รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
______________________________
ท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือตามลำดับ รายชื่อและเวลาที่ยื่นโดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาทีนะครับ ท่านแรก ขอเชิญท่านประเสริฐ บุญเรือง ตามด้วยท่านสุเนตตา แซ่โก๊ะนะครับ ต้องขออภัยถ้าอ่านชื่อผิด เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขอปรึกษาหารือกับท่านประธาน ๔ เรื่อง เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในการสัญจรไปมา เรื่องถนนบรรทุกพืชผล ทางการเกษตรภายในพื้นที่ อำเภอเขาวง อำเภอกุฉินารายณ์ และอำเภอนาคู คือ ๑. ถนน สายบ้านนาขาม หมู่ที่ ๑๐ ถึงบ้านโนนสว่าง หมู่ที่ ๖ ตำบลนาขาม อำเภอกุฉินารายณ์ ระยะทางทั้งหมด ๕ กิโลเมตร ตามสไลด์ (Slide) ที่ ๑ นะครับ🔗
ตั้งแต่ตั้งบ้านคู่บ้านคู่เมืองมาจนถึง ปัจจุบันยังไม่ได้รับการพัฒนาเลยนะครับถนนเส้นนี้ ทั้ง ๆ ที่อยู่ในเขตเทศบาล ขอรับการ สนับสนุนงบประมาณปี ๒๕๖๖ จากเงินอุดหนุนเฉพาะกิจก็ไม่ได้รับการจัดสรร และ ปี ๒๕๖๗ งบประมาณที่จะตั้งเข้าไปนี้ก็ขอรับการสนับสนุนขอให้กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น พิจารณาด้วยครับ🔗
ถนนเส้นที่ ๒ คือเส้นที่เห็นรูปรถ ก็คือถนนเส้นจากบ้านหนองแสง ตำบลสงเปลือยไปถึงบ้านนาโก ถนนเส้นนี้ระยะทางทั้งหมด ๗.๕ กิโลเมตร ได้รับการลาดยาง และทำคอนกรีตแล้วประมาณ ๗ กิโลเมตร คงเหลือ ๕๐๐ เมตร ๕๐๐ เมตรนี้ทำงบประมาณ ขอไป ๒ ปีแล้วยังไม่ได้รับการสนับสนุนทั้งจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่ดูแลรับผิดชอบ ถนนเส้นนี้ ก็ขอให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจารณาด้วยครับ🔗
และเรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องขอจากท่านนายกเทศมนตรีเมืองกุฉินารายณ์ นายธนเสฏฐ์ ชัยสงครามธนทัต เรื่องขอรับการสนับสนุนขยายช่องจราจรถนนสาย ๒๐๔๖ ของกรมทางหลวงจากสี่แยกบัวขาวคือสี่แยกกุฉินารายณ์ถึงสะพานลำน้ำยังเพราะว่ามีปัญหา🔗
เรื่องที่ ๔ ขอขอบคุณท่านประสิทธิ์ สาขา ผู้อำนวยการแขวงการทางสกลนคร ๑ ที่ได้มองเห็นความสำคัญด้านความปลอดภัย ได้จัดสรรงบประมาณปี ๒๕๖๖ เรื่องไฟจราจร สี่แยก ตำบลกุดค้าว ทางไปบ้านโพนนาดี และไปเต่างอย อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสุเนตตา แซ่โก๊ะ ตามด้วยท่านอนันต์ ศรีพันธุ์🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลัง ดิฉัน มีเรื่องจะมาปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องสิทธิของคนตาบอดสี ก่อนอื่นท่านประธาน ดิฉันขอให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องภาวะตาบอดสีให้ได้ทราบก่อนนะคะ โรคตาบอดสีคือความบกพร่องทางการมองเห็นสีต่าง ๆ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับความสามารถ ในการจำแนกแยกแยะสีโดยแต่ละคนอาจจะมีลักษณะของตาบอดสีที่แตกต่างกันและมีความ รุนแรงในระดับที่ต่างกันไป อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีภาวะตาบอดสีแต่ในเรื่องของวัตถุรูปร่าง การมองเห็นภาพนั้นยังคงเห็นชัดเจนเหมือนคนปกติทั่วไปค่ะ สังคมไทยมีความรู้เรื่องภาวะ ตาบอดสีกันน้อยมากส่งผลให้คนตาบอดสีถูกจำกัดสิทธิในการเข้าศึกษาในบางคณะ หมดสิทธิ ในการขับรถ ถูกกีดกันจากหน้าที่การงานค่ะ ดิฉันขอยกตัวอย่างเรื่องการทำใบขับขี่รถยนต์ นะคะ เราต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางสายตา การแยกแยะสี หากทดสอบไม่ผ่าน ก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำใบขับขี่ก็จะทำให้เขาไม่สามารถขับรถได้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่สามารถประกอบอาชีพใด ๆ ที่ต้องมีการขับรถได้เลย ซึ่งจะว่าไปแล้วหากเราให้ ความสำคัญในการแก้ปัญหามีความจริงใจที่จะให้เขาได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน หน่วยงาน ต่าง ๆ ก็อาจจะศึกษาร่วมกันได้ว่าการออกแบบไฟจราจรเพื่อให้คนภาวะตาบอดสีสามารถ ใช้งานได้อย่างเช่นการเพิ่มสัญลักษณ์บางอย่างเข้าไปบนไฟจราจร หรือการใช้หลอดไฟ แบบพิเศษ จัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมเอื้อต่อคนตาบอดสีจะทำให้คนตาบอดสีสามารถ ทำใบขับขี่ ทำอาชีพที่ต้องมีการขับรถได้และไม่ถูกกีดกันอีกต่อไป นี่แค่เป็นตัวอย่างเรื่องเดียว เท่านั้น ยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่จะช่วยลดข้อจำกัดให้คนตาบอดสีได้ ดิฉันจึงขอเรียนท่านประธาน ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยทำงานร่วมกันอย่างเป็นจริงเป็นจังและช่วยกันทำให้ คนตาบอดสีได้มีโอกาสในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอนันต์ ตามด้วยท่านภราดร ปริศนานันทกุล นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม อนันต์ ศรีพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานีจากพรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่อง หารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก คือเรื่องการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคของอำเภอเพ็ญ ไฟฟ้าไม่พอใช้ครับ นั่นคือความเดือดร้อนของประชาชน ไฟมันตกตอน ๒ ทุ่ม หรือ ๓ ทุ่มไฟไม่พอใช้เพราะฉะนั้น อยากจะให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ดูแลตรงนี้หน่อยนะครับ ฝนตกนิดหน่อยก็ดับหมดแล้ว นั่นคือปัญหาที่สำคัญของประชาชน ทำให้ตู้เย็นอะไรมันพังเสียหาย นี่คือความเดือดร้อน ของประชาชน🔗
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องประปา ท่านประธานเชื่อไหมว่าประปาอำเภอเพ็ญไม่มี ที่ทำการประปาส่วนภูมิภาค เวลาเสียค่าน้ำประปาต้องไปจ่ายเงินที่อำเภอบ้านดุง ซึ่งระยะทาง จากอำเภอเพ็ญห่างจากอำเภอบ้านดุง ๔๐ กิโลเมตรจะไปเสียที่โลตัส (Lotus) หรือว่าทาง เซเว่น (Seven) ก็ต้องเสียค่าใช้จ่าย นี่คือชาวบ้านเขาเสียเงิน ถ้าหากว่าใบเสร็จที่เขาส่งไปนั้น ถ้าเราไม่ไปจ่ายตามกำหนดเวลาเราต้องเสียเวลาเดินทางไปจ่ายเงินที่อำเภอบ้านดุง นั่นคือ ปัญหาที่ประชาชนเดือดร้อนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แค่ตั้งสำนักงานที่อำเภอเพ็ญก็ยังตั้ง ไม่ได้ แล้วทีนี้เวลาประปาเสียชาวบ้านก็ต้องเดือดร้อนนะครับ ต้องแจ้งไปที่อำเภอบ้านดุง ที่ทำการอยู่ตรงนั้น ก็อยากจะฝากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนั้นได้ดูแลความเดือดร้อนของ ประชาชนในเขตอำเภอเพ็ญด้วยนะครับ เพราะอย่างท่านประธานก็ทราบว่าความเดือดร้อน ของประชาชนนั้นคือความเดือดร้อนของผู้แทนราษฎรทุกคนที่เป็น ส.ส. เขต ขอกราบ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญภราดร ตามด้วยท่านวุฒินันท์ บุญชู ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตหารือ ท่านประธานหลายเรื่องนะครับวันนี้🔗
เรื่องแรก ขณะนี้เข้าสู่ฤดูน้ำหลากเต็มที่แล้วนะครับ ก็ปัญหาเดิม ๆ ครับ เรื่องปัญหาน้ำท่วม จึงอยากจะหารือไปที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทยครับ เรื่องขอเงินงบประมาณเพื่อที่จะสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมที่บริเวณหมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ และ หมู่ที่ ๗ ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ได้ทำการต่อเนื่องมาหลายปียังเหลือ ช่วงฟันหลออีกแค่นิดหน่อยเท่านั้นเองครับ ของบประมาณในปี ๒๕๖๗ ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมหารือไปทางกรมทางหลวงของกระทรวงคมนาคม ๒ เรื่องครับ เรื่องแรก ถนนเลี่ยงเมืองสาย ๓๑๙๕ ไปทะลุที่สายเอเชีย ขอให้ดำเนินการมาหลายปี เช่นเดียวกัน ทราบว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินงาน ขอให้เร่งรัดแล้วก็เร่งบรรจุ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ เช่นเดียวกันครับ เรื่องที่ ๒ ของกรมทางหลวง ขอขยายถนนเป็น ๔ ช่องจราจรครับ หมายเลข ๓๔๕๔ จากอำเภอโพธิ์ทองถึงอำเภอวิเศษที่ตำบลบางจัก บริเวณเรียกว่าแยกหน้าโคก ระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ขอความกรุณากรมทางหลวง ช่วยบรรจุเอาไว้ในงบประมาณปีหน้าด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมขอหารือไปทางกรมทางหลวงชนบท เรื่องขอขยายผิวเส้นทาง จราจร ๓ เส้นทาง เส้นทางที่ ๑ ขอให้ขยายต่อทางหลวงชนบทหมายเลข ๔๐๐๔ ซึ่งขยาย เอาไว้แล้วจากวิเศษไปถึงที่ตำบลหลักแก้ว ขอขยายต่อจากหลักแก้วไปที่ไผ่วงไปที่สาวร้องไห้ สายที่ ๒ ขยายหมายเลข ๔๐๐๘ จากอำเภอวิเศษที่บริเวณแยกประปาวิเศษไปที่อำเภอ โพธิ์ทองผ่านหน้าโรงเรียนตันติ เส้นทางที่ ๓ ขอขยายหมายเลข ๔๐๐๗ จากบริเวณ แยกประปาไปที่ตำบลบางจัก ครบพอดีครับ ได้ ๖ เรื่อง ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวุฒินันท์ ตามด้วยท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วุฒินันท์ บุญชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคก้าวไกล เทศบาลบางแก้ว ซึ่งประกอบไปด้วย ๑๕ หมู่ โดยเฉพาะหมู่ที่ ๑๓ คือซอยราชวินิตบางแก้ว ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียนราชวินิต ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ และเป็น สถานที่ตั้งของโครงการบ้านจัดสรรระดับ ๔ ดาว ๕ ดาว จำนวนถึง ๒๗ โครงการ ปัญหา ที่ตามมาก็คือ ปัญหาเรื่องการจราจรติดขัด ปัญหาเรื่องน้ำท่วมขังในบริเวณซอยราชวินิต ซ้ำร้ายยิ่งไปกว่านั้นได้เกิดปัญหาซ้อนปัญหา หรือวิกฤติซ้อนวิกฤติ🔗
ก็คือได้มีโครงการสร้างคอนโดนิเนียม สูง ๔๐ ชั้น จำนวน ๓ โครงการ โครงการที่ ๑ สร้างแล้วเสร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ โครงการที่ ๒ กำลังก่อสร้าง และโครงการที่ ๓ อยู่ในกระบวนการของการทำอีไอเอ (EIA) ทั้ง ๓ โครงการนี้ สร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชนชาวบางแก้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเสียงจากการทำงาน ในยามวิกาล ไม่ว่าความเสียหายที่เกิดกับอาคารข้างเคียงเช่นการแตกร้าวและการทรุดตัว หรือแม้กระทั่งความไม่โปร่งใสของกระบวนการอีไอเอ (EIA) ที่จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ นั่นคือ ความเสียหายที่ทางโครงการได้ทำกับชุมชนชาวราชวินิตบางแก้ว ผมในฐานะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจึงอยากจะปรึกษาหารือและให้ทางรัฐสภาผ่านไปยังท่านประธานสภา ให้ทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเทศบาลเมืองบางแก้ว ศูนย์ดำรงธรรม อำเภอบางพลี และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่นหน่วยงานแผนทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ตามด้วยท่านพีระเพชร ศิริกุล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมากระผมได้มีโอกาสไปตรวจเยี่ยมที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยไปดูที่อำเภอเชียงดาวเพื่อจะดูเรื่องของการค้าชายแดนก็ได้รับความร่วมมือด้วยดีนะครับ กระผมขอขอบคุณคุณฉัตรเทพ เพิ่มทรัพย์ ท่านปลัดอาวุโสที่เป็นเจ้าภาพในการต้อนรับ รวมไปถึง พันเอก ณัฐฐา นวลศรีฉาย และพันตำรวจเอก ประดิษฐ์ ติ๊บมา ทั้งทหารและ ตำรวจที่ช่วยดูแลให้ข้อมูล ท่านประธานครับ ชายแดนเรามีด่านที่จะติดต่อค้าขายกับประเทศ เพื่อนบ้านเกือบทุกจังหวัด แต่จังหวัดเชียงใหม่นี้มีอำเภอที่ติดต่อกับพม่าหลายอำเภอ แต่ว่า ไม่มีชายแดนที่ค้าขายได้คือไม่มีด่าน ซึ่งก็เป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจที่คาดไม่ถึงนะครับ🔗
ท่านดูแผนที่นะครับ จากเชียงใหม่ ไปตองยีเกือบจะเป็นเส้นตรง แล้วก็เกือบจะเป็นเส้นตรงที่จะไปถึงใต้สุดของจีน เพราะฉะนั้น เส้นทางเส้นนี้เหมาะที่จะเปิดให้เป็นการค้าที่สมบูรณ์แบบแต่ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ทั้งที่จริง ๆ แล้วมีเหตุผลหลายอย่าง สินค้าที่อยู่ตรงชายแดนพม่าในส่วนนั้นมีราคาแพงกว่า สินค้าที่อยู่ฝั่งไทยถึง ๒ เท่าตัว แล้วทางฝั่งพม่าเองก็ได้ข้อมูลว่ามีทหารพม่าคุมพื้นที่ได้อยู่แล้ว ทางฝั่งไทยเราเองก็มีความพร้อม กระผมจึงขออนุญาตใช้โอกาสนี้ขอให้รัฐบาลช่วยผลักดัน เจรจากับรัฐบาลพม่าในการเปิดด่านที่จังหวัดเชียงใหม่ด้วยครับ ขออนุญาตที่จะให้ทาง กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบพระคุณ ครับ ต่อไปเชิญท่านพีระเพชร ตามด้วย ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านศุภชัย โพธิ์สุ สหายแสงที่เคารพครับ กระผม ดอกเตอร์พีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๔ พรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๑ กระผมได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากพระครูสันติธรรมประภาส เจ้าอาวาสวัดรังสีปาลิวัน บ้านโพน และพี่น้องพุทธศาสนิกชนบ้านโพนที่ประสบปัญหาเรื่อง กระแสไฟฟ้าไม่พอใช้ ทั้งนี้เนื่องจากวัดรังสีปาลิวันตั้งอยู่ปลายสายในการให้บริการไฟฟ้า ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอคำม่วง วัดรังสีปาลิวันเป็นวัดขนาดใหญ่มีศาสนสถาน และสิ่งปลูกสร้างที่จำเป็นต้องใช้กระแสไฟฟ้ามาก ที่สำคัญที่สุดคือสถานีวิทยุเสียงธรรม เพื่อประชาชนในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เอฟเอ็ม ๑๐๕.๒๕ (FM 105.25) เมกะเฮิรตซ์ ขณะนี้ไฟที่ใช้อยู่เป็นไฟ ๒ เฟส (2 Phase) ขอเพิ่มเป็นไฟ ๓ เฟส (3 Phase) จึงจะพอใช้ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ กระผมได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากนางสาวทองใบ โคตะวินนท์ และ พี่น้องประชาชนบ้านบึงบาดาล ตำบลหมูม่น บ้านหนองแห้ว ตำบลแซงบาดาล อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ เกี่ยวกับความเดือดร้อนของถนนเชื่อมหมู่บ้านเชื่อมตำบลสายบึงบาดาล- หนองแห้ว ซึ่งมีระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตร ทางท้องถิ่นทั้ง ๒ ไม่มีงบประมาณในการ ที่จะจัดสรรมาในการปรับปรุงซ่อมแซมเป็นถนนลาดยางหรือถนนคอนกรีต จึงขอความกรุณา ไปยังท่านผู้ว่าราชการจังหวัด อบจ. หรือท้องถิ่นจังหวัด ได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณลงไป บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ ขอติดตามทวงถามโครงการสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้าเขื่อนลำปาว ขึ้นสู่ภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ โครงการสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้าจากเขื่อน ลำพันชาดขึ้นสู่บ้านด่านเม็ก ตำบลสำราญ อำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งกระผมได้หารือ ต่อสภาแห่งนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ฝากไปถึงกรมชลประทานด้วย และขอขอบคุณแขวงการทางจังหวัดกาฬสินธุ์ คุณดวงตา พายุพล และท่านสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวงที่กรุณาเอาใจใส่จัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงถนนช่องทางจราจร จาก ๒ ช่องทางจราจรเป็น ๔ ช่องทางจราจร ถนนสาย ๒๐๔๑ ๒๒๗ และ ๒๒๘๙ ถึงแม้ว่า จะได้เพียงน้อยนิดแต่ท่านก็ยังกรุณาบรรจุในแผน ๕ ปีต่อเนื่องเพื่อจะทำให้แล้วเสร็จต้อง ขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ ขอบคุณท่านประธานมาก ๆ เลยครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญร้อยเอก จองชัย ตามด้วยท่านกูเฮง วายอหะซัน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี วันนี้ผมขอหารือในเรื่องสำคัญ ๒ เรื่องดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้สถานีตำรวจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ในจังหวัดชลบุรีรวมถึงจังหวัดอื่น ๆ แขวงทางหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เน้นย้ำดูแลเรื่องความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้มากขึ้นครับ โดยเฉพาะในพื้นที่ล่อแหลมหรือสุ่มเสี่ยง ต่อการเกิดเหตุร้ายครับ ผมได้มีโอกาสลงไปตรวจสอบพื้นที่หลายแห่งในจังหวัดชลบุรี หลังจากรับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน เช่นบริเวณสะพานลอยตามตรอกซอกซอย หรือแม้กระทั่งถนนหลักต่าง ๆ พบว่ามีไฟฟ้าดับหรือแสงสว่างไม่เพียงพออยู่หลายจุดนะครับ บ้างก็กล้องวงจรปิดเสีย บ้างก็คนเร่ร่อนอาศัยเป็นที่หลับนอน หรือมีกลุ่มวัยรุ่นมามั่วสุมกัน ถึงขั้นบางแห่งจัดแข่งขันรถหรือเปิดเพลงส่งเสียงดังในที่สาธารณะสร้างความรำคาญให้กับ ผู้คนบริเวณนั้น รวมถึงผู้คนที่สัญจรไปมาโดยเฉพาะทำให้เด็กนักเรียนและสุภาพสตรี เกิดความหวาดกลัวรู้สึกไม่ปลอดภัย ผมจึงขอให้หน่วยงานที่ข้างต้นที่กล่าวไปออกตรวจตรา ตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ให้บ่อยมากขึ้นเพื่อเป็นการป้องปรามเหตุร้ายอันอาจจะเกิดขึ้นและสร้าง ความอุ่นใจให้แก่ประชาชน และขอให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและไฟส่องสว่างว่าชำรุด หรือความสว่างเพียงพอหรือไม่ ส่วนเรื่องคนเร่ร่อนนั้นที่อาศัยอยู่บริเวณสะพานลอยหรือที่ ต่าง ๆ ผมอยากจะขอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จัดการและ ดูแลผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้ครับ เช่นส่งกลับภูมิลำเนาเป็นต้น โดยขอให้ทุกหน่วยงานบูรณาการ ร่วมกันอย่างเต็มที่เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้สนับสนุนให้มีการแก้ไขราคาน้ำมันแพงมาโดยตลอดนะครับ ในคราวนี้ขอให้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เร่งรัดพิจารณาเรื่องการที่การปิโตรเลียม แห่งประเทศไทย หรือ ปตท. นั้นสนับสนุนงบประมาณประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เข้ากองทุน น้ำมันเชื้อเพลิงว่าจะมีช่องทางรับเงินสนับสนุนโดยระเบียบใด หรือต้องทำอย่างไรเพื่อ ประชาชนจะได้ใช้น้ำมันในราคาที่ถูกลงโดยเร็ว ซึ่งถือว่าเป็นมาตรการที่รัฐขอความร่วมมือ กลุ่มโรงงานกลั่นน้ำมันและโรงแยกก๊าซธรรมชาตินำส่งกำไรส่วนหนึ่งจากค่าการกลั่นน้ำมัน ดีเซลและเบนซินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงวิกฤติราคาน้ำมันแพงเพื่อจะนำมาใช้ บริหารราคาน้ำมันดีเซลในประเทศ จึงขอให้กรมบัญชีกลางเร่งพิจารณาเรื่องการรับเงิน ให้ถูกระเบียบโดยด่วนครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านกูเฮงครับ ตามด้วยรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ผมขอ อนุญาตหารือ ๒ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรกของการรถไฟ วันนี้การรถไฟที่เขตตันหยงมัสบ้านผม ระหว่างยะลา ไปถึงสุไหงโก-ลกปัญหาขบวนตอนเช้าสายสุราษฎร์-โกลกจะมีปัญหามากครับ ๑. ก็คือ พนักงานขาด ยิ่งพนักงานขายตั๋วมีอยู่คนเดียววันนี้ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จันทร์จะเข้าไปออกัน เยอะมากเพื่อซื้อตั๋ว ทีนี้พอซื้อไม่ทันก็ต้องไปขึ้นบนรถไฟโดยไม่มีตั๋วก็ไปมีปัญหากับพนักงาน เดินตั๋วบนขบวนรถไฟอีก แล้วทีนี้ปัญหาก็คือเมื่อคนเยอะโบกี้รถไฟมันไม่พอ เมื่อไม่พอทุกคน จะขึ้นไปแล้วไปออที่ทางขึ้นไม่ยอมเข้าไปข้างในทำให้ไม่มีที่นั่งเขาก็เลยไปออครับ พอไปออ ทีนี้เกิดปัญหาว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ เจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วก็มีปัญหาในการจะตรวจตั๋วก็มี ปัญหากันไปมากระทบกระทั่งกันบ่อยครั้งก็ขออนุญาตให้ทางการรถไฟช่วยดูแลเรื่องนี้หน่อยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเกิดมานานแล้วใช้งบไป จำนวนมหาศาล แต่ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขจนถึงวันนี้ยิ่งเกิดที่ผ่านมาเมื่ออาทิตย์ ๒ อาทิตย์ ที่ผ่านมาเรื่องเผาเซเว่น (Seven) หรือว่าเผาบิ๊กซี (Big C) มันทำให้เกิดความรู้สึกสะสม กันมานานว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้เจ้าหน้าที่รัฐก็ถูกมองว่า เป็นกลุ่มก่อเหตุ นักการเมืองก็ถูกมองว่าเป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง แถมซ้ำวันนี้สงสาร ชาวบ้านก็ถูกมองว่าเป็นคนที่มีส่วนร่วมในการก่อการร้าย และที่สงสารที่สุดวันนี้การทำมาหากิน ของประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควรเพราะต้องเจอด่าน ด่านนี่เยอะอยู่แล้ว วันนี้มีด่านเพิ่มขึ้นทำให้ยิ่งไม่สะดวก และยิ่งน้อง ๆ เยาวชนวันนี้ส่วนมากจะถูกจับและถูก สงสัยหรือว่าถูกกักตัว เวลาตรวจสอบเด็กวัยรุ่นจะมีปัญหามากครับ เขาบอกว่าเวลาเกิด เหตุการณ์ทุกครั้งกลุ่มเยาวชนจะถูกมองเป็นกลุ่มแรกว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมในการก่อปัญหา ผมไม่อยากให้ความรู้สึกนี้กลายมาเป็นความเชื่อนะครับ ก็ขอให้นายกรัฐมนตรีช่วยนะครับ เรื่องนี้ผมอยากให้เสนอนะครับ เราจะเสนอให้คนดีมาปกครองคนไม่ดีครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรงค์ครับ ตามด้วยท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ เชิญครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตหารือ ๑ เรื่อง ก็คือเรื่องเปลี่ยนสามแยก ราชนิคมให้เป็นสี่แยกราชนิคม ผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านชุมชนราชนิคม เทศบาล นครศรีธรรมราชพร้อมกับได้ปรึกษาหารือกับแขวงการทางและท่านนายกเทศมนตรีเทศบาล นครศรีธรรมราชต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงสามแยกถนนราชนิคมไปบรรจบกับถนน ๔๐๑ หรือถนนอ้อมค่ายที่นครศรีธรรมราช เดิมเป็นสามแยกเป็นปัญหาอุปสรรคในการจราจร คนเกิดอุบัติเหตุมาก แล้วก็บล็อกเส้นทางการจราจร เมื่อเราเปลี่ยนจากสามแยกให้เป็นสี่แยก ตามที่ชาวบ้านร้องเรียนมาแล้ว จะทำให้พี่น้องสามารถเดินทางสัญจรระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ระหว่างคนในเมืองออกไปตลาดนาวงออกไปตลาดท่าซัก คนตลาดท่าซัก คนตำบล ท่าซัก คนที่ตำบลปากพูนจากท่าแพวิ่งเข้าสู่เมืองทำให้การจราจรย่นระยะทางและแถมยัง ปลอดภัย เพราะฉะนั้นการทำสามแยกราชนิคมเดิมให้เป็นสี่แยกราชนิคมก็จะทำให้เมือง สามารถเข้าออกได้สะดวกพร้อมกับปลอดภัย สะดวกในการเดินทางของผู้คน ขออนุญาต ที่จะนำเรียนท่านประธานเพื่อแจ้งไปยัง ผอ. แขวงการทาง และเทศบาลนคร ผู้ว่าราชการ จังหวัด เนื่องจากที่ตรงนี้เป็นที่ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชรอยต่อกับทางหลวง ดังนั้นการบูรณาการเพื่อการทำงานชิ้นนี้จะต้องเกิดขึ้นทั้งแขวงการทางนครศรีธรรมราช เทศบาลนครศรีธรรมราชและจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นตัวอย่างการบูรณาการในเชิงพื้นที่ ในระดับท้องถิ่นในการทำบริการสาธารณะให้กับชาวบ้านเพื่อให้ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดี ท่านประธานครับ ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสนำเอาความเดือดร้อนความต้องการ ของชาวบ้านมาบอกประธานแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศิรสิทธิ์ ตามด้วยนางสาวศรีนวล บุญลือ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ผู้แทนราษฎรนครราชสีมา เขตอำเภอปากช่อง พรรคเพื่อไทย ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนคนอำเภอปากช่องผ่านคุณสุรชัยว่าถนนสายแยก เข้าปากช่องช่วงบริเวณห้างโลตัส (Lotus) เชื่อมต่อไปยังเทศบาลเมืองปากช่อง ถนนเส้นนี้นั้น อยู่ในความรับผิดชอบของแขวงการทางที่ ๒ นครราชสีมา ทางหลวงหมายเลข ๒๔๒๒ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ถนนแคบเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งรถวิ่งมาก ต้องการให้ขยาย ถนนพร้อมทั้งติดไฟส่องสว่างและทำรางน้ำเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับชีวิตทรัพย์สินของ พี่น้องประชาชนคนอำเภอปากช่องและพี่น้องที่ใช้ถนนเส้นนี้สัญจรไปมา ฝากท่านประธานไปยัง กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้หางบประมาณมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในการขยายถนนด้วยครับ🔗
อีกเส้นทางหนึ่งที่เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้งคือเส้นทางหลวงหมายเลข ๒๒๔๓ หรือสายบ้านหนองอีเหลอเชื่อมต่อไปยังตลาด ปากช่องเป็นเส้นทางแหล่งท่องเที่ยวครับ เชื่อมต่อระหว่างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดสระบุรี เชื่อมกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ถนนเส้นนี้มีพืชผล ทางการเกษตรของพี่น้องประชาชนนำส่งตลอดทั้งปีเชื่อมต่อไปยังทุกจังหวัดของภาคอีสาน และเชื่อมต่อไปยังภาคเหนือตอนล่าง ถนนคับแคบเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งก็เลยหารือ ท่านประธานในสภาแห่งนี้ ได้รับการแก้ไขขยายถนนบ้านหลังเหว มาตรฐานช่วงหนึ่งแต่มัน ไม่ได้เกิดความปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงขอให้ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดสรรงบประมาณขยายเป็น ๔ เลน (Lane) ตลอดเส้นทาง ผมนำเรียนท่านประธานเป็น เอกสารทีหลังนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศรีนวล ตามด้วยท่านศักดินัย นุ่มหนู ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้านางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ได้รับการร้องเรียนจากชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านนะเจ้า หมู่ที่ ๒ บ้านวังน้ำหยาด ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง ปัญหาความเดือดร้อนขอก่อสร้างและสนับสนุน ก่อสร้างสถานีสูบน้ำพลังไฟฟ้าเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน กรมชลประทาน ผู้รับผิดชอบ ขอติดตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์ หมู่ที่ ๘ บ้านโป่งสมิตร หมู่ที่ ๑๓ บ้านม่อนยะ ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ขอขยายถนนบ้านทุ่งปุย ตำบลสันติสุขเชื่อม เทศบาลยางคราม อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ โครงการก็ขอสนับสนุนโครงการก่อสร้าง ถนน หมู่ที่ ๓ บ้านขุนป๋วย ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง เชื่อมถนน หมู่ที่ ๗ บ้านเมืองกลาง ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ขอขยายไหล่ทาง ๔๐๑๖ ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง ขอสนับสนุนโครงการก่อสร้างถนน ๕๐๕๔ บ้านขุนวาก หมู่ที่ ๑๘ เชื่อมบ้าน แม่นาจร ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ กรมทางหลวงชนบทเป็นผู้รับผิดชอบ ขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานรับผิดชอบทุก ๆ หน่วยงานด้วยเจ้า ขอกราบ ขอบพระคุณเจ้า🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศักดินัย ตามด้วยท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ผมขอหารือต่อ ท่านประธาน ในเรื่องสำคัญ ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือเรื่องโครงการอ่างเก็บน้ำ คลองพร้าวที่อยู่ในพื้นที่ของอำเภอเกาะช้าง ซึ่งโครงการนี้มีความสำคัญมาก ๆ เป็นโครงการ ที่ชาวเกาะช้างก็รอคอย แล้วก็โครงการนี้ได้มีการทำสัญญาก่อสร้างกันไว้เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๔ จะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๗ ท่านประธานครับแต่ดูเหมือนว่า ขณะนี้โครงการนี้ก็ยังไม่ได้คืบหน้าไปมากนักก็ไม่ทราบว่าติดขัดด้วยประการใด ก็อยากที่จะ ให้หน่วยงานของกรมชลประทานได้เข้าไปติดตามด้วย เพราะเนื่องจากว่าโครงการนี้มี ความสำคัญอย่างไรครับ ๑. เกาะช้างนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญมาก ๆ ของประเทศเรา แล้วก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวกันทุกมุมโลกเลยนะครับ เพราะฉะนั้นน้ำอุปโภคบริโภค จึงมีความสำคัญ และหากว่าเราขาดแคลนมันจะมีผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศเรา เสียเสน่ห์ของเมืองท่องเที่ยวไปด้วย ดังนั้นโครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าวเราจึงไม่ควรที่จะ ให้ล่าช้าออกไป ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาคธุรกิจของการท่องเที่ยวนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือโครงการลอกร่องแม่น้ำตราด เรื่องนี้ผมเพิ่งจะนำเสนอต่อสภา เมื่อไม่นานมานี้เองนะครับ เพียงแต่ว่า ณ วันนี้ในช่วงของฤดูน้ำหลากตามภาพนี้จะเห็นว่า พอฤดูฝนน้ำก็พัดตะกอนต่าง ๆ ออกมาเยอะ จะเห็นว่าเรือนี้ก็เอียงเลย และเข้าออกค่อนข้าง ด้วยความยากลำบาก ตะกอนดินก็มาทับถมถ้าหากว่าไม่มีการดำเนินการขุดลอก ฝนมาทุกปี ก็จะทำให้เกิดตะกอนทำให้เรือไม่สามารถที่จะเข้าออกได้ ไม่ว่าจะเรือประมง เรือขนส่งสินค้า อันนี้กระทบต่อเศรษฐกิจของพี่น้องชาวตราด ก็อยากที่จะให้หน่วยงานของกรมเจ้าท่าได้ เข้าไปดำเนินการโดยเร่งด่วนด้วยครับ ขอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจาตุรงค์ ตามด้วยท่านสิรินทร รามสูต ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ต้องขอบคุณท่านประธาน วันนี้ผมได้รับการร้องเรียนร้องขอจากพี่น้องน้องกันทรลักษ์ และผู้บริหารจำนวน ๖ ท่าน และมีเรื่องร้องเรียนอยู่ ๙ เรื่อง ขออนุญาตนะครับ ท่านที่ ๑ คือท่านนายกสนธยา ตาทุวัน นายก อบต. ภูผาหมอก ท่านนายกทวี บุญชิต นายก อบต. น้ำอ้อม กำนันตำบลละลาย ท่านมงคล สมประเสริฐ ท่านผู้ใหญ่สมชาย ผิวนวล ผู้ใหญ่บ้าน ห้วยตาเสก ท่านกำนันนิคม ธรรมรักษ์ ตำบลสังเม็ก และท่านรองนายกไสว แตะต้อง รองนายก อบต. บึงมะลู🔗
เรื่องที่ ๑ ก็คือก่อสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโศกขามป้อม ที่ตำบลภูผาหมอก ยังไม่ได้รับการรังวัดที่ดินในเรื่องของการขอใช้ที่ดิน🔗
เรื่องที่ ๒ ก่อสร้างประปาผิวดินที่ขาดแคลนน้ำ ซึ่งเป็นที่บ้านโศกขามป้อม เหมือนกัน เนื้อที่ ๒๘ ไร่ ขอใช้ ๑ ไร่🔗
เรื่องที่ ๓ คือก่อสร้างที่ทำการ อบต. สาธารณประโยชน์ ที่ ตชด. ใช้อยู่และ กำลังให้ราชพัสดุโอนคืน ขอใช้ ๑๓ ไร่ เนื้อที่ ๑๕๐ ไร่🔗
เรื่องที่ ๔ ซ่อมแซมถนนผิวบ้านหนองติม บ้านรุ่งอรุณ บ้านด่านเหนือ🔗
ถัดมาก็คือเรื่องของตำบลน้ำอ้อม ก็คือถนน ๒๐๘๕ กันทรลักษ์-กันทรารมย์ หน้าบ้านสำโรง คลองสำโรง น้ำท่วมฝนตกทางระบายน้ำไม่มี ปรับปรุงท่อระบายน้ำ แล้วก็ให้ ขุดลอกกำจัดวัชพืชคลองสำโรง คลองกุดปลาขาว ซึ่งเป็นแหล่งรับน้ำเสียของกรมพัฒนาที่ดิน🔗
เรื่องของกำนันตำบลละลายคือขุดลอกคลองห้วยตาเสก ซึ่งมีความกว้าง ประมาณ ๕๐-๗๐๐ เมตร ยาว ๑ กิโลเมตรกว่า เป็นแหล่งรับน้ำของตำบลละลายทั้งหมด🔗
ของกำนันนิคม ธรรมรักษ์ คือเรื่องของขุดลอกห้วยศีรษะกระบือจากบ้าน ป่าอ้อยเข้าถึงบ้านหนองเดียงห้วยนี้ยาวมากมาจากเทือกเขาพนมดงรัก🔗
และของรองนายกไสว แตะต้อง คือขอร้องเรื่องเกี่ยวกับทหารผ่านศึก ซึ่งมี ขนาดนี้ประมาณ ๕๙๒,๐๐๐ คน มีชั้นที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ชั้นที่ ๔ มากที่สุด ไม่ได้รับสวัสดิการ แล้วก็เบี้ยยังชีพ เขาเหน็ดเหนื่อยกันนะครับ อยากให้ท่านประธานได้ช่วยดูแล ขอบคุณ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสิรินธร ตามด้วยท่านยศวัฒน์ มาไพศาลสิน นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน สิรินทร รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน ท่านประธานคะ ช่วงที่ผ่านมาเกิดฝน ตกหนักพายุหลายลูกเข้ามาทางภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะที่จังหวัดน่านค่ะ ขอภาพสไลด์ (Slide) ด้วยค่ะ🔗
จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่สูง เวลาฝนตกสภาพถนนหนทางก็จะอยู่ในสภาพนี้นะคะ แล้วก็ส่วนมากก็อยู่ในเขตพื้นที่ป่า ดิฉันดีใจค่ะที่ท่านรักษาการนายกรัฐมนตรี ท่านประวิตร วงษ์สุวรรณ ท่านได้ลงไปให้กำลังใจ กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดน่าน แต่พวกเราไม่อยากได้เฉพาะกำลังใจค่ะ เราอยากได้ มากกว่านั้นคือถนนหนทางที่อยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ ทำอย่างไรจะให้เขาได้รับการซ่อมแซม อย่างรวดเร็ว เพราะว่าติดกฎหมายพื้นที่ป่าไม้ และนอกจากนั้นการได้รับค่าชดเชยต่าง ๆ พวกเราได้รับล่าช้ามากค่ะ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนอำเภอภูเพียง ตำบลน้ำแก่น เอาภาพสไลด์ (Slide) ลงได้ค่ะ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๖๔ ได้เกิดภาวะ โรคระบาดในสุกร ก็ได้ทำลายสุกรกันไปหลายร้อยตัว อย่างเช่น นายช่วย ดีอุต ๒๐ ตัว นายเนตร พลรักษา ๕๓ ตัว นายวรวุฒิ กุณนะ ก็หลายสิบตัว และนางจันทร์ทร จันทรลังกา ซึ่งประเมินค่าเสียหายแล้วของนางจันทร์ทร ๑๒๙,๗๖๘ บาท ต้องได้รับค่าชดเชย ๙๗,๓๒๖ บาทค่ะ แต่เวลาล่วงเลยมาอีกไม่กี่วันก็จะถึงเดือนตุลาคมแล้ว ค่าชดเชยต่าง ๆ ก็ยังไม่ได้ รับเลย และภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ก็อยากจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดช่วยแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านตามยศวัฒน์ ตามด้วยนางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรีครับ🔗
ผมมีเรื่องร้องเรียนท่านประธาน ไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ ในเรื่องของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือ ซึ่งผมได้ ร้องเรียนมาตามที่ประชาชนได้ร้องขอ ก็คือเรื่องของเงินชดเชยลัมปี สกิน (Lumpy Skin) ครับ ๒ ปีกว่าแล้วจังหวัดกาญจนบุรีไม่ได้อยู่ในส่วนของการประกาศภัยในตอนต้น แต่ว่าตอนหลัง ทราบว่ามีการอนุมัติจากงบกลางในการที่จะให้เงินเยียวยากับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือจาก โรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin) วันนี้จะขอฝากท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อีกครั้งหนึ่งให้ช่วยเร่งตามเงินเยียวยาให้กับผู้เลี้ยงโคกระบือ เพราะว่าตอนนี้นอกจากโรค ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) แล้วก็ยังจะมีโรคมือเท้าปากเปื่อยไม่ว่าจะเป็นหมู ไม่ว่าจะเป็นวัว ที่ระบาดอยู่เรื่อย ๆ แล้วก็วัคซีนของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่ยังไม่เพียงพอยังเป็น ความต้องการต่อพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือ🔗
เรื่องที่ ๒ นำเรียนไปยังกระทรวงคมนาคม ในเส้นทางหลวง หมายเลข ๓๒๐๙ ตอนควบคุมที่ ๐๑๐๑ ตำบลท่ามะกา ตำบลกลอนโด และทางหลวงหมายเลข ๓๕๘๐ ตอน ควบคุมที่ ๐๑๐๐ ตำบลแสนตอ เขาช่อง ผู้รับเหมาได้ทำการเคลียริ่ง (Clearing) ลงพื้นที่ได้ ทำการลงมือทำ สัญญาเริ่มต้นเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ แล้วก็ได้เริ่มเข้าทำงานเมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ครับปรากฏว่าทำแล้ว แล้วก็ทิ้งหายไปจนกระทั่งพี่น้องประชาชนได้รับ ความเดือดร้อน สัญจรไปมาเกิดอุบัติเหตุ ทั้ง ๆ ที่เป็นโครงการบอกว่าป้องกัน แล้วก็ เสริมสร้างการลดอุบัติเหตุในแยกที่บริเวณแยกใหญ่ ก็ขอให้แขวงการทางได้เร่งแก้ไข โดยเฉพาะตอนนี้เป็นช่วงฤดูฝนพี่น้องเดือดร้อนมาก ๆ เพราะว่าทางเข้าบ้านคนอื่นหรืออะไร ต่าง ๆ น้ำขังเข้าไม่ได้จึงได้ร้องเรียนมากับผมครับ🔗
แล้วขออีกหนึ่งเรื่องครับ เป็นน้ำท่วมบริเวณหน้าเทศบาลตำบลรางหวาย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรีครับ ผมร้องขอมานานแล้วให้แขวงทางหลวงช่วยไป ดำเนินการแก้ไขเพราะมันเป็นสะสมมาประมาณ ๓๐ ปีแล้วสำหรับถนนน้ำท่วมบริเวณ หน้าเทศบาล ตำบลรางหวาย อำเภอพนมทวน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณนภาพร ตามด้วยท่านสาคร เกี่ยวข้อง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทยค่ะ ดิฉันขอหารือท่านประธานไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย ดิฉันได้รับ เรื่องร้องเรียนมาจากคุณสุทธิพงศ์ และชาวบ้านอีกจำนวนมากผู้ใช้เส้นทางสัญจรไปมา ระหว่างถนนวิภาวดีว่าทางลอดอุโมงค์บริเวณหน้าวัดเสมียนนารีจุดตัดซอยประชาร่วมใจ ไม่สามารถใช้เส้นทางนี้ได้ เนื่องจากว่ามีแบร์ริเออร์ (Barrier) ถูกกั้นปิดถนนไม่ให้ใช้ บริเวณนี้ ถ้าฝนตก น้ำท่วมไม่ให้ใช้ก็พอเข้าใจได้ แต่พอเมื่อน้ำลดแล้วก็ยังถูกแบร์ริเออร์ (Barrier) ปิดกั้นอยู่ไม่ให้ใช้ ทำให้ประชาชนต้องไปกลับรถอีกกว่า ๙ กิโลเมตร ระยะทางขนาดนี้สำหรับ คนเมืองเราถือว่าไกลมากเพราะว่าเป็นถนนที่มีการสัญจรอย่างหนาแน่น เมื่อชาวบ้าน ไปร้องเรียนสำนักงานเขตบางซื่อทางเขตก็ตอบกลับว่าได้ร้องเรียนแจ้งเรื่องไปทางการรถไฟ แห่งประเทศไทยแล้ว แต่พอเวลาผ่านไปมันยังไม่ได้รับการแก้ไขชาวบ้านได้ทำการรถไฟอีก การรถไฟก็ตอบว่ายังไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากหน่วยไหนเลย ไม่มีเลขที่รับแจ้งแม้กระทั่ง โทรศัพท์เข้ามาก็ไม่มี ท่านประธานคะ การทำงานในฐานะที่เป็นข้าราชการกินเงินเดือนภาษี ของประชาชนไม่จำเป็นต้องให้ใครมาร้องเรียน ไม่ต้องมีเจ้าทุกข์ ถ้าท่านเห็นว่าประชาชน ไม่ได้รับความสะดวก ไม่ได้รับประโยชน์ ท่านควรที่จะเร่งดำเนินการแก้ไขเลยในเมื่อท่าน ใช้ภาษีของประชาชนไปสร้างทางแล้วควรจะเร่งเปิดใช้ ไม่ว่าทางนั้นจะยังไม่ได้รับการส่งมอบ หรือติดปัญหาอื่นใด ท่านควรจะเร่งดำเนินการแก้ไขเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด ดังนั้นดิฉันจึงขอรบกวนท่านประธานประสานงานไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทยให้ช่วย เร่งดำเนินการแก้ไขเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์จากการใช้เส้นทางนี้สูงสุดค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสาคร เกี่ยวข้อง ตามด้วยท่านมุกดา พงษ์สมบัติ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ อาจจะหารือกราบเรียน ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อธิบดีกรมทางหลวงแผ่นดิน แล้วก็ ไปถึงแขวงการทางจังหวัดพังงาซึ่งมีเขตบริการและเขตดูแลมายังจังหวัดกระบี่🔗
เรื่องแรก ก็คือเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณสี่แยกอำเภออ่าวลึก ที่มีชุมชน ขนาดใหญ่เป็นอำเภอเก่าแก่ แล้วก็มีโรงเรียนประจำอำเภอ มีโรงพยาบาล มีธนาคาร มีชุมชน มีตลาดสด ตลาดเช้า แล้วก็หลายสิ่งหลายอย่างมีการสัญจรไปมา เป็นทางแยกที่เข้าไปสู่ ตำบลแหลมสัก ซึ่งมีศักยภาพในการประมงและการท่องเที่ยว มีวัดมหาธาตุแหลมสัก แล้วก็ แยกไปทางอำเภอปลายพระยา จากอ่าวลึกไปยังอำเภอปลายพระยาเป็นแยกที่มีการสัญจร มีความต้องการในการใช้ไฟส่องสว่าง จึงอยากให้ทางกรมทางหลวงแผ่นดิน แขวงการทาง จังหวัดพังงา ซึ่งดูแลในพื้นที่นี้ได้จัดไฟส่องสว่างไปยังแยกอำเภออ่าวลึก🔗
เรื่องที่ ๒ เช่นกันครับ เป็นความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงจังหวัดพังงา ที่เข้ามาดูแลในเขตทางหลวงแผ่นดินของจังหวัดกระบี่ คือเส้นทาง ๔๑๕ หรือจะเปลี่ยนเป็น เส้นทาง ๔๓๑๑ เส้นทางนาเหนือ จากตำบลนาเหนือไปตำบลเขาต่อ ไปยังอำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นเส้นทางที่เชื่อมระหว่างจังหวัดกระบี่และจังหวัดสุราษฎร์ธานี อยากจะให้เพิ่มทางกลับรถของเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางที่พี่น้องประชาชนใช้มาก แล้วก็ ทางกลับรถแต่ละช่วง ๆ ห่างกัน ๓ กิโลเมตร ๔ กิโลเมตร ๕ กิโลเมตร ทำให้พี่น้องประชาชน ต้องสวนทาง สวนเลน (Lane) ยูเทิร์น (U-Turn) เกิดอันตราย พี่น้องได้รับความเดือดร้อน เป็นอย่างมาก จึงอยากให้ท่านประธานได้ดำเนินการสั่งไปยังกรมทางหลวงแผ่นดินได้เพิ่มทาง จุดกลับรถหรือยูเทิร์น (U-Turn) ตลอดเส้นทางหลวง ๔๑๕ บ้านนาเหนือ บ้านเขาต่อ ตลอดไปจนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญท่าน มุกดา พงษ์สมบัติ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางมุกดา พงษ์สมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้มีเรื่องหารือผ่านท่านประธานถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ ๓ เรื่องค่ะ เนื่องจากดิฉันได้รับความร้องขอได้ประสานงานจากนางสาวพรรัชนี ศรีสุดทะ นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลนาคำ และนายช่างภาณุวัฒน์ ทองโคตร เกี่ยวกับความเดือดร้อน เรื่องที่ ๑ ท่านประธานดังในภาพนะคะ🔗
เรื่องโครงการปรับปรุงถนนหน้า โรงเรียนหนองขามพิทยาคมถึงบ้านหนองแวง หมู่ที่ ๑๐ นักเรียนมาโรงเรียนท่านประธานคะ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ลูกหลานของเราเป็นอย่างยิ่งกว่า เพราะฉะนั้นฝากถึงกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นการถ่ายโอนอำนาจนั้นภารกิจไปแต่งบประมาณไม่ไปค่ะ ขอฝากถึง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นด้วยนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ โครงการขุดลอกหนองโดน บ้านกุดกระหนวน หมู่ที่ ๓ ตำบลนาคำ อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ภาพขึ้นคือวัชพืชค่ะ ตั้งแต่ดิฉันเป็นผู้แทนมาขอหลาย หน่วยงานก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นฝากถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมช่วยแก้ไข ปัญหาให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคของพี่น้องประชาชนด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมหมู่บ้านระหว่างบ้านหนองแวง หมู่ที่ ๑๐ ถึงบ้านโนนราษี หมู่ที่ ๒ ตำบลนาคำ ท่านประธานคะ ฝากถึงหน่วยงานว่ากรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นท่านกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเม็ดเงินไม่ไป นี่คือความเดือดร้อนเวลา สัญจรไปมา พืชผลทางเกษตรบางทีรถอีแต๊ก รถไถนาคว่ำก็มีค่ะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเห็น คือการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นฝากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเม็ดเงินต้องตามไปเพื่อ แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน เทศบาลเล็ก ๆ ไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนได้ เพราะฉะนั้นดิฉันฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่ดิฉันเอ่ยมาแล้วช่วยแก้ไขปัญหาให้พี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ต่อไปท่าน พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม🔗
เนื่องด้วยถนนคลองมะเกลือ สันโท ชาวบ้านหมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ ตำบลตลาดน้อยใช้สัญจรเพื่อการเกษตรกว่า ๑,๕๐๐ ไร่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ต่อมาเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ถูกล้อมรั้วปิดกั้นต้องอ้อม ไปเส้นทางอื่นกว่า ๑๐ กิโลเมตร นายเชิญ โภชนา จึงเป็นตัวแทนชาวบ้านร้องเรียนต่อ ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี เพราะว่าผู้ปิดทางนั้นให้เหตุผลว่าได้ซื้อที่ดิน จากนางหรั่ง แม้ว่าสามีของนางหรั่งได้มอบเป็นสาธารณประโยชน์แต่ด้วยวาจา มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในขณะนั้นและชาวตำบลตลาดน้อยเป็นพยานบุคคล เมื่อซื้อที่ดินนี้แล้วจึงได้ ล้อมรั้วปิดกั้นทางดังกล่าวผ่านมาแล้ว ๓ ปี เรื่องที่ร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมยังไม่ มีความคืบหน้า จึงขอหารือต่อท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ความเป็นธรรมกับทั้ง ๒ ฝ่าย กระผมขอยื่นเอกสาร แนบเพิ่มเติมนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ถนนเส้นหลังโรงเรียนวัดราษฎร์บำรุง หมู่ที่ ๑ ตำบลสร่างโศก ไปจนถึงหมู่ที่ ๓ ตำบลบางโขมด อำเภอบ้านหมอ หรือเรียกว่าถนนเส้นโรงปุ๋ยชาวบ้านต้อง สัญจรไปมาเส้นทางนี้จำนวนมากเกิดเหตุปล้นจี้ชิงทรัพย์เพราะไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างตลอด เส้นทาง ผิวถนนก็ชำรุด จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งการไปยังองค์กร บริหารปกครองส่วนท้องถิ่นได้เข้ามาดูแลซ่อมแซมเพิ่มแสงสว่างเพื่อความสะดวกแก่พี่น้อง ประชาชนต่อไป🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ถนนเส้นวัดราษฎร์บำรุงถึงวัดโคกเสลา ช่วงบริเวณหมู่ที่ ๑ ตำบลสร่างโศก ที่ถนนมีน้ำท่วมขังเนื่องจากการทำร่องน้ำไหลไม่สะดวกชาวบ้านต้องทำ ร่องเล็ก ๆ ให้น้ำไหลไปไม่ท่วมขัง ต่อมามีผู้ประสานงานมากมายให้กองช่าง อบจ. สระบุรี มาดำเนินการซ่อมแซมเป็นลูกรังลาดยางมะตอย สวยงามมาก ๆ แต่พอฝนตกน้ำยิ่งท่วมขัง ตามภาพที่เห็น รถวิ่งน้ำก็กระเด็นเข้าบ้าน และร้านค้าของชาวบ้านน้ำไหลจากอีกฝั่งหนึ่ง ไปยังอีกฝั่งหนึ่งท่วมบ้านของชาวบ้าน จึงขอหารือท่านประธานไปยังรัฐมนตรีมหาดไทย สั่งการให้ท้องถิ่นทำการดูแลซ่อมแซมปรับปรุงแบบที่ชาวบ้านไม่เดือดร้อน ท้องที่ควรที่จะ ชี้แจงและรับฟังก่อนที่จะแก้ไขเพราะว่าเจ้าที่ที่นี่แรง เวลาจะลงพื้นที่ถึงจะต้องจุดธูปบอกกล่าว กันเลยครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปอีก ๔ ท่าน ท่านเลิศศักดิ์ ท่านฐิติภัสร์ ท่านมานพ ท่านภาคภูมิ เชิญท่านเลิศศักดิ์ เพื่อไทย ก่อนครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขอใช้สิทธิ หารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เป็นความเดือดร้อนของที่น้องบ้านห้วยเทียน อำเภอปากชม และ พี่น้องบ้านห้วยเหล็ก ตำบลกกดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเลย ทั้ง ๒ พื้นที่เป็นพื้นที่ที่บอดสัญญาณ โทรศัพท์มือถือทั้ง ๆ ที่อยู่ในเขตเมืองไม่ได้ทุรกันดารแต่อย่างใด แต่พี่น้องประชาชน ไม่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือในพื้นที่ได้ ผมได้หารือต่อท่านประธานสภา ๒ ครั้งแล้วก็ยังไม่มี หน่วยงานใด หรือบริษัทเอกชนใดเข้าไปแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนเลย มีความจำเป็น เพราะว่าการใช้โทรศัพท์มือถือว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม ที่สำคัญที่รัฐบาล ควรจะต้องบังคับให้เอกชนได้ไปแก้ปัญหานี้ ผมจึงขอความกรุณาท่านประธานได้ประสาน ไปยังกระทรวงดิจิทัล เศรษฐกิจและสังคม ได้กรุณาประสานงานในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้อง ประชาชนทั้ง ๒ หมู่บ้านด้วยครับ🔗
เรื่องต่อมา เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องบ้านโนนสว่าง บ้านโป่งสำราญ แล้วก็บ้านห้วยพิชัยอยู่ตำบลห้วยพิชัย อำเภอปากชม จังหวัดเลย ในพื้นที่นี้มีสะพานไม้ ข้ามห้วยหงาว ซึ่งโดยปกติแล้วเวลาน้ำหลากสะพานก็จะได้รับความชำรุดเสียหาย พี่น้อง ประชาชนต้องช่วยกันแก้ปัญหาเอง ซ่อมแซมเอง ผมได้หารือต่อท่านประธานเรื่องนี้ไปแล้ว ๑ ครั้ง เพื่อเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบว่าถ้าหากเกิดปัญหาน้ำหลากขึ้นมาอีก สะพานจะได้รับความเสียหายก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ครับ จึงขอความกรุณาท่านประธาน ได้ประสานไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ได้กรุณาวางแผนงานในการจัดสรร งบประมาณแก้ไขปัญหาให้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านเลิศศักดิ์ ทำจดหมายมาถึงผมอีกทีหนึ่งก็ดีครับ ผมทำต่อไปให้ ต่อไปท่านฐิติภัสร์ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางกะปิ วังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องนำเรียนหารือท่านประธาน ผ่านไปยัง ๒ หน่วยงาน หน่วยงานอันแรกก็คือกรุงเทพมหานคร ต้องขอบคุณทาง กรุงเทพมหานครที่ได้จัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงถนนและท่อระบายน้ำให้กับ ซอยกรุงเทพกรีฑา ๘ แยก ๓ แล้วก็ถนนลาดพร้าว ๑๐๑ แยก ๔๒ หรือว่าชุมชนเทพทวี ซอย ๘ ซึ่งดิฉันได้เคยหารือผ่านสภาผู้แทนราษฎรนี้มา ๒ ปีแล้ว ปีนี้ทางกรุงเทพมหานคร ได้จัดสรรงบประมาณให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนแล้ว ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในปีถัด ๆ ไปก็จะจัดสรรงบประมาณในการซ่อมแซมถนนเส้นอื่น ๆ ต่อไป แล้วก็นอกจากนี้เมื่อเดือนที่ผ่านมากรุงเทพมหานครได้มีการพิจารณาจัดสรร งบประมาณปี ๒๕๖๖ กระจายสำนักงานต่าง ๆ แล้วก็ทางสำนักงานเขตทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำโครงการในเรื่องของอบรมสัมมนาให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งดิฉัน นำเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้โปรดระมัดระวัง แล้วก็ตรวจสอบในเรื่องของความโปร่งใสในเรื่องของการทุจริตหรือเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่ม คนใดกลุ่มคนหนึ่ง เพราะต้องไม่ลืมว่างบประมาณทั้งหมดมาจากภาษีของพี่น้องประชาชน🔗
ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง ดิฉันขอหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ว่าการเคหะ แห่งชาติ ในเรื่องของการปรับปรุง รั้วโครงการบ้านเอื้ออาทรหัวหมาก ซึ่งล่าสุดดิฉันก็ได้ นำเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ว่าการเคหะแห่งชาติแล้วในการปรับปรุงโครงการ ในเรื่องของรั้วที่พังชำรุดลงมา แล้วก็เรื่องของสนามเด็กเล่นลานออกกำลังกายให้กับผู้สูงอายุ และรวมถึงท่อน้ำดีภายในโครงการบ้านเอื้ออาทรหัวหมากก็นำเรียนหารือท่านประธาน ผ่านไปยังท่านผู้ว่าการเคหะแห่งชาติให้ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ ดิฉันยินดีที่จะนำพาลูกบ้าน แล้วก็ท่านผู้ว่าการแห่งชาติไปตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญ ท่านมานพครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ วันนี้ผมปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายสมบัติ ทองแหง นายกเทศมนตรี ตำบลสบเตี๊ยะ แล้วก็นายสมเกียรติ มีธรรม ว่าที่ผู้สมัครพรรคก้าวไกลนะครับ ในเรื่องไฟกิ่ง ส่องสว่างทางหลวงแผ่นดิน ๑๐๘ บริเวณดอยโมคคัลลา กม. ที่ ๖๔ และ ๖๕ ตรงนี้เกิด อุบัติเหตุบ่อยมากครับ ท่านนายกบอกว่าได้ประสานไปที่แขวงการทางเชียงใหม่แล้วติดข้อง เรื่องงบประมาณไม่มี เพราะนั้นอยากจะฝากไปทางรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม แล้วก็อธิบดี กรมทางหลวงเร่งดำเนินการ บ้านผมอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน ผมเจออุบัติเหตุแล้วมีผู้เสียชีวิต บ่อย และเส้นทางตรงนี้มีการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะรถพ่วงขนส่งเยอะมากครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพ่อกำนันบุญจู ขวัญปรีชาสกุล นายอุดมชัย มิตรมหายศ นายกเทศมนตรี ตำบลปางหินฝน แล้วก็นายสมเกียรติ มีธรรม กรณีชุมชนที่ ไม่มีไฟฟ้าใช้ในพื้นที่ตำบลปางหินฝน อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีทั้งหมด ๕ ชุมชน ท่านประธานครับ ชุมชนที่ ๑ บ้านโมโลตู่ หย่อมบ้าน บ้านพะดอป่า หมู่ที่ ๑๕ บ้านโมโลตู่ หย่อมบ้านเคาะท่า หมู่ที่ ๑๔ บ้านแม่หงานหลวง หย่อมบ้านขอนใต้หมู่ที่ ๑ บ้านแม่แฮใน หมู่ที่ ๓ แล้วก็บ้านแม่แฮใน หย่อมบ้านแม่ปิคี หมู่ที่ ๓ ก็ขอให้ทางรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย แล้วก็อธิบดีกรมการปกครองพร้อมกับทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเร่งดำเนินการ หมู่บ้านนี้ ชอบด้วยมหาดไทยครับ มีผู้ใหญ่บ้าน หมู่บ้านชอบด้วยกระทรวงศึกษาธิการครับ มีโรงเรียน หมู่บ้านนี้ชอบด้วยกระทรวงสาธารณสุข แต่เวลาจะพัฒนาติดเรื่องป่าไม้อะไรพวกนี้ครับ ขอให้เจ้ากระทรวงประสานกับเรื่องแค่นี้ไม่ใช่เรื่องยากครับ ขอบคุณมากครับ🔗
เชิญ ท่านภาคภูมิครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคเศรษฐกิจไทย ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ ๒ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านธีรพัฒน์ คีรีบริสุทธิ์ นายก อบต. สามหมื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก และท่านผู้ใหญ่สมบูรณ์ สุขเสรีโสภณ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๒ บ้านขุนห้วยแม่ท้อ ตำบลสามหมื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก เนื่องจากเมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ปีที่แล้วครับ สะพานข้ามห้วยแม่ท้อได้เกิดอุทกภัยทำให้สะพานขาด ประชาชนในพื้นที่ประมาณพันกว่าคนไม่สามารถสัญจรได้ ตัดขาดจากโลกภายนอกนะครับ ปัจจุบันมีการถมดินวางท่อเพื่อให้ใช้ชั่วคราวได้ แต่ถ้าเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ขึ้นในอีกน้ำป่า ไหลหลากอีกก็จะทำให้สะพานขาดอีกครั้งหนึ่งแน่นอนนะครับ ที่ผ่านมาทางองค์การบริหาร ส่วนตำบลสามหมื่นได้ขออนุมัติงบประมาณไปยังท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตากได้รับอนุมัติ เป็นโครงการเศรษฐกิจฐานรากเงินกู้ แต่เนื่องจากการอนุมัติล่าช้าทำให้ค่าอุปกรณ์ก่อสร้าง ขึ้นสูงมาก ผู้รับจ้างไม่มีคนมาประมูลงานก็ตกไป ล่าสุดองค์การบริหารส่วนตำบลสามหมื่น ได้ขออนุมัติงบประมาณจากกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นมีงบประมาณเหลือจ่าย ปี ๒๕๖๕ ก็ไม่ได้รับการอนุมัติ ผมได้ปรึกษากับท่านสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ท่านรับปากว่าท่านจะไปดำเนินการขอสนับสนุนจากกรมบรรเทาสาธารณภัยหรือของบกลาง จากท่านรองนายกในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ถ้าเกิดงบนี้ขอไป ขอทางผู้เกี่ยวข้องอนุมัติด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องสะพานข้ามทางหลวงเส้นที่ ๑๗๕ ของอำเภอบ้านตาก แม่ระมาด ขาดมาประมาณ ๑ ปีกว่าแล้ว รถตอนนี้ทำสะพานแบริง (Bearing) แต่รถใหญ่ ข้ามไม่ได้มีแต่รถเล็กข้าม ทำให้การขนส่งสินค้าของพี่น้องประชาชนมีต้นทุนผลผลิตสูงขึ้น ขอให้ทางหน่วยงานรับผิดชอบโดยเฉพาะกรมทางหลวงดำเนินการโดยเร่งด่วน ขอบคุณครับ🔗
อีก ๔ ท่านครับ มีท่านละออง ส.ส. เชียงราย ท่านบุญยิ่ง ส.ส. ราชบุรี ท่านองค์การ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านกันตวรรณ ส.ส. พังงา เชิญท่านละอองก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ขอหารือท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ แล้วก็สำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องบรรเทาสาธารณภัยดิฉันขอหารือท่านประธาน ที่ผ่านมา เป็นน้ำที่อำเภอแม่จันนี่จะเห็นข่าวว่าน้ำท่วมซ้ำซากมากและปัญหาไม่เคยได้รับการแก้ไขเลย อย่างช่วงที่ผ่านมาฝนตกหนักโดยเฉพาะตำบลแม่คำนี้เราจะเห็นภาพที่ชัดเจนก็คืออีกฟากหนึ่ง แม่น้ำจะมีคันกั้นน้ำได้มาตรฐานจากงบประมาณของกระทรวงทรัพยากร และอีกฟากหนึ่ง ตำบลแม่คำคือ บ้านร่องก๊อ บ้านม่วงคำ บ้านสันธาตุ รวมถึงบ้านม่วงหมู่สี คือตรงนี้จะไม่มีคัน พนังกั้นน้ำเพราะน้ำก็จะไหลบ่ามาทางให้กับเทือกสวนไร่นาของพี่น้องประชาชน และพี่น้อง ที่เลี้ยงปลาเสียหายมากค่ะท่านประธาน ถ้าได้รับการแก้ไขคือได้รับงบประมาณและกระทรวง ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ นี้ได้สำรวจลำน้ำหลาย ๆ ลำน้ำซึ่งเป็นปัญหาอย่างนี้มันจะสามารถแก้ไข ปัญหาได้จริง ๆ และจะทำให้ความเสียหายของพี่น้องประชาชนนี้จะไม่เกิดขึ้น วันนี้ข้าวเป็น พัน ๆ ไร่ แล้วก็บ่อปลาได้รับความเสียหายมาก ถ้าเราได้รับการแก้ไข เราได้งบประมาณ เข้าไปอย่างมีความเป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ดิฉันเชื่อมั่นว่า ปัญหานี้มันจะไม่เกิดซ้ำซาก ยิ่ง ๕ ๖ ปีที่ผ่านมานี้แทบจะไม่มีงบประมาณไปในเรื่อง ของลำน้ำเลยท่านประธาน และอีกอันหนึ่งขอสไลด์ (Slide) นะคะ🔗
ปัญหาอีกอันหนึ่งก็คือสะพาน มันต่ำกว่าตลิ่งน้ำ ก็คือเวลาน้ำท่วมน้ำก็จะทะลักเข้าไปหมู่บ้าน ในที่ตลาด ในที่ชุมชนต่าง ๆ นี้ ทำให้เกิดความเสียหายมากค่ะ อันนี้ดิฉันอยากจะขอให้ทางกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ นี้ ช่วยสำรวจและได้ทำการแก้ไขว่าอันนี้เป็นจุดหนึ่งที่ตัวอย่าง แต่หลาย ๆ จุดที่อำเภอแม่จัน ก็จะเป็นในเรื่องของสะพานต่ำกว่าตลิ่งค่ะท่านประธาน ขอบคุณมากค่ะ🔗
เชิญท่าน บุญยิ่งครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน บุญยิ่ง นิติกาญจนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๒ พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์จากพี่น้องในตำบลน้ำพุ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายนที่ผ่านมา ช่วงเช้ามืดตีห้าได้เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานรีไซเคิล (Recycle) ในตำบลน้ำพุ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เพลิงได้โหมลุกไหม้ภายในโรงเก็บถังน้ำมันและ เก็บสารเคมีซึ่งบรรจุอยู่ในถัง ๒๐๐ ลิตร ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ในช่วงเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนได้ช่วยกันฉีดน้ำและโฟม (Foam) ดับเพลิงเพื่อสกัดเพลิงไหม้ แต่ก็ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ เพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วพร้อมทั้งมีเสียงระเบิดเป็น ระยะ ๆ ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมทั้งหน่วยงานทหาร ตำรวจ ขอบคุณองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นหลาย ๆ แห่ง และอาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยต่าง ๆ ได้ระดมกันนำรถดับเพลิง พร้อมทั้งอุปกรณ์เข้าช่วยดับไฟในครั้งนี้ ใช้เวลาทั้งหมด ๓-๔ ชั่วโมงเศษ จึงสามารถควบคุม เพลิงได้ ในขณะที่เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ทำให้มีกลุ่มควันซึ่งเป็นสารเคมีพุ่งขึ้นบนท้องฟ้า กระจายไปทั่ว จากการระดมฉีดน้ำทำให้น้ำกับสารเคมีได้พบกันแล้วก็ไหลลงสู่ลำธาร สาธารณะ ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวขณะนี้ได้รับผลกระทบทั้งมลพิษในอากาศ และเกิดผื่นคันตามร่างกาย ประชาชนไม่กล้าที่จะใช้น้ำในลำธารสาธารณะนี้เพื่ออุปโภคบริโภค หรือทำการเกษตร ปศุสัตว์เองซึ่งเกรงว่าจะมีสารพิษเจือปน ขอฝากท่านประธานสภา ผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ และผู้ประกอบการกรุณาเร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำและ สารเคมีต่าง ๆ ที่กระจายไปทั่วบริเวณ เร่งเยียวยาช่วยเหลือเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับ ประชาชนที่อยู่บริเวณโดยรอบนี้โดยด่วนนะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญท่าน องค์การครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตหารือ ท่านประธานดังนี้ครับ กระผมได้รับการประสานงานจากนายขจรศักดิ์ เข็มชัย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต ๓ จังหวัดสกลนคร พรรคก้าวไกล ร้องว่าผู้ใหญ่บุญยืน ศิหิรัญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๕ ตำบลกุดไห อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร กรณีคลองชลประทานโครงการอ่างเก็บน้ำห้วย กระเฌอเป็นหลุมเป็นบ่อช่วงหมู่ที่ ๕ และหมู่ที่ ๙ ของบ้านกุดไห ชาวบ้านสัญจรลำบากครับ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัด ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขซ่อมแซมด้วยนะครับ🔗
เรื่องต่อไปเป็นเรื่องติดตามครับ ท่านประธาน เนื่องจากกระผมได้หารือมาหลายเรื่องไม่ว่าเรื่องสะพานข้ามห้วยขนาดใหญ่ และถนน โดยเฉพาะสะพานข้ามห้วยบังอี่และข้ามห้วยบางทรายในเขตพื้นที่อำเภอดงหลวง และอำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ที่เป็นสะพานขนาดใหญ่นะครับ ชาวบ้านในพื้นที่ เขารอคอยความหวังจากหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเมื่อไรจะได้จัดสรร งบประมาณลงไปให้เขานะครับ บอกว่าจะมีงบประมาณมาให้แล้วพี่น้องต้องรอหน่อย เขารอ มาหลายสิบปีแล้วยังไม่เห็นหน่วยงานใดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดสรรงบประมาณ เพื่อก่อสร้าง เพื่อบรรเทาความร้อนให้กับชาวบ้านใน ๒ ๓ พื้นที่นี้เลย🔗
เรื่องต่อไปคือเรื่องความเร็ว ตำรวจทางหลวง ๙๐ อยู่ตลอดทั่วประเทศ กฎหมายก็ได้ยินว่าไม่ต่ำกว่า ๑๒๐ แล้วไปที่ไหนก็ ๙๐ ๙๐ อยู่นี้นะครับ ผมโดนไปหลายดอก แล้วครับท่านประธาน แต่ละเที่ยวที่ลงพื้นที่เพราะเราต้องทำเวลาให้ทันชาวบ้านและผม เดินทางไปทั่วภาคอีสานก็โดน ทาง ๔ เลน (Lane) สร้างใหม่ก็ยัง ๙๐ อยู่ท่านประธาน ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดด้วย แก้ไขด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ท่านกันตวรรณ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส. จังหวัดพังงาจากพรรคประชาธิปัตย์ค่ะ วันนี้ดิฉันจะปรึกษา เรื่องน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร🔗
โครงการแรก โครงการปรับปรุงฟื้นฟูคลองตนโตนและคลองกระโสม ดิฉัน ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านกำนันสุมิตร พรหมแก้ว ท่านกำนันตำบลถ้ำ แล้วก็ผู้ช่วย ผู้ใหญ่บ้าน คุณชุติมาและผู้ช่วยนพดล โครงการนี้ได้รับงบประมาณ ๒๕ ล้านบาท จากกรม ทรัพยากรน้ำ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือระบบไฟฟ้าซึ่งใช้ระบบโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ไม่เพียงพอกับกำลังของมอเตอร์ซึ่งมีมอเตอร์ประมาณ ๕,๐๐๐ วัตต์ สิ่งที่เกิดขึ้นค่ะ พังงา ฝนแปดแดดสี่ทำให้ปริมาณแสงแดดไม่เพียงพอกับกำลังขับจึงทำให้ระบบสูบน้ำใช้ได้ไม่เต็มที่ การแก้ไขที่ดิฉันได้ลงไปพูดคุยกับพี่น้องประชาชนและกำนันผู้ใหญ่บ้าน ก็คือระยะสั้นค่ะ ให้ทางกรมทรัพยากรน้ำเปลี่ยนมอเตอร์จาก ๕,๐๐๐ วัตต์เป็น ๒,๕๐๐ วัตต์ ระยะยาวคือ ให้การไฟฟ้าภูมิภาคขยายเขตการไฟฟ้าหรือกรมทรัพยากรน้ำเพิ่มระบบแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ให้กับชุมชนนะคะ🔗
ปัญหาที่ ๒ ปัญหาเรื่องเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งเป็นโครงการที่ท่านรัฐมนตรี เฉลิมชัยช่วยกันผลักดันให้พังงานเป็นครัวอันดามัน ทำเกษตรแปลงใหญ่ไปส่งขายให้กับ พี่น้องประชาชนในภูเก็ต พังงา และใกล้เคียง ดิฉันได้รวบรวมพี่น้องเกษตรกรรายย่อย เกิดเกษตรแปลงใหญ่เกิดขึ้น และได้รับเรื่องร้องเรียนจากน้องเบสท์ อิฐถะว่าได้มีการจัดตั้ง กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ และใช้พื้นที่ของส่วนราชการ ๓๐ ไร่ แต่ปัญหาที่เกิดคือเราไม่มีน้ำ เพียงพอที่จะใช้ในการลดน้ำในช่วงฤดูแล้ง เราได้มีการพูดคุยโดยมีท่านผู้ตรวจกระทรวง ท่านวิชัย ท่านรองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ท่านรพีพัฒน์ ได้ลงไปในพื้นที่และพูดคุย กับพี่น้องเกษตรกร ปัญหาคือเราต้องการระบบน้ำบาดาลให้กับระบบเกษตรแปลงใหญ่ที่นี่ จึงเรียนถามท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ช่วยกันขับเคลื่อนเกษตรแปลงใหญ่ร่วมกับ ท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัย บูรณาการร่วมกันดันพังงาเป็นครัวอันดามันสู่จังหวัดภูเก็ตและ ใกล้เคียงค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
๒ ท่าน สุดท้ายครับ ท่านพรเทพกับท่านอดิพงษ์ เชิญท่านพรเทพครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ ประจวบคีรีขันธ์ พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือท่านประธานทั้งหมด ๓ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับการ ร้องเรียนจากชาวบ้านในอำเภอหัวหิน สามร้อยยอด กุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ทับสะแก บางสะพานว่าไฟฟ้าบนทางหลวงไม่สว่างและก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตทรัพย์สินครับ ในช่วง เขตเมืองนะครับ ในช่วงเมือง ในถนนเพชรเกษม ต้องการช่วงละ ๔-๕ กิโลเมตร ต้องการ ไฟแสงสว่าง เสาสูงไฮแมสต์ (High Mast) เหมือนกับเพชรเกษมเกาะกลาง เทศบาลตำบล ปราณบุรี ที่ชาวปราณบุรีต้องขอขอบคุณแขวงการทางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กรมทางหลวง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่ได้ติดตั้งไฟเสาไฮแมสต์ (High Mast) ที่ปราณบุรี ตามที่ผมได้แจ้งปัญหาไปนะครับ ผมขอให้กรมทางหลวงเร่งดำเนินการให้กับคำร้องตรงนี้ ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับแจ้งปัญหาจากชาวปราณบุรี เรื่องไม่มีทางเดินข้ามทางรถไฟ จากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งครับ บริเวณสถานีรถไฟตลาดปราณ อำเภอปราณบุรี ขอเสนอ ตามสไลด์ (Slide) นะครับ ขอเสนอให้ทำเป็นบันไดบริเวณฟุตพาท (Footpath) หน้าสถานี ทั้ง ๒ ด้านตามที่ลูกศรนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าแบบรถไฟเป็นอย่างไร สร้างมาแล้วข้ามไปข้าม มาไม่ได้มีปัญหามากนะครับ ขอเสนอให้ทำเป็นบันไดตรงฟุตพาท (Footpath) หน้าสถานี ทั้ง ๒ ด้านเพื่อให้ประชาชนทั่วไป ผู้โดยสาร ผู้สูงอายุเดินข้ามทางรถไฟอย่างสะดวกและ ปลอดภัย ขอให้กระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทยช่วยดำเนินการด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอแจ้งติดตามงานเก่าเรื่องเดิมที่เคยหารือไปนะครับ เรื่องติดตั้ง ไฟเขียว ไฟแดงบริเวณสามแยกบ้านหนองขอน บริเวณสี่แยกบ้านหนองพลับ อำเภอหัวหิน เพราะยังมีปัญหาอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย ๆ ซึ่งทางแขวงการทางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ทราบดี จึงขอเร่งรัดอีกครั้งหนึ่งให้กรมทางหลวงเร่งแก้ไข ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านสุดท้ายครับ ท่านอดิพงษ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ อำเภอกระสัง อำเภอพลับพลาชัย อำเภอห้วยราช ตำบลไพศาลของอำเภอประโคนชัย พรรคภูมิใจไทย กระผมขออนุญาตปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนและข้อร้องทุกข์ของ พี่น้อง อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ใน ๒ ประเด็นดังต่อไปนี้ครับ🔗
๑. เรื่องติดตามเรื่องเงินเพิ่มค่าตอบแทนพี่น้อง อสม. พี่น้อง อสม. ทุกคน ทำงานด้วยจิตอาสาไม่มีเงินเดือน ถือว่าเป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญในการส่งเสริมป้องกันโรค ในพื้นที่มาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นการควบคุมลูกน้ำยุงลาย ป้องกันพาหะนำโรค จนถึง การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ทั้งยังเฝ้าระวังทุกวันนี้ ลำพังค่าตอบแทนเงินเดือน เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท และเงินเพิ่มอีก ๕๐๐ บาทไม่เพียงพอครับ จึงขอนำเรียนไปยัง กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นควรเร่งรัดเพิ่มค่าตอบแทนให้พี่น้อง อสม. เป็นการถาวรเป็นคนละ ๒,๕๐๐ บาทต่อเดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็น ขวัญกำลังใจให้แก่นักรบด่านหน้าด้วยครับ🔗
๒. ติดตามเรื่องการปรับเพิ่มเงินเดือนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วย ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สืบเนื่องจากวันกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ผ่านมา ผมได้รับข้อสอบถาม จากพี่น้องในส่วนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ถึงการปรับเพิ่มเงินเดือน ค่าตอบแทนว่าจะมีการปรับเพิ่มให้เมื่อไร เช่นเดียวกันกับพี่น้อง อสม. ครับ อาสาเข้ามาทำงานเพื่อสังคม เพื่อชาวบ้าน ค่าตอบแทนก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็น การช่วยแบ่งเบาภาระที่จะต้องดูแลตอบแทนสังคม งานบุญ งานบวช งานแต่งงาน งานต่าง ๆ ในหมู่บ้านซึ่งแต่ละเดือนมากกว่าเงินค่าตอบแทนด้วยซ้ำ จึงขอนำเรียนไปยังกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเพิ่มเงินเดือน ค่าตอบแทนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และเป็นขวัญกำลังใจให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และแพทย์ ประจำตำบลด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ครบทั้ง ๓๐ ท่านนะครับ ขอเรียนท่านสมาชิกนะครับ ปัญหาที่ท่านนำเสนอผ่านสภา ความทุกข์ ความเดือดร้อนที่เราปรึกษาหารือกันนี้มีเรื่องใดที่ยังไม่ได้รับการชี้แจง ไม่ได้รับการตอบสนอง ให้ทำหนังสือมาถึงผมอีกทีหนึ่งนะครับ ผมจะทำหนังสือประสานต่อไปทางหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ เพราะผมไม่ต้องการที่จะเห็นการปรึกษาหารือของเรานี้มันสูญเปล่า อย่างน้อยที่สุด มีการพูดแล้วมันได้ประโยชน์นะครับ อย่างน้อยที่สุดให้หน่วยงานราชการได้รับทราบถึง ปัญหาความทุกข์ความเดือดร้อนในพื้นที่ของเรา เป็นปัญหาของชาวบ้านทั้งนั้น อย่างน้อย หน่วยราชการต้องรับทราบ แล้วก็ต้องตอบชี้แจงมาว่าจะทำอย่างไรต่อไป ทำหนังสือมานะครับ🔗
ต่อไป ผมขอแจ้งท่านสมาชิกที่มาเข้าประชุม จำนวนทั้งหมดตอนนี้ ๒๘๓ ท่าน เกินกึ่งหนึ่งแล้ว ครบเป็นองค์ประชุม ดังนั้นผมขอดำเนินการเปิดประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดวาจา🔗
ซึ่งมี ๓ กระทู้ มีของท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ พรรคเพื่อไทย ของท่าน นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ พรรคประชาธิปัตย์ ถามท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่าน นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นผู้มาตอบแทน และกระทู้ถาม ของท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ พรรคเพื่อไทย ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งท่าน ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยนิพนธ์ บุญญามณี มาตอบแทนนะครับ🔗
๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๙๓ ส. (นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบ🔗
ขอเชิญ ผู้ตั้งกระทู้ท่านแรก ท่านประเดิมชัยครับ เชิญตั้งกระทู้ได้ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต ท่านประธานในการที่จะได้สอบถามไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี (รักษาการ) ในขณะนี้ เพราะว่า ตัวจริงถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ด้วยเหตุที่เป็นกระแส ที่เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชน คนทั้งประเทศว่าเหตุใดคนแค่ยศสิบตำรวจโทถึงทำให้สั่นสะท้านทั้งวงการ ทั้งการเมือง ทั้งฝ่ายทหาร ทั้งฝ่ายตำรวจ ท่านประธานครับ เรื่องเกิดที่จังหวัดราชบุรีโดยมีสิบตำรวจโทหญิง ชื่อ กรศศิร์ บ้านพักอยู่ที่จังหวัดราชบุรีแต่มีเหตุไปทำร้ายร่างกายคนที่มียศเป็นทหาร ซึ่งทุกคน ทั้งบ้านทั้งเมืองไม่เข้าใจว่าทหารไปเป็นผู้รับใช้อยู่ในบ้านของตำรวจแค่ยศสิบตำรวจโท ได้อย่างไร จนกระทั่งไม่ไหวต้องออกจากราชการด้วยเหตุผลที่ถูกบังคับและถูกทำร้าย เพราะฉะนั้นในคำถามที่ ๑ ท่านประธานครับ ขออนุญาตในการที่จะได้เรียนสอบถามไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีว่าการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งบุคคลภายนอกเข้าไปรับราชการ ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะสิบตำรวจโทหญิง กรศศิร์ ท่านมีหลักการ ในการรับตัวเข้าไปรับราชการได้อย่างไร เพราะว่าในขณะที่เข้าไปรับราชการนั้นอายุประมาณ ๓๙ ปี ซึ่งในหลักเกณฑ์เขาบอกว่าจะรับคนที่อายุไม่เกิน ๓๕ ปี อย่าลุกขึ้นมาตอบนะครับว่า เหตุที่รับเพราะว่าเป็นบุคคลที่อยู่ในอาชีพที่ขาดแคลน เพราะว่าบุคคลคนนี้จบวุฒิเพียงแค่ วุฒิ ปวส. บัญชี ผมตรวจสอบว่าในขณะที่ปี ๒๕๖๐ ที่มีการรับเข้าไปบรรจุเป็นข้าราชการ ตำรวจนั้นในปีนั้นคนจบวุฒิบัญชี ปวส. มีมากมายทั่วประเทศที่อายุไม่เกิน ๓๕ ปี แต่คน ๆ วันนี้ได้อภิสิทธิ์อะไรถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้รับเข้าไปรับราชการตำรวจครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรี พลเอก ชัยชาญ ตอบครับ ท่านมีเวลาทั้งผู้ถาม ๑๕ นาที ผู้ตอบ ๑๕ นาที ห้ามเกินนะครับ ถามได้ ๓ ครั้ง🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล ได้รับมอบหมายจากท่านรักษาการนายกรัฐมนตรีให้มาตอบคำถามของ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติอย่างนี้ครับ ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความเห็นใจกับน้องอดีตทหารหญิง ที่ได้ถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นตอนที่ท่านได้สอบถามว่าสิ่งที่มันไม่น่าจะ เกิดขึ้นที่มีการทำร้ายร่างกาย แล้วก็ผู้ถูกทำร้ายร่างกายปัจจุบันนี้ลาออกไปแล้วเป็นอดีต ข้าราชการทหารครับ สำหรับเรื่องของเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นมีการแจ้งความดำเนินคดีนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็สั่งการให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นได้เร่งรัดในการดำเนินการ ในการตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงให้มีการสอบสวนโดยเร็วเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ในทุกฝ่ายครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าในการบรรจุบุคคล พลเรือนเข้ารับราชการ จะเป็นราชการทหารก็ดี ราชการตำรวจก็ดีนั้นก็ได้มีระเบียบ คำสั่ง กฎ ที่เกี่ยวข้องทั้งในเรื่องของการบรรจุ เรื่องของการแต่งตั้ง ยศ เรื่องของการโยกย้าย รวมถึง เรื่องของการช่วยราชการ การดำเนินการต่าง ๆ นั้นก็ต้องยึดถือระเบียบหลักเกณฑ์ที่ได้ กำหนดไว้ ในกรณีที่ถ้าไม่ดำเนินการตามระเบียบกฎเกณฑ์ที่กำหนดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ก็จะต้องถูกกรรมการตั้งกรรมการในการที่จะสอบสวนข้อเท็จจริง ถ้าไม่ถูกต้องก็ต้องมี การดำเนินการในเรื่องการลงโทษไม่ว่าเรื่องของการวินัย เรื่องการปกครอง หรือจะเกี่ยวข้อง กับอาญาก็เป็นเรื่องของการกระทำของในส่วนบุคคลนั้น ขออนุญาตตอบคำถามต่อท่านว่า สิบตำรวจโทหญิงที่ท่านกล่าวถึงนั้นได้บรรจุเข้ามาโดยยึดถืออะไร ผมขออนุญาตกราบเรียน ว่าในสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นได้การบรรจุบุคคลพลเรือนเข้าเป็นข้าราชการ เป็นนายตำรวจ ชั้นประทวนนั้นก็ได้ยึดถือตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยประมวลระเบียบ การตำรวจไม่เกี่ยวกับคดีลักษณะที่ ๔ การบรรจุ พ.ศ. ๒๕๕๖ และกฎ ก.ตร. ว่าด้วยคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของการเป็นข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ ในกรณีที่หน่วยงานใดนั้น มีความจำเป็นต้องรับสมัครบุคคลที่มีอายุเกิน ๓๕ ปีขึ้นไป ก็ต้องแสดงเหตุผลความจำเป็น เป็นราย ๆ ไป ซึ่งในเรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้สั่งการไปทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็ได้มีคำสั่งเร่งด่วนให้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าการดำเนินการ ที่บรรจุเข้ามารับราชการนั้นตามที่ผมกล่าวข้างต้นนั้นให้เป็นไปตามขั้นตอน เป็นไปตาม ระเบียบและกฎ ก.ตร. หรือไม่ อย่างไร ตอนนี้ก็ให้สอบสวนโดยเร็วเพื่อที่จะดูว่าในการ ดำเนินการรับเข้ามานั้นเป็นไปตามระเบียบกฎหรือไม่ อย่างไร สำหรับในการดำเนินการ ท่านอาจจะยังไม่ได้ถาม ผมขออนุญาตเรียนว่าในส่วนของความคืบหน้าของคดีนั้นเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นตำรวจต่างชาตินั้นก็ได้ให้ความสำคัญ แล้วก็เป็นที่สนใจของประชาชนทั่วไป ก็ได้ มอบหมายให้ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้นได้เข้าไปกำกับดูแลในการดำเนินการของ เจ้าหน้าที่ในการที่จะสืบสวนสอบสวนในการดำเนินการตามกฎหมาย ตามคดีต่าง ๆ นั้น เพื่อให้ยุติธรรมและเที่ยงตรงนะครับ พร้อมกับหน่วยต้นสังกัดก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการ สอบสวนวินัยร้ายแรงเพื่อลงโทษทางวินัยด้วย ในปัจจุบันนี้ในคดีอาญานั้นพนักงานสอบสวน ก็ได้มีการสอบปากคำทางผู้เสียหาย แล้วก็ได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในฐานความผิด ค้ามนุษย์และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ โดยปัจจุบัน ก็ได้ฝากขังอยู่ที่เรือนจำกลางจังหวัดราชบุรี ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยัง ท่านสมาชิกว่าการดำเนินการที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการ ไปตามกฎหมาย ตามการกระทำที่มีความผิดจะไม่มีการที่จะไปปกป้องช่วยเหลือดำเนินการ อย่างไร จะดำเนินการทั้งอาญา ทางวินัย ในทุกเรื่องที่ผู้กระทำความผิดนั้นได้ดำเนินการ ผิดกฎหมายครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่าน ประเดิมชัยถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศได้ฟังในเรื่องที่อยู่ในความสนใจในขณะนี้ที่ท่าน นายกรัฐมนตรีรักษาการมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมมาตอบนั้น เพราะว่าผมฟังไม่ผิดครับ ท่านประธานครับ คำถามกับคำตอบนี่นะครับ ไม่รู้ว่าผมถามตรง หรือว่าท่านตอบไม่ถูก พยายามที่จะตีม้าเลียบค่าย ท่านประธานครับ ผมถามในเรื่องของ กระบวนการบรรจุแต่งตั้งในอายุที่เกิน ๓๕ ปี ซึ่งในระเบียบมันก็บอกว่าต้องเป็นบุคคลที่มี คุณสมบัติพิเศษ ก็คือว่า ๑. ถ้าเป็นลูกหลานข้าราชการทหารที่รับใช้ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และทำความดีความชอบให้กับราชการบ้านเมืองย่อมได้รับการพิจารณา แต่กรณีของ สิบตำรวจโทหญิง กรศศิร์ ข่าวปรากฏไปทั่วบ้านทั่วเมือง บุคคลคนนี้เริ่มต้นจากการเปิดร้าน ขายกาแฟ เปิดร้านขายกาแฟไม่ประสบความสำเร็จแต่ด้วยรูปร่างหน้าตาดีมาเป็นเซล (Sale) ขายรถยนต์ จนกระทั่งมาเจอผู้มีอำนาจอาจจะมีความรักใคร่เสน่หาในด้านใดผมไม่ทราบ จึงมีความพยายามในการที่จะหาช่องทางให้คนคนนี้ซึ่งในขณะนั้นอายุถึง ๓๙ ปี เข้ามา รับราชการในตำแหน่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในปี ๒๕๖๐ ที่เลวร้ายไปกว่านั้น ท่านประธานครับ หลังจากรับราชการสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่มีกระบวนการ ในการที่จะเอาชื่อไปช่วยงานในส่วนของ กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ซึ่งท่านประธานก็ทราบดีครับว่าบุคคลใดถ้าไปรับราชการอยู่ในส่วนของ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้จะมีสิทธิพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ไม่ว่าจะเป็น อายุราชการ ท่านประธานครับ คนคนนี้รับราชการในปี ๒๕๖๑ เข้าปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ไม่กี่ปีถูกดึงตัวไปช่วยงานใน กอ.รมน. ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของทหาร ถามว่าคนคนนี้ มีความรู้ความสามารถอะไรครับ จบบัญชีวุฒิ ปวส. กอ.รมน. ภาค ๔ ขาดบุคลากรทางด้าน บัญชีหรือครับ ใช้เหตุผลอะไร แล้วใครเป็นคนออกคำสั่งในการดึงตัวไปช่วยราชการ ใน กอ.รมน. ภาค ๔ และไปช่วยในตำแหน่งใด รับผิดชอบหน้าที่การงานในเรื่องอะไร ในข้อเท็จจริงมันปรากฏว่าชื่ออยู่ กอ.รมน. ภาค ๔ แต่ตัวยังพักอยู่ที่จังหวัดราชบุรี ฉะนั้น ท่านรักษาการนายกรัฐมนตรีช่วยตอบหน่อยว่า อ้ายขบวนการที่ผมได้นำเรียนท่านประธาน ถามไปถึงเมื่อสักครู่นี้มันเป็นขบวนการปกติ หรือว่ามันเป็นขบวนการที่เรียกว่า ฟาสต์แทร็ก (Fast Track) ใช้ช่องทางพิเศษ มีเส้นสายเส้นสนกลใน เมื่อสักครู่ผมนำเรียนท่านประธาน แล้วว่ามันมีคนที่เกี่ยวกับฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะ ส.ว. เข้ามาเกี่ยวข้อง ชื่ออะไรพี่น้องไปหา อ่านตามสื่อมวลชน มีข้าราชการตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง ยศพลตำรวจเอก มีข้าราชการทหาร เข้ามาเกี่ยวข้องยศพลเอก ปรากฏตามหน้าสื่อมวลชนทั้งหมด แต่คนยังไม่กระจ่างว่ากลไก การทำงานของระบบราชการที่มันเกิดขึ้นในขณะนี้มันเป็นไปตามช่องทางปกติหรือไม่ ช่วยตอบหน่อยครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรี พลเอก ชัยชาญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ขออนุญาตตอบคำถามของท่านสมาชิกที่กรุณาถามว่าเหตุผลที่ไปช่วยราชการที่ กอ.รมน. ภาค ๔ นั้น เป็นการดำเนินการตามปกติหรือมีอะไรพิเศษหรือไม่ ขออนุญาตเรียนว่าในการที่ จะให้ข้าราชการตำรวจไปช่วยราชการในหน่วยอื่นนั้นก็มีระเบียบของสำนักงานตำรวจ แห่งชาติว่าด้วยการสั่งการให้ตำรวจไปช่วยราชการนอกสังกัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดไว้ว่าในการที่จะอนุมัติให้กำลังพลนั้นไปช่วยราชการในหน่วยงานใดนั้นผู้บัญชาหน่วย ต้นสังกัดก็ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม จะต้องไม่กระทบต่อการทำงานของหน่วย แล้วก็มี ความจำเป็นที่ไปเกิดประโยชน์กับหน่วยที่ได้ไปช่วยราชการ ในการดำเนินการช่วยราชการที่ กอ.รมน. นั้นก็เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนช่วยราชการ หรือว่ามีการเสนอไปช่วยราชการ มีการขอตัวช่วยราชการ มีการออกคำสั่งช่วยราชการ สิบตำรวจโทหญิงคนนี้ก็ไปช่วยราชการ ที่สำนักข่าวของ กอ.รมน. ภาค ๔ เนื่องจากมองว่าเป็นนายตำรวจ เรื่องของสำนักงานข่าว ซึ่งทำงานเกี่ยวกับด้านการข่าวในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดกรณีนี้เกิดขึ้น กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ก็ได้มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงทันทีว่าสิบตำรวจโทหญิง รายนี้ไปปฏิบัติหน้าที่ตามที่ช่วยราชการหรือไม่ เมื่อเห็นว่าตัวสิบตำรวจโทหญิงนี้ไม่ได้ไป ปฏิบัติหน้าที่นั้น ก็ได้มีการดำเนินการส่งกลับหน่วยเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคมที่ผ่านมา แล้วก็ เป็นการดำเนินการของหน่วยต้นสังกัดต้องไปตั้ง เพิ่งทราบว่ามีการตั้งกรรมการสอบสวน เอาความผิดทางวินัยต่อสิบตำรวจโทหญิงผู้นี้ เมื่อไปช่วยราชการแล้วถ้าไม่ปฏิบัติหน้าที่จริง ตามที่ทางกอง กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ได้ส่งตัวกลับมานั้นก็จะต้องถูกดำเนินการลงโทษ ทางวินัย หรือการดำเนินการทางปกครอง หรืออย่างอื่นถ้าเกิดว่ามีความผิดในลักษณะอื่นอีก รวมทั้งก็จะต้องถูกเรียกคืนสิทธิต่าง ๆ ที่ได้รับไประหว่างที่ไปช่วยราชการ ที่ไม่ได้ไปปฏิบัติ หน้าที่ราชการตามคำสั่งของ กอ.รมน. ภาค ๔ ผมขออนุญาตกราบเรียนในข้อ ๒ ครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านประเดิมชัยถามครั้งที่ ๓ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดน ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ยังเหมือนเดิมครับ ท่านประธานครับ ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าถามทำไมว่าคนที่มาตอบไม่ตอบให้คนที่เขาสนใจ เขาต้องได้ยินได้ฟังแล้วนอนหลับครับ ว่าเออบ้านเมืองนี้มีขื่อมีแป มีหลักมีเกณฑ์ มันต้องตอบแบบโช๊ะ โช๊ะ โช๊ะ ให้คนเขาบอกเออ นี่สิสมกับเป็นผู้นำในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่นี่ไม่เลยครับ ตอบให้คนไปหาคำตอบ อยู่ตลอดเวลา ท่านประธานครับ ผมถามว่าเมื่อสักครู่เห็นบอกว่าชื่อไปอยู่ภาค ๔ ตัวอยู่ ราชบุรี ข้อเท็จจริง ท่านก็ตอบเมื่อสักครู่ว่าพลตำรวจโท สุรเชษฐ์ ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ไปดูแลคดีนี้ ลงไปสอบที่ราชบุรีก็พบข้อเท็จจริงว่า สิบตำรวจโทหญิง ท่านนี้ตัวอยู่ที่ราชบุรีแต่ชื่อไปอยู่ กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้าซึ่งตอนนี้ ต้องฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมช่วยสะสางด้วยว่า กอ.รมน. ภาค ๔ ไม่ใช่สุสาน เขาต้องการให้ไปแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตอนนี้ไม่รู้ ขนคนไปใส่ชื่อกันไว้เท่าไร ไม่รู้ เหตุการณ์อย่างนี้ผมเชื่อว่ายังมีคนอื่น ๆ ที่มีอยู่แต่ตัวไม่ไปปฏิบัติหน้าที่จริง อีกจำนวนมาก ฉะนั้นคำถามที่ผมถามไปแล้วท่านตอบแบบข้าง ๆ คู ๆ ทั้งหมด เดี๋ยวสักครู่ท่านช่วยตอบ หน่อยว่าสิ่งที่ท่านตอบต่อสภาแห่งนี้ ท่านจะมอบหมายให้ใครแถลงเรื่องนี้เพื่อชี้แจงให้กับ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้ทราบว่าบุคคลท่านนี้ ซึ่งที่มาที่ไปของการเข้ารับราชการ กินเงินเดือนซึ่งเป็นภาษีของพี่น้องประชาชน ไม่ไปทำงาน แถมยังเอาทหารไปเป็นผู้รับใช้ ท่านประธานเป็นถึงรองประธานสภาผู้แทนราษฎรยังไม่มีอภิสิทธิ์ในการที่จะไปเอาทหาร มาเป็นผู้รับใช้ท่านเลย แต่นี่คนคนนี้เป็นเพียงแค่สิบตำรวจโทหญิง แต่มีทหารชั้นยศสิบโท เหมือนกัน สิบโทของทหารไปเป็นผู้รับใช้มันเป็นไปได้อย่างไรครับท่านประธาน ทั้งบ้าน ทั้งเมืองไม่รู้เรื่องอย่างนี้ แอบแฝงอยู่ในที่ไหนอีกอย่างไรบ้าง อีกเท่าไรไม่มีใครรู้ ฉะนั้น เมื่อสักครู่ท่านบอกว่าทางตำรวจกำลังดำเนินคดี ทหารกำลังสอบสวน ส่งตัวกลับ ถ้าผิด เรียกคืน ถามว่าตำรวจที่ดำเนินคดี ถามว่าทำไมไม่สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนทั้ง ๆ ที่ศาล ไม่ให้ประกันตัว แสดงว่าเส้นใหญ่จริงครับ ถ้าไม่ใหญ่จริงคน ๆ นี้แม้แต่ท่านพลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ท่านลงไปเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนนั่งอยู่ในห้องประชุม ข่าวยังปรากฏ ออกมาเลยว่าสิบตำรวจโทหญิงท่านนี้ยังบอกว่าท่านรู้หรือเปล่าว่าฉันเป็นใคร เอ๊ะนี่มัน เป็นใคร ไม่มีใครรู้ว่าเป็นใคร แต่ถ้าไม่ใหญ่จริงคงไม่กล้าพูดกับคนชั้นยศพลตำรวจโท ขนาดนั้นหรอก ซึ่งในอนาคตมีการทำนายว่าจะเป็นใหญ่เป็นโตในวงการสีกากีด้วยซ้ำไป แต่ยังกล้าที่จะพูดอย่างนั้น ท่านประธานครับ ฉะนั้นตรงนี้ขออนุญาตเรียนถามว่าใช่เรื่องนี้ เรื่องเดียวการเอาคนเข้ารับราชการตำรวจ โดยเส้นโดยสายก็มี คนที่เคยอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล เป็นใหญ่เป็นโตเป็นถึงผู้ช่วยรัฐมนตรี ตอนนี้ออกไปแล้ว ก็เอาลูก ๒ คนเข้าไปรับราชการ ตำรวจในช่องทางตามกติกาที่ท่านบอกเมื่อสักครู่นี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ขออนุญาตเรียนถาม เป็นคำถามที่ ๓ ก็คือว่าตอนนี้สังคมยังสงสัย ท่านตอบไปแล้ว ๒ ข้อ ผมเชื่อว่าผมพูดถาม ฟังก็ไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ใจความหรอก แต่คนที่ฟังอยู่ทางบ้านทั้งประเทศก็น่าที่จะฟังแล้วไม่เข้าใจ เหมือนผม ท่านจะมีขบวนการอย่างไรในการที่จะได้มอบหมายให้ใครเป็นผู้รับผิดชอบ ในการที่จะตอบให้กับคนไทยทั้งประเทศที่ติดตามเรื่องนี้ได้รับทราบว่าขบวนการขั้นตอน ในการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมันจะมีคำตอบ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ เมื่อไร อย่างไร และจุดสิ้นสุดของขบวนการนี้จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเมื่อไร อย่างไรท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรี พลเอก ชัยชาญ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ อย่างที่ผมได้กล่าว ในขั้นต้นแล้วว่าเมื่อเกิดกรณีนี้ขึ้นท่านนายกรัฐมนตรีปัจจุบันนี้ก็เป็นรักษาการนายกรัฐมนตรี ท่านได้สั่งการให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นได้เร่งรัดในการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีนี้ ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว และเพื่อที่จะให้เกิดความกระจ่างแล้วก็ชี้แจงให้พี่น้องประชาชนได้รับ ทราบว่าในการดำเนินการนั้นเป็นอย่างไร ต้องเรียนว่าเมื่อวานนี้ทางจังหวัดราชบุรีตำรวจ ราชบุรีก็ได้มีการประชุมติดตามคดีอยู่ตลอดเวลาแล้วก็เร่งรัดดำเนินการในการสืบสวน สอบสวน ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่าในการดำเนินการทางคดีนั้น ก็ต้องมีพยานหลักฐานมีการประกอบคดีหรือแม้แต่จะไปลงโทษการดำเนินการต่าง ๆ ก็ต้องมี กรรมการขึ้นมาสอบสวน แต่ทั้งหมดนี้ก็ได้สั่งการให้เร่งรัดดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วแล้วก็ ชี้แจงให้เกิดความกระจ่าง ที่ท่านสอบถามว่าหน่วยใดจะเป็นคนที่ดำเนินการในการชี้แจง ในการดำเนินการ ก็คงจะมอบหมายให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพราะถือว่าเป็นกำลังพล ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วก็เป็นหน่วยที่ดำเนินการในเรื่องการสืบสวนสอบสวนคดี ก็คงจะได้ชี้แจงตามห้วงระยะเวลาเพื่อให้พี่น้องประชาชนนั้นได้เข้าใจแล้วก็ได้รับทราบ ถึงการดำเนินการแล้วก็ความคืบหน้าของการดำเนินการในคดีต่าง ๆ เพื่อที่จะได้ลงโทษกรณี ที่มีการกระทำความผิดแล้วเกิดเป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าหลังจากนี้สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติก็คงจะต้องเร่งรัดการดำเนินการให้เป็นผล แล้วก็ให้ชัดเจนและชี้แจงให้ ประชาชนเข้าใจโดยเร็วที่สุดครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป🔗
ท่านประธานครับ เวลายังไม่หมดใช่ไหมครับ ผมมีคำถามต่อเนื่องนิดเดียวท่านไม่ได้ตอบครับ🔗
หมดแล้วครับ เวลาท่านหมดแล้วท่านถาม ๓ ครั้งแล้วครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ผม มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ก็ไม่อยากให้การดำเนินการกลัวว่าจะผิดกฎหมายครับ ก็เรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปก่อนนะครับว่า ณ ปัจจุบันนี้นายกรัฐมนตรีถูกสั่ง🔗
นอกประเด็นครับ เชิญท่านนั่งลงก่อนครับ ท่านประเดิมชัยหมดเวลาแล้ว ทั้ง ๓ ครั้งแล้วครับ🔗
ยังเหลือตั้ง ๑๑ นาที หน้าบัลลังก์ครับ ของผมครับ🔗
ไม่ใช่ครับ เหลือแค่ ๕ วินาทีแค่นั้นครับ หมดแล้วครับ🔗
ถ้าอย่างนั้นฝาก ท่านประธานนิดเดียวครับ🔗
เชิญครับ🔗
เรื่องนี้ถ้าทางรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมที่ตอบเมื่อสักครู่ไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามที่ตอบ ตอนนี้ เรื่องร้องเรียนเข้าไปกรรมาธิการ ป.ป.ช. ที่มีท่านพลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ได้รับ เรื่องไว้แล้ว ท่านก็ต้องมาตอบในกรรมาธิการ ป.ป.ช. ก็ฝากท่านไว้ด้วยแล้วกันครับ🔗
ครับ ต่อไป🔗
ท่านประธานครับ ขอคั่นนิดหนึ่งครับ พูด ๓๐ วินาที ท่านประธานอนุญาตไหมครับ เพื่อให้บันทึกไว้นิดหนึ่งครับ ผมกลัวว่าเดี๋ยวจะผิดกฎหมายครับ🔗
ไม่เป็นไรครับ ทุกคนมีวุฒิภาวะเขารับผิดชอบกันเองครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป กระทู้ถามสดด้วยวาจาของคุณหมอบัญญัติ ถามได้ ๓ ครั้งภายใน ๑๕ นาที ผู้ตอบก็ใช้เวลา ๑๕ นาทีเหมือนกันนะครับ เชิญครับ🔗
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๙๔ ส. (นายบัญญัติ เจตนจันทร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้โควตาตั้งกระทู้ถามสด ถามท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยวาจา เรื่องการแก้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติอย่างจริงจังทั้งระบบ ท่านประธาน ที่เคารพครับ รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังทั้งระบบ ปัจจุบันผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้อง ประชาชนและได้ติดตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ทุกวัน พบว่าปัญหายาเสพติดให้โทษนั้น ยังเป็นปัญหาใหญ่ที่ยังดำรงอยู่จนทุกวันนี้ยังไม่หมดไป กระทบต่อสุขภาพของผู้เสพ กระทบต่อ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ความปกติสุขในครอบครัว ในชุมชน ในสังคม และกระทบไปถึงเรื่อง เศรษฐกิจ ความมั่นคงอีกหลายอย่าง ซึ่งปัญหาเหล่านี้นั้นส่งผลให้เกิดมีผู้ต้องขังในเรือนจำ ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันผู้ต้องขังในเรือนจำ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน สถิติ ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็น ผู้ติดยาเสพติดครับ ผลกระทบของยาเสพติดเป็นอย่างไรบ้าง ฝ่ายโสตขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
ทาสยาฆ่าพ่อนะครับ ผ่านไปครับ วุ่นทั้งหมู่บ้าน หนุ่มเมายาบ้าอาละวาดขู่ฆ่าพ่อแม่ ต่อไปครับ พ่อแม่เก็บเงินทั้งชีวิตสร้างบ้าน หลังหนึ่งเป็นล้าน ลูกคลั่งยานรกเผาวอด ผ่านไปครับ พ่อเมายาข่มขืนลูกแท้ ๆ ผ่านไปครับ วัยรุ่นปาร์ตี (Party) ยาบุกจับคารีสอร์ต (Resort) กลางกรุง ต่อไปครับ วัยรุ่นลิ้นฟ้าเทรนด์ (Trend) อันตราย ย้ำเป็นยาควบคุมต้องจ่ายโดยจิตแพทย์ นี่ครับ อันนี้ก็คือยาเสพติดตัวใหม่ ผ่านไปครับ นี่เป็นสถิตินะครับ จะเห็นว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของผู้ต้องขังในเรือนจำเกิดจาก ยาเสพติดครับ ผ่านไปครับ ผู้ติดยาเสพติดคือผู้ป่วย อันนี้เป็นนโยบายผมทราบมาว่าเป็น เช่นนั้น เพื่อลดจำนวนผู้ต้องขังลง ผู้ติดยาคือผู้ป่วย แต่ปัจจุบันมีการรองรับในส่วนนี้หรือไม่ อย่างไร ผ่านไปครับ สัญญาณเตือนของผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติด เมื่อผู้เสพยาคือผู้ป่วย เราจึง ต้องเรียกเขาว่า ผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติด ผ่านไปครับ แล้วก็เรื่องปัญหายาเสพติดนั้นส่วนใหญ่ ก็เล็ดลอดมาตามชายแดนนะครับ ผ่านไปครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงอยากจะถาม ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งวันนี้ท่านรัฐมนตรี ท่านพลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล ท่านมาตอบแทน ว่าปัญหายาเสพติดนั้นเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติจึงต้องเป็นวาระแห่งชาติ แล้วเป็นวาระ แห่งชาติแล้วหรือยัง ถ้าเป็นวาระแห่งชาติ มีโครงสร้างการบริหารจัดการในเชิงการสั่งการ ที่บูรณาการทุกกระทรวง ทุกหน่วยงานจากส่วนกลาง มีโครงสร้างนี้หรือไม่ แล้วก็เนื่องจาก ยาเสพติดเป็นปัญหาทางจิตเวชจึงต้องบูรณาการทั้งเรื่องของผู้เสพยาและผู้ป่วยจิตเวชครับ แล้วก็ในระดับจังหวัดคือการบริหารส่วนภูมิภาคมีโครงสร้างในการสั่งการ ในการบริหาร จัดการในระดับภูมิภาคหรือไม่ แล้วก็ระดับชั้นที่ ๓ คือท้องถิ่น ท้องถิ่นก็คือใน อบต. เทศบาล ในหมู่บ้าน ในตำบล ท้องถิ่น และท้องที่ มีโครงสร้างอำนาจในการบริหารควบคุม จัดการ ปัญหายาเสพติดนี้หรือไม่ อยากที่จะทราบเพราะว่าเป็นวาระแห่งชาติ ถ้าผมเข้าใจเช่นนั้น อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบว่ามีโครงสร้างเช่นนี้หรือไม่ครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายมาตอบชี้แจงครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติครับ ผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ขออนุญาตได้รับมอบหมายจาก รักษาการนายกรัฐมนตรีให้มาตอบคำถามนี้นะครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานไปยังท่าน สมาชิกครับ เรื่องของการแก้ไขปัญหายาเสพติดนั้นรัฐบาลได้กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ แล้วก็เป็น ๑ ใน ๑๒ นโยบายเร่งด่วนที่ทุกหน่วยงานจะต้องเข้ามาร่วมมือกันตามที่ท่านสมาชิก ได้กล่าวนะครับ มีการบูรณาการการทำงาน ปัจจุบันนี้ก็มีการบูรณาการการทำงานลงไปถึง หน่วยระดับพื้นที่ ระดับหมู่บ้านด้วยนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของเกิดสถานการณ์ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) มีผลให้ชีวิตประชาชนและชีวิตในชุมชนนั้นเปลี่ยนแปลงไป เช่นเดียวกัน กลุ่มนักค้ามีการเปลี่ยนแปลงแนวทางในการขายยาเสพติดในรูปแบบใหม่ ๆ มีบางส่วนได้ ผันเป็นนักค้ายาเสพติด ในการดำเนินการนั้นได้กำหนดนโยบายที่จะลดผู้เสพยารายใหม่ ให้น้อยลงมากที่สุดตามหลักดีมานด์ (Demand) ซัปพลาย (Supply) ให้ความสำคัญกับ ชุมชนในหมู่บ้าน โดยใช้ภาครัฐเอกชนภาคประชาชนใช้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการ บูรณาการทำงานร่วมกัน อีกทั้งเรื่องของบูรณาการแผนและงบประมาณเพื่อที่จะช่วยกันดูแล สำคัญคือสร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อประชาสัมพันธ์ไม่ให้มีนักเสพหน้าใหม่เพิ่มมากขึ้น ในเรื่องของปราบปรามต้องเรียนว่าปัจจุบันนี้ก็เน้นไปที่เรื่องของทำลายเครือข่ายการค้าและ ขยายผลไปสู่นายทุน ยึดอายัดทรัพย์สินเป็นเครื่องมือสำคัญ ตัดท่อน้ำเลี้ยงเรื่องกระบวนการ ยาเสพติด เรื่องของเน้นย้ำให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนเกี่ยวกับยาเสพติดจะต้องซื่อสัตย์สุจริต ทำงานเพื่อประเทศชาติ อันนี้ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้การปราบปรามนั้นจะมุ่งไปที่ นายทุนรายใหญ่ เรื่องของตัดท่อน้ำเลี้ยง เรื่องของอายัดทรัพย์สิน บำบัดรักษา อันนี้ก็เป็นไป ตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวก็คือว่าประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่นั้นได้ปรับเรื่องของ กฎหมายยาเสพติด เป็นมิติใหม่ที่จะทำให้การแก้ปัญหายาเสพติดนั้นมีความสมดุลระหว่าง การปราบปรามและการบำบัดรักษา และมีการรวมกฎหมายที่ ๒๔ ฉบับมาเป็นฉบับเดียวกัน สะดวกต่อการใช้ ลดความซ้ำซ้อน เข้าใจง่าย รวมทั้งมีการปรับปรุงกำหนดโทษของผู้ค้า ยาเสพติด ก็จากเดิมกำหนดโทษที่รุนแรงโดยไม่แยกความผิดร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงเป็น ลดโทษความผิดที่ไม่ร้ายแรง และเน้นลงโทษผู้ค้าหรือกระบวนการในการมากกว่าจะเปิดให้ ศาลใช้ดุลพินิจที่เหมาะสม มีทางเลือกในการที่จะไม่ต้องถูกจำคุกนะครับ ซึ่งเป็นปัญหา นักโทษล้นเรือนจำเป็นต้น เปิดโอกาสให้ผู้กระทำความผิดวัยเล็กได้กลับคืนสู่สังคมโดยการเปิดช่องให้สามารถที่จะใช้ ประโยชน์ แล้วก็เอายาเสพติดไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ศึกษาวิจัยเศรษฐกิจมากขึ้น ในทางปฏิบัติโครงสร้างที่ท่านได้กล่าวท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ให้ท่านรักษาการนายกรัฐมนตรีท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั้นรับผิดชอบในการที่จะ ขับเคลื่อนประสานงานการแก้ไขยาเสพติดปัจจุบันก็ระหว่างดำเนินการก็มีการปรับปรุง แนวทางการดำเนินการมีการกำหนดความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานไปถึงระดับพื้นที่ ระดับหมู่บ้าน ชุมชน ซึ่งกำหนดเป้าหมายตัวชี้วัดว่าในปี ๒๕๖๖ นี้จะต้องดำเนินการให้เป็น รูปธรรม ต้องเรียนยืนยันว่าเรื่องยาเสพติดนั้นรัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และเป็น วาระแห่งชาติ จะทำอย่างไรที่จะสร้างภูมิคุ้มกันให้คนตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติด โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ แล้วก็ร่วมมือกันอย่างเป็นระบบในทุกส่วน ทั้งระดับบนจนถึงระดับ พื้นที่ เพื่อให้การแก้ปัญหานั้นยั่งยืนแล้วก็สามารถนำผู้เสพยาเสพติดนั้นกลับเข้ามาสู่ในชีวิต สังคม แล้วก็มีประกอบกิจการอาชีพได้โดยสุจริตต่อไป ขอบคุณในคำถามที่ ๑ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ คุณหมอบัญญัติถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีครับ ในคำถามที่ ๒ เป็นเรื่องของการป้องกันปราบปราม ในเรื่องของยาเสพติดผมคิดว่าเส้นทาง ของยาเสพติดผู้ค้าเครือข่ายต่าง ๆ เป็นเรื่องสำคัญนะครับ รายใหญ่ก็มาจากชายแดน ชายแดนประเทศเพื่อนบ้านในส่วนนี้ก็ยังเป็นต้นเหตุหลักอยู่ในส่วนรายย่อยที่เป็นเครือข่าย พ่อค้ารายกลางรายย่อยที่กระจายไปสู่ในท้องถิ่นในชุมชนต่าง ๆ ในส่วนนี้ก็เป็นเรื่องของการ ทำให้สารเสพติดหรือยาเสพติดไปใกล้ชิดเด็กเยาวชนประชาชน เพราะฉะนั้นความสำคัญ ของเรื่องของการป้องกันปราบปราม รวมทั้งเรื่องของให้เด็กเยาวชนได้ตระหนักรู้โทษและ พิษภัย ไม่ไปสัมผัสกับสิ่งเสพติดก็เป็นเรื่องสำคัญคือการป้องกันภูมิคุ้มกันต่อเยาวชน เนื่องจากสารเสพติดนี้มีความสามารถในการทำให้เกิดความพึงพอใจของสมองมากกว่าสิ่งที่ เป็นรางวัลทั่ว ๆ ไปเหมือนคนทำดีได้รางวัลยาเสพติดมันมีความรุนแรงถึง ๑,๐๐๐ เท่า โอกาสที่เข้าไปติดแล้วจะออกจากยาเสพติดนั้นยากมากมีผู้เปรียบว่าการติดยาเสพติด เหมือนกับน้อง ๆ หมูป่า ๑๓ คนที่จะไปหาอะไรในถ้ำดูว่ามีอะไรไหม ไปศึกษาดูว่ามีสิ่งแปลก ใหม่ไหม เข้าไปแล้วออกไม่ได้มีน้ำท่วมมีอะไรต่ออะไรเป็นอุปสรรค คนที่จะไปช่วยก็ต้องไป ช่วยว่ามีอะไรไหม ไปศึกษาดูว่ามีสิ่งแปลกใหม่ไหม เข้าไปแล้วออกไม่ได้มีน้ำท่วมมีอะไร ต่ออะไร เป็นอุปสรรค คนที่จะไปช่วยก็ต้องไปช่วยแบบวีรบุรุษจริง ๆ ต้องไปบูรณาการ ทุกภาคทุกส่วนเข้าไปถึงจะเอาหมูป่าหรือว่าผู้เสพยาที่เป็นเด็กเยาวชน เปรียบเทียบนะครับ ไม่ใช่ว่าหมูป่าเป็นผู้เสพยาครับ จะต้องเป็นวีรบุรุษเข้าไปเป็นทีม เป็นบูรณาการทุกภาคส่วน🔗
ผมจึงอยากจะถามคำถามที่ ๒ ว่าในเรื่องของการป้องกันเด็กเยาวชนไม่ให้ เข้าไปสัมผัสสิ่งนี้และการปราบปรามเพื่อนำสารเสพติดออกจากชุมชนไม่ให้มีการแพร่ระบาด ซึ่งสามารถที่จะเข้าสู่ร่างกายได้โดยง่าย ในส่วนนี้รัฐบาลได้แต่งตั้งบุคคลที่มีฝีมือไม่ว่าจะเป็น ฝีมือทางด้านการปราบปราม ป.ป.ส. หรือตำรวจที่มีฝีมือ เป็นคนหนุ่มไฟแรงที่มีความพร้อม ในการที่จะปฏิบัติการให้ปัญหานี้สำเร็จลุล่วงไป แล้วก็ในเรื่องของการส่งเสริมป้องกันไม่ว่าจะเป็น กระทรวงศึกษาธิการก็ดี กระทรวงวัฒนธรรมก็ดี ในเรื่องของชุมชนต่าง ๆ ก็ดีที่จะเป็นเกราะ ป้องกันในส่วนนี้ รัฐบาลได้คัดเลือกบุคคลผู้มีฝีมือและมีการประเมินผลการดำเนินการให้มี ความสำเร็จในส่วนนี้หรือไม่ อย่างไร อยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีว่าในส่วนนี้ได้ดำเนินการ ไปถึงไหน อย่างไรครับ🔗
เชิญท่าน พลเอก ชัยชาญครับ🔗
ขอบพระคุณครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกครับ ในคำถามของท่านก็คงจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าในกลไกการดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่ผมได้กล่าวแล้วข้างต้นก็มีทุกหน่วยงานที่อยู่ในกลไกในการที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งเรื่องของการป้องกันปราบปราม และบำบัดรักษาฟื้นฟู เรื่องของการป้องกันปราบปรามนั้น ขออนุญาตกราบเรียนว่าในสำนักงาน ป.ป.ส. นั้นก็เป็นหน่วยที่บูรณาการการทำงานชายแดน ก็จะมีกองกำลังป้องกันชายแดนของกองทัพที่ดำเนินการ แล้วก็มีเรื่องของตำรวจในแต่ละ ระดับพื้นที่ในการร่วมกันงานด้านการข่าว และด้านการประสานกับต่างประเทศในเรื่องของ การร่วมมือในการที่จะป้องกันและปราบปรามยาเสพติดร่วมกัน ตอนนี้ก็มีแผนงาน การดำเนินการที่ชัดเจน ได้มีการมอบหมายผู้ที่รับผิดชอบในการดำเนินการ มีตำรวจ ป.ป.ส. ก็เป็นกระบวนการในการทำงาน ซึ่งขอบพระคุณที่ได้ให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินการ เรื่องของการมอบหมายให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถเข้าไปทำงาน ตรงนี้ขออนุญาตเรียนว่า ข้อเสนอแนะตรงนี้ก็ขอบคุณนะครับ ในการดำเนินการก็ดำเนินการตามแนวทางที่ท่าน สมาชิกท่านได้กล่าว ส่วนในเรื่องของการป้องกันศูนย์ในเยาวชน นักเรียน นักศึกษานั้น ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งกระทรวง อว. แล้วก็ทางสาธารณสุข แล้วก็รวมถึงเรื่องของ วัฒนธรรมเองเช่นเดียวกัน ก็มีเรื่องของแผนการประชาสัมพันธ์ แผนการที่จะสร้างการรับรู้ และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชนเพื่อที่จะไม่ให้พวกรุ่นใหม่ที่ไม่ใช้ยาเสพติด ตรงนี้ผมคิดว่า ก็มีแผนงานการดำเนินการที่เป็นระบบก็จะทำให้การดำเนินการทั้ง ๓ ส่วนที่ผมได้กล่าว ข้างต้นนั้นมีการประสานงานสอดคล้องกัน ที่สำคัญก็คือว่าก็ได้มีเรื่องของตัวชี้วัดมีเป้าหมาย ตัวชี้วัดผลสำเร็จ เพราะฉะนั้นคิดว่าในปี ๒๕๖๖ ปีหน้านี้ก็คงจะได้มีการติดตามประเมินผล แล้วก็การดำเนินการ ก็เรียนว่ารัฐบาลให้ความมุ่งมั่นและทุ่มเทในการที่จะแก้ไขปัญหา ยาเสพติดตามที่ท่านสมาชิกท่านได้มีคำถามและให้ข้อเสนอแนะนะครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณหมอ บัญญัติมีอีกไหมครับ ครั้งที่ ๓ ครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ในคำถามที่ ๓ เป็นเรื่องของการบำบัดรักษาและฟื้นฟูฝึกอาชีพ เรื่องของ ผู้ติดยาเสพติด เมื่อคนติดยาเสพติด เด็กเยาวชน ประชาชน เขาจะอ่อนแอไปทั้งระบบ ร่างกายก็อ่อนแอ จิตใจก็อ่อนแอ อารมณ์ก็อ่อนไหว อาชีพก็ไม่มี เครดิตต่าง ๆ ในการทำงาน ในการที่จะเข้าสู่สังคมก็ไม่มี เพราะฉะนั้นปัจจุบันผู้ติดยาเสพติดแม้นบอกว่าผู้ติดยาคือผู้ป่วย แต่ไม่มีที่ในการบำบัด รักษา ฟื้นฟู ฝึกอาชีพที่จริงจังอยู่ในพื้นที่ ทุกท่านที่อยู่ในพื้นที่จะรู้ เลยว่าเมื่อมีคนในครอบครัวติดยาเสพติดและอาละวาดอยู่จะทำร้ายคนในครอบครัว จะเอา ไปไหนก็ไม่รู้จะเอาไปทางไหน จะต้องใช้ตำรวจมาบังคับไป ไปโรงพยาบาล ๆ ก็ไม่พร้อม ไม่มีสถานที่ในการที่จะดูแลผู้ป่วยเหล่านี้ แต่ละภาคนั้นมีโรงพยาบาลยาเสพติด ภาคเหนือก็มี ๒ แห่ง มีแม่ฮ่องสอนกับเชียงใหม่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์ ภาคเหนือ ทางภาคอีสานก็มี ๒ แห่ง อุดรธานี ขอนแก่น โรงพยาบาลธัญญารักษ์ ภาคใต้ก็มีสงขลา ปัตตานี ๒ แห่ง ในภาค อื่น ๆ ไม่มี โรงพยาบาลทั่วไปก็รักษาโรคทางกายเป็นส่วนใหญ่ การรักษาในโรงพยาบาล จิตเวชปัจจุบันแม้กระทั่งสายด่วนถ้าเป็นสายด่วนสุขภาพจิตก็ยังต้องโทรเบอร์ ๑๓๒๓ แต่ถ้าเป็นยาเสพติดต้อง ๑๑๖๕ ในบ้านเดียวกันบางทีคนหนึ่งติดยา คนในบ้านเป็นโรค ซึมเศร้าหมดเลยก็ต้องโทรคนละสาย ต้องใช้ปรึกษาคนละที่ ผมยังคิดว่าการบูรณาการกัน ระหว่างกรมการแพทย์กับกรมสุขภาพจิต แล้วก็สถานที่ในระดับที่จะบูรณาการกันเพื่อให้เกิด แหล่งรักษา ผมขออนุญาตใช้โมเดล (Model) ของการดูแลโควิด (COVID) ว่าโรงพยาบาล สนามมีในทุกอำเภอ ที่ผ่านมาก็สามารถจัดการโควิด (COVID) ได้เป็นอย่างดี การบำบัดรักษา ผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติด รัฐบาลมีแนวคิดที่จะตั้งโรงพยาบาลสนามบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาและ สารเสพติดที่เป็นผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดหรือไม่ ซึ่งถ้ามีเช่นนั้นพี่น้องประชาชนไม่ต้องไปไกล สามารถที่จะเอกซเรย์ทุกพื้นที่ให้ท้องถิ่นและท้องที่ ให้พี่น้องประชาชน อสม. มีชุดตรวจ คล้าย ๆ เอทีเค (ATK) ตรวจปัสสาวะแจกจ่ายให้ทั่วถึง มีข้อสงสัยสามารถที่จะคัดกรองและ ส่งเข้าศูนย์บำบัดฟื้นฟูที่จะเรียกว่าโรงพยาบาลสนามก็ได้ ศูนย์บำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาและ สารเสพติดในระดับอำเภอทุกแห่งกระจายทั่วไป เชื่อมั่นเหลือเกินว่าด้วยระบบอย่างนี้ สามารถที่จะคัดกรองทุกตารางนิ้วเรียกว่าเอกซเรย์ทุกตารางนิ้วเพื่อเอาผู้เสี่ยงและผู้ติด สารเสพติดนั้นเข้ามาสู่ระบบแล้วก็บำบัดรักษาและฟื้นฟู ฝึกอาชีพให้เขาอยู่ให้เขาแข็งแรง มีอาชีพ แล้วทุกคนก็มาอุ้มชู นำอาหารต่าง ๆ มาให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่มาช่วยกันในส่วนนี้ ถ้าเป็นเช่นนี้ผมจะมั่นใจว่ากลไกในระดับท้องที่ ระดับอำเภอ สามารถที่จะจัดการเรื่องปัญหา ยาเสพติดทั้งระบบได้อย่างจริงจังครับ ผมก็ขอสอบถามเป็นคำถามว่ารัฐบาลมีแนวคิดที่จะ ตั้งโรงพยาบาลสนามบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาและสารเสพติดในลักษณะของผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติด หรือไม่ครับ กราบขอบคุณครับ🔗
เชิญ พลเอก ชัยชาญครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ขออนุญาตกราบเรียนครับ ในการแก้ไขปัญหา ยาเสพติดนั้นก็ได้กำหนดแนวทางในการที่จะแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง มุ่งสร้างที่จะทำให้สังคมปลอดภัยจากยาเสพติดโดยยึดคนเป็นศูนย์กลาง แก้ไขปัญหา ยาเสพติดตามบริบทของพื้นที่ ง่าย ๆ คือจะใช้ชุมชนเป็นหลักในการที่จะแก้ไขปัญหา ยาเสพติด นำผู้ติดยาเสพติดเข้ามาบำบัด รวมทั้งที่จะฟื้นฟูในเรื่องของอาชีพเพื่อให้เขาได้ ประกอบอาชีพและสามารถที่จะกลับไปอยู่ในชุมชนได้อย่างปกติสุข ขออนุญาตกราบเรียนว่า ท่านสมาชิกท่านได้ถามว่าผู้ติดยาเสพติดเข้าบำบัดได้อย่างไร ขอเรียนว่าถ้าที่ผู้ติดยาเสพติด ก็จะมีหน่วยสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขของรัฐไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบล โรงพยาบาลชุมชนระดับอำเภอ หรือโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไประดับจังหวัด ซึ่งตรงนี้ที่ท่านได้กล่าวว่าอาจจะไม่ได้ครอบคลุมในทั่วทุกพื้นที่ อย่างไรก็ตามตรงนี้คณะกรรมการก็ได้ดำเนินการที่จะมีการจัดตั้งสถานพยาบาลและฟื้นฟู รวมทั้งจะใช้เรื่องของวิวัฒน์พลเมืองของกองทัพซึ่งตรงนี้มีอยู่ในทุกที่ ก็ได้จะมีการปรับ ในเรื่องของการที่จะบำบัดฟื้นฟู รวมทั้งบางส่วนก็จะมีการที่จะให้ฝึกเรื่องของอาชีพด้วย รวมทั้งมีค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของกระทรวงมหาดไทย ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่เป็น สถานฟื้นฟูเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการบำบัดรักษาผู้ป่วย ต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่าในการ ดำเนินการเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติดนั้นในทุกหน่วยบูรณาการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของฝ่ายปกครอง เรื่องของตำรวจ เรื่องของท้องถิ่น เรื่องของสาธารณสุข เรื่องของ ผู้นำชุมชน เพื่อที่จะให้การแก้ไขปัญหานั้นมีประสิทธิภาพสูงสุด เราจะเอาชุมชนเป็นหลัก ในการที่จะแก้ไขปัญหา เพราะว่าในชุมชนนั้นก็จะทราบดีอย่างที่ท่านบอกว่าก็ต้องไปดูว่า ในพื้นที่นั้นมีคนใดที่ใช้ยาเสพติด แล้วก็นำเขาเข้ามาบำบัดฟื้นฟูให้เขาเลิกแล้วก็ไปประกอบ อาชีพที่สุจริต ผมคิดว่าถ้าทำอย่างนี้ได้ทุกพื้นที่แล้วก็มีเป้าหมายตัวชี้วัดให้ระดับผู้ติดยา เสพติดนั้นลดลงก็คงจะทำให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดของเรานี้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นและไปสู่ เป้าหมายที่กำหนดไว้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปเป็น กระทู้ถามด้วยวาจาของท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เชิญครับ🔗
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๙๕ ส. (นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา วันนี้ได้รับมอบหมาย จากสมาชิก ส.ส. ภาคเหนือทั้งหมด ภาคอีสานหลายจังหวัด มอบหมายให้มาถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ไม่ว่าภาคเหนือ ภาคอีสาน ก็จะมีปัญหาเรื่องนี้ทุกปีในเดือนนี้ครับ สิงหาคมหนักที่สุด แต่บางจังหวัดมันเป็นมาประจำ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก สุดท้ายรัฐบาลก็ใช้งบประมาณส่วนหนึ่งไปซ่อมแซมแบบง่าย ๆ ผ่านกระทรวงมหาดไทย แต่การแก้ปัญหาไม่ใช่แก้ปัญหาในเชิงสร้างสรรค์ หมายความว่า หลายหน่วยงานรัฐบาลไม่ได้คุยกันเลยหรือครับ ทั้งกระทรวงเกษตร กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ บางพื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวน ท้องถิ่น เอาเงินไปลงซ่อมแซมไม่ได้ ก็เดือดร้อนพวกผมครับ ผู้แทนครับ หนีไม่พ้น ต้องหาหินคลุก ลูกรังไปใส่ ใส่มากก็จะผิดกฎหมาย มีคนจะร้องเรียนอีก อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่วันนี้ โชคดีเลยที่รัฐมนตรีนิพนธ์มาท่านอยู่ท้องถิ่นมาก่อน และเป็นคนที่มาจากการเลือกตั้งได้รู้ ปัญหาข้อเท็จจริงในการทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดี ภาคเหนือผมทุกปีครับท่าน การจะคิดแนวทางการแก้ไขไม่มีล่วงหน้าเลย มู่หลานพายุเที่ยวนี้เกิดขึ้นมันมองเห็นว่าอย่างไร ประเทศไทยไม่รอดครับ จะมีอีกหลายลูกเข้ามา การเตรียมการมันจะมีเฉพาะแจกของ หรือครับ ถุงยังชีพไปบางจุดที่ท่านนายกรัฐมนตรีไป ผู้บริหารรัฐบาลนี้ไป แต่หลายอำเภอ หลายจังหวัดเดือดร้อนพวกผมนะครับ ไม่ดูแลพี่น้องประชาชนไม่ได้ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ท่านจะเห็นได้อย่างภาคเหนือ เห็นชัด ๆ เขตเศรษฐกิจก็เห็นทุกปีครับ เชียงรายขอคลิป (Clip) ด้วยครับ🔗
เชียงรายโดยเฉพาะอำเภอแม่สาย ท่านอิทธิเดช แก้วหลวง เขาฝากผมมาว่ามันเกิดขึ้นทุกปี ๘ ปี นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ ไม่ได้วางแผนแก้ไข อันนี้จังหวัดน่านนะครับ คลิป (Clip) ถนนพังอย่างนี้ครับ ถ้าในเขตป่า เงินหลวงไปไม่ได้ ถ้าท่านไม่คุยกันระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ไม่คุยกับท้องถิ่น ไม่คุยกับมหาดไทย ไม่นั่งปรึกษาหารือกันหรือครับ ท่านอยู่ในรัฐบาลเดียวกัน ได้อย่างนี้ครับ จะมาเอาเงิน ชาวบ้านเขาเดือดร้อนก็มาหา ส.ส. นะครับ พวกผมต้องรับทุกข์รับกรรมที่ต้องช่วยพี่น้อง ชาวบ้านในการแก้ไขปัญหา แต่ซ่อมไม่ได้ เงินหลวงลงไม่ได้ ท่านจะปรึกษาหารือกันไม่ได้ หรือครับท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ครับ ผมว่าท่านต้องคุยนะครับกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่มันเกิดขึ้นภาคเหนือจะเป็นอย่างนี้หมดครับ เพราะบ้านพวกผมเป็นภูเขา การเกิด เหตุการณ์อย่างนี้เดือดร้อนซ้ำแล้วซ้ำอีกรวมไปถึงการแก้ไข บางพื้นที่นะครับท่านจะใช้ งบประมาณของกระทรวงมหาดไทยไปทำแค่คันดินกั้นน้ำไม่ได้ครับ ท่านต้องคุยกับกระทรวง เกษตรก็คือกรมชลประทานที่ล่องไปทำประตูระบายน้ำมันถึงจะทน เหมือนกับตำบลสบบง ที่เกิดปัญหา อ่างห้วยไร่นะครับ ไปซ่อมทุกปี ปีหน้าก็จะโดนอีกล่ะ พังอีกล่ะ แล้วน้ำก็ท่วม บ้านชาวบ้านเดือดร้อน อันนี้แม่สายนะครับภาพนี้ เขตเศรษฐกิจของภาคเหนือเดือดร้อน ทุกปีครับ ไม่รู้คลองหรือแม่น้ำหรือถนนดูไม่ออกครับ ผมถึงอยากถามคำถามที่ ๑ ไปถึง รัฐมนตรีท่านนิพนธ์ว่าท่านได้ปรึกษาหารือกันไหม บางพื้นที่ท้องถิ่นหรือมหาดไทยซ่อมได้ เล็กน้อย แต่บางพื้นที่มันจะต้องใช้มาตรฐานของกรมทางหรือกรมทางหลวงชนบท มันทำได้ ไหมครับ บางพื้นที่ท่านโอนไปให้ท้องถิ่นแต่ท้องถิ่นบ้านผมไม่มีสตางค์ บางท้องถิ่นมี งบประมาณล้าน ๒ ล้านบาทแล้วถนนลาดยางเสีย ที่ท่านโอนของทางหลวงชนบทมาให้ เขารับผิดชอบไม่ไหว ท่านจะเอาคืนได้ไหม คืนไปให้ทางหลวงชนบทได้ไหมเห็นว่ามีกฎหมาย ผมไปถามจังหวัดพะเยาก็ยังทำไม่ได้ ถามทางหลวงชนบทบอกอยากได้ถนน อยากได้พื้นที่ รับผิดชอบมีงบแต่ไม่มีถนน แต่ท่านน่าจะจัดการเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรม เรียกมาคุยที่ท่าน รู้เรื่องดี อบจ. รับไม่ได้ก็อยากให้เขารับ เสียแล้วเขาก็ด่านายก ด่า สจ. ด่านพาลมาถึง ส.ส. ว่าไม่ได้ดูแล แต่ท้องถิ่นเขาไม่มีสตางค์ซ่อม บางพื้นที่ถนนบางเส้น ๑๐ กว่ากิโลเมตร ๘ กิโลเมตร ถ้าใช้เงินซ่อมหลายล้านบาท ทั้งท้องถิ่นมีเงินพัฒนาแค่ ๒ ล้านบาท ทำได้ อย่างไร ท่านนิพนธ์มาวันนี้ท่านต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้เลยอยากให้ท่านไปวางแผนแก้ไข ในเรื่องนี้อย่างเป็นระบบอ้ายที่โอนไปได้ก็โอนไปเถอะครับ อยากให้ไว้เลยรีบทำนะครับ นี่คำถามประเด็นที่ ๑ ว่าท่านจะแก้ไขเรื่องเหล่านี้อย่างไรครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีช่วยนิพนธ์ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ตอบกระทู้ถามด้วยวาจา ของท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ นะครับ ซึ่งท่านได้สอบถามเรื่องในพื้นที่ได้รับผลกระทบจาก อุทกภัย ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ช่วงนี้ช่วงวันที่ ๑๐-๑๓ พายุมู่หลานได้เริ่มเข้ามาจนกระทั่งถึง ปัจจุบันก็มีผู้เสียชีวิตใน ๒ เหตุการณ์นี้จากวันที่ ๑๐-๑๓ แล้วก็ ๑๕ ถึงปัจจุบันมีผู้เสียชีวิต ๕ ราย ก็ถือว่ามันเป็นอุทกภัยประจำเกิดขึ้นตามที่ท่านได้อภิปรายจริง ๆ เพราะว่ามันเป็น ช่วงมรสุมของประเทศไทย แล้วที่มาของน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ก็มาจากฤดูฝนนี่ล่ะครับ พอเราเข้า ฤดูฝน ฤดูมรสุมก็จะมีพายุต่าง ๆ เข้ามาในพื้นที่เราเตรียมการได้ครับ นั่นก็คือสิ่งที่สั่งให้ เตรียมการ รัฐบาลสั่งให้เตรียมการก็คือทำอย่างไรที่จะทำทางให้น้ำไหลเวลาน้ำมาอย่าให้มี พวกวัชพืชต่าง ๆ มากีดขวางทางน้ำ แล้วก็ทำอย่างไรที่น้ำมาแล้วเอาน้ำไปเก็บไว้คือทำที่ ให้น้ำอยู่ ทำที่ให้น้ำอยู่เพื่อเอาน้ำมาใช้ในฤดูแล้ง มาใช้ในเรื่องการเกษตรก็ดี มาใช้ในเรื่องการ อุปโภคบริโภคก็ดี นี่คือเรารู้กันเป็นว่าวัฏจักรมันเป็นอย่างนี้ ทุกปีตามฤดูกาลเป็นเรื่องที่เกิด จากธรรมชาติ แต่ว่าเราไม่อาจจะไปคาดการณ์ได้แม่นยำว่าในแต่ละปีหรือในแต่ละวันฝนมัน จะตกลงในพื้นที่ใด เพราะฉะนั้นเมื่อฝนตกลงในพื้นที่ที่เราไม่ได้มีพื้นที่รองรับน้ำก็ดี หรือว่า ไปตกในพื้นที่ป่าเขาก็ต้องไหลลงมาสู่ที่ต่ำคือไหลลงมาสู่พื้นที่ราบอย่างที่ท่านได้เข้าใจ รัฐบาล เองก็ไม่ได้นิ่งเฉยนะครับ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่ากรม ปภ. ซึ่งมีหน้าที่โดยตรง หรือว่า กระทรวงมหาดไทย หรือว่ากระทรวงคมนาคมมีการพูดคุยกันเวลาถนนเสียหาย ถนนของใคร รับผิดชอบอยู่ และมีความเสียหายรัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งดูดายรัฐบาล ครม. อนุมัติงบกลาง ให้ไปแก้ปัญหาอยู่เป็นประจำทุกปีอยู่แล้วนะครับ ถนนของกรมทางหลวงชนบท ถนนของ กรมทางหลวง ในส่วนของท้องถิ่นปีที่ผ่านมาเป็นปีแรกที่กระทรวงมหาดไทยของบกลาง ครม. อนุมัติให้ ๒,๗๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อจะให้ท้องถิ่นไปซ่อมบำรุงถนนของตัวเองหลังจาก ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย เพราะฉะนั้นอันนี้คือสิ่งที่จะเรียนท่านได้ว่ารัฐบาลไม่ได้ นิ่งเฉย แล้วก็ดูว่าถ้าเกินศักยภาพของท้องถิ่นก็จะพยายามจัดงบกลางไปให้ เพราะฉะนั้น จึงขอเรียนส่วนที่เรื่องเหลือเกินขีดความสามารถของ อบจ. หรือขีดความสามารถของท้องถิ่น ที่จะดูแลเรื่องถนนอันนั้นสุดวิสัยที่จะไปพูดจริง ๆ ที่จะตอบท่าน แต่เข้าใจว่าท้องถิ่นมีปัญหา อย่างนี้เยอะมากเรื่องการถ่ายโอนภารกิจกันแล้ว แล้วก็ไม่มีงบประมาณมาตามภารกิจที่ ถ่ายโอน มันก็เกินศักยภาพที่ท้องถิ่นจะทำได้แต่ว่ามันไปดูที่กฎหมายแผนขั้นตอนกระจาย อำนาจ มันมีอยู่ว่าเมื่อไม่มีกฎหมายให้ถ่ายโอนคืนก็ไม่สามารถไปได้ ถ่ายโอนมาแล้วอันนี้เป็น เรื่องที่ท้องถิ่นประสบปัญหา อันนี้เข้าใจท่านได้ ผมในฐานะที่เคยอยู่ท้องถิ่นก็ทราบปัญหานี้ ของท้องถิ่นดี เพราะฉะนั้นในคำถามแรกก็ขอตอบท่านว่ารัฐบาลได้พูดคุยกัน ได้เจรจากัน ได้ดูว่าภารกิจไหนเร่งด่วนอย่างไร ก็สิ่งที่ ครม. จะดูแลทั้งระบบเลยครับ ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านวิสุทธิ์ด้วยความเคารพครับ🔗
เชิญท่าน วิสุทธิ์ ถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
คำถามที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องถามท่านรัฐมนตรีนะครับ ที่จริงนี้ผมอยากให้แก้ปัญหาแบบเป็นระบบ ที่ผมว่าท่าน ต้องคุยกันทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง เพราะท่านประชุมร่วมกันอยู่แล้ว เพราะทุกวันนี้ จะเห็นการโยนภาระความรับผิดชอบซึ่งเรื่องพวกนี้มันต้องร่วมมือกันทุกกระทรวง บางอย่าง ผมว่าท้องถิ่นไม่ไหว ท่านหาวิธีจะโอนอย่างไรกลับไปยังทางหลวงชนบท บางส่วนต้องโอน กลับไปที่กรมทาง เพราะเขาไม่มีทรัพยากรพอที่จะไปซ่อมบำรุงรักษาได้ก็เป็นการถ่ายโอน ไปสร้างภาระให้ท้องถิ่นทั้ง ๆ ที่ก็ทราบว่าไปไม่ไหว เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่า ๓ ๔ กระทรวง ท่านตั้งเป็นเรื่องเป็นราวดีไหมครับ หวังพึ่งท่านรัฐมนตรีนะครับปรึกษาหารือกัน เอาเป็นเรื่อง เป็นราวว่าจะคืน คืนเมื่อไร ทำอย่างไร ถามไปจังหวัด ๆ ก็ยังติดขัดข้อกฎหมาย ผมก็ไม่เข้าใจ ว่าติดอะไรนักหนา ท่านแก้ได้นี่ครับ ท่านอยู่มาก่อน ท่านทำสิครับ อบจ. ทั้งประเทศดีใจ กับท่านหมด ท้องถิ่นทุกอย่างยกย่องท่านถ้าท่านทำได้ แล้วรีบทำภายในเดือน ๒ เดือน ที่ท่านยังมีอำนาจอยู่นี่รีบทำเถอะครับ อีกอย่างหนึ่งครับ ปัญหานี่ความจริงอยากเชิญมาทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พี่น้องบ้านผมชาวไร่ชาวนาเดือดร้อนหนักน้ำท่วมข้าว ท่านประธานที่เคารพครับ น้ำท่วมมารอบแรกถ้าไปแจ้งก็จะได้เงินมา ๑,๓๔๐ บาทต่อไร่ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะจ่ายให้ ท่วมรอบที่ ๒ ไม่จ่ายแล้ว บ้านผมบางที่หว่านข้าว ไปเป็นรอบที่ ๓ แล้ว ไม่ว่าอำเภอเทิงของท่านรังสรรค์ อำเภอเชียงคำ อำเภอจุน เดือดร้อน หมดครับ แต่ว่าถ้าแจ้งได้ ๑,๓๔๐ บาท หลังจากนั้นเดือนหนึ่งน้ำลดผมไปหว่านข้าว ผมปลูกข้าวแล้วผมจะไม่ได้รับค่าส่วนต่างจากรัฐบาลนี้ ๓,๐๐๐ บาทนี่ผมไม่ได้แล้ว เงินค่า ช่วยทำนาอีก ๑,๐๐๐ บาท เป็น ๔,๐๐๐ บาทไม่ได้นะ เพราะถือว่าชดเชยไปแล้วอย่างไร ตอนน้ำท่วม ก็เอาไป ๑,๐๐๐ กว่าบาท แล้วหลังจากนั้นจะปลูกข้าวอย่างไร ไม่ได้ ไม่ให้แล้ว ผมถึงบอกอยากเชิญทุกกระทรวงครับ บอกให้ท่านรัฐมนตรีรู้ปัญหาดี ท่านเป็นผู้แทนมาก่อน ในพื้นที่ตั้งนานแล้ว ท่านอยู่ท้องถิ่นท่านก็เห็นปัญหานี้ครับ ทำไมล่ะครับว่าถ้าน้ำท่วมชาวไร่ ชาวนาเดือดร้อนแล้ว หว่านข้าวแล้ว นาเสียหายแล้ว ไปแจ้งเกษตรอำเภอ ตำบล เขาไม่ค่อย กล้าไป ตอนนี้ผมเข้าใจเลยว่าทำไมไม่ไปแจ้ง ก็เสียหายก็แจ้งให้เขามาชดเชย ชดเชยผมได้ ๑,๓๔๐ บาท ส.ส. แล้วถ้าผมปลูกข้าวไปผมไม่ได้ส่วนต่าง ท่านให้ไป ๓,๐๐๐ บาท กับอีก ๑,๐๐๐ บาท เป็น ๔,๐๐๐ บาท เขาบอกไม่ได้ส่วนนี้ ก็ไม่เข้าใจวิธีคิดของรัฐบาลนี้เหมือนกัน ท่านทำไมไม่คุยกันล่ะครับกระทรวงเกษตรกับมหาดไทย มันเป็นความเดือดร้อนของพี่น้อง ชาวบ้าน ในเมื่อเสียหายส่วนต่างก็ต้องได้เพราะเขายังหว่านข้าวไปอีก ไม่ใช่ว่าให้ชดเชย ไปแล้ว ๑,๓๔๐ บาท คุณห้ามทำนานะ ไม่ให้ประกอบอาชีพชาวนาแล้วเขาทำอะไรครับ หลายคนผมถามว่าไม่ให้เป็นชาวนา เขาบอกผมก็อยากเป็นผู้แทน ผมก็อยากเป็นผู้ว่า เงินเดือนเยอะ ๆ แต่เขาเป็นไม่ได้ จบ ป. ๔ ป. ๖ อันนี้เป็นความเหลื่อมล้ำ วันนี้มาพูดให้ รัฐมนตรีที่เข้าใจปัญหานี้ ท่านนำไปหารือดูเถอะครับ ผมเข้าใจว่าวิธีคิดของท่าน ท่านรับฟัง ปัญหาชาวบ้าน ท่านต้องไปหารือ ท่านเป็นรัฐมนตรี ท่านเป็นผู้บริหาร วันนี้คนที่มาบอกพวก ผมว่าน้ำท่วมก็เลี้ยงปลานี่ตลก อย่าพูดอายเขาครับ น้ำท่วมก็ให้เช่าที่นา เอาน้ำไว้ให้ขาย ในฤดูแล้งนี่มันตลก มันไม่ใช่คนที่มาจากการเลือกตั้ง รัฐมนตรีวันนี้มาจากการเลือกตั้ง ท่านเข้าใจ ท่านต้องไปแก้ไขปัญหาให้พวกผม พี่น้องเกษตรกรวันนี้ฟังผมอยู่นะให้มาถามท่าน จะได้คำตอบอย่างไร ท่านจะแก้ไขปัญหาเรื่องภาคเกษตรอย่างไร ผมเรียนท่านนะครับ มหาดไทยนี่บำบัดทุกข์บำรุงสุขไปออกระเบียบได้อย่างไรว่า หากนาเสียหายต้องเสียหาย ร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าเหลืออีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ดูให้ถือว่าผิดระเบียบของกระทรวงเกษตร ทำอย่างไรครับ ผมต้องไปถอนข้าวออกอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์หรือ ถ้าผมเสียหาย ๙๐ เปอร์เซ็นต์ มันเป็นเรื่องที่ปฏิบัติไม่ได้ เป็นเรื่องที่ท่านจะต้องดูแลว่าปัญหาอยู่อย่างนี้ วันนี้ท่าน ได้รับทราบผมมาบอกแล้ว ภาคเหนือเหมือนกัน ภาคอีสานเหมือนกันไม่มีทางแก้ไขได้ บางอย่างรัฐบาลคิดวางแผนยาว ๆ ได้ไหม ท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ครับ ท่านวางแผนยาว ๆ ได้ไหม อ้ายที่จะต้องเป็นอ่างก็ต้องเป็นอ่างเก็บน้ำ ที่จะต้องเป็นประตูระบายน้ำก็ต้องสร้าง ให้เขา คุยกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยากทำ กรมชลประทานอยากทำ ติดที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บ้านผมมีหลายโครงการทำไม่ได้ ติดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่อนุญาต ท่านทำไมไม่คุยกันล่ะครับ อยู่เป็นรัฐบาลปรึกษาหารืออันนี้มันจะแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน เกษตรกรจะได้มีทางออก ผมถามประเด็นเรื่องชดเชยของเกษตรกร ท่านรัฐมนตรีได้แนะนำ ด้วยครับ และจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไรครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีนิพนธ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง มหาดไทย ขออนุญาตที่จะตอบคำถามที่ ๒ ของท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ซึ่งท่านได้ถามวิธี เยียวยา รัฐบาลเองก็ได้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ จนในที่สุดมีการแก้ไขมีการปรับปรุง ระเบียบของกรมบัญชีกลางของกระทรวงการคลัง ล่าสุดก็เพิ่งแก้ไปเมื่อเดือนตุลาคม ปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมานี้ ก็ได้มีการพยายามปรับปรุงระเบียบ การเยียวยา การชดเชย ในส่วนของกรมบัญชีกลาง ในส่วนของกระทรวงการคลัง ซึ่งเราก็ได้สะท้อนได้แก้ไขหลายเรื่อง ถ้าตามระเบียบใหม่ ในขณะนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านพูดผมจะรับไปลองประสานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดูว่าเป็นไปได้อย่างไรกรณีที่เยียวยาแล้ว และถ้าชาวบ้านได้เงินค่าเยียวยาไปซื้อเมล็ดพันธุ์พืช หรือพันธุ์ข้าวมาหว่านใหม่ หว่านใหม่มันก็ต้องมีผลผลิตออกมา เมื่อผลผลิตออกมารัฐบาล มีนโยบายในการประกันรายได้เขาก็ต้องมีสิทธิที่จะได้ตามนโยบายนี้ เมื่อเขาเข้าสู่กระบวนการ การผลิตทันนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ผมรับไปก็แล้วกันที่จะไปติดตามดูว่ามันเกิดขึ้นได้ อย่างไร กรณีที่ท่านบอกว่าถ้ารับค่าเยียวยาไปแล้วจะไม่ได้ค่าส่วนต่าง อันนี้จะขอไปติดตาม แล้วก็จะแจ้งท่านภายหลังว่าข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไร แต่โดยปกติมันไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น ผมก็จะถือโอกาสได้ไปเรียนสอบถามกับทางรัฐมนตรีเกษตรต่อไปนะครับ หรือว่าติดต่อไปที่ เรื่องการประกันรายได้ว่าหลักอย่างนี้แล้ว เราช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรหลังจากผ่านพ้น อุทกภัยไปแล้วเข้าสู่การฟื้นฟู แล้วเขาก็ได้หว่านข้าวใหม่หรือว่าปลูกพืชใหม่ ถ้ารัฐบาล มีโครงการประกันรายได้ให้เกษตรกรอยู่เขาก็ควรมีสิทธิหรือไม่ อย่างไร เดี๋ยวผมจะไปดู เรื่องนี้ให้ แต่ว่าส่วนหนึ่งก็คือสิ่งที่พยายามเยียวยา ผมกราบเรียนได้ว่าในส่วนของ กระทรวงมหาดไทยผู้บริหารเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ วันที่ ๑๖ ตอนที่เกิดภัย วันที่ ๑๕ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านก็ได้ลงพื้นที่ในจังหวัด เชียงราย ที่ท่านบอกว่ามีน้ำท่วมเยอะที่แม่จัน แล้วก็ที่ตลาดสายลมจอย อำเภอแม่สาย ที่ท่านได้บอกว่าสภาพน้ำเยอะก็ได้ลงไปดู แล้วก็ได้ไปเยียวยา ได้ไปดูแลการฟื้นฟูหลังจาก อุทกภัยผ่านพ้นไปแล้ว แล้วก็มีการมอบเงินเยียวยาให้กับผู้เสียชีวิต วันที่ ๑๖ สิงหาคม ที่ผ่านมา ผมเองก็มีความห่วงกังวลห่วงใยก็ได้ออกไปลงพื้นที่ไปตรวจสภาพน้ำในเขื่อน เจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาท แล้วก็ลงมาดูแลมาเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่จังหวัดอยุธยาด้วย ความห่วงใยครับ ได้สั่งการให้จังหวัดมอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะประสานใกล้ชิดกับกระทรวงกลาโหม กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ผมยืนยันกับท่านวิสุทธิ์ได้ว่าหน่วยงานในพื้นที่ในจังหวัดได้มีการประสานงาน กันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ซึ่งเขาจะอยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน ที่ประสบความเดือดร้อน ด่านแรกที่จะต้องเข้าช่วยเหลือก่อนคือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมมาจากท้องถิ่นก็พอทราบว่าอันนี้คือเป็นภารกิจแรก ๆ เลยที่ท้องถิ่นต้องเข้าไปดูแล หลังจากนั้น ปภ. อำเภอ ปภ. จังหวัดก็จะเข้าไปดูแลต่อไป เมื่อดูแลความปลอดภัยให้พี่น้อง แล้วก็เข้าไปฟื้นฟู เข้าไปเยียวยา รัฐบาลได้กำชับ ท่านนายกท่านได้กำชับว่าการฟื้นฟู การเยียวยาต้องทำโดยรวดเร็ว เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่จะเรียนกับท่านได้ว่ารัฐบาลไม่ได้ นิ่งนอนใจอย่างแน่นอนครับ🔗
ท่านวิสุทธิ์ มีเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗
มีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยินดี ที่เป็นท่านนิพนธ์เพราะท่านมาจากการเลือกตั้ง ท่านเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จริง ๆ แต่ว่าผมก็ไม่สบายใจอยู่อย่างนะครับ ๘ ปีที่ผ่านมาพื้นที่น้ำท่วมก็ท่วมซ้ำซาก สิ่งที่เกิดขึ้น เราไม่มีแนวทางใหม่เลยหรือ ยุคนี้มัน ๔.๐ จะเป็น ๕.๐ ไม่มีแนวทางที่จะป้องกันการสร้างอ่าง การสร้างที่ระบายน้ำอันอื่นไม่มีความคิดเลยหรือครับ ผมเห็นแต่ท่านไปแจกของ หลายจังหวัด ได้รับการแจกของ บางจังหวัดไม่ได้รับการแจกของนะครับ ผมมีสไลด์ (Slide) ขอสไลด์ (Slide) ต่อนะครับ🔗
คือชาวบ้านหลังจากที่ไปนั่งฟัง เขาก็บอก ส.ส. ถ้าแก้ปัญหาอย่างนี้น้ำท่วมก็แจกของทีหนึ่ง ทั้งพวกผมไปแจก ท้องถิ่นแจก รัฐมนตรี อาจจะแจกบางจังหวัด แต่บางพื้นที่ก็ไม่รับการดูแล แต่ปัญหาจริง ๆ มันจะแก้ไขได้อย่างไร เราไม่ได้มานั่งคุยกันทุกกระทรวงหรือครับว่าเราจะแก้ไขปัญหาอย่างนี้ ในจังหวัดนี้ พื้นที่นี้ เรียกพวกผมสิครับ ผู้แทนไม่ว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล พร้อมจะให้ความร่วมมือ คุยทีละจังหวัด ก็ได้ว่าพื้นที่ท่านนี้ถ้าจะแก้ปัญหาอย่างนี้มันจะแก้ปัญหาในอำเภอนี้ได้ อย่างดอกคำใต้ พะเยา ก็แล้งมากหน้าแล้ง หน้าน้ำก็ปีนี้น้ำท่วม ร่องช้างด้วย อำเภอปงก็ท่วม อำเภอจุน เชียงคำ ท่วมหมด มันมีแนวทางที่พวกผมรู้ในฐานะที่เป็นผู้แทนว่าถ้าสร้างอ่างเก็บน้ำตรงนี้มันจะ แก้ปัญหา ถ้าไม่เช่นนั้นกระทรวงมหาดไทยก็ต้องใช้งบกลาง งบอะไรทุกปีครับ ท่านก็ให้ซ่อม ผมก็เห็นด้วยนะซ่อม มันจำเป็นต้องซ่อม ก็ซ่อมทุกปีล่ะครับ เมื่อไรมันจะหยุดซ่อมกันสักที เมื่อไรมันจะมีโครงการที่ว่าต่อไปต้องเอางบปีนั้นปีนี้ เราจะสร้างอ่างเก็บน้ำนี้ เราจะระบาย น้ำลงไปแม่น้ำตรงนั้น เราจะมีประตูระบายน้ำตรงนี้เพื่อระบายน้ำออกหรือติดสูบน้ำอะไร อย่างนี้ก็เป็นเรื่องเดิม ๆ ครับ น้ำท่วมแจกของ ก็ขึ้นป้ายรอนายแจกของกลับมันก็อย่างนั้นล่ะ ปภ. ก็ทำหน้าที่ของเขาก็ไปแจกของ ไปดูแล ต้องขอกำลังตำรวจ ทหารไปช่วยกันหมด ทั้งนักการเมืองท้องที่ ท้องถิ่นก็อย่างนี้ล่ะครับท่าน แล้วปีหน้าท่วมอีกไหมก็ท่วมอีก ท่านก็อยู่ การเมืองมานานท่านรัฐมนตรีครับ ผมก็เห็นท่านในสภาท่านก็เป็นนักต่อสู้คนหนึ่ง ท่านออกไป ท้องถิ่นท่านก็จะเห็นว่า ณ วันนี้ถ้าเราไม่วางแผนโดยรัฐบาลนี้ รัฐบาลท่านประยุทธ์ ต่อไป ก็เป็นรัฐบาลของใครก็ไม่รู้เรียกชื่อไม่ถูก ท่านจะทำอย่างไรต่อไป ท่านจะต้องคิดแล้วว่า ไม่ซ้ำซาก ใช้เงินปีหนึ่งหลายพันล้าน เป็นหมื่นล้านในการแก้ไขปัญหาพวกนี้ทุกพื้นที่ ปีต่อไป ก็เกิดปัญหาก็เอาเงินนี้ไปละลายเหมือนกันจำเป็นต้องซ่อม มันจะมีวิธีอื่นได้ไหมที่ผมเรียนท่าน เมื่อสักครู่ว่าคุยกับกระทรวงเกษตร คุยกับกระทรวงทรัพยากร กระทรวงทรัพยากรก็ช่วยดูหน่อย ในการศึกษาสิ่งแวดล้อม ในการสร้างอ่าง ผู้แทนก็จะถูกกดดันจากชาวบ้านว่าทำไมไม่ทำ อ่างนั้นอ่างนี้ มันติดข้อกฎหมาย ทั้งศึกษาอีไอเอ (EIA) ระเบียบอะไรเยอะแยะ บางอ่าง ผมเป็นผู้แทนมาก็นานนะครับ ก่อนจะเป็นผู้แทนก็เคยขอในฐานะตอนนั้นเป็นท้องถิ่นเหมือน ท่าน ๓๐ ปียังไม่ได้สร้างเลยครับ ติดโน่นติดนี่ ศึกษาแล้วศึกษาอีก ๓ รอบ ๔ รอบ ก็ยังไม่ผ่าน ตลอดอายุคนจะสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมสักอ่างหนึ่งเพื่อเอาน้ำมาใช้ในฤดูแล้ง เหมือนท่านรัฐมนตรีนิพนธ์พูดผมเข้าใจแต่ทำไม่ได้ ตลอดชีวิตการเป็นผู้แทนทำไม่ได้ ก็ไม่รู้ เลือกตั้งคราวหน้าจะได้กลับมาหรือเปล่าไม่ทราบ แต่ปัญหาพรุ่งนี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข แต่ว่ารัฐบาลท่านมีอำนาจ มีแบ็ก (Back) ดี ท่านน่าจะทำได้นะ ผมก็แปลกใจว่าเรื่องศึกษา อีไอเอ (EIA) ท่านจะปรึกษาหารือกันหน่อยไม่ดีหรือครับ ที่ผมบอกเมื่อสักครู่นี้กระทรวง ทรัพยากรติดขัดไปหมด ถนนบางเส้นเสียหายท้องถิ่นจะไปทำก็ทำไม่ได้ไม่ให้รถเข้าไป ท่านก็รู้ ท่านรู้แน่นอนรัฐมนตรีล้านเปอร์เซ็นต์ แต่ทำไม่ได้ครับ พื้นที่ตำบลร่มเย็นของผมก็มีหลาย หมู่บ้าน เครื่องจักรจะเข้าไม่ได้ คนอยากได้สะพานมาขอผม บ้านปางถ้ำ ผมเป็นผู้แทน ก็รับปาก ให้ทางหลวงชนบทไปดูบอกทำไม่ได้หรอกฝั่งโน้นเป็นป่า แล้วจะทำอย่างไรครับ ท่านรู้ปัญหาดีทั้งท้องถิ่นและระดับชาติ เป็นรัฐมนตรีอยู่ในสภามานาน ท่านเรียกคุย ทุกกระทรวงทำให้เป็นประโยชน์ เป็นแบบอย่างของประเทศชาติบ้านเมือง การแก้ปัญหา ให้พี่น้องประชาชนอย่างเป็นระบบครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีนิพนธ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ต้องขอบคุณท่านวิสุทธิ์ที่ได้ห่วงใยพี่น้องประชาชน ซึ่งสิ่งที่ท่าน กราบเรียนนี้ก็เป็นประเด็น เป็นปัญหาอยู่จริงในหลายพื้นที่ผมเข้าใจ ครม. เองในส่วนต้อง ดูแลในทุกส่วนผมคิดว่าก็ต้องมีความระมัดระวัง ที่จริงถามว่ารัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมชลประทานห่วงใยพี่น้องในเรื่องการที่จะทำอ่างเก็บน้ำหรือทำอะไรที่เวลาเอาน้ำไว้ใช้ หรือว่าป้องกันน้ำไม่ให้ไหลบ่าไปสู่พื้นที่ล่าง แล้วก็พื้นที่ทำที่เก็บน้ำไว้ก็ดีมีประโยชน์ หลายประการ แต่ว่าสิ่งหนึ่งคือสิ่งที่เราต้องใช้เวลานานในการสร้างความเข้าใจกับพี่น้อง ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ นี่คือปัญหาของโครงการของรัฐโครงการขนาดใหญ่ โครงการ ที่ต้องทำอีไออี (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) มันก็กระทบกับเรื่องอย่างนี้ครับ คือต้องฟังความรู้สึก ต้องฟังความเห็น ผมเข้าใจว่าท่านอยู่ในพื้นที่จังหวัดพะเยา ท่านคงทราบว่าเรามีพื้นที่ที่มี เรียกว่าความพร้อมในการที่จะทำอ่างเก็บน้ำหรืออะไรก็ดีหลายพื้นที่อย่างที่ท่านพูด เพราะว่า เราอยู่ในสภาแห่งนี้กันมายาวนาน เราก็เจอเวลาหน้าแล้งไม่มีน้ำให้เกษตรกร เราบอกว่า ทำไมไม่เก็บน้ำที่มีจากหน้าฝนเอาไว้ อันนี้คือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างจริง ๆ ปัญหาเรื่อง งบประมาณผมคิดว่าเราพอที่จะจัดลำดับความสำคัญได้ แต่ปัญหาหนึ่งที่เราเจอคือปัญหา การสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ ท่านก็คงทราบ หรือว่าการที่จะทำความเข้าใจอย่างไรที่จะบอกว่าถ้าหากว่าเราก่อสร้างแล้ว ผลกระทบมันน้อยที่สุดจะทำอย่างไร วิธีการจัดการเหล่านี้มันเป็นเรื่องใหญ่ซึ่งสภาแห่งนี้ ก็ได้ประสบอยู่ในหลายพื้นที่สำหรับการสร้างความเข้าใจ แต่ว่าอย่างหนึ่งที่ผมจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านวิสุทธิ์ก็คือว่าในทุกพื้นที่รัฐบาล กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมาย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนอย่างน้อยเงินทดรองราชการอยู่ที่จังหวัด ทันทีที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในเรื่องไม่ว่าอุปโภคบริโภค หรือแม้กระทั่งกรณีพี่น้อง เสียชีวิตทั้ง ๕ ราย วันที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไปในพื้นที่ท่านก็มอบวันนั้น จังหวัดก็จัดการมอบให้เรียบร้อย ๕๐,๐๐๐ กว่าบาทในวันนั้น เพราะว่าเป็นหัวหน้าครอบครัว ปกติถ้าเป็นรายทั่วไปก็ไม่เยอะแต่ว่าอย่างน้อยเราพอที่จะเยียวยา พอที่จะดูแล ระเบียบมีอยู่ ๒๙,๗๐๐ บาท อันนี้เป็นสิ่งที่อยู่ในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด มีเงินอยู่ที่จังหวัดอยู่แล้ว ๒๐ ล้านบาท ท่านจ่ายหมด ๒๐ ล้านบาท ท่านก็มาขอขยายวงเงินได้ หรือแม้กระทั่ง ในเรื่องงบยับยั้งป้องกันก่อนที่ภัยจะเกิดขึ้น ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีงบอยู่ยับยั้งป้องกัน ๑๐ ล้านบาท ใช้ยับยั้งป้องกันใช้งบ ๑๐ ล้านนี้หมดก็มาขอขยายวงเงินได้ เพราะฉะนั้น ในพื้นที่นอกจากท้องถิ่นแล้วจังหวัดเองก็สามารถที่จะดูแลความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนได้🔗
ส่วนเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน อันนี้ผมได้กราบเรียนท่านวิสุทธิ์แล้วว่าจะไป หารือดูว่าจะดำเนินการกันอย่างไรในเชิงนโยบาย แต่หวังว่าถ้ามีปัญหาที่จะสร้างความเข้าใจ ให้กับพี่น้องประชาชน ท่านวิสุทธิ์ต้องช่วยสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน แล้วก็ให้เห็น ความจำเป็นว่าเราจำเป็นต้องเก็บน้ำไว้ใช้หน้าแล้งอย่างไร แล้วเราจะต้องมีที่เก็บน้ำเพื่อไม่ให้ พี่น้องประชาชนไปกระทบกับเวลามีน้ำหลาก หรือว่าเวลามีอุทกภัยได้อย่างไร สิ่งนี้คือผม อยากจะเห็นว่าพื้นที่ก็ต้องช่วยกัน ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
เป็นการ จบกระทู้ถามสดด้วยวาจาทั้ง ๓ ฉบับแล้วนะครับ ต่อไปเป็น🔗
๑.๒. กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๔๘๓ เรื่อง ปัญหาช้างป่าทำร้ายพี่น้องประชาชน เสียชีวิต (นายจารึก ศรีอ่อน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
ซึ่งท่านรัฐมนตรีมีหนังสือมาขอเลื่อนไปตอบเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๕ เพราะติดภารกิจสำคัญ ต่อไปกระทู้ถามทั่วไปเรื่องที่ ๒🔗
๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๔๙๗ เรื่อง ขอทราบผลการปรับลดวงเงินที่จะกู้เพื่อชดเชย การขาดดุลงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง เป็นผู้ตอบ🔗
เชิญ พลตำรวจตรี สุพิศาล ตั้งกระทู้ถามได้เลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมจะอ่านกระทู้ก่อนให้เป็นไปตามระเบียบแล้วค่อยตั้งคำเป็นคำถามที่ ๑ แต่การถาม ครั้งที่ ๑ จะมีการถามสร้อยผมจะอธิบายนิดหนึ่ง กระทู้ผมคือ เรื่อง ขอทราบผลการปรับลด วงเงินที่จะกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณปี ๒๕๖๔ ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงิน การคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๔ ให้กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลางจัดทำ รายงานรับจ่ายเงินงบประมาณประจำปี และมาตรา ๕๕ วรรคสอง กล่าวว่า เมื่อปรากฏว่า ในระหว่างปีงบประมาณรัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้เกินกว่าประมาณการหรือมีการ เบิกจ่ายเงินงบประมาณต่ำกว่าประมาณการ ขีดเส้นใต้คำว่า มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ต่ำกว่าประมาณการ ให้กระทรวงการคลังพิจารณาปรับลดวงเงินที่จะกู้ตามวรรคหนึ่งลง ตามความจำเป็นและเหมาะสม และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๖๒ ซึ่งกำหนดให้ รัฐจะต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด จากข้อเท็จจริงที่กระทรวงการคลัง มารายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ครั้งที่ ๑๙ มีข้อมูลปรากฏชัดเจนว่า รายจ่ายงบประมาณการเป็นเงินจำนวน ๓,๒๘๕,๙๖๒.๔๘ ล้านบาท แต่การเบิกจ่าย งบประมาณ ผมมีสไลด์ (Slide) ด้วยครับ ขออนุญาตครับ🔗
แต่การเบิกจ่าย งบประมาณจริงจำนวน ๓,๐๑๒,๑๔๔.๘๒ ล้านบาท ซึ่งมีความต่างต่ำกว่าจำนวน ๒๗๓,๘๑๗.๖๖ ล้านบาท และยังพบว่ายอดสุทธิการกู้เงินขาดดุลมียอด ๖๐๘,๙๖๒ ล้านบาท ซึ่งไม่รวมวงเงินกู้ที่รองรับกรณีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ตามมติคณะรัฐมนตรีจำนวน ๑๒๗,๔๓๐ ล้านบาท ซึ่งแสดงการเบิกจ่ายงบประมาณต่ำกว่าประมาณการจากพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ จำนวน ๒๗๓,๘๑๗.๖๖ ล้านบาท แสดงให้ เห็นว่ารัฐบาลมิได้คำนึงถึงข้อบัญญัติที่กำหนดไว้ในกฎหมายแต่อย่างไร และจะได้ดำเนินการ ตามบทบัญญัติไว้อย่างไร จึงขอเรียนถามดังนี้ ต่อไปในมาตรา ๕๕ วรรคสอง ความชัดเจน ของการที่เป็นคำถามครั้งที่ ๑ นั้นเป็นเรื่องของการใช้คำว่า มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ต่ำกว่าประมาณการครับท่านประธาน ทำไมถึงมีตัวเลขตรงนี้เกิดขึ้นครับ เพราะว่ารายจ่าย ประมาณการที่ผ่านสภาเราคือ ๓.๒๘๕ ล้านล้านบาทเศษ แต่การเบิกจ่ายจริงแล้วปรากฏว่า สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลางมารายงานว่ามีการเบิกจ่ายจริงคือ ๓,๐๐๒,๑๔๔.๘๒ ล้านบาท ตรงนี้ล่ะครับในตัวเลขตรงนี้คือการใช้จ่ายจริง ผมก็เกิดคำถามวันนั้นที่สภาแห่งนี้ ก็ถามทางกรมบัญชีกลางว่าประเด็นดังกล่าวมันขัดหรือแย้งหรือเป็นประเด็นใน พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังอย่างไร เพราะใน พ.ร.บ. การเงินการคลังในมาตรา ๕๕ วรรคสอง มันบอกชัดเจนในเรื่องของ พ.ร.บ. นี้ ผมก็ขออนุญาตอ่านนิดเดียวครับ โดยเฉพาะในช่วงท้าย ของวรรคสอง ซึ่งมีการเขียนไว้ปรากฏดังนี้ครับ เมื่อปรากฏว่าในระหว่างปีงบประมาณรัฐบาล สามารถจัดเก็บรายได้เกินกว่าประมาณการอันนี้อันหนึ่ง หรือมีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ต่ำกว่าประมาณการ ประมาณการคือที่บอกว่าจะเอาไปจ่ายนะครับ ที่เป็นผ่านสภาไปให้ กระทรวงการคลังปรับลดวงเงิน ตรงนี้ล่ะครับขีดเส้นใต้ กระทรวงการคลังต้องปรับลดวงเงิน ที่จะกู้ กู้ไปไหน กู้ไปตามวรรคหนึ่งครับท่านประธาน วรรคหนึ่งพูดว่าอย่างไร วรรคหนึ่งของ มาตรา ๕๕ พูดถึงการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณนั่นล่ะครับ ให้กระทรวงการคลัง ดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของเงินคงคลังโดยคำนึงถึงประมาณการรายได้คือ รายได้ที่เก็บมา และแผนการเบิกจ่ายงบประมาณในแต่ละช่วงเวลา ช่วงเวลาก็มีระยะกลาง มีอะไรพวกนี้ครับเดี๋ยวท่านคงอธิบายผม คือให้ปรับลดวงเงินลงตามความจำเป็นและ เหมาะสมครับ ตรงนี้ครับท่านประธาน มันเป็นคำถามที่เกิดเป็นคำถามกับรัฐบาล ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ซึ่งปรากฏว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๒ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ พูดถึงเรื่องรัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ฐานะของการเงินการคลัง ของรัฐมีเสถียรภาพและมั่นคงอย่างยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ และจัดระบบภาษีให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคม เอาแค่นี้ก่อนครับวรรคแรกก็พอ เพราะใน ความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญนั้นปรากฏชัดเลยว่ากำหนดหน้าที่ของรัฐในการรักษาวินัย การเงินการคลังอย่างเคร่งครัด ในคำอธิบายครับท่านประธาน ผมกราบเรียนผมมาตาม กฎหมายนะครับ การบัญญัติในความมุ่งหมายนี้คือต้องครอบคลุมถึงกรอบการดำเนินการ ทางการคลังและงบประมาณของรัฐ วินัยการเงินการคลังด้านรายได้และรายจ่ายเงิน งบประมาณและเงินนอกประมาณ การบริหารสินทรัพย์และเงินคงคลัง การบริหาร หนี้สาธารณะทั้งเพื่อให้เป็นหลักในการดูแลการเงินการคลังของรัฐให้อยู่ในฐานะมั่นคง และเสี่ยงต่อการถูกนำไปใช้จ่ายในช่วงที่จะไม่เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน ตรงนี้ขีดเส้นใต้ครับ ไม่สร้างหนี้จนเกินกำลังประเทศ ขณะนี้หนี้ก็แตะ ๑๐ ล้านล้านบาทนะครับ หนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือน หนี้อะไรก็เยอะแยะไปหมดจากภาวะ ๒ ปี ๓ ปีที่ผ่านมา มันถึงเป็นการรักษา วินัยการเงินการคลังหรือไม่ เป็นคำถามครับ ท่านประธานครับ เป็นคำถามที่ ๑ ขอทราบผล การปรับลดวงเงินที่จะกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ที่รัฐบาลจะต้อง ดำเนินการตามมาตรา ๕๕ วรรคสอง ตามที่กฎหมายบัญญัติดังกล่าวข้างต้นได้กระทำการ อย่างไรตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย แต่ถ้ามิได้ดำเนินการขอทราบเหตุผลที่กระทรวงการคลัง มิได้จัดการพิจารณาปรับลดวงเงินกู้ลงตามวรรคหนึ่งตรงตามความจำเป็นและเหมาะสม และถือว่าเป็นการผิดวินัยการเงินการคลังหรือไม่ คำสุดท้ายของไม่ใช่ ท่านคงตอบว่าไม่ใช่แน่ แค่นี้ครับคำถามที่ ๑🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีอาคม🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้ชี้แจงตอบกระทู้ถาม เรื่องขอทราบผลการปรับลดวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล งบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งกระผมขออนุญาตตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดังต่อไปนี้ครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ตั้งคำถามนี้ เพื่อจะได้อธิบายว่าสาเหตุนั้นเป็นเพราะอะไร อย่างไรก็ตามขออนุญาตเรียนว่าในมาตรา ๕๕ นั้นที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไว้สักครู่นี้นั้นก็มีหลักการที่จะให้กระทรวงการคลัง ถ้าตามวรรคหนึ่ง ให้กระทรวงการคลังนั้นดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานะของเงินคงคลังที่ให้คำนึงถึงในเรื่อง ของประมาณการรายได้และแผนการเบิกจ่ายเงินงบประมาณในแต่ละช่วงเวลาด้วยนะครับ แต่ในวรรคสองนั้นก็บอกว่าถ้าหากจัดเก็บรายได้เกินกว่าประมาณการนั้น หรือมีการเบิก จ่ายเงินงบประมาณต่ำกว่าประมาณการก็ให้พิจารณาปรับลดวงเงินที่จะกู้ตามวรรคหนึ่ง ลงตามความจำเป็นและเหมาะสม แต่ในทางกลับกันในวรรคสองนั้นก็อาจจะมีเคส (Case) มีกรณีที่รายได้ไม่ได้เกินกว่าประมาณการ แต่รายได้จัดเก็บนั้นต่ำกว่าประมาณการ อันนี้ก็ขอ อนุญาตเรียนว่ามีทั้ง ๒ กรณี เพราะฉะนั้นหลักการตามมาตรา ๕๕ นั้นก็เป็นการวางกรอบ วินัยในการที่จะกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาล ซึ่งก็จะปรากฏอยู่ ในเอกสารในเรื่องของร่างกฎหมายงบประมาณประจำปีอยู่แล้ว ซึ่งก็ให้ดำเนินการกู้เงิน ให้สอดคล้องกับสถานะของเงินคงคลัง อันนี้ก็เป็นไปตามวรรคหนึ่ง แล้วกู้ตามความจำเป็น ที่ต้องใช้จ่าย เพราะฉะนั้นในหลักการหากรายจ่ายของรัฐบาลลดลงนั้นก็อาจพิจารณา ลดวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม ทีนี้ประเด็น ก็อยู่ตรงที่ว่าในการรายงานรายรับรายจ่ายของรัฐบาลนั้นที่ทางกรมบัญชีกลางได้มาอธิบาย ซึ่งในตารางก็ได้พูดไว้ในเรื่องของวงเงินงบประมาณ ๓,๒๘๕,๙๖๒ ล้านบาท ซึ่งในนี้ การเบิกจ่ายจริงก็ประมาณ ๓,๐๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็ต่ำกว่าอย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไว้ สักครู่นี้ แต่ยังมีอีกว่าในส่วนที่เบิกจ่ายน้อยกว่ากรอบวงเงินงบประมาณที่ได้อนุมัติจากสภา แต่ในกรอบวงเงินที่ได้รับอนุมัติจากสภานั้นก็มีอีกส่วนหนึ่งที่ยังไม่ได้เบิกจ่าย หรือว่าเบิกจ่าย แล้วแต่ว่ามีการผูกพัน มีการผูกพันต่อไปในงบประมาณ ไปเบิกจ่ายงบประมาณปีถัดไป กับอีกกรณีหนึ่งคือว่าในกรณีที่ส่วนราชการนั้นไม่สามารถที่จะดำเนินการผูกพัน งบประมาณได้ งบประมาณก้อนนั้นก็จะถูกพับไป เพราะฉะนั้นก็จะมีเงินอีกจำนวนหนึ่ง ที่อยู่ในกรอบวงเงินงบประมาณประจำปี ๒๕๖๔ ที่ขอกันไว้เบิกเหลื่อมปีนั้นอยู่ ๒๓๘,๕๙๒ ล้านบาท อันนั้นก็จะผูกพันไปจ่ายในปี ๒๕๖๕ เพราะฉะนั้นภาระในเรื่องของการที่จะกู้เงิน เพื่อที่จะให้ส่วนราชการนั้นใช้จ่ายตามกรอบวงเงินรายจ่ายประจำปีนั้นก็ยังมีอยู่ เพราะฉะนั้น อันนี้ต้องเตรียมเงินไว้ให้ ซึ่งวงเงินดังกล่าวก็เป็นกรณีที่หน่วยงานนั้นมีการก่อหนี้ผูกพันไว้แล้ว ตาม พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๓ ซึ่งสามารถเบิกจ่ายได้ในปี งบประมาณถัดไป ดังนั้นรัฐบาลจึงมีภาระผูกพันต้องจ่าย กรณีดังกล่าวจึงไม่สามารถที่จะ ปรับลดวงเงินกู้ขาดดุลตามนัยมาตรา ๕๕ วรรคสองได้ ก็อย่างที่ผมเรียนว่ามันมีภาระผูกพัน เพราะฉะนั้นกรอบวงเงินที่จะกู้ตามที่กำหนดไว้ ๖๐๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตรงนั้นก็ยัง จำเป็นอยู่นะครับ อันนั้นประเด็นทางด้านรายจ่าย🔗
ประเด็นที่ ๒ คือเราต้องดูสถานการณ์ในปี ๒๕๖๔ ด้วย ซึ่งปี ๒๕๖๔ นั้น ก็เป็นปีที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งก็ทำให้ผลการจัดเก็บ รายได้ของรัฐบาลนั้นต่ำกว่าประมาณการนะครับ ซึ่งเมื่อต่ำกว่าประมาณการนั้นก็ทำให้ การขาดดุลนั้นก็จะมากกว่าที่เรากำหนดไว้ใน พ.ร.บ. งบประมาณ พ.ร.บ. งบประมาณ กำหนดไว้ ๖๐๘,๐๐๐ ทีนี้พอรายได้ต่ำกว่านั้นก็ทำให้แก๊ป (Gap) ตรงนี้เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นเท่าไร เพิ่มขึ้นนั้น ๑๒๗,๔๓๐ ล้านบาท ซึ่งอันนี้ก็เป็นส่วนที่รัฐบาลนั้นจำเป็นต้องดำเนินการกู้เงิน เพื่อให้รองรับกรณีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ คือเขาเรียกว่าเป็นเงินแวลู ชอร์ต ฟอร์ (Value Short For) คือมันขาดไป รายได้มันขาดไปอยู่ประมาณนี้ ประมาณ ๑๒๗,๔๓๐ ล้านบาท อันนั้นก็เป็นส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อที่จะชดเชยรายได้ที่ต่ำกว่าประมาณการและรองรับ การเบิกจ่ายของหน่วยงาน ทีนี้ขออนุญาตเรียนว่าเมื่อเป็นอย่างนี้แล้วจากวงเงิน ๓,๒๘๕,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่ารายจ่ายจริงนั้นมีเท่าไร รายจ่ายจริงนั้นก็จะอยู่ที่ประมาณ ๒,๔๓๗,๕๒๕ ล้านบาท อันนี้ก็เป็นส่วนรายได้ที่ขาดไป อันนี้เป็นเรื่องรายได้ ๓,๒๘๕,๐๐๐ เดี๋ยวนะครับ ขออนุญาตดูตัวเลขสักนิดหนึ่ง ก็จะขาดไป เพราะฉะนั้นรวมเบ็ดเสร็จแล้วเงินกู้ที่เราจะต้องกู้นั้น ๖๐๘,๙๖๒ ล้านบาท บวกกับอีก ๑๒๗,๔๓๐ ล้านบาท ก็จะเป็น ๗๓๔,๗๐๓ ล้านบาท ซึ่งยอดทั้ง ๒ ยอดคือยอดที่ชดเชย การขาดดุลกับยอดที่ชดเชยให้กับรายจ่ายที่สูงกว่ารายได้นั้นก็เป็น ๗ ๓ ๔ ๗ ๐ ๓ แต่ ๗ ๓ ๔ ๗ ๐ ๓ ก็ได้ดูในมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๑ ของ พ.ร.บ. การบริหารหนี้สาธารณะ ซึ่งในมาตรา ๒๑ นั้นได้กำหนดกรอบวงเงินกู้สูงสุดในแต่ละปีไว้ใน ๒ ส่วนคือชดเชยขาดดุล ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายบวกกับอีกส่วนหนึ่งก็คือ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ที่ตั้งชำระต้นเงินกู้ ซึ่งในปี ๒๕๖๔ นั้น เราตั้งชำระเงินกู้นั้น ๙๙,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อรวม ๒ ก้อนนี้ก็จะได้ยอดเงิน ๗๓๖,๓๙๒ ล้านบาท นั่นคือกรอบสูงสุดที่รัฐบาลสามารถที่จะกู้ได้ ที่กระทรวงการคลังจะสามารถกู้ได้ในแต่ละปี เพราะฉะนั้นส่วนที่ขาดไปนั้น ๖๐๘,๙๖๒ ล้านบาท บวกกับ ๑๒๗,๐๐๐ ล้านบาทนั้นก็คือ ๗๓๔,๗๐๓ ล้านบาท ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็อยู่ในกรอบ ๗๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ก็อยู่ในกรอบ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ขออนุญาตเรียนว่า การดำเนินการการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณก็ได้เต็มตามกรอบวงเงินที่กำหนด ไว้ในมาตรา ๒๑ ไม่เกิน เนื่องมาจากทางด้านรายจ่ายมีข้อผูกพันนอกจากที่เบิกจ่ายจริง ภายในปีงบประมาณแล้วยังมีส่วนผูกพันไปอีก กับอีกส่วนหนึ่งก็คือในเรื่องของรายได้ ที่ต่ำกว่าประมาณการ จึงทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องกู้เงินทั้ง ๒ ก้อนนี้ ก็ไม่ได้มีการปฏิบัติ ผิดข้อบังคับในข้อกฎหมายครับ ขออนุญาตกราบเรียนคำถามที่ ๑ ครับ🔗
เชิญท่าน ถามครั้งที่ ๒ ครับ ท่านพลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล การถามครั้งที่ ๒ ท่านก็คงให้ความชัดเจนเพิ่มขึ้นเพราะสภาแห่งนี้ก็ยังเข้าใจกันไม่ค่อยคล่อง แบบที่ท่านอธิบาย เพราะผมรู้ดีเรื่องกระบวนการนี้รู้ครับว่า ๑. ท่านต้องไปใช้เครื่องมือ ที่เรียกว่า สำนักบริหารหนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาเงินที่ขาดดุล เพราะว่าท่านตั้งงบประมาณขาดดุล ไว้นั้นจะต้องมีภาระของการที่เก็บรายได้ไม่ครบเพราะประสิทธิภาพของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เก็บจากหน่วยรับงบประมาณต่าง ๆ ที่จะร่วมตั้งแต่สรรพากร สรรพสามิต ศุลกากรต่าง ๆ ๔ ๕ หน่วยนี้ครับ แล้วก็ปรากฏว่าช่วงของเศรษฐกิจมันไม่งอกเงยอยู่แล้ว อันนั้นเข้าใจ แน่นอนครับ ก็เหมือนกับว่าปีนี้ที่ตั้งไว้เดี๋ยวก็กู้อีก แต่ผมขอให้ระมัดระวังวงเงินที่ท่านขยาย เพดานจาก ๖๐ ขึ้นไปแล้วว่าขอให้ติดเพดาน แต่สำคัญคือเรื่องของการใช้เงินกู้ สำคัญคือ เรื่องการลงทุนครับ ก้อนเงินกู้ทั้งหมดผมอยากให้เอามาลงทุน อย่าไปใช้จ่ายในงบกลาง ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ประเด็นตรงนี้ฝากไว้ครับ เพราะว่าในคำถามก่อนคำถามที่ ๒ นี้ ผมก็จะไปพูดถึงเรื่องคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังมีการขับเคลื่อนประเด็นดังกล่าว อย่างไร ก็คงไม่ต้องมีนะครับ เพราะว่าในมาตรา ๑๑ ของ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ใน (๕) (๑๑) เป็นเรื่องของการเสนอแนะ แก้ไข และกำหนดนโยบายการกำกับดูแลการบริหาร การจัดการความเสี่ยงของการคลังนั้นเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลัง ก็คงไม่ได้เข้า เพราะรัฐบาลบอกว่าพอดีเกือบติดเพดานเหลืออีกหมื่นกว่า ๆ คราวนี้ก็ต้อง ระมัดระวัง มันจึงเป็นคำถาม พอดีอย่างนี้ครับ ขอแวะมานี่ก่อนหมวดคำถาม คือเมื่อเร็ว ๆ นี้ ท่านกำลังใช้บล็อกเชน (Blockchain) ในอี-บิดดิง (e-Bidding) ผมเห็นข่าวท่านเมื่อเช้านี้ ตุลาคมนี้จะเปิดตัวครับ ผมน่าจะเอามาติดตามการเงิน การคลัง และรายจ่ายของงบประมาณ ให้มากขึ้น ถ้าท่านใช้บล็อกเชน (Blockchain) ตัวนี้มาบวกจะตามหรือแทร็ก (Track) เงิน โดยผ่านตัวกลางได้ดีนะครับ มันจะไปถึงการที่ให้ครอบคลุมถึง ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ🔗
ต้องให้ครอบคลุม ถึงกรอบการดำเนินงานทางการคลังและงบประมาณ วินัยการเงิน การคลัง ด้านรายได้และ รายจ่าย ทั้งเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณนะครับ คือการบริหารทรัพย์สินของรัฐ และเงินคงคลัง และการบริหารหนี้ ทั้งนี้เพื่อให้หลักการดูแลการเงินการคลังของรัฐให้อยู่ ในฐานะมั่นคงและเสี่ยงต่อการถูกนำไปใช้จ่ายในทางที่ไม่เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน และไม่สร้าง หนี้สินจนเกินกำลังของประเทศ นั่นคือเป็นการมาคำถามที่ ๒ ครับ คำถามที่ ๒ จากรายงาน กระทรวงการคลังที่รายงานสภาผู้แทนราษฎร และได้มีการซักถามกระทรวงการคลังนั้น กรมบัญชีกลางไม่สามารถตอบในที่ประชุมได้ และจะชี้แจงคำตอบเป็นคำถามข้างต้น ที่ปรากฏเป็นหนังสือแทน แต่ใช้เวลาล่วงเลยมานานพอสมควร กระทรวงการคลังก็ไม่ได้ ชี้แจงแต่อย่างใดเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทราบเลย ไม่ทราบสาเหตุอย่างไร และเหตุผล ที่ไปตรวจสอบข้อกฎหมายมันคืออะไร รัฐบาลควรจะต้องคำนึงถึงข้อบัญญัติที่กำหนดไว้ ในข้อกฎหมายแต่อย่างไรบ้าง บางส่วนได้คำตอบมาแล้วนะครับ แต่ผมขอนิดเดียวตรงนี้ครับ ท่านประธานเพื่อไม่ให้เสียเวลา คือถ้ารัฐบาลหรือกระทรวงการคลังมอบหมายให้กรมบัญชีกลาง มาชี้แจงเรื่องเม็ดเงิน เพราะนั่นคือจ่ายจริง สุทธิจริงนะครับ ขอให้เอาเอกสารหรือตัวเลขที่ชัด ๆ มาตอบนะครับ แล้วติดขัดอะไรก็ตอบเป็นหนังสือมา เพราะเพื่อสภาแห่งนี้จะได้ตรวจสอบ และมีความโปร่งใส ผมเชื่อว่ากระทรวงการคลังต้องการไปสู่ความโปร่งใส ฉะนั้นท่านก็ต้อง โปร่งใสในสภาก่อน ท่านอย่าไปปิดบังเพราะว่าตอนนี้ผมบอกเลยว่าพรรคก้าวไกลเราสามารถ แทร็ก (Track) นะครับ เรามีซอฟต์แวร์ (Software) ที่จะแทร็ก (Track) คำว่าเงินก้อนไหน ได้ในเม็ดเงินในคอนเทนต์ (Content) ทุกคอนเทนต์ (Content) ที่มีอยู่ เพราะเราจะหา ได้หมด เราจะบวก เราจะเมิร์จ (Merge) ได้ นั่นคือสิ่งที่สำคัญครับ ก็เลยอยากฝาก กระทรวงการคลังว่าประเด็นเหล่านี้เป็นประเด็นคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายนั้น ก็ขอให้ส่ง เป็นลายลักษณ์อักษรบางอันมานะครับ เราจะช่วยยืนยันความถูกต้องให้ แล้วก็การใช้เงิน ตามการรายงานของสภาแห่งนี้ ก็ขอให้กระทรวงการการคลังระมัดระวังเรื่องของการ ตอบคำถาม แล้วก็ให้ผู้เชี่ยวชาญมาตอบ เราจะได้มีความเข้าใจในเรื่องของรายได้ รายจ่าย ของงบประมาณแผ่นดินได้มากขึ้น การเป็นหนี้ผมเข้าใจ สำนักงานบริหารหนี้เป็นเครื่องมือ สำคัญของท่านตอนนี้เพื่อแก้ไขปัญหาของวิกฤติ แต่ผมกลัวอย่างเดียวคือเรื่องการใช้หนี้ ในอนาคตเท่านั้นเองครับ คำถามที่ ๒ ผมมีแค่นี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีอาคมครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มา ตอบกระทู้นะครับ ก็ขออนุญาตกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ให้ข้อแนะนำ เกี่ยวเรื่องของบล็อกเชน (Blockchain) เมื่อสักครู่นี้ แล้วก็เรื่องของการระมัดระวังในเรื่อง ของการกู้เงิน ซึ่งการกู้เงินก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราสามารถที่จะมาไฟแนนซ์ (Finance) ในเรื่องของงบประมาณแต่ละปีนั้นได้นะครับ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ผมได้กราบเรียนตัวเลขไปนั้น ก็ขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมนิดหนึ่งครับว่าในกรอบวงเงินปี ๒๕๖๔ นั้น ถ้าหากจะมองว่าจาก ๓,๒๘๕,๐๐๐ ล้านบาทนั้น รายจ่ายจริงนั้นเมื่อรวมกันในเรื่องของการผูกพันแล้วก็จะอยู่ที่ ๓,๒๕๐,๗๓๗ ล้านบาท รายได้ที่จัดเก็บที่ต่ำกว่าประมาณการเมื่อบวกกับเงินกู้ที่เอามา เติมให้ก็จะได้ ๓,๑๗๒,๒๒๘ ล้านบาท เพราะฉะนั้นในแง่ดุลงบประมาณในปี ๒๕๖๔ นั้นก็จะ ขาดดุลอยู่จริงประมาณ ๗๘,๕๐๙ ล้านบาท ซึ่งอันนั้นก็หมายความว่าไม่ได้มาจากเงินรายได้ อย่างเดียวแต่ว่ามีส่วนที่เรากู้เข้ามาเติมเพื่อให้ส่วนราชการนั้นสามารถที่จะใช้จ่ายเงินได้ อย่างไรก็ตามนั้นในการขาดดุลตรงนี้มันก็ลดลงไป ก็จะไปดูในเรื่องของสถานะเงินคงคลัง ก็จะไปทำให้ตัวเลขมันลดลงมาหน่อย แต่ว่าก็จะมีการชดเชยจากในส่วนที่เราเรียกเก็บจาก ในเรื่องเงินกองทุนต่าง ๆ ที่เก็บเงินไว้มากจนเกินความจำเป็นก็จะเข้ามาเติมตรงนี้ อันนี้ก็ขอ อนุญาตกราบเรียนครับ ก็ต้องกราบขออภัยท่านสมาชิกจริง ๆ ว่าเมื่อมาชี้แจงครั้งที่แล้วนั้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่นั้นอาจจะมาได้ไม่ครบก็เลยติดคำอธิบายในเรื่องข้อกฎหมายครับ ก็ได้มี หนังสือตอบเป็นทางการวันที่ ๔ เมษายนไปแล้วนะครับ ก็กราบขออภัยไว้อีกครั้งหนึ่งครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
กระทู้ถาม ต่อไปนะครับ🔗
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๕๐๒ เรื่อง การติดตามความคืบหน้าการก่อสร้าง โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำลาย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลนาอาน อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย (นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ🔗
กระทู้ถาม ฉบับต่อไปของท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ถามเรื่อง การติดตามความคืบหน้าการก่อสร้าง โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำลาย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลนาอาน อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งวันนี้ท่านรัฐมนตรี ประภัตร รัฐมนตรีช่วยว่าการมาตอบนะครับ เชิญท่านเลิศศักดิ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขอใช้สิทธิ อภิปรายในการตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องการติดตาม ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำลายในพระราชดำริ ตำบลนาอาน อำเภอเมือง จังหวัดเลย ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ถามเรื่องนี้เพื่อให้ ท่านรัฐมนตรีได้มีโอกาสตอบและพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเลยก็จะได้มีโอกาสรับฟังว่า โครงการนี้มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง แต่ก่อนผมจะเข้าเนื้อหาของกระทู้นี้ขออนุญาตที่จะ กราบเรียนท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรซึ่งวันนี้ท่านไม่ได้มาตอบ กระทู้ด้วยตัวเอง ท่านได้มอบท่านรัฐมนตรีช่วยประภัตร โพธสุธน ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยประภัตร โพธสุธน เป็นอย่างสูง เมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคมปีที่แล้ว ปี ๒๕๖๔ ผมได้ตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรในเรื่องของโครงการก่อสร้างฝายยาง บ้านท่ามะนาว ตำบลนาอ้อ อำเภอเมือง จังหวัดเลย ซึ่งเป็นฝายที่กั้นกักเก็บน้ำของแม่น้ำเลย ก่อนที่จะไหลลงสู่แม่น้ำโขง และผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีประภัตรในครั้งนั้นก็เป็นผู้ที่มาตอบ กระทู้นี้ด้วยตัวเอง และคณะของท่านอธิบดีกรมชลประทาน เจ้าหน้าที่ทีมงานของท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรก็น่าจะทราบข้อมูลนี้ดี ท่านประภัตรได้เห็นข้อมูลแล้ว ท่านมีโอกาสไปลงพื้นที่ดูความเป็นจริงของโครงการครับ แล้วท่านก็ยืนยันว่ามีความ เหมาะสมและมีความจำเป็นจริง ๆ และท่านได้ตอบในที่ประชุมแห่งนี้ว่าจะบรรจุโครงการ ก่อสร้างฝายยาง บ้านท่ามะนาว ในแผนงานงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ซึ่งผมเชื่อว่าท่านอธิบดีกรมชลประทาน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ท่านดูแล กรมชลประทานด้วยตัวท่านเองก็น่าจะรับทราบ แต่ผลปรากฏว่าในแผนงานงบประมาณของ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ไม่มีโครงการก่อสร้างเขื่อนยาง บ้านท่ามะนาว แต่ประการใด ดังนั้นจึงขอถือโอกาสนี้ก่อนที่จะเข้าสู่กระทู้ถามเรื่องการก่อสร้างเขื่อน ในพระราชดำริโครงการเขื่อนน้ำลาย ขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีประภัตร ว่าขอความกรุณาครับ ผมคิดว่าท่านอธิบดีกรมชลประทานเองก็คงจะฟังอยู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการ ก็คงจะฟังอยู่ถ้าเป็นไปได้ลองพิจารณาในการใช้เงินเหลือจ่ายของปีงบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๕ พิจารณาสนับสนุนโครงการเขื่อนยาง บ้านท่ามะนาว ตำบลนาอ้อ อำเภอเมือง จังหวัดเลย ก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนแล้วก็เป็นสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้รับปากไว้ในสภาแห่งนี้ ด้วยครับ มาที่การติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำลายในพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ โครงการนี้ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ท่านมี พระราชดำริไว้ตั้งแต่วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๐ ๔๖ ปีผ่านมาแล้ว ท่านมีพระราชดำริ ไว้กับท่านอธิบดีกรมชลประทานในขณะนั้นว่าให้มีการสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำกักเก็บน้ำ ในแม่น้ำเลยไว้ให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเลยได้ใช้เพื่อเป็นประโยชน์ และในปี ๒๕๔๗ ทางจังหวัดเลยเองก็ได้นำเสนอโครงการนี้ต่อท่านนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นท่านได้อนุมัติ เห็นชอบและให้กรมชลประทานไปดำเนินการต่อ ท่านประธานครับ ๔๕ ปี นับแต่ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ท่านมีพระราชดำริไว้จนถึงขณะนี้เขื่อนน้ำลายยังไม่ได้สร้าง ๑๘ ปีนับตั้งแต่ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นรับปากเห็นชอบโครงการ มอบหมายให้กรมชลประทานจนถึงวันนี้ ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานให้เห็นถึงสภาพพื้นที่ลักษณะ ของโครงการครับ เขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำน้ำลายนี่ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านไร่ทาม ตำบลนาอาน อำเภอเมือง จังหวัดเลย อยู่สันเขื่อนแนวของสันเขื่อนจะอยู่ด้านหลังวนอุทยานภูบ่อบิด พี่น้อง ชาวจังหวัดเลยจะทราบดีอยู่ใกล้ตัวเมืองเลย พื้นที่นี้ถ้ามีการก่อสร้างเขื่อนจะได้รับ ผลประโยชน์หลายตำบลในอำเภอเมืองเลย เช่น ตำบลชัยพฤกษ์ ตำบลนาอาน ตำบลนาดินดำ ตำบลน้ำสวย ตำบลเมือง รวมถึงพื้นที่ของตำบลกุดป่อง อำเภอเมือง จังหวัดเลย และถ้าหาก ท่านประธานหรือพี่น้องประชาชนจำได้ครับ ครั้งหนึ่งเมื่อ ๓ ปีที่แล้วเกิดเหตุการณ์น้ำป่า ไหลหลากที่บ้านสูบ ตำบลน้ำสวย อำเภอเมือง จังหวัดเลย ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการหลายกระทรวงได้เข้าไปดูแล้วก็แก้ไขปัญหาตรงนั้นล่ะ ก็คือลำน้ำ ที่ไหลมาแล้วจะมีการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำไว้ก่อนที่น้ำลายจะไหลลงสู่แม่น้ำเลย พื้นที่ตรงนี้ถ้ามีการสร้างเขื่อนจะเป็นเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดเป็นอันดับ ๒ รองจากเขื่อนภูหลวง ซึ่งก็เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เช่นเดียวกัน นั่นแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถและวิสัยทัศน์ของพระองค์ท่าน แต่ถึงตอนนี้ผ่านมาหลายปีสิ่งที่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเลยและพี่น้องประชาชนที่อยู่ ในพื้นที่บริเวณนั้นตั้งความหวังว่าโครงการนี้จะดำเนินการ และเขามีความพร้อมที่จะให้ทาง กระทรวงเกษตรไปดำเนินการโดยไม่มีการขัดขวางแต่อย่างใด โครงการนี้ถ้าดำเนินการเสร็จ กราบเรียนท่านประธานว่าผลประโยชน์ที่จะเกิดกับชาวจังหวัดเลยก็คือกักเก็บน้ำไว้ใช้ ในช่วงหน้าแล้ง ป้องกันปัญหาเรื่องของอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นเพราะในพื้นที่เขตตำบลกุดป่อง อำเภอเมือง จังหวัดเลย และตำบลใกล้เคียงเคยมีปัญหาน้ำท่วม เพราะเหตุนั้นเลยและน้ำลาย ไหลมารวมกันนี่ล่ะครับ เพราะฉะนั้นถ้ามีเขื่อนนี้จะช่วยได้เป็นอย่างดี ใช้ประโยชน์ในทาง การเกษตร และจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่อยู่ใจกลางเมืองเลยเลยครับ จึงขอ กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าพี่น้องประชาชนมีข้อสังเกตอยู่นิดเดียวเท่านั้นเองว่า เป็นห่วงเป็นใยเรื่องของการจ่ายเงินชดเชยในพื้นที่ที่น้ำท่วมเพราะเขาครอบครองที่มานาน มีการปลูกต้นยางพารา มีการปลูกไม้ยืนต้นมา ถ้ามีการก่อสร้างจริง ๆ จะพิจารณาเรื่องของ การจ่ายเงินชดเชยอย่างไรซึ่งต้องใช้เวลาในการเจรจาพูดคุยกัน ดังนั้นโครงการนี้ได้มีการ เริ่มต้นในการสำรวจไปเรียบร้อยแล้ว เรียกว่าเป็นการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบ ของสิ่งแวดล้อมเสร็จไปตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ดังนั้นผมจึงอยากจะตั้งคำถามผ่านท่านประธาน ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านกรุณามาตอบแทนนะครับ อยากถามว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทานยังเห็นความสำคัญของโครงการนี้อยู่หรือไม่ ถ้าเห็นความสำคัญอยู่เมื่อท่านศึกษาความเหมาะสมความเป็นไปได้ของโครงการและศึกษา ผลกระทบเรื่องของสิ่งแวดล้อมเสร็จเรียบร้อยแล้วพี่น้องประชาชนตั้งความหวัง ถ้าครั้งนี้ไม่เกิด เขาไม่หวังแล้วนะครับ เพราะไปศึกษาหลายครั้งแล้ว จึงอยากจะถามว่าแผนงานหลังจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทานจะดำเนินการตั้งงบประมาณเพื่อก่อสร้าง เขื่อนน้ำลายอันเนื่องมาจากพระราชดำริเมื่อไร และจะเสร็จเมื่อไร ขอกราบเรียนผ่าน ท่านประธานถามไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ🔗
เชิญ รัฐมนตรีประภัตรตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ และชมเชยท่าน ส.ส. เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ถ้าวันนี้ท่านไม่ติดตามมาตลอดผลก็ยังไม่เกิด ต้องขอชมว่านี้ล่ะครับ ท่านทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรให้กับพี่น้องที่ลำบากและรอความสำเร็จ อันนี้อยู่ ผมให้กำลังใจครับแล้วผมจะไปดูเอง ขอลำดับเรื่องให้ท่านและพี่น้องที่อยู่จังหวัดเลย ได้เห็นภาพและเข้าใจ ท่านพูดถูกต้องว่าจะดำเนินการหรือไม่ทำอะไร ทางกรมชลประทาน ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ผมก็จะลำดับเรื่องให้พี่น้องและเพื่อนสมาชิกได้เห็นว่าเราไม่ได้หยุดยั้งเลย โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำลายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พี่น้องครับปี ๒๕๔๗ ที่ท่านพูด ท่านนายกทักษิณครับ ท่านนายกทักษิณได้ไปตรวจราชการและไปอนุมัติเร่งให้กรมชลประทาน ดำเนินการ ต้องเข้าใจว่าที่แปลงนี้ค่อนข้างจะลำบากเพราะมีเจ้าของหลายกระทรวง พื้นที่ ออกไปสำรวจครั้งนี้อ่างเก็บน้ำน้ำลายใช้พื้นที่ประมาณ ๓,๕๐๐ ราย ประกอบด้วยอุทยาน แห่งชาติ ป่าสงวนแห่งชาติ กรมธนารักษ์ ส.ป.ก. และที่ดินของพี่น้องประชาชนประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ ดังนั้นกรมชลประทานทำงานลำบากมากแต่ก็ไม่เกินความสามารถ พอปี ๒๕๖๒ อนุมัติให้เงินไป ๑๙ ล้านบาทไปดำเนินการสำรวจตอนนี้เสร็จแล้ว ก็ขอชมอีกล่ะถ้าท่านไม่มา กระตุ้นตั้งกระทู้วันนี้พรุ่งนี้ก็ไม่ได้เอาเข้า พรุ่งนี้ครับเอาเข้า คจก. ว่ามีผลกระทบสิ่งแวดล้อม อย่างไร พรุ่งนี้ก็จะจบแล้วในเบื้องต้น ผมต่อไปเลยอ่างเก็บน้ำน้ำลายมีความโตความจุประมาณ ๓๐ ล้านคิว ท่านจดเลยนะครับ ให้พี่น้องประชาชนได้ฟัง ตอนนี้ออกแบบสำรวจเรียบร้อย🔗
ประการที่ ๒ เขื่อนจะมีความยาว ๔๓๔ เมตร อย่างที่ท่านบอกแม่น้ำมันลึก ต้องทำคันถึง ๓๓ เมตร คัน ๘ เมตร งบประมาณท่านฟังนะครับ งบประมาณใช้ทั้งเวนคืนด้วย สันเขื่อนด้วย สร้างระบบท่อ ทำเสร็จเลยเที่ยวนี้ ระบบท่อส่งน้ำให้กับพี่น้องเกษตรกรในเขต อำเภอเมืองที่ท่านพูด ๔ ตำบล ๕ ตำบล ใช้งบประมาณ ๑,๘๐๐ ล้านบาท เราก็ห่วง ผมกำชับ ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างใหญ่ท่านก็มาด้วยวันนี้ ทั้งก่อสร้างใหญ่ ก่อสร้างกลางพร้อมที่จะ ให้ข้อมูล ท่านบอกว่าพอพรุ่งนี้ผ่านท่านก็จะเริ่มไปเจรจาเรื่องการเวนคืน เพราะที่นี้เป็นที่ของ พี่น้องประชาชนประมาณเกือบ ๆ ๒,๐๐๐ ไร่ ๑,๙๐๐ กว่าไร่ จะมีต้นอะไรบ้าง จะจ่ายกัน อย่างไร งบประมาณตั้งไว้แล้วครับ ๑,๘๐๐ ล้านบาท รวมทั้งการก่อสร้างเขื่อน🔗
ประการที่ ๓ เราได้จัดจ้างก่อสร้างแน่นอนตั้งงบแล้ว ใช้ระยะเวลาการก่อสร้าง ๓ ปี ท่านฟังให้ดีนะครับ ปี ๒๕๖๘ ปี ๒๕๖๙ ปี ๒๕๗๐ แต่คราวนี้ใช้เวลาอีก ๒ ปีเพื่อสร้างท่อ แต่เขื่อนนี่เสร็จภายในปี ๒๕๗๐ ตัวเขื่อนใช้เงินประมาณ ๓๕๕ ล้านบาท เฉพาะตัวสันเขื่อน ถัดมาพี่น้องครับ หลังจากก่อสร้างปี ๒๕๗๐ ปี ๒๕๗๐ เสร็จแน่นอน ก็จะช่วยเหลือพี่น้อง เกษตรกรได้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ไร่ และช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรหรือราษฎรในเขตนั้น เวลาหน้าแล้งไม่มีน้ำอุปโภคบริโภคได้อีก ๑๕,๐๐๐ ครัวเรือน ที่เราสำรวจเรียบร้อยแล้ว ขอกราบเรียนท่านต่ออีกนิดหนึ่งท่านต้องช่วยไปเจรจากับพี่น้องตามที่ท่านบอกว่าราษฎร พร้อม อย่าตั้งเงื่อนไขเรื่องการเวนคืน เพราะเจ้าหน้าที่ก็เป็นห่วงว่าพอไปถึงจะเอาต้นนั้น เท่านี้ ต้นนี้เท่านั้น ก็จะทำให้โครงการเราล่าช้า แต่เราตั้งงบประมาณไว้สำหรับการเวนคืน ในเขตที่ดินของราษฎรแล้วครับ พรุ่งนี้เราก็จะผ่านแล้วเรื่องสิ่งแวดล้อม🔗
ประการสุดท้ายที่ท่านเป็นห่วง ก็คือว่าโครงการนี้เมื่อแล้วเสร็จก็จะกันน้ำ อุทกภัยได้ อันนี้เรารับปากว่าทำได้ แล้วก็ส่งระบบท่อให้ ส่วนโครงการอันนี้ก็เพียงให้ท่าน ทราบว่าเราไม่ได้หยุดนิ่ง เราดำเนินการตลอด แล้วก็จะแล้วเสร็จตามที่ผมได้กราบเรียน ไปแล้ว งบประมาณตั้งแล้ว ตามที่ท่านบอกว่าปีนี้ไม่ได้ตั้งนี่ตั้งไม่ทันครับ เพราะงบมัน ๑,๘๐๐ ล้านบาท ไม่สามารถจะแทรกเข้าไปได้ เราก็ตั้งต่อเลยครับ ท่านมาดูเลยครับ ปีต่อไป งบตัวนี้ตั้งไว้ ๓ ปี ดังนั้นขอให้พี่น้องจังหวัดเลย อำเภอเมืองก็ดี อำเภอใกล้เคียงก็ดีครับ โครงการนี้เสร็จเรียบร้อยแน่นอน ส่วนของแถมที่ท่านบอก ผมไปดูฝายยางบ้านท่ามะนาว ผมไปดูด้วยตนเอง วันนั้นผมผ่านจังหวัดเลยก็คิดถึงคุณนี่ล่ะว่าคุณลำบาก ว่าน้ำท่วม ผมก็ขอ อนุญาตเข้าไปตัวท่านไม่อยู่ ท่านส่งเจ้าหน้าที่ระดับ อบต. มา ผมก็ไปดู ขอตอบอย่างนี้ครับ เราเห็นใจจริง ๆ ว่ามันสร้างลำบากเพราะว่าที่มันสูง เราก็ตั้งงบให้เลยปี ๒๕๖๗ ๒๕๐ ล้านบาท ฝายยางตัวนี้ใหญ่ ก็เสร็จในปีรุ่งขึ้น ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ จบเลย และแถมให้ท่านอีก ๑ ตัว เจ้าหน้าที่ไปสำรวจมาพร้อมแล้วเข้าแผนเหมือนกันคือบ้านภูหลวง อันนี้ก็จะเป็น เขื่อนฝายอีกตัวหนึ่งประมาณ ๑๙๗ ล้านบาท ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ท่านเป็นผู้แทนราษฎร ก็เอาใจใส่อย่างนี้ผมให้กำลังใจท่านครับ แล้วผมจะไปหลังจากปิดสมัยประชุมแล้วกับ ผู้อำนวยการก่อสร้างใหญ่และขนาดกลางครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗
ท่าน เลิศศักดิ์มีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ก็ต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ที่ท่านได้ให้ความชัดเจนในเรื่องของแผนงาน ของการก่อสร้างโครงการเขื่อนน้ำลายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีครับเพื่อเป็นข้อสังเกต ที่ท่านรัฐมนตรีได้เรียนให้ทราบ ในเรื่องของโครงการนี้กำลังจะผ่านการอนุมัติในเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่ได้มีการศึกษาไป แล้วก็น่าจะเป็นข่าวดีที่จะเป็นจุดเริ่มต้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือว่าก่อนที่จะถึงในช่วงของการ อนุมัติงบประมาณที่ท่านบอกว่าจะเป็นในช่วงของงบประมาณปี ๒๕๖๘ และงบประมาณ ต่อเนื่องถึงปี ๒๕๗๐ นี่นะครับ อยากให้เร่งรัดในการที่จะเข้าไปพูดคุยกับพี่น้องในพื้นที่ ในเรื่องของการจ่ายเงินชดเชยให้กับพี่น้องที่ครอบครอง แล้วก็เพาะปลูกทำการเกษตรอยู่ใน พื้นที่นี้มาเป็นเวลานาน ตอนนี้ผมทราบว่ามีการไปจดบันทึกหมดเรียบร้อยแล้วว่าของใคร มีต้นอะไร ปลูกอะไรอยู่ ผมได้ลงพื้นที่ไปพบปะพี่น้องเขาห่วงอย่างเดียวเช่นต้นยางที่หากว่า มีการจ่ายเงินชดเชย ยางนี่ครับเขาเริ่มกรีดได้แล้ว และมันยังกรีดได้อีกเป็นเวลา ๑๐ ปี เพราะฉะนั้นการพิจารณาที่จะจ่ายเงินชดเชยต้องมองถึงอนาคตด้วยว่าถ้าจ่ายให้กับผู้เสียหาย แล้วมันจะครอบคลุมรายได้ที่เขาจะได้รับต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้าด้วย ตรงนี้ก็เป็น เรื่องที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีเพื่อให้ทางทีมงานของ กระทรวงเกษตรโดยกรมชลประทานที่จะเข้าไปในพื้นที่แล้วก็พูดคุยกับพี่น้องประชาชน ผมกราบเรียนว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นั้นมีความพร้อมและยินดีอย่างยิ่งที่จะให้ ทางกระทรวงเกษตรโดยกรมชลประทานไปก่อสร้างเขื่อนนี้ เขาพร้อมที่จะเสียสละ แต่ขอให้ มีเวลาในการพูดคุยกันแล้วก็สื่อสารในเรื่องของการชดเชยตรงนี้ด้วยนะครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งครับ ที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาบอกว่าในแผนงานของการ ก่อสร้างเขื่อนน้ำลายอันเนื่องมาจากพระราชดำริอันนี้ยังมีเรื่องของการทำโครงการไส้ไก่ หรือโครงการที่ระบายน้ำ ดึงน้ำไปยังพื้นที่ใกล้เคียงนี่ครับ มีจุดหนึ่งที่ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีเพื่อให้คณะทำงานของกระทรวงเกษตรได้พิจารณาก็คือ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ของบ้านหนองนาทราย ตำบลนาดินดำ ให้ข้อมูลผมมาว่าถ้าหาก สามารถทำโครงการดึงน้ำจากเขื่อนน้ำลายไปลงที่หนองหล่มจะเป็นการกักเก็บน้ำเพิ่มเติม ไว้ใช้ในพื้นที่ที่อยู่ใกล้เคียงกับเขื่อนน้ำลายได้เป็นอย่างดี จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีเพื่อได้เก็บข้อมูลนี้นำไปใช้ในการก่อสร้างเขื่อนนี้ด้วย และต้องขอกราบ ขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งสำหรับโครงการที่ท่านรัฐมนตรีประภัตรได้ไปดูมาเองเห็นกับตา ว่ามีความจำเป็นก็คือเขื่อนฝายยางบ้านท่ามะนาว ตำบลนาอ้อ อำเภอเมือง จังหวัดเลย แล้วก็ขอบคุณที่ท่านยังคงยืนยันที่จะจัดสรรงบประมาณให้กับพี่น้องชาวตำบลนาอ้อเพื่อได้ กักเก็บน้ำเลยไว้ใช้ในช่วงของหน้าแล้ง เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลกับพี่น้องชาวจังหวัดเลย ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน อีกครั้งหนึ่ง แล้วก็พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเลยก็รอคอยโครงการนี้เพื่อให้การกักเก็บน้ำไว้ ใช้ในด้านต่าง ๆ ของพี่น้องชาวจังหวัดเลยก็จะเกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ท่าน รัฐมนตรีรับไปดำเนินการนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมรับข้อเสนอของท่านนะครับ จะเป็นบ้านหนองหล่ม เราไปดูกันนะครับหลังปิดสมัยประชุมผมรับปากแล้ว ก็ยกทีมกันไปเลย แล้วก็ไปพูดเรื่อง เวนคืนซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนหนักใจจะได้ตกลงกัน ท่านได้น้ำแล้ว ได้อะไรแล้ว ได้เพาะปลูก แน่นอน ขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่งครับท่าน ส.ส. ครับ🔗
ต่อไป เป็นกระทู้ถามตามวาระ ๑.๒.๔🔗
๑.๒.๔ กระทู้ถาม ที่ ๕๐๓ เรื่อง การก่อสร้างจุดกลับรถและไฟฟ้าส่องสว่าง ทางหลวงหมายเลข ๒๔ สายโชคชัย-เดชอุดม จำนวน ๔ จุด เพื่ออำนวยความสะดวก ให้กับประชาชนและติดตามการก่อสร้างถนนสาย ๒๒๑ ศรีสะเกษ-เชิงบันไดเขาพระวิหาร เป็น ๔ ช่องทางจราจรเต็มสาย (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมอบหมายให้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ🔗
ซึ่งวันนี้ ท่านอธิรัฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้รับมอบหมายมาตอบครับ เชิญคุณหมอ จตุรงค์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานท่านสุชาติ ตันเจริญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นอย่างยิ่ง วันนี้พี่น้องประชาชนถาม แล้วก็รู้ว่าเราจะมีถามกระทู้ ก็ได้ฝากข้อความมาทางเฟซบุ๊ก Facebook ทางไลน์ (LINE) เยอะแยะเลยคือเรื่องการก่อสร้างจุดกลับรถและไฟส่องสว่างทางหลวงหมายเลข ๒๔ คือสาย จากโชคชัย-เดชอุดม จำนวน ๔ จุด แล้วก็รวมทั้งติดตามการก่อสร้างถนนหมายเลข ๒๒๑ ก็คือจากศรีสะเกษไปถึงเชิงบันไดเขาพระวิหารเป็น ๔ ช่องจราจร ซึ่งถนนเส้นนี้ความยาว ประมาณ ๙๘.๕ กิโลเมตร ผมต้องนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าเมื่อสมัยประชุม ของปีที่แล้วผมได้ทำกระทู้ถามไปรอบหนึ่ง🔗
แล้วก็มีกระทู้ถามอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องสะพาน แล้วก็เรื่องถนน วันนี้ก็เลยจะขอ อนุญาตเพิ่มเติม แล้วก็ถามถึงความคืบหน้าที่ผ่านมา ต้องเรียนว่าถนนสายหมายเลข ๒๔ เป็นสายหลักของชาวอำเภอกันทรลักษ์ ชาวเดชอุดม แล้วก็ทุกจังหวัดที่อยู่ในเส้นที่จะเข้า กรุงเทพมหานครเส้นนี้ทางกรมทางหลวงออกแบบไว้คือจุดกลับรถจะห่างกันแต่ละจุด ๔ กิโลเมตร ยกตัวอย่างจากบ้านศรีอุดม บ้านซำตารมย์ จุดนี้เป็นจุดของการปลูกทุเรียน ภูเขาไฟ มีผู้หลักผู้ใหญ่ไปดูเยอะมาก มีนักท่องเที่ยวไปแต่ว่าเขาไม่สามารถกลับรถได้ เขาต้อง ทำทาง เขาเรียกเป็นโลคอลโรด (Local Road) เล็ก ๆ ถมที่ของแต่ละที่เพื่อวิ่งมาแล้วให้มา ถึงจุดกลับรถ บางคนเอาแบร์ริเออร์ (Barrier) ออก แล้วก็ทำอย่างไรครับ บางคนเอาสะพาน ไปใส่ บางคนถมที่ อุบัติเหตุเกิดขึ้นล่าสุดที่ผมเสียใจที่สุดเมื่อปีที่แล้ว ก็ข้ามสะพานวิ่งไป มอเตอร์ไซค์ก็ไป รถใหญ่เขาก็ไม่รู้ว่ามีทาง เสียชีวิต บาดเจ็บเป็นจำนวนมากยังความเดือดร้อน ให้กับพี่น้อง ตรงจุดที่มีปัญหาเขาก็ได้เรียนปรึกษาผมตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ มาเรื่อยเลย ถามว่าเมื่อไร จะได้ เมื่อไรจะได้ ก็รับทราบข่าวว่าทางรัฐมนตรีก็ได้ดำเนินการไปบางส่วนแล้ว แต่วันนี้เพื่อความ ยืนยันมั่นใจ แล้วก็เป็นการบอกว่าจะสร้างเมื่อไร เสร็จเมื่อไร ก็เลยจะเรียนถามดังต่อไปนี้ กระทรวงคมนาคมมีนโยบายและแผนงานในการก่อสร้างจุดกลับรถทางหลวงหมายเลข ๒๔ ๔ จุดดังต่อไปนี้ ๑. จุดกลับรถบริเวณบ้านศรีอุดม ตำบลจานใหญ่ อำเภอกันทรลักษ์ ขอภาพ หน่อยครับ🔗
จุดนี้เป็นจุดแรก จุดบ้านศรีอุดม ตำบลจานใหญ่ อำเภอกันทรลักษ์ ขอภาพนะครับ ภาพแรก ซึ่งต้องนำเรียนว่าตรงนี้เป็นจุด ทุเรียนภูเขาไฟ แล้วชาวบ้านก็เอาสะพานมาใส่ ถ้าออกไปทางซ้ายมือก็จะไปเข้าอำเภอ เบญจลักษ์เข้าไปตัวจังหวัดได้ ถ้าไปทางขวามือเป็นโครงข่ายที่เชื่อมกับทางหลวงชนบท ที่ใหญ่เพราะฉะนั้นจึงขอสร้างเรียกว่าสะพานบก แล้วก็ทางคู่ขนาน ชาวบ้านบอกว่า เหมือนกับที่บ้านกระแชงตรงศีรษะอโศกที่ทำเป็นสะพานบกคู่ขนานก่อนนั้นเสียชีวิต เยอะมาก จากถนนหมายเลข ๒๒๑ ตรงนี้ถ้าเป็นไปได้เราสามารถเชื่อมโยงโครงข่ายและ เข้าทางหลวงชนบทอีก ๒ เส้นได้ด้วยเป็นโครงข่ายใหญ่จะสร้างได้เมื่อไร เสร็จเมื่อไร แล้วช่วง ที่ดำเนินการตรงนี้ก็ต้องขอไฟส่องสว่างทุกจุดตรงนี้ด้วย จุดที่ ๒ ก็คือจุดของบ้านท่าคล้อ ตำบลท่าคล้อ ขอภาพนะครับ บ้านท่าคล้อ อำเภอเบญจลักษ์ห่างกับจุดศรีอุดมไปนิดเดียว จุดนี้มีแยก ท่านรัฐมนตรีจะเห็นว่ามีเลี้ยวเข้าไปตรงนั้นเลย ตรงนั้นเป็นสายเลือดใหญ่ จากท่าคล้อไปโศกขามป้อม ไปขนุน ไปทางเขาพระวิหารยาวตั้ง ๓๐ ๔๐ กิโลเมตร คนผ่าน ตรงนี้ ๔ ๕ ตำบล ๒ อำเภอ คนก็จะเลี้ยวเข้าตรงนี้ทุกครั้งแต่เลี้ยวไม่ได้เพราะอันตราย อันนี้เข้าใจ เขาก็เอาแบริเออร์ (Barrier) มากั้นไว้แต่ก็ไม่วายเลื่อนตลอด ตรงนี้ก็ควรจะทำให้ ชัดเจนอาจจะเป็นสะพานบกหรือจะเป็นจุดกลับรถก่อนก็ได้ แล้วมีทางขนานก็จะมาตรฐาน🔗
จุดที่ ๒ ซึ่งถือว่ารองลงมาก็คือบริเวณบ้านโนนสูง ตำบลกระแชง ตรงนี้ ห่างจากตลาดนัดโคกระบือหน่อยหนึ่งแล้วก็เป็นทางโค้ง บ้านโนนสูงนี่ก็ไกล อันนี้คงไม่ต้อง ทำถึงขนาดเป็นสะพานบกเอาแค่ธรรมดา🔗
จุดสุดท้าย ก็คือจุดของบ้านเพ็ก ตำบลหนองหว้า ตรงนี้ก็เอาสะพานไม้มาทำ แล้วก็มีผู้เสียชีวิตเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่อันตรายมาก นอกจากนั้นก็ยังมีจุดอื่น ๆ พอเขารู้ว่า ผมจะถามเขาก็เฟซบุ๊ก (Facebook) มาบอกว่าอย่าลืมบ้านกุดนาแก้ว อำเภอขุนหาญ ของ ส.ส. ธีระ ไตรสรณกุล และบ้านระหารซึ่งเป็นมากของ ส.ส. ธีระ แต่ละจุดตรงนั้นก็อยากให้ ได้ดำเนินการถ้ามีผลอย่างไร และไฟส่องสว่าง🔗
ผมถามไปถึงความคืบหน้าข้อที่ ๒ ก็คือเรื่องของการสร้างถนน ๔ เลน (Lane) จาก ๔ ช่องจราจร สาย ๒๒๑ ศรีสะเกษ-เชิงบันไดเขาพระวิหาร ตรงนี้ท่านรัฐมนตรีเคยรับปาก ว่าจะจัดให้เต็มสาย แต่เวลาในการจัดนั้นเป็นห้วง ๆ ผมก็ได้เรียนถามไปยังเจ้าหน้าที่เขา ก็บอกว่าเขาแบ่งเป็น ๖ จุด จุดที่ ๑ ศรีสะเกษ-พยุห์ จุดที่ ๒ พยุห์-ศรีรัตนะ ๑๗ กิโลเมตร จุดที่ ๓ ศรีรัตนะ-แยกการช่าง ๑๔ กิโลเมตร จุดที่ ๔ แยกการช่าง-บ้านผือ จุดที่ ๕ บ้านผือ- ภูมิซรอล และจุดที่ ๖ ภูมิซรอล-เชิงบันไดเขาพระวิหาร ๙๘.๕ กิโลเมตร ตรงนี้เป็นรถสัญจร ที่ไกลแล้วก็มีความสำคัญหล่อเลี้ยงคนมาวิ่งขึ้นเขาพระวิหารก็เส้นนี้ คนมาชมปราสาท เขาพระวิหาร ปราสาทโดนตวลก็ตรงนี้ ไปน้ำตกตรงนี้ เพราะฉะนั้นอยากจะให้เร่งรัดในการ ก่อสร้างให้เต็มสายทุกจุด รวมทั้งไฟส่องสว่าง และจุดกลับรถที่เหมาะสม ประเด็นตรงนี้ ที่ท่านรัฐมนตรีเคยรับปากกระผมไว้ในสภา ในกรรมาธิการที่ห้องถามกระทู้แยก เขาก็ถาม ตลอดแต่ความคืบหน้าเป็นอย่างไร🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือตรงนี้ต้องนำเรียนว่าขณะนี้มีการก่อสร้างอยู่ตรงบ้านผือ แล้วก็ไม่ได้เดินไฟ อุบัติเหตุเยอะมาก ช่วยเร่งรัดให้เปิดสัญญาณไฟกลางคืนให้ได้ทั่วเลย เพราะว่าจากบ้านน้ำเย็นไปบ้านผือตรงนี้หน้าทหารพรานนี่ แล้วขยายถนนมันก็แคบ อุบัติเหตุเยอะ ก็ต้องนำเรียน แล้วก็ต้องนำเรียนว่าถ้าเราได้เต็มสายในเวลารวดเร็ว ขยับเวลามาได้ไหม ให้ครบทั้งหมด🔗
และยังมีข้อฝากที่จะถามไปเลยก็คือผมถามกระทู้ไปเมื่อสมัยการประชุมของ ปีที่แล้วและท่านตอบในราชกิจจานุเบกษา คือทางเลี่ยงเมืองกันทรลักษ์ซึ่งท่านก็เคยตอบ ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว แต่วันนี้อยากให้เป็นรูปธรรมเพราะว่าทางเลี่ยงเมืองที่จำเป็นตรงนี้ เพราะเมืองกันทรลักษ์รถติดขนาดว่าปล่อย ๓ ไฟแดงรถยังไม่ได้ไปเลยก็มี ทางเลี่ยงเมือง ผมได้ไปคุยและปรึกษากับชาวบ้านพี่น้องประชาชนบอกว่าถ้าเราไม่ทำตอนนี้จะเหมือนที่ จังหวัดศรีสะเกษที่ทำเลี่ยงเมืองไปครึ่งเดียว เหลืออีกครึ่งหนึ่งทางฝ่ายราชภัฏ พอจะมาทำปุ๊บ มันไม่สามารถเป็นวงกลมได้มันต้องอ้อมไปเพราะประชาชนเมืองเขาขยาย ขยายเสร็จก็ต้องไป ชนบ้านชาวบ้านอย่างที่เมื่อวานนี้ท่าน ส.ส. สิริพงศ์ได้หารือว่าการเวนคืนที่ดินจะไปชนบ้านคน ไม่มีทางเข้าเลย มันจะยิ่งสิ้นเปลืองงบประมาณใหญ่เลย เพราะฉะนั้นทางเลี่ยงเมืองตรงนี้ ท่านรัฐมนตรีถ้าเป็นไปได้ก็ทำให้ครบเลย ซึ่ง (ลูป) Loop นี้ประมาณ ๒๕ กิโลเมตร ออกจาก เส้นของ ๒๒๑ จากบ้านศรีเจริญไปทะลุเส้น ๒๐๘๕ ที่ไปอุบลราชธานี จุดนี้สำคัญมาก แล้วก็ วนกลับมาไปยังทางไปกุดเสลาทางสังเม็ก แล้วก็ผ่านกลับมาทางส่วนของตำบลเมือง แล้วก็ ออกมาผ่านทางค่ายทหารพราน ตชด. ผ่านทะลุเส้นเดิมกลับมาทางถนนที่จะไปขุนหาญ แล้วก็วนกลับมาเป็นลูป (Loop) ถ้าได้ ๒๕ กิโลเมตรสามารถแก้ปัญหา แล้วก็จะเป็นเมือง ที่สมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้นจะถามว่าท่านเคยตรงนั้นไว้แล้วก็รับปากไว้ แล้วก็ทำเรื่องของ การดำเนินการในเรื่องของการออกแบบแล้วก็พี่น้องประชาชนจะได้รับทราบความคืบหน้า จะเป็นคุณูประโยชน์ คุณูปการมากสำหรับที่จะได้ทั้งจุดกลับรถทั้งสะพาน ทั้งทางเลี่ยงเมือง แล้วก็ ๔ เลน (Lane) นะครับ ต้องขอนำเรียนในเบื้องต้น คำถามข้อที่ ๑ ก่อนนะครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีอธิรัฐตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพนะครับ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคมนะครับ วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มา ตอบกระทู้ของท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชมและขอขอบคุณท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่ท่านมีความเป็นห่วงเป็นใยผู้ใช้ถนนสายหลักคือถนนหมายเลข ๒๔ หรือถนน หมายเลข ๒๒๑ เอง แล้วด้วยคำถามของท่านผมก็ขออนุญาตสรุปเป็นประเด็น ๆ นะครับ🔗
ต่อประเด็นแรก คำถามแรกผมจะตอบเกี่ยวกับเรื่องจุดกลับรถที่ท่านกล่าวถึง ก็คือจุดกลับรถทางหลวงหมายเลข ๒๔ ในตอนหัวช้าง-แยกการช่างถึงนากระแซงนะครับ ซึ่งในปัจจุบันทั้งเส้นแต่เรามีจุดกลับรถอยู่ประมาณ ๒๑ จุดแล้วก็ระยะห่างก็เหมือนที่ท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติพูดไว้ก็คืออยู่ประมาณ ๒ กิโลเมตรถึง ๔ กิโลเมตรก็จะมี ๑ จุดกลับรถ แต่ก็ด้วยข้อมูลในพื้นที่เราก็ถามลงไปก็ทราบว่าเหมือนอย่างที่ท่านได้บอกว่าก็คือบางครั้ง มันก็อาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน บางจุดยังต้องไปกลับรถไกล ทั้งนี้ผมก็สอบถามไปทางกรมทางหลวงว่าเนื่องจากว่าเป็นถนนสายหลักการที่เราจะทำ จุดกลับรถถี่ ๆ หรือจำนวนมากบางครั้งมันก็มีผลต่อการจราจรติดขัดหรืออาจจะช่วยให้มัน เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตามทางกรมทางหลวงก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็ได้รับข้อมูล ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็รวบรวมมา แล้วก็ในปี ๒๕๖๖ เอง ในปีงบประมาณที่กำลังจะมาถึงกรมทางหลวงก็ได้มีแผนที่จะทำจุดกลับรถเพิ่มเหมือนที่พูดไว้ ๒ จุด แล้วก็ในปี ๒๕๖๗ อีก ๒ จุด รวมเป็น ๔ จุด จุดแรกก็คือบริเวณบ้านโนนสูง อันนี้ได้รับ จัดสรรปี ๒๕๖๖ เรียบร้อยครับ วงเงินประมาณ ๕ ล้านบาทก็จะเป็นจุดกลับรถปกติ แต่ก็จะ ทำให้เป็นขนาดใหญ่ รถบรรทุกรถใหญ่สามารถกลับรถได้นะครับ อันนี้ก็อยู่ในขั้นตอน ก็รอผ่านงบประมาณหลังจากเดือนตุลาคมไปก็ผ่านขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง เบื้องต้น จากการสอบถามคิดว่าน่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมีนาคมปี ๒๕๖๖ จุดที่ ๒ บริเวณ บ้านศรีอุดม กม. ๓๒๗ อันนี้ก็ได้รับจัดสรรในปี ๒๕๖๖ เช่นกันนะครับ อันนี้ก็จะเป็นแบบ ทางรอดแบบสะพานบก แบบที่ท่านสมาชิกได้กล่าววงเงินอยู่ ๒๕ ล้านบาท ตรงนี้ก็คาดว่า น่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๖๖ จุดที่ ๓ บริเวณบ้านเพ็ก กม. ๓๓๗ อันนี้ จะขอรับจัดสรรในปี ๒๕๖๗ ซึ่งปัจจุบันก็ออกแบบอยู่ว่าความเหมาะสมจะทำออกมา ในรูปแบบลักษณะใดเช่นเดียวกันกับจุดที่ ๔ บริเวณบ้านท่าค้อ กม. ๓๔๔ ก็จะไปอยู่ในแผน ของงบประมาณปี ๒๕๖๗ ก็อยู่ในการออกแบบเช่นเดียวกัน แล้วทั้ง ๔ จุดที่ทำเราก็จะทำ ทั้งจุดกลับรถมาพร้อมกับไฟส่องสว่างในคราวเดียวกันนะครับ ก็ต้องกราบเรียนอันนี้🔗
ผมก็ขอต่อไปประเด็นที่ ๒ เรื่องไฟส่องสว่าง กรมทางหลวงเราก็ได้รับข้อมูล มาว่าก็หลายจุดที่ยังมีส่องไฟส่องสว่างไม่ครบถ้วน เนื่องจากที่เช็ก (Check) ไปเบื้องต้น ว่าปริมาณรถของเส้นทางหลวงหมายเลข ๒๔ จะอยู่ที่ประมาณ ๗,๐๐๐ คัน ในการที่จะ ติดไฟฟ้าส่องสว่างทั้งเส้นจำนวนรถจะต้องอยู่ที่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ คัน แต่อย่างไรก็ดี จุดที่เป็นจุดที่อันตรายหรือจุดไหนที่มีอุบัติเหตุมีการร้องเรียนบ่อยกรมทางหลวงก็จะจัด ให้ก่อน อย่างเช่นในปี ๒๕๖๖ เราก็มีการติดตั้งไฟแสงสว่างจำนวน ๓ รายการ จุดแรกก็คือ อยู่ที่ตอนหัวช้าง-แยกการช่าง กม. ๒๙๘ นะครับ จุดที่ ๒ ก็อยู่ที่ ตอนหัวช้าง-แยกการช่าง กม. ๓๑๕ จุดที่ ๓ อยู่ที่แยกการช่างถึงนากระแซง กม. ๓๒๓ ก็ ๓ จุดนี้ก็วงเงินประมาณ ๑๓ ล้านบาท ก็คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปีหน้าทั้งหมด อันนี้ก็เป็นตอบคำถาม ในเรื่องไฟส่องสว่าง🔗
แล้วก็ต่อมาในประเด็นที่ ๓ ที่ท่านได้ถามถึงก็คือขอติดตามการสร้างถนน ๔ ช่องจราจรเต็มสาย ๒๒๑ ศรีสะเกษ-เชิงบันไดเขาพระวิหาร ก็กราบเรียนว่าถนนเส้นนี้ มีระยะทางทั้งหมด ๙๘.๕ กิโลเมตร ปัจจุบันเป็น ๔ ช่องจราจรแล้วประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ก็ยังเหลืออีกประมาณเกือบ ๖๐ กิโลเมตร แล้วในปี ๒๕๖๕ ทางกรมทางหลวงก็ได้มีการ ขยายช่วง กม.ที่ ๑๑ ถึง กม. ๑๗ ระยะทางประมาณ ๕.๘ กิโลเมตรปัจจุบันก็อยู่ในขั้นตอน กำลังดำเนินการก่อสร้างเหมือนอย่างที่ท่านว่า แล้วก็จะแล้วเสร็จก็คือภายในปีหน้า ๒๕๖๖ แล้วสิ่งที่ท่านฝากมาก็คือย้ำไปถึงผู้ประกอบการว่าเดี๋ยวผมก็จะกำชับให้กรมทางหลวง ย้ำผู้ประกอบการในเรื่องกลางคืนให้ติดป้ายไฟส่องสว่างสัญญาณเตือนสำหรับช่วงที่ ดำเนินการก่อสร้างเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ใช้ถนนนะครับ แล้วก็ในปี ๒๕๖๖ เส้นนี้ กรมทางหลวงก็ได้จัดสรรเพิ่มเติมในช่วง กม. ที่ ๑๗ อีก ๑ จุด ต้องกราบเรียนว่าถนนสายนี้ เป็นถนนสายยาว ซึ่งถ้ารวมในปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ เราก็จะมีเป็น ๔ ช่องจราจรประมาณ ๓๐ กว่ากิโลเมตร แต่อย่างไรก็ดีก็ยังเหลืออยู่อีกเกือบ ๖๐ กิโลเมตร ซึ่งทางนี้เองทางกรมทางหลวงเราได้บรรจุอยู่ในแผนทางหลวงระยะ ๕ ปีก็คือตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ จนถึงปี ๒๕๗๐ ก็จะทยอยสร้างเราคงไม่สามารถว่าจะทำทั้งเส้นภายในปีเดียวเนื่องจาก งบประมาณก็ต้องกระจายให้กับทุก ๆ เส้นทุก ๆ จังหวัดอย่างเป็นธรรม แต่จุดไหนที่มันเป็น จุดที่มีความหนาแน่น จุดไหนที่เป็นจุดที่มีความเดือดร้อน ท่านสมาชิกก็ให้ข้อมูลมาได้ครับ กรมทางหลวงได้ไปเก็บรายละเอียดเพื่อจัดสรรให้เร็วขึ้นตามความต้องการตามสภาพ ความเป็นจริง ก็ขออนุญาตตอบคำถาม ๓ ประเด็น ขอบคุณครับ🔗
กระทู้ถามทั่วไป ถามได้ ๒ ครั้งนะครับ เชิญนายแพทย์จาตุรงค์ครับ🔗
กราบขอบคุณท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร และท่านรัฐมนตรีอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ก็นำเรียนว่าทางหลวง ๒๒๑ ที่จากศรีสะเกษ ถึงกันทรลักษ์ ประชาชนเรียกร้องว่าอย่างน้อยขอให้ได้เร่งทำเพราะว่าตามที่ท่านบอกเข้าแผน ถ้าจะเป็นไปได้ก็กรุณาดูว่ามีประชาชนจำนวนมากจริง ๆ ตามเฟส (Phase) ที่ผมเล่าให้ฟังว่า ศรีสะเกษ-พยุห์ พยุห์-ศรีรัตนะ ศรีรัตนะ-แยกการช่าง แยกการช่างถึงบ้านผือ แล้วก็บ้านผือ ไปภูมิซรอล แล้วก็ภูมิซรอลไปถึงบนเขาพระวิหาร🔗
ข้อที่ ๒ ที่ผมนำเรียนคือเมื่อ ๔-๕ วันที่แล้วฝนตกหนักน้ำท่วมถนน ๒ เส้นนี้ ก็คือเส้น ๒๐๘๕ ใกล้ ๆ กันที่จะทำทางเลี่ยงเมืองที่ผมเรียนรัฐมนตรีว่าจากบ้านคล้อเกษศิริ ตรงนั้นน้ำท่วมเจิงเลยพอดีแล้วก็สัญจรไม่ได้ เพราะว่าตอนนั้นท่อระบายน้ำมันไม่พอ ต้องฝากดู แล้วก็อีกจุดหนึ่งคือเส้น ๒๒๑ ตรงบ้านกระบี่ตรงข้ามวัดกระบี่ ตรงโรงเรียนแถวนั้น ก็ท่วมเจิงไปหมดเลย ๒ จุดนี้เป็นจุดที่ต่ำแหล่งรับน้ำ ก็ขออนุญาตให้ทางรัฐมนตรีได้กำชับให้ หน่วยราชการเร่งวางท่อเพื่อระบายน้ำ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมถามไว้เมื่อสมัยประชุมปีที่แล้วคือเรื่องของสะพานข้ามแยก การช่าง ก็ขอติดตามฝากท่านรัฐมนตรีท่านได้ตอบไปแล้วว่าเรามีแยกบ้านจานไปแล้ว เส้นใหญ่ตอนนี้แยกการช่างซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลักตรงนั้นมีตลาดนัดโคกระบือ มีเส้นทางที่จะ ไปหน่วยราชการเยอะแยะ ติดตามว่าทำไปถึงไหนแล้ว สำรวจออกแบบจะเข้าแผนปีไหน และท้ายที่สุดที่ผมเกริ่นไปตั้งแต่แรกก็คือทางเลี่ยงเมือง ๒๕ กิโลเมตรที่วนรอบเป็นลักษณะ เป็นลูป (Loop) แล้วมาจบกันตรงนี้ ชาวกันทรลักษ์ ชาวศรีสะเกษอยากได้มากจริง ๆ เพราะมัน เป็นหัวใจหลักรถไม่ติดแล้วก็จะเป็นระบาย แล้วสินค้าเกษตรตลอดจนการท่องเที่ยวจะได้ ดูแลนะครับ ต้องฝากว่าถ้าท่านมีข้อมูลที่จะได้นำเรียนผมจะได้แจ้งไปยังพี่น้องประชาชน วันนี้เข้าตรวจดูกับพวกเราว่าเราได้เห็นการขยับในการสำรวจออกแบบทางเลี่ยงเมือง เพราะมัน มีจุดหนึ่งที่กรมทางหลวงโดยทางหลวงชนบททำสะพานข้ามห้วยขะยุงไปตรงบ้านผือ ถ้าเรา สามารถใช้ลูป (Loop) ตรงนี้ได้ก็ข้ามสะพานตรงนี้ได้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะว่าเรา จะได้ใช้ร่วมกัน ท้ายที่สุดนี้ก็ขอบคุณทั้งท่านประธานสภา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ แล้วก็คณะของกรมทางหลวงที่จะ ดูแลพี่น้อง ต้องขอบคุณว่าท่านได้ให้ความห่วงใย แล้วก็ต้องเป็นสื่อกลางที่ผมจะส่งไปยัง พี่น้องประชาชนที่เขารอฟัง แล้วก็รอรับการแก้ไขต่อไป ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีจะตอบ เชิญครับ🔗
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานก็สั้น ๆ นะครับ🔗
ประเด็นแรก ที่ท่านฝากความห่วงใยในเรื่อง ๒ จุดที่มีน้ำท่วมขัง เดี๋ยวผมก็จะ ประสานไปยังกรมทางหลวง แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าลองดูให้ ๑. แก้ไขเบื้องต้นในการ เฉพาะหน้าจะทำอย่างไรได้ก่อน แล้วก็ในการแก้ไขระยะยาวก็คงต้องมีร่วมกันออกแบบว่า เราจะวางท่อกันในลักษณะไหน แล้วก็จะรีบบรรจุเข้าแผนของกรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร็วที่สุด🔗
ส่วนในเรื่องของทางเลี่ยงเมืองกันทรลักษ์ อันนี้ก็ต้องกราบเรียนว่าจริง ๆ อยู่ในแผนของกระทรวงอยู่แล้ว ก็กำลังดำเนินการอยู่ เดี๋ยวผมก็จะเป็นอีกแรงหนึ่งในการช่วย เร่งรัดติดตาม ก็เหมือนกันครับต้องกราบเรียนท่านว่าคงไม่สามารถทำทีเดียว ๒๕ กิโลเมตร ได้ในปีเดียว ทางกรมก็จะทยอยทำเป็นช่วง ๆ เป็นตอน ๆ ไป อย่างไรทางกระทรวงคมนาคม ทางรัฐบาลเองก็ได้คำนึงถึงพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ แล้วก็ผู้ใช้รถใช้ถนนทุก ๆ คน อย่างไร ก็จะพยายามจุดไหนที่มันยังเป็นจุดบกพร่อง ก็ขอบคุณในการที่ท่านนำข้อมูลมาให้เราช่วยใน การไปทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในการให้ข้อมูลวันนี้แล้วผมก็จะรับข้อสังเกต ข้อแนะนำของท่านไปประสานหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็เร่งดำเนินการติดตามให้เป็นไปตามแผนต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบพระคุณคุณหมอ และขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ เราจบวาระกระทู้นะครับ สำหรับระเบียบวาระที่ ๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ท่านสมาชิกครับ สำหรับกระทู้ถามแยกเฉพาะได้ดำเนินการถามและตอบ ที่ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะบริเวณชั้น ๑ แล้วนะครับ🔗
ที่ประชุมครับ ขณะนี้ห้องประชุมใหญ่ก็ได้มีการเปิดประชุมและได้ดำเนินการตามระเบียบวาระการประชุมแล้ว ส่วนห้องประชุมกระทู้แยกเฉพาะเราก็จะได้มีการดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไป🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ก่อนที่จะมีการถามกระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ ผมขออนุญาตแจ้งข้อบังคับ เกี่ยวกับการประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะให้ทั้งท่านสมาชิก ท่านรัฐมนตรีได้ทราบว่ากระทู้ ถามแยกเฉพาะเราใช้เวลาถามตอบกันแค่ ๒๐ นาทีนะครับ คือถามได้ตอบได้ฝ่ายละ ๒ ครั้ง ถ้าจะถามครั้งที่ ๓ ได้ต้องให้ประธานอนุญาต แล้วก็เป็นเรื่องที่คิดว่ายังมีความจำเป็น ยังพูด ไม่หมดประเด็น ยังตอบไม่หมดประเด็นอย่างนี้ประธานก็อนุญาตเป็นเรื่อง ๆ ไป ถ้าปกติก็คือ ได้ฝ่ายละ ๑๐ นาที ฉะนั้นการถามหรือการตอบก็ต้องเข้าสู่ประเด็นทันทีเลยนะครับ🔗
ต่อไปผมขอเรียนที่ประชุมทราบว่า เพื่อประโยชน์ในการถามและตอบกระทู้ ถามของผู้ตั้งกระทู้ถามและของท่านรัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับการถามตอบกระทู้แยกเฉพาะ เป็นดังนี้🔗
ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๑๒ ของท่าน ส.ส. ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ตามระเบียบวาระที่ ๑.๓.๒🔗
ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๑๓ ของพลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตามระเบียบวาระที่ ๑.๓.๓🔗
ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๐๑ ของท่าน ส.ส. นริศ ขำนุรักษ์ ตามระเบียบวาระที่ ๑.๓.๑🔗
ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๑๔ ของพลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตามระเบียบวาระที่ ๑.๓.๔🔗
ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยะเฉพาะที่ ๔๑๖ ของท่าน ส.ส. เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ตามระเบียบวาระที่ ๑.๓.๕🔗
ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๑๗ ของท่าน ส.ส. จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ตามระเบียบวาระที่ ๑.๓.๖🔗
เพื่อที่ให้มันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้ตั้งกระทู้ถามไม่ขัดข้องนะครับ ถ้าทุกท่านไม่ขัดข้องก็ไประเบียบวาระ ๑.๓.๒ เลยนะครับ🔗
๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๔๑๒ เรื่อง ปัญหาการผูกขาดอาชญาบัตร สำรวจแร่ในพื้นที่ภาคใต้ (นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม🔗
เพื่อให้การนี้ เป็นประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการสอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือคุณนิรันดร์ ยิ่งมหิศรานนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และการเหมืองแร่ ขณะนี้ทั้งผู้ถามและผู้ตอบพร้อมแล้ว ผมขอเชิญท่าน ส.ส. ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ได้ถามเลยครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรค อนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขออนุญาตตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งตอนแรกผมไม่เคยคาดว่าจะได้เจอท่านรัฐมนตรี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เพราะว่าก่อนหน้าตั้งรัฐบาลท่านก็ไปออกสื่อว่าท่านจะไม่เป็นรัฐมนตรี แต่ปรากฏว่าวันนี้ก็มาเจอท่านก็ไม่เป็นไรดีครับ เพราะนามสกุลท่านนามสกุลเดียวกับ อดีตหัวหน้าพรรคผม ทีนี้ก่อนเข้าคำถามที่เป็นที่จี้จุดสำคัญมันต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริง ที่มาที่ไปของคำถามของปัญหาว่ามันมีที่มาที่ไปของปัญหาอย่างไร ซึ่งไม่ใช่การอภิปราย เลยนะครับ เพราะว่าเป็นที่ทราบกันดีอยู่ทั่วไปกรณีของการมีอาชญาบัตรสำรวจแร่ในพื้นที่ ภาคใต้ หรือการทำเหมืองแร่ หรือว่าระเบิดหินตามความเข้าใจของชาวบ้านทั่วไป ซึ่งมีปัญหา ของการต่อสู้เรียกร้องของพี่น้องประชาชนที่มีความกังวล ที่มีความไม่เข้าใจ ที่มีข้อสงสัย กับหน่วยงานราชการว่าพื้นที่ดังกล่าวกระทบกับวิถีชีวิตของเขา กระทบกับมลภาวะอากาศ เป็นพิษ กระทบกับแหล่งน้ำที่เขาใช้ กระทบกับการระเบิดหินนะครับ ทีนี้ท่านรัฐมนตรีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ทราบข่าวสารการเข้าพื้นที่ ท่านได้เข้าพื้นที่ที่ประชาชนลุกขึ้นมาต่อสู้ ต่อต้าน สัมปทานระเบิดเหมืองหิน หรืออาชญาบัตรเหมืองหินภาคใต้หรือไม่อย่างไรท่านจดประเด็น ด้วยนะครับ คือการถามผมเข้าใจว่าถามได้ ๑ ครั้ง และหลายคำถาม เพราะฉะนั้นท่านช่วย จดประเด็นแล้วก็ตอบไปด้วยนะครับ ทีนี้ถ้าท่านรู้🔗
ท่านถามได้ ๒ ครั้ง หลายคำถามก็ได้ครับ🔗
ถามได้ ๒ ครั้ง แต่ว่าได้ หลายคำถาม เพราะฉะนั้นถ้าท่านรู้ท่านไปหรือไม่ เข้าพื้นที่ไหม ถ้ารู้แล้วทำอะไรต่อ ถ้าไม่รู้ ก็แสดงว่าท่านมีมหาอุดหรือมีคาถาอะไรดีนะครับ ผมก็อยากขอใช้บ้าง ทีนี้ประเด็นพื้นที่ หลายพื้นที่ภาคใต้มีเยอะครับ ที่จังหวัดตรังบ้านท่านประธานชวนที่ห้วยยอด ที่อำเภอ ปะเหลียน ที่พี่น้องออกมาต่อสู้เรียกร้องที่ตำบลปากแจ่ม ตำบลลิพัง ที่ประชาชนคัดค้าน ที่เขาถ้ำแรดที่ห้วยยอด คือภาคใต้เป็นพื้นที่แหล่งโบราณคดี โบราณวัตถุ ที่จังหวัดกระบี่ ถ้ำมโนราห์ อ่าวลึก ตำบลอ่าวลึกน้อย ที่เขาต่อ ปลายพระยา ที่ทับปริก เมืองกระบี่ ที่หน้าเขา เขาพนม ที่ดินแดง อำเภอลำทับ ที่ดินอุดม อำเภอลำทับ ที่สตูลนี้ดังหน่อยครับ ที่ผาโต๊ะโร๊ะ จังหวัดสตูล ซึ่งสตูลเป็นอุทยานธรณีโลก ที่ตำบลป่าแก่บ่อหิน อำเภอทุ่งหว้า สตูล และที่ ดังที่สุดก็คือที่เขาโต๊ะกรัง อำเภอควนโดน สตูล หรือแม้กระทั่งที่จังหวัดระนองที่หัวหน้าพรรค ท่านหนึ่งไปเป็นเขยระนองที่ตำบลในวงเหนือ ในวงใต้ ซึ่งพี่น้องมีความกังวลว่าตอนนี้ แผนแม่บทแร่ของกระทรวงอุตสาหกรรมมันมีที่มาที่ไปอย่างไร ทำไมถึงไม่มีการตั้งเรื่องของ การประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ หรือเอชอีเอ (HEA) มีการทำหรือไม่ อย่างไร กรณีที่ หมดอายุสัมปทานแล้วเจ้าของสัมปทานนี้ทำตัวเป็นเจ้าของครับ แล้วไปต่ออายุด้วยอ้างว่า รอต่ออายุนะครับ แล้วก็ที่สำคัญคืออยู่ในแหล่งโบราณคดี โบราณวัตถุ และกรมศิลปากร มีส่วนเกี่ยวข้องเยอะมาก จริง ๆ แล้วกฎหมายการระเบิดเหมืองหินต่าง ๆ กรมอนามัย กรมควบคุมมลพิษ กรมป่าไม้ กรมอุทยาน กรมอนามัย กรมควบคุมโรค อบต. เทศบาล เยอะไปหมดที่เกี่ยวข้องนะครับ หน่วยงานของอื่น ๆ แต่ว่าอุตสาหกรรมจังหวัดกับกรม อุตสาหกรรมและการเหมืองแร่เป็นเจ้าภาพหลักเบื้องต้น ตอนนี้ท่านทำอะไรไปถึงไหน แล้วอย่างไร โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในแหล่งโบราณคดี โบราณวัตถุ เพราะฉะนั้นการประกาศ ของกระทรวงอุตสาหกรรมอีกอันหนึ่งนะครับ ง่าย ๆ ที่สามารถแก้ไขเกณฑ์การรับฟัง ความคิดเห็นชุมชนในพื้นที่ขอประทานบัตร ปี ๒๕๖๑ ท่านใดแก้ได้หรือเปล่า ทำหรือไม่ อย่างไรนะครับ ซึ่งพื้นที่สัมปทานบัตรเหมืองแร่ หรือว่าการผูกขาดอาชญาบัตรนี่มันมีข้อมูล ข้อเท็จจริงว่ามีคนเดียวแล้วก็ไปขอหลายพื้นที่ด้วย ท่านประธานช่วยตอบด้วยนะครับว่า ทำไมมีอาศัยสิทธิอะไร แล้วก็ข้อเท็จจริงก็คือว่าในหลายพื้นที่ไม่ได้รับการยอมรับจากพี่น้อง ประชาชน สร้างปัญหา ทำลายแหล่งน้ำ เกิดเสียงดังเยอะแยะ แล้วก็อย่างที่จังหวัดสงขลา ที่อำเภอรัตภูมิก็ปรากฏว่าก็ยังคาราคาซังกันอยู่ พี่น้องประชาชนก็มีการต่อสู้เรียกร้องกันอยู่ ที่สำคัญผมคิดว่าการทำลายโบราณคดี โบราณวัตถุ ซึ่งประเมินค่าไม่ได้ และอยู่ในเงื่อนไขที่ ดีเอสไอ (DSI) สามารถไปสอบสวนได้ ผมก็เป็นห่วงข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมว่าระวัง ถ้าเข้าด้วยช่วยเหลือกันเมื่อไรก็จะมีปัญหา เพราะฉะนั้นคำถามต่อมาก็คือว่ากระทรวง อุตสาหกรรมจะปล่อยให้กรณีผูกขาดอาชญาบัตรสำรวจแร่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ ดำเนินต่อไปหรือไม่ อย่างไร มีรายละเอียดช่วยแจ้งด้วยครับ ท่านอาจจะตอบไม่หมดในช่วง ๑๐ นาที ตอบเป็นหนังสือกับผมก็ได้ หรือว่าท่านชวนผมไปนั่งคุยบ้างครับ ในฐานะที่ นามสกุลท่านกับนามสกุลอดีตหัวหน้าพรรคผมรักกันมาก และผมมาเป็น ส.ส. ได้ก็เพราะ ท่านนั่นล่ะครับ ท่านหัวหน้าเอกของผม ก็เป็นช่วงของคำถามครั้งที่ ๑ ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ที่จริงท่าน ประเสริฐพงษ์ถามดีมากนะครับ แต่ว่าแวะข้างทางบ่อยนิดหนึ่งแค่นั้นล่ะก็เลยเปลืองเวลา ก่อนที่ท่านรัฐมนตรีจะตอบนะครับ เดี๋ยวผมขออนุญาตแจ้งนิดหนึ่งว่าเนื่องจากท่าน ส.ส. ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ท่านได้ขออนุญาตนำผู้ช่วย ส.ส. ของท่านคือท่านธิวัชร์ ดำแก้ว เข้าร่วมฟังการประชุมด้วยนะครับ เพื่อจะบันทึกไว้ในที่ประชุม ประธานอนุญาตนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม จะขอตอบกระทู้ถามของท่านประเสริฐพงษ์ดังต่อไปนี้นะครับ ทางกระทรวง อุตสาหกรรมให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องสิ่งแวดล้อมนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของ การอนุญาตให้ทำเหมือง จะมีขั้นตอนที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่าการที่จะอนุญาต ไปแล้วนั้นจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร ถ้ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือมีการ ร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมนั้นถ้าไม่มีข้อมูลชัดเจนเราจะไม่ อนุญาตเป็นอันขาด อันนี้ขอยืนยันนะครับ ผมได้ให้นโยบายกับทางอธิบดีกรมอุตสาหกรรม พื้นฐานและการเหมืองแร่ ซึ่งท่านก็ได้ปฏิบัติตามสิ่งที่ผมกำชับไว้เป็นอย่างดีนะครับ สำหรับ เรื่องที่บอกจะมีการผูกขาดในพื้นที่เรื่องของการผูกขาดให้กับสัมปทานกับรายใดรายหนึ่ง ทางกระทรวงอุตสาหกรรมขอให้ละเอียดเพื่อท่านเข้าใจดังนี้นะครับ🔗
การสำรวจแร่เป็นการรวบรวมและประมวลผลข้อมูลทางด้านทรัพยากรแร่ เพื่อให้รู้ว่าในพื้นที่ที่มีแร่อยู่หรือไม่เพียงใด ซึ่งการสำรวจแร่ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้แบ่งเป็น ๓ ประเภท ได้แก่ อาชญาบัตรสำรวจแร่ อาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ และอาชญาบัตรพิเศษ นี่คือมี ๓ ประเภท ลำดับ ๒ หากผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตสำรวจแร่ และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง การขอและออกอาชญาบัตรและ ประทานบัตร พ.ศ. ๒๕๖๔ ก็สามารถดำเนินการยื่นขออาชญาบัตรได้ ทั้งนี้การยื่นคำขอ อาชญาบัตรข้างต้นเป็นเพียงการขอสิทธิในการสำรวจแร่ ซึ่งมิได้หมายความว่าจะพบแร่ ที่คุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ และมิได้มีข้อผูกพันถึงสิทธิในการได้รับประทานบัตรเพื่อการทำ เหมืองแร่แต่อย่างใด เนื่องจากยังมีขั้นตอนการขออนุญาตและขั้นตอนการพิจารณาจาก หน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามขั้นตอนของกฎหมายด้วย อีกทั้งการเข้าพื้นที่เพื่อสำรวจแร่จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่ก่อน ๓. ปัจจุบัน ในพื้นที่ภาคใต้มีอาชญาบัตรที่ได้รับอนุญาตและมีอายุรวมทั้งสิ้นจำนวน ๒๔ แปลง สำรวจ ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ สตูล ตรัง และสงขลา สำหรับในพื้นที่จังหวัดกระบี่ สตูล และสงขลา ตามที่มีการร้องเรียนนั้นมีจำนวนอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่จำนวน ๓ แปลง อยู่ในพื้นที่ จังหวัดกระบี่ ๒ แปลง และจังหวัดสงขลา ๑ แปลง สำหรับพื้นที่ในจังหวัดกระบี่นั้นเรา ให้สัมปทานในการสำรวจเพียง ๒ ปีเท่านั้น แล้วก็ในสิ้นเดือนตุลาคม ๒๕๖๕ ก็สิ้นสุดการที่ จะให้สำรวจแร่ได้นะครับ สำหรับที่จังหวัดสงขลาสิ้นปี ๒๕๖๖ ก็จะหมดอายุ เพราะฉะนั้น จะเห็นว่าเราให้ระยะเวลาสั้นมาก เพราะฉะนั้นที่บอกจะมีการผูกขาดนั้นมันไม่ใช่ผูกขาดเลย เพราะเราได้ใช้เวลาสั้นมาก สำหรับประเด็นสำคัญหนึ่งที่ท่านบอกว่ามันมีแหล่งโบราณสถาน ต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการอนุรักษ์ไว้นะครับ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมเวลาถ้าจะมีการ ให้ไประเบิดทำหินอะไรต่าง ๆ เขาจะต้องวัดพื้นที่ วัดระยะว่าห่างเท่าไร การที่เราไประเบิด แล้วมันจะไปกระทบถึงโบราณสถานเหล่านั้นหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงอุตสาหกรรม ให้ความสำคัญมาก ซึ่งที่ผ่านมาพอมีการพูดร้องเรียนกันมาแล้วไปดูจริง ๆ มันห่างจากพื้นที่ เพราะเรามีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ว่าเวลาระเบิดใช้ตัวระเบิดเท่านี้กรัม มันจะไปถึงจะมีระยะ กระเทือนไปกี่กิโลเมตรนะครับ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญตรงนั้นอยู่ครับ ฉะนั้นผมขอจบคำถามนี้นะครับ🔗
ท่านประเสริฐพงษ์ ถามครั้งที่ ๒ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผมยังไม่ได้คำตอบว่าท่านไปพื้นที่บ้างแล้วหรือยัง เวลาได้ทราบข่าวจากสื่อมวลชนทั่วไปว่า ท่านเข้าพื้นที่บ้างไหม ไปดูบ้างไหมนะครับ ชวนท่านอธิบดีไปเลยครับ ไปเที่ยวบ้านผมบ้าง ก็ได้นะครับ ทีนี้ที่กระบี่ท่านบอกว่ามีการวัดระยะกระทบให้ความสำคัญมากนี่ผมดีใจ ทีนี้ ยกตัวอย่างความล้มเหลวของกระทรวงนี้นะครับ ที่กระบี่มีการฟ้องร้องสู้คดีกัน ๒๐ ปี ท่านประธานและประชาชนรวมตัวกันฟ้องร้องแล้วชนะคดีด้วย จนบริษัทเจ้าของสัมปทาน ตายไปแล้ว แล้วกระทรวงอุตสาหกรรมแทบจะไม่ได้ให้ความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนที่จะ ปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติเลย ที่บ้านอำเภอเมืองกระบี่ ตำบลทับปริก อันนี้ ยกตัวอย่างนะครับ แล้วก็ยังมีพื้นที่กระบี่อำเภอลำทับ พอประสานกับกรมศิลปากรหรือ ประสานกับประชาชนในพื้นที่เขาก็แสดงหลักฐานว่าพื้นที่ที่คุณกำลังจะให้สัมปทานระเบิดหิน ปรากฏว่าอยู่ในเขตไปเจอแหล่งโบราณคดี ไปเจอซากกระดูก ไปเจอโน่นนี่นั่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ ต้องอนุรักษ์ไว้ แต่ก็ยังดึงดันไปว่าจ้างบริษัท หรือว่าบริษัทที่พยายามจะไปขอสัมปทาน กระทรวงอุตสาหกรรม ไปทำประชาพิจารณ์ ไปขอความเห็นชาวบ้าน ไปวิ่งเต้น อบต. ไปวิ่งเต้นหน่วยงานท้องถิ่น ไม่รู้ว่ามีกล้วยไปแจกด้วยหรือเปล่า กรณีแบบนี้ที่ผมกังวล ผมเข้าใจว่าถ้าท่านรัฐมนตรีจริงใจให้ความสำคัญจริงไปดูพื้นที่กัน เพราะว่าพื้นที่หลายพื้นที่ ที่ผมกล่าวถึงยังมีปัญหาคาราคาใจของพี่น้องประชาชน ท่านทราบไหมว่ากรรมาธิการวิสามัญ สภาที่ศึกษาเรื่องเหมืองแร่ ผมไม่รู้ว่าท่านรัฐมนตรีอ่านหรือยังนะครับ มีรายงานแล้วยังไม่ เข้าสภา ท่านไปเอามาอ่านได้เลยครับ ผมพกมาเดี๋ยวให้ท่านก่อนก็ได้ เจอปัญหาเยอะแยะ เพราะฉะนั้นเรื่องของการระเบิดเหมืองหินเป็นสิ่งสำคัญ พ.ร.บ. แร่ปี ๒๕๖๐ ผมก็ไปอ่านมา ว่าพื้นที่หลายพื้นที่ถ้าจะไปขอจะต้องไม่ใช่พื้นที่เขตอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพราะว่ามี พ.ร.บ. หลาย พ.ร.บ. ควบคุม เขตโบราณสถานมีกฎหมายข้ามนะครับ เขตปลอดภัย ความมั่นคง เป็นแหล่งต้นน้ำ ทีนี้ปรากฏว่ามีการอนุมัติยุทธศาสตร์ชาติปี ๒๕๖๑ ในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ไปขัดกับ พ.ร.บ. แร่ เกิดขึ้นนะครับ ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนเขาก็สงสัย แล้วก็ เรื่องของเอชอีเอ (HEA) ท่านช่วยตอบผมด้วยว่าเงื่อนไขของกรมเวลาให้สัมปทานท่านต้อง ระบุในเงื่อนไขว่าต้องประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ด้วย และตอนนี้ที่จังหวัดกระบี่ มีข้อเรียกร้องว่าแผนแม่บทแร่ของกระทรวงตอนนี้จะไปยกพื้นที่ ๔ อำเภอให้กับบริษัทเอกชน แน่นอนครับ ท่านไม่รู้เพราะว่าท่านไม่ได้ตอบแสดงว่าถ้าไม่ได้เข้าพื้นที่ เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญ ประชาชนเขาเรียกร้องครับ เพราะฉะนั้นอยากให้ท่านรัฐมนตรียืนยันว่าสิ่งที่ท่านยังไม่ได้ทำ แล้วท่านก็ได้คำถามผมแล้วเราไปดูด้วยกันก็ได้จะได้ไปช่วยแก้ปัญหานะครับ ผมก็จะได้ ไม่ต้องมาเอ่ยชื่อกระแนะกระแหนท่านอีก เราก็ช่วยแก้ปัญหาของประเทศชาติกัน อยากให้ ท่านช่วยตอบหน่อยว่าเว็บไซต์ (Website) กรมอุตสาหกรรมและการเหมืองแร่นี่เปิดดูก็ดี ครับเปิดเผย แต่ว่ายังมีข้อบกพร่องว่าอยู่ระหว่างการขอนี่ไม่บอกครับ บ้านท่านประธานชวน ผมไปเจอมาอยู่ระหว่างการขอแต่ไม่ขึ้นเว็บไซต์ (Website) มีบอกแค่เริ่มต้นหมดอายุ เว็บไซต์ (Website) ก็ดีนะครับ เปิดเผยโปร่งใสดีแต่ยังมีข้อบกพร่อง ท่านจะแก้ไขปัญหานี้ ได้อย่างไร แล้วก็กระทรวงอุตสาหกรรมมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาการผูกขาดว่าเมื่อสักครู่ ท่านก็ตอบไปเบื้องต้นว่าแนวทาง ผมอยากได้รายละเอียดในเชิงลึกสักนิดท่านรัฐมนตรีว่า ท่านจะตอบเรื่องของปัญหาเอกชนที่หมดเวลาแล้วเขาอยู่ต่อ เขาทำตัวเป็นเจ้าของ ท่านจะแก้ อย่างไร ท่านควรจะเรียกเขามาได้ไหมว่ามันหมดอายุแล้ว มันต้องคืนกลับให้เป็นสาธารณสมบัติ ของแผ่นดินนะครับ ขอช่วยตอบคำถามครั้งที่ ๒ ของผมด้วยครับ ท่านประธานขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗
ท่านประธานครับ ที่ทางท่านสมาชิกที่ตั้งกระทู้ถามว่าผมไปลงพื้นที่บ้างหรือเปล่านะครับ คือผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ตรงไหนที่มีความจำเป็นผมก็พยายาม ไปตรวจไปทั่วนะครับ แต่สำหรับกรณีอยากให้ทราบว่าทางกระทรวงอุตสาหกรรมนั้นเรามี อุตสาหกรรมจังหวัดอยู่ในพื้นที่ทำหน้าที่ตรงนี้อยู่แล้วนะครับ สำหรับประเด็นที่ทางท่าน ประเสริฐพงษ์พยายามจะพูดเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าถ้าท่านอยากจะทราบ หรืออยากจะต้องการแก้ไขปัญหาจริง ๆ ที่พูดมาวันนี้ในหลายประเด็นเลย จริง ๆ ท่าน สามารถทำหนังสือมาที่ผมได้เลยว่ามันมีประเด็นต่าง ๆ ที่ท่านเป็นห่วงเป็นใย แต่ผมดูรู้สึกว่า ที่ท่านกระแนะกระแหนผมมาท่านไม่ได้ตั้งใจที่จะแก้ปัญหาจริง ๆ แต่เป็นปัญหาเรื่อง พยายามจะมาทำให้เป็นปัญหาทางการเมือง ผมมองอย่างนั้นนะครับ ถ้าต้องการแก้ปัญหา จริง ๆ ท่านสามารถทำเรื่องมาที่ผม แล้วผมจะลงไปดูทุกเรื่องที่ท่านต้องการอยากจะแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน สำหรับเรื่องผูกขาดผมก็ได้ยืนยันอยู่แล้วว่ากระทรวง อุตสาหกรรมนั้นเราไม่มี ผมก็ให้ข้อมูลในแต่ละจังหวัดนะครับว่าการสำรวจนั้นเพียงแค่เวลา ๒ ปี อายุสั้นมากมันจะไปผูกขาดได้อย่างไรครับ แล้ว ๒ พื้นที่ ผมก็ได้อธิบายไปแล้วนะครับ ผมก็ขอชี้แจงตามนี้นะครับ🔗
ท่านประเสริฐพงษ์ ยังมีอะไรข้องใจไหมครับ ให้เวลาอีกนิดหน่อย🔗
ก็ยังมาเวลาเหลือครับ แล้วก็ขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ผมคิดว่าในเชิงของการทำงานการเมืองแน่นอน ผมอยู่สภาผมก็ต้องถามรัฐมนตรี แล้วก็เป็นช่องทางตามระเบียบข้อกฎหมายที่เปิดช่อง ผมจะ ไปไล่บี้อุตสาหกรรมจังหวัดพี่น้องประชาชนก็ไปร้องเรียน แล้วผมก็เคยหารือและเคยพูด ในสภานะครับ เพราะฉะนั้นการใช้สิทธิของผมก็กระเซ้าเย้าแหย่กันบ้างนะครับท่านรัฐมนตรี เพราะว่าเราก็ต้องการลดช่องว่างการใช้กระทู้ห้องเฉพาะก็เพื่อความใกล้ชิด ผมคิดว่า เรื่องแบบนี้เราเห็นปัญหาร่วมกัน ผมคิดว่าผมเป็นตัวกระตุ้นให้ท่านทำงาน ผมคิดว่าผม เอาประเด็นปัญหาของพี่น้องชาวบ้านพี่น้องประชาชนหลายจังหวัดของภาคใต้มาพูด มาสะท้อน นี่คือหน้าที่ของ ส.ส. ครับ และแม้จะไม่ได้คำตอบเป็นที่น่าพอใจ หรือตอบได้หมด ทุกประเด็น แต่ก็ยินดีแล้วก็ดีใจที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าให้ทำหนังสือมาเดี๋ยวท่านจะไป เดี๋ยวผมทำแน่นอนครับท่านประธาน แล้วก็จะได้ช่วยกันดูปัญหาพี่น้องประชาชนในพื้นที่ พี่น้องจะได้หายกังวล หายสงสัย แล้วก็การใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชนจะได้อยู่บนพื้นฐาน ของความปลอดภัย และที่สำคัญครับ ผมก็คงต้องเรียกร้องท่านรัฐมนตรีให้กำชับไปที่ อุตสาหกรรมจังหวัดภาคใต้ทั้งหมดผ่านท่านอธิบดีซึ่งเป็นคนใต้นะครับ ก็ช่วยดูนิดหนึ่งว่า วิธีคิดของบรรดาข้าราชการส่วนภูมิภาคเขามองข้ามกระบวนการมีส่วนร่วมของภาค ประชาชน และความเข้มแข็งของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะทางภาคใต้องค์กรท้องถิ่นครับ ก็ขอขอบพระคุณท่านประธาน แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีอีกครั้งครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบชี้แจงอีกครั้งก็ได้ครับ🔗
ผมคิดว่า ผมมาทำงานทางการเมืองก็อยากจะตั้งเป้าหมายสำคัญคือการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะทางภาคอุตสาหกรรม ซึ่งผมในอดีตนั้นก็เคยทำอยู่ภาคอุตสาหกรรมมาก่อน แล้วก็ เห็นปัญหาที่ทางหน่วยราชการเองไม่ได้ใส่ใจกับทางผู้ประกอบการในอดีต เพราะผมมาตรงนี้ ผมก็ต้องการจะเข้ามาแก้ปัญหาให้กับทางภาคอุตสาหกรรม ภาคประชาชน เพราะฉะนั้น ผมคิดว่ามันเป็นจุดประสงค์ร่วมกันกับท่านประเสริฐพงษ์ เพราะฉะนั้นวันไหนผมจะลงไป พื้นที่กับท่านเพื่อจะไปแก้ปัญหาให้ท่านครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ก็ถือว่า ห้องกระทู้แยกเฉพาะของพวกเรานี่เรียกว่าเป็นการช่วยแก้ปัญหาเฉพาะจุด เฉพาะที่ ได้ประโยชน์ดียิ่งเลยสำหรับพี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่ ฉะนั้นวันนี้ก็ต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมคือท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่กรุณา ได้ให้เกียรติกับห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ขอกราบขอบพระคุณครับ ก็ถือว่าเป็น การจบกรกะทู้ถามในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๑๒ เรื่องปัญหาการผูกขาดอาชญาบัตร สำหรับสำรวจแร่ในพื้นที่ภาคใต้ของท่าน ส.ส. ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ นะครับ ต่อไปจะเป็น ระเบียบวาระ🔗
๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๔๑๓ เรื่อง ขอทราบผลการดำเนินการ ตามกิจกรรมปฏิรูปประเทศที่ ๕ ด้านกระบวนการยุติธรรมในแผนปฏิรูปประเทศ (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบ🔗
ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคือท่านรัฐมนตรีอนุชา นาคาศัย เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้ อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะคือพันตำรวจเอกหญิง วรวรรณ หวลมานพ ผู้กำกับฝ่ายอำนวยการสำนักงาน กฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะนี้ทั้งผู้ถามและผู้ตอบได้อยู่ในห้องประชุม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมจึงขอเชิญท่านพลตำรวจตรี สุพิศาล ได้ถาม เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธาน ที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมจะถามตามกระทู้โดยอ่านกระทู้ให้ครบก่อน แล้วก็ จะถามข้อที่ ๑ กราบเรียนท่านประธานครับ กระทู้ผมเป็นกระทู้เรื่อง ขอทราบผล การดำเนินการตามกิจการปฏิรูปประเทศที่ ๕ ด้านกระบวนการยุติธรรม ในแผนปฏิรูป ประเทศ ในเนื้อหาคือในรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๑๓ ด้านกระบวนการยุติธรรม กิจการปฏิรูป ประเทศที่ ๕ การบันทึกภาพและเสียงในการตรวจค้น จับกุม และสอบสวนปากคำในการ สอบสวน มีหน่วยงานรับผิดชอบหลักคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำหนดเป้าหมาย มาตรการความคุ้มครองผู้ต้องหา และจำเลยเพื่อให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างมี ประสิทธิภาพอย่างยิ่ง และมีตัวชี้วัด ๑. ระดับความพึงพอใจของผู้เสียหาย พยาน ผู้ต้องหา จำเลย ต่อการดำเนินการการคุ้มครองสิทธิของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม ๒. ร้อยละของการร้องเรียนของผู้เสียหาย พยาน ผู้ต้องหา จำเลย ต่อการได้รับการปฏิบัติ ที่เหมาะสม สิทธิมนุษยชนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติ ได้ลงนามคำสั่ง ตร. ที่ ๑๗๘/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๔ เพื่อดำเนินการ จัดหาระบบและอุปกรณ์รับรองการปฏิบัติงานแล้วนั้น ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ🔗
จึงขอเรียนสอบถาม ในประเด็นเรื่องของปัญหาเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ🔗
คำถามที่ ๑ ที่จะถามนั้นก็เป็นเรื่องของตัวพนักงานสอบสวนซึ่งเกี่ยวข้องกับ การที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะใช้ในเรื่องของการที่จะสอบสวนคดี สำนักงานตำรวจ แห่งชาติกำลังมีพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติที่กำลังจะออกในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งจะรวม งานสอบสวนและสืบสวนเข้าด้วยกัน ซึ่งเขาเรียกว่า กลุ่มงานสืบสวนและสอบสวน ซึ่งเป็นไป ตามที่สภาเราได้นำเสนอและมีการผ่านวาระสามไปแล้ว ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายปฏิรูป ที่รัฐบาลกำหนดในแผนปฏิรูป ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปแต่ก็ยังไม่ครบถ้วน แต่ถือว่า ได้เนื้องานที่สำคัญคือกลุ่มงานสืบสวนสอบสวนที่เป็นการทำลายให้งานของงานสืบสวน พนักงานสอบสวนโดยมีพนักงานสืบสวนเข้ามามีส่วนร่วมและมีทีมงาน และจะต้องกำหนด ความเจริญเติบโตนี้ให้เท่าเทียมกันในองค์กรนั้นทั้ง ๑,๔๘๔ สถานีทั่วประเทศ ซึ่งในการ บริหารงานสืบสวนและสอบสวนนั้นเป็นเรื่องของการรวบรวมพยานหลักฐาน และประเด็น ของมันคือการปฏิรูปในแผนปฏิรูปที่พูดไปแล้วตามมาตรา ๒๘๐ ที่เป็นเรื่องของการปฏิรูป ในกระบวนการยุติธรรมนั้น เป็นประเด็นครับ เพราะว่า ๑,๔๘๔ สถานี จะมีผู้ที่ร่วมปฏิบัติ ในสถานีคือพนักงานสอบสวนทั้งประเทศและมีพนักงานสืบสวนอีก ซึ่งจะมีกลุ่มงานเกิดขึ้น เพื่อรับใช้ประชาชน แล้วก็ผู้คนที่อยู่ทั่วทั้งประเทศ ๑,๔๘๔ สถานี กลุ่มงานพวกนี้จะต้องมา เข้าเวรหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกัน สิ่งสำคัญคือกฎหมายนี้จะคุ้มครองเรื่องของการสร้าง ความโปร่งใสและการบริการให้กับประชาชนอย่างชัดเจน จึงจะต้องมีอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ในการดำเนินงาน โดยเฉพาะเรื่องของการใช้เทคโนโลยีที่จะเข้ามาเก็บพยานหลักฐาน ในเบื้องต้น หรือที่เกิดเหตุ หรือการบันทึกปากคำ ซึ่งขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็มี การใช้ระบบไคร์ม (CRIMES) เข้ามาเรื่องของการจัดเก็บข้อมูล แต่ก็ยังขาดตกบกพร่อง ผมไม่อยากให้น้อง ๆ ที่เป็นพนักงานสอบสวนต้องจ่ายสตางค์เอง สมัยก่อนผมไม่ซื้อหรอกครับ ผมมีเครื่องพิมพ์ดีดโอลิมเปีย (Olympia) บราเดอร์ (Brother) พิมพ์งานตอกเหล็ก แล้วก็ ซื้อกระดาษผ้าหมึกพิมพ์เอง ทั้งหมดใช้ของตัวเองหมดครับ ในปัจจุบันนี้พัฒนาไปมี คอมพิวเตอร์นั่งบนโต๊ะ มีไอแพด (iPad) มีเครื่องพรินเตอร์ (Printer) ผ้าหมึกยังต้องซื้อเอง ผมไม่อยากให้เกิดภาพแบบนี้ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติตลอดไป จนกระทั่งสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติจะต้องมีอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องไม้ให้บริการประชาชน ไม่ใช่ให้บริการ ตำรวจที่นั่งอยู่ตรงนั้น เพราะตำรวจเป็นผู้สื่อเอาไป เพราะฉะนั้นการสร้างความโปร่งใส ในเรื่องของกระบวนการสอบสวนพยานหลักฐานหรือเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเป็นหัวใจ คือพูดง่าย ๆ เป็นการแช่แข็งข้อมูลแต่แรกเริ่มเลยคือฟรีซซิงซีน (Freezing Scene) จากข้อมูล ของผู้เสียหาย จากที่เกิดเหตุ จากการสอบปากคำผู้ต้องหาหรือจำเลย นี่คือหัวใจสำคัญ ดังนั้นจึงเป็นคำถามแรกนะครับท่านประธาน คำถามแรกคือพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ ผู้บังคับใช้ใน ๑,๔๘๔ สถานีทั่วประเทศ ได้ปฏิบัติตามแนวทางปฏิรูปดังกล่าวข้างต้นนี้ ครบถ้วนอย่างไร และได้รับระบบและอุปกรณ์รองรับการปฏิบัติงานครบถ้วนทุกสถานีแล้วหรือ ภายใต้กรอบงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือของหน่วยงานใดที่สนับสนุน ในปีงบประมาณใด และเป็นจำนวนเงินเท่าไร ขอบคุณครับคำถามแรกครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีอนุชา นาคาศัย ตอบครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี ขอตอบกระทู้ถามของท่านพลตำรวจตรี สุพิศาล ในเรื่องของการดำเนินการ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในเรื่องของการอำนวยความยุติธรรม ความโปร่งใสในการ สืบสวนสอบสวนคดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจากสิ่งที่ท่านได้กล่าวมาว่าสำนักงาน ตำรวจแห่งชาตินั้นได้ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ ไปถึงไหน อย่างไร กราบเรียนว่าผลการดำเนินงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่ง ที่ ๑๗๘/๒๕๖๔ เรื่องให้มีการบันทึกภาพและเสียง ในการตรวจค้น จับกุม แล้วก็การสอบสวนคดีอาญา และได้ดำเนินการจัดการจัดหาอุปกรณ์ ที่จำเป็นในการที่จะสร้างความโปร่งใสในการจับ ในการค้น ในการสอบสวนสืบสวนโดยจัดสรร หากล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหวชนิดบันทึกภาพและเสียงสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจงาน สอบสวน จำนวน ๒,๙๖๘ ชุด เป็นวงเงิน ๑๑,๘๗๒,๐๐๐ บาท จากงบประมาณเหลือจ่าย ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ให้กับทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศเพิ่มเติมอีกสถานีละ ๒ ชุด ซึ่งเป็นการ ดำเนินการครบถ้วนตามเป้าหมายย่อยที่ ๑ พัฒนาระบบการทำงานที่ต้องใช้เทคโนโลยี แล้วก็ ประกาศให้สาธารณชนทราบของกิจกรรมปฏิรูปที่ ๕ ในแผนการขับเคลื่อนกิจกรรมปฏิรูป ที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญด้านกระบวนการยุติธรรม เป็นที่เรียบร้อยครับ จึงกราบเรียนด้วยความเคารพครับ🔗
เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ถามครั้งที่ ๒ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ ในการถามครั้งที่ ๒ ก็ขออนุญาตก่อนที่เข้าคำถามนิดหน่อยเป็นคำถาม สร้อย ๆ ที่ก่อนเป็นคำถามใหญ่ ประเด็นของมันก็คือเรื่องของการใช้งบประมาณที่ดูแล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผมอยากเรียนให้เป็นที่เข้าใจ แล้วก็สื่อไปยังประชาชนพี่น้อง ทุกท่านว่าอย่าปล่อยตำรวจเพื่อล้วงเงินเดือนของตนเองออกมาใช้ เพราะว่าเขาก็มีเงินเดือน พอจำกัดแล้ว อย่างเช่นโทรศัพท์มือถือให้เขาติดต่อนี่ครับ ควรจะจ่ายค่าซิม (SIM) เขา ควรจ่ายค่าเหมาจ่ายโทรศัพท์เหมือนข้าราชการทั่ว ๆ ไป บอกให้ลูกน้องให้ส่งนี่มันบิต (Bit) ๒๖ เมกะบิต (Megabit) ต่อ ๑ อันนี้เดี๋ยวผมโหลด (Load) ภาพกระทู้คือ ๒๖ เมกะบิต (Megabit) ๒๖ เมกะบิต โพรไวเดอร์ (Provider) คือตัวเอไอเอส (AIS) ทรู (TRUE) ดีแทค (DTAC) เก็บสตางค์ไปครับ เพราะฉะนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือรัฐบาลเองต้องเข้าใจ ถึงประเด็นพวกนี้ว่าหน่วยงานของรัฐควรจะเป็นผู้จ่ายให้ข้าราชการ หรือผู้ที่ให้บริการ ประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อยขาดแคลนหรือประชาชนทั่วไปต้องการโหลดอัป (Load up) ในการติดตามการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่นงานตำรวจก็ต้องให้เขาได้ฟรีถึงแม้ โพรไวเดอร์ (Provider) จะได้สตางค์เยอะก็ไม่เป็นอะไร แต่ต้องไปตกลงกันว่าเขาจะต้องใช้ สัดส่วนเท่าไร ในราคาเท่าไร ไม่ใช่ราคานาทีละ ๓ บาท หรือเอสเอ็มเอส (SMS) ตอนนี้ ๙ บาทแล้วครับ ส่งเอสเอ็มเอส (SMS) นี่แพงกว่าส่งไลน์ (LINE) อีก อันนี้คือประเด็นอันหนึ่ง ที่ผมอยากให้เข้าใจ คือพูดว่าเราควรจะจ่ายและบริการเพื่อให้ แต่ก็ขอขอบคุณในส่วนที่ รัฐบาลได้ให้ความสนใจ ๒ ชุดนี้ก็ต้องเตรียมไว้อีก ๒ ปี เพราะมันต้องพังแน่ เพราะว่า กระบวนการมันใช้ทุกวัน ยิ่งคดีมีคดีเป็น ๕๐๐,๐๐๐ คดี อีกหน่อยมันก็ต้องใช้ทุกวัน โดยเฉพาะไม่ใช่การตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเดียว มันจะเป็นการตั้งกล้องบันทึกภาพ นอกจากนั้นแล้วมันจะต้องมีอะไรครับท่านประธาน มีเมมโมรี (Memory) ที่จะเก็บ มีสตอเรจ (Storage) อันนี้ต้องตั้งแพ็กเกจ (Package) ตามรายการเพิ่มเติมลงไปอีกด้วย เพื่อไม่ให้ เจ้าหน้าที่เขาต้องไปซื้อเอง หรือซื้อทรัมป์ไดรฟ์ (Thump Drive) มาจัมป์ (Jump) เอง มันก็ไม่ถูก มันต้องแจก เพราะฉะนั้นแพ็กเกจ (Package) ร่วมทั้งหมดควรจะมี แต่ที่สำคัญ อยู่ในคำถามสุดท้ายของผมครับ เป็นคำถามเกี่ยวกับเรื่องการประเมินผล เพราะว่า เมื่อทำงานโดยเฉพาะการปฏิรูป สิ่งสำคัญคือผลสัมฤทธิ์ก็รู้อยู่แล้วว่าก็บริการประชาชน แน่นอน แต่เรื่องของการติดตามประเมินผลนี้เป็นเรื่องของการประเมินผลก็คือ คำถามที่ ๒ คือได้รับทราบผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เสียหาย พยาน ผู้ต้องหา หรือจำเลย ตามตัวชี้วัดที่ ๑ อย่างไร ตลอดจนมีคำร้องเรียนของผู้เสียหาย พยาน ผู้ต้องหา หรือจำเลย ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่เหมาะสมตามหลักสิทธิมนุษยชนของหน่วยงานในตัวชี้วัดที่ ๒ อย่างไร หรือไม่ และหากมีสถิติทั่วทั้งประเทศ และรัฐบาลได้ใช้หน่วยงานใดเป็นหน่วยงาน ประเมินผลตัวชี้วัดภายใต้กรอบงบประมาณจำนวนเท่าไร ขอบคุณครับ คำถามที่ ๒ ครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีอนุชา นาคาศัย ตอบคำถามครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะครับ กระผม อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี ขอตอบคำถามในคำถามที่ ๒ ของท่านสุพิศาลว่า สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ของแผนปฏิรูปประเทศก็คือตัวชี้วัดในเรื่องของผลสำเร็จ ผลสัมฤทธิ์ของแผนว่าจะมี ความสำเร็จเพียงใด ผลสัมฤทธิ์นั้นก็คือการวัดความพึงพอใจของผู้เสียหาย พยาน ผู้ต้องหา จำเลย แล้วก็มีคำร้องเรียนของพยาน หรือผู้ต้องหา จำเลย ต่อการให้การปฏิบัติที่เหมาะสม หรือไม่เหมาะสมตามสิทธิมนุษยชนของหน่วยงานซึ่งพึงได้รับการปฏิบัติ ก็ทำใน ๒ ทาง ทางแรกก็มีการจัดแจกคิวอาร์โค้ด (QR Code) ให้กับผู้เสียหาย พยาน ผู้ต้องหา จำเลย ซึ่งสามารถที่จะส่งความพึงพอใจหรือข้อที่ไม่ได้รับความสะดวก ความไม่เป็นธรรมหรือไม่ อย่างไร ส่งกลับมาสู่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ๒. เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานก็จำเป็นที่จะต้อง ทำรายงานเกี่ยวกับเรื่องของความพึงพอใจหรือการปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองเสนอต่อ ผู้บังคับบัญชาอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งต้องถือว่ามี ๒ ส่วนที่สามารถที่จะส่งผลประเมินมาสู่หน่วยงาน แล้วหน่วยงานนี้ก็จะมารวบรวมเป็นสถิติเป็นข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็อยู่ในส่วน ของจเรตำรวจที่มีหน้าที่รับผิดชอบซึ่งตอนนี้ยังไม่มีผลสรุปออกมา ก็คิดว่าตามกำหนดการ ก็จะมีการประเมินเสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๖๕ ก็คือเดือนหน้าก็จะมีการ ประเมินถึงผลสัมฤทธิ์ของเป้าหมายของแผนการปฏิรูปประเทศในของการเปลี่ยนแปลง ต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญด้านกระบวนการยุติธรรมนะครับ ต้องขอบคุณท่านสุพิศาล เป็นอย่างสูงครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสุพิศาล เหลือเวลาอีก ๒ นาที ท่านมีอะไรจะสอบถามเพิ่มเติมเชิญครับ🔗
ก็เป็นเพิ่มเติมไม่ใช่ เป็นการถามนะครับ ก็กราบขอบคุณทางรัฐบาล จะเห็นว่ามีคำว่า จำเลย ครับ จำเลยก็คือ ในกระบวนการยุติธรรมอื่นนะครับ ไม่ใช่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเดียว สิ่งสำคัญที่ ท่านใช้คิวอาร์โค้ด (QR Code) ในการรับประเมินนี่ถือว่าทันสมัย ท่านควรจะนำคิวอาร์โค้ด (QR Code) นี้ไปแปะตามสถานีรถไฟฟ้า แปะตามที่อื่น ๆ ด้วยที่เกี่ยวข้อง บางทีผู้เสียหาย บางทีขึ้นโรงพัก หรือขึ้นศาล ซึ่งกระบวนการยุติธรรมนั้นมันไม่อยากพูดต่อหน้าศาล ไม่อยาก พูดต่อหน้าพนักงานสอบสวน อยากจะพูดกับเครื่อง ไปยิงคิวอาร์โค้ด (OR Code) ร้องเรียน เขียนมาร้องเรียนเรื่องการประเมินผลความพึงพอใจจากการมีกล้องซีซีทีวี (CCTV) หรืออะไร พวกนี้ ติดเขาก็จะไปยิง คือมันตรวจสอบได้อยู่แล้วระบบโทรศัพท์เพราะว่าการลงทะเบียน มันอาจจะลงด้วยเฟซ (Face) ลงด้วยกูเกิล (Google) มันจะหลายข้อมูลและสามารถได้ ข้อมูลที่อาจจะเป็นจริงเพิ่มขึ้น ผมก็เลยอยากให้เกิดระบบการตรวจสอบแล้วก็เกิดประเมินผล และแยกชิ้นให้เห็นเลยว่าใครอยู่ในฐานะผู้ต้องหา หรือจำเลย หรือพยาน มีไอเท็ม (Item) ของการในกูเกิลชีต (Google Sheet) มันก็จะทำให้เราสามารถดึงข้อมูลและประมวลผล มาตอบสังคมได้ว่ารัฐบาลได้ดูแล🔗
แล้วก็อีกอันหนึ่งอยากฝากไว้ครับ คือไปประเมินผลจากผู้ปฏิบัติด้วยนะครับ เช่นพนักงานสอบสวนได้ของหรือพนักงานสอบสวนได้ของที่ถูกต้องตามสเปก (Spec) ไม่ใช่ ซื้ออะไร พูดง่าย ๆ เฮง ๆ ซวย ๆ ให้เขา เขาบอกของผมยังดีกว่าเลย ผมซื้อถูก ๒,๐๐๐ กว่าบาท ปรากฏว่าหลวงซื้อมา ๑๐,๐๐๐ บาท บอกว่ามันยังใช้ไม่ได้เลยครับ ๘ เมก (Meg) เอง คือธรรมดาต้องสัก ๑๐๐ เมก (Meg) หรือ ๑ เทระไบต์ (Terabyte) อะไรอย่างนี้นะครับ ใช่ไหม เจ้าหน้าที่เทคนิคเขาคงรู้ เขาขอถึงเพตาไบต์ (Petabyte) อะไรอย่างนี้ มันจะได้จุเยอะเพราะ มันเป็นวิดีโอ (Video) บันทึกเทป มันถอดแล้วต้องส่งศาล นั่นคือกระบวนการที่ตำรวจจะต้องทำ แล้วเป็นดิจิทัล (Digital) นี้มันขึ้นอยู่กับอย่างนี้ท่านประธานครับ มันจะมีเขาเรียกว่าหัวของ เรดาร์ (Radar) มันจะบอกเลยว่าใครเป็นคนคีย์ (Key) จากเครื่องจำนวนที่เท่าไร เมื่อวันที่ เท่าไร เหมือนผมเคยพูดกับท่านประธานว่าถ้าเราจะคีย์ (Key) ราชกิจจานุเบกษา ถ้าเราคีย์ (Key) ก่อนเวลามันโดนแน่นอน เพราะเราตั้งใจจะทำตามที่เราเขียนไว้ในนั้น นี่คือที่ผม เคยพูดไว้นะครับ กราบเรียนว่าก็ขอบคุณทางรัฐบาลที่ดูแลสังคมอย่างดี ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบอีกครั้งครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ ขอบคุณท่านสุพิศาลเป็นอย่างสูงในฐานะที่ท่านเป็นตัวแทนของพี่น้อง ประชาชน แล้วเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม จากที่ท่านได้ถามมาแล้วก็ได้ เสนอแนะมานั้นผมคิดว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในหลายประเด็น ในส่วนของค่าใช้จ่ายของ พี่น้องข้าราชการที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำเป็นที่จะต้องดูแลเพราะว่าเกี่ยวผลกับในเรื่องของการอำนวยความยุติธรรม เพราะว่า มันเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างที่ท่านได้เรียนมาเลยนะครับ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับท่าน ในส่วนของช่องทางการประเมินผลหรือการร้องเรียนก็มีทั้งช่องทางคิวอาร์โค้ด (QR Code) ช่องทางที่จะเขียนเป็นกระดาษ ช่องทางผ่านทางเว็บไซต์ (Website) แล้วก็มีการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ค่อนข้างมีในทุกมิติแต่อาจจะไม่ได้กว้างขวางหรือสามารถที่จะดู แล้วพวกเรา อาจจะยังไม่เห็นบ้าง อะไรบ้าง แต่เว็บไซต์ (Website) ก็สามารถที่จะเข้าไปมีผลต่อเรื่องนี้ ถ้าหากว่าพี่น้องประชาชนสนใจ ก็ต้องขอบคุณท่านเป็นอย่างสูงในเรื่องของกระบวนการ ยุติธรรมที่เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชนร่วมกับทางรัฐบาล ก็ต้องขอบคุณท่านอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็กราบขอบคุณท่านประธานด้วยครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการถามตอบกระทู้ที่ ๔๑๓ เรื่อง ขอทราบผลการดำเนินการตามกิจกรรม ปฏิรูปประเทศที่ ๕ ด้านกระบวนการยุติธรรม ในแผนปฏิรูปประเทศ ผมต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีตรีประจำสำนักนายกมนตรี ท่านอนุชา นาคาศัย ที่ท่านได้ให้เกียรติกับ ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเราครับ ขอบคุณท่านพลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ที่ได้ใช้ห้องกระทู้แยกเฉพาะของพวกเราให้เกิดประโยชน์กับการดำเนินงานดูแลพี่น้อง ประชาชนครับ ขอบคุณทุกท่านครับ ต่อไปเป็นระเบียบวาระ🔗
๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๔๐๑ เรื่อง การย้ายซากดึกดำบรรพ์กลับมา ไว้ในพื้นที่เดิม (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธ ศิลปอาชา ได้มีหนังสือแจ้งว่า ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามออกไปในคราวถัดไปนะครับ🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๔๑๔ เรื่อง ขอทราบผลในการพลิกโฉมเศรษฐกิจ ชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียวของรัฐบาล (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ท่านรัฐมนตรีเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม แทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็น วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๕ นะครับ🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๔๑๖ เรื่อง ขอทราบความคืบหน้าและ การสนับสนุนการก่อสร้างทางเลี่ยงเมือง จังหวัดเลย (นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมคือท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคมคือท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงคมนาคมติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๕ นะครับ🔗
๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๔๑๗ เรื่อง การสร้างสะพานลอยบริเวณ หน้าโรงเรียนกันทรลักษ์วิทยา ข้ามทางหลวงหมายเลข ๒๒๑ สายศรีสะเกษ-เชิงบันได เขาพระวิหาร (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม🔗
ด้วยสำนักรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมคือท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็น วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๕ จึงแจ้งให้ท่านสมาชิกและที่ประชุมได้รับทราบนะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ สำหรับวันนี้ก็ถือว่าจบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ แล้วนะครับ ผมขอปิดการประชุมครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎร และข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... ของสภา ผู้แทนราษฎร🔗
เรื่องนี้สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... และข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ดำเนินการนั้น เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๕ รับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการทั้ง ๒ คณะดังกล่าว โดยให้ กระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานหลักรับข้อสังเกตดังกล่าวไปพิจารณาร่วมกับกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสรุปผล การพิจารณาในภาพรวมส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน ๓๐ วัน เพื่อนำเสนอ คณะรัฐมนตรีต่อไป รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดให้สมาชิกแล้วนะครับ จึงแจ้งให้ ที่ประชุมรับทราบ🔗
เรื่องแรก ก็ขออนุญาต สมาชิกว่านำระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุมและเรื่องอื่น ๆ ซึ่งยังไม่ได้บรรจุ ระเบียบวาระขึ้นมาพิจารณาก่อน เพื่อเป็นประโยชน์ที่สมาชิกได้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปด้วยครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง)🔗
ครั้งที่ ๑ วันพุธที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๒ วันพฤหัสบดีที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๓ เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔🔗
ซึ่งได้วางให้สมาชิกได้พิจารณาแล้วนะครับ ถ้าสมาชิกไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมได้รับรองรายงานการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ ครั้ง🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
ซึ่งยังไม่บรรจุระเบียบวาระ เกี่ยวกับสมาชิกที่หมดสมาชิกภาพ ๑ ตำแหน่ง จำเป็นต้องตั้งกรรมาธิการแทน โดยรองประธานกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน ประธานกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน โดยนายอภิชาต ตีรสวัสดิชัย รองประธานกรรมาธิการได้แจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการแทน ตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนางสาววทันยา บุนนาค ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นตำแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตาม มาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นผลให้ตำแหน่งกรรมาธิการว่างลง ๑ ตำแหน่ง ตำแหน่งดังกล่าวเป็นสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จึงขอเชิญพรรคพลังประชารัฐเสนอ กรรมาธิการแทนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐค่ะ ดิฉันขอเสนอ นายสมศักดิ์ คุณเงิน เป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่ง ที่ว่างลงค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
มีผู้รับรองนะครับ คุณสมศักดิ์ คุณเงิน แทนกรรมาธิการตำแหน่งที่ว่างลงนะครับ🔗
ขอเรียนเรื่องที่จำเป็นต้องขออนุญาตที่ประชุมก็คือ ระเบียบวาระต่อไปที่จะ ขออนุญาตก็คือ ขอนำระเบียบวาระที่ ๒.๑๓ เรื่องรับทราบ (ร่าง) แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐) ขึ้นมาพิจารณาก่อน เนื่องจากภายหลัง ที่ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ผ่านขั้นตอน รายงานต่อรัฐสภาเพื่อทราบแล้ว นายกรัฐมนตรีต้องดำเนินการนำร่างแผนพัฒนา ฉบับที่ ๑๓ ดังกล่าวนี้ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้ใช้แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อให้แผนพัฒนาสามารถประกาศใช้ได้อย่างต่อเนื่องจาก แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ ในปี ๒๕๖๐-๒๕๖๕ ซึ่งจะสิ้นสุดลง ในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ คือเดือนหน้านี้ ขออนุญาตที่ประชุมถ้าไม่ขัดข้องนำเรื่องนี้ ขึ้นมาเพื่อที่ประชุมรับทราบก่อนครับ🔗
ผมขออนุญาตวาระต่อไป🔗
๒.๑๓ รับทราบ (ร่าง) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐)🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนที่เคารพครับ กระผม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะขอ รายงานสรุปร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ดังนี้ครับ🔗
ในส่วนแรก กระผมขออนุญาตรายงานเรื่องของตัวกระบวนการในการยกร่าง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ คือแผนนี้เราได้เริ่มมีการยกร่าง เตรียมการศึกษาข้อมูลต่าง ๆ มาตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม ๒๕๖๓ นะครับ โดยได้มีการศึกษา แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตในระดับโลก หรือที่เรียกว่า โกลบอลเมกะเทรนด์ (Global Mega Trend) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง ด้านเทคโนโลยี เรื่องของสังคมผู้สูงอายุ เรื่องแนวโน้มในแง่ของเรื่องสิ่งแวดล้อม ในช่วงนั้น ก็ได้มีกระแสการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ได้เริ่มมีการดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมนะครับ รวมทั้งในเรื่อง ของความขัดแย้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งในการตรวจสอบดังกล่าวนี้เราก็ได้มาดูในแง่ของ ประเทศไทยเองนะครับว่าในขณะนี้ประเทศไทยเรามีทุนในเรื่องใดบ้าง ก็เป็นการวิเคราะห์ ร่วมกันทั้ง ๒ ส่วน รวมทั้งผลการดำเนินงานจากช่วงแผน ๑๒ ในช่วงครึ่งแผนที่ผ่านมาด้วย จากนั้นเราก็ได้มาดูว่าทั้ง ๒ ส่วนนั้นเรามีโอกาสและความเสี่ยงอย่างไรในการที่ประเทศไทย จะเดินไปข้างหน้าในช่วง ๕ ปีข้างหน้านะครับ มีอะไรบ้างที่เป็นโอกาสสำหรับประเทศไทย และอะไรที่จะเกิดผลกระทบกับประเทศไทย อย่างไรก็ดีครับ ในช่วงดังกล่าวก็ได้มีการระบาด ของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) หรือว่าโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งทำให้ เกิดวิกฤติไปทั่วโลกนะครับ สำนักงานก็ได้นำประเด็นนี้มาประกอบในการพิจารณาจัดทำแผน ๑๓ ด้วยนะครับ โดยในการยกร่างแผนในครั้งนี้ ในขั้นแรกหลังจากที่เรามีการตรวจสอบศึกษา ข้อมูลต่าง ๆ แล้ว มีการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ แล้ว เราก็ได้มีการจัดทำกรอบแผนการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ออกมาเป็น ๑๓ เรื่อง หรือว่า ๑๓ หมุดหมายที่เรา น่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จเป็นรูปธรรมในช่วง ๕ ปีข้างหน้า แล้วก็ได้มีการจัดรับฟัง ความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ ในช่วงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ๒๕๖๔ โดยได้มีการ ระดมความคิดเห็นไปในกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ ๑๖ กลุ่มจังหวัด แล้วก็มีกลุ่มเฉพาะนะครับ ในเรื่องของกลุ่มภาคเอกชน สื่อสารมวลชน ภาควิชาการ ภาคหน่วยงานภาครัฐ แล้วก็ ภาคของเยาวชนด้วย ซึ่งหลังจากที่ได้มีการรับฟังความคิดเห็นของกรอบแผนแล้วนะครับ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมในการให้ความคิดเห็นประมาณทั้งหมด ๕,๓๓๖ คน ในช่วงตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์-เมษายน ๒๕๖๔ สำนักงานก็ได้นำเสนอกรอบแผนดังกล่าวให้คณะรัฐมนตรี รับทราบเมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๔ จากนั้นได้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อที่จะทำ การยกร่างแผนโดยคณะอนุกรรมการดังกล่าวก็จะมีทั้งหมด ๑๓ คณะ ซึ่งประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน ภาควิชาการเข้ามาช่วยในการร่วมกันยกร่างแผนดังกล่าว เมื่อยกร่างแผนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้มีการเสนอ ครม. รับทราบเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ แล้วก็จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นต่อเนื่องอีกครั้งหนึ่งตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนจนถึง เดือนมกราคม ๒๕๖๕ โดยที่ก็ได้ดำเนินการใน ๑๘ กลุ่มจังหวัด แล้วก็กลุ่มเฉพาะอย่างที่ผม เรียนไปข้างต้นนะครับ หลังจากที่ได้มีการรับฟังความเห็นเรียบร้อยแล้วก็นำมาปรับปรุง แนวทางต่าง ๆ ภายใต้แผนแล้วก็ได้นำเสนอตัวร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ให้แก่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติพิจารณา เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ แล้วก็ นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕ โดยแผน ๑๓ สาระสำคัญของแผน ๑๓ ผมอาจจะขอเรียนโดยสังเขปดังนี้ว่า แผน ๑๓ เองอาจจะ ไม่เหมือนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในช่วงที่ผ่านมา ทั้ง ๑๒ แผนที่ผ่านมา ซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติอาจจะเห็นว่าในแผนต่าง ๆ ตั้งแต่แผน ๘ เป็นต้นมา จนถึง แผน ๑๒ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะมีลักษณะเป็นเชิงชี้ทิศทางและเป็นเชิงกว้าง แต่ด้วยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ฉบับปัจจุบันที่ได้มีการกำหนดในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ และคณะรัฐมนตรีก็ได้มีการกำหนดระดับในเรื่องของระดับของแผนพัฒนาเอาไว้ โดยระดับ ที่ ๑ จะเป็นยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งจะเป็นการระบุเป้าหมายระยะยาวที่จะให้ประเทศดำเนินการ ให้ที่จะพัฒนาประเทศไปสู่เป้าหมายระยะยาวที่กำหนดไว้ โดยเป็นประเทศที่มีความเจริญแล้ว มีความมั่นคง มั่งคั่ง เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แล้วก็ได้มีแผนระดับที่ ๒ ซึ่งประกอบด้วย ๔ แผน ก็คือแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๓ แผน แผนปฏิรูปประเทศ แล้วก็แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แล้วก็รวมทั้ง นโยบายและแผนด้านความมั่นคง เป็นแผนระดับที่ ๒ ซึ่งถ้าเราดูในส่วนของตัวยุทธศาสตร์ ชาติและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเป็นเรื่องของการพัฒนาและเรื่องของแผน ปฏิรูปประเทศจะเห็นว่ามันเป็นการกำหนดทิศทางในเชิงกว้าง แต่ด้วยบริบทการพัฒนา ในระยะต่อไปจากการที่เราดูในแง่ของเมกะเทรนด์ (Mega Trends) และเรื่องของสถานะ ของประเทศในช่วงที่ผ่านมา ก็มีความจำเป็นที่เราคิดว่าในการกำหนดแผน ๑๓ ที่จะยกร่าง ขึ้นมานั้นควรจะต้องมีการกำหนดเรื่องที่จะต้องดำเนินการให้ชัดเจนที่สุด แล้วก็สามารถ ดำเนินการได้ให้เห็นเป็นรูปธรรม จึงเป็นที่มาของการกำหนดแผน ๑๓ ในลักษณะที่ได้นำเสนอ กับท่านสมาชิกสภาผู้แทนผู้ทรงเกียรติครับ ผมขออนุญาตนำเรียนนิดเดียวว่าในส่วนของ ประเทศไทยนะครับ จากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระดับโลกและเรื่องของ การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) ในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นว่าประเทศไทย เองค่อนข้างจะมีความต้านทานกับวิกฤติต่าง ๆ ค่อนข้างจะน้อยไปนิดหนึ่ง และในส่วน ของทางด้านเศรษฐกิจในส่วนที่เราพิจารณาในแง่ของทุนต่าง ๆ จะเห็นว่าทุนทางเศรษฐกิจ ที่ผ่านมาเราจะพบว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากภาคการผลิตและ ภาคการเกษตรยังอยู่ในรูปแบบเดิมยังไม่มีการนำเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาใช้ในการปรับปรุง กระบวนการผลิต ในขณะเดียวกันในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานแม้ว่าจะมีการพัฒนามาอย่าง ต่อเนื่องแต่ก็ยังมีจุดที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติมนะครับ🔗
ในส่วนของด้านสังคมและทรัพยากรมนุษย์ จะเห็นว่าแนวโน้มของความยากจน โดยเฉพาะหลังจากช่วงที่เกิดการระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) จะมีแนวโน้มที่อาจจะเพิ่มขึ้น แต่ความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ ก็ยังคงอยู่ในระดับที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไข แล้วเราก็มีปัญหา ในเชิงของทรัพยากรมนุษย์เนื่องจากเราเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งก็จะทำให้เกิดผลกระทบในแง่ของ แรงงาน แล้วก็คุณภาพแรงงานในอนาคตด้วย ในขณะเดียวกันในแง่มิติด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เราสามารถที่จะลดก๊าซเรือนกระจกได้ในระดับที่ดีกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ แต่อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาเรื่องของน้ำท่วม น้ำแล้ง ซึ่งเป็นภาระงบประมาณในทุกปี ซึ่งจะต้องมีการปรับระบบการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งเรื่องของ การจัดการด้านของเสียด้วย แล้วก็ภาคการผลิตต่าง ๆ ก็ต้องมุ่งไปสู่เรื่องของความเป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นตามแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในระดับโลก🔗
ในด้านการบริหารจัดการภาครัฐ เราได้มีการนำเอาระบบไอที (IT) ระบบ ดิจิทัล (Digital) เข้ามาให้บริการเพิ่มมากขึ้น แต่ก็จะมีข้อจำกัดในแง่ของกฎหมายและ กระบวนการต่าง ๆ ที่ยังทำให้เกิดต้นทุนกับทางประชาชนและผู้ประกอบการทั้งในแง่ของ เวลา แล้วก็ตัวเงินนะครับ🔗
ส่วนของเครือข่ายภาคประชาชนจะเห็นว่า ในช่วงที่ผ่านมาโดยเฉพาะ ในส่วนของในช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด (COVID) จะเห็นว่าเครือข่ายภาคประชาชน มีความเข้มแข็งมากขึ้นนะครับ ซึ่งเป็นส่วนช่วยอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาวิกฤติเรื่องของ การระบาดในช่วงที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นในแผน ๑๓ ในการยกร่างแผน ๑๓ จากที่ผมได้เรียน มาทั้งหมดจากการวิเคราะห์แนวโน้มในอนาคต ทั้งนี้ในเรื่องของโกลบอลเทรนด์ (Global Trend) แล้วก็สถานะของประเทศ เราคิดว่ามีความจำเป็นครับที่ประเทศไทยจะต้องมีการ ปรับโครงสร้างการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาคการผลิต ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตร และภาคบริการ รวมทั้งในแง่ของการพัฒนาเพื่อมุ่งเป้าไปสู่ เรื่องของสิ่งแวดล้อมการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งหลักในการที่เรานำเอามาใช้ ในการยกร่างแผนก็มาจาก ๔ แนวคิดหลักนะครับ🔗
อันดับแรก ก็จะเป็นเรื่องของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อสร้างความ สมดุลในการพัฒนา🔗
อันที่ ๒ ก็คือแนวคิดในแง่ของรีซิลเลียน (Resilience) ก็คือการสร้างภูมิต้านทาน ให้กับประเทศ ในกรณีถ้ามีวิกฤติขนาดใหญ่ประเทศไทยสามารถที่จะต้านทานวิกฤติดังกล่าว อยู่ได้ในระดับหนึ่ง แล้วก็สามารถที่จะเดินต่อไปข้างหน้าได้🔗
อันที่ ๓ ก็คือแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือว่าซัสเทนเนเบิล ดีเวลลอปเมนต์ โกรท (Sustainable Development Growth) ของสหประชาชาติ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ทุกประเทศ ได้นำเอาไปใช้ในการพัฒนาประเทศด้วยนะครับ🔗
อีกส่วนหนึ่งที่เป็นแนวคิดที่นำมาใช้ก็คือเรื่องของการพัฒนาโดยโมเดล (Model) เศรษฐกิจบีซีจี (BCG) ซึ่งจะช่วยให้การพัฒนาทั้งในแง่ของภาคประชาชน ภาคชุมชน ภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเป้าหมายหลัก ที่เราตั้งไว้ในช่วง ๕ ปีข้างหน้าจะประกอบด้วย ๕ เป้าหมาย ซึ่งจะมีตัวชี้วัดอยู่ ๕ ตัวนะครับ🔗
เป้าหมายที่ ๑ เป็นเรื่องของการปรับโครงสร้างฐานการผลิตสู่เศรษฐกิจฐาน นวัตกรรม โดยเราตั้งเป้าว่าจะทำให้รายได้ประชาชาติเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า ๙,๓๐๐ ดอลลาร์ สหรัฐ จากในปี ๒๕๖๔ ซึ่งอยู่ที่ ๗,๐๙๗ ดอลลาร์สหรัฐ🔗
เป้าหมายที่ ๒ จะเป็นเรื่องของการพัฒนาคนสำหรับโลกยุคใหม่ โดยใช้ดัชนี ความก้าวหน้าของคนซึ่งเป็นคอมโพซิตอินเด็กซ์ (Composite Index) ที่ได้มีการจัดทำร่วมกัน กับทางยูเอ็น (UN) ก็จะอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า ๐.๗๒๐๙🔗
ในขณะที่เป้าหมายที่ ๓ จะเป็นเรื่องของการมุ่งสู่อวกาศของความเป็นธรรม สร้างโอกาสและความเป็นธรรมโดยพยายามที่จะให้ลดความเหลื่อมล้ำลงให้ได้มากที่สุด ตัวชี้วัดที่ใช้ก็จะเป็นเรื่องของรายจ่ายระหว่างกลุ่มประชากรที่มีฐานะทางเศรษฐกิจสูงสุด ร้อยละ ๑๐ กับต่ำสุดร้อยละ ๔๐ ต้องต่ำกว่า ๕ เท่านะครับ ซึ่งจากข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้อยู่ ที่ประมาณ ๖ เท่ากว่า ๆ🔗
เป้าหมายที่ ๔ คือการเปลี่ยนผ่านการผลิตและบริโภคไปสู่ความยั่งยืน โดยใช้ ตัวชี้วัดในแง่ของการลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ จากกรณีปกติในช่วง สิ้นแผน🔗
แล้วในเป้าหมายที่ ๕ ก็คือการสร้างความสามารถในการรองรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นการนำเอาดัชนีที่เป็นคอมโพซิตอินเด็กซ์ (Composite Index) มาใช้วัดในการให้บริการ ของภาครัฐ แล้วก็เรื่องของการพัฒนาบริการภาครัฐต่าง ๆ โดยรายละเอียดของแผน ๑๓ ที่ประกอบด้วย ๑๓ หมุดหมาย กระผมขออนุญาตให้รายละเอียดโดยสังเขปนิดเดียวเท่านั้น ว่าใน ๑๓ หมุดหมายจะประกอบด้วย ๔ มิติการพัฒนาด้วยกันนะครับ🔗
มิติที่ ๑ จะเป็นเรื่องของภาคการผลิตและบริการเป้าหมาย ในส่วนนี้เราจะใช้ ฐานการผลิตที่มีอยู่เดิมไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม หรือภาคเกษตร หรือภาคการท่องเที่ยว แล้วก็สิ่งที่เรามีความแข็งแรงอยู่เดิมในแง่ของระบบสาธารณสุขมาใช้ในการเพิ่มมูลค่าให้กับ ทางเศรษฐกิจ โดยนำเอานวัตกรรมงานวิจัยเข้าไปช่วย แล้วก็เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไปช่วย ในการพัฒนาโดยเฉพาะในภาคเกษตรซึ่งจะมุ่งไปสู่การพัฒนาในลักษณะของการเป็นเกษตร แปรรูปขั้นสูงที่เราจะเน้นไปในเรื่องของการทำสารสกัดจากสมุนไพรต่าง ๆ หรือว่าสารสกัด จากพืชเพื่อเป็นอาหารเสริมซึ่งจะช่วยให้มีมูลค่าสูงขึ้นนะครับ เรื่องของการใช้ฐานเดิมที่มีอยู่ ในเรื่องของการผลิตรถยนต์มาเป็นยานยนต์ไฟฟ้า แล้วก็จะต่อเนื่องไปที่อุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะด้วย โดยเฉพาะเรื่องของสมาร์ตอิเล็กทรอนิกส์ (Smart Electronics) ต่าง ๆ การใช้ภาคการท่องเที่ยวที่มีอยู่นะครับ แล้วก็ชื่อเสียงของประเทศไทยในแง่ของ การท่องเที่ยวที่มีอยู่มาปรับรูปแบบการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพมากขึ้น มีมาตรฐานมากขึ้น เน้นในเรื่องของนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ แทนที่จะเป็นเรื่องของจำนวน รวมทั้งในแง่ของ การทำให้นำเอาระบบสาธารณสุข ซึ่งเรามีความแข็งแรงมาปรับให้เป็นเรื่องของเวลล์เนส ทัวริซึม (Wellness Tourism) แล้วก็ทำเรื่องของเมดิคอลอิควิปเมนต์ (Medical Equipment) เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศในระยะถัดไป โดยเฉพาะในแง่ที่อาจจะเกิดวิกฤติ โรคระบาดอีกรอบหนึ่งในระยะข้างหน้า แล้วก็สามารถที่จะยืนอยู่ได้ทั้งในแง่ของวัคซีน แล้วก็ การบำบัดรักษา🔗
มิติที่ ๒ เป็นเรื่องของการสร้างโอกาสการพัฒนา ซึ่งเรื่องนี้พยายามที่จะไปลด แกป (Gap) ของความเหลื่อมล้ำนะครับ แล้วก็พัฒนาตัวเศรษฐกิจฐานราก เศรษฐกิจชุมชน เอสเอ็มอี (SMEs) ให้เข้าไปสู่วงจรของซัปพลายเชน (Supply Chain) ของผู้ประกอบการ ขนาดใหญ่ ซึ่งจะต้องปรับรูปแบบการทำธุรกิจในการที่จะช่วยเหลือกลุ่มเอสเอ็มอี (SMEs) และธุรกิจชุมชนให้เขาสามารถนำสินค้าหรือการผลิตของเขา หรือการบริการของเขาเข้ามา เป็นส่วนหนึ่งในซัปพลายเชน (Supply Chain) ของภาคธุรกิจขนาดใหญ่ รวมทั้งทำเรื่องของ การพัฒนาพื้นที่เพื่อที่จะสร้างโกรทโพล (Growth Pole) ในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้เกิด แหล่งงานแล้วก็มีการกระจายกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปในพื้นที่โดยรอบ ซึ่งก็จะช่วยลด การอพยพของแรงงานไปสู่เมืองใหญ่ รวมทั้งในเรื่องของการตัดวงจรความยากจนโดยให้ การศึกษาเพื่อที่จะทำให้คนที่มีความยากจนสามารถที่จะหลุดพ้นจากวงจรความยากจน ได้มีอาชีพมีรายได้ที่สูงขึ้น🔗
มิติที่ ๓ จะเป็นเรื่องของความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งอันนี้จะดูในเรื่องของการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำ เพื่อลดปัญหาผลกระทบในแง่ ของภัยแล้งและน้ำท่วม รวมทั้งเพื่อทำให้น้ำมีปริมาณเพียงพอสำหรับการผลิตภายในประเทศ แล้วก็ทำเรื่องของเศรษฐกิจหมุนเวียนคาร์บอนต่ำ หรือว่าบีซีจี (BCG) เข้าไปใช้ในการผลิต ตั้งแต่ระดับชุมชน แล้วก็ระดับธุรกิจ แล้วก็ระดับอุตสาหกรรม🔗
มิติที่ ๔ จะเป็นเรื่องของการทำในเรื่องของปัจจัยสนับสนุนต่าง ๆ เพื่อที่จะ ทำให้ประเทศไทยสามารถที่จะเดินไปข้างหน้าได้ โดยเฉพาะการพัฒนาสมรรถนะกำลังคน คุณภาพสูง แล้วก็ปรับภาครัฐให้มีความทันสมัย มีความกะทัดรัด ลดข้อจำกัดในแง่ของ กฎระเบียบ แก้ไขกฎระเบียบที่ล้าสมัย และกฎหมายต่าง ๆ ที่ล้าสมัย🔗
ซึ่งทั้ง ๔ มิตินี้จะเห็นว่าประเทศไทยในช่วง ๕ ปีข้างหน้าจะมุ่งเป้าไปสู่การที่ จะพัฒนาในลักษณะที่เป็นอินคลูซีฟ โกรท (Inclusive Growth) มากขึ้น ก็คือเป็นการพัฒนา ที่จะกระจายประโยชน์สำหรับคนทุกกลุ่ม แล้วก็มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แล้วก็ ลดความเหลื่อมล้ำในโครงสร้างของเศรษฐกิจประเทศ และสังคมของประเทศ🔗
สำหรับการขับเคลื่อนแผน ๑๓ สำนักงานได้นำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณา ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานะครับ โดยในการขับเคลื่อนจะมี ๒ ระดับด้วยกัน🔗
ระดับที่ ๑ จะเป็นเรื่องของระดับนโยบาย โดยจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมา ๕ คณะ โดยมีท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน ใน ๕ คณะนั้นแต่ละคณะจะรับผิดชอบในการที่จะกำหนดนโยบายและจัดลำดับความสำคัญ ของเรื่องที่จะดำเนินการในหมุดหมายต่าง ๆ ที่แต่ละคณะรับผิดชอบ แล้วก็ประสานกับ หน่วยงานต่าง ๆ ในการดำเนินการ ในการขับเคลื่อนดำเนินการให้เป็นรูปธรรม🔗
อีกระดับหนึ่งก็จะเป็นระดับพื้นที่ ซึ่งในส่วนนี้ก็จะใช้กลไกที่มีอยู่เดิม ก็คือ กลไกการพัฒนาในจังหวัดและกลุ่มจังหวัด เพื่อที่จะถ่ายทอดแผน ๑๓ ลงสู่พื้นที่ ก็จะใช้กลไก คณะกรรมการนโยบายพัฒนาภาคที่มีอยู่ในการดำเนินการ นอกจากนี้สำนักงานได้มอบหมาย รองเลขาธิการ ๑ ท่าน ในการที่จะลงไปในพื้นที่ในระดับชุมชน ในระดับตำบล เพื่อที่จะสร้าง ความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนในการที่จะดำเนินการพัฒนาตามแผน ๑๓ และให้เขามามี ส่วนร่วมในการพัฒนามากขึ้น ให้เขาได้มีโอกาสในการที่จะเสนอแนวคิดหรือเสนอโครงการ ต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์กับพื้นที่และสอดรับกับแนวคิดของแผน ๑๓ ในการติดตาม ประเมินผลก็จะใช้ระบบเดิมที่มีอยู่ ก็คือระบบอีเมนซ์ (eMENSCR) ที่มีอยู่ในการติดตาม ในส่วนนี้ผมขออนุญาตเรียนว่าในการจัดทำร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ก็ได้มีการตรวจสอบความสอดคล้องและเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ กับตามแผน แม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติทั้ง ๒๓ แผน และแผนปฏิรูปประเทศด้วยเรียบร้อยแล้วนะครับ รวมทั้งนโยบายและแผนทางด้านความมั่นคง ซึ่งทาง สมช. อยู่ระหว่างยกร่างอยู่นี่นะครับ ก็ได้มีการดูความสอดคล้องกันเรียบร้อยแล้ว และในระยะถัดไปก็ได้มีการทำความตกลงกับ ทางสำนักงบประมาณเรียบร้อยแล้วในการที่จะนำแผน ๑๓ ไปใช้เป็นกรอบในการจัดสรร งบประมาณในช่วง ๕ ปีข้างหน้า ก็จึงเรียนที่ประชุมเพื่อโปรดทราบครับ🔗
ท่านสมาชิกได้ส่งชื่อมา ผมขอ ๔ ท่านแรก คุณวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ขอได้ใช้หลัก ๕ บวก ๒ ให้อีก ๗ นาที แต่ว่าสมมุติจบ ๕ นาทีได้ก็จบ ๕ นาที เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญก็เปิดโอกาสสมาชิกได้ อภิปรายทุกท่านครับ ขอเชิญท่านวิสารคนแรกครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ต่อร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ซึ่งวันนี้สภาเราได้เพียงแต่รับทราบ ท่านประธานครับ ผมไม่มีข้อสงสัย เลยว่าตัวเจ้าหน้าที่ของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. จะเป็นคนที่ ไม่มีวุฒิภาวะ ผมยกย่องตลอดว่าสภาพัฒน์เป็นมันสมองของประเทศ ตั้งแต่สมัยตั้งสภาพัฒน์ ตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจ ฉบับที่ ๑ มา และโดยเฉพาะผมไม่สงสัยท่านเลขาธิการดนุชา คนนี้นะครับว่าท่านเป็นคนที่เป็นคนเก่งและมีความสามารถ ท่านประธานครับ ผม ๕ นาที คงไม่พอ ต้องขออนุญาต ๗ บวกนิดเดียวครับ🔗
ผมมีสไลด์ (Slide) อยู่ ๙ แผ่นครับ ตั้งใจจะทำมาเพื่อที่จะเรียนให้พี่น้องประชาชนและท่านประธาน ท่านเลขาธิการดนุชา ได้เห็นด้วย แผนพัฒนาฉบับที่ ๑๒ มันเขียนมาดีสวยหรู ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ จนถึง ๕ ปีนี้จะครบ แต่ปรากฏว่าปัญหาทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องโง่ จน เจ็บ ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ไร้บ้าน คนจน ฆ่าตัวตาย อาชญากรรม และที่สำคัญคือกู้ กู้ กู้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ เอาชัด ๆ ก็คือแผน ๑๒ นี้ครับ ผลงานที่ท่านมีคนอายุ ๖๐-๖๙ ปี ตกงาน เป็นระนาวตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ท่านอาจจะมีปัญหาเรื่องโควิด (COVID) บ้าง อะไรบ้างก็ไม่ว่ากัน ขออนุญาตไปเร็ว ๆ สไลด์ (Slide) ต่อครับ อันนี้อาชญากรรมเยอะมาก สัดส่วนไม่มีลดเลย ตั้งแต่ท่านพลเอก ประยุทธ์มาเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านมีอำนาจเต็ม เป็นรัฏฐาธิปัตย์ และท่านเองก็เป็นคนที่สามารถจะใช้อำนาจได้เต็มที่ แต่ปรากฏว่าอาชญากรรมไม่ลดครับ เพิ่มขึ้นสวนกันไปครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ท่านประธานครับ อันนี้มันคืออะไรครับ มันคือตัวเลขชี้วัดสำหรับเด็กไทย ทุกวันนี้มีแต่ต่ำลง ลดลง ไม่ว่าจะเป็นการสอบปิซา (PISA) สอบอะไรต่าง ๆ เด็ก ๆ ไทยอนาคตตกต่ำครับ อันนี้คือแผน ๑๒ ของท่านครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ อันนี้ล่ะครับท่านประธาน ลองดูสิว่ามันน่าภูมิใจไหมแผน ๑๒ นี่ คนฆ่าตัวตาย ต่อแสนคนมีมากขึ้น ๆ ทุกปี ๆ ท่านจะไปบอกว่าปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาโควิด (COVID) ไม่ได้ครับ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ อันนี้ครับท่านประธาน จะเห็นชัดเลยว่าหนี้ครัวเรือน จากผลงานแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ฉบับที่ ๑๒ เห็นชัด ๆ เลยมันมีมากขึ้น ๆ สูงขึ้น ๆ อันที่จริง ผมมีสไลด์ (Slide) อีกหลายอันแต่ขออนุญาตท่านประธานผ่านไปเลยครับ เอาสไลด์ (Slide) อันนี้ครับ มันเป็นตัวชี้วัดว่ามันล้มเหลวทุกทางครับ สิ่งที่ทางเลขาธิการสภาพัฒน์กับ สภาพัฒน์ตั้งไว้มันเป็นคำพูดที่สวยหรู มันเป็นคำพูดที่เพ้อฝัน แล้วมันเป็นคำพูดที่ผมคิดว่า มันเป็นไปไม่ได้ครับ ท่านประธานเห็นไหมครับ ความล้มเหลวทุกตัว อันนี้คือรายงานจาก ทางกสิกรไทย จากสภาพัฒน์เอง จากมหาวิทยาลัย ทุกหน่วยงานครับ ขอสไลด์ (Slide) ครับ ก่อนถึงอันนี้ครับ ผมขอสไลด์ (Slide) อีกอันหนึ่งครับ ผมจะเปรียบเทียบให้ท่านประธานกับ ทางเลขาธิการสภาพัฒน์กับพี่น้องประชาชนได้เห็นว่าในระหว่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ฉบับที่ ๙ กับฉบับที่ ๑๒ ข้อความในนั้นไม่ได้ต่างกันเลยครับ ขอสไลด์ (Slide) อีกอันหนึ่งอันสุดท้าย ก่อนครับ อันนี้ท่านประธานครับ ในระหว่างปี ๒๕๔๕ ถึงปี ๒๕๔๙ เราจะเห็นว่าเราเริ่มต้น ด้วยการมีเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ล้นเกล้าฯ ท่านให้ พระราชทานไว้ แต่คนที่ทำงานท่านประธานเห็นไหมครับ ตอนนั้นเรามีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ มีปัญหาเรื่องต้มยำกุ้ง มีปัญหาเรื่องเราต้องไปกู้กับไอเอ็มเอฟ (IMF) แต่ท่านประธานเห็นไหม ตัวชี้วัดเศรษฐกิจของเราชัดเจนก็คือ ๕.๗ เฉลี่ยทุกปี นั่นเป็นเพราะว่าอะไรครับ มันเป็น เพราะว่า ๑. เรามีแผนเศรษฐกิจมีผู้นำที่ดีลงไปหาพี่น้องประชาชนและทำจริงจัง นั่นหมายถึง อะไรครับ นั่นหมายถึงว่าเรามี ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เรามีโครงการต่าง ๆ ที่ทำให้พี่น้อง ประชาชนพึงพอใจกินดีอยู่ดี พี่น้องเกษตรกรทำให้ชีวิตมีความสุขและในทำนองเดียวกัน ท่านมาดูแผน ๑๒ สิครับ ระหว่างปี ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๖๔ ท่านดูสิครับมันลดทุกตัว ลดทุกตัว เลยครับ เพราะฉะนั้นตัวนี้ผมไม่ต้องไปวิพากษ์วิจารณ์หรือเปรียบเทียบ แต่ว่าข้อความที่ท่าน เขียนแผนมา แผน ๙ แผน ๑๒ เขียนคล้ายกันหมดครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอีกสัก ๑ นาที ๒ นาที🔗
ได้ครับ🔗
ผมมาถึงแผน ๑๓ ท่านประธานครับ แผน ๑๓ ที่ท่านเลขาธิการได้นำเสนอพวกเรานี้ ผมเอาหมุดหมายเดียว ไม่รู้ว่าท่านตั้งแผน เพราะว่าต้องการให้ฝรั่งเขาสะดุดตาหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ มีหมุดหมาย ๑๓ ๑๓ หมุดหมาย ฝรั่งเขาบอกลักกี้นัมเบอร์ (Lucky Number) ผมขอหมุดหมายเดียว หมุดหมายแรกก็คือ เกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง ท่านประธานครับ ไม่มีทางเป็นไปได้เลยครับ ไม่มีทางเลย เพราะอะไรบอกว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง ฝันกลางวันเถอะครับท่านประธาน ทุกวันนี้พี่น้องเห็นไหมว่าต้นทุนการผลิตขึ้นไป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ รายได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินไม่พอที่จะจ่าย ถึงเวลาขึ้นมาท่านก็มียุทธศาสตร์บอกว่าจะ ทำโน่นทำนี่มันเป็นนโยบายที่ผมว่าจะว่าเป็นลิเกก็คงเกินไปหน่อยครับ แต่ว่ามันเป็นคำหรู ซึ่งผมไม่มั่นใจว่าท่านเลขาธิการหรือว่าใครก็ตามจะทำได้ผมขออนุญาตลงรายละเอียดสั้น ๆ ๒-๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ท่านบอกว่าท่านจะทำให้เป็นที่นาแปลงใหญ่ ๗๔,๐๐๐ กว่าไร่ และท่านไม่ได้พูดถึงเลยว่าผลผลิตต่อไร่มันจะมีรายได้เพิ่มขึ้นให้พี่น้องประชาชนได้อย่างไร🔗
อันที่ ๒ ท่านบอกว่าท่านจะขยายพื้นที่ชลประทาน ปรากฏว่าเกษตรกรตอนนี้ ในชลประทานมีหน้าที่ป้องกันน้ำท่วมน้ำแล้ง แต่ว่าการกระจายน้ำไปให้พี่น้องประชาชน ที่จะต้องเพิ่มผลผลิตไม่มีเลยครับ🔗
และอันสุดท้าย เขาบอกว่าจะต้องมีคลัสเตอร์ (Cluster) ที่จะทำให้พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ มีการส่งเสริมพี่น้องประชาชนให้มีเป็นเกษตรกรที่มีรายได้สูงขึ้น แต่ปรากฏว่าไม่มี อะไรเปลี่ยนแปลง ไม่มีรายได้อะไรเพิ่มขึ้นมาเลย🔗
สุดท้ายอีกอันหนึ่ง เขาบอกว่าสภาพัฒน์จะให้มีการส่งเสริมระบบสหกรณ์ ทุกวันนี้ที่โกงที่กินที่มีปัญหากันหนักที่สุด ก็คือสหกรณ์การเกษตรทุก ๆ ที่ครับ ตอนนี้ยังแก้ ไม่ได้เลยครับ ท่านจะไปบอกว่าสภาพัฒน์จะมีแผน ๕ ปี ผมเรียนท่านประธานว่าต่อไป สภาพัฒน์จะต้องมารายงานสภาทุกปี ๕ ปีนี้ผมว่าวันนี้เราได้แต่รับทราบ เราไม่มีสิทธิ ในการพิจารณาเลย ท่านเลขาธิการเอามาก็เพียงแต่หน้าที่ผ่าน ไม่ผ่านอย่างไร เราก็ไม่มีสิทธิ ที่จะแก้ไขอะไรได้เลย แต่ถึงเวลาขึ้นมาท่านก็เอาไปใช้ตามแผนนี้อีก ๕ ปี และอีก ๕ ปี ก็มาเจอเราอีกทีหนึ่งซึ่งผมคิดว่ามันไม่เป็นธรรม🔗
สิ่งสุดท้ายที่จะต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานก็คือว่าขณะนี้ท่านบอกว่า ท่านจะต้องมีบิ๊กดาต้า (Big Data) ท่านจะต้องมีการทำรายละเอียดให้พี่น้องเกษตรกรมีการ รับรู้ว่าอันไหนที่มันควรทำ ควรปลูก ไม่ควรปลูก แต่ว่าพี่น้องประชาชนทุกวันนี้สามารถที่จะ เข้าถึงบิ๊กดาต้า (Big Data) ของทางราชการได้มากน้อยแค่ไหน ท่านแก้ปัญหาให้เกษตรกร ยังไม่ได้เลยครับ หนี้นอกระบบเต็มที่ เกษตรกรเป็นหนี้หัวโต ปุ๋ยขึ้นราคาเป็นร้อยกว่า เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังเลขาธิการสภาพัฒน์ว่า นโยบาย ๑๓ ผมว่าล้มเหลวและไม่เป็นท่า และท่านจะต้องเหยียบบ่าพี่น้องประชาชน เกษตรกรไปอีกครับ เพราะฉะนั้นผมขอหมุดหมายเดียวครับ อีก ๑๒ หมุดหมายนั้นผม เพ้อฝันครับ เป็นไปไม่ได้แน่นอนครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล จะมีสมาชิกอภิปรายจำนวนมากก็เลยต้องขอร้องพวกเรา ให้คุมเวลา ๕ บวก ๒ เพราะจะได้พูดทุกคน เชิญพิมพ์รพีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัด กระบี่ ท่านประธานคะ ในกรณีของร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๓ นี้ ถือว่าท่านเลขาธิการดนุชาก็ได้เขียนชัดเจนว่าเป็นหมุดหมายสำคัญของประเทศ โดยมี วัตถุประสงค์ที่อยากจะย้ำอีก ๑ ครั้งคือแนวคิด ๔ ประการ คือ ๑. หลักการเศรษฐกิจพอเพียง ๒. หลักการที่ประชาชนล้มแล้วลุกได้ไวคือรีซิลเลียน (Resilience) ๓. ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และ ๔. มีเศรษฐกิจสีเขียว วิธีการที่ท่านเลขาธิการทำมาก็ครอบคลุมในประเด็น แล้วก็มี ทางออกที่น่าสนใจ เพียงแต่ว่าดิฉันว่ากระบวนการต่างหาก เป้าหมายหมุดหมายคือประชาชน รากหญ้าต่างหากที่ต้องได้รับการแก้ไข ท่านประธานคะ ดิฉันขอนำเสนอวิดีโอ (Video) ค่ะ ดิฉันคิดว่าท่านเลขาธิการอาจจะยังไม่ค่อยได้เห็น เพราะดิฉันมีโอกาสได้ลงพื้นที่ในพื้นที่ เรียกว่าขุนสมุทร ตำบลบ้านขุนสมุทร ตำบลเกาะกลาง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ขอเป็น วิดีโอ (Video) ค่ะ🔗
เป็นชาวประมงค่ะ ชาวประมงกลุ่มนี้เจอได้ยากมากเพราะว่าเขาออกทะเล และดิฉันได้นัดหมายเขามาเจอกัน ปัญหาเขาคือปูทะเลที่อยู่หน้าบ้านไม่สามารถจับได้ ปัญหาเขาคือหอยที่ได้มาจากปู ไม่สามารถจับได้ แล้วมีปัญหากระทบกระทั่งกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐบาล คือเจ้าหน้าที่ ปราบปรามเรื่องของทรัพยากรสิ่งแวดล้อมที่บอกว่าให้ชาวบ้านเปลี่ยนอาชีพ โดยที่ประมง บอกว่าดิฉันไม่เกี่ยว ดิฉันอยากจะได้ฟังเสียงจากชาวบ้านเป็นเสียงของภาคใต้ ดิฉัน พยายามแปลให้ฟังเป็นระยะ ๆ ขอเสียงเลยค่ะ เขาบอกว่าให้ไปทำอาชีพอื่นเถอะ ชาวประมง ตอบว่าจบ ป.๖ จะทำอะไรได้มากกว่านี้ ยากจนจนเหลือทนทาน จนผิดกฎหมายจะยอม ทำงานนี้ เจ้าหน้าที่บอกว่าให้ไปหางานอื่นทำ ชาวประมงตอบว่าหาได้ไหมละครับ มีลูก มีหลานเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ถ้าหาได้จริงจะเผาทั้งหมดแล้วทำอาชีพตามที่เขาบอกเลย ค่าใช้จ่ายลงทุนทุกอย่างทั้งหมดซื้อมาด้วยเงินทั้งนั้นไม่ใช่รัฐบาลให้มาเลย ข้าราชการด่าแม่ ประชาชน ชาวบ้านบอกว่าถ้ามีปืนยิงกันตายในเรือแล้ว โชคดีที่ไม่มีปืน จำนนยอมรู้ว่าตัวเองผิด เป็นอาชีพที่ต้องทำ พูดกันเพราะ ๆ ได้ไหมประชาชนกับชาวบ้านกับข้าราชการ อย่าด่าพ่อล่อแม่ คน ๆ นี้อีกคนหนึ่งพิการก็ต้องลงไปทำงานในเรือแล้ว เดินไม่ได้ยังต้องลงมาทำงาน หาทางออก ได้ไหมคะ ประชาชนหาทางออกค่ะท่านประธาน แล้วดิฉันจะถามว่าแผนเล่มนี้คือคำตอบของ ประชาชนหรือเปล่า ฝากท่านประธานถึงเลขาธิการสภาพัฒน์ตอบได้ว่าคนที่ยากจนที่สุดของ สังคมได้รับการดูแลเป็นอย่างดีคำตอบนี้จะเป็นคำตอบ เราเห็นชัดเจนว่าหน่วยงานเดียวกัน กรมประมง หน่วยงานหนึ่งไล่จับประชาชนจนประชาชนหนีทำมาหากินไม่ได้ อีกหน่วยงานหนึ่ง สนับสนุนแต่พูดกันไม่รู้เรื่องค่ะ เรื่องของปูทำไมไม่เพิ่มมูลค่า ทำไมประชาชนถึงต้องจับปู ในอุปกรณ์ที่ผิดทางกฎหมายเพราะประชาชนไม่มีทางเลือกอื่น ๆ เนื่องจากว่าถ้ายิ่งออกไปไกล น้ำมันยิ่งแพง ลมก็พาพัง มรสุมก็มาก ก็ต้องหยิบอยู่ที่หน้าบ้าน พออยู่หน้าบ้านป่าชายเลน ปูตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ เขาก็ต้องทำมาหากินกันก็ถูกจับ ถูกจับบนเรือ ถูกขุยแม่แปลว่าด่าแม่ค่ะ ประชาชนอดทนค่ะ หอยที่ได้มาชื่อว่าหอยหมาก อร่อยกว่าแอ็สการ์โก (Escargot) อีก แต่ชาวบ้านไม่เคยได้ขายไม่รู้จะขายอย่างไร ไม่มีใครสามารถเพิ่มมูลค่านี้ทำหอยกระป๋อง ให้ชาวบ้านได้เลยค่ะ อันนี้คือปัญหาหนัก ดิฉันถามว่าทำไมเราถึงไม่สามารถประสานให้ หน่วยงานเดียวกันสามารถช่วยประชาชนได้ นี่คือปัญหาที่ท่านประธานอาจจะไม่ได้ยิน สิ่งที่ สภาพัฒน์อาจจะไม่ได้ฟังเพราะพวกนี้อยู่ในทะเลตลอดเวลา ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๒ ชาวบ้าน ในช่วงมรสุม เรือคือชีวิต เรือนี้สามารถนำไปเที่ยวก็ได้ นักท่องเที่ยวพาไปเที่ยวที่เกาะลันตา เรือแตกค่ะ เพราะอะไร เพราะไม่มีที่เก็บเรือ คำถามคือทำไมถึงไม่เก็บเรือ เพราะชาวบ้าน ต้องเสี่ยงว่าพรุ่งนี้จะมีพายุไหม ถึงแม้จะมีพายุก็ยังต้องเสี่ยงเพราะพรุ่งนี้ชาวบ้านต้องกินข้าว คำตอบคือก่อนที่เราจะคิดถึงเรือยอร์ช (Yacht) ท่าเรือยอร์ช (Yacht) เราทำท่าเรือเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ชาวประมงมีความสุขก่อนได้ไหมคะ งบไม่กี่ล้านบาทสามารถทำที่เก็บเรือให้ ชาวบ้านในคลองก่อนได้ไหม ธุรกิจของชาวบ้านแบบนี้ควรเป็นธรรมไหมที่มันพังแบบดี ดิฉัน เห็นแล้วดิฉันน้ำหยดเพราะเขาขอความช่วยเหลือดิฉันมาแล้วดิฉันทำให้เขาไม่ได้ นี่คือ กระบวนการแก้ไขปัญหาความยากจน ท่านประธานคะ ท่านประธานเคยทราบไหมว่าเวลา เรือพังแบบนี้ชาวบ้านไม่สามารถได้ประกันเรือเพราะจดทะเบียนไม่ทัน ประมงมีหน้าที่จดชื่อ ชาวประมงแต่ประกันเรือ หรือการจดทะเบียนเรือต้องขึ้นอยู่กับเจ้าท่า เจ้าท่าจดทะเบียนแค่ ๓ ปีครั้งค่ะ คำถามคือทำไมรถเบนซ์ รถแพง ๆ ต่าง ๆ สามารถจดทะเบียนได้ทุกวันคะ แต่ทำไมชาวบ้านดิฉันต้องจดทะเบียน ๓ ปีครั้ง เพราะบอกว่าต้องศึกษาดูก่อนว่าทรัพยากร ทะเลมันพอไหมถึงเปิดจดทะเบียนชาวบ้านได้ นี่คือความเจ็บช้ำน้ำใจซึ่งสภาพัฒน์ต้องช่วย ดิฉันค่ะ ตอบคำถามดิฉันให้ได้ว่าวิธีการ กระบวนการ เงินต่าง ๆ ที่สภาพัฒน์พูดถึง กระบวนการนั้น เป้าหมายนั้นตอบโจทย์จริงหรือไม่ ลองหลับตาคิดดูว่าใบไม้เขียวที่จับ ชาวประมงจับจนชาวประมงไม่มีทางทำมาหากิน ทำไมตำรวจไม่จับคนค้ายาเสพติดเต็มบ้าน เต็มเมืองไปหมด ทำไมตำรวจไม่จับคนที่ขายปาล์มเถื่อน คนที่โกงน้ำมันปาล์มทำไมถึงไม่จับ ทำไมไล่จับแต่ชาวประมงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำมาหากินเพื่อมีชีวิตยากจน จนแสนทนทาน ซึ่งกฎหมายสภาอาจจะบอกว่าจับอาจจะไม่ผิดก็ได้เพราะว่าเขาแลกชีวิตกับสิ่งนี้ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปค่ะ ท่านประธานคะ วิธีฉุกเฉินที่ดิฉันบอกขอให้ช่วยทำต่อไปค่ะ ดิฉันคิดว่าท่านดนุชาคงไม่มีเวลา ไปทานข้าวกับชาวบ้านเหมือนพวกเราที่เป็น ส ส. ค่ะ ดิฉันคิดว่าถ้าท่านดนุชาจะลองคิดดูว่า ตอนเช้าของวันพุธที่สภาพูด ท่านชวนเปิดโอกาสให้พวกเราได้อภิปรายในสภาหารือค่ะ ท่านเก็บความเดือดร้อนของ ส.ส. สิค่ะ ส.ส. คือตัวแทนของชาวบ้านซึ่งนั่งกินข้าวกับเขา ทุกวันแบบนี้ และความเดือดร้อนของเราทำใส่ลงในแผนและแก้ไข กรมประมงคุยกัน ไม่รู้เรื่องฉันท์ใด ดิฉันก็หวังว่าสภาพัฒน์กับงบประมาณจะดีกันเมื่อไรเสียที เพื่อให้สิ่งที่ท่าน ดนุชาทำและดีที่สุดนี้ตอบโจทย์ประชาชนในเรื่องของกระบวนการค่ะ เพราะถ้าสมมุติว่า กระบวนการมันถูกต้อง หมายหมุดถูกต้องแล้วงบประมาณใส่ในวิธีการที่ถูกต้อง ดิฉัน คาดหวังว่าประชาชนในแผนเศรษฐกิจอันนี้น่าจะตอบคำถามให้กับประชาชน และดิฉัน ท่านประธานเหมือนกันที่ตั้งใจเข้ามาในสภานี้เราไม่สามารถทำให้ประชาชนเสมอกัน แต่เรา สามารถทำให้อยู่ใต้กฎหมายเดียวกัน และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีโอกาสที่เท่ากันค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ และจากนั้นจะเป็นศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน และเป็นคุณอนุรักษ์ บุญศล ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ๔ ท่านนะครับ พยายามอยู่ ในเรื่องของแผนฉบับ ๑๓ นะครับ ขอเชิญท่านพลตำรวจตรี สุพิศาล ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตามบัญชาเลยท่านประธานครับ ผมไม่เคยพูดออกนอกเอกสารที่ถืออยู่ในมือครับ ท่านประธานเริ่มหน้าแรกเลยครับ โดยเฉพาะในแผน ๑๓ ๑๓ หมุดดังกล่าวนี้ กราบเรียน ท่านอนุชาผ่านท่านประธานว่า อันแรกคือหลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ท่านไปดู ปีเศรษฐกิจของแผนชาติหรืองบประมาณ เชื่อไหมว่างบประมาณเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงมีอยู่แค่เศษนิ้วครับ ท่านไปอ่านดูนะครับ มีอยู่คำเดียวครับในโครงการ แล้วรัฐบาล จะทำอย่างนี้อีกต่อไปหรือเปล่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมันต้องลงไปที่เศรษฐกิจชุมชน เศรษฐกิจท้องถิ่น เศรษฐกิจฐานราก ผมเห็นมีอยู่เม็ดเงิน ๆ ที่เขียนใกล้ ๆ เคียงของยูทูที (U2T) ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ ยูทูที (U2T) นี้ ออนบีซีจี (On BCG) ผมไม่ถามนะว่าคืออะไร เพราะอันนั้นคือท่านอาจจะรู้ที่จะลงไปฐานราก ท่านประธานครับ แผน ๑๓ ท่านประธาน แผน ๑๓ นี่เป็นแผนระดับ ๒ ท่านประธานเป็นแผนใน ๔ แผนที่ ในระดับ ๑๒ ของโครงสร้างของแผนของประเทศจากยุทธศาสตร์ชาติ อันนี้เราต้องเข้าใจกัน หลายคนไม่เข้าใจเรื่องนี้จริง ๆ ครับ เพราะการขับเคลื่อนประเทศชาตินี้มันมีระดับแผนตาม ยุทธศาสตร์มันมา แผนอันนี้แต่ก่อนเป็นเบอร์ ๑ พอยุทธศาสตร์มาปฏิรูปมาแผนเศรษฐกิจ แห่งชาติ ๑๒ ฉบับตัวเก่าแต่ก่อนเป็นเบอร์ ๑ ครับ เดี๋ยวนี้กลายเป็น ๑ ใน ๔ ครับ อย่างนี้ ครับท่านประธาน ในแผนนี้มันมีเนื้อความของการที่ระบุว่าเป็นทิศทางของแผนว่าจะพัฒนา ประเทศชาติให้มีความสำคัญมีการดำเนินการของยุทธศาสตร์ โดยคำนึงถึงนวัตกรรมเงื่อนไข ของการพัฒนาที่ประเทศเผชิญอยู่ถ้าอย่างนั้นผมตี ๒ โจทย์ ท่านประธานครับ ตี ๒ โจทย์ พลวัตที่เกิดขึ้นคือเกิดจากวิกฤติของโรคโควิด (COVID) วิกฤติของสงคราม วิกฤติของ เศรษฐกิจที่โลกตกต่ำ และเงื่อนไขขณะนี้คือรัฐบาลไม่มีนายกรัฐมนตรีที่ปฏิบัติราชการได้ ใช้คนอื่นแทน ท่านต้องแช่แข็งวิกฤติตรงนี้ยังทำไม่ผ่านท่านประธานที่เผชิญอยู่แน่นอนครับ ประชาธิปไตยต้องเบ่งบานในอีก ๕ ปี ถ้าอย่างนั้นแผนนี้มันจะใช้ในยุคที่นายกรัฐมนตรี มาจากระบบประชาธิปไตยเต็มรูปแบบครับท่านประธาน นั่นคือสิ่งสำคัญครับ🔗
ถัดไปผมไปกลยุทธ์เลย กลยุทธ์การพัฒนาหน้า ๖๐-๖๑ ท่านประธานในแผน กลยุทธ์ทั้งหมดคือเฉพาะการสร้างจุดยืนในบริบทโลกใหม่ ท่านไปดูยุคก่อนนี้เขาเรียกว่ายุคที่ เราเรียกว่า ยุควูกาเวิลด์ (VUCA World) ความซับซ้อนความไม่เขาเรียกผันผวน ความไม่ แน่นอน ความพิลึกพิลั่นของโลกมันเกิดขึ้นอย่างซับซ้อน ในคำถามท่านประธานมีคำถามอยู่ ๔ ๕ คำถาม ท่านดนุชาฝากเรียนท่านประธานด้วยว่าขอฝากไปในคำถาม คำถามแรกคือการ กลยุทธ์ที่ ๑.๑ เรื่องของการรักษาความสมดุลในมิตรประเทศเรากำลังจัดเอเปค (APEC) จะเอาอะไรไปเสนอเอเปค (APEC) เห็นมีข่าวว่าเรามีบางกอก โกลส์ ออน บีซีจี อีโคโนมิก (Bangkok Goals On BCG Economic) คืออะไร ช่วยตอบในบางกอกโกลส์ (Bangkok Goals) คืออะไร อันที่ ๒ ของบางกอกโกลส์ (Bangkok Goals) นั้นมีอยู่ ๔ โกลส์ (Goals) แต่เดี๋ยว ท่านคงตอบผม ประเด็นของความสัมพันธ์การค้าระหว่างการลงทุนที่เกี่ยวข้องก็อยู่ใน หมุดหมายอันนี้ เพราะในหมุดหมายทั้งหมดหมุด ๑-๗ แล้วบวกด้วยหมุดที่ ๑๑ คือเรื่อง เศรษฐกิจอีก ๕ ๖ หมุดไม่ใช่ อย่างนั้นผมจะเน้นของเรื่องของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ การพูดถึงการสร้างรากฐานบริบทของโลกใหม่ โลกใหม่อยู่ตรงไหน ต้องเกินนิดหน่อยท่านประธานครับ ประเด็นของโลกใหม่ที่เรากำลัง พูดถึงว่าเศรษฐกิจสาขาใหม่ท่านตอบนะครับ เป็นคำถามฝากท่านประธานด้วยครับ เศรษฐกิจสาขาใหม่ของโลกใหม่มันคืออะไร คือเอสเคิร์ฟ (S-Curve) เดิมที่กำลังจะวิ่ง ขึ้นไปอย่างนี้หรือครับ เน่าไปแล้วครับ รถไฟฟ้าที่เรากำลังทำจริงหรือเปล่า หรือแพทย์ ทางเลือกใหม่ของเราดีกว่าเครื่องมือแพทย์สมัยใหม่ หรือเรื่องของเครื่องมือเครื่องไม้ ทางอิเล็กทรอนิกส์ แผ่นต่าง ๆ ท่านครับ🔗
ถัดไปเรื่องกฎหมาย อันนี้บ้านเราสภาอยู่ในกลยุทธ์ที่ ๕ พัฒนากฎหมาย และแนวทางปฏิบัติให้ไทยสู่มาตรฐานระหว่างประเทศ เมื่อไรจะเอากฎหมายระหว่าง ประเทศมาเข้าสภาบ้างครับ ที่เป็นเงื่อนไขต้องลงสัตยาบันต้องลงโน่นลงนี่ ท่านประธาน ขอ ๒ นาที ไม่เกินนี้ครับ กลยุทธ์ที่ ๒ ผมกราบเรียนว่าเรื่องของการโลจิสติกส์ (Logistics) นั้น ในความสำคัญ พอดีผมอยู่กรรมาธิการกิจการความมั่นคงแห่งรัฐ และกิจการชายแดนครับ ท่านประธาน มันสำคัญในกลยุทธ์ ทีนี้ท่านบอกว่าจะสร้างอาทิเช่น การท่องเที่ยว การพัฒนา ประเด็นคือการท่องเที่ยวอันดามัน ภูเก็ต กระบี่ พังงา ตรัง สตูล เชื่อมโยงเป็น ๑ ใน ๕ ประเทศ ท่านพร้อมยกระดับจังหวัดตรังเป็นองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นแบบพิเศษไหม อันนี้ คือขีดความสามารถที่อาจจะเป็นไปได้ของท่านประธาน ท่านประธานหน้าสุดท้ายจริง ๆ คำถามสุดท้ายของผมคือคำถามสุดท้ายเรื่องของกลยุทธ์ที่ ๓ เป็นกลยุทธ์ที่มีมูลค่าการลงทุน ที่ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมเป้าหมายไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ผมขัดหูขัดตาเรื่อง ไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) มานานตั้งแต่ก่อนผมเข้าสภาเลยว่ามันจะไปได้ขนาดไหน โดยเฉพาะกลยุทธ์ย่อย ๓.๒ เป็นคำถามครับ นี่ครับ บีซีจี (BCG) คราวที่แล้วผมอภิปราย ในนั้นเพราะมันเขียนไว้ในงบประมาณ แต่จริง ๆ แล้วบีซีจี (BCG) มีภาษาไทย อุตสาหกรรม ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว เพราะมันเป็นเรื่องการ ขับเคลื่อนโครงสร้าง ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมและการบริการโลจิสติกส์ (Logistics) ครับ โดยเฉพาะคำถามครับ คอป (COP) ซีโอพี (COP) ที่แปลว่าตำรวจ แล้วก็ ๒๗ ที่กำลังจะมีการ ประชุมนี้ ท่านจะเอาอะไรไปเสนอในคอป ๒๗ (COP 27) หลังจากที่คอป ๒๖ (COP 26) ท่านรับเรื่องมลภาวะเป็นศูนย์ในปี ๒๔๘๐ มา นี่คือคำถามสุดท้าย ก็กราบเรียนว่าผมใช้เวลา เท่านี้ครับ ไม่เกิน ๗ นาทีจริง ๆ ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านสุพิศาลมากครับ เชิญท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายให้ความเห็นต่อร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ เรียนท่านประธานไปยังท่านเลขาธิการสภาพัฒน์ ๑๓ หมุดหมายที่ท่าน กล่าวถึงนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีของแผนแล้วก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่ในเวลาเดียวกัน ก็สร้างความกังวลไปด้วย นั่นก็คือการปฏิบัติแผนครับ ผมขออนุญาตอภิปรายลงรายละเอียด ให้เห็นภาพ เพียง ๑ หมุดหมายเท่านั้นคือหมุดหมายที่ ๑ ที่บอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศ ชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง นั่นหมายความว่าหลักคิดของเรื่องนี้ คือการเปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตรที่มีลักษณะเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ด้วยการเพิ่มผลิตภาพ โพรดักทิวิตี (Productivity) ผลผลิตต่อไร่รายได้ต่อไร่ให้สูงขึ้น นี่คือแนวคิด🔗
ประการที่ ๒ ก็คือการเปลี่ยนผลผลิตตรงนั้นให้เป็นผลิตภัณฑ์หรือโพรดักต์ (Product) ซึ่งมีมูลค่าสูงขึ้น ลดการสูญเสียแล้วก็ให้มีรายได้มากขึ้น นั่นก็หมายความว่า คำถามคือการเพิ่มโพรดักทิวิตี (Productivity) และการเพิ่มมูลค่าจึงเป็นหัวใจของหมุดหมาย ที่ ๑ ตรงนี้คำถามคือว่าสภาพัฒน์จะทำอย่างไรถึงจะทำให้ ๒ หลักคิดตรงนี้เกิดขึ้นจริง ลงไปดู ในรายละเอียดครับ เป้าหมายที่ ๑ เพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป มีตัวชี้วัด อยู่ ๔ ตัวครับ🔗
ตัวชี้วัดที่ ๑ บอกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศภาคการเกษตรหรือเรียก ง่าย ๆ จีดีพี (GDP) เกษตรโตขึ้น ๔.๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับวันนี้จีดีพี (GDP) เกษตร ก็ประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์ ถ้าโตขึ้น ๔.๕ หมายความว่าโตขึ้นเป็น ๘.๓๖ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ประเทศ นั่นก็หมายความว่าช้ามาก ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงแล้วก็แก้ไขปัญหาของ เกษตรกรไม่ทันครับ🔗
ตัวชี้วัดที่ ๒ รายได้สุทธิครัวเรือนของเกษตรกรไม่ต่ำกว่า ๕๓๗,๐๐๐ บาท ต่อครัวเรือน นั่นก็หมายความว่าเดือนละ ๔๔,๗๕๐ บาทต่อครัวเรือน เป็นเป้าหมาย ที่น่าสนใจครับ คำถามคือรายได้ตรงนี้มาจากฐานอะไร ฐานรายได้เดิมเท่าไร และที่สำคัญ ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนเกษตรกรที่จะมีรายได้ตามเป้าหมายนี้มีจำนวนเท่าไร เราสามารถให้ ๑๐๐ ครัวเรือนมีเป้าหมายตามนี้ได้ครับท่านประธาน แต่ประเทศคงต้องการมากกว่านั้น เช่น ๕ ล้านครัวเรือนจะทำอย่างไร ๑๐ ล้านครัวเรือนจะทำอย่างไร ตรงนี้เป็นเรื่องที่ยัง ไม่ปรากฏในแผนที่ชัดเจน🔗
ตัวชี้วัดที่ ๑.๓ พื้นที่เกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้น ๒ ล้านไร่ พื้นที่เกษตรที่ได้รับ การรับรองตามหลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีหรือจีเอพี (GAP) เพิ่มขึ้น ๒.๕ ล้านไร่ ท่านประธานครับถ้าเราไปดูขีดความสามารถของการให้รับรองเกษตรจีเอพี (GAP) และ เกษตรอินทรีย์ของกระทรวงเกษตร ทำไม่ได้ครับท่านเลขาธิการสภาพัฒน์ ขีดความสามารถ ไม่ถึงครับ🔗
ตัวชี้วัดที่ ๑.๔ พื้นที่เพาะปลูกพืชที่ไม่เหมาะสมลดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อสิ้นสุดแผน คำถามก็คือลดแล้วเขาไปปลูกอะไร แล้วก็พืชใหม่ที่ปลูกนั้นจะให้มีรายได้ เพิ่มขึ้นอะไร ตรงนี้ไม่ปรากฏชัดเจนครับ นี่คือปัญหาในภาคปฏิบัติครับ🔗
เป้าหมายที่ ๒ ผมขออนุญาตสั้น ๆ โครงสร้างพื้นฐานและระบบบริหาร จัดการเพื่อคุณภาพความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืนภาคการเกษตร ตัวชี้วัดมี ๖ ตัว เอาง่าย ๆ ตัวที่ ๑ โพรดักทิวิตี (Productivity) ภาคการเกษตรเพิ่ม ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ต่ำมาก น้ำไหลลงอ่างจำนวนเท่านี้ ๑ ล้านลูกบาศก์เมตร อันนั้นใช่ครับ ฝนตกลงมาก็ไหลครับ แต่การกระจายน้ำไม่ถึงไร่นาทำอย่างไรครับ ตัวชี้วัดที่ ๒.๔ ระบบชลประทานเพิ่มขึ้นเท่าไร แต่ไม่ได้เท่ากับเกษตรกรจะมีน้ำใช้เพื่อการเกษตร คนละประเด็นท่านเลขาธิการครับ🔗
เป้าหมายที่ ๓ เพิ่มศักยภาพและบทบาทผู้ประกอบการทางด้านการเกษตร ในฐานะหุ้นส่วนเศรษฐกิจของห่วงโซ่อุปทานที่ได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์อย่างเหมาะสม และเป็นธรรม ดีมากครับท่านประธาน เคพีไอ (KPI) มี ๔ ตัว ผมขอตัวเดียว เคพีไอ (KPI) ที่ ๓.๔ ผู้ประกอบการเกษตรเพิ่มขึ้น ๔,๐๐๐ รายเมื่อสิ้นสุดแผน คำถามคือทำอย่างไรครับ ความจริงเราพบว่าการจะเปลี่ยนเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการนั้นยากมาก ผมพยายามทำ มา ๓ ปีแล้วทำได้น้อยมาก เพราะอะไรครับ เพราะการเป็นผู้ประกอบการกับเกษตรกรนั้น ใช้ทักษะคนละชุด ใช้ความคิดคนละชุด ใช้วิธีการบริหารจัดการคนละชุด และใช้ทุนกันคนละ ระดับ ความแตกต่างโดยสิ้นเชิงเหล่านี้จะเป็นปัญหาในการปฏิบัติครับ🔗
ท่านประธานผมขออนุญาตขอเวลาอีกนิดหนึ่งครับ ปัญหาใหญ่คือกฎระเบียบ และหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ของทางราชการที่เกี่ยวข้อง ผมยกตัวอย่าง อย. เราจะทำเรื่องอาหารนี่ จะต้องมีเอกสารที่เรายื่นเยอะมาก เกษตรกรต้องใช้รายจ่ายอย่างน้อย ๕๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ รายการ และถ้าจะทำตามเคพีไอ (KPI) ที่สภาพัฒน์พูดถึง ผมคิดว่า อย. ถ้ายื่น ตามนั้น ๕ ปีก็ไม่รู้จะทำได้หรือไม่ ประการที่ ๒ การกระจายน้ำไม่ถึงแปลงการผลิตเป็นไป ไม่ได้เลยครับ การใช้จุลินทรีย์หรือความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อยกคุณภาพการผลิต ไม่มีแผนที่ชัดเจนเลยครับ การใช้สารออกฤทธิ์ในการผลิตเพื่อสร้างมูลค่าใหม่ท่านเลขาธิการ พูดแล้วแต่ภาคปฏิบัติยังไม่เห็น และที่สำคัญก็คือการจัดการแปลงการผลิตด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีด้วยการพาทำ ตรงนี้กระทรวงเกษตรทำไม่เป็นครับ สรุปนะครับท่านประธาน ด้วยความเคารพ ๑๓ หมุดหมายของแผน ๑๓ นี้เป็นเรื่องที่ดีและเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ปัญหา คือการแปลงเป้าหมายตามตัวอย่างที่ได้พูดสู่การปฏิบัตินั้นจะเป็นปัญหาอย่างยิ่ง เพราะระบบ การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีมันไม่ไปกัน งบประมาณปี ๒๕๖๖ ที่เพิ่งผ่านสภาไป เมื่อสักครู่นี้มันเป็นคนละเรื่องกับ ๑๓ หมุดหมายนั้นเลยครับ เราเสียโอกาสไปแล้ว ๑ ปี และไม่แน่ว่าปี ๒๕๖๗ สภาใหม่แล้วอาจจะไม่มีคนตามแล้ว ผมอาจจะไม่มีโอกาสอยู่ในสภานี้ อีกแล้ว มันจะไม่เกิดขึ้นครับ ท่านเลขาธิการจะทำอย่างไรครับ การบูรณาการแผนปฏิบัติ ราชการงบประมาณและกฎระเบียบระหว่างส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะทำอย่างไร กระทรวง เกษตรภายในกระทรวงเดียวกัน กรมชลประทาน กรมส่งเสริมการเกษตรจะทำงานอย่าง บูรณาการกันอย่างไร ไม่ต้องพูดไปเกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุขคือ อย. ที่จะต้องให้ การรับรองผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่าตามแผน ๑๓ นี้ และที่สำคัญ คือสภาพัฒน์เองด้วยความเคารพท่านเลขาธิการดนุชานะครับ ท่านไม่มีอำนาจ ถึงแม้ท่าน จะมีความรู้ มีความตั้งใจดี แต่ท่านไม่มีอำนาจกำกับส่วนราชการให้ปฏิบัติตาม ๑๓ แผนนี้ ได้ครับ ซึ่งตรงนี้เป็นปัญหาอย่างยิ่ง ผมขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพท่านประธาน ขออีก ๑ นาทีครับ🔗
เชิญครับ🔗
สิ่งที่เราต้องการคือ ความเร็ว วันนี้เกษตรกรเดือดร้อนมากเราต้องการความเร็วในการแก้ปัญหา ๒. เราต้องการ ความแม่นยำในการแก้ไขปัญหา ลองผิดลองถูกไม่ได้แล้ว เราต้องรู้ลงไปเลยว่าถึงเป้าหมาย ตรงนี้หมู่บ้านนี้เราจะทำอย่างไร และที่สำคัญครับ แผน ๑๓ นี้ไม่ใช่แผนทำโชว์ แต่เป็นแผน ที่ต้องทำเพื่อให้เกิดอิมแพกต์ (Impact) ของการเปลี่ยนแปลง เราต้องการสเกล (Scale) ขนาดใหญ่ครับ ด้วยเหตุผลนี้เองกราบเรียนท่านเลขาธิการสภาพัฒน์ด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าสภาพัฒน์ท่านต้องใช้กลไกปฏิบัติใหม่แล้วครับ ท่านไม่สามารถจะปฏิรูปราชการให้มา ปฏิบัติแผน ๑๓ ได้ ด้วยความเคารพจริง ๆ ท่านเปลี่ยนใจเถอะครับ สร้างกลไกใหม่ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณอนุรักษ์ บุญศล เชิญเลยครับ ยังไม่ได้เข้ามา ไปศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการ อภิปรายร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ผมเรียนท่านประธานว่า ผมพูดด้วยความเห็นใจทางสภาพัฒน์และผู้ที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ในสภาพัฒน์ทุกท่านที่ได้ ทุ่มเททำงานกระบวนการจัดทำแผนยกร่างแผนจนเป็นรูปเล่มให้กับพวกเราในสภานี้ได้อ่าน และมีรายละเอียดที่ดีก็ขอให้กำลังใจ แต่ผมเรียนท่านประธานว่าทุกคนคาดหวังสภาพัฒน์ แต่โดยบทบาทของการทำแผน ผมอยากจะเรียนว่ามันเป็นกระบวนการที่สภาพัฒน์ต้องจัดทำ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมมาทุกฉบับ นั่นคือประเด็นหลักที่เขาต้องทำ แต่ส่วนที่จะรับ แผนปฏิบัติอย่างไร ไม่ได้ดังใจพวกเราอย่างไรนั้น ผมคิดว่าเป็นหน่วยปฏิบัติที่ต้องไป ขับเคลื่อนแผน หัวใจสำคัญของการทำแผนก็คือการขับเคลื่อนแผนที่นำไปสู่การปฏิบัติ อันนี้ คือหัวใจสำคัญ ผมจึงเรียนท่านประธานด้วยความเห็นใจสภาพัฒน์ว่าตรงนี้เราต้องช่วยกันว่า จะทำอย่างไรให้แผนเกิดประสิทธิภาพและเป็นไปตามหมุดหมายที่เขาวางไว้ทั้ง ๕ เป้าหมาย ๑๓ หมุดหมาย อันนี้คือประเด็นที่ผมอยากจะเรียนท่านประธาน ผมยกตัวอย่างเช่นทิศทางของการทำแผน สักแผนหนึ่งในแผน ๕ นั่นก็คือการแก้ไขปัญหาความยากจนเมื่อประมาณสัก ๒๐ กว่าปีที่แล้ว ย้อนไปปี ๒๕๒๕ ถึงปี ๒๕๓๐ หรือปี ๒๕๒๙ ช่วงนั้นรัฐบาล ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ได้วางแผนเรื่องการแก้ปัญหาความยากจนของประเทศไทย แต่กลไกขับเคลื่อนผมอยากเรียน ท่านประธานว่ามีกลไกตั้งแต่ระดับชาติ มีคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความยากจนระดับชาติ ระดับพื้นที่ ระดับคณะกรรมการพัฒนาจังหวัด พัฒนาอำเภอ แล้วก็ในระดับท้องถิ่น คณะทำงานร่วมกันในการผนึกกำลังกันทำงานในระดับพื้นที่ชุมชน อันนี้ก็เป็นตัวอย่าง เพราะฉะนั้นผมอยากเรียนสภาพัฒน์สัก ๒-๓ เรื่องเพื่อเป็นแนวทาง ผมเห็นด้วยกับกลไก การขับเคลื่อนที่สภาพัฒน์ได้เขียนไว้ไม่ว่าจะเป็นการวางเป้าหมายในเรื่องของการเป็น ประเทศชั้นนำทางด้านสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูงเป็นต้น หรือในหมุดหมาย เรื่องของหมุดหมายที่ ๘ ไทยจะมีพื้นที่และเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่ ปลอดภัย เติบโตได้อย่าง ยั่งยืน อันนี้เราต้องไปดูว่ากลไกการขับเคลื่อนมันจะเป็นอย่างไร ผมอยากเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังสภาพัฒน์สัก ๓ เรื่อง แต่ในที่เขาเขียนไว้ผมคิดว่าก็พอเป็นไปได้ในกลไกการ ขับเคลื่อน เช่นผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่าตัวขับเคลื่อนที่เป็นตัวหลักทั้งอดีตก็คือข้าราชการ หน่วยงานราชการเป็นตัวขับเคลื่อน ถ้าหน่วยงานราชการนิ่ง การขับเคลื่อนตามแผน จะไม่เกิดผลอย่างที่หมุดหมายที่ท่านวางไว้ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนว่าท่านเขียนว่า จะบูรณาการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ผมเห็นด้วย แต่ผมอยากให้ท่านมองการขับเคลื่อน ตัวใหม่บ้าง ในการขับเคลื่อนแผนนั่นก็คือการมองไปที่ชุมชนและท้องถิ่นในการขับเคลื่อน ด้วย ผมคิดว่าท่านเขียนไว้ในกลไกภารกิจที่บอกว่าใช้กลไกพื้นที่ซึ่งในหมุดหมายเรื่อง สร้างเมืองอัจฉริยะเมืองน่าอยู่ ตรงนี้ก็ไปแตะเรื่องของการปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่บ้าง ในความหมายที่ท่านมุ่งหมาย แต่ผมคิดว่าถ้าใช้กลไกระดับพื้นที่เขียนลงไปให้ชัดว่าจะผ่าน กลไกองค์กรปกครองท้องถิ่นได้ไหมเพราะว่าจะทำให้การจัดบริการสาธารณะที่ท่านหวัง ในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเมืองที่น่าอยู่ก็ดี จะต้องใช้เทศบาล ใช้เมืองที่สำคัญ ๆ ใช้จังหวัด ที่สำคัญ ๆ ใช้ อบต. เป็นต้น นั่นก็คือในประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะเสริมไว้ให้สภาพัฒน์ ผ่านท่านประธานได้พิจารณา ในส่วนที่ ๒ ผมอยากเรียนท่านประธานว่ามีความสำคัญมาก นั่นก็คือการติดตามและประเมินผล ผมดีใจมากที่ท่านเขียนไว้ในหน้า ๑๔๓ ข้อ ๕.๓ การติดตามประเมินผล ผมขอ ๒ นาทีท่านประธานครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
ก็คือว่าในการติดตาม ประเมินผลอันนี้คือหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนแผนให้มีความหมายและปฏิบัติได้ และปฏิบัติจริงให้เกิดตามเป้าหมายที่ท่านวางไว้รวมทั้งหมุดหมายที่ท่านได้เขียนไว้ เพราะฉะนั้นทุกท่านคาดหวังมีความมุ่งหวังต่อหมุดหมาย แต่ถามว่าใครล่ะที่จะไปเป็น ผู้ขับเคลื่อน เมื่อขับเคลื่อนในราชการ ขับเคลื่อนรัฐวิสาหกิจ หรือขับเคลื่อนโดยภาคเอกชน ภาคประชาสังคม แล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยขับเคลื่อนแล้ว นั่นคือกระบวนการ ขับเคลื่อนทั้งหมด แต่ถามว่าสำเร็จหรือไม่ อย่างไร ต้องกำกับด้วยการติดตามและประเมินผล อันนี้ผมเห็นด้วยที่เขียนไว้ในหน้า ๑๔๓ นั่นก็คือการต้องมีคณะกรรมการติดตามและ ประเมินผลเพื่อไปกำกับกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ สุดท้ายท่านประธานผมอยากให้เพิ่มต่อ จากหน้า ๑๔๓ ก็ถือว่าเงื่อนไขของความสำเร็จของแผน ผมคิดว่าตรงนี้สภาพัฒน์ไม่ได้เขียน แต่ผมคิดว่าถ้าได้เขียนเงื่อนไขความสำเร็จ เงื่อนไขความสำเร็จของแผนพัฒนาเศรษฐกิจ อยู่ที่อะไรครับท่านประธาน ๑. อยู่ที่รัฐบาล ทุกรัฐบาลจะต้องนำแผนหรือพรรคการเมือง ทุกพรรคนำแผนนี้ไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศหรือไม่ เพราะแผน คือตัวทิศทางการกำหนดการพัฒนาประเทศตามเป้าหมายที่ท่านได้เขียนไว้ หมุดหมายที่ท่าน ได้เขียนไว้ นี่ประเด็นที่ ๑ พรรคการเมืองนโยบายของรัฐบาล ตัวที่ ๓ ก็คืองบประมาณที่จะ ส่งใส่ลงไป สำนักงบประมาณต้องมาดูว่าในการให้หน่วยงานรับงบประมาณต่าง ๆ ที่จะนำ งบประมาณไปใช้เป็นไปตามแผนของสภาพัฒน์ตามเป้าหมายและหมุดหมายที่ได้วางไว้ หรือเปล่า อันนี้คือประเด็นสำคัญ สุดท้ายผมอยากจะบอกว่าเมื่อเป็นอย่างนี้ถ้าเราขับเคลื่อน โดยท้องถิ่นชุมชนท้องถิ่นเราต้องวางงบประมาณไปให้ท้องถิ่นมากกว่าเดิม นั่นก็คือสิ่งที่ผม อยากจะบอกว่าอาจจะเปลี่ยนวิธีคิดว่าต่อนี้ไปการทำงานเราฝากความหวังไว้ที่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมากกว่าส่วนราชการ แต่อย่างไรก็ตามผมอยากเสนอท่านประธานให้ สภาพัฒน์ได้เขียนไว้อีกสักหน้าหนึ่งว่าทั้งหมดที่ท่านเขียนมาเป็นเล่มนี่แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมจะสำเร็จได้ด้วยเงื่อนไขอะไรบ้าง ๑. คืออะไร ๒. คืออะไร ๓. คืออะไร ๔. คือ อะไร เพื่อจะเตือนสติให้รัฐบาลและส่วนที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณอนุรักษ์ บุญศล หลังจากนั้นจะเป็นคุณศรัณย์ ทิมสุวรรณ ขอเชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ๑๓ หมุดหมายและในนั้น ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงก็อยู่ในนั้นด้วย กราบเรียนท่านประธานทราบว่าเมื่อนำปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงลงไปเพื่อการขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะต้องขับเคลื่อน ให้ได้ ไม่ใช่ใส่ไว้เพื่อบอกว่าตัวเองจงรักภักดีเอาเรื่องนี้มาไม่ได้ ดิฉันเป็นข้าราชการเก่า เรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต้องทำลึกซึ้งมาก ทำอย่างไรลูกศิษย์ทุกคนนั้นจะพออยู่พอกิน และพอเพียง และอยู่อย่างมีความสุข เราทำมาแล้วค่ะ ไม่ใช่ท่านใส่ลงมาแค่นั้นไม่ได้ค่ะ ท่านประธาน ดิฉันบอกเลยว่าไม่ได้ หมุดหมายที่ ๑๓ กราบเรียนท่านประธานให้ทราบว่า หมุดหมายที่ ๑๓ ข้าราชการที่จะไปขับเคลื่อนประเทศด้วยงบประมาณของประเทศ จำนวนมาก จำนวนมาก ปีนี้นั้นงบประมาณ ๓.๑๘๕ ล้านล้านบาท เป็นเงินเดือนข้าราชการ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วจะพัฒนาอย่างไร เหลืออีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินที่จะต้องนำไปพัฒนา งบประมาณที่จะไปพัฒนาแล้วจะพัฒนาประเทศชาติได้อย่างไร ข้อ ๑ เลยค่ะหมุดหมายที่ ๙ ท่านบอกว่าไทยมีความยากจนข้ามรุ่นลดลง ไทยจะมีความยากจนข้ามรุ่นลดลงท่านประธาน และมีความคุ้มครองทางสังคมที่เพียงพอและเหมาะสม ทีนี้ความยากจนข้ามรุ่นเป็นปัญหา เชิงโครงสร้าง ท่านบอกมีเรื้อรังมาตั้งแต่อดีตสืบเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน รัฐสภา ๙๐ ปี พูดแต่เรื่องความยากจนของเกษตรกร ข้ามรุ่นไหมคะ ใครอายุยืนถึง ๙๐ ปี ข้ามรุ่นไหมคะ ข้ามรุ่น ดิฉันกราบเรียนท่านประธานทุกครั้งว่าโรงเรียนขยายโอกาสที่มีนักเรียน ม. ๓ เฉพาะ ม. ๓ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ออกนอกระบบนี้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว สภาพัฒน์ทำอะไรอยู่ ข้ามรุ่นไหมคะ เมื่อไม่ได้เรียนหนังสือก็กลับไปเป็นแรงงานชั้นต่ำเช่นเดิม เมื่อโรงงานปิด ก็กลับไปเป็นแรงงานเกษตรกรขายข้าวกิโลกรัมละ ๕ บาท ทั้งที่ต้นทุน ๑๕ บาท สภาพัฒน์ ขับเคลื่อนเยี่ยงไรค่ะดิฉันถาม ขับเคลื่อนเยี่ยงไรถึงจะข้ามรุ่นได้ แล้วท่านสภาพัฒน์ทุกท่าน ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์เคียงข้างท่านประธานชวน ท่านอ่านไหมเฟซบุ๊ก (Facebook) เขียนว่า อย่างไร เหนื่อยแค่ไหน นอนหลับแล้วตื่นขึ้นมาก็หายเหนื่อย แต่ความยากจนนี่หลับกี่ตื่น กี่ทิวาราตรี ก็ยังไม่หายจนเลย ยิ่ง ๒ ปีที่แล้ว ประเทศปิด ครอบครัวปิด ทุกอย่างปิด เอสเอ็มอี (SMEs) ค่ะท่านประธาน เอสเอ็มอี (SMEs) หมุดหมายที่ ๗ ดิฉันสับไปสับมาอยู่ไม่เรียงตามลำดับ เอสเอ็มอี (SMEs) เป็นหมุดหมายที่ ๗ ของท่านว่าท่านจะทำอย่างไร ตอนนี้เอสเอ็มอี (SMEs) ๒ ล้านกว่ารายเจ๊งค่ะ ท่านประธานคะ เจ๊งค่ะ ต้องบอกว่าดิฉันทราบเพราะว่า ๑ ในเอสเอ็มอี (SMEs) ๒ ล้านกว่ารายที่เจ๊งเป็นดิฉันด้วย แล้วเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ไหม ไม่มีใครเขาให้กู้เงิน หรอกค่ะที่เจ๊งแล้วจะไปขอกู้เงินมาฟื้นฟูเศรษฐกิจ ธนาคารต้องบอกว่าเป็นไปไม่ได้ และใน ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ล้มแล้วต้องลุกโดยไว ท่านมีคำนี้ด้วย ล้มแล้วต้องลุกโดยไว พี่น้องประชาชนต้องลุกขึ้นโดยไวให้ได้เลย ถ้าท่านขับเคลื่อนเอสเอ็มอี (SMEs) ๓ ล้านรายได้นี่ง่าย ๆ เลยไม่มีคนตกงานค่ะท่านประธาน กราบเรียนด้วยความเคารพ ว่าไม่มีคนตกงาน แค่เอสเอ็มอี (SMEs) เล็ก ๆ ๕ คน ๓ ล้านราย ๑๕ ล้านคน เห็นไหมคะ ไม่ต้องเคลื่อนย้ายมาเป็นแรงงานในกรุงเทพฯ ถ้าเอสเอ็มอี (SMEs) มันเฟื่องฟูเต็มประเทศ ไม่เคลื่อนย้ายมา การเคลื่อนย้ายแรงงานมีปัญหาทั้งต้นทาง ลูกขาดความอบอุ่น ยาบ้าทะลัก กัญชาเต็มไปหมด เห็นไหมคะนี่คือวิธีง่าย ๆ เลย ปลายทางค่ะ ปัญหามากมายมหาศาลเลย ทีเดียว คนต้องการความอบอุ่น ต้องการความรัก ต้องการความเมตตา ต้องการความเห็นใจ ปลายทางมีปัญหาความรุนแรง มีอาชญากรรม อาชญากรเกิดขึ้นเต็มประเทศต้องขับเคลื่อน โดยสภาพัฒน์นะคะ หมุดหมายที่ ๑๓ ข้าราชการอยู่ไหนจะขับเคลื่อน แล้วเป็นเงินเดือน ข้าราชการ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านจะขับเคลื่อนข้าราชการที่เขียนว่า เป็นข้าราชการของพระราชา อย่างไรให้ราษฎรอยู่ดีกินดีได้ นี่คือหมุดหมายที่ ๗ ค่ะ แล้วต่อไปยังมีอีกค่ะ เด็กมันมีตั้ง ๑๓ หมุดหมาย มีตั้ง ๑๓ หมุดหมาย ดิฉันเอามาแค่ ๒ ๓ หมุดหมายเท่านั้น แล้วท่านอื่น ๆ ก็จะพูดหมุดหมายต่อไป ดิฉันกราบเรียนท่านประธานว่า ปรัชญาเศรษฐกิจของกษัตริย์ สภาพัฒน์ต้องชัดแจ้งเป็นแสงหล้า บรรจุแล้วต้องขับเคลื่อนเป็นเดือนดารา เพียงคาถา พร่ำบอกเหมือนหลอกลวง อีกความจนข้นแค้นแสนสาหัส สภาพัฒน์ต้องขับเดินห่างเหินถ่วง เอสเอ็มอี (SMEs) ช่วยเหลือได้ไทยทั้งปวง ราษฎร์หลุดบ่วงยากจนทุกคนไทย กราบขอบพระคุณ ท่านประธานเป็นอย่างสูงค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณศรัณย์ ทิมสุวรรณ และจากนั้นก็เป็นคุณสกุณา สาระนันท์ จากคุณสกุณาแล้วก็จะไปเป็น คุณวีระกร คำประกอบ เชิญศรัณย์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้จะขออภิปรายถึงแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ด้วยเวลาที่ได้รับมาผมขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันครับ เราพูดถึงวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการพัฒนาก่อนครับ จากที่เขียนผมอ่านแล้วผมรู้สึก ว่าเป็นความคิดที่ดี เป็นแผนที่ดี แต่ว่าอ่านไปแล้วมันก็มีข้อสงสัยในหลาย ๆ เรื่อง ยกตัวอย่าง การมุ่งสู่สังคมแห่งโอกาสและความเป็นธรรม มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม เพิ่มรายได้ เพิ่มพื้นที่ เพิ่มความมั่งคั่ง และการแข่งขันของภาคธุรกิจ อันนี้คือเรากำลังพูดถึง ความเป็นธรรมใช่ไหมครับ แต่ว่าด้วยความเคารพครับ สิ่งที่มันเกิดขึ้นในปัจจุบันมันห่างไกล ค่อนข้างมากเลยกับคำว่าความเป็นธรรมในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใดก็ตามเราเห็นการ ควบรวมกันของธุรกิจใหญ่ ๆ กลุ่มทุนใหญ่ ๆ บริษัทใหญ่ ๆ ที่เมื่อควบรวมกันแล้วจะสามารถ เป็นเจ้าใหญ่ที่ควบคุมตลาดได้ สิ่งที่เราต้องการคืออำนาจในการที่จะดูแล แล้วก็ป้องกันไม่ให้ สิ่งเหลานี้เกิดขึ้น แต่ ๒ กรณีล่าสุดที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศของเรา เราเห็นแล้วว่ารัฐบาล ไม่มีอำนาจหรือว่าปล่อยปละละเลยมากในการที่จะควบคุมไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น การควบรวมของบริษัทค้าปลีกใหญ่ ๒ ราย หรือแม้แต่ที่กำลังเป็นประเด็นกันอยู่ก็คือกรณี ของทรู (TRUE) และดีแทค (DTAC) ทั้ง ๒ มันชี้ให้เห็นว่าประเทศเราเมื่อบริษัทใหญ่ต้องการ จะควบรวม หรือต้องการจะทำอะไรแล้วเสี่ยงต่อการที่เขาจะสามารถควบคุมตลาด รัฐบาล ไม่มีอำนาจหรือไม่มีความพยายามมากเท่าใดเลยที่จะควบคุมและป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านั้น เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นแผนที่ท่านบอกว่าอยากให้เกิดความเป็นธรรม ผมไม่แน่ใจว่ามันจะ เป็นจริงได้มากน้อยขนาดไหน เพราะว่าถ้าถึงเวลาที่ท่านจะพยายามทำแผนนี้แล้วมันอาจจะ ไม่เหลือการแข่งขันมากเท่าไรแล้วในตลาดของไทย เพราะว่าก่อนหน้านี้เรารวมไปหลาย ตลาดแล้ว ค้าปลีกไปแล้ว โทรคมนาคมไปแล้ว ในอนาคตก็ไม่ทราบว่าจะมีที่ใดอีกบ้าง หรือกลุ่มธุรกิจใดอีกบ้างที่จะเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ เพราะฉะนั้นถ้าทางรัฐบาลยังไม่สามารถ มีมาตรการที่จะควบคุมเรื่องเหล่านี้ได้ ถึงท่านจะมีแผนที่มันดูดีขนาดไหน ผมว่าไม่สามารถ ทำให้เกิดขึ้นได้จริง🔗
ประเด็นต่อมาก็คือตัววัดหลาย ๆ ตัววัด ผมสงสัยในการที่ว่าท่านเอามา จากไหน หรือว่าคิดอย่างไร ยกตัวอย่างเช่นกรณีเป้าหมายของการปรับโครงสร้างพื้นฐาน การผลิตสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม มีตัวชี้วัดว่ารายได้ประชาชาติต่อหัวซึ่งสถานะปัจจุบัน อยู่ที่ ๗,๐๙๗ เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อปี ก็คือ ๒๒๗,๐๐๐ บาทต่อปี ผมไม่ทราบว่าอันนี้ ท่านสำรวจที่ใดหรือว่าเก็บมาจากไหน เพราะผมมั่นใจว่าในหลาย ๆ จังหวัด ถ้าท่านไปทำ ในระดับจังหวัดมันมีน้อยมากที่จะถึงเกณฑ์ที่ท่านว่า ท่านบอกว่าสถานะปัจจุบันของเรา ตอนนี้รายได้ประชาชาติต่อหัวคือปีละ ๒๒๗,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นผมจึงไม่แน่ใจว่าถ้าสิ่งที่ ท่านทำมันไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ในหลาย ๆ จังหวัดแผนมันจะเวิร์ก (Work) ได้อย่างไร ถ้าข้อมูลที่ท่านเอามาวิเคราะห์ เอามาสร้างแผนมันอาจจะไม่ได้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือว่า มันอาจจะผิดไปจากความเป็นจริงค่อนข้างมากอย่างน้อย ๆ ในพื้นที่ของผมหาได้ค่อนข้างน้อย ปีละ ๒๒๗,๐๐๐ บาท ผมค่อนข้างพูดได้อย่างมั่นใจว่าไม่ใช่ประชาชนส่วนใหญ่แน่นอน อันนี้ เป็นตัวอย่างว่าในข้อมูลในเล่มนี้มันมีหลายอย่างที่บางทีเราอ่านไปแล้วมันดูไม่สอดคล้องกับ ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ทีนี้เรามาพูดเรื่องหมุดหมายกันบ้างครับ ผมคงจะไม่ลงรายละเอียด ทุกหมุดหมาย เพียงแต่ว่ามันจะมีบางอันที่ตัวผมเองนั้นให้ความสนใจแล้วก็คิดว่าเป็น หมุดหมายที่ดี แต่มันยังขาดวิธีการทำให้เกิดผล โดยเฉพาะเมื่อมาอ่านรายละเอียดในเล่มว่า ท่านมีตัวชี้วัดหรือตัวชี้วัดอะไรบ้างที่ท่านใช้เพื่อที่จะบอกว่าเราทำสำเร็จแล้ว ยกตัวอย่างเช่น เป้าหมายตัวชี้วัดสำหรับพัฒนาระบบ อันนี้เป็นเรื่องของหมุดหมายที่ ๖ ไทยเป็นศูนย์กลาง อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital) ของอาเซียน (ASEAN) หมุดหมายแรก ๆ ผมไม่ติดใจเท่าไร ก็คือเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต่าง ๆ อันนี้ผม พอเข้าใจได้ แต่มันมีหลายคำมากครับที่มันไม่เข้าใจว่านี่มันคืออะไร บุคลากรที่มีทักษะด้านผู้บูรณาการ ระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ นี่คืออะไรหรือครับ อันนี้คือต้องสอบหรือว่าต้องทำอะไร คือผม เข้าใจว่าอาจจะเขียนให้สอดคล้องกับหลาย ๆ อย่าง เพราะว่าผมเห็นคล้าย ๆ อย่างนี้ ในรายงานหรือว่าใน พ.ร.บ. งบประมาณเหมือนกันว่ามีโครงการที่จะเพิ่มบุคคลที่เรียกว่า ผู้ที่มีความรู้ด้านดิจิทัล (Digital) แต่มันไม่มีหลักเกณฑ์อะไรเลยที่จะทำให้เราสามารถเชื่อใจ ได้ว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้คือกลุ่มบุคคลใดแน่ แล้วเขาสามารถมีผลลัพธ์ ผลผลิตอะไรที่จะ ส่งเสริมธุรกิจดิจิทัล (Digital) ในประเทศไทย อีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องความมั่นใจ ความเชื่อใจ พอท่านพูดเรื่องนี้มันก็จะมีประเด็นที่ว่าในเล่มเขียนว่าเรื่องความปลอดภัยต่าง ๆ เรื่องความ ปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) ของประเทศที่ต้องการแก้ไขและเพิ่มเติม เพื่อทำให้ประเทศเรา เป็นที่น่าเชื่อใจ แล้วก็สามารถสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้ พอพูดว่าความปลอดภัยด้าน ไซเบอร์ (Cyber) ท่านประธานถ้าให้ผมพูดอีกชั่วโมงหนึ่งซึ่งเราไม่มีเวลา เพราะฉะนั้นผม เลยไม่แน่ใจว่าสิ่งเหล่านี้ที่ท่านวางแผนไว้ท่านจะสามารถปฏิบัติจริงได้มากน้อยขนาดไหน แล้วมันเป็นแผนที่เป็นความฝันล้วน ๆ เลยหรือไม่ เพราะว่าหลาย ๆ อย่างผมเคยอภิปรายใน สภาแห่งนี้ไปแล้ว เรื่องความปลอดภัย เรื่องไซเบอร์ (Cyber) เรื่องต่าง ๆ มันมีหลายอย่างที่ รัฐบาลทำได้ตอนนี้เลย ไม่ต้องรอเป็นแผนปี ๒๕๖๖ ถึงปี ๒๕๗๐ ด้วยซ้ำ สามารถทำได้ เดี๋ยวนี้เลย หรือแม้แต่ท่านนายกที่รักษาการอยู่ตอนนี้ก็ทำได้ครับ แต่ตลอดจนจะหมดสมัย อยู่แล้ว รัฐบาลก็ยังไม่เห็นทำอะไรเลย เพราะฉะนั้นผมไม่แน่ใจว่าท่านจะเขียนแผนต่อไปอีก ๕ ปี ถ้าเป็นแบบเดิมผมว่ามันก็ไม่ได้มีผลอะไรครับ จนกว่าต้องมีรัฐบาลใหม่ที่เขาตั้งใจจะทำ จริง ๆ ผมก็ขอเท่านี้แล้วกันครับท่านประธานด้วยเวลาที่มี ขอบคุณครับ🔗
เวลาเราก็จำกัดหน่อย เพราะว่าได้รับรายงานว่ามีความประสงค์จะเสนอญัตติสำคัญ ก็เลยต้องเรียนให้พวกเราทราบ ต่อไปก็ขอสลับนะครับ เดิมได้เชิญคุณสกุณาไว้แต่ขอสลับเป็นคุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ก่อนครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ด้วยการชี้แจง ของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะผ่านมากี่ฉบับ ๆ ท่านก็เขียนไว้สวยหรูครับ แต่ผ่านมาจะถึงฉบับที่ ๑๓ แล้วครับ คนจนก็มากขึ้น หนี้นอกระบบก็มากขึ้น คนแก่ก็ตกงาน มากขึ้น อาชญากรรมก็มากขึ้น ยาบ้าก็มากขึ้น คนฆ่าตัวตายก็มากขึ้น สินค้าอุปโภคบริโภค ก็แพงมากขึ้น แต่ที่ตกต่ำที่สุดในแผนพัฒนาเศรษฐกิจสินค้าการเกษตรของพี่น้องประชาชน กลับตกต่ำทุกตัว เมื่อมาดูแผน ๑๒ ที่ผ่านมาที่ท่านบอกว่าเศรษฐกิจขยายตัวปี ๒๕๖๑ บอกว่าขยายตัว ๔.๒ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๒ ขยายตัว ๒.๑ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๓ ขยายตัว ๖.๑ เปอร์เซ็นต์ และปี ๒๕๖๔ ขยายตัว ๕ เปอร์เซ็นต์ วันนี้เศรษฐกิจจะขยายตัวหรือไม่ ขยายตัวนี่ดูที่ไหนท่านประธานครับ ดูที่เงินในกระเป๋าพี่น้องประชาชน ดูที่ความเป็นอยู่ของ พี่น้องประชาชน วันนี้พี่น้องประชาชนลำบากครับ แล้วต่อมาถึงแผนที่ ๑๓ ปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ผมว่าเป็นไปได้ยากนะครับ เป็นไปได้ยากมาก ขอยกตัวอย่างง่าย ๆ ก็คือเกษตรมูลค่าสูง ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มมูลค่า เพิ่มรายได้ ซึ่งมันเป็นไปได้ยากมากยกตัวอย่างนา แปลงใหญ่ นาแปลงใหญ่วันนี้มันไม่ใช่นาแปลงใหญ่มันเป็นการเอาพื้นที่เกษตรกรที่อยู่ใกล้กัน มารวมกัน นาก็ยังเป็นแปลงน้อยเหมือนเดิม เป็นคันนาเล็ก ๆ เป็นแปลงเล็ก ๆ ก็ไม่สามารถ เพิ่มผลผลิตได้ แต่ถ้าจะทำนาแปลงใหญ่นี่ต้องเพิ่มงบประมาณให้กรมพัฒนาที่ดินไปปรับรูป แปลงนา ปรับโครงสร้างนา ล้มคันนาออก ถึงจะเป็นนาแปลงใหญ่ แล้วก็ลดต้นทุน แล้วก็เพิ่ม ผลผลิต แล้วระบบกระจายน้ำวันนี้ระบบกระจายน้ำเราไม่มีเงิน ของกรมชลประทานไม่พอ งบกลางก็ไม่เพิ่มให้ แล้วไม่สามารถที่จะเพิ่มได้ แล้วนวัตกรรมใหม่ครับ นวัตกรรมใหม่ที่ ท่านบอกท่านทำอย่างไรนวัตกรรมใหม่ ถ้ายังหว่านข้าวทำนาเหมือนเดิม ใช้แรงงานดำนา เหมือนเดิมอย่างไรก็เป็นไปไม่ได้ นวัตกรรมใหม่มันจะต้องเป็นการลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต มีรถดำนาครับ วันนี้นาหว่านใช้พันธุ์ข้าว ๒๐ กิโลกรัมต่อไร่ ได้ผลผลิต ๒๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ แต่ถ้าเป็นนาดำโดยใช้เครื่องจักรรถดำนา ๑๐ กิโลกรัม ได้ผลผลิต ๔๐๐ กิโลกรัม แล้วยกระดับเพิ่มราคาขึ้นก็จะเป็นการเพิ่มรายได้ แล้วสุดท้ายท่านเลขาธิการสภาพัฒน์ครับ ฝากท่านประธานถึงท่านเลขาธิการว่าท่านคือผู้ยิ่งใหญ่อะไรต้องผ่าน ผ่าน ครม. ผ่านสภา ต้องไปผ่านสภาพัฒน์ครับ แต่ท่านยังไม่เข้าใจ อีกอันหนึ่งก็คือผมอยากฝากท่านว่าคำว่าอบรม อบรมนี่ไม่ใช่พอโครงการผ่านไปถึงท่าน เช่นงบกลางที่ผ่านมาปีนี้ครับ ยกตัวอย่างจังหวัดอุบลราชธานีก็ได้ครับ ๑๖๘ ล้านบาท ก็ขอ มาแต่ผ่าน ผ่านเท่าไรครับ ผ่านแค่ ๖๖ ล้านบาท มีงบอบรมอยู่ในนั้นประมาณ ๑๐ ล้านบาท เอาไปอบรมอะไร ไปส่งเสริมอบรมผู้เลี้ยงโคซึ่งจังหวัดอุบลราชธานีมีประชากรวัวมากที่สุด ในประเทศไทย และปีนี้ประสบภาวะปัญหาโคเป็นลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ๓๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐ ตัวต่อ ๑ อำเภอ ปศุสัตว์คนเดียวครับ วัวป่วยทั้งอำเภอ โทรหาปศุสัตว์โทรก็ ติดบ้าง ไม่ติดบ้าง ปศุสัตว์ก็ไปไม่ไหว เกษตรกรก็ไม่สามารถที่จะฉีดยารักษาวัวตัวเองเป็น วันนี้เราจึงอยากเพิ่มศักยภาพด้วยการอบรมให้ความรู้ เพิ่มเทคโนโลยี เพิ่มนวัตกรรมให้กับ เกษตรกรให้เขาสามารถดูแลรักษาวัวเป็น อบรม ๒ วัน ให้เข็มฉีดยา ให้ความรู้ ให้กระติก น้ำแข็ง ให้เขาสามารถดูแลโคของเขาเองได้ เมื่อมาอบรมวันหรือ ๒ วัน ก็จะมีเบี้ยค่ารถ ค่าเดินทางคนละ ๒๐๐ บาท หลังจากเลิกอบรมท่านประธานไปดูครับ เขาก็จะเข้าไปในตลาด มีเงินคนละ ๒๐๐ บาท ก็จะไปจับจ่ายใช้สอยซื้อของ ซื้อกับข้าวกลับบ้าน อาหารในตลาด เกลี้ยง นี่คือระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนครับ ผมอยากฝากว่าสภาพัฒน์ต้องคิดดี ๆ ไม่ใช่ว่าวันนี้ ท่านทำงานซ้ำซ้อนครับท่านประธาน ทำงานซ้ำซ้อนอย่างไร ท่านอนุมัติโครงการทำถนน ซึ่งทางหลวงชนบทเขาทำอยู่แล้ว วันนี้ท่านก็ไปแย่ง จังหวัดขอมาทำถนนท่านก็อนุมัติ เพราะว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐาน แต่ถามว่าใครได้ ผู้รับเหมาได้ มีคนงาน ๔ ๕ คน แล้วมัน กระจายตรงไหน อยากจะฝากว่าสภาพัฒน์ต้องทบทวนครับ ไม่ใช่คำว่า อบรมมาแล้วท่านก็ วางไว้ วางไว้ วางไว้ไม่อนุมัติให้เขา จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธาน แล้วก็สุดท้ายครับ สิ้นแผน ๑๓ ท่านบอกว่าประชาชนจะมีรายได้ต่อครอบครัว ๕๓๗,๐๐๐ บาทต่อครอบครัว ซึ่งผมขอแย้งท่านว่าถ้าเสร็จสิ้นแผน ๑๓ ประชาชนจะเป็นหนี้ครอบครัวหนึ่งอย่างน้อย ๕๐๐,๐๐๐ บาท ไม่สามารถที่จะฟื้นชีวิตเขาได้ ผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานถึงท่าน เลขาธิการสภาพัฒน์ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ คุณชูวิทย์ ก็พูดถึงแผนฉบับที่ ๑๓ ต่อไปท่านวีระกร คำประกอบ หลังจากนั้นจะเป็นคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม คุณสงวน พงษ์มณี นางสาวสกุณา สาระนันท์ ขอเชิญคุณวีระกรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงต้องยอมรับว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติตั้งแต่ ฉบับที่ ๑ มีผลส่งให้ประเทศไทยมีความเจริญมาจนถึงทุกวันนี้ ถ้าเราจำกันได้สมัยก่อน ก่อนจะมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประเทศไทยอยู่ในสภาพที่ผมคิดว่าอยู่ใน สภาพโบราณ ๆ ครับ เรามีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ ก็ได้ปรับปรุง หลาย ๆ อย่าง ระบบอุตสาหกรรมเริ่มเข้ามา เริ่มมีนิคมอุตสาหกรรมเริ่มอะไรต่าง ๆ ผมว่า ประเทศมาได้ถึงทุกวันนี้ก็ต้องขอบคุณสภาพัฒน์ที่ท่านได้ช่วยวางรากฐานที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศมันเป็นพลวัตมันมีการพัฒนาการที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ท่านจะไปยึดรูปแบบเดิม ๆ ไม่ได้ หนังสือที่ท่านเขียนเป็นตัวหนังสือมาจะเห็นได้ว่ามัน ค่อนข้างจะเหมือนกับคนละประเทศ ในฉบับหลัง ๆ ผมว่ามันออกไปในลักษณะที่มองโลก ในแง่ดีจนเกินไป ผมยกตัวอย่าง ๒.๑ เรื่องบริบทการพัฒนาประเทศในมิติด้านเศรษฐกิจ ท่านก็เขียนไว้ดีว่าประเทศไทยยังคงประสบปัญหาด้านประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรซึ่งทำให้ การเจริญเติบโตของประเทศ จีดีพี (GDP) ของประเทศมีความล่าช้าไม่สามารถที่จะพัฒนา จากระดับกลางไปสู่รายได้สูงได้ เราติดกับดักรายได้ปานกลางมานานครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านใช้ คำว่า การใช้ประสิทธิภาพทางด้านทรัพยากรยังไม่เพียงพอ ผมอยากจะเรียนกับท่านว่า ประเทศไทยไม่ใช่ไม่มีงบประมาณนะครับ ผมดีใจที่ท่านพูดเกริ่นนำไว้ตั้งแต่ต้นว่าได้ส่งเรื่อง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ นี้ไปให้สำนักงบประมาณแล้วเพื่อให้ สำนักงบประมาณได้จัดทำงบประมาณให้เหมาะสม คำว่า สำนักงบประมาณ ก็คือการจัดทำ ทรัพยากรของประเทศให้เกิดความเหมาะสม ผมถามท่านนิดหนึ่งว่าปัจจุบันนี้ท่านเอง ก็ตระหนักดีว่าเราใช้ทรัพยากรของประเทศไม่เหมาะสม ผมอยากยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ ประเทศไทยขาดแคลนอะไร เราใช้งบประมาณไปในสิ่งที่เราขาดแคลนจริงหรือไม่ จุดที่เรา จำเป็นแต่เรากลับเอาไปใช้ในสิ่งไม่จำเป็นเราจะเห็นได้มากมาย สภาพัฒน์ครับ ท่านฟัง ผมเลย ท่านปล่อยให้สำนักงบประมาณเอางบประมาณไปสร้างศาลเยอะแยะหมดเลยครับ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลภาค ๖ ศาลแรงงาน จังหวัดนครสวรรค์เต็มไปด้วยศาล แต่ในขณะเดียวกันสิ่งที่ประชาชนจำเป็นเรากลับไม่ค่อยทำ ไม่ว่าจะเป็นระบบชลประทาน ท่านก็คงทราบดีว่าในภาคกลางทั้งหมด ๒๒ จังหวัด เราขาดแคลนน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา พอสมควร คือปีหนึ่งประมาณ ๔,๐๐๐ ล้าน ถ้าในช่วงเอลนีโญที่ผ่านมา ๕ ๖ ปีก่อนหน้า ที่จะถึงเข้ามาในปีที่แล้ว ปีนี้ซึ่งเข้าสู่ลานีญา แต่ก่อนหน้านั้นเราขาดแคลนน้ำ เรามีระบบ ชลประทานมากมาย ท่านสร้างไว้เยอะแยะหมดเลยระบบชลประทาน แต่ไม่มีน้ำต้นทุนครับ กรรมาธิการน้ำของสภาผู้แทนราษฎรได้ขอให้ท่านได้ช่วยกรุณาผลักดันโครงการผันน้ำยวม เอาน้ำยวมมาใส่ครับ ต้นทุนก็ไม่ได้มากมายแล้วก็ไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน เพราะมีบริษัท ของรัฐบาลจีนเขาเสนอความช่วยเหลือมาโดยผ่านกรรมาธิการของผม ซึ่งใช้งบประมาณ ประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เราสามารถเติมน้ำได้ปีละ ๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ในเฟส ๑ (Phase 1) และเฟส ๒ (Phase 2) เราสามารถที่จะนำเอาน้ำสาละวินมาเติมใส่ได้อีกไม่จำกัด เพราะฉะนั้นท่านต้องผลักดันโครงการดี ๆ อย่างนี้ไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินเลย เขาจะ มาคิดสตางค์ต่อค่าน้ำ ๑ คิว ๑ คิวไม่ถึงบาท เท่าที่เขาได้เสนอมา สิ่งเหล่านี้ท่านต้องจำ ท่านต้องคิดที่จะทำหรือจะเป็นโรงงานปุ๋ย สภาพัฒน์ครับ ประเทศไทยมีประชากรที่เกี่ยวข้อง กับเกษตรกรรมต้องใช้ปุ๋ยประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรประเทศ ครึ่งหนึ่งของประชากร ประเทศเกี่ยวข้องกับเกษตรกร ประเทศไทยไม่มีโรงงานปุ๋ย สภาพัฒน์นั่งอยู่ได้อย่างไร ไม่ใช่ เราไม่มีทรัพยากรธรรมชาติที่มันจะเอามาทำปุ๋ย เรามีโปแตช (Potash) ตั้ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านตัน อยู่ในแหล่งจังหวัดอุดรธานี จังหวัดชัยภูมิมีโปแตช (Potash) อยู่ มีผู้ที่ได้รับสัมปทาน ทำเหมืองโปแตช (Potash) ๒ รายด้วยกัน แต่เราไม่มีโรงงานที่จะมารับซื้อโปแตช (Potash) เอามาทำปุ๋ยโปแตช (Potash) ทำไมท่านไม่เสนอให้รัฐบาลมีจุดเป้าประสงค์บ้างสิครับ จุดหมุดหมายที่ท่านตอกไว้ตอกไปเลยว่าประเทศไทยต้องการความมั่นคงทางปุ๋ยเคมี ท่านทราบไหมว่าเกษตรกรปุ๋ยยูเรีย (Urea) จาก ๗๐๐ ๘๐๐ บาทขึ้นไปเป็น ๑,๘๐๐ บาท ในปีที่ผ่านมา มันไม่มีความมั่นคงในปุ๋ย แม้กระทั่งปุ๋ยโปแตช (Potash) ตอนนี้ก็ยังไม่ลงครับ ยังอยู่ในกระสอบละ ๑,๔๐๐-๑,๕๐๐ บาท ในขณะที่ยูเรีย (Urea) จาก ๑,๘๐๐ บาท ลดมาแล้วเหลือ ๑,๒๐๐ บาท ท่านประธานครับ เราต้องฝากให้กับทางสภาพัฒน์ครับ ท่านอย่างมองแต่เรื่องของอุตสาหกรรม เรื่องของอะไร ซึ่งมันก็ดี พูดถึงอุตสาหกรรม ผมอยากจะบอกกับท่านว่าทำไมความเจริญเติบโตของ ประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมานะครับ ขอท่านประธานอีกนิดเดียวครับ จีดีพี (GDP) ของ ประเทศไทยไตรมาสที่ ๑ โต ๒.๓ ไตรมาสที่ ๒ โต ๒.๕ .ในขณะที่เวียดนามไตรมาสที่ ๑ เขาโต ๕.๑ และไตรมาสที่ ๒ ๗.๗ เปอร์เซ็นต์ มาเลเซียไตรมาสที่ ๑ เขาโต ๕ เปอร์เซ็นต์ ไตรมาสที่ ๒ ๘.๙ เปอร์เซ็นต์ ประเทศไทยคาดว่าปีนี้จะโต ๓ เปอร์เซ็นต์ ถามว่าทำไม ก็เพราะว่าประเทศไทยเราฟื้นช้าเพราะเรามีตลาดเอฟทีเอ (FTA) อยู่แค่ ๑๘ ประเทศครับ สภาพัฒน์ ในขณะที่มาเลเซียเขามี ๕๓ ประเทศ ทำไมเขาทำเอฟทีเอ (FTA) กับ ๕๓ ประเทศได้ เพราะเขาเน้นการวิจัยและพัฒนาในเรื่องของพันธุ์พืชเพราะการเข้าไฮ แสตนดาร์ด เอฟทีเอ (High Standard FTA) ไม่ว่าจะเป็นซีพีทีพีพี (CPTPP) หรือเรื่องของตลาดเอฟทีเอ (FTA) ของอียู (EU) ท่านต้องเข้ายูปอฟ ๑๙๙๑ (UPOV1991) ท่านต้องมีความจำเป็นต้องยอมรับ เงื่อนไขของยูปอฟ ๑๙๙๑ (UPOV1991) ซึ่งเขาเน้นการปกป้องคุ้มครองนักพัฒนาพันธุ์พืช ใหม่ ๆ ตรงนี้ล่ะเราต้องให้ทันต่อเขาสิครับ เราต้องเข้าสู่เอฟทีเอ (FTA) ให้ได้ ๕๓ ประเทศ เหมือนเวียดนาม โดยการต้องลงทุนเอาทรัพยากรนี่ล่ะที่ท่านบอกว่าเราขาดประสิทธิภาพ ในการใช้ทรัพยากร เอาทรัพยากรงบประมาณแผ่นดินซึ่งอาจจะไม่มากนักเอามาใช้กับการวิจัย และพัฒนาในเรื่องของการเกษตร เรามีพันธุ์ข้าวต่าง ๆ ถึง ๒๐,๐๐๐ สายพันธุ์แต่ท่านให้ งบประมาณน้อยเหลือเกิน เพราะฉะนั้นการปักหมุดของท่านจะเห็นได้ว่าปักหมุดโดยที่มอง ไปมองแบบชนิดที่ว่าไม่ดูปัญหาที่แท้จริงของประเทศ ท่านไม่ได้มองปัญหาที่แท้จริงของ ประเทศตามที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปหลายคนแล้ว ก็จะตรง ๆ กันว่าท่านมองบนพื้นฐาน ทั่วไปไม่ได้มองเจาะลึกลงไปว่าประเทศไทยควรจะใช้ทรัพยากรอย่างไรนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
๓ ท่านต่อไปนะครับคุณครู มานิตย์ สังข์พุ่ม วิจารณ์ซักถามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๓ ถ้าเรา อยู่ในกรอบนี้จะได้ตรงประเด็นของเราครับ เชิญครูมานิตย์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนสุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม ครับ ผมเห็นท่านประธานได้กรุณาเน้นว่า ให้เราพูดอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ผมก็พยายามนั่งไตร่ตรองแล้วก็ดูหมุดทั้ง ๑๓ หมุดท่านประธานครับ แล้วก็ทบทวนไปยัง แผนพัฒนาเศรษฐกิจที่ผ่าน ๆ มา มันเหมือนรูทีน (Routine) เลยครับ ทุกครั้งก็เขียนอย่างนี้ล่ะ มีเป้าหมาย มีโจทย์ มีเป้าหมาย มีวัตถุประสงค์ ผลที่คาดว่าจะได้รับ แต่ฉบับนี้มาพิเศษ อยู่อย่างหนึ่งในส่วนที่ ๕ การขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติ มันเป็นความสับสนว่าผมกำลังจะ พูดอยู่ในเนื้อหาสาระหรือเปล่า เพราะผมย้อนกลับไปเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เราประชุม งบประมาณรายจ่ายประจำปีในวงเงิน ๓.๓๓ ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นทั้งอาวุธ เป็นทั้งเครื่องมือ ในการพัฒนาประเทศในการขับเคลื่อนแผนประเทศ ตรงนี้แผนพัฒนาประเทศเปรียบเสมือน คัมภีร์ที่ท่านเขียนมาสำเร็จ อันนี้ผมชมเชยครับ ชมเชยทั้งท่านเลขาธิการ ทั้งท่านข้าราชการ และไม่ได้ชมเชยเฉพาะเลขาธิการท่านดนุชาทุกวันนี้ เลขาธิการสภาพัฒน์ทุกท่านที่ผ่านมา ชมเชยหมดครับ เพราะเป็นมันสมองของประเทศหัวกะทิทั้งนั้น คนที่ได้นั่งเป็นเลขาธิการเช่น ท่านรัฐมนตรีอาคมทุกวันนี้มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็มาจากเลขาธิการ สภาพัฒน์ แต่ถามว่าในแง่ปฏิบัติในการแก้ปัญหาของประเทศชาตินั้นได้แก้ไปตามที่แผน ได้เขียนมาไหม ผมว่าตรรกะมันต่างกันสิ้นเชิงเลยกับงบประมาณที่ผ่านมา หมุดของท่านทั้ง ๑๓ หมุด ผมยกตัวอย่างหมุดการศึกษาในฐานะเป็นครูบาอาจารย์ เราเห็นในงบประมาณ ที่เขาทำขอมาจากกระทรวง ทบวง กรม สร้างอาคารเรียน สร้างรั้ว สร้างบ้านพัก แม้กระทั่ง ปัญหาที่แท้จริงของการศึกษาในวันนี้มันอยู่ตรงไหนครับ เด็กไม่มีไอแพด (iPad) เด็กไม่มี เครื่องไม้เครื่องมือในการสนับสนุนการเรียนการสอนที่มีปัญหาในทุกวันนี้ เกิดภาวะวิกฤติ โควิด (COVID) ออกจากโรงเรียน เพราะผู้ปกครอง ตายายไม่สามารถนำเงินมาซื้อไอแพด (iPad) ได้ ไม่มีสื่อ วายฟาย (WiFi) ไม่เสถียร ท้ายที่สุดก็ออกไปจากการเรียน ๗๐,๐๐๐ ๘๐,๐๐๐ คน นี่สำคัญครับ เพราะเด็กคือทรัพยากรอันทรงคุณค่าเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า ผมก็สังเกตเห็นเวลาพวกท่านไปบรรยายมีธนาคารชาติ ผู้ว่าธนาคารชาติ เลขาธิการสภาพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไปหอการค้าไทย ระดับประเทศทั้งนั้น อุตสาหกรรมไทย แต่เราไม่เคยเห็นท่านไปเข้าใจปัญหาข้างล่าง ท่านก็นั่งเทียนเหมือนกับที่กระทรวง ทบวง กรม นั่งเทียนแล้วมาเขียนงบประมาณรายจ่าย งบประมาณรายจ่ายแต่ละปีใช้จ่ายมา จนกระทั่งว่าไม่รู้เท่าไร แต่การพัฒนาได้เท่าที่ควรไหมตอบว่าไม่ จะบอกว่าไม่พัฒนานี่มัน ไม่ได้ครับ เพราะปีหนึ่งเราใช้งบประมาณแผ่นดินเอามาจากภาษีพี่น้องประชาชน ๓ ล้านล้าน กว่าบาททั้งนั้น เงิน ๓ ล้านล้านกว่าบาทแต่ละปีนี่ไม่คิดถึงเงินกู้เหมือนกับเงินกู้เมื่อสักครู่ ช่วงโควิด (COVID) กู้มา ๑ ล้านล้านบาท ก็สภาพัฒน์นี่ล่ะเป็นเจ้าภาพในการทำโครงการ ต่าง ๆ แล้วถามว่าวันนี้ได้ประเมินหรือยังว่าประสบผลสำเร็จที่ไหน นี่ท่านเป็นเจ้าภาพเอง ผมก็มาแปลก แต่พอไปเห็นสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติขึ้นตรงกับ สำนักนายกรัฐมนตรีอยู่ใกล้ลุงตู่ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านประธานไม่เสียหายครับ ท่านก็ใช้ สภาพัฒน์มาแก้ปัญหาโควิด (COVID) แทนที่จะให้องค์กรอื่นเข้ามาร่วม แล้วถามว่าวันนี้ ประสบผลสำเร็จนี่แค่งานชิ้นเดียวมีงบไปด้วย เช่นเดียวกันที่ท่านเขียนมา ๑๓ หมุด ผมยอมรับครับ ถ้าได้อ่านหนังสือเพื่อเตรียมการสอบเข้าเป็นข้าราชการนี่ไม่ผิดหวังครับ แต่ถ้าเอาเนื้อหาสาระผมก็มองว่าเป็นเรื่องเดิม ๆ ไม่ได้มาตอบโจทย์ประเทศไทย ไม่ได้มา แก้ปัญหาอะไรกับประเทศไทยเลย ผมอยากเสนออย่างนี้ครับท่านประธานผ่านไปยัง เลขาธิการสภาพัฒน์ หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หรือผู้อำนวยการสำนัก งบประมาณแห่งประเทศไทย ท่านลองมานั่งจับเข่าบูรณาการ มาดูปัญหาจริง ๆ กันสิ เอาทีดีอาร์ไอ (TDRI) มาด้วย มาคุยกันว่าปัญหาที่แท้จริงแก่นสารการเกษตรนี่ปัญหามันอยู่ ที่ตรงไหน มันอยู่ที่ปุ๋ย หรือมันอยู่ที่พันธุ์ หรือมันอยู่ที่การค้า หรือมันอยู่ที่การจัดเก็บ ปัญหา เอสเอ็มอี (SMEs) มันอยู่ตรงไหน ปัญหาการศึกษาอย่างไร แล้วก็มาคุยกัน แล้วก็มาร่วมกัน ทำงบประมาณให้นำไปสู่การใช้จ่ายที่มีประโยชน์อย่างจริงจัง ผมว่านั่นล่ะประเทศถึงจะ แก้ปัญหาได้ ท่านได้แต่เขียนมาเป็นตัวรูปสวยงามเพื่อให้ถูกต้องเหมือนกับรายงานเข้ามา สู่สภา ท่านจำเป็นเพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าจะต้องรายงานเข้าสู่สภาถึงจะทำแผนเหล่านี้ ไปสู่สาธารณชนได้ ไปดำเนินการได้ ถ้ารัฐธรรมนูญไม่เขียนไว้ท่านก็ไม่ต้องส่งมา แต่ในการ ปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมผมอยากเห็นเมืองไทยวันนี้เข้ามาสู่ยุคนี้ได้แล้วครับ ผมฟังแต่ พวกท่านตั้งแต่ท่านว่า ผมไม่โทษท่านนะครับ ท่านก็ต้องไปต้องมาชี้แจง มั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน อ้ายผมก็โตมาจากนโยบายของพรรคเพื่อไทยในวันนั้น ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ให้คนเข้มแข็ง ให้มือล้วงเข้าไปในกระเป๋ามีสตางค์ มีงานทำ โตกันมาคนละยุค แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมก็ไม่ได้ตำหนิแต่ผมอยากเห็นท่านประธานครับ ท้ายที่สุดว่าตัวหนังสือที่สวยงาม สละสลวย ทั้งยุทธศาสตร์ ทั้งหมุด ทั้งเป้าหมาย ทั้งโจทย์ ทั้งวิธีการปฏิบัตินำไปสู่รูปธรรม ที่เป็นชิ้นที่เป็นอัน ที่ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด ผมเป็นผู้แทนมาจากพี่น้องประชาชน ได้เห็นปัญหาของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องชาวรากหญ้า เพราะเรามาจากพี่น้อง ชนบทเหมือนที่ผมบอกท่าน ผมรู้จักท่านทางหน้าหนังสือพิมพ์ ท่านไปบรรยายไปพบกับ หอการค้าไทย ไปพบกับโน่นพบกับนี่ แต่ท่านไม่เคยไปพบกับกลุ่มพ่อค้า ตาสี ตาสา ยายมี ยายมา ลุงแจ่ม ป้าช้อย ที่สุรินทร์เลย มันต่างกัน แต่ผมนี้พบกับปัญหาอย่างจริงจังเข้ามา ผมจึงอยากกราบเรียนซ้ำก่อนที่จะลงว่าฝากให้ท่านไปเอาปัญหาที่แท้จริงมาแล้วก็มานั่ง ประชุมกับองค์กรที่มีส่วนร่วมในการทำงบประมาณแล้วก็ขับเคลื่อนลงไป ถ้าท่านเขียน แล้วไม่สอดคล้องกับงบประมาณนี้มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะขับเคลื่อนประเทศไปได้ ถึงท่านถือคัมภีร์มาขนาดไหนแต่ท่านไม่มีอาวุธ ท่านจะไม่ประสบผลสำเร็จทั้งยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีในการแก้ปัญหาครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณสงวน พงษ์มณี ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทยจังหวัดลำพูน ท่านประธานครับ เวลาที่ท่านให้สั้น ๆ นี้ผมก็คิดว่าจะพยายามให้ อยู่ในกรอบแต่ว่าจะพูดให้เห็นว่าผมเข้าใจเรื่องแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ฉบับที่ ๑๓ อย่างไร เมื่อ วานได้รับฟังจากการชี้แจงของตัวแทนของท่าน ผมก็ไปนอนคิดมาทั้งคืนว่าจะพูดอย่างไรดีเพื่อ จะสื่อสารถึงท่าน ท่านประธานครับ แผนลำดับที่ ๑ คือแผนถึง ๒๐ ปี มันเหลืออีก ๑๕ ปี ใน แผนของท่าน ฉบับที่ ๑๓ นั้นมันอยู่ลำดับที่ ๓ ด้านนี้เป็นความมั่นคงและแผน ฉบับที่ ๑๓ ด้านนี้เป็นแผนปฏิรูป และยังมีแผนอีกแผนหนึ่งคือแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ๔ แผนนี้มาเป็นการขับเคลื่อนเป็นแผนที่ ๒ แผนที่ ๓ ของท่านก็คือลำดับที่ ๓ ของท่าน คืออะไร แผนปฏิบัติการด้านต่าง ๆ อีกแผนหนึ่งคือแผนปฏิบัติราชการซึ่งในเรื่องนี้ ผมอ่านดูแล้วมันมีแต่แผนสำหรับอธิปไตยที่เป็นฝ่ายบริหารเป็นหลัก แล้วก็ระดับของ นิติบัญญัติให้น้อยมาก ตุลาการมองไม่เห็นเลย ไม่ได้อยู่ในนั้นเลย ท่านครับ พูดเรื่องนี้แล้ว กลับไปสิ่งที่ท่านเสนอมาเป็นชาร์ต (Chart) ที่ท่านเสนอเมื่อสักครู่นี้ดูนะครับ ตัวขับเคลื่อน หรือจาระบีสำคัญให้กงจักร ๔ ตัวนี้มันเดินไปคืองบประมาณ ในงบประมาณท่านประธาน เห็นไหมครับ มันมีงบประมาณที่ผ่านสำนักงบประมาณคืองบจัดเก็บของราชการ และมาเป็น งบประมาณ และเงินกู้เพื่อการนั้นด้วย ปีนี้ก็กู้มาเกือบ ๗๐๐,๐๐๐ เอามาลงทุน ท่านครับ อีกงบประมาณหนึ่งท่านไม่ได้พูดถึงคือเงินนอกงบประมาณมีมากกว่าเงินแผ่นดินอีก เงินที่ ฝ่ายบริหารจัดการเอาไปจัดการต่าง ๆ เอง เรื่องนี้ท่านไม่ได้พูดถึงเลย ไม่ได้ส่งสัญญาณ อะไรเลย เรื่องที่ ๓ เป็นงบเงินกู้เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ เช่น โควิด (COVID) ๓ ภาพนี้คือ งบประมาณหรือจาระบีที่จะไปขับเคลื่อนองค์กรต่าง ๆ ตามแผนฉบับที่ ๑๓ ท่านอย่างนี้ครับ สื่อสารถึงจังหวัดต่าง ๆ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสภาพัฒน์ ท่านกรองโครงการของเขาที่ให้หรือไม่ให้ ท่านก็บอกว่าขัดกับแผนยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้ แผนอื่นก็ไม่ได้ด้วย ใครจะอธิบายให้เขาเข้าใจล่ะ อันนี้อันที่ ๑ พอท่านส่งเข้ามาแล้วมา ส่วนกลาง ใครเป็นคนจัดทำครับ รัฐบาลคือฝ่ายบริหารและใครครับ สำนักงบประมาณ เท่านั้นเป็นฝ่ายจัดทำปู้ยี่ปู้ยำงบ แต่อย่างไรก็เป็นเรื่องของ ๒ หน่วยงานที่จัดทำนี่ล่ะ ผมพูด เรื่องนี้ย้ำเรื่องนี้ทุกเรื่องที่ผมพูด เพราะว่าวันนี้เงินนอกงบประมาณไม่มีใครไปกำกับได้ เงินเป็นเงินแผ่นดินนะครับ สำนักงบประมาณกำกับไม่ได้เป็นเรื่องจริงเพราะเขาไม่ได้ขอ งบประมาณ มีอยู่ในหน่วยงาน ๑๕ หน่วยงานท่านครับ ปีนี้มา ๓๐ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง กับงบประมาณนี้เท่านั้นเอง ปีที่แล้วมีเงินอยู่ ๔ ล้านกว่าล้านนะครับ เงินงบประมาณ ๓ ล้าน กว่าล้าน ปีที่แล้วปี ๒๕๖๕ เอามาใช้เองเท่าไรท่านประธาน เอามาใช้เองตั้ง ๑,๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอามาใช้โดยไม่ผ่านการตรวจสอบเลยแล้ว แล้วปีนี้เก็บงบประมาณไปดูปุ๊บ เก็บได้มากขนาดไหน ท่วมขึ้นมาอีกครับ ปีที่แล้วมี ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปีนี้มัน ๔,๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทมันเยอะขึ้นอีก เยอะขึ้นมาปุ๊บเอาไปใช้เท่าไร แสนกว่าล้านบาทนี่ ไม่ตรวจสอบอีก ท่านจะขับเคลื่อนประเทศตามแผน ๑๓ ได้อย่างไร แล้วถ้าหน่วยงานที่มี งบประมาณมากไม่ยอมให้เงินเขา อย่างเช่น องค์การตามรัฐธรรมนูญต่าง ๆ ก็ต้องมี คำแนะนำจากสภาพัฒน์ไปยังเขาด้วยว่าควรจะใช้เงินนอกงบประมาณอย่างไร อันนี้ไม่มี ไม่ได้ทำ และไม่ปรากฏ จำไว้นะครับ แผนชาติต่าง ๆ ทำมาเพื่อกำกับการใช้เงินของแผ่นดิน เท่านั้น นี่คือปรัชญาหลักของการจัดทำแผน ท่านครับ อีก ๑๕ ปีแผนนี้ก็กว้าง ๆ แต่ล้าสมัย ผมดูเรื่องของการพัฒนาเกษตรกรรม ตอนนี้เน้นแต่เรื่องเคมียุคใหม่นี้มันเป็นเรื่องจุลินทรีย์ หรือเปล่า ตอนไม่มีคนมันไม่มีการสกัดเคมีออกมาให้อาหารให้พืชกินหรอก พืชเขากินอะไร เขากินสารอาหารที่มาจากจุลินทรีย์ในอากาศ ในดินนี่ล่ะ แต่ท่านไม่พูดถึง งานวิจัยมีอยู่ที่ไหน แต่ชาวบ้านเขาไปไกลกว่านั้นแล้ว พูดให้ฟังว่าแผนต้องตามคนให้ได้ ไม่ใช่แผนมาปฏิบัติการ ตามหลังคนที่คิด วันนี้สังคมเปลี่ยน การเมืองเปลี่ยน ชาวบ้านเปลี่ยน นักการเมืองและ ข้าราชการผู้ใหญ่ไม่เปลี่ยน ท่านยังคิดแบบเดิม ๆ สวยงามกินไม่ได้ที่เขียนนี่ ผมถืออย่างนี้ สวยงามกินไม่ได้ท่านประธานครับ วันนี้ย้ำ ท่านเป็นหน่วยงานสำคัญของแผ่นดิน ท่านต้อง คิดงานเพื่อกำกับเงินหลวง กำกับเงินแผ่นดิน อย่าปล่อยปละละเลยให้คนอื่นจัดการเอง เงินมากกว่าเงินงบประมาณเกือบเท่าตัว เอาไปใช้เองเพราะอะไรครับ ปีนี้เราใช้ได้ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วนะท่าน ประมาณนี้เท่านั้นไม่ถึง ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทด้วยซ้ำไป เถียงกัน แทบเป็นแทบตาย แต่เงินนอกงบประมาณมหาศาล ใช้แบบอีเหละเขละขละโดยคนไม่กี่คน เอาอำนาจที่ไหนมาทำ แล้วท่านปล่อยปละละเลยเรื่องนี้อย่างไรครับ นี่เป็นข้อกล่าวหา จากผมครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสงวนรักษาเวลาได้ดี ต่อไปจะเป็นนางสาวสกุณา สาระนันท์ แล้วก็สลับไปที่นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนครพรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉัน ขอร่วมอภิปรายร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ท่านประธานคะ เมื่อมาดูหมุดหมาย ๑๓ หมุดหมายที่ทางสภาพัฒน์ได้กำหนดขึ้นมา ซึ่งแบ่ง ออกเป็น ๕ กลุ่ม ดิฉันก็มีความอุ่นใจนะคะว่าภายใน ๕ กลุ่มนั้นมีหมุดหมายที่สำคัญก็คือ หมุดหมายในเรื่องของการเกษตรและการเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง เนื่องจากว่าหมุดหมายนี้ มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กับเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งดิฉันเองตลอดระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมาได้พยายามพูดถึงศักยภาพของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อที่จะพัฒนา การพัฒนาจะนำไปสู่การแก้ปัญหาเรื่องรายได้ของคนในชนบท เพื่อที่จะลดปัญหาความเหลื่อม ล้ำ แต่ก็เป็นที่น่ากังวลอยู่ประเด็นหนึ่งนะคะ ดิฉันกังวลว่าปัญหานี้จะเกิดซ้ำรอย นั่นก็คือว่าแผน นี้จะไม่สามารถที่จะนำไปสู่ภาคการปฏิบัติได้เหมือนกับที่ผ่านมานะคะ เนื่องจากว่าการที่ จะปฏิบัติแผนนี้ให้เกิดความสำเร็จนั้นจะต้องอาศัยความสอดคล้อง ตั้งแต่ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ มาถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติฉบับนี้ รวมถึงแผนปฏิบัติราชการ และที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องของงบประมาณแผ่นดินที่จะต้องจัดให้มีความสอดคล้องกัน ประโยชน์ถึงจะเกิดขึ้นกับประชาชนได้ และท่านประธานที่เคารพคะ ในเรื่องของการเกษตร แล้วก็เกษตรมูลค่าสูงซึ่งดิฉันได้กล่าวแล้วว่ามันมีความเชื่อมโยงกับเรื่องของการพัฒนา เศรษฐกิจฐานราก ทุกคนในที่นี้ก็คงจะเห็นตรงกันว่าการพัฒนาในเรื่องการแก้ปัญหาความ ยากจน ในเรื่องนี้มันไม่มีหน่วยงานไหนที่จะสามารถปฏิบัติได้โดยลำพังได้ คงไม่มีใครตอบ ได้ว่าถ้าเกิดจะทำผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เป็นเกษตรมูลค่าสูงจะอาศัยเพียง กระทรวงเดียว กรมเดียว หน่วยงานเดียว มันไม่สามารถทำได้ มันจะต้องอาศัยการบูรณาการ แต่ทีนี้ดิฉันอยากจะชี้ให้เห็นในประเด็นที่ว่าความไม่สอดคล้องระหว่างแผนปฏิรูปนี้ รวมถึง การจัดสรรงบประมาณ ดิฉันเองได้มีโอกาสเป็นกรรมาธิการในอนุกรรมาธิการงบประมาณ ดิฉันเห็นว่าในแผนการ บูรณาการซึ่งมีงบอยู่ ๒๑๘,๐๐๐ ล้านบาทในปี ๒๕๖๖ นี้ พบว่ามากกว่าครึ่งเราใช้ไปกับ การสร้างถนนหนทาง แต่งบประมาณเพื่อที่จะมาพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเป็นงบประมาณ ในสัดส่วนที่น้อยมากจนน่าตกใจค่ะ ลดลงมาเรื่อยจนกระทั่งปี ๒๕๖๖ นี้มีเพียง ๐.๖๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น มีงบประมาณในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพียง ๑,๔๗๔ ล้านบาท ในขณะที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับนี้กลับให้เรื่องของการเกษตรแปรรูปมูลค่าสูงอยู่ในอันดับ ที่ ๑ ในทุก ๆ กลุ่มของแผนพัฒนาด้วยซ้ำ ดังนั้นเราจะเห็นเลยว่ามันไม่มีความสอดคล้องกัน จริง ๆ ท่านประธานคะ นอกจากงบประมาณที่จัดไม่สอดคล้องกับหลักปฏิบัติที่จะนำไปสู่ ความสำเร็จแล้ว ยังปรากฏว่างบประมาณอันน้อยนิดนั้นก็ยังเอามาใช้ผิดเรื่อง การมอบหมาย ภารกิจให้กับกระทรวงที่ไม่ได้มีคุณสมบัติในการที่จะปฏิบัติภารกิจนั้นได้ อย่างเช่นเราก็รู้กันดี ว่าการที่จะทำแปรรูปผลผลิตแปรรูปมูลค่าสูงหรือเกษตรที่เพิ่มมูลค่ามันจะต้องอาศัยเรื่อง องค์ความรู้ นวัตกรรม งานวิจัยใหม่ ๆ ซึ่งกระทรวงเกษตรที่ผ่านมาก็พิสูจน์แล้วว่าไม่มี ศักยภาพในการที่จะทำเรื่องนี้ แม้แต่งบประมาณที่เอาไปในเรื่องของการจัดสรรน้ำก็ไม่ได้เน้น ในเรื่องการกระจายน้ำไปให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์ค่ะ พอมาถึงกระทรวงมหาดไทย ที่ได้กำหนดไว้ในงบประมาณ ในกลุ่มแผนบูรณาการก็มีกรมพัฒนาชุมชนที่รับผิดชอบค่ะ และกรมพัฒนาชุมชนเราก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ได้มีบุคลากรที่จะมีความรู้ในเรื่องนวัตกรรมที่จะไป พาเกษตรกรไปสู่เป้าหมายที่เราตั้งไว้ได้นะคะ🔗
มาถึงกระทรวงการอุดมศึกษา ที่ผ่านมาเราก็รู้ว่างบประมาณวิจัยและพัฒนา ส่วนใหญ่ก็มุ่งเน้นไปเพื่อทำงานโชว์ค่ะ อย่างมากที่สุดก็เป็นแค่ต้นแบบก็ไม่มีหน่วยงานไหน ที่เอางานวิจัยเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ได้และกระทรวงที่มีความสำคัญกลับไม่ได้อยู่ใน แผนพัฒนาบูรณาการนั้นเลย นั่นก็คือกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข เรื่องของ อย. เป็นหุบเหวมรณะค่ะ ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างถ้าเกิดไม่ได้ อย. แล้วนี่มันก็ไม่สามารถเดินหน้า ต่อได้ แล้วการที่จะได้มาซึ่ง อย. ก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้งบประมาณ แต่งบประมาณไม่ได้จัด ให้กับหน่วยงานนี้เลย สรุปก็คือว่าสิ่งที่เรากำลังทำกันอยู่มีแต่การอบรม อบรม อบรม แล้วก็ ทิ้งขยะไว้ให้กับภาคประชาชนค่ะ ดังนั้นดิฉันจึงเสนอแนะว่าควรจะทบทวนโครงสร้างระบบ และกลไกของยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ จนถึงระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปี ให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ขอขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ คุณสกุณา ได้วิจารณ์แผน ๑๓ นะครับ ต่อไปเป็นคุณกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ หลังจากนั้นจะเป็น ๓ คนอีกชุดนะครับ คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร คุณดะนัย มหิพันธ์ แล้วสลับไปที่คุณคารม พลพรกลาง ขอเชิญคุณกองตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้กระผมจะขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ซึ่งสภากำลังรับทราบจากการแถลงของท่านเลขาสภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ อยู่ในขณะนี้นะครับ โดยผมจะขออนุญาตใช้เอกสารของที่ทางสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติได้นำเสนอต่อสภา แล้วก็ขออนุญาตใช้ภาพถ่ายซึ่งเป็นภาพนิ่งประกอบ การอภิปรายครับ🔗
โดยผมขออนุญาต ที่จะพูดถึงร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เรากำลังพิจารณารับทราบกันอยู่ ในขณะนี้ ก็คือแผนที่เราจะนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศในด้านสังคม ในด้าน เศรษฐกิจ ซึ่งจะนำไปใช้ในปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ในเรื่องของแผนซึ่งสมาชิกหลายท่านได้อภิปราย ไปแล้ว ผมก็ขออนุญาตที่จะอภิปรายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับมิติในด้านของการผลิตและการ บริการ ในหน้า ๒๒ และหน้า ๓๑ ซึ่งมีเป้าหมายอยู่ ๖ เป้าหมาย ผมขออนุญาตจะอภิปราย ในเป้าหมายที่ ๑ คือประเทศไทยเป็นประเทศเป้าหมายที่จะให้ประเทศไทยเป็นประเทศ ชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและการเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง โดยมีกลยุทธ์ที่กำหนดไว้ก็คือการ สนับสนุนการวิจัยเทคโนโลยี และนวัตกรรมการผลิต และการแปรรูปโดยมุ่งเป้าหมาย ให้การมีส่วนร่วมของภาคเอกชน และองค์กรเกษตรที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ และผลผลิตงานวิจัย ทั้งการมีส่วนร่วมระหว่างผู้พัฒนา เทคโนโลยีและผู้ที่ใช้งาน เป็นแนวทางที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนประเทศ โดยหน่วยงาน ที่จะต้องนำไปปฏิบัติตามแล้วก็ขับเคลื่อนแล้วก็อยู่ในหมวดที่ ๕ ซึ่งก็เป็นส่วนราชการและ องค์กรต่าง ๆ ในด้านมิติต่าง ๆ ก็เช่น การจัดสรรงบประมาณ การควบคุม การติดตาม ประเมินผล ซึ่งในแผนนี้ก็ได้มีการกล่าวไว้อย่างละเอียดแล้ว โดยมีเป้าหมายสุดท้ายก็คือ ให้เกษตรกรครอบครัวเกษตรกรมีรายได้สุทธิ ๕๓๗,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน อันนั้นก็หมายถึง ว่าในปี ๒๕๗๐ เมื่อแผนนี้ได้ปฏิบัติเป็นที่สำเร็จ แล้วก็จะมีเป้าหมายที่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ ซึ่งในนี้ผมจะขออนุญาตที่จะเสนอแนะในประเด็นของการที่จะนำไปขับเคลื่อนก็เห็นว่า ประเทศไทยยังจะต้องสร้างความมั่นคงในด้านอาชีพในด้านการเกษตรครับ โดยพื้นฐานแล้ว ประเทศไทยเรานี้ก็มีเกษตรกรเป็นอาชีพหลัก แต่ว่าสิ่งที่จะทำให้เกษตรกรมีความมั่นคงได้ ก็จะต้องมีเรื่องปัจจัยในการผลิต ในด้านที่ดิน ในด้านแหล่งน้ำ แล้วก็ในด้านเทคโนโลยี การถ่ายทอดเทคโนโลยีต่าง ๆ ในขณะนี้เรายังไม่ สามารถที่จะดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยี ให้ทั่วถึงในส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบทที่ห่างไกลการเข้าถึงของเทคโนโลยี ยังไม่ทั่วถึงก็จะต้องไปขับเคลื่อนตรงนั้น และสำคัญคือรัฐจะต้องให้การสนับสนุนในการลงทุน รัฐจะต้องสนับสนุนในการลงทุนเหมือนกับการลงทุนสิ่งอื่น ๆ เช่นในการลงทุนเรื่องของการ คมนาคมขนส่งต่าง ๆ เหล่านี้เราก็ปรับเปลี่ยนมาปรับเพิ่มในการลงทุนในภาคการเกษตร ให้มากขึ้น จึงกราบเรียนไว้เพื่อโปรดได้พิจารณาต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย จะมาขออภิปรายในร่าง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ซึ่งเป็นช่วงต่อไปในปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐🔗
ในประเด็นแรกก่อนเลยนะครับ ก็เป็นไปตามที่ท่านประธานพยายามที่จะให้มี กระบวนการในการเร่งรัดการพิจารณาในเรื่องของการรับทราบแผนฉบับนี้ของสภาผู้แทนราษฎร แต่โดยกลไกตามรัฐธรรมนูญแล้วก็ตามกฎหมายแล้วนี่นะครับ เป็นที่น่าเสียดายแผนฉบับนี้ เข้ามาเป็นเรื่องรับทราบต่อสภาโดยที่ไม่มีกระบวนการในการที่จะให้เกิดความมีส่วนร่วมของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนในการก่อร่างสร้างแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งมันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง วันนี้จะเห็น ได้ว่ามีเพื่อนสมาชิกให้ความสนใจอภิปรายในเรื่องรับทราบ ซึ่งเป็นเรื่องแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติหนาตาเป็นพิเศษ เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเรารับทราบว่าเรา จะต้องอยู่กับมันไปอีก ๕ ปี มันจะเป็นทิศทางในการกำหนดแนวทางการเดินของประเทศ ทิศทางของประเทศว่าประเทศไทยและประชาชนคนไทยจะก้าวเข้าสู่โลกซึ่งมันเปลี่ยนแปลง ไปอย่างเข้มแข็งได้อย่างไร หน่วยงานที่รับผิดชอบแน่นอนเป็นสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ สภาพัฒน์นั้นเอง สภาพัฒน์ได้รับความชื่นชมทั้งจากสภา แล้วก็จากพี่น้องประชาชน มาโดยตลอด อันนี้ต้องเรียนด้วยความเคารพ เพราะท่านเหมือนกับต้องใช้คำว่าเป็นทิงก์แทงก์ (Think Tank) เป็นคลังสมองของประเทศหน่วยงานหนึ่งเลย มีคนเก่ง ๆ มากมาย เรื่องนโยบาย ภาครัฐ เรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมทุกคนให้ความเชื่อมั่นนะครับ แต่หากดูจากผลสัมฤทธิ์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติใน ๑๒ ฉบับที่ผ่านมา ความสงสัยมันเริ่มก่อตัวในใจของพี่น้องประชาชนแล้วก็อยู่ในใจผมด้วย ว่าทิศทางที่ท่าน ร่างเป็นแผนแล้วก็นำพาประเทศไทยที่ผ่านมามันเป็นทิศทางที่ประสบผลสำเร็จหรือไม่ เพราะผลสัมฤทธิ์จากกระบวนการติดตามปัญหาในสังคม ปัญหาในหลายมิติในหลายแง่มุม มันไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสมและถูกต้อง🔗
ส่วนที่ ๒ ซึ่งเป็นคำถามที่ค้างคาใจ ก็คือในช่วง ๓-๔ ปีที่ผ่านมาจากหน่วยงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานคลังสมองเป็นหน่วยงานเชิงวิชาการมีการปรับเปลี่ยนในเรื่องของการบริหาร จัดการภายในบางส่วนซึ่งทำให้ท่านต้องใช้คำภาษาต่างประเทศขอประทานอภัยท่านประธาน คือมันสเทนด์ (Stained) คือมันมันเลอะ มันเปรอะ มือเปรอะ มือท่านเปรอะ ดูตัวอย่างจาก รัฐบาลที่ผ่านมาใช้เรื่อง พ.ร.ก. การกู้เงินไปแล้ว ๑.๕ ล้านล้านบาท หน่วยงานที่มีโครงสร้าง ที่สำคัญในการเข้าไปบริหารจัดการกลายเป็นสภาพัฒน์ จากที่ไม่เคยจับต้องเงิน ไม่เคยจับต้อง เรื่องของบประมาณกลายเป็นกลไกที่สำคัญ สุดท้ายยังโดนลากจูงโดยฝ่ายการเมืองโดยธงนำ หลายแบบหลายอย่าง สุดท้ายกระบวนการในการอนุมัติใช้เงินในเรื่องของ พ.ร.ก. การกู้เงิน ที่ผ่านมาปัญหาเยอะไปหมดอันนี้ทุกคนเห็น แล้วก็แน่นอนครับ ท่านโดดเข้าไปคลุกกับโคลน ท่านก็เลอะ อันนี้เป็นสิ่งซึ่งเราจะต้องชี้ให้เห็นก่อนในเบื้องต้น ในเรื่องของแผนเองนี้วันนี้ด้วย รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ จากแผนซึ่งเคยเป็นธงนำของประเทศในการนำพาประเทศไทย ต่าง ๆ วันนี้ท่านถูกลดระดับชั้น มันมียุทธศาสตร์ชาติก็ยุทธศาสตร์ชาติเขามี ๒๐ ปี แน่นอน ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ผมไม่เคยให้ความเชื่อมั่นเพราะว่ามันเป็นโครง โครงตัน ๆ แข็ง ๆ ไม่มี ความเป็นพลวัตที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามความเปลี่ยนแปลงของโลกซึ่งเปลี่ยนทุกวินาที แต่เรามีโครงอย่างเช่นยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ผ่านมาแล้ว ๕ ปี นี่เข้าช่วงที่ ๒ แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติท่านไปล้อไปเป็นส่วนหนึ่ง ไปเป็นปีกหนึ่งของแผนในระดับ ๒ ทำให้ความต่อเนื่องมันไม่มี และด้วยการที่เปลี่ยนจากระดับที่เป็นแผนซึ่งเป็นหัวจักรหลัก ของประเทศท่านเปลี่ยนเป็นแผนระดับรองภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี วันนี้สิ่งที่ผมจะต้อง ท้วงติงต่อร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ นี้ท่านทำเหมือนประเทศไทย ไม่มีอดีต ส่งแผนที่ ๑๓ นี้เข้ามา เปิดดูตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้ายไม่มีความเชื่อมโยงต่อเนื่อง ในอดีตเราเรียนหนังสือกันมาตั้งแต่เด็กเราจะบอกว่าอ๋อ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑-๖ เป็นการปรับโครงสร้างสังคมในรูปแบบจากเกษตรกรรมเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ช่วงที่ ๒ เป็นฉบับที่ ๗-๑๐ ตัวเลขนี้มันอาจจะไม่ถูกต้องเพราะเรียนนานแล้ว แต่ด้วยความ เคารพครับ นั่นคือความต่อเนื่องและเป็นความเชื่อมโยงของการพัฒนาประเทศไทย ไปข้างหน้า แต่ในฉบับที่ ๑๓ นี้ไม่มีการพูดถึงอดีตที่ผ่านมา ท่านยกประเด็นมาสิที่ท่าน บอกว่าแผนท่านมันไม่ใช่ของใหม่ มันไม่ใช่สิ่งใหม่หลายสิ่งหลายอย่าง แต่มันเป็นเพียงสิ่งที่ เราเขียนไว้มาหลายสิบปีแต่มันไม่เคยทำได้สำเร็จไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างด้านการเกษตร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องของความเหลื่อมล้ำ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันก็มีเขียนมาตลอด แต่มันไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ ที่น่าเสียดายที่สุดคือกลไกในการติดตามและ ตรวจสอบ ผมเปิดหน้าสุดท้ายของท่านนี่นะครับ การติดตามและประเมินผล ตามแผน ๑ การติดตามความก้าวหน้าอาศัยกลไกหน่วยงานทุกระดับที่มีการติดตามการดำเนินงานของ หน่วยงานภาครัฐ เช่น ค.ต.ป. เช่นผู้ตรวจการภายในระดับต่าง ๆ การประเมินผลสัมฤทธิ์ ประเมินผลว่าแผนงานและโครงการที่ดำเนินการเสร็จแล้วบรรลุเป้าหมาย ผลผลิตและ ผลลัพธ์ตามที่กำหนดไว้มากน้อยเพียงไร คือโยนภารกิจในการติดตามประเมินผลไปให้ หน่วยงานเขาครับ ไปให้หน่วยงานอื่น ไปให้หน่วยงานที่เขาเป็นผู้ปฏิบัติเองประเมินผล แล้วผลลัพธ์มันก็ออกมาอย่างที่เห็นใน ๑๒ แผนที่ผ่านมา คือมันไม่มีผลสัมฤทธิ์ใด ๆ ที่จับ ต้องได้เป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์จริง ปัญหาที่มันเกิดขึ้นก็คือท่านมีแผนตั้งแผนขึ้นมา ทุกหน่วยงานหลังจากนี้เป็นต้นไปเข้าตุลาคมเริ่มใช้แผนนี้ ทุกหน่วยงานจะเขียนโครงการ ก็ต้องมาโปะไว้ในใบปะหน้าตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ทุกหน่วยงานจะเขียนเป็นคัมภีร์เดียวกันหมดว่าล้อกันมากับแผนของท่าน แต่ผลในการ ติดตามโครงใหญ่ว่าแผนนี้ก้าวหน้าและสัมฤทธิ์ผลเพียงไรกลับไม่มีหน่วยงานใดเลยที่เข้ามา รองรับ สุดท้ายประเทศชาติเราก็จะเหมือนกับเดินคลำทางอยู่ในความมืดซึ่งไม่สามารถบรรลุ เป้าหมายใด ๆ ที่ท่านวางเอาไว้ได้เลย อันนี้เป็นสิ่งที่เป็นห่วงแล้วก็ท้วงติงไว้เพื่อให้มีการ ปรับปรุงแก้ไข และหวังว่าในอนาคตจะมีการนำเสนอแผนนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ได้ มีการลงมติ แล้วก็มีการอภิปรายกันอย่างทั่วถึงเพราะว่านี่คืออนาคตของชาติ อนาคตของ พวกเราทุกคนครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณคุณจุลพันธ์ครับ เมื่อสักครู่นี้ตอนที่ท่านเลขาธิการได้รายงานผมก็บอกว่าเรื่องนี้สำคัญ เพราะฉะนั้นก็เปิดโอกาส ให้สมาชิกได้อภิปราย แต่โดยที่เมื่อเช้านี้ก็ได้รับรายงานว่าวันนี้ขอมีญัตติเรื่องหนี้นอกระบบ ผมก็เลยแจ้งให้ทราบเพราะฉะนั้นพวกเราก็คุมเวลากันหน่อยนะครับ แล้วขอให้ตรงประเด็น เรื่องแผนฉบับที่ ๑๓ เพราะว่าแผนฉบับที่ ๑๒ พวกเราไม่ได้มีส่วนในการได้รับทราบอย่างนี้ ผมมีส่วนเพราะอยู่ต่างจังหวัด สภาพัฒน์ได้ไประดมสมองต่างจังหวัดก็ไปร่วมกับเขาที่จังหวัด ตรังเมื่อแผนฉบับที่ ๑๒ แต่ว่าฉบับที่ ๑๓ นี่เป็นโอกาสของพวกเรา แต่ว่าเราอย่าไปนอกประเด็น อยู่ในประเด็นของแผนฉบับที่ ๑๓ ซักถาม แล้วก็ประเดี๋ยวตอนสุดท้ายท่านเลขาธิการกับ คณะก็จะได้ชี้แจงอีกทีหนึ่งนะครับ ขอเชิญท่านต่อไปนะครับ คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ผมขอร่วมอภิปรายซักถามร่างแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ซึ่งแผนนี้ท่านบอกว่าทำด้วย ๔ หลักการด้วยกัน โดยผมจะขออภิปรายและถามถึงหลักการที่ ๓ ซึ่งในบางส่วนหายไป ซึ่งหลักการที่ ๓ เรียกว่า เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ หรือเรียกว่า ยูเอ็น ซัสเทนเนเบิล ดีเวลลอปเมนต์ โกลส์ (UN Sustainable Development Goals) เดี๋ยวต่อไปผมขออนุญาต เรียกว่า เอสดีจี (SDGs) นะครับท่านประธาน ขอสไลด์ (Slide) หน่อยครับ🔗
ซึ่งเอสดีจี (SDGs) จริง ๆ แล้ว ก็มีประมาณ ๑๗ อย่าง อันนี้ผมเพิ่งได้มีโอกาสไปที่ประเทศมาเลเซียมา โคตาคินาบาลู เพื่อไป ประชุม ส.ส. ในเอเชีย (Asia) แล้วเขาก็ถามถึงในหัวข้อที่ประเมินว่าเราทำตามถึงไหนแล้ว จะสังเกตได้ว่าสีเขียวในกรอบก็คือสิ่งที่เราพอจะทำได้ และสีแดงคือสิ่งที่เราทำไม่ถึงเป้าเลย แย่มากนะครับ แล้วก็มีแนวโน้มที่จะเป็นหัวปักลงเสียเยอะด้วย ตอนนี้ไทยอยู่อันดับที่ ๔๔ ครับท่านประธาน เราทำไปได้แค่ ๕ ใน ๑๗ หัวข้อของเอสดีจี (SDGs) เท่านั้นเอง แล้วก็ แนวโน้มค่อนข้างแย่เลยโดยเฉพาะหลังจากรัฐประหารเป็นต้นมา ซึ่งผมจะสอบถามทาง สภาพัฒน์นะครับ อย่างเช่นหัวข้อที่ ๒ เมืองไทยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ มีหัวข้อว่า ซีโรฮังเกอร์ (Zero Hunger) หรือการทำให้ความหิวโหยเป็นศูนย์ อันนี้ก็ไม่มีว่าเราจะมีแผนตรงไหนเลย หรืออย่างสภาพัฒน์ก็ไม่มีแผนเกี่ยวกับเรื่องของในหัวข้อเอสดีจี (SDGs) ที่ ๓ เกี่ยวกับการ สาธารณสุข เรื่องจราจร ผู้ที่เสียชีวิตจากจราจรก็น้อยเช่นกัน หรืออย่างเอสดีจี (SDGs) ที่ ๘ เรื่องเกี่ยวกับแรงงาน ซึ่งอันนี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคมเราอย่างยิ่ง ถ้าเราพัฒนาสิทธิ แรงงานเราไม่ดีมันก็ไม่มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างแน่นอน หรืออย่างเอสดีจี (SDGs) ที่ ๑๐ เรื่อง การลดความเหลื่อมล้ำ จริงอยู่ว่าท่านมีบางอย่างแต่ผมอยากถามท่านว่าท่านได้ประเมิน โดยเอาที่เขาเรียกว่าพาลมา เรโช (Palma Ratio) ไหมครับ หรือว่าเอารายได้ของคนที่มี รายได้สูงสุดในประเทศ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หารกับรายได้คนที่มีรายได้น้อยที่สุด ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ไทยมีอัตราอยู่ที่ ๑.๕๔ คือคนที่รวยสุด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ กับคนที่จนสุด ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เขารวยกว่า ๑.๕๔ เท่า ซึ่งตามเป้าหมายจริง ๆ ควรจะเป็น ๐.๙ เท่า ก็คือ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ของคนที่จนรวยกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของคนที่รวยอยู่นิดหนึ่ง ในเอสดีจี (SDGs) ๑๑ เรื่องการ ที่พัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ในแผนนี้ก็ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับขนส่งสาธารณะเลยครับความพึงพอใจ อันนี้ก็เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะทำให้แรงงานได้เคลื่อนไหวสัญจรหางาน ที่มีคุณภาพมากขึ้น โดยที่ใช้ค่าใช้จ่ายไม่เยอะเกินไป แล้วเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในเอสดีจี (SDGs) ๑๔ ๑๕ เรื่องของชีวิตใต้น้ำ แล้วก็ชีวิตบนดินตรงนี้เรามีสปีชีส์ (Species) หรือว่า เป็นพันธุ์ที่เขาเรียกว่าใกล้สูญพันธุ์เยอะมากมาย รวมถึงการประมงในไทยก็มีปัญหา เรื่องที่ จะโยงกลับไปเรื่องแรงงานก็คือการทำเป็นโมเดิร์นสเลเวอรี (Modern Slavery) หรือว่าเป็น ทาสยุคใหม่ด้วย แล้วก็การใช้เครื่องมือประมงบางอย่าง อันนี้ก็ไม่มีในแผนเช่นกัน เอสดีจี (SDGs) ๑๖ เรื่องของสันติภาพ แล้วก็เรื่องความยุติธรรมต่าง ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ผมได้ นำไปพูดในเวทีระหว่างประเทศมาแล้วคือเรื่องคอร์รัปชัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง เสรีภาพของสื่อ ซึ่งประเทศไทยเดี๋ยวนี้เปิดไปหลายช่องไม่กล้าพูดชื่อนายก กลัวนายกฟ้อง กลัวโดนคดีกัน ถ้าประเทศเราไม่มีเสรีภาพของสื่อตามเอสดีจี (SGDs) ๑๖ ผมว่าประชาธิปไตย ไม่เบ่งบาน แล้วการพัฒนาเรื่องอื่น ๆ ที่เราจะพูดกันตรง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหามันก็จะกระทำ ไม่ได้ ดังนั้นผมขอถามถึงเรื่องการนำหลักเอสดีจี (SGDs) มาใช้ในอันนี้นะครับท่านประธาน อย่างไรฝากท่านสภาพัฒน์ช่วยตอบด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านเท่าพิภพใช้เวลาสั้น แล้วก็ตรงเรื่องจริง ๆ เลย ต่อไปคุณดะนัย มะหิพันธ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ ๒ ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ น่าเสียดายครับท่าน ประธาน ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจซึ่งถือเป็นเรื่องดีแต่ตอนนี้เพิ่งเป็นร่าง แต่งบประมาณที่เรา จะพิจารณาเพื่อมาสนับสนุนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ผ่านการพิจารณาไป แล้ว ถ้าร่างนี้เข้ามาก่อนเราน่าจะได้นำเอาความสำคัญในร่างนี้มาสู่การพิจารณางบประมาณ ด้วย เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านเลขาธิการว่าต่อไปเราน่าจะได้ รายละเอียดนี้ก่อนไม่ใช่ว่าไปเอาแผนปฏิรูปประเทศ ๒๐ ปีมา ซึ่งมันไม่มีรายละเอียด ในการพัฒนาเลย ท่านประธานครับ ถ้าดูจากแผนแล้วผมดูในบริบทการพัฒนาประเทศ ซึ่งท่านกำหนดไว้ ๔ บริบท ผมมองว่าวันนี้ประเทศเราไปให้ความสำคัญบริบทมิติเรื่อง การพัฒนาสังคมและทรัพยากรมนุษย์อยู่เป็นลำดับที่ ๒ จริง ๆ แล้วมิตินี้ต้องมาก่อน เราไป ให้มิติเรื่องการพัฒนาประเทศด้านเศรษฐกิจ อันนี้ล่ะครับพอเราไม่ได้พัฒนาสังคม พัฒนา ทรัพยากรมนุษย์มาเป็นอันดับที่ ๑ ประเทศเราเลยต้องด้อยในเรื่องของการพัฒนา ดังนั้นผม ฝากท่านเลขาธิการ ฝากท่านประธานผ่านไปถึงสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ว่าถ้าต่อไปนี้ถ้าเราจะให้ความสำคัญ เราเอาเรื่องของพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มาเป็นอันดับหนึ่ง ได้ไหมครับ ผมไปดูจากบทวิเคราะห์ข้อมูลที่ท่านวิเคราะห์ในรายงานที่ท่านส่งมา ท่านวิเคราะห์ ได้ถูกต้อง ได้ตรงประเด็นทุกประเด็นครับ ในสภาพปัจจุบันปัญหาท่านมองเห็นทะลุปรุโปร่ง หมดเลย ถ้าสมมุติว่าเราไปวางแผนพัฒนาได้ตามที่ท่านวิเคราะห์ข้อมูลมาทั้งหมด ผมว่า ประเทศเราน่าจะไปรอดครับ แต่สิ่งเหล่านั้นเราไม่ได้นำมาสู่การพัฒนาเลย แม้กระทั่ง การพิจารณางบประมาณ ผมไปดูในกลยุทธ์ ผมไปเห็นนวัตกรรมตัวใหม่ทางภาษาในการ เขียนแผน ท่านบอกว่าหมุดหมาย ผมเพิ่งได้ยินว่าหมุดหมาย นี่คือเป็นนวัตกรรมใหม่นะครับ ท่านประธาน เพราะว่าแต่ก่อนเราใช้คำว่า จุดหมาย จุดมุ่งหมาย ความหมายเป็นลักษณะ เช่นนั้น หรือว่ากลยุทธ์ แต่ตอนนี้เรามีคำว่า หมุดหมาย เพราะหมุดหมายเป็นนวัตกรรมใหม่แล้ว ผมไปดูหมุดหมาย ที่ ๑๒ เรื่องการพัฒนาสังคมและทรัพยากรมนุษย์ ในประเด็นหนึ่งที่ผมสนใจครับ ท่านบอก ว่าการพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถภาพสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่ง อนาคต อ่านแค่นี้ประทับใจสิ่งที่ท่านเขียนไว้ แต่พอกลับไปดูที่ท่านวิเคราะห์ข้อมูล วันนี้ เราด้อยเรื่องการศึกษาทุกเรื่องเลย ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ท่านไปดูข้อมูลการศึกษา ขั้นพื้นฐานที่เราจัดอยู่ทุกวันนี้ ปัจจุบันนี้การจัดการศึกษานั้นผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๔ มาโดยตลอด ในมาตรา ๕๔ บอกว่าจะต้องให้การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาภาคบังคับให้ เรียนฟรี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่การจัดการเรียนการสอนอยู่ทุกวันนี้ฟรีมีที่ไหน มันไม่มีเลย มันจะต้องมีการเพิ่มงบประมาณอยู่มาก ไม่มากก็น้อยครับ และที่สำคัญการศึกษาภาคบังคับ ในเอกชนก็จัดให้แค่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ก็ต้องไปเก็บจากผู้ปกครอง ลักษณะ เช่นนี้ผมอยากจะให้สภาพัฒน์เป็นตัวนำในการที่จะส่งปัญหาเหล่านี้สู่รัฐบาล เพื่อให้รัฐบาล นำเอาความจริงทุกอย่าง ถ้าเราจะพัฒนาประเทศชาติจริง ๆ ถ้าเราพัฒนากำลังคนไม่ได้ พัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ไม่ได้ อย่าหวังเลยว่าเราจะไปพัฒนาเรื่องอื่นได้ เพราะคนคือสิ่งที่จะต้องนำ ทุกสิ่งทุกอย่างสู่ความสำเร็จ ผมจึงอยากจะฝากสภาพัฒน์ว่าถ้าแก้ไขได้ให้ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง กราบขอบพระคุณครับ🔗
ก็ชื่นชมคุณดะนัย ตรงประเด็นของท่าน รักษาเวลาด้วย ต่อไปคุณคารม พลพรกลาง หลังจากนั้นขออีก ๓ คน คือท่านวิรัตน์ วรศสิริน นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล คุณนิคม บุญวิเศษ แล้วก็ไปคุณชวน ชูจันทร์ เชิญคุณคารมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัด ร้อยเอ็ด ก็ลงไว้นานแล้วนึกว่าจะไม่มีชื่อได้อภิปรายแล้ว แต่ก็ขอบคุณท่านประธานที่ให้ โอกาสได้ร่วมอภิปรายต่อร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ต้องเรียน ท่านประธานอย่างนี้ กระผมก็นั่งรอชั่วโมงกว่าเพราะว่าสนใจจริง ๆ ถึงจะต้องได้พูดในสภา ท่านประธานนี้เป็นนายกรัฐมนตรี ๒ สมัย ต้องเรียนว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ แผนสภาพัฒน์เริ่มปี ๒๕๐๔ อยากจะเรียนว่าผมเป็นคนบ้านนอก ผลสัมฤทธิ์ของผล มันจะต้องไปดูที่ชนบท ท่านประธานเป็นคนที่ตั้ง อบต. ขึ้นมาการเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก ผมจะพูดในประเด็นแล้วพูดในเวลาเป็นนิสัยของผมอยู่แล้ว ผมจะเรียนให้ทราบว่าสภาพัฒน์ สำเร็จตามแผนหรือเปล่าต้องไปดูที่ชนบท รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เน้นการสร้างความเจริญ ให้ชนบท แต่เท่าที่ดูในหน้า ๒๐ ท่านวางเรียกว่า หมุดหมาย คือท่านตั้งเป้าว่าท่านอยากจะ ปรับโครงสร้างการผลิตสู่เศรษฐกิจนวัตกรรม ท่านอยากพัฒนาคนสำหรับโลกยุคใหม่ จะเรียนท่านประธานไปยังผู้ชี้แจงอย่างนี้ว่ามีหลายคนที่พูดตรงกับผมว่าสังคมชนบท ผมพูดเสมอว่าถ้าสังคมชนบทไม่เข้มแข็งคนไม่หายจน ข้าวก็ยังราคาถูก ทั้งที่ความจริง ก็ปลูกข้าวมานานแล้วประเทศไทย เรายังทำให้ข้าวราคาสูงไม่ได้ เข้าไปอยู่ในมือใคร รัฐบาล ยุคหลัง ๆ และยุคไหนก็ไม่รู้ทำไมเวลามีรัฐมนตรีไปต่างประเทศมีทูตพาณิชย์ ทำไมไม่ทำให้ ข้าวมีตลาดใหม่ ๆ มาขายเพื่อให้ราคาข้าวเพื่อให้ประชากร อย่างผมนี่คนสุวรรณภูมิเวลาออก พื้นที่เขาก็ถามทำไมราคาข้าวต่ำ เขาก็ถามว่าทำไมราคาปุ๋ยสูง ตรงกับท่านวีระกรขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ทำไมเรื่องแค่นี้สภาพัฒน์ไม่เคยคิดหรือว่ามันเป็นเรื่องปกติที่เกิดซ้ำซาก ถ้าสังคมเราได้มีความเป็นอยู่ที่ดีเขามีรายได้พอ เขาไม่เข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ หรอกครับ มันซับซ้อน แก้ปัญหาก็ยากด้วย ผู้ว่าจะเก่งแค่ไหนถ้าสังคมซับซ้อนแก้ไม่ได้หรอกครับ ยกเว้น การสร้างชนบทให้มีฐานะที่ดีหรือให้มีความมั่งคั่ง ถึงไม่รวยก็ให้มันดีหน่อย เพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะถามว่าแผนฉบับนี้ที่กำลังอภิปรายอยู่ ฉบับที่ ๑๓ ทำไมสภาพัฒน์ ไม่เสนอนโยบายการทำภาษีที่ผู้ชำระภาษีสามารถที่จะระบุว่าเขาจะเอาคืนไปพัฒนาท้องถิ่น เช่นผมเป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอสุวรรณภูมิ ผมจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แม้ว่าผม จะมาอยู่ในกรุงเทพฯ คืนไปจังหวัดร้อยเอ็ด คืนไปจังหวัดตรังได้ อันนี้แก้ความเหลื่อมล้ำ ชัดเจน คำถามต่อสภาพัฒน์จึงถามว่าอันนี้แก้ความเหลื่อมล้ำชัด ตอบผมหน่อยสิครับว่า ถ้าทำอย่างนี้ทำได้ไหม นี่คือคำถามที่ ๑🔗
คำถามที่ ๒ ขณะนี้เราเจอโรคอุบัติใหม่คือโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) โรคอุบัติใหม่ในนี้ท่านก็เขียนครับ เป็นการวางแผนเพื่อรับสถานการณ์อะไรแล้วแต่มีอยู่ในนี้ ครับไม่นอกประเด็น ถ้ายุคในแผนนี้เกิดโรคแบบนี้ขึ้นเป็นลัมปี สกิน (Lumpy Skin) สำหรับ วัวหรือโค กระบือ และเป็นโรคใหม่กับคนท่านวางแผนอย่างไรที่จะแก้ไขที่จะมีสิ่งใหม่ ๆ แก้ไข รวมทั้งว่าเมื่อมีโรคอย่างนี้แล้วรายได้จากการท่องเที่ยวลดลง ผมพาพี่น้องมาท่องเที่ยว อย่างพัทยาเงียบเหงา ผมอยากรู้ว่าท่านวางแผนอย่างไร ในแผนนี้ผมไม่เห็น สุดท้ายครับ ท่านประธานในเวลาที่ท่านมอบหมายให้ เราเขาสู่ยุควัยชรา ท่านวางแผนเรื่องความมั่นคง ด้านประชากรอย่างไร ตอบให้ผมได้เข้าใจครับ🔗
สุดท้ายผมอยากเรียนว่าถ้าการคืนหน่วยงานหลักที่จะทำให้บ้านเมืองนี้ ขับเคลื่อนไปได้ท่านต้องคิดนะครับ แล้วถ้าหลักคิดดีท่านต้องกล้าเสนอความคิด ๆ ดีต่อ นักการเมือง นักการเมืองมาแล้วก็ไป บ้านผมคนบ้านนอกถึงจะลืมตาอ้าปากได้ จึงขอ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ แล้วก็ขอฝากคำถามอย่างที่ได้กราบเรียนไปเพื่อให้ ท่านได้ตอบ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณคุณคารมนะครับ รักษาเวลา แล้วก็ตั้งคำถามตรงกับแผนครับ ต่อไป ๓ คน ท่านวิรัตน์ วรศสิริน ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ก็เช่นกันนะครับ ผมเสียดายว่าวันนี้ก็เป็นเพียงการ รับทราบจากทางสภาพัฒน์ ถ้าหากได้เป็นการเสนอแนะก่อนร่างก็จะเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอบคุณทางสภาพัฒน์ ท่านประธานครับ การจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจ🔗
คุณวิรัตน์ครับผมเรียน อันที่จริงเรื่องนี้เขาส่งมานานแล้วครับ มันช้าอยู่ที่เรานี่ เรามาพิจารณาเรื่องเพื่อทราบนี้ช้าไป เขาเตรียมมานานแล้ว ขออภัยด้วยครับ ก่อนที่เราจะพิจารณางบประมาณจบด้วยซ้ำไปครับ เชิญครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธาน อีกครั้งครับ แล้วการจัดทำแผนฉบับนี้ท่านก็ยึดถือ ๑. ในหลักเศรษฐกิจพอเพียง สืบสาน รักษา ต่อยอด ซึ่งผมก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ๒. ล้มลุก รอด ล้มไปเมื่อช่วงโควิด (COVID) แล้วก็ต้องรีบลุกขึ้นมาไว ๆ เพื่อความอยู่รอดใน ๒ ปีของโควิด (COVID ) ผมก็เห็นด้วย ๓. ท่านบอกไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผมฟังแล้วคำนี้เหมือนเคยได้ยินเป็นคำปรารภของท่านนายก พลเอก ประยุทธ์หรือไม่ไม่ทราบ ไม่ทราบว่าทางสภาพัฒน์พยายามเอาใจท่านหรือเปล่า ผมไม่ทราบ แต่ผมคิดว่าท่านทิ้งพลเอก ประยุทธ์ไว้ข้างหลัง เราน่าจะก้าวข้ามพลเอก ประยุทธ์ ไปได้แล้วนะครับ แผนฉบับที่ ๑๓ กลยุทธ์เป็นการพัฒนา แต่ผมเกรงว่ามันจะสร้างความ เหลื่อมล้ำหรือไม่ ไม่ทราบว่าทางสภาพัฒน์ได้คำนึงถึงความเหลื่อมล้ำหรือไม่🔗
กลยุทธ์แผนที่ ๑ ไทยจะเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและเกษตร แปรรูปมูลค่าสูง แน่นอนครับ ที่ผ่านมาโดยตลอดผมก็เห็นเศรษฐกิจการค้าของเกษตร บริษัท ก็ใหญ่โตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ร้านก็เปิดร้านขายปลีกเองต่างหากอีก แต่ว่าราคารับซื้อสินค้าเกษตร ก็ตกต่ำมาโดยตลอดก็เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น ตรงนี้ไม่ทราบว่าทางสภาพัฒน์ได้มีแนวทาง อย่างไร🔗
กลยุทธ์แผนที่ ๒ ไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวเน้นคุณภาพและความ ยั่งยืน ตรงนี้ดีมากเห็นด้วย ท่านควรมุ่งเน้นตรงนี้ให้เป็นหลักเพราะว่าการท่องเที่ยวนี้ มีสัดส่วนถึงร้อยละ ๑๖ ของจีดีพี (GDP) สัดส่วนนี้ก็ลงถึงประชาชนชนชั้นล่างไปถึงร้านค้า ร้านขายต่าง ๆ กระจายไปถึงข้างล่างด้วย ตรงนี้ควรจะเน้นให้มากนะครับ จุดหมายที่ ๓ การผลิตรถไฟฟ้าอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่าเราก็มีบริษัทที่ได้ไม่กี่บริษัท หรือว่าจะได้ ประโยชน์ถึงแรงงานบ้างแต่ก็เช่นกันก็สร้างความเหลื่อมล้ำ ซึ่งท่านจะแก้ไขอย่างไรนะครับ ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ ผมคิดว่าการแพทย์สมัยนี้โรงพยาบาลต่าง ๆ เป็นปัญหา อย่างมาก ซึ่งท่านจะมุ่งเน้นให้ต่างชาติมาทำการมีบริการทางการแพทย์แก่ต่างชาติมากขึ้น เป็นเรื่องที่ดีเรามีรายได้เพิ่มขึ้นแน่นอน แต่ปัญหาคนชั้นกลางแท้ ๆ ในกรุงเทพมหานครหรือ ในปัจจุบันนี้ยังเข้าโรงพยาบาลเอกชนแทบไม่ได้เลย ทางสภาพัฒน์คิดว่าอย่างไร คนหาเงิน ทั้งชีวิตเข้าโรงพยาบาลครั้งเดียวหมดตัวทั้งชีวิต อันนี้มันก็เป็นเรื่องที่น่าจะต้องหาทางแก้ไข ท่านสนับสนุนว่าในเรื่องสมุนไพรต่าง ๆ ก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ผมยังไม่ได้เข้าเนื้อหาอะไร เวลาก็จะหมดอยู่แล้วท่านประธานครับ หนี้สาธารณะประเทศไทยสูงมาก การกู้เงินเพื่อ กระตุ้นเศรษฐกิจในหลายปีที่ผ่านมามันเป็นผลทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำอย่างมาก สินค้า หรืออะไรต่าง ๆ มันจะแพงขึ้น ๆ ทุกอย่าง หนี้ครัวเรือนปัจจุบันนี้ ๑๔.๖ ล้านล้านบาทต่อ จีดีพี (GDP) ๑๖.๔ ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๐ สูงมาก หนี้ครัวเรือนนี่ก็คือหนี้สินของ ประชาชนซึ่งเติบโตขึ้นอย่างมากในช่วง ๘ ปีที่ผ่านมา ทางสภาพัฒน์ทราบไหมว่าเพราะอะไร ท่านทราบอยู่แล้วแต่ว่าผมเห็นในส่วนที่ผมเห็นนะครับ ดอกเบี้ยคนรวยกู้เงินดอกเบี้ยต่ำ แต่คนจนกู้เงินดอกเบี้ยสูง ดอกเบี้ยที่ถูกกฎหมาย ผมเรียกว่าถูกกฎหมายเลยนะครับ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ สูงถึง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ก็มี รัฐบาลพยายามแก้หนี้คนจนด้วยการให้กู้ง่าย ๆ ไม่ต้องมี หลักประกันแต่ดอกเบี้ยสูง ๆ ท่านคิดว่ามันเป็นการแก้ที่ถูกวิธีหรือไม่ มันจะเป็นการพอกพูน หนี้สินให้ประชาชนหรือไม่ ผมคิดว่าความฝันและความจริง หรือความพยายามกับความ สำเร็จอาจจะไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง ผมคิดว่าทางเดินนี้ยังยากลำบากนัก ซึ่งผมคิดว่า เราควรก้าวข้ามพลเอก ประยุทธ์ และไม่ควรไปเอาใจแล้วนะครับ ขอบคุณทางสภาพัฒน์ เป็นอย่างสูงนะครับ🔗
ขอบคุณวิรัตน์มากครับ ต่อไปนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สำหรับแผนพัฒนา เศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ฉบับนี้นะคะ ก็ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้แผนพัฒน์นั้น ถูกลดความสำคัญลงมาเป็นอย่างมากหลังจากที่ได้มีแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี สมัยก่อน มีเวลาอ่านงบประมาณให้ เราก็จะเห็นว่าแผนพัฒน์ก็จะกลายเป็นตัวยึดโยงสำคัญเวลาที่เรา วิเคราะห์งบประมาณ และรองลงมาจากแผนพัฒน์ก็จะมาเป็นเอ็มดีจี (MDGs) มิลเลนเนียม ดีเวลลอปเมนต์ โกลส์ (Millennium Development Goals) แต่ว่าหลังจากที่มียุทธศาสตร์ ชาติแล้ว และยังถูกแทรกด้วยแผนแม่บทระดับย่อยซึ่งเป็นแผนในระดับเดียวกันแผนระดับที่ ๒ ทำให้แผนพัฒน์ก็ถูกลดลำดับความสำคัญลงมาแล้วก็อาจจะไม่ใช่ตัวยึดโยงสำคัญสำหรับ การวางแผนประเทศอีกต่อไปนะคะ แต่ว่าอย่างไรก็ตามสำหรับแผนพัฒน์ แล้วก็แผนแม่บท ระดับย่อยที่จะเกิดขึ้นในช่วง ๕ ปีหลังนี้ เนื่องจากว่าแผนพัฒน์ทำเสร็จก็อาจจะได้เปรียบ แผนแม่บทระดับย่อยอื่น ๆ ที่จะตามมา รวมถึงว่าดิฉันไม่มั่นใจว่าแผนการปฏิรูปประเทศนี้ จะกลับมาอีกหรือเปล่า เพราะว่าจะอยู่ในแผนระดับเดียวกันกับแผนของสภาพัฒน์ เช่นเดียวกันค่ะ แต่ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชมว่าแผนพัฒน์ ฉบับที่ ๑๓ นี้มีรายละเอียดที่ชัดเจน มากยิ่งขึ้นกว่าแผนเดิม ๆ ที่ผ่านมา มีการตั้งเป้าหมายที่เป็นตัวชี้วัดที่วัดได้จริงจากเดิมแผน ที่ ๑๑ ไม่มีตัวชี้วัดเลย หรือแทบจะไม่มีตัวชี้วัดใดที่เป็นตัวชี้วัดที่สามารถวัดได้จริงเลย พอแผน ที่ ๑๒ นี้ก็เริ่มมีตัวชี้วัดขึ้นมาบ้างแต่ว่าไม่ทั้งหมด พอแผน ๑๓ เราก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลง แล้วก็พัฒนาการที่ดี และที่สำคัญแผนที่ ๑๓ ไม่มีเนื้อหาที่ไปในแนวทางที่ดูถูกหรือว่ากล่าวหา ประชาชน ในแผนที่ ๑๒ ดิฉันจำได้ว่ามีการระบุว่า ประชาชนนั้นไม่รู้จักสิทธิของตัวเอง ประชาชนไม่ยึดถือผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก แต่ว่าสำหรับแผนที่ ๑๓ ก็มีการชื่นชมประชาชนว่าตื่นตัวทางการเมืองมากขึ้น แล้วก็เคารพ ในสิทธิของพลเมืองมากขึ้นก็ถือว่าเป็นข้อดี แต่อย่างไรก็ตามสำหรับข้อเสียก็มีอย่างเช่นว่า เนื่องจากว่าในแผนนี้มีการระบุถึงกลยุทธ์จำนวนมากเพื่อให้สอดคล้องกับหมุดหมายต่าง ๆ ทั้ง ๑๓ หมุดหมาย แต่ว่าเรากลับไม่ทราบเลยว่ากลยุทธ์ต่าง ๆ กลยุทธ์ย่อยต่าง ๆ ที่มีเป็น ๑๐ กลยุทธ์สู่หมุดหมายนั้นมีการจัดลำดับความสำคัญอย่างไร เนื่องจากไม่ได้มีโรดแมป (Roadmap) แนบมาให้ว่าแต่ละกลยุทธ์แต่ละกลยุทธ์ย่อยจะถูกปฏิบัติงานจริงเมื่อไร ทำให้ ประชาชนหรือว่าผู้อ่านแผนพัฒน์ฉบับนี้จำเป็นที่จะต้องจินตนาการเอาเองว่าไล่ลำดับ ความสำคัญตามตัวเลขหรือไม่ ถ้าเป็นกลยุทธ์ย่อยที่ ๒.๑ นั้นจะเป็นการที่จะต้องทำก่อน ๒.๒ หรือว่า ๒.๓ หรือไม่ เนื่องจากว่าไม่ได้มีการจัดลำดับไว้ ปัญหาที่สำคัญที่สุดที่เรายังหาไม่เจอ ก็คือการระบุตัวคนที่ต้องรับผิดชอบในแต่ละแผน ในแต่ละเป้าหมาย แล้วก็ในแต่ละหมุดหมาย มันสำคัญอย่างไร ตัวผู้รับผิดชอบนี้จำเป็นที่จะต้องมีการระบุอย่างชัดเจนเพื่อที่จะทำให้เรา รู้ว่าใครที่ต้องเป็นคนรับผิดรับชอบ หรือว่าให้คุณให้โทษกับคนที่จะทำได้ไม่เป็นไปตามที่ แผนพัฒน์วางไว้ด้วย ที่ผ่านมามีการระบุการติดตามประเมินผลโดยคณะทำงานขับเคลื่อน แล้วก็ติดตาม มีการระบุถึง ค.ต.ป. ด้วยซึ่งดิฉันไม่ได้ยินนานมากแล้วไม่แน่ใจว่าประชุมกัน สุดท้ายไปเมื่อไร แล้วก็ให้ผู้ตรวจราชการต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่อยู่แล้วทำต่อ ถ้าสุดท้ายแล้วไม่ได้ มีการระบุหน่วยงานที่รับผิดรับชอบจริงเอาแบบให้เห็นตัวว่าเป็นคนเป็นใคร บอกแค่กระทรวง ไม่พออาจจะต้องระบุว่าเป็นรัฐมนตรีหรือว่าเป็นปลัดกระทรวงนั้น ๆ สุดท้ายแล้ว ถ้าไม่บรรลุ ตามแผนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะไปให้ใครรับผิดชอบ ที่ผ่านมานี้ไม่ได้มีการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน ว่าแผน ๑๒ บรรลุเป้าหมายไปมากน้อยแค่ไหน ทำให้เราไม่สามารถที่จะเรียนรู้จาก ข้อผิดพลาดในอดีต ต้องขอยอมรับว่าแผนเนชันนอล อีโคโนมิก โพลิซี (National Economic Policy) หรือว่าแผนนโยบายเศรษฐกิจของประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นแผน ๑๒ ซึ่งออกมา ไล่เลี่ยกันใช้พื้นที่ในรายงานครึ่งหนึ่งในการพูดถึงผลงานของแผนก่อนหน้าหรือแผน ๑๑ ของ มาเลเซีย เพื่อที่จะได้เรียนรู้ว่ามีข้อผิดพลาดตรงไหนที่ควรจะต้องปรับปรุงก่อนที่จะนำไปสู่ ในแผนต่อไป ในส่วนเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชนในตอนที่เป็นการรับฟังความเห็น ของร่างกรอบมีผู้เข้าร่วมมากถึง ๘,๐๐๐ กว่าคน แต่พอเป็นการรับฟังความคิดเห็นในร่าง รายงานกลับมีผู้เข้าร่วมเพียงแค่ ๓,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้นเอง ก็อยากสอบถามเช่นเดียวกันว่า มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเมื่อเป็นร่างรายงานที่มีความสมบูรณ์มากขึ้นกลับมีผู้เข้าร่วมที่จะให้ ความคิดเห็นน้อยลงไปอย่างมาก ถ้าเราดูงบประมาณสำหรับการจัดทำแผน ๑๓ ถ้าดู ๔ ปี ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ มีการตั้งงบประมาณไว้อย่างน้อย ๆ เกือบ ๆ ๕๐ ล้านบาท แล้วถ้าเปรียบเทียบกับตอนที่เป็นแผน ๑๒ มีการใช้เงินไปเพียงแค่ประมาณ ๑๕ ล้านบาท เท่านั้นเอง ทำให้ประชาชนคงจะต้องจับตาแล้วก็คิดเป็นอย่างมากถึงความคุ้มค่าของ แผนพัฒนาฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันยังมีรายละเอียดที่จะลงแต่ละหมุดหมายอยู่ เพราะว่ามีปัญหาจริงๆ เพราะว่ามันเป็นแผนที่เราอ่านแล้วอ่านอีกก็รู้สึกว่าพูดอย่างไรก็ถูก พูดอีกก็ถูกอีก เพราะว่าแต่ละเรื่องมันเป็นเรื่องที่มันก็เป็นเรื่องดีทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นว่า ให้เปลี่ยนไปปลูกพืชที่มีมูลค่าสูง เราคงไม่ให้ประชาชนเปลี่ยนไปปลูกพืชที่มีมูลค่าต่ำ หรือว่า วางแผนการใช้น้ำอย่างเป็นระบบ มันก็ต้องดีกว่าการใช้น้ำอย่างไม่เป็นระบบอยู่แล้ว เพียงแต่ ว่าสิ่งที่ยังขาดอยู่คือแผนที่เป็นรูปธรรมมากกว่านี้ว่าจะทำอย่างไร ก็คือขาดว่าจะทำอย่างไร หรือว่าขาดฮาว (How) นั่นเอง แล้วก็ขาดการวิเคราะห์ช่องว่าง หรือว่าแก็ปอะนาลิสิส (Gap Analysis) ว่าปัจจุบันนี้เรามีปัญหาอย่างไร แล้วเราจะอุดช่องว่างเหล่านั้นอย่างไร ทำให้ สุดท้ายแล้วดิฉันคิดว่าถึงแม้ว่าจะมีความชัดเจน มีรายละเอียดมากยิ่งขึ้น แต่ถ้ายังขาดแผน ที่สามารถนำไปปฏิบัติงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ขาดผู้รับผิดชอบ ขาดกระบวนการติดตาม ตรวจสอบที่เป็นมรรคเป็นผล สุดท้ายแล้วแผนนี้ก็คงเป็นแผนที่ไว้สำหรับขึ้นหิ้งอย่างเดียว เหมือนกับแผนพัฒนาที่ผ่าน ๆ มาขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ของคุณ ศิริกัญญานั้นก็ตรงประเด็นของวันนี้นะครับ แผนฉบับที่ ๑๓ ต่อไปคุณนิคม บุญวิเศษ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กระผมขออภิปรายรับทราบร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ที่สภาพัฒน์ได้นำเรียนในสภาแห่งนี้ ซึ่งผมเองได้ศึกษาแล้วก็ได้รับฟัง จากที่ตัวแทนของสภาพัฒน์มาให้ความรู้ฝ่ายค้านเมื่อวานนี้ ซึ่งผมได้อ่านแล้วครับ ผมคิดว่า แผนนี้เป็นแผนที่ดีมาก ๆ ก็มีทุกมิติ แต่ยังขาดบางประเด็นที่ผมจะได้อภิปรายเพิ่มเติมและ สอบถามสภาพัฒน์ในส่วนที่ผมคิดว่าเป็นสาระสำคัญนะครับ เรื่องการใช้งบประมาณแผ่นดิน คือท่านยังไม่มีแผนป้องกันการทุจริต ยังไม่มีแผนที่จะมากำกับในเรื่องการใช้งบประมาณ แผ่นดินอย่างโปร่งใส และสามารถนำงบประมาณไปใช้อย่างคุ้มค่า และมีผลสัมฤทธิ์ ตรงนี้ เท่าที่อ่านยังไม่มีแผนการที่จะติดตามเรื่องนี้ ผมอยากจะทราบว่าท่านมีวิธีการอย่างไร🔗
อีกอย่างหนึ่งครับ การสร้างจิตอาสา การเสียสละเพื่อส่วนรวมไม่เห็นแก่ตัว การสร้างความสามัคคีปรองดอง อันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สังคมไทยเราต้องการในยุคนี้ ซึ่งในแผนนี้ก็ยังไม่ชัดเจน ผมยังไม่รู้ว่าท่านจะใช้วิธีการอย่างไร ถ้าเป็นไปได้สามารถเขียน เพิ่มเติมได้ก็จะเป็นเรื่องดีครับ🔗
สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องการศึกษา ซึ่งบางท่านได้พูดไปแล้ว การศึกษาไทย ปัจจุบันนี้สถานศึกษาดี ๆ จะต้องใช้งบในการลงทุนสูง ผมก็มีลูกครับ ส่งไปเรียนหนังสือ สถาบันดี ๆ ค่าเทอม ๒๐๐,๐๐๐ ๓๐๐,๐๐๐ บาท แต่ถามว่าดีไหม ดีครับ แต่การลงทุน ทางด้านการศึกษามันค่อนข้างจะสูงเกินไป จะมีวิธีการใดที่จะสามารถขยายสถานการศึกษา ของภาครัฐให้เพียงพอไม่ใช่ว่าต้องไปสอบกัน คนหลายพันคนสอบได้ไม่กี่คน ถูกไหมครับ จะทำอย่างไรให้มีการศึกษาที่ทัดเทียมกับการศึกษาของสถาบันการศึกษานานาชาติ แต่ต้องใช้งบการลงทุนในการศึกษาต่ำ ในการศึกษาน้อยให้คุ้มค่าและจบมามีงานทำ สภาพัฒน์ก็ยังไม่ได้มีแผนที่ชัดเจน ขอเรียนถามในเรื่องนี้ด้วย🔗
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งครับ จุดแข็งที่ท่านได้เขียนไว้คือเรื่องสินค้าเกษตรและการ แปรรูป ผมเห็นด้วยครับ ประเทศไทยเรามีจุดแข็งคือเราเป็นประเทศเกษตรกรรม เรามีน้ำ เรามีดิน เรามีภูมิประเทศที่เหมาะสำหรับการทำการเกษตร เรามีพืชผักผลไม้ มีข้าว มีมันสำปะหลัง มียางพารา มีอ้อย มีน้ำตาล เรามีทุกอย่าง แต่จะทำอย่างไรให้สินค้าเหล่านี้ สามารถที่จะแปรรูปให้เป็นสินค้าที่มีราคามากขึ้น ทำให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้มากขึ้น และที่สำคัญคือเรื่องสมุนไพร ผมอยากจะเน้นเรื่องนี้ ประเทศไทยมีจุดแข็งเรื่องสมุนไพร ที่เป็นสูตรตำรับยาแผนโบราณ ที่ผ่านมาชัดเจนเราสามารถนำสมุนไพรมารักษาโรคที่มัน ระบาดได้เยอะแยะมากมาย เพียงแต่ว่าเรายังขาดแผนในการที่จะนำสมุนไพรเข้าสู่ โรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อที่จะส่งเสริมให้คนป่วย แล้วก็คุณหมอจ่ายยาสมุนไพรควบคู่กับยา แผนปัจจุบันเพื่อลดรายจ่ายในการนำยาแผนปัจจุบันเข้ามา เพิ่มรายได้ประชาชน เพิ่มรายได้ สินค้าสมุนไพรของไทย แล้วก็นำส่งต่างประเทศเพื่อนำเงินเข้าประเทศ แผนนี้ก็ยังไม่ได้ รับการบรรจุไว้ในฉบับที่ ๑๓ นี้🔗
อีกอย่างหนึ่งครับ เรื่องอุปสรรคที่ท่านบอกว่าเรื่องงบประมาณนี้เป็นอุปสรรค ผมเห็นด้วยครับประเทศไทยเรามีงบประมาณน้อย เราต้องมีการกู้ แต่อุปสรรคที่สำคัญ อีกประการหนึ่งที่ยังไม่ได้ระบุไว้ตรงนี้ก็คือเรื่องการบริหารของผู้นำ ของข้าราชการต่าง ๆ แผนจะดีเลิศแค่ไหน ท่านจะเขียนดีแค่ไหนก็ตาม ถ้าผู้ปฏิบัติ ผู้นำไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้ ผู้ใดขาดผู้นำ ขาดความรู้ความสามารถในการนำไปใช้ แผนนี้ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ผมยัง เห็นท่านเขียนไว้ว่า ถ้าผู้นำไม่มีความรู้ความสามารถเราจะมีวิธีการอย่างไร มีการปรับแผนนี้ อย่างไรนะครับ ก็ขอฝากไว้ในประเด็นนี้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณนิคมครับ ต่อไป ชวน ชูจันทร์ หลังจากนั้นจะเป็น ๓ ท่าน คุณนิยม เวชกามา คุณนพพล เหลืองทองนารา คุณวรภพ วิริยะโรจน์ แล้วก็จะไปถ้าชื่อที่ส่งมานี้ท่านสุดท้ายก็จะเป็น นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ถ้าไม่มีการเพิ่มชื่อนะครับ ขอเชิญคุณชวน ชูจันทร์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชวน ชูจันทร์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กรุงเทพมหานคร วันนี้ก็ต้องขอ แสดงความยินดีที่มีโอกาสได้รับฟัง แล้วก็พูดคุยกับทางสภาพัฒน์ โดยเฉพาะท่านเลขาธิการ สภาพัฒน์ที่มาด้วยตัวท่านเองพร้อมทีมงานนะครับ ผมนั้นได้สนใจแผนพัฒนาของสภาพัฒน์ มาตลอด ผมมีความคิดอย่างไรกับสภาพัฒน์ ผมเรียนว่าผมเห็นสภาพัฒน์คือคลังสมองของ ประเทศ ช่วยกันคิด ช่วยกันวางแผนต่อเนื่องมาตลอด ปัญหาของเราก็คือทำอย่างไรให้สิ่งที่ เราวางแผนเราคิดมานั้นเกิดเป็นรูปธรรม เกิดการพัฒนาจริง ๆ กับประชาชนและกับประเทศ ผมในฐานะที่อยู่ในชุมชนก็ได้ออกแบบในการพัฒนาชุมชนไว้เพราะผมเห็นว่า โดยเฉพาะเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทำอย่างไรถึงจะเอาแผน เอาหลักเศรษฐกิจ พอเพียงนั้นเข้าไปถึงชุมชนให้เป็นรูปธรรมให้ได้🔗
โดยเฉพาะในชุมชนนั้นถ้าเราได้ลงไป ดูแล้วใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งแล้ว แล้วทำเป็นเรื่อง ๆ ไปในแต่ละเรื่อง แล้วค่อยพัฒนาต่อไป เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากชาวบ้านนั้นมีทุนน้อย ความเข้มแข็งของ ชาวบ้านมีอยู่อย่างเดียวเท่านั้นก็คือจะต้องรวมกลุ่มกันให้ได้ ผมได้เริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ในการบางชุมชน จนถึงปัจจุบันเกือบ ๒๐ ปี ถ้าเราทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งในชุมชนโดยเฉพาะ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียงนั้นหลายท่านอาจจะคิดว่าเป็นปรัชญานะครับ แต่ผมเห็นว่าหลักเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเป็นทฤษฎีในทางเศรษฐกิจที่จะช่วยกันพัฒนา ประเทศ เป็นทฤษฎีการพัฒนาประเทศโดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งหลักนี้นั้นถ้าทำได้ ประสบความสำเร็จก็จะเกิดความยั่งยืนแน่นอนในด้านของการพัฒนาประเทศและชุมชน ยกตัวอย่างผมได้ทำเรื่องตลาดก่อน พอทำตลาดแล้วเราก็ปักหมุดเรื่องอื่นต่อ ๆ ไปได้ เพราะฉะนั้นการรวมกลุ่ม การเริ่มต้นสำคัญมาก ในชุมชนนั้นท่านลองนึกภาพนะครับ ถ้าเรา ทำให้เกิดการประกอบการในชุมชนให้ได้ นี่คือคีย์เวิร์ด (Keyword) ในการในการพัฒนา ชุมชนเลย ต้องให้มีการประกอบการในชุมชนให้ได้ในหลาย ๆ เรื่อง เริ่มจากเรื่องใดเรื่องหนึ่งก่อน และเขาจะเรียนรู้ แล้วก็ปรับพัฒนาไปเรื่อย ๆ หลายชุมชนได้เริ่มในเรื่องตลาดให้เขา วันนี้ มีการจัดการเรื่องขยะ มีการจัดการเรื่องกองทุนสถาบันการเงินชุมชน มีการจัดการเรื่องการ ท่องเที่ยวตามมา ผมและหลายคนที่ร่วมกันก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐขึ้นมาก็เพื่อจะนำ สิ่งเหล่านี้เข้าไปสู่รัฐบาลให้เร็วขึ้น วันนี้ก็ยังไม่เร็วเท่าที่ควร หลายท่านที่เห็นแผนผังที่ผม ได้ออกแบบไว้บอกว่าเห็นด้วยแล้วก็ถูกต้อง แต่ปัญหาคือจะทำอย่างไรให้สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้น ในชุมชนให้เร็วขึ้น ถ้ามันช้าอย่างที่ทุกวันนี้ไม่ทันการณ์ ทำไมถึงช้าครับ เพราะว่าการพัฒนา ชุมชนนั้นจะต้องบูรณาการกับหลายหน่วยงานมาก จะเกิดเศรษฐกิจพอเพียงขึ้นมาได้นั้น จะต้องมีหลายหน่วยงานที่เข้ามาร่วมกันคิดร่วมกันทำ สภาพัฒน์มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งนะครับ หลายเรื่องจะต้องไปปรึกษาท่านโดยตรงว่าในการพัฒนาชุมชนอย่างนี้เราจะมีงบประมาณ อะไรลงไปบ้าง จะทำให้การประกอบการเรื่องปศุสัตว์ เรื่องการจัดการน้ำระบบเล็ก ๆ ในชุมชน การจัดการเรื่องพื้นที่ตลาด ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจของชุมชนให้เติบโตขึ้นให้ได้ ถ้าเราเริ่มนับหนึ่งได้แล้วเรื่องอื่นไม่ยากนะครับ วันนี้ในหลายชุมชนที่เราคิดว่ามีปัญหา หนี้นอกระบบ หลายชุมชนวันนี้ที่รวมกันได้รวมกลุ่มกันได้มีเงินฝากเป็นร้อย ๆ ล้านบาท โดยไม่ต้องพึ่งหนี้นอกระบบเลย อันนี้ก็มาจากการประกอบการในบางเรื่องขึ้นก่อน แล้วก็ ต่อยอดลงไปเรื่อย ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศของเรานั้นปัญหาหลักก็คือเรา ต้องการทำงานเศรษฐกิจฐานรากด้วยการประกอบเศรษฐกิจ ชุมชนนั้นเติบโตขึ้นและ พัฒนาขึ้นเพื่อจะลดความเหลื่อมล้ำให้ได้ เพราะฉะนั้นหลักสำคัญคือระบบเล็กต้องทำ จากเล็กไปหาใหญ่ สร้างฐานรากขึ้นไปก่อน เพราะฉะนั้นต้องสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้ได้ครับ เริ่มต้นให้ได้ก่อนในบางเรื่อง เมื่อต้นปี ๒๕๖๑ ช่วง ๒๕๖๒ ผมได้ไปประชุมชาวบ้านและ ตั้งวิสาหกิจชุมชนไม่น้อยกว่า ๘ แห่ง แต่ละแห่งมีครัวเรือนประมาณ ๒๐๐ ครัวเรือน มีพื้นที่ ประมาณ ๒,๐๐๐ ๓,๐๐๐ ไร่ เพื่อจะขับเคลื่อนนโยบายโรงไฟฟ้าชุมชนให้ได้ แต่ปรากฏว่า เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยน ครม. นโยบายนี้เปลี่ยนไป วันนี้วิสาหกิจ ๘ ๙ แห่ง ก็ยังรออยู่ว่า จะเอาอะไรไปขับเคลื่อนดีในสิ่งที่เขารวมตัวกันไว้ ที่จดทะเบียนไว้ครับ ก็คิดว่าจะรออยู่ว่า อาจจะเอาบางเรื่องเข้าไปลงให้ได้ใน ๗ ๘ เรื่องที่เราออกแบบไว้ ก็อยากจะกราบเรียนว่า หลักเศรษฐกิจพอเพียงนั้นจะทำเป็นรูปธรรมได้ต้องเริ่มที่ชุมชนและต้องเริ่มเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ก่อนให้ได้ เมื่อปักหมุดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วเรื่องอื่นไม่ยาก ขอให้เริ่มต้นได้ก็แล้วกัน ซึ่งสภาพัฒน์มีความสำคัญนะครับ แนวคิดที่ท่านวางแผนไว้จะประสบสำเร็จได้ก็ต้องช่วยกัน มีโอกาสคงต้องไปหารือร่วมกันในหลาย ๆ ฝ่ายเพื่อจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้ได้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิยม เวชกามา และตามด้วยท่านนพพล เหลืองทองนารา นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทน ที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายร่วมในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ เพราะแผนพัฒนาเป็นหัวใจในการปกครองประเทศของรัฐบาลที่ดำเนินมาแล้วและจะดำเนิน ต่อไป เพราะโบราณกล่าวไว้ว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีข้าวกิน ทำอะไร ไม่ได้สักอันหรอกถ้าหิวอยู่ท่านประธาน ผมต้องกราบเรียนว่าแผนพัฒนาฉบับนี้ถ้าถามว่าดีไหม เขียนเสียโก้หรูท่านประธาน ผมสงสารสภาพัฒน์ ที่ท่านเขียนแผนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ฉบับนี้เป็นฉบับที่ ๑๓ เขียนอย่างดี แต่ผมมีความเชื่อว่ามันทำไม่ได้ครับ บ้านเมืองยุคนี้ มีแต่ถอยหลังเข้าคลอง เห็นอยู่แล้วว่าประเทศไทยก็เดินตามแผนพัฒนานั่นล่ะ ไปติดปัญหา เรื่องแผน ๒๐ ปี มันทำให้ประเทศถอยหลังท่านประธาน ผมต้องกราบเรียนว่าประเทศไทย เคยอยู่เป็นเสือตัวที่ ๑ ของเอเชีย (Asia) ของอาเซียน (ASEAN) วันนี้ถอยอยู่ข้างหลังเลย เพราะฉะนั้นท่านจะเขียนแผนอย่างไรก็แล้วแต่มันไปไม่ได้ ผมเลยขอเริ่มจากหมุดหมายที่ ๑ ท่านเขียนไว้ ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง เห็นดี ท่านประธานครับ ประเทศชั้นนำ เมื่อสมัยก่อนนะ สมัยท่านนายกทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ชั้นนำเลย ของเอเชีย (Asia) เลย แต่วันนี้ชั้นตามเขายังไม่ทันเลยท่านประธาน เห็นไหม เวียดนามเขาอยู่อันดับ ๑ อย่าว่าแต่ด้านเศรษฐกิจเลย ฟุตบอลยังนำหน้าไทยเลย แต่ก่อน อยู่ข้างหลัง อันนี้คือประเด็น ผมต้องบอกว่าไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและ เกษตรแปรรูป ผมอ่านแล้วผมก็อายเขานะท่านประธาน ท่านก็ร่ายมาอย่างดี ผมสงสาร สภาพัฒน์จริง ๆ ที่ตั้งใจเขียน แต่รัฐบาลนี้มันไปไม่ได้ครับ ไม่ได้ส่งเสริมกันเลย วันนี้วิถีชีวิต ของพี่น้องผม ชาวไร่ชาวนา บ้านผมประเทศไทยนะครับ บ้านผม ๙๙ เปอร์เซ็นต์ทำนา ปลูกพืช เกษตรทั้งนั้น แต่ท่านประธานรู้ไหมบ้านประธานอาจจะไม่เหมือนบ้านผม เพราะท่านรวย กว่าผม บ้านท่านทำนาไม่เคยทำเลย บ้านผมดำไร่ดำนา แต่ก่อนสมัยผมเป็นเด็ก ๓ ๔ ปีหลัง ๑๐ ปีหลังมานี้ที่รัฐบาลนี้เข้ามาบ้าน ผมทำนาโดยการหว่านทั้งนั้น ผมถามพี่น้องบ้านผมว่า ทำไมต้องหว่านด้วย ไม่ไหวต้นทุนมันสูงดำไม่ได้เลยนาวันนี้ ดำนาไม่ได้ต้องหว่านเท่านั้น อันนี้คือปัญหาต้องบอกสภาพัฒน์ต้องทบทวนว่าทำแล้วเขียนแล้วจะเดินอย่างไร ข้าวกิโลกรัม ละ ๕ บาท แล้วอยู่ได้อย่างไรท่านประธาน จะให้เขาทำนาเหมือนแต่เก่าดำนาไม่ได้ครับ เศรษฐกิจอื่นไปหมดแพงทั้งแผ่นดิน แต่ว่าข้าวนี่ถอยมากิโลกรัมละ ๕ บาท วันนี้ประกาศ บะหมี่สำเร็จรูป ผมไม่อยากเอ่ยยี่ห้อหรอกครับมันโฆษณาให้เขา บอกวันนี้ขึ้นอีกแล้ว บาทหนึ่ง ของเดิม ๗ บาท แต่ก่อน ๕ บาท วันนี้อีกบาทหนึ่งเป็น ๘ บาท แล้วพี่น้อง ประชาชนจะอยู่ได้อย่างไร🔗
ด้วยเวลาอันสั้นผมมาดูอันสุดท้ายเป้าหมายของท่าน เขียนอย่างสวยหรู เป้าหมายพัฒนา ความเชื่อมโยงของหมุดหมายเป็นเป้าหมายหลักของแผนพัฒนา ฉบับที่ ๑๓ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ผมจึงบอกว่ายุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีนี่ล่ะมันทำลายทั้งประเทศ มันไป ไม่ได้ เพราะท่านเขียนยุทธศาสตร์เพื่อคนอีกให้เดินไม่ออก ท่านมุ่งสังคมสมรรถนะสูง เรียนรู้ อะไรสมรรถนะสูง คนไม่มีจะกินมันจะสูงได้อย่างไรท่านประธาน ผมต้องกราบเรียนว่าแผนนี้ สงสารจริง ๆ มันสมรรถนะสูงเพื่อตอบโจทย์พัฒนาแห่งอนาคต เขียนหรูเลยครับ สำหรับโลก ยุคใหม่ แต่สุดท้ายพี่น้องบ้านผมกลับไปอยู่ข้างหลังของประเทศนี้ทั้งนั้นครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ผมเองขอร่วมการอภิปรายในส่วนของ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในฉบับที่ ๑๓ ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ เรื่อยไป ๕ ปี ท่านครับ วันนี้ดำเนินมาแล้ว ๑๒ แผนเต็ม เข้า ๑๓ ด้วยเวลาอันจำกัดผมขอในส่วนของเกี่ยวกับเรื่องภาคเกษตร การมุ่งเน้นในแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตั้งแต่ฉบับแรก เรื่องของเกษตรนั้นมีการให้ความสำคัญนั้น ในทุกแผน แต่ว่าพอสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะแผนไหน ๑ ๒ ๓ จนถึง ๑๒ นี่ครับ เอาแผนที่ ๑๒ ทางสภาพัฒน์ยังแสดงการยอมรับเมื่อเดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๔ ท่านก็ยอมรับว่าแผน ๑๒ นั้นล้มเหลวโดยเฉพาะแผนทางด้านการเกษตร และแผน ๑๓ นี่จะทำให้ผมเชื่อถือได้อย่างไร ว่าสิ่งที่ท่านเขียนไว้มันจะมีการได้ปฏิบัติตามนี้ ถ้าท่านทำได้ตามนี้ในแผน ๑๓ ในภาคเกษตร ผมยก ๒ มือเลยนิ้วโป้งนี่จริง ๆ ครับ รายได้ของเกษตรกรนั้นพอสิ้นสุดแผนแล้วนี่จะตกละ ครัวเรือนหนึ่ง ๕๓๗,๐๐๐ บาทสุทธิ รายได้สุทธิไม่ใช่เป็นรายได้เฉย ๆ รายได้สุทธินะครับ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าบาท วันนี้คือก่อนที่ท่านจะทำให้รายได้ของเกษตรกรไปถึงขนาดนั้นถามว่าใน เรื่องของสิ่งที่จะเป็นปัจจัยการผลิตนี่ เอาล่ะไม่ต้องพูดถึงอะไรพูดถึงเรื่องน้ำนี่ วันนี้น้ำ ในความต้องการภาคเกษตรยังมีน้ำที่ขาดอยู่ที่ยังไม่สามารถจะจัดหาให้กับเกษตรกรได้ ในแต่ละปีตกแล้วเฉลี่ยประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้ง ๆ ที่เฉพาะน้ำท่าปีหนึ่ง เรามีอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่า เราเก็บได้อยู่ ๔๐,๐๐๐ กว่า ท่านกี่ปีแล้ว ในนี้ผมก็เห็นเขียนแผน แต่ว่าอัตราการเพิ่มของเรื่องน้ำที่จะกักเก็บไว้ไม่ปล่อยให้มันไหลลงทะเลโดยเปล่าประโยชน์ อัตราเพิ่มขึ้นไม่เท่าไรเลยนะครับ ตลอดระยะ ๕ ปีที่ผ่านมาปริมาณกักเก็บของน้ำที่เคย ตั้งกันไว้เมื่อ ๕ ปีก่อนว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ จนถึงปี ๒๕๖๕ ท่านจะต้องมีที่กักเก็บน้ำ ๒,๐๒๒ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ท่านไปถึงครึ่งหรือเปล่า ไม่ใช่ได้แค่ ๙๐๐ กว่าบาทหรือครับ ท่านครับ ถ้าตราบใดที่ท่านยังไม่จัดไม่มีแผนแล้วก็มีการทำตามแผนอย่างเคร่งครัดและจริงจัง โอกาส ยากที่รายได้ของเกษตรกรจะเป็นตามที่ท่านเขียน แล้วอีกประการหนึ่งท่านครับ ในสิ่งที่ท่าน เขียนไว้ในกลยุทธ์ด้านการพัฒนาด้านการเกษตรนี้นะครับ ในเรื่องของที่ว่าการส่งเสริมให้ เกษตรกรมีที่ดินทำกินของตนเอง วันนี้ที่ดินที่เป็นของเกษตรกรที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเกษตรกร ลดน้อยถอยลง แล้วถามว่าในสิ่งที่ท่านได้เคยตั้งองค์กรต่าง ๆ เพื่อที่จะมาช่วยเกษตรกร ในการที่จะรักษาผืนดินของการทำเกษตรตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ที่ให้มาไม่ให้หลุดมือไปเป็นของ นายทุนท่าน องค์กรเหล่านั้นที่เคยสนับสนุนกันมันมีประสิทธิภาพแค่ไหน ล้มหายตายจาก หรือเปล่า แล้วที่มีอยู่ท่านได้ช่วยเขาสนับสนุนเขาเหมือนอย่างที่เขียนไว้หรือไม่ หรือแม้แต่ ใกล้ตัวนี้ สิ่งหนึ่งที่จะทำให้ไปสู่ความสำเร็จของแผนนั่นก็คือในเรื่องนโยบายในการที่จะ สนับสนุนให้เกษตรกรนั้นยืนด้วยลำแข้งตัวเองได้ ผมพูดเสมอในเรื่องของสิ่งที่จะช่วย เกษตรกรนี้ รัฐบาลเขียนไว้โดยสำนักต่าง ๆ ช่วยกันบอกรัฐบาลว่าให้เขียนอย่างนี้ ๆ เอาแค่ เงินประกันรายได้ส่วนต่าง ผมพูดเสมอว่าถ้าคณะอนุกรรมการกลางราคาข้าวประกาศเมื่อไร นับไป ๓ วันทำการ ชาวนาต้องได้เงินเข้าบัญชีแต่ไม่เคยสักครั้งเดียวที่จะได้ แล้วอย่างนี้ จะเป็นไปตามแผนพัฒนา ผมว่าเพ้อฝันนะครับ ในจำนวนรายได้สุทธิ ๕๓๗,๐๐๐ บาท ต่อครัวเรือนที่เป็นรายได้สุทธิที่เมื่อสิ้นสุดแผนแล้วเกษตรกรจะต้องได้ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ตามด้วยท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร ท่านนิกร จำนง และท่าน พิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอ โอกาสนี้ในการแลกเปลี่ยนกับสภาพัฒน์ว่ากระบวนการทำแผนอยากให้มีการปรับปรุงครับ เหตุผลเพราะว่ามันต้องเริ่มจากการเรียนรู้อดีตเราถึงจะไปวางแผนอนาคตได้ และสิ่งหนึ่งที่ ผมสังเกตจากทุกแผนก็คือว่าเราอาจจะเริ่มจากตั้งแต่เป้าหมายที่ไม่มีการเรียนรู้จากผลลัพธ์ จากในอดีตครับ คือถ้าท่านจะไปมองวางแผนสำหรับ ๕ ปี ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่สำคัญเลยคือ การวิเคราะห์ผลลัพธ์ของ ๕ ปีที่ผ่านมา แล้วท่านก็จะเห็นว่าเป้าหมายกับผลลัพธ์ที่ท่านวางไว้ มันไม่สอดคล้องกันนะครับ เป้าหมายจริง ๆ ผมอยากให้ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก มีครั้งหนึ่งผมเคยอภิปรายในกรรมาธิการงบประมาณไว้ว่าเป้าหมายตัวหนึ่งที่เราละเลย มาตลอดก็คือในเรื่องของประสิทธิภาพ คือเราไม่เคยเอาประโยชน์ของประชาชนมาหารด้วย ทรัพยากรที่เราใช้ลงไป ไม่ว่าจะเป็นจำนวนงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนทรัพยากร บุคลากร เมื่อขาดเป้าหมายตัวชี้วัดในเชิงของประสิทธิภาพมันถึงนำไปสู่การจัดสรรทรัพยากร ที่ไม่สอดคล้องเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย อันนี้เป็นประเด็นสำคัญ ต่อมาสิ่งสำคัญก็คือหน่วยงาน ที่รับผิดชอบครับ ผมคิดว่าการที่ในแผนนี้ไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าหน่วยงานไหนรับผิดชอบ เป้าหมายอะไร และกลยุทธ์อะไร และไม่มีข้อมูลในอดีตที่ว่าหน่วยงานไหนรับผิดชอบอะไร และทำสำเร็จหรือไม่สำเร็จ นี่คือประเด็นสำคัญที่ทำให้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ไม่นำไปสู่การปฏิบัติได้จริง เพราะว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้กระตือรือร้น ไม่มีความรับผิด รับชอบต่อแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ท่านอุตส่าห์ร่างกันขึ้นมา ผมคิดว่าการจะนำไปสู่ การบังคับใช้ ก็คงต้องฝากให้สภาพัฒน์ใช้ความกล้าหาญในการกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบ แล้วก็เปิดเผยออกมาว่าหน่วยงานไหนที่ทำได้ดีรับผิดชอบได้สำเร็จ และหน่วยงานไหน ที่รับผิดชอบไม่สำเร็จเพราะอะไร และควรจะต้องมีการปรับปรุงอย่างไร อันนี้มันถึงจะเกิด การเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนถ้ามาไส้ในผมคิดว่าสำคัญที่ในแผนนี้ ถ้าเราเริ่มจากว่าเราอยากลด ความเหลื่อมล้ำ ผมคิดว่ามี ๒ ประเด็น ก็คือถ้าเราอยากลดความเหลื่อมล้ำจริง ๆ สวัสดิการ ท่านต้องเปลี่ยนวิธีคิดเป็นสวัสดิการถ้วนหน้าครับ เหตุผลเพราะว่าถ้าเราไม่ทำสวัสดิการถ้วนหน้ามันก็เกิดการตกหล่น อันนี้ต่างหากที่จะทำให้ เป็นการซ้ำเติมครอบครัวที่มีรายได้น้อย อย่างเช่นเบี้ยเด็กเล็กเป็นต้นที่ท่านก็เห็นแล้ว และเช่นเดียวกันการทำสวัสดิการลดความเหลื่อมล้ำมันก็ต้องมาคู่กับภาษีทรัพย์สินซึ่งก็ อภิปรายหลายครั้งแล้ว อย่างภาษีที่ดินรวมแปลงเป็นก้อนสำคัญที่จะสามารถนำมาสร้าง สวัสดิการได้ ถ้าท่านอยากจะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สิ่งที่ท่านควรจะต้องตั้งโจทย์ก็คือ ทำอย่างไรไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ในเมื่อทุกวันนี้ครอบครัวที่มีรายได้น้อยเพียง แค่ครึ่งเดียวเท่านั้นที่สามารถเรียนจบ ม. ๖ ได้ ม. ปลายได้ อันนี้เป็นปัญหาใหญ่ ถ้าท่าน อยากจะพัฒนาคุณภาพท่านต้องแก้โจทย์ว่าทำไมคนตกงานครึ่งหนึ่งถึงเป็นคนจบปริญญา เหตุผลเพราะว่าการศึกษาและภาคธุรกิจนั้นไม่ได้เชื่อมกัน นี่คือโจทย์ที่ท่านต้องแก้ไขนะครับ🔗
ประเด็นต่อมาเรื่องของเศรษฐกิจ ถ้าท่านอยากจะสร้างนวัตกรรมเพิ่มรายได้ มันก็ต้องกลับมาตั้งคำถามว่าปัจจุบันเรามีการผูกขาดอย่างเสรีมากเกินไปไหม ทั้งโดย กฎหมายปัจจุบัน และโดยการอนุญาตให้มีการควบรวม หรือเรามีกฎระเบียบที่ว่าไปฉุดรั้ง โอกาสทางธุรกิจมากเกินไปไหม ตั้งแต่ว่าขนย้ายไข่ยังต้องมาขออนุญาต หรือคนต่างด้าว ต้องมารายงานตัวทุก ๆ ๙๐ วัน ถ้าท่านอยากจะให้ปฏิรูปภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมันก็ต้อง เริ่มจากว่าทำอย่างไรให้เกิดการกระจายอำนาจ เพราะว่าการที่มีประสิทธิภาพโดยบริหาร จัดการโดยที่งบประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ราชการส่วนกลาง นั่นย่อมหมายถึงความไม่มี ประสิทธิภาพเพราะรัฐราชการที่ใหญ่โตเทอะทะอันนี้ ถ้าท่านอยากให้มันโปร่งใสท่านก็ต้อง เริ่มจากว่าเปิดเผยข้อมูล นี่ก็เป็นกฎหมายข้อมูลข่าวสารที่ผมก็ยังรออยู่ และเช่นเดียวกัน ถ้าท่านอยากให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital) มันก็ต้องเริ่มจากมาตรฐานกลางในการ แลกเปลี่ยนข้อมูล หรือว่าโอเพน เอพีไอ (Open API) ถ้าท่านอยากจะรักษาสิ่งแวดล้อม เน็ตซีโร (Net Zero) ได้ คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ย่อมไม่ใช่ระบบสมัครใจ ถ้าท่าน อยากจะทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน ท่านก็ต้องให้ผู้ผลิตรับผิดชอบในการรับสินค้าคืน ถ้าท่าน อยากจะให้มีความเป็นธรรมกับสังคม ท่านก็ต้องไม่ปล่อยให้คนรวยหนีคดี ปล่อยให้คนจน ที่ไม่มีเงินวางหลักประกันต้องติดคุกถึงแม้ว่าศาลจะให้ประกันก็ตาม อันนี้เป็นตัวอย่างต้น ๆ ตัวอย่างเล็กน้อยที่ผมจะอภิปรายให้เห็น นี่คือกลยุทธ์ที่ท่านควรจะใส่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร ตามด้วยท่านนิกรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในหัวข้อร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ หมุดหมายที่ ๑๒ ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ การพัฒนาแห่งอนาคต อยากจะบอกว่าคนคือทรัพยากรที่มีคุณค่าสูงสุดครับ หมายหมุด หรือหมุดหมายทั้ง ๑๓ หมุดนี้จะสำเร็จไม่ได้เลยถ้าขาดหมายหมุดที่ ๑๒ คือเรื่องของคน เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด การศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน คนถึงจะไปพัฒนา ประเทศชาติ โดยเฉพาะที่ท่านเขียนตั้งแต่อันแรกแล้วว่าพัฒนากำลังคนของไทยกำลังเผชิญ กับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่สำคัญของการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยครับปัจจุบันนี้โลกเปลี่ยนไป ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของโลก ดังนั้นผมอยากจะบอกว่าคำว่า สมรรถนะ วันนี้ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่กำลังเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะวิสามัญ อยู่นี้นั้น ก็พูดถึงคำว่า สมรรถนะ คือเป้าหมายของการศึกษา คำว่า บูรณาการ ที่จะมีคีย์เวิร์ด (Key Word) อยู่ไม่กี่คำนี้เป็นวัตถุประสงค์ คำว่า สมรรถนะ คืออะไร ผมคิดว่าบางครั้ง นักการศึกษาบางคน หลาย ๆ คนก็ยังไม่เข้าใจ คำว่า สมรรถนะ คือสิ่งที่มีความสามารถ และสามารถที่จะนำไปใช้สู่กระบวนการในชีวิตประจำวัน และหาเลี้ยงอยู่เลี้ยงกินได้ครับ ดังนั้นตั้งแต่พระราชบัญญัติการศึกษา หัวใจวัตถุประสงค์ก็เด็กอย่างที่บอกครับ ทักษะการ เรียนรู้ ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต ๓ คำนี้ล่ะที่จะต้องบูรณาการให้เข้าด้วยกันทั้งหมด แต่ขณะนี้ การศึกษาเปลี่ยนไป แต่ขณะเดียวกันครูยังคงสอนอยู่เหมือน ๆ เดิม ยังสอนเป็นรายวิชา ๘ วิชา ยังสอนไปอยู่ใน ม. ปลาย ยังสอนอยู่แผนกศิลป์ วิทย์-คำนวณ หรือศิลปะ ศิลป์ต่าง ๆ นั้น วันนี้ภาควิชาองค์ความรู้ต้องขยำใส่กันหมด มันถึงจะเรียกความรู้ เราจะแยกกันเป็นเนื้อ เป็นไก่ แล้วมันจะเป็นแกงได้อย่างไรครับ ดังนั้นผมอยากให้ทำความเข้าใจกับนักวิชาการ ทั้งหมดก่อน ผมอยู่กับการศึกษามา ๔๐ ปีแล้วครับ จนอยากจะบอกว่าทั้งหมดนี้คือ กระบวนการและเด็กจะเข้าใจได้อย่างไร ดังนั้นก่อนอื่นจะต้องพูดกันอยู่ในเรื่องของทักษะ ต่าง ๆ โดยเฉพาะทักษะชีวิตเด็กขาดมาก โดยเฉพาะแผนพัฒนาที่สภาพัฒน์เขียนมานี้ หัวใจ คีย์เวิร์ด (Keyword) ต่าง ๆ ท่านเขียน ท่านรู้ ท่านเข้าใจหมดแล้วล่ะ แต่ตอนที่นำนโยบาย สู่การปฏิบัตินี่สิครับ ท่านเข้าใจไหมว่าจะต้องแก้ไขปัญหาอย่างไรบ้าง แม้แต่คำว่า บูรณาการ คืออะไร ดังนั้นผมถึงอยากจะกราบเรียนไปทางสภาพัฒน์ต้องสร้างความเข้าใจกับ นักการศึกษาเสียก่อนว่าเราจะเรียนรู้เพื่ออะไรกัน โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ความรู้อยู่ในไอแพด (iPad) อยู่ในเรื่องของดิจิทัล (Digital) หมดแล้วไม่มีความจำเป็นเลยครับ ดังนั้นจึงมุ่ง สมรรถนะ🔗
อีกอันหนึ่งคือเรื่องของลดความเหลื่อมล้ำ บ่อยกันมาก ๆ ที่พูดเรื่องลดความ เหลื่อมล้ำ แต่ขณะเดียวกันแล้วก็ตอกย้ำแต่เรื่องความเหลื่อมล้ำกันมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของอาชีวศึกษา เรื่องของสายสามัญ เราดึงภาคเอกชน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เข้ามาร่วมในการศึกษากับกระทรวงศึกษาธิการ แต่ในขณะเดียวกันเราไม่ให้ความเสมอภาค กันเลย ทั้งที่เขียนไว้บทบัญญัติตั้งแต่กฎหมายรัฐธรรมนูญหรือสิ่งต่าง ๆ แต่ในขณะเดียวกัน ความเสมอภาคอยู่ตรงไหน ท่านลองไปอ่านดูสิว่าเข้าใจไหมว่าทำอะไรบ้าง เด็กทุกคนถ้าเดิน เข้าสู่โรงเรียนรัฐบาลได้กินข้าวอาหารกลางวันฟรีร้อยเปอร์เซ็นต์ ข้าวโรงเรียนเอกชน ๒๐ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือความเสมอภาคหรือครับ อาชีวศึกษาก็เช่นเดียวกัน ท่านพยายามจะดึง ภาคภาคีเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ แล้วเราให้อะไรกับภาคเอกชนบ้างที่จะให้เขา มาร่วมในการพัฒนาประเทศ เราให้อาชีวะดึงเด็กที่อยากจะเรียนอาชีวะ เร่งเร้า ปลุก เราบอกอาชีวะสร้างคน คนสร้างชาติ แล้วเรามีวัฒนธรรมอะไรบ้างที่จะปลูกจิตสำนึกให้คน มาเรียนอาชีวศึกษากันครับ🔗
อีกอันหนึ่งที่หัวข้อเขียนเลยว่า สังคมเราเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแล้ว ท่านเตรียมตัวอะไรบ้างสังคมผู้สูงวัย วันนี้คนอายุ ๖๐-๘๐ ปี เปลี่ยนแนวความคิดแล้วครับ ไม่ใช่คนสูงวัยที่จะห่มผ้าขาวเดินเข้าสู่วัดแล้ว คนอายุ ๖๐-๘๐ ปี ยังมีศักยภาพพร้อมที่จะ เข้าสู่ ยังสามารถจะปฏิบัติงาน สามารถทำอะไรได้ตามศักยภาพที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นไม่ว่า ยุทธศาสตร์ที่บอกว่าการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในเขตพื้นที่ของผมไม่ว่ากบินทร์บุรี นาดี เรามี โรงเรียนผู้สูงวัย เรามีธนาคารเวลา แล้วกำลังจะดึงผู้สูงวัยเข้ามาปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ร่วมกัน ในปฏิบัติการ ดังนั้นผมถึงกราบเรียนทางสภาพัฒน์ให้ทำแผนพัฒนาที่ท่านเขียนไว้ ๒ ๓ หน้า นี้ ทั้งคีย์เวิร์ด (Keyword) ที่ท่านเขียนไว้นั้นเป็นหัวใจแล้ว ด้วยเวลาที่จำกัดครับ ผมก็เพียงพูดได้แต่หมุดหมาย แต่เชื่อว่าหมุดหมายตรงนี้ถ้าท่านไม่มีแก้ไขการศึกษา ท่านไม่ให้ความเสมอภาค ท่านไม่เห็นความสำคัญสังคมผู้สูงวัย เพียงแต่เขียนว่าวันนี้สังคม ผู้สูงวัยอยู่แล้ว คำว่า สูงวัย นั้นคืออะไร ดังนั้นการเรียนรู้ตลอดชีวิตคืออะไรบ้าง ขอให้ สภาพัฒน์นำสิ่งต่าง ๆ มาบูรณาการเข้าด้วยกัน แล้ววางแผนปฏิบัติ แล้วยึดการบริหาร จัดการแบบเชิงพื้นที่โดยให้การศึกษาเป็นไปตามพื้นที่ที่มีความเหมาะสม ดังนั้นผมอยาก กราบเรียนให้สภาพัฒน์ได้พิจารณาในแผนปฏิบัติการที่จะเกิดขึ้นในปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ด้วยความระมัดระวังและให้ความสำคัญกันตามที่เขียนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณ มากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิกร จำนง ท่านสมาชิกครับ เหลือท่านผู้อภิปรายอีก ๒ ท่านเองนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธาน ครับ ผมขออนุญาตอภิปรายเรื่องแผน ๑๓ ของเรา เพราะผมเห็นมีความสำคัญมาก แผนพัฒนา ๕ ปี🔗
ลำดับแรก ผมจะขอพูดถึงตัวแผนนะครับ แผนนี้เป็นแผนที่หลายปีมาแล้ว ผมติดตามแผนมายาวนานมากแล้วผมไม่เชื่อนะครับ และไม่เห็นความขัดแย้งในตัวแผน แต่แผนนี้เป็นแผนที่มีการลำดับแผนไว้ค่อนข้างดีขอชมนะครับ โดยเฉพาะหมุดหมายที่ท่าน กำหนดไว้ ๑๓ หมุดหมาย ที่จริงจะกำหนดไว้ ๑๓ เนื่องจากเป็นแผน ๑๓ หรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่ท่านกำหนดไว้ ๑๓ ผมเอาเฉพาะท็อปไฟว์ (Top 5) เพราะข้างล่างมันเป็นตัวที่มันจะมี ความเบี่ยงเบนมาก แต่ว่า ๕ อันดับบน ผมเห็นว่าไปได้ดีทีเดียว🔗
อันดับแรก ก็คือว่าในการพัฒนาตรงนี้ท่านเขียนโดยกลับมายืนอยู่บนราก ของประเทศไทยของเราเอง ผมชื่นชมเขาตรงนี้ เดิมเราไปพัฒนาบนพื้นฐานของอะไรก็ไม่รู้ จะเป็นเสือตัวที่ ๔ ที่ ๕ ซึ่งไม่ใช่ ตอนนี้กลับมาบนรากของเราแล้ว อันดับแรกหมุดหมายที่ ๑ ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง อันนี้ชัดเราทำได้ดี เพราะว่าบางทีเราพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรม เราผลิตสินค้าเป็นไทยผลิตเป็นสินค้าที่ผลิต ในไทย ไม่ใช่ไทยผลิต อันนี้เราทำได้เท่าไรเราก็ได้เท่านั้น🔗
หมุดหมายที่ ๒ ประเทศไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพ และความเป็นอยู่ อันนี้ก็พัฒนามาเงินรายได้ก็เป็นของเรา ตรงนี้เป็นจุดแข็งของเรา ๒ จุด ท่านยืนไว้เป็นข้อ ๑ ข้อ ๒ ดีแล้ว🔗
หมุดหมายที่ ๓ ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานไฟฟ้าที่สำคัญของโลก ตรงนี้เราเคยเป็นมา แต่ว่าช้าไปนิดหนึ่งแต่ก็ดีกว่าไม่มา ก็คือว่าอย่างไรเราก็ยังเป็นฐานอยู่ แต่รถไฟฟ้าเขาไปอินโดนีเซียกันบ้างแล้ว วันนี้หุ้นเทสลา (Tesla) ก็จะแตกหุ้นออกไปแล้ว แล้วก็ฐานก็ไปลงที่อินโดนีเซีย เราช้าไปแต่ว่าเรามีฐานเดิมอยู่ก็กลับมาก็ยังดี🔗
หมุดหมายที่ ๔ เป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง ผ่านโควิด (COVID) มาเราก็พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเราเก่งด้านนี้จริง ๆ ได้รับความเชื่อถือ ก็ถูกแล้วที่มายืน ตรงนี้🔗
หมุดหมายที่ ๕ เป็นประตูการค้าการลงทุนและยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ (Logistics) ที่สำคัญของภูมิภาค เรื่องนี้เป็นบรรพบุรุษของเราไม่รู้มาจากทางใต้เทือกเขา อัลไตหรือไม่รู้ แต่จุดที่เราอยู่เราเป็นศูนย์กลางของอาเซียน (ASEAN) เป็นศูนย์กลางของ บริเวณนี้ดังนั้นเราใช้ตัวเองเป็นศูนย์การค้า เราเปิดได้ทุกแห่งทุกมุม เราเชื่อมกับสารพัด เหลี่ยมในภูมิภาคนี้ ดังนั้นยืนอยู่ถูกที่แล้ว ผมชื่นชมตรงนี้ว่าท่านวางแผนได้ถูก เพราะงอก อยู่บนรากของตัวเอง ไม่ใช่งอกอยู่บนอาศัยคนอื่นเขา แต่มันมีปัญหาตรงเรื่องการปฏิบัติ ตามแผนโพลิซี (Policy) โอเค (OK) แต่อิมพลีเมนเทชัน (Implementation) หรือการปฏิบัติ ตามแผนผมเห็นว่ามีปัญหา เราดูกันคร่าว ๆ ก็ได้ท่านประธานว่าการปฏิบัติให้เป็นไป ตามแผน ซึ่งผมไม่เชื่อในเรื่องแผนฉบับที่ ๕ ปี ผมเรียกบุ๊ก ออฟ ดรีมส์ (Book Of Dreams) มาตลอดเพราะว่ามีแผนแล้วปรายแผนจะเป็นอีกอย่างเสมอ เพราะเราควบคุมตัวแปรไม่ได้ ประเทศเราเป็นประเทศเล็ก เราอยู่บนยอดคลื่นแต่เราไม่ได้เป็นตัวกำหนดคลื่น ที่ท่านเขียนไว้ แผนท่านเขียนไว้เยอะไปหมด แต่ว่าการปฏิบัติตามแผนท่านเขียนไว้ ๔ หน้า ไม่รวมปก ว่าการปฏิบัติตามแผนนั้นท่านเขียนไว้แค่นี้ ทีนี้ประเด็นของท่านที่ผมจะติติงเรื่องการปฏิบัติ ตามแผนที่ผมเห็นว่าจะมีปัญหา คืออันแรกท่านอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง การเมือง ในแผนนี้ ๕ ปี แต่ว่าอีกสักประมาณ ๖ เดือน การเมืองก็ต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว เพราะฉะนั้น การเมืองข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ท่านทราบได้อย่างไรครับ ตรงนี้เป็นประเด็นที่มันล่อแหลม กับความเปลี่ยนแปลง ทีนี้ในประเด็นที่สำคัญก็คือว่าแผนตัวนี้ท่านอยู่บนความไม่มั่นคง ของแผน ในขณะที่ระบบมันไม่ยืดหยุ่นเลย ปกติแล้วถ้าไม่มีความเปลี่ยนแปลงมันต้องมีความ ยืดหยุ่น แต่ท่านไปพิงอะไร ยุทธศาสตร์แม่บท แผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มี ใครเชื่อกันเท่าไรจนถึงบัดนี้ว่าเป็นอย่างนั้น แผนปฏิรูปประเทศซึ่งหมดเวลาไปแล้วตั้งแต่ เดือนธันวาคมปีที่แล้วที่ผ่านมาก็หมดเวลาไปแล้วถ้าตามกฎหมายแผนของท่าน แล้วก็ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคง ความมั่นคงนี้เป็นเรื่องที่เขียนมาแล้วเพื่อเน้น ความมั่นคง ไม่ใช่ความมั่นคงด้านอื่น ดังนั้นรวม ๆ แล้วการปฏิบัติตามแผนของท่านอยู่บน ความไม่มั่นคง มีติดอยู่ความไม่ยืดหยุ่นตามกฎหมาย ผมก็เลยเป็นห่วงว่าผมชอบในหมุดหมาย ของท่าน แต่ผมเป็นห่วงเรื่องการปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนเพราะท่านไปลงรายละเอียดนี้ เพิ่มอีกหน่อยก็แล้วกัน ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอขอบคุณท่านเลขาธิการที่ได้นำเสนอร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ฉบับนี้ ผมขอเรียนว่าในชีวิตการทำงานของผมที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสติดตามเรื่องของการพัฒนาประเทศ ตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือก็ทำวิทยานิพนธ์ เกี่ยวกับเรื่องของแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ฉบับที่ ๕ จากนั้นก็ได้เคยศึกษามาโดยตลอด แล้วก็ได้ เห็นการพัฒนาเปลี่ยนแปลง แล้วก็การปรับปรุงที่ดีขึ้นมาโดยตลอดของงานการทำแผน แต่ว่า สิ่งที่เรายังไม่เข้าใจก็คือเรื่องที่ว่าในขณะเรามีแผนพัฒนาประเทศอยู่เราก็ยังมีแผนยุทธศาสตร์ แผนปฏิรูปและอะไรอีกมากมายที่มาทับซ้อน ประเด็นเหล่านี้ผมคิดว่าควรต้องมีการชี้แนะ ให้เกิดความชัดเจนกว่าในทางปฏิบัติ แล้วมันมีความเปลี่ยนแปลงหรือปฏิบัติอย่างไร อันนี้ เป็นการเริ่มต้นนะครับ เนื่องจากเวลาจำกัดผมจะขออนุญาตจำกัดการอภิปรายเฉพาะ ในประเด็นเกี่ยวกับการจัดการภาครัฐ ซึ่งโดยรวมแล้วในบทที่ท่านเขียนก็อาจจะครอบคลุม ได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการที่จะพูดถึงเรื่องของงบประมาณรายจ่ายและเรื่องของการคลัง ความยั่งยืนทางการคลัง ผมมีข้อคิดเห็นที่อยากจะขอฝากเป็นประเด็นไว้เพื่อใช้ในการปรับปรุง ต่อไปว่าสิ่งที่ต้องเขียนเกี่ยวกับเรื่องการคลังยังขาดสาระที่ควรแก่การนำมาปรับปรุงแก้ไข ผมได้กล่าวถึงบ่อยครั้งในที่ประชุมแห่งนี้ว่าประเทศเรากำลังเจอวิกฤติทั้งวิกฤติของรายได้ ที่ตกต่ำขาดหายไปจากประมาณการ ทั้งวิกฤติของบประมาณรายจ่ายที่ทุกหน่วยราชการ ขณะนี้ได้รับงบประมาณลดลง ยิ่งถ้าเอาเงินเฟ้อมาจับตัวเลขรายจ่ายจริงจะลดลง และวิกฤติ ของหนี้ที่กำลังพอกขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถ้าหากเราไม่มีแผนที่ชัดเจนในการแก้ไขในระยะ ปานกลางหรือระยะยาวมันก็จะเป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการภาครัฐที่ท่านเขียนถึง ในบทนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนพัฒนาทั้งหมดที่ท่านเขียนมาก็จะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะว่า การขับเคลื่อนแผนพัฒนาฉบับนี้ท่านต้องอาศัยหน่วยราชการต่าง ๆ มาดูแล ถ้าท่านไม่มีเงิน ให้เขา เขาก็ไม่มีกำลังใจในการทำงาน ไม่มีกำลังใจที่จะคิดอะไรใหม่ ๆ แล้วก็ปรับปรุงแก้ไข ผมจึงถือว่าการดูแลปรับปรุงระบบการคลังจึงเป็นสาระสำคัญที่ควรแก่การนำมาดำเนินการ แต่สิ่งที่ท่านเขียนในหน้า ๑๖ เอกสารของท่านยังคงพูดถึงบางประเด็นที่ผมคิดว่ายังไม่ หนักแน่นเพียงพอครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของตัวเลขรายจ่ายบุคลากรต่อรายจ่ายที่ว่า ลดลงบ้างแล้ว จริง ๆ ถ้าท่านเอาตัวเลขเกี่ยวกับงบสวัสดิการข้าราชการซึ่งอยู่ในงบกลาง อย่างปี ๒๕๖๖ งบนี้ก็กระโดดขึ้นไปถึงกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาบวกกับงบบุคลากรที่มี ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันปาเข้าไป ๑.๒ ล้านล้านบาท เกินกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของ งบประมาณรายจ่ายประจำปี แล้วก็จะมีมากขึ้นทุกทีเพราะว่างบส่วนนี้จะมีการเติบโตมากขึ้น เพราะฉะนั้นข้อเท็จจริงมันไม่ตรงกันครับ นั่นก็ประการหนึ่ง🔗
ส่วนในเรื่องของรายจ่ายงบลงทุนที่ท่านพูดถึงในหน้าเดียวกันตอนท้าย ผมก็ยังเป็นห่วงว่าจะหลงทาง เพราะว่าทุกวันนี้เรามีการจัดทำงบรายจ่ายลงทุนไปสร้าง ตัวอย่างเช่น เรื่องของอาคารใหญ่ ๆ เรื่องของรั้ว เรื่องของป้าย ก็ถือว่านั่นคือสิ่งปลูกสร้าง แล้วเข้าใจเป็นตัวที่ทำให้สมประโยชน์ของการเป็นงบลงทุน ซึ่งท่านคงจะทราบดีว่าสิ่งเหล่านี้ ไม่ได้เป็นตัวที่ทำให้เกิดโพรดักทิวิตี (Productivity) หรือเกิดผลผลิตที่สูงขึ้น นั่นก็ประการหนึ่ง🔗
อีกประการหนึ่ง ที่ผมอยากเห็นท่านได้กล่าวให้ชัดเจนก็คือเรื่องของแผน ในการแก้ไขปัญหาหนี้ ทั้งหมดนี้ผมอยากจะเห็นท่านมีความชัดเจนในส่วนของการแก้ไข ปัญหานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการดูแลรายจ่ายภาครัฐให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม🔗
ท้ายสุดครับ เพื่อจะไม่ให้เยิ่นเย้อไปผมขอชมท่านนายกนะครับ ที่มีปัญหา เมื่อคืนนี้ ปรากฏว่าเมื่อวันอังคารท่านได้มีการยกเลิกหน่วยงานหนึ่งก็คือหน่วยงานที่ท่านถือว่า ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นภายในสำนักนายกรัฐมนตรี ผมถือว่านี่เป็นเรื่องดีแล้วก็เป็นจุดเริ่มต้น และสัญลักษณ์ที่ดีที่จะให้มีการปรับปรุงภาครัฐที่มีความเข้มแข็งต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับก็จบการอภิปรายซักถามแล้ว ก็ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานผลการ ปฏิบัติงานของคณะกรรมการ รับทราบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐) ทางหน่วยงานมีอะไรชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณ ในความเห็นต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกได้ให้กับสำนักงานโดยเฉพาะเรื่องของความห่วงใยในเรื่อง ของการขับเคลื่อนแผน ๑๓ ฉบับนี้นะครับ ก็ต้องขออนุญาตเรียนว่าการขับเคลื่อนแผน เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย แล้วก็เป็นเรื่องที่เราพยายามผลักดันมาตลอด ท่านสมาชิกบางท่านได้พูดแล้วว่าสำนักงานไม่ได้มีอำนาจ ไม่ได้มีงบประมาณในการที่จะไป ขับเคลื่อนเรื่องพวกนี้โดยตรง สำนักงานถึงได้กำลังพยายามที่จะจัดทำกลไกขึ้นมาโดยใช้ ฝ่ายบริหารเพื่อที่จะมาใช้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนด้วยในครั้งนี้ ในส่วนของท่านสมาชิก ที่ได้มีการอภิปรายว่าในเล่มแผน ๑๓ ฉบับนี้ไม่เห็นมีการประเมินแผน ๑๒ ผมขออนุญาต เรียนว่าเราได้มีการประเมินแล้วครับ และในรูปเล่มการจัดทำแผนนี้ถ้าท่านได้ดูในแผนอื่น ๆ ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาก็จะมีหลายรูปแบบนะครับ ก็จะมีทั้งที่เอาแผนการประเมินแผนมาใส่ไว้ ในแผนด้วยซึ่งก็จะหนามาก ฉบับนี้เราคิดว่าเราอยากจะให้มันเป็นฉบับที่บาง ๆ กะทัดรัด เปิดมาแล้วก็จะทราบเลยว่าเราจะต้องทำอะไรบ้าง ประเทศไทยจะเดินไปทางไหนบ้าง แต่เรียนว่ามีการประเมินครับ โดยเฉพาะอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ผ่านมาที่เรา ตั้งเป้าไว้แม้ว่าจะยังไม่ได้ตามเป้าแต่ก็เกือบจะได้ตามเป้า โดยเฉพาะในช่วงตั้งแต่ปี ๒๕๖๐- ๒๕๖๑ เราก็โตได้ประมาณ ๔.๒ เปอร์เซ็นต์ทั้ง ๒ ปีติดกัน แต่ในปี ๒๕๖๒ เราโตประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์กว่าเพราะว่าเรามีปัญหาเรื่องของจีโอโพลิติกส์ (Geopolitics) ที่เข้ามาในเรื่อง มาตรการกีดกันทางการค้า ซึ่งก็ทำให้เราเห็นว่าในการพัฒนาในอนาคตเรื่องนี้จะมี ความสำคัญมากขึ้น ซึ่งเราก็ควรจะต้องอยู่ด้วยตัวเองมากขึ้นในการที่จะพัฒนาตัวเอง พัฒนา ประเทศในระยะถัดไป แล้วเราก็มาเจอเรื่องของโควิด (COVID) ด้วยในช่วงตั้งแต่ปี ๒๕๖๓- ๒๕๖๔ เป็นต้นมา ในขณะเดียวกันความก้าวหน้าในด้านอื่น ๆ ของแผน ๑๒ ก็มีอยู่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เราเริ่มมีการทำในระบบรถไฟฟ้าขนส่ง มวลชนนี้มีการขยายขอบเขตไปได้มากขึ้น มอเตอร์เวย์ (Motorway) เราก็ทำได้มากขึ้น เรื่องของการท่องเที่ยวเราก็ทำได้ดีขึ้นกว่าเดิมแม้ว่าจะมาตกในช่วงของโควิด (COVID) ก็ตาม ในรายละเอียดก็จะมีรายการอยู่นะครับ ทีนี้หลาย ๆ ท่านก็กังวลว่าแผน ๑๓ มันอาจจะ เหมือนกับว่าเราอยู่ในความฝัน ไม่ได้มีการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดขึ้นจริงและอาจจะเป็นจริง ไม่ได้ ผมขอเรียนอย่างนี้ว่าในบางเรื่องเราได้มีการเริ่มทำแล้ว แล้วก็ได้มีการผลักดันแล้ว เช่นเรื่องของการทำเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้า ยานยนต์ไฟฟ้าที่ต่อยอดจากอุตสาหกรรม ยานยนต์เดิมที่เรามีอยู่ ขณะนี้ได้มีการออกสิทธิประโยชน์เพื่อที่จะจูงใจ แล้วก็ได้มี บริษัทผู้ผลิตจากประเทศจีนประมาณ ๓-๔ รายก็เข้ามาสมัครมาตรการนี้แล้วครับ แล้วก็จะมี การลงทุนตั้งโรงงานเพื่อผลิตและขายในช่วงอีก ๒ ปีข้างหน้า โตโยต้า (Toyota) ขออนุญาต ที่เอ่ยนามนะครับ ก็เป็นบริษัทค่ายรถยนต์รายใหญ่รายหนึ่งในประเทศไทยก็ได้มีการสมัคร เข้าโปรแกรมนี้แล้วเช่นกัน และในขณะนี้ก็ได้มีการขอส่งเสริมการลงทุนจากค่ายยานยนต์ ไฟฟ้าอื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามาด้วย เรื่องอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital) เองที่เราต้องการที่จะ ผลักดันเรื่องของคลาวด์เซอร์วิส (Cloud Service) ให้เป็นอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ เป็นสาขาเศรษฐกิจอีกสาขาหนึ่งก็ได้มีการดึงเอาผู้ประกอบการในส่วนนี้ซึ่งเป็นรายใหญ่ ๆ เข้ามาและอยู่ระหว่างการเจรจา อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของอุตสาหกรรมที่เป็นซัปพลายเชน (Supply Chain) ในแง่ของยานยนต์ไฟฟ้าก็มีการดึงเอาอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ แล้วก็ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semi-Conductor) พยายามจะดึงเข้ามาซึ่งในส่วนนี้ก็อยู่ ระหว่างการดำเนินการ หรือแม้กระทั่งเรื่องของการที่จะทำการพัฒนาพื้นที่ ที่บอกว่าเราจะมีในหมุดหมายที่เรามี เรื่องการพัฒนาพื้นที่และเมืองอัจฉริยะเราก็ได้เริ่มไปแล้ว เราก็เริ่มที่จะจัดทำ คณะรัฐมนตรี ก็ได้มีการอนุมัติแล้วที่ทำในเรื่องของอีโคโนมิกคอร์ริดอร์ (Economic Corridor) เพิ่มอีก ๔ แห่ง ในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง แล้วก็ภาคใต้เพื่อที่จะเป็นโกรทโพล (Growth Pole) แล้วก็ทำให้เกิดการกระจายตัวของอุตสาหกรรมและบริการและภาคการผลิตต่าง ๆ ออกไปให้สอดรับกับศักยภาพของพื้นที่แล้วก็เกิดการพัฒนาแหล่งงาน ท่านสมาชิกก็เป็นห่วง ว่าภาคการท่องเที่ยวของเรานี้ยังไม่ฟื้นตัว ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าภาคการท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมา ในระยะถัดไป เรามองว่าโอกาสที่เราจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในระดับประมาณ ๔๐ หรือ ๕๐ ล้านคน ๔๐ ล้านคนอย่างปี ๒๕๖๒ ก็ยังอยู่ในช่วงเวลาอีกระยะหนึ่ง หรืออาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้ก็เป็นไปได้ ถ้าสถานการณ์เศรษฐกิจในแง่ของสถานการณ์ความขัดแย้งในแง่ภูมิรัฐศาสตร์ยังคงดำรงอยู่ เพราะฉะนั้นถึงได้มีการออกมาตรการที่จะพยายามดึงคนเข้ามาพำนักในประเทศไทย ให้นักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามาแล้วก็อยู่ในประเทศไทยนานขึ้น แล้วก็ดึงคนเข้ามาทำงาน ในประเทศไทยมากขึ้นเพื่อทดแทนแรงงานของไทยส่วนหนึ่งที่จะต้องหลุดออกจากระบบ เพราะว่าเกิดจากเรื่องของสังคมผู้สูงอายุนะครับ มาตรการเหล่านั้นได้ออกมาแล้วก็คือ มาตรการ ลอง เทอม เรสซิเดนต์ วีซ่า (Long Term Resident Visa) ที่จะเป็นการดึงเอา ผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ เข้ามาในสาขาต่าง ๆ ที่เป็นสาขาที่เราต้องการเอาเข้ามาอยู่ในประเทศไทย แล้วก็ทำงานกับธุรกิจของเราหรือพวกดิจิทัลโนแมด (Digital Nomad) ที่เขาจะสามารถที่จะ ทำงานที่ไหนก็ได้ก็ดึงเขาเข้ามาในประเทศไทยเพื่อให้เขามาทำงานในประเทศไทย แล้วก็ ใช้จ่ายในประเทศไทยเพื่อที่จะทดแทนจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง จากปัญหาที่เกิดขึ้น ในช่วงที่ผ่านมา ในส่วนของสารสกัดเองภาคเกษตรหลาย ๆ ท่านก็ได้แสดงความห่วงใยว่า ภาคเกษตรมีปัญหาเยอะ ถูกครับ ภาคเกษตรมีปัญหาทั้งในแง่ของหนี้ หนี้ของเกษตรกร ปัญหาในแง่ปัจจัยการผลิต ปัญหาในแง่ของกระบวนการผลิต เครื่องมือการผลิต เครื่องจักรกลในการผลิต ปัจจัยไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยหรือเงินทุนต่าง ๆ เพราะฉะนั้นถึงได้สัมมนา ในเรื่องของภาคเกษตร ถึงได้พยายามที่จะดึงเอาเรื่องของเครื่องจักรกลทางการเกษตร เรื่องของเงินทุนการวิจัยและนวัตกรรมเข้าไปช่วยในการเพิ่มผลผลิตของเกษตรกรครับ แล้วก็ พยายามที่จะให้เกิดการสร้างความร่วมมือกันระหว่างภาควิชาการและภาคเกษตรกรในการที่ จะเอางานวิจัยต่าง ๆ เข้ามาเพื่อที่จะช่วยเขาสามารถที่จะเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น มีการวิจัย หลากหลายมากที่อยู่ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ แต่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ก็เป็นโอกาสที่ต้องเอามาใช้ ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราพยายามที่จะทำให้เกิดขึ้นให้ได้นะครับ🔗
ในส่วนของแผน ๑๓ หลาย ๆ ท่านก็บอกว่าเรื่องนั้นอาจจะกังวลว่ายังไม่มี เรื่องบางเรื่องนะครับ ผมขอเรียนนี้ว่าด้วยกระบวนการ ณ ปัจจุบัน ถ้าท่านเปรียบเทียบกับ แผน ๑๒ หรือแผน ๑๑ หรือแผน ๑๐ แผน ๘ แผน ๙ พวกนี้แผนในอดีตท่านจะเห็นว่า แผนเหล่านั้นเป็นแผนที่พูดครอบคลุมทุกเรื่อง เพราะว่าเป็นแผนฉบับเดียวที่เป็นแผนสำหรับ ชี้ทิศทางการพัฒนาประเทศ แต่ด้วยบริบทอย่างที่ผมได้เรียนตอนต้นบริบทที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เรามียุทธศาสตร์ชาติเป็นกรอบระยะยาว เป็นกรอบทิศทางการพัฒนาระยะยาว มีการ ตั้งเป้าหมายระยะยาว แล้วก็มีแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติซึ่งครอบคลุมหลายเรื่อง แล้วก็เป็นทิศทางในช่วง ๒๐ ปี ถึงต้องแบ่งช่วงทีละ ๕ ปี หลาย ๆ ท่านมองว่าแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอาจจะถูกลดระดับลงไป แล้วก็ไม่ได้ให้ความสำคัญ กระผม ขอเรียนนี้ว่าทางสำนักงานเองก็มองเรื่องนี้ได้โอกาสเหมือนกันที่จะจัดทำแผน ๑๓ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติบนกรอบแพลตฟอร์ม (Platform) เรื่องของแผน ในปัจจุบันนี้ให้แผนมีความชัดเจนมากขึ้นนะครับ กำหนดเรื่องที่จะต้องทำให้แล้วเสร็จให้ได้ ภายใน ๕ ปี เพราะว่าที่ผ่านมาก็ยอมรับว่าสำนักงานในการร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติที่ผ่านมาเราก็ถูกวิจารณ์ค่อนข้างมากว่าเขียนแผนแล้วไม่มีโฟกัส ขาดจุดเน้น แล้วก็กว้าง ๆ เพราะฉะนั้นรอบนี้เราถึงได้พยายามกำหนดเรื่องที่ชัดเจนมากขึ้นเพราะเรา มองว่าเรื่องอื่น ๆ ก็ยังมีแผนอื่นมารองรับอยู่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถจะใช้กลไกของ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติในการที่จะทำงานแล้วก็ของบประมาณได้เช่นกัน ส่วนแผน ๑๓ ก็จะโฟกัสเฉพาะในเรื่องที่มีความสำคัญและเป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินการให้เป็นรูปธรรม ถึงได้มีการดำเนินการแบบนี้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เป็นห่วงเรื่องของงบประมาณ ที่สำนักงานใช้ในการจัดทำแผน ท่านบอกตัวเลขมาประมาณ ๕๐ กว่าล้านบาท ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าในปี ๒๕๖๔ และปี ๒๕๖๕ ที่เป็นปีที่สำนักงานได้รับ งบประมาณในการจัดทำแผน ๑๓ สำนักงานได้รับงบประมาณมาปี ๒๕๖๔ ๗,๕๐๐,๐๐๐ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของการจัดทำแผนที่เป็นค่าเบี้ยประชุมและการลงพื้นที่ไปรับฟัง ความคิดเห็น ปี ๒๕๖๕ เราได้มา ๑๐.๖ ล้านบาท ก็จะเป็นเรื่องของการจัดงานแล้วก็ลงพื้นที่ เช่นกัน แต่แน่นอนการลงพื้นที่ต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมาก็มีข้อจำกัดค่อนข้างมากเช่นกัน เพราะว่ามีการระบาดก็ทำให้เราต้องใช้วิธีอื่น ๆ เข้ามารวมทั้งจัดสัมมนาต่าง ๆ เป็นสัมมนา กลุ่มเล็กบ้างอะไรบ้าง ก็ได้มีการดำเนินการไป ก็เรียนว่าไม่ได้มีการใช้งบประมาณเยอะแบบนั้น แล้วก็เป็นการใช้งบประมาณที่พยายามใช้เท่าที่จำเป็นจริง ๆ ในการจัดทำแผน ส่วนอื่น ๆ ที่บอกว่าสำนักงานน่าจะต้องมาดูว่าก่อนจะจัดทำแผนก็ควรจะต้องมาดูปัญหาก่อน อย่างเช่น ทำอย่างไรไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา หรือว่าต้องการให้มีโอเพนดาต้า(Open Data) เรื่องพวกนั้นได้เขียนไว้หมดแล้วในหมุดหมายที่ ๙ หรือหมุดหมายที่ ๑๓ ส่วนที่ผม ขออนุญาตให้ข้อมูลเพิ่มเติมนิดเดียวท่านประธานครับ คือในส่วนของตัวชี้วัดที่เราใช้ เรื่องของ ตัวรายได้ประชาชาตินี้ มันก็เป็นการเอากรอสส์ เนชันนอล อินคัม (Gross National Income) มาหารด้วยตัวจำนวนประชากรก็ออกมาเป็นรายได้ประชาชาติต่อหัว เป็นรายได้เฉลี่ย เป็นแมกโครอินดิเคเตอร์ส (Macro Indicators) ที่ไอเอ็มเอฟ (IMF) ใช้เป็นมาตรฐานในการ วัดประเทศต่าง ๆ ว่าประเทศนั้น ๆ มีระดับการพัฒนารายได้ของคนอยู่ในระดับรายได้ต่ำ รายได้ปานกลาง หรือรายได้สูง วัดประเทศ แอส อะ โฮล (As a Whole) ผมขอยกตัวอย่าง อย่างนี้ว่าสหรัฐอเมริกาเองมีตัวรายได้ประชาชาติอยู่ประมาณ ๗๐,๔๓๐ เหรียญต่อปี ถ้าเทียบเป็นเงินไทยก็อยู่ที่ประมาณคูณด้วย ๓๕ ประมาณ ๒ ล้านกว่าบาท เกือบ ๓ ล้านบาท แต่ถามว่าประเทศสหรัฐอเมริกาเองยังมีคนจน ยังมีโฮมเลสส์ (Homeless) ยังมีคนไร้บ้านอยู่ หรือไม่ ยังมีคนที่ได้เงินเดือนต่ำกว่าที่ได้เงินต่อปีต่ำกว่า ๗๐,๐๐๐ กว่าเหรียญหรือไม่ ยังมีอยู่ เพราะฉะนั้นตัวเลขนี้มันเป็นตัวเลขที่เป็นตัวเลขเฉลี่ยโดยคิดจากตัวกรอส เนชันนอล อินคัม (Gross National Income) เพื่อวัดสถานะรายได้ของประเทศนั้น ๆ เท่านั้นเอง แต่โดย ข้อเท็จจริงแน่นอนประเทศไทยเองก็เช่นกัน เรายังมีคนที่มีความขัดสน มีความยากจนอยู่ ประมาณ ๔ ล้านกว่าราย ตัวเลขที่ผมมีและนิยามที่ผมใช้ในขณะนี้ แน่นอนเราต้องพยายาม แก้ไขปัญหาเหล่านี้ไปครับ ก็ขออนุญาตชี้แจงเพียงเท่านี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิก ก็คงจะได้จบการสอบถามหมดแล้ว เมื่อจบการอภิปรายซักถามแล้ว แล้วก็หน่วยงาน ตอบชี้แจงแล้ว ผมถือว่าที่ประชุมรับทราบร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ แล้วนะครับ ก็ขอขอบคุณผู้แทนหน่วยงานทุกท่านที่มา ชี้แจงครับ ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับเท่าที่ผมได้รับทราบนะครับว่าจบ ๒.๑๓ แล้ว ทางวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายตกลงกันว่าที่จะเสนอเรื่องรับทราบนี้พิจารณาเพียงเรื่องเดียวนะครับ ต่อไปทางวิป (Whip) ฝ่ายค้านจะเสนอญัตติด้วยวาจาเรื่องหนี้นอกระบบ ไม่ทราบว่ายังคง ยืนยันตามนั้นไหม คืออย่างนี้นะครับ เพียงแต่ทาง วิป (Whip) ตอบว่ายังยืนยัน เพราะฉะนั้น ผมก็จะได้ดำเนินการใช่ไหมครับ คืออย่างนี้ที่ประชุมครับ เนื่องจากว่าในการประชุม สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๑๖ วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๕ มีสมาชิก เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๑๕๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งก็มีท่านสุทิน คลังแสง ท่านรังสิมันต์ โรม และ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง และมีท่านสมาชิกเสนอญัตติขอให้พิจารณาเรื่องตามระเบียบ วาระต่อไป มีท่านรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ฉะนั้นจึงต้องมีการลงมติในเรื่อง ดังกล่าว แต่ในการแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมตินั้นปรากฏว่ามีท่านสมาชิก เราแสดงตนไม่ครบองค์ประชุม ตอนนั้นผมเป็นประธานในที่ประชุมอยู่จึงได้สั่งปิดการประชุม ไปครับ ดังนั้นผมจะขอถามผู้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาทั้ง ๓ ๔ ท่านว่าท่านยังคงติดใจที่จะให้ มีการลงมติในญัตติดังกล่าวหรือไม่ เชิญท่านสุทิน คลังแสง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคามจากพรรคเพื่อไทยครับ ในฐานะผู้ใดเสนอญัตติ เรื่องการดำรงตำแหน่ง ๘ ปีในวันนั้น ต่อคำถามว่าวันนี้จะยังยืนยัน หรือจะถอนญัตติ ผมกราบเรียนว่าด้วยสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปเรื่องดังกล่าวนั้นก็ได้มีการ พิจารณาแล้วก็คืบหน้าไปแล้วระดับหนึ่ง ศาลก็ได้มีคำสั่งให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้หยุดปฏิบัติ หน้าที่ชั่วคราว กระผมจึงเห็นว่าญัตติที่ผมได้เสนอไปนั้นจะไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ จึงขออนุญาตถอนญัตตินั้นออกครับ🔗
ขอบคุณ ท่านสุทิน คลังแสง ครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านสุทิน คลังแสง ก็น่าจะเป็นตัวแทนผู้เสนอญัตติ ทั้ง ๓ ท่าน อยากจะถามยืนยันว่ายังมีท่านสมาชิกท่านใดยังติดใจไหมครับ จะมีสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เพราะท่านสุทิน คลังแสง ตัวแทนผู้เสนอญัตติดังกล่าวได้เสนอ ขอถอนญัตติแล้วเนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปนะครับ🔗
ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ผมจะถือว่าที่ประชุมยินยอมให้ถอนญัตติดังกล่าว ออกจากระเบียบวาระการประชุมไปนะครับ ขอบคุณมากครับ เชิญทางวิป (Whip) ฝ่ายค้านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน วิป (Whip) ผ่ายค้าน ก็ได้หารือกันกับทางรัฐบาลว่าในสัปดาห์นี้และวาระหลังจากต่อไปนี้ เราก็อยากจะเสนอญัตติด้วยวาจา เรื่องหนี้นอกระบบ เรายืนยันตามข้อตกลงนั้น ถ้าประธาน อนุญาตทางตัวแทนก็จะได้นำเสนอญัตติต่อไปครับ🔗
เชิญตัวแทน ได้เสนอเลยครับ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉัน พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ พรรคพลังประชารัฐ ในส่วนของทางวิป (Whip) รัฐบาลก็ไม่ขัดข้องค่ะ ก็เห็นด้วยกับญัตตินี้ค่ะ🔗
ทางวิป (Whip) ก็ไม่ขัดข้อง คุณหมอจาตุรงค์มีอะไรไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานนะครับ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ผมเอง ก็เห็นด้วยกับทุกท่าน แต่ว่าพวกเราได้เสนอญัตติ ผมเสนอญัตติไว้ตั้งแต่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๓ เรื่อง การแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการแชร์ลูกโซ่และหนี้นอกระบบ และทราบว่ามีคนเสนอ ไว้ทั้งหมด ๖ ญัตติ จะเป็นไปได้ไหมว่าเราจะนำญัตติทั้ง ๖ ญัตตินี้ปากเปล่ามาพิจารณา ร่วมกันในคราวเดียวกัน ขออนุญาตครับ🔗
คุณหมอครับ เดี๋ยวให้ตัวแทนทางวิป (Whip) ฝ่ายค้านได้เสนอญัตติก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่เสนอนะครับ ให้ทางตัวแทนวิป (Whip) ฝ่ายค้านได้เสนอก่อนแล้วเราจะพิจารณาต่อไปนะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย ก่อนอื่นผมต้องขอบพระคุณทางวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านและเพื่อนสมาชิกทั้งหมด รวมทั้งท่านประธานด้วยที่ได้กรุณา เห็นความสำคัญของญัตติด่วนด้วยวาจา ผมขออนุญาตนะครับ ข้อบังคับ ข้อ ๕๐ ในกรณี เกี่ยวกับประโยชน์สำคัญของแผ่นดินหรือมีความจำเป็นรีบด่วนในอันที่จะรักษาความสงบ เรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีงามของประชาชน หรือความมั่นคงของประเทศไม่ว่าจะในทาง เศรษฐกิจ หรือในทางใด ๆ ก็ตาม หรือในอันที่จะขจัดเหตุใด ๆ ที่จะมีผลกระทบต่อเสรีภาพ ของประชาชนอย่างร้ายแรง และขอเสนอญัตติด่วนเพื่อให้สภาพิจารณาเป็นการเร่งด่วนก็ได้ ท่านประธานครับ วันนี้หนี้นอกระบบเป็นเรื่องภัยอุบัติใหม่ ผมเรียนท่านประธานว่า ณ วันนี้ ทั่วทุกหัวระแหงของประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้าน ตำบล จังหวัด ในตลาด ทุกครัวเรือน ประสบปัญหาเรื่องนี้อย่างใหญ่หลวงและมันมีปัญหา ที่มาที่ไปผมขออนุญาตท่านประธาน ว่าผมมีคลิป (Clip) สั้น ๆ อยู่ ๓ คลิป (Clip) และมีชาร์ต (Chart) อยู่ประมาณ ๔ แผ่น ได้ขออนุญาตท่านประธานเรียบร้อยแล้วนะครับ ขออนุญาตท่านประธาน ขอเปิดตอนนี้ครับ🔗
ท่านครับ ท่านเสนอญัตติ🔗
ด่วนด้วยวาจาครับ🔗
ท่านเสนอ ญัตติด่วนด้วยวาจาเป็นประเด็นหัวข้อก่อน แล้วขอผู้รับรองให้ถูกต้องนะครับ เสร็จแล้วผม ถึงจะให้ท่านได้นำเสนอ🔗
ขออภัยครับท่านประธาน ขอบคุณ มากเลยครับ ขออนุญาตเพื่อนสมาชิกได้กรุณารับรองด้วยครับ เมื่อสักครู่ผมได้แจ้งว่าเป็นมติ ของวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลแล้ว ท่านประธานต้องการอย่างนี้ก็โอเค (OK) เลยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากมีสมาชิกเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องตาม ข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) แต่เนื่องจากข้อบังคับ ข้อ ๒๘ กำหนดให้ที่ประชุมจะต้องพิจารณา เฉพาะเรื่องที่มีอยู่ในระเบียบวาระการประชุม และต้องดำเนินการการพิจารณาตามระเบียบ วาระการประชุมที่จัดไว้เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเป็นอย่างอื่น ดังนั้นผมจึงขอถามที่ประชุมว่า จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ตามที่ทางตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เสนอ ญัตติด่วน ในเรื่องการพิจารณาญัตติด่วนเรื่องหนี้นอกระบบ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่น ไหมครับ🔗
ก็คงจะไม่มี เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ทางตัวแทนวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลก็ยืนยันว่าเห็นด้วยกับทางวิป (Whip) ฝ่ายค้านแล้วนะครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ให้ที่ประชุมพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา แล้วก็ขอเรียนที่ประชุมก่อนว่าเนื่องจากมีญัตติ ทำนองเดียวกันนี้อีก ๖ ฉบับ ซึ่งเป็นเรื่องค้างพิจารณาที่จะได้นำเสนอไปในคราวเดียวกัน🔗
เรื่องที่ค้างพิจารณา🔗
๑. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาผลกระทบจากการกระทำความผิดในลักษณะแชร์ลูกโซ่ (นายวีระกร คำประกอบ เป็นผู้เสนอ)🔗
๒. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาแชร์ลูกโซ่ หนี้นอกระบบ (รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ เป็นผู้เสนอ)🔗
๓. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาแชร์ลูกโซ่และปัญหาหนี้นอกระบบ (นายนริศ ขำนุรักษ์ และนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้เสนอ)🔗
๔. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาแชร์ลูกโซ่และปัญหาหนี้นอกระบบ (นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)🔗
๕. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาผลกระทบจากการกระทำความผิดในลักษณะแชร์ลูกโซ่และหนี้นอกระบบ (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และนายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เป็นผู้เสนอ)🔗
๖. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาแชร์ลูกโซ่และหนี้นอกระบบอย่างเป็นรูปธรรม (นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค เป็นผู้เสนอ)🔗
ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องทำนองเดียวกันน่าจะนำมาพิจารณาร่วมกันตาม ข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
คือเอามา พิจารณาร่วมกันนะครับ รวมเป็น ๗ ญัตติ เชิญครับท่าน🔗
-๙๕/๑🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกลครับ ทางพรรคก้าวไกล มีความประสงค์ที่จะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาในเรื่องทำนองเดียวกัน คือเรื่องของการแก้ไข ปัญหาหนี้นอกระบบเช่นเดียวกันครับ ขอยื่นประกบกับทางเพื่อนสมาชิกจากพรรคเพื่อไทย🔗
ก็เป็นญัตติที่ ๘ ถ้าไม่มีท่านผู้ใดเห็นเป็นอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้รวมทั้ง ๗ แล้วก็ ๘ ญัตติของ ทางตัวแทนวิป (Whip) ฝ่ายค้านร่วมพิจารณาในคราวเดียวกันนะครับ สำหรับญัตติของ ท่านสมาชิกเสนอมาเป็นเรื่องทำนองเดียวกัน ผมจะให้เจ้าหน้าที่แจกเอกสารให้ท่านสมาชิก เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไปนะครับ เชิญเจ้าหน้าที่แจกเอกสารนะครับ🔗
ต่อไปผมจะขอ เชิญท่านผู้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาแถลงหลักการและเหตุผล เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ในฐานะที่ได้รับเกียรติให้เป็นผู้เสนอ ญัตติด้วยวาจา ผมเรียนประธานอย่างนี้ว่าในหลักการนี่ครับ ขณะนี้มีประเด็นที่พี่น้อง ประชาชนได้รับความทุกข์ยากลำบากเพราะว่ามีความจำเป็นที่จะต้องไปใช้เงินทองโดยที่ เกิดจากความจำเป็นในเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาเรื่องโควิด (COVID) สิ่งที่ต้องเรียน ท่านประธานก็คือว่าขณะนี้พี่น้องประชาชนอยู่ในความทุกข์ยากลำบากโดยที่เข้าถึงแหล่งเงิน ไม่ได้ สถาบันการเงิน ณ วันนี้ต้องเรียนว่าเขาก็จะพิจารณาการที่จะให้เงินกู้กับพี่น้อง ประชาชนในครัวเรือนโดยคิดจากฐานที่มีรายได้อย่างชัดเจน แต่พี่น้องประชาชนตาดำ ๆ หาเช้ากินค่ำที่เป็นพ่อค้าแม่ขายในตลาด หรือแม้กระทั่งเป็นคนใช้แรงงานมีปัญหาในเรื่อง การเข้าถึงแหล่งทุน เพราะฉะนั้นก็เลยเกิดปัญหามีการกู้หนี้นอกระบบ ผมเรียนท่านประธาน ว่าสาเหตุที่เป็นเรื่องนี้ขึ้นมาส่วนหนึ่งมันเกิดขึ้นมาเพราะความไม่เอาจริงเอาจังของเจ้าหน้าที่ บ้านเมือง และการกระทำของผู้ที่เข้าไปเป็นเจ้าพ่อขาใหญ่หมวกกันน็อกและเป็นนายทุน เหล่านี้ปฏิบัติตัวแบบไม่เกรงกลัวกฎหมายเลย ผมขออนุญาตท่านประธานก่อนว่าผมจะขอ ให้คลิป (Clip) ได้เป็นคนนำเสนอ และคลิป(Clip) อันนี้ได้ขออนุญาตท่านประธานแล้ว สั้น ๆ แค่ ๓ (Clip) ครับ ขออนุญาตท่านประธานด้วยครับ🔗
อีก ๒ คลิป (Clip) ครับ เชิญครับ🔗
ขออนุญาตชาร์ต Chart) อีก ๔-๕ อัน เลยครับ เชิญเลยครับ ท่านประธานเห็นไหมครับ ทุกอันข่าวอย่างนี้มีเป็นร้อย ๆ ข่าว เจ้าหน้าที่บ้านเมืองอยู่ที่ไหนครับ ท่านประธานครับ มันเป็นเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎรเรา ควรจะต้องเอาเรื่องนี้เข้ามาร่วมกันพิจารณาเพื่อหาทางแก้ไข สิ่งที่ผมเรียนประธานตั้งแต่ เบื้องต้นว่าบุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลที่ไม่สามารถจะเข้าถึงธนาคารของรัฐที่ให้กู้โดยมีดอกเบี้ย ที่ถูกต้องตามระบบ ผมเรียนท่านประธานว่าพี่น้องประชาชนที่หาเช้ากินค่ำซึ่งมีปัญหาเรื่อง เศรษฐกิจ มีปัญหาเรื่องโควิด (COVID) จะต้องพบเจอปัญหาอย่างนี้ไม่ใช่ที่เดียวครับ ผมกล้า ยืนยันท่านประธานได้เลยว่ามีทุก ๆ หัวระแหง ทุก ๆ หมู่บ้าน ทุก ๆ ตำบล ทุก ๆ จังหวัด ในประเทศไทย ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ผมเรียนท่านประธานว่าจริง ๆ แล้วถ้าเป็นพวกเรากันเอง คนที่รู้กฎหมายเราไม่ห่วงนะครับ ฝากเรียนถึงพี่น้องประชาชนเลยว่าขณะนี้แก๊งพวกนี้มันทำ ผิดกฎหมายครับ แก๊งพวกนี้นอกจากจะเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดแล้วยังไป ข่มเหง ข่มขู่ ทำร้ายร่างกายและทำให้ถึงกับเสียชีวิต ที่หนักหนากว่านั้นมีพี่น้องประชาชนบาง คนถูกประจาน ถูกข่มขู่ และโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้เอาแอป (App) ก็ดี ผ่านไลน์ (LINE) ก็ดี ผ่านมือถือตัวเองก็ดี เรื่องเหล่านี้จริง ๆ แล้วเงินไม่กี่พันบาทครับ มันมีสถาบันวิจัยของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและของมหาวิทยาลัยของสถาบันธนาคารอื่น ๆ เขาก็ได้ช่วย วิเคราะห์ วิจัย แหล่งเงินทุนเราก็มีหลายแห่งนะครับ เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยผม และอีกหลาย ๆ ท่านจะได้มานำเสนอครับ แต่ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะสรุปให้ท่านประธานได้ทราบคืออะไรครับ ณ วันนี้เรามี เจ้าหน้าที่แต่เจ้าหน้าที่ไม่ทำตามกฎหมาย ปล่อยให้มีเหตุการณ์แบบนี้ได้อย่างไร บางที่ก็ไป ขู่เด็กที่โรงเรียน บางที่จะต้องหนีออกไปนอนนอกบ้านเพราะโดนแก๊งเหล่านี้ตามทวง มีคลิป (Clip) แบบนี้อีกเป็นร้อย ๆ คลิป (Clip) สิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ได้รับทราบคืออะไรครับ ทุกวันนี้ผมกล้าพูดได้ว่าบุคคลที่อยู่เบื้องหลังแก๊งนายทุนเหล่านี้ก็คือ บุคคลที่มีสีครับ ทุกคนไม่รู้หรือครับ ทุกโรงพักเวลาเกิดมีปัญหาชาวบ้านไปโดนข่มขู่ไปแจ้งความ ตำรวจก็ไปบอกว่าก็เรายืมเขามานี่ก็ต้องใช้หนี้เขา แต่ท่านประธานครับทำไมไม่บอกล่ะว่า คุณไปทำร้าย คุณไปทำลาย คุณไปปิดเตา ล้มเตาเขา บางทีจะค้าขายเงินแค่วันหนึ่ง ๓๐๐ ๕๐๐ บาท คุณก็บังคับ คุณจะต้องไปเอาดอกเบี้ยเป็นรายวัน โหดมากท่านประธานครับ และถ้าเราไม่แก้ไขปัญหาตัวนี้ประเทศชาติจะถูกบ่อนทำลายตอนนี้มันยิ่งกว่ามะเร็งร้ายครับ มันยิ่งกว่าปลวกที่แทะกินประเทศไทย และปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยไปทุกหย่อมหญ้า ทุกหัวระแหงครับ เรียนท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาครับ ทุก สพอ. รู้ครับ ทั้งมีนายทุน ที่มาจากส่วนกลาง มีนายทุนที่มาจากต่างจังหวัดคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ตำรวจรู้หมด แต่ถึงเวลา ขึ้นมาแล้วก็มีขาใหญ่บอกว่าตอนนี้แจ้งของผู้ใหญ่มาเรียบร้อยแล้ว คุณเอาไปรายหนึ่ง ๒,๐๐๐ บาทต่อ ๑ โรงพัก ถ้ามีเจ้าหนี้ที่เป็นคนออกเงินกู้นอกระบบ ๕ ราย คุณก็เอาไป หมื่นหนึ่ง อำเภอไหนใหญ่ก็ ๗ รายก็เอาไป ๒๐,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐ ว่ากันไปตามระบบ และพวกเหล่านี้มันใจร้าย ใจดำ ใจอำมหิตมาก ๆ เพราะอย่างไรครับ ดอกเบี้ยนี้มันโหด แสนจะโหด ท่านประธานคงเคยได้ยินเคยทราบมา บางทีกู้แค่ ๓,๐๐๐ บาท หักดอกเบี้ยก่อน ถึงเวลาขึ้นมาไปเก็บเป็นรายวันเขาอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นบุคคลเหล่านี้ผมต้องเรียน ท่านประธานว่าสภาแห่งนี้ในฐานะที่เรามาจากพี่น้องประชาชนต้องช่วยกันแก้ปัญหา ต้องช่วยกันแก้ไขอย่างจริงจัง ผมเรียกร้องนะครับ ตอนนี้ท่านพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ท่านได้คุมตำรวจแห่งชาติ ในฐานะที่เป็นรักษาการนายกรัฐมนตรี ก่อนหน้านั้นท่านเคยไป แก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนที่เป็นหนี้นอกระบบ ที่เอาหลักทรัพย์ไปจำนอง จำนำ ถึงเวลา ขึ้นมาจะแก้ได้บ้าง ไม่ได้บ้างก็โอเค (OK) แต่ถึงวันนี้ชั่วโมงนี้ ผมกราบเรียนไปถึงท่านประวิตร ถ้าท่านไม่ทำเรื่องนี้ให้จริงจังประเทศชาติเราจะล้มละลาย จะเสียหาย ระบบต่าง ๆ จะมี การค้ายาเสพติด มีภัยคุกคาม มีอาชญากรรมเต็มบ้านเต็มเมืองครับ สาเหตุก็คือเจ้าหน้าที่ ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ เจ้าหน้าที่หลายคนก็บอกว่าผู้ใหญ่เขาสั่งมา อันนี้เงินทุนของผู้ใหญ่นะ มีระดับผู้บัญชาการ มีระดับผู้การ คุณก็รับไปเตาที่ได้ แต่ถ้าท่านประธานครับทุกวันนี้ตำรวจ เล็ก ๆ เขาก็รู้แต่ทำอะไรไม่ได้ครับ ถึงเวลาจะไปจับแก๊งหมวกกันน็อกนี่มันผ่านตลาดไหน ผ่านวัดไหนคนดูออกหมดครับ ถึงเวลาขึ้นมาก็ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว หวาดผวา ถึงกับ บางคนต้องไปฆ่าตัวตายมีให้เห็นเยอะแยะไปครับ ผมเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมอยากจะ ขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะเอาเวลาให้พี่ ๆ น้อง ๆ เพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านที่จะมา แสดงความคิดเห็นในการช่วยเหลือกัน ระดมมันสมองกันเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ ผมเสนอ ท่านประธานอยู่ ๒ ๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรก แน่นอนว่าการเป็นหนี้นอกระบบก็คือหนี้ที่เก็บเกินกว่ากฎหมาย กำหนด นั่นหมายถึงร้อยละ ๑๕ ต่อปี แต่มันมีหนี้อีกส่วนหนึ่งที่เขาบอกว่าเป็นหนี้ร้อยละ ๓ ต่อเดือน จริง ๆ แล้วมันก็อาจจะเกินไปนิดหน่อยครับ แต่ทำไมไม่ปล่อยให้บริษัทห้างร้านหรือ พวกนี้ได้มีโอกาสทำแบบถูกต้องตามกฎหมาย แต่ท่านประธานครับ ที่มันโหดที่สุดก็คือร้อย ละ ๒๐ ร้อยละ ๓๐ ต่อเดือน และตอนนี้มันระบาดแพร่หลายออกไปเป็นต่อวันก็มีครับ แล้ว พวกนี้พอหลังจากขาใหญ่มาจากส่วนกลางเอาเงินไปให้แล้วมันก็เกิดขาย่อยในระดับจังหวัด ในระดับหมู่บ้าน ในระดับตำบล พวกนี้ไม่เกรงขามกฎหมายบ้านเมืองเลย เพราะมันเห็น ตัวอย่างนี่ว่าข้าราชการเจ้าหน้าที่ไม่เอาจริงเอาจัง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมต้องเรียน ท่านประธานว่ามี ๒ เรื่องที่ผมจะแสดงความคิดเห็น ก็คือว่าขอให้พี่น้องประชาชนเหล่านี้ เขาสามารถที่จะเข้าถึงแหล่งทุนได้ ผมไม่ได้ปฏิเสธว่าบางทีดอกเบี้ยร้อยละ ๓ ต่อเดือน ผมเข้าใจว่าพี่น้องประชาชนที่หาเช้ากินค่ำที่ทำมาค้าขายบางทีเขาจำเป็นจะต้องไปลงทุน การค้า จะต้องไปจ่ายค่าเล่าเรียน ค่าขนมลูก ไปโรงพยาบาล เขาจำเป็นต้องใช้ แต่ตรงนี้ พี่น้องประชาชนเขาสามารถจะทำมาหากินได้ เราต้องมีสถาบันแบบนี้ให้ครับ ต้องแก้ปัญหา ให้ถูก ถึงตรงนี้ขึ้นมาคุณจะเก็บภาษีเขาอย่างไร คุณจะออกระเบียบอย่างไร กระทรวงการคลัง ต้องเข้ามาร่วมมือครับ🔗
อันที่ ๒ ท่านประธานครับ ถ้ามันเป็นดอกเบี้ยที่โหด อันนี้ต้องเอาจริง ๆ ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองอยู่ไม่ได้ครับ เห็นตำตาเห็นชัด ๆ และมีระบาดแบบนี้กันเยอะแยะ ไปหมด มีแม้กระทั่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) อย่างที่ท่านเห็น แต่ว่าข้อเท็จจริง จริง ๆ แล้วต้องเรียนให้พ่อแม่ พี่น้อง ประชาชนได้รับทราบเลยว่าหนี้นอกระบบเป็นเพียง คดีแพ่ง การที่คุณจะมาข่มเหงมาขู่ ไม่ให้จะต้องยึดบ้าน ไม่ให้จะต้องหยอดกุญแจหน้าบ้าน ไม่ให้จะต้องข่มขู่ อยู่ไม่ได้ถอดเสาบ้านเสาเรือน อันนั้นอย่าไปกลัวครับ ท่านมีเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ท่านมี ๑๙๑ ๑๙๙ ๑๕๙๙ แจ้งไปครับ แต่ทุกวันนี้ที่มันไม่เป็นจริงก็คือเจ้าหน้าที่ ไม่เอาจริงเอาจัง บอกได้เลยว่ามีเจ้าหน้าที่ที่เป็นแกะดำมีผลประโยชน์กับเรื่องเงินนอกระบบ เรียนท่านประธานว่ามันไม่ใช่แค่โรงพักหนึ่งรายละ ๒,๐๐๐ บาท รายละ ๓,๐๐๐ บาท ๕ รายก็หมื่นกว่า แต่มันมีระบบที่เข้าไปฝังรากลึกอยู่ในระดับประเทศ ส่วนกลางมีขาใหญ่ เท่าที่ผมรู้ ๕๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่ทำอะไรเขาไม่ได้ครับ เพราะมันมีการ สมรู้ร่วมคิดกันกับนักการเมืองใหญ่ พรรคการเมืองใหญ่ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้น ตัวนี้ผมขอร้องเถอะครับ ออกมาตั้งเงินกู้ที่มันสมเหตุสมผลท่านก็อยู่ได้แล้วครับ แต่ตอนนี้ นอกจากว่ามันระบาดรายใหญ่ มันไประบาดถึงหมู่บ้านตำบล เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่านักเลง หัวไม้ใครที่เป็นขาใหญ่ในหมู่บ้านตำบลออกมาตั้งตัวเป็นเจ้าของแชร์นอกระบบ เงินกู้นอก ระบบ ถึงเวลาขึ้นมาประเทศชาติบ้านเมืองเราไม่มีขื่อไม่มีแปแน่นอนครับ ผมเรียน ท่านประธานว่าสิ่งที่ผมจะเสนอให้ท่านประธานกับสภาแห่งนี้ได้พิจารณามี ๒ เรื่องครับ วันนี้ต้องขอให้เพื่อนสมาชิกได้ระดมความคิดเห็นกันต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องตาดำ ๆ ที่ ตกทุกข์ได้ยาก ที่กำลังคิดจะฆ่าตัวตาย ที่กำลังถูกข่มขู่ ที่กำลังถูกแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ ไปบีบ ไปเค้น ไปคั้น แม้กระทั่งไปไลน์ (LINE) บอกให้เพื่อนฝูงสมาชิกในกลุ่มโทรศัพท์ของ ตัวเองว่าคนนี้เป็นหนี้ คนนี้กู้หนี้แล้วไม่ใช้ คนนี้จะถูกประจาน คนนี้จะถูกขู่ฆ่า เหล่านี้ไม่ใช่ ความผิดครับ เรียนเลยว่าเราบอกญาติพี่น้องบอกเพื่อนเราเลยว่าแก๊งพวกนี้มันเป็นแก๊ง ผิดกฎหมาย และเราไม่ต้องไปกลัวถ้าเจ้าหน้าที่เอาจริงเอาจัง สิ่งที่ ๒ ก็คือว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ เพื่อนสมาชิกจะได้ร่วมกันอภิปรายระดมความคิดเห็นกันในครั้งนี้ขอให้รัฐบาลรับไปทำอย่าง จริงจัง และสิ่งที่ผมต้องการอีกอันหนึ่งก็คือว่าจะต้องส่งให้คณะกรรมาธิการสามัญของเรา เรามีคณะที่ ๖ เป็นคณะที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาหนี้สินแห่งชาติ เพราะฉะนั้นตัวนี้ขอให้ได้ แก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจังเถอะครับ สงสารพี่น้องประชาชนตาดำ ๆ ที่อยู่ในทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล พ่อค้าแม่ขายที่โดนการกระทำย่ำยีโดยที่ไม่ได้กระทำความผิดเลย ได้เอาเปรียบจาก พี่น้องที่มีโอกาสมากกว่าอย่างที่เขาบอกท่านประธานครับ คนจนกู้ก็แพง ดอกก็แพง ทะลุฟ้า ไปเลย แต่คนรวยนี่ดอกเบี้ยก็ถูก เข้าถึงแหล่งทุนก็ง่าย ทำอย่างไรล่ะครับที่เราจะต้องมีการ แก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ผมต้องขออนุญาตขอบพระคุณท่านประธานและสภาอย่างนี้ ที่ได้มีความคิดเห็นร่วมกันที่จะระดมเพื่อแก้ปัญหาความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน ในเรื่องหนี้นอกระบบครั้งนี้ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปก็จะเป็นการแถลงหลักการและเหตุผลของญัตติที่ ๒ แล้วก็ญัตติที่ ๓ คือถือว่าเป็น ญัตติที่ ๑ ญัตติที่ ๒ ของญัตติที่เสนอเป็นเอกสาร เสนอโดยท่านวีระกร คำประกอบ แล้วก็ ญัตติที่เสนอโดยท่านรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ🔗
๕.๒๖ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาผลกระทบจากการกระทำความผิดในลักษณะแชร์ลูกโซ่ (นายวีระกร คำประกอบ เป็นผู้เสนอ)🔗
๕.๕๔ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาแชร์ลูกโซ่ หนี้นอกระบบ (รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ เป็นผู้เสนอ)🔗
แต่ว่า ท่านวีระกร คำประกอบและท่านรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ได้แจ้งว่ามอบให้ท่าน พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา เป็นผู้เสนอ หรือแถลงหลักการและเหตุผลแทนทั้ง ๒ ญัตติ ท่านฐนภัทร เชิญครับ🔗
ขออนุญาตหารือท่านประธาน นิดหนึ่งเนื่องจากว่ามอบหมายผมทั้ง ๒ ญัตติ ผมสามารถที่จะสโคป (Scope) ๒ ญัตติ เป็นหนึ่งได้ไหมครับ🔗
คืออย่างนี้ ท่านอ่านญัตติเรื่องของท่านวีระกร คำประกอบ ให้จบเสียก่อน แล้วก็มาอ่านญัตติของท่าน รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ จากนั้นท่านก็อภิปรายนำเสนอสรุปรวมกันเลยก็ได้ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ อำเภอเมืองและอำเภอแหลมสิงห์ กระผมขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ที่เกี่ยวกับให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอความคิดเห็นในกรณีการศึกษาผลกระทบ จากการกระทำความผิดในลักษณะแชร์ลูกโซ่ ซึ่งกระผมได้อภิปรายหรือนำเสนอแทนท่าน วีระกร คำประกอบ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ จากช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา มีการกระทำความผิดในลักษณะแชร์ลูกโซ่ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายและมีผู้ได้รับผลกระทบ เป็นจำนวนมาก ซึ่งกรณีดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน หรือมี ความจำเป็นรีบด่วนในอันที่จะรักษาความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของพี่น้อง ประชาชน หรือความมั่นคงของประเทศไม่ว่าจะเป็นไปในทางเศรษฐกิจ หรือสังคมใด ๆ ก็ตามในอันที่จะขจัดเหตุใด ๆ ที่กระทบกระเทือนต่อเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาในการที่จะศึกษาผลกระทบ จากการกระทำความผิดต่าง ๆ ตามที่ได้นำเสนอมา🔗
อีกญัตติหนึ่งเป็นญัตติของท่านรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ หนี้นอกระบบนั้นหมายถึงการกู้ยืมทั้งในรูปของตัวเงินและ สิ่งของที่อยู่นอกระบบสถาบันการเงินและไม่ได้จดทะเบียนหลักประกันสัญญา ไม่ได้อยู่ ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลัง โดยการกู้ยืม ดังกล่าวมักไม่ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับหลักฐานการกู้ยืมเงินแล้วเรียกอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกิน กว่าที่กฎหมายกำหนด ทำให้ประชาชนผู้ที่มีรายได้น้อยต้องตกอยู่ในกับดักหนี้สินอย่างไม่มี ทางเลือก เมื่อจำเป็นต้องใช้เงินหนี้นอกระบบจึงถือเป็นปัญหาสำคัญทางเศรษฐกิจและเป็น ส่วนหนึ่งของปัญหาเกิดความยากจน การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน จึงเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาล ปัจจุบันนี้ปัญหาหนี้นอกระบบไม่ได้หมายความถึงการยืม เพียงอย่างเดียวแต่รวมไปถึงแชร์ลูกโซ่ด้วย แชร์ลูกโซ่หมายถึงรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่มุ่ง ประสงค์เพื่อหารายได้จากการระดมทุน เพื่อปันผลตอบแทนธุรกิจที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุม กำกับ ดูแลของทางราชการเป็นหลัก โดยมีสัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนในรูปแบบ ต่าง ๆ ที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของสถาบันการเงินในระยะเวลาอันสั้น โดยผู้ประกอบการ มักอ้างถึงการนำเงินไปลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีรายได้สูงเพียงพอที่จะปันรายได้แจกจ่าย ผู้ร่วมธุรกิจได้อย่างทั่วถึง มีการให้ผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ร่วมลงทุนในระยะแรก ๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและกระตุ้นให้เกิดชักจูงให้เข้ามาร่วมลงทุน แต่แท้ที่จริงแล้วไม่ได้มี การประกอบธุรกิจใด ๆ ดังที่กล่าวอ้างเลย แต่อย่างไรก็ตามจะได้ใช้วิธีการนำเงินลงทุนของ สมาชิกนั้นมาหมุนเวียนจ่ายให้แก่สมาชิกเดิม เมื่อไม่สามารถนำเงินหมุนเวียนได้ก็ต้องปิด กิจการไปในที่สุด แชร์ลูกโซ่จึงเป็นช่องทางหนึ่งให้มิจฉาชีพแฝงตัวเพื่อหลอกเอาเงิน หรือทรัพย์สินจากเหยื่อ ยกตัวอย่างเช่นเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมานั้นมีการ ฟ้องร้องต่อศาลคดีอาญาในคดีแชร์ลูกโซ่แม่มณี โดยมีจำนวนผู้เสียหายพุ่งสูงถึง ๒,๕๓๓ ราย มูลค่าความเสียหายกว่า ๑,๔๐๐ ล้านบาท ดังนั้นขอเสนอญัตติดังกล่าวมาเพื่อให้เพื่อน ๆ ในสภาผู้แทนราษฎรนี้ตั้งพิจารณาเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาแชร์ลูกโซ่หนี้นอกระบบ กราบเรียนมาด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ จากญัตติทั้ง ๒ ญัตติของเพื่อนสมาชิก ดังกล่าวจะเห็นได้ว่าปัญหาแชร์ลูกโซ่และปัญหาหนี้นอกระบบนั้นเป็นภัยสังคม เป็นภัยต่อ เศรษฐกิจ เป็นภัยต่อคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างยิ่ง การทวงหนี้นอกระบบจะเห็น ได้ว่าที่ผ่านมาหนี้นอกระบบนั้นมีพี่น้องร้องเรียนมายังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่ มักจะไม่อยากให้เป็นคดีขึ้นโรงขึ้นศาล เนื่องจากว่าตัวเองนั้นได้ไปกู้หนี้ยืมสินโดยไม่มีการทำ สัญญาโดยถูกต้องหรือไม่มีหลักประกันโดยถูกต้อง อันนี้ที่เรียกว่าเป็นการหนี้นอกระบบ นั่นล่ะคือที่มาของการที่บอกว่าเป็นการทำให้ดอกเบี้ยนั้นไม่สามารถที่จะบังคับให้อยู่ภายใน กรอบกฎเกณฑ์ของทางกฎหมายได้ การทวงหนี้ก็ดีมักจะเป็นการทวงหนี้ที่ผิดกฎหมาย มีการ ทำร้ายร่างกาย มีการขู่เข็ญ ถึงแม้ว่าจะมีพระราชบัญญัติในเรื่องของการทวงหนี้มาควบคุม ก็ตาม ท่านประธานครับ วันนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเห็น ความสำคัญของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเข้ามายื่นญัตติในการที่จะแก้ปัญหา ในการที่จะให้พี่น้องประชาชนสามารถที่จะแก้ปัญหาความยากจนหรือกับดักของความ ยากจน แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำให้เข้ามาสู่ในระบบ ซึ่งวิธีการต่าง ๆ นั้นผมเชื่อว่ามีหลาย วิธีการที่จะให้พี่น้องเหล่านั้นเข้ามาสู่การกู้หนี้ยืมสินในระบบแล้วรัฐบาลนั้นรู้เห็นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการที่จะตั้งรถโมบาย (Mobile) ในการที่จะไปไหนมาไหนในที่ชุมชนหรือใน ตำบลหมู่บ้านต่าง ๆ เพื่อให้พี่น้องมากู้เงินกัน ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท อย่างนี้เป็นต้น หรือแม้กระทั่งการที่จะให้พี่น้องประชาชนไปกู้เงินในระบบธนาคารออมสินก็ตาม ซึ่งอาจจะ เป็นการที่ให้กู้ยืมเงินนั้นโดยหลักประกันนั้นไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดแล้วก็กู้ไม่มาก มีลักษณะ ของการเอาการกู้หนี้นอกระบบนั้นให้เจ้าหนี้แทนที่จะเป็นเจ้าหนี้นอกระบบก็มาเป็นเจ้าหนี้ ภายในกำหนดของรัฐเสีย อันนี้ก็ถือว่าเป็นการนำเสนออีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งต่อไปก็คิดว่า เพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคงจะมีการแลกเปลี่ยนในทัศนะต่าง ๆ กราบเรียน ท่านประธานมาด้วยความเคารพครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นญัตติที่ ๓ ที่เสนอโดยเอกสารนะครับ🔗
๕.๗๓ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาแชร์ลูกโซ่ และปัญหาหนี้นอกระบบ (นายนริศ ขำนุรักษ์ และนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้เสนอ)🔗
มีใครเป็น ตัวแทนเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมร่วมกับเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งท่านนริศ ขำนุรักษ์ และท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ข้อเสนอญัตติให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา และแนวทางการแก้ไขปัญหาแชร์ลูกโซ่และปัญหาหนี้นอกระบบ ตั้งแต่วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๓ ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้านที่ได้มีการเสนอญัตติด่วนขึ้นมา ในเรื่องนี้ทำให้เราได้มีโอกาสในการพิจารณาญัตติซึ่งได้ล่าช้ามาถึง ๒ ปี ซึ่งผมก็เชื่อว่า เหตุการณ์นับตั้งแต่ ๒ ปีที่แล้วจนถึงวันนี้เหตุการณ์ของผู้เสียหายและกรณีแชร์ลูกโซ่ก็ยัง เกิดขึ้นเป็นเป็นปกติจนกลายเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่เกิดขึ้นในสังคมไทยแล้ว ท่านประธานครับ ปัญหาแชร์ลูกโซ่และปัญหาหนี้นอกระบบเป็นปัญหาทางการเงินที่สำคัญที่เกิดขึ้นในระบบ เศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังก่อให้เกิดปัญหาทางด้านสังคมและการดำรงชีวิตกับผู้ที่ได้รับความเสียหาย และผู้ที่ ได้รับผลกระทบ ท่านประธานครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ แชร์ลูกโซ่ เป็นธุรกิจการเงินนอกระบบที่มุ่งประสงค์จะหารายได้จากการระดมทุนเป็นหลัก และโดยให้ สัญญาว่าการตอบแทนในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ผลตอบแทนที่สูง ในระยะเวลาอันสั้นซึ่งทำให้ผู้ที่หลงเชื่อได้มีการชักจูงเข้ามา สุดท้ายกลายเป็นเหยื่อของแชร์ ลูกโซ่ในระบบนี้ แชร์ลูกโซ่มีความเป็นมาในอดีตครับ ถ้าจะย้อนอดีตไปได้เราคงจำได้ว่าเคยมีครั้งหนึ่งในปี ๒๕๒๐ แชร์แม่ชม้อย ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียหายเป็นหมื่น ๆ ราย และขณะเดียวกัน มีผู้เสียหายรวมเงินงบประมาณที่ใช้ทั้งสิ้นเป็นหมื่น ๆ ล้านบาทที่ถูกหลอกให้ลงทุนแชร์ แม่ชม้อยเกิดความเสียหาย คดีนี้มีการตัดสินตัวคุณชม้อยเองถูกตัดสินจำคุกเป็น ๑๕๐,๐๐๐ กว่าปี แต่ตัดสินจริง ๆ ติดคุกเพียงแค่ ๗ ปี แล้ววันนี้ก็ออกมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว นี่คือ ตัวอย่างที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นในปี ๒๕๒๘ ก็ยังมีแชร์ชาร์เตอร์ ในปี ๒๕๓๔ ยังมีแชร์ บลิสเชอร์ ลักษณะของแชร์ลูกโซ่อย่างนี้ยังมีอยู่ตลอดมา มีผู้หลงเชื่อโดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่า ผลตอบแทนสูง สิ่งเหล่านี้ที่ทำให้คนต้องตกไปเป็นเหยื่อ ปัจจุบันเวลาผ่านเข้ามาเกือบ ๓๐ ปี แต่พฤติกรรมของการที่ถูกหลอกให้เป็นเหยื่อไม่ได้เปลี่ยนไป วันนี้วิธีการในการหลอกลวง ของคนที่ระดมทุนให้เข้ามาเป็นแชร์ลูกโซ่โดยให้ผลประโยชน์ตอบแทนสูง ในปัจจุบันได้มีการ ใช้โซเชียลมีเดีย (Social Media) นำมาใช้เป็นจำนวนมาก เราก็จะได้เห็นภาพเลยครับ มีการ ใช้ข้อความส่งมาทางโทรศัพท์ของพวกเราบ้าง มีการโทรเข้ามาหาตัวบ้าง ส่งเป็นเมสเสจ (Message) เข้ามาบ้างเชิญชวนให้ร่วมลงทุนลักษณะต่าง ๆ นี่คือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปแต่ว่า ความหลอกลวงไม่เปลี่ยน เราจะเห็นภาพของคนมากมายเลยที่เสนอว่า ถ่ายภาพตัวเอง ออกมาถือเงินก้อนจำนวนมหาศาล ถ่ายภาพคู่กับรถหรู ๆ ถ่ายภาพคู่กับเครื่องประดับ ที่มีราคาแพงต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้คนเกิดความละโมบ โลภ และสุดท้ายก็ตกไปเป็นเหยื่อ แม้ปัจจุบันเหตุการณ์เหล่านี้ก็ยังเกิดขึ้นจนกระทั่งเป็นการนำมาซึ่งการระดมความคิด ของพวกเราในการเสนอทางออกเพื่อจะทำให้รัฐบาลนำไปปรับปรุงและแก้ไข สิ่งที่เกิดขึ้น ความไม่รู้ ความมักง่าย ความโลภ และความขาดสติ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่นำให้ไปสู่ความหายนะ ของแชร์ลูกโซ่ ส่วนหนี้นอกระบบ อันนี้ก็เป็นเรื่องของคนที่มีรายได้น้อยที่จะต้องหาทางออก ในการระดมทุนหรือหาทางในการแก้ปัญหาวิกฤติทางการเงินของตัวเอง ปัญหาการเงินกู้ นอกระบบ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกได้เผยแพร่คลิป (Clip) ออกมาซึ่งมีภาพคลิป(Clip) เหล่านี้ เป็นจำนวนมาก ผมเชื่อว่าคนที่ได้พบเห็นต้องเคยผ่านตาทุกคน แล้วก็เกิดความสะเทือนใจ เป็นอันมากครับ ปัญหาเหล่านี้ยังเกิดขึ้นอยู่จนกระทั่งปัจจุบัน และขณะเดียวกันการแก้ ปัญหาเรื่องนี้เราจะมีทางออกกันอย่างไร ก็ต้องขอให้เพื่อนสมาชิกช่วยกันระดมความคิดเพื่อเสนอไปยังรัฐบาล เงินกู้นอกระบบ ส่วนมากก็จะเป็นวิธีการให้เงินกู้ของคนกลุ่มต่าง ๆ ที่มีฐานะเสนอให้กับผู้มีรายได้น้อยในการ แก้ปัญหาจนกระทั่งไม่สามารถที่จะชำระดอกเบี้ยซึ่งมากกว่าปกติ และผลสุดท้ายก็คือมีการขู่ คุกคาม ทำร้าย ทำให้ผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ที่ขาดโอกาสสิ่งเหล่านี้เกิดภาพจนกระทั่ง ไม่อยากจะใช้คำว่า ชินตา ผมใคร่ขอเสนอว่าแนวทางในการแก้ปัญหาหากได้มีการตั้ง กรรมาธิการหรือนำเสนอเป็นข้อเสนอของรัฐบาลต่อไป ก็คือยกตัวอย่างเช่น วิธีการแก้ปัญหา ของรัฐบาลเกาหลีใต้เขาตั้งกองทุนความสุขแห่งชาติ สิ่งเหล่านี้ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นโมเดล (Model) ส่วนหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงการคลังสามารถนำไปปฏิบัติ หรือว่าดัดแปลงนำมาใช้ได้ กองทุนรูปแบบนี้เป็นกองทุนขนาดใหญ่ที่ทำให้มีเงินจำนวน มหาศาลเปิดโอกาสให้คนที่เป็นหนี้หรือคนที่มีรายได้น้อยเข้าถึงได้ง่ายกว่าการเข้าถึงธุรกิจ ธนาคารซึ่งผู้มีรายได้น้อยไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปถึงในจุดนั้น แม้ในวันนี้ทางรัฐบาลเองจะมี หน่วยงานอย่างเช่น ธ.ก.ส. คือธนาคาร หรือแม้แต่ธนาคารออมสินให้คำปรึกษาหรือสินเชื่อ เพื่อสร้างโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน แต่เสียดายครับ ทำไมภาพเหล่านี้ ยังปรากฏอยู่ เพราะฉะนั้นแนวนโยบายของหลายชาติที่อย่างผมยกตัวอย่างเมื่อสักครู่ อย่างเช่นเกาหลีใต้ หรือแม้แต่เช่นจีน ผมเชื่อว่าแนววิธีคิดอย่างนี้น่าจะนำไปใช้ และรัฐบาล ถ้ามีการบังคับ และมีการดูแล มีการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส คนขาดโอกาสเช่นนี้ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งผู้มีรายได้น้อยในการเข้าถึงทรัพย์สิน ผมเชื่อว่าจะสามารถช่วยและบรรเทาปัญหา ของคนของเรานะครับ ตัวเลขของคนของเรา ๑-๓ ล้านคน ที่มีปัญหากู้หนี้ยืมสินและเป็นหนี้ จนถึงเกือบ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทอยู่ในขณะนี้ นี่คือตัวเลขที่เราจะต้องเป็นเป้าหมายที่พวกเรา ในวันนี้จะต้องร่วมกันแก้ไข ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปญัตติที่ ๔🔗
๕.๗๖ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา ปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาแชร์ลูกโซ่และปัญหาหนี้นอกระบบ (นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)🔗
เชิญท่าน สฤษฏ์พงษ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทยครับ ผมกับเพื่อนสมาชิกพรรคภูมิใจไทยได้เคยเสนอญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาแชร์ลูกโซ่ และปัญหาหนี้นอกระบบ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมต้อง ขอขอบคุณฝ่ายค้านนะครับที่เสนอญัตติด่วนด้วยวาจานะครับ แล้วก็ขอขอบคุณท่านประธาน ที่ได้กรุณารวมญัตติของผมและเพื่อนสมาชิกได้เข้าร่วมกันซึ่งเป็นญัตติที่ใกล้เคียงหรือ เหมือนกันมาได้พิจารณาเป็นญัตติด่วนนะครับ ในประเด็นสาเหตุแล้วก็เหตุผลที่ผมยื่นกับ เพื่อนสมาชิกนั้นนะครับว่า ด้วยปัญหาแชร์ลูกโซ่ก็ตามที่เพื่อน ๆ สมาชิกหลายท่านได้พูด อันนั้นคือเหตุผลนะครับว่า ณ วันนี้มีปัญหาแชร์ลูกโซ่เกิดขึ้นในประเทศไทยมากมาย เหลือเกิน แล้วก็มีหลายระบบด้วย แล้วก็มีหลายรูปแบบด้วย โดยเฉพาะสื่อที่พัฒนาขึ้นมานั้น ก็จะทำให้ประชาชนที่มีความลำบากยากไร้แล้วก็หาทางออกเพื่อที่จะให้ได้รายได้มาโดยง่าย ก็หลงเชื่อได้ง่ายขึ้น อันนี้ก็ถือว่าเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วน คนที่ไม่เคยเล่นแชร์ลูกโซ่ แล้วถูกเขาเบี้ยวคงไม่รู้รสชาติอารมณ์ความยากลำบากนะครับ เงินก้อนสุดท้ายที่หวังว่าจะได้ นำมาซึ่งการเลี้ยงชีวิตครอบครัวนั้นแต่ถูกโกงไปมิหนำซ้ำยังมีผู้ที่มาทวงหนี้ ซึ่งผมเห็นว่า แม้กระทั่งประเทศไทยเรามีพระราชบัญญัติการการทวงถามหนี้ ปี ๒๕๕๘ แต่ปรากฏว่าในเรื่องของการกำกับ ควบคุม ดูแลในเรื่องของการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เพื่อที่จะ ดำเนินคดีกับผู้ที่ทวงหนี้ในทางที่ผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัตินี้ยังค่อนข้างที่จะกระทำ ไม่ทั่วถึงก็ทำให้ผู้ที่เป็นลูกหนี้ที่ถูกทวงถามโดยผิดกฎหมายนั้นได้รับการดูแลค่อนข้างที่จะน้อย ก็จะเห็นเหตุการณ์ทางทีวี (TV) บ่อยครั้งที่มีการทำร้ายทำลายข้าวของครับ จากทุกข์ในเรื่อง เป็นหนี้แล้วยังเก็บตัว ยังถูกข่มขู่ ก็ไม่สามารถที่จะออกไปไหนได้ กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพว่าในส่วนหนี้นอกระบบนั้นก็มีอยู่มากมาย หนี้นอกระบบนั้นถ้าเราจะไปดูหนี้สิน ในภาพรวมของคนไทยตามของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินั้นที่เขามีตัวเลข ในไตรมาสที่ ๔ ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ท่านประธานเชื่อไหมว่าประเทศไทยเรานั้นเป็นหนี้นอกระบบ อยู่ถึง ๑๔.๕๘ ล้านล้าน ล้าน ๒ ตัวนะครับ ซึ่งมากกว่างบประมาณที่เราเพิ่งจะผ่านไป มากกว่า งบประมาณของประเทศไทยที่เราผ่านไป ๓.๓ ล้านล้านบาท มากถึง ๔ เท่า ไม่น่าเชื่อครับ เพราะฉะนั้นคนไทย ๖๐ กว่าล้านคนในส่วนของหนี้สินครัวเรือนต่อจีดีพี (GDP) อยู่ที่ ๙๐.๑ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย เพราะฉะนั้นเฉลี่ยของครัวเรือนในประเทศไทย ปี ๒๕๖๔ เป็นตัวเลขเก่าปี ๒๕๖๔ นี่ ๑ ครัวเรือนของประเทศไทยเฉลี่ยเป็นหนี้นอกระบบอยู่ ๒๐๕,๖๗๙ บาท ไม่น้อยนะครับ เป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ในขณะที่เป็นหนี้นอกระบบ ท่านประธานทราบไหมว่าหนี้นอกระบบคิดอัตราดอกเบี้ยเท่าไร อัตรานอกระบบที่แบบชนิด ปราณีกัน ที่มีหลักฐานไปจำนอง หลักฐานที่ดินไปขายฝากนั้นร้อยละ ๓ ต่อเดือน ร้อยละ ๕ ต่อเดือน ร้อยละ ๑๐ ก็ยังถือว่ายังมีเมตตา แต่หนี้นอกระบบที่ประเภทรายวันโดยเฉพาะ หาเช้ากินค่ำ เกษตรกรก็ดี แม่ค้าแม่ขายอยู่ในตลาดสด ท่านประธานครับ ร้อยละ ๒๐ ต่อวัน แล้วก็จะมีคนเดินเก็บดอกเบี้ยด้วย ผมเห็นแล้วนะตั้งแต่วิธีคิดแล้วก็ไปยืมหนี้แล้วอาจจะ ไม่มากประเภทละร้อยละ ๒๐ ต่อวัน มีหนี้เงินต้นอยู่ประมาณสัก ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาทอย่างนี้ แต่จะต้องจ่ายร้อยละ ๒๐ ต่อวัน หมายความว่าหมุนเงินวันต่อวัน ชั่วโมงต่อชั่วโมง ถ้าวันนี้หาเช้ากินค่ำปรากฏว่าไม่มีเงินเสียค่าดอกก็จะต้องหลบหนีก่อน เพราะฉะนั้นความยากลำบากและความหายนะในเรื่องของหนี้นอกระบบร้อยละ ๒๐ มันลำบากหายนะตั้งแต่คิดแล้วครับ แต่เมื่อมีเจ้าหนี้เดินเอาเงินต้นมาให้ ปรากฏว่าจะต้อง จ่ายร้อยละ ๒๐ ผมคิดว่าน่าสงสารมาก แล้วผมเชื่อว่ามีทุกจังหวัด มีทุกพื้นที่ ประการหนึ่ง ด้วยเหตุผลสนับสนุนครับ ทำไมจึงเกิดหนี้นอกระบบมันมากมายขนาดนี้ในประเทศไทย เรามี รัฐบาลมาหลายรัฐบาลแล้ว เมื่อสักครู่ประชุมแผน ๑๐ ปี ๒๐ ปีกันนี่ครับ เรามีแผน ๒๐ ปี แต่ปรากฏว่าความยากลำบาก ความยากไร้ ความไม่มีเงินในกระเป๋า ประเทศไทย คนไทย ยังมีกันถ้วนหน้าแสดงว่าแผนเรามีปัญหาไหม แสดงว่าในเรื่องของการประกอบอาชีพ การดูแลของกระทรวง ๒๐ กระทรวง ๑ สำนักนายกรัฐมนตรี ที่คนไทยเกิดมาแล้วเราจะต้อง ดูแลตั้งแต่เกิดจนถึงตาย เราดูแลอย่างไรที่พี่น้องประชาชนมีหนี้สินล้นพ้นตัวอย่างนี้🔗
ประการสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ ที่มันทำให้คนมีหนี้นอกระบบ ก็เพราะสาเหตุหนี้ในระบบมันมีปัญหา หนี้ในระบบที่มีปัญหาก็คือหนี้ระบบของสถาบัน ธนาคารนี่ล่ะครับ หนี้ในระบบนี้เป็นตัวดีที่ตั้งกติกากลั่นกรองมาให้คนที่ไม่มีทรัพย์สิน ออกไปสู่หนี้นอกระบบ กำแพงกีดกันในเรื่องของการเข้าสู่หนี้นอกระบบในสถาบันธนาคาร มากเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นการประเมินทรัพย์ ไม่ว่าจะเงื่อนไข ไม่ว่าจะประวัติของคนกู้หนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการออกกติกาให้สถาบันการเงิน ผมไม่เคยเห็น สถาบันการเงินไหน ธนาคารพาณิชย์ที่เปิดมาแล้วก็เจ๊ง ถ้าหากว่าไม่ทุจริตกันเอง กำไรทุกปี เพราะฉะนั้นหนี้ในระบบนี่ล่ะครับเป็นตัวดี เช่น ดอกเบี้ยสูง ดอกเบี้ยทบต้น ทรัพย์สินต้อง ประเมิน ถ้าหากว่าอยู่ในเขตป่าไม้ทั้ง ๆ ที่ป่าไม้มาครอบงำทีหลัง มาประกาศเขตครอบทีหลัง ยกเลิกเพิกถอนหลักทรัพย์ค้ำประกัน เขาก็ไม่สามารถที่จะใช้หลักทรัพย์ซึ่งเป็นโฉนด น.ส.๓ นี้ครับ ชำระหนี้หมดเมื่อไรท่านประธานไปดูสิครับ คนที่มีหลักทรัพย์ โฉนด น.ส.๔ น.ส.๓ ก. อะไรอย่างนี้ครับ แล้วไปจำนองแบงก์พออยู่มาวันหนึ่งกรมป่าไม้ไปประกาศเขตทับลูกหนี้ รายนั้นที่กู้หนี้ยืมสินกับธนาคารพาณิชย์อย่าไปชำระให้หมด ถูกเพิกถอนแล้วก็จะไม่สามารถ ที่จะกู้เงินได้เลย มิหนำซ้ำธนาคารนั้นจะต้องไปทวงถามกับเจ้าของที่ถูกเขตอุทยานไปครอบ อย่างนี้ขอให้เร่งรัดชำระหนี้เพื่อเกรงกลัวว่าเมื่อผิดนัดชำระหนี้แล้วจะยึดทรัพย์เอาไปขาย ทอดตลาดไม่ได้ สิ่งเหล่านี้กำแพงในหนี้ระบบที่มันสูงมากที่หนาทึบ เมื่อไรเป็นเครดิตบูโร ผ่อนชำระรถ ผ่อนชำระบ้าน ผ่อนชำระคอนโด ท่านประธานคิดดูสิครับ ไปดูคอนโด ๑ แห่ง ๓๐๐ ๕๐๐ ยูนิต (Unit) นี้ เป็นหนี้กี่ราย ที่ต้องใช้สถาบันกี่ราย ขาดส่ง ๒ งวด ๓ งวด ผ่อนรถติดเครดิต บูโรไม่สามารถที่จะไปทำอย่างไรได้เลย ติดแบล็กลิสต์ (Blacklist) อีกอย่างหนึ่งที่เหนือกว่า บูโรและแบล็กลิสต์ (Blacklist) คือติดฟรอด (Fraud) ฟรอด (Fraud) ที่ธนาคารเขาทำมา มันเหนือกว่าอย่างนี้ มีเฉลี่ยว่าพฤติกรรมการผ่อน นิสัยการจ่ายอะไรอย่างนี้ ถ้าคุณจ่ายไม่ดี มันจะมีเกรด (Grade) ระดับให้ว่าเอ (A) เอบวก (A+) บี (B) ซี (C) อะไรอย่างนี้ นี่คือกำแพง ที่รัฐบาลปล่อยปละละเลยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังธนาคารพาณิชย์ สร้างฐานะให้นายทุน มิหนำซ้ำเงินกู้ของรัฐบาลนี้กู้มาเสร็จจะไปจ่ายให้คนจนยังเอาผ่าน ระบบธนาคารด้วย ทำไมไม่ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นล่ะครับ ซึ่งเป็นลูกของรัฐบาล แต่ต้องไปผ่านธนาคารพาณิชย์เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์เก็บผลต่าง และประเทศไทยเรานั้น ระหว่างเงินฝากกับเงินกู้ แก็ป (Gap) มันห่างกันมากเหลือเกิน เพราะฉะนั้นชนชั้นของ ประเทศไทย คนรวยกับคนจนมันต่างกันเห็นได้ชัด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคงใช้เวลา ไม่มากเนื่องจากว่ามีเพื่อนสมาชิกเข้าชื่อกันหลายคน ผมเห็นแล้วว่าทุกคนเห็นตรงกัน แต่ในขณะเดียวกันญัตติของผมถูกดองมาหลายปีแล้ว แต่บังเอิญว่ามีญัตติด่วนโดยกติกา ก็เลยเข้ามาร่วมในเรื่องของการอภิปรายในวันนี้ได้ แต่บังเอิญว่าเป็นความโชคดีท่านประธาน ที่เคารพว่าในส่วนของพรรคภูมิใจไทยเรา เราได้ตระหนัก เราได้เห็นความทุกข์ยากของพี่น้อง ประชาชนชาวไทยเกี่ยวกับในเรื่องของหนี้นอกระบบ คนที่เป็นหนี้มากเหลือเกิน นอนไม่หลับ ล่ะครับ มันเป็นดอกของต้นเงินที่บาน ๒๔ ชั่วโมง ปลูกแล้วไม่มีจะต้องไปรดน้ำใส่ปุ๋ย ดอกเบี้ยบานตลอด ๒๔ ชั่วโมง แล้วก็เจ้าของลูกหนี้ก็ไม่อยากให้มันบานแต่เจ้าหนี้ก็อยากให้ มันบานแล้วก็จะไปเก็บผล ท่านประธานที่เคารพครับ พรรคภูมิใจไทยผมคิดว่าเป็นนิมิตหมาย ที่ดี เป็นแนวทางที่ดีที่เราคิดในเรื่องของถ้าหากว่าเราเป็นรัฐบาลเราก็จะทำนโยบายอันนี้ เพื่อที่จะไปแก้ปัญหาคนยากจน ไปซับน้ำตาคนที่เป็นหนี้ โดยการพักหนี้ พักหนี้เงินต้น ปลอดดอกเบี้ย ๓ ปี ทำไม ๓ ปีครับ เพราะว่าโควิด (COVID) เป็นมา ๓ ปี ธุรกิจการงาน ต่าง ๆ วิกฤติเศรษฐกิจมันอยู่ที่ ๓ ปี เราก็เลือก ๓ ปี แล้วก็ให้วงเงินไม่เกิน ๑ ล้านบาท ต่อ ๑ สิทธิของผู้ที่กู้ยืม ในระบบหนี้สินที่มีกฎหมายรองรับแต่ไม่ได้หมายรวมถึงในหนี้นอกระบบนะครับ อันนี้ก็คือ การเยียวยาของคนที่ผ่อนคอนโด ผ่อนรถ เป็นหนี้สหกรณ์ สามีภรรยา ๒ คนไปกู้ก็ได้คนละ ๑ สิทธิ คนละ ๑ ล้านบาท ๒ คนก็ ๒ ล้านบาทไม่เกิน แต่ถ้ากู้เงินมาไม่เกิน ๑ ล้านบาท เป็นหนี้ระบบธนาคารอะไรต่าง ๆ ก็ใช้ในวงเงินเท่าที่ไม่เกิน ๑ ล้านบาท ผมคิดว่าอันนี้เป็น มาตรการที่ดีที่เราจะต้องพัฒนาแล้วก็ต้องให้รัฐบาล แต่ถ้ารัฐบาลปัจจุบันนี้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็น นโยบายที่ดี สิ่งเหล่านี้เป็นนโยบายที่จะไปซับน้ำตา จะไปปกป้องความทุกข์ร้อนของพี่น้อง ประชาชนนั้น ผมคิดว่าเรื่องนี้ หนี้นอกระบบมันสำคัญยิ่งกว่าหนี้ในระบบด้วยซ้ำไป แต่หนี้ ในระบบนั้นเรายังมีมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นหนี้กองทุนหมู่บ้านวันนี้ หนี้กองทุนสตรี บ้านผมก็มี กันทุกกองล่ะครับ น้อยมากต่างกันไปตามแต่ละกอง แต่ละกองทุนของผู้บริหารนะครับ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่ากระทรวงการคลังก็ดี กระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงใด กระทรวง พม. อะไรต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงในการที่จะให้ความรู้ ในการที่จะสอนการบริหาร การจัดการให้กับพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วในเรื่องของการที่จะให้ความสำคัญ ของบุคคลที่เป็นหนี้ ในขณะเดียวกันนายทุนวันนี้ธนาคารก็เอาเปรียบ ดอกเบี้ยเงินฝาก ประจำไปดูนะครับ หาดอกเบี้ยกันน้อยมาก เพราะฉะนั้นรัฐบาลถามว่าเอาเงินมาจากไหน เพื่อที่จะไปซัปพอร์ต (Support) ในเรื่องของเงินที่จะไหลเข้าระบบ เพื่อที่จะมาช่วยเหลือ ในหนี้ก่อนในหนี้ที่อยู่ในระบบ วันนี้รัฐบาลต้องมีความกล้าหาญ ต้องทำตัวเป็นนายธนาคาร ธนาคารถ้าไม่กล้าหาญเช่นออกพันธบัตร ให้ค่าตอบแทนพันธบัตรร้อยละ ๓ แต่เกรงใจ สถาบันการเงินว่าไปดำเนินการประกอบอาชีพรายได้ เพื่อที่จะทำให้ธนาคารพาณิชย์ ลดรายได้ลง อย่างนี้รัฐบาลต้องกล้าหาญครับ เพราะฉะนั้นนายทุนนักธุรกิจที่มีเงินเยอะ ผมคิดว่า เงินในระบบประเทศไทยมันไม่ไปไหนล่ะครับ พิมพ์แบงก์มามันมีเงินเท่าเดิม แต่ไม่รู้ว่าไปกอง อยู่ที่บ้านใคร ไปอยู่ที่นายทุนคนใด ซึ่งถ้าระบบเศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ นายทุนก็ไม่กล้าลงทุน ก็เก็บเงินไว้ในระบบก็ไม่เอาออกมาสักครั้งหนึ่ง แต่ถ้ารัฐบาลบอกว่าให้ดอกเบี้ย ๓ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลค้ำประกันก็ไหลเข้ามาไปซื้อพันธบัตร เพื่อที่จะเอาเงินอันนี้ไปช่วยเพื่อให้คนที่เป็นหนี้ มีสุขภาพจิตดี ไม่ต้องผ่อนเงิน ๓ ปี ดอกเบี้ยไม่มีเลย ไม่ใช่พักดอกนะครับ อันนี้ปลอดดอก หมายความว่า ๓ ปีไม่คิดสตางค์เลยครับ เพื่อที่จะให้เขาไปจับจ่าย เมื่อเราไปจับจ่ายไปซื้อของ แวต (VAT) ) ๗ เปอร์เซ็นต์ ๗ เปอร์เซ็นต์นี้รายได้ของรัฐบาลได้ ๔ เปอร์เซ็นต์ ใน ๑,๐๐๐ บาท ในการจ่าย ๑ ครั้ง มันหมุนเวียนไปร่วมด้วยเรื่อย ๆ ๗ ทอดนะครับ เพราะฉะนั้นรายได้ ภาษีของรัฐบาลมันก็คืนเข้ามาสู่ในระบบการเงินและการคลัง เพราะฉะนั้นประเทศเรานั้น เราจะต้องดูพี่น้องฐานรากนะครับ เราบอกว่าไม่ให้ใครตกหล่นอยู่เบื้องหลัง แล้ววันนี้สาเหตุ ที่คนเป็นหนี้ท่านประธานครับ ที่ไปปล้นร้านทอง ไปวิ่งราวทรัพย์ คดี ลัก วิ่ง ชิง ปล้น พื้นฐาน ไปดูเบื้องหลังมาจากเป็นหนี้นอกระบบ ไม่มีเงินจะกิน เมื่อคนเรามันไม่มีเงินจะกินมันหิวโหย มากนะครับ ๒ ๓ วันมันหิวโหย แม้กระทั่งกระสุนปืน ชีวิตใกล้ความตายคิดได้ทุกอย่างนะครับ เพื่อที่จะไปปล้น ไปวิ่งราวทรัพย์ มันก่อให้เกิดอะไรล่ะครับ เจ้าของร้านทองเขาอยู่ดี ๆ คนที่ไป เดินชอปปิง (Shopping) คนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ข้างถนน แต่กับบุคคลหนึ่งกำลังไร้ที่พึ่ง กำลัง สิ้นคิดต้องการช่วยชีวิตเพื่อให้อยู่รอดให้ได้ เพราะฉะนั้นคนบริสุทธิ์ที่อยู่ข้างถนน คนประกอบ อาชีพที่บริสุทธิ์นี่ครับ ก็จะถูกอำนาจในส่วนของการตัดสินใจของบุคคลที่มีปัญหาทางสังคม เข้ามาปล้น เข้ามาทำร้ายร่างกาย ใครเป็นผู้รับผิดชอบล่ะครับ ในกรณีอย่างนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง รัฐบาลนะครับ หนีไม่พ้นต่อรัฐบาลในการที่จะรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นการที่เราจะวางแผน นโยบายในเรื่องของเศรษฐกิจ การเงินการคลัง เราให้นโยบาย เราแจกเงินให้ประชาชนใช้นั้น มันไม่ยั่งยืนเพราะฉะนั้นเราต้องแก้ที่ระบบ เราจะต้องแก้เพื่อให้ประชาชนมีอาชีพนะครับ วันนี้คนที่อยู่ในกลุ่มเปราะบางมีมากเหลือเกิน แล้วบางเรื่องที่เราลดอำนาจรัฐเพื่อที่จะให้ อำนาจประชาชนเพื่อไปประกอบอาชีพเรายังไปจับเขาอีก อย่างกรณีประมงชายฝั่งครับ ที่ดินทำกินอย่างนี้ครับ คนยากไร้รัฐทำไมไม่จัดให้เรียบร้อย เราไม่เคยจัดการระบบในเรื่อง ของป่าไม้ได้สำเร็จ ที่บอกว่าประชาชนบุกรุกป่า ภาครัฐก็บอกว่าประชาชนเข้ามาในเขตที่รัฐ รัฐก็บอกว่าประชาชนบุกรุกที่หลวงอะไรอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ นโยบายในเรื่อง ของความยากจนมันไม่ใช่แก้ที่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่งนะครับ กระทรวงศึกษาธิการก็ต้อง ไปแก้ การให้ความรู้ครับ กระทรวงแรงงานก็ต้องไปแก้ ค่าแรงขั้นต่ำ กฎหมายอะไรต่าง ๆ ชีวิตความที่อยู่รอดนี่ครับ วันนี้หน่วยงานที่ออกมาดูแลความปลอดภัย ดูแลในเรื่องของ ปัญหาชีวิต ความปกติสุขในระหว่างโรคระบาดนี่ครับ คนป่วยไปทำอะไรได้ท่านประธานครับ หากินไม่ได้ แต่คนที่อยู่ในด่านหน้ามันเหมือนทหารที่ออกรบสงครามเพื่อปกป้องอธิปไตย ประเทศ ผมกำลังจะพูดบอกประธานนะครับก่อนจะจบ ใช้เวลาผมกะว่าผมจะใช้สัก ๒๐ นาทีนะครับ ซึ่งผู้เสนอญัตติ🔗
ท่านสรุป ได้แล้วนะครับ🔗
ผมกำลังสรุปแล้วครับท่านประธาน เรื่องอย่างนี้เราจะต้องมองทุกมิติ ทุกบริบท ทุกภาคส่วนของอาชีพของคนไทยนะครับ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยที่เราไปบอกพี่น้องประชาชน อสม. ในแนวหน้าครับ เราก็พยายามเติมเงิน ให้เขานะครับ ตอนวันนี้ก็ตกลงกันว่าจะเติมเงินค่าตอบแทนสัก ๒,๐๐๐ บาทต่อเดือน ล้านกว่าคนอย่างนี้ ๒,๐๐๐ บาทก็มีค่าครับ คนจน ๑๐๐ บาทก็มีค่า เพราะฉะนั้นค่าของเงิน ที่จริง ๑๐๐ บาทไปอยู่ในเศรษฐีแสนล้านกับค่าเงิน ๑๐๐ บาท ไปอยู่กับคนยากจนที่จะต้อง รอซื้อก๋วยเตี๋ยว ๓๕ บาทนี่มีค่าไม่เท่ากัน อันนี้ก็คือความสำคัญนะครับ แต่ความมีศักดิ์ศรี ความเป็นคน ความมีศักดิ์ศรีของเพื่อนมนุษย์มีค่าเท่ากัน และสิ่งสำคัญที่สุดนักการเมืองครับ คนรวยหมื่นล้านแสนล้าน เวลาลงคะแนน ๑ คน กาได้ ๑ กา ๑ คะแนน แค่นั้นล่ะครับ แต่คนจนตั้งแต่คนหาเช้ากินค่ำก็กาได้ ๑ คะแนนเช่นกัน เพราะฉะนั้นนักการเมืองเวลาจะทำ อย่าปกป้องคนรวยมากเกินไป เพราะฉะนั้นต้องให้สิทธิเท่าเทียมกันในตามที่เขาเลือกเรา มาเป็นตัวแทน อันนี้คือจิตสำนึกของพวกเราทุกคนนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นญัตติที่ ๕ ที่เสนอเป็นเอกสารนะครับ🔗
๕.๑๐๔ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาผลกระทบจากการกระทำความผิดในลักษณะแชร์ลูกโซ่และหนี้นอกระบบ (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เป็นผู้เสนอ)🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ผมและเพื่อนสมาชิกคือท่านคุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นะครับ ได้ร่วมกันเสนอญัตติ ขออนุญาตปฏิบัติตามที่ท่านประธานชวน หลีกภัย ได้แนะนำสั้น ๆ นะครับ เรื่องข้อเสนอ ญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการ กระทำความผิดลักษณะแชร์ลูกโซ่และหนี้นอกระบบ กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร จากช่วงระยะเวลาปีที่ผ่านมามีการกระทำความผิดลักษณะแชร์ลูกโซ่ หมายถึงรูปแบบ การดำเนินธุรกิจที่มุ่งประสงค์เพื่อหารายได้จากการระดมทุนเพื่อปันผลตอบแทนธุรกิจ ที่ไม่อยู่ภายใต้ระบบการควบคุม กำกับ ดูแลของทางราชการเป็นหลัก โดยมีสัญญาว่าจะให้ ผลประโยชน์ตอบแทนในรูปแบบต่าง ๆ ที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของสถาบันการเงินระยะสั้น ๆ โดยผู้ประกอบการมักอ้างถึงการนำเงินไปลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีรายได้สูงเพียงพอที่จะ ปันรายได้แจกจ่ายผู้ร่วมธุรกิจได้อย่างทั่วถึง มีการให้ประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ร่วมลงทุน ในระยะแรก ๆ เพื่อสร้างความเชื่อถือและกระตุ้นให้เกิดการชักจูงคนใหม่ ๆ ให้เข้าร่วมลงทุน แต่แท้จริงแล้วไม่ได้มีการประกอบธุรกิจใด ๆ ดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะใช้วิธีการนำเงินลงทุน ของสมาชิกใหม่หมุนเวียนมาจ่ายให้แก่สมาชิกเดิมเมื่อไม่สามารถนำเงินมาหมุนเวียนได้ก็ต้อง ปิดกิจการแล้วก็หนีไปที่สุด แชร์ลูกโซ่จึงเป็นช่องทางหนึ่งให้มิจฉาชีพแฝงตัวเพื่อหลอกเอาเงิน หรือทรัพย์สินจากเหยื่อ ที่ผ่านมามีการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดรายย่อยเท่านั้นแทบจะไม่ถึงรายใหญ่ หรือเครือข่าย ดังนั้นยังมีพระราชบัญญัติเล่นแชร์ พ.ศ. ๒๕๓๔ พระราชบัญญัติกู้ยืมเงิน ที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ปี ๒๕๒๗ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ และความผิดฐาน ฉ้อโกง และมาตรา ๓๔๔ ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ถึงแม้ว่ามีกฎหมายก็ยังดำเนินการ ไม่ได้ ผมจึงนำเรียนว่าวันนี้ญัตติที่เราได้เสนอนี่จึงทำให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจภายในการเงิน ในระบบ ส่งผลให้เงินฝากสถาบันการเงินไหลออกไปนอกระบบ ตลอดจนมีผลกระทบ ต่อประชาชนทั่วไปทำให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง สร้างความเดือดร้อนทำให้ความเป็นอยู่ ภาวะสังคมสุขภาพจิตถูกหลอกลวงมีผลกระทบสู่ระบบเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมอีกด้วย ดังนั้นจึงขอเสนอญัตตินี้ให้สภาผู้แทนพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญหรือจะส่งให้ รัฐบาล ท่านประธานครับ ต้องนำเรียนว่าผมขออนุญาตอภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติ แล้วก็ ได้ฟังจากเพื่อน ๆ สมาชิกผมคงใช้เวลาไม่นานนะครับ ก็ต้องเรียนว่าตอนนี้ปัญหาก็คือ หนี้นอกระบบกับปัญหาแชร์ลูกโซ่ จริง ๆ ผมอยากจะบอกว่าหนี้นอกระบบไม่ได้หมายความ ว่าการกู้ยืมเงิน การเอาเงินไปบังคับยัดเยียดให้กู้เงิน แล้วก็ทำสัญญาเอารัดเอาเปรียบ แล้วก็ ขายฝากอะไรต่าง ๆ แต่ยังหมายรวมถึงแชร์ลูกโซ่ด้วย หนี้นอกระบบนี่มันตรงไปตรงมาคือ เอาเงินแล้ว แล้วไม่สามารถจะดูดเงินจากประชาชนได้มากกว่าเดิมเท่าไร แต่ที่มันซับซ้อน แล้วก็รุนแรงอันตรายกว่าก็คือแชร์ลูกโซ่ เพราะแชร์ลูกโซ่นั้นมันเป็นดับเบิลทริปเปิล (Double Triple) เป็นกราฟก็เป็นยกกำลัง เพราะฉะนั้นอันตรายสูงกว่าหนี้นอกระบบ ดังนั้น ต้องรีบผมจึงถือว่าแชร์ลูกโซ่จะต้องเป็นจุดหนึ่งที่จะต้องแก้ไข ท่านประธานครับ มีงานวิจัย บอกว่าทำไมเขาถึงจะต้องไปกู้หนี้ยืมสินจากสถาบัน แล้วก็ใช้ข้อมูลจากกรมสอบสวน คดีพิเศษ เขาบอกว่าที่จำเป็นต้องไปกู้หนี้ยืมสินและผู้ให้กู้ก็คือนายทุนในพื้นที่ ๒๗ เปอร์เซ็นต์ นายทุนนอกพื้นที่ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ แก๊งหมวกกันน็อกที่หลายคนพูดถึง ๓๐.๓ เปอร์เซ็นต์ ดอกเบี้ยแก๊งหมวกกันน็อกโหดกว่าเขาเพื่อน แล้วก็เฉลี่ยเลยครับเมื่องานวิจัยปี ๒๕๕๗ คนละ ๕๔,๓๐๐ บาทต่อคน สาเหตุท่านประธานครับ ดูง่าย ๆ เลยมี ๔ สาเหตุ สาเหตุแรก ก็คือลงทุนในการประกอบอาชีพเอาไปลงทุน ๔๑.๕ เปอร์เซ็นต์ ค่าใช้จ่ายจำเป็น ค่าใช้จ่าย ในครัวเรือน ๔๖ เปอร์เซ็นต์ ใช้คืนหนี้เก่าทั้งในและนอกระบบ ๙.๔ เปอร์เซ็นต์ และสุดท้าย ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น ซื้อเครื่องประดับ โทรศัพท์ อื่น ๆ ๒.๓ เปอร์เซ็นต์ นี่คือปัญหาที่เรา ได้วิเคราะห์มา ปัญหาที่ผมจะนำเรียนว่าการที่เรามีความเดือดร้อนจากหนี้นอกระบบกับ แชร์ลูกโซ่ แชร์ลูกโซ่ผมต้องนำเรียนว่าขณะนี้จากการรวบรวมนะครับท่านประธานจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ จนถึงปัจจุบันมีเรื่องมีคดีถึง ๑,๒๙๐ เรื่อง จำนวน ผู้เสียหาย ๓๘,๘๐๐ คน รวมมูลค่าความเสียหาย ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือแชร์ลูกโซ่ ตั้งแต่ ปี ๒๕๒๐ ตั้งแต่แชร์แม่ชม้อย แชร์บลิสเชอร์ ปี ๒๕๓๔ คดีแก๊งซินแสโชกุน ปี ๒๕๖๐ คดีแชร์แม่มณี และสุดท้ายก็คือฟอเร็กซ์ ทรีดี (Forex 3D) เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาที่เราต้อง รีบแก้ ท่านประธานครับ ต้องนำเรียนว่าถึงแม้ว่ารัฐบาลกำลังแก้ปัญหาอยู่ ซึ่งหลายคนก็ถามว่า ทำไมถึงไม่แก้ ก็แก้อยู่นะครับ แต่ว่ามันไม่ทันกับคนที่ตั้งใจจะโกง เพราะเขาไม่ต้องทำอะไร เขาคิดอย่างเดียวจะโกงจะหลอก มันก็เลยมีปัญหาไม่ว่าจะเป็นที่เราได้รับผลกระทบสูงเลย ก็คือโทรศัพท์มา ผมได้คุยกับท่าน ส.ส. ธนะสิทธิ์ มีโทรศัพท์มาหาบอกว่าให้ไปตามคนนั้นคนนี้ เราไปประกันเขา คนนั้นกู้ มีเมสเสจ (Message) มาหาพวกเรา ผมเชื่อว่า ส.ส. ทุกคน โดนหมด ท่านได้ค้ำประกันเท่านี้จะต้องใช้หนี้ คือหาทุกรูปแบบ เพราะฉะนั้นผมต้องบอกว่า อะไรนะครับกระทรวงไอซีที (ICT) ต้องจัดการพวกเมสเสจ (Message) พวกกลุ่มที่ทำให้เกิด ความกลัวถูกหลอกทั้งหนี้นอกระบบทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call center) ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งแม้ว่ารัฐบาลจะมีหน่วยงานตอนนี้ที่ทราบ ๆ ก็คือมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมคุ้มครองสิทธิ์ กรมบังคับคดีสำนักงานยุติธรรม อัยการสูงสุด กระทรวงมหาดไทย ศูนย์ดำรงธรรม ตำรวจ แห่งชาติ แล้วก็กระทรวงการคลัง กระทรวงการคลังเป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าหลายคนไม่ทราบว่า กระทรวงการคลังพยายามที่จะผลักดัน ผมก็จะเรียนถามรัฐบาลเลยว่าผลักดันโดยเปิดโอกาส ให้เจ้าหนี้นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบ แล้วให้ดอกเบี้ย ๓๖ เปอร์เซ็นต์ก็คือร้อยละ ๓ เพื่อจะได้ ลดบรรเทาก็คือให้สามารถติดตามได้ ตรงนี้ดำเนินการไปถึงไหนแล้วเอาจริงเอาจัง ที่เรียกว่า สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) ตรงนี้ทำไปถึงไหนแล้ว🔗
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง ก็ต้องนำเรียนว่าสถานการณ์วันนี้หลายคนคงมีคำถาม ถามว่า ณ วันนี้หนี้นอกระบบประเมินได้ไหม ผมนำเรียนว่าเท่าที่ประเมินจากหนี้นอกระบบ เท่าที่ได้นะครับ แต่ที่ไม่รู้อีกเท่าไร ปี ๒๕๖๒ มีอยู่ ๕.๖ หมื่นล้านบาท ปี ๒๕๖๔ เพิ่มเป็น ๘.๕ หมื่นล้านบาท แต่หนี้ครัวเรือนที่เกิดจากการสำรวจจากธนาคารแห่งประเทศไทย จากรายงานให้กู้ยืมเงินแก่ภาคครัวเรือน ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี ๒๕๖๕ ๑๔.๖๔ ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ ๔ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นจาก ๑๔.๕๗ นั่นก็แสดงว่าหนี้จากครัวเรือน ทั้งในระบบนอกระบบมันเพิ่มขึ้นทันที เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหา ท่านประธานครับผมนำ เรียนเลยครับ เราต้องแก้ไปดูอัลแทร็ก (Dual Track) เลยครับ ทั้งในระบบก็แก้ นอกระบบ ก็ต้องแก้ ส่วนไหนที่แก้ได้ถ้าคนที่เป็นหนี้นอกระบบสามารถมากู้ยืมเงินในระบบได้ในราคา ดอกเบี้ยไม่เกินอัตรา ๑๕ เปอร์เซ็นต์หรือสูงสุด ๓ เปอร์เซ็นต์ได้เอาเงินตรงนี้ไปผ่องถ่าย ในข้อที่ ๓ ที่ ๔ ที่ผมบอกไป ไปใช้หนี้นอกระบบก็จะได้มีโอกาสลืมตาอ้าปากหายใจ เพราะฉะนั้นต้องแก้ รัฐบาลต้องรวมหนี้นะครับ ในระบบก็ต้องแก้รวมหนี้ แล้วก็มีวิธีการ ต่าง ๆ ที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ ท่าน ส.ส. สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ผมก็เห็นด้วยว่าเราต้อง เร่งแก้ในระบบ แล้วต่อไปนอกระบบก็จะถูกดึงมาอยู่ด้วยกันนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้หวังว่า ปัญหาต่าง ๆ ที่หนักอกหนักใจแล้วก็พี่น้องประชาชนสะท้อนมายังตัวกระผมไม่ว่าจะเป็น ทุกเมสเสจ (Message) ทุกช่องทางผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด วันนี้เราต้อง ตั้งต้นดี ๆ ว่าทั้งประเทศมีหนี้ครัวเรือน ๑๔.๖๗ ล้านบาท เราจะแก้ทั้งในระบบนอกระบบ การบังคับใช้กฎหมายท่านประธาน กฎหมายนี้ถามว่าเป็นอย่างไร ค่อนข้างจะเก่าล้าสมัย นี่คือแก้อีกทางหนึ่งก็คือกฎหมายแรกที่เราใช้กันประจำ ซึ่งผมนำเรียนว่าคือกฎหมาย พ.ร.บ. การเล่นแชร์ ปี ๒๕๓๔ กฎหมายการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ปี ๒๕๓๗ กฎหมาย ประมวลอาญา มาตรา ๓๔๑ ความผิดฐานฉ้อโกงและ ๓๔๔ ฐานฉ้อโกงประชาชนและ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราปี ๒๔๗๕ กฎหมายเก่าและอันใหม่ ปี ๒๕๖๐ ตลอดจนกฎหมายขายตรงต่าง ๆ เราต้องรวมบูรณาการเป็นกฎหมายที่ดูแลเรื่องนี้ โดยตรง🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่ผู้กระทำเขาได้เงินไปแล้ว เขาเชิดเงินไปแล้ว เขาไม่ได้กลัว กฎหมาย เพราะกฎหมายโทษเป็นร้อย ๆ คดี รวม ๆ แล้วก็มาตัดสินกัน ๒๐ ปี ๕๐ ปี แป๊บเดียวก็ได้เงิน แล้วก็ไม่เกรงกลัวต่อการกระทำเพราะคิดว่ากฎหมายไม่รุนแรง นี่คือ ประเด็นหนึ่งที่จะต้องแก้ไขการบังคับใช้กฎหมาย เพราะฉะนั้นเราคงจะได้ฟังจากท่านสมาชิก แล้วก็พวกเรา เพื่อจะให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เรื่องสำคัญ ถ้าคนไม่มีหนี้ นอนหลับมีความสุข สุขภาพจิตดีอายุยืนนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นญัตติที่ ๖ ที่เสนอโดยเอกสารนะครับ🔗
๕.๑๒๑ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาแชร์ลูกโซ่ และหนี้นอกระบบอย่างเป็น รูปธรรม (นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค เป็นผู้เสนอ)🔗
เชิญแถลง เหตุผลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคไทรักธรรม ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตขอบพระคุณเพื่อน สมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนามท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ที่ได้เสนอญัตตินี้ด้วยวาจา ซึ่งทั้ง ๆ ที่ ญัตติในเรื่องนี้เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คน หลาย ๆ ญัตติได้ยื่นเสนอไปตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ จนมาถึง วันนี้ก็ไม่คาดคิดว่าจะได้นำสู่สภาแห่งนี้นะครับ เพราะว่าญัตตินี้เป็นความหวังของพี่น้อง ประชาชนที่จะหวังกับสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ท่านประธานครับ ปัจจุบันปัญหาแชร์ลูกโซ่ และหนี้นอกระบบเป็นปัญหาที่รัฐบาลในทุกยุคทุกสมัย มีความพยายามที่จะแก้ไขให้ลด น้อยลงและหมดสิ้นไป เพราะเป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ และการเงินของประเทศเป็นจำนวนมาก กล่าวคือปัญหาแชร์ลูกโซ่เป็นรูปแบบการดำเนิน ธุรกิจที่มุ่งวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้จากการระดมทุนเพื่อปันผลตอบแทนธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ ภายใต้ระบบการกำกับ ควบคุม ดูแลของทางราชการเป็นหลัก โดยมีสัญญาว่าจะให้ ผลตอบแทนในรูปแบบต่าง ๆ ที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของสถาบันการเงินในระยะเวลาอันสั้น โดยประชาชนในระดับรากหญ้าจนถึงกลุ่มชนชั้นกลางมักจะเป็นกลุ่มเป้าหมายของมิจฉาชีพ เหล่านี้ ซึ่งพัฒนาการของยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้รูปแบบของธุรกิจการเงินนอกระบบอย่าง แชร์ลูกโซ่เพิ่มความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นและมีหลากหลายรูปแบบ มีวิธีการที่ซับซ้อน การให้ ข้อมูลที่ไม่ชัดเจน รวมถึงความคลุมเครือระหว่างการดำเนินธุรกิจขายตรงกับแชร์ลูกโซ่ สร้างความสับสนให้กับพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ซึ่งวิธีการเหล่านี้นับว่าเป็นช่องโหว่ที่ทำ ให้พี่น้องประชาชนถูกหลอกให้ร่วมทำธุรกิจแชร์ลูกโซ่อยู่เสมอ🔗
ส่วนปัญหาหนี้นอกระบบนั้นเป็นการดำเนินธุรกิจการเงินนอกระบบ อีกรูปแบบหนึ่งที่เป็นการกู้ยืมเงินนอกระบบสถาบันการเงินที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ของธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง จะมีการเรียกดอกเบี้ยในอัตราที่สูง เกินกว่ากฎหมายกำหนดเป็นอย่างมาก จนทำให้ผู้กู้บางรายไม่สามารถชำระหนี้และดอกเบี้ยได้ ทั้งนี้ปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาภาวะวิกฤติเศรษฐกิจจากการระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา (Virus Corona) โควิด-๑๙ (COVID-๑๙) ทำให้ประชาชนมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการ ใช้จ่ายการดำรงชีวิตประจำวัน และจะต้องประสบปัญหากับความยากจน จึงทำให้จะต้องไป กู้ยืมเงินนอกระบบเพื่อหวังจะเอามาประทังชีวิตไปวัน ๆ ปัจจุบันแม้ว่าจะมีการดำเนินการ ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดในกรณีแชร์ลูกโซ่และหนี้นอกระบบของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่เสมอ ปัญหาดังกล่าวก็ยังไม่จบสิ้นแต่กลับทวีความรุนแรงและมี ความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้นจนสร้างความเสียหายให้กับระบบเศรษฐกิจโดยรวมและชื่อเสียง ของประเทศไทยเราเป็นอย่างมาก ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนคงจะไม่อยากเป็นหนี้ นอกระบบ แต่เขาสามารถที่จะไปกู้เงินนอกระบบก็เพียงเพราะว่าเขาไม่สามารถที่จะกู้ ในระบบได้ บุคคลเหล่านี้มักจะประกอบไปด้วยอาชีพพ่อค้าแม่ค้า ขายลูกชิ้น ขายก๋วยเตี๋ยว ขายของอะไรต่าง ๆ นานา กู้เงินนอกระบบมาเพียงเพื่อจะไปต่อยอดทางธุรกิจ เพื่อที่จะเอามา ส่งลูกหลานให้ได้ร่ำเรียนหนังสือ เพื่อที่จะมาซื้อข้าวสารประทังชีวิตไปวัน ๆ แม้รู้ว่าจะมี ดอกเบี้ยที่เก็บรายวันเป็นจำนวนมาก หาได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็ไม่มีทางเลือกเพราะอะไรครับ เพราะการที่จะกู้เงินในสถาบันการเงินนั้นก็จะต้องมีกฎระเบียบต่าง ๆ นานามากมาย แน่นอนครับท่านประธาน พี่น้องประชาชนตาดำ ๆ เหล่านี้ไม่สามารถที่จะไปกู้ในระบบ ได้อย่างแน่นอน เรามีวิธีการแก้ไขปัญหาได้ ๓ วิธีง่าย ๆ โดยที่เราจะต้องเริ่มต้นจากตนเอง พร้อมทั้งการช่วยเหลือจากทางภาครัฐ🔗
หนทางที่ ๑ ครับคือการปิดหนี้ การปิดหนี้ที่สำคัญก็คือเงินครับ เงินที่เจ้าหนี้ นอกระบบต้องการแน่นอนครับวงจรเหล่านี้จะต้องใช้เงิน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปกู้หนี้ จากเจ้าหนี้รายอื่นมาเพื่อมาชดใช้หนี้ให้กับเจ้าหนี้รายนี้ มันเป็นการที่พี่น้องประชาชนจะต้อง ลดรายจ่าย หารายได้เพิ่มเติมเพื่อให้มีสภาพคล่องและนำไปชดใช้หนี้ให้ได้🔗
อย่างที่ ๒ หันมาอาศัยแหล่งเงินกู้ในระบบ นี่คือสิ่งที่ภาครัฐ ระบบราชการ จะต้องช่วยเหลือพี่น้องประชาชนตาดำ ๆ เหล่านี้ที่ไม่อยากจะเป็นหนี้นอกระบบ แต่ไม่ สามารถที่จะไปกู้หนี้ในระบบได้ ภาครัฐก็จะต้องหาวิธีการเข้ามาช่วย🔗
ส่วนอย่างที่ ๓ ในเมื่อพี่น้องประชาชนเป็นหนี้นอกระบบแล้วเราจะช่วยพี่น้อง ประชาชนได้อย่างไรตามที่มีเพื่อนสมาชิกได้นำเสนอตั้งแต่ข้างต้น ก็มีทั้งโดนทำร้ายร่างกาย มีทั้งขู่กรรโชก มีทั้งทำลายทรัพย์สิน ตรงนี้เราจะต้องหาคนกลางมาช่วยไกล่เกลี่ย แล้วก็หา วิธีการประนอมหนี้ให้กับพี่น้องประชาชน สำหรับลูกหนี้ที่มีความสามารถในการชำระหนี้ ได้ไม่ว่าจะมากหรือว่าไม่ว่าจะน้อยเพียงไรก็ตาม นี่คือความหวังของพวกเขาครับ พวกเขา ไม่ได้อยากจะเป็นหนี้นอกระบบ พวกเขาไม่ได้อยากจะมาโดนตามรังควานทวงหนี้ ไม่ได้ อยากจะมาโดนทำร้ายร่างกายหรือว่าทำลายทรัพย์สินข้าวของที่เขาจะต้องประกอบอาชีพ ทำมาหากินแต่เขาไม่มีช่องทางอื่นครับ เพราะว่ารัฐบาลไทยของเรายังไม่มีระบบรัฐสวัสดิการ ที่จะอุ้มชูพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง วันนี้กระผมเองก็ไม่อยากจะใช้ช่วงเวลานี้ที่จะพูด ให้เสียเวลาอะไรต่าง ๆ มากมาย เพราะว่าเรื่องหนี้ระบบและแชร์ลูกโซ่นั้นก็จะคล้ายคลึงกับ เพื่อนสมาชิกต่าง ๆ ที่ได้พูดถึงแล้วก็ในปัจจุบันนี้เราจะสังเกตได้ว่ามันมี แอปพลิเคชัน (Application) มีสื่อต่าง ๆ มีโซเชียล (Social) ต่าง ๆ ที่เป็นเครื่องมือในการสร้างหนี้ นอกระบบ ในการสร้างแชร์ ในการทำอะไรต่ออะไรต่าง ๆ ได้มากมาย ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาล จะต้องสังคายนากฎหมายการปราบปรามการฉ้อโกงของพี่น้องประชาชน จะต้องจัดตั้ง กองบัญชาการปราบปรามขึ้นมาอย่างแท้จริง ทำหน้าที่ตรวจสอบแล้วก็ควบคุมให้อย่างชัดเจน ดังนั้นกระผมจึงได้เสนอญัตติดังกล่าวเพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ช่วยกันพิจารณา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาแชร์ลูกโซ่และ หนี้สินนอกระบบอย่างเป็นรูปธรรมตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ตามรายละเอียดที่ผมได้ชี้แจงข้างต้น ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปจะเป็นญัตติสุดท้ายนะครับ ญัตติเสนอด้วยวาจา เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกลครับ ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเป็นญัตติทำนองเดียวกันกับผู้เสนอก่อนหน้านี้นะครับ คือเรื่อง ปัญหาของหนี้นอกระบบที่พรรคก้าวไกลอยากให้รัฐบาลมีมาตรการทั้งระยะสั้นที่จะเร่งด่วน ในการที่จะปกป้องชีวิตของพี่น้องประชาชน แล้วก็มาตรการระยะยาวเพื่อป้องกันวงจรนี้ ให้ไม่กลับมาแล้วก็มีความรุนแรงแบบนี้ต่อไป ท่านประธานครับ ปัญหาหนี้นอกระบบของ ประเทศไทยตอนนี้รุนแรง ลุกลาม หยั่งลึก แล้วก็ทำลายชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ครอบครัวจำนวนมาก ชาวพิษณุโลกจำนวนมากเข้าสู่วงจรของหนี้นอกระบบมากขึ้นจาก สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคระบาดไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) สถานการณ์ วิกฤติพลังงานจากสงคราม และการบริหารประเทศที่ล้มเหลวของรัฐบาลทหาร และการ สืบทอดอำนาจ ส่งผลให้เกิดการฝืดเคืองทางเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างรุนแรงทำให้ ประชาชนจำนวนมากต้องกู้ยืมเงินเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว หรือใช้ลงทุนในการ ประกอบอาชีพ ท่านประธานครับ ธนาคารออมสินได้รับนโยบายจากรัฐบาลให้ช่วยแก้ไข ปัญหาหนี้นอกระบบ แต่ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ทั้งปีนี่นะครับ อนุมัติวงเงินไปเพียงแค่ ๗๐ ล้านบาท เท่านั้น แต่ท่านประธานทราบไหมว่าวงเงินที่สำรวจได้ตอนนี้ ซึ่งเป็นเพียงแค่ขั้นต่ำเท่านั้น ว่าประชาชนคนไทยนั้นเป็นหนี้นอกระบบอยู่ที่ ๘๕,๐๐๐ ล้านบาท ๗๐ ล้านบาท ที่ธนาคาร ออมสินปล่อยไปจะไปแก้ปัญหา ๘๕,๐๐๐ ล้านบาทได้อย่างไร ผมยังไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะมี ความหวังแม้แต่นิดเดียว นอกจากนั้นหนี้นอกระบบมันเกี่ยวพันกับระบบอำนาจนิยม เกี่ยวพันกับระบบอุปถัมภ์ และวงการมาเฟียที่อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งที่มีสีและไม่มีสีแบบที่ท่าน สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบ ต่อเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง และท่านประธานครับ ประชาชนทุกคนรู้ทั้งรู้ว่าหนี้ นอกระบบมันโหดร้ายขนาดไหน ส่วนใหญ่ก็จะไม่มีใครอยากเป็นหนี้นอกระบบหรอกครับ แต่ด้วยการกู้ยืมเงินในระบบมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและใช้เวลานานไม่ทันต่อความต้องการ เร่งด่วนที่พวกเขาจำเป็นที่จะต้องได้เงินมาเพื่อแก้ไขปัญหาชีวิตในวันพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้น เงื่อนไขในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินและข้อจำกัดต่าง ๆ นานาทำให้ประชาชน จำนวนมากเลือกที่จะเข้าไปสู่วงจรของหนี้นอกระบบ ท่านประธานครับ รัฐบาลตั้งแต่ คสช. จนถึงตอนนี้ก็มีความริเริ่มที่พอใช้ได้ก็คือมีการปรับปรุง พ.ร.บ. ห้ามเรียกเก็บดอกเบี้ยเกิน อัตราในปี ๒๕๖๐ แล้วก็มีการเพิ่มโทษให้กับเจ้าหนี้นอกระบบ แล้วตอนที่เริ่มต้นแคมเปญ (Campaign) นี้ก็มีความคึกคักพอใช้ได้ มีการรายงานออกมาว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ถึงปี ๒๕๖๔ จัดการเจ้าหนี้ไปได้ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ราย แต่พอเราไปดูจริง ๆ แล้วพอไปดูในสถานการณ์ ในปีนี้จัดการในปีนั้นได้ ๑๐,๐๐๐ ราย แต่ทำไมตอนนี้มันลุกลามขึ้นล่ะครับ เวลาตอนนี้ เดินไปตามตรอกซอกซอยต่าง ๆ เดินไปตามพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะบ้านของคนยากคนจน ชุมชนแออัด ป้ายรถเมล์ เสาไฟฟ้า ศาลาที่อยู่ริมทางมีแต่ป้าย มีแต่ใบปลิวของเจ้าหนี้ นอกระบบสินเชื่อด่วนทันใจ และนี่เองทำให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนนั้นอยู่ในความ เดือดร้อนเพราะว่ามาตรการของรัฐนั้นไม่ได้มีประสิทธิภาพและมีความต่อเนื่องตั้งแต่มี การปรับปรุง พ.ร.บ. เหล่านั้น เรื่องราวในจังหวัดพิษณุโลกมันมีเรื่องราวของแก๊ง เรื่องราว สะเทือนขวัญของแก๊งหมวกกันน็อก เรื่องราวของเจ้าหนี้เต็มไปหมด ผมคงไม่ใช้เวลาในการ อภิปรายมากหรือว่าไม่ต้องโชว์คลิป (Clip) แล้วเพราะผมว่าเรารู้กันหมดแล้ว แต่ตอนนี้ มันเป็นยุคดิจิทัล (Digital) ครับท่านประธาน ทำให้การเข้าสู่วงจรหนี้นอกระบบซึ่งเป็นปัญหา ที่มันเรื้อรังอยู่แล้ว ตอนนี้มันยิ่งเพิ่มช่องทางแล้วก็รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ และบางคนก็ไม่ได้ เต็มใจ แต่ถูกหลอกเพราะเป็นสินเชื่อที่นึกว่าเป็นทางการหรือว่ามันมีการรับรองที่อยู่ใน แอปพลิเคชั่น (Application) ดูในเว็บไซต์ (Website) ท่านประธานครับเพื่อให้สภาแห่งนี้ ได้รับทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้นในจังหวัดพิษณุโลก ปีนี้เลยผมยก ๒ เคส (Case) ให้ฟัง รายแรกกู้เงินจากเจ้าหนี้ ๑๐,๐๐๐ บาท ต้องเสียดอกเบี้ยไปเลยวันละ ๑๐๐ บาท โดยเอา ทะเบียนบ้านไปค้ำ พิมพ์ลายนิ้วมือเรียบร้อย แต่ปรากฏว่าผ่านไปในเวลาไม่กี่เดือนเงินต้น ๑๐,๐๐๐ บาท กลายเป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาท ต่อมาครับเจ้าบ้านกลับบ้านมา เจ้าหนี้เอาใบมา ปิดประกาศขายบ้านของเขาเรียบร้อยแล้วครับ เพราะว่าเอาทะเบียนบ้านไปเป็นตัวประกัน แล้วก็ตอนหลังพอการคุกคามมันรุนแรงขึ้น ปรากฏว่ามีการบุกเข้าไปทำลายบ้านครับ แล้วก็ ขนเอาทรัพย์สินอุปกรณ์ของใช้ต่าง ๆ เอามากองหน้าบ้านหมดเลยแล้วเป็นอย่างนี้หลาย ๆ บ้านในหมู่บ้านเดียวกัน ท่านประธานครับ รายที่ ๒ ไปกู้ยืมเงินต้น ๑๐๐,๐๐๐ บาท แล้วใช้ ที่ดินทำนองของการขายฝากไปเป็นหลักประกันค้ำไว้ ดอกเบี้ยรายเดือน ๆ ละ ๑๐,๐๐๐ บาท ส่งไม่ไหวครับรายเดือน เจ้าหนี้บอกว่าถ้าอย่างนั้นปรับดอกเบี้ยให้กลายเป็นรายวัน พอส่งไม่ไหวก็บอกถ้าอย่างนั้นส่งดอกเบี้ยรายวันไม่ไหวใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นบ้านที่เอามาค้ำไว้ จ่ายค่าเช่าบ้านมา สรุปตอนนี้ต้องเช่าบ้านตัวเองอยู่เดือนละ ๓,๐๐๐ บาท แล้วพอไม่ไหว เงินต้นจ่ายไม่ไหว ดอกเบี้ยจ่ายไม่ไหว ค่าเช่าบ้านจ่ายไม่ไหว ก็จำเป็นที่จะต้องให้โฉนดที่ดิน แล้วก็ยึดเอาไปเลย ท่านประธานทราบไหมว่าเจ้าหนี้แบบนี้มีโฉนดที่ดินเป็นปึก ๆ กลายเป็น เส้นทางทำมาหากินของผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นที่จะได้ที่ดินในราคาถูก ๆ โดยมีเจ้าหน้าที่ที่ดิน กลายเป็นทีมงานกลาย ๆ ไปด้วย โดยที่ไม่มีข้อสังเกตหรือไม่มีอะไรที่จะแจ้งความต่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ท่านประธาน รัฐบาลและหน่วยงานราชการก็รู้สถานการณ์นี้เป็นอย่างดี ดีเอสไอ (DSI) ก็รู้ ศูนย์ดำรงธรรมก็ได้ยินเรื่องพวกนี้มามากแล้วก็รับเรื่องจำนวนมาก แต่ทำไมล่ะครับ แก๊งเงินกู้จึงอยู่ทั่วไปได้อย่างเปิดเผย ลอยนวล เวลาจับก็จับเสียใหญ่โตเลย เวลาดำเนินการใด ๆ ก็ไม่มีเลย ในมาตรการเดียวกัน บางรายโดนจับ บางรายไม่โดนจับ ท่านประธานครับ ไม่ต้องอ้อมค้อมเลยครับ แก๊งเหล่านี้ต้องมีเส้นสายแน่นอนของทหาร ตำรวจ นักการเมือง ข้าราชการระดับสูงเป็นทั้งแบ็คอัพ (Backup) และบางคนก็เป็นหุ้นส่วน ในธุรกิจนี้ด้วยมาดูในส่วนของลูกหนี้ครับ รู้ทั้งรู้ว่าโหดแต่ปัจจัย ๒ อย่างที่พวกเขาต้องเข้าสู่ วงจรหนี้ก็คือเข้าไปในสินเชื่อของสถาบันการเงินไม่ได้ ติดเงื่อนไขหลายอย่าง และหลายคน ก็เป็นหนี้ที่ซ้ำซ้อนทำให้พวกเขานั้นไม่สามารถที่จะมีเครดิตในการกู้เงินได้ แน่นอนครับ มีหลายสาเหตุ อาจจะมีคนที่มีวินัยการเงินไม่ดี ทำธุรกิจล้มเหลว หรือว่ามีหลายสิ่งหลายอย่าง เกิดขึ้น แต่เราต้องอย่ามองว่าประชาชนนี่เป็นความรับผิดชอบของเขาอย่างเดียว ถ้าพวกเขา เกิดขึ้นมาในประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำขนาดนี้ แล้วเกิดมาในประเทศที่เข้าไม่ถึงแหล่ง เงินทุนหรือการประกอบการในยุคแบบนี้ล่ะครับ ในยุคของโควิด (COVID) ในยุคที่การ ท่องเที่ยวตกต่ำแบบนี้หลายคนเป็นเหยื่อและพวกเขาจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลมีแนวทางในการแก้หนี้นอกระบบแต่ประสิทธิภาพก็ยังไม่ดีนัก ผมยกตัวอย่างไปแล้วอย่างเช่นธนาคารออมสิน ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำไปได้แค่ ๗๐ ล้านบาท เท่านั้น แบบนี้จะไปช่วยประชาชนได้อย่างไร และท่านประธานทราบไหมว่าโครงการเปลี่ยน หนี้นอกระบบมาเป็นหนี้ในระบบจะต้องให้ลูกหนี้ไปเอาสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าหนี้ มาเป็นหลักฐานด้วย เขาแทบจะฆ่ากันตายอยู่แล้ว เจ้าหนี้น่ากลัวขนาดไหนต้องไปขอถ่าย เอกสารเขานะครับ นี่เงื่อนไขธนาคารออมสินนะ ฟังดูเมกเซนส์ (Make Sense) ไหมครับ ผมเป็นลูกหนี้ผมต้องไปขอสำเนาบัตรประชาชนเจ้าหนี้ที่ตามกระทืบผมอยู่ทุกวันนี้เพื่อไปขอ สินเชื่อจากธนาคารออมสิน มาตรการแบบนี้คนส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงจริง ๆ และเอาไปใช้งาน แบบนั้นไม่ได้ แนวทางไกลเกลี่ยประนอมหนี้ก็มีครับ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือ ทางกฎหมายแก่ประชาชน สคช. สายด่วน ๑๑๕๗ มีอนุกรรมการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ มีการช่วยฟื้นฟูเพื่อสร้างอาชีพโน่นนี่นั่นด้วยนะครับ แล้วก็มีหลายกระทรวงที่มีศูนย์รับแจ้ง เรื่องพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลัง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดในกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ กระทรวงยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่หน่วยงาน เหล่านี้ก็ทำงานแบบพาสซีฟ (Passive) ก็คือเมื่อมีเรื่องก็เข้าไปช่วย แล้วหลายครั้งมันช่วย ไม่ทันเพราะกระบวนการของราชการก็ช้ามาก เรื่องนี้เลยจำเป็นที่จะต้องมีมติ ครม. ต้องมี นโยบายหรือมีความมุ่งหวังของผู้นำประเทศว่าจะช่วยประชาชนจากปัญหานี้ได้อย่างไร แต่ถ้าบอกว่าปล่อยให้กลไกของราชการดำเนินการในการบริการประชาชนไปได้เรื่อย ๆ เราไม่เห็นความทุกข์ยากอยู่ทั่วทุกหัวระแหงตอนนี้ล่ะครับ เพราะฉะนั้นข้อเสนอของพรรค ก้าวไกลเราจึงมีเรื่องที่ต้องทำระยะสั้นก็คือมาตรการของรัฐไม่ว่าจะเป็นผ่านธนาคารออมสิน ไม่ว่าจะเป็นผ่านธนาคาร ธ.ก.ส. จะต้องทำให้เงื่อนไขในการเข้าสู่สินเชื่อง่ายที่สุด ผมเข้าใจว่า ลูกหนี้นอกระบบส่วนใหญ่เครดิตไม่ดี แต่ท่านประธานครับ อันนี้เรากำลังเอาชีวิตเขาเป็น เดิมพันอย่างไรครับ ถ้าเขาเครดิตไม่ดี แล้วเรายิ่งไม่เข้าไปช่วยเรื่องนี้เองก็จะทำให้ประชาชน จำนวนมากสูญเสียชีวิตแล้วกลายเป็นปัญหาสังคมที่ไม่รู้จบโดยเราลืมผู้ร้ายตัวจริงก็คือเจ้าหนี้ นอกระบบ เราไปมองว่าลูกหนี้นอกระบบเป็นภาระของประเทศ เครดิตไม่ดี ช่วยพวกเขาแล้ว ประเทศต้องเป็นภาระแต่เราลืมไปว่าคนทำผิดกฎหมายมันคือเจ้าหนี้นอกระบบ เพราะฉะนั้น เราต้องช่วยเหยื่อครับท่านประธาน แล้วก็ใช้กฎหมายบังคับเพื่อจะจัดการเจ้าหนี้นอกระบบ ผมเข้าใจผมก็มีบางคนที่เป็นเจ้าหนี้นอกระบบมาคุยกับผมว่าแล้วจะให้ทำอย่างไรก็พวกเขา เข้าไม่ถึงธนาคารก็ให้ช่วยกันตามมีน้ำใจ แล้วก็คิดดอกเบี้ยที่เป็นธรรมได้หรือเปล่า เรื่องพวกนี้ รัฐบาลจะต้องเป็นหัวโต๊ะในการเอาเจ้าหนี้นอกระบบเข้ามาสู่ในระบบ เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายไปแล้วว่าเรายอมรับความจริงเถอะว่าบางทีเราจำเป็นต้องมีแหล่งเงินทุนอื่น นอกจากธนาคารของรัฐ แต่ระบบแบบนี้รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องเป็นผู้นำในการที่จะเอา เจ้าหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นผู้ทำผิดกฎหมายเอาเข้ามาอยู่ในระบบแล้วก็ช่วยจัดการหนี้ให้กับ ลูกหนี้นอกระบบได้ ท่านประธานครับ ยังมีกฎหมายอีกหลายตัวที่เราจะต้องทำความป้องกัน ไม่ให้คนเข้าสู่วงจรของหนี้นอกระบบ ผมและพรรคก้าวไกลต้องแสดงความยินดีกับประชาชน ด้วยนะครับ แล้วก็ขอบคุณสภาแห่งนี้ที่เห็นชอบในวาระหนึ่งของ พ.ร.บ. ล้มละลายที่เสนอ โดย ส.ส.วรภพ วิริยะโรจน์ เพื่อเปิดช่องทางในการยื่นขอฟื้นฟูหนี้สินสำหรับลูกหนี้ที่เป็น บุคคลธรรมดาโดยให้สิทธิลูกหนี้ที่ตกอยู่ในภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวมีสิทธิในการยื่นขอฟื้นฟู กิจการได้โดยไม่จำกัดจำนวนหนี้ขั้นต่ำ อันนี้ล่ะหน้าที่ของสภานิติบัญญัติที่เราจะต้องออก กฎหมายเพื่อจะป้องกันไม่ให้ประชาชนเข้าสู่วงจรหนี้ แล้วก็ล้มละลาย แล้วก็กลายเป็น หนี้เสียหรือว่าเข้าสู่หนี้นอกระบบให้ได้มากขึ้น แล้วก็แก้ทั้งระบบโครงสร้างทางการเงิน ท่านประธานครับ แต่สิ่งที่เราต้องป้องกันคือหนี้ใหม่ ถ้าตอนนี้สภาของเรายังจัดสรร งบประมาณเพื่อดูแลประชาชนไม่ได้จนประชาชนยังจะต้องไปกู้เงินเพียงเพื่อแค่จะมาซื้อ ข้าวกิน กู้เงินเพียงเพราะจะมาจ่ายค่าเทอมของนักเรียนลูกของเขา กู้เงินเพียงแค่จะมาซื้อ รถเข็นขายลูกชิ้นปิ้งแสดงว่าประเทศเรามีปัญหาท่านประธาน เพราะปัจจัย ๔ ที่จะใช้ดำเนิน ชีวิตก็คืออาหารการกิน ที่อยู่อาศัย รัฐบาลกลับทำให้คนในประเทศยากจนจะต้องเข้าสู่ไปถึง หนี้นอกระบบ อันนี้ไม่ใช่ความผิดประชาชน อันนี้ผมโทษรัฐบาล และโทษสภาแห่งนี้ด้วย ที่แก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้ ถ้าเขาต้องกู้เงินดอกเบี้ยร้อยละ ๒๐ เพียงเพราะต้องไปซื้อ ชุดนักเรียน หรือจะไปซื้อชุดพละ ไปซื้อชุดลูกเสือ ไปซื้อหนังสือเรียนเพื่อจะให้นักเรียน ของเขาเข้าโรงเรียนได้ ความผิดเป็นของใครครับท่านประธาน ผมว่าความผิดเป็นของคนที่ บริหารประเทศนี้ ไม่ใช่ความผิดของประชาชนที่จัดการการเรียนฟรีไม่ได้ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นการที่เราจะต้องปรับปรุงสวัสดิการของรัฐทั้งหมด ทั้งระบบ ตั้งแต่ครรภ์มารดาจนถึงเชิงตะกอน เพื่อให้พื้นฐานหรือสวัสดิภาพของประชาชนนั้นไม่ต้อง ดิ้นรนอีกต่อไป แต่ใช้ภาษีของเขาเองนั่นล่ะลดเงินที่ไม่จำเป็นของโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล ออก ตัดออกพวกรถเบนซ์ (Benz) ทั้งหลายประจำตำแหน่ง ผมไปเปิดดูอธิบดีคนหนึ่งนะครับ ยื่นทรัพย์สิน ป.ป.ช. แค่ค่าประชุม ๑๙ ล้านบาทต่อปี มันเป็นประเทศอะไรที่ข้าราชการ ระดับสูงอยู่ในชีวิตที่ไม่ต้องพึ่งพาเงินทุนอะไรเลยแต่มีเงินจากประชาชนอุ้มชู บางคนก็มี เมียน้อยโดยภาษีประชาชนด้วย แต่ตอนนี้ประชาชนเป็นอย่างไรครับ แม้แต่ข้าวที่เขาจะกิน โรงเรียนของลูกที่เขาจะต้องให้ลูกไปเรียนได้ยังต้องไปกู้เงินมา นี่คือประเทศของความเหลื่อมล้ำ และเราโทษประชาชนเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นเรายังมีเรื่องที่ต้องทำอีกเยอะสินเชื่อขนาดจิ๋ว อย่างไมโคร (Micro) แล้วก็พิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) รัฐบาลมาถูกทางแล้วแต่ว่าวงเงิน มันไม่พอ แล้วเรายังมีการกระจุกตัวของสถาบันการเงินที่ทำให้ประชาชนเข้าไม่ถึง เพราะฉะนั้น ต้องคิดถึงโมเดล (Model) ใหม่ ๆ แล้ว เช่นธนาคารของจังหวัด เช่นการใช้กองทุนในระดับ ของหมู่บ้าน แล้วก็ตั้งขึ้นมาว่าเราจะทำอย่างไรให้มีไมโครไฟแนนซ์ (Micro Finance) หรือ พิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) ให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยที่ปราศจากเงื่อนไข หรือใช้การ ตรวจสอบที่ยืดหยุ่นมากที่สุด เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมคิดว่านักวิชาการ ในกระทรวงการคลัง หรือสภาพัฒน์ หรือใคร ๆ ก็รู้ว่าจะแก้หนี้นอกระบบทำอย่างไร แต่สิ่งต้องการตอนนี้คืออะไรครับ ความเจตจำนงที่แน่วแน่ของรัฐบาลที่เห็นหัวประชาชน ในการที่จะตั้งโต๊ะทำเรื่องนี้และทำให้จริงจัง เพราะฉะนั้นผมและเพื่อนสมาชิกทุกคนในพรรค ก้าวไกล รวมถึงผู้เสนอญัตติทุกคนขอส่งเสียงถึงรัฐบาลให้ชัดเจนและดัง ๆ ว่าท่านทำเรื่องนี้ ได้แล้ว เพราะพี่น้องประชาชนของเราอยู่ในความยากลำบากอย่างแสนเข็ญ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านผู้เสนอญัตติทั้งด้วยเอกสารและญัตติด่วนด้วยวาจาก็ได้นำเสนอแถลง เหตุผลกันครบทุกญัตติแล้วนะครับ รวมแล้วทั้งหมด ๘ ญัตติ ต่อไปก็คงจะเป็นการแสดง ความคิดเห็นร่วมอภิปรายของท่านสมาชิกจองกันมาเยอะเหลือเกินเรื่องนี้ ท่านแรกนะครับ ตอนแรกจะเป็นท่านสมหญิง ไม่ได้เห็นท่านสมหญิงอภิปรายมานานก็เลยต้องอดทนเพื่อจะ รอฟังท่านสมหญิงพูด แต่เห็นว่าท่านรังสรรค์มีธุระเร่งด่วน เชิญก่อนครับ ท่านรังสรรค์ครับ เดี๋ยวเครื่องบินกลับก่อนไปเชียงใหม่ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมเห็นด้วย กับญัตติแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ท่านประธานครับ เหตุแห่งความเป็นหนี้ที่บ้านผมจังหวัด ลำพูน ๗๐ ๘๐ เปอร์เซ็นต์บ้านผมประกอบอาชีพการเกษตร ตั้งแต่ป่าซางจนถึงอำเภอลี้ ปลูกมะม่วงและลำไย ตั้งแต่นายกประยุทธ์ จันทร์โอชา จนถึงท่านนายกประวิตร ราคาลำไย มะม่วง ตกต่ำมาโดยตลอด ไม่เชื่อไปถามเกษตรกรผู้ปลูกลำไยที่อำเภอป่าซาง ไปถามพี่น้อง เหล่ายาว ตำบลศรีเตี้ยที่บ้านโฮ่งบ้านผม ปลูกมะม่วงแล้วเหลือกิโลกรัมละ ๑ บาท อย่างนี้ การที่จะเอาเงินมาใช้หนี้ ธ.ก.ส. ไม่มีทางเป็นอันขาด🔗
ประเด็นที่ ๒ นโยบายทวงคืนผืนป่า ผมไปที่ตำบลแม่ลานอำเภอลี้ครับท่านประธาน ปี ๒๕๕๗ ท่านนายกประยุทธ์เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินยึดหมดครับ ที่ดินที่เขาปลูกลำไย มะม่วงมาตั้งแต่รุ่นของพ่อของพ่อ เขายึดหมด ตัดทิ้งหมด แล้วก็ไม่มีทางออกให้เขาว่าพอยึด ที่ดินเขาแล้วเขาจะทำมาหากินอย่างไร วันนี้เขายังต้องทวงคืนอยู่นะครับ เมื่อวานก็ประท้วงกันที่ เชียงใหม่🔗
ประเด็นที่ ๓ เรื่องแรงงานครับ ตกงานกันมากมายครับ ลูกหลานเรียนจบ ปริญญาตรีไม่มีงานทำ ถึงมีงานทำก็ไม่สามารถเลี้ยงชีพตัวเองได้ท่านประธานครับ ดังนั้น ประเด็นต่อไปก็ต้องมากู้หนี้ยืมสิน เกษตรกรต้องวิ่งไปที่อันดับแรกครับ ที่ ธ.ก.ส. แต่ปรากฏ ว่า ๘ ปีที่ผ่านมาส่งได้แต่ดอกเบี้ยจะกู้อีกก็ไม่มีที่ดินไปค้ำประกัน จะกู้ที่ไหนหันไปทางไหนไม่ได้ หันไปเห็นหมวกกันน็อกครับ ต้องไปกู้หนี้นอกระบบ เพราะว่าไม่ต้องมีใครมาค้ำประกัน ท่านประธานครับ ดังนั้นเมื่อมันกู้ง่ายอย่างนี้ก็กูออกมาหวังว่าไปซื้อปุ๋ยซื้อยาพ่นลำไย พ่นมะม่วงแล้วจะขายได้ ปีนี้มะม่วงเหลือ ๑ บาทต่อกิโลกรัม ลำไยเหลือ ๔ บาท ๕ บาท ต่อกิโลกรัม ไม่มีเงินไปใช้หนี้หมวกกันน็อกครับ ดังนั้นต้องไปยืมรายที่ ๒ ไปใช้หมวกกันน็อก รายที่ ๑ ไปยืมหมวกกันน็อกรายที่ ๓ มาใช้หนี้หมวกกันน็อกรายที่ ๒ สุดท้ายท่านประธาน ครับไม่สามารถใช้หนี้ได้ ต้องหนี บทสรุปคือต้องหนีหนี้ หนีจากลูก หนีจากเมีย หนีจาก ครอบครัวครับ จนสุดท้ายทนไม่ไหวชวนลูกชวนเมียไปฆ่าตัวตาย ท่านประธานเคยเห็น คนแขวนคอตายใช่ไหมครับ ท่านเคยเห็นคนยิงตัวตายท่านก็เห็นไหมครับ พี่น้องบ้านผมนี่ เอามีดปักอกตัวเองและนอนตายอยู่เพราะว่าหนี้สิน ท่านประธานครับไม่เชื่อท่านไปดูข่าว ประชาสัมพันธ์ของกรมสุขภาพจิต เขาบอกไว้เลยบอกว่าหนี้สินคือปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการ ฆ่าตัวตายของเกษตรกรเป็นสำคัญไม่เชื่อท่านดู ผมมีหนังสือของอำเภอบ้านโฮ่ง ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
อำเภอบ้านโฮ่งออกหนังสือเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๕ เรื่องการให้ความช่วยเหลือเฝ้าระวังประชาชนกลุ่มเปราะบางที่เสี่ยงต่อการ ฆ่าตัวตายครับ ออกเป็นหนังสือเวียนถึงเทศบาลถึง อบต. ทุกที่ให้เฝ้าระวัง ดังนั้นความผิด ครั้งนี้เป็นความผิดของรัฐบาล ผมจึงมีคำถามว่าจะมีใครรับผิดชอบเรื่องนี้ จะมีใครมาทวง ความยุติธรรมให้คนที่เขาตายไปแล้วเพราะว่าเรื่องปัญหาหนี้สิน ท่านประธานครับ คนที่ รับผิดชอบของชีวิตของคนลำพูนบ้านผมคือรัฐบาลของท่านนายกประยุทธ์ จันทร์โอชา จนถึง ท่านประวิตร วงษ์สุวรรณ วันนี้รัฐบาลเป็นหนี้ชีวิตของคนลำพูนทั้งหมดขอให้ท่านประธาน ให้ความยุติธรรมกับคนลำพูนที่ต้องเป็นหนี้เป็นสินและต้องฆ่าตัวตายเพราะความไร้ ประสิทธิภาพของรัฐบาลที่ทำให้เกิดหนี้นอกระบบ ที่ทำให้เกิดหนี้จนพี่น้องชาวบ้านเกษตรกร บ้านผมไม่มีทางออกถึงขนาดต้องชวนกันไปฆ่าตัวตาย สิ่งนี้รัฐบาลท่านนายกประวิตรที่กำลัง บริหารอยู่ในขณะนี้ต้องรับผิดชอบและต้องมีคำตอบให้กับประชาชนคนลำพูนบ้านผมครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปตามด้วยคุณสมหญิง บัวบุตร และท่านคารม พลพรกลาง สลับข้างนิดหนึ่ง🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสมหญิง บัวบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ไม่มีใครที่อยากเป็นหนี้ ไม่มีใครอยากกู้เงินเพื่อให้ตัวเองเป็นหนี้ แต่เนื่องจากว่าความล้มเหลวของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจทำให้การเป็นหนี้ขยายขอบเขต ไปทุกที่ ทุกถนนหนทาง ดิฉันอยากพูดเรื่องหนี้นอกระบบนะคะ กรณีที่กู้เงินนอกระบบ ๒๐,๐๐๐ บาท ทำให้เป็นหนี้ถึง ๒๐๐,๐๐๐ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ดิฉันขอยกตัวอย่าง กรณีกู้ ๒๐,๐๐๐ บาท ในรอบแรกเขาจะมีสมุดให้เล่มเล็ก ๆ แบบนี้ เขาคิดค่าสมุด ๕๐๐ บาท ค่านายหน้าผู้ติดต่ออีก ๕๐๐ บาท แล้วเขาก็จะหักในการส่งงวดแรก วันแรกอีก ถ้า ๒๐,๐๐๐ บาทก็วันละ ๑,๐๐๐ บาท ท่านประธานคะ คนที่จะไปกู้รู้แล้วว่าร้อยละ ๒๐ ต้องส่งวันละ ๑,๐๐๐ บาท แต่ทำไมต้องกู้ ที่ต้องกู้เพราะว่า ๑. ไม่มีจะกิน ตกงาน เกิดอุบัติเหตุ คนใน ครอบครัวเจ็บป่วย ที่สำคัญลูกเรียนออนไลน์ (Online) ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีค่าเน็ต (Net) จำเป็นต้องดิ้นรนเพื่อจะมาใช้ในความจำเป็นของครอบครัว ท่านประธานคะ การเป็นหนี้ ไม่จบเพียงแค่นั้น หนี้มี ๒ แบบ แบบที่ ๑ คือตัวเองกู้ แบบที่ ๒ คือหนี้จากการค้ำประกันเพื่อน นี่เป็นเรื่องที่น่าเจ็บใจ บางคนเป็นหนี้เพราะค้ำประกันเพราะว่าคนกู้หนีไปแล้ว อย่างจังหวัด อำนาจเจริญดิฉันเองเป็นรองประธานกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ คนที่หนึ่ง ได้รับปัญหาเรื่องความเดือดร้อนในเรื่องหนี้สินมาโดยตลอดแล้วก็ลงพื้นที่ไปหลายจังหวัด ทุกภาค ไม่ว่าภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสานลงไปหมด ได้รับการร้องเรียนมาตลอด ปัญหา ที่เกิดขึ้นเมื่อผู้กู้ไม่อยู่แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีปัญหา ผู้กู้ไม่อยู่ครอบครัวเดือดร้อน ผู้ค้ำประกัน เดือดร้อน มีรายหนึ่งที่จังหวัดอำนาจเจริญ อำเภอหัวตะพาน แม่เป็นแม่ชี น้องชายเป็นพระ เป็นเจ้าอาวาสวัด คนที่ตามเงินรายวันนี้ตามไปบุกแม่ชี พระไม่ได้อยู่ดีเลยท่านประธาน นี่เป็นเรื่องปัญหาความเดือดร้อน ดิฉันเองต้องร้องไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านผู้การและทหารลงไปทำการจับกุม ๓ ครั้ง เพื่อมาพูดคุยกันให้ตกลงประนีประนอมกัน จริงอยู่การที่ตกลงมันก็ได้แค่ไม่กี่วัน หนี้ก็ยังไม่ สูญหายไปไหน เผลอแป๊บเดียวก็ไปอาละวาดทุบทำลายข้าวของอย่างที่เห็นในภาพ อย่างที่ได้ พูดกันนะคะ ดิฉันอยากเสนอว่าการที่รัฐบาลมีความจริงใจที่แก้ปัญหาไม่ต้องพึ่งตำรวจเพราะ ตำรวจก็กู้เหมือนกันกับเรานี่ล่ะ จริง ๆ เป็นเรื่องจริง ภรรยาตำรวจก็เป็นหนี้รายวันเยอะแยะ ก็ยังช่วยภรรยาไม่ได้ ดิฉันเห็นอยากเสนอแนวทางอันหนึ่งนะคะ เรามีกองทุนเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งเป็นเงินของกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้ประชาชนได้หยิบยืมมาใช้ ฉะนั้นในเรื่องนี้น่าจะ ผนวกกันเรื่องนี้ได้ อย่างจังหวัดอำนาจเจริญดิฉันทำการประสานกับธนาคาร ต้องขอบคุณ ธนาคาร ธ.ก.ส. และธนาคารออมสินเขาให้ความเอาใจใส่ ซึ่งเป็นโครงการเงินทุนหมุนเวียน แก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบแต่มันไม่ใช่ว่าจะเข้าได้ทุกคน บางธนาคารไม่ยอมทำ อย่างจังหวัด ใกล้เคียงไม่ทำให้พี่น้องประชาชนเลยทั้งที่มีช่องว่าง มีโอกาส บางคนติดเครดิตบูโรเพราะ ค้ำประกัน อันนี้ก็กู้ไม่ได้ ซึ่งเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับทั้งครอบครัวไม่ใช่คนกู้คนเดียว โครงการที่ดิฉันว่านี้กองทุนเศรษฐกิจชุมชน ถ้าเราใช้กองทุนนี้ทำกรณีให้ผู้มีปัญหาความเดือดร้อน ในเรื่องเงินนอกระบบโดยการไปลงบันทึกประจำวัน ไม่ใช่แจ้งความท่านประธาน ลงบันทึก ประจำวันแล้วไปยื่นต่อศูนย์ดำรงธรรม ศูนย์ดำรงธรรมก็จะทำหนังสือไปถึงหน่วยงานธนาคาร หรือ อบต. ที่เป็นผู้ดูแลกองทุนเศรษฐกิจชุมชน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้แก้ปัญหา บางครั้ง เงินไม่ได้มากมาย วิธีการยืมเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ส่งไป ๗ วันยืมใหม่ก็ล้างไพ่ใหม่ เสียดอกเบี้ย ๒,๐๐๐ เริ่มต้นใหม่เสียค่าสมุด เสียค่านายหน้าอีก มันทำให้เขามียอดเงินเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ทุกคนอยู่ข้างเคียง คนที่มาเก็บหนี้รายวันเขาจะมาเก็บช่วงประมาณบ่ายสอง บางครั้งยังไม่ ทำอะไรเลยค้าขายไม่ได้ เนื่องจากว่าเศรษฐกิจย่ำแย่ บะหมี่ขึ้นราคา มันทำอะไรไม่ได้เลย บางครั้งเจอฝนตก พี่น้องไม่มีส่งก็ไปหยิบยืมข้างบ้านจนทะเลาะกันไปหมดแถวนั้น ละแวกนั้น ฉะนั้นดิฉันอยากให้รัฐบาลได้เอาใจใส่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมันหนักกว่า เรื่องอื่น ๆ ถ้าพี่น้องไม่มีเงินไม่มีที่จะกิน ปัญหาก็จะตามมา ดิฉันอยากเรียนให้ท่านประธาน ทราบว่าถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลดิฉันมั่นใจว่าหนี้นอกระบบต้องหมดไป เพราะว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายส่งเสริมอาชีพ ส่งเสริมรายได้ให้พี่น้องประชาชนลืมตาอ้าปากค่ะ ดิฉันมั่นใจค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคารม พลพรกลาง ตามด้วยท่านสุเทพ อู่อ้น นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ คนจังหวัดร้อยเอ็ดครับ ต่อญัตติเรื่องปัญหาหนี้นอกระบบและแชร์ลูกโซ่ ก็ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าอยากจะขอมีส่วนร่วมที่จะสนับสนุนญัตตินี้ เนื่องจากถือว่าเป็นประโยชน์ จะใช้เวลาของสภาให้เป็นประโยชน์อย่างคุ้มค่า🔗
ประเด็นแรก ในฐานะที่เคยทำงานกฎหมายมา ๓๐ กว่าปี เรื่องนี้มันมีหลาย แง่หลายมุมที่เราจะต้องเข้าช่วยกันแก้ไข อย่างผมอยู่ในอำเภอสุวรรณภูมิ อำเภอโพนทราย อำเภอเมือง คือเขต ๖ ไม่เคยปรากฏการณ์จะมีการปล่อยหนี้นอกระบบโดยหมวกกันน็อก เข้ามาที่หมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านเลย แต่ปัจจุบันนี้มีเป็นเรื่องที่น่าคิดมาก แล้วก็ไม่ต้องไปซ้ำ ประเด็นกับท่านอื่นหรอกครับ คือดอกเบี้ยที่คิดจากพวกหมวกกันน็อกมันมากมายมหาศาล ๒๐ บาทขึ้นเขาส่งไม่ได้หรอกครับ แต่ปัญหาที่มันเกิดขึ้นก็คือว่ารัฐบาลขาดความเอาใจใส่ ที่จริงจังในการแก้ปัญหา หลายท่านบอกแล้วว่าหนี้ในลักษณะนอกระบบนี้ประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ปัญหาต้นเหง้าจริง ๆ ของการเป็นหนี้นอกระบบคือความยากจน คือรัฐบาลใช้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ไม่สัมฤทธิ์ผล ใช้ธนาคารออมสินไม่สัมฤทธิ์ผลในการให้ เขามีงานมีรายได้ไม่ได้ ยกตัวอย่างอย่างอำเภอสุวรรณภูมิส่วนใหญ่หนี้จะเป็นแบบนี้ครับ ในจังหวัดร้อยเอ็ดหรือในต่างจังหวัดหลาย ๆ จังหวัดอาจจะคล้ายกันก็คือ การเอาโฉนด ไปจำนำโดยที่ไม่ได้จดทะเบียน หรือถ้าจดทะเบียนขายฝากก็คิดดอกเบี้ยซ้อนเข้าไป สุดท้าย ที่ดินของชาวบ้าน อย่างเขตบ้านผมนี่จะหายไปเรื่อย ๆ ครับ ชาวบ้านก็ไปเช่านาคนที่เป็น นายทุนเงินกู้ ไม่อยากบอกว่าคนจีนหรือคนอะไรแล้วแต่ แต่เป็นอย่างนั้น เป็นคนในเมืองครับ นี่ลักษณะหนึ่ง ลักษณะที่ ๒ ความเสียหายที่เกิดจากหนี้ระบบอย่างหนึ่งก็คือ ทุกวันนี้เวลาเขาซื้อรถไฟแนนซ์ (Finance) นี่นะครับ ไฟแนนซ์ (Finance) มือ ๒ เป็นไฟแนนซ์ (Finance) ที่เถื่อนเยอะมาก แล้วคิดดอกเบี้ยเยอะมาก แล้วพอคิดดอกเบี้ยเยอะ พ่อแม่ที่ไม่ค่อยจะรู้ไม่เข้าใจ ก็คือบางทีก็ไป ช่วยทำสัญญาแทนลูกบ้างเพราะมีโฉนดแล้วเขาก็รับ สุดท้ายพอจ่ายไม่ไหวก็คิดดอกเบี้ย พอยึดรถเสร็จ ค่าขาดประโยชน์อายุความ ๑๐ ปี ตามยึดที่ดิน ยึดบ้านครับ แล้วลักษณะการ บังคับคดีทุกวันนี้สามารถบังคับคดีในที่ดินได้ ไม่ต้องเอาเป็นที่ดินล่ะครับ หลายคนที่ที่ดิน หายไปโดยไม่รู้ว่าที่ดินตัวเองถูกยึดไปแล้ว อันนี้เป็นหนี้ที่ดูเหมือนอยู่ในระบบ แต่จริง ๆ คือ หนี้นอกระบบ นายทุนเงินกู้พวกนี้ล่ะครับที่ต้องเอาจริงเอาจัง อยากกราบเรียนท่านประธาน ว่าอยากกราบเรียนไปถึงคนที่ปล่อยเงินกู้คือคดีกูยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน มีความผิดฐานฟอกเงิน เป็นความผิดมูลฐาน ถ้าผมเป็นเจ้าหน้าที่ ผมเป็นรัฐบาล เรื่องนี้ผม จะต้องจริงจังครับ ข้าราชการหลายคนในบ้านผมเป็นครูติดลักษณะนี้เยอะมาก ผู้ใหญ่บ้าน บางคนก็โดนหนี้นอกระบบลักษณะนี้ มันเป็นการเอาเปรียบ แล้วก็ท่านจะเห็นนะครับยุคหนึ่ง อำเภอผม นายทุนปล่อยเงินกู้ถูกยึดทรัพย์เกือบร้อยล้าน ก็หากินจากประชาชนจน ๆ นี่ล่ะ ปล่อยเงินกู้โดยระบบไฟแนนซ์ (Finance) บ้าง เอารถมา เอาบ้านมาจำนำ อันนี้รัฐบาลต้อง จริงจัง จริงใจในการแก้ปัญหาไม่อย่างนั้นสังคมบ้านนอกเรา ท่านประธานอยู่นครพนมก็มี แน่นอน ร้อยเอ็ดเยอะมากครับ ที่ผมอยากจะกราบเรียนในเวลาที่ให้มานี่ก็คือว่าการแก้ปัญหา หนี้นอกระบบไม่ยากหรอกครับ ใช้ระบบผ่านสถาบันการเงินคือธนาคารออมสินกับธนาคาร ธ.ก.ส. ท่านต้องมีดาต้าเบส (Database) มีฐานข้อมูล ทำไมจะทำไม่ได้ครับ ผ่านผู้ว่า ผู้ว่านั่งทำ อะไรอยู่ เอาข้อมูลที่คนเป็นหนี้นอกระบบเรามาจัดระบบ อย่างการปลอดดอกเบี้ยในวงเงิน ๑ ล้านบาท ๓ ปี เหมือนที่มีสมาชิกบางท่านพูด แล้วก็เงินต้น ๑ ล้านบาท หยุดไว้ก่อน พักไว้ก่อน อย่างนี้ โครงการอย่างนี้ถ้าทำแล้วตั้งใจแก้ปัญหาจะดีขึ้น ก็เรียนในเวลาที่ท่านประธาน ได้ให้นะครับ และเผื่อท่านสมาชิกท่านอื่นอยากจะเรียนว่ารัฐบาลมีหน้าที่ต้องทำให้ประชาชน อยู่ได้ ถ้าประชาชนเขาอยู่ไม่ได้ต้องโทษรัฐบาล ทุกรัฐบาลไม่จำเพาะรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง ถ้าประชาชนเขาอยู่ดีกินดี ข้าราชการก็มีเงินเดือน รัฐบาลก็อยู่ได้ อันนี้เป็นหลักที่สำคัญ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนว่าญัตตินี้เป็นญัตติที่มีประโยชน์ ก็ขอสนับสนุนในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗
-๑๑๖/๑🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุเทพ อู่อ้น ตามด้วยท่านมนพร เจริญศรี และท่านวิรัช พันธุมะผล นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เครือข่าย แรงงาน คนใช้แรงงาน จากข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นได้ชัดเจนนะครับ ในไตรมาส ที่ ๑ ปี ๒๕๖๕ หนี้ครัวเรือน ๔๐.๖๔ ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นในระบบการกู้ธนาคาร พาณิชย์ สถาบันการเงิน สหกรณ์ และโรงรับจำนำอะไรต่าง ๆ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าหนี้ในระบบ เหล่านั้นที่เกิดขึ้นทำให้พี่น้องหลายคน ประชาชนผู้ใช้แรงงานไม่สามารถเข้าถึงได้ จึงจำเป็นต้อง หาเงินหนี้นอกระบบ กู้อาบัง อาเจ๊ อาเฮียและเจ้าพ่อต่าง ๆ ตามที่หลายท่านได้มีการพูดถึง ไปแล้ว เพราะอะไรครับ ประชาชนอย่างนั้น คนแรงงานอย่างเรา บ้านเช่า ข้าวซื้อ รถผ่อน ลูกเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในพี่น้องแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบ ไม่ว่าจะเป็น คนทำงานในโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานในออฟฟิศ สำนักงาน ชาวไร่ ชาวนา เกษตรกร อาชีพอิสระ มอเตอร์ไซค์วิน แท็กซี่ พ่อค้าแม่ขาย หาบเร่แผงลอย คนทำงานกลางคืน นักดนตรี นักแสดง พนักงานเสิร์ฟ (Serve) อาหาร รวมกันทั้งเจ้าของกิจการผับบาร์ ร้านนวดสปา หมอนวด หรืออาชีพขายบริการ คนทำงานออนไลน์ (Online) แพล็ตฟอร์ม (Platform) รวมกันทั้งข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างเหมาช่วงเหมาบริการของภาครัฐ อัตราจ้างต่าง ๆ เขาเหล่านั้นเกิดภาระการที่มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทำอย่างไรได้ครับ ต้องหาที่อยู่ มีเช่าบ้าน ผ่อนบ้าน ถ้าไม่มีบ้านให้ลูกอยู่ ครอบครัวอยู่ ทำอย่างไรครับ สำคัญยิ่งกว่านั้น ลูกเรียน แล้วไม่มีเรียนฟรีก็ต้องไปหาเงินเพิ่มเติมจากรายได้ที่ไม่เพียงพอ คุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยายจะปล่อยให้อดอยากหรือครับ ก็จะต้องหาเงินมาเลี้ยงดู ก็จะต้อง หาเงินจากนอกระบบ พอกู้เข้าไปดอกเบี้ยสูง เงินรายได้ที่ไม่เพียงพอที่จะใช้หนี้ก็โดนติดตาม ทวงอย่างโหดตามที่หลายท่านได้นำเสนอให้กับท่านประธานได้รับทราบ ดังนั้นการที่จะแก้ไข ปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบชัดเจนครับ เราจะต้องมาดูว่าการขาดรายได้ที่ไม่เพียงพอจะทำ อย่างไร ผมบอกไปแล้วนะครับ ภาระของคนทำงาน ลูกเรียน พ่อแม่ก็เลี้ยงดู เราก็จะต้องมาดีไซน์ (Design) นำเงินภาษีของประชาชนมาจัดเรื่องของระบบรัฐสวัสดิการ นั่นหมายความว่าเกิดขึ้นมาแรกเกิดถึง ๖ ขวบ จะต้องได้รับการดูแลอย่างทั่วหน้า ก็ลดรายจ่ายของครอบครัวลงเพื่อที่จะได้ดูแล เรียนต้องเรียนฟรีจริง ๆ ตั้งแต่อายุ ๗ ขวบถึง อายุ ๒๒ นั่นก็หมายความว่ารายจ่ายส่วนนี้รัฐบาลก็จะต้องเป็นผู้ดูแล แล้วตั้งแต่อายุ ๒๒ ยาวไปถึงอายุ ๖๐ ทำงานมีรายได้เพียงพอยังชีพเสียภาษี เงินภาษีเหล่านั้นมาจัดระบบ รัฐสวัสดิการ บั้นปลายชีวิตเมื่ออายุ ๖๐ ได้รับการดูแลจากภาครัฐด้วยเม็ดเงินที่สูงกว่า เส้นขีดค่าความยากจนมีอาหารทาน ๓ มื้อ ดังนั้นถ้ามีระบบรัฐสวัสดิการสิ่งเหล่านี้ก็จะเป็น ตัวหนึ่งที่ลดภาระค่าใช้จ่าย ผมเองเป็นคนทำงานมาเห็นได้ชัดเจนว่าเราไม่สามารถที่จะเอา รายได้จากการทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยทำโอเวอร์ไทม์ (Overtime) ที่จะมาจ่ายอย่างที่ บอกไปแล้ว บ้านเช่า ข้าวซื้อ รถผ่อน ลูกเรียน พ่อแม่เลี้ยงดู ก็ต้องไปหาเงินกู้นอกระบบ ซึ่งดอกมหาโหด ดังนั้นหลายคนบอกว่าถ้ามีระบบรัฐสวัสดิการจะทำให้ขี้เกียจ เรื่องนี้ มุมกลับกันเลย ถ้าประชาชนได้ระบบการดูแลอย่างดีอย่างนี้แล้วจะทำให้มีความจงรักภักดี ต่อประเทศชาติ ช่วยกันทำงานและเสียภาษี และนำเงินภาษีเหล่านั้นมาบริหารจัดการ ไม่ใช่ ที่ผ่านมาหลายท่านพูดไปแล้วนำเงินเหล่านี้ไปใช้ในส่วนไหนของประเทศไทย ไปซื้อรถถัง ไปซื้อเรือดำน้ำ แล้วถามว่าประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้เป็นบุคลากรที่เราจะต้อง ดูแลให้เขาเหล่านั้นมีความมั่นคงสร้างอาชีพเพื่อดูแลครอบครัวต่อไป ก็ฝากเรียน ท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมนพร เจริญศรี ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ปัญหา หนี้นอกระบบเป็นปัญหาบนความสิ้นหวังของคนรากหญ้า ของคนยากคนจนซึ่งเป็นคน ส่วนใหญ่ของประเทศค่ะ ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๑ ค่ะ🔗
ปัญหาหนี้นอกระบบจะเป็นปัญหาที่ นำไปสู่อันตรายของชีวิตและทรัพย์สินของลูกหนี้ เนื่องจากว่าลูกหนี้ก็จะถูกเจ้าหนี้ทวงหนี้ โดยใช้ความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการข่มขู่ การทำร้ายร่างกาย หรือว่าการทำลายทรัพย์สิน ท่านประธานคะ มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจเป็นงานวิจัยที่ได้ ศึกษาถึงสถานการณ์นอกระบบที่ใช้ข้อมูลของครัวเรือนพบว่าสาเหตุของการกู้ยืมเงินมีความ จำเป็นและสาเหตุ ๔ กลุ่มดังนี้ กลุ่มแรกเป็นการกู้เพื่อลงทุนเพื่อประกอบวิชาชีพ กลุ่มที่ ๒ เป็นการกู้เพื่อใช้ในสิ่งที่จำเป็นว่าเป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ค่ารักษาพยาบาล กลุ่มที่ ๓ เป็นการใช้หนี้เก่าคืนไม่ว่าจะเป็นหนี้ในระบบหรือว่าหนี้นอกระบบ กลุ่มที่ ๔ เป็นการกู้เงินมา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดไม่ว่าจะค่าโทรศัพท์มือถือหรือค่าอินเทอร์เน็ต (Internet) ท่านประธานคะ มาดูช่วงอายุสไลด์ (Slide) ที่ ๓ จะเห็นว่าช่วงอายุที่กู้เงินนอกระบบก็จะเป็น ช่วงอายุราว ๕๐ ๕๕ ถึง ๖๐ ปี ดูในชาร์ต (Chart) นะคะ ซึ่งจะมีจำนวนมากกว่าช่วงอายุ อื่น ๆ เป็นที่น่าสังเกตว่าสไลด์ (Slide) ที่ ๔ ก็แสดงว่าคนไทยไร้ที่พึ่งเพราะว่าประเทศชาติ หรือว่ารัฐบาลบริหารประเทศไม่เป็น ทำให้สร้างภาระหนี้สินให้กับคนไทยมากมายมหาศาล ประชาชนไร้ที่พึ่ง ทำให้พี่น้องประชาชนต้องกู้เงินนอกระบบ เมื่อมาดูสถิติ จากตารางสถิติ สำรวจออกมาพบว่ามีผู้ตอบแบบสำรวจว่าเจ้าหนี้ส่วนมากกลับกลายเป็นว่าเป็นนายทุนที่มา จากนอกพื้นที่ แก๊งหมวกกันน็อก แล้วนายทุนพวกนี้เอาเงินมาจากไหนคะ หรือว่ามีกลุ่ม พวกที่มีสีอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า หรือพวกแก๊งหมวกกันน็อกพวกนี้ถึงมีเต็มบ้านเต็มเมือง แบบนี้ค่ะ จากสถิติสไลด์ (Slide) ที่ ๖ สไลด์ (Slide) ที่ ๗ ของหนี้นอกระบบก็จะพบว่าผู้มี รายได้ประมาณ ๕,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท จะมีสัดส่วนการกู้เงินที่สูงที่สุด นั่นก็แสดงว่าเม็ดเงิน เพียงน้อยนิดน่าจะเป็นเม็ดเงินที่ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพของพี่น้องประชาชนภายในครัวเรือน แต่พอหันกลับมาดูอาชีพที่เป็นนอกระบบมากที่สุดกลับกลายเป็นว่าอาชีพค้าขายค่ะ เพราะกลุ่ม อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ต้องใช้เงินหมุนเวียนในแต่ละวันจากการเป็นหนี้นอกระบบเหล่านี้ หลายราย ต้องเผชิญกับความกดดัน ดอกเบี้ยแพง แล้วก็การทวงหนี้ที่มหาโหด ท่านประธานคะ เพราะฉะนั้นการกู้เงินนอกระบบจึงเป็นความหวังสุดท้ายแถมเป็นการซ้ำเติมการดำรงชีพ ของพี่น้องประชาชน เรามาดูภาพข่าวกันค่ะ🔗
ภาพข่าวแรกก็จะเห็นภาพข่าวของแก๊ง แอป (App) เงินกู้ทวงหนี้โหด ลั่นไม่กลัวตำรวจ น่าสลดใจไหมคะเพราะทุกวันนี้คนทำผิด ไม่ต้องเกรงกลัวอะไร แล้วตำรวจก็ไม่สามารถปกป้องพี่น้องประชาชนตาดำ ๆ ได้ พี่น้อง ประชาชนคนไทยจะฝากชีวิตและทรัพย์สินไว้อย่างไร สไลด์ (Slide) ต่อไปค่ะ แก๊งเงินกู้โหด บุกทวงหนี้แล้วไม่เจอก็ปรากฏว่าลงมือทำลายข้าวของ ข่มขู่อุ้มซ้ำจนเจ้าของบ้านผวาหนัก ต้องอุ้มเด็ก ๔ ขวบหนีออกไป จากสไลด์ (Slide) หนึ่ง เป็นแก๊งทวงหนี้ที่จังหวัดอุบลราชธานี ไล่ยิงลูกหนี้กลางถนนกลางวันแสก ๆ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลล้มเหลวแล้วก็กฎหมายอ่อนแอ ผู้มีอำนาจไม่ได้สนใจผู้ใต้ปกครองของตนเองมุ่งแต่การกอดและรักษาอำนาจไว้ ที่จังหวัด อุบลราชธานีนี้ล่ะคะ ที่กลุ่มวัยรุ่นลากปืนอาวุธสงครามเอามากราดยิงกันกลางเมืองนะคะ จะเห็นว่าเงินกู้นอกระบบที่มีผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรงแล้วก็สมาชิกหลายท่านได้ อภิปรายว่าประเทศไทยวันนี้มีอัตราการฆ่าตัวตายที่สูงที่สุดอันดับ ๑ ของอาเซียน (ASEAN) ท่านประธานคะ เรามาดูอัตราการฆ่าตัวตายจากกราฟที่ไต่ขึ้นปรากฏว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของ การฆ่าตัวตายมาจากปัญหาเรื่องของเงิน คนเราไม่มีเงินก็ไม่มีเงินที่จะซื้อข้าวกินเพราะว่า พี่น้องตาดำ ๆ ไม่ได้อยู่บ้านฟรี ไม่ได้ใช้ไฟฟรี ไม่ได้ใช้รถฟรี ท่านประธานคะ ปัญหาทั้งหมด ทั้งมวลที่ดิฉันได้นำเสนอและอภิปรายมันเป็นปัญหาใหญ่ ดิฉันอยากจะให้การอภิปรายวันนี้ ได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเพราะว่านับวันปัญหาของหนี้นอกระบบได้ทะลุเพดาน ขึ้นกลายเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในอันดับต้น ๆ เพราะว่าการกู้เงินนอกระบบ ภายใต้รัฐบาลที่ล้มเหลวแต่ประชาชนล้มตายค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิรัช พันธุมะผล ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ผมเรียนว่า จากการสรุปของธนาคารแห่งประเทศไทย หนี้ครัวเรือนไทยจะเป็นลูกระเบิดที่ใหญ่มากทาง เศรษฐกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้สรุปว่า พ.ศ. ๒๕๖๔ เรามีหนี้ของประชาชน ๑๔.๓๔ ล้านล้านบาท เท่ากับ ๘๖.๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ซึ่งมี ๑๖.๒ ล้านล้านบาท กลุ่มลูกหนี้ มากที่สุดคือกลุ่มวัยรุ่นเริ่มทำงานอายุ ๒๕-๓๕ ปี เพราะต้องซื้อเครื่องอุปโภคบริโภค โทรศัพท์ และใช้จ่ายทางบัตรเครดิตซึ่งใช้จ่ายอย่างมากมาย เพราะมีการเสนอโครงการต่าง ๆ ตลอดเวลา แม้แต่อายุ ๖๐-๖๙ ปี ยังมีหนี้เฉลี่ยคนละ ๔๕๐,๐๐๐ บาท นี่คือปัญหาของสินเชื่อนำสู่ พอต้องการทำสินเชื่อมากขึ้นก็นำสู่ปัญหาหนี้นอกระบบเพราะกู้จากสถาบันการเงิน ตามกฎหมายไม่ได้ รัฐบาลมีกฎหมายต่าง ๆ เช่น ประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติ กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และพระราชบัญญัติการทวงหนี้มากมาย แต่การบังคับ ตามกฎหมายขัดประสิทธิภาพและประสิทธิผลซึ่งท่าน ส.ส. ได้พูดมาแล้ว พรรคภูมิใจไทย โดย ฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ได้กำหนดนโยบายว่าถ้าพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาล ในคราวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะให้พักหนี้คนละ ๑ ล้านบาทเป็นเวลา ๓ ปี และจะไม่ เก็บดอกเบี้ยโดยรัฐจะออกดอกเบี้ยให้ การพักหนี้นี้ให้จัดคนที่กู้เงินจากสถาบันการเงิน ซึ่งรวมทั้งธนาคาร ไฟแนนซ์ (Finance) สหกรณ์ออมทรัพย์ กองทุนหมู่บ้านและกองทุน พัฒนาสตรี นอกจากนี้แล้วเงิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยเป็นเวลา ๓ ปี โดยรัฐจะ หาทางหาเงินจากที่อื่นมาใช้ให้ และนอกจากนี้ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กำชับกับผมซึ่งเป็น กรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติ กยศ. ว่าในการกู้เงิน กยศ. ที่ผ่านมาต้องยกเว้น ไม่ต้องเสีย ดอกเบี้ยตลอดไป ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน และไม่ต้องมีเบี้ยปรับ เพราะเบี้ยปรับของ กยศ. มันสูงเหลือเกินครับ เดือนละ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ ปีหนึ่งเท่ากับ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ นี่คิดดูสิครับ กู้เงินมาเรียนหนังสือต้องเสียดอกเบี้ย ๑ เปอร์เซ็นต์ บวกเบี้ยปรับอีก ๑๘ เปอร์เซ็นต์ เท่ากับ ต้องจ่ายดอกเบี้ย ๑๙ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ถ้า ๕ ปีนี่เท่ากับทบต้นนะครับ นี่คือนโยบายของพรรค ภูมิใจไทยที่จะแก้ปัญหาหนี้มากมายของประชาชน และถามว่าเงินเอามาจากไหน ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล บอกว่าไม่ยากอะไรเลยก็ไปกู้เงินมา กู้เงินโดยจะซื้อพันธบัตรให้ดอกเบี้ยประชาชน ร้อยละ ๓ แล้วเมื่อประชาชนไม่ต้องจ่ายเงินต้น ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยก็สามารถเอาเงินที่ ต้องจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยไปซื้อข้าวของได้ พอซื้อข้าวของปุ๊บเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนครับ การเพาะปลูกก็เพิ่มขึ้น การผลิตก็เพิ่มขึ้น แรงงานก็เพิ่มขึ้น ทุกอย่างมันเพิ่มขึ้น ท่านอย่าลืม การที่มีการเพิ่มขึ้นของตลาดส่งให้มีการเกิดภาษีแวต (VAT) ร้อยละ ๗ การหมุนเวียนของ เศรษฐกิจมัน ๗ รอบ เพราะฉะนั้นรัฐจะได้ค่าแวต (VAT) มาชดเชยสิ่งที่ต้องเสีย ๓ เปอร์เซ็นต์ ด้วยซ้ำไป นี่คือนโยบายของ ฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย เรียนพี่น้องประชาชน คราวหน้าเลือกพรรคภูมิใจไทยแล้วท่านจะไม่ผิดหวังครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
คุยกับ ประธานนะครับ อย่าไปคุยกับพี่น้องประชาชนนะครับ🔗
ผ่านท่านประธานสภาครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เกี่ยวกับญัตติด่วนที่กำลังพิจารณากันอยู่นี้มีท่านสมาชิกเข้าชื่อมากมาย ทีเดียว ๖ ทุ่มวันนี้ก็คงจะไม่เสร็จ ฉะนั้นวันนี้ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกที่อยู่ เป็นเพื่อนกันจนขณะนี้ วันนี้ได้ประชุมกันมาพอสมควรแล้ว ผมขอปิดการประชุมนะครับ ขอบคุณครับ🔗