประมูลคลื่น ๓ จี (3G) มีคลื่น ๓ ล็อต (Lot) ให้ ๓ เจ้า เท่ากับว่าไม่ได้มีการประมูล เป็นการแจกคลื่นนะคะ แล้วราคาก็ได้ราคาถูกนะคะ ตอน ๓ จี (3G) ไม่ใช่ตอน ๔ จี (4G) ก็มีประกาศออกมาว่าจำเป็นที่จะต้องมีการกำกับดูแลราคาให้ถูกลง ผลปรากฏก็คือหน่วยงานกำกับดูแลนี่ละค่ะ ดูเวลาที่เขาดูราคาของแต่ละเจ้า โอเปอเรเตอร์ (Operator) เขาเอาทุกแพกเกจ (Package) มารวมกันแล้วหารเฉลี่ย แต่มันมีแพกเกจ (Package) บางแพกเกจ (Package) ที่ดูเหมือนจะถูกแต่มันไม่ได้มีใครใช้หรือว่าออกโพร (Pro) พิเศษ โพร (Pro) ลับที่ไม่มีใครรู้ ออกมา ๓ วันแล้วก็เก็บกลับแบบนี้ค่ะ สุดท้ายแล้ว ราคาที่มันถูกบนหน้ากระดาษที่ กสทช. ตรวจมันไม่ได้ถูกจริงเพราะมันเป็นโพร (Pro) ที่มัน ไม่มีใครใช้ ดังนั้นเอาแค่เรื่องความเชื่อใจ มั่นใจว่า กสทช. จะสามารถกำกับดูแลราคา เรายัง ไม่มีเลย วันนี้เราหวังพึ่งว่าให้ควบรวมไปก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยไปกำกับดูแลราคาทีหลัง มันไม่ได้ เวลามีเกิดวิกฤติอะไรแบบนี้แล้วมันมีเมกะดิว (Mega Duel) เกิดขึ้นขนาดยักษ์ ขนาดมหึมา ขนาดนี้รัฐบาลทั่วโลกก็จะมีบทบาทนำมาโดยตลอด อย่างกรณีการควบรวมบริษัทโทรคมนาคม ของที่แคนาดานะคะ เป็นรัฐบาลเองที่ออกมาส่งสัญญาณชัดเจนตั้งแต่เริ่มกระบวนการว่าจะ บล็อกการควบรวมในครั้งนั้น และนั่นเป็นการควบรวมจาก ๔ รายเหลือ ๓ รายด้วยนะคะ แม้ว่าสุดท้ายแล้ว สุดท้ายบริษัทก็จะยอมคายคลื่นความถี่บางส่วนแล้วก็ทำให้ดิว (Duel) นี้ มันผ่านไปได้ในที่สุด มีอีกหลายกรณีที่ดิว (Duel) ก็ไม่ผ่านเลยนะคะ อย่างเช่นในกรณีของเอ ทีแอนด์ที (AT&T) แล้วก็ทีโมบาย (T-Mobile) ที่จะควบรวมกันตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ นะคะ เพราะว่าหน่วยงานกำกับดูแลในช่วงนั้นเข้มแข็งมากในอเมริกา ซึ่งก็ต้องยอมรับนะคะว่า หลาย ๆ มาตรการ หลาย ๆ การป้องกันมันต้องได้รับแรงสนับสนุนจากรัฐบาล จะต้องเป็น นโยบายจากรัฐบาล เช่น ถ้าจะต้องเจรจาดึงดูดนักลงทุนรายใหม่เข้ามาที่ไม่ได้อยู่ในตลาดเดิม หรือแม้จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้มีผู้เล่นรายใหม่ เกิดขึ้น แบบนี้มันต้องการนโยบายจากทางรัฐบาลทั้งสิ้น และทุกประเทศเขาก็ทำกัน อาจจะ ไม่ใช่ในกรณีที่เป็นข่าวของการควบรวมนะคะ อย่างสมัยรัฐบาลโอบามาเองก็เคยมีบทบาทที่ จะไปเจรจาให้กับบริษัท เฟียต เข้าเทกโอเวอร์ (Takeover) บริษัท ไครสเลอร์ตอนที่เกิด วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ (Hamburger) รัฐบาลญี่ปุ่นเองก็เคยเป็นตัวกลางแล้วก็ร่วมใส่เงินด้วย ในการเจรจาควบรวมบริษัทผลิตชิป (Chip) ภายในประเทศเมื่อตอนที่เกิดวิกฤติ แต่มันไม่ได้ เป็นไปเพื่อให้เกิดการผูกขาดในประเทศแต่เพื่อความแข็งแกร่งของบริษัทที่จะไปแข่งขัน ในตลาดโลก ดิฉันเรียกร้องให้รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องมีบทบาทนำในเรื่องนี้มากขึ้น ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบควบรวมทรู (TRUE) และดีแทค (DTAC) ที่แต่งตั้งโดยสภาแห่งนี้ ก็เคยส่งหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรีให้ยับยั้งการควบรวมครั้งนี้ แล้ว แต่ว่าก็ไม่ได้มีผลอันใดเกิดขึ้น ประชาชนเองก็ยังคงคาดหวังว่าเราจะได้ยินแนวทางหรือ ว่านโยบายจากรัฐบาลนี้ ทางเลือกที่เหลืออยู่นะคะ ก็คือว่าถ้าจำเป็นที่จะต้องหานักลงทุน รายใหม่เข้ามาสวมแทนดีแทค (DTAC) ซึ่งมีนโยบายที่จะถอนการลงทุนหรือว่าลดการลงทุน จากภูมิภาคนี้ไปแล้ว มันก็มีอยู่ไม่กี่ทางเลือก ทางเลือกแรกก็อาจจะเป็นการใช้รัฐวิสาหกิจ ภายใต้กำกับการดูแลของท่าน อย่างบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติหรือว่าเอ็นที (NT) เข้าไปซื้อ แต่แนวทางนี้ดิฉันไม่สนับสนุน หรือว่าจะเอาผู้เล่นรายใหม่ที่เป็นธุรกิจภายในประเทศ อีกทางเลือกหนึ่งก็คือการดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศรายใหม่เข้ามา ซึ่งตอนนั้นก็ต้อง เกี่ยวข้องกับนโยบายโดยตรงว่าท่านจะเปิดเสรีธุรกิจโทรคมนาคมหรือไม่ คำถามก็คือว่ารัฐบาล ได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มความสามารถแล้วหรือยัง ใช้อำนาจที่มีอยู่เต็มที่แล้วหรือยัง ที่จะ คุ้มครองผู้บริโภคแล้วก็พาประเทศนี้ออกจากวิกฤติครั้งนี้ ได้มีความพยายามที่จะมองหา บริษัทใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาเป็นผู้ให้บริการรายใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงการควบรวมในครั้งนี้เพื่อไม่ให้ เกิดผลกระทบที่จะตามมา เพราะว่าถ้าควบรวมไปแล้วจะไปแก้ไขอะไรทีหลังมันทำได้ยากมาก แล้วท่านจะตอบกับประชาชนอย่างไร เมื่อพวกเขาตั้งคำถามว่าท่านไม่ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ที่จะป้องกันการควบคุมผูกขาดในครั้งนี้ และตั้งข้อสงสัยว่าที่ท่านไม่ทำอะไรเลยเป็นเพราะ ท่านหรือว่าคนในรัฐบาลนี้ได้ประโยชน์จากการควบรวมในครั้งนี้เช่นกัน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็เรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่ารัฐบาล คณะรัฐมนตรีและทุกคน ในวงการเมืองผมไม่เชื่อว่าจะมีใครไปได้ประโยชน์จากการควบรวม นี้นะครับ และยืนยัน แล้วก็ไม่มีใครไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการควบรวมกิจการ ไปได้ประโยชน์ อะไร เพราะฉะนั้นจริง ๆ การควบรวมนี้ก็เป็นเรื่องที่ทางเอกชนเขาคุยกันเอง แล้วก็เป็นสิทธิ เสรีภาพของเขาในการที่เขาทำธุรกิจ และรัฐบาลก็มีกฎหมายกำกับดูแล มีอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายที่จะทำ วันนี้ถ้าเราไปสั่ง หรือไปทำมีคำสั่งที่ไม่มีกฎหมายรองรับ หรือไม่ มีอำนาจ คนสั่งก็มีความผิดโดนฟ้องนะครับ ฟ้องศาลปกครอง ฟ้องเรียกค่าเสียหาย เพราะฉะนั้นการบริหารราชการแผ่นดินมันไม่ใช่คิดแต่ว่าอันนี้เราไม่ชอบ เราไม่อยาก ไม่ชอบ อย่างนั้นอย่างนี้เราจะไปสั่ง ท่านต้องดูว่าท่านมีอำนาจหรือไม่ อันนี้เรื่องที่ ๑ ก่อน เพราะฉะนั้น ผมเรียนว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ กสทช. เขาศึกษาอยู่ แล้วเขาก็จะมีแนวทางในการกำกับดูแล หรือมีคำสั่งอะไรต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลไม่มีอำนาจในเรื่องนี้โดยตรง นี่คือเรื่องที่ ๑ ก่อน เพราะเราไม่มีกฎหมาย กฎหมายเขามอบอำนาจให้ กสทช. แต่ในส่วนเรื่องเชิงนโยบาย ผมเรียนว่ารัฐบาลให้สิทธิเสรีภาพกับเอกชนทุกรายไปแข่งขันกันโดยเสรี ไม่มีการเอื้อประโยชน์ ให้ใคร โดยเฉพาะอย่างโทรคมนาคมมี ๒ ๓ เจ้า ทุกคนก็แข่งขันกันอย่างเต็มที่ ผมเข้ามา ทำงานที่กระทรวงก็ได้พูดคุยกับทุกเจ้า ทุกราย เพราะเขาต้องมาเกี่ยวกับเรื่องการบริการ ประชาชน ก็จะถามว่าเขาจะลงทุนอย่างไร จะทำธุรกิจอย่างไรต่อไปเพื่อให้บริการที่ดีกับ ประชาชน ที่มีคุณภาพราคาถูก ซึ่งผมก็ทราบว่าดีแทค (DTAC) เขาก็มีภาระสำคัญในอนาคต คือถ้าเขายังทำธุรกิจต่อเขาก็ต้องประมูลคลื่นความถี่ในอนาคตมาทำ ๕ จี (5G) แล้วจะต้องมี การลงทุนหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งอันนี้เป็นภาระหนักของเขาในการลงทุนซึ่งเขาอาจจะ ตัดสินใจที่จะลงทุนหรือไม่ลงทุนก็ได้ แต่ถ้าเขาไม่ลงทุนนี่เขาไปทำ ๕ จี (5G) เพราะเห็นว่า ลงทุนเยอะแล้วไม่คุ้ม สุดท้ายดีแทค (DTAC) ก็จะหายไปอยู่ดี ก็จะเหลือ ๒ รายอยู่ดี ซึ่งจะ เหลือ ๒ รายที่อาจจะรายหนึ่งใหญ่ รายหนึ่งไม่ได้ใหญ่เท่า การแข่งขันก็อาจจะไม่ได้ดีอย่างที่ ท่านคิดก็ได้ เพราะฉะนั้นอนาคตมันมีปัจจัยหลายอย่างที่จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นท่านพูด แต่ปัจจัยวันนี้นะครับ แต่ธุรกิจโทรคมนาคมหรือเกี่ยวกับเทคโนโลยีมันมีการเปลี่ยนแปลงตลอด วันนี้มันไม่ได้พูดถึงแค่โทรศัพท์มือถือแล้วนะครับ เรามีถึงเรื่องอินเทอร์เน็ต (Internet) ต่อไปก็จะมีเรื่องของ รูล ออร์บิต แซตเทิลไลต์ (Rule Orbit Satellite) ซึ่งจะมีการให้บริการ อินเทอร์เน็ต (Internet) จากบนอวกาศเข้ามาได้อีก และมีเรื่องเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปตลอด เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการที่เอกชนจะลงทุนจะตัดสินใจในการทำธุรกิจแบบใดเขาคงมองถึง อนาคต มองถึงเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอาจจะปรับตัวเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีความเข้มแข็งที่ไปทำธุรกิจแข่งกับต่างชาติได้ด้วยไปลงทุนในต่างประเทศ มีหลายอย่างครับ ซึ่งผมคิดว่าเราอย่าไปมองแค่ระยะสั้นอยากให้มองในภาพรวมด้วยเพราะว่ารัฐบาล ยังอยากจะส่งเสริมให้ทุกบริษัทได้ทำธุรกิจอย่างเต็มที่เพื่อให้มีประสิทธิภาพแข่งขันได้เพื่อ บริการพี่น้องประชาชน และทำให้เศรษฐกิจไทยของเราเข้มแข็งต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ผมขอขอบคุณทั้ง ๒ ฝ่าย ได้ดูแลรักษาเวลาได้อย่างดีครับ🔗
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๙๒ ส. เรื่อง สถานการณ์การจ้างงานหลังเปิดประเทศ เต็มรูปแบบ (รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน เป็นผู้ตอบ🔗
รัฐมนตรีได้มาแล้วครับ ขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ เข้าใจว่าข้อบังคับ ข้อ ๑๖๐ ท่านได้เคยใช้มา หลายครั้งนะครับ ที่จริงข้อบังคับไม่ได้บังคับให้ถาม ๓ ครั้งนะครับ ถาม ๑ ครั้งก็ได้ ๒ ครั้ง ก็ได้ แต่ไม่เกิน ๓ ครั้งเท่านั้นเอง แล้วคุมเวลาว่าไม่เกิน ๓๐ นาที ก็เลยแบ่งให้ผู้ถาม ๑๕ นาที ท่านผู้ตอบ ๑๕ นาที ๒ กระทู้ที่ผ่านมาทั้ง ๒ กระทู้ ผู้ถามและพูดตอบก็ทำได้ตาม กฎเกณฑ์ข้อบังคับครับ ขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์รงค์ครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่ทบทวนหลักเกณฑ์หรือข้อบังคับนะครับ กระผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอบคุณท่านประธานและท่านรัฐมนตรีที่ได้มาตอบกระทู้ด้วยวาจาสดนะครับ เพื่อที่จะทำให้ บางประเด็นที่เป็นข้อสงสัยหรือข้อคำถามของพี่น้องประชาชนได้รับความกระจ่าง ได้รับการ ถามตอบกันในสภานี้เอากันให้แบบตรงไปตรงมานะครับ ผมขออนุญาตเข้าสู่เรื่องการถาม ก็คือสถานการณ์แรงงานอัตราว่างงาน การจ้างงานหลังเปิดประเทศในไตรมาสที่ ๒ ของ ปี ๒๕๖๕ เราเน้นที่ผมจะถามเฉพาะแรงงานไทยนะครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีไม่ได้ถาม ถึงว่าแรงงานพม่าที่มาทำในประเทศไทย ไม่ได้ถามว่าแรงงานของประเทศไทยที่ไปทำ ในมาเลเซียหรือสิงคโปร์ แต่เอาในประเทศไทยว่าสถานการณ์แรงงานมันเป็นเรื่องสำคัญเป็น ตัวบ่งชี้ในการพัฒนาทางเศรษฐกิจท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเวลาพูด ถึงสถานการณ์แรงงานมันมีตัวการจ้างงาน การว่างงาน นี่เป็นประเด็นที่ ๑ ซึ่งผมคิดว่านี่เป็น ประเด็นคำถาม ๑ อันที่จะต้องถาม แต่นอกจากนั้นซึ่งยังไม่ถามก็คือว่าเวลาพูดถึงแรงงาน การพัฒนาฝีมือแรงงาน การต่อยอดแรงงาน ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่น่าจะพูด แต่ประเด็นนี้ผมจะไม่ถามในวันนี้นะครับ ส่วนอีกประเด็นหนึ่งเป็นประเด็นคำถามที่น่าสนใจ มากเหมือนกับเป็นฮอตอิชชู (Hot Issue) เวลาพูดถึงแรงงานครับท่านรัฐมนตรี ท่านประธาน ครับก็คือเรื่องค่าจ้าง ผมขอคำถาม🔗
คำถามแรก เอาเฉพาะเรื่องสถานการณ์แรงงานว่าหลังจากที่รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ ได้เปิดประเทศ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ นั้น อัตราการว่างงาน การจ้างงาน การกลับเข้ามาสู่แรงงานใหม่ แรงงานใหม่นี้เป็นอย่างไรบ้างครับ เป็นแรงงานไทยว่าหลังเรา เปิดประเทศ เราปิดไปเรามีปัญหานะครับ ในช่วงโควิด (COVID) ๒ ปีกว่า ๆ แต่หลังจากเปิด มาแล้ว ๑ มิถุนายน ตัวเลขสถานการณ์แรงงานหรืออัตราการว่างงาน การจ้างงาน มันเติบโต ขึ้นอย่างไร ตัวเลขผมคิดว่าตัวเลขสิ่งเหล่านี้มันเป็นตัวเลขเชิงประจักษ์ที่การบริหารทาง นโยบายของรัฐมนตรี รัฐมนตรีสามารถที่จะตอบหรือไขข้อข้องใจของผู้คนที่เวลาพูดถึง แรงงานว่าวันนี้มันว่างงานเยอะ มันจ้างงานอยู่เป็นอย่างไรหลังเปิดประเทศในประมาณ ๒ ไตรมาสที่ผ่านมานี้นะครับ ขออนุญาตเป็นคำถามแรกครับท่านรัฐมนตรี🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ และท่านผู้ตั้งคำถามท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์รงค์ บุญสวยขวัญ ท่าน ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ นครศรีธรรมราช คำถามแรก เป็นคำถามที่น่าสนใจมากนะครับ เพราะว่าเป็นคำถามที่จะบ่งบอกหรือบ่งชี้ถึงสถานการณ์ เศรษฐกิจต่าง ๆ การวิเคราะห์นักลงทุนต่าง ๆ ด้วยแล้วก็ทั้งผู้ประกอบการ แล้วก็ลูกจ้าง นายจ้าง ในส่วนที่เปิดประเทศเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ ที่ผ่านมานะครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อสมาชิกว่าช่วงเดือนไตรมาส ๒ แล้วกันนะครับ ผมจะขอให้ดูตัวเลขไตรมาสแรกแล้วไตรมาสที่ ๒ ดีกว่าเพื่อจะเปรียบเทียบได้ว่าหลังจากเปิด ประเทศแล้วต่างกันอย่างไรนะครับ ไตรมาสที่ ๑ เดือนมกราคม ตลาดเข้างานคนเข้างานอยู่ ประมาณสัก ๑๔๘,๐๐๐ กว่าคนนะครับ ไตรมาสที่ ๒ ก็ประมาณสัก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน ๑๓๐,๐๐๐ คน โทษทีครับ เดือนกุมภาพันธ์แล้วก็เดือนมีนาคมประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ กว่าคน แต่ข้อสังเกตว่าช่วงที่เราเปิดประเทศที่ท่านตั้งคำถามมาวันที่ ๑ มิถุนายนที่ผ่านมา มีการจ้างงาน เดือนเมษายนช่วงที่ข่าวเริ่มจะมีการเปิดประเทศ มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นมา ๑๕๐,๐๐๐ กว่าคน แต่ช่วงที่ ๑ พฤษภาคมเริ่มรับรู้แล้วครับว่าการเปิดประเทศเต็มรูปแบบนั้นมีนักท่องเที่ยว เข้าประเทศ การเข้าออกง่ายขึ้นครับ รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรี ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านก็ได้เล็งเห็นถึงระเบียบหรือการเข้าออกประเทศให้สอดคล้องกับประเทศ ที่รับนักท่องเที่ยว ช่วงเดือนพฤษภาคมตัวเลขกระโดดจ้างงานเป็นที่ ๑๙๑,๒๖๐ คน มิถุนายนตลาดจ้างงานกระโดดขึ้นมาอีกนะครับเป็น ๒๐๑,๐๐๐ กว่าคนนะครับ ในส่วนนี้ ผมกำลังจะเปรียบเทียบให้ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าการเปิดประเทศนั้นตลาด การจ้างงานของเราฟื้นตัวอย่างรวดเร็วนะครับ จากภาคบริการที่เราเคยติดลบกลับมาฟื้นตัว อยู่ในอัตราที่ต้องเรียนว่าใกล้กับตอนที่ก่อนมีโควิด (COVID) ยิ่งสถานการณ์ในภาคอุตสาหกรรม การผลิตผมอยากจะเปรียบเทียบอย่างนี้ว่าช่วงเกิดโควิด (COVID) ในช่วง ๒๕๖๓ นั้น คนที่ออกจากแรงงานภาคอุตสาหกรรมภาคผลิตประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน แต่ปัจจุบันนี้ การจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมภาคผลิตนะครับมีการเข้างานถึง ๖๒๖,๔๖๑ คน แปลว่า อะไรรู้ไหมครับ แปลว่าตลาดฟื้นตัวขึ้นมาเป็น ๑๑๑ เปอร์เซ็นต์ นี่คือเป็นตัวบ่งชี้ว่านโยบาย รัฐบาลต่าง ๆ ตั้งแต่โครงการแฟกทอรี แซนด์บ็อกซ์ (Factory Sandbox) รักษาการจ้างงาน ในการเยียวยาเอสเอ็มอี (SMEs) ประคับประคองให้เอสเอ็มอี (SMEs) หัวละ ๓,๐๐๐ บาท เช่นท่าน ส.ส. มีลูกจ้างอยู่ประมาณร้อยคน ท่านก็ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลในส่วนของ เงินกู้นะครับ ที่ทุกท่านได้ถามว่าเงินกู้รัฐบาลกู้ไปทำอะไร ส่วนหลักก็คือกู้ไปประคับประคอง ธุรกิจ แล้วก็ดูแลลูกจ้างนายจ้าง อย่างเช่นท่านมีลูกจ้างร้อยคน เอสเอ็มอี (SMEs) ก็ให้ ๓,๐๐๐ บาทต่อคน ท่านก็ได้รับเดือนละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๓ เดือนคือ ๙๐๐,๐๐๐ บาท แต่มี ข้อแม้ว่าท่านต้องเข้าสู่โครงการของรัฐบาลคือไม่มีการเอาลูกจ้างเดิมออก สถานการณ์ช่วงนั้น ระยะเวลา ๓ เดือนที่นโยบายรัฐบาลได้ออกไปในช่วงช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) กลับมีการ จ้างงานเพิ่มมาประมาณเกือบ ๖๐,๐๐๐ คน ระยะเวลา ๓ เดือน ผมกำลังบอกว่านโยบาย รัฐบาลต่าง ๆ ที่เดินมาโดยท่านนายกรัฐมนตรีนั้นเดินมาถูกทางแล้วก็แก้ปัญหาโดยการ ประคับประคองคนเดิมให้อยู่ก่อน ธุรกิจอย่าให้มีปัญหาอย่าให้ล้มประคับประคองช่วยเหลือ นายจ้าง รักษาการจ้างงาน หลังจากเปิดประเทศปุ๊บเลยทำให้การสตาร์ต (Start) เครื่อง หรือเครื่องยนต์ที่เราวอร์ม (Warm) เครื่องอยู่แล้วมันสามารถเดินเครื่องได้เลยในส่วนนี้ คือสิ่งที่เราเดินมาถูกทาง แล้วก็เป็นสิ่งที่ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) โลกได้พบผมที่กระทรวงแรงงาน รองผู้อำนวยการใหญ่ เลยนะครับ ได้ชื่นชมรัฐบาลไทยในส่วนนี้ครับว่าเราแก้ปัญหา ไม่ได้แก้ปัญหาเฉพาะเรื่อง สาธารณสุขอย่างเดียว เราใช้ระบบเศรษฐศาสตร์เดินคู่สาธารณสุขทำให้ระบบเศรษฐกิจเรา ประเทศไทยฟื้นตัวเร็ว ท่านประธานครับ ผมฝากท่านประธานผ่านไปเพื่อนสมาชิกว่า ท่านเชื่อไหมครับว่าการส่งออกของประเทศไทยสูงสุดในรอบ ๓๐ ปี นี่คือสิ่งที่บ่งชี้บ่งชัดให้ เห็นว่าการแก้ปัญหาสถานการณ์โควิด (COVID) นั้น เราเดินควบคู่กับระบบเศรษฐศาสตร์ เดินคู่สาธารณสุข เราไม่ได้เดินเฉพาะการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเดียว แต่เราต้อง รักษาการจ้างงานด้วย เลยทำให้ตลาดจ้างงานเราสูงขึ้นมานะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญอาจารย์รงค์ คำถามที่ ๒ ครับ🔗
ก็เป็นประเด็นที่ ต่อเนื่องนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ เป็นประเด็น ที่ต่อเนื่องที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบนะครับ เรื่องข้อมูลเชิงประจักษ์ว่าเศรษฐกิจวันนี้เติบโตขึ้น ท่านกำลังบอกว่าเศรษฐกิจเติบโตเกือบ ๆ เท่ากับก่อนมีสถานการณ์โควิด (COVID) แต่อย่างไรก็ตามผมมีประเด็นคำถามเกี่ยวกับแรงงาน ซึ่งเป็นประเด็นคำถามในเชิงตลาด ชาวบ้าน ๆ ท่านรัฐมนตรีครับ ก็คือว่าเวลาพูดถึงแรงงานคนก็จะปริวิตก ร้านน้ำชาที่ใน กรุงเทพมหานคร ร้านน้ำชาที่นครศรีธรรมราชที่บ้านผมก็จะพูดอยู่ตลอดว่าวันนี้มีต่างชาติ มีการย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทยออกไปอยู่เพื่อนบ้าน อาจจะไปอยู่ประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน (ASEAN) ซึ่งมีเงื่อนไขที่ดีกว่า ตัวเลขเรื่องการย้ายฐานการผลิตไปอยู่ที่ประเทศอื่น ท่านรัฐมนตรีครับ มันส่งผลต่อภาวการณ์ตกงานหรือส่งผลต่อภาวะความหวาดกลัวของ แรงงานหรือส่งผลภาวะความไม่มั่นใจของบัณฑิตใหม่ หรือแรงงานใหม่ หรือว่าคนที่ตกงาน ในช่วงโควิด (COVID) ๒ ปี เขาไม่อาจจะกลับเข้ามาสู่โรงงานหรือในสถานการณ์การจ้างงานได้ เพราะฉะนั้นประเด็นคำถามที่มีข้อถกเถียงทั้งในหมู่นักวิชาการก็ดี ชาวบ้านร้านตลาดก็ดี แม้กระทั่งนักวิชาการ หรือว่าสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรเราเองก็พูดอยู่ตลอดเรื่องการย้าย ฐานการผลิต แล้วนำไปสู่ของการทำให้ความหวาดวิตกหรือไม่มั่นใจในเรื่องของตลาดแรงงาน ที่จะเกิดขึ้น ผมอยากถามท่านรัฐมนตรี ตรงนี้เป็นตัวเลขที่จริงเท็จหรือเป็นอยู่อย่างไรครับ มีสถานการณ์อะไรที่เป็นข้อมูลที่จะบอกผมหรือบอกท่านผู้ชมท่านผู้ฟังที่อยู่ในประเทศนี้ ให้มีความมั่นใจเรื่องสถานการณ์การผลิตโรงงาน เพราะมันไปสัมพันธ์กับแรงงานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ขอเป็นคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านผู้ที่ตั้งกระทู้ ท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์รงค์ บุญสวยขวัญ ท่าน ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมเรียน เพื่อให้เพื่อนสมาชิกมีความมั่นใจและเชื่อใจว่ารัฐบาลนั้นรักษาระบบเศรษฐกิจ รักษาระบบ การจ้างงาน หรือรักษาระบบการลงทุนได้สมดุล แล้วก็ดีขึ้นกว่าตอนที่เกิดโควิด (COVID) ถ้าผมพูดคำนี้มันเหมือนกับขัดแย้งกับข่าวบางข่าวที่ออกมาว่าเศรษฐกิจไม่ดี หรือรัฐบาล ทำอย่างไรเรื่องภาวะเศรษฐกิจนักลงทุนหายไป จริง ๆ ไม่ใช่นะครับ ผมเรียนอย่างนี้ว่าช่วงที่ เกิดโควิด (COVID) ประเทศต่าง ๆ ได้หยุดการผลิต ผมยกตัวอย่างสั้น ๆ เห็นภาพชัดเจน ยกตัวอย่างบริษัทของท่านดอกเตอร์รงค์ บุญสวยขวัญ เป็นบริษัทผลิตรถยนต์แล้วกันครับ อะไหล่รถยนต์ บริษัท นาย ก ผลิตที่ประเทศเพื่อนบ้านแล้วกัน ใช้คำว่าเพื่อนบ้านดีกว่าครับ ทั้งเวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ หรืออินเดีย ช่วงที่เกิดโควิด (COVID) ผมเป็น ผู้สั่งซื้อออร์เดอร์ (Order) ผมเป็นรายใหญ่จากอเมริกาหรือยุโรปก็แล้วแต่ ผมสั่งออร์เดอร์ (Order) บริษัททางประเทศไทยสั่งผ่านทางดอกเตอร์รงค์ สั่งบริษัท ก เพื่อนบ้านรอบข้าง แต่ช่วงโควิด (COVID) สิ่งหนึ่งที่เราพิสูจน์และเห็นว่าเราแข็งแกร่งมากแล้วเราเดินทางมาถูก โดยท่านนายกรัฐมนตรีนั้นคือเราทำโครงการแฟกทอรีแซนด์บ็อกซ์ (Factory Sandbox) คือบริษัทท่านดอกเตอร์รงค์มีพนักงานพันคน สมมุตินะครับ มีออร์เดอร์ (Order) จากผมอยู่ จะต้องส่งภายใน ๓ เดือนนี้ แต่พอระบาดปุ๊บประเทศอื่น ๆ ก็ปิด ถ้าเราปฏิบัติตามเหมือน ประเทศอื่นก็ปิดเหมือนกัน ผมเป็นผู้สั่งออร์เดอร์ (Order) ผมก็ต้องรอของทั้ง ๒ ประเทศ แต่ถ้าเกิดบริษัทท่านดอกเตอร์รงค์ไม่ปิดอย่างโครงการแฟกเทอรีแซนด์บ็อกซ์ (Factory Sandbox) ที่เราทำโดยท่านนายกรัฐมนตรีอนุมัติให้กระทรวงแรงงานเป็นผู้ทำ โดยบูรณา การร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข ผมเข้าไปตรวจ พีซีอาร์ (PCR) ให้ร้อยเปอร์เซ็นต์ฟรีนะครับ สมมุติตรวจเจอ ๑๐๐ คน ผมเอาไปรักษาที่ฮอสพิเทล (Hospitel) ที่กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคมได้ตั้งไว้ หลังจากนั้นผมนำวัคซีน มาตรา ๓๓ ซึ่งได้รับการอนุมัติ จาก ครม. ให้ผมสามารถดำเนินการเข้าไปดูแลพี่น้องผู้ใช้แรงงานได้ ผมฉีดวัคซีนครบ ๙๐๐ คนเลย มันไม่มีเหตุผลไหนที่จะมาปิดโรงงานของท่านดอกเตอร์รงค์ ทำให้ออร์เดอร์ (Order) ต่าง ๆ ที่ผมรอ ๓ เดือนผมได้จากท่านดอกเตอร์รงค์ แต่บริษัทนาย ก ผลิตให้ผม ไม่ได้เพราะเพื่อนบ้านปิดหมด เพราะระบบการบริหารประเทศต่างกันทำให้ผมต้องมาเจรจา กับท่านดอกเตอร์รงค์ในประเทศไทยว่าทำอย่างไรผมจะโยกออร์เดอร์ (Order) จากบริษัท ก เพื่อนบ้านมาอยู่ทางท่าน ท่านผลิตให้ผมได้ไหม อันนี้คือเป็นการที่เราวิเคราะห์เศรษฐกิจ มองออกเลยว่าอนาคตอะไรจะเกิดขึ้น วิกฤติคือโอกาส ผมก็เลยมาสั่งออร์เดอร์ (Order) ทางท่านดอกเตอร์รงค์เพิ่ม ถ้าท่านดอกเตอร์รงค์เคยส่งออร์เดอร์ (Order) แค่สัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ต้องผลิตให้ผม ๘๐ เปอร์เซ็นต์ หรืออีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย ทำให้ ระบบการจ้างงานหรือรายได้ส่งออก ผมถึงบอกเบื้องต้นว่าทำไมส่งออกถึงเติบโตสูงสุดในรอบ ๓๐ ปี เพราะเหตุผลนี้ล่ะครับ เหตุผลที่ประเทศเพื่อนบ้านปิดแต่เราไม่ปิด ผมไปงาน ที่เชียงใหม่ งานของสภาอุตสาหกรรม ผมไปกับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีไปไป เปิดงาน ประธานสภาอุตสาหกรรมได้ขึ้นพูดได้ทอล์ก (Talk) บนเวที ซึ่งมีบริษัทใหญ่ ๆ ในประเทศไทยเยอะมากในสภาอุตสาหกรรมคำหนึ่งที่ผมได้รับฟังแล้วผมมีความรู้สึกนี่คือ ผลลัพธ์ที่เห็นเป็นภาพรูปธรรม คือเขาพูดเลยว่าอุตสาหกรรมอยู่รอดได้เพราะโครงการ แฟกเทอรีแซนด์บ็อกซ์ (Factory Sandbox) ของรัฐบาล นี่คือการที่ผมบอกรักษาการจ้าง งานแถมไม่ได้รักษาอย่างเดียวเพิ่มงานโดยการไปดึงออร์เดอร์ (Order) จากเพื่อนบ้านมาด้วย แต่ถ้าคิดกลับกันท่านดอกเตอร์รงค์ปิด โดยการแพร่ระบาดจาก ๒,๐๐๐ ๓,๐๐๐ คน มีระบาด ๑๐๐ คนปิดเลย ก็ส่งออร์เดอร์ (Order) ผมไม่ได้ แต่ประเทศเพื่อนบ้านผลิตให้ผมได้ ผมต้องโยกออร์เดอร์ (Order) ทางประเทศไทยไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านแน่นอน หลังจากโควิด (COVID) หาย ท่านจะเอาออร์เดอร์ (Order) ที่ไหน ผมไม่มีให้ท่านแล้วเพราะผมไปสั่ง ประเทศอื่นแล้ว นี่คือวิธีการแก้ปัญหาที่เราใช้โอกาส ใช้วิกฤติต่าง ๆ มาเป็นโอกาสในการ ที่จะชิงส่วนแบ่งการตลาดทั้งหมดทำให้ประเทศไทยนั้นแข็งแรงในภาคธุรกิจ นักลงทุน ชาวญี่ปุ่นได้มาพบผม ผู้บริหารใหญ่เลยครับ มีลูกจ้าง ๓๐,๐๐๐ กว่าคนในประเทศไทย ลงทุนอยู่ ๒๒ ประเทศ ขาดทุนทุกประเทศเลย ยกเว้นประเทศไทยประเทศเดียวที่มีกำไร แล้วปีนี้บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นก็ได้สั่งการให้ลงทุนประเทศไทยเพิ่มอีก ๓,๐๐๐ ล้านบาท เพราะเชื่อมั่นวิกฤติที่ทั่วโลกเกิดขึ้นทำให้มองเห็นว่า รัฐบาลหรือประเทศไทยนั้นแข็งแกร่ง ที่สุดในช่วงวิกฤติ นี่คือสิ่งที่เพื่อน ๆ นักลงทุนนานาชาติได้เห็นภาพนี้ สิ่งหนึ่งที่ท่าน ส.ส. ดอกเตอร์รงค์ ได้ถามผมอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ภาพเห็นง่าย ๆ คำถามยอดฮิต (Hit) คือนักศึกษาจบใหม่ตกงานไม่ใช่เรื่องจริง ผมจะเรียนว่าสถิติจากกระทรวงศึกษา กระทรวง อว. นักศึกษาจบใหม่ปีหนึ่งประมาณสัก ๕๐๐,๐๐๐ คนไปเรียนต่อโดยสถิตินี้จบ ปวช. สามารถ เรียนต่อ ปวส. หรือจะเรียนปริญญาตรีอะไรก็แล้วแต่ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นเราเอา ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ รวมกันวันนี้ประมาณ ๑,๑๙๓,๐๐๐ กว่าคนในตัวเลข เราจ้างงานไปแล้วในวันนี้ระบบประกันสังคม เราใช้วิธีการตรวจเช็ก (Check) โดยอายุ ๒๕ ปี ลงมาจนถึงอายุที่จ้างงานได้และไม่เคยมีร่องรอยของประกันสังคม ไม่เคยอยู่ในประกันสังคม เราอนุมานได้น้อง ๆ เหล่านี้คือนักศึกษาจบใหม่ เพราะเขาไม่เคยทำงาน แต่ฐานข้อมูลเรา ดึงอายุ ๒๕ ปีลงมานะครับ ตลาดจ้างงานวันนี้ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ตลาดจ้างงาน เราจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ไปแล้ว น้อง ๆ จบใหม่ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขที่เราจ้าง ไปแล้วประมาณ ๙๖๐,๐๐๐ กว่าคน ภาคที่รับน้อง ๆ จบใหม่เยอะที่สุดคือภาคอุตสาหกรรม การผลิต อุตสาหกรรมผลิตเติบโต ๓๐ ปีในรอบ ๓๐ ปีนี้คือสิ่งหนึ่งที่บ่งชี้จากตัวเลขที่เราดู จากทะเบียนประวัติการประกันสังคม สูงสุดเข้างานมา ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน การขายและ การค้าปลีก ขายส่งต่าง ๆ เป็นอันดับรองลงมา ที่พัก โรงแรม ร้านอาหารต่าง ๆ หรือก่อสร้าง ก็เพิ่มขึ้นมาในส่วนนี้ นี่คือผมกำลังบอกว่าผมเป็นคนที่จับตัวเลขการว่างงาน การจ้างงาน และนักลงทุน ผมยืนยันตลอดเวลาว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นอย่างที่สื่อบางช่องหรือใครที่มา วิเคราะห์ว่าเศรษฐกิจประเทศไทยไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้ ผมเรียนว่าผมเอาตัวเลขมาจับ และผมมีฐานข้อมูลที่เลขไอดี (ID) ๑๓ หลักหมด ผมเชื่อมั่นว่ารัฐบาล ผมไปต่างประเทศ ผมไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์ผมไปประชุมไอแอลโอ (ILO) โลก ผมได้พบกับรัฐมนตรีประเทศ อื่น ๆ ได้คุยกัน เขาก็ชื่นชมประเทศไทยในเรื่องนี้ ต้องขอขอบคุณท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกครับ ขอบคุณครับ🔗
ทางอาจารย์รงค์จะถาม ต่อไหมครับ ถามได้อีกครั้งเชิญเลยครับ🔗
ผมมีคำถามสุดท้าย เป็นประเด็น ที่จริงเป็นคำถามอันนี้ก็คือคำถามเรื่องเด็กจบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นปริญญาตรี ปวช. ปวส. ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็ได้ให้กรุณาตอบคำถามล่วงหน้าไว้แล้ว มีข้อมูลเชิงประจักษ์ ที่ท่านรัฐมนตรีตอบ แต่อย่างไรก็ตาม ท่านรัฐมนตรีในฐานะที่ท่านเป็นคนทำงาน ผมเป็นคน ที่อยู่ในพื้นที่ก็ถูกสะท้อนมาจาก พูดง่าย ๆ ก็คือผู้ปกครองผม อยู่ในมหาวิทยาลัยมาก่อน อยู่ในพื้นที่ เพื่อนฝูงจะเป็นครูบาอาจารย์และสะท้อนมากกว่าอาจารย์รงค์ ช่วยนำเอา เรื่องของข้อมูลเด็กลูกศิษย์ของเรา จบแล้วเขาไปไหน เขาจะทำอย่างไร ด้วยความเป็นห่วง ในสถานการณ์โควิด (COVID) ด้วยครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีครับ ช่วงนั้นก็คือว่าเป็น ช่วงที่ผู้ปกครองก็ดี นักศึกษาก็ดี อาจารย์ที่ปรึกษาก็ดีของบัณฑิตใหม่หรือว่านักศึกษา ที่จบ ปวช. ปวส. ใหม่ ๆ ปริวิตกกันมาก ซึ่งแน่นอนครับความวิตกมันไม่ใช่ข้อมูลเชิงประจักษ์ แต่อาจจะมีความรู้สึกไปด้วย ที่ท่านรัฐมนตรีตอบมาก็เห็นข้อมูลเชิงประจักษ์ว่าท่านได้บริหาร จัดการตรงนั้นแก้ปัญหา ซึ่งเราก็สามารถที่จะฟังได้ บัณฑิตก็จบกันเยอะ แน่นอนเรื่องการจ้าง งานที่ท่านตอบมาแล้วก็ภาคแรงงานในการจ้างฝ่ายการผลิตจึงเห็นนะครับประเด็นสุดท้ายมี นิดเดียวสั้น ๆ ท่านประธาน ซึ่งผมยังมีเวลา แต่ท่านรัฐมนตรีอาจจะไม่มีเวลาแล้วก็คือว่าเวลา เราพูดถึงแรงงาน ก็คือเรื่องค่าจ้างครับ วันนี้เราเกิดวิกฤติน้ำมันปัญหาน้ำมันที่เกิดจาก สงครามยูเครน-รัสเซีย สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานที่นำไปสู่ของการทำให้เศรษฐกิจครัวเรือน เศรษฐกิจของพี่น้องประชาชนรากหญ้า เศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์ ชาวบ้านเดือดร้อน เงินเฟ้อ ที่เราพูดอยู่ตลอดเวลามีอยู่อย่างมาก เพราะฉะนั้นน้ำมันจึงเป็นพื้นฐานแม้นว่าทางรัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรีหรือไม่ท่านรัฐมนตรีหลาย ๆ ท่านก็บอกว่าวันนี้เรากำลังบริหาร ประเทศเพื่อที่จะไม่ให้วิกฤติหรือความทุกข์ยากหนักไปกว่าที่เป็นอยู่อันนั้นเชื่อครับ แต่ว่า พี่น้องประชาชนซึ่งอยู่ในพื้นที่ของเราบอกเราตลอดว่าลำบากอาจารย์รงค์ครับ ในตลาดวัด ท้าวโคตรลำบากมาก แม่ค้าขายกะปิ แม่ค้าขายน้ำแข็ง แม่ค้าขายขนมจากบอกลำบากมาก ในตลาดเสาร์ อาทิตย์ บอกลำบาก ผมคิดว่าอันนี้ตัวอย่างหนึ่งที่บ้านผม และตัวอย่างอันนี้ก็น่าจะเกิดขึ้นทั้งประเทศ ในเรื่องความยากลำบาก เรื่องของน้ำมัน เรื่องของเงินเฟ้อ ตรงที่ท่านประธานครับ ผมจะถาม ท่านรัฐมนตรีว่าท่านมีแนวนโยบาย อย่างไรว่าถ้าน้ำมัน แพงเงินเฟ้อสูงขึ้น สิ่งที่ไปสัมพันธ์กับ แรงงานของท่าน ท่านมีแผนหรือมีแนวทางในการปรับค่าแรงอย่างไรไหม ผมไม่ได้บอกว่า จะต้องปรับเท่านั้นบาทเท่านี้บาท อาจจะไม่บอกว่าปรับทั้งประเทศเหมือนกัน หรือจะแยก เป็นบางจังหวัด เป็นบางโซน (Zone) แต่แนวทางในการที่จะแก้ปัญหาเรื่องค่าแรงภายใต้ สถานการณ์โควิด (COVID) ภายใต้สถานการณ์เปิดประเทศที่มีน้ำมันแพง เงินเฟ้อ ท่านพอจะบอกให้เป็นกำลังใจกับคนแรงงาน กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศอย่างไรบ้าง ในมิติของแรงงานครับ และผมก็ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณรัฐมนตรีที่กรุณาตอบทำให้ผม และพี่น้องชาวบ้านได้เข้าใจครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ และผู้ที่ตั้งกระทู้นะครับ ท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์รงค์ บุญสวยขวัญ ผู้แทนพรรคพลังประชารัฐ นครศรีธรรมราช คำถามสุดท้ายเป็นคำถามที่ผมบริหารจัดการอย่างเร่งด่วนอยู่นะครับ ผมตอบเรื่องนี้ก่อน ว่าข้อมูลที่ท่านได้ถามผมมานะครับ ข้อมูลอยากรู้ว่านักศึกษาจบใหม่ไปอยู่ตรงไหน ตอนนี้ ผมเองคุยกับทางกรมการจัดหางานให้เชื่อมข้อมูลกับกระทรวงศึกษาธิการโดยท่านรัฐมนตรี ตรีนุช เทียนทอง และรัฐมนตรีอเนก เหล่าธรรมทัศน์ ท่านรัฐมนตรี อว. อุดมศึกษาให้เชื่อม ข้อมูลลิงก์ (Link) กันให้ได้ว่าจบมาจากหน่วยงานตรงนี้จากกระทรวงศึกษาไปอยู่ตรงไหน จบจาก อว. ไปอยู่ตรงไหน และเข้ามาอยู่กับผมก้อนไหน บริษัทอะไร นี่คือต้องเป็นดาต้า (Data) ที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยากให้ผมมีดาต้า (Data) ตัวนี้อยู่ในกระทรวง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องบริหารจัดการบูรณาการร่วมกัน ๓ กระทรวง ในส่วนคำถามเรื่องค่าแรงค่าจ้างเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมเองได้รับโจทย์เรื่องนี้มายาวนานมากตั้งแต่ เกิดโควิด (COVID) แต่สถานการณ์โควิด (COVID) เราไม่สามารถปรับได้จริง ๆ เพราะเรายัง เอาเงินอุดหนุนรักษาการจ้างงานวันนั้น แต่วันนี้เราเปิดประเทศแล้วการจ้างงานฟื้นตัว มีการ เติบโตสูงขึ้น สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำคือภาวะเงินเฟ้อที่มันขึ้นอยู่ ที่เป็นภาวะเงินเฟ้ออยู่ น้ำมันขึ้น พลังงานขึ้น ต่าง ๆ เหล่านี้ ๑. มันเป็นต้นทุนนายจ้างด้วย แต่นายจ้างก็ต้องเข้าใจว่าเป็น ต้นทุนพนักงานลูกจ้างด้วย ข้าวของแพงขึ้น ลูกจ้างก็ต้องมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ค่าแรงจะไม่ขึ้นมัน เป็นไปไม่ได้มันก็ผิดตรรกะการทำงาน แต่การขึ้นมันไม่ได้ขึ้นแบบเมื่อสมัยอดีตนะครับขึ้นทั้ง ประเทศพร้อมกันมันขึ้นไม่ได้ เพราะว่าค่าครองชีพหรือค่าจีดีพี (GDP) แต่ละจังหวัดมัน ไม่เหมือนกัน มันต้องขึ้นเป็นคล้าย ๆ ขั้นบันได ขึ้นเป็นกลุ่มจังหวัด เช่นกลุ่มจังหวัดท่องเที่ยว กลุ่มจังหวัดที่ค่าครองชีพสูงเป็นกลุ่มหนึ่งเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ไปนะครับเป็นส่วนหนึ่ง ที่เราจะทำ แล้วก็จะให้เร็วที่สุดตอนนี้คณะกรรมการค่าจ้างได้ประชุม ๗๐ กว่าจังหวัด เรียบร้อยแล้วส่งมาที่ส่วนกลางแล้ว ตอนนี้ปลัดกระทรวงแรงงานนะครับ ท่านปลัดจะเป็น ประธานในการพิจารณา ผมให้นโยบายไปแล้วครับว่าจะต้องพิจารณาค่าจ้างให้เหมาะสมและ ความเป็นจริงเช่นบางจังหวัดเสนอขึ้นมาสูงมากไปนายจ้างก็ไปไม่รอด มันก็ต้องมา ปรับเปลี่ยนเพราะมีไตรภาคี ๓ ฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง แล้วก็ฝ่ายราชการนะครับ ขออนุญาต ท่านประธานนิดหนึ่งนะครับ แล้วอีกส่วนหนึ่งในส่วนของลูกจ้างเองบางท่านบางจังหวัด ก็ปรับต่ำ ปรับต่ำมันเป็นไปไม่ได้เราก็ให้ทางปลัดกระทรวงไปตรวจสอบเรื่องนี้ แล้วก็ใช้ อำนาจในส่วนของท่านประธานปรับตามความเหมาะสมตามความเป็นจริงนะครับ ผมคิดว่า ค่าแรงที่มีข่าวออกไปแล้วครับว่าเราจะปรับอยู่ในเกณฑ์ประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ถึง ๘ เปอร์เซ็นต์นั้นเป็นเกณฑ์ที่ผมหารือกับสภานายจ้าง หารือกับทางสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม เป็นตัวเลขที่รับได้ เพราะปีที่แล้วช่วงเกิดโควิด (COVID) ปีกว่า ๆ เราไม่ได้ ขึ้นค่าแรง แต่พอปีนี้เรามีความจำเป็นที่ต้องขึ้นเพราะว่าภาวะเงินเฟ้อมันเกิดขึ้น การปรับขึ้น ค่าแรงเราต้องเอาภาวะเงินเฟ้อเป็นตัวตั้ง พร้อมด้วยจีดีพี (GDP) จังหวัดนะครับ ค่าแรง ผมคิดว่าจริง ๆ แล้วทั่วไปเขาจะประกาศใช้วันที่มีผลบังคับใช้ส่วนมากวันที่ ๑ มกราคม แต่ผมให้โจทย์ไปไว้แล้วว่าตอนนี้ของขึ้นไปแล้วถ้าเราประกาศค่าแรงแต่บังคับใช้ ๑ มกราคม ผมมองขึ้นอีกรอบหนึ่งแน่อีก ๓ เดือน อีกไตรมาสสุดท้าย เป็นไปได้ไหมที่เราจะต้องคุยกับ นายจ้างให้ช่วยตรงนี้นะครับ คิดว่าเร็ว ๆ นี้ครับท่านครับก็จะเห็นข่าวดีในส่วนที่รัฐบาลได้ เร่งรัดในการดำเนินการเรื่องการปรับค่าแรงครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ทั้ง ๓ กระทู้สดนะครับ ผมต้องขอขอบคุณทั้งท่านผู้ถามผู้ตอบ เพราะว่าทั้ง ๓ กระทู้ ไม่เกินเวลาที่กำหนดไว้ เวลาเป็นของมีค่ายิ่งนะครับเพราะว่าเรามีงานเยอะแล้วก็มีงานที่ จำเป็นจะต้องพยายามไม่ล่วงละเมิดเวลาคนอื่นไป จบกระทู้ถามสดด้วยวาจา ต่อไปจะเป็น กระทู้ถามทั่วไปนะครับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๔๘๙ เรื่อง แนวทางการดำเนินการตามข้อเรียกร้องของ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ และ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ (นายมานพ คีรีภูวดล เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายวราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตอบ🔗
เรียนไว้ว่ากระทู้ถามทั่วไป ข้อบังคับกำหนดว่าเมื่อถามครั้งแรกแล้วมีสิทธิที่จะถามได้อีกครั้งหนึ่ง สรุปก็คือถามได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง ไม่ได้กำหนดเวลา แต่ว่าเขียนคลุมไว้เลยครับ ต้องไม่มีลักษณะเป็นการอภิปราย อันนี้ ก็ต้องเป็นศักยภาพของท่านผู้ถาม ก็ขอเชิญท่านมานพครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมได้ยื่นกระทู้นี้ เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๕ ในประเด็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อันเนื่องมาจากกฎหมาย พ.ร.บ. อุทยาน ปี ๒๕๖๒ แล้วก็ พ.ร.บ. สงวนคุ้มครองสัตว์ป่า ปี ๒๕๖๒ ผมคิดว่าการมาตอบนี้พี่น้องหลายคนอาจจะถูกจับ อาจจะถูกดำเนินคดี อาจจะมี ปัญหากับเจ้าหน้าที่ โดยรวมแล้วผมคิดว่าโดยข้อกฎหมาย ผมคิดว่าที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ มาตรา ๖๔ ใน พ.ร.บ.อุทยาน เกี่ยวข้องเรื่องที่ดิน เรื่องที่ใช้ประโยชน์นี้นะครับ สิ่งที่มันเป็น ปัญหาอย่างนี้โดยผมจะอ่านสรุปคร่าว ๆ ว่าสิ่งที่นโยบายกับกระบวนการปฏิบัติการในพื้นที่ มันมีหลายพื้นที่สวนทางไม่เป็นไปตามนโยบายของฝ่ายบริหาร ผมยกตัวอย่างนี้ครับ ก็คือว่า สถานการณ์ตอนนี้ในพื้นที่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ทั้ง ๆ ที่ว่าพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นโครงการ ความร่วมมือระหว่างประชาชน นักวิชาการ แล้วก็กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชภายใต้ โครงการว่า จอมป่า (JOMPA) หรือว่าจอยต์เมเนจเมนต์ (Joint Management) โดยใช้หลัก มติ ครม. ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ และมีแผนที่แล้ว แล้ววันนี้เรามีหลักเกณฑ์เงื่อนไขอันเดิม ก็คือในมาตรา ๖๔ ของ พ.ร.บ. อุทยาน ปี ๒๕๖๒ ก็พูดถึงภาพถ่ายปี ๒๕๔๕ มติ ครม. ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ และคำสั่ง คสช. ที่ ๖๖/๒๕๖๕ แต่กระบวนการดำเนินการนี้ผมคิดว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้หยิบยกมาทั้งหมดในเงื่อนไขที่เป็นเกณฑ์สิทธิที่ประชาชนควรจะได้รับ พี่น้อง ที่บ้านป่าหมาก อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดนอยู่เรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะเห็นว่ากระบวนการทำตามนโยบายภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายได้ เปิดให้ไม่ว่าจะเป็นมติ ครม. ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ภาพถ่ายปี ๒๕๔๕ คำสั่ง คสช. ที่ ๖๖/๒๕๖๕ ต้องหยิบยกเงื่อนไขข้อกฎหมายช่องทางตรงนี้ไปพร้อม ๆ กันครับ ในทางปฏิบัติผมคิดว่า เจ้าหน้าที่หลายพื้นที่ที่เข้าใจในหลักการก็ไปปฏิบัติ หลายพื้นที่มีข้อขัดแย้งเดิมไม่ได้เอา แนวทางที่ไปทั้งหมด ผมคิดว่านี่คือปัญหาสำคัญ ซึ่งคำถามที่ผมจะถามนี้คือประเด็นที่เป็น ปัญหาสำคัญ เพราะฉะนั้นเร่งด่วนที่สุดก็คือที่อุ้มผางน่าจะอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แล้วก็ ที่ประจวบคีรีขันธ์ที่บ้านปากหมากนี่จะต้องเร่งดำเนินการ เราจะปล่อยให้เจ้าหน้าที่จะใช้ อำนาจโดยไม่ได้ยึดโยงกับหลักอำนาจของฝ่ายบริหารไม่ได้ สิ่งที่ผมอยากจะถามครับ ผมมี เวลาไม่มากครับ ผมอภิปรายให้น้อยที่สุด ผมจะถามเยอะที่สุดนะครับ สิ่งแรกที่ผมอยากจะ เรียนถามท่านรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรีว่าใน ๒๔๐ วันที่มันเป็นเงื่อนไข ในการรังวัดที่ดินในเขตป่าอนุรักษ์ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่อุทยานและเขตอนุรักษ์ทั้งหมดของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติที่ดำเนินการ ปัญหาที่เราเจอก็ถือว่าเจ้าหน้าที่เอาข้อมูลเก่า ที่เคยสำรวจตามมติ ครม. ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ส่งให้ท่าน และหลาย ๆ พื้นที่ก็บอกว่าครบแล้ว แต่ว่าเงื่อนไขตามคำสั่ง คสช. ที่ ๖๖/๒๕๖๕ เอาภาพถ่ายสิงหาคม ๒๕๔๗ ยึดเป็นภาพถ่าย เดือนสุดท้ายไม่ได้เอามาใช้หลายพื้นที่ จนเป็นที่มาของความขัดแย้ง เป็นข้อมูลที่ไม่ได้รับการ ยอมรับของพี่น้องประชาชน กระบวนการแก้ไขปัญหาที่มันหลังจาก ๒๔๐ วันท่านจะทำ อย่างไร อันนี้คำถามที่ ๑ ถามได้ ๒ ครั้งนะครับ ผมอาจจะมีหลายคำถาม🔗
อันที่ ๒ ในกระบวนการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนกรณีที่ อปท. ทั่วประเทศไม่ว่าจะ เป็นเทศบาล อบต. ผมเข้าใจว่ามี มติ ครม. วันที่ ๒๖ พฤศจิกายนว่าด้วยเรื่องของคล้าย ๆ เป็นการนิรโทษกรรม หน่วยงานราชการ ส่วนราชการซึ่งหมู่บ้านก็เป็นหน่วยงานราชการ เทศบาล อบต. อะไรพวกนี้ ปัญหาตอนนี้คือการดำเนินงานล่าช้ามากเลยครับ ผมไปเช็ก (Check) ที่จังหวัดเชียงใหม่มีเรื่องที่ อบต. ส่งเข้ามานี้ ๗,๐๐๐ เรื่องนะครับ ๗,๐๐๐ เรื่องนี้ ก็คือว่า ทสจ. ยังไม่ส่งอะไร ที่ไหนเลยนะครับ กระบวนการนี้มันจะทำให้การแจ้งว่าพื้นที่ ตรงนี้อยู่ในพื้นที่ได้รับการนิรโทษกรรมแล้วให้เร็วที่สุดท่านจะทำอย่างไร ที่ผมพูดอย่างนี้ เพราะอะไรครับ เพราะว่าสำนักงบประมาณ หน่วยงานราชการที่จะต้องได้งบประมาณ เช่น อนามัย โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก พอในข้อกฎหมายที่มีข้อจำกัดซึ่งท่านก็รู้อยู่นะครับว่าเวลา ฝ่ายงบประมาณกับฝ่ายอนุญาตนี้พอมันไม่ตรงกันมันจะมีปัญหาด้วยกันทันที เพราะฉะนั้น ๒ คำถามแรก ก็คือประเด็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด กรณี ๒ พื้นที่ก็คือที่อุ้มผางแล้วก็ ที่บ้านปากหมากนี้นะครับ เจ้าหน้าที่กับฝ่ายชาวบ้านรู้สึกว่าเหมือนจะคุยกันไม่ตรงกันเราจะมี รูปแบบอย่างไร แล้วก็หลังจาก ๒๔๐ วัน ในการรังวัดที่ดินยังมีปัญหาในพื้นที่ที่เป็นปัญหาอยู่นี้ ยังไม่ชัดเจนจะทำอย่างไร แล้วสุดท้ายก็คือเรื่องการทำโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ความรับผิดชอบ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมันมี มติ ครม. ออกมาอยู่แล้ว เพียงแต่ กระบวนการมันล่าช้าจนทำให้ประชาชน อบต. เทศบาลนี้เสียประโยชน์ครับ ขอบคุณมากครับ ในคำถามครั้งที่ ๑ ครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีวราวุธตอบชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตตอบกระทู้ของท่านมานพ คีรีภูวดล ขออนุญาตที่เอ่ยนาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล แบบบัญชีรายชื่อ ประเด็นแรก ต้องขอบคุณนะครับที่ท่าน ส.ส. ได้มีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเอง ผมเองยืนยันนะครับว่าท้ายที่สุดแล้วพี่น้องประชาชนทุกคนจะมีสิทธิได้ทำกินได้อยู่ในพื้นที่ป่า แต่ว่าจะด้วยในเงื่อนไขของ คทช. หรือว่าจะเป็นในพื้นที่ของการขออนุญาตการใช้ป่านั้นก็จะ เป็นแต่ละบริบทไป ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านสมาชิกเองก็ได้พูดว่าแนวนโยบายของทางรัฐนั้นบางครั้ง มีปัญหาในทางปฏิบัติ อันนี้ต้องขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ ท่านมานพที่ได้ชี้ถึงประเด็น ปัญหาในพื้นที่ของที่จังหวัดตากและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อันนี้เดี๋ยวผมจะให้ทางเจ้าหน้าที่ รีบไปสำรวจนะครับว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่นั้นมันแตกต่างกับแนวนโยบายที่เราได้ให้ ว่าอย่างไร เพราะว่าท้ายที่สุดแล้วผมได้ย้ำอยู่เสมอนะครับว่ากฎหมายนั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนและการที่จะให้พี่น้องสามารถดำรงชีพอยู่สามารถ ที่จะมีสิทธิในการที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวได้นั้น จะต้องสามารถทำได้ตามกรอบกฎหมายแล้วก็ ตามแนวนโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้วางไว้ ในกรณี ของ ๒๔๐ วันที่มีการสำรวจอันนั้นเป็นการทำตามเงื่อนไขของกฎหมายซึ่งผมเชื่อว่า ท่านสมาชิกทราบดีนะครับ แต่ว่าถ้าหากภายหลังนั้นยังมีปัญหาอยู่เมื่อสำรวจเสร็จไปแล้ว ในทุก ๆ กฎหมายจะมีบทบัญญัติที่เขียนเอาไว้ว่าเราจะสามารถกลับมาและนำมาแก้ไขใหม่ได้ ซึ่งในพื้นที่ใดที่มีปัญหาขอให้ท่านสมาชิกรีบส่งข้อมูลมาคือถ้าเกรงว่าเจ้าหน้าที่นั้นจะส่งข้อมูล มาให้ผมแบบหนึ่งแล้วจะไม่ตรงกับปัญหาของชาวบ้านนะครับ พี่น้องประชาชนก็คงต้อง ขอแรงท่านสมาชิกส่งข้อมูลโดยตรงให้ถึงผม เราจะได้เอามาเปรียบเทียบกันได้ว่าสิ่งที่ ทางเจ้าหน้าที่ส่งให้กับผมและความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่นั้นเป็นอย่างไร ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้ บอกว่าไม่ได้หมายความว่าเจ้าหน้าที่หรือว่าชาวบ้านจะมีใครพูดไม่ตรงความเป็นจริง แต่บางครั้งการทำงานนั้นทางมุมมองของเจ้าหน้าที่จะเป็นแบบหนึ่งนะครับทางชาวบ้านจะ มองแบบหนึ่ง ๒ คนยลตามช่อง บางครั้งเรื่องเดียวกันแต่ว่ามองได้ออกมาเป็นคนละประเด็น ดังนั้นก็ขอความกรุณาท่านสมาชิกได้ช่วยให้ข้อมูลว่าถ้ามีพื้นที่ใดเร่งด่วนหรือว่าพื้นที่ใดที่เป็น ปัญหาขอย้ำว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพวกเราทุกคนมาเพื่อแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชน เราไม่ได้มาสร้างปัญหาให้กับพี่น้อง การที่ออกเป็นกฎหมายไม่ว่าจะ เป็นพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ปี ๒๕๖๒ หรือแม้แต่กฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี ๒๕๖๒ ที่เพิ่งออกบังคับใช้ไปนั้น เพื่อประโยชน์ในการทำงานและดำรงชีพของพี่น้องประชาชน ถ้าหากออกมาแล้วเป็นปัญหาเราจะต้องดำเนินการแก้ไข🔗
ส่วนในประเด็นที่ท่านสมาชิกพูดถึงการนิรโทษกรรมนะครับ ขออนุญาตเป็น แนวคิดที่อาจจะคล้ายกัน แต่ว่าจริง ๆ แล้วทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เราได้ทำหนังสือเข้า ครม. ครับท่านประธาน ขอให้ทุก ๆ หน่วยงานในทุก ๆ กระทรวง ทบวง กรม ที่ใช้พื้นที่ป่าไม้ขอให้ดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้อง ซึ่งเมื่อสักครู่ที่ท่านสมาชิกบอกว่า ในพื้นที่ท่านเอง ทสจ. ก็มีเรื่องนับพันเรื่อง ตอนนี้ต้องเรียนว่าที่กรมป่าไม้เรามีอยู่ประมาณแสนกว่าเรื่อง หลายเรื่องนะครับ จริง ๆ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาที่มีการประชุม ครม. ผมเองก็ได้นำเสนอในที่ประชุม ครม. ด้วยเช่นกัน ว่าวันนี้เราก็เกิดปัญหาครับท่านประธานว่ามีเรื่องส่งเข้ามาที่กรมป่าไม้เยอะเหลือเกิน แต่เป็น การเสนอเรื่องเข้ามาแบบแค่ต้นเรื่อง ยังขาดรายละเอียด ยังขาดการเรียกว่าทำให้เอกสาร สมบูรณ์ครับ ซึ่งประเด็นนี้บางครั้งหลายต่อหลายครั้งจะได้ยินว่าเรื่องค้างอยู่ที่ ทสจ. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด หรือเรื่องค้างอยู่ที่หน่วยงานที่สำนักบริหารนั้น แต่ว่าบางครั้งพอไปสอบความคิดเห็น ไปสอบข้อเท็จจริงแล้วก็กลายเป็นว่าอยู่ในขั้นตอนที่รอ ข้อมูลกลับมาจากทางพื้นที่อยู่เช่นกันนะครับ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเรียนว่าทุกเรื่องตอนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการขออนุญาตทางกระทรวงทรัพยากรเราก็เร่งเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่า การขออนุญาตให้ถูกต้องอันนี้นะครับท่านประธาน ต้องเรียนผ่านไปยังท่านสมาชิกด้วยว่า เมื่อตอนเดือนกรกฎาคม ๒๕๒๓ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้นดูแลกรมป่าไม้อยู่ ก็ได้ทำเรื่องเช่นเดียวกันนี่ล่ะครับท่านประธาน ขออนุญาตเข้ามาที่ ครม. เหมือนกันนะครับ ในขณะนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชื่อ บรรหาร ศิลปอาชา ครับ แล้วก็ ครั้งล่าสุดที่ทางกระทรวงทรัพยากรได้เซ็นเอกสารเข้าไปทำเรื่องเดียวกันเลยครับ ขอให้ทุก ๆ หน่วยงานขออนุญาตเร่งขออนุญาตเข้ามานะครับ ไม่ว่าจะเป็นใน อปท. ไหนก็แล้วแต่นะครับ จะขอใช้พื้นที่อะไร อย่างไร ขอให้ขอเข้ามา แล้วทางกระทรวงทรัพยากรเราจะได้เร่งเรื่องทำ การอนุญาตให้ถูกต้อง ซึ่งต้องเรียนว่าก็ทำกันมาตั้งแต่พ่อผมยันลูกเลยนะครับ แล้วเราก็ยัง เร่งดำเนินการให้อยู่ ดังนั้นต้องเรียนว่าคงจะไม่ใช่เรื่องการนิรโทษกรรมนะครับท่านประธาน แต่เป็นการให้ขออนุญาตใช้พื้นที่ให้ถูกต้องเสีย เพราะว่าเมื่อเป็นหน่วยงานราชการนะครับ ท่านสมาชิกพูดถูกว่าเมื่อเป็นหน่วยงานราชการด้วยกันแล้วก็มีสิทธิที่จะใช้พื้นที่ต่าง ๆ ได้ แต่เพียงแต่ว่าบางครั้งได้มีการใช้ไปโดยยังไม่ได้ขออนุญาตตามกระบวนการถูกต้อง เราก็ขอให้ ดำเนินการให้ถูกต้องเสีย แต่ว่าวันนี้ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ว่าเอกสารยังมาไม่ครบนะครับ เราก็ กำลังดำเนินตามอยู่เช่นกันครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญ ท่านมานพ ถามครั้งที่ ๒ ได้ครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ จริง ๆ ประเด็นนี้ผมคิดว่าทั้งหมดทั้งมวลมันอยู่ที่ขั้นตอนครับท่านรัฐมนตรี คือหลาย ๆ เรื่องคือ เขตป่าของท่าน คือประเทศไทยมีอยู่ ๓๒๐ ล้านไร่ ครึ่งหนึ่งก็เป็นของท่านดูแลอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนผมยกตัวอย่างเฉพาะเชียงใหม่นะครับ มี ๒,๕๐๐ หมู่บ้าน ครึ่งหนึ่งไปอยู่ในเขตป่า ถ้าเรานึกประเทศไทยที่อยู่ในเขตป่าอย่างนี้ ท่านจะรับผิดชอบ คนเดียวในการขออนุมัติมติ ครม. คือกระบวนการมาอยู่ที่ระบบการกระจายอำนาจตัดสินใจ ชุมชนที่ตั้งอยู่ที่นี่ หมู่บ้าน ชุมชน อบต. เทศบาล โรงเรียน ไม่ได้ตั้งหลังจากที่ท่านประกาศ เขตอุทยาน เขาตั้งอยู่ก่อน ก่อนที่เขาจะประกาศเขตอุทยานป่าสงวนด้วยซ้ำ ผมเชื่อว่าท่าน เป็นคนรุ่นใหม่ ท่านมีกระบวนทัศน์ใหม่ วิสัยทัศน์ใหม่ ถ้าเราจินตนาการว่าเขตป่าไปครอบ ชุมชน และกฎหมายออกทีหลังก็ทำให้เป็นอุปสรรคในการทำงาน เพราะนั่นคือกระบวนทัศน์ นี้ผมคิดว่าถ้าเราท่านรัฐมนตรีถ้าจินตนาการออกนี่เราต่างหากเป็นอุปสรรคในการขัดขวาง การพัฒนาบางแบบอย่าง เพราะฉะนั้นคือผมคิดว่าระบบตัดสินใจ เช่น อยู่ในสำนักอนุรักษ์ อยู่ในพื้นที่จัดการป่านะครับ เช่นเชียงใหม่ สำนัก ๑๖ สำนัก ๑ แค่นี้ก็พอนะครับ เพราะว่า ดั้งเดิมมันก็เป็นถนนอยู่แล้ว มันก็เป็นโรงเรียนอยู่แล้ว มันก็เป็นชุมชนอยู่แล้วครับ เพียงแต่ว่า วันนี้เขาจะเอากรมทางหลวงชนบทเข้าไป เขาจะเอา อบจ. เข้าไป เขาจะเอาการไฟฟ้าเข้าไป แล้วหมู่บ้านนี้ก็คือชอบด้วยกระทรวงมหาดไทย เพราะมีบ้านเลขที่ มีผู้ใหญ่บ้านนะครับ หมู่บ้านนี้ชอบด้วยกระทรวงศึกษาธิการ เพราะมีครู มีโรงเรียน หมู่บ้านนี้ชอบด้วยกระทรวง สาธารณสุข เพราะมีสถานีอนามัย เพราะมี อสม. แต่พอมากระทรวงทรัพยากรมันมีขั้นตอน ผมคิดว่าโอเค (OK) ในแง่ทรัพยากรทุกคนก็ต้องช่วยกันดูแล เพียงแต่ว่าขั้นตอนตรงนี้ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องผมคิดว่าเขาเจออุปสรรคนะครับ เพราะนั่นก็คือพื้นที่ ๓๒๐ ล้านไร่ กระทรวงทรัพยากรครอบครองประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศ ถามกระทรวงมหาดไทย ก็เหมือนกัน ถามกระทรวงไหนก็เหมือนกันว่าติดอยู่ที่กระทรวงทรัพยากร เพราะฉะนั้นผมคิด ว่าเราจำเป็นจะต้องกระจายอำนาจในการตัดสินใจนะครับ ประเด็นนี้จะต้องกระจาย เพราะฉะนั้นกระบวนการสิ่งที่ผมจะถามต่อไปมีอยู่ ๒ คำถาม ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีตอบ เยอะ ๆ เพื่อที่เวลาไปทวงถามที่กระทรวง เวลาพี่น้องประชาชนถาม เราจะได้มีข้อคำถามที่ มันสามารถที่จะยึดโยงกันได้ในการพูดในสภาด้วยครับ🔗
ประเด็นแรก ก็คือว่าท่านจะมีรูปแบบวิธีการในการกระจายอำนาจในการ ตัดสินใจอย่างไร ที่จริงแล้วก็คือว่าถามจากพื้นที่แล้ว พื้นที่ก็ส่งไป ข้างบนก็ถามลงมาพื้นที่อีก สุดท้ายคำตอบมันอยู่ที่พื้นที่ครับ คำตอบมันไม่ได้อยู่ที่ข้างบนครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ เมื่อสักครู่ท่านพูดถึงเรื่อง คทช. ผมคิดว่า คทช. เป็นความหวัง ของชาวบ้านหลาย ๆ ส่วน คทช. เป็นเป้าหมายถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องของการเช่าที่ดินของรัฐ ปัญหา คทช. ผมอภิปรายหลายครั้งนะครับ อย่างผมนี่เป็นที่ดินของคุณทวด คุณปู่ คุณย่า แต่ไม่มีเอกสารสิทธิ วันนี้ผมต้องคืนที่ดินให้กับหลวง คืนที่ดินให้กับหลวงนะครับ ทั้ง ๆ ที่อยู่ มาเป็นร้อยปี แต่ไม่มี ส.ค. การเดินทางเมื่อก่อนลำบากนะครับ ผมต้องคืนที่ดินให้กับหลวง แล้วผมต้องกลับไปเช่าที่ดินของคุณทวด คุณย่าของผม ผมว่าอันนี้ก็มีปัญหา แต่ไม่เป็นอะไร ในหลักการก็คือว่าทำอย่างไรให้ที่ดินมันชอบด้วยกฎหมาย ปัญหาทุกวันนี้ท่านรัฐมนตรีครับ ปัญหาทุกวันนี้ก็คือว่าอ้ายนโยบายนี่มันดีว่าจะแก้ปัญหาเท่านั้นเท่านี้ คณะกรรมการ คทช. มารายงานที่สภา ผมก็อภิปรายนะครับ ถ้าทำแบบนี้ก็คือทำไปอีก ๒๐๐ ปีก็ไม่จบ สิ่งที่เรา อยากจะเห็นกระบวนการทำงาน คทช. ก็คือว่าเราอยากเห็นกระบวนการทำงานที่มันปูพรม ไปทั้งหมดโดยใช้ระบบกระบวนการมีส่วนร่วม ใช้ อบจ. ใช้อำเภอ ใช้ท้องถิ่นเข้ามานะครับ วันนี้ไปถามหน่วยงานที่จะทำ คทช. ในแต่ละพื้นที่เหมือนกันเลยครับ สำนักนี้มีงบประมาณ ๒๐ หมู่บ้าน สำนักนี้มีงบประมาณ ๑๕ หมู่บ้าน เชียงใหม่ ๒,๕๐๐ อยู่ในเขต คทช. ประมาณ พันหมู่บ้าน ถ้าได้ปีละ ๓ ๔ หมู่บ้าน ต้องใช้เวลา ๘๐ ปี ท่านกับผมไม่อยู่แล้วไปแล้วครับ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เราไม่อยากจะเห็น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ผมคิดว่าเป็นอำนาจของท่านสามารถที่จะทำ คทช. ด้วยกระบวนการรูปแบบการกระจาย อำนาจเหมือนกัน วันนี้ผมมีตัวอย่างที่เทศบาลตำบลบ้านหลวงที่แม่แจ่ม ที่แม่ทา ที่แม่แดด ท้องถิ่นร่วมกับเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ร่วมใช้งบประมาณ อบต. อบจ. อำเภอ และแก้ไข ปัญหา ใช้เครื่องมือตัวเดียวกันครับ ใช้จีพีเอส (GPS) ใช้จีไอเอส (GIS) มาตรฐาน ๑:๔๐๐๐ เหมือนกัน เพียงแต่ว่าวันนี้ก็คือหน่วยงานภายใต้กระทรวงทรัพยากร ไม่ว่าของกรมป่าไม้ ที่ท่านเพิ่งทำ คทช. คือยึดงบประมาณที่ได้มาจากส่วนกลาง ภายใต้หน่วยงานตัวเองครับ เพราะฉะนั้นท่านจะทำได้ปีละแค่ ๒๐ หมู่บ้าน ๒๐ หมู่บ้าน วันนี้เราต้องการให้พี่น้อง ประชาชนได้รับสิทธิตรงนี้ เขาจะได้เข้าถึงงบประมาณของรัฐ การพัฒนาคุณภาพชีวิต เขาจะ ได้ปลูกป่า ได้นโยบายของท่านที่บอกว่าสร้างป่าสร้างรายได้อย่างนี้ครับ มันจะได้เกิดจริง วันนี้กรมส่งเสริมการเกษตรก็เข้าไปไม่ได้ กรมพัฒนาที่ดินก็เข้าไม่ได้ กรมวิชาการการเกษตร ก็เข้าไม่ได้ พอเข้าไม่ได้ นโยบายที่ส่งเสริมว่าจะต้องมีจีเอ็มพี (GMP) จะต้องมีใบรับรอง ออร์แกนิก (Organic) ก็ทำอะไรไม่ได้ อย่าลืมนะครับ พื้นที่พี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขต ของรัฐไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านคน ถ้าหากว่ากระบวนการยังเป็นแบบดิ่งลงมาอย่างนี้ ไม่กระจาย อำนาจอย่างนี้ มันก็จะเกิดปัญหา เพราะฉะนั้นโดยคำถามโดยรวมผมคิดว่าอันที่ ๑ ในเรื่อง ของกระบวนการกระจายอำนาจในระดับที่รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดีสั่งการให้กับระดับ พื้นที่ดำเนินการอันนี้ ทั้ง ๒ เรื่องที่ผมว่านี่ครับ มันจะเกิดกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างไร และที่สำคัญโมเดล (Model) ที่ผมเคยทำมา กระบวนการมีส่วนร่วม ข้อมูลมันถูกยอมตั้งแต่ พื้นที่ ขึ้นไปข้างบนนี่นะครับ มันไม่มีปัญหาอะไรเลย พื้นที่ตั้งคณะกรรมการมีทางเจ้าหน้าที่ ของกระทรวงทรัพยากร มีปกครอง มีท้องที่ มีท้องถิ่น มีตำรวจ มีส่วนต่าง ๆ เข้ามาเป็น องค์ประกอบคณะทำงาน ทุกฝ่ายยอมรับในข้อมูลจบในพื้นที่ แล้วหลังจากนั้นข้างบนค่อยไป ซอยว่าอันนี้เป็นสิทธิ คทช. อันนี้เป็นสิทธิมติ ครม. อันนี้เป็นสิทธิแบบนี้ ๆ ท่านรัฐมนตรีฟังที่ ผมอภิปรายพูดกับท่านนี่ ท่านจะเห็นจินตนาการว่าเมื่อประเทศไทยเราทำแบบนี้ เราจะ แก้ปัญหาแบบนี้ บันไดขั้นที่ ๒ บันไดขั้นที่ ๑ ขั้นแรกถ้าเราแก้หมดนะครับ ประเทศไทย จะเดินหน้าอีกต่อไปครับ ผมถามสั้น ๆ อย่างเดียวว่ากระบวนการที่จะนำร่อง นำไปสู่การ กระจายอำนาจโดยอำนาจของรัฐมนตรี อำนาจของ ครม. จะทำได้อย่างไรครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีวราวุธครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องขอบคุณท่านมานพนะครับ ท่านประธานครับ ที่ท่านได้ให้ข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จริง ๆ ผมเอง เราทำงานด้วยกันมาก็อยากจะ เห็นความรวดเร็วในการดำเนินงานของกฎหมายนะครับ🔗
ในประเด็นเรื่องการกระจายอำนาจที่จะอนุญาตให้แต่ละพื้นที่ดำเนินการ ในแต่ละไม่ว่าจะเป็นในส่วนภูมิภาคหรือระดับจังหวัดอันนี้ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจ ครับท่านประธาน อันนี้ขออนุญาตรับเป็นการบ้านจากท่านสมาชิกนะครับแล้วจะหารือกับ ทางท่านปลัดกระทรวงว่าเราจะสามารถให้อำนาจกับทางจังหวัดโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด หรืออย่างไรได้ไหม เพราะว่าอันนี้จะสืบเนื่องไปกับเรื่อง คทช. ที่ท่านสมาชิกตั้งประเด็น เมื่อสักครู่ว่าเดิมดำเนินการล่าช้า ซึ่งจริง ๆ ในกระบวนการของ คทช. ท่านประธานผมเชื่อว่า ท่านสมาชิกคงทราบดีว่ามันจะมีเป็นคณะอนุกรรมการอยู่เป็นชุด ๆ ไป ชุดแรกภายใต้ คทช. จะเป็นอนุกรรมการว่าด้วยการจัดหาที่ดิน ซึ่งพอคณะอนุกรรมการชุดที่ ๑ จะมีตัวผมเอง ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานจัดหาที่ดิน ก่อนในแต่ละจังหวัดในแต่ละจังหวัดนั้นมีพื้นที่อย่างไร ๆ🔗
ในกระบวนที่ ๒ พอจัดหาที่ดินเสร็จแล้วคณะอนุกรรมการที่ ๒ เป็น คณะอนุกรรมการจัดสรรที่ดินคือพอเราได้ที่มาแล้วครับ คณะที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยจะเป็นประธาน โดยที่ทางกระทรวงมหาดไทยนั้นพอได้ที่จากอนุ ๑ มาแล้วผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะทำหน้าที่จัดสรรที่ดินที่แต่ละจังหวัดมีนั้นให้กับพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ในแต่ละพื้นที่ แล้วพอเป็นคณะอนุ ๓ ก็จะเป็นเกี่ยวกับเรื่องการจัดหาสิ่ง อำนวยความสะดวกในการทำการเกษตรซึ่งอนุ ๓ จะเป็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์เป็นประธานโดยตำแหน่งนะครับ ดังนั้นในกระบวนการของ คทช. ท่านประธานครับ การกระจายให้แต่ละท้องถิ่นให้แต่ละจังหวัดดำเนินการในขณะนี้ ดำเนินการอยู่แล้วนะครับ หลายจังหวัดเดี๋ยวผมจะไปเร่งดูที่จังหวัดเชียงใหม่ที่ท่านสมาชิกได้ ตั้งข้อสังเกตมาเมื่อสักครู่นะครับ แต่ว่าทางผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นจะมีหน้าที่ในการเมื่อ ได้ที่มาแล้วจัดหาที่ท่านประธานครับ ต้องเรียนผ่านไปยังท่านสมาชิกนะครับจัดหาที่ไม่ได้ยาก อันนี้เดี๋ยวผมจะเร่งดำเนินการให้ แต่ว่าส่วนที่ยากนั่นคือการว่าพอได้ที่มาแล้วการจัดสรรที่ ให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในที่นั้นจะเป็นอะไรที่มีความซับซ้อน ซึ่งผมเองก็เข้าใจนะครับ บทบาทของกระทรวงมหาดไทยที่มีความละเอียดอ่อนอยู่นะครับ🔗
กลับมาประเด็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องการกระจายอำนาจที่จะอนุญาตให้ใช้พื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์หรือว่าพื้นที่ป่าสงวน อันนี้เป็นประเด็นย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าเป็น ประเด็นที่ดีแล้วก็จะนำรับไปหารือกับทางกระทรวงโดยท่านปลัดกระทรวง เพราะว่าถ้า มอบอำนาจให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดหรือกลไกใดในท้องถิ่นที่อนุมัติให้เร็วขึ้นพี่น้องประชาชน ก็จะได้ประโยชน์มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็คงจะต้องระมัดระวังถ้าหากว่ามันกระจาย จนเกินไปแล้วมีความรวดเร็วเกินไปโอกาสที่จะเกิดการคลาดเคลื่อนหรือว่าการทุจริตเราก็ ไม่อยากให้ไปเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีได้นะครับ ต้องกราบขออภัยท่านสมาชิกครับ ท่านประธานครับว่าคำตอบที่ผมตอบให้กับท่านสมาชิกในวันนี้อาจจะยังไม่ครบถ้วนหรือว่า อาจจะยังไม่ถูกใจ ถ้าหากว่ามีประเด็นใดผมยินดีรับข้อเสนอนะครับ แล้วจะนำไปปฏิบัติ เพราะว่าเผอิญตัวกระทู้ที่ผมได้ท่านประธานครับ มันไม่ได้ตรงกับที่ท่านสมาชิกได้ถามผม เมื่อสักครู่นะครับ ท่านสมาชิกเอกสารที่ผมมีประทานโทษนะครับ แต่ว่าอย่างที่ท่านสมาชิก บอกว่าท่านตั้งตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ท่านตั้งเกี่ยวกับเรื่องผลกระทบของพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจาก พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติกับ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ต้องขออภัยที่กว่าจะมาตอบปาเข้าไปวันที่ ๑๑ สิงหาคมแล้วนะครับ ซึ่งก็เข้าใจดีว่าเวลามัน ผ่านไปนี่ความจำเป็นเร่งด่วนมันก็อาจจะเปลี่ยนไปก็เลยเป็นประเด็นที่ทำให้ท่านสมาชิกถาม เกี่ยวกับเรื่องประเด็นที่อุ้มผาง ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นะครับ แล้วก็รวมไปถึงพื้นที่ของ คทช. ซึ่งผมเองก็ต้องขอบพระคุณท่านสมาชิกนะครับที่ถามแล้วเดี๋ยวผมจะรับไปเป็น การบ้านและเร่งตอบคำถามให้ครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ นิดเดียว ครึ่งนาทีครับท่านประธาน เรื่องนี้สำคัญก็คืออย่างนี้ครับท่านรัฐมนตรี หนังสือจากกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติถึงนายกรัฐมนตรี มีข้อเสนอเรื่องแนวทางการจัดการทรัพยากรอย่างมี ส่วนร่วม และเกิดประสิทธิภาพ ลดความขัดแย้งไปถึงนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านอาจารย์วิษณุได้มีหนังสือถึง กสม. เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๕ ว่าจะสั่งการไปที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย ผมอยากให้ท่านได้ช่วยตอบนิดหนึ่งว่าคำสั่งของ อันนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องของอนุบัญญัติแล้วก็ ที่ผมตั้งในกระทู้โดยตรงเลยนะครับว่าคือมันมีคำสั่งจากรองนายกรัฐมนตรีที่ว่าจะสั่งการไป ๓ กระทรวงนี้นะครับออกไปแล้วไม่ทราบว่าผลการดำเนินงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไรบ้าง เป็นข้อเสนอของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถ้าหากว่าท่านยังไม่มีข้อมูลก็ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวท่านอาจจะชี้แจงวันหลังก็ได้ครับ🔗
อันนี้ไม่ต่างกับกระทู้สดเลยนะครับท่านประธาน ขออนุญาตกลับไปทำ การบ้านเพิ่มเติมก่อนแล้วเดี๋ยวผมจะตอบท่านสมาชิกให้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
เป็นข้อมูล นอกเหนือในกระทู้นะครับ รัฐมนตรีรับไปดำเนินการแล้วจะตอบให้ภายหลังนะครับ ต่อไป🔗
๑.๒.๒. กระทู้ถาม ที่ ๔๙๐ เรื่อง การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ ในวัยรุ่น และความคืบหน้าในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและแก้ไขปัญหาการ ตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ. ศ. ๒๕๕๙ (นายณัฐวุฒิ บัวประทุม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ตอบ🔗
เชิญครับ ท่านณัฐวุฒิครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ก็ต้องบอกว่า ส.ส. ทุกคนที่เป็นคนจังหวัดอ่างทองก็ของแท้ ทั้งหมดนะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ เป็นการส่วนตัวนะครับ วันที่ ๑๕ ก็ต้องเจอกันอีก ในกฎหมายลูก ซึ่งท่านเป็นประธานกรรมาธิการ ผมเองก็เป็นหนึ่งในกรรมาธิการ แต่ผมจะไม่ ขอบพระคุณนะครับรัฐมนตรีที่เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติป้องกันและแก้ไขปัญหา การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นปี ๒๕๕๙ ซึ่งได้ระบุว่ารัฐมนตรีที่เป็นประธานคณะกรรมการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นนั้น ได้แก่ นายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ กฎหมาย ฉบับนี้มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ก็ต้องถามเป็นเบื้องต้นว่านายกรัฐมนตรีในช่วง ปี ๒๕๕๙ ขณะนั้นที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง หลังปี ๒๕๖๒ จนถึงปัจจุบันนี้ซึ่งจะครบ ๘ ปีในอีกไม่ช้าที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านได้เคยนั่งเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ ในวัยรุ่นเหมือนที่ท่านไปนั่งเป็นประธาน ศบค. เหมือนที่ท่านไปนั่งเป็นประธาน สมช. เหมือน ที่ท่านไปนั่งเป็นประธานแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ เหมือนที่ท่านไปนั่งเป็นประธาน ในคณะกรรมการอื่น ๆ หรือไม่ ท่านเคยนั่งประชุมเป็นประธานหรือไม่ จำนวนกี่ครั้ง เมื่อไร อย่างไร แต่เมื่อถ้าท่านรัฐมนตรีช่วยได้กรุณา แล้วท่านกรุณาผมมากนะครับกระทู้เราคุยกัน ในเดือนสิงหาคม วันที่ ๑๑ กรกฎาคมปี ๒๕๖๕ ท่านจัดประชุมคณะกรรมการป้องกันและ แก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ครั้งที่ ๑/๒๕๖๕ เพื่อเตรียมข้อมูลมาตอบในวันนี้ครับ เพื่อสนองความตั้งใจและความกรุณาของท่านครับ ผมก็ต้องถามว่าขณะนี้สถานการณ์เรื่อง ที่เราพบทารกที่ถูกทิ้ง เรื่องเราพบศพของทารกที่ถูกทอดทิ้งต่าง ๆ เช่นในปี ๒๕๖๓ นั้น มีข้อมูลสถิติปรากฏที่เป็นข่าวว่ามีทารกที่ถูกทิ้งหรือการเจอทารกเป็นจำนวนทั้งสิ้น ๑๗ ข่าว ในปี ๒๕๖๔ นั้นมีข่าวในลักษณะเดียวกันอีกเป็นจำนวนทั้งสิ้น ๒๑ ข่าว ล่าสุดเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคมที่ผ่านมาที่จังหวัดเพชรบูรณ์ก็มีข่าวที่เจอทารกที่ถูกทิ้งและเสียชีวิต ที่น่าตกใจก็คือ ว่าสื่อมวลชนจะพาดหัวทันทีครับ แม่ใจร้าย แม่ใจยักษ์ แม่ใจมาร แม่วัยรุ่นใจแตก ขนาดผู้สื่อข่าว ช่องสีน้อย ๆ ก็เคยอ่านข่าวแล้วบอกว่าแม่ใจสัตว์ ท่านรู้สึกเหมือนผมหรือไม่ครับว่าคำถาม แบบนี้ไม่ควรจะเป็นคำถามที่ถูกตั้งจากสื่อมวลชน แล้วท่านรู้สึกเหมือนผมหรือไม่ครับว่า จริง ๆ แล้วไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ตั้งใจท้องเพื่อไปทำแท้งแต่คนที่ทำให้เขาท้องอยู่ที่ไหน คนรอบข้างที่เป็นครอบครัวเขาอยู่ที่ไหน โรงเรียนของเขา สภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเขาอยู่ ที่ไหน บริการของรัฐที่อยู่ในความดูแลของคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการ ตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้นอยู่ที่ไหน และดำเนินการอย่างไร ในตลอด ๖ ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามครับยังมีคำถามอย่างจำเพาะเจาะจง ท่านอาจจะบอก ว่าสถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของประเทศไทยดีขึ้นผมก็มีข้อมูลสถิติตัวเลขเดียวกับ ท่านนะครับ ว่าในอดีตที่ผ่านมาเราเคยถูกมองว่าเป็นประเทศที่มีการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นสูงเป็น อันดับ ๒ ของโลกเป็นรองจากประเทศหนึ่งในแอฟริกาใต้เท่านั้น สถิติข้อมูลต่าง ๆ ก็ดีขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับความเป็นจริงครับว่ายังมีเด็กอายุ ๑๐-๒๙ ปีโดยประมาณที่ตั้งครรภ์แล้ว คลอดทั้งสิ้นในปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา ๕๗,๘๕๗ คน หรือคิดในภาพเฉลี่ยก็คือ ๑๕๗ คนต่อวัน ในทุก ๆ ชั่วโมง ในทุก ๆ ช่วง ๑๐ นาทีในทุก ๆ ช่วง ๒๐ นาทีในแต่ละวันก็มีวัยรุ่นที่คลอด ออกมาจากการตั้งครรภ์ ซึ่งแน่นอนเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ท่านต้องดูแล ผมมีคำถาม เฉพาะเจาะจงกับกฎกระทรวง กฎกระทรวงที่ออกตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้นมีทั้งหมดอยู่ ๕ กระทรวงด้วยกัน ผมคงไม่ลงรายละเอียด กระทรวงสุดท้ายที่มีการออกกฎกระทรวงมา ก็คือกระทรวงมหาดไทย มีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔ พูดกันง่าย ๆ กฎหมายมีผลบังคับใช้กรกฎาคม ๒๕๕๙ กระทรวงมหาดไทยออก กฎกระทรวง กรกฎาคม ๒๕๖๔ ๕ ปีเต็ม ๆ เหมือนท่านจะประเมินผลสัมฤทธิ์กฎหมายไป ในตัว แล้วตกลงมันจะแก้ไขกฎหมายต่อไปอย่างไร เพราะนี่มันครบ ๕ ปีแล้วต่าง ๆ เป็นต้น คำถามอย่างเฉพาะเจาะจงในกฎกระทรวง ๒ ฉบับก็คือ กฎกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีจุดเน้นย้ำประการสำคัญว่าต้องไม่มีเด็กนักเรียนคนใดที่ตั้งครรภ์ถูกไล่ออก ให้ออก บังคับ ให้ย้าย จำยอมต้องออกจากโรงเรียนหรือสถานศึกษาเดิม ท่านตอบในสภาแห่งนี้ได้ไหมครับ ว่าตลอดผลของการบังคับใช้กฎกระทรวงศึกษาธิการที่ผ่านมา ท่านยืนยันในนาม คณะกรรมการว่าไม่มีนักเรียนคนใดที่ถูกให้ออกจากสถานศึกษาเพราะเหตุแห่งการตั้งครรภ์ อีกแล้ว แล้วหากมีผู้บริหารสถานศึกษาเหล่านั้นจะต้องมีความรับผิดชอบที่ไม่ปฏิบัติตาม กฎกระทรวงนั้นอย่างไร อีกกฎกระทรวงหนึ่งก็คือกฎกระทรวงสาธารณสุข กฎกระทรวง สาธารณสุขจะเน้นการให้บริการครับ และการให้บริการเป็นประการสำคัญยิ่งก็คือการ ให้บริการการยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งในกฎของกระทรวงสาธารณสุขท่านเขียนเองเลยว่าวัยรุ่น อายุเกิน ๑๕ ปี ต้องสามารถดำเนินการยุติการตั้งครรภ์ได้ด้วยการตัดสินใจของตนเอง ถ้าตอบในสภาแห่งนี้ไปยังผู้ให้บริการที่อยู่ในโรงพยาบาลในสังกัดของท่าน ไปยังคนที่อยู่ใน ภูมิภาคจังหวัดต่าง ๆ ได้หรือไม่ว่าตลอดการบังคับใช้กฎกระทรวงสาธารณสุขที่ผ่านมา เมื่อมี วัยรุ่นอายุ ๑๕ ปี ตัดสินใจที่จะยุติการตั้งครรภ์ด้วยตัวของเขาเอง ไม่มีโรงพยาบาลใดปฏิเสธ การให้บริการดังกล่าว และหากมีโรงพยาบาลใดที่เข้าเกณฑ์การต้องยุติการตั้งครรภ์ปฏิเสธ การให้บริการดังกล่าว ท่านได้ดำเนินการลงโทษกับผู้บริหารของสถานพยาบาลเหล่านั้น อย่างไร ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นคำถามประการที่ ๑ ซึ่งท่านอาจจะตอบรวมไปถึงการดำเนินการ ตามกฎกระทรวงทั้งหมดอีก ๕ ฉบับประกอบกันด้วยก็ตามครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธิต ปิตุเตชะ ตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบหมายให้มาตอบกระทู้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ที่ได้มี โอกาสทำงานร่วมกันมาสักระยะเวลาหนึ่งนะครับ สำหรับคำถามของท่านใน ๒ ส่วนนี่ ผมคง จะตอบตอนท้าย ๆ แต่ว่าขออนุญาตประเมินแล้วก็สรุปสถานการณ์สั้น ๆ ว่าสภาพปัญหา ของการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นก่อนที่จะประกาศใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ต้องยอมรับว่าเป็นปัญหา และอาจจะมีตัวเลขที่สูง ผมคิดว่าทุกรัฐบาลพยายามให้ความสำคัญในเรื่องนี้นะครับ เรื่องนี้ เป็นเรื่องของสังคมเป็นปัญหาสังคม และแน่นอนที่สุดปัญหาของสังคมในเรื่องของ เพราะฉะนั้นผมมั่นใจว่าทุกรัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ส่วนการนั่งเป็นประธาน ของท่านนายกรัฐมนตรีนั้นก็ขึ้นอยู่กับการที่ท่านจะให้ความสำคัญแล้วก็จะมอบหมาย ซึ่งใน ส่วนของคณะกรรมการอนามัยเจริญพันธุ์ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับสภาพปัญหาของการตั้งครรภ์ ในวัยรุ่นเช่นกันนะครับ ซึ่งการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน แล้วก็ในส่วนของคณะกรรมการอนามัยเจริญพันธุ์ แห่งชาติก็มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานเช่นกัน ผมสนใจปัญหาทั้ง ๒ เรื่อง แล้วก็ได้เข้าไปนั่งเป็นประธานแทนท่านรัฐมนตรีว่าการหลายครั้ง ภาพรวมของ ตัวเลขการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นใน ๓ กลุ่มใหญ่ ๆ คือภาพรวมในทิศทางดีขึ้น ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ จนถึงขณะนี้คือปี ๒๕๖๕ ข้อมูลคงจะตรงกัน ในกลุ่มเด็กอายุ ๑๐-๑๔ ปี ลดลงจาก ๑.๔ เหลือ ๐.๙ ต่อพันประชากร ในกลุ่มของเด็กอายุ ๑๕-๑๙ ปี ลดลงจาก ๔๒.๕ ในปี ๒๕๕๙ ลดลงเหลือ ๒๘.๗ ต่อพันประชากร การคลอดซ้ำในวัยรุ่นอายุ ๑๕-๑๙ ปีมีแนวโน้มลดลง ต่อเนื่องจากร้อยละ ๑๒.๒ เหลือร้อยละ ๘.๑ ในปี ๒๕๖๔ ส่วนแนวโน้มในเรื่องข้อแรกของ ปัญหาที่ท่านณัฐวุฒิถามถึงก็คือเรื่องปัญหาของนักเรียนที่ถูกกีดกันหรือกดดันให้ลาออกจาก การเรียน ถ้าจะให้ตอบว่าให้ผมยืนยันได้ไหมว่ามีไม่มีเด็กที่ถูกกีดกันก็ต้องเรียนว่าอาจจะยัง ไม่ได้ให้คำตอบในลักษณะที่ยืนยันได้ แต่ผมจะบอกในภาพรวมว่าในส่วนของปัญหานี้ได้ถูก บูรณาการร่วมกัน โดยกระทรวงศึกษาธิการเป็นหลัก แล้วก็กระทรวงสาธารณสุข กระทรวง มหาดไทย เราได้ดำเนินการในการปฏิบัติโดยให้ระดับนโยบายให้กระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายของรัฐมนตรีว่าการที่ให้ความสำคัญ ได้แก่ โครงการพาน้องกลับมาเรียน แล้วก็ เอ็มโออี เซฟตี เซ็นเตอร์ (MOE Safety Center) สถานศึกษาปลอดภัยและให้ระดับจังหวัด มีการขับเคลื่อนโดยการใช้กลไกของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน ในระดับพื้นที่ในทุกจังหวัดและมีคณะทำงานพัฒนาระบบการศึกษาระดับ จังหวัดทุกจังหวัด โดยมีศึกษาธิการจังหวัดเป็นประธาน ในระดับสถานศึกษาเองเน้นกลไกการช่วยเหลือในสถานศึกษาและพัฒนาระบบฐานข้อมูล โดยมีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและส่งต่อ อาทิ ศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็ก นักเรียน ชื่อย่อว่า ฉก.ชน. และระบบคัดกรองความเสี่ยงสคูล เฮลท์ ฮีโร (School Health Hero) ทั้ง ๓ ส่วนนี้เป็นระดับนโยบายระดับจังหวัดแล้วก็ในระดับสถานศึกษา ขณะนี้มีการ ขับเคลื่อนแล้วก็มีการปรับทัศนคติ คือต้องยอมรับของผู้บริหารในระดับพื้นที่นะครับว่าก่อน หน้านี้อาจจะมีปัญหาในเชิงมีความคิดว่าจะจัดการอย่างไรกับเด็กวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ บางคน ก็คิดว่าจะต้องให้หยุดการศึกษาก่อนหรือไปช่วยเหลือในระบบการดูแลอย่างไร เราก็มี กระทรวง พม. เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่จะมาดูแลสำหรับการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น รวมทั้งคุณแม่ เลี้ยงเดี่ยวด้วย ซึ่งในส่วนของระดับนโยบายได้ขับเคลื่อนในระดับจังหวัด ในการประชุมครั้งที่แล้ว ผมได้ย้ำแล้วกระทรวงศึกษาธิการก็ตอบรับ โดยมีผู้ตรวจของกระทรวงศึกษาธิการซึ่งจะไป เป็นคนขับเคลื่อนและเป็นคนไปติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ เราคาดคั้นเขาว่าเขาจะต้องทำให้ดี ที่สุด เป้าหมายคือจะไม่ต้องมีเด็กตั้งครรภ์ที่ถูกกดดันหรือสมัครใจให้ออกจากระบบการศึกษา เลย นี่คือการประชุมในระดับนโยบายแห่งชาติ ซึ่งผมเชื่อว่าใน ณ ปัจจุบันอาจจะยังมีปัญหา อยู่บ้างในเชิงปฏิบัติในระดับสถานศึกษา แต่ผมเชื่อมั่นว่าหลังจากนี้เป็นต้นไปจะค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ ตามเทรนด์ (Trend) ทิศทางที่ผมเรียนท่าน ส่วนเรื่องของการยุติการตั้งครรภ์ ในกระทรวงสาธารณสุข ผมย้ำว่าอันนี้ก็เป็นนโยบาย เพียงแต่ว่ากฎหมายที่เราออกมา เรา พยายามให้เป็นสิทธิ แต่ว่าก็ยังมีความคิดต่างในแง่ของความเสี่ยงของแพทย์ ซึ่งยังเป็นปัญหา ที่แพทยสภา อันนี้ก็เป็นเรื่องความคิดเหมือนกันนะครับว่ามีความเห็นที่อาจจะ แตกต่างกันบ้าง แต่ว่าโดยหลักการในนโยบายเราตั้งใจแล้วก็พยายามที่จะขจัดปัญหานี้ โดยใช้ระดับนโยบายเข้าไปเพื่อที่จะได้ไปสู่การปฏิบัติ ตอนนี้ประกาศกระทรวงของการศึกษา ทางเลือกตอนนี้ยกร่างเรียบร้อย แล้วก็จะลงนามโดยท่านรัฐมนตรีว่าการ ส่วนการขยาย เครือข่ายการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยทั่วประเทศร้อยกว่าแห่งก็กำลังดำเนินการอยู่ เพราะฉะนั้นใน ๒ ส่วน ในคำถามแรกก็เรียนย้ำกับท่านณัฐวุฒิว่าโดยสรุปคือสถานการณ์ การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นในช่วงวัยทั้ง ๒ ช่วงวัย แล้วก็การตั้งครรภ์ซ้ำมีแนวโน้มที่ลดลงและดีขึ้น แล้วก็การยุติการตั้งครรภ์กำลังดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ให้การยุติการตั้งครรภ์ ในวัยรุ่นนั้นเป็นไปด้วยความปลอดภัยและด้วยความสมัครใจนะครับ เพื่อปกป้องสิทธิของแม่ ที่เป็นวัยรุ่นครับขอบพระคุณมากครับ🔗
เชิญ ท่านณัฐวุฒิถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ความจริงก็ต้องย้ำแล้วก็ต้อง ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งต่อพรรคประชาธิปัตย์ สมัยที่ท่านนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีที่แนะนำประเด็นเรื่องการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ยกระดับขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ ฉะนั้นผมไม่ได้มีข้อติดใจหรือสงสัยในตัวของท่าน แต่อย่างที่ผมเรียนว่าผมติดใจและสงสัย ในตัวนายกรัฐมนตรีที่เป็นประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ ในวัยรุ่น ก็คาดหวังว่าการประชุมในครั้งหน้าซึ่งมักจะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคมของทุกปี นายกรัฐมนตรีอาจจะไม่ใช่ชื่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา🔗
คำถามประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ความจริงท่านตอบเลยไปในคำถาม ประการที่ ๒ ของผมอยู่นิดหนึ่งที่จำเป็นต้องย้ำและอธิบาย เผื่อเพื่อนสมาชิกหรือท่านอื่น ที่อยู่ในทางบ้านอาจจะไม่เข้าใจว่าขณะนี้ได้มีการปลดล็อกการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ และมาตรา ๓๐๕ ภาคประชาสังคมฝากผมมาถามเยอะเลยครับ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๕ (๕) ที่กระทรวงสาธารณสุขจะต้อง ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวเนื่องกับการให้คำปรึกษาทางเลือก ท่านรัฐมนตรี ใช้คำถูกต้องกับที่ภาคประชาสังคมใช้เป๊ะเลยครับ แล้วเขาก็ถามมาว่าที่ประกาศฉบับนี้ กฎหมายมีผลบังคับใช้มาเกือบ ๒ ปี ทำไมยังไม่มีประกาศ แต่พอเรื่องกัญชา โอ้โฮ ท่านออก ประกาศอย่างรวดเร็ว ท่านดำเนินการยื่นกฎหมายหลักใดต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว เขาถามว่า มันแตกต่างกันอย่างไร แต่ท่านก็ได้กรุณาตอบไปแล้วว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนการลงนาม ซึ่งจะขอบพระคุณมากไปกว่านี้ที่ท่านอาจจะสามารถระบุได้ว่าการลงนามหรือการบังคับใช้ นั้นจะเกิดขึ้นเมื่อไร อย่างไรก็ตามในคำถามประการที่ ๒ ของผมยังอยู่ที่นโยบายครับ เป็นนโยบายเรื่องการแก้ไขและการป้องกันปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ในเชิงของ การแก้ไข เราเรียกว่าออปชันนอล เคาน์เซ็ลลิง (Optional Counseling) หรือการให้ คำปรึกษาที่แตกแขนงออกเป็น ๒ สาขาด้วยกัน ก็คือกรณีของการยุติการตั้งครรภ์เส้นทาง จะเป็นอย่างไร กรณีที่เขาประสงค์จะตั้งครรภ์ต่อนั้น เส้นทางจะเป็นอย่างไร แต่ท่านรัฐมนตรี อาจจะต้องอธิบายในบริการของภาครัฐครับ เพราะสิ่งที่ผมมีอยู่ในข้อมูลนั้นกลับกลายเป็นว่า บริการเหล่านี้ไปอยู่ที่ภาคประชาสังคมซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณและการดำเนินการ เช่น ในกรณีของสายด่วน ๑๖๖๓ ที่ต้องขอบพระคุณเขาอย่างยิ่งนะครับ ที่รับคำปรึกษา เป็นหลัก ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ คำปรึกษาต่อปีที่เกี่ยวเนื่องกับการตั้งครรภ์ทั้งหมดและรวมถึง การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น คำตอบเรื่องการยุติการตั้งครรภ์ไปอยู่ในกลุ่มทางเลือก เช่นกลุ่มทำ ทางที่ให้คำปรึกษาและพบว่าในกรณี ๖๐๐ กว่ารายที่บอกว่ามีปัญหาทางเศรษฐกิจมีถึง ๒๐๐ รายที่เป็นนักเรียนแล้วเขาไม่มีเงินที่จะไปยุติการตั้งครรภ์ และจริง ๆ เขาอยู่ในกฎเกณฑ์ รายละเอียดที่สามารถจะยุติการตั้งครรภ์ได้ ฉะนั้นก็ต้องถามท่านให้ชัดว่าวันนี้ตกลงนโยบาย ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ ซึ่งท่านอาจจะตอบมาบางส่วนแล้ว วิธีคิดของ หน่วยงานและบุคลากรจากสต็อปเซ็กส์ (Stop Sex) มาเป็นเซฟเซ็กส์ (Safe Sex) มาเป็น เซ็กส์เอดดูเคชัน (Sex Education) นั้นนำไปสู่การออกรายละเอียดในเชิงปฏิบัติอย่างไร หลักสูตรเรื่องเพศวิถีศึกษาวันนี้มีไหม บ้านพักรองรับของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ ในวัยรุ่นที่ไม่ใช่เฉพาะกรณีของบ้านพักฉุกเฉินที่ดอนเมืองที่เป็นของภาคเอกชนนั้นมีหรือไม่ แล้วก็รวมถึงการเดินเข้าไปในโรงพยาบาลแล้วมีบริการที่เป็นมิตรสำหรับกรณีของเด็กวัยรุ่น ที่ตั้งครรภ์ นั่นเป็นประเด็นนโยบายในเชิงแก้ไขเป็นประการที่หนึ่งครับ🔗
ประการที่ ๒ นโยบายในเชิงป้องกัน อย่างที่ผมไปทั้งหมดว่านโยบายเชิงแก้ไข ต้องทำ นโยบายเชิงป้องกันต้องทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเซฟเซ็กส์ (Safe Sex) ในเรื่องของเปลี่ยนจากเซฟเซ็กส์ (Safe Sex) เป็นเรื่องเซ็กส์เอดดูเคชัน) (Sex Education) หรือเพศวิถีศึกษา แต่สิ่งที่ผมตั้งคำถามต่อไปก็คือท้ายที่สุดมันไม่ได้เปลี่ยนที่วิธีคิดครับ ผมถึงถามท่านว่าท่านเชื่อแบบผมหรือไม่ว่าไม่มีวัยรุ่นหรือผู้หญิงคนไหนที่ตั้งใจท้องเพื่อไปทำแท้ง แต่ทำไมวันนี้ยังมีสื่อมวลชนที่พาดหัวแม่ใจร้าย แม่ใจยักษ์ แม่ใจมาร แม่ใจสัตว์ใด ๆ ต่าง ๆ ก็ต้องถามท่านว่าทั้งหมดทั้งมวลนั้นท่านจะมีนโยบายเชิงป้องกันและแก้ไขปัญหาในระยะสั้น ในระยะกลาง และระยะยาวได้อย่างไร ผมไม่มีทางตอบครับ และผมเชื่อว่าไม่มีใครตอบได้ว่า การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นจะเป็นศูนย์ แต่ผมอยากฟังจากท่านรัฐมนตรีชัด ๆ ว่าหากพวกเรา ช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่ อยากได้ยินคำตอบจากเด็ก ๆ วัยรุ่น วันหนึ่งว่าพวกเขาอยากจะ เดินมาหาเราเพราะเราเป็นมิตรพอที่จะรับฟัง เขาอย่างเข้าใจและจะเป็นมิตรที่เดินเคียงข้าง ไปกับเขาในยามที่วันที่เขาทุกข์ระทมที่สุด ขอถามจากหัวใจของคนที่เป็นสามี ขอถามจาก หัวใจของตนที่เป็นพ่อของเด็กคนหนึ่งเพื่อประโยชน์ต่อวัยรุ่นทุกคนในสังคมไทย นั่นเป็น ประการที่ ๒ และเป็นประการสุดท้ายที่ผมอยากจะได้ยินคำคอมมิตเมนต์ (Commitment) หรือคำพันธสัญญาจากท่านในฐานะตัวแทนคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหา การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ความจริงเรื่องบ้านพักท่านแอบกระซิบถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ข้าง ๆ ที่นั่งอยู่ก็ได้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข ขอตอบคำถามท่านสมาชิก ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม คำตอบในคำถามที่ ๒ นะครับ ก็ขออนุญาตว่าในเรื่องระดับนโยบายนี้สำหรับเราน่าจะเห็นตรงกันจะต้องยอมรับเรื่องหนึ่ง ในสังคมว่าการยุติการตั้งครรภ์มันมีความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก แต่เรามองเห็นปัญหา สำหรับผมส่วนตัวนะครับ ผมเห็นว่าถ้าเราปล่อยให้มีการตั้งครรภ์และพ่อแม่ไม่พร้อมก็จะ สร้างปัญหาให้เกิดขึ้นกับสังคมแล้วก็จะมีปัญหาเกี่ยวเนื่อง เหมือนกับที่ท่านพูดถึงว่าเราพบข่าว การทิ้งทารก เราเคยพบซากทารกในวัดต่าง ๆ เพราะฉะนั้นปัญหานี้มันต้องนำไปสู่การเปลี่ยนวิธีคิด ท่านใช้คำพูดว่า เซฟเซ็กส์ (Safe Sex) ผมเห็นตรงกันว่าเราห้ามไม่ได้ที่จะหยุดให้เขาเรียนรู้หรือเขาอยากลอง แต่ถ้าเขาต้องลอง เราต้องแนะนำให้เขา ๑. ปลอดภัย ๒. ต้องป้องกันการท้องเมื่อไม่พร้อม และ ๓. ต้องให้เขา รับผิดชอบตัวเองให้ได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาสังคมที่ต้องช่วยกันทั้งหมดในระดับครอบครัว ระดับชุมชน ระดับสังคม แต่ว่าภาครัฐก็เป็นส่วนหนึ่งในกลไกหลักในการที่จะขับเคลื่อน ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุขอยู่ในโครงสร้างกรรมการการแก้ไข ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็มีในส่วนของการให้คำปรึกษาในแง่ของการส่งเสริม บทบาทครอบครัว สัมพันธภาพ การสื่อสาร มีศูนย์เทคโนโลยีเรื่องครอบครัว ด้านโภชนาการ มีแอปพลิเคชัน (Application) แฟมมิลีไลน์ (Family Line) มีเว็บไซต์ (Website) เพื่อครอบครัว ปัจจุบันมีคนเข้าเยี่ยมชมประมาณ ๙๑,๐๐๐ กว่าครั้งนะครับ อันนี้คือข้อมูล ที่เราจะให้ข้อมูลกับความรู้คำปรึกษาให้กับเด็กและเยาวชน แต่อย่างไรก็ดีการยุติการตั้งครรภ์ ที่ผมเรียนว่าในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเรากำลังดำเนินการอย่างเต็มที่และรอประกาศ ที่จะต้องลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการ และผมเชื่อมั่นว่าเมื่อท่านรัฐมนตรีว่าการลงนามจะมี ภาครัฐ แล้วก็จะมีการขยายอย่างต่อเนื่อง แล้วก็จะมีในส่วนของระเบียบ ประกาศใหม่ที่จะ ช่วยให้หน่วยบริการรัฐเพิ่มมากขึ้น เน้นความปลอดภัยและการส่งต่อนะครับ เน้นสื่อสารทำ ความเข้าใจความจำเป็นหญิงที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม ทุกคนไม่ได้อยากเป็นคนเลว แต่ว่าก็เหมือน ที่ท่านพูด เพียงแต่ว่าในคณะกรรมการเองบางทีก็ยังมีความไม่ตรงกันในความเห็นนี้ และผม อยู่ในทิศทางเดียวกับท่าน เพราะว่าเราไม่สามารถที่จะไปยุติความอยากรู้อยากเห็นของวัยรุ่นได้ แต่ก็ต้องทำให้เขาปลอดภัย ขณะนี้ในส่วนของทั้งในเรื่องการให้คำปรึกษาในแง่ของแอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ แพลตฟอร์ม (Platform) ต่าง ๆ แล้ว เรากำลังพูดถึงการส่งเสริม การใช้ถุงยางอนามัยให้กับเยาวชนด้วย มีคนถามว่าจะทำอย่างไร ภาคประชาสังคมถามว่าจะ ทำอย่างไรให้มันกระจายให้ง่าย ให้เข้าถึงง่ายที่สุด แต่มีอีกกลุ่มหนึ่งบอกว่าเหมือนเราไป ส่งเสริมให้เขาจะมีอะไรกันโดยไม่พร้อมหรือไม่ แต่ว่าในส่วนของผมเองผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องให้เขาปลอดภัยก่อน นั่นก็คือกระทรวง สาธารณสุขร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ เราสนับสนุนเรื่องถุงยางอนามัยฟรีกับเยาวชน อายุ ๑๒-๒๔ ปี ณ วันนี้ในสถานศึกษาเราแจกไปแล้ว ๑,๑๖๐,๐๐๐ กว่าชิ้น นอกสถานศึกษา ๘๐๐,๐๐๐ กว่าชิ้น ภาคประชาสังคมถามเรามาว่าเห็นรายงานตัวเลขแต่ว่ามันจะกระจายไป ให้ง่ายที่สุดในห้องน้ำสาธารณะได้ไหม ไปที่เซเวนอีเลฟเวน (7-Eleven) ได้ไหม ซึ่งอันนี้ก็คิด กันอยู่แล้วในคณะกรรมการ ในคณะอนุกรรมการว่าเราจะเดินแบบเซฟเซ็กส์ (Safe Sex) ก็ต้องเดินแบบนี้นะครับ แล้วก็ให้ความรู้เข้าไปด้วยแล้วก็อย่างน้อยที่สุดนี่ผมคิดว่าให้มันตก ผลึกเสียให้ชัดเจนครับว่าเราจะเดินแบบนี้ในคณะกรรมการ เราจะได้มีถุงยางอนามัยด้วยนะครับ แล้วก็มีแพลตฟอร์ม (Platform) พอที่จะให้วัยรุ่นได้เข้าถึงทั้งเรื่องความปลอดภัยโรคติดต่อที่ เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ทั้งหมดนี้จะเป็นปัญหาทั้งหมด อย่างไรก็ตามในภาพรวมใน คณะกรรมการเราได้มีการคุยกันว่าเราจะตั้งเป้าซึ่งเดิมเราตั้งเป้าไว้การยุติการตั้งครรภ์ ในวัยรุ่นเราลดค่าเป้าหมาย อัตราการคลอดในวัยรุ่นอายุ ๑๕-๑๙ ปี จากเดิมเรากำหนดไว้ ๒๕ ต่อประชากรหญิงอายุ ๑๕-๑๙ ปีต่อพันคน เราไปปรับให้ลดลงว่าไม่เกิน ๑๕ คนนะครับ นั่นคือการท้าทายในคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งผมไม่เห็นด้วยแล้วก็ปรับไปแล้วว่าจะต้องลดลง ไม่เกิน ๑๕ คน ภายในปี ๒๕๗๐ ก็คือ ๔ ปีหลังนี้ นี่คือการกำหนดอย่างท้าทาย แล้วก็การจะ ขับเคลื่อนในระดับนโยบายแห่งชาติแล้วก็นำไปสู่การระดับจังหวัดและในสถานศึกษาต่อไป ก็ขอขอบพระคุณท่านณัฐวุฒิ ผมคิดว่าเราต้องช่วยกันให้ความสำคัญเรื่องนี้นะครับ เพราะว่า ปัญหาเรื่องนี้ก็ไปสอดรับกับปัญหาเรื่องโครงสร้างจำนวนประชากรอีก ซึ่งผมเพิ่งเดินทางไป จังหวัดตากเมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมาครับ ในอำเภอท่าสองยาง อำเภอเดียวนี่มีอัตราการเกิด ประมาณเกือบ ๓,๐๐๐ ซึ่งเด็กที่เกิดนี่มีปัญหาเรื่องสุขภาพหรือการเกิดที่เป็นอันตราย มีโรคประจำตัวครับเข้าถึงการรักษาได้ยากและคุณภาพการเลี้ยงก็ไม่ค่อยมีคุณภาพ ในขณะเดียวกันสังคมนี้มีค่านิยมที่แต่งงานช้าหรือแต่งงานก็ไม่มีลูก หรือมีลูกก็มีลูกน้อย อัตราการตายก็เลยแซงนำหน้าอัตราการเกิดอยู่ในขณะนี้ ผมเป็นคนพูดใน ครม. ว่าผม อยากจะเสนอเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อที่จะกำหนดเป้าหมายชัดว่า ๑ ครอบครัว ในอนาคตต่อไปนี้ควรจะมีลูกอย่างน้อย ๒ คนนะครับ และต้องสมัครใจมีความพร้อมและ เข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ซึ่งตอนนี้คณะกรรมการอนามัยเจริญพันธุ์ก็ได้ดำเนินการเพื่อให้เข้าถึงสิทธิ ในการที่จะให้คุณแม่ลดค่าใช้จ่าย กระทรวง พม. ก็มีคนละ ๖๐๐ ถ้าอยู่ในฐานะยากจน รายได้ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ต่อปีทั้งหมดนี้กำลังดำเนินการอย่างเต็มที่ แล้วก็บูรณาการร่วมกัน กับ ๓ ๔ กระทรวงนี้ ก็หวังว่าการทำงานเรื่องนี้คงจะไม่มีพรรคการเมืองและไม่มีฝ่ายไหน แต่ว่าเป็นการทำงานที่เอาความแตกต่างมาแล้วก็มากำหนดเป็นยุทธศาสตร์ชาติแล้วก็เดิน เป็นวาระแห่งชาติในอนาคต ซึ่งผมหวังเห็นพรรคก้าวไกลและคุณณัฐวุฒิมาช่วยกันทำในเรื่องนี้ ด้วยครับ ก็ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ก็ถือว่าจบ กระทู้ถามเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและความคืบหน้าในการ ดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. ๒๕๕๙ ของท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ บัวประทุม ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุขที่กรุณาให้เกียรติกับสภาเราขอบคุณครับ ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๑.๒.๓🔗
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๔๙๓ เรื่อง มาตรการในการรับมือสังคมผู้สูงอายุ (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้ตอบ🔗
ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีก็พร้อมแล้ว ท่านจุติ ไกรฤกษ์ มาพร้อมแล้ว เชิญท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ได้ถามเลยเชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมได้มีโอกาสได้มาถามกระทู้เรื่อง มาตรการในการรับมือสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งอันนี้จริง ๆ แล้วผมยื่นไปครั้งแรกตั้งแต่ประมาณ มีนาคมปี ๒๕๖๔ แต่ก็พยายามเรื่อย ๆ พยายามไปขอเวลาหมดสมัยประชุมเดี๋ยวมันจะตกแล้ว แต่คืออยากให้มาอยู่ในห้องจริง ๆ เพราะว่าต้องยอมรับเลยว่า ๑๖ เปอร์เซ็นต์เกือบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของคนในประเทศนี้เป็นผู้สูงอายุแล้ว เราก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างยิ่งหลาย ๆ คนท่านประธานอาจจะแปลกใจทำไมพรรคก้าวไกลเท่าพิภพมันก็ยังหนุ่มอยู่มันมาสนใจอะไร เรื่องนี้ ต้องเรียนอย่างนี้ท่านประธานว่าเรื่องสังคมผู้สูงอายุ ไม่ใช่เรื่องของผู้สูงอายุอย่างเดียว มันเป็นเรื่องของทุกคนจริง ๆ เป็นเรื่องของคนที่เป็นลูกเป็นหลานด้วยนะครับ เพราะว่าการที่ จะต้องมาดูแลคนหนึ่งคนในบ้านแล้วก็ช่วงอายุของสังคมไทยที่มันต่างไปอย่างที่กระทู้ เมื่อสักครู่ได้ตอบเรื่องการแต่งงานมีลูก มันยากจริง ๆ มันส่งผลกระทบจริง ๆ ผมได้ไปเจอ ระหว่างการลงพื้นที่วันเสาร์ถึงวันอาทิตย์ตามปกติของผม แล้วผมเชื่อว่าสมาชิกพรรคก้าวไกล ทุกคนก็ลงพื้นที่กันอย่างสม่ำเสมอเพื่อไปเจอพี่น้องประชาชน วันหนึ่งครับผมได้ไปที่ท่าดินแดง ครับท่านประธาน ผมไปเจออาเจ๊กเคี้ยงและน้องเหมย น้องเหมยก็คือเป็นน้องผมไม่กี่ปีหรอกครับ เขาก็มีลูกด้วยนะครับ มีลูกแล้ว แล้วก็เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ส่วนอาเจ๊กเคี้ยงก็เกษียณ ได้เบี้ย ผู้สูงอายุอยู่ ๖๐๐ บาท น้องเหมยนี้ก็ลำบากครับทำงานโรงแรมเงินเดือนหมื่นสองนะครับ แล้วก็ต้องดูแลคน ๒ เจนเนอเรชัน (Generation) ลำบากมาก ๆ คือผมไม่เห็นเลยว่าเขาจะเอาตัวรอดไปได้อย่างไร ลูกก็ ๑ คน พ่อกับแม่อีก ๒ คน เงินเดือน หมื่นสองอยู่กันทั้งบ้านบวกของคนเป็นพ่อคนเป็นแม่อีกคนละ ๖๐๐ บาท กลายเป็น ๑๓,๒๐๐ บาทอันนี้ก็ว่าสลดแล้วครับ อีกท่านหนึ่งที่ผมเคยได้ไปลงพื้นที่แล้วเห็นมา เขาอยู่ กันสองตายายครับ อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาเลย เป็นเพิง เป็นสลัมอยู่นอกชุมชนด้วยซ้ำ หลังวัดทองธรรมชาติ เขตคลองสานตอนนี้ก็ลำบากจริง ๆ เป็นผู้พิการและเป็นผู้สูงอายุถึง ๒ ท่าน มีบัตรคนพิการ ได้ ๑,๐๐๐ บาท เขาเป็นคนจนด้วย บัตรคนพิการได้ ๘๐๐ บาท คนจนอีกได้ ๒๐๐ บาท อายุเยอะอีก ๗๐ ปี แล้วได้อีก ๗๐๐ บาท เป็นคนละ ๑,๗๐๐ บาท ต่อเดือน ๒ คนก็กลายเป็น ๓,๔๐๐ บาท ผมถามว่าอยู่ได้อย่างไรครับ ทำงานก็ไม่ได้แล้ว จะรับจ้างก็ไม่ได้แล้วเพราะว่าเป็นพิการขาลีบ อีกคนหนึ่งสายตาไม่ดีก็ได้แต่เหวี่ยงแหออกไป จากคันเขื่อนกั้นตรงนั้น เอาปลามากินบ้าง คนที่อยู่แถวนั้นเอาข้าวปลาที่เหลือมาให้บ้าง พระเอาของในสังฆทาน ของใช้มาให้ใช้บ้าง มันไม่พอครับ ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าจะมีคนอย่างนี้ อยู่ในทุกจังหวัดในทุกชุมชน ผมเชื่อว่า ส.ส. ในสภานี้ก็เจอเรื่องราวที่คล้ายผมมาเยอะ มันทำ ให้ผมรู้สึกว่าผมโชคดีแค่ไหนที่ตอนนี้ผมยังมีพ่อแม่ผมที่มีท่านหนึ่งเป็นข้าราชการเกษียณ ได้บำนาญอยู่ แล้วผมได้มีโอกาสที่จะมาทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ โดยยังไม่ต้อง ห่วงท่านในเวลานี้ว่าท่านจะไม่มีเงินในการดูแลตัวเอง ท่านประธานครับปัญหาของสังคม ผู้สูงอายุนี้มันเป็นสิ่งที่เข้ามาแล้วชัดเจน ผมก็อยากจะถามว่ารัฐบาลมีแผนการในการจัดการ ในเรื่องของมาตรการในการดูแลบุคคลที่ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการของรัฐได้ด้วยตัวเอง อย่างไรบ้าง เพราะอย่างที่เรียนไปครับ มีหลายคนเป็นผู้ป่วยติดเตียง เป็นคนพิการหรือเป็น คนที่อยู่ห่างไกลซึ่งโดยมากสวัสดิการก็ต้องไปร้องขอต่อเจ้าหน้าที่ ข้าราชการต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครว่าแย่แล้ว ผมจินตนาการไม่ออกเลยครับว่าจังหวัดอย่างแม่ฮ่องสอนนี้ ถ้าเขาอยู่บนดอยเขาต้องไปขอสวัสดิการมันต้องเป็นอย่างไรนะครับ ทั้งนี้อยากให้ท่านตอบว่า ระยะเวลาของมาตรการนี้ทั้งระยะสั้น ระยะยาวของรัฐบาลเป็นอย่างไรบ้างครับ ขอถามเป็น คำถามแรกครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบคำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ในคำถามของท่านที่ถามว่ามาตรการสวัสดิการที่จะเข้าถึงของประชาชนในระยะสั้น ระยะยาวมีอะไรบ้าง อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็ได้พูดมาแล้วนะครับว่าผู้สูงอายุนั้น มี ๑๖ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ก็อยากจะกราบเรียนว่าผู้สูงอายุนั้น ปี ๒๕๖๕ มี ๑๒ ล้านคน แล้วก็มีที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้ และมีศักยภาพทำงานได้อยู่ก็ ๗,๑๐๐,๐๐๐ คน มีผู้สูงอายุที่ติดบ้าน ๑๙๐,๐๐๐ คน แล้วก็ติดเตียง ๔๔,๐๐๐ คน ขณะนี้ เราก็มีอาสาสมัครพัฒนาสังคม อาสาสมัครสาธารณสุขดูแลผู้ที่ติดเตียงติดบ้านอยู่นะครับ อาสาสมัคร ๑ คนก็จะดูแลได้ประมาณ ๑๕ หลังคาเรือน หรือ ๑๐ หลังคาเรือนแล้วแต่ สถานภาพ ดังนั้นอาสาสมัครที่ดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะก็ดูแลได้ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ คน ที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ซึ่งตัวเลขก็คือ ๑๙๐,๐๐๐ บวก ๔๔,๐๐๐ ก็ประมาณ ๒๔๐,๐๐๐ ไม่เกินนะครับ การดูแลระยะสั้นอยากจะกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าในปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๕ ที่รัฐบาลนี้ได้ดูแลก็ในช่วงระยะสั้นก็ดูแลเรื่องเงินสงเคราะห์ของผู้สูงอายุ เงินซ่อมแซมบ้าน เงินค่าจัดการศพ แล้วก็เงินกู้ยืมเงินกองทุนประกอบอาชีพ แล้วก็เงินพิเศษ ช่วยเหลือช่วงโควิด (COVID) นี่คือมาตรการในระยะสั้นที่เราได้ดูแลอยู่ ส่วนบ้านพักที่ท่าน จะถามต่อไปก็มีอยู่ทั้งหมดทั่วประเทศอีกเช่นกัน แต่จะกราบเรียนว่าในกรณีสวัสดิการ ผู้สูงอายุที่ท่านได้กล่าวมารัฐบาลได้เห็นปัญหาเช่นเดียวกัน และสวัสดิการที่ดูแลผู้สูงอายุ ในปัจจุบันระบบที่มีอยู่นั้นไม่ได้ดูแลร้อยเปอร์เซ็นต์ ดูแลเพียงบางส่วนเท่านั้น ฉะนั้นสิ่งที่เรา พยายามจะทำคือคนที่มีรายได้น้อย คนที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ติดเตียง อาสาสมัครนั้น ได้จัดเวรกันระหว่างอาสาสมัครสาธารณสุข คือ อสม. แล้วก็ อพม. พัฒนาสังคมนั้นก็จะจัด เวรกันว่าเราจะสามารถไปดูแลผู้สูงอายุที่ติดบ้านติดเตียงได้อย่างไร สลับเวรครับ สรุปแล้ว ทุกวันจะมีอาสาสมัครนั้นไปเยี่ยมบ้านคนที่ติดเตียง กรณีก็คือทำความสะอาดร่างกายทั้งหมด เพราะว่าพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เช้ากับเย็นก็คือสลับกันไปทุกคนก็จะมี แล้วส่วนอาหารที่มีก็คือต้องอาศัยเพื่อนบ้านช่วยดูแลช่วงกลางวัน แต่เช้ากับเย็นนั้นก็มี อาสาสมัครไป แล้วก็จะมีของเหล่ากาชาด งานของอำเภอในต่างจังหวัดที่จะเข้าไปดูแล ส่วนของกรุงเทพมหานครก็จะมีภาคเอกชน องค์กรภาคประชาชนนั้นเข้าไปสนับสนุนเพิ่มเติม ด้วย ดังนั้นอยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่มีอยู่นั้นรัฐบาลนั้นไม่ได้ทอดทิ้ง ได้ดูแลเป็นอย่างดี อย่างที่กราบเรียนว่าเงินสงเคราะห์ เงินซ่อมแซมบ้าน ค่าจัดการศพ กู้ยืมเงินกองทุนประกอบ อาชีพ ก็อยากจะกราบเรียนให้ทราบอย่างนี้ว่ากรณีที่ผู้สูงอายุที่จังหวัดกำแพงเพชร ผมยกตัวอย่างให้ท่านฟังว่าได้รับการซ่อมแซมบ้านโดยประชาคมจากในหมู่บ้านว่า บ้านผู้สูงอายุนี้ลำบากที่สุด รัฐบาลก็ได้ไปแก้ไขปัญหาให้บ้านหลังนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี ก็เดินทางไปด้วยตนเอง ปรากฏว่าเมื่อไปแล้วท่านนายกก็สังเกตว่าผู้ที่มารับมอบบ้านที่ซ่อม แล้วเป็นเด็กอายุ ๑๒ ปี ท่านก็ถามว่าคุณแม่ไปไหน ก็ปรากฏว่าคุณแม่เป็นผู้สูงอายุแล้วก็ ติดเตียงอยู่ที่บ้านไม่สามารถมารับมอบบ้านได้ก็จึงมอบให้เด็กมาแทน ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ มอบว่าแล้ว พมจ. คือพัฒนาสังคมจังหวัดไปดูแลได้ไหม ผลก็คือว่าเมื่อเราไปดูแลบ้านนั้น แล้วก็ปรากฏพบว่าเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวแล้วก็ป่วยยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นคนพิการ ยังไม่ได้รับ เงินช่วยเหลือ แต่ในขณะเดียวกันเพื่อนบ้านก็ดูแลอยู่ ที่ผ่านมาลูกคนโตไปทำงานต่างจังหวัด ก็ตกงาน ลูกคนรองเพิ่งจบ ม.๖ ก็ยังไม่มีงานทำ ลูกคนเล็กที่มารับบ้านนั้นอายุ ๑๒ ปีก็กำลัง จะหลุดจากระบบการศึกษาเพราะไม่มีเงินไปเรียนหนังสือ รัฐบาลก็ได้ให้ไปดูแลตรงนี้ว่าลูกคนโต กรมจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงานก็ไปดูว่าในจังหวัดที่ลูกคนโตไปทำงานนั้นมีทักษะงาน ที่จะหางานทำได้ไหม ซึ่งในที่สุดภายใน ๗ วันเขาก็หางานให้ลูกคนโตทำได้ ส่วนลูกคนรอง ผู้หญิง ซึ่งดูแลน้อง ดูแลแม่อยู่ที่บ้านนั้นก็หางานให้ทำฝึกงานได้ ส่วนลูกเล็กนั้นก็ได้ เงินกองทุนความเสมอภาคทางการศึกษาเข้าไปสนับสนุน แล้วก็กระทรวงสาธารณสุข สกระทรวง พม. ก็ได้ไปจับขึ้นทะเบียนแม่เลี้ยงเดี่ยวซึ่งเป็นพิการติดเตียงนั้นให้ได้รับเงิน วั ส ดิ กำ ร ส นั บ ส นุ น แ ล้ ว ก็ มีอาสาสมัครนั้นได้ไปดูแลทุกวันอย่างที่กราบเรียนมา จึงกราบเรียนท่านมาเบื้องต้นว่า เมื่อท่านถามว่าระยะสั้นนั้นได้ทำอะไรไปบ้างก็กราบเรียนด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ถามครั้งที่ ๒ เชิญครับ สผ ๑๖/๒๕๖๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ศิริวรรณ ๔๕/๑🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ จริง ๆ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีจุตินะครับ ที่ได้ตอบมาในคำถามแรกแล้วก็ได้อธิบายว่าเรามีสิทธิอะไรบ้างสำหรับเป็นผู้สูงอายุนะครับ รวมถึงสิ่งอะไรที่มันมีถ้วนหน้าครับ แบ่งเป็น ๒ อย่างถ้วนหน้า กับอีกอย่างหนึ่งก็คือเป็นกรณี พิเศษ อย่างเช่น การที่ท่านบอกว่าไปซ่อมบ้านที่จังหวัดกำแพงเพชรใช่ไหมครับ ซึ่งผมคิดว่า ความรู้สึกผมคือเป็นสิ่งที่น่ายินดีอย่างหนึ่งนะครับที่เห็นตรงกันจริง ๆ จริง ๆ พรรคท่าน กับพรรคผม กระทู้เมื่อสักครู่ก็เห็นคล้าย ๆ กัน คือจริง ๆ พรรคก้าวไกลกับพรรคประชาธิปัตย์ อาจจะเหมือนกัน ๙ อย่างใน ๑๐ อย่างครับ ไม่เหมือนกันอย่างเดียวอย่างที่ ๑๐ อะไรอย่างนี้ คือเรามีความคิดที่ตรงกันนะครับว่าเรื่องของท่านที่ท่านจะเจอกับเรื่องของผมที่ไปเจอมี ความเหมือนกันมากใช่ไหมว่ามันจะมี ๑ คนเสมอครับที่แบกครอบครัวอยู่ แล้วเราก็จะมี สทอรี (Story) เหมือนกันว่าเราจะช่วยเหลืออย่างโน้นอย่างนี้นะครับ คือผมคิดอย่างนี้ครับ ก่อนผมจะถาม ผมขออภิปรายเพื่อให้มันชัดเจนมากขึ้น ผมคิดว่าการที่เราไปช่วยเหลืออย่างนี้ มันอาจจะเป็นรูปแบบที่มันล้าสมัยไปแล้ว เพราะว่าปริมาณของคนที่เป็นผู้สูงอายุอย่างที่ ท่านบอกครับ เกือบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว เป็น ๑๘ เปอร์เซ็นต์แล้วนะครับ มันไม่เพียงพอ วิธีการปะผุอย่างนี้อีกต่อไปแล้วนะครับ พรรคก้าวไกลเราก็มีนโยบายครับ เรียกว่าเก้าอี้ ๔ ขา อย่างที่ท่านพูดหรือสิ่งที่ประเทศไทยเราทำอยู่เป็นเพียงแค่ขาเดียวเท่านั้นครับ พวกเบี้ย คนชรา เบี้ยผู้ป่วยติดเตียง เป็น ๑ ขาเท่านั้น เรายังมี ๓ ขาที่ต้องทำครับ เพื่อให้ผู้สูงอายุของ เราที่ทำงานมาทั้งชีวิตมีความมั่นคงในชีวิตและนั่งสบายไปจนในระยะเวลาที่เหลือของชีวิต เขานะครับ🔗
เก้าอี้ขาที่ ๒ ที่ผมอยากเสนอคือแคร์อีโคโนมี (Care Economy) ครับ เราต้องมองวิกฤติเป็นโอกาส ในการที่เราจะสร้างบุคลากรที่จะมาดูแลผู้สูงอายุเราต้องสร้าง อุตสาหกรรมทางการแพทย์ที่เราจะมาผลิตนะครับ สิ่งอำนวยความสะดวก เทคโนโลยีต่าง ๆ ให้กับผู้สูงอายุ อันนี้นอกจากจะดูแลคนในประเทศเราได้แล้ว ผู้สูงอายุของเราได้แล้ว ยังเป็น สินค้าส่งออก ยังเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและอาจจะดึงดูดผู้สูงอายุต่างชาติเข้ามารีไทร์ (Retry) หรือว่าเกษียณในประเทศไทยได้อีก🔗
และขาที่ ๓ ที่เราควรจะทำก็คือการกระจายไปให้ท้องถิ่นครับ ธรรมชาติครับ คุณยายผม คุณตาผมจำได้ แต่ท่านได้เสียไปแล้วนะครับ ขออนุญาต คือทุกคนจะเป็นเหมือน ผมครับว่าแกอยากกลับบ้าน อยากอยู่บ้านที่แกอยู่ ตายายผมเป็นคนอุบลราชธานีครับ แกก็บอกว่าป่วยอยู่กรุงเทพมหานคร พาแกกลับอุบลราชธานีเถอะ ในวาระสุดท้าย เราต้อง กระจายให้ท้องถิ่นครับ ขาที่ ๓ เราต้องกระจายให้ท้องถิ่นไปทำศูนย์ชราบาลต่าง ๆ นะครับ เราจะใช้ทรัพยากรตรงนี้ กำลังคน กำลังงบประมาณของเราที่มีจำกัดได้มีประสิทธิภาพ โดยตอบโจทย์ผู้สูงอายุว่าเขาได้อยู่ในชุมชนของเขาและลูกหลานของเขาก็ได้อยู่ใกล้โดยมีคน ดูแล แล้วลูกหลานของเขาก็ไม่ต้องเป็นห่วงอะไร ได้ไปทำงานอย่างเต็มที่🔗
ขาที่ ๔ ของเก้าอี้นี้ครับ ที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาของสังคมผู้สูงอายุคือ ยูนิเวอร์ซัลดีไซน์ (Universal Design) ครับ หรือการออกแบบสำหรับทุกคน รัฐต้องส่งเสริม ตรงนี้ครับ อย่าคิดว่าคนชราทุกคนเขาจะอยู่บ้าน บางทีเขาก็ต้องไปทำธุระโน้นนี่นั่นปะปัง รถเมล์เอย ก็ควรจะให้รถเข็นขึ้นได้ เริ่มจากสถานที่ราชการก่อนครับ ผมไม่แน่ใจนะครับ ไม่เคยไปกระทรวง พม. คนนั่งรถเข็นไปได้ทุกที่ในกระทรวงหรือยัง หรือว่าผมก็พูดจริง ๆ นะครับ ในสภาเราก็ไม่ได้ดีไซน์ (Design) ทางเดินอะไรให้กับเป็นยูนิเวอร์ซัลดีไซน์ (Universal Design) ให้คนที่ใช้รถเข็นได้ใช้อย่างสะดวก ผมเห็นสมาชิกหลายท่าน อย่างท่านวรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส. พรรคผมท้องแก่ แกต้องนั่งหลังสุดเลยนะ เพราะแกใช้รถเข็น อย่างนี้ครับ ถ้ามาตรการของรัฐได้ช่วยตรงนี้ก่อนนะครับ ในการใช้มาตรการเก้าอี้ ๔ ขา ผมเชื่อว่าเรา แก้ปัญหานี้ในอนาคตได้แน่นอนนะครับ🔗
ซึ่งอีกปัญหาหนึ่งที่ผมได้ลงพื้นที่มาแล้วก็ฟังมานะครับท่านประธาน ก็คือเรื่อง ของการขาดแคลนศูนย์ชราบาลหรือบ้านพักคนชรา ต้องบอกอย่างนี้ก่อนครับท่านประธาน ว่าเราต้องเปลี่ยนความคิดว่าการที่ให้พ่อแม่เราไปอยู่บ้านพักคนชรามันไม่ใช่สิ่งที่อกตัญญู อะไร แต่จริง ๆ แล้วการไปอยู่บ้านพักคนชราเขาจะได้รับการดูแลที่ดีกว่าด้วยซ้ำ แต่สำคัญ ตรงนี้ครับว่ามาตรฐานตรงนี้ทางรัฐบาลได้ดูแลดีพอหรือเปล่า บ้านพักคนชราอย่างชื่อดัง ในเขต ส.ส. เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคก้าวไกล บ้านพักคนชราบางแค ท่านทราบไหม ครับว่าต่อคิวเข้ายากมากนะครับ คือผมได้ข่าวนะว่าต้องมีการฝากนึกว่าฝากลูกเข้าโรงเรียน ดังคือประเทศไทยมันจะใช้ระบบนี้กันจริง ๆ หรือเปล่าครับจะเข้าโรงเรียนมัธยมหรือประถม ก็ต้องฝากลูก จะฝากพ่อแม่เข้าบ้านพักคนชราก็ต้องฝากจ่ายเงินใต้โต๊ะแป๊ะเจี๊ยะอะไรกัน ก็ว่าไปจะเอาอย่างนี้กันจริง ๆ หรือครับ ก็เลยอยากจะถามครับว่ารัฐบาลมีมาตรการรองรับ ในการเตรียมตัวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยในเรื่องเกี่ยวกับบ้านพักผู้สูงอายุบ้านพักคนชรา ในอนาคตมีมากน้อยเพียงใดนะครับ และครอบคลุมทุกพื้นที่หรือเปล่า และมีโครงการว่าจะ สร้างให้เท่ากับจำนวนผู้สูงอายุตอนนี้หรือไม่ หรือเป็นสัดส่วนเท่าไรครับก็ฝากท่านประธาน ถามเพื่อเป็นประโยชน์ของทั้งคนในเจน (Gen) ผมเองที่ดูแลพ่อแม่นะครับ แล้วก็อาจจะมีลูก แล้วลำบากอย่างไรผมก็ต้องให้กำลังใจทุกท่านที่ต่อสู้ในรุ่นเดียวกับผมมันไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ มันเป็นเรื่องยากเสมอแล้วก็ให้กำลังใจทุกคนรวมถึงส่งกำลังใจไปยังผู้สูงอายุทุกท่านด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ก็ขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่าน ส.ส. เท่าพิภพ เรียนตรง ๆ ว่าคิดเหมือนกันเลยนะครับวิธีการอาจจะแตกต่างกันไปบ้าง🔗
ประการแรก ที่ดูแลผู้สูงอายุในระยะยาวขณะนี้ก็คือกระทรวง พม. ได้ใช้ ระยะเวลาประมาณ ๑ ปีช่วงโควิด (COVID) นี่นะครับ ได้เชิญมหาวิทยาลัยทุกแห่งที่มี การวิจัยเรื่องผู้สูงอายุและสวัสดิการ แล้วก็ได้เชิญโรงพยาบาลทั้งหลาย กระทรวงสาธารณสุข และผู้เกี่ยวข้อง องค์กรภาคประชาชนมาร่างกฎหมาย พ.ร.บ. ผู้สูงอายุแห่งชาติ ซึ่งใน พ.ร.บ. นี้ จะครอบคลุม ๔ มิติครับ มิติเศรษฐกิจ มิติสภาพแวดล้อม มิติสุขภาพ มิติสังคม แล้วก็ เทคโนโลยีนวัตกรรม ฉะนั้นกฎหมายนี้จะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีแล้วก็หวังว่าจะส่งให้กับสภา พิจารณาก่อนที่สภาชุดนี้จะหมดไปนะครับ หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากพรรคก้าวไกล และพรรคประชาธิปัตย์ด้วยดีนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องสมุดพกครัวเรือน ขณะนี้นี่ก็เรียนท่านตรง ๆ ว่าในช่วง โควิด (COVID) ปีที่แล้วหลังจากที่ข้าราชการทุกคนจากปลัดกระทรวงจนถึงข้าราชการ ชั้นเอกได้ลงไปพื้นที่จัดทีม ๆ ละ ๖ คนไปทั่วประเทศก็ได้พบว่าสมุดพกครัวเรือนที่เราคิดกัน ขึ้นมานี้จะเป็นประโยชน์ เพราะว่าจะทำบันทึกของครอบครัวยากจนซึ่งมีทั้งถึงผู้ดูแล ผู้สูงอายุ แล้วก็คนพิการด้วย มี ๑.๔ ล้านครัวเรือน และสมุดพกนี้จะทำเพื่อที่ว่าบันทึกว่า ความคืบหน้าของปัญหาของครอบครัวนั้นคืออะไร ใครต้องเป็นคนแก้และทำงานแบบ บูรณาการกัน ๒๐ กระทรวง ตรงนี้นี่ถึงแม้ข้าราชการจะย้ายไปแล้วเกษียณไปแล้วคนที่มา ใหม่ติดตามต่อยอดได้ทันทีโดยไม่ต้องไปศึกษา ฉะนั้นการแก้ปัญหานี้ก็จะบอกจากที่ต้อง พึ่งพามาสู่พอเพียงแล้วก็สู่ยั่งยืนนะครับ ฉะนั้นสมุดพกครัวเรือนจะเป็นเครื่องมือของ กระทรวง พม. และรัฐบาลในการที่ดูแลผู้สูงอายุผู้เปราะบางทั้งหลายให้ได้รับการช่วยเหลือ ให้เพียงพอนะครับ🔗
นอกจากนั้นแล้วท่านก็ถามว่าเลิกทำงานแบบโบราณ อยากให้ถ้วนหน้า ท่านพูดถึงเก้าอี้ ๔ ขา พวกผมก็คิดมาเก้าอี้ ๔ ขา แต่อาจจะไม่ได้ใช้ชื่อเหมือนกันนะครับ แต่อยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่ทำเรื่องบ้านบางแคก็เป็นบ้านแรกที่ผมเข้าไปดูวันที่เข้ามารับ ตำแหน่งนะครับก็ได้เห็นปัญหา แล้วก็กราบเรียนว่าวันนี้ว่าจะไปดูว่าศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต ของผู้สูงอายุทั่วประเทศขณะนี้มี ๑,๙๓๖ ตำบล จากประมาณ ๘,๐๐๐ ตำบล เพียงแค่ ๑ ใน ๔ แต่ศูนย์นี้ต้องใช้เงินงบประมาณของรัฐบาลช่วยเหลือแล้วก็ไปอยู่ตรงนั้นปั๊บท้องถิ่น อบต. จะเป็นคนเข้าไปดูแลบริหารพร้อมกับอาสาสมัครพัฒนาสังคมและอาสาสมัคร สาธารณสุขดูแลผู้สูงอายุตรงนี้นะครับ ฉะนั้นตรงนี้ขณะนี้เราก็บอกว่าในเมื่อเราไม่มีงบประมาณไปเปิดศูนย์เพิ่มเติมขณะนี้เราได้ใช้ วัดใช้บ้านคนที่พร้อมจะให้ใช้เป็นศูนย์ประสานงานทำทั่วประเทศขณะนี้ก็เปิดไปประมาณ ๗,๐๐๐ แห่ง แล้วก็ทยอยอบรมซอฟต์แวร์ (Software) คือคนที่จะไปทำงานระบบไปทำงาน เพื่อดูแลผู้สูงอายุนั่นให้ได้ครบนะครับ ใน กทม. ก็กราบเรียนท่านได้เลยว่า กทม. วันนี้ มีภาคเอกชนภาครัฐทั้งหมด ๒๓๙ แห่ง ใน ๕๐ เขต และเอกชนก็ดูแลผู้สูงอายุ ๓๗๔ แห่ง เพราะฉะนั้นขณะนี้ทั่วประเทศก็คือ ๖๑๓ แห่งที่บริการดูแลผู้สูงอายุอยู่ มีทั้งราคาถูก ราคากลาง แล้วก็ราคาแพง ฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่าเราก็ได้คิดแบบท่านว่าเราได้ฝึกอาสาสมัคร ที่ดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นหมื่นกว่าคนในช่วง ๓ ปี แล้วก็อาสาสมัครของกระทรวง พม. นี้ก็ คนพิการกับคนสูงอายุแยกการอบรมแต่ว่ากลุ่มเดียวกัน เพราะคนสูงอายุ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ จะเป็นคนพิการติดเตียง ฉะนั้นเรากะว่าวันนี้เรามีอาสาสมัครทั่วประเทศแล้ว ๓๐๐,๐๐๐ คน จากที่ผมเข้ามามันมีแค่ ๔๐,๐๐๐ คน วันนี้มี ๓๐๐,๐๐๐ คน แล้วใน ๓๐๐,๐๐๐ คนนี้ จะช่วยดูแลผู้สูงอายุและคนพิการได้ทั่วประเทศ ถ้าเอา ๑:๑๕ มาคูณนะครับ เราจะสามารถ ดูแลได้ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ คนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อย่างที่กราบเรียนไปแล้ว นอกจากนั้นแล้ว กราบเรียนว่าวันนี้ก็เร่งให้ภาคเอกชนนั้นลงทุนเพราะว่าภาครัฐนั้นไม่มีงบ ก็มีการจัดเรื่อง ลำดับการบริการคุณภาพหลายมิติ ๑๐ กว่ามิติ และใน ๑๐ กว่ามิตินี้จะให้ดาว ๑ ดาว ๒ ดาว ๓ ดาว ๔ ดาว ๕ ดาว เพื่อที่ผู้บริโภคลูกหลานจะดูว่าความเหมาะสมของพวก เหล่านี้เป็นอย่างไร วันนี้การเคหะแห่งชาติก็ได้เข้ามาช่วยที่ช่วยเหลือไปสร้างบ้านให้ผู้ดูแล ผู้สูงอายุนี้แล้วก็จะทำงานกับกระทรวงสาธารณสุขมาดูแลเรื่องผู้สูงอายุอีกด้วย ฉะนั้น โครงการที่ทำไว้ก็เตรียมไว้ถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคเหนือ นี่ก็เริ่มทำแล้วนะครับ ก็กราบเรียนท่านว่าวันนี้กระทรวง พม. เองมีบ้านพักผู้สูงอายุมี ๑๒ แห่ง ซึ่งจริง ๆ มันไม่พอที่จะดูแลทั้งหมด ก็อยากจะกราบเรียนท่านว่าวันนี้ก็ได้ทำงานกับ กศน. คือกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการนั้นได้ดูแลผู้สูงอายุเพิ่มเติมอีก ๗ ล้านคน ในส่วนของ กศน. ทุกตำบล กศน. นั้นจะอบรมให้ความรู้ ๗๐ ชั่วโมง ๗๐ ชั่วโมงเพื่อให้เขา สามารถดูแลพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย เขาได้นะครับ แล้วก็มีการลงพื้นที่ร่วมกับ อสม. อพม. ทุกสัปดาห์ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด นอกจากนั้นแล้วผมเห็นด้วยกับท่านที่บอกว่าเราต้องทำ แคร์อีโคโนมี (Care Economy) ซึ่งรัฐบาลก็ได้ดำเนินการมาแล้วประมาณ ๒ ปี วันนี้เราจะมี แคร์อีโคโนมี (Care Economy) เรื่องของผู้ดูแลผู้สูงอายุซึ่งฝึกภาษาญี่ปุ่นกับฝึกภาษาอังกฤษ แล้วก็ฝึกเทคโนโลยี คนกลุ่มหนึ่งก็จะทำให้ไฮเอนด์ (High End) ที่คนมีสตางค์ไปอยู่ได้ แล้วคน ต่างประเทศก็สามารถมาใช้ที่นี่ได้ นอกจากนั้นแล้วเราก็ทำเรื่องของระบบพี่เลี้ยง พี่เลี้ยงนี้ ดูแลผู้สูงอายุ แล้วก็เด็กเล็ก นี่คือแคร์อีโคโนมี (Care Economy) ที่กระทรวง พม. ได้ทำอยู่ ประมาณ ๒ ปี ก็กราบเรียนให้ทราบว่าได้เดินคืบหน้าไปมากพอสมควร ก็ขอขอบพระคุณ ที่ท่านให้ความสนใจแล้วก็คำแนะนำ ก็ขอบคุณมากแล้วก็ดีใจว่าเราคิดเหมือนกัน แล้วก็ ทำเหมือนกันนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการถามกระทู้ถาม เรื่อง มาตรการในการรับมือสังคมผู้สูงอายุ ของท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ถาม ท่านรัฐมนตรีและมอบหมายท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้มาตอบกระทู้ถามแทน ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ ที่กรุณาให้เกียรติกับสภาเรา ต่อไป🔗
๑.๒.๔ กระทู้ถาม ที่ ๔๙๖ เรื่อง ขอให้เร่งรัดติดตามการจับกุมและดำเนินคดี กับผู้กระทำความผิดคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา (นายธีรัจชัย พันธุมาศ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบ🔗
ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ขณะนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านวิษณุ เครืองาม ก็เดินทางมาถึงห้องประชุมแล้วนะครับ ขอเชิญท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ถามเลย เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาต ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอให้เร่งรัดการติดตามจับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่มีการได้ขับรถเฟอร์รารี (Ferrari) พุ่งชนดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ถึงแก่ความตายโดยไม่หยุดรถทันทีหลังจากชนผู้ตาย เรื่องนี้เป็นที่สนใจของประชาชนเนื่องจากว่าผู้ขับรถชนนั้นเป็นคนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและ สังคมระดับสูง และต่อมามีการสั่งฟ้อง ตำรวจสั่งฟ้องไปยังอัยการ และมีการร้องเรียนถึง ๑๓ ครั้ง มีการเปลี่ยนความเร็วจากเดิมเป็น ๑๗๗ กิโลเมตรต่อชั่วโมงในการขับรถเร็ว มาเป็น ๗๙.๒๓ กิโลเมตรต่อชั่วโมง การร้องเรียนขอความเป็นธรรม ๑๓ ครั้ง กับผู้ต้องหาก่อน ครั้งที่ ๑๔ กระบวนการของสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ตั้งคณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ เข้ามาโดยเปลี่ยนแปลงความเร็วจาก ๑๗๗ กิโลเมตร ต่อชั่วโมง เป็น ๗๙.๒๓ กิโลเมตรต่อชั่วโมง สืบเนื่องกันมาและก็มีการทำสำนวนการสอบสวน ขึ้นมาในการศึกษาข้อเท็จจริงว่าดาบวิเชียรนั้นเป็นผู้ประมาทเอง มีการส่งเรื่องให้อัยการ ครั้งที่ ๑๔ มีการเปลี่ยนตัวของตำรวจและรองอัยการสูงสุด โดยให้รองอัยการสูงสุดคนใหม่ และตำรวจซึ่งจะคัดแย้งย้ายออกไป เอาตำรวจคนใหม่เข้ามา หลังจากนั้นมีการสั่งไม่ฟ้องคดี เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สะเทือนใจของบุคคลทั้งประเทศว่าคนที่มีฐานะร่ำรวย มีเศรษฐกิจระดับสูง จะต้องไม่ผิดเลยหรือ คนที่ยากจนอยากไร้ประชาชนทำทุกเรื่องผิด บางทีผิดมากกว่าที่กระทำอีก บางที่จุดนิดเดียวข้อหาก็มี แต่คนทำผิดเรื่องแค่นี้ไม่สามารถเอาตัวมาดำเนินคดีได้ เรื่องนี้มี การย้ายนายตำรวจที่คุม ตำรวจระหว่างประเทศออกเพราะตำรวจนั้นไปออกหมาย แดงที่จะให้จับกลุ่มทั่วประเทศ และตอนหลังก็เปลี่ยนเป็นหมายที่เฉพาะข้าราชการดูได้ เรื่องนี้ต่อมาเมื่อมีการคัดค้านมากทางนายกรัฐมนตรีได้ตั้งนายวิชา มหาคุณ เป็นคณะทำงาน ของนายกรัฐมนตรีให้ศึกษา เขาใช้เวลา ๓๐ วัน คณะนี้ติดตามมาสรุปไว้ว่ามีการร่วมมือกัน อย่างเป็นระบบของเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ทนายความ พยาน และบุคคลทั่วไปในการเข้าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการดำเนินคดีมาจนถึงปัจจุบันโดยใช้ช่องโหว่ ทางกฎหมาย ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ใช้อิทธิพลบังคับและสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาให้รอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และมีข้อเสนอ ให้ดำเนินคดีอาญาและลงโทษทางวินัยคน ๘ กลุ่ม คือ ๑. พนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้อง กับสำนวน ๒. พนักงานอัยการที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ๓. ผู้บังคับบัญชาที่แทรกแซง การปฏิบัติหน้าที่ ๔. สมาชิก สนช. ซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ ๕. ผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองที่แทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ ๖. ทนายความซึ่งกระทำผิดกฎหมาย ๗. พยาน ซึ่งให้การเป็นเท็จ ๘. ตัวผู้ใช้ผู้สนับสนุนและการกระทำผิดดังกล่าว เมื่อปี ๒๕๖๔ ผมได้ อภิปรายทั่วไปไม่ไว้วางใจเรื่องนี้วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ได้ถามโดยละเอียดแต่ไม่มีอะไร คืบหน้า ต่อมาวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ตัวกระผมก็ได้ถามกระทู้เรื่องนี้ติดตามผล ดำเนินการเรื่องการจะนำคนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด นายวรยุทธ อยู่วิทยา และการติดตาม ตัวต่อท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ส่งท่านรองนายกรัฐมนตรี วิษณุ เครืองาม ขออนุญาตเอ่ยนามเข้ามาชี้แจง แต่ไม่ได้ชี้แจงอะไรที่เป็นมรรคเป็นผลในการติดตามตัว ในการดำเนินคดีผู้กระทำผิดอะไรเลย ซึ่งสร้างความรู้สึกไม่สบายใจและไม่พอใจกับประชาชน เป็นอย่างมากที่ฟังการตอบกระทู้ในวันนั้น เรื่องนี้เป็นปัญหาของความเหลื่อมล้ำทางสังคม และกระบวนการยุติธรรมที่ไม่สามารถลงโทษผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจระดับสูงของประเทศได้ รวมถึงคนเกี่ยวข้องที่ช่วยเหลือได้เลย ไม่สามารถตามตัวได้เลย มันเป็นกลไกอะไรของ ประเทศหรือครับ ทำไมคนรวยถึงไม่สามารถดำเนินการติดตาม ตัวผมเองได้มีการชี้แนะ ถึงเรื่องการจับตามตัวนะครับ ให้ออกหมายแดงให้ตรวจสอบระบบการติดตามตัวทางม่านตา ให้ดูการสแกน (Scan) นิ้วมือ แทนที่จะใช้ระบบของหนังสือเดินทางเฉย ๆ ซึ่งตอนที่ผมอภิปรายครั้งนั้นไปก็คือให้ส่ง เขาส่ง เป็นหนังสือที่หมดอายุไปแล้วไปให้ ไม่ใช่หมดอายุครับ ยกเลิกไปแล้วไปให้ ก็ตามไม่ได้อยู่ดี เป็นการเจตนาหรือไม่ ทั้งที่รู้ว่านายวรยุทธ อยู่วิทยา นั้นได้วีซ่า (Visa) ๒๘ ประเทศเชงเกน (Schengen) ในยุโรป ก็ไม่มีการติดตามอะไร มีแค่การส่งหนังสือไปยังสถานทูตต่าง ๆ เขาก็ ไม่สามารถติดตามอะไรได้ ก็ส่งเป็นแค่หนังสือทางพิธีกรรม ไม่มีเจตนาที่จะตั้งใจตามให้ได้ ในส่วนของการดำเนินคดีใน ๘ กลุ่มที่ผมกราบเรียนล่าสุดคดีเกี่ยวกับโคเคนหมดอายุความ โดยกฎหมาย ล่าสุดทางสำนักงานอัยการสูงสุดก็ลงโทษไล่ออกนายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด แต่เป็นการไล่ออกแบบสมประโยชน์ คือไล่ออกตรงกับวันที่ขอลาออก แทบไม่เกิดผลอะไรเลยในทางกฎหมาย ในทางที่ทำให้เสียหายอะไรเลย นี่คือกระบวนการ ยุติธรรมที่นายกรัฐมนตรีตั้งคณะทำงานมา แต่ไม่ได้ทำตามที่ตัวเองประสงค์ ทั้งที่มีการชี้ จากคณะของนายวิชา มหาคุณ ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการตั้งและมีข่าวออกมา เสมอว่าอาจจะมีทำเป็นเรื่องของวินัยไม่ร้ายแรงเหมือนกับการที่มีการสอบสวนมา ๒ ครั้ง แล้วจะทำอย่างนั้น เมื่อมีข่าวผมก็แถลงข่าวพูดไปเสมอก็มีการกลับไปตอนนี้ยังมืดบอดว่าจะ ไม่สามารถดำเนินคดีกับใครได้ นายตำรวจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเยอะแยะ เช่น ตำรวจพิสูจน์ หลักฐานระดับพลเอก พันเอก ที่ยังรับราชการ อดีต ผบ.ตร. ก็ยังไม่ได้ดำเนินการ อัยการ เชี่ยวชาญ อัยการกอง ๕ นั้นก็ไม่มี ทนายความก็ยังไม่ทำ พนักงานสอบสวน พันตำรวจเอก วิรดล ทับทิมดี ก็ไม่ดำเนินการ คนที่เปลี่ยนความเร็วจาก ๑๗๗ กิโลเมตร มาเป็น ๗๙.๒๓ กิโลเมตร คือ รศ.ดร. สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ก็ไม่ดำเนินการ และที่สำคัญการไม่มีการตั้ง กรรมการสอบวินัย ผบ.ตร. พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ซึ่งไม่กำกับดูแลในขณะนั้น ไม่มีการดำเนินการทั้งสิ้นเงียบหาย ไม่มีความเห็นแย้งอัยการ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ แสดงไม่เห็นแย้งอัยการที่สั่งไม่ฟ้องก็ไม่ดำเนินการ ตรงนี้เดี๋ยวเป็นคำถามที่จะให้ท่านรอง นายกรัฐมนตรีได้โปรดตอบว่าทำไมถึงเป็นอย่างนี้ นอกจากนั้นในส่วนของคณะกรรมาธิการการ กฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สนช. ยังไม่มีใครทำอะไรเลยสักคนหนึ่ง ซึ่งคนสำคัญประธานก็คือเป็นน้องของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นคู่เขย อีกคนหนึ่ง เป็นคู่เขยของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีการดำเนินการหรือ คนที่เกี่ยวข้องอย่างนี้ ท่านช่วยตอบให้ด้วย ต่อมาในส่วนของคนอื่นที่เกี่ยวข้อง นั่นก็คือ พลเอก ประวิตร และ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เกี่ยวข้อง ก็คือ พลเอก ประวิตร เป็นคนย้าย พลตำรวจตรี อภิชาติ สุริบุญญา ออกก่อนแล้วก็เปลี่ยนมาเป็นคนอื่น เพื่อจะไม่ให้ออก หมายแดงที่ติดตามตัวให้ได้ และมีการย้าย พลเอก ประยุทธ์ มีการย้าย พลเอก อภิชาติ สุริบุญญา ออกจากกรณีที่จะให้ตำรวจกองคดีที่จะเห็นแย้งเพื่อจะสั่งไม่ฟ้องคดีออกไปเวลา ที่เหมาะเจาะ ไม่เคยมีใครตั้งคดีหรือว่าดำเนินคดีกับท่าน พลเอก ประวิตร และ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา คำถามแรกก็คือท่านได้ดำเนินการอะไรคืบหน้าไปบ้างไหม ในส่วนนี้ ในการดำเนินคดีเกี่ยวกับคนที่เกี่ยวข้องก่อน เดี๋ยวผมจะถามคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มา ตอบกระทู้ถามในวันนี้ ความจริงท่านผู้ถามได้สรุปเหตุการณ์ความเป็นมาของเรื่องไว้ค่อนข้าง ชัดเจนแล้วก็มันเป็นข้อเท็จจริงเดียวกับที่รัฐบาลมีอยู่ในเวลานี้ กระทู้นี้ได้ตั้งคำถามไว้ เมื่อประมาณ ๕ เดือนที่แล้ว แต่ด้วยเหตุบางอย่างจึงได้มาตอบกันในวันนี้ ความจริงหลังจาก วันที่ท่านได้ตั้งกระทู้ถามเมื่อ ๕ เดือนก่อนนั้น มันก็มีเหตุการณ์บางอย่างได้พัฒนาคืบหน้ามา ซึ่งท่านผู้ถามก็อาจจะได้ทราบจากสื่อมวลชนหรือเรื่องสถานการณ์ภายนอกอยู่แล้ว ขออนุญาตกราบเรียนว่าสำหรับคำถามข้อที่ ๑ ที่ถามเรื่องความคืบหน้าในเรื่องนี้นั้น ขอสรุป ให้ทราบในเบื้องต้นดังนี้ครับท่านประธานว่า หลังจากที่คณะกรรมการชุดท่านอาจารย์วิชา มหาคุณ ได้ดำเนินการตรวจสอบเสร็จก็ได้ส่งเรื่องมาให้รัฐบาลตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ รัฐบาลก็ได้ มอบให้สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ท. หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตในภาครัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในฝ่ายบริหารเป็น เจ้าภาพรับไปดำเนินการประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็ได้มีการประสานไปยัง หน่วยงานที่เขามีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนี้ ๕ หน่วยงานด้วยกัน เพราะฉะนั้นถ้าจะถามถึงความ คืบหน้าก็คือความคืบหน้าที่ ๕ หน่วยงานนั้นได้ดำเนินการ🔗
หน่วยงานที่ ๑ ก็คือได้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีอำนาจสูงสุด ในการตรวจสอบเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบ สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับเรื่อง มามีรายชื่อที่จะต้องตรวจสอบทั้งหมด ๑๙ รายชื่อ ตามบันทึกการตรวจสอบของชุด ท่านอาจารย์วิชา แต่ในจำนวน ๑๙ รายชื่อนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่ามีผู้ที่ควรจะกัน เอาไว้เป็นพยาน ๒ คน แล้วก็ยังมีคนที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องในขณะนี้อีก ๒ คน จึงได้ตัดออก ไปก่อน ๔ คน เหลืออยู่ ๑๕ คนจาก ๑๙ ซึ่ง ๑๕ ชื่อนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับเรื่องไว้ ไต่สวน โดยไม่มอบให้คณะอนุกรรมการชุดใดดำเนินการแต่ใช้อำนาจคณะกรรมการ ป.ป.ช. เต็มคณะเป็นกรรมการไต่สวนด้วยกันทั้งสิ้นซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวน อาจจะมีความ คืบหน้าบางอย่างแต่ว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลไม่สามารถที่จะไปล่วงรู้หรือไปสอบถามได้ ที่จริง ก็เคยมีการสอบถามเป็นระยะ ๆ ก็ได้คำตอบว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่ นั่นเป็นกรณีของ สำนักงาน ป.ป.ช หน่วยงานที่ ๑🔗
หน่วยงานที่ ๒ ก็คือส่งเรื่องไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบพบว่า มีผู้ที่เป็นอัยการอยู่ในค่ายที่ควรจะตรวจสอบ สำนักงานอัยการสูงสุดได้ตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาตรวจสอบอยู่นานพอสมควร แล้วก็ได้มีมติเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ภายหลังวันที่ท่าน ผู้ตั้งกระทู้ได้ตั้งกระทู้ถามแล้ว แต่ข้อเท็จจริงนี้ก็เป็นที่รู้กันอยู่ในทางสื่อมวลชนแล้วว่า สำนักงานอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งลงโทษทางวินัยบุคคลหนึ่งซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองอัยการ สูงสุดแต่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ให้ออกจากราชการ ส่วนอีกคนหนึ่งสำนักงานอัยการสูงสุด อยู่ระหว่างการตั้งกรรมการตรวจสอบวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ปรากฏผลการ ตรวจสอบในส่วนนั้นและยังไม่ได้มีการสั่งลงโทษ แต่ก็อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ🔗
หน่วยงานที่ ๓ ที่ได้มีการสอบถามไปก็คือกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ ที่เรียกว่าดีเอสไอ (DSI) เรื่องนี้รัฐบาลก็ได้ส่งรายชื่อทั้งหมดไปให้ทางนั้นได้ตรวจสอบเพื่อจะ ขอให้รับเป็นคดีพิเศษและดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ ในชั้นต้นคณะอนุกรรมการ กลั่นกรองเรื่องคดีพิเศษได้เสนอมายังคณะกรรมการคดีพิเศษว่ายังไม่มีเหตุที่จะรับเรื่องนี้ ไว้เป็นคดีพิเศษ เพราะว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่นตามปกติแต่คณะกรรมการ คดีพิเศษเห็นว่าที่จริงน่าจะมีเหตุควรรับเป็นคดีพิเศษได้จึงได้ชี้ประเด็นบางประเด็นให้ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองไปตรวจสอบเพิ่มเติม แล้วรายงานกลับมายังคณะกรรมการ คดีพิเศษในการประชุมคราวต่อไปคือคราวถัดจากครั้งนั้นซึ่งขณะนี้ยังไม่ถึงวงรอบของ การประชุม ก็อีกไม่กี่วันนี้ล่ะครับก็จะถึงวงรอบแล้ว ก็จะได้มาพิจารณากันเรื่องจะรับเป็น คดีพิเศษหรือไม่🔗
หน่วยงานที่ ๔ ที่ส่งเรื่องไปก็คือสภาทนายความ เพราะเรื่องนี้มีผู้ที่เป็น ทนายความเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ ๑ ราย เป็นผู้ที่ได้ยื่นคำร้องร้องเรียนไปยังที่ต่าง ๆ ขอความ เป็นธรรมให้แก่ผู้ต้องหาในคดีนี้ซ้ำ ๆ ซาก ๆ หลายครั้ง สภาทนายความได้ตั้งคณะกรรมการ มรรยาททนายความขึ้นมาดำเนินการตรวจสอบ แต่ผู้ถูกตรวจสอบที่เป็นทนายความก็ไม่ได้ให้ ความร่วมมือได้เบี่ยงบ่ายอ้างว่าเป็นกรณีที่สถานการณ์โควิด (COVID) กำลังระบาดบ้าง ติดภารกิจบ้าง ก็ผัดผ่อนกันมาหลาย ครั้งสุดท้ายก็ได้ขอยื่นเอกสารบางอย่างซึ่งเอกสารนั้น จะต้องไปเรียกมาจากสำนักงานอัยการสูงสุด คณะกรรมการมรรยาททนายความก็ดำเนินการ ติดต่อประสานไปแล้วก็ได้สั่งไปว่าในที่สุดจะปิดสำนวนตรวจสอบภายในอีกไม่กี่วันนี้ เข้าใจว่า ภายในเดือนสิงหาคมนี้ถ้าหากท่านผู้ที่ถูกกล่าวหา คือทนายความนั้นไม่มาและไม่มาให้ ถ้อยคำใด ๆ ก็จะชี้ขาดไปฝ่ายเดียว นั่นก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง🔗
หน่วยงานที่ ๕ ส่วนสุดท้ายก็คือส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องนี้มีชื่อที่ปรากฏอยู่ในสำนวนการตรวจสอบของชุดท่านอาจารย์วิชา เป็นนายตำรวจ ตั้งแต่ยศพันตำรวจเอกลงมาอยู่หลายราย แล้วก็เป็นพันตำรวจเอกได้ส่งไปยังสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้นก็ได้ตั้งประเด็นออกเป็น ๓ เรื่อง ๑. ให้สอบในทางวินัย ๒. ให้สอบในทางอาญาและ ๓. ให้ดำเนินการแก้กฎระเบียบต่าง ๆ ตามคำแนะนำของกรรมการชุดท่านอาจารย์วิชาเพื่อทำให้การดำเนินกระบวนการในชั้น ตำรวจเป็นไปด้วยความเรียบร้อยราบรื่นไม่เกิดปัญหาเหมือนกับในเวลาที่ผ่านมาที่อาจเป็น ช่องว่างอยู่ คณะกรรมการทางฝ่ายตำรวจซึ่งมีท่านจเรตำรวจแห่งชาติเป็นประธานและ อาจจะมีกรรมการชุดอื่นอีกหลายชุดได้มีมติว่าให้ยุติเรื่องสำหรับการตรวจสอบนายตำรวจ บางรายด้วยเหตุผลบางอย่าง ซึ่งก็ชัดเจนอยู่ในสำนวนว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้เป็น การดำเนินการไปตามขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่ได้รายงานมา ขณะเดียวกันก็มีนายตำรวจยศพันตำรวจเอกบางรายที่ยังต้องตรวจสอบพยานหลักฐานต่าง ๆ เพิ่มเติมจึงยังไม่สามารถจะยุติได้ในขณะนี้ ส่วนนายตำรวจชั้นพันตำรวจเอกโดยเฉพาะท่านที่ ท่านผู้ตั้งกระทู้ถามได้เอ่ยชื่อไปนั้น มันมีข้อหาบางข้อหาที่คณะกรรมการได้ตรวจสอบและ เห็นว่าไม่น่าจะเป็นความผิดให้ยุติไปได้บางข้อหา แต่บ้างข้อหานั้นน่าจะมีมูลที่จะต้อง ตรวจสอบต่อไปให้ได้ความชัดเจนแล้วก็จะได้พิจารณาว่าจะลงโทษทางวินัยหรือไม่ประการใด ต่อไป ทั้งหมดนี้คือความคืบหน้าที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่ ๑ มีนาคมอันเป็นวันที่ท่านได้ตั้งกระทู้ ถามมา แต่หลายเรื่องมันยังไม่จบในเวลานี้แต่คำตอบอาจจะมีได้ภายในเดือนนี้ เพราะว่า หลายหน่วยงานก็ได้ตอบกลับมาที่สำนักงาน ป.ป.ท. ของฝ่ายบริหารแล้วเข้าใจว่าจะสามารถ เร่งรัดและปิดสำนวนได้ในไม่กี่วัน คำว่าไม่กี่วันก็คือตามวันที่ที่เขาตอบมาเมื่อคำนวณแล้วก็ คงจะเป็นในเดือนสิงหาคมนี้ครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านธีรชัยถามคำถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเรียน ท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่กรุณาตอบคำถามมานั้นแทบจะ ไม่แตกต่างกับที่ตอบมาเมื่อมีนาคม ๒๕๖๕ เลย ท่านตอบแบบกว้าง ๆ ย่อ ๆ โดยไม่ระบุ ส่วนที่สำคัญที่ผมระบุไว้ชัดเจนก็คือคณะกรรมาธิการกฎหมายกระบวนการยุติธรรมและ กิจการตำรวจ สนช. ยังไม่มีใครทำอะไรเลย และเป็นน้องของรองนายกรัฐมนตรี เป็นคู่เขยกับ นายกรัฐมนตรี และคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีรายงานบันทึกการประชุมที่ชัดเจนเลยว่าเกี่ยวข้อง กับการที่เปลี่ยนแปลงความเร็วและทำให้ในส่วนของการ เรียกว่าทำให้เป็นประมาท ดาบวิเชียรประมาทเองในคณะกรรมาธิการชุดนี้ แล้วส่งไปมีผลถึงการสั่งไม่ฟ้องคดีนี้ ไม่มีใคร ทำเลยท่านไม่ได้ตอบเลยนะครับตรงนี้ อยากให้ท่านตอบให้ชัดด้วยในส่วนของ รองนายกรัฐมนตรี ท่านพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ และพลเอก ประยุทธ์ ท่านเกี่ยวข้อง การโยกย้ายนายตำรวจเอื้อต่อการปฏิบัติแบบนี้เป็นผลโดยตรง ท่านก็ไม่ได้ตอบว่าดำเนินการ อย่างไรนะครับ ท่านตอบกว้าง ๆ แบบนี้ไม่มีอะไรขึ้นมา ในส่วนของ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ท่านก็ไม่ได้ตอบเลยว่าทำไมไม่มีการตั้งประเด็นในการดำเนินคดี ท่านไปตอบในกลุ่มอื่น ซึ่งผมเชื่อว่าประชาชนก็ยังแคลงใจอยู่ นั่นคือประเด็น ถ้าท่านจะตอบ ก็ตอบ ท่านไม่ตอบก็สุดแล้วแต่ท่านจะกรุณาแล้วกันนะครับ🔗
อีกส่วนหนึ่งที่อยากจะเรียนถามท่านก็คือในเรื่องของการติดตามตัว นายวรยุทธ อยู่วิทยา กลับมาเดิมเรื่องนี้ได้มีการยกเลิกหมายแดงนะครับ ที่จะให้ประชาชน ๖๖๐ ประเทศ ได้เห็นมาเป็นหน่วยราชการได้เห็นอย่างเดียวเพื่อทำให้มันแคบขึ้น และใช้ หนังสือพาสปอร์ต (Passport) ที่ยกเลิกไปแล้วไปใส่ในระบบมันก็ไม่มีทางที่จะเห็นขึ้นระบบ แต่ภายหลังได้มีการจี้ขึ้นมาบอกว่าให้เปลี่ยนเป็นหมายแดงที่ให้คนทั้งทั่วโลกได้ดูนะครับ แล้วก็ได้ติดตามปรากฏว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งกระทรวงการต่างประเทศ ส่งเป็น แบบพิธีการ เป็นหนังสือเฉย ๆ ไม่ได้ติดตามจริง ๆ เพราะว่าถ้าติดตามจริง ๆ ก็ง่าย มีบาง ประเทศเขาชี้เบาะแสมาแล้วก็ยังไม่มีการติดตามเลย ถามว่าท่านทำงานเพียงงานเอกสาร ใช่หรือไม่ที่ส่งไปบอกว่าได้มีติดตามเบาะแสหรือไม่ ผมเชื่อว่าสถานทูตทุกประเทศไม่มีใครใช้ เวลาไปตามไม่มีงบประมาณไปตามหรอกครับ ต้องรัฐบาลสั่งอย่างโดยตรงผมเชื่อว่าภายใน เดือนเดียวก็ตามได้แล้ว นี่กี่ปีแล้วครับตั้งแต่เมษายน ๒๕๖๐ ที่นายวรยุทธ อยู่วิทยาได้หนี ออกมาจากนอกประเทศ ๕ ปี ๖ ปีแล้วไม่มีการตามนั่นคือความตั้งใจที่จะไม่ใส่ในการตาม คือการปล่อยปละละเลยคดีที่เศรษฐีเป็นผู้ต้องหาใช่หรือไม่ ท่านไม่ตามเลยปัจจุบันก็ยังไม่มี คำตอบ ผมขอให้ตอบคำถามเมื่อสักครู่ที่ผมบอกว่าท่านยังไม่ตอบอีกหลายประเด็นบวกกับ การติดตามนี่ท่านมีการติดตามคืบหน้าอย่างที่ผมบอกหรือไม่ ประเด็นที่ใช้ลายมือไปติดตาม ประเด็นที่ใช้ม่านตาไปติดตามในของตำรวจ แล้วประเทศ ๒๘ เชงเกน (Schengen) ยุโรป ที่เขามีออกวีซ่า (Visa) ตรงนั้นให้แล้วท่านติดตามอย่างไรไหม ได้ส่งตำรวจไปติดตามไหมหรือ ท่านเป็นแค่ทำพิธีกรรมส่งหนังสือไปยังสถานทูตต่าง ๆ แล้วก็บอกว่าไม่มีใครตอบมาแค่นั้น ขอตอบคำถามด้วยครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพในส่วนที่ คณะกรรมาธิการของสภาได้มีการตรวจสอบก็เป็นเรื่องของทางฝ่ายนิติบัญญัติ แต่เมื่อ ได้ส่งผลการตรวจสอบไปให้รัฐบาล รัฐบาลก็ได้ส่งเรื่องนี้ไปให้หน่วยงานที่เขามีอำนาจและ กำลังตรวจสอบคู่ขนานกันไปอยู่ เช่น ส่งไปให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งไปให้สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติได้พิจารณาซึ่งผลการพิจารณาจะเป็นประการใดนั้นในส่วนที่ยังไม่ได้มี การเปิดเผยออกมาก็ไม่สามารถที่จะไปหยั่งทราบได้ แต่ในส่วนที่ส่งไปให้ทางฝ่ายบริหาร คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็เอาไปใช้ประกอบการพิจารณาร่วมกับพยานหลักฐานอื่น ๆ แล้วก็ได้ปรากฏผลดังที่กราบเรียนท่านประธานในการตอบกระทู้ถามข้อที่ ๑ ส่วนที่กล่าวว่า จะมีการพาดพิงไปถึง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ พลเอก ประวิตรนั้น ในขณะนี้ ไม่ปรากฏว่ามีการพาดพิงไปถึงประการใด แม้กระทั่งที่ได้กล่าวถึงเรื่องการสั่งย้ายนายตำรวจ ที่ทำเรื่องนี้ออกไปนั้นก็ได้ทราบว่าเป็นการย้ายตามปกติ และครั้งสุดท้ายก็คือได้ย้ายไปเมื่อ ๒ ปีที่แล้วไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นจากเดิมเป็นผู้บังคับการฝ่ายต่างประเทศขึ้นไปเป็น รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวซึ่งก็ล่วงเลยมาถึงบัดนี้ ๒ ปีแล้วจนมาถึงวงรอบที่จะต้องย้าย ไปสู่ตำแหน่งใหม่อีกครั้งหนึ่งตามปกติ ในส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับกระบวนการติดตามตัวนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ก็คือกระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งก็ ใช้วิธีการติดตามคนที่หลบหนีออกไปต่างประเทศเหมือนกับการติดตามคนอื่น ๆ ที่หลบหนี ออกไปต่างประเทศนั่นละครับ อาจจะเข้มหรือเบาบ้างก็ตามพยานหลักฐานและความร่วมมือ ที่ต่างประเทศเขาหยิบยื่นให้ เรื่องนี้ทางตำรวจได้ดำเนินการเป็น ๒ ช่องทาง ทางที่ ๑ ก็คือ ติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและกงสุลต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทย ๗๖ แห่ง ซึ่งน่าจะมี ความเกี่ยวข้องหรือเป็นช่องทางที่ผู้ต้องหาหลบหนีไปอยู่ในประเทศเหล่านั้นได้ ซึ่งเขาก็ รายงานมาเป็นระยะว่ายังไม่ปรากฏหลักฐานการผ่านเข้าออกประเทศของเขาแต่ประการใด ขอกราบเรียนท่านประธานด้วยว่าเรื่องนี้หนังสือเดินทางของผู้ต้องหาคือคุณวรยุทธนั้น ได้หมดอายุลงแล้ว ไม่มีการติดต่อขอออกหนังสือเดินทางเล่มใหม่ เพราะฉะนั้นเชงเกน วีซ่า (Schengen Visa) ที่มีจะไปใช้คู่กับหนังสือเดินทางประเทศใดอย่างใดนั้นยังไม่มีข้อมูลแล้วก็ ยังไม่สามารถที่จะตรวจสอบทราบได้ในขณะนี้ ขณะเดียวกันทางตำรวจได้ติดต่อประสานกับ หน่วยตำรวจสากลที่เรียกกันว่าอินเทอร์โพล์ (Interpol) ให้ดำเนินการตรวจสอบในทางลับ ซึ่งเขาก็รายงานมาเป็นระยะ ๆ ว่ายังไม่พบความคืบหน้าประการใด อนึ่งผมได้ทราบจากทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มาชี้แจงก่อนที่ผมจะมาตอบกระทู้ถามนี้ว่าความจริงตำรวจได้ใช้ วิธีการติดตามในทางลับอื่นซึ่งคงจะไม่สามารถเปิดเผยโดยทั่วไปได้จะยกตัวอย่างให้พอเป็นเขา ก็อย่างเช่นว่าเนื่องจากผู้ต้องหาในคดีนี้มีบิดา มารดา ญาติอยู่ในประเทศไทยซึ่งท่านก็มี ความจำเป็นเดินทางไปต่างประเทศในภารกิจอะไรก็ตามของท่าน ทุกครั้งที่มีการเดินทาง ไปยังประเทศและประเทศใด ก็ได้มีการติดตามตรวจสอบเป็นระยะเผื่อว่าจะเป็นช่องทาง ไปติดต่อกันอยู่ที่ในต่างประเทศซึ่งก็ยังไม่พบความแปลกหรือความคืบหน้าในส่วนนี้แต่ก็ ยังดำเนินการอยู่ แม้กระทั่งวิธีการที่ท่านได้กรุณาแนะนำนั้นก็เป็นเรื่องที่ทางตำรวจ ได้ดำเนินการแต่อาจจะไม่ดำเนินการเหมือนกับที่ท่านแนะนำก็ขอให้เป็นเทคนิควิทยาการ ตำรวจที่เขาใช้กันในระบบสากล ขออนุญาตกราบเรียนท่านในเบื้องต้นแค่นี้ก่อนครับ🔗
ท่านธีรัจชัย มีอะไรไหมครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเรียน ท่านประธานว่าเรื่องนี้คำตอบก็ยังไม่เป็นที่พอใจนัก เนื่องจากเป็นคำตอบแบบกว้าง ๆ แล้วก็ ไม่ลงรายละเอียดเลยว่าใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร มีความผิดอย่างไร โทษอย่างไร เป็นการ สำรวจไม่ต่างจากของเดิมเท่าไรนัก กระบวนการหาคนผิดก็ยังเป็นที่สงสัยจากประชาชน ทั่วไปแบบเดิมว่าอาจจะไม่มีการลงโทษอย่างที่พึงจะเป็นกับโทษที่กระทำซึ่งสร้างความ เสียหายกับกระบวนการยุติธรรม กระบวนการติดตามผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหาก็ไม่มีอะไรที่มี ความชัดเจนอะไรเช่นเดิมเหมือนที่ตอบครั้งที่แล้วก็คือเป็นการตอบกว้าง ๆ ผมก็มีความ เสียใจกับประชาชนมากที่กระบวนการยุติธรรมคดีนี้ได้มีการทำลายความเชื่อถือ สร้างความ เหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรมอย่างยิ่ง ก็ขอฝากตอบท่านรองนายกรัฐมนตรีไปยัง นายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งว่าการดำเนินการอยากจะให้ท่านดำเนินการทั้งคดีวินัย คดีอาญา ทุกผู้ตัวคนโดยใช้อำนาจบริหารอย่างเข้มแข็งกว่านี้ ไม่ใช่ส่งไปแล้วแล้วแค่สอบถาม กระบวนการติดตามผู้กระทำผิดต้องตั้งหน่วยงานพิเศษไปติดตาม ผมเชื่อว่าเดือนเดียว ก็ติดตามได้แล้ว ผมถามสุดท้ายก็คือท่านสามารถจะกระทำได้ไหมครับ หรือท่านจะทำ แบบเดิมคือแบบตั้งรับแบบนี้ครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี จะตอบอีกไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ขอกราบเรียนท่านประธานว่าผู้ต้องหาในคดีนี้คือคุณวรยุทธนั้น ขณะนี้มีคดีที่ติดตัวอยู่ ๒ คดี คดีที่ ๑ ก็คือคดีที่เกี่ยวกับยาเสพติด แต่เนื่องจากโดยผลของการแก้กฎหมายยาเสพติด เมื่อเร็ว ๆ นี้ทำให้ลดโทษจำคุกจากเดิมที่สูงลงมาเหลือจำคุกไม่เกิน ๑ ปี มันเลยพลอยทำให้ อายุความลดตามไปด้วยเพราะอายุความนั้นจะสั้นจะยาวผูกติดอยู่กับโทษทางอาญาก็เลย เป็นเหตุทำให้อายุความในคดียาเสพติดนั้นสิ้นสุดลงคือหมดอายุความไปแล้ว เพราะต้องใช้ กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณ แต่อีกข้อหาหนึ่งที่ยังติดตัวอยู่ก็คือข้อหาขับรถโดยประมาท เฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้มีคนตาย ข้อหานี้มีอายุความยาวซึ่งนับจากวันนี้ไปยังมีอายุความ เหลืออยู่อีก ๕ ปี ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าในส่วนความผิดฐานนี้ซึ่งเป็นเพียงฐานเดียวที่มีอยู่ สำหรับตัวผู้ต้องหานั้น อายุความเหลืออยู่ ๕ ปี ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ได้ยืนยันมายัง ท่านนายกรัฐมนตรีว่าจะใช้กระบวนการต่าง ๆ ที่มีอยู่ จะใช้ความร่วมมือระหว่างประเทศ และจะใช้ช่องทางต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเป็นช่องทางของกระทรวงอื่นหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ในการร่วมมือกับต่างประเทศในเรื่องอื่นอยู่แล้วนั้นติดตามตัวบุคคลผู้นี้มาดำเนินคดีให้ได้ ส่วนกรณีของผู้ถูกกล่าวหาอื่น ๆ ที่มีตัวอยู่ในประเทศไทยนั้น เรื่องทั้งหมดก็อยู่ที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดังที่กราบเรียนให้ท่านประธานทราบ ๑๕ คนด้วยกัน มียศต่าง ๆ กัน มีทั้งตำรวจ มีทั้งพลเรือน มีทั้งทหาร คนเหล่านี้อยู่ในสำนวนทั้งนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะพิจารณาออกมาเป็นประการใด สั่งการอย่างไรก็อยู่ที่ท่าน รัฐบาลยินดีให้ความร่วมมือกับ หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบ แต่จะทำอย่างอื่นนอกจากที่เป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงนั้น ก็คงจะมีข้อจำกัดอยู่เหมือนกัน ก็ขอกราบเรียนว่าคำแนะนำที่ท่านให้นั้นหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเขาได้รับทราบแล้วก็จะได้ไปพิจารณาอีกทีหนึ่งว่าจะสามารถปรับให้เข้ากับที่ท่าน ได้แนะนำได้อย่างไร เพราะทุกวันนี้เขาก็ใช้วิธีอื่น ๆ ของเขาอยู่ไม่ได้เหมือนกับของท่าน ที่แนะนำทุกประการแต่ถ้าหากว่าจะให้เกิดความเชื่อมั่นขึ้นจะกลับมาใช้วิธีของท่านจะได้ผล หรือไม่ ขอรับที่จะไปประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าเป็นการจบกระทู้ถาม เรื่อง ขอให้เร่งรัดติดตามการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำ ความผิดคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา ของท่าน ส.ส. ธีรัจชัย พันธุมาศ นะครับ ต้องขอขอบคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ดอกเตอร์วิษณุ เครืองาม ที่กรุณาให้เกียรติประธานสภาผู้แทนราษฎร ของพวกเราครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ สำหรับกระทู้ถามแยกเฉพาะได้ดำเนินการถามและตอบ ที่ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ห้องกระทู้ถาม บริเวณชั้น ๑ ไปแล้วนะครับ🔗
ที่ประชุมใหญ่ เริ่มเปิดประชุมเข้าสู่ระเบียบวาระกระทู้ถาม ดังนั้นในวาระที่ ๑.๓ เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งเราแยกมาตั้งกระทู้ถามตอบกันในห้องถามแยกเฉพาะโดยเฉพาะครับ ผมขอเริ่มเลยนะครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
เนื่องจากวันนี้มีทั้งหมด ๖ กระทู้ มีกระทู้ถามที่ ๔ กระทู้ถามที่ ๕ กระทู้ถามที่ ๖ กระทู้ถามที่ ๔ คือของท่านนริศ กระทู้ถามที่ ๔๐๒ ถามท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องขอให้ ดำเนินการจัดตั้งคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ถามท่านนายกรัฐมนตรี กระทู้ถามที่ ๔๑๒ ปัญหาการผูกขาดอาชญาบัตรสำรวจแร่ในพื้นที่ภาคใต้ ของท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แล้วกระทู้สุดท้ายที่ ๖ ขอทราบผลการดำเนินการตามกิจการปฏิรูปประเทศที่ ๕ ด้านกระบวนการยุติธรรมในแผนปฏิรูปประเทศของท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ถามท่านนายกรัฐมนตรี ทั้ง ๓ กระทู้ ทางนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอันแรกเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยก็มอบให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ติดภารกิจไม่สามารถมาได้ อันที่ ๒ ถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นของท่านประเสริฐพงษ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านสุริยะก็ขอเลื่อนติดภารกิจเหมือนกัน อันที่ ๓ คือของท่านอัครเดช ที่ถามเรื่องการพัฒนา เขื่อนบริเวณแม่น้ำแม่กลองสายเก่าที่คุ้งพะยอม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ของท่านอัครเดช ถามท่านนายกรัฐมนตรี และท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม โดยท่านรัฐมนตรีช่วยอธิรัฐเป็นผู้ตอบ ก็ขอเลื่อนเหมือนกันนะครับ ดังนั้นกระทู้เลื่อน ทั้งหมด ๔ กระทู้ และอีกกระทู้หนึ่งที่ขอเลื่อน ขอทราบผลการดำเนินการตามกิจกรรมปฏิรูป ประเทศที่ ๕ ด้านกระบวนการยุติธรรมและแผนปฏิรูปประเทศ ของท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ถามท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คือท่านอนุชามาเป็นผู้ตอบแทนก็ขอเลื่อนอีก ก็เลื่อนทั้งหมด ๔ กระทู้ ดังนั้นจะเหลือ ๒ กระทู้ คือกระทู้ที่ ๔๐๔ ของท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ถามท่านรัฐมนตรีตรีสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน กับอีก ๑ กระทู้คือกระทู้ที่ ๔๑๐ ของท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ถามท่านรัฐมนตรีมหาดไทย ซึ่งท่านได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์มาเป็นผู้ตอบแทนดังนั้นวันนี้เราจะพิจารณา ๒ กระทู้ครับ คือของท่านธีรัจชัยกับ ท่านอัครเดช เอาลำดับแรกก่อนของท่านธีรัจชัย ซึ่งผมได้อนุญาตให้ผู้เข้ามาฟังการถามตอบ กระทู้ คือท่านรุ่งรวิน แสงสิงห์ เข้ามาในห้องประชุมได้ ท่านรัฐมนตรีเข้ามาแล้วนะครับ เชิญท่านเริ่มตั้งกระทู้ได้เลย ท่านธีรัจชัยครับ🔗
๑.๓.๑ กระทู้ถาม ที่ ๔๐๔ เรื่อง ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาพนักงาน จ้างเหมาบริการในหน่วยงานของรัฐ (นายธีรัจชัย พันธุมาศ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นผู้ตอบ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตถาม กระทู้ถามแยกเฉพาะกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เรื่อง ความคืบหน้าในการแก้ไข ปัญหาพนักงานจ้างเหมาบริการในหน่วยงานภาครัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ เกี่ยวกับเรื่องนี้ การจ้างเหมาแรงงานเรามีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติไว้ชัดเจนตามมาตรา ๒๗ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ บุคคลย่อมเสมอกันในทางกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพ และได้รับ การคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลไม่ว่าด้วย เหตุความแตกต่างเรื่องถิ่นกำเนิด สถานะบุคคลทางเศรษฐกิจ สังคมจะกระทำมิได้ บุคคล ผู้เป็นพนักงานหรือลูกจ้างขององค์กรของรัฐย่อมมีสิทธิและเสรีภาพเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป เว้นแต่ที่จำกัดไว้ในกฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวกับการเมือง สถานภาพ และวินัย หรือจริยธรรม นี่คือในส่วนของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งกฎหมาย หรือนโยบาย หรือมติ คณะรัฐมนตรีจะขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗ มิได้ นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ เรามีการ จ้างงานอีกประเภทหนึ่งคือจ้างเหมาบริการภาครัฐโดยมติคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานรัฐ ต่าง ๆ มีการของบประมาณต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันนั้นเกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วในการ จ้างงานตรงนี้ มีบุคคลที่ถูกจ้างเหมางานนี้ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ถึงเกือบ ๑ ล้านคนในขณะนี้ ซึ่งอยู่หน่วยงานภาครัฐ โดยบุคคลเหล่านี้ไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ไม่ได้รับสิทธิในการประกันสังคมตาม พ.ร.บ. ประกันสังคม ๒๕๓๓ นั่นเพราะว่าอะไรครับเขาไม่ได้อะไรครับ เขาไม่ได้สิทธิในการลาป่วย ลาคลอด การเลื่อนตำแหน่ง เลื่อนเงินเดือน ค่าขาดงาน ก็ต้องไม่ได้รับค่าจ้าง เจ็บป่วยรักษาเอง นั่นคือ ต่ำกว่ากฎหมายแรงงานของประเทศที่มี ถามว่าสิ่งเหล่านี้รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ตามมาตรา ๒๗ แล้วว่าจะปฏิบัติต่ำกันไม่ได้ แต่ทำไมลูกจ้างที่มีมาจ้างกับภาครัฐทำไมต่ำกว่าลูกจ้างในเอกชน นี่คือความเหลือมล้ำที่มีอย่างมหาศาลและคนเหล่านี้ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ถึงเกือบ ๑ ล้านคน เขาจะต้องทนทุกข์ทรมาน ไม่มีความมั่นคงมีชีวิต อนาคตไม่มี แต่ทำงานภาครัฐ ทำงาน ก็เหมือนกับพนักงานหรือข้าราชการของรัฐทั่วไปแต่ไม่มีสวัสดิการ ไม่มีความมั่นคง ไม่มีบำเหน็จบำนาญเมื่อพ้น จบสิ้นแล้วก็จบไป เราทำกับคน ๘๐๐,๐๐๐ คนของประเทศ อย่างนี้ได้อย่างไร ในส่วนหลักพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกันของพนักงานหรือลูกจ้างรัฐ ซึ่งขัดกับ หลักการว่าบุคลากรควรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกันในระดับเดียวกัน และกติการะหว่าง ประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ และสังคม วัฒนธรรม ข้อที่ ๗ ในเรื่องให้การรับรองสิทธิ ของทุกคนที่จะมีสภาพการทำงานที่ยุติธรรมและน่าพึงพอใจ โดยเฉพาะเรื่องค่าตอบแทน ที่เป็นธรรม และค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกัน งานที่คุณค่าเท่ากันโดยปราศจากความแตกต่าง ในเรื่องใด นี่คือกติการะหว่างประเทศเขาระบุไว้ชัดครับ แต่ประเทศไทยทำไมถึงมีคนตั้ง ๘๐๐,๐๐๐ คนถึงเกือบ ๑ ล้านคน ทำไมต้องต่ำกว่ามาตรฐานกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ผมทำเรื่องนี้มาตั้งแต่ผมเป็น ส.ส. แรก ๆ ปี ๒๕๖๒ ผมได้ยื่นเรื่องนี้ต่อคณะกรรมาธิการ แรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ว่าลูกจ้างเหมางานภาครัฐในสภานี้มาร้องเรียนกับผมเป็น ร้อยกว่าคนนะครับ อยู่หลายฝ่าย ไม่ได้สวัสดิการเหล่านั้น ทราบว่าในศาล ในองค์กรอิสระ หน่วยงานราชการทุกอันมีลูกจ้างแบบนี้เต็มไปหมด ๘๐๐,๐๐๐ คน เขาไม่ได้สวัสดิการ เหล่านี้ จบแล้วจบเลย เกษียณแล้วเกษียณเลย มันน่ารันทดใจมากที่สุด ผมยื่นกรรมาธิการ แรงงาน สภาผู้แทนราษฎร เขาไต่สวนสอบสวน ตอนนั้นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง แรงงานยังเป็นกรรมาธิการยังไม่เป็นรัฐมนตรีนะครับ ก็ได้ฟังการไต่สวนการให้การข้อเท็จจริง กับผมด้วย กรรมาธิการแรงงานสอบสวนเสร็จส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรีแก้ไข ไม่มีการแก้ไข มีนาคม ๒๕๖๒ ในส่วนของปี ๒๕๖๒ และกรกฎาคมปี ๒๕๖๓ ผมยื่นกระทู้ถามต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ปรากฏว่ามีการเลื่อนหลายครั้งจนท่าน ไปตอบในราชกิจจานุเบกษา ๒ ข้อที่ท่านตอบมาก็คือระยะสั้นตามมติ ครม. วันที่ ๑๐ มีนาคม ให้กรมบัญชีกลางจัดทำหนังสือซักซ้อมความเข้าใจกับส่วนราชการให้ดำเนินการ จ้างงานให้ถูกต้องตามประเภทการจ้างงาน พิจารณาตามวัตถุประสงค์การจ้างงานสำคัญ สำหรับการจ่ายค่าจ้าง อัตราค่าจ้างให้พิจารณาเป็นอัตราที่เหมาะสมและเป็นธรรม ต้องไม่ จ่ายอัตราที่ต่ำเกินไปเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ว่าจ้าง นี่คือ ณ เบื้องต้น สิ่งที่ตอบมาถาม ว่าได้แก้ปัญหาความเป็นธรรมเรื่องกฎหมาย เรื่องการจัดจ้างนั้นต่ำกว่าการคุ้มครองแรงงาน หรือไม่ ตอบว่าไม่มีระบบการแก้ไขตรงส่วนนั้นเลย นั่นเป็นการตอบในราชกิจจานุเบกษา วันนี้ผมถามว่าท่านมีวิธีการใดที่จะแก้ไขให้คนประชาชนที่ทุกข์ร้อนแบบนี้ ลูกจ้างเหมา บริการภาครัฐจะแก้ไขอย่างไร🔗
ข้อ ๒ ที่ท่านตอบมาในราชกิจจานุเบกษาคือถามว่า ในระยะยาวเชิงระบบ ตามมติคณะรัฐมนตรีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงแรงงาน กรมบัญชีกลาง เป็นผู้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพนักงานจ้างเหมาบริการรายบุคคล โดยสำนักงาน ก.พ. จะเป็น ผู้ประสาน สนับสนุน รวบรวมข้อมูลดังกล่าวเพื่อนำประกอบการพิจารณาและหาทางแก้ไข ให้เป็นรูปธรรมต่อไป กรณีนี้ก็ไม่มีระบุเลยว่าจะปฏิบัติต่อพี่น้องที่เป็นลูกจ้างเหมาบริการ ภาครัฐ ๘๐๐,๐๐๐ คน ในทางที่ไม่ต่ำกว่ากฎหมายแรงงานอย่างไร เพียงได้ให้รวบรวมข้อมูล ผมว่าเวลาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ตอนนี้ปี ๒๕๖๕ การรวบรวมไม่ได้เรื่องยากเย็นอะไรมันน่าจะผ่าน ตรงนั้นและจะมีทางแก้ไขอย่างไร ผมเรียนเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ มันเป็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสัญญา แล้วก็เรื่องของการจ้าง หน่วยงานภาครัฐในกฎหมายมีอยู่ ๒ ข้อครับ🔗
ข้อที่ ๑ ในเรื่องของข้อกฎหมายในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เขาเรียกว่า การจ้างแรงงาน มาตรา ๕๗๕ เขาบอกว่าอันสัญญาจ้างแรงงานนั้น ๆ คือสัญญา ซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ลูกจ้าง ตกลงทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า นายจ้าง และ นายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้นั้น นี่คือจ้างแรงงาน แบบนี้ตามมาตรา ๕๗๕ ประมวลกฎหมายแพ่งสามารถคุ้มครอง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ๒๕๔๑ ได้ สามารถได้สิทธิ ประกันสังคมตาม พ.ร.บ. ประกันสังคมปี ๒๕๓๓ ได้🔗
อีกอันหนึ่งครับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๗ คือจ้าง ทำของ อันว่าสัญญาจ้างทำของนั้นคือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ผู้รับจ้าง ตกลงทำงาน สิ่งใดสิ่งหนึ่งจนกว่าสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างตกลงให้สินจ้าง เพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น อันนี้คือจ้างทำของถือผลสำเร็จของงาน แต่ผู้ว่าจ้างไม่มีสิทธิ ไปบังคับบัญชาทำอะไรทั้งสิ้น นี่คือจ้างแรงงานจ้างทำของ แต่สัญญาจ้างเหมาบริการภาครัฐ เขาเรียกว่า นิติกรรมอำพราง ก็คืออำพรางเป็นจ้างทำของ แต่ในทางปฏิบัติงานนั้นมีการฟัง คำสั่งจากหัวหน้าหน่วยราชการ เช่น ขับรถ ล้างจาน หรือทำอะไรก็ได้แล้วแต่ แต่จ่ายแบบจ้าง ทำของ ไม่มีสวัสดิการ ไม่ได้รับความคุ้มครองกฎหมายแรงงาน ผมเรียนเพิ่มเติมอย่างนี้จะให้ รัฐมนตรีเข้าใจครับ เคยมีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในปี ๒๕๕๖ เขาเขียนอย่างนี้ครับ เขาบอกว่า กรณีที่ส่วนราชการทำสัญญาจ้างเหมาบริการ นาย ก ให้ทำหน้าที่ขับรถยนต์ ดูแล ทำความสะอาดรถยนต์ ค้นหาแฟ้มเอกสาร ถ่ายเอกสาร จัดเตรียมเอกสาร พิมพ์ทะเบียน พาณิชย์ และงานอื่น ๆ โดยจ่ายค่าจ้างแบบเหมาจ่าย แบ่งจ่ายเป็นงวด โดยนาย ก ต้องส่ง มอบให้ผู้ว่าจ้างตรวจรับงาน นาย ก เห็นว่าสัญญาจ้างเหมาบริการดังกล่าวมีลักษณะเป็น สัญญาจ้างแรงงาน เนื่องจากมิได้คำนึงถึงผลสำเร็จของงานเป็นสำคัญ ไม่มีการตรวจรับงานที่ทำ ต้องอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของหัวหน้า ทำให้ไม่ได้รับความคุ้มครองจากกองทุนประกันสังคม เป็นการกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมาย สัญญาจ้างเหมาบริการดังกล่าวจึงเป็นสัญญาจ้างแรงงาน ไม่ใช่สัญญาจ้างทำของ และเมื่อเป็นสัญญาจ้างแรงงานนิติสัมพันธ์ระหว่างนาย ก กับส่วน ราชการ ผู้ว่าจ้างตามสัญญาจึงเป็นนิติสัมพันธ์ในฐานะลูกจ้างกับนายจ้างตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ดังนั้นการที่ส่วนราชการไม่ได้ขึ้นทะเบียน ลูกจ้าง เพื่อให้นาย ก มีสิทธิได้ประโยชน์ทดแทนจากกองทุนประกันสังคมตาพระราชบัญญัติ ประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ จึงเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ดังกล่าว คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ ๓๔๙/๒๕๕๖ มีการพิพากษาอย่างนี้ไปแล้ว นั่นหมายความว่าตั้งประเด็นเดียวท่านรัฐมนตรีครับ เราจะปล่อยให้ผู้ถูกจ้างในสัญญาจ้าง ภาครัฐนั้นต้องไปฟ้องรายคดีหรือครับ ชนะถึงได้ประโยชน์ เราเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐฝ่ายบริหาร ทำไมให้ทุกคนไม่ต้องไปฟ้องคดี นี่คือผลักภาระไปให้เขาฟ้องเองนะครับ ใครฟ้องก็ได้ ใครไม่ ฟ้องก็ได้แล้วเขาไม่มีสตางค์ที่จะไปฟ้องหรอกครับที่ทำอย่างนี้ คำถามนะครับ อันแรกคือท่าน จะมีรัฐมนตรีหรือรัฐบาลจะมีทางที่จะทำให้พนักงานจ้างเหมาบริการภาครัฐนั้นได้รับสิทธิ ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานกับทางประกันสังคม หรือสิทธิอย่างอื่นไม่ต่ำกว่าลูกจ้างเอกชน ได้หรือไม่ อย่างไร ขอถามคำถามแรกก่อนครับ ท่านประธานครับ🔗
ในการนี้ ผมได้อนุญาตให้ท่านรองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานของกระทรวงมาเป็นผู้ให้ ข้อมูลด้วย ท่านรัฐมนตรีมีเวลา ๑๐ นาที ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๓ ส่วนผู้ถามตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๗ ท่านถามได้อีก ๑ ครั้งนะครับ เวลาท่านหมดแล้วแต่ก็สรุปหน่อย เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบชี้แจงได้ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ซึ่งเป็นคำถามที่ผมเองในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานก็มีความอึดอัดมานาน เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ยาวนานมาตั้งแต่มติ ครม. พ.ศ. ๒๕๔๑ แล้วเราคิดอยู่ตลอดเวลา อย่างที่ท่าน ส.ส. ธีรัจชัยได้กล่าวถึงว่า ผมเองได้เป็นกรรมาธิการแรงงานเจอท่านมาชี้แจง ผมก็ยังถามประธานกรรมาธิการแรงงานเลยว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดมานานขนาดไหน แต่เรื่อง ทั้งหมดที่เกิดขึ้นผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดมายาวนาน แล้วมันเกี่ยวพันกันหลายกระทรวง หลายกรม ซึ่งผมเองได้รับคำถามนี้มานาน แล้วก็ต้อง ขอโทษเพื่อนสมาชิกที่ผมมาตอบช้าเพราะว่าผมมีภารกิจ แล้วก็จริง ๆ แล้วหาข้อมูลและหา ตำตอบด้วยครับเพราะว่ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันหลายกรม สุดท้ายคือที่ท่านพูดมาทั้งหมด เป็นเรื่องที่ต้องแก้ปัญหา ยืนยันครับว่าต้องแก้ปัญหา ในคำสั่งศาลปกครองสูงสุดก็ได้กำหนด ไว้แล้ว ได้พิจารณาไปแล้ว มันเป็นบรรทัดฐานที่ถูกต้อง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมจะต้องให้ทาง ท่านอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานและรองอธิบดีที่นั่งฟังอยู่ที่นี้ได้จดประเด็น ได้หารือคร่าว ๆ น่าจะประมาณการว่ากลุ่มน้อง ๆ กลุ่มบุคคลที่ทำงานในจ้างเหมาบริการ ของภาครัฐน่าจะต้องโยกมาเป็นการจ้างพิเศษอย่างที่ท่าน ส.ส. ได้เคยให้ข้อคิดเห็นในที่ ประชุมกรรมาธิการ ถ้าเราจ้างเป็นพิเศษกลุ่มขึ้นมาอีกหมวดหนึ่งโดยไม่เกี่ยวพันกับหมวด จ้างเหมาบริการ ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้องระยะยาว แล้วก็สวัสดิการต่าง ๆ หรือจะเป็นเรื่องของฐานการค่าจ้างก็ควรได้อยู่ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก็ต้องไป หารือ แล้วก็เอากฎหมายบังคับตรงนี้ให้อยู่ในขั้นตอน อยู่ในกรอบระเบียบที่กฎหมายควบคุม ถ้าเราเปลี่ยนน้อง ๆ หรือเพื่อน ๆ ที่อยู่ในกลุ่มจ้างเหมาบริการ ๗๐๐,๐๐๐ ๘๐๐,๐๐๐ คน ไปอยู่ในส่วนของภาคการจ้างงานแบบพิเศษอะไรขึ้นมาสักหมวดหนึ่ง แต่ถ้ากฎหมายเราไม่ได้ คุ้มครองเขาจะจ้างในมาตรฐานเดิมมันก็ไม่มีประโยชน์ตรงนั้น เพราะสิ่งที่เพื่อนสมาชิก ท่าน ส.ส. ธีรัจชัย ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ท่านได้พูดก็เป็นประเด็นคือลูกจ้างที่อยู่ในกลุ่มของ จ้างเหมาบริการนั้นได้รับค่าจ้างที่ถูกกว่ามาตรฐาน แล้วสวัสดิการและคุ้มครองต่าง ๆ นั้น ก็ไม่ได้มี ในส่วนนี้อย่างที่คำสั่งศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาไปแล้วผมก็น้อมรับ แล้วก็ จะต้องนำมาแก้ปัญหาเรื่องนี้นะครับ แล้วผมขอขอบคุณในความห่วงใยจริง ๆ เพราะว่าผม เองก็นั่งคิดหาวิธีออก ดีไฟน์ (Define) เรื่องนี้อยู่ว่าจะออกวิธีไหน ก็ได้รับคำชี้แจงและได้ ข้อมูลจากท่าน ส.ส. ธีรัจชัยแล้วครับ เดี๋ยวทางท่านรองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครอง แรงงานจะต้องประสานเรื่องนี้ ผมขอยืนยันว่าผมจะทำให้เห็นภาพภายใน ๓ เดือน ผมจะให้ ประสานกันเรื่อย ๆ แล้วก็จะให้จบเรื่องนี้ ผมถือว่าทุกคนที่มาทำเรื่องนี้ ที่ท่าน ส.ส. ที่ได้ตั้ง กระทู้มา หรือผมแม้กระทั่งสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ก็อยากให้ทุกอย่างเป็นธรรม และอยาก ให้ทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานผ่านทางท่านประธานที่ท่านใส่ใจต่อเรื่องนี้ แล้วก็เห็น ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ การจ้างเหมาบริการภาครัฐซึ่งเคยอยู่ในเหวลึกสุดของปัญหาที่ไม่ได้ ถูกหยิบยกขึ้นมาจะได้รับการแก้ไขในเร็ววัน แนวความคิดเห็นก่อนที่จะเข้าประชุมตรงนี้ ผมเรียนกับท่านประธาน แล้วก็ในส่วนของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่า ถ้าเรา ปรับมาเป็นการจ้างแบบที่เป็นลักษณะพิเศษไปเลย แยกหมู่เฉพาะ ยกเลิกในส่วนการจ้างเดิม โอนมาเป็นแบบนี้โดยไม่ต่ำกว่ามาตรฐานแรงงาน มีหลักประกันตาม พ.ร.บ. ประกันสังคม เหล่านี้ก็จะทำให้พี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่นี้มีอนาคตสดใสขึ้น มีเส้นทางในการเติบโต ในอนาคตที่จะอยู่ได้แม้กระทั่งเกษียณอายุ ไม่ใช่ตอนนี้ก็เกษียณไปก็ไปรับผิดชอบตัวเอง ตามยถากรรม ผมถามท่านอีกนิดหนึ่งคือการแก้ไขปัญหามีอยู่หลายระดับ ระดับที่ ๑ คือนโยบายในระดับกระทรวง กับนโยบายของรัฐบาล นโยบายในระดับกระทรวงท่านจะมี นโยบายอย่างไรที่จะทำเรื่องนี้ นโยบายระดับรัฐบาลเนื่องจากว่ามีความเกี่ยวข้องกับหลายกรม กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ และการตั้งงบประมาณอื่น ๆ ที่จะเข้าในสภาในครั้งก่อน เพื่อมีความยืดหยุ่นในการที่จะให้กลุ่มผู้จ้างเหมางานเหล่านี้ได้ หมายถึงว่าได้รับสวัสดิการ มากขึ้นเท่าเทียมอย่างที่ควรจะเป็นตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ และตามองค์กรสิทธิของ ระหว่างประเทศได้รองรับไว้ นั่นคือประเด็นที่ ๑ ระดับนโยบาย🔗
ประเด็นที่ ๒ ระดับการแก้กฎหมาย เพื่อให้เป็นความมั่นคงถาวรของผู้รับจ้าง เหมาบริการ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าคนตรงนี้ได้มีโอกาส ได้เป็นอย่างไรบ้าง การแก้ไขกฎหมาย คุ้มครองแรงงาน กฎหมายประกันสังคมเพื่อให้คนกลุ่มนี้เข้าไป ท่านมีนโยบายที่จะเริ่ม ดำเนินการอย่างไร และคาดว่าจะเสร็จสิ้นอย่างไรครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ผมเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าสิ่งที่ท่านได้พูดแล้วก็ได้ตั้งกระทู้ถามมาเป็นเรื่องที่หมักหมม แล้วผมเอง ก็อึดอัดมานานเรื่องนี้เพราะอยากจะทำให้จบ สิ่งที่ท่านได้ตั้งคำถามเพิ่มอีก ๒ คำถามนั้น คือก่อนที่ผมจะมาตอบกระทู้ในสภาอันทรงเกียรตินี้ผมก็ได้คุยกับสำนักงบ คุยกับ กรมบัญชีกลาง คุยกับทาง ก.พ. ว่าถ้าเราปล่อยไว้อย่างนี้ ยุคต่อ ๆ ไปเลือกตั้งเข้ามาใหม่จะ เป็นผมเป็นหรือใครเป็นก็แล้วแต่ มันก็ไม่มีใครแก้ปัญหาได้นะครับ มันก็ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ เราต้องแก้ในสิ่งที่ถูกต้อง รัฐบาลผมเรียนนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ให้ยึดหลักอยู่แล้วว่า การบริหารกระทรวงให้บริหารตามหลักของความเป็นธรรม ในส่วนนี้ผมคิดว่าผมจะต้องทำก็คือ นโยบายกระทรวงผมจะต้องให้เป็นนโยบายกระทรวงผ่านปลัดกระทรวงมาที่กรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงานให้ทำเรื่องนี้ รายงานความคืบหน้าให้จบสิ้นกระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ ภายใน ๓ เดือนจะทำอย่างไร นี่คือไทม์ไลน์ (Timeline) ของผมที่ผมจะให้ทางกรมไปทำมา ให้ดูว่า ๓ เดือนระหว่างนี้ อาทิตย์นี้ไปติดต่อใคร ออกมาอย่างไร ๆ แล้วก็ประสานกับทาง ท่าน ส.ส. ที่ตั้งกระทู้ ท่านธีรัจชัยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ คือนโยบายรัฐบาล ผมก็คงต้องนำเรียนเรื่องนี้เข้าสู่ อย่างไรก็ต้อง จบที่ ครม. ผมก็ต้องนำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่าเรื่องทั้งหมดมันเกิดที่มาที่ไปเป็นอย่างไร มันไม่ใช่ความผิดของใคร แต่มันเกิดยาวนานมาก ๒๕๔๑ เรื่องนี้ก็ต้องแก้ปัญหาให้จบ จบก็ต้องจบที่ผู้แทน เรียนท่านธีรัจชัยว่าท่านเองก็ใส่ใจเรื่องนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ จริง ๆ เพราะผมอยู่ แล้วเราคิดว่าการที่ผู้แทนจะพูดถึงเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนคนไทย นี่พูดแล้วไม่หยิบมาทำผมก็มีความละอายใจครับ ผมเรียนตรง ๆ ผมต้องทำนะครับ🔗
ในเรื่องของความมั่นคงของการถาวรตลอดไปก็คือกรมสวัสดิการหลังจาก แก้ปัญหาคุยกับสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณก็ต้องเจียดเม็ดเงิน ตั้งงบเม็ดเงินขึ้นมาในส่วนนี้ผมว่ามันเป็นสัดส่วนที่ไม่มากสำหรับเงินงบประมาณรายจ่าย ของประเทศไทย ผมว่าขึ้นมาไม่เยอะเพราะว่าคนแค่ ๘๐๐,๐๐๐ ๙๐๐,๐๐๐ คน หรือ ๑ ล้านคน ผมมีแนวคิดเร็ว ๆ ว่ากรอบน่าจะแบบที่ท่าน ส.ส. แนะนำครับว่าโยกกลุ่มน้อง ๆ เพื่อน ๆ เหล่านี้ไปอยู่หรือจัดจ้างลักษณะพิเศษ แล้วก็ตีกรอบ ควบคุมกรอบนี้ไว้ก่อน เม็ดเงิน มันจะได้ควบคุมได้ในการที่จะปรับอัตราหรือจะทำอะไรก็แล้วแต่ ในส่วนการที่จะจ้างเหมา บริการในส่วนที่มีความจำเป็น เช่นอาชีพ รปภ. รักษาความปลอดภัยอะไรต่าง ๆ นั้นว่าไป แต่ในที่ทำงานประเภทที่รู้กันอยู่ว่าไม่ได้อยู่ในหมวดจ้างเหมาบริการมันก็แยกให้ถูกต้อง มันถึงจะไปกันได้ แล้วผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน ส.ส. ว่าต้องให้กฎหมายของ กรมสวัสดิการเข้ามาควบคุมในเรื่องของสวัสดิการและการคุ้มครองแรงงาน ถ้าอยู่ในหมวด ในการจ้างลักษณะพิเศษแล้วผมคิดว่าเราควรจะต้องเข้าไปจริง ๆ จัง ๆ แล้วก็บังคับใช้ถูกต้อง ในส่วนนี้ครับท่านประธาน พร้อมน้อมรับแล้วก็มีความตั้งใจที่จะร่วมกันแก้ปัญหาเรื่องนี้ พร้อมเพื่อนสมาชิกครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานขอนิดเดียวครับ คือเรื่องกฎหมายจะแก้อย่างไรถ้าระยะยาวจริง ๆ ครับ เชิญท่านอีกนิดครับ ขออนุญาต ท่านประธาน🔗
เรื่องกฎหมาย ผมเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า เรื่องกฎหมายเดี๋ยวผมจะต้องให้ กรมสวัสดิการ ผมขออนุญาตสัก ๒ ๓ วันได้ไหมครับ แล้วเดี๋ยวผมให้ทางท่านรองอธิบดี กรมสวัสดิการประสานกับทางท่าน ส.ส. และผมจะติดตามเรื่องนี้อย่างกระชั้นชิด แล้วก็ ไทม์ไลน์ (Timeline) ออกมาอย่างไร ผมจะให้ทางกระทรวงแรงงานโดยสำนักงานปลัด จะต้องกำกับมาที่กรมสวัสดิการ แล้วก็ทำไทม์ไลน์ (Timeline) ให้ผมดูภายใน ๓ เดือน กรอบมันจะออกมาแบบไหน แล้วก็จะให้ทางท่าน ส.ส. เพื่อให้มีความสบายใจว่าเราติดตาม ขั้นตอนแต่ละขั้นตอนแบบไหน เพื่อที่ท่านจะได้ชี้แจงพี่น้องประชาชนที่ท่านดูแลและใส่ใจอยู่ใน เรื่องนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณผู้ตั้งกระทู้ กระทู้ต่อไปเป็นกระทู้ลำดับที่ ๔๑๐🔗
๑.๓.๒ กระทู้ถาม ที่ ๔๑๐ เรื่อง ติดตามความคืบหน้ากรณีการพัฒนาพื้นที่ บึงกระจับ ตำบลหนองอ้อและพื้นที่บึงกาจับ ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ🔗
รัฐมนตรี มาหรือยังครับ เชิญท่านรัฐมนตรี และผมได้อนุญาตให้ท่านคณิตา ราษฎร์นุ้ย ซึ่งเป็น ผู้อำนวยการกองพัฒนาและส่งเสริมการบริหารงานท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นมาเป็นผู้สนับสนุนข้อมูล ส่วนกระทู้อีกอันหนึ่งของท่านอัครเดชเลื่อนนะครับ เรื่องเขื่อน เชิญท่านอัครเดชถามได้เลยนะครับ ตามข้อบังคับท่านมีเวลา ๑๐ นาที ถามได้ ๒ ครั้ง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๓ ท่านรัฐมนตรีก็เหมือนกันนะครับ มีเวลา ๑๐ นาทีในการตอบ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ทำกระทู้ ติดตามความคืบหน้ากรณีการพัฒนาบึงกระจับ ตำบลหนองอ้อ และพื้นที่บึงกาจับ ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี สืบเนื่องจากที่ข้าพเจ้าในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เคยถามกระทู้ ท่านนายกรัฐมนตรีกรณีการพัฒนาพื้นที่บึงกระจับและพื้นที่บึงกาจับ ในเขต อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรีทั้ง ๒ บึงนั้น นโยบายในการพัฒนาพื้นที่บึงกระจับและบึงกาจับ เป็นแหล่งท่องเที่ยวรวมถึงเป็นแหล่งน้ำทางการเกษตรเพื่อการอุปโภคและบริโภค เพื่อเป็น ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและเป็นการสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงเป็น การกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรและการประมงความทราบรายละเอียดแล้วนั้น ในการนี้ สืบเนื่องท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และท่านนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มาตอบกระทู้ทั้ง ๒ และได้ตอบกระทู้ ว่าจะดำเนินการพัฒนาทั้ง ๒ บึงให้กับพี่น้องชาวบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี นอกจากนี้ ท่านรัฐมนตรีช่วยนิพนธ์ บุญญามณี ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนา บึงกระจับหลังจากที่ท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เคยลงพื้นที่มาครั้งหนึ่งแล้ว ปัจจุบันนี้ได้ผ่านเวลามาพอสมควร จึงขอเรียนถามรัฐบาลว่ามี ความคืบหน้าในการพัฒนาพื้นที่บึงกระจับและบึงกาจับ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งในภาพท่านประธานจะเห็นบึงทั้ง ๒ แห่งนั้นมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว แล้วก็เป็นการจัดเก็บน้ำเพื่อใช้ในการเกษตรและการประมงให้กับพี่น้องประชาชน จึงได้ ขออนุญาตได้เรียนถามท่านรัฐมนตรีตามที่ได้ถามในกระทู้ไปครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้ง ๒ ท่าน ได้มอบให้ผมตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ แล้วก็ติดตามความคืบหน้ากรณีพื้นที่บึงกระจับ ตำบลหนองอ้อ และพื้นที่บึงกาจับ ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ของท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ซึ่งผมขออนุญาตที่จะกราบเรียน ท่านประธานว่าเมื่อคราวครั้งก่อนนั้นท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านได้ตั้งกระทู้ถาม แล้วผมก็ได้ลงไปดูพื้นที่ขออนุญาตที่จะเรียนว่าบึงกระจับอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอบ้านโป่ง อยู่ตำบลหนองอ้อ แล้วก็เป็นบึงขนาดใหญ่ ๒๐๐ กว่าไร่ตามที่ภาพเมื่อสักครู่ที่ท่านขึ้น บึงนี้ มีองค์กรปกครองท้องถิ่น ๓ องค์กรปกครองท้องถิ่นที่ดูแล ก็คือมีเทศบาลตำบลกระจับ แล้วก็ อบต. หนองอ้อ แล้วก็ อบต. บางกก โดยที่บึงนี้เป็นบึงขนาดใหญ่เป็นแหล่งน้ำจืดก็มี โครงการที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เมื่อปี ๒๕๖๓ ทางเทศบาลได้ขอโครงการสนับสนุน งบประมาณมาที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แล้วก็ได้รับการจัดสรรไปส่วนหนึ่งแล้ว ทีนี้ในอีก ๒ อบต. นั้นในขณะนี้ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณใดลงไปในพื้นที่ เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้เชิญฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาประชุมหารือร่วมกันที่ กระทรวงมหาดไทย ก็คิดว่าทำอย่างไรเมื่อโครงการนี้ เมื่อสถานที่นี้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เดียว อยู่ในเขต ๓ องค์กรปกครองท้องถิ่น เพราะฉะนั้นต้องหารือกันเป็นไปได้หรือไม่ในเบื้องต้น ที่คุยกันว่าจะต้องมีแผนแม่บทในการใช้พื้นที่นี้เสียก่อน ผมก็ได้ประสานไปยังท่านนายก อบจ. ในวันนั้น แต่ว่าตอนหลังก็ทราบว่าทาง อบจ. ราชบุรีก็พยายามที่จะขอให้เทศบาลได้มีส่วน รับผิดชอบ ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีส่วนรับผิดชอบในการที่จะสมทบ งบประมาณในการที่จะมาทำแผนแม่บทในการศึกษาออกแบบ ประการต่อมาการขอใช้ที่ดิน การที่จะนำงบประมาณลงไปใช้ในพื้นที่ก็ต้องมีความชัดเจนในเรื่องที่ว่าเป็นของใคร แล้วสามารถที่จะขอใช้ได้หรือไม่อันนี้คือสิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ทราบว่า ที่บึงกระจับมีการขอออกเป็น น.ส.ล. อยู่ในขณะนี้ ส่วนในรายละเอียดที่กรมส่งเสริมท้องถิ่น เคยให้งบประมาณไปแล้วเป็นกระแสไฟฟ้า ซึ่งก็คิดว่าอยากจะให้ลอกบึงแต่ว่าต้องขอ ประสานให้ทั้ง ๓ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ประสานร่วมกันทั้งหมด คือถ้าเป็นรูปแบบ เดียวกันถ้าจะทำพื้นที่เป็นถนนหนทางหรือเรียกว่าราวบันไดอะไรทั้งหมดก็ต้องเป็นรูปแบบ เดียวกันต่อเนื่องกัน อันนี้เป็นที่มาที่บอกว่าจะต้องไปทำแผนให้มันสอดคล้องต้องกันทั้ง ๓ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ไปอยู่ตรงนี้ แล้วองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่ ๒ ไม่ได้ต่อเนื่องกันหรือว่ารูปแบบคนละรูปแบบกันก็ไม่ควรจะเป็น อย่างนั้น แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ในเบื้องต้นก็ขอว่าให้เอาโครงการที่จะพัฒนาไปบรรจุไว้ ในแผนปี ๒๕๖๖ ไม่ทันแล้วงบประมาณไม่มีทางทัน ปี ๒๕๖๗ ซึ่งจะเริ่มทำในเดือน พฤศจิกายนนี้ก็ขอให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง ๒ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั่น ก็คือทั้งเทศบาลทั้ง อบต. หนองอ้อและ อบต. หนองกกว่าจะต้องทำแผนขอสนับสนุน งบประมาณมาที่ท้องถิ่นจังหวัด แล้วท้องถิ่นจังหวัดขอรับการสนับสนุนมาที่กรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งก็จะได้บรรจุแผนต่อไป อันนี้ในส่วนของบึงกระจับ อีกส่วนหนึ่งก็ คือในส่วนของบึงกาจับนั้นผมได้ลงไปดูพื้นที่แล้วก็ปรากฏว่าที่นี้มันอยู่ในความรับผิดชอบ ของกรมชลประทานคือการจัดรูปที่ดิน แล้วในขณะนี้ยังไม่ได้ขอใช้ก็เข้าไปทำไม่ได้ ผมก็ได้ ประสานไปยังท่านผู้ว่าราชการจังหวัดให้ประชุมคณะกรรมการในการที่จะให้เทศบาล บ้านม่วง เทศบาลซึ่งอยู่ในเขตของอำเภอบ้านโป่งได้ทำเรื่องขอใช้ บังเอิญว่าบึงกาจับมันจะ อยู่ในเขต ๒ อำเภอ พื้นที่ ๙๐๐ ไร่อยู่ทั้งอำเภอบ้านโป่งแล้วก็อยู่ทั้งในพื้นที่ของอำเภอ โพธารามด้วย เพราะฉะนั้นการที่จะได้ใช้ที่ดินแปลงนี้ผมก็อยากจะถือโอกาสนี้กราบเรียน ท่านประธานว่า ในเบื้องต้นเราต้องขอใช้ที่ดินเสียก่อนจากการจัดรูปที่ดิน ประการต่อมา ผมได้ประสานกับทางกรมชลประทานในวันที่ลงไปตรวจราชการ แล้วก็เมื่อการประชุม ที่กระทรวงเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาก็ทราบว่ากรมชลประทานได้ตั้งงบประมาณไว้จำนวน ๑๕๐,๐๐๐ บาท เพื่อจะเข้าไปสำรวจออกแบบแล้วหลังจากนั้นก็จะใช้เครื่องจักรของ ชลประทานเข้าไปดำเนินการขุดลอกบึงแห่งนี้ก่อน นี่คือความคืบหน้าที่จะได้เรียนให้ทาง ท่านอัครเดชได้ทราบเบื้องต้นก่อนครับ🔗
เชิญ ท่านอัครเดชครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดราชบุรี ก่อนอื่น ต้องขอบคุณท่านนิพนธ์ บุญญามณี ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นอย่างยิ่งเลย ในนามของพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เพราะว่าได้ทราบว่าท่านได้ประชุมแล้วก็ ติดตามเรื่องนี้กับหัวหน้าส่วนราชการอย่างใกล้ชิด เรียนท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่า ในปัญหาของบึงกระจับที่ตำบลหนองอ้อตอนนั้นที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้ลงไปก็ได้เชิญท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วก็นายก อบจ. ในสมัยนั้นตอนนี้ทั้ง ๒ ท่านก็ย้ายไปแล้วได้มีการหารือว่าให้ อบจ. รับไปดำเนินการ ที่นี้ อบจ. ก็ได้ทำเรื่องไปของบออกแบบจากกรมส่วนก่อสร้าง อบจ. จะรับไปดำเนินการ ซึ่งพอมาหารือ ทีหลังก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากทางกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถให้งบ ออกแบบได้ เพราะว่าผิดระเบียบแล้วก็สามารถสนับสนุนได้เฉพาะงบก่อสร้าง ผมเองได้ มีโอกาสไปหารือกับนายก อบจ. ท่านใหม่ก็คือท่านวิวัฒน์ นิติกาญจนา ว่าขอให้ทาง อบจ. ทำการออกแบบได้ไหม แล้วก็ส่วนก่อสร้างทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านไม่ได้ติดขัดอะไรให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถที่จะให้เงินอุดหนุน ในการที่จะให้ทางเทศบาลกระจับ อบต. หนองกกและ อบต. หนองอ้อทำการก่อสร้าง ทีนี้ ก็ติดอย่างนี้ครับท่านประธาน เนื่องจากการบูรณาการบึง ๒๐๐ ไร่ มันต้องใช้งบประมาณ จำนวนมากเพื่อสร้างเป็นแลนด์มาร์ก (Land Mark) และแหล่งท่องเที่ยวเคยประมาณการ กันไว้อยู่ประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านบาทปลาย ๆ ถึง ๒๐๐ ล้านบาท ซึ่งที่ท่านรัฐมนตรีบอกมา ว่าได้เงินจากกรมท้องถิ่นไปทำก็คือเป็นการซ่อมแซมไฟฟ้า เป็นการขยายไฟฟ้าตามทางลู่วิ่งที่ วันนี้มีคนไปเดิน ซึ่งได้งบประมาณถ้าผมจำไม่ผิดอยู่ประมาณ ๗ ๘ ล้านบาท ซึ่งก็เป็นการ ซ่อมแซมไม่ได้เป็นลักษณะของโครงการที่เราจะพัฒนาบึงอย่างเป็นจริงจัง แต่ทีนี้โครงการนี้ เป็นโครงการใหญ่ก็ต้องใช้งบประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านบาท ๒๐๐ ล้านบาทเพื่อเป็นแลนด์มาร์ก (Land Mark) ให้กับจังหวัดราชบุรี ทีนี้ปัญหาตอนนี้ที่คิดว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่อยากจะกราบเรียน ท่านรัฐมนตรีคืองบในการออกแบบมันไม่มีคืองบก่อสร้างกรมสามารถสนับสนุนได้ งบออกแบบทาง อบจ. เขาบอกว่าไม่มีงบประมาณทางเทศบาลแล้วก็ อบต. ซึ่งเป็นหน่วยงาน ขนาดเล็กก็ไม่มีงบประมาณ เพราะว่าโครงการนี้ท่านประธานก็ทราบว่าใช้เงินงบประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านบาทถึง ๒๐๐ ล้านบาทเขาแบบเดิมก็เป็น ๑๐ ล้านบาท อบจ. ก็บอกว่า งบประมาณไม่เพียงพอก็อยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าอยากให้ท่านช่วยหางบประมาณ ในการออกแบบ ซึ่งถ้ามีงบประมาณในการออกแบบได้ปัญหานี้ก็จะลุล่วงได้ นี่คือประเด็นที่ ๑ นั่นคือปัญหาหัวใจของการพัฒนาบึงกระจับ ตำบลหนองอ้อ ส่วนบึงกาจับก็ต้องขอบคุณ ท่านนิพนธ์ บุญญามณีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านได้ลงพื้นที่ด้วยตนเองเลยไปมอบโฉนดชุมชนให้กับ พี่น้องชาวจังหวัดราชบุรี แล้วผมก็ได้เรียนเชิญท่านไปท่านก็ได้สละเวลาลงไปดูพื้นที่ ท่านนิพนธ์ท่านก็เห็นด้วยครับท่านประธานว่าบึงกาจับที่ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านโป่ง แล้วก็ที่ตำบลชำแระ อำเภอโพธารามมีถึงประมาณ ๙๐๐ กว่าไร่ มีศักยภาพมาก แต่ปัจจุบัน บึงแห่งนี้ราษฎรได้ร้องเรียนท่านประธานจะเห็นว่ามีวัชพืชผักตบเต็มหมดเลย ทั้ง ๆ ที่บึง ๙๐๐ ไร่แห่งนี้ ท่านรัฐมนตรีช่วยท่านนิพนธ์ยังบอกเลยว่าเป็นบึงที่มีศักยภาพมากสามารถ พัฒนาเป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรช่วยเรื่องภัยแล้ง แล้วยังสามารถทำเรื่องการประมง พื้นบ้านได้อีก แต่ปัจจุบันนี้ถูกปล่อยทิ้งร้าง แล้วพอเวลาหน้าฝน ท่านประธานเวลาน้ำหลาก ลงมาจากเขาที่จากตำบลเขาขลุง อำเภอบ้านโป่งน้ำก็ล้นก็ท่วมไร่นาของพี่น้องประชาชน ถ้าทางราชการโดยทางกระทรวงมหาดไทยแล้วก็กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ดูแลกับ ชลประทานลงไปดูแลได้พัฒนาบึงแห่งนี้ในการขุดลอกในการที่จะพัฒนาบึงแห่งนี้เพื่อให้เป็น การเกษตร แล้วก็ส่วนเรื่องสันทนการทำเป็นแหล่งออกกำลังกายอันนั้นเป็นประเด็นรองลงมา แต่เบื้องต้นราษฎรอยากจะพัฒนาเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรเพื่อลดปัญหาน้ำท่วม แล้วก็เอาน้ำไว้ในฤดูแล้งอันนี้เป็นหัวใจ ส่วนบึงอันแรกที่ตำบลหนองอ้อก็คือบึงกระจับไม่ต้อง ขุดลอกท่านรัฐมนตรีครับ เนื่องจากบึงลึกมากเคยไปสำรวจบึงลึกตั้งแต่ ๑๕ เมตรถึง ๒๒ เมตร เนื่องจากเป็นบึงธรรมชาติแล้วก็ตอนหลังมีการขุดลอกขึ้นมาแล้วก็เอาดินออกไป เป็นจำนวนมากก็เลยขออนุญาตได้เรียนท่านรัฐมนตรีผ่านไปยังท่านประธานว่าปัญหา ๒ อันนี้ ที่อยากจะให้แก้ไขอยากให้แก้ไขให้ตรงจุดก็เลยขออนุญาตนำเรียนท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธาน กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานเรื่องเนื่องจากโครงการที่มันใช้งบประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านบาทมันจึงจำเป็นจะต้องมีการออกแบบเสียก่อน ปัญหามันเกิดขึ้นจริง ๆ ว่าพอเราจะไปเอางบออกแบบมานึกว่าจะไปของบจากจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด อันนั้น หลักเกณฑ์ก็ไม่ได้อีก ผมเป็นประธานพิจารณาเป็นประธานคณะทำงานอยู่พื้นที่ภาคใต้ พอทราบหลักเกณฑ์ว่าถ้าไปอาศัยงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดหรือจังหวัดได้ไหม ซึ่งการ ท่องเที่ยวเขาก็เป็นกลไกหนึ่งที่จะขอให้ ปรากฏว่าถ้าเอาไปออกแบบไม่ได้แน่นอน สภาพัฒน์ ไม่อนุญาตแน่นอน ก็ติดเหลืออย่างเดียวว่าจะมาที่กรมกรมก็ไม่มีดังที่ท่านได้ทราบแล้ว ก็เหลือว่าทำอย่างไรจะให้ท้องถิ่นได้คุยกันอาจจะสมทบกันได้หรือไม่สมมติว่าถ้าใช้ร้อยละ ๕ ของโครงการอาจจะใช้ ๕ ล้านบาท ๗ ล้านบาท สมมติอยู่ประมาณนี้ อบจ. ออกสัก ๓ ล้านบาทได้ไหม แล้วที่เหลือก็ออกคนละล้านกว่าบาท ๓ อปท. จะได้ช่วยกัน ผมพยายาม จะหาแนวทางนี้เลยต้องโทรศัพท์ไปหาท่านนายก อบจ. ท่านก็ยังเกี่ยงว่าท้องถิ่นเทศบาล จะสมทบเท่าไรก็อยู่ประเด็นนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าจะพยายามเชิญทั้งทาง อบจ. แล้วก็เชิญทั้ง อปท. ทั้ง ๓ อปท. มานั่งคุยกันอีกครั้งหนึ่งสำหรับบึงกระจับ ผมจะพยายาม มีตัวประสานให้ เพราะว่ามันเป็นระเบียบจริง ๆ ว่าเอางบไปตั้งงบเพื่อศึกษาไม่มีใครให้จริง ๆ แต่ว่าถ้าศึกษาเสร็จแล้วออกแบบเสร็จแล้วเอาแบบนั้นมาของบแค่ ๓ อบต. ร้อยกว่าล้านบาท ไม่ยาก เพราะว่าผมคิดว่าเราทำเป็นแผนต่อเนื่องผูกพันไว้ อบต. ละ ๓ ปี เช่นปีละ อบต. หนึ่งก็ตีเสียว่าประมาณคนละ ๓๐ ล้านบาท ๓๐ ล้านบาทก็ซอยเป็น ๓ ปี ปีละ ๙ ล้านบาท กว่าอย่างนี้มันพอเป็นไปได้ หรือว่าเทศบาลต่อไปในอนาคตเขาไปขอสำนักงบประมาณ ได้โดยตรงก็ไม่ต้องติดเงื่อนไขเรื่อง ๙ ล้านบาท ๑๐ ล้านบาท เขาก็ขอเป็นโครงการใหญ่ ทีเดียวเลย ส่วน อบต. ยังติดเงื่อนไขอยู่ถ้าเกิน ๑๐ ล้านบาทต้องสมทบท่านประธาน เพราะฉะนั้นอันนี้ก็อาจจะให้ อบต. ทำแผนเป็นผูกพัน ๓ ปี แต่ว่าก่อนจะเริ่มตรงนั้นต้องมี แผนแม่บทเสียก่อนต้องมีออกแบบได้เสียก่อน งบออกแบบจะมีงบเริ่มต้นท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานว่าจะพยายามประสานให้ท่านอัครเดชได้สบายใจ ผมจะพยายามลงไป เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วผมเชิญมาประชุมกันแล้วที่กระทรวง อันไหนทำได้ก่อนก็พยายามทำให้ อันนี้ยืนยันกับท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านอัครเดชมีอะไรฝากครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดราชบุรี ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีมาก ๆ เลยนะครับที่ท่านได้เห็นความสำคัญความต้องการของ พี่น้องประชาชนชาวอำเภอบ้านโป่งที่ต้องการพัฒนาทั้ง ๒ บึงนี้ แต่จะกราบเรียน ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าวันที่ ๑๖ สิงหาคมนี้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านรณภพ เหลืองไพโรจน์ ได้แจ้งกับผมแล้วว่าท่านได้รับนโยบายแล้วก็รับคำสั่งจากท่านรัฐมนตรี ว่าอยากจะให้ทางจังหวัดเข้ามาเป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหานี้ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้มี ดำริไป ดังนั้นท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้นัดหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาลและ อบต. แล้วก็หัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โยธาจังหวัด ชลประทานมาประชุมกันเรื่องการพัฒนา ๒ บึงนี้ ก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรี แล้วก็ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้มาขับเคลื่อนตรงนี้อย่างเป็นรูปธรรม อีกครั้งหนึ่ง ในโอกาสนี้ก็มีความคืบหน้าจะได้นำเรียนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่อไป ขอบคุณ ท่านประธานและท่านรัฐมนตรีช่วยนิพนธ์ บุญญามณีเป็นอย่างยิ่ง ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีมากครับ มันเกี่ยวกับท่องเที่ยวท่านไม่ลองไปปรึกษากระทรวงท่องเที่ยวดูบ้าง เขาก็มีงบเหมือนกัน ขอบพระคุณท่านอัครเดชและท่านรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณมากครับ เป็นการจบกระทู้ถามแยกเฉพาะทุกฉบับแล้วนะครับ เพราะที่เหลือเลื่อนนะครับ สำหรับวันนี้ จบกระทู้ถามแยกเฉพาะครับ🔗
ต่อไปนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุมทราบ🔗
๒.๑ รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภา🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ที่ประชุมวุฒิสภาได้ พิจารณาเรื่องต่าง ๆ ดังนี้นะครับ🔗
ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๑ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ ๑ วันจันทร์ที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๕ ที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติให้ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ออกไปเป็น กรณีพิเศษอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๕🔗
ในคราวประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๑๑ และครั้งที่ ๑๒ ในวันจันทร์ที่ ๒๗ และ วันอังคารที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๕ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงานสรุปผลการ ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติประจำปี ๒๕๖๔ และรายงานสรุปผลการดำเนินการตาม แผนการปฏิรูปประเทศประจำปี ๒๕๖๔🔗
ในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๔ วันจันทร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติให้ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ออกไปเป็นกรณีพิเศษอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๕🔗
ในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๕ วันอังคารที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงานจำนวน ๒ เรื่องดังนี้🔗
๑. รายงานการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของ ประเทศประจำปี ๒๕๖๔🔗
๒. รายงานผู้ตรวจการแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ และ รายงานของผู้สอบบัญชี และรายงานการเงินของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำหรับปี สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔🔗
ในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๗ วันอังคารที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุน ประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ จึงขอแจ้ง ให้ที่ประชุมได้ทราบนะครับ🔗
ต่อไปนะครับ🔗
๒.๒ รับทราบ เรื่อง ขอความร่วมมือในการมาตอบกระทู้ถาม🔗
ด้วยในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๑๐ สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๕ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ได้รับ มอบหมายให้มาตอบกระทู้ถาม ได้ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถาม เป็นผลให้สภาผู้แทนราษฎร ไม่สามารถพิจารณากระทู้ถามตามระเบียบวาระได้ เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ และการประชุมสภาผู้แทนราษฎรดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงได้มีดำริในการขอความร่วมมือจากคณะรัฐมนตรี ขอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ต้อง มาตอบกระทู้ถาม ต้องมาตอบกระทู้ถามทุกครั้งที่มีการพิจารณาตามระเบียบวาระ สำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงมีหนังสือขอความร่วมมือดังกล่าวไปยังคณะรัฐมนตรี ต่อมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๕ รับทราบตามที่สำนักงานเสนอและ ให้คณะรัฐมนตรีถือปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๒🔗
๒. เรื่องขอความร่วมมือในการตอบกระทู้ถามในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และมติคณะมนตรีเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ เรื่องขอความร่วมมือในการตอบกระทู้ถาม โดยเคร่งครัด จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ🔗
ท่านประธานครับ นิดเดียว ขอสั้น ๆ นิดเดียวครับท่านประธาน ขออนุญาตครับ🔗
มีอะไรไหมครับ🔗
พอดีมันมีเรื่องที่ท่านประธานได้แจ้ง ต่อที่ประชุม ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เรื่อง ๒.๑ ในอนุย่อยคือ ๑.๑ คือร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและ การกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ท่านประธานครับ เนื่องจากว่ากรณีนี้มันเป็นกรณีที่ ทางวุฒิสภาเขาได้พิจารณาเสร็จแล้วครับ เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคมที่ผ่านมา ทีนี้ผมคิดว่ามันไม่มี ความจำเป็นที่จะต้องขยายระยะเวลาแล้วเนื่องจากทางวุฒิสภาได้พิจารณาเสร็จแล้ว เลยอยากให้ท่านประธานพิจารณาครับว่าอาจจะไม่มีความจำเป็นในการขยายระยะเวลา อีกต่อไปแล้ว ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ก็ได้รับแจ้ง มาอย่างนี้นะครับ ผมก็แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบอย่างนี้ เดี๋ยวให้ทางฝ่ายเลขาได้ติดตาม ประสานงานดูอีกทีนะครับว่ามีผลเป็นอย่างไร จะเป็นไปตามที่ท่านรังสิมันต์ โรม ทราบหรือไม่ ท่านรังสิมันต์ โรม เป็นการแจ้งย้อนหลัง กำลังพิจารณาอยู่ตอนนี้นะครับ วุฒิสภากำลัง พิจารณาอยู่ครับ🔗
เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระ ต่อไปนะครับ ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนำระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ ซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งคงจะใช้เวลาไม่มากนักนะครับ จะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่🔗
ถ้าไม่มีถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓ สมัยสามัญ ประจำปี ครั้งที่ ๑ จำนวน ๔ ครั้ง🔗
ครั้งที่ ๑๘ วันพุธที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๑๙ วันพฤหัสบดีที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๒๐ วันพุธที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๒๑ วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๔🔗
ซึ่งเอกสารระเบียบวาระการประชุมได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้วก่อนที่ จะเสนอให้สภารับรอง เมื่อไม่มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุม รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๔ ครั้งดังกล่าวแล้วนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
ต่อไปจะเป็นการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๗.๗ ตั้งกรรมาธิการสามัญ ในคณะกรรมาธิการการศาสนาศิลปะและวัฒนธรรมแทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออกนะครับ🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการคือท่านสุชาติ อุสาหะ ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างเนื่องจาก นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้ขอลาออกจาก ตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓)🔗
ตำแหน่งที่ว่างลงเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยนะครับ ฉะนั้น จึงขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่พรรคเพื่อไทยขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการพร้อมทั้งขอผู้รับรอง และช่วยพิจารณาด้วยนะครับว่าไม่ได้เป็นกรรมาธิการเกินกว่า ๒ คณะตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ เชิญเสนอชื่อกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอตั้งกรรมาธิการสามัญ ในคณะกรรมาธิการการศาสนาแทนตำแหน่งที่ว่างลง ขอเสนอ นางสาวละออง ติยะไพรัช ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเสนอชื่อท่านอื่นอีกไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกเสนอท่านอื่นก็ถือว่าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงคือ นางสาวละออง ติยะไพรัช นะครับ🔗
ต่อไปเป็นเรื่องอื่น ๆ ซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ คือคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาปัญหาการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรและศึกษาแนวทาง ช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น ขอขยายระยะเวลา การพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการคือท่านประภัตร โพธสุธน ได้มีหนังสือแจ้งว่า เนื่องจากมีข้อมูลและข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเป็นจำนวนมากที่จะต้องศึกษาและพิจารณาให้แล้ว เสร็จทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ เป็นไปด้วยความรอบคอบ ดังนั้นจึงขอขยายเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ เป็นการขอขยายระยะเวลา ครั้งที่ ๓ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมาธิการจะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลา การพิจารณาศึกษาออกไปตามที่ร้องขอนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ🔗
ท่านจุลพันธ์ มีอะไรไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยความเคารพครับ เรามีการพูดคุยกัน ว่าเราจะใช้วันนี้เนื่องด้วยมันมีสถานการณ์ทางสังคมอยู่หลายประเด็น เราจะใช้วาระนี้ ในการเปลี่ยนการประชุมโดยจะเสนอญัตติด้วยวาจาครับ ซึ่งขอความกรุณาท่านประธาน ได้โปรดให้โอกาสท่านสุทิน คลังแสง เป็นผู้นำเสนอญัตติด้วยวาจาตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕๐ ครับ🔗
ท่านสุทิน ก็ลองเสนอดูครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคามจากพรรคเพื่อไทย ขอใช้สิทธิ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) เพื่อเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาในวันนี้ครับ แล้วก็ประเด็นที่ผมจะ เสนอวันนี้ก็คือเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรของเราได้ระดมความคิดเห็นและประมวลความเห็น เพื่อเสนอต่อ ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีในแนวทางที่ถูกต้องและเหมาะสมที่จะปฏิบัติตาม บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ นั่นก็คือบัญญัติไว้ว่าการดำรงตำแหน่งของ นายกรัฐมนตรีให้ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน ๘ ปี ซึ่งอันนี้เป็นประเด็นที่สำคัญของสังคม ซึ่งกระผมขอเรียนเหตุผลประกอบดังต่อไปนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ณ วันนี้ ถ้าหากว่าพวกเราได้สดับตรับฟังก็จะได้เห็นว่าประเด็นใหญ่ยิ่งของประเทศเราที่สังคมกำลัง วิพากษ์วิจารณ์และกำลังขบคิดว่าจะออกอย่างไร จบอย่างไร ก็คือเรื่องของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ ก็คือวาระ ๘ ปีของท่านนายกรัฐมนตรีที่กำหนดไว้จะสิ้นสุดเมื่อไร แล้วจะมี ทางออกอย่างไร วันนี้มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันหลากหลายมาก บนความหลากหลายนี้ ก็สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะกันทางความคิดที่จะรุนแรงยิ่งขึ้น แล้วในที่สุดถ้าหากว่าไม่มี แนวปฏิบัติที่ดีเรื่องนี้ก็อาจจะเป็นเหตุลุกลามให้เกิดวิกฤติหรือสถานการณ์การเมืองที่เรา ไม่พึงจะประสงค์ เพราะฉะนั้นในความหลากหลายและความครุ่นคิดของพี่น้องประชาชน ทุกหมู่เหล่าบนความแตกต่าง วันนี้ก็ดูเหมือนว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็จะมีท่าทีที่อาจจะ ไม่สอดคล้องกับบุคคลหลายกลุ่ม เพราะฉะนั้นสภาผู้แทนของเราแห่งนี้นี่เป็นผู้ตั้ง นายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นเมื่อถึงคราวที่เกิดประเด็นว่านายกรัฐมนตรีจะต้องหลุดพ้น หรือถอดถอน หรือจะต้องปฏิบัติทางใดทางหนึ่งนี่สภาเราจะนิ่งนอนใจไม่ได้เราเป็นคนตั้ง ถ้าจะพ้น จะหลุด เราต้องมีความเห็น แต่ถ้าหากว่ามีการปฏิบัติเสียโดยไม่มีข้อขัดข้องหรือ ไม่มีความขัดแย้งทางความคิดสภาก็อาจจะนิ่งเฉยได้ปล่อยเป็นไปตามครรลอง แต่วันนี้ โดยท่าทีแล้วไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น ได้มีการยื่นเรื่องนี้ต่อองค์กรตุลาการหรือองค์กรอิสระแล้ว แล้วในขณะก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันกว้างขวางมาก ผมจึงเห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะต้องระดมความคิดเห็นกัน ไม่ว่าจะฝ่ายที่คิดเห็น แตกต่างหรือเห็นต่างหรือเห็นตรงกัน ระดมแล้วก็ประมวลความคิดเห็นให้ได้ แล้วเอาความ คิดเห็นนี้แนะนำไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าแนวทางที่ถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แนวทางที่เหมาะสมกับสถานการณ์นี้ควรเป็นเช่นไร เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงถือโอกาสใช้สิทธิ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) ได้เสนอญัตติด่วน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ก็มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ แต่ประเด็นนี้ ท่านรังสิมันต์ ขอทางฝ่ายรัฐบาลนิดหนึ่งนะครับ🔗
จริง ๆ ผมก็ทำนองเดียวกันมันจะได้จบ🔗
ไม่เป็นไรครับ ยังให้เวลาท่านได้นำเสนอ ให้ท่านอรรถกรก่อนแล้วกัน เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ก็ของท่านรังสิมันต์ เพื่อนกัน ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านบอกว่าท่านทำนองเดียวกัน แต่ว่าผมฝ่ายรัฐบาลเมื่อสักครู่นี้ ท่านประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้านได้ลุกขึ้นเสนอแล้ว ผมก็ขออนุญาตเสนอความเห็น ต่อท่านประธานและที่ประชุมนะครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ จากที่ ท่านประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้านได้ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) เพื่อเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ดังที่ท่านได้นำเรียนต่อที่ประชุมไปเมื่อสักครู่นี้แล้วนะครับ🔗
ประเด็นแรกเลยครับผมมีความเข้าใจว่าการที่จะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา ก็จะต้องมีการพูดคุยกันก่อน ตกลงกันก่อนเพื่อให้ที่ประชุมสามารถเดินหน้าไปได้อย่างไม่มี ปัญหานะครับ แล้วก็เข้าใจครับว่าวิธีการที่จะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาให้สามารถดำเนินการ ต่อไปได้ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ ผมก็ไม่ได้ติดใจตรงนี้ แต่ว่าด้วยความเคารพนะครับท่านประธาน อาทิตย์ที่แล้วผมได้รับการประสานงานจากเพื่อนสมาชิกโดยหลายท่านเป็นวิป (Whip) พรรคร่วมฝ่ายค้านว่าในวันพฤหัสบดีซึ่งก็คือวันนี้หลังจากจบการถามกระทู้สดด้วยวาจาและ จากการถามกระทู้ทั่วไป ทางสภาเราก็มีความเห็นเหมือนกันว่าทางเพื่อนสมาชิกจาก พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหา หนี้นอกระบบ ซึ่งทางพวกผมพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคร่วม อื่น ๆ ทุกพรรคเราเห็นตรงกันครับว่าเรื่องนี้มันมีปัญหากับพี่น้องประชาชนจริง ๆ สภาน่าจะ เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเสนอทางออกวิธีการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่ต้องบอก ว่าทุกข์ทรมานกับการที่ต้องหาเงินมาใช้หนี้ที่ไปยืมมาจากนอกระบบนะครับ นอกจากนี้ ผมเรียนต่อท่านประธานด้วยความเคารพนะครับในการเรียกประชุมวิป (Whip) ๓ ฝ่าย โดยท่านประธาน ท่านชวน หลีกภัย ท่านทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม ขออนุญาต เอ่ยนามท่านไม่เสียหายนะครับ มีตัวแทนจากวุฒิสมาชิก ผมแล้วก็เพื่อนสมาชิกจาก พรรคเพื่อไทย ๒ ท่านครับ พรรคก้าวไกลท่านหนึ่งนะครับ ตอนนั้นเราพูดคุยถึงการวางกรอบ การประชุมร่วม แต่ผมก็ได้นำเรียนเรื่องนี้ต่อท่านประธานว่าทางสภา ทาง ส.ส. ทางวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายได้พูดคุยกันเรียบร้อยแล้วว่าเราจะขอยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องการ แก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย ท่านประธานชวน ท่านก็เห็นด้วยนะครับท่าน ก็ไม่ได้ว่าอะไร ต้องขอบพระคุณท่านจริง ๆ ครับ นอกจากนี้ครับท่านประธาน ท่านทราบไหม ว่ายังมีญัตติที่ยื่นมาก่อนหน้านี้อีก ๖ ฉบับ ที่เกี่ยวกับปัญหาหนี้นอกระบบแล้วผมก็ได้ ประสานทุกพรรค เพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อนสมาชิกจากพรรคภูมิใจไทย เพื่อนสมาชิกของผมจากพรรคพลังประชารัฐ ๒ ท่าน ท่านวีระกร คำประกอบ ท่านดอกเตอร์รงค์ บุญสวยขวัญ จากนครศรีธรรมราช ท่านก็เตรียมที่จะเป็นผู้ร่วมเสนอญัตติในการแก้ไขปัญหา หนี้นอกระบบเหมือนกัน นอกจากนี้ข้างหลังผมยังมีเพื่อนสมาชิกที่ได้เตรียมข้อมูลมาเพื่อ อภิปรายวิธีการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเพราะหวังว่าจะให้สภาแห่งนี้หาทางออก ให้สภาแห่งนี้ จะตั้งกรรมาธิการหรือจะส่งไปให้คณะรัฐมนตรีนำไปแก้ไขก็ได้หลายท่านก็มีความตั้งใจแบบนี้🔗
สุดท้ายท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ระยะเวลาในการยื่น อันนี้ส่วนตัวนะครับ ก็ดูเหมือนท่านจะใช้สภาแห่งนี้เป็นเครื่องมือในการ กดดันผู้มีอำนาจในการตัดสินวาระ ๘ ปีหรือไม่ อย่างไร เพราะส่วนตัวผม ผมมองว่าสภาเรา ไม่ได้มีอำนาจนะครับศาลมีอำนาจในการตัดสินว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร ดังนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่า ผมในนามตัวแทนของพรรคร่วมรัฐบาลครับ ถ้าจะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา ตามที่เราเคยคุยกันไว้ นั่นก็คือเรื่องของการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ผมไม่ติดใจครับ แต่ถ้าจะ ยื่นเรื่องนี้ผมก็ต้องขอนำเรียนต่อท่านประธานและที่ประชุมครับ ผมก็คงจะไม่เห็นด้วยและ ขอยืนตามแนวทางเดิมที่จะนำญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องที่ตกลงกันไว้มาพิจารณาครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรังสิมันต์ โรม ครับ🔗
ท่านประธาน เดี๋ยวให้ท่านสุทินก่อน ก็ได้ครับ🔗
เชิญ ท่านสุทินครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ ท่านอรรถกรได้กราบเรียนต่อท่านประธานเป็นความจริงครับว่าเราก็ได้มีการพูดคุยตกลงกัน ว่าในวันพฤหัสบดีนี้เราขอโควตา ขอช่วงเวลาที่เราจะเสนอญัตติด่วน ๑ เรื่อง ก็เป็นความจริง ว่าเดิมทีเราคิดว่าเป็นเรื่องของการเสนอหนี้นอกระบบ อันนี้ท่านพูดความจริง เราก็ยอมรับ แต่ด้วยความว่าเป็นเรื่องด่วน เราก็มาพิจารณากันว่ามันมีเรื่องเร่งด่วนที่ฉับพลันเข้ามาทันที และเป็นสิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรจะต้องอ่อนไหว ต้องรับผิดชอบต่อสังคม เราก็พิจารณากันว่า เรื่องการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ นี่เป็นเรื่องด่วนจริง ๆ และเมื่อเปรียบเทียบกับ เรื่องหนี้นอกระบบ ซึ่งอันนั้นก็เรื่องด่วน พวกเราก็เห็นตรงกันในฝ่ายค้านว่าเรื่องนี้น่าจะด่วน ถ้าปล่อยอย่างนี้แล้วสังคมก็อาจจะเดินไปสู่ทางตัน สภาผู้แทนราษฎรจึงไม่อาจจะนิ่งนอนใจ เราต้องอ่อนไหวต่อปัญหาสังคม เราก็เลยคิดว่าโควตาที่เรามีก็เปลี่ยนเป็นเรื่องวาระการดำรง อยู่ ๘ ปีได้ไหม เราก็ได้นำเสนอ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านประธานที่เคารพครับ เราก็เคารพมติสภา แห่งนี้ หากสภาแห่งนี้จะมีความเห็นเป็นอื่นว่าเรื่องหนี้นอกระบบจำเป็นก่อน เรื่องการดำรง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ๘ ปีสภาจะมีมติอย่างไร เราก็ยินดีปฏิบัติ เพียงแต่วันนี้เราได้ทำ หน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรของเราว่าบนวิกฤติซึ่งมองว่ามันจะเกิด สภาผู้แทนราษฎรถ้าหาก ว่าจะได้มีบทบาทในการสกัดยับยั้งก็ขอได้เสนอตัวและทำหน้าที่นี้ ก็เคารพมติสภาครับ จะเอาอย่างไรก็ยินดีปฏิบัติครับ🔗
ท่านสุทินครับ ท่านรังสิมันต์จะอภิปรายก่อนใช่ไหม เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมก็จะเสนอ ญัตติในทำนองเดียวกันกับท่านสุทิน ซึ่งก่อนอื่นผมต้องเรียนชี้แจงนะครับว่าการเสนอตรงนี้ เราเห็นถึงความสำคัญของปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบ จริง ๆ ทั้งพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย เราได้มีการพูดคุยกันถึงปัญหาเรื่องนี้มาโดยตลอด แล้วก็เป็นปัญหาที่มันเรื้อรังแล้วก็แก้ไม่ได้ แต่ต้องเรียนตามตรงครับว่าในวันนี้เรากำลังเผชิญกับปัญหาในเรื่องของวิกฤติรัฐธรรมนูญ แล้ววิกฤตินี้กำลังเกิดความสั่นคลอนและเกิดการตั้งคำถามของสังคมว่าตกลงแล้วผู้บริหาร ประเทศที่มีอำนาจในการแก้ปัญหา วิกฤติปากท้องเศรษฐกิจของพวกเราตกลงแล้วเขาจะอยู่ ได้นานอีกแค่ไหน พ้นวันที่ ๒๓ ไปแล้วถึงวันที่ ๒๔ สิงหาคม ต่อไปจะกลายเป็นนายกเถื่อน หรือไม่ นี่คือปัญหาสำคัญที่สภาแห่งนี้เราต้องช่วยกันในการที่จะเสนอทางออกในการที่จะส่ง เรื่องไปยังคณะรัฐมนตรี ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมกำลังอภิปรายทั้งหมดไม่ได้เป็นการกดดัน ให้เกิดการตีความอย่างไม่ตรงไปตรงมาตามกฎหมาย ที่ผ่านมาเราก็เผชิญกับการที่ ศาลรัฐธรรมนูญเขามาชี้แจงต่อสภาในหลาย ๆ เรื่อง พวกเราเองก็ส่งฟีดแบก (Feedback) ส่งปัญหาที่เราพบเจอในหลายเรื่องครับ แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเปลี่ยนอะไรได้ เพราะที่ผ่านมา สภาแห่งนี้แทบจะกดดันอะไรไม่ได้เลย ดังนั้นในการที่จะหาทางออกเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติ ๘ ปีของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี เราจำเป็นจริง ๆ ที่จะต้องมีการอภิปรายในสภาแห่งนี้เพื่อส่งเรื่อง ต่อไปยังคณะรัฐมนตรี ท่านประธานครับ อย่างที่ทุกท่านรู้กันว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีหลังจากได้รับการโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๗ ในวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๕ ที่จะถึงนี้เป็นเวลา ๘ ปีครับ ๘ ปีจริง ๆ ที่ท่านได้ดำรง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีนักวิชาการให้ความเห็นหลากหลายที่ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า พลเอก ประยุทธ์ อยู่ครบแล้ว ๘ ปี มีเอกสารที่เราไปค้นคว้า พี่น้องประชาชนไปหามาเจอก็ ยืนยันว่าเจตนารมณ์ในการตีความมันจะต้องเป็น ๘ ปี ดังนั้นผมในฐานะตัวแทนของ พรรคก้าวไกลเราจึงเห็นว่าปัญหาเรื่องนี้เป็นปัญหาที่มีความสำคัญและจำเป็นที่จะต้องมีการ อภิปรายในสภาแห่งนี้ ด้วยเหตุผลทั้งหมดครับท่านประธาน ผมจึงขอเสนอญัตติด่วน ด้วยวาจาเพื่อเสนอความเห็นของสภาผู้แทนราษฎรไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อแจ้งให้ทราบว่า นายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังจะดำรงตำแหน่งครบ ๘ ปี ในวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๕ และเราจะต้องหาแนวทางกันต่อไป ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ก็ถือว่า มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ท่านสุรสิทธิ์เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าสิ่งที่ท่านสมาชิกทั้ง ๒ ท่านได้เสนอนี้ ผมยังไม่ได้รับทราบข้อมูลชัดเจนว่าท่านได้เสนอญัตติที่จะขออะไร ถ้าหากว่า ท่านประธานมีโอกาสได้ดูข้อบังคับ ข้อ ๔๔ ว่าญัตติที่จะเสนอนั้นต้องเป็นข้อเสนอที่จะมี จุดมุ่งหมายให้สภาได้ลงมติหรือชี้ขาดว่าจะให้ปฏิบัติหรือดำเนินการอย่างไร อันนี้มันเป็นเรื่อง ที่จะต้องให้สภานั้นมีมติ ผมเองไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ทางสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้นำเสนอญัตติ ที่เกี่ยวข้องกับวาระของฝ่ายบริหารคือท่านนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคล เป็นเรื่องที่สภาไม่สามารถจะวินิจฉัยในวาระ ๘ ปี ว่าจะครบ ไม่ครบ หรือว่าจะครบแค่ไหน อย่างไร ดังนั้นในเรื่องญัตตินี้ผมยังเกรงว่าหากสภา ได้มีมติไปจะไปกระทบกับศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่เป็นผู้มีหน้าที่ในการวินิจฉัยว่า ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นจะดำรงตำแหน่งหรือวาระครบ ๘ ปีหรือไม่ เพียงใด ดังนั้นผมเรียนว่า ในกรณีนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่จะสามารถเข้าสู่การเป็นญัตติที่จะขอให้สภาลงมติได้ แล้วก็อยาก ที่จะเสนอให้มีการพิจารณาไปตามระเบียบวาระครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ครับ🔗
เดี๋ยวครับ ท่านทวีครับ ที่จริงแล้วทั้ง ๒ ฝ่ายก็ได้ให้เหตุผลมาพอสมควรนะครับ ผมขออนุญาตนำเรียน ที่ประชุมอย่างนี้ครับ ที่จริงแล้วผมไม่ขัดข้องเรื่องการที่จะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา ที่เป็น ปัญหาของประเทศชาติและของประชาชนมันมีความจำเป็น แต่ในกรณีที่ท่านสุทิน คลังแสง และท่านรังสิมันต์ โรม จะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาในประเด็นการดำรงตำแหน่ง ๘ ปีของ ท่านนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงหรือไม่ ผมไปดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ ผมขออนุญาตอ่าน ให้ที่ประชุมฟัง มาตรา ๑๗๐ ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ไว้วางใจ (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา ๑๖๐ (๕) กระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา ๑๘๖ หรือมาตรา ๑๘๗ (๖) มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๗๑ นอกจากเหตุที่ทำให้ ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามวรรคหนึ่งแล้ว ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดตามเวลา ตามมาตรา ๑๕๘ วรรคสี่ด้วย ให้นำความในมาตรา ๘๒ มาใช้บังคับแก่การสิ้นสุดของความเป็นรัฐมนตรีตาม (๒) (๔) และหรือ (๕) หรือวรรคสอง โดยอนุโลมเพื่อประโยชน์แห่งการนี้ มาตรา ๘๒ นี่ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิก วุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกว่าสมาชิกภาพของสมาชิกคนใดคนหนึ่ง แห่งสภานั้นสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๓) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๒) หรือมาตรา ๑๑๑ (๓) (๔) (๕) (๗) แล้วแต่กรณี และให้ประธานแห่งสภาที่ได้รับคำร้องส่ง คำร้องนั้นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกผู้นั้นสิ้นสุดลงหรือไม่ คือในประเด็นนี้ผมคิดว่าการยื่นญัตติด่วนในสภา เราต้องการวัตถุประสงค์เพื่ออะไร เพื่อตั้ง กรรมาธิการศึกษาหรือเพื่ออภิปรายเสนอแนะเฉย ๆ เดี๋ยวท่านจุลพันธ์ ผมขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ฉะนั้นช่องทางการที่จะดำเนินการตรวจสอบว่าท่านนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งครบ ๘ ปี หรือไม่ตามรัฐธรรมนูญนี้ ท่านสมาชิกรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา สามารถใช้ช่องทางในการลงชื่อเสนอต่อประธานแห่งสภาของตน เพื่อที่จะให้ประธานแห่งสภา ของตนนำเสนอยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย เพราะสภาของเราคงชี้ผิดชี้ถูกไม่ได้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะสิ้นสุดหรือไม่ ฉะนั้นช่องทางที่เป็นไปได้ที่ทำได้ง่าย ๆ อยู่แล้ว ก็คือ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราลงชื่อ แล้วยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรยื่นต่อท่านชวน หลีกภัย แล้วท่านชวนหลีกภัยก็จะยื่นไปที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ศาลได้วินิจฉัยว่าครบ ๘ ปี หรือไม่ นี่คือช่องทางที่เป็นไปได้ ฉะนั้นถ้าหากว่าเราเสนอญัตติแบบนี้เข้ามามันก็ไม่มีข้อสรุปใด ๆ มันไม่มีข้อสรุปใด ๆ ฉะนั้นผมจึงขอให้สภาเราได้โปรดพิจารณานะครับ เพราะเรามีช่องทาง อยู่แล้ว ยิ่งถ้าหากว่าเราเสนอญัตติด่วนเรื่องนี้เข้ามาเราไม่อภิปรายแล้วค่อยไปยื่นไปที่ประธาน ประธานยื่นศาลรัฐธรรมนูญ มันจะเป็นการใช้อำนาจที่ไปกดดันซึ่งกันและกันหรือไม่ ตรงนี้ ผมอยากให้สภาพิจารณาครับ แต่ถ้าในประเด็นกรณีที่หนี้นอกระบบที่ทางวิป (Whip) ได้มี การตกลงกันไว้แล้วซึ่งมันก็ไม่น่าจะมีปัญหา ท่านจุลพันธ์ก่อนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้านครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ประเด็นแรกเลยเรื่องของญัตติที่เพื่อน สมาชิกท่านสุทิน คลังแสง แล้วก็ท่านรังสิมันต์ โรม ได้เสนอประกบเข้ามานั้นเป็นญัตติ ในทำนองเดียวและที่สำคัญนั้นต้องเรียนกับท่านประธานว่าเป็นญัตติที่ชอบด้วย ข้อบังคับ การประชุมของเรา ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ข้อเสนอญัตติของท่านสุทินนั้นก็คือเพื่อให้สภามีการถกแถลงกันเพื่อที่จะนำเสนอ ข้อเสนอแนะทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ ฝั่งหนึ่งอาจจะบอกว่าเรื่องของการครบวาระ ๘ ปีกำลังจะ ครบในวันที่ ๒๓ ๒๔ สิงหาคมนี้ท่านอาจจะบอกต้องอยู่อีก ๑๐ ปีก็ได้ อันนั้นมันเป็น ข้อเสนอแนะแล้วก็เป็นความคิดเห็นในการอ่านรัฐธรรมนูญในการวิเคราะห์สถานการณ์และ พูดถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่ามีผลดีผลเสียอย่างไรกับประเทศชาติและประชาชน ซึ่งเป็นสิ่ง สำคัญครับเรากำลังเดินเข้าสู่กับดักเรื่องของระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะทำให้เกิดความแตกแยกในสังคมอย่างมาก จึงเป็นเหตุที่เหมาะสมแล้วที่สภาซึ่งมีหน้าที่ ในการที่จะเป็นที่พึ่งพิงของพี่น้องประชาชนจะนำเอาปัญหาเหล่านี้เข้ามาถกแถลงกัน และนำส่งต่อ ครม. เราเคยทำเรื่องลักษณะนี้มาหลายครั้งครับ เรื่องน้ำท่วม น้ำแล้งเราก็เคย ทำเข้ามาก็เป็นการถกแถลงเพื่อที่จะนำเอาความคิดเห็นของสมาชิกส่งไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อที่จะไปพิจารณาที่จะปฏิบัติตามหรือไม่ก็ได้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรากำลัง ดำเนินการอยู่นี่เป็นสิ่งซึ่งชอบส่วนญัตติที่มีการเสนอซ้อนขึ้นมาโดยเพื่อนสมาชิกท่านใด อรรถกรจากฟากฝั่งของรัฐบาลนั้น ผมต้องเรียนด้วยความเคารพครับเป็นญัตติที่มีการพูดคุย กันในเบื้องต้นจริง ก็คือเรื่องของญัตติหนี้นอกระบบซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศในขณะนี้ เช่นเดียวกัน เพราะพี่น้องประชาชนเดือดร้อนเรื่องของหนี้นอกระบบจำนวนมาก แต่เนื่องด้วย ความสำคัญของเรื่อง ๘ ปีมันมีความจำเป็นเช่นนี้ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานระยะเวลาที่เหลืออยู่ของสภาที่เราจะทำงานกันในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก่อนวันที่ ๒๐ วันที่ ๒๓ วันที่ ๒๔ สิงหาคมนั้นมันไม่มีแล้ว เพราะสัปดาห์หน้าเราก็นัดประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณถึง ๓ วัน พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เป็นวาระสุดท้าย ที่เราจะพบกันในฐานะสมาชิกก่อนที่จะครบวาระ ๘ ปีของนายกรัฐมนตรี ซึ่งถ้าเลยเวลาไป และเราไม่มีความเห็นใด ๆ ออกไปจากสภาผู้แทนราษฎรเลยนี่ผมถือว่าเราผิดต่อสังคม เพราะว่าสังคมนี่รับฟังเรื่องปัญหาเหล่านี้และต้องการคำตอบ ต้องการได้ยินว่าตัวแทนของ เขานี่จะมีแนวความคิดเห็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับเมื่อเป็นญัตติเราก็รู้กัน อยู่ว่าวันพฤหัสบดีปัญหาสภาพองค์ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรเรา ผมก็รู้ว่าท่านก็ไม่อยาก ลงมติ ท่านก็ไม่อยากลงมติเท่าไหร่ เพราะเราเป็นห่วงเรื่องประชุมมันมีการประชุม ทั้งกรรมาธิการมันมีการลงพื้นที่เพราะว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการประชุมช่วงบ่ายในวาระ ปกติก็จะเป็นเรื่องรับทราบ อันนี้เราทราบกันดีครับวิธีทางแก้มันมีครับญัตติทั้ง ๒ ญัตติ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ครับ เราก็เห็นชอบด้วยทั้ง ๒ ญัตติเพื่อนสมาชิกจากฟากฝั่งรัฐบาล ก็กล่าวเช่นเดียวกันว่ามันก็ดีทั้ง ๒ อัน แต่ว่าเขาเห็นความสำคัญของเรื่องของหนี้สินนอกระบบ ทางแก้ไม่ยากเลยครับเราก็การดำเนินการประชุมของสภา เราเริ่มที่ญัตติเรื่องขอข้อเสนอแนะ ที่จะส่งไปยังคณะรัฐมนตรีเรื่อง ๘ ปีก่อน เมื่อจบสิ้นแล้วพวกผมก็ยินดีจะนั่งเป็นองค์ประชุม แล้วก็ร่วมประชุมต่อ แล้วพวกผมก็จะอภิปรายด้วยครับ เรื่องของปัญหาหนี้สินนอกระบบ มันไม่ใช่ปัญหาของสภาเลยครับที่เราจะพิจารณา ๒ เรื่องต่อเนื่องกันในวันพฤหัสวันนี้ แล้วก็ ให้จบภายในวันนี้ เพื่อที่ทั้ง ๒ เรื่องนี้จะได้มีคำตอบต่อสังคมแล้วก็นำส่งไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อที่จะหาทางออกให้กับพี่น้องประชาชนและหาทางออกให้กับสังคมไทย เพราะฉะนั้นอันนี้ ผมเรียนเสนอต่อท่านประธาน ขอให้ท่านประธานได้โปรดลองพิจารณาแล้วก็ฝากไปยังฟาก ฝั่งรัฐบาลด้วยครับ ถ้าท่านจะกรุณาเราทำ ๒ เรื่องนี้ให้จบภายในวันนี้จะเป็นประโยชน์ครับ🔗
เดี๋ยวท่านรังสิมันต์ โรม ก่อนนะครับ เชิญท่านทวียกก่อนขอโทษที🔗
ขอบพระคุณท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมขอเสนอญัตติตาม ข้อ ๕๐ เป็นญัตติทำนองเดียวกัน เพราะผมเห็นว่า เป็นเรื่องที่เป็นผลประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน และมีความจำเป็นรีบด่วนเกี่ยวกับการรักษา ความสงบเรียบร้อยศีลธรรมอันดีของประชาชน แล้วเกี่ยวกระทบกับความมั่นคงของ ประเทศชาติ เนื่องจากว่าเหลือเวลาอีกเพียง ๑๔ วัน ถ้าเกิดว่านายกรัฐมนตรีถ้าตาม ลายลักษณ์อักษรเราไม่ต้องไปหาคำแปลท่านจะมีอายุเกิน ๘ ปี ซึ่งในรัฐธรรมนูญท่านจะ ดำรงนายกรัฐมนตรีต่อไปไม่ได้ มันไม่ใช่ตัวนายกรัฐมนตรีอย่างเดียว มันจะส่งผลกระทบ อย่างรุนแรงอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าเมื่อนายกรัฐมนตรีต้องมีอันขาดคุณสมบัติจะทำให้ความเป็น รัฐมนตรีทั้งคณะ คือตามมาตรา ๑๖๘ นี่ต้องพ้นตำแหน่งไปทันทีเลย หลังจากวันที่ ๒๔ ถ้าท่านประธานได้ฟังเหตุผลนี่ เราจะรู้ว่าทั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี จะไม่สามารถปฏิบัติราชการได้เลย เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด บทกฎหมาย การกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญไม่สามารถจะใช้บังคับได้ และประการสำคัญอย่างยิ่ง คือรัฐธรรมนูญเราเป็นลายลักษณ์อักษรมีคำที่ชัดเจนไม่กำกวม แล้วก็ไม่แอบแฝง เมื่อมี ความชัดเจนอย่างนั้นแล้วถ้าท่านประธานได้โปรดกรุณาให้รับญัตติ แล้วก็ให้ผมกับคณะ ได้นำเสนอซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยมีคำวินิจฉัยลักษณะทำนอง เดียวกันนี้ไว้แล้วจะได้หยิบให้ทุกคนได้รับทราบว่าความเป็นนายกรัฐมนตรีจะสิ้นสุดลงหรือ พ้นจากตำแหน่งหรือไม่ ดังนั้นผมจึงขอเสนอญัตติและขอผู้รับรองครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ท่านรังสิมันต์ไม่พอแล้วหรือครับ🔗
นิดเดียวท่านประธาน ตามที่ ท่านประธานได้วินิจฉัย ผม นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ตามที่ท่านวินิจฉัยในเรื่องของกรณี ๘ ปี ที่ท่านประธาน โยงไปมาตรา ๑๗๐ ประกอบมาตรา ๘๒ ในส่วนนี้เป็นการวินิจฉัยในประเด็นนี้ถูกต้องครับ แต่ว่าการเสนอญัตติของพรรคก้าวไกลและของพรรคร่วมฝ่ายค้านในทั้ง ๓ ญัตติ ไม่ใช่กรณี ที่เราจะชี้ขาด การเสนอของเราเป็นการเสนอความเห็นไปยังคณะรัฐมนตรี ซึ่งการเสนอ ความเห็นตรงนี้มันอาจจะไม่ได้มีผลผูกพันในทางกฎหมายแต่มันมีผลผูกพันในทางจิตสำนึกครับ ซึ่งสุดท้ายท่านนายกรัฐมนตรีก็อาจจะรับฟังว่าเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในสภานี่เมื่อเขาอภิปราย ด้วยเหตุด้วยผลกันไปแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะตัดสินใจอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ ซึ่งสุดท้ายท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะลาออกก็ได้ ถ้าเกิดท่านนายกรัฐมนตรีมีสปิริต (Spirit) มีจิตสำนึก ดังนั้นนี่คือจุดประสงค์ของพวกเราที่ต้องเสนอญัตติแบบนี้ ดังนั้นการทำหน้าที่ของ พวกเราเรียนท่านประธานโดยตรงไปถึงเพื่อนสมาชิกนะครับ เราไม่ได้ก้าวล่วงอะไรในการทำ หน้าที่ของประธานของศาลรัฐธรรมนูญเลย วันนี้สังคมก็พูดเรื่องนี้ อภิปรายเรื่องนี้กันอย่าง กว้างขวาง พวกผมนี่เปรียบเสมือนร่างทรง เอาปัญหาความเดือดร้อน ความคิดของพี่น้อง ประชาชนเข้ามาพูดอภิปรายในสภา แล้วถ้าเราอภิปรายกันไปแล้ว ส่งเรื่องไปแล้ว สุดท้าย มันเป็นการตัดสินของท่านนายกรัฐมนตรี ดังนั้นขอให้ท่านประธานโปรดพิจารณาว่าการที่เรา เสนอญัตติแบบนี้ เราเสนอญัตติตรงนี้🔗
ท่านรังสิมันต์ โรม ได้แสดงความเห็นเยอะแล้วครับ🔗
แล้วถ้าสุดท้ายต้องโหวตก็ต้องโหวต ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ เชิญครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเสนอญัตติ เพื่อให้สภาดำเนินการไปตามระเบียบวาระโดยมีเหตุผลนิดหนึ่งก่อนที่จะขอผู้รับรองนะครับ ก็คือว่าผมไปดูถึงข้อบังคับ ข้อ ๔๔ ญัตติก็คือข้อเสนอใด ๆ มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้สภาลงมติ หรือชี้ขาดว่าปฏิบัติอย่างไร ไม่ใช่ญัตติเพื่อแสดงความเห็นแบบไม่มีทิศทาง แสดงความหมาย ตรงนี้ ประกอบกับข้อบังคับ ข้อ ๕๐ ญัตติต้องเกี่ยวกับประโยชน์ของแผ่นดิน เรื่องหนี้ นอกระบบที่ผมรับปากกับพี่น้องประชาชน และผมคิดว่าสมาชิกสภาแห่งนี้ได้ยื่นญัตติกันไว้ หลายคนรออยู่ ผมเป็นคนหนึ่งครับท่านประธานอยู่ในบัญชีรายชื่อว่าหลังจากนี้หลังจาก กระทู้ด้วยวาจาเสร็จหรือกระทู้ทั่วไปเราจะได้พิจารณาเรื่องหนี้ มันก็เป็นเรื่องสำคัญของ แผ่นดิน คำถามก็คือความสำคัญของแผ่นดินเกี่ยวกับหนี้นอกระบบที่พวกเรากำลังจะ พิจารณาอยู่ตามเวลาปกติกับเรื่อง ๘ ปีของนายกรัฐมนตรี มันบอกไม่ได้หรอกว่าอันไหน มันสำคัญกว่าอันไหน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าวันนี้ถ้าเราจะยื่นญัตติผมจึงขอยื่นญัตติเพื่อให้ สภาแห่งนี้ดำเนินไปตามระเบียบวาระปกติและขอที่ประชุมช่วยรับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ท่านชาดาจะยื่นญัตติหรือครับ เชิญครับ🔗
ผมคงไม่ยื่นญัตติล่ะครับ คือเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย คืออย่างนี้นะครับ ผมขอสอบถามนิดหนึ่งทำความเข้าใจ คือผมไม่ทราบว่า ในกรณีของท่านนายกรัฐมนตรีมีใครยื่นศาลรัฐธรรมนูญไปหรือยัง ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา หรือเปล่า เมื่อสักครู่นี้ผมก็ถามพี่ณัฐวุฒิบอกมีคนยื่นไป แล้วก็ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ผมถามจริง ๆ ผมถามด้วยความไม่รู้ อันนี้ผมไม่รู้จริง ๆ ทีนี้เสร็จแล้วถ้าเรื่องที่อยู่ใน ศาลรัฐธรรมนูญแล้วเราไปพูดนี้มันจะเป็นการไปดักปลาหน้าไซหรือจะไปหมิ่นอะไรหรือเปล่า ผมไม่ทราบจริง ๆ ทีนี้มันเหมาะสมไหมแล้วส่วนเรื่องเงินกู้ เรียนด้วยความเคารพครับ ท่านสุทิน ผมก็เตรียมเงินกู้มาเหมือนกัน มันเหมือนถูกหลอกครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ เลยนะครับ เพราะว่าตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว จังหวัดอุทัยธานีนี้เจ้าพ่อเงินกู้เลยครับ เป็นแหล่งส่ง นักปล่อยเงินกู้ ผมก็เตรียมตัวมาวันนี้ วันนี้ก็มีภารกิจแต่อย่างไรก็ต้องมาเพราะว่าจะมีเรื่อง เงินกู้ ทีนี้ผมเองผมเป็นคนพูดเองตั้งแต่วันที่ฝ่ายค้านเสนอญัตติเรื่องนี้ ผมบอกว่าเราเป็น ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลแต่สภาร่วมเราต้องเอื้อเฟื้อกันบ้างไม่ใช่ไปมองฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล อย่างเดียว มีอะไรที่มันเป็นจุดลงตัวได้ก็ดำเนินร่วมกัน อันไหนที่เป็นอันนั้นผมไม่อยากให้เกิด ความขัดแย้ง อย่างวันนี้ก็เหมือนกัน ผมก็เข้าใจเหตุผลของฝ่ายค้านของท่านสุทิน แต่ความรู้สึกของฝ่ายรัฐบาลก็บอกว่าเหมือนมาหลอกด่ากันหรือเปล่า แล้วไปกดดันหรือเปล่า ทางฝ่ายค้านก็มองว่าเป็นเรื่องสำคัญ ทีนี้ผมเองผมก็เรียนด้วยความเคารพครับว่ามัน จะเหมาะสมไหมถ้าเรื่องอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้ตัดสินนี้นะครับ มันจะเหมาะสมไหม มันจะไปก้าวล่วงหรือเปล่า ก็เรียนด้วยความเคารพ ผมไม่อยากให้เป็น การลงมตินับองค์ประชุมอะไรกัน ผมอยากให้คุยกันมากกว่า ให้คุยกันนะครับเพราะว่าทุกคน ก็มีเหตุผลของตัวเอง เราก็ต้องเคารพเหตุผลคนอื่นด้วยไม่ใช่เราจะมาเคารพเหตุผลตัวเราเอง อย่างเดียว เรียนด้วยความเคารพครับท่านประธาน🔗
ท่านสมาชิกครับ ผมก็ฟังเหตุผลทั้ง ๒ ฝ่าย ท่านสุทินฟังเหตุผลครบแล้วนะครับ🔗
อีกนิดหนึ่งครับ🔗
เพียงแต่ว่า มันมีญัตติเป็น ๒ ฝ่าย🔗
สั้น ๆ ครับท่านประธานครับ จะได้ ประกอบให้ทุกท่านได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ🔗
เชิญครับ เอาสั้น ๆ แล้วกันเพราะพูดหลายรอบแล้วครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ท่านสมาชิกหลายท่านก็มีความคิดดี ๆ ก่อนที่เราจะตัดสินใจมันจะมีข้อเท็จจริงที่จะต้องประกอบนิดหนึ่งสั้น ๆ ผมจะเพิ่มเติมให้ ประการแรกที่สุดเลยนี้ก็คือญัตติวันนี้สภาไม่ได้มาชี้ขาดว่าถูกหรือผิด จะต้องทำอย่างไรวันนี้ ไม่มีสิทธิชี้ขาด แล้ววันนี้ด้วยความต้องเข้าใจตรงกันว่ากรณีมาตรา ๑๕๘ มันไม่มีความ จำเป็นต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีความจำเป็นที่บอกว่าเป็นหน้าที่ของศาลนี้ไม่ใช่ วันนี้ ถ้าหากว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้มีความคิดและตระหนักสำนึกแล้วก็ฟังเสียงแล้ว ท่านอาจจะตัดสินใจก่อนไปถึงศาลก็ได้ เพราะฉะนั้นเราก็เลยคิดว่าเพื่อให้ท่านได้มีข้อมูล ที่รอบด้านแล้วสะท้อนอารมณ์สังคมที่ครบถ้วน ถ้าสภาแห่งนี้จะได้นำมาเล่าสู่ท่านฟังเรื่องนี้ อาจจะยังไม่ไปถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้วไม่ต้องถึงด้วย ตัดต้นลมได้ ตัดตอนได้ที่ท่าน นายกรัฐมนตรีเองได้ ท่านจบที่ท่านได้เลย สังคมยุติทุกอย่างได้ แล้วก็ที่เพื่อนผมได้เรียนถาม ว่าได้มีคนยื่นศาลหรือยังที่ท่านชาดาถาม อันนี้ก็เป็นข้อห่วงใยที่ดี จริง ๆ สมาชิกเรายังไม่มี ใครยื่น ฝ่ายค้านเตรียมจะยื่นกันไว้วันที่ ๑๗ แต่ก็ได้เกิดข้อกังวลว่าถ้าเราไม่ยื่นจะดีไหม ถ้าหากว่ามีการตัดสินไปก่อนหน้านั้น จึงมีวันนี้ขึ้นว่าถ้าเราพูดวันนี้ปั๊บ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านคิดได้อาจจะไม่มีการยื่นวันที่ ๑๗ ได้ แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าวันนี้ญัตตินี้ได้พูดคุยกัน สมมุติมีมติว่าให้เอา ๘ ปีได้ว่ากันวันนี้ ข้อกังวลที่บอกว่าเราจะไปล่วงเกินศาลนี้เหมาะหรือไม่ เหมาะนี้ อันนี้เป็นข้อกังวลที่ดี แต่ผมเชื่อว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่มีวุฒิภาวะพอ เรามีวุฒิภาวะพอว่า เราควรจะพูดตรงไหน อย่างไร เพราะเรื่องการอยู่ไม่อยู่ ไปต่อหรือไม่ไปต่อนี้ มันไม่ได้มีประเด็นทางกฎหมายอย่างเดียว มันมีประเด็นทางสังคม มันมีประเด็นความอ่อนไหว มันมีประเด็นทางบทเรียน ไม่จำเป็นต้อง ตัดสินด้วยข้อกฎหมายอย่างเดียว วันนี้เราจึงเจตนาจะบอกท่านนายกรัฐมนตรีถึงมิติ ทางการเมือง มิติทางสังคม มิติทางจิตวิทยาของสังคมมากกว่ามิติ ทางกฎหมายที่เป็นหน้าที่ ของศาลมากกว่า เท่านี้ครับท่านประธาน ก็เรียนว่าเมื่อได้ให้ข้อมูลครบถ้วนแล้วสภามีมติ อย่างไรเราก็เคารพครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ก็เกิดผู้เสนอญัตติเป็น ๒ ฝ่ายนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดเดียวครับ🔗
เชิญครับ🔗
คืออย่างนี้ดีกว่าไหมครับท่าน ผมก็เข้าใจ ทั้งทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ให้ฝ่ายค้านทำจดหมายเปิดผนึกถึงท่านนายกเลย ท่านว่าต้องการ เป็นอย่างไรให้นายกได้สำนึก ผมจะร่วมเซ็นด้วย ผมเรียนด้วยความเคารพเลยนะครับ ผมจะร่วมลงชื่อ ให้ผมลงชื่อแรกก็ได้ผมยินดีครับ เพราะท่านเรียกร้องถึงสามัญสำนึก ผมว่าพูดในสภากับจดหมายมันก็เหมือนกันนะครับ แล้วก็มันมีความต้องการคนละอย่าง ๒ ฟากข้าง ผมไม่อยากให้ นี่ผมเสนอทางออกนะครับท่านสุทินครับ ไม่ใช่ว่านั่น ผมก็เข้าใจทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ ผมเรียนด้วยความเคารพครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ มีญัตติด่วนด้วยวาจาจาก ๒ ฝ่าย ฝ่ายแรก ก็คือยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาจากทางพรรคเพื่อไทย คือท่านสุทิน คลังแสง และจากทางพรรคก้าวไกล ท่านรังสิมันต์ โรม จากทางพรรคประชาชาติ ท่านทวี สอดส่อง โทษทีผมพูดชื่อพรรคถูกหรือเปล่าท่านทวี ถ้าผิดก็ขออภัยนะครับ ก็คือ ญัตติขอให้สภาพิจารณาการดำรงตำแหน่งในวาระ ๘ ปีของท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมขอรวมเป็นญัตติเดียวกันได้ไหมครับ ถ้าเผื่ออีกฝ่ายก็คือฝ่ายท่านรงค์ บุญสวยขวัญ ท่านรงค์ บุญสวยขวัญ ท่านเสนอญัตติให้สภาได้พิจารณาไปตามระเบียบวาระก็เป็นความเป็น ๒ ฝ่าย ฉะนั้นผมจะต้องขอมติจากที่ประชุมนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ครู่เดียวครับ🔗
เชิญ ท่านจุลพันธ์ครับ🔗
ขออนุญาตด้วยความเคารพนะครับ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ สิ่งที่ท่านรงค์ได้นำเสนอกับญัตติ ที่ท่านได้เรียนต่อสภา ด้วยความเคารพท่านรงค์นะครับอาจจะไม่ตรงกัน เพราะว่าท่านรงค์ ท่านบอกว่าท่านอยากจะอภิปรายในญัตติเรื่องหนี้สิน จึงเสนอให้เดินตามระเบียบวาระการประชุม ซึ่งไม่ใช่นะครับ หนี้สินก็ต้องเป็นญัตติด้วยวาจาเช่นเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะเอาให้ ถูกต้อง ถ้าท่านจะเสนอใหม่ว่าไม่ใช่เดินตามระเบียบวาระ แต่ให้เสนอเป็นญัตติด้วยวาจา เรื่องหนี้สินนี้ก็น่าจะถูกต้องมากกว่านะครับ อันนี้ฟังจากความเห็นของท่านนะครับ แล้วเรา จะได้เดินต่อ แต่อย่างไรก็ตามด้วยความเคารพท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ผมมองว่ามันไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรเลยที่เราจะพิจารณาทั้ง ๒ เรื่อง ก็ถ้าจะยอมถอนกันได้ แล้วเราก็เดินต่อทั้ง ๒ เรื่องในวันนี้มันเป็นเรื่องที่ทำได้อยู่แล้วครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านจุลพันธ์นะครับ ท่านรงค์ยืนยันอีกสักครั้งหนึ่งครับว่าท่านยื่นญัตติเรื่องอะไร🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ เมื่อสักครู่ผมนำเรียนต่อที่ประชุมเสนอ ญัตติให้เป็นไปตามระเบียบวาระปกตินะครับ โดยผมยกตัวอย่างว่าผมก็มีความพร้อมที่จะ คือมีความต้องการที่จะเสนอญัตติของผมด้วย ก็คือเรื่องหนี้สินนอกระบบแชร์ลูกโซ่ แต่ว่า ผมเสนอตอนท้ายคือต้องการที่จะให้เป็นไปตามระเบียบวาระปกตินะครับท่านประธาน ตรงนี้ชัดเจนนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
คือระเบียบ วาระปกติมันไม่มีเรื่องหนี้สินนอกระบบนะครับ แต่ท่านยืนยันว่าขอยื่นญัตติด้วยวาจา ให้พิจารณาเรื่องหนี้สินนอกระบบใช่ไหมครับ เอาให้ชัด ๆ🔗
ตามระเบียบวาระ ที่ทั้ง ๒ ฝ่ายได้ตกลงกันไว้นะครับ🔗
ก็คือตาม ระเบียบวาระที่ทางวิป (Whip) ๒ ฝ่ายตกลงกันไว้ ก็ทั้ง ๒ ฝ่ายยืนยันตรงกันครับว่าเรื่อง หนี้สินนอกระบบ ท่านที่เคารพครับ เมื่อมีความเห็นเป็น ๒ ฝ่าย ผมเลยจะต้องถาม🔗
ท่านประธานนิดเดียวครับ🔗
ผมว่าพอแล้ว นะครับ🔗
คือชื่อของผมไม่ได้ตรงชื่อ กับท่านสุทินนะครับ ชื่อของผมคือ คณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะความ เป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง🔗
อันเดียวกัน ครับท่าน ถ้านายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีก็อยู่ไม่ได้แล้วครับ ฉะนั้นขอให้เข้าใจ ตรงกัน🔗
ท่านประธานครับ ผม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยความเคารพครับ ท่านประธานบอกว่า ตามระเบียบวาระซึ่งวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายตกลงกันไว้มันไม่มีนะครับ คือตามระเบียบวาระ ก็คือเราไปเรื่องรับทราบ ๑ ๒ ๓ ๔ แต่เข้าใจครับ เรื่องที่เราตกลงกันไว้ว่าเราจะเสนอญัตติ เราอยากจะเปลี่ยนเป็นเรื่องของหนี้สินนอกระบบในเบื้องต้นนั้น เมื่อหลายสัปดาห์ที่แล้ว ที่คุยกันอันนี้ผมเข้าใจ🔗
เอาอย่างนี้ ท่านรงค์ ท่านยืนยันเรื่องญัตติเรื่องหนี้สินนอกระบบตรง ๆ เลยมันจะได้ชัดเจน เชิญครับ ยืนยันแค่นั้นล่ะ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ขออนุญาตว่าผมได้นำเสนอ ต้องการ ที่จะให้สภาดำเนินการไปตามระเบียบวาระ ที่ผมยกตัวอย่างก็คือผมเตรียมเรื่องหนี้นอกระบบ และแชร์ลูกโซ่ซึ่งผมเป็นผู้เสนอไว้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ภายใต้กรอบของวิป (Whip) ที่ได้ตกลง กันไว้แล้ว ส่วนคำว่า หนี้นอกระบบและแชร์ลูกโซ่ นั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ผมก็เตรียมที่จะนำเสนอ เพราะมันเป็นความต้องการนะครับ🔗
สรุปญัตติของ ท่านรงค์ก็คือให้ดำเนินการตามระเบียบวาระปกติแล้วกันนะครับ ท่านที่เคารพครับ ก็ถือว่า เป็น ๒ ญัตตินะครับ ญัตติแรกก็คือขอให้สภาพิจารณาการดำรงตำแหน่งในวาระ ๘ ปี ของท่านนายกรัฐมนตรี ญัตติที่ ๒ คือของท่านรงค์ก็คือขอให้สภาพิจารณาดำเนินการตาม ระเบียบวาระปกติของสภานะครับ ก่อนที่จะมีการลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗
ขอเชิญท่าน ส.ส. ที่อยู่ข้างนอกและที่กำลังประชุมกรรมาธิการอยู่ขอให้เข้าห้องประชุมนะครับ เพื่อจะได้ ลงมติกันว่าเราจะพิจารณาญัตติเรื่องใดก่อน ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุม เพื่อเราจะได้ร่วมกันลงมติในการจะพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจานะครับ ขอเชิญท่านสมาชิก ที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมนะครับ เพื่อที่จะได้ลงมติครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก ท่านสมาชิกที่เข้าสู่ห้องประชุมแล้วขอท่านได้เสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗
ท่านสมาชิก ที่อยู่ในห้องประชุมแล้วขอความกรุณาท่านเสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดหนึ่ง ครับท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ครับท่านประธาน🔗
ครับ🔗
ขอท่านประธานได้โปรดรอนิดหนึ่งครับ เพราะว่าเวลานี้มันเวลาบ่ายสาม เข้าใจว่าบางกรรมาธิการเขายังทำหน้าที่กันอยู่นะครับ อาจจะใช้เวลานิดหนึ่ง แล้วก็สภาเรามันค่อนข้างใหญ่ครับ มันก็อาจจะใช้เวลาในการเดินทาง ค่อนข้างช้า🔗
รอครับ แต่ว่าผมคงไม่รอถึง ๕๐ นาทีนะครับ🔗
ก็ขอรอประมาณหนึ่งแล้วกันครับ ท่านประธาน🔗
เอาให้ เหมาะสมพอประมาณนะครับ ท่านรังสิมันต์ โรม เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้อง ประชุมนะครับ เพื่อจะได้ลงมติกันครับ ก่อนลงมติเราก็จะได้แสดงตน ท่านสมาชิกที่เข้าห้อง ประชุมแล้วกรุณาได้เสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗
อนุสรี หมายเลข ๔๖๙ ค่ะ🔗
หมายเลข ๓๙๖ แสดงตนครับ🔗
หมายเลข ๔๖๙ แสดงตน หมายเลข ๓๙๖ แสดงตน🔗
เพชรดาว หมายเลข ๒๕๖ แสดงตนค่ะ🔗
หมายเลข ๒๕๖ แสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ คือสมาชิก หลายท่านเพิ่งทราบว่าวันที่ ๑๕ จะมีการประชุมรัฐสภาผมลงไปชั้น ๑ ครับท่านประธาน มีสมาชิกหลายท่านขอไปเปลี่ยนตั๋วแบบอุตลุดเลยครับ เพราะฉะนั้นก็มีอีกหลายท่านที่ยังอยู่ ดำเนินการข้างล่างขอให้ท่านประธานได้โปรดใช้เวลาในการรอผมสักพักหนึ่งนะครับ🔗
ผมรออยู่ครับ ขอเชิญสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมนะครับ เพื่อจะได้ขอมติจากที่ประชุมครับ🔗
ท่านประธานครับ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน🔗
ท่านพิเชษฐ์ แสดงตนใช่ไหมครับ🔗
คือจะหารือท่านประธานครับ กล้องของสภาช่วยแพลน (Plan) เข้าไปรอบ ๆ เพราะจำนวนคนกับจำนวนที่ลงจะได้ดูให้มัน เสมอกัน หรือช่องไหนที่มันเสียบ ๓ ครั้งมันรู้เลย ท่านช่วยให้กล้อง🔗
มันเป็นหน้าที่เขา เขาดำเนินการอยู่แล้วละครับท่าน🔗
ก็ท่านบอกเขาดำเนินการหน่อยนะครับ บางทีมันติดขัดบอกช่างกล้องว่าให้แพลน (Plan) ไปทั่ว ผมจะได้เอารายชื่อมาแนบกันครับ ท่านประธาน🔗
ท่านพูดเขา ก็ได้ยินแล้วนะครับ กล้องช่วยจับไปที่ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ด้วย🔗
ท่านประธานคะ🔗
เชิญครับ🔗
มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ถ้าอย่างนั้น เห็นด้วยกับท่านพิเชษฐ์นะคะ ถ้าอย่างนั้นอยากให้ล้างระบบก่อนค่ะ เพราะว่ามีบางท่าน เข้ามาแล้วก็ยังไม่ทราบว่าเราจะลงญัตติอะไร ถ้าอย่างนั้นรบกวนท่านประธานช่วยแจ้ง เจ้าหน้าที่บอกว่าให้ล้างระบบก่อนค่ะ🔗
ท่านประธานครับ มันไม่ต้องล้างครับ กดแสดงตนแล้วไม่ว่าจะเป็นอะไรมันก็คือแสดงตนครับ🔗
เอาอย่างนี้ครับ ผมขอทบทวนนิดหนึ่งนะครับว่าขณะนี้มีท่านสมาชิกได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเป็น ๒ กลุ่มญัตติ ที่ว่าเป็นกลุ่มก็เนื่องจากว่าเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาโดยท่านสุทิน คลังแสง จากพรรคเพื่อไทย และท่านรังสิมันต์ โรม จากพรรคก้าวไกล และจากท่านทวี สอดส่อง จากพรรคประชาชาติครับ เสนอญัตติให้สภาได้พิจารณาเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของ ท่านนายกรัฐมนตรีว่าครบ ๘ ปีแล้วหรือยัง สรุปอย่างนี้แล้วกันนะครับ การดำรงตำแหน่ง ในวาระ ๘ ปีของท่านนายกรัฐมนตรีว่าครบวาระแล้วหรือยัง ส่วนอีกญัตติด่วนด้วยวาจาของ ท่านรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ท่านยื่นญัตติขึ้นมาและมีผู้รับรองถูกต้องว่าขอให้ สภาได้พิจารณาไปตามระเบียบวาระที่วิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายได้ตกลงกันเอาไว้ มันเป็น ๒ ญัตติอย่างนี้ ฉะนั้นก่อนที่จะลงมติประธานก็ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ศุภชัย ใจสมุทร ครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขออนุญาตครับ ผมเพิ่งมาถึง ผมก็ฟังท่านประธานแล้วฟังเรื่องญัตติแบบงง ๆ อยู่ แล้วผมก็มาแสดงตนบ้าง ไม่แสดงตนบ้าง เพราะเมื่อสักครู่ผมก็เลยงงมาก เพราะจริง ๆ แล้ว ไม่ทราบว่าเรื่องนี้มันเรื่องอะไร แต่ผม เพิ่งทราบสิ่งที่ท่านบอก ผมกำลังประชุมกรรมาธิการอยู่รีบลงมาได้ยินเสียงออดตกใจ ล้างทั้งระบบสักทีได้ไหมครับ ผมจะได้แสดงตนใหม่นะครับ🔗
ผมขอให้ เจ้าหน้าที่ล้างระบบให้แสดงตนใหม่นะครับ🔗
ล้างเลยท่านครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เจ้าหน้าที่ ล้างระบบใหม่นะครับ เจ้าหน้าที่ล้างระบบใหม่ด้วยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผมประท้วง ท่านประธานตามข้อ ๙ ท่านประธาน🔗
ประท้วง ประธานทำไมก็ประธานทำดีที่สุดแล้วล่ะ🔗
เราก็ทราบกันดีว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ว่า อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ไม่ต้องล้างหรอกครับองค์มันไม่ครบอยู่แล้วผมเดินไปดูเพิ่ง ๑๕๐ ท่าน ก็ยอมรับมันอยู่ไม่ครบก็คืออยู่ไม่ครบ ท่านก็ปิดประชุมครับ🔗
ไม่เป็นไรครับ ท่านจุลพันธ์ ขอให้ประธานได้ใช้ดุลยพินิจบ้าง ขอให้เจ้าหน้าที่ล้างระบบนะครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่เข้าสู่ห้องประชุมแล้วโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ🔗
ขออนุญาตครับท่านประธาน🔗
พอแล้วครับ🔗
ขออนุญาตครับท่านประธาน ผม สุเทพ อู่อ้น จากพรรคก้าวไกลครับ🔗
สั้น ๆ นะครับท่าน🔗
เรียนท่านประธานครับ ผมในฐานะ ผู้ใช้แรงงาน ผู้แทนที่มาจากแรงงาน ซึ่งลักษณะอย่างนี้เกิดขึ้นโดยตลอด เมื่อปีที่แล้วผมก็ ลุกขึ้นมาพูดเรื่องนี้ว่าหน้าที่ของผู้แทนราษฎรที่ต้องเข้าร่วมประชุม ผมเป็นคนทำงานเวลา ไม่ไปทำงานโดนตัดค่าจ้าง วันนี้ผู้แทนราษฎรผมคุยเรื่องนี้เมื่อปีที่แล้วก็ยังเป็นอย่างนี้ ตลอดไป ผมอยากจะขอปรึกษาหารือกับท่านประธานว่าถ้าลักษณะอย่างนี้อยากจะให้มีการ ออกระเบียบข้อบังคับในการทำงานของผู้แทนราษฎร ซึ่งผมเวลาไม่ไปทำงานไม่ได้สตางค์ ข้าราชการขาดงานก็ไม่ได้สตางค์ แต่นักการเมืองอย่างพวกเราไม่มาประชุมแล้วยังกินภาษี ประชาชน ขอปรึกษาหารือท่านประธานครับ🔗
ก็ให้ท่าน ส.ส. ฟังท่านสุเทพ อู่อ้น พูดด้วยนะครับ ผมก็เห็นด้วยกับท่านสุเทพนั้นละครับ🔗
จุลพันธ์ เพื่อไทย เชียงใหม่ครับ ท่านประธาน ท่านประธานสั่งล้างระบบเมื่อสักครู่เครื่องช็อร์ต (Short) กันไปหมดเลย ต้องถอดบัตรแล้วก็เสียบเข้าไปใหม่เพื่อกดแสดงตนใหม่ครับ แต่ผมก็เข้าใจครับว่าคงเดินยาก นะครับ🔗
ขอให้ท่าน สมาชิกถอดบัตรออกก่อนแล้วเสียบใหม่นะครับเพื่อแสดงตน ท่านสมาชิกครับ ขอเชิญท่าน เสียบบัตรแล้วกดปุ่มแสดงตน คือถ้าพูดอยู่อย่างนี้มันก็ไม่จบสักทีละครับ เชิญท่านสุทินครับ🔗
สั้น ๆ ท่านประธานครับ ผม นายสุทิน คลังแสง เพื่อไทยจากมหาสารคาม เมื่อสักครู่ได้ฟังท่านศุภชัย ใจสมุทร ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านถามก็มีเหตุผลนะว่าบางครั้งยังไม่รู้ว่าเป็นญัตติอะไร พอดีท่านประธานได้แจ้งญัตติ เมื่อสักครู่ก็มันจะคลาดเคลื่อนนิดหนึ่ง ผมกลัวเข้าใจผิดเวลาลงแล้วจะตัดสินใจผิด กรณีญัตติ ของผมกับเพื่อนสมาชิกซึ่งเป็นกลุ่มนี้ ท่านประธานบอกว่าเป็นการเสนอญัตติเพื่อที่จะหา คำตอบว่าครบ ๘ ปีหรือยัง ครบ ๘ ปีหรือยังอันนี้ไม่ใช่นะครับ สภาวันนี้ที่ผมเสนอไม่ใช่ให้มา วินิจฉัยว่าครบ ๘ ปีหรือยัง ไม่ใช่ แต่ให้ระดมความเห็นโดยกว้าง ๆ เพื่อเสนอแนะต่อท่าน นายกรัฐมนตรีว่าควรปฏิบัติตนอย่างไรต่อกรณี มาตรา ๑๕๘ เช่น อาจจะบอกว่าท่านครับ ไม่ต้องไปดูข้อกฎหมายหรอก เวลามันอย่างนี้ สังคมเป็นอย่างนี้ไม่ต้องให้ถึงศาลหรอก ท่านพิจารณาตัวเองเลยเถอะ อย่างนี้ก็ได้ครับไม่ต้องวินิจฉัย เพราะฉะนั้นทบทวนอีกครั้งหนึ่ง ว่าญัตติของพวกผมคือให้สภาระดมและประมวลความคิดเห็นเสนอนายกรัฐมนตรีว่าควร ปฏิบัติตัวอย่างไรต่อข้อบังคับ มาตรา ๑๕๘🔗
ญัตติของ กลุ่มพรรคฝ่ายค้านก็สรุปตามที่ท่านสุทินได้สรุปนะครับ ก็ตามนั้น ท่านสมาชิกครับ กรุณา เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ🔗
ถ้ากดปุ่ม แสดงตนทุกท่านแล้ว ผมขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่รายงานผลครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม อุบลศักดิ์ครับ ใจเย็น ๆ ครับ กำลังกดอยู่ครับ🔗
ท่าน อุบลศักดิ์ เมื่อสักครู่ที่ท่านสมาชิกได้แสดงตนด้วยวาจา ไม่ทราบว่ายังยืนยันอยู่ไหมครับ เพราะว่ามันมีการล้างระบบใหม่แล้วท่านอาจจะใช้บัตรแทนทัน ใช้บัตรได้ทุกท่านแล้วนะครับ ท่านสมาชิกครับ จำนวนผู้เข้าประชุมในขณะนี้ ๑๒๔ ท่าน ไม่ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
องค์ประชุม ต้อง ๒๓๙ ท่าน เมื่อไม่ครบองค์ประชุมประธานก็ไม่มีทางเลือกนะครับ ผมขอปิดการประชุมครับ🔗