รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
-------------------------------
สมาชิกที่เคารพครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมจะอนุญาตให้สมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๑๔ กรุณาบริหารเวลา ๒ นาทีนะครับ ท่านแรกคุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรค อนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนจังหวัดระนอง ซึ่งเป็นคนไทยพลัดถิ่นที่เคยอาศัยอยู่ในเขตมะริด เมืองทวาย และเมืองตะนาวศรี อดีตดินแดนไทยที่ยังมีคนไทยไม่ได้ย้ายออกมารัฐบาลพม่า ก็ไม่ยอมรับการเป็นพลเมืองพม่า พี่น้องมีวิถีชีวิตเป็นคนไทย ใช้ประเพณีวัฒนธรรมภาษา แบบคนภาคใต้จำนวนประมาณ ๑๐๐ คน บนเกาะสินไห หมู่ที่ ๔ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง ระนอง มีปัญหาการเข้าสู่กระบวนการขอพิสูจน์และรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นที่ล่าช้า รอคิวจากอำเภอเมืองระนอง ข้อ ๑ คือตกสำรวจไม่ถือบัตรอะไรเลย ข้อ ๒ คือขึ้นทะเบียนผิด กลุ่ม ข้อ ๓ ถูกจำหน่ายชื่อจากทะเบียนประวัติ รอคิวสอบปากคำเพื่อแก้ไขกลุ่ม ข้อ ๔ ยื่นขอพิสูจน์ไปแล้ว ๑๐ ปียังไม่ได้รับการแก้ไข และกรณีบัตรคนพิการชื่อนายก้อย ทะเลลึก พี่น้องชาติพันธุ์มอแกน (Mogan) บนเกาะพยาม อุบัติเหตุโรคน้ำหนีบทั้งซีกซ้ายซีกขวา โรคน้ำหนีบหมายถึงมีไนโตรเจน (Nitrogen) ในร่างกายตอนดำน้ำ เคยออกหาปลาทำไม่ได้ ตอนนี้ต้องเก็บขยะขาย มีอาการชา สั่นเกร็ง ไม่สามารถหากินเลี้ยงครอบครัว โรงพยาบาล ระนองบอกยังไม่พิการนะครับ ก็ขอให้ช่วยเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน ช่วยวินิจฉัยใหม่ด้วย ฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ฝากถึงกระทรวงสาธารณสุข ฝากถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ระนอง🔗
เรื่องที่ ๒ คนระนองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ กรมป่าไม้ประกาศทับพื้นที่ ชาวบ้านต้องอยู่ในบ้านเลขที่ชั่วคราวไม่มีทะเบียนบ้าน เวลาขอใช้ ไฟฟ้าต้องจ่ายค่าประกันแพง ๖,๐๐๐ บาท แล้วค่าไฟฟ้าก็แพงกว่าปกติกระทรวงมหาดไทย โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต้องเร่งแก้ไขด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ โรงเรียนบ้านเกาะพยาม จังหวัดระนอง ขาดครูไม่พอ ผู้อำนวยการ โรงเรียนเกาะช้างต้องไปรักษาการ มีระดับโรงเรียนอนุบาลถึงประถมศึกษา โรงเรียนเคยมี พลังงานแสงอาทิตย์โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) แต่ระเบิดใช้การไม่ได้ แบตเตอรี่พัง ครูต้อง ออกสตางค์กันเองซื้อไฟฟ้า ฝากถึงรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ🔗
และสุดท้ายก็ต้องฝากถึงรองนายกรัฐมนตรีอนุทินที่ไปเป็นเขยระนองด้วย ช่วยดูแลปัญหาจังหวัดระนองด้วยครับ🔗
ต่อไปคุณเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือ ๒-๓ เรื่อง คือเรื่องที่เกษตรกรต้องแบกรับภาระเกี่ยวกับราคาปุ๋ยที่แพง แล้วก็มีจำนวนจำกัดไม่พอ อยากจะให้ฟื้นฟูโครงการปุ๋ยแห่งชาติขึ้นมาใหม่เพื่อให้เกษตรกร ได้มีปุ๋ยที่ราคาถูกใช้และได้ทำการแข่งขันกับตลาดโลกได้ พืชผลการเกษตรคือเป็นสิ่งที่สำคัญ ต่อตลาดโลก คืออยากให้เมืองไทยได้มีโอกาสแข่งขันกับเขาได้🔗
แล้วก็เรื่องที่ ๒ ราคาน้ำมันซึ่งแพง แล้วตอนนี้ก็แพงมากขึ้น ๆ กระทบต่อ ทุกอาชีพไม่ว่าเกษตรกรหรือคนใช้รถใช้ถนนทุกคนกระทบกันหมด อยากทราบว่าเมืองไทย เรามีบ่อน้ำมันอยู่หลายที่ ลานกระบือ กำแพงเพชร วิเชียรบุรี เพชรบูรณ์ แล้วก็อำเภอเมือง อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ทั้ง ๓ ที่นี้เป็นแหล่งน้ำมันที่มีมากพอ ไม่ทราบว่าผล ที่ได้มาคือใช้ในเมืองไทยกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วทำไมราคาถึงแพง ทั้ง ๆ ที่โรงกลั่นของเมืองไทยก็มี ก็อยากจะทราบเหตุผลนี้🔗
แล้วก็เรื่องที่ ๓ อีกเรื่องหนึ่งคือสหกรณ์การเช่าที่ดินนิคมชัยบาดาลได้ทำการ เช่าที่ดินกับป่าไม้ในจังหวัดลพบุรีไว้ประมาณ ๓๙๐,๐๐๐ ไร่ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ ถึงปี ๒๕๖๐ ซึ่งหมดสัญญาไปแล้ว แล้วก็ ๒๕๕๘ ทางนิคมสหกรณ์ก็ได้ทำหนังสือขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อจะทบทวนกับทางกรมป่าไม้จังหวัดลพบุรี อันนี้ผลเป็นอย่างไรก็อยากจะขอทราบผลด้วย ว่าคือชาวไร่จะต้องทำอย่างไรต่อ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗
ต่อไปคุณประเสริฐ บุญเรือง🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ขอปรึกษาหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องขอจากพี่น้องประชาชนถึงหน่วยงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จากนายสมเล็บ คุ้มหินลาด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแก้ว อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยขอขยายเขตไฟฟ้าเพื่อที่อยู่อาศัยและการเกษตร สายบ้านหินลาดใหม่ หมู่ที่ ๘ ผ่าน โรงเรียนหินลาดนารายณ์สาร สายที่ ๒ สายบ้านม่วงกุลโนนสะอาด หมู่ที่ ๑๓ สายที่ ๓ บ้านนาจาน บ้านหว้านพัฒนา หมู่ที่ ๗ เนื่องจากพี่น้องประชาชนขยับขยายบ้านเรือนออกไปตั้งในเขต บริเวณแถวนี้ขาดไฟฟ้าใช้🔗
เรื่องที่ ๒ นายไพศาล วานิชสุจิต นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนนาจาน อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอขยายเขตไฟฟ้าเพื่อที่อยู่อาศัย สายบ้านหนองห้าง หมู่ที่ ๔ ตำบลโนนนาจานไปบ้านนางวรางคณา เผือดผุด และสายที่ ๒ ขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตร หมู่ที่ ๘ บ้านนาขามไปภูถ้ำพระ และสายที่ ๓ ขยายเขตไฟฟ้าบ้านจานพัฒนา หมู่ที่ ๙ ไปถึง บ้านนาสุวรรณ พรคำยศ🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนผ่านผู้แทนราษฎร เรื่องขอรับ การสนับสนุนงบประมาณขุดลอกหนองพันคาน บ้านสามขา บ้านลาดนิคม ตำบลสามขา อำเภอ กุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีพื้นที่อยู่ทั้งหมด ๑๑๕ ไร่ หารือครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ เหตุที่ทั้ง หนองพันคานถ้าดูในพื้นที่ตามภาพเราจะเห็นหนองพันคานพื้นที่ ๑๑๕ ไร่มีแต่วัชพืชเกิดขึ้น และปี ๒๕๖๔ ชลประทานจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ออกไปดูพื้นที่และได้ออกแบบสำรวจพร้อมกับ ได้แจ้งพี่น้องประชาชนว่าจะของบประมาณในปี ๒๕๖๖ ตามข้อปรึกษาหารือครั้งก่อน ผมได้ เปิดดูหนังสืองบประมาณปี ๒๕๖๖ เล่มขาวคาดแดงไม่มีแต่อย่างใด จึงขอเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีขอพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นของพี่น้องราษฎรด้วยครับ กราบขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม กษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ ลาดพร้าว วังทองหลาง กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับดอกเตอร์ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และยินดีกับว่าที่ ส.ก. ทั้ง ๕๐ ท่านด้วยนะครับ ท่านทั้งหลายเป็นความหวังกับชาวกรุงเทพมหานครอีกครั้งในการสะท้อนปัญหาความ เดือดร้อนของชาวกรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจุบันทันด่วนนี้ผมขอเสนอเรื่องแรกเลยนะครับ🔗
เรื่องการเก็บป้าย ก่อนอื่นต้องขอความร่วมมือจากท่านผู้สมัคร ส.ก. และท่าน ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทุกท่านช่วยเก็บป้ายของตนเองนะครับ เพื่อช่วยเทศกิจ ในการเก็บป้ายหลัก ๆ เพราะว่ามีจำนวนเยอะมาก ส่วนเจ้าหน้าที่เทศกิจนะครับ ผมฝากให้ ท่านช่วยเร่งเก็บป้ายให้ด้วย แล้วก็เก็บป้ายเล็กป้ายน้อยรวมถึงป้ายโฆษณาต่าง ๆ ไปใน โอกาสนี้ในคราวเดียวกันไปเลยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องของการระบายน้ำ อันนี้ผมต้องเรียนนิดหนึ่งว่าเป็นความหวัง ของชาวกรุงเทพมหานครอีกครั้ง ก็ถึงท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยตรงเลยนะครับ ช่วยลอกคลองลาดพร้าวและคลองโคกครามซึ่งมีแต่เลน และหมุนเวียนระบบน้ำใน กรุงเทพมหานคร ก็ต้องยอมรับว่าทุกท่านที่เป็นผู้แทนชาวกรุงเทพมหานครต้องการให้ท่าน ลอกคลองเล็กคลองน้อยรวมถึงท่อระบายน้ำด้วย ซึ่งผมคิดว่าถือโอกาสในหน้าฝนท่าน ตรวจสอบเลยว่ามีปัญหาอย่างไร แล้วก็ดำเนินการแก้ไขโดยด่วน เพราะผมเชื่อว่าโดยระบบ ของกรุงเทพมหานครในการระบายน้ำดีอยู่แล้ว พอท่านเข้าไปบริหารจัดการท่านจะทราบเลย นะครับว่าท่านทำได้🔗
เรื่องที่ ๓ ก็ฝากถึงกระทรวงสาธารณสุข อันนี้ไม่ทราบมีใครหารือบ้างหรือยัง ผมเพิ่งได้ยินเรื่องของฝีดาษลิงที่มีการแพร่ระบาดที่ฝรั่งเศส ซึ่งเขามีการระดมในการฉีดวัคซีน กันอยู่ ก็ฝากหน่วยงานกระทรวงสาธารณสุขเฝ้าระวังการระบาด ถ้าเกิดการระบาดขึ้นแล้ว ก็ขอให้เตรียมการในเรื่องวัคซีนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณกูเฮง ยาวอหะซัน ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต ๓ พรรคประชาชาติ วันนี้ผมมีเรื่องหารือ ๒ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือวันนี้ประเทศในคาบสมุทรมลายูของเราไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย หรือมาเลเซีย วันนี้เขาให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่หรือความเป็นอัตลักษณ์ ผมอยากให้ ประเทศไทยเราฉวยโอกาสอันนี้ด้วย โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา เพราะว่ารายได้การท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักของประเทศเรา และการศึกษาวันนี้ ใน ๓ จังหวัด โรงเรียนรัฐมีทั้งหมด ๙๐๐ แห่ง แต่ว่าเราใช้หลักสูตรอิสลามแบบเข้มแค่ ๓๐๐ แห่ง ยังเหลือประมาณเกือบ ๖๐๐ แห่ง และที่สำคัญก็คือวันนี้มีหลักสูตรใหม่ หลักสูตร ฐานสมรรถนะเป็นหลักสูตรนำร่องในโรงเรียนนวัตกรรมพื้นที่นวัตกรรม แล้วปัญหาก็คือวันนี้ เราจะทำอย่างไรให้นำหลักสูตรเหล่านี้ เพราะว่าหลักสูตรนี้คือเน้นในเรื่องการใช้ความเหมาะสม ในท้องถิ่น หลักวิชาท้องถิ่นก็อยากให้รัฐมาช่วยส่งเสริมในเรื่องการแต่งกายแบบมลายู อาหาร พื้นถิ่นยกระดับเป็นอาหารฮาลาล (Halal) ก็ได้ครับ แล้วก็การละเล่นปันจักสีลัตอะไรพวกนี้ วันก่อนเราก็คว้าแชมป์ (Champ) มาได้ ได้เหรียญทองที่เวียดนาม เหรียญทองซีเกมส์ (SEA Games) ของน้องอาดิลัน เจ๊ะแม็ง แล้วก็ที่สำคัญที่สุดคือภาษามลายู ถ้าเราสามารถแก้ได้ เรื่องนี้เราสามารถแก้ได้ทั้งระบบเป็นการสร้างอาชีพและสร้างรายได้ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือคุณภาพชีวิตของคน ๓ จังหวัดนะครับ วันนี้ตั้งแต่รัฐบาลนี้ บริหารมา ๓ ปีสิ่งที่เห็นใน ๓ จังหวัดก็คือคุณภาพชีวิต คุณภาพการศึกษาตกต่ำที่สุดของ ประเทศ แต่ว่ารัฐบาลก็เน้นแต่เรื่องการสร้างถนน สร้างสะพาน ขุดลอกพวกนี้ซึ่งไม่ตรงประเด็น ซึ่งเกาไม่ถูกที่คัน วันนี้มีน้อง ๆ มาบอกว่าวันนี้ไม่มีอะไรจะกิน บางวันก็กินแต่ข้าวเปล่า ตอนเที่ยง ต้องแบ่งอาหารกับเพื่อน น้องบอกว่ามี ๒ อย่างที่คิดวันนี้ก็คือให้มีอาหารตกถึงท้องและก็ไม่ เป็นภาระต่อพ่อแม่ อันนี้ฝากให้รัฐบาลดูแลด้วยเรื่องนี้ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนางสาวศรีนวล บุญลือ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้านางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ขอปรึกษาหารือเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเมื่อวันที่ ๑๙, ๒๐, ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕ มีพายุฝนตกหนัก ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เช่น อำเภอแม่วาง อำเภอสันป่าตอง อำเภอดอยหล่อ อำเภอจอมทอง หมู่ที่ ๙บ้านริมวาง ฝั่งหมิ่น หมู่ที่ ๕ บ้านท่าช้าง ตำบลทุ่งปี้ อำเภอแม่วาง หมู่ที่ ๗ บ้านริมวางใต้ ตำบลบ้านกาด อำเภอแม่วาง หมู่ที่ ๘ บ้านดอนปิน ตำบลทุ่งรวงทอง อำเภอแม่วาง หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๑๙ ตำบลสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง หมู่ที่ ๔ บ้านสบอาว ตำบลสันติสุข หมู่ที่ ๗ บ้านแม่อาว ตำบลยางคราม อำเภอดอยหล่อ หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๗ ตำบลท่าวังพร้าว อำเภอ สันป่าตองปัญหาร่องน้ำเขิน คันคลองไม่มี ขอแก้ไข ขอรับการสนับสนุนก่อสร้างเขื่อนป้องกัน ตลิ่งพังเพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาวให้กับประชาชนหมู่ที่ ๓ บ้านยางคำ หมู่ที่ ๑๑ บ้านหนองม่วง ตำบลยางคำ อำเภอดอยหล่อ ปัญหาร่องน้ำตื้นเขิน ท่อน้ำขนาดเล็กระบายน้ำไม่ทัน ขอแก้ไข ขุดลอกลำน้ำเปลี่ยนท่อน้ำขนาดใหญ่ ถนน ๓๐๑๘ ของ ทช. หมู่ที่ ๒ บ้านห้วยน้ำดิบ หมู่ที่ ๑๐ บ้านใหม่สามัคคี หมู่ที่ ๑๒ บ้านน้ำดิบ ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง ปัญหาร่องน้ำตื้นเขิน ท่อระบายน้ำอุดตัน ขอแก้ไขขุดลอกลำน้ำเปลี่ยนท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ ถนนหมายเลข ๑๐๘ ของ ทร. สะพานหมู่ที่ ๘ บ้านดอนปิน ตำบลทุ่งรวงทอง อำเภอแม่วาง เชื่อมหมู่ที่ ๑๐ บ้านทุ่งสะโตก ตำบลทุ่งสะโตก อำเภอสันป่าตอง สะพานกีดขวางทางน้ำทำให้น้ำไหลทะลัก ท่วมบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของประชาชน ขอได้รับการสนับสนุนก่อสร้างสะพานใหม่เพื่อแก้ไข ให้กับประชาชน ขอเรียนฝากท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ขอแก้ไขเร่งด่วนด้วยเจ้าขอขอบพระคุณอย่างมากเจ้า🔗
คุณวุฒินันท์ บุญชู ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวุฒินันท์ บุญชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ อำเภอบางพลีเป็นที่ตั้งของสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งสร้างรายได้ให้กับประเทศปีละหลายแสนล้านบาท แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทางสุวรรณภูมิได้สร้าง ความกังวลใจให้กับประชาชนในพื้นที่ ก็คือเรื่องเส้นเสียงสุวรรณภูมิช่องหูกระต่าย เฟส ๓ (Phase 3) หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าเสียงเครื่องบินขึ้นลงในบริเวณช่องหูกระต่าย เฟส ๓ (Phase 3) ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในหมู่บ้านวรารมย์ หมู่ที่ ๒๐ หมู่บ้านราชธานี หมู่ที่ ๑๘ และหมู่บ้านพนาสนธิ์หมู่บ้านบางพลีนคร หมู่ที่ ๑๑ รวมทั้งในชุมชนเขตเทศบาล หมู่ที่ ๑๐ ซึ่งประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนก็มีความกังวล และเรียกร้องอยากจะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงก็คือ ทอท. ลงพื้นที่มาสำรวจรับฟัง ความคิดเห็นและตอบข้อซักถามต่าง ๆ ให้กับประชาชนได้รับทราบใน ๒ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องเงินเยียวยา ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องเงื่อนไขเวลาที่ก่อสร้างอาคารก่อนปี ๒๕๕๐ หรือ หลังปี ๒๕๕๐ และประเด็นที่ ๓ ก็คือแนวเขตที่ขีดในแผนที่ทางอากาศต้องชัดเจนและ ประชาชนจะได้หายสงสัยครับ ผมอยากจะเรียนเชิญทางหน่วยงาน ทอท. ให้ลงพื้นที่และ พบปะ ผมจะเปิดพื้นที่ให้ครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณชัยชนะ เดชเดโช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือฝากท่านประธานสภานะครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายวีระชัย อินนิมิตร สจ. เขตอำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช ขอให้ขยายถนน ทล. ๔๑๐๓ เป็นถนน ๔ ช่องจราจร ช่วงสามแยกนพวงศ์ถึงบ้านท่าเรือ อำเภอเมือง เนื่องจาก ถนนสายนี้มีการสัญจรของรถจำนวนหลายพันคันต่อวัน และจะต้องผ่านไปยังจังหวัดสงขลา รองรับรถมาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีและที่สำคัญมีสะพานข้ามแยกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอ ฝากเรื่องนี้ไปยังกรมทางหลวงถึงกระทรวงคมนาคมด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรีและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้จัดสรรงบประมาณในส่วนที่ซ่อมยานพาหนะจักรยานยนต์ รถยนต์ จัดสรรอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ให้กับฝ่ายสอบสวนธุรการ และจัดหาโทรศัพท์เคลื่อนที่สัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) ให้กับตำรวจสายตรวจ ๒๐ เนื่องจากต้องรายงานผู้บังคับบัญชาผ่านโทรศัพท์ ในขณะนี้ยังไม่มีเครื่องมือสื่อสารเคลื่อนที่จำนวนนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายเรวัต อารีรอบ นายก อบจ. ภูเก็ต เนื่องจากว่ามีประชาชนร้องเรียนเรื่องมีกลุ่มนายทุนปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยรายวันร้อยละ ๒๐-๔๐ บาท และใช้กำลังทำร้ายลูกหนี้ทำให้ลูกหนี้ที่เป็นแม่ค้าหรือประชาชนในพื้นที่ มีความหวาดกลัวหวาดระแวงกับกลุ่มนายทุนปล่อยเงินกู้นี้และข่มขู่ทุกวัน ข่มขู่แม้กระทั่ง นักเรียนที่เป็นบุตรที่ต้องเดินทางไปโรงเรียน ผมอยากฝากเรื่องนี้ไปยังนายกรัฐมนตรีและ สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้แก้ไขการปล่อยเงินกู้รายวันอย่างเป็นระบบและเด็ดขาด ขอนำเรียนท่านประธานสภาฝากไปถึงหน่วยงานที่ฝากไว้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปคุณวัน อยู่บำรุง ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัน อยู่บำรุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ชาวบางบอนหนองแขมเลือกมา ขอหารือกับประธานดังนี้ครับ🔗
๑. ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ ซอย ๓/๒ มีหน่วยงานราชการมาขุด เพื่อปรับปรุงซ่อมถนนตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงบัดนี้มีความล่าช้าทำได้แค่ฝาท่อระบายน้ำ รถวิ่งได้เลนเดียวทำให้การจราจรติดขัด และระหว่างการขุดท่อท่อประปาก็แตก ชาวบ้าน ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากเสียค่าน้ำประปาเพิ่มขึ้น แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำกับดูแลเร่งรัดแก้ไขปัญหาให้ประชาชนด้วยครับ🔗
๒. สะพานข้ามทางรถไฟ หมู่บ้านดีเค เขตบางบอน พื้นผิวการจราจร บนสะพานไม่เรียบขรุขระเกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับปรุงแก้ไขโดยด่วน🔗
๓. ซอยเอกชัย ๗๖ หมู่บ้านเอสเค เขตบางบอน ไฟส่องสว่างในซอย ไม่เพียงพอ ได้รับการร้องขอจากประชาชนให้เพิ่มไฟส่องสว่างเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และการเกิดเหตุอาชญากรรม และขอติดตั้งลูกระนาดเพื่อชะลอความเร็วรถที่สัญจร เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุด้วยครับ🔗
๔. ถนนหน้าโรงพยาบาลสหวิทยาการมะลิ เขตบางบอน มีรถสัญจรมาก มีทางม้าลายอยู่แต่ผู้ใช้ทางเท้าไม่สามารถเดินข้ามได้อย่างสะดวก เนื่องจากไม่มีสัญญาณไฟ ให้ผู้ใช้ทางเท้ากดข้ามถนนเพื่อให้รถหยุด และหน้าโรงพยาบาลมีผู้สูงอายุใช้ทางม้าลาย เป็นจำนวนมาก จึงขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าปรับปรุงแก้ไขให้มีสัญญาณไฟคนข้าม ด้วยครับ🔗
๕. เขตบางบอนขอสัญญาณไฟกดข้ามถนนบริเวณทางม้าลายบริเวณตรงข้าม ธนาคารกรุงเทพ ซอยเอกชัย ๖๒ เนื่องจากมีรถสัญจรบริเวณนี้จำนวนมากและมีประชาชน เดินเท้าข้ามถนนตรงนี้ โดยเฉพาะเด็กนักเรียน และยิ่งช่วงนี้เปิดเทอมแล้วเพื่อความปลอดภัย และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไข ให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล วันนี้กระผมขอหารือผ่านท่านประธานไปยัง นายกรัฐมนตรีในประเด็นการควบรวมกิจการของทรูมูฟ (TRUEMOVE) และดีแทค (DTAC) ธันวาคม ๒๕๖๔ สภาได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อศึกษาผลกระทบของ การควบรวมกิจการทรูมูฟ (TRUEMOVE) ดีแทค (DTAC) รวมถึงการควบรวมของโลตัส (Lotus) หรือแม็คโคร (Makro) ด้วย กรรมาธิการมีจุดยืนที่ชัดเจนว่ารัฐบาลต้องมีอำนาจ ในการพิจารณาว่าจะให้ควบรวมหรือไม่ รวมทั้งต้องมีอำนาจในการออกมาตรการกำกับดูแล ธุรกิจเอกชนครับ โดยยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนระยะสั้นและระยะยาวเป็นที่ตั้ง จากการศึกษาของคณะกรรมาธิการพบว่า ๑. การควบรวมกิจการของทรูมูฟ (TRUEMOVE) และดีแทค (DTAC) ในครั้งนี้ มีแนวโน้มที่จะมีอำนาจเหนือการตลาดมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ลดการแข่งขันลงอย่างมีนัยสำคัญ และสร้างอุปสรรคสำหรับเอกชนรายใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาด โทรคมนาคม ๒. จากการชี้แจงของคณะกรรมการ กขค. และ กสทช. แจ้งว่าจากประกาศ ของ กสทช. ปี ๒๕๖๑ ขณะนี้รัฐไม่มีอำนาจจะพิจารณาว่าจะให้ควบรวมหรือไม่ มีแต่อำนาจ ที่จะออกมาตรการกำกับดูแลผลกระทบต่อประชาชน ๓. แต่จากการศึกษาลงลึกของ กรรมาธิการพบว่า กสทช. อาจจะยังคงมีอำนาจในการพิจารณาว่าจะให้ควบรวมกิจการ ได้หรือไม่ จากการที่ใช้ประกาศ กสทช. ปี ๒๕๔๙ และปี ๒๕๕๓ ผมจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาล และคณะกรรมการ กสทช. ชุดใหม่ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งได้มีเวลาพิจารณาอย่างรอบคอบว่า ควรจะยุติการควบรวมกิจการของทรูมูฟ (TRUEMOVE) และดีแทค (DTAC) ด้วยอำนาจจาก ประกาศ กสทช. เดิมหรือจะออกประกาศใหม่ แต่ต้องยุติการควบรวมและหวังว่าจะไม่เป็น มวยล้มต้มคนดูครับ ขอบพระคุณครับ🔗
คุณจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือท่านประธานด้วยกัน ๒ เรื่องดังนี้ค่ะ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียน จากนายศิรสิทธิ์ สมศรีทอง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลไชยวาน อำเภอไชยวาน จังหวัด อุดรธานี เนื่องจากถนนทางหลวงหมายเลข ๒๒๓๙ เส้นทางบ้านต้อง-ไชยวาน ถึงอำเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี ประมาณ ๕๕ กิโลเมตร ปัจจุบันเส้นทางนี้เป็นเส้นทางขนาด ๒ ช่องจราจร ที่คับแคบไม่มีไหล่ทางเป็นเส้นทางลัดที่เชื่อมไปได้หลายจังหวัด เช่น อุดรธานี สกลนคร หนองคาย บึงกาฬ จึงมีปริมาณการจราจรสูงและมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นทุกวัน จึงร้องขอมายัง ท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้ขยายเส้นทางดังกล่าวให้กว้างกว่าเดิม และให้มีไหล่ทางตลอดเส้นทางด้วยค่ะ และขอขยายย่านชุมชนหน้าที่ว่าการอำเภอไชยวานให้ เป็น ๔ ช่องจราจร เริ่มจากกิโลเมตรที่ ๑๐ บวก ๑๕๐ ถึงกิโลเมตรที่ ๑๕ บวก ๐๐๐ ให้เป็น ๔ ช่องจราจรด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ที่ฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายสนธิ สีดากูด นายกเทศมนตรี ตำบลผาสุก อำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี เรื่องถนนทางหลวงท้องถิ่นหมายเลข อด.ถ. ๓๑๐๐๕ จากบ้านดงกลาง ตำบลผาสุก ถึงบ้านน้อยพัฒนา ตำบลบะยาว อำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี สภาพถนนเป็นหลุมเป็นบ่อชำรุดเสียหายเป็นอย่างมากทำให้การสัญจรไปมา ด้วยความลำบาก เทศบาลตำบลผาสุก และเทศบาลตำบลบะยาว ได้จัดทำโครงการสร้าง ถนนลาดยางสายดังกล่าวเชื่อมระหว่างตำบล แต่โครงการก็เกินศักยภาพของท้องถิ่นในด้าน งบประมาณจึงร้องขอมายังท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยสนับสนุนงบประมาณในการสร้างถนนลาดยางสายดังกล่าวให้กับเทศบาล ตำบลผาสุกและตำบลบะยาว เพื่อแก้ไขปัญหานี้ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณสิริพงศ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานผมมีเรื่องที่จะขอหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเป็นทุกข์ของชาวบ้านดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ บัดนี้มีการแจ้งมาว่ามีคลองชลประทานจำนวนมากที่มีความตื้นเขิน เนื่องจากมีวัชพืชปกคลุมจำนวนมากและไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ เช่น คลองหนองกบ หนองสองห้อง บ้านเอก หมู่ที่ ๕ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ตำบลหญ้าปล้อง คลองโนนหนองสังข์ ตำบลศรีสำราญ อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ สำรวจและแก้ไขปัญหาด้วย บัดนี้เข้าสู่หน้าฝนแล้วครับได้รับการแจ้งว่าเส้นทางสัญจรจำนวน มากมีปัญหา มีความชำรุดและเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางและมีผลต่อความปลอดภัยของ ชาวบ้าน เช่น บ้านเห็นอ้ม ตำบลโพนยาง เดินทางไปบ้านขุมคำ เขตเทศบาล ตำบลบุสูง อำเภอวังหิน จากบ้านกุดโง้ง ตำบลโพนข่า ไปบ้านโนนเจริญ ตำบลซำ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการสำรวจและรายงานผลความคืบหน้าด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องน้ำประปาในเขตอำเภอเมืองศรีสะเกษ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมพูด ตั้งแต่สมัยประชุมที่แล้ว แต่ปัญหาก็ยังคงคาราคาซังอยู่จนบัดนี้ต้องหารือผ่าน ท่านประธาน ว่าอำนาจและความสามารถในการทำในพื้นที่อาจจะไม่เพียงพออาจจะต้องขอจากส่วนอื่นเข้า มาช่วยด้วย เพราะน้ำประปาที่ในอำเภอเมืองศรีสะเกษในปัจจุบันนี้ไหลวันเว้นวัน บางครั้ง ไหลครั้งหนึ่งแล้วก็ไม่ไหล ๒ อาทิตย์ อย่างเช่น บ้านโนนเจริญ ตำบลซำ บ้านเล้า ตำบลหนอง ไผ่ บ้านตะวันตก ตำบลโนนค้อ และแม้กระทั่งในเขตเทศบาลหารือผ่านท่านประธานไปถึง หน่วยงานขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณองค์การ ชัยบุตร🔗
กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายองค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล ครับท่านประธาน วันนี้ขออนุญาตหารือกรณีเร่งด่วนและติดตามการหารือครั้งที่ผ่านมา กระผมได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนในหลายพื้นที่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ เกี่ยวกับ สินค้าอุปโภค บริโภคที่แพงสูงขึ้นและปรับตัวสูงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ถามว่า ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะมีนโยบายแก้ไขปัญหาเร่งด่วนนี้ได้อย่างไร ฝากท่านประธาน ถึงนายกรัฐมนตรีด้วยว่าท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะว่าเข้าหน้าทำการเกษตรแล้วฤดู ทำนาก็เข้ามาแล้ว🔗
เรื่องต่อไปติดตามการหารือสะพานข้ามห้วยบังอี่ และสะพานข้ามห้วยบางทราย ในเขตอำเภอนิคมคำสร้อย อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหารว่าไปถึงไหนอย่างไร ติดตาม การขยายถนนและไฟฟ้าส่องสว่าง ถนนสาย ๒๓๗๐ นิคมคำสร้อย หนองสูง เร่งรัดให้ด้วย เพราะว่าภาคประชาชนเขาให้ความสนใจเขาฝากติดตามมาด้วย🔗
เรื่องที่ ๔ แก้ไขปัญหาถนนสายบ้านหนองแคน ตำบลหนองแคนไปตำบลดงหลวง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหารและถนนสายบ้านเหล่าป่าเป้ด ไปบ้านโคกป่งเปื่อย ตำบลนาโสก อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร อันนี้พี่น้องลำบากมากท่านประธานเข้าหน้าฝนแล้ว ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดดำเนินการจัดหางบประมาณเข้าไปทำการปรับปรุงให้ พี่น้องสัญจรได้สะดวกและปลอดภัย ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ต่อไปนางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคเศรษฐกิจไทย ขอหารือท่านประธานเรื่องปัญหาน้ำท่วม หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาครและขอทราบความคืบหน้าในการออกแบบสะพานทางเชื่อมซอยมา พิทักษ์ราษฎร์ ตำบลท่าไม้ อำเภอกระทุ่มแบน จากการลงพื้นที่ในช่วงปิดสมัยประชุม ดิฉัน ได้รับฟังปัญหาข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะจากประชาชนและผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นมานำเรียน ท่านประธานดังนี้ค่ะ เรื่องที่ ๑ ปัญหาน้ำท่วมหมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ ตำบลท่าทราย ขอให้กรมโยธาธิ การดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมบริเวณริมแม่น้ำท่าจีนตั้งแต่วัดกลางอ่างแก้ว ไปจนถึงประตูระบายน้ำคลองอ้อมตันระยะทาง ๔,๕๐๐ เมตร เพื่อป้องกันน้ำท่วมชุมชนและ ท่วมผิวจราจรถนนพระราม ๒ รวมทั้งพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำปิดกั้น คลองที่เชื่อมต่อแม่น้ำท่าจีนจำนวน ๔ แห่ง ได้แก่ คลองต้นไทร คลองปีกนก คลองตาฮะ คลองบางเชิงกราน เพื่อป้องกันน้ำจากแม่น้ำท่าจีนไหลเข้าคลองสาขาต่าง ๆ ท่วมพื้นที่ชุมชน อุตสาหกรรม และพื้นที่เกษตรกรรมในตำบลท่าทราย🔗
เรื่องที่ ๓ ขอทราบความคืบหน้าจากกรมทางหลวง ในเรื่องของการออกแบบ สะพานทางเชื่อมซอยมาพิทักษ์ราษฎร์ในทางหลวงหมายเลข ๓๐๙๑ ตอน อ้อมน้อย- สมุทรสาคร เนื่องจากซอยมาพิทักษ์ราษฎร์มีจุดตัดที่ทำมุมสกิล (Skill) กับถนน ๓๐๙๑ ประมาณ ๕๕ องศา มีรัศมีมุมเลี้ยวที่ไม่สามารถก่อสร้างได้ตามรูปแบบมาตรฐาน อบต. ท่าไม้ จึงประสานกับแขวงทางหลวงสมุทรสาคร ขอให้สำนักงานทางหลวงที่ ๑๓ พิจารณาสำรวจ ออกแบบ โดย อบต. จะใช้งบประมาณในการก่อสร้างเองนะคะ ไปติดตามเรื่องตั้งแต่ ปี ๒๕๖๔ จนปีนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ฝากท่านประธานด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ผมขอเอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ มาหารือท่านประธานเพื่อให้รัฐบาลได้แก้ไขปัญหา ๓ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่อง ๑ ผมได้รับคำร้องจาก นายธนกฤต ดุษฎีกุล ว่าขอให้กระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบไปตรวจสอบโครงการก่อสร้างระบบกำจัดขยะเพื่อผลิต เชื้อเพลิงและปุ๋ยอินทรีย์ งบประมาณ ๕๔,๘๙๙,๗๐๐ บาท ซึ่งก่อสร้างที่ตำบลเสียว อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โครงการได้ก่อสร้างเสร็จแล้วแต่ระบบการทำงานของ เครื่องจักรไม่สามารถทำงานได้ตามแบบ จึงขอส่งเอกสารรายละเอียดคำร้องให้ท่านประธาน เพื่อส่งต่อไปยังกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการตรวจสอบโดยเร่งด่วน🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับคำร้องจากชาวบ้านโป่ง ตำบลสำโรงพลัน อำเภอไพรบึง ว่า ขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการขุดลอกหนองอันซอง ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้ได้ ดำเนินการเสร็จแล้วแต่คันดินที่ขุดลอกสูงจากพื้นที่มาก เมื่อฝนตกลงมาทำให้ดินสไลด์ (Slide) ลงมาทับที่นาชาวบ้าน อีกทั้งคันดินยังบดบังทัศนวิสัยของหมู่บ้าน จึงขอให้กระทรวงมหาดไทย ได้จัดส่งหน่วยงานที่รับผิดชอบไปดำเนินการตรวจสอบแก้ไขโดยด่วน🔗
เรื่องสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ นางสาวฐิติมน อินทมี ตัวแทนของ สมาชิกผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลปี ๒๕๕๘ ยื่นหนังสือร้องทุกข์ว่าขณะนี้ได้ถูกกองสลาก ตัดสิทธิในการสั่งจองสั่งซื้อลอตเตอรี่เสรี โดยกองสลากแจ้งว่าไม่ได้ลงทะเบียนและยืนยัน ตัวตนทาง ทางผู้ร้องพร้อมสมาชิกขอยืนยันว่าได้ลงทะเบียนและยืนยันตัวตนทุกครั้ง จึงขอให้ กองสลากได้ตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมกับสมาชิกดังกล่าวด้วย ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน🔗
คุณเกษมสันต์ มีทิพย์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายเกษมสันต์ มีทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดพิษณุโลก ขอเรียนปรึกษาท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ครับ🔗
ขอประสานไปยังกรมทางหลวงชนบท ผมได้รับเรื่องจากผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ตำบลพลายชุมพลถึงความต้องการสะพานข้ามแม่น้ำน่าน บริเวณหมู่ที่ ๕ ตำบลพลายชุมพล ข้ามไปยังแยกวัดตาปะขาวหาย ตำบลหัวรอ🔗
ผมได้รับเรื่องจากนายกเทศมนตรีตำบลบ้านคลองถึงความต้องการให้มีการ ขยายสะพานข้ามคลองชลประทานบนทางหลวงชนบทหมายเลข ๒๐๔๓ ซอยดำริพัฒนา ข้ามไปยังประตู ๓ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม🔗
ผมได้รับเรื่องจากพี่น้องประชาชนที่ใช้สะพานข้ามคลองชลประทานบน ทางหลวงชนบทหมายเลข ๒๐๔๓ ช่วงซอยข้างร้านเจ๊โชคขอให้มีการขยายสะพาน🔗
ผมได้รับเรื่องจากผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นตำบลวัดพริก ถึงความต้องการ สะพานข้ามแม่น้ำน่านบริเวณวัดหล่มข้ามไปยังหมู่ที่ ๖ ตำบลวัดพริก🔗
ขอประสานไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ผมได้รับเรื่องจานายกเทศมนตรี ตำบลท่าทองถึงความต้องการเขื่อนกันตลิ่งแม่น้ำน่านทางบริเวณหมู่ที่ ๓ ตำบลท่าทอง🔗
ขอประสานไปยังสำนักงานเลขาธิการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผมได้รับเรื่อง จากผู้อำนวยการโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคมถึงความต้องการเครื่องปรับอากาศอาคาร ศูนย์กีฬาในร่มของโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม และขอประสานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้แก้ไขปัญหาคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ซึ่งเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมา จนถึงทุกวันนี้ มีการสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนทุกรูปแบบ แม้กระทั่ง ตัวผมเองก็ยังโดนแก๊งเหล่านี้โทรมาสร้างความเดือดร้อนให้อยู่เป็นประจำ ขอบคุณครับ🔗
คุณเทียบจุฑา ขาวขำ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้ ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อำเภอบ้านผือ อำเภอน้ำโสม อำเภอนายูง มา หารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องดังนี้ค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้อง อสม. ว่าขอให้ช่วยเร่งรัด พิจารณาจ่ายค่าตอบแทนหรือชดเชยเยียวยาช่วยเหลือพี่น้อง อสม. ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่และ ติดเชื้อโควิด (COVID) ซึ่ง อสม. ก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ในหน้าที่อย่างหนักในหมู่บ้านและชุมชนนะคะ เห็นควรเร่งรัดการเบิกจ่ายให้กับพี่น้อง อสม. ดิฉันเห็นว่าสมควรจะเพิ่มค่าตอบแทนให้กับ พี่น้อง อสม. ขึ้นอีก อยากจะนำเสนอฝากท่านประธานไปยังกระทรวงสาธารณสุขว่าควรจะ เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยเดือนละ ๕๐๐ บาทก็ยังดีค่ะ เพราะว่าทุกท่านทำงานหนักนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับแจ้งและร้องเรียนจาก สจ. สมควร บุญประคม แล้วก็ สจ. อรวรรณ เชื้อกลางใหญ่ เกี่ยวกับเรื่องถนนลาดยางสายบ้านติ้ว-เท่อเล่อ อำเภอบ้านผือ ภาพ ปัญหาของถนนเป็นหลุมเป็นบ่อชำรุดเสียหายมาก แล้วก็เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อย ๆ ช่วงบ้านจอมศรี บ้านไผ่ล้อม ตำบลเมืองพาน ไปบ้านแดง บ้านเท่อเล่อ ตำบลหนองแวง ถนนสายนี้สำคัญมากค่ะ เป็นถนนสายธรรมะ แล้วก็เป็นถนนสู่การท่องเที่ยวและขนถ่าย สินค้าการเกษตร จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบทช่วยเข้าไปแก้ปัญหา ดังกล่าวด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากกำนันเพชร แล้วก็นายกมงคล มีลา และ ประชาชนตำบลหนองแวง และตำบลกลางใหญ่ว่าอ่างเก็บน้ำห้วยทรายเป็นอ่างเก็บน้ำ โครงการพระราชดำริ ปัจจุบันนี้มีวัชพืชปกคลุมกีดขวางทางน้ำเป็นจำนวนมากนะคะ ดิฉันเอง เคยหารือในสภาแห่งนี้แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด ดิฉันจึงขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังกรมชลประทานได้เข้ามาแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ดิฉัน กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑ พระ นครเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสัมพันธวงศ์ เขตดุสิต พรรคพลังประชารัฐค่ะ ดิฉันมีเรื่อง หารือท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างค่ะ จุดแรกอยู่ตรงริมถนนดินสอจนถึงแยก อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนะคะ เส้นนั้นไฟฟ้าดับอยู่ประมาณเกือบ ๒๐ ต้นนะคะ ซึ่งอยู่ภายใต้ การดูแลของกรุงเทพมหานครนะคะ ดับมาระยะหนึ่งแล้วค่ะ จุดที่ ๒ บริเวณซอยราชดำเนิน กลางข้างไปรษณีย์ราชดำเนินหลังโรงเรียนสตรีวิทยาค่ะ เสาต้นที่ ๕ และต้นที่ ๑๑ ดับมืดมานาน แล้วเหมือนกันนะคะ รบกวนการไฟฟ้าช่วยมาแก้ไขให้ชาวบ้านด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ พี่น้องที่ตลาดเทวราช เขตดุสิต ร้องเรียนมาว่าสำนักตลาดได้เพิ่ม ค่าเช่าอยู่ตลอด แต่ว่าไม่ได้รับการดูแลจากทางสำนักตลาดกรุงเทพมหานครเลย ปล่อยให้ สกปรกน้ำท่วมขังเหม็น แล้วหลังคาที่รั่วพังก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขค่ะ ฝากกรุงเทพมหานคร ช่วยดูแลตลาดเทวราชให้เหมาะสมกับค่าเช่าที่ขึ้นราคาอยู่เรื่อย ๆ ด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ฝากสำนักป้องกันกรุงเทพมหานครช่วยลงตรวจสภาพการใช้งาน ของประปาหัวแดงทั่วกรุงเทพมหานครเลยค่ะ เนื่องจากประปาหัวแดงเป็นจุดที่สำหรับ ปล่อยน้ำเวลาเกิดอัคคีภัยค่ะ และในทุกวันนี้บางจุดก็ใช้ไม่ได้ หรือบางที่ก็โดนปิดทับไว้นะคะ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินก็ไม่สามารถใช้การได้ค่ะ ฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
คุณรังสรรค์ มณีรัตน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากพี่น้องตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูนนะครับ ให้ผมมาติดตามโครงการ ก่อสร้างระบบกระจายน้ำพลังแสงอาทิตย์ ขุมเหมืองบ้านปู ตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน พี่น้องเกษตรกรในเขตตำบลศรีวิชัย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูนนะครับ ให้ผมมาติดตามโครงการ ก่อสร้างระบบกระจายน้ำพลังแสงอาทิตย์ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ปาง หมู่ที่ ๑ ตำบลศรีวิชัย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และพี่น้องเกษตรกรในเขตตำบลดงดำ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูนนะครับ ให้ติดตามโครงการขยายอ่างเก็บน้ำห้วยแม่แวน ตำบลดงดำ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ซึ่งทั้ง ๓ โครงการนะครับ ทั้งท้องถิ่น ทั้งท้องที่ ได้ยื่นเรื่องไปถึงกรมทรัพย์น้ำที่ ๑ ลำปาง กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยื่นไปตั้งนานแล้วครับ หลายปี ท่านประธานครับ มีผู้ใหญ่ทั้งข้าราชการชั้นสูง พี่น้องนักการเมืองระดับสูงออกไปตรวจเยี่ยมพี่น้องนักการเมือง ในฝั่งรัฐบาลไปบอกเกษตรกรว่าเดี๋ยวได้ รออีกนิด ๆ ตอนนี้ ๓ ปีกว่าแล้วท่าน จะยุบสภาวันไหน ยังไม่รู้ แต่โครงการทั้ง ๓ โครงการที่รับปากพี่น้องชาวบ้านไว้ยังไม่ได้รับการสนับสนุน งบประมาณเลย อย่าให้คำพูดของท่านทั้งหลายที่ไปดูงานมาหายไปกับสายลมแล้วพี่น้อง ผมไม่ได้รับประโยชน์ ถ้าโครงการทั้ง ๓ โครงการสำเร็จนะครับท่านประธานครับ พี่น้องเกษตรกร ผู้ปลูกมะม่วง ลำไยรวมถึงข้าวได้รับผลประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง รวมถึงเป็นการแก้ภัยแล้งของ อำเภอลี้ได้ทั้งระบบ ดังนั้นจึงฝากท่านประธานติดตามทั้ง ๓ โครงการของผมให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณจารึก ศรีอ่อน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ พรรคพลังท้องถิ่นไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ เกี่ยวกับ เรื่องการส่งออกผลไม้ไปยังประเทศจีนของจังหวัดจันทบุรีครับ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกองต่าง ๆ ครับ ขณะนี้เวลานี้ในส่วนของทุเรียนก็ยังพอจะไปได้ แต่ในส่วนของ มังคุดมีปัญหาครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้เวลานี้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนมังคุดขายมังคุด ได้กิโลละสวย ๆ ๒๐ กว่าบาท ไม่สวย ๑๐ กว่าบาท หรือต่ำกว่า ๑๐ บาทด้วยซ้ำไปนะครับ ค่าปุ๋ย ค่ายาก็แพงนะครับ ค่าเก็บก็แทบจะไม่พอ เพราะฉะนั้นผมกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดจันทบุรีได้ลงพื้นที่สอบถามผู้ประกอบการว่า เป็นเพราะเหตุใดผู้ประกอบการจึงซื้อมังคุดในราคาถูกมากนะครับ ทางผู้ประกอบการอ้างว่า ขณะนี้เรามีปัญหาเรื่องตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ในการบรรจุส่งออกไปยังประเทศจีน เมื่อเข้าไปประเทศจีนแล้ว ด้วยสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) จะเข้าช้า เมื่อเข้าไปถึง แล้วออกกลับมายังประเทศไทยก็ช้านะครับ เพราะฉะนั้นอยากเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับ ให้ช่วยเร่งรัดกรมการค้าภายในให้ช่วยประสานงาน ในส่วนของตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ให้กลับมาประเทศไทยโดยด่วน เพื่อพี่น้องเกษตรกร หรือผู้ประกอบการต่าง ๆ จะได้ดำเนินการคัดบรรจุและส่งไปยังประเทศจีนจะได้ให้ราคา ต่อไปนะครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช ท่านประธานครับ วันนี้ผมต้องมาหาเนื่องจากว่าข่าวเรื่องของ โรคฝีดาษลิงนะครับ ทำให้ประชาชนอาจจะตื่นตระหนกแล้วก็หวาดกลัว ก็เลยอยากจะหารือ ท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าจริง ๆ แล้วต้องรีบสื่อสารกับประชาชนว่าไม่ต้องหวาดกลัวนัก แล้วก็ยกระดับการเฝ้าระวังนะครับ ประเด็นมันอย่างนี้ครับ ประเด็นก็คือว่าจริง ๆ แล้วโรคนี้ มันอยู่ในแอฟริกาตะวันตกแล้วก็แอฟริกากลางนะครับ มันไม่เคยระบาดออกนอกแอฟริกา แต่ว่า ณ ขณะนี้ เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมมันมีการระบาดไปยังอเมริกา ยุโรป หลายประเทศ แล้วก็แคนาดา ออสเตรเลีย วันนี้น่าจะมีประมาณ ๓๐๐ กว่าคนใน ๒๒ ประเทศ แล้วไทยโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็ยังระบาด อยู่ มันก็ทำให้ประชาชนหวาดผวานะครับ เพราะฉะนั้นก็น่าจะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้อง ช่วยป้องกัน ควบคุม เฝ้าระวังให้ดีที่จะไม่ให้เกิดปัญหาในประเทศไทย ดีที่สุดก็คือการป้องกัน ไม่ให้เข้าสู่ประเทศไทย อย่างนี้ครับ จริง ๆ แล้วฝีดาษลิงตัวไวรัสนี้มันอยู่ในตระกูลเดียวกับ ไวรัสที่ทำให้เกิดฝีดาษในคน เพียงแต่ว่าเมื่อปี ๒๕๒๓ องค์การอนามัยโลกได้ประกาศว่าไม่มี โรคฝีดาษอีกแล้วในโลก เพราะฉะนั้นก็เลยไม่มีการปลูกฝีป้องกัน เพราะฉะนั้นคนที่เกิดหลัง ปี ๒๕๒๓ ก็ไม่มีการป้องกัน แต่คนที่เกิดก่อนปี ๒๕๒๓ ยังมีภูมิคุ้มกันอยู่เพราะว่าได้รับการ ปลูกฝี คนที่อายุเกิน ๔๒ ปี ก็อยู่ในช่วง ซึ่งสามารถที่จะติดต่อได้ ก็กราบเรียนท่านอาจารย์ ดังนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณศิริพงษ์ รัสมี ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเคหะหนองจอก ซอยที่ ๓ โดยการบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นธรรมกับพี่น้องที่พักอาศัยอยู่ในเคหะซอย ๓ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ในเคหะ ซอย ๓ มีพี่น้องประชาชนอยู่ประมาณสัก ๔๐ หลังคาเรือน ถนนกว้างประมาณ ๙ เมตร ทางผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลำหินของ บก.น. ๓ ได้มาตีขาวแดงบนฟุตพาท (Footpath) เพื่อห้ามจอดรถตลอดแนวประมาณสัก ๔๐ หลังคาเรือน พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน เวลานำรถมาจอดหน้าบ้าน ทางตำรวจสถานีนครบาลลำหินก็มาเขียนใบสั่งเพื่อที่จะปรับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาจากท่านประธานผ่านไปยัง สน. ลำหิน แล้วก็ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ด้วยนะครับ พี่น้องได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่งตามภาพที่เห็น ถนนกว้างแต่มาตีขาว แดง พี่น้องก็ได้รับความเดือดร้อนในส่วนหนึ่ง🔗
ส่วนที่ ๒ ท่านประธานครับ กรุงเทพมหานครมีท่อระบายน้ำประมาณ ๖,๐๐๐ กิโลเมตร ในอดีตเราได้จ้างผู้รับเหมามาทำการลอกท่อ แต่การจ้างผู้รับเหมามาทำ การลอกท่อมันก็ไม่ประสบความสำเร็จ ขอเรียนกับท่านประธานว่าการลอกท่อใน กรุงเทพมหานครจะต้องใช้นักโทษที่ใกล้จะพ้นโทษแล้วมาทำการลอก โดยการลอกในอดีต ที่ผ่านมาในก่อน ๆ นั้นได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง โดยการใช้การลอกท่อของเรือนจำ ถึงจะประสบความสำเร็จนะครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณวันนิวัติ สมบูรณ์ ครับ ขอผ่านไปก่อนนะครับ คุณเดชอิศม์ ขาวทอง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เดชอิศม์ ขาวทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีเรื่องสำคัญมากที่ต้องหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากพี่น้อง ๒ จังหวัด คือพี่น้องชาวจังหวัดสงขลาและชาวจังหวัดสตูล เรื่องความไม่สะดวกและเกิด อันตรายจากการเดินทางครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถนนทางหลวงเส้น ๔๒๘๗ หรือเดิมคือ ถนนเพชรเกษม ถนนเส้นนี้ได้ลากจากกรุงเทพมหานครไปถึงชายแดนมาเลเซียที่ด่านสะเดา จังหวัดสงขลาระยะทางของถนนเส้นนี้ ๑,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร เดิมถนนเส้นนี้มี ๒ ช่องจราจร แต่วันนี้ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ ได้ขยายเป็น ๔ ช่องจราจรแล้วครับ และอีก ๑ เปอร์เซ็นต์ที่ว่านี้ คือระหว่างแยกท่าชะมวงถึงบ้านห้วยโอนระยะทาง ๑๑ กิโลเมตร สภาพถนนเส้นนี้ชำรุด ทรุดโทรมมาก เป็นหลุมเป็นบ่อ เกิดอุบัติเหตุทุกวันครับ ผมทราบมาว่ากรมทางหลวง ได้จัดสรรงบประมาณให้ไปขยายถนนเส้นนี้ปีละ ๑ กิโลเมตร นั่นก็แสดงว่าอีก ๑๑ ปี ถนนเส้นนี้จึงจะแล้วเสร็จ ซึ่งถ้าผมคำนวณดูแล้วว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุทุกวันวันละ ๑ ครั้งจะต้อง เกิดอุบัติเหตุไม่น้อยกว่า ๔,๐๐๐ ครั้ง จนกว่าถนนเส้นนี้จะแล้วเสร็จ วันนี้ผมจึงนำเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมโปรดสั่งการให้กรมทางหลวงให้รีบ เข้าไปดูแลแก้ไขอย่างเร่งด่วน ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
คุณสุเทพ อู่อ้น ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วน แรงงาน มีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องของปัญหาสินค้าแพง ค่าแรงถูก ซึ่งจะเห็นได้ว่าขณะนี้ราคา สินค้าอุปโภคบริโภคมีการปรับตัวสูงขึ้นทำให้พี่น้องประชาชนมีความลำบาก โดยเฉพาะ ผมเองที่มาจากแรงงานได้พบปะกับพี่น้องแรงงานให้ฝากผมมาตามนโยบายพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้หาเสียงไว้ ค่าจ้างขั้นต่ำ ๔๐๐ บาท ๔๒๕ บาท ปริญญาตรี ๒๐,๐๐๐ บาท แล้วก็อาชีวะ ๑๘,๐๐๐ บาททำไมไม่ทำครับ และหนำซ้ำยังมีการใช้ที่ปรึกษาในทางผิด ๆ ในการไปยื่น หนังสือคัดค้านในการปรับค่าจ้าง ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง หนำซ้ำพี่น้อง แรงงานที่เดือดร้อนได้เข้าไปยื่นข้อเรื่องร้องเรียนก็ถูกดำเนินคดี🔗
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากลงพื้นที่พบปะพี่น้องแรงงานนอกระบบ พบกับชาวบ้าน และผ่านผู้ใหญ่นางสาวนฤมล อู่อ้น หมู่ที่ ๘ ราชนิยม ไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี บอกว่าขณะนี้ ราคาปุ๋ยมีราคาสูงขึ้นมากกว่า ๒,๐๐๐ บาท ทำให้ชาวไร่ชาวนามีต้นทุนที่สูงขึ้นมากกว่า ๖,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาท พลังประชารัฐหาเสียงขายข้าวเปลือกสูงกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท ให้รีบ ดำเนินการให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องของการแก้ไขปัญหาแรงงานข้ามชาติหรือแรงงานต่างด้าวที่เข้า มาทำงานในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ระบบเอ็มโอยู (MOU) นั้นไม่สามารถดำเนินการตามที่ วางแผนได้ จึงทำให้มีการลักลอบเข้าประเทศซึ่งเป็นช่องทางที่จะให้เกิดการแพร่ระบาดของ ของโรค และที่สำคัญมีการเรียกร้องผลประโยชน์ทำให้เกิดการเสียหายต่อประเทศชาติและ ในอนาคตอาจจะถูกตัดสิทธิเรื่องการค้าจึงอยากให้รีบดำเนินการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ด่วนครับ🔗
นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ ปทุมวัน บางรัก สาทร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องในชุมชนวัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน ที่ดิฉันได้เคยหารือ ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข นั่นก็คือการขอไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณทางเดินริมคลองแสนแสบ ซึ่งเป็นพื้นที่เปลี่ยวแล้วก็มืด อาจจะเป็นอันตรายเป็นแหล่งมั่วสุมได้ ดิฉันจึงได้ประสานงาน ไปยังการไฟฟ้าแล้ว แล้วก็ได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานเขตปทุมวันร่วมครึ่งปีแล้วเพื่อขอให้เขต พิจารณาดำเนินการแต่ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของทางเดินในชุมชน ๓ จุดที่ชำรุดเสียหาย บางจุดเคยถล่มจนเจ้าหน้าที่เขตตกลงไปเอง แล้วก็ยังเป็นการซ่อมแซม ไว้แบบชั่วคราวเท่านั้น รวมถึงขอให้ตัดต้นไม้ใหญ่ในชุมชนวัดบรมด้วยซึ่งอาจเกิดเสี่ยง อันตรายต่อชาวชุมชนได้ จึงอยากขอเร่งรัดไปยังกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตปทุมวันค่ะ ได้กรุณาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและดำเนินการทั้ง ๓ เรื่อง อย่างเร่งด่วน🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นการขอให้พัฒนาพื้นที่รกร้างบริเวณใต้ทางด่วนเพลินจิตให้เป็น พื้นที่สาธารณะประโยชน์ ซึ่งดิฉันก็เคยหารือไปยังกรุงเทพมหานครแล้วเช่นกัน เนื่องจาก พื้นที่ตรงนี้เป็นทำเลที่ดีสามารถพัฒนาให้เกิดประโยชน์ได้มากมาย แทนที่จะปล่อยทิ้งไว้ รกร้างเป็นแหล่งมั่วสุมอบายมุข เป็นจุดเสี่ยงอันตรายของพี่น้องประชาชนก็ปรับเปลี่ยน พัฒนาให้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยและใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ค่ะ ดิฉันจึงอยากขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังกรุงเทพมหานครได้พิจารณาพัฒนาพื้นที่รกร้างและและจุดเสี่ยงต่าง ๆ รวมทั้งในเขตอื่น ๆ ให้เกิดประโยชน์ต่อไป ขอบพระคุณค่ะ🔗
นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย ต้องขออนุญาตท่านประธานมีสไลด์ (Slide) ๒-๓ แผ่น สืบเนื่องจาก ๒๐-๒๓ พฤษภาคมนี้มีฝนตกอย่างหนักที่ภาคเหนืออย่างที่ ทราบกัน ปรากฏว่าที่อำเภอพานของผมมีน้ำท่วมฉับพลันเนื่องจากว่าน้ำป่าไหลหลากก็ต้อง ขอถือโอกาสนี้ได้เรียนท่านประธานว่าคราวนี้มันเป็นภัยพิบัติอย่างร้ายแรง เพราะเนื่องจากว่า น้ำมาตอนตี ๒ ปรากฏว่าหลายคนต้องอพยพหนี ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน ที่เทศบาล หรือว่า สาธารณประโยชน์อื่น ๆ เดือดร้อนกันหมดนะครับ สิ่งที่ผมอยากเรียนท่านประธานก็คือว่า โชคดีที่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต. ได้ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ที่สำคัญก็คือ โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะหารือกับท่านประธานก็คือเนื่องจากว่าที่อำเภอพานของผม ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้กำลังจะตายทั้งเป็นครับ โดยเฉพาะนาข้าว มีทั้งหมดประมาณ ๙ ตำบล มีทั้งหมดเกือบ ๑,๕๐๐ ครอบครัว และนาข้าวเสียหายประมาณ เกือบ ๑๐,๐๐๐ ไร่ ได้รับการชดเชยตามระเบียบน้อยมากครับท่านประธาน🔗
ผมอยากจะขออนุญาตอีกอันหนึ่ง ก็คือเรื่องประมง บ่อปลานี่เป็นการเลี้ยง ที่ทำรายได้ให้แก่พี่น้องในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ประมาณสัก ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่ามีการชดเชยตามระเบียบแค่ ๔,๖๘๒ ต่อไร่ ซึ่งตัวนี้ผมขออนุญาตเรียน ท่านประธานว่าที่ผ่านมาท่านประธานทำหน้าที่ได้ดีมากนะครับ เพราะว่าถึงเวลาขึ้นมาหารือ เสร็จท่านประธานก็จะทำหนังสือให้หน่วยงานตอบมา แต่ ๓ เดือน ๖ เดือนไม่มีประโยชน์ ผม อยากจะขอท่านประธานว่าได้ช่วยกรุณาหาทางใดก็ได้ที่จะของบฉุกเฉินสำรองจ่ายครับ เพราะว่าตอนนี้พี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการประมง พี่น้องชาวนาจะตายทั้ง เป็นครับ ขอให้ช่วยผลักดันให้ช่วยงบ ก.ช.ภ.จ. ซึ่งอยู่ในผู้ว่าราชการจังหวัดประมาณ ๕๐ ล้านบาท ถ้าท่านประธานจะกรุณาแจ้งไปทางสำนักนายกรัฐมนตรีให้ใช้งบกลางตัวนี้ จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างยิ่งครับ ขอบพระคุณครับ🔗
พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังนี้ครับ ตามที่พวก กระผมได้ทำหนังสือเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้มีการเปิดด่านชายแดนไทย- มาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันได้เปิดตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕ และนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย และสิงคโปร์ที่เดินทางมายังประเทศไทยทางรถยนต์ไม่ได้รับความสะดวกเพราะมีการเก็บเงิน ค่าประกัน ๖๐๐ บาทต่อเดือน🔗
และก็มีลงระเบียบผ่านระบบ ไทยแลนด์พาส (Thailand Pass) ซึ่งเป็นการสร้างขั้นตอนที่ยุ่งยากให้แก่นักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวบางคนมาถึงด่านแล้วก็เดินทางกลับ ขอให้รัฐบาลยกเลิกระบบประกันและระบบ ไทยแลนด์พาส (Thailand Pass) ด้วยครับ🔗
ข้อที่ ๒ ขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปรับค่าตอบแทน ให้แก่ผู้บริหารและสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น นายก อบจ. นายกเทศบาล นายก อบต. และสมาชิก อบต. เพราะบัญชีที่ใช้ ๆ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ มาจนถึงปัจจุบันเกือบ ๓๐ ปี แล้วไม่ได้ปรับเลยนะครับ โดยเฉพาะนายก อบต. โดยเฉพาะสมาชิก อบต. เมื่อก่อนตำบลละ ๒ ท่าน แต่ปัจจุบันนี้เหลือตำบลละ ๑ ท่าน แต่เงินยังเช่นเดิมทั้งที่ปริมาณงานเพิ่มมากขึ้น🔗
ข้อ ๓ ขอให้เพิ่มเงินเสี่ยงภัยกับผู้บริหาร สมาชิกท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับค่าเสี่ยงภัยเช่นเดียวกับผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เพราะว่าอยู่ในพื้นที่ เดียวกันและเสี่ยงภัยเช่นเดียวกัน ขอให้รัฐบาลทบทวนด้วยครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย วันนี้ขออนุญาตหารือท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ พี่น้องเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร ๗,๓๘๔ กลุ่ม ๗๗ จังหวัดได้มีการประชุมหารือกันว่าปัญหาปุ๋ยราคาแพง ยกตัวอย่างเช่น สูตร ๔๖-๐-๐ ราคาตันละ ๓๔,๐๐๐ บาท ลูกละประมาณ ๑,๗๐๐ กว่าบาท ดังนั้นจะเห็นว่าข้าวพี่น้องชาวนาขายข้าวเกวียนละไม่เกิน ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท รวมเบ็ดเสร็จ แล้วในการขายข้าวเปลือก ๔ ตันจะได้ปุ๋ย ๑ ตัน นั่นประเด็นที่ ๑ ออกให้ทางรัฐบาล รับผิดชอบพี่น้องเกษตรกรต้องตกอยู่ในสภาพล้มละลายเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวเพราะต้นทุนการ ผลิตข้าวราคาสูงมากนะครับ🔗
ส่วนประเด็นที่ ๒ ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าเราได้เสนอ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก จังหวัดลพบุรี เขื่อนป่าสัก สร้างมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ ปัจจุบันนี้ ๓๐ กว่าปี ทำให้พี่น้องชาวอำเภอพัฒนานิคมและอำเภอใกล้เคียง ซึ่งเส้นลำน้ำ ผ่านระหว่างอำเภอพัฒนานิคม ตำบลหนองบัว ตำบลโคกสลุง ตำบลพัฒนานิคม และตำบลอื่น ๆ ทางฝั่งตะวันตกจำนวนไม่ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ กว่าคน ในขณะเดียวกันนั้นฝั่งตะวันออกคือ ตำบลมะนาวหวาน ตำบลน้ำสุด ตำบลห้วยขุนราม ซึ่งไปติดกับพื้นที่นครราชสีมาคือเขตปากช่อง ซึ่งมีประชากรไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ คน ในการสร้างเขื่อนป่าสักนั้นต้องใช้เวลาประมาณ เกือบ ๓๐ ปีที่ผ่านมา ท่านประธานครับการสัญจรไปมา มาประชุมติดต่อราชการที่อำเภอ จะต้องเดินทางย้อนไปถึงจังหวัดสระบุรีและจะวนกลับมาที่อำเภอ ส่วนทางปีกตะวันตก ต้องไปทำไร่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ ต้องใช้เวลาเดินทางหลายร้อยกิโลเมตร ท่านประธาน ที่เคารพ วันนี้รัฐบาลรับปากหลายครั้งหลายคราวแล้วว่าจะตั้งงบประมาณก่อสร้างให้จนถึง ปัจจุบันก็ยังไม่บรรลุ เนื่องจากส่วนราชการประกอบไปด้วย กรมชลประทาน กรมทางหลวง หรือแขวงการทาง และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเห็นว่าแต่ละ หน่วยงาน แต่ละหน่วยงานนั้นไม่ประสานกัน หรือไม่มีมันสมอง หรือไม่มีความคิดที่จะแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จึงฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งแวดล้อมนั้นทางแขวงการทางได้ออกแบบสะพานเสร็จเรียบร้อยมานาน แล้วเสนอเข้าสิ่งแวดล้อม ทางสิ่งแวดล้อมตอบว่าอย่างไรครับ ท่านประธานครับ บอกว่ากลัว จะมีคนมาทิ้งขยะ ซึ่งตอบแบบปัญญาอ่อนมาก การสร้างสะพานนั้น ผมกราบเรียนว่ามีการ เดินทางสะดวก ติดต่อขนส่งสินค้าการเกษตร ดังนั้นท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายนี้ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งรับผิดชอบทั้ง ๓ กระทรวง ต้องติดต่อประสานงาน มิฉะนั้นประชาชนเดือดร้อนมาประมาณ ๓๐ กว่าปี ประมาณ ๓๒ ปี ทำให้ราษฎรเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสจากการบริหารผิดพลาดของรัฐบาล ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านอุบลศักดิ์ อาวุโส แต่ว่าเป็นคนเดียวที่เกินเวลามาก ต่อไปขอเชิญคุณทวิรัฐ รัตนเศรษฐ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา วันนี้ขออนุญาตหารือกับท่านประธานโดยเป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร ชาวโคราช ท่านประธานที่เคารพ ขณะนี้ต้นทุนการเกษตรของพี่น้องเกษตรกรเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นราคาปุ๋ยหรือราคาน้ำมัน โดยในขณะนี้ปุ๋ยเคมีราคาสูงขึ้นกว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่ ช่วงต้นปีที่ผ่านมา จากกระสอบละ ๕๐๐ ถึง ๗๐๐ บาท ตอนนี้ปรับราคาขยับอยู่ที่ ๑,๖๐๐- ๑,๘๐๐ บาทต่อกระสอบ ในขณะที่ราคาน้ำมันก็เพิ่มสูงขึ้นไม่หยุดเช่นเดียวกันทำให้กระทบ กับพี่น้องเกษตรกร และพี่น้องชาวไทยทุกคนเดือดร้อนไปหมด ทำให้ต้นทุนการเกษตรเพิ่ม สูงขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอโนน สูงและอำเภอโนนไทยว่าขณะนี้ประสบปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากว่าอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ตอนล่างและเขื่อนลำตะคองเร่งระบายปล่อยน้ำทำให้พี่น้องเกษตรกรและพี่น้องประชาชนใน เขตพื้นที่อำเภอโนนสูงและอำเภอโนนไทยประสบปัญหาน้ำท่วมที่อยู่อาศัย แล้วก็พื้นที่การเกษตรหลายพันไร่จมน้ำเสียหายครับ ขอรูปด้วยนะครับ🔗
พี่น้องประชาชนฝากมาบอกว่าอยาก ให้ภาครัฐค่อย ๆ ระบายปล่อยน้ำเพื่อที่พี่น้องประชาชนจะได้ไม่รับความเดือดร้อน แล้วก็ขอ สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาแหล่งน้ำให้ดีขึ้นเพื่อที่จะเป็นการป้องกันน้ำแล้ง น้ำท่วมในอนาคต ผมจึงฝากข้อหารือของพี่น้องประชาชนไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีโดยผ่าน ท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลบริหารจัดการน้ำแบบนี้ ปล่อยให้น้ำท่วมน้ำแล้งทุกปี ราคาน้ำมันยังแพงแบบนี้ สินค้าแพงแบบนี้ ต้นทุนการเกษตร แพงแบบนี้ พี่น้องเกษตรกร พี่น้องประชาชนจะอยู่อย่างไรครับ นี่มันบ้าไปแล้วท่านประธาน ผมขอฝากให้ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยปรับปรุงแก้ไขด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญคุณธีรรัตน์🔗
ขอบพระคุณค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เขตลาดกระบัง วันนี้ดิฉันมี ๓ เรื่องด้วยกันที่ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธาน ในขณะนี้มีพี่น้องประชาชน จากทั่วประเทศที่เป็นตัวแทนของผู้ที่เดือดร้อนเข้ามาร้องเรียนเรียกร้องรัฐบาลให้ได้พิจารณา พ.ร.บ. คัดค้านการรวมกลุ่มของประชาชน เมื่อคืนนี้หลังเลิกการประชุมดิฉันได้ลงไปพบปะ พี่น้องประชาชนที่อยู่หน้ายูเอ็น (UN) มากันเรียกว่าหลากหลายจากสถานที่เลย ดิฉันได้รับทราบ ว่าถ้าหากว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ผ่านรัฐบาลและเข้าสู่สภานั้น และถ้าหากว่ารัฐบาลใช้เสียงข้างมาก ในการผ่านกฎหมายจะเกิดความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่ต้องการเรียกร้องสิทธิตาม รัฐธรรมนูญเป็นอย่างมาก ฉะนั้นแล้วดิฉันอยากจะขอให้รัฐบาลได้โปรดพิจารณาและรับฟัง เสียงของผู้ที่มาเรียกร้องในสิทธิเสรีภาพสิ่งที่เขาสามารถกระทำได้ด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันขออนุญาตหารือเกี่ยวกับเรื่องปัญหาน้ำท่วมที่กำลังจะเกิดขึ้น ในเวลาอันใกล้นี้ อย่างที่ทราบกันดีว่าแนวโน้มปริมาณน้ำฝนในปีนี้เป็นจำนวนมาก และที่ผ่านมา ทาง กทม. เองหรือแม้แต่ภาครัฐเองก็ไม่ได้ลงไปลอกท่อหรือทำการเตรียมการที่จะรับน้ำ ดิฉัน ได้ยินข่าวว่ากรมราชทัณฑ์เสนอที่จะให้ใช้กรมราชทัณฑ์เป็นหน่วยงานที่จะมาสนับสนุน ในการลอกท่อ ดิฉันขอให้เริ่มต้นจากกรุงเทพมหานครเลยถ้าเป็นไปได้ จะเป็นนิมิตหมายที่ดี ให้กับพี่น้องประชาชนในการที่จะหลีกหนีปัญหาน้ำท่วมที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ แม่ค้าหาบเร่แผงลอยที่ตอนนี้มีการกวดขัน เนื่องจากว่ามีกลุ่มการเมืองฝั่งตรงข้าม ดิฉันขอให้หาพื้นที่ที่เหมาะสมให้แม่ค้าเหล่านี้ ได้ประกอบธุรกิจเพื่อที่จะสร้างรายได้ให้กับครอบครัวด้วยค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณสมาชิกทั้ง ๓๐ ท่านนะครับ ท่านได้ใช้เวลาอย่างดี มีท่านอาวุโสอุบลศักดิ์ท่านเดียวที่เกินเวลาไปมาก ทุกเรื่องเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนนะครับ ขอแสดงความยินดีชื่นชมครับ🔗
ท่านสมาชิกครับขณะนี้ มีสมาชิกมาลงชื่อแล้ว ๒๙๑ คน องค์ประชุมคือ ๒๓๘ คน ขณะนี้ครบองค์ประชุมแล้วครับ ผมขอเปิดประชุมครับ ขอดำเนินการไปตามระเบียบวาระ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
ขอเรียนให้สมาชิกทราบว่าในระหว่างที่เราอยู่วาระกระทู้ถามในห้องประชุมนี้ ก็จะมีการถามตอบกระทู้ถามในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งท่านรองประธานทำหน้าที่เป็น ประธานอยู่ในห้องนั้น ที่เรียนว่าบางทีกระทู้ถามไปตรงกับท่านรัฐมนตรีท่านเดียวกันที่จะต้อง ตอบทั้งห้องนี้และห้องโน้นก็เลยทำให้มีปัญหาอยู่บ้างก็ได้เข้าใจจะได้ไม่ตำหนิกันครับ วาระที่ ๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา มี ๓ กระทู้ในวันนี้ มีลำดับดังต่อไปนี้ครับ🔗
๑.๑ กระทู้ถามสด🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๗๘ ส. (นายนราพัฒน์ แก้วทอง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ🔗
คำถามกระทู้ถามสดนั้น ถามได้ ๓ ครั้ง โดยให้เวลาไว้ครึ่งชั่วโมงต่อ ๑ กระทู้ จึงได้แบ่งเวลาโดยให้ผู้ถาม ๑๕ นาที และท่านรัฐมนตรีผู้ตอบ ๑๕ นาที จึงขอฝากให้บริหารเวลาว่าควรจะถามหรือตอบในเวลา เท่าไรเพื่อไม่ให้เกินเวลา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนราพัฒน์ แก้วทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอถามกระทู้ต่อท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน ทราบทันทีครับว่าขณะนี้ปัญหาข้อพิพาท ต่าง ๆ เกี่ยวกับที่ดินนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการบุกรุกของพี่น้องประชาชนหรือการบุกรุกของ หน่วยราชการที่สร้างประเด็นปัญหาความขัดแย้งเป็นข้อพิพาทนั้นมีมายาวนานและก็สืบเนื่อง ต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน บางครั้งพี่น้องประชาชนขอที่อยู่อาศัยได้ดำเนินการขออนุญาต ก่อสร้างอย่างถูกต้อง มีบ้านเลขที่ มีการเสียภาษี มีการจ่ายค่าสาธารณูปโภคค่าน้ำค่าไฟ แต่วันดีคืนดีครับก็ยังมีหมายศาลมาว่าพี่น้องประชาชนเหล่านั้นได้บุกรุกที่ของรัฐ ฉะนั้นตรงนี้ เป็นปัญหาที่ทำให้พี่น้องประชาชนนั้นเดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรม ส่วนใหญ่ทุกคนก็ จะบอกเป็นเสียงเดียวกันครับว่าเกิดจากการกำหนดแนวเขตที่ทับซ้อนที่ไม่ตรงกันจึงเกิดเป็น ข้อพิพาทสืบเนื่องมาอย่างยาวนาน จึงได้มีกระบวนการที่อยากจะทำในเรื่องของแผน ที่เดียวหรือวันแมป (One Map) ขึ้นมา ต้องเรียนกับท่านประธานว่าปัญหาเรื่องพื้นที่ทับซ้อน ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่อยากจะถามในเชิงนโยบายไปยังท่านรัฐมนตรี กับอีกส่วนหนึ่งก็คือการ จัดสรรที่ดินทำกินให้กับพี่น้องประชาชนที่ทำกินอยู่อาศัยมานานอาจจะเป็นการทำกินอยู่ ในพื้นที่ของรัฐ ซึ่งในอดีตในสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ได้มีการออกกฎกระทรวงในเรื่องของ โฉนดชุมชนเพื่อให้พี่น้องประชาชนนั้นได้สามารถทำกินในที่ดินของรัฐได้อย่างถูกต้อง ไม่ถูก การไปตรวจสอบหรือจับกุม เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นประเด็นในเชิงนโยบายอยากจะเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าในเชิงการแก้ไขปัญหาการจัดสรรที่ดินที่มีประโยชน์ใช้ทรัพยากรที่ดินอย่าง คุ้มค่าเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนนะครับ แล้วก็ในเรื่องของวันแมป (One Map) นั้นทาง ท่านรัฐมนตรีนั้นได้ดำเนินการอะไรไปอย่างไรบ้างเป็นคำถามที่ ๑ ครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพกระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาตอบกระทู้ถามสดของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านนราพัฒน์ แก้วทอง ซึ่งได้สอบถามได้ตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับ เรื่องการดำเนินการเรื่องวันแมป (One Map) วันแมป (One Map) ก็คือแผนที่ที่เราต้องการ มติ ครม. เมื่อประมาณปี ๒๕๕๘ เดือนกันยายนที่มีความประสงค์ที่จะให้มีการปรับปรุงแผน ที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการนะครับ โดยใช้มาตราส่วน ๑:๔๐๐๐ ที่เราเรียกกันว่า วันแมป (One Map) ซึ่งในขณะนี้ได้ดำเนินการดังกล่าวโดยมุ่งที่จะแก้ไขปัญหาข้อขัดข้อง ในการที่จะต้องการรู้แนวเขตที่ชัดเจนระหว่างที่ดินของรัฐ แล้วก็ที่ดินของเอกชน ที่ดินของ ประชาชนนะครับ ซึ่งขณะนี้มีข้อโต้แย้งกันเรื่องแนวเขต เพราะฉะนั้นโดยที่ผ่านมาเราใช้ ระวางมาตราส่วนของที่ดินไม่เท่ากัน มันจึงทำให้เกิดปัญหาเรื่องแนวเขตที่ดินว่ามีส่วนที่ ทับซ้อนกันอยู่แล้วมีข้อขัดแย้งกัน มีข้อพิพาทกันระหว่างภาครัฐกับเอกชนมาต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นการที่ ครม. กำหนดเรื่องวันแมป (One Map) ขึ้นมามุ่งที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวนี้ แต่ว่าด้วยที่ปัญหาเรื่องแนวเขตที่ดินมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีอยู่อย่างน้อย ๕ กระทรวง ๙ กรม เพราะฉะนั้นต้องให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาประชุมหารือกันอยู่ ในขณะนี้ขอ อนุญาตเรียนท่านนราพัฒน์ แก้วทอง ว่าคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ได้แบ่งกลุ่ม จังหวัดออกเป็น ๗ กลุ่ม กลุ่มละ ๑๑ จังหวัด ในขณะนี้ ครม. เพิ่งมีมติไปเมื่อต้นปีนี้ที่จะ เห็นชอบกับวันแมป (One Map) กลุ่มที่ ๑ ซึ่งถือว่า ครม. เพิ่งให้ความเห็นชอบไปเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๕ ที่ได้เห็นชอบกับกลุ่มที่ ๑ ซึ่งกลุ่มที่ ๑ มี ๑๑ จังหวัดประกอบด้วย จังหวัดนนทบุรี กรุงเทพมหานคร นครปฐม อ่างทอง สิงห์บุรี สมุทรสงคราม สมุทรปราการ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร แล้วก็สุพรรณบุรีแล้วเสร็จ ซึ่งในกลุ่มที่ ๑ ปัญหา ค่อนข้างจะน้อย ท่านนราพัฒน์คงทราบว่าอยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่าเขตที่ดินของรัฐมีน้อย เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้จึงได้มีการรับรองแนวเขตไปเสร็จแล้ว ในขณะนี้กำลังเร่งรัดกลุ่มที่ ๒ ซึ่งก็ เป็นกลุ่มที่คิดว่าน่าจะเร่งรัดให้เสร็จต่อไป ส่วนกลุ่มอื่น ๆ ก็ดำเนินการเร่งรัดอยู่ กลุ่มที่ ๒ ประกอบด้วยจังหวัดจันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ตราด นครนายก นครสวรรค์ ระยอง ลพบุรี ศรีสะเกษ แล้วก็สระบุรี อันนี้ก็กำลังดำเนินการที่จะให้เสนอให้ ครม. พิจารณา เห็นชอบต่อไป เพราะฉะนั้นส่วนอีก ๕ กลุ่มก็พยายามเร่งรัดในการที่จะให้ดำเนินการที่เรา เรียกว่าใช้วันแมป (One Map) คือแผนที่ในมาตราส่วนเดียวกันนั่นก็คือ ๑:๔๐๐๐ รัฐบาลจะ เร่งรัดดำเนินการ กระทรวงมหาดไทยในฐานะที่เป็น ๑ ใน ๕ กระทรวงก็สนับสนุน แล้วก็ พยายามที่จะเร่งรัดในส่วนที่เป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยไม่ว่าจะเป็นการเดิน สำรวจหรือว่าออกหนังสือสำคัญที่หลวงในที่ดินสาธารณะแปลงต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จ ซึ่งอันนี้ ได้กำชับในที่ประชุมกระทรวงอย่างต่อเนื่องในการเร่งรัดขึ้นทะเบียน น.ส.ล. หนังสือสำคัญ ที่หลวงเสียให้เสร็จเรียบร้อย🔗
ส่วนประเด็นที่ ๒ ที่จะขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนราพัฒน์ แก้วทอง ก็คือเรื่องที่ท่านได้สอบถามเรื่อง คทช. ก็ขออนุญาตว่ารัฐบาลในสิ่งที่ท่านได้เรียน แล้วว่าในสมัยท่านรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นได้มีการเร่งรัดที่เรียกว่า โฉนดชุมชน แต่ว่าในครั้งนั้นเราอาศัยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อมารัฐบาลในสมัย สภานิติบัญญัติแห่งชาติช่วงที่ผ่านมาก็ได้นำระเบียบดังกล่าวนั้นมาปรับปรุงยกฐานะจาก ระเบียบเป็นพระราชบัญญัติ ซึ่งขณะนี้มีผลใช้บังคับแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ในขณะนี้กฎหมาย ที่เราเรียกว่ากฎหมาย คทช. คือจัดที่ดินทำกินเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาในส่วนที่ ประชาชนเข้าไปทำมาหากิน เข้าไปทำที่อยู่อาศัยในที่ดินของรัฐ แล้วบัดนี้สภาพป่าก็ถือว่า เสื่อมโทรมไปมากแล้วหรือที่ดินแปลงดังกล่าวนี้พี่น้องประชาชนเข้าไปอยู่กันนานแล้ว แล้วรัฐไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามที่ได้นั่นไว้เดิมแล้ว แต่ว่าก็ยังมีความจำเป็นจะต้องสงวนไว้ใช้ ร่วมกันอยู่ แต่เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้พี่น้องประชาชนถูกดำเนินคดีอย่างที่ท่านได้กราบเรียนแล้ว รัฐบาลจึงนำเอากฎหมาย คทช. มาแก้ปัญหา ซึ่งในขณะนี้ก็ได้ดำเนินการแก้ปัญหาให้พี่น้อง ประชาชนที่อยู่ในที่ดินของรัฐประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่เขตป่าถาวร เขตป่าสงวน หรือ เขตอุทยาน หรือในเขตที่เรียกว่าเขต ส.ป.ก. อยู่ในเขตเหล่านี้ไม่สามารถที่จะเอาที่ดินเหล่านี้ มาออกโฉนดให้พี่น้องประชาชนได้แน่นอน แต่ทำอย่างไรไม่ให้พี่น้องประชาชนต้องถูก ดำเนินคดีในฐานะบุกรุกที่ป่า อันนี้รัฐบาลก็พยายามจะใช้กลไกใหม่ ใช้เครื่องมือใหม่ก็คือ กฎหมาย คทช. ที่เราออกมาเมื่อปี ๒๕๖๒ ยกฐานะจากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีมาเป็น พระราชบัญญัติ ใช้ พ.ร.บ. ตัวนี้เข้าไปแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนกรณีได้ทั้งเป็นที่อยู่อาศัย หรือเป็นที่ทำกิน ซึ่งต้องเป็นไปตามคุณสมบัติ แล้วก็จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในการ จัดที่ดินโดยนำกฎหมายนี้มาเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาเรื่องการเข้าไปทำมาหากินหรือว่าทำกิน อยู่ในที่ดินของรัฐนะครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตที่จะเรียนว่าที่ผ่านมาคณะอนุกรรมการ จัดที่ดินแห่งชาติได้ดำเนินการจัดให้ประชาชนเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ มาจนถึงปัจจุบันจำนวนพื้นที่ ๓๒๖ พื้นที่ ๗๖ จังหวัด จำนวนรายก็คือ ๗๓,๑๔๖ รายจำนวน แปลงก็คือ ๘๙,๗๑๗ แปลง เนื้อที่ ๔๙๗,๘๑๗ ไร่นะครับ โดยแยกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้ว่า ที่เป็นที่ป่าพื้นที่ป่าสงวนจำนวน ๑๗๑ พื้นที่ ใน ๕๘ จังหวัด เนื้อที่ ๔๖๒,๘๒๓ ไร่ พื้นที่ที่เป็น ป่าชายเลนจำนวน ๙๒ พื้นที่ ๑๐ จังหวัด ๓,๐๔๑ ราย ๓,๑๒๒ แปลง เนื้อที่ ๑๐,๖๒๖ ไร่ พื้นที่ที่เป็นเขตปฏิรูปที่ดินหรือที่เรียกกันว่า ส.ป.ก. จำนวน ๒๑ พื้นที่ ๘ จังหวัด ๑,๕๓๙ ราย ๒,๑๗๕ แปลง เนื้อที่ ๑๑,๖๕๘ ไร่ พื้นที่ที่เป็นที่สาธารณประโยชน์ ๒๐ พื้นที่ ๑๐ จังหวัด รวมเนื้อที่ ๘,๖๙๓ ไร่ ที่ราชพัสดุจำนวน ๔ พื้นที่ ๔ จังหวัด จำนวน ๑๒๐ ราย เนื้อที่ ๒๘๐ ไร่ พื้นที่ที่สงวนไว้เพื่อกิจการนิคมสร้างตนเองจำนวน ๑๘ พื้นที่ ๑๔ จังหวัด ๑,๒๓๙ ราย เนื้อที่ ๓,๗๒๖ ไร่ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลได้นำเอากฎหมาย คทช. จัดที่ดินให้กับพี่น้องประชาชนมาใช้ แก้ปัญหานะครับ จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ใน ๒ ประเด็น ทั้งเรื่องวันแมป (One Map) และเรื่อง คทช. ครับ🔗
คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ชี้แจงในรายละเอียด ในเชิงนโยบายผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนหรือแม้ สภาแห่งนี้ก็คงเห็นพ้องต้องกัน แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าแนวทางปฏิบัติหรือการที่จะเร่งรัดในการ ให้คณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ หรือ คทช. นั้น ได้เร่งดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ทำอย่างไร ที่ท่านชี้แจงก็ต้องเรียนครับ ว่าท่านไปหยิบเอาพื้นที่ง่าย ๆ แน่นอน มันไม่ค่อยมีปัญหา แต่ความเดือดร้อนจริง ๆ มันอยู่ที่ พื้นที่ที่มีปัญหาครับท่านประธาน โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นเขตป่า เป็นเขตป่าสงวน หรือเป็นเขตที่ อนุรักษ์ ตรงนั้นคือเป็นพื้นที่ที่เขารอการแก้ไข ขณะเดียวกันระหว่างรอมีการถูกดำเนินคดีจาก ภาครัฐ พี่น้องประชาชนมาร้องขอต่อสภาแห่งนี้ ต่อท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติแห่งนี้ให้ ช่วยเหลือ นั่นก็คือกรณีขอให้จำหน่ายหรือชะลอในการดำเนินคดีเนื่องจากปัญหาข้อพิพาทยัง ไม่ชัดเจนและกรณีที่เราจะต้องนำเอาวันแมป (One Map) มาใช้ในอนาคต วันนี้เวลาเขา ประกาศไม่ว่าจะเป็นประกาศในเรื่องของให้พี่น้องประชาชนมีที่ทำกินหรือประกาศเป็นเขต ส.ป.ก. จริง ๆ มันมีความผูกพันที่จะต้องทำให้หน่วยงานรัฐไปเร่งรัดกำหนดแนวเขตของ ตัวเองให้ชัดเจน แต่วันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับพยายามจะเร่งรัดในการดำเนินคดีกับพี่น้อง ประชาชน ซึ่งผมเห็นว่ามันไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติด้วยว่าควรจะต้อง ชะลอจำหน่ายคดีให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน ตรงนี้อาจจะไม่ใช่เป็นคำถามเป็น ประเด็นที่ฝากไปหรือท่านจะตอบก็ยินดี ผมจะเหลือเวลาให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบปัญหาสำคัญ นะครับ ผมจะถามคำถามนี้เป็นคำถามสุดท้ายก็คือในเรื่องของแนวทางการปฏิบัติ ท่านทราบ ไหมครับว่า พี่น้องประชาชนได้จ่ายค่าธรรมเนียมในการยื่นขอเปลี่ยนแปลงเอกสารสิทธิจาก ส.ค.๑ มาเป็นโฉนดมาเป็นระยะเวลานาน หลายพื้นที่ยังตกสำรวจยังไม่มีแนวทางที่จะออกสำรวจ ท่านมี แนวทางในการดำเนินการสิ่งเหล่านี้อย่างไร พี่น้องประชาชนรอคอยมาเป็นระยะเวลานานเมื่อ สักครู่ก็ได้พบกับท่านรองประธานสภาท่านก็ยังบอกว่าผมก็เป็นเหมือนกันพื้นที่ทุกพื้นที่แทบ จะเหมือนกัน ก็คือว่าถ้าท่านไม่มีผู้หลักผู้ใหญ่ ถ้าท่านไม่มีใครยกหูไปการออกเอกสารสิทธิ ต่าง ๆ ก็ช้า แต่ถ้าเกิดมีใครส่งสัญญาณไปสักนิด การออกโฉนดก็เร็วขึ้น เพราะฉะนั้นอยากจะ ถามเรื่องของมาตรฐานในการออกโฉนดหรือการดูแลพี่น้องประชาชนในการเปลี่ยนแปลง ส.ค.๑ ให้เป็นโฉนดท่านได้ดำเนินการไปอย่างไร แค่ไหน จำนวนกี่แปลง และมีแนวทางจะเร่งรัดให้ เร็วขึ้นอย่างไร รวมถึงในเรื่องของการเดินสำรวจ ท่านยังมีนโยบายต่อไปอีกหรือไม่ อย่างไร ผมเห็นว่าวันนี้ในอดีตเข้าใจได้ว่าการเดินสำรวจนั้นต้องใช้บุคลากรจำนวนมาก บางครั้ง การขยับหมุดโดยเจ้าหน้าที่ที่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้มีอำนาจหรือเอกชนก็เกิดขึ้นได้ แต่วันนี้ เรามีเทคโนโลยี เรามีดาวเทียม ทำไมเราไม่ใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นมากำหนดเส้นกำหนดแนว แล้วเร่งรัดให้มันเกิดความเป็นธรรม ถ้าติดในเรื่องงบประมาณผมเชื่อว่าถ้าท่านเสนอแผนการ ดำเนินงานโดยใช้เทคโนโลยีหรือใช้การเร่งรัด สภาแห่งนี้พร้อมจะอนุมัติงบประมาณให้ท่าน ดำเนินการ แต่ตัวชี้วัดต้องชัดเจน ทำอย่างไรให้เรื่องราวต่าง ๆ ปัญหาของพี่น้องประชาชน ต่าง ๆ เกี่ยวกับปัญหาที่ดินหมดไปเร็ว ๆ ผมเชื่อว่าถ้าคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. สามารถดำเนินการในเรื่องวันแมป (One Map) ได้อย่างรวดเร็วจะเป็นประโยชน์ มหาศาล และที่สำคัญก็คือพี่น้องประชาชนจะไม่ถูกรังแกโดยหน่วยงานของรัฐอีกต่อไป เพราะฉะนั้นคำถามสุดท้ายที่จะฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี แล้วก็ขออนุญาตให้ใช้ สิทธิเวลาของผมในการตอบ ก็ขอให้ตอบให้ชัดเจนถึงรายละเอียดในความเดือดร้อนนิดเดียว ละครับ อยากขออนุญาตเอ๋ยในพื้นที่ที่จังหวัดพิจิตรของผมที่ผมเคยเป็นอดีต ส.ส. ในจังหวัด พิจิตร เขาก็ยังร้องเรียนเสมอว่ายังไม่มีการดำเนินการไปช่วยเหลือหรือออกโฉนดให้เขาเป็น จำนวนมาก หลายร้อยรายที่ยื่นหนังสือมาที่ผม ผมก็เคยนำเอกสารต่าง ๆ ให้ท่านรัฐมนตรี แล้ว อย่างไรฝากรัฐมนตรีช่วยติดตามด้วย ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านนราพัฒน์ แก้วทอง ต้องขอบคุณท่านนราพัฒน์ในส่วนที่ได้ห่วงใยพี่น้องประชาชนในเรื่องที่ดินทำกินที่อยู่อาศัย ผมขออนุญาตเรียนกับท่านว่าในส่วนของการดำเนินคดีคนที่อยู่ในพื้นที่ดินของรัฐกระทรวงเอง ก็พยายามดู ถ้าเป็นที่ดินที่อยู่ในการดูแลของกระทรวงก็จะพยายามประสานไปในพื้นที่ให้ พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนของกลุ่มสมัชชาคนจนที่ผมเป็นประธานอนุในการแก้ไข ปัญหาเรื่องที่ดินที่ทำกินของพี่น้องสมัชชาคนจน หรือว่าจะเป็นกลุ่มอื่น ๆ ก็จะพยายาม เข้าไปดูแลส่วนนี้ นี่คือส่วนหนึ่งที่พยายามจะเร่งรัดในการออกกฎหมาย คทช. ยกฐานะ ระเบียบเป็นพระราชบัญญัติ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในประเด็นที่เกี่ยวกับท่านบอกว่า มีการไปยื่น ปกติเวลากรมที่ดินก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในการที่จะเร่งรัดออกเอกสารสิทธิ เวลาที่ พี่น้องประชาชนไปยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินนะครับ แล้วก็พี่น้องเวลาไปขอรายบุคคลก็มี ค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่ายในการที่จะนำรังวัดที่ดิน ตรงนี้มันมีปัญหาเวลาจ่ายค่าธรรมเนียม พี่น้องประชาชนจะเข้าใจว่าจ่ายไปแล้วทำไมที่ดินยังไม่ออกเอกสารสิทธิให้จ่ายไปนานแล้ว เวลาจ่ายแล้วพอชี้ข้างเคียงมาหรือว่าที่ดินเหล่านั้นติดกับที่ดินของรัฐ ปัญหาในขณะนี้คือเรา ติดขัดเรื่องการที่จะมาชี้แนวเขต คือตัวแทนของหน่วยราชการที่จะไปชี้แนวเขต อันนี้ก็เป็น ปัญหาหนึ่ง เมื่อไม่มีคนมาชี้เจ้าหน้าที่ก็ไม่กล้าที่จะไปไปรังวัดให้ในพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านั้น แต่ว่าโดยปกติถ้าเป็นที่ดินที่ไม่มีปัญหามันมีระเบียบของกรมที่ดินอยู่แล้วชัดเจนว่าต้องทำให้ เสร็จภายในกี่วัน เช่นถ้ากรณีรังวัดออกโฉนดที่ดินผู้ยื่นคำขอนัดรังวัดต้องภายใน ๕๐ วัน อย่างนี้มีกำหนดเวลาไว้ชัดเจนแล้ว ถ้าอยู่ในระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รวมถึง การประกาศให้ใช้เวลา ๖๓ วัน อันนี้นับจากวันที่รังวัดครับ กรณีที่ไม่มีเหตุขัดข้อง ๖๓ วัน เสร็จแน่นอน เพราะฉะนั้นระยะเวลาเหล่านี้ หรือว่ากรณีที่มีเหตุขัดข้อง หรือมีการคัดค้าน ต้องแจ้งให้ผู้ร้องทราบภายใน ๑๕ วัน และเร่งรัดดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยด่วน นี่คือระยะเวลาที่กำหนดไว้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้กำชับเรื่อง ระยะเวลาในการบริการหรืออำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชน ผมก็ได้เรียนกับ ท่านอธิบดีกรมที่ดินไปแล้วว่าท่านจะต้องไปกำหนดระยะเวลาให้ชัดเจนว่าเรื่องไหนที่ต้องทำ ให้เสร็จภายในกี่วัน ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีมีบัญชาให้เสร็จภายใน ๑ เดือนนี้ ทุกส่วนราชการต้อง ไปทำเรื่องระยะเวลาที่จะบริการพี่น้องประชาชนมาให้เสร็จ ผมเองก็กลับมาจาก ครม. ก็ได้กำชับกรมที่ดินซึ่งอยู่ในส่วนที่จะต้องกำกับดูแลอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจะเร่งรัดเรื่องนี้ นำ ข้อกังวลของท่านสมาชิก ท่านนราพัฒน์ แล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้ตั้ง ข้อสังเกตเรื่องนี้ ผมก็จะรีบไปดำเนินการให้เป็นไปตามระยะเวลา🔗
ผมขออนุญาตเรียนในประเด็นต่อมาครับว่าในส่วนของกรมที่ดินตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ ที่รัฐบาลนี้เข้ามา ในเรื่องการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน กรณีอย่างนี้ประชาชนจ่ายค่าธรรมเนียมแค่ ๑๑๐ บาทต่อราย เพราะฉะนั้นก็ถือว่าพี่น้อง ประชาชนถ้าไปขอออกเฉพาะรายประมาณ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาทค่าใช้จ่าย ส่วนที่ประหยัด ไปนี่ล่ะต้องใช้งบประมาณแผ่นดินไปทำ ในปีที่ผ่านมาเรามีปัญหาเรื่องโควิด (COVID) งบประมาณส่วนนี้ของกรมที่ดินก็ถูกปรับลดลง แต่ว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ เป็นต้นมานะครับ เราดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้น ได้ผลการดำเนินการ ปี ๒๕๖๒-๒๕๖๕ ได้จำนวนแปลงทั้งสิ้น เป้าหมาย ๒๙๙,๐๐๐ บาท เราสามารถดำเนินการได้ทั้งหมด ๒๘๗,๗๑๔ แปลง โดยเนื้อที่ ๖๘๔,๒๐๙ ไร่ นี่คือส่วนที่สามารถเอามาเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน🔗
ในอีกส่วนหนึ่งที่พี่น้องประชาชนไปยื่น ส.ค.๑ เอาไว้ตั้งแต่เราแก้ไขประมวล กฎหมายที่ดินตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ แล้วในกฎหมายฉบับนั้นบอกว่าใครที่ถือครองที่ดิน ส.ค.๑ อยู่ ยังไม่ออกโฉนด ยังไม่ออก น.ส.๓ ก ให้เร่งมายื่นเสีย ก็ยื่นภายในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ จำนวนทั้งสิ้น ๔๙๒,๒๖๕ แปลง ระยะเวลาผ่านมานานพอสมควร ผมเข้ามาก็ได้เร่งรัด ประเด็นนี้ ก็ได้เสร็จสิ้นไปแล้ว ๒๔๘,๐๑๖ แปลง ส.ค.๑ ที่แจ้งความประสงค์ออกโฉนดไว้ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ยังค้างอยู่ประมาณ ๒๔๐,๐๐๐ แปลง อันนี้ผมได้กำชับว่าจะต้องเร่งรัด ให้พี่น้องประชาชนให้แล้วเสร็จ ติดปัญหาที่ไหนให้แจ้งโดยเร็ว เพราะฉะนั้นก็ถือโอกาส เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังท่านนราพัฒน์ แก้วทอง ว่ากรมที่ดินจะได้ เร่งรัดดำเนินการเรื่องการออกเอกสารสิทธิให้พี่น้องประชาชนโดยเร็ว ที่ดินแปลงไหนที่เป็น ที่ดินของรัฐไม่สามารถเอามาออกโฉนดได้ทุกกรณีก็จะเร่งรัดนำกฎหมาย คทช. มาใช้ แก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนไม่ต้องถูกดำเนินคดีในคดีบุกรุกหรือในคดี เข้าไปครอบครองที่ดินของรัฐโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายอีกต่อไป ขอกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ก็ได้ใช้เวลาของท่านหมดพอดีนะครับ ท่านนราพัฒน์หมดเวลาแล้วกระมังครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมเหลือ เวลาอีกนิดหนึ่งขออนุญาตท่านประธานนะครับ จะฝากประเด็นไปยังท่านรัฐมนตรีหรือไปยัง รัฐบาลนะครับ ในกรณีการเร่งรัดต่าง ๆ ที่ผมย้ำนะครับว่าวันนี้เรามีเทคโนโลยีอยากให้ท่าน ได้ใช้เทคโนโลยีในการดำเนินการต่าง ๆ วันนี้ คทช. รับเรื่องของพี่น้องประชาชนหรือ หน่วยงานราชการหลายเรื่องที่เขาขออนุญาตในการใช้ประโยชน์ในที่ดิน แต่ทราบว่าไปกอง เป็นภูเขาเลากาท่านก็น่าจะกำหนดระยะเวลาด้วยว่าขอไปแล้วจะได้รับการพิจารณาเมื่อไร เท่าไร เพื่อให้เขาได้จะมีทิศทางที่ชัดเจน อีกอันหนึ่งที่อาจจะไม่เกี่ยวกับท่านนะครับ แต่ว่า ฝากไปยังทางท่านประธาน ฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเรื่องของที่ที่ก่อสร้างหรือถนนหนทางสาธารณูปโภค ต่าง ๆ ที่อยู่ในเขตป่าแล้วเกิดปัญหาชำรุดทรุดโทรมปรากฏว่าทางท้องถิ่นได้ตั้งงบประมาณ เพื่อจะไปบูรณะบำรุง แต่ก็ติดว่าจะต้องขออนุญาตไปยังเช่นท่านอธิบดีกรมป่าไม้ หรือ กรมอุทยานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง บางทีการล่าช้าในการอนุมัติหรือการไปดูทำให้งบ ที่ท้องถิ่นเขาตั้งไว้ตกไปมันก็กลายเป็นเงินสะสม ทำไมอยากจะให้เร่งรัดในการเข้าไป ตรวจสอบเพราะถือว่าเป็นการก่อสร้างที่อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว ถ้าไม่ได้มีการบุกรุกเพิ่มน่าจะ สามารถดำเนินการให้กับพี่น้องประชาชนหรือท้องถิ่นนั้น ๆ ได้ ก็เลยฝากท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในช่วงเวลานี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีรับข้อสังเกต ไว้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
เรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ขอน้อมรับข้อสังเกตที่ท่านนราพัฒน์ แก้วทอง ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ แต่ผมขอเรียนท่านนราพัฒน์ว่ากรมที่ดินได้นำเทคโนโลยีที่เรียกว่าอาร์ทีเค (RTK) คือระบบ ดาวเทียมมาใช้ในการรังวัดความแม่นยำมีมาก แล้วคาดเคลื่อนไม่เกิน ๔-๕ เซนติเมตร เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่กรมที่ดินพยายามพัฒนาระบบเทคโนโลยี🔗
ประการที่ ๒ กราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มีพื้นที่ที่คิดว่าไม่ใช่เป็นที่ของรัฐ ถ้าท่านประสงค์จะได้ให้ไปเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินให้ พี่น้องประชาชนท่านเข้าไปในแอปพลิเคชัน (Application) ของกรมที่ดินที่เรียกว่าบอกดิน ๓ ขณะนี้กำลังเปิดให้ท่านแจ้งการครอบครองการทำประโยชน์ในที่ดินอยู่นะครับ ให้ท่านเข้าไปแล้ว ท่านบอกพื้นที่ว่าที่ดินของท่านตั้งอยู่ที่ใด แล้วเราจะเอาที่ดินนี้ครับ เอาข้อมูลที่ท่านแจ้งให้มา ออกเดินสำรวจมาทำระวางแล้วไปเดินสำรวจออกโฉนดให้ท่านในปีงบประมาณต่อไป ปี ๒๕๖๖ ซึ่งผมจะได้ประกาศในเร็ว ๆ นี้ครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีได้ใช้เวลา เกินไป ๑ นาที ๔๐ วินาทีนะครับ แต่ว่าโดยที่ท่านนราพัฒน์ได้ใช้เวลาไม่ถึง ๑๕ นาทีนะครับ มีเหลืออยู่ถึง ๕ นาที ก็สามารถบริหารกระทู้ไปได้ครับ กระทู้ลำดับต่อไปเป็นกระทู้ถาม🔗
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๗๙ ส. (นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังมอบหมายให้ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ตอบ🔗
ท่านมาแล้วครับ ขอเชิญ ยุทธพงศ์ครับ ยุทธพงศ์ก็เป็นคนเก่านะครับทราบดีระเบียบว่ากระทู้นี้ถามได้ ๓ ครั้ง แบ่งเวลา กันฝ่ายละ ๑๕ นาทีนะครับ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตท่านประธานได้ใช้พาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ประกอบการถามกระทู้ด้วยวาจา ในวันนี้ แล้วก็ได้ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ตามระเบียบของสภาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับท่านประธาน🔗
เชิญเลยครับ🔗
เริ่มตั้งแต่สไลด์ (Slide) ในภาพที่ ๑ เลยนะครับเพื่อให้ท่านประธานได้ทราบถึงเรื่องที่ผมจะถามในวันนี้ก็คือเรื่องระบบท่อส่งน้ำ สายหลักในพื้นที่ภาคตะวันออกหรืออีอีซี (EEC) ที่กรมธนารักษ์กำลังรับผิดชอบและเกิด ข้อครหาในเรื่องความไม่โปร่งใสในการประมูลคัดเลือกในครั้งนี้ ท่านประธานครับ พื้นที่อีอีซี (EEC) หรือพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออกของเราเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเพราะว่า เป็นพื้นที่ที่มีนิคมอุตสาหกรรม โรงงานอุตสาหกรรม ที่อยู่อาศัยและเป็นพื้นที่ที่รัฐบาลหลาย ๆ รัฐบาลตั้งใจที่จะพัฒนาให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ โดยเฉพาะในรัฐบาลชุดปัจจุบันได้มีการ ลงทุนในพื้นที่อีอีซี (EEC) เป็นจำนวนมาก เรื่องที่ผมจะเรียนต่อท่านประธานและสอบถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะที่ท่านเป็นประธานที่คณะกรรมการราชพัสดุ ก็คือเรื่องระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก ท่านประธานครับ ท่อส่งน้ำในพื้นที่ สายหลักภาคตะวันออกมันมีทั้งหมดท่อหลัก ๆ ๓ ท่ออยู่ด้วยกันเริ่มตั้งแต่ท่อที่ ๑ สีเขียว ท่านประธานครับ สีเขียวเขาเรียกว่า โครงการท่อส่งน้ำดอกกราย ดอกกรายก็คือตั้งแต่อ่างเก็บน้ำดอกกรายมายัง มาบตาพุดแล้วก็ไปที่สัตหีบ กรมธนารักษ์ได้จ้างบริษัท อีสท์วอเตอร์ บริหารและสัญญาจะ สิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคมปี ๒๕๖๖ ตัวนี้ครับท่านประธาน ผมย้ำว่าเป็นตัวที่มีปัญหา แล้วก็มีข้อครหาในเรื่องความไม่โปร่งใสในการประมูล ท่อส่งน้ำเส้นที่ ๒ สายสีน้ำตาล ท่านประธานครับ คือโครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหลหนองค้อ หนองค้อก็คือจะอยู่ด้านบน หนองปลาไหลก็อยู่แถว ๆ ปลวกแดง กรมธนารักษ์ได้รับมอบจากกรมโยธาธิการเมื่อปี ๒๕๔๑ และกรมธนารักษ์ก็ให้บริษัท อีสท์วอเตอร์ บริหารไปพลาง และโครงการท่อส่งน้ำสายที่ ๓ ชื่อว่า โครงการท่อส่งน้ำหนองค้อ-แหลมฉบัง ระยะที่ ๑ คือเส้นสีน้ำเงิน ตั้งแต่หนองค้อไปถึง แหลมฉบังซึ่งเส้นนี้ผมต้องเรียนท่านประธานว่าเป็นเส้นที่มีความสำคัญที่สุด เพราะว่า เป็นพื้นที่ที่มีท่าเรือ มีประชาชนที่อยู่อาศัย มีโรงแรม มีเขตอุตสาหกรรมหนักซึ่งต้องใช้น้ำ เป็นจำนวนมาก กรมธนารักษ์ได้รับมอบจากกรมโยธาธิการเมื่อปี ๒๕๔๐ และกรมธนารักษ์ได้ให้ บริษัท อีสท์วอเตอร์บริหารครับ อันนี้คือภาพรวมทั้งหมดที่เขาเรียกว่าระบบท่อส่งน้ำสายหลัก ในพื้นที่ภาคตะวันออกหรืออีอีซี (EEC) สไลด์ (Slide) ที่ ๒ ท่านประธานครับ โครงการนี้ มันก็มีความผิดปกติท่านประธานว่าในระเบียบที่ราชพัสดุของกระทรวงการคลังที่มีมูลค่าเกิน ตั้งแต่ ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป เวลาจะดำเนินการประกวดราคา ท่านประธานครับเขาก็จะใช้วิธี ในการประมูลทั่วไป แต่โครงการท่อส่งน้ำสายหลักในพื้นที่ภาคตะวันออกที่กรมธนารักษ์กำลัง ดำเนินการคัดเลือกอยู่ในขณะนี้ไปใช้วิธีการคัดเลือก ท่านประธานดูครับว่าโครงการดังกล่าวไป จัดจ้างที่ปรึกษาในการศึกษาแล้วมีบุคคลสำคัญอันดับหนึ่งเลยคือเป็นผู้อำนวยการโครงการเป็น ผู้จัดการโครงการ ชื่อว่านายสุวิทย์ สรรพวิทยศิริ ตำแหน่งเขาเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการมูลนิธิ สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง มูลนิธิสถาบันนโยบายเศรษฐกิจการคลัง สวค. เป็นผู้จัดการโครงการครับ ท่านประธานต้องจำชื่อนี้ไว้ให้ดีนะครับ เพราะว่าชื่อนี้🔗
คุณยุทธพงศ์ต้องระวัง ข้อบังคับการเอ่ยชื่อบุคคลภายนอก มีข้อห้ามไว้ครับต้องระวัง🔗
เพราะว่าเป็นผู้จัดการโครงการ ไม่ได้เสียหายครับ ขอบคุณท่านประธานครับ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ท่านประธานครับ ในระเบียบของกระทรวงการคลังเองที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการคัดเลือกเอกชน เพื่อจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ ที่มีราคาเกิน ๕๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๔ เพิ่งออกเลยนะครับ ในระเบียบเขาก็บอกว่าให้ใช้วิธีที่ ๑ ก่อน คือวิธีการประมูล วิธีการประมูลทั่วไปก็หมายความว่าการที่หน่วยงานเจ้าของโครงการ ประกาศเชิญชวนเอกชนทั่วไปที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานเจ้าของโครงการ กำหนดให้เข้ายื่นข้อเสนอ คือวิธีการประมูลทั่วไป ถ้าดำเนินการไม่ได้ ไม่มีผู้เข้าเสนอถึงไปสู่ วิธีการที่ ๒ ก็คือวิธีการคัดเลือก ก็คือจะเชิญเป็นเฉพาะราย แล้วก็ต้องมีไม่ต่ำกว่า ๒ รายมาให้ หน่วยงานได้คัดเลือก วิธีการที่ ๓ ก็คือถ้าคัดเลือกไม่ได้ก็ถึงไปใช้วิธีการเฉพาะเจาะจงหรือวิธี พิเศษนั่นละครับ สไลด์ (Slide) ถัดไป ท่านประธานครับ คำถามผมมีว่าทำไมกรมธนารักษ์ถึง ไม่ใช้วิธีการประมูลทั่วไป และไปเลือกใช้วิธีการที่เขาเรียกว่าวิธีการคัดเลือก และวิธีการ คัดเลือกก็ไปเลือกเฉพาะบริษัทที่มีคุณสมบัติแต่ว่าเป็นบริษัทขนาดเล็ก ยกตัวอย่างเช่น บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง บริษัท อีสท์วอเตอร์มาแข่งขันบริษัท วิคทำไมคุณไม่เรียกบริษัท ที่มีคุณสมบัติใหญ่ ๆ ยกตัวอย่างเช่น บริษัท อิตาเลียนไทย ที่มีบริษัททำน้ำประปาชื่ออาควาไทย บริษัท ช.การช่าง ที่มีบริษัททำน้ำประปาชื่อว่าไทยแทป ทีทีดับบลิว หรือบริษัท ซิโน-ไทย บริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่ของประเทศไทย หรือแม้กระทั่ง ปตท. ที่มีท่อเยอะแยะอยู่เต็มไปหมดอยู่ ในพื้นที่อีอีซี (EEC) คำถามผมก็คือว่าถ้าท่านจะใช้วิธีการคัดเลือกตามที่ท่านกำลังดำเนินการอยู่ ทำไมท่านถึงไม่เรียกบริษัทที่มีขนาดใหญ่ มีความน่าเชื่อถือเข้าไปคัดเลือกเพื่อให้เกิดมีการแข่งขัน และให้รัฐได้ประโยชน์มากที่สุด เป็นคำถามที่ ๑ ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรี เชิญครับ ท่านบริหารเวลาโดยเตรียมไว้ ๓ ครั้งนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ แล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็คุณยุทธพงศ์ จรัสเสถียรครับ ที่ท่านเองนั้นได้เป็นห่วงเป็นใยในโครงการท่อส่งน้ำของอีอีซี (EEC) อีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ท่านพูดถูกแล้วว่าท่อส่งน้ำในภาคตะวันออกคืออีอีซี (EEC) มีความสำคัญอย่างที่สุด ใช้คำว่า อย่างที่สุด เพราะว่าพวกเราคงจะทราบว่าน้ำเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ในการอยู่อาศัย ในการใช้ประโยชน์ครัวเรือน ที่ประกอบการพาณิชย์ การอุตสาหกรรม อะไร อีกหลาย ๆ อย่าง แล้วน้ำยังไปใช้ประโยชน์กับโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งการใช้น้ำของโรงงาน อุตสาหกรรม ของโรงกลั่นต่าง ๆ นั้นจะขาดช่วงไม่ได้เลย กรมธนารักษ์เองซึ่งต้องยอมรับว่า ประสบการณ์ในการดำเนินการเหล่านี้ไม่มีความชำนาญสูงสุดในการบริหารจัดการท่อส่งน้ำ เหล่านี้ แล้วก็ในความรู้สึกผมนะครับ ความรู้ก็มีไม่เพียงพอ ผมจึงเห็นว่า กรมธนารักษ์ไปจ้าง ที่ปรึกษาให้มาสำรวจออกแบบวิธีการต่าง ๆ ของโครงการนี้กรมธนารักษ์ได้ทำอย่างรอบคอบ ในโครงการที่จะประมูลท่อส่งน้ำในครั้งนี้ ก็ไปให้มหาวิทยาลัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของ การเกษตร เพราะฉะนั้นเรื่องการเกษตรก็คงหนีไม่พ้นเรื่องน้ำก็คือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้ามาเป็นที่ปรึกษาในการไปศึกษาปริมาณศึกษาความสำคัญการใช้น้ำต่าง ๆ แล้วก็ศึกษาถึง ผู้ที่จะเพิ่มเติมในการเข้ามาบริหารจัดการท่อส่งน้ำเหล่านี้ เพราะว่าเดิมนั้นอีสท์วอเตอร์นี้ บริหารอยู่ อีสท์วอเตอร์มันบริหารอยู่ ดังนั้นเมื่อไปจ้างที่ปรึกษาซึ่งมีศักยภาพเป็น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีครูอาจารย์ที่เชี่ยวชาญในเรื่องน้ำ ในเรื่องเกษตรอะไรมากมาย อย่างนี้ กรมธนารักษ์ก็มีความมั่นใจแล้วก็ให้ความเชื่อถือในระดับหนึ่งนะครับ เมื่อมหาวิทยาลัยเกษตรได้ศึกษาในทุก ๆ ด้าน แล้วก็ส่งกลับมาที่กรมธนารักษ์ ผมเรียนว่า ในขบวนการต่าง ๆ เหล่านี้เป็นความรัดกุม เป็นความรอบคอบของกรมธนารักษ์ ซึ่งเป็น ข้าราชการประจำก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอนตามที่ผมได้กล่าวไปแล้ว ซึ่งท่านก็บอกว่าท่อ ส่งน้ำนั้นมีความสำคัญ แล้วก็ท่อส่งน้ำนั้นโดยมติ ครม. เมื่อปี ๒๕๓๕ ได้มอบให้การประปา ส่วนภูมิภาคดำเนินการจ่ายน้ำในภาคตะวันออก นั่นคือเป็นรัฐวิสาหกิจเสร็จแล้วการประปา ก็ได้ตั้งบริษัทขึ้นมาบริษัทหนึ่ง ชื่อว่าอีสท์วอเตอร์ โดยการประปาถือหุ้นเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ บริหารจัดการน้ำอยู่ระยะหนึ่ง ก็ได้ดำเนินการแปลงสภาพอีสท์วอเตอร์ให้เป็นบริษัทเอกชน โดยการประปาถอยกลับมาถือหุ้นที่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์อีก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ให้คนทั่วไปเข้า ถือหุ้นได้ เพราะฉะนั้นการที่ท่านได้ไปประชาสัมพันธ์ ได้ไปสัมภาษณ์แล้วก็โดยเฉพาะท่านเองไปที่ พรรคเพื่อไทยเปิดแถลงเชิญนักข่าวมามากมายว่าทำไมกรมธนารักษ์จึงไม่พยายามสนับสนุน ให้อีสท์วอเตอร์ได้บริหารจัดการโครงการนี้ต่อไปเพราะอีสท์วอเตอร์เป็นรัฐวิสาหกิจทำให้ พี่น้องประชาชนเกิดความเข้าใจผิดว่ากรมธนารักษ์ทำไมไม่สนับสนุนรัฐวิสาหกิจของชาติ วันนี้ผมก็ต้องเรียนท่านว่าตามที่ท่านได้พูดว่าเป็นรัฐวิสาหกิจ อันนั้นไม่ใช่ ดังนั้นท่านก็ถาม ต่อว่าท่อส่งน้ำทั้ง ๓ ท่อที่กรมธนารักษ์ได้รับมอบหมายมาจากส่วนราชการ ท่อหนึ่งก็คือดอก กราย สัตหีบก็จะสิ้นสุดสัญญาในปลายปี ๒๕๖๖ นี้ มีการจัดการที่ไม่โปร่งใส ผมถามท่าน ว่ามันไม่โปร่งใสตรงไหนนะครับ เริ่มในการที่จะหาผู้ที่จะมาบริหารจัดการเช่าแล้วก็บริหาร โครงการท่อส่งน้ำนั้น กรมธนารักษ์ก็ได้จ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาศึกษา โดยท่อที่ ๑ ท่านได้พูดไปแล้วว่า อีสท์วอเตอร์ได้รับสัญญาจากกรมธนารักษ์หมดสัญญาปี ๒๕๖๖ ส่วนท่อที่ ๒ และท่อที่ ๓ ไม่มีสัญญาจ้าง กรมธนารักษ์ให้อีสท์วอเตอร์บริหารไปพลางก่อน ตามที่ท่านได้พูดตั้งแต่ต้นว่าการส่งน้ำในภาคตะวันออกนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ถ้าหากว่าไม่ สามารถคัดเลือกผู้รับเหมาที่มีศักยภาพ ถ้าสมมุติว่าเกิดปัญหาขึ้นแล้วไม่ส่งน้ำสักอาทิตย์หนึ่ง หรือสักวันหนึ่ง ระบบต่าง ๆ ในภาคตะวันออก ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ คงจะเสียหายอย่าง ยิ่งใหญ่ ดังนั้นกรมธนารักษ์จึงได้มอบให้มหาวิทยาลัยเกษตรไปศึกษาในประเด็นเหล่านี้ และมหาวิทยาลัยเกษตรก็ได้มีข้อแนะนำว่าให้เชิญบริษัทใหญ่ ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ใน ภาคตะวันออกมาหารือประชาสัมพันธ์ รับฟังความคิดเห็น ดังนั้นมหาวิทยาลัยเกษตรก็ได้ ดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้ ก็ต้องเรียนว่ามหาวิทยาลัยเกษตรได้เชิญบริษัทที่ประกอบการ ที่ท่านบอกว่าไม่เห็นมีบริษัทใหญ่เลย ผมขอเรียนท่านว่าบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ที่มหาวิทยาลัยเกษตรได้เชิญมาให้ข้อคิดเห็น บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) นั้นประกอบการนิคมอุตสาหกรรม เกือบทั่วประเทศแล้วก็ไปต่างประเทศด้วย แล้วโดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมของบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) นั้นเขาเองเป็นผู้บริหารจัดการน้ำอย่างมากมายมหาศาล อีกบริษัทหนึ่งที่เชิญมาก็ไม่ใช่ใครอื่น อีสท์วอเตอร์ซึ่งก็มีความชำนาญเราก็ต้องยอมรับ เพราะเขาบริหารโครงการนี้มาแต่ต้น อีกบริษัทหนึ่งที่มหาวิทยาลัยเกษตรเชิญมาก็มีบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ซึ่งทำเกี่ยวกับเรื่องระบบไฟฟ้าระบบอะไรต่าง ๆ อีกบริษัทหนึ่งครับ บริษัท ดับบลิวเอชเอ หรือบริษัทวา พวกเราก็คงทราบว่าเขามีโรงงานเขามีแวร์เฮาส์ (Warehouse) อะไรมากมาย โดยเฉพาะถ้าผมจำไม่ผิดเขาเป็นเจ้าของเหมราชซึ่งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุด แล้วถ้าผมจำไม่ผิดอีกก็มีโรงกลั่นมีอะไรไปอยู่ในนั้นเยอะแยะ ซึ่งโรงกลั่นนั้นเป็น หัวใจในการใช้น้ำ ขาดแม้แต่ชั่วโมงเดียวก็ไม่ได้ เพราะว่าน้ำจะไปหล่อเลี้ยงบอยเออร์ (Boiler) หล่อเลี้ยงระบบทำความเย็นต่าง ๆ มีความสำคัญมาก ก็ได้เชิญการประปาส่วน ภูมิภาคมาเสนอความเห็นเสนออะไรต่าง ๆ เพื่อให้มหาวิทยาลัยเกษตรก็สามารถได้วิเคราะห์ โครงการนี้ออกมาแล้วก็กำหนดข้อเสนอแนะให้กรมธนารักษ์ นอกเหนือจากนั้นมหาวิทยาลัย เกษตรก็ยังได้มีข้อเสนอแนะตามที่ท่านได้สงสัยนั่นละครับว่าทำไมไม่เปิดอีออกชัน (e-Auction) เป็นการประมูลทั่วไป มหาวิทยาลัยเกษตรด้วยข้อเสนอแนะในฐานะที่ปรึกษา กรมธนารักษ์ก็เอามาพิจารณาว่าโครงการสำคัญ แล้วก็มีความจำเป็น มีความเสียหายหาก พลาดพลั้งไปก็จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างยิ่งใหญ่นั้น มหาวิทยาลัยเกษตรซึ่งเป็น ที่ปรึกษานั้นก็ได้ให้คำปรึกษาว่าควรจะยกเว้นวิธีเปิดประมูลทั่วไปแล้วก็ให้ใช้วิธีการคัดเลือก ดังนั้นกรมธนารักษ์เองตามที่ได้รายงานให้ผมนั้นก็ได้คัดเลือกบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน ตามที่ผมได้พูดไปแล้วนะครับ บริษัท อีสท์วอเตอร์ แล้วก็บริษัท ดับบลิวเอชเอ แล้วก็ยังมีการ ประปาส่วนภูมิภาคเป็นผู้ที่คัดเลือก ต่อจากนั้นมีผู้เสนอตัวขอเป็นผู้เข้ามาคัดเลือกด้วยก็คือ บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง และบริษัท วิค จำกัด (มหาชน) ซึ่งผมก็เพิ่งได้รับรายงานจาก กรมธนารักษ์ว่าบริษัท วงษ์สยาม นั้นมีประสบการณ์ในเรื่องของท่อส่งน้ำ ในเรื่องของเป็น ผู้ประกอบการรับเหมาไม่ว่าจะเป็นอิตาเลียน เป็นบริษัทไหน ๆ หลาย ๆ บริษัทนะครับ บริษัทก็นี้เข้าไปรับเหมาวางท่อจำนวนมากมาย🔗
ท่านรัฐมนตรีรักษาเวลา ไว้ตอบคำถามที่ ๒ คำถามที่ ๓ ด้วยนะครับ เชิญครับ🔗
ดังนั้น ก็เรียนตามข้อที่ ๑ ที่ท่านถามว่าทำไมไม่ใช้วิธีประมูลทั่วไป ทำไมใช้วิธีการคัดเลือก ไม่ใช่ เฉพาะเจาะจงเป็นการคัดเลือกให้บริษัท ๕ บริษัทใหญ่ ๆ เข้ามาร่วมเป็นผู้ที่เสนอราคา🔗
เชิญครับ อนุญาตครับ แต่ว่าอย่างไรบริหารเวลาหน่อยอย่าให้เกินเวลามากไปครับ เพราะจะมีคำถามสัก ๓ ครั้งครับ🔗
ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธานครับ เพราะว่าคำถามของผู้ที่ถามคำถามนั้นได้ถูกประโคมข่าวอยู่ ในหน้าหนังสือพิมพ์อย่างผิด ๆ มาตลอดเวลา🔗
คำถามที่ ๒ ระเบียบของที่ราชพัสดุ ถ้าหากว่ามีโครงการที่เกินกว่า ๕๐๐ ล้านบาท ก็จะต้องใช้ พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างของที่ราชพัสดุโดยเฉพาะ แล้วก็ตามที่ท่านได้ถามในข้อ ๒ ว่าทำไมถึงไม่เชิญบริษัท อิตาเลียนไทย บริษัท ช.การช่าง และบริษัท ซิโน-ไทย ท่านเองท่าน ก็ทราบว่าบริษัท อิตาเลียนไทย บริษัท ช.การช่าง บริษัท ซิโน-ไทย นั้นเป็นบริษัทรับเหมา ก่อสร้าง ซึ่งตามข้อกำหนดของคณะกรรมการในชุดนี้ได้มีข้อกำหนดไว้ว่าจะต้องเป็นผู้ที่มีส่วน เกี่ยวข้องกับการดำเนินการในเรื่องของท่อส่งน้ำ แล้วก็ถึงได้ดำเนินการตามที่คณะกรรมการ ได้กำหนดหรือได้เชิญชวนทั้ง ๕ บริษัทเข้ามายื่นซองประกวดราคาในครั้งนี้ ขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีได้ใช้เวลา ของท่านทั้งหมดเลยเหลืออีก ๒๓ วินาทีแต่อนุโลมให้นะครับ ท่านยุทธพงศ์ คำถามที่ ๒ เชิญเลยครับ ท่านยุทธพงศ์มีเวลาอีก ๖ นาทีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ดอกเตอร์สันติตอบไม่ตรงคำถามผมเลยครับ แล้วผมบอกอยู่แล้วว่าบริษัท อิตาเลียน-ไทย เขามีบริษัททำน้ำประปา ชื่อบริษัท อาควาไทย บริษัท ช.การช่าง เขามีบริษัท ทำน้ำประปาชื่อไทยแทป ทีทีดับเบิลยู ผมบอกไปแล้วนะครับ ท่านไม่ได้ยินหรือครับ ท่านตอบ ได้อย่างไรว่าบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ท่านประธานครับ แล้วที่ท่านตอบผมบอกว่าเชิญมาเพื่อให้มีการแข่งขัน ท่านก็บอกอยู่แล้วว่า อมตะเขาไม่ได้ทำน้ำประปาเขาทำนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ วา (WHA) ท่านก็ตอบอยู่ แล้วว่าเขาทำนิคมอุตสาหกรรมเขาซื้อต่อมาจากเหมราช เจ้าของเขาชื่อเจ๊จูน แล้วท่านไปเชิญมา ทำไมเขาไม่มีคุณสมบัติ บริษัท วิค จำกัด (มหาชน) ที่ท่านอ้างท่านไปเชิญมาทำไมเขาขาย ท่อน้ำประปา ต่อเลยครับท่านประธานเพื่อไม่ให้เสียเวลาขอสไลด์ (Slide) ถัดไปเลยครับ สไลด์ (Slide) ที่ ๔ กรมธนารักษ์เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๔ ก็ได้เปิดให้เอกชนยื่นซองมีคน ไปยื่นซองแค่ ๓ ราย บริษัท อมตะ กับบริษัท วา เขายื่นไม่ได้เพราะว่าเขาทำนิคมอุตสาหกรรม เขาไม่ได้ทำน้ำประปา บริษัท วิค มันก็ตก เพราะว่าขายท่อน้ำประปาก็เหลือแต่อีสท์วอเตอร์ กับบริษัท วงษ์สยาม วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๔ ท่านประธาน คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณา ผู้ยื่นข้อเสนอและเห็นชอบผลคะแนน ๓ ซองแล้ว ปรากฏว่าบริษัทที่ชนะคืออีสท์วอเตอร์ เป็น ผู้ได้รับคะแนนสูงสุด ๒๖ สิงหาคม คณะกรรมการมีหนังสือยกเลิกผลการคัดเลือกที่ อีสท์วอเตอร์ได้คะแนนสูงสุดอย่างมีนัยสำคัญจนกระทั่งทำให้บริษัท อีสท์วอเตอร์ต้องไปฟ้อง ศาลปกครองอยู่ในขณะนี้ ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปเลยครับ สไลด์ (Slide) ที่ ๕ ท่านประธาน ดูสิว่าการให้ผลประโยชน์เมื่อการประมูล ครั้งที่ ๑ การคัดเลือก ครั้งที่ ๑ ค่าแรกเข้าบริษัท วงษ์สยามให้ ๘๐๐ ล้านบาท อีสท์วอเตอร์ให้ ๑,๔๐๐ ล้านบาท ผลตอบแทนรวม ๓๐ ปี บริษัท วงษ์สยามให้ ๖,๑๒๒ ล้านบาท อีสท์วอเตอร์ให้ ๖,๖๘๙ ล้านบาท ส่วนแบ่งรายได้ ๓๐ ปี บริษัท วงษ์สยามให้ ๒,๔๙๙ ล้านบาท อีสท์วอเตอร์ให้ ๒,๕๖๗ ล้านบาท ผลตอบแทนรวม ๓๐ ปี บริษัท วงษ์สยามให้ ๓,๒๙๙ ล้านบาท อีสท์วอเตอร์ให้ ๓,๙๖๗ ล้านบาท แต่ประธานในการคัดเลือกก็ คืออธิบดีกรมธนารักษ์ในขณะนั้นคือนายยุทธนา หยิมการุณ ได้ยกเลิกผลการคัดเลือกอ้างว่า ทีโออาร์ (TOR) ไม่สมบูรณ์ ท่านประธานครับ ถ้าทีโออาร์ (TOR) ไม่สมบูรณ์ไม่ใช่ประธาน เป็นคนไปบอก ผู้เข้ารับการคัดเลือกไม่เห็นมีใครโวยวายอะไรเลยครับ แล้วอยู่ ๆ ไปยกเลิก สไลด์ (Slide) ถัดไป ท่านประธานคณะกรรมการคัดเลือกชุดที่ ๑ มีนายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ในขณะนั้นเป็นประธาน ท่านประธานที่ผมบอกว่าอาจารย์สุวิทย์ สรรพวิทยศิริ ที่เป็นผู้จัดการโครงการเป็นคนเขียนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรที่ดอกเตอร์สันติพูดถึง เขาก็เป็นกรรมการเขาคัดค้านครับ บอกว่าอีสท์วอเตอร์ชนะถูกต้องแล้วเขาถึงได้คัดค้าน แล้วท่านประธานเบอร์ ๒ เบอร์ ๓ เบอร์ ๔ เบอร์ ๕ เบอร์ ๖ ที่เป็นกรรมการ พออีสท์วอเตอร์ ชนะประธานบอกไม่เอายกเลิกครับ ปรากฏว่าตั้งคณะกรรมการใหม่ ชุดที่ ๒ ไล่คณะกรรมการ ชุดแรกออกหมดเลย ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๘ ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๗ ก่อน ท่านประธานเห็นไหม ตั้งกรรมการคัดเลือกชุดใหม่ไล่กรรมการชุดเดิมออกหมดเลย ซึ่งมันผิดปกติมากไปไล่เขาออก ทำไม ผู้จัดการที่เขียนโครงการที่ท่านอ้างถึงพูดถึงแล้วพูดถึงอีกท่านไปไล่เขาออกทำไม แล้วชุดที่ ๒ ผมอยากไปสู่คำถามเลยบอกว่าดอกเตอร์สันติ พร้อมพัฒน์ ท่านจบปริญญาเอก หลักสูตรภาษาอังกฤษ จากสถาบันเทคโนโลยีลาดกระบังเจ้าคุณทหาร ท่านช่วยกรุณาอธิบาย ทีโออาร์ (TOR) เทอม ออฟ เรฟเฟอเรนซ์ (Term of Reference) ที่เปลี่ยนจากครั้งที่ ๑ มาเป็น ครั้งที่ ๒ ว่าทีโออาร์ (TOR) แปลว่าอะไรครับ ดอกเตอร์สันติ ช่วยกรุณาอธิบายหน่อยครับ แล้วดอกเตอร์สันติช่วยบอกหน่อยว่าทีโออาร์ (TOR) ครั้งที่ ๒ ท่านเปลี่ยนใหม่แตกต่างจาก ครั้งที่ ๑ อย่างไร แล้วทำไมบริษัทวงษ์สยามที่แพ้ในครั้งที่ ๑ ถึงกลับมาชนะในครั้งที่ ๒ ได้ มันถึงน่ามหัศจรรย์อย่างนั้น ท่านต้องอธิบายเพราะว่าท่านจบหลักสูตรภาษาอังกฤษ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
คำถาม ถัดมาของท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ตามที่ท่านได้บอกว่าซิโน-ไทย อิตาเลียน แล้วก็ ช.การช่าง มีบริษัทลูกผมไม่รู้หรือ ท่านยุทธพงศ์ครับ เราเป็นผู้แทนเราต้องรู้กฎหมายในระดับหนึ่ง การที่ซิโน-ไทยก็ดี อิตาเลียนก็ดี ช.การช่างก็ดี จะไปมีลูกกี่สิบคน กี่ร้อยคนเป็นเรื่องของเขา กรมธนารักษ์ไม่ทราบ ทราบแต่ว่าเขาเป็นผู้รับเหมา ส่วนบริษัทอมตะนั้นลงข่าวในหนังสือพิมพ์ เป็นประจำว่าแม้กระทั่งการปั่นไฟฟ้าใช้เองในนิคมของอมตะเขาก็ทำซัปพลาย (Supply) น้ำใน โครงการนิคมของเขาเขาก็ทำ เหมราชตามที่ท่านพูดถือว่าบริษัท วาไปซื้อมานั้นเขาก็ทำ เพราะฉะนั้นเขาจึงเป็นบริษัทหนึ่งที่มีประสบการณ์ แล้วทางกรมธนารักษ์เขาก็รายงานผมมา หลังจากที่ท่านบอกว่าทำไมไม่เชิญบริษัทโน้นบริษัทนี้แล้วไม่เปิดเป็นการทั่วไปนะครับ แล้วก็ ไม่เป็นไรครับในเมื่อการเปิดซองครั้งที่ ๑ ท่านอธิบดีบอกว่าทีโออาร์ (TOR) นั้นไม่สมบูรณ์ เหตุที่ไม่สมบูรณ์เพราะอะไร ผมได้รับรายงานมาอย่างนี้นะครับว่าบริษัทหนึ่งใช้ตัวเลขน้ำ ๑๕๐ ล้านคิว แต่อีกบริษัทหนึ่งใช้ ๓๕๐ ล้านคิว ในเมื่อปริมาณน้ำมันต่างกันแล้วในทีโออาร์ (TOR) ไม่ได้กำหนดไว้ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการเองเขาก็สรุปว่ามันไม่สมบูรณ์ ท่านอธิบดีเอง ก็ตรวจสอบแล้วก็เห็นว่ามันไม่สมบูรณ์ ถ้าในประมูลครั้งที่ ๑ จะตัดสินใจให้บริษัทใด บริษัทหนึ่ง เจ้าหน้าที่หรือคณะกรรมการก็ต้องมีปัญหาแน่นอน ในเมื่อเขาเห็นว่าอย่างนี้ แล้วก็ดูจากกฎระเบียบแล้วเป็นสิทธิที่คณะกรรมการจะสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้นะครับ ว่าในเมื่อมันไม่สมบูรณ์ก็ให้ ๕ บริษัทนี้เข้ามาแข่งขันอีกครั้งหนึ่งโดยเพิ่มเติมให้เกิด ความสมบูรณ์ ซึ่งการดำเนินการนั้นทั้งอีสท์วอเตอร์ที่เข้าใจว่าตัวเองชนะการประมูลทั้ง ๆ ที่ ยังไม่ได้เปิดซองเลยนะครับ แต่ตามที่ท่านพูดมานั้นว่าอีสท์วอเตอร์ใส่ราคานั้นราคานี้ราคา โน้นเท่าไร ผมกำลังตรวจสอบคณะกรรมการชุดนี้อยู่ว่าในเมื่อยังไม่ได้เปิดซองทำไมถึงได้รู้ ราคาเหล่านี้มากมายนัก ผมยังข้องใจอยู่นะครับ แล้วเดี๋ยวผมจะไปตามตรวจสอบแล้วก็จะมา ชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง แต่ถึงอย่างไรก็ดีศาลปกครองโดยอีสท์วอเตอร์ไปฟ้องศาลปกครอง จริง ๆ การฟ้องศาลใครก็ฟ้องได้ แต่อีสท์วอเตอร์ยังให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากกว่านั้นอีกก็คือขอฟ้อง ฉุกเฉินเพื่อคุ้มครองชั่วคราวให้อีสท์วอเตอร์ ชนะในครั้งที่ ๑ นั้น ซึ่งกรมธนารักษ์ได้มอบให้ อัยการไปสู้ไปชี้แจงก็ปรากฏว่าศาลปกครองได้ชี้มาแล้ว ได้วินิจฉัยมาแล้วว่าการกระทำของ กรมธนารักษ์นั้นถูกต้องแล้ว ทำตามระเบียบถูกต้อง แม้กระทั่งเมื่อเห็นว่าทีโออาร์ (TOR) ไม่สมบูรณ์ก็ยกเลิก แล้วก็ให้ ๕ บริษัทนี้เข้ายื่นซองใหม่อีกครั้งหนึ่ง ผมก็ดีใจนะครับ แต่ไม่ใช่ อำนาจผม ผมก็ดีใจว่าเพื่อให้เกิดความชัดเจนและโปร่งใส ก็มีการยื่นซองอีกครั้งหนึ่ง ท่านเห็นอยู่แล้วว่ายื่นซองอีกครั้งหนึ่ง ผมยังเป็นกังวลว่าถ้าหากว่าอีสท์วอเตอร์ไม่มายื่นซอง อีกครั้งหนึ่งจะโดนครหาแน่นอน🔗
ไม่ขัดจังหวัดท่านรัฐมนตรี แต่ว่าเกินเวลาไปมากนะครับ ขอช่วยสรุปคำตอบหน่อยครับ ขออภัยด้วยครับ🔗
ขอบคุณครับ แต่โชคดีที่อีสท์วอเตอร์ ได้ยื่นซองอีสท์วอเตอร์ยื่นซองครั้งใหม่มา ๒๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่วงษ์สยามยื่น ๒๕,๖๐๐ กว่าล้านบาท ผมก็ตกใจจริง ๆ ว่าใน ๓๐ ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ ปี ๒๕๓๕ ปี ๒๕๓๖ มาจนถึงปี ๒๕๖๖ นั้น อีสท์วอเตอร์จ่ายผลตอบแทนให้กับกรมธนารักษ์ ๕๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง เงินเป็นหมื่น ๆ ล้านหายไปไหน หลังจากที่เรื่องนี้จบผมกำลัง จะต้องตรวจสอบในขั้นตอนต่าง ๆ ในเจ้าหน้าที่ทั้งของรัฐ ทั้งของอะไรต่าง ๆ ให้ปรากฏชัด แล้วก็ชี้แจงกับพี่น้องประชาชนให้ได้ว่าเงินของแผ่นดินรายได้ของรัฐนั้นหายไปไหน คิดดู เมื่อสักครู่ท่านพูดเองว่าวงษ์สยามเสนอราคา ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท และอีสท์วอเตอร์ ก็เสนอมา ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทเช่นเดียวกันท่านไปรู้ตัวเลขมา ผมยังไม่รู้เลยครับ แล้วเพียงแต่อีกไม่กี่วัน อีสท์วอเตอร์เปลี่ยนตัวเลขใหม่เป็น ๒๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท และ วงษ์สยามก็ได้ใช้ตัวเลข ๒๕,๖๐๐ กว่าล้านบาท แล้วถามว่าธนารักษ์นั้นได้ดูแลอุตสาหกรรม ของการนิคมในเรื่องการใช้น้ำอย่างไร กรมธนารักษ์ได้กำหนดราคาเก็บค่าน้ำจากผู้ที่จะชนะ การประมูลไม่เกิน ๑๐ บาท ๙๘ สตางค์ เดิมเก็บอยู่เท่าไรครับ ๑๒ บาทกว่าจนถึง ๒๖ บาท แล้วเงินของรัฐของแผ่นดินไปไหนก็ต้องช่วยกันตาม ทราบว่าขณะนี้ดีเอสไอ (DSI) ได้เข้าไป ตรวจแล้ว ท่านเองผมจำไม่ได้แน่ชัดว่าท่านไปยื่นกับ ป.ป.ช. หรือไม่ ถ้ายื่นเขาก็จะต้องเข้าไป ตรวจสอบ ผมเรียนท่านนะครับ พอท่านทราบว่าราคาเปลี่ยนไปขนาดนี้ท่านก็พูดใหม่แล้ว ขณะนี้ว่าถ้าหากทำอีออกชัน (e-Auction) มันน่าจะได้มากกว่า ๒๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่กรมธนารักษ์ต้องมีความรับผิดชอบต่อทางอีอีซี (EEC) ภาคตะวันออกในเรื่องของการ ซัปพลาย (Supply) น้ำ ถ้าหากว่าคัดเลือกผู้รับเหมาไม่ดีก็จะทำให้เกิดความเสียหายอย่าง มากมายในการส่งน้ำไปนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไปโรงงานอุตสาหกรรม ไปโรงกลั่นไปอะไร ต่าง ๆ แล้วถ้าเขาเกิดความเสียหายขึ้นมาอันเนื่องมาจากน้ำ ธนารักษ์รับผิดชอบไม่ไหวแน่ ถ้าจะโดนฟ้องขนาดนั้น เพราะฉะนั้นธนารักษ์ก็จึงเห็นตามมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ให้ใช้ วิธีคัดเลือก ก็คงเรียนท่านให้ทราบว่าผลประโยชน์ของบ้านเมืองจากการที่ท่านเองเห็นว่า โครงการไหนที่ใครแพ้ ๆ แล้ว จากการที่ท่านเองเห็นว่าโครงการไหนนะครับ ที่ใครแพ้ ใครแพ้ แล้วท่านก็ไปดำเนินการอย่างนั้น ผมบอกว่าวิธีการอย่างนี้ผมไม่เห็นด้วยนะครับ แล้วท่านจะดำเนินการอย่างไร ผมพร้อมนะครับ ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้เป็นคนสั่งการงานพวกนี้ เป็นงานของเจ้าหน้าที่ที่เขาจะทำ ผมคุมคณะกรรมการที่ราชพัสดุ แล้วคณะกรรมการที่ราชพัสดุ ไปดูแลคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างที่จะดำเนินการเหล่านี้นะครับ🔗
รัฐมนตรีครับ ขออภัยครับ สมควรแก่เวลาแล้วครับ เกินไป ๑๐ นาที🔗
ขอบคุณ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ครับผม ยุทธพงศ์ครับ เชิญคำถามที่ ๓ นะครับ ยุทธพงศ์มีเวลาไม่ถึงนาที แต่อนุโลมให้เพราะว่าท่านรัฐมนตรีได้ใช้ เวลาเกินไปเช่นเดียวกัน ขอเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ นั่งฟังอยู่นะครับ หรืออยู่ญี่ปุ่น มีใครเอาเทปที่ท่านตอบไป ต้องปลดท่านรัฐมนตรีสันติออก จากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังแล้ว ท่านประธานครับ อีออกชัน (e-Auction) ท่านรัฐมนตรีสันติไปตอบได้อย่างไรครับ ท่านประยุทธ์เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีเขาเลิกไปแล้ว เขาใช้วิธีอีบิดดิง (e-Bidding) ท่านยังไม่รู้เลยว่าประมูลนี่มันอีบิดดิง (e-Bidding) หรืออีออกชัน (e-Auction) อีออกชัน (e-Auction) มันสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์เขาเลิกไปนานแล้ว ท่านจะมา ใช้อีออกชัน (e-Auction) ได้อย่างไร รัฐมนตรีสันติ ดอกเตอร์สันติ แล้ววิธีการนะครับ ที่ท่าน บอกว่าคณะกรรมการจะไปรู้ได้อย่างไรว่าบริษัท อาควาไทย หรือบริษัท ทีทีดับบลิวเขาทำ น้ำประปา เขาเป็นบริษัทในเครือของอิตาเลียนไทย ของ ช.การช่าง ท่านประธานครับ ดอกเตอร์สันติ บริษัทพวกนี้เป็นบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ บริษัท ทีทีดับบลิว ไทยแทป ทำน้ำใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ถ้าลูกน้องท่านไม่ฉลาดนะครับ ท่านไปปลดมันออกเถอะ และขณะเดียวกัน วิธีการคัดเลือกผู้รับเหมาของท่านนะครับ คำถามก็คือทำไมไม่เลือกบริษัทใหญ่ ๆ เข้ามาแข่งขัน เพื่อให้ประโยชน์ของรัฐได้มากที่สุด ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปสไลด์ (Slide) ที่ ๘ ครับ สั้น ๆ จะจบแล้วครับ ท่านประธานครับ เป็นหนังสือของอัยการครับ สำนักงานอัยการสูงสุด วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๔ เรื่อง ร่างสัญญาบริหารโครงการท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก เรียนอธิบดีกรมธนารักษ์ นี่เป็นข้อสังเกต ๑๓ ข้อ ไปเร็ว ๆ เลยครับ เวลามีจำกัด แผ่นที่ ๙ ครับ แผ่นสุดท้ายเลย แผ่นที่ ๑๐ คืออย่างนี้ครับท่านประธาน อัยการสูงสุดเขามีข้อสังเกต ๑๓ ข้อ เขาไม่เห็นด้วย กับสัญญาที่ท่านกำลังจะเซ็น เขาก็บอกว่าก่อนลงนามในสัญญากรมธนารักษ์ควรตรวจสอบว่า ได้ดำเนินการคัดเลือกเอกชนถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือไม่ ควรพิจารณาให้ถ่อง แท้ว่าสมควรจะลงนามสัญญาฉบับนี้ก่อนที่ศาลปกครองกลางหรือศาลปกครองสูงสุดมี คำพิพากษาถึงที่สุดหรือไม่ รวมถึงพิจารณาถึงความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการลงนาม ก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ขอให้ดอกเตอร์สันติตอบครับว่าท่านได้พิจารณาได้ถ่องแท้ หรือยัง ที่อัยการเขามีข้อทักท้วงมา สไลด์ (Slide) สุดท้ายถัดไปเลยครับ อีกสไลด์ (Slide) หนึ่งครับ ท่านประธานครับ ดอกเตอร์สันติท่านดู บริษัท วงษ์สยาม อยู่ซอยพหลโยธิน ๘ อยู่ในซอยเล็ก ๆ กับบริษัท อีสท์วอเตอร์อยู่ถนนวิภาวดี ใหญ่ ๆ โต ๆ อย่างนี้ ความน่าเชื่อถือ อันไหนมันมีความน่าเชื่อถือมากกว่ากัน ท่านดูสิครับว่าทุนจดทะเบียน บริษัท อีสท์วอเตอร์ ๑,๖๐๐ ล้านบาท บริษัท วงษ์สยาม ๖๐๐ กว่าล้านบาท สินทรัพย์ บริษัท อีสท์วอเตอร์ ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท บริษัท วงษ์สยาม ๑,๖๐๐ ล้านบาทนี่คือความน่าเชื่อถือ ท่านต้องตอบ ครับว่าทำไมท่านถึงไปเชื่อบริษัทเล็ก ๆ อย่างนั้น สไลด์ (Slide) สุดท้ายเลยครับ เรื่องนี้ ต้องนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจล้มรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ นายกรัฐมนตรีและประธานอีอีซี (EEC) ท่านหนีไม่พ้นหรอกครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะมาออกตัวบอกว่ามีหน้าที่แค่กำกับดูแลและกำลังสื่อสารว่าไม่มีหน้าที่ รับผิดชอบโดยตรง แต่เมื่อมี ส.ส. ยุทธพงศ์ได้แจ้งและเป็นข่าวแล้วท่านทำอะไรไม่ถูกต้อง ท่านไม่ได้ทำอะไร ท่านไม่ได้แก้ปัญหานี้ท่านก็จะโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
เลยเวลาพอสมควรนะครับ แต่ขออนุญาตสมาชิกเพื่อให้ประเด็นเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ขออนุญาตให้ท่านรัฐมนตรี ได้ชี้แจง เชิญเถอะครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานครับ ก็จะตอบสั้น ๆ เป็นข้อ ๆ นะครับ เพราะว่าท่านบอกว่าได้มีการตรวจสอบ ตามที่อัยการได้ตั้งข้อสังเกตมานะครับ ก็จะต้องเรียนท่านนะครับว่าข้อสังเกตตามที่ ท่านอัยการได้ตั้งข้อสังเกตมานั้นมีการตั้งข้อสังเกตมาทั้งก่อนและหลังของการเซ็นสัญญา จริง ๆ แล้วข้อสังเกตก่อนนั้นก็ต้องบอกว่าผมเองได้กำชับกรมธนารักษ์เอาไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าการ ดำเนินการในโครงการท่อส่งน้ำนั้นที่จะคัดหรือจะใช้วิธีการใดก็แล้วแต่ข้อสำคัญที่สุดก็คือ จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายนะครับ ๑. ตามกฎหมาย ๒. ตามระเบียบต่าง ๆ ที่มีโดยเคร่งครัด ที่สุดไม่ให้มีการละเว้น และกรมธนารักษ์เองได้รายงานขึ้นมาตลอดเวลาว่าได้ดำเนินการตาม ขั้นตอนของกฎหมายอย่างรอบคอบทุกประเด็นนะครับ ทีนี้ท่านพูดถึงเรื่องของความ น่าเชื่อถือของตึกบริษัทเหล่านี้เราไม่สนใจหรอกครับ เพราะว่าบริษัทหน้าตาดี ๆ ตึกใหญ่ ๆ ระฟ้าโกงก็เยอะแยะไป โกงก็เยอะแยะไป คนยากคนจนซื่อสัตย์สุจริตเต็มแผ่นดินครับ เพราะฉะนั้นท่านไปเปลี่ยนความคิดของท่านเสียใหม่ การจะมาดูบริษัทดูคนแต่ภายนอกนั้น ผมไม่เชื่อถือหรอกครับ ส่วนท่านไปกล่าวอ้างถึง ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีผมเข้าใจ ท่านนายกรัฐมนตรีได้เชิญผมไปแล้วก็ไปตรวจสอบไปถาม แล้วนายกรัฐมนตรีก็แจ้งไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความโปร่งใส ขั้นตอนต่าง ๆ ว่าถูกต้องตามกฎหมาย ถูกต้องตามระเบียบทุกข้อทุกขั้นทุกตอนแล้วหรือไม่ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการไปแล้ว อันนี้คือความเป็นห่วงเป็นใยถึงแม้ว่ารัฐบาลโดยกรมธนารักษ์จะได้ ผลประโยชน์อย่างมากมายมหาศาลอย่างนี้ก็เถอะส่วนผลประโยชน์ที่หายไปข้าราชการที่มี หน้าที่ องค์กรที่มีหน้าที่ก็ตรวจสอบให้เต็มที่ว่าผลประโยชน์หายไปอย่างไรนะครับ ส่วนผลประโยชน์ที่จะได้เพิ่มมากขึ้นก็ต้องตรวจสอบให้รอบคอบว่าทำถูกต้องตาม กระบวนการกฎหมายแค่ไหนอย่างไร ถ้าทุกอย่างทำตามกฎหมายแล้ว ทำตามขั้นตอนถูกต้อง แล้ว ข้าราชการก็ไม่มีทางหลีกเลี่ยงก็ต้องดำเนินการไปตามนั้นเพื่อให้รัฐได้ประโยชน์ การที่ บอกว่าได้ประโยชน์ขนาดนั้นแล้วถ้าไปทำวิธีนั้นวิธีนี้จะได้ประโยชน์มากกว่า ๆ ทีแรกท่านเป็นคนพูดเองไม่ใช่หรือว่าทำไมไม่ช่วยอีสท์วอเตอร์เพื่อให้อีสท์วอเตอร์ ซึ่งเป็น รัฐวิสาหกิจพอผมบอกว่าอีสท์วอเตอร์ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจท่านจะแถไปเรื่องโน้นเรื่องนี้ การเป็น ผู้แทนต้องซื่อสัตย์ต่อประชาชนนะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขอใช้สิทธิ พาดพิงครับ ผมเสียหายครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ตลอดที่ผมได้ถามกระทู้ในวันนี้ผมไม่เคยบอกว่า อีสท์วอเตอร์เป็นรัฐวิสาหกิจ และผมท้าดอกเตอร์สันติเลยครับ ท่านไปเอาเทป (Tape) มาว่า ผมนี่ไปพูดที่พรรคเพื่อไทย ผมเคยพูดว่าอีสท์วอเตอร์เป็นรัฐวิสาหกิจไหม ท่านท้าตำแหน่ง เป็นเดิมพันกับผมไหม ถ้าผมไม่เคยพูดท่านลาออกจากรัฐมนตรี ถ้าผมพูดผมลาออกจาก ส.ส. แล้วท่านนี่เป็นรัฐมนตรีได้อย่างไร ท่านยังพูดบอกว่าใช้วิธีอีออกชัน (e-Auction) มันผิดอยู่ แล้วครับ ลองลงนามไปสิติดคุกกันหมด ขอบคุณครับ🔗
พอครับ ผมต้องขออภัย เพื่อน ๆ ที่เวลาเกินไปมากพอสมควร แต่ว่าโดยที่เพื่อประโยชน์ในความต่อเนื่องทั้ง ๒ ฝ่าย แล้วก็เข้าใจดีครับ เรื่องบริหารเวลานี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ขออภัยเพื่อนที่มันเกินเวลาทำให้ ไปกินเวลาของคนอื่นเขาด้วยครับ🔗
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๘๐ ส. (นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ🔗
ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยพร้อมแล้วครับ ขอเชิญท่านประเดิมชัยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ต้องขออนุญาตกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ถามสดด้วยวาจาของผม ในเรื่องของการที่จะได้สอบถาม ฯพณฯ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยต่อกรณี ในเรื่องที่พี่น้องประชาชนคนกรุงเทพมหานครให้ความสนใจ และรวมทั้งพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศก็ติดตามดูว่ามหากาพย์เรื่องนี้จะจบลงอย่างไร โดยเฉพาะประเด็น เรื่องการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ท่านประธานครับ รถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เป็น มหากาพย์อยู่ในขณะนี้ถ้ามองย้อนหลังกลับไปผู้ที่เกี่ยวข้องได้ตัดสินใจในการที่จะได้ต่อ สัญญาสัมปทานไปแล้วก่อนหน้านี้ จะมีเงินสะพัดไม่น้อยกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ซึ่งเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นเงินที่ตกเป็น ผลประโยชน์ไปสู่พี่น้องประชาชนหรือว่ามันเป็นเรื่องที่จะไปสูบเลือดกินเนื้อจากพี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศและคนกรุงเทพมหานครที่จะต้องใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียว ในพื้นที่ กรณีรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เป็นสัญญาหลักที่เป็นปัญหาที่เกิดความขัดแย้งกันอยู่ในขณะนี้ที่ยัง หาข้อสรุปไม่ได้ในเรื่องของการที่จะหาแนวทางว่าจะดำเนินการอย่างไรกับเรื่องสัญญา รถไฟฟ้าสายสีเขียวที่จะหมดอายุสัญญาสัมปทานในปี ๒๕๗๒ หรือว่าอีก ๗ ปีข้างหน้า ท่านประธานครับ ในแนวทางที่เรารับทราบข้อมูลข่าวสารก็คือว่าตัวรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยเองได้เสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบ ในการที่จะขอต่อขยายอายุสัญญาสัมปทานออกไปอีก ๓๐ ปี จากปี ๒๕๗๒ ไปถึงปี ๒๖๐๐ กว่า ใน ๓๐ ปีที่ต่ออายุสัญญาสัมปทานได้มี การกำหนดเงื่อนไขภายใต้ราคาผู้โดยสารที่บอกว่าขึ้น ตลอดสายจะเป็นจากคูคตไปจบที่การเคหะสมุทรปราการที่ ๖๕ บาท ท่านประธานครับ ในข้อเท็จจริงไม่มีใครขึ้นหรอกจากคูคตไปถึงสถานีเคหะที่สมุทรปราการ ส่วนใหญ่แล้วข้อมูลที่ปรากฏออกมาก็คือว่าคนที่ขึ้นรถโดยสารรถไฟฟ้าจะขึ้นอยู่ที่ระยะ ประมาณ ๑๐-๑๒ สถานีนะครับ ฉะนั้นตัวเลขที่ถูกกำหนดมาที่ ๖๕ บาท ผมไม่ทราบว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเองได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาหรือว่าติดตามดูสิ่งที่ กทม. ชงขึ้นมาหรือว่าท่านมีส่วนไปสมรู้ร่วมคิด หรือว่าสมรู้ รู้เห็นกับสิ่งที่จะต้องให้ กทม. เสนอขึ้นมาภายใต้เงื่อนไขสัญญาขยายสัญญา ๓๐ ปี และราคาที่ ๖๕ บาทหรือไม่ แต่ท่านประธานในขณะนี้ท่านประธานคงทราบดีว่าพี่น้องประชาชนทั้งคนกรุงเทพมหานคร ทั้งพี่น้องประชาชน คนทั้งประเทศที่เดินทางเข้ามากรุงเทพมหานครอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า สินค้าแพง ค่าแรงถูก เงินไม่มีจะใช้จะอดตายกันทั้งบ้านทั้งเมืองไปหมดแล้ว ไหนจะค่าไฟแพง ไหนจะน้ำมันขึ้นราคา สินค้าข้าวของอุปโภคบริโภคขึ้นทุกชนิดเป็นการผลักภาระให้กับพี่น้อง ประชาชนทั้งสิ้นครับ แต่ในทิศทางกลับกันเสนาบดีที่ชื่อ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ผมขออนุญาตถามท่านในคำถามที่ ๑ ที่ท่านพยายามที่จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมาประมาณ ๔ ครั้ง ในการที่จะต้องเดินหน้าเพื่อต่อสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว หรือว่า บีทีเอสในสัญญาสัมปทานหลักก็คือในส่วนของอ่อนนุชไปจนถึงสถานีหมอชิต แนวทางที่ท่าน จะดำเนินการต่อไปนี้ท่านจะดำเนินการอย่างไร ท่านจะคงยังยืนยันในการที่จะต่อสัญญาราย เดิมไปอีก ๓๐ ปีแล้วก็คิดราคาที่ ๖๕ บาท หรือว่าท่านจะมีวิธีการอย่างไรในการที่จะรักษา ผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนคนกรุงเทพมหานครและคนไทยทั้งประเทศ ขออนุญาต คำถาม ๑ คำถามครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรี ท่านบริหารเวลา ๑๕ นาที ตอบ ๓ ครั้งนะครับ ขอเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ก่อนอื่นผมต้องขอเรียน ให้เกิดความเข้าใจก่อนที่จะตอบคำถามสักเล็กน้อยนะครับว่า กรณีบีทีเอสที่เป็นปัญหามา ยืดยาวนี่นะครับ เป็นเรื่องเริ่มต้นมาจากว่าบริษัทบีทีเอสนี่นะครับ ได้สัมปทานของสายหลัก มาเดิมนะครับ แล้วเขาก็มีระยะสัมปทาน ๓๐ ปีภายใต้เงื่อนไขเขาดำเนินการทั้งหมดเลย ในการก่อสร้าง ในการจัดหารถ ในการเดินรถทั้งหมดเลย ลงทุนทั้งหมด รัฐให้ที่อย่างเดียว แล้วเขาก็ต้องได้ผลประโยชน์ ๓๐ ปีจากค่าโดยสาร อันนี้เป็นไปตามสัญญาสัมปทาน ต่อมา กรุงเทพมหานครไปต่อส่วนต่อขยาย ๑ ขึ้นมาส่วนหนึ่ง ต่อมาทาง รฟม. โดยรัฐบาลขณะนั้น🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดเดียว เสียงผมฟังไม่ได้ยินเลยท่านรัฐมนตรีพูดนี่นะครับ ผมก็จะถามต่อไม่ได้ เพราะว่ามันจะไกลไมโครโฟน หรือว่าท่านใส่แมสก์ (Mask) พูดผมไม่ทราบนะครับ แต่ผมฟัง ไม่รู้เรื่องเลย ท่านประธานครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีใช้ตู้โน้น ก็ได้ครับ ตู้ที่ถอดหน้ากากได้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขออนุญาต ทวนอีกครั้งว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวแรกเริ่มเดิมทีก็เกิดจากสายหลักสีเขียวหลัก ซึ่งบริษัทบีทีเอสนี่นะครับ เอาในปัจจุบันนี้นะครับ ได้รับสัมปทานโดยเงื่อนไขคือเขาดำเนินการ ก่อสร้างทั้งหมด เดินรถทั้งหมด จัดหารถทั้งหมด แล้วรายได้ที่ได้ในช่วง ๓๐ ปี ก็เป็นรายได้ ในช่วงสัมปทานซึ่งเป็นรายได้ของเขา นั่นเป็นจุดเริ่มต้น ต่อมากรุงเทพมหานครซึ่งเป็นหน่วยงาน ที่กำกับ เพราะในขณะนั้นในขณะที่เริ่มกระบวนการนี้ยังไม่มี รฟม. ไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับ เรื่องของการเดินรถไฟฟ้านี่นะครับ กระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นก็ให้กรุงเทพมหานคร เป็นเหมือนหน่วยรับผิดชอบบริหารโครงการสัมปทาน กรุงเทพมหานครก็ได้ไปขยายส่วนต่อ ขยาย ๑ ขึ้นมา ในส่วนต่อขยาย ๑ นี้ไม่มีโรงรถ ไม่มีซ่อมบำรุง ไม่มีศูนย์อำนวยการทั้งสิ้น หมายความว่าไม่มีเรื่องของสัญญาณ กรุงเทพมหานครก็ไม่มีทางอื่นดำเนินการ ก็จ้างบริษัท บีทีเอสเดินรถเพื่อเมื่อสร้างแล้วก็ต้องเดินรถ ต่อมารัฐบาลในขณะนั้นก็ได้ให้โอนเรื่องของการก่อสร้างตามแผนงานของระยะที่ ๒ นี้ ส่วนต่อ ขยายระยะที่ ๒ ไปให้ รฟม. รฟม. ก็ดำเนินการก่อสร้างอันนี้เริ่มต้นปัญหาอันแรก เพราะผมได้ เรียนแล้วว่าส่วนหลักเมื่อจบสัญญาสัมปทานแล้วจะเป็นสมบัติกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยาย ระยะที่ ๑ ก็จะเป็นสมบัติกรุงเทพมหานคร ในส่วนต่อขยายระยะที่ ๒ หัวกับท้าย คูคตแล้วก็ ทางด้านสำโรงที่ไปต่อ รฟม. ไปลงทุนใช้เงินของรัฐบาลไปลงทุน แน่นอนในการดำเนินการนี้ มันก็จะเกิดความยุ่งยากกับพี่น้องประชาชนอย่างแน่ ๆ ถ้าเป็นคนละเจ้าดำเนินการ หมายความ ว่าอย่างน้อยประชาชนก็ต้องลงรถ รัฐบาลในขณะนั้น ต่อมาจึงได้ให้โอนโครงการนี้กลับมาให้ กรุงเทพมหานครเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ว่า รฟม. ดำเนินการไปแล้วก็เริ่มสร้างก็ให้สร้างจนจบ แต่โอนมานี้ก็จะโอนภาระหนี้มาด้วย นั่นคือจุดเริ่มต้นปัญหาของรถไฟฟ้าบีทีเอสกรุงเทพมหานคร เมื่อรับมาก็จะต้องจ้างเดินรถเพราะว่าเพื่อให้เป็นผู้บริการเดียวกันเมื่อสร้างเสร็จ เมื่อสร้างเสร็จ เพราะเมื่อเริ่มต้นที่ กทม. รับมาหรือยังสร้างไม่เสร็จครับ สิ่งที่ตามมาก็คือว่าปัญหาภาระหนี้สิน ที่ตามมา กรุงเทพมหานครจะดำเนินการอย่างไร กรุงเทพมหานครก็หาแนวทางแรกก็คือว่า ทำมาร์เกตซาวน์ดิง (Market Sounding) ที่จะหาผู้ประกอบการด้านต่อขยายระยะที่ ๒ นี้ ๑ กับ ๒ นี้หาผู้ประกอบการ ปรากฏว่าทำแล้วไม่มีใครสนใจที่จะมาเพราะว่ามันเป็นช่วงที่มา ต่อท่อนปลายแล้วก็จะต้องมีภาวะขาดทุน ถ้าไม่มีเชื่อมต่อกับรายเดียวกับท่อนหลักว่าอย่างนั้น อธิบายให้คนฟังง่าย ๆ ทางกรุงเทพมหานครก็มาพิจารณาแนวทางว่าจะดำเนินการอย่างไร ก็ดำเนินการขั้นต่อไปคือขอเงินสนับสนุนจากรัฐบาล รัฐบาลในขณะนั้นก็คงจะพิจารณาอย่างไรนี้ ผมคงไม่ตอบแทนเพราะท่านถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาลก็หาเงินกู้ให้กับ หนี้ในส่วนนี้ นั่นคือปัญหาว่ากรุงเทพมหานครก็ยังมีปัญหาหนี้สินอยู่ดี นั่นเรื่องหนึ่ง อีกเรื่องหนึ่ง คือถ้าเมื่อสร้างเสร็จจะให้บริการประชาชนจะต้องมีการวางเขาเรียกว่าระบบอีเอ็มเอ็ม (EMM) คือวางระบบสัญญาณเพื่อจะให้เดินรถได้ว่าอย่างนั้นอีกส่วนหนึ่ง ในขณะเดียวกันในการเดินรถ ก็จะมีปัญหาเรื่องของการขาดทุนทั้งต่อขยายระยะที่ ๑ และต่อขยายระยะที่ ๒ นั่นคือปัญหา ที่กรุงเทพมหานครรับทราบว่าจะเกิดปัญหาเมื่อรัฐบาลจะให้เพียงแค่เงินกู้ กรุงเทพมหานคร ก็เตรียมที่จะทำพีพีพี (PPP) หรือหาผู้ร่วมทุน ปัญหาคือเมื่อร่วมทุนแล้วนี้มันจะต้องมีปัญหา เรื่องค่าโดยสารแน่นอน ๑. เรื่องปัญหาของหนี้สินที่กรุงเทพมหานครก็อยากได้เงินสนับสนุน จากรัฐบาล จึงได้นำเรื่องนี้เข้าหารือ คสช. ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อหนี้ส่วนนี้ อันนี้ผม อธิบายความนี้จะได้ทราบว่ามันมีที่มาอย่างไรเพราะคำถามนี้อาจจะไม่เข้าใจ คำสั่ง คสช. นี้ก็ตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาเจรจาตามกฎหมายเลยว่าสามารถเจรจากับผู้ดำเนินการเดิมได้ สิ่งที่จะต้อง ชี้แจงพี่น้องประชาชนและสมาชิกผู้ทรงเกียรติให้เข้าใจก็คือว่ามันมีกฎหมายร่วมทุนอยู่ทำไมไม่ทำ อันนี้เป็นคำถามพื้นฐานถ้าทำตาม พ.ร.บ. ร่วมทุนจะใช้เวลาประมาณ ๒ ปี นั่นคือปัญหาหนี้สิน ที่กรุงเทพมหานครแจ้งว่าไม่สามารถจะแบกรับภาระทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่โอนมาค่าอีเอ็มเอ็ม (EMM) ค่าเดินรถขาดทุนได้มันกระเทือนต่อการบริการของกรุงเทพมหานครด้านอื่น ๆ จึงขอให้ คสช. ช่วยแก้ปัญหา คสช. จึงตั้งกรรมการชุดนี้ขึ้นมาเจรจา หน้าตาโครงสร้างของ คณะกรรมการชุดนี้เหมือนกับพีพีพี (PPP) เพียงแต่ระยะเวลานั้นจะกระชับสั้น เอาว่าอย่างนั้น คณะกรรมการก็ดำเนินการ ในข้อสั่งการของ คสช. นั้น เมื่อดำเนินการเสร็จนั้น ขออนุญาต ต้องเน้นนะครับ ให้กระทรวงมหาดไทยทำตามขั้นตอนแล้วนำเสนอ ครม. ตัดสินตก มีมติว่าจะ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในการที่จะแก้สัญญาที่หลายคนเรียกว่า ต่อสัมปทาน เอาว่าแก้ สัญญาก็คงเปลี่ยนแปลงสัมปทาน นั่นคือหน้าที่ขอกระทรวงมหาดไทยต้องนำเสนอ ไม่ว่าจะ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบก็ต้องไปให้มันจบสุดทาง ไม่ใช่การไม่นำเสนอคือคำตอบหรือ คำนำเสนอคือตอบว่าจะต้องให้ อันนี้ตอบให้เห็นโครงร่างที่เข้าใจว่ากรุงเทพมหานครมีปัญหา คสช. หาทางแก้ แนวทางที่แก้คือให้เกิดความโปร่งใสที่สุด มีคณะกรรมการข้อตกลงคุณธรรม แม้ว่าโครงการนี้ไม่ใช่ให้จัดซื้อจัดจ้างก็มีคณะกรรมการ มีการดำเนินการตามขั้นตอน โดยคำนึงถึงพี่น้องประชาชน แล้วก็ผู้ประกอบการตามรัฐธรรมนูญคือเป็นธรรมกับเขาก็ ดำเนินการมา ขณะนี้สถานะเรื่องอยู่ที่ ครม. ไม่สามารถเสนอได้ ๓ ครั้ง ๔ ครั้งอย่างที่ท่าน ได้กรุณาเรียน เพราะในคำสั่ง คสช. บอกว่าเมื่อดำเนินการเสร็จแล้วเสนอ ครม. ครม. ก็จะมี มติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น จบ ไม่ใช่กระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่ผมเสนอ และไม่ใช่ กระทรวงมหาดไทยไปเจรจา แล้วน่าจะผิดกฎหมายด้วยที่ผมจะไปยุ่งกับราคาหรือว่าข้อตกลง อะไรเพราะผมไม่ใช่เป็นกรรมการในการที่จะเจรจาตกลง เพราะฉะนั้นการที่จะมากล่าวอ้างว่า ผมมีส่วนรู้เห็นเป็นใจหรือไม่ อย่างไร มันถูก มันแพง กระผมตอบในขั้นนี้ว่าไม่ว่าจะถูกหรือแพง กระผมไม่เกี่ยว กระผมมีหน้าที่เอาเรื่องนี้เข้าเจรจาเสร็จเสนอ ครม. เพื่อให้ ครม. มีมติว่า จะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ต้องจบที่นั่น ไม่ใช่เสนอแล้วเห็นชอบ หรือไม่เสนอแล้วคือได้ ไม่ใช่ ต้องให้จบว่าจะเสนออย่างไร ขณะนี้เรื่องยังอยู่ที่ ครม. แต่ ครม. ให้มาปรับตัวเลขเท่านั้น แต่จะไม่ไปเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งสิ้น เพราะผมถือว่าคณะกรรมการเขาทำมาจบขั้นตอนแล้ว มันจะแพงก็ไม่ต้องเห็นชอบ มันไม่โปร่งใสก็ไม่ต้องเห็นชอบ มันไม่ถูกต้อง ครม. ก็ไม่เห็นชอบ ท่านจะได้เห็นด้วยว่าเสนอมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ๒ ปีกว่ามาแล้ว ครม. รับฟังข้อคิดเห็น ตอบคำถามข้อเสนอแนะ ข้อคัดค้านทั้งหมด ๑๑ ครั้ง โดยกรุงเทพมหานครเป็นคนตอบ ก็ให้เป็นข้อมูลกับ ครม. เพื่อให้ ครม. ตัดสินใจ ครม. ก็ฟังแล้วจะตัดสินใจ แม้กระทั่งรัฐสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้ก็อภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ก็ไปอยู่ในข้อมูลที่ ครม. ทั้ง ครม. ต้องใช้เป็นข้อมูล อย่างที่ท่านถามวันนี้ก็ต้องเข้าไปอยู่ว่ามีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ ท้วงติงไว้ว่ามันแพง เขาเอาเข้าไปหมด ขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณาใด ๆ ทั้งสิ้น จะออกมา เท่าไรก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวท่านลองผมฟังผมอธิบายต่อไป🔗
ท่านมีเวลาอยู่เหลืออีก ๔ นาทีกว่านะครับ🔗
ผมตอบ ในขั้นนี้แค่นี้ก่อนก็ได้ครับ แล้วท่านค่อยถามใหม่ สรุปว่าเข้าใจนะครับว่าไม่ใช่ผม คสช. เขาพยายามจะไปแก้ อันนี้เขาถามว่าจะทำอย่างไรต่อไป ในช่วงที่ผ่านมาผมก็ได้เรียนท่าน นายกรัฐมนตรีว่าในเรื่องที่เราทำข้อมูลมันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสภาใหม่ นายกรัฐมนตรีก็เลยบอกว่าให้ชะลอการที่จะไปพิจารณาใน ครม. จึงไม่มีการนำเข้าใน ครม. อีก ก็อยู่ที่เลขาธิการ ครม. อยู่ขณะนี้นะครับ ผมได้เรียนถามท่านนายกรัฐมนตรี ผมคงพอตอบได้ แทนท่านในตอนนี้ เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไม่ว่าท่านใดเข้ารับหน้าที่ สภาใหม่ให้ทำ เรื่องถามกลับไปว่ากรุงเทพมหานครโดยสภาและผู้บริหารจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไร เพราะฉะนั้นกรุงเทพมหานครตอบมาว่าจะทำอย่างไร ถ้าตอบมาว่าจะดำเนินการเองทั้งหมด ปล่อยให้สัมปทานหมดอะไรก็แล้วแต่ด้วยที่เสนอทั้งหมด จบ หยุด จะไปเจรจาหาพีพีพี (PPP) ใหม่ทำอย่างไร อยู่ที่ผู้บริหารและสภากรุงเทพมหานครดำเนินการได้เลยนะครับ จะเอาถูกเท่าไร ก็ได้นะครับ ผมก็ตอบรวม ๆ🔗
ท่านเหลือเวลาอีก ๓ นาทีเศษ ท่านใช้ไป ๑๐ นาทีเศษครับ คำถามที่ ๒ ท่านประเดิมชัย เชิญเลยครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ประเดิมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง ขออนุญาตท่านประธานจากการที่ผมได้ฟังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ตอบและคำถามที่ ๑ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งกรุงเทพมหานครและคนไทยทั้ง ประเทศก็คงที่จะมีความรู้สึกที่ไม่แตกต่างไปจากผม ท่านตอบในความพยายามที่จะปฏิเสธ ความรับผิดชอบในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกรุงเทพมหานคร และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวจากหมอชิตไปอ่อนนุช อย่าลืมนะครับว่าในส่วนของ เจ้าของสัญญาสัมปทานคือกระทรวงมหาดไทย แต่กระทรวงมหาดไทยมอบหมายไปให้ กรุงเทพมหานครเป็นผู้บริหารจัดการหรือว่าเป็นผู้ดูแล ฉะนั้นกระทรวงมหาดไทยเองจะ ปฏิเสธความรับผิดชอบในส่วนตรงนี้ไม่ได้ การที่ท่านตอบแล้วเอา ๓ สัญญามาพัวพันแล้ว สร้างให้เกิดเงื่อนปมในการสร้างปัญหาความยุ่งยาก ท่านประธานครับ อันนี้มันเปรียบเสมือน การเขียนบทละครที่ทำให้ดูเปรียบเสมือนว่ามีความจำเป็นที่จะต้องหาทางในการแก้ไขปัญหา แต่สิ่งทั้งหลายทั้งปวงทั้งหมดเกิดขึ้นอยู่กับกระบวนการของหน่วยงาน และรวมทั้งท่าน รัฐมนตรีในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแล ท่านจะปฏิเสธความรับผิดชอบในส่วนตรงนี้ไม่ได้ ในเมื่อ สัญญาหลักเจ้าของสัมปทานคือกระทรวงมหาดไทย แต่กระทรวงมหาดไทยเองจะไปบอกว่า มอบหมายให้ กทม. ไปพิจารณาแล้วนำเสนอขึ้นมา ท่านเองเคยไปดูไหมว่า กทม. เขามอบให้ ใครทำ มอบให้กรุงเทพธนาคมบริษัทลูกของกรุงเทพมหานครทำ ซึ่งเต็มไปด้วยแหล่งแห่ง ผลประโยชน์ในการที่จะสร้างภาระให้กับพี่น้องประชาชน ฉะนั้นท่านไม่สามารถที่จะตอบ ปฏิเสธตรงนี้ได้ นำมาสู่คำถามที่ ๒ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านบอกว่าท่านเป็นเพียง ผู้มีหน้าที่ในการที่จะรวบรวมความคิดเห็นหรือว่าความเห็นจากกรุงเทพมหานครหรือว่า คณะกรรมการที่ตั้งโดยคำสั่งคณะ คสช. ที่ตั้งเมื่อหลังจากที่มีการเลือกตั้งเมื่อเดือนเมษายน ปี ๒๕๖๒ เรามีการเลือกตั้งวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ คำสั่งนี้ออกหลังจากมีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก่อนที่จะมีคณะรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งเพียงแค่ ๑๗ วัน ท่านมาอ้างว่าถ้าไม่ใช้คำสั่งนี้จะทำให้เกิดความเสียหายจะต้องมีความจำเป็นในการที่จะต้อง รวบรวมข้อมูลเพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ผมขออนุญาตถามท่านว่าแล้วจาก วันนั้นจนถึงวันนี้ท่านยังหาทางออกเรื่องนี้ไม่ได้เลย เป็นเวลากับ ๓ ปีแล้วก็ยังหาข้อสรุปและ จุดจบไม่ได้และรวมทั้งท่านทราบไหมว่าสัญญาหลักที่จะหมดอายุสัมปทานในปี ๒๕๗๒ กรุงเทพมหานครในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของท่านได้มีการไปเซ็น ต่อสัญญาให้กับบริษัท บีทีเอส ในส่วนสัญญาหลักออกไปอีก ๑๓ ปี ให้หมดสัญญาใน ปี ๒๕๘๕ ถามว่ากรุงเทพมหานครใช้สิทธิอะไรในการไปต่อขยายอายุสัญญาในขณะที่ว่า สัญญามันยังไม่หมดไปต่อให้เขาอีก ๑๓ ปีในสัญญาหลัก ก็คือในส่วนของหมอชิต-อ่อนนุช เพื่อที่จะให้มันไปสอดคล้องกับในสัญญาส่วนที่ ๒ ที่ท่านบอกก็คือในส่วนของพื้นที่สถานีตากสิน- บางหว้าและอ่อนนุช-สำโรงที่มีการจ้างที่ท่านกล่าวอ้างถึงเมื่อสักครู่ว่า กทม. มีความพยายาม ที่จะหาคนมาเดินรถแล้วแต่ไม่มีใครสนใจ ผมต้องนำเรียนท่านประธานว่าถ้าใครเข้ามาเดินรถ ก็บ้าแล้ว เพราะว่าส่วนหัวส่วนท้ายมันไม่ใช่พื้นที่หลักในการที่จะหาผู้โดยสาร แต่ผู้โดยสาร หลักมันอยู่ในส่วนของหมอชิต-อ่อนนุช เป็นหลัก ฉะนั้นใครจะกล้ามาลงทุน ทั้ง ๆ รู้ว่าลงทุน ก็ขาดทุน แต่ กทม. กับกระทรวงมหาดไทยกับสร้างเงื่อนปมในการที่จะทำให้ ๒ เรื่องมาผูก เป็นเรื่องเดียวกันและท้ายที่สุดยังนำเอาเรื่องที่ ๓ กทม. ไม่ได้ยินยอมในการที่จะรับในส่วนที่ท่าน สร้างเพิ่ม โดยให้ รฟม. สร้างเพิ่มในส่วนของหมอชิตไปคูคต ในส่วนของแบริ่ง ในส่วนของ การเคหะ-สมุทรปราการ แต่เมื่อท่านสร้างเสร็จแล้วมีปัญหาก็โยนไปให้กรุงเทพมหานครแล้ว ก็นำมาสู่การสร้างผูกเงื่อนปมที่ทำให้เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ ฉะนั้นตรงนี้ท่านต้องตอบว่า ประเด็นที่ กทม. ไปต่อสัญญาอายุสัมปทานในส่วนของสัญญาหลักไปอีก ๑๓ ปี ถือว่าเป็นการ เอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนที่มีรายรับจากทั้งค่าตั๋วโดยสารและรายได้ส่วนอื่นที่หา ผลประโยชน์จากตัวสถานีทั้งในเรื่องของพื้นที่ค้าขาย ทั้งในเรื่องของการนำเอาเคเบิล ใยแก้ว ที่อยู่ในตัวรางรถไฟไปให้เอกชนหรือว่าบริษัทเช่าซึ่งเขาสามารถสร้างรายได้มหาศาลในส่วน ตรงนี้ ฉะนั้นขออนุญาตเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าท่านในฐานะ ที่เป็นผู้กำกับดูแลกรุงเทพมหานครท่านได้ดำเนินการกระทำอะไรที่เกี่ยวข้องในฐานะที่เป็น ผู้กำกับดูแลที่กรุงเทพมหานครทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ที่ทำให้รัฐเสียหายและประชาชน เดือดร้อนในขณะนี้และในอนาคต ขออนุญาตถามเป็นคำถามที่ ๒ ครับ🔗
เชิญรัฐมนตรีท่านมีเวลาอยู่ ประมาณ ๔ นาที เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ มันมีคำพูดที่อาจจะต้องอธิบายว่า ปมต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องกันถูกต้องที่สุด ในเมื่อมีทั้งส่วนหลักส่วนต่อขยาย ๑ ส่วนต่อขยาย ๒ เป็นสายเดียวกันที่ต้องให้บริการพี่น้องประชาชน นั่นคือปัญหาหลักเราไม่สามารถที่จะให้ ผู้ประกอบการคนที่ ๑ ผู้ประกอบการคนที่ ๒ ผู้ประกอบการคนที่ ๓ มาได้ ถ้ามี ๓ บริษัท ประชาชนก็ต้องขึ้นลงรถ ๓ หน นั่นคือปัญหาว่าแม้กระทั่งใน พ.ร.บ. ร่วมทุนในการที่จะ พิจารณาส่วนใหม่เป็นกฎหมายจะต้องเอาส่วนหลักมาพิจารณาร่วมด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้ ผมไม่ได้ตั้งปัญหาย้ำใหม่ว่ามันมีปัญหาเกิดขึ้น รฟม. ท่านได้เรียนเองว่าไปอยู่ช่วงท้าย รฟม. เองก็ทำไม่ได้อย่างไรก็ต้องขาดทุน คสช. เขาถึงบอกว่าให้เป็นเจ้าเดียวกันเสียให้เอามาให้ กรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครก็อยากได้แต่ไม่อยากได้หนี้ รัฐบาลบอกไม่ได้ต้องรับหนี้ไปด้วย กรุงเทพมหานครเขาก็มีปัญหา เพราะฉะนั้นปมต่าง ๆ ต้องเกี่ยวกันแน่นอน ไม่สามารถจะ สลัดไปได้เลย จะต้องมาอยู่ด้วยกันในกฎหมายของ พ.ร.บ. ร่วมทุนจะต้องเอาเรื่องโครงการ เก่ามาพิจารณาด้วยแน่นอนครับ กระผมไม่ได้ทำแต่คณะกรรมการที่เจรจาเป็นคนทำ ก็มาพูด ถึงการกำกับสักเล็กน้อย ขอเรียนให้ได้เข้าใจว่าการกำกับนั้นแจ่มชัดว่ากำกับให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นนี้ทำได้ตามอำนาจหน้าที่แต่ไม่ใช่ไปทำในเรื่องสิ่งที่ผมไม่มีอำนาจ เช่น การที่เขาจะพิจารณาเรื่องการเดินรถ เขาทำกับสภาเขา เขาจะตัดสินใจทำอย่างไร เขาคิดกับ สภาเขา เรื่องงบประมาณจะทำอย่างไรเขาเป็นคนคิด กระผมไม่ได้เข้าร่วมประชุมสภาด้วย แล้วไม่สามารถออกความคิดได้เลยในการที่จะไปนั่น แต่ผมกำกับได้เช่นถ้าไม่บริสุทธิ์เดี๋ยวผม ก็จะเรียนให้ทราบว่าทำอย่างไร ถ้ามีความไม่โปร่งใสอันนั้นขั้นตอนเราทำได้ แต่ไม่ใช่ไป บงการสั่งการ เข้าไปเสนอความเห็นว่าให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ใช่อำนาจหน้าที่และไม่มี อำนาจหน้าที่ เขาไม่เคยเชิญผมไปประชุมสภาเว้นแต่บอกให้ไปเปิดวันแรกเท่านั้นเอง ไม่เคยมีอำนาจเข้าไป ยุ่งเกี่ยวกับการบริหารกรุงเทพมหานคร โดยกฎหมายรัฐธรรมนูญก็กำหนดไว้แล้วว่าการ กำกับทำเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เขามีอิสระที่จะทำเขาตราบใดที่เขามีอำนาจหน้าที่ อันนี้คงตอบ โดยรวม ๒ เรื่องด้วยกัน ย้ำไปอีกทีหนึ่งท่านบอกว่าแล้วถ้าแก้ไม่ได้ก็ คสช. เขาพยายาม แก้แล้ว แล้วเรียนย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าไม่ว่าจะรัฐสภาแห่งนี้ หรือใน ครม. ท้วงติง ๑๑ หน มีทั้งหมดหลายสิบข้อ ครม. ก็ต้องเอาข้อมูลจากกรุงเทพมหานครเขาเป็นคนทำชี้แจงมา ขณะนี้ผมก็ไม่ทราบว่า ครม. ถ้าเอาเข้าเขาจะมีความเห็นอย่างไร รวมทั้งความไม่โปร่งใสก็อยู่ ในหัวข้อนี้ กทม. ก็ชี้แจงมาว่าทำอย่างไร ก็พิสูจน์ให้ประชาชนได้เห็นอย่างหนึ่งว่า แม้ว่า คสช. มีอำนาจแล้วทำจบแล้ว ๒ ปีกว่ามานี้ก็ต้องฟังว่าตกลงจะให้เห็นชอบไปนี้มีคนเขา ท้วงติงมาอย่างนั้นอย่างนี้ก็ต้องพิจารณาให้ครบถ้วน แล้วผมขอเรียนยืนยันแล้วขณะนี้ ไม่พิจารณา ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครท่านใหม่ได้พิจารณาหาแนวทาง แล้วก็ย้ำว่า ผมไปบัญชาการว่าให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ก็ไม่ได้ ผมว่าท่านก็คงไม่เชิญผมไปว่าจะทำอย่างไร ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครท่านใหม่ก็คงไม่เชิญผมไปหรอก เพราะท่านก็ต้องพิจารณา ดำเนินการ แล้วก็ตัดสินใจที่จะดำเนินการกับสภาก็เรียนยืนยัน ส่วนในเรื่องเมื่อสักครู่นี้เดี๋ยว จะเข้าใจผิดว่ากรุงเทพมหานคร เรื่องโครงการนี้ก็จะมีคณะกรรมการ กระทรวงมหาดไทย เนื่องจากในข้อกำหนดนี้ว่าเมื่อหมดสัญญาแล้วสมบัติทั้งหมดจะเป็นของกรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครก็จะเป็นเจ้าของเขาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นนิติบุคคลของเขา เราคงไม่เข้าไปยุ่งในส่วนนั้น แต่ทีนี้การเดินรถนี้เป็นอย่างนี้ครับ เมื่อสร้างเสร็จ ๒ ท่อน ตามที่ว่าแล้วนี้ไม่เดินประชาชนก็ได้รับผลกระทบ สร้างเสร็จแล้วทำไมไม่เดิน ในขณะนี้ ยังไม่มีการทำอย่างไร หาคนมาดำเนินการสัมปทานก็ไม่มีใครมา เขาก็จ้างเดินรถไปก่อน กรณี ที่เขาจ้างเดินรถ คำตอบแรกคือเพื่อให้ประชาชนได้ขึ้นเหมือนปัจจุบันนี้ยังได้ขึ้นอยู่ การจะเก็บค่าโดยสารยังไม่ได้ข้อยุติก็ไม่ได้เก็บอยู่ในขณะนี้ ตกลงประชาชนได้ประโยชน์ ได้ขึ้นรถ แล้วกรุงเทพมหานครก็ยังไม่ได้จัดเก็บเพราะเป็นภาระกับประชาชน ไม่มีข้อยุติว่าจะ เก็บเท่าไร เขาก็ยังไม่ได้เก็บใด ๆ ทั้งสิ้นในขณะนี้ แต่การเดินรถนี้มันสำคัญนิดหนึ่ง การจ้าง เดินรถนี้ไม่ใช่เหมือนจ้างมาทำเฉย ๆ พอจ้างเดินรถก็จะมีข้อกำหนดว่าจะต้องเดินกี่ขบวน ต่อกี่นาที กลางวัน กลางคืน คนที่รับจ้างเดินรถต้องจัดหารถมาด้วย อันนี้ล่ะเป็นปมว่าทำไม เขาถึงจ้าง ๑๓ ปี หรืออะไรก็แล้วแต่ ผมตอบได้เพียงว่าเขาต้องทำเพราะเขาจะต้องให้บริการ ประชาชน แต่ทำถูกกฎหมาย ไม่ถูกกฎหมาย เรื่องนี้มีการดำเนินการตามกฎหมายอยู่ ป.ป.ช. กำลังดำเนินการอยู่นะครับ ถ้าผิดก็ต้องดำเนินการ ถ้าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครท่านใดทำ แล้วโดนนั่น ผมก็จะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ นั่นคืออำนาจหน้าที่ผม ขณะนี้ตอบได้เลยว่าเขา ทำเพื่อบริการประชาชน ถูกกฎหมาย ผิดกฎหมาย เขารับผิดชอบ มีคนดำเนินการตาม กฎหมายอยู่ มีการร้องเรียนอยู่ นั่นเป็นส่วนหนึ่งซึ่ง ครม. ก็ดู ถ้ายังมีเรื่องอยู่ก็เลยยังไม่เอามา พิจารณา ก็คงตอบรวม ๆ ว่าสุดท้ายทั้งหมดนี้มีเจตนาอย่างเดียวให้ประชาชนได้รับบริการ สร้างเสร็จแล้วก็ต้องมี ถ้าจะเก็บเงินมีปัญหาก็อย่าเพิ่งไปเก็บ ถ้าจะหาผู้ประกอบการใหม่จะต้อง ไปแก้สัญญา มีปัญหาก็หยุดก่อน แล้วนี่ล่ะก็จึงถามผู้บริหารใหม่กับสภาใหม่ว่าจะทำอย่างไร ไม่ได้หนีความรับผิดชอบ ผมยังมีความรับผิดชอบเต็มที่ในการกำกับ แต่เป็นการกำกับเท่านั้น ไม่ใช่ไปบงการครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีเกินเวลาไป ๒-๓ นาทีนี้แล้วนะครับ ยังไม่ได้ตอบคำถามที่ ๓ บริหารเวลากันยากมาก แต่ว่าท่านประเดิมชัย ยังมีเวลาอีกครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ขออนุญาตเป็นคำถามที่ ๓ ต่อกรณีที่ท่านรัฐมนตรีได้ช่วยตอบ ซึ่งก็ไม่พยายาม ที่จะตอบในสิ่งที่ผมถาม ผมถามว่าท่านในฐานะที่เป็นผู้กำกับนี่เมื่อเห็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้ การกำกับดูแลกำลังกระทำการในสิ่งที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อราชการ โดยเฉพาะ ในเรื่องของการที่ไปต่อสัญญาสัมปทานในสายหลักก็คือในส่วนของสถานีอ่อนนุช ไปในส่วน ของสถานีหมอชิตอีก ๑๓ ปี ทั้ง ๆ ที่สัญญายังไม่หมด ซึ่งจะหมดในปี ๒๕๗๒ กลายเป็นว่า ในสัญญาหลักนี้จะไปหมดในปี ๒๕๘๕ ซึ่งถือว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อประชาชน ส่วนขั้นตอนจะมีใครไปร้องหน่วยงานตรวจสอบให้ลงโทษอย่างไรมันไม่ใช่สิ่งที่ผมถาม แต่ผม ถามท่านในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลเมื่อรับทราบในสิ่งที่เป็นข้อมูลว่าหน่วยงานที่อยู่ภายใต้ การกำกับดูแลของท่าน ซึ่งต้องยอมรับว่าผู้บริหารในช่วงนั้นเป็นช่วงผู้บริหารที่มีมาจากการแต่งตั้งโดยการยึดอำนาจ หรือว่ารัฐประหารที่มีท่านเป็นหนึ่งอยู่ในนั้นอยู่ด้วย หรือว่าสาเหตุนี้เลยทำให้ท่านไม่ลงไป ติดตามตรวจสอบตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบว่าสิ่งที่กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการ มันชอบธรรมมันถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งมันไม่เกี่ยวกันเลยกับ ๑๓ ปีที่มันจะต้องไป ผูกพันกับในกรณีที่ กทม. จ้างเดินรถไม่ว่าจะเป็นบางหว้า-ตากสิน ไม่ว่าจะเป็นอ่อนนุช-แบริ่ง มันคนละเรื่อง แต่ท่านอย่าเอา ๒ เรื่องนี้มารวมเป็นเรื่องเดียวกัน🔗
ตั้งคำถามเลยครับ คำถามที่ ๓ เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมเลยเวลาหรือเปล่าครับ🔗
เกินไปแล้วครับ แต่อนุโลม ให้ครับ เกินไปแล้วครับ🔗
ก็ขออนุญาตถาม ท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีนะครับว่า เมื่อข้อมูลทั้งหมดอยู่เป็นอย่างนี้ ท้ายที่สุดแล้ว ข้อสรุปที่ท่านจะต้องดำเนินการในฐานะที่เป็นผู้กำกับท่านได้มีการตั้งคณะทำงานของท่าน ขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้บ้างหรือไม่ หรือว่าท่านมอบหมายให้กับกรุงเทพมหานครที่เป็นผู้รับผิดชอบ ในการบริหารโครงการเป็นคนคอยเสนอเรื่องเพื่อชงมาให้ท่านนำเข้าสู่คณะรัฐมนตรีแต่เพียง อย่างเดียวครับ🔗
คำถามสุดท้าย ท่านรัฐมนตรี เวลาก็เกินแล้วนะครับ แต่ว่าอนุโลมตอบ เชิญเลยครับ🔗
ผมจะ ตอบเลยนะครับ ย้ำอีกครั้งหนึ่งนะครับว่าสัมปทาน ๑๓ ปีอะไรนี่ไม่มี ไม่มีการไปต่อสัญญา สัมปทาน ๑๓ ปี ไม่มีนะครับ คงเป็นเรื่องของกรุงเทพมหานครจ้างเดินรถที่กระผมได้เรียน ให้ทราบแล้วว่าเมื่อสร้างเสร็จเขาก็จ้างเดินรถ ผิดถูกอย่างไรในขณะนี้ ป.ป.ช. กำลัง ดำเนินการอยู่ในส่วนของความโปร่งใส ไม่โปร่งใส ก็ต้องดูในส่วนนั้นนะครับ ในส่วนของ ครม. เองในการพิจารณาตามผลเจรจาที่ ครม. ผมเรียนตั้งแต่ต้นแล้วนี่ก็มีประเด็นนี้ อย่างไรก็ตามในส่วนของฝ่ายกฎหมาย ผมคงมิกล่าวอ้าง ผมคงต้องพูดว่าคณะกรรมการ กฤษฎีกาก็ชี้ว่าในส่วนการที่ดำเนินการนั้นมีผลถูกต้อง แต่คนทำจะถูกผิดนั้นต้องสอบสวน อีกเรื่องหนึ่งมันคนละเรื่องกันนะครับ ก็รวมการชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจว่าอันดับ ๑ ยังไม่มี การต่อสัมปทานใด ๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับโครงการเรื่องนี้ โครงการหลักยังคงอยู่ที่ปี ๒๕๗๒ เหมือนเดิม โครงการใหม่ยังไม่มี กทม. จ้างเดินรถอยู่ ยังไม่ได้ทำสัมปทานให้ใครทั้งสิ้น ไม่มีการแจ้งเดินรถ มีเพื่อให้เดินรถได้ ถามว่ามีปัญหาอะไร อย่างไร การเซ็นมีผลตาม กฎหมายแล้ว กฤษฎีกายืนยันว่ามีผล แต่ว่าการทำถูกหรือผิดนั้นอยู่ในขั้นตอนกฎหมายที่ต้อง พิจารณา ผมถึงบอกเป็นเรื่องหนึ่งที่ ครม. ก็ถือเป็นข้อพิจารณาว่าแล้วถ้ามันยังคาราคาซัง อยู่อย่างนี้จะมีมติออกไปได้ไหม ตามข้อเจรจานะครับ ในส่วนของการกำกับก็เรียนว่าถ้าเมื่อ ผลออกมาว่าการต่อสัญญาเขาทำมา สัญญานั้นเดินแล้ว จ้างเดินรถ ถ้าไม่จ้างก็คงไม่มีเดินรถได้ ไม่มีต่อสัมปทานนะครับ เรียนยืนยัน ไม่มี กฤษฎีกาบอกว่ามีผลบังคับใช้ก็ยังไม่เห็นข้ออันใด ที่จะต้องไปตั้งกรรมการไปดำเนินการ ต่อเมื่อ ป.ป.ช. ชี้มาว่าการดำเนินการนั้นไม่ถูกต้อง นั่นล่ะจะต้องมีการตั้งกรรมการ นั่นคือการกำกับ เรียนย้ำนะครับ ไม่มีการปล่อยเพิกเฉยไม่มี แล้วที่ทำทั้งหมดมานั้นยึดอยู่บนผลประโยชน์พี่น้องประชาชน ความโปร่งใส ความถูกต้อง ตามกฎหมาย จึงยังไม่มีการลงมติใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วในขณะนี้ก็สามารถบอกได้โดยข้อจบเลย ก็คือว่าจะถามกลับไปที่กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นผู้บริหารใหม่ขึ้นมา สภาใหม่ ซึ่งจะมีข้อมูล ทุกอย่าง และมีความตั้งใจที่บริการพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด ตัดสิน กำหนดแนวทางมาว่า จะทำอย่างไร นั่นคืออำนาจหน้าที่ที่กรุงเทพมหานครต้องทำ กระผมคงไปขอทราบว่าจะทำ อย่างไร จะไปร่วมด้วย เขาคงไม่ให้ผมไปร่วมคิดหรอกครับ เขาก็จะทำตามหน้าที่เขา ถ้าทำได้ อย่างไรก็คงแจ้งเรามา ถ้าแจ้งมาว่าทำได้ เรื่องที่ทำมาเราจะเข้า ครม. ว่ากรุงเทพมหานคร แจ้งว่าดำเนินการได้ให้ยุติเรื่อง ก็จบ เรื่องของ คสช. ทั้งหมดไม่ต้องไปสนใจ ๖๕ หรือเท่าไร ก็ไม่ต้องสนใจ ต่อสัญญาหรือไม่ ไม่ต้องสนใจ อยู่ที่ว่าผู้บริหารใหม่และสภาใหม่จะตัดสินใจ ดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร แต่ต้องอยู่บนผลประโยชน์พี่น้องประชาชน นั่นคือสิ่งที่ผมจะกำกับ🔗
ขอบคุณท่านประเดิมชัย และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนะครับ ท่านได้ใช้เวลาไป ท่านประเดิมชัย ใช้เกินไป ๒ นาที ท่านรัฐมนตรีใช้เวลาเกินไป ๖ นาที ก็ขออภัยท่านสมาชิกที่ไม่สามารถ บริหารเวลาได้ภายในเวลาที่กำหนด แต่ว่าโดยที่เป็นกระทู้ถามนะครับ ก็จำเป็นต้องคุมเวลา จบกระทู้ถามสดด้วยวาจานะครับ ต่อไปจะเป็นกระทู้ถามทั่วไป🔗
วันนี้มีอยู่ ๓ กระทู้ แต่ว่าขอเลื่อนไป ๑ กระทู้ เพราะฉะนั้นก็จะมี ๒ กระทู้ กระทู้ถามทั่วไปนั้นไม่จำกัดเวลา ให้ถามได้ ๒ ครั้ง มีข้อสำคัญก็คือว่าต้องไม่มีลักษณะ เป็นการอภิปราย เพราะฉะนั้นท่านสมาชิกถ้าเข้าใจตรงนี้ กระทู้ถามก็จะไม่เสียเวลามากครับ ท่านอาดิลันถามกระทู้ที่ ๑.๒.๑ นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต หารือท่านประธานครับ🔗
ครับผม🔗
ท่านประธานครับ ผมนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธานหารือครับ ด้วยสิทธิของผมที่เป็นสมาชิกที่ได้รับการบรรจุกระทู้ไปแล้ว แต่รัฐมนตรีเลื่อนนะครับ ก็เลยอยากจะหารือท่านประธานครับว่าตอนนี้กระทู้ที่ผมถูกเลื่อนเป็น กระทู้ที่เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพราะว่าถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เรื่องเกี่ยวกับการชดเชยราคาน้ำมัน ซึ่งตอนนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาก แล้วก็ข้าวของ ขึ้นราคามหาศาลเลย แต่รัฐมนตรีกลับเลื่อนตอบกระทู้ ทั้ง ๆ ที่ท่านนายกมนตรีกำชับให้ รัฐมนตรีมาตอบกระทู้ ส.ส. ในสภานะครับ ทีนี้ผมก็เลยขออนุญาตท่านประธานครับว่า ทราบจากทางวิป (Whip) รัฐบาลนะครับว่าอาทิตย์หน้าท่านประธานก็ได้บรรจุเรื่องขอ งบประมาณเข้านะครับ แล้วสัปดาห์ถัดไปท่านประธานก็จะมีการประชุมร่วมของรัฐสภา พิจารณาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญแล้วสถานการณ์อย่างนี้นะครับประชาชน เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ราคาน้ำมันขึ้นแต่รัฐมนตรีไม่มาตอบ เลื่อนตอบกระทู้ครับ ก็เลยจะ หารือท่านประธานครับว่ากระทู้ผมจะตอบได้เมื่อไรครับท่านประธาน เพราะว่าข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เลื่อนอย่างเดียวไม่ได้ครับท่านประธาน นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเป็น ผู้ตอบกระทู้จะต้องทำหนังสือแจ้งท่านประธาน แล้วก็ต้องกำหนดว่าจะตอบกระทู้เมื่อใด เพราะฉะนั้นกระทู้ของผมเลื่อนออกไปแล้วเลื่อนลอยนะครับ แล้วเรื่องของน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันดีเซล พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาก ท่านประธานก็ทราบอยู่ครับ แต่รัฐมนตรีที่ เกี่ยวข้องกลับเลื่อนตอบกระทู้โดยไม่มีเหตุผล เลยขออนุญาตเรียนหารือท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เรียนแจ้งคุณอัครเดชครับ รัฐมนตรีได้แจ้งมาว่าขอเลื่อนตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ อย่างไร ก็ตามมันเป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน คุณอัครเดชสามารถทำเรื่องเป็น ลายลักษณ์อักษรก่อนกระทู้ถึง ถึงผมนะครับ แล้วถ้าทำวันนี้ วันนี้เย็นผมก็จะส่งไปเลยครับ เพราะว่าเพื่อให้มีการแก้ปัญหา เมื่อวานเราประชุมประสานท่านหัวหน้าพรรคทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน และรัฐมนตรีด้วยครับ ทุกฝ่ายก็ได้มีความเห็นร่วมกันในเรื่องที่ขอร้องว่ารัฐมนตรี กรุณามาตอบกระทู้อย่างที่เป็นตัวอย่างที่ได้เห็น ยกตัวอย่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกัน ว่าท่านก็มาตอบเกือบทุกครั้ง ยกเว้นบางกรณีที่มีกระทู้บนสภานี้ แล้วก็กระทู้ถามแยกเฉพาะ อัน นี้ก็มีปัญหาหน่อย แต่ว่าเราได้ขอร้องกันเมื่อวานอีกครั้งหนึ่งว่าขอรัฐมนตรีได้พยายามมาตอบ กระทู้ แต่ว่าโดยที่เมื่อทางกระทรวงเขาแจ้งมาเขามีสิทธิที่เขาทำได้ คุณอัครเดชครับ แต่ผมก็เห็นว่าถ้าสมมุติว่าคุณอัครเดชมีความประสงค์จะเรื่องด่วนกรุณาทำหนังสือถึงผม โดยตรงเลยนะครับ แล้วผมจะส่งไปให้พิจารณา แต่เมื่อถึงเวลาวันที่ ๑๖ กระทู้นี้ก็ต้องเข้ามา เรียนไว้เพื่อทราบครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ เพราะว่าประชาชนนี่เดือดร้อน แล้ววันที่ ๑๖ มันก็ไม่ทันกับสถานการณ์ครับท่านประธาน อย่างนั้นผมก็จะดำเนินการตามที่ท่านประธานแนะนำ เดี๋ยวจะทำจดหมายหนังสือเสนอ มาตรการให้รัฐบาลดำเนินการผ่านท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไป🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๔๗๓ เรื่อง การแก้ไขพระราชบัญญัติค่าตอบแทน ผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามนี้ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม บัดนี้ท่านรัฐมนตรีมาพร้อมแล้ว เชิญท่านสมาชิก อาดิลันครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่สละเวลามาตอบกระทู้ของผม ซึ่งผมถือว่าเป็นกระทู้ที่สำคัญ เหตุที่บอกว่าเป็นกระทู้สำคัญ เพราะว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ผมเองได้มีการหารือและมีการติดตามประเด็นเรื่องของการ แก้ปัญหาเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหายมาโดยตลอดแล้วก็ได้นำเรื่องนี้เข้าสู่ การพิจารณาของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนด้วย พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ ต่อมามีการแก้ไข ๑ ครั้ง ในรายละเอียดเล็กน้อยนะครับ กฎหมายฉบับนี้ มีเจตนารมณ์เพื่อเยียวยาผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาโดยรัฐมีหน้าที่ชดเชยค่า ความเสียหายให้แก่ผู้เสียหายและจำเลย การเยียวยาจำเลยในคดีอาญานั้นเป็นกรณีการชดใช้ ความเสียหายให้บุคคลผู้บริสุทธิ์ที่ต้องถูกดำเนินคดีอาญา เนื่องจากความผิดพลาดและความ บกพร่องของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา หรือของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ดังนั้นเมื่อเกิดความ ผิดพลาดเกิดขึ้นผู้มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าวก็คือรัฐซึ่งสอดคล้องกับเป็นไปตาม กฎหมายมาตรฐานสากล แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานับแต่มีการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ในทางปฏิบัติยังพบว่ายังมีสภาพปัญหาข้อขัดข้องของกฎหมายไม่ว่าจะเป็น เรื่องของกลุ่มผู้เสียหายที่ยังไม่ครอบคลุม โดยกฎหมายให้เฉพาะสิทธิของผู้เสียหาย เช่น กรณี ของผู้เสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ซึ่งก็ยังไม่ได้รับการคุ้มครอง หรือกรณีการเสียชีวิต ในระหว่างอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ หรือกรณีที่ผู้เสียหายและถึงแก่ความตาย ในนิยาม ตามพระราชบัญญัตินี้ยังไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญในส่วนของจำเลยเอง เหล่านี้เป็นสิ่งที่ คณะกรรมาธิการกฎหมายที่ผมร่วมเป็นคณะกรรมาธิการด้วยนั้นได้มีการพิจารณาร่าง และนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เพื่อพิจารณาให้มีการแก้ไข เนื่องจากว่าท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรได้มีคำวินิจฉัยว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวเนื่องด้วยการเงินจึงเสนอให้ ท่านนายกรัฐมนตรีพิจารณาและท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้มีการตอบรับมาในระยะเวลาที่ กำหนด สาระสำคัญในกฎหมายฉบับนี้ที่คณะกรรมาธิการกฎหมายได้เสนอให้มีการปรับปรุงแก้ไข มีอยู่ ๕ ประการใหญ่🔗
ประเด็นที่ ๑ แนวคำนิยามของผู้เสียหายให้ครอบคลุมถึงบุคคลซึ่งตาย เนื่องจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่หรือตายในระหว่างอยู่ ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่🔗
ประเด็นที่ ๒ ในส่วนของค่าทดแทนให้ครอบคลุมไปถึงผู้ต้องหาซึ่งถูกคุมขัง ระหว่างการสอบสวนด้วย🔗
ประเด็นที่ ๓ ในเรื่องของเพิ่มเติมกรณีเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ปล่อยตัวจำเลย ในคดีแจ้งให้จำเลยทราบถึงสิทธิและรวมถึงผู้ต้องหาด้วยนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๔ ประเด็นที่สำคัญก็คือการเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของ จำเลยให้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายตามพระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่ตกเป็นผู้ต้องหา ไม่ใช่ตามกฎหมายปัจจุบันเริ่มนับตั้งแต่ตกเป็นจำเลยนะครับ🔗
และเรื่องสุดท้ายเรื่องขยายระยะเวลาการยื่นคำขอรับค่าตอบแทน ซึ่งเดิม ในกฎหมายฉบับนี้ที่บังคับใช้ในปัจจุบันนั้นต้องร้องขอภายใน ๑ ปี เหล่านี้เป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการ อยากจะให้มีการแก้ไขกฎหมาย🔗
ประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่งในเรื่องของการชดใช้ให้แก่จำเลยในคดีอาญา นั่นก็คือเมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าตัวเองไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดหรือการกระทำของ จำเลยไม่เป็นความผิดนั้นคณะกรรมการก็จะยังวินิจฉัยให้ตราบใดที่ยังไม่ได้มีคำพิพากษาระบุ ชัดเจนว่าจำเลยไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดหรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด ซึ่งหาก นักกฎหมายจะทราบว่าในคำพิพากษาของศาลแทบจะไม่ค่อยเห็นว่าศาลจะพิพากษาออกมา ในถ้อยคำลักษณะอย่างนี้ เพราะศาลเล็งเห็นถึงมาตรฐานของสิทธิมนุษยชนว่าทุกคนเป็น ผู้บริสุทธิ์ ภาระการพิสูจน์ว่าใครเป็นผู้กระทำความผิดต้องเป็นของโจทก์ซึ่งเป็นผู้กล่าวหา หากโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ศาลจะยกประโยชน์ในความสงสัยให้จำเลย คำถามของ ผมสำหรับคำถามที่ ๑ ก็คือรัฐบาลมีนโยบายที่จะปรับปรุงบทบัญญัติในพระราชบัญญัติ ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ หรือไม่อย่างไร ขอทราบรายละเอียด ขอบคุณท่านประธาน🔗
คำถามที่ ๑ เชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมได้มาตอบกระทู้ถามของท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ แทน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี กระผมได้รับมอบหมายผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับประเด็นกระบวนการยุติธรรม ผมเห็นท่านได้อภิปรายในสภาด้วย ความห่วงใยในพี่น้องประชาชนนะครับ และประกอบกับในจังหวัดของท่านได้รับทราบว่าเป็น ๔ จังหวัดภาคใต้ ซึ่งมีความสำคัญแล้วเน้นหนักในเรื่องของการดำเนินการที่เกี่ยวกับความ เกี่ยวข้องกับคดีความและจำเลยและค่าเสียหายต่าง ๆ เหล่านี้ การเยียวยาถ้าเราจะมาดูใน เรื่องของชื่อของกฎหมาย ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เพราะกฎหมายฉบับนี้จะมีประโยชน์มาก ผมพยายามเดินบอกกับพี่น้องประชาชนทั่ว ประเทศ พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหายและทดแทนค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ชื่อฟังแล้ว ดูสับสนขัดขืนและพี่น้องประชาชนเข้าใจได้ยากมากแต่ผมอยากจะให้จำไว้ ๒ ประเด็น ในชื่อ ของกฎหมายคำว่า ผู้เสียหายกับจำเลยในคดีอาญา คือผู้เสียหายในกรณีที่เราถูกกระทำเดิน ไปต้นไม้ กิ่งไม้ล้มทับเสียชีวิตหรือบาดเจ็บอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น นี่คือผู้เสียหาย หรือถูกกระทำ ถูกรถชนหรือมอเตอร์ไซค์ชน อันนี้คือผู้เสียหาย พวกนี้ถ้าถูกกระทำแล้วจะได้ค่าชดเชย ค่าตอบแทน ค่าดูแลอะไรต่าง ๆ เหล่านั้นตามกฎหมายที่มีอยู่ แต่สำหรับในเรื่องของจำเลย ในคดีอาญาคือพวกนี้ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเป็นจำเลย และจำเลยพวกนี้พ้นผิดนะครับ พ้นผิดจาก การพิจารณาของศาลจะเป็นชั้นต้น ชั้นฎีกาอะไรก็แล้วแต่ถ้าได้หลุดพ้นยกออกมาแล้วพวกนี้ จะได้รับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ถูกจองจำ หรือที่เรียกว่าพวกนี้คือแพะถ้าจำ ในลักษณะ ๒ คำศัพท์ตัวนี้แล้วสามารถช่วยดูแลพี่น้องประชาชน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจังหวัดไหน พื้นที่ไหน ถ้ามีเหตุการณ์ในลักษณะนี้ผู้เสียหายจะได้รับการดูแลจาก ส่วนงานของรัฐบาลคือกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานยุติธรรมจังหวัดก็จะดูแล เรื่องนี้ เป็นเรื่องของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพที่ดูแลในเรื่องของกฎหมาย ซึ่งในส่วนกลางก็ไปที่ กระทรวงยุติธรรมได้ ปีหนึ่ง ๆ เราดูจากตัวเลขแล้วผู้เสียหายและจำเลยมีปริมาณมาก แต่มา ขอให้ชดเชยหรือเยียวยาตรงนี้จำนวนไม่มากเท่าไหร่นะครับ อย่างเช่นในปี ๒๕๖๓ การขอ เยียวยา ๑๐,๗๖๗ รายก็ได้รับการเยียวยาไป ๘,๘๓๐ ราย จะเห็นว่าตัวเลขส่วนหนึ่งทำไม ไม่ได้รับการเยียวยาทั้งหมด อันนี้คือคำถามของท่านอาดิลัน ท่านอาดิลันอยากขอให้มีการ ปรับแก้ให้ทุกคนได้รับสิทธิในการเยียวยาหมดทั้ง ๑๐,๗๖๗ ราย เป็นตัวเลขยกตัวอย่างครับ ซึ่งต้องขอขอบคุณท่านอาดิลันและในคำถามท่านถามว่ากระทรวงยุติธรรมหรือรัฐบาลมีแนวทาง ในการที่จะปรับแก้กฎหมายไปตามแนวทางของกรรมาธิการกฎหมายซึ่งท่านได้นำเสนอผ่าน สภาผู้แทนราษฎรไปนั้นหรือไม่อย่างไร ก็ต้องตอบว่าในขณะนี้กระทรวงยุติธรรมได้ร่างตาม แนวทางที่คณะกรรมาธิการได้เสนอความเห็นออกไปเป็นส่วนใหญ่ผ่านคณะรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว และอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการกฤษฎีกาได้กำลังพิจารณาในสาระสำคัญ ก็มีทั้งหมด ๑๖ มาตรา ในกฎหมายเดิมมี ๓๑ มาตรา อันใหม่นี้ก็เสนอไป ๑๖ มาตรา ก็แก้ไข ส่วนใหญ่ตามแนวทางของท่านอาดิลันว่าเราจะพยายามให้กับทุกคน เว้นเสียแต่ในส่วนของ ได้ดูแล้วมีเงื่อนไขที่ไม่ชัดเจนมากที่สุด ก็อาจจะมีเงื่อนไขที่คณะกรรมการที่จะต้องสร้างไครทีเรีย (Criteria) ไว้เพื่อให้มีการปรับแนวทางต่าง ๆ เพื่อให้กฎหมายใช้ได้อย่างสมบูรณ์🔗
ในประเด็นที่ท่านถามว่าการขอขยายระยะเวลานะครับ รับค่าตอบแทนต่าง ๆ เดิมทีเดียวกฎหมายบัญญัติไว้แค่ ๑ ปี ถ้า ๑ ปีไม่มาขอก็ถือว่าหมดอายุ อายุความไม่สามารถ ที่จะมาขอได้ เราก็ปรับตามแนวทางที่ท่านได้ขอไว้ให้เป็น ๒ ปี อันนี้ก็เห็นตรงกันครับ ในขณะนี้ เราได้ดำเนินการแล้ว ก็คิดว่าถ้ากฤษฎีกาจบออกมาเร็วก็จะมาถึงสภาผู้แทนราษฎรของพวก เราเร็ว ผมเชื่อมั่นว่าในวิสัยทัศน์ของสภาผู้แทนราษฎรแล้วเรื่องที่เป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนก็จะร่วมแรงร่วมใจในการแก้ไขปัญหานะครับ มีหลาย ๆ ฉบับที่ผ่านมา ผมชื่นชมการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร ผมต้องกราบขอบพระคุณประธานสภาครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี คำถามที่ ๒ คำถามสุดท้าย เชิญท่านอาดิลัน🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ได้บอกกล่าวสิ่งที่ดี ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนว่าในเวลาอันไม่นานนี้เราก็จะได้มีกฎหมาย ที่มีการปรับปรุงพัฒนากฎหมายที่มีบังคับใช้มาและเราเห็นว่ายังไม่ได้อำนวยความยุติธรรม เท่าที่ควรให้กับพี่น้องประชาชน🔗
ในส่วนของคำถามที่ ๒ ผมอยากจะต้องการให้บอกกล่าวถึงกฎหมายที่มี ใช้แล้วตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ คือพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ ซึ่งเป็นกฎหมาย ที่ใช้มาเป็นเวลามากกว่า ๓๐ ปี ยังไม่เคยได้มีการปรับปรุงแก้ไขและหากเป็นนักกฎหมาย เราจะเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้แทบจะไม่มีการบังคับใช้ได้จริงในทางปฏิบัติเพราะว่ายังมีปัญหา เรื่องของคำจำกัดความที่ปรากฏไว้อยู่ในกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขอรื้อฟื้นคดีได้ จะต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนยืนยันว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ซึ่งหลักการแล้วศาลเองในการพิจารณา คดีความนั้นหากมีเหตุอันควรสงสัยก็ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับจำเลย ซึ่งใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเองนั้นก็ได้มีบัญญัติไว้ว่าหากมีเหตุอันควรสงสัยก็มี สิทธิที่จะยกประโยชน์แห่งความสงสัยได้ ฉะนั้นในการขอรื้อฟื้นคดีอาญานั้นในความเห็นแล้ว ยังเห็นว่าเพียงแต่มีพยานหลักฐานใหม่ที่จะทำให้ศาลเห็นมีเหตุอันควรสงสัย ก็น่าที่จะเป็น มูลเหตุหนึ่งที่สามารถจะยื่นขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้🔗
ประเด็นที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องประเด็นนี้ก็คือเรื่องสิทธิของอัยการในการที่จะขอ รื้อฟื้นคดีได้ แม้ว่าเป็นคดีที่ตัวเองเป็นผู้เป็นโจทก์ฟ้องก็ตามแต่ หรือรวมถึงให้อัยการสูงสุด เป็นผู้มีสิทธิที่จะรับเรื่องและขอให้รื้อฟื้นคดี🔗
ประเด็นสุดท้ายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็คือเรื่องของการที่มีการบัญญัติไว้ในกฎหมาย ตัว พ.ร.บ. ฉบับนี้ มาตรา ๑๘ ถึงเรื่องของการจำกัดว่าร้องขอรื้อฟื้นแล้วก็รื้อฟื้นได้ครั้งเดียว ถ้าศาลไม่อนุญาตก็ไม่สามารถจะรื้อฟื้นได้อีก ทั้ง ๆ ที่หลังจากนั้นแล้วจะได้มีพยานหลักฐาน ใหม่ก็ตามแต่ เหล่านี้เป็นปัญหาที่ผมเห็นว่าเป็นการสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่เป็นหน้าที่ของ รัฐบาลหรือของสภาด้วยที่จะต้องพิจารณาว่ากฎหมายอะไรที่มันเป็นอุปสรรค หรือล้าหลัง หรือไม่เป็นธรรม ต้องมีการปรับปรุงแก้ไข🔗
คำถามที่ ๒ ของผมก็คือรัฐบาลมีนโยบายที่จะปรับปรุงกฎหมายที่ไม่สอดคล้อง กับสภาพการณ์ในปัจจุบันในการปฏิบัติอย่างไร เช่นพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้น พิจารณาใหม่ พ.ศ. ๒๕๒๖ ขอทราบรายละเอียดโดยสังเขป ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ ในประเด็นคำถามข้อที่ ๒ การปรับปรุงกฎหมาย พ.ร.บ. รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ปี ๒๕๒๖ รัฐบาลได้ส่งความต้องการหรือการปรับปรุงกฎหมาย ในฉบับดังกล่าวนี้เข้าสู่การพิจารณาของอัยการสูงสุด แล้วขั้นตอนในการดำเนินการอันนี้อยู่ที่ อัยการ แต่ว่าอย่างไรก็ตามเราต้องยอมรับว่าการพิจารณาคดีขึ้นมาใหม่ขอรื้อฟื้นคดีนั้นเป็นเรื่อง ที่ยากมาก ผมได้สอบถามกับข้าราชการของกระทรวงยุติธรรมซึ่งการดำเนินการตรงนี้บอกว่า ยากจริง ๆ ในเรื่องของการที่จะรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่นั้น พยานหลักฐานเดิมคือพยานหลักฐาน เดิมในหลักการต้องเป็นพยานหลักฐานเดิมนี่เป็นเท็จ เราพิสูจน์ว่าให้เป็นเท็จแล้วหาหลักฐาน ใหม่เข้ามาในประเด็นที่ ๒ ซึ่งได้เคยพยายามทำแล้ว การพยายามทำตรงนี้แล้วผลออกมาก็ไม่ สัมฤทธิ์ผลเท่าไร เพราะว่าในการพิสูจน์หลักฐานต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่เราจะต้องใช้หน่วยงานของ ทางราชการดีเอสไอ (DSI) หรือนิติวิทยาศาสตร์ หรือการขอคุ้มครองพยาน หรือการดำเนินการ ตามขั้นตอนของกฎหมายได้ดำเนินการ แต่ว่าไม่ใช่ทุกคนได้ขอรื้อฟื้นแล้วก็จะเป็นผู้บริสุทธิ์ ก็ต้องผ่านกระบวนการของศาล ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมายังไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ในส่วน ของการรื้อฟื้นทางกฎหมายต่าง ๆ เหล่านั้นก็เป็นส่วนงานที่เราส่งไปให้อัยการสูงสุดได้พิจารณา ปรับปรุง หากว่าเป็นประการใดก็จะรับมาแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านอาดิลันและ ท่านรัฐมนตรีนะครับ กระทู้ถามต่อไปอย่างที่ได้เรียนแล้วก็คือกระทู้ถามของท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ขอเลื่อนไปวันที่ ๑๖ มิถุนายนนะครับ ต่อไป🔗
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๔๗๕ เรื่อง การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน อำเภอสัตหีบ กับการก่อสร้างถนนของกรมทางหลวงรอบเมืองสัตหีบ รองรับการพัฒนา เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มอบหมายนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ท่านรัฐมนตรีมาแล้วครับ ขอเชิญคุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ ถามได้ ๒ ครั้ง กระทู้ถามต้องไม่มีลักษณะเป็น การอภิปราย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตสัตหีบ จังหวัดชลบุรีครับ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้ผมได้มีโอกาสตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคมกับปัญหาความเดือดร้อนในการใช้รถใช้ถนนแล้วก็มีผลกระทบต่อ ความเป็นอยู่ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงของพี่น้องสัตหีบ จังหวัดชลบุรีของผมครับ เป็นที่ทราบกันดีว่า การพัฒนาเขตอีอีซี (EEC) นั้นจะสร้างรายได้ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ แต่ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าพื้นที่ไข่แดงหรือเป็นพื้นที่ที่เป็นจุดเอกลักษณ์ของอีอีซี (EEC) นั้นคืออำเภอ สัตหีบกับมีผลกระทบอย่างมากในการพัฒนา โดยเฉพาะการก่อสร้างถนน ผมขออนุญาต ชี้แจงถึงปัญหาแล้วก็ขออนุญาตถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีใน ๒ คำถามสุดท้ายครับ ผมขอสไลด์ (Slide) ครับ🔗
งบประมาณในการก่อสร้างของ กรมทางหลวง ปัจจุบันสัตหีบมีทั้งหมด ๕ ตอน ตอนที่ ๑ ตอนที่ ๒ เสร็จไปแล้วแต่ยังไม่ได้ ส่งมอบ ทีนี้ตอนที่ ๓ โครงการก่อสร้างทางหลวงตอนนี้เหลืออีก ๓ ตอน ตอนที่ ๑ อยู่ระหว่าง นาจอมเทียนแล้วก็บางเสร่ ตอนที่ ๒ อยู่ที่บางเสร่-สัตหีบ และตอนที่ ๓ อยู่ที่ชุมชนเมือง เป็นชุมชนสัตหีบเลย มีโรงเรียน มีชุมชน มีตลาด ทีนี้สิ้นสุดสัญญาเมื่อไร ประมาณเดือน สิงหาคม ๒๕๖๕ และพฤษภาคม ๒๕๖๖ งบประมาณเกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่ผมจะต้องนำเรียนท่านประธานเพราะอะไรครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไฟส่องสว่าง ความปลอดภัย อุบัติเหตุที่เกิดจากถนน ปัญหาค่าใช้จ่ายในการต่อท่อระบายน้ำ น้ำท่วมขัง ผู้ประกอบการทำมาหากินไม่ได้ครับ จริง ๆ ผมอยากให้มีสไลด์ (Slide) เพราะเป็นสไลด์ (Slide) ที่ผมจะชี้แจงให้ท่านประธานว่าเพราะอะไร ทำไมปัญหาถึงเกิดขึ้น แล้วเพราะอะไร เราทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนสัตหีบได้แก้ปัญหาเหล่านี้ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่วันนี้ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมมาตอบ อันนี้ผมขอหน้าสุดท้ายเลยได้ไหมครับแค่นี้การวางแผนของ กรมทางหลวง ผมจะพูดถึงก่อนการก่อสร้างครับ ก่อนการก่อสร้างที่ท่านมีการวางแผนในการ ก่อสร้างถนนรอบเมืองสัตหีบงบประมาณถ้าผมคร่าว ๆ นะครับประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านทำประชาพิจารณ์อย่างไร พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างไร ท่านอย่าลืมนะครับ ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าประชาชนสัตหีบของเราอยู่มาเป็น ๑๐ ปี ๒๐ ปี ถ้าท่านมาสำรวจ ๒ เดือน ๓ เดือน หรือแม้กระทั่ง ๑ ปี ท่านจะทราบได้ไหมว่าแต่ละ ชุมชนมีความเป็นอยู่อย่างไร เดินทางอย่างไร อยู่อย่างไร ตื่นกี่โมง จราจรติดขัดกี่โมง เวลาเร่งด่วนกี่โมง ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ถามว่าเพราะอะไร เรื่องเวลาเป็นเรื่องสำคัญมากในการวางแผนที่จะก่อสร้างต่าง ๆ ก่อนก่อสร้าง ก็ดี ขณะก่อสร้างก็ดี ถามว่าเพราะอะไร เวลาคือเวลาทำมาหากิน ทีนี้เวลาท่านสำรวจ ท่านสำรวจ อะไรบ้าง อาชีพครับ เรามีอาชีพข้าราชการกองทัพเรือครอบครัวของเขาทำอะไร เป็นแม่ค้าบ้าง ทำอาชีพรับจ้างบ้าง ทำงานบริษัทบ้าง หรือทำงานเป็นธุรกิจส่วนตัวบ้างเป็นแม่ค้าตามตลาด ทีนี้เขาจะใช้ชีวิตอย่างไร ตรงนี้ท่านสำรวจหรือไม่ ท่านสำรวจแต่สื่อมวลชนข้าราชการหรือ อย่างนี้ไม่สามารถตอบโจทย์ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนได้ครับโดยเฉพาะเรื่องของ ความปลอดภัย ทีนี้การวางแผนต่อไปคือวางแผนอะไรก่อนสร้าง เพราะผมถึงถามอย่างไรว่า การทำประชาพิจารณ์เข้าถึงพี่น้องประชาชนสัตหีบหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน มีการ ประชาสัมพันธ์อย่างไร สะพานลอยมีการก่อสร้างตรงจุดกับพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบ หรือไม่ ตามโรงเรียนหรือไม่ ตามชุมชนหรือไม่ หรือสร้างแล้วติดขัดอย่างไร มีการ ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐอื่นหรือไม่ ย้ายเสาไฟฟ้าอย่างไร เพราะตรงนี้ก็ยังติดขัดอยู่ สะพานข้ามแยกสะพานบกจำเป็นที่จะต้องมีหรือไม่ครับ อย่างไรและที่สำคัญครับบางจุด สร้างข้ามสะพานลอยไม่ได้เพราะเอกชนไม่ยอมรับ ทำไมท่านไม่วางแผนทำอุโมงค์ลอดข้าม ถนนเหมือนอย่างที่มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ เราคืออีอีซี (EEC) นะครับ เราคือภาพลักษณ์ของธุรกิจนะครับ ผมว่าเราควรมี ศาลารอรถครับท่านประธานครับ และที่ สำคัญทางเท้าผู้พิการ ถ้าท่านไปเห็นในภาพถ้าย้อนหลังไปนะอีก ๒ ภาพเหมือนเขาวงกต เดี๋ยวเลี้ยวซ้ายทีเลี้ยงขวาที ผู้พิการไม่เดินทางตรง เดี๋ยวซ้ายบ้างขวาบ้างครับ แล้วสร้างมายัง ไม่ยังไม่ถึงปีพังแล้วถ้าดูในรูป ลองย้อนกลับไปอีก ๒ รูปนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งอำนวยความ สะดวกของผู้พิการ ไฟแดงครับท่านประธาน ตอนนี้ถนนจาก ๔ เลนเป็น ๘ เลนผู้พิการจะข้าม อย่างไร ท่านประธานครับ งบประมาณเกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ๓ ตอนนี้นะครับ ทราบไหม สัญญาณไฟจราจรยังเอาของเก่ามาใช้เลยเราอยู่อีอีซี (EEC) แล้วเราจะเป็นอีอีซี (EEC) สัตหีบ อยู่ใกล้สนามบินนานาชาติอู่ตะเภาที่สุด เราควรที่จะต้องมีสัญญาณไฟดิจิทัล (Digital) แต่ทราบไหมครับ ผมลงพื้นที่พร้อมกับพี่น้องประชาชน ผู้นำชุมชนยังเอาสัญญาณไฟจราจร อันเก่าที่เดิมมาใช้มาปักอยู่แล้ว ท่านประธานไปดูได้นะครับที่กิโลเมตร ๑ ทีนี้ระหว่างก่อสร้าง ขอหน้าสุดท้ายต่อ อันนี้คือภาพที่เห็นไหมครับ เส้นเหลือง ๆ ผู้พิการตาบอดก็ต้องเลี้ยวซ้าย เสร็จตรงไป เลี้ยวขวาเสร็จแล้วก็เลี้ยวซ้าย อันนี้คือสิ่งที่กรมทางหลวงได้สร้างไว้ นี่ก็ยังไม่ได้ใช้ เลยนะ มีเป็นหลุมเป็นบ่อแล้วนะครับ ทีนี้ขอหน้าสุดท้ายครับระหว่างก่อสร้าง ระหว่าง ก่อสร้างนี่สำคัญมาก แล้ววันนี้เปิดเทอมแล้วครับ ชั่วโมงเร่งด่วน ๘ โมง กับ ๔ โมงเย็น ถนนจาก ๔ เลนเหลือเลนเดียวครับ จากระยะทาง ๒ กิโลเมตรเคยวิ่งอยู่ ๑๐ นาทีเดี๋ยวนี้ ๑ ชั่วโมงครึ่ง ตั้งแต่นาจอมเทียนยันสัตหีบระยะทาง ๓๐ กิโลเมตรครับ ผมรวม ๆ แล้วน่าจะ ประมาณ ๒ ชั่วโมงกว่า ๆ สมัยก่อนเราวิ่งกันแค่ครึ่งชั่วโมงแต่เรายอมรับได้ครับเพราะมันคือ การก่อสร้างถนนเพื่อพัฒนารองรับการพัฒนาประเทศ แต่ทีนี้คนที่อยู่สัตหีบเขาจะอยู่อย่างไร ถามว่าเราจะแก้อย่างไร ท่านวางแผนสิครับ ท่านมีตารางเวลาให้หน่อยสิครับ ว่าตอนนี้ กิโลเมตรที่เท่านี้ ๕๐๐ เมตรนี้จะสร้างเสร็จวันนี้ วางแผนเปิดช่องทางอย่างไร ๑ ๒ ๓ ๔ คุยกับจราจรเขา อันนี้คือสิ่งสำคัญที่สุดที่ผมจะนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ทั้งไฟส่องสว่างโดยเฉพาะตอนกลางคืนด้วยครับ ไฟส่องสว่างไฟเตือนน้อยมากครับ ท่านประธานครับ ไม่มีสัญญาณไฟจราจรครับ แบริเออร์ (Barrier) ที่ตั้งอยู่บางทีผมขับรถไปดู ไปตรวจพื้นที่ก็วางซ้ายบ้างขวาบ้าง ตรงนี้คือสิ่งที่เราต้องกำชับเจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ใช้มาตรการหรือมาตรการเข้มงวดอำนวยความสะดวกหรือเล็งเห็น ถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนสัตหีบครับ อีกหลายเรื่องครับ แม้กระทั่งเรื่องฝุ่นที่มา ทุกหน้าหนาว แม้กระทั่งเรื่องทรายที่อยู่บนถนน ขับรถมอเตอร์ไซค์อยู่ดี ๆ ก็คว่ำ เพราะว่า คือทราย ทรายทำให้ล้อรถมอเตอร์ไซค์ลื่น ป้ายเตือนเสาไฟฟ้า ผมเข้าใจเสาไฟฟ้า เสาไฟฟ้า ท่านต้องควรประสานล่วงหน้ากับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องที่ดูแลเรื่องไฟฟ้า สิ่งสำคัญ ระยะเวลาก่อสร้าง พี่น้องประชาชนที่อยู่ริมถนนสุขุมวิทตั้งแต่สัตหีบไปยันพัทยา แจ้งเขาว่า ระยะก่อสร้างเดี๋ยว ๒ วันเสร็จ อาทิตย์หนึ่งเสร็จ มันไม่ใช่อย่างนั้นครับ มันเป็น ๒ เดือน ๓ เดือนครับท่านประธาน อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าถ้ามีความแน่ชัดการวางแผนที่เป็นระบบ การบริหารจัดการที่มีระบบจะช่วยบรรเทา ความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนได้อย่างมากครับ การวางแผนจราจรโครงการการก่อสร้างนั้น มีการวางแผนการจราจรดีหรือไม่อย่างไรนะครับ โดยเฉพาะจุดกลับรถหรือจุดยูเทิร์น (U-Turn) ครับ ปัจจุบันนี้บางจุดเคยกลับรถอยู่ ๑๐๐ เมตร ๒๐๐ เมตรเราไม่ว่า เราไปกลับ ๕๐๐ เมตรก็ไม่ว่า แต่ปัจจุบันไปกลับรถถึง ๒ กิโลเมตร กว่าจะส่งลูกไปเรียนทีกลับมาขาย ของหน้าถนนสุขุมวิทใช้เวลาชั่วโมงกว่าขายไม่ได้ อันนี้เขาเรียกขาดรายได้ครับ ผมถึงบอก ท่านประธานว่าทั้งระยะเวลาก่อสร้างหรือระหว่างก่อสร้าง เวลาคือสิ่งสำคัญ เวลาคือสิ่ง สำคัญที่จะหารายได้ไปส่งครอบครัวอยู่กับครอบครัวนะครับ🔗
เรื่องต่อไป น้ำท่วมขังช่วงขณะก่อสร้างหรือระหว่างก่อสร้าง จุดเดิม ๆ ตลอด ซึ่งผมก็จะแจ้งข่าวตลอดว่าใกล้หน้าฝนแล้วนะพฤษภาคมนี้ ท่านจะต้องดูเรื่องระบายน้ำ ท่อน้ำท่านเห็นไหมครับ จุดนี้จุดเดิมตลอด โอเค (OK) ผมยอมรับประมาณ ๒-๓ ชั่วโมงหาย แต่ท่านประธานครับ น้ำที่เข้ามาในบ้านท่านเยียวยาเขาหรือไม่อย่างไร น้ำที่เข้าไปในบ้านที่มี ทุกครั้งจนทุกวันนี้เขาไม่ต้องอยู่ชั้นหนึ่งแล้วต้องไปอยู่ชั้นสอง ตรงนี้ผมฝากท่านประธาน ในเรื่องของน้ำท่วมขังด้วย🔗
แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่หน้านี้ก็คือค่าใช้จ่ายในการต่อท่อน้ำเสีย อันนี้ผมพูดให้ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ว่าค่าใช้จ่ายพี่น้องประชาชนสัตหีบเราอยู่มาก่อน ๑๐ ปี ๒๐ ปี ๓๐ ปี หรือเป็น ๑๐๐ ปี ท่านมาสร้างถนน ท่านมาตัดท่อน้ำทิ้งเรา แต่เราต้องไปจ่ายค่าต่อ ท่อน้ำทิ้งเองครับ ประชาชนไม่เข้าใจ ทีนี้ท่านบอกว่าท่านไม่มีกฎหมายรองรับหรือไม่มี มาตรการรองรับ เรื่องนี้ต้องนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ว่าเราจะแก้ไขอย่างไรไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน🔗
ขออนุญาตย้อนสไลด์ (Slide) ไปอีก ๒ หน้า เป็นเรื่องของการทำมาหากิน ถ้าท่านประธานเห็นรูปนี้จะรู้เลยว่าการก่อสร้างถนนนะครับ ประชาชนไม่ต้องอยู่แล้ว ปกติชั้นหนึ่งจะเป็นค้าขายใช่ไหม เดี๋ยวนี้ต้องเปลี่ยน ชั้นหนึ่งเป็นชั้นนอน ชั้นสองนี้ ไว้ค้าขาย เดี๋ยวท่านประธานดูในรูปนะครับ ก็คือการสร้างถนน การวางแผนถนนสูงขึ้นมาการวางแผน ท่านทำอย่างไร รูปนี้ท่านประธานเห็นไหมครับ การก่อสร้างถนนกำแพง ชั้นที่หนึ่งไม่ต้องขาย ของเลย ชั้นที่หนึ่งนี่คือนอนเลยแล้วก็เปลี่ยนเป็นขายของชั้นสองดี อันนี้คือวิถีชีวิต ที่เปลี่ยนไป ท่านประธานครับ แล้วที่สำคัญที่ผมอยู่มา ๓ ปี ๔ ปีที่เห็นการก่อสร้างถนน สิ่งที่เราเจอคือผมจะเห็นป้ายเขียนตลอดว่า เช่า เซ้ง เลิกกิจการ นี่คือสิ่งที่ผมจะบอกว่าเมื่อใด ก็ตามถ้านักธุรกิจหรือค้าขายหรือการประกอบธุรกิจบริเวณถนนสุขุมวิทการก่อสร้างนั้น ถ้าสายป่านไม่ยาว ทุนไม่หนาเขาก็ต้องเลิกกิจการไป ทีนี้ทำอย่างไรก็ต้องมีนักลงทุนคนใหม่ ซึ่งไม่ใช่คนในพื้นที่สัตหีบ ซึ่งเป็นคนที่อื่นมาลงทุน แล้วทีนี้ผู้ที่โซน (Zone) สัตหีบก็ไม่มีรายได้ มันเกิดอะไรท่านประธานครับ มันเกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม แล้วความเหลื่อมล้ำทาง สังคมคือคนในสัตหีบที่ผมอยู่ ผมเป็นผู้แทนอยู่ครับ เมื่อพูดถึงระยะเวลาก่อสร้างผมก็ นำเรียนท่านประธานนะครับ ทีนี้เรามาดูหลังก่อสร้าง ผมทราบว่าท่านประธานต้องทราบอยู่ แล้วผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าเราสร้างถนน เรามีสนามบิน เรามีรถไฟฟ้าความเร็วสูงเพื่ออะไร เพื่อรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ทีนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เขาได้อะไรจากการก่อสร้างถนน ท่านวางแผนหรือไม่อย่างไรว่าตามหลักวิศวกรของท่าน เวลาท่านมาเป็นที่ปรึกษาบอกว่า ความปลอดภัยแบบนี้ ความสะดวกสบายแบบนี้ รายได้จะถึงมือผู้ประกอบการรายได้น้อย หรือปานกลางอย่างไร พี่น้องสัตหีบของผมคือผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางไม่ได้มีรายได้สูง ไม่ใช่ระดับไฮเอนด์ (High End) ท่านจะบอกว่าท่านสร้างไว้เพื่อเป็นเมืองธุรกิจ แต่ประชากร ๑๗๕,๐๐๐ คน ประชากรแฝงรวมแล้วเป็น ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนคือผู้มีรายได้น้อยไม่ใช่ ไฮเอนด์ (High End) เขาจะเอาเงินจากรายได้การท่องเที่ยวที่บอกว่าจะมีการท่องเที่ยวเข้ามา เป็นเมืองธุรกิจการพักผ่อนจะเอาเข้ากระเป๋าเขาอย่างไร รถมอเตอร์ไซค์จะเอาเข้ากระเป๋า อย่างไร วินมอเตอร์ไซค์ แม่ค้า พ่อค้า อาชีพรับจ้าง หรือแม้กระทั่งอาชีพข้าราชการ รวมถึง อาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับรถสาธารณะเราจะเอาเข้ากระเป๋าอย่างไร นั่นคือการเดินทาง ที่สะดวกแล้ววางแผนอย่างเป็นระบบว่าแต่ละจุดนั้นตลาดอยู่ตรงไหนกลับรถอย่างไร ชุมชนนี้ อยู่ตรงไหนกลับรถอย่างไร โรงเรียนนี้อยู่ตรงไหนกลับรถอย่างไร มีสะพานแค่ไหน อันนี้คือสิ่ง ที่เป็นการรวมทั้งหมดของการบริการจัดการของการก่อสร้างในพื้นที่อำเภอสัตหีบไม่ว่าจะ เป็นก่อนก่อสร้าง ระหว่างก่อสร้าง และก่อสร้างเสร็จครับ🔗
ทีนี้ผมขอดูสไลด์ (Slide) ก่อนหน้าสุดท้ายที่เป็นรูปญี่ปุ่น อันนี้ผมไปดูมา เมื่อวานผมก็เห็นอยู่ ท่านประธานครับ ที่ญี่ปุ่นนี่ เจแปน ฟิกซ์ ฟูกูโอกะ ซิตี ซินโคล อิน ทู เดย์ (Japan Fixes Fukuoka City Sinkhole In 2 Days) ๒ วันเขาสร้างเสร็จแล้วนะครับ ตรงนี้ ผมฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมด้วยครับ สำหรับคำถาม ครับท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ การก่อสร้างถนน รอบเมืองสัตหีบของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมมีการเยียวยาผู้อยู่อาศัย หรือ ผู้ประกอบการ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบค่าใช้จ่ายในการต่อท่อระบายน้ำ ค่าใช้จ่ายจากการเกิดอุบัติเหตุ ค่าใช้จ่ายจากการเกิดอุบัติเหตุจากการก่อสร้างถนนค่าใช้จ่าย ที่เกิดจากน้ำท่วมขัง การเยียวยาผู้ประกอบการหรือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการ ก่อสร้างถนนรอบเมืองสัตหีบหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดคำถามที่ ๑ ขอบคุณครับ🔗
ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการมาเป็นผู้ตอบนะครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการได้ตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มาตอบกระทู้ของ ท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชมที่ท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ ได้มีความเป็น ห่วงเป็นใยพ่อแม่พี่น้องในชุมชนผู้ใช้ถนนเกี่ยวกับโครงการการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๓ ก็ต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่าทางหลวงหมายเลข ๓ ช่วงพัทยา-สัตหีบ เป็นโครงการเดิมจาก ๔ ช่องจราจรเพื่อจะขยายเป็น ๘ ช่องจราจรก็เพื่อรองรับเศรษฐกิจเขตพื้นที่อีอีซี (EEC) โดยจะสามารถเพิ่มการขนส่งเพิ่มศักยภาพทั้งหมด ซึ่งในการออกแบบได้มีการประชาสัมพันธ์ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนจากภาคประชาชนและภาคส่วนราชการจนได้รูปแบบที่มี ความเหมาะสมสอดคล้องกับแผนพัฒนาโครงข่ายถนนและวิถีชีวิตของชุมชนในภาพรวม อันนี้ก็ต้องกราบเรียนว่าในประเด็นที่ว่าก่อนเริ่มโครงการ โครงการใหญ่ ๆ ของทุกโครงการ ในกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะกรมทางหลวงก็จะต้องมีการเรียกว่าทำประชาพิจารณ์ลงไป คุยกับพี่น้องพื้นที่ประชาชนให้ทุกคนยอมรับตรงกัน ซึ่งก็อาจจะมีทั้งถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง แต่อย่างไรก็แล้วแต่สุดท้ายแล้วว่าส่วนใหญ่เห็นด้วยกับรูปแบบไหน กรมทางหลวงเราก็จะ พยายามทำออกมาตามรูปแบบความต้องการของพี่น้องประชาชนมากที่สุดนะครับ และจาก ที่ท่าน ส.ส. สะถิระ ได้กล่าวถึงปัญหาจริง ๆ ก็ต้องกราบเรียนว่าทางกระทรวงคมนาคมเรา ก็ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาในการก่อสร้างขยายถนนหมายเลข ๓ นี้มาตลอดเช่นกัน และนโยบายของกระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวงเองเราก็ได้บอกไปตลอดว่าการขยาย ถนนการก่อสร้างทุกสายในประเทศไทยเราเน้นมุ่งหวังว่าทำอย่างไรที่จะก่อสร้างแล้ว ลดปัญหา ลดความเดือดร้อนของพี่น้องผู้ใช้ถนนของประชาชนข้างเคียงให้มากที่สุด ต้องไม่ เป็นภาระ ต้องไม่สร้างความรบกวน อันนี้ก็พยายามกำชับไปทุกแขวง ทุกเขต รวมถึงผู้รับจ้าง ที่จะต้องมารับงานก็ต้องอยู่ในเงื่อนไขสัญญาที่ต้องทำให้ได้ตามระเบียบนะครับ และจาก ปัญหาที่ท่าน ส.ส. สะถิระ ได้ยกมา ผมขออนุญาตเผอิญว่ามีหลายประเด็น อย่างเช่น ประเด็นเรื่องการป้องกันน้ำท่วม อันนี้เบื้องต้นทางกรมทางหลวงก็ได้ประสานกับผู้รับจ้างก็ได้มี การดำเนินการก่อสร้างขุดวางท่อเหลี่ยมระบายน้ำทั้ง ๒ ข้างทางช่วยนะครับ เพื่อในการช่วย ระบายน้ำเหมือนอย่างรูปที่ท่านยกขึ้นมา แต่บางครั้งเนื่องจากว่าในช่วงมรสุมมีพายุเข้าหรือ น้ำทะเลหนุนสูงก็อาจจะทำให้การระบายน้ำก็อาจจะช้าไปสักนิดหนึ่ง แต่อย่างไรก็จะพยายาม เร่งระบายให้เร็วที่สุด อันนี้ก็ได้กำชับไป🔗
ปัญหาเรื่องไฟส่องสว่าง การก่อสร้างของโครงการขณะนี้ก็ได้ใช้ไฟแสงสว่าง ที่มีอยู่เดิมของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ แล้วนอกจากนี้นะครับ ตอนนี้ก็ได้เสริมไฟฟ้า แสงสว่างตามแนวแบริเออร์ (Barrier) ทั้งหมดนะครับ แต่ถ้ามีตรงไหนยังขาดตกหรือตรงไหน ยังมืดท่านก็ให้ข้อมูลเพิ่มเสริมเติมเข้ามาได้ ก็จะได้ประสานไปทางผู้รับจ้างประสานไปยัง ผู้เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ปัญหาเรื่องฝุ่นระหว่างการก่อสร้างโครงการนะครับ ก็ได้ มอบหมายให้บริษัทผู้รับจ้างก็ใช้รถบรรทุกน้ำฉีดพ่นน้ำเป็นระยะเพื่อป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจาย ในระหว่างการก่อสร้าง🔗
แล้วก็มีเรื่องที่ท่านยกขึ้นมาก็คือผู้ประกอบการที่ทำมาหากินไม่ได้ที่เป็นภาค ของอาคารพาณิชย์ ๘ คูหา อันนี้ผมก็ได้ลงสอบถามในรายละเอียดเบื้องต้นว่ารูปแบบการ ก่อสร้างตรงนั้นก่อนก่อสร้างได้ลงไปพูดคุยเอาแบบไปให้กับเจ้าของอาคารทั้ง ๘ หลัง ตรงนั้นให้เลือกแบบแล้ว🔗
แล้วก็สุดท้ายก็ได้มีการตกลงพูดคุยกันว่าให้มาเลือกเป็นในแบบอย่างภาพ ที่ท่าน ส.ส. ได้ยกขึ้นมา อันนี้ก็เป็นการตกลง ล่าสุดก็คือได้พูดคุยกันทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วก็ จะปรับแก้กันแล้วก็จบลงด้วยดีแต่อย่างไรก็จะติดตามให้อีกครั้งหนึ่งว่าการแก้ปัญหาเป็นที่ พอใจของพี่น้องประชาชนหรือไม่นะครับ ส่วนในคำถามเรื่องการเยียวยาทั้งหมดก็ต้อง กราบเรียนว่ามันก็มีระเบียบ มีข้อกฎหมาย อย่างเรื่องแรกท่านถามว่าจะเยียวยาเรื่องค่าใช้จ่าย ในการต่อท่อระบายน้ำจริง ๆ ถ้าตามกฎหมายผู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดไม่ ว่าจะเป็นค่าท่อ ค่าดำเนินการ ค่าขุดวาง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทางโครงการได้ประสานผู้รับจ้าง เพื่อทำการช่วยลดค่าใช้จ่ายแล้วก็อำนวยความสะดวกนะครับ ก็คือของทางผู้รับจ้างบริษัท ก็จะไม่คิดค่าดำเนินการ หมายความว่าตรงนี้เราจะดำเนินการให้ ทางผู้รับจ้างจะดำเนินการ ให้ในการต่อท่อโดยที่พี่น้องในชุมชนตรงนั้นไม่ต้องเสียค่าในการดำเนินการ อาจจะเสียแค่ ค่าวัสดุ ส่วนค่าดำเนินการติดตั้งทางบริษัท ทางกรมทางหลวงจะเป็นผู้ดูแลให้ กรณีการเยียวยา ค่าใช้จ่ายอุบัติเหตุที่เกิดจากการก่อสร้างถนน อันนี้ท่านสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนมาได้เลยนะครับ เพราะว่าผู้รับจ้างเยียวยาเขาได้ทำประกันไว้ก็จะต้องมีจ่ายค่าใช้จ่ายเรียกว่าถ้าเป็นเหตุที่เกิด จากการก่อสร้าง อันนี้ผมต้องย้ำเพราะว่าหลายเคส (Case) หลายครั้งที่ถนนเส้นนั้นการเกิด อุบัติเหตุไม่ได้มาจากสภาพพื้นผิวถนน ไม่ได้เกิดจากการก่อสร้าง แต่อาจจะเกิดจากผู้ขับขี่ การขับขี่ การขับแซง การมึนเมา กรณีนี้ทางผู้รับจ้างจะไม่รับเยียวยา แต่ถ้าเกิดจากเป็นหลุม เป็นบ่อ ตกหลุม ตกบ่อแล้วทำให้เกิดความเสียหาย อันนี้สามารถมาเรียกร้องทางผู้รับจ้าง ก็จะเยียวยาก็ดูเป็นเคส ๆ ไปนะครับ เรื่องการเยียวยาจากน้ำท่วมขัง อันนี้ทางหลวงก็จะ รับผิดชอบยาวในกรณีที่ว่าเหตุเกิดจากน้ำที่มันท่วมขังจากการก่อสร้างจริง ๆ อย่างเช่นถ้าว่า การก่อสร้างถ้าทางผู้รับจ้างหรือทางหลวงทำคันดินกั้นน้ำหรือไปปิดท่อระบายน้ำตรงนี้ก็จะ เยียวยาให้พี่น้องชุมชนในละแวกนั้น แต่ถ้าเกิดจากภัยธรรมชาติ อย่างเช่นพายุหรือน้ำทะเล หนุนสูงตรงนี้ก็จะไม่ครอบคลุมนะครับ ก็ต้องกราบเรียนว่า ในทุก ๆ โครงการที่กรมทางหลวง หรือกระทรวงคมนาคมดำเนินการเราก็จะคำนึงถึงความต้องการของพี่น้อง ความสะดวก ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทุก ๆ คน แต่อย่างไรก็ตามมันก็อาจจะมีบางจุดบางที่ ที่อาจจะไม่ครบบ้าง อาจจะมีบางจุดที่ได้รับผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ทางกระทรวง คมนาคมก็ยินดีที่จะรับฟังข้อมูลที่ท่านให้มาเพื่อนำไปเป็นประโยชน์แล้วก็สั่งการในส่วนงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อในการแก้ไขต่อไปครับ🔗
ถามครั้งที่ ๒ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ สำหรับคำถามที่ ๒ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ชี้แจงนะครับ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเยียวยาว เรื่องการป้องกันน้ำท่วม หรือว่าการช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมจะพูดเป็นบรรทัดฐานไปในการทำถนนในพื้นที่อื่น ๆ ด้วยว่าการทำ ประชาพิจารณ์เราเข้าถึงมากน้อยแค่ไหน ท่านต้องมีเคพีไอ (KPI) ตัวชี้วัดว่ามันเข้าถึงตัว ประชาชนหรือไม่ อย่างไร เพราะว่าที่ท่านเชิญมาก็จะเป็นบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ผู้นำชุมชน จะเป็นนายกสมาชิกสภาเทศบาลหรือว่า อบต. ผู้นำชุมชน แต่สิ่งสำคัญก็คือกลุ่ม นักเรียน กลุ่มผู้ปกครอง กลุ่มอาชีพต่าง ๆ อาชีพพ่อค้า แม่ค้า แม่ค้าตลาด วินมอเตอร์ไซค์ รับจ้าง อาชีพรถรับจ้าง รถสาธารณะต่าง ๆ อันนี้ผมมองว่าควรที่จะเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่เขาใช้ รถใช้ถนนเป็นประจำ หรือแม้กระทั่งในพื้นที่นั้น ๆ ที่เขาจังหวัดไหน พื้นที่ไหน อำเภอไหน ที่มีผู้ประกอบอาชีพอย่างไร อันนี้คือสิ่งที่เราต้องมองเล็งเห็นว่าเราแยกประเภทการทำ ประชาพิจารณ์เขาจะมีหัวหน้ากลุ่มของเขาอยู่แล้ว ตรงนี้ผมฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีด้วย สิ่งที่เราพูดมาวันนี้ก็คือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ หรือสิ่งที่เราผ่านมาแล้ว แต่ทีนี้ อนาคตสิ่งที่เราจะต้องเตรียมเมื่อเราทำไปแล้วแล้วมันไม่ประสบความสำเร็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีอะไรประสบความสำเร็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ดีที่สุดคืออะไรครับ พี่น้องประชาชนได้รับ การบริการจากภาครัฐหรือจากรัฐบาลที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าการเรื่องทำมาหากิน เรื่องความ ปลอดภัยในชีวิตคืออะไรครับ เราวางแผนว่าต่อจากนี้เราจะทำอะไร ท่านประธานครับ สัตหีบจาก ๔ เลนเป็น ๘ เลน คำถามแรกเลย นักเรียนจะข้ามถนนอย่างไรถ้าไม่มีสะพานลอย นักเรียนจะข้ามถนนอย่างไร ถ้าไม่มีไฟแดง ไม่มีทางม้าลาย ในเรื่องนี้ผมจะขอท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ด้วยว่าเราควรจะมีไหม สัญญาณไฟจราจรที่พัฒนาแล้ว เป็นสัญญาณดิจิทัล สัญญาณข้าม ถนนสำหรับเยาวชน สำหรับนักเรียนตามโรงเรียนต่าง ๆ ของผมมีทั้งหมด ๒๔ โรงเรียน ของรัฐบาล อีกประมาณ ๑๐ โรงเรียนของเอกชน ทุกวันนี้ยังมีไม่ครบจุดเลย และนักเรียนอยู่ ประมาณ ๓๔,๙๕๕ คนที่ต้องเรียนอยู่ที่อำเภอสัตหีบ ซึ่งเขาต้องเติบโตไป อาจจะมาเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแทนผมก็ได้ เป็นแทนรัฐมนตรีก็ได้ ตรงนี้คือสิ่งที่เราเป็นกังวล ที่ผมเป็น กังวลแทนผู้ปกครองพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบครับ ท่านประธานครับ นอกจากอุโมงค์ ลอดแล้ว เรายังมีอะไรที่ต้องทำอีก นอกจากสัญญาณไฟจราจรที่เป็นดิจิทัลแล้ว อุโมงค์ลอดนี่ ก็สำคัญครับ อุโมงค์ลอดนี่คือการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ผมว่างบประมาณประมาณไม่เกิน เมื่อ ๕ ปีที่จุฬาทำประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าบาท งบประมาณเขาการจัดตั้ง ตัวเลขกลม ๆ ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัย ทีนี้เมื่อเปรียบเทียบกับการก่อสร้างสะพานลอย อุโมงค์ลอด ข้ามถนนมันสามารถทำได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ท่านมองว่าเป็นแอโรโทรโพลิส (Aerotropolis) เมืองธุรกิจการบิน ถ้านักท่องเที่ยวหรือนักลงทุนลงสนามบินนานาชาติอู่ตะเภามามาเห็น นี่สะพานลอยเมืองไทยหรือ นี่สะพานลอยเมืองไทยเป็นแบบนี้หรือ มันควรที่จะต้องเป็นแบบ พัฒนาแล้วหรือไม่ หรือทันสมัยหรือไม่ อย่างไร อันนี้ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมด้วยครับ🔗
ทีนี้คำถามที่ ๒ มีบางประเด็นที่อาจจะซ้ำคำถามแรก แต่รบกวนท่านรัฐมนตรี ช่วยตอบประเด็นที่แตกต่างออกไปนะครับ คำถามที่ ๒ กระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวง มีมาตรการเข้มงวดเพียงใดต่อผู้รับเหมาและตั้งใจอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน มากแค่ไหนขณะก่อสร้าง ขณะก่อสร้างถนนรอบเมืองสัตหีบ ทั้งเรื่องการป้องกันน้ำท่วม ป้องกันฝุ่น ป้องกันทราย ไฟส่องสว่าง สัญญาณไฟเตือน และนี่สำคัญที่สุดครับ การเร่ง ดำเนินการก่อสร้างแต่ละจุดมีผลต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบอย่างมาก โดยเฉพาะที่ผมพูดตลอดคือเรื่องเวลาทำมาหากิน และเวลาในการใช้ชีวิตประจำวัน และเวลา ที่จะพักผ่อนอยู่กับครอบครัว และมีการเปิดทางให้กับผู้ประกอบการได้ค้าขายหรือไม่ พร้อมเส้นทางที่มีคุณภาพ ไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ สะพานข้ามแยก สะพานลอยมีเพียงพอหรือไม่ หรือกำหนดจุดความต้องการของพี่น้องประชาชนหรือไม่ แล้วสุดท้ายครับ เวลาพี่น้องผู้พิการ ข้ามถนน ผู้ช่วยผู้พิการข้ามถนนเขาจะข้ามอย่างไร ใช้ถนนอย่างไร อันนี้ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพนะครับ ต่อคำถามที่ ๒ จริง ๆ ก็ครอบคลุมไปในคำถามแรกพอสมควร แล้วเดี๋ยวผมก็จะขออนุญาตเสริมในเรื่องจุดกำหนดสะพานลอยของโครงการ เบื้องต้นทาง กรมทางหลวงก็ได้ออกแบบแล้วก็กำหนดจุดไว้ เบื้องต้นเรียกว่ากำหนดจุดไว้หลายจุด แล้วก็ ตอนนี้อยู่ในช่วงการผ่านขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่เพื่อให้ตรงกับความ ต้องการของพี่น้องประชาชนในการกำหนดจุด อย่างไรก็ตามผมก็จะเรียนเชิญไม่ว่าจะเป็น ท่าน ส.ส. พี่น้องประชาชน เวลากรมทางหลวงของเราลงไปก็อยากจะให้ช่วยออกมากันเพื่อ ออกมาแสดงความคิดเห็นให้ได้ในสิ่งที่พี่น้องต้องการที่สุดว่าอยากได้สะพานลอยในจุด ตรงไหนบ้าง ซึ่งตรงนี้อยู่ในแผนที่ทางกรมทางหลวงเราได้เตรียมไว้ทั้งหมดอยู่แล้ว แต่อย่างไร ก็ดีผมก็เน้นย้ำไปทางกระทรวงคมนาคมตลอดว่าทำอะไรให้คำนึง ให้ฟังเสียงคนในพื้นที่ ให้ฟังเสียงความต้องการในพื้นที่เป็นหลักนะครับ🔗
ส่วนเรื่องการกำชับของผู้ประกอบการ ก็ต้องเรียนท่าน ส.ส. ว่าทุกโครงการ เราได้กำชับผู้ประกอบการไม่ใช่เฉพาะโครงการขนาดใหญ่เท่านั้นครับ เพราะว่าทุกโครงการ เราก็ได้กำชับว่าผู้ประกอบการทั้งหมดก็ต้องรับผิดชอบให้เสร็จ แล้วก็ทำตามสัญญาที่ได้ เซ็นไว้ แล้วทุกอย่างก็ต้องไม่เป็นการสร้างความเดือดร้อน สร้างภาระให้กับพี่น้องประชาชน ผู้ใช้ถนน ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนบ้านใกล้เรือนเคียงทั้งหมดตรงนี้ ถ้าตรงไหน มีผลกระทบหรือมีสิ่งที่ทำไปแล้วอาจจะก่อให้เกิดความเดือดร้อน หรือให้การใช้ ชีวิตประจำวันอาจจะยากขึ้น ตรงนี้ก็ต้องกราบขออภัย แต่อย่างไรก็ตามเราก็ได้กำชับตลอด ว่าทุกอย่างให้ดูแล โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ให้เน้นในจุดนี้ ความสะดวกสบายให้พี่น้อง ประชาชนไม่ว่าจะเป็นเรื่องการป้องกันน้ำท่วม ผมก็ได้เน้นย้ำตลอดของกรมทางหลวงว่าให้ ทางผู้รับจ้าง แล้วก็ความสะดวกสบายให้พี่น้องประชาชนนะครับไม่ว่าจะเป็นเรื่องการป้องกัน น้ำท่วม ผมก็ได้เน้นย้ำตลอดของกรมทางหลวงว่าให้ทางผู้รับจ้างท่านต้องติดตั้งที่ระบายน้ำด้วย แล้วก็ขุดท่อวางไซด์เดรน (Side Drain) ทั้งสองข้างเพื่อช่วยลดน้ำซึ่งอันนี้ผู้ประกอบการเรา ก็รับแล้วก็ปฏิบัติตามตรงนี้ผมก็ให้ไปตรวจดู หรือจะกรณีไฟส่องสว่างก็ให้ไปเช็ก (Check) ดูว่าในช่วงกลางคืนก็มีการติดตั้งไฟนอกจากแนวเสาไฟเดิมแล้วก็จะมีการติดตั้งไฟทุก แบริเออร์ (Barrier) แต่ถ้าตรงไหนมันดับหรือมันขาดไปตรงนี้ก็ขออนุญาตว่าท่านก็แนะนำให้ ข้อมูลเพิ่มเติมมาผมก็จะได้เร่งรัดผู้รับจ้างให้ไปดำเนินการต่อไปนะครับ ส่วนการดำเนินการ ก่อสร้างถ้าตามแผนได้ก็จะเสร็จประมาณกลางปีหน้าประมาณพฤษภาคม ๒๕๖๖ ซึ่งขณะนี้ถ้าถามว่างานล่าช้าไหมก็ยังถือว่าอยู่ในตามแผนอยู่ในตามไทม์ไลน์ (Time Line) กำหนดการผมก็จะได้พยายามเร่งรัดว่าขอให้เสร็จเร็วที่สุดก็ให้ผู้รับจ้าง ถ้าไม่ได้ติดปัญหา เรื่องมีพายุเข้าน้ำท่วมมากมายหรือปัญหาโควิด (COVID) ที่จะทำให้ต้องล่าช้าไปทุกอย่าง ก็น่าจะเสร็จออนไทม์ (On Time) ตรงที่พฤษภาคม ๒๕๖๖ แต่ในระหว่างทางนั้นนะครับ ผมก็รับคำแนะนำของท่าน ส.ส. นะครับที่ว่าตรงไหนเสร็จเป็นช่วงเป็นระยะผมก็จะบอกให้ ทางกรมทางหลวงประสานกับผู้รับจ้างให้แจ้งประชาสัมพันธ์ในพื้นที่เพิ่มเติมว่าวันนี้ เดือนนี้ อาทิตย์นี้ เราจะทำช่วงนี้ เราจะปิดตรงนี้เพื่อที่ให้พี่น้องประชาชนตรงนั้นเขาจะได้วางแผน บริหารจัดการการใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นครับ ก็ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ครบ ๒ คำถามแล้วนะครับ🔗
ขออนุญาตชี้แจงเสนอแนะ ๑ นาที ได้ไหมครับท่านประธาน🔗
เพิ่มเติมได้ นิดหน่อยครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ขออนุญาต เสนอแนะและชี้แจงต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ขออนุญาตสักครู่หนึ่ง ๑ นาทีครับ ผมขออนุญาตเสนอแนะท่านรัฐมนตรีในเรื่องของช่องทางการร้องเรียนและ ช่องทางการแสดงความคิดเห็นว่าปัจจุบันในกรมทางหลวง พี่น้องประชาชนยังรับทราบ น้อยมากสำหรับช่องทางการร้องเรียนการก่อสร้างถนน แล้วก็การรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนครับ ขออนุญาตแค่นี้ครับขอบคุณครับ🔗
จบวาระ ๑.๒ ของกระทู้ถามทั่วไปนะครับ ต่อไป ๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ก็ดำเนินการที่ห้องกระทู้ถาม แยกเฉพาะนะครับ🔗
ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ท่านรัฐมนตรี และท่านผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ตอนนี้สภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดการประชุมเป็นที่เรียบร้อยนะครับ ขณะนี้ก็เข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๑ เป็นเรื่องกระทู้ถาม ในที่ประชุมใหญ่ท่านประธานกำลังดำเนินการให้มีการถามกระทู้ถามสดด้วยวาจา แต่ของเราเป็น ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ วาระที่ ๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอเรียนที่ประชุมทราบว่าเพื่อ ประโยชน์ในการถามและตอบกระทู้ถามของผู้ตั้งกระทู้ถามและของท่านรัฐมนตรี ผมขอสลับ ลำดับการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะเป็นดังนี้นะครับ คือสลับคิวระหว่างห้องประชุมใหญ่กับ ห้องประชุมเล็กให้ไปด้วยกันได้นะครับ ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๙๐ ของท่าน ส.ส. สะถิระ เผือกประพันธุ์ ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๙๑ ของท่าน ส.ส. สะถิระ เผือกประพันธุ์ ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๙๓ ของท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๙๔ ของท่าน ส.ส. บุญรื่น ศรีธเรศ ลำดับที่ ๕ กระทู้ถาม แยกเฉพาะที่ ๓๙๒ ของท่าน ส.ส. อัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๓๙๕ ของท่าน ส.ส. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช มีการปรับสลับอย่างนี้ผู้ตั้งกระทู้ถามคง ไม่ขัดข้องนะครับ🔗
สำหรับการถามตอบกระทู้แยกเฉพาะในห้องประชุมแยกเฉพาะนี้นะครับ ผมขออนุญาตทำความเข้าใจท่าน ส.ส. และท่านรัฐมนตรีนิดหนึ่งนะครับว่ากระทู้ถาม แยกเฉพาะนี้เรามีเวลาทั้งหมด ๒๐ นาทีแต่ละกระทู้ ผู้ถามใช้เวลา ๑๐ นาที ผู้ตอบก็จะ ใช้เวลาตอบแค่ ๑๐ นาทีนะครับ ฉะนั้นเพื่อจะบริหารจัดการเรื่องเวลาให้มันได้ ถามตอบได้ ๒ ครั้ง จะให้สิทธิท่านถามและตอบได้ ๒ ครั้ง ถามครั้งที่ ๓ ได้ต้องได้รับอนุญาตจากประธาน ในที่ประชุมในกรณีที่คำตอบตอบได้ยังไม่หมดประเด็น มีประเด็นหลัก ๆ มีความสำคัญที่ ค้างคาใจซึ่งจำเป็นต้องได้รับคำตอบ ต้องได้รับอนุญาตจากประธานในที่ประชุมถึงจะถามได้ ต่อไปนี้เป็นระเบียบวาระที่ ๑.๓🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
๑.๓.๑ กระทู้ถาม ที่ ๓๙๐ เรื่อง การพัฒนาการท่องเที่ยวในชุมชน เพื่อดึงดูดและรองรับนักท่องเที่ยวในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี (นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือนายบุญเสริม ขันแก้ว รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว ต่อไปขอเชิญท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ ได้ถาม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตสัตหีบ จังหวัดชลบุรี กราบเรียน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาด้วย ท่านประธานครับ อำเภอสัตหีบของ ผมเป็นอำเภอที่อยู่ชายฝั่งทะเล แล้วก็เป็นอำเภอที่มีพี่น้องประชาชนอาศัยอยู่ตามทะเบียน บ้าน ๑๗๐,๐๐๐ คนคร่าว ๆ ตัวเลขกลม ๆ แล้วก็มีประชากรแฝงรวมประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ คน ซึ่งอนาคตซึ่งเป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกครับ ท่านประธานครับ ก็คาดว่าตามที่นโยบายรัฐบาลจะมีพี่น้องประชาชน การเคลื่อนย้ายที่อยู่จะเข้ามาหลัก ๓-๔ เท่าหรือประมาณ ๓-๔ ล้านคนในจังหวัดชลบุรี เพราะฉะนั้นรายได้หลักของประเทศเลย เมื่อ ๒ ปีที่แล้วก่อนโควิด (COVID) เข้ามายังอยู่ที่ ๒ ล้านล้านบาท หรือเราคาดการณ์ไว้ว่า ๒.๕ ล้านล้านบาทในอนาคต แต่เมื่อโควิด (COVID) เข้ามาครับท่านประธาน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้รายได้หลักของประเทศ ซึ่งเป็นเทียบเท่าจีดีพี (GDP) โดยหลัก ๆ เลยลดหายไปอย่าง น่าใจหาย เราเป็นอำเภอเล็ก ๆ อำเภอสัตหีบมีอยู่ ๕ ตำบลครับ ตำบลบางเสร่ ตำบลนาจอมเทียน ตำบลแสมสาร ตำบลพลูตาหลวง และตำบลสัตหีบ ๕ ตำบลนี้เรามีเอกลักษณ์ เรามีความเป็น ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นอาชีพประมง อาชีพค้าขาย อาชีพธุรกิจ ธุรกิจเราไม่ใช่ธุรกิจใหญ่โต ธุรกิจเราสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนในอำเภอสัตหีบทั้ง ๕ ตำบล แต่ท่านดูจาก ตัวเลขนะครับ สถิตินักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในจังหวัดชลบุรีปี ๒๐๒๑ หรือปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่ที่ ๒,๗๘๔,๖๔๔ คน ต่างชาติอยู่ที่ ๒๙,๐๐๐ คน แต่ปีนี้ครับ เดือนมกราคมเรา ๓ เดือน เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม อันนี้ข้อมูลจากการ ท่องเที่ยวนะครับ อยู่ที่ ๒,๗๙๐,๐๐๐ คน ๓ เดือนเท่านั้น นักท่องเที่ยวชาวไทยมาเที่ยวเทียบ กับปี ๒๐๒๑ ทั้งปี เมื่อปีที่แล้วทั้งปี เพราะฉะนั้นเรามีจำนวนนักท่องเที่ยว ๓ เดือนเทียบเท่า กับปีที่แล้วถึง ๒,๗๙๐,๐๐๐ คน ถ้าพูดถึงรายได้ อันนี้ผมยังไม่พูดถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะว่ายังไม่ได้เข้ามาเต็มรูปแบบ นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในจังหวัดชลบุรีรายได้นะครับ นักท่องเที่ยวไทยปีที่แล้ว ๑๑ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ ก่อน ปีนี้ ๓ เดือน ๑๕ ล้านบาท คำถามที่ผมจะถามต่อไปในที่ผมจะชี้แจงท่านประธานผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีครับ ว่าแผนพัฒนาปี ๒๐๒๓ ถึงปี ๒๐๒๕ ท่านมีแผนพัฒนาให้อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้แผนพัฒนาทำไมผมถึงอยากทราบ รายได้จากการท่องเที่ยว รายได้ที่ สามารถจับต้องได้ ตัวเงินที่จะเข้ากระเป๋าแม่ค้า ตัวเงินที่จะเข้ากระเป๋าพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นอาชีพรับจ้างประมง อาชีพค้าขาย อาชีพนักธุรกิจ อาชีพรถสาธารณะหรืออีก มากมาย ท่านมีแผนอย่างไร เพราะว่าถ้าเราเข้ามาหรือการพัฒนาอย่างที่ท่านบอกในเขต พัฒนาพิเศษภาคตะวันออกที่ท่านเรียกว่า บี ลิชเชอร์ เดสทิเนชัน ฮาร์โมนี ออฟ บิสสิเนส แอนด์ ลิชเชอร์ (B-Leisure Destination-Harmony of Business and Leisure) ก็คือการ ผสมผสานระหว่างธุรกิจและการท่องเที่ยว ผมกลับมองว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน ธุรกิจ ถ้าเป็นธุรกิจระดับสูงหรือธุรกิจระดับค่อนข้างสูง การจับต้องเงินหรือการจับต้องรายได้ของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อยถึงรายได้ปานกลางท่านจะจับต้องอย่างไร ตรงนี้ผมขอถามท่านรัฐมนตรีในคำถามที่ ๑ นะครับ ว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีแผนการพัฒนาท่องเที่ยวอำเภอสัตหีบเกี่ยวกับเรื่องการประชาสัมพันธ์อันนี้สำคัญมากนะครับ ท่านตั้งงบประมาณไว้เท่าไร การพัฒนาและสร้างบุคลากรการท่องเที่ยวอันนี้สำคัญมาก เหมือนกัน เพราะที่ผมได้ทราบข่าวมาว่าตอนนี้โรงแรมจ่ายเงินเดือนเพียงครึ่งเดียวด้วย การทำแผนที่ท่องเที่ยว การปรับปรุงป้ายสัญลักษณ์ให้มี ๓ ภาษา ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย มีหรือไม่ อย่างไร การบริการแบบวัน สต็อป เซอร์วิซ (One Stop Service) การท่องเที่ยวในอำเภอสัตหีบมีหรือไม่ และที่สำคัญ ณ ตอนนี้ศูนย์บริการการท่องเที่ยว ที่อำเภอสัตหีบยังไม่มี กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ ตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ จากคำถามของท่าน ก็คือการพัฒนาการท่องเที่ยวอำเภอสัตหีบและการประชาสัมพันธ์การพัฒนาบุคลากรนะครับ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเราก็ได้มีการลงไปส่งเสริมแล้วก็ประชาสัมพันธ์และ การอบรมสัมมนาในหลายส่วนด้วยกัน โดยเฉพาะในส่วนแรกก็คือเรื่องของโครงการท่องเที่ยว เราได้มีการพัฒนาในเรื่องขององค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวของกรมการท่องเที่ยวได้มีการจัด หลักสูตรอบรมด้านการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิดท่องเที่ยว สีขาว ท่องเที่ยวสุขใจ สะดวก สะอาด ปลอดภัยและเป็นธรรมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใน ส่วนของสำนักงานทาง ท.ก.จ. จังหวัดชลบุรีเราได้มีการจัดโครงการสร้างอัตลักษณ์ การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวชุมชน โดยจังหวัดชลบุรีมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเรือท่องเที่ยว และกีฬาบางเสร่ และกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบางเสร่เข้าร่วมส่วนข้อมูลการท่องเที่ยวในจังหวัด ชลบุรีที่เราได้ทำการประชาสัมพันธ์ไปก็มีการผ่านเฟซบุ๊ก (Facebook) ผ่านเรื่องของหน่วยงาน รวมถึงช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ผ่านเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยและบริการข้อมูลข่าวสารส่วนการประชาสัมพันธ์ก็มีการประชาสัมพันธ์จาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนะครับ ซึ่งเราจะมีการประชาสัมพันธ์ผ่านยูทูบ (YouTube) ของอาร์ต ถมยา เจอร์นี (Art Thomya Journey) ซึ่งเป็นอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ชาวไทยที่นำเสนอคอนเทนต์ (Content) เป็นภาษาอังกฤษ สร้างความรับรู้ไปยังนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี และโดยเฉพาะนำเสนอชุมชนบางเสร่ เกาะแสมสาร เป็นที่รับรู้ ๑,๒๐๐,๐๐๐ ล้านคน ครั้งแล้วก็ยังมีอีกอันหนึ่งคือประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวอันซีน (Unseen) ชลบุรี หุบเขาไดโนเสาร์ สวนนงนุชอำเภอสัตหีบด้วยกลยุทธ์เซเลบริตี มาร์เกตติง (Celebrity Marketing) เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวอันซีนนิวซีรีย์ (Unseen New Series) ไปยังนักท่องเที่ยวชาวไทยโดยใช้ดาราชื่อดังก็คือเบลล่า ราณี แคมเปน รวมทั้ง หุบเขาไดโนเสาร์เป็นจุดดึงดูนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวในพื้นที่อำเภอสัตหีบนั้นมีการรับรู้ ประมาณ ๒ ล้านคนครั้งนะครับ🔗
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็คือการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการการท่องเที่ยว สัตหีบผ่านนิตยสารของ อ.ส.ท. ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แล้วก็ร่วมกับสำนักงาน การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรีจัดกิจกรรมเทศกาลแห่โคม ชมพระฉาย สืบสายศิลป์ ถิ่นหนองจับเต่า เขาชีจรรย์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ชลบุรี🔗
ส่วนเรื่องของงบประมาณของการจัดอบรมสัมมนาซึ่งก็มาจาก ๒ ส่วนด้วยกัน ก็คือจากกรมการท่องเที่ยวแล้วก็จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งในเรื่องของตัวเลข อันนี้ต้องขออภัยนะครับ ผมไม่ได้เอาตัวเลขมาเพราะว่าในกระทู้ถามโจทย์ที่ได้รับครั้งแรกนี้ เรายังไม่มีตัวเลขว่าใช้งบประมาณในการโฆษณาประชาสัมพันธ์เท่าไรนะครับ ซึ่งตรงนี้ผมก็ จะขอส่งเป็นเอกสารในภายหลัง หลังจากที่มีการตอบกระทู้จบนะครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านสะถิระ ถามอีกครั้งครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตสัตหีบ จังหวัดชลบุรี กราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ก็ได้ฟังท่านรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องการท่องเที่ยวที่เชิงอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นในชุมชนบางเสร่ หรือแสมสารครับท่านประธาน ท่านประธานทราบไหมครับว่า แต่ในขณะที่จัดการท่องเที่ยวอีเวนต์ (Event) นั้นสิ่งที่ผมเห็นก็คือมีนักท่องเที่ยวอยู่เช่นกัน แต่อยู่ในระดับประมาณ ถ้าผมคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ก็คือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่ผู้ที่มาเที่ยวก็คือกลุ่มผู้นำชุมชนเอย นายกเอย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน อสม. เท่านั้น อันนี้คือสิ่งที่เราต้องการหรือไม่ ตรงนี้ที่เวลาเราจัดสรรงบประมาณที่เป็นเกี่ยวกับ การท่องเที่ยวสิ่งที่เราได้คืออะไร เราอยากให้คนต่างพื้นที่มาเที่ยว ไม่ใช่คนในพื้นที่มาเที่ยว เพราะเรารู้อยู่แล้ว เราจะอยากให้อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ถ้าเราพูดถึงอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) คนพื้นที่นี่ล่ะคือผู้นำทางความคิดที่ดีนี่เอง ของผมภาษาวิชาการเขาเรียกว่า โอพิเนียนลีดเดอร์ (Opinion Leader) ผู้นำทางความคิดที่ดีนี้เองที่จะนำการท่องเที่ยวของ คนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นตำบลบางเสร่ ตำบลแสมสาร ตำบลพลูตาหลวง ตำบลนาจอมเทียน ไปสู่สายตาพี่น้องคนไทย ทำไมผมถึงให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวไทย สัตหีบไม่ต้องการท่องเที่ยว ต่างชาติมากนักเพราะข่าวลือคนไทย รายได้จากการท่องเที่ยวอำเภอสัตหีบคือรายได้จาก นักท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นพี่น้องไทยมาเที่ยวด้วยกันเพราะฉะนั้นคือสิ่งที่ผมอยากจะนำเรียน ท่านรัฐมนตรีว่าขอเสนอแนะว่า เราควรจะเปลี่ยนหลักการไหมว่าอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ควรจะเป็นคนในพื้นที่ เราสร้างคนในพื้นที่มาว่าบ้านฉันคือสัตหีบ บ้านฉันคือบางเสร่ บ้านฉันพลูตาหลวง บ้านฉันคือนาจอมเทียน เพื่อที่จะไปให้คนจังหวัดอื่น ๆ รู้ว่าบ้านฉัน มีอะไร อันนี้คือแนวทางที่ประหยัดและไม่ต้องใช้งบประมาณสูงแล้วได้ผลจากรายได้เข้ามา ในพื้นที่ด้วย กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ทีนี้แผนการพัฒนา ท่องเที่ยวนี้จริง ๆ มันควรจะต้องมีปฏิทินอีเวนต์ (Event) เทศกาลต่าง ๆ ในจังหวัดชลบุรี ผมทราบว่าท่านมี อย่างแห่โคมท่านมีทุกปีอยู่แล้ว แต่แห่โคมเขาก็เชิญผมทุกปีเหมือนกันนะ แต่ผมก็เห็นแต่มีคนเดิม ๆ ไป นักท่องเที่ยวไม่ได้มา ทีนี้การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์หรือแมน เมด แอตแทรกชัน (Man Made Attractions) ผมจะบอกว่าที่มนุษย์สร้างสวนนงนุชเขาดีอยู่แล้ว เขาชีจรรย์เขาดีอยู่แล้ว ทีนี้แมน เมด แอตแทรกชัน (Man Made Attractions) นี้ตลาดนัด เป็นแมนเมด (Man Made) ไหม ผมถามคำถามหนึ่ง ตลาดนัดเป็นแมนเมด (Man Made) สตรีตฟู้ด (Street Foods) เป็นแมนเมด (Man Made) นะครับ แมนเมด (Man Made) คืออะไร ประชาชนมาขายแมนเมด (Man Made) คือสร้างสตรีตฟู้ด (Street Foods) สตรีตอาร์ต (Street Art) เป็นแมนเมด (Man Made) นะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เล็ก ๆ แต่ได้ผลกำไรงามครับท่านประธาน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งเล็ก ๆ ได้รับผลกำไรงามและได้ การมีส่วนร่วมในชุมชน ท่านจัดไปเลยสตรีตอาร์ต (Street Art) สำหรับเยาวชน สตรีต สปอร์ต (Street Sport) สำหรับเยาวชน สตรีตมิวสิก (Street Music) สำหรับเยาวชนหรือ อะไรก็ตามที่เป็นเยาวชนในพื้นที่แล้วเอาสตรีต เทสต์ อีเวนต์ (Street Test Event) ไปใส่ ในปฏิทินการท่องเที่ยวในประเทศ แล้วคนจะรู้เลยว่าจังหวัดเชียงใหม่ ใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนราธิวาส ภาคตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรีหรือแม้กระทั่งจังหวัดสุรินทร์ จังหวัด นครพนม จังหวัดมหาสารคาม ก็จะรู้ว่าสัตหีบจังหวัดชลบุรีมีอะไร โดยที่ใช้งบประมาณน้อย ที่สุดและเป็นการมีส่วนร่วมกับประชาชนมากที่สุดและทุกเพศทุกวัย อันนี้ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าปฏิทินเทศกาลการท่องเที่ยวที่สัตหีบท่านทำไม่ยากเลยนะครับ อันนี้คือสิ่งที่เราอยากจะเห็น เพราะฉะนั้นจึงเป็นคำถามที่กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีครับว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีแผนสร้างรายได้จัดการท่องเที่ยวให้กับ พี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบอย่างไรหลังวิกฤตการณ์โควิด (COVID) ในครั้งนี้ครับ ขอทราบ รายละเอียดครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีพิพัฒน์ตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาเคารพที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ จากคำถาม มีแผนสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้กับประชาชนสัตหีบหรือไม่ อย่างไร ในห้วงของ ภาวการณ์แพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตระหนักถึง ความสำคัญและความยากลำบากของประชาชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรี และโดยเฉพาะในอำเภอสัตหีบตรงนี้ ซึ่งทางกระทรวงก็ได้มีการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้จัดทำแผนพัฒนาการท่องเที่ยวในเขตพัฒนา การท่องเที่ยวชายฝั่งตะวันออกในปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๖๕ ประกอบด้วยจังหวัดชลบุรี จังหวัด ระยอง จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด ซึ่งเป็นแผนภายใต้ดังกล่าวได้กำหนดประเด็นเพื่อ เป็นการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างรายได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหลักการ แล้วตรงนี้การที่จะสร้างรายได้ก็อย่างที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติได้กรุณาให้คำแนะนำว่าโอเค (OK) ในสิ่งเหล่านี้เราควรจะเอาเรื่องของชุมชนมาเป็นผู้มีส่วนร่วม ซึ่งในการจัดทำปฏิทินเรื่อง ของท่องเที่ยวโดยเฉพาะในอำเภอสัตหีบก็ต้องขอรับคำเสนอแนะตรงนี้เพื่อไปทำปฏิทินให้ลง ในรายละเอียดต่อไป ซึ่งตรงนี้คงไม่ใช่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเพียงกระทรวงเดียว เราคง จะต้องบูรณาการถึงกระทรวงวัฒนธรรมว่าใน ๒ กระทรวงเราจะมีปฏิทินการท่องเที่ยว อะไรบ้าง อย่างไร พร้อมกับเจ้าของพื้นที่ก็คือเรื่องของท้องถิ่นโดยเฉพาะผ่านกระทรวงมหาดไทย ว่ามีอะไรที่เราจะให้การสนับสนุนและเกื้อหนุนในการพัฒนาการท่องเที่ยวได้อย่างไร ซึ่งผม คิดว่าในอดีตที่ผ่านมาก็คือในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมา เราประสบกับภาวะของการแพร่ระบาด ของโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งผมเชื่อว่ารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้มีการเปิดให้มีการท่องเที่ยวโดยเฉพาะคนไทยเที่ยวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ในปี ๒๕๖๔ เป็นต้นมาหลังจากปี ๒๕๖๓ เราก็ยังเปิดได้ไม่เต็มที่ พอมาปี ๒๕๖๔ นี้เราก็ได้ ทำการเปิดการท่องเที่ยว โดยเฉพาะตัวผมได้นำเสนอในภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ก็คืออาจจะเป็น ๔ จังหวัดแรก พอหลังจากนั้นเราก็ได้มีการเปิดแหล่งท่องเที่ยวเป็นพื้นที่สีฟ้า โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีในโอกาสต่อมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เพื่อเป็นการนำรายได้หรือการสร้าง เศรษฐกิจให้เกิดขึ้นในจังหวัดชลบุรีอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่สำคัญผมคิดว่าการที่จังหวัดชลบุรี เราอาจจะมีโอกาสและมีข้อได้เปรียบในส่วนหนึ่งก็คือเราเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียงกับ กรุงเทพมหานคร ซึ่งแน่นอนหลักใหญ่ก็คือกรุงเทพมหานครออกไปเที่ยวในวงรอบรัศมีไม่เกิน ๓๐๐ กิโลเมตร ซึ่งตรงนี้จังหวัดชลบุรีก็น่าจะได้ส่วนแบ่งตรงนั้นไป ซึ่งเราจะเห็นจากข่าวสาร ทั่วไปว่ามีนักท่องเที่ยวชาวไทยไปเที่ยวในหาดต่าง ๆ ในจังหวัดชลบุรีอย่างมากมายก่อนที่จะ เกิดขึ้นในจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งแน่นอนครับ สิ่งเหล่านี้เป็นภาระและหน้าที่ของกระทรวงการ ท่องเที่ยวและกีฬาและรัฐบาลว่าเราจะพัฒนารายได้ต่อไปได้อย่างไร ซึ่งผมจะขอนำข้อคิด และข้อเสนอแนะเรื่องของการท่องเที่ยวโดยเฉพาะคนไทย แต่ก็อย่าลืมว่านักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติก็เป็นส่วนประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญในการนำรายได้เข้ามาสู่แหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะอำเภอสัตหีบ ซึ่งจริง ๆ แล้วอำเภอสัตหีบนี้มีพื้นที่มากมายที่เหมาะสมกับการที่จะ เชิญชวนและจัดกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมทางด้านอีเวนต์ (Event) ของการท่องเที่ยว หรือกิจกรรมทางด้านกีฬาทางน้ำ ซึ่งผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และการกีฬาแห่งประเทศไทย เราอยู่ในช่วงของการที่จะ จัดกิจกรรมต่าง ๆ ลงในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย ซึ่งจังหวัดเป้าหมายก็คือ จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในปี ๒๕๖๒ นี้มีรายได้ถึงลำดับที่ ๓ ของประเทศไทย ซึ่งทางรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเห็นถึงความสำคัญของจังหวัดชลบุรี และอำเภอสัตหีบ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ตรงนี้ก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ของฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นพื้นที่ที่มีความสวยงามซึ่งตัวผมเองก็อยากจะฝากถึงท่าน ส.ส. ว่าพวกเราจะร่วมมือกัน อย่างไรในการที่จะจัดกิจกรรมในพื้นที่ของฐานทัพเรือสัตหีบให้มีการจัดกิจกรรมที่ระดับ นานาชาติที่ใหญ่แล้วก็ได้รับการตอบรับ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ตัวผมเองในฐานะกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา และท่าน ส.ส. ที่เป็นเจ้าของพื้นที่เราจะร่วมกันพัฒนาอย่างไร อันนี้ ก็ต้องขอความอนุเคราะห์จากท่านช่วยทำการหารือและประสานมาทางผม ผมพร้อมที่จะรับ ข้อคิดเห็นทุกอย่างครับ ขอบคุณครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตชี้แจงไม่ได้ถามคำถามครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ก็กราบขอบพระคุณ ในคำตอบของท่านรัฐมนตรีครับ ก็เห็นด้วยครับกับการทำงานร่วมกัน ผมขออนุญาตเสนอ เป็น ๔ กระทรวงครับ ก็จะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แล้วก็ กระทรวงวัฒนธรรม และที่สุดท้ายกระทรวงกลาโหม ผมเคยชี้แจงเรื่องนี้กับกระทรวงกลาโหม ไปแล้วเช่นกันครับ ผมขอถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า งบประมาณในการ พัฒนาท่องเที่ยวของรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๔-๒๕๖๕ นี้ที่ทางกระทรวงกลาโหมตั้งให้ กองทัพเรือที่ดูแลสัตหีบนี้ปีละแค่ ๑ ล้านบาท เพราะฉะนั้นผมต้องรบกวนทางกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาหรือทุก ๆ กระทรวงที่ร่วมกันนี้ ที่ได้มาจัดอีเวนต์ (Event) ก็ดี หรือดูแล สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในสัตหีบร่วมกันทำงานเพราะว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยเฉพาะ พื้นที่สัตหีบไม่ว่าจะเป็นหาดเตยงาม บางเสร่ หาดนางรำ หาดดงตาล เป็นพื้นที่ที่สามารถ จัดแข่งกีฬาทางน้ำ ทางบก ทางอากาศได้เลย ชลบุรีเราดีครับ เราแข่งกีฬาได้ทั้งหมดทางน้ำ ก็ได้ แข่งเจ็ตสกี (Jet Ski) แข่งเซิร์ฟ (Surf) แข่งไคต์บอร์ด (Kiteboard) แข่งเซิร์ฟฟิง (Surfing) แข่งวินด์เซิร์ฟ (Windsurf) ทางบกเราก็มีแข่งรถสนามแข่งรถสนามพีระเซอร์กิต หรือทางอากาศเราก็เคยมีแอร์แรซ (Air Race) อยู่ตรงสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา อันนี้คือ สิ่งที่ที่เราคาดหวังไว้ แต่ทีนี้เมื่อเราจัดกิจกรรมเหล่านี้สิ่งที่ผมอยากจะฝากท่านรัฐมนตรี ผ่านมายังราชการด้วยว่าเราจะทำอย่างไรให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วม เพราะผมเห็น จากเหตุการณ์เหล่านี้ อย่างเช่น แอร์แรซ (Air Race) ที่ผ่านมามีการเกณฑ์คนเข้าไปดู ๆ แต่ทีนี้คนที่เขาไม่ทราบจริง ๆ เขาไม่ทราบว่ามันคืออะไร แต่โอเค (OK) ครับ ผมยอมรับว่า โรงแรมเต็มแต่ร้านอาหารไม่เต็ม รถสาธารณะไม่เต็ม อันนี้คือสิ่งที่เราต้องคิดว่าเราจะทำ อย่างไรให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยถึงปานกลางที่เขาอยู่ตามจุดต่าง ๆ เข้าถึงกิจกรรมพวกนี้ ผมก็จะช่วยคิดด้วยท่านรัฐมนตรีครับ ว่าเรามาทำงานด้วยกันเพราะว่ารายได้เข้ากระเป๋า ประชาชนคือสิ่งที่ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรี และข้าราชการทุกคนมีความสุข อย่างไรวันนี้ผม ต้องขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพเป็นอย่างสูงครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี คงไม่ต้องตอบแล้วนะครับ รับเป็นข้อสังเกตไว้ครับ ก็ถือว่าจบการถามตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะที่ ๓๙๐ เรื่องการพัฒนาการท่องเที่ยวในชุมชนเพื่อดึงดูดและรองรับนักท่องเที่ยว ในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ของท่าน ส.ส. สะถิระ เผือกประพันธุ์นะครับ ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ขอบคุณท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ ด้วยนะครับ ต่อไป🔗
๑.๓.๒ กระทู้ถาม ที่ ๓๙๑ เรื่อง การแก้ไขปัญหาและการป้องกันกรณีที่ พี่น้องประชาชนโดนฉ้อโกงจากการซื้อของผ่านสื่อออนไลน์ (นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม🔗
ในการนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ พันตำรวจเอก อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ฉะนั้นท่านรัฐมนตรีมาหรือยังครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ ตอนนี้ท่านรัฐมนตรี เพิ่งเดินทางมาถึงนะครับ เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีได้นั่งเข้าประจำที่แล้วผมก็จะเชิญท่าน ส.ส. สะถิระ เผือกประพันธุ์ ถามในกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรื่อง การแก้ไขปัญหาและการป้องกันกรณีที่ พี่น้องประชาชนโดนฉ้อโกงจากการซื้อของผ่านสื่อออนไลน์ (Online) ตอนนี้ท่านรัฐมนตรี ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมาถึงแล้ว ฉะนั้นจึงขอเชิญท่าน ส.ส. สะถิระ เผือกประพันธุ์ ได้ถามเลยนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ขอบคุณ ท่านประธานที่ให้ผมมีโอกาสได้ถามกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขปัญหา การป้องกันกรณีพี่น้องประชาชนโดนการฉ้อโกงผ่านทางสื่อออนไลน์ (Online) ท่านประธาน ผมได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นอำเภอสัตหีบ ยอมรับว่าทั้งจังหวัดชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียงด้วยเกี่ยวกับปัญหาการฉ้อโกงออนไลน์ (Online) อย่างที่เราทราบกันว่า การฉ้อโกงออนไลน์ (Online) นั้นเป็นปัญหาที่เราต้องแก้ไขทั้งประเทศ ไม่ว่าผู้แทนทุกท่านใน ๕๐๐ ท่านจะเป็นแบบบัญชีรายชื่อหรือ ส.ส. แบ่งเขตนี้ ถ้าท่านเล่นสื่อออนไลน์ (Online) หรือการใช้แอกเคานต์ออนไลน์ (Account Online) นี้ ท่านจะทราบเลยว่ามีพี่น้องประชาชน ร้องเรียนท่านมาแน่นอนไม่มากก็น้อย ทีนี้เราจะทำอย่างไร ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่การจับกุม แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าระหว่างทางการไปจับกุมเราใช้เวลาเท่าไร เราดำเนินการอย่างไร เราให้บริการ ประชาชนเต็มที่แล้วหรือยัง อันนี้คือปัญหาการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานตำรวจแห่งชาตินะครับ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงดิจิทัลพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม หรือแม้กระทั่งกระทรวงมหาดไทย อันนี้คือหน่วยงานหลักที่เราจะต้องมาร่วมมือกัน เพราะว่า ออนไลน์ (Online) สื่อออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ เป็นสัญญาณดิจิทัล (Digital) มันไม่อยู่แค่ ประเทศเราประเทศเดียว มันอยู่อีกหลาย ๆ ประเทศ แล้วอนาคตก็จะมีแอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ ที่จะนำเข้ามาอีก แล้วจะมีมิจฉาชีพที่พร้อมที่จะฉ้อโกงเราอีกนะครับ🔗
เริ่มแรกเลยง่ายที่สุดคือเอสเอ็มเอส (SMS) ท่านประธานครับ เอสเอ็มเอส (SMS) ส่งมาต้องโอนสตางค์นะ ง่ายต่อมาคือโทรศัพท์ครับ หลังจากนั้นผ่านทางเฟซบุ๊ก (Facebook) ก็ดี อินสตาแกรม (Instagram) ทวิตเตอร์ (Twitter) ก็ดีหรือแม้กระทั่ง แอปพลิเคชัน (Application) เงินกู้ก็มี ท่านประธานจะเห็นว่ากู้ง่าย ดอกเบี้ยต่ำ ติดแบล็กลิสต์ (Blacklist) ก็กู้ได้ และที่สำคัญใช้เอกสารน้อย ทีนี้ผมมีกลโกงที่ผมหามาครับ ผมขออนุญาต ถามยาวเลยแล้วก็จะให้ท่านรัฐมนตรีตอบทีเดียวนะครับ ท่านประธานครับ ๓ คำถามครับ🔗
กลโกงที่ ๑ ท่านประธานครับ ก็จะมีแอปพลิเคชัน (Application) หรือมีเป็น โพสเตอร์ (Poster) ขึ้นเลยว่ากู้เงินผ่านช่องทางออนไลน์ (Online) เอสเอ็มเอส (SMS) เฟซบุ๊ก (Facebook) โทรศัพท์ แอปพลิเคชัน (Application) ก็จะส่งข้อความให้กับผู้กู้ กู้ง่าย ได้เร็ว ดอกเบี้ยต่ำ เอกสารน้อย ติดแบล็กลิสต์ (Blacklist) อันนี้ก็ต้องมีการโอนเงินก่อน หรือดอกเบี้ยแพงหรือคิดค่าธรรมเนียมผิดปกติ อันนี้กลโกงที่ ๑🔗
กลโกงที่ ๒ เมื่อผู้กู้ อันนี้สำคัญมาก อันนี้มาร้องเรียนผมหลายคนเลย ผู้ให้กู้ ที่เป็นมิจฉาชีพก็จะโหลด (Load) เบอร์มือถือของผู้กู้ทั้งหมด มีกี่พันเบอร์ กี่ร้อยเบอร์ก็จะ โหลด (Load) ทั้งหมดเลยครับ เมื่อโหลด (Load) เสร็จแล้วผู้กู้ไม่ชำระหนี้ทำอย่างไร ส่งรูป อาวุธปืน ส่งรูปอาวุธให้เจ้าของเบอร์นั้น ๆ ของผู้กู้ ทีนี้เบอร์นั้น ๆ ผู้กู้ก็ไม่รู้เรื่อง แต่รู้จัก เจ้าของเบอร์ครับ เจ้าของผู้กู้ก็กลัวว่าจะต้องโดนทำร้าย กลัวว่าจะต้องโดนมากระทำอะไร หรือเปล่าเพราะว่ามิจฉาชีพส่งว่าเจ้าของเบอร์คือผู้ค้ำประกัน เขาก็ต้องกลัว เขาก็โทรหาผู้กู้ ผู้กู้เขาปิดเครื่องหนีอยู่แล้ว กู้ไม่ชำระหนี้ผู้กู้ก็ปิดเครื่องหนี อันนี้เราจะทำอย่างไร อันนี้กลโกงที่ ๒ ครับท่านประธาน🔗
กลโกงที่ ๓ อันนี้มีเยอะมากทางเฟซบุ๊ก (Facebook) หรือไม่ก็อินสตาแกรม (Instagram) คือการโกงแชร์ อันนี้ปัญหาคืออะไร ตามจับไม่ทันไม่รู้ว่าจะไปจับที่ไหน ใช้เวลานาน อันนี้ตามจับล่าช้า คนที่เป็นเท้าแชร์ใช้เงินหมดไปแล้วครับท่านประธาน🔗
กลโกงที่ ๔ อันนี้ผมก็เคยนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วย ก็เคยคุยกับท่านรัฐมนตรีเช่นกัน เราก็ปรึกษากัน บัญชีม้า บัญชีม้าคืออะไรครับ สมมุติมิจฉาชีพ ไปจ้างนาย ก ไปเปิดบัญชีให้ ค่าตอบแทน ๕๐๐-๑,๐๐๐ บาท แต่นาย ก จะรู้หรือไม่รู้อันนั้น เราไม่ทราบ ถ้ารู้ถือว่าสมรู้ร่วมคิดนะครับ ให้ค่าตอบแทน ๕๐๐-๕,๐๐๐ บาท ทีนี้ปัญหาคือ อะไร มิจฉาชีพก็ลอยตัวเพราะว่าผู้กู้หรือผู้บริโภคที่สุจริตโอนสตางค์ให้บัญชีนี้ซึ่งเป็นบัญชีม้า ทีนี้เจ้าตัวโดนจับได้ก็คือผู้เป็นบัญชีม้าไม่ใช่มิจฉาชีพ ไปอยู่ต่างประเทศก็ดี จะย้ายไปอยู่ จังหวัดไหนก็ดีเราจะทำอย่างไร เราจะต้องมีกฎหมายรองรับกับบัญชีม้านี้ร่วมกับสถาบัน การเงินหรือไม่อย่างไรนะครับ🔗
กลโกงที่ ๕ อันนี้เพิ่งสด ๆ ร้อน ๆ ครับท่านประธาน มีโทรศัพท์เข้ามาหรือแจ้ง ข้อความเข้ามา แจ้งกับผู้เสียหายว่าจะต้องเสียภาษีศุลกากรหรือภาษีนำเข้า เพราะท่านสั่งซื้อ ของออนไลน์ (Online) เราจะสั่ง ไม่สั่งไม่รู้นะครับ แต่มีคนโทรมาแล้วถ้าท่านไม่ชำระท่านจะ โดนค่าปรับ ๑,๐๐๐ บาท หรือ ๒,๐๐๐ บาท ท่านต้องโอนก่อน แล้วท่านจะไปเรียกคืนทีหลัง ก็ได้ อันนี้คือกลโกงที่ ๕ ที่ผมหาได้ แล้วอีกกลโกงหนึ่งเป็น🔗
กลโกงที่ ๖ อันนี้มีเยอะมากตามสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับอะไรทราบไหมครับ การนำรูปไม่ว่าจะเป็นรูปผม รูปประธาน รูปท่านรัฐมนตรีไปเผยแพร่ รูปบุคคลไปเผยแพร่ รูป ธุรกิจไปเผยแพร่ รูปร้านค้าไปเผยแพร่โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตสร้างความเสียหายอย่างมาก เพราะ อะไรเราคือบุคคลสาธารณะ ธุรกิจคือธุรกิจสาธารณะ เมื่อเอาเราไปเป็นบุคคลไปอ้างอิงเกิด ความน่าเชื่อถือมีคนมาใช้บริการ มีคนมาใช้จ่าย มีคนโอนเงินมา ใครเสียหายครับ ประเทศ เสียหาย อันนี้ถึงระดับประเทศน ผมจึงนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ๓ คำถามท่านรัฐมนตรีครับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมีแนวทางแก้ไขและติดตาม ปัญหากรณีพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากการโดนฉ้อโกงทางสื่อออนไลน์ (Online) อย่างไร ๒. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมีแนวทางป้องกันอย่างไร เพื่อป้องกันประชาชนถูกฉ้อโกงหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาหรือแอบอ้าง หรือถูกกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ทั้งปัจจุบันและในอนาคตอย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ และข้อ ๓ ท่านประธานครับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมีการทำงานแบบบูรณา การร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรีที่ได้ถามกระทู้เรื่องนี้เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นเรื่องที่เป็นความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน และสิ่งที่เราพยายามทำกันอยู่ในขณะนี้คือการสร้างภูมิต้านทานให้ ประชาชนและประชาชนได้รับรู้ ซึ่งจากที่ผ่านมาหลังจากเรามีการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทาง ต่าง ๆ เช่น โซเชียลมีเดีย (Social Media) แล้วก็สื่อมวลชนก็ช่วยกันออกข่าวเยอะในช่วงที่ ผ่านมาเรื่องเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) การหลอกลวงออนไลน์ (Online) เราก็มีสถิติที่วัดได้ตั้งแต่ช่วงมีนาคม เมษายนมานี้ เรื่องร้องเรียนจากการถูกหลอกลวงออนไลน์ (Online) แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ลดลง ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากเคยมีการ ร้องเรียนเดือนหนึ่งประมาณ ๕,๐๐๐ ๖,๐๐๐ ตอนนี้เหลือประมาณ ๓,๐๐๐ ลดลงเกือบครึ่ง เพราะว่าประชาชนรู้หมดแล้วก็มีการตื่นตัวมากขึ้น วันนี้ผมเข้าใจว่าเราก็เห็นในสื่อว่ามีคน โทรมามีคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) วันนี้คอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ก็โดนคนที่รับ โทรศัพท์คุยเล่นเป็นเรื่องตลกไปเลยเพราะเขารู้แล้วว่าเป็นการหลอกลวงนะครับ แต่เขาก็จะ ปรับรูปแบบไปเรื่อย ๆ ในการเข้ามาหลอกลวงประชาชน ซึ่งอันนี้เราก็ต้องติดตามและคอย แจ้งเตือนประชาชนในเรื่องรูปแบบใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในการหลอกลวง อย่างไรก็ดีจากคำถามที่ ท่านสะถิระได้กล่าวมา ผมคิดว่าต้องเอาหลักการก่อน คือตามอำนาจของกระทรวงดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคมก็คือการปิดเว็บ (Web) ปิดกั้นหรือเทกดาวน์ (Take Down) แล้วก็มี อำนาจตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ในการดำเนินคดี ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์จะมี โทษจำคุก ๕ ปี แล้วมีค่าปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่หลักคือโทษอาญาเป็นโทษหลักที่เราใช้ใน การดำเนินคดีอยู่นะครับ ก็คือการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จหรือว่าการทำผิดกฎหมาย ในระบบคอมพิวเตอร์นะครับ ซึ่งอันนี้ก็ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่แล้ว วันนี้ทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทาง เทคโนโลยี (Technology) ที่เรียกกว่า สอท. ซึ่งเป็นระดับกองบัญชาการเข้ามาดูแลเรื่อง ไซเบอร์ (Cyber) เรื่องอาชญากรรมออนไลน์ (Online) โดยเฉพาะ ซึ่งอันนี้ก็ทำให้การทำงาน มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็จะมีการพยายามรวมคดีด้วยนะครับ วันนี้ปัญหาที่เกิดจากการฉ้อโกง ประชาชนมันเป็นปัญหาที่ทำคดีได้ยากนะครับ เพราะว่าเวลาเขาเปิดเว็บไซต์ (Website) อันหนึ่งแล้วขายของออนไลน์ (Online) หรือว่าหลอกลงทุน หลอกแชร์อะไรต่าง ๆ ผู้เสียหาย มีทั้งประเทศ ไม่ได้มีที่สัตหีบที่เดียวใช่ไหมครับ มันจะมีคนไปแจ้งความที่สัตหีบ คนไปร้อง แจ้งความที่สมุทรปราการ แจ้งความที่เชียงใหม่ ไปแจ้งความที่ทุกจังหวัด เพราะฉะนั้นปัญหา ใหญ่คือต้องพยายามรวมคดีนี้ให้เป็นคดีเดียว เป็นคดีฉ้อโกงประชาชนแล้วเอาทุกสำนวนมา รวมกันแล้วให้ทาง สอท. ดำเนินการเพื่อคดีจะได้รวดเร็วขึ้นแล้วก็ทำให้มีประสิทธิภาพในการ ดำเนินคดีได้มากขึ้นนะครับ เพราะถ้าไปกระจัดกระจายอยู่ตำรวจแต่ละที่แต่ละจังหวัดต่างคน ต่างทำคดีมันก็คงจะดำเนินการได้ยากนะครับ เป็นคดีจิปาถะไปเลยทีนี้เรื่องมันก็จะวุ่นวาย ไปหมดนี่คือสิ่งที่ได้ทำอยู่ ซึ่งวันนี้ผมคิดว่าเราก็ได้ดำเนินคดีไป จากสถิติในปีที่ผ่านมาก็ ดำเนินการไปถึง ๕,๐๐๐ กว่าคดี ซึ่งก็อยู่ระหว่างดำเนินการครับ โดยเฉพาะการโกงหรือ การหลอกลวงต่าง ๆ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลอยู่ แล้วถ้าเคส (Case) ไหนที่เป็นเคส (Case) ที่สำคัญหรือที่ประชาชนร้องเรียนมาที่กระทรวงหรือผ่านท่าน ส.ส. ทางผมก็จะติดตามให้จะ เร่งให้เร็วขึ้นเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้น้องประชาชนอยู่แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เราได้ทำร่วมกันก็คือการ ปรับปรุงระบบการทำงาน ตอนนี้เรามีระบบออนไลน์ (Online) แจ้งความออนไลน์ (Online) ก็ได้อยากเรียนให้ท่านทราบด้วย ตั้งแต่เรื่องร้องเรียนเลยถ้าร้องเรียนมาที่กระทรวงท่านก็ ร้องเรียนผ่านระบบออนไลน์ (Online) ได้ที่ ๑๒๑๒ ออนไลน์ คอมพลีต เซ็นเตอร์ (Online Complete Center) มีทั้งเฟซบุ๊ก (Facebook) ทั้งอีเมล (e-Mail) ทั้งแชตบอต (Chatbot) หรือโทรมาที่คอลเซ็นเตอร์ ๑๒๑๒ (Call Center 1212) ซึ่งอันนี้ก็ประชาสัมพันธ์ไปเยอะ เรามีการทำโครงการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตื่นตัวเรื่องนี้ด้วย ผ่านทั้งวิทยุโทรทัศน์และ โซเชียลมีเดีย (Social Media) ให้รู้จักช่องทาง ๑๒๑๒ แล้วก็เตือนให้ประชาชนมีความ ระมัดระวังในการใช้งานในโลกออนไลน์ (Online) มากขึ้นนะครับ หรือทางตำรวจก็จะมีศูนย์ รับแจ้งความที่เรียกว่าคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) เหมือนกัน ของเขาเรียก ๑๔๔๑ แจ้ง ความนี้นอกจากแจ้งปัญหาแล้วเอาถึงขั้นว่าเป็นการแจ้งความดำเนินคดีผ่านระบบออนไลน์ (Online) ด้วยเช่นกันเพื่อความรวดเร็ว และพอแจ้งความแล้วตอนนี้ระบบถ้าเราเชื่อมข้อมูล กันอยู่นะครับ ที่มีมาตรการคุยกับธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย และธนาคารพาณิชย์แล้วว่า ให้อายัดบัญชีให้ได้ภายใน ๑ ชั่วโมงนี่ พยายามคุยกันว่าหรือถ้ารวบรวมพยานหลักฐานเสร็จ คิดว่าชัดเจนแล้วว่าเป็นการหลอกลวง แล้วมีชื่อบัญชีม้าเข้ามาอย่างที่ได้กล่าวต้องอายัดบัญชี ให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้หยุดการโอนเงินเพราะบัญชีม้ามันแค่ผ่านเงิน พอเงินเข้าไปปุ๊บเขาจะ โอนไปบัญชีต่อ ๆ ไปเพื่อเอาไปใช้เงินจริง ๆ บัญชีม้าแค่ผ่านเงิน เพราะฉะนั้นพอเราทราบ เลขบัญชีที่เขาใช้โอนเงินแล้วเราต้องรีบอายัดบัญชีแล้วก็สืบไปถึงเส้นทางต่อว่าเขาโอนไปให้ บัญชีไหนบ้าง บัญชีต่อ ๆ ไปก็จะอายัดทั้งหมดนะครับ ซึ่งที่ผ่านมาจากที่เราทำระบบนี้ ก็ทำให้สามารถอายัดบัญชีได้หลายร้อยล้านบาทที่สามารถจะเอาเงินคืนให้กับพี่น้องประชาชน ได้นะครับ อันนี้ก็ถือว่าเป็นความร่วมมือของทั้งตำรวจ กระทรวง แล้วก็ธนาคารแห่งประเทศ ไทยที่ทำอยู่ รวมถึงตอนนี้ที่ผมขอความร่วมมือไปยังธนาคารพาณิชย์ที่มีแอป โมบาย แบงก์กิง (App Mobile Banking) ที่ใช้โอนเงินกัน ซึ่งอันนี้ก็เป็นจุดที่ทำให้เกิดการหลอกลวงกันเยอะ มากเพราะมันโอนเงินง่ายนะครับ โดนหลอกแป๊บ ๆ ตัดสินใจบางที ๑ นาทีกดโอนเงินไปแล้ว กว่าจะคิดได้ก็อีก ๑ นาทีคิดได้เหมือนกันแต่เงินมันไปแล้วนะครับ อันนี้เขาก็คือขอความ ร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์ที่มีโมบายแบงก์กิง (Mobile Banking) ให้แจ้งเตือนแอปพลิเคชัน (Application) เวลาเปิดมา เราคงจะเห็นบางแบงก์ก็เริ่มขึ้นมาแล้วว่าก่อนโอนเงินก็จะมี คำเตือนก่อนว่าให้ระวังมิจฉาชีพนะอันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราได้ทำมา แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ผมคิดว่า คงเป็นหน้าที่ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็สื่อมวลชนและทุกคนในที่นี้ต้องช่วยกัน ก็คือการสร้างภูมิต้านทานให้ประชาชน สร้างการรับรู้ เช่นให้รู้ว่าการที่จะไปทำธุรกรรม ออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ ให้มีความระมัดระวัง ถ้าท่านไม่รู้จักตัวตนเขาอย่างแท้จริง ก็อย่าไปเชื่อ อย่าไปโอนเงิน อย่าไปทำธุรกิจด้วย เพราะว่าตอนนี้ในเฟซบุ๊ก (Facebook) เขาอยากจะใส่รูปอะไรก็ได้ อยากจะเป็นใครก็ได้ อวตารหรือว่าตัวปลอมเยอะมากนะครับ เพราะว่าเราต้องตอนนี้คนที่มีปัญหาออนไลน์ (Online) ที่ซื้อของอะไรนี่มาจากเฟซบุ๊ก (Facebook) ทั้งนั้นนะครับ มาจากโซเชียลมีเดีย (Social Media) พวกนี้อาจจะทวิตเตอร์ (Twitter) ด้วย พวกนี้เขาไม่มีการยืนยันตัวนะครับ ซึ่งอันนี้เป็นปัญหาอยู่ เพราะฉะนั้น เราต้องเตือนประชาชนให้เขาได้มีความรู้ว่าคนที่คุณเจอในระบบพวกนี้มันไม่ใช่นะครับ แล้ว ๒. ก็คือว่าเจ้าหน้าที่รัฐหรือใครที่ติดต่อไปว่าให้มาจ่ายเงินโน่นนี่นั่น ไม่มีนะครับ เพราะในระบบราชการเรามันไม่มีการติดต่อไปให้ประชาชนมาให้จ่ายเงินหรือมาเสียค่าปรับ อยู่แล้วนะครับ ซึ่งอันนี้ก็ต้องช่วยให้ความรู้ประชาชน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะทำให้เกิด ภูมิต้านทานให้ประชาชนมีความระมัดระวังในการใช้งานโซเชียลมีเดีย (Social Media) หรือโลกออนไลน์ (Online) ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าเราทำมาดี ๆ มันก็จะหมดไปเอง การโดนหลอกลวง จะลดลงไปเรื่อย ๆ แต่ปัจจุบันอย่างที่ผมได้กล่าวตอนแรกว่าจากเรื่องร้องเรียนในช่วงปีที่แล้ว ประมาณเดือนละ ๖,๐๐๐ ตอนนี้ลงมาเหลือประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าแล้ว หลังจากเราออกข่าว กันเยอะ ๆ พูดกันเยอะ ๆ ให้ระวังการถูกหลอกลวงจากปัญหาออนไลน์ (Online) ก็ฝากทาง เพื่อนสมาชิกและทางสื่อมวลชนให้ช่วยกันด้วย แต่สุดท้ายครับ เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่อง กฎหมาย อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องที่เป็นปัญหาเพราะเราจะเข้าใจว่า พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์นี่ ปิดเว็บ (Web) ได้ ปิดธุรกิจเขาได้นะครับ จะปิดได้มันต้องรวบรวมพยานหลักฐานก่อน แล้วเขาต้องทำผิดกฎหมายนะครับ อย่างท่านพูดถึงเงินกู้ออนไลน์ (Online) อย่างนี้ การให้ กู้เงินไม่ผิดกฎหมายใช่ไหมครับ ผมให้กู้เงินกันนี่เราก็กู้กันได้ เพราะฉะนั้นมันต้องรวบรวม พยานหลักฐานว่าเขาผิดอะไรแล้วก็ไปดำเนินคดีไปจับกุม หรือการลงทุนมีการร่วมลงทุนกัน ก็ลงทุนได้ถ้าคุณทำธุรกิจถูกต้องถูกกฎหมาย มันไม่ได้มีข้อห้ามนะครับ เพราะฉะนั้นต้อง ผิดกฎหมายก่อน เหมือนอย่างล่าสุดก็คือเรื่องมังกรฟ้าท่านจำได้ใช่ไหมครับ ขายหวย ขายลอตเตอรี่ผ่านระบบออนไลน์ (Online) ถ้าเขาไม่ผิดกฎหมายก็ปิดเขาไม่ได้ เรารวบรวม พยานหลักฐานร่วมกับตำรวจส่งไปให้ศาล ส่งไปให้ตามกระบวนการยุติธรรม แต่ถ้าสิ่งที่ทำมัน ไม่ผิดกฎหมายมันก็ไปปิดเขาไม่ได้นะครับ เช่นเดียวกันทุกอย่างมันก็เกิดจากว่าเขามีสิทธิทำ ธุรกิจออนไลน์ (Online) ประชาชนก็มีสิทธิเลือกที่จะใช้บริการหรือไม่ใช้ แต่สุดท้ายมันต้องมี ความผิดเราก็ช่วยกัน ถ้าว่ามันผิดเราก็ช่วยกันรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีนะครับ อันนี้ ก็เป็นแนวทางที่ทางกระทรวงได้ติดตามทำอยู่ แล้วก็คิดว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็ขอ ชี้แจงเบื้องต้นแค่นี้ก่อนครับ🔗
ท่านสะถิระ มีคำถามอะไรอีกไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ขอบพระคุณ ท่านประธานที่ให้ผมได้ชี้แจงอีกสักครู่หนึ่งนะครับ ก็เกือบเคลิ้มตามท่านรัฐมนตรีแล้วนะครับ ก็คือผิดหรือไม่ผิดผมมองอย่างนี้ว่าผู้ที่ผิดก็ต้องมารับความผิดต้องมารับโทษ แต่ผู้ที่ไม่ผิด ก็ต้องมีเอกสารชี้แจง ต้องมีข้อมูลพยานหลักฐานมาชี้แจง ทีนี้สิ่งที่ผมเป็นกังวลก็คือระยะเวลา ในการดำเนินการทางกฎหมายนี่ล่ะที่ผมกังวล เขาโกงเราทางออนไลน์ (Online) ผม ยกตัวอย่างง่าย ๆ เลย แต่ทุกวันนี้พี่น้องประชาชนจะต้องพรินต์ (Print) เอกสารไป แจ้งความเลยครับ เราจะมีหน่วยงานไหนไหมที่จะรวบรวมเป็นจุดเดียวที่ไม่ต้องใช้เอกสาร หรือเพเพอร์ (Paper) อันนี้คือสิ่งที่ผมขออนุญาตเสนอแนะผ่านทางท่านประธาน ผ่านไปทาง ท่านรัฐมนตรีด้วยว่าเขาโกงทางออนไลน์ (Online) แต่เราต้องพรินต์ (Print) เอกสารไป แจ้งความ บัตรประชาชนเอยไปแจ้งความใบบันทึกประจำวันที่โรงพัก แค่ตรงนี้เราก็เสียเวลา ที่จะไปจับเขาแล้ว ตรงนี้ขออนุญาตเสนอแนะผ่านทางท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรื่องนี้สำคัญครับ ก็คิดตรงกันกับท่าน ส.ส. เพราะว่าวันนี้ทางกระทรวง ก็มีระบบรับเรื่องร้องเรียนซึ่งก็ออนไลน์ (Online) อยู่แล้วผ่านอีเมล (e-Mail) ผ่านเฟซบุ๊ก (Facebook) ผ่านช่องทางต่าง ๆ โทรศัพท์ก็ได้ แล้วก็ให้ส่งข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ (Online) อยู่แล้ว ตำรวจก็ทำแล้วนะครับ ๑๔๔๑ ก็รับแจ้ง ถือว่าเป็นระบบที่รับแจ้งความ ออนไลน์ (Online) แล้วรับเป็นคดีเลยนะครับ เพียงแต่ว่าอาจจะมีขั้นตอนหลังจากนั้นก็จะมี การพิสูจน์ยืนยันตัวตนตามกระบวนการ หรือเรียนว่าศาลแพ่ง ศาลอาญา ศาลยุติธรรม ก็ได้มีระบบรับฟ้องร้องคดีออนไลน์ (Online) แล้วนะครับ แต่เพิ่งเปิดได้ไม่กี่เดือน ประชาชน อาจจะยังไม่ทราบ แต่ฟ้องแพ่งนะครับ ฟ้องอาญายังไม่ได้ อาญานี้อาจจะต้องอีกระยะหนึ่ง เพราะว่ามันเป็นเรื่องกระบวนการทางกฎหมายที่เรายังทำยากอยู่ เพราะมันเป็นเรื่องของ การจับกุมดำเนินคดี กระบวนการยืนยันตัวตนผู้ต้องหาอะไรอย่างนี้ แต่อาญานี่ฟ้องออนไลน์ (Online) ได้แล้วนะครับ สิ่งที่ผมพยายามทำอยู่ในเร็ว ๆ นี้คือจะพยายามเชื่อมข้อมูลของ ทั้งระบบให้รวมกันแล้วทำเป็นระบบคอมพิวเตอร์ซิสเต็ม (Computer System) ที่จะดูแล เรื่องการบริหารจัดการคดีทั้งหมด มีการติดตามคดี มีการแจ้งกลับไปยังผู้เสียหายให้เขารู้ว่า ความคืบหน้าของคดีต่าง ๆ และทุกอย่างจะเป็นระบบคอมพิวเตอร์ไรต์ (Computer Write) ทั้งหมดโดยใช้เงินของกองทุนดีอี (DE) ในการดูแลเรื่องนี้อยู่นะครับ ก็หวังว่าประชาชนต่อไป ก็จะมีความเข้าใจมากขึ้น ระบบนี้เพิ่งเริ่มแต่ว่าต่อไปผมชื่อว่าในระยะไม่กี่เดือนข้างหน้า คนก็จะเริ่มเข้าใจและเข้ามาแจ้งความออนไลน์ (Online) มากขึ้น เพราะวันนี้ถ้ามีคดีที่สัตหีบ แล้วไปแจ้งความที่โรงพักสัตหีบผมว่าคดีมันจะเดินหน้าช้ามากเพราะตำรวจเขามีคดีอื่นเยอะ แล้วเขาอาจจะไม่มีความชำนาญในการทำคดีออนไลน์ (Online) เพราะฉะนั้นที่ดีที่สุดคือ พยายามแจ้งความมาที่ ๑๔๔๑ และ ๑๒๑๒ ที่ศูนย์ของกระทรวงดีอีหรือของตำรวจ แล้วผม เชื่อว่าคดีก็จะมีความคืบหน้าเร็วขึ้น เพราะเรามีความเชี่ยวชาญที่ทำเรื่องนี้โดยตรงครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านที่เคารพครับ ก็ถือว่าเป็นการจบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๙๑ เรื่องการแก้ไขปัญหาและ การป้องกันกรณีที่พี่น้องประชาชนโดนฉ้อโกงจากการซื้อของผ่านสื่อออนไลน์ (Online) ของท่าน ส.ส. สะถิระ เผือกประพันธุ์ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ท่านชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ที่กรุณาให้เกียรติกระทู้แยกเฉพาะของ พวกเรา ขอขอบพระคุณครับ ต่อไปก็จะเป็นระเบียบวาระที่🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถาม ที่ ๓๙๓ เรื่อง การขอเอกสารสิทธิในพื้นที่หัวไร่ปลายนา ตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงาน รัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่ากากระทรวงมหาดไทย ติดภารกิจ ราชการสำคัญ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญา มณี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือ ๑. นายวาทิน หลำสาคร ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ตอนนี้รัฐมนตรีก็พร้อม ผู้ถาม ผู้ตอบพร้อม เชิญท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ส.ส. สกลนคร ได้ถาม เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันถามกระทู้ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี วันนี้ได้รับเกียรติจากท่านนิพนธ์ บุญญามณี มาตอบ กระทู้ของดิฉัน กระทู้ของดิฉันถามตำบลเดียวค่ะ แต่มันจะแพร่ออกไปกว่า ๗,๒๕๕ ตำบล เลยทีเดียว เพราะว่าอีก ๗,๒๕๕ ตำบลมีปัญหาเดียวกันนี้ล่ะค่ะ บ้านท่านประธานก็มี เช่นเดียวกันกับบ้านดิฉันนี่ล่ะค่ะว่าที่ของพี่น้องประชาชนที่ครอบครองมานาน ทั้งที่หัวไร่ปลายนา ที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ที่อะไรหลาย ๆ อย่าง รวมทั้งเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่จะเป็นเรื่องที่ใหญ่ ที่สุดในวันนี้ ใครที่ดูตอนเย็นดูถ่ายทอดผ่านวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาที่ดิฉันจะออกนั้นก็ขอให้แชร์ ต่อ ๆ กันไป เราจะได้มีเอกสารสิทธิหรือไม่อย่างไรนะคะ ทั้งจำนวนตำบล ๗,๒๕๕ ตำบล ทั่วประเทศในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพคะ ถ้าคนที่มีที่หัวไร่ปลายนา ที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ ที่เหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ แม้กระทั่งที่เขาคิดอยู่นี้ก็คือ ภ.บ.ท. ๕ ที่เสียภาษีดอกหญ้าจะมีสิทธิ ออกเอกสิทธิหรือไม่ กระทรวงมหาดไทยจะทำอย่างไร ดิฉันลงพื้นคนที่ต้องการที่มีที่หัวไร่ปลายนา ภาพต่อไปเลยค่ะ🔗
น้ำคนละขวดเท่านั้นไม่ต้องมีอะไรมาก นั่นคือความต้องการของพี่น้องประชาชนค่ะ ภาพต่อไปเลยค่ะ อันนี้ก็เหมือนกัน ภาพต่อไป เลยค่ะ นี่คือรับฟังความคิดเห็นร่วมกับผู้ใหญ่บ้านว่าความต้องการที่มีอยู่หลายชั่วอายุคน ใยกระทรวงมหาดไทยไม่ออกกฎชัดเจนระเบียบของกระทรวงมหาดไทย เพื่อที่ประชาชนจะ ได้ประโยชน์ มีรูปหนึ่งที่ดิฉันอยู่ในสวนใบพลู เขาปลูกใบพลูนี้มา ๒๐ กว่าปีไม่มีเอกสารสิทธิ ใด ๆ เลยที่ดิฉันออกไปจริงผ่านไปเรื่อย ๆ แล้วจะเห็นว่าเป็นอย่างไรบ้าง ดิฉันถามคำถามแรก ต่อท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ บุญญามณี ซึ่งท่านเป็น ส.ส. หลายสมัยเข้าใจ สภาพปัญหาจิตใจและหัวใจถึงก้นบึ้งของหัวใจเลยทีเดียวของ ส.ส. เขตนะคะ ภาพนี้ค่ะ ดิฉันอธิบายภาพก่อน อันนี้บ้านหินแผง ยังไม่เป็นหมู่บ้านเลย ประชาชนต้องการเอกสารสิทธิ และต้องการแยกหมู่บ้านด้วย ต้องการมีหมู่บ้านเป็นของตนเองเยอะขนาดนี้ค่ะ ประชากร ๑๐๐ กว่าหลังคาเรือน แต่ยังไม่แยกหมู่บ้านให้เขาของตำบลบงเหนือนะคะ ดิฉันถามคำถามแรก ค่ะท่านประธาน เมื่อมีการครอบครองพื้นที่ดินหลายชั่วอายุคนแล้วจะมีแนวทางการออก เอกสารสิทธิในที่ดินหัวไร่ปลายนาให้กับพี่น้องตำบลบงเหนือ และพี่น้องทุกตำบลทั่วประเทศ กว่า ๗,๒๕๕ ตำบลได้อย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ🔗
เชิญรัฐมนตรี ตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้มาตอบกระทู้ของท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านอนุรักษ์ บุญศล ซึ่งได้ตั้งกระทู้ถามกรณีเรื่อง การขอออก เอกสารสิทธิในพื้นที่หัวไร่ปลายนา ตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ในตำบลในพื้นที่ตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร มีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน เมื่อปี ๒๕๔๑ และปี ๒๕๔๙ นอกจากนั้นก็ยังมีอาณาเขตคาบเกี่ยวกับ เขตป่าสงวนแห่งชาติที่เรียกว่าป่าดงพันนาและป่าดงพระเจ้า ซึ่งตามพระราชบัญญัติ ป่าสงวนแห่งชาติเป็นที่ดินต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินตามกฎกระทรวงที่ ๔๓ พ.ศ. ๒๕๓๗ ออกตามความในพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายที่ดินปี ๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ เพราะฉะนั้น ถ้าไม่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ไม่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อันนี้ครับกรมที่ดินก็สามารถที่จะ นำมาออกเอกสารสิทธิได้ ออกโฉนดที่ดินได้ ได้รับแจ้งจากพี่น้องประชาชนผ่านโครงการ แอปพลิเคชัน (Application) บอกดิน ๑ บอกดิน ๒ ในระยะเวลาที่ผ่านมากรมที่ดินจึงไป ทำระวางก่อนที่จะไปเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินให้พี่น้องประชาชน กรมที่ดินได้ส่งเจ้าหน้าที่ ไปทำระวางได้มา ๒ ระวาง ท่านประธานครับ ในเอกสารนี้ขออนุญาตเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านอนุรักษ์ว่าในพื้นที่นี้เราจะระวางอยู่ ๒ ระวาง คือระวางที่ ๑ แล้วก็ระวาง ด้านทิศเหนือข้างบนอีก ๑ ระวาง ใน ๒ ระวางนี้ ถ้าไปกำหนดที่ดินไปออกระวางอย่างนี้แล้ว ก็สามารถที่จะไปออกโฉนดที่ดินให้พี่น้องประชาชนได้นะครับ พื้นที่ปรากฏดังภาพนะครับ เพราะฉะนั้นภายในเดือนมิถุนายนนี้ที่ของประชาชนที่อยู่ในระวางที่กรมที่ดินออกแล้ว ก็จะสามารถไปเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินให้ประชาชนได้ ซึ่งตามที่ดูแล้วมีระวางแผนเลขที่ ๕๖๔๓ I (ไอ) ๑๖๐๘ แล้วก็ ๕๖๔๓ I (ไอ) ๑๘๑๘ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จะดำเนินการออกโฉนดที่ดิน ให้ประชาชนประมาณสัก ๓๐ ไร่ โดยประมาณเบื้องต้นเราก็จะไปเดินสำรวจออกโฉนดให้ก็ จะเร่งรัดให้เสร็จ ส่วนถ้าท่านดูทั้งหมดในแผนที่นี้มันจะมีที่ที่เรียกว่าเป็นช่องโหว่คือ ขาว ๆ อยู่นั่นล่ะครับ ตรงนั้นผมได้กำชับเจ้าหน้าที่ไปแล้วว่าแม้ว่าพี่น้องประชาชนจะไม่มา ลงชื่อในบอกดิน ๓ ซึ่งขณะนี้กรมที่ดินกำลังเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ มาลงชื่อผ่านแอปพลิเคชัน (Application) ของกรมที่ดินที่เรียกว่าบอกดิน ๓ ท่านเข้าไป เพราะบอกดิน ๑ บอกดิน ๒ เมื่อลงชื่อแล้วจะถูกมาทำระวางอย่างนี้ครับ พอทำระวางแล้ว ก็ไปเดินสำรวจออกโฉนดให้พี่น้องประชาชนได้ ขณะนี้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์มาถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายนนี้เราจะเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนมาลงชื่อแจ้งความประสงค์ว่าอยากจะได้ออก โฉนดที่ดิน แล้วเจ้าหน้าที่เขาจะไปดูว่าที่ดินอยู่ตรงไหน อยู่ในเขตป่าหรือไม่ ถ้าเขตป่าหรือ ที่ดินของรัฐทุกประเภทออกโฉนดไม่ได้ แต่ถ้าไม่ใช่ที่ดินของรัฐ กรมที่ดินจะพยายามเร่งรัด แล้วก็กำหนดให้เจ้าหน้าที่ไปเดินสำรวจได้ แต่ถ้าเข้าไปแล้วแม้พี่น้องจะไม่ลงชื่อไว้ ถ้าอยู่ในแผ่นระวางแล้วทั้ง ๒ ระวางแม้จะไม่แจ้งชื่อไว้ก็มานำชี้นำเดินสำรวจได้นะครับ เพราะฉะนั้นผมแจ้งท่านได้ว่าท่านได้ขอความกรุณา ท่านอนุรักษ์ได้แจ้งกับพี่น้องประชาชน ได้เลยว่าภายในเดือนมิถุนายนนี้กรมที่ดินจะส่งเจ้าหน้าที่ไปเดินสำรวจออกโฉนดให้กับ พี่น้องประชาชนที่อยู่ใน ๒ ระวางนี้แล้ว ส่วนระวางอื่นจะยังไม่มีระวางผมก็จะแจ้งให้ ผู้อำนวยการทราบแล้วว่าให้ไปเร่งในการที่จะแจ้งกับพี่น้องประชาชนในการสำรวจเสีย หากว่าได้กำหนดแนวเขตชัดเจนแล้วว่าเขตแนวป่าสงวนแห่งชาติอยู่ที่ไหน เขตพื้นที่ ปฏิรูปที่ดินอยู่ที่ไหน ถ้าที่ดินทั้งหมดที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ แต่พี่น้องประชาชนเข้าไป ครอบครองทำประโยชน์แล้วให้เร่งรัดในการเดินโฉนดที่ดินให้พี่น้องประชาชน ถ้าปีนี้ไม่ทันแล้ว ปี ๒๕๖๖ ผมก็จะเดินหน้าประกาศต่ออีก ๒ เดือน ๓ เดือนผมจะประกาศแผนเดินสำรวจ ในที่ดินทั่วประเทศอีกครั้งหนึ่ง ปีที่แล้วผมประกาศเดินสำรวจไป ๗๐ จังหวัด แต่ว่าเราถูกตัด งบประมาณไปด้วยวิกฤติโควิด (COVID) เหลืองบประมาณอยู่เพียง ๖๐ สายสำรวจ ทั้งประเทศ จากเดิมเราเคยมี ๑๒๐ สายสำรวจที่จะออกไปแก้ปัญหานี้ให้พี่น้องประชาชน เรา จึงต้องไปขอให้สำนักงานที่ดินช่วยดูแลเรื่องนี้ให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ผมจึงขออนุญาตที่ จะเรียนกับท่านนะครับว่า ในพื้นที่นี้ก็มีแผนชัดเจนอยู่แล้วที่จะออกเดินสำรวจ ในประมาณเดือนมิถุนายนนี้ครับ ส่วนที่อื่นผมขอเรียนท่านว่าเหมือนกัน ถ้าที่ดินไม่อยู่ในเขต ที่ดินของรัฐไม่ว่าประเภทใด ๆ กรมที่ดินยังมีนโยบายชัดเจนในการเร่งรัดเดินสำรวจก็ขอให้ พี่น้องประชาชนได้เข้าไปในแอปพลิเคชัน (Application) ท่านไม่ต้องเดินไปที่ดินแล้วเดี๋ยวนี้ ท่านใช้เทคโนโลยี (Technology) ท่านใช้โทรศัพท์และเข้าแอปพลิเคชัน (Application) เข้าไปที่บอกดิน ๓ ท่านแจ้งความประสงค์ว่าท่านอยากจะได้ที่ดินของท่านใดอยู่บริเวณใด ถ้าท่านจะบอกพิกัดโฉนดที่ดินใกล้เคียงท่านไปได้ก็ดีมากมันจะมีความชัดเจนมากขึ้น แล้วกรมที่ดินจะนำเอาข้อมูลในแอปพลิเคชัน (Application) บอกดิน ๓ มานำไปสู่การ ประกาศที่จะเดินสำรวจออกเอกสารสิทธิให้พี่น้องประชาชนต่อไปครับ ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
เชิญท่านอนุรักษ์ คำถามที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ อนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันดีใจกับพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศนะคะ คลิป (Clip) ของท่านที่ประกาศวันนี้จะถูกเปิดซ้ำแล้วซ้ำอีก และแชร์ไป มหาศาลเลยทีเดียว เพราะว่านั่นคือความหวังค่ะ ดิฉันคิดง่าย ๆ ว่าตำบลหนึ่งมีประมาณ ๑๐๐ คนที่ต้องการเอกสารสิทธิ แล้วเมื่อเขาได้เอกสารสิทธิแล้วเขาสามารถกู้ธนาคารเพื่อมา ต่อลมหายใจของครอบครัวและชีวิตของเขา แค่ได้คนละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท เขาก็สามารถที่จะ ดำรงชีวิตอยู่ได้ไม่เดือดร้อนมากนัก แล้วถ้ามันเป็น ๗,๒๕๕ ตำบล ๗๒,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน มันจะเกิดมูลค่ามหาศาลเพียงใดในภาวะที่ขาดแคลนเงินตราในขณะนี้ นี่คือความหวัง ที่ยิ่งใหญ่เลยะ ดิฉันยกตัวอย่างแค่บ้านดิฉันแต่มันจะเป็นไวรัล (Viral) ที่แพร่ไปทั้งประเทศ โดยเร็ววันนะคะท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ บุญญามณี บอกว่าพื้นที่ของดิฉันตำบลบงเหนือ มันเป็นป่าดงพันนา เป็นป่าดงพระเจ้า ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีคะ สหายแสง ท่านนี้เคยย่ำอยู่บนพื้นที่นี้ มันยังเหมือนเดิมตอนที่ท่านเป็นสหายแสงก็คือไม่สามารถที่จะ ครอบครองเป็นสมบัติที่ปู่สังกะสา ย่าสังกะสีครอบครองมาได้ ดิฉันถามไปว่าเขตปฏิรูปที่ดิน ปี ๒๕๔๑ กับปี ๒๕๔๙ เดี๋ยวนี้นั้นตรงที่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ เป็นสหายแสงอยู่ในดงพันนา อยู่ในดงพระเจ้านั้น เดี๋ยวนี้ไม่มีดงอะไรเลย มันเป็นบ้าน มันเป็นตำบลแต่ไม่สามารถที่จะออกเอกสารสิทธิใด ๆ ได้ ดิฉันถามว่าเขตปฏิรูปที่ปี ๒๕๔๑ ปี ๒๕๔๙ ที่ครอบไว้นี้ เมื่อไรจะแก้ไขกฎหมายให้ได้เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชน เขาไม่มีเยอะหรอกค่ะ เขามีคนละ ๑ ไร่ ๒ ไร่ ๓ ไร่ ๔ ไร่ แต่ถ้ามันเป็นเอกสาร สิทธิโดยเป็นของเขาแล้วนี่ มันสามารถแปลงสินทรัพย์เป็นทุนได้ ดิฉันลองคูณ คูณ ดูง่าย ๆ มากกว่างบประมาณในปีนี้ทั้งประเทศ แค่กู้คนละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท แล้วการหมุนของเงิน มันจะกี่รอบ พี่น้องประชาชนที่ไม่ได้ส่งลูกเรียนหนังสือก็จะได้ส่งลูกเรียนหนังสือ🔗
ดิฉันถามคำถามที่ ๒ ซึ่งในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะให้ ๒ คำถามเท่านั้น เขตปฏิรูปที่ดิน ปี ๒๕๔๑ ปี ๒๕๔๙ เมื่อป่าเป็นบ้านแล้ว ท่านรัฐมนตรีมีแนวคิดอย่างไร ที่จะให้บ้านที่ดินบนที่ตรงนั้นมีเอกสารสิทธิสามารถแปลงสินทรัพย์เป็นทุนได้ ขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าปัญหาที่ดินนี้เข้าใจว่าพี่น้องประชาชน เดือดร้อนกันมาก ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาเป็นรัฐมนตรีวันนี้รู้เลยว่าเรื่องที่ สมาชิกนำเข้ามาปรึกษาท่านประธานสภามากที่สุดคือเรื่องที่ดิน มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ มา พยายามเร่งรัดในการเดินสำรวจออกโฉนดให้ที่ดิน เมื่อสักครู่นี้ผมเพิ่งตอบกระทู้ห้องใหญ่มา เราได้ออกที่ดินไปแล้วตอนนี้ ออกโฉนดที่ดินให้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ จนถึงปัจจุบันนี้ เราได้ออกเอกสารสิทธิไปแล้ว ๒๘๗,๗๑๔ แปลง แจกให้ประชาชน ไปแล้ว ๒๓๙,๐๐๐ แปลง รวมเนื้อที่ดิน ๖๘๔,๒๐๙ ไร่ นี่คือ ๔ ปี ๓ ปีกว่ามานี้ เราได้ ดำเนินการไปอย่างนี้ เรื่องที่ดินนี้คือที่ดินที่เรียกว่าเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน มันยังมีอยู่อีก หลังจากที่เราไปแก้ประมวลกฎหมายที่ดินเมื่อปี ๒๕๕๑ แล้วบอกว่าใครที่ถือ ส.ค.๑ อยู่ให้รีบ เอามาแจ้งภายในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ที่แจ้งในวันนั้นแจ้งกันไว้ประมาณ ๔๙๒,๒๖๕ ราย บัดนี้ทำไปแล้ว ผมเข้ามาก็เร่งรัดให้ดำเนินการนะครับ ปีที่แล้วได้ไป ๔๐,๐๐๐ กว่าแปลง ก่อนหน้านั้นปี ๒๕๖๒ ๑๐,๐๐๐ กว่าแปลง ปี ๒๕๖๓ ๑๐,๐๐๐ กว่าแปลง ปี ๒๕๖๕ ๓ เดือนได้เป็น ๑๐,๐๐๐ กว่าแปลงแล้ว เพราะฉะนั้นผมจะเร่งรัดตรงนี้ ทำไปแล้วขณะนี้ ๒๔๘,๐๑๖ แปลงแล้ว เหลืออยู่อีก ๒๔๐,๐๐๐ แปลง อันนี้เฉพาะที่มี ส.ค. นะครับ เพราะฉะนั้นก็พยายามเร่งรัด ส่วนไม่มี ส.ค. เดินออกเอกสารสิทธิให้ไปแล้วตอนนี้ ๖๘๔,๐๐๐ กว่าไร่แล้วครับ แต่ละปีก็มีเป้าหมายไว้ชัดเจน แต่ผมกราบเรียนแล้วว่าพอเจอวิกฤติโควิด (COVID) เราโดนตัดสายสำรวจ เพราะงบประมาณถูกนำไปใช้แก้ปัญหาเรื่อง โควิด (COVID) สายสำรวจโดนตัดไปครึ่งหนึ่งจาก ๑๒๐ สายสำรวจทำได้ทั้งประเทศ เมื่อก่อน ก็ไม่ประกาศทั้งหมด ประกาศ ๒๕ จังหวัด ๓๐ จังหวัด ปีที่แล้วผมประกาศ ๗๐ จังหวัดเลย เว้นที่ไม่ประกาศคือจังหวัดที่เป็นเกาะ เช่นภูเก็ต เช่นเกาะสมุยอย่างนี้ ไม่ประกาศดำเนินการ เพราะมีความเสี่ยง เพราะฉะนั้นให้ท่านสบายใจได้ พี่น้องประชาชน ถือโอกาสนี้กราบเรียน ท่านประธานว่าสิ่งที่เร่งรัดทำอยู่ในขณะนี้เราพยายามจะใช้เรื่องวันแมป (One Map) ด้วย แนวเขตที่มันทับซ้อนกัน ระวางแผนที่เราเคยใช้ระวางที่ต่างกัน ๑:๕๐,๐๐๐ บ้าง ๑:๘,๐๐๐ บ้าง บัดนี้วันแมป (One Map) ตกลงแล้วจะใช้ ๑:๔,๐๐๐ เพื่อไม่ให้มันเขย่งกัน ๑:๔,๐๐๐ เราทำมา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ครม. เพิ่งอนุมัติรับรองไปกลุ่มเดียวจากแบ่งเป็นทั้งหมด ๗ กลุ่ม กลุ่มละ ๑๑ จังหวัด กลุ่มที่รอบ ๆ กรุงเทพมหานครเสร็จเป็นกลุ่มแรกตอนนี้รับรองแล้ว ที่เหลือกลุ่มที่ ๒ ก็กำลังจะดำเนินการนำเข้า ครม. เพื่อรับรอง เหลืออีก ๕ กลุ่ม ตรงนี้ที่มี ปัญหาต้องคุยกันให้รอบคอบ เพราะว่ากระทรวงที่เกี่ยวข้องมี ๕ กระทรวง มี ๙ กรม เพราะฉะนั้น ๕ กระทรวง ๙ กรม ต้องมาคุยกันเรื่องวันแมป (One Map) เสียก่อน ที่ดิน ที่มันออกไม่ได้อยู่ในขณะนี้คือเจ้าหน้าที่กลัวความเสี่ยงไม่กล้าไปชี้แนวเขต เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยความเคารพว่า ผมจะพยายามเร่งรัดเข้าใจว่านี่คือปัญหาที่พี่น้องประชาชนมีความห่วงใย แล้วก็จะเร่งรัดว่า ที่ดินตรงไหนถ้าไม่ใช่เป็นที่ดินของรัฐก็จะเร่งรัดออกโฉนด ที่ดินตรงไหนที่เป็นที่ดินของรัฐแล้ว ไม่สามารถออกโฉนดได้ตามกฎหมายแล้วก็จะนำกฎหมายที่เรียกว่า คทช. มาใช้ อย่างน้อยพี่น้องประชาชนก็เข้าไปอยู่ได้ เข้าไปทำกินได้ อยู่อาศัยได้โดยไม่ผิดกฎหมาย นี่คือเครื่องมือที่จะใช้ในการแก้ปัญหาต่อไป ส่วนพื้นที่ไหนคาบเกี่ยวก็จะเร่งรัดให้ชี้แนวเขต เสียให้ชัดเจน แล้วจะได้ดำเนินการถ้าอยู่นอกเขตที่ดินของรัฐแล้วจะเร่งรัดในการออกโฉนด ให้พี่น้องประชาชน ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
ถือว่า จบกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรื่อง การขอเอกสารสิทธิในพื้นที่หัวไร่ปลายนา ตำบลหนองบง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ของท่านอนุรักษ์ บุญศล แต่ว่าผมขออนุญาตใช้สิทธิ พาดพิงนิดหนึ่งนะครับ ใช้สิทธิพาดพิงในฐานะที่เป็นสหายแสงก็ขอฝากท่านรัฐมนตรีครับ เรื่องการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน ผมคิดว่ากระทรวงมหาดไทยโดยกรมที่ดินต้องระดม สรรพกำลังทั้งหมด หรือไม่ใช่เฉพาะกระทรวงมหาดไทยหรอกครับ มันควรเป็นภารกิจ ของรัฐบาลต้องระดมสรรพกำลังลงไปดำเนินการในเรื่องพวกนี้ เพราะรู้อยู่ว่าการออกโฉนด ที่ดินให้กับประชาชนนั้นมันเป็นการเสริมสร้างรายได้ สร้างขวัญและกำลังใจยังไม่พอเสริมสร้าง รายได้ให้กับพี่น้องประชาชนด้วย แล้วก็ยังสร้างรายได้ให้กับรัฐบาลด้วย แต่ว่าผมดูสำนักงาน ที่ดินแห่งชาติแต่ละแห่งแล้วนั้นมีเจ้าหน้าที่ที่ดินไม่กี่คน แล้วหน่วยเดินสำรวจก็มีไม่กี่คน แต่ละหน่วย ๆ ฉะนั้นจึงไม่สามารถที่จะตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนได้ ตรงนี้ถ้าท่านรัฐมนตรีทำได้จะช่วยแก้ไขปัญหาของประเทศชาติได้เป็นอย่างยิ่ง ผมถือว่าเป็น ปัญหาของชาติไม่ใช่เฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่กรุณาให้เกียรติ ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ขอบคุณครับ🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถาม ที่ ๓๙๔ เรื่อง ไม่มีงบประมาณในการสูบน้ำด้วยระบบไฟฟ้า (นางบุญรื่น ศรีธเรศ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงาน รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจ ราชการสำคัญจึงมอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ฯพณฯ นิพนธ์ บุญญา มณี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือนายธนธร ศรีนาค หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดกาฬสินธุ์ กรมป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ทุกส่วนพร้อมแล้วเชิญท่านบุญรื่น ศรีธเรศ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นาง บุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ดิฉัน มีปัญหาเรื่องการใช้น้ำในการทำการเกษตรของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ก็เลยได้ตั้ง กระทู้ถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คือในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๖ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ได้ก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ที่ห้วยแสนยา บ้านท่ากลาง หมู่ที่ ๘ ตำบลเจ้าท่า อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วได้สูบน้ำให้ประชาชนใช้เพียงครั้งเดียว ในการสูบน้ำเมื่อปี ๒๕๖๐ ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ แล้วมาใช้ปี ๒๕๖๐ โดยใช้งบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด กาฬสินธุ์ ช่วยเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท และนับตั้งแต่นั้นมาจนถึงวันนี้สถานีสูบน้ำดังกล่าว ยังไม่ได้สูบน้ำให้ประชาชนใช้บริการอีกเลย เพราะไม่มีหน่วยงานใดที่จะเข้ามาแสดงความ รับผิดชอบค่าใช้จ่าย จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจึงขอถามว่า ดิฉันจะรวบข้อ ๑ ข้อ ๒ เข้าด้วยกันเลยนะคะ แล้วมันจะเป็น ๒ ข้อคำถาม กระทรวงมหาดไทยมีแนวทางที่จะ บูรณาการกับหน่วยงานใดให้เข้ามารับผิดชอบในการดูแลสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่ห้วยแสนยา แห่งนี้ คือเป็นอนุสาวรีย์มา ๑๐ ปีแล้วได้ใช้น้ำครั้งเดียวเป็นไปได้อย่างไร เพราะฉะนั้น อยากจะนำเรียนท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรี รัฐบาลได้ลงทุนไปมากแล้วก็อยากจะให้ รัฐบาลได้ใส่ใจในการใช้บริการ ให้บริการใช้น้ำในการเกษตรให้กับพี่น้องประชาชนในเขต พื้นที่ เฉพาะตำบลท่ากลางมี ๑๖ หมู่บ้าน อาศัยตรงนี้ล่ะค่ะ แล้วเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้ใช้น้ำเลย เพราะว่าไม่มีงบประมาณ แล้วท่านจะแก้ไขปัญหาให้เขาอย่างไร แล้วมีหลายพื้นที่ด้วย ที่เป็นอนุสาวรีย์อยู่อย่างนี้ สถานีสูบน้ำนี่ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ารัฐบาลลงทุนไปมากแล้ว ถ้าปล่อยปละละเลยปล่อยให้พี่น้องประชาชนชาวนาดูแลด้วยตัวเองเขาไม่มีความสามารถ เพราะว่าขาดงบประมาณ หน่วยงานที่จังหวัดที่รับผิดชอบเขาก็ขาดงบประมาณเหมือนกันค่ะ อันนี้อยากจะให้ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าจะแก้ไขให้เขาอย่างไร คำถามที่ ๑ ค่ะ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ตอบกระทู้ของท่านบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งต้องถือโอกาสนี้ขอขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ดูแลเรื่องนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าประตูน้ำหรือว่าที่สูบน้ำอันนี้ที่ในกระทู้ของท่านได้บอกว่าเป็นของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าได้ใช้ก่อสร้างโดย งบของจังหวัดตามแผนปฏิบัติราชการซึ่งมันจะมีงบจังหวัด งบกลุ่มจังหวัด ในส่วนนั้นได้นำไป เมื่อปี ๒๕๕๕ ได้งบประมาณไปเมื่อปี ๒๕๕๕ แล้ววัตถุประสงค์คือแก้ปัญหาน้ำท่วม ในขณะนั้นคือสูบน้ำออกไม่ใช่สูบน้ำเพื่อการเกษตร วัตถุประสงค์ที่จะสร้างเครื่องสูบน้ำนี้ แล้วสร้างกันในขณะนั้น ๓ ที่ อย่างที่ท่านบอกนั่นล่ะว่าปล่อยไว้ทั้ง ๓ ที่ ผมได้เอาข้อมูลมาดู ใช้ไม่ได้ทั้ง ๓ ที่ อีก ๒ ที่มีขโมยเข้าไปแล้วไปแจ้งความ ผมดูเอกสารแจ้งความครับ มีการ ขโมยหม้อแปลง ขโมยสายไฟฟ้าเอาทองแดงไปขายหมดแล้ว แล้วมันก็เลยทำให้ใช้ไม่ได้ แปลงนี้ที่ตั้งที่ท่านถามจุดนี้ไปดูแล้วโชคดีหม้อแปลงยังอยู่แต่สายไฟลวดทองแดงถูกเอาไป ขายหมดแล้ว เพราะฉะนั้นก็ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดไปแล้วว่าก่อนที่จะดำเนินการอื่นใด ให้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่ลักทรัพย์ก่อน ประการแรก🔗
แล้วประการที่ ๒ เมื่อใช้งบจังหวัดก็ทำให้มีปัญหาเรื่องว่าใครจะเป็นคนดูแล ใครจะเป็นคนใช้บำรุงรักษาก็ไปเจรจากับ อบจ. ในฐานะที่จะดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะดูแลพื้นที่ได้ เพราะว่า ๓ ตัวนี้ปี ๒๕๖๐ ตามที่ท่านได้เรียนแล้วนั่นล่ะครับ ใช้ครั้งเดียว ผมทราบข้อมูลมาว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๓ ตัวนี้ใช้ค่ากระแสไฟฟ้าเปิดครั้งเดียวตอนที่น้ำท่วม ปี ๒๕๖๐ สูบน้ำออก ใช้ค่ากระแสไฟฟ้าไป ๕๐๐,๐๐๐ บาท บังเอิญโชคดีว่าพอประกาศเป็น เขตภัยพิบัติ ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยกเว้นค่ากระแสไฟฟ้าให้เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องจ่าย ตอนนั้นโชคดีไป แต่มาถามตอนนี้พอจะโอนให้ อบจ. อบจ. ไม่รับ เพราะไม่อยู่ในสภาพ ใช้การได้ก็ไปทำให้ใช้การได้ ปัญหาก็คือทางจังหวัดมอบไปแล้วว่าไปหางบประมาณมาว่าจะ เอาจากที่ไหน ตอนนี้ก็เจรจากับ อบจ. ถ้าไม่ได้จาก อบจ. ก็ไปเจรจาใช้งบเหลือจ่าย หรือใช้ งบอะไรของจังหวัด ในงบของจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดของงบส่วนที่เรียกว่าปฏิบัติราชการ จังหวัดมาใช้ดำเนินการซ่อมแซมบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพใช้การได้ก่อน เมื่อใช้การได้แล้ว หลังจากนั้นก็จะส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เพราะถ้ายังอยู่ในสภาพอย่างนี้ หน่วยงานอื่นก็ไม่กล้ารับนะครับ เพราะฉะนั้นนี่คือแนวทางการแก้ไขในขณะนี้ จังหวัดเอง ก็ทำอยู่ ๒ เรื่อง คือ ๑. ประสานงานกับ อบจ. องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ ๒. ก็ได้ ทำเรื่องที่จะขอสำนักงบประมาณในงบจังหวัด งบกลุ่มจังหวัดผ่านสภาพัฒน์อยู่ในขณะนี้ ผ่าน รองนายกรัฐมนตรีเพื่อเอางบเหลือจ่ายหรือเปลี่ยนแปลงงบมาซ่อมบำรุงอันนี้ได้หรือไม่ อย่างไร เพราะฉะนั้นก็จะได้เรียนปัญหานี้กับท่านประธานเป็นเบื้องต้นว่าจะเร่งรัดประสานงาน กับผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะเรื่องนี้ใช้งบประมาณของจังหวัดมาดำเนินการ แต่ว่าหน่วย ดำเนินการในขณะนั้นปรากฏว่าป้องกันภัยจังหวัดนี่ล่ะไปตั้งงบประมาณและไปดำเนินการให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ก็พยายามที่จะให้ใช้ได้ตามวัตถุประสงค์โครงการต่อไป ขอกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
เชิญท่านบุญรื่น🔗
ต้องกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีผ่านไปยัง ท่านประธานนะคะ คือการหางบประมาณก็คงเป็นอำนาจของกระทรวง เพราะฉะนั้นจังหวัด ก็คงจะต้องอาศัยท่านรัฐมนตรีล่ะนะคะ เพราะฉะนั้นต้องขอบพระคุณรัฐมนตรีที่สุดเลย เพราะว่าดิฉันไปบ่อยอันนี้ คุยกันกับ ปภ. จังหวัด คุยกันตลอดว่าเราจะช่วยอย่างไรนะคะ🔗
ทีนี้ขอถามคำถามสุดท้าย คือดิฉันได้คุยกับชาวบ้านเขาก็เลยถาม แล้วก็ ตกลงกันว่าจะทำอย่างนี้ได้ไหม ในคำถามที่ ๓ กระทรวงมหาดไทยจะมีวิธีการเปลี่ยนแปลง ปรับโครงสร้างโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้หรือไม่ ขอทราบรายละเอียดค่ะ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขอตอบคำถามที่ท่านบุญรื่นได้ถามเรื่องการใช้พลังงาน ต้องยอมรับว่าทั้ง ๓ หน่วยนี้ต้องถือว่าเป็นหน่วยที่ใช้พลังงานไฟฟ้าค่อนข้างจะเยอะ เท่าที่ผมดูขนาดสูบ ช่วงเดียวใช้งบไป ๔๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เกือบ ๕๐๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นสมมุติว่า เครื่องนี้ปกติใช้ได้ เรื่องงบประมาณนี่ที่จริงไม่น่ากังวลครับ เพราะว่าผู้ว่าราชการจังหวัด มีอำนาจใช้งบที่เรียกว่างบยับยั้งป้องกันได้ในวงเงิน ๑๐ ล้านบาท อันนี้เป็นอำนาจทางจังหวัด ที่ ปภ. ที่มีระเบียบให้ใช้ได้อยู่แล้วงบยับยั้งแล้วเวลาภัยพิบัติมาปั๊บก็ใช้ได้อีก ๒๐ ล้านบาท แล้วขยายวงเงินได้ตามจำนวนที่ท่านใช้ไม่ว่าจะเท่าไร ขอไม่เกิน ๕๐ ล้านบาทกระมังครับ ถ้าจำไม่ผิดวงเงินนี่ เพราะฉะนั้นถ้าเครื่องนี้สมบูรณ์แล้ว แล้วมีภัยเกิดขึ้นน้ำท่วม จะท่วม ไร่นาชาวบ้านและต้องใช้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการหรือว่ามีภัยแล้ง ถ้าใช้ ภัยแล้งได้ก็ใช้งบน้ำมันจากงบที่เรียกว่างบยับยั้งป้องกันภัยได้ในวงเงิน ๑๐ ล้านบาท ท่านใช้ไป ๕๐๐,๐๐๐ บาท ท่านเอาบิล (Bill) มาเคลียร์ (Clear) แล้ว ถูกต้องแล้ว วงเงินก็จะกลับมา เหมือนเดิมอีกอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องน้ำมันส่วนหนึ่งมาจากนี้ได้🔗
๒. ถ้าจะให้ท้องถิ่นรับไป ให้ อบจ. รับไป ถ้าเป็นทรัพย์สินของ อบจ. แล้ว อบจ. สามารถที่จะตั้งงบประมาณบำรุงรักษาได้และใช้น้ำมันได้ อันนี้ตามแนวทาง ที่ผมตอบ ข้อ ๑ แล้วว่าจัดการดำเนินการให้มันใช้ได้เสียก่อนคือหม้อแปลงต้องใช้ได้ สายไฟต้องกลับมา เหมือนเดิมและติดเครื่องได้เหมือนเดิม แล้วหลังจากนั้นจะโอนให้ อบจ. ก็ดำเนินตามระเบียบ กฎหมายพัสดุต่อไป🔗
๓. ที่ท่านถามถ้าสมมุติว่าไม่มีค่าน้ำมันจะทำอย่างไร ใช้โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ได้ไหม อันนี้ในเบื้องต้นได้สอบถามทางจังหวัด ทาง ปภ. แล้ว สอบถามกระทรวงพลังงาน เขาบอกว่าไม่คุ้มกับการลงทุน เพราะว่ามันเป็นเครื่องยนต์ที่ต้องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่มากกลัว ว่าโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ถ้าเราจะใช้ในช่วงที่มันมีหน้าฝน มันไม่มีแสงแดด พอมันไม่มี แสงแดดมันผลิตไฟฟ้าไม่ได้อีก จะแก้ปัญหาน้ำท่วม โครงการนี้ต้องการแก้ปัญหาน้ำท่วมเป็น หลักก่อนครับ เราได้ปัญหางบประมาณอีกเข้าใจว่าได้ใช้งบประมาณช่วงที่รัฐบาลปี ๒๕๕๕ จะแก้ปัญหาน้ำท่วมนั่นล่ะมาแก้แล้วก็ทำเอาไว้ครับ แล้วมาถึงวันนี้ก็คิดว่าถ้าโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ไม่ได้ ผมได้เรียนกับทางจังหวัดไปแล้วว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจใช้งบ ยับยั้งป้องกันได้ก็ใช้งบนี้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศภัยแล้ง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ประกาศเขตอุทกภัยแล้ว ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ใช้เงินนี้ไปแก้ปัญหาได้ก่อนเลย ยับยั้ง ก่อนภัยจะมาก็ยังได้เลย ตอนหลังระเบียบผ่อนคลายไปเยอะเพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มี ความคล่องตัวในการใช้งบประมาณในการที่จะแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น เรื่องงบประมาณไม่มีปัญหา ขอให้ทำให้ถูกระเบียบเท่านั้นเอง ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านบุญรื่น มีอะไรอีกไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานคะ บุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ ต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี งบ ๕๐ ล้านบาท ของจังหวัดนี่ลำบากมาก เราไปทวงถามก็บอกไม่มี ไม่มี ไม่มี หมดไปแล้วอย่างนี้ คนทำงานก็ ลำบากก็น่าสงสารด้วย เพราะฉะนั้นดิฉันก็เลยอยากจะให้รัฐบาลใส่ใจในการดูแลสถานีสูบน้ำ ด้วยไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้กับพี่น้อง เพราะว่าแถวนี้มันอยู่ลำชีอย่างไร เพราะฉะนั้น ไม่อยากให้เป็นอนุสาวรีย์ค่ะ ต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีในวันนี้ด้วยที่ทำให้ทราบว่าจะแก้ไข ปัญหาอย่างไรให้กับพี่น้องประชาชน ท่านได้ใส่ใจก็ขอบพระคุณท่านมากค่ะ🔗
ความจริง กระทู้ของท่านบุญรื่น ศรีธเรศ น่าจะเป็นกระทู้ถามทั่วไป เพราะว่าเรื่องแบบนี้ เรื่องสถานี สูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้ามันไม่ได้เป็นปัญหาอยู่ที่เฉพาะจังหวัดกาฬสินธุ์ ฉะนั้นผมฝาก ท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ท่านควรสั่งการไปที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้เร่งให้ ปภ. ตรวจสอบหรือผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกรมชลประทานก็ตาม ตรวจสอบสถานีสูบน้ำด้วยพลังงาน ไฟฟ้าที่สร้างแล้ว บางที่สร้างเสร็จแล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลยปล่อยทิ้งเอาไว้ไม่มีใคร รับผิดชอบ มีอยู่ทั่วไปไม่เฉพาะที่จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดนครพนมของผมก็เยอะแยะนะครับ เขาควรจะเอามาใช้ประโยชน์ในเรื่องนี้ ก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ ท่านเป็นรัฐมนตรี ที่มีคุณภาพมาก ไวมากต่อการแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องนี้ ท่านจะสั่งการประสานงานถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัดให้ดำเนินการแก้ไข เงิน ๕๐ ล้านบาท เหมือนท่านบุญรื่นพูดนี่ถูกต้องครับ คือไม่รู้เขาหวงอะไรกันนักกันหนา ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลบอกว่า ถ้าใช้หมดแล้วก็เบิกได้ แต่ว่าโอ้โฮแต่ละเรื่อง ๆ ที่จะขอเบิกนี้ยังจะไปขอเงินจากมรดกเขานี่ล่ะ ฉะนั้นท่านก็ย้ำลงไปนิดหนึ่งผมฝากด้วย ผมเองไม่เฉพาะเป็นประธานนะครับ ผมเป็น ส.ส. ด้วย ฉะนั้นก็ขอเสริมนิดหนึ่ง ได้เปรียบคนอื่นตรงเสริมได้นี่ล่ะ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีมีอะไรจะเพิ่มไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะนำข้อสังเกตของท่านประธานไปเรียนในที่ประชุมกระทรวง ทุกเดือนจะมีการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัด เดือนนี้วันที่ ๖ ผมก็จะนำเรื่องนี้เรียนในที่ ประชุมผู้ว่าราชการจังหวัด จะกำชับบัญชาของท่านประธานครับ🔗
ขอบพระคุณ ท่านมากครับ ก็ถือว่าจบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๙๔ เรื่อง ไม่มีงบประมาณในการสูบน้ำ ด้วยระบบไฟฟ้า ของท่านบุญชื่น ศรีธเรศ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี มากครับ ที่ให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเราครับ ต่อไป🔗
๑.๓.๓ กระทู้ถาม ที่ ๓๙๒ เรื่อง ปัญหาการกำหนดสัดส่วนของคณะกรรมการ บริหารงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานให้เป็น ผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานติดภารกิจสำคัญ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ นะครับ🔗
๑.๓.๖ กระทู้ถาม ที่ ๓๙๕ เรื่อง การพัฒนาระบบชลประทานในจังหวัดลพบุรี (นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์คือท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญจึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวัน พฤหัสบดีที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๕ ก็ถือว่าจบการพิจารณาถาม-ตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะ แล้วนะครับ🔗
ต่อไป ก็เป็นระเบียบวาระที่ ๒ นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภา จำนวน ๒ เรื่อง🔗
(๑) รับทราบการพิจารณารายงาน ในรายงานทั้งหมดมีจำนวน ๓ เรื่อง🔗
(๑.๑) ก็คือรับทราบรายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสำนักงาน ศาลปกครองประจำปี ๒๕๖๓ ซึ่งที่ประชุมของวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๔ ในวันอังคารที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ นั้นได้รับทราบ🔗
รับทราบรายงานในวันประชุม ครั้งที่ ๒๖ วันอังคารที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ รับทราบ อยู่ ๒ เรื่องนะครับ🔗
(๑.๒) เรื่องรายงานการโอนงบประมาณรายจ่ายตามพระราชบัญญัติวิธีการ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔🔗
(๑.๓) รับทราบรายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔🔗
ทั้งหมด ๓ เรื่อง ที่แจ้งที่ประชุมรับทราบ แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือการรับทราบ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎร ในการประชุม ครั้งที่ ๒๗ เมื่อ วันจันทร์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ของวุฒิสภานะครับ🔗
(๒) ลงมติเห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎรในร่างพระราชบัญญัติบริษัท มหาชนจำกัด (ฉบับที่.. ) พ.ศ. ....🔗
ดังนั้นจึงแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบผลการพิจารณารายงาน ๓ เรื่อง กับพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎร ๑ เรื่อง ที่ประชุมรับทราบนะครับ🔗
ต่อไป🔗
๒.๒ รับทราบเรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้อนุญาตให้คณะกรรมาธิการ และคณะกรรมการขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙ (๒) และข้อ ๑๐๖ วรรคสอง ทั้งหมดมี ๑๒ คณะนะครับ ซึ่งท่านประธาน ได้พิจารณาตามหนังสือของประธานคณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญมาขอขยายระยะเวลา การศึกษาก็มีทั้งหมด ๑๒ คณะ🔗
คณะแรก คือคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาติดตามและตรวจสอบ การใช้จ่ายเงินจากการกู้เงินตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) เพิ่มเติมพุทธศักราช ๒๕๑๔ ขอขยายระยะเวลาไป ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๙ มีนาคม🔗
คณะที่ ๒ ให้คณะกรรมการจัดการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขยายไป ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๕🔗
คณะที่ ๓ ได้ขยายไปทั้งหมด ๓ ครั้งแรกคือคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาทั้งหมด ๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ก็คือเรื่องร้องเรียนจริยธรรมของท่านมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ขยายทั้งหมด ๓ ครั้งไปแล้ว ครั้งแรก ก็คือวันที่ ๑๙ มีนาคม ครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๘ เมษายน และครั้งที่ ๓ วันที่ ๑๘ พฤษภาคมนะครับ ครั้งละ ๓๐ วัน🔗
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องร้องเรียนจริยธรรมของนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ได้อนุญาต ขยายเวลาไป ๒ ครั้งนะครับ คือครั้งแรก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๙ มีนาคม แล้วครั้งที่ ๒ อีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๘ เมษายน🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องท่านมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อีกครั้งหนึ่ง เป็นคนละเรื่อง อันนี้เป็นเรื่องร้องเรียนอีกเรื่องหนึ่งซึ่งขยายไป ๒ ครั้งเหมือนกัน ครั้งแรกขยายไป ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๖ เมษายน และครั้งที่ ๒ ขยายไปอีก ๓๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๑๖ พฤษภาคม🔗
นอกจากนั้นก็ขยายเวลาให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบ กรณีการควบรวมกิจการโทรคมนาคมระหว่างทรู (True) กับดีแทค (Dtac) และการค้าปลีกค้าส่ง ซึ่งขอขยายระยะเวลาไป ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๒๔ มีนาคมขยายไปอีก ๙๐ วันนะครับ🔗
คณะที่ ๕ ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาการแพร่ระบาดของ โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรและศึกษาแนวทางช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาราคาสินค้า อุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งท่านประธานได้ขยายเวลาไปอีก ๖๐ วันนับจากวันที่ ๒๒ มีนาคมนะครับ แล้วก็ครั้งที่ ๒ ขยายไป ๙๐ วันนับจากวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒ ครั้งนะครับ🔗
คณะที่ ๖ ให้คณะกรรมาธิการการพลังงานขยายเวลาออกไปอีก ๑๒๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๒ เมษายน เป็นการศึกษาญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาการปรับโครงสร้างราคา พลังงานและกองทุนน้ำมันให้เป็นระบบและยั่งยืนนะครับ🔗
คณะที่ ๗ ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาอุปสรรคในการ จัดบริการสาธารณะกิจกรรมสาธารณะและหาแนวทางในการแก้ไขเรื่องการถ่ายโอนภารกิจ ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งขอมา ๒ ครั้งนะครับ ได้ขยายไป ๒ ครั้งครั้งแรกขยายตั้งแต่วันที่ ๑๒ เมษายนไป ๓๐ วัน และครั้งที่ ๒ ก็ขยายวันที่ ๑๒ พฤษภาคมไปอีก ๓๐ วันนะครับ🔗
คณะที่ ๘ ขยายให้คณะกรรมาธิการการศึกษา ได้ขยายการพิจารณาศึกษา ญัตติออกไป ๒ เรื่อง เรื่องแรก คือกลุ่มญัตติเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาขยายไป ๙๐ วันนับตั้งแต่ วันที่ ๑๘ เมษายน เรื่องที่ ๒ เป็นกลุ่มญัตติเกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและ ผลกระทบจากการยุบเลิกโรงเรียนขนาดเล็ก ขอขยายออกไป ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๗ พฤษภาคมนะครับ🔗
คณะที่ ๙ คือคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว ได้อนุญาตให้ขยายระยะเวลา การพิจารณาศึกษาญัตติแนวทางในการส่งเสริม แก้ไขปัญหา และพัฒนาการท่องเที่ยวของ ประเทศไทย ได้อนุญาตขยายไป ๙๐ วัน นับจากวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๕🔗
คณะที่ ๑๐ ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไข ปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาออกไปอีก ๙๐ วัน เริ่มจากวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๕🔗
คณะที่ ๑๑ ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการปาล์ม น้ำมันอย่างเป็นระบบ ให้ขยายระยะเวลาออกไปอีก ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๕🔗
คณะสุดท้าย คณะที่ ๑๒ เป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร และการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างอย่างทั่วถึง ทั้งประเทศ ได้ขอขยายเวลามา ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๕🔗
ซึ่งท่านประธานได้เห็นชอบอนุญาตทั้งหมดแล้วทั้ง ๑๒ คณะ จึงแจ้งให้ ที่ประชุมรับทราบครับ🔗
ต่อไป🔗
๒.๓ รับทราบเรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้อนุญาตให้นำเรื่อง ขออนุญาต สภาผู้แทนราษฎรเพื่อเรียกตัว นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มายังพนักงาน สอบสวนเพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในระหว่างสมัยประชุม ตรงนี้ ก็เอาออกจากระเบียบวาระการประชุมตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๑๘๗ วรรคสอง🔗
ซึ่งเรื่องนี้ท่านประธานได้อนุญาตให้นำเรื่องนี้ออกจากระเบียบวาระการประชุม เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องพิจารณาตั้งแต่สมัยประชุมคราวที่แล้ว และมีกฤษฎีกาได้ปิดประชุม ไปแล้วจึงหมดความจำเป็นที่จะพิจารณาต่อไป จึงได้นำออกจากระเบียบวาระการประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๘๗ วรรคสอง แจ้งที่ประชุมทราบนะครับ🔗
ต่อไป🔗
๒.๔ รับทราบรายงานผลการพิจารณาตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติหอการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎร🔗
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติหอการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ส่งไปให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการ ซึ่งขณะนี้คณะรัฐมนตรีได้รับทราบรายงานผลการพิจารณา ตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ แล้วได้ให้กระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานหลักรับ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการไปพิจารณา ให้ไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ สรุปผลการดำเนินการเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ รับทราบรายงานผลการพิจารณาตามข้อสังเกตดังกล่าวตามที่กระทรวง พาณิชย์เสนอ ซึ่งรายละเอียดนั้นได้ให้ท่านสมาชิกได้ศึกษาแล้วครับ จึงขอแจ้งที่ประชุม เพื่อรับทราบ🔗
ต่อไป🔗
๒.๕ รับทราบการดำเนินการเกี่ยวกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติรวมทั้งหมด ๓ ฉบับ ของสภาผู้แทนราษฎร🔗
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรนั้นได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั้งหมดมี ๓ ฉบับ🔗
เรื่องที่ ๑ คือร่างพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณา คดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
เรื่องที่ ๒ คือร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
เรื่องที่ ๓ คือร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า ระหว่างประเทศ และวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
ทั้ง ๓ เรื่องส่งเพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ ๘ มีนาคม รับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎร แล้วได้ให้สำนักงานยุติธรรมรับไปพิจารณาว่าสมควรจะดำเนินการตามข้อสังเกตดังกล่าว ในเรื่องใดได้หรือไม่ประการใด แล้วส่งให้สำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีให้ส่งกลับมาภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง รายละเอียดก็ได้ให้สมาชิกเรียบร้อยแล้ว จึงแจ้งที่ประชุม ได้รับทราบ🔗
รับทราบ เรื่อง ๒.๖ นะครับ🔗
๒.๖ รับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินงานของหน่วยรับงบประมาณที่เกี่ยวข้อง กับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ของสภาผู้แทนราษฎร🔗
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบ ให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ส่งไปเพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ รับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินงานของหน่วยงานรับงบประมาณที่เกี่ยวข้อง กับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าว ตามที่สำนักงบประมาณเสนอและนำ รายงานดังกล่าวเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรทราบต่อไป เรื่องนี้รายละเอียดได้ปรากฏตามเอกสาร ที่แจกจ่ายให้ท่านสมาชิกได้ไปศึกษาแล้ว จึงแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ🔗
เรื่องแจ้ง เพื่อทราบก็หมดแล้ว ก่อนที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระต่อไปนั้น ขออนุญาต ที่ประชุมเอาเรื่องดังต่อไปนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อน🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗
๑. เรื่องการขอขยายระยะเวลาการพิจารณาของคณะกรรมการตามระเบียบ วาระที่ ๗.๑๑ และที่ยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระอีก ๑ คณะ🔗
๒. เรื่องการรับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) จำนวน ๙ ครั้ง คือ🔗
ครั้งที่ ๙ วันพุธที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๑๐ วันพฤหัสบดีที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๑๑ เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๑๒ เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๑๓ เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๒๐ และวันเสาร์ที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๑๔ เป็นพิเศษ วันเสาร์ที่ ๒๑ และวันอาทิตย์ที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๑๕ วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๑๖ เป็นพิเศษ วันอังคารที่ ๓๑ สิงหาคม ถึงวันศุกร์ที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๑๗ เป็นพิเศษ วันเสาร์ที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๔🔗
ซึ่งจัดให้ท่านสมาชิกได้ตรวจดูแล้วนะครับ ท่านคงได้ศึกษาแล้วก่อนที่จะให้ สภารับรองทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดเอกสารให้ท่านสมาชิกได้ตรวจ ดูก่อน เพื่อจะให้ท่านดูว่ามีอะไรบกพร่องแก้ไขไหมครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่าง อื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีถือ ว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๙ ครั้ง ที่เสนอมานะครับ อีก ๑ เรื่องคือเรื่องที่ขอขึ้นมาพิจารณาก่อน ในระเบียบวาระที่ ๗.๔ ๗.๕ ๗.๗ ๗.๘ ๗.๑๑ ขึ้นมาพิจารณาต่อไป ใช้เวลาไม่มากเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับตั้งกรรมาธิการซ่อมนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
๗.๔ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบัน การเงินและตลาดการเงิน แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกภาพสิ้นสุดลง เรื่องนี้ท่านประธานกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่าสมาชิกภาพของท่านสุพล ฟองงาม สิ้นสุดลงเพราะลาออก จึงพ้นจากตำแหน่ง ทำให้ตำแหน่งว่าง เป็นสัดส่วนของพรรคพลังประชา รัฐ เชิญเสนอครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานคะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ตามที่ ท่านประธานได้อ่านวาระการประชุมและแจ้งถึงตำแหน่งที่ว่างลงในกรรมาธิการสามัญใน คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน ซึ่งเป็นสัดส่วนของพรรค พลังประชารัฐ แต่เนื่องด้วยมีการตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ก่อนหน้านี้ไปแล้ว ฉะนั้นในคณะนี้จึงเป็นสัดส่วนของทางพรรคเพื่อไทยและวันนี้ดิฉัน ขออนุญาตขอเสนอชื่อกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบัน การเงินและตลาดการเงิน แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง คือนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ พรรคพลังประชารัฐถูกต้องตามที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยเสนอนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ก็ต้องเรียนท่านประธานว่าเนื่องจากระยะหลังเราก็มีการเลือกตั้ง แล้ว ก็มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่เข้ามา เบื้องต้นผมก็ได้คุยกับเพื่อนสมาชิกที่เป็นวิป (Whip) จากพรรคเพื่อไทย ก็ยืนยันตามที่ท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ได้เรียนแจ้งท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ ขอบคุณครับ🔗
ในเมื่อเป็น สัดส่วนของพรรคเพื่อไทยเสนอท่านจุลพันธ์ มาแทนตำแหน่งที่ว่างลงและมีผู้รับรองถูกต้องมี ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้งท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงินแทนท่านสุพล ฟองงาม ที่ออกไป ถูกต้องนะครับ🔗
๗.๕ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์ แอฟริกาในสุกรและศึกษาแนวทางช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ปรับตัวสูงขึ้น แทนตำแหน่งที่ว่าง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก เนื่องจากตำแหน่งนี้ว่างเพราะ ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา ลาออก เป็นสัดส่วนของพรรคก้าวไกล เชิญเสนอครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ผมขอเสนอรายชื่อตั้งกรรมาธิการวิสามัญแทนตำแหน่งที่ว่างลงในสัดส่วนของ พรรคก้าวไกลในกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกา ในสุกรและศึกษาแนวทางช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัว สูงขึ้นจำนวน ๑ ตำแหน่ง เสนอชื่อนิติพล ผิวเหมาะ ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ครบนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มี ที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้ง ท่านนิติพล ผิวเหมาะ เป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงนะครับ🔗
๗.๗ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก ตำแหน่ง ที่ว่างลงเนื่องจากท่านณหทัย ทิวไผ่งาม ขอลาออกจึงทำให้ตำแหน่งว่างลง เป็นสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทย เชิญพรรคเพื่อไทยเสนอครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธาน ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอชื่อกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อ การศึกษา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างลงเพราะลาออก คือนางสาวณหทัย ทิวไผ่งาม และชื่อใหม่คือนางสาวณหทัย ทิวไผ่งาม เช่นเดียวกันค่ะ ท่านประธานคะ ขอผู้รับรองค่ะ🔗
มีผู้รองรับครับ🔗
แล้วในโอกาสนี้ในคณะ เดียวกันนี้ค่ะ ยังมีอีกตำแหน่งหนึ่งที่ว่างลงเพราะลาออกเช่นเดียวกัน นั่นคือนายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ วันนี้ดิฉันขออนุญาตท่านประธานใช้วาระเดียวกันนี้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินเพื่อกู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ ว่างลงเพราะลาออก คือนายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ แทนตำแหน่งเดิมที่ว่างลง ก็คือนายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ก่อนอื่น ต้องถามที่ประชุมเห็นชอบให้ เพราะในระเบียบวาระนี้เราซ่อมคนเดียว แล้วจะมาตั้งซ่อมเพิ่ม ๒ คน ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้องก็ไม่เป็นไรครับ ในเมื่อที่ประชุมไม่ขัดข้องแล้วก็ท่านเสนอ มีผู้รับรองถูกต้อง ก็หมายถึงว่าในคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คนแรกที่ตั้งท่านเสนอตั้งใครนะครับ🔗
นางสาวณหทัย ทิวไผ่งาม ค่ะ🔗
คนเดิม ใช่ไหมครับ🔗
ใช่ค่ะ🔗
และคนที่ ๒🔗
นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ ค่ะ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าทั้ง ๒ ท่านได้เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
๗.๘ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกภาพสิ้นสุดลง ในกรณีนี้เป็นกรณีที่ว่างลง เพราะว่าท่านอภิชัย เตชะอุบล ลาออกจึงว่างลงก็เป็นอันพ้นจากตำแหน่งกรรมาธิการ เป็นสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอเสนอชื่อกรรมาธิการ สามัญของคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร แทนตำแหน่งที่ว่างลง ขอเสนอชื่อ นายนราพัฒน์ แก้วทองค่ะ ขอผู้รับรอง🔗
ขอผู้รับรอง ๕ ท่าน ยกมือหน่อยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ มีเสนอชื่อท่านนราพัฒน์ แก้วทอง ในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์นะครับ มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีถือว่าท่านนราพัฒน์ แก้วทอง ที่ประชุม แต่งตั้งให้เป็นกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรนะครับ🔗
๗.๑๑ คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ขอขยายระยะเวลาการ พิจารณาเรื่องร้องเรียนจริยธรรมของท่านพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๘ พฤษภาคม เรื่องนี้ คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีหนังสือขอขยายออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๒๘ พฤษภาคม ซึ่งขอขยายตามข้อขยายตามข้อบังคับ ข้อ ๒๗ เพื่อประโยชน์ในการ ทำงานของคณะกรรมการจึงขอให้ที่ประชุมได้พิจารณา มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ขยายระยะเวลาการ พิจารณาเรื่องร้องเรียนออกไปตามที่ร้องขอ ต้องขออภัยหน้าบัลลังก์ส่งเรื่องมาให้เรื่อย ๆ มันมีเรื่องที่ยังไม่บรรจุไม่ปรากฏในระเบียบวาระประชุมอีก ๓ เรื่อง เป็นเรื่องสั้น ๆ เป็นเรื่อง การขอขยายระยะเวลาขออนุญาตที่ประชุมนำขึ้นมาพิจารณาเลยครับ มีเรื่องที่ยังไม่ได้บรรจุ ระเบียบวาระจำนวน ๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรก เรื่องขอขยายระยะเวลาการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจรเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) การจัดเก็บรายได้และภาษีจากธุรกิจกาสิโนถูกกฎหมายและ มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาบ่อนการพนันผิดกฎหมาย การแพร่ระบาดของตู้เกม พนันไฟฟ้าและการพนันออนไลน์ (Online) ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่อง ดังกล่าวออกไป ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ท่านประธานซึ่งท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ได้มีหนังสือมาขอขยายของคณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าวออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๑ มิถุนายน มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าประชุมอนุญาตให้ขยายออกไป ๖๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องตั้งกรรมาธิการวิสามัญในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจรเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกได้ลาออก เรื่องนี้เนื่องจาก ท่านชัชวาลล์ คงอุดม ได้ลาออกจากตำแหน่งทำให้ตำแหน่งนั้นว่างลงตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) เป็นสัดส่วนของพรรคพลังท้องถิ่นไทย เชิญเสนอครับ พลังท้องถิ่นไทยครับ🔗
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาต เสนอสัดส่วนคณะกรรมาธิการแทนท่านที่ลาออกเป็นในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีก็ขออนุญาต เสนอ นายนพดล แก้วสุพัฒน์ ครับ🔗
ขอผู้รับรองครับ🔗
ขอผู้รับรองครับ🔗
ท่านเสนอ ท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ แทนตำแหน่งที่ว่างนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหม ครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ ได้เป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง หน้าบัลลังก์หมดแล้วนะครับ ต้องขออภัยครับส่งขึ้นมาให้ผมดูเรื่อย ๆ ต่อไปเป็น🔗
๒.๗ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๒ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ🔗
ด้วยกองทุน การพัฒนาการกีฬาแห่งชาติได้เสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๒ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๔๘/๑ แห่งพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๕๘ รายละเอียดได้วางให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดจะ อภิปรายซักถามมีไหมครับ เชิญท่านอรรถกร🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตท่านประธานอภิปรายให้ความเห็น เกี่ยวกับรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติจริง ๆ แล้วขออนุญาต เรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าสิ่งที่ผมจะนำเสนอผ่านท่านประธานไปยังผู้มาชี้แจงหรือว่า ตัวแทนจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องที่ผมว่าพวกเราคงจะรู้คงจะ ทราบกันเกือบหมดแล้วนะครับ แต่ว่าเหตุผลที่ผมต้องพูดคือผมอยากจะย้ำครับว่าพี่น้องคนไทย ตัวผมก็ดีหรือว่าเพื่อนสมาชิกอีกหลายคนเราต้องการเห็นอนาคตการกีฬาของประเทศไทย เป็นอย่างไร ถ้าดูจากรายงาน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านก็ได้นำตัวเลขข้อมูลทุก ๆ อย่างมานำเสนอต่อสภาแห่งนี้นะครับ ซึ่งจากข้อมูลของท่านจากตัวเลขที่อยู่ในรูปเล่มของ ท่านที่ต้องบอกว่าทำมาได้ดีนะครับ ศึกษาได้ง่ายนะครับ ตัวเลขทุกอย่างครับบ่งชี้ชัดเจน ว่าความสนใจในเรื่องของกีฬา ความสนใจในการออกกำลังกายของพี่น้องชาวไทยโดยเฉพาะ พี่น้องชาวไทยที่ผ่านมาละเลยการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนของความต้องการสถานออกกำลังกายที่จะต้องตั้งใหม่ที่เพิ่มขึ้น มูลค่าต่าง ๆ ที่ประเทศไทยนั้นจะต้องนำเข้าอุปกรณ์กีฬาจากต่างประเทศก็เพิ่มขึ้น ประเด็นที่ผมอยากจะ หยิบยกขึ้นมาเรียนผ่านท่านประธานไปยังตัวแทนจากกองทุนก็คืออย่างนี้ครับ คือถ้า เปรียบเทียบเราก็จะเห็นยี่ห้อต่าง ๆ ที่เป็นอุปกรณ์กีฬาในตลาดไทยมากมายครับ แต่เราจะ เห็นยี่ห้อของคนไทยจริง ๆ สักกี่ยี่ห้อที่เป็นที่ยอมรับและเป็นที่ถูกใช้อย่างกว้างขวาง ดังนั้นผมเชื่อว่าการสร้างอุปกรณ์กีฬาที่มีคุณภาพระดับโลกไม่ใช่เรื่องยาก เทคโนโลยี ความรู้ ต่าง ๆ ผมเชื่อว่าบุคลากรในประเทศไทยสามารถทำได้ แต่ทำอย่างไรที่จะโน้มน้าวให้ผู้บริโภค ในประเทศไทยหันมาซื้ออุปกรณ์กีฬา เชื่อใจอุปกรณ์กีฬาสัญชาติไทยนี่คือปัญหา นี่คือ การบ้านที่ผมอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้มาชี้แจงทุกท่าน ซึ่งต้องบอกว่า ทุกท่านนั้นก็ถือว่าเป็นบุคลากรที่มีความรอบรู้ทางด้านกีฬามากที่สุดลำดับต้น ๆ ของประเทศ อยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีความต้องการด้านอุปกรณ์กีฬาในหลาย ๆ พื้นที่ ผมไม่ได้พูดถึง กรุงเทพมหานคร ผมไม่ได้พูดถึงหัวเมืองใหญ่ ๆ จังหวัดใหญ่ ๆ ยังมีน้อง ๆ หลายจังหวัด ที่ยังมีความต้องการด้านอุปกรณ์กีฬา แล้วผมก็รู้ว่าทางกองทุนก็รู้ถึงเรื่องนี้ และที่ผ่านมา ท่านก็ได้สนับสนุน แต่ว่าอย่างไรก็ดีตรงนี้มันเป็นความต้องการที่ไม่มีวันจบครับ ก็อยากจะให้ ท่านนั้นช่วยสนับสนุนต่อ เนื่องจากว่าน้อง ๆ ที่อยู่ห่างไกลหลายคนมีพรสวรรค์ครับ แต่เขา ขาดโอกาส เขาขาดอุปกรณ์ที่จะส่งเสริมให้เขานั้นสามารถเติบโตเป็นนักกีฬาที่มีคุณภาพ ทัดเทียมกับประเทศอื่น ๆ ได้ ตรงนี้ท่านก็ทราบครับ ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนทราบกันหมด จุดมุ่งหมายผมต้องบอกว่าการแข่งขันระดับโลก การแข่งขันระดับเอเชีย (Asia) ที่ผ่านมา หรือว่าซีเกมส์ (SEA Games) เราก็ได้เห็นแล้วว่ามีน้อง ๆ นักกีฬาอายุน้อยหลายคน ทำผลงานได้ดี เป็นดาวรุ่ง บางท่านอายุ ๑๖ ปี ก็ได้เหรียญทองตั้งหลายเหรียญ บางท่าน ก็รักษามาตรฐานเดิมที่ผ่านมาได้ ได้เหรียญทองนะครับ บุคคลเหล่านี้ถือว่าเป็นฮีโร่ (Hero) ที่สร้างชื่อเสียงให้กับพวกเราชาวไทย แต่ผมไม่อยากเห็นน้อง ๆ เหล่านี้ นักกีฬาเหล่านี้ ดังขึ้นมาเล่นกีฬาได้เก่งแค่ปี ๒ ปี ท่านต้องใช้ความรู้ความสามารถทุกอย่างโดยเฉพาะด้าน วิทยาศาสตร์ในการสร้างร่างกายให้เข้มแข็ง ในการสร้างความคิดจิตใจให้เข้มแข็งเพื่อที่ น้องเขาจะได้ต่อยอด ผมอยากจะเห็นครับ อยากจะเห็นพี่น้องชาวไทยคิดว่านักกีฬาเป็นหนึ่ง ในอาชีพที่สามารถเลี้ยงดูเขาได้ เลี้ยงดูครอบครัวเขาได้ในยามที่เขาแก่เฒ่า เพราะว่าท่าน ต้องยอมรับว่าในวันนี้พี่น้องคนไทยหลายคนยังมองว่ากีฬายังไม่สามารถตอบโจทย์ในการ เลี้ยงดูชีวิตได้ ยกเว้นท่านดังจริง ๆ ยกเว้นท่านมีความสามารถมากจริง ๆ ระดับโลก ตรงนี้ผม ฝากไว้เป็นโจทย์สำคัญ🔗
อีก ๒ ประเด็นสุดท้ายที่ผมต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังทางตัวแทน จากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ซึ่งก็เหมือนเดิมครับ เราก็รู้อยู่แล้วที่ผ่านมาเรามีนักกีฬาเก่า ๆ ที่เป็นวีรบุรุษของประเทศไทยมากมาย เหรียญซีเกมส์ (SEA Games) มีมากมาย เหรียญโอลิมปิก มีมากมาย แชมป์ (Champ) โลกมีมากมาย แต่จะมีสักกี่คนที่ในบั้นปลายชีวิตสามารถใช้ชีวิต ได้อย่างปกติสุข บางท่านโชคดีสามารถไปต่อยอดเป็นโค้ช (Coach) เป็นผู้จัดการได้ บางท่าน โชคดีนำรางวัลที่ได้ไปทำธุรกิจอื่น บางท่านโชคดีก็เลือกเดินทางในสายบันเทิง ในสายตลก แต่นั่นเป็นจำนวนน้อยครับ ถ้าเราเปรียบเทียบตัวเลขเราจะเห็นได้ว่ายังมีอีกหลายคนที่ชีวิต ยากลำบากในยามแก่ยามเฒ่า และสุดท้ายผมเชื่ออยู่แล้วว่าทางกองทุนพัฒนากีฬาไม่ว่าจะ เป็นทางท่านประธานกรรมการ ท่านรองประธานกรรมการ กรรมการหลาย ๆ ท่านก็ไม่ได้ เพิกเฉยดูแล แต่ว่าอย่างไรก็ต้องพูดครับ ก็คือขอให้ท่านนั้นสนับสนุนนักกีฬาที่เป็นคนพิการ ต่อไป เพราะจากผลงานที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์แล้วว่านักกีฬาที่เป็นคนพิการทีมชาติไทย ใจสู้ไม่เคยท้อ แล้วก็ไปกวาดรางวัลมาแล้วนับไม่ถ้วน ดังนั้นเนื่องด้วยเวลาที่มีจำกัดผมก็เลย กราบเรียนผ่านท่านประธานนะครับ สิ่งที่ผมอยากจะเห็น สิ่งที่สมาชิกหลายคนอยากจะเห็น สิ่งที่นักกีฬาลูกหลานของเราอยากจะเป็น ก็ท่านมีอำนาจ ท่านก็ฝากสนับสนุนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่าน ประเสริฐพงษ์ต่อครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ วันนี้วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕ รายงานวันนี้ ประจำปี ๒๕๖๒ ถามเลยครับ ทำไมช้า ทำไมไม่เข้าสภาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ถ่วงมากี่ปี ทำอะไร มันเกิดอะไรขึ้นกับการบริหารงานของกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ท่านประธานครับ กีฬาที่ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัยต้องได้เล่นนะครับ ตามศักยภาพ ความสามารถของตนเอง แต่ปรากฏว่ากีฬาคนพิการถูกลดทอนความเป็นมนุษย์ที่ดูจากเมื่อได้รับชัยชนะ จากเหรียญทอง ที่ไปแข่งขันสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติก็ได้รับเงินไม่เท่ากับนักกีฬาอื่น เอาอะไรคิดครับ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากพรรคพลังประชารัฐก็อภิปรายสนับสนุนคนพิการ เพราะฉะนั้นฝากบอกตรง ๆ เลยครับ ไปบอกประธาน คุณประวิตรว่าให้ช่วยพิจารณาเรื่อง แบบนี้อย่างเร่งด่วน ซึ่ง ๒-๓ ปีที่ผ่านมาในกรรมาธิการกีฬาเราก็พูดถึงประเด็นนี้ มี ส.ส. จากพรรคก้าวไกล ส.ส. ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ก็พูดมาหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยมีการ ปรับปรุงแก้ไข อีกสักครู่ท่าน ส.ส. ปริญญาก็จะมาอภิปรายลงในรายละเอียดแล้วก็จะบอกว่า จะมายกระดับกีฬาให้เทียบเท่าสากล มันจะเทียบเท่าอย่างไรครับ ในเมื่อการบริหารกองทุน มีความเหลื่อมล้ำ มองคนไม่เท่ากัน ท่านอยู่ในการบริหารกรรมการกองทุน ไม่คำนึงถึงเรื่อง ความไม่เท่าเทียมกันเลยหรือครับ เราอภิปรายกันในสภา เราพูดกันในชั้นกรรมาธิการจนปาก จะฉีกอยู่แล้วท่านประธาน แล้วในรายงานเห็นได้ชัดนะครับว่าอย่างน้อยท่านมีอำนาจนะครับ เดี๋ยวตอบคำถามผมหน่อย อย่างน้อยท่านมีอำนาจในการปรับวงเงินนะครับ ในรายงานนี่ผมอ่าน ปรับวงเงินซื้ออุปกรณ์บรรเทาความเจ็บปวดต่าง ๆ กับนักกีฬา ก็แปลว่าท่านมีอำนาจที่จะช่วย ปรับวงเงินให้กับคนพิการที่ไปแข่งขันแล้วได้รางวัลกลับมาด้วย ท่านประธานครับ รายงานจาก สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินนะครับ โอ้โฮ น่าตกใจธรรมดาท่านประธานครับ ไม่น่าตกใจ ได้อย่างไรครับ สตง.เขียนรายงานบอกว่าเนื่องจากได้รับเอกสารให้ตรวจสอบไม่ครบถ้วน นี่หน้า ๑ เลยนะ หน้า ๒ ครับท่านประธาน สำนักงานตรวจเงินแผ่นเงินเชื่อว่าหลักฐานการ สอบบัญชีได้รับอย่างเพียงพอและเหมาะสม ต้องใช้คำว่าเชื่อว่านะ โอ้โฮ นี่เกิดอะไรขึ้นกับการ ตรวจสอบระบบการเงินของกองทุนครับ ถัดมาหน้า ๒ ยังไม่ไปไหน ไม่ครอบคลุมถึงเรื่องอื่น และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินไม่ได้ให้ความเชื่อมั่นต่อเรื่องอื่น อ่านแล้วก็งงครับ ถัดมาครับ ย่อหน้าลงไปอีกนะครับ มีการแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ โอ้โฮ น่ากลัวครับ หน้า ๔ ครับ ถ้าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ข้อสรุปว่ามีความไม่แน่นอนที่มี สาระสำคัญ นี่บ่งบอกอะไรครับว่าการบริหารกองทุนของท่านที่ สตง. เข้าไปตรวจ ผมต้อง บอก สตง. นะครับ วันหลังอย่าเขียนเอกสารแบบนี้ครับ ฟันก็ฟันให้ชัด ฟันก็ฟันให้ตรงไปเลย ว่ากองทุนมันทุจริตหรือเปล่า มันมีอะไรเงื่อนงำ เขียนแบบนี้วนไปวนมาช่วยเหลือเขานะครับ ไม่สมกับเวลาเข้าไปตรวจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเลยผมขีดเส้นใต้ไว้ท่านประธาน หน้า ๔ เหตุการณ์หรือสถานการณ์ในอนาคตอาจเป็นเหตุให้กองทุนต้องหยุดการดำเนินงานต่อเนื่อง โอ้โฮ ลงชื่อเรียบร้อยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ไม่ต้องไปอื่น ไกลครับ ไม่ต้องดูหลายหน้าล่ะ แค่นี้ก็เห็นได้ชัด ๑. ความล่าช้า ๒. รายงาน สตง. เกรงใจ อะไรกับประธาน พลเอก ประวิตรครับ เกรงใจอะไรกับท่านเลขาซึ่งเป็นผู้ว่าการครับ เวลาตรวจเงินแผ่นดินท้องถิ่นจ้ำจี้จ้ำไช ข้าราชการท้องถิ่นเบิกตราตำแหน่งที่ใช้ในราชการยัง ทักท้วงเลย ในขณะที่ สตง. เบิกน้ำดื่ม ใช้สิ้นเปลืองส่วนตัว ในสำนักงาน สตง. เบิกได้ทำได้ ผมต้องท้วงว่ารายงานฉบับนี้เป็นรายงานที่ ๑ ล่าช้า ไม่ทันสมัย เกิดอะไรขึ้นกับการบริหาร กองทุนที่ผมตั้งข้อสังเกต ตั้งข้อสงสัยเอาไว้ถึงความล่าช้าและความไม่โปร่งใสของการตรวจ และรายงานของ สตง. ช่วยตอบผมหน่อยเถอะครับ มาถึงสภาแห่งนี้ไม่ต้องเกรงใจกันนี่คือ เงินที่ไปจากภาษีของพี่น้องประชาชนทั้งนั้นและทำไมถึงส่งรายงานล่าช้าขนาดนี้ ทำไม สตง. ถึงเขียนรายงานวกไปวนมาขนาดนี้ ซึ่งผมดูในเอกสารคณะกรรมการมีผู้แทนกรมบัญชีกลาง อยู่ในนี้ด้วยนะ ผู้แทนสำนักงานงบประมาณก็อยู่ในนี้เป็นกรรมการด้วยนะ มันต้องดีกว่านี้ เขียนต้องดีกว่านี้ นี่มันรายงานระดับชาติ กองทุนหลายพันล้าน ทีตรวจสอบท้องถิ่นนะ เข้มงวดกันเหลือเกิน ตราประทับตำแหน่งยังท้วงไม่ให้ทำ ทีแบบนี้แล้วก็เขียนวกไปเวียน มานะครับ ฝากท่านประธานไปถึงผู้บริหารกองทุนครับ ผู้ยิ่งใหญ่นะครับ จะเดินไหวอีกหรือ เปล่าก็ไม่รู้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญ ท่านปริญญาครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนเท่ากัน ก็ เข้าปีที่ ๔ แล้วนะครับ กับสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ ชุดที่ ๒๕ ซึ่งก็ได้รับรายงานจากกองทุน พัฒนากีฬาแห่งชาติตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ อย่างที่ท่าน ส.ส. ประเสริฐพงษ์ ได้พูดไว้แล้วนะครับ โดย หลัก ๆ แล้วกองทุนก็มีบทบาทหลักในเรื่องของการส่งเสริมสนับสนุนแล้วก็พัฒนาดูแลเรื่อง สวัสดิการของทัพนักกีฬา แล้วก็โค้ช (Coach) ผู้ดูแลนักกีฬาต่าง ๆ โดยได้รับงบประมาณจาก ภาษีเหล้า บุหรี่ ถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ต่อปีก็ประมาณคร่าว ๆ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถ้าเรา ไปดูตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ จนถึงปี ๒๕๖๕ ๘ ปี ก็ประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐,๐๐๐ ล้าน บาท กับงบประมาณของกองทุนที่จะดูแลพัฒนาองค์การการกีฬาของไทยเรา เรามาดูกันว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ จนถึงบัดนี้ว่าวงการกีฬาของเรา เป็นอย่างไรบ้างล่าสุดที่มีการแข่งขันซีเกมส์ (SEA Games) ที่เวียดนามก็เห็นได้ว่าไม่ว่า จะเป็นฟุตบอลหญิง ฟุตบอลชาย ซึ่งเป็นกีฬามวลชนของเราก็เสียแชมป์ (Champ) ให้กับ เวียดนาม ๑:๐ ทั้งหญิงและชายนะครับ ซึ่งประเด็นของกองทุนนี้ผมได้พูดหารือแล้วก็ เข้ากรรมาธิการแล้วก็ตั้งกระทู้ถามมาตั้งแต่สมัยแรกของการประชุมก็คือตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ จนถึงบัดนี้นะครับก็ยังไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขในเรื่องของไม่ว่าจะเป็นค่าเหรียญรางวัล ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดอีกครั้งหนึ่ง ในระดับโอลิมปิกของนักกีฬา คนปกติก็เหรียญทอง ๑๒ ล้านบาท ของคนพิการ ๗,๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่เมื่อมาดูของนักกีฬา คนใบ้ เพื่อนนักกีฬาคนหูหนวกของเราเท่าไรรู้ไหมครับ ๕๐,๐๐๐ บาท ครับท่านประธาน นี่คือระดับโลก เป็นที่น่าตกใจมากผมก็เพิ่งรู้หลังจากที่ผมได้หารือไปตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ มาวันนั้น จนถึงวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม มาดูในระดับเอเชียครับ ของนักกีฬาคนปกติ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ของคนพิการ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท มาดูนักกีฬาของคนหูหนวก ๒๕,๐๐๐ บาท ๒๕,๐๐๐ บาท ทั้ง ที่กว่าที่เขาจะได้ไปแข่งในระดับนั้นก็ต้องมีการควอลิฟาย (Qualify) มีการเก็บคะแนน เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ ใครก็ไปได้ นี่คือในเรื่องของค่าเหรียญรางวัลของนักกีฬาคนปกติกับ นักกีฬาคนพิการ แล้วเวลาคนปกติไปแข่งมาแล้วได้เหรียญทองครั้งเดียว ครั้งเดียวได้เป็นนายร้อย ของคนพิการไปมาเป็นสิบ ๆ ครั้งแล้ว ได้มาเป็นสิบ ๆ ทองแล้วครับ แต่ที่เขาเหลืออยู่คืออะไร เดือนละ ๘๐๐ เหมือนเดิมครับท่านประธาน นี่คือสวัสดิการของ การรับใช้ชาติของเขา คนพิการก็มีลูกมีเมีย มีพ่อแม่ มีภาระที่ต้องดูแลเหมือนกันไม่ได้ต่าง อะไรกับคนปกติเลย เพราะฉะนั้นผมจึงนำเสนอในเชิงของความเท่าเทียม คนเท่ากันว่าคน เหล่านี้เราก็คือคนเหมือนกัน มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ต้องดูแลไม่ต่างกันเลย แล้วที่สำคัญ ล่าสุดนะครับ นักกีฬาระดับเยาวชน ยูธ (Youth) ท่านประธานครับ ยูธ (Youth) นี่ ๔ ปี มีครั้งหนึ่ง แต่ยูธ (Youth) นักกีฬาของน้อง ๆ ปกติเขาได้ค่าเหรียญ ค่าความสามารถของเขา ๒๐๐,๐๐๐ บาทครับ แต่เมื่อมาดูของนักกีฬาคนพิการ ท่านประธานครับ ๔ ปีมีครั้ง ครั้งล่าสุดเมื่อปลายปี ๒๕๖๔ เป็นครั้งที่ ๔ แล้วครับ แต่ค่าเหรียญรางวัลกลับไม่มีแม้แต่ ๒๕ สตางค์แหวงหนึ่งครับ ไม่มีเลยเป็นศูนย์ครับ นี่คืออะไร มันเกิดอะไรขึ้นกับกองทุนพัฒนา กีฬาแห่งชาติ ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ จนถึงวันนี้ และมีงบประมาณมากถึง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็น่าคับแค้นใจมาก เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากในการแก้ไขง่ายมาก ง่ายมากจนยกตัวอย่างที่ได้เจอ กับแทมมี่ ดักเวิร์ธนะครับ เขาเจอผมทีเดียวเขากลับไปบ้านเมืองของเขาเขาเอาไปแก้ให้กับ คนพิการของเขาได้เท่ากับนักกีฬาคนปกติ แล้วที่สำคัญเขาย้อนหลังไปอีก ๕ ปีครับ สุดยอด ไหมครับ บ้านเราก็บอกต้องรอไปก่อน แล้วก็ในเรื่องของการกีฬาแห่งชาติ ในแต่ละจังหวัด บางจังหวัดค่าเหรียญไม่มี บางจังหวัดเสื้อในการแข่งขันได้ ๑ ตัว หรือไม่มี บางจังหวัดได้ เบี้ยซ้อม ๑๕๐ บาทบ้าง ๒๕๐ บาทบ้าง เมื่อไปดูระเบียบของกองทุนที่ออกมายังเก่ายัง คร่ำครึมาก เบี้ยซ้อมของนักกีฬา ๒๕๐ บาทครับ ยังต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำอยู่เลย นี่มันคืออะไร กันครับ ผมจะหมดเวลาแล้ว เวลาน้อยมากพอพูดเอาจริง เพราะฉะนั้นก็อยากฝากว่าให้ กองทุนไปปรับปรุงแก้ไขในเรื่องตรงนี้เพราะมันคือคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ สวัสดิการของนักกีฬาเป็นรายเดือนด้วย ถ้าดูในนี้ในเรื่องสวัสดิการจะมี ๑๐ กว่าล้านบาท แต่ที่ผมเห็นมาในอีกชอยซ์ (Choice) หนึ่งนะครับ ก็ดูแลนักกีฬา ๑๐ คนเป็นรายเดือนตั้งแต่ ปี ๒๕๔๔ มีแค่ ๑๐ คน ก็ต่อนิดหนึ่งนะครับท่านประธาน ซึ่งปกติผมจะพูดไม่ค่อยมาก แต่วันนี้พอพูดแล้วของขึ้นนะครับ นี่คือการบริหารกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ บริหารงาน โดยระดับนายพลครับ มีตั้งแต่นายพลที่เป็นนายก รองนายก แล้วที่สำคัญอนุทั้ง ๓ อนุก็เป็น นายพลทั้งนั้นครับท่านประธาน นี่คือผลงานตั้งแต่ ๒๕๕๘ จนถึงบัดนี้บริหารงานโดยนายพล ทั้งนั้น ก็ขอฝากพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันติดตามดูแลและร่วมกันเปลี่ยนนายพลที่จะมี อำนาจในประเทศนี้ด้วยปลายปากกาด้วยถ้ามีถึงคิวตรงนั้น ก็ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗
ท่านสมาชิก ตามที่ได้คุยตกลงกันไว้ว่าเรื่องรับทราบของรายงานของหน่วยงานที่ต้องมารายงานสภาตาม กฎหมาย เราขอร้องกันว่าแต่ละเรื่องรับทราบรายงานอย่าใช้เวลาเยอะนะครับ เพราะว่าบางครั้ง วันหนึ่งประชุมได้แค่เรื่องสองเรื่องในการรับทราบ ดังนั้นขอความร่วมมือท่านว่าการอภิปราย ให้ตรงประเด็นเลย ก็ซักถามข้อสงสัยหรือจะชี้แนะอะไรก็แล้วแต่นะครับ ไม่ต้องเยิ่นเย้อ ยืดเยื้อนะครับ เชิญต่อนะครับ ท่านชวน ชูจันทร์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชวน ชูจันทร์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กรุงเทพมหานคร ผมอยากจะ ฝากหรือเสนอแนะทางกองทุนพัฒนาการกีฬาไว้เรื่องหนึ่งก็คือทำอย่างไรถึงจะให้การกีฬานั้น ลงไปสู่ชุมชนได้มากกว่าที่เป็นอยู่นะครับ เพราะเราคงทราบความสำคัญแล้วว่าวันนี้เรื่องการ กีฬานั้นเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องระดับชาติ เป็นเรื่องที่ต้องสนับสนุนกันแล้วนะครับไม่เหมือน อดีตที่ผ่านมา ทีนี้วันนี้เท่าที่ดูในชุมชนในชนบทนั้นเยาวชนยังเข้าไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นสนาม เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ในการเล่นกีฬานั้นยากมากนะครับ เราก็ทราบว่าการกีฬานั้นถ้าจะให้ ประสบความสำเร็จจะต้องเริ่มต้นตั้งแต่เด็ก ๆ เป็นต้นไป แล้วก็หาแววหาช้างเผือก ในแต่ละพื้นที่เพื่อจะส่งเสริมต่อ ฉะนั้นฝากถึงกองทุนนิดหนึ่งว่าทำอย่างไรถึงจะทำให้เยาวชน ของเราเด็กของเราในหลาย ๆ พื้นที่ ทุกวัยทุกระดับที่เขาอยากเล่นกีฬาหรือมีความสามารถ ในทางกีฬาแล้วให้เขามีโอกาสได้เข้าถึงในสิ่งเหล่านี้ได้ง่ายขึ้นกว่าที่ผ่านมานะครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน ศาสตราจารย์กนกครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะกับกองทุนพัฒนาการกีฬาในการรายงาน ประจำปี ๒๕๖๒ ท่านประธานที่เคารพครับ มวยไทยเราควรจะคิดมากกว่าเรื่องของ การแข่งขันกีฬาเท่านั้น แต่มวยไทยจริง ๆ แล้วคือซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ซึ่งเป็นมิติ ใหม่ที่เราสามารถจะสร้างรายได้ให้กับประเทศของเราได้อย่างมากมายรวมทั้งชื่อเสียงของ ประเทศไทย เพราะฉะนั้นผมอยากขออนุญาตที่จะเชิญชวนกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ คิดและสนับสนุนในเรื่องเหล่านี้ เพราะมวยไทยเป็นเรื่องที่ชาวต่างประเทศให้ความสนใจเป็น อย่างยิ่งครับท่านประธาน ในประเทศไทยของเราวันนี้ได้เกิดสมาคมมวยไทยระหว่างประเทศขึ้น ซึ่งก่อตั้งโดยอดีต ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ ชื่อสามารถ มะลูลีม และท่านก็เป็นนายกสมาคม ของสมาคมแห่งนี้ แล้วก็มี ส.ส. หลายท่านก็เป็นที่ปรึกษาครับท่านประธาน และมี หลายประเทศกำลังทยอยสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมมวยไทยระหว่างประเทศที่ผมได้ กล่าวถึง และเราก็มีตัวอย่างของนักมวยไทยที่ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศในลักษณะที่เป็น ซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) นั่นก็คือแชมป์ (Champ) มวยไทยที่ชื่อผุดผาดน้อยครับ ท่านประธาน ผุดผาดน้อยได้นำมวยไทยไปที่ยุโรปตั้งค่ายมวยแล้วก็ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง สิ่งเหล่านี้เป็นความสามารถเฉพาะตัวของเขา ผมอยากเห็นกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติได้เข้า มามีบทบาท และขอความกรุณาสนับสนุนให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของ มวยไทยของโลก ผมขออนุญาตย้ำครับ กรุงเทพมหานครต้องเป็นเมืองหลวงมวยไทยของโลก มันเป็นเรื่องที่น่าละอายมากถ้าไปเป็นเมืองอื่นในประเทศอื่น แล้วบอกว่าเขาเป็นเมืองหลวง มวยไทยและแปลชื่อใหม่เป็นคิกบ็อกซิง ออฟ เดอะเวิลด์ (Kickboxing of The World) อันนั้นจะเป็นความอับอายของเราเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นผมย้ำกับท่านประธานว่า กรุงเทพมหานครต้องเป็นเมืองหลวงของมวยไทยของโลกครับท่านประธาน เมื่อไม่กี่วันมานี้ท่านอัครวัฒน์ อัศวเหม ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ บวกกับ ส.ส. เพื่อไทย คือ คุณสกุณา สาระนันท์ และ ส.ส. ประชาธิปัตย์ คือพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สาคร เกี่ยวข้อง และผม กนก วงษ์ตระหง่าน เรา ๕ คน นำโดยท่านอัครวัฒน์ อัศวเหม เดินทางไปที่คาซัคสถานครับ เราพบว่าชาวคาซัคสถานสนใจมวยไทยเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน ลงจากสนามบินพอเขารู้ ว่าเราเป็นคนไทยเขาถาม ๒ คำ ชอบภูเก็ตกับชอบมวยไทย เมื่อเป็นเช่นนี้เราก็ทำการบ้าน ของเราทันที เราไปเยี่ยมคำนับท่านทูตไทย ท่านทูตชัชวรรณประจำคาซัคสถานครับท่านประธาน ท่านทูตไทยก็พยายามอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมเรื่องนี้ด้วยการจัดมหกรรมมวยไทยขึ้นคาดว่าจะ เกิดขึ้นในเดือนกันยายนปีนี้เองท่านประธานครับ และเนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศก็มี งบประมาณจำกัดมาก กระทรวงการต่างประเทศก็กรุณาสนับสนุนให้งบประมาณเพียง ๕๐๐,๐๐๐ บาท และให้ทูตไทยไปดำน้ำเอาเองครับ ไปดำเนินการเอาเอง เราได้คุยกับทูตไทย ท่านต้องการที่จะให้มีการถ่ายทอดสดของมหกรรมมวยไทยซึ่งคิดว่าจะมี ๑๐ คู่ที่คาซัคสถาน ไม่ใช่เฉพาะถ่ายทอดทั่วประเทศคาซัคสถานเท่านั้น แต่ท่านให้ถ่ายทอดทั้งพื้นที่เอเชีย (Asia) กลางคือ ๕ ประเทศที่เรียกว่ายูเรเซีย ตรงนี้กองทุนพัฒนากีฬายังไม่สายครับ ท่านรีบกรุณา ติดต่อท่านทูตไทยประจำคาซัคสถานและกรุณาให้งบประมาณเพิ่มอีกสักนิดเถอะครับ เพื่อที่จะให้มหกรรมมวยไทยของเราสมศักดิ์ศรีของมวยไทยของชาติไทยของเรา ด้วยเหตุผล ดังกล่าวนี้เองครับ ผมจึงอยากเห็นกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติมองกีฬาโดยเฉพาะอย่าง ยิ่งมวยไทยให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ที่เป็นสินค้าและบริการที่ขายได้ ท่านลอง นึกภาพดูว่าถ้าเราจัดเยาวชนต่างชาติมาเข้าค่ายมวยไทยในประเทศไทยปีหนึ่งสัก ๕๐๐ คน เราจะได้เงินขนาดไหนครับ และเราสามารถจะขายกางเกงมวยไทยซึ่งเป็นที่นิยมมาก ในต่างประเทศ ไม่ใช่ใส่ชกมวยครับ เขาใส่เดินเที่ยว ใส่นอนก็ยังได้ครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นสินค้าใหม่ที่จะสร้างประโยชน์ในทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย อย่างมหาศาลครับท่านประธาน ด้วยเหตุผลนี้เองท่านประธานขออนุญาตเรียนผ่านไป ยังกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติและผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทยว่ากองทุนพัฒนาการ กีฬาแห่งชาติจะต้องสนับสนุนให้มวยไทยเป็นตัวอย่างและทำให้เป็นรูปธรรมให้เกิด ความสำเร็จในต่างประเทศให้ได้ และใช้ตรงนี้เป็นต้นแบบของการส่งออกซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ของประเทศไทยที่มีพลังอย่างยิ่ง วันนี้ในโลกไม่มีใครไม่รู้จักมวยไทยครับ ทุกคนชอบมวยไทยแล้วก็ถูกแปลงให้เพี้ยนออกไปจากต้นฉบับของแม่ไม้มวยไทย ซึ่งเป็นเรื่อง ที่น่าเสียดายเพราะเขาไม่มีลิขสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าของมวยไทยได้ แต่เขาคิดอย่างอื่นคล้ายมวยไทย แล้วก็เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อันนั้น ถ้าเราปล่อยให้เกิดแบบนี้ขึ้น วันหนึ่งมวยไทยก็จะเป็น ผลพลอยได้แต่คิกบ็อกซิง (Kickboxing) ก็จะเป็นมวยหลัก ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย อย่างยิ่งเพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ มวยไทยเป็นกีฬาครับ แต่มวยไทยยังเป็น สินค้า ยังเป็นบริการและยังเป็นผลิตภัณฑ์ของซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ที่บรรพบุรุษ ชาติไทยของเราได้ให้กับเรามาและมีมูลค่ามหาศาลอย่างยิ่ง อันนี้ครับท่านประธานคือ เครื่องมืออันหนึ่งของการฟื้นเศรษฐกิจไทยหลังโควิด-๑๙ (COVID-19) ขอความกรุณากองทุน พัฒนาการกีฬาช่วยให้มวยไทยที่คาซัคสถานดังไปทั่วยูเรเซีย ๕ ประเทศนอกจากคาซัคสถาน ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญ ท่านสงวน พงษ์มณี ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ผมจะใช้เวลาสั้น ๆ เพราะว่ากรรมาธิการคณะผมนี้ดูแลเรื่องของทุนอยู่ ผมไม่ค่อยเห็นด้วยถ้าเราจะปล่อย ให้มันเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ สำหรับกองทุน กองทุนเป็นกองทุนซึ่งเก็บเงินโดยกฎหมายใช้เงิน ทำโครงการอะไรก็ต้องมารายงานต่อรัฐสภา นี้เป็นหลักการ แต่ท่านดูชื่อกรรมการบริหารกับ สถานการณ์โลกใหม่นี้ ท่านคิดว่ามันควรจะเปลี่ยนแปลงทิศทางในการกำกับดูแลวิสาหกิจ หรือกองทุนต่าง ๆ ให้มันหลากหลายกับคนที่มีองค์ความรู้ร่วมกันว่าเข้าใช่จะไปพัฒนากีฬาได้ ถ้าเราใช้คนที่หรือกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจทางการเมืองอย่างเดียวเพราะว่าการใช้จ่ายเงิน ในกองทุนทุกกองทุนขณะนี้จ่ายเงินมีเขียนกฎหมายรับเงิน เขียนกฎหมายใช้เงินและมัน กระจุกอยู่กับฝ่ายบริหารไม่กี่ท่านที่มาทำให้เกิดขึ้น ผมพูดประเด็นนี้เพราะว่าในปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ท่านประธานสั้น ๆ โควิด-๑๙ (COVID-19) ไม่เห็นมีทำอะไรทั่วโลก แต่รายจ่ายคงที่หลายพันล้านบาท ผมก็ไม่อยากจะพูดรายละเอียด แต่จะบอกท่านว่ารัฐสภาเดี๋ยวนี้สนใจรายละเอียด เราสนใจรายละเอียดว่าท่านจ่ายอย่างไร เดี๋ยวนี้มันต่ำ ๕๐๐,๐๐๐ ก็ไม่ต้องทำอะไรมากแล้ว มีการกำกับอะไร อย่างไร คนที่มา เกี่ยวข้องกับหน่วยงานนี้มีใครบ้าง มีกลุ่มเดิมหรือเปล่า และจัดสรรเงินอย่างไร เราต้องการ ทราบเรื่องอย่างนี้ ท่านเขียนแค่หน้า ๖๒-๖๕ วันที่ผมไปช่วยกันดูกับคนในกองทุนมาใน กรรมาธิการ มันมีรายละเอียดหลายอย่างที่น่าสนใจ ผมจะจบการพูดของผมตรงที่ว่ารัฐสภา เดี๋ยวนี้สนใจรายละเอียด อย่าเข้าใจว่าเสนอแบบทุกปีมาแล้วจะมีการรับรู้ รับทราบ แล้วก็ อามะ ภันเต ไปตามนั้น ไม่ใช่นะครับ ท่านคอยฟังนะ บางเรื่องที่ทำแล้วมันอาจจะไปโผล่ ในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ได้ ก็ฝากไว้เท่านี้ล่ะครับ หวังว่าท่านผู้เป็นผู้บริหารกองทุนจะได้ คิดว่าต่อไปนี้เราจงเลือกคนที่จะมาพัฒนากีฬา ไม่ใช่เลือกคนมากำกับเงินกีฬา ซึ่งเอาไปหลาย เปอร์เซ็นต์ ๒ เปอร์เซ็นต์เป็นเงินจำนวนมหาศาล ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญ อาจารย์รงค์ครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของการกีฬาแห่งประเทศไทยผ่านกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ได้ฟังเพื่อนสมาชิกตั้ง ข้อสังเกตเกี่ยวกับรายงานฉบับนี้ต่อการกีฬาแห่งประเทศไทยและกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ น่าสนใจ ผมก็ยินดี แล้วก็เห็นในรายงานกิจการแล้วพบว่ายุทธศาสตร์ที่ ๑ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ยุทธศาสตร์ที่ ๕ ๓ ยุทธศาสตร์แรกเน้นการกีฬาเพื่อการ แข่งขัน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ยกตัวอย่างเรื่องมวยซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ซึ่งเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งทั้ง ๓ ยุทธศาสตร์ นี่เพื่อการแข่งขัน แต่ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ทำการกีฬา ให้เป็นรายได้ยังไม่โดดเด่นครับ ประเทศไทยนี้มีความเหมาะสมที่จะทำให้ประเทศ เป็นสปอร์ตฮับ (Sport Hub) และสปอร์ตทัวริซึม (Sport Tourism) ตรงนี้จะต้องมีแผนงาน หรือจะต้องมีการรายงานในรายงานฉบับนี้ที่มันมากนิดเหมือนกับท่านผู้ทรงเกียรติท่านสงวน ได้พูด บางไป น้อยไป บางเรื่องข้อมูลท่านสามารถที่จะเอามาใส่ในเอกสารนี้ทำให้เอกสาร อันนี้สามารถที่จะเป็นเอกสารมีดาต้า (Data) มีข้อมูลแล้วเห็นอะไรได้มากมาย ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ว่าด้วยสปอร์ตฮับ (Sport Hub) และสปอร์ตทัวริซึม (Sport Tourism) หมายถึงประเทศไทย จะเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านกีฬา ผ่านความภาคภูมิใจอย่างไร อันนี้ต้องเด่นกว่านี้นะครับ🔗
ยุทธศาสตร์ที่ ๕ ผมสนใจที่จะอภิปรายหรือตั้งข้อสังเกต ข้อเสนอแนะก็คือ การดูแลสวัสดิการเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิต พูดง่าย ๆ ให้เข้าใจก็คือการกีฬาเพื่อคุณภาพชีวิต หรือการกีฬาที่ไม่ใช่เพื่อการแข่งขัน การกีฬาในชุมชน การกีฬาในหย่อมบ้าน การกีฬา ในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ทำให้ประชาชนได้ใช้การกีฬาเป็นสังคมวิทยาในการเชื่อมความสัมพันธ์ทำให้ การกีฬาเป็นการร้อยรัดความอยู่ร่วมกันอย่างปกติ ทำให้การกีฬาเป็นเครื่องมือในการสร้าง คุณภาพชีวิตให้กับคนบางกลุ่มบางวัยเช่นผู้อาวุโส ในยุทธศาสตร์บอกว่ามีการกีฬาอาวุโสแห่งชาติ มีจริงครับ เอกสารข้อมูลตรงนี้จะต้องเด่น แต่ละเกมต่าง ๆ ไม่ว่าเอเชียนเกมส์ (Asian Games) ยูธ โอลิมปิก เกมส์ (Youth Olympic Games) กีฬาแห่งชาติอย่างไร เจียงฮายเกมส์ อะไรพวกนี้มันต้องมีข้อมูลมากกว่าที่จะเอามาเขียนลอย ๆ อย่างนี้ เพื่อจะแสดงให้เห็นว่า ท่านมีข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวข้องกับผู้คนเท่าไร ถ้าเกี่ยวข้องกับผู้คนเท่าไรเข้าไปเล่นการ กีฬาแล้วจะทำให้สุขภาพเขาดีอย่างไร อันนี้น่าสนใจครับ ผมตั้งข้อสังเกต ผมได้รับการ ร้องเรียนจากโกแอ๊ดซึ่งเป็นเจ้าของร้านดังร้านโกปี๊ที่เมืองนครศรีธรรมราช ท่านเป็น เหมือนกับประธาน ท่านเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งที่นำคนเป็นตัวแบบในการออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง ท่านร้องเรียนผมมาทางไลน์ (Line) บอกว่าจะไปแข่งกีฬา ผู้อาวุโสจะไปแข่งที่สงขลา จะไปแข่งที่ไหน ค่าเบี้ยเลี้ยงมีน้อยนิด ชมรมกีฬาอาวุโสประจำ จังหวัดต่าง ๆ ถูกลอยแพ ท่านถามผมว่าชมรมเหล่านั้นขึ้นกับใครล่ะอาจารย์รงค์ ผมก็บอกว่าชมรมหรือสมาคมเรานั้น เป็นองค์กรอาสาสมัคร เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรต้องพึ่งพาตัวเอง ไม่เป็นไรครับ ถ้าสมาชิก สมาคมกีฬาอาวุโสเป็นอดีตข้าราชการหรือเป็นคนที่มีศักยภาพไปได้ แต่ชาวบ้านตาสีตาสา ลุงมียายแม้นแต่ต้องออกกำลังกายอย่างนี้ กองทุนเหล่านี้การกีฬาเหล่านี้ ในฐานะที่เป็นกลไก สำคัญในเรื่องการกีฬาเพื่อสุขภาพควรจะมีทิศทางอะไรมากกว่านี้ ยุทธศาสตร์ที่ ๕ จึงเป็น เรื่องใหญ่อีกเครื่องหนึ่งนอกเหนือจากการแข่งขัน นอกเหนือจากเหรียญทอง ผมยกตัวอย่าง คนกลุ่มเดียวว่าคนผู้อาวุโส เนื่องจากสังคมไทยเดินเข้าสู่สังคมผู้อาวุโส ออกกำลังกายกันทุกวัน กองทุนนี้ไปถึงเขาไหมล่ะครับ ถ้าไม่ถึงก็แสดงว่าในรายงานนี้ ผมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการท้าทาย ที่ท่านจะต้องคิดว่าท่านจะต้องไปให้ถึงคนเหล่านั้น ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ เดินเข้าสู่สังคมผู้อาวุโส เขาจะได้ใช้บริการหรือได้รับฟาซิลิตี (Facility) จากกองทุนหรือการกีฬานี้อย่างไร อันนี้ตั้งเป็น ข้อท้าทายไว้ เพราะถ้าผู้อาวุโสมีคุณภาพชีวิตดี ๆ หรือกลุ่มคนได้รับโอกาสจากการกีฬาที่ดี กองทุนที่ดี ก็จะทำให้กองทุนนี้เป็นกองทุนที่สร้างศักยภาพผู้คนของประเทศให้มันมีความ แข็งแรงครับ🔗
ประเด็นสุดท้าย ประเด็นเดียวท่านประธานครับ เรื่องผู้สนับสนุนผมก็ได้รับ การแลกเปลี่ยนนะครับในฐานะเป็นคนชอบออกกำลังกาย ภาคเอกชนหรือภาคสปอนเซอร์ (Sponsor) ที่จะเข้ามาสนับสนุนการแข่งกีฬาหรือสนับสนุนชมรมกีฬา สมาคมกีฬา วันนี้เขา บอกเลยว่าเขาไม่มีแรงจูงใจ ในเชิงเปรียบเทียบว่าถ้าเราจะบริจาคเงินไปให้มูลนิธิมันจะมี กลไกเรื่องระบบภาษี ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกครับ ในประเทศเรานะครับ มีภาคเอกชนหรือภาคธุรกิจห้างร้านต่าง ๆ ที่มีฐานะดีพร้อมจะทำซีเอสอาร์ (CSR) และส่งสิ่ง ที่เรียกกันว่ารายได้ของเขาไปให้สนับสนุนการกีฬาไม่ว่าจะกีฬาเพื่อการแข่งขัน หรือกีฬา เพื่อการออกกำลังกายที่ผมว่า เราสร้างกลไกให้พี่น้องเหล่านั้นเอาเงินเอาทองเอาทรัพยากร ของเขามาบริจาคมาให้ แล้วมีกลไกทางภาษี ถ้ามีอยู่แล้วก็ควรจะแสดงให้ชัดเจน แต่ถ้ายังไม่ มีก็ท้าทายให้ท่านไปช่วยปรับเปลี่ยนกระบวนการหรือรายละเอียดเพื่อนำไปสู่การสร้าง แรงจูงใจ อันนี้ก็เท่ากับว่าเราไม่ใช่เอากองทุนของเราหาแต่เงินแล้วก็ไปจ่าย ๆ แต่เรากำลังคิด ว่ากองทุนอันนี้จะมีทิศทางในการหาเงินจากภาคเอกชนมาเป็นพาร์ตเนอร์ (Partner) เพื่อไป ช่วยส่งเสริมสนับสนุนการกีฬาให้มีคุณภาพชีวิตต่อผู้คนอย่างไร จึงฝากประเด็นนี้ด้วย เพราะเรื่องกีฬาเป็นเรื่องใหญ่ สังคมวิทยาการกีฬามันประกอบไปด้วยผู้คนทุกภาคส่วน การกีฬาจึงไม่ใช่มีเพียงมิติเดียวมิติใดมิติหนึ่ง แต่มิติกีฬาเพื่อคุณภาพชีวิตผมคิดว่าเป็นมิติ ที่ควรส่งเสริมและพิจารณาครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปนะครับ ท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ แล้วก็ท่านกรวีร์ และท่านคารม เชิญท่านสมเกียรติครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนาและเขตพระโขนง วันนี้ผมจะขออภิปรายรายงานกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาตินะครับ ซึ่งรายงานฉบับนี้ก็ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ ครับ ในส่วนของประเด็นของรายงานนี้ก่อนล่ะกันนะครับ ผมมีข้อสังเกตหนึ่งที่เป็น ข้อสงสัยต่างจากจุดอื่น ๆ ในหน้าที่ ๔๖ มีการอนุมัติงบประมาณวงเงินอยู่ที่ ๔๘ ล้านบาท มีการขออนุมัติ ๔๘ ล้านบาท แต่อนุมัติจ่ายเงินจริงอยู่ที่ ๕๐ ล้านบาท คิดเป็น ๑๐๔ เปอร์เซ็นต์ คือเกินจากที่ตั้งงบไว้ ก็จะขอคำชี้แจงทางด้านนี้ เพราะว่าในส่วนอื่น ๆ ก็เห็นว่าเบิกได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แทบทั้งนั้นก็มี ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์บ้างนะครับ อันนี้เป็นข้อสังเกตที่สงสัย ส่วนที่อยากที่จะพูดสนับสนุนผลักดันเกี่ยวกับกีฬาก็คืออยากจะสนับสนุนทาง ส.ส. ปริญญา ช่วยเกตุ ซึ่งท่านเองก็เป็นอดีตนักกีฬาพิการทีมชาตินะครับ ท่านเองก็ได้ผลักดันเรื่องนี้มานาน พอสมควรว่าในการสนับสนุนหรือรางวัลต่าง ๆ ก็ควรจะได้มากเทียบเท่านักกีฬาปกติหรือ อย่างน้อยก็ต้องเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีให้ไว้ อันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่อยากฝากกองทุนนี้ด้วยครับ อยากจะพูดถึงเกี่ยวกับด้านกีฬาที่เพิ่งผ่านมาก็คือในซีเกมส์ (SEA Games) ที่ผ่านมาเราก็ได้ เป็นอันดับ ๒ คนไทยอย่างผมก็ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร เพราะส่วนใหญ่เจ้าภาพก็ จะได้เป็นเจ้าเหรียญทอง เหรียญที่เขาได้เยอะก็อาจจะเป็นกีฬาที่ไม่ใช่กีฬาสากล แต่ที่ ผมอยากจะพูดถึงอีกอันหนึ่งหลัก ๆ ก็คือกีฬาประเภทแบดมินตันครับ ซึ่งทำชื่อเสียงให้ ประเทศไทยเป็นอย่างมาก ทั้งในระดับนานาชาติหรือระดับภูมิภาคหรือซีเกมส์ (SEA Games) ประเทศไทยเราเองก็ได้รับเหรียญทองทั้งประเภททีมหญิง ซึ่งได้ต่อเนื่องอยู่แล้วเป็นแชมป์ (Champ) เก่า ส่วนประเภททีมชายเราได้เหรียญทองเป็นครั้ง แรกในรอบ ๔๗ ปี เพราะเราไม่ได้เหรียญทองมานานมากแล้ว อันนี้เป็นจุดหนึ่งที่อยากพูดถึงไม่ มีการถ่ายทอดสดทางฟรีทีวี หลาย ๆ คนต้องค้นหาเข้าไปดูทางอินเทอร์เน็ตทางยูทูบ (Youtube) ทางเฟซบุ๊ก (Facebook) ก็มีการพูดถึงว่าทำไมกีฬาแมช (Match) สำคัญอย่างนี้ทำไมคนไทยไม่มี โอกาสได้เชียร์ทีมชาติไทย อันนี้คือพูดถึงผลงานของกีฬาแบดมินตันทั้งประเภท ทีมหญิงและทีมชาย อีกอันหนึ่งก็คือแบดมินตันเหมือนกัน ในประเทศจีน ประเภทหญิงเดี่ยว ไทยเราได้ทั้งเหรียญเงินและเหรียญทอง เหรียญทองก็เป็นน้องหมิว พรประวีณ์ ช่อชูวงศ์ ชิงกันเองกับน้องจิว พิทยาภรณ์ ไชยวรรณ ส่วนประเภทชายเดี่ยวอันนี้ก็คือเซอร์ไพรส์ (Surprise) มาก น้องวิว กุลวุฒิ ชนะแชมป์ (Champ) โลกคนปัจจุบันจากสิงคโปร์ได้แชมป์ (Champ) ชายเดี่ยวแบดมินตัน อันนี้คือระดับภูมิภาคแล้วก็ต้องขอชื่นชมการกีฬาแห่ง ประเทศไทยหรือผู้ที่เกี่ยวข้องที่สามารถดึงให้ไทยเองเป็นเจ้าภาพกีฬาบีดับบลิวเอฟ โธมัส อูเบอร์ คัป ไฟนอล ๒๐๑๒ (BWF Thomas & Uber Cup Final 2012) ที่เพิ่งจะเสร็จไปเมื่อ กลางเดือนที่ผ่านมา ไทยเองได้เป็นเจ้าภาพแล้วทีมหญิงเองก็ยังติดรางวัลที่ ๓ ด้วย🔗
อีกเรื่องหนึ่งขอพูดเกี่ยวกับการกีฬาแห่งประเทศไทยที่ก่อนหน้านั้นได้ถูก วาดา (WADA) แบน (Ban) ผมก็อยากแสดงความคิดเห็นว่าผมเชื่อว่าทางการกีฬาแห่งประเทศไทย รู้ตัวแล้วก็วางแผนเป็นอย่างดีแล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ แล้วก็เตรียมข้อมูลไว้แล้ว แต่เท่าที่ ทราบมาก็ติดขัดตรงผู้บริหารเอง ผู้บริหารทั้งรัฐมนตรีหรือ ครม. ไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้ จนถูกแบน แต่ก็กลับไปชื่นชมอีกครั้งหลังที่ท่านเข้ามาชี้แจงแล้วว่าแผนจะเป็นอย่างไรก็ได้ทำ ตามแผนแล้วก็ได้ถูกปลดล็อกได้ตามแผนที่ท่านได้แจ้งไว้อันนี้ก็ต้องขอแสดงความชื่นชมครับ สุดท้ายก็อยากขอคำชี้แจงที่ผมได้แจ้งไว้ในตอนแรกในหน้า ๔๖ ที่มีการเบิกไปเกินตามที่ขอไว้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านกรวีร์🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดอ่างทอง ผมขออนุญาตที่จะได้ร่วมอภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องของ รายงานประจำปีของกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติที่ได้นำมาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในปีนี้ ในเบื้องแรกต้องขออนุญาตบอกก่อนว่าในรายงานที่พวกเราสมาชิกได้ถืออยู่ในมือนี้ เป็นรายงานประจำปีของปี ๒๕๖๒ ในปัจจุบันปี ๒๕๖๕ ยังมีความล่าช้าไปถึง ๓-๔ ปี ในการดำเนินงานซึ่งก็เข้าใจหน่วยงานที่มาชี้แจงโดยท่านผู้จัดการกองทุน ผมเชื่อถ้าหากว่า เป็นการทำรายงานของท่านผู้จัดการกองทุนท่านนี้ในรายละเอียดต่าง ๆ ข้อมูลต่าง ๆ ในการ นำมาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรจะทำได้ดีกว่านี้มากอย่างแน่นอนก็ต้องฝากไว้ท่านไว้ด้วย รายละเอียดต่าง ๆ ในการใช้เงินงบประมาณในแต่ละปี ๆ มากกว่า ๔,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๒ ใช้เงินงบประมาณไปทั้งสิ้น ๔,๙๐๐ ล้านบาท ถือว่าเป็นเม็ดเงินมากมาย มหาศาลและถ้าจะว่าไปแล้วถ้าหากว่ารัฐบาลพี่น้องประชาชนใช้เงินภาษีไป ๔,๙๐๐ กว่าล้านบาท เขาควรที่จะคาดหวังที่จะเห็นความสำเร็จของวงการกีฬาในประเทศไทย อย่างเด่นชัดซึ่งผมต้องฝากความหวังไว้กับท่านผู้จัดการกองทุนรวมไปถึงทางการกีฬา แห่งประเทศไทยที่จะได้ใช้เงินงบประมาณตรงนี้ให้เกิดประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลอย่าง สูงสุดต่อวงการกีฬาของประเทศไทยไม่ว่าจะชนิดกีฬาใดก็แล้วแต่ ผมเห็นใจนะครับ แล้วก็ อยากจะฝากให้กำลังใจทางท่านผู้จัดการรวมไปถึงทาง กกท. ฟังว่ามันเป็นเงิน ๔,๙๐๐ ล้านบาท ดูเหมือนว่าเป็นเงินมากมายมหาศาล แต่เมื่อพลิกไปดูแต่ละยุทธศาสตร์ แต่ละเนื้องานข้างใน แล้วต้องบอกเลยว่าเงิน ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าหากว่าทำได้ครบตามยุทธศาสตร์ตามนี้ ผมคิดว่าเป็นเงินที่ไม่ได้มากเลย หนำซ้ำรัฐควรที่จะต้องให้การสนับสนุนเพิ่มเติมเพื่อให้ กองทุน เพื่อให้ทาง กกท. เอง กองทุนเองสามารถที่จะมีเงินมากกว่านี้ในการสนับสนุนให้เกิด ความสำเร็จต่อกีฬาชนิดต่าง ๆ ของประเทศมากขึ้นด้วยซ้ำ ผมอยากจะอธิบายใน ๒-๓ ประเด็น ในเรื่องของกีฬาอาชีพ ผมได้ไปดูในรายงานของปี ๒๕๖๒ แล้วก็ได้พบว่า การสนับสนุนของกีฬาอาชีพได้รับเงินสนับสนุนไป ๓๒๐ ล้านบาท เทียบกับเงินทั้งหมด ๔,๙๐๐ ล้านบาท ไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ กีฬาอาชีพผมใช้เวลาตรงนี้บอกกับท่านประธาน บอกกับเพื่อนสมาชิกว่าบทบาทความสำคัญของกีฬาอาชีพในปัจจุบันนั้นมีความสำคัญเป็น อย่างยิ่งต่อการพัฒนาวงการกีฬาของประเทศไทยมีกีฬาอาชีพอยู่ประมาณ ๑๐ กว่าชนิดกีฬาเท่านั้น ๑๓-๑๔ ชนิดกีฬา ทราบว่าล่าสุดอีสปอร์ต (E-Sports) บรรจุเข้ามาอยู่ในกีฬาอาชีพด้วย ทุกชนิดกีฬาอาชีพผมยกตัวอย่าง กีฬาฟุตบอล กีฬาวอลเลย์บอล กีฬาบาสเกตบอล กีฬาอีสปอร์ต (E-Sports) อย่างที่ได้เรียนไป กีฬาเหล่านี้เป็นกีฬาที่สามารถที่จะสร้างเม็ดเงิน มากมายมหาศาลให้เกิดขึ้นกับประเทศของพวกเราได้ ผมยกตัวอย่างเอาวงการกีฬาฟุตบอลครับ เป็นกีฬามหาชน เป็นกีฬาแห่งความหวังของคนไทยทั้งชาติ ท่านทราบไหมว่ามีสโมสรกีฬา อาชีพที่เล่นอยู่ในการแข่งขันไทยลีก ๑ (Thai League 1) ไทยลีก ๒ (Thai League 2) ไทยลีก ๓ (Thai League 3) มากกว่า ๑๐๐ ทีม เม็ดเงินในการลงทุนของแต่ละทีมที่จะไปสร้างนักกีฬา ฟุตบอลเพื่อก้าวไปสู่เวทีระดับประเทศ วันนี้เราส่งออกนักกีฬาฟุตบอลฝีมือระดับของ ประเทศไทยไปเล่นในลีก (League) ต่างชาติมากมาย สร้างชื่อ สร้างเสียง สร้างรายได้ให้กับ ประเทศมากมาย นอกจากการสร้างนักกีฬาแล้วยังสร้างบุคลากรครับ ตลอดทั้งปีเรามี บุคลากร มีนักกีฬาฟุตบอลที่ลงทะเบียนและทำประกอบอาชีพในฐานะที่เกี่ยวข้องกับวงการ กีฬาฟุตบอลนับหมื่นคนครับ นับหมื่นคนตรงนี้สร้างรายได้ให้กับประเทศมากมายมหาศาล นับหมื่นล้าน แต่เงินสนับสนุนที่ให้ไปใน ๑๓ ชนิดกีฬา ให้ไป ๓๐๐ ล้านบาท ผมก็คิดว่า อยากจะฝากก็คือถ้าหากว่าเป็นไปได้อยากจะให้ท่านช่วยพิจารณาดูว่าสามารถที่จะไปขยับ วงเงินกรอบที่จะไปช่วยกีฬาอาชีพจาก ๔-๕ ปีที่แล้วก็อยู่ ๓๐๐ ล้านบาท ปีนี้พิจารณากัน ก็อยู่ในกรอบเดิมที่ ๓๐๐ ล้านบาท จะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะไปช่วยเหลือกีฬาอาชีพชนิดต่าง ๆ ทั้ง ๑๓ ชนิดกีฬาให้เขาสามารถที่จะยืนอยู่ได้บนลำแข้งของตัวเองอย่างแท้จริง โดยเฉพาะ อย่างยิ่งสโมสรกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน ไม่ว่าจะกีฬาชนิดใด ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล วอลเลย์บอล บาสเกตบอล เราสามารถที่จะไปสนับสนุนให้สโมสรอาชีพนั้นเป็นสโมสรอาชีพอย่างแท้จริง ต่อไปในอนาคตได้หรือไม่ นี่คือสิ่งที่อยากจะฝากในประเด็นแรกนะครับ🔗
ประเด็นต่อไป เรื่องของยุทธศาสตร์ทางด้านการสร้างสปอร์ตฮับ (Sport Hub) แล้วก็สปอร์ตทัวริซึม (Sport Tourism) ผมเห็นด้วยครับ แล้วคิดว่าเป็นนโยบายหลัก ของรัฐบาล นโยบายหลักของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่อยากจะให้ประเทศไทยนั้น เป็นศูนย์กลางของการจัดมหกรรมกีฬาในระดับภูมิภาค ระดับทวีป และระดับโลก กองทุน ตรงนี้สามารถที่จะเอาเงินเหล่านี้ไปสนับสนุนผู้จัดรายการแข่งขันเพื่อที่จะให้ดึงทัวร์นาเมนต์ (Tournament) ในการแข่งขันกีฬาระดับสากลต่าง ๆ ให้เข้ามาสู่ประเทศไทยของพวกเรา ให้มากขึ้นได้หรือไม่ เงินสนับสนุนที่ให้ท่านไปแต่ละชนิดกีฬา ผมเชื่อว่าเป็นหลักสิบล้าน เป็นหลักร้อยล้าน แต่ชนิดกีฬาหนึ่งเมื่อดึงมาจัดการแข่งขันในประเทศไทยแล้วจะสามารถ สร้างรายได้ สร้างชื่อเสียง สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งชาติได้มากกว่าเงินที่เรา สนับสนุนไปให้กับผู้จัดการแข่งขันได้มากมายนักครับ เรื่องนี้อยากจะฝากถึงท่านว่าให้ช่วย พิจารณาและอยากที่จะให้สนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาในระดับสากลในประเทศของ พวกเราให้มากขึ้น🔗
แล้วประการสุดท้ายครับ ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่เมื่อสักครู่นี้ได้กรุณา บอกไป เรื่องของการลดหย่อนภาษี วันนี้ถ้าหากว่าใครไปบริจาคเงินให้กับโรงพยาบาล บริจาคเงินให้กับการศึกษา เขาได้สิทธิทางภาษีในการลดหย่อนภาษี ๒ เท่า อยากจะเห็น ได้ไหมครับว่าผลักดันโดยทางกองทุนพัฒนากีฬาหรือผลักดันโดย กกท. หรือบอร์ด (Board) กีฬาอาชีพก็ดีได้ครับ อยากจะเห็นให้มีการผลักดันเป็นรูปธรรมว่าบริษัทห้างร้านใด เอกชนใด ให้การสนับสนุนกีฬาชนิดต่าง ๆ ให้เขาสามารถที่จะไปลดหย่อนภาษีมากขึ้นเพื่อให้เขาได้สิทธิ ประโยชน์ด้านภาษีเพื่อที่จะเป็นแรงจูงใจให้กับบริษัทห้างร้านต่าง ๆ ได้กลับมาช่วยกันพัฒนา แล้วก็เป็นผู้สนับสนุนของวงการกีฬาชนิดต่าง ๆ ของประเทศไทย สุดท้ายครับ ท่านประธาน ผมต้องขอขอบพระคุณนะครับท่านประธาน แล้วก็ขอบพระคุณ และรวมถึง เป็นกำลังใจให้กับทางกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาตินะครับ รู้ว่าท่านมีภาระที่หนัก และปีต่อไป ถ้าหากว่าเห็นรายงานของกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ผมคาดหวังนะครับว่าอยากจะเห็น รายงานรูปแบบของการรายงานที่มีรายละเอียดให้กับสภาแห่งนี้ได้พิจารณามากยิ่งขึ้น ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านคารม พลพรกลาง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัด ร้อยเอ็ด ต่อรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของกองทุนพัฒนาการอาชีพการกีฬาแห่งชาตินะครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายเพียงประเด็นเดียว แล้วก็อยากจะเรียนท่านประธานว่ารายงาน ฉบับนี้เป็นรายงานที่สำคัญ ผมอยากจะพูดถึงสถานการณ์และแนวโน้มกีฬา ท่านประธานครับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๑ บอกชัดนะครับว่ารัฐต้องส่งเสริมและพัฒนาการสร้างเสริม สุขภาพเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีชาติ ยุทธศาสตร์ชาติในปี ๒๕๖๑-๒๕๘๐ ข้อสนับสนุน แผนการพัฒนากีฬาแห่งชาติ ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่ากองทุนนี้ ได้เงินมาจากภาษีสรรพสามิต สุรา บุหรี่ หรือภาษีจากสินค้าที่มันไม่ได้ส่งเสริมสุขภาพ ผมอยากจะกราบเรียนว่าประเทศเราถ้าจะให้พัฒนาให้เจริญก้าวหน้าให้ประชาชนมีสุขภาพ แข็งแรง มีคุณภาพที่จะมาพัฒนาประเทศคนต้องมีสุขภาพดีครับ ไม่ใช่มีแต่คนติดยา ไม่ได้มี แต่คนติดสุรา ไม่มีสุขภาพที่ดี ไม่มีศักยภาพที่จะมาพัฒนาบ้านเมือง กราบเรียนประธานว่า ในหน้าที่ ๑๘ คือเรื่องของแนวโน้มกีฬาในประเทศไทย สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานก็คือว่าปัจจัยที่ทำให้คนอยากเล่นกีฬาและส่งเสริมกีฬาให้มีคุณภาพคือสิ่งที่ สำคัญที่สุดที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ๓ หน่วยงาน คือ กระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ทำให้สำคัญครับ ผมเป็นคน จังหวัดร้อยเอ็ด แต่บ้านผมไม่ได้เรียกสปอร์ตซิตี (Sport City) ท่านประธาน ท่านกรรมการ กองทุน แต่อย่างจังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งผมนาน ๆ จะแวะไป ผมเคยเรียนที่นั่นด้วยนะครับ เป็นจังหวัดที่เขาเรียกว่าสปอร์ตซิตี (Sport City) ที่จังหวัดนี้เวลาไปนี่ไม่ใช่ไปซื้อเสื้อของ บุรีรัมย์ยูไนเต็ดนะครับท่านประธาน ท่านประธานก็น่าจะผ่าน แต่เวลาเข้าไปจังหวัดนี้เวลามี งานคนมาขายส้มตำมาขายก๋วยเตี๋ยวมาโน้นมานี้ ญาติผมอยู่บุรีรัมย์เวลาเขาก็มีแข่งเขามี ความภูมิใจครับ เขามีความภูมิใจว่าจังหวัดเขามีกีฬาที่ดี กองทุนนี้หรือกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาต้องสร้างสปอร์ตซิตี (Sport City) เยอะ ๆ บุรีรัมย์เก่งเรื่องบอล จังหวัดอื่นเก่งเรื่อง อะไร เมื่อจังหวัดนั้น ๆ เขามีกีฬาที่เป็นประจำจังหวัดของเขามันจะมีการพัฒนา มันจะมี สินค้าที่เป็นเรียกว่าเป็นแบรนด์ (Brand) หรือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดเขา รายได้ก็จะเกิดขึ้น อันนี้เขาเรียกว่าสถานการณ์การกีฬา แล้วก็เอาการกีฬาไปพัฒนาท้องถิ่น มีสมาชิกหลายคน ที่พูดถึงเรื่องท้องถิ่นไม่มีสนามกีฬา ไม่มีอุปกรณ์กีฬา แต่ถ้าเป็นจังหวัดที่เขาเรียกว่าสปอร์ตซิตี (Sport City) เรื่องใดก็แล้วแต่มันจะทำให้จังหวัดนั้น ๆ มีการพัฒนาในด้านกีฬา แล้วก็ เศรษฐกิจมันจะดีไปด้วย เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานเป็นข้อสังเกตว่า ท่านต้องมีการวางแผนครับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของท่านพิพัฒน์ก็ดี การกีฬา แห่งประเทศไทยก็ดี แล้วก็กองทุนนี้ก็ดี ท่านจะเห็นนะครับ ประเด็นที่เสริม ในประเด็นที่ผม อภิปราย ท่านดูการแข่งขันซีเกมส์ (SEA Games) ใน ค.ศ. ๒๐๑๗ แล้วก็ ค.ศ. ๒๐๑๙ เปอร์เซ็นต์ของเหรียญทองที่ได้รับต่ำกว่าเป้าหมาย ๒๙ เหรียญทอง อัตราเรียกว่าการก้าวหน้า คงที่ แล้วกองทุนพัฒนาการกีฬาใช้เงินไปทำอะไร ก้าวหน้าแบบคงที่ครับท่านประธาน มันมี หรือครับใช้เงินเยอะ ๆ ตั้ง ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทอย่างที่หลายคนพูด แต่การกีฬาไม่ไปไหน มาไหน เขาเรียกว่าอยู่กับที่ หลักการจริง ๆ ในความคิดของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบผม ท่านประธานที่เคารพ ท่านต้องพัฒนากีฬาเป็นจังหวัด ๆ แล้วความเจริญจะมาจากจังหวัดนั้น เราจะไปเจอช้างเผือกในป่าแล้วเข้าสู่เมือง เมื่อเข้าสู่เมือง เมื่อสักครู่ท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล ต้องขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ทำไมนักบอลของไทยไปอยู่ต่างประเทศเยอะ เขามาจาก ต่างจังหวัดพัฒนาขึ้นมาจนมาถึงเมืองหลวง เพราะฉะนั้นผมไม่พูดอะไรมากกว่านี้หรอกครับ แต่ผมมองเห็นว่า ผมแลเห็นว่าทิศทางการพัฒนามันไม่มีทิศทาง ท่านต้องสร้างเมืองที่พัฒนา ชุมชนที่พัฒนา ให้เขามีทั้งอุปกรณ์ฝึก มีสนาม เชื่อมโยงลงไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เขาคัดคนขึ้นมา ผมไม่ใช่นักกีฬา แต่เป็นนักดูกีฬา แต่เวลาเห็นทีมชาติแพ้ ทีมที่เรา สนับสนุนแพ้ มันก็ดูกระไร ๆ นะครับ เวลาเราเห็นนักกีฬาที่เป็นตัวแทนของประเทศเราชนะ สักแมตช์ (Match) หนึ่ง ไฟต์ (Fight) หนึ่ง มันก็ดีใจ เขาเรียกความภูมิใจ ท่านต้องสร้างความภูมิใจ กองทุนตรงนี้ต้องใส่เงินไปในเรื่องของสร้าง พัฒนากีฬาจากท้องถิ่น แล้วขึ้นมาสู่ระดับประเทศครับ ก็ขออนุญาตที่จะตั้งข้อสังเกตเพียงประเด็นเดียวเพื่อให้ท่านนำไป ปรับปรุง ก็ต้องเรียนเสริมนิดหนึ่งว่ามันล่าช้าเกินเหตุ ปี ๒๕๖๖ อันนี้ที่อ่านอยู่นี้ ถ้าดูไม่ผิด เลขที่ออก ปี ๒๕๖๒ ก็ให้มันสอดคล้องกับสถานการณ์หน่อยครับ ประเมินอย่างนี้มันประเมิน อะไรไม่ได้หรอกครับ มีแต่ตั้งข้อสังเกตด้วยความเคารพ แต่ก็ถือว่าทุกคนมีหน้าที่ร่วมกันพัฒนา บ้านเมือง แล้วแต่มุมของท่าน ก็กราบขอบคุณท่านประธานด้วยความเคารพขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ท่านวัชรพลเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ จังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ผมขอ อนุญาตได้อภิปรายรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งวันนี้ ท่านประธานกองทุนได้เข้ามารับฟังท่านสมาชิกได้ร่วมกันเสนอแนะ ผมเองก็เป็นคนหนึ่งครับ ที่อยู่ในแวดวงกีฬา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ทำกีฬาอาชีพหลายต่อหลายประเภทในจังหวัด นครราชสีมา สิ่งหนึ่งที่ผมเองอยากจะพูดในเรื่องของการกีฬาก็เพราะเราต้องยอมรับ ความจริงว่าถ้าเรามองประเทศไหนที่เขามีการพัฒนาในด้านการกีฬาหรือประเทศไหนที่มี ความรัก มีความสมัครสมานสามัคคี เราจะเห็นได้ว่าเขาประสบความสำเร็จ เรามองในเอเชีย (Asia) ของเรา เรามองไปที่ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี เราจะเห็นได้เลยว่า ฟุตบอลเขาวันนี้ไปถึงระดับโลก นั่นคือสิ่งหนึ่งครับที่ผมอยากจะบอกว่ากองทุนพัฒนากีฬา ก็เป็นส่วนสำคัญเพราะในประเทศไทยของเรามีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อธิบายไปว่ากีฬา บ้านเราถ้าเปรียบเทียบเงินกองทุนที่เราได้ใช้ในจำนวนเงิน ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท น้อยมาก กับการที่เราจะเป็นหนึ่งในเอเชีย (Asia) น้อยมากที่เราจะผลักดันกีฬาต่าง ๆ ได้ เหตุผลที่ผม กราบเรียนอย่างนี้ก็เพราะว่าผมอยากจะเห็นยุทธศาสตร์ใน ๕ ด้านที่กองทุนพัฒนากีฬาได้ตั้ง เอาไว้ได้มีส่วนสำคัญในการที่จะสร้างกีฬาจากฐานราก วันนี้ในเงินที่ได้มาส่วนใหญ่จะเอาไป ต่อยอดในเรื่องของการที่จะสู่ความเป็นเลิศ ในการที่จะไปแข่งขัน ท่านประธานทราบไหมครับ ผมเองทำกีฬาฟุตบอลและวอลเลย์บอล ผมยังมีความคิดเลยว่าถ้าเงินกองทุนพัฒนากีฬาเรา ยกตัวอย่างเช่น โคราชบ้านผมเป็นเมืองวอลเลย์บอล นักกีฬาทีมชายและทีมหญิงส่วนใหญ่ มาจาก ๒ โรงเรียน โรงเรียนสุรนารีวิทยา แข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ กีฬาแห่งชาติ ๒ โรงเรียนนี้ จะได้เหรียญทอง ได้อันดับ ๑ ของประเทศไทย โรงเรียนขามทะเลสอก็จะได้ชนะเลิศในระดับ แห่งชาติในกีฬาทีมชาย แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่า ๒ โรงเรียนแห่งนี้ ไม่เคยได้รับงบ สนับสนุน ไม่เคยได้รับงบสนับสนุนในการที่จะพัฒนาสนาม หรือการส่งเสริมในเรื่องสวัสดิการ หรือสิ่งต่าง ๆ เลย สิ่งที่ผมพูดก็เพื่ออยากจะเห็นว่าวันนี้ยกตัวอย่างเช่น กีฬาฟุตบอลบ้านเรา ไม่ประสบความสำเร็จในระดับซีเกมส์ (SEA Games) ถามว่าเจ็บปวดไหม เจ็บปวดมาก เวียดนามได้ทั้งชายและหญิง สิ่งหนึ่งเราต้องย้อนกลับมาถามตัวเราว่าวันนี้เหตุผลใดที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลหรือแม้กระทั่งผู้เกี่ยวข้องนั้นจะต้องหาทางผ่าตัดและแก้ไขโดยด่วน เฉกเช่นเดียวกับวอลเลย์บอลครับ ทีมชายไม่ประสบความสำเร็จแพ้แม้กระทั่งกัมพูชา นั่นคือ สิ่งหนึ่งที่เราไม่สามารถจะพัฒนานักกีฬาขึ้นมาทดแทนได้ ย้อนกลับมาที่เงินกองทุนพัฒนา กีฬาแห่งชาติตัวนี้ ถ้าเปรียบเทียบไปในการแข่งขันของระดับประเทศ ประเทศไทยเรามีการ แข่งขันใน ๓ ระดับ ถ้าพัฒนาเริ่มต้นก็มาจากกีฬาในเรื่องของกีฬาเยาวชนแห่งชาติและกีฬา แห่งชาติที่ในจังหวัดแต่ละจังหวัดได้ส่งนักกีฬาเข้ามาแข่งขันเพื่อคัดเลือกช้างเผือกไปแข่ง ในระดับประเทศ ขึ้นมาอันหนึ่งก็คือระดับกีฬาอาชีพ ถ้ากีฬาพื้นฐาน กีฬาเยาวชนแห่งชาติ และโดยเฉพาะกีฬาแห่งชาตินั้นแต่ละสโมสร แต่ละสมาคมได้มีการพัฒนานักกีฬาขึ้นมา มีการเติมเต็มงบประมาณลงไปได้เราก็สามารถที่จะหาช้างเผือกขึ้นมาเป็นตัวแทนในส่วนของ นักกีฬาอาชีพได้ ที่ผมกราบเรียนอย่างนี้ก็เพราะว่าเงินกองทุนพัฒนากีฬา ผมไม่ได้ว่าไม่ดี ดีมาก แต่ส่วนหนึ่งส่วนใหญ่แล้วเราจะไปดำเนินการในส่วนของปลายยอด ในการจัดการแข่งขัน ในการดูแลให้สวัสดิการผมเห็นด้วย แต่ทำอย่างไรในเงินกองทุนก้อนนี้เราจะมีเป้าหมายใน ส่วนของสโมสรกีฬาต่าง ๆ ที่เขาประสบความสำเร็จแล้วเข้าไปดำเนินการให้กลายเป็นส่วน หนึ่งในการสร้างนักกีฬาขึ้นมาให้ได้ ที่ผมกราบเรียนมาทั้งหมดนี้ ท่านประธานครับ อยากจะบอกว่าอยากจะให้กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติได้มีแนวทางในการที่จะช่วยเหลือ สนับสนุนในการพัฒนากีฬาอย่างยั่งยืนเพื่อมองเป้าหมายแห่งความสำเร็จตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ และวัตถุประสงค์ที่กองทุนได้ตั้งเอาไว้ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วประเทศไทยเราไม่มีทาง จะไปถึงฝั่งฝัน การแข่งขันกีฬาต่าง ๆ เราไม่มีทางประสบความสำเร็จถ้าตราบใดที่เรายังไม่ มองทั้งระบบและยังย่ำอยู่กับที่อย่างนี้ ผมขออนุญาตได้กราบเรียนเป็นประเด็นสุดท้ายครับ ผมอยากจะฝากท่านประธานกองทุนว่าสิ่งหนึ่งในความสำเร็จของกีฬาไม่ได้มองว่าสโมสร ต่าง ๆ นั้นจะได้ทำได้ วันนี้มีหลายสโมสรฟุตบอล วอลเลย์บอล ไม่สามารถจะเดินหน้า ขับเคลื่อนในการจัดการแข่งขันได้ ขาดสปอนเซอร์ (Sponsor) ขาดผู้ให้การสนับสนุน ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านครับ อยากจะให้ทางคณะกรรมการกองทุนพัฒนากีฬา แห่งชาติได้หาทางออกกฎระเบียบในการที่จะให้เอกชนมีส่วนเข้ามาสนับสนุน ลำพัง แต่เงินกองทุนคงไม่เพียงพอ ฉะนั้นเราก็ไม่สามารถที่จะพัฒนากีฬาได้ ถ้าสโมสรกีฬา ลีก (League) ในประเทศ ในการแข่งขันต่าง ๆ ที่มีความเข้มแข็งได้พัฒนากีฬาได้ นั่นก็ หมายความว่าการแข่งขันชิงชัยที่เราจะไปชิงแชมป์ (Champ) ในระดับเอเชีย (Asia) ระดับ ซีเกมส์ (SEA Games) เราไม่ได้รองใครอย่างแน่นอนถ้าเราได้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
หมอจาตุรงค์เชิญ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ต้องขอบคุณท่านประธานนะครับ แล้วก็วันนี้เป็นวันที่เราได้รอคอยในการ อภิปรายรายงานประจำปีของกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ปี ๒๕๖๒ จริง ๆ รอตั้งแต่สมัย ประชุมที่แล้วนะครับ เตรียมเข้าประชุม แต่ว่าเข้ามาประชุมในสมัยนี้ ก็ต้องเรียนว่าเรื่องของ กีฬาในเป็นเรื่องที่สำคัญอีกอีกมิติหนึ่งจริง ๆ นะครับ โดยเฉพาะผมมักจะพูดเสมอว่าสุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องมาเล่นกีฬา ต้องเรียนว่า จังหวัดศรีสะเกษเป็น ๑ ใน ๖ ของจังหวัดที่เป็นสปอร์ตซิตี (Sport City) ก็คือชลบุรี สุพรรณบุรี บุรีรัมย์ อุดรธานี ศรีสะเกษ แล้วก็จังหวัดกระบี่ เพราะฉะนั้นในจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งถือว่าเป็นอีสานใต้ที่อยู่ติดชายแดนนั้นเป็นจังหวัดที่ได้รับการจัดกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ ๔๗ ไทยแลนด์ เนชันแนล เกมส์ (Thailand National Games) เมื่อวันที่ ๕-๒๕ มีนาคมที่ผ่านมา โดยมี ฯพณฯ รองนายกมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล มาเป็นประธานเปิดให้ แล้วก็ต่อด้วยกีฬาของคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ ๓๗ เมื่อวันที่ ๓๐ ถึงวันที่ ๓ เมษายน การจัดกีฬาโดยการแข่งขันกีฬาแห่งชาติและกองทุนพัฒนาการกีฬา แห่งชาติที่พูดถึงนี้ผมต้องเรียนว่าเราได้รับความสำเร็จ ที่สำเร็จที่สุดก็คือเราได้เห็นเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นประธานนายกสมาคมกีฬาแต่ละจังหวัด ได้เห็นพี่น้องมา ทั้งหมด ๗๖ จังหวัด ท่านประธานครับ จากการประเมินของหอการค้าจากการแข่งกีฬามีเงิน สะพัดเพิ่มขึ้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ถึง ๖๐๐ ล้านบาท นี่คือส่วนหนึ่งที่อยากจะนำเรียนว่ากีฬา นอกจากทำให้สุขภาพดี ทำให้เราเป็นเลิศ ทำให้เราต้องลด ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษา แต่สร้างเสริมภูมิคุ้มกัน แต่เราก็ยังสร้างเม็ดเงินที่เติบโตขึ้นมาเพิ่มขึ้นน้อย ๆ แค่จังหวัดศรีสะ เกษภายในเวลาเดือนเดียวค่อน ๆ เองนะครับ ถึง ๖๐๐ ล้านบาท ยุทธศาสตร์ของการพัฒนา กีฬาผมต้องเรียนว่า ๕ ยุทธศาสตร์ที่นำเสนอแล้วก็ปี ๒๕๖๒ นี้มีงบประมาณแค่ ๔,๙๖๐ ล้าน บาท ตอนนี้กำลังเข้าปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ซึ่งจะเข้าประชุมในวันที่ ๓๑ วันที่ ๑ วันที่ ๒ นี้นะ ครับ ผมต้องนำเรียนว่าเราคงจะต้องมีการเพิ่มเม็ดเงิน ไม่ว่าจะส่วนราชการหรือภาคเอกชน ที่จะทำซีเอสอาร์ (CSR) คงต้องมาเสริมผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าการกีฬา ตลอดจนทุกท่านก็คง จะต้องมาดูแลเรื่องนี้ ต้องนำเรียนว่ายุทธศาสตร์หนึ่งที่ผมอยากพูดถึงคือยุทธศาสตร์ที่ ๕ คือการดูแลสวัสดิการเพื่อสร้างคุณภาพชีวิต เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ การสร้างคุณภาพชีวิต พี่น้องประชาชนยุคนี้ตอนนี้นะครับถ้าเราไปดูตามพื้นที่ต่าง ๆ เรื่องกีฬาถ้าเรานำได้ไม่ว่าจะ เป็นเรื่องของต้านยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพดี แต่ในจังหวัดในอำเภอใหญ่ ๆ โดยเฉพาะ จังหวัดที่ศรีสะเกษหรืออำเภอกันทรลักษ์ พี่น้องประชาชนเรียกหาไม่ว่าจะเป็นสนามฟุตบอล สนามกีฬาครบวงจร รวมทั้งการออกกำลังกายในเรื่องของในร่มโรงยิมต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้ควรจะ ดูแล้วก็ควรจะมีให้มากให้พร้อมเสมอ เพราะไปสังเกตทุกเช้าหรือตอนเย็นพี่น้องประชาชน ลูกหลานเรามักจะต้องมาเล่นกีฬา และถ้าเราส่งเสริมให้พื้นที่ต่าง ๆ ที่อยู่ในอำเภอในหัวเมือง ต่าง ๆ มีการแข่งขันกีฬา มีการอบรม มีการฝึกกีฬาแล้วก็เป็นกีฬาอาชีพได้มันจะเพิ่มสุขภาพ อนามัย เพิ่มความสนุกสนาน ลดความเครียด แล้วก็ทำให้ความสุขเกิดขึ้นเหมือนที่อำเภอ กันทรลักษ์เป็นอำเภอที่น่าอยู่อันดับ ๙ จากการประเมินของทางด้านท้องถิ่น นอกจากนั้น กีฬาอีกชนิดหนึ่งซึ่งตอนนี้ที่ผมนำเรียนว่าจังหวัดศรีสะเกษกำลังพูดถึงเราเป็นสปอร์ตซิตี (Sport City) แล้วยังเป็นกีฬาอีสปอร์ต (e-Sport) อีสปอร์ต (e-Sport) ก็เป็นกีฬาอีกชนิด หนึ่งที่ถือว่าผู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของทางด้านใช้โซเชียลมีเดีย (Social Media) ใช้ อินเทอร์เน็ต (Internet) แล้วอีสปอร์ต (e-Sport) ของประเทศไทยก็ดังไปทั่วโลกเหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าบรรจุในส่วนของกีฬาที่จะเป็นชนิดกีฬาที่เป็นกีฬามาตรฐานเป็นกีฬาอาชีพได้ นี่อีสปอร์ต (e-Sport) ก็เป็นส่วนหนึ่ง ทุกท่านที่อยู่ตรงนี้ถ้าเป็นเด็กหรือวัยรุ่นที่เขาชำนาญ เขาไม่สามารถที่จะไปเล่นกีฬาประเภทกำลังกายได้ของกีฬาอีสปอร์ต (e-Sport) ก็ทำให้ฝึกฝน สมอง เพราะมีกลยุทธ์ต่าง ๆ ในการวางแผนในการพัฒนา ซึ่งนำเรียนว่าจะเป็นประโยชน์ ในเรื่องของการพัฒนานะครับ ก็หวังว่าทางกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ จะได้นำมาเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายและมีข้อเสนอแนะติติง ต่าง ๆ หรือสนับสนุนต่าง ๆ ให้เร็วขึ้น แล้วก็หวังว่าปี ๒๕๖๖ งบในการพัฒนากีฬาจะได้ กระจายลงไปในพื้นที่ต่างจังหวัดโดยเฉพาะตามชายแดนชายขอบที่ติดประเทศกัมพูชา ประเทศลาว โดยเฉพาะอีสานมากขึ้น และผมเชื่อว่าถ้าเราได้มีการพัฒนากีฬาแล้วความสุขที่เกิด ขึ้นกับพี่น้องประชาชนเอาเงินเอาอะไรมาแลกก็ไม่ได้ แต่คือความสุขที่จากการกีฬา ต้องขอบคุณ ท่านผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยที่ไปเปิดงาน แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ก็มาเปิดงานกีฬาคนพิการแห่งชาติ ซึ่งถือว่าให้ความสำคัญจริง ๆ ท้ายที่สุดนี้ก็เป็น กำลังใจให้ แล้วก็ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ให้ท่านซูการ์โน มะทา เป็นท่านสุดท้ายนะครับ จะได้ให้ทางกองทุนได้ชี้แจงครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ก็ขออนุญาตอภิปราย รายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ก็ตั้งข้อสังเกตเหมือนกับ เพื่อนสมาชิก และตั้งข้อสังเกตไปก็คือว่าน่าจะเป็นกระบวนการที่ล่าช้า ก็ฝากท่านประธาน กองทุนด้วยนะครับว่าการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรนั้นถ้ามันล่าช้ามากมันก็ไม่เป็น ปัจจุบันที่มันเป็นเหตุการณ์ปกตินะครับ ทำให้เราไม่สามารถเจาะลึกในรายละเอียดได้ ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตนำเรียนผ่านเรื่องของกองทุนพัฒนาการกีฬา จริง ๆ แล้วกองทุนพัฒนาการกีฬาหรือการกีฬาแห่งประเทศไทยอยู่ในกระบวนการที่ต้องให้ ความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ แล้วก็ เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา ช่วงนั้นเรามีการผลักดัน พ.ร.บ. กฎหมายกีฬาอาชีพ แต่พอมาดูในเรื่องของเงินกองทุนพัฒนาการกีฬาอาชีพทางกองทุน ได้ตั้งเป้าไว้นะครับ ผมก็จะให้ความสำคัญว่าบางท่านก็มองเรื่องสปอร์ตซิตี (Sport City) แต่ผมคิดว่าวันนี้เราต้องให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาเรื่องของกีฬาอาชีพโดยเฉพาะอย่าง ยิ่งในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กีฬาอาชีพที่ได้รับความสำคัญได้รับความสนใจจาก พี่น้องประชาชนนอกเหนือจากกีฬามวยไทยแล้วก็มีกีฬาฟุตบอลอาชีพ แต่ปัญหาที่ประสบมาก ผมคิดว่าวันนี้การดำเนินการของกองทุนพัฒนาการกีฬา โดยเฉพาะการส่งเสริมการพัฒนา กีฬาอาชีพนั้นบางครั้งการให้การสนับสนุนสโมสรต่าง ๆ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ต้องเข้าใจ ลีก (League) ภูธร ไม่ว่าจะเป็นลีก (League) ภูธรในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อเทียบกับลีก (League) ในระดับไทยลีก (Thai League) การสนับสนุนของสปอนเซอร์ (Sponsor) นั้นหาได้ยากมาก ฉะนั้นมีสโมสรหลายสโมสรที่พยายามจะสร้างเด็กในท้องถิ่น เพื่อให้เป็นนักกีฬาอาชีพ เพื่อเป็นการส่งออกนักกีฬาของตนเองแต่ว่าประสบปัญหาอุปสรรค ก็คือขาดแคลนเรื่องงบประมาณ ฉะนั้นก็อยากฝากกองทุนการกีฬาว่าท่านได้ตั้งเป้าไว้ ๓๒๐ ล้านบาท ในการพัฒนากีฬาอาชีพนั้น ผมคิดว่ายังไม่เพียงพอที่จะสนับสนุน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งอยากให้ตั้งข้อสังเกตผ่านถึงประธานกรรมการกองทุนการกีฬาด้วยว่าการที่จะ สนับสนุนกีฬาเราจะต้องดูว่าควรจะดูกีฬาในพื้นที่ที่มันเริ่มต้นโดยได้รับความสนใจจาก พี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะลีก (League) ภูธร หรือฟุตบอลอาชีพที่ผมอยากจะพูดถึง ก็คือว่าในลีก (League) ภูธรนั้นเดิมในยุคหนึ่งได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เป็นอย่างมาก ไม่ว่าทีมแต่ละสโมสรที่เข้าการแข่งขันกันจะมีพี่น้องประชาชนมาให้ความสนใจ มาเชียร์ลูกหลานของตัวเองมาเล่นฟุตบอลอาชีพ แต่วันนี้ความถดถอยของกีฬาอาชีพมันก็ เกิดมาจากการบริหารจัดการกองทุนที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ ถ้าเรามองเห็นนะครับ ดูแล้วเรา จะเห็นว่าวันนี้กองทุนกีฬา โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอลอาชีพนั้นทำไมทีมชาติไทยมีแต่ตั้งเป้า แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ เพราะเราพัฒนาอยู่ที่เรื่องของความเจริญ ผมอยากบอกว่า สโมสรที่เขาอยู่ในเมืองที่เจริญแล้วก็ต้องหานักเตะมาจากภูธรแต่การสร้างนักเตะภูธรให้มี คุณภาพ ให้มีวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ดีนั้นก็จำเป็นต้องส่งเสริมเรื่องของการพัฒนาอุปกรณ์ เรื่องของวิทยาศาสตร์การกีฬาให้กับศูนย์กีฬาต่าง ๆ ในจังหวัดต่าง ๆ ด้วย หรือแก่สโมสร ต่าง ๆ ด้วย อันนี้ก็อยากฝากเป็นประเด็นข้อสังเกตที่ผมให้ความสำคัญมากเพราะ ๑. ผมก็เคยทำ ฟุตบอล สโมสรฟุตบอลอาชีพ แม้จะไม่ใช่ระดับไทยลีก ๑ (Thai League 1) แต่เราคิดว่า การส่งเสริมให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้อง ๆ บรรดาเยาวชนที่สนใจกีฬา ผมเชื่อ ว่าหลายจังหวัดในพื้นที่ภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศนั้นเยาวชนสนใจกีฬาฟุตบอล แต่สิ่งหนึ่ง ที่ฟุตบอลไม่สามารถพัฒนาได้ในพื้นที่ภูมิภาคต่าง ๆ ก็คือขาดแคลนเรื่องสนามกีฬา ขาดแคลนเรื่องอุปกรณ์ ขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถฉะนั้นขอฝากไปยังทางกองทุน พัฒนากีฬาว่าการพัฒนากีฬาอาชีพนั้นให้ความสำคัญลีก (League) ภูธรที่เป็นสโมสรเล็ก ๆ เพราะว่าเขาก็หาสปอนเซอร์ (Sponsor) ยากอยู่แล้ว แต่ท่านมาจัดสัดส่วนในการจัดสรรเงิน งบประมาณโดยคำนวณดูเรื่องของความสนใจ บางครั้งไทยลีก ๑ (Thai League 1) ได้มากกว่าลีก (League) ระดับ ๕ นะครับ อันนี้ก็อยากฟังเป็นข้อสังเกตว่าให้ความสำคัญลีก (League) ภูธร แล้วกีฬาฟุตบอลก็จะโตขึ้นไปเรื่อย ๆ ครับขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ให้ตัวแทน กองทุนได้ชี้แจง ซึ่งวันนี้ผมอนุญาตให้ตัวแทนของกองทุนการพัฒนากีฬาแห่งชาติมี ๓ ท่าน มีผู้จัดการกองทุนการพัฒนาการกีฬาแห่งชาติคือ ท่านนางสาวสุปราณี คุปตาสา มีท่านรอง ผู้จัดการกองทุนการพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ คือนายชนาสิน สิมะดำรงค์ แล้วก็มีหัวหน้างาน ส่วนกองทุนศึกษา นางสาวภิม นครศรี เชิญตัวแทนกองทุนชี้แจงที่ประชุมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ แล้วก็สวัสดีท่านผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ก่อนอื่น ต้องกราบขอบพระคุณในคอมเมนต์ (Comment) ที่ท่านได้ให้ไว้กับกองทุนพัฒนาการ กีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่กองทุนการพัฒนาแห่งชาตินี้จะนำไป ปรับปรุงและพัฒนา ในเรื่องของการยื่นรายงานการประชุมที่ช้านี้ทางเรานี้ก็ต้องยอมรับว่า ดิฉันก็เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งหน้าที่ อย่างไรก็ตามเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายก็ได้มีการนำ รายงานการประชุมปี ๒๕๖๒ มายื่นมาให้ท่านนะคะ ในกรณีของปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ตามที่ท่านกรวีร์ได้กล่าวไว้ก็คือทางกองทุนรับรองได้ว่าเราจะพยายามเต็มที่ในการลงรายละเอียด ของการใช้เงินกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชน ให้ท่านได้เห็น ถึงการใช้เงินอย่างชัดเจนมากขึ้น แล้วก็จะยื่นให้เรียบร้อยจะมีกรณีที่ท่านมีความกังวลใจ ในเรื่องของที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้มีวินิจฉัยไว้ก็คือในส่วนที่เกี่ยวกับการยืนยันตัวเลข ของรายได้ ปัจจุบันนี้กองทุนได้ทำเรียบร้อยแล้ว ซึ่งต่อไปก็จะไม่เกิดว่ารายได้ที่เข้ามาขาดตก บกพร่องหรือหายไปหรือไม่ จากการที่กลับไปเช็ก (Check) ย้อนหลังก็พบว่าทุกอย่างถูกต้อง แต่กระบวนการในการยืนยันตัวเลขนั้นกับกรมสรรพสามิต แล้วก็กรมศุลกากรหรือภาษีที่เรา ได้มา ๒ เปอร์เซ็นต์นั้นต้องทำให้เรียบร้อย กองทุนได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว อยากจะกล่าว ให้ท่านผู้แทนราษฎรได้รับทราบผ่านท่านประธาน ก็คือว่าสิ่งที่ท่านคอมเมนต์ (Comment) มาในเรื่องของการปรับปรุงดำเนินงานจะกราบเรียนว่าทางกองทุนในปี ๒๕๖๕ โดยการนำ ของท่านประธานกองทุนก็คือ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ และท่านรองประธานกองทุนคือ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ แล้วก็ผู้แทนต่าง ๆ ที่เข้ามาร่วมในบอร์ด (Board) แล้วก็บริหารได้ดำเนินการเกือบทุกเรื่องที่ท่านได้พูดแล้ว อย่างไรก็ตามเราขออนุญาตใช้โอกาสนี้ในการสรุปว่า🔗
เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการเก็บตัวฝึกซ้อม กองทุนได้ดำเนินการจ่ายเงินการ เก็บตัวฝึกซ้อมตั้งแต่รากหญ้าจนกระทั่งท่านไปถึงการแข่งขันโอลิมปิก การจ้างผู้ฝึกสอน ปัจจุบันเราพัฒนา ไม่ใช่เพียงแต่ว่าเราจะจ้างแต่เฉพาะต่างชาติ เราได้เอาต่างชาติมาแล้ว ปรับปรุงเพื่อให้คนไทยของเราได้เป็นผู้ฝึกสอนที่ได้รับมาตรฐานหรือไลเซนซิง (Licensing) มากขึ้น การส่งแข่งขันก็จะมีการส่งแข่งขันไปต่างประเทศแล้วก็การจัดการแข่งขัน ในราชอาณาจักรไทยเองซึ่งเรากระตุ้น ปัจจุบันท่านจะเห็นว่าท่านดูจากที สปอร์ต เซเว่น (T Sports 7) หรือหลาย ๆ รายการ กองทุนก็กระจายในการจัดการแข่งขันไปเกือบทุก จังหวัดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภาคใต้หรือตรงที่บ้านของดิฉันเองก็คือจังหวัดปัตตานีก็มีการจัดการ แข่งขัน จังหวัดยะลาต่อไปนี้ก็จะมีการแข่งขันเทเบิลเทนนิส ซึ่งเป็นการเก็บแรงกิง (Ranking) อย่างสำคัญ ในขณะที่หลาย ๆ จังหวัดก็มีการวิ่งที่ท่านจะเห็นว่าเป็นวิ่งเทรล (Trail) แล้วก็ หลาย ๆ กิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นวอลเลย์บอลที่ท่านพูดถึงก็คือนครราชสีมาก็เป็นเงินของ กองทุนทั้งสิ้น การพัฒนาบุคลากรเราไม่ได้พัฒนาบุคลากรเฉพาะที่เป็นนักกีฬา บุคลากรของ เราหมายถึงเป็นโค้ช (Coach) แล้วก็เป็นเรื่องของการที่นักกีฬาของเราที่ท่านเป็นห่วงก็คือว่า หลังจากที่เขาเล่นกีฬาแล้วก็จะไปไหนต่อ ก็เอาความเชี่ยวชาญของเขามาเป็นนักกีฬา จากนั้น ก็มาเป็นบุคลากรกีฬาก็คือผู้ฝึกสอนที่มีคุณภาพ แล้วก็ต่อยอดไปเพื่อจะมาสอน คนไทยหรือนักกีฬาคนไทยของเราด้วยกัน การจัดการแข่งขันกิจกรรมกีฬา ณ วันนี้อย่างที่ ท่านเห็นว่าแม้กระทั่งมีโควิด (COVID) ท่านก็จะเห็นว่าแบดมินตันเราก็จัดในราชอาณาจักรไทย แบบบับเบิล (Bubble) ก็คือแบบระบบปิด จากการจัดแบบบับเบิล (Bubble) ซึ่งใช้ค่าใช้จ่ายสูง ที่ท่านบอกว่าใช้เงินกันเยอะ แต่จริง ๆ แล้วมันนำมาซึ่งความมั่นใจและชื่อเสียงกับ ราชอาณาจักรไทยทำให้โอลิมปิกที่โตเกียวก็ใช้ระบบการจัดการแข่งขันแบบบับเบิล (Bubble) ที่เราใช้กับการจัดการแข่งขันระดับโลกในเรื่องของแบดมินตันที่เมืองทองธานีและเพิ่งเสร็จไป ในปีนี้อีกนะครับ เรามีการจัดการในเรื่องของวิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่งทางท่านประธาน ทางกรรมการบริหารกองทุน ไม่ว่ากรรมการของการกีฬาแห่งประเทศไทยด้วย และใน ขณะเดียวกันท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นกรรมาธิการการกีฬาท่านก็ให้ความสนใจกับ การติดตามการทำงานของเรา และท่านกรรมาธิการที่กำกับการใช้เงินกองทุนก็อยากจะให้ เรานำวิทยาศาสตร์การกีฬาที่เราลงทุนไปในเรื่องของเครื่องมือแล้วก็สร้างเรื่องของความรู้ มาพัฒนานักกีฬาของเราให้มีศักยภาพมากขึ้น ในซีเกมส์ (SEA Games) ครั้งนี้ท่านจะเห็นว่า เรามีนักกีฬาหน้าใหม่เกิดขึ้นเยอะมาก และเราทำเหรียญโดยเฉพาะถ้านับจากเหรียญของ กีฬาสากล ไม่ใช่กีฬาพื้นบ้านที่แต่ละประเทศมักจะจัดขึ้นมาเพื่อจะเป็นเจ้าเหรียญทอง จะเห็นว่าประเทศไทยแม้ว่าเป็นอันดับ ๒ แต่จริง ๆ แล้วถ้าไปนับเหรียญที่เป็นกีฬาสากลหรือ กีฬาที่อยู่ในอาร์ริฟ (ARISF) ที่พูดง่าย ๆ ว่าก็คือโอลิมปิกรับรองเราก็ได้เป็นที่ ๑🔗
การสนับสนุนในเรื่องของอุปกรณ์กีฬา ตรงนี้กราบขอบพระคุณท่านอย่างสูง มากที่สนับสนุนให้กองทุนมีกำลังใจในการที่จะผลักดันให้มีการซื้ออุปกรณ์กีฬาที่เป็นสัญชาติไทย แปลว่าผลิตในไทยใช้ในไทยแล้วก็เพื่อคนไทย ซึ่งเป็นนโยบายที่เราได้เดินแล้ว และปัจจุบัน หลาย ๆ ท่านซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเป็นนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดต่าง ๆ จะทราบว่าเราได้มีการอุดหนุนแล้วก็ให้มีการซื้ออุปกรณ์กีฬาในหลากหลายชนิดกีฬาตามที่ จังหวัดของท่านมีความนิยมชมชอบในกีฬาแต่ละชนิด🔗
เรื่องอื่น ๆ ที่เป็นนโยบาย สิ่งที่สำคัญก่อนก็คือเรื่องของสวัสดิการ กองทุน พัฒนาการกีฬาแห่งชาติปรับปรุงคณะกรรมการบริหารที่เป็นคณะอนุกรรมการ โดยเพิ่ม ผู้แทนจากกีฬาคนพิการ คือท่านไมตรี คงเรือง ซึ่งเป็นเลขาธิการสมาคมกีฬาคนพิการ แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ แล้วก็นักกีฬาที่เป็นนักกีฬาจากเหรียญโอลิมปิก เพื่อมาร่วมกันในการที่จะดูแลสวัสดิการของนักกีฬาบุคลากรกีฬาที่เป็นอยู่และเป็นอดีต ในเรื่องของสิ่งที่สำคัญคือทุนการศึกษากองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาของ แห่งประเทศไทยของราชอาณาจักรไทยเราสามารถพูดได้เต็มปากว่าเราเป็นองค์กรหนึ่ง เป็นกองทุนหนึ่งที่ท่านได้เก็บเงินมาให้เราดำเนินการ เราให้ทุนการศึกษากับนักกีฬาของเรา บุคลากรของเราในระดับประถม มัธยม ปริญญาตรี และไปถึงดอกเตอร์ แม้ว่านักกีฬาหลาย ๆ ท่านที่ท่านเห็นเป็นลูกครึ่งแล้วอยู่ต่างประเทศถ้าเขาทำผลงานได้ดีมีประสิทธิภาพในการเรียน เราก็มีการต่อเนื่องแล้วก็ให้ทุนด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่ากองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติการกีฬาแห่งประเทศไทยได้ใช้เงิน อย่างมีสัดส่วนมากขึ้น ๆ และมีรายละเอียดมากขึ้น และเอาไปใช้ในสิ่งที่เรียกว่าพัฒนาจริง ๆ ในสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ท่านกล่าวถึงเรื่องมวยไทย ไม่แน่ใจว่าจะมีเวลาได้สามารถเปิดวิดีโอ (VDO) หรือไม่ ถ้าเปิดวิดีโอ (VDO) อยากจะให้ท่านผู้แทนราษฎรได้ประจักษ์ว่าในขณะนี้ มวยไทยของเราได้รับการรับรองจากไอโอซี (IOC) หรือคณะกรรมการโอลิมปิกสากลให้เป็นกีฬา ที่อยู่ในอัมเบรลลา (Umbrella) ของโอลิมปิกสากล ท่านจะเห็นว่าที่เวียดนามนี้มีการแข่งขัน กีฬามวยไทย🔗
ท่านเชื่อไหมคะว่ามีเรื่องของไหว้ครู มีเรื่องของการแข่งขันแม่ไม้มวยไทย แล้วก็มีการแข่งขัน การชกมวยไทย สิ่งที่สำคัญที่สุดเรามีการเชื่อมโยงระหว่างราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย แล้วก็ประเทศไทยเราเรียกว่ามวยไทย ซอฟต์ ดิปโพลเมติก รีเลชันชิป บีทวีน ทู คิงดอม (Soft Diplomatic relationship Between two Kingdoms) หมายความว่าเราไม่ได้ใช้มวยไทย เป็นแค่กีฬา เราใช้มวยไทยจากความรักมวยไทยมาทำให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่าง ๒ ราชอาณาจักรในเรื่องของกิจกรรมกีฬามวย ดิฉันเองจะต้องไปอาบูดาบี (Abu Dhabi) ในวันที่ ๓๑ นี้นะคะเพื่อจะไปทำกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬามวยไทยเช่นกันนะคะ จะเห็นว่า กีฬามวยไทยที่เรากำลังทำอยู่นั้นเราไม่ได้พัฒนาแต่เฉพาะเรื่องของการจัดการแข่งขัน ณ วันนี้ท่านพร้อมหรือยังที่จะไปกับเราในเรื่องการผลักดันให้มวยไทยเป็นซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ที่แท้จริงแล้วก็เป็นซอฟต์ ดิปโพลเมติก พาวเวอร์ (Soft Diplomatic Power) กับหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกโดยผ่านสมาชิกของสหพันธ์มวยไทยนานาชาติ ๑๔๖ ประเทศ เพราะฉะนั้นมวยไทยไม่ใช่เป็นเพียงแค่กีฬาที่เราเคยเห็นว่าชกกัน แต่เรากำลังผลักดันให้กีฬา มวยไทยตอนนี้นะคะไปอยู่ในยูโรเปียนเกมส์ (European Games) ที่จะมีการแข่งขัน ในขณะเดียวกันเวิลด์เกมส์ (World Games) เดือนกรกฎาคมที่เบอร์มิงแฮม (Birmingham) สหรัฐอเมริกาก็จะมีการแข่งขันมวยไทย มีการแข่งขันไหว้ครูมวยไทย แม่ไม้มวยไทย แล้วก็ การจัดการแข่งขันชกมวยไทยนะคะ แล้วก็ปีหน้าจะมีการแข่งขันเวิลด์ คอมแบต เกมส์ (World Combat Games) ที่ราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย เพราะฉะนั้นอีกอันหนึ่งที่ดิฉัน พึ่งได้รับข่าวดีของมวยไทยสำหรับคนที่รักมวยไทยนะคะ แล้วก็ฝากดิฉันว่าประเทศไทย จะต้องเป็นฮับ (Hub) ของมวยไทย และจะต้องมีการจัดการเป็นเมืองหลวงของมวยไทย เราจะมีรอยัล เวิลด์ คัป (Royal World Cup) ประมาณวันที่ ๕ ถึงวันที่ ๑๐ ธันวาคมนะคะ ก็คือราชอาณาจักรใดที่มีระบบสถาบันอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขก็จะมีการรวมตัวกัน แล้วก็มาแข่งขันมวยไทยที่ราชอาณาจักรไทย ในระหว่างวันที่ ๕ ถึงวันที่ ๑๐ ธันวาคม ก็ขอ เชิญท่านได้เข้าร่วมแล้วก็ติดตามนะคะ🔗
สิ่งสุดท้ายที่ดิฉันในฐานะผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติการกีฬา แห่งประเทศไทย จะยึดมั่นในการที่จะปรับปรุง ให้กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬา แห่งประเทศไทยเป็นที่พึ่งทางด้านกีฬา ทางด้านการพัฒนากีฬาก็ขอฝากว่าฟุตบอลไทยขอมี ข่าวดีนะคะว่าฟีฟ่า (FIFA) จะบินมาคอนเฟิร์ม (Confirm) กับเราในเรื่องของที่ท่านกังวลใจว่า จะพัฒนาเกี่ยวกับฟุตบอลก็จะเรียกว่า ฟีฟ่า ชาเลนเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ สกรีม (FIFA Challenger Development Scheme) ก็คือเราจะพัฒนาฟุตบอลทั่วประเทศตั้งแต่รากหญ้า จนกระทั่งถึงระบบอาชีพ ก็ขอน้อมรับทุกคำคอมเมนต์ (Comment) ของท่านนะคะ และขอ จะไปปรับปรุงให้ดีขึ้นดี ๆ นะคะ กราบขอบพระคุณท่านประธานและท่าน ส.ส. ที่อยู่ ณ ที่นี้ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านสมาชิก ก็คงคลายข้องใจนะครับ คงไม่มีอะไรติดใจใช่ไหมครับ ถ้าไม่มีอะไรติดใจก็ถือว่าจบการรายงาน ของกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้จัดการกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ และคณะที่ให้เกียรติสภาเราได้มาชี้แจง ขอบคุณครับ ต่อไปก็จะเป็นระเบียบวาระที่ ๒.๘🔗
๒.๘ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร สำหรับปีสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๐🔗
ด้วยนางสาวรมนา หีบแก้ว รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองทุนบริหาร กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า เนื่องจากในวันนี้สำนักงานติดภารกิจประชุม จึงไม่สามารถเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมได้ ดังนั้นจึงขอเลื่อนการเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรออกไปในการประชุม คราวต่อไป จึงแจ้งให้สภาเราได้รับทราบ🔗
ต่อไป🔗
๒.๙ รับทราบการแจ้งผลการตรวจสอบงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ และการตรวจสอบการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินสำหรับ ปี ๒๕๖๒ ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ🔗
ด้วยผู้ว่าการ ตรวจเงินแผ่นดินได้เสนอรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินสำหรับปี ๒๕๖๒ ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๖๙ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และเพื่อให้การเสนอรายงานเป็นไปตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการเสนอข้อมูล ข่าวสารลับต่อสภา พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๖ วรรคสอง ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและ ได้ดำเนินการยกเลิกชั้นความลับของรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินสำหรับ ปี ๒๕๖๒ เฉพาะเพื่อใช้ในการพิจารณาของสภาเท่านั้น ซึ่งรายละเอียดของรายงานดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้ว ดังนั้นจึงขอให้ท่านสมาชิกใช้รายงานดังกล่าวเฉพาะ ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น🔗
ท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถามเกี่ยวกับรายงานการแจ้งผล การตรวจสอบงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ การตรวจสอบการประเมินผล การใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินสำหรับปี ๒๕๖๒ ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือไม่ ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ จึงขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. นางสาวพรรณกนก ศรีสมศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบการเงินและบริหารพัสดุที่ ๑๓ ๒. นางอาภัชรี วงศ์นรเศรษฐ์ นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการพิเศษ ๓. นางสาวรัชนู ทั่วจบ นักวิชาการตรวจเงิน แผ่นดินชำนาญการ ๔. นางสาวณิชาภา ไพรวรรณ์ นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการ ๕. นางสาวจตุพร บุญเหมย นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินปฏิบัติการ ๖. นางสาวภัทรินทร์ นุเคราะห์วัด นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินปฏิบัติการ ๗. นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม ๘. นายสมบัติ ลีลาพตะ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษรักษาการรองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการภูมิภาค ๙. นายเสน่ห์ สายวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ๑๐. นางสาวมณีรัตน์ กำจรกิจการ ผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ๑๑. นางยุพา ทรัพย์ยิ่ง ผู้อำนวยการสำนัก ยุทธศาสตร์และการงบประมาณ ๑๒. นายนิพนธ์ จงวิชิต ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการ ความจริงผมไปอ่านรายชื่อชุดเก่าแต่ไม่เป็นไรครับ เชิญผู้ที่มาแล้วกัน เชิญผู้ชี้แจงเข้าประจำที่ มีท่านสมาชิกให้ความสนใจที่จะอภิปราย ๒ ท่าน ๑. คือท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ จากพรรคก้าวไกล แล้วก็ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม จากพรรคประชาธิปัตย์ เชิญพลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล รายงานฉบับนี้รอมาหลายปีนะครับ ผมเอาเล่มแดง เล่มแดงไม่เอานะครับรายละเอียดผมจะ เอาเล่มเขียวเรื่องนี้นะครับ เล่มสีฟ้า เล่มสีฟ้า ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายในรายงาน ของผู้สอบบัญชีการเงิน สำนักคณะกรรมการ กสทช. โดยเฉพาะรายงานที่สำนักงานตรวจเงิน แผ่นดินได้ตรวจมานานแล้วนะครับ จริง ๆ แล้วผมเขียนในเล่มนี้มา ๒ เล่มแล้วตอนที่เข้ามา แล้วก็เขียนหน้านี้หน้า ๒๑ ท่านประธานครับ ผู้ชี้แจงดูหน้า ๒๑ ผมจะอภิปรายหน้า ๒๑ หน้า เดียวเท่านั้นเอง หน้า ๒๑ เป็นเรื่องอะไรครับ เป็นเรื่องการยืม เงินยืม เงินยืมตาม มาตรา ๕๒ (๖) ท่านประธานครับ เป็นเงินยืมที่ผมติดใจมานานมากเลย ติดใจมาก ๆ เลยครับ ใช้หลักเกณฑ์ใด อำนาจของใคร ผิดหลักเกณฑ์การทำบัญชีหรือไม่และใช้มาตรฐาน การเงินฉบับใด จดไว้นะครับ คำถามแรกนะครับ ใช้มาตรฐานการเงินฉบับใด เพราะอะไร ท่านประธานครับ ในเอกสารหน้านี้เป็นเอกสารที่ กสทช. โดยกองทุนวิจัยพัฒนาให้ กระทรวงการคลังยืมเงินครับ ยืมเงินไปส่งเสริมสนับสนุนงบประมาณตามวัตถุประสงค์ คำถามคือวัตถุประสงค์ของกองทุนมาตรา ๕๒ (๖) คืออะไร อธิบายด้วยนี่คือคำถามที่ ๒ ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะว่ามีประกาศ กสทช. ๘๐/๕๗ กำชับอีกเรื่องว่าให้วงเงิน ๑๔,๓๐๐ ล้านบาท นำไปใช้แทนเงินกู้ เงินกู้นะครับ ท่านประธานครับ แสดงว่ารัฐบาลไปกู้เงินมา ไปกู้มาปีนั้นคือปี ๒๕๖๒ ไปกู้เงินมาครับ กู้เงินมาไปทำอะไรเรื่องราวในนี้ก็คือไปกู้เงินมาเพื่อ พัฒนาระบบจัดการบริหารทรัพยากรน้ำและระบบการขนส่งถนนระยะเร่งด่วน ๒ โพรเจค (Project) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน กสทช. ที่จะชี้แจงผมนี้นะครับอยู่ตรงไหน โครงการ ทั้ง ๒ อย่างนี้เป็นงบลงที่ไหน เมื่อไร หน่วยงานที่รับงบประมาณคือหน่วยงานอะไร แล้วถาม ว่าเงินนี้ใช้ไปแล้วกรมบัญชีกลางตรวจสอบการใช้เงินไปครบถ้วนหรือยัง ตามหาโครงการ ก็ไม่เจอแล้วตอนนี้ครับ อันนั้นคือคำถามถัดไปนะครับ แต่ กสทช. อยู่ที่นี่อาจจะตอบไม่ได้ และบอกไม่ใช่เรื่องของหน่วยของดิฉันค่ะ ท่านประธานครับ เงิน ๑๔,๓๐๐ ล้านบาทนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังไปยืมเงินตามมติ ๖/๕๘ นานมากแล้วตอนยึด อำนาจครับท่านประธาน ตอนนั้นยึดอำนาจนะครับ วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๘ ให้กระทรวงการคลังยืมเงินกองทุนนี้ได้ นี่ล่ะครับจุดยืมเงินนี้ผมถามนิดหนึ่งว่า กสทช. ที่รับผิดชอบกองทุนนี้มีสิทธิใช้งบประมาณให้หน่วยงานของรัฐใดรัฐหนึ่งมายืมเงินเอาไปใช้ได้ ใช่ไหมครับ ตามมาตรา ๕๖ (๒) ตอบด้วยครับ และตรงตามวัตถุประสงค์ที่เอาไปใช้หรือเปล่า เพราะวัตถุประสงค์ของ กสทช. มีหลายเรื่องนะครับท่านประธาน ในงบที่กู้ไปนี้เป็นเงินกู้ครับ เอาไปใช้ แล้วปรากฏว่า กสทช. ตอนที่เรากำลังเข้าสภาครับท่านประธาน ออกคำสั่ง ที่ ๔/๒๕๖๒ เรื่องมาตรการบลา บลา บลา ( Blah Blah Blah ) แก้ไขปัญหาของ กสทช. ที่จริง มาตรการนี้มี ๑๖ ข้อ ๑๕ ข้อคือการแก้ไขปัญหา ๕ จี (5G) แต่ข้อ ๑๖ เสียบครับท่านประธาน บอกว่าเพื่อประโยชน์ของงบประมาณของกระทรวงการคลังไม่ต้องส่งคืนเงินส่วนที่เหลือที่ยืม จากกองทุน ใบเสร็จแบบนี้ใช้ได้หรือครับ ผมรู้ครับว่าอำนาจรัฏฐาธิปัตย์นั้นเป็นอำนาจ ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และอำนาจนั้นสามารถให้หนี้หรือเงินยืมนี้หายไปได้หรือครับ ถามนะครับ กสทช. ให้เงินนี้หายไปได้ใช่ไหมครับ หายไปเหมือนคนหายไปหรือเปล่า ที่กำหนดไว้ใน รัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับนั้นนะครับ ฉบับที่ยึดอำนาจฉบับชั่วคราวมีเขียนไหมครับว่าให้เงินฉบับนี้มันหายไปได้ ออกคำสั่งแล้ว หายไปได้ ถัดไปครับท่านประธาน พูดง่าย ๆ ว่าในรายงานงบนี้ไม่ต้องใช้ ๙,๗๐๐ ล้านครับ คำถามครับท่านประธาน คำสั่ง กสทช. ที่ ๔/๕๖ ข้อที่ ๑๖ จะยังมีผลใช้บังคับต่อไปหรือเปล่า ข้อ ๑๖ ถ้ากระทรวงการคลังไปยืมเงินมาอีก แล้วเอาข้อ ๑๖ นี้มาใช้อีก บอกไม่ต้องใช้อีกครับ ยืมได้นะครับ และการลงรายรับรายจ่ายของกระทรวงการคลังกับ กสทช. มันเหมือนกันไหมครับ ลงอย่างไร คำถามถัดไปครับ รายละเอียดของการกู้เงินอันนี้คงเป็นของสำนักบริหารหนี้มี ปรากฏอยู่หรือเปล่า หรือมันมีหนี้ที่ถูกยืมอยู่ที่ กสทช. ในกองทุนนี้เท่านั้น แล้วก็ลบด้วยงบ ดุลเล่มนี้นะครับ ล้างไปด้วยงบดุลเล่มนี้ว่ากลายเป็นศูนย์ เห็นไหมครับเขียนบอกว่ามีผล ในส่วนที่เป็นเงินของกระทรวงการคลังยืมส่วนที่ค้างชำระจำนวน ๙,๗๐๐ ล้านบาท มียอด คงเหลือเป็นศูนย์ครับท่านประธาน คำถามสุดท้ายครับท่านประธาน โครงการทั้งหมดนี้ ที่ กสทช. ใช้อำนาจนี่ชอบด้วยกฎหมายฉบับใดในรัฐธรรมนูญหรือ พ.ร.บ. ใดที่ กสทช. ถือครองอยู่ ช่วยบอกด้วยว่ามันชอบ ผมติดใจมานานแล้วครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นขอขอบคุณทาง สตง. แล้วก็ทาง กสทช. ที่ได้มานำเสนอข้อมูลนะครับ จริง ๆ รายงานที่ท่านนำเสนอในครั้งนี้เป็นงบการเงินของปี ๒๕๖๒ ซึ่งก็เคยมานำเสนอแล้วเมื่อ ปี ๒๕๖๓ แต่ตอนนั้นเป็นรายงานที่ สตง. ไม่ได้ตรวจสอบ แล้วพวกเราในห้องประชุมแห่งนี้ ก็ได้เคยอภิปรายไปพอสมควรแล้ว ผมก็จะไม่ขออธิบายซ้ำนะครับ เพราะมีปรากฏเป็นบันทึก อยู่แล้วนะครับ แต่ว่าสิ่งที่ยังติดอยู่ในใจที่อยากจะขอให้ท่านได้ช่วยชี้แจงก็คืออยู่ในรายงาน ของ สตง. ทั้ง ๒ ฉบับนะครับ ฉบับแรกที่เป็นสีฟ้าเป็นงบการเงินที่ สตง. ได้ตรวจสอบ ซึ่งอย่างที่เราทราบปีนี้เป็นปี ๒๕๖๕ แต่งบนี้เป็นปี ๒๕๖๒ โดยที่ทาง กสทช. จะต้องทำงบ เสนอภายใน ๑๕๐ วัน เพราะฉะนั้นรายงานประจำปีท่านก็เลยมีตัวเลขของงบการเงินที่ สตง. ไม่ได้ตรวจสอบ หรือตรวจสอบยังไม่เสร็จก็แล้วแต่แน่นอนก็จะเกิดความลักลั่นกัน ก็มีการชี้แจงในส่วนนี้ ในรายงานของ สตง. แต่ที่ผมอยากจะขอทราบจากท่านผู้บริหารทั้ง ๒ ฝ่ายว่าจะมีวิธีการ อย่างไรที่จะให้งบการเงินของ กสทช. ได้มีการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว ตรวจสอบแล้วก็จะมี การลงในรายงานประจำปีให้ทันกับที่ท่านนำเสนอต่อประชาชน มิฉะนั้นแล้วก็จะเกิดปัญหา ขึ้นมาว่าในรายงานประจำปีเป็นตัวเลขอย่างหนึ่ง แล้วก็ในตัวเลขที่ สตง. ตรวจสอบก็เป็นอีก อย่างหนึ่ง แล้วก็ไม่ได้ต่างกันเล็กน้อย ต่างกันเป็นหลักพันล้านหมื่นล้านครับ มันมีเหตุผล หลายอย่างที่ประชาชนก็อาจจะสับสนได้ เพราะฉะนั้นผมขอความเข้าใจในส่วนนี้จากท่านว่า หลังจากที่เกิดเหตุการณ์อันนี้แล้วท่านได้มีวิธีการที่จะแก้ไขตรงนี้อย่างไร ที่จะให้การรายงาน ของรายงานประจำปีเป็นตัวเลขที่ สตง. นี้ตรวจสอบ ซึ่งอันนี้เป็นบรรทัดฐานที่ธุรกิจมหาชน โดยทั่วไปในตลาดหลักทรัพย์เขาทำกัน คือก่อนที่จะนำเสนอข้อมูลต่อประชาชนจะต้องผ่าน การตรวจสอบของผู้สอบบัญชีก่อน แต่ในกรณีนี้ผมไม่แน่ใจว่าท่านได้ดำเนินการอย่างไร อันนี้ ก็เป็นเบื้องต้นที่ขออนุญาตสอบถามก่อน🔗
เรื่องต่อไปครับ คืองบการเงินของปี ๒๕๖๒ สตง. รับรองอย่างมีเงื่อนไข เพราะว่ามีเรื่องของทรัพย์สินที่มันไม่ตรงกันจากที่ท่านมีระบบอยู่ ๒ ระบบ ระบบเอ็กซ์เพรส (Express) กับระบบเรดิโอ ฟรีเควนซี ไอเดนทิฟิเคชัน (Radio Frequency Identification) หรืออาร์ฟิด (RFID) ไม่ทราบว่าได้มีการแก้ไขไปอย่างไรไหม ในช่วง ๒-๓ ปีนี้ อันนี้ก็เป็น เรื่องของการทำงานนะครับ แล้วก็ที่เคยอภิปรายไว้ก็คือเรื่องที่ว่า กสทช. จากที่แสดงในงบ มีเงินสดเก็บไว้จำนวนมาก ผลตอบแทนก็ต่ำ เก็บเป็นเงินฝากออมทรัพย์เป็นหลักหมื่นล้าน ทุกวันนี้ท่านแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรไหม จริง ๆ เงินที่ท่านมีอยู่ควรจะต้องจัดให้มีการบริหาร จัดการเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ เพราะถือว่าเป็นเงินแผ่นดินส่วนหนึ่งที่จะต้องมี การลงทุนไม่ใช่เก็บเป็นเงินสดไว้อย่างที่ปรากฏในงบการเงินฉบับนี้นะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่จะขอท้วงติงนะครับ จริง ๆ งบการเงินเป็นงบของหน่วยงาน สตง. รับผิดชอบเฉพาะแต่ใบหน้างบที่เขียนว่ารับรอง ไม่รับรอง แต่ว่าตัวงบเป็นของ หน่วยงาน ซึ่งผมดูข้อมูลข้างในแล้วท่านก็ทำละเอียดดี แต่ก็มีข้อท้วงติงนิดหนึ่งว่าถ้าดู รายการเกี่ยวกับข้อมูลประกอบงบ ท่านให้ตัวเลขเยอะแยะไปหมดในตารางต่าง ๆ เกือบ ทุกหน้า แต่ไม่ได้ระบุหน่วย ผมเข้าใจว่าหน่วยคงจะเป็นล้านบาท คือต้องใช้ความเข้าใจ เอาเองว่าเป็นหน่วยล้านบาท เพราะว่าในงบที่ สตง. รับรองแล้วก็มีลายเซ็นของผู้บริหารอยู่ มันเป็นหลักบาท ก็อยากจะขอให้ทางนักบัญชีช่วยดูด้วยว่าปกติแล้วการทำตารางใด ๆ จะต้องมีความชัดเจนแล้วก็ให้มันถูกต้อง อันนี้ก็เป็นเรื่องของงบการเงินครับ🔗
ทีนี้มาถึงเอกสารฉบับที่ ๒ ที่เป็นฉบับสีชมพู ก็ขอขอบคุณทาง สตง. ที่ได้ จัดทำการประเมินผลการใช้เงินและทรัพย์สิน อันนี้เป็นก้าวที่สำคัญครับ ผมคิดว่าเป็น ประโยชน์อย่างมากที่ สตง. จะได้พยายามที่จะประเมินผลการใช้เงินว่าหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ เริ่มจาก กสทช. แล้วก็หวังว่าจะทำกับหน่วยราชการต่าง ๆ ด้วยที่ท่านจะไปตรวจสอบ ว่าเขามีการใช้เงินอย่างไร เป็นไปตามเป้าหมาย ประสิทธิผล ประสิทธิภาพหรือไม่ แต่เมื่อมา ดูเนื้อหาที่ท่านทำผมก็อยากจะขอเสนอแนะให้ท่านได้ปรับปรุงวิธีคิด วิธีทำงานว่าการ ประเมินผลมันไม่ใช่อยู่ที่การไปวัดว่าเบิกจ่ายเต็มที่ ไม่เต็มที่ อย่างที่ท่านพยายามจะเขียนในนี้ ผมคิดว่ามันน้อยเกินไปแล้วก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องด้วยที่จะไปเร่งให้เขาใช้เงิน ทั้งที่จริง ๆ อาจจะเป็นสภาพที่เขาไม่ควรจะใช้เงินแต่ก็ไปเร่งให้เขาเบิกจ่าย จริง ๆ ท่านควร จะต้องไปดูว่าโครงการต่าง ๆ หรืองานต่าง ๆ ที่เขาทำปกติแล้วจะมีการเริ่มต้นจากการกำหนด เป้าหมายวัตถุประสงค์นะครับ ไปตรวจสอบประเมินว่าเงินที่ใช้ไปเป็นไปตามเป้าหมายหรือ วัตถุประสงค์หรือไม่ครับ อันนี้ต่างหากล่ะครับที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนว่างานต่าง ๆ ที่เราใช้เป็นหลักหมื่นล้านแสนล้านใน กสทช. มันเกิดประโยชน์อย่างแท้จริงตามที่เขียน โดยเฉพาะในตอนที่ขอเงินไว้หรือไม่ มากกว่าที่จะมาเขียนแต่เฉพาะว่าจะเบิกจ่ายไปได้เต็มที่ หรือไม่ ขอบพระคุณมากครับ🔗
มีท่านสมาชิก ท่านใดยังสนใจที่จะอภิปรายไหมครับ ถ้าไม่มีท่านผู้ชี้แจงมีอะไรจะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานผ่านไปทาง สมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ต่อข้อหารือของข้อซักถาม ผม สุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการ กสทช. ก็จะตอบในประเด็นท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ในประเด็นเรื่องเงินยืม ทางเราต้องขอ ตอบว่าเราทำตามกฎหมายก็มีคำสั่ง คสช. ที่ ๘๐/๒๕๕๗ ที่เพิ่มวัตถุประสงค์หนึ่งในมาตรา ๕๒ (๖) ให้มีการส่งเสริมและสนับสนุนงานด้านงบประมาณให้กระทรวงการคลังสามารถยืม เงินกองทุนเพื่อนำไปใช้ในกิจการของรัฐอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ แล้วต่อมาก็มีมติ ครม. วันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๙ ในวงเงิน ๑๔,๓๐๐ กว่าล้านบาท ให้มีการกู้ยืมเงินจากสำนักงาน กสทช. ซึ่งเราได้ดำเนินการทำตามกฎหมายทั้งหมดนะครับ ต่อมาทางรัฐบาลเองก็ได้มีการคืน ในงบประมาณดังกล่าวมาประมาณ ๔,๖๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนที่เหลือก็ได้มีการออกคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๖๒ ให้กระทรวงการคลังไม่ต้องคืนเงินในส่วนที่เหลือซึ่งยืมจากเงินกองทุนเรา ออกไป ซึ่งเราก็ทำดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แล้วเงินตัวนี้เราก็ให้ไปที่ กระทรวงการคลังนะครับ รายละเอียดทางกระทรวงการคลังน่าจะทราบดี เพราะว่าเราก็ไม่ได้ เข้าไปก้าวล่วงถึงในการดำเนินการของกระทรวงการคลังต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น🔗
ต่อข้อกรณีของท่านดอกเตอร์พิสิฐในเรื่องของระบบ ซึ่งเราก็ได้มีการปรับทูน (Tune) ในเรื่องของ ๒ ระบบที่เกิดขึ้น แล้วก็มีการปรับปรุงให้มันต่อเนื่องให้มีการสอดคล้อง แล้วก็สามารถดำเนินการให้เข้าสู่ระบบให้เป็นระบบเดียวในการทำงานของเรานะครับ ซึ่งเรา ก็น้อมรับในส่วนที่ทางดอกเตอร์ท่านพิสิฐที่ได้แนะนำมานะครับ🔗
ส่วนเรื่องบัญชีตัวเลขที่ท่านได้ให้ข้อเสนอแนะและข้อสังเกตทางสำนักงาน กสทช. เองก็น้อมรับที่จะไปปฏิบัติแล้วก็ตรวจสอบและการดำเนินการตามสิ่งที่ท่านได้ ดำเนินการให้ข้อเสนอแนะและข้อสังเกตเรานะครับ🔗
ส่วนกรณีต่อรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ทางสำนักงาน กสทช. ขอเรียนว่าเราก็มีการติดตามในเรื่องของการประเมินในเรื่องสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจาก การทำงานของสำนักงาน กสทช. เอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประสิทธิภาพและการบริหารงาน งบประมาณ โดยปัจจุบันทางสำนักงาน กสทช. เองก็ได้มีการกำหนดตัวชี้วัดเป็นร้อยละ ในการที่กำหนดเคพีไอ (KPI) ของสำนักงาน กสทช. โดยมีการประเมินเป็นรายไตรมาสเพื่อให้ ตัวชี้วัดนี้มีความท้าทายมากยิ่งขึ้นนะครับ อันนี้ก็เป็นข้อเสนอที่เรารับทางสภาไปในคราวที่แล้ว แล้วเราก็ไปปรับปรุงในเรื่องของการทำงานของเรานะครับ ก็เรียนในชั้นนี้เป็นเบื้องต้นก่อนครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ท่านผู้ชี้แจงก็ได้ชี้แจงจบไปแล้วนะครับ ดังนั้นผมถือว่าที่ประชุมได้รับทราบการแจ้งผลการ ตรวจสอบงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ และการตรวจสอบการ ประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินสำหรับปี ๒๕๖๒ ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติแล้ว ขอขอบคุณ ท่านตัวแทนของหน่วยงาน กสทช. ที่มาชี้แจงขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปนะครับ🔗
๒.๑๐ รับทราบรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ ประจำปี งบประมาณ พ. ศ. ๒๕๖๔🔗
ด้วยเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ รับทราบรายงานผลการดำเนินการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ รวม ๒ ฉบับตามที่ กระทรวงการคลังเสนอได้แก่🔗
๑. รายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบ จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ และ🔗
๒. รายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๘ แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ ประกอบมาตรา ๑๐ แห่งพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับ ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ ตามระเบียบวาระ ที่ ๒.๑๑ โดยให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามพระราชกำหนดดังกล่าวข้างต้น🔗
ทั้งนี้ผมเห็นว่ารายงานผลการดำเนินการทั้ง ๒ ฉบับ เป็นเรื่องทำนองเดียวกัน ตามข้อบังคับข้อที่ ๕๕ (๒) น่าจะนำรายงานผลการดำเนินการตามระเบียบวาระที่ ๒.๑๑ มาพิจารณาพร้อมกันได้เพื่อประโยชน์ในการพิจารณา จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มีถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบนะครับ ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับรายละเอียดของรายงานทั้ง ๒ ฉบับ เจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกทั้งหมดแล้วนะครับท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะ ซักถามหรือไม่🔗
มีครับ🔗
มีนะครับ🔗
เมื่อสักครู่ผมยกมือ ไม่เห็นด้วย ตอนนี้ไม่เป็นไรครับ ผ่านไปแล้วครับ🔗
ท่านก็มีสิทธิ ที่จะอภิปรายซักถามฝากข้อสังเกตได้ เดี๋ยวท่านพิศาลแป๊บหนึ่ง ผมเชิญท่านผู้ชี้แจง มีท่านสมาชิกติดใจ ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะเข้าร่วม ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับข้อที่ ๗๖ ผมจึงขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วม ชี้แจงในที่ประชุม ๑. นายเอด วิบูลย์เจริญ ที่ปรึกษาด้านหนี้สาธารณะ ๒. นางสาวอุปมา ใจหงษ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการหนี้ ๓. นางสาวสิริภา สัตยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการระดมทุน โครงการลงทุนภาครัฐ ๔. นายอัคนิทัต บุญโญ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาระบบประเมินผลและ การบริหารโครงการเงินกู้ เชิญผู้ชี้แจงเข้ามาในที่ประชุม มีท่านสมาชิกติดใจอยากซักอยู่ ๒ ท่าน ท่านที่ ๑ ก็คือ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ จากพรรคก้าวไกล ท่านที่ ๒ คือ นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ จากพรรคพลังประชารัฐ เชิญท่านสุพิศาล เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผมต้องขอใช้เวลามากกว่า ๗ นาทีนะครับ เพราะมัน ๒ วาระ ก็คงเกินไป สัก ๓ นาที เอาแชร์กัน ๕ นาที เพราะเตรียมมา🔗
ผมอนุญาต เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ ขออภิปรายในวาระ ๒.๑๐ ก่อนนะครับ ๒.๑๐ อย่างนี้ครับท่านในมาตรา ๑๐ ที่กำหนดว่า จะต้องรายงานนั้นเป็นเรื่องของการฟื้นฟูการใช้เงินที่ผ่านมาแล้วในปี ๒๕๖๔ ประเด็นสำคัญ คือการรายงานนี้เป็นการรายงานที่เกี่ยวข้องกับการรายงานรายละเอียดของเงินกู้ที่ไปกู้ แล้วก็วัตถุประสงค์ของการจ่ายเงินก็ แล้วก็รวมถึงผลสัมฤทธิ์ที่ปรากฏอยู่ตามลำดับ อันนั้น เป็นรายงานครับ แต่สิ่งสำคัญคือต้องกลับไปดูในรายงานนี้มันมีมาตรา ๖ มาตรา ๖ เขียนไว้ ว่าการกู้เงินตามพระราชบัญญัตินี้ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติเท่าที่จำเป็นโดยคำนึงถึง ขีดความสามารถในการชำระหนี้คืนประกอบด้วย ทั้งนี้การกู้เงินเพื่อการตามมาตรา ๕ (๑) และ (๒) ให้มีมูลค่ารวมกันไม่เกิน ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และเพื่อการตามมาตรา ๕ (๓) ให้มี มูลค่ารวมกันไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จำตัวเลขให้ดีนะครับ และวรรคสองบอกว่า ครม. จะมีมตินำวงเงินกู้ตามมาตรา ๕ (๒) มาใช้เพื่อการตามมาตรา ๕ (๑) ก็ได้ ส่วน (๓) นั้น วรรคสามก็บอกว่า กรณีจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ครม. จะนำมาตรา ๕ (๓) มาใช้เพื่อ การนี้ได้เพิ่มเติม เอาประเด็นครับ นั่นคือหลักการตามมาตรา ๕ ท่านกลับไปดูในเอกสารครับ ในเอกสารที่ปรากฏที่อยู่ในเอกสารนี้จะพบว่าการใช้เงินตั้งแต่หน้า ๔ จะเห็นว่ามีการใช้เงิน รายละเอียดปรากฏตามแผนการใช้เงินที่อนุมัติ แต่ทีนี้มาถึงแผนการใช้เงินจะเห็นว่าการเป็น เงินกู้นี้เป็นเงินกู้ยืมเป็นเทอมแล้วใช้เงินกู้จำนวนดังกล่าวมาตรงวัตถุประสงค์ ซึ่งประกอบด้วย แผนในหน้า ๖ ในหน้า ๖ นี้ในแผนที่ประกอบด้วยแผนที่ ๑ ที่เรียกว่าแผนโครงการ มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์เพื่อแก้ไขใช้มาตรา ๖ วรรคสาม เข้ามาใช้ แล้วก็ในแผนที่ ๒ นั้น ใช้วรรคสอง ตลอดจนการใช้เงินเป็นวงเงินกู้เพิ่มเติม ๖๓,๘๙๗.๙๙ ล้านบาท นั่นคือการใช้ เงินกู้ ส่วนแผนที่ ๒ นั้นวัตถุประสงค์คือเพื่อเยียวยาตามแผนที่ ๒ ในแผนที่ ๒ ใช้อำนาจตาม มาตรา ๖ วรรคสาม ในแผนที่ ๒ ของ (๒) ส่วนแผนที่ ๑ ใช้วรรคสอง ทั้งหมดนี้มีการใช้เงิน คำถามคือท่านประธานครับ คำถามอธิบายการใช้อำนาจตามมาตรา ๖ ในกรณีที่จำเป็น อย่างไรตามวรรคสามครับ ตามวรรคสามเขาเขียนว่ากรณีจำเป็นอันอาจหลีกเลี่ยงได้คืออะไร ช่วยอธิบายด้วยที่มติ ครม. เขียนไว้ เหตุที่ใช้เงินตามนี้ ท่านตามไปดูอีกหน้าครับ หน้า ๗ หน้า ๗ คือแผนวัตถุประสงค์เรื่องการฟื้นฟู ฟื้นฟูประเด็นคือการใช้เงิน จะเห็นในตาราง ในแผน ๑ แผน ๒ ที่ปรากฏ จะมีการใช้เงินที่เกี่ยวกับการเยียวยาในแผน ๒ จะเห็นตัวเลขว่า มีการตั้งวงเงินอนุมัติใน ๒๐ โครงการ ๗๐๙,๐๕๙.๐๙ ล้านบาท คำถามครับ แล้วเบิกจ่าย ไปเพียงแค่ ๖๙๔,๖๐๒.๓๒ ล้านบาท ก็ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่คำถามครับ ทำไมในแผน ๑ บวก ๒ ในหน้านี้จึงต้องตั้งกรอบวงเงินเกิน ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่กฎหมายกำหนดเพราะ อะไร ตั้งกรอบวงเงินเกิน ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพราะอะไร ผิดหรือเปล่าครับ ช่วยแก้ไขหรือ บอกด้วยว่าใช้หลักการอะไร ถัดไปในเอกสารของมาตรา ๘ นะครับ มาตรา ๘ เน้นเฉพาะ เรื่องของมาตรา ๘ นี้เป็นเรื่องเงินกู้เหมือนกันที่เป็นรายงานที่ประกอบมาตรา ๑๐ โดยหลักการ ของมันคือการกำหนดว่าแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโดยใช้เงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท อันแรก อันที่ ๒ คือช่วยเหลือเยียวยา ในแผนที่ ๒ คือเยียวยาชดเชยแผนแค่นี้นะครับ ชดเชย ประชาชนในทุกสาขาอาชีพจดไว้เลยครับ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในมาตรา ๕ ของ พ.ร.ก. นี้ (๒) แล้ววัตถุประสงค์ที่ ๓ เน้นคือการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมอีก ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านพลิกไปดูในเอกสารหน้าวัตถุประสงค์หน้าที่ ๔ ของแผนนี้ ของพระราชกำหนดนี้ที่เป็นมา ตรา ๘ ตามรายงานครับ ท่านดูสิครับว่าเรื่องเยียวยาทุกสาขาอาชีพ ท่านโกหกประชาชนครับ ผู้บริหารที่บริหารหนี้ บริหารเงินนี้ เห็นไหมว่าเงินนี้มันใช้ไปเท่าไรครับ ภายใต้โครงการนี้ มีการเบิกจ่าย ๑๐๕,๗๔๕.๔๒ ล้านบาท รัฐบาลไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย รัฐบาลไม่ได้สนใจทุก สาขาอาชีพใช่หรือไม่ เพราะกฎหมายบอกเลยว่าทุกสาขาอาชีพ ท่านไปดูสิว่าในหน้าถัดไป หน้าที่ ๕ มันเขียนตัวโต้ง ๆ เลยครับ เขียนว่าแผนงานที่ ๒ ช่วยเหลือเยียวยาชดเชย ประชาชนทุกสาขาอาชีพในกรอบวงเงิน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านดูสิครับ แล้วท่านอนุมัติ วงเงินไว้ ๑๒๕,๗๗๔.๓๑ ล้านบาท เบิกจ่ายเพียง ๑๐๕,๗๔๕.๔๒ ล้านบาท มีเงินเหลืออีกแผนกรอบวงเงินเขาให้ใช้ตั้ง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทุกสารทิศแค่ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ยังไม่พอแล้วครับท่านประธาน หมอนวด แม่ค้า ร้านตลาด คนทำกิจการเกี่ยวกับ การท่องเที่ยว ขับรถ อาชีพอิสระที่เกี่ยวข้องในภาวะของโลกวิกฤติที่ผ่านไปโรคโควิด (COVID) ไม่ได้รับการชดเชย ท่านมัวแต่ใส่ลงไปในช่องหรือสล็อต (Slot) ที่เกี่ยวกับเรื่องการ แจก ๆ แล้วก็บอกว่าทุกสาขาอาชีพได้ ไม่ใช่เลยครับ มันไม่ใช่เยียวยานั่นเป็นเศรษฐกิจและ สังคมมันเป็นแผนที่ ๓ คำถามว่าการขับเคลื่อนด้วยวิธีการอย่างไรที่ผ่านมาช่วยตอบด้วยว่า ทุกสาขาอาชีพจริงหรือเปล่าให้ประชาชนที่นี่เห็น เพราะมันมีตัวเลขในรายงานยังค้าง ยังเบิกจ่ายไม่หมดนะครับ ท่านเอาตัวเลขดูก็ได้เบิกไปแค่ ๗๖.๑๙ เปอร์เซ็นต์ ก็เหลืออีก ๒๓.๘๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานนั่นคือเม็ดเงินที่เหลือและเหลือจริงเปล่า หรือเหลือแล้วท่าน บอกไม่ต้องกู้แล้ว ที่จริงเงินกู้นี้สำนักบริหารหนี้ก็ต้องรู้แล้วว่าการกู้เงินนี้มันมิใช่กู้มาเพื่อ วัตถุประสงค์อื่นเลย กู้ตามพระราชกำหนดต้องทำตามพระราชกำหนดไม่ใช่กู้ไปแล้วแจก กู้ไปแล้วทำโน่นทำนี่ได้ กู้ไปแล้วให้ข้าราชการใช้เฉย ๆ ไม่ได้ วัตถุประสงค์มันมีอยู่แล้ว นี่คือ การตรวจสอบครับท่านประธาน ช่วยตอบผมด้วยครับใช้เวลาพอดี ๑๐ นาที ผมไม่เกินที่ขอครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขอ อนุญาตที่จะใช้เวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อที่จะสนับสนุนแล้วก็มีข้อเสนอแนะที่ผมได้อ่านรายงาน ตามที่ทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง ได้จัดทำแล้วก็เผยแพร่ให้สภา แห่งนี้ได้ศึกษาผมได้ดูแล้วจากการรายงานที่อยู่ในมือผม รายละเอียดต่าง ๆ ก็มีอยู่ครบถ้วน ว่าการกู้เงินมาใช้เพื่อการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด (COVID) ในปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ผมจะขออนุญาตไปที่รายละเอียดในเรื่องของการดำเนินงานในหน้า ๑ เกี่ยวกับ แผนงานที่ ๑ คือแผนงานโครงการที่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อแก้ไขปัญหาการ ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ซึ่งมีวงเงิน ๔,๕๐๐ ล้านบาท โดย ครม. อนุมัติให้ใช้แผนงานที่ ๑ มาเพิ่มเติมก็มีวงเงินถึง ๖๓,๐๐๐ ล้านบาทเศษ และมี หน่วยงานที่ได้เบิกจ่ายไปแล้วคิดเป็นร้อยละ ๗๘ การใช้จ่ายเงินในส่วนนี้ก็เป็นเพื่อ วัตถุประสงค์ทางการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งได้แก่การจัดหาเรื่องของวัคซีนของโควิด-๑๙ (COVID-19) และส่วนสำคัญที่ผมจะขออนุญาตกล่าวถึงก็คือการสนับสนุนค่าตอบแทน สำหรับการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือว่า อสม. ทั่วประเทศ อันนี้ก็เพื่อที่จะให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ในส่วนนี้ผมคิดว่า เราน่าจะปรับแผนให้มีการสนับสนุนการตอบแทนอาสาสมัครอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย อย่างเช่น อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ซึ่งทางอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนและเจ้าหน้าที่ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วก็เจ้าหน้าที่ของฝ่ายปกครองระดับพื้นที่ เช่น แพทย์ ประจำตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครองผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ในเมื่อเกิด สถานการณ์แล้วก็จะต้องออกมาปฏิบัติภารกิจเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาร่วมกับบุคลากร ที่เป็นผู้รับผิดชอบด้านการแพทย์โดยตรง เช่น อสม. และเมื่อเขาออกมาแล้วก็ต้องมีการใช้ จ่ายในเรื่องของการออกมาปฏิบัติหน้าที่เช่นเป็นค่ายานพาหนะ เรื่องของค่าอาหาร พี่น้อง เหล่านั้นก็เป็นผู้ที่เป็นอาสาสมัครด้วย แม้ว่าบางท่านอาจจะได้รับค่าตอบแทนในตำแหน่ง ซึ่งก็ไม่มากมาย ส่วนนี้ผมคิดว่าถ้าจะสามารถสนับสนุนให้ควบคุมไปถึงอาสาสมัครอื่น ๆ ก็จะ ทำให้การปฏิบัติงานในส่วนของการแก้ไขปัญหาโควิด (COVID) โดยบุคลากรทางการแพทย์ จะได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น นอกจากนั้นแล้วผมได้พูดคุยกับเพื่อนนายอำเภอที่มีอยู่ทั่วประเทศ ที่รู้จักมักคุ้นกันก็ได้รับการบอกกล่าวว่าในส่วนของงบประมาณเรื่องของการบริหาร ศบค. หรือว่าศูนย์บริหารสถานการณ์แก้ไขปัญหาแพร่ระบาดของโควิด (COVID) ในระดับอำเภอ ระดับภูมิภาคไม่เพียงพอ นายอำเภอบางท่านยังต้องไปขอความช่วยเหลือ ความอนุเคราะห์ จากองค์กรการกุศล ไปขอสนับสนุนมาจากวัด อันนี้ผมก็อยากจะฝากเป็นข้อเสนอแนะว่าเรา จะทำอย่างไรให้มันครอบคลุมไปถึงหน่วยงานและส่วนราชการบุคคลที่เกี่ยวข้องตาม แผนงานที่ ๑ นะครับ🔗
ผมจะขออนุญาตไปที่แผนงานที่ ๓ เรื่องแผนงานโครงการที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) หรือโควิด (COVID) นี่ได้ดูจากรายงานก็เป็นการใช้จ่ายงบประมาณใน ส่วนนี้เพื่อวัตถุประสงค์เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ก็เป็นการดำเนินงานโครงการเพื่อ กระตุ้นการบริโภคในประเทศ เพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการ แล้วก็ก่อให้เกิดการจ้างงานใน ระดับชุมชน ทั้งประชาชนในท้องถิ่น นักศึกษาจบใหม่ แล้วก็การดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจ ฐานรากนี้ก็จะส่งผลให้ประชาชนมีความรู้ มีทักษะในการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง ของการประกอบอาชีพเพื่อให้มีอาหารบริโภคในครัวเรือน ที่ทางรายงานก็บอกว่าในส่วนนี้ ควรจะมีมาตรการกระตุ้นและประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการร้านต่าง ๆ หันเข้ามาให้ความ ร่วมมือยิ่งขึ้น แล้วในส่วนสำคัญในส่วนโครงการที่เหลืออยู่ในระหว่างการดำเนินงานโครงการ ของกระทรวงการคลัง เมื่อประเมินผลแล้วเสร็จก็จะรายงานให้รัฐมนตรีและรัฐสภาทราบ ส่วนนี้พี่น้องประชาชนในระดับภูมิภาคยังมีความหวังว่าแผนงานเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจาก เกษตรกรรายย่อย พวกกลุ่มของวิสาหกิจชุมชนที่ได้เสนอแผนงานโครงการเกี่ยวกับการฟื้นฟู เศรษฐกิจโดยใช้งบโควิด (COVID) ก็ยังมีการรอคอยอยู่ ผมเข้าใจว่าถ้าหากเราสามารถจะ ดำเนินการเร่งรัดให้จัดสรรงบประมาณเหล่านี้ออกมาใช้จ่าย เบิกจ่ายให้มันรวดเร็วก็จะเป็น ประโยชน์ยิ่งก็กราบเรียนไว้เป็นข้อพิจารณา กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิคม บุญวิเศษ ก่อนเชิญครับ แล้วตามด้วยท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กระผมขออภิปรายรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับ ผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ผมได้ศึกษา และอ่านตามที่ท่านได้รายงานมาในเล่มนี้ ซึ่งท่านบอกว่าท่านได้กู้เงินมา ๑ ล้านล้านบาท ในแผนที่ ๑ นั้น ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านไปช่วยเรื่องสาธารณสุข เรื่องการแพทย์ต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาไวรัสโคโรนา (Virus Corona) อันที่ ๒ คือ ๕๕๕,๐๐๐ ล้านบาท ช่วยเหลือ เยียวยาพี่น้องประชาชน เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) แล้วอันที่ ๓ ก็คือ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ประธานครับ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ผมก็เคยอภิปรายในครั้งหนึ่งว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้อง ใช้ในด้านของการซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ เยียวยาคนที่เป็นไวรัสโคโรนา (Virus Corona) เป็นเรื่อง สำคัญ แต่ ๕๕๕,๐๐๐ ล้านบาทการใช้จ่ายเงินเท่าที่ผมได้รับทราบจากพี่น้องประชาชน ในการลงพื้นที่ เงินเยียวยาพี่น้องประชาชนในก้อนนี้มันเยียวยาไม่ถึงคนที่ยากจนจริง ๆ ท่านประธานครับ เอาไปเยียวยาคนที่มีโทรศัพท์มือถือหรือคนที่สามารถเข้าถึงเงินก้อนได้ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ไม่ใช่คนที่ลำบากเลย รัฐบาลควรจะเยียวยาให้ครบทุกคน ผมไม่ได้แยกแยะ ว่าใครจน ใครรวย จริง ๆ แล้วไวรัสโคโรนา (Virus Corona) นั้นกระทบกับทุกคน ทุกสาขา อาชีพ มีปัญหาหมด ควรจะเยียวยาให้ทั่วถึง แต่รัฐบาลก็ไปเลือกเยียวยาเฉพาะคนที่สามารถ เข้าถึงสื่อของรัฐบาลได้โดยที่มีโทรศัพท์มือถือ แต่คุณตา คุณยาย คุณป้า คุณน้าที่อยู่ตาม ชนบท ที่ผมลงพื้นที่ผมเคยถามว่าเคยได้รับเงินเยียวยาก้อนนี้หรือไม่ ปรากฏว่าเขาไม่เคย ได้รับเงินเยียวยาเลยครับ เขาไปบอกผู้นำท้องถิ่นเขาบอกว่าขอด้วยก็ไม่สามารถเข้าถึงได้ จริง ๆ ท่านลองไปตรวจสอบผมเสียดายมากเงิน ๕๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านไม่สามารถเข้าถึง ผู้ที่ยากจนที่ขัดสนจริง ๆ อีกก้อนหนึ่งก็คือ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ฟังชื่อแล้วมันน่าจะชื่นใจว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมันน่าจะฟื้นฟูได้ ตั้งขึ้นมาน่ายกย่องน่าเชิดชู ชื่อมัน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ท่านไปดูเถอะว่ามันฟื้นฟูได้จริงหรือไม่ เงินก้อนนี้เท่าที่ผมศึกษาดูบางทีเอาไปใช้จ่ายผิดวัตถุประสงค์ เงินบางก้อนก็เอาไปใช้ใน โครงการทำถนนหนทางก็มี ไหนบอกว่าจะมาฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม เงินก้อนนี้ควรจะไป ให้เอสเอ็มอี (SMEs) หรือกลุ่มคนที่ประกอบอาชีพเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาสามารถเอาเงินก้อนนี้ เพื่อที่จะยืดการทำมาหากินของเขาไม่ให้เจ๊งไม่ให้ปิดธุรกิจเขาได้หรือแม้กระทั่งเด็กนักศึกษา คนที่จบใหม่หางานทำหรือไม่มีงานทำต้องการกู้ หรือคนในออฟฟิศ (Office) ก็ตามที่เขา ต้องการหาอาชีพเสริมแต่เขาต้องใช้ทุนในการทำงานเขาก็ควรจะเข้าถึงเงินก้อนนี้ได้ แต่ปรากฏว่าเงินก้อนนี้เอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ตามที่ผมได้พูดไปแล้วท่านไปตรวจสอบเถอะครับ แล้วมันจะฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างไร ท่านประธานใน ๓ แผนที่ท่านทำมามันเหมือนกับจะดูดี แต่เงิน ๑ ล้านล้านที่เรากู้มาไม่ใช่น้อย ๑ ล้านล้านเงินจำนวนมากแต่ไม่สามารถฟื้นฟูอะไรได้เลย ไม่สามารถแก้ปัญหาได้แต่กลับเป็น ประโยชน์กับกลุ่มทุนใหญ่ ท่านลองไปดูเถอะครับเอาเงินไปแจกสุดท้ายประชาชนก็ไปซื้อของ ที่ไหนท่านทราบดี ธุรกิจใหญ่ ๆ กลุ่มใหญ่ได้ประโยชน์รวยขึ้นมา ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในรอบ ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ฉะนั้นผมอยากให้กระทรวงการคลังลองพิจารณาใหม่เรื่อง การใช้จ่ายเงินถามว่ากู้เรายินดีให้กู้ไหม ยินดีให้กู้ถ้ามันมีความจำเป็น แต่กู้มาแล้วอย่าลืมว่า มันเป็นหนี้พวกเราเป็นหนี้ทุกคนประชาชนเป็นหนี้ประเทศเป็นหนี้ เงินก้อนนี้มันจะเป็นก้อน สุดท้ายก็ว่าได้เราควรกู้มาแล้วเพื่อที่จะให้เศรษฐกิจให้มันฟื้นจริง ๆ จึงอยากให้จ่ายเงินใน ส่วนหรือในวัตถุประสงค์ที่มันถูกต้องด้วยฝากแค่นี้ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิษฐ ลี้อาธรรม🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นขอขอบคุณ สบน. ที่ได้จัดทำรายงานขึ้นมาเพื่อจะรายงานการกู้เงินทั้ง ๒ ก้อน รวมเป็นเงิน ๑.๕ ล้านล้านบาทครับ คิดเป็นประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ก็เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้หนี้สาธารณะของเราเขยิบขึ้นมา จนกระทั่งขณะนี้เกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) จากเดิมซึ่ง ๒-๓ ปีที่แล้วอยู่ที่ประมาณ ๔๑ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) เพราะฉะนั้นต้องถือว่าเงินที่เราใช้ไปในส่วนนี้มีผลอย่างมาก ต่อเรื่องของหนี้ และแน่นอนเรื่องของการใช้คืนในอนาคต จริง ๆ แล้วงาน สบน. ที่มาเสนอ ในครั้งนี้มีแค่ ๒ หน้าเองครับ ก็คืออยู่ในหน้า ๔ และหน้า ๕ ก็คือท่านรายงานท่านไปกู้เงิน อย่างไร กู้จากเอดีบี (ADB) จากการออกพันธบัตรออมทรัพย์เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งส่วนที่เหลือ จริง ๆ แล้วเป็นงานของหน่วยงานอื่น เช่น สภาพัฒน์หรือหน่วยงานของรัฐอื่นที่ทำเรื่องของ การใช้เงิน ผมไม่คอมเมนต์ (Comment) เพราะถือว่าเรื่องของการใช้เงินในสภาวะของโควิด (COVID) น่าจะมีความจำเป็นแล้วเวลาก็อาจจะไม่เพียงพอด้วย ผมจะมุ่งเป้าไปที่เรื่องของการกู้เงินของท่าน ในปี ๒๕๖๔ ก็เป็นปีสิ้นสุดของการกู้เงิน ๑ ล้านล้านบาท แต่ว่าท่านใช้อำนาจในการกู้เพียง ๙๘๗,๐๐๐ ล้านบาทเศษ คือทิ้งวงเงินไป ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ก็ขอให้ท่านยืนยันว่าท่านทิ้งวงเงินนะครับ ไม่ได้มี การเอามาใช้ต่อ เพราะว่าอำนาจท่านนี้มีหมดแล้วตั้งแต่สิ้นปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ทีนี้เงินที่ ท่านกู้มานี้ขอให้ท่านช่วยยืนยันด้วยนะครับว่า ๙๘๗,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ได้มีการใช้ไปจริง เท่าไรเพราะว่าในตอนท้ายของรายงานฉบับแรกนี้ ท่านมีการระบุว่ามีการยกเลิกโครงการ ๙๑,๖๔๒ ล้านบาท ท่านช่วยยืนยันนะครับว่า ๙๑,๖๔๒ ล้านบาทนี้ ได้มีการเบิกจ่ายเงินไป หรือเปล่านะครับ หรือว่าท่านเอาเงินส่วนนี้ไปทิ้งไว้ที่ไหน มีการนำส่งคลังไหม เงินที่เป็นส่วน ต่างระหว่างเงินที่ท่านกู้มากับเงินที่ใช้ไป ส่วนต่างนี้มีการส่งคลังเท่าไร ในงบประมาณ ประจำปีไหน ในปี ๒๕๖๕ หรือว่ายังเก็บได้อยู่ ท่านช่วยชี้แจงด้วยนะครับ ผมเคยพูดในสภากับ ท่านประธานไปแล้วนะครับว่าไม่อยากให้กระทรวงการคลังหรือ สบน. นี้ไปกู้ต่างประเทศเพราะ ประเทศไทยเรานี้ระบบการเงินตอนนี้มีสภาพคล่องสูงนะครับ ประชาชนอยากจะซื้อพันธบัตร แต่ว่าไม่ค่อยมีโอกาสได้ซื้อเพราะว่าไม่มีสินค้าในตลาดนะครับ แต่ว่าท่านก็ยังไปกู้เงินจาก เอดีบี (ADB) ซึ่งผลก็ปรากฏว่าจากที่ผมดูคร่าว ๆ นี้เราเสียเงินค่าใช้จ่ายในการกู้เอดีบี (ADB) สูงกว่าที่กู้โดยการออกพันธบัตร ท่านกู้เอดีบี (ADB) นี้ใช้อัตราดอกเบี้ยไลบอร์ (LIBOR) ๖ เดือน แล้วก็ยังบวก ๐.๕ แล้วยังบวกค่าชาร์จ (Charge) อีก ๐.๑๓๕ สำหรับก้อนแรก แล้วก็ก้อนหลังนี้ยังมีอีก ๐.๑๕๙๑๕๔ ถ้าเราเช็ก (Check) ดูไลบอร์ (LIBOR) ตอนนี้มัน ประมาณ ๒.๐๗ บวกค่าชาร์จ (Charge) บวกค่าสเปรด (Spread) อีก ๐.๕ นี้ มันเกือบ ๆ ๓ เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ท่านออกพันธบัตรให้กับคนไทยให้กับประชาชนได้ถือ ท่านจ่ายดอกเบี้ย ด้วยอายุใกล้เคียงกันนะครับ ท่านจ่ายดอกเบี้ยประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์เองนะครับ ผมเคยพูด บ่อยครั้งว่าเงินส่วนนี้เป็นเงินรายได้ภาษีอากรที่เราควรจะส่งกลับคืนให้ประชาชนคนไทย ที่เขาอยากจะลงทุนนะครับข้าราชการที่เกษียณอายุนี้ได้เงินก้อนจาก กบข. มาเขาชอบที่จะ ไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลแล้วก็กินดอกเบี้ย ๒ เปอร์เซ็นต์อย่างที่ท่านให้กรอบนะครับ แต่ท่าน กลับไปกู้เอดีบี (ADB) เสียดอกเบี้ยเกือบ ๆ ๓ เปอร์เซ็นต์ ณ เวลานี้ แล้วก็แนวโน้มก็คือว่า ไลบอร์ (LIBOR) มีทีท่าว่าจะต้องแพงขึ้นอีก เพราะว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกตอนนี้ มันกำลังพุ่งสูงขึ้นนะครับ วันดีคืนดีแบงก์ชาติสหรัฐก็ประกาศขึ้นดอกเบี้ยแล้วก็จะต้อง ประกาศขึ้นดอกเบี้ยไปอีกหลายปี ไม่ใช่แค่ปีนี้ปีเดียวเพราะฉะนั้นก็อยากจะขอฝากท่าน นะครับว่าเราไม่ควรจะไปมีเอ็กซ์โพเชอร์ (Exposure)ขนาดนั้น สภาพคล่องของเรานี้สูง มีเงินออมอยู่เราควรจะใช้เงินของคนไทยแล้วก็จ่ายคืนคนไทยไม่ใช่ไปช่วยเอดีบี (ADB) เข้ามา แวะหาท่าน มาชักชวนให้กู้เงิน ก็ไปใจอ่อนคู่กับเขาโดยที่ดอกเบี้ยสุดท้ายนี้แพงกว่า ร้ายไป กว่านั้นนะครับตั้งแต่ต้นปีมาเราก็เห็นนะครับว่าอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทนี้มันอ่อนลง จากเดิมตอนนั้นที่ท่านกู้เงินบาทเราอยู่ที่ ๓๐ ต้น ๆ ๓๑ บาท ๓๒ บาทตอนนี้มันปาเข้าไป ๓๔ บาทต่อดอลลาร์ เท่ากับว่าเราจะต้องเสียเงินแพงขึ้นทั้งในเรื่องของการไปซื้อดอลลาร์เพื่อ จ่ายเป็นหนี้ จ่ายชำระหนี้ดอกเบี้ยหรือว่าเพื่อชำระคืนต้นนะครับ ที่ต้องจ่ายแพงขึ้น เพราะฉะนั้นผมย้ำประเด็นที่ผมเคยกล่าวกับท่านในการประชุมหลายปีที่ผ่านมานี้ว่าผม ไม่อยากให้กระทรวงการคลังไปกู้ต่างประเทศนะ ควรจะเป็นวิธีสุดท้ายเพราะเราเห็นตัวอย่าง จากหลาย ๆ ประเทศในโลกอย่างเช่นล่าสุดตอนนี้ก็ศรีลังกา แล้วก็อาจจะมีปากีสถานและ อีกหลายประเทศที่ตามมาตอนนี้จะมีปัญหาเรื่องวิกฤติหนี้สาธารณะ หนี้ต่างประเทศ เพราะว่ามีเรื่องของหนี้ต่างประเทศมากเกินไป จริงอยู่ ณ เวลานี้ประเทศไทยเรายังดูดี เพราะว่าเรามีทุนสำรองเยอะนะครับ ต่างชาติก็อยากจะมาให้กู้ เรามีหนี้สาธารณะที่อาจจะมี สัดส่วนไม่สูงกว่าที่อื่น เราอาจจะมีหนี้ที่เป็นหนี้ต่างประเทศยังน้อยนะครับ แต่ผมไม่อยากให้ ประมาทครับ เรายิ่งกู้จากเขาน้อยเท่าไรนี้ เขาจะดูเรามีเครดิตดีเท่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้น นโยบายเรื่องของการก่อหนี้ต่างประเทศนี้นะครับ ผมก็อยากจะขอฝากทาง สบน. นะครับว่า ควรจะต้องเอาใจใส่เรื่องนี้ให้ดี ผมไม่อยากเห็นท่านก่อหนี้ต่างประเทศโดยใช่เหตุครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
สมาชิกที่จะ อภิปรายหมดแล้วนะครับ ต่อไปเชิญตัวแทนหน่วยงานชี้แจงครับ🔗
สวัสดีครับ ผม เอด วิบูลย์เจริญ ที่ปรึกษาด้านที่สาธารณะ เป็นผู้ชี้แจงนะครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทาง ท่าน ส.ส. ทั้งหลายที่ได้ให้ข้อสังเกตและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับ พ.ร.ก. โควิด (COVID) ทั้ง ๒ ฉบับ ผมขอเรียนชี้แจงในประเด็นต่าง ๆ เท่าที่ได้สอบถามมานะครับ🔗
ประเด็นของท่านสุพิศาลก็คือในเรื่องของตัว พ.ร.ก. ที่เป็นกรอบ คือตาม กรอบนี้ตามมาตรา ๕ ที่ว่านี้ แล้วเสร็จแล้วมาบอกมาตรา ๖ ก็จะบอกไว้ว่ามาตรา ๕ (๑) กับ มาตรา ๕ (๒) ต้องไม่เกิน ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็มาตรา ๕ (๓) คือไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอันนี้ อันนี้เป็นกรอบที่มีการกำหนดเอาไว้ ซึ่งจริง ๆ แล้วเวลาที่ทำจริงถ้าสมมุติว่า ในกรณีอย่างที่ท่านว่าครับ ถ้าในกรณีจำเป็นคณะรัฐมนตรีจะมีมติให้นำวงเงินกู้เพื่อการ ตามมาตรา ๕ (๒) มาใช้ตามมาตรา ๕ (๑) หรือในกรณีที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้คณะรัฐมนตรี อาจจะมีมตินำวงเงินกู้เพื่อการตามมาตรา ๕ (๓) มาเพื่อใช้ในมาตรา ๕ (๑) และ มาตรา ๕ (๒) เพิ่มเติมได้ แต่เมื่อรวมวงเงินกู้ทั้งหมดแล้วต้องไม่เกิน ๑ ล้านล้านบาท จะขอเรียนท่าน ก็คือว่าตอนที่กำหนดกรอบไว้เดิมซึ่งเป็นไปตามมาตรา ๕ และมาตรา ๖ วรรคแรก จะเป็น กรอบว่าแผน ๑ แผน ๒ และแผน ๓ แผน ๑ คือเรื่องเครื่องมือทางแผนสาธารณสุข แผน ๒ จะเป็นเรื่องของการเยียวยา และแผน ๓ เป็นเรื่องการฟื้นฟู จะกำหนดตัวเลขเอาไว้ว่า เป็นเท่าไร แต่ถ้าในกรณีที่มีความจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ก็สามารถจะโยกจากแผนฟื้นฟู มาใช้ในเรื่องของสาธารณสุขหรือเรื่องของเยียวยาได้ หรือในกรณีที่เกิดความจำเป็นนี้ ก็อาจจะโยกจากแผนเยียวยามาแผนสาธารณสุขได้ ก็คือจะกำหนดไว้แบบนี้ ทีนี้ที่ท่านถามว่า เหตุผลความจำเป็นตอนนั้นมันคืออะไร ตอนนั้นที่เรามีการกำหนดตอนที่ออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ เป็นเรื่องเร่งด่วน เราไม่อาจคาดการณ์ได้แน่นอน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ว่าวงเงินที่จะใช้ในเรื่อง สาธารณสุขหรือในเรื่องของการเยียวยา หรือว่าในเรื่องของการฟื้นฟูควรจะเป็นเท่าไร แต่เรา จะประมาณการคร่าว ๆ ว่าตัวเลขน่าจะเป็นแบบนี้ ดังนั้นในการเขียนกฎหมายจึงเขียน ในลักษณะที่มีความยืดหยุ่นไว้ว่า หากมีความจำเป็นเร่งด่วนก็สามารถจะโยกจากเรื่องฟื้นฟู มาในเรื่องสาธารณสุขและเรื่องของการเยียวยาได้ ซึ่งเหตุผลตอนนั้นที่จำเป็นต้องมีการโยก ก็เนื่องจากว่าในช่วงดังกล่าวนี้ปรากฏว่าพอ พ.ร.ก. ฉบับนี้ออกมาแล้ว ปรากฏว่ามันเกิด การระบาดของโควิด (COVID) ระลอก ๒ ระลอก ๓ ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงิน งบประมาณในเรื่องของเครื่องมือหรือว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มมากขึ้น จึงมีความจำเป็น ที่จะต้องเอางบในเรื่องของฟื้นฟูมา ทีนี้ประเด็นอย่างที่ว่าก็คือเรามองว่าหากเราสามารถ เคลียร์ (Clear) ประเด็นในเรื่องของการระบาดของโควิด (COVID) ได้ เราก็ถึงจะไปทำ ในเรื่องของการฟื้นฟู แต่อย่างไรก็แล้วแต่ในช่วงที่มีการระบาดในระลอก ๒ ระลอก ๓ ก็มีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องดังกล่าว จึงจำเป็นจะต้องนำเงินจากแผนในเรื่อง ของการฟื้นฟูมาช่วยในเรื่องของการเยียวยาด้วย ทีนี้ที่ทางท่านได้ให้ข้อสังเกตไว้ว่า การเยียวยาที่ผ่านมาอาจจะไม่ครบทุกกลุ่ม จริง ๆ แล้วอยากจะเรียนว่าในการพิจารณา ซึ่งเป็นคณะกรรมการซึ่งมีสภาพัฒน์เป็นประธานก็ได้มีการพยายามดูในเรื่องของประชาชน ทุกกลุ่ม พยายามจะให้ประชาชนทุกกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนได้รับความช่วยเหลือจาก เงินกู้ตรงนี้ แต่ด้วยเนื่องจากข้อจำกัดของวงเงินงบประมาณที่มีอยู่จำกัด แล้วก็ในเรื่องของ ฐานข้อมูลก็เลยสามารถที่จะช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ไม่มากเท่าไร ก็อาจจะมีบางกลุ่มที่อาจจะ ตกหล่นไป แต่ว่าในกรณีอย่างนี้เราก็พยายามที่จะช่วยเหลือให้มากที่สุด โดยในเรื่องของ การเยียวยา เราก็พยายามช่วยในเรื่องของบัตรสวัสดิการของรัฐ ในเรื่องของผู้ประกันตน แล้วก็ประชาชน ซึ่งเราพยายามช่วยเหลือในทุกกลุ่มเท่าที่จะทำได้ ก็อาจจะมีบางกลุ่มที่ ตกหล่น แต่ถ้ามีเป็นกลุ่มที่ตกหล่นพอเราได้รับข้อมูลแล้ว เราก็จะพยายามจัดหาหรือมี มาตรการที่จะไปเสริมในส่วนนี้นะครับ อันนี้ขออนุญาตตอบท่านสุพิศาลนะครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งก็คือในเรื่องของท่านกองตรีนะครับ ก็คือเรื่องของโครงการ ที่เสนอต่าง ๆ ในเรื่องของเศรษฐกิจฐานรากต่าง ๆ ซึ่งมีเรื่องเอสเอ็มอี (SMEs) จริง ๆ โครงการเหล่านี้มีความจำเป็นที่จะต้องเสนอผ่านจังหวัดก่อน ทั้งนี้เพื่อให้จังหวัดดูถึงความ เหมาะสม ดูว่ามันมีความซ้ำซ้อนไหม ขั้นตอนมันจะเป็นลักษณะแบบนั้น เพราะฉะนั้นถ้า ในจังหวัดต่าง ๆ หากมีโครงการที่คิดว่ามันอยู่ในข่ายที่จะใช้เงินกู้ได้ก็เสนอผ่านจังหวัดนะครับ แล้วทางจังหวัดก็จะนำเสนอมาที่ทางคณะกรรมการกลั่นกรองการกู้เงินนะครับ ซึ่งที่ผ่านมา กระบวนการก็จะเป็นลักษณะแบบนี้นะครับ แต่ว่าที่ผ่านมาก็อาจจะมีความล่าช้ามากนะครับ เพราะเนื่องจากว่าจังหวัดต่าง ๆ มีหลายจังหวัด แล้วก็แต่ละจังหวัดก็จะมีหลายโครงการ คือเราอยากจะให้ทางจังหวัดได้มีการกลั่นกรองโครงการในระดับหนึ่งก่อนนะครับ ก่อนที่จะ มาถึงสภาพัฒน์นะครับ🔗
ส่วนทางท่านนิคมที่พูดถึงเรื่องการกู้เงินมา อยากให้ใช้ให้ตรงวัตถุประสงค์ จริง ๆ แล้วในการดูโครงการเงินกู้ในการพิจารณาของทางคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ เราพยายามยึดตัววัตถุประสงค์เป็นหลักนะครับว่าวัตถุประสงค์ของการกู้เงินคืออะไร และเรา จะเอาไปใช้อะไร อย่างไรบ้างนะครับ ซึ่งในการใช้จ่ายเงินกู้นะครับ ถ้าเป็นในเรื่องของแผน ฟื้นฟูเราจะบอกเลยนะครับว่าจะไม่เป็นในลักษณะที่เป็นเอาไปก่อสร้างอาคารที่เป็นอาคาร สำนักงานหรืออะไรแบบนี้นะครับ แต่จะต้องมีวัตถุประสงค์ว่าให้มันเกิดการฟื้นฟูเศรษฐกิจ นะครับ แล้วก็ดูว่าจะต้องมีตัวชี้วัดมาด้วยนะครับว่าการฟื้นฟูเศรษฐกิจหรือทำโครงการ เหล่านี้แล้วมันจะได้ผลอะไร มีผลประโยชน์อย่างไรบ้าง ซึ่งในเวลาการพิจารณาทางหน่วยงาน จะต้องมาชี้แจงแล้วก็ต้องตอบข้อซักถามเหล่านี้ให้ได้ด้วย แต่แน่นอนครับในทางปฏิบัติ เมื่อลงไปแล้วพอไปหน้างานจริง ๆ แล้วมันก็อาจจะมีปัญหาอุปสรรคบางประการ ซึ่งอาจจะ ทำได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายนะครับ🔗
สำหรับทางท่านอาจารย์พิสิฐนะครับ ต้องขอขอบพระคุณมากที่ท่านถาม คำถามเกี่ยวกับเรื่องของการกู้เงินนะครับ อยากจะขอเรียนท่านว่าจริง ๆ แล้วการกู้เงินที่ กำหนดไว้ในวันที่ ๓๐ กันยายนนะครับ ตัวเลขที่บอกว่ากู้ประมาณ ๙๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตัวเลขตัวนั้นเป็นตัวเลขจริงนะครับ คือเป็นตัวเลขที่ทาง สบน. ได้เซ็นสัญญาเงินกู้เอาไว้นะครับ แต่ว่าการเบิกจ่ายจริงจะเป็นการเบิกจ่ายตามความจำเป็นและตามแผนงานที่ทางหน่วยงาน เสนอมา ฉะนั้นในขณะนี้การเบิกจ่ายจะยังไม่ถึง ๙๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทอย่างที่ว่านะครับ🔗
แล้วอีกประการหนึ่งก็คืออย่างที่บอกก็คือว่าตัวเลข ตัวเลขมันจะมีบาง โครงการที่มีการลดลงก็จะทำให้ตัวเลขขออนุมัติโครงการมันลดลงด้วย แต่ปัจจุบันนี้มีการ เบิกจ่ายเงินกู้ไปแล้วประมาณ ๙๔๘,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ซึ่งอันนี้ก็อย่างที่ทางท่านว่าครับ ถ้าในกรณีที่ตัวเลขตรงนี้ยังไม่เบิกนะครับ เราก็ไม่เบิก เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะไม่เกิดภาระ เงินกู้จริง ๆ ไม่เกิดภาระดอกเบี้ยนะครับ เพราะตัวเลขที่เซ็นไว้เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายนนั้นเป็น ตัวเลขที่อยู่ในสัญญาเงินกู้ แต่การเบิกจริงจะเป็นไปตามแผนงาน แล้วเราจะทยอยเบิกตาม ความต้องการของหน่วยงานครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งก็คือในเรื่องของการกู้เงินเอดีบี (ADB) ต้องขอขอบพระคุณ มากครับที่ท่านให้ข้อคิดในเรื่องนี้นะครับ อยากจะเรียนว่าในการกู้เงินของเอดีบี (ADB) คือทางเราได้ดูแล้วอย่างที่ท่านว่าจริง ๆ ครับ ก็คือว่าตอนที่เรากู้เงินมาจากเอดีบี (ADB) หากเราพูดออกมาเป็นเงินสกุลดอลลาร์หรือต่างประเทศนะครับ อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ ประมาณที่ ๖.๖๔๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ในการกู้เงินต่างประเทศ ปกติตอนนี้จะเป็นหลักการของ สบน. เลยก็คือว่าเมื่อกู้มาแล้วจะต้องบริหารความเสี่ยงโดยการทำสว็อบ (Swab) นะครับ ซึ่งตรงนี้ทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะก็ได้ทำบริหารความเสี่ยงเรียบร้อยแล้วนะครับ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่จ่ายหลังจากทำสว็อบ (Swab) แล้วจะเหลือประมาณ ๑.๔๙ เปอร์เซ็นต์ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ขออภิปรายเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ รายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคมที่ได้รับผลกระทบ จากการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Corona Virus 2019) พ.ศ. ๒๕๖๓ ประจำ งบประมาณปี ๒๕๖๔ ตอนนี้ท่านใช้ไป ที่ท่านพูด ๙๔๘,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมมีคำถามท่านนะครับ แผนที่ ๒ ท่านบอกว่าในรอบที่ ๑ เกี่ยวข้องกับคนที่ ได้รับผลประโยชน์จากรอบที่ ๑ ๔๑.๒ ล้านราย ๔๑ ล้านรายนะครับ แล้วรอบที่ ๒ ๔๐ ล้านคน รอบที่ ๓ ๔๑ ล้านคน เสร็จแล้วค่าสาธารณูปโภคพื้นฐานนะครับ รอบที่ ๒ ๒๗ ล้านคน รอบที่ ๓ ๒๖ ล้านคน เหล่านี้ไม่มีการคอร์รัปชันไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ เลย ผมอยากจะเรียนถามท่านผู้ชี้แจงว่า ๔๐ กว่าล้านคน ใน ๓ รอบนี้ ถ้าผมอยากจะรู้ว่าท่านให้ ใครบ้างผมจะไปดูได้ที่ไหนทั้ง ๓ รอบนี้ ผมอยากจะรู้ว่ามันให้คนเดิมหรือเปล่า หรือมีผีด้วย หรือเปล่า ท่านก็ให้เขาเรียกว่าให้การคอมเมนต์ (Comment) วันนี้ว่าต่อไปจะต้องรอบคอบ จะต้อง ตรวจสอบ มีการซ้ำซ้อน มีบุคคลที่ไม่เป็นความจริงหรือไม่ ผมในฐานะเป็นคนไทยผมจะ ตรวจสอบได้ไหมว่า ๓ รอบนี้ ๑๒๐ ล้านราย บวกค่าสาธารณูปโภคอีก ๔๐ กว่าล้านราย กลายเป็นว่า ๑๖๐ ล้านราย ได้รับผลประโยชน์จากเงิน ๑ ล้านล้านบาท ผมจะทราบได้ อย่างไรว่าเงินเหล่านี้ไม่ได้รั่วไหลไปไหน ไม่ได้ถูกคอร์รัปชันโกงกินท่านใช้แพลตฟอร์ม (Platform) อะไร ชี้แจงผม วิธีการได้มา ๔๐ ล้านคน ๔๐ ล้านคนได้มาอย่างไร คือเรื่องอย่างนี้ รัฐบาลนี้ตั้งแต่บัตรสวัสดิการคนจนเราไม่สามารถที่จะไปดูรายละเอียดของท่านได้เลยข้ออ้าง ข้ออ้างก็คือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลไม่สามารถตรวจสอบลงไปได้ มันเป็นความห่วงใยนะครับว่า สิ่งเหล่านี้ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบเงิน ๑ ล้านล้านบาทได้ เดี๋ยวท่านตอบผมนะ ว่าร้อยกว่าล้านรายนี้จะรู้ได้อย่างไรว่ามันไม่มีการคอร์รัปชันไม่มีรายชื่อปลอม ไม่มีผี ผมเป็นห่วง เดี๋ยวก็จะกู้อีกแล้ว ทั้ง ๆ ที่เงิน ๑ ล้านล้านบาท จ่ายไป ๙ แสนล้านบาท ยังไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ เกิดขึ้นมาเลย เอสเอ็มอี (SMEs) ก็ล้มหายตายจาก พี่น้องชาวบ้านก็ฆ่าตัวตายไปเรื่อย ๆ มันหายไปไหนครับ มันไม่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศมันดีขึ้นเลย ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านกู้ไปเดือนกันยายนนี้จะต้องจ่ายล็อต (Lot) แรกแล้ว กู้ ๑ ล้านล้านบาท จะต้องเริ่มจ่าย เดือนกันยายนแล้วจากนั้นถึง ๒๘ ปีนะครับถึงจะใช้หมด จากวันนี้ไปอีก ๒๘ ปี ท่านประยุทธ์ ท่านจะอยู่อีกกี่ปี สิงหาคมนี้จะไปอยู่หรือเปล่า แต่ประชาชนคนไทยจะต้องรับผิดชอบเงินกู้ อันนี้ที่ท่านเอาไปใช้จ่ายอีก ๒๘ ปีนะครับ เดี๋ยวก็กู้เพิ่ม กู้เพิ่ม กู้เพิ่ม โดยไม่ได้คิดถึงอนาคต ของชาติ อนาคตถึงคนรุ่นหลังที่จะต้องมาใช้หนี้ เดี๋ยวท่านตอบผมว่ารายละเอียดร้อยกว่า ล้านคนผมจะดูได้อย่างไร ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ จะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบขอบคุณ ท่านพิเชษฐ์นะครับ ที่ให้ข้อคิดเห็นในเรื่องนี้ ในเรื่องของการเยียวยาที่เป็นลักษณะของการ แจกในเรื่องของค่าผู้ใช้ไฟและน้ำประปา สาธารณูปโภคต่าง ๆ นะครับ ตรงนี้ตอนที่มีการ พิจารณาก็ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน ซึ่งตรงนี้จริง ๆ แล้วในหลักการก็คือว่าเรามีข้อมูล ตรงนี้นะครับ คำว่า เรา ในที่นี้หมายถึงว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าตรงนี้เวลาที่จะไป ช่วยเหลือจะช่วยเหลือผ่านนะครับ ถ้าเป็นในกรณีการไฟฟ้าก็คือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและ การไฟฟ้านครหลวงนะครับ ถ้าเป็นการประปาก็จะเป็นการประปานครหลวงและการประปา ภูมิภาค ซึ่งทั้ง ๒ หน่วยงานนี้จะมีฐานข้อมูลในเรื่องดังกล่าวว่าประชาชนที่จะได้รับหรืออยู่ ในข่ายที่จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาตรงนี้มีใครบ้าง เพราะว่าอันนี้เราจะดูจากปริมาณการ ใช้ไฟและในการใช้น้ำประปาเป็นหลัก ซึ่งตรงนี้ก็ได้มีการย้ำกับทางหน่วยงานทั้งหลายที่เป็น เจ้าของข้อมูลนะครับว่าข้อมูลเหล่านี้ต้องมีความถูกต้องแล้วก็ไม่ก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องของ การซ้ำซ้อน แต่อย่างที่เรียนก็คือว่าขณะนี้อยู่ในระหว่างช่วงที่ทาง สบน. เองกำลังมีการ ประเมินผลโครงการตรงนี้นะครับ รวมทั้งขณะนี้เท่าที่ทราบก็คือว่า สตง. เริ่มเข้าไปตรวจแล้ว ก็อาจจะเห็นได้ว่าโครงการเหล่านี้มีการดำเนินการที่ถูกต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์มากน้อยแค่ไหน แต่อย่างที่เรียนท่านก็คือว่าในหลักการตอนที่เราพิจารณาโครงการตรงนี้เราดูโดยใช้จาก ฐานข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ดูความซ้ำซ้อนว่าไม่ให้เกิดขึ้น ถ้าในกรณีที่เป็น โครงการเยียวยาต่าง ๆ เหล่านี้ หรือในขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะมีประเด็นปัญหาอะไรมาก น้อยแค่ไหน แต่ถ้าเป็นในกรณีบางโครงการที่เกี่ยวกับลักษณะแบบนี้เช่นโครงการประชาชน หรือผู้ประกันตน ถ้าลักษณะของคนที่มาชี้แจงให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแล้วมีการจ่ายเงินไปเราก็ จะมีการตรวจสอบ หมายถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะอย่างไรสุดท้ายแล้วทาง สตง. ก็ต้อง ไปตรวจสอบ เพราะฉะนั้นเขาจะต้องตรวจสอบเบื้องต้นก่อน หากมีการตรวจสอบแล้วพบว่า มันเกิดความผิดพลาดหรือข้อที่ไม่ถูกต้องก็จะมีการพิจารณาแล้วก็เรียกเงินที่ได้ให้ไปแล้วนั้น คืน อันนี้จะเป็นหลักการที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้นะครับ ส่วนในเรื่องของฐานข้อมูลตรงนี้ อันนี้ก็ต้องกราบขอประทานโทษจริง ๆ ว่าในส่วนนี้ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าข้อมูลตรงนี้ท่านจะ ขอจาก อย่างเช่น ในกรณีของผู้ใช้น้ำและผู้ใช้ไฟ ผมไม่แน่ใจว่าทางการประปาและไฟฟ้าจะให้ข้อมูลท่านได้หรือเปล่า เพราะว่าอาจจะติดปัญหาอย่างที่ท่านว่าจริง ๆ เพราะเนื่องจากว่าตอนนี้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน เป็นต้นไปจะมีในเรื่องของ พ.ร.บ. ในเรื่องของข้อมูลส่วนตัวที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย ก็อาจจะมีประเด็นตรงนี้ที่อาจจะไม่สบายใจหรือไม่แน่ใจว่าจะให้ได้หรือเปล่า แต่ในหลักการ อยากจะเรียนท่านว่าตอนที่เรามีการพิจารณาโครงการอันนี้ในเรื่องของดาต้าเบส (Database) เหล่านี้ ในเรื่องฐานข้อมูลตรงนี้เราพยายามดูให้มันถูกต้องมากที่สุดครับ แล้วก็การจ่ายเงิน ต่าง ๆ ส่วนมากเราจะจ่ายโดยใช้ฐานข้อมูลก็คือบัตรประชาชนโดยผ่านตัวเลข ๑๓ หลักของ บัตรประชาชนเป็นหลัก ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิก ก็ถือว่าได้ถาม ได้ตอบ ได้ซักถาม ได้ชี้แจงกันพอสมควรนะครับ เมื่อได้ชี้แจงแล้วก็ถือว่า จบการอภิปรายซักถามแล้ว🔗
ถือว่าที่ประชุม รับทราบรายงานตามระเบียบวาระที่ ๒.๑๐ และ ๒.๑๑ แล้วนะครับ ต้องขอขอบคุณผู้แทนของ หน่วยงานที่มาชี้แจง ขอบคุณครับ🔗
สำหรับระเบียบวาระที่ ๒.๑๑ นั้นได้พิจารณาร่วมกับระเบียบวาระที่ ๒.๑๐ ไปแล้วนะครับ ต่อไปก็จะเป็นการพิจารณาในระเบียบวาระที่ ๒.๑๒🔗
๒.๑๒ รับทราบรายงานการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรมของประเทศ ประจำปี ๒๕๖๔🔗
ด้วยเลขาธิการ คณะมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๕ รับทราบ รายงานการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ประจำปี ๒๕๖๔ ตามที่สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๑๑ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติสภา นโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒🔗
รายละเอียดของรายงานดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้ว ในเรื่องรับทราบเรื่องนี้มีท่านสมาชิกให้ความสนใจที่จะร่วมอภิปรายแสดงความคิดเห็น หลายท่าน ฉะนั้นผมจึงอนุญาตให้ตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง ต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในการประชุม ๑. นายกิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการสภานโยบาย ๒. ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ๓. รองศาสตราจารย์พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สกสว. ๔. นางสาวสิริพร ทิพยโสภณ รองผู้อำนวยการ สอวช. ๕. นางสาวสลิลวรรณ กลับประสิทธิ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายอาวุโส ฝ่ายเลขานุการสภานโยบาย ๖. นายภาสพงศ์ อารีรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายระบบ บริหารจัดการของภาครัฐด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมครับ ขอเชิญ ท่านผู้ร่วมชี้แจงเข้าสู่ที่ประชุม ส่วนท่านสมาชิกเราที่สนใจจะอธิบายนะครับ ขณะนี้มีทั้งหมด ๔ ท่านนะครับ ท่านแรกเชิญท่าน พลตำรวจตรีสุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตามด้วยนางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล เชิญท่านสุพิศาลครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็ขออีก ๑ วาระนะครับ เพราะเป็นรายงานที่น่าสนใจของ อว. ที่เกี่ยวข้อง เอาอย่างนี้ครับ ผมติดตามดู ๒ มิติเท่านั้นเองที่จะอภิปราย คือภาพรวมของการดำเนินงานที่ผ่านมานะครับ ในเอกสารที่ปรากฏอยู่ตั้งแต่หน้า ๑๑๖ แล้วก็เรื่องของแนวทางการพัฒนาของ อววน. ที่จะ พัฒนาไปใน ๕ ปีข้างหน้าที่ว่าล้ำ ๆ นี่ว่าจะทำยังไงบ้าง ไม่ว่าเรื่องของการจะดำเนินการ ที่ผ่านมา หรือการปรับตัวสู่อนาคตก็ตาม อว. ก็เป็นหน่วยงานที่สำคัญ ตลอดจนการที่จะวาง ตัวเองก้าวล้ำไป เพราะถือว่า อว. เป็นหน่วยงานที่ทรงคุณค่าของประเทศชาติ ท่านเขียนของ ท่านเลยครับว่าท่านเป็นองค์กรที่สำคัญก็คือพร้อมที่จะรับมือกับวิกฤติแล้วก็เป็นหน่วยงาน ที่จะต้องเป็นฟันเฟืองในการเปลี่ยนประเทศไทย ท่านครับเรา ๔.๐ นะครับ แต่ก็ยังถูก กล่าวหาว่า ๐.๔ อยู่ นี่ละครับคือปมหรือเพนพอยต์ (Pain Point) ที่สังคมไทย รัฐบาลไทย เองยังไม่ได้ก้าวข้ามอีกหลายสรรพสิ่ง ท่านเองเป็นหน่วยงานที่จะต้องพัฒนาโดยองค์ความรู้ ทางวิชาการ ท่านครับ ผมกราบเรียนเลยว่าในอดีตที่ผ่านมาหรือการดำเนินการผมเคยนั่ง ในงบประมาณครับ ปีแรกที่ท่านขยำงานวิจัยจากสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งมาใช้ในการ พัฒนาการอุดมศึกษานั้นของหน่วยรับงบประมาณที่เกี่ยวข้อง สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติเป็นตัวจักรเครื่องมือในการที่จะดำเนินการผลักดัน ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำงบประมาณนี้ไปอิมพลิเมนต์ (Implement) ปีนั้นเป็นปีที่ผมเห็นกองงบประมาณที่ปรากฏอยู่บนโต๊ะด้านหลังที่เป็นกอง ขอหมื่นกว่าล้านถูกตัดปรับนะครับ ก็อุทธรณ์กันไปอุทธรณ์กันมาให้เอาเอกสารมาวาง เอกสารงานวิจัยที่เป็นโครงการแผนงานตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ไปขยำเอางานวิจัยเดิม ๆ มารวม ๆ ผมไม่รู้ว่าปรับหรือยังนะครับ แต่ผมอ่านแบบ เร็วมากเลยทุกกองที่วางอยู่ ผมดูวัตถุประสงค์ดูผลลัพธ์ ดูตัวเคพีไอ (KPI) ดูผลสัมฤทธิ์ เจ๊งครับ ผมไม่ใช่นักวิจัยที่มีมาตรฐานสูงนักแต่ก็พอจะทำได้ แต่ถามว่าพอจะอ่านออก แต่ตอบได้ว่าไม่แอ็กคูเรต (Accurate) แน่นอนในงานวิจัยถ้าขยำ ๆ ขึ้นมาเป็นงานเพื่อเบิก เป็นงบประมาณ เสร็จแล้วไปอิมพลิเมนต์ (Implement) คือขับเคลื่อนในแผนงาน โครงการวิจัยนั้นเป็นรูปแบบอื่น ไม่เป็นไปตามผลที่อยากได้คือ เอาต์พุต (Output) เอาต์คัม (Outcome) หรือผลลัพธ์ หรือผลสัมฤทธิ์ที่ต้องการตามวัตถุประสงค์ นี่คือสิ่งที่สภาเองต้อง ควบคุมครับ ท่านมีบุคลากรเยอะแยะไปหมดครับที่จะดูแลเรื่องนี้ และที่ท่านต้องการมาก ที่สุดในการก้าวหน้าไปอีก ๕ ปี ผมจะพูดแค่ ๒ ใน ๓ คือข้อ ๓ กับข้อ ๖ ใน ๖ ประเด็นที่ท่าน เป็นแนวทางการพัฒนาใน ๕ ปี ใน ๕ ปีนั้นจะพบว่าสิ่งที่ผมเห็นเป็นแนวทางการพัฒนาใน ๕ ปี ใน ๕ ปีนั้นจะพบว่าสิ่งที่ผมเห็นแล้วน่าจะเป็นคุณประโยชน์ คือ ๓ ๓ กับ ๖ ที่เหลือผมจะ ไม่เพราะไม่มีเวลา ๓ เรื่องของการขับเคลื่อนบีซีจี (BCG) สิ่งที่สำคัญคืองานวิจัยที่จะ ขับเคลื่อนบีซีจี (BCG) นั้นเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของประเทศที่เขียนไว้ไปตามแผนปฏิรูปและ ที่กำหนดอยู่ในแผนฉบับนี้ที่จะเริ่มนี้ที่มี ๑๓ หมุดแผนฉบับที่ ๑๓ บีซีจี (BCG) เป็นหนึ่งในนั้น สิ่งที่เกี่ยวกับเรื่องงานวิจัยในทางด้านการเกษตรในทางด้านชีวมวล ในทางด้านอุตสาหกรรม การแพทย์ ในเรื่องของการท่องเที่ยว ในเรื่องของเศรษฐกิจหมุนเวียนต่าง ๆ นานารวมถึง กลไกโครงสร้างพื้นฐานที่จะพัฒนาบีซีจี (BCG) ผมต้องการผลลัพธ์จากเม็ดเงิน ที่ลงไปจากงบประมาณ รัฐเองนี้ขาดความกระตือรือร้นทั่วทั้งโลกเขาใช้ ๑ เปอร์เซ็นต์ของ งบประมาณใช่ไหมครับ ๑ เปอร์เซ็นต์ของประมาณเพื่อพัฒนาประเทศด้วยงานวิจัย ๑ เปอร์เซ็นต์ของ ๓.๑๘๕ ล้านล้านบาท เท่าไรครับคิดเอาผมไม่ต้องบอกนะครับ แต่ท่านได้ เท่าไรผมไม่รู้แต่รู้ว่าน้อยกว่าแน่นอน นั่นคือสิ่งที่ท่านต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ แต่สิ่งที่สำคัญ จะตามไปคือการแทร็ก (Track) แทร็ก (Track) งบประมาณครับ แทร็กกิง (Tracking) ประมาณของท่านที่ได้รับนี้ ถ้าผมสามารถมีอำนาจได้ ผมจะแทร็ก (Track) ตั้งแต่เงินออก จากกระทรวงการคลังเลย ผ่าน อว. ลงไปถึงผู้วิจัย ลงไม่ถึงคนที่รับเม็ดเงินจากงานวิจัยนั้นว่า ลูป (Loop) มันวนไปกลับมา ใครไปรับผลประโยชน์ ใครได้ ใครเสีย ถ้าเริ่มใช้บล็อกเชน (Blockchain) จากกระทรวงการคลังตัดตัวกลางนี้ทั้งหมดเม็ดเงินมันจะ ไหลลงไปโดยไม่มีใครแก้และโปร่งใส ทำให้เงินของงบประมาณแผ่นดินนี้สามารถที่จะพรูฟ (Proof) ได้นะครับ นี่ผมฝากเลยครับว่านั่นคืออันหนึ่งที่ท่านต้องแก้เพราะในข้อ ๖ นั้นคือการ ปฏิรูป อว. เรื่องผลสัมฤทธิ์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม สิ่งที่ท่านต้องขับเคลื่อน อันแรกก็คือสร้างระบบการตรวจสอบงบประมาณจากงานวิจัยทางเทคโนโลยี เพื่ออะไรครับ เพื่อให้ประเทศนี้โปร่งใส่สักทีครับ เพื่อให้ประเทศนี้มีเครื่องมือ ไม่ว่าท่านจะลงงานวิจัยด้วย งานเชิงสำรวจ งานเชิงห้องทดลอง งานในรูปแบบปริมาณหรือคุณภาพก็ตาม ทั้ง ๒ เชิงนั้น มันก็จะทำให้ผลลัพธ์ที่ต้องการทำให้เม็ดเงินของประเทศชาติเกิดผลประโยชน์มากที่สุด ผมจะฝากตรงนี้ครับว่าสิ่งที่จะต้องพัฒนาในระบบของ อว. ในอนาคต คือทุนด้วยการวิจัย พื้นฐานให้กับสถาบันอุดมศึกษา สร้างความพร้อมและอนาคตของประเทศ ขอให้สร้าง งานวิจัยนี้ขึ้นมาครับมันจะเป็นประโยชน์ฝากไว้ด้วยครับ เพราะงานวิจัยตรงนี้ยังเขียน ไม่ถึงตัวที่จะเกิดการพัฒนากับสังคม โดยเฉพาะงบประมาณของแผ่นดิน ท่านทำได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนางสาวพิมพ์รพี ตามด้วยรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ เชิญครับ คุณพิมพ์รพี อาจจะยังเข้ามาไม่ทัน ถ้าอย่างนั้นสุรวาท เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สุรวาท ทองบุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ผมก็ขออภิปรายรับทราบรายงานของสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติครับ ซึ่งในเอกสารรายงานการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศในปี ๒๕๖๔ ภายใต้ชื่อการฟื้นตัวจากวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) สู่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคม ท่านประธานครับ ผ่านไปยังสภานโยบายว่าผมยินดีและชื่นชมและเห็นด้วยกับทิศทางของ การพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมด้วย แล้วก็ได้เห็นรายงานที่ท่าน รายงานขึ้นมาซึ่งมีหน้าตารูปเล่มสวยงามทีเดียว แล้วก็ได้เห็นความสำเร็จ ความก้าวหน้า ความเปลี่ยนแปลง ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าเดินมาถูกทางแล้วก็เห็นอนาคต อย่างไร ก็ตามเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วก็ให้มีการขับเคลื่อนการพัฒนาการอุดมศึกษาเป็นไป อย่างทั่วถึงเสมอภาคและเท่าเทียมทั้งประเทศ ผมจึงขออภิปรายในวันนี้เพื่อเป็นการสอบถาม ด้วยว่าท่านได้คิดถึงเรื่องที่ผมจะกล่าวถึงนี้หรือไม่ ผมชื่นชมแต่ว่าในรายงานนี้มันจะปรากฏ แต่ความสำเร็จบางชิ้นบางอัน ซึ่งแท้ที่จริงผมทราบว่าน่าจะมากกว่านี้ที่ทำได้ และควรจะ มากกว่านี้กับอีกจำนวนมาก ศักยภาพที่มีแต่ยังไม่ได้ทำอย่างทั่วถึง แล้วก็เท่าเทียม ผมพูด ประเด็นนี้เพื่อที่จะสอบถามไปยังสภานโยบาย ท่านได้ดูแลทุกสิ่งทุกอย่าง ผลงานวิจัยท่านได้ ขับเคลื่อนที่จะไปสู่อันดับโลกทั้งหลาย มีงานวิจัย ได้ดูแลบัณฑิต ผู้เรียน ได้ปรับระบบ ปลดล็อกกฎหมายหลายตัว แต่ที่ยังขาดอยู่คือเรื่องที่ท่านไม่มีนโยบายแล้วก็ไม่ได้ดำเนินการ ในการพัฒนาบุคลากรคืออาจารย์ แล้วก็บุคลากรสายสนับสนุนที่มีอยู่ทั่วไปไม่ว่าจะเป็น ในมหาวิทยาลัยที่เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐหรือมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการ วันนี้ เพื่อนคณาจารย์และบุคลากรเขาฝากผมมาเรื่องของความเหลื่อมล้ำ เรื่องเงินเดือน ค่าจ้าง เงินเดือนกลุ่มที่เป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาที่เหลื่อมล้ำกับข้าราชการครู ซึ่งเดิมนั้นมีความเทียบเคียงเทียบเท่ากันกับข้าราชการครู วันนี้เราจึงพบว่ามีอาจารย์จำนวน มากที่ลาออกจากอาจารย์มหาวิทยาลัยด้วยวุฒิปริญญาเอกเพื่อไปบรรจุเป็นครูในวุฒิปริญญาตรี เพราะเหตุว่าไม่มีความมั่นคง ไม่มีความก้าวหน้า ทั้งเงินเดือนต่ำกว่าครู ๘ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มี ระบบที่ไม่มีความมั่นคง ๓ ปี ๔ ปี หรือ ๑ ปี ต้องประเมิน ไม่จ้างต่อบ้างอะไรทั้งหลาย ขาดขวัญกำลังใจ ซึ่งเกิดความขัดแย้งกัน ถ้าคณาจารย์พูดผิดหูผู้บริหารก็ประเมินไม่ผ่าน เลิกจ้าง วันนี้ท่านไปดูนะว่ามีคดีฟ้องร้องกันอยู่กี่พันกี่หมื่นคดีในสถาบันอุดมศึกษา ๘ เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งกลุ่มที่เป็นพนักงานในสถาบันอุดมศึกษาหรือพนักงานในมหาวิทยาลัย ที่มีมติ ครม. ให้จ่ายเงินเดือน ๑.๕ ๑.๗ ท่านทราบดี จะทำอย่างไรให้ทุกมหาวิทยาลัยจ่ายได้ อย่างเป็นแนวทางเดียวกัน บางแห่งจ่าย ๑.๓ บางแห่งจ่าย ๑.๕ ๑.๗ เต็มตามตัวนี้ วันนี้เพื่อนครู คณาจารย์เขาถามว่า ๘ เปอร์เซ็นต์ที่มีความพยายามที่จะเยียวยากฎหมายมีอำนาจให้ ครม. ดำเนินการได้แล้ว เหลือแต่เพียงว่านโยบายของท่าน ของรัฐบาล ของสภานโยบายจะให้ อาจารย์ ให้พนักงานเขาหรือไม่ อย่างไร วันนี้ดำเนินการถึงไหนแล้ว ผมคิดว่าเพื่อนคณาจารย์ รอรับฟังอยู่นะครับ ท่านประธานครับ มีประเด็นหนึ่งที่เพื่อนคณาอาจารย์เขาฝากมาเรื่อง ความมั่นคงของความเป็นอยู่ของคณาจารย์ของบุคลากร วันนี้มีกลุ่มที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ เป็นพนักงานแต่ว่ายังไม่มีกฎหมายเป็นของตัวเอง ยังต้องใช้กฎหมายข้าราชการพลเรือนใน สถาบันอุดมศึกษาโดยอนุโลมนะครับซึ่งอยากจะให้ อว. โดยสภานโยบายได้กำหนดว่าควรจะมี กฎหมายเพื่อคุ้มครองและดูแลให้เขามีความมั่นคงมีขวัญมีกำลังใจนะครับ ให้เป็นการจูงใจและ ดึงดูดคนที่มีความรู้ความสามารถคนดีคนเก่งทั้งหลายมาเป็นอาจารย์ไม่ใช่ลาออกอยู่ร่ำไป วันนี้มันมีบุคลากรหลายประเภทมากในอุดมศึกษานะครับ ถ้าเป็นพนักงานในมหาวิทยาลัย ในกำกับรัฐที่ได้รับงบประมาณนับหมื่นล้านรู้สึกว่าจะมีความสุขสามารถที่จะดำเนินการ จัดการอะไรได้สามารถที่จะไปสร้างรายได้ในมหาวิทยาลัยได้นับ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทก็มีใน มหาวิทยาลัยและได้รับงบเป็นหมื่นล้าน บางแห่งได้ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ เงินรายได้เป็นหมื่นล้าน อันนี้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยกลุ่มนี้อาจจะมีความสุข แต่ก็ยังมี หลายคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมนะครับ ท่านประธานครับอันนี้ก็อยากจะฝากเป็นนโยบาย แล้วก็มีสิ่งหนึ่งที่มีการเรียกร้องและติดตามมาก่อนที่มีการปฏิวัติรัฐประหาร ๒ ครั้ง มีมหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่คือมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชมงคล สถาบันปทุมวัน หรือมหาวิทยาลัยนครพนมของท่านประธาน มหาวิทยาลัยนราธิวาสอะไรพวกนี้เรียกว่าเป็น มหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่ เราเคยจะทำเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ที่จะพัฒนาเพิ่มยกระดับ เพิ่มศักยภาพให้กับพวกเขานับหมื่นล้านที่ทำกัน แต่ว่าพอปฏิวัติทุกที ๒ ครั้งโครงการนี้ ก็หายไป จนถึงวันนี้มหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่จะอายุถึง ๒๐ ปีแล้วแต่ก็ยังไม่มีมาในทิศทางจะ พลิกโฉมอย่างนั้นอย่างนี้มันไม่มีทางเป็นไปได้ครับท่านไปดูงบประมาณหลัก ๑๐๐ ล้านบาท ๒๐๐ ๓๐๐ ล้านบาท จะไปพลิกโฉมอย่างไรในมหาวิทยาลัยกลุ่มนี้ผมเลยเสนอว่าให้ตั้งงบประมาณ ที่เป็นเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ในการยกระดับศักยภาพของมหาวิทยาลัยเหล่านี้ ซึ่งเราเคยทำในยอดงบประมาณหมื่นล้าน ขึ้นไปในมหาวิทยาลัย ๔๐-๕๐ แห่ง แห่งใหม่เหล่านี้นะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะ เรียนเรื่องนโยบาย🔗
สรุปได้แล้วครับ🔗
นโยบายงบประมาณ วันนี้ ได้โปรดไปดูด้วยว่ามหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่นี้ได้งบประมาณน้อยลงทุกปี ๆ ในขณะที่ รายได้ก็ลดลง แต่มหาวิทยาลัยที่เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับซึ่งเราบอกว่าเป็นมหาวิทยาลัย กำกับ เพราะฉะนั้นเพื่อลดภาระงบประมาณของรัฐแต่ไม่เคยลดและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ ใช้ภาษีของประชาชนไปลงทุนและไม่ก่อให้เกิดรายได้และเราไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วย เงินรายได้เป็นหลักหมื่น เพราะฉะนั้นอยากถามว่าท่านมีนโยบายอย่างไรกับมหาวิทยาลัย กลุ่มที่ได้รับงบประมาณเพียงร้อยล้านนี้ แต่ว่าเขารับผิดชอบผลิตบัณฑิตด้วยจำนวนที่เท่ากัน แล้วก็มากกว่ามหาวิทยาลัยในกำกับแต่ได้รับงบประมาณน้อยกว่าเป็น ๑๐ เท่าครับ และมีอีก ประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะฝากก็คือเรื่องของการจัดสรรงบประมาณนโยบายซึ่งวันนี้ไปอยู่ ในกองทุนวิจัยนะครับ เรื่องของวิจัยก็ฝากว่ามหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพต่ำ มีคณาจารย์ที่ยัง ไม่ได้รับการพัฒนายังไม่ทรงคุณวุฒิ และการจัดสรรงบประมาณพิจารณาจากคุณภาพของ พรอพโพซอล (Proposal) คุณภาพของโครงการนี้ก็อยากให้มองในมิติของเชิงพื้นที่ให้มากขึ้น แล้วก็ฝากให้ไปดูแลด้วยว่าวันนี้สัดส่วนมันเป็นอย่างไรนะครับ มหาวิทยาลัยในภูมิภาคลองขีด วงดูว่างบประมาณลงในมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเหล่านั้นมันเหลื่อมล้ำกันขนาดไหนครับ ก็โดยสรุปผมชื่นชมในทิศทางนะครับ แต่ว่าถ้าเงินไม่ไปมันพลิกโฉมไม่ได้แน่ ๆ ครับอย่างไร ก็ฝากสภานโยบายได้ทบทวนได้กำหนดแนวนโยบายเหล่านี้เพื่อดูแลให้มหาวิทยาลัยซึ่งเป็น มหาวิทยาลัยของคนรากฐาน เป็นคนที่สอบไม่เก่งครับแต่เขาเก่งนะครับ และเป็นคน กลุ่มใหญ่ที่เสียภาษีมากที่สุดนะครับ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องพวกนี้และเราจะเดินหน้า ไปด้วยกันนะครับ แล้วเล่มนี้จะไม่บางขนาดนี้จะมีผลงานที่มากกว่านี้ครับ ขอบพระคุณ มากครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปจะเป็นรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ท่านสมาชิกเนื่องจากว่ามีท่านสมาชิกเรา สนใจที่จะอภิปรายกันมากหลายท่าน ฉะนั้นขอความกรุณาท่านได้รักษาเวลาด้วยครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตอภิปรายรับทราบผลการดำเนินงาน จากรายงานการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ปี ๒๕๖๔ ของสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพ เนื่องจากเรื่องนี้องค์กรนี้ รายงานชิ้นนี้ตั้งแต่ผมเข้ามาอยู่ในสภาแห่งนี้ก็ ถือว่าเป็นเรื่องใหม่อาจจะใหม่ทั้งประเทศ อาจจะใหม่ในสภาหรืออาจจะใหม่ของผู้คนที่จะทำ ความเข้าใจว่าวันนี้ทิศทางของชาวมหาวิทยาลัย ชาวอุดมศึกษา ทิศทางของวิทยาศาสตร์การ วิจัยและนวัตกรรมที่เราใฝ่หาว่าเราจะไปกันทางไหน วันนี้เริ่มต้นที่จะมีกรอบของมัน มีกรอบภายใต้สภานโยบายแห่งนี้ แม้ว่าวันนี้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่อภิปรายก่อนหน้าผม ว่าบางไป ใช่ ผมเห็นด้วยว่าบางไป แต่บางไปในต่อไปอาจจะหนาขึ้นเป็น ๒ เท่า ๓ เท่า ซึ่งจะชี้ให้เห็นว่าสภานโยบายสามารถที่จะออกทิศทางของนโยบายวิเคราะห์ตัวนโยบายและ ผลผลิตทางนโยบายที่จะมานำเสนอในสภาได้มากยิ่งขึ้น ท่านประธานที่เคารพ สิ่งแรกที่ผม จะนำเสนอก็คือว่าโครงสร้างทั้งหมดสภาการนโยบายใหญ่มาก มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรัฐมนตรีจำนวนไม่ต่ำกว่า ๑๐ ท่านผู้ทรงคุณวุฒิเปรียบเสมือนคนชั้นนำของประเทศ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้มีความรู้มีทั้งอำนาจมีออทอริตี (Authority) ที่จะกำหนดทิศทางเพื่อที่จะทำ นโยบายและยุทธศาสตร์แผนการอุดมศึกษา การวิจัย การผลิตกำลังคน แต่พอดูโครงสร้าง ของสภามันสูงเกินไปที่คนระดับธรรมดาที่จะเข้าถึง นั่นผมตั้งข้อสังเกตไว้ประการที่ ๑ ทำอย่างไรที่จะให้มีตัวแทนซึ่งมาจากคนธรรมดาเพิ่มเข้ามาในสัดส่วนที่มีบ้าง ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อจะทำให้เห็นว่าเรากำลังพูดถึงมหาวิทยาลัยแต่ให้คนในมหาวิทยาลัยมาเป็นส่วนหนึ่ง ของสภานโยบาย อุปมาเหมือนถ้าเราพูดเรื่องการทำนาก็น่าจะมีตัวแทนจากชาวนามาพูด เรื่องการทำนา เพราะคนในสภาชาวนาอันนั้นไม่เคยเหยียบแม้กระทั่งคันนา หรือไม่รู้จัก แม้กระทั่งปูนาหรือว่ากุ้งอยู่ในนา สมมุตินั่นประการที่ ๑ เพราะฉะนั้นตัวสภานโยบายในอนาคต ก็จะต้องปรับ เมื่อมันปรับตรงนี้เสร็จมันจะได้เพิ่มบทบาทอำนาจหน้าที่ของนโยบาย🔗
เรื่องต่อมาผมคิดว่าตัวกรอบรายงานที่นำเสนอผมก็สนใจ เห็นแล้วทำให้ เห็นถึงอนาคตที่เราจะใช้ชาวอุดมศึกษาใช้งานวิจัยและวิทยาศาสตร์หรือนวัตกรรมขับเคลื่อน ประเทศ เห็นหลายอย่างเห็นถึงความสามารถของอุดมศึกษาของกระทรวงนี้ เห็นว่าเขาจะพูด ถึงเกษตรกรอัจฉริยะ เขาจะพูดถึงเรื่องอาหาร เรื่องอาหารตัวมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทำภายใต้ การวิจัยมหาวิทยาลัยนี้ มหาวิทยาลัยที่ภาคเหนือน่าจะรวมกลุ่มกันทำอะไร เพื่อวิจัย ทั้งผลิตคนและวิจัย มหาวิทยาลัยที่ภาคใต้บ้านผมรวมกลุ่มกันวลัยลักษณ์ สงขลา ทักษิณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ราชภัฏเขาน่าจะทำอะไร เรื่องอาหาร เรื่องเกษตรอาหาร พวกเหล่านี้เห็นทิศทางที่น่าสนใจ เห็นถึงเครื่องมือแพทย์เห็นเทคโนโลยีทั้งหมดเห็นอะไร มากมาย แต่ว่าที่ผมเห็นน้อยในการผลิตกำลังคนความสามารถในหัวข้อ ๑.๑๕ หน้า ๑๙ ด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์เล็กนิดเดียว ด้านนี้ถูกอุทิศหรือถูกให้ ความสำคัญน้อยไป ทั้ง ๆ ที่สังคมของคนไทยสังคมของเรามีความคิดความเชื่อ ความแตกต่าง ความขัดแย้งทางความคิดความเชื่อเยอะมาก ในรายงานฉบับนี้ไม่ได้เอาโจทย์สิ่งนั้นขึ้นมาเป็น โจทย์เลย โจทย์ว่าด้วยความคิด ว่าด้วยความเชื่อ ว่าด้วยอุดมการณ์ถูกเบียดบังไว้ด้วยวิทยาศาสตร์ ทั้งหมด ๔-๕ หน้ามีข้อที่ ๑.๑ จนถึง ๑.๑๔ แต่ ๑.๑๕ คือสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ อันนี้ว่าด้วยความคิดความเชื่อ ซึ่งความคิดความเชื่อเหล่านี้ จะเป็นตัวสายใยสัมพันธ์ในการสร้างความอยู่ร่วมกัน ผมคิดว่าตรงนี้อ่อนไป ตั้งข้อสังเกตให้ สภานโยบายว่าต่อไปท่านจะต้องไปปรับสิ่งเหล่านี้ด้วย ส่วนเรื่องที่น่าสนใจผมสนใจว่าในการ ปรับทิศทางของอุดมศึกษาในการพัฒนาประเทศเห็นด้วยอย่างยิ่ง เราเรียกร้องในสภาแห่งนี้ ผมก็เคยอภิปรายบอกว่านอนดีกรี (Non Degree) ก็คือการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน แบบไม่ได้รับปริญญาจะต้องเพิ่มมากขึ้น ภาษาสวย ๆ อยู่ในเอกสารฉบับนี้มันควรจะ ถูกแปลงหรือถูกอิมพลิเมนเทชัน (Implementation) ในมหาวิทยาลัย มันจะถูกแปลงไปสู่ การปฏิบัติที่มหาวิทยาลัยในภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคใต้ หรือมหาวิทยาลัยทั้ง ๑๐๐ ๒๐๐ แปลงกันอย่างไร แล้วหลักสูตรตรงนี้ที่ว่านี้ตัวเนื้อหาของหลักสูตรมันเดินไปตามศักยภาพของ มหาวิทยาลัยที่มีความแตกต่างหลากหลายตามวัฒนธรรม แต่จะทำให้เกิดและรวดเร็วในการ เพิ่มกำลังคนเพื่อเข้าไปเรียน เข้าไปศึกษาในนอนดีกรี (Non Degree) อย่างไร ตรงนี้ผมคิดว่า เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเอาเข้ามา ปัจจุบันนี้มี ๖๗๗ หลักสูตร นอนดีกรี (Non Degree) สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย สอดคล้องกับซอฟต์สกิล (Soft Skill) ทำอะไรทั้งหมด สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าวันนี้ตรงนี้มีอนาคตแต่จะต้องเพิ่มรายละเอียดเข้ามามากขึ้นนะครับ🔗
อีกประการหนึ่ง ผมคิดว่าเวลาพูดถึงการเรียนการสอนยุคใหม่แบบนิวนอร์มอล (New Normal) เนื่องจากประสบการณ์เรา ๒ ปี ผมเคยสอนในมหาวิทยาลัยแต่ตอนนั้นไม่ใช่ นิวนอร์มอล (New Normal) ไม่ใช่ก่อนโควิด (COVID) แต่หลังโควิด (COVID) ท่านประธาน ที่เคารพครับ ควรจะเอา ๒ ปีที่สอนแบบนิวนอร์มัล (New Normal) สอนแบบทางไกลหรือ สอนแบบออนไลน์ (Online) มาผสมผสานกับออนไซต์ (Onsite) เป็นไฮบริด (Hybrid) ในมหาวิทยาลัยทำอย่างไรเพื่อจะให้นักศึกษาหรือผู้เรียนเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตที่บ้าน เป็นส่วนหนึ่งในการใช้แรงงานในการทำงานเพื่อประกอบรายได้ของเขาตรงนี้ก็ต้องขบคิด แต่อย่างไรก็ตามนี่คือทิศทางที่สถาบันอุดมศึกษาภายใต้สภานโยบายแห่งนี้ได้คิดกัน ซึ่งผมคิด ว่ามีหลักเกณฑ์ มีทิศทางดีกว่าก่อนหน้านี้ที่มหาวิทยาลัยอิสระภายใต้ พ.ร.บ. ของ มหาวิทยาลัยแล้วต่างคนต่างไป วันนี้มีตรงนี้เป็นเหมือนกับกรอบแม่บทที่จะทำให้ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เดินแล้วก็ควรจะทำความเข้าใจสุดท้ายกับประชาคมมหาวิทยาลัยครับ ประชาคมมหาวิทยาลัยอิสระต่อต้านได้ แต่การที่จะแปลงนโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไปสู่ความรับรู้ ความเข้าใจของประชาคมมหาวิทยาลัย หรือชาวมหาวิทยาลัยนั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญนำไปสู่การแก้ปัญหาธรรมาภิบาลซึ่งมีอยู่มากมาย ในมหาวิทยาลัยครับ ผมจึงชื่นชมแล้วก็ฝากความหวังกับการพัฒนาคน พัฒนาประเทศ ผ่านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งรอคอยอยู่นะครับ ขอบคุณมากครับ ท่าน ประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ตามด้วยศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพคะ ๔ ท่านที่ผ่านมาอาจารย์มหาวิทยาลัยและดอกเตอร์ทั้งนั้น ต่อมาดิฉันคั่นด้วย ครูบ้านนอกบ้าง ครูบ้านนอกจะมาพูดถึงเรื่องการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรมแห่งชาติ ท่านประธานคะ หน้า ๑๗ ๑.๑๐ ระบบนิเวศนวัตกรรม ดิฉันเอา ความจริงของพื้นที่มาอภิปรายในสภาแห่งนี้ เรียนท่านประธานผ่านผู้มาชี้แจงว่าดิฉันเจอ อะไรมาบ้าง ดิฉันไปบ้านคำตานาเมื่อวานนี้เอง ดิฉันเพิ่งปรึกษาหารือไป ไปบ้านคำตานา เดือนที่แล้วตอนนั้นยังแล้งอยู่ฝนยังไม่ตก แล้งมาก บ้านนี้ไม่มีน้ำเลยลำบากมาก ขาดแคลน น้ำอุปโภคบริโภค เราก็ไปหาแหล่งน้ำว่าจะช่วยกันได้อย่างไร ตลอด ๗ เดือนที่อีสานแล้ง ๗ เดือนจะมีน้ำมาจากไหน แล้วดิฉันก็บอกว่าคำว่าบ้านคำตานา ตำบลพันนา อำเภอสว่าง แดนดิน จังหวัดสกลนคร คำว่า คำ นี้ก็คือน้ำที่มากกว่าบ้านอื่น กว่าบ้านโคก บ้านโนน ตามหมู่บ้านเลย ท่านประธานชาวนาคนหนึ่งบอกดิฉันว่าครูบ้านเราห่างไปไม่กี่กิโลเมตรมีต้นยาง ๔,๐๐๐ กว่าไร่ ผมว่าต้นยางมันดูดน้ำไปทั้งหมด ดิฉันก็เลยมาเรียนในสภาผู้แทนราษฎรว่า ท่านประธานคะ ว่าที่นั่งอยู่บนบัลลังก์เคียงท่านประธานควรทำวิจัยเรื่องนี้ว่ามันจริงหรือไม่ เพราะว่าอีสาน ปลูกยางพาราเยอะแยะมากมาย เฉพาะรอบหมู่บ้านคำตานา ตำบลพันนา อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ๔,๐๐๐ กว่าไร่แล้ว แล้วทีนี้ในหมู่บ้านละแวกใกล้เคียงก็ไม่มีน้ำอุปโภค บริโภค สูบด้วยประปาอย่างไรก็ไม่ขึ้น แต่ก่อนนี้เต็มไปหมดเลยค่ะ ขุดไปแค่เมตร ๒ เมตร น้ำจะมีมากมายมหาศาล เห็นไหมคะว่านี่คือระบบนิเวศที่อยู่ในหัวข้อของท่านนี้ดิฉันดีใจ มากเลย เขาไม่ต้องใส่สูทผูกเน็กไท (Necktie) ไม่ต้องเรียนจบอะไรเลยจากการสังเกตการณ์ ดิฉันเลยให้คุณลุงมงคล ภูมิเขต ตราไว้ในสภาผู้แทนราษฎรว่าไม่ต้องใส่สูทเน็กไท (Necktie) ในห้องสูท เป็นแค่อูฐกะหลาป๋าชาวนาเอย ยังรู้ว่าน้ำใต้ดินจะสิ้นเคย จึงเอื้อนเอ่ยเป็นห่วงหา หน้านิยม ยางพาราดูดน้ำยางทุกอย่างหมด น้ำทุกหยดโขมดลงดงผสม จึงร้องขอ สอวช. ขจัด ข้อปม เพื่อต่อลมหายใจให้ชาวนา นั่นคือเรื่องของที่ท่านจะต้องทำวิจัยว่ามันจริงหรือไม่ ไม่อย่างนั้นพวกเราจะขาดแคลนน้ำไปอีกนานแสนนานเลยนะคะ ต่อไปหน้า ๒๐ ค่ะ ท่านบอกว่าลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษา มาตรการที่สำคัญ ในการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาคือกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กยศ. และกองทุนให้กู้ยืม กรอ. แล้วท่านก็บอกว่ามี ๔ กลุ่มเป้าหมายในมหาวิทยาลัย นักเรียนหรือนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ข้อ ๒ นักเรียนหรือนักศึกษาที่ศึกษาในสาขาวิชา ที่เป็นความต้องการหลักและจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ข้อ ๓ นักเรียนหรือนักศึกษา ที่ศึกษาในวิชาขาดแคลน และ ข้อ ๔ นักเรียนหรือนักศึกษาที่เรียนดีเพื่อความเป็นเลิศ ท่านประธานผ่านไปถึงผู้มาชี้แจงค่ะ ดิฉันอยู่ในร่าง พ.ร.บ. กยศ. ฉบับใหม่ล่าสุดนี้ยังไม่จบค่ะ ท่านจะต้องรณรงค์ให้คนเรียนหนังสือมากที่สุด ดิฉันได้รับการไปบรรยายที่ไหนดิฉันบอกกับ นักเรียนนักศึกษาว่าคำคมจะร้อยแปดพันเก้าอย่างไรก็ไม่ต้องไปเชื่อ ไม่ต้องเรียนหนังสือ คนนั้นคนนี้ระดับโลก มหาเศรษฐีระดับโลกเขาก็มีคนเดียวเท่านั้นล่ะค่ะ ทุกคนจะต้องเรียน หนังสือ นี่คือการพัฒนาศักยภาพของความเป็นมนุษย์ แล้วเดี๋ยวนี้ในกรรมาธิการลดดอกเบี้ย เงิน กยศ. เหลือสลึงเดียว สลึงเดียวเท่านั้น นี่คือความชอบธรรมและลดความเหลื่อมล้ำได้จริง ๆ ท่านจะต้องรณรงค์ ๔ ข้อนี้ยังไม่พอค่ะ ในข้อที่ขาดแคลนถ้ากู้ไปล้านหนึ่ง กยศ. ให้คืนแค่ ๕๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น ต้องเขียนลงไปในรายละเอียดตรงนี้เพื่อที่การศึกษาของ อุดมศึกษาจะได้มีคนเรียนมากขึ้น แล้วท่านก็ทำวิจัยสิคะว่าทำไมนักศึกษาถึงตกงานมหาศาล ๓ ปีโควิด (COVID) ๒ ปีโควิด (COVID) รวมปีนี้ด้วยครึ่ง ๆ กลาง ๆ ของโควิด (COVID) ฝีดาษลิงจะมาอีกแล้วมันจะตกงานซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ รายงานรัฐบาลไปเลยค่ะ เอาความจริง มาพูดกัน ไม่ใช่มีแต่คำพูดที่สวยหรูเท่านั้น เด็กจะต้องได้เรียนหนังสือ เมื่อเขาเกิดมาในผืน แผ่นดินไทย มีเลข ๑๓ หลัก ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไม่ควรจะมีเลยนี่คือการศึกษา แล้วยังมี พ.ร.บ. ฉบับใหม่อีก การศึกษาตลอดชีวิต มันจะต้องให้ได้เรียนหนังสือ กยศ. นี่สำคัญมาก ดอกเบี้ยลดลงแล้ว ไม่มีเบี้ยปรับ ไม่มีคนค้ำประกัน นี่คือสิ่งที่ลดความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษาได้จริง ๆ ค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ตามด้วย นางสาวสกุณา สาระนันท์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมขอร่วมอภิปราย รายงานการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศปี ๒๕๖๔ การฟื้นตัวจากโควิด-๑๙ (COVID-19) สู่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคม ก่อนอื่นต้อง ขอขอบคุณสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติที่ได้ให้ รายละเอียดทำรายงานให้ทราบ ซึ่งมีหลายเรื่องผมคิดว่าเราได้ประโยชน์จากการสภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติที่ได้ชี้แจงเรื่องการเพิ่มขีดความสามารถ และการลงทุนเพื่อพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งปรากฏอยู่ในเล่ม ด้วยเวลา อันสั้น ผมขออภิปรายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติสัก ๕ ประการดังนี้🔗
ในประการที่ ๑ ผมเข้าใจว่าในบทที่ ๓ บทที่ ๔ ต่อเนื่องกันได้พูดเรื่อง การจัดการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยแบบนอนดีกรี (Non Degree) ซึ่งปรากฏเป็น หลักสูตรที่ไม่เป็นหลักสูตร ไม่ให้ปริญญา ไม่จำเป็นต้องมีปริญญา เช่น หลักสูตรเรื่องของ ผู้สูงอายุ หลักสูตรออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ หลักสูตรที่ไปเพิ่มทักษะแรงงานอันนี้ก็ดีนะครับ แต่ว่าอยากให้เป็นนโยบาย เพราะมหาวิทยาลัยขณะนี้เราทำหลักสูตรในระบบปริญญา แต่หลักสูตรนี้ควรขยายกว้างไปสู่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ให้ชัดเจนนะครับ นี่คือประเด็นที่ ๑ ที่อยากให้สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติกำหนด ลงไปเพื่อเป็นกรอบให้มหาวิทยาลัยได้ปฏิบัติ ซึ่งผมคิดว่าเป็นประโยชน์🔗
ในประเด็นที่ ๒ การผลิตบัณฑิตที่เกี่ยวข้องกับสมรรถนะ หมายความว่าในแง่ ของมหาวิทยาลัยที่จะไปร่วมมือกับผู้ประกอบการหรือเป็นสหกิจศึกษา บูรณาการทำงาน อันนี้เห็นด้วย แล้วก็มีผลที่เป็นตัวเลขในรายงานชัดเจน แต่ผมอยากรู้ว่าที่ทำไปแล้ว หลักสูตร แบบนี้มีเท่าไร ก็อยากถามนะครับ ในประการที่ ๒🔗
ประการที่ ๓ มันมีในเรื่องของราชภัฏ มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น อันนี้ก็เป็นไปตาม พ.ร.บ. ราชภัฏ แต่ผมอยากให้สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติได้กำกับมหาวิทยาลัยราชภัฏในแง่ของการทำอย่างไรให้ไปสู่ เป้าหมาย ตอบโจทย์มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างแท้จริง อันนี้อาจจะต้องผ่าน สภามหาวิทยาลัยที่จะต้องไปประเมินและกำหนด อาจจะต้องมีโซเชียลแล็บ (Social Lab) ที่ชัดเจนเพื่อประโยชน์ในการศึกษา ติดตามหรืออาจจะทำงานวิจัยในแง่ของการส่งเสริม ชุมชนเข้มแข็ง ส่งเสริมให้ชุมชนสร้างสมรรถนะของตัวเองในแง่ของการดำรงชีวิตของ ประชาชนคนในท้องถิ่น ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพื่อทำให้วิถีชีวิตของชาวบ้านกับ มหาวิทยาลัยเป็นเนื้อเดียวกันในการใช้ประโยชน์จากมหาวิทยาลัยนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๔ โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล ผมคิดว่ายังมียังมีปัญหาอยู่ แม้ว่าจะบอกเป้าหมาย ๓,๐๐๐ ตำบลในการจ้างงานผู้จบปริญญาตรี แต่ผมคิดว่าตรงจุดนี้ มันมีปัญหาตรงที่ว่าไปจ้างงานในชุมชนส่วนใหญ่จะให้ลงไปอยู่กับท้องถิ่น ไปอยู่กับ อบต. แล้วไปเก็บข้อมูลใน ๑ ปีในการจ้าง ผมคิดว่าอันนี้มันเป็นปัญหาตรงที่ว่าเด็กที่จบปริญญาตรี ไปทำงานเมื่อครบปีก็หลุด อาจจะบางคนจ้างต่อ บางคนไม่ได้จ้าง อันนี้ก็นำไปสู่ความไม่ยั่งยืน แต่ประเด็นก็คือว่าทำอย่างไรให้การจ้างงานเกิดความยั่งยืนขึ้นมาได้ อยากถามเหมือนกันว่า จะทำอย่างไรกับนักศึกษาที่ว่างงานหลังจากได้ไปทำงานในตำบลแล้ว อยากมีคำตอบตรงจุดนี้ ด้วยนะครับ🔗
ในประเด็นสุดท้ายก็คือ ในระบบประเมินทั้งหมดที่ท่านวางไว้ในบทที่ ๓ กับบทที่ ๔ ผมคิดว่าในบทที่ ๕ พูดถึงระบบประเมินมหาวิทยาลัย ผมคิดว่าตรงจุดนี้เป็นเรื่อง สำคัญ ก็อยากให้มีระบบการติดตามประเมินตามนโยบายที่สภานโยบายกำหนดไว้ด้วย อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ผมอยากจะถามว่ามีมาตรการอย่างไรจะไปกำกับให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ หรือประเด็นที่ท่านได้วางเป้าหมายไว้🔗
สุดท้ายจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าในระบบบทสุดท้ายที่ท่านเขียน เรื่องอนาคตของมหาวิทยาลัย ผมเห็นด้วยที่จะต้องวางกรอบไว้ แต่ประเด็นหนึ่งที่ผมอยาก เสนอก็คือว่าในมหาวิทยาลัยขณะนี้เราจะเห็นว่ามีอาจารย์ พนักงานอยู่สัก ๓ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ คือมหาวิทยาลัยอาจจะเปลี่ยนโฉมไปเป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบ แต่ ๓ กลุ่มคือกลุ่ม ข้าราชการ อาจารย์ข้าราชการ อาจารย์พนักงานเงินแผ่นดิน และอาจารย์อัตราจ้างตาม หน่วยงาน ผมอยากให้สภานโยบายได้ติดตามเรื่องความเท่าเทียมกัน กฎเกณฑ์ในลักษณะ ทั้งเงินเดือน ทั้งกฎเกณฑ์ในการประเมิน แล้วก็ในเรื่องของการจัดสวัสดิการ เพราะมีการ ร้องเรียนว่าหลายมหาวิทยาลัยพนักงานที่มีความแตกต่างกัน ๓ ประเภทที่ผมกล่าวถึงยังมี ความเหลื่อมล้ำ ยังไม่มีความเท่าเทียม ผมคิดว่าสภานโยบายต้องเข้าไปดูแลกลุ่มคนเหล่านี้ เพื่อก่อให้เกิดความเป็นธรรมและความเท่าเทียม อยากจะทราบเหมือนกันว่าทางสภานโยบาย มีนโยบายตรงนี้อย่างไรบ้าง ก็อยากจะเป็นคำถามในส่วนที่ ๓ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ก่อนที่ท่านสมาชิกท่านต่อไปจะอภิปรายคือท่านสกุณา ท่านจุลพันธ์มีเรื่องหารือเรื่องเวลา เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้านครับ ได้มี การหารือกับทางวิป (Whip) รัฐบาล แล้วก็ต้องมาเรียนต่อท่านประธานอย่างนี้ครับ วันนี้ เราก็เดินหน้างานโดยเฉพาะในเรื่องรับทราบไปได้เยอะก็เป็นผลงานของสภาผู้แทนราษฎรเรา ขณะนี้ในเรื่องของรายงานที่กำลังพิจารณากันอยู่ในเหลือผู้เตรียมอภิปรายอีกราว ๕ ท่าน ก็จะจบในรายงานฉบับนี้และจะต่อรายงานฉบับต่อไปในเรื่องของที่ดินครับ เป็นรายงาน ผลการดำเนินการของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ มีผู้เตรียมอภิปรายอยู่ราว ๑๐ ท่าน แต่รายงานฉบับต่อไปเป็นเรื่องของการปฏิรูปประเทศมีผู้ประสงค์จะอภิปราย อีกเป็น ๑๐ ท่านเช่นเดียวกัน ซึ่งดูเวลาแล้วน่าจะไม่จบในเรื่องของการปฏิรูปที่ดิน เพื่อไม่ให้ ฝ่ายราชการส่วนสภาพัฒน์ที่เขามารออยู่ แล้วก็เพื่อนสมาชิกที่เตรียมการอภิปราย ก็อยากจะ เรียนปรึกษาหารือท่านประธานว่าถ้าเราเดินการประชุมจบเรื่องนี้แล้วต่อด้วยเรื่องที่ดิน ก็สิ้นสุดการอภิปรายในวันนี้น่าจะเวลาประมาณทุ่มเศษ ๆ น่าจะเหมาะสมครับ ก็เรียน ท่านประธานครับ🔗
สรุปว่าเสร็จ เรื่องที่ดิน🔗
ส่วนเรื่องการปฏิรูปต้องกราบขออภัย ท่านประธานและกราบขออภัยทางสภาพัฒน์ที่มาเตรียมรอก็ขอเป็นสัปดาห์ถัดไปครับ🔗
ก็ถ้าวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายหารือกันเห็นสมควรอย่างนั้นผมก็ไม่ขัดข้องครับ🔗
ขอบพระคุณครับ🔗
ความจริง ก็ตั้งใจจะเอาให้จบทั้ง ๓ วาระนี้นะครับ แต่ว่าถ้าวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายเห็นสมควร เพราะพรุ่งนี้ เราก็ต้องประชุมกันเวลา ๙.๓๐ นาฬิกา🔗
ท่านประธานครับขออนุญาต พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน🔗
ท่านพิเชษฐ์🔗
ท่านประธานก็ถ้าจะให้ยาว ๆ ก็ให้มานั่งประชุมเยอะ ๆ นี่ผมเฝ้าอยู่นะ ผมเฝ้าสภา🔗
ท่านก็ไปบอก เพื่อนข้างนอก ต่อไปเชิญท่านสกุณา สาระนันท์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะดิฉัน จะขอร่วมอภิปรายรายงานการพัฒนาสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรมแห่งชาติ ปี ๒๕๖๔ ในแง่มุมของการฟื้นตัวจากวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) สู่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคม ท่านประธานคะด้วยสถานการณ์ปัจจุบันประเทศไทย ของเราก็เผชิญกับปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรามีปัญหาในเรื่องความเหลื่อมล้ำ ซึ่งดิฉันมีความเห็นว่าปัญหานี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงนะคะกับสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เนื่องจากว่าทุกวันนี้ประชาชนมีความยากลำบาก ในเรื่องของความสามารถในการแข่งขัน เราก็ทราบกันดีว่าวันนี้การแข่งขันมันต้องอาศัย เทคโนโลยีนวัตกรรมมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งนะคะ และประกอบด้วย ณ ปัจจุบันนี้ องค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีชีวภาพมีความก้าวหน้า ซึ่งปัจจัยนี้ส่งผลให้ ผู้ประกอบการหรือว่าภาคธุรกิจที่มีทุนรอนค่อนข้างมากก็จะมีความสามารถในการแข่งขันสูง แต่ในทางตรงกันข้ามประชาชนโดยเฉพาะคนฐานรากก็จะไม่สามารถเข้าถึงโอกาสของ เทคโนโลยีทำให้โอกาสแข่งขันก็น้อยลงนะคะ แล้วก็ดิฉันเห็นว่าจุดนี้ที่สภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขแล้วก็เปิดโอกาส ให้กับประชาชนที่อยู่ข้างล่างและจะส่งผลต่อให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของประเทศเรานี้ลดลง เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาดิฉันมองเห็นว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็น รูปธรรมนี่ยังน้อยเกินไป จริง ๆ แล้วดิฉันก็ดีใจนะคะที่เห็นรายงานฉบับนี้มันสะท้อนว่า สภานโยบายนี้ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาความเหลื่อมล้ำ แต่ประเด็นของดิฉันก็คือว่า การลงไปปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาที่เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ให้กับเกษตรกร ให้กับผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยยังไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมค่ะ ดิฉันจะขอยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนนะคะ อย่างเช่นวันนี้เรามีปัญหา ในเรื่องของโควิด (COVID) แล้วเราก็ทราบกันค่ะดีเขาว่าตัวฟ้าทะลายโจรมันมีฤทธิ์ มีสรรพคุณในการที่จะยับยั้งป้องกันการแพร่กระจายของโควิด (COVID) ได้ แต่วันนี้เอง เรารับประโยชน์จากเรื่องนี้น้อยเกินไป เกษตรกรเราพื้นที่ของเรามีความเหมาะสมในการที่จะ ปลูกฟ้าทะลายโจร แต่เกษตรกรเราขาดงานวิจัยที่จะสนับสนุน วันนี้กลไกการป้องกันโควิด (COVID) ระหว่างแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ซึ่งอยู่ในฟ้าทะลายโจร กับฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ซึ่งเรานำเข้าจากต่างประเทศ เรามีงานวิจัยที่บอกว่ากลไก จริง ๆ แล้วมันมีความคล้ายคลึงกันมากนั่นก็คือว่าสารสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) หรือกับฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) มันเข้าไปบล็อก (Block) เข้าไปจับ กับเอนไซม์ (Enzyme) ที่จะไปสร้างโปรตีนซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของไวรัสโคโรนา (Virus Corona ) แต่เราไม่มีงานวิจัยที่จะต่อยอดนะคะ มันทำให้การใช้ฟ้าทะลายโจรของเรา ถูกจำกัดอยู่ภายในประเทศ นอกจากนี้การปลูกฟ้าทะลายโจรเราไม่ได้ปลูกเพื่อให้ได้ ฟ้าทะลายโจรเป็นยิลด์ (Yield) หรือว่าเป็นน้ำหนักแต่เราต้องการปลูกแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ดังนั้นมันมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีความแม่นยำใน องค์ความรู้ว่าเราจะปลูกอย่างไร เราจะเก็บเกี่ยวเมื่อไร เราจะทำแห้งอย่างไร ดิฉันยกตัวอย่าง อย่างเช่น ฟ้าทะลายโจรทั่วไปมีแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) อยู่ ๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าปลูกถูกวิธี เก็บถูกวิธี เราจะสามารถเพิ่มปริมาณได้ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์อย่างนี้เป็นต้น จริง ๆ แล้วงานวิจัยลักษณะนี้มันจะสามารถที่จะซัปพอร์ต (Support) ให้เกษตรกรสร้าง รายได้สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก แต่วันนี้เรากลับพบว่างานวิจัยมันยังไม่ลงไปถึง ประชาชนจนกระทั่งสร้างรายได้ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำเขาเรียกว่าอย่างชัดเจนนะคะ🔗
อีกอันหนึ่งดิฉันอยากจะขอยกตัวอย่างเพราะเป็นงานในพื้นที่ นั่นก็คือการทำ ผ้าย้อมคราม การทำผ้าย้อมครามจริง ๆ เป็นงานหัตถกรรมที่เกิดในชุมชนอาศัยภูมิปัญญา แต่แท้ที่จริงแล้วมันเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับความเป็นวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมอย่างยิ่ง การปลูกคราม ๓ เดือนถ้าเราเก็บผิดเวลาเราก็จะไม่ได้เนื้อครามเลย เนื่องจากว่าเราต้องการ สารสีน้ำเงินจากพืชที่มีสีเขียว ครามนี่เกิดจากสารอินดิแคน (Indican) แตกตัวเป็นอินด็อกซิล กรุ๊ป (Indoxyl Group) แล้วก็เป็นกลูโคส แล้วก็เกิดปฏิกิริยากับออกซิเจนได้สารสีน้ำเงิน ทั้งหมดนี้มันเป็นวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้นนะคะ แต่ชาวบ้านวันนี้อาศัยการบอกเล่าเรื่องภูมิปัญญา แล้วก็เก็บเกี่ยวได้บ้าง ทิ้งบ้าง เก็บเกี่ยวได้บ้างอย่างนี้นะคะ ดังนั้นแค่เทคโนโลยีในการ เก็บเกี่ยวนี้ก็จะสร้างประโยชน์มหาศาลให้กับเกษตรกร เกษตรกรที่ทำข้าวเม่าเกษตรกร ต้องการข้าวเม่าที่มีคุณภาพมาตรฐานจะต้องรู้ว่าข้าวมันมีเปอร์เซ็นต์แป้งอยู่เท่าไรถึงจะ เหมาะสมต่อการเก็บเกี่ยว อย่างนี้เป็นต้น ที่ดิฉันยกตัวอย่างมาอยากให้พวกเราได้เห็นว่า องค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มันจะสามารถขยับยกระดับสิ่งที่ชาวบ้านทำอยู่และสร้าง รายได้เกิดได้จริงค่ะ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ดิฉันจะขออนุญาตเสนอแนะใน ๓ ประเด็นนะคะ🔗
ประเด็นแรก ก็อยากจะให้สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรมแห่งชาติ มีนโยบายที่ชัดเจนค่ะว่าเราต้องมีไมนด์เซต (Mindset) ว่าวันนี้ ความเหลื่อมล้ำมันเป็นปัญหาที่หนักหนา เราเดินมาจนสุดทางแล้วจริง ๆ จำเป็นต้องได้รับ การแก้ไข เมื่อท่านมีไมนด์เซต (Mindset) แบบนี้ ท่านจะสามารถวางกรอบนโยบายที่ชัดเจน ว่างบประมาณการวิจัยนี้จะพุ่งตรงลงไปที่เศรษฐกิจฐานรากได้อย่างชัดเจนขึ้นนะคะ🔗
อันที่สองก็คือเมื่อนโยบายชัดเจนแล้ว ระบบจะต้องเอื้อต่อการที่จะทำให้ นโยบายนั้นปฏิบัติได้ งบประมาณจะต้องกระจายลงไปสู่มหาวิทยาลัยในภูมิภาคเพราะว่า เขาเป็นหน่วยงานที่อยู่ใกล้ชิดกับปัญหาของประชาชน และการส่งงานวิจัยลงไปมันจะต้องลง ไปพาทำค่ะ แค่เป็นนโยบายแค่เป็นทฤษฎีมันยังปฏิบัติไม่ได้ ดังนั้นดิฉันจึงมองว่าทางสภา นโยบายควรจะไปกำกับให้การส่งงบประมาณลงไปในหน่วยงานต่าง ๆ ให้เป็นไปอย่าง เป็นธรรม วันนี้ดิฉันได้รับการร้องเรียนมาอย่างหนาหูนะคะว่าการกระจายงบวิจัยในส่วน ภูมิภาคมันไม่ค่อยได้รับโอกาส ถ้าใครอยากจะได้รับเงินวิจัยก็ต้องมาห้อยกับสถาบันที่มี ชื่อเสียงนะคะ🔗
อันที่ ๓ อันสุดท้ายก็คือการปฏิบัติ ทำอย่างไรนโยบายนี้จะลงถึงประชาชนได้ จริง ๆ เนื่องจากเวลาจำกัดดิฉันก็ขอฝากนะคะ อย่างไรแล้วอยากจะให้สภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ มองเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับ ประชาชนและทำในสิ่งที่ปฏิบัติได้จริง ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ตามด้วยท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอประทานโทษที่มาช้า ดิฉัน ติดประชุมกรรมาธิการอีกคณะหนึ่งแล้วมีปัญหานิดหน่อย ขอประทานโทษท่านประธานค่ะ ท่านคะ เรื่องของนโยบายของสภาการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ดิฉันตั้งใจมาพูดในวันนี้เลยค่ะ ดิฉันมีความมุ่งหวังว่าที่นี่เป็นที่เดียวที่จะสามารถสร้างความ เปลี่ยนแปลงให้กับประเทศชาติได้ สิ่งที่เราพูดในสภาวันนี้ล่ะค่ะ ผู้ใหญ่ที่มาฟังเราในวันนี้ จะเป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลงของวันพรุ่งนี้ ๑๐ ปีข้างหน้าของบ้านเมืองเรา สิ่งที่เกิดขึ้น ความล้าหลังของประเทศไทยที่จะตอบโจทย์ในวันนี้ก็เป็นผลจาก ๑๐ ปีที่ผ่านมาที่เราอาจจะ ผิดทิศผิดทางในการดูแลประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานทางด้านอุดมศึกษา ท่านประธานคะ ดิฉันได้มีโอกาสไปประเทศคาซัคสถานมาค่ะ ประเทศนี้เป็นเอกราชจาก รัสเซียเมื่อปี ๑๙๙๑ ๒๐ กว่าปีเองค่ะ แต่ว่าเหรียญวิจัยโอลิมปิกที่เขาได้ให้ทายว่า แค่ไหน เหรียญที่เขาได้จากเลขฟิสิกส์ เคมี ชีวะทั้งหมดที่ได้มาสูงเรียงกันเท่ากับความสูง ๑๐๐ เมตรค่ะ ถ้าเอามาชั่งรวมกันเท่ากับรถโตโยต้า (Toyota) ๑ คัน คือไม่รู้กี่ตันคือไม่รู้กี่ตันมันแปลว่ามันมีประเทศเล็ก ๆ ในโลกนี้มีความเชี่ยวชาญทางด้าน ฟิสิกส์ เคมี ชีวะเลข และวิทยาศาสตร์ พร้อมที่จะสู้กับเราตลอดเวลา ดิฉันมีความเชื่อเป็น อย่างยิ่งว่าทุกท่านที่นั่งอยู่ข้างบนนั้นมีความพยายามเป็นอย่างยิ่งในการดูแลและทำนโยบาย ต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์สิ่งที่เป็นปัญหาของประเทศชาติในวันนี้ แต่ดิฉันก็มีความเป็นกังวลว่า บางครั้งข้อเสนอของดิฉันเองอาจจะพอที่ทำให้ท่านพัฒนางานได้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปค่ะ งบประมาณของการทำ ๑ วิทยาลัย ๑ ชุมชน ๑ ตำบล เป็นแนวทางที่ดีมากของการที่จะทำ ให้เด็กสามารถเข้าใจปัญหาพื้นที่ของตัวเองได้ ถึงแม้ว่าจะลงไปเก็บข้อมูลต่าง ๆ ก็ทำให้เด็ก ใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น ได้เห็นปัญหาของประชาชนชัดเจนมากขึ้น ดิฉันเชื่อว่าวิธีการนี้ มันดีมาก ๆ และอยากจะให้ท่านทำเรื่องนี้ต่อ ๆ ไปโดยมีการคัดเลือกของเด็กที่โปร่งใสมากขึ้น มีความเป็นจริงมากขึ้นในการจ้างงาน และให้เด็กทุก ๆ คนรู้สึกวินัยในการทำงานมากขึ้น เงินเดือนต้องได้จากการทำงานที่แท้จริง ไม่ใช่เป็นการทำงานเฉพาะโควิด (COVID) แล้วก็ เยียวยากันไป เด็กต้องรู้ว่าทุกชีวิตในโลกนี้คือการแข่งขันและการแข่งขันคนที่เป็นเลิศเท่านั้น ที่จะได้ไปต่อ แต่ในความเป็นเลิศนั้น ๆ ดิฉันเรียนรู้มาว่าเหมือนนกค่ะ ความเป็นเลิศก็คือนก มี ๒ ปีก ปีกซ้าย ปีกขวา ความเป็นเลิศทางวิชาการนั่นคือสิ่งที่เราต้องทำ แต่อย่าลืมว่าความ เป็นเลิศทางคุณธรรมก็ต้องทำเช่นกัน เพราะฉะนั้นความแตกแยกในบ้านเมืองต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้ก็อาจจะเกิดจากการที่เรามองบ้านเมืองผิดเพี้ยนไป มีการวิจัยทางด้านสังคม ที่ผิดเพี้ยนไป หรือท่านประธานคะ ดิฉันอาจจะตั้งคำถามว่าหรือว่าเราเน้นสังคมมากเกินไป แล้วเราลืมวิทยาศาสตร์ ทุกคนถึงคิดแต่เรื่องของอารมณ์มากกว่าตรรกะความจริง ดิฉันถึงดี ใจมากเลยที่ท่านประธานเขียนเรื่องนี้ว่าใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ในการ เปลี่ยนแปลงประชาชน อันนี้เป็นสิ่งสำคัญซึ่งดิฉันขอให้ท่านสนับสนุนเป็นอย่างมาก เรื่องของ มหาวิทยาลัยและองค์ความรู้ ดิฉันขอยืนยันโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคใต้ซึ่งมีปัญหาเรื่องปุ๋ย ปาล์มนี่เป็นพืชที่ใช้ปุ๋ยหนักมาก เรียกได้ว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนคือปุ๋ยไปถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของต้นทุน วันนี้ปุ๋ยเพิ่มขึ้นจากราคา ๘๐๐ บาท เป็น ๒,๐๐๐ บาทต่อกระสอบ คำถามคือทำอย่างไรให้ปุ๋ยนี้ใส่ตรงได้ผลลงที่ประชาชน วิทยาศาสตร์ค่ะ คือคำตอบ สิ่งที่ท่าน ส.ส. สกุณาจากพรรคเพื่อไทย ต่างพรรคแต่คิดเหมือนกันคือคำตอบนี้คือนักวิจัยค่ะ เรามี คำตอบเลยว่าภาคใต้ของดิฉันมีดินเป็นกรดนะคะ ใส่ปุ๋ย ๑๐๐ บาท ได้กินแค่ ๓๐ บาท อีก ๗๐ บาททิ้ง นักวิจัยทำการวิจัยมากันหมดว่าอย่าทำ อย่าใส่แบบนี้ ทำกองทาง ทำโดโลไมต์ (Dolomite) ปรับกรดด่างในดินแล้วค่อยใส่ปุ๋ย ปุ๋ยราคาเท่าเดิมได้ผลผลิตมากขึ้น ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ก็แปลว่าปุ๋ยราคาต้นทุนถูกลง หรือใส่ปุ๋ยน้อยลงในสัดส่วนที่น้อยลงก็คือต้นทุนการ ผลิตน้อยลงทั้งนั้น ทำให้ชาวบ้านมีความสุขเพิ่มขึ้น ดิฉันทำโครงการที่จังหวัดกระบี่ ชื่อกระบี่ โมเดล (Model) ทำเรื่องปาล์มคุณภาพ ผลผลิตจาก ๓ ตันต่อไร่ต่อปีกับการใส่ปุ๋ยที่ถูกต้องทำ ให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นถึง ๔.๕ ตัน เพิ่มขึ้นอีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ทดแทนความเสียหายของราคาปุ๋ย มากมายไปหมด สิ่งต่าง ๆ นี้เป็นสิ่งที่สามารถตอบโจทย์ประชาชนได้ แล้วดิฉันเชื่อว่านักวิจัย ทุก ๆ คนตั้งใจทำสิ่งนี้เพียงแต่ว่าวิธีการวัดประเมินผล วิธีแนวคิดของกรอบใหญ่ ๆ อาจจะทำ ให้นักวิจัยไม่สามารถมีอิสรภาพในการทำงานได้มากเท่าที่ควร การขาดข้อมูล ที่แท้จริงว่าเอ๊ะจังหวัดไหนนะ นาย ก นาย ข ท่านประธาน ดิฉัน หรือ ส.ส. สกุณามีโจทย์ อย่างไร เราควรจะทำกลับหัวกลับหางค่ะ ให้โจทย์วิชาอยู่ที่ประชาชน ประชาชน อบต. นี้ มีปัญหาเรื่องนี้ขอให้นักวิจัยลงมาช่วย อันนี้คือคำตอบที่จะต้องได้เช่นดิฉันมีแมงกะพรุน ท่านประธานคะ ผ่านหน้าบ้านดิฉันจังหวัดกระบี่นี่ มูลค่าปี ๆ หนึ่งหลายร้อยล้านบาทเฉพาะ จังหวัดกระบี่ เร่ร่อนในอันดามันและอ่าวไทย ปีหนึ่งเป็นพัน ๆ ล้าน ดิฉันดูแมงกะพรุนว่านี่ มันเป็นของจากสวรรค์ชัด ๆ ชาวบ้านสามารถตักมากินได้ ตักมาใช้ได้ เป็นมูลค่าอย่างมหาศาล แล้วถ้าสมมุติเราไม่ตักขึ้นมามันจะเกะกะการคมนาคมทางเรือค่ะ เราถึงต้องตักขึ้นมา แล้วคำถามคือแมงกะพรุนจะขายได้ ๓ บาท ๕ บาท ๒๐ บาท มันอยู่ที่เรามอง ถ้าเราสามารถ ขายแมงกะพรุนเป็นแมงกะพรุนคุณภาพต่ำ แช่น้ำเกลือไม่ค่อยดีเราก็ขายได้ ๓ บาท ๕ บาท แต่ถ้าเราสามารถเอานวัตกรรมเปลี่ยนแมงกะพรุนนี้เป็นสารโปรตีนสัตว์ชั้นสูงแทนไข่ขาวหรือ สามารถเก็บได้ดีมากขึ้น แมงกะพรุนของขวัญจากสวรรค์ก็จะเป็นของขวัญจากสรรค์เสมอไป ไม่ได้เป็นความทุกข์ต่าง ๆ ที่ชาวบ้านต้องมองแล้วมันจับต้องไม่ได้ สิ่งนี้ต่าง ๆ คือประเด็นค่ะ🔗
สุดท้ายดิฉันขอให้ท่านประธานผ่านไปถึงท่านนักวิชาการ ดอกเตอร์ทุกคนให้ กำลังใจ ขอให้ทำงานได้ดีที่สุด ตอบโจทย์ประชาชนให้มากที่สุด สมความตั้งใจของพวกเรา นกมี ๒ ปีกเหมือนกัน ภาควิชาการ ภาคปฏิบัติ ภาควิชาการเราเป็นเลิศแล้ว ภาคปฏิบัติต่าง ๆ ที่ประชาชนต้องได้รับความช่วยเหลือจากนักวิชาการ ถ้าอาจารย์ออกมาพาประชาชนทำและ เราจะมีทั้ง ๒ ปีกพาประเทศไทยไปข้างหน้า ขอบคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณหมอจาตุรงค์และท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทยครับ สำหรับวันนี้ผมถือว่าเป็นวันที่สำคัญยิ่งอีกวันหนึ่งของการที่พวกเราได้รับ ทราบรายงานการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ชื่อย่อ อววน. เพื่อรองรับการฟื้นตัวจากวิกฤติโควิด (COVID) แล้วก็สู่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคม ท่านประธานครับ ต้องเรียนว่าขณะนี้เราอยู่ในห้วงของการที่จะเรียกว่าพ้นหรือว่าโควิด (COVID) ที่เราจะให้เปิดประเทศที่ได้ประกาศเป็นโรคประจำถิ่นหรือที่เรียกว่า แพนเดมิก (Pandemic) วันนี้ตัวเลขของผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงเหลือ ๔,๙๒๔ คน ซึ่งถือว่าลดลงมา เรื่อย ๆ ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่เราจะเห็นประเทศไทยเรา ทราบว่าประมาณต้นเดือนมิถุนายน ก็จะให้มีการเปิดผ่อนคลายสถานบันเทิง เปิดกิจการมากขึ้น กลางเดือนมิถุนายนนี้อาจจะเปิด กลางเดือนมิถุนายนซึ่งอาจจะร่นจากเดือนกรกฎาคมมาเป็นเปิดแมสก์ (Mask) ได้ นั่นคือเรา จะกลับมาสู่สภาพที่ถือว่าเหมือนเดิมจากเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ตอนนี้ก็ ๓ ปีเศษ ที่โควิด (COVID) เข้ามาในขณะนั้น ท่านประธานสภาท่านชวน หลีกภัย ก็ได้ให้ ส.ส. เราใน สภาเสนอญัตติ ผมก็เป็นผู้หนึ่งที่เสนอญัตติ วันนั้นประเทศไทยเป็น ๑ ใน ๘ มีคนติดเชื้อ ๑๓ คน วันนี้มี ๒,๒๐๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นต้องเรียนว่างานวิจัยถูกต้องที่จะต้องมี หน่วยงานที่ถือว่าเป็นผู้ซึ่งเรียกว่าสามารถมองรอบด้านได้และมีเครื่องไม้เครื่องมือก็คือ อววน. นี่ละ ต้องเรียนว่าหลังโควิด (COVID) มีกลุ่มหนึ่งที่ป่วยเป็นรองโควิด (COVID) ก็คือ เขาหายแล้วแต่เขายังเหนื่อย เขาหายแล้วเขายังมีไอ เขาหายแล้วเขาก็ยังมีอาการที่ตามมาอีก พอสมควร ซึ่งตอนนี้กำลังติดตามอยู่ว่าประมาณ ๖ เดือนหรือมากกว่านั้น เราก็ปลอบใจว่าให้ สู้ ๆ แต่บางคนเขาบอกว่าเขาเหนื่อยง่ายทำงานก็ลำบาก เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องฝาก อววน. ช่วยไปดูเรื่องของคนที่ป่วยหลังลองโควิด (Long Covid) แล้วเขาเข้ามาสู่ในการพัฒนาฟื้นตัว อยู่ในส่วนนี้ด้วย หลังจากการฟื้นตัวในอีกเดือนสองเดือนข้างหน้าเราจะเห็นอย่างไร เราต้องการเห็นอะไรครับ ผมบอกว่าไม่มีใครปฏิเสธ ทุกคนอยากพ้นเหลือเกิน แม้กระทั่ง ในต่างประเทศก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราต้องนึกภาพว่าถ้าเราหลับตานึกว่าเรากลับมา เหมือนเดิม แต่เศรษฐกิจฐานรากภาวะเศรษฐกิจเราจะต้องรีบฟื้น และประเทศไทยถ้าเราฟื้น ได้เร็วเท่าไร นั่นคือเม็ดเงินที่เข้ามาให้กับพี่น้องประชาชน กำลังซื้อ เราต้องมีกำลังซื้อ กำลังซื้อ มาจาก ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือสินค้าเกษตรต้องขายได้มีราคา และกำลังซื้อที่ ๒ ก็คือ ด้านแรงงานคนเป็น ๑๐ ล้านคน ๑๐ ล้านคน ถ้าเรามีเราไม่ได้ให้เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำให้เขา เขาไม่สามารถมีกำลังซื้อได้เมื่อมีกำลังซื้อไม่สามารถฉุด กำลังซื้อทำให้เขาไม่สามารถมีกำลัง ซื้อได้ เมื่อมีกำลังซื้อไม่สามารถฉุดกำลังซื้อทำให้เขาไม่สามารถจับจ่ายได้ เพราะฉะนั้นต้องมี เพิ่มค่าแรงให้เขา ก็มีคนถามว่าแล้วเราจะเอาเงินมาจากไหนก็เงินที่เขาเอามาใช้นี่ล่ะคือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม เขาต้องจับจ่ายใช้สอยเขาไม่เอาเงินไปเก็บหรอกครับ ๗ เปอร์เซ็นต์ก็คืนมา เพื่อจะมาใช้ตรงนี้ เพราะฉะนั้นต้องฝาก อววน. ไปวิจัยเลยว่าทำอย่างไรหลังโควิด (COVID) ทำให้คนในประเทศมีกำลังซื้อทั้งด้านแรงงานสินค้าเกษตรให้มีราคามากขึ้น🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือให้วิจัยในเรื่องของทางด้านภาคอีสาน โดยเฉพาะผมเองอยู่ จังหวัดศรีสะเกษ เราได้คุยกันแล้วเราอยากให้มีความมั่งคั่งยั่งยืน แต่เราไม่อยากให้มีปัญหา เรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะอีสานเราจะต้องเป็นแหล่งอาหาร ถ้าจะใช้คำพูดว่าครัวของโลก มันก็อาจจะเป็นคำที่เก่าไปหน่อย ฟังแล้วไม่โดนใจเราต้องใช้คำพูดที่ว่าอีสานจะต้องเป็น แหล่งที่ถือว่าแหล่งอาหารที่สำคัญและถ้าสำคัญแล้วเราจะต้องช่วยในอีสานให้เขายั่งยืน ไม่ได้เป็นแบบชั่วครั้งชั่วคราว ดังนั้นต้องมีวิจัยว่าเรื่องน้ำ เรื่องการลดต้นทุน เรื่องของการใช้ เทคโนโลยีมาช่วยในเรื่องของเกษตรกรรม ฝากวิจัยเรื่องของการที่จะทำอย่างไรให้เขา ปลดหนี้หรือว่าพักหนี้ ซึ่งขณะนี้คนเป็นหนี้ครึ่งหนึ่งของประเทศในภาคส่วนต่าง ๆ จะมี วิธีการอย่างไร ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ แล้วก็ต้องขอบคุณทางหน่วยงานทางวิจัย ท่านได้วิจัย ในส่วนของวิเคราะห์วิจัยจัดทำแนวทางการพัฒนาศักยภาพในเชิงพื้นที่เพื่อสนับสนุน การจัดตั้งเขตพัฒนาพิเศษ ซึ่งในที่นั้นท่านได้เชิญสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา ในทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อสนับสนุนให้วิจัยในการพัฒนาแล้วเราก็จะได้เป็น ส่วนหนึ่งในที่นี้ก็มี ส.ส. เราหลายคนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิได้ให้ความเห็นแล้วก็ได้รับทราบ แนวทางการพัฒนาของทางวิจัยทางส่วนของ อว. นี้แล้วก็จะได้นำส่วนนี้ไปใช้ การวิจัย ที่ทุกคนเห็นต้องเรียนว่าขอให้ทำแล้วเอาไปใช้ประโยชน์ได้ บางคนก็พูดว่าวิจัยแล้วส่วนใหญ่ ขึ้นหิ้งเก็บไว้เฉย ๆ ไม่เกิดประโยชน์ แต่ถ้าวิจัยในเชิงพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ลดการเหลื่อมล้ำเป็นประโยชน์อย่างมากซึ่งขณะนี้เฟส (Phase) ๒ กำลังจะปิดโครงการ แล้วก็คงจะต้องมาต่อยอดในเรื่องของพื้นที่ในเรื่องของอีสานทำอย่างไรให้มั่งคั่งยั่งยืนในเรื่อง ของแหล่งอาหาร ทำอย่างไรให้แต่ละพื้นที่โดยเฉพาะแต่ละจังหวัดมีความพร้อมในหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องของการท่องเที่ยว อย่างผมจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอกันทรลักษณ์ต้องปฏิเสธ ไม่ได้คือการท่องเที่ยวในเรื่องของถ้าเป็นเกษตรกรรมก็คือท่องเที่ยวในเรื่องของทุเรียนภูเขาไฟ แต่ถ้าในภาคของประวัติศาสตร์ก็คือผามออีแดง แต่ละที่มีความสำคัญ เพราะฉะนั้นต้องเรียน ว่าสนับสนุนทางด้านสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่งได้เสนองานวิจัยปี ๒๕๖๔ ซึ่งทันสมัยมาก ผมได้อ่านแล้วในหลายมติต่าง ๆ ก็เป็น ประโยชน์ แล้วก็อยากให้ทำต่อยอดต่อไปต้องเป็นกำลังใจให้กับผู้วิจัยแล้วก็เป็นกำลังใจให้ พี่น้องคนไทยทั้งประเทศที่กำลังจะได้ฟื้นจากหลังโควิด (COVID) แล้วเราจะได้พัฒนาประเทศ มีความสุขร่วมกัน ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน และตามด้วยท่านขจิตร ชัยนิคม ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นาย นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เอกสารเล่มนี้ถือว่าเป็นเอกสารที่มีประโยชน์แล้วก็มีอนาคต มันเป็น อนาคตของประเทศไทย ถ้าเกิดว่าเรื่องนี้ได้รับความสำคัญขึ้นมาแล้วก็เติบโตในโลกนี้เรื่อง ของวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นเรื่องสำคัญ ประเทศที่เจริญแล้วสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ สร้างเยาวชน สร้างชาติได้ ท่านประธานครับการฟื้นตัวจากวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) สู่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคมภายใต้ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มีท่านดอน ปรมัตถ์วินัย เป็นประธานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ท่านประธานครับ งานวิจัยของประเทศไทยที่ท่านรายงานมาทั้งหมดทั้งปวงนี้อยู่ที่ประมาณ ๑๙๓,๐๗๒ ล้านบาท ของภาครัฐบาล ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ของเอกชน ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท สัดส่วนก็คือ ๒๓ เปอร์เซ็นต์กับ ๗๗ เปอร์เซ็นต์ อันนี้พี่น้องทางบ้านก็อาจจะไม่ทราบว่า งานวิจัยของประเทศไทยเรานี้มูลค่า ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผ่านมาสัดส่วนต่อจีดีพี (GDP) ก็คือ ๑.๑๔ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าไปถึง พ.ศ. ๒๕๗๐ เขาบอกว่าจะเพิ่มเป็น ๑.๔๖ เปอร์เซ็นต์ ผม คิดว่าเปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี (GDP) นี้มันต่ำไป ประเทศที่เจริญแล้วงานวิจัยและนวัตกรรมของ ประเทศเขามันไม่ต่ำกว่า ๓ เปอร์เซ็นต์ ๔ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์ ไปเทียบกับการซื้ออาวุธ มันสู้กันไม่ได้ ผมก็ดีใจที่งานวิจัยของประเทศไทยอันดับ ๑ คืออาหารถูกต้องครับ ประเทศเรา เป็นประเทศเกษตรกรรมในเมื่อมีการวิจัยอาหารครัวไทยสู่ครัวโลกผมว่าถูกต้อง แต่อันดับ ๒ เรื่องของปิโตรเลียม ซึ่งประเทศไทยที่จริงแล้วเรื่องของน้ำมันเรามีน้ำมัน ติดอันดับโลก แล้วก็ส่งออกติดอันดับโลกเหมือนกัน แต่ว่าน้ำมันในประเทศไทยแพง อันนี้ ก็คือความผิดปกติของประเทศไทยว่าประเทศไทยผลิตน้ำมันมากกว่าบรูไน แต่ว่าน้ำมันแพง อันนี้คือคนไทยไม่เข้าใจ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของการบริหารทางด้านการเงินและ การประกันภัยอยู่ในอันดับ ๓ บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยของประเทศไทยมีอยู่ ๑๖๐,๐๐๐ คน ก็ ๒๕ คนต่อ ๑๐,๐๐๐ คนก็ถือว่ามาก แต่ว่ามีคุณภาพหรือไม่ มีประสิทธิภาพ หรือไม่ มีศักยภาพหรือไม่ อันนี้ก็อยากจะให้ทางกระทรวงได้เพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพ ของบุคคลในวงการวิจัย ผมอยากจะฝากท่านที่มาชี้แจงได้กลับไปทำเป็นการบ้าน วันนี้วิกฤติ โควิด (COVID) ทำให้ประเทศเราแย่มาก รายได้ก็หดหาย ผมอยากจะฝากให้ท่านไปดูเรื่องพืช เศรษฐกิจใหม่คือ กัญชง กัญชา และพืชกระท่อม ทั้ง ๓ ชนิดนี้เป็นพืชที่เดิมเป็นยาเสพติดนั้น ตอนนี้ปลดล็อกแล้วเป็นโอกาสที่สำคัญของประเทศไทย งานวิจัยต่าง ๆ ไม่เคยได้รับ การวิจัยเพราะผิดกฎหมาย พืชกระท่อมมาก่อนครับ วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๔ ปลดล็อก พืชกระท่อม เราไม่เคยมีงานวิจัยเก็บไว้เลยนอกจากงานวิจัยของต่างประเทศ ดังนั้นกัญชง กัญชา กระท่อมเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะสร้างงานวิจัยเป็นร้อย ๆ ชิ้นนะครับ ตั้งแต่การปลูก การบำรุงรักษาไปจนถึงการแปรรูปอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในระดับโลก และกระบวนการส่งออกไปยังทั่วโลก อันนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะการรับรองผลิตภัณฑ์ ต่าง ๆ ต้องมีการวิจัยเพื่อมารับรองผลิตภัณฑ์เหล่านั้น เพราะฉะนั้นถ้างานวิจัยช้ากว่า การพัฒนาพืช ๓ อย่างนี้จะทำให้ประเทศไทยเสียโอกาส งบปี ๒๕๖๖ นี้เป็นไปได้เพิ่มงานวิจัย เข้าไป งบปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ วางแผนระยะยาวไว้เลย นอกจากวิจัยเรื่อง ๓ พืชอย่างเร่งด่วน แล้วก็อยากให้วิจัยเรื่องของเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) คือสิ่งที่ท่านได้วางโครงสร้างไว้นั้น ก็ดีแล้ว แต่การก้าวกระโดดของประเทศจำเป็นจะต้องหาสิ่งที่ใหม่ ๆ และก้าวหน้า วันนี้ สภาผู้แทนราษฎรได้ศึกษาเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ก็คือบันเทิงครบวงจร โดยมีคาสิโน (Casino) อยู่ในนั้นด้วยนะครับ ถ้าเกิดว่าประเทศไทยมี เอนเตอร์เทนเมนต์ (Entertainment) ครบวงจรเอาง่าย ๆ เหมือนที่ประเทศสิงคโปร์ ตอนนี้ มีผลต่อจีดีพี (GDP) ของประเทศเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ของประเทศสิงคโปร์ที่เป็นตึกและมีเรืออยู่ข้างบนตึก อันนั้นคือตัวอย่างล่าสุดของโลก ดังนั้น วันนี้สภาผู้แทนราษฎรได้เอาเรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) เข้ามาสู่สภาเพื่อไม่ให้คนไทยไปเล่นบ่อนการพนันต่างประเทศเพื่อนบ้านอีกต่อไป อันนี้อยากจะ ให้มีงานวิจัยหลาย ๆ ชิ้นเพื่อให้คนไทยได้เข้าใจว่าเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ คาสิโน (Entertainment Complex Casino) เป็นอย่างไร แล้วทำรายได้ให้กับประเทศอย่างไร คนไทยจะต้องทำตัวอย่างไร แล้วเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ที่ใหญ่ที่สุดที่ปลดหนี้ สาธารณะของประเทศไทยได้ ชดใช้หนี้ครัวเรือนของประเทศไทยได้ ท่านประธานครับ การขุดคลองไทยที่สภาไม่รับ เพราะว่ามีใต้ดินเข้ามา มีอำนาจมืดจากประเทศเพื่อนบ้าน เอาเงินมาจ่ายให้พวกเราไม่ผ่านสภา ไม่เป็นไรครับเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) การขุด คลองไทยใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง จังหวัด นครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลา ถ้าเกิดเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก อันนี้ประเทศไทยก็จะก้าวข้ามการเป็นหนี้แล้วจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วฝาก ท่านไปวิจัย คลองไทยในหลาย ๆ มิติ หลายประเด็นด้วย อันนี้จะเป็นอนาคตของชาตินะครับ ฝากท่าน ที่อยู่บนบัลลังก์ด้วยนะครับ ฝากเป็นการบ้านด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ขอประท้วงท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ครับ🔗
ประท้วง ประเด็นไหนครับ🔗
ประเด็นที่กล่าวหาว่ามี การรับเงินรับทองสำหรับคนที่ไม่รับรายงานคลองไทยซึ่งพวกผมยืนยันว่าไม่เคยมีผลประโยชน์ เกี่ยวข้องและไม่เคยรับเงินใครแล้วไม่อยากได้ด้วยครับ อย่ามากล่าวหาลอย ๆแบบนี้ครับ น่าอาย🔗
ครับ🔗
ขออนุญาตพาดพิงครับท่านประธาน🔗
เดี๋ยวท่านพิเชษฐ์ ผมขอวินิจฉัยก่อนนะครับ เมื่อสักครู่ผมก็ฟังอยู่จริง ๆ แล้วผมก็ก้ำกึ่งว่าจะให้ท่านพิเชษฐ์ ถอนคำพูดเสียดีไหม เพราะมันเป็นการใส่ร้ายที่บอกว่าต่างประเทศเอาเงินมาให้กับพวกเรา แล้วก็สภาไม่ผ่าน ฉะนั้นตรงนี้ประเด็นนี้เป็นการใส่ร้ายผิดข้อบังคับ ท่านพิเชษฐ์ถอนคำพูด ตรงนี้ก่อนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมจะถอนคำพูด ว่าต่างประเทศเอาเงินมาให้แล้วก็สภาไม่ผ่าน ไม่ได้ให้ท่านประธานนะครับ ผมถอนนะครับ เสร็จแล้ว🔗
โอเค (OK) ถอนแล้วนะครับ🔗
พาดพิงนะครับท่านประธาน มันไม่ได้เอามาให้สภา แต่มีเงินประเทศเพื่อนบ้านเอามาให้พรรคการเมืองแล้วพรรคการเมือง แสดงเจตนารมณ์ก่อนที่จะโหวตด้วยซ้ำ อันนี้ล่ะครับเป็นเรื่องที่ไม่เป็นไรครับ ประเทศไทย สนามบินสุวรรณภูมิ ๕๐ ปี แต่คลองไทยนี้ต้องสู้ต่อไปครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ท่านพิเชษฐ์ครับ การกล่าวหาใส่ร้ายโดยแม้แต่ใส่ร้ายเอาไปให้พรรคการเมืองนี้มันก็เกิดความเสียหายกับพรรค การเมืองนะครับ เพราะมันเห็นชัดเจนว่ามีพรรคการเมืองไหนที่เขาเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย มันมี บันทึกในการประชุมอยู่ ฉะนั้นขอให้ถอนคำพูดที่เอาเงินมาให้กับพรรคการเมืองเถอะครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
ท่านใช้คำอื่น ก็ได้ครับ แต่อย่าไประบุชัดเจนขนาดนั้นเพราะถ้าระบุชัดเจนอย่างนั้นพรรคอื่น ๆ ก็จะออกมา ประท้วงกันหมดนะครับ ขอร้องนะครับท่านพิเชษฐ์🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ พรรคการเมือง ผมไม่ได้เอ่ยชื่อพรรค แต่ถ้าท่านประธานไม่สบายใจผมก็ถอนคำว่า พรรคการเมืองออกไปนะครับ🔗
ขอบคุณมาก🔗
ก็เป็นกลุ่มการเมืองก็แล้วกันที่เป็น ทาสของต่างชาติ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปเป็นท่านขจิตร ชัยนิคม ตามด้วยท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม และท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี🔗
ท่านขจิตรครับ🔗
ขณะนี้เรากำลังพิจารณาหรือรับทราบ🔗
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง🔗
รายงานการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์🔗
ท่านขจิตรครับ มีท่าน ส.ส. ประท้วงครับ🔗
ท่านขจิตร มีท่าน ส.ส. ประท้วงครับ ท่านขจิตรรอนิดหนึ่งครับ มีท่านสมาชิกประท้วงครับ🔗
ท่านขจิตรครับ ผมขออนุญาต ประท้วงท่านพิเชษฐ์ก่อนครับ เพราะว่าในสภาผู้แทนวันนั้นมีพรรคการเมืองพรรคเดียว ที่ยืนยันในการค้านคลองไทย โดยเฉพาะผมเป็นคนภาคใต้ การพูดว่ากลุ่มพรรคการเมือง หรือพรรคการเมืองมันก็มองมาทางพวกผมล่ะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าแม้แต่ กลุ่มการเมืองก็ให้ถอนเพราะว่าผมเป็น ส.ส. ในสภาครั้งแรกแล้วก็ยืนยันว่าไม่ถึงขนาด เลวร้ายในการที่จะไปรับผลประโยชน์ใด ๆ ด้วยความเกรงใจของ ส.ส. หลายสมัยในสภาครับ ก็อยากจะให้ประธานช่วยดำเนินการเรื่องนี้ด้วยครับ🔗
ท่านพิเชษฐ์ ก็ได้ถอนคำว่า ให้เงินที่สภา และถอนคำว่า ให้กับพรรคการเมือง ไปแล้วนะครับ ส่วนกลุ่ม การเมืองวันนั้นไม่ได้เฉพาะพรรคของท่านหรอกครับ มีหลาย ๆ ส่วนที่ไม่เห็นด้วย เพราะใน สภานี้เราเอาเหตุเอาผลซึ่งกันและกัน ฉะนั้นท่านพิเชษฐ์ก็ได้ถอนคำพูดไปแล้วผมว่าแค่นั้น ก็น่าจะเพียงพอนะครับ เชิญท่านขจิตรอภิปรายต่อเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ จากรายงานนี้ ซึ่งรายงานโดยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ คนที่รับผิดชอบในรายงานนี้ถ้าเป็นนักการเมืองก็จะเป็นรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นรัฐมนตรี ต่างประเทศ แล้วก็รองวิษณุ เครืองาม แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นั่นคือคนรับผิดชอบทางการเมืองต่อสภานี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในหนังสือรายงานนี้ผมอ่านหมดแล้วนะครับ แล้วผมเป็นกรรมาธิการดูแล อนุกรรมาธิการดูแลเรื่องของการอุดมศึกษา เรื่องการวิจัยมาระยะเวลา ๑๐ ๒๐ ปีนี้นะครับ แปลกไหมครับท่านประธาน ผมเป็นลูกหลานชาวนา สิ่งที่ผมสนใจเขาบอกชาวนาเป็นคนส่วนใหญ่ เกษตรกรหลักของประเทศส่งข้าวออกลำดับ ๑ ลำดับ ๒ ของโลก มีข้าวดีที่สุดเป็นชื่อเสียง ของประเทศชาติ แต่ผมฝากคณะกรรมการหรือท่านที่มาชี้แจงในเล่มนี้ตลอดจนผลการวิจัย ย้อนหลังไป ๑๐ ปีไม่มีสถาบันอุดมศึกษาใดศึกษาหรือวิจัยเรื่องของชาวนา ผมเพียงแต่จะหา ว่ามีผลงานวิจัยอะไรไหมที่จะบอกว่าชาวนาทำนาได้ ๑ ไร่ ๑ ตัน ๒ ตัน ๓ ตัน ๕ ตัน ๖ ตัน ไม่มีครับประธาน ท่านประธานครับ ย้อนหลังไปประมาณ ๕ ปีเป็นเรื่องแปลกไหมครับที่มีเงิน ประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านให้กับมหาวิทยาลัยทำการสร้างผู้ประกอบการใหม่ในวงเงิน ๕,๐๐๐- ๖,๐๐๐ ล้านบาท ผมเป็น ส.ส. คนหนึ่งที่ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ท่านทราบไหมครับว่า มีมหาวิทยาลัยเพียง ๒-๓ แห่งเท่านั้นซึ่งรับเงื่อนไขไปทำ แต่ก็ยังไม่สำเร็จในการสร้าง ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากลูกหลานของชาวไร่ ชาวนา ผมสะท้อนให้คณะกรรมการหรือ ท่านที่จะมาชี้แจงได้เห็นว่าข้อที่ ๑ ผลผลิตของมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษายังไม่ สามารถกลับไปสู่ชนบทได้ ผลผลิตลูกศิษย์ของท่านหาบ้านตัวเองกลับไปสู่ชนบทไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ผมฝากไว้สำหรับคณะกรรมการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เมื่อไรเราจะผลิตบัณฑิตเดินองอาจผึ่งผายกลับไปสู่ไร่นา กลับไปสู่พื้นที่ของตัวเอง แล้วก็มีงานทำ มีผลงานวิจัยสัมผัสได้ ไม่มี ไม่มีมหาวิทยาลัยใดทำแบบจำลอง ผมบอกให้มหาวิทยาลัยใด ที่ทำแบบจำลองชีวิตของเกษตรซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศนี้ให้เอาพื้นที่มา ๕ ไร่ ทำนา อย่างไร ปลูกป่าอย่างไร เราถึงจะมีรายได้เดือนละ ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท เพียงพอกับการ ดำรงชีวิต ไม่มีมหาวิทยาลัยใดเลย มีการริเริ่มอยู่และมีร่องรอยอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา แต่ยังทำไม่ได้เรียกว่าประสบความสำเร็จ ผมฝาก คณะกรรมการสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติด้วย ท่านเป็นสภาอุดมศึกษา ข้อที่ ๒ แล้วก็บอกว่าวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม คำว่า วิทยาศาสตร์น่าสนใจท่านประธาน วิทยาศาสตร์คือความเชื่อเรื่องที่พิสูจน์ได้ มีขั้นตอน มีความคิดอย่างมีเหตุผล แต่มันมีงานวิจัยชิ้นไหนไหมครับ ที่จะดึงประชาชนออกจาก ไสยศาสตร์ มีไหมครับ ท่านได้ยอมแพ้ต่อไสยศาสตร์ของประเทศนี้ใช่ไหม ผมมองแล้วไม่เห็น ผมอ่านดูแล้ว ไม่มีการวิจัยเชิงการดำเนินชีวิตที่เป็นวิทยาศาสตร์ หลีกจากไสยศาสตร์ มีแต่ ความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ที่ครอบงำประเทศไทย นั่นคือสิ่งที่ท้าทายที่ผมจะฝากท่านที่มารับ ฟังวันนี้ ผมไม่ต้องการคำชี้แจงจากท่าน ผมเห็นใจท่าน แต่ว่าผมฝากด้วย ฝากชีวิตของ เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ทำผลงานวิจัยหรือศึกษา ให้เขามีวิธีการนวัตกรรมที่ผลิตข้าวได้ไร่หนึ่ง ๒ ตัน ๓ ตัน ท่านประธานครับ ผมกลับไปบ้าน ผมเดินอยู่ทุ่งนา ผมดูวิธีการทำนาของ บรรพบุรุษผม วันนี้ไม่ได้แตกต่างกันกับ ๒๐ ปี ๓๐ ปีที่แล้วหรอกครับ นี่คือสิ่งที่ผมสะท้อนว่าผู้แทน ลูกชาวนา ผู้แทนชนบทคนหนึ่ง แต่ผมเป็นอาจารย์นะครับ ตอนที่ผมไม่ได้เป็นผู้แทน ผมเป็น อาจารย์สอนระดับปริญญานะ ผมเป็นกรรมการสอบนิสิตปริญญาโท แล้วผมเป็นอาจารย์ ที่สอนประถมศึกษาครูบ้านนอกมา แล้วอาจารย์มหาวิทยาลัย ผมก็ดูผลการวิจัยให้นักศึกษา ได้นะ แต่ว่าผมไม่เห็น ผมดูผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยหรือทุนการวิจัยทั้งหมดของ มหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัยในประเทศไทยตลอดระยะเวลา ๑๐ ปีมานี้ ไม่มีสิ่งที่ตอบสนอง กับปัญหาของชาวนาซึ่งเป็นเกษตรกรกลุ่มใหญ่ของประเทศ ไม่มี มีก็เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ การเก็บถนอมผลผลิตอะไรต่าง ๆ เกษตรอัจฉริยะ เกษตรอัจฉริยะก็ไม่ใช่อัจฉริยะจริง นำไป ทำที่ทุ่งนาไม่ได้ แต่ว่าของบประมาณเครื่องมือราคาแพง ๆ ไปเพื่อทำงานทดลองในห้องทดลองได้ ท่านประธานครับ ผมฝากผู้มาชี้แจงไว้ด้วยนะ แนวทางของท่านจะต้องสนองตอบต่อปัญหา ชาวนา ชาวไร่ ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ เกษตรกรคนส่วนใหญ่ของประเทศให้ได้ และสุดท้าย ผลผลิตของท่านคือนักศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ต้องเดินกลับชนบท อย่างองอาจผึ่งผาย ต้องเดินในคันนา ดูผลการวิจัย บอกพี่น้องประชาชนถึงนวัตกรรมที่เจริญ เหมือนประเทศที่เขาทำอยู่วันนี้ ประเทศที่เขามีประชากร ๑,๔๐๐ ล้านคน สามารถพลิก ประเทศจากประเทศที่ยากจนเป็นประเทศที่นำแนวหน้าของเทคโนโลยี นี่คือสิ่งที่ผมฝาก ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ตามด้วยท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ และท่านพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย ผมได้ตกลงกับท่านอุบลศักดิ์ แล้วนะครับว่าผมจะเป็นคนพูดคิวต่อไป🔗
เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าจาก สภานโยบายอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ หรือเราเรียกว่า อววน. สิ่งแรกที่ผมจะขออนุญาตชื่นชมก่อนนะครับว่าให้กำลังใจมันมีโครงการอันหนึ่งที่เกิดจาก แนวคิดของ อววน. นี่ครับก็คือโครงการยูทูที (U2T) ผมเรียนท่านประธานว่าผมมีความภูมิใจ มากเพราะว่าเป็นโครงการของมหาวิทยาลัยเล็ก ๆ ชื่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา เป็นสาขาวิทยาเขตเชียงรายครับ ท่านประธานครับ โครงการอันนี้เป็นโครงการ ที่ดอกเตอร์ซึ่งได้ทุนจากมหาวิทยาลัยไปศึกษาแล้วก็ค้นพบว่าปลาเวลาก่อนจะขาย ๑ วัน มันจะน็อก (Knock) น้ำตายครับ เสร็จแล้วเกษตรกรที่ประกอบชาวประมงที่เลี้ยงปลาก็จะ เสียหายเป็นแสนเป็นล้าน แต่ว่านักวิชาการคนนี้เขาก็คิดแค่ให้เติมไมโครบับเบิล (Micro Bubble) โดยเอาออกซิเจนเล็ก ๆ เติมเข้าไปในน้ำทำให้ปลาไม่ตายและอันนี้เป็นนวัตกรรมที่ ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศและโครงการยูทูที (U2T) เมื่อมีการอภิปรายของกระทรวง อว. เมื่อไรผมก็จะยกย่อง แต่ท่านประธานครับเป็นที่น่าเสียใจมาก ๆ เพราะโครงการอันนี้ ไม่ได้งบประมาณต่อเนื่อง ทั้ง ๆ ที่เป็นประโยชน์ใช้งบประมาณไม่กี่ล้านบาท แต่สิ่งที่ผม จะต้องขออนุญาตต่อว่าโครงการของสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรมแห่งชาติ ผมไม่อ่านทั้งหมดแต่ผมขออนุญาตสรุปสาระสำคัญ สาระสำคัญที่อยู่ใน หน้า ๑๕ ท่านบอกว่าจะสร้างเกษตรอัจฉริยะ ข้อ ๑.๑ หรือสมาร์ตฟาร์มมิง (Smart Farming) อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปครับ เกษตรกรเรา ๕๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ผมถือว่าสภาการศึกษาอุดมศึกษาล้มเหลวครับ สิ่งที่ผมจะขออนุญาตวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ได้หมายถึงว่าผมไม่ได้งบหรือว่ามหาวิทยาลัยเล็ก ๆ ไม่ได้งบ แต่สิ่งที่ผมอยากจะขอ วิพากษ์วิจารณ์นั่นคืออะไรครับ นั่นคือโครงการตอนนี้ที่ท่านหวังว่าอยากจะให้เป็นเลิศ ทางวิชาการ ท่านประธานครับ ท่านดูตามผมไปนะครับ หน้า ๑๖ หน้า ๑๗ หน้า ๑๘ ผมยิ่ง ตกใจไปใหญ่เลยบอกว่าต่อไปจะมีปัญญาประดิษฐ์แล้ว ข้อ ๑.๑๑ ข้อ ๑.๑๔ ท่านบอกว่า จะต้องไประบบโลก ไประบบจักรวาลอวกาศ ไปควอนตัม (Quantum) เกินไปครับ ล้มเหลว สิ่งที่ต้องเรียนท่านประธานเรื่องนี้คืออะไรครับ เพราะความไม่เป็นวิชาการอย่างแท้จริง ผมเรียนท่านประธานว่าทุกวันนี้ผมคิดว่าทางอาจารย์ทั้งหลายที่อยู่ข้างบนท่านทราบไหมครับ ว่างบวิจัยทุกมหาวิทยาลัยจะต้อง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คำว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่เกี่ยวกับงบวิจัย ที่ทำจริง ๆ หรือไม่จริงนะครับ ใครมีเส้นมีสายผมต่อว่าเลยนะครับท่านรองนายกที่เป็น คณะกรรมการสภาการศึกษาท่านไม่รู้หรือครับ ท่านรัฐมนตรีเอนกไม่รู้หรือครับ ใครที่มือยาว สาวได้สาวเอาถึงเวลาขึ้นมางบวิจัยเป็นอาหารอันโอชะที่สุดนะครับ มีบางมหาวิทยาลัย อธิการบดีไปรับงานจากข้างนอกใช้เวลา ใช้เครื่องมือ ใช้ลูกน้องในมหาวิทยาลัยรับงานก็มี และไม่เสียภาษีอีกต่างหากครับ ผมขออนุญาตต่อว่าเลยนะครับว่าสภาวิจัยท่านไม่ต้องไปคิด จะไปดาวอังคาร โลกพระจันทร์ละครับ ท่านเอาอย่างเพื่อนสมาชิกที่บอกนี่ครับประเทศไทย ปุ๋ยทำไมถึงแพง ทำไมท่านไม่มีโอกาสที่จะวิเคราะห์วิจัยปุ๋ยให้พี่น้องเกษตรกรเราได้รับปุ๋ยที่ดี และราคาถูก ทุกวันนี้ปุ๋ย ๒,๐๐๐ แล้ว และถึงเวลาที่ท่านจะบอกว่าจะต้องเป็นสมาร์ตฟาร์มมิง (Smart Farming) จะต้องมีควอนตัม (Quantum) เทคโนโลยีจะต้องมีแอดวานซ์ แมททีเรียล (Advanced Material) จะต้องไปเอิร์ธ สเปซ ซิสเทม (Earth Space System) ฝันไปเถอะครับ สิ่งที่อยากจะขออนุญาตแนะนำแล้วก็ขอให้สภาได้รับทราบเลยท่านอาจารย์อยู่ข้างบนนี่ครับ ความเป็นเลิศทางการศึกษาประเทศไทยล้มเหลวครับ สิ่งที่ล้มเหลวอันที่ ๑ ก็คืออันที่ ๑ ท่าน รวมศูนย์อำนาจครับ ตอนนี้รัฐบาลประเทศไทยนอกจากเป็นรัฐราชการแล้วยังเป็นรัฐทหาร ด้วยนะครับ อาจารย์ทุกคนเดี๋ยวนี้มีหน้าที่แค่เป็น ร้อยโท พันเอก โดนสั่งการมาและท่านเป็น อำนาจรวมศูนย์ครับ ผมขออภัยท่านประธานต้องพูดความจริงครับ บางมหาวิทยาลัยเขามี ความคิดอยากจะมีความเป็นวิชาการ มีอิสระในการที่จะวิพากษ์วิจารณ์ในมหาวิทยาลัยก็ทำ ไม่ได้ครับ จะต้องถูกสั่งการมาโดยส่วนกลางผมต้องยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นชัด ๆ อย่างนโยบายโครงการเศรษฐกิจพอเพียงอย่างนี้ครับ จริง ๆ แล้วเป็นโครงการดีครับ ผมต้องยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นชัด ๆ อย่างนโยบายโครงการเศรษฐกิจพอเพียงอย่างนี้ จริง ๆ แล้วเป็นโครงการดีครับ เป็นพระราชดำริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในล้นเกล้ารัชกาลที่ ๙ แต่ปรากฏว่าโดนสั่งการมาจากส่วนกลางในสภาการศึกษาใน อว. นี้ละครับบอกว่ามหาวิทยาลัยคิดนอกกรอบอันนี้ไม่ได้ ผมเรียนท่านประธานว่าที่จังหวัดเชียงราย ผมการค้าชายแดน ภาษาจีนข้ามไปฝั่งพม่า ไปฝั่ง สปป. ลาว เดี๋ยวนี้ไปจีนเขาก็ไปทางแม่น้ำ โขงก็ได้ รถไฟความเร็วสูงเขาก็มีแล้ว แต่ปรากฏว่าถูกจำกัดโดนสั่งการว่าวิจัยคุณจะต้องวิจัย เฉพาะเรื่องนี้ วิจัยการท่องเที่ยวไม่ได้ การค้าชายแดนไม่ได้ วิจัยเรื่องการศึกษาต่อยอด ภาษาจีนก็ไม่ได้ อันนี้ล่ะครับมันจะเจริญแล้วมันจะเป็นไปตามที่ท่านเขียนนะครับ สิ่งที่ท่าน เขียนผมไม่อ่านทั้งหมดนะครับ ผมอ่านแค่ ๑๐ กว่าข้อมันเป็นไม่ได้เลยครับ อย่าคิดจะไป ดาวอังคารหรือไปอวกาศนะครับ ท่านทำราคาปุ๋ย คิดสูตรปุ๋ยให้มันดีเสียก่อนนะครับ ท่านบอกในนี้เองเกษตรกรเรามี ๕๕ เปอร์เซ็นต์ พื้นที่ใช้เกษตรก็เยอะครับ และจนบัดนี้ ท่านบอกอีก ๒๐ ปีรายได้ประเทศไทยจะมี อันนี้มันเป็นความฝันนะครับ เขียนให้มันหรู ๆ แล้วผมคิดว่าล้มเหลวครับใช้ประโยชน์ไม่ได้อย่างแน่นอนครับ ผมเรียนท่านประธานว่าจากนี้ ไปผมต้องขอให้สภานโยบายการศึกษาต้องปรับแนวคิดใหม่ครับ ท่านต้องให้โอกาสแต่ละ มหาวิทยาลัยที่เขามีความเด่นแต่ละด้าน ภาคใต้เด่นด้านไหน ภาคอีสานเด่นด้านไหน ภาคเหนือเด่นด้านไหน ให้เขาไปสิครับ มารวมศูนย์อยู่ที่นี่ไม่ได้ครับ ประเทศไทยไม่ใช่ รัฐทหารนะครับ รัฐทหารรัฐบาลชุดนี้ผมก็เชื่อว่าอยู่ได้อีกไม่นาน แต่ท่านอาจารย์อยู่ข้างบน ที่เป็นกรรมการสภาเราต้องอยู่ด้วยกันนะครับ ลูกหลานจะอยู่อย่างไรครับ ตอนนี้เราแพ้เขา ไปหมดแล้วครับ ประเทศชาติมันถอยหลังด้อยไปเรื่อย ๆ แล้วครับท่านประธาน ก็ขออนุญาต รับทราบข้อคิดเห็นของสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ แต่ผมคิดว่าล้มเหลวแน่นอนที่ท่านเขียนมาท่านทำไม่ได้ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์และครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอุบลศักดิ์ครับ ตามด้วย พันตำรวจเอก ทวี นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่งมีงบประมาณกระทรวงนี้ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านใช้ งบประมาณ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านได้วิจัยเล่มเพียงเท่านี้เอง เมื่ออ่านศึกษาดูแล้วผมให้ คะแนนติดลบเพราะการวิจัยของท่าน ท่านต้องฟังด้วยนะครับว่าวันนี้ด้านวิชาชีพไม่ว่า อาชีวศึกษาซึ่งมีทุกสาขาทุกแผนกประเทศไทยถ้าไม่มีอาชีวะก็สร้างชาติไม่ได้ นั่นประการที่ ๑ ในด้านการวิจัยด้านเกษตร ด้านเทคนิค ด้านเครื่องมือ แม้แต่ด้านอาหาร ซึ่งประเทศไทย อ้างว่าจะผลิตอาหารเลี้ยงมนุษยโลก แต่ประธานที่เคารพครับ ผมเอาเรื่องเดียวก็พอ ถ้าหลายเรื่องเดี๋ยวท่านประธานก็จะท้วงติงว่าเกินเวลา ท่านประธานครับ ผมในฐานะที่เป็น ประธานคณะอนุกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทยที่รับผิดชอบเกษตรกร ๗,๓๘๔ กลุ่มทั่วประเทศและเป็นประธานดูแลทั้ง ๗๗ จังหวัด ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อก่อนนี้พี่น้องชาวนาขายข้าว ๑ เกวียนประมาณ ๑๕,๐๐๐-๒๕,๐๐๐ แต่เดี๋ยวนี้ ท่านวิจัยอย่างไรครับ ให้ชาวนาขายข้าวได้เกวียนละ ๖,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพ ท่านนักวิจัยทั้งหลาย ท่านเคยคิดไหมว่าการผลิตภัณฑ์พันธุ์ข้าวนั้นแต่ละชนิดต้องใช้เวลา นักวิชาการวิจัยไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี ถามว่านักวิจัยมีกี่คน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเห็นว่าวันนี้การวิจัยเรื่องพันธุ์ข้าวก็ดี เรื่องการแบ่งพื้นที่เพาะปลูกก็ดี ไม่ว่าวิจัยดิน ไม่ว่าน้ำ หรืออุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ แม้แต่ปัจจัยในการผลิตดังที่เพื่อนผู้แทนได้กราบเรียน ไปแล้วว่าปุ๋ย พวกปุ๋ยนี่ท่านทำอย่างไรครับ สั่งมาจากต่างประเทศ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ เงินออก จากประเทศไทยไปเท่าไร ท่านมีความคิดไหม ในขณะเดียวกันพี่น้องเกษตรกรวันนี้ปุ๋ยตันละ เท่าไรครับ ๓๗,๐๐๐ กว่าบาท ถ้าตีเป็นลูกก็ประมาณลูกละ ๑,๗๐๐ กว่าบาท ท่านทราบไหม ว่าชาวนาขายข้าวนี่ท่านวิจัยอย่างไร ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท จะต้องขายข้าว ๔-๕ เกวียน ถึงจะได้ปุ๋ย ๑ ตัน นี่หรือนักวิจัยที่ใช้งบประมาณภาษีประชาชน ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ผมว่ายุบ กระทรวงนี้เถอะครับ ไม่ควรจะมีต่อไป เงินภาษีพี่น้องประชาชน ภาษีจากเขามานั่งหา ผลประโยชน์อย่างไร ผมทราบดีครับ ผมอยากเห็นว่าวันนี้ท่านต้องวิจัยพันธุ์ข้าวให้ข้าวเกวียนละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาทอย่างไร ถ้าหากว่าท่านไม่รู้ไปที่จังหวัดลพบุรี อำเภอท่าวุ้ง เขาผลิตโดย การไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีตั้งแต่ผลิต แปรรูป การตลาดแบบครบวงจรเขาวิจัย ข้าว ๑ ตันได้ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ถ้าท่านไม่รู้ไปถามเด็ก ป. ๔ ที่ท่าวุ้งเขาวิจัยเป็น ตั้งแต่ผลิต ตั้งแต่ปุ๋ย ใช้ ปุ๋ยอินทรีย์ในการไถไร่ไถนาทำอย่างไร เมื่อหลังจากผลผลิตเสร็จเรียบร้อย ท่านประธาน ทราบไหมว่าตั้งแต่ไม่ว่าแกลบ ไม่ว่าปลาย ไม่ว่ารำสามารถแปรรูปได้ แม้แต่นมข้าวท่านรู้จัก ไหมครับ เขาไปทำเครื่องสำอาง ท่านรู้ว่าส่งออกต่างประเทศ ผมไม่รู้ว่าท่านวิจัยอย่างไร เงิน ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท จึงกราบเรียนด้วยความเคารพต่อท่านประธานและนักวิจัยที่ว่า เป็นนักวิจัย บางคนไปศึกษาเมืองนอกจบดอกเตอร์ (Doctor) ลงเครื่องบินดอนเมือง สมัยก่อนข้าวเขียวชอุ่ม บอกหญ้าอะไรมันงามเหลือเกิน นี่คือนักวิจัยที่ผ่านมา หลาย ๆ เรื่อง ด้วยกันถ้าจะกล่าวตอนนี้เวลาคงไม่พอ ไปดูสิครับกรมการข้าวมีนักวิจัยไม่เกิน ๑๐ กว่าคน ที่มีองค์ความรู้ แล้วเวลาพี่น้องอยากจะได้ข้าวพันธุ์ดี ๆ ไปเอาที่ไหน ก็ถูกต้มจากนักวิจัย ปลอม ท่านรู้ไหมว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ ท่านรู้ไหมว่าวันนี้พันธุ์ข้าวจะต้องให้บริษัทยักษ์ใหญ่ มีห้องแล็บ (Lab) ปรากฏว่ากฎหมายในเรื่องข้าวนั้นการจำหน่ายข้าวเขาเขียนอย่างไรครับ ชาวนาจะขายข้าวต้องมีห้องแล็บ (Lab) มีห้องวิจัย มีนักวิจัย ผมถามชาวนาจะเอาเงิน มาจากไหน เห็นไหมครับ ชนชั้นใดเมื่อมีโอกาสเขียนกฎหมายจะเขียนกฎหมายเพื่อชนชั้นนั้น ครับท่านประธาน จึงกราบเรียนไปยังรัฐบาลว่าคิดไม่ออกบอกอุบลศักดิ์มาเดี๋ยวจะชี้แจงให้จะ เล่าให้ฟัง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมชี้ให้เห็นว่าศักยภาพผมไม่เชื่อถือเลย แต่แน่นอน ท่านจะมีเวิร์ดดิง (Wording) ในการเขียนอย่างสวยหรูจากเล่มนี้ นี่หรือครับ เล่มเดียวเท่านี้ใช้ เงิน ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ผมดูรายชื่อแล้วไม่ต้องเอ่ย ดูจากเล่มแล้วผมสงสารประเทศชาติ เรื่องงบประมาณก็เหมือนกันทราบดีในการไปทำวิจัย ก็มีแต่พรรคพวกตัวเองเขียนลอกไป ลอกมาแล้วมาเบิกเงินกัน ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าฝากไปถึงรัฐบาลที่รับผิดชอบ งบประมาณแผ่นดินควรจะใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าไม่ต้องให้ชาวนาผม มาสอนว่าทำอย่างไรข้าวเกวียนละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ถ้ากรรมการไม่รู้บอกมาจะพาไปดู และจะได้รู้ว่าวันนี้ชาวนาเหนือนักวิชาการ เกษตรกรเหนือนักวิชาการ สินค้าเกษตรทุกตัว ต้องกราบเรียนว่าปัจจัยตั้งแต่ผลิต แปรรูป การตลาดแบบครบวงจร ตลาดซื้อขายอยู่ตรงไหน เมื่อเกษตรกรทุกอาชีพ ผลิตมาแล้วเป็นผู้กำหนดราคาสินค้า แต่มีอาชีพเดียวเท่านั้นคือ เกษตรกร ผลิตแล้วต้องไปถามเถ้าแก่จะให้ราคาเท่าไร นี่หรือครับวิจัย กราบเรียนด้วยความ เคารพท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านทวี สอดส่อง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมก็ขอสวัสดีกับท่านผู้มาชี้แจง เนื่องจากว่าสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่งถือว่า เป็นเรื่องของอนาคต ผมได้พูดในสภานี้มาครั้งหนึ่งแล้วว่าถ้าจะดูอดีตสังคมใดให้ไปดู ที่พิพิธภัณฑ์ ถ้าจะดูปัจจุบันให้ไปดูที่หน่วยปฏิบัติ แต่ถ้าจะดูอนาคตให้ไปดูที่การศึกษา ให้ไป ดูที่เยาวชนคืออนาคต ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมก็มีความรู้สึกไม่ใช่อคติ แต่ผม ก็ค่อนข้างที่มีประสบการณ์มาจนถึงวันนี้ พระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมปี ๒๕๖๒ นี้เป็นกฎหมายชิงออกก่อนที่จะมีบัตร สภาผู้แทนราษฎร เราต้องยอมรับว่ากฎหมายที่ออกในยุคที่ผู้นำได้ยึดอำนาจหรือยุคที่ผู้นำ รัฐประหารออกนี้จะเป็นกฎหมายที่มีลัทธิชาตินิยม ที่แบ่งเขาแบ่งเราเห็นคนอื่นเป็นฝ่ายตรง ข้ามเสมอ จะเห็นได้ว่าเรื่องการศึกษานี้เป็นเรื่องของอนาคตจะเห็นว่าคณะกรรมการ สภานโยบายใน ๒๘ คนถึง ๑๖ คนนี้อยู่ในคณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีชุดนี้เราก็พบว่าบริหาร บ้านเมืองสร้างความเหลื่อมล้ำ สร้างความยากจน คุณภาพชีวิตของประชาชนได้รับ ผลกระทบอย่างร้ายแรง ประธานสภานโยบายก็เป็นนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำ นโยบายทางเศรษฐกิจเราก็จะเห็นว่าเศรษฐกิจเรายิ่งล้าหลังเมื่อไปเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงมีความรู้สึกเห็นใจต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ๙ ท่าน ที่ท่านถูกเลือกมาจากตัวแทนอธิการบดี แต่อย่างไรก็ตามใน ๑๖ ท่าน แล้วก็บวกกับโดยตำแหน่ง มาจากระบบราชการ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้อ่านรายงานผมก็คิดว่าในรายงานนี้ก็มี ข้อมูลที่อย่างน้อยที่สุดในปีแรกๆ มาอยู่ในสภา ในครั้งต่อไปน่าจะมีการพัฒนา เราจะเห็น ได้ว่าในระดับอุดมศึกษาของเรา ถ้าท่านไปดูในหน้า ๓๕ เราจะพบว่าเมื่อเราจัดอุดมศึกษา ไปเทียบกับอุดมศึกษาของโลกที่มี ๑,๕๒๗ มหาวิทยาลัย ถ้า ๑ ใน ๑๐๐ มหาวิทยาลัยของ ไทยนี้ไม่มีอยู่จะมีแค่ประเทศสิงคโปร์ ๒ มหาวิทยาลัย ถ้า ๑ ใน ๕๐๐ มหาวิทยาลัย ในประเทศไทยก็ยังไม่มีอยู่ถึง แต่มีอยู่ของประเทศมาเลเซีย ๑ มหาวิทยาลัยแต่ถ้า ๕๐๐- ๑,๐๐๐ ปรากฏว่าของไทยมีอยู่ ๔ คือมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง แล้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วก็มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ส่วนมาเลเซียก็มีถึง ๘ มหาวิทยาลัย อันนี้ก็สะท้อนให้เห็นผมยังไม่มั่นใจว่าคณะกรรมการของสภานโยบายซึ่งจะมี วัตถุประสงค์ถึง ๑๑ ข้ออยากจะเรียนถาม อยากได้คำตอบว่าบุคคลโดยตำแหน่งขอทราบว่า ใน ๑ ปีคณะกรรมการประชุมกี่ครั้ง ตัวนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่มีรายชื่อมาประชุมด้วย ตนเองหรือไม่ แล้วก็การประชุมถ้ามีรายละเอียดอยากจะขอทราบว่ามันมีวาระลักษณะ อย่างไรบ้าง เพราะเนื้อหาบางทีรายงานเล็ก ๆ ยังมีคุณค่ามากกว่า รายงานการศึกษาของ ในสภาหลาย ๆ รายงานที่เกี่ยวกับการศึกษายังมีคุณภาพมากกว่า อย่างไรก็ตาม ผมอยากจะ กราบเรียนว่าหนึ่งในนโยบายที่ผมเห็นอยากจะช่วยให้สภานโยบายลองไปคิด ท่านก็เขียนไว้ ในนี้แล้วว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยเราลดลง อัตราการเกิดก็ลดลง แสดงว่าในอนาคตเรื่อง การศึกษามหาวิทยาลัยอาจจะต้องเปลี่ยนจากการให้การศึกษาที่เป็นนักศึกษาไปสู่บุคคล ที่สูงอายุมาศึกษา แต่ที่สำคัญที่ท่านเขียนว่าการลดความเหลื่อมล้ำให้เข้าถึงการศึกษา ในระดับอุดมศึกษา ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ จะมีกฎหมายในหมวดปฏิรูปประเทศ จริง ๆ ให้กฎหมายเสร็จใน ๑ ปีและให้มีผลใน ๕ ปี ครบ ๕ ปีเมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๕ มีกฎหมายอีกจำนวนมากน่าจะหลายสิบหรือเป็นร้อยฉบับไม่ปฏิบัติตาม แม้แต่กฎหมายเรื่อง ปฏิรูปการศึกษาท่านบอกว่าให้เสร็จภายใน ๑ ปี โดยให้มีกองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา รัฐธรรมนูญเราเขียนไว้ชัดเจนเลยว่ามาตรา ๕๔ วรรคหก ผู้ยากไร้ให้มีกองทุน ท่านไปมีกองทุนเสมอภาคการศึกษา กองทุนเสมอภาคการศึกษาได้งบประมาณไปปีละ ๖,๐๐๐ ล้านบาท กลับใช้เงินทั้งหมดไปใช้กับคนที่ไม่ยากไร้ ก็คือใช้คนที่เรียนฟรี ๑๕ ปี ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการเราเอาเงินไป แต่กองทุนนี้ก็เดินเข้าไปหาคนเรียนฟรี แต่คนที่ยากไร้ ต้องไปกู้เงิน กู้เงิน กยศ. ไม่พอ รัฐบาลชุดนี้เมื่อปี ๒๕๖๐ ก็ไปออกกฎหมาย กยศ. ใหม่ให้มี ดอกเบี้ยจากเงินฝากธนาคารออมสิน คือ ๑ สลึง เป็น ๗.๕ บาท และเบี้ยปรับอีก ๑๘ เปอร์เซ็นต์ รวมเป็น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็คือมะเร็งร้ายที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ แล้วที่สำคัญเวลาไปดูงบการเงิน ของ กยศ. ไปดูสิครับจะมีดอกเบี้ยกับเบี้ยปรับถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไปหากินกับคนที่เรียนหนังสือ ท่านไม่ได้ส่งเสริมการศึกษาครับ ผมก็อยากจะฝากทางสภานโยบายช่วยเอาข้อมูลว่าสภานี้ ทำอะไรกันบ้าง เพราะรายงานมันเหมือนตัดแปะมาเท่านั้นเองครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอนแรกผมตั้งใจจะให้ตัวแทนหน่วยงานได้ชี้แจงแล้ว แต่ว่ามีท่านสมาชิกขอเพิ่มอีก ๓ ท่าน ก็ยินดีครับ เชิญท่านเกียรติ สิทธีอมร ตามด้วยท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ตามด้วยท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ พอแล้วนะครับสำหรับวาระ ๒.๑๒ นี่ก็เยอะแล้วนะครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ เกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอร่วมอภิปรายนิดหนึ่งครับ ผมพยายามจะ มีข้อเสนอแนะแล้วกันที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์🔗
ประการแรก ในรายงานของท่านดูไล่ตั้งแต่หน้า ๑๖ ไปเรื่อย ถ้อยคำที่ท่านใช้ เป็นวลีเด็ด ๆ ทั้งนั้น เป็นถ้อยคำที่ทันสมัยหมดเลยครับ แต่ไปไล่ดูว่าผลที่สัมฤทธิผล เป็นรูปธรรมอยู่ตรงไหน ไม่มีนะครับ ถ้ามีช่วยบอกผมหน่อย ผมอ่านทุกหน้าผมพลิกทุกหน้า เลยนะครับ ผลที่เป็นรูปธรรมของแต่ละข้อมันคืออะไร อย่างเช่นถ้าพูดถึงอาร์ทิฟิเชียล อินเทลลิเจนซ์ (Artificial Intelligence) อะไรครับ เงินลงไปเท่าไร ลงไปกับใคร แล้วผลสัมฤทธิ์ คืออะไร หรือถ้าผลสัมฤทธิ์ภายในปีนี้มันยังไม่ได้ ปีไหนมันจะได้ เห็นไหมครับ เรื่องในแง่ของ การทำรายงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยนี่ สิ่งที่เราต้องการไม่ใช่ว่าสิ่งที่ทำในอดีตมันจะคืออะไร แต่ผลสัมฤทธิ์ในที่สุดมันคืออะไรในแต่ละหัวข้อที่ท่านเขียนไว้ ตรงที่ผมคิดว่าขอให้ปรับปรุง นิดเถอะครับ หรือถ้ามันมีข้อมูลท่านก็อธิบายพวกเราฟัง เพราะอ่านในเอกสารไม่พบครับ🔗
ประการที่ ๒ ผมให้ความสำคัญตั้งแต่หน้า ๘๓ เป็นต้นไป หัวข้อ ๒.๒ ท่านประธานครับ ทุกอย่างในโลกนี้มันเป็นเรื่องของการแข่งขัน เป็นเรื่องของการเปรียบเทียบ ระหว่างกัน เราเขียนเฉพาะว่าเราทำอะไรบ้าง ในเรื่องการวิจัย การพัฒนา การต่อยอด ทางด้านเทคโนโลยีมันเป็นเรื่องของการแข่งขัน มันต้องเปรียบเทียบกันครับ ประเทศไทย ตอนนี้ในรายงานของท่านบอกว่าเราใช้เงินทั้งหมดอยู่ที่ ๑.๑๔ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) แล้วเป็นภาครัฐ ๔๓,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเอกชน ๑๔๙,๐๐๐ ล้านบาท ท่านครับไล่ไม่ทัน ประเทศที่เป็นชั้นแนวหน้าที่ได้ประโยชน์จากการวิจัยและพัฒนาเขาลงทุนปีหนึ่งเท่าไรรู้ไหมครับ ขั้นต่ำคือ ๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ขั้นต่ำนะครับ แล้วเรายังอยู่ ๑.๑ เปอร์เซ็นต์เลย อีก ๑๐ ปีก็ไม่ทัน อย่างไรก็ไล่ไม่ทัน ถ้าเราจะไล่ให้ทันหมายความว่าอย่างไร คนอื่นอยู่ที่ ๓ เปอร์เซ็นต์ เราต้องอยู่ที่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ถามว่าทำได้ไหม ต้องไม่พูดว่าข้อจำกัดคืองบประมาณ ข้อจำกัดไม่ได้อยู่ที่งบประมาณเลย ข้อจำกัดอยู่ที่วิธีการมากกว่าว่าท่านใช้วิธีใดในการที่จะให้ เงินงบประมาณที่มีอยู่จำกัดนั้นได้ผลสัมฤทธิ์สูงที่สุด นั่นคือสิ่งที่ท้าทายท่าน ในรายงานก็ต้อง เรียนคราวหน้าผมอยากเห็นเปรียบเทียบกับประเทศอื่น คู่ค้าคู่แข่งในโลกเราเบนช์มาร์ก (Benchmark) กับใคร เราเทียบกับใคร อันนี้เขียนของเราเองแค่นั้นล่ะครับ เราพอใจกับสิ่งที่ เรามีอยู่ไม่ได้ครับ เพราะสิ่งที่เรามีอยู่มันไม่พอจริง ๆ มันไล่เขาไม่ทันจริง ๆ เราต้องเขย่ง ก้าวกระโดด หมายความว่าเราต้องลงทุนมากขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นการลงทุนของภาคเอกชนก็ได้ แต่มันขึ้นอยู่กับวิธีการ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าขอให้ท่านช่วยกรุณาใส่มิติของการ เปรียบเทียบของการลงทุนของประเทศคู่ค้าคู่แข่งของเราไปด้วยนะครับ🔗
เรื่องต่อไปนะครับ ในเรื่องของสัดส่วนของจีดีพี (GDP) เรื่องที่สำคัญไม่น้อย ไปกว่ากันเลยครับ เครื่องมือที่ท่านใช้คืออะไร ถ้าทราบไหมครับ ท่านเคยเปรียบเทียบกับ ประเทศอื่นไหมที่เขาก้าวหน้าทางวิจัยพัฒนาเขาใช้เครื่องมืออะไรบ้าง อันนี้รายงานท่าน ไม่มีเลย ผมยกตัวอย่างประเทศแคนาดา ถ้าเขามองว่าอุตสาหกรรมใดเป็นอุตสาหกรรม เป้าหมายที่เป็นประโยชน์กับประเทศเขาจะให้เงินช่วยเหลือ แล้วเป็นเงินวิจัยนะครับ แต่มีหลายรูปแบบมาก มีทั้งเป็นแกรนต์ (Grant) ให้เปล่าให้ฟรี (Free) ตามโครงการที่เสนอ มาแล้วต้องเสนอว่าเป็นประโยชน์อย่างไรด้วย อันที่ ๒ เป็นแมตชิงฟันด์ (Matching Fund) ก็คือพูดง่าย ๆ รัฐลงครึ่งเอกชนลงครึ่ง หรืออาจจะสัดส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปก็เป็นอีก หนทางหนึ่งใช้เงินน้อยได้ประโยชน์เยอะ เอกชนร่วมด้วย แล้วเป็นการทำวิจัยที่เกิดประโยชน์ กับเอกชนทันทีเลย หรือเกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งทันที แคนาดา เคยทำเรื่องด้านสิ่งแวดล้อม เยอรมันเคยทำเรื่องสิ่งแวดล้อม วิจัยทั้งสิ้นเลย ตลาดเป้าหมาย ชัดเจนมากเลย บางครั้งใช้เงินบาทหนึ่งแต่ทำให้สามารถให้เงินกู้ปลอดดอกเบี้ยหรือเงินกู้ ดอกเบี้ยต่ำได้ เห็นไหมครับ ใช้เงินบาทหนึ่งร่วมกับแบงก์เอกชนได้เงินเท่าไรครับ ๑๐ เท่า ๑๐๐ เท่าของเงินที่ลงไป เห็นไหมครับ ใช้เงินน้อยได้ประโยชน์เยอะ ออสเตรเลียเหมือนกันเลย มีการตั้งธุรกิจในตลาดยุทธศาสตร์ถือเป็นงานวิจัย เดนมาร์กไม่แพ้กันเลยครับ สิ่งเหล่านี้ ของสหรัฐเองก็มี ท่านเคยทำไหมครับ เปรียบเทียบกับประเทศเหล่านี้ ผมคิดว่ามันจะเป็น ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์ในการดำเนินการของท่าน🔗
ประการต่อมาเรื่องที่ควรวิจัยคืออะไรครับ มันกลายเป็นเรื่องที่นักวิจัยสนใจ หรือเรื่องที่มันเป็นประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ ตรงนี้ผมไม่เห็นรายงานความสำคัญ พอดีท่านใส่คำพูดที่ทันสมัยทุกอันเลยครับ เลยไม่เห็นลำดับความสำคัญเลย อันไหนลำดับ ความสำคัญเป็นอันดับที่ ๑ อันไหน ๒ อันไหน ๓ จะเกลี่ยงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด อย่างไรในสัดส่วนเท่าไร อันนี้ไม่มีรายงานซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ อีกส่วนหนึ่ง ที่ผมคิดว่ารายงานของท่านยังไม่ได้มีการวิเคราะห์เป็นรูปธรรมก็คือผลสัมฤทธิ์ลงเงินไป ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทของประเทศไทยหรือของ อว. เอง อะไรคือสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่เป็น รูปธรรมต่อคนกลุ่มใดบ้าง โครงการไหนใครได้ประโยชน์เป็นประโยชน์เป็นรูปธรรมอย่างไร หลายประเทศเขาทำนะครับ ตรงนี้ท่านยังไม่ได้ทำ ผมคิดว่าอันนี้มันสะท้อนขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศในภาพรวม🔗
ประการสุดท้ายเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ประเทศไทยเขย่งก้าว กระโดดตามศักยภาพที่มีมันคืออะไรท่านไม่ได้เขียน อย่างเช่นประเทศไทยเหมาะจะไป นาโนเทคโนโลยี (Nano Technology) ไหม หรือประเทศจะเหมาะไปในเรื่องอุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมอาหาร เชื่อไหมครับกลุ่มฟาร์มา (Pharma) ของทั้งโลกเขารวมตัวกันเขาบอก ประเทศไทยมีครบทุกอย่างที่จะไปในการทำวิจัยเป็นศูนย์กลางการวิจัยของโลกในเรื่อง อุตสาหกรรมยา ตรงนี้ผมก็ฝากท่านในรายงานฉบับต่อไปขอความชัดเจนหรือถ้าท่านสามารถ ตอบได้ในครั้งนี้ก็ยินดีขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายรับทราบรายงานการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมปี ๒๕๖๔ ของสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรมแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพ ผมเชื่อว่าทุกท่านคงคิดเหมือนผมว่าการศึกษาคือ การสร้างต้นทุนมนุษย์ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้เราจะนับถือการเรียนรู้มากกว่า การศึกษาเสียแล้ว การเรียนรู้ภาษาอังกฤษเรียกว่าเลิร์นนิง (Learning) การเลิร์นนิง (Learning) การเรียนรู้นั่นเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกโอกาส ทุกบุคคล ทุกบริบท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสถานการณ์โควิด (COVID) ทำให้สื่อไอที (IT) หรืออินฟอร์เมชันเทคโนโลยี (Information Technology) มีบทบาทเป็นอย่างมากในการเอื้ออำนวยให้เกิดการเรียนรู้หรือเลิร์นนิง (Learning) ผมไม่แน่ใจว่ากระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้คำนึงถึง สิ่งนี้หรือไม่ว่าเครื่องมือในการจัดเรียนรู้ให้แก่คนไทยทั้งประเทศทุกเพศ ทุกวัย ทุกสถานที่ ทุกโอกาส แล้วก็ทุกบริบท มันขึ้นกับสื่อสารสนเทศออนไลน์ (Online) รวมทั้งเครื่องมือ ในทางสารสนเทศด้วย เพราะหากว่าไม่นำสิ่งนี้มาคำนึงถึงจะเกิดความเหลื่อมล้ำเป็นอันมาก ที่ไหนมีอุปกรณ์มีเครือข่ายสัญญาณดี มีบริการสาธารณะที่ดี ยกตัวอย่างกรุงเทพมหานคร มีการสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็มีการหาเสียงที่จะติดตั้งวายฟาย (WiFi) จำนวนนับ ๑๐๐,๐๐๐ แห่งทั่วกรุงเทพมหานครเป็นต้น นี่ก็คือเป็นเรื่องของการเอื้ออำนวยให้เกิดการ เรียนรู้ตลอดชีวิตของฟรี แล้วก็ไม่คิดค่าใช้จ่าย เพราะฉะนั้นการที่กระทรวงอุดมศึกษาเป็น กระทรวงหรือเป็นหน่วยงานที่เป็นหัวหอกในการนำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี โดยเฉพาะวิจัยและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อไปสู่การพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจทั้งด้านสังคม เพื่อความมั่งคั่ง ความมั่นคง ความยั่งยืนนั้น เครื่องมือเหล่านี้ท่านจะละเลยไม่ได้นะครับ ผมดู ในการศึกษาวิจัยแล้วบางทีลงไปเฉพาะเรื่องเฉพาะด้านมากเกินไป แต่ในภาพใหญ่ท่านต้อง บอกรัฐบาลว่าจะต้องจัดเครื่องมือต่าง ๆ เหล่านี้ให้คนยิ่งอยู่ชายขอบเท่าไรท่านต้องยิ่งอำนวย ความสะดวกต่าง ๆ เหล่านี้ไปด้วยเพราะการศึกษานั้นเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ ลูกชาวไร่ ชาวนาในชนบทห่างไกลมีโอกาสมาทำงานอยู่กับคนร่ำคนรวยเป็นหมื่นเป็นแสนล้านก็เพราะ การศึกษา ผมมีโอกาสมาอยู่ที่นี่เป็นปากเป็นเสียงให้พี่น้องประชาชนเพราะผมได้โอกาส ในการศึกษา ทีนี้การจัดการศึกษาในปัจจุบันนี้ผมไปดูใน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ได้ปี ๒๕๔๒ รวมทั้งที่กำลังจะแก้ไขในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็ยังใส่วัตถุประสงค์ไว้น้อย เกินไป กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติก็ควรจะบอกสังคม เหมือนกันว่าการศึกษานั้นต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดอัจฉริยภาพในบุคคลนะครับ ที่อยู่ในระบบการศึกษาในการเรียนรู้ อัจฉริยภาพนั้นผมขอแปลง่าย ๆ ทุกท่านได้ยิน ท่านนายกรัฐมนตรีได้ยินทุกกระทรวงพูดถึงคำว่า สมาร์ต (Smart) สมาร์ตซิติเซน (Smart Citizen) ซิติเซน (Citizen) ก็คือประชาชนนะครับ มีสมาร์ตซิตี (Smart City) มีสมาร์ต ฮอสพิทอล (Smart Hospital) โรงพยาบาล สมาร์ต (Smart) มีสมาร์ตบอร์ด (Smart Board) มีสมาร์ต (Smart) หลายสมาร์ต (Smart) สมาร์ตฟาร์มเมอร์ (Smart Farmer) ชาวนา สมาร์ต (Smart) แต่ในระบบการศึกษารวมทั้งกฎหมายด้วยไม่มีพูดถึงพัฒนาให้คนไปสู่ความ สมาร์ต (Smart) หรือความมีอัจฉริยภาพนะครับ อัจฉริยภาพนี้ไม่เพียงแต่อัจฉริยภาพ ทางด้านระบบไอที (IT) นะครับ อัจฉริยภาพในด้านสุขภาพ คือเป็นผู้มีความตระหนักรู้ ในเรื่องของการกินการอยู่ในเรื่องของสุขภาพ ถ้าร่างกายไม่สมาร์ต (Smart) ไม่แข็งแรงก็ป่วย การที่จะดำรงชีวิตในภาวะที่ไม่แข็งแรง สมาร์ต (Smart) ทางด้านสติปัญญา เขาเรียกว่ามี ไอคิว (IQ) ที่ดี สมาร์ต (Smart) ทางด้านอารมณ์เขาเรียกว่ามีอีคิว (EQ) สมาร์ต (Smart) ทางด้านสังคมเป็นเอสคิว (SQ) เป็นโซเชียล อินเทลลิเจนต์ (Social Intelligent) รวมทั้งการ ที่มีสติปัญญามีสมาร์ต (Smart) หรืออัจฉริยภาพนั้น ซึ่งทุก ๆ คนมีอัจฉริยภาพคนละมาก คนละน้อยแต่การจัดการศึกษาของท่านซึ่งเน้นทางด้านอุดมศึกษานั้นสามารถค้นพบให้แต่ละ คนมีสมาร์ต (Smart) ทางด้านไหนแล้วหรือยัง แล้วการที่ให้เกิดเป็นผู้มีสมาร์ต (Smart) หรืออัจฉริยภาพทางด้านต่าง ๆ ตามความถนัด ตามความสนใจ ตามบริบทของแต่ละท่าน ของแต่ละท้องถิ่น ท่านต้องส่งเสริมให้จนถึงเกิดเป็นผู้ประกอบการทางนวัตกรรม เรียนไปทำไม มีประกอบอาชีพไม่ได้ นั่นเขาเรียกว่าเป็นอินโนเวทีฟ เอนเตอร์ไพรส์ (Innovative Enterprise) หรือเรียกว่าอินโนเวทีฟ อองเทรอเพรอเนอร์ชิป (Innovative Entrepreneurship) ต้องเรียน ให้จนกระทั่งถึงสามารถเป็นผู้ประกอบการทางนวัตกรรมในการเปลี่ยนสังคม เปลี่ยนโลก เปลี่ยนเศรษฐกิจของประเทศไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ฉะนั้นผมขออภิปรายรับทราบรายงานนี้เพื่อฝาก ไปถึงท่านว่าท่านต้องพัฒนาอัจฉริยภาพของแต่ละบุคคลแล้วก็ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนกระทั่งถึง วัยอุดมศึกษาตลอดชีวิต แล้วก็ไปสู่การเป็นผู้ประกอบการทางนวัตกรรมเพื่อความเจริญรุ่งเรือง ของปัจเจกบุคคลก็ดี ครอบครัวชุมชนและสังคมประเทศชาติโดยอาศัยพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมด้วยครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอกล่าวสั้น ๆ ๓ ประการนะครับ ด้วยเวลาที่จำกัด🔗
ประการแรก มหาวิทยาลัยของไทยเรากับทางภาคธุรกิจต้องถือว่ามีการแบ่งแยก อย่างชัดเจน เรามีอาจารย์ต่าง ๆ ที่จบจากมหาวิทยาลัยชั้นยอดของโลกเกือบทุกแห่ง แต่ว่า ความเชื่อมโยงกับธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งเอสเอ็มอี (SMEs) เกือบจะเป็นไปไม่ได้เลย งานต่าง ๆ ของเอสเอ็มอี (SMEs) เกิดขึ้นจากเถ้าแก่ เกิดขึ้นจากคนที่เขาทำธุรกิจ แล้วก็ ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมา เขาก็จะไม่มีความเชื่อมโยงกับทางงานวิจัยของมหาวิทยาลัย เขาจะมี ความกลัวไม่กล้าเข้าไปติดต่อหรือพบปะด้วย ผมอยากจะเห็นทางทางคณะของท่าน สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้ช่วยทลายกำแพงตรงนี้ ในสมัยหนึ่งผมเคยอยู่ในส่วนของมหาวิทยาลัยและในส่วนของธุรกิจผมก็พยายามจะดึง อาจารย์ที่จบเข้ามาช่วยงานของทางธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งก็เกิดประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่าย ก็คือทางฝ่าย ของธุรกิจเขาก็ได้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามา ขณะเดียวกันทางอาจารย์เขาก็ได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่เขา เรียนจากมหาวิทยาลัยชั้นยอดของโลกเมื่อมาอยู่ในสภาพธุรกิจที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร มันเกิดประโยชน์ร่วมกัน เพราฉะนั้นประเด็นนี้อยากจะขอฝากท่านว่าช่วยทะลุทะลวงกำแพง ตรงนี้ของบ้านเรา ในต่างประเทศอย่างฮอลแลนด์ผมเรียนมา เพื่อนผมบางคนเข้ามาทำธุรกิจ ในเมืองไทย วันดีคืนดีเขาก็กลับไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยได้ แต่ของบ้านเราเป็นเหมือนกับ เป็นวันเวย์ (One Way) ก็คือออกแล้วออกเลย จะเข้าจะออกแบบในต่างประเทศไม่ได้ อันนี้ คือเป็นปัญหาหนึ่ง🔗
ข้อที่ ๒ ที่ผมผ่านมาแล้วในฐานะที่ผมเคยเป็นผู้บริหารของมหาวิทยาลัย แห่งหนึ่ง การปรับหลักสูตรทำได้ยากมากเพราะจะต้องไปผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ทั้งภายใน แล้วก็ต้องไปที่กระทรวง ผมเคยอภิปรายประเด็นนี้มาแล้วในช่วงก่อนที่จะมีการเมิร์จ (Merge) รวมกระทรวงอุดมศึกษากับทางกระทรวงวิทยาศาสตร์นะครับ แต่ว่าไม่แน่ใจว่า ทุกวันนี้หลังจากที่ผมออกมาแล้วหลายปีประเด็นนี้ได้มีการแก้ไขหรือยัง ท่านควรจะต้องให้ มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาวิทยาลัยที่เขามีคุณภาพได้มาตรฐานแล้ว ติดอันดับโลก แล้วได้มีความเป็นอิสระในการที่จะปรับหลักสูตร บางทีเขาปรับเล็กปรับน้อยเขาไม่กล้าปรับ เพราะว่าเดี๋ยวจะไปผิดสิ่งที่ได้เคยขออนุมัติไปแล้วข้างต้น ผมคิดว่าถ้าท่านทำได้ก็จะเกิดเสรี ในการที่จะคิดนำเอาสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาสอนเข้ามาใช้ในการศึกษาได้นะครับ🔗
ประการสุดท้ายครับท่านประธาน ผมได้มอบหนังสือที่ผมเขียนก่อนที่ผมจะ มาเป็น ส.ส. กับท่านรองปลัดศุภชัยไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ หนังสือเล่มนี้ผมเขียนจาก ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาโท แล้วก็แบ่งสัดส่วนเนื้อตามเนื้อหาที่สอนในระดับ ปริญญาโท โดยที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับนักศึกษา แล้วผมก็ได้เรียนรู้ว่าความเจ็บปวด ของคนเขียนหนังสือนี้คืออะไร แม้ว่าหนังสือเล่มนี้ผมพยายามจะให้ขายในราคาที่ถูกมาก แล้วก็พิมพ์จำนวนมากเพื่อจะได้แจกกระจายให้ทั่ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าผู้สอนหรือผู้เขียน ได้เงินจากโรงพิมพ์ในต่ำมาก จากโรงพิมพ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนี่กินกำไรไปสูงมาก เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากท่านนะครับ ท่านเขียนอยู่ในหน้า ๑๙ ว่า ๑.๑๕ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรม ประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิรูประบบให้วิชาการด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปศาสตร์ได้รับการทำนุบำรุงอย่างเหมาะสม แล้วก็เขียนต่อไปเยอะแยะ ผมอยากเห็นท่านให้การสนับสนุนกับคนที่เขียนหนังสือเขียนตำราครับ เพราะคนเขียนตำรา อย่างผมที่ทดลองทำเล่มนี้ผมต้องไปจ้างคนทำอาร์ตเวิร์ก (Artwork) เป็นเงินเดือนหลายหมื่นบาท แล้วสิ่งที่ได้มาผมนี่ติดลบเยอะมากก็เลยขออนุญาตฝากเป็นประเด็นไว้ว่าหากท่านจะส่งเสริม ให้พวกอาจารย์เขากล้าหรือยอมที่จะเขียนหนังสือทุ่มเทเวลา เราคงจะต้องมีอินเซนทีฟ (Incentive) ให้อย่างเช่นที่ท่านเขียนอยู่ในเอกสารของท่าน หน้า ๑๙ ครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญตัวแทนจากหน่วยงานได้ชี้แจงครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับ กระผม กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เป็นสำนักงานเลขานุการของ สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ต้องขอขอบพระคุณ ทางท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้กรุณาให้คำแนะนำมากมาย ในวันนี้ ในเรื่องของการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมซึ่งเป็น ประโยชน์อย่างมากสำหรับที่พวกกระผมจะนำไปในการพัฒนาต่อไปนะครับ หลายอย่าง ที่ท่านได้อภิปรายมานะครับ ก็มีหลายสิ่งที่ทางกระทรวงเอง ทางสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติเองก็ได้ดำเนินการนะครับ แล้วก็มีความก้าวหน้า เป็นลำดับ ตัวอย่างเช่นที่ได้พูดถึงเรื่องการบริหารทุนวิจัยนะครับ เราก็มีระบบข้อมูลรวม ทั้งหมดของทุนวิจัยแล้วก็เห็นว่างานวิจัยจะไปทางไหนบ้าง อันนี้ก็มีข้อมูลชัดนะครับ รวมไปถึง สามารถที่จะทำให้มันไม่ซ้ำซ้อนแล้วก็โปร่งใส เรื่องความเสมอภาคและความเท่าเทียมของ อาจารย์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ นะครับ ทางกระทรวงเองก็ได้มีการจัดทุนการศึกษาและ ทุนวิจัยให้แล้วก็แยกตามกลุ่มของมหาวิทยาลัยนะครับ มหาวิทยาลัยที่พัฒนาเชิงพื้นที่ก็ได้รับ ในส่วนนั้นนะครับ มหาวิทยาลัยที่จะทำวิจัยทางเทคโนโลยีก็จะไปทางกลุ่มของเทคโนโลยี เพราะฉะนั้นการแยกที่ชัดเจนก็จะมีความเสมอภาคมากยิ่งขึ้น ในเรื่องของสังคมศาสตร์ก็ ไม่ได้ละทิ้งนะครับ แล้วก็ปัจจุบันได้ให้ความสำคัญมากนะครับ กระทรวง อว. ได้ตั้งหน่วยงาน ขึ้นมาเรียกว่าวิทยสถาน ด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ เพื่อที่จะดูแลงาน ทางด้านสังคมศาสตร์ให้ดีนะครับ🔗
สำหรับการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบใหม่นะครับ ทั้งนอนดีกรี (Non Degree) แล้วก็การทำคลังหน่วยกิต ตัวนี้ก็จะตอบโจทย์การศึกษาในยุคใหม่ด้วยนะครับ🔗
ด้านเศรษฐกิจฐานรากเองนะครับ ทางสภาแห่งนี้ก็ได้ออกกฎหมายมาเมื่อไม่ นานมานี้ให้มีการดูแลการพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยีนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคโนโลยีที่เหมาะสมลงไปสู่เศรษฐกิจฐานรากนะครับ ทางสภานโยบายก็จะดำเนินการ ในการจัดหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงนะครับ🔗
สำหรับเรื่องของเด็กที่ยากจนนะครับ อันนี้เป็นไพรออริตี (Priority) ของการ ทำงานของทั้งสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติและ กระทรวง อว. นะครับ สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ และกระทรวงนี้ก็มีนโยบายที่จะลงไปดูแลนะครับ ให้มหาวิทยาลัยลงไปดูแล คัดเลือกเด็ก ตั้งแต่ที่ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย ที่เป็นเด็กยากจน แล้วก็จัดสรรทุนให้จนเรียนจบนะครับ เมื่อเรียนจบแล้วก็ยังดูแลไปเรื่องการจ้างงานต่อไปด้วยนะครับ แล้วก็การยกระดับสกิล (Skill) ต่าง ๆ รวมไปถึงส่งเสริมการไปเป็นผู้ประกอบการนะครับ นอกจากนี้ก็จะขอขอบพระคุณอีกครั้ง สำหรับข้อแนะนำนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อแนะนำเรื่องของหัวข้อการวิจัยต่าง ๆ ที่ทาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้นำเสนอ แนะนำมานะครับ ไม่ว่าจะเป็นฟ้าทะลายโจร เรื่องพืช เศรษฐกิจ คราม เมกะโพรเจกต์ (Megaproject) เรื่องน้ำ เรื่องปุ๋ย เรื่องพันธุ์ เรื่องชาวนา การ แปรรูปสินค้าเกษตร การสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ แล้วก็คุณธรรมพวกนี้ ทางทีมงาน ทาง กระผมเองก็จะนำไปที่จะใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศต่อไปนะครับ🔗
เรื่องของการเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจนะครับ ตรงนี้ ก็ขอรับไปทำให้เกิดความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ แล้วก็การปรับหลักสูตรที่นำ เรียนมาเมื่อสักครู่ว่ามันทำได้ยาก ปัจจุบันเรามีกลไกเรียกว่าไฮเออร์ เอดดูเคชัน แซนด์บ็อกซ์ (Higher Education Sandbox) นะครับ ที่สามารถที่จะเวฟ (Wave) ข้อกำหนดเดิมได้ ทั้งหมดนะครับ ขณะนี้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็ส่งเข้ามาในการทำหลักสูตรตรงนี้จำนวนมาก พอสมควรแล้วก็คิดว่าจะปรับหลักสูตรต่าง ๆ เหล่านี้ได้ง่ายขึ้นนะครับ สำหรับเรื่องของ การผลิตผลงานวิชาการและหนังสืออันนี้ก็ทางพวกเราจะรับไปในการหาวิธีการที่จะส่งเสริม ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าสำหรับระเบียบวาระที่ ๒.๑๒ ก็มีการอภิปรายซักถามกันอย่างกว้างขวางก็ต้องขอขอบคุณ ตัวแทนหน่วยงานที่ได้ตอบชี้แจงเป็นที่เรียบร้อยถือว่าจบการรายงานรับทราบรายงาน การพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศประจำปี ๒๕๖๔ แล้ว นะครับ ขอขอบพระคุณหน่วยงานนะครับ ท่านอรรถกรครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนปรึกษาท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ คือวันนี้เรื่องรับทราบรายงานของเรา เราก็ใช้เวลามากพอสมควร ช่วงก่อนที่จะจบรายงานฉบับเมื่อสักครู่นี้ผมก็มีโอกาสได้ประสาน ไปยังเพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะเพื่อนสมาชิกที่เป็นวิป (Whip) ของพรรคร่วมฝ่ายค้านแล้วก็ วิป (Whip) ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลครับ คือถ้าดูรายงานฉบับหน้ามีผู้อภิปรายมีรายนามอยู่ ประมาณ ๑๕ ท่าน ไม่รู้ว่าจะเพิ่มอีกกี่ท่าน แล้วผมว่าวันนี้เวลาก็ล่วงเลยพอสมควรนะครับ ท่านประธาน ถ้าจะเป็นไปได้ไหมครับว่ารายงานฉบับหน้าเราก็เอาไว้พิจารณาในการประชุม ครั้งถัดไป จึงขอนำเสนอท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗