รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๒๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพฤหัสบดีที่ ๑ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
______________________________
ท่านสมาชิก ที่เคารพครับ ขณะนี้เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา เป็นเวลาที่เรานัดประชุมกัน ก็เปิดประชุมหรือก่อน เข้าสู่ระเบียบวาระตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ให้ท่านปรึกษาหารือ มีอยู่ ๓๐ ท่าน ท่านละ ๒ นาที ให้รักษาเวลาด้วยครับเพราะเรามีเรื่องค้างเยอะมาก เดี๋ยวก็จะปิดสมัยประชุมเราต้องเร่ง เรื่องต่าง ๆ ให้ออกไปจากสภาให้เยอะที่สุดนะครับ ขอ ๔ ท่านแรก ท่านนิรมิต ท่านสุรทิน ท่านวีระพล ท่านรุ่งโรจน์ เชิญท่านแรกก่อนครับ ท่านนิรมิตครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนต่อท่านประธานถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนดังต่อไปนี้🔗
เรื่องที่ ๑ ขอติดสัญญาณไฟจราจรหน้าโรงเรียนผาน้ำทิพย์ ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด บนถนนหมายเลข ๒๑๑๖ เพราะไม่สะดวกในการสัญจรไปมา ของประชาชนทั่วไป ถึงกระทรวงคมนาคมและแขวงการทางยโสธร🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้แก้ไขไฟส่องสว่างที่ดับมืดบริเวณตลาดเทศบาลหนองพอก ตรงบริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย หนองพอก ร้อยเอ็ด ถนนหมายเลข ๒๑๑๖ แขวงการทาง ยโสธรเป็นผู้รับผิดชอบ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอไฟส่องสว่างบริเวณหน้าโรงเรียนบ้านโคกนาคำ ตำบลหนองพอก อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด บนถนนหมายเลข ๒๑๑๖ ถึงกระทรวงคมนาคม แขวงการทางยโสธร ขอกราบขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ท่าน สุรทิน พิจารณ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ๒ ๓ เรื่อง ที่จะกราบเรียนท่านประธานคือปัญหาพี่น้องทั้งนั้นครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือถนนสัญจรที่ ๑ ระหว่างบ้านโซง หมู่ที่ ๘ ตำบลทุ่งมน อำเภอ คำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ไปที่บ้านหนองคู หมู่ที่ ๑ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เหมือนกัน ระยะทาง ๓.๕ กิโลเมตร อยากจะให้ทางการไฟฟ้ายโสธรขยายไฟฟ้าไปในถนนเส้นนี้เพราะมี พี่น้องไปอาศัยอยู่เยอะมากแล้วตอนกลางคืนก็มืด แล้วก็มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอย่างบ่อยมาก ถนนที่ ๒ ก็คือถนนหมู่ที่ ๑ เหมือนกัน หมู่ที่ ๑ บ้านโซง ตำบลทุ่งมน อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร นายฤทธิเดช สายศรีแก้ว เป็นผู้ร้องมาว่าถนนเส้นนี้พี่น้องประชาชนไปอาศัย สัญจรอยู่พอสมควร ไปอาศัยทำการเกษตร ปรากฏว่าตอนกลางคืนก็ไม่มีส่องแสงสว่าง จึงอยากจะฝากไปที่การไฟฟ้ายโสธร ทั้ง ๒ สายว่าให้ขยายไปด้วย ให้ดูแลด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ คือไฟฟ้าการเกษตร หมู่ที่ ๗ ตำบลนาแก อำเภอนาวัง จังหวัด หนองบัวลำภู ผู้ร้องคือนายสันต์ บุพพันธ์ ตามที่หมู่บ้านได้ขยายไปที่ทุ่งนาปรากฏว่าแถวนั้น ไม่มีไฟฟ้าทางด้านการเกษตร อยากจะให้ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขยายไปด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ คือสะพานที่แยกนพวงศ์จากอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ไปที่บางเลน อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ปรากฏว่าทุกวันนี้เวลาจะข้ามไปต้องไปยูเทิร์น (U-turn) รถมาก เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อยากจะฝากไปที่กระทรวงคมนาคมช่วยสร้างสะพาน อีกส่วนหนึ่งรถมาจากบางบัวทองไปที่สุพรรณบุรีรถเยอะมากนะครับ เส้นนี้อยากให้ทำ สะพาน ขอบพระคุณครับ🔗
ท่าน วีระพลต่อไปครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วีระพล จิตสัมฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๖ พรรคเพื่อไทย ขอหารือต่อท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องแรก เรื่องขออาคารเรียนครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากโรงเรียนขุขันธ์ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เนื่องจากอาคารเรียนที่ใช้มากว่า ๔๕ ปีมีสภาพชำรุดทรุดโทรม แม้จะผ่านการปรับปรุงซ่อมแซมมาแล้วก็ตามนะครับ เกรงจะเกิดปัญหาและไม่ปลอดภัย ต่อการเรียนการสอน ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาก็อนุมัติให้รื้อถอนแล้วส่งผลให้มีอัตรา การขาดแคลนห้องเรียนถึง ๓๐ ห้อง ทั้งนี้ครับทางโรงเรียนได้เปิดสอนชั้น ม.๑ ถึง ม.๖ มีนักเรียนจำนวน ๓,๔๘๐ คน คณะครูอาจารย์จำนวน ๒๐๕ คน พร้อมนี้มีเอกสารหลักการ รายละเอียดแล้วก็ข้อมูลที่เกี่ยวข้องส่งมอบท่านประธานเพื่อส่งต่อกระทรวงศึกษาธิการด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ถนนลาดยางสาย ทล. ๒๑๕๗ ช่วงที่ผ่านวิทยาลัยเทคโนโลยี บริหารธุรกิจรักไทย ขุขันธ์ เชื่อมถนนทางหลวงหมายเลข ๒๒๐ ใกล้เขตเทศบาลเมืองขุขันธ์ ซึ่งเป็นแหล่งชุมชน สภาพเป็นหลุมเป็นบ่อเป็นลักษณะนี้มานานหลายปี น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษาตลอดจนพี่น้องชาวตำบลห้วยใต้ หนองฉลอง เดินทางสัญจรไปมาด้วยความ ยากลำบาก🔗
เรื่องที่ ๓ ถนนลาดยางสาย ทล. ๒๒๐๑ จากเขตเทศบาลตำบลเมืองขุขันธ์ ไปสี่แยกนาเจริญผ่านบ้านแพง บ้านกะลาสีพัฒนา ตำบลห้วยสำราญไปบ้านโสน บ้านอาวอย ตำบลโสน อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ สภาพเป็นหลุมแล้วก็ผิวทางขรุขระเป็นช่วง ๆ ถนนสายนี้ใช้เป็นทางเลี่ยงเมืองในช่วงเทศกาลแล้วก็ทั้ง ๒ สายรอการแก้ไขจากกรมทางหลวง ขอบคุณท่านประธานครับ แล้วก็ขอยื่นเอกสารด้วยครับ🔗
ครับ เอาเอกสารมาเลยครับ ท่านรุ่งโรจน์ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายรุ่งโรจน์ ทองศรี ผู้แทนเซราะกราว จากจังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอละหานทราย ในแหล่ง บ้านกรวด เฉลิมพระเกียรติ ปะคำ เสื้อสวย ๆ ที่ผมใส่วันนี้ผ้าลายทราย ผ้าไผทรวมพล ตำบลหนองแวง อำเภอหนองแวง ของดีจังหวัดบุรีรัมย์ ท่านประธานครับ วันนี้ไปไหนมาไหน มีแต่คนบ่น ข้าวของแพง ค่าแรงถูก รายได้น้อย ไม่เพียงพอ เป็นวิกฤติแห่งชาติที่รัฐบาล ต้องหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วนครับ ท่านประธานครับวันนี้น้ำมันแพงมาก ๆ ดีเซลลิตรละ ๓๕ บาท จริง ๆ แล้วน้ำมันไม่ควรเกินลิตรละ ๓๐ บาทครับ เพราะน้ำมันเป็นต้นทุนหลัก ในทุก ๆ เรื่อง ปุ๋ยก็แพงมากท่านประธานจากแต่ก่อนกระสอบละ ๖๐๐-๗๐๐ บาท วันนี้ เกือบ ๒,๐๐๐ บาท น้ำมันแพง ปุ๋ยแพง พี่น้องจะอยู่กันอย่างไรละครับ เจ๊งตั้งแต่ยังไม่ทัน เพาะปลูก ราคาข้าวเปลือกตอนนี้พอ ๆ กับราคามาม่า ๑ ซอง และปีนี้ฝนตกต่อเนื่องจนท่วม พี่น้องต้องหว่านข้าวหลายรอบ หว่านแล้วหว่านอีกแล้วสุดท้ายต้องมาดำ หรือบางทียังดำ ไม่ได้เลยต้องปล่อยทิ้งไปเป็นต้นทุนทั้งนั้นพี่น้องอยู่ไม่ได้จริง ๆ รัฐบาลต้องหาทางช่วยเหลือ อย่างเร่งด่วนที่สุดครับ ๑. เร่งชดเชยต้นทุนการผลิต ชดเชยข้าวพันธุ์ ชดเชยปุ๋ย ชดเชย ค่าหว่านข้าว ๒. ประกันราคาข้าวในราคาที่ชาวบ้านอยู่ได้และจ่ายดิว (Due) ด้วยครับ นอกจากประกันราคาข้าวแล้วต้องมีการประกันต้นทุนการผลิตด้วย ถ้าต้นทุนการผลิตสูง รัฐต้องชดเชยในส่วนนี้ด้วยเพื่อทำอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกรพี่น้องส่วนใหญ่ของประเทศ อยู่ได้ วันนี้ค่าไฟฟ้า ค่าแก๊สก็จะขึ้นอีกแล้วครับ กราบขอร้องรัฐบาลอย่าเพิ่งขึ้นเลยครับ ชาวบ้านจะอยู่ไม่ได้จริง ๆ แล้วครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ🔗
อีก ๔ ท่าน ท่านเท่าพิภพ ท่านนิพันธ์ ท่านสมคิด ท่านสวาท ท่านเท่าพิภพ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ผมขอหารือกับท่านประธานความเดือดร้อน ของประชาชน ๕ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องแรก จากการลงพื้นที่เขตคลองสานก็ฟังหลายท่านที่อยู่ริมแม่น้ำ เจ้าพระยาบริเวณถนนเจริญนคร พบว่าเรือสัญจรไปมาเคลื่อนที่รวดเร็วแล้วประกอบกับ น้ำหนุนทำให้คลื่นไปกระทบบ้านเขาเสียหาย อย่างไรฝากกรมเจ้าท่าช่วยดูแลด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ในเขตของบางกอกใหญ่ บริเวณปากซอยจรัญสนิทวงศ์ ๑๓ หรือพาณิชย์ธนบุรี มีแบริเออร์ (Barrier) ขวางกั้นอยู่ตรงแยกนะครับ ก็อยากให้เอาออก คนด้านในอยู่เป็นพัน เป็นทางที่ไปทะลุราชพฤกษ์ได้อยากให้เลี้ยวขวาได้เพื่อลดการจราจร ติดขัดครับ บางกอกใหญ่เช่นกันครับอยากให้ดูแลเรื่องยุงลายเป็นไข้เลือดออกกันเยอะแล้ว อย่างไรฝากกระทรวงสาธารณสุขช่วยลงไปดูด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ กับที่ ๕ เขตธนบุรีไฟไหม้ซอยเทอดไท ๒๖ เขตธนบุรี บ้านเสียหาย ๔ หลัง ก็อยากฝากให้ท่านประธานกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเยียวยารักษา ผลกระทบตรงนี้ด้วยอย่าให้ตกหล่นเหมือนที่อื่นนะครับ เหมือนชุมชนบ่อนไก่นะครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ราคาแก๊สแพงขึ้นส่งผลอย่างยิ่งนะครับ จากการไปลงพื้นที่ของผมที่กุฎีจีนนะครับ มีการทำขนมฝรั่งทำให้ต้นทุนในการผลิตเขาเยอะขึ้น แก๊สที่ใช้อบขนมต่าง ๆ แพงขึ้นทำให้เขามีต้นทุนที่แพงขึ้นอย่างมาก ไข่ก็แพง อย่างไร ฝากรัฐบาลช่วยเยียวยาดูแลเรื่องค่าครองชีพของประชาชนด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านนิพันธ์ ศิริธร ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิพันธ์ ศิริธร ส.ส. ตรัง เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธาน ดังนี้ ตามที่รัฐบาลได้ดำเนินการขยายท่าอากาศยานตรัง ซึ่งเป็นโครงการที่ดีรองรับการขยายตัว ทางเศรษฐกิจของจังหวัดตรังในอนาคต แต่ยังมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง ซึ่งเขาเหล่านี้ถือว่าเป็นผู้เสียสละเพื่อความเจริญของบ้านเมือง จึงควรตอบแทนเยียวยา อย่างดีที่สุด จึงมีข้อเรียกร้องจากท่านกำนันธนพงษ์ สัญวงษ์ ซึ่งเป็นตัวแทนประชาชน ชาวตำบลควนปริง ต่อกรมท่าอากาศยานตรัง ต่อกรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม ดังนี้🔗
๑. เร่งรัดการเวนคืนและจ่ายค่าเวนคืนอย่างเป็นธรรมและโดยเร่งด่วน เพราะขณะนี้มีการก่อสร้างทำให้ประชาชนที่ยังไม่ย้ายออกไปไม่ได้รับความสะดวกในหลายด้าน🔗
๒. ขอให้กรมท่าอากาศยานก่อสร้างถนนทางรถยนต์คู่ขนานกับทางรถไฟ ในอุโมงค์ เนื่องจากการขยายท่าอากาศยานตรังออกไปในทุกด้าน ถ้าใช้เส้นทางโดยรอบ ท่าอากาศยานระยะทางจะไกลกว่าเดิมประมาณ ๓ กิโลเมตร🔗
๓. ประชาชนที่ถูกเวนคืนกังวลว่าตาม พ.ร.บ. เวนคืนและกฎกระทรวง ฉบับปัจจุบัน อสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนจะตกเป็นของหน่วยงานที่เวนคืน จึงส่งเรื่องหารือ มายังท่านประธานเพื่อส่งต่อให้กรมท่าอากาศยานและกระทรวงคมนาคมดำเนินการต่อไปครับ🔗
ท่านสมคิด เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ สมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี ผมได้รับเรื่องร้องทุกข์จากนายนัฐพล นันทบุตร นายก อบต. โนนกาเล็น ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง ให้ทางหลวงชนบทไปซ่อมแซม ถนนสาย ๔๐๕๑ บ้านสว่างศรีสมบัติไปบ้านน้ำเที่ยง ซึ่งชำรุดทรุดโทรมแล้วก็พี่น้องประชาชน สัญจรไปมาลำบาก🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากนายโกศล นามมงคล นายก อบต. ไพบูลย์ ตำบลไพบูลย์ อำเภอน้ำขุ่น ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดงบประมาณทำการ ก่อสร้างถนนสายบ้านโนนคำแก้วไปบ้านนาเจริญระหว่างตำบลไพบูลย์กับตำบลโคกสะอาด ซึ่งระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร เกินศักยภาพ อบต.🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องร้องทุกข์จากนายชัยชนะ อรจันทร์ นายก อบต. ตำบล โคกสะอาด ถนนสายบ้านโนนสวรรค์ถึงบ้านโนนสง่า ระยะทาง ๒๑ กิโลเมตร เดิมเป็นถนน รพช. ต่อมาก็โอนให้ อบจ. ๕ กิโลเมตร ที่เหลือนั้นชำรุดทรุดโทรมแล้วไม่มีใครรับผิดชอบ ขอให้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดว่าถนนที่เหลือใครจะรับผิดชอบ🔗
เรื่องที่ ๔ นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะ แท็กซี่ร้องมาว่ามีรถผิดกฎหมายที่มาวิ่งโดยใช้แอป (App) ทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็น แอป (App) ที่ไม่ได้จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้ยื่นเสียภาษีต่อกรมสรรพากร แอป (App) นี้ก็ทำให้พี่น้องแท็กซี่ได้รับความลำบากในการหาเงิน ซึ่งต้องไปแข่งขันโดยแอป (App) นี้เจ้าของก็ไม่ได้จดทะเบียนในเมืองไทย ไม่ได้มีตัวตน มีแต่แอป (App) ซึ่งผ่าน แพลตฟอร์ม (Platform) เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็อยากให้กระทรวงดิจิทัลนั้นได้ตรวจสอบว่า แอป (App) ทั้งหมดที่แท็กซี่ป้ายดำใช้นั้นถูกต้องหรือไม่ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสวาป เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสวาป เผ่าประทาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขอปรึกษาหารือเรื่องปัญหาราคามะพร้าวในประเทศตกต่ำ ได้รับการ ร้องเรียนจากสมาพันธ์ชาวสวนมะพร้าวไทย เครือข่ายชาวสวนมะพร้าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่มะพร้าวตำบลธงชัย กลุ่มมะพร้าวแปลงใหญ่อำเภอบางสะพานน้อย ถึงความเดือดร้อนจากปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ ซึ่งขณะนี้ราคาผลเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ ๗-๘ บาท ซึ่งเป็นราคาเทียบเท่ากับต้นทุนการผลิต โดยราคาตกต่ำมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา ประมาณ ๕ เดือนแล้ว โดยมีสาเหตุหลักมาจาก ๑. ผลผลิตในประเทศมีปริมาณสูงช่วงเดือนมีนาคมถึงสิงหาคม ของรอบปี และยังมีผลผลิตค้าง อีกทั้งผลผลิตใหม่ทยอยเก็บเกี่ยวอีกเป็นจำนวนมาก ตามสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม ๒. การนำเข้ามะพร้าวผลและผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว อยู่ตลอด โดยเฉพาะกะทิแช่แข็งที่นำเข้าโดยการแจ้งว่าเป็นอาหารสำเร็จรูปทำให้ส่งผล ต่อราคามะพร้าวในประเทศ เพราะถ้านำเข้ามาคิดเทียบเคียงเป็นจำนวนผลแล้วจะมี ปริมาณมากถึงปีละร้อยกว่าล้านลูก กระผมจึงขอให้หน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการ นำเข้ามะพร้าวและผลิตภัณฑ์ทุกกรอบการนำเข้าพิจารณาทบทวนข้อมูล อนุมัตินำเข้า สอดคล้องเหมาะสม และไม่ทำให้เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวเดือดร้อนครับ🔗
อีกเรื่องครับ ได้รับการร้องเรื่องจากราษฎรและผู้สัญจร เรื่องไฟฟ้าบริเวณ เกาะกลางถนนเพชรเกษมและทางคู่ขนานดับตลอดเวลาเป็นทางหลวงทับสะแกจาก หลัก กม. ที่ ๓๔๘ ถึง กม. ที่ ๓๕๐ ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร โดยเป็นเขตพื้นที่ชุมชน ที่มีปริมาณรถสัญจรจำนวนมาก เพราะเป็นเส้นทางหลักสู่ภาคใต้ของประเทศไทยอีกทั้ง เทศบาลตำบลทับสะแกได้เคยประสานงานและแจ้งเพื่อ ขอรับการแก้ไขจากแขวงการทาง ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) แต่ปัญหาก็ยังปรากฏไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถาวร ยังผลให้เกิด อุบัติเหตุหลายครั้งกับผู้ที่ใช้เส้นทางสัญจรไปมาในยามค่ำคืนจึงขอให้แขวงการทางหลวง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) ส่งเจ้าหน้าที่และดำเนินการตรวจสอบซ่อมบำรุงเพื่อป้องกัน การเกิดอุบัติเหตุประชาชนที่ใช้🔗
พอแล้วครับ เกินแล้วครับ ต่อไปอีก ๔ ท่านครับ ท่านสุรวิทย์ ท่านธีรภัทร ท่านซูการ์โน ท่านศรีนวล ท่านสวาปเอาหนังสือยื่นมาเลยนะครับ เชิญครับท่านสุรวิทย์ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอหารือเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิ ๒ เรื่องคือ🔗
๑. ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการก่อสร้างท่อเหลี่ยมระบายน้ำบ็อกซ์คัลเวิร์ต (Box Culvert) ตามผนังลำน้ำสายสำคัญของอำเภอคอนสวรรค์ คือลำห้วยโสกและลำห้วย ยางหวาย ซึ่งทำให้น้ำทะลักลงสู่พื้นที่การเกษตรท่วมพื้นที่การเกษตรของชาวคอนสวรรค์ เสียหายในช่วงเดือนสิงหาคมที่มีฝนตกหนักที่ผ่านมา โดยขอก่อสร้างดังนี้ ๑. ขอก่อสร้าง บ็อกซ์คัลเวิร์ต (Box Culvert) ๒ ช่อง ๑ แห่ง ที่บ้านนาเสียว หมู่ที่ ๕ ตำบลคอนสวรรค์ อำเภอคอนสวรรค์ ๒. ขอก่อสร้างบ็อกซ์คัลเวิร์ต (Box Culvert) ๑ ช่อง ๑ แห่ง บนลำห้วยโสก บ้านโสก หมู่ที่ ๓ ตำบลบ้านโสก อำเภอคอนสวรรค์ ๓. ขอก่อสร้างบ็อกซ์คัลเวิร์ต (Box Culvert) ๒ ช่อง ๑ แห่ง และ ๑ ช่อง อีก ๑ แห่ง ที่ผนังลำน้ำห้วยยางหวายที่บ้านฝาย หมู่ที่ ๓ ตำบลหนองขาม อำเภอคอนสวรรค์ ๔. ขอก่อสร้างบ็อกซ์คัลเวิร์ต (Box Culvert) ๒ ช่อง ๑ แห่ง บนผนังของลำน้ำยางหวายเพื่อระบายน้ำออกจากหนองนาเลิง บ้านโนนเขวา ตำบลยางหวาย อำเภอคอนสวรรค์ ซึ่งทางราชการเพิ่งขุดลอกใหม่ ๆ แต่ใส่ท่อระบายน้ำ ขนาดเล็กเกินไปทำให้น้ำระบายไม่ทัน เมื่อฝนตกหนักจึงทำให้น้ำท่วมไร่นาเกษตรกรเสียหาย จำนวนมาก ทั้ง ๆ ที่ก่อนขุดลอกหนองนาเลิงไม่มีน้ำท่วมไร่นาเกษตรกรบ้านโนนเขวามาก่อน🔗
๒. ขอให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อสร้างฝายน้ำล้น ลำห้วยใหญ่มีสะพานคนข้ามได้ที่บ้านนาหนองทุ่ม หมู่ที่ ๑๑ ตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอ แก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ🔗
คุณหมอ เอาหนังสือมาเลยครับ พอแล้วครับ เกินเวลาครับ ท่านธีรภัทรเชิญต่อครับ🔗
การจัดสรรงบประมาณ ขอบคุณครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีเรื่องหารือถึงความเดือดร้อนของประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้าไปดำเนินการขยายไฟฟ้าในบริเวณ พื้นที่หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๖ ตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเรื่องนี้ผมได้เคย หารือ ๒ ปีมาแล้วครับ และการไฟฟ้าเองก็ได้เข้าไปดำเนินการสำรวจเป็นที่เรียบร้อย เพียงแต่ ว่ายังไม่ได้มีการจัดสรรงบประมาณเข้ามา ก็ขอให้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เร่ง เข้าไปดำเนินการในบริเวณพื้นที่ทั้ง ๒ หมู่ดังกล่าวด้วย🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของการประปาส่วนภูมิภาค ก็ขอให้การประปา ส่วนภูมิภาคได้ดำเนินการขยายพื้นที่บริเวณเทศบาลตำบลตลาดไชยา ซึ่งมีการประปา ส่วนภูมิภาคสาขาไชยา ซึ่งได้มีถังเก็บน้ำสำรองมีปริมาณไม่เพียงพอ ถังเก็บน้ำสำรองได้ใช้มา หลายปีแล้ว มีปริมาณเพียง ๕๐๐ ว่าลูกบาศก์เมตรเท่านั้นเอง ซึ่งไม่เพียงพอต่อ ความต้องการของพี่น้องประชาชนประมาณ ๔,๐๐๐ ครัวเรือนที่นั่น โดยปกติแล้วบริเวณ พื้นที่ตรงนี้ก็จะได้รับน้ำจากการประปาส่วนภูมิภาค สาขาพุนพิน ซึ่งมีระยะทางถึง ๓๕ กิโลเมตร หากวันใดมีการขัดข้อง ถังน้ำประปาประมาณ ๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรนี้ จะไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นขอให้การประปาส่วนภูมิภาคได้ดำเนินการจัดสรรงบประมาณ เพื่อสร้างถังเก็บน้ำสำรองจำนวน ๑,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรหรือจำนวน ๕๐๐ ลูกบาศก์เมตร จำนวน ๒ ลูกเพื่อให้บริเวณพื้นที่นี้สามารถรับได้กับปริมาณประชาชนในพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น ในตลอดเวลาครับ🔗
ท่านซูการ์โน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ วันนี้ขอปรึกษาหารือ ผ่านท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องของคนอยากทำนาแต่ขาดแคลนน้ำที่จะทำนา เนื่องจากวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๕ ท่านประธานอนุน้ำท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ได้ลงพื้นที่บ้านบาละ บ้านลีเซ็ง หมู่ที่ ๕ ตำบลจะกว๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลานั้นได้มีพี่น้องประชาชนซึ่งอยากอนุรักษ์อาชีพ ในการทำนา แต่เนื่องจากว่าฝายกั้นน้ำฝายน้ำล้นเดิมที่กั้นน้ำอยู่ชำรุดไม่สามารถทำกันน้ำได้ ทำให้ไม่มีน้ำในการทำนา ก็อยากฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้หน่วยงานสำนักทรัพยากรน้ำที่ ๘ จังหวัดสงขลาไปสำรวจ ออกแบบฝายกั้นน้ำใหม่แล้วก็ทำคลองส่งน้ำเพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลจะกว๊ะ ตั้งแต่บ้านกาเยาะมาตี บ้านจะกว๊ะ บ้านปูลาสะนอ และบ้านลีเซ็งได้ประกอบอาชีพในการ ทำนาเพื่ออนุรักษ์ให้กับบุตรหลานได้สืบทอดเป็นมรดกให้กับบุตรหลานต่อไป อันนี้อยากฝาก เรียนผ่านท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
และสุดท้ายอยากให้ช่วยสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งที่บ้านจะกว๊ะถึงบ้านปูลาสะนอ ด้วยเพราะว่าเวลาฝนตกน้ำท่วมเข้ากระทบกับพื้นที่ที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนชาวตำบล จะกว๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลาด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านศรีนวล เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ได้รับการร้องทุกข์จากผู้ปกครองคณะครูอาจารย์นะเจ้า มีปัญหา ความเดือดร้อน อดีตผ่านมานะเจ้าที่โรงเรียนมีนักการภารโรงที่คอยดูแลความปลอดภัย ดูแลความสะอาดของโรงเรียนอย่างน้อยนะเจ้า ตอนเวลาวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ผู้ปกครอง ส่งนักเรียนเข้าไปโรงเรียนถึงแม้ว่าคณะผู้บริหารยังบ่ได้เข้ามา แต่ผู้ปกครองยังมีความอบอุ่น และอุ่นใจอย่างน้อยในโรงเรียนนี้ยังมีนักการภารโรงที่ดูแลความปลอดภัยหื้อกับนักเรียน นะเจ้า นักการภารโรงนี้มีหน้าที่ที่สำคัญมาก ตอนเช้าผู้ปกครองไปส่งนักเรียนภารโรง ก็จะต้องออกมารับดูแลความปลอดภัยทุกอย่างนะเจ้า แล้วตอนกลางวันภารโรงก็จะต้องดูแล เวลาถ้าครูบาอาจารย์เข้าในโรงเรียนสอนเด็กนักเรียน ภารโรงก็จะต้องดูแลรอบ ๆ โรงเรียนว่าหื้อมีความปลอดภัยให้กับละอ่อนนะเจ้า แล้วตอนเย็นถ้าครูบาอาจารย์ที่อยู่ ห่างไกลจากโรงเรียนกลับบ้าน ละอ่อนนักเรียนที่ตกค้างอยู่ในโรงเรียนนะเจ้านักการภารโรง ก็ต้องดูแลละอ่อนจนผู้ปกครองไปรับ สำหรับที่ทางชนบทนะเจ้านักการภารโรงมีความสำคัญ ในหน้าที่การงานเป็นอย่างมาก อยากจะขอเรียนฝากท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยัง ท่านรัฐมนตรีตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการช่วยคืนตำแหน่งภารโรง หื้อกับโรงเรียนต่อไปนะเจ้า ขอขอบคุณเจ้า🔗
อีก ๔ ท่านนะครับ ในกรณีที่ท่านปรึกษาหารือร้องเรียนภายใน ๒ นาทีแล้วยังไม่ครบประเด็น ท่านส่งเป็นหนังสือตามมาเลยเพราะผมให้แค่ ๒ นาทีแล้วถ้าส่งเป็นหนังสือตามมาผมจะได้ เอารายละเอียดของท่าน ที่ร้องเรียนต่อทำเป็นหนังสือต่อไปในรายละเอียดที่เพิ่มเติม อีก ๔ ท่านครับ ท่านนภาพร ท่านวชิราภรณ์ ท่านสมหญิง ท่านเกียรติ เชิญท่านนภาพร ก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพนะคะ ดิฉัน นางสาวนภาพร เพ็ชรจินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เนื่องจากว่าวันก่อนดิฉันไปลงพื้นที่มานะคะชุมชนนี้เกิดไฟไหม้ชื่อชุมชน กุหลาบแดงอยู่ในแขวงลุมพินี เขตปทุมวัน ดิฉันไปลงพื้นที่มาพบปัญหามากมายนอกจาก ปัญหาที่ดิฉันตั้งใจจะลงพื้นที่ไปโดยตรงเรื่องไฟไหม้แล้ว ดิฉันเจอปัญหาว่าชุมชนนี้ไม่สามารถ จดทะเบียนจัดตั้งชุมชนได้ ซึ่งมีเงื่อนไขว่าจะต้องมีกลุ่มบ้าน ๑๐๐ หลังคาเรือน กลุ่มชุมชนนี้ มีอยู่ ๘๐ กว่าหลังคาเรือนแล้ว แต่ดันไฟไหม้ไปอีกก็หดหายไปอีก ข้อดีของการจัดตั้งชุมชน คืออะไร เมื่อเขามีการจัดตั้งชุมชนในเงื่อนไขของ กทม. นี่ กทม. สามารถที่จะเข้าไปทำการ ลอกท่อระบายน้ำได้ ไปตัดต้นไม้ได้ ไปซ่อมแซมถนนได้ ไฟฟ้าส่องสว่างก็ไปดูแลได้ แล้วก็ยัง ได้รับเงินอุดหนุนที่จะใช้ในการพัฒนาชุมชนอีก แต่เขาติดเงื่อนไขที่เป็นแบบนี้ดิฉันอยากที่ จะให้ กทม. หาวิธีแก้ปัญหาทำอย่างไรให้กลุ่มชุมชนนี้จัดตั้งได้เพื่อจะได้รับสิทธิประโยชน์ ในการอำนวยความสะดวกแบบนี้ ซึ่งปัญหาเร่งด่วนอยากให้ กทม. เร่งแก้ทำก็คือว่ามีต้นไม้ ต้นใหญ่จำนวนมากในชุมชนนี้เข้ามาปกคลุมที่หลังคาบ้านแล้วทำให้มีสัตว์ แมลง แล้วก็ทำให้ เสียดสีกับตัวบ้านเรือน นี่คือส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาไฟไหม้ด้วย มิหนำซ้ำในกลุ่มชุมชนนี้ ก็ยังมีหม้อแปลงไฟฟ้าเก่าชำรุด จึงอยากขอให้การไฟฟ้าช่วยดำเนินการแก้ไขที่จะซ่อมแซม หม้อไฟฟ้าให้กับชุมชนนี้ จึงขอให้ผู้ว่า กทม. สั่งการไปยังสำนักงานเขตปทุมวันช่วยเร่งในการ ตัดต้นไม้ให้กับชุมชนนี้อย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านวชิราภรณ์ กาญจนะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธาน🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรถึงปัญหาราคายางพารา ตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ ๔๐ กว่าบาท แม้ในเวลานี้พรรคประชาธิปัตย์จะมีนโยบาย ประกันรายได้ยางพาราช่วยเหลืออยู่แล้ว แต่อย่างไรดิฉันอยากฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านในหลายหมู่บ้านของอำเภอ บ้านนาสารและอำเภอเวียงสระถึงปัญหาน้ำประปาไม่มีคุณภาพ มีสีขุ่นและกลิ่นเหม็น ดิฉันอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณให้กับการประปาส่วนภูมิภาค เข้าดำเนินการแก้ไขด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการจัดสร้างหรือซ่อมแซม ถนนดังต่อไปนี้ เนื่องจากมีสภาพชำรุดทรุดโทรมเป็นหลุมบ่อขนาดใหญ่ชาวบ้านสัญจรไปมา เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุค่ะ ๑. ถนนสายพรุกระแซง-ปากกา เชื่อมต่อหมู่ที่ ๖ ตำบลเขานิพันธ์ กับหมู่ที่ ๑ ตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ ๒. ถนนสายคลองหา-วัดไทร เชื่อมต่อหมู่ที่ ๓ ตำบลลำพูนกับหมู่ที่ ๔ ตำบลควนสุบรรณ อำเภอบ้านนาสาร ๓. ถนนสายคลองกา-หนองค้อ ในหมู่ที่ ๔ ตำบลคลองฉนวน อำเภอเวียงสระ ๔. ถนนสายพรุกำ-นาราม ในหมู่ที่ ๑๔ ตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ ๕. ถนนข้ามฝายน้ำล้นเชื่อมต่อหมู่ที่ ๔ กับหมู่ที่ ๕ ตำบลทุ่งหลวง อำเภอเวียงสระ🔗
เรื่องที่ ๔ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการออกโฉนดที่ดินที่ตกค้าง ให้กับชาวบ้านในอำเภอนาสาร และอำเภอเวียงสระด้วยค่ะ🔗
เรื่องสุดท้าย ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดสรรงบประมาณพัฒนา ให้กับแก้มลิงเขานิพันธ์ แก้มลิงหนองสังข์ แก้มลิงหานทุ่งคา และแก้มลิงคลองบ่อใต้ ให้เป็นสวนสาธารณะและสถานที่ออกกำลังกายให้กับชาวบ้านในอำเภอเวียงสระด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านสมหญิงเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสมหญิง บัวบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉันได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบล หนองแก้ว และนายกส่วนตำบลโพนเมืองน้อย เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนและ ความต้องการของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับเรื่องการขยายเขตไฟฟ้าเพื่อทำการเกษตรและ ขยายครอบครัวในการสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัยค่ะ รายละเอียดจะนำส่งท่านประธาน ผ่านไปยังท่านประธานนะคะ🔗
อีกอันหนึ่งก็คือ อยากนำเรียนท่านประธานเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ของการไฟฟ้า ในการขอไฟ ถ้าทำการเกษตรจะต้องมีหลักฐาน แล้วก็ถ้าเป็นการเลี้ยงสัตว์จะต้องมีโรงเรือน มีคอก แต่ถ้าขยายบ้านเรือนจะต้องมีบ้านเลขที่ อันนั้นมันซึ่งเป็นการขัดกับความเป็นจริง ที่ความต้องการพี่น้องประชาชน ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย ให้ได้ดูแลในเรื่องนี้ในการลดหลักเกณฑ์เพื่อพี่น้องประชาชนจะได้ทำการเกษตรและขยาย ครอบครัวออกไป เพื่อจะได้มีอาชีพเลี้ยงครอบครัวให้กับพี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี มีเรื่อง ปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้กรมเจ้าท่าทำแผนจัดสรรงบประมาณในการขุดลอกคลอง ลำสนธิ ซึ่งเมื่อปี ๒๕๖๔ เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในอำเภอลำสนธิ ประชาชนมีผู้เสียหายมากมาย และมีคนล้มตายไปหลายคนนะครับ ขอให้กรมเจ้าท่าทำงบประมาณขุดลอกคลองลำสนธิ ซึ่งมีความยาวประมาณ ๓๔ กิโลเมตร ถ้าทำได้จะทำให้การระบายน้ำดีขึ้น แล้วก็เกิดน้ำท่วม จะลดน้อยลง เพราะว่าการทำงานตอนนี้มีงบประมาณได้ ๑.๓ กิโลเมตร ที่กรมเจ้าท่ามาเริ่ม ขุดแล้ว และอยากจะให้ทำการขุด แล้วก็การจัดสรรงบประมาณให้ตลอดสายจะได้ลด น้ำท่วมขึ้นมานะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ความเดือดร้อนของประชาชนอำเภอชัยบาดาล คือเรื่องน้ำประปา ไม่ไหล แล้วก็การผลิตน้ำประปามีปัญหา สอบถามการประปาส่วนภูมิภาค สอบถาม การประปาอำเภอชัยบาดาลได้รับทราบว่างบประมาณไม่มี อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกระทรวงมหาดไทย การประปาส่วนภูมิภาคเขต ๒ เพิ่มงบประมาณให้เพราะท่อมันเก่า ผมนำเรื่องนี้มาพูดตั้ง ๓ ๔ ครั้งแล้วยังไม่ได้รับการแก้ไข ประชาชนในเขตพื้นที่เดือดร้อนมาก🔗
เรื่องที่ ๓ ตำบลทรัพย์สมบูรณ์ขอไฟแสงสว่างในทางหลวงหมายเลข ๓๐๒๐ ช่วง กม. ๙ ถึง กม. ๑๐ และช่วงที่ ๒ กม. ๑๐ ถึงกม. ๑๐ + ๘๐๐ ช่วงที่ ๓ กม. ๑๑ ถึง ๑๑ + ๒๐๐ ช่วงที่ ๔ กม. ๑๒ + ๘๐๐ ขอบคุณมากครับ🔗
อีก ๔ ท่าน ท่านชัยยันต์ ท่านวิวัฒน์ ท่านรังสรรค์ ท่านพิบูลย์ เชิญท่านชัยยันต์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดปทุมธานี เขต ๔ ครับ ผมขอหารือ ท่านประธาน ผมได้รับคำร้องเรียนจากชาวบ้านในเทศบาลคูคต เทศบาลลำสามแก้ว และเทศบาลรังสิตว่าการจราจรติดขัดบนถนนลำลูกกาตั้งแต่ช่วงสถานีรถไฟฟ้าคูคตจนถึง คลอง ๘ เลยนะครับ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอำนวยการจราจรด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านใน อบต. ลำลูกกา หมู่ที่ ๓ ซอยหมุดทอง ได้รับความเดือดร้อนจากโรงงานซักผ้าห่มขนาดใหญ่ของโรงพยาบาลมาตั้ง แล้วเวลาทำงานก็มีกลิ่นและมีเขม่า แล้วก็มีผงเคมีกระจายทำให้ชาวบ้านได้รับความ เดือดร้อน เสียสุขภาพครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับคำร้องเรียนจากชาวบ้านที่หมู่บ้านรินทร์ทอง หมู่บ้าน อู่ทอง แล้วก็หมู่บ้านพฤกษา ๒๐ ในเขตเทศบาลลำสามแก้วว่ามีน้ำท่วมขังเป็นเวลานานเวลา ฝนตกขอให้ทางเทศบาลได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำแล้วก็อำนวยความสะดวกให้กับ ชาวบ้านด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ถนนวิภาวดีรังสิตชาวบ้านร้องเรียนมาว่าตั้งแต่โรงเรียนสังคีตจนถึง ตลาดสี่มุมเมืองและทางเข้าหมู่บ้านเมืองเอก ม. รังสิตขอให้กรมทางหลวงมาอำนวยการ จราจรแล้วก็ดูแลเรื่องน้ำท่วมขังเป็นเวลานานเวลาฝนตกตกนิดเดียวน้ำก็ท่วมแล้วครับ ซึ่งได้รับการแก้ไขมาหลายสิบปีแล้วครับ ซึ่งนอกจากจะมีการน้ำท่วมขัง แล้วก็ท่อน้ำน่าจะ อุดตันบริเวณตลาดสี่มุมเมือง ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ท่านวิวรรธน์ นิลวัชรมณี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์จะขออนุญาตกราบนำเรียนเรื่องหารือ🔗
เรื่องที่ ๑ การเกิดข้อพิพาทระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีดกับ ชาวบ้านหมู่ที่ ๙ ชุมชนบ้านกงหนิง ตำบลท่าอุแท อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นเรื่องการประกาศเป็นพื้นที่ของกรมอุทยานเมื่อปี ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นการประกาศทับที่ของ ชาวบ้านที่ได้ทำมาหากินในพื้นที่นี้ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษที่พวกเขาได้มีการปลูกสวนยางพารา เป็นอาชีพหลักให้กับลูกหลานตัวเอง แต่ถึงอย่างไรนะครับทางกรมอุทยานก็ได้มีการอนุญาต ให้ชาวบ้านเหล่านี้ได้ทำกินในพื้นที่ดังกล่าว แต่ด้วยกฎข้อระเบียบไม่สามารถตัดโค่น ต้นยางพาราที่พวกชาวบ้านก็ปลูกกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษได้ ท่านประธานครับ แต่ในความเป็นจริงเมื่อต้นยางเหล่านี้ไม่สามารถจะกรีดยางได้แล้วจำเป็นที่ต้องตัดโค่นนำไป จำหน่ายซึ่งจะเป็นรายได้หลักให้กับพวกเขาได้ลืมตาอ้าปากและทำการปลูกทดแทนใหม่ ก็ไม่สามารถที่จะตัดโค่นได้ แล้วก็โดนเจ้าหน้าที่กรมอุทยานจับนำไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ท่านประธานครับ กระผมจึงขอฝากท่านประธานนำเรียนไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ🔗
เรื่องที่ ๒ กระผมได้รับเรื่องร้องขอมาจากทางรองนายก อบต . ชลคราม และผู้นำท้องถิ่นตำบลชลคราม อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานีว่าด้วยเรื่องการขอไม่ให้ กรรมการประมงจังหวัดจัดสรรที่ทางทะเลในหมู่ที่ ๑ บ้านพอด ตำบลชลคราม อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานีให้กับกลุ่มบุคคลใด เพราะเนื่องจากที่ทางทะเลบริเวณดังกล่าวมีความ อุดมสมบูรณ์ในการเกิดของสัตว์น้ำกุ้ง หอย ปู ปลาจึงควรเก็บไว้เป็นที่อนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ ให้กับพี่น้องประชาชนที่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านโดยทั่วไปได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันในการ ทำการประมง ซึ่งไม่สมควรที่จะตกไปเป็นของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง กระผมจึงขอฝาก ท่านประธานนำเรียนถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โปรดพิจารณาพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นพื้นที่ สาธารณประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรังสรรค์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากนายประสงค์ เชนนันท์ บ้านน้ำเพอะพะ อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ขอเป็น ตัวแทนเกษตรกรทั้งหมดของจังหวัดลำพูน ฝากบอกท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี คนใหม่ว่าเดือนนี้กันยายนเป็นเดือนสุดท้ายที่เขาจะต้องจ่ายหนี้ ธ.ก.ส. ตอนนี้นะครับสินค้า ทางการเกษตรที่จังหวัดลำพูนบ้านผมทั้งลำไย มะม่วงราคาตกต่ำทั้งนั้นไม่มีเงินนะครับ ที่จะมาใช้หนี้ ธ.ก.ส. ได้เขาคิดถึงนโยบายพรรคไทยรักไทยครับ เรื่องพักหนี้เกษตรกรให้เขา ได้หายใจหายคอหาเงินมาใช้หนี้ ดังนั้นเขาจึงฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี คนใหม่ว่าช่วยพักหนี้พี่น้องเกษตรกรไปจนกว่าทางรัฐบาลจะแก้ไขปัญหาเรื่องสินค้าทาง การเกษตรให้มีมูลค่าสูงขึ้นได้ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านกำนันขจรศักดิ์ คำใจหนัก ประธาน แปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หมู่ที่ ๔ ทุ่งหัวช้างลำพูนนะครับ เรื่องท่านได้เสนอโครงการ ยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด โดยท่านได้ขอสร้าง ลานคอนกรีต ๒. สร้างอาคารเก็บผลผลิต ๓. ติดตั้งเครื่องชั่งรถบรรทุกแบบแท่นลอยมูลค่า ๓ รายการนี้ ๒,๙๓๐,๒๐๐ บาท ซึ่งพ่อกำนันขจรศักดิ์ได้เสนอผ่านทางเกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัด จนมาถึงที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วนะครับ ดังนั้นจึงขอท่านประธาน ติดตามเรื่องนี้ให้ผมด้วยนะครับ แล้วผมจะขอส่งเอกสารประกอบการหารือครับ ขอบคุณครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพิบูลย์ รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ผมขอหารือปัญหาเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนของตำบลปูยู ตำบลหยงโป ตำบล เกาะสาหร่าย ปัญหาคือสะพานท่าเทียบเรือที่ชาวบ้านใช้กันอยู่ มีสภาพเก่าแก่ใช้กันเป็น เวลานาน ๒๐-๓๐ ปีชำรุดทรุดโทรมมานานแล้ว ปัจจุบันไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้สะพานท่า เทียบเรือเหล่านี้ชาวบ้านใช้ในการประกอบอาชีพประมงใช้ในการเดินทางไปยังแผ่นดินใหญ่ และส่งเสริมการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวเกาะได้สะดวกยิ่งขึ้นชาวบ้านทั้ง ๓ ตำบล ลำบาก เคยร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะผิดระเบียบข้อ กฎหมายต่าง ๆ ชาวบ้านทั้ง ๓ จึงร้องเรียนมายังกระผม ให้ผมช่วยแก้ปัญหา จึงเรียน ประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมธนารักษ์ กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง องค์การบริหารส่วนจังหวัด และองค์การ บริหารส่วนตำบลทั้ง ๓ แห่งร่วมกันออกแบบพัฒนาก่อสร้างและปรับปรุงตลอดจน การอนุญาตให้เข้าทำการใด ๆ ในพื้นที่ตั้งสะพานท่าเทียบเรือทั้ง ๓ แห่ง🔗
เรื่องที่ ๒ ความเดือดร้อนของพี่น้องทั้ง ๓ ตำบล ประกอบด้วยตำบลเจ๊ะบิลัง ตำบลควนโพธิ์ และตำบลฉลุง เรื่องของถนนที่มีชื่อว่าถนนสาย ๓ ตำบล ห้วยดง สมแกก ระยะทาง ๔ กิโลเมตร ซึ่งถนนสายนี้ชาวบ้านใช้ในการขนส่งวัตถุดิบทางการเกษตร ไม่ว่ายางพารา ปาล์มน้ำมันและผลไม้ ใช้ถนนสายนี้เดินทางไปมาหาสู่กันระหว่างหมู่บ้าน ช่วงหน้าฝนจะทำให้ถนนแฉะและเป็นหลุมเป็นบ่อ ปัจจุบัน อบต. ทั้ง ๓ แห่งได้นำปัญหาและ ความต้องการก่อสร้างให้สภาองค์การบริหารส่วนตำบล ทั้ง ๓ แห่งเห็นชอบแล้ว จึงเรียน ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมทางหลวงชนบทและองค์การบริหารส่วนตำบล ทั้ง ๓ แห่งร่วมกันแก้ปัญหาเหล่านี้ให้กับ พี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗
ครับ อีก ๔ ท่าน ท่านจิรัฏฐ์ ท่านวัชรพล ท่านสุทธวรรณ และท่านภาดาท์นะครับ เชิญ ท่านจิรัฏฐ์ก่อนครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรกขอหารือไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องให้เสริมเขื่อนหินทิ้งกันคลื่นทะเลในเขตพื้นที่ตำบล สองคลอง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทราโดยด่วนเนื่องจากว่าได้รับเรื่องราวร้องทุกข์ จากพี่น้องประชาชนในหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๙ และหมู่ที่ ๑๐ ตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกงที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นทะเลซึ่งในระยะ ๓ ปีที่ผ่านมานี้น้ำทะเลจะหนุน สูงขึ้นเป็นอย่างมากแล้วก็ทำให้ไหลเข้ามาสู่บ้านเรือนพี่น้อง แล้วก็บางครั้งมีลมพายุเข้า ก็ทำให้คลื่นทะเลพัดกระทบตัวบ้านเสียหายทำให้เป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้อง ประชาชนนะครับ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปจัดการโดยด่วนนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้ชลประทานพระองค์เจ้าไชยานุชิตพิจารณาที่จะก่อสร้างประตู เรือสัญจรเพื่อเพิ่มเติมจุดประตูน้ำชวดพร้าว เพราะว่าจากการลงพื้นที่ไปพบกับพี่น้อง เกษตรกรที่ตำบลเทพราช ตำบลหนองจอก ตำบลเกาะไร่ ตำบลคลองประเวศแล้วก็ ตำบลพิมพาในอำเภอบางปะกงแล้วก็บ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทราขาดน้ำในการเพาะปลูกข้าว ในช่วง ๒ เดือนสุดท้ายก่อนเก็บเกี่ยว ๓ ปีที่ผ่านมานี้แทบจะเก็บเกี่ยวไม่ได้เลยครับ เพราะฉะนั้นเหตุมันเกิดจากการที่ประตูน้ำไม่สามารถปิดเพื่อกักเก็บน้ำไว้ได้เนื่องจากว่า ต้องมีเรือสัญจรไปมาตลอด เพราะฉะนั้นจึงอยากให้พิจารณาก่อสร้างประตูเรือสัญจร บริเวณ ประตูน้ำชวดพร้าวเพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในตอนที่จะเก็บเกี่ยวรอบสุดท้ายได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านวัชรพล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราชชาติพัฒนา ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการโดยท่านรัฐมนตรีตรีนุช เทียนทอง และเลขาธิการ สพฐ. ครับ ท่านประธานคงทราบข่าวเกี่ยวกับเรื่องได้มีกลุ่มคนได้ลุกขึ้นมาทวงคืนภารโรงและโดยเฉพาะ อย่างยิ่งผมต้องขอขอบคุณท่านวิชาญ ชัยชมพู ท่านนายกสมาคมลูกจ้างส่วนราชการ การศึกษารวมไปถึงผมได้รับเรื่องร้องทุกข์ ร้องเรียนจากท่านผู้บริหารสถานศึกษาระดับ สพฐ. พี่น้องประชาชน เราจะเห็นได้ว่าจาก มติ ครม. ปี ๒๕๔๘ ให้มีการคืนอัตราเรื่องของ ลูกจ้างประจำหรือนักการภารโรง หากมีการลาออก เกษียณ หรือตายลง ต่อจากนั้น ก็พยายามที่จะหาทางประสานกับงบประมาณกับทางสำนักงบเพื่อที่จะเยียวยาแก้ไข แต่ท้ายที่สุดตำแหน่งเหล่านั้นก็ถูกดึงคืนไปหมด เหตุผลที่ตามมาในขณะนี้ก็คือทำให้ สถานศึกษาซึ่งอยู่ในสังกัด สพฐ. ขาดนักการภารโรงและปัญหาที่ตามมาก็คือด้วยความคิด ของกระทรวงศึกษาธิการที่จะพยายามลดโรงเรียนที่มีขนาดเล็กให้ยุบตัวลงไปกลับส่งผล กระทบให้กับเด็กนักเรียน เพราะโรงเรียนต่าง ๆ เหล่านั้นครับ เมื่อไม่มีภารโรงแล้วบางโรงเรียนที่เป็นขนาดเล็ก มีนักเรียน ๔๐ ๕๐ คน หรือ ๒๐ คน มีผู้บริหารสถานศึกษา มีครูเพียงคนหรือสองคน เขาต้องทำหน้าที่ทุกสิ่งทุกอย่างครับ ท้ายที่สุดก็ต้องมีการจัดทอดผ้าป่าหาเงิน แทนที่จะเอา เงินเหล่านั้นไปพัฒนาในเรื่องการเรียนการสอน เรื่องอาหารต่าง ๆ กลับไม่ได้ผลอะไรเลย จึงเป็นเหตุให้ตรงนี้เกิดมีปัญหาอย่างยิ่ง อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้พิจารณาคืนอัตราตรงนี้ ให้กลับสู่โรงเรียน🔗
๒. เรื่องครูทดแทนหลังเกษียณ วันนี้เราจะเห็นได้ว่าโรงเรียนขนาดเล็ก มีปัญหาเรื่องการศึกษา เรื่องครูเป็นอย่างยิ่ง ทำให้สถานศึกษาขนาดเล็กนั้นมีปัญหาอย่างยิ่ง กระทรวงศึกษาธิการคงจะต้องพิจารณาทบทวนครับ ถ้าตราบใดที่ยังทำอย่างนี้อยู่เด็กเล็ก ที่จะเป็นอนาคตของประเทศเปรียบเสมือนการปลูกพันธุ์เมล็ดพืช ถ้าเราได้พันธุ์ดี ได้ดินดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเมื่อเติบโตขึ้นมาก็จะเป็นคนดีของสังคม จึงกราบทวงคืนภารโรง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งครูหลังเกษียณครับ ท่านประธานครับ🔗
เชิญท่าน สุทธวรรณครับ🔗
เรียนทานประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม อำเภอบางเลน ดอนตูม และพุทธมณฑล พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันมีเรื่อง อยากจะขอหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากคุณสาโรจน์ จุ้ยเจริญ ตัวแทน พรรคก้าวไกลประจำจังหวัดนครปฐม เขต ๓ เกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในตำบลดอนตูม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เรื่องถนนเลียบคลองชลประทานชำรุด ทรุดโทรมค่ะ ถนนดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ถนนทางหลวงหมายเลข ๓๒๙๖ ไปจนถึงสะพาน บ้านกิมม้อโภชนา ถนนชำรุดและมีวัชพืชขึ้นปกคลุมจนแทบไม่เหลือช่องจราจร ชาวบ้าน สัญจรไปมาลำบากค่ะ แล้วก็ไม่ค่อยมีคนเข้าไปใช้เพราะว่าเดินทางไม่สะดวก พอไม่มีคนไปใช้ ก็มีผู้ลักลอบนำขยะไปทิ้งเป็นจำนวนมาก บริเวณนี้เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้มาแล้วด้วยค่ะ ขยะส่วนใหญ่เป็นพลาสติกสร้างมลพิษ แม้ว่าทาง อบต. ดอนตูม จะมีป้ายไปติดไว้แล้ว แต่ก็ยังมีคนลักลอบนำขยะไปทิ้งอยู่เรื่อย ๆ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหา ทั้งปัญหาขยะและปัญหาถนนค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ ชุมชนในอำเภอดอนตูม จังหวัด นครปฐม เรื่องรถบรรทุกดินที่วิ่งด้วยความเร็วและบรรทุกเกินขนาด ทำให้ถนนชำรุดเสียหาย เศษดินตกหล่นลงสู่ทางสาธารณะก่อให้เกิดฝุ่นละออง จึงอยากให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกแห่งกำหนดมาตรการป้องกันเพื่อบังคับใช้ในเขตพื้นที่นั้น ๆ โดยให้ผู้ประกอบการ แจ้งการเข้าประกอบการ แจ้งปริมาณงาน กำหนดระยะเวลาเส้นทางที่ใช้ และต้องบรรทุกดิน แต่พอเหมาะ ติดแผ่นข้างกระบะหรือคลุมผ้าใบป้องกันไม่ให้เศษดินตกหล่น และถ้าหากพบ การฝ่าฝืนมาตรการดังกล่าวก็จะต้องดำเนินการแก้ไขทันที และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้นำท้องถิ่นทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายปกครองให้ช่วยกัน สอดส่องดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจังเพื่อป้องกันไม่ให้ถนนชำรุดเสียหายค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ท่านต่อไป ท่านภาดาท์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตราชเทวี พญาไท จตุจักร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันจะขอหารือเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องในเขตพญาไทนะคะ ขอฝากท่านประธานไปยังการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ๒ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ เนื่องด้วยชุมชน วัดมะกอกส่วนหน้า ชุมชนวัดมะกอกกลางสวน และชุมชนสุขสวัสดิ์เป็นพื้นที่ที่ติดกับ ใต้ทางด่วน ประชาชนต้องสัญจรผ่านใต้ทางด่วนเป็นประจำ ซึ่งเป็นพื้นที่ของการทางพิเศษ แห่งประเทศไทย และขณะนี้เป็นช่วงหน้ามรสุม ฝนตกหนักบ่อยมาก ชาวบ้านได้รับความ เดือดร้อนอย่างมาก เนื่องด้วยการทางพิเศษไม่ได้ใส่ท่อระบายน้ำบนทางด่วน แต่กลับปล่อยน้ำ จากทางด่วนไหลลงสู่พื้นโดยตรง น้ำที่ไหลลงมามีความแรงและเป็นน้ำสกปรกมาก บางครั้ง ก็ไหลลงศีรษะประชาชน บางครั้งก็น็อตจากล้อรถลงมาด้วยนะคะ ซึ่งเป็นอันตรายมาก ๆ และยังเกิดน้ำท่วมขังสร้างปัญหาจราจรหลายแห่ง อย่างที่เห็นในรูปเมื่อสักครู่ประชาชน ต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการวิดน้ำนำไดโว่ (Divo) มาสูบน้ำออกจากถนนกันเองเพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ เพราะเวลามีน้ำท่วมขังมอเตอร์ไซค์จะลื่นล้มบ่อยมาก ๆ ค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ การทางพิเศษได้ปิดกั้นช่องทางเดินเท้าที่ใต้ทางด่วนนี้เพื่อให้ ร้านค้าเช่า ซึ่งทางชุมชนได้ร้องเรียนไปหลายครั้งแล้วนะคะ ทั้งร้องเรียนไปทางการทางพิเศษ และสำนักงานเขตพญาไทให้ช่วยดำเนินการเปิดช่องทางเดินเท้านี้ แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้ ดำเนินการแต่อย่างใด แต่ปรากฏว่ามีการกั้นรั้วเหล็กเพิ่มอีกต่างหาก ซึ่งการปิดทางเดินเท้านี้ ทำให้คนในชุมชนเดือดร้อนมาก ๆ โดยเฉพาะผู้สูงอายุมีความยากลำบากมาก ๆ ในการที่เดิน ผ่านต้องก้ม ๆ เงย ๆ อย่างทุลักทุเล บางครั้งก็เดินสะดุดแล้วก็มีหกล้มไปหลายรายค่ะ ดังนั้น ดิฉันจึงอยากจะขอฝากท่านประธานไปยังที่ผู้ที่เกี่ยวข้องที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้โปรดกรุณาแก้ปัญหาเรื่องน้ำไหลจากทางด่วนแล้วก็ได้โปรดเอื้อเฟื้อแบ่งปันช่องทางเดิน ให้ประชาชนได้เดินโดยสะดวกและปลอดภัยด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
๖ ท่าน สุดท้ายนะครับ ท่านปิยวัฒน์ ท่านกุลวลี ท่านณัฐชา ท่านจีรเดช ท่านวิสาร ท่านนัทธี เชิญท่านปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอปรึกษาหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถ ใช้ถนนในจังหวัดยโสธรของกรมทางหลวงมีด้วยกันอยู่ ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องสัญญาณไฟจราจรครับ พี่น้องประชาชนในเขตเทศบาล อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร ร้องเรียนมาถึงกระผมว่าอยากให้มีสัญญาณไฟจราจรที่ถนน วารีราชเดช ทางหลวงหมายเลข ๒๑๖๙ แยกตลาดทรายมูล เพื่อความปลอดภัยของพี่น้อง ประชาชน เนื่องจากว่าแยกนี้มีอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนไม่มีความปลอดภัย จึงอยากให้กรมทางหลวงจัดสัญญาณไฟแดงพร้อมเครื่องหมายการชะลอรถเพื่อความ ปลอดภัยของพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องปรับปรุงย่านชุมชนครับ เนื่องจากว่าบ้านทุ่งแต้ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร มีถนนวารีราชเดช เส้นทาง ๒๑๖๙ ตัดกลางบ้านทุ่งแต้ การสัญจรถนน ก็หนาแน่น มีเส้นทางโค้งคดเคี้ยวไปมาเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน จึงอยากให้กรมทางหลวงปรับปรุงย่านชุมชนแห่งนี้เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องขอเพิ่มทางกลับรถครับ เนื่องจากพี่น้องชาวบ้านหนองคู ตำบล หนองคู อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ได้รับความเดือดร้อนจากการขยายถนน ๔ เลน (Lane) เส้นอรุณประเสริฐ ยโสธร-ป่าติ้ว เพราะจุดกลับรถเดิมอยู่ไกลจากตัวหมู่บ้านเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความเดือดร้อน เคยได้เข้าไปพบท่าน ผอ. แขวงการทางยโสธรเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ ท่าน ผอ. ก็รับปากแล้วว่าเมื่อแล้วเสร็จจะดำเนินการให้ บัดนี้แล้วเสร็จไปนานแล้ว พี่น้อง ประชาชนจึงอยากจะขอให้ท่านมาดำเนินการทางกลับรถให้อีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านกุลวลี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มีเรื่องขอหารือท่านประธานเพียงเรื่องเดียวค่ะ คือเรื่องการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว อุทยานหินเขางู ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ของตำบลเกาะพลับพลา อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี แต่เดิมบริเวณนี้เป็นแหล่งระเบิดและย่อยหินที่สำคัญที่ใช้ในการก่อสร้างเนื่องจากว่าใกล้ กรุงเทพมหานครและเป็นแหล่งหินปูนที่มีคุณภาพดี ต่อมาทางภาครัฐได้ยกเลิกการระเบิดหิน บริเวณนี้ทำให้กลายเป็นเหมืองร้าง มีสภาพทรุดโทรม โดยต่อมาทางจังหวัดราชบุรีได้พัฒนา พื้นที่แห่งนี้ให้เป็นสวนสาธารณะและพื้นที่บางส่วนมีโบราณสถาน ซึ่งจะมีถ้ำที่อยู่บนด้านหิน เขางู โดยภายในถ้ำจะมีพระพุทธรูปที่สลักหินที่ฝาผนังถ้ำอยู่หลายองค์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูป ที่สร้างสมัยทวารวดี โดยกรมศิลปากรได้เคยมาทำการบูรณะแล้วแต่ปัจจุบันมีสภาพที่ชำรุด เสียหาย จำเป็นจะต้องได้รับการบูรณะให้คงสภาพเดิมไว้ เนื่องจากอุทยานหินเขางูมีพื้นที่ ที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอยู่อีกประมาณ ๗๔๙ ไร่ และเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำ ๑ เอ (1A) ที่มีขั้นตอนการขออนุญาตที่ยุ่งยากมากกว่าพื้นที่อื่นจึงทำให้การพัฒนาทำได้ล่าช้า โดยทาง ท่านนายกเทศบาลตำบลเขางู ท่านสัญชัย ไวคกุล ก็ได้มีความพยายามที่จะพัฒนาต่อยอด แหล่งท่องเที่ยวบริเวณนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เหมาะสำหรับทำกิจกรรม นันทนาการ อาทิ การปีนเขา การปั่นจักรยาน การจัดโซนนิ่ง (Zoning) พื้นที่ตั้งแคมป์ (Camp) รวมถึงการทำศูนย์การเรียนรู้ทางพฤกษศาสตร์ โดยการปลูกต้นไม้ประจำจังหวัด ทั้ง ๗๗ จังหวัดและการบริหารจัดการดูแลฝูงลิงที่อาศัยอยู่บนบริเวณอุทยานเขางูแห่งนี้ ดิฉันจึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย โดยขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานในการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักจัดการป่านันทนาการ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานที่มีบทบาท ในการจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่า กรมโยธาธิการและผังเมือง เทศบาลตำบลเขางู ได้ร่วมกันออกแบบจัดทำแผนแม่บทจัดโซน (Zone) พื้นที่ของแต่ละกิจกรรม ควบคุมการ ก่อสร้างตามระเบียบของกรมป่าไม้เพื่อพัฒนาพื้นที่อุทยานแห่งนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทางธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดราชบุรีและการสร้างเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่นต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญ ท่านณัฐชาครับ🔗
ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล จากชาวบางขุนเทียนครับ มีเรื่องที่จะขอหารือท่านประธาน ๕ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องแรก ผู้ใหญ่แบนจากชุมชนวัดบัวผันครับ ขอให้ลอกคลองในพื้นที่ เขตบางขุนเทียนเนื่องจากพี่น้องประชาชนส่วนมากสัญจรผ่านไปผ่านมาโดยใช้เรือและตอนนี้ ตื้นเขินมาก บางจุดตื้นเขินลึกไม่ถึง ๑ เมตรแล้วนะครับ แล้วก็ขอไฟฟ้าจากการไฟฟ้า นครหลวงช่วยเข้าไปดูหน่อยครับทุกดวงตลอดคลองนา ตอนนี้หลอดไฟขาดหมดแล้วให้การ ไฟฟ้าช่วยเข้าไปเร่งดำเนินการด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องของการลงทะเบียนบัตรคนจนในวันที่ ๕ กันยายน ถึงวันที่ ๑๙ ตุลาคมนี้ อยากให้หน่วยงานภาครัฐได้เข้าไปทำงานเชิงรุก เพราะพี่น้องประชาชนไม่มี แม้กระทั่งเงินที่จะออกมาลงทะเบียนแล้วครับ เพราะมันลงทะเบียนกันหลายรอบ เดี๋ยวถ้าเกิดลงทะเบียนน้อยจะบอกว่าคนจนหมดประเทศนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องบ่อนวิ่งครับ อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตอนนี้ช่วยกันทำงาน เชิงรุกนิดหนึ่งครับเพราะว่ามันไปหลายพื้นที่วิ่งย้ายตัวไปแต่ละพื้นที่ก็แน่นอนครับมีการ ประสานงานกันไว้เรียบร้อยแล้วเพราะฉะนั้นอาจจะต้องทำงานอย่างครบวงจรครับ ตอนนี้ ในฝั่งธนวิ่งไปหลายที่เหลือเกิน🔗
เรื่องที่ ๔ เรื่องคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) เวลาพี่น้องประชาชนประสบเหตุ ไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ค่อยสนใจ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมากและเป็นเรื่องที่ พี่น้องประชาชนขาดองค์ความรู้และถือว่าให้ความรู้แล้วอันนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งครับ อยากให้เร่งรัดและช่วยดำเนินการอย่างมากครับในเรื่องของปัญหาคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) เพราะเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเท่าที่ควร🔗
เรื่องที่ ๕ เรื่องรถน้ำหนักเกินเป็นรถบรรทุกเหล็กม้วนขนาดหลายตัน วิ่งในซอยเล็ก ๆ ในซอยอนามัยงามเจริญ ในซอยท่าข้าม วิ่งจนคอสะพานหักครับ แต่สุดท้าย ก็ทำได้แค่เอายางมะตอยมาแปะ แต่สะพานของพี่น้องประชาชนที่สร้างโดยภาษีพี่น้อง ประชาชนก็ยังคงต้องหักแล้วก็ชำรุดทรุดโทรมทำให้รถคันอื่นที่วิ่งสัญจรผ่านไปผ่านมา ต้องเกิดอุบัติเหตุด้วยครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญ ท่านจีรเดชครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พรรคเศรษฐกิจไทย ท่านประธานครับผมขอพูดในสภาแห่งนี้อีกครั้งเป็นครั้งที่ ๕ ถึงปัญหาความเดือดร้อนจาก โครงการก่อสร้างอ่างน้ำปี้ อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริในวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น ๓,๙๘๑ ล้านบาท หากโครงการนี้แล้วเสร็จ จะสามารถช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้ถึง ๖๓,๐๐๐ ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเชียงม่วน ไปจนถึงจังหวัดแพร่กว่า ๖,๔๐๐ ครัวเรือน ท่านประธานครับโครงการนี้เริ่มดำเนินการ มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ สิ้นสุดสัญญาในปี ๒๕๖๔ รวมระยะเวลาก่อสร้าง ๖ ปี แต่เนื่องจาก บริษัทผู้รับเหมามีปัญหาทำให้ ๕ ปีของการก่อสร้างมีความก้าวหน้าเพียงแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ กรมชลประทานจึงได้ยกเลิกสัญญาตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านไป ๒ ปี กรมชลประทานยังไม่สามารถดำเนินการหาผู้รับจ้างรายใหม่ได้ ผมไม่ทราบว่ามันเกิด อะไรขึ้นทำไมถึงได้ล่าช้าขนาดนี้ ขณะที่บริษัทเดิมก็ได้เบิกเงินงบประมาณแผ่นดินไปแล้ว ทั้งสิ้นกว่า ๕๐๐ ล้านบาท แต่ใช้งานไม่ได้ นี่คือความล้มเหลวของกรมชลประทาน นี่คือ ความล้มเหลวของกระทรวงเกษตร นี่คือความล้มเหลวของรัฐบาลที่บริหารประเทศอยู่ใน ขณะนี้ ที่สร้างความเสียหายไปกว่า ๕๐๐ ล้านบาท เป็น ๕๐๐ ล้านบาท ที่มาจากเงินภาษี อากรของพี่น้องประชาชน นี่ยังไม่นับรวมถึงความเสียที่เสียโอกาสในการใช้ประโยชน์จาก อ่างน้ำปี้อีกมากมายมหาศาล ทั้งการเกษตร อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว ท่านประธานครับ ผมไม่แปลกใจว่าทำไมการพัฒนาบ้านเมืองมันถึงได้ล่าช้าก็เพราะบริหารกันแบบนี้บ้านเมือง มันถึงเป็นอย่างนี้ ขอฝากคำถามไปถึงท่านอธิบดีกรมชลประทาน ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตร ว่าโครงการนี้จะดำเนินการต่อไปได้หรือไม่และจะดำเนินการได้เมื่อไร ชาตินี้หรือชาติหน้าได้หรือไม่ได้ก็บอกมา อย่าปล่อยให้อ่างน้ำปี้กลายเป็นอนุสาวรีย์ที่ประจาน ความล้มเหลวของรัฐบาลเลยครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านวิสารครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย ท่านประธานจะเห็นว่าการหารือของ เพื่อนสมาชิกทุก ๆ อาทิตย์เกิดประโยชน์อย่างยิ่งเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน พวกเราใช้เวลา ๒ นาทีให้เป็นประโยชน์นะครับ แต่ท่านประธานครับผมอยากเรียนขอ ท่านประธานว่าเดี๋ยวนี้ระบบเทคโนโลยีมันทันสมัย ผมขออนุญาตท่านประธานสไลด์ (Slide) นะครับ🔗
สำนักงานศาลยุติธรรมเขาได้นำ ระบบข้อมูลคดีศาลยุติธรรม เขาเรียกระบบซีออส (CIOS) สามารถที่จะให้คู่ความเขาเอา วันนัดวันพิจารณาส่งหมายคำสั่งศาลต่าง ๆ ออกทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมงครับ อยากเรียนท่านประธานว่าเราอยากขอให้สภาแห่งนี้ ใช้วิธีอย่างนี้ ผมไม่ต้องการเอาหนังสือ ของท่านประธานสภาหรือหนังสือตอบของรัฐมนตรี ๓ เดือน ๖ เดือน แล้วไม่ได้แก้ปัญหา ครับท่านประธานครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมยกตัวอย่างให้เห็นเลยว่าเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนเรื่องนี้ผมได้หารือมาตั้งแต่วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ เรื่องเดียวกันนี้ครับ เป็นอ่างเก็บน้ำของห้วยส้านพลับพลา เป็นเขตติดต่อของทั้ง ๓ อำเภอ ไม่ว่าจะเป็นอำเภอ แม่ลาว อำเภอเมือง อำเภอแม่สรวย เขตข้างบนมีเศรษฐกิจที่ดี มีการทำไร่กาแฟ มีการทำไร่ พืชผลต่าง ๆ มีนักท่องเที่ยวไปเยอะแยะครับ แต่สิ่งที่ท่านประธานได้เห็นคืออะไรครับ ความไม่เข้าใจ ความไม่เอาใจใส่ของส่วนราชการ ขณะนี้ทางกรมทางหลวงชนบทได้ออกแบบ สะพาน ๓๐ กว่าล้านแล้ว แต่ว่าไม่มีการประสานติดต่อกับกรมป่าไม้ครับ ผมได้รับการ ร้องเรียนจากกำนันปรีชา กนกนาฏกุล ก่อนหน้านี้มีคนเสียชีวิตมีเด็กตกดอย แต่ขณะนี้มีเรื่อง ร้ายแรงก็คือว่าเมื่อวันที่ ๒๖ ที่ผ่านมานี้ มีผู้ช่วยสมคิดครับ รถพัดไปทั้งน้ำเลยครับ ลงไปเป็น กิโล ๆ อย่างนี้ทางส่วนราชการยังไม่มาติดต่อ ไม่มาช่วยเหลือหรือครับ เพราะฉะนั้นอยากให้ ท่านประธานได้ช่วยดูแลเรื่องนี้ แล้วก็ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ระบบซีออส (CIOS) เดี๋ยวนี้ เอกชนเขาสามารถที่จะใช้อิเล็กทรอนิกส์ติดต่อกันได้แล้วครับ ขอเชิญท่านประธานว่า เราควรจะต้องแก้ไขตรงนี้ให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสุดท้ายท่านนัทธี ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นัทธี ถิ่นสาคู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตนำปัญหาการขาดแคลน สภาพคล่องของผู้ประกอบการขนาดเล็ก โดยเฉพาะผู้ประกอบการในกลุ่มเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจท่องเที่ยว เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนตามมาตรการ ช่วยเหลือที่ผ่านมาของรัฐบาลได้เลย สาเหตุหลักเนื่องจากว่าข้อกำหนด เงื่อนไข และวิธีการ ของธนาคารนั้นไม่เอื้อต่อภาคธุรกิจ แม้กระทั่งธนาคารของรัฐเองที่มุ่งเน้นแต่ความมั่นคงของ ธนาคารเองเป็นหลักมากกว่าความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความอยู่รอดในภาคประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นระบบเศรษฐกิจฐานรากที่จำเป็นในการพัฒนาประเทศ ดังนั้นจึงขอนำเรียน ท่านประธานผ่านไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารของรัฐ แล้วก็สถาบันการเงินของรัฐ ทุกแห่งได้ทบทวนลดหย่อนผ่อนปรนกฎเกณฑ์เพื่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ รายย่อยในกลุ่มโรงแรมขนาดเล็ก ร้านอาหาร ผู้ประกอบการรถทัวร์ รถบัส (Bus) และธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ให้มีโอกาสมีทุนต่อยอดทางธุรกิจเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทาง เข้ามาสู่ประเทศไทย โดยมาตรการดังกล่าวต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนก่อนที่ผู้ประกอบการ กลุ่มนี้จะยืนอยู่ไม่ได้ ซึ่งวิกฤติจากปัญหานี้เกิดขึ้นแล้วที่จังหวัดภูเก็ต ในระยะ ๓-๔ เดือน ที่ผ่านมา ปรากฏว่าถูกบังคับคดีและยึดทรัพย์ไปแล้วไม่ต่ำกว่า ๓๐๐-๔๐๐ ราย ในผู้ประกอบการกลุ่มนี้ สูญเสียทางด้านเศรษฐกิจไปแล้วไม่ต่ำกว่า ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือสภาพความจริงที่เกิดขึ้น จึงนำเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่กล่าวถึงได้กรุณา หามาตรการเยียวยาและแก้ไขการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของกลุ่มผู้ประกอบการเหล่านี้ ต่อไปด้วย ขอบคุณครับ🔗
ครบทั้ง ๓๐ ท่านแล้วนะครับ ต้องกราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ เพราะว่าท่านได้รักษาเวลาดีมาก เราใช้เวลา ๑ ชั่วโมงพอดีนะครับ เข้าใจว่า ๒ นาทีนี่บางครั้งในรายละเอียดมันไม่พอ ท่านมีรายละเอียดมาก ผมถึงได้ให้โอกาสท่านยื่นหนังสือตามมา เพราะอย่างน้อยที่สุด ข้อประเด็นที่เราร้องเรียนก็เป็นประเด็น ในรายละเอียดผมก็ทำหนังสือต่อไป เพราะว่าเรา เป็นฝ่ายตรวจสอบ เราได้ร้องเรียนแล้วให้รัฐบาลรับทราบถึงปัญหาแล้ว ถ้ารัฐบาลไม่ปฏิบัติ เราก็มีกลไกของเราในการตรวจสอบติดตามต่อไปนะครับ ขอบพระคุณทุกท่านครับ🔗
ต่อไป ผมขอแจ้งท่านสมาชิกที่มาลงชื่อทั้งหมด ๒๖๖ ท่าน ครบเป็นองค์ประชุมนะครับ ผมขอ ดำเนินการเปิดประชุมตามระเบียบวาระต่อไป🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา มีทั้งหมด ๓ ฉบับ มีของท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล พรรคภูมิใจไทย ถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านมีจดหมายมาขอเลื่อนนะครับ เพราะติดภารกิจ สำคัญ กระทู้ถามสดด้วยวาจา ฉบับที่ ๒ นายนพพล เหลืองทองนารา พรรคเพื่อไทย ถามนายกรัฐมนตรี ท่านได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มาตอบ ซึ่งท่าน อยู่นี่แล้วนะครับ กระทู้ถามสดด้วยวาจา เรื่องที่ ๓ เป็นของท่านนภาพร เพ็ชร์จินดา พรรคเสรีรวมไทย ถามนายกรัฐมนตรี ท่านได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มาตอบ กระทู้แรกของท่านกรวีร์ ท่านขอเลื่อนนะครับ ท่านกรวีร์มีอะไรฝาก เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดอ่างทอง จริง ๆ ตั้งใจที่จะมาตั้งกระทู้สดนะครับ เพราะว่าเป็นปัญหาความ เดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรชาวนาไทยทั้งประเทศเลยครับ ที่ผมต้องมาตั้งกระทู้สดถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีใน ๒ ๓ ประเด็นหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเงินที่จะไปช่วยเหลือพี่น้อง เกษตรกรที่ทำนา บังเอิญว่าท่านนายกรัฐมนตรีติดภารกิจแล้วก็มอบหมายให้ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งดูแลกรมการข้าวซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับ กรมการข้าว แต่ท่านก็ติดภารกิจอีก ก็คิดว่าอยากจะขอเวลาท่านประธานตรงนี้ ในเรื่องของ การฝากประเด็น และอยากจะถามท่านประธานให้ชัดเจนครับว่าการเลื่อนกระทู้ในครั้งนี้ ออกไปนี่หมายความว่าสัปดาห์หน้า ผมเองก็จะมาถามในสัปดาห์หน้าแล้วก็กระทู้สดจาก ๓ เป็น ๔ กระทู้ ใช่หรือไม่นะครับ🔗
ถ้าที่ ประชุมไม่ขัดข้องก็เพิ่มอีก ๑ กระทู้ เป็นประเพณีที่เราปฏิบัติมา เชิญครับ🔗
กราบขอบพระคุณครับ มีประเด็นที่อยากจะฝากใน ๒ เรื่องหลัก🔗
เรื่องแรก คือเรื่องของโครงการของกรมการข้าวนะครับ โครงการสนับสนุน ลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรที่ปลูกข้าวผ่านสภาเป็นที่เรียบร้อยครับ ได้รับเงินงบประมาณไปทั้งสิ้นถึง ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท เป็นโครงการใหม่ครับ แล้วก็เป็น โครงการที่พี่น้องเกษตรกรชาวนาเขาให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก และเขาก็ถามมาถึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่เฉพาะภาคกลางของผมนะครับ ทางภาคอีสานทางศรีสะเกษ ทางท่าน ส.ส. รุ่งโรจน์ ทางจังหวัดบุรีรัมย์ รวมไปถึงทางพี่ศรีนวลที่จังหวัดเชียงใหม่ ทุกคน ร้องถามกันหมดนะครับว่าตกลงแล้วโครงการ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท วิธีการในการปฏิบัติที่จะ ไปช่วยเหลือชาวนาเราจะทำอย่างไร ตรงนี้ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของการบริหารจัดการ และที่สำคัญท่านประธานครับ อีกประเด็นที่สำคัญก็คือเกิดความสับสนครับ และพี่น้อง เกษตรกรที่ทำนาก็ถามกันว่าแล้วตกลงเมื่อมีโครงการงบประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทมาแล้ว โครงการเดิมที่เคยช่วยเหลืออยู่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการเรื่องของสนับสนุนค่าบริหารจัดการ และพัฒนาคุณภาพผลผลิตทางการเกษตร หรือเรียกง่าย ๆ ว่าโครงการช่วยเหลือชาวนาไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ตรงนี้ยังจะมีช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอยู่หรือไม่ อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่ จับตามองนะครับ แล้วก็เป็นคำถามที่อยากจะถามไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่านโยบาย ในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกข้าวจะช่วยเหลืออย่างไร แต่วันนี้โชคดีท่าน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งทราบว่ามีเพื่อนสมาชิกที่สนใจ อยากจะถามในประเด็นที่ใกล้เคียงกันในเรื่องของโครงการประกันรายได้นะครับ ถ้าหากว่า ท่านมีข้อมูลตรงนี้จะกรุณาชี้แจงเผื่อ ก็จะกราบขอบพระคุณนะครับ ส่วนของผมเดี๋ยวก็จะ ยกยอดไปเพื่อที่จะไปถามกระทู้สดในสัปดาห์หน้า กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
กระทู้ถามสด ด้วยวาจาตามข้อบังคับให้แต่ละกระทู้นั้นต้องตอบ ถามเสร็จภายใน ๓๐ นาที ซึ่งเราแบ่ง ผู้ถาม ๑๕ นาที ท่านรัฐมนตรี ๑๕ นาที ห้ามเกินนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๐ แล้วถามได้ ไม่เกิน ๓ ครั้ง การตั้งกระทู้ การตอบต้องชัดเจนไม่ฟุ่มเฟือย ไม่เป็นลักษณะการอภิปราย ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ นะครับ เชิญผู้ตั้งกระทู้ถามด้วยวาจา ท่านนพพลเชิญครับ🔗
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๙๗ ส. (นายนพพล เหลืองทองนารา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ตอบ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม วันนี้ผมได้รับโอกาสจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งทางพรรคก็ได้รับข้อร้องเรียน แล้วก็ได้รับสิ่งที่เป็นทุกข์เป็นร้อน เป็นความทุกข์ของพี่น้อง เกษตรกรทั่วประเทศนะครับ พรรคได้ให้โอกาสผมในการที่จะสอบถามกระทู้สดกับทาง นายกรัฐมนตรี ผมขอเริ่มเลยแล้วกันนะครับ🔗
ข้อแรกที่ผมจะขอถามนั่นก็คือความชัดเจนของโครงการประกันรายได้ เกษตรกรของทางรัฐบาลที่ได้ดำเนินการมาแล้วปีนี้เป็นปีที่ ๔ นะครับ แต่ว่าในทุก ๆ ปี นับเรื่องตั้งแต่ปีที่ ๑ ๒ ๓ และจนกระทั่งปีนี้ปีสุดท้ายของรัฐบาลนี้ปีที่ ๔ ความชัดเจนของ นโยบายนี้ไม่เคยมีความชัดเจนเลยสักครั้งหนึ่งแม้ว่าโครงการนี้จะปฏิบัติมาแล้วถึง ๓ ปี แต่ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างก็เกิดความล่าช้า ทั้งล่าช้าแล้วก็ทั้งไม่ชัดเจน ทั้งในส่วนของการกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ แล้วก็โครงการนั้นจะสามารถคงต่อไปหรือไม่นะครับ อย่างเช่นปัจจุบัน มีคำถามมาตลอดว่า ส.ส. ไม่รู้ว่าค่าเก็บเกี่ยวรัฐบาลจะให้ไหม ก็คือเป็นโครงการคู่ขนานของ โครงการประกันรายได้ว่าเอ๊ะจะได้ไหมไร่ละพัน เพราะได้ข่าวมาว่าถูกตัดไปแล้ว แล้วก็จะได้กัน แค่ไร่ละ ๗๐๐ บาท ไม่เกิน ๕ ไร่คือทุกสิ่งทุกอย่างมันมีความคลุมเครืออยู่ในตัว เพราะฉะนั้น เลยทำให้เกษตรกรนั้นเป็นทุกข์แล้วยิ่งมาสภาวะเศรษฐกิจยามนี้พี่น้องต้องประสบปัญหา หลาย ๆ อย่างในเรื่องของต้นทุนการผลิต เพราะฉะนั้นแล้วผมอยากจะขอทราบในประเด็นแรก ก่อนเลยนะครับว่า สรุปแล้วอยากทราบความชัดเจนของโครงการประกันรายได้ รวมทั้ง มาตรการคู่ขนานของรัฐบาลในปีการผลิต ๒๕๖๕/๒๕๖๖ ครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบนะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ ผมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามสดกระทู้นี้นะครับ เพื่อนสมาชิกได้สอบถามเมื่อสักครู่ถึงความชัดเจนของโครงการหรือนโยบายประกันรายได้ เกษตรกรปีที่ ๔ คือปีนี้ แล้วท่านก็ให้ความเห็นว่าไม่เคยมีความชัดเจนแล้วก็ล่าช้า ก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่าความจริงนโยบายประกันรายได้ เกษตรกรมีความชัดเจนมาตั้งแต่ต้น ที่บอกว่าชัดเจนเพราะว่าแม้จะเป็นนโยบายที่ได้ ดำเนินการต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลาก็ตาม แต่ว่านโยบายนี้ได้ประกาศเป็นนโยบายของ รัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นมันผูกพันรัฐบาล จึงเป็นเรื่องที่ รัฐบาลได้ดำเนินนโยบายนี้มาตลอดระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมาเต็ม ๆ แล้วปีนี้ก็กำลังจะขึ้นสู่ ปีที่ ๔ ซึ่งผมขออนุญาตเรียนว่าไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้ รัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนนโยบาย ประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งก็มีพืช ๕ ชนิด คือข้าว มัน ยาง ปาล์ม ข้าวโพด แล้วก็โดยเฉพาะข้าว ขณะนี้ได้ผ่านที่ประชุมคณะอนุกรรมการด้านการตลาดที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คือตัวผมเองเป็นประธานเสร็จเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะนำเข้าสู่การประชุมของ คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ คือ นบข. ซึ่งท่านนายกเป็นประธานและได้มีการ นัดประชุมเบื้องต้น ยกเว้นจะมีการเลื่อนไปเป็นอย่างอื่น ในวันที่ ๘ กันยายนที่จะถึงนี้ ซึ่งอันนี้ถ้าผ่านก็จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป และที่ท่านบอกว่าท่านเกรง จะล่าช้าไม่ช้านะครับ เพราะว่าผ่านอนุกรรมการมาแล้วเรียบร้อย แล้วก็ขณะนี้กำลังจะเข้าสู่ การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายข้าว โครงการนี้ก็จะเริ่มจ่ายเงินส่วนต่างตั้งแต่ วันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ ซึ่งก็เหลือเวลาอีกประมาณ ๑ เดือนครึ่ง เพราะฉะนั้นขั้นตอน กระบวนการก็ไปตามนี้ได้ทันเวลาอยู่แล้วและมีความชัดเจน อันนี้ก็คือสิ่งที่ขออนุญาต ที่จะกราบเรียนให้ท่านประธานได้รับทราบ รวมทั้งมาตรการอื่น ๆ เช่น มาตรการคู่ขนาน ก็มีมาตรการที่ดำเนินการมาโดยต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการที่จะให้มีการเก็บสต๊อก (Stock) ข้าวหรือที่เรียกว่าชะลอขายของเกษตรกรตันละ ๑,๕๐๐ บาท ถ้าเกษตรกรเก็บข้าว ไว้ยังไม่ขายในช่วงที่ข้าวประดังออกมาเยอะ เพื่อป้องกันไม่ให้ตลาดข้าวมันล้น แล้วก็ทำให้ราคาข้าวมันตกต่ำ รัฐบาลก็จะชดเชยให้ตันละ ๑,๕๐๐ บาท ซึ่งอันนี้ก็ยังมี นโยบายเหมือนเดิมทุกอย่าง รวมทั้งเงินช่วยดอกเบี้ย ๓ เปอร์เซ็นต์ ให้กับสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรที่เก็บสต็อก (Stock) ข้าวไว้ไม่เทขายในช่วงข้าวออกเยอะและช่วยโรงสีด้วย ดอกเบี้ยร้อยละ ๓ เช่นเดียวกัน อันนี้มาตรการเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ทุกประการ แม้แต่ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ผมขอพูดสั้น ๆ แค่นี้ทุกท่านคงทราบดี ที่ท่านเป็นห่วงแล้วก็ท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล ท่านก็ถามเมื่อสักครู่ผมตอบการณ์ล่วงหน้า ไม่ได้แต่สิ่งที่ขอตอบได้ก็คือว่า อย่างน้อยมาตรการไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ครอบครัวละไม่เกิน ๒๐ ไร่นั้น ก็ได้ผ่านที่ประชุม อนุกรรมการด้านการตลาดที่มีการประชุมมาแล้วเช่นเดียวกัน ซึ่งก็รอที่จะเข้าสู่การพิจารณา ของกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นนี่ก็คือความชัดเจนที่ขออนุญาต กราบเรียนกับท่านประธานครับ🔗
เชิญท่าน ถามครั้งที่ ๒ ท่านนพพล🔗
ท่านประธานครับ ผมขอถาม ในคำถามที่ ๒ ในสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบมาว่าไม่ต้องกลัวล่าช้า เพราะว่าท่านก็ยัง ยกตัวอย่างว่าเมื่อคราวนี้ที่ประชุมกันของคณะอนุกรรมการด้านการตลาดที่ท่านเป็น ประธานอยู่ ที่ประชุมกันเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคมที่ผ่านมา แล้วก็จะมีการเริ่มจ่ายเงิน ในโครงการประกันรายได้ตั้งแต่วันที่ ๑๕ ตุลาคม เป็นสิ่งที่ท่านตอบมาแล้วผมก็กำลังเตรียม คำถามตรงนี้อยู่พอดี ท่านครับ ท่านจำเมื่อปีที่แล้วได้ไหม เมื่อปีที่แล้วท่านประชุมกัน ผมขอเริ่มตั้งแต่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติเลยครับ ประชุมกันในเดือนสิงหาคม ๒๕ สิงหาคมแล้วท่านก็มีการบอกเช่นกันว่าจะเริ่มจ่าย ๑๕ ตุลาคม ผมเองเฝ้ารอนะครับ เฝ้ารอว่าท่านจะจ่ายตามนั้นไหม เอาใจช่วยท่านด้วยซ้ำแต่ว่าในการจ่ายครั้งแรก ท่านเอง ก็บอกตั้งแต่เมื่อสิงหาคมปีที่แล้วว่าจะต้องมีการได้รับมติจากคณะรัฐมนตรีก่อน ท่านครับ ถ้าท่านจะจ่ายวันที่ ๑๕ ตุลาคม ท่านก็ต้องเข้าสู่คณะรัฐมนตรีให้อนุมัติก่อนวันที่ ๑๕ ตุลาคม แต่เมื่อปีที่แล้วท่านเข้าสู่คณะรัฐมนตรีวันไหนครับ ท่านเข้าสู่คณะรัฐมนตรีปลายเดือนแล้ว ปลายเดือนตุลาคม แล้วกว่าจะจ่ายได้จริง ๆ นั่นก็คือตัดเข้าไปเดือนพฤศจิกายนปลายเดือน เพราะฉะนั้นนี่คือความไม่ชัดเจน แล้วก็ความไม่แน่ใจว่าท่านจะสามารถปฏิบัติได้ตาม สิ่งที่ท่านได้บอกหรือไม่ เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรียังบอกว่าถ้าผ่าน คำว่า ถ้าผ่าน ถ้าผมเป็น ชาวนา ผมก็มีความรู้สึกว่าอ้าวแล้วถ้าคณะท่าน ท่านเป็นแค่อนุกรรมการทางด้านการตลาดนี่ ท่านผ่าน แต่ถ้าคณะใหญ่ก็คือนโยบายข้าวแห่งชาติไม่ผ่านล่ะ เพราะท่านใช้คำว่า ถ้าผ่าน ก็แสดงว่ามีความไม่ชัดเจนในนี้ ท่านครับ แล้วความล่าช้าของท่าน ท่านมีความเสียหาย ที่เกิดขึ้นเพราะจริง ๆ แล้วโครงการประกันรายได้ทำมาแล้ว ๓ ปี แล้วการปลูกข้าว ในประเทศไทย เขาปลูกมาแล้วไม่รู้จักกี่ชั่วอายุคน รอบของมันถ้าเพาะปลูกในเดือนเมษายน ก็ต้องเก็บเกี่ยววันที่ ๑-๑๕ สิงหาคม ถ้าเพาะปลูกวันที่ ๑ พฤษภาคม ก็ต้องเก็บเกี่ยว วันที่ ๑-๑๕ กันยายน ทำไมท่านชักช้า คือหมายความว่าท่านควรจะต้องเตรียม เตรียมตั้งแต่แรก ตั้งแต่หมดนาปรังเริ่มที่จะทำนาปี ท่านก็ควรที่จะพิจารณาเรื่องนี้แล้วเพื่อให้เกิดความชัดเจน ในปีโครงการของท่าน ในฤดูการผลิต ปี ๒๕๖๒/๒๕๖๓ ท่านเองได้มีการอนุมัติไป คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม แต่พอในรอบของการผลิตปี ๒๕๖๔/๒๕๖๕ แทนที่จะไว กว่าเดิมเพราะท่านก็รู้อยู่ว่าชาวนานั้นมีความเดือดร้อน แต่ตรงนี้กว่าท่านอนุมัติของ คณะรัฐมนตรีได้ก็เป็นวันที่ ๒๙ ตุลาคม ท่านครับผมขอถามท่านเลยว่าในสิ่งที่ท่านไม่ชัดเจนมันมีความเสียหายกับชาวไร่ชาวนา วันนี้พื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปีในประเทศไทยมีทั้งสิ้น ๑๕,๖๐๐,๐๐๐ ไร่ แล้วมาถึงวันที่ ๓๑ สิงหาคม มีการเก็บเกี่ยวไปแล้ว ๒,๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ท่านจะดูแลเขานี่ที่นอกเหนือจากสิ่งที่ท่าน มีอยู่ในโครงการแล้วหรือไม่ เรายังหวังว่าในโครงการ ๑๕,๒๖๐ ล้านที่ผ่านกรมการข้าว จะเป็นอีกโครงการหนึ่งที่จะมาช่วยเสริมในส่วนที่ท่านขาดตกบกพร่องไปที่ท่านไม่มี ความชัดเจน เพราะฉะนั้นคำถามต่อมาก็คือจะขอถามว่าในส่วนโครงการ ๑๕,๒๖๐ ล้าน ที่ผ่านกรมการข้าวกับโครงการประกันรายได้ของท่านในส่วนของค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ที่ใช้เม็ดเงินทั้งหมด ๕๕,๐๐๐ ล้านบาท เป็นโครงการอันเดียวกันหรือไม่ เป็นเม็ดเงินตัวเดียวกันหรือไม่ แล้วชาวนาในปีนี้ถ้าในโครงการเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ผ่านคณะรัฐมนตรีแล้วผมขอถามว่าชาวนาจะได้ ๒ อย่างใช่ไหมครับ นั่นก็คือได้ทั้งในส่วนของ ที่อยู่ใน ๑๕,๒๖๐ ล้านที่อยู่ในของกรมการข้าวแล้วก็ได้ในส่วนของที่เป็นโครงการของรัฐบาล ค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๐ ไร่ใช่ไหมครับ ขอถามครับ🔗
เชิญท่าน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจุรินทร์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ กรณีงบประมาณที่ผ่านสภา ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ของกรมการข้าว อันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นเจ้าของเรื่อง ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านกรวีร์ ก็ได้สอบถามสัปดาห์หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็คงจะมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ว่า ข้อเท็จจริงคืออะไรอย่างไร ส่วนกรณีโครงการไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท อันนั้นเป็นโครงการ ที่กระทรวงพาณิชย์เป็นเจ้าของเรื่อง และได้ผ่านที่ประชุมคณะอนุกรรมการด้านการตลาด แล้วอย่างที่ผมกราบเรียนก็รอการพิจารณาของคณะกรรมการ นบข. ซึ่งก็จะพิจารณาควบคู่ ไปกับโครงการประกันรายได้เกษตรกรในวันที่ ๘ กันยายนต่อไป ซึ่งอันนี้ผมขออนุญาต เรียนว่ามันก็มีความชัดเจนอย่างน้อยก็ผ่านที่ประชุมอนุกรรมการ แต่จะตอบตรงนี้ก่อนที่ คณะกรรมการ นบข. เขาจะประชุมว่าผ่านแน่นอนผมไม่อยู่ในฐานะจะไปตอบ เพราะว่า ทั้งหมดก็อยู่ที่คณะกรรมการซึ่งมีท่านนายกเป็นประธาน มีผมเป็นกรรมการ แล้วก็มี สำนักงบประมาณ มีกระทรวงการคลังมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีหลายหน่วยงาน ที่อยู่ในนั้นด้วย ก็ต้องให้เขาเป็นผู้พิจารณาแต่สิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจก็คือว่านโยบายประกัน รายได้ข้าวควรจะต้องผ่านเพราะมันเป็นนโยบายของรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อสภาอย่างที่ผม กราบเรียน แล้ววงเงินงบประมาณทั้งหมดที่เสนอไปทั้งประกันรายได้ข้าว ทั้งในส่วนของ มาตรการคู่ขนานและในส่วนของไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท รวมแล้วเที่ยวนี้ที่เสนอต่อที่ประชุม นบข. ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ โดยประมาณใช้เงินไม่น้อยเลยทีเดียวในการ ที่จะเข้าไปตั้งใจช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะขึ้นอยู่กับนโยบายการเงินการคลัง ซึ่งมีประกาศกำหนดเพดานไว้ว่าต้องไม่เกิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ขั้นตอนการปฏิบัติถ้ามีมติแล้ว ก็จะต้องอยู่ที่ตรงนั้นด้วย ซึ่งกระทรวงการคลังเขาก็มีระบบในการบริหารจัดการที่ผ่านมา เช่นทุกปีก็สามารถดำเนินการให้ผ่านพ้นไปได้ แม้บางช่วงเวลามันอาจจะขลุกขลักบ้าง เพราะมันอาจจะไปติดเรื่องเพดาน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งท่านก็รับทราบแต่สุดท้ายชาวนา ก็จะได้รับเงินส่วนต่างตามที่ได้กำหนดไว้นะครับ อันนี้ก็คือสิ่งที่ขออนุญาตกราบเรียนครับ🔗
ถามได้อีก ๑ ครั้งครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ผมก็คิดว่าเกษตรกรที่รับฟังอยู่ก็คงอกสั่นขวัญแขวน เม็ดเงินที่ท่านใช้ในโครงการนี้ ทั้ง ๓ อย่างนะครับ ๑๕๐,๐๐๐,๑๒๗,๗๕๐,๐๐๐ บาท แต่ที่ผมบอก ๕๐,๐๐๐ กว่า เมื่อสักครู่นี้เป็นเฉพาะในส่วนของไร่ละ ๑,๐๐๐ ไม่เกิน ๒๐ ไร่ ท่านครับคำถามต่อมาที่ผม จะขอสอบถามท่านก็คือว่า เหมือนเดิมล่ะครับ ผมยังไม่มีความมั่นใจในคำตอบที่ท่านตอบ ทั้งที่ท่านบอกว่าจะไปตอบแทนคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติก็ไม่ได้เพราะท่านเป็น แค่กรรมการอยู่ นายกเป็นประธานครับ เข้าใจครับ ผมก็เข้าใจแต่ว่านี่คือท่านจะย้ำเสมอว่า เป็นนโยบายของรัฐบาล ซึ่งความชัดเจนมันต้องมีไม่ใช่แบบนี้ แล้วสิ่งที่ผมจะถามต่อมาที่สร้าง ความไม่ชัดเจนต่อผมและความไม่แน่ใจก็คือว่า วันนี้ท่านได้ขยายเพดานวงเงินออกไปแล้ว จาก ๓๐ เป็น ๓๕ และเม็ดเงินตอนนี้เหลือเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์ จากท่านขยายไปแล้วนะครับ แล้วโครงการนี้ท่านต้องใช้ทั้งหมด ๑๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่าท่านมีวงเงินเหลือเพียงแค่ เปอร์เซ็นต์เดียว แล้วเปอร์เซ็นต์เดียวมันเป็นเม็ดเงินประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านต้อง หาเงินมาเติมอีก ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเองไม่สบายใจเลยที่เห็นท่านตอบแบบนี้ที่ไม่ได้ ฟันธงลงมา แล้วก็ปัจจุบันนี้ท่านครับท่านได้คิดจะทบทวนในมาตรการของท่านหรือไม่ นั่นก็คือว่าใน ๑ กรณีแรกผลผลิตต่อไร่ ท่านครับวันนี้เกษตรกรก็พยายามที่จะกระตือรือร้น ตัวเอง พัฒนาตัวเองให้การปลูกข้าวของตัวเองได้ผลผลิตมากขึ้น เพราะฉะนั้นผลผลิตต่อไร่ ที่ท่านถัวเฉลี่ยไว้ในโครงการประกันรายได้ อย่างข้าวเปลือกเจ้าท่านให้แค่ ๖๑๐ กิโลกรัมต่อไร่ หอมมะลิท่านให้อยู่ ๓๖๐ แล้วหอมมะลินอกพื้นที่ให้อยู่ ๔๔๕ ท่านครับในความเป็นจริงพื้นที่ ทางการเกษตร ณ เวลานี้โดยเฉพาะในโซนของภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ค่าเฉลี่ยมันไม่ใช่เท่านี้ ค่าเฉลี่ยของข้าวไปถึง ๗๐๐ กว่า ๘๐๐ กว่า ยอมรับว่าภาคอีสาน อาจจะน้อยกว่า ท่านครับท่านไม่เปลี่ยนแปลงให้ทุกอย่างสอดคล้องดังความเป็นจริงบ้าง หรือครับ แล้วอีกสิ่งหนึ่งก็คือว่าในราคาที่ท่านตั้งไว้ อย่างข้าวเปลือกเจ้า ข้าว กข ที่เราเรียกกัน ท่านตั้งไว้ตั้งแต่ปีแรก ๑๐,๐๐๐ บาท ปีที่ ๒ ก็ ๑๐,๐๐๐ บาท ปีที่ ๓ ก็ ๑๐,๐๐๐ บาท และปีที่ ๔ ก็ ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ท่านอย่าลืมนะครับว่าในปีที่ ๑ ๒ ๓ สมมติฐานที่ท่านตั้งผมเชื่อได้ว่า นั่นคือราคาปุ๋ยที่ ๕๘๐ บาทไม่เกิน ๖๕๐ บาทในปุ๋ยยูเรีย (Urea) ๔๖-๐-๐ น้ำมันลิตรหนึ่ง ๒๕ บาท ไม่ใช่ ๓๕ บาทตอนนี้ จริงอยู่ว่าราคาปุ๋ยตอนนี้อาจจะลง อาจจะลงไปแล้วเหลือ ประมาณ ๑,๓๐๐ ๑,๔๐๐ บาท แต่ท่านครับเพิ่งจะลงตอนนี้ แต่ตอนที่ชาวนาทำกันในช่วงที่ เขาเพาะปลูกกันพฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม ปุ๋ยทั่วประเทศขึ้นไป ๑,๗๐๐-๑,๘๐๐ บาท แล้วตอนนี้ผมก็ต้องขอชื่นชมกับท่านด้วยจะไม่รู้ว่าประชดประชันหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ เหมือนกันนะครับ ผมก็พลอยยินดีกับท่านที่บอกว่าราคาตอนนี้ขยับขึ้น แต่นั่นละครับเป็น สิ่งที่ทำให้ชาวนาเกษตรกรนอนไม่หลับก็เพราะว่าในเมื่อราคามันสูงขึ้น ส่วนต่างที่เขาจะได้ แทบจะไม่ได้เลย ณ เวลานี้อย่างจังหวัดพิษณุโลกบ้านผม ถ้าข้าว กข ข้าวเปลือกของท่าน นี่นะครับรับซื้อกันที่ ๗,๕๐๐ บาทต่อตันในความชื้นที่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แต่พอหักสิ่งเจือปน หักค่าเปอร์เซ็นต์ลดหลั่นอะไรลงมาแล้ว บวกค่าเปอร์เซ็นต์ความชื้นเข้าไป บวกค่าสิ่งเจือปน เข้าไป ชาวนาบ้านผมที่พิษณุโลกหรือภาคเหนือตอนล่างตรงนั้นจะได้รับส่วนต่างอยู่ไม่เกิน ๒๐๐ บาท และถ้าราคาขยับขึ้นไปเพียง ๑๐๐ เดียวติดลบด้วยซ้ำ ท่านครับเพราะฉะนั้นผมอยากจะขอถามว่าท่านจะมีการขยับในเรื่องของผลผลิตต่อไร่ แล้วก็ขยับในเรื่องของราคากลางที่ท่านตั้งไว้หรือไม่ เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้นะครับ แล้วก็สุดท้ายในเรื่องของนโยบายนี้ท่านบอกว่าโครงการประกัน รายได้ถ้าเกษตรกรขายข้าวได้เท่าไร ขายตามเป็นจริงได้เท่าไร ส่วนต่างมารับจากรัฐบาล ท่านครับ ทุกวันนี้แล้วนานมาแล้วด้วยซ้ำ ชาวนาที่พิษณุโลกขายข้าว ชาวนาที่อ่างทองขายข้าว ชาวนาที่ฉะเชิงเทราขายข้าว ข้าวชนิดเดียวกันเวลาไปขายข้าว ผมให้ขายวันเดียวกัน ความชื้นเท่ากัน แต่รับเงินสดจากค่าข้าวไม่เท่ากัน ขอสไลด์ (Slide) ที่เป็นราคาข้าวด้วยครับ🔗
วันที่ ๒๔ ธันวาคมครับ ที่จริง วันที่ ๓๑ เมื่อวานก็มีท่าน ท่านครับ เอาวันที่ ๓๑ สิงหาคมที่ผ่านมานี้ ราคาข้าวเปลือกเจ้า ๕ เปอร์เซ็นต์ ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือรวมเปอร์เซ็นต์เรียบร้อยที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ขายได้ ๙,๔๐๐ บาทต่อตัน แต่ชาวนาที่พิษณุโลกข้าวเปลือกเจ้า ๕ เปอร์เซ็นต์ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์เหมือนกัน ขายได้ ๙,๒๐๐ บาท ท่านครับ แล้วอย่างนี้เวลาท่านออกราคา อ้างอิงกำหนดเกณฑ์กลางมาท่านให้เท่ากันทั่วประเทศ แล้วอย่างนี้จะถูกต้องตามนโยบาย ที่ท่านบอกได้อย่างไร แล้วท่านเคยบอกว่าพอคณะอนุกรรมการเกณฑ์ราคากลางข้าว ได้ประกาศออกมาแล้วภายใน ๓ วันทำการ ชาวนาที่มีสิทธิที่จะได้รับเงินส่วนต่างในรอบนั้น ๆ จะต้องได้รับเงินโอนจาก ธ.ก.ส. ไม่เกิน ๓ วันทำการ มีครั้งไหนบ้าง อยากจะขอถาม มีครั้งไหนบ้างในระยะเวลาที่ท่านดำเนินงานมา ๓ ปี ผมให้ ๓ ปีเลยนะครับ รวมแล้วปีหนึ่ง ประมาณ ๓๐ กว่างวด ประมาณ ๑๐๐ งวด มีงวดไหนบ้างที่ท่านจ่ายตรงตามเกณฑ์คือ เงินเข้าบัญชีของเกษตรกรไม่เกิน ๓ วันทำการ ผมขอถามครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีจุรินทร์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ท่านก็ถามปนกันเยอะนะครับ ผมก็ขออนุญาต ที่จะตอบในเวลาจำกัดเป็นหลัก ท่านถามว่าราคาข้าวแต่ละพื้นที่ที่เกษตรกรขายได้ไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นก็จะมีผลต่อส่วนต่างซึ่งกลายเป็นได้เท่ากัน ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ก็ขออนุญาต ที่จะกราบเรียนว่า ราคาตลาดที่กำหนดขึ้นมาเพื่อไปลบกับรายได้ประกัน เช่นข้าวเปลือกเจ้า ประกัน ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้าราคาตลาด ๘,๐๐๐ บาท ก็จะมีเงินชดเชย ๒,๐๐๐ บาท แต่ต้องใช้ ๘,๐๐๐ บาท เพราะ ๘,๐๐๐ บาท เป็นราคาข้าวที่ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ราคา ข้าวเปียก ถ้าข้าวเปียกก็จะไม่ถึง ๘,๐๐๐ บาท แล้วก็อาจจะลงมาเหลือ ๗,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นถ้าเราไปจ่ายส่วนต่างราคาข้าวเปียกก็จะกลายเป็นว่าส่วนต่างมันจะกลายเป็น ๓,๐๐๐ บาท ซึ่งก็จะไม่เป็นการดำเนินการตามมาตรการที่เหมาะสม เพราะเราต้องการ ส่งเสริมให้ชาวนาปลูกข้าว แล้วก็มีผลิตภัณฑ์ข้าวเปลือกที่ความชื้นต่ำเพื่อจะได้ขายราคาดีขึ้น ราคาตลาดก็จะดีขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นก็ต้องใช้ราคาความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ และ ขณะเดียวกันไม่สามารถที่จะไปใช้พื้นที่เฉพาะแต่ละพื้นที่ เพราะราคาแต่ละพื้นที่มี ความหลากหลายแตกต่างแต่ละกรณี แต่ละพื้นที่ จึงต้องใช้ราคาเฉลี่ยรวมกันทั่วทั้งประเทศ เป็นตัวราคาตลาด ซึ่งอันนี้เป็นข้อกำหนดร่วมกันในที่ประชุมทั้งในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง ส่วนราชการ และรวมทั้งโรงสี และเกษตรกร ด้วยที่ตกลงเห็นพ้องกันในแนวทางนี้นะครับ ๓ แหล่งที่เป็นที่มาของการคำนวณราคาข้าว ในตลาด ก็คือ ๑. เอาราคาข้าวสารที่สำรวจจริงในตลาดเฉลี่ยมาทอนเป็นราคาข้าวเปลือก เพราะฉะนั้น อันนั้นก็จะได้ราคาข้าวเปลือก ๑ ราคาที่ถือว่าเป็นราคาตลาดความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ตั้งไว้ ตัวที่ ๒ เอาราคาข้าวเปลือกที่โรงสีรับซื้อซึ่งมีการสำรวจจริงทั่วทั้งประเทศแล้วก็เฉลี่ย ก็มาวางไว้เป็นตัวที่ ๒ ตัวที่ ๓ ก็คือเอาราคาที่พาณิชย์จังหวัดที่มีข้าวทั่วประเทศเขารับซื้อกัน แล้วก็เอาราคาข้าวเปลือกนี้มาเฉลี่ยตัวที่ ๓ ก็ตั้งไว้แล้วเอา ๓ ตัวนี้มาเฉลี่ยอีกครั้งหนึ่ง เป็นราคาตลาดข้าวความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ที่จะใช้ร่วมกัน ในมาตรฐานกลางทั้งหมด แล้วก็ถ้าราคาตลาดสูงกว่ารายได้ประกัน เช่น ประกันข้าวเปลือกเจ้า ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้าราคาตลาด ๑๐,๐๐๐ บาทก็ไม่มีส่วนต่างเพราะเกษตรกรขายได้เกิน รายได้ประกันไปเป็น ๑๑,๐๐๐ บาทไปแล้วสมมุติ แต่ถ้าต่ำกว่าเมื่อไร เช่น เหลือ ๘,๐๐๐ บาท ก็จะมีส่วนต่าง ๒,๐๐๐ บาทที่จะโอนไปให้ อันนี้ก็คือสิ่งที่ต้องขออนุญาตที่จะทำความเข้าใจ เบื้องต้นกับผู้ที่ได้ถามกระทู้เมื่อสักครู่นะครับ ซึ่งมาตรการนี้เป็นมาตรการที่ได้ตกลงกันมา ตั้งแต่เบื้องต้นแล้วในที่ประชุมจนตกผลึกทั้งหมดแล้วก็ขออนุญาตที่จะเรียนให้ทราบนะครับ ส่วนกรณีที่ท่านเป็นห่วงเรื่องต้นทุนการผลิต ผมก็เรียนว่ารัฐบาลก็พยายามที่จะเข้าไปช่วย แก้ไขปัญหาแล้วก็ขณะนี้เรามียุทธศาสตร์ข้าวไทย ซึ่งในนั้นก็จะมีการลดต้นทุนการผลิตด้วย มาตรการ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ผมไม่ใช้เวลาตรงนี้แล้ว และมีเป้าหมายชัดเจนว่าในอนาคตเราจะ ลดต้นทุนการผลิตให้ลงมาเหลือเท่าไร เพื่อให้ชาวนามีโอกาสที่จะมีกำไรมากขึ้นในการขาย นอกจากนั้นในเรื่องปุ๋ยซึ่งเป็นต้นทุนตัวหนึ่งที่ท่านก็พูดเมื่อสักครู่ ผมก็ขอเรียนว่าผมเพิ่งกลับ จากซาอุดีอาระเบียเมื่อวานนี้ วัตถุประสงค์หนึ่งที่เดินทางไปซาอุดีอาระเบียก็เพราะต้องการ ไปเจรจาที่จะนำเข้าปุ๋ยมาแก้ปัญหาการขาดแคลนปุ๋ยของไทย ซึ่งเมื่อวานผมได้เข้าพบกับ บริษัทซาบิกซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สุดที่ขายปุ๋ยให้กับ ๕๐ ประเทศทั่วโลกแล้วเป็นของ ซาอุดีอาระเบีย แล้วรัฐบาลซาอุดีอาระเบียก็อนุมัติให้สามารถขายปุ๋ยให้กับประเทศไทยได้ เป็นกรณีพิเศษ แล้วเมื่อวานซืนเพราะวันเวลามันเหลื่อมนิดหนึ่ง ก็สามารถนำเข้าปุ๋ยได้เพิ่ม อีก ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ในเดือนสิงหาคมนี้ เพราะฉะนั้นอันนี้อย่างน้อยที่สุดก็จะมาช่วยแก้ปัญหา ปุ๋ยไม่ให้ขาดแคลนสำหรับเกษตรกร ส่วนในเรื่องราคาตอนนี้ราคาตลาดโลกปรับลดลง ราคาปุ๋ยในประเทศก็ปรับลดลงไปบ้างแล้ว ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ก็จะเข้าไปกำกับดูแลราคา เพื่อไม่ให้ผู้นำเข้าปุ๋ยมาขายปุ๋ยในราคาเอาเปรียบเกษตรกรและถ้าพบว่าเป็นการค้ากำไร เกินควรเมื่อไรก็จะดำเนินคดีต่อไปตามกฎหมาย อันนี้ก็คือสิ่งที่จะขออนุญาตที่จะกราบเรียน ให้ท่านประธานได้รับทราบ ส่วนท่านบอกว่าเกษตรกรอกสั่นขวัญแขวนก็ไม่แน่ใจรัฐบาล จะเดินหน้าต่อหรือไม่ ผมก็ขอตอบซ้ำครับ ประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี ๔ มีแน่ ผมยืนยันตรงนี้ แต่มันต้องรอผ่านขั้นตอนกระบวนการให้ครบถ้วนตามกระบวนการทั้งหมด นะครับ ส่วนไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท อนุกรรมการที่ผมเป็นประธานผมก็เสนอแล้ว แล้วก็ขอเรียน ผมกับท่านก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมือนกัน ท่านเป็นห่วงชาวนา ผมก็เป็นห่วง ชาวนาผมก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมือนท่าน เพราะฉะนั้นท่านไม่ต้องกังวลเลยครับ ว่าผมจะไม่พยายามที่จะช่วยดูแลผลักดันที่จะให้มันเกิดสิ่งนี้ขึ้น เพราะทั้งหมดมันเป็น ผลประโยชน์ของเกษตรกร เพราะฉะนั้นนี่ก็คือสิ่งที่ขออนุญาตเช็ก (Check) รายละเอียดให้ ท่านประธานและผู้ถามกระทู้ได้เกิดความมั่นใจว่าเราเป็นผู้แทนเหมือนกัน เราเป็นตัวแทน เกษตรกรเหมือนกัน เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วง หัวใจเท่ากันที่ต้องการที่จะช่วยเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาผู้ปลูกข้าว ขอบคุณครับ🔗
ครบทั้ง ๓ คำถามแล้วนะครับ ผมขออนุญาตปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๓๒ หน่อยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ผมไม่ได้สอบถามครับท่านครับ ต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างสูงครับ และทุกสิ่ง ทุกอย่างก็ต้องฝากไว้ที่ท่านแล้วนะครับ เพราะว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ชาวไร่ ชาวนา ก็เป็นหัวใจ ของพวกเราด้วยทุก ๆ คน ก็ไม่ได้หมายถึงผมคนเดียวนะครับ ปุ๋ยให้ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ บาท เถอะนะครับ แล้วก็ช่วยขยับราคากลาง ฝากไว้เท่านั้นล่ะครับ เพราะชาวบ้านฝากผมมาครับ กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขออนุญาตปรึกษาหารือในกรณีท่านกรวีร์มีหนังสือมาว่าจะขอถามกระทู้เลยได้ไหม เพราะว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็มีส่วนเกี่ยวข้องนิดหน่อย ท่านรัฐมนตรีคลัง ก็อยู่ที่นี่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องถามทั้ง ๒ ก่อนท่านพอจะตอบได้ไหมครับ เพราะว่าเป็นนโยบาย การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ประเด็นเมื่อสักครู่ท่านก็รู้ประเด็นแล้วนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ถ้าในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ โดยตรงผมยินดีตอบ เมื่อสักครู่ก็ตอบท่านไปแล้วเรื่องไร่ละพัน ผมคิดว่าไม่ควรตอบซ้ำอีกแล้ว เพราะมันวกวนอยู่ตรงนี้นะครับ ผมคิดว่าชัดเจนแล้วที่ผมตอบ ผมเสนอแล้วก็รอ นบข. เขาพิจารณาแค่นั้นเองครับ แล้วต่อไปก็เข้า ครม. แล้วเข้าสู่ภาคปฏิบัติ รัฐมนตรีคลังก็นั่งอยู่ตรงนี้ ท่านบริหารจัดการให้โครงการนี้สามารถเดินหน้ามาแล้ว ๓ ปีแล้วนะครับ นี่เข้าปีที่ ๔ เพราะฉะนั้นท่านก็รับฟังอยู่ตรงนี้ แต่ก็ต้องฟังท่านด้วยนะครับ เราจะไปบอกก่อนที่คนอื่น เขาจะพิจารณามันเป็นมารยาทในการบริหารราชการแผ่นดินด้วยเหมือนกัน อันนี้ต้องเข้าใจ ส่วนกรณี ๑๕,๐๐๐ ของกรมการข้าว อันนี้ต้องให้กระทรวงเกษตรตอบ กรมการข้าวตอบ ผมไปตอบแทนไม่ได้นะครับ ต้องขออภัยท่านประธานด้วยครับ🔗
เข้าใจครับ กระทรวงการคลังก็ไม่มีอะไรเพิ่มเติมใช่ไหมครับ ท่านกรวีร์ก็คงจะรอสัปดาห์หน้าสำหรับ กระทรวงเกษตรตอบเพิ่มเติม แต่เนื่องจากข้อบังคับเราเขียนไว้ชัดเจนตามมาตรา ๑๕๐ ถ้ากระทู้ถามสดของท่านจะเสนอต่อ นั่นหมายถึงเป็นโควตาของฝ่ายรัฐบาลก็จะต้องไม่มี มีของท่านกรวีร์ เพราะที่เหลืออีก ๒ กระทู้นั้นเป็นของฝ่ายค้านนะครับ เพราะเราบรรจุแค่ ๓ ท่านกรวีร์มีอะไรเพิ่มเติมครับ🔗
กราบขอบคุณท่านประธานครับ กรวีร์ ปริศนานันทกุล แล้วก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์ พอดีประเด็นคำถามที่อยากจะถามเมื่อสักครู่นี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ก็ได้กรุณาให้คำตอบเรื่องของความชัดเจนในเรื่องของไร่ละพัน ซึ่งก็ทราบครับ แล้วก็ต้อง กราบขอบพระคุณท่านนะครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านพูดแล้วผมก็คิดว่าพวกเราในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หัวใจเดียวกันจริง ๆ ครับ ก็อยากจะมาเป็นห่วงเรื่องของ ไร่ละพัน ซึ่งท่านเองทำหน้าที่ ต้องกราบขอบพระคุณแล้วก็ต้องขอชื่นชมท่านนะครับ ในฐานะที่ท่านเป็นประธานอนุกรรมาธิการก็ได้ผลักดันเสนอเข้าไปถึงคณะกรรมการข้าว แห่งชาติ แต่ตรงนี้ก็เห็นใจท่านครับ เพราะท่านเองก็เป็นประธานอนุไม่ได้มีสิทธิในการ ตัดสินใจนะครับ จึงได้ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาเพื่อถามไปยังท่านนายกรัฐมนตรีถึงความชัดเจนว่า ตกลงแล้วจะมีตรงนี้หรือไม่นะครับ ซึ่งไม่แน่ใจว่าท่านรัฐมนตรีกระทรวงการคลังนะครับ ซึ่งปกติที่ผ่านมาผมขออนุญาตใช้เวลาตรงนี้นิดเดียวครับท่านประธาน การช่วยเหลือโครงการ ต่าง ๆ มันเป็นนโยบายกึ่งการคลัง นั่นหมายความว่าผมไปเปิดดูในเล่มของงบประมาณก็ไม่พบ การบรรจุใส่ในงบประมาณของแผ่นดิน แต่เป็นนโยบายของรัฐบาลและท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก็จะไปเอาเงินมาจาก ธ.ก.ส. บ้าง ไปเอาเงินมาจากธนาคารของรัฐบ้าง เพื่อที่จะมาทำโครงการ ดังนั้นในความคิดของผมก็คิดว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลังน่าที่จะพอให้ข้อมูล ให้ความชัดเจนในเรื่องของโครงการไร่ละพันที่จะช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรได้ ส่วนโครงการ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทของทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อันนี้เข้าใจครับว่ามันอยู่ในสังกัดของกรมการข้าว เพียงแต่อยากจะถามถึงความชัดเจนครับว่า โครงการ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทที่จะไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวนา วิธีการ ขั้นตอนในการ ที่จะส่งเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทไปให้ถึงมือพี่น้องเกษตรกรชาวนาเราจะทำอย่างไร เนื่องจากว่าเป็นโครงการใหม่ครับ ไม่เคยทำมาก่อน และใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน เป็นจำนวนถึง ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้เป็นคำถามที่อยากจะกรุณาท่านประธานถามไปยัง ท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านนะครับ กราบขอบคุณครับ🔗
ครับ ถ้าท่านไม่มีข้อมูลพร้อมตอบก็ไม่เป็นไรนะครับ เพราะท่านไม่ได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ถ้าท่านมีข้อมูลก็เป็นประโยชน์ที่จะตอบให้ประชาชนได้ทราบ แต่ถ้าไม่มีข้อมูลก็ไม่เป็นไรครับ ท่านไม่พร้อมตอบนะครับ ไม่เป็นไรครับ🔗
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๙๘ ส. (นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง เป็นผู้ตอบ🔗
ต่อไปเป็น กระทู้ถามด้วยวาจาของท่านนภาพร เพ็ชร์จินดา ถามปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจและพลังงาน ถามท่านนายกรัฐมนตรี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทยค่ะ ดิฉันต้องการที่จะถามกระทู้ถามสดกับท่านประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะ ที่ท่านรักษาการนายกรัฐมนตรีอยู่เพราะว่าอยู่ในหมวกอีกใบหนึ่งคือหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ซึ่งน่าเสียดายมากที่ท่านเป็นรักษาการในช่วงนี้แต่ว่าก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับสภาที่จะเข้ามา ตอบนะคะ เพราะว่าพวกเราก็อยากเห็นหน้าท่านนายก ดิฉันอยากที่จะถามเกี่ยวกับเรื่อง ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนในช่วงที่ข้าวยากหมากแพงค่ะ สินค้าเกือบ ทุกชนิดขึ้นราคาไม่หยุดแต่ว่ารัฐบาลยังปล่อยให้ราคาค่าไฟมีอัตราที่สูงขึ้น แก๊สก็ขึ้น ดิฉันต้องการที่จะบอกว่ารัฐบาลปล่อยให้ค่าไฟฟ้าแปรผันอัตโนมัติ หรือว่าค่าเอฟที (FT) นี่ เพิ่มขึ้น รวมแล้วเป็นค่าไฟหน่วยละ ๔.๗๒ บาท หรือคิดเป็น ๑๘ เปอร์เซ็นต์ในเดือนกันยายน ถึงเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงเกินไปในครั้งเดียว โดยที่ไม่ยอมพิจารณา ที่จะเยียวยาหรือลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน ๓๐๐-๕๐๐ หน่วย ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. โดยอ้างว่างบกลางไม่เพียงพอท่านเลยไม่ได้เอาเข้าใน ครม. นะคะ ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อ ค่าครองชีพของประชาชน ต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมซึ่งจะส่งผลไปถึงราคา ของสินค้าที่จะมีการปรับขึ้นได้ในอนาคตอีกที่มาจากการปรับราคาครั้งนี้ ประชาชน ไม่สามารถที่จะแบกรับสภาวะข้าวยากหมากแพงแบบนี้อีกต่อไปได้จึงขอถาม พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ นะคะ โดยที่ท่านอาคมมาตอบแทนว่าในฐานะที่ตอนนี้ท่านเป็นหัวหน้า ทีมเศรษฐกิจว่าทำไมการประชุม ครม. เมื่อวันที่ ๓๐ ที่ผ่านมานั้น จึงไม่ยอมตัดสินใจเอา มาตรการเยียวยาลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนในกลุ่มเปราะบางเข้าไปพิจารณาตามข้อเสนอ ของ กบง. แม้รัฐบาลอ้างว่ามีเงินไม่เพียงพอเพราะต้องใช้งบสูงถึง ๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่มันก็เป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้นเลยค่ะ เพราะอะไรคะ รัฐบาลท่านยังมีงบกลางเหลืออยู่อีก จำนวนหนึ่งใช่ไหมคะ ทำไมไม่เอาเงินจำนวนนั้นที่เหลืออยู่ในปี ๒๕๖๕ มาใช้ประคอง ในเดือนนี้ก่อน เพราะว่าค่าไฟที่จะขึ้นสตาร์ต (Start) วันนี้วันแรก ๑ กันยายน จึงขอถาม คำถามท่านอาคมค่ะ🔗
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้รับมอบหมายจากท่านรักษาการนายกรัฐมนตรี ให้มาตอบ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากท่านรักษาการนายกรัฐมนตรี ท่านพลเอก ประวิตร ให้มาตอบกระทู้ถามด้วยวาจาในวันนี้นะครับ ต่อคำถามของท่าน สมาชิกเกี่ยวกับเรื่องของราคาสินค้าซึ่งมีสาเหตุจากในเรื่องของต้นทุนทางด้านพลังงานนั้น เป็นปัจจัยหลักเลยนะครับ ซึ่งในเรื่องนี้นั้นในเรื่องของการดูแลในเรื่องของราคาพลังงาน ทางรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจก็มีการช่วยเหลือมาโดยตลอด จริง ๆ แล้วราคาพลังงานก็มีอยู่ ๔ ตัวนะครับ อันที่ ๑ ก็เป็นในเรื่องของน้ำมัน ซึ่งปกติก็จะเป็นเรื่องน้ำมันที่เกี่ยวข้องกับการ ขนส่งซึ่งจะไปกระทบในเรื่องของภาคการขนส่งก็คือน้ำมันดีเซล ส่วนที่ ๒ นั้นก็เป็น ในเรื่องของแอลพีจี (LPG) ก็คือก๊าซหุงต้มที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึง ส่วนที่ ๓ นั้นก็เป็นในเรื่อง ของเอ็นจีวี (NGV) ก๊าซธรรมชาติ ส่วนที่ ๔ ก็เป็นในเรื่องของค่าไฟ ก็มีอยู่ ๔ ตัวหลัก ๆ ด้วยกันนะครับ ซึ่งก็ขออนุญาตเรียนว่าไม่ได้นิ่งนอนใจครับ แล้วก็มีการช่วยเหลือมา โดยตลอด ส่วนที่ท่านสมาชิกได้ถามว่าทำไมเมื่อวันอังคารนี้ไม่ได้มีในเรื่องของการนำเสนอ มาตรการช่วยเหลือเข้าไป ก็เรียนว่าเรื่องนี้ทางกระทรวงพลังงานอยู่ในระหว่างเตรียมการ ก็คาดว่าจะเร่งรัดเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีโดยเร็วต่อไป ซึ่งถ้าเป็นไปได้ก็คงจะเป็นในสัปดาห์หน้าเป็นวันอังคารนะครับ จะได้เตรียมการแล้วก็ได้มีการ หารือกันอยู่แล้ว ก็ขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมว่าในส่วนของราคาก๊าซหุงต้มนั้นก็ได้มีการปรับ เพราะว่าในอดีตนั้นเรามีการอุดหนุนในเรื่องของค่าก๊าซหุงต้มมาโดยตลอด ซึ่งก็ทำให้ราคา ของเรานั้นต่ำ เรียกว่าอันดับ ๒ ต่ำไม่ถึงที่สุดครับ แต่ว่าต่ำที่ ๒ ของในกลุ่มอาเซียน (ASEAN) ด้วยกัน ซึ่งก็มีความจำเป็นที่ผ่านมาก็ได้มีการปรับราคาในเรื่องของก๊าซหุงต้มอยู่ เดือนหนึ่ง ก็ประมาณ ๑๕ บาท แต่อย่างไรก็ตามนั้นการปรับตรงนี้ก็ยังมีส่วนที่รัฐบาลอุดหนุนอยู่ไม่ได้ ว่าเลิกอุดหนุนไปเลย เพราะฉะนั้นในเรื่องของการที่จะช่วยเหลือก๊าซหุงต้มนั้นก็อยู่ใน ข้อเสนอของทางกระทรวงพลังงานที่จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี ส่วนในเรื่องของค่าไฟฟ้า ซึ่งมีค่าเอฟที (FT) ในรอบที่เพิ่งประกาศไปนั้นก็จะทำให้ค่าเอฟที (FT) ในค่าไฟฟ้าในเดือน กันยายนเป็นต้นไปก็จะเพิ่มขึ้นตามที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้คาดการณ์ไว้ ซึ่งในการประมาณการในเรื่องของค่าเอฟที (FT) นั้น ก็เป็นเรื่องของที่ต้องคาดการณ์ราคา น้ำมันเชื้อเพลิงในอนาคต ๓ เดือนข้างหน้า เมื่อกำหนดออกมาอย่างนี้แล้วก็เป็นหน้าที่ของ กรรมการกำกับกิจการพลังงาน ส่วนในเรื่องของการช่วยเหลือนั้นก็ได้มีการพูดคุยกับทาง กระทรวงพลังงานกับทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตกับในเรื่องของการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้า ภูมิภาคว่าขอให้ทางการไฟฟ้านั้นแบกรับภาระในส่วนหนึ่ง แต่การแบกรับภาระในส่วนนั้น เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกนั้นก็ยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง แม้ว่าในช่วง ๒-๓ วันนี้อาจจะ เห็นราคาค่อนข้างที่จะต่ำกว่าร้อยในขณะนี้ การแบกรับภาระของรัฐวิสาหกิจคือ ๓ การไฟฟ้า นั้นก็มีข้อจำกัดเพราะว่าก็มีผลกระทบในเรื่องของสภาพคล่อง เพราะฉะนั้นในส่วนที่จะ เพิ่มเติมขึ้นมาในการช่วยเหลือค่าไฟฟ้านั้นสำหรับกลุ่มเปราะบางเอาเป็นว่าในกลุ่มที่ใช้ไฟฟ้า ไม่เกิน ๓๐๐ หน่วยนั้นก็จะยังใช้อัตราในเดือนมกราคมอยู่อันนี้ก็เป็นการช่วยเหลือ ส่วนที่ เกินที่จะเพิ่มขึ้นมาก็คือส่วนที่ ๓๐๐ หน่วย ที่ใช้ ๓๐๐-๕๐๐ หน่วยนั้นก็จะมีส่วนลดให้ เพราะถ้าเราขยายไปถึง ๕๐๐ หน่วยนั้นก็จะทำให้ครอบคลุมครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าที่ถือว่าเป็น ครัวเรือนที่เป็นกลุ่มเปราะบาง ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยนั้นก็จะได้ถึงประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของครัวเรือนทั้งหมด ก็เรียนว่าในเรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจก็อยู่ในวาระที่จะ นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีโดยรวดเร็วที่สุดครับ ขออนุญาตกราบเรียนครับ🔗
เชิญท่าน ถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานคะ ตามที่ ท่านอาคมได้ต่อไปนั้นการประชุม ครม. นัดสุดท้ายที่ผ่านมามันเป็นการประชุมครั้งสุดท้าย ก่อนเดือนกันยายนแต่ท่านไม่ได้นำเข้าพิจารณาแม้ท่านอ้างว่าไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะช่วยเหลือ แก้ปัญหาประชาชน แต่มันก็ผ่านไปแล้วค่าไฟมันจะขึ้นในเดือนนี้ และท่านบอกว่า ๔ ปัญหา ที่ทำให้เกิดวิกฤติเรื่องเศรษฐกิจของประเทศเราการที่จะทำให้สินค้าราคามันปรับขึ้น ท่านก็ทราบดีนี่คะท่านถึงพูดมาเองว่ามันมี ๔ ปัญหาหลัก ถ้าดิฉันจะเปรียบเทียบว่า ๔ ปัญหาหลักนั้นมันเหมือนประชาชนโดนกระสุน ๔ นัดที่รัฐบาลยิงเข้ามาที่ตัวประชาชน ท่านจะให้กระสุนมันฝังในที่ตัวประชาชน ๔ นัดอยู่ในสภาพร่อแร่แบบนั้นหรือคะ ท่านไม่คิด จะผ่าออกสักนัดหนึ่งหรือคะ ท่านให้ได้แค่ยาแก้ปวดมันแค่ระงับ ท่านต้องแก้ปัญหาในการ เอากระสุนนั้นออกสักเรื่องหนึ่งก็ยังดี จากปัญหาทั้งหมดที่ดิฉันจะถามต่อไป เพราะดิฉัน มองว่าการตัดสินใจให้ไม่เอาเรื่องเข้า ครม. วันที่ผ่านมาดูเหมือนว่า ครม. เห็นถึงเรื่องความ เดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนมันน้อยเหลือเสียเหลือเกิน มันน้อยและสำคัญกว่า การใช้งบของ กอ.รมน. ไปเลี้ยงกำลังผีใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่มีตัวตนจริงหรือไม่ นอกจากนั้นอย่างที่ดิฉันกล่าวไปว่ารัฐบาลไม่ได้ออกมาตรการเยียวยาใดเรื่องการช่วยเหลือ เรื่องค่าไฟฟ้าที่มหาโหดราคาแพงมหาโหดแล้ว รัฐบาลยังปล่อยให้ค่าแก๊สหุงต้มขึ้นสูง เป็นประวัติการณ์อีกด้วย ขึ้นก๊าซหุงต้ม ๑๕ บาท ในราคาขนาดถัง ๑๕ กิโลกรัมขึ้น ๑๕ บาท เป็น ๔๐๘ บาท ที่วันนี้อีกเช่นกัน วันนี้คือวันอะไรกันคะนี่ ขึ้นกันแบบมหาโหดกันทุกเรื่อง จะถือว่าเป็นการสร้างความเดือดร้อน ให้กับผู้ประกอบการร้านค้าและบ้านเรือนทั่วไปที่ใช้ก๊าซในขนาดถัง ๑๕ กิโลกรัมนี้ใช่ไหม เป็นการซ้ำเติม ทำให้ราคาค่าขายอาหารสูงขึ้น ต้นทุนสูงขึ้น ผู้บริโภคก็จะได้รับต้นทุนการ บริโภคอาหารซื้ออาหารก็เพิ่มขึ้นหรือไม่ ทำไมรัฐบาลจึงไม่ใช้วิธีการชะลอการขึ้นราคา เอาไว้ก่อนแม้ว่าจะมีส่วนลดนะคะ ดิฉันก็เห็นแล้วล่ะว่าท่านพยายามบอกว่าให้ส่วนลดกับ ผู้ที่มีรายได้น้อย ๑๐๐ บาท แต่เมื่อเทียบกับภาพรวมแล้วคือมันแค่ครั้งเดียว คือมันไม่ได้ ตอบโจทย์อะไรแต่ถ้าเกิดเรามองภาพรวมว่าเมื่อเทียบกับภาพรวมแล้วคนอื่น ๆ ที่เขาไม่ได้ สวัสดิการแห่งรัฐนั้นมันเพียงพอไหมกับค่าครองชีพที่ขึ้นทุกด้าน ดิฉันจึงขอถามท่านอาคมว่า ทำไมไม่ใช้วิธีการชะลอการขึ้นราคาก๊าซเอาไว้ก่อนค่ะ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีอาคมครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ก็ตอบคำถามที่ ๒ ซึ่งก็เกี่ยวเนื่องกับคำถามที่ ๑ ด้วย ในส่วนของที่ทำไมไม่ได้นำเข้าใน ครม. เมื่อวันอังคาร ก็อย่างที่ผมกราบเรียนนะครับ ก็ขออนุญาตว่าเรื่องนี้ก็ได้ประสานกับทางกระทรวงพลังงาน เร็วที่สุดก็คงจะเป็นอังคารหน้าก็มีความพร้อมอยู่แล้ว ส่วนที่ต้องเป็นกังวลว่ามันวันที่ ๑ แล้ว แล้ว ครม. ยังไม่ได้มีมติอนุมัติ ตรงนี้ก็คงจะไม่มีปัญหาครับ เพราะว่าในเรื่องของบิลค่าไฟนั้น ก็คงจะปรับปรุงแก้ไขได้ว่าให้ย้อนตั้งแต่วันที่ ๑ เป็นต้นไปนะครับ อันนี้ก็ขออนุญาตเรียน ในทางปฏิบัตินะครับ🔗
ส่วนคำถามที่ว่าทำไมเราไม่ชะลอนะครับ จริง ๆ แล้วเรื่องของการปรับราคา หรือว่าเรื่องของการชดเชยนั้นแม้มีการปรับราคาบ้างแต่ก็ยังมีการชดเชยอยู่นะครับ ยังมีการ ชดเชย ก็อย่างที่ผมกราบเรียนว่าในอดีตที่ผ่านมานั้นราคาของก๊าซหุงต้มของเรานั้นค่อนข้าง ที่จะต่ำนะครับ ก็ได้มีการปรับแล้วก็เป็นช่วงระยะเวลานะครับ อันนี้ก็ขออนุญาตกราบเรียน ว่าก็เป็นไปตามแผนที่ได้กำหนดไว้ที่ได้มีการหารือกันพร้อมกันในหลาย ๆ หน่วยงานนะครับ แต่ในเรื่องของการช่วยเหลือนั้นช่วยเหลือแน่นอนครับ ก็ขออนุญาตยืนยันว่าเรื่องของจะ เรียกว่าการชะลอหรือว่าการดูสถานการณ์ต่าง ๆ นั้นก็มีการมอนิเตอร์ (Monitor) หรือมีการ ติดตามอยู่ตลอดเวลานะครับ ถ้าหากราคาที่พุ่งสูงขึ้นไปเกินกว่าที่เราคาดการณ์ไว้นั้นก็มี มาตรการในระยะที่ ๒ ที่จะรองรับในเรื่องของการช่วยเหลือนะครับก็เรียนว่าเรื่องนี้ ก็ขออนุญาตว่าจะประสานกับทางกระทรวงพลังงานอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขออนุญาตครับ🔗
ท่านนภาพร มีอะไรเพิ่มเติมจะถามเชิญครับ🔗
คำถามที่ ๓ ถัดไป นอกจากรัฐบาลไม่สามารถที่จะคุมค่าไฟฟ้าได้แล้ว ไม่สามารถที่จะคุมเรื่องค่าแก๊สหุงต้ม ที่ขึ้นราคาแบบมหาโหดได้แล้ว แม้แต่ราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตหลักของสินค้าและ อุตสาหกรรมและการขนส่ง ท่านก็ยังปล่อยให้มีการขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง ประเภทขึ้นแล้ว ไม่ลง ลงยากมากแต่ขึ้นนี่พรวด ๆ เลย แม้ว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะมีแนวโน้มลดลง อย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะมีความผันผวนบ้างนิดหน่อยนะคะ จนบางสัปดาห์ราคาน้ำมันดิบลดลง เท่ากับสภาวะราคาน้ำมันก่อนที่จะเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครนเสียอีกนะคะ แต่ราคาขายปลีก ในบ้านเราก็ยังมีราคาแพงอย่างต่อเนื่องไม่ลดลงตามไปด้วย โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซล ที่ยังคงอยู่ที่ลิตรละประมาณ ๓๕ บาท โดยรัฐบาลอ้างว่าต้องเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันที่อยู่ใน สภาวะขาดทุนนับแสนล้านบาท จึงสงสัยว่ากองทุนเราเก็บสะสมเงินมาตั้งมากมายตั้งแต่ ๑๑๐ เหรียญเป็นเวลา ๘ ปี ๒๐ เหรียญมา ๒ ปี เงินเก็บสะสมมันหมดไปอย่างรวดเร็ว แบบนั้นหรือ เอาไปใช้อย่างไรมันทำไมถึงแบบตอนเก็บสะสมมาเก็บนานแต่ตอนใช้แป๊บเดียว หมดฮวบเลย ดิฉันเข้าใจว่าท่านก็ต้องตอบว่าจะต้องนำเงินเข้าสะสมที่กองทุนเพื่อให้สภาวะของน้ำมัน เราจะได้นิ่ง ๆ ต่อไป แต่ถามว่าใจคอท่านจะโยนภาระทุกอย่างให้กับประชาชนหมดเลย หรือคะ ทั้งค่าไฟ ค่าแก๊ส ค่าน้ำมัน ไม่คิดจะแบ่งเบาภาระประชาชนสักเรื่องเลยหรือ ตอนที่ รัฐบาลได้ตั้งเลขา สมช. มานั่งหัวโต๊ะคณะกรรมการวิกฤติพลังงาน ตอนนี้ทำอะไรไปแล้วบ้าง สามารถแก้วิกฤติพลังงานอะไรได้สักเรื่องไหม ทำงานคุ้มค่ากับเบี้ยประชุมไหม ที่บอกว่า จะไปเก็บเงินค่ากลั่นจากบริษัทผู้ผลิตน้ำมันมา ตอนนี้ไปถึงไหนแล้วนอกจาก ปตท. ที่เดียวเอง ที่ยอมจ่ายเงินมาแต่ก็จ่ายมาแค่นิดเดียวเอง บริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายอื่น ๆ เขาว่าอย่างไรกันบ้าง ซึ่งเขาถามว่าพลเอก ประวิตร ตอนนี้ในฐานะที่ท่านเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจว่าทำไมจึง ไม่ยอมเลื่อนการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันออกไปก่อนสัก ๒ ๓ เดือนก็ยังดี เพื่อให้ราคาขาย ปลีกมันลดลงบ้าง อยู่ในระดับที่ประชาชนพอที่จะแบกรับไหว เพื่อที่จะแบ่งเบาภาระ ประชาชนออกไปก่อน โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลซึ่งถือว่าเป็นต้นทุนสำคัญของการผลิต การขนส่งภาคอุตสาหกรรม รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ต้องใช้ อย่างน้อยก็ควรที่จะให้เหลือ ๓๐ บาทไปสักระยะหนึ่งก่อน จนกว่าประชาชนจะรู้สึกว่าพอมีกำลังที่จะแบกภาระ ได้มากกว่านี้แล้วค่อยปรับขึ้น เก็บเอาเข้ากองทุน ณ เวลานั้นก็ยังไม่สายไม่ใช่หรือ ย้ำว่า รัฐบาลควรที่จะลดราคาน้ำมันดีเซลให้เหลือ ๓๐ บาทสักระยะหนึ่งก่อนเพื่อให้สอดคล้องกับ ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงถามท่านอาคมตามนี้ค่ะ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีอาคมครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต่อคำถามในเรื่องของราคา น้ำมันนะครับ ผมก็ขออนุญาตตอบแทนทางกระทรวงพลังงาน เพราะว่าเรื่องนี้ก็ได้มีการ หารือกันอย่างใกล้ชิด ในมาตรการในเรื่องของการที่จะตรึงราคาน้ำมันดีเซล ก็อย่างที่ท่าน สมาชิกได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ แต่ก่อนนั้นเราก็ตรึงราคาไว้ที่ ๓๐ บาท แต่ว่าในเรื่องของราคา พลังงาน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกนั้นก็เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดไม่หย่อนนะครับ อันนี้ก็เป็น ที่มาว่าส่วนหนึ่งนั้นก็คงมีความจำเป็นที่จะต้องยกระดับในเรื่องของเพดาน ในเรื่องของการ ตรึงราคาไว้ แต่อย่างไรก็ตามในการยกเพดานตรึงราคาตรงนี้ จาก ๓๐ บาท เป็น ๓๕ บาทนั้น ส่วนที่เพิ่มนั้นรัฐบาลก็ยังให้การอุดหนุนอยู่ ซึ่งในปัจจุบันนี้ราคาดีเซลนั้นทางกองทุนนั้น ก็ยังอุดหนุนอยู่ ๕ บาท ซึ่งก็จะเห็นได้ว่าในเรื่องของสภาพคล่องของกองทุนนั้นขณะนี้ก็ ติดลบอยู่ประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้เป็นส่วนที่ อุดหนุน แต่อีกส่วนหนึ่งการที่เรายังคงราคาไว้อยู่ที่ประมาณ ๓๕ บาทนั้น ก็มีมาตรการ ในเรื่องของทางกระทรวงการคลังก็คือเรื่องของการลดภาษีสรรพสามิตให้ ซึ่งก็จะสิ้นสุด ในวันที่ ๒๐ กันยายนนี้ ซึ่งก็อุดหนุนไป ๕ บาท ในส่วนที่เป็นน้ำมันดีเซล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็เป็น ๒ มาตรการที่เราเข้ามาช่วยกัน อย่างไรก็ตามนั้นการที่ราคาน้ำมันดิบในบางช่วง ที่อาจจะลดลงแต่ก็ลดลงไม่มาก ราคาเฉลี่ยในขณะนี้ก็อยู่ที่ประมาณ ๙๐ กว่าถึง ๑๐๐ วันนี้ก็ลดลงไปประมาณต่ำกว่าร้อยแล้ว เมื่อวานเพิ่มขึ้นมานะครับ การที่ไม่ได้ปรับในเรื่อง ของราคาขายปลีกตรงนั้นก็เพื่อที่จะดูในเรื่องของสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันด้วยว่าไม่ให้ ติดลบมากจนเกินไป แต่ถ้าหากเราตรึงราคาในระดับ ๓๐ บาทนั้น กองทุนน้ำมันก็จะต้อง แบกภาระเพิ่มขึ้นมากไปกว่านี้ ซึ่งสถานการณ์ในอนาคตนั้นถ้าหากราคาน้ำมันเริ่มปรับตัว ลดลง ซึ่งก็เป็นไปตามที่ทุกฝ่ายคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันก็คงจะไม่อยู่ในระดับสูงเหมือน ในขณะนี้ก็คงจะมีการปรับตัวลง ซึ่งในขณะนั้นเมื่อเป็นอย่างนั้นแล้วการที่จะเรียกเก็บเงิน เข้ากองทุนนั้นก็อาจจะพอทำได้บ้างเพื่อรักษาสภาพคล่องในส่วนของกองทุนน้ำมัน ส่วนในเรื่องของการที่จะเรียกเก็บจากโรงกลั่นนั้น ก็อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวเมื่อสักครู่นั้น ก็อยู่ที่ทางกระทรวงพลังงาน ซึ่งก็ได้มีการเจรจากับโรงกลั่นน้ำมัน ในส่วนโรงกลั่นของรัฐเอง ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ว่าจำนวนนั้นก็อาจจะดูน้อยไปหน่อยนะครับ แต่ว่าในส่วนของโรงกลั่นนั้นก็ได้มีส่วนหนึ่งที่แบกรับภาระในเรื่องของการที่กองทุนน้ำมันนั้น เรียกว่าให้ออกเงินไปก่อน อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เขาก็แบกรับภาระอยู่ ซึ่งก็ไปกระทบในเรื่อง ของสภาพคล่องของโรงไฟฟ้าอันนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการที่จะ ทำให้ราคาของเรานั้นอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพหรือนิ่งอยู่ในระดับที่เราพอรับได้นั้น ก็ใช้ความร่วมมือจากหลายฝ่าย ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าเราก็ใช้ความพยายามอย่าง มากที่สุดในการที่จะตรึงราคาเอาไว้ไม่ให้ไปกระทบในเรื่องของทั้งประชาชน ทั้งธุรกิจ ซึ่งมาตรการในการช่วยเหลือนั้นก็มีหลายเรื่องด้วยกัน โดยน้ำมันเบนซินนั้นเราก็ไม่ได้มีการ อุดหนุน ก็มีการเก็บเงินเข้ากองทุนตามปกติ แต่ก็มีมาตรการในการช่วยเหลือในเรื่องของ กลุ่มที่เราเรียกว่าเป็นการช่วยเหลือกลุ่มผู้ขับขี่จักรยานยนต์ อันนั้นก็เป็นมาตรการหนึ่ง นะครับ หรือว่าในกรณีก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากก็มีมาตรการในการตรึงในเรื่อง ของตัวเอ็นจีวี (NGV) นั้นไว้ที่ ๑๕.๙๐ บาทต่อกิโล แล้วก็มีมาตรการในการช่วยเหลือในเรื่อง ของกลุ่มผู้ที่ขับแท็กซี่ที่ให้บริการในเรื่องของแท็กซี่ อันนี้ก็ขออนุญาตกราบเรียนนะครับ เรื่องของการบริหาร เรื่องของสภาพคล่องกับในเรื่องของการตรึงราคานั้นก็มีความเกี่ยวเนื่องกัน เราก็จะใช้ความพยายามมากที่สุดแล้วผมเองก็จะประสานกับทางกระทรวงพลังงานในการ ที่จะดูแลในเรื่องของราคาน้ำมันนั้นให้เป็นประโยชน์หรือว่าให้กระทบประชาชนนั้น ให้น้อยที่สุดครับ ขออนุญาตกราบเรียนครับ🔗
ครับ🔗
ขออีกนิดหนึ่งนะคะ ท่านประธาน ต้องขอบคุณท่านอาคมนะคะ เพราะว่าเราอยากจะกระตุ้นให้ท่านทราบว่า ราคาน้ำมันขึ้นแล้วมันลดลงได้ แต่ราคาสินค้าที่ปรับตามราคาน้ำมัน สินค้าขึ้นแล้วไม่เคยลด อย่าทำให้กระบวนการการใช้ชีวิตของประชาชนต้องสู่ภาวะลำบากอย่างต่อเนื่องและขอฝาก ท่านอาคมไปยังรักษาการนายกรัฐมนตรีนะคะ อยากบอกพี่ป้อมว่าอยากให้ท่านแสดงความ กล้าหาญเหนือ พลเอก ประยุทธ์ ในฐานะที่เขาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจมาก่อน แต่ไม่เคย กล้าตัดสินใจอะไรเลย ขอให้พี่ป้อมทำเพื่อประชาชน กล้าตัดสินใจผ่ากระสุนปัญหาของ ประชาชนออกสักนัดหนึ่งก็ยังดี เพื่อแสดงให้เห็นกึ๋นและความสามารถของท่านว่าท่านได้ทำ อะไรให้ประชาชนในช่วงที่ท่านรักษาการในช่วงสั้น ๆ นี้ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ครับ เป็นการจบกระทู้ถามสดด้วยวาจานะครับ ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๑.๒🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๔๘๓ เรื่อง ปัญหาช้างป่าทำร้ายพี่น้องประชาชน เสียชีวิต (นายจารึก ศรีอ่อน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
ในเรื่องแรก เป็นของท่านจารึก ศรีอ่อน เป็นเรื่องที่ค้างการตอบของท่านรัฐมนตรีนั้นติดภารกิจ ไปต่างประเทศ ถามเรื่องปัญหาช้างป่าทำร้ายพี่น้องประชาชนเสียชีวิต ถามท่านรัฐมนตรี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เชิญท่านจารึก🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ พรรคพลังท้องถิ่นไท กระทู้ของผมวันนี้นะครับเกี่ยวกับเรื่องปัญหาช้างป่าทำร้ายพี่น้องประชาชนเสียชีวิต รวมทั้ง พืชสวนไร่นาเสียหาย กระทู้ของผมก็ได้ยื่นมาเป็นเวลาเนิ่นนานพอสมควร เพราะท่าน รัฐมนตรีเลื่อนผมถึง ๒ ครั้ง ก็ไม่เป็นอะไรท่านมีภารกิจต่างประเทศ ผมเองเห็นคลิป (Clip) ท่านไปพูดในต่างประเทศก็ชื่นชอบนะครับท่านรัฐมนตรีครับ ท่านพูดได้คล่องแคล่ว แล้วท่านไม่ต้องดูสลิป (Slip) ด้วย ปัญหาช้างป่าสถิติปีที่ผ่านมานะครับปี ๒๕๖๔ พี่น้อง ประชาชนบาดเจ็บ ๑๒ ราย เสียชีวิต ๒๔ ราย ปี ๒๕๖๕ ยังไม่ครบปี บาดเจ็บไป ๒๑ ราย เสียชีวิต ๒๕ ราย มันเป็นการทวีความรุนแรงขึ้นมาเรื่อย ๆ ครับท่านประธานที่เคารพครับ โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรีของผมในปี ๒๕๖๔ เสียชีวิตถึง ๑๐ ราย ปลายเดือนพฤศจิกายน ต้นเดือนธันวาคมปี ๒๕๖๔ เสียชีวิต ๔ ราย มันเป็นอะไรที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนกันมากมายครับท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้อง ประชาชนเขาถามผมว่าทำไมปัญหาช้างป่ารัฐบาลไม่แก้ไขสักที ผมเองก็ตอบประชาชนไปว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องของปัญหาช้างป่า ผมเองก็ได้ยื่นญัตติ เข้าไปในสภาเพื่อตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ปัญหา รวมทั้งเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อีกหลายท่านก็ได้ยื่นมา เราก็ได้ศึกษาแก้ปัญหากันมา อยากเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าขณะที่พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้เรื่องนี้ ก็ได้มาศึกษาแก้ปัญหาอยู่ก็ได้ประชุมกัน พร้อมทั้งลงพื้นที่ระยะเวลาก็หลายเดือน ก็ได้เชิญ ท่านรัฐมนตรีมาร่วมเพื่อจะได้หาแนวทางแก้ปัญหากันแต่ท่านก็ไม่ได้มาแม้แต่ครั้งเดียว เพราะฉะนั้นก็เรียนว่าท่านอาจจะติดภารกิจนะ แต่ในฐานะเรากรรมาธิการเราดำเนินการ แก้ปัญหาเรื่องของท่านโดยตรง ท่านไม่มาเลยพวกเราก็มองว่าท่านใส่ใจแค่ไหน อย่างไร ท่านประธานครับขออนุญาตเรียนท่านประธานว่ากรณีปัญหาช้างป่า มันเป็นปัญหาที่แก้ ง่ายมากท่านประธาน อันดับแรกเราต้องแยกคนออกจากช้างก่อน ช้างควรจะอยู่ในป่าที่ ไม่มีคน เพราะฉะนั้นถ้าเราแยกช้างออกจากคนได้ ปัญหากระทบกระทั่งต่าง ๆ มันจะไม่เกิดเลย ปัญหาช้างป่าของประเทศไทยมีอยู่เกือบทั่วทั้งประเทศ ป่าตะวันตก ป่าตะวันออก กุยบุรี แก่งกระจาน กาญจนบุรี ทางเหนือก็มี ผมจะยกตัวอย่างภาคตะวันออกเขาเรียกว่า ป่าตะวันออก มีช้างทั้งหมด ๖๐๐ กว่าตัว ช้างป่าเราจะเรียกเป็นตัว เพราะฉะนั้น ๖๐๐ กว่าตัวนี้ ถ้าเราจัดให้เขาอยู่เหมือนการจัดโซนนิ่ง (Zoning) ท่านประธานครับ เราจัดที่ให้ เขาอยู่ อยู่ใน ๕ จังหวัดเลยอ่างฤาไนเขตป่ารอยต่อ อ่างฤาไน ๕ จังหวัด ถ้าเราจะได้เข้าอยู่ ตรงนี้โดยไม่ให้เขาออกมา พื้นที่เหลืออยู่ร่วม ๗๐๐,๐๐๐ ไร่ ถ้าเราล้อมรั้ว เราทำให้มันแข็งขัน ทำให้มันออกมาไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าพื้นที่ร่วม ๗๐๐,๐๐๐ ไร่ ช้าง ๖๐๐ กว่าตัว เขาสามารถอยู่อย่างสบาย แล้วถ้าเราอยากให้เขาอยู่สบายกว่านั้นเราก็ไปสร้างแหล่งน้ำ แหล่งอาหารให้เขาอยู่ได้อย่างสุขสบาย แล้วเราก็ทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวบ้างในส่วนที่เรา ทำคันกั้นแล้ว ช้างมาใกล้ ๆ คัน เราก็สามารถที่จะให้พี่น้องประชาชนไปซื้ออาหารให้กับช้าง พี่น้องประชาชนในบริเวณตรงนั้นก็จะได้มีอาชีพอีก ถ้าเราทำกันจริง ๆ มันจะทำให้การ แก้ปัญหาเป็นไปได้อย่างเบ็ดเสร็จ ขออนุญาตขอคลิป (Clip) ที่ ๑ ด้วยครับฝ่ายโสต🔗
ท่านเห็นไหมครับ กระทรวงทรัพย์ โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไปทำรั้วทำคูไว้ให้ท่านดูครับ ช้างออกได้เป็น โขลง ๆ จันทบุรีบ้านผมไปดูเถอะท่านไม่เกิดประโยชน์เลย งบประมาณกี่ร้อยล้านบาท ก็ไม่เกิดประโยชน์เลย ช้างขึ้นช้างลงได้อย่างสบายเลยครับท่านประธาน ขอคลิป (Clip) ที่ ๒ ด้วยครับ คลิป (Clip) ที่ ๒ เป็นคลิป (Clip) ที่ทีแรกเราคิดว่าเราจะทำที่เขาตะกรุบเป็นศูนย์ กักกันช้าง มีเนื้อที่ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าไร่ เราสามารถจะเอาช้างที่เกเรทำร้ายพี่น้อง ประชาชนบ่อย ๆ เราสามารถไปกักกันไว้ที่นี่ได้ แต่อุทยานออกแบบมาท่านดูครับ กิโลเมตรละ ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท เป็นแท่งคอนกรีตขนาดใหญ่ดูสิครับ ช้างดันทีเดียวพังเลยไม่ต้องดันแรง ไม่ได้ดันสุดตัว เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนว่ากรณีดังกล่าวนี้กรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งเป็นหน่วยขึ้นตรงของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกแบบมามันใช้ ไม่ได้ครับ ดูสิครับท่านเอางบประมาณในแต่ละปีไปทำในแต่ละพื้นที่ ขอคลิป (Clip) ด้วย แต่ละพื้นที่ใช้ไม่ได้เลยครับ ล้มระเนระนาด ป.ป.ช. เข้าไปตรวจสอบบ้างก็มี มีผู้มาร้องอยู่ใน ป.ป.ช. ของสภาบ้างก็มี ขอคลิป (Clip) ด้วยครับ ขอรูปถ่ายด้วย ท่านประธานดูครับ ป.ป.ช. ลงพื้นที่อีกหลาย ๆ รูป โสตช่วยเสนอรูปมาเลย ล้มระเนระนาดกั้นไม่อยู่ครับท่านประธาน ในเมื่อมันกั้นไม่อยู่เราแยกช้างออกจากคนไม่ได้ ปัญหาช้างป่ามันก็ไม่จบไม่สิ้นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เห็นไหมท่านทำใหม่ ๆ มันยังแข็งอยู่ ดินมันยังแข็งอยู่ท่านทำใน ฤดูแล้ง ท่านขุดไป ๓ ๔ เมตรกันได้แน่นอน แต่เวลาฝนตกลงมาน้ำมันชะท่านดูสิครับ ล้มระเนระนาดไปหมด ทำอย่างนี้มันใช้ไม่ได้ครับ เราต้องทำให้มันแข็งแรงจริง ๆ เพราะฉะนั้นเป็นแบบอย่างที่กรรมาธิการวิสามัญได้ศึกษาไว้ว่ากรณีถ้าเราจะกั้นช้างให้ได้ เบ็ดเสร็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์จริง ๆ เราต้องทำเป็นแบบนี้ครับ กรรมาธิการวิสามัญได้ออกแบบ มาร่วมกับวิศวกรทางกรมทางหลวง วิศวกรทางชลประทาน รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่อุทยานมา ร่วมรู้ด้วยนะครับ ขอคลิป (Clip) เลยครับ อันนี้ช้างตกลงไปน่าจะเป็นเขื่อนหรืออะไรที่ ต่างประเทศแต่จะมองเห็นว่าถ้าเราทำเป็นดาดปูนเช่นนี้ อันนี้เอียงประมาณ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ช้างไม่สามารถปีนขึ้นได้ แต่ที่เราออกแบบไว้ ๖๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เทดาดปูนยาว เราศึกษากัน ตอนนั้น เราคิดต้นทุนมากิโลเมตรละ ๒ ล้านกว่าบาท ถูกกว่า ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท ตั้งเยอะครับ ตรงนี้ท่านต้องเอาไปเป็นแบบอย่าง เจ้าหน้าที่อุทยานที่มาร่วมประชุมกับผม ในกรรมาธิการวิสามัญก็พูดต่าง ๆ นานาหาว่าจะอย่างโน้นอย่างนี้อะไรต่าง ๆ แต่ผมเรียนว่า ท่านดูตรงนี้เลย ช้างไม่มีปัญญาที่จะขึ้นเลยครับ ถ้า ๖๓ องศาจริง ๆ นี่เสร็จเลยขึ้นไม่ได้ แน่นอนครับ เราต้องทำอย่างนี้รอบอ่างฤาไนระยะทางเหลืออีกประมาณ ๖๐๐ กิโลเมตร ทั้งหมด ๖๐๐ กิโลเมตรแต่ทำไปได้บางส่วน แต่ทำไม่ได้เราต้องดูว่าตรงไหนที่มันใช้ได้ ตรงไหนใช้ไม่ได้เราก็ต้องทำใหม่ กั้นช้างเบ็ดเสร็จเลยครับให้มันอยู่ในอ่างฤาไนให้ได้ กรณี ป่าตะวันออก เพื่อไม่ให้ช้างออกมา เพราะฉะนั้นจังหวัดจันทบุรีของผมช้างออกมาเพ่นพ่าน เต็มไปหมดครับ ตอนนี้เราก็ใช้เรียกว่า โล่มนุษย์ เป็นชุดอาสาป้องกันช้างป่า พอเวลา เข้ามาแล้วก็ไล่ขึ้นเขา เข้าป่าอะไรต่าง ๆ ก็เหน็ดเหนื่อยกันพอสมควร พี่น้องประชาชน เดือดร้อนกัน ปัญหานี้มันแก้ไม่ยาก แก้ง่ายมากแต่เราจะทำหรือไม่ ใช้เงินไม่เท่าไร สถานการณ์โควิด (COVID) พี่น้องประชาชนเสียชีวิตเราใช้เงินไปเป็นแสนล้านบาท ตรงนี้ ใช้เงินไม่กี่พันล้านบาท สามารถแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน ท่านดูครับ ขึ้นไปก็ตก ขึ้นไปก็ตก ขนาดเอาอะไรมาวางแล้ว นี่คือคันกั้นช้าง กรรมาธิการของเราใช้คำว่า คันกั้นช้าง ตรงนี้ ถ้าเราทำขึ้นไม่ได้แน่นอน ปีนไม่ได้แน่นอน แล้วทางอุทยานมีวิศวกร ท่านก็ไปศึกษาเพิ่มเติม ว่ากรณีน้ำมันขัง มันแฉะ ต้องเพิ่มเสาเข็ม ต้องเพิ่มฐานเป็นปูนขนาดใหญ่หรืออะไรต่าง ๆ ก็ไปคิดเพิ่ม คิดเอา จริง ๆ มันทำได้ นี่มันเป็นแม่แบบที่สามารถเอาไปทำโดยที่จะกั้นช้าง ไม่ออกจากป่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ นี่แบบที่เราได้ศึกษาร่วมกันมา สูงประมาณ ๓ เมตร เกือบ ๔ เมตร แต่ว่าหน้าสัมผัส ๔ เมตร ช้างโตสูงไม่เกิน ๒ เมตรกว่า เพราะฉะนั้นตรงนี้ เบ็ดเสร็จเลยครับ ท่านประธานครับ ช้างไม่สามารถปีนขึ้นมาได้อย่างแน่นอน ถ้าเราแยกช้าง ได้เบ็ดเสร็จ เพราะฉะนั้นปัญหาที่จะมาเกิดกับพี่น้องประชาชนมันจะหมดไปทันที ในขณะที่ เราได้ศึกษากรรมาธิการวิสามัญได้ศึกษาก็ไปพื้นที่ต่าง ๆ หลายพื้นที่ ก็ไปถามพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่ากรณีทำคู ทำคัน เราทำแรก ๆ ดินมันยังแข็งอยู่ ช้างไม่สามารถปีนได้ แต่สักระยะหนึ่งพังขึ้นมาก็ไม่เกิดประโยชน์ เพราะฉะนั้นอย่าทำเสีย ดีกว่า เพราะฉะนั้นปัญหาของมันก็คือตรงนี้ที่กรรมาธิการได้ออกแบบมา ตรงนี้ตรงดาดที่ ๖๓ องศาตรงนั้น ถ้าเกิดเราใช้ปูน ๗-๑๐ เซนติเมตรกั้นไว้ไม่ให้ดินพัง ช้างไม่สามารถปีนได้ แน่นอนครับ แต่ในส่วนที่อยู่ในป่าเข้ามากรณีที่มีเขาลาดชันเราก็ทำเล็ก ๆ แบบนี้ แล้วก็ทำ ช่องไว้ เพราะฉะนั้นสัตว์ป่าเล็ก ๆ ก็ตาม อะไรก็ตามเวลาลงมาแล้วถ้ามันชันมันขึ้นไม่ได้ เราต้องทำช่องไว้ให้ที่เขาขึ้นได้ ตรงนี้อาจจะเป็นแหล่งน้ำได้ถ้าเกิดกรณีที่มันอยู่ในที่ต่ำหน่อย ที่จะขังน้ำไว้ให้สัตว์กินได้ เพราะฉะนั้นเรียนท่านประธานว่าสาระสำคัญของมันก็คือ เราจะต้องแยกช้างออกจากคนให้ได้ เราต้องจัดโซนนิง (Zoning) ในส่วนช้างควรจะอยู่ในป่า พี่น้องประชาชนควรจะอยู่ในที่ที่รัฐอนุญาตให้อยู่ได้ บางคนพูดว่าคนไปแย่งที่ช้างอะไรต่าง ๆ ขออนุญาตเรียนว่ากรณีดังกล่าวรัฐใช้กฎหมาย คทช. จัดสรรให้พี่น้องประชาชนทำกิน เพราะฉะนั้นถึงแม้จะเป็นที่ป่าสงวน ป่าอะไรต่าง ๆ ทุกประเทศ ถ้ารัฐอนุญาตให้พี่น้อง ประชาชนทำกินแล้วรัฐต้องปกป้องชีวิตเขาจากภัยช้างป่าต้องทำให้ได้ พี่น้องประชาชน ไปกรีดยาง ไปอะไรต่าง ๆ ก็มีอันตรายตลอดนะครับ เมื่อวานนี้ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ๓ คน พ่อแม่ลูกเข้าไปในป่ากรีดยาง ช้างมาทำร้าย แม่อุ้มลูกวิ่งหนีทัน แต่คุณพ่อหนีไม่ทันเสียชีวิต เมื่อวานนี้ครับสด ๆ ร้อน ๆ ปัญหานี้มันเป็นเรื่องใหญ่ของพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชน เสียชีวิต ๑ รายมันหาค่ามิได้ แต่รัฐบาลเอาเงินมาทำใช้เงินไม่เท่าไรเราต้องปกป้องชีวิตพี่น้อง ประชาชนให้พี่น้องประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ถามคำถามที่ ๑ ครับท่านประธาน กรณีช้างป่าทำร้าย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมมีแนวทางในการแก้ปัญหาป้องกันการสูญเสียชีวิตของพี่น้องประชาชน อย่างเร่งด่วนได้อย่างไร เพราะฉะนั้นขออนุญาตเรียนถามทางรัฐมนตรีครับ ท่านประธาน🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีวราวุธตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับ ขออนุญาตตอบกระทู้ของท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจันทบุรี คุณจารึก ศรีอ่อน ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ก่อนอื่น ต้องเรียนว่าอย่าเพิ่งน้อยใจที่รัฐมนตรีไม่ได้ไปกับอนุกรรมาธิการ เพราะถึงแม้ว่าไม่ได้ไป แต่ว่าผลการศึกษาของอนุนั้นหรือแม้แต่ตัวแบบอย่างของการสร้างคูกันช้างได้รับเป็นที่ เรียบร้อยแล้วก็ได้มอบให้กับทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชนำไปเพื่อจะศึกษา แล้วก็ออกแบบเพื่อที่จะทำเป็นคูกันช้างในอนาคตต่อไป ก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่มีความ เป็นห่วงเป็นใย แต่ว่าบางครั้งมีหลายภารกิจในหลายด้าน นอกจากเรื่องช้างและยังมีเรื่อง ภัยแล้งแล้วก็เรื่องการเปลี่ยนแปลงภัยพิบัติต่าง ๆ ที่ตัวรัฐมนตรีเองก็จะต้องเดินทางไปแก้ไข ปัญหาเช่นกันนะครับ แต่ว่าการที่ไม่ได้ไป ไม่ได้แปลว่าไม่ใส่ใจ ไม่ได้แปลว่าไม่ให้ความสำคัญ ให้ความสำคัญในทุกมิตินะครับ แล้วก็รับอย่างที่เรียนไปเบื้องต้นได้รับเอาข้อเสนอแนะนั้น มาดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมนะครับ แล้วก็คาดว่าเร็ว ๆ นี้จะได้เห็นตัวอย่างการทำ คูกันช้างที่ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ได้เสนอมาผ่านทางในส่วนของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่ได้ไปสำรวจในพื้นที่ เพราะผมเองก็เห็นด้วยนะครับในการที่จะสร้างคูกันช้างในลักษณะที่ ไม่ลาดชันมากด้านหนึ่ง แล้วก็มีความลาดชันอีกด้านหนึ่งเพื่อไม่ให้ช้างนั้นสามารถปีนขึ้นไปได้ พร้อมกับดาดคอนกรีตเป็นการแก้ไขปัญหาที่ได้อย่างยั่งยืน ถ้าหากว่าเป็นอะไรที่มี ประสิทธิภาพมากกว่าที่กรมอุทยานทำในปัจจุบันเราก็ยินดีที่จะปรับปรุงแก้ไข ทั้งนี้ในส่วน การแก้ไขปัญหาที่จะผลักดันให้ช้างป่าไม่ให้ออกมานอกพื้นที่อนุรักษ์แล้วก็มากระทบกับชีวิต ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่อยู่โดยรอบนั้น ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกคงทราบดีเพราะว่า ในจังหวัดของท่านเองเราได้มีการจัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วอยู่ ในจันทบุรีเองเรามีอยู่ ๘ ชุด แล้วก็นอกจากนั้นยังมีในพื้นที่รวมของพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๒ มีทั้งหมด ๑๖ ชุดกระจายกันอยู่ใน หลาย ๆ พื้นที่ เราระดมพี่น้องแล้วก็เจ้าหน้าที่ประมาณเกือบ ๔๐ หน่วยงานของกระทรวง ทรัพย์เองในการที่จะช่วยกันป้องกันเฝ้าระวัง แล้วก็ช่วยกันผลักดันแจ้งเตือนในกรณีที่ถ้าหาก ว่าช้างป่านั้นได้ออกมานะครับ เรามีปริมาณช้างออกมานั้นมากขึ้น ๆ เพราะว่าปริมาณ ประชากรของพี่น้องประชาชนมากขึ้นในแต่ละปีจำนวนปริมาณช้างเองก็มีมากขึ้น ในแต่ละปีด้วย แน่นอนครับการแยกช้างให้ออกจากคนเป็นสิ่งที่ควรจะต้องดำเนินการ การที่จะให้คนแยกออกจากช้างก็เป็นสิ่งที่จะต้องดำเนินการเช่นกัน เพราะว่าในแต่ละปีนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเองเราก็เร่งแก้ไขปัญหาทั้งคนรุกป่า แล้วก็ ป่ารุกคนคู่ด้วยกันนะครับ ดังนั้นการที่ช้างกับคนนั้นมีการเข้ามาโอเวอร์แลป (Overlap) กัน แล้วก็มีผลกระทบซึ่งกันและกันนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ว่ากระทรวงทรัพย์เองนะครับ ในทุก ๆ หน่วยงานเราก็เร่งแก้ไขปัญหาอยู่ในขณะนี้ เรามีการอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการให้กับ อาสาสมัครเฝ้าระวังช้างป่านะครับ เราใช้เงินในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ นั้นเราตั้งงบประมาณ ไว้ประมาณ ๑๐ ล้านบาทเกือบ ๑๑ ล้านบาทในการที่จะให้งบประมาณกับ ๒๑๔ เครือข่าย เครือข่ายละประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาทในการที่จะครอบคลุมพื้นที่เร่งด่วนประสบปัญหา ทางออกนอกพื้นที่ ในจังหวัดจันทบุรีเองก็มีอยู่ประมาณ ๒๖ เครือข่ายนะครับ เป็นการ สนับสนุนให้ราษฎรและชุมชนนั้นแก้ปัญหาช้างป่า ผลักดันให้กลับเข้าไปในพื้นที่อนุรักษ์ แล้วก็สร้างความเข้าใจระหว่างเจ้าหน้าที่แล้วก็ระหว่างพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ทำความ เข้าใจถึงมาตรการแล้วก็แนวทางที่เจ้าหน้าที่นั้นแนะนำให้กับพี่น้องประชาว่าควรปฏิบัติ ตัวอย่างไรเวลาเจอช้าง หรือว่าควรจะป้องกันไม่ให้ช้างออกมาได้อย่างไร แล้วนอกจากนั้นเอง การเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นการบาดเจ็บหรือการเสียชีวิต ทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเราก็มีคณะกรรมการและพิจารณาหลักเกณฑ์ ต่าง ๆ ขึ้นมาตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าปี ๒๕๖๒ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินช่วยเหลือ รายละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท รวมถึงเงินช่วยเหลือเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่าแล้วก็กระทิงด้วยนะครับ แล้วก็ผลกระทบต่อทรัพย์สินหรือ พืชผลทางการเกษตรนะครับให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่อยู่ในพระราชบัญญัติสงวนและ คุ้มครองสัตว์ป่า ซึ่งในขณะนี้เองนอกจากมาตรการตาม พ.ร.บ. ต่าง ๆ แล้วผมเองยังได้ ขอให้ทางกรมอุทยานนั้นหารือกับบริษัทประกันในการที่จะทำประกันชีวิตให้กับพี่น้อง ประชาชนถ้าหากในกรณีที่เสียชีวิตจากช้างป่านั้นส่วนหนึ่งกรณีที่เสียชีวิต แล้วก็จะเป็น ประกันอีกส่วนหนึ่งถ้าหากว่าสูญเสียทรัพย์สินหรือว่าก่อให้เกิดความเสียหายในพื้นที่ ที่ทำการเกษตรหรือทำพืชไร่ คาดว่าภายในปีนี้จะได้ข้อสรุปแล้วก็จะมีประกันให้กับพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่รอยต่อแล้วก็ทำมาหากินพืชไร่อยู่ในบริเวณพื้นที่ที่มีความคาบเกี่ยว การที่ช้างป่าจะออกมาครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านจารึกถามอีกครั้งครับ🔗
ต้องกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีผมดีใจ ที่ท่านได้ศึกษาในส่วนของคันกั้นช้างที่กรรมาธิการเราได้ออกแบบไว้ รวมทั้งประกันชีวิต ต่าง ๆ นะครับ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าคาดว่ากรรมาธิการจะได้รายงานให้สภาได้ทราบนะครับ แล้วเดี๋ยวได้เราจะได้มาหารือร่วมกันอีกทีในส่วนของแนวทางแก้ปัญหาที่เราได้ศึกษาไว้ แล้วอุทยานก็จะได้นำแบบอย่างตรงนี้ไปเพื่อดำเนินการอะไรที่ต้องปรับแต่งอะไรก็ว่ากันไป นะครับท่านประธานครับ กรณีคำถามที่ ๒ ของผมเกี่ยวกับการสร้างแหล่งน้ำแหล่งอาหาร สาเหตุที่ผมต้องถาม เพราะว่าพี่น้องประชาชนที่ฟังจะได้รู้ว่ารัฐบาลเรา โดยกระทรวงทรัพย์ ไม่ได้นิ่งนอนใจจากหลักของทฤษฎีที่ได้ศึกษามา ช้างถ้าเขามีอาหารกินเขาก็สามารถได้อยู่ ในแหล่งที่มีอาหารกิน การสร้างแหล่งน้ำแหล่งอาหารถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในเรื่องของ ทฤษฎีนะครับ แต่ว่า ณ ปัจจุบันนี้ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีเลยว่าช้าง อยากจะออกจากป่า อยากมากินทุเรียนจังหวัดจันทบุรีผมนี่ ทุเรียนนอกจากคนจีน ชอบกินแล้วช้างได้เป็นของอาหารโปรดเขาเลยครับ เพราะฉะนั้นเขาจะดิ้นรนออกมา เพราะฉะนั้นเราจะต้องกักกันเขาอยู่ในโซนนิ่ง (Zoning) ของเขาให้ได้นะครับ ผมเรียน ท่านประธานอย่างนี้ว่ากรณีจังหวัดจันทบุรีของผมมันมีอ่างน้ำอยู่ ๑ อ่างที่สร้างเสร็จแล้ว คืออ่างประแกด ณ ฤดูแล้งครับน้ำจะลดลงไป พอน้ำลดลงจะเกิดพื้นที่ว่างหลายพันไร่ ช้างก็จะมารวมตัวกันอยู่ตรงนี้ครับเพราะว่าหน้าฝนตรงไหนก็มีน้ำกินนะครับ แต่ว่าในฤดูแล้ง ไม่มีน้ำกินช้างก็จะมารวมตัวกันอยู่ตรงอ่าง พร้อมทั้งหน้าฝนปริมาณน้ำเยอะน้ำจะท่วมพื้นที่เยอะ พอหน้าแล้งน้ำปริมาณน้อยพื้นที่ที่มีน้ำก็จะเหลือน้อย เพราะฉะนั้นพื้นที่ที่น้ำลดลงไป มันจะเกิดทุ่งหญ้าตรงนั้นเป็นอาหารของช้างได้ดีทีเดียวครับท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือแหล่งอาหาร เพราะฉะนั้นเรียนท่านรัฐมนตรีอย่างนี้ครับว่ากรณีอ่างประแกดนี่ ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธนท่านได้ไปลงพื้นที่ท่านยังบอกกับผมว่าจารึกเรามาสร้าง ร้านกาแฟกันตรงนี้ดีไหม เพื่อให้คนมาเที่ยวดูช้างเพราะช้างมันไปอยู่บริเวณอ่างจริง ๆ นะครับ ที่ผมจะพูดถึงเรื่องคืออ่างน้ำวังโตนดที่กำลังจะสร้างนะครับอันนี้เนื้อที่ถึงประมาณ ๑๒,๐๐๐ ไร่ เพราะฉะนั้นเวลาน้ำลดนี่มันเหลือไม่ถึงพันไร่หรือพันกว่าไร่ เพราะฉะนั้นมันจะเกิดพื้นที่ กว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งตรงนั้นมีช้างอยู่เยอะมาก เพราะฉะนั้นช้างก็สามารถมาอยู่บริเวณที่ อ่างวังโตนดแห่งนี้ ที่ผมพูดถึงอ่างวังโตนดนี้ เพราะว่าตอนนี้กำลังจะสร้างแต่มันติดอยู่ที่ว่า ท่านรัฐมนตรีกับอุทยานนี่นะยังไม่ทำเรื่องขออนุญาตขอใช้พื้นที่ เพราะฉะนั้นกระทรวงเกษตร โดยไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้เนื่องจากติดเรื่องปัญหาขอใช้พื้นที่จากกรมอุทยานนี่ละครับ เพราะฉะนั้นเรียนท่านรัฐมนตรีว่าเรื่องนี้ท่านควรจะเร่งรัดมันเป็นการแก้ปัญหาช้างป่า เลยครับท่านประธานครับ เพราะว่าเราที่จะทำรั้วทำคูเราก็มาทำติดกับคัน เราให้ช้างอยู่ด้านใน ซึ่งมีน้ำอยู่ในเขตป่ามีน้ำตรงนี้คือการแก้ปัญหาช้างป่ามันไม่ใช่ไปอะไรเขาเรียกว่าไปกินที่ ของช้างหรืออะไรต่าง ๆ มันไม่ใช่ครับท่านประธานครับ มันเป็นการสร้างแหล่งน้ำ แหล่งอาหารให้เป็นที่อยู่ของช้าง อันนี้คือข้อเท็จจริงครับอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไป ยังรัฐมนตรีว่าในส่วนตรงนี้ ผมอยากจะฝากให้ท่านเร่งรัดการขอใช้พื้นที่กรมชลประทาน จะได้ไปดำเนินการได้ท่านรักษาการนายกรัฐมนตรีจะได้นำเข้า ครม. ผมทราบข่าวว่ารอท่านอยู่ อย่างเดียว เพราะฉะนั้นเรียนฝากเรื่องนี้ไปด้วยนะครับท่านประธานครับ คำถามที่ ๒ ผมอยากจะให้ท่านได้อธิบายให้พี่น้องประชาชนฟังว่าการสร้างแหล่งน้ำแหล่งอาหารของท่าน โดยกระทรวงทรัพยากร ผู้รับผิดชอบคือกรมอุทยานแห่งชาติได้สร้างในแต่ละปี แค่ไหน อย่างไร แล้วความคืบหน้าอะไรต่าง ๆ แล้วแผนในอนาคตท่านจะได้ทำอย่างไรต่อไป พี่น้อง ประชาชนจะได้ทราบครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีวราวุธครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้ให้โอกาสในการ ที่จะชี้แจง ต้องขอบคุณท่านจารึกนะครับ ขออภัยที่เอ่ยนาม ประเด็นแรก เกี่ยวกับเรื่อง วังโตนด ในขณะนี้ถ้าจะบอกว่าติดอยู่ที่ผมนั้นก็ไม่ผิดนักเพราะว่าผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ แต่ว่าก็ยังรอการศึกษาในพื้นที่ว่าผลกระทบ อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่า เบื้องต้นนั้นปริมาณช้างก็มากขึ้น แล้วปริมาณคนก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว แต่ว่าพื้นที่ที่เป็น ที่อยู่ของช้างจริง ๆ ในโครงการของวังโตนดนั้นกระทบทั้งพื้นที่ของอุทยาน แล้วก็พื้นที่ของ ป่าสงวนด้วยเช่นกัน จะใช้พื้นที่ของป่าสงวนประมาณ ๗,๐๐๐ ไร่ แล้วก็พื้นที่อุทยานซึ่งเป็น อุทยานเขาสิบห้าชั้นในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีนั้นอีกประมาณเกือบ ๗,๐๐๐ ไร่ ดังนั้นการที่จะ แก้ไขปัญหา เห็นด้วยนะครับ การที่จะต้องสร้างแหล่งน้ำขนาดใหญ่เพื่อที่จะให้ช้างทั้งหลายนั้น จะได้ไม่ออกมารบกวนพี่น้องประชาชน แต่ว่าถ้าหากว่าใช้ประมาณ ๗,๐๐๐ ไร่นั้น ในปริมาณที่น้ำมากที่สุดของการกักเก็บของอ่างวังโตนดนั้นก็กำลังหารือกันอยู่ว่ามันจะ กระทบกับที่อยู่ของช้างขนาดไหน เพราะว่าโดยปัจจุบันนั้นเราได้มีโครงการจัดทำแหล่งน้ำ ขนาดเล็ก การฟื้นฟูทุ่งหญ้า การสร้างปลูกพืชอาหารสัตว์ป่าซึ่งเดี๋ยวผมจะขออนุญาตเรียน ให้กับทางท่านสมาชิกผ่านท่านประธานว่าเราทำอะไรไปแล้วบ้าง แต่ว่าโครงการวังโตนด เป็นโครงการที่ดี แต่ว่าในขณะเดียวกันก็คงต้องศึกษาให้ดีว่าเราไม่อยากจะไปแก้ปัญหา ด้วยการสร้างปัญหาใหม่ เพราะว่าถ้าหากพื้นที่ของอุทยานนั้นหายไปประมาณ ๕,๐๐๐ ไร่ ถึง ๗,๐๐๐ ไร่นั้น ก็คงจะต้องมาพินิจพิเคราะห์กันว่าจะกระทบกับแหล่งอาหารของช้าง หรือว่าทางเดินของช้างอย่างไร เพื่อที่จะไม่ใช่ว่าสร้างวังโตนดไปแล้วกลายเป็นว่าพื้นที่ ดังกล่าวไม่มีผลกระทบเรื่องช้างแต่ช้างหาพื้นที่ใหม่ไปในการที่จะออกมา เพราะว่าอย่างที่ ท่านสมาชิกได้กล่าวไปว่าทุเรียนในพื้นที่ของท่านสมาชิกนั้นอร่อยจริง ๆ แล้วเวลาช้างหิวโซ ออกมาก็เหมือนกับมนุษย์เราเดินหิวโซแล้วก็ไปเจอเซเว่นอีเลฟเว่น (7-11) ที่มีทั้งผลไม้รากไม้ ที่อร่อยมากมาย ก็เป็นสิ่งที่กรมอุทยานแห่งชาติกำลังเร่งในการศึกษาผลสำรวจและ ผลกระทบถ้าหากว่าพื้นที่หายไปประมาณ ๕,๐๐๐ ไร่ถึง ๗,๐๐๐ ไร่นั้น จะกระทบกับ ความเป็นอยู่ของช้างอย่างไร แต่ในขณะเดียวกันครับ ทางกระทรวงทรัพยากรโดย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เราไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ มาถึงวันนี้เรามีแผนการ จัดการกลุ่มป่า จัดการแก้ปัญหาช้างป่า ระยะเวลา ๑๐ ปี ในปี ๒๕๖๓-๒๕๗๒ ซึ่งในขณะนี้ มาถึงวันนี้แล้วจากปี ๒๕๖๓ มาถึงปี ๒๕๖๕ นั้นเราได้บริหารจัดการทุ่งหญ้าไปประมาณ ๒๑,๐๐๐ กว่าไร่ แล้วก็ปลูกพืชอาหารช้างป่าและสัตว์ป่าประมาณ ๑๕,๐๐๐ กว่าไร่ แล้วก็ จัดทำแหล่งน้ำทั้งหมด ๘๔ แห่ง มีการจัดทำโป่งเทียมทั้งหมด ๑๔๕ แห่ง ใน ๔๙ พื้นที่ อนุรักษ์ทั่วประเทศ อย่างเช่นกลุ่มป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ถึงปัจจุบันนั้น เรามี การดำเนินการแบบผสมผสานทั้งการจัดการทุ่งหญ้า ทั้งการตัด การปลูกแล้วก็การชิงเผา เพื่อให้มีหญ้าใหม่เกิดขึ้นมารวมทั้งการปลูกพืชอาหารช้างป่าและสัตว์อื่น ๆ นั้น แล้วก็รวม ไปถึงการจัดทำแหล่งน้ำทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ขนาดใหญ่นี้ไม่ได้แปลว่าทำเป็น อ่างเก็บน้ำขนาดวังโตนดอย่างเช่นการปรับปรุงฟื้นฟูทุ่งหญ้านั้นในพื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด เราทำไปทั้งหมด ๗,๐๐๐ กว่าไร่ แบ่งเป็นในเขตพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ๙๖๐ ไร่ แล้วก็เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนอยู่ ๖,๑๐๐ กว่าไร่ เรามีการปลูกพืชอาหาร ช้างป่าและสัตว์ป่าไป ๑,๕๐๐ ไร่ อยู่ในพื้นที่เขาสอยดาวนั้น ๕๐๐ ไร่ แล้วก็เขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนอีก ๑,๐๐๐ ไร่ เราได้จัดทำแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ขนาดใหญ่นี้ก็คือ เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรไปทั้งหมด ๗ แหล่งด้วยกัน มีจัดทำแหล่งน้ำขนาดเล็ก คือขนาด ๑๐,๐๐๐ แล้วก็ขนาด ๓,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรนั้นทั้งหมด ๒๗ แหล่ง แล้วก็มีสร้าง โป่งเทียมไปทั้งหมด ๑๒๔ แห่ง ในเขตป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด แล้วก็มีการพัฒนาแหล่งน้ำ บาดาลด้วยเพราะว่าบางครั้งการสร้างแหล่งน้ำในหน้าแล้งนั้น แหล่งน้ำบนดินนั้นก็จะตื้นเขิน ลงไป เราจึงได้มีการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลควบคู่กันไปกับแหล่งน้ำบนดินเพื่อรักษาระบบ นิเวศแล้วก็รักษาปริมาณน้ำบนดินอีกเกือบ ๒๐ จุดในพื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด ดังนั้นก็อยากจะให้ความมั่นใจแล้วก็อุ่นใจขึ้นกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวว่าในขณะนี้ ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเราได้เพิ่มทั้งแหล่งหญ้า แหล่งน้ำ แหล่งอาหารให้กับปริมาณช้างที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ก็ในอนาคตก็จะเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกว่าเราจะสามารถผลักดันช้างทั้งหมดให้สามารถอยู่ในพื้นที่ของป่าอนุรักษ์ได้โดยที่ไม่ต้อง รบกวนพี่น้องประชาชนครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานอีกนิดหนึ่งครับ เรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีครับว่ากรณีดังกล่าวอยากจะให้ท่านเร่งรัดเรื่องการ อนุญาตขอใช้พื้นที่ แล้วกรมอุทยานก็สามารถที่จะลงพื้นที่ไปหาข้อเท็จจริงได้นะครับ เพราะฉะนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทานอยู่ใกล้ชิดพื้นที่เขารู้ดีว่าอะไร เป็นอะไรนะครับ โดยเฉพาะข้อมูลจากทางกลุ่มพี่น้องประชาชนลุ่มน้ำวังโตนดจะรู้ดี ขณะนี้ เวลานี้ จังหวัดจันทบุรีของผมกำลังน้ำท่วม ท่านประธานครับ เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะว่าปริมาณน้ำฝนของจังหวัดจันทบุรีมันเยอะ พอตกลงมาในป่าในเขาก็จะไหล ลงไปท่วมพี่น้องประชาชนที่พืชสวนไร่นาของพี่น้องประชาชนที่อยู่ด้านล่างนะครับ ถ้าเราได้ อ่างขึ้นมามันก็จะขังน้ำไว้นะครับ ขังน้ำไว้แล้วก็ทยอยปล่อยลงไปให้พี่น้องทำสวนต่าง ๆ เพราะฉะนั้นต้องฝากรัฐมนตรีเรื่องนี้ด้วยครับท่านประธาน ก็ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี คำถามที่ ๓ นี้ไม่ต้องตอบก็ได้เพราะเมื่อสักครู่ท่านพูดมาแล้วว่ากรณีที่กรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาแก้ปัญหาช้างป่าได้ออกแบบคันกั้นช้างมา ท่านก็จะได้ให้ในหน่วยงานของท่าน ไปพิจารณาแล้ว ตรงนี้ก็ขอบพระคุณแล้วก็ดีใจครับ เราก็ต้องร่วมมือกันช่วยแก้ปัญหาให้ พี่น้องประชาชนครับ ผมคิดว่าปัญหาช้างป่า รวมทั้งจังหวัดท่านประธานด้วยก็จะหมดไป ในเร็ววันครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีวราวุธ ขอฝากท่านเอาปัญหาเรื่องช้างที่บุกรุกทำลายชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนหลายจังหวัดมาก ทั้งภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคกลาง เป็นปัญหา เร่งด่วนมาก ท่านเห็นหนังสือพิมพ์ไหมครับ ช้างทำร้ายฆ่าประชาชนทุกวัน โดยเฉพาะเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เสียชีวิตทุกวันเลยครับ เพราะฉะนั้นให้ท่านทำปัญหาเรื่องช้างขอเป็น ปัญหาวาระเร่งด่วนหน่อยนะครับ เอาจริงเอาจังหน่อยในการแก้ปัญหา สิ่งที่ท่านทำมาแล้วก็ ดีครับ แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหา ณ ปัจจุบันได้ ขอท่านดำเนินการต่ออย่างเร่งรีบด้วย นะครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีวราวุธครับ ขอบพระคุณครับ ท่านมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ ท่านวราวุธ🔗
การบ้านที่ได้ฝากไปนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของในเขตของอ่างวังโตนด จะเร่งให้ทางกรมอุทยานประสานงานกับกรมชลที่อยู่ในพื้นที่นะครับ เพราะว่าทาง กรมอุทยานเองก็มีข้อมูลที่สามารถจะมาแชร์กับทางกรมชลประทานนะครับ จะได้เร่ง แก้ปัญหาเรื่องน้ำ เพราะว่าน้ำท่วมเป็นเรื่องสำคัญนะครับ เพราะว่าตอนนี้บ้านผมเองก็ท่วม อยู่เหมือนกัน แต่ว่าคนละกรณีกับของจันทบุรี ของจันทบุรีนี่มาเร็วไปเร็วนะครับ ของสุพรรณบุรีนี่มาช้าไปช้านะครับ ท่วมก่อนไปทีหลัง ก็จะเร่งรับไปดำเนินการนะครับ ท่านสมาชิก และสิ่งที่ท่านประธานฝากไป อย่างเช่นเมื่อวานนี้เองก็ได้มีกรณีที่ทำให้พี่น้อง ประชาชนที่เข้าไปกรีดยางเสียชีวิตไปนะครับ ทางกรมอุทยานนั้นจะเร่งดำเนินการนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสร้างแหล่งอาหาร รวมถึงการสร้างคูกันช้างตามที่ท่านสมาชิกจารึก ได้เสนอมาเมื่อสักครู่ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๕๐๔ เรื่อง การแก้ไขราคาสินค้าทางการเกษตร (นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์🔗
ต่อไป กระทู้ถามที่ ๑.๒.๒ ท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านสินิตย์ เลิศไกร มาตอบ เชิญท่านสัณหพจน์ตั้งกระทู้ถามเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนที่รักทุกท่านครับ กระผม นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราชแบบแบ่งเขต อำเภอปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ พรรคพลังประชารัฐครับ วันนี้ผมมีกระทู้ถามทั่วไป ที่ ๕๐๔ ลำดับที่จะถามกับท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แต่เมื่อตอนเช้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้มา ตอบกระทู้ถามด้วยวาจาไปเรียบร้อยแล้วครับ ผมก็รู้สึกผิดหวัง แล้วก็เสียดาย แล้วก็เสียใจ แทนพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศนิดหนึ่งครับ เพราะว่าจากการที่เป็นผู้แทนราษฎรมา ๓ ปีกว่า ได้นั่งเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการโครงสร้างราคาปาล์ม การตรวจสอบ การลักลอบ การนำเข้า และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แล้วก็นั่งกรรมาธิการบริหาร จัดการปาล์มน้ำมันอย่างเป็นระบบสภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านมาได้เชิญประชุมไป ๕๗ ครั้ง ได้เชิญอธิบดีกรมการค้าภายในให้มาชี้แจง เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้มาชี้แจง ๓ ปีกว่าที่เป็นผู้แทนราษฎรไม่เคยได้เจอ หน้าทั้ง ๒ ท่านนี้เลย วันนี้มีความคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เจอท่าน แล้วก็ดีใจมาก เห็นท่านมาตอบกระทู้ถามด้วยวาจาเมื่อสักครู่นะครับ แต่ตอนนี้ก็รู้สึกผิดหวังนิดหนึ่งนะครับ แต่ก็ไม่เป็นอะไรครับก็จะถามท่าน ก็เห็นใจท่านรัฐมนตรีสินิตย์ด้วย เพราะว่าท่านเองก็เพิ่ง เข้ามาเป็นรัฐมนตรีช่วย แต่เหตุการณ์ที่ราคาพืชผลทางการเกษตรมีปัญหาแล้วก็ตกต่ำมันมี มาตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๒ มาจนถึงทุกวันนี้ครับ จริง ๆ ก็อยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่าการโดยตรง แต่ไม่เป็นอะไรครับ ผมก็จะถามตามความจำเป็น ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
สืบเนื่องจากราคาพืชผล ทางการเกษตรที่เราเห็นทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นราคามันสำปะหลัง ราคาพริก ราคาฟักทอง ราคาลำไย ราคามะม่วง ราคามะพร้าว ราคามังคุด หรือพืชผลทางการเกษตรต่าง ๆ ที่มีการ ตกต่ำขึ้นในช่วงของฤดูกาล ผมเข้าใจดีครับ ผมทราบดีว่าดีมานด์ (Demand) ซัปพลาย (Supply) ช่วงที่บริหารจัดการ ไม่ว่าจะมาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จะต้องลง สถิติไว้ว่ามีการผลิตหรือปลูกพืชผลทางการเกษตรหรือปศุสัตว์นะครับ จะเลี้ยงอะไรบ้าง จำนวนเท่าไร มีปริมาณเท่าไร ช่วงฤดูกาลไหนจะต้องผลิดอกออกผล แล้วจะเข้าสู่ตลาด ในประมาณการเท่าไร ผมเชื่อมั่นว่ากระทรวงพาณิชย์เองก็ทำแล้วก็เตรียมการ แต่ปัญหา ที่เกิดขึ้นก็คือมันไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หมายถึงว่าการสำรวจกับปัจจุบัน กับข้อมูลเดิม มันไม่ตรงกัน ผมถามไปเมื่อปีที่ผ่านมาได้คำตอบที่ส่งกลับไปให้กับเกษตรตำบลไปเก็บข้อมูล ว่าสุดท้ายแล้วพี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชตอนนั้นปลูกพริกกันเท่าไร ปลูกฟักทองกันเท่าไร จริง ๆ ข้อมูลพวกนี้ต้องมีตั้งแต่เริ่มต้นแล้วก็ส่งประสานไปยัง กระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้กระทรวงพาณิชย์บริหารจัดการและเดี๋ยวท้ายสุดนี้ผมจะมีวิธีในการ ที่จะบริหารจัดการเกี่ยวกับกระทรวงพาณิชย์อย่างไร ฝากไปให้ท่านลองพิจารณาดูนะครับว่า มันจะใช้ได้ผลกับประเทศไทยนี้ได้หรือไม่ อย่างไรนะครับ สไลด์ (Slide) ที่ ๑ ครับ เมื่อสักครู่ ผ่านมานะครับ กลับไปที่ราคาฟักทองโดยเฉลี่ย มาดูที่ต้นปี ๒๕๖๒ ครับ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ ๔ บาท ปี ๒๕๖๓ อยู่ที่ ๔ บาท หมายถึงเฉลี่ยราคาทั้งปีนะครับ ปี ๒๕๖๔ อยู่ที่ ๓ บาท ปี ๒๕๖๕ ๓ บาท ตั้งแต่เริ่มต้นปี ๒๕๖๒ มาถึงปี ๒๕๖๕ ราคาลงตามลำดับนะครับ ผมลง พื้นที่จากสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ไปสัมผัสด้วยตัวเองทั้งหมด ไม่ได้ตั้งเรื่องจินตนาการ หรือเป็นทฤษฎีนะครับ สัมผัสด้วยตัวเอง สัมผัสความรู้สึกพี่น้องประชาชน สัมผัสความรู้สึก ของพี่น้องเกษตรกรโดยตรงมาทั้งหมดนะครับ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ เป็นราคาพริกเขียวมัน ที่เฉลี่ยปี ๒๕๖๒ อยู่ที่ ๓๐ บาท ปี ๒๕๖๓ อยู่ที่ ๑๘ บาท เฉลี่ยทั้งปีของปี ๒๕๖๔ อยู่ที่ ๑๐ บาท นี่ก็คือผลงานของกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายในนะครับ ในยุคนี้ไม่ได้ตั้งใจ จะสื่อสารที่จะให้เป็นลบนะครับ เพียงแต่ผมจำเป็นจริง ๆ เพราะพี่น้องเกษตรกรในลุ่มน้ำ ปากพนังเขาทำอาชีพการเกษตรจริง ๆ ครับ มาดูสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ราคาฟักเขียว คละนะครับ ปี ๒๕๖๒ อยู่ที่ ๙ บาท ปี ๒๕๖๓ ๙ บาท ปี ๒๕๖๔ ๗ บาท ปี ๒๕๖๕ ๖.๕๐ บาท ๖.๕๐ บาทนะครับ แล้วก็มาดูที่ราคากุ้งนะครับ กุ้งก็เป็นไปตามสไลด์ (Slide) นะครับ ปี ๒๕๖๒ แล้วก็ขึ้นกระโดดไปครั้งหนึ่งปี ๒๕๖๓ แล้วก็ลงมาต่ำกว่าเดิมคือ ๒๕๖๔ และปี ๒๕๖๕ ครับ ข้ามสไลด์ (Slide) ปุ๋ยไปก่อนครับเดี๋ยวผมไว้สุดท้าย ไปที่มังคุดครับ ประชดราคาเทกลาง ถนนครับ แล้วก็ยางพาราตกต่อเนื่องเดือนเดียวลด ๑๖ บาท เหลือ ๔๘ บาท ในช่วงนั้น คือต่ำสุด ยางพารา มาถึงราคาปุ๋ยหลังจากทุกอย่างตก ราคาพืชผลการเกษตร ราคาที่ดีขึ้น ก็คือปาล์ม ปาล์มผมมั่นใจว่าที่ท่านรัฐมนตรีได้ไปคุยในเวทีต่าง ๆ ผมก็ได้เห็นนะครับ มันเหมือนกับที่ผมคุยกันในสภา เหมือนกับที่ผมคุยออกสื่อต่าง ๆ ว่าที่ราคาปาล์มน้ำมัน หรือน้ำมันปาล์มดีขึ้น ราคาซีพีโอ (CPO) ดีขึ้นเนื่องจากเป็นการบริหารจัดการอย่างเป็น ระบบ ส่วนหนึ่งที่มีท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน แล้วผมเองก็ได้นั่งประธาน อนุกรรมาธิการโครงสร้างราคาการตรวจสอบ การลักลอบ การนำเข้า และกฎหมายที่ เกี่ยวข้อง ถ้าหากเรามีการกันการลักลอบการนำเข้าได้ราคาปาล์มก็จะดีขึ้นนะครับ🔗
ทีนี้มาดูที่ราคาปุ๋ยครับ ราคาปุ๋ยซึ่งมีผลอย่างยิ่งกับพี่น้องเกษตรกรครับ ขอสไลด์ (Slide) นะครับ กราฟที่ขึ้นมาครับ ท่านประธานครับ ในปี ๒๕๖๓ ถ้าดูตามสไลด์ (Slide) เปรียบเทียบราคาปุ๋ย วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ ราคาปุ๋ยสูตรเส้นสีน้ำเงินบนสุด ๑๘-๔๖-๐ ราคา ๖๖๐ บาท ปี ๒๕๖๔ วันที่ ๑ มิถุนายน ปรับขึ้นมา ๑,๐๒๐ บาท ปี ๒๕๖๕ วันที่ ๑ มกราคม อยู่ที่ ๑,๕๐๐ บาท ปี ๒๕๖๕ ขึ้นไปอีกครั้งเป็น ๑,๙๗๐ บาท ถามว่าขึ้นมา ได้อย่างไรถึงกี่เท่าตัว ๓ เกือบ ๔ เท่าตัว สูตร ๐-๐-๖๐ ก็เช่นเดียวกันครับ ปรับขึ้นมาจาก ๕๔๕ บาท เป็น ๑,๘๖๓ บาท สูตร ๒๑-๐-๐ จาก ๒๗๕ บาท ปรับขึ้นมา ๑,๘๖๓ บาท ท่านปล่อยให้ปรับขึ้นมาได้อย่างไรขนาดนี้ ท่านอธิบดีกรมการค้าภายในผมพยายามจะเชิญ เข้ามาในกรรมาธิการเป็น ๑๐ ครั้ง ไม่ต่ำกว่า ๑๐ ครั้ง ไม่เคยมาเลยแม้แต่สักครั้งเดียว ทีนี้ถามว่าคำถามที่เคยถามไปแล้วก็เคยตอบว่าปุ๋ยที่ปล่อยให้ขึ้นมาก็บอกว่าเป็นเพราะ ค่าพลังงาน น้ำมันราคาสูง เป็นเพราะสงครามยูเครน-รัสเซีย ถ้าดูจากในกราฟเมื่อสักครู่ครับ ขอกราฟขึ้นอีกครั้งของราคาปุ๋ยครับ วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ นั่นหมายถึงการเริ่มต้น ของสงครามยูเครน-รัสเซีย แต่ดูจากกราฟสิครับ ๒๗๕ บาท วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ เอาสูตร ๑๘-๔-๖๐ จาก ๖๖๐ บาท มาเป็น ๑,๐๒๐ บาท นั่นหมายถึงวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๔ สงครามยูเครน-รัสเซียยังไม่มาเลยครับ มาดูอีกทีครับ กระโดดมาเป็น ๑,๕๐๐ บาท วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๕ สงครามยูเครน-รัสเซียก็ยังไม่มาเลยครับ ปล่อยให้ขึ้นมาได้อย่างไร ถึง ๒-๓ เท่า🔗
ท่าน สัณหพจน์เข้าคำถามได้แล้วครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน คำถามที่ ๑ ที่จะถามไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับ กระทรวงพาณิชย์ มีแผนบริหารจัดการเพื่อรองรับราคาสินค้าทางการเกษตรที่ผันผวนตามฤดูกาลในพื้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราชและในประเทศไทยทั่วทุกภาคอย่างไรบ้าง ขอทราบรายละเอียดครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีสินิตย์ได้รับมอบหมายมาตอบ เชิญครับ🔗
สมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ วันนี้ได้รับ มอบหมายจากท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้มาตอบกระทู้ ของคุณสัณหพจน์ สุขศรีเมือง สินค้าเกษตรเป็นสินค้าที่มีระบบการผลิต ๒ ลักษณะ คือลักษณะที่ออกตามฤดูกาลที่แน่นอน อย่างเช่น สินค้าผลไม้ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าว เหล่านี้ เป็นต้น และสินค้าที่ออกสู่ตลาดได้ทั้งปีคือสินค้าพืชผัก อย่างเช่น ผักกาด กะหล่ำปลี ผักชี ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้มีการกำหนดแผนบริหารจัดการล่วงหน้าสำหรับสินค้าเกษตรที่มี ฤดูการผลิตที่แน่นอน ได้แก่ แผนผลิต แผนบริหารจัดการผลไม้ จำนวน ๑๘ มาตรการ มาตรการสนับสนุนการชะลอการจำหน่ายและเก็บสต็อก (Stock) เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมาตรการสนับสนุนด้านการตลาดและการจำหน่าย เช่น การกระจาย สินค้า การกระตุ้นการบริโภค การชดเชยดอกเบี้ยในสินค้าข้าว สุกร พืช และผลไม้ สำหรับ สินค้าที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดตลอดทั้งปีมีวัฏจักรทางด้านราคาผันผวนขึ้นลงตามปริมาณ สินค้าที่ออกสู่ตลาดและความต้องการของผู้บริโภคหรืออุตสาหกรรมแปรรูป อย่างเช่น พริก ฟักทอง กะหล่ำปลี เป็นต้น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้มีการจัดสรรงบประมาณสำรอง เพื่อการบริหารจัดการสินค้าโดยการแทรกแซงตลาดกรณีประสบภาวะราคาตกต่ำจากการ ล้นตลาดเพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ ซึ่งตอบประเด็นคำถามของ ท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ถามว่ากระทรวงพาณิชย์มีแผนบริหารจัดการเพื่อรองรับสินค้า ทางด้านการเกษตรที่ผันผวนตามฤดูกาลอย่างไร นี่ผมเข้าใจว่าอาจจะถามเรื่องมังคุด เพราะเมื่อสักครู่ได้เกริ่น ๆ เรื่องมังคุดมาแล้ว กระทรวงพาณิชย์มีแผนบริหารจัดการผลไม้ ๑๒ มาตรการจาก ๑๘ มาตรการที่นครศรีธรรมราช เช่น ช่วยเกษตรกร ผู้ประกอบการล้ง กระจายผลผลิตผลไม้ออกนอกแหล่งผลิต โดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการในการกระจาย ผลผลิตออกนอกแหล่งผลิตกิโลกรัมละ ๓ บาท ส่งเสริม เสริมสภาพคล่องผู้ส่งออกสนับสนุน ดอกเบี้ย ๓ เปอร์เซ็นต์และช่วยผู้ส่งออกกิโลกรัมละ ๔ บาท สนับสนุนให้เกษตรกรทำ พันธสัญญา หรือทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเรียกว่า อมก๋อยโมเดล ส่งเสริมการบริโภคผลไม้ ในประเทศ โดยโหลดผลไม้ขึ้นเครื่องฟรี ๒๕ กิโลกรัม สนับสนุนกล่องพร้อมค่าจัดส่งผลไม้ จากเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์สหกรณ์ไปยังผู้บริโภคโดยตรง สนับสนุนรถเร่ รถโมบาย (Mobile) ไปรับซื้อผลไม้และนำออกไปจำหน่ายสู่ผู้บริโภคโดยตรง ประสานงานกับ ห้างท้องถิ่น ห้างค้าส่งค้าปลีกและปั๊มน้ำมันเพื่อเปิดพื้นที่ระบายผลไม้ให้กับเกษตรกร อบรมให้ความรู้เกษตรกรในการจัดทำตลาดออนไลน์ มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดผ่อนปรน เคลื่อนย้ายแรงงานข้ามจังหวัดและขอให้ กอ.รมน. ส่งกำลังพลเข้ามาช่วยเก็บเกี่ยวและ ขนย้ายผลไม้ ใช้ทีมเซลล์แมน (Salesman) จังหวัด และทีมเซลล์แมน (Salesman) ประเทศช่วยระบายผลไม้ของเกษตรทั้งในและต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์จะต้องมี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดในเรื่องของ พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้า และบริการ พ.ร.บ. มาตราชั่งตวงวัด และ พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า เหล่านี้เป็นต้น สินค้าทางการเกษตรอื่น ๆ อาทิเช่น พริกเขียวมัน ฟักทอง ที่ท่านสัณหพจน์ได้กล่าวถึง เมื่อสักครู่นี้ ในปีที่ผ่านมาปี ๒๕๖๔ พริกเขียวมันมีราคาตกต่ำครับ เนื่องจากประเทศมาเลเซียที่เป็นตลาดหลักชะลอคำสั่งซื้อ เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ส่งผลให้ผลผลิตตกค้าง ในประเทศจำนวนมาก และในปี ๒๕๖๕ กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว ดังนี้ ๑. ใช้กลไกเซลล์แมน (Salesman) จังหวัด โดยเชื่อมโยงผลผลิตจากแหล่งผลิตต้นทาง ไปสู่ตลาดปลายทาง ๒. ประสานงานผู้ประกอบการเข้าไปรับซื้อผลผลิตเพื่อระบายผลผลิต ไม่ให้กระจุกตัวในพื้นที่ โดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการในการกระจายออกนอกแหล่งผลิต โดยใช้งบประมาณปกติคืองบ คชก. ตามสถานการณ์เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งสินค้าที่ใช้มาตรการ ประกันรายได้ในจังหวัดนครศรีธรรมราช อย่างเช่น ปาล์มน้ำมัน ข้าว ยางพารา เหล่านี้เป็นต้น ผมก็ขอตอบท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง คำถามแรกเพียงแค่นี้ครับ ขอขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านสัณหพจน์ถามได้อีกครั้งครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ สำหรับคำตอบของคำถามที่ ๑ ที่ท่านรัฐมนตรีช่วยท่านสินิตย์ได้กรุณาตอบผมมา ก็ขอบพระคุณมากครับ แต่ส่วนหนึ่งคำถามและคำตอบพวกนี้ผมได้มาหมดแล้ว แล้วก็ซ้ำ ๆ เดิม ๆ ในการบริหารจัดการ จัดการอย่างไร ผมได้คำตอบมาเดิม ๆ ในส่วนของปาล์ม ข้าว ยางพารามีการประกันราคา เราก็รู้กันทั้งประเทศเพราะว่ากระทรวงพาณิชย์เอง ได้มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์หลายสื่อว่าสำเร็จในส่วนของการประกันราคา แต่สำหรับผม ผมก็คิดว่ามันคนละอย่างกัน เพราะว่าหากกระทรวงพาณิชย์เป็นในส่วนของการตลาด การขาย นั่นหมายถึงต้องทำให้สินค้าการเกษตรราคาสูงขึ้น ไม่ใช่เป็นการประกันราคา แต่ถามประกันดีไหม ดี เห็นด้วย แต่ปาล์มแทบไม่ได้ใช้เลยครับท่านประธาน แต่ถ้าหากผม เป็นพ่อค้า ถ้าหากผมขายของแล้วขายขาดทุนแบบการประกันราคาแล้วเอาภาษี พี่น้องประชาชนเอามาเติมเต็ม ผมว่าเป็นนักขายที่ไม่เก่ง ถ้านักขายที่เก่งต้องหาตลาด และวางแผนในการบริหารจัดการแปรรูปทำอย่างไรก็ได้ มะพร้าวที่ตกต่ำอยู่ทำอย่างไรก็ได้ ให้แปรรูปได้ พริกทำอย่างไรที่ตกต่ำและแปรรูปได้ มังคุดตกต่ำและแปรรูปได้ ผมยกตัวอย่าง ให้เลยที่ตำบลเขาโร อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช วังไทร โมเดล (Model) พี่น้อง ได้เงินกองทุนหมู่บ้านละ ๑ ล้านบาท แต่ ณ วันนี้ ๑๕๐ ล้านบาทหมุนเวียนครับ สามารถรับซื้อ น้ำยางจากทั่วไปของท้องตลาดแพงกว่า ๓-๕ บาทต่อกิโลกรัม แล้วเอามาแปรรูปเป็น อย่างแท่งแล้วตรงนี้ไปเลียนแบบเลยครับส่งพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศไปเลียนแบบเลยครับ ไปดูแลแล้วก็บริหารจัดการนะครับ ราคาพืชผลทางการเกษตรก็จะดีขึ้นครับ🔗
ในส่วนคำถามที่ ๒ เรียนถามไปยังรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ผ่านท่านประธาน กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายในการจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือ เกษตรกรในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ เพื่อดูแลเกษตรกรในกลุ่มสินค้าทางการเกษตร การส่งออก และการชะลอการจำหน่ายโดยการเก็บสต๊อก (Stock) ทำให้เกิดกิจกรรม ทางเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญ รัฐมนตรีสินิตย์ครับ เชิญครับ เชิญตอบได้ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต่อประเด็นคำถามข้อที่ ๒ ของท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นั้น ขอตอบว่าเงิน คชก. มีนโยบาย ที่จะเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรในด้านของการตลาดเพื่อรักษาระดับราคา และยกระดับราคา สินค้าเกษตร และพัฒนาโครงสร้างการผลิต ปรับปรุงคุณภาพสินค้า เพื่อเพิ่มรายได้ ให้เกษตรกร ซึ่งในปี ๒๕๖๕ ได้อนุมัติจัดสรรให้หน่วยงานขอรับจัดสรรเงินเพื่อช่วยเหลือ เกษตรกร เพื่อดูแลสินค้าเกษตรรวมวงเงิน ๑,๘๗๕.๗๗ ล้านบาท ซึ่งสามารถแยกเป็น กิจกรรมหลักได้ ๓ กิจกรรม กิจกรรมหนึ่งคือกิจกรรมการส่งออก วงเงิน ๕๐๐ ล้านบาท กิจกรรมชะลอการนำเข้าและเก็บสต็อก (Stock) วงเงิน ๘๑๓.๐๙ ล้านบาท กิจกรรมที่ ๓ คือการกระจายสินค้า การกระตุ้นการบริโภค การชดเชยดอกเบี้ย เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ในการรับซื้อสินค้าเกษตร วงเงิน ๕๖๒.๖๘ ล้านบาท ซึ่งมีโครงการดังต่อไปนี้🔗
โครงการที่ ๑ โครงการของผลไม้มี ๓ โครงการ เช่น โครงการบริหารจัดการ ผลไม้ปี ๒๕๖๕ โครงการสนับสนุนการกระจายผลไม้เพื่อยกระดับราคาไม่ให้ตกต่ำ ของสถาบันเกษตรกร โครงการพัฒนาต้นแบบการตรวจสอบย้อนหลัง ย้อนกลับตลอด ซัปพลายเชน (Supply Chain) จำนวน ๙๑๒.๓๔ ล้านบาท🔗
๒. โครงการพืชหัว อย่างเช่น หอมแดง หอม กระเทียม ๑. โครงการบริหาร จัดการตลาดพืชหัวปี ๒๕๖๕ โครงการบริหารจัดการพืชหัวเพื่อชะลอการจำหน่าย ในปี ๒๕๖๕ จำนวน ๖๙.๐๕ ล้านบาท🔗
๓. ข้าวมี ๒ โครงการ คือโครงการชะลอดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าว ในการเก็บสต็อก (Stock) โครงการสินเชื่อเพื่อสร้างยุ้งฉางให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร จำนวน ๕๕๐.๓๙ ล้านบาท🔗
๔. มันสำปะหลัง มีจำนวน ๒ โครงการ ๑. โครงการชดเชยดอกเบี้ยในการ เก็บสต็อก (Stock) มันสำปะหลังปี ๒๕๖๔ ถึงปี ๒๕๖๕ ๒. โครงการเพิ่มศักยภาพการ แปรรูปมันสำปะหลัง ปี ๒๕๖๔ ถึงปี ๒๕๖๕ จำนวน ๒๓๕ ล้านบาท🔗
๕. โครงการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มี ๑ โครงการ โครงการชดเชยดอกเบี้ยในการ เก็บสต็อก (Stock) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ถึงปี ๒๕๖๕ จำนวน ๑๕ ล้านบาท🔗
๖. ข้าวเหนียวมี ๒ โครงการ โครงการเพิ่มช่องทางตลาดข้าวเปลือกเหนียว ปีการผลิต ๒๕๖๔/๒๕๖๕ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๒. โครงการเพิ่มช่องทางการตลาด ข้าวเปลือกเหนียวปีการผลิต ๒๕๖๔ ถึงปี ๒๕๖๕ นี่เป็นพื้นที่ทั่วไป จำนวน ๖๐ ล้านบาท🔗
๗. สุกรจำนวน ๑ โครงการ โครงการชดเชยดอกเบี้ยเพื่อเสริมสภาพคล่อง และลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร จำนวน ๓๓.๙๙ ล้านบาท ซึ่งในการอนุมัติ งบประมาณช่วยเหลือ ๗ กลุ่มสินค้า ๑๓ โครงการ ปี ๒๕๖๖ ขอเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการสินิตย์ และท่านประธานมากครับที่กรุณาตอบคำถามผมทั้งที่ ตรงบ้างและไม่ตรงบ้างก็ไม่เป็นไรครับ ผมขออนุญาตนิดเดียวในส่วนของที่ท่านตอบมา ทั้งหมดก็ต้องกราบขอบพระคุณ แล้วก็กราบขอบคุณไปยังท่านนายกรัฐมนตรีท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ไปแก้ปัญหาเรื่องปุ๋ยไปทำความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบียในรอบ ๓๐ ปีที่ผ่านมา โดยที่ท่านเดินทางไปวันที่ ๒๕ กับวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๕ แล้วก็ เจริญความสัมพันธ์ตรงนั้นแล้วก็ทำให้ส่งท่านดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี ไปเจรจาพานักธุรกิจเอกชนเดินทางไปซาอุดีอาระเบียเพื่อกระชับความร่วมมือ แล้วก็ได้ ปุ๋ยมาเจรจาถึง ๘๐๐,๐๐๐ ตัน ณ วันนี้ท่านพลเอก ประยุทธ์ ก็ได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไประหว่างวันที่ ๒๗-๓๐ ที่ผ่านมาก็ได้ปุ๋ยมาอีก ๑๒๐,๐๐๐ ตัน ก็กราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาลทุกท่านครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม นายสานิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ สำหรับประเด็นคำถาม ที่ท่านถามมาทั้ง ๒ คำถามนั้น ผมก็ตอบตรงประเด็น แต่ท่านก็บอกว่าผมตอบคำถาม ตรงประเด็นบ้าง ไม่ตรงประเด็นบ้าง ผมก็คิดว่าให้ท่านผู้ฟังพิจารณาเอาเอง ขอขอบคุณครับ🔗
จบแล้วครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๑.๒.๓🔗
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๕๐๕ เรื่อง ขอใช้พื้นที่ที่ถูกปล่อยทิ้งให้รกร้างซอยแบริ่ง ๑๑ เชื่อมต่อซอยลาซาล ๒๐ เป็นสวนสาธารณะและสถานที่ออกกำลังกาย (นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง🔗
เชิญท่าน สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งท่านมอบหมายให้ ท่านสันติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังมาตอบ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางนาและเขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกลครับ วันนี้เป็นกระทู้ที่ตรงตามหัวข้อเลยว่าในกระทู้ถามที่ ๕๐๕ ขอใช้พื้นที่ ราชพัสดุที่ถูกปล่อยให้รกร้างในพื้นที่ซอยแบริ่ง ๑๑ ทะลุซอยลาซาล ๒๐ เพื่อให้ทาง กรุงเทพมหานครนำไปใช้เป็นสวนสาธารณะขนาดย่อมและสถานที่ออกกำลังกายให้กับ ประชาชนที่ใกล้เคียงเพื่อใช้งานครับ ผมจะขอพูดถึงข้อมูลประกอบเพื่อสนับสนุนทาง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการสันติ พร้อมพัฒน์ ขอขอบคุณที่มาตอบกระทู้ในวันนี้ว่าทำไมท่านควร ที่จะตัดสินใจมอบให้ทางชาวบางนาหรือคนทั่วไปนำมาใช้ประโยชน์ ก็คือตั้งแต่ตอนหาเสียง เลือกตั้งแล้ว ตอนที่ผมลงพื้นที่สอบถามกับชาวบางนา ชาวพระโขนง เรามีความต้องการหรือมี เพนพอยต์ (Pain Point) ว่าทำไมในพื้นที่เราไม่มีสวนสาธารณะสำหรับออกกำลังกายเลย พื้นที่ติด ๆ กัน ก็มีสวนหลวง ร. ๙ สวนเบญจสิริ สวนเบญจกิติ ซึ่งเป็นสวนสาธารณะ ขนาดใหญ่หลักร้อยกว่าไร่ ซึ่งเราเข้าใจได้ว่าเราไม่มีพื้นที่เหลือขนาดนั้นแค่พื้นที่ที่แจ้งมาที่ถูก ปล่อยรกร้างแค่ประมาณ ๓ ไร่ก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดประโยชน์ได้ผมก็คือโตมาตั้งแต่บางนา ในซอย ๑๑ ซอย ๑๓ ใกล้ ๆ ละแวกนั้น ผมก็เห็นพื้นที่ตรงนี้ครับถูกปล่อยทิ้งรกร้างไว้ มากกว่า ๔๐ กว่าปีแล้วครับ พื้นที่ข้าง ๆ ที่เป็นที่ของกองทัพเรือเช่นกันก็ถูกสร้างเป็นบ้านพัก สวัสดิการของกองทัพเรือไปแล้ว แต่ตรงนี้ก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย ผมก็เข้าไปสืบหา ข้อมูลว่าที่ตรงนี้มันเป็นของใครกันแน่กับทางฝ่ายโยธาธิการเขตบางนา เขาให้ข้อมูลผมไม่ได้ ผมก็เลยจะต้องไปค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ไปดูที่เว็บ (Web) กรมที่ดิน ที่ตรงนี้เป็นที่อย่างไร ก็คือไม่ทราบข้อมูลอยู่ดีเพราะเราไม่มีเลขโฉนดก็เลยต้องเข้าไปที่ สำนักงานที่ดินพระโขนง ซึ่งอยู่เขตประเวศถัดไปครับ ก็เลยเข้าไปสืบค้นสืบข้อมูลมาว่า ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๑ ครับ🔗
อันนี้อาจจะไม่ชัดเจนนะครับ คือตัวจริงที่ผมคัดสำเนามาก็อยู่ตรงนี้ครับ ก็เป็นโฉนดที่ดินของที่ที่ผมกล่าวถึงเป็นโฉนดที่ดิน เลขที่ ๙๒๐๑ หน้าสำรวจ ๕๕๖ ตำบลบางนา อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็น ข้อมูลในระบบสำนักงานที่ดินนะครับ ตรงนี้เนื้อที่ประมาณ ๓ ไร่ ก็อาจจะไม่ชัดแต่ผมเข้าไป ตรวจสอบดูแล้วและเสียค่าบริการตามปกติครับ เลยได้ข้อมูลมาว่าที่ตรงนี้เดิมเป็นที่ของ กองทัพเรือ กระทรวงกลาโหม และได้โอนย้ายโอนเปลี่ยนชื่อให้ทางกระทรวงการคลังแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๐ จึงเป็นที่มาที่ผมจะต้องตั้งกระทู้ถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังที่จะขอใช้ตรงนี้ครับ กระทู้นี้คือผมตั้งไปตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๕ ๕ เดือนแล้วครับ เพิ่งจะทราบว่ากระทู้จะเข้าวันพฤหัสนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาจากการได้รับ เอสเอ็มเอส (SMS) แล้วก็เข้าไปดูวาระการประชุม หลังจากวันศุกร์ผมก็โอเค (OK) ต้องเตรียมตัวแล้วครับ วันอาทิตย์ผมก็เลยสร้างความมีส่วนร่วม อันนี้ก็คือวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมไปลงพื้นที่จุดตรงนี้🔗
อันนี้คือที่ถูกปล่อยรกร้างไว้ จริง ๆ พื้นที่กว้างจำนวน ๓ ไร่เลยทีเดียว คือชาวบ้านที่อยู่ใกล้ ๆ เขาก็มาปลูกโน่นปลูกนี่ แต่เลยถัดไปก็จะมีต้นไม้ใหญ่โน้นนี้บ้าง อาคารที่เห็นเป็นสนามแบดมินตันแบริ่ง ซอย ๙ ที่ผมไปเล่นเป็นประจำนะครับ ชื่อก๊วนสเท็ป ไนน์ ไฟร์เดย์ (Step Nine Friday) อันนี้ก็คือที่ ที่ผมพาไปดูครับ กระทรวงการคลังหรือกองทัพเรือไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลยครับ ก็คือ ในป้ายมีเขียนอยู่ว่าเป็นที่ของกองทัพเรือครับ ชาวบ้านแถวนั้นผมไปถามเขาก็คิดมาเสมอว่า เป็นที่ของกองทัพเรือแต่ผมก็ไปบอกเขาว่าเขาโอนให้กระทรวงการคลังแล้ว ผมก็จะพยายาม ผลักดันที่ที่ถูกปล่อยทิ้งไว้มาทำเป็นสวนสาธารณะ ผมก็เลยทำแบบสำรวจไปครับ อันนี้คือ ทางออนกราวด์ (On Ground) ที่ไปถามชาวบ้านจากป้ายฟิวเจอร์บอร์ด (Future Board) ที่เห็นนะครับ ทุกคนก็คือแสดงความคิดเห็นกันหมดเลยครับว่าเห็นด้วย ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยู่ ใกล้ ๆ ละแวกนั้นน้องนักเรียนที่อยู่โรงเรียนลาซาล พี่วินมอเตอร์ไซค์ คนที่ไปทำงานแถวนั้น ร้านค้าร้านขายแล้วอาจจะสังเกตเห็นว่ามีพี่ที่เขานำสัตว์เลี้ยงออกไปเดินเล่นก็ต้องไปเดินเล่น ที่บนถนน โชคดีที่ในซอยรถไม่พลุกพล่าน แต่ก็จะมีรถใหญ่วิ่งมาพอสมควรครับ ตรงนี้ ก็จะเกิดประโยชน์นอกจากเป็นสถานที่ออกกำลังกายและใครที่เลี้ยงสัตว์ สุนัขหรือน้องแมว ก็พาออกไปเดินเล่นเชิญคลิป (Clip) ที่ ๒ ต่อได้เลยครับ🔗
โอเค (OK) ครับ เพื่อไม่ให้ เสียเวลาคือน้องจากโรงเรียนลาซาลเดินมาหาเพื่อนแถวบ้าน คือเราไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว ผมก็เข้าไปบอกว่าพี่เป็น ส.ส. ที่นี่ก็จะมาผลักดันที่ที่อยู่ตรงข้ามที่มันถูกปล่อยรกร้างให้เป็น สวนสาธารณะน้องเห็นด้วยไหม น้องทั้ง ๒ คนก็เห็นด้วยแล้วก็ตอบว่าดีครับเพื่อที่จะให้เป็น สถานที่ออกกำลังกายจะได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ครับ ทั้งคู่เลยก็เห็นด้วย น้องทั้งคู่คนหนึ่งก็อยู่สมุทรปราการซึ่งอยู่ติด ๆ กับซอยแบริ่ง ๑๑ คือ เขตบางนาผมอยู่ติดกับสมุทรปราการเพียงแค่ข้ามถนนแบริ่งไปเท่านั้นครับ อันนี้ก็เป็นข้อมูล ประกอบนอกจากผมลงไปพื้นที่วันอังคารที่ผ่านมา ๒ วันที่แล้วครับ เมื่อวันอาทิตย์ผมก็ทำ โพลล์ออนไลน์ (Poll Online) มีคนมาร่วมแสดงความคิดเห็น ๕๐๐ กว่าโพลล์ (Poll) ครับ ก่อนที่จะเข้าคำถามแรกครับ ขอคลิป (Clip) สุดท้าย คลิป (Clip) ที่ ๓ ครับ🔗
รายละเอียด พอสมควรแล้ว ตั้งคำถามเลยครับ🔗
โอเค (OK) ครับ คือวิดีโอ (Video) คือเป็นวิดีโอ (Video) การลงพื้นที่สดแล้วผมเฟซบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) ไม่มี การตัดต่อ ก็สรุปให้ฟังว่าในการลงพื้นที่ในป้ายฟีเจอร์บอร์ด (Feature Board) ที่เห็น ทุก ๆ คน เห็นด้วยทั้งหมดเลยครับ แม้ว่าจะเป็นตัวเลขที่ไม่มากเพราะว่าลงพื้นที่ประมาณ ๑ ชั่วโมง ๓๙ คนเห็นด้วยทั้งหมด ไม่มีใครไม่เห็นด้วย สไลด์ (Slide) ถัดไปนะครับ นี่คือโพลล์ออนไลน์ (Poll Online) ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมาครับ ก็มีคนแสดงความคิดเห็นมาโหวต ๕๑๘ โหวต เห็นด้วย ๙๘ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วย ๒ เปอร์เซ็นต์ ๙๘ เปอร์เซ็นต์ จำนวน ๕๐๙ คน ไม่เห็นด้วย เพียงแค่ ๙ คน เขาแจ้งว่ามีความกังวลว่าจะไม่มีสถานที่จอดรถครับ เพราะสวนสาธารณะ อาจจะเล็ก คือผมก็อาจจะให้ข้อมูลน้อยไปว่าเป็นสวนสาธารณะขนาดย่อม ไม่ต้องขับรถมา คนที่อยู่ใกล้ ๆ อาจจะขี่จักรยานหรือขี่มอเตอร์ไซค์มาเท่านั้นก็พอครับ อันนี้ก็คือในคลิป (Clip) ผมบอกว่าผมยังไม่มีโอกาสที่จะปรึกษาหารือสอบถามไปเลยว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร ก็จะมารอลุ้นกับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าจะช่วยสนับสนุนให้ทางชาวบางนามีสถานที่พักผ่อน หย่อนใจที่เคร่งเครียดจากการทำงานมาทั้งสัปดาห์ เช้าจรดเย็นเราจะไปใช้ที่ตรงนี้ โดยที่ไม่ต้องเสียเงินได้ไหม นอกจากเข้าไปในห้าง เข้าไปดูหนังอะไรก็ต้องเสียเงินตลอด ถ้าได้ที่ตรงนี้มาเราก็จะเป็นการช่วยทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ไม่เฉพาะชาวบางนาครับ ชาวสมุทรปราการที่อยู่ข้าง ๆ ใกล้เคียงก็ใช้งานได้ ผมขอเข้าคำถามแรกตามหัวข้อเลย จะขอให้กระทรวงการคลังให้พื้นที่ที่ถูกปล่อยทิ้งรกร้างไว้ตรงนี้โอนให้ กทม. นำไปใช้เป็น สวนสาธารณะขนาดย่อมหรือสถานที่ออกกำลังกายได้หรือไม่ ขอทราบรายละเอียดครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีสันติตอบครับ🔗
เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ผม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ส.ส. กรุงเทพมหานครนะครับ จากคำถามที่ท่านขอให้กระทรวงการคลังโอนที่ดินหรือมอบให้ กรุงเทพมหานครเพื่อนำไปทำเป็นสวนสาธารณะหรือสถานที่ออกกำลังกาย ก็ต้องขอ นำเรียนท่านว่าที่ดินแปลงตามที่ท่านได้กล่าวมานั้นเดิมเป็นที่ดินของกระทรวงกลาโหม โดยกองทัพเรือเป็นผู้ดูแล จำนวน ๓ ไร่เศษ ซึ่งกองทัพเรือเป็นผู้ครอบครองและมีแผนที่จะใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงนี้นะครับ ดังนั้น ในปี ๒๕๖๐ นั้นได้มี พ.ร.บ. ที่ราชพัสดุว่าได้ส่วนราชการทุกส่วนราชการ ถ้าหากว่าได้มีที่ดิน ให้โอนมาให้เป็นที่ราชพัสดุแล้วก็ให้กรมธนารักษ์เป็นผู้ดูแล โดยกระทรวงการคลังเป็น ผู้รับมอบใส่ชื่อของกระทรวงการคลัง ดังนั้นถึงแม้ว่าได้โอนมาแล้วในปี ๒๕๖๐ ตามที่ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นั้น ดังนั้นที่ดินแปลงดังกล่าวกองทัพเรือก็ยัง ดูแลเป็นผู้ดูแลและครอบครองอยู่ แต่ถึงอย่างไรก็ดีตามที่ท่านได้บอกว่าที่ดินแปลงนี้ได้ทิ้ง รกร้างมาเป็นเวลาอันยาวนาน ซึ่งกรมธนารักษ์ก็ได้ดูแลแล้วก็มีระเบียบอยู่ว่าถ้าหากว่า ที่แปลงใดที่ส่วนราชการได้ครอบครองอยู่และไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือไม่ได้ใช้งานนั้นก็จะให้ กรมธนารักษ์สอบถามไปว่ายังจะใช้ประโยชน์อยู่ไหม ถ้าหากไม่ใช้ประโยชน์ก็ขอให้ส่งคืน การครอบครองมาให้กรมธนารักษ์นะครับ เพื่อได้มอบให้ส่วนราชการอื่น ๆ ได้นำไปใช้ ประโยชน์ให้เกิดความคุ้มค่าก็คงต้องเรียนดังเช่นนั้น ซึ่งตามที่ท่านได้บอกว่าพื้นที่บางนานั้น ไม่มีสวนสาธารณะหรือสถานที่ออกกำลังกายของพี่น้องประชาชนในบริเวณใกล้เคียงนั้น ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ที่เป็น ส.ส. ที่ห่วงใยพี่น้องประชาชนในเรื่อง สุขอนามัย ในเรื่องพื้นที่สีเขียวพื้นที่ที่จะสันทนาการของพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นประโยชน์ แล้วก็เป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว ในเรื่องของการที่จะลดโลกร้อนเพิ่มพื้นที่ สวนสาธารณะให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ได้เฉพาะเขตบางนาหรือเฉพาะกรุงเทพมหานคร ทั่วประเทศเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีสถานที่พักผ่อนได้มีสุขอนามัยนะครับ แล้วก็ลดโลกร้อน อย่างที่ได้เรียนท่าน ดังนั้นที่ราชพัสดุที่มีความว่างเปล่า ไม่มีผู้ครอบครองไม่มีผู้ใช้ประโยชน์ กรุงเทพมหานครหรือท่าน ส.ส. ตลอดจนพี่น้องประชาชนในชนบทในต่างจังหวัดนะครับ ถ้าขอมาเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสาธารณะกรมธนารักษ์ก็ไม่เคยขัดข้องนะครับ โดยเฉพาะ ที่ดินแปลงนี้จำนวน ๓ ไร่เศษนั้นก็เป็นที่ที่มีประโยชน์ แล้วก็สมประโยชน์ที่จะนำไปพัฒนา เป็นสวนสาธารณะหรือเป็นสถานที่ออกกำลังกาย แต่เนื่องจากว่าที่ดินแปลงนี้มันก็ยังมี ข้อจำกัดอยู่ เนื่องจากว่าเป็นที่ที่ไม่มีทางออกก็ใช้ภาษาชาวบ้านเรียกว่าที่ตาบอด ผมขอภาพ สไลด์ (Slide) ขึ้นมา🔗
ตรงที่มี หมายเลข ๑ อยู่นั้นนะครับเป็นที่ด้านหน้าของที่ดินแปลงนี้จำนวน ๓ ไร่กว่าอย่างที่ว่านะครับ ได้ติดถนนสุขุมวิทไม่ใช่ถนนสุขุมวิท ถนนซอย ๑๐๗ สุขุมวิท มีที่เอกชนคั่นอยู่ด้านหน้า แล้วก็เป็นร้านค้าของเอกชน ส่วนด้านข้างนั้นก็ยังติดที่เอกชนตลอดแนวเหมือนกัน ตรงหมายเลข ๒ ดังนั้นที่ดินแปลงนี้ก็เลยยังเป็นที่รกร้างตามที่ท่านว่าไว้ตามที่ท่านพูดไว้ ดังนั้นหากกรมธนารักษ์หรือกองทัพเรือได้แก้ปัญหาในด้านของทางเข้าทางออก ได้เรียบร้อยก็จะได้ขอให้กองทัพเรือ ถ้าไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้ส่งคืนมายังธนารักษ์เพื่อธนารักษ์ จะได้จัดมอบให้กรุงเทพมหานครเพื่อไปดำเนินการ ทำเป็นสวนสาธารณะหรือเป็นสถานที่ ออกกำลังกายเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมเกียรติ มีอะไรเพิ่มเติม เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยสันติ พร้อมพัฒน์ ครับ ผมสรุปใจความคือเหมือนกับว่าท่านหรือ กระทรวงการคลังก็ยินดีถ้ากรุงเทพมหานครจะนำไปใช้งานแต่ติดตรงที่ท่านกังวลว่า ไม่มีทางออกถนนใหญ่ซึ่งในความเป็นจริงไม่ใช่ปัญหาสำหรับที่จะทำสวนสาธารณะ แต่อาจจะเป็นปัญหาสำหรับไปทำด้านอื่นเพราะว่าด้านข้างที่ท่านบอกมามันไม่ได้ติดถนน สุขุมวิท ๑๐๗ โดยตรงเพราะถูกพื้นที่เอกชนคั่นไว้ แต่ด้านที่เป็นแนวยาวก็คือติดกับถนน ซอยย่อยแบริ่ง ๑๑ ทะลุลาซาล ๒๐ ครับ ก็เหมาะสำหรับเป็นสวนสาธารณะที่ทำประตู เข้าทางด้านนั้นได้ ผมก็เลยอยากให้ท่านตอบให้ชัดเจนถ้าทางกรุงเทพมหานครไม่ติดที่จะใช้ พื้นที่ตรงนี้ทำสวนสาธารณะก็ให้ท่านตอบว่านโยบายกระทรวงการคลังก็คือให้กรมธนารักษ์ ยินยอมให้กรุงเทพมหานครใช้พื้นที่ตรงนี้นะครับ จริง ๆ แล้วผมก็อยากที่จะขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยสันติ พร้อมพัฒน์ อีกครั้งหนึ่ง เมื่อสมัยที่แล้วผมได้ตั้งกระทู้ถาม ท่านเหมือนกันเป็นพื้นที่กรมธนารักษ์ กท. ๐๔๗๕ ตรงใกล้ ๆ กับขนส่งพื้นที่ ๓ ตรงข้าม สุขุมวิท ๖๒ ๘ ไร่ครับ ขอใช้ทำสวนสาธารณะแต่ท่านบอกว่ากรมธนารักษ์แบ่งเป็น ๓ ส่วน และได้มอบหมายให้ทำสวนสาธารณะเพียง ๑ ส่วนคือเกือบ ๒ ไร่ด้านหน้า ตอนนี้ก็ใกล้ที่จะ เสร็จเรียบร้อยแล้วครับการประสานงานกับกรุงเทพมหานครกับกรมธนารักษ์ สำนักงานเขต บอกว่าเดือนตุลาคมนี้ก็จะเริ่มดำเนินการทำได้แล้ว ก็ขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง ส่วนเรื่องนี้ ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีตอบนะครับว่าเราไม่ติดขัดถ้าไม่ติดถนนใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานเขตบางนาจะประสานกระทรวงการคลัง กรมธนารักษ์ไปขอใช้พื้นที่ตรงนี้ครับ🔗
และในส่วนคำถามที่ ๒ ที่ผมเขียนไว้ในกระทู้ ในเขตบางนาและเขตพระโขนง ยังมีพื้นที่ที่ถูกปล่อยรกร้างอย่างนี้อีกหรือเปล่า เพื่อที่จะทำให้เกิดประโยชน์ได้ ตรงนี้ถ้าท่าน ตอบไม่ได้ก็ไม่เป็นอะไร แต่อยากให้ท่านตอบเลยครับว่าพื้นที่ตรงนี้ไม่ติดถนนใหญ่ไม่เป็น อะไร ให้เขตบางนา กรุงเทพมหานครทำเรื่องไปขอใช้และนโยบายของกระทรวงการคลังก็คือ จะอนุมัติให้ครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีสันติครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่าน ส.ส. สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ นะครับ ที่ดินแปลงนี้ด้านหน้าไม่ได้ติดถนนใหญ่ก็คือถนน สุขุมวิทซอย ๑๐๗ มีที่ของเอกชนแล้วก็มีร้านค้าของเอกชนปิดเต็มพื้นที่ ส่วนด้านข้างก็มี ที่ของเอกชนปิดตลอดแนวของที่ดินด้านข้างทั้งหมดนะครับ เพราะฉะนั้นที่ดินแปลงนี้เอง ไม่มีทางเข้าออก นี่คือข้อจำกัดประเด็นที่ ๑ และถ้าหากว่ากระทรวงการคลังสามารถเจรจา กับที่ดินทั้ง ๒ แปลงได้จนกระทั่งมีทางออก กระทรวงการคลังก็จะขอให้กองทัพเรือถ้าหากว่า ไม่ใช้ประโยชน์แล้วในที่ดินแปลงนี้ก็จะขอคืนนะครับ การครอบครอง การใช้ประโยชน์ กลับมาที่กรมธนารักษ์และถ้าขอกลับคืนมาแล้วถ้าหากว่ากรุงเทพมหานครมีความประสงค์ ที่จะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนนะครับ กระทรวงการคลังก็ไม่ขัดข้อง ดังที่ท่านได้พูดว่ามีที่ดินอีกแปลงหนึ่งในคราวที่แล้วท่านได้ขอมาซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวนั้น ทางกรมธนารักษ์ได้ทำเป็นที่อยู่อาศัยให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ แล้วก็ยังมีเหลืออยู่ส่วนหนึ่ง จำนวนเกือบ ๆ ๒ ไร่ ซึ่งตามที่ท่านได้บอกว่ากรมธนารักษ์เราเองถ้าหากว่ากรุงเทพมหานคร นำที่ดินไปใช้ประโยชน์เพื่อพี่น้องประชาชน ในนโยบายของรัฐบาลไม่ขัดข้องนะครับ ส่วนที่ท่าน ถามว่าที่ในเขตบางนานั้นยังมีที่รกร้างอีกหรือไม่ของกรมธนารักษ์หรือที่ราชพัสดุนั้น ก็ขอตอบท่านว่าที่ดินส่วนใหญ่นั้นถ้าเป็นแปลงขนาดกลางอย่างนี้กรมธนารักษ์เองก็ได้ให้ พี่น้องประชาชนนี้ไปใช้เป็นที่อยู่อาศัยเสียเป็นส่วนใหญ่นะครับ อาจจะยังมีเหลืออยู่บ้างก็คือ เป็นแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งการทำสวนสาธารณะคงไม่เหมาะ ส่วนถ้าหากว่าท่านไปเห็นว่า ยังมีแปลงใดที่เป็นของที่ราชพัสดุ มีความเหมาะสม และมีความกว้างขวางพอที่จะทำ สวนสาธารณะ หรือจะทำลานกีฬาให้กับพี่น้องประชาชนได้ออกกำลังต่าง ๆ แล้ว กรมธนารักษ์โดยกระทรวงการคลังถ้าเป็นเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนแล้วส่วนใหญ่ กระทรวงการคลังโดยกรมธนารักษ์นั้นก็ไม่ขัดข้องครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตแป๊บเดียวสั้น ๆ ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน คือท่านรัฐมนตรีช่วยอาจจะได้ ข้อมูลคาดเคลื่อนนิดหน่อยครับ ตรงซอยหลักคือไม่ติดถนนสุขุมวิท ๑๐๗ จริงครับ แต่ซอยย่อยด้านยาวไม่ใช่เป็นที่ตาบอดครับ ติดถนนซอยย่อยของแบริ่ง ๑๑ เลยครับ คือไม่มีที่ดินของเอกชนคั่นครับ คือตรงนี้กรมธนารักษ์หรือกระทรวงการคลังสามารถโอนให้ กรุงเทพมหานคร หรือให้ทางกรุงเทพมหานครทำสวนสาธารณะได้เลยครับ ที่ท่านบอกว่า ติดที่ดินเอกชนตรงแนวยาวนี้ไม่ติดแต่แนวสั้นติดถนนสุขุมวิท อันนี้ถนนแบริ่งสุขุมวิท ๑๐๗ ส่วนอันนี้ซอยย่อยแบริ่ง ๑๑ ครับ คือติดถนนย่อยเลยครับ ไม่มีที่ดินกั้นครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอฝ่ายโสต นำผังของกรมธนารักษ์ขึ้นอีกครั้งหนึ่งนะครับ🔗
ต้องเรียนท่าน ส.ส. นะครับว่า ตามหมายเลข ๒ ตรงเส้นสีเหลือง มีโฉนดของเอกชนปะหน้าที่ติดกับซอยอยู่ ตลอดแนวด้านข้างของที่ดินนะครับ ซึ่งจากที่ท่านได้ขอมานั้นกรมธนารักษ์ได้สอบถามไปยัง สำนักงานที่ดินแล้วว่าที่ดินแปลงนี้มีทางเข้าออกอย่างไร โดยกรมที่ดินได้ตอบมาแล้วว่า ทางด้านหน้าติดที่เอกชน แล้วก็มีห้องแถวร้านค้าประกอบการอยู่ แล้วก็ทางด้านข้างตลอด แนวนั้นมีที่เอกชนขวางระหว่างซอย ๑๑ ตลอดแนวของที่ดิน ถ้าหากว่าตรวจสอบแล้วไม่เป็น ที่ตาบอดนะครับ ผมได้เรียนท่านแล้วว่าถ้าหากเป็นอย่างนั้นสามารถใช้ประโยชน์ได้ก็จะทำ หนังสือแจ้งกองทัพเรือว่าที่ดินแปลงนี้กองทัพเรือยังมีแผนที่จะใช้ประโยชน์ของกองทัพเรือ อยู่อีกหรือไม่ ถ้าหากว่าไม่ได้ใช้ขอให้ส่งคืนและถ้าได้รับการส่งคืนมากรมธนารักษ์ กระทรวงการคลังก็ไม่ขัดข้องที่จะมอบให้กรุงเทพมหานครไปใช้เพื่อประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชนนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป🔗
๑.๒.๔ กระทู้ถามที่ ๕๐๘ เรื่อง ขุดลอกหวยชลัง ช่วงบ้านกระแมด ตำบลไพรบึง อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ (นายวิวัฒนชัย ไหตระไวศยะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ🔗
รัฐมนตรีช่วยได้แจ้งติดภารกิจที่นัดหมายไว้ลวงหน้าไม่สามารถตอบกระทู้ได้ จึงขอเลื่อนกระทู้ไปตอบในวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๕ ขอเรียนเพื่อทราบครับ ก็จะจบ กระทู้ถามครับ🔗
ที่ประชุมครับ ตอนนี้ห้องประชุมใหญ่ก็ได้เข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องกระทู้ถามนะครับ ต่อไปห้องกระทู้ถาม แยกเฉพาะของพวกเราก็จะเริ่มเข้าสู่การถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ในการถามตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะนี้ ผมขออนุญาตชี้แจงทำความเข้าใจนิดหนึ่งว่าเราจะใช้เวลากระทู้ถาม แยกเฉพาะ กระทู้ถามละ ๒๐ นาทีนะครับ ฝ่ายถามใช้ ๑๐ นาที ฝ่ายตอบใช้ ๑๐ นาที ถามได้ ๓ ครั้งนะครับ ถ้าเกิน ๓ ครั้งก็ต้องได้รับอนุญาตจากประธานในกรณีที่คำตอบยังไม่หมด หรือประเด็นยังไม่ชัดเจนที่ต้องการคำตอบที่ชัดเจน🔗
ต่อไปผมขอเรียนให้ที่ประชุมทราบว่าเพื่อประโยชน์ในการถามและตอบกระทู้ถาม ของผู้ตั้งกระทู้ถามและของท่านรัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ เป็นดังนี้นะครับ ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๐๑ ของท่านนริศ ขำนุรักษ์ ตามระเบียบวาระที่ ๑.๓.๑ ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๑๘ ของท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๐๘ ของท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๑๙ ของท่านสมชาติ ประดิษฐพร ลำดับที่ ๕ กระทู้ถาม แยกเฉพาะที่ ๔๑๕ ของ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ลำดับที่ ๖ กระทู้ถาม แยกเฉพาะที่ ๔๒๐ ของท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ผู้ตั้งกระทู้ถามไม่ขัดข้องนะครับ ต่อไปเป็น🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๐๑ เรื่อง การย้ายซากดึกดำบรรพ์กลับมาไว้ พื้นที่เดิม (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นายสุวิทย์ โคสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่ปรึกษาทางการบริหารจัดการทรัพยากรธรณี และผมได้อนุญาตให้ ประชาชนผู้มีส่วนร่วมได้เข้าร่วมรับฟังการตอบกระทู้ถามดังนี้ ๑. นายประเสริฐ ดำสุด ๒. นายสนั่น วิทยาประเสริฐ ๓. นายสุทธิวงศ์ รักเงิน ๔. นายสุนัย คงแก้ว🔗
ทั้งนี้ขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการประชุมกรุณาปฏิบัติ ตามระเบียบของสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตเข้าฟังการประชุม สภาผู้แทนราษฎรอยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจา หรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวน ขัดขวางการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และห้ามใช้เครื่องมือ วัสดุหรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการ ใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุมสู่บุคคลภายนอกนะครับ🔗
ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธ ศิลปอาชา อยู่ในห้องประชุมแล้ว เชิญท่าน ส.ส. นริศ ขำนุรักษ์ ได้ถาม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ถามของผมให้ผมได้มีโอกาสถามในวันนี้ ขอบคุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ได้กรุณาให้เกียรติผมมาตอบ กระทู้ถามในวันนี้นะครับ คำถามทั้ง ๓ คำถาม ผมขออนุญาตท่านประธานว่าจะถามคำถามเดียว คือคำถามที่ ๒ แล้วก็ท้ายกระทู้ขออนุญาตได้ฝากข้อสังเกตเพื่อรัฐมนตรีจะได้กรุณาสั่งการ ในบางเรื่องที่เป็นประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดพัทลุงนะครับ🔗
ขออนุญาตเริ่มอย่างนี้ครับว่าแผ่นดินพัทลุงมีที่มามีความยาวนานในทาง ประวัติศาสตร์นี่ เรามีพระบรมธาตุเจดีย์ที่อายุร่วมสมัยกับพระธาตุนครศรีธรรมราชและ พระธาตุไชยา สุราษฎร์ธานี ๑ ที่ ชื่อพัทลุงปรากฏเมื่อกว่าพันปีที่แล้วในจารึก และขณะนี้ เรามีการรณรงค์ให้รักษารูปแบบบ้านทรงโบราณในพัทลุงประมาณสัก ๒๐๐ หลัง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมรับไปทำแล้วนะครับ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับ จังหวัดพัทลุงและเป็นความภาคภูมิใจของคนพัทลุง แต่ยังมีสิ่งที่มีคุณค่าอีกอย่างหนึ่งของ จังหวัดพัทลุง นอกเหนือ ๓ อย่างที่กระผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้วก็คือในทาง ธรณีวิทยาเรามีสิ่งที่มีคุณค่าอยู่ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง เพราะเป็นสิ่งที่มีอายุมากกว่า ๒๕๐ ล้านปีอยู่นะครับ จึงเป็นที่มาของกระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้ เพื่อสะท้อนให้เห็น คุณค่าในทางประวัติศาสตร์ ในทางสังคมวิทยาและสะท้อนความมีคุณค่าทางธรณีวิทยา และกรมทรัพยากรธรณีที่ได้ทำงานเรื่องนี้มานะครับ🔗
สำหรับกรมทรัพยากรธรณีที่จริงแล้วผมถือว่าเป็นกรมใหญ่ เพราะว่าเป็นกรม ที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ พระราชทาน ชื่อแรกก็คือกรมราชโลหกิจและภูมิวิทยานะครับ ทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาความขาดแคลนแร่ธาตุ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ประเทศมา อย่างยาวนานและร่วมในการพัฒนาประเทศในทางเศรษฐกิจมายาวนาน แต่สำคัญก็คือ ได้ทำการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าดิน แร่ หิน ทรายมาโดยตลอด และสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือกรมนี้มีภารกิจในการดูแล คุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ บริหารจัดการแหล่งซากดึกดำบรรพ์ จังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดที่ได้ค้นพบซากดึกดำบรรพ์หลายที่นะครับ โดยเฉพาะที่ภูเขาทอง อำเภอควนขนุน ที่เขาเจียก อำเภอเมือง และที่อื่น ๆ เป็นเขาหินปูนซึ่งมีอยู่ทั่วจังหวัดพัทลุง ยกตัวอย่างเมื่อปี ๒๕๓๑ ดอกเตอร์จงพันธ์ จงลักษมณี นักธรณีวิทยา ได้พบกะโหลก กระดูกสันหลัง กระดูกซี่โครงของสัตว์เลื้อยคลานทางทะเล เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ มีรูปคล้ายปลา ตั้งชื่อว่าไทยซอรัส จงลักษมณี (Thaisaurus chonglakmanii) อายุ ๒๕๐ ปี มีเป็น ๑ ใน ๓ ของประเทศ ยกตัวอย่างเราพบสัตว์จำพวกแอมโมนอยด์ (Ammonoid) เป็นสัตว์ทะเล ที่หน้าตาคล้ายปลาไหล อายุประมาณ ๕๐๐ ล้านปี ซึ่งขณะนี้เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ จึงขอบคุณกรมทรัพยากรธรณีที่ได้กรุณาเก็บสมบัติชิ้นนี้ของพัทลุงไว้อย่างดี ที่กาฬสินธุ์ และขอบคุณจังหวัดกาฬสินธุ์ที่ได้เก็บสิ่งมีค่าของจังหวัดพัทลุงไว้เป็นอย่างดี ผมจึงขออนุญาตสอบถามท่านรัฐมนตรีว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐมนตรีและกรมทรัพยากรธรณี จะได้สำรวจอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่งในภูเขาทอง เขาเจียก เขาชัยบุรี และเขาหินปูนอื่น ๆ ในพัทลุง เพื่อที่จะได้ค้นพบสิ่งที่มีคุณค่าในทางธรณีวิทยาอีก และเป็นไปได้หรือไม่ที่จะจัดตั้ง พิพิธภัณฑ์ทางธรณีวิทยาขึ้นในพื้นที่พัทลุงหากค้นพบ ไม่ว่าจะเป็นที่เขาเจียก ในรูปนะครับ มีความสวยงามมาก แล้วก็ทางนายกเทศบาลก็พร้อมที่จะให้กรมทรัพยากรธรณีเข้าไปใช้พื้นที่ได้ ที่ภูเขาทอง หรือที่เรือนจำพัทลุงนะครับ เรือนจำเก่านี้เราได้งบประมาณย้ายไปเรือนจำใหม่ เรือนจำเก่าอยู่กลางเมือง ๖๐ ไร่ ซึ่งก็จะทำลานเมือง จะทำพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองพัทลุง ซึ่งกรมทรัพยากรธรณีและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสามารถไปใช้ได้ หรือศูนย์ป่าไม้ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่ใจกลางเมืองเลยนะครับ พวกเราสร้างโดยงบพัฒนาจังหวัดไว้ที่ตรงนั้นอยู่กลางเมือง แล้วท่านจะเอาส่วนหนึ่งไปทำ พิพิธภัณฑ์นี้ก็ได้ คิดว่าก็มีความเหมาะสมทุกที่ที่ผมได้กราบเรียนแล้ว เพราะพิพิธภัณฑ์ ทางธรณีวิทยาดังกล่าวจะเป็นแหล่งรวบรวมสิ่งที่มีคุณค่านี้ สิ่งที่มีความยาวนานนี้ จะได้ เป็นแหล่งศึกษาของอนุชนคนรุ่นหลัง และสำคัญจะได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ จังหวัดพัทลุง จึงสอบถามท่านรัฐมนตรีและสุดท้ายก็คือว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะนำ ซากดึกดำบรรพ์เหล่านี้ไปเก็บไว้ที่เดิมครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตตอบกระทู้ถามของท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพัทลุง ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ก่อนอื่น ต้องกราบขออภัยท่านสมาชิกผ่านท่านประธานนะครับ ที่ต้องขออนุญาตเลื่อนกระทู้ถามของ ท่านสมาชิกเมื่ออาทิตย์ที่แล้วครับ ตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวเมื่อสักครู่ครับ กระทู้ถามนี้ เรียกว่าเป็นกระทู้ถามขนาดเล็ก ๆ เลยนะครับ ประมาณสัก ๑๕-๒๐ เซนติเมตร แต่ว่า มีความยิ่งใหญ่เกี่ยวกับมวลมนุษยชาติด้วยซ้ำไป มีอายุกว่า ๒๕๐ ล้านปี อย่างที่ท่านสมาชิก ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่🔗
ประเด็นแรกที่ท่านสมาชิกถามมา ฝากเป็นข้อสังเกตมาคือการขอให้ทางกรม ค้นพบเพิ่มนะครับ อันนี้ขอรับไปเป็นการบ้าน แล้วก็จะขอสั่งการให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เร่งทำการค้นหาซากดึกดำบรรพ์เพิ่มในพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง ตามพื้นที่ที่ท่านสมาชิก ได้กล่าวมาเมื่อสักครู่ เพราะต้องเรียนว่าการค้นพบนั้น ผมเองได้มีโอกาสไปดูการทำงานของ เจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรธรณีที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่พิพิธภัณฑ์สิรินธร ต้องเรียนว่า ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ มีความสามารถเป็นอย่างยิ่ง สำหรับตาอย่างคนอย่างผมแล้วก็เห็นเป็น เหมือนก้อนหินก้อนหนึ่ง แต่ว่าเจ้าหน้าที่ที่เราเห็นนั้นกลับสามารถมองได้ออกมา สามารถ แปลออกมาได้ว่าเป็นสิ่งที่มีค่า เป็นซากดึกดำบรรพ์ที่มีอายุนับร้อยล้านปีนะครับ ถ้าหากว่า เราสามารถค้นพบได้ ตัวอย่างที่อยู่ในภาพที่ขึ้นบนสไลด์ (Slide) นั้น ท่านประธานครับ ที่อยู่ในถาดเล็กนั้นเป็นตัวฟอสซิล (Fossil) ที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึงสักครู่คือไทยซอรัส จงลักษมณี (Thaisaurus chonglakmanii) เป็นสัตว์เรียกว่าเลื้อยคลาน ครึ่งบกครึ่งน้ำ ที่มีขนาดประมาณสัก ๓๐ เซนติเมตรเท่านั้นเองนะครับ แล้วก็ส่วนที่เราค้นพบมีขนาด อยู่ประมาณ ๑๕ เซนติเมตร ต้องเรียนว่าจริง ๆ แล้วกรมทรัพยากรธรณีนั้นค้นพบ ซากดึกดำบรรพ์หรือว่าฟอสซิล (Fossil) เหล่านี้ที่ไหนนะครับ แน่นอนเป็นสมบัติที่มีค่าของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว แล้วเราก็อยากจะเก็บเอาไว้ในพื้นที่เหล่านั้นเพื่อให้ พี่น้องประชาชนนะครับ เพราะวันนี้เราก็มีแขกผู้มีเกียรติมาจากจังหวัดพัทลุงด้วยเช่นกัน เราก็อยากจะเก็บเอาไว้ให้เป็นสมบัติอันล้ำค่าของพี่น้องประชาชนในจังหวัด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานเพิ่มเติมนะครับว่าการที่เราจะเก็บไว้ได้นั้นก็จะมีภาระ ตามมา เพราะว่าการที่จะดูแลซากดึกดำบรรพ์เหล่านี้นะครับ ท่านประธานครับ ประเด็นแรกนั้น จะต้องมีหน่วยงานที่มีความรู้ ความเข้าใจในการเก็บรักษาซากดึกดำบรรพ์ที่ถูกต้องตาม หลักวิชาการ แล้วก็ต้องมีความเหมาะสมของสถานที่ ยกตัวอย่างเช่นในภาพเมื่อสักครู่ ท่านประธานจะเห็นเป็นตู้เซฟ (Safe) นะครับ เป็นตู้เซฟ (Safe) ที่สามารถควบคุมอุณหภูมิ อุณหภูมิของห้องจะอยู่ประมาณ ๒๕ องศาเซลเซียส แล้วก็ความชื้นสัมพัทธ์อยู่ที่ประมาณ ๔๐-๔๕ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจะต้องมีโครงสร้าง แล้วก็มีการปรับอุณหภูมิและความชื้น ที่เหมาะสม นอกจากมีสถานที่ที่เหมาะสมแล้วยังจะต้องมีเจ้าหน้าที่ทางเทคนิคที่มีความรู้ แล้วก็ความชำนาญในเรื่องการอนุรักษ์ แล้วก็ซ่อมแซมซากดึกดำบรรพ์ เพราะว่ายกตัวอย่าง เช่นซากของเจ้าไทยซอรัส จงลักษมณี (Thaisaurus chonglakmanii) นี้เป็นซากดึกดำบรรพ์ ที่ถูกค้นพบในชั้นหินปูน เนื้อโดโลไมท์ (Dolomite) ที่ผุพังแล้ว ดังนั้นการที่จะเคลื่อนย้ายนั้น มีโอกาสที่จะพังหรือเสียหายมีโอกาสสูงนะครับ ดังนั้นนอกจากต้องมีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ ความสามารถแล้ว เรายังจะต้องมีเจ้าหน้าที่ที่คอยให้บริการให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวหรือ นักศึกษาต่าง ๆ ที่จะเข้ามาได้ ดังนั้นวันนี้เบื้องต้นนั้นเรามีนิทรรศการแหล่งซากดึกดำบรรพ์ ที่วัดภูเขาทอง ที่มะกอกเหนือ ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกคงทราบดีอยู่แล้ว แต่ว่าตัวอย่างที่เรา นำไปแสดงโชว์นั้นเป็นเพียงสิ่งจำลองขึ้นมา เป็นซากจำลองขึ้นมานะครับ สิ่งที่เราอยากจะ นำเสนอให้กับพี่น้องประชาชนนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก และถ้าหากว่าในอนาคตทาง กรมทรัพยากรธรณีสามารถค้นพบหรือว่าขุดพบซากดึกดำบรรพ์ได้เพิ่มเติม มีจำนวน มากพอที่จะมีการสร้างโครงสร้างหรือสร้างอาคาร พร้อมทั้งมีระบบควบคุมอุณหภูมิ ควบคุม ความชื้น รวมทั้งตู้เซฟ (Safe) อย่างที่เมื่อสักครู่ท่านประธานได้เห็นในภาพนะครับ ผมเชื่อว่า ไม่เป็นปัญหาเลยในการที่จะสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์หรือว่าส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ที่จะนำเสนอ สิ่งมีค่าจากหลายร้อยล้านปีก่อนตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ ต้องขอบคุณ ทางจังหวัดพัทลุงที่เมื่อสักครู่ได้ทราบว่ามีการย้ายเรือนจำออกไปจากกลางเมืองนะครับ เพราะว่าก็คล้ายกับที่จังหวัดสุพรรณบุรีบ้านผมที่ครั้งหนึ่งพ่อบรรหารนั้นได้ย้ายเอาเรือนจำ ออกจากกลางเมืองไปไว้ข้างนอก แล้วตรงกลางเราก็ทำเป็นสวน เรียกว่าสวนสาธารณะขึ้นมา สวนเฉลิมภัทรราชินี ซึ่งผมเชื่อว่าของที่พัทลุงเองก็จะมีความสวยงามไม่แพ้กัน และถ้าหากว่า กรมทรัพยากรธรณีนั้นสามารถที่จะขุดค้นพบซากดึกดำบรรพ์ได้เพิ่มเติม ส่วนหนึ่งของ อาคารที่ทางจังหวัดพัทลุงจะสร้างผมเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถให้ทางผู้เชี่ยวชาญของ กรมทรัพยากรธรณีนั้นไปสนับสนุนทางจังหวัดพัทลุงเกี่ยวกับเรื่องการที่จะเอาส่วนใดส่วนหนึ่ง ของอาคารที่สร้างไว้ มีทั้งการควบคุมอุณหภูมิ ควบคุมความชื้น แล้วก็ตู้เซฟ (Safe) แล้วก็ อาจจะต้องหาผู้เชี่ยวชาญที่สามารถ มีศักยภาพในการดูแลรักษาซากดึกดำบรรพ์เหล่านั้น แล้วก็ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้ความรู้กับน้อง ๆ นักศึกษาหรือว่าผู้คนที่มาท่องเที่ยวได้ เพราะว่าสิ่งที่เราค้นพบที่จังหวัดพัทลุงนั้นถือว่าเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่มีความสำคัญต่อพี่น้อง ประชาชนคนไทยทุก ๆ คน แล้วก็ถ้าหากเป็นไปได้เราไม่อยากจะย้ายไปที่ไหนเลยนะครับ เพียงแต่ว่าวันนี้ค้นพบชิ้นแรกก็จำเป็นที่จะต้องเอาไปไว้ที่กาฬสินธุ์ก่อน แต่ว่าถ้าหาก ในอนาคตเรามีปริมาณเพียงพอ ซึ่งทางจังหวัดพัทลุงผมเชื่อมั่นว่ามีศักยภาพในการที่จะ ดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ อยู่แล้ว และถ้าหากว่าเรามีเศษซากดึกดำบรรพ์ที่เรา ค้นพบเพิ่ม ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยกรมทรัพยากรธรณี เราก็ยินดีที่จะสนับสนุนทางจังหวัดพัทลุงในการที่จะเคลื่อนย้ายซากดึกดำบรรพ์ที่อยู่ที่ กาฬสินธุ์กลับไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านนริศ ถามเป็นครั้งที่ ๒ คือเขาให้ถามได้ ๒ ครั้งนะครับ เมื่อสักครู่ผมพูดผิดไปครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานนะครับ ผม นริศ ขำนุรักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพัทลุง ผมคงครบถ้วนในกระทู้ถามนะครับ แต่ขออนุญาตฝากรัฐมนตรีเพื่อท่านจะได้สั่งการในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อจังหวัดพัทลุงและ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะว่าหน่วยงานของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่พัทลุงมีบทบาทสูงมากนะครับ เรามีพื้นที่อนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นเขาบรรทัด อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า เขาบรรทัดเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มีเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวง ทั้งหมดสามารถเป็นมรดกโลก เพราะมีความอุดมสมบูรณ์ได้ทุกที่เลยครับ แล้วก็มีความหลากหลายทางพันธุ์พืชและ ความหลากหลายทางสัตว์เท่ากับยุโรปทั้งทวีป ผมจึงคิดว่าส่วนนี้ผมถือโอกาสขอบคุณ ทางกระทรวง แต่ว่ายังมีอีกบางหน่วยงานที่ผมคิดว่ายังจะทำได้กว่านี้ที่เป็นอยู่ เช่น สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ที่พนางตุง อำเภอควนขนุน เป็นพรุน้ำจืดที่มีสภาพคล้ายกับ ป่าอเมซอน แต่ว่าการบริหารจัดการทำได้น้อย อาจจะหลายปัจจัย แต่ว่าถ้าวัดจากคน ไปเที่ยวเดือนหนึ่งแค่ ๑๐๐ คน ซึ่งมันน้อยกว่าบึงฉวากของท่านมากนะครับ ผมก็อยากให้ ใกล้เคียงกับบึงฉวาก เพราะว่าเป็นพันธุ์ไม้พรุน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ของประเทศไทย ๒. ป่าพรุบางเต็งในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวง บริเวณอำเภอปากพะยูน มีต้นเสม็ดแดง เป็นป่าสวยงามมาก ถ้าได้สร้างทางเดินธรรมชาติแล้วจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ อยู่ริมทะเลสาบ อ่าวเขาชันในอำเภอปากพะยูนเป็นป่าพรุ ซึ่งมีความสวยงาม มีความ หลากหลาย เนื้อที่หลายพันไร่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ พัทลุงขณะนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เมืองรอง อันดับ ๒ ของประเทศไทย บางเดือนเราชนะบุรีรัมย์ แต่ว่าเดือนไหนที่บุรีรัมย์ แข่งฟุตบอล พัทลุงก็อยู่อันดับ ๒ ซึ่งถือว่าเป็นดาวรุ่งของเมืองท่องเที่ยวเพราะเรามีสิ่งเหล่านี้ครับ และมีคลองอีกคลองหนึ่งที่ชื่อคลองท่าเตียนเชื่อมเกาะแกง ๒ สภาพคลองมีความสวยงามมาก อยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเช่นกัน แล้วผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าที่พัทลุงมีป่าที่เป็น ป่าชุมชนได้ ชาวบ้านก็ขอขึ้นทะเบียนป่าชุมชน แต่ว่าการตอบสนองยังช้าอยู่ ที่จริงรัฐลงทุน น้อยมากกับป่าชุมชนแค่ประกาศ ชาวบ้านเขาดูแลเอง โดยรัฐไม่ต้องเข้าไปใช้งบประมาณ การบริหารจัดการเป็นของชาวบ้าน อันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นอย่างยิ่ง ผมจึงขออนุญาตได้ตั้งข้อสังเกตเพื่อที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะได้กรุณาสั่งการให้พื้นที่ที่ยังมีศักยภาพสามารถ ทำหน้าที่เพิ่มศักยภาพ เพราะเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยว เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาจังหวัดพัทลุง🔗
สำหรับซากดึกดำบรรพ์ที่อยู่ที่กาฬสินธุ์นั้นก็เก็บไว้ที่นั่นก่อนจนกว่าพัทลุง จะพร้อม หรือหากเราค้นพบสิ่งนี้ใหม่ขึ้นในจังหวัดพัทลุง ซึ่งคาดการณ์ว่าถ้าสำรวจ อย่างจริงจังจะพบ ส่วนนั้นยังอยู่ที่กาฬสินธุ์ก็ไม่ขัดข้องนะครับ แล้วก็ทางจังหวัดพัทลุง พร้อมที่จะหาที่ทางให้ทางกรมทรัพยากรธรณีได้ใช้ รวมทั้งท่านออกแบบมาได้นะครับ ทางจังหวัดพร้อมที่จะออกแบบตามที่ท่านบอกว่าต้องมีห้องเย็น ต้องมีห้องเก็บของ เพียงแต่ว่า เราอยากแสดงสิ่งที่มีคุณค่าในทางประวัติศาสตร์ ในทางธรณีวิทยา นอกเหนือจากเรามีสิ่งที่ มีคุณค่าในทางสังคมวิทยา ในทางโบราณสถาน โบราณวัตถุแล้วนะครับ ผมถือโอกาสนี้ ขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุระเบียบวาระกระทู้ให้ผมในวันนี้ ขอบคุณรัฐมนตรี ที่ได้กรุณาตอบ แล้วก็ได้ร่วมพัฒนาจังหวัดพัทลุงด้วยดีเสมอมา กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี มีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ต้องขอบคุณท่านสมาชิก ท่านนริศนะครับ ที่ได้ฝาก ข้อสังเกตหลายเรื่อง ต้องเรียนว่าจังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดที่น่าอิจฉา มีทั้งแหล่งท่องเที่ยว ธรรมชาติมากมาย แล้วก็มีป่าชุมชน มีเขตห้ามล่า แล้วก็มีผู้แทนที่คอยเป็นห่วงเป็นใยนะครับ เพราะว่าแต่ละเรื่องที่ท่านนริศถามมา ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่ล้วนแต่เป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนทั้งสิ้น อย่างเช่น เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหรือแม้แต่เขาบรรทัด เขาปู่-เขาย่า ขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าผมเองมีความหวงแหนมากนะครับ ก่อนหน้านี้มีโครงการจะจัดการวิ่งเทรล (Trail) เข้าไปในพื้นที่ ผมก็ได้สั่งไม่ให้วิ่ง เพราะว่า ผมก็หวงพอ ๆ กับพี่น้องชาวจังหวัดพัทลุงนะครับ ถ้าหากว่าเข้าไปแล้วจะก่อให้เกิด ความเสียหายเกิดขึ้น ก็จะขอรับไปว่าจะทำอย่างไรพัฒนาให้มีคนมาท่องเที่ยวที่จังหวัดพัทลุง มากขึ้นนะครับท่านประธาน🔗
ในส่วนของเรื่องอุทยานมรดกโลกนั้นก็จะขอรับไปเป็นการบ้านอีกเช่นกัน เพราะว่าในปีนี้เองการประชุมของคณะกรรมการมรดกโลกหรือของยูเนสโก (UNESCO) นั้น ก็ยังมีการดีเลย์ (Delay) ออกไป ล่าช้าออกไป เพราะว่ามีความไม่สงบเกิดขึ้นในทางแถบ ยุโรป ทำให้เรายังไม่สามารถดำเนินการอะไรเกี่ยวกับเรื่องมรดกโลกได้🔗
ส่วนประเด็นสุดท้ายเรื่องป่าชุมชน ก็จะขอรับเป็นการบ้านไปเร่งให้ทาง กรมป่าไม้เร่งดำเนินการ เพราะว่าปัจจุบันเรามีอยู่ทั้งหมดรู้สึกจะ ๑๑,๓๕๑ แห่ง หรือ ๑๑,๓๕๒ แห่งทั่วประเทศนะครับ ซึ่งในขณะนี้เรากำลังเร่งคอนเซปต์ (Concept) หรือแนวคิดการทำคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ให้กับทุก ๆ ป่าชุมชน แล้วก็จะเป็น รายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วย ดังนั้นก็ขอขอบคุณข้อสังเกตที่มีค่าของท่านสมาชิก แล้วก็จะเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าเป็นการจบการถาม ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๐๑ เรื่อง การย้าย ซากดึกดำบรรพ์กลับมาไว้ในพื้นที่เดิม ของท่าน ส.ส. นริศ ขำนุรักษ์ นะครับ ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธ ศิลปอาชา นะครับ ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ต่อไปเป็น🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๑๘ เรื่อง โครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนา แหล่งน้ำหนองกระหวัน และห้วยขยุงหลง พร้อมระบบโครงข่ายกระจายน้ำ และระบบอ่างพวง ตำบลขนุน อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือ นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีก็พร้อมตอบแล้ว ขอเชิญท่าน ส.ส. จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ได้ถามครับ เชิญครับ🔗
กราบขอบคุณท่านประธานนะครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธ ศิลปอาชา ที่เคารพยิ่ง ท่านคณะผู้เข้าร่วมการตอบกระทู้ วันนี้ต้องขออนุญาต ถามกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๑๘ เรื่อง โครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนาแหล่งน้ำหนองกระหวัน และห้วยขยุงหลง พร้อมระบบโครงข่ายกระจายน้ำ และระบบอ่างพวง ตำบลขนุน อำเภอ กันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมขอตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังต่อไปนี้ ด้วยแหล่งน้ำหนองกระหวัน และห้วยขยุงหลงเป็นแหล่งน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ของตำบลขนุน อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งแหล่งน้ำนี้ถือเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ประชาชนในพื้นที่ทั้งตำบลขนุนและ ตำบลใกล้เคียงใช้เป็นแหล่งน้ำสาธารณะตามธรรมชาติ เพื่อใช้ทำการเกษตรและใช้สำหรับ การอุปโภค บริโภค ทั้งนี้ยังมีห้วยขยุงหลงอยู่ในพื้นที่บ้านโนนสมบูรณ์ ตำบลขนุน ขนาดพื้นที่ ประมาณ ๘๐ ไร่ และลำห้วยขยุงหลงไหลเข้าเชื่อมต่อหนองกระหวันและแหล่งน้ำใกล้เคียง รวมพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ ๖๐๐ ไร่ แต่ปัจจุบันแหล่งน้ำหนองกระหวันประสบภาวะตื้นเขิน เพราะไม่ได้อนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนามานานมาก ส่งผลให้เกษตรกร ประชาชนในพื้นที่ขาดแคลน น้ำในการอุปโภค บริโภค และไม่สามารถทำการเกษตรได้ในช่วงฤดูแล้ง ดังนั้นหากมีการ อนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาแหล่งน้ำหนองกระหวันและห้วยขยุงหลง พร้อมระบบโครงข่าย กระจายน้ำ และระบบอ่างพวง เพื่อเป็นการบริหารจัดการแหล่งน้ำอย่างเป็นระบบ ครบวงจร รวมทั้งเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและนันทนาการ ก็จะทำให้แหล่งน้ำนี้ สามารถกักเก็บน้ำได้ในช่วงฤดูแล้ง และยังเป็นการป้องกัน บรรเทาอุทกภัยในช่วงฤดู น้ำหลากได้อีกด้วย รวมทั้งเป็นแหล่งพันธุ์ปลาเพื่อทำการประมง ทำเกษตร และประชาชน ในพื้นที่ ทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น และมีรายได้ในการดำรงชีวิตที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งเป็นการพัฒนาแหล่งน้ำ ธรรมชาติให้สามารถใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ ขออนุญาตท่านประธาน ท่านรัฐมนตรี ขอเป็นสไลด์ (Slide) นะครับ สไลด์ (Slide) แรกที่ผมได้ลงพื้นที่หลังจากที่ทราบว่ามีความ เดือดร้อนนะครับ ขออนุญาตเปิดสไลด์ (Slide) นิดหนึ่งครับ คลิป (Clip) ที่ ๑ ครับ🔗
ขอเป็นภาพที่ ๓ นี่เป็นภาพ หนองกระหวัน ท่านรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ประมาณ ๖๓๔ ไร่ ตื้นเขินมากแทบจะไม่ได้ ขุดลอก ภาพต่อไปครับ อันนี้จะเป็นฝายอ่างบ้านโนนสมบูรณ์ซึ่งเป็นส่วนปลาย ส่วนของ ห้วยขยุงหลงที่ไหลเข้ามาเติมเต็มครับ ภาพต่อไปครับ นี่นะครับเป็นห้วยขยุงหลงทั้งสอง ตรงนี้ ๘๐ ไร่ ที่อยู่หน้าฝาย หน้าอ่างท่านรัฐมนตรีที่จะได้เข้ามาเติมเต็ม ถัดไปครับ อันนี้เป็น ตัวสะพานตรงอ่างต้นน้ำของห้วยขยุงหลงที่มาจากเทือกเขาพนมดงรัก อ่างเก็บน้ำห้วยขนุน ซึ่งครั้งหนึ่งท่านอดีตนายกท่านบรรหาร ศิลปอาชา เคยไปเปิดอ่างเก็บน้ำเมื่อปี ๒๕๔๐ ตรงนั้น ต่อไปครับ กราบเรียนท่านประธานและท่านรัฐมนตรีนะครับ คือพื้นที่ของอำเภอกันทรลักษ์ เป็นอำเภอใหญ่ขนาด ๒๐ ตำบล เนื้อที่ประชากรประมาณ ๒๐๕,๐๐๐ คน ทั้งหมดมี อ่างเก็บน้ำซึ่งเมื่อสมัยประชุมครั้งที่แล้วผมก็ได้รับความกรุณาได้ถามกระทู้ท่านรัฐมนตรี ท่านได้กรุณาคือตอนนั้นเป็นหนองเดียงอยู่ที่ตำบลเวียงเหนือ หนองสะเตอะ ตำบลสังเม็ก และหนองเดียงน้อยอยู่ที่ตำบลเมืองทั้ง ๓ หนองเป็นอ่างพวงที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบแล้วก็ พี่น้องประชาชนเราได้ฟัง ผมเอาคลิป (Clip ) ไปเปิดเขาก็ดีใจมาก ซึ่งไม่เคยมีรัฐมนตรีที่จะ มาดูให้ขนาดนี้ทั้ง ๓ หนอง แล้วยังจะเป็นระบบ โซลาร์โพรบ (Solar Probe) โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ด้วย แล้วก็เป็นการเติมน้ำแล้วก็เมื่อต้น ๒ ๓ เดือนที่ผ่านมาท่านก็ได้ส่งคณะ ไปสำรวจ ได้ขอให้ท่านนายอำเภอประชุมเรียบร้อยแล้วก็ทุกคนแฮปปี้ (Happy) มากในการ วางท่อระบบเติมน้ำทั้ง ๓ หนอง ทีนี้ก่อนที่ผมถามกระทู้นี้ก็มีเรื่องนี้เข้ามา ซึ่งผมก็ขออนุญาต รัฐมนตรีว่าของหนองกระหวันจะอยู่ในส่วนถัดมาต่ำลงไปจากตำบลสังเม็กไปอีกประมาณ สัก ๒๐ กิโลเมตร หนองนี้อยู่ของตำบลขนุนและรับน้ำจากที่ห้วยขยุงหลงเมื่อสักครู่นี้ ห้วยขยุงหลงเป็นห้วยที่มาจากหน้าน้ำเต็มก็คือไหลท่วมชาวบ้านแล้วก็ไหลลงมาอ่างเก็บน้ำ หนองกระหวันนี้ ซึ่งไหลมาจากเทือกเขาพนมดงรักจากอ่างเก็บน้ำห้วยขนุน ซึ่งที่ผมนำเรียนว่า ตอนนั้นห้วยขนุนก็กำลังได้พัฒนาโดยเมื่อปี ๒๕๔๐ อดีตท่านนายกท่านบรรหารท่านไปเปิด ให้ผมตอนนั้นนะครับ ซึ่งก็ได้รับการพัฒนา พอมาคราวนี้ ๖๓๔ ไร่ รวมกันอีก ๘๐ ไร่🔗
คุณหมอครับ ยังเหลือเวลาแค่ ๒ นาทีนะครับ ท่านต้องรีบถามแล้วนะครับ🔗
แล้วก็อยากเรียนถามว่ากระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีนโยบายสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูพัฒนาแหล่งน้ำ หนองกระหวันและห้วยขยุงหลง พร้อมระบบโครงข่ายตำบลขนุน อำเภอกันทรลักษ์ และ ๒. ถ้าท่านสามารถทำได้ในการพัฒนาโครงข่ายท่านจะเริ่มได้เมื่อใด เสร็จสิ้นเมื่อใด ผมจะได้นำเรียนไปยังในพื้นที่ จะได้ขอบคุณท่านนะครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตตอบกระทู้ของท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากศรีสะเกษ ท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ เรื่องโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูพัฒนาแหล่งน้ำหนองกระหวันและห้วยขยุงหลง ต้องขอบคุณ ท่านสมาชิกครับ ท่านประธานครับ ที่ครั้งก่อนได้ตั้งกระทู้แล้วก็ทำให้ทางกรมทรัพยากรน้ำ ได้สามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ในพื้นที่ของจังหวัดศรีสะเกษนะครับ แต่ว่าก็ยังมีอีกหลายพื้นที่ อย่างเช่นที่ท่านสมาชิกตั้งกระทู้มาล่าสุดคือที่หนองกระหวันแล้วก็ ห้วยขยุงหลง ซึ่งที่หนองกระหวันกับห้วยขยุงหลงนั้นห่างกันประมาณ ๑๒ กิโลเมตร ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกทราบดี แล้วก็พื้นที่ที่พี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์ นั้นประมาณ ๑,๒๐๐ กว่าครัวเรือน พื้นที่ประมาณ ๔,๕๐๐ กว่าไร่ หนองกระหวัน เป็นพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำอยู่ประมาณ ๕๐๐ กว่าไร่ เกือบ ๖๐๐ ไร่ ลึกอยู่ประมาณ ๑.๒ เมตร ซึ่งตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวเมื่อสักครู่ว่ามีความตื้นเขินขึ้นมาก แล้วก็ปริมาณน้ำกักเก็บ ตอนนี้อยู่แค่ประมาณล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้นเอง ในขณะที่พื้นที่ที่สามารถรับน้ำฝนมาลง ในหนองกระหวันได้นั้นใหญ่เกือบประมาณ ๑๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร ซึ่งทำให้ ศักยภาพการกักเก็บน้ำก็ได้น้อยลงไป ในการนี้ได้ไปตรวจสอบครับท่านประธานครับ ทางกรมทรัพยากรน้ำภายในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ครับท่านประธานครับ ฝากเรียน ท่านสมาชิกว่าทางกรมทรัพยากรน้ำจะดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูหนองกระหวันแล้วก็ พร้อมกับระบบกระจายน้ำ แล้วก็มีระบบโครงข่ายน้ำงบประมาณประมาณ ๕๐ ล้านบาท จะขุดลอกพื้นที่ประมาณ ๔๐๐ ไร่ ส่วนหนึ่งของหนองกระหวันยังไม่ใช่ทั้งหมดนะครับ แล้วก็ จะก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์อีก ๒ จุด แล้วก็มีอาคารระบายน้ำอีก ๒ แห่ง อันนี้ขอทวนนะครับ จะมีงบประมาณประมาณ ๕๐ ล้านบาท แล้วก็ขุดลอกประมาณ ๔๐๐ ไร่ มีระบบกระจายน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ๒ แห่ง แล้วก็อาคารระบายน้ำอีก ๒ แห่ง คาดว่าจะทำให้ความจุของห้วยกระหวันซึ่งปัจจุบันอยู่ประมาณ ๑.๐๗ ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ ๑.๖ ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นอีกประมาณสัก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วพี่น้องประชาชนก็จะได้ประโยชน์เพิ่มเติมอีกประมาณ ๘๐๐ กว่าไร่ หรือประมาณ ๔๐๐ กว่าครัวเรือน อันนี้เป็นส่วนที่กรมทรัพยากรน้ำสามารถดำเนินการได้ภายในปี ๒๕๖๗ ในส่วนของหนองกระหวันนะครับ🔗
ในกรณีของห้วยขยุงหลงที่ห่างออกไปอีกประมาณ ๑๒ กิโลเมตรนั้น ถึงแม้ว่า จะมีการถ่ายโอนไปให้กับทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วก็ยังมีขั้นตอนที่จะต้องไป สำรวจแล้วก็ไปหารือกับหลาย ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้วก็เพื่อที่จะบรรจุในไทยวอเตอร์แพลน (Thai Water Plan) นะครับ ซึ่งในส่วนของห้วยขยุงหลงนี้ต้องขออนุญาตท่านสมาชิก ผ่านท่านประธานนะครับว่ารับไปเป็นการบ้านแล้วก็จะดูว่าจะสามารถดำเนินการได้เร็วที่สุด อย่างไร แต่ว่าในเมื่อเราเริ่มพัฒนาหนองกระหวันตามที่ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่แล้วนะครับ ในส่วนของห้วยขยุงหลงผมเชื่อมั่นว่าก็จะตามมาในเวลาอันใกล้ เพราะว่าจะได้เชื่อมต่อกัน และพี่น้องในพื้นที่ทั้งหมดนั้นก็จะสามารถได้รับประโยชน์นับเป็นพันครัวเรือนครับ ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญคุณหมอ ถามคำถามที่ ๒ เป็นคำถามสุดท้ายนะครับ🔗
ดีใจมากนะครับเพราะว่าทางนายก อบต. กับ อบต. ที่เขาพาไปดูเขาอยากได้มาก วาดฝันไว้อย่างเต็มที่เลย ทีนี้ต้องนำเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีท่านวราวุธนะครับ คือตัวหนองกระหวันที่ท่านกล่าว ดีใจแล้วครับ แต่ว่าห้วยขยุงหลงคือต้นน้ำ ๑๒ กิโลเมตร คือจากเทือกเขาพนมดงรัก แล้วก็ไหลลงมาเรื่อย ๆ ที่ภาพที่ ๒ อยู่ห่างจากตัวห้วยหนองกระหวันประมาณกิโลเมตรเดียว ซึ่งตรงนั้นหน้าตรงฝายข้างหน้ามันตื้น ๘๐ ไร่ตรงนั้นตื้น แล้วก็ไหลลงมาข้างล่างตามคลอง ซึ่งถ้าเป็นไปได้ตรงจุดนี้มันจะเติมน้ำแล้วก็จะเป็นแหล่งน้ำให้ ถ้ากรุณาว่าจะพร้อมไปกันกับ ปี ๒๕๖๗ ในส่วนของที่ใกล้ตรงนี้ก่อนนะครับ ห่างกันแค่กิโลเมตรคือน้ำจะไหลขึ้นถ้าเรา ย้อนไล่ลดกลับไป มันจะเข้าไปแล้วไปเจอกันที่อ่างซึ่งมันไม่ไกลมาก แต่ถ้าตรงยอดสุดเลย ปลายสุด ๑๒ กิโลเมตร คือตรงแถวต้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยขนุนก็อาจจะทำเป็นช่วง ๆ ก็ได้ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานล่วงหน้า แล้วก็พี่น้องประชาชนเรียกว่าเขาจะได้แก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปรับปรุงภูมิทัศน์ด้วย แล้วก็ทำให้เป็นแหล่งรับน้ำน้ำหลาก แล้วก็ที่สำคัญก็คือทำ ให้เกษตรกรเพิ่มขึ้น ๒ ๓ ตำบลตรงนั้นครับ แล้วก็ตำบลอื่น ๆ เขาก็เห็นตัวอย่างที่ท่าน ไปทำ เขาก็บอกว่ามันคือสุดยอดของการพัฒนาซึ่งถือว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ทำเบ็ดเสร็จครบวงจรแล้วชาวบ้านก็ไม่ต้องเสียเงินค่าไฟ อันนี้ชื่นชมมากเพราะว่าผมไปดูที่ กรมชลประทานแล้วอ่างเก็บน้ำที่บ้านด่านต้องเสียค่าไฟ แล้วปรากฏว่าไม่เวิร์ก (Work) ชาวบ้านเดือนร้อนก็ไม่อยากทำ เพราะว่าเขาเสียค่าไฟกับที่เขาได้ผลผลิตมามันไม่คุ้มกัน ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา ต้องขอบคุณท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ที่ทำให้ผมได้มีโอกาสทำงานต่อจากที่พ่อผมได้ทำไว้ จากที่ท่านบรรหารได้ทำไว้ ในส่วนของวันนี้เรามีทางท่านรองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำมา เดี๋ยวผมจะได้ขอให้ทางกรมทรัพยากรน้ำเร่งดูว่าในพื้นที่ที่ใกล้กับแหล่งดังกล่าวที่ท่านสมาชิก ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นั้น เราจะสามารถเร่งรัดการดำเนินการได้เบื้องต้นก่อนอย่างไร ก็ขออนุญาตรับไปเป็นการบ้านครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต้องขอ กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธ ศิลปอาชา นะครับ ที่ให้เกียรติกระทู้ห้องแยกเฉพาะของพวกเรา ก็ถือว่าเป็นการ จบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๑๘ เรื่อง โครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนาแหล่งน้ำหนองกระหวัน และห้วยขยุงหลง พร้อมระบบโครงข่ายกระจายน้ำ และระบบอ่างพวง ตำบลขนุน อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ของท่าน ส.ส. นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นะครับ ต่อไปเป็น🔗
๑.๓.๒ กระทู้ถาม ที่ ๔๐๘ เรื่อง การพัฒนาเขื่อนบริเวณแม่น้ำแม่กลอง สายเก่าที่ตำบลคุ้งพยอม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คือท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คือท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือนายวรรณชัย บุตรทองดี ผู้อำนวยการกองวิศวกรรม กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ขณะนี้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คือท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ก็เดินทางมาถึงแล้วนะครับ ต่อไปก็จะเชิญท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ถาม ใช้เวลาฝ่ายละ ๑๐ นาที ขอให้จัดสรร เนื้อหาสาระในการถามให้มันเหมาะกับเวลา เชิญท่านอัครเดชครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ทำกระทู้ ถามแยกเฉพาะเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการพัฒนาเขื่อนบริเวณแม่น้ำแม่กลอง สายเก่าที่ตำบลคุ้งพยอม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย ให้ทางกระทรวงคมนาคมมาตอบกระทู้นะครับ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี มา ณ โอกาสนี้ แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยครับ ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่สละเวลามาตอบกระทู้แล้วก็จะได้ชี้แจงโครงการที่พี่น้อง ประชาชนต้องการนะครับ🔗
เนื่องด้วยปัจจุบันประชากรในพื้นที่ตำบลคุ้งพยอม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ได้รับความเดือดร้อนจากการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร เนื่องจากแม่น้ำแม่กลองบริเวณตำบลคุ้งพยอมที่ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ในการ อุปโภคบริโภคและทำการเกษตรมีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางน้ำ ทำให้บริเวณดังกล่าว มีลักษณะตื้นเขินและรกร้าง ในช่วงฤดูแล้งจะไม่มีน้ำและในช่วงฤดูฝนถ้าปริมาณน้ำมาก น้ำจะระบายไม่ทัน ทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ไร่นาและบ้านเรือนของราษฎร ส่งผลให้ประชาชน ในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้ง และไม่มีน้ำใช้เพื่อทำการเกษตร อีกทั้งยังไม่สามารถที่จะใช้ประโยชน์ในการเป็นพื้นที่สำหรับ กิจกรรมของชุมชนทางด้านสันทนาการได้ ท่านประธานครับ ตามที่ผมได้ทำกระทู้ถาม แยกเฉพาะให้ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แล้วก็ปัญหาในพื้นที่ เนื่องจากแม่น้ำแม่กลอง ท่านประธานครับ ในตำบลคุ้งพยอมนั้น มีสภาพที่เรียกว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางด้านสภาพของแม่น้ำในปัจจุบันคือมีเกาะกลาง ขึ้นกลางแม่น้ำ ทำให้แม่น้ำมีการเปลี่ยนสาย ปัจจุบันนี้แม่น้ำสายเก่าที่ได้ทำกระทู้ถามในพื้นที่ ของตำบลคุ้งพยอมปัจจุบันนี้ได้เปลี่ยนสภาพ ชาวบ้านเรียกกันว่าคลองในคุ้ง ซึ่งจะรับน้ำจาก คลองชลประทานสายใหญ่ ๒ ขวาในการทำเกษตรกรรมแล้วก็พื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ที่อยู่บริเวณดังกล่าวทำอาชีพ เกษตรกรรม ทำไร่ ทำนา ทำสวน แล้วก็เป็นพื้นที่สีเขียว ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้น้ำจาก คลองในคุ้งเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภคมาเป็นระยะเวลายาวนาน ปัจจุบัน คลองในคุ้งซึ่งเป็นแม่น้ำแม่กลองสายเก่าที่อยู่ในตำบลคุ้งพยอม ซึ่งกินพื้นที่หลายหมู่บ้าน ท่านประธานครับ เป็นพื้นที่ของบ้านหมู่ที่ ๑ บ้านฝั่งเกาะบน หมู่ที่ ๒ บ้านฝั่งเกาะล่าง หมู่ที่ ๓ บ้านใต้วัดโพธิบัลลังก์ หมู่ที่ ๑๑ บ้านตาลปากลัด หมู่ที่ ๑๒ บ้านในคุ้ง แล้วก็หมู่ที่ ๑๓ บ้านตลาดนัด ซึ่ง ๖ หมู่บ้านนี้อยู่บนพื้นที่คลองในคุ้งซึ่งเป็นแม่น้ำแม่กลองสายเก่า การพัฒนา แหล่งน้ำขนาดเล็ก การปรับปรุงแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อเป็นแหล่งน้ำให้กับชุมชนโดยการ ก่อสร้างในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งทางพี่น้องประชาชนอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงมา สำรวจนะครับ ซึ่งที่ผ่านมาทางองค์การบริหารส่วนตำบลคุ้งพยอมได้เคยให้ทางกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ โดยสถานีพัฒนาที่ดินลงมาสำรวจพื้นที่แล้วสถานีพัฒนาที่ดิน จังหวัดราชบุรีก็ได้มีความเห็นนะครับว่าเหมาะสมที่จะพัฒนาแหล่งน้ำตรงนี้ให้กับพี่น้อง ประชาชน แต่ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ เป็นต้นมาจนถึงปี ๒๕๖๒ โครงการดังกล่าวก็เงียบหายไป ไม่มีความคืบหน้า เมื่อปีที่แล้วผมเองได้ประสานกับทางกรมชลประทานได้ลงไปสำรวจพื้นที่ แล้วก็ได้มีการเชิญพี่น้องประชาชนมาหารือ พี่น้องประชาชนก็ยังต้องการโครงการนี้อยู่ โดยหนังสือที่ผมถืออยู่นี่ครับท่านประธานเป็นรายชื่อของราษฎรในพื้นที่ทั้ง ๖ หมู่บ้าน ที่ต้องการโครงการดังกล่าว ทางนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคุ้งพยอมในปัจจุบัน ก็คือท่านนายกสุวัฒน์ อภิกันตสิริ ก็ได้ส่งเรื่องมาให้ผมได้มาติดตามโครงการนี้ ทางกรมชลประทานได้ลงมาสำรวจครับ ก็อยากจะเรียนท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน นะครับว่าเนื่องจากการประกาศเขตทางน้ำชลประทานกินมาพื้นที่ตรงนี้ไม่ถึง ฉะนั้นในเขตทาง น้ำก็จะมี ๒ หน่วยงานดู ก็คือกรมชลประทานกับกรมเจ้าท่า ถ้ามีการประกาศเขตชลประทาน ถึงก็จะเป็นหน้าที่ของกรมชลประทานที่จะลงไปดูแลในการพัฒนาแหล่งน้ำตรงนี้ แต่เนื่องจากตรงบริเวณดังกล่าวทางกรมชลประทานลงไปสำรวจแล้วอยู่นอกประกาศเขตของ กรมชลประทานก็เลยต้องให้ทางกรมเจ้าท่าเข้ามาดำเนินการ ปัจจุบันนี้สภาพพื้นที่ของ คลองในคุ้งครับท่านประธาน ผมเองก็ไม่อยากจะเอารูปมาให้ดูครับ เพราะว่ามันไม่มีสภาพ อะไรแตกต่างกับป่าละเมาะหรือป่าที่เป็นพื้นที่สาธารณะที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ จากสภาพคลอง ปัจจุบันนี้ตื้นเขิน ในหน้าแล้งก็ไม่สามารถที่จะนำน้ำมาใช้ได้ เพราะว่าไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ ในหน้าฝนมีต้นไม้ตอนนี้ยิ่งทิ้งร้างมานานก็เป็นต้นไม้ยืนต้นแล้ว แล้วก็ต้นหญ้ามากก็ไม่สามารถ ระบายน้ำได้ในช่วงหน้าฝนนะครับ ก็เลยอยากจะเรียนถามครับว่าอยากจะให้ทางรัฐบาล ได้เข้ามาพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว จึงขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานครับว่ารัฐบาล จะสามารถจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเขื่อน เป็นฝาย เป็นอ่างกักเก็บน้ำในบริเวณคลองในคุ้งซึ่งเป็นแม่น้ำแม่กลองสายเก่า ที่ตำบลคุ้งพยอม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ได้ใช้แหล่งน้ำสาธารณะเพื่อการอุปโภคบริโภค รวมถึงเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งน้ำเพื่อทำ การเกษตรและสันทนาการให้กับพี่น้องประชาชนได้หรือไม่ อย่างไร จึงเรียนถามท่าน รัฐมนตรีผ่านท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพนะครับ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มาตอบ กระทู้แยกเฉพาะของท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณแล้วก็ขอชื่นชม ท่าน ส.ส. ที่ท่านมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนบริเวณแม่น้ำแม่กลองสายเก่าที่ตำบล คุ้งพยอมนะครับ ก่อนอื่นผมก็ต้องกราบเรียนนะครับรัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคม ในการพัฒนาเขื่อน หน้าที่หลัก ๆ ของกรมเจ้าท่าตามภารกิจก็คือดำเนินการสร้างเขื่อน เพื่อแก้ไขปัญหาตลิ่งพังเสียหายแล้วก็มีการขุดร่องลำน้ำเพื่อรักษาลำน้ำไว้นะครับ ในส่วนที่ ท่าน ส.ส. ได้กล่าวมาในบางครั้งอาจจะเป็นในเชิงฝายเป็นเขื่อนเพื่อการเกษตรอันนี้อาจจะ อยู่นอกภารกิจ แต่อย่างไรก็ดีครับว่าในส่วนราชการเราก็ต้องทำงานบูรณาการร่วมกัน ถึงแม้ว่าอาจจะเป็นคนละส่วน แต่หมายความว่าทางกรมชลประทานอาจจะสามารถตั้งงบ เข้ามาทำได้ โดยกรมเจ้าท่าก็จะให้ความร่วมมือในการออกแบบดูเรื่องใบอนุญาตในการให้ เข้ามาทำได้ ก็ต้องกราบเรียนนะครับว่าสำหรับการพัฒนาเขื่อนบริเวณแม่น้ำแม่กลองสายเก่า ที่ตำบลคุ้งพยอม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันที่อยู่ในอำนาจของกรมเจ้าท่า เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดชุดสำรวจเพื่อลงพื้นที่สำรวจสภาพแม่น้ำ ในบริเวณดังกล่าว ซึ่งจะเร่งการสำรวจโดยเร็วหากพบปัญหาตลิ่งพังเสียหายกรมเจ้าท่า ก็จะรีบบรรจุเข้าแผนคำของบประมาณดำเนินการในทันทีนะครับ ก็จากที่ผมถามข้อมูลจาก กรมเจ้าท่าก็คือในส่วนของตลิ่งก็ยังไม่มีการเสียหาย ณ ปัจจุบัน แต่ถ้ามีข้อมูลตรงไหน ที่เสียหายเพิ่มเติมท่านแจ้งเข้ามาได้เลยนะครับ ทางกรมเจ้าท่าเขาจะได้ลงไปดำเนินการ🔗
และในส่วนที่ ๒ ก็คือการแก้ปัญหาร่องน้ำตื้นเขิน โดยตรงนั้นกรมเจ้าท่า โดยสำนักพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ ๑ จะเป็นหน่วยรับผิดชอบ โดยทุกปีเราจะมีการ ขุดลอก เรียกว่าขุดลอกดำเนินการเองโดยกรมเจ้าท่าที่จะดำเนินการเองทุก ๆ ปีอยู่แล้ว แล้วก็ในปีนี้ที่ผมจากสอบถามข้อมูลจากกรมเจ้าท่าก็กำลังปรับแผนในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ที่ว่ากำลังจะไปดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าว แล้วก็ทราบว่าปัญหาของแม่น้ำแม่กลองสายเก่า ตอนนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางน้ำ ทำให้มีลักษณะตื้นเขินหรือมีเกาะกลางอย่างที่ ท่าน ส.ส. ได้กล่าวมาก็เป็นเช่นนั้นนะครับ ตอนนี้กรมเจ้าท่ากำลังปรับแผน เดี๋ยวอย่างไร ก็จะให้ประสานกับท่านเพื่อลงไปช่วยกันชี้จุดว่าตรงไหนที่เราควรจะดำเนินการเพื่อแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับพี่น้องประชาชนได้ใช้ชีวิตได้สะดวกยิ่งขึ้นครับ ก็ขออนุญาตตอบ คำถามแรกครับ🔗
เชิญท่านอัครเดช ถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่ได้ตอบคำถามแล้วก็จะได้ส่ง หน่วยงานลงมาสำรวจพื้นที่ในการที่จะพัฒนาร่องน้ำ ซึ่งอยากจะเรียนท่านประธานครับว่า ตอนนี้ร่องน้ำเป็นสิ่งแรกเลยที่ราษฎรแล้วก็ผู้นำบอกว่าตอนนี้มันตื้นเขิน ถ้าทางกรมเจ้าท่า ได้เร่งพัฒนาร่องน้ำก่อนจะเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชนในขั้นแรกก่อนเลย เพราะว่าปัจจุบันนี้ต้นไม้แล้วก็วัชพืชขึ้นเหมือนเป็นป่าละเมาะอย่างที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานไป ถ้าสามารถพัฒนาร่องน้ำได้ก็จะเป็นที่น่าดีใจมากแล้วก็ที่สำคัญเนื่องจาก พื้นที่ตรงนี้ท่านรัฐมนตรีครับ ขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานว่าเนื่องจากทาง กรมชลประทานได้เคยลงมาดูแลแล้วว่ามันเป็นพื้นที่นอกประกาศเขตของกรมชลประทาน ฉะนั้นการที่จะทำโครงการก็ลำบาก ทีนี้ได้ฟังท่านรัฐมนตรีชี้แจงว่ากรมเจ้าท่าก็ไม่ได้มีภารกิจ โดยตรงในการทำเขื่อน ทำฝาย ในการทำอ่างเก็บน้ำ วันที่ผมมาทำกระทู้ตรงนี้นะครับ ท่านประธาน ทางเจ้าหน้าที่ของสภาก็ได้บอกว่าถ้าถามกระทรวงเกษตรก็ไม่ตรง ถามทาง กระทรวงคมนาคมก็ยังไม่ตรง ก็ให้ผมถามท่านนายกรัฐมนตรี เพราะว่ามันเป็นภารกิจ ที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ผมก็เลยมาถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็เลย มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีอธิรัฐมาตอบ ทีนี้ผมเข้าใจว่าท่านเป็นตัวแทนของท่าน นายกรัฐมนตรี ก็อยากจะฝากท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคมว่าอยากให้ท่านรับภารกิจนี้ไปประสานหน่วยงานว่าพอจะมีหน่วยงานไหน ได้ไหมที่จะมาทำตรงนี้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำให้กับพี่น้องประชาชน นอกจากให้กรมเจ้าท่า มาขุดลอกแล้ว เพราะว่าเมื่อมีการขุดลอกสิ่งหนึ่งถ้าไม่มีโครงการมาทำสิ่งที่ตามมาคือ ตลิ่งก็จะทรุด ผมเคยทำโครงการนี้ครับท่านประธาน พอเวลาน้ำยุบลงไป พอเวลาน้ำมาปุ๊บ ตลิ่งก็จะโดนน้ำกัดเซาะพังเสียหาย ถ้าท่านส่งไปขุดลอกสิ่งที่ตามมาในอนาคตตลิ่งก็จะเกิด การทรุดตัว ก็อยากจะให้ท่านมีโครงการได้ติดตามมาว่าจะทำเขื่อนกันตลิ่งพังอย่างไร แล้วก็ จะพัฒนาพื้นที่อย่างไร เพราะว่า ๒ หน่วยงานตอนนี้ท่านตอบในนามของกระทรวงคมนาคม ว่าก็ไม่ใช่ภารกิจ ทางกระทรวงเกษตรลงไปสำรวจ กรมชลประทานก็บอกว่านอกประกาศเขต ทางน้ำของชลประทาน ตอนนี้ก็เลยไม่รู้ว่าหน่วยงานไหนจะสามารถเข้ามาดำเนินการได้ ก็เลยขออนุญาตได้เรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญรัฐมนตรี ตอบครับ🔗
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานนะครับ ต่อปัญหาที่ท่านอัครเดชได้กล่าวไว้จริง ๆ ปัญหานี้ไม่ได้เกิด พื้นที่ท่านพื้นที่เดียว มีหลายพื้นที่ที่เกิดปัญหาระหว่างเป็นความทับซ้อนหรือเป็นความสับสน ของหน่วยงาน จริง ๆ ผมก็เคยได้ลงไปแก้ไขในหลาย ๆ จุดนะครับ เนื่องจากในภารกิจของ กรมเจ้าท่าเองเราไม่เคยตั้งงบในการจะสร้างเขื่อนหรือฝาย และกรมเจ้าท่าก็ไม่ได้ มีงบประมาณมาก แต่ในอดีตที่ผ่านมาในการแก้ไขสามารถให้หน่วยงานอื่นเข้าไปตั้งงบ แล้วเข้าไปทำโดยขออนุญาตกรมเจ้าท่า กรมเจ้าท่าจะเป็นคนดูแบบให้เพื่อที่ว่าการขุดร่อง อะไรก็แล้วแต่ไม่เป็นการกระทบต่อทางเดินน้ำหรือไม่กระทบต่อตลิ่ง ที่ผ่านมาท้องถิ่น ก็สามารถทำได้ครับ ไม่ว่าจะเป็น อบต. เอง อบจ. เอง โดยขออนุญาตผ่านกรมเจ้าท่าหรือทาง กระทรวงเกษตรเอง กรมชลประทานเอง ถึงแม้ว่าอยู่ในพื้นที่แต่ก็สามารถเข้ามาทำได้ เพียงแต่ว่าในเขตร่องน้ำตรงนี้เหมือนที่ท่านบอกว่าอยู่ในเขตรับผิดชอบของกรมเจ้าท่า สามารถเข้ามาทำได้เลยครับ เดี๋ยวผมก็จะเป็นตัวกลางในฐานะของรัฐบาลในการประสาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดี๋ยวผมก็จะให้ทางกรมเจ้าท่าประสานกับทางชลประทานจังหวัด ตรงนั้นด้วยว่าให้จัดประชุม ให้ลองหารือกันดูว่าเราจะแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร ใครจะเป็นคนตั้ง ใครจะเป็นคนอนุญาต เพื่อให้ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนได้รับการแก้ไขให้ดีที่สุดครับ ตรงนี้เดี๋ยวผมก็จะรับหน้าที่ไปประสานนะครับ ข้อมูลเพิ่มเติมนะครับที่กรมเจ้าท่าจะลงไปทำ ลักษณะขุดลอกแก้การตื้นเขินจะอยู่ในช่วง กม. ๗๔-๗๗ ที่จะปรับแผนอยู่ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ แล้วก็ต้องกราบเรียนนะครับว่าที่ผ่านมา ๕ ปี กรมเจ้าท่าก็ได้ดำเนินการขุดลอก ร่องน้ำแม่กลองมาตลอดโดยระยะทางประมาณ ๑๖.๒๕ กิโลเมตร คิดเป็นปริมาณวัสดุ ที่ขุดลอกได้ก็ประมาณ ๔๓๓,๐๐๐ คิว ก็ดำเนินการมาตลอดครับ แต่ก็อย่างที่เราทราบกันครับ พอเราขุดปีนี้พอผ่านไปปีหนึ่งตะกอนดินก็จะกลับมาเหมือนเดิม ฉะนั้นเราก็พยายามขุดทุกปี เราไม่สามารถขุดทีเดียวทั้งสายทั้งหมดได้เนื่องจากด้วยงบประมาณที่จำกัด แต่ก็พยายาม จะบูรณาการในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมด้วยช่วยกันครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ผมขออนุญาตเรียนถาม ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่า เมื่อกระทู้ที่แล้วที่ท่านรัฐมนตรีมาตอบเรื่องการขุดลอก ลำน้ำแม่กลอง ท่านบอกว่างบประมาณปี ๒๕๖๕ จะเข้ามาขุด ตอนนี้ปลายปีประมาณ ปี ๒๕๖๕ แล้ว ผมได้ประสานไปกับทางสำนักกรมเจ้าท่าว่าจะเข้ามาตั้งแต่เมื่อประมาณ เดือนมีนาคม เมษายน จนปัจจุบันนี้จะสิ้นปีงบประมาณอยู่แล้วก็ยังไม่เข้ามา อย่างไร ขออนุญาตได้กราบเรียนท่านประธานให้ทางท่านรัฐมนตรีได้ช่วยติดตามด้วยครับว่าจะเข้ามา ในพื้นที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรีเมื่อไร เพราะว่าพี่น้องในเขตตำบลท่าผา ตำบลลาดบัวขาว เทศบาลเมืองบ้านโป่ง แล้วก็ตำบลนครชุม ตำบลคุ้งพะยอมก็รอโครงการนี้อยู่ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี ก็รับทราบนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ที่กรุณาให้เกียรติ ห้องกระทู้แยกเฉพาะของพวกเรา ท่านสมาชิกครับก็ถือว่าเป็นการจบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๔๐๘ เรื่อง การพัฒนาเขื่อนบริเวณแม่น้ำแม่กลองสายเก่าที่ตำบลคุ้งพยอม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ของท่าน ส.ส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ นะครับ ต่อไปก็จะเป็น🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถาม ที่ ๔๑๙ เรื่อง ขอขยายระยะทางก่อสร้างถนนทางหลวง หมายเลข ๔๐๑ ตอนท่าโรงช้าง-กิโลศูนย์ (นายสมชาติ ประดิษฐพร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบให้ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วย สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงคมนาคม คือท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือนายวิศรุต ไชยสูรยกานต์ วิศวกรโยธาปฏิบัติการ สำนักแผนงานกรมทางหลวง และผมได้ อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้าร่วมรับฟังการตอบกระทู้ถามในครั้งนี้ดังนี้นะครับ ๑. นายประมูล ราชจำนงค์ ทั้งนี้ขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการประชุม กรุณาได้ปฏิบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟัง การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตเข้าฟัง การประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจา หรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนขัดขวาง การประชุมสภาผู้แทนราษฎร และห้ามใช้เครื่องมือวัสดุหรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุม สู่บุคคลภายนอกนะครับ ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ก็พร้อมตอบแล้วนะครับ ดังนั้นขอเชิญท่าน ส.ส. สมชาติ ประดิษฐพร ได้ถาม เลยครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมชาติ ประดิษฐพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถาม แล้วก็ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ที่ได้ให้เกียรติมาตอบ กระทู้ถาม เรื่อง ขอขยายระยะทางก่อสร้างถนนทางหลวงในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีครับ ท่านประธานครับ ตามที่กระทรวงคมนาคมได้จัดทำโครงการพัฒนาทางหลวงเพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพการจราจรและขนส่งเพิ่มประสิทธิภาพทางหมายเลข ๔๐๑ ตอนท่าโรงช้าง-กิโลศูนย์ ระยะทางประมาณ ๑๘ กิโลเมตร จากเดิมเป็นถนนลาดยาง ขนาด ๒ ช่องจราจร โดยก่อสร้างเป็นถนนมาตรฐาน ๔ ช่องจราจร ไป-กลับ ข้างละ ๒ ช่องทางจราจร ซึ่งได้ดำเนินการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างปีงบประมาณละ ๒ กิโลเมตร เพื่อช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัด รองรับปริมาณจราจรและการขนส่ง และเพิ่มศักยภาพ โครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมของประเทศ กระผมในฐานะตัวแทนราษฎรในพื้นที่จังหวัด สุราษฎร์ธานีต้องขอขอบคุณกระทรวงคมนาคมที่ได้เห็นความสำคัญ ให้โอกาสในการพัฒนา พื้นที่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และกระผมมีข้อห่วงใยที่จะขอเสนอแนะต่อกรณีดังกล่าวไปยัง ท่านรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลกระทรวงคมนาคมเพื่อพิจารณาครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ทางหลวงหมายเลข ๔๐๑ ตอนท่าโรงช้าง-กิโลศูนย์ ระยะทางประมาณ ๑๘ กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็น สายหลักเส้นหนึ่งที่ประชาชนในพื้นที่อำเภอพุนพินและอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีใช้เป็น เส้นทางหลัก ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นถนนโครงข่ายเชื่อมต่อการเดินทาง โดยเริ่มต้นจากกิโลศูนย์ ซึ่งเป็นทางแยกของถนนสายหลักที่บรรจบกัน ๒ สาย โดยถนนทางซ้ายคือถนนที่มาจาก อำเภอเมือง และทางขวาคือมาจากอำเภอพุนพิน และเมื่อเดินทางตามถนน ๔๐๑ ดังกล่าว ไปจนสิ้นโครงการที่แยกต่างระดับท่าโรงช้างก็จะบรรจบกับทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๔๑ หรือถนนเอเชียซึ่งเป็นถนนสายหลักของภาคใต้ โดยถัดลงไปก็จะเป็นเส้นทางไปยัง จังหวัดพังงาและภูเก็ต ถนนทางซ้ายเป็นเส้นทางไปทุ่งสงหรือมุ่งสู่จังหวัดภาคใต้ ถนนขวา เป็นเส้นทางหลักมายังกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ แม้ว่าในขณะที่ถนนโครงข่าย เพื่อรับรองการจราจรดังกล่าว ถนนสาย ๔๑๕๓ ถนนสาย ๔๐๐๘ เส้นทางเหล่านั้นต้อง ผ่านชุมชนและสถานที่ราชการหลายแห่ง ทำให้เกิดความไม่สะดวกในการเดินทาง ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการพัฒนาทางหลวงเพื่อประสิทธิภาพการจราจรและขนส่ง หมายเลข ๔๐๑ ตอนท่าโรงช้าง และกิโลศูนย์ ของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ดังกล่าว มีระยะทาง ๑๘ กิโลเมตร กรมทางหลวงได้จัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างปีงบประมาณละ ๒ กิโลเมตร รวมเป็นระยะทางก่อสร้างแล้วเสร็จเกือบ ๔ กิโลเมตร ดังนั้นคงเหลือระยะทางอีก ประมาณ ๑๔ กิโลเมตร ซึ่งจะใช้ระยะเวลาอีก ๗ ปีถึงจะแล้วเสร็จ ถ้าได้จัดสรรงบประมาณปีละ ๒ กิโลเมตร กระผมจึงเห็นว่าการจัดทำโครงการพัฒนาทางหลวง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรและขนส่ง หมายเลข ๔๐๑ ตอนท่าโรงช้าง-กิโลศูนย์ ดังกล่าวมีความล่าช้าต่อการพัฒนาพื้นที่ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาด้านเศรษฐกิจ จึงทำให้เกิด ความเดือดร้อนแก่ผู้ใช้เส้นทางสัญจรและเพิ่มต้นทุนทางการขนส่ง และเพื่อเป็นการส่งเสริม ธุรกิจการบริการและภาคท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ กระผม จึงขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ๒ คำถาม ดังนี้🔗
๑. กระทรวงคมนาคมสามารถจัดสรรงบประมาณตามแบบแผนยกระดับ มาตรฐานและเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข ๔๐๑ ตอนท่าโรงช้าง-กิโลศูนย์ จากเดิม ที่มีการดำเนินการก่อสร้าง ถนนระยะทาง ๒ กิโลเมตรต่อปี เป็นการก่อสร้างระยะทาง ๖ กิโลเมตรต่อปี เพื่อเป็นการพัฒนาพื้นที่ในการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจได้หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ🔗
๒. กระทรวงคมนาคมมีแผนงานพัฒนาทางหลวงเพื่อเชื่อมโครงข่าย ระบบคมนาคมขนส่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานีนอกเหนือจากโครงการดังกล่าวหรือไม่ ขอรายละเอียดด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพนะครับ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคมนะครับ วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาตอบกระทู้ของท่านสมชาติ ประดิษฐพร ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณ แล้วก็ขอชื่นชมท่าน ที่ท่านมีความเป็นห่วงเป็นใยพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนที่ใช้ทางหลวงหมายเลข ๔๐๑ นะครับ ต่อคำถามที่ท่านได้ตั้งกระทู้ถามมาก็ต้องกราบเรียนครับ กระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวง เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาที่ท่านได้ยกมา ผมขออนุญาตยกตัวอย่างให้ดูจากสไลด์ (Slide) ในพาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint) นะครับว่าหลัก ๆ ในปัจจุบันทางหลวงเส้นหลักที่จะเข้าสู่ เมืองสุราษฎร์ธานีเรามี ๓ เส้น เส้นแรกก็คือเส้นสีน้ำเงิน ก็คือเส้น ๔๑๗ แล้วก็เส้นที่ ๒ คือเส้นสีม่วง เส้น ๔๑๕๓ ซึ่งทั้ง ๒ เส้นนี้ได้รับการพัฒนาเป็น ๔ ช่องจราจรและ ๖ ช่องจราจรเรียบร้อย แล้วก็เป็นเส้นที่คู่ขนานกับ ๔๐๑ ส่วนคำถามที่ท่านถามถึงก็คือ ทางหลวงหมายเลข ๔๐๑ นี่ละครับ ถ้าเราเห็นจากสภาพปัจจุบันจะเห็นว่าจะมีลักษณะเป็น ลักษณะคดโค้งตัดข้ามแม่น้ำตาปีผ่านบ้านท่าข้าม บ้านเขาหัวควาย แล้วก็สิ้นสุดที่สามแยก กิโลศูนย์ อำเภอพุนพิน ปัจจุบันก็จะเป็นทางขนาด ๒ ช่องจราจรมาตรฐานชั้น ๑ นะครับ ปัญหาก็คือว่าทำไมกระทรวงคมนาคมหรือกรมทางหลวงไม่สามารถตั้งงบทั้งเส้นภายในปีเดียว ให้เป็น ๔ เลน (Lane) เหมือนอย่างเส้น ๔๑๗ และ ๔๑๕๓ ได้ ก็เนื่องจากกรมทางหลวง เราได้ลงไปสำรวจ ติดอยู่ในเรื่องของปริมาณของรถที่ยังไม่เข้าเกณฑ์ เพราะว่าปริมาณรถ ที่เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับการพัฒนาเป็น ๔ ช่องจราจรจะต้องไม่ต่ำกว่า ๘,๐๐๐ คันนะครับ แต่เนื่องจากว่าโดยข้อมูลที่ได้รับมาล่าสุดก็จะอยู่ประมาณ ๕,๐๐๐ คัน ตรงนี้ก็เลยทำให้เรา ไม่สามารถตั้งงบภายในปีเดียวแล้วทำทั้งเส้นได้ ก็เลยจะต้องเหมือนที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้กล่าวไว้ก็คือเราก็จะทยอยตั้งเป็นทีละช่วง ๆ ๒ กิโลเมตรบ้าง ๓ กิโลเมตรบ้าง ๔ กิโลเมตรบ้าง ถ้าดูจากในรูปด้านล่างก็จะเห็นนะครับว่าสีเขียวเป็นเส้นที่พัฒนาเป็น ๔ ช่องจราจรเรียบร้อย เราจะเหลืออยู่ ๒ ช่วงที่เป็นสีแดงที่ยังเป็น ๒ ช่องจราจร ก็ต้อง กราบเรียนนะครับ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ตอนนี้เส้นนี้ก็ได้งบประมาณเพิ่มเพื่อก่อสร้าง ขยาย ๔ ช่องจราจร อยู่ที่ กม. ที่ ๑๓๙ ถึง กม. ที่ ๑๔๓ ระยะทางประมาณ ๓.๗๐ นะครับ ถ้าดูจากในรูปก็จะเห็นว่าเราจะเหลืออยู่แค่ช่วงล่างอย่างเดียวก็คือสำหรับช่วงต้นทาง จากบ้านท่าโรงช้างถึงบ้านเขาหัวควาย กม. ที่ ๑๒๘ ถึง กม. ที่ ๑๓๗ ระยะทางประมาณ ๙.๓ ที่จะยังเป็นเหลือ ๒ ช่องจราจรอยู่นะครับ เหมือนที่ผมบอกนะครับว่าหากในอนาคต วันข้างหน้าการจราจรมีผู้ใช้ถนนเพิ่มมากขึ้นทางหลวงเราก็จะสามารถปรับแผน เพื่อดำเนินการให้เร็วขึ้น ก็ไม่ต้องห่วงนะครับว่าอย่างไรโดยรัฐบาล กระทรวงคมนาคม เราก็ได้พยายามที่จะจัดสรรอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องทุกจังหวัด ทุก ๆ คน ทุกอำเภอ ให้อย่างทั่วถึงมากที่สุดนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับตามหลักเกณฑ์ ก็ต้องกราบเรียน เบื้องต้นครับว่าทางกระทรวงคมนาคมในเส้นที่เหลืออีกประมาณ ๙ กิโลเมตรก็อยู่ในแผน ในอนาคตของกระทรวงอย่างไรผมก็พยายามจะคอยติดตาม แล้วก็ถ้ามีจำนวนจราจร เพิ่มมากขึ้นก็จะเร่งรัดให้ได้รับจัดสรรเร็วขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมชาติมีอะไรจะถามอีกไหมครับ ท่านเหลือเวลาอยู่ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายสมชาติ ประดิษฐพร นะครับ ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้ให้เกียรติมาตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะของผมในครั้งนี้ ขอขอบคุณครับ🔗
ก็ถือว่าได้รับ คำตอบที่เกิดความชัดเจนนะครับ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ที่ให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ถือว่าจบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๑๙ เรื่อง ขอขยายระยะทางก่อสร้างถนนทางหลวง หมายเลข ๔๐๑ ตอนท่าโรงช้าง-กิโลศูนย์ ของท่าน ส.ส. สมชาติ ประดิษฐพร ต่อไปเป็น🔗
๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๑๕ เรื่อง ขอทราบผลสัมฤทธิ์ของการ จัดบริการ โมบาย ไอดี (Mobile ID) (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือ นายธงชัย แสงศิริ ผู้เชี่ยวชาญศูนย์นโยบายพัฒนามาตรฐานและหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสำนักงานพัฒนา ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ก็อยู่ในห้องประชุมแล้ว พร้อมที่จะตอบ เชิญท่าน ส.ส. พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ได้ถามครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ในกระทู้ถามนี้ผมจะอ่านกระทู้ถามก่อนตามระเบียบแล้วก็ถึงเข้าสู่คำถามที่ ๑ คือการถาม ครั้งแรกแล้วก็จะถามครั้งที่ ๒ หลังจากที่มีการตอบ กระทู้ถามของผมถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมีดังนี้ครับ🔗
ในการดำเนินการของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ดำเนินการความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และหน่วยงานต่าง ๆ ในภาครัฐและในภาคเอกชนในการพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้มีความน่าเชื่อถือสะดวกปลอดภัย สอดรับกับพฤติกรรมของคนในยุคดิจิทัล (Digital) โดยได้พัฒนาระบบพิสูจน์และยืนยันตัวบุคคลด้วยรูปแบบบัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์ บนโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือโมบาย ไอดี (Mobile ID) และคาดการณ์ว่าภายในไตรมาสที่ ๑ ของปี ๒๕๖๕ ประชาชนจะสามารถใช้บริการในการยืนยันตัวบุคคลได้เป็นอย่างดี ประเด็น ก็คือเรื่องของคำถาม ในคำถามก็จะมีเรื่องของความปลอดภัยที่ประชาชนจะได้ใช้รูปแบบของ ระบบโมบาย ไอดี (Mobile ID) ดังกล่าวนี้ซึ่ง กสทช. กระทรวงนี้จะได้นำงบประมาณ ของแผ่นดินแล้วก็ประสานกับทางฝ่ายเอกชนและหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ สร้างระบบดังกล่าว ขึ้นมาในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านไป ปี ๒๕๖๕ แล้วจะทำให้เกิดระบบการเข้าถึง พูดง่าย ๆ ว่า เรากำลังเข้าสู่ยุคดิจิทัล อีร่า (Digital Era) ที่จะทำให้เกิดการใช้อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านโทรศัพท์มือถือซึ่งจะมีไอดี (ID) ก็คือการยืนยันตัวบุคคลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ บนโทรศัพท์มือถือที่เราใช้เป็นแกดเจ็ต (Gadget) คือเป็นเครื่องมือที่สำคัญ แล้วก็เป็น เครื่องมือที่เราใช้กันอย่างหลากหลายโดยเฉพาะประชาชนตลอดจนข้าราชการและหน่วยงาน เอกชนต่าง ๆ เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลของภาครัฐนะครับ สิ่งสำคัญก็คือการพิสูจน์ระบบตัวบุคคล ดังกล่าวนั้นรัฐเองได้มีการดำเนินการอย่างไรบ้างจึงขอเรียนถามดังนี้ เป็นการถามครั้งที่ ๑ การบริการโมบาย ไอดี (Mobile ID) เป็นโครงการ แผนงานในหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณ จากที่ใดเป็นจำนวนเท่าใด มีกระบวนงานในการดำเนินงานอย่างไร อะไรคือผลสัมฤทธิ์และ ประชาชนจะได้ประโยชน์ในการนี้อย่างไร มีหน่วยงานภาครัฐเอกชนใดบ้างที่เป็นหน่วยงาน ซึ่งจะต้องร่วมมือในการดำเนินงานและภายใต้งบประมาณของผู้ใดหรือหน่วยงานใด ขอทราบรายละเอียดครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนะครับ ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานว่ากระทู้ถามนี้ เป็นกระทู้ถามที่ดีมากนะครับ เพราะว่าเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและรัฐบาล ก็ได้ดำเนินการมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่การออกกฎหมาย ออกกฎระเบียบ ที่เรียกว่า พระราชกฤษฎีกา ผ่าน ครม. ไปแล้ว แต่อยู่ระหว่างตรวจที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จะประกาศใช้เร็ว ๆ นี้ เขาเรียกกฎหมาย พระราชกฤษฎีกาดิจิทัลไอดี (Digital ID) นะครับ เพื่อได้มีการกำหนดมาตรฐานกำหนดผู้ให้บริการ แล้วก็มีมาตรการต่าง ๆ ที่ทำให้สามารถ ทำงานได้อย่างเชื่อมั่นมากขึ้นนะครับ แต่ถึงไม่มีกฎหมายตอนนี้เราก็มีหน่วยงานที่เริ่มพัฒนา ระบบดิจิทัลไอดี (Digital ID) แล้ว ๓ หน่วยงานนะครับ เรียกสั้น ๆ ๑. ก็คือเอ็นดีไอดี (NDID) ซึ่งอันนี้เป็นเอกชนที่ทำร่วมกับธนาคารต่าง ๆ ทุกธนาคารก็จะมีระบบนี้ คือจะมีการยืนยัน ตัวตนออนไลน์ (Online) เพื่อจะได้เปิดบัญชีกันได้ ๒. ก็คือโมบาย ไอดี (Mobile ID) อันที่ท่านได้พูดถึงก็คือใช้บริษัทผู้ให้บริการมือถือ ก็คือเอไอเอส (AIS) ทรู (True) ดีแทค (DTAC) และโทรคมนาคมแห่งชาติ ตอนนี้มีอยู่ ๔ ค่ายที่ให้บริการยืนยันตัวตนเป็นโมบาย ไอดี (Mobile ID) โดยการที่ประชาชนก็ต้องไปลงทะเบียนที่ศูนย์บริการ เขาเรียกอะไรนะ ทรูชอป (True Shop) ดีแทคชอป (DTAC Shop) เอไอเอสชอป (AIS Shop) ไปถึงก็ไปขอเปิดบริการ โมบาย ไอดี (Mobile ID) หรือดิจิทัลไอดี(Digital ID) ก็จะมีการลงทะเบียนถ่ายรูป รูปนี่สำคัญนะครับ เพราะต้องใช้ในการพิสูจน์ใบหน้าเวลาท่านออนไลน์ (Online) นี่มันมีเลข มีรหัสอะไรก็ตามแต่ท่านต้องดูหน้าด้วยนะครับ ใช้ระบบเฟซเวอริฟิเคชัน ซิสเต็ม (Face Verification System) การตรวจสอบใบหน้าเพื่อให้ตรงกัน ก็จะยืนยันว่าเป็น คนคนนั้นจริง ซึ่งระบบนี้ก็ใช้มาและตอนนี้ก็เปิดมาได้ระยะหนึ่งแล้วครับ ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว วันนี้ก็คาดว่ามีผู้มาลงทะเบียนแล้วประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน แล้วก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้ที่เราได้ไปพูดคุย โดย กสทช. ประสานอยู่ก็มีอยู่ ๑๔ หน่วยงานนะครับ เช่น บริษัท มือถือต่าง ๆ มีกรมการปกครอง กรมการขนส่งทางบก กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม ธนาคารกรุงเทพ บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด ก็คือเซเว่นอีเลฟเว่นครับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ตลาดหลักทรัพย์ และบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ซึ่งอันนี้ ถ้าประชาชนที่มามีการรีจิสเตอร์ (Register) หรือการขอระบบโมบาย ไอดี (Mobile ID) ไว้แล้ว ต่อไปเวลาไปติดต่อธุรกรรมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่มาเป็นเครือข่ายของเราเหล่านี้ ก็สามารถใช้ดิจิทัลไอดี (Digital ID) ได้เลยก็คือ ๑. ออนไลน์ (Online) ก็สามารถยืนยันตัวตน ผ่านระบบออนไลน์ (Online) ได้นะครับ หรือ ๒. บางทีมันไม่ออนไลน์ (Online) มันออฟไลน์ (Offline) มาเจอกันสมัยก่อนท่านประธานคงทราบว่าเราต้องแลกบัตรประชาชนใช่ไหมครับ สมมุติจะเข้าสภาก็ต้องเอาบัตรประชาชนมาแลกกับยามใช่ไหม ต่อไปก็ไม่ต้องแลกบัตรแล้ว ท่านเอามือถือเปิดคิวอาร์โค้ด (QR Code) อย่างนี้ส่องที่ตัวสแกน (Scan) มันก็จะขึ้นชื่อ มาเลยว่าคนนี้มาที่สภาแล้ว แล้วท่านก็ถ่ายรูปหน้าไว้ก็ยืนยันว่าคนนี้ตรงกับบัตรประชาชนนี้จริง คนยืนยันก็คือระบบโมบายไอดี (Mobile ID) จะเป็นคนยืนยันตัวตนจากหน้าให้ สภาก็ไม่ต้อง เก็บบัตรประชาชน บัตรประชาชนก็อยู่ที่ตัวเขานี่ละ ไม่ต้องพกไปก็ได้เพราะมีมือถือก็คือ มีคิวอาร์โค้ด (QR Code) มีหน้าเขาอยู่ เราก็จะมีข้อมูลออนไลน์ (Online) ในระบบ คอมพิวเตอร์ว่าใครเข้ามาเวลาเท่าไร ตอนเดินออกก็สแกน (Scan) คิวอาร์โค้ด (QR Code) ถ่ายรูปหน้าอีกทีหนึ่งก็รู้ว่าเขาเดินออกไป คืนบัตรใช่ไหมครับ เพราะบัตรประชาชนวันนี้ เราไม่ค่อยอยากให้ใครเอาไปเก็บนะครับ เพราะบางทียามเดินเอาไปเก็บเอาไปแอบถ่ายรูปไว้ เอาไปใช้ในทางมิชอบเราก็ไม่รู้ใช่ไหมครับ หรือบางทีตามออฟฟิศต่าง ๆ ตามหมู่บ้าน จัดสรรก็ชอบเอาบัตรประชาชนของเราไปเก็บไว้เวลาจะเข้า ซึ่งอันนี้ต่อไปถ้าระบบนี้ มีอย่างแพร่หลายเราก็จะสะดวกขึ้น หรืออาจจะเป็นการขึ้นเครื่องบินใช่ไหม ไม่ต้องตรวจ บัตรประชาชนแล้ว ก็ตรวจที่โมบาย ไอดี (Mobile ID) นี่ ดูที่คิวอาร์โค้ด (QR Code) แล้วก็ ส่องหน้าตรวจสอบใบหน้านะครับ มันก็จะสะดวกสบายแล้วก็ธุรกรรมต่าง ๆ ก็จะคล่องตัวขึ้น ปลอดภัยขึ้น นี่คือเป้าหมายของดิจิทัลไอดี (Digital ID) ที่ทำขึ้น ผมว่าระบบนี้ก็ไปได้ดี พอสมควรแล้วนะครับ ต่อไปก็คงเป็นเรื่องของการขยายผลให้พี่น้องประชาชนมาใช้มากขึ้น แล้วก็มาลงทะเบียนครับที่สำคัญ เพราะว่าทุกคนที่จะเปิดระบบนี้ก็ต้องไปถ่ายรูปไปเปิด ระบบที่ศูนย์บริการของมือถือด้วยนะครับ ซึ่งอันนี้ก็เป็นภาระเหมือนกัน แต่ว่าผมว่า ก็ต้องผลักดันให้ทุกคนไปทำกัน และอีกสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลพยายามผลักดันก็คือเรื่องของการให้ ทุกหน่วยงานมาเชื่อมต่อข้อมูล อย่างเช่น อย่างรัฐสภาหรือว่าหน่วยงานราชการต่าง ๆ นะครับ หรือภาคเอกชนก็อย่างธนาคาร ตลาดหลักทรัพย์ บริษัทต่าง ๆ ที่ต้องมีการติดต่อกับ ประชาชนทำธุรกรรมต่าง ๆ ถ้ามาเชื่อมโยงข้อมูลกันได้มากประชาชนก็จะได้ใช้ประโยชน์ มากขึ้น พอใช้ประโยชน์ได้มากประชาชนก็อยากจะมาสมัครบริการโมบาย ไอดี (Mobile ID) มากขึ้น อันนี้ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะผลักดันในระยะต่อไปนะครับ🔗
นอกจากนี้สุดท้ายก็คงฝากไว้ด้วยคือเรื่องของกรมการปกครองก็กำลัง อยู่ระหว่างเปิดระบบดิจิทัลไอดี (Digital ID) เหมือนกันของบัตรประชาชนนะครับ เรียกว่า ดีดอตโดป้า (D.DOPA) ของกรมการปกครองก็มี ซึ่งระบบนี้ก็เปิดระบบแล้ว ตอนนี้ระบบ มีคนเข้ามา ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คนแล้วที่มาทำระบบ ก็คือก็เช่นเดียวกันต้องไปที่สำนักงานเขต หรือที่อำเภอ ประชาชนก็ต้องไปเปิดแอปพลิเคชัน (Application) แล้วก็ไปถ่ายรูปใหม่ ไปดิปชิป (Dip Chip) เขาเรียกไปอัปเดต (Update) ข้อมูลเพื่อยืนยันว่าเราจะใช้ระบบ ดิจิทัลไอดี (Digital ID) เพื่อป้องกันการแอบแฝงหรือการสวมรอยกันด้วย แล้วก็มาตรวจสอบ ตัวตนอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ถ่ายรูปเก็บไว้นะครับ ก็ยืนยันว่าระบบนี้เป็นระบบที่ดีแล้วก็กำลัง ผลักดันให้เกิดขึ้นนะครับ ก็หวังว่าภายในปีหน้าก็จะมีการใช้ที่แพร่หลายขึ้นและเป็น ประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) ต่อไปครับ🔗
เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธาน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตถาม เป็นการถามครั้งที่ ๒ นะครับ ก่อนถามครั้งที่ ๒ ผมมีสไลด์ (Slide) เพิ่มเติมนะครับ ซึ่งอาจจะเป็นสไลด์ (Slide) เก่า ๆ โบราณสักนิดหน่อย อันนี้ก็คือเรื่องของการพิสูจน์ตัวตน ซึ่งในสมัยก่อนเราก็คงใช้เรื่องของการใช้ออปติคัล คาแรกเตอร์ เรกคอกนิชัน (Optical Character Recognition) เป็นตัวยืนยันนะครับ และแม้กระทั่งเสียงหรือวอยซ์ คอมมานด์ (Voice Command) ก็ตาม แต่ขณะนี้เราพัฒนาไปแล้วนะครับขอสไลด์ (Slide) ถัดไปเลยครับ ซึ่งผมเห็นเมื่อสักครู่เห็นท่านรัฐมนตรีเอามานำเสนอ ผมเป็นฝันจริง ๆ นะครับท่านประธาน ผมก็อยากให้ว่าเราไม่ต้องให้ถูกยึดบัตรประชาชนได้แล้ว แล้วก็เจอหน้ากันนี่เราสามารถ พิสูจน์ตัวตนของบุคคลนั้นได้ว่าเขาชื่ออะไร สมัยก่อนเรายังไม่รู้เลยว่าท่านสุพิศาลหน้าตา เป็นอย่างไร อีกหน่อยผมคงแค่โชว์คิวอาร์โค้ด (QR Code) ว่าผมหน้าแบบนี้ ผมกราบเรียน ท่านประธานครับ ต่อว่ากรมการปกครองมานานแล้วครับ ข้อมูลพวกนี้ทำไมไม่เปิดเผย เราไม่ได้เปิดทั้งหมด เราเปิดแค่ชื่อกับหน้ามันตรงกันเท่านั้นเองมันก็จะทำให้เราพิสูจน์ว่า คนที่คุยได้นี่ท่านรัฐมนตรีไม่ใช่คนอื่นนะครับ อันนี้แค่นี้สิ่งที่เราจะเชื่อถือได้แล้วก็สามารถ เป็นตัวตนได้ ฉะนั้นระบบเฟซเรกคอกนิชัน (Face Recognition) ก็เป็นเรื่องของ ความทันสมัย การลงตัวที่ท่านอธิบายไปแล้วผมก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่เราคงจะต้องไป ถ่ายรูปกัน ตรงนี้ก็ต้องเป็นประเด็นคำถามต่อมาว่าเราจะวอล์กอิน (Walk-in) เข้าไปถ่ายรูป อย่างไร อะไรอย่างนี้ ก็ต้องให้กรมการปกครองเอื้ออำนวยให้รวดเร็วในการจัดเก็บรูปพรรณ ใบหน้า แล้วก็มีการประชาสัมพันธ์เพื่ออีกหน่อยเราก็บอกว่าเราใช้มือถือแสดงตัวตน แล้วเราไม่ต้องพกบัตรประชาชนแล้วนะครับ แม้กระทั่งไปเขตไปติดต่องานราชการต่าง ๆ เอาคิวอาร์โค้ด (QR Code) เราปั๊มเลยปึ๊ดเดียวมันก็จะเข้าสู่ระบบไปแบงก์เราก็เหมือนกัน เหมือนกับที่แบงก์ขอบัตรประชาชนเราไปรูดดู ไม่รู้เอาไปทำอะไร เก็บไปปั๊บหายไปแล้ว ก็อปปี (Copy) อะไรก็ไม่รู้นะครับ อันนั้นก็คือความทันสมัยที่อยากให้ประเทศเราไปไกลกว่านั้น และไปได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผมดีใจนะครับที่กรมการปกครองกำลังพัฒนาขึ้น และทาง กระทรวงดีอีเอส (DES) ก็ได้ผลักดันด้วยงบประมาณต่าง ๆ นานา🔗
ประเด็นถัดมาก่อนที่จะเป็นคำถาม การถามครั้งที่ ๒ นะครับผมก็ขอชื่นชม โดยเฉพาะเรื่องการขยายผลของกระทรวงนี้ลงไป แต่ผมยังมีปัญหาเรื่องของ ๑๔ หน่วยงาน ที่คำถามเมื่อสักครู่ท่านตอบมามีบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัดตอนนี้จะเป็นเรื่องของ การเก็บข้อมูล แล้วก็ช่วงที่ผ่านมาข้อมูลเครดิตจะเป็นตัวที่ทำให้เขาไม่สามารถกู้หนี้ยืมสินได้ ก็ฝากรัฐบาลไว้ตรงนี้ก่อนเลยว่าช่วยไปประสานว่าให้ลบข้อมูลในช่วงโควิด (COVID) นี้ก่อน เพราะไม่อย่างนั้นจะติดลบกันบาน ไม่ได้ ๑๐ นะครับ จะได้ ๑ ได้ ๒ ก็พอดีกู้ไม่ได้🔗
การถามครั้งถัดไปครับท่านประธาน เป็นเรื่องของประชาชน ผมขอถาม อย่างนี้ครับท่านประธาน ประชาชนจะสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างไรในขณะที่ได้เปิดให้ บริการแล้วพอสมควร มีประชาชนได้เข้าร่วมในโครงการแผนงานจำนวนเท่าใด เมื่อสักครู่ ท่านก็ตอบไปแล้วประมาณ ๖,๐๐๐ ก็คงมีแรงจูงใจเพิ่มอีก ขอให้แบ่งสัดส่วนตามภูมิภาค และประโยชน์ที่ปรากฏชัดเจนที่มิได้ให้แก่ผู้บริการ ไม่ให้เครือข่ายโพรไวเดอร์ (Provider) เครือข่ายโทรศัพท์เครืออะไรบ้าง รัฐบาลได้จัดเป็นบริการสาธารณะประเภทหนึ่งให้แก่ ประชาชนหรือไม่ ถ้าไม่เพราะเหตุใด เป็นการถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนะครับ เรียนว่าเรื่องโมบาย ไอดี (Mobile ID) นี่ก็เป็น เรื่องสำคัญแล้วก็ทางเจ้าภาพหลักคือ กสทช. ก็ได้จัดสรรงบประมาณมาดำเนินการเรื่องนี้นะครับ ซึ่งที่ผ่านมาก็ใช้เงินไปในปี ๒๕๖๒ ประมาณ ๕๔ ล้านบาท และปี ๒๕๖๓ ก็ใช้ไป ๑๕ ล้านบาท ปี ๒๕๖๔ ก็ใช้ไปอีก ๑๓,๙๐๐,๐๐๐ บาท ปี ๒๕๖๕ ก็ใช้ไปประมาณ ๙ ล้านบาท คือจะเห็นว่า ใช้เงินไม่มาก เพราะว่าเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่เราเป็นแพลตฟอร์ม (Platform) กลางขึ้นมา เชื่อมข้อมูลเฉย ๆ ส่วนตัวคนที่ดำเนินการจริง ๆ ก็เป็นโอเปอเรเตอร์ (Operator) เอไอเอส (AIS) ทรู (True) ดีแทค (DTAC) ซึ่งเขาจะเป็นคนเก็บข้อมูลถ่ายรูปให้ ซึ่งอันนี้ในปัจจุบัน ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายเพราะถือว่าเป็นบริการให้ประชาชน ซึ่งผมคิดว่าถ้าจะมีคอสต์ (Cost) อะไร ขึ้นมาบ้างนี่ก็จะให้ทาง กสทช. กับโอเปอเรเตอร์ (Operator) แอบซอร์บ (Absorb) ไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนครับ ของการใช้งานให้แพร่หลาย เช่นเดียวกันของ กรมการปกครองเท่าที่ผมได้คุยก็จะเป็นการลงทุนโดยใช้เงินงบประมาณหรือเงินกองทุน ดิจิทัล (Digital) ที่สนับสนุนประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ ล้านบาทเพื่อพัฒนาระบบให้มีการ ตรวจสอบตัวตนเฟซเวอริฟิเคชัน (Face Verification) มีแพลตฟอร์ม (Platform) ต่าง ๆ ที่สมบูรณ์แล้วก็รองรับประชาชนได้ทั้งประเทศที่จะมาเข้าในระบบ และเป็นฟรีเช่นเดียวกัน จะมีค่าเมนเทอแนนซ์ (Maintenance) หรือค่าใช้จ่ายก็จะเป็นเหมือนที่ทางรัฐบาลคงจะต้อง ตั้งงบประมาณไปสนับสนุน ไม่อยากไปให้เป็นภาระต่อประชาชนหรือผู้ประกอบการ แล้วก็ที่สำคัญวันนี้คืออยู่ที่ยูสเคส (Use Case) ครับ เรียนท่านประธานและท่าน ส.ส. คือระบบนี้มันมีแล้วนะครับ แต่ที่คนยังไม่ค่อยเข้าไปนี่ผมว่าคนยังไม่เห็นประโยชน์เพราะว่า คนที่จะรองรับระบบนี้ก็ยังไม่เยอะ ก็คืออาจจะมีเรื่องธนาคารเปิดบัญชีออนไลน์ (Online) ได้ ใช่ไหมครับ แต่ที่ผมเห็นตอนนี้คือเปิดบัญชีตลาดหุ้นได้คริปโต (CRYPTO) ได้ จะเป็นเรื่อง การเงินและเปิดบัญชี อันนี้ออนไลน์ (Online) ได้นะครับ หรือติดต่องานบางอย่างในราชการ เท่าที่ผมทราบก็อย่างเช่นการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ (Online) ทำได้แล้วนะครับ ถ้าท่านมี ดิจิทัลไอดี (Digital ID) บางอย่างที่ติดต่อ ใบขับขี่ต่ออายุอะไรต่าง ๆ ก็ออนไลน์ (Online) ได้นะครับ ก็เริ่มมีหลายหน่วยงานเข้ามา แต่ว่าเรื่องแบบนี้ก็เป็นเรื่องที่ประชาชนไม่ได้ทำบ่อย เขาก็เลยไม่รู้สึกว่ายังจำเป็นต้องใช้ดิจิทัลไอดี (Digital ID) อย่างผมเองบัญชีก็ไม่ได้เปิดใหม่ อยู่แล้วก็ใช้บัญชีเก่า เลยไม่ได้ใช้ดิจิทัลไอดี (Digital ID) นะครับ แต่วันนี้ผมคิดว่าถ้าเรา พยายามหาบริการหรือเซอร์วิส (Service) ที่มันแพร่หลาย ที่ประชาชนเขาใช้ อย่างเช่น ยกตัวอย่างเช่นเรื่องการแลกบัตรประชาชนเวลาเข้าอาคารหรือเวลาขึ้นสนามบินใช่ไหมที่เรา ต้องตรวจบัตรประชาชน ถ้าเราใช้ระบบพวกนี้ให้เป็นดิจิทัลไอดี (Digital ID) คือไม่ต้องพก บัตรประชาชนแล้ว ดูหน้า ดูอะไร คนก็อยากจะไปขึ้นทะเบียนมากขึ้นเพราะมันสะดวกสบาย คือเหมือนเราเปิดช่องอีซี่พาส (Easy Pass) อันหนึ่งให้กับประชาชนในทุก ๆ เรื่อง ก็หวังว่า สิ่งนี้ก็จะเกิดขึ้นถ้ารัฐบาลทุกหน่วยงานผลักดันร่วมกัน ก็ฝากทางพวกเราทุกคนช่วยกัน สนับสนุนเรื่องนี้เพื่อให้มีงบประมาณมีอะไรที่จะพัฒนาระบบให้ประชาชนได้นำมา ใช้ประโยชน์มากขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสุพิศาล มีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมจะฝากท่านไปอีกนิดหนึ่งครับ ข้อฝากฝังนะครับ ถือว่ารัฐบาลมาได้ถูกทาง และมาได้เร็วพอสมควรอยู่แล้วนะครับเรื่องนี้ แต่สิ่งที่ผมอยากฝากไปยังตัวรัฐบาลคือ ๑. การใช้บริการนี้ต้องฟรีจริง ๆ นะครับ โดยเฉพาะต้องตกลงกับโพรไวเดอร์ (Provider) เรื่องของการดาวน์โหลด (Download) หรือการเข้าไปใช้ในโปรแกรมหรือในแอป (App) ดังกล่าวอย่าให้เขาต้องเสียบิท (Bit) ที่เขาต้องโหลด (Load) อยู่ในโพรโมชัน (Promotion) ของเขานะครับ🔗
อันที่ ๒ ถัดไปก็เรื่องของการป้องกันเรื่องของการแฮกเกอร์ (Hacker) ข้อมูล โดยเฉพาะการที่แสดงตัวตนผ่านระบบดิจิทัล (Digital) ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะมีการใช้ ช่องทาง เพราะเดี๋ยวนี้การใช้ใบหน้าแค่ตรวจสอบตัวตน ผมถือว่าเป็นข้อมูลสำคัญอยู่แล้ว เดินผ่านก็รู้แล้วบัตรขึ้นท่านดู นี่ครับบัตรนี่ท่านไปแปะของรัฐสภาเราก็ได้ครับมันมีอยู่ ช่องหนึ่ง แปะขึ้นเลยครับ หน้าตาผมขึ้นมาเลยแป๊ะเดียวเลย อีกหน่อยผมไม่ต้องอะไรนะ ต้องเอาหน้าไปโชว์อย่างเดียวรัฐสภาคงขึ้นเป็นสมาร์ทดิจิทัล (Smart Digital) ตอนนี้เป็น ดิจิทัล พาร์เลียเมนต์ (Digital Parliament) จะขยับขึ้นเป็นสมาร์ท พาร์เลียเมนต์ (Smart Parliament) อีกทีก็ต้องเอาหน้าเดินผ่าน ท่านเดินออกมาปั๊บบอกเลยว่าท่านอยู่ ตรงไหน บอกท่านประธานอยู่ตรงไหน จุดโผล่อยู่ตรงโน้นเลยครับ อันนี้ก็คือสิ่งที่จะฝากไว้ แต่ประเด็นสำคัญคือเรื่อง แฮกเกอร์ (Hacker) ครับ ก็ฝากเรื่องการป้องกันไว้ด้วยก็ในเรื่อง ของประเด็นการป้องกันจะทำให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์ และเรื่องการประชาสัมพันธ์ ขอให้โพรไวเดอร์ (Provider) ทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนวอล์กอิน (Walk In) เข้าไป ติดต่อโพรไวเดอร์ (Provider) เพื่อทำโมบาย ไอดี (Mobile ID) ให้มาก ๆ มันจะได้ประโยชน์ จริง ๆ ครับ ขอบคุณครับท่านประธานวันนี้ครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี มีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ ถ้ามีก็เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ต้องขอบคุณท่าน ส.ส. สุพิศาลและท่านประธาน นะครับว่ากระทู้นี้ดี แล้วก็ได้ทำให้ผู้ได้รับฟังก็จะได้เข้าใจว่าวันนี้มีระบบนี้นะครับ ซึ่งถ้าเราได้ใช้แพร่หลายก็จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ความสะดวกสบายและความ ปลอดภัยนี่ก็สำคัญสุด เพราะอย่างน้อยท่านไม่ต้องเอาบัตรประชาชนตัวจริงไปให้คนอื่นดู ข้อมูลท่านก็ไม่รั่วไหลแล้ว เดี๋ยวคนแอบถ่ายรูปของท่านไป รูปจากบัตร อีกส่วนหนึ่งก็คือ ความเชื่อมั่นจากการที่เรามีคิวอาร์โค้ด (QR Code) ตรงนี้มันก็จะเป็นซิเคียวริตี (Security) ขั้นตอนหนึ่งแล้ว เพราะการที่จะมีคิวอาร์โค้ด (QR Code) ตัวนี้ก็ไม่ได้ง่ายนะครับ มันต้องมี แพลตฟอร์ม (Platform) ผ่านมือถืออีกนะ มีโอทีพี (OTP) มียืนยันตัวตนอะไรหลายชั้น แต่ที่สำคัญท่านต้องไปถ่ายรูปใหม่ ท่านต้องไปยืนยันตัวตนใหม่ เพราะฉะนั้นข้อมูลก็จะเป็น อัปเดต (Update) แล้วคนที่จะมาแอบอ้างเป็นตัวเราก็จะทำได้ยากแล้ว เพราะต้องไปถ่ายรูป ไปยืนยันตัวตนที่อาจจะไปสำนักงานเขต อำเภอ หรือไม่ก็เป็นที่ศูนย์บริการมือถือ ระบบนี้ก็จะซิเคียวริตี (Security) แน่นอนจากที่เราได้ทดสอบมา ส่วนเรื่องการที่แฮกเกอร์ (Hacker) จะเข้ามาก็คงเป็นหน้าที่ของกรมการปกครองกับ กสทช. ที่เป็นคนดูแลแพลตฟอร์ม (Platform) ก็ต้องวางระบบให้ดีนะครับ ต้องลงทุนเรื่องนี้เรื่องไซเบอร์ซิเคียวริตี (Cyber Security) อยู่แล้วนะครับ ก็หวังว่าทุกอย่างก็จะเดินหน้าไปได้ ก็ช่วยกันนะครับ ให้ระบบมีการใช้ที่แพร่หลายแล้วก็ให้ความสะดวกสบายกับพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณครับ🔗
จริง ๆ ผมต้องขอชมท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ นะครับ เพราะว่าท่านเป็นตำรวจ แต่ว่ามีความรู้ในเรื่องนี้เก่งมากเลย เป็นคนที่มีความรู้เรื่องนี้มากคนหนึ่งของ สภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา ผมไม่รู้เรื่องผมก็พลอยได้ความรู้ด้วยนะครับต้องขอขอบคุณ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ท่านชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ก็ถือว่าจบการถาม ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๔๑๕ เรื่อง ขอทราบผลสัมฤทธิ์ของการจัดบริการ “โมบาย ไอดี” ของท่าน ส.ส. พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ก็ขอบคุณทุกท่านครับ ต่อไปเป็น🔗
๑.๓.๖ กระทู้ถาม ที่ ๔๒๐ เรื่อง การขุดลอกคลองชลประทานในพื้นที่ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช (นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ คือท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจาก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบ กระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๕ ที่ประชุมครับสำหรับวันนี้จบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะแล้วนะครับ🔗
เรื่องต่อไป ขออนุญาต ที่ประชุมนะครับ ก่อนที่เราจะเข้าสู่ระเบียบวาระปกติ มีเรื่องที่ขออนุญาตที่ประชุมเพื่อให้ หน่วยงานทั้งหลายได้ทำได้ตามปกติ🔗
เรื่องแรกก็คือขออนุญาตที่ประชุมนำระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงาน การประชุม ในระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ ซึ่งยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระเกี่ยวกับเรื่องตั้ง กรรมาธิการร่วมและการขอขยายเวลา🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗
รับรองรายงานการประชุมชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓ (สมัยประชุมสามัญครั้งที่สอง) จำนวน ๙ ครั้ง🔗
ครั้งที่ ๔ วันพุธที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๕ วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๖ เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๗ วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๘ วันพุธที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๙ วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๑๐ เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๑๑ วันพุธที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๔🔗
ครั้งที่ ๑๒ วันพฤหัสบดีที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔🔗
ซึ่งสภาได้เสนอให้ท่านสมาชิกได้พิจารณาแล้วนะครับ ท่านสมาชิกไม่มี ข้อท้วงติงอย่างอื่นก็ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมทั้ง ๙ ครั้งนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
เรื่องต่อไปที่จะขออนุญาตก็คือเรื่องที่ประชุมขอเลื่อนขึ้นคือเรื่องที่ กรรมาธิการว่างลงนะครับ คือเรื่องที่ ๗.๗ ครับ ขออนุญาตที่ประชุมนำขึ้นมาพิจารณาก่อน เพื่อจะได้ให้กรรมาธิการได้ทำงานนะครับ🔗
๗.๗ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการทหาร โดย พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างเนื่องจากสมาชิกภาพ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายวัฒนา สิทธิวัง สิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๓๓ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการ ตำแหน่งที่ว่างเป็นกรรมาธิการในสัดส่วน ของพรรคก้าวไกล ขอเชิญพรรคก้าวไกลเสนอกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ สำหรับ กรรมาธิการการทหารในตำแหน่งที่ว่างลงนะครับ ผมขอเสนอชื่อ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองนะครับ🔗
ถูกต้องครับ🔗
ต่อไปขออนุญาตที่ประชุม กรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการ การสวัสดิการสังคมมีตำแหน่งกรรมาธิการว่างลง เนื่องจากประธานคณะกรรมาธิการ นางสาวรังสิมา รอดรัศมี แจ้งว่า นายปดิพัทธ์ สันติภาดา กรรมาธิการได้ลาออกจากตำแหน่ง กรรมาธิการ จึงพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งที่ว่างเป็น กรรมาธิการสัดส่วนพรรคก้าวไกลครับ ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างครับ เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ตั้งกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทยนะครับ ซึ่งแทนที่ของพรรคก้าวไกลนะครับ ขอตั้งกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย นายเดชทวี ศรีวิชัย ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ถูกต้องครับ🔗
เรื่องที่ขออนุญาตต่อไปก็คือเรื่องกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามและ ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินจากการกู้เงินตามพระราชกำหนดขอขยายระยะเวลาการพิจารณา ศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน โดยท่านประธานกรรมาธิการ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ได้แจ้งว่าเพื่อให้การพิจารณาของคณะกรรมาธิการเป็นไปด้วยความรอบคอบ ดังนั้นจึงขอ ขยายระยะเวลาการพิจารณาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน ตั้งแต่วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๕ เป็นการขอขยาย ครั้งที่ ๔ นะครับ เพื่อประโยชน์ในการทำงานกรรมาธิการ🔗
สมาชิกไม่มีความเห็นเป็น อย่างอื่นก็ถือว่าอนุญาตให้มีการขยายเวลาครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ก่อนที่ท่านประธานจะเดินหน้าสู่เรื่องที่ที่ประชุมมีมติให้เลื่อนขึ้นมาก่อนคือญัตติเรื่องของ หนี้สินนอกระบบนี่นะครับ มีเรื่องของทางวิป (Whip) ที่จะเรียนต่อท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง ขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาสักครู่ครับ🔗
เชิญครับ🔗
เรื่องแรกครับ ตามที่ท่านประธานได้มี ดำริผ่านมายังท่านผู้นำฝ่ายค้านแล้วก็ท่านประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้านในเรื่องของการ ทำงานของเราในวันนี้ที่จะพยายามเดินหน้าการประชุมให้จบโดยเฉพาะในเรื่องรับทราบ ที่มีอยู่หลายเรื่องพอสมควรนะครับ ในขณะเดียวกันเรามีญัตติที่สำคัญแล้วก็เป็นที่สนใจของ สมาชิกแล้วก็ของพี่น้องประชาชนเรื่องของหนี้สินนอกระบบ แล้วก็เรื่องของแชร์ลูกโซ่ด้วย ต้องเรียนต่อท่านประธานครับทางวิป (Whip) ฝ่ายค้านได้รับดำริของท่านแล้วเราก็จะ ปฏิบัติตามครับ ๑. ก็คือเรื่องของผู้อภิปรายก็คงจะมีเพียงแค่ที่เห็นอยู่นะครับ ส่วนเรื่องเวลา ในการอภิปรายในเรื่องญัตติของหนี้สินนอกระบบก็ให้เป็นดำริตามที่ท่านประธานเห็นสมควร จะเป็น ๕ นาทีก็คงจะเป็นเวลาที่เหมาะสม ในส่วนของเรื่องรับทราบทั้งหมดในวันนี้เราจะ เดินหน้าเพื่อพิจารณาให้จบสิ้นเพื่อไม่ให้ทางหน่วยงานราชการที่เขาต้องมารอเราต้องมา หลายครั้งก็คงจะจบสิ้นตามที่ท่านประธานได้ดำริไว้ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับในขณะนี้มีร่างพระราชบัญญัติซึ่งมาจาก ทั้งภาคประชาชนแล้วก็สภาผู้แทนราษฎรของเรานี่ไปติดค้างอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณา ของ ครม. หลังจากที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็น พ.ร.บ. ทางการเงินหลายฉบับท่านประธานครับ ซึ่งเวลาในการทำงานพวกเราก็เริ่มกระชั้นครับมีเวลาน้อยลงทุกทีนับถอยหลังให้ครบวาระ จริง ๆ ก็เหลืออีกสมัยประชุมกับอีก ๒ วัน ๓ วันเท่านั้น ด้วยความเคารพครับก็ขอบารมี ท่านประธานครับได้โปรดประสานไปยัง ครม. ในเรื่องของ พ.ร.บ. ที่ติดค้างอยู่เหล่านั้น ให้เร่งรัดในการดำเนินการ ไม่ว่าท่านจะวินิจฉัยว่าได้หรือไม่ได้จะให้เดินหน้าหรือไม่ก็ตามนี่นะครับ มันก็ควรจะมีคำตอบให้กับสภาผู้แทนราษฎร ตัวอย่าง พ.ร.บ. เหล่านี้ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้าน เราให้ความสำคัญแล้วก็ขอทวงถาม เช่น พ.ร.บ. อากาศสะอาด พ.ร.บ. เรื่องของการ ส่งเสริมและคุ้มครองชาติพันธุ์ พ.ร.บ. เรื่องของบำนาญประชาชน พ.ร.บ. เหล่านี้ เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและควรจะได้รับการพิจารณาในชั้นของสภาผู้แทนราษฎร ก็ขอกราบเรียนไปยังท่านประธานให้ทวงถามไปยังทางรัฐบาลด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับเป็นเรื่องของการเลื่อนระเบียบวาระครับ เนื่องด้วยเรานี่เหลือเวลาการทำงานที่เป็นวาระกฎหมายอีกเพียงแค่ ๑ วันเท่านั้นคือวันที่ ๑๔ เดือนกันยายนจะเป็นวันสุดท้ายของสมัยประชุมนี้ที่เราจะพิจารณาในวาระที่เป็นเรื่องของ กฎหมายครับท่านประธาน จึงมีความจำเป็นจะต้องเลื่อนระเบียบวาระเอากฎหมายที่มี ความจำเป็นและจะสามารถให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับการประชุมและเกิดประโยชน์สูงสุดกับ การบังคับใช้กฎหมายได้นะครับ ผมจึงขออาศัยข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕๔ (๒) และ (๕) ในการเลื่อนระเบียบวาระการประชุมในวันพุธที่ ๑๔ กันยายน ปี ๒๕๖๕ โดยให้เลื่อน เรื่องด่วนที่ ๔ ครับ เรื่องวุฒิสภาพิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. .... เรื่องด่วนที่ ๕ ครับ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่องการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค และเรื่องด่วนที่ ๒ ครับ เรื่อง พ.ร.บ. แพ่งและพาณิชย์ โดยให้เลื่อนลำดับเรื่องด่วนที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๒ ตามลำดับมาไว้ก่อนเรื่องที่คณะกรรมาธิการ พิจารณาแล้วเสร็จในวันพุธที่ ๑๔ กันยายน ขอผู้รับรองครับ🔗
ขอผู้รับรองนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ให้เหตุผลประกอบครับ ในร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนี้ เป็นร่างพระราชบัญญัติซึ่งทาง วุฒิสภาได้มีการแก้ไขมาหลังจากเรามีมติในวาระสามไปแล้ว ในเรื่องของ พ.ร.บ. อ้อยและ น้ำตาลมีการแก้ไขเพียงเล็กน้อยครับ แนวโน้มก็คือพวกเราก็น่าจะให้ความเห็นชอบครับ เพื่อที่จะให้การประกาศใช้แล้วก็เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนโดยเร็ว ในส่วนของคำสั่ง คสช. เองนั้นเรื่องคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙ ก็เป็นเรื่องที่ข้าราชการครูเขารอมาหลายปีครับเราก็ทำ จนเกือบเสร็จเสด็จน้ำแล้วแต่มีการแก้ไขมาจากวุฒิสภา ก็คงจะมีการถกกันในชั้นของสภานี้ หลังจากที่วุฒิสภาแก้ไข แล้วก็จะได้เร่งรัดในการประกาศใช้เช่นเดียวกัน ในส่วนฉบับสุดท้ายนี้เรื่องของ พ.ร.บ. แก้ไขกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็น พ.ร.บ. ซึ่งเป็น กฎหมายพ่วงครับ โดยกฎหมายพ่วงของ พ.ร.บ. ฉบับนี้คือ พ.ร.บ. กำหนดความผิดเกี่ยวกับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซึ่งเราก็ผ่านสภาไปในวาระเดียวกัน วุฒิสภาไม่มีการแก้ไข ก็ถือว่า ประกาศใช้เป็นกฎหมาย แต่ พ.ร.บ. พ่วงนี้เนื่องจากฉบับเรื่องของการจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัดนี้วุฒิสภาผ่านแล้ว แต่รอกฎหมายฉบับนี้เรื่องของแพ่งและพาณิชย์ทำให้ ไม่สามารถประกาศใช้ได้ ต้องรอประกาศพร้อมกันจึงจะสามารถดำเนินการในการบังคับใช้ เป็นกฎหมายได้ ก็จึงเห็นควรว่า ๓ เรื่องนี้ใช้เวลาไม่นานครับแล้วเราจะสามารถพิจารณา ได้เสร็จในช่วงเช้าของวันพุธที่ ๑๔ หลังจากนั้นเราจึงจะเข้าสู่เรื่องที่เราค้างคากันก็คือ พ.ร.บ. กยศ. ก็ขอให้ท่านประธานได้โปรดพิจารณา เรื่องนี้ได้หารือกับทางวิป (Whip) รัฐบาล เรียบร้อยแล้วท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
สมาชิกไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่นนะครับ เชิญนะครับ คือขอเลื่อนนั้นเลื่อนไปพิจารณาก่อนวาระที่กรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้ว เพราะมิฉะนั้นจะติดเรื่อง กยศ. นะครับ นั่นก็ถ้าพิจารณาเรื่องนี้ก่อน ก็จะเป็นประโยชน์ ก็เรียนคุณจุลพันธ์ว่าที่จริงผมนึกว่าจะผ่านเมื่อวานแต่มันติดมาตรา ๑๗ ก็เลยทำให้ไปไม่ถึงจุดนั้นครับ ขอเชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนข้อเสนอของท่านจุลพันธ์นะครับ โดยเฉพาะเรื่อง พ.ร.บ. ที่ค้างในสภา ในวาระการประชุมที่ ๒.๒๓ ร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมือง แห่งประเทศไทยซึ่งได้บรรจุไปแล้ว แต่ทีนี้มันก็จะมี พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องอีก ๔ พ.ร.บ. ครับ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องคือ พ.ร.บ. ส่งเสริมและคุ้มครองชาติพันธุ์ เป็นร่างของพรรคก้าวไกล ๑ ฉบับ เป็นร่างของกรรมาธิการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ๑ ฉบับ ซึ่งท่านประธานมองว่า เป็นเรื่องการเงินนะครับ ผมก็เห็นด้วยกับท่านจุลพันธ์ว่าอยากให้ประธานได้ทวงถามที่ นายกรัฐมนตรีว่าควรจะพิจารณา ร่างสำคัญครับเป็นร่างของรัฐบาล ผมเข้าใจว่าหน่วยงาน ที่รับผิดชอบก็คือศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรได้นำเสนอไปแล้วนะครับ ทำอย่างไรให้ ๓-๔ ร่างนี้ ได้เข้ามาพิจารณาพร้อมกันครับ เรื่องนี้ผมขอสนับสนุนข้อเสนอของท่านจุลพันธ์ครับ ขอบคุณครับ🔗
โดยที่ที่ประชุมไม่ขัดข้อง แล้วนะครับเรื่องนี้ แต่ว่าสำหรับเรื่องที่ให้แจ้งไปรัฐบาลนั้นผมขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยบันทึกด้วย แล้วพรุ่งนี้ก็ทำเรื่องไปที่รัฐบาลเลยนะครับ คณะรัฐมนตรีเลยว่าสมาชิกขอร้องให้พิจารณา เรื่องเกี่ยวกับพระราชบัญญัติการเงินนั้นโดยด่วนด้วยครับ สัปดาห์หน้าวันที่ ๑๔ ที่เราจะเป็น วันสุดท้ายที่พิจารณาเรื่องนี้ครับ ต่อไปก็จะเป็นการพิจารณาเรื่องที่เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน คือญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งได้ดำเนินการ ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วนะครับ มีท่านผู้เสนอรวมทั้งหมด ๘ ฉบับ ๘ ญัตติครับ แล้วก็มีผู้เสนอ ญัตติได้อภิปรายจบแล้วทุกคน รวมทั้งมีผู้อภิปรายไปบางส่วน รายชื่อที่ยังไม่ได้อภิปราย ผมได้ขอเอาไว้ วันนี้ก็ยังมีอยู่ ๑๐ กว่าท่านนะครับ ก็เป็นความจริงที่ท่านจุลพันธ์ได้กล่าวว่า ผมได้ประสานกับทุกฝ่ายนะครับ ผมได้ประสานกับทุกฝ่ายทั้งฝ่ายค้านทุกพรรค ท่านหัวหน้าพรรค ผู้นำฝ่ายค้าน ท่านผู้ควบคุมเสียงพรรคก้าวไกล แล้วก็ท่านพรรคอื่น ๆ ว่าขอความร่วมมือ เนื่องจากวาระเพื่อทราบเราค้างอยู่ประมาณ ๒๐ วาระ แล้วก็ผู้ที่มาชี้แจงมารอ แล้วก็ หลายครั้ง แล้วไม่มีโอกาสได้ผ่านนะครับ มีปัญหามาก เราก็ถูกวิจารณ์พอสมควร ผมก็ขอ อภัยเขาไปว่ามาแล้วไม่สามารถผ่านได้เพราะมันติดด้วยหลายเรื่องเช่นองค์ประชุมและ อื่น ๆ ก็เลยขอร้องพวกเราว่าสำหรับวาระเพื่อทราบขอให้พวกเราได้ช่วยพยายามให้ผ่าน ให้หมดเสียภายในสมัยประชุมนี้มีอยู่ประมาณ ๒๐ เรื่อง ขอพวกเราว่าวาระเพื่อทราบขอได้ เป็นเพื่อทราบ ไม่ใช่เป็นญัตติที่ต้องอภิปรายมากให้สอบถามแล้วก็จะลำดับ ๓ สัปดาห์ เรามีเวลาอยู่พอจะผ่านไปได้ แต่ก็ปรากฏว่าหน่วยงานทั้งหลายนั้นแจ้งขอเลื่อนมาเป็นส่วนใหญ่นะครับ วันนี้ก็มีเพียง ประมาณ ๔ หน่วยงานที่จะมาวาระเพื่อทราบ ก็คิดว่าคงจะผ่านไปได้ทั้งหมด ผมต้อง ขอบพระคุณพวกเรานะครับ อันนี้เป็นผลงานพวกเรา ส่วนวันพรุ่งนี้ขอเรียนให้ทราบว่า เป็นเรื่องที่พวกเราปรารภมาหลายครั้งว่ากรรมาธิการบางคณะทำงานหนักเป็นปีผลงาน ไม่ออกมาเลย เพราะค้างอยู่ ๓๐ เรื่องไม่เคยได้รับการพิจารณาจากสภา เพราะมันมีเรื่องอื่น ที่ดักหน้าอยู่ตลอดเวลา ก็เลยขอเป็นวันศุกร์พรุ่งนี้ ปรากฏว่ากรรมาธิการส่วนหนึ่งไม่พร้อม แต่ที่พร้อมก็เสนอมาแล้วครับ เพราะฉะนั้นผมเรียนพวกเราว่าเป็นผลงานของพวกเราต้อง ร่วมมือกัน สมัยประชุมนี้คงทำได้ไม่หมดหรอกครับ แต่ว่า ๓๐ เรื่องนั้นดูว่าจะทำให้ได้ มากที่สุดเท่าไร เพียงแต่แนะนำพวกเราว่าเนื่องจากเราเสียเวลา ขอประทานโทษเราใช้เวลา ในตอนที่เราเสนอรับหลักการตั้งกรรมาธิการมาก เพราะฉะนั้นในชั้นที่รายงานนั้นก็ไม่ควรจะ ย้อนกลับไปสู่วาระหนึ่งอีกนะครับ อันนี้ก็เรียนไว้ล่วงหน้าครับ เพื่อความร่วมมือของพวกเรา ทุกฝ่ายครับ ผมขออนุญาตว่าโดยที่มีเรื่องที่ค้างอยู่คือปัญหาแชร์ลูกโซ่นะครับ บัดนี้มีรายชื่อ ผู้ที่จะอภิปรายลำดับดังต่อไปนี้นะครับ ผมเรียนไว้เพราะว่าผู้มาชี้แจงวาระเพื่อทราบก็จะได้ ทราบด้วยว่าเขาจะต้องรออีกนานประมาณเท่าไร คือมีผู้อภิปรายฝ่ายค้านขณะนี้มีชื่ออยู่ ท่านสมคิด เชื้อคง ท่านเสนอชื่อไว้ตั้งแต่ครั้งที่แล้ว ๕ นาที ท่านสุทิน คลังแสง ท่านนิยม เวชกามา นางสาวสกุณา สาระนันท์ คุณวรภพ วิริยะโรจน์ นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช คุณธีรัจชัย พันธุมาศ คุณวิรัตน์ วรศสิริน คุณวิสุทธิ์ ไชยณรุณ นางสาวละออง ติยะไพรัช พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นางอนุรักษ์ บุญศล นายองค์การ ชัยบุตร นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ทั้งหมด ๑๖ คน แล้วก็มีฝ่ายรัฐบาล ๓ คน คุณสัญญา นิลสุพรรณ ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ รวมทั้งหมดก็ ๒๐ คน ก็คำนวณเวลาละ ๕ นาที เราก็คำนวณได้เพื่อให้ผู้ที่จะมาชี้แจงเรื่อง เพื่อทราบได้รับทราบว่ามีเวลาที่จะต้องรอ อาจจะไม่เสร็จภายในชั่วโมงเดียวนะครับ แต่จะให้ โอกาสพวกเราเพียงแต่ว่ารักษาเวลานะครับ แล้วก็ขอว่าจำนวนที่เสนอชื่อมาเพียงเท่านี้ ถ้าหลังจากนั้นก็จะขอตัดไปเพื่อพวกเราจะได้มีเวลาแน่นอน หรือถ้าพวกเราติดใจยังมีชื่อ ที่ค้างอยู่ก็กรุณาแจ้งภายในเวลาที่เหมาะสม และหลังจากนั้นผมก็จะประกาศว่าชื่อมีเท่าไร แล้วก็เราจะได้ดำเนินการต่อไปครับ ขอเชิญท่านสมคิด เชื้อคง สมาชิกเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย เนื่องจากญัตติเรื่องหนี้ นอกระบบนี้ผมเป็นคนเสนอญัตติด่วนด้วยวาจานะครับ จะขออนุญาตเป็นผู้สรุปแต่คงใช้เวลา สัก ๗ นาที หรือ ๑๐ นาที🔗
ได้ครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านสมคิดครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ สมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดอุบลราชธานี ความจริงเรื่องปัญหาหนี้นอกระบบที่ ท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เป็นผู้เสนอตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ววันนี้เราก็มาต่อเนื่อง เนื่องจากเป็น ชื่อเดิมที่ลงไว้แล้ว เรียนอย่างนี้นะครับว่าเดี๋ยวก็จะซ้ำกันไปกันมา แต่ปัญหาหนี้นอกระบบ มันก็เกิดทุกยุคทุกสมัยเมื่อเศรษฐกิจไม่ดี เมื่อผู้บริหารประเทศทำให้เศรษฐกิจตกต่ำทำให้ พี่น้องประชาชนไม่มีรายได้ ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน นี่คือที่มาของมันหลัก ๆ เพราะฉะนั้นตัวหลักในเมื่อไม่มีเงินก็ไปกู้ ปัญหาของการกู้ทำไมต้องกู้หนี้นอกระบบ เพราะใน ระบบมันไม่มีให้กู้ ยกตัวอย่างเช่นกรณีที่นโยบายรัฐบาลพยายามจะออกว่าไปกู้ ธ.ก.ส. สิ ไปกู้ออมสินสิ ได้เท่าโน้นเท่านี้ รัฐบาลพูดได้ครับ แต่เรื่องจริงคือว่าเวลาจะไปกู้นั้นคุณสมบัติ ต่าง ๆ ของผู้กู้ คือเป็นหนี้อยู่แล้วไปกู้เพิ่มทางแบงก์ก็บอกว่าไม่ได้ สารพัดปัญหาที่จะเกิด มันก็เลยกลายเป็นว่าคนเหล่านี้ต้องกินต้องใช้ ลูกต้องเรียนหนังสือ ต้องอะไรเยอะแยะ ฐานะไม่ดี ราคาพืชผลเกษตรทุกอย่างมันไม่ดีหมด พอไม่ดีก็เดินเข้าสู่กับดักของหนี้นอกระบบ ก็คือหนี้รายวัน แถวบ้านผมเยอะครับ อำเภอน้ำยืนเรียกว่าขึ้นโรงพักถูกข่มขู่ ผมก็ประสาน กับทางโรงพักน้ำยืน ก็เงียบ ๆ กันไป แต่ไม่มีใครที่จะไปดูคนที่แก้หนี้นอกระบบได้ทั้งหมด มันเยอะครับ แต่ละหมู่บ้าน แต่ละตำบล มอเตอร์ไซค์ใหญ่ ๆ ใส่หมวกกันน็อกเยอะแยะ ผมเลยถามว่าเรื่องเหล่านี้เจ้าหน้าที่ไม่รู้เลยหรือ แล้วบ้านเมืองที่จะต้องข่มขู่กันอย่างนี้ สารพัดอย่างนี้ ผมมองว่าไม่อยากให้เกิดขึ้นมันเหมือน ปัญหายาบ้าท่านประธานครับ เกิดทุกหมู่บ้าน มีทุกหมู่บ้าน มันเยอะแยะ ฆ่าตีกัน ปัญหาตีรัน ฟันแทงพ่อแม่ เผาบ้านตัวเองก็เยอะ ก็มาจากปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องปากท้อง หนี้นอกระบบ ที่สร้างปัญหามากที่สุดก็คือว่ากู้รายวันอย่างที่ว่านี้ล่ะครับร้อยละ ๒๐ ร้อยละ ๑๐ ซึ่งผมถือว่า มันมากแล้วต้องแก้ไข ผมเองก็ไม่รู้จะไปเรียกร้องรัฐบาลอย่างไรแต่พอสะท้อนให้เห็นว่า เรื่องเหล่านี้พี่น้องเดือดร้อนมาก แล้วอย่างนี้นะครับท่านประธานคนบ้านนอกคอกนาไม่มี ที่พึ่งจริง ๆ สุดท้ายก็โดนข่มขืน สุดท้ายต้องหนีครับ บางครอบครัวต้องหนีทั้งครอบครัว หนีก็ไม่พ้น คนที่ตามก็ตาม ผมเองก็เคยแจ้งตำรวจหลายครั้งว่ากลุ่มที่ทำหนี้นอกระบบ มันโหดร้าย เรื่องนี้ผมว่ามันต้องเป็นวาระที่รัฐบาลต้องเข้าไปคุย ใครเป็นรัฐบาลก็ต้องเข้ามา จัดการ เหมือนปัญหายาบ้า อย่างนั้นบ้านเมืองเราไปไม่ได้หรอกครับคนหนึ่งถูกปล่อยทิ้ง อยู่ข้างหลังจากภาวะเศรษฐกิจ อีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ข้างบนร่ำรวย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เราเอง ก็จะนำเสนอซึ่งไม่มากครับ เพราะว่าเรื่องเหล่านี้สะท้อนให้เห็นในพื้นที่เท่านั้นเองว่า พื้นที่เลือกตั้งของผมที่อุบลราชธานี อำเภอน้ำขุ่น น้ำยืน มีเหมือนกันหมดท่านประธาน มีหมด แล้วเราเองก็จนปัญญาที่จะไปช่วยเขา ลำพังผู้แทนก็เท่านี้ ก็เดินไปช่วยแค่เจรจา อะไรบ้าง แทบจะไม่ได้อะไรเลย ผมเองก็สะท้อนไปยังรัฐบาลว่าต้องรีบแก้ไขแล้วรีบ ดำเนินการ จะได้มาก ได้น้อยอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนอย่างนี้ ก็เลยต้องมาเรียน ท่านประธานเพื่อทราบครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ครับ ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านสุทิน คลังแสง ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคามจากพรรคเพื่อไทยครับ ปกติแล้วนี่ ถ้าไม่สำคัญจริง ๆ จะไม่มาแย่งเวลาของสมาชิก แล้วก็อยากสนองตอบนโยบายท่านประธานด้วย อยากให้กระชับ แต่เรื่องนี้ใหญ่จริง ๆ ครับท่านประธานครับ ใหญ่ไม่ใหญ่ผมเอาเรื่อง หนี้นอกระบบก่อน มีการวิจัยและมีการสำรวจออกมาว่าในปี ๒๕๖๑ หนี้นอกระบบเป็น สัดส่วนต่อหนี้ครัวเรือน ๑ ใน ๓ ๑ ใน ๓ และวันนี้มีข้อค้นพบที่น่าตกใจว่าหนี้นอกระบบ มันสูงขึ้นเป็นสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับหนี้ในระบบทั้งหมด หนี้ครัวเรือนทั้งหมด เพราะฉะนั้นปีนี้ ถ้าบอกว่าหนี้ครัวเรือนมันทั้งหมดเกือบ ๑๒ ล้านล้านบาท ก็ตีเป็นว่าถ้า ๑ ใน ๓ ก็ประมาณ ๕ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นหนี้ครัวเรือน ๑๒ ล้านล้านบาท เป็นหนี้นอกระบบเกือบครึ่งต่อครึ่ง คือเกือบ ๖ ล้านล้านบาท นี่คือสัดส่วนซึ่งมันสูงมาก พอสูงมากอย่างนี้มันสะท้อนอะไร ผมอยากให้รัฐบาลเอาไปคิด ๑. ก็สะท้อนว่าเศรษฐกิจมันแย่ ท่านสมคิดบอกแล้วว่าคนกู้ ไม่จำเป็นเขาไม่กู้นอกระบบหรอก ถ้ากู้แบงก์ได้กู้ได้ กู้เพราะมันดอกเบี้ยถูกแต่ที่มากู้ นอกระบบเพราะมันหมดทางกู้ แล้ววันนี้ยิ่งในสภาพชนบทกู้นอกระบบไปชำระในระบบ ติดกับดักหมุนเวียนกันอย่างนี้ เพราะฉะนั้นหนี้นอกระบบที่มันสูงขึ้นมาก ๆ มันสะท้อนสิ่งที่ น่าสนใจอยู่ ๒ ๓ เรื่อง ๑. สะท้อนว่าเศรษฐกิจแย่จริง ๆ แย่มากจนถึงเขาต้องออกไปกู้ ร้อยละ ๑๐ ร้อยละ ๒๐ ต่อวัน🔗
ประการที่ ๒ มันสะท้อนความล้มเหลวของรัฐบาลในการแก้ปัญหา หนี้นอกระบบ รัฐบาลชุดนี้เข้ามาแรก ๆ จำได้นะครับ อึกทึกครึกโครมมาก เขาบอกว่า เป็นการสร้างภาพหรือเปล่า ไล่กวาดล้างทั่วประเทศ เอาโฉนดคืนชาวบ้าน เอาโฉนดนายทุน คืนชาวบ้านตรงนั้นเป็นมหกรรม เราก็โล่งว่าเอาอย่างนี้จริง ๆ เสียที ก็จะได้ช่วยชาวบ้าน เพราะชาวบ้านวิ่งหลบภัย วิ่งหลบภัย แล้วก็อยากได้โฉนดที่ดินคืน มันไปติดอยู่กับนายทุน นอกระบบ ตอนนั้นรัฐบาลทำเป็นมหกรรม ซึ่งผลลัพธ์วันนั้น วันนี้ไปถามชาวบ้านว่าโฉนด ที่บอกว่าเอามาคืนชาวบ้าน จริง ๆ ไม่ได้คืนหรอก ยืมกันมามอบสร้างภาพให้ รองนายกรัฐมนตรีไปเปิดงาน ให้รองนายกรัฐมนตรีไปมอบโฉนดคืน ไปยืมกันมาทั้งนั้น ในที่สุดวันนี้โฉนดเหล่านั้นก็กลับไปอยู่ในมือนายทุนเหมือนเดิม🔗
สะท้อนตัวที่ ๒ ก็คือสะท้อนว่าเราเป็นรัฐป่าเถื่อน ป่าเถื่อนสิ ก็หนี้ที่ให้กู้ กันได้ตามกฎหมายหนี้ร้อยละ ๑๕ ต่อปี แต่นี่ซัดกันต่อเดือนร้อยละ ๒๐ บางที่ร้อยละ ๓๐ แล้วไม่เท่านั้น ดอกเบี้ยมันป่าเถื่อนแล้วไม่พอ วิธีการทวงหนี้สุดจะป่าเถื่อน เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน เราเห็นข่าวอยู่ตลอด ตัดนิ้ว ตัดมือ ตัดแขน แล้วก็ตามคุกคาม รถมอเตอร์ไซค์วิ่งเข้าหมู่บ้าน ประชาชนวิ่งหัวซุกหัวซุน อันนี้เป็นเรื่องใหญ่มากที่รัฐจะต้องคิดว่านี่คือรัฐป่าเถื่อน ปล่อยให้ ชาวบ้านเผชิญกับความป่าเถื่อนอย่างนี้เกือบทุกหมู่บ้าน แล้วที่ป่าเถื่อนที่สุดก็คือเขาบอกว่า ขบวนการที่นี้มันเกิดขึ้นได้ ชาวบ้านวิ่งไปแจ้งความไปพึ่งตำรวจ ไปพบว่าขบวนการเหล่านี้ โยงใยกับเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งนั้น โยงใยกับ ๒ สี ที่ ๒ สี ผมต้องให้ความเป็นธรรม โยงใยกับ สีเขียวบางส่วน บางพวกที่แย่ ๆ โยงใยกับสีกากีคือตำรวจบางส่วนที่แย่ ทหารบางส่วนที่แย่ ๒ กลุ่มนี้คือกลุ่มที่อยู่หนุนหลังพวกเงินกู้นอกระบบที่ไปคุกคามชาวบ้าน อันนี้รัฐบาลต้องไปดู นายกรัฐมนตรี แล้วนายทหารเต็ม ครม. ต้องไปช่วยชาวบ้าน และประการสำคัญที่สุด เวลา ๕ นาทีจะหมด ผมเรียนเสนอว่ามันสะท้อนมาตรการที่ล้มเหลว ท่านบอกว่ามี พิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) ท่านบอกว่ามีนาโนไฟแนนซ์ (Nano Finance) เปิดให้ ชาวบ้านไปกู้ข้างนอกได้ วันนี้แสดงว่า ๒ เรื่องของท่านมันล้มเหลว ชาวบ้านเข้าไม่ถึงอยู่ดี เข้าไปก็ไปเจอกลไก ไปเจอมาตรการคล้าย ๆ กับแบงก์ ชาวบ้านก็หมดทางไป เพราะฉะนั้น วันนี้ผมถึงฝากรัฐบาลว่าหนี้นอกระบบเอาให้จริงจังสักที อยากให้จริงจัง ๑. ท่านเปิดช่องทาง เงินกู้นอกระบบให้ประชาชนทำธุรกิจเลย อย่าไปผูกขาดเฉพาะพิโก (Pico) อย่าไปผูกขาด เฉพาะนาโน (Nano) ถ้าเอกชนอยากทำปล่อยให้เขาทำถูกต้องตามกฎหมาย ดอกเบี้ยถูก ๆ และที่สำคัญที่สุด กวดขันเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตำรวจ ทหารที่อยู่เบื้องหลัง แก๊งเงินกู้ให้สำเร็จนี่ จะช่วยชาวบ้านได้มาก ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไปท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ขอเปลี่ยนใช่ไหมครับ ให้คุณณัฐชา เชิญคุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ครับ🔗
ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล จากชาวบางขุนเทียนครับ ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่อง หนี้นอกระบบต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าวันนี้สถานการณ์ค่อนข้างเข้าขั้นวิกฤต อย่างหนักในพี่น้องประชาชนที่ต้องเผชิญกับโลกความเป็นจริงปัจจุบัน แต่ถ้าเกิดเราย้อนกลับ ไปดูว่าทำไมถึงมีปัญหาหนี้นอกระบบ ก็เพราะว่าหนี้ในระบบมันเข้าถึงยากเหลือเกินครับ ไม่ว่าจะเป็นหนี้แบงก์ต่าง ๆ หนี้ที่จะได้รับการช่วยเหลือจากมาตรการของรัฐต่าง ๆ มีเยอะแยะมากมายครับ แต่สุดท้ายแล้วเข้ายากทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกองทุนผู้สูงอายุที่จะให้กู้ แบบไม่มีดอกเบี้ย สุดท้ายเวลาไปเข้าครับ ปีหนึ่งแล้วยังไม่อนุมัติเลยครับ กองทุนบทบาท สตรีจับกลุ่มกันจะประกอบอาชีพก็ไม่สามารถเข้าได้อย่างง่ายดาย เพราะว่าหน่วยงานของรัฐ ที่มีนโยบายมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่จะปล่อยกู้ให้ลงทุนหรืออะไรต่าง ๆ มันเข้าถึง ไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นในภาวะวิกฤติของครอบครัว ก็หันไปทางไหนไม่ได้ ก็ต้องไปพึ่ง หนี้นอกระบบเพราะอะไรครับ เพราะคำว่าภาวะวิกฤติของครอบครัวเขา คำว่า วิกฤติ นี่คือ มันฉุกเฉิน มันต้องใช้ปัจจุบันทันด่วน แต่ถ้าเกิดไปวิธีการ ไปขั้นตอนอะไรเยอะแยะมากมาย ตามที่รัฐบาลเขียนเอาไว้ มันก็เข้าไม่ถึง สุดท้ายก็ต้องหันไปหาเงินกู้นอกระบบ ทุกวันนี้ ก็ต้นนิ่ง ดอกลอย ก็คือยืมมาเท่าไร ดอกร้อยละ ๑๐ ยืมหมื่นหนึ่งคืนดอกก่อนเดือนละพัน ตัดดอกไปเรื่อย ๆ เดือนละพัน ๆ จนกว่าจะมีหมื่นหนึ่งมาคืนเงินต้น อันนี้เรียกต้นนิ่ง ดอกลอย นี่มันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนจนเมืองในปัจจุบัน ท่านประธาน มันเกิดภาวะวิกฤติของมนุษย์เงินเดือน มนุษย์เงินเดือนที่ได้รับเงินเดือนอยู่ ณ ปัจจุบัน ถ้าเกิดเอาเฉพาะฐานเงินเดือนกับเบี้ยเลี้ยงต่าง ๆ ที่ได้รับมันไม่พอสำหรับการใช้ ชีวิตประจำวัน เพราะสิ่งของทุกอย่างขึ้นหมด ต้องไปพึ่งอะไรครับ ต้องไปพึ่งโอเวอร์ไทม์ (Overtime) โอที (OT) ทุกวันนี้เงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท โอที (OT) ๓๐,๐๐๐ บาท รวมเบ็ดเสร็จ ๔๕,๐๐๐ บาท ทำกันหามรุ่งหามค่ำหูดับตับฉีกไม่ต้องพักผ่อนกันเลยทีเดียวกว่าจะได้เงิน มาเลี้ยงครอบครัว นี่มันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ครับ แล้วพอธุรกิจเขารัดเข็มขัดเขาบอกว่าให้ทำ โอที (OT) วันเว้นวัน นั่นโอที (OT) หายไปครึ่งหนึ่ง หมายความว่าภาวะรวนของครอบครัว เขาเกิดขึ้นแน่นอน ระบบเศรษฐกิจเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจของครอบครัวรวนเกิดอะไรขึ้นครับ ต้องไปรับเข็มขัดของคนในครอบครัว ลดทอนคุณภาพการเรียนการสอน ลดทอนคุณภาพ การอยู่การกินของลูกของครอบครัวของพ่อแม่ ถ้าเกิดลดแล้วยังพออยู่ได้ไม่มีปัญหาครับ แต่ปัจจุบันคือลดแล้วมันอยู่บนโลกใบนี้ไม่ได้ครับ มันเลยต้องหาแหล่งเงินกู้ที่แปะตาม เสาไฟฟ้า มันเลยต้องหาแหล่งเงินกู้ที่มันอยู่ในโซเชียลมีเดีย (Social Media) มันเลยต้องหา แหล่งเงินกู้ที่มันส่งเอสเอ็มเอส (SMS) มาทุกเช้าเพื่อพิสูจน์ว่าเราจะใจอ่อนเมื่อไรแล้วกู้เงิน ที่ดอกสูง ๆ ของเขา ผมเคยได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวชุมชนเอื้ออาทรแสมดำ เขตบางขุนเทียน ข้อความมาผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ (Facebook Fanpage) ของผมว่าเกิดภาวะวิกฤติไปกู้เงิน จากระบบในโซเชียลมีเดีย (Social Media) ๕,๐๐๐ บาท สุดท้ายเขาให้คืนอาทิตย์ละ ๕๐๐ บาท เนื่องจากว่าขาดสภาพคล่องนะ เงินไม่พอก็คือเดือนหนึ่งต้อง ๒,๐๐๐ บาท ไม่สามารถจ่ายได้ ขาดส่งบ้างอะไรบ้าง โดนเบี้ยปรับโดนทบต้นทบดอก เบ็ดเสร็จต้องจ่าย อยู่ประมาณ ๑๕,๐๐๐ บาท จ่ายอยู่ ๑๕,๐๐๐ บาทไม่พอครับ แอปพลิเคชัน (Application) ที่ทำมาทุกวันนี้ไปดูดข้อมูลทางโทรศัพท์ของเขาว่าเขามีนายจ้างชื่ออะไร มีญาติชื่ออะไร มีลูกพี่ลูกน้องชื่ออะไร แล้วโทรไปบอกว่าคนนี้ยืมสตางค์เขาไปเท่านั้นเท่านี้ สร้างความ อับอายให้เขาต้องไปหาเงินดอกที่มากกว่าเดิมมาใช้คืนเพื่อไม่ให้เขาโทรไปประจานกับคน ที่ทำงานและคนที่ครอบครัว นี่มันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นแล้วเจ้าหน้าที่อยู่ที่ไหนครับ เจ้าหน้าที่อยู่ที่ไหนไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ทำอย่างไรครับ เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า คุณไปยืมเขาทำไมล่ะ ตรรกะเจ้าหน้าที่แบบนี้ชีวิตพี่น้องประชาชนเลยมืดแปดด้านไม่รู้ หันไปทางไหนครับ นี่มันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นเลยเกิดญัตติขึ้นกลางสภาผู้แทนราษฎร ผู้ที่เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนว่าต้องหยิบยกเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาพูดคุยอย่างจริงจังว่า ฝ่ายบริหารจะแก้ปัญหาอย่างไร พี่น้องประชาชนที่เผชิญอยู่ในประเทศไทยที่มีผู้บริหารแบบนี้ ที่ไม่มีน้ำยาแล้วก็ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้เลย พี่น้องประชาชนต้องตื่นมาเผชิญกับ ความทุกข์ยากทุกข์ร้อนและนำพาชีวิตตัวเองรอดไปภายใต้วงเงินกู้ฉุกเฉิน ท่านประธานครับ เราจะต่อว่ากันอย่างเดียวไม่ได้ ผมขอเวลาท่านประธานสักนิดเดียวครับไม่ถึง ๑ นาที คืออยากจะให้รัฐบาลลองใช้วิธีการมอบทุนเพื่อโอบรับทุกวิกฤติของชีวิต ทุนละประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาทให้กับพี่น้องประชาชนเลข ๑๓ หลัก ๑ ชีวิตใช้ได้ครั้งเดียว ถ้าท่านนี้เคยใช้แล้ว ก็เลิกใช้ แต่ท่านใดยังไม่เคยใช้ก็สามารถเข้ามากู้ได้เข้ามารับการช่วยเหลือจากพี่น้อง ประชาชนได้แบบเร่งด่วนและได้เลย นี่อยากจะฝากไว้ครับ ถ้าเกิดเป็นไปได้ก็จะเป็นพระคุณ มากครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป นางสาวสกุณา สาระนันท์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าวันนี้ประเทศของเราต้องตกอยู่ในสภาวะหนี้ท่วม ทั้งหนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบ ท่านประธานคะจากหนี้สาธารณะสู่หนี้ภาคครัวเรือนทั้งในระบบ และนอกระบบ ทุกขั้นตอนของปัญหารัฐบาลไม่เคยแก้ปัญหาได้ทันท่วงที การตอบสนอง ต่อปัญหาล่าช้าไม่ทันสถานการณ์นำไปสู่ความล้มเหลวแทบทุก ๆ ด้าน นโยบายสินเชื่อ ดอกเบี้ยต่ำซอฟต์โลน (Soft Loan) ก็เช่นเดียวกันค่ะ ผู้ประกอบการตัวเล็กตัวน้อยได้ล้มหายไปมากกว่าครึ่งกว่าโครงการนี้จะถูกนำออกมาใช้ เมื่อเอา ออกมาใช้แล้วก็ยังไม่สอดคล้องกับปัญหาปฏิบัติไม่ได้ค่ะ การกำหนดเกณฑ์และเงื่อนไข ที่เข้มงวดเป็นกำแพงสูง ในขณะที่ผู้ประกอบการเหล่านี้อยู่ในสภาพที่ล่อแล่เต็มทนค่ะ ทำให้ นโยบายเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำที่รัฐบาลปล่อยออกมาไม่ได้แก้ปัญหาให้กลุ่มเอสเอ็มอี (SMEs) ได้จริง ๆ ค่ะ นโยบายที่ปฏิบัติไม่ได้จริงจึงมีค่าเท่ากับการบีบให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบ หนี้นอกระบบค่ะ ประชาชนในภาคการเกษตรก็ประสบปัญหาไม่ต่างกัน ค่าครองชีพสูง ราคาปัจจัยการผลิตสูง ประกอบกับราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำเป็นจุดเริ่มของการกู้ การกู้รอบที่ ๑ ก็เจอสภาพเหมือนเดิม ฝนแล้ง น้ำท่วม พืชผลการเกษตรตกต่ำก็ทำให้ จำเป็นต้องกู้รอบที่ ๒ รอบที่ ๓ รอบที่ ๔ ก็ตามมา พอถึงรอบที่ ๕ ที่ ๖ หลักทรัพย์มูลค่า วงเงินกู้ก็เกินมูลค่าของหลักทรัพย์ เพื่อรักษาที่ทำกินและอาชีพเกษตรกรจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเข้าสู่วงจรหนี้นอกระบบ วันนี้ทั้งพ่อค้าแม่ค้าในตลาดรวมถึงเกษตรกรจำนวนมาก ถูกบีบเข้าวงจรหนี้นอกระบบ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้นำเสนอ ความโหดร้ายป่าเถื่อนของเจ้าหนี้ที่กระทำต่อลูกหนี้นอกระบบ ท่าน ส.ส. สมหญิง บัวบุตร พรรคเพื่อไทย ได้พูดถึงการคุกคามที่เลยไปถึงข่มขู่พ่อแม่ที่แก่เฒ่า ท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย ก็ได้พูดถึงพี่น้องชาวลำพูนที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับความทุกข์จาก หนี้นอกระบบ กรณีชาวสวนลำไย พ่อ แม่ ลูก นัดกันฆ่าตัวตายเป็นกรณีสะเทือนใจค่ะ จน ส.ส. รังสรรค์คนลำพูนต้องออกมาทวงถามความรับผิดชอบจากรัฐบาล คำพูดที่ท่านพูด ในสภาวันนั้นสะท้อนความจริงที่สุด นั่นก็คือชาวบ้านติดหนี้นอกระบบ แต่รัฐบาลติดหนี้ชีวิต พี่น้องชาวลำพูน รัฐบาลติดหนี้ชีวิตพี่น้องชาวลำพูนค่ะท่านประธาน รัฐบาลจะรับผิดชอบ อย่างไรกับชีวิตพี่น้องประชาชนของเขา ท่านประธานคะภัยหนี้นอกระบบสยายปีก การคุกคามไปทั่วทุกหัวระแหง ตัวดิฉันเองซึ่งเป็น ส.ส. เขตก็เป็นปกติที่พวกเราจะพิมพ์ เบอร์โทรศัพท์ลงไปในซองที่เราไปช่วยงานบุญต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องปกติพี่น้องประชาชน จะบันทึกเบอร์ของ ส.ส. เผื่อไว้ใช้ในเวลาที่จำเป็นแจ้งข่าวคราว จึงทำให้แทบทุกสัปดาห์ ที่ดิฉันต้องรับโทรศัพท์จากใครก็ไม่รู้ที่โทรเข้ามาถามว่ารู้จักคนนี้ไหม คนนี้รู้จักกับเรา หรือเปล่า ทำไมถึงมีเบอร์ติดต่อกับเรา ไม่ว่าดิฉันจะตอบอย่างไร จะรู้จักหรือไม่รู้จัก สุดท้าย จะจบด้วยคำด่าทอสาดเสียเทเสียถึงขั้นสาปแช่งไล่ให้ไปตายก็มีค่ะท่านประธาน นี่คือการ คุกคามของเจ้าหนี้นอกระบบที่ไล่ล่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับลูกหนี้ของเขา ท่านประธานคะ ดิฉันได้อภิปรายปัญหาหนี้นอกระบบในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา และได้ เสนอแนะให้ท่านประยุทธ์ช่วยเร่งแก้ปัญหาเพื่อใช้อำนาจครั้งสุดท้ายที่ท่านจะได้ทำเรื่องที่ดี ๆ ให้กับคนไทยได้จดจำบ้าง แต่น่าเสียดายท่านก็ไม่ได้มีโอกาสนั้นแล้ว ดิฉันจึงขอนำเสนอ ข้อเสนอเดิมส่งต่อให้ท่านรักษาการนายกด้วยความหวังว่าท่านจะรู้สึกรับผิดชอบต่อภารกิจ หน้าที่อันสำคัญนี้ สิ่งที่ดิฉันได้เสนอแนะไปมีดังนี้ ดิฉันขอเวลาเพิ่มดิฉันไม่ค่อยได้อภิปรายเลย ค่ะท่านประธาน สำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ที่ทำได้ทันทีคือข้อที่ ๑ ต้องหาเจ้าภาพค่ะ ท่านประธาน ท่านประธานคะหนี้นอกระบบมีการจัดที่เป็นระบบเข้มแข็งแผ่ขยายเครือข่าย ทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว มันสะท้อนถึงสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง นั่นก็คืออำนาจทุนและอิทธิพล ดิฉันจึงมองว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติควรเป็นผู้เข้ามาเป็นเจ้าภาพหลัก เพราะว่าวันนี้สังคม ก็ครหาหน่วยงานของท่านว่ามีการกระทำที่สมประโยชน์กับนายทุนหนี้นอกระบบ ดังนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรใช้โอกาสนี้ลบข้อครหาด้วยการจัดการกับหนี้นอกระบบ อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด อีกหน่วยงานหนึ่งที่ควรจะจับมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็คือ กระทรวงมหาดไทย เพราะภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทยก็คือการบำบัดทุกข์บำรุงสุข ให้กับพี่น้องประชาชน รักษาความมั่นคง ความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน แต่วันนี้ หนี้นอกระบบบีบทั้งทุนทั้งแรงงานลงใต้ดิน นี่คือภัยคุกคามความมั่นคง ความปลอดภัยทาง เศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดแล้วค่ะ จึงจะเป็นสาเหตุของปัญหาทางสังคมโดยเฉพาะปัญหา ยาเสพติดที่จะตามมา ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยที่ต้องพิสูจน์ ความกล้าหาญที่จะแก้ปัญหาหนี้นอกระบบให้ประชาชน วันนี้รัฐบาลให้อำนาจกับ กระทรวงมหาดไทยเต็มที่ ก็อย่าให้เสียของค่ะท่านประธาน รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย กรุณาใช้โอกาสนี้พิสูจน์ฝีมือ ที่ผ่านมาในเรื่องการแก้ปัญหาความยากจนกระทรวงมหาดไทย ล้มเหลวค่ะ แต่ภารกิจนี้เพียงท่านใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอจับมือกันกับตำรวจตั้งโต๊ะเจรจาเพื่อยุติปัญหาหนี้นอกระบบได้ทันที🔗
ข้อที่ ๒ ต้องจัดทำช่องทางในการร้องเรียน เปิดช่องทางการโทรฉุกเฉิน เบอร์ตองเพื่อให้จำง่าย ให้ประชาชนร้องเรียนเรื่องหนี้นอกระบบโดยเฉพาะ การร้องเรียน จะต้องสะดวก ชัดเจน และโปร่งใส เพื่อแก้ปัญหาร้องเรียนที่ถูกเพิกเฉย ละเลย ปกปิดข้อมูล ข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกและลิงก์ (Link) ไปยังทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และให้นายกรัฐมนตรี นำข้อมูลมารายงานสถานะหนี้นอกระบบต่อสภาแห่งนี้ทุก ๓ เดือน นี่คือจุดเริ่มต้นของการ แก้ปัญหา🔗
ส่วนการแก้ปัญหาระยะกลางและระยะยาวก็คือการปรับโครงสร้างหนี้ลดต้น ลดดอก ขยายเวลา และที่สำคัญที่สุดก็คือการสร้างรายได้ แต่เรื่องนี้อาจจะยากเกินไปสำหรับ รัฐบาลนี้ ดิฉันจะไม่ขอกล่าวถึงในเวลาอันจำกัด เพียงแต่จะขอฝากประเด็นสุดท้ายค่ะ ดิฉันอยากจะบอกว่าพรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน ไม่ได้พูดคำนี้เพียงเพราะต้องการ หาเสียง แต่ดิฉันอยากจะฝากประเด็นว่าปัญหาสำคัญแบบนี้รัฐบาลต้องใส่หัวใจลงไปในการ แก้ปัญหาเพื่อที่จะเข้าใจ และเห็นว่าปัญหาความทุกข์ความสุขของพี่น้องประชาชน เป็นอย่างไร เมื่อเข้าใจปัญหาท่านถึงจะได้มีพลังในการที่จะขับเคลื่อนให้การแก้ปัญหานี้ เกิดขึ้น เมื่อใจได้สัมผัสความทุกข์ ความเดือดร้อนของประชาชนใจมันถึงจะมีความกล้าหาญ ในการที่จะพาประชาชนผ่านวิกฤติอันนี้ไปได้ดังนั้นดิฉันจึงอยากจะฝาก วันนี้ดิฉันอภิปราย ได้ใส่ใจลงไป แม้ว่าดิฉันจะไม่ได้มีความรู้ในด้านเศรษฐศาสตร์การเงิน การแก้ปัญหาหนี้สิน แต่ที่ฉันได้พยายามสอบถามผู้รู้ค่ะ ใส่ใจในการที่จะมาอภิปรายครั้งนี้ ดิฉันหวังว่ารัฐบาลจะได้ ใช้ใจฟังการอภิปรายของตัวแทนจากประชาชนครั้งนี้ด้วยค่ะ ท่านประธานขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไปเป็น คุณวรภพ วิริยะโรจน์ แล้วก็จะไปฝั่งรัฐบาลนะครับ คุณสัญญา นิลสุพรรณ ก็จะสลับ แต่ว่าโดยที่ฝ่ายค้านจะมีมากกว่ามากก็จะให้มีโอกาสต่อเนื่องไปครับ ขอเชิญคุณวรภพครับ🔗
กราบเรียนสภาที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ผมขออภิปราย เสนอแนะวิธีแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบต่อรัฐบาลในญัตตินี้ครับ ประเด็นแรก เลยครับ คือการแก้ไขหนี้นอกระบบ ผมคิดว่ามันเป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรงในการ ช่วยเหลือลูกหนี้ในการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้นอกระบบ เป็นหนี้ต้องใช้หนี้ครับ เพียงแต่ว่าค่างวดสำหรับดอกเบี้ยที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดควรจะต้องถูกนำมาหักลบ กับเงินต้น นี่คือถึงจะเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ที่เป็นธรรมกับทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้นอกระบบ แต่การจะให้มีการยอมเจรจาเกิดขึ้นเป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรงที่ต้องเข้าไปช่วยลูกหนี้ ในการเจรจากับเจ้าหนี้นอกระบบ และคงจะพึ่งตำรวจอย่างเดียวไม่ได้ครับ เพราะล้วนเป็น การพิสูจน์แล้วว่าตำรวจเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่สำเร็จ ดังนั้นมันถึงต้องมีการบูรณาการ ร่วมกันของระหว่างหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นอัยการ และผมคิดว่าหน่วยงานที่สำคัญที่สุดที่จะ ช่วยลูกหนี้ได้คือกรมสรรพากรครับ ถ้ามีการทำงานร่วมกันการเจรจาเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ กับเจ้าหนี้นอกระบบมันถึงจะเกิดขึ้นครับ นี่คือขั้นแรกในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ต่อมาลูกหนี้ที่เป็นหนี้นอกระบบปัญหามักจะ ไม่ได้มีแค่เขามีแค่เจ้าหนี้นอกระบบอย่างเดียว เขาจะมีสินเชื่อในระบบอยู่ด้วย นั่นคือเหตุผล ที่ว่าทำไมสภาแห่งนี้ถึงควรจะต้องรีบผ่านร่าง พ.ร.บ. ล้มละลาย ที่ผมได้เสนอเข้าสู่สภาเพื่อ เปิดช่องให้บุคคลธรรมดาสามารถฟื้นฟูหนี้สิน เจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ทุกราย พร้อมกันได้ นี่คือหนทางที่จะทำให้หนี้นอกระบบและหนี้ในระบบรวมกันมาปรับโครงสร้าง หนี้ แล้วช่วยเหลือลูกหนี้ได้ อีกอันหนึ่งที่รัฐบาลสามารถสนับสนุนได้ก็คือสินเชื่อรีไฟแนนซ์ (Refinance) นี้ครับ เมื่อจะดึงจากเจ้าหนี้นอกระบบเข้าในระบบ ธนาคารออมสินก็ควร จะต้องมีวงเงินอย่างน้อย ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อรองรับตรงนี้ บวกกับช่องทางในการเจรจา ปรับโครงสร้างหนี้ที่ให้หน่วยงานรัฐบูรณาการร่วมกันทุกหน่วยงาน อาจจะมองเป็นวัน สต๊อป เซอร์วิส (One Stop Services) ที่สำนักนายกรัฐมนตรีไปเลย เพราะว่านั่นหมายถึงว่ามันจะ รวมพ่วงหลากหลายหน่วยงาน หลากหลายกระทรวงที่เป็นทั้งเจ้าหนี้กับประชาชนด้วย ต่อมาคือวิธีการป้องกันครับ ถ้าเราอยากจะลดปัญหาหนี้นอกระบบ หนทางเดียวก็คือ เพิ่มโอกาสให้เขาเข้าถึงสินเชื่อในระบบ เพื่อนสมาชิกของผมมีการพูดถึงเงินทุนฉุกเฉินไปแล้ว ซึ่งก็ต้องขอขยายความเพิ่มเติม เหตุผลง่าย ๆ ครับ เพราะ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของคนที่เป็น หนี้นอกระบบเขาเริ่มจากเงินจำนวนน้อย ค่ากลางหรือมัธยฐานของหนี้นอกระบบมันมีการ วิจัยมาแล้วว่ามันอยู่เพียงแค่ ๒๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น ถ้าเรามีเงินทุนฉุกเฉิน กดกู้ผ่านแอป (App) เป๋าตัง กดปุ๊บได้ปั๊บติดบูโร (Bureau) ก็กู้ได้ ผมคิดว่าอันนี้จะสามารถช่วยเหลือลูกหนี้ นอกระบบได้อย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่งคือเป็นล้าน ๆ คนที่ไม่ต้องตกไปอยู่ในวงจรหนี้นอกระบบ ตั้งแต่เริ่ม ให้โอกาสเดียวครับครั้งหนึ่งในชีวิตผมว่าเพียงพอแล้วในการช่วยเหลือชีวิตคน เหล่านี้ ต่อมาคือการเพิ่มโอกาสให้เขาเข้าถึงสินเชื่อในระบบด้วยการเอาข้อมูลนี้ไปทำให้ สถาบันการเงินในระบบมั่นใจและกล้าปล่อยกู้มากขึ้น ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ข้อมูลรายได้หรือ ข้อมูลยอดขายจากแอป (App) เป๋าตังนี่ล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการคนละครึ่ง มาตรการ ที่ใช้แอป (App) เป๋าตังในการซื้อของ ซื้อสินค้าและบริการนี้ ข้อมูลเหล่านี้ควรจะสามารถ ส่งต่อให้สถาบันการเงินเขาเป็นหนึ่งในข้อมูลที่ไปอนุมัติสินเชื่อในระบบได้ เพียงแต่ปัญหา ของคนละครึ่งคือมันไม่ใช่มาตรการที่ถาวร ก็คงเป็นประเด็นที่เราเสนอในหลายครั้งแล้ว คือมาตราอย่างเอสเอ็มอี (SMEs) ที่จะทำให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าบริการเอสเอ็มอี (SMEs) ผ่านแอป (App) เป๋าตังนี้ครับ ซื้อทั้งปี ซึ่งครบ ๕๐๐ บาทก็ไปแลกสลากได้ ๑ ใบ มาตรการ เหล่านี้จะทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยหรือเอสเอ็มอี (SMEs) นี้ ข้อมูลยอดขายที่เขาขายผ่าน แอป (App) เป๋าตัง ก็ไปขอกู้ได้เฉลี่ยแล้วประมาณยอดขายเดือนหนึ่งกู้ได้ ๓ เท่า อันนี้คืออีก มาตรการหนึ่งที่สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยให้เขาเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ โดยใช้ข้อมูลที่มีอยู่ก็คือข้อมูลผ่านแอป (App) เป๋าตัง หรือแม้กระทั่งปลดล็อกพิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) เพื่อดึงเจ้าหนี้นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบให้เขาขึ้นมาเป็นจดทะเบียน เป็นพิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) ซึ่งมันจำเป็นที่จะต้องมีการปลดล็อกข้อจำกัด กฎระเบียบ ต่าง ๆ ผมยกตัวอย่างเร็ว ๆ ปัจจุบันเรามีกฎหมายที่กำหนดให้พิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) ปล่อยกู้ได้เพียงแค่ ๕๐,๐๐๐ บาทต่อรายหรือปล่อยกู้ได้เพียงแค่ในจังหวัดตัวเอง ซึ่งไม่มีเหตุ มีผลใด ๆ ที่จะมาเอากฎหมายข้อนี้มาทำให้พิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) ไม่มีความน่าสนใจ นอกจากเหตุผลเดียวคือไม่อยากให้เขาเติบโตไปแข่งขันกับนายทุนธนาคารขนาดใหญ่เท่านั้น ถ้าเราปลดล็อกตรงนี้จูงใจให้เขานายทุนนอกระบบขึ้นมาเป็นนายทุนในระบบและมี ซอฟต์โลน (Soft Loan) ให้กับพิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) เหล่านี้ โอกาสที่ลูกหนี้ จะเข้าถึงสินเชื่อในระบบจะมากขึ้นได้ครับ ก็ฝากรัฐบาลพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณสัญญา นิลสุพรรณ หลังจากนั้นก็จะเป็นนายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช และคุณธีรัจชัย พันธุมาศ เป็นคุณวิรัตน์ วรศสิริน และนางสาวละออง ติยะไพรัช ขอเชิญคุณสัญญาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม สัญญา นิลสุพรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตร่วมอภิปรายสนับสนุน ญัตติด่วนในเรื่องของแชร์ลูกโซ่และหนี้นอกระบบ ซึ่งทุกท่านก็คงคิดเหมือนกันทั้งหมดว่า ปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบเป็นปัญหาที่สำคัญที่เราต้องเร่งแก้ซึ่งจากการที่เราคงได้ทราบกันว่า จริง ๆ แล้วเรื่องของหนี้นอกระบบเอง ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดมาเมื่อจะปี ๒ ปี หรือ ๔ ๕ ปีนะครับ ซึ่งจากข้อมูลตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ มีการขึ้นทะเบียนสำหรับหนี้นอกระบบไว้ตั้งแต่ตอนนั้นก็นับล้านรายครับ ท่านประธานครับ ซึ่งมูลหนี้เองก็กว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นที่มาที่ทำให้คณะรัฐมนตรีเอง มีมติเมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๑๙ ในการที่จะได้เร่งแก้ไขเรื่องหนี้ระบบนะครับ ซึ่งผมได้อ่าน ในเรื่องรายงานต่าง ๆ ก็ได้เห็นความพยายามในการที่จะช่วยแก้ปัญหา ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า ประเทศเราเองก็มาเจอภาวะของโรคโควิด (COVID) ก็ทำให้การแก้ปัญหาดังกล่าวติดขัด ในเรื่องของงบประมาณนะครับ แต่สิ่งที่ดีในวันนี้คือสภาผู้แทนเองดีที่เราได้มีการคุยเรื่องนี้ ผมคิดว่าจะเป็นพลังขับเคลื่อนหนึ่งที่จะไปร่วมกันผลักดันแผนต่าง ๆ ที่ทางรัฐบาลได้ทำไว้ให้ เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะครับ จากการที่ปีนี้ ปี ๒๕๖๕ นโยบายของรัฐบาลเอง ได้กำหนดให้เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน ซึ่งหนี้นอกระบบก็เป็นหนึ่งในหนี้ ภาคครัวเรือนที่มีปัญหานะครับ โดยปัจจุบันนี้มีกระทรวงยุติธรรม โดยกรมบังคับคดี แล้วก็ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้มีการบูรณาการครับท่านประธาน ในการที่จัดการแก้ไข ปัญหาหนี้สิน โดยจัดไปทั้งสิ้นตอนนี้เองจากครั้งที่ ๑ เริ่มเมื่อวันที่ ๒๕ ๒๖ กุมภาพันธ์ จนมาถึงครั้งที่ ๖๓ ครับท่านประธาน ผมได้รับรายงานมาได้แก้ไขปัญหาไปกว่า ๑๐,๘๑๘ ล้านบาท ในทุนทรัพย์ที่ไกล่เกลี่ยที่ทางกระทรวงยุติธรรมได้ทำ แล้วก็ในปี ๒๕๖๕ วันที่ ๘-๑๑ กันยายนนี้ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพคเมืองทองธานีเองก็จะมีการ จัดการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนฟ้อง ซึ่งตรงนี้ที่ผมได้นำเรียนท่านประธานก็คือเป็นนิมิตหมาย ที่ดีที่ทางสภาเราเองจะได้มีข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อช่วยกันผลักดันให้การดำเนินงาน ของรัฐบาลในการแก้ไขหนี้นอกระบบนี้มีประสิทธิภาพสูงสุดนะครับ สิ่งที่อยากจะฝากเป็น ข้อคิดไปเพิ่มเติมก็คือในวันนี้ก็อย่างที่ท่านได้รู้นะครับ วันนี้เราคงจะต้องไปหยุดเลือดไหล ให้ได้ กระบวนการต่าง ๆ ไกล่เกลี่ย แก้ไขปัญหาก็ว่าไปนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะช่วยกัน ก็คือไม่ให้เกิดลูกหนี้นอกระบบรายใหม่เกิดขึ้น ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้อธิบายไปในเรื่องของ แหล่งเงินต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในการที่จะไม่ต้องไปพึ่งเงินนอกระบบ ซึ่งอยากจะฝากไปทางสถาบันการเงินต่าง ๆ ไม่ว่าจะ ธ.ก.ส .หรือ ออมสิน หรือว่าหน่วยงาน ต่าง ๆ ก็คือเราอาจจะมานั่งดูว่าทำไมเขาทำได้นะครับ สิ่งที่เจ้าหนี้นอกระบบที่ทำได้ที่เราได้ รู้ข้อมูลก็คือเขาเก็บดอกเบี้ยสูง เพื่อจะเอาไว้ในกรณีว่ามีหนี้เสีย หนี้สูญเสียเขาเก็บไม่ได้ แต่ถ้าเราไปดูจริง ๆ แล้วลูกหนี้ที่กู้กันไปส่วนใหญ่เริ่มต้นใช้หมดนะครับ แต่ติดปัญหาคือ ดอกเบี้ยที่สูง ทำให้เกิดปัญหาการทวงหนี้นอกระบบกัน แต่ถ้าไปดูในรายละเอียดแต่ละเรื่อง ส่วนใหญ่เงินต้นเขาก็จะส่งได้ จึงอยากจะฝากเป็นข้อคิดไปยังสถาบันการเงินว่าถ้าเรามา พิจารณาตรงนี้ อาจจะให้ผู้นำต่าง ๆ ที่มีฐานะทางสังคม พวกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำต่าง ๆ เราไม่ต้องเป็นหลักทรัพย์ แต่ให้บุคคลเหล่านี้ช่วยค้ำประกันว่าคนนี้เขาต้องการใช้เงินจริง ๆ เขาเดือดร้อนจริง ๆ ก็จะเป็นการช่วยลดภาระในเรื่องของการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ของรัฐได้นะครับ ซึ่งผมมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ที่กู้ไปไม่มีเจตนาที่จะไปเบี้ยวนะครับ แต่ว่าเขารับภาระดอกเบี้ยที่สูง ทำให้เขาคืนไม่ได้จริง ๆ อันนี้ผมเชื่อว่าการเกิดหนี้ที่จะเสีย ผมว่าน้อยนะครับ เพราะทุกคนมีความเดือดร้อนจึงต้องมากู้ เงินต้นแล้วก็คิดดอกเบี้ยถูก ๆ แล้วให้เขามีมาตรการในการผ่อนชำระที่พอสมควร ผมคิดว่าจะเป็นการช่วยแก้ปัญหา และหยุดเลือดไหลได้ทางหนึ่งครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติการแก้ปัญหา หนี้นอกระบบ เพราะอะไรครับ เพราะว่าปัญหาหนี้นอกระบบนั้นเป็นปัญหาเรื้อรังของ สังคมไทย และในปัจจุบันตัวเลขการเป็นหนี้ของแต่ละครอบครัวนั้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าดูจาก ข้อมูลสถิตินี้จะพบว่าขณะนี้ตัวเลขหนี้สูงอยู่ที่ประมาณ ๑๔.๖๔ ล้านล้านบาทเมื่อสิ้น ไตรมาสที่ ๑ ของปีนี้ และเพิ่มขึ้นประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ ๔ ของปี ๒๕๖๔ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างไรก็ตามแม้ว่ารัฐบาลจะพยายามแก้ปัญหา เรื่องนี้มากขนาดไหนก็ตาม แต่ผมอยากเรียนว่ามาตรการต่าง ๆ นี้ถ้าไม่ประสบความสำเร็จ ในการที่จะยกระดับรายได้และฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว คือการยกระดับและ ยกฐานะจะต้องยั่งยืนด้วยนะครับ จะต้องซัสเทนเนเบิล (Sustainable) มิฉะนั้นแล้ว หนี้นอกระบบอันนี้จะยังคงเป็นวงจรอุบาทว์อยู่คู่กับสังคมไทยอย่างไม่มีวันจบสิ้นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ หลายคนอาจเชื่อว่าคนที่ต้องเป็นหนี้เพราะโง่ เพราะขยันไม่พอ แต่ผมไม่คิดและไม่เชื่อเช่นนั้นครับ ผมคิดว่าสังคมไทยมีความเหลื่อมล้ำ มีความไม่เท่าเทียม และโอกาสในการที่จะทำมาหากินนั้นมันไม่เท่ากันทำให้ผู้ที่อยู่ในฐานะที่ได้เปรียบจะ เอารัดเอาเปรียบคนที่ด้อยกว่า คนที่จนกว่าจนโงหัวไม่ขึ้นครับ ผมอยากเรียนอย่างนี้ ท่านประธานครับ เจ้าสัวที่สุมหัวอยู่กับผู้มีอำนาจจะรวยล้นฟ้า แต่ประชาชนคนธรรมดา ผมท้าเลยให้ดิ้นรนจนตัวตายก็ไม่มีวันที่จะมีโอกาสร่ำรวยได้เลยครับ นั่นคือความไม่เท่าเทียมกัน ของสังคมไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาหนี้นอกระบบเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่ามีการ ข่มขู่คุกคาม และมีการทวงหนี้ด้วยความรุนแรง มีการทำร้ายร่างกาย ทำลายทรัพย์สิน นอกจากนั้นแล้วลูกหนี้ก็ยังต้องเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด คือเกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ คำถามคือว่าทำไม ทั้ง ๆ ที่มีความเสี่ยง คนยังต้องไปกู้หนี้นอกระบบอยู่ คือเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้พูดไปบ้างแล้วนะครับ ผมจะขอย้ำอีกครั้งว่าเหตุผลหลัก ๆ เลยก็เพราะว่ามันมีความจำเป็นต้องใช้เงินเร่งด่วน หรือว่าติดขัดในเงื่อนไขของสถาบันการเงินในระบบก็เลยกู้ไม่ได้ แล้วหลายรายก็คือมีรายได้ ที่ไม่แน่นอนทำให้สถาบันการเงินก็ไม่สามารถที่จะปล่อยกู้ให้ได้ นอกจากนั้นการกู้ยืม ในระบบก็มีขั้นตอนที่ซับซ้อนและใช้เวลาในการดำเนินการมากเกินไป เพราะฉะนั้นคนที่ ต้องการเงินอย่างเร่งด่วนก็ไม่มีทางเลือกจะต้องไปใช้การกู้หนี้นอกระบบอยู่ดีครับ ท่านประธานครับ รูปธรรมที่ชัดเจนว่าหนี้นอกระบบจะเป็นวงจรอุบาทว์ที่วนเวียนซ้ำซาก ก็คือเราจะเห็นว่าเกิดธุรกิจหลอกลวงประชาชนอยู่บ่อย ๆ เช่น ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ที่เป็น แบบคลาสสิก (Classic) จนกระทั่งไปถึงเรื่องของการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาเป็นเครื่องมือ ซึ่งอันนี้ปรากฏเป็นข่าวเป็นระยะ ๆ ครับ หลายคนคิดว่าธุรกิจฉ้อฉลดำรงอยู่ได้เกิดจาก ความโลภของเหยื่อ แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นการประจานความล้มเหลวของรัฐบาลในการ ขับเคลื่อนให้ประชาชนอยู่ดีกินดีตามแนวนโยบายที่สวยหรูเหมือนยาพิษอาบน้ำผึ้งที่ว่า มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ท่านประธานครับ ถ้าผู้คนในสังคมมีชีวิตในปัจจุบันได้รับการดูแลเติมเต็ม ในปัจจัยพื้นฐานการดำรงชีวิตอย่างเหมาะสมตามอัตภาพของแต่ละบุคคลหรือแต่ละ ครอบครัวแล้ว พวกเขาเหล่านั้นจะไม่จำเป็นต้องมาขวนขวายควานหาความหวังในอนาคต ที่เต็มไปด้วยการหลอกลวงของมิจฉาชีพแบบที่เราได้รับรู้กันอยู่ทุกวันครับ สุดท้ายครับ ท่านประธาน ผมจึงขอสนับสนุนญัตติแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเป็น ข้อเสนอแนะให้รัฐบาลรับไปดำเนินการครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณคุณหมอครับ ต่อไปขอสลับกันนะครับ คุณองค์การ ชัยบุตร ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกลจาก มุกดาหารภาคอีสานโดยกำเนิดครับท่านประธาน ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ที่ได้เสนอญัตติด่วนนี้เข้ามาในสภา ท่านประธานครับ ตั้งแต่มีประเทศไทยมาจนถึงปัจจุบันนี้ นะครับคำว่า หนี้ ไม่มี ไม่มีไม่จ่ายนี่นะครับมันใช้ไม่ได้แล้วครับท่านประธาน โดยเฉพาะ หนี้สินภาคครัวเรือนภาคประชาชนของประเทศไทยทุกวันนี้เดือดร้อนกันมากนะครับ โดยเฉพาะประเทศไทยแล้วเมื่อเทียบกับต่างประเทศแล้วประเทศไทยคือประเทศที่สูงสุด ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ผมก็งงเหมือนกันว่าตั้งแต่เด็กจนผมจะ ๖๐ แล้วยังอยู่ในกลุ่ม ประเทศพัฒนาอยู่ท่านประธานมันเป็นเพราะเหตุใดประชาชนถึงไม่มีคุณภาพ ถึงมีหนี้สิน ครัวเรือนที่มากมาย การออมก็ต่ำ ไม่สามารถออมได้ก็เกือบ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ นี่หรือประเทศไทยนะครับ เมื่อมาดูหนี้สินภาคประชาชนหนี้นอกระบบที่เรากำลังอภิปราย ญัตตินี้อยู่ไม่ว่าประชาชนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรหรือข้าราชการทุกหน่วยงานล้วนเป็น หนี้นอกระบบนะครับ เมื่อเช้ากลุ่มครูมาทั่วประเทศมายื่นเรื่องของครู แต่ผมก็ได้สอบถามว่า หนี้นอกระบบของคุณครูเป็นอย่างไร ปรากฏว่าหนี้ในระบบของคุณครูทั่วประเทศไปว่า ออมทรัพย์หรือแบงก์ต่าง ๆ นี่ ๑.๔ ล้านล้านบาท อันนี้ยังไม่นับรวมหนี้นอกระบบของคุณครู ที่ไปกู้มา ฉะนั้นแล้วราชการส่วนอื่นก็เหมือนกันไม่ว่าจะเป็นตำรวจชั้นผู้น้อย หรือแม้แต่หนี้ ของข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่อัตราเงินเดือนค่าตอบแทนไม่เหมาะสมและไม่สอดคล้องกับ ภาวะปัจจุบันแล้วเขาต้องไปพึ่งหนี้นอกระบบครับท่านประธาน ภาพมาหน่อย🔗
ปัญหาหนี้นอกระบบคือมันคิด ดอกเบี้ยมหาโหดท่านประธานวันละ ๒ คือเดือนหนึ่งร้อยละ ๖๐ ต่อเดือน ถ้ากู้มา ๒๐,๐๐๐ บาท ๓ เดือน ดอกเบี้ยก็ตกไปแล้ว ๗๐,๐๐๐ บาท เราต้องหาเงิน ๒๗,๐๐๐ บาท ก็กินไปแล้ว ๗,๐๐๐ บาท ต้น ๒๐,๐๐๐ นี่ท่านประธาน อันนี้เดือดร้อนมาก ฉะนั้นแล้วรัฐบาลต้อง ดำเนินการเรื่องนี้โดยเคร่งครัดถึงแม้ว่าท่านจะมีนโยบายแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบมาแล้ว ตั้งแต่รัฐบาล คสช. เข้ามา ที่ท่านรับเรื่องมาตั้งแต่กระทรวงมหาดไทยไปถึงข้างล่างศูนย์ดำรง ธรรมระดับจังหวัด ระดับตำบล ระดับอำเภอประมาณ ๕๐,๐๐๐ เรื่องแก้ไม่ได้ แก้ได้ ประมาณ ๒,๐๐๐ เรื่อง ครึ่งหนึ่งยังดำเนินการอยู่ยังไม่เสร็จทุกวันนี้ ยังไม่เสร็จเขาก็เดือดร้อน อยู่ การทวงถาม การทวงหนี้โหด การข่มขู่ก็ยังไม่เว้นมุกดาหารบ้านผมก็มี คลิป (Clip) ทวงหนี้โหดนะครับ หลาย ๆ ที่ทั่วประเทศโดนพวกนี้ข่มขู่ อยู่บ้านก็ไม่ได้อยู่ ทั้ง ๆ ที่มีกฎหมายการทวงหนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ แล้วท่านประธาน เขาไม่ได้กลัวกฎหมาย ทวงหนี้ท่านประธาน เพราะว่ามีแค่บทกำหนดโทษที่ไม่น่ากลัวท่านประธานเอาอย่างนี้ดีกว่า กลุ่มนักเลงพวกนี้ กลุ่มมาเฟียพวกนี้เขาไม่ได้กลัวกฎหมายพวกนั้นเมื่อท่านจะมีกระบวนการ ต่าง ๆ วันจันทร์ถึงวันศุกร์ให้ทวงเท่าไร วันเสาร์ วันอาทิตย์ให้ทวงตั้งแต่เวลาเท่าไรเขาไม่ได้ กลัวท่านประธานรัฐบาลต้องมีมาตรการที่ชัดเจนนะครับ และรัฐบาลต้องมีเงื่อนไขที่ผ่อนปรน ในการให้คนที่มีหนี้นอกระบบให้เขากู้ได้ถึงแหล่งเงินทุนให้ได้ไม่ว่าจะเป็นกองทุนหมู่บ้าน ที่เคยมีมาก่อน อันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ให้เขาเคยบรรเทานะครับรัฐบาลที่ผ่านมาให้เขาไปจัดการ เองในหมู่บ้านให้เขาดูแลกันเองรัฐบาลต้องเพิ่มเงินให้เขาในส่วนนี้เข้าถึงง่ายที่สุด ท่านประธาน ทั้งธนาคารคนจนต้องเพิ่มเงื่อนไขพิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) ไม่ต้อง พูดถึงครับ ช่วยไม่ได้ครับในฐานะผมเป็นกรรมาธิการหนี้และรองกรรมาธิการหนี้คนที่ ๓ ของสภาแก้ไม่ได้ท่านประธาน ทุกวันนี้เขายังมาร้องอยู่ ท่านต้องมีมาตรการที่ชัดเจนนะครับ ต้องมีกองทุนที่มาแก้หนี้โดยเฉพาะให้มันเหมือนกับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ให้เขา ได้มีหลักประกันด้วยถ้าไม่มีหลักประกันเขาอยู่ไม่ได้เขาก็เป็นหนี้อยู่ร่ำไป กระบวนการดูแล ตามหลังมาก็ต้องมีชัดเจนครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณวิรัตน์ วรศสิริน🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานครับ ๒ ปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบกับ แชร์ลูกโซ่ล้วนเป็นปัญหาในสังคมไทยนะครับ เรื่องแชร์ ๔๐ ปีก่อนก็มีเรื่องแชร์ชม้อย แชร์ชม้อยก็หลอกลวงว่าขายน้ำมันเป็นรถบรรทุก ๑๖ ล้อ ๑๖๐,๐๐๐ บาท ถ้าเงินไม่พอซื้อ ล้อเดียวก็ขายครับท่านประธาน ๑๐,๐๐๐ บาทก็ขาย ในเวลานั้นสร้างความเสียหายถึง ๔,๐๐๐ ล้านบาทในสมัยนั้นนะครับ เจ้าแม่แชร์ชม้อยก็ถูกศาลสั่งจำคุก ๑๕๔,๐๐๐ ปี ท่านประธาน อันนี้ก็พูดออกอากาศเพื่อประชาชนจะได้รู้ว่าแชร์นี้อันตรายนะครับ ส่วนในปัจจุบัน ก็ยังมีแชร์ เราเรียกว่าแชร์ฟอเร็กซ์ (Forex) ซื้อขายเงินตราต่างประเทศก็เป็นการหลอกลวง การขายเช่นเดียวกันประธาน ก็เอาเงินลูกค้าใหม่มาจ่ายเงินลูกค้าเก่าหมุนเวียนไปเรื่อย จนวันหนึ่งลูกค้าน้อยลงไม่มีเงินจ่ายก็ล้มไป ส่วนปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบผมกราบเรียน ท่านประธานว่าทุกวันนี้ทำไมคนไทยถึงมีหนี้มาก คนไทยมีหนี้ ๑๔.๖ ล้านล้านบาทนะครับ ในขณะที่จีดีพี (GDP) ๑๖.๔ ล้านล้านบาท ตัวเลขใกล้เคียงกันเลย คิดเป็น ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี (GDP) หนี้ส่วนนี้ทั้งหมดนี้ยังไม่รวมหนี้นอกระบบนะครับ หนี้นอกระบบมีอีก ประมาณ ๕ ล้านล้านบาทท่านประธานครับ ทำไมสมัยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ๘ ปีนี้ สร้างประวัติศาสตร์หนี้คนไทยสูงที่สุดในประวัติการณ์เพราะอะไร ท่านประธานครับ ท่านประธานลองคิดว่าวันแรกที่พลเอก ประยุทธ์ ยึดอำนาจรถถังมายึดอำนาจวันแรกนี่ วันรุ่งขึ้นเกิดอะไรขึ้น ธนาคารพาณิชย์ระงับการปล่อยสินเชื่อทั้งหมด ทบทวนสินเชื่อทั้งหมด ทันทีเพราะธนาคารเขารู้ว่ามีความเสี่ยง เขาจะทบทวนสินเชื่อทั้งหมดในทันที นั่นเป็นเหตุให้ ธุรกิจต่าง ๆ จะล้ม คนตัวเล็กตัวน้อย นักธุรกิจรายย่อย สตาร์ตอัป (Start Up) ทั้งหมด ต้องกู้เงินนอกระบบมาเพื่อมาจ่ายหนี้ในระบบเพราะถูกระงับสินเชื่อทั้งหมด เป็นต้นเหตุ วันนั้นเป็นต้นมาท่านประธานครับ ท่านประธานครับท่านประธานคิดว่า ๘ ปีมานี่ประชาชน อยู่รอดมาทุกวันนี้ได้อย่างไรกัน เจอเหตุการณ์มาต่าง ๆ ตั้ง ๘ ปีถ้าไม่ใช่เพราะการกู้หนี้ยืมสิน นอกระบบ การกู้หนี้ถึงทำให้ประชาชนอยู่รอดมาได้จนทุกวันนี้ ก็ไม่ใช่ว่า พลเอก ประยุทธ์ ไม่รู้ว่าเศรษฐกิจไม่ดีนะครับ รู้ ท่านไปแล้ว แต่ว่าผมยังคิดถึง ยังต้องพูดถึงเรื่อย ๆ ท่านรู้ รู้ว่าไม่ดีท่านก็กระตุ้นด้วยการเพิ่มจีดีพี (GDP) ตลอด ๘ ปีของ พลเอก ประยุทธ์ กู้เงิน มาเพิ่มจีดีพี (GDP) ตลอด ทำให้สาเหตุนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้คนไทยมีหนี้เพิ่มขึ้นตลอดทุกปี ๆ ท่านประธานอาจจะงงว่ามันเพราะอะไร การกระตุ้นด้วยการเพิ่มจีดีพี (GDP) กู้เงินมันทำให้ ของแพง โครงการใหญ่ ๆ เกิดขึ้น สินค้าต่าง ๆ ก็แพงขึ้น ๆ ในขณะที่เศรษฐกิจฐานราก คนค้าขายไม่ได้มาตั้งแต่วันแรกของการยึดอำนาจ ถ้ายังจำได้ทุกคน ตลาด ร้านค้า เงียบเหงา ไปหมด แต่ว่าสินค้าแพงเอา ๆ รัฐบาลหลงทางคิดว่าเศรษฐกิจยังดีอยู่ คอนซัมชัน (Consumption) ยังดีอยู่ การซื้อการขายสินค้าในตลาดยังดีอยู่ บริษัทใหญ่ ๆ ยังขายของได้อยู่ ใช่ครับขายได้ เพราะเป็นสินค้าจำเป็นประจำวันที่ประชาชนจะต้องใช้ ทุกคนต้องไปกู้เงิน นอกระบบมาเพื่อมาซื้อของประจำวันที่จำเป็นต้องใช้ท่านประธานครับ มันเป็นสาเหตุหนึ่ง และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ของแพงขึ้นทุกอย่าง แต่ว่าประชาชนก็ยากจน หนี้สินประชาชน ก็เพิ่มขึ้น ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสาเหตุ ๘ ปีนี้มาเป็นสาเหตุสำคัญที่สุด ท่านประธานจะจำได้ว่า ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ของแพงขึ้นตลอดเวลา หนี้สินประชาชนเพิ่มขึ้นตลอดระยะเวลามา หนี้นอกระบบต่าง ๆ ก็แพงขึ้นมากขึ้นตลอด ๆ มา รัฐบาลก็ขยันหาสินเชื่อพิเศษ จะเป็นพิโก (Pico) นาโนไฟแนนซ์ (Nano Finance) ต่าง ๆ ให้กู้ง่าย ๆ ให้กู้เยอะ ๆ กู้ง่าย ๆ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกทางหรือไม่ สนับสนุนให้คนเป็นหนี้มาก ๆ ต่าง ๆ ล้วนเป็น สาเหตุของการก่อให้เกิดหนี้สินประชาชนทั้งนั้น กราบขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗
ขอบพระคุณทุกคนนะครับ รักษาเวลากัน ขอเรียนว่าโดยได้มีการเสนอชื่อเพิ่มเติมเข้ามาและตามที่ได้ขออนุญาต ที่ประชุมไว้ว่าขอควบคุม โดยขณะนี้มีรายชื่อ ขอปิดรายชื่อนะครับ โดยท่านสุดท้ายฝ่ายค้าน ก็จะเป็นคุณธีรัจชัย พันธุมาศ เป็นอันดับที่ ๑๕ ฝ่ายรัฐบาลก็เป็นคุณอนุชา น้อยวงศ์ เป็นลำดับที่ ๖ แล้วก็หลังจากนั้นเจ้าของญัตติ ๘ ญัตติก็จะได้สรุปอีกทีหนึ่งครับ ต่อไปจะเป็น นางสาวละออง ติยะไพรัช แล้วก็สลับกับศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม และจะกลับมาที่ ท่านนิยม เวชกามา คุณอนุรักษ์ บุญศล คุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล เชิญนางสาวละออง ติยะไพรัช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ดิฉันก็อยากจะถามว่าทำไมคนไทยถึงเป็นหนี้กันเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดตอนนี้ คำตอบก็คือ รายได้ไม่พอกับรายจ่าย รายได้ไม่พอกับรายจ่ายก็คือต้องขวนขวายหาเงินเพื่อจะซื้ออาหาร ซื้อนม ซื้อเครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้ลูกที่จะไปโรงเรียน ยิ่งเรียนออนไลน์ (Online) ก็ยิ่งใช้เงินเป็นจำนวนมาก อันนี้คือปัญหา ปัญหาว่าแล้วเราจะเอาเงินมาจากไหน ก็คือถ้าจะ ไปกู้ธนาคารนี่เงินเดือนน้อย เครดิตไม่พอ เป็นไปไม่ได้ที่ธนาคารจะปล่อย หรือแม้จะให้ บัตรเครดิตก็ต้องมีเงินเดือน มีสลิป (Slip) เงินเดือนที่มากพอสมควรถึงจะได้บัตรเครดิต และสุดท้ายก็คือหนีไม่พ้นที่จะต้องเป็นหนี้นอกระบบ เป็นหนี้นอกระบบวันนี้ดิฉันไม่ได้โทษ พี่น้องประชาชนเลย ดิฉันโทษรัฐบาลค่ะ ในภาวะที่ตกงาน โรคระบาด ไม่มีงานทำ รัฐบาล ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในด้านไหนบ้าง ดูแลเด็กที่จะต้องเรียนหนังสือไหม ดูแลเรื่อง อาหารการกิน ดูแลผู้ป่วยที่จะต้องรักษาที่จะต้องใช้แพมเพิร์ส (Pampers) หรือต้องใช้อาหาร พิเศษต่าง ๆ เหล่านี้ มันต้องใช้เงินทั้งนั้นท่านประธาน แต่รัฐบาลเคยคิดเป็นระบบไหมว่า คนที่เปราะบางเหล่านี้รัฐบาลจะต้องดูแลอย่างไรที่จะสามารถผ่อนเบาภาระหนี้สินให้กับ พี่น้องประชาชน อันนี้คือสิ่งที่ดิฉันโทษรัฐบาลจริง ๆ ท่านประธานเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาดิฉัน เข้าพื้นที่ดิฉันเห็นการแก้ไขปัญหา ดิฉันอยากจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานผ่านไป รัฐบาลว่าการแก้ไขปัญหา การให้โอกาสกับพี่น้องประชาชนมันมีหลายวิธี แต่ดิฉันจะ ยกตัวอย่างให้นะคะ วันอังคารที่ผ่านมาดิฉันเข้าไปที่บ้านแม่เต๋อ แม่คำหลวง ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ยากจนมากในอดีต พี่อายิได้เล่า ให้ฟังว่าเริ่มที่ทำให้เศรษฐกิจบ้านเขาดีเริ่มจากกองทุนหมู่บ้าน กองทุนหมู่บ้านวันนั้นเขามีเงิน ไม่เพียงพอที่จะซื้อมอเตอร์ไซค์ เขาก็ไม่มีเครดิตที่จะไปซื้อมอเตอร์ไซค์เงินผ่อนเหมือนกัน วันนั้นมีกองทุนหมู่บ้านเขาบอกว่าเขารวบรวมเงินและไปกู้กองทุนหมู่บ้านไปซื้อมอเตอร์ไซค์ เงินสด ๕ คัน ประมาณ ๕ คนในหมู่บ้าน ไปซื้อมอเตอร์ไซค์เงินสดและหลังจากนั้นเขา เอามอเตอร์ไซค์บรรทุกผักไปขายในตลาด ไปขายตามหมู่บ้านต่าง ๆ ทำให้บ้านเขาสามารถ มีเงิน แล้วก็มีเงินที่จับจ่ายใช้สอยได้ และหลังจากนั้นเขามีทุน เขาเอาทุนมาทำสวนกาแฟ ไร่กาแฟ ท่านเชื่อไหมว่าหมู่บ้านแม่เต๋อมีกาแฟที่มีคุณภาพดี และเขาเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ดิฉันไม่อยากจะบอกจำนวนเงินว่าเขาขายได้เป็นหลักร้อยล้านนะคะ เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ มันเกิดจากอะไร เกิดจากการให้โอกาสพี่น้องประชาชน และรัฐบาลมองเห็นว่าประชาชน เขาขาดโอกาสที่จะหาแหล่งเงินอย่างไร มันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะท่านประธาน คนที่อยู่บน ภูเขาสูง คนที่เป็นชาวไร่ชาวนาที่จะไปกู้เงินจากธนาคารก็กู้ยาก แม้แต่พี่น้องประชาชน ของดิฉันเองค่ะท่านประธาน กู้เงิน ธ.ก.ส. นี่นะคะ ดิฉันว่าร้อยละ ๑๒ ต่อปีก็ถือว่ามากแล้ว กับธุรกิจบางธุรกิจ ร้อยละ ๔ ร้อยละ ๕ แต้มต่อของโอกาสของคนในประเทศไทย มันไม่เท่ากันจริง ๆ ท่านประธาน โอกาสที่จะให้พี่น้องประชาชนลืมตาอ้าปาก ให้พี่น้องประชาชนที่มีต้นทุน ในเรื่องของการให้โอกาสในการลงทุนยากเหลือเกินแล้วธนาคารของรัฐเองก็ไม่ได้ส่งเสริม ให้กับพี่น้องประชาชนเลย ดิฉันอยากให้ท่านประธานดูระหว่างนักธุรกิจที่เขากู้เงินร้อย ๕ ร้อยละ ๖ ถือว่าแพงมาก แต่วันนี้ธนาคารบางธนาคารปล่อยให้ธุรกิจที่เขาทำธุรกิจดี ๆ ให้โอกาสทางธุรกิจร้อยละ ๔ เปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่พี่น้องเกษตรกรของดิฉันเองที่จะไปซื้อ น้ำมัน จะไปซื้อปุ๋ย ซื้อพันธุ์ข้าว ไปซื้อรถไถสารพัดร้อยละ ๑๒ ต่อปี แต่วันนี้พี่น้องประชาชน ที่เงินนอกระบบร้อยละ ๑๐ ร้อยละ ๒๐ ต่อปี รัฐบาลยังนิ่งนอนใจ ดิฉันถึงบอกว่ารัฐบาล ท่านรังสรรค์พูดดิฉันประทับใจมาก เป็นหนี้ชีวิตประชาชนจริง ๆ วันนี้ท่านเขาโดดน้ำตาย เขาผูกคอตายไม่รู้กี่ศพ ก็จากการบริหารล้มเหลวของรัฐบาลนี่ล่ะค่ะท่านประธาน วันนี้ดิฉัน ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าการที่จะให้ประชาชนมีดี มีกิน ไม่ใช่แบบเกิดจากการ แจกเงินเล็ก ๆ แต่เกิดจากการให้โอกาสพี่น้องประชาชน ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมขอร่วมอภิปราย เรื่องของการศึกษาปัญหาหนี้นอกระบบในแนวทางแก้ไขทั้ง ๘ ญัตติ เพราะผมเห็นว่าจะเป็น ประโยชน์ต่อการไปมีกรรมาธิการและศึกษาเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องนะครับ แล้วก็ช่วยพี่น้อง ประชาชน แต่ผมเรียนท่านประธานนะครับตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่มีอยู่ ๓๑๖,๐๐๐ กว่าราย เป็นหนี้นอกระบบถึง ๑๑๐,๐๐๐ กว่าราย มีจำนวนร้อยละ ๓๕ ผมเรียนท่านประธานว่า ในจำนวนนี้ก็มีมาก แต่อย่างไรก็ตามที่เราพูดกันมันจะมีแนวทางอยู่ ๒ แนวที่เราคุยกันว่า จะแก้หนี้อย่างไร ส่วนหนึ่งก็พูดหวังพึ่งรัฐบาลให้ช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการไปยกระดับรายได้ครัวเรือนหรือไปช่วยปราบเจ้าหนี้ที่ทำหนี้นอกระบบ หรือจะพักหนี้ อันนั้นก็เป็นแนวทางหนึ่งที่ต้องใช้จ่ายเงินของรัฐบาลที่จะมาเยียวยาพี่น้อง ประชาชนที่เป็นหนี้ แต่ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ผมมีแนวทางอีกแนวหนึ่งคิดว่าเป็น แนวที่อาจจะเป็นข้อเสนอเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา ก็คือว่าการแก้หนี้โดยการจัดการ ตนเองท่านประธาน เรื่องนี้ผมคิดว่าเราต้องดูความเป็นจริงว่าในโลกนี้มันมีพฤติกรรมหนึ่ง ที่คนไทยหรือว่าคนทั่วโลกมีก็คือพฤติกรรมที่มีทัศนคติการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยหรือมีลักษณะ เป็นบริโภคนิยม ซึ่งผมก็เคยเป็นท่านประธาน ตอนผมรับราชการใหม่ ๆ ผมมีเงินเดือนน้อย รายจ่ายก็เยอะ ผมเป็นหนี้ ผมจำได้ว่าผมไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผมเป็นหนี้ เกือบ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ขนาด ๓ ปีนะท่านประธาน แต่ผมเรียนว่าที่เป็นหนี้เพราะว่า เงินรายได้ไม่พอ เงินเดือนไม่พอ ก็ไปกู้เพื่อน กู้หนี้นอกระบบ ก็ทำมาหมดแล้ว แต่วิธีคิด ก็คือว่าเราจะลดความฟุ่มเฟือยตัวเองได้อย่างไร ถ้าเรามาจัดการตนเองในลักษณะลดความ ฟุ่มเฟือยลงไป ลดการใช้จ่ายที่มันเป็นเรื่องสุรุ่ยสุร่าย อันนี้ก็จะทำให้เกิดการพัฒนาตนเอง ผมใช้วิธีการออมท่านประธาน ผมคิดว่าการออมเป็นวินัยตัวหนึ่งที่ทำให้พี่น้องประชาชนนั้น ได้รับรู้ตัวเองว่าเราจะจ่ายเกินตัวไม่ได้ แต่ว่าประเด็นที่ผมจะยกตัวอย่างท่านประธาน อีกเรื่องหนึ่งที่ผมไปศึกษาที่ตำบลหนองสาหร่าย ท่านนายกเทศมนตรีที่นั่นให้ชาวบ้าน เขียนหนี้ หนี้ที่นั่นพันกว่าครัวเรือน ท่านประธานทราบไหมเป็นหนี้ถึง ๓๕ ล้านบาท เป็นหนี้ นอกระบบอยู่อีกประมาณครึ่งหนึ่งของ ๓๕ ล้านบาท เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาทำได้ที่นี่ผมอยากจะเรียนท่านประธานเพื่อเป็นประโยชน์ก็คือว่าเขาให้ ชาวบ้านเทศบาลไปซื้อกระปุกออมสินแจกทุกครัวเรือน พันกว่าครัวเรือน แล้วให้เศษสตางค์ ในกระเป๋าบอกชาวบ้านว่ากลับจากนา กลับจากไร่ หรือไปทำธุรกิจที่ตลาด ไปซื้อของถ้ามี เศษสตางค์ก็หยอดไป ๑ บาท มี ๒ บาทก็หยอด ๕ บาทยอดไปหยอดมาปีหนึ่งก็มารวมกัน ทุบกระปุกครั้งหนึ่งได้เกือบล้าน ตำบลหนองสาหร่ายเป็นสถาบันการเงินที่ออมเงิน มีเงินเพื่อ จะช่วยเยียวยาเรื่องหนี้นอกระบบเกือบ ๙๐ กว่าล้านบาทตอนนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผม อยากจะเรียนท่านประธานว่าในแนวทางนี้ ผมคิดว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่อยากจะเตือนสติ คนไทยด้วยส่วนหนึ่ง บ้านผม คุณวิโรจน์ คงปัญญา เขาทำเรื่องตระกูลผกากรอง แต่ว่าตระกูลนี้ก็มีทั้งคนรวย คนจน แต่เราจะช่วยคนที่เป็นหนี้นอกระบบได้อย่างไร เขาก็ใช้ วิธีการออม มีออมทรัพย์ ๓ ปี ตอนนี้มีเงินอยู่ ๓ ล้านกว่าบาท ช่วยคนที่เป็นหนี้นอกระบบได้ เพราะฉะนั้นวิธีคิดที่ผมนำเสนอท่านประธานหมายถึงว่าเราจะทำให้คนไทยปรับเปลี่ยนนิสัย และพฤติกรรมอย่างที่ผมพูดได้อย่างไรด้วย กับอีกแนวทางหนึ่งที่เราพูดถึงการเยียวยา โดยรัฐบาล ผมคิดว่ารัฐบาลต้องมีเงินนะครับท่านประธาน การมีเงินนี้ผมคิดว่าเราจะต้อง ส่งเสริมให้รัฐบาลสร้างรายได้ใหม่ให้กับประเทศ ผมอยากเรียนท่านประธานว่า พรรคพลังท้องถิ่นไท เราเคยเสนอเรื่องการพนันออนไลน์ (Online) แก้ไข พ.ร.บ. การพนัน โดยใช้การพนันออนไลน์ (Online) เพื่อเสนอแนะให้รัฐบาลหารายได้เข้าประเทศ ผมคิดว่า ผมดูตัวเลขแล้วการพนันออนไลน์ (Online) ถ้ามาเก็บภาษีหรือเก็บค่าธรรมเนียมจะทำให้ รัฐบาลมีรายได้ ๒.๒ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นทั้ง ๒ วิธีที่ผมเสนอท่านประธานก็จะเป็น แนวทางหนึ่งที่เป็นแนวทางเสนอต่อกรรมาธิการช่วยดูด้วยว่าแนวทางการแก้หนี้ ทั้ง ๒ แนวทางในการจัดการตนเองและทำคนไทยเรามีผู้นำที่เข้มแข็งขึ้นมาในชุมชนแล้วก็ สร้างการออมทรัพย์ แล้วก็ทำกองทุนหมู่บ้านให้เข้มแข็งก็เป็นแนวทางหนึ่งกับแนวทางเสนอให้ รัฐหารายได้ใหม่ ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพจากที่ผมเสนอครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไปท่าน นิยม เวชกามา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องอภิปรายเรื่องหนี้นอกระบบมี ๒ เรื่องที่ผมต้องพูดท่านประธาน หนี้นอกระบบ บ้านผมไม่รู้จักหรอก เขาเรียกว่า เงินกู้ดอกเบี้ยโหด นี่คือบ้านผมเรียก แต่ถามว่ากู้ไหม อยากกู้ที่สุด เรื่องนี้จะไปโทษแต่นายทุนไม่ได้ ต้องโทษรัฐบาล ทำให้พี่น้อง ประชาชนอดอยาก แล้วเขาจะไม่กู้ได้อย่างไร ดอกเบี้ย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ยังกู้เลย กู้แล้วจะ ทำให้มีชีวิตต่อไปอีกวันหนึ่ง นี่คือความคิดของพี่น้องประชาชน ท่านประธานผมถึง กราบเรียนว่าเกิดดอกเบี้ยโหด ๆ แบบนี้มันจะนอกระบบก็ตาม คนที่ทำมาหากิน คนยากคนจน เอาเสียก่อน บ้านผมไม่ให้กู้มากหรอกครับ ส่วนใหญ่เป็นพวกค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ กู้ ๕,๐๐๐ บาท หักไปเลย ๒,๐๐๐ บาท เหลือแค่ ๓,๐๐๐ บาท แต่ก็ต้องจ่าย ๕,๐๐๐ บาท นั่นละ ดอกเบี้ยเก็บเป็นรายวัน อันนี้ผมจึงบอกว่าถ้าตราบใดที่รัฐบาลยังคิดอยู่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ คิดอยู่ที่ไม่ดูแลปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน ไม่มีวันสิ้นไปจากโลกอันนี้ นายทุนไปว่าเขา อย่างเดียวไม่ได้ ผมบอกว่าหลักใหญ่คือรัฐบาลไม่ดูแลปัญหา ยิ่งเดี๋ยวนี้ประกาศอีกแล้ว บอกขึ้นอีก คนละครึ่งขึ้นอีกแล้ว ก็ไปไม่รอด คนละครึ่งก็เดือนหนึ่งมีกำหนดอยู่แล้ว ๘๐๐ บาทเอง ๑๔ วันคุณไม่เอา คุณอยู่ไม่ได้ก็บอกว่าไปอย่างนั้น ตราบใดยังทำแบบนี้ ผมต้องยืนยันกับท่านประธานว่าพี่น้องประชาชนก็ยังใช้บริการเงินกู้ดอกเบี้ยโหด จะทุบตี อย่างไรก็ยอม หนีไป หลบไปเสียก่อนกลับมาใหม่ อันนี้คือปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม ที่คนยากคนจนเกิดขึ้นในทุกวันนี้ อันนี้ผมต้องฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลแก้ทันที คือแชร์ลูกโซ่ครับท่านประธาน เจ็บปวดมาก ท่านประธานไปถึงรัฐบาลแก้ทันทีคือแชร์ลูกโซ่ท่านประธาน เจ็บปวดมาก อันนี้เป็นแชร์ลูกโซ่ ที่วางแผนอย่างดีที่จะโกงคนทั้งประเทศ บ้านผมเพิ่งเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้เมื่อกลางเดือนไปไล่จับ แชร์ลูกโซ่ที่เกิดขึ้นเพราะว่าคนเราอยากจะได้เงิน เอาเงินมาวางแผนบอกว่าถ้าให้เขาไป บริหารเงินเขาบอกเขาทำได้ คุณจะได้ร้อยละ ๒๐ ร้อยละ ๓๐ ซึ่งโดยความเป็นจริงมันเป็นไป ไม่ได้ ซึ่งเกิดขึ้นนี่ตำรวจจาก ผบ.ปอท. คือตำรวจทางระบบทั้งหลาย ท ๑ ท ๓ แล้วก็ตำรวจ ในพื้นที่คือพลตำรวจตรี สรรธาน อินทร์จักร์ ผู้บังคับการตำรวจก็จับไปคือโรงเห็ดทิพย์ ซึ่งเรียกว่าโรงเห็ดทิพย์จริง ๆ คือโครงการให้คนมาลงทุนปลูกเห็ด สร้างหลอกตาไม่เท่าไร ตอนนี้ท่านประธานรู้ไหมว่าคนที่ถูกหลอกในสกลนคร ซึ่งโรงเห็ดนี้ตั้งอยู่ที่ถนนสกลทวาปี ในตัวเมืองสกลนครก็ถูกหลอกไป ๒,๐๐๐ กว่ารายที่เกิดขึ้น วันนี้เงินที่ถูกหลอก อันนี้เสียหาย ไป ๑,๒๙๐ ล้านบาท นี่คือคนอยากมี อยากรวย อันนี้มันเกิดขึ้นเพราะระบบสื่อสารทาง อิเล็กทรอนิกส์คือระบบออนไลน์ (Online) โฆษณาไปเต็มพื้นที่ในระบบออนไลน์ (Online) แต่วันหนึ่งมันไม่มีอะไรจนเรียกว่าโรงเห็ดทิพย์ พอตำรวจไปจับก็มีเจ้าหน้าที่เล็ก ๆ ให้จับอยู่ ๔ ๕ คน ผมเห็นในข่าวออกทางสื่อทั้งหลายบอกตำรวจนำหมายจับ ๘ หมายไปจับกุม หมายจับศาลสกลนครไปจับกุม ได้จับกุมแต่เล็ก ๆ ปลาซิวปลาสร้อย ผมจึงกราบเรียนว่า วันนี้พวกนี้ต้องอย่าให้มันมีที่ยืนในสังคม รัฐบาลทำได้ครับอันนี้ เรามีกระทรวงใหญ่โต กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแล้วทำอะไรอยู่ หน้าที่คุณทำอะไร ผมต้องถาม กระทรวงว่ามาจัดการกับคนพวกนี้ได้ไหม ทำได้เลย แต่ทำไม่ได้เพราะขีดความสามารถของ ผู้บริหารของกระทรวงนี้มันต่ำ ผมจึงกราบเรียนว่าวันนี้ถ้าปล่อยให้คนกลุ่มนี้อยู่บ้านเมือง ลำบากแน่ พี่น้องประชาชนลำบากที่สุด ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูง ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานค่ะ หนี้นอกระบบมีประมาณ ๕ ล้านล้านบาทเลยทีเดียว ปีนี้งบประมาณทั้งหมดที่ใช้ในประเทศ ๓.๑๘๕ ล้านล้านบาทเท่านั้น ฉะนั้นเกือบ ๒ ล้านล้านบาทเลยทีเดียวที่หนี้นอกระบบมีมากกว่า ดิฉันคิดว่าสาเหตุหนึ่งเลยทีเดียวที่เป็น สาเหตุหลักสำคัญค่ะท่านประธาน เพราะว่าพืชผลทางการเกษตรตกต่ำเป็นเวลานาน พอดิฉันถามว่าข้าวเดี๋ยวนี้ได้กิโลละเท่าไร ๙ บาทค่ะ ๙ บาทจากที่เคยได้ ๑๕-๒๐ บาท ต่างกันมากเลยนะคะ ดังนั้นจึงมีหมวกกันน็อกก็คือหนี้นอกระบบนี่ล่ะค่ะ หมวกกันน็อกนี่ คุกคามคนบ้านดิฉันจนย้ายถิ่นฐานก็มี ทุกครั้งที่ดิฉันลงพื้นที่แล้วไปเห็นบ้านไม้เก่า ๆ หรือบ้านปูนหลังเล็ก ๆ ถูกคลุมไปด้วยเครือเถาวัลย์ดิฉันจะถามว่าเขาย้ายถิ่นฐานแล้วหรือ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือเพื่อนบ้านก็จะตอบว่าหมวกกันน็อกมาล่าเขาจนเขาย้ายไปอยู่ ที่อื่นแล้ว สะเทือนใจมากเลยนะคะ เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวันเพราะว่ามันกู้ง่าย แล้วคนที่กู้ต้องการกำไร แล้วเขาก็เสียหายเยอะด้วย ถ้าเรื่องถึงตำรวจก็จะไม่ได้คืน อย่างนี้ก็เลยทำให้เงินกู้นอกระบบไม่ว่าจะเป็นหมวกกันน็อก ออนไลน์ (Online) ต้องไปบอกว่าหมวกกันน็อกออนไลน์ (Online) กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจทำไมไม่แก้ปัญหา ในโทรศัพท์ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกคนมีหมดเลย วันนี้คุณได้รับรางวัล ๓,๐๐๐ บาทกดไปนี่ได้เลย ได้เลยนะคะ แล้วก็ถ่ายบัตรประชาชนให้เขา เอาหน้าบัญชีไปให้เขา เขาก็จะโอนมาให้ แล้วเขาก็บอกว่าหนึ่งหมื่นเขาก็จะหักไว้ ๔,๐๐๐ บาท ได้ ๖,๐๐๐ บาทค่ะ ท่านประธานหมวกกันน็อกออนไลน์ (Online) ระบาดหนักเลยทีเดียว ที่นี้เขาก็จะถามว่าเบอร์โทรศัพท์ของใครที่ท่านติดต่อได้โดยสะดวก เป็นเพื่อนเป็น ผู้บังคับบัญชาอย่างนี้ก็ให้ไป ท่านประธานทราบไหมคะว่าเวลาไม่จ่ายเบอร์โทรศัพท์ในนั้น จะถูกล่าหมดทุกคนเลย ดิฉันถูกมาแล้วค่ะ เขาก็ถามว่าคุณเป็นอะไรกับผู้กู้ อ๋อเป็น ผู้ใต้บังคับบัญชาค่ะ เขาก็จะบอกว่าคุณละเหี่ยนี่มาจากคุณละเหย ด่าไม่ซ้ำคำเลยทีเดียวค่ะ ท่านประธาน นี่ดิฉันพูดเพราะ ๆ นะคะ แต่จริง ๆแล้วไม่ใช่อย่างนั้น สัตว์เลื้อยคลานทั้งนั้นเลย ที่ออกมา แล้วเขาก็บอกว่าคุณเป็นอะไรกับเขา บอกแค่นั้นล่ะค่ะก็จะเป็นคุณละเหี่ยทันทีเลยค่ะ แล้วก็คุณละเหยก็จะตามมา แล้วสัตว์เลื้อยคลานเต็มไปหมดทั้งบ้านทั้งเมืองก็แบบนี้ แล้วก็ขู่ เข้ามาทางเฟซบุ๊ก (Facebook) ทางไลน์ (Line) ทางอะไรไปหมด นี่คือหมวกกันน็อก ออนไลน์ (Online) ประธานค่ะดิฉันถามว่ารัฐบาลทำอะไรอยู่ แค่ป้องกันหมายเลขโทรศัพท์ ไม่กี่แสนเบอร์ทำไม่ได้ ประชาชนเมื่อเดือดร้อนใกล้มือที่สุดก็ต้องทำค่ะกดปั๊บ ปั๊บ ปั๊บไป หมวกกันน็อกออนไลน์ (Online) นั้นเดือดร้อนมาก คนกู้มาก แล้วมันก็จะบวกเพิ่มมากขึ้น เรื่อย ๆ หมวกกันน็อกออนไซต์ (On-site) ขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามแล้วก็คุกคามเขาอยู่ตลอด ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่ตลอดเวลาค่ะ อยู่ที่ทำงานนี่ก็ต้องรีบเอาจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ ไปซ่อนไว้ด้านหลัง เอาอะไรคลุมไว้ไม่ให้คนเหล่านี้เห็น หรือคุกคามมาก ๆ ก็ย้ายถิ่นฐานกัน เลยทีเดียว รัฐบาลจะต้องแก้ปัญหานะคะไม่ใช่ว่าให้ประชาชนดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด ไม่รอดค่ะ บางคนผูกคอตาย บางคนกระโดดน้ำตาย บางคนร่ำลาเพื่อน ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะจากโลก ใบนี้ไป กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากนครปฐมค่ะดิฉันขออภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติด่วนให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา ศึกษาปัญหาหนี้นอกระบบและปัญหาแชร์ลูกโซ่ค่ะ มันชัดเจนที่สุดแล้วนะคะว่าประเทศเรานี้ เป็นคนป่วยแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตัวจริงค่ะ จากเสือตัวที่ ๕ ของอาเซียน (ASEAN) ในช่วงปีทศวรรษที่ ๒๕๓๐ ตอนนี้ก็กลายมาเป็นแมวเซาตัวที่ ๖ ของเอเชียค่ะท่านประธาน ปัญหาของหนี้นอกระบบเกิดมาจาก ๓ อย่างสำคัญ ๆ ก็คือปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ประเทศ เรามีสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และตอนนี้ก็สูงมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยค่ะ ปัญหาการเข้าไม่ถึงโอกาส ไม่มีการกระจายรายได้ก็เกิดจากการไม่มีฝีมือการบริหารจัดการ การกระจายโอกาสสร้างรายได้ให้ประชาชน แล้วก็การที่จะไปโทษว่าเกิดจากปัญหาโควิด (COVID) นั้นอันนั้นไม่ใช่แน่นอน การไปโทษโควิด (COVID) เสียทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นการ แก้ตัวของรัฐบาลเท่านั้น เพราะปัญหาเศรษฐกิจมันเกิดมาอย่างจริงจังตั้งแต่นับจาก รัฐประหารปี ๒๕๕๗ มาแล้ว แล้วก็มาทวีความรุนแรง ถูกซ้ำเติมจากโควิด (COVID) เท่านั้นเองค่ะท่านประธาน เป็นที่ชัดเจนว่านอกจากประเทศนี้จะเป็นประเทศที่พูดความจริง ไม่ได้ก็เป็นประเทศที่ไม่สร้างโอกาสให้ประชาชน หนี้นอกระบบมากกว่า ๕ ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ของหนี้ครัวเรือนทั้งหมด มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลหลายระลอกที่ผ่านมาไม่ได้แก้ไขปัญหาได้จริงค่ะ ท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่งก็เข้าไม่ถึงคนจน คนที่อ่อนแอที่สุดในสังคม เพราะว่าการกำหนดในโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลไม่ว่าจะต้องมีบัญชีธนาคาร ไม่ว่าจะต้องมีการ เข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) จากโครงการเราไม่ทิ้งกันก็กลายเป็นว่าคนจำนวนมากที่เป็น คนจนคนด้อยโอกาสตัวจริงแร้นแค้นตัวจริงกับถูกทอดทิ้ง เพราะมีการบริหารที่ผิดพลาด ว่าด้วยคุณสมบัติของคนที่จะมีสิทธิเข้าถึงการช่วยเหลือท่านประธาน เราจะแก้ปัญหา หนี้นอกระบบ ปัญหาความเหลื่อมล้ำนี้ได้อย่างไร ถ้าเราไม่ได้จัดการในขาเข้าของเงิน คือปัญหาในการเพิ่มรายได้ให้กับประเทศค่ะท่านประธาน ไม่ว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา กี่ชุดเราก็คงจะไม่มีทางที่จะแก้ปัญหานี้ได้ แล้วอันที่จริงฉันก็ไม่ได้คาดหวังการแก้ปัญหา หนี้นอกระบบหรือปัญหาแชร์ลูกโซ่จากรัฐบาลเผด็จการสืบทอดอำนาจนี้ด้วย เราคงจะต้อง หวังในรัฐบาลหน้าจากการเลือกตั้งครั้งที่จะมาถึง แต่ในที่นี้ดิฉันจะขอพูดถึงในด้านขาเข้าของ เงินรายได้ของรัฐที่จะมาแก้ปัญหาหนี้นอกระบบมาแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เรื่องการ กระจายโอกาสการกระจายรายได้ก็คือเราจะต้องมีการหารายได้ด้วยการเพิ่มช่องทางการ เก็บภาษีให้มากขึ้น ที่สำคัญที่สุดที่มีการพยายามมาแล้วไม่รู้กี่รัฐบาลต่อกี่รัฐบาลก็คือ การจัดเก็บภาษีที่ดินจากคนรวยตอนนี้บางคนที่ฉันรู้จักมีโฉนดเต็มตู้จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเอง มีที่ดินอยู่ที่ไหนบ้างเป็นร้อยเป็นพันแปลงแล้วก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ แล้วก็ไปปลูกกล้วยบ้าง ไปปลูกอ้อยบ้างเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงภาษีมรดก ปัญหาภาษีมรดกก็เช่นกันค่ะท่านประธาน ถ้าเราไม่มีเก็บภาษีมรดกเราจะไม่มีการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำช่องว่างระหว่างคนจนกับ คนรวยได้เลย เราจะต้องลดขนาดช่องว่างนั้น เพราะว่าไม่มีประเทศไหนที่มีคนชั้นกลาง ประเทศที่จะเดินไปถึงประเทศที่พัฒนาแล้วจะต้องมีจำนวนคนชั้นกลางเป็นสัดส่วน ที่มากที่สุด มีคนรวยเป็นสัดส่วนที่น้อยคนจนเป็นสัดส่วนที่น้อย แต่ตอนนี้ประเทศของเรา ตรงกันข้ามคนชั้นกลางลดจำนวนต่ำลงทุกที ๆ แล้วก็ช่องว่างถ่างขยายขึ้นมากระหว่าง คนเศรษฐีมหาเศรษฐีกับคนที่ยากจนแร้นแค้น เพราะฝีมือในการบริหารประเทศและ เพราะผลกระทบจากการรัฐประหารที่ทำให้ขาดความเชื่อมั่นมา ๘ ปีแล้วค่ะท่านประธาน สามเสือเศรษฐกิจของอาเซียน (ASEAN) ที่ประกอบด้วยสิงคโปร์ เกาหลีใต้และไต้หวัน ใช้เวลาเฉลี่ยเพียง ๒๗ ปีเท่านั้นในการเติบโตเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วแต่ของเราก็ยังหยุด ย่ำอยู่กับที่ ถ้าเราเป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตยจริง ๆ ท่านประธาน เวลาจะโหวตเวลาจะ เลือกอะไรคนจนจะต้องชนะเสมอ เพราะคนจนเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ แต่กลายเป็น ว่าคนชั้นนำนายทุนคนรวยเป็นผู้ผลักดันให้เกิดการรัฐประหารและผลที่กระทบมากที่สุด ไม่ว่าจากการรัฐประหารหรือจากโควิด (COVID) ที่มาซ้ำเติมภายหลังก็คือคนจน หนี้ที่ดิฉัน อยากจะเสนอขอเวลานาทีเดียวที่ดิฉันเจอมากที่สุดไม่ใช่หนี้เฉพาะปัญหาพวกมาเฟียเจ้าพ่อ เจ้าแม่ที่มีผู้อภิปรายไปมากแล้ว แต่เป็นหนี้นอกระบบจากสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร หรือที่เรียกว่านอนแบงก์ (Non-Bank) เป็นสถาบันการเงินห้องแถวที่เราจะพบโฆษณาได้ โดยทั่ว ๆ ไป การให้สินเชื่อของสถาบันการเงินห้องแถวนั้นละคะท่านประธาน ดิฉันได้เห็น ด้วยตาตัวเองแล้วว่ามีการเก็บค่าแรกเข้าจะด้วยชื่อต่าง ๆ จะด้วยชื่อต่าง ๆ เขาอาจจะมี ดอกเบี้ยที่อยู่ภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด แต่ว่ามีการเก็บเงินค่าเขาเรียกว่าอะไรค่าแป๊ะเจี๊ยะ หรืออะไรก็แล้วแต่จะเรียกกันถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ถึง ๗ เปอร์เซ็นต์ เช่นไปกู้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ก็โดนเก็บไปแล้ว ๑๔,๐๐๐ บาท แล้วก็ไปคิดดอกเบี้ยตามระบบทีหลัง ดิฉันก็อยากจะให้ สอดส่องดูแลสถาบันการเงินห้องแถวที่เป็นนอนแบงก์ (Non-Bank) พวกนี้ด้วยถึงจะสามารถ แก้ปัญหาได้จริง ๆ เพราะว่าเป็นการแอบแฝงแล้วคนไปใช้บริการกันมากก็ไม่ได้ต่างจาก หนี้นอกระบบจากระบบนายทุนภายนอก ขอบคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ แล้วก็จะมาเป็นคุณกฤษฎา ตันเทอดทิตย์และคุณพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ขอเชิญนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ การที่ญัตตินี้มีผู้อภิปรายมากมาย ขนาดนี้ ผมคิดว่าเราเห็นตรงกันแล้วล่ะว่าหนี้นอกระบบเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย ในส่วนของผม ผมอยากเสนออีกมุมมองหนึ่งว่าถ้าเราจะปราบหนี้นอกระบบให้ราบคาบ เราต้องจัดการกับหนี้ในระบบเสียก่อน ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะว่าทุกวันนี้ต้นตออันหนึ่งของ หนี้นอกระบบคือการที่เราถูกเจ้าหนี้ในระบบหลอก หลอกหลายเรื่องครับ แต่เวลาผมมีจำกัด เอาแค่ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ🔗
หลอกแรกคือเรื่องของการผ่อนรถ ท่านประธานทราบไหมว่าในประเทศไทย มันไม่มีการผ่อนรถจริง ๆ หรอกครับ เพราะการผ่อนรถในประเทศไทยคือการเช่าซื้อ แล้วทีนี้ ต่างกันอย่างไร ต่างกันหลายอย่างครับ ต่างอย่างแรกคือถ้าเป็นผ่อนรถดอกเบี้ยมีเพดาน กำหนด แต่พอเป็นเช่าซื้อจะคิดเท่าไรก็ได้เพราะมันคือค่าเช่า แต่อีกอย่างหนึ่งคือสมมุติว่า ถ้ารถคันละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ผ่อนไปได้เรื่อย ๆ เหลืออยู่ ๓ งวดสุดท้าย ๓,๐๐๐ บาท ไม่มีสตางค์จ่าย ถ้าเป็นผ่อนรถเขายึดได้แค่ของมูลค่าไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาทจะยึดอะไรก็ยึดไป แต่ไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท แต่ถ้าเป็นเช่าซื้อเหลือค้างจ่ายอยู่ ๓,๐๐๐ บาท หรือเหลือแค่ ๑๐ บาทก็ตามไปยึดรถได้ทั้งคัน แล้วถามว่ารัฐทราบไหมว่ามีเหตุการณ์แบบนี้ ทราบครับ แต่ถามว่าทำไมหลี่ตาข้างเดียว ถ้าจะมองให้แง่ร้ายหน่อยก็เพราะว่าการเช่าซื้อเป็นการ ประกอบธุรกิจ รัฐเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอะไรต่าง ๆ ได้มหาศาล แต่พอเป็นผ่อนรถเก็บไม่ได้🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่โดนหลอกก็คือหลอกว่าจ่ายหนี้ แต่จริง ๆ คือจ่ายดอกเบี้ย ตัวอย่างอันหนึ่งชัด ๆ คือหนี้ในระบบของสหกรณ์ จริง ๆ สหกรณ์เป็นองค์กรที่ดีสำหรับ คนตัวเล็กให้เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายกว่าธนาคารพาณิชย์ แต่ก็มีเรื่องปัญหาที่ต้องแก้ไขนั่นก็คือ เรื่องที่เรียกว่าลำดับตัดหนี้ที่ตัดแบบแนวตั้ง หมายความว่าพอเอาเงินไปใช้หนี้แทนที่จะไปตัด ที่เงินต้น เอาไปตัดดอกเบี้ยหมดก่อน เอาไปตัดค่าธรรมเนียมหมดก่อนแล้วค่อยมาตัดเงินต้น ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือเป็นปัญหา ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ ในแผนภาพข้างบนนี้ สมมุติว่า มีเกษตรกรคนหนึ่งเขาเป็นหนี้อยู่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท มีกำหนดชำระ ๑๐ งวด งวดละ ๑๐,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ยคิดตัวเลขกลม ๆ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ งวดละ ๑,๕๐๐ บาท ค่าธรรมเนียมอีก ๕๐๐ บาท แปลว่าเขาต้องจ่ายคืนงวดละ ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๐ งวด ๑๒๐,๐๐๐ บาท ก็เป็นการจบ แยกย้าย นั่นคืออุดมคติถ้าเขามีสตางค์จ่าย แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่อย่างนั้นเสมอไปครับ โลกไม่ได้รู้เห็นเป็นใจกับเรา เกษตรกรคนนี้ไม่มีเงินจ่ายหนี้ ๑๐ งวด ดอกเบี้ยก็วิ่งไปเรื่อย ๆ พอมาวันหนึ่งฟ้าฝนเป็นใจได้เงินมาก้อนหนึ่งสมมุติว่า ๒๐,๐๐๐ บาท เอามาจ่ายหนี้ ๒๐,๐๐๐ บาทนี้เอาไปจ่ายอะไร ๒๐,๐๐๐ บาทนี้เอาไปหัก ๕,๐๐๐ แรกคือค่าธรรมเนียม เอาไปหักอีก ๑๕,๐๐๐ คือดอกเบี้ย เพราะฉะนั้นเงินต้นที่เดิมคือ ๑๐๐,๐๐๐ บาท จ่ายไป ๒๐,๐๐๐ บาท ก็ยังเป็นแสนหนึ่งเหมือนเดิม ทีนี้พอเงินต้นเท่าเดิมผ่านไปเดือนหนึ่งดอกเบี้ย ก็งอกกลับมาใหม่ ก็เป็นอย่างนี้ไม่รู้จักจบสิ้นไม่สามารถพ้นวังวนหนี้ เพราะฉะนั้นวิธีที่ควรจะ ต้องทำคือแทนที่จะตัดแนวตั้งแบบนี้ควรที่จะต้องเปลี่ยนเป็นตัดแนวนอน หมายความว่าเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทนี้พอจ่ายไปปุ๊บ แทนที่เราจะหักแค่ค่าธรรมเนียมกับดอกเบี้ย ต้องหักงวดที่ ๑ ทั้งงวด จ่ายไป ๒๐,๐๐๐ บาท หักงวดที่ ๑ ทั้งงวด ๑๒,๐๐๐ บาท ยังเหลืออีก ๘,๐๐๐ บาท มาหักงวดที่ ๒ ได้บางส่วน พอทำแบบนี้มันก็เลยทำให้เงินต้นจากเดิม ๑๐๐,๐๐๐ บาท ลดเหลือ ๘๔,๐๐๐ บาท พอเงินต้นลดดอกเบี้ยที่วิ่งตามเงินต้นก็ลดตาม แบบนี้ก็ถึงจะพอเห็น แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์มีทางออกได้บ้าง แล้วเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรนะครับ ธนาคารแห่งประเทศไทยเขาก็บังคับธนาคารพาณิชย์ทุกที่ให้ทำแบบนี้แล้ว เพียงแต่ว่า สหกรณ์ยังตัดแบบแนวตั้งได้อยู่ตามใจ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไข เมื่อพูดถึงสหกรณ์ขอพูดอีกเรื่องครับท่านประธาน คือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง ข้าราชการที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ที่พอสหกรณ์ไปปล่อยให้เขากู้จนเกินตัวเสร็จปุ๊บก็มาหักจาก เงินเดือนเขาจนแต่ละเดือนเหลือเป็นหลักสิบ ผมเอาตัวอย่างง่าย ๆ อันหนึ่งเลยให้ ท่านประธานดูของจริงเลยครับ ตำรวจคนหนึ่งที่ผมไปคุยมาเอาสลิป (Slip) เงินเดือนมากาง ให้ท่านประธานดู เงินเดือนเขา ๒๐,๗๙๐ ถูกสหกรณ์หักไป ๒๐,๗๔๕ ทุกเดือน แต่ละเดือน ได้อยู่ ๔๔ บาทกว่า ถามว่าจะให้เขาทำอย่างไรครับ เมื่อทำงานสู้หนี้แต่หนี้สู้กลับแบบนี้ ถ้าเป็นตำรวจดีหน่อยก็นั่นอย่างไรครับ หนี้นอกระบบ ถ้าเป็นตำรวจแย่หน่อยก็เรียก ส่วยรีดไถ อย่างที่เห็นในข่าวทั่วไป นี่คือปัญหาทั้งหมดที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ถึงเวลาแล้วที่จะต้องหยุดใช้วิธีนี้ทำมาหากินกับคนรายได้น้อย ทำมาหากินกับคนหาเช้ากินค่ำ ต้องหยุดกระบวนการขุดบ่อล่อปลา รัฐต้องเลิกหลี่ตาข้างเดียว แล้วต้องเลิกวันนี้ก่อนที่จะ ไม่มีวันพรุ่งนี้สำหรับพวกเราครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ จากนั้นเป็นคุณพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ขออภัยครับ เชิญกฤษฎาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม กฤษฎา ตันเทอดทิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้คำว่า ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส เป็นคำพูดสั้น ๆ ง่าย ๆ แต่ถือว่าเป็นหน้าที่ที่สำคัญที่สุดที่รัฐบาลที่ดีควรจะต้องทำ เพื่อประชาชน แต่วันนี้รัฐบาลนี้ทำอะไรเพื่อพี่น้องประชาชนบ้างครับ ตรงกันข้ามครับ ท่านประธาน สิ่งที่ผมได้ยินประชาชนพูดถึงรัฐบาลชุดนี้กลับเป็นประโยค เพิ่มรายจ่าย ลดรายได้ และปิดโอกาสเสียมากกว่าครับท่านประธาน วันนี้ภาพจำหรือสิ่งที่คณะผู้บริหาร ประเทศอยากให้เป็นที่จดจำของพี่น้องประชาชนคืออะไรบ้างครับ ท่านอยากให้พี่น้อง ประชาชนจำท่านว่าเป็นรัฐบาลที่กู้เงินมากที่สุด หรือเป็นรัฐบาลที่ทำให้ประเทศถอยหลัง ชนฝา หรือว่าเป็นรัฐบาลที่เงินกู้นอกระบบเฟื่องฟูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยดีครับ เงินกู้นอกระบบจะจัดการที่รายได้ไม่ทันรายจ่าย วันนี้พี่น้องประชาชนมีภาระ ไม่ว่าจะเป็น ค่านมลูก ค่างวดรถ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าเทอม สุดท้ายบางทีบางรายอาจจะต้องถึงกับ ฆ่าตัวตายก็ได้ครับท่านประธาน วันนี้รัฐบาลนี้ทำอะไรเพื่อพี่น้องประชาชนบ้างครับ แชร์ลูกโซ่วันนี้ก็มาในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเอสเอ็มเอส (SMS) อีเมล (Email) โทรศัพท์ ปากต่อปาก ออฟไลน์ (Offline) ออนไลน์ (Online) ทุกรูปแบบ ถามว่าวันนี้ทำไมพี่น้อง ประชาชนไทยถึงหลงเข้าไปในห่วงโซ่นี้กันมาก เหตุผลก็เพราะว่าเขาเหล่านี้คิดว่าเป็น ทางออก คิดว่าเป็นโอกาส และเป็นทางออกเดียวที่หยิบยื่นเข้ามาในวันที่เขามืดแปดด้าน สุดท้ายแทนที่จะเป็นโอกาส เขาเหล่านี้กลับตกเป็นเหยื่อ แทนที่จะได้กลับเสียมากกว่าเดิม ครับท่านประธาน ผมมีโอกาสได้พบปะแลกเปลี่ยนและพูดคุยหารือกับหลาย ๆ ประเทศ ในฐานะกรรมาธิการ และเป็นที่น่าตกใจครับว่า ประเทศไทยเรารั้งท้ายในอาเซียน (ASEAN) เราจัดอยู่ในประเทศท้าย ๆ ที่ต่างประเทศอยากเข้ามาลงทุน ยกตัวอย่างเช่น ประเทศจีน ซึ่งมีกำลังซื้อและเม็ดเงินมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน (ASEAN) ไม่ว่า จะเป็นสิงคโปร์ เวียดนาม ลาว หรืออินโดนีเซีย เราจัดอยู่ในลำดับที่ ๖ ที่จีนเข้ามาลงทุน ในตอนนี้ ทั้ง ๆ ที่เรามีความพร้อมทั้งในเรื่องภูมิศาสตร์ ทำเลที่ตั้ง และโครงสร้างพื้นฐาน ทางเศรษฐกิจ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะดึงดูดนักลงทุนเข้ามาจากต่างประเทศก็คือในเรื่องของ นโยบายภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐาน แต่วันนี้ ๘ ปีที่ผ่านมาเรายังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ที่ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่าเมื่อเขาลงทุนไปแล้วเขาจะได้ประโยชน์ ลงทุนแล้วเขามีอนาคต ลงทุนแล้วเขาได้กำไร กลับกันวันนี้มีหลายบริษัทเริ่มถอนการลงทุนและย้ายฐานการผลิตไปที่ ประเทศอื่น สิ่งเหล่านี้ความผิดพลาดในการวางนโยบายทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการลงทุน ที่ผิดพลาดในโครงสร้างพื้นฐาน และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างรายได้เข้าประเทศไม่เป็น นี่คือต้นเหตุและสาเหตุที่แท้จริงของเงินกู้นอกระบบและแชร์ลูกโซ่ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ วันนี้ธนาคารต่าง ๆ ทำกำไรมหาศาล ในขณะที่พี่น้องประชาชนกลับต้องกู้ นอกระบบ แสดงว่าโอกาสในการกู้ในระบบไปไม่ถึงพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง วันนี้ถ้า รัฐบาลเข้าใจควรจะต้องทำบางสิ่งบางอย่าง แต่รัฐกลับนิ่งเฉย ปล่อยให้พี่น้องประชาชน หาเช้ากินค่ำตามยถากรรม สิ่งที่ผมพูดนี้เกิดขึ้นอยู่ทั่วไทยครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นที่ ขอนแก่นของเพื่อนสมาชิกผม ท่าน ส.ส. ภาควัต ศรีสุรพล ที่จังหวัดเลยของท่าน ส.ส. ศรัณย์ ทิมสุวรรณ ที่หนองบัวลำภูของท่าน ส.ส. สยาม หัตถสงเคราะห์ ที่นครพนมของท่าน ส.ส. มนพร เจริญศรี หรือแม้แต่ที่เชียงใหม่เขตพื้นที่ของท่าน ส.ส. จักรพล ตั้งสุทธิธรรม พี่น้องประชาชนมีหนี้ทั่วไทยจริง ๆ ครับท่านประธาน ก่อนหน้านี้เราอธิบายเรื่องเงินกู้ ของรัฐบาลที่กู้แล้วกู้อีก วันนี้กว่า ๑๐ ล้านล้านบาท เมื่อวานแล้วอภิปรายเรื่องเงินกู้ กยศ. ของน้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา วันนี้เราอภิปรายเรื่องเงินกู้นอกระบบของพี่น้องประชาชน พรุ่งนี้เราจะอภิปรายเรื่องอะไรดีครับท่านประธาน หรือรู้ตัวอีกทีประเทศเราอาจะไม่เหลือ เครดิตให้กู้แล้วก็ได้นะครับ สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน หมวกกันน็อกสำหรับท่านซึ่งเป็นผู้บริหารประเทศอาจจะเป็น หมวกกันน็อกที่ท่านใส่เพื่อไปทริป (Trip) มอเตอร์ไซค์วันหยุดสุดสัปดาห์ แต่หมวกกันน็อก สำหรับพี่น้องประชาชนคนรากหญ้าคือความหวาดกลัว ความผวาว่าวันนี้วันที่เขามาตามทวง หนี้จะเอาที่ไหนมาคืนเขา และในวันพรุ่งนี้ครอบครัวเขาจะอยู่อย่างไรในวันที่ดอกทบต้น ในวันที่ทรัพย์สินชิ้นสุดท้ายในชีวิตเขากำลังจะถูกยึด วันนี้รัฐบาลทำอะไรอยู่ครับ ขอบคุณ ครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ นะครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนที่เคารพครับ ผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ อำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ครับ ผมขออนุญาตร่วมอภิปราย ในญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบและแชร์ลูกโซ่ ของท่าน ส.ส. วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ที่นำเสนอพร้อมคณะพรรคเพื่อไทยครับ ผมพยายาม จะไม่มีประเด็นเยอะนะครับเพราะว่าเมื่อเช้าได้ฟังมาตลอดช่วงที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงนะครับ มีประเด็นมากที่เรียนต่อสภาแห่งนี้ ผมจะขอพูดประเด็นสำคัญ ๆ ครับ ผมมองว่าวันนี้เราใช้ คำว่าเรื่องด่วนท่านครับ มันด่วนจริง ๆ ถ้าเราไม่แก้กันวันนี้ รับรองครับ ประเทศไทยเราจะ เจอปัญหาวิกฤติอย่างมาก เพราะขนาด ๑ ใน ๓ เดินไป ๓ คนเจอ ๑ คนเป็นหนี้นอกระบบ มันเริ่มหนักมากนะครับ จึงขอบคุณที่ทางพวกเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ครับ แล้วก็สำคัญ ที่สุดนะครับ ประเด็นสำคัญรัฐบาลไม่ควรปล่อยปัญหาแบบนี้ให้เกิด การลงทุนก็ดี ทำอะไร ก็ดีให้ประชาชนได้มีเงิน ตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญครับ ประชาชนมีแต่รายจ่ายตลอดครับ เดี๋ยวค่าไฟขึ้น เดี๋ยวค่าของขึ้นตลอดเวลา แต่รายรับไม่ขึ้น จำเป็นที่ต้องมีแหล่งเงินทุน เข้ามานะครับ ปัญหาหนี้นอกระบบนี่นะครับ มันเกิดขึ้นตั้งแต่คนจนยันคนรวย เวลาเศรษฐกิจไม่ดี คนรวยก็จำเป็นต้องแหล่งเงินทุนครับ ในเมื่อแหล่งเงินทุนจากภาคสถาบัน การเงินยากก็เข้าหานอกระบบครับมันก็อยู่วงจรเดียวกัน ส่วนความจำเป็นที่ต้องใช้เงิน ไม่ว่าดำรงชีพ ซื้อวัตถุดิบการเรียนการสอนของคนจนก็เจอเหมือนกัน เรื่องนี้วันนี้เป็นเรื่อง เดียวกันแล้วครับท่านครับ ผมอยากให้รีบแก้ไขดังที่นำเรียนมานะครับ ผมเป็นผู้แทนราษฎร ผมเห็นพี่น้องประชาชนได้เข้ามาปรึกษาหลายอย่างครับ หนักมากครับท่านครับ รู้อยู่แล้วว่า วันนี้เขาเริ่มต้นจากการยอมเป็นหนี้ พรุ่งนี้เขาไม่มีปัญญาหรอกครับ แต่ก็ต้องหาทาง แนะนำเขา ไม่อย่างนั้นวันนี้เขาไปไม่รอดนะครับ ผมหวังว่ารัฐบาลเองจะให้ความสำคัญกับ เรื่องเพิ่มเงินรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แจกเป็นรายเดือนนะครับ แล้วก็ จะทำให้รัฐบาลได้ทำให้เศรษฐกิจของพี่น้องประชาชนดีขึ้นครับ ผมอยากจะเสนอ พูดแล้ว ก็อยากเสนอว่าทำอย่างไรดีครับ ก็เรียนท่านประธานไปถึงผู้รับผิดชอบเรื่องหนี้นอกระบบ นะครับ เราต้องทำให้ระบบเป็นระบบจริง ๆ ครับ ไม่อย่างนั้นแล้วไม่มีเม็ดเงินเข้ามาก็จะมีแต่ รายจ่ายเช่น ควรจะเสนอผ่านไปว่ากำหนดดอกเบี้ยให้ต่ำที่สุดครับ เพื่อไม่ให้ต้นทุนมันสูง นะครับ ขั้นตอน วิธีการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องหนี้นอกระบบ ตั้งแต่เริ่มสัญญาเงินกู้จนถึง บังคับหนี้ช่วยทำให้ชัดเจน บางครั้งสัญญาไม่ชัดเจนก็จะลำบากนะครับ ผู้กู้ก็อยู่ ๆ แล้วไม่รู้ หนี้ตัวเองเท่าไร แล้วต้องไม่มีพฤติกรรมในการทวงหนี้โหดด้วยครับ เมื่อเช้าช่วงที่ผมนั่งฟังมา ก็รู้สึกรันทดสำหรับวิธีการทวงหนี้นะครับ เขาอยากจะใช้แต่เขาไม่มี ไปยึดของ ยึดทรัพย์สินเขา ท้ายที่สุดแล้วก็เกิดปัญหาดังที่ตามมานะครับ อยากให้ออกกฎหมายครับ ให้ผู้ให้บริการ ทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารได้สามารถให้บริการทางการเงิน ช่วยธนาคารการเงินด้วย เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ไวแล้วก็หลากหลายมากขึ้นครับ แล้วก็อยากให้ พิจารณาอย่างรวดเร็วครับ เพราะพี่น้องประชาชนตอนนี้เรื่องเงินทุนเป็นสิ่งสำคัญครับ เขาไม่อยากกู้หรอกครับ น่าสงสารเห็นใจครับ เพราะว่าถ้าท่านใดมีพรรคพวกที่อยู่สภาวะ แบบนี้เขาลำบากมากนะครับ อีกหลายเรื่องครับ ท่านครับ อยากเรียนผ่านท่านประธาน ที่ท่านสมาชิกสภาได้พูดถึงปัญหาขอให้แก้ไขแนวทางปฏิบัติ รวมทั้งสิ่งที่ผมนำเสนอด้วย ก็ขอนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณศาสตรา ศรีปาน และคุณนิยม ช่างพินิจ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ผม ศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสงขลา หาดใหญ่ คลองแห คลองอู่ตะเภา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก ทุก ๆ ท่านที่ได้นำเสนอญัตติด่วนเกี่ยวกับเรื่องแชร์ลูกโซ่แล้วก็หนี้นอกระบบเข้ามา จึงขออนุญาตสภาแห่งนี้ ๕ นาที เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาแชร์ลูกโซ่ เพราะปัญหานี้ มันใหญ่มากครับ แชร์ลูกโซ่ระบาดมานานแล้วครับ แล้วที่ดังที่สุดก็คือในเคส (Case) ของแชร์ แม่ชม้อยซึ่งมีมูลค่าความเสียหายเป็นอันดับ ๒ ของโลกเลยนะครับ ศาลสั่งจำคุกชม้อยเท่าไร รู้ไหมครับ ๑๕๔,๐๐๐ กับอีก ๕ ปี แต่ติดคุกจริง ๆ แค่ ๗ ปี กับอีก ๑๑ เดือน ๕ วัน ชม้อยโกงเงินไปทั้งสิ้น ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ติดคุกแค่ ๗ ปีครับ ๗ ปีคนที่คิดจะทำแชร์ถามว่า คุ้มไหมครับ ติดคุกแค่ ๗ ปีแล้วออกมาใช้เงินสบาย ๆ คุ้มครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็เลยมีเกิด ขบวนการแชร์ลูกโซ่มาหลอกพี่น้องประชาชนชาวไทยนี้เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันก็มีแชร์ ฟอเร็กซ์ ๓ ดี (Forex 3D) ซึ่งมีผู้เสียหายราว ๙,๐๐๐ คน ซึ่งปกติแล้วแชร์พวกนี้เวลา คนออกมาแจ้งความก็จะออกมาแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี่เพราะว่าโดนโกง ไปเยอะ ส่วนอ้ายโดนโกงน้อย ๆ เล็กน้อยเขาก็ทิ้งไป ๙,๐๐๐ คน มูลค่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่จริง ๆ แล้วถ้า ๑๐ เปอร์เซ็นต์มันคือ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ปัญหานี้มันเกิดจากกฎหมาย ต่าง ๆ ไม่ได้มีความยุติธรรม เราต้องแก้กฎหมาย กฎหมายเก่านี่มันมี ๓๐ ปีที่แล้ว ไปไม่ทัน เขาหรอกครับ อันนี้ต้องรีบแก้เลย หาหน่วยงานต่าง ๆ ที่มารับผิดชอบในเรื่องแชร์ลูกโซ่ และอีกเรื่องหนึ่งก็คือเราต้องมีกองทุนเยียวยาให้กับเหยื่อด้วย เพราะแชร์ลูกโซ่ทำลาย เศรษฐกิจที่ทางรัฐบาลอะไรต่าง ๆ ที่จะปล่อยเงินกู้มาทำลายเศรษฐกิจมาก เพราะว่าคน ไปกู้เงินซึ่งแบงก์อยากจะให้เอาเงินตรงนี้มาลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่คนไปลงทุนกับ แชร์ลูกโซ่ครับ ไปกู้เงินมาปุ๊บโดนโกง โดนโกงเสร็จอ้ายคนที่โกงนี่ก็เอาเงินออกนอกประเทศไป ออกนอกประเทศเงินก็ไม่ได้หมุนเวียนในระบบ เพราะฉะนั้นมันเป็นเหมือนถมอย่างไร ก็ไม่เต็มครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ก็ต้องแก้โดยด่วนนะครับ สิ่งแรกเลยที่ผมคิดว่า ทางรัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการก็คือให้เยียวยาเหยื่อ ซึ่งผมขอเสนอให้ตั้งกองทุนขึ้นมา เพื่อเยียวยาเหยื่อ โดยการที่หลังจากที่จับกุมแล้วก็ยึดทรัพย์คนที่ไปฉ้อโกงเขานี่ แล้วก็ เยียวยาให้เหยื่อก่อนโดยเร็วเลยนะครับ ผู้เสียหายพอเข้ากระบวนการยุติธรรมนี่ช้าครับ ตั้งแต่ชั้นต้น อุทธรณ์ ฎีกา ๓๐ กว่าปีกว่าจะตัดสิน คนที่โดนหลอกมี ๒ อย่างครับ ไม่ผูกคอตาย ก็ไปหลอกคนอื่นต่อ นี่คือเรื่องจริงครับ เพื่อนผมคนหนึ่งผูกคอตายไปแล้ว นี่คือเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นในสังคม ไปหลอกคนอื่นต่อคืออย่างไรครับ พอโดนหลอกปุ๊บไม่มีเงิน ไม่มีเงินเสร็จ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็เลยต้องจำใจไปหลอกคนอื่น ไปทำแชร์ลูกโซ่ต่อเหมือนผีตามสี่แยกครับ หาตัวตายตัวแทนแบบนั้นเลย นี่คือเรื่องจริงครับ ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ให้เป็นวาระแห่งชาติเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๐ แต่ไม่รู้ทำไมครับมันก็ยังเหมือนเดิม ยังเหมือนเดิมก็ไม่ได้แก้อะไรให้มันดีขึ้น ผมจึงอยากฝาก ๒ เรื่องครับ หาหน่วยงานที่รับผิดชอบ ๒. ตั้งกองทุนเยียวยาเหยื่อ โดยไม่ต้องใช้ภาษีของ พี่น้องประชาชนนะ ก็ยึด ยึดทรัพย์คนที่ทำผิดนี้ล่ะ แล้วเยียวยาเหยื่อก่อน ก็ฝาก ๒ ข้อนี้ นะครับ เป็น ส.ส. ช่วยชาวบ้านไม่ได้ ผมละอายใจ แล้วก็ฝากทุก ๆ ท่านด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณนิยม ช่างพินิจ แล้วเป็นกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เชิญคุณนิยมครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก ท่านประธานครับ ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ สำคัญมาก โดยเฉพาะญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขึ้นมาศึกษาในเรื่องของหนี้นอกระบบแล้วก็แชร์ลูกโซ่ วันนี้เองต้องยอมรับความจริงครับ ท่านประธาน ความเหลื่อมล้ำทางสังคมสูงมาก คำว่า หนี้นอกระบบ ท่านประธานเขาขาด โอกาสเขาไม่มีโอกาส ไม่มีหลักทรัพย์ที่จะไปจำนอง ที่จะไปกู้ เพราะฉะนั้นเขาจำเป็นต้องใช้ หนี้นอกระบบ ผมเจอปัญหาในพื้นที่เขาเงินมา ๑๐,๐๐๐ บาท กู้ ๑๐,๐๐๐ บาท ท่านประธาน ค่าทำสัญญา ๑,๐๐๐ บาทรับมา ๙,๐๐๐ บาท ผ่อนวันละ ๕๐๐ ๒๔ วัน คิดแล้วดอกเบี้ยตก ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เงิน ๑๐,๐๐๐ บาทท่านประธาน ถ้าเราทำธุรกิจจริง ๆ วันละ ๕๐๐ บาท นี่ยากนะครับ จะเอากำไรที่ไหนมาจ่าย มันก็จำเป็นต้องหนี ต้องทิ้งครอบครัว นี่คือ หนี้นอกระบบ เพราะฉะนั้นเองทำอย่างไรก็ได้ในความรู้สึกของผมนะครับในฐานะที่เป็น ตัวแทนของพี่น้องประชาชน ทำอย่างไรถึงจะเอาหนี้ที่อยู่นอกระบบเอามาไว้บนระบบ มันจะได้ลดความเหลื่อมล้ำการเข้าแหล่งเงินทุนจะตั้งกองทุนอะไรก็ตั้งขึ้นมาครับ ฝากกรรมาธิการไปศึกษา🔗
แล้วอีกประเด็นหนึ่งครับ ผมตั้งเป็นข้อสังเกตเลยนะครับ จำนอง จำนองนี่ครับ ท่านจะเห็นได้ว่าถ้าเราไม่มี ไปไม่ไหว ผ่อนแล้วไม่ไหวเขาก็ยังมีโอกาส จะนำไปขายทอดตลาด หรือจะอะไร ผู้ที่ไปจำนองก็ยังมีโอกาส แต่สิ่งที่เจ็บปวดมากกว่านั้นที่ผมเจอในพื้นที่เรื่องของ การขายฝาก ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่าภาษี ค่าอากรแสตมป์ ผู้ที่ไปขายฝากออกหมดเลย นะครับ แล้วคำว่า ขายฝาก มันไม่ใช้เหมือนผมกับท่านประธานบอกว่าที่ราคา ๑ ล้านบาทนะ ช่วยซื้อหน่อยเถอะ ๑ ล้านบาท มันไม่ใช่ครับท่านประธาน ที่ราคามูลค่า ๑ ล้านบาทขายฝาก ก็ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ๖๐๐,๐๐๐ บาท แล้วกรรมสิทธิ์ก็เป็นของผู้ที่รับขายฝากไปเลย อย่างนี้เราจะแก้อย่างไร ถ้าจำเป็นจริง ๆ ผมว่ายกเลิกไปเถอะกฎหมายขายฝากนี้นะครับ ผมว่ามันเป็นสิ่งที่โหดร้ายที่สุดสำหรับผู้ที่มีทุนน้อยแล้วไปกู้เพื่อความอยากได้เงินเพื่อจะมา ลงทุนแล้วก็นำไปขายฝากอย่างนี้ ผมว่ามันเจ็บปวดจริง ๆ ครับ แล้วก็ต้องมาเสียที่ทางซึ่งเป็น ของบรรพบุรุษ ของคุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย เยอะมากครับ นี่จะแก้อย่างไร เพราะฉะนั้นฝากไว้ไปตั้งข้อสังเกตว่าอย่างหนี้นอกระบบผมว่าร้อยละ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ให้ผม ไปทำธุรกิจกู้ดอกเบี้ยเท่านี้ผมก็ไม่เสี่ยงหรอกครับ แต่เขาจำเป็นต้องกู้กู้มาเพื่อประทังชีวิต เช่น สังเกตดูได้พอโรงเรียนเปิดเทอม เอาแล้วครับ เงินหนี้นอกระบบมาแล้วครับ แล้วก็อย่างที่ เพื่อนอภิปรายไปนะครับ นี่ผมพูดจากความรู้สึกที่ผมไปเจอมา ถามว่าต้องหนี ผมอยากจะ ช่วยก็ช่วยได้แค่วัน ๒ วันนะครับ เพราะฉะนั้นก็คงฝากท่านประธานไปถึงผู้ที่มีโอกาสได้เป็น คณะกรรมาธิการวิสามัญไปศึกษาหนี้ระบบ ฝากไว้เป็นประเด็นครับ แล้วก็ให้รัฐบาลจริงจังกับตรงนี้นะครับ แก้ปัญหาเถอะครับ มันจะลดความเหลื่อมล้ำให้กับ สังคม ให้กับพี่น้องตาดำ ๆ ที่เขาเกิดมาแล้วเขาไม่มีทางเลือก เขาจึงจำเป็นต้องไปหนี้นอกระบบ เอาเข้ามาสู่ในระบบเถอะครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ และจะเป็นคุณธีรัจชัย พันธุมาศ และคุณอนุชา น้อยวงศ์ ท่านสุดท้าย เชิญคุณกองตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายเกี่ยวกับญัตติพิจารณาศึกษาและแนวทางแก้ไขปัญหา แชร์ลูกโซ่และหนี้นอกระบบ ซึ่งสภากำลังพิจารณากันอยู่ในขณะนี้ โดยกระผมจะขอใช้เวลา เพียงเล็กน้อยนะครับ เนื่องจากว่ามีท่านผู้มีเกียรติได้อภิปรายไปมากแล้วและครบถ้วน ในหลายประเด็นแล้วนะครับ ผมจะขออนุญาตใช้ภาพซึ่งเป็นภาพนิ่งนะครับ🔗
ในขณะที่กระผม ได้ปฏิบัติราชการเป็นนายอำเภอก่อนที่จะลาออกมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้พบกับ ปัญหาเรื่องของหนี้นอกระบบและก็ได้พยายามที่จะแก้ไขปัญหา ซึ่งเมื่อถึงเวลาในวันนี้กระผม ใคร่จะนำเอาประสบการณ์และเรื่องเหล่านี้มาเพื่อเป็นข้อเสนอแนะต่อสภา เพื่อที่จะได้นำไป พิจารณาและหาแนวทางร่วมกันแก้ไขปัญหาต่อไปนะครับ ความจำเป็นจริง ๆ สาเหตุของ หนี้นอกระบบหลายท่านคงบอกมาแล้วว่าก็เป็นปัญหาเรื่องของความจำเป็นในด้านการครองชีพ การลงทุนต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีรายได้น้อยที่อยู่ในชนบท อยู่ต่างจังหวัด เป็นพ่อค้า แม่ค้าที่ขายของเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จำเป็นจะต้องใช้ทุนเพิ่มให้ตัวเองยกระดับขึ้นมา แต่ว่าการที่ จะไปขอกู้เงินในระบบโดยธนาคารต่าง ๆ ส่วนมากก็จำเป็นจะต้องมีหลักประกัน ซึ่งอันนี้ เป็นสิ่งสำคัญ แล้วก็ในส่วนหนึ่งกองทุนที่อยู่ในหมู่บ้านหรือว่ากองทุนที่รัฐบาลตั้งขึ้น กองทุน นี่ครับมันมีปัญหาเรื่องของความเป็นธรรมในการเข้าถึง การเข้าถึงทุนในกองทุนนั้นเนื่องจาก บางที่บางแห่งก็จะมีกลุ่มที่มีความได้เปรียบ ผู้อื่นในสังคมอาจจะรวมตัวกัน ๖ คน ๗ คนเป็นกลุ่ม ไปขอเงินใช้สิทธิกู้เงินมาแล้วก็ไม่คืน แล้วก็ทำให้คนอื่นที่อยู่ข้างหลังก็ไม่มีโอกาสจะได้เข้าถึง ทุนเหล่านั้น ก็จำเป็นจะต้องไปขอกู้เงินซึ่งเป็นหนี้นอกระบบ หนี้นอกระบบที่มีดอกเบี้ย ค่อนข้างสูงนะครับ ที่ผมประสบมาก็คือหมายถึงว่าหนี้นอกระบบแล้วก็เก็บดอกเบี้ยรายวัน ผมก็พยายามที่จะแก้ไขว่าช่วงที่พี่น้องที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าไม่มีรายได้ขอให้ช่วยชะลอการเก็บ หนี้นอกระบบ เขาก็ไม่ยอมรับฟังนะครับ ผมก็จำเป็นจะต้องใช้อำนาจที่นายอำเภอมีอยู่ เพื่อที่จะควบคุมให้ความเป็นธรรม แล้วก็ควบคุมกลุ่มคนที่ไปใช้หาประโยชน์ที่เอาเปรียบ ไม่ใช่ว่าหาประโยชน์หรอกครับ ก็เป็นการเอาเปรียบพี่น้องที่อยู่ในภาวะที่จำเป็น หลังจาก ที่ได้แก้ไขควบคุมพวกที่เข้ามาเก็บเงินปล่อยหนี้นอกระบบแล้ว ผมก็จะประกาศให้มีการ มาลงทะเบียนแล้วก็มาไกล่เกลี่ยหนี้ เมื่อไกล่เกลี่ยหนี้แล้วก็ต้องให้คนที่เขาเป็นหนี้นอกระบบ ได้พัฒนาตัวเอง แล้วก็ตั้งกลุ่มเป็นทุนของเขาเพื่อที่จะพัฒนาและส่งเสริมอาชีพต่าง ๆ และประสานงานกับหน่วยงานของราชการ เช่นธนาคารของรัฐ ก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ ส่วนหนึ่งนะครับ สิ่งที่ผมจะเสนอแนะก็คือจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ส่วนราชการหน่วยงาน ในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะฝ่ายปกครองนายอำเภอต้องปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่ว่านั่งนิ่ง ๆ ปล่อยให้ เกิดปัญหาแล้วก็ไม่รู้ไม่ชี้ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ผมขอฝากไว้ให้มีองค์กรอย่างนี้ แล้วก็ให้มี การพัฒนาเรื่องของอาชีพ แล้วก็ให้มีการตั้งกองทุนเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดได้พิจารณาต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณธีรัจชัย พันธุมาศ คุณธีรัจชัยไม่อยู่หรือครับ ไม่อยู่ คุณอนุชา น้อยวงศ์ ครับ เจ้าของญัตติผู้ใดที่จะสรุป ก็เตรียมตัวด้วยครับ ไม่อยู่ทั้งคู่นะครับ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม อนุชา น้อยวงศ์ จากเขตเลือกตั้งที่ ๓ จังหวัดพิษณุโลก ขอร่วมอภิปรายในหัวข้อหนี้นอกระบบแชร์ลูกโซ่ ท่านประธานครับ กระผมสนใจเรื่องนี้ตั้งแต่ เป็นสมาชิกสภาจังหวัดพิษณุโลก ผมเคยตั้งกระทู้ถามที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก นาน ๆ ปีหนึ่งจะมี สจ. ตั้งกระทู้ถามแทบจะไม่กี่เรื่อง เรื่องของผมในสมัยนั้นก็เชิญผู้บังคับ การตำรวจพิษณุโลกมาตอบในเรื่องการปล่อยให้มีการเก็บหนี้นอกระบบ สมัยนั้นเป็นสิบปี มาแล้ว รถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งปล่อยเงินกู้ประมาณ ๘๐๐ คัน ตั้งรกรากอยู่ในเมืองพิษณุโลก สิ่งที่ได้รับคำตอบจากผู้บังคับการในสมัยนั้นทำให้ผมสลดหดหู่เป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่เคยสนใจในการที่คนมากดขี่ขูดรีดพี่น้องประชาชน เขาตอบผมว่าอย่างไร เขาบอกว่า ผู้เสียหายนั้นก็คือธนาคารแห่งประเทศไทย ฉะนั้นต้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมาแจ้ง ความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับคนเหล่านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แต่ตรวจสอบอย่างเดียว เช็ก (Check) ยอดอย่างเดียวว่ามีจำนวนเท่าไร แต่พวกนี้จะไปทำอะไรเขาไม่ได้สนใจ สิ่งที่ผม เห็นในสมัยนั้นมันก็ติดมาจนถึงสมัยนี้ว่าบ้านเมืองเรามันโหดร้าย มันโหดร้ายที่ว่าเราปล่อยให้ มีการขูดรีดคนยากคนจนต่อหน้าต่อตา แล้วก็แทบจะไม่มีใครสนใจออกมาปกป้อง เวลาจะมา ตั้งอะไรทีหนึ่งเหมือนไฟไหม้ฟาง มาตั้งหน่วยงานอะไรกัน แล้วคนพวกนี้ก็กดขี่ขูดรีด เหมือนเดิมผ่านมาหลายปีคนพวกนี้ยังไม่เลิกรา ระบาดไปทั่วประเทศทุกวันนี้ นายทุนใหญ่อยู่ ภาคกลางหลายปีก่อนเคยมีข่าวถูกจับออกโทรทัศน์ บ้านเขาใหญ่อย่างกับศาลากลางจังหวัด ท่านประธาน แต่ยังไม่เห็นหยุด ทุกวันนี้ผมไปงานเลี้ยงแถวภาคกลางก็ยังเห็นเขาลอยหน้า ลอยตาอยู่ ยังไม่ได้เลิกกิจการ ตัวเขาก็ยังอยู่ กิจการก็ยังดำรงต่อไป ดอกเบี้ยที่เขาเก็บ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อการกู้ จะต้องเสียดอกเบี้ยวันละ ๒๐๐ บาท ๓๐ วัน ๖,๐๐๐ บาท ๑ ปีดอกเบี้ย ๗๓,๐๐๐ บาท ท่านประธาน ปล่อยเงินไป ๑๐,๐๐๐ บาท เงินกลับมา ๘๓,๐๐๐ บาท แล้วจะไปทำธุรกิจอะไร คนจนจะไปเอาที่ไหนมาส่ง นอกจากหลบหนีกัน ครอบครัวล่มสลายไม่สามารถที่จะอยู่ในสังคมนี้ได้ ท่านประธานที่เคารพ ผมนับถือศาสนาอิสลาม ศาสนาอิสลามนี้ไม่ได้บอกว่าห้ามกินหมู อย่างเดียว ไม่ได้ห้ามเสพของมึนเมาศาสนาอิสลามห้ามการกินดอกเบี้ยด้วย ให้ต่อต้านคนที่ กินดอกเบี้ยในพระคัมภีร์บอกว่าในวันพิพากษาคนพวกนี้จะยืนไม่ได้ ต้องนอนคาน ฟังคำพิพากษา ฉะนั้นสิ่งที่เป็นข้อคิดของผมนี้ก็คือขอให้ทางออกของรัฐบาลที่จะช่วย แก้ปัญหานี้ก็คือ ยึดทรัพย์ครับ ยึดทรัพย์นายทุนพวกนี้ที่มีหลักฐานว่าปล่อยเงินกู้ดอกแพง ๑๐ คนขึ้นไป ๑๐ รายขึ้นไปจับยึดทรัพย์เลยครับ จะได้ระงับเรื่องนี้ไป จะได้ลดละลงไปเยอะ🔗
ข้อที่ ๒ ขอให้ศึกษาเรื่องการตั้งธนาคารของชายผู้หนึ่ง ชายผู้นี้อยู่ที่ประเทศ บังกลาเทศครับ ชื่อดอกเตอร์มูฮัมหมัด ยูนูส ได้รับรางวัลโนเบล (Noble) ด้วย เขาปล่อย เงินกู้ครั้งแรกด้วยเงินเพียง ๗๐๐ บาท ปัจจุบันนี้องค์กรของเขาที่เรียกว่า ธนาคารกรามีน (Grameen) มีเงินหลักแสนล้านบาทครับ เพื่อพี่น้องประชาชนคนยากจนในประเทศ บังกลาเทศ มีเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเป็นของตนเองด้วย เขาทำได้อย่างไร เรื่องนี้ผมอยาก ให้รัฐบาลมองแล้วก็สนใจในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ บ้านเมืองเราจะน่าอยู่เป็นอย่างยิ่งครับ ท่านประธานที่เคารพ ประเทศเราจะอยู่ไม่ได้ ถ้ามีการกดขี่ขูดรีดแบบนี้แล้วพี่น้องประชาชน ต้องตกอยู่ในทุกอันแสนสาหัสนี้ ไม่มีใครช่วยเขาได้นะ ผมกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ การอภิปรายก็ยุตินะครับ ตามข้อบังคับนั้นก็ห้ามผู้ใดอภิปรายอีกเว้นแต่ที่ประชุมต้องลงมติ ให้ผู้มีสิทธิคือเจ้าของญัตติสามารถที่จะสรุปได้ จะมอบด้วยตัวเองหรือจะมอบให้ผู้ใด ในคณะแต่ละญัตติ สรุปได้ครับ ขอเชิญญัตติที่ ๑ ท่านวิสารได้แสดงความจำนงไว้ก่อนเพื่อน หลังจากนั้นจะเป็นญัตติที่ ๒ คุณวีระกรครับ เชิญคุณวิสารครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย ต่อญัตติด่วนด้วยวาจา และมีญัตติที่เพื่อนสมาชิกได้ร่วมอภิปรายประมาณ ๗-๘ ญัตติ แล้วผมเองต้อง ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้แสดงความรู้สึก แล้วก็มีความเห็นตรงกันกับ กระผม ท่านประธานคงจะเห็นตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วมาจนถึงวันนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ พี่น้องประชาชนมีความเดือดร้อนแสนสาหัสจริง ๆ แล้วมันเป็นมะเร็งร้ายยิ่งกว่าภัยธรรมชาติ โควิด (COVID) เป็นปัญหาที่คุกคามถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนครับ ผมขออนุญาตท่านประธานว่ารายละเอียด ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกได้สะท้อนปัญหาและ ความจริงให้ท่านประธานและพี่น้องประชาชนได้รับทราบแล้ว ในส่วนตัวของกระผมเองนั้น จะใช้เวลาไม่มาก เนื่องจากมีเพื่อนสมาชิกได้แสดงความคิดเห็นแล้วก็มีข้อเสนอแนะ ไปหลายเรื่องแล้ว ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ผมมีปัญหาที่จะสรุปอย่างที่ เพื่อนสมาชิกเราได้อภิปรายไปแล้วอยู่ ๓-๔ ข้อ🔗
เรื่องแรกครับชัดเจนเลยว่าการเข้าถึงแหล่งทุนของผู้ด้อยโอกาสหรือคนยาก คนจนมันยากกว่าคนมีธุรกิจหรือคนที่มีรายได้หลัก ๆ ของประเทศ นั่นหมายถึงว่า ประเทศชาติไทยเรามันมีความเหลื่อมล้ำสูงมากครับ ผมขออนุญาตย้ำท่านประธานว่าขณะนี้ มีคนรวยก็รวยเป็นไม่รู้กี่แสนล้านบาท ถึงเวลาขึ้นมานี้หลังจากมีการปฏิวัติรัฐประหารมานี้ ยิ่งทำให้พวกนี้รวยขึ้น ๆ ในขณะเดียวกัน คนจนก็ด้อยโอกาส แล้วก็มีความเหลื่อมล้ำต่ำ มาก ๆ เลยท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องแรกที่ผมอยากจะขอ ท่านประธานว่าทำอย่างไรที่จะให้คนจนเหล่านี้ได้มีโอกาสในการที่จะเข้าถึงแหล่งทุน🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ อันนี้ยิ่งใหญ่มากครับ ผมได้อภิปรายไปตั้งแต่ การนำเสนอญัตติครั้งแรก นั่นก็คือว่าการที่เจ้าหน้าที่ไม่ปราบปรามเรื่องนี้อย่างแท้จริงครับ เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานไหน ๆ ก็ตาม ผมต้อง กล่าวหาว่ารัฐบาลไม่เอาจริงเอาจัง และมีเจ้าหน้าที่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจในเรื่องการปล่อย หนี้นอกระบบหรือแก๊งหมวกกันน็อกครับ ท่านประธานครับ ในเรื่องการให้กู้โดยแชร์ลูกโซ่นั้น ผมขอเรียนท่านประธานว่าอันนั้นก็อาจจะเป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่ว่าเป็นเรื่องของคนที่เสียรู้ ด้อยโอกาส และอยากรวยทางลัด แต่วันนี้ในส่วนของผมเองผมจะเน้นประเด็นหนี้นอกระบบและทวงหนี้โดยโหดมากครับ ท่านประธานคงเห็นว่าขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ่อนการพนัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหวยใต้ดินและ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติด มันเป็นเรื่องชาชินถ้ารัฐบาลไม่เอาจริงเอาจังครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานว่าในเรื่องหนี้นอกระบบนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นภัยร้ายแรงต่อปัญหา เศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติอย่างใหญ่หลวงเพื่อนสมาชิกได้แสดงความคิดเห็นไป ทั่ว ๆ แล้วนะครับ สิ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานได้สรุปอีกอันหนึ่งก็คือว่า ในบรรดาแบงก์ต่าง ๆ ผมถือว่าธนาคารเหล่านี้ถึงแม้ว่าจะได้รับการควบคุมดูแลจากรัฐ แต่ก็ยังเอาเปรียบครับ เพื่อนสมาชิกได้บอกแล้วว่าพวกธนาคารต่าง ๆ เหล่านี้เวลาพี่น้อง ประชาชนโดยเฉพาะคนหาเช้ากินค่ำ คนใช้แรงงาน หรือคนที่ด้อยโอกาสจะเข้าถึงแหล่งทุน ยากมาก ท่านประธานคงเห็นนะครับว่าทางรัฐบาลเองได้พยายามจะบอกว่าเรื่องหนี้นอกระบบ เป็นวาระแห่งชาติ พลเอก ประยุทธ์ ได้ประกาศไว้ปี ๒๕๖๐ แต่จนถึงวันนี้อำนาจอยู่ที่ท่าน เต็มที่แต่ท่านก็ทำไม่ได้ ท่านประธานครับเรามีการให้ตั้งนาโนไฟแนนซ์ (Nano Finance) พิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับก่อนหน้านี้เขามีนโยบายสวยหรู บอกว่าจะต้องเอาหนี้นอกระบบนี้ให้เป็นศูนย์ แต่มันจะเป็นศูนย์ได้หรือครับ ถึงวันนี้ขึ้นมา คนที่จะกู้ธนาคารออมสินก็ดี ธ.ก.ส. ก็ดีจะต้องมีหลักทรัพย์ ก่อนหน้านี้บอกว่ามา ๕๐,๐๐๐ ไม่ต้อง มา ๓๐,๐๐๐ ไม่ต้อง แต่ตอนนี้ไปถามดูสิครับวงเงินไม่มีครับ เพราะฉะนั้นผมถึงเรียน ท่านประธานว่าการแก้ปัญหามันอยู่ที่ต้องเอาจริงเอาจังและแก้ปัญหานั้นต้องมีการให้ เพิ่มโทษ ผมเรียนท่านประธานว่าก่อนหน้านี้มันอยู่ที่รัฐบาลจริง ๆ ท่านประธานคงเห็น นะครับว่าเมื่อปี ๒๕๑๘ เรามีนายกคนหนึ่งชื่อ ทักษิณ ชินวัตร ในปีนั้นวันที่ ๑ ตุลาคม มีการประชุมให้นโยบายข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ทำเนียบและได้ประกาศทันทีทันใดว่าวันที่ ๑๘ ตุลาคมจะต้องดีเดย์ (D-Day) ทำให้พวกหนี้นอกระบบหมดไปจากสังคมไทย แต่ท่านประธาน เชื่อไหมครับตอนนั้นเรามีการตั้งธนาคารประชาชนมารองรับ เรามีการเอาจริงเอาจังกับ นายทุนผู้ล้มบนฟูก และมีการเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่อง พ.ร.บ. ล้มละลาย เรามีการเอาจริงเอาจังกับ ปปง. ที่จะต้องไปตรวจสอบคนที่เอาหนี้นอกระบบมากดขี่พี่น้อง ประชาชน ท่านประธานครับพี่น้องประชาชนตาดำ ๆ ด้อยโอกาสขาดโอกาส แต่ปรากฏว่า ขณะนี้จากการที่รัฐบาลของพลเอก ประยุทธ์ ไม่ได้เอาจริงเอาจังเรื่องนี้ผมเลยขอเรียกร้อง ท่านประธาน มี ๒ ๓ เรื่องที่ผมได้เสนอไปแล้วในวันที่เสนอญัตติด้วยวาจา แต่วันนี้ผมเรียน ท่านประธานว่าจะให้ผมกราบผมก็กราบครับ ขอให้รักษาการนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ลองใช้วิธีอย่างนี้สิครับเอกซเรย์ทุกตารางนิ้วและท่านไม่ต้องไปโทรศัพท์หา ท่านผู้ว่า กทม. หรือแก้ปัญหาน้ำที่แปดริ้ว หรือแก้ปัญหาน้ำที่อยุธยา ท่านลองเอกซเรย์ เอาเรื่องนี้จริง ๆ จัง ๆ ท่านใช้ศูนย์ดำรงธรรม ท่านใช้ตำรวจที่ท่านเพิ่งแต่งตั้งผู้บัญชาการไป ท่านลองเรียกเอาเรื่องตรงนี้ขึ้นมาแก้ปัญหาให้ชัดเจนเหมือนสมัยที่เราทำปี ๒๕๔๘ ผมเรียน ท่านประธานครับว่าจริง ๆ แล้วผมเรียกร้องเรื่องนี้ ๒ ๓ เรื่องครับ ผมทราบว่าท่านสมาชิก ฝ่ายรัฐบาลเองโดยรัฐบาลเองก็กลัวที่จะให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ผมได้เสนอไว้แล้วว่า เรามีคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา ชุดที่ ๖ เกี่ยวกับการแก้ปัญหาหนี้สินแห่งชาติยกให้ คณะชุดนี้เลยครับ แต่สิ่งที่ผมต้องการสิ่งที่ผมอยากให้รัฐบาลได้รับไปแก้ไขก็คือให้ท่านต้อง เอกซเรย์ทุกตารางนิ้ว ไม่อย่างนั้นพี่น้องประชาชนเดือดร้อน ไม่อย่างนั้นพี่น้องประชาชนนอน ตาไม่หลับ ไม่อย่างนั้นพี่น้องประชาชนรอวันที่จะต้องโดนพวกนี้ข่มขู่ครับ สุดท้าย เรียนท่านประธานว่าจริง ๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นการข่มขู่ทางโทรศัพท์ทางไอที (IT) อะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ ผมเรียนท่านประธานว่าตอนสมัยพอร์นฮับ (Pornhub) ทำไมกระทรวงดีอีเอส (DES) บล็อกได้ครับ แต่ทำไมหนี้สินที่มันต้องทำให้พี่น้องประชาชนทุกหัวระแหงเดือดร้อน โดนข่มขู่และโดนประจานไปทั่วทำไมทำไม่ได้ครับ ถ้าท่านทำไม่ได้ออกไปเถอะครับ ผมฝาก ความหวังไว้กับ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ท่านรักษาการนายกท่านทำเรื่องนี้ให้สำเร็จนะครับ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะสรรเสริญและพี่น้องประชาชนเมืองไทยจะมีความสุขมากกว่านี้ ต้องขอบพระคุณท่านประธานนะครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาแค่นี้เพื่อที่จะส่งเรื่องนี้ให้ คณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาคณะแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ และขอวิงวอนให้ รักษาการนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทำงานเรื่องนี้ให้ประสบผลสำเร็จครับ จะเป็นประโยชน์สุขกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ที่แสดง ความจำนงสรุป ญัตติที่ ๔ คุณนริศ ขำนุรักษ์ และคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ นะครับ มอบให้คุณธีรภัทร พริ้งศุลกะ สรุป ขอเชิญครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎรธานี พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องขอขอบคุณท่านนริศ แล้วก็ท่านอัครเดชที่ได้ให้โอกาสสำหรับพวกเราในการเสนอ สรุปญัตติของพวกเราทั้งหมดในวันนี้ ซึ่งญัตตินี้พวกเราได้เริ่มเสนอมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ แล้ว จนกระทั่งได้มีการอภิปรายในสัปดาห์ที่แล้ว และกระทั่งได้มีการสรุปลงมาในวันนี้ แล้วในช่วง ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีเพื่อนสมาชิกจำนวนมากที่แสดงความจำนงและขณะเดียวกัน ก็ให้อภิปรายและเล่าประสบการณ์ของแต่ละท่านที่ได้ผ่าน ๆ มาในพื้นที่ของทุกท่านครับ การเป็นผู้แทนราษฎรของพวกเราทำให้เราได้มีโอกาสไปรับทราบปัญหา และผมก็เชื่อเลยว่า การที่พวกเราได้ไปพบปะกับพี่น้องประชาชน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนรับทราบมาเหมือนกัน ทั้งหมด จึงเป็นที่มาที่ทำไมพวกเราทั้งหมดในสภาถึงได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ท่านประธานครับ แชร์ลูกโซ่เป็นตัวการหนึ่งเลยครับที่ทำให้ระบบการเงินโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนชั้นกลางและ คนมีฐานะ รวมไปถึงคนที่มีการศึกษาต้องเสียหาย ต้องเสียเงิน เสียโอกาส เป็นเรื่องของคน ไม่กี่กลุ่มหรอกครับ ที่ใช้เทคนิคเพียงเล็กน้อยด้วยการใช้คำว่า ๓ ด ก็คือ ได้มาก ได้เร็ว ได้ง่าย มีเพียงแค่นี้เองครับที่ทำให้แชร์ลูกโซ่นี้ยังคงระบาดและเป็นที่แพร่หลายมาจนถึง ทุกวันนี้ การนำเงินของคนอีกกลุ่มหนึ่งมาหลอกลวงโดยให้ผลตอบแทนสูง ๆ เชิญชวนมา และใช้เงินก้อนนี้นี่ล่ะครับ เป็นเงินค่าตอบแทนหลอกลวงคนให้เอามา ถึงสุดท้ายเมื่อวันหนึ่ง ไม่สามารถชำระได้ก็หลบหนี หรือแม้แต่ติดคุก หรือทำให้คนที่ได้รับผลกระทบต้องมาเสีย นี่คือเหตุผลที่เกิดขึ้นแต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่านี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกิดขึ้นสำหรับคนที่มี ฐานะน้อย คนมีรายได้น้อยก็คือหนี้นอกระบบ ซึ่งผมเชื่อว่าพวกเราทั้งหมดเกือบ ๖๐ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ที่ได้อภิปรายเน้นไปที่ประเด็นนี้ เพราะเป็นเรื่องของความยากลำบากของคน จริง ๆ ครับ เป็นเรื่องของคนที่ขาดโอกาส ไม่มีฐานะ และสุดท้ายเมื่อความพยายามของเขา ที่จะสร้างหาโอกาสให้กับตัวเขาเองก็คือการไปพึ่งหนี้นอกระบบ การขาดโอกาส ความจำเป็น ที่ต้องใช้เงินเร่งด่วนทำให้คนที่ไม่มีฐานะต้องหันมาพึ่งกับคนในกลุ่มนี้ แล้วสุดท้ายก็กลาย เป็นเหยื่อ ก็จะเห็นได้เลยว่าคนจำนวนมากเลยที่มีปัญหาก็คือคนที่เป็นหนี้นอกระบบ การขาดโอกาส การความรู้ทำให้นายทุนในกลุ่มนี้เข้ามาแสวงหาโอกาส แสวงหาผลกำไร และขณะเดียวกันเมื่อคนจน คนขาดโอกาสไม่สามารถตอบ หรือหาเงินที่มาชดใช้กลุ่มนายทุน เหล่านี้สุดท้ายก็กลายเป็นเหยื่อ มีการใช้ความรุนแรงในการข่มขู่ มีการใช้วิธีการต่าง ๆ ที่จะรีดเอาเงินจากคนที่ไม่มีโอกาสเหล่านี้เอามา นี่ก็คือปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราได้ฟัง ผู้แทนราษฎรยกตัวอย่าง รวมทั้งคลิป (Clip) มากมายมีการพูดถึงเรื่องนี้มาตลอด เราก็จะได้ เห็นเลยว่าปัญหาเหล่านี้เรื้อรัง แล้วก็ใช้เวลานานในการแก้ไข ในฐานะของการเป็น ผู้แทนราษฎรครับ ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นหนี้ ผมเป็นหนี้ประชาชนครับ ประชาชนในวันที่ เขาเลือกตั้ง เขาเดินทางมาลงคะแนน เขามาใช้สิทธิมาจากที่ทางไกล หลายคนให้ลูกหลานพามา นี่คือเป็นหนี้ที่พวกผมต้องตอบแทนครับ เพราะฉะนั้นการที่พวกเรามาวันนี้พูดถึงปัญหา ในสิ่งที่เขาได้รับ ได้ประสบและพยายามที่จะหาทางแก้ไข โดยรวบรวมข้อเสนอของพวกเรา ไปฝ่ายรัฐบาลและนำไปหาทางแก้ไขนั่นล่ะครับ นี่คือสิ่งที่พวกผมในฐานะที่เป็นหนี้ของ ประชาชนต้องตอบแทนคนที่มาใช้สิทธิเหล่านั้น แล้วในข้อเสนอของพวกเราในฐานะ ที่เป็นพรรคประชาธิปัตย์ เราก็มีข้อเสนอไปในเรื่องนี้ครับยกตัวอย่างเช่นสัปดาห์ที่แล้วก็ได้มีการพูดถึงครับการตั้ง กองทุนความสุขแห่งชาติขึ้นมาก้อนหนึ่งทำหน้าที่ในการดูแลและบริหารจัดการเรื่อง หนี้นอกระบบเรื่องนี้ กองทุนตัวนี้ครับจะเป็นเงินที่ทำให้คนที่ด้อยโอกาสคนที่ไม่มีฐานะเข้ามา สู่การบริหารจัดการได้ง่าย และหลังจากนั้นครับกองทุนนี้จะมีหน้าที่ช่วยดูแลช่วยสนับสนุน สร้างโอกาสกองทุนนี้เป็นตัวอย่างที่ทำได้สำเร็จแล้วครับในประเทศเกาหลี นี่คือตัวอย่างหนึ่ง ที่ได้มีการนำเสนอ หรืออีกกรณีหนึ่งครับที่พวกเราได้มีโอกาสเสนอขึ้นมาก็คือว่าการนำเงิน เข้ามาสู่ในระบบด้วยการให้ความรู้ให้ความเข้าใจโดยใช้ ธ.ก.ส. หรือแม้แต่ธนาคารออมสิน หรือธนาคารที่มีโอกาสที่เกี่ยวข้องกับคนจน ๆ มากครับเข้ามาทำเป็นนาโนไฟแนนซ์ (Nano Finance) พิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) เพื่อให้คนที่ไม่มีโอกาสได้เข้ามาสู่ในนี้ และที่สำคัญที่สุดเลยครับวางรากฐานลึกลงไปถึงระบบในโรงเรียนให้เด็กนักเรียนได้มีโอกาส ได้เรียนรู้ ให้มีการได้มีโอกาสในการสร้างเสริมตัวเองครับ สร้างภูมิคุ้มกันตัวเองในการบริหาร จัดการนี่ครับคือสิ่งเหล่านี้ที่สิ่งที่พวกเราครับในฐานะคนที่เป็นหนี้ของประชาชนครับพยายาม หาทางตอบแทน และสุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดที่พวกเราควรจะระลึกถึงเลยก็คือว่าภูมิคุ้มกัน ตัวเองที่เราควรจะมีนั่นก็คือการไม่โลภตรงนี้ครับ การไม่คิดว่าจะเอาได้เปรียบจากคนอื่น ตรงนี้ต่างหากครับที่สามารถที่จะทำให้พวกเรายืนอยู่ได้ และกระผมหวังใจเป็นอย่างยิ่งว่า การที่พวกเราครับได้รวบรวมข้อเสนอทั้งหลายทั้งปวงในวันนี้ครับ แม้ไม่มีการตั้งกรรมาธิการ จะนำเรื่องเหล่านี้นำเสนอไปให้รัฐบาลได้ไปพิจารณา และจะเป็นผลดีอย่างยิ่งครับถ้ารัฐบาล นะครับได้ฟังคำแนะนำในฐานะของพวกเราที่เป็นผู้แทนราษฎรผู้ที่เป็นหนี้ประชาชนและ นำไปปฏิบัติขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ฉบับที่ แสดงความจำนงขอสรุปเป็นฉบับสุดท้ายของนายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นายแพทย์ กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ขอให้นายแพทย์จาตุรงค์เป็นผู้สรุปขอเชิญนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมท่านนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคามและ คณะได้เสนอญัตติ เรื่อง แก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบและแชร์ลูกโซ่ และได้อภิปรายไปเมื่อ วันพฤหัสบดีที่แล้ว วันนี้ก็ต้องนำเรียนท่านประธานขอบพระคุณมากที่เปิดโอกาสให้เพื่อน สมาชิกได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง แล้วก็มีข้อสรุปวันนี้ผมขออนุญาตนำเรียนว่าปัจจุบัน หนี้นอกระบบกับหนี้ในระบบ หนี้ในระบบจากการสำรวจเมื่อปี ๒๕๕๔ มีประมาณ ๒๐๒,๐๗๕บาท หนี้นอกระบบประมาณ ๓,๖๐๔ บาท นอกระบบกับในระบบต่างกัน ๕๖ เท่า ต้องนำเรียนว่าปัญหาที่เราเห็นคือแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มหนึ่งก็คือเป็นหนี้การกู้ยืม จากที่กู้ยืมใช้ดอกเบี้ยโหดที่พูดถึงหมวกกันน็อกร้อยละ ๒๐ กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มของแชร์ลูกโซ่ ธุรกิจคล้ายแชร์ลูกโซ่ ธุรกิจขายตรงแอบแฝงแบบแชร์ลูกโซ่ การชักชวนให้ช่วยกันลงทุน เก็งกำไรในธุรกิจต่าง ๆ และการเล่นแชร์เป็น ๒ กลุ่ม ซึ่งเป็นธุรกิจหนี้นอกระบบ ต้องนำเรียนว่า คราวที่แล้วผมได้พูดอภิปรายเรื่องของแชร์ลูกโซ่ไปแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ แชร์แม่ชม้อย ปี ๒๕๓๔ แชร์บลิสเชอร์ ปี ๒๕๖๐ แก๊งซินแสโชกุน ปี ๒๕๖๒ แม่มณี และล่าสุดก็แชร์ลูกโซ่ ฟอเร็กซ์ ๓ ดี (Forex 3 D) ซึ่งในวันที่อภิปรายผู้เสียหายประมาณ ๙,๖๙๒ คน แต่ความ เสียหาย ๑,๙๐๐ ล้านบาท แต่วันนี้ขึ้นไปเรื่อย ๆ ถึง ๒,๕๐๐ ล้านบาท ปัญหาและวิธีการแก้ อันนี้ขอเน้นย้ำที่ผมฟังเพื่อนอภิปรายแล้วก็ปัญหาต่าง ๆ ปัญหาแรกคือรัฐบาลต้องสร้าง ความรู้ความเข้าใจในเรื่องไฟแนนเชียลเอดดูเคชัน (Financial Education) หรือจะบอกว่า กู๊ด ไฟแนนเชียล ลิตเทอเรซี (Good Financial Literacy) ให้กับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด ต้องให้เขาตระหนักรู้เลยว่ามาแบบนี้ เรื่องแบบนี้เงินตอบแทนมากกว่าปกติมีวิธีการอย่างนี้ แสดงว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ที่จะถูกโกงให้ตระหนัก ประชาชนจะต้องมีความรู้แล้วก็เข้าใจ🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของความรู้ไม่พอนะครับ เมื่อเจอแล้วนี้จะต้องมีการ แจ้งเบาะแสที่ง่ายสะดวกนะครับ ต้องเร่งหาแรงจูงใจที่จะช่วยกันแก้ปัญหาตรงนี้ ถัดมาก็คือ ปัญหาของผู้บังคับใช้กฎหมาย กฎหมายที่มีอยู่ทั้งหมดรวบรวมที่ผมพอสรุปได้ก็คือ พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ปี ๒๕๒๗ พ.ร.บ. ป้องกันและ ปราบปรามการฟอกเงิน พ.ร.บ. สอบสวนคดีพิเศษ พ.ร.บ. ประมวลกฎหมายอาญาความผิด ฐานฉ้อโกง มาตรา ๓๔๑ พ.ร.บ. ความผิดฐานฉ้อโกงมาตรา ๓๑๓ ประชาชน มาตรา ๓๔๓ พ.ร.บ. ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ร.บ. เล่นแชร์ พ.ศ. ๒๕๓๔ กฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราเมื่อปี ๒๔๗๕ ของเก่าและปี ๒๕๖๐ ของใหม่ พ.ร.บ. ทวงหนี้ ๒๕๕๘ แชร์ลูกโซ่ทั้งหมดกฎหมายต่าง ๆ กระจัดกระจาย และที่สำคัญที่เป็น ตัวอย่างคือแชร์แม่ชม้อยนั้น พ.ร.บ. พระราชกำหนดปี ๒๕๒๗ กำหนดว่าจำคุกได้ไม่เกิน ๒๐ ปี ความเสียหายคนจำคุกเป็นแสนปีเหลือ ๒๐ ปี และโทษนิดเดียวแล้วจำคุกก็ไม่ถึงด้วย นี่คือข้อกฎหมายและข้อบังคับใช้กฎหมายคือผู้ปฏิบัติต้องเอาจริงเอาจัง อีกเรื่องหนึ่งที่ น่าเป็นห่วงท่านประธานครับ ฝากไปยังรัฐบาลคือว่าตัวอย่างของปัญหาเรื่องแชร์ลูกโซ่คือ เกิดเหตุยังไม่เข้าไปทำอะไรครับ ผมยกตัวอย่าง แชร์บลิสเชอร์ ต้องใช้เวลาเป็นปี ๆ ที่ผ่านมา บางแห่ง ๓ ปี ปี ๒๕๓๔ กว่าจะเข้าไปจับกุมได้ปี ๒๕๓๗ มันก็ระบาดกระจายแล้วพวกนี้ ไปเร็วมากเพราะว่ามันอันตรายจริง ๆ เนื่องจากล่อลวงและไปใช้ข้อมูลที่คิดว่าวาดฝันว่า จะต้องได้ประโยชน์และน่าเชื่อถือ เพราะฉะนั้นการเข้าถึงช้า กฎหมายที่จะดูแลเรื่องของที่จะให้ เข้าไปจัดการโดยเฉพาะผู้บังคับใช้กฎหมายช้ามาก การกระจายจึงไปเร็ว เพราะฉะนั้นต้องแก้ กฎหมายและผู้บังคับใช้ต้องเข้าไปสกัดให้เร็ว ไม่ใช่เฝ้าดูจนมีการเสียหายมาแจ้งแล้วถึงจะ เข้าไปจัดการอย่างช้าเกินไป ถัดมาก็คือเรื่องพิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) คือการแก้ไข ปัญหาระดับจังหวัดซึ่งตรงนี้เป็นการช่วยเหลือประชาชนซึ่งดึงธุรกิจของผู้ซึ่งอยู่ในจังหวัดนั้น มาเข้าสู่ระบบของกระทรวงการคลัง แล้วก็ให้ดอกเบี้ยสูงหน่อย ๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าต้องมีการ ควบคุมดูแลจนเป็น หจก. อะไรต่าง ๆ ตรงนี้ถามว่าเวิร์ก (Work) ไหม ทำได้มากน้อยแค่ไหน มียอดแค่ไหนซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าจะต้องเร่งดูตรงนี้นะครับ🔗
ประเด็นถัดไปที่สำคัญก็คือวันนี้สรุปเลยครับว่าตราบใดที่คนที่ทำธุรกิจ แชร์ลูกโซ่คิดวาดฝัน ขณะนี้วาดฝันไปไกลขนาดว่าจากยุคใหม่เป็นยุคไอที (IT) ก็จะเอาเรื่อง ไอที (IT) เรื่องอินเทอร์เน็ต (Internet) เรื่องให้เช่าสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ แต่คิดว่ามันคือวาดฝัน และคนเชื่อถือจูงใจเขาไม่ว่าจะเป็นธุรกิจออนไลน์ (Online) บนอากาศ ธุรกิจเรื่องของ คลาวด์ (Cloud) เรื่องของเงินตราเรื่องอะไรต่าง ๆ ซึ่งมันทำให้คนเชื่อตรงนี้เราต้องแก้ ให้ความรู้ ถ้าเราไม่ได้ให้ความรู้บังคับใช้กฎหมายไม่ได้และที่สำคัญคือทุกคนต้องร่วมมือกัน เราคงจะต้องเจอกับเรื่องนี้ไปตลอด เพราะฉะนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านมีความ เป็นห่วงแล้วก็อยากให้เรื่องตรงนี้ได้ระงับยับยั้ง ได้มีการแก้ไขก็คงจะต้อง ผมเองเสนอกับท่าน ประธานไว้ปี ๒๕๖๒ ว่าขอตั้งคณะกรรมาธิการ แต่วันนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเวลา ตั้งกรรมาธิการไม่เพียงพอแล้ว ผมขออนุญาตไม่ขอตั้งกรรมาธิการ ขอเป็นส่งให้รัฐบาลไป ดำเนินการเพื่อรวดเร็ว ให้รัฐบาลดำเนินการได้เลยนะครับ แล้วปัญหาตรงนี้จะได้แก้ไขตั้งแต่ วันนี้ ผมเชื่อว่าข้อสรุปของพวกเราทั้งหมดนี้จะถึงมือท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ไปแก้ไข สุดท้ายคือกระทรวงไอซีที (ICT) ก็ต้องช่วยนะครับ โดยเฉพาะคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ส่งเมสเสจ (Message) มาคนถูกหลอกเยอะมาก ผู้แทนทุกคนได้รับโทรศัพท์ โทรมาลูกน้องเลขาผมนี้ทุกคนโทรมา ถึงว่าคุณไปฝากเงินไว้ที่นี่ คุณมีหนี้ที่นี่ คือมันระบาด ไปหมด เอาเลขหมายมาจากไหน เอาวิธีการมาจากไหน เอามาจากไหน แล้วก็ต้องระงับ ยับยั้ง ไม่อย่างนั้นคนเราจะลำบากในการทำงานนะครับ ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานว่า ผมขออนุญาตนำเสนอว่าให้นำข้อสรุปทั้งหมดสู่กรรมาธิการ ผมให้ขอตั้ง ขอเข้าให้รัฐบาล ดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาตรงนี้อย่างจริงจังด้วยความห่วงใยครับ ขอกราบขอบพระคุณ เถอะครับ🔗
ครับคุณหมอ ท่านสมาชิก ที่เคารพครับ เนื่องจากผู้เสนอญัตติทั้ง ๘ ญัตตินี้ ในญัตติที่เสนอด้วยวาจา ๒ ญัตตินั้น ได้ขอให้สภาส่งญัตติไปยังคณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการ ส่วนอีก ๖ ญัตติที่นำมารวม พิจารณานั้นได้เสนอญัตติให้ตั้งกรรมาธิการ แต่ว่าจากที่ได้ฟังท่านสมาชิกอภิปราย และที่ คุณหมอได้พูดเมื่อสักครู่นี้ รวมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักการประชุมได้สอบถามผู้เสนอญัตติทั้ง ๘ ฉบับแล้ว แจ้งให้ผมทราบว่าทุกท่านไม่ขัดข้องที่จะให้ส่งญัตติด่วนแนวทางการแก้ปัญหา แชร์ลูกโซ่และปัญหาหนี้นอกระบบไปยังรัฐบาลเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ผมก็เลยต้อง ขอท่านสมาชิกว่าความเห็นนี้มีท่านผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบให้ส่งญัตติทั้ง ๘ นี้ไปยังคณะรัฐมนตรีตามที่ได้มีการเสนอครับ ก็เป็นอันจบ การพิจารณาในญัตติพิเศษที่เราเลื่อนขึ้นมาเป็นพิเศษครับ ก็ขอขอบคุณสมาชิกที่ได้เสนอ ปัญหา แล้วก็รักษาเวลา ทำให้เรามีเวลาที่จะพิจารณาเรื่องเพื่อทราบต่อไป ซึ่งมีหน่วยงาน รออยู่ครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภา จำนวน ๒ เรื่อง🔗
ด้วย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณาเรื่องต่าง ๆ ดังนี้🔗
ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันอังคารที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๕ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารับทราบ (ร่าง) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐)🔗
ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๕ ที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติให้ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ออกไปเป็นกรณีพิเศษอีก ๓๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๒ กันยายน ๒๕๖๕ อันนี้ขอแจ้งมาตามระเบียบนะครับ🔗
ต่อไปจะเป็นการรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานขององค์กรต่าง ๆ🔗
๒.๒ รับทราบรายงานการปฏิบัติงานของกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๓🔗
ขอเลื่อนนะครับ ผมจะไม่เสียเวลาอ่านเหตุผลนะครับ ขอเลื่อน🔗
๒.๓ รับทราบรายงานผู้ตรวจการแผ่นดินประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ และ รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของสำนักงานผู้ตรวจสอบแผ่นดินสำหรับ ปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ (ขอเลื่อน)🔗
๒.๔ รับทราบรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิชน ที่ ๑๑-๑๓/๒๕๖๕ (ขอเลื่อน)🔗
๒.๕ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๔ ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ขอเลื่อน)🔗
ขอเรียนว่าหน่วยงาน ที่ขอเลื่อนมีอีกหลายหน่วยงานนะครับ แต่ว่า ๒.๖ นั้นหน่วยงานได้มาครับ เพราะฉะนั้น ก็จะขออนุญาตดำเนินการไป ขอชี้แจงว่าบางหน่วยงานเขาได้มาในการประชุมในครั้งก่อน ๆ หลายครั้งรออยู่แต่ว่าเราติดขัดด้วย เราไม่สามารถจะไปถึงเรื่องนั้นได้ก็เสียเวลาพอสมควร เหมือนกัน ก็อกเขาอกเรานะครับก็ด้วยความเข้าใจ ผมจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพยายาม หาทางให้เรื่องเพื่อทราบนี้ได้ผ่านไปได้มิเช่นนั้นเราก็ถูกข้อครหาอยู่มากครับ ขอเชิญ หน่วยงานที่ชี้แจงใน ๒.๖ ครับ🔗
๒.๖ รับทราบรายงานการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๔🔗
ขออนุญาตนิดเดียวนะครับ ผมบกพร่องไป เรื่องนี้ขออนุญาตว่าเนื่องจาก ปรากฏว่ามันมีวาระใน ๒.๑๘ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๗ ปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๘ ปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ และปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ เป็นเรื่องเดียวกัน เป็นรายงานของผู้สอบบัญชี ในแต่ละรอบปีงบประมาณ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาเห็นควรให้มารวมวาระการประชุม เพื่อนำมาพิจารณารับทราบพร้อมกันตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) นะครับ ขออนุญาต ท่านสมาชิก ขอเชิญท่านสมคิดครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ สมคิด เชื้อคง ส.ส. อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ก็ต้องกราบขอบพระคุณนะครับ แล้ววันนี้ก็คงมา พูดถึงรายงานของ สปสช. นี้ก็ถือว่าเป็นรายงานที่รอมาหน่อย แต่ผมก็เชื่อว่าคนที่สนใจ เกี่ยวกับรายงานฉบับนี้ของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นหัวใจในการที่เป็น ที่พึ่งของประชาชน ผมเข้าใจนะครับว่าเวลาทำงานนั้นมันทุก ๆ ปีที่มาก็บอกว่างบประมาณ มันน้อย แล้วผมก็เห็นด้วย ในงบปี ๒๕๖๔ ที่ท่านแจ้งมาว่าท่านมีการเบิกจ่ายแล้วก็มีเงิน ในการรักษาแค่ ๑๔๐,๐๐๐ อันนี้ไม่รวมเงินเดือนนะครับ เราเอง ผมเคยพูดบ่อย คน ๔๗.๕ ล้านคนที่ท่านต้องดูแลมีเงินแสนกว่า ๑๔๐,๐๐๐ อันนี้ผมเองก็บ่นอยู่เรื่อยว่า แต่เวลาเงินเกี่ยวกับรักษาพยาบาลข้าราชการประมาณ ๕ ล้านกว่าคนได้ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันครึ่งหนึ่งเลย เรื่องนี้ก็ไม่ถึงขนาดว่าต้องตีอกชกตัวอะไร แต่ลองไปดูในการ จัดงบประมาณว่ามันจะเหลื่อมล้ำกันแบบนี้ไปเรื่อย ๆ หรือเปล่า คนจำนวนมากได้รับน้อยนิด นะครับ ยกตัวอย่างในปี ๒๕๖๔ ที่ท่านเขียนมาให้ดูนี่นะครับ รายหัว ๓,๗๐๐ บาท โอพีดี (OPD) ๑,๒๐๐ บาท คนไข้ใน ๑,๔๐๐ บาท ส่งเสริมสุขภาพซึ่งมีความจำเป็นในการส่งเสริม ได้นิดเดียว ๔๕๕ บาท แล้วก็อื่น ๆ ๕๐๐ กว่า ที่เล่าให้ฟังก็คือว่าเวลาท่านทำงานท่าน ได้เงินน้อย ผมก็เชื่อว่าท่านจะต้องสปีด (Speed) ตัวเอง ท่านจะต้องทำ ผมอ่านรายงานแล้ว ก็ดีนะครับ ก็เห็นว่าเวลาท่านรักษาพยาบาลต่าง ๆ ในเรื่องบริการท่านก็ให้ตัวเลขมาครบ ผมเรียนว่าท่านที่เป็นประธานท่านก็เป็นผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขเก่าอยู่แล้ว ซึ่งเข้าใจ ในบริบทในการทำงาน เรื่องหนึ่งที่อยากจะเพิ่มเติมกับทางคณะ สปสช. สำนักงาน ระบบประกันสุขภาพนี้นะครับ คนที่เข้าไปใช้บริการมาก ที่ผมเห็น ที่ไปในหน่วยบริการ ก็คือการบริการแพทย์แผนไทย หลัง ๆ นี่เยอะ อันนี้เป็นสิ่งที่ดีนะครับว่าถ้า สปสช. ถ้าสำนักงานประกันสนับสนุนเรื่องนี้มากขึ้น มันได้ผลประโยชน์อย่างมาก ๑ การฝึกอบรม ก็ไม่มากเหมือนแพทย์แผนปัจจุบัน การฝึกอบรมเป็นปกติซึ่งใช้เวลาไม่นาน ที่สำคัญมันก็ได้ ต่อเนื่องไปยังคนขายสมุนไพร คนปลูกสมุนไพร เรื่องนี้มันจะต่อเนื่องกัน ที่คนบ่นเรื่อง บัตรทอง ๓๐ บาทรักษาทุกโรคแล้วก็ที่บ่นมากนะครับ ผมเรียนฝากท่านประธานไปยัง คณะกรรมการว่าเรื่องบริการก็เป็นปกติ หน่วยบริการก็เป็นหน่วยราชการ เป็นโรงพยาบาล เป็นบางโรงพยาบาลก็ขาดการประชาสัมพันธ์ บางโรงพยาบาลพูดจาดี ผมก็อยากเรียนว่า เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ละเอียดแต่ว่าอยากให้ทางหลักประกันสุขภาพนี้ช่วยเรื่องการ ประชาสัมพันธ์ ช่วยเรื่องการต้อนรับ บางทีป่วยไปถ้าต้อนรับดี ๆ พูดจาดี ๆ จากป่วยหนัก ๆ ก็มีกำลังใจหายนะครับ พอไปเห็นเดี๋ยวก็ดุ เดี๋ยวก็ด่าเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เจ้าหน้าที่ พยาบาลดุด่าผมเข้าใจนะว่าคนป่วยนี่ก็ป่วยอยู่แล้วพอโดนกระแทกกระทั้นจากคำพูดยิ่งป่วย หนักไปอีก เรื่องนี้เขาบ่นกันเยอะ ท่านมีกติกาท่านจะมีวิธีการไปแก้ไขไปทำโอดี (OD) อย่างไรไปพูดคุย กันอย่างไรผมก็เชื่อว่าท่านมีงบประมาณส่วนนี้ที่จะทำ ฝากถึงเรื่องการโอนสถานบริการ ไปสู่ท้องถิ่น ผมก็มองว่าท่านจะต้องเข้าไปดูแลแล้วก็ต้องจัดทีมดูแลอย่างไร ศึกษาอย่างไร เพราะบางเรื่องท้องถิ่นอาจจะมีบุคลากรที่จะให้การศึกษายังไม่พร้อม ผมว่าหน่วยงาน ของท่านควรจะส่งเสริมเรื่องนี้ เพราะ รพ.สต. จำนวนมากถูกโอนไปท้องถิ่น เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ฝากไปยังคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติว่าก็ให้กำลังใจในการทำงาน แม้จะเงินน้อยก็ต้องสู้นะครับ เพราะผมเชื่อว่าท่านติดหนี้อีกแล้วดูเผิน ๆ ท่านยังเป็นหนี้ เกี่ยวกับโครงการโรคโควิด (COVID) อยู่ซึ่งก็เป็นโครงการเงินกู้ที่จะต้องชดเชยให้ท่านไป นะครับ ก็เป็นกำลังใจให้คณะกรรมการครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านสมคิดนะครับ ต่อไปท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับรายงานที่ผมได้รับมาอยู่ในมือนี่ครับนอกจากตัวรายงานประจำปีแล้วก็จะมี งบดุลของ สปสช. ซึ่งก็ย้อนไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ แล้วก็ปี ๒๕๕๘ แล้วก็มีปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓ ที่ขาดหายไปก็คือปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ผมไม่แน่ใจว่าการตกหล่น เกิดจากสาเหตุใดนะครับ แต่ว่าเมื่อเปรียบเทียบงบของเมื่อตอนปี ๒๕๕๗ ๒๕๕๘ กับ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ผมก็ขอแสดงความยินดีกับ สปสช. นะครับที่งบได้รับการรับรองจาก สตง. ก็คือไม่มีเงื่อนไขอย่างเมื่อก่อนหน้านี้ก็ถือว่าได้มีการปรับปรุงที่ดีขึ้นในเรื่องของระบบ บัญชีนะครับ ซึ่งจากวิกฤติโควิด (COVID) ที่ผ่านมานะครับผมก็ได้รับทราบข้อมูลว่าระบบ ต่าง ๆ ดีขึ้นมากกว่าเดิมอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาลของรัฐและเอกชนนะครับ เพราะว่ามีเงินจากเงินกู้ ๑.๕ ล้านล้านบาท ๒ ข้อที่ใส่เข้าไปเพื่อแก้ปัญหาโควิด (COVID) โรงพยาบาลก็ได้รับกันถ้วนหน้า เพราะฉะนั้นสถานการณ์ทางการเงินของระบบสาธารณสุข บ้านเราขณะนี้ก็น่าจะต้องถือว่าดีมาก นั่นก็ประการที่ ๑ ขณะเดียวกันโควิด (COVID) ครั้งนี้ ก็ได้เป็นบทพิสูจน์ให้โลกได้เห็นครับว่าระบบสาธารณสุขของบ้านเรานี้เป็นระบบที่ดีมากนะครับ ยังดีกว่าหลายประเทศที่เป็นประเทศพัฒนาแล้ว โดยดูจากผลที่เกิดขึ้นกับประชาชน ก็ขอแสดงความยินดีที่ท่านได้มีส่วนช่วยยกสถานะสาธารณสุขของประเทศไทยนะครับ ซึ่งต้องถือว่าเป็นงานที่ต้องขอชื่นชมแล้วก็ขอแสดงความยินดีและขอบคุณต่อบุคลากร ในภาคสาธารณสุขนะครับ รวมไปถึง อสม. ต่าง ๆ ที่ทำงานอยู่ทั่วประเทศด้วย ในรายงาน ที่ท่านทำออกมาก็ได้มีข้อมูลหลายประการด้วยกันที่ยืนยันในส่วนนี้ ถ้าหากไม่ใช่เป็นเพราะว่า มีโควิด (COVID) เกิดขึ้นกราฟต่าง ๆ ที่ท่านแสดงมาทั้งในหน้า ๔๗ ๔๘ ๔๙ นี่ครับ ที่แสดงว่าประเทศไทยมีความก้าวหน้าในส่วนที่เขาอาจจะไม่ค่อยน่าเชื่อถือ แต่ว่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นกับโควิด (COVID) ครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นที่ยอมรับครับว่าประเทศไทยเรามีความก้าวหน้า ขณะเดียวกันที่น่าพอใจก็คือเรื่องที่ว่าระบบการเงินของสาธารณสุขว่าในบางประเทศ อย่างประเทศที่ร่ำรวยแล้วที่สุดในโลกประเทศหนึ่งถึงขนาดบอกว่าถ้าเกิดมีการเจ็บป่วยขึ้นมา การเงินของบุคคลอาจจะถึงขึ้นล้มละลายได้ เพราะทุกวันนี้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล แพงมากนะครับ แต่ว่าในกราฟของเราที่ท่านโชว์ก็แสดงถึงผลกระทบจากเรื่องของปัญหาการเงินน้อยลง ๆ ทุกที ซึ่งส่วนหนึ่งก็คงมาจากผลงานของท่าน แต่อีกด้านหนึ่งผมคิดว่าทั้งหมดนี้ก็มาจากการ ใช้จ่ายเงินรายจ่ายรัฐบาลที่มากขึ้น ถ้าหากเป็นไปได้ผมอยากจะเสนอให้ท่านพยายาม สนับสนุนวิธีการที่จะให้รัฐบาลมีรายจ่ายน้อยลง เพราะว่าระบบงบประมาณบ้านเรา ในอนาคตจะมีข้อจำกัดมากขึ้น เพราะฉะนั้นท่านต้องช่วยหาวิธีการที่จะใช้ระบบประกัน สุขภาพจากภาคเอกชนให้มากขึ้นได้อย่างไรที่จะแบ่งเบาภาระในส่วนนี้ ขณะเดียวกันเพื่อจะ แบ่งเบาภาระในเรื่องของการรักษาพยาบาลหรือการนำเข้ายารักษาโรคต่าง ๆ ผมคิดว่า วิธีทางหนึ่งที่ดีก็คือเรื่องของการป้องกัน ทำอย่างไรถึงจะให้ประชาชนคนไทยมีความสำนึก มีความเข้าใจในเรื่องของการป้องกันโรค การรับประทานอาหารเหล่านี้เป็นต้น ซึ่งเป็นที่มา ของการเจ็บป่วยต่าง ๆ แล้วก็เป็นภาระต่อประเทศในที่สุด แต่ว่างานของท่านก็จะหนักขึ้น🔗
แล้วก็ประการสุดท้ายท่านประธานครับ ประเทศไทยเรามีระบบประกัน สุขภาพ ทั้งโดยของราชการก็คือรัฐบาลจ่ายให้กับข้าราชการเต็มที่นะครับ ซึ่งตัวเลขของ ข้าราชการก็เติบโตขึ้นอย่างมากทั้งในระบบประกันสังคม ซึ่งก็อยู่ในกรอบที่ประกันสังคมดูแล แล้วก็ในส่วนของ สปสช. ที่ท่านดูแลบัตรทอง ผมอยากจะฝากให้ทั้ง ๓ องค์กรได้มีการ หารือกัน สร้างมาตรฐานที่ใกล้เคียงหรืออันเดียวกันเพื่อจะไม่ให้เกิดความลักลั่น แล้วก็ เกิดปัญหาว่าจะเลือกของใคร อันนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยทำให้เกิดการแก้ปัญหาความ เหลื่อมล้ำของประเทศได้ครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณนะครับต่อไป นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ จากนั้นก็เป็นคุณวิสาร เตชะธีราวัฒน์ คุณวิรัตน์ วรศสิริน ขอเชิญนายแพทย์จาตุรงค์ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ต้องขอบคุณ ท่านประธานนะครับ วันนี้ได้นำรายงานการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ งบประมาณปี ๒๕๖๔ มาให้พี่น้องรับทราบ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นผู้ซึ่งอภิปราย แล้วก็ซักถาม แล้วก็แนะนำ ผมต้องเรียนว่าตอนนี้ถ้าเรานั่งนึกไปในพื้นที่กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี และคณะด้วย เข้าไปในพื้นที่ เราจะเจอถ้าระดับล่างสุดก็คือ รพ.สต. ก็คืออนามัยเก่า เราเจอโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป ขนาดเอ็ม ๑ (M1) เอ็ม ๒ (M2) โรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาล ศูนย์ใหญ่ทั้งหมดเป็นเฌ้อสเซอรี่แคร์ (Chersery Care) ประเด็นคือตอนนี้พี่น้องประชาชน มีความคาดหวังอย่างไร บุคลากรที่ให้การดูแลคณะทางการแพทย์มีความเดือดร้อน มีปัญหา อย่างไร รวมทั้ง อสม. ถ้าท่านมองอย่างนี้ปั๊บ ภาพรวมอย่างนี้ปั๊บจะเห็นเลยว่าที่ท่านจัดงบ ได้รับงบไป ๓,๗๑๙ บาท รายหัวในปีของ ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี๒๕๖๖ ก็ได้เพิ่มมาบ้าง เพียงพอไหม ตรงจุด ตรงเป้า ตรงประเด็นไหม ถ้าเราพูดถึงรายงานตรงนี้ผมดูจากการที่ ท่านได้บอกมาว่าบางแห่งอย่างเช่นหลังคลอด ฟื้นฟูแม่หลังคลอดถึง ๑๓๓ เปอร์เซ็นต์ ผมโอเค (OK) เลย เพราะว่านั่นคือในการดูแลลูกหลานทารกที่แรกเกิดมาแล้วพ่อแม่สุขภาพดี แต่พอมาดูนวดประคบอบสมุนไพร ท่านตั้งเป้าไว้ถึง ๘ ล้านบาท ทำงานได้ ๓ ล้านบาท ๔๕.๓๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ต้องคิดแล้ว ๑. ตั้งเป้าสูงเกินไปหรือเปล่า ๒. มีความจำเป็น มากน้อยแค่ไหนที่จะให้คนมานวดประคบอบสมุนไพร ๓. ถ้าไม่จำเป็นเราจะโยกงบ ไปเกี่ยวกับการฟื้นฟู การป้องกัน การเสริมสร้างดีกว่าไหม เพราะฉะนั้นที่ต่ำกว่าร้อยไม่ว่า จะเป็น ๗๓ เปอร์เซ็นต์ของกล้ามเนื้อและหัวใจ ไม่ว่าจะเป็น ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ต้องนวด อบสมุนไพรท่านต้องไปแก้ไขแล้ว ประเด็นในบัญชีตรงนี้มันมีเรื่องอยู่ ๒ ๓ เรื่อง ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านจเด็จด้วยว่า🔗
๑. เรื่องการฟอกไต ผมได้พูดเรื่องการฟอกไตมาโดยตลอดว่าการฟอกไตทาง หน้าท้องทรานซ์เพอริโตเนียล (Transperitoneal) มันติดเชื้อ คนก็ไลฟ์ เซอร์วิวอล เอจ (Life Survival Age) ก็ไม่เกิน ๓ ปี ๕ ปี เขาก็ต้องเสียชีวิต ต้องกราบขอบพระคุณท่าน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านได้ ปรับให้การฟอกไตทางเส้นเลือดฮีโมไดไลซิส (Hemodialysis) ได้เรียบร้อยฟรีตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประชาชนลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ไปเยอะมาก แต่ปัญหาที่มีอยู่ก็คือค่าใช้จ่าย ที่ต้องไปฟอกไต ตรงนี้จะช่วยดูแลเขาอย่างไร🔗
๒. คิวเยอะมาก เข้าคิวกันนี่กว่าจะได้คิวหลายเดือน การซัปพอร์ต (Support) ตรงนี้อย่างไร🔗
๓. ผมนำเรียนเลยครับ ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษมีแพทย์จบใหม่ทางเรื่อง เส้นเลือดโดยตรงที่จะมาเปิดเส้น เพราะว่าต้องส่งรีเฟอร์ (Refer) ไปยังจังหวัดอุบลราชธานี ไม่มีเครื่องมือในการทำ ไม่ว่าจะเป็นเปิดเส้น ไม่ว่าการดูเรื่องของเอออร์ตา (Aorta) ในเรื่อง ของเส้นเลือดใหญ่ไม่มีเครื่องมือ ทั้งหมดเลยใช้เงินไม่เยอะ แต่ว่าไม่เพียงพอจนแพทย์น้อยใจ จะขอย้ายแล้ว นี่คือปัญหาหลักที่ผมจะพูดต่อว่าปัญหาที่ประชาชนทำไมพอไปโรงพยาบาล ต้น ๆ คือโรงพยาบาลไพรม์มารี แคร์ (Primary Care) แล้วแพทย์ต้องรีเฟอร์ รีเฟอร์ รีเฟอร์ (Refer Refer Refer) ส่งไปยังโรงพยาบาลใหญ่ เพราะปัญหาที่ต้นสังกัด🔗
๔. ก็คือถ้าเป็นประชาชนเขาจะมาบ่นกับผมตลอดอย่างที่ท่านสมคิดพูด พูดจาไม่เพราะ มาถึงไม่ได้กำลังใจ รอนาน มาเช้าตรวจเย็นเหมารถมาทั้งวันเสียเวลา ตรงนี้ท่านต้องไปนั่งคิดว่าจะแก้อย่างไร ในโรงพยาบาลที่เขามีคนไข้เขาจะนัดเลยครับว่า ๙ โมง ๑๐ นาที นาย ก ๙ โมง ๒๐ นาที นาย ข ๙ โมง ๓๐ นาที นาย ค ๑๐ โมง เป็นเวลา ๆ ไป คนที่มีเวลาเขาก็มาเช้าบ่ายเขาก็ไม่ต้องมา คนที่มีเวลามาบ่ายเช้าก็ไม่ต้องมา ก็ทำมาหากินได้ แต่ถ้ามาเช้าออกันหมดเลยคนสุดท้ายตรวจ ๕ โมงเย็น ผมว่าต้องคิดนะครับ อันนี้เป็นนโยบายหลักที่ท่านต้องดูเลยครับ ท่านประธานครับ ว่านี่คืออย่าให้รอนาน แล้วก็ ต้องพูดจาโดยเฉพาะบางโรงพยาบาล ขออนุญาตนิดหนึ่งท่านประธาน เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ คือถ้ามาโรงพยาบาลแล้วมารอ เขาจัดทีมดูแลอย่างน้อยได้รับการพูดดี ๆ ดูแลที่ดีปลอบใจ หายไปครึ่งหนึ่งแล้ว🔗
ประเด็นถัดมาก็คือเรื่องผ้าอ้อม เรื่องนี้เรื่องใหญ่ พี่น้องประชาชนผมเชื่อว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะถูกถามว่าคุณหมอ ท่าน ส.ส. บ้านติดเตียงติดบ้านเยอะมาก ผ้าอ้อมต้องใช้วันหนึ่ง ๓ ผืน ขอเงินหน่อยเถอะ ขอรับบริจาคหน่อยเถอะไม่มีเงินแล้ว ตรงนี้ท่านต้องดูเลยนะครับ อยากให้ท่านตอบด้วยว่าจะทำผ้าอ้อม ๓ ชิ้น ดังที่ทางท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ดำเนินการให้สัมฤทธิ์ผล ได้เร็วไวแค่ไหน หลักการที่จะเข้าถึงผ้าอ้อมก็คือแพมเพิร์ส (Pampers) มันแพงนะครับ เวลาไปเยี่ยมคนป่วยติดเตียงเขาต้องการผ้าอ้อมมากกว่าอย่างอื่น ท่านจะทำให้เขาได้ มากน้อยแค่ไหน ประกาศไปเลยครับว่ากระทรวงสาธารณสุขโดยท่านรัฐมนตรีดำเนินการ ผ้าอ้อมตรงนี้เพื่อลดค่าใช้จ่าย เพราะตอนนี้โควิด (COVID) มันเยอะ รายได้รายจ่ายก็ไม่พอ🔗
ถัดมาก็คือเรื่องรีเฟอร์ (Refer) คนป่วย ท่านลองดูนะครับว่าการส่งคนป่วย บอกว่าตอนนี้ไม่ต้องมีใบรีเฟอร์ (Refer) แล้ว ไม่ต้องมีใบส่งตัวทำได้มากน้อยแค่ไหน หมอตรวจมีปัญหาไหม แล้วก็จะแก้ไขอย่างไร ผมขออนุญาตเอาประเด็นเลยนะครับ🔗
ถัดมาคือเรื่องขวัญกำลังใจ เรื่องโควิด (COVID) อสม. ได้ขวัญกำลังใจ เขาติด โควิค (COVID) กัน และผู้ที่ร่วมอย่างที่เครือข่ายท่านบอกนโยบาย ๓ ข้อ การประสานงาน การทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตรงนี้ดีมากที่ท่านถาม ๓ เรื่อง เน้นมาตรการเร่งรัดการทำงาน การสนับสนุน บริการที่สอดคล้องกับความต้องการ ข้อ ๓ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกองคาพยพท้องถิ่นเขาก็ร่วมมือแก้ไขปัญหาโควิด (COVID) ท่านดูแล อย่างไรระยะยาว ระยะสั้น ตรงนี้ขวัญกำลังใจนะครับ🔗
ถัดมาก็คือเด็กแรกเกิด นี่เรื่องหนึ่งนะครับ เด็กแรกเกิดเราไม่รู้หรอกว่าเขามี ปัญหาเรื่องการได้ยิน เขาจะหูหนวกเป็นใบ้ต่อกันนี่ จะต้องเป็นการเช็ก (Check) เด็กแรกเกิด มีเพื่อนผมเป็นหมอเป็นศาสตราจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นในคณะแพทยศาสตร์ บอกว่าต้องดีเฟนด์ (Defend) กว่าจะได้ สปสช. เอาเงินให้เขาสามารถไปสุ่มไปตรวจว่า เด็กแรกเกิดแล้วหูเขาได้ยิน หูหนวกกับเรื่องของการได้ยิน การพูด ถ้าเราสามารถดีเทกต์ (Detect) ได้เขาจะมีเครื่องช่วย อันนี้ช่วยคนได้เยอะจริง ๆ เป็นบุญเป็นกุศลจริง ๆ ก็ต้องเรียนว่าโรงพยาบาลเฌ้อสเซอรี่แคร์ (Chersery Care) อย่างเช่นโรงพยาบาลกันทรลักษ์ ระดับเอ็ม ๑ (M1) จะขึ้นเป็น ๔๒๐ เตียง แต่ว่าขาดห้องแล็บ (Lab) ห้องผ่าตัด ห้องเอกซเรย์ ต่าง ๆ ใช้งบประมาณ ๑๓๐ ล้านบาท ขอมา ๓ ๔ ปีแล้ว ถ้าเราไม่ทำให้เขา โรงพยาบาล แพทย์เชี่ยวชาญเขาก็หนีหมด อบรมแพทย์เชี่ยวชาญมาก็ไม่อยู่ หมอมาน้อยนิดเดียว คนไข้มาก็มาถามผมว่าหมอเฉพาะทางไปไหนหมด นี่เป็นทั่วประเทศนะครับ ผมพูดให้ฟังว่า แต่ละพื้นที่ท่านต้องเร่งดูตรงนี้ครับ จัดงบประมาณไป จะอ้างว่าซีลลิง (Ceiling) ติดอย่างไร ท่านก็ดูเอาแล้วกันนะครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ใช้เวลามากนิดหนึ่ง แต่ว่าเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนด้วยความห่วงใยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิสาร ตามด้วยท่านวิรัตน์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ต้องขออนุญาตแสดงความคิดเห็น ในรายงานการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติประจำปี ๒๕๖๔ ผมขออนุญาต ท่านประธานว่าผมอาจจะพูดเกินเลยจากปี ๒๕๖๔ ต่อเนื่องไปถึงปี ๒๕๖๕ เพราะว่า ส่วนหนึ่งเมื่อสักครู่ผมจะเข้าไปร่วมอภิปรายในกรรมาธิการเกี่ยวกับเรื่องเงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเรียนท่านประธานว่าเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้ว ผมได้แสดงความคิดเห็นแล้วก็ได้ พูดถึงเรื่อง สปสช. สิ่งแรกคงจะต้องขออนุญาตชื่นชมนะครับว่าที่ผ่านมาท่านได้ตั้งรับ เกี่ยวกับเรื่องโรคโควิด (COVID) ได้อย่างดียิ่ง แต่ว่ามันมีปัญหาอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมได้เรียนถามทาง สปสช. ว่าตอนเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท เราก็จบไปแล้วมีปัญหา อาจจะ ขลุกขลักบ้าง เพราะว่ามันเป็นโรคปัจจุบันทันด่วนแล้วก็ตั้งตัวกันไม่ทัน แต่ว่าเงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเราได้ต่ออายุการทำงานของกรรมาธิการไปอีก ๙๐ วัน ทีนี้เรียน ท่านประธานว่าที่ผมต้องเรียนถามท่านเลขาจเด็จก็คือว่าตอนแรกเราคาดการณ์ไว้ว่า เราจะช่วยเหลือในด้านสาธารณสุขประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ขณะนี้มันบานปลาย เข้าไปถึง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับท่านประธาน ผมเคยอภิปรายเรื่องนี้ในสภา เมื่อสัก ๒ ๓ อาทิตย์ที่แล้ว แต่เรียนว่าผมก็ยังมีติดใจท่านประธานครับ แต่สิ่งที่อยากจะขอ คำตอบจากท่านเลขาจเด็จก็ถือว่าขณะนี้ครับมันมีเขตสุขภาพหลาย ๆ ที่ ผมขอท่านประธาน ผมได้ขอคลิป (Clip) อันนี้ไว้แล้วนะครับ🔗
มีการแสดงให้เห็นเกี่ยวกับ โรงพยาบาลต่าง ๆ ครับ ซึ่งโรงพยาบาลของเขตสุขภาพที่ ๑ ซึ่งไม่ได้อยู่ในแผนงานปี ๒๕๖๔ เพราะว่าท่านเองจะไปพัฒนา ๘ ๙ ๑๐ อะไรของท่านนะครับ แต่ที่ผมจะชี้ให้ท่านประธาน และอยากให้ท่านเลขาจเด็จช่วยตอบคำถามผมหน่อย อันนี้คือปี ๒๕๖๔ นะครับ สิ่งต่าง ๆ ที่เราได้เห็นนั่นก็คือว่าจำนวนโรงพยาบาลที่อยู่ในระดับ ๖ ระดับ ๗ พูดง่าย ๆ ก็คือ โรงพยาบาลที่ติดหนี้เยอะ ๆ ครับ ตอนหลังกลับมามีหนี้เพิ่มขึ้น มีฐานะการเงินดีขึ้น ท่านประธานครับ มีอย่างที่ไหนครับอย่างโรงพยาบาลใหญ่ ๆ อย่างลำปาง อย่างเชียงใหม่ อย่างเชียงรายนี้ครับ มีเงินเหลือเป็นพัน ๆ ล้านบาท สิ่งเหล่านี้เลยอยากจะถามท่านเลขา จเด็จว่าทำอย่างไรเงินที่เราเยียวยากับโควิด (COVID) ๓๐ บาทก็ดี บัตรทองก็ดี เงินมัน ไปกองอยู่ที่โรงพยาบาลแต่ละที่เยอะแยะเลยครับ อันนี้มันเป็นไปได้อย่างไรครับท่านประธาน คนไข้ในลดลง คนไข้โควิด (COVID) เพิ่มขึ้นแน่นอนนะครับ ๓ ปีที่ผ่านมา แต่ว่าโรงพยาบาล กลับมีรายได้เพิ่มขึ้น นั่นหมายถึงว่าหมอบริหารดีหรือครับ หรือว่าเขาเอาเงินโควิด (COVID) จาก สปสช. เข้าไปอุดรูรั่ว สิ่งที่ต้องการให้ท่านประธานกับเลขาจเด็จได้ดูตรงนี้ก็คือว่า ต่อไปนี้ครับเงินเหล่านี้มันไม่ควรจมอยู่ที่โรงพยาบาลแต่ละที่ น่าจะเอาเงินตรงนี้มาเยียวยา ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อาจจะใช้ระบบป้องกัน อาจจะใช้ระบบที่ให้เขาหาซื้อยาเอง สิ่งที่ผมอยากถามท่านเลขาจเด็จนั่นก็คือว่าท่านจะทำอย่างไรครับ เพราะขณะนี้เงินมาจาก เงินกู้และเงินไปตกอยู่ที่โรงพยาบาลแต่ละที่เยอะแยะไปหมดครับ และเงินตรงนี้ก็เป็นฐานะ การเงินคงคลังของแต่ละโรงพยาบาลซึ่งมันอยู่ติดลบ ๖ ๗ เป็นตัวแดง แต่ถึงเวลาตอนนี้ เงินเหลือ เงินเหลือแทนที่จะเอามาบริการพี่น้องประชาชนในด้านสาธารณสุข🔗
สุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ผมเรียนว่าขณะนี้ถามท่านเลขาจเด็จผ่าน ท่านประธานนะครับ ตกลง ศบค. เราจะเลิกไหมครับ ตกลงยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) เราสามารถจะซื้อได้ไหมครับ ผมเคยต่อว่า อย. ทีหนึ่งว่ามันเป็นแดนสนธยาที่ไม่ยอมให้มีการ อนุญาต อนุมัติมาเลย ไม่ว่าจะเป็นเอทีเค (ATK) ไม่ว่าจะเป็นวัคซีน ไม่ว่าจะเป็นยาเหล่านี้ เพราะฉะนั้นประเทศเพื่อนบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็น สปป. ลาว เขมร นะครับเข้าถึงยาแพกโลวิด (Paxlovid) แล้ว เข้าถึงยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) แล้ว แต่พี่น้องประชาชนคนไทย ตาดำ ๆ ขณะนี้นะครับไปรักษาก็ได้แต่พารา ยาแก้ไอก็แทบจะไม่มี เพราะฉะนั้นเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเลขานะครับว่าทำอย่างไรครับ ท่านจะเลิกเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว นี่ครับ สิ่งเหล่านี้พี่น้องประชาชนจะได้รับการดูแลและมั่นใจได้แค่ไหนว่าท่านจะเอาอยู่ เงินที่เราให้ไปเป็นเงินกู้ ท่านประธานครับ ผมขอว่าเอาเงินที่มีแต่ละโรงพยาบาลเหล่านี้ มาบริหาร ให้เขาซื้อยาเอง ให้เขาบริหารเอง ให้พี่น้องประชาชนตาดำ ๆ สามารถจะเข้าถึง ยาเหล่านี้ให้ได้เพื่อที่จะรักษาชีวิต รักษาญาติพี่น้องที่ตกทุกข์ได้ยากเหล่านี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิรัตน์ ตามด้วยท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วรศสิริน จากพรรคเสรีรวมไทยครับ วันนี้ก็อยากจะชื่นชม สปสช. ก็เช่นเดียวกับสมาชิกหลาย ๆ คนเช่นกัน มาดูในรายงานหน้า ๑๖ ที่ผ่านมาประเทศไทยเรา ก็ประสบกับปัญหาโควิด (COVID) ซึ่งก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าหนักหนาสาหัสจนกระทั่ง มีคนตายเต็มถนนกันมากมาย แล้วก็หนักมากจริง ๆ แต่ว่าก็ได้ สปสช. ยังเป็นกำลังสำคัญ ที่ทำให้เราผ่านพ้นวิกฤติมาได้ ผลดำเนินงานตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๓ ถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ท่านจำแนกว่าค่าตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด ๑๓,๕๓๗,๐๐๐ ครั้ง ๑๓ ล้านครั้ง นะครับ ก็นับว่าจำนวนมากพอสมควร ค่ารักษาผู้ติดเชื้อทั้งหมด ๘๐๐,๐๐๐ กว่าครั้ง ค่าฉีดวัคซีนอีก ๔๒ ล้านโดส (Dose) ค่ารักษาอาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีนนี้อีก ๑,๖๐๐ กว่าครั้ง ก็มากครับ ก็ถือว่ามาก ก็เป็นผลงานอย่างที่ว่าอยากจะชื่นชมท่านนะครับ แต่ว่าในหน้า ๑๘ ผมก็มาเปิดอ่านเรื่องแจกชุดตรวจโควิด (COVID) นี้ ท่านบอกว่าท่านจัด ชุดตรวจแอนติเจน เทสต์ คิต (Antigen Test Kit) เอทีเค (ATK) จำนวน ๘.๕ ล้านชุด ในวงเงินจำนวน ๑,๐๑๔ ล้านบาท แจกจ่ายให้ประชาชนเพื่อให้ตรวจด้วยตนเอง ผ่านเครือข่ายโรงพยาบาลราชวิถี เพื่อจัดซื้อตามองค์การเภสัชกรรม ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมได้อภิปรายไม่ไว้วางใจไว้ในครั้งนั้นนะครับ ผมนี่ตอนนั้นเป็นข่าวอยู่ว่าทาง อภ. องค์การเภสัชจะจัดซื้อชุดละ ๗๐ บาท ยี่ห้อเลอปู (Lepu) ผมก็ทำอีเมล (e-Mail) ไปสอบถามบริษัท เลอปู (Lepu) โดยตรงเลย แล้วผมมาโชว์บิล (Bill) อยู่ในสภานี้ ผมซื้อได้ ชุดละ ๑ เหรียญ ก็คือ ๓๐ บาท ซึ่งผมก็ถามในสภา ผมสงสัยจริง ๆ องค์การเภสัชกรรมเป็น นิติบุคคลแสวงหากำไร สปสช. ท่านทำไมไม่จัดซื้อเอง ทำไมรัฐบาลไม่ให้ สปสช. จัดซื้อเอง ทำไมต้องไปผ่านองค์การเภสัชกรรม วัคซีนก็เหมือนกัน ทำไมจะต้องให้องค์การเภสัชกรรม บวกกำไรทุกอย่างเพื่ออะไร ผมนี้สงสัยจริง ๆ แต่ว่าเอาล่ะครับก็ไม่อยากจะพูดมาก ในนี้ท่านว่า ๘.๕ ล้านชุด เป็นวงเงิน ๑,๐๑๔ ล้านบาท มันก็จะตกชุดละ ๑๒๐ บาทโดยประมาณ ผมก็ยัง อยากทราบว่ามันเป็นยี่ห้ออะไร ตกลงสุดท้ายแล้วมันเป็นเลอปู (Lepu) อยู่หรือเปล่า หรือว่า เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่นหรืออย่างไร ก็ฝากเรียนสอบถามนะครับ เรื่องนี้ไม่ได้ตำหนิท่าน เพราะว่าท่านไม่ได้ซื้อเอง ก็เป็นที่ทราบอยู่ว่าองค์การเภสัชกรรมเป็นผู้จัดซื้อ เพียงแต่ว่า ท่านก็เป็นผู้มาแจกจ่ายเท่านั้นเอง ก็อยากจะกราบเรียนท่าน สปสช. ด้วยว่าเวลานี้มันก็มี ปัญหาในการรักษาพยาบาลเช่นผู้ป่วยก็หนาแน่นมากเหลือเกิน แล้วก็การโยกย้าย โรงพยาบาลหรือจะขอเปลี่ยนโรงพยาบาลมันก็ทำไม่ได้ ผมมีคนมาร้องเรียนถามผมว่า เขาเดิมที่อยู่โรงพยาบาลหนึ่ง โรงพยาบาลตำรวจนี่นะครับ แต่บังเอิญเขาแต่งงานแล้ว แฟนเขานี่อยู่การบินไทย เขาก็เลยต้องย้ายจากโรงพยาบาลตำรวจเพื่อไปใช้ที่การบินไทย เพราะเขาดีกว่า สวัสดิการดีกว่า แต่พอการบินไทยเจ๊งไป คราวนี้เขาจะกลับมาโรงพยาบาล ตำรวจ โรงพยาบาลตำรวจไม่รับเขา กรณีอย่างนี้ผมคิดว่า สปสช. ควรจะพิจารณารับเขา กลับไป เพราะเขาเป็นสิทธิเดิมที่เขามีอยู่ ผมอยากจะฝากท่านลองไปพิจารณาดูนะครับ กรณีอย่างนี้เขาก็ไม่ได้มาเป็นเพิ่มเติมอะไรนะ เป็นสิทธิเก่าของเขา เขาก็ควรจะได้อยู่ หรือว่ายังมีเคส (Case) อีกกรณีหนึ่งมีบุคลากร พยาบาลจนวันนี้เขาบอกว่าเขายังไม่ได้รับค่าความเสี่ยง ค่าความเสี่ยงตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ตรงนี้กราบเรียนตามตรงว่าผมก็ไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวกับ สปสช. มากน้อย แค่ไหนนะครับ อันนี้ฝากเรียนถามท่านเพื่อไปดูว่าจะเกี่ยวข้องกับท่านหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานครับผมก็กราบฝากถามทาง สปสช. เกี่ยวกับเรื่องที่ผมสงสัย ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเท่าพิภพครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขออนุญาตอภิปรายในรายงาน การสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จริง ๆ แล้วก็เป็นสิ่งที่ดี จริง ๆ แล้วแม่ผมก็เป็น พยาบาล และบ้านผมแต่ก่อนอยู่ใกล้โรงพยาบาล และก่อนมีระบบนี้ผมก็เคยเห็นหลาย ๆ ท่านต้องขายทรัพย์สินของตัวเองเพื่อมาโรงพยาบาล ระบบนี้เป็นระบบที่คล้าย ๆ กับสิ่งที่เรา อภิปรายไปเมื่อวานครับการเข้าถึงบริการทางการแพทย์หรือการเข้าถึงบริการทางการศึกษา วันหนึ่งมันคงจะฟรีนะครับ เพราะว่าเราไม่มีทางเลือกและเป็นสิ่งที่รัฐควรจัดสรรให้ ผมจะขออภิปรายในหน้า ๑๑๖ เรื่องเกี่ยวกับคนพิการเขาเรียกว่าสนับสนุน ในรายงานนี้ บอกว่ามีผู้พิการมาลงทะเบียน ๑.๓๑๐ ล้านคน ซึ่งตามสถิติที่ผมหาข้อมูลมาหลายที่ผู้พิการ ทั้งหมดในประเทศไทยมีอยู่ ๒ ล้านคนใช่ไหมครับ คำถามแรกผมก็เลยอยากถามว่า การลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิในนี้จะบอกว่ามีบริการอุปกรณ์ช่วยคนพิการ ซึ่งต้องมา ลงทะเบียนใช่ไหมครับแล้ววิธีการลงทะเบียนเป็นอย่างไร เพราะเนื่องจากผมไปลงพื้นที่มา ในหลายครั้ง ปัญหาหลายครั้งของผู้พิการต้องเข้าใจเขาก่อนว่าเขาไปขอรับสิทธิอะไรต่าง ๆ ของหน่วยงานราชการของรัฐยากอยู่แล้ว ลำพังผมเคยอภิปรายไปแล้วนะครับว่าบัตร คนพิการมีอายุ ๘ ปี ผมก็เคยไปคุยกับเพื่อนสมาชิกของผม คุณปริญญาครับว่าเขาให้ คำพูดหนึ่งที่น่าสนใจมากครับท่านประธานว่าคนพิการไม่มีทางหายพิการครับ แต่คนธรรมดา ปกติอย่างพวกเรามีโอกาส ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยที่จะเป็นคนพิการ ซึ่งพอมาดูในนี้ผมเห็นว่า การให้ความสำคัญค่อนข้างน้อยเหลือเกินนะครับ อย่างเช่น การสนับสนุนอุปกรณ์ช่วย ทั้งหมดมี ๒๔,๘๔๒ คนเท่านั้นเองจากคนที่ลงทะเบียน ๑.๓ ล้านคนซึ่งน้อยมากนะครับ แล้วถ้าไปดูในรายละเอียดยังมีบริการสุขภาพอย่างอื่นด้วย ปัญหาใหญ่ใน กทม. ของผมอยู่ อันนี้ครับผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงในรายงานนี้บอกว่าช่วยไปได้ทั้งหมด ๕๖๗ คน เป็นจำนวนครั้ง คือ ๒,๑๖๐ ครั้ง เข้าใจอยู่ว่าบุคลากรน้อยหรืออะไรก็ตาม แต่ถ้ามาดูสถิติหน้า ๑๑๘ กลับพบว่าปี ๒๕๖๐ มีจำนวนคนที่เยอะมากและค้างคือเป็นหมื่นครั้งและค่อย ๆ ลดถอย ลงมา อยากฝากท่านประธานถามว่าทำไมมันลดน้อยลงอย่างนี้ ผมพูดตรง ๆ นะครับเวลาผม ไปลงชุมชนในเขตผม สมมุติมี ๑๐๐ หลังคาเรือน มีสัก ๑๐ หลังคาเรือนที่มีผู้ป่วยติดเตียง แล้วผมว่าถ้าเราช่วยดูแลผู้ป่วยติดเตียงเหลือผู้สูงอายุในประเทศเราได้เราจะปลดล็อก ศักยภาพของคนในครอบครัวหรือแรงงานมาทำงานเพื่อขับเคลื่อนประเทศ จ่ายภาษีได้อีก เมื่อผมท้วงติงไปแล้วผมก็ต้องขอชื่นชมนะครับในหน้า ๔๔ เรื่องเกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนา ที่ยั่งยืนหรือเอสดีจี (SDG) ผมได้เคยพูดไปแล้ว จริง ๆ แล้วผมไปที่มาเลเซียมาเมื่อ ๒ สัปดาห์ ก่อนหลายประเทศในอาเซียน (ASEAN) และเอเชีย (Asia) ก็ได้ชื่นชมว่าประเทศไทย ส.ส. จากหลายประเทศมาถามผมว่าประเทศไทยทำอย่างไรระบบการสาธารณสุขนี้ค่อนข้าง ทั่วถึงแล้วก็ยุติธรรมกับทุกคนนะครับ ซึ่งผมบอกว่าเราก็โชคดีที่เรามียูนิเวอร์แซล เฮลท์แคร์ (Universal Healthcare) หรือว่าหลักประกันถ้วนหน้านี้ล่ะครับ แต่ก็ต้องฝากว่าในหลาย ๆ เป้าหมายของเอสดีจี (SDG) เรื่องกู๊ด เฮลท์ แอนด์ เวลล์บีอิง (Good Health and Well-being) เรายังตามหลังเป้าหมายอยู่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอุบัติการณ์ของวัณโรค รวมถึงเรื่องอุบัติเหตุ ถ้าไปดูในโลกเราค่อนข้างไม่ต่างอะไรจากประเทศแอฟริกา คือดีกว่า ประเทศแอฟริกานิดหน่อยนะครับ ซึ่งผมก็เข้าใจว่าเป็นหลากหลายเหตุผลนะครับ แล้วก็ อยากให้ช่วยตอบคำถามข้างต้นที่ผมถามเรื่องผู้พิการ แล้วก็อย่างไรก็ชื่นชมที่ทำได้ดีในเรื่อง เป้าหมายต่าง ๆ ในเอสดีจี (SDG) ส.ส. หลายท่านในเอเชียก็ฝากชมมาครับ อย่างไรขอบคุณมาก ครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ตัวแทนทาง สปสช. ท่านเลขาจะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ก็ต้องขอบคุณท่าน ส.ส. หลายท่านที่กรุณาให้ความคิดเห็น ผมขออนุญาตตอบทางท่าน ส.ส. ที่ได้กรุณาถาม ในหลาย ๆ เรื่องนะครับ เรียนท่านในเรื่องแรกเป็นเรื่องของบริการที่ทุกครั้งที่มีการสอบถาม กับพี่น้องประชาชนท่านจะบ่นในเรื่องของความแออัดแล้วก็เรื่องของการบริการ ซึ่งตรงนี้ ถ้าท่านกรุณาติดตามจะพบว่าเรามีการยกระดับ ที่เรียกว่ายกระดับบัตรทองเพื่อลด ความแออัดนะครับ จะมีบริการมากมายที่เราเพิ่มเข้ามา ตั้งแต่การไปรับบริการที่ร้านยา การเพิ่มเทเลมิดิซีน (Telemedicine) ปีนี้ก็จะมีการดูแลที่บ้าน ต่อเนื่องจากที่ถ้าจำได้โควิด (COVID) เรามีการดูแลที่บ้าน ตอนนี้ก็จะขยายไปในโลกต่าง ๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชน ไม่จำเป็นต้องมาแออัดที่โรงพยาบาล ส่วนเรื่องการโอน รพ.สต ทาง สปสช. จะมีบทบาท ในการสนับสนุนงบประมาณค่าบริการนะครับ ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่แล้วก็เชื่อว่าจะทัน ในวันที่ ๑ ตุลาคมนี้นะครับ ที่ทางท่านพิสิฐได้กรุณาถามนะครับ ผมคิดว่าเป็นโจทย์ของ สปสช. ครับว่าจะใช้เงินงบประมาณของรัฐบาลให้น้อยที่สุดเพื่อให้ประโยชน์สูงสุดเกิดแก่ ประชาชนได้อย่างไร อันนี้ผมคิดว่าเป็นโจทย์ตรงกัน แล้วก็ทุกประเทศอยู่ในโจทย์ตรงนี้หมด ต้องเรียนว่าในช่วงโควิด (COVID) ประเทศไทยอยู่ในประเทศไม่กี่ประเทศที่แม้ว่าเศรษฐกิจ จะไม่ดีแต่ว่างบทางด้านสาธารณสุขไม่ได้ลดลง อย่างที่ท่านถามว่างบส่วนหนึ่งเราจ่ายไปกับ ค่าบริการทั้งเรื่องโควิด (COVID) ไม่โควิด (COVID) ถ้าดูจำนวนบริการจริง ๆ จะพบว่า ถ้ารวมโควิด (COVID) เข้ามาบริการไม่ได้ลดลงนะครับ แต่ทางโรงพยาบาลของเราได้แปลง บริการไปให้บริการผู้ป่วยโควิด (COVID) จำนวนมาก และที่ต้องมีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินกู้ เพราะว่าเราไม่ได้กำหนดมาก่อน เราไม่ได้ของบประมาณมาก่อนว่าโรคที่อุบัติใหม่จะเป็น งบประมาณเท่าไรจึงต้องมีการใช้จากเงินกู้ และที่เราใช้เงินกู้มาส่วนหนึ่งก็เห็นตรงกันว่า เงินหลายส่วนเลยเข้าไปยังโรงพยาบาล ทำให้โรงพยาบาลหลายแห่งหลุดจากภาวะที่เรียกว่า สภาพคล่องทางการเงินที่ว่าระดับ ๖ ระดับ ๗ หายไป อันนี้ต้องเรียนว่าอยู่ที่นโยบายของ โรงพยาบาลว่าจะนำเงินหากแม้จะมีเหลือได้กลับไปคืนให้กับพี่น้องประชาชนในการ ได้ประโยชน์อย่างไร ซึ่งก็เชื่อว่าทางโรงพยาบาลเองก็ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ในอนาคต นะครับว่าอาจจะต้องมีการปฏิรูปหรือว่าปรับปรุงบริการของตนเองให้ดีขึ้น ในส่วนที่ท่าน ให้คำแนะนำท่าน ส.ส. จาตุรงค์ว่าเรื่องฟอกไตตอนนี้เราได้เริ่มแล้วนะครับ แล้วก็ให้บริการแล้ว ต้องเรียนว่าจำนวนผู้ป่วยที่เข้ามาล้างไตตอนนี้มีจำนวนมากกว่าที่เราคิดไว้ เนื่องจากว่า ก่อนหน้านี้มีผู้ป่วยหลายรายไม่สามารถเข้าบริการได้เนื่องจากข้อจำกัด แล้วก็เรื่องผ้าอ้อม ก็เรียนว่าดำเนินการแล้ว ตอนนี้ทั่วประเทศดำเนินการแล้ว เป้าหมายอยู่ที่ ๕๓,๓๐๐ กว่าคน ฝากประชาสัมพันธ์นะครับว่าถ้าพี่น้องประชาชนท่านใดที่มีภาวะความจำเป็นต้องใช้ผ้าอ้อม กรุณาติดต่อหน่วยบริการใกล้บ้านคือ รพ.สต. โรงพยาบาลชุมชนนะครับ แล้วก็ในเรื่อง ของการส่งต่อที่ไม่ต้องใบส่งตัวปีที่ผ่านมาคือปี ๒๕๖๔ มีผู้ใช้บริการที่ไม่ต้องใบส่งตัว ถึง ๙๐๐,๐๐๐ กว่าคน ก็คิดว่าช่วยให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องลำบากในการกลับไปรับ ใบส่งตัวนะครับ แล้วขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมว่าในกรณีการตรวจคัดกรองการได้ยินนะครับ ขณะนี้ทางสิทธิประโยชน์ครบวงจรแล้วนะครับ ตั้งแต่การคัดกรอง ตั้งแต่เด็กทารกแรกเกิด จนกระทั่งผ่าตัดที่เรียกว่าผ่าตัดใส่หูเทียมเข้าไปตอนนี้เราก็มีจัดให้ ในส่วนของเงินกู้โควิด (COVID) ต้องเรียนว่าเราก็ได้พยายามปรับนโยบายในการสนับสนุนงบประมาณตามนโยบาย ของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปรับสภาพของโควิด (COVID) จากการที่จำเป็นต้องรักษา ในโรงพยาบาลไปรักษาที่บ้าน จนกระทั่งล่าสุดในรักษาด้วยตนเองในลักษณะผู้ป่วยนอก งบประมาณที่ใช้ก็เป็นงบประมาณที่ปรับไปตามความจำเป็น แล้วก็ปรับอัตราการจ่าย ให้เหมาะสมกับสภาพการ ก็ยอมรับว่างบประมาณที่ใช้อาจจะมากกว่าที่เราคาดไว้เนื่องจาก จะเห็นว่ามีปริมาณผู้ป่วยที่อาจจะขึ้นมากกว่าที่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้คาดการณ์ไว้ แต่อย่างไรก็ตามในบทบาทของ สปสช. เองเราก็มีหน้าที่ในการตรวจว่าท่านเบิกมาถูกต้อง หรือไม่ แล้วถูกต้องตามกติกาหรือไม่ ส่วนการปรับนโยบายเรื่องตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นยาต่าง ๆ เราก็ได้ออกกติกาแล้วว่าโรงพยาบาลที่ไม่ได้รับการสนับสนุนยาจากกระทรวงสารณสุข สามารถมาเบิกยาจาก สปสช. ได้ไม่ว่าจะเป็นโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) โดยเราจะสนับสนุนเป็นงบประมาณไปให้นะครับ🔗
ในส่วนของเอทีเค (ATK) ที่ท่านกรุณาถามนะครับ ที่เราตั้งงบประมาณไว้ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ความเป็นจริงก็ใช้ประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท เนื่องจากว่าทางองค์การ เภสัชกรรมได้ซื้อในราคาที่ถูกลงนะครับ🔗
ส่วนกรณีสิทธิต่าง ๆ ก็คือที่ท่านถามสิทธิการบินไทยเป็นสิทธิสวัสดิการ รัฐวิสาหกิจ เมื่อสามีเป็นข้าราชการก็ใช้สิทธิสวัสดิการข้าราชการได้🔗
ในเรื่องของตัวบริการผู้พิการ ก็ต้องเรียนว่าก็เห็นตรงกันนะครับตัวเลขว่า ตัวเลขผู้รับบริการยังไม่เยอะ อันนี้ทาง สปสช. ก็พยายามจะกระตุ้นให้พื้นที่โดยเราพยายาม จะใช้งบประมาณเราไปทำงานกับท้องถิ่นก็คือองค์การบริหารส่วนจังหวัด ในการที่จะไป ลักษณะที่เอาเงินมารวมกันแล้วให้บริการ ผมได้ลงพื้นที่จำนวนหลายจังหวัด ตอนนี้เรามี ประมาณ ๔๔ จังหวัด ที่ อบจ. จะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการที่จะดูอุปกรณ์ใหม่ ๆ หรือว่าต้องซ่อมบำรุงให้ ก็ยังเห็นตรงกันว่าบริการยังไม่เยอะนัก แล้วก็บางตัวที่ท่านกรุณา ให้คำแนะนำว่าวัณโรคกับอุบัติเหตุนี้ตรงกันครับ วัณโรค เรากำลังมีแผนในการที่จะปรับ ครั้งใหญ่ในการที่จะคัดกรองกลุ่มเสี่ยงใหม่ทั้งหมดแล้วก็ให้บริการ เพราะว่าส่วนหนึ่ง เกี่ยวข้องกับคนไข้ที่ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) แล้วก็ส่วนหนึ่งเข้าใจว่าเราอาจจะต้องมีแผนเชิงรุก มากขึ้นกว่านี้ ก็ขอบคุณท่าน ส.ส. ทุกท่านที่กรุณาให้ความเห็นนะครับ ผมอาจจะตอบได้ ไม่หมดแต่ว่าผมจะโน้ตไว้ แล้วก็อันใดที่ผมสามารถนำไปปรับปรุงได้ก็จะนำไปปรับปรุง แล้วปีหน้าอย่างไรก็จะมารายงานต่อที่ประชุมอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบพระคุณท่านมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เมื่อจบการอภิปรายซักถามแล้วนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงาน การสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ และรายงานของ ผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๗ สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๘ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ และสำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ แล้วนะครับ ก็ขอขอบคุณท่านเลขาธิการ สปสช. และคณะ ขอบคุณตัวแทนหน่วยงานที่กรุณาได้มาชี้แจงรายงานกับทางสภาของพวกเรา ขอบคุณมากครับ ต่อไประเบียบวาระ🔗
๒.๗ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๔ ของกองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา (ขอเลื่อน)🔗
๒.๘ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินสำนักงาน ศาลยุติธรรม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ (ขอเลื่อน)🔗
๒.๙ รับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติประจำปี ๒๕๖๔ และรายงานสรุปผลการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศประจำปี ๒๕๖๔ (ขอเลื่อน)🔗
๒.๑๐ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ. ศ. ๒๕๖๔ (ขอเลื่อน)🔗
๒.๑๑ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๔ และ รายงานการติดตามตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. สำนักงาน กสทช. และ เลขาธิการ กสทช. ประจำปี ๒๕๖๔ (ขอเลื่อน)🔗
๒.๑๒ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนเพื่อความ ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓🔗
ด้วย เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๕ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๑๐/๒ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ รายละเอียดของรายงานดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิก ไว้แล้วนะครับ ในรายงานฉบับนี้ก็มีท่านสมาชิกยื่นความจำนงที่จะขออภิปราย🔗
ดังนั้นในการนี้ผมได้ขออนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วม ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ในที่ประชุม ๑. นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ฝ่ายปฏิบัติการ ๒. นายบัญญัติ คันธา ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานงานทะเบียนและภาษีรถ ๓. นางบุศรา วงศ์กำแหง ขนส่งจังหวัดนนทบุรี รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักบริหารการคลังและ รายได้ ผู้ชี้แจงพร้อมนะครับ ต่อไปเชิญคุณพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ได้อภิปราย ๕ นาทีครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่ ท่านประธานคะ ในเรื่องของกองทุนเพื่อความ ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนนี้ รายงานตัวนี้เป็นรายงานของ สตง. ซึ่งค่อนข้างจะดูยาก ซึ่งดิฉันก็พยายามจะดูให้ความเข้าใจ โดยสรุปก็คือว่าตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ กว่า ๆ นี้ เรามีการ ประมูลทะเบียนรถและดิฉันคิดว่านี่เป็นนวัตกรรมที่ดีมากของระบบราชการ ขอแสดง ความชื่นชมที่สามารถสร้างรายได้ ได้อย่างมหาศาลโดยเฉลี่ยปีละประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท โดยเฉลี่ยออกมา ซึ่งดิฉันคิดว่ามันเป็นการลดความเหลื่อมล้ำเพราะว่าใครที่อยากจะได้ ทะเบียนดี ๆ สวย ๆ ก็ต้องจ่ายสตางค์ แล้วก็มีการประมูลกันเป็นการค้าแบบหนึ่งซึ่งดิฉัน คิดว่าเป็นนวัตกรรมซึ่งดีค่ะ แล้วการนำเงินนี้มาใช้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำก็เป็นสิ่งที่ดีมาก เพียงแต่ว่าสิ่งที่ดิฉันจะพูดเป็นประเด็นหลักก็คือว่ามันมีการใช้เงินบน ๔ ประเภทที่ดิฉัน ไปอ่านมานี้นะคะ ซึ่งดิฉันขอบพระคุณท่านอธิบดีซึ่งมีความสร้างสรรค์ในการทำงานต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ วิธีการทำการประชาสัมพันธ์ เช่น ญ หญิงหรือความสำคัญของการแปลภาษา ให้น่าซื้อ น่าขายก็ดีขึ้น วิธีการประมูลก็โปร่งใสน่าสนใจ แต่ปัญหาคือว่าการใช้เงินกองทุนเป็น สิ่งสำคัญซึ่งต้องมั่นใจได้ว่าเงินก้อนนี้ที่เราทำไปเป็นเงินที่ทำไปเพื่อจิตสาธารณะด้วย นำไปเพื่อเอื้อประโยชน์ให้การใช้รถใช้ถนนมีความปลอดภัยมากขึ้น คำถามคือเรามีการใช้เงิน ก้อนนี้มากอย่างไร เช่น เท่าที่เข้าใจเหมือนว่ามีงบประมาณในการวิจัยประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท คำถามคืองบวิจัยนั้นที่ใช้เป็นการใช้การวิจัยซึ่งตอบโจทย์ของผู้ใช้รถใช้ถนน ของผู้ได้รับ ผลกระทบได้อย่างไรหรือเป็นการวิจัยเพื่อปรับปรุงอย่างไร ดิฉันอยากจะฟังคำตอบว่าได้ วิจัยแล้ว และนำมาใช้อย่างไรนะคะ🔗
อีกอันหนึ่งต้องขอขอบคุณด้วยเงินอีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท สามารถเอาไปใช้ เรื่องของจุดตรวจวันหยุดนะคะ ก็ขอบพระคุณที่ท่านจัดงบประมาณมา ทำให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ข้าราชการต่าง ๆ สามารถดูแลชาวบ้านได้ในวันหยุดค่ะ อีก ๒๐๐ ล้านบาทเป็นเรื่องของ คนพิการค่ะ อันนี้ดิฉันมีประเด็นค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอฝากไปถึงผู้บริหารกองทุนค่ะ ด้วยเงิน ๒๐๐ ล้านบาทนี้เป็นเงินที่น้อยมาก เปรียบเทียบกับความเสียหายของผู้พิการที่จะ เกิดขึ้นค่ะ ดิฉันเคยคุยกับท่านอธิบดีเมื่อ ๒ ปีก่อนแล้วว่าวิธีการดำเนินงานของการใช้กองทุน เพื่อคนพิการ ๒๐๐ ล้านบาทนี้เป็นไปได้ไหมคะว่าจะขอเพิ่มสัก ๑ เท่าด้วยซ้ำ เพราะมัน น้อยมากจริง ๆ และวิธีการดำเนินงานนั้นควรจะเอาวิธีการของผู้ได้รับผลกระทบคือคนพิการ เป็นจุดศูนย์กลางค่ะ ไม่ใช่เอาการใช้เงินทุนของข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลาง นั่นหมายความว่าเวลาคนถูกรถชน กองทุนนี้ต้องเข้าไปช่วยตั้งแต่แรก ดูแลที่โรงพยาบาล ตั้งแต่แรกให้เขาสามารถเข้าโรงพยาบาล เมื่อมีความเป็นพิการแล้วพาเขาไปตรวจตั้งแต่แรก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นคือในการปฏิบัติจริงท่านคะ ถูกชนก็ไม่เคยมีใครไปดู ถึงโรงพยาบาล ก็แล้วแต่พิการอย่างไร ออกมาถึงปุ๊บก็ต้องมีไปตรวจอีกตั้ง ๒ ๓ ครั้งว่าพิการจริงหรือเปล่า ต้องพาลูกพาหลานไปโรงพยาบาล นั่งรถหอบกันไป สุดท้ายได้เก้าอี้มาตัวหนึ่ง ได้เตียงมา อันหนึ่ง สุดท้ายมันก็ไม่ได้ใช้เงินอย่างเป็นประโยชน์ค่ะ ดิฉันอยากจะให้ผู้บริหารกองทุน ได้ดูแลวิธีการใช้เงินนี้ ให้ตอบโจทย์ ให้เงินก้อนนี้สามารถใช้ได้เพื่อตอบสนองความเป็น ผู้พิการให้สามารถได้ดูแล เช่น อารยสถาปัตย์ การทำทางลาด การทำยูนิเวอร์แซล ดีไซน์ (Universal Design) ให้มากขึ้น มีงบประมาณจัดไปเพื่อสิ่งนั้นด้วยสำหรับผู้พิการอื่น ๆ ด้วย ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับถนนก็ได้ เพราะมีการจราจร ดิฉันมองเห็นถึงวิธีการของการทำที่จอดรถ ของคนพิการ ซึ่งกองทุนอาจจะช่วยได้ด้วยก็ได้ การติดป้ายที่จอดรถของคนพิการ แล้วสามารถมีสายคล้องว่ารถคันนี้ของคนพิการของคนแก่ ซึ่งอารยประเทศเขาก็ทำกัน อยากเสนอให้กองทุนทำเรื่องนี้ด้วยนะคะ ได้ประโยชน์ สำคัญที่สุดค่ะ ให้ผู้พิการ ให้ผู้เปราะบาง เป็นศูนย์กลาง ตอบสนองความต้องการของเขา ไม่ใช่เจ้าหน้าที่เป็นคนทำค่ะ อยากจะให้เดิน เข้าไปข้างหน้ามากขึ้นนะคะ ส่วนเรื่องของบริหารเงินอีกประมาณ ๒๐๐ ล้านบาทก็ไม่ใช่ว่า เป็นเงินเยอะ ปีนี้กองทุนขาดทุนค่ะแต่ดิฉันขอให้กำลังใจให้ทำดี ๆ เสมอไปนะคะ แล้วตอบโจทย์ ที่ได้เขียนไว้ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิกร จำนง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายรายงานเกี่ยวกับกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนประจำปี ๒๕๖๓ ขอเพิ่มเวลาเล็กน้อยท่านประธานครับ อันดับแรก ขอรับทราบงานนี้อย่างมีเงื่อนไข ว่าในการปรับปรุงเรียกเงินให้เคร่งครัด จะต้องมีเงื่อนไขให้ปรับปรุงการเรียกเงินให้เคร่งครัด รัดกุมต่อเงินที่ค้างอยู่นะครับ แล้วก็เพื่อให้มีรายรับเงินเข้ากองทุนมากขึ้น และด้านโครงการ ให้กระจายออกไปยังต่างจังหวัดด้วยนะครับ โดยเน้นเป้าหมายต่อการพัฒนาการมีส่วนร่วม ของเยาวชนในมากขึ้น ท่านประธานครับ ผมมีเหตุผลและรายละเอียดของประเด็น🔗
ประเด็นแรกในการดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ เพื่อเป็นการ หาทุนมาสนับสนุนการส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยอันเกิดจากการใช้รถใช้ถนน เริ่มตั้งแต่ป้ายแรกที่มีการประมูล ขอพาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint)🔗
รูปที่ ๑ ตั้งแต่ป้ายแรกที่มีการประมูล ก็คือเลข ษง ๙๙๙๙ ซึ่งผมในฐานะรัฐมนตรีได้ออกกฎหมายจัดตั้งกองทุนนี้ขึ้นนะครับ เมื่อปี ๒๕๔๖ ได้เสนอประมูลเลขนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมในขณะนั้นเป็นเงิน ๔ ล้านบาทนะครับ ท่านประธานครับ ตอนนี้เราได้เงินรวม เป็นยอดเงินมาถึง ขอรูปที่ ๒ ขณะนี้มีเงินรายได้สะสม ๒๖,๓๘๘.๒๖ ล้านบาทนะครับ ได้รับ เงินชำระสะสม ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท หนี้สะสมปีนี้ลดเหลือ ๑,๓๒๘ ล้านบาทนะครับ กรณีเงิน ค้างประมูลปีนี้ทางกองทุนได้เร่งรัดได้ดีขึ้นมากนะครับ แต่อย่างไรก็ตามนี้ก็ขอให้เร่งรัด ให้มากขึ้นนะครับ เดิมค้างอยู่เยอะ จากคราวที่แล้วมีการปรับปรุง ประเด็นที่ ๒ กรณีการใช้ จ่ายเงินจัดทำโครงการเพื่อความปลอดภัยนั้น ในคราวที่แล้วผมได้เสนอไปในฐานะเป็นผู้ให้จัดตั้งกองทุนนี้ว่าประมูลมาจากจังหวัด ประมูล จากจังหวัดท่านประธานก็มี จากหลายจังหวัด ดังนั้นเงินที่มาเก็บต้องส่งกลับออกไปยัง จังหวัดนั้น ๆ ตามสมควรนะครับ ปรากฏว่าในปีนี้ได้มีการริเริ่มแล้วที่จะส่งเงินกลับไปยัง จังหวัดต่าง ๆ แต่ว่าผมทราบข้อมูลจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบกจิรุตม์ว่ามีปัญหาในระบบ การใช้จ่ายเงินกับกรมบัญชีกลาง ก็ขอให้พยายามเคลียร์ (Clear) กับกรมบัญชีกลางเพื่อจะได้ ส่งเงินคืนไปยังต้นทางให้มากขึ้นให้เขาทำกันเอง🔗
ประเด็นต่อมาท่านประธานครับ เกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินขอให้เพิ่มเติมนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ สนับสนุนโครงการเยาวชนที่เป็นกลุ่มผู้สูญเสียมากมายในแต่ละปี ขณะนี้ยัวร์สไทยแลนด์ (YOURS Thailand) ได้ตั้งขึ้นโดยใช้เงินกองทุนนี้อยู่แล้วนะครับ ซึ่งเป็นต้นแบบมาจากยัวร์สอินเทอร์เนชันนัล (YOURS International) ซึ่งผมได้มาพบเห็น ที่ประเทศสวีเดนนะครับ และปรากฏว่าเขาเป็นคนหนุ่มคนสาวที่เข้ามาร่วมแก้ปัญหาเรื่อง ความปลอดภัยทางถนน น่ารักมากนะครับ มาจากทั่วโลก ประเทศไทยไม่มีท่านประธานครับ เราก็เลยมาพยายามจัดตั้งขึ้นเป็นยัวร์สไทยแลนด์ (YOURS Thailand) แล้วก็ทางกระทรวง คมนาคม คณะกรรมาธิการการคมนาคมของเราได้ดำเนินการเชื่อมโยงในระดับโลก เมื่อปี ๒๐๒๑ เราได้มีการเชื่อมให้มีการพบปะกันครั้งหนึ่งในการสัมมนาที่กระทรวงกับ ยัวร์สอินเทอร์เนชันนัล (YOURS International) ก็มีการพูดคุยกัน เขาก็เข้ามาเชื่อมกับ เยาวชนคนไทย แล้วก็เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคมที่ผ่านมา จัดสัมมนาใหญ่ที่โรงแรมมิราเคิล แล้วก็ได้มีการเชิญยัวร์สอินเทอร์เนชันนัล (YOURS International) มารวมกับยัวร์สไทยแลนด์ (YOURS Thailand) ไทยนะครับ ก็ได้มีการพูดคุยกันและมีการเชื่อมต่อ ครั้งหน้าก็อยากจะ ให้กลุ่มของเยาวชนไทยไปร่วมประชุมระดับโลกกับเขาด้วย ให้เขาแก้ปัญหาของเขาเอง ดังนั้นท่านประธานที่เคารพ สรุปว่าผมเองขอรับทราบนะครับ เห็นด้วยกับการใช้จ่ายเงินนี้ แล้วก็ขอให้ปรับปรุงเรื่องรายรับ ให้เรียกเก็บค่าประมูลที่ค้างชำระหนี้ให้เคร่งครัดมากขึ้น ให้มีการปรับปรุงค่าใช้จ่ายในการส่งคืนไปยังจังหวัดต่าง ๆ ให้มากขึ้น ที่มีปัญหากับ กรมบัญชีกลางก็คุยกันเสียนะครับ แล้วก็ให้ส่งเสริมโครงการสนับสนุนที่มีอนาคตนะครับ ไปในอนาคตก็คือการมีส่วนร่วมของเยาวชนระหว่างประเทศให้มากขึ้นนะครับ แล้วก็ โครงการอื่น ๆ ด้วย เช่น เรื่องคนพิการที่ท่าน ส.ส. ที่ได้พูดไปแล้วนะครับ เราสามารถขยับ ขยายได้ ก็ขอขอบคุณทางกองทุนครับ ทำให้ดีขึ้น ๆ เราแข่งกับตัวเองครับ ไม่ได้แข่งกับใคร กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ที่ท่าน ส.ส. ที่ได้พูดไปแล้วนะครับ เราสามารถขยับ ขยายได้ ก็ขอขอบคุณทางกองทุนครับ ทำให้ดีขึ้น ๆ เราแข่งกับตัวเองครับ ไม่ได้แข่งกับใคร กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคารม พลพรกลาง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัด ร้อยเอ็ด ต่อรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานทางการเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ ในฐานะสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรและในฐานะเป็นกรรมาธิการการคมนาคมของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีความ สนใจเป็นพิเศษคล้าย ๆ กับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านนิกร จำนง ขออนุญาตเอ่ยนาม นะครับ ว่าผมเห็นประโยชน์อย่างมากในกองทุนตัวนี้ แต่ผมก็มีข้อสังเกต ต้องยอมรับว่า หลักการในการจัดทำเรื่องกองทุนเลขสวยและทำให้เรามีเงินมาใช้จ่ายในการเรียกว่า ป้องกันภัยที่เกิดทางถนนด้วย หรือนโยบายวัตถุประสงค์อื่นที่เกี่ยวข้อง ผมมีข้อสังเกต เกี่ยวกับเรื่องการจัดประมูล นอกจากประเด็นเรื่องค้างแล้ว ผมยังมีความรู้สึกและเห็นหลายครั้ง ที่ประมูล ผมไม่ค่อยเข้าใจทิศทางท่าน คือการจูงใจให้คนมาประมูล เอาเงินจากคนที่มี สตางค์เยอะมาช่วยเข้ามารวมกัน แล้วเอาไปช่วยคนที่เขาได้รับอุบัติภัยจากทางถนนก็ดีครับ แต่ว่าเป็นเชิงการค้าไหม หรือว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมเอาไปใช้ในประโยชน์ แต่ละจังหวัด จึงตั้งข้อสังเกตให้ท่านได้ปรับปรุงด้วยในการที่จะให้มีคนเข้าไปร่วม เพราะฉะนั้นไม่ใช่ว่าเอาไปแล้วก็เชิงการค้าเสร็จแล้วก็ค้าง นี่สังเกตชัดเลยว่ามีการค้างชำระ เป็นจำนวนมาก นี่คือประเด็นแรก🔗
ประเด็นที่ ๒ บังเอิญผมอยู่อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มีโครงการที่ผม ได้ร่วมกับขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นโครงการที่น่าสนใจแต่มีจำนวนน้อย ผมจึงจะขออนุญาต สอบถามในกองทุนนี้ว่าโครงการในหน้า ค ในเล่มนี้เล่มสีชมพูเกี่ยวกับโครงการยกระดับ กระบวนการออกและต่อใบอนุญาตเพื่อยกระดับคุณภาพผู้ขับรถประเด็นนี้ประเด็นเดียวครับ ต้องเรียนว่าอุบัติเหตุในท้องถิ่นเยอะมากครับ อย่างในอำเภอสุวรรณภูมิบริเวณบ้านผมนี้ นะครับอุบัติเหตุที่เกิดในชุมชนในหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านเยอะมาก สิ่งหนึ่งที่ปรากฏว่า มีโครงการที่ออกไปขอออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ใน อบต. ในองค์การปกครอง ส่วนท้องถิ่นหลายที่ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษแล้วก็คนตอบรับดีมาก ซึ่งเป็นการบ่งชี้ ครับว่าในประชาชนที่เราเห็น ๆ อยู่เขาไม่มีใบอนุญาตขับขี่ เขาไม่รู้จักกฎจราจร ไม่รู้จักการ ใช้ความปลอดภัยทางถนนทำให้เกิดอุบัติเหตุเยอะมาก แต่มีข้อสังเกตว่าประเด็นแรกคือ แต่ละปีปีงบประมาณนี่นะครับมีจำนวนที่ค่อนข้างจะจำกัด สำหรับผมซึ่งได้ลงไปปฏิบัติงานจริง อยากจะให้ท่านเพิ่มจำนวนในแต่ละท้องที่ครับไม่ใช่จำเพาะจังหวัดร้อยเอ็ดที่ผมพูดถึงจังหวัด ร้อยเอ็ดเนื่องจากว่าผมเป็น ส.ส. อยู่ในเขตนั้น เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนสอบถามไปยังท่าน ผู้มาชี้แจงนะครับว่าอยากให้เพิ่มปริมาณให้เยอะที่สุดประเด็นหนึ่งเพราะว่าเป็นประโยชน์ อย่างมากครับ แล้วก็เวลาเข้าไปสอบใบขับขี่ทำไมต้องเข้าไปสอบถึงในจังหวัด ในอำเภอ สุวรรณภูมินี่คนที่เขามาอบรมมาออกใบขับขี่ไม่สามารถออกไปสอบได้ในตัวขนส่งอำเภอ เลยนะครับอันนี้ก็น่าแปลกมากเลยเป็นระบบราชการที่ค่อนข้างจะแปลกนะครับ🔗
ประเด็นต่อไปก็คือว่าผมอยากให้มีการใช้เงินของกองทุนนี่นะครับไปใน กว้างขวางกว่า เช่น คนที่ขับขี่จักรยานยนต์ไม่สามารถที่จะเอาเงินตัวนี้ไปซื้อหมวกกันน็อก ให้สำหรับรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นการป้องกันอุบัติภัยทำให้เวลาเกิดอุบัติเหตุมาได้รับเรียกว่า ปลอดภัยมากขึ้นไม่ถึงขนาดเป็นชีวิตเพราะฉะนั้นก็เรียนว่าเป็นเงินที่อยากจะให้ท่านใช้ ประโยชน์ในการป้องกันภัยทางรถทางถนนจึงขอสอบถามท่านอยู่ในสัก ๒-๓ ประเด็น เพราะเห็นว่าจริง ๆ แล้วผมคิดว่าความเข้าใจของผมนะครับไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดนี่คิดว่า น่าจะใช้ได้กว้างขวางกว่านี้ ก็ขอบคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
มีท่านสมาชิก ท่านใดที่จะอภิปรายไหมครับ ถ้าไม่มีผมก็ขอเชิญตัวแทนหน่วยงานท่านรองอธิบดี กรมการขนส่งทางบกฝ่ายปฏิบัติการตอบชี้แจงครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกฝ่ายปฏิบัติการ ขออนุญาตตอบ ข้อชี้แจ้งนะครับ🔗
เรื่องแรกของท่าน ส.ส. พิมพ์รพี ในเรื่องของงบวิจัย ขออนุญาตเรียนดังนี้ครับ คือในเรื่องของงบวิจัยของเราเราแบ่งในช่องทางการขออันนี้มีอยู่ ๒ ช่องทางด้วยกันนะครับ ก็คือเป็นหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกเองหรือสถาบันการศึกษาเป็นผู้ขอมานะครับ ซึ่งใช้ในการวิจัยที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็น รูปธรรมครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องงบสำหรับคนพิการ ซึ่งปีหนึ่งประมาณ ๒๐๐ ล้านบาทตรงนี้ ขออนุญาตกราบเรียนครับว่าสามารถเพิ่มกรอบวงเงินได้นะครับ แต่ที่ผ่านมากรอบวงเงิน ยังเพียงพออยู่กับที่ผู้พิการมาขอรับนะครับ ซึ่งในบางส่วนนี้ในเรื่องของคนพิการนี้ก็ได้รับ อุปกรณ์จากกองทุนอื่น ๆ ไปแล้ว จึงมีผู้มาขอยังไม่เกินกรอบวงเงินครับ🔗
ขออนุญาตตอบของท่านนิกรในเรื่องของสถานะกองทุนนะครับเรื่องหนี้อะไร ต่าง ๆ ก่อนหน้าปีงบประมาณ ๒๕๖๒ เดิมมียอดหนี้ค้างชำระอยู่ ๒,๑๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งทางเราได้พยายามเร่งรัดติดตามจนกระทั่ง ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ยอดหนี้ลดเหลือ ๑,๕๐๐ ล้านบาท อย่างไรก็ตามทางกรมเองโดยกองทุนนี่ก็ได้นำหลักเกณฑ์การบริหารจัดการ หนี้ใหม่มาใช้บังคับตั้งแต่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓ โดยมีการกำหนดหลักประกันเพิ่มสูงขึ้น ให้มีการชำระเงินเร็วขึ้นนะครับ แล้วก็ลดขั้นตอน การติดตามทวงถาม แล้วก็นำออกประมูลใหม่ ตลอดจนมีการติดตามผลในการประชุมของ กรมการขนส่งทางบกเป็นประจำทุกเดือน เป็นผลให้ยอดหนี้ค้างชำระก่อนวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ลดลงตามลำดับนะครับ ขณะนี้โดยยอด ณ วันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๕ ยอดหนี้คงเหลือประมาณ ๒๒๐ ล้านบาทครับ🔗
สำหรับเรื่องโครงการด้านการขับเคลื่อนความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ในเชิงพื้นที่ระดับจังหวัด ในส่วนนี้ทางคณะกรรมการกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนนได้มีการกำหนดกรอบวงเงินประมาณ ๒๘๐ ล้านบาทเพื่อใช้ขับเคลื่อนเรื่องความ ปลอดภัยในส่วนภูมิภาคครับ โดยมีการกำหนดวงเงินงบประมาณของจังหวัดต่าง ๆ มีอยู่ด้วยกัน ๓ กลุ่มด้วยกันนะครับ ก็คือกลุ่มจังหวัดที่ ๑ กลุ่มที่ ๑ จำนวน ๑๑ จังหวัด จังหวัดละ ๔,๓๐๐,๐๐๐ บาทครับ กลุ่มที่ ๒ ๓๙ จังหวัด ๆ ละ ๓,๗๕๐,๐๐๐ บาท และ กลุ่มที่ ๓ มี ๒๖ จังหวัด ๆ ละ ๓,๓๒๕,๐๐๐ บาท สำหรับในเรื่องนี้ในเรื่องของปัญหาที่ทาง กรมบัญชีกลางก็คือมีปัญหาในเรื่องของการโอนเงินจากสำนักงานขนส่งจังหวัดไปให้ กับหน่วยงานภายนอกนะครับ เพื่อเป็นการปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แล้วไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการนะครับ ขณะนี้กรมได้หารือกรมบัญชีกลาง ซึ่งหากได้รับคำแนะนำแนวทางปฏิบัติในด้านการเงินและบัญชีจากกรมบัญชีกลางแล้วก็ จะเสนอคณะกรรมการกองทุนเพื่อดำเนินการต่อไปครับ กรมการขนส่งทางบกเชื่อว่า โครงการนี้สามารถขับเคลื่อนได้นะครับ แล้วก็จะมีส่วนช่วยลดและป้องกันอุบัติเหตุทางถนน ได้เป็นอย่างดี โดยมุ่งเน้นให้ใช้งบประมาณเพื่อการลดอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ เป็นสำคัญครับ🔗
อีกเรื่องเรื่องของยัวร์สเน็ตเวิร์ก (YOURS Network) การจัดสรรเงินสำหรับ การดำเนินโครงการเครือข่ายเยาวชนปฏิบัติการเพิ่มความปลอดภัยจากทางถนน จากสถานศึกษาสู่ชุมชน ยัวร์สเน็ตเวิร์ก (YOURS Network) ซึ่งโครงการนี้เป็นการจัดอบรม ให้ความรู้กับนักเรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย มีวัตถุประสงค์ก็คือเพื่อเสริมสร้างปลูกจิตสำนึกให้นักเรียน ตระหนักถึงความสำคัญของ ความปลอดภัยทางถนน แล้วก็ขยายผลไปยังเพื่อนนักเรียนบุคคลในครอบครัว หรือชุมชน ที่อยู่ใกล้สถานศึกษาให้มีส่วนร่วมในการใช้รถใช้ถนนที่ถูกต้องปลอดภัยและสร้างวัฒนธรรม ความปลอดภัยอย่างยั่งยืน และเป็นการสร้างเครือข่ายการใช้รถใช้ถนนปลอดภัยในจังหวัด สำหรับเงินที่ได้รับอนุมัติจัดสรรไปแล้วนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนในปี ๒๕๖๑ เราได้ จัดสรรไปที่จังหวัดสงขลา จันทบุรี สระแก้ว เพชรบูรณ์ แล้วก็ชัยภูมิ เป็นเงิน ๑,๔๕๙,๐๐๐ บาท ปี ๒๕๖๒ ที่จังหวัดจันทบุรี ๑๒๙,๘๐๐ บาท และในปี ๒๕๖๓ ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ ในปี ๒๕๖๕ นี้มีอยู่ด้วยกัน ๘ จังหวัดครับ คือจังหวัดพิษณุโลก เชียงใหม่ สงขลา อุดรธานี สกลนคร บุรีรัมย์ จันทบุรี นครนายก เป็นเงิน ๑๗,๓๓๔,๕๐๐ บาท สำหรับเรื่องของการ สนับสนุนให้ประชาชนมีใบขับขี่ทางกรมได้มีการดำเนินการในเรื่องของโครงการนักเรียน รุ่นใหม่มีใบขับขี่นะครับ ซึ่งสามารถออกใบอนุญาตได้ทุกสาขาแล้วก็ทำได้ทั่วไทยนะครับ ในโอกาสนี้ทางกรมการขนส่งทางบกโดยกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ต้องขอขอบพระคุณท่านนิกร จำนง ในฐานะที่ท่านเป็นผู้ริเริ่มการจัดตั้งกองทุนเพื่อความ ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนขึ้นนะครับ ตลอดจนได้มีการติดตามการดำเนินงานด้วยความ ห่วงใยได้ให้ข้อแนะนำชี้แนะในการบริหารงานของกองทุนเพื่อให้กองทุนได้ดำเนินการไปตาม วัตถุประสงค์ในการสนับสนุนและส่งเสริมด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต้องขอ ขอบคุณทางท่านรองอธิบดีนะครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการอภิปรายซักถามแล้ว ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนเพื่อความ ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ แล้วนะครับ ขอขอบคุณท่านรองอธิบดีและคณะที่กรุณาให้เกียรติสภาผู้แทนราษฎรได้มารายงาน ความก้าวหน้าให้ทางสภาทราบ ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นระเบียบวาระ🔗
๒.๑๓ รับทราบรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ระเบียบวาระที่ ๒.๑๓ ขอเลื่อน นะครับ🔗
๒.๑๔ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๔ สภาองค์กรของ ผู้บริโภค ขอเลื่อนนะครับ🔗
๒.๑๕ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๔ ขององค์การ กระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ดิฉันคาดหวังว่าไทยพีบีเอสจะเป็นคำตอบ และดิฉันก็ค่อนข้างจะพอใจกับการนำเสนอ ของสื่อนี้ในฐานะความเป็นสื่อสาธารณะ ดิฉันมีประเด็นสัก ๒ ๓ ประเด็นที่ต้องถาม แล้วก็ อยากจะให้ท่านประธานบอร์ด (Board) ได้ลองตอบนะคะ เราเห็นมานานแล้วว่า สื่อสาธารณะมีความจำเป็น แต่ว่า ๑๕ ปีที่ผ่านมาเราค้นพบว่าวิธีการของการนำเสนอสื่อ ค่อนข้างจะเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทีวี (TV) ซึ่งเมื่อก่อนนี้ช่องนกที่เราดูกัน วันนี้ค่อนข้างจะมีปัญหา เนื่องจากว่าคนเปลี่ยนวิธีการในการบริโภคสื่อมากขึ้น เช่น เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) เช่น ยูทูป (YouTube) สื่อออนดิมานด์ (On Demand) ดิฉันก็อยาก จะรู้ว่าสมัยนี้วัยรุ่นไม่มีใครมานั่งดูทีวี (TV) อีกต่อไปแล้ว ทุกคนจะทำออนดิมานด์ (On Demand) หมด ไทยพีบีเอส นอกจากเรื่องของวิภาที่ทำนะคะคืออะไร อย่างไรบ้าง แล้วก็มีแนวทางปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างไรให้ล้ำและเร็วกว่าการเปลี่ยนแปลงของสื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อจากประชาชน การแอนตีเฟกนิวส์ (Anti Fake News) ต่าง ๆ วิธีการ แก้ไขปัญหาดิสรัปชัน (Disruption) ของสังคม สังคมที่มันแตกแยกขึ้น ไทยพีบีเอสมีวิธีการ อย่างไรค่ะที่จะทำสิ่งนี้ ดิฉันอยากถามว่าดิฉันได้ดูหนังเรื่องจากเจ้าพระยาสู่อิรวดี ซึ่งเป็น สารคดีที่ดีมาก ไทยพีบีเอสได้มีแนวคิดบ้างไหมคะว่าวิธีการต่าง ๆ ไทยพีบีเอสที่นำเสนอนี้ การทำซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ที่สำคัญนี้ วิธีการทำเกษตรยั่งยืนนี้ ที่นำเสนอวิธีการ ทำเกษตรดีขึ้นเรื่อย ๆ จะสามารถนำไปขายในเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) หรือทำให้มีความ แพร่หลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ของโลกแห่งประเทศไทยได้อย่างไรบ้าง ดิฉัน มีความกังวลนิดหน่อยในฐานะที่เป็นแฟนคลับ (Fan Club) ของไทยพีบีเอสนะคะ ก็ติดตาม ท่านเจิมศักดิ์เป็นประธาน ดิฉันก็ติดตามมาตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก ดิฉันเห็นว่า ไทยพีบีเอส ถูกจัดตั้งมาโดยการตั้งใจเป็นสื่อสาธารณะซึ่งถูกตรวจสอบได้ และค่อนข้างจะเป็นเรียกได้ว่า เอ็นจีโอ (NGO) การนำเสนอประเด็นทางสังคมเป็นประเด็นที่ดี แต่ดิฉันยังคาดหวังว่าในวันนี้ ที่สังคมมีความแตกแยกและต่างแสวงหาคำตอบ ดิฉันคาดหวังว่าไทยพีบีเอสจะเป็นแหล่ง มีความลึกซึ้งในการแสวงหาคำตอบให้ได้มากขึ้นกว่าเดิมนอกเหนือจากการตั้งคำถาม เช่น ปัญหาของเกษตรกรความยากจน ปัญหาของการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้ประชาชน มีความมั่นคงยั่งยืนในชีวิตมากขึ้น ได้ทำก้าวหน้าไปอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ ประเทศไทยทำเข้าสู่เกษตรสมัยใหม่บีซีจี (BCG) หรือกรีน (Green) ต่าง ๆ ไทยพีบีเอส มีโซลู ชัน (Solution) มีคำตอบในการนำเสนอสิ่งนี้ต่อสังคมอย่างไรบ้าง🔗
อีกประเด็นหนึ่งท่านประธานค่ะ ดิฉันมีคำถามว่าทุกวันนี้นะคะสื่อสาธารณะ เองควรจะมีการตรวจสอบได้ อาจจะมีบางประเด็นที่เรามั่นใจได้ว่าสื่อบางสื่อจะไม่เสนอ เพราะรู้ว่าสื่อบางสื่อเป็นเจ้าของสื่อบางสื่อ ดิฉันถามไทยพีบีเอส ในฐานะที่เป็นสื่อสาธารณะ สามารถพิสูจน์ตัวเองในประเด็นของการปราศจากอคติได้อย่างไร นั่นหมายความว่ามีการ ตรวจสอบ มีการเช็ก (Check) ในระบบของตัวเอง ซึ่งดำรงไว้ซึ่งความเป็นสื่อสาธารณะและ มีประสิทธิภาพในการแก้ไขสังคม ปัญหาสังคม ทั้งเรื่องเศรษฐกิจสังคมและการเมืองอย่างไร ในความตั้งใจของไทยพีบีเอส นี้ค่ะ🔗
อีกประเด็นหนึ่งดิฉันมีความสงสัยก็คือดิฉันเข้าใจว่าไทยพีบีเอส มีงบประมาณ ประมาณปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งดิฉันว่าคนคงไม่ทราบว่าไทยพีบีเอส ได้เงินนี้มาจากภาษี ของเหล้าและบุหรี่ คือประมาณ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าที่ขายได้ แล้วก็ไม่เกิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ดิฉันคิดว่าตอนนี้ค่ะ ไทยพีบีเอสได้คิดนโยบายต่าง ๆ ในการหาเงิน เพิ่มหรือมีวิธีการข้อจำกัดตรงนี้แก้ไขปัญหาการใช้เงินนี้อย่างไร และดิฉันคาดหวังว่า ไทยพีบีเอสที่ได้เงินจากภาษีของบุหรี่ เหล้านี้จะสามารถสร้างคอนเทนต์ (Content) สร้างสารคดีซึ่งสามารถตอบโจทย์ปัญหาของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งเสพติดได้มากขึ้น ปัญหาของประเทศเรื่องของยาเสพติด เรื่องของปัญหาสังคม โดยมีวิธีการที่ตรวจสอบได้ว่า ชัดเจนอย่างไร ไม่ใช่เป็นการโยนปัญหาเข้าสู่สังคมแล้วไม่มีคำตอบ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคารม พลพรกลาง เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับแป๊บหนึ่งครับ🔗
ท่านมีอะไร ไหมครับ🔗
ที่ท่านประธานบอกว่ารายงาน ของหน่วยงานอยู่บนโต๊ะ ผมหาหลายรอบไม่เจอครับท่านประธานครับ🔗
เจ้าหน้าที่ ช่วยดูด้วยครับ🔗
เพราะผมก็อยากจะอภิปราย ผมเป็นแฟนของไทยพีบีเอสครับ🔗
ดีแล้วครับ เจ้าหน้าที่ช่วยดูด้วย เชิญท่านคารมนะครับ แล้วก็ท่านกนก วงษ์ตระหง่าน🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด คนอำเภอสุวรรณภูมิ จริง ๆ ก็เหมือนท่านสมาชิกสักครู่ครับเพิ่งจะได้รับ รายงาน แต่ก็ไม่ได้ตำหนิเจ้าหน้าที่หรอกครับ พอดีมันหาไม่เจอจริง ๆ ขอเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ รายงานนี้เป็นรายงาน ที่น่าสนใจ แล้วก็ท่านผู้ชี้แจงคือท่านขออนุญาตเอ่ยนามท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ท่านเจษฎา อนุจารี รุ่นพี่ทนายผมมาด้วย สิ่งที่ผมอยากจะขออภิปราย ต้องเรียนว่าเป็นเรื่อง ที่อยากจะพูด แล้วก็อยากจะสอบถาม คือปกติเวลาทำสื่อต่าง ๆ ทุกท่านจะเห็นก็จะต้องเป็น สื่อทางธุรกิจ ต้องหาเงินหาทองจากโฆษณาแล้วมาทำสื่อ เขาจะเน้นเรื่องอะไร เขาจะมอมเมา เรื่องอะไร เขาทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ผิดกติกา แต่รายงานนี้ท่านได้เงินจากภาษีว่าจริง ๆ จากภาษีของราษฎรนั่นละ ผมเห็นตรงกับผู้อภิปรายซึ่งพูดไปสักครู่นี้ ทุกวันนี้ไม่ว่าจะสื่ออะไร ก็แล้วแต่ เสนอแต่ข่าวที่ไม่สร้างสรรค์แล้วก็ส่วนใหญ่ข่าวที่จะเป็นประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ พัฒนาบ้านเมือง ต้องเปิดดู ต้องไปดู ต้องค่อย ๆ ไล่หา ยกตัวอย่างครับส่วนใหญ่ก็จะเป็น สื่อการเมืองนายกรัฐมนตรีครบ ๘ ปีมาทำงานต่อได้ไหม แล้วเอาประเด็นอย่างนี้จี้จุดลงไป อยากเรียนสอบถามท่านประธานด้วยความเคารพว่าในรายงานฉบับนี้มีอยู่ส่วนหนึ่งคือสาระ มีบันเทิง มีข่าวตามที่มีละเอียดว่าเป็นอัตรากี่เปอร์เซ็นต์ อยากจะเรียนสอบถามครับว่า ท่านมีเงินจากภาษีอยู่แล้ว มองไปข้างหน้าครับ มีข่าวของไม่กี่วันนี้ครับอีกประมาณสักร้อยปี กรุงเทพมหานครไม่มีแผนที่ในโลกแล้วประเทศไทย เพราะอะไรครับเพราะว่าภาวะโลกร้อน เรือนกระจกมันจะทำให้มีน้ำท่วมเยอะ ๆ ซึ่งก็เห็นชัดอยู่แล้วนะครับเป็นไปได้ด้วยแล้วก็ ประเทศเรากำลังมีแต่ขยายตัวลงอยู่ในกรุงเทพมหานคร ต่างจังหวัดแทนที่เขาจะต้องมีสื่อ อะไรก็ได้ให้ความคิดคน บอกถึงการพัฒนามันต้องกระจาย สาระอย่างนี้ รายการอย่างนี้ ไม่ค่อยมีคนทำหรอกครับ มันอาจจะในทางเศรษฐกิจ ในทางสื่อพาณิชย์มันอาจจะไม่มีคน สนใจ แต่ท่านเป็นสื่อสาธารณะ ท่านทำได้นี่ ผมไม่ค่อยเจอครับ ผมเปิดไปดูผมทีพีบีเอส (TPBS) ผมเคยไปออกครับ ก็เป็นการเมืองเป็นเรื่องโต้เถียง การเมืองมันมีวิถีของมันอยู่แล้ว จริง ๆ ท่านฉีกได้ พูดไปถึงเรื่องการพัฒนาประเทศเรานี้มันจะไปอย่างไรผมยังชื่นชมว่า เสนอข่าวในเชิงที่มันสามัคคี มันไม่ใช่มาตีกัน ทะเลาะกัน เราเห็นหมดแล้วเรื่องพวกนี้ท่าน ก็ออกมุมนั้น แต่ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ท่านประธานด้วยความเคารพว่าท่านเสนอข่าว ท่านมีเงินในการทำงาน ผู้มาชี้แจ้งเป็นประธานกรรมการอะไรแล้วแต่เป็นคนที่มีหน้าที่ รับผิดชอบในทีพีบีเอส (TPBS) นี่ละครับ สื่อสารด้วยความสร้างสรรค์อะไรก็แล้วแต่ ผมอยาก ให้ท่านมองไปถึงข้างหน้า เอาสื่อสาระที่เป็นประโยชน์ในความคิดของผมนี่ละครับ ผมยืนยัน และพูดเสมอครับ ถ้าประเทศเราทุกอย่างมันจะมากองอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ต่างจังหวัด ไม่ไป ความเจริญมาสู่ท้องถิ่น ผมนี้อยู่กรุงเทพมหานคร ๔๐ ปีตั้งแต่เรียนจบรามคำแหง ปี ๒๕๕๖ ผมไปสร้างบ้านผมที่อำเภอสุวรรณภูมิจังหวัดร้อยเอ็ด ทุกวันนี้ถ้าน้ำท่วม กรุงเทพมหานครสัก ๒ วัน ผมสบายผมขับรถกลับบ้านผมเลย เขาเรียกวิสัยทัศน์ครับ พวกนี้ผมอยากจะบอกท่านว่าท่านต้องใส่ข่าว ใส่เนื้อหารายการที่มีสาระ เรื่องชุมชนท้องถิ่น เป็นอย่างไร แนวโน้มต้องเป็นอย่างนั้นครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นข่าวการเมืองเพราะว่ามันตื่นเต้นดี คนติดตาม ข่าวทุกวันนี้ในสื่อโซเชียล (Social) มีแต่ข่าวเชิงเนกาทีฟ (Negative) โพสิทีฟ (Positive) ไม่ค่อยมีหรอกครับ ตื่นเช้ามาในรูปเลยครับ บางทีเราอยากดูรายการสัตว์โลก ที่มันสวยงาม โลกสวยงามหาแทบไม่เจอ วนไปก็เจอข่าว อันนี้ข่าวการเมือง อันนี้ข่าวการเมือง ก็จึงเรียนท่านประธานด้วยความเคารพในเวลา ๕ นาที อยากจะขอเสนอแนะครับว่าข่าว ที่เป็นสาระสร้างสรรค์ที่หาอาชีพให้คนใหม่ ๆ ให้กำลังใจคน ท่านน่าจะคิดขึ้น คิดขึ้นให้มันได้ แรงบันดาลใจสำหรับคนที่เขาดูหน่อย เพราะว่าท่านใช้เงินภาษีครับ ไม่ได้อาศัยเงินจาก พาณิชย์ตรงไหนขอบคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานพ คีรีภูวดล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมืองครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่ผมอยากจะพูดถึงเรื่อง ของศักยภาพ แล้วก็จุดเด่นของไทยพีบีเอสอันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ🔗
เรื่องแรก ผมคิดว่าความเป็นตัวตนและอัตลักษณ์ของไทยพีบีเอส ผมคิดว่า ต้นทุนครับ คือเขามีทุนเขามีอิสรภาพพอที่เขาจะคิดงาน ต่างจากทีวี (TV) โทรทัศน์อื่น ๆ ที่จะต้องระดมทุนจากภาคธุรกิจ เพิ่งทราบว่าอาจารย์เจิมศักดิ์มาเป็นบอร์ดอยู่ที่นี่ ถ้าอาจารย์ จำผมได้ตอนที่อาจารย์เป็น ส.ว. ผมชุมนุมเรื่องป่าชุมชนอยู่ที่รัฐสภา คือผมอยากจะบอก อย่างนี้ครับท่านประธานว่าพื้นที่ของคนตัวเล็กตัวน้อย คนบ้านนอกทุกมุมเลยไม่ว่าจะเป็น ภูมิภาคภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคเหนือ แม้กระทั่งพี่น้องชาติพันธุ์ รายการที่ผมชอบ ก็คือรายการอาหารจากทุกภูมิภาค เราจะเห็นความเป็นตัวตนของพี่น้องประชาชน มุมต่าง ๆ ที่มันเป็นเรื่องราวของชาวบ้านช่องอื่นไม่ได้นำเสนอครับ ก็จะนำเสนอเรื่องขูดเลขหวยออก อะไรพวกนี้ ไปดูเรื่องชาวบ้านทะเลาะกันในพื้นที่อย่างนี้ แต่ในมิติที่มันเป็นสาระที่มันเป็น ตัวตนความเป็นชุมชน ความเป็นอัตลักษณ์และวัฒนธรรมในพื้นที่ผมคิดว่าอันนี้ต้องชมครับ ต้องชมจริง ๆ ว่าไทยพีบีเอสทำได้ดี สิ่งที่สำคัญคือผมคิดว่ามีการวางเครือข่าย การวาง เครือข่ายของอาสาสมัคร หรือเราจะเรียกว่าสภาผู้ชมก็ดี มีนักข่าวอาสาสมัคร หลายท่าน ก็บอกว่าคนที่ไม่ได้จบการศึกษาการสื่อสารมวลชน ไม่ได้จบเรื่องของมหาวิทยาลัยทำไม่ได้ แต่เราพบว่าประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นี่ครับ ซึ่งเรื่องนี้ก่อนที่จะมียูทูบ (YouTube) ผมคิดว่าไทย พีบีเอส ได้ทำ เพื่อนผมที่อยู่แม่ฮ่องสอนเขาก็เป็นเขาเรียกว่านักข่าวอะไรผมจำไม่ได้ครับ นักข่าวของไทยพีบีเอสนี่ล่ะครับ เขาก็รายงานตามสภาพ อันนี้ก็คือผมคิดว่ามันเป็นลักษณะ กระบวนการตามสื่อที่มันยึดโยงกับพื้นที่ที่เป็นพื้นที่อีกมุมหนึ่งที่คนเหล่านี้ไม่สามารถที่จะ เข้าถึงสื่อบางประเภท แต่ว่าหลังจากที่มันมียูทูบ (YouTube) อะไรพวกนี้เยอะแยะมากมาย ผมคิดว่าอันนี้ทุกคนเป็นสื่อกันหมดเลย เพราะฉะนั้นก็คือถ้าหากว่าเรามีองค์กรลักษณะ อย่างนี้ ซึ่งมีทุนที่มาจากฝ่ายรัฐบาล หรือมีงบประมาณ หรือมีช่องทางในการสนับสนุน ผมคิดว่า เสรีภาพของสื่อจะเป็นตัวชี้วัดของความเป็นประชาธิปไตย เสรีภาพของสื่อน่าจะเป็นตัวบ่งชี้ ว่ากระบวนการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน การมีตัวตนของคนเล็กคนน้อยหรือว่าทุกกลุ่ม ออกมา แต่เนื้อหาสาระว่าจะเน้นไปทางการเมือง หรือว่าเศรษฐกิจ หรือว่าเรื่องวัฒนธรรม เรื่องการศึกษา ผมคิดว่าอันนี้ก็ขึ้นอยู่แล้วแต่ว่าในช่วงไหนที่ผู้บริหารบอร์ด (Board) จะดำเนินการ แล้วก็ขึ้นอยู่กับว่าในสถานการณ์การเมืองในช่วงนั้นฝ่ายอำนาจกลุ่มไหน เป็นฝ่ายปกครอง ฝ่ายอำนาจกลุ่มไหนขึ้นมาบริหารประเทศ อันนี้ผมคิดว่ามันก็แล้วแต่ บรรยากาศในแต่ละช่วง🔗
สิ่งที่ผมอยากจะฝากในช่วงสุดท้ายนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องของเด็กและเยาวชน ผมคิดว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีพื้นที่ ล่าสุดอันนี้ต้องขอบคุณไทยพีบีเอสที่ได้จัดเวลาเรื่อง ดนตรีชาติพันธุ์ในเมืองกรุงในวันชนเผ่าพื้นเมือง ผมคิดว่าอันนี้เป็นครั้งแรกนะครับ เราก็จะ เห็นดนตรีสากล ดนตรีของชนชั้นกลาง หรือว่าดนตรีที่มันเป็นของคนมีสตางค์ แต่เราเห็น ดนตรีอีกมุมหนึ่งจากภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคเหนือกับกลุ่มชนเผ่าต่าง ๆ และเราก็เห็นวิถีที่มัน ผสมระหว่างวิถีแห่งท้องถิ่นกับวิถีสากล มีการเอาดนตรีพื้นบ้านเพลงพื้นบ้านแล้วก็ผสมกับ วงดนตรีที่เป็นสากล ผมคิดว่าอันนี้ก็คือถ้าหากว่าเราเพิ่มพื้นที่ให้กับกลุ่มเยาวชน กลุ่มคน รุ่นใหม่ บางทีอาจจะต้องไม่พูดถึงเรื่องของปัญหาและความขัดแย้งครับ บางทีเราอาจจะ ไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงเรื่องที่มันเป็นปัญหาที่มันต้องใช้ระยะเวลาหรือการแก้ปัญหา เชิงโครงสร้าง การใช้มิติวัฒนธรรม ดนตรีต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสื่อกลาง ผมเชื่อว่าทุกคนมีดนตรี ในหัวใจ มีศิลปะในหัวใจ ถ้าหากว่าเราเปิดพื้นที่โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ต่าง ๆ ที่ผมย้ำตลอดนี่ ได้มีโอกาสได้สื่อสารผ่านเครื่องมือที่มันเป็นรากเหง้าของตัวเองโดยไทยพีบีเอสเป็นตัวกลาง ผมเชื่อมั่นว่าจะทำให้คนไทยได้รู้จักกันมากขึ้นครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ นิดหนึ่งครับ ก่อนที่ผู้ชี้แจงจะตอบผมขอเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะครับ หรือมีท่านอื่นอยู่ก่อน🔗
จะมีท่านกนก ท่านมาถึงแล้ว เชิญท่านกนก ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน กรรมาธิการ ต้องขอประทานโทษติดประชุม กรรมาธิการที่เป็นเรื่องสำคัญอยู่นะครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายรายงานของไทยพีบีเอส ในประเด็นที่สำคัญอันแรกก็คือว่า ไทยพีบีเอสได้ทำรายการที่เป็นประโยชน์ อย่างเช่น ประเทศไทยไม่ใช่กรุงเทพมหานคร แล้วก็คนหลายคนก็คิดว่ากรุงเทพมหานครคือ ประเทศไทย โดยไทยพีบีเอสก็ได้ไปพยายามทำรายการที่เกี่ยวข้องกับภูมิภาคต่าง ๆ แล้วก็ นำเสนออย่างที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้พูดไป ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ แต่ประเด็นที่ผมอยากเห็นมากกว่าก็คือว่าที่ผ่านมาไทยพีบีเอสได้นำเสนอปัญหาในด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์มาก แต่วันนี้สังคมของเราเราต้องการคำตอบของปัญหาเหล่านั้น เพราะฉะนั้นการทำรายการในเชิงการค้นหาคำตอบว่าสังคมที่เป็นปัญหาแบบนั้นเราจะแก้ไข อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น ในเรื่องของเด็กและเยาวชน ในเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ในเรื่องของ คนชายขอบเป็นต้น ไม่ใช่เราไปบอกแค่เพียงว่าเราพบคนเหล่านี้แล้วเขามีปัญหา ผมคิดว่า อันนั้นไม่เพียงพอครับ ท่านประธานคงจะต้องลงไปดูว่าแล้วเราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ซึ่งตรงนี้ ก็จะทำให้การนำเสนอข่าวแล้วก็สารคดีมีลักษณะที่เจาะลึกลงไปถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม อย่างเช่น เรื่องของความยากจนในภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็นที่สกลนคร เป็นนครพนม หรือว่าเป็นที่หนองคายก็แล้วแต่บ้านของท่านประธาน เราพูดถึงว่าการแก้ไข ความยากจนก็จะต้องแก้ไขเรื่องน้ำ เรื่องดิน เรื่องการทำงาน เรื่องการขาย ซึ่งฟังดูแล้ว เหมือนกับเราเข้าใจนะครับ แต่กระบวนการที่จะทำให้เกิดสิ่งนั้นขึ้นจริงท่านประธานมันเป็น เรื่องที่ยากมาก เพราะมันมีอิทธิพลที่อยู่ในพื้นที่ มันมีการแก้ไขปัญหาที่ทำไม่ได้เพราะ ข้าราชการไม่ร่วมมือเป็นต้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าจำเป็นที่สังคมของเรา จะต้องรับรู้ในรายละเอียดของการแก้ไขปัญหาที่มากขึ้น เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นไทยพีบีเอส ได้มีบทบาทไม่ใช่เรื่องของการเสนอปัญหาซึ่งทำได้ดีที่ผ่านมา แต่อยากให้นำเสนอถึงวิธีการ แก้ไขปัญหาด้วยเพื่อที่จะทำให้ประเทศของเรามีความหวัง แล้วก็ถ้าพูดกันให้ถึงที่สุดก็คือ ถ้าไทยพีบีเอสนำเสนอแบบนี้ก็จะทำให้รัฐบาลได้เห็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมในวงกว้าง ของการแก้ไขปัญหาและนำไปสู่การปฏิบัติตามนะครับ อันนั้นเป็นเรื่องที่หนึ่งที่ผมขออนุญาต กราบเรียนนะครับ ในเรื่องที่ ๒ ที่ผมคิดว่าวันนี้ไทยพีบีเอสได้ทำงานมาแล้วคนส่วนใหญ่ ก็ชอบไทยพีบีเอสรวมทั้งผมด้วย ผมอยากถามว่าไทยพีบีเอสได้มีระบบในการประเมิน สัมฤทธิ์ผลของการประกอบกิจการของตัวเองที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้ ๑๔ ๑๕ ปีแล้วในการที่จะ ทำให้ไทยพีบีเอสเป็นสถาบันของสื่อที่เป็นกลางแล้วก็มีความน่าเชื่อถือ วันนี้คนรู้สึกอย่างไร กับเรื่องเหล่านี้ ไทยพีบีเอสน่าจะประเมินตัวเองแล้วก็นำผลการประเมินตรงนั้นมาปรับปรุง แก้ไขให้มันดีขึ้น เพราะเราชอบไทยพีบีเอสแต่เราอยากให้ไทยพีบีเอสดีกว่านี้ แล้วก็ในเวลา เดียวกัน ท่านประธานครับ ไทยพีบีเอสเนื่องจากมีผู้ชมเยอะมาก แล้วก็ได้เสนอสิ่งที่ดีอย่างที่ ผมได้เรียนไปแล้วนะครับ แต่ในเวลาเดียวกันไทยพีบีเอสถูกออกแบบในสมัยที่มันเป็นระบบ เป็นเอนาล็อก (Analog) นะครับ วันนี้มันเป็นดิจิทัล (Digital) แล้ว มันมีหลายอย่างที่ต้อง เปลี่ยนแปลงเยอะมาก ผมขออนุญาตที่จะสอบถามไทยพีบีเอสว่าไทยพีบีเอส ได้เตรียมการ ที่จะปรับเปลี่ยนเหล่านี้อย่างไร แล้วก็ผู้ดำเนินการของไทยพีบีเอส พนักงานทั้งหลายวันนี้ เราก็เริ่มเห็นว่ามีบางคนออกไป แล้วบางคนซึ่งก็เป็นคนที่มีแฟนคลับ (Fan Club) เยอะ แต่ความคิดก็ยังเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง สิ่งเหล่านี้มันทำให้เกิดความเป็นระบบราชการในไทยพีบีเอส เนื่องจากความปลอดภัยในทาง การเงินที่ได้ให้ภาษีบาปอันนี้ไว้กับไทยพีบีเอส ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ผมอยาก ทราบว่าไทยพีบีเอส จะมีวิธีการอย่างไรในการที่จะสร้างพลังใหม่ให้กับคนทำงานใน ไทยพีบีเอส แล้วก็นำไปสู่การเรียนรู้ใหม่ของสังคม🔗
ประการสุดท้ายครับท่านประธานที่เคารพงบประมาณที่ไทยพีบีเอสได้รับจาก ภาษีนะครับ ซึ่ง ๒,๐๐๐ ล้านบาทก็ดูเยอะ แต่เท่าที่ผมเข้าใจก็ไม่ได้ตามนั้นทั้งหมดนะครับ ตรงนี้ผมอยากขอทราบความจริงกับไทยพีบีเอสว่าถ้าจะทำอย่างที่ผมได้นำเสนอนั้นไทยพีบีเอส ต้องใช้งบประมาณประมาณสักเท่าไหร่ เราจะได้ช่วยกันพูดในสภาและสะท้อนไปยังรัฐบาลว่า เราอยากเห็นไทยพีบีเอสที่เป็นกลางและไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องการกำไรขาดทุน แต่ขอให้ทำหน้าที่ ที่จะชี้นำสังคมแล้วก็เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติอย่างแท้จริงครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านคารมจะมีอะไรอีกไหมครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด พอดีต้องขออนุญาตเพิ่มเติมสักนิดหนึ่งเพื่อเป็นประโยชน์กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ จริง ๆ ในหน้าที่ ๒๐ มันก็จะบอกอะไรในรายงานนี้บอกได้เยอะอยู่จะสอบถามไปยังผู้ชี้แจง คือในฐานะที่มาเป็นนักการเมืองสมัยแรกนะครับ ส่วนใหญ่ในสังคมก็จะมองนักการเมืองไม่ดี ทั้งที่ก็รู้เราต้องอยู่กับนักการเมืองและหลีกเลี่ยงไม่ได้ไปว่าจะเข้ามาโดยการยึดอำนาจหรือ เข้ามาโดยการเลือกตั้ง สื่อต่าง ๆ เนื่องจากท่านเป็นสื่อที่รับภาษีอย่างที่ท่านอาจารย์กนกพูด ท่านมีต้นทุนอยู่ ท่านไม่ต้องระดมเงิน ท่านน่าจะทำอะไรที่มันเป็นตัวของตัวเองได้โดยที่ ไม่กังวลเรื่องทุนเหมือนคนมีทุนอยู่แน่ ๆ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ในหน้านี้ครับท่านจะเห็นเลยครับ ว่าข่าวของท่านนี่จะไปเรื่องข่าวเรื่องทันเหตุการณ์รอบด้านเป็นธรรม ๕๐ เปอร์เซ็นต์ข่าวที่ เป็นเรื่องบันเทิงสร้างสรรค์ส่งเสริมความดีงาม ๔.๓ เปอร์เซ็นต์ ๓.๙๕ เปอร์เซ็นต์น้อยมาก จะเรียนสอบถามว่าถ้าท่านเช็ก (Check) จากหน้าจากเรตติง (Rating) อะไรแล้วแต่ท่านจะเพิ่ม ในเรื่องที่มันสร้างสรรค์ เช่น อย่างกรุงเทพมหานครที่น้ำท่วมเยอะ ๆ ท่านเห็นไหมครับ ขยะกองเต็มคลองทุกคลอง แล้วเชื่อว่าปีนี้น้ำจะท่วมจากเรื่องพวกนี้ เขาเรียกว่ารายการที่มัน เป็นสาระสร้างสรรค์สังคมอย่างนี้ผมว่าท่านน้อยไป น้อยไปมาก คือเวลาพูดในสภามันดีอย่าง มันไม่ต้องกระทบใครโดยตรง จริง ๆ ไม่ได้ว่าใครท่านประธานครับเราก็คนบ้านนอก เหมือนท่านประธาน สังคมที่มันเป็นอย่างนี้มันบอกถึงคุณภาพของคนในสังคม สังคม ไม่เรียบร้อยเราต้องดูตัวเราเหมือนกันว่าเรากวาดขยะในบ้านเทลงข้างบ้านบ้านเราสะอาด แต่บ้านอื่นสกปรก สังคมไทยทำอย่างนี้เยอะนะครับ แล้วมันจะดีได้อย่างไรครับคุณบอก นักการเมืองไม่ซื้อเสียง ดี แต่คุณขอสตางค์นักการเมือง ถ้านักการเมืองไม่มีให้ก็ไม่เลือกเขา เขาเสนอแนวความคิดดี ๆ เขาไปงานก็ไม่มีสตางค์ สื่ออย่างท่านสร้างสรรค์ชี้นำเขาได้ไหม เป็นธงนำได้ไหมท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ด้วยความเคารพ ผมกับท่านที่อยู่ตรงข้ามกันในทาง การเมืองมาก่อน แต่ผมนี่เข้าใจประเทศเราและรักบ้านเมือง ท่านเป็นสื่อที่มีอิสระไม่ต้องเป็น ระบบท่านมีธงนำไปเลย จึงขออนุญาตลุกขึ้นกราบเรียนท่านประธานในเวลานี้ว่าสังคมมันจะ ไปได้นะครับ ท่านไม่ใช่สื่อพาณิชย์ สื่อพาณิชย์ขายข่าว ข่าวที่แย่ ๆ สื่อเมืองไทยเยอะที่สุด โซเชียล (Social) ยิ่งเยอะแทบจะไม่อยากเปิดดู ผมจะเรียนท่านประธานด้วยเคารพว่า ผมอยากให้ท่านเพิ่ม แล้วถ้าท่านทำได้ดีจะเพิ่มงบถ้าได้เป็น ส.ส. จะให้งบท่านนะครับ แต่ท่านก็ต้องทำให้ได้ ผมเชื่อว่าประสบการณ์ของผู้ชี้แจงที่ผ่านโลกมานี่ หลาย ๆ ท่านที่นั่งอยู่ ผมรู้จักอยู่อย่างน้อย ๒ ท่านแล้วท่านต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงไม่อย่างนั้นสังคมเราไปไม่ได้ หรอกครับ ประเทศไทยมันมีคำพูดสุดท้าย🔗
สรุปได้แล้ว เพราะท่านอภิปรายรอบที่ ๒ แล้ว🔗
นิดเดียวครับท่านประธาน ประเทศไทยมันดี มันอยู่ที่ว่าเราดีพอสำหรับประเทศไทยหรือเปล่าแค่นั้นครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ผมว่ารอบเดียวก็น่าจะพอแล้วครับ มีท่านอื่นไหมครับคนที่อภิปรายแล้วก็น่าจะเพียงพอ ขอท่านอื่นถ้าไม่มีก็เชิญท่านชี้แจงครับ ท่านดอกเตอร์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ครับ ตัวแทนนะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ก่อนที่ผู้ชี้แจง จะพูดนี้ ผมอยากจะพูดกับท่านประธานนิดหนึ่งครับ เมื่อสักครู่ท่านผู้อภิปรายบอกว่าจะเพิ่ม นิดเดียวครับ เวลาผมดูนี่ ๓ นาที ถ้าหากว่าท่านประธานจะมีมาตรฐานอย่างนี้ ผมคิดว่า ต้องมีมาตรฐานทุกคนนะครับ ท่านประธานครับ🔗
คือผม ก็พยายามเตือนคุณคารมแล้วนะครับ ก็ขอสั้น ๆ พอสั้น ๆ มันก็ไปยาวอย่างนี้ล่ะครับ ฉะนั้น ถ้าผมเข้มงวดบ้างก็ต้องขออภัยท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ เชิญท่านตัวแทนชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพและท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอสจะขออนุญาต ถอดแมสก์ (Mask) นะคะ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาทั้ง ๔ ท่าน ที่ได้ให้ ข้อคิด ได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง โดยภาพรวมไทยพีบีเอสเราก็จะรับเอา คำแนะนำเหล่านี้ไปหารือ แล้วก็ไปปรับปรุงการทำงานของเราค่ะในเบื้องต้นดิฉันจะขอ อนุญาตตอบคำถามของทั้ง ๔ ท่าน ในประเด็นต่าง ๆ ในเบื้องต้นก่อนนะคะ🔗
สำหรับท่านพิมพ์รพีที่ถามว่า ซึ่งประเด็นของท่านพิมพ์รพีจะขอตอบควบคู่ ไปกับประเด็นของท่านศาสตราจารย์กนกไปพร้อมกัน ในประเด็นที่ท่านกรุณาให้คำแนะนำ ว่าไทยพีบีเอสควรจะขยับไปทำประเด็นข่าวที่นำไปสู่ทางออกมากขึ้นมากกว่าเรื่องของการ ชี้ปัญหา ดิฉันขอเรียนอย่างนี้ว่าจุดยืนของการทำข่าวของไทยพีบีเอส ซึ่งเราประกาศจุดยืนนี้ มาตั้งแต่ ๓ ๔ ปีที่แล้ว และยังคงประกาศอย่างหนักแน่นก็คือข่าวไทยพีบีเอสนั้น เราเป็นข่าวที่เรียกว่าโซลูชันเจอนัลลิซึม (Solution Journalism) หรือวารสารศาสตร์ เพื่อการหาทางออก เราจะไม่ทำข่าวเพียงเพื่อเสนอปัญหาแล้วจบอยู่แค่นั้นค่ะ เพราะฉะนั้น กระบวนการทำข่าวของไทยพีบีเอสค่อนข้างลึกซึ้ง เราจะมีการทำข้อมูล เราจะมีการปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญอย่างรอบด้านและเกาะติดประเด็นนั้น และที่สำคัญการทำงานข่าวของ ไทยพีบีเอส จะพยายามไปหาโมเดล (Model) ที่เป็นต้นแบบโดยเฉพาะโมเดล (Model) ในพื้นที่ในท้องถิ่นนี้สำคัญมาก แล้วก็จะพยายามขยายผลโมเดล (Model) เหล่านั้น รวมทั้ง การติดตามและถอดบทเรียนด้วย ดิฉันมีข้อมูลเล็กน้อยที่จะยืนยันความเป็นวารสารศาสตร์ เพื่อหาทางออกของไทยพีบีเอส คือเมื่อปี ๒๕๖๔ ที่เราทำประเด็นติดตามเรื่องของวาระ ปากท้องอันเกิดจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) เราได้ให้มหาวิทยาลัย รามคำแหงทำวิจัยว่าบทบาทของการทำวารสารเพื่อหาทางออกของไทยพีบีเอสนั้นเป็น อย่างไร ได้ข้อมูลอย่างนี้ว่าในจำนวนประเด็นข่าวทุกชิ้นของไทยพีบีเอส ที่ออกในทุก ๆ แพลตฟอร์ม (Platform) ทั้งทีวี (TV) ทั้งแพลตฟอร์ม (Platform) ที่เป็นออนไลน์ (Online) พบว่า ๖๘.๙ เปอร์เซ็นต์ของสาระนั้นเป็นประเด็นเพื่อหาทางออกอย่างแท้จริง มีการนำเสนอ ที่เพียงแค่อินฟอร์ม (Inform) หรือบอกให้รู้ หรือชี้ปัญหาเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะฉะนั้นอันนี้ตัวเลขนี้ไม่โกหกนะคะ เป็นตัวเลขทางวิจัยที่ยืนยันว่าไทยพีบีเอสพยายาม พาสังคมก้าวพ้นไปสู่สิ่งที่เรียกว่าเป็นการหาทางออก ประเด็นที่บอกว่าหาทางออกนี้ที่บอกว่า มีถึง ๖๘.๙ เปอร์เซ็นต์ของสัดส่วนข่าวทั้งหมด เป็นการหาทางออกในมิติของการนำไปสู่ โมเดล (Model) แก้ปัญหาในท้องถิ่น โดยเฉพาะวาระเรื่องของปากท้องต่าง ๆ และที่น่า สนใจมาก ๆ ผลวิจัยสะท้อนด้วยว่าโมเดล (Model) การแก้ปัญหาท้องถิ่นเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการเกษตรและที่สำคัญอย่างที่ท่านพิมพ์รพีแนะนำเลยค่ะ เป็นความ พยายามที่จะนำเอาเรื่องของบีซีจีโมเดล (BCG Model) เรื่องของเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน ต่าง ๆ มาใช้ และสำคัญกว่านั้นเราได้ทำกระบวนการที่ดึงเอาเยาวชนกลับบ้าน อันนี้จะ ข้ามไปพูดถึงการที่มีแอปพลิเคชัน (Application) ที่เรียกว่าซีไซด์แอปพลิเคชัน (Seaside Application) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม (Platform) ที่ชักชวนเอากลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ดึงพลัง ของพวกเขาเข้าไปบวกกับพลังของท้องถิ่นซึ่งผลการวิจัยก็สะท้อนตรงนี้ได้ค่อนข้างชัดเจน ที่สำคัญผลจากการสำรวจความพึงพอใจของประชาชนในบทบาทนี้ในช่วงสถานการณ์โควิด (COVID) ที่เราไปทำเรื่องของปากท้องพบว่า ๓๙.๒ เปอร์เซ็นต์ ได้รับความพอใจอย่างสูงที่เห็นว่าไทยพีบีเอสนำเสนอเนื้อหาทำให้เข้าใจเหตุผลของ สถานการณ์ได้มากขึ้น และมีโมเดล (Model) ในการแก้ปัญหาที่ดีขึ้นค่ะ ทั้งหมดนี้ดิฉัน นำตรงนี้มากล่าวเพื่อจะขอเรียนให้ทราบว่าเราจะไม่หยุดยั้งอยู่เพียงแค่ประเด็นปากท้อง หรือสถานการณ์โควิค (COVID) แต่วิธีทำงานแบบวรสารศาสตร์เพื่อหาทางออกจะเป็นจุดยืน ของไทยพีบีเอสต่อไปในการทำประเด็นอื่น ๆ ต่อไปด้วยนะคะ ดังนั้นข้อแนะนำของท่าน พิมพ์รพีและท่านศาสตราจารย์กนกว่าให้เราขยับไปทำเรื่องเกษตรให้มากขึ้นหรืออื่น ๆ เราจะขอรับไว้และจะพัฒนาเพิ่มขึ้นนะคะ ประเด็นถัดไปดิฉันจะขอหยิบมาตอบก็คือ ที่ท่านพิมพ์รพีและท่านศาสตราจารย์กนกได้ตั้งข้อเป็นห่วงว่าไทยพีบีเอสจะเปลี่ยนแปลง รับมือกับดิสรัปชัน (Disruption) ต่าง ๆ ได้ทันหรือไม่ ก็ต้องเรียนว่าเราคำนึงถึงเรื่องนี้ อย่างสูง เรามีคณะทำงานที่ทำแผน ซึ่งเราเรียกตัวเองว่าเป็นแผนดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) ซึ่งจะทรานส์ฟอร์ม (Transform) หมดทุกอย่าง ไม่เพียงแค่ ทรานส์ฟอร์ม (Transform) ในเรื่องของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่จะทรานฟอร์ม (Transform) ในเรื่องของสกิล (Skill) แล้วก็มายด์เซ็ต (Mindset) ของคนทำงาน และที่สำคัญก็คือ เรามองเห็นบทบาทของไทยพีบีเอสในมิตินี้ว่าไม่ใช่เป็นเพียงแค่ผู้ผลิตสื่อที่ออกในทุก มัลติแพลตฟอร์ม (Multi-Platform) เท่านั้น แต่เราเห็นบทบาทใหม่ของสื่อสาธารณะที่จะ เป็นผู้สร้างระบบนิเวศสื่อที่พร้อมจะหยิบยื่นประเด็นทางสังคมต่าง ๆ ผ่านรูปแบบการ ทำงานที่ดิฉันเรียกว่าเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platform) ทั้งหมดของไทยพีบีเอส นะคะ ถ้าจะพูดเป็นรูปธรรมดิฉันขออนุญาตรายงานตัวเล็กน้อยว่า ถึงแม้ว่าผู้ชมทางทีวี (TV) ที่เป็นช่องดิจิทัล (Digital) ทีวี (TV) ช่องหมายเลข ๓ เอชดี (3HD) จะมีผู้ชมลดลงบ้าง ตามลำดับ ซึ่งก็เป็นไปตามพฤติกรรมการชมในอุตสาหกรรมทีวี (TV) ทั่วไปอยู่แล้วนะคะ แต่ในส่วนของพื้นที่ออนไลน์ (Online) โดยเฉพาะกลุ่มโซเชียล มิเดีย (Social Media) ต่าง ๆ ของไทยพีบีเอสนั้นมีอัตราเติบโตขึ้นในทุก ๆ ประเภท ถ้าดิฉันจะบอกก็คือข้อมูลเติบโต รวมกันแล้วเฉพาะวิภา (VIPA) แล้วกันนะคะ เฉพาะวิภา (VIPA) ที่มีการดาวน์โหลด (Download) ได้ทั้งโมบายด์ แอปพลิเคชัน (Mobile Application) และเว็บไซต์ (Website) นั้น ขณะนี้มียอด ผู้ดาวน์โหลด (Download) ถึง ๑๐.๔ ล้านครั้ง แล้วก็เรียกว่าเติบโตเกินกว่าร้อยละร้อย ส่วนโซเชียลมีเดีย (Social Media) ทุกประเภทนั้นเติบโตถึงร้อยละ ๒๖ จากปีที่ผ่านมา อันนี้เป็นตัวอย่างที่อยากชี้ให้เห็นว่าเราคงพยายามจะใช้ในทุกแพลตฟอร์ม (Platform) ที่เป็นไปได้ แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่เนื้อหาค่ะ เพราะฉะนั้นตอนนี้ทีมทำงานที่ไทยพีบีเอส ตั้งขึ้นมาในเรื่องของดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) ก็คงจะรับเอา ข้อเสนอแนะเหล่านี้ต่อไปนะคะ นอกจากโซเชียลมีเดีย (Social Media) ต่าง ๆ ดิฉันพูด ไปแล้วนะคะ ก็อยากจะเรียนว่าเรายังมีอีก ๒ สื่อที่เราพยายามจะพัฒนาเพื่อตอบรับกับ โลกยุคใหม่ของการเรียนรู้ นั่นก็คือเอแอลทีวี (ALTV) ที่มีทั้งตัวดิจิทัลทีวี (Digital TV) ช่องหมายเลข ๔ และช่องแพลตฟอร์ม (Platform) ที่เป็นทรานส์มิเดีย (Transmedia) แล้วก็มัลติแพลตฟอร์ม (Multi-Platform) ต่าง ๆ การทำเอแอลทีวี (ALTV) อันนี้จะ สอดคล้องกับที่ท่านกนกได้พูดว่าเราต้องให้ความสำคัญกับเด็ก ๆ ที่กำลังหลุดออกนอกระบบ ซึ่งขณะนี้อาจจะมีถึง ๗ ล้านกว่าคนนะคะ ซึ่งตรงนี้ไทยพีบีเอสได้พยายามเอาเอแอลทีวี (ALTV) เข้ามารองรับ แล้วก็พอจะพัฒนาเนื้อหาของเอแอลทีวี (ALTV) ให้เป็นเพียง น้ำมันหล่อลื่นที่จะไปหล่อลื่นระบบการศึกษาทั้งหมดได้นะคะ ดิฉันคงขออนุญาตกล่าวสั้น ๆ ในส่วนนี้ แต่ว่าเรามองเห็นเอแอลทีวี (ALTV) ไม่ใช่แค่ช่องทีวี (TV) แต่เป็นแพลตฟอร์ม (Platform) ของการเรียนรู้ทั้งนอกระบบและในระบบไปด้วยกัน เพราะนั้นเอแอลทีวี (ALTV) จะจับมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคมในการทำให้เอแอลทีวี (ALTV) ของสื่อสาธารณะนี้เป็นเลิร์นนิงแพลตฟอร์ม (Learning Platform) เพื่อการเรียนรู้ ตลอดชีวิตนะคะ อันนั้นเป็นประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะขอกราบเรียนให้ทราบนะคะ🔗
ประเด็นถัดมาค่ะ ดิฉันต้องขอบพระคุณมาก ๆ หลายท่านแนะนำว่าไทยพีบีเอส มีศักยภาพที่จะพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ของประเทศนะคะ อันนี้ก็เรียนว่า อยู่ในแผน จากความสำเร็จของละครชุด จากเจ้าพระยาสู่อิรวดี แล้วก็สารคดีอีกหลายเรื่อง ที่สอดคล้องกัน ทำให้ไทยพีบีเอสเห็นจุดแข็งของตัวเองตรงนี้นะคะ ตอนนี้เรามีแผนที่จะพัฒนา ทั้งละคร ทั้งสารคดี แล้วก็เนื้อหาที่เรียกว่าสื่อใหม่ต่าง ๆ ที่จะพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) นี้ไปสู่ เครือข่ายสื่อสาธารณะของต่างประเทศค่ะ เรามีความร่วมมือกับสื่อสาธารณะในภูมิภาค เอเชีย (Asia) ด้วยกันหลายประเทศแล้วนะคะ ยกตัวอย่างอย่างเช่น ที่ประเทศญี่ปุ่น ที่ประเทศไต้หวัน ที่ประเทศอินเดีย ซึ่งเพิ่งเซ็นเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกันไปและคงจะขยับที่ ประเทศเกาหลีใต้และอีกหลาย ๆ ประเทศค่ะ ดิฉันคิดว่าจากตรงนี้จะทำให้เราร่วมมือกัน พัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ของอาเซียน (ASEAN) และเอเชีย (Asia) ได้ต่อไป นะคะ อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ต้องขอบพระคุณแล้วก็เราคงจะมีแผนที่จะพัฒนาส่วนนี้เพิ่มขึ้นค่ะ🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่จะตอบท่านพิมพ์รพีนะคะ ก็คือเรื่องเรามีการดูแลและ ป้องกันอคติหรือไบแอส (Bias) ของงานข่าวของไทยพีบีเอสอย่างไร ดิฉันต้องเรียนว่า เรื่องของอิมพาร์เชียลลิตี (Impartiality) ก็คือการนำเสนอแบบไม่แบ่งแยก เป็นฐานคิดสำคัญ ของการทำข่าวสื่อสาธารณะ เพราะฉะนั้นเราจะมีระบบตรวจสอบตัวเองอยู่ตลอดเวลานะคะ ไม่ว่าจะเป็นการมีระบบมอนิเทอร์ (Monitor) ตัวเองตลอดเพื่อที่จะเอเออาร์ (AAR) ว่างานข่าวที่เราทำไปนั้นเราได้เผลอไผลไปลำเอียงบ้างหรือเปล่า ซึ่งก็ต้องยืนยันว่าทั้งหมด ที่ทำมาแล้วผลที่ออกมาก็ยังสะท้อนการให้ความสำคัญเรื่องของสมดุล เรื่องของความ เป็นธรรม เรื่องของการกระจายตัวและความหลากหลายของแหล่งข่าวได้ดีในทุก ๆ ประเด็นที่ไทยพีบีเอสนำเสนอนะคะ นอกจากนั้นเรามีเครื่องมือที่เรียกว่าแฟกต์เช็กกิง (Fact Checking) ติดตั้งอยู่ในกองบรรณาธิการข่าวที่จะคอยตรวจสอบข่าวลวงต่าง ๆ แล้วก็ ป้องกันตรงนี้นะคะ รวมทั้งอนุกรรมการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ที่จะเป็นหน่วยงานสำคัญใน พ.ร.บ. นี้เลยค่ะ ที่จะทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนและพิจารณาว่า แต่ละประเด็นของไทยพีบีเอสนั้นได้มีการละเมิดกรอบจริยธรรมบ้างหรือไม่นะคะ อันนี้คือ ภาพรวม ๆ ที่ดิฉันจะขอตอบในส่วนของท่านพิมพ์รพีและท่านศาสตราจารย์กนกนะคะ🔗
ดิฉันขอข้ามมาตอบประเด็นของท่านคารมที่ตั้งคำถามว่าไทยพีบีเอส ให้ความสำคัญกับข่าวมากเกินไปหรือเปล่านะคะ ต้องเรียนอย่างนี้ค่ะว่าข่าวคิดเป็นสัดส่วน ๕๘ เปอร์เซ็นต์ของผังรายการทางทีวีก็จริงนะคะ อันนี้คือเฉพาะทีวีช่องหมายเลข ๓ เอชดี (3HD) แต่เรายังมีสัดส่วนสารคดีถึง ๓๗ เปอร์เซ็นต์นะคะ สาระบันเทิงอาจจะน้อยไปหน่อย ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเรากำลังจะปรับปรุงสัดส่วนนี้ในปีหน้า ที่จะยกส่วนของสาระบันเทิงเพิ่มขึ้น แต่อยากเรียนว่าในข่าว ๕๘ เปอร์เซ็นต์นั้นไม่ใช่ข่าวทั่ว ๆ ไปค่ะ ก็คงกลับไปตอบประเด็นเดิม ก็คือเป็นข่าวที่เราพยายามเจาะลึกในเรื่องของวารสารศาสตร์เพื่อการหาทางออกนะคะ🔗
ในส่วนของสารคดีที่ขออนุญาตตอบสั้น ๆ นะคะ ที่ท่านคารมได้แนะนำว่า อยากเห็นไทยพีบีเอสเป็นผู้นำในการชวนกันมองไปข้างหน้า ใช่เลยค่ะ เราพยายามจะวาง จุดยืนเช่นนั้นนะคะ ยกตัวอย่างสารคดีที่เราทำในช่วงสถานการณ์โควิด (COVID) ที่ตั้งโจทย์ ว่ามามองกันว่าถ้าประเทศไทยในอีก ๕๐ ปีข้างหน้าคือปี ๒๐๗๐ จะเป็นอย่างไร เรื่องภัยพิบัติ จากน้ำท่วมเป็น ๑ ในประเด็นที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงกันในสารคดีชุดนี้ด้วยนะคะ รวมทั้ง สารคดีเรื่องโรคซ่อนโลกและอีกหลายสารคดีที่เป็นการชวนกันมองไปข้างหน้าทั้งสิ้นนะคะ🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่ท่านคารมให้คำแนะนำแล้วก็สอดคล้องกับผู้อภิปราย อีกท่านคือท่านมานพนะคะ ก็คือการให้ความสำคัญกับภูมิภาคและท้องถิ่นค่ะ กรรมการ นโยบายชุดปัจจุบันที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์เป็นประธานนะคะ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการ ขยายเครือข่ายสื่อสาธารณะไปสู่สื่อสาธารณะภูมิภาค ขณะนี้เราได้ไปทำงานแล้วก็ทำความ ร่วมมือกับสื่อท้องถิ่นในภูมิภาค ๓ ภาค คือภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ซึ่งจะมีการทำงานกับสื่อในท้องถิ่น สื่อชุมชน นักวิชาการแล้วก็เครือข่ายภาคประชาสังคม ในการรวมกันเป็นสื่อสาธารณะท้องถิ่นคล้าย ๆ ไทยพีบีเอสนี่ล่ะค่ะ แต่จะเป็นของท้องถิ่น ทำประเด็นของท้องถิ่นโดยเฉพาะ เพราะเราเชื่อว่าสื่อสาธารณะไม่ได้อยู่แค่ตรงกรุงเทพมหานคร เท่านั้น อันนี้เป็นแผนใหญ่ที่เราได้เริ่มต้นขึ้นแล้วค่ะ แล้วก็น่าจะเห็นรูปร่างได้ภายในปี ๒๕๖๕ นี้ แน่นอนนะคะ🔗
ประเด็นที่ดิฉันอยากขออนุญาตตอบท่านมานพเพิ่มเติมค่ะ เรื่องของนักข่าว พลเมือง เป็นอย่างที่ท่านพูดเลยนะคะว่าเราพยายามจะพัฒนานักข่าวพลเมืองให้มากขึ้น ปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมาเรามีนักข่าวพลเมืองที่เรียกว่าเป็นแอคทีฟซิติเซน (Active Citizen) ในการส่งประเด็นแลกเปลี่ยนประเด็นกันอยู่ประมาณ ๘,๐๐๐ กว่าคนในแฟลตฟอร์ม (Platform) ของนักข่าวพลเมืองนะคะ ตรงนี้เราคงจะขยายมากขึ้นโดยเฉพาะไม่ใช่แค่เรื่องประเด็น แต่ในเรื่องของการพัฒนา ศักยภาพให้กับนักข่าวพลเมืองเหล่านั้น และที่สำคัญเราคิดว่านี่เป็นโอกาสสำคัญในการ เตรียมนักข่าวพลเมืองที่มาจากเยาวชนเพื่อเข้าสู่การร่วมกันสร้างเสียงประชาชนที่มีคุณภาพ สำหรับการเลือกตั้งในครั้งต่อไป ซึ่งเราเชื่อว่าบทบาทของเยาวชนในภูมิภาคและท้องถิ่นจะมี พลังอย่างยิ่งและจะเป็นพลังบวกในการร่วมกันเปลี่ยนประเทศนะคะ🔗
อีกประเด็นที่ขออนุญาตตอบท่านศาสตราจารย์กนกว่ามีระบบประเมิน ประสิทธิผลหรือไม่ มีค่ะ เรามีการทำรายงานประเมินองค์กรหลายรูปแบบด้วยกันนะคะ รูปแบบแรกเลยเป็นการประเมินหลักโดยทีมวิจัยอิสระ แล้วก็คณะกรรมการนโยบายก็แต่งตั้ง คณะกรรมการประเมินผลที่เป็นอิสระออกจากบอร์ด (Board) แล้วก็ออกจากทีมทำงาน ทั้งหมดเพื่อให้มั่นใจว่าผลประเมินนั้นเป็นอิสระอย่างแท้จริง มิติของการประเมินหลัก ๆ ก็คือ ประเมินเรื่องประสิทธิผลของการขับเคลื่อนงานตามภารกิจของสื่อสาธารณะ ซึ่งผลปี ๒๕๖๔ ออกมาก็สะท้อนการทำงานหลายเรื่องด้วยกัน แล้วก็มีคำแนะนำที่น่าสนใจ โดยภาพรวม ผลประเมินเห็นว่าไทยพีบีเอสดำเนินการตามภารกิจในแง่ของประสิทธิผลของการผลิตเนื้อหา ในทุกแพลตฟอร์ม (Platform) ได้ค่อนข้างดี อาจจะมีข้อแนะนำว่าควรจะทำให้ดูน่าสนใจ มากขึ้นนี่ก็เป็นประเด็นที่มาจากงานวิจัย เพราะฉะนั้นในแง่มิติประสิทธิผลก็มีการทำรายงาน ประจำปีอยู่แล้ว นอกจากนั้นเรามีการประเมินที่ทำเองที่เรียกว่าเป็นอินเฮาส์ (In house) ก็คือศูนย์วิจัยสื่อสาธารณะที่อยู่ในไทยพีบีเอสที่จะประเมินประสิทธิผลในเชิงรายประเด็น เลยค่ะ เช่น ถ้ามีสถานการณ์ใด ๆ อย่างสถานการณ์โควิด (COVID) หรือการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ หรืออะไรก็ตาม ล่าสุดก็เรื่องการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. เราก็จะทำมอนิเตอร์ (Monitor) แล้วก็ประเมินประสิทธิผลของการทำงานเหล่านี้ในทุกแพลตฟอร์ม (Platform) ของ ไทยพีบีเอส สุดท้ายที่ท่านศาสตราจารย์กนกตั้งคำถามและกรุณาให้คำแนะนำว่าจะปรับ องค์กรอย่างไรให้เกิดการสร้างพลังใหม่ ดิฉันเรียนอย่างนี้ว่าไทยพีบีเอสเราเชื่อว่าการจะเกิด พลังใหม่ได้ไม่ได้เกิดจากคนในไทยพีบีเอสแค่ ๙๐๐ คนเศษ ๆ เท่านั้น ดิฉันเชื่อว่าพลังใหม่ มันมาจากระบบนิเวศใหม่ของการทำสื่อที่ดี สื่อที่มีคุณภาพเพื่อสังคม ดังนั้นสิ่งที่อยู่ในแผนที่ เรากำลังทำไม่ว่าจะเป็นแผนการมุ่งไปสู่เครือข่ายสื่อสาธารณะในภูมิภาค แผนของการทำงาน กับเครือข่ายเยาวชนและอื่น ๆ นี่เป็นประเด็นที่เรามองว่าจากนี้ไปคุณภาพของตัวองค์กร ไทยพีบีเอสเองก็จะถูกเรียนรู้และปรับเปลี่ยนจากการทำงานร่วมกับเครือข่ายแล้วก็ระบบ นิเวศใหม่เหล่านี้ นอกจากนั้นในแง่ของการพัฒนาองค์กรให้เคลื่อนที่เร็ว ปรับตัวเร็ว อันนี้อยู่ ในแผนทั้งหมดของดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) ดิฉันได้เรียนไปแล้วค่ะ ก็จะขออนุญาตกล่าวสรุปประมาณนี้นะคะ🔗
ดิฉันมีประเด็นสุดท้ายที่อยากทิ้งท้ายเพื่อเป็นการขอบพระคุณท่านสมาชิก สภาทุกท่านที่ท่านให้ความสำคัญ แล้วท่านก็บอกว่าได้กรุณาติดตามไทยพีบีเอสอย่างต่อเนื่อง เสมอมานะคะ ดิฉันอยากเรียนว่าในปี ๒๕๖๕ นี้ที่เหลืออีกประมาณ ๔ ๕ เดือนเศษ ไปจนถึงปี ๒๕๖๖ ไทยพีบีเอสเราได้ประกาศแผนสำคัญเอาไว้ว่าเราจะเกาะติดทำแผนที่ เรียกว่าเป็นวาระสำคัญของประเทศก็คือการเป็นส่วนหนึ่งของการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในสังคม โดยจะพยายามทำประเด็นนี้ให้ไปสู่การหาโซลูชัน (Solution) ในเชิงโครงสร้างให้ได้ นอกจากนั้นก็คือการเตรียมพลังบวกและพลังอันสร้างสรรค์ของ คนรุ่นใหม่ในทุกมิติเพื่อเป็นเสียงที่มีคุณภาพในการเลือกตั้งหรือการเปลี่ยนประเทศ ในครั้งต่อไป🔗
แล้วสุดท้ายสิ่งที่เราปักธงไว้ก็คือการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมทั้งหลาย ของประเทศไทยให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ที่จะขยายตัวเองไปสู่ภูมิภาคได้นะคะ เราปักธงว่าภายใน ๒ ปีเราจะไปเป็นจุดสำคัญของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) ของสื่อสาธารณะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ เพื่อไทย อุบลราชธานี เขต ๗ ผมก็เป็นบุคคลหนึ่งที่ติดตาม ไทยพีบีเอสเป็นสื่อที่มีสาระ แต่ผมอยากจะฝากครับว่าที่สรุปมาของปี ๒๕๖๔ ก็คือข่าวเที่ยงตรงต่อเหตุการณ์รอบด้าน ที่เป็นธรรม วันนี้อยากจะให้ท่านมองไปข้างหน้า ซึ่งวันนี้ใน ๒ ๓ เดือนที่กำลังจะหมด งบประมาณนี้ซึ่งวันก่อนฝากท่านครับว่าช่วงก่อนเราคุยกันเรื่องอะไรในสังคมไทยครับ เราคุยกันว่าวันนี้ทำไมฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ทำไมน้ำท่วม ทำไม ก็เพราะเรามีผลิตขยะ เยอะทำให้โลกร้อนก็มารณรงค์ครับ ไทยพีบีเอสก็ช่วยรณรงค์เรื่องขยะ ให้ลดการใช้ขยะ ลดใช้ถุงพลาสติก ก็ให้คนรวยเอาเปรียบคนจนอีก ก็คือเซเว่น (Seven) เราไปซื้อของไม่มี ถุงพลาสติกให้ เราไปโลตัส (Lotus) เราไปบิ๊ก (Big C) ไม่มีถุงให้เรา ต้องให้เราซื้อครับ แต่พอเข้าช่วงโควิด (COVID) แค่นั้นครับทุกคนตื่นโควิด (COVID) หมด แต่ลืมเรื่องขยะ ทีนี้ข้าวกล่องที่ส่งคนป่วยก็เอากล่องพลาสติกเพิ่มขยะขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ไม่มีใครพูดถึง เรื่องขยะเลยนะครับ ก็อยากฝากสื่อที่เป็นสื่อกับพี่น้องประชาชน แล้วก็มาดูเรื่องรายงาน ที่ส่งเสริมลักษณะความเป็นไทยความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งมันเป็นซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ของประเทศอยู่แล้ว ผมอยากให้ท่านส่งเสริมสิ่งที่ดีงามในชุมชน ในชุมชนเรา มีวิถีไทย ไม่ว่าภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคใต้ เราทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน แล้วท่านออกรายการเลยครับ ออกรายการเสร็จนะครับ วันนี้เราจะเห็นว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่ เขามีมือถือทุกคนนะครับ เขาสามารถที่จะไลฟ์ (Live) สด สามารถที่จะขยายงานให้ท่าน อย่างมากมาย แล้วคนไหนมีวิสัยทัศน์ดี ๆ ท่านก็เอามาช่วยท่านได้นะครับ ซึ่งบุคลากร ของท่าน ๙๐๐ กว่าคนไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนให้ดีขึ้นได้ แต่ว่าวันนี้ผู้สื่อข่าวชนบท หรือเด็ก ๆ ที่เรียนอยู่ในขณะนี้เขาสามารถมีรายได้เพิ่มจากท่านได้ วันนี้ท่านเห็นไหมครับ ในช่องอื่น ๆ จะมียูทูบ (YouTube) หรือจะมีคลิป (Clip) วิดีโอ (Video) สั้น ๆ มาขายให้ นักข่าวครับ แล้วเขาก็จะได้เงินในการที่เป็นรายได้เพิ่ม ผมก็อยากจะฝากท่านว่าอยากจะให้ เพิ่มตรงรายการบันเทิงที่สร้างสรรค์ส่งเสริมคุณค่าที่ดีงามของสังคม โดยสร้างมาจากพื้นฐาน วิถีชีวิตชาวบ้านนะครับ ก็สร้างส่งเสริมอาชีพ ซึ่งให้เด็กที่ไม่เรียนหนังสือ ที่ไม่อยู่ในโรงเรียน ได้ส่งเสริมอาชีพแล้วให้เขาประกอบสัมมาอาชีพ ให้เขาเป็นเถ้าแก่น้อยตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ต้องเป็นภาระของสังคมต่อไป ก็คือฝึกอาชีพให้เขาให้เขาเป็นเถ้าแก่น้อยนะครับ ก็มีเรื่อง ฝากท่านพอประมาณนะครับ แล้วท่านทำมาก็ถือว่าดียอดเยี่ยมอยู่แล้วนะครับ ก็ขอฝาก ประเด็นเพิ่มเติม ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิยม เวชกามา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับผมมาไม่ทันเพิ่งประชุมจากกรรมาธิการก็มานั่งฟัง ผอ. ชี้แจง ผมภาคภูมิใจนะ ท่านประธาน ผมนั่งฟังท่าน แต่ว่าผมมีแนวคิดที่จะนำเสนอท่านเหมือนกัน ในลักษณะที่ท่าน พูดผมเป็นคนที่ติดตามไทยพีบีเอส หรือไอทีวี (ITV) เก่า ด้วยเลือดและวิญญาณผมเกิดจาก ไอทีวี (ITV) ผมออกจากไอทีวี (ITV) แต่เริ่มต้นเลย สมัยหยุ่นมาทำ เพราะฉะนั้นผมก็ยัง ผูกพันอยู่ เลข ๓ ผมจะเปิดดู แต่ว่าวันนี้ต้องขอกราบเรียนท่านประธานไปถึงคณะผู้บริหาร ไทยพีบีเอสว่าผมเห็นด้วยที่มีขึ้นในหน้าของท่านที่บอกว่าไทยพีบีเอสจะมุ่งมั่นเป็น สื่อสาธารณะที่ยึดโยงกับประชาชน เป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนเชื่อถือและพึ่งพิงได้ คือประเด็นนี้ล่ะที่ผมต้องพูดวันนี้ มันเป็นประเด็นที่กินใจผมมาก แต่ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานไปถึงผู้บริหารของไทยพีบีเอสว่าประเด็นนี้ท่านต้องเข้าลึกกว่านี้ ท่านไม่ต้อง ไปแข่งหรอก ๓ เปอร์เซ็นต์ช่างมันบันเทิง ก็เอาตามนี้ไทยพีบีเอส หรือไอทีวี (ITV) มันต้อง ประเด็นข่าว ต้องให้มันคมชัดขึ้นกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่เกี่ยวกับชาวบ้าน ผมฝากด้วยมันเป็นความหวังนะ ท่านต้องเป็นผู้นำในด้านการข่าว วันนี้มันมีช่องเนชั่น (Nation) เขาแซงหน้าไปเรื่องข่าว เพราะฉะนั้นเราต้องไปให้ถึงเขาให้ได้ อันนี้ผมต้อง ฝากท่าน โดยเฉพาะท่านมีหัวข้อเรื่องนักข่าวพลเมือง เพียงแต่ว่ามันเบาไป ท่านทำหนักกว่านี้ ได้ไหม คำว่า นักข่าวพลเมือง นี่ บางที่ต้องใช้คนกลุ่มนี้มาทำจะวิธีไหนก็แล้วแต่ผมว่า ท่านเดินหน้าต่อไปเถอะ ซึ่งสิ่งที่ท่านพูดเมื่อสักครู่ผมตั้งใจฟังนะครับว่าเป็นสื่อที่จะยึดโยงกับ ประชาชน อันนั้นถูกต้องครับ เพียงแต่ว่าเป็นนโยบายเป็นแนวคิดของ ผอ. แต่ผมอยากให้มัน เข้าถึงมากกว่านี้ ผมก็ฝากดู ในสมัยหนึ่งไอทีวี (ITV) ทุกข์ชาวบ้านเรตติง (Ratting) ทั้งประเทศไม่มีใครสู้ไอทีวี (ITV) หรอกครับ เรื่องของประชาชน เพราะฉะนั้นผมขอฝากท่าน ว่าทุกข์ชาวบ้านยุคนั้น ถ้าเป็นของไอทีวี (ITV) ต้องทุกข์ชาวบ้านไปถึงทุกที่ ผมเป็นคนที่อยู่ใน พื้นที่ทำไอทีวี (ITV) มาตลอดชีวิต จนมาเป็นผู้แทนนี่ล่ะ ผมนี่ข้ามฟากไปถึงนครพนม บ้านท่านประธาน ผมไปทำหมดแต่ก่อนคนร้องมา นี่คือต้องบอกว่ามันเป็นเรื่องที่ผมต้อง ฝากท่าน แต่วันนี้มันแผ่วตรงนี้ อันนี้ผมเป็นเงามันแผ่วมาก เพราะฉะนั้นท่านจะทำอย่างไร เพราะเห็นท่าน ผอ. พูดว่ายึดโยงประชาชน มันเป็นเรื่องชีวิตและจิตใจว่าประชาชนเขาฝาก ความหวังไว้ที่ท่าน แล้วเป็นสถานีที่ท่านไม่ต้องอิงกับสปอนเซอร์ (Sponsor) เรามีเงินให้ท่าน อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นในจุดนี้ผมฝากด้วยว่าถ้าท่านบอกว่าการเข้าถึงประชาชนนั้นคือหัวใจ นั่นล่ะที่ไทยพีบีเอสจะกลับมายืนอยู่ในสถานการณ์ที่สู้ได้ เพราะเราไม่ต้องไปอิงเรื่องโฆษณา มากนัก เพียงแต่ผมต้องบอกว่าแผ่วจริง ๆ ในจุดนี้ ท่านต้องทำมากกว่านี้ ทำให้หนักกว่านี้ โดยเฉพาะสกูป (Scoop) ข่าว ซึ่งความเดือดร้อนทุจริตโกงนี่ท่านมุดเข้าไปเลยในข้อมูล แบบนี้นี่ ซึ่งไอทีวี (ITV) ยุคก่อนเขาทำมาเอาเป็นเอาตายมาแล้ว ยุคนี้ขอฝากด้วย ขอบคุณมาก ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ก็มีท่านกนกขอเพิ่มเอาสั้น ๆ ๒ นาทีนะครับ และท่านมานพยังมีอะไรติดใจก็เอาอีกสัก ๒ นาทีนะครับ เชิญท่านกนกครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือผมคิดว่าในเชิงหลักคิด และทิศทางนี่ไทยพีบีเอสกับสภาเราเห็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่ประเด็นที่สำคัญที่ ขออนุญาตเรียนไปยังท่านผู้อำนวยการและท่านประธานคณะกรรมการนะครับ ก็คือว่าวันนี้ บริบทของสังคมเรามันเปลี่ยนเร็วมาก และประเทศของเราวันนี้มันอยู่ในสภาวะวิกฤติจริง ๆ ประชาชนเดือดร้อนมีปัญหาในทุก ๆ ด้านไปหมด เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านทำนี่นะครับไม่ใช่ว่าผิด แต่มันยังไม่พอครับ ที่ไม่พอนี่มันมี ๓ ประเด็นที่ผมขออนุญาตเสนอนะครับ🔗
เรื่องแรกที่สำคัญมากคือความเร็วครับ ที่ท่านทำนี่มันถูกนะครับ มันยังเร็ว ไม่พอ เราต้องการเร็วกว่านี้ ตอบสนองต่อโจทย์ปัญหาที่เร็วกว่านี้ มีความไวต่อการดักปัญหา ที่เร็วกว่านี้ อย่างนี้เป็นต้น🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของความแม่นยำ การที่ท่านตอบโจทย์ของโซลูชัน เจอร์นัลลิซึม (Solution Journalism) ที่ท่าน ผอ. พูดถึงมันใช่นะครับ แต่ยังไม่แม่น เราต้องการคำตอบที่ชัด ๆ อย่างเช่นเอาง่าย ๆ ว่าชาวบ้านจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ที่นครพนมทำอย่างไรบ้านของท่านประธาน ก็มีอาชีพทำนาคนหนึ่ง อีกคน ทำอาชีพสวนยาง อีกคนทำอาชีพค้าขายร้านโชห่วย แต่อยากมีรายได้เพิ่มขึ้น ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อเดือนจะทำอย่างไรครับ เราต้องการคำตอบที่ชัดแบบนี้ ไม่ใช่เป็นคำตอบกว้าง ๆ แล้วก็ บอกว่าเราได้ทำหน้าที่อันนี้แล้วนะครับ🔗
และประเด็นที่ ๓ สิ่งที่สำคัญมากคือเราต้องการสเกล (Scale) ที่ใหญ่ที่จะ ทำให้เกิดอิมแพกต์ (Impact) ของการเปลี่ยนแปลงครับ ผมอยากเห็นไทยพีบีเอสมีบทบาท ที่จะเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงของสังคมครับ เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าวันนี้ เรายังมีช่องว่าง ผมกับไทยพีบีเอสยังมีช่องว่างกับตรงนี้ครับ ไม่ได้มีช่องว่างว่าท่านทำ ไม่ถูกทิศแต่มีช่องว่างก็ท่านทำยังไม่เร็วพอ ท่านทำยังไม่แม่นยำพอ และท่านทำยังไม่มากพอ ที่จะมีอิมแพกต์ (Impact) ต่อการเปลี่ยนแปลงครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านมานพ เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ อย่างนี้ครับท่านประธาน ผมคิดว่าสิ่งที่ไทยพีบีเอสจะต้องยืนหยัดและยืนยันในความเป็นตัว ไทยพีบีเอส คือผมคิดว่าการทำหน้าที่ว่าด้วยเรื่องของสาระและเนื้อหา จะผ่านมิติวัฒนธรรม จะผ่านมิติเรื่องของอาหาร จะผ่านมิติเรื่องเยาวชนการศึกษา ผมว่าไม่แปลก จุดที่สำคัญคือ มันจะเป็นเรื่องไม่ใช่บันเทิง เพื่อบันเทิง เพื่อธุรกิจ แต่ต้องเป็นบันเทิงเพื่อสาระ แล้วมันมี มิติเหล่านี้ ผมคิดว่าอันนี้คือแกนหลัก ๆ ที่สำคัญที่สุด ถ้าจะฝากนี่ผมคิดว่าวันนี้เรากำลัง ถกเถียงกันเรื่องของอำนาจส่วนกลาง แล้วก็ส่วนภูมิภาค ซึ่งผมเข้าใจว่าเรื่องนี้ท่านอาจารย์ เจิมศักดิ์ก็ได้ทำเรื่องนี้มา ตอนที่จะมาเป็น ส.ว. ท่านก็ทำเรื่องนี้เป็นนักวิชาการ ท่านก็เห็น เรื่องของศักยภาพท้องถิ่นโดยเฉพาะเรื่องของป่าและสิ่งแวดล้อม ผมคิดว่าโจทย์สำคัญคือว่า ถ้าเรามีพื้นที่กลางที่เราจะพูดว่าการจัดความสัมพันธ์อำนาจระหว่างส่วนกลางและ ส่วนภูมิภาคซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่มากครับ แล้วที่ทะเลาะกันทุกวันนี้ และโครงสร้างกฎหมาย ที่มีอยู่ทุกวันนี้ และประชาชนมาประท้วงที่กรุงเทพฯ หรือมีปัญหาทั่วไปทั้งหมด โครงใหญ่ ๆ อย่างนี้ผมคิดว่าถ้าเราเอามาวางเป็นกรอบเนื้อหาสาระแล้วค่อยมาแตะรายละเอียด ผ่านช่องทาง มันไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ครับ ท่านประธานครับ การที่ประชาชนที่ม่อนแจ่มกับ เจ้าหน้าที่ป่าไม้มีปัญหากัน ๒ ๓ วันนี้มันไม่ใช่เรื่องของเมื่อวานนี้นะครับ มันเป็นเรื่องที่ เกิดขึ้นตั้งแต่ ๒๔๘๔ ก่อน ๒๔๘๔ ด้วยครับ ก่อนจะมีรัฐไทยด้วยซ้ำไป การที่พี่น้องที่หลีเป๊ะ วันนี้อุทยานมีข้อห้ามต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่วิถีชีวิตเขาอยู่มาก่อนอุทยาน และหลีเป๊ะมีชุมชน ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีคำว่า ประเทศไทย ผมคิดว่าเรื่องราวเหล่านี้ถ้าเราแกะเกาแล้วมีประเด็น แกนกลางหลัก ๆ เหล่านี้ การคลี่คลายความขัดแย้งและการสร้างความเข้าใจและหาทางออก ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มิติต่าง ๆ เหล่านี้ ผมเชื่อมั่นว่าไทยพีบีเอสทำได้ และผมเชื่อมั่นว่า คนจำนวนมากจะมีส่วนร่วม แล้วก็กระโดดเข้ามามีส่วนร่วมกับไทยพีบีเอส ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ทางไทยพีบีเอสมีอะไรจะชี้แจงต่อไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพและท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรตินะคะ ดิฉันคงชี้แจงในการเพิ่มเติมบางประเด็น เท่านั้นเพราะว่าจากท่านสมาชิกสภาทั้ง ๔ ท่านที่ได้อภิปรายเพิ่มเติมค่ะ🔗
ประเด็นแรก ในเรื่องข้อแนะนำที่อยากเห็นไทยพีบีเอสให้ความสำคัญกับเรื่อง ของการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมมากขึ้นนะคะ อันนี้ก็เป็นหนึ่งในวาระสำคัญที่ไทยพีบีเอส วางเป้าไว้เลยนะคะ แล้วก็เรามีรายการที่ชื่อว่า สะอาดบุรี ที่ทำติดต่อกันมาถึง ๒ ซีซัน (Season) แล้วนะคะ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่รายการแต่เป็นโครงการที่ลงไปทำจริงกับโรงเรียน ต่าง ๆ ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยร่วมมือกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม แล้วก็ทาง องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็คงจะพัฒนาอันนี้ต่อไปเรื่อย ๆ อันนี้เป็นเพียงบาง ตัวอย่างที่จะยกขึ้นมาค่ะ🔗
ประเด็นของท่านนิยมต้องขอบคุณ แล้วก็ขอบพระคุณที่ท่านให้กำลังใจว่า เราควรจะต้องเข้มข้นมากกว่านี้นะคะ ขอยกตัวอย่างกรณีประเด็นเรื่องทุจริตโครงการต่าง ๆ แล้วกันนะคะ ในปี ๒๕๖๔ ไทยพีบีเอสคัฟเวอร์ (Cover) โครงการทุจริตทั้งหมดเกือบ ๕๐๐ เรื่องด้วยกัน มีตัวอย่างที่อาจจะเรียกว่าไทยพีบีเอสเป็นผู้เปิดประเด็น แล้วก็นำไปสู่การ แก้ปัญหาก็คือโครงการทุจริตบ้านเอื้ออาทรที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งก็เรียกว่าเป็นปัญหาที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี ไทยพีบีเอส เข้าไปเกาะติดเรื่องนี้ แม้จะด้วยความยากลำบาก เพราะว่าในพื้นที่ชายแดนทุกท่านก็คง ทราบดีแต่ว่าผู้สื่อข่าวของไทยพีบีเอสทางศูนย์ใต้ก็ทำประเด็นนี้อย่างเข้มข้นจนกระทั่งกรณี ของทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรได้นำไปสู่ทางออกการแก้ปัญหาแล้วก็ยุติคดี ที่สำคัญก็คือ ได้ขยายผลไปสู่ที่การเคหะแห่งชาติได้เข้าไปตรวจสอบโครงการทุจริตคล้าย ๆ กันนี้อีก ๗๐ กว่าโครงการในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ทั้งหมด อันนี้เป็นเพียงตัวอย่างที่ดิฉันขออนุญาต ยกมาเล่าให้ฟัง แต่คำแนะนำและกำลังใจที่ท่านนิยมฝากไว้ก็จะนำกลับไป แล้วก็ไปทำให้ การทำงานของเราเข้มข้นมากขึ้นค่ะ แต่ทั้งหมดนี้เราก็จะอยู่บนฐานของเขาเรียกว่า ความเข้มข้นและการเกาะติดที่ไม่นำไปสู่ความขัดแย้งหรือการเกลียดชังกัน ดิฉันคิดว่า นั่นเป็นประเด็นของการทำข่าวของเรา🔗
ประเด็นของท่านกนกนะคะ ดิฉันขอรับไว้เลยที่บอกว่าไทยพีบีเอสต้องมี บทบาทเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงค่ะ อันนี้ดิฉันคิดว่าเดี๋ยวท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ อาจจะมีประเด็นที่จะเพิ่มเติมตรงส่วนนี้ แต่ว่าอันนี้ได้โน้ตไว้แล้วว่าเราคงจะต้องเร่งทำทั้ง ๓ เรื่องที่ท่านได้แนะนำไว้ จริง ๆ ยังมีตัวอย่างอีกหลายประเด็นเลยที่จะสะท้อนเรื่องของการ วางบทบาทเป็นตัวเร่ง แต่ว่าทั้งหมดนี้อาจจะอยู่ในรายงานประจำปี ๒๕๖๔ แต่ว่าในปี ๒๕๖๕ ดิฉันจะนำเอาประเด็นเหล่านี้สกัดข้อมูลมาตอบให้มากขึ้นค่ะ🔗
ประเด็นของท่านมานพที่เพิ่มเติมเรื่องของท้องถิ่น ดิฉันอยากเรียนว่าตัวอย่าง ที่เพิ่งผ่านไปสด ๆ ร้อน ๆ ก็คือบทบาทไทยพีบีเอสที่ได้รับการยอมรับสูงมากในเรื่องของการ เลือกตั้งผู้ว่า กทม. เราไม่ได้ทำประเด็นแค่เลือกตั้งผู้ว่า แต่เราทำโครงการแล้ววาระที่เรียกว่า ปลุกกรุงเทพฯ เปลี่ยนเมืองใหญ่ เพราะเราเชื่อว่าการเลือกตั้ง กทม. จะนำไปสู่เขาเรียกว่า กระแสการเปลี่ยนแปลงเรื่องของการเปลี่ยนเมืองใหญ่ด้วย แล้วก็ไทยพีบีเอสทำงานโดยที่มี เครือข่ายกว่า ๘๐ องค์กร ทำงานร่วมกันค่ะ ตรงนี้จะเป็นแนวทางที่ดีให้เราขยับต่อไปสู่การ ดึงเอาความร่วมมือ แล้วก็ประเด็นต่าง ๆ ลงไปสู่เรื่องของการกระจายอำนาจในท้องถิ่น ก็ขออนุญาตตอบสั้น ๆ ประมาณนี้นะคะ🔗
มีอีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันยังไม่ได้ตอบตอนแรกที่ท่านพิมพ์รพีถามว่า ไทยพีบีเอสมีแนวทางในการหารายได้เพิ่มอย่างไรหรือไม่ ก็ขอเรียนว่าเรามีการทำแผนลงทุน แล้วก็ได้มีอนุกรรมการลงทุนมาช่วย ช่วยในการให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำแล้วตอนนี้แผน ลงทุนก็ได้ผ่านความเห็นชอบจากอนุกรรมการด้านการลงทุนแล้ว แผนนี้ไม่ใช่การลงทุน เพื่อการสร้างรายได้ในเชิงผลกำไร แต่จะเน้นในเรื่องของการไปร่วมทุนกับผู้ผลิตเชิงคุณภาพ ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถทำงานตอบโจทย์สังคมได้มากยิ่งขึ้น แล้วก็อาจจะใช้รูปแบบที่สอดคล้อง กับยุคสมัยนี้ เช่น เรื่องของคราวด์ฟันดิง (Crowdfunding) และเรื่องของการระดมทุนร่วม จากภาคสังคม ภาคประชาชนต่าง ๆ ที่อยากเห็นสื่อที่ทำหน้าที่ตอบโจทย์สังคมให้มากขึ้น บทบาทของไทยพีบีเอส จะเป็นผู้สร้าง เขาเรียกว่าระบบนิเวศของการที่มีสื่อดี ๆ มาทำงาน ร่วมกัน แล้วก็แมตชิง (Matching) การสนับสนุนจากทางภาคสังคมค่ะ อันนี้เป็นหนึ่ง ในแนวทางของการหารายได้หรือจะเรียกว่าแผนลงทุนแล้วกันที่ไทยพีบีเอสได้วางไว้ แล้วก็อาจจะยังมีประเด็นอื่น ๆ ที่เราสามารถดำเนินการได้ภายใต้พระราชบัญญัตินี้ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านอาจารย์ มีอะไรจะเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ ผมคิดว่าท่านผู้อำนวยการวิลาสินี ได้ตอบคำถามไปเกือบจะครบหมดแล้ว ที่ผมขึ้นมา อยากจะแสดงความรู้สึกว่าต้องขอบพระคุณสมาชิกสภาแห่งนี้ที่ได้ติดตาม ไทยพีบีเอสแล้วก็เห็นประโยชน์ เห็นความสำคัญ แล้วก็อยากจะเห็นความก้าวหน้า แล้วก็มี ข้อคิด ข้อเสนอแนะที่ผมคิดว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ผมเองก็เคยนั่งอยู่ในที่นั่งในสภาแห่งนี้ ในฐานะสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งก็พอจะเข้าใจดีว่าหัวอกของคนที่ทำหน้าที่ เป็นผู้แทนของประชาชนที่มาจากการเลือกตั้งเขายึดโยงผูกพันกับชาวบ้าน ยึดโยงผูกพันกับภูมิภาคอย่างไร เพราะว่าผมเองก็เคยทำหน้าที่เหมือน ๆ กันมาก่อน ผมอยากจะเรียนท่านผู้มีเกียรติเพื่อที่จะให้เกิดความมั่นใจว่าไทยพีบีเอสนั้นเป็นสื่อสาธารณะ ซึ่งไม่ใช่สื่อของรัฐและไม่ใช่สื่อพาณิชย์และเป็นสื่ออะไรครับ ไทยพีบีเอสเป็นสื่อสาธารณะ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากว่าเรามีปัญหา ท่านทั้งหลายคนคงทราบดีว่าผมอยู่ในวงการสื่อมา ๓๐ ปี ไทยพีบีเอสเกิดมาได้ ๑๔ ปีเพิ่งขึ้นปีที่ ๑๕ คนทำสื่อทั้งหลายมีความเดือดร้อนเพราะถ้าเป็น สื่อพาณิชย์ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องระมัดระวังที่จะไม่กระทบเจ้าของสื่อที่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ และไม่กระทบสปอนเซอร์ (Sponsor) เพื่อความอยู่รอด สื่อของรัฐท่านเข้าใจดีอยู่แล้วว่าคนที่ ทำสื่อก็ไม่มีความกล้าที่จะไปกระทบผู้มีอำนาจในบ้านเมือง ด้วยเหตุนี้สังคมจึงได้ประดิษฐ์ สื่อสาธารณะขึ้นเพื่อให้เป็นสื่อที่เป็นอิสระให้ได้ ปลอดจากโฆษณาปลอดจากอิทธิพล ของทุนแล้วก็ปลอดจากอิทธิพลของผู้มีอำนาจหลัก พระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและ แพร่ภาพคือไทยพีบีเอสนั้นจึงได้เกิดขึ้นเป็นพิเศษ เกิดขึ้นเพื่อที่จะกันไม่ให้ทุนเข้ามา แทรกแซง แล้วขณะเดียวกันก็ให้มีรายได้ที่ปลอดจากการแทรกแซงของผู้มีอำนาจ กล่าวคือ พระราชบัญญัติของไทยพีบีเอสเป็นพระราชบัญญัติเฉพาะที่สามารถเก็บค่าบำรุง ผมเน้นนะครับ ค่าบำรุงจากผู้ประกอบการหรือผู้บริโภคสุราและยาสูบ ออนท็อป (On Top) คือไม่ใช่ไปแบ่ง ภาษีสรรพสามิต แต่เป็นค่าบำรุงอีก ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่า ในพระราชบัญญัติเขียนชัดเจนว่าไทยพีบีเอสมีสิทธิมีอำนาจในการเก็บค่าบำรุงแต่ขอให้ หน่วยงานของรัฐเป็นผู้เก็บให้ แต่ไม่เกิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนที่เกิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ก็เอาเข้ารัฐไป หมายความว่าถ้าไม่มีพระราชบัญญัติฉบับนี้เงิน ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ก็คืนไปให้กับ ผู้ประกอบการ คืนไปให้กับผู้ดื่มหรือผู้สูบสุราและยาสูบ เพราะฉะนั้นเงินนี้ไม่ใช่เงินที่แบ่งมา จากภาษีอากรอันนี้ผมต้องเรียน เพราะฉะนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้ถูกออกแบบไว้เพื่อให้สื่อ ชนิดนี้เป็นสื่อที่เป็นกลางได้เป็นสื่อที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นไทยพีบีเอส เข้ามาปิดช่องว่างของสื่อทั้งหลายในประเทศ แต่ว่าท่านมีประเด็นเรื่องโซเชียลมีเดีย (Social Media) เรื่องสื่อต่าง ๆ อันนั้นเราต้องค่อย ๆ พูดกันต่อไป ประเด็นถัดไปที่ ไทยพีบีเอสมีภารกิจที่จะปิดช่องว่างต่อไป ซึ่งสมาชิกได้พูดหลายคนแล้วก็คือคนเล็กคนน้อย ในบ้านเมืองที่ไม่มีอำนาจซื้อ รวมทั้งเด็กและเยาวชนที่ไม่มีอำนาจซื้อ ท่านจะเห็นได้ว่า สื่อทั่วไปเขามีความยากลำบากที่เขาจะทำเพราะคนพวกนี้เมื่อไม่มีอำนาจซื้อสปอนเซอร์ (Sponsor) ก็ไม่สนใจที่จะลงโฆษณา แล้วเขาจะทำได้อย่างไรล่ะครับในเมื่อเขาต้องหารายได้ เขามีข้อจำกัดตรงนี้เพราะฉะนั้นประชาชนไทยพีบีเอสจึงจำเป็นที่จะต้องสนใจคนเล็กคนน้อย คนชายขอบและคนในภูมิภาคต่าง ๆ มากขึ้น รวมทั้งเยาวชนและเด็กปัญหา ท่านทั้งหลาย คงจะทราบว่าเมื่อ ๑๔ ปีเศษที่แล้วไทยพีบีเอสก่อตั้งขึ้นโดยมีเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทอย่างที่ ท่านทราบ เราก็พูดกันอยู่ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนั้นเรามีทีวี (TV) ช่องเดียวคือช่องหมายเลข ๓ ไทยพีบีเอส แต่ตอนนี้เราใช้เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทดังกล่าวเท่าเดิม แต่เรามีทีวี (TV) นอกจาก ๑ ช่องคือ ช่องหมายเลข ๓ ตอนนี้มีช่องหมายเลข ๔ ที่ กสทช. ได้ขอให้ไทยพีบีเอสได้ให้ไลเซนส์ (License) ไทยพีบีเอสในการทำเพื่อเด็กและเยาวชนทางด้านการศึกษาและครอบครัว ท่านทั้งหลายท่านลองดูทีวี (TV) ทางในเมืองไทยทั้งหมด ทีวี (TV) ที่ทำเรื่องเด็กเยาวชน เขาคืนคลื่นไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ในอดีต รายการทั้งหลายก็ไม่จับเรื่องนี้เพราะว่าเด็กและ เยาวชนไม่มีอำนาจซื้อ เพราะฉะนั้นไทยพีบีเอสเป็นภาระใหญ่ที่จะต้องจับคนเล็กคนน้อย เด็ก เยาวชน ตอนนี้มีทีวี (TV) ๒ ช่อง ท่านลองคิดดูเริ่มต้น ๒,๐๐๐ ล้านบาทมีช่องเดียว และไทยพีบีเอสได้ปรับปรุงอย่างที่ท่านผู้มีเกียรติบอกว่าเมื่อเปลี่ยนจากเอนาล็อก (Analog) เป็นดิจิทัล (Digital) ไทยพีบีเอสก็มีทุกแพลตฟอร์ม (Platform) สากลที่มีอยู่ ท่านไปเปิดดูจะ มีไทยพีบีเอสเราไม่ได้เอารายการในทีวี (TV) ไปใส่อยู่นะครับ แต่เราผลิตเพื่อเข้าสู่โซเชียล มีเดีย (Social Media) เพื่อจะให้เป็นทางเลือกกับประชาชนเพราะเดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็ทำโซเชียล มีเดีย (Social Media) ได้ ใคร ๆ ก็เป็นนักข่าวได้ แต่ไทยพีบีเอสนี้จะต้องพยายามทำใน โซเชียลมีเดีย (Social Media) ที่เป็นที่เชื่อถือได้อีก ให้เขาหันมาเช็ก (Check) ข่าว ให้เขามา หันมาเช็ก (Check) ประเด็นสาระ และดูว่าไทยพีบีเอสคิดอย่างไรในออนไลน์ (Online) ทั้งหลาย และยิ่งกว่านั้นท่านพูดถึงเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ไทยพีบีเอสก็พยายามที่จะทำ ออนดีมานด์ (On demand) ก็คือมีวิพา (VIPA) ซึ่งเป็นทีวี ออน ดีมานด์ (TV On Demand) ไม่เสียสตางค์ ไม่มีโฆษณา เพราะฉะนั้นที่ท่านพูดถูกแล้วล่ะครับ แล้วอย่างเช่นท่านดอกเตอร์ กนกถามว่าแล้วเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทมันจะพอหรือ แล้วต่อไปไม่จะต้องทำอย่างไร ผมเป็น นักเศรษฐศาสตร์ จริง ๆ แล้วกฎหมายเขียนไว้ว่าถ้าเพดานที่ ๒,๐๐๐ ล้านบาทไม่พอก็ให้ เจรจากับรัฐมนตรีคลังเพื่อเพิ่มเพดานได้ เพราะ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ มันได้เกิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ไทยพีบีเอสพยายามที่จะหาหนทางที่จะลงทุนในทางสังคม เป็นการลงทุนเพื่อประโยชน์ ในการที่จะได้รายได้มาเพื่อรัน (Run) ต่อ ไม่มีใครได้แบ่งเข้าพกเข้าห่อทั้งสิ้น แต่ไปเป็น วิสาหกิจเพื่อชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคม ตอนนี้ไทยพีบีเอสกำลังเดินไปในทิศทางนั้น ประกอบกัน เพราะท่านเห็นแล้วว่าภารกิจมันมากมายมหาศาล ไม่ใช่ทีวี (TV) ช่องเดียว แต่มันมีอย่างอื่นอย่างมากมายมหาศาล เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ก็ต้องกราบเรียนว่าหลักการ และอุดมการณ์ของไทยพีบีเอสก็คืออย่างที่พูดเมื่อสักครู่นี้ ยิ่งกว่านั้นที่ท่านบอกว่าควรจะ นึกถึงภูมิภาคและควรจะนำเสนอปัญหาของภูมิภาค ปัญหาวัฒนธรรมในท้องถิ่นตั้งแต่ กรรมการนโยบายชุดที่ผมเข้ามารับหน้าที่ได้กำหนดนโยบายชัดเจนว่าจะสร้างพีบีเอส (PBS) แบบสื่อสาธารณะที่เราพูดกันนั้นล่ะครับ ในภูมิภาคต่าง ๆ ให้ได้ และขณะนี้ก็ได้เตรียมการ ที่จะมีพีบีเอส (PBS) ของภาคอีสาน มีพีบีเอส (PBS) ของภาคเหนือ และมีพีบีเอส (PBS) ของภาคใต้เพิ่มมากขึ้นโดยร่วมกันกับสื่อท้องถิ่น สถาบันการศึกษา แล้วเอ็นจีโอ (NGO) หรือเครือข่ายทั้งหลายที่ทำสื่อในท้องถิ่นมารวมตัวกัน เราก็จะพยายามที่จะให้มีพีบีเอส (PBS) ของภูมิภาค ผมยังจำได้ว่าครั้งที่ผมไปภาคเหนือไปคุยกับบรรดานักวิชาการ บรรดาคนที่ ทำงานภาคประชาสังคม เขาตอบว่าแนวนี้เป็นแนวที่ถูกที่สุด เพราะทำไมเขาจะต้องนั่งดู เลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานครทุกคืน เขาบอกเขารู้แล้วว่าจะมีเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร และเขาก็อยากจะเลือกบ้าง แต่มันทำไมต้องให้เขาดูทุกคืน ทุกคืน ทุกคืน เพราะฉะนั้นถ้าเขา มีพีบีเอส (PBS) ของเขา เขาจะได้สะท้อนปัญหาของเขาได้ดีขึ้น ผมว่าเรื่องนี้เรื่องใหญ่นะครับ และจะไปในทิศทางที่ท่านอยากจะเห็นว่าเป็นการกระจายอำนาจที่แท้จริง แต่เป็นการ กระจายอำนาจในเชิงข่าว ในเชิงสาระ ในเชิงการทำสื่อ เพื่อให้ท้องถิ่นนั้นได้สามารถเป็น ตัวของตัวเองเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ต้องเรียนท่านว่าเป็นสิ่งที่ตั้งใจอยู่ แล้ววันนี้ท่านทั้งหลายมีความเป็นห่วง เรื่องสิ่งแวดล้อม โลกร้อนน้ำท่วม ขยะ ผมคิดว่าเรามีความเห็นตรงกันครับ ผมเองก็เป็นห่วง และจะต้องพยายามทำในเรื่องนี้ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ทั้ง ๆ ที่ท่านผู้อำนวยการก็บอกว่าเราก็เน้น เรื่องนี้อยู่แล้วผมก็รับกับท่านครับว่าจะพยายามกวดขันจะพยายามทำให้ไทยพีบีเอสนั้นเป็น ประโยชน์ในมุมนี้ แล้วท่านก็มีบางท่านที่พูดถึงว่าตอนนี้ทุกคนก็เป็นสื่อโซเชียลมีเดีย (Social Media) เราจะทำอย่างไรที่จะช่วยประคับประคองโซเชียลมีเดีย (Social Media) ของเราให้เข้ารูปเข้ารอย เราจะสร้างเครือข่ายกับบรรดาคนที่ทำโซเชียลมีเดีย (Social Media) ร่วมกันเพื่อที่จะให้เขาเข้าใจของการทำสื่อที่มีหลักการได้อย่างไร เรามาร่วมมือกันและ ขณะเดียวกันไทยพีบีเอสก็ทำโซเชียลมีเดีย (Social Media) ด้วยในขณะนี้เพื่อเป็นทางเลือก ถ้าคนไม่เชื่อโซเชียลมีเดีย (Social Media) อื่นหันมาใช้กับโซเชียลมีเดีย (Social Media) ของไทยพีบีเอส ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก (Facebook) ไม่ว่าจะเป็นยูทูบ (YouTube) ไม่ว่าจะ เป็นอินเทอร์เน็ต (Internet) ไทยพีบีเอส ไม่ว่าจะเป็นติ๊กต๊อก (Tik Tok) ไม่ว่าจะเป็นอะไร ก็ตามสามารถที่จะกดหาไทยพีบีเอสแล้วก็เช็ก (Check) กับข่าวตรงนี้ได้ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าตรงนี้เป็นสิ่งที่ไทยพีบีเอสกำลังจะเดินต่อไปพร้อมกับภารกิจที่จะต้องพยายาม สร้างทุนในการมาทำงานไม่ใช่ทุนเพื่อไปแบ่งกำไรหรือเข้าพกเข้าห่อใคร ที่ท่านพูดนั้นนะครับ ไทยพีบีเอสจะต้องมีความเร็วมากขึ้น เห็นด้วยอย่างยิ่งจะต้องแม่นยำมากขึ้นและ ขณะเดียวกันต้องมากพอต่อการเปลี่ยนแปลง ผมคิดว่าการเปลี่ยนแปลงมันคงเกิดขึ้น แต่เฉพาะไทยพีบีเอสไม่ได้หรอกครับ เพราะไทยพีบีเอสคือหน่วยงานเล็ก ๆ มีคน ๙๐๐ กว่าคน งบประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทอย่างที่รู้กัน แล้วเราสร้างการเปลี่ยนแปลงตัวคนเดียวนะ ทำไม่ได้ แต่ไทยพีบีเอสต้องร่วมกับสภา ไทยพีบีเอสต้องร่วมกับโซเชียลมีเดีย (Social Media) ไทยพีบีเอส ต้องร่วมกับเครือข่ายในการทำเป็น เพราะฉะนั้นวันนี้ผมก็ดีใจครับที่ได้มาฟังท่าน ทั้งหลายในวันนี้ แล้วก็ขอยืนยันว่าหลักการอันนี้ยังคงอยู่ แล้วก็จะทำให้ดีที่สุดต่อไป ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานและสมาชิกครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ🔗
ท่านประธานจะขอถาม สักคำถามได้ไหมครับ🔗
เดี๋ยวให้ท่าน ดอกเตอร์มหานิยมก่อนนะครับท่านยกมือก่อน🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอให้กำลังใจผู้บริหาร ผมเสริมคำพูดของท่านอาจารย์นิดหนึ่ง คือไทยพีบีเอสโดยกำเนิด ของไทยพีบีเอสยากลำบากอยู่แล้ว แต่พอตอนหลังพอมีเงินสนับสนุน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ก็ทำให้ไทยพีบีเอสติดปีกเหมือนกันนะครับ คืออย่างนี้ท่านประธานอาจารย์บอกว่าไทยพีบีเอส ไม่ต้องมีสปอนเซอร์ (Sponsor) แบบที่เขามีนายทุน เพราะฉะนั้นผมต้องพูดคำนี้เสริม อาจารย์ว่าเป็นสถานีโทรทัศน์ช่องเดียวที่ไม่ต้องเกรงใจนายทุน นี่คือผมต้องฝากทางผู้บริหาร ว่าผมเข้าใจที่ท่านพูดบอกว่า ท่านเจาะข่าวเยอะแยะลึก แต่ผมยังอยากให้มากกว่านี้ ผมอยากให้มันยืนอยู่แถวหน้า ตอนนี้ไทยพีบีเอสต้องรับยอมรับความจริงไม่ได้ยืนอยู่แถวหน้า ในข่าวก็ดี เพราะฉะนั้นผมฝากท่านว่าเป็นโทรทัศน์ช่องเดียวที่ไม่ต้องมีนายทุนแล้วไม่ต้อง เกรงใจนายทุน เพราะฉะนั้นท่านทำได้เลยอันไหนที่ทำแล้วมันลึกทำเลยที่ท่านบอกว่า ไปเจาะข่าวนั่นคือประเด็นว่าผมอยากเห็นหลาย ๆ อันลักษณะแบบนี้ เพราะท่านไม่ต้อง ถ้าทำไปแล้วนี่เดี๋ยวนายทุนเขาไม่จ้างไม่ใช่ครับ เงินอันนี้คือเงินของสภา ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านทำเถอะพวกเราสนับสนุนเต็มที่และขออย่างเดียวท่านต้องอยู่กับประชาชน ท่านไม่ต้อง เกรงใจนายทุน ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านทวี🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมอยากเรียนถามนะครับ คือในกฎหมายของไทยพีบีเอสเกิดเมื่อปี ๒๕๕๑ คือในกฎหมายเขาบอกว่าทุก ๑๐ ปีน่าจะมีการให้ไทยพีบีเอส เสนอ ทบทวน ทั้งเรื่องการเงิน เรื่องนโยบายการสื่อสารต่อประชาชนรวมถึงเสนอในการแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผมเองก็ได้ ติดตามรายงานและทุกปีก็จะมีการอภิปรายทั้งในแง่ชื่นชม ในแง่ว่ายังเป็นจุดอ่อนแล้วต้อง ยอมรับว่าทุกองค์กรมันมีพลวัตแห่งการเปลี่ยนแปลง ผมก็อยากจะถามว่านี่ก็เกิน ๑๐ ปี มาแล้วได้มีการเสนอแก้กฎหมายหรือปรับปรุงอะไรบ้าง ขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านอาจารย์ หรือท่าน ผอ. มีอะไรจะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกสภานะคะ สำหรับประเด็นที่ท่าน พันตำรวจเอก ทวี ถามเรื่องของครบ ๑๐ ปีแล้วได้ทบทวนตัวเองหรือไม่ ต้องเรียนว่าคือคณะกรรมการนโยบายได้มอบหมาย ให้ฝ่ายบริหารตั้งคณะทำงานทบทวน พ.ร.บ. มาอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เรามีคณะกรรมการ ทบทวน พ.ร.บ. ส.ส.ท. มาแล้ว ๔ คณะด้วยกัน คณะแรกแต่ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ แล้วก็ คณะที่ ๒ ก็ทำงานต่อเนื่องกันมาประมาณคณะละ ๒ ปี ตอนนี้เราอยู่ในคณะที่ ๔ ที่เพิ่ง เริ่มต้นประชุมกันไปเมื่อสักประมาณ ๒ ๓ เดือนมานี้เอง คณะที่ ๔ นี้มีศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สมคิด เลิศไพฑูรย์ เป็นประธานคณะทำงาน ในคณะทำงานเราก็จะมีทั้งผู้เชี่ยวชาญ จากภายนอกต่าง ๆ เข้ามาเป็นคณะกรรมการ ในการทบทวนแต่ละครั้งก็จะมีทั้งข้อเสนอแนะ ต่าง ๆ ทั้งในมาตรา ๕๐ มาตรา ๕๑ ที่ได้กำหนดไว้ อันนี้ก็เรียนเพื่อทราบนะคะ นอกจาก คณะกรรมการทบทวน พ.ร.บ. แล้วเราก็ยังมีคณะทำงานประเมินผลสัมฤทธิ์ทางกฎหมาย ซึ่งคณะทำงานชุดนี้ก็คาดว่าจะรายงานผลของการประเมินผลสำเร็จได้ภายในไม่เกิน สิ้นปี ๒๕๖๕ นี้เช่นกันค่ะ จึงเรียนมาเพื่อทราบค่ะ🔗
ครับ ท่านสมาชิกครับ🔗
ประทานโทษครับ ผมอยากจะขอผลการประเมินหรือรายงานที่เสร็จแล้วนะครับ เพื่อจะได้ประกอบการศึกษา🔗
เมื่อจบ การอภิปรายและซักถามแล้ว ผมก็ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๔ ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ส.ส.ท. แล้ว ก็ต้อง ขอขอบคุณตัวแทนของหน่วยงานที่ได้ให้เกียรติสภาเราได้มารายงานให้สภารับทราบ ขอกราบขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิกครับเรียนว่าวันนี้เราได้พิจารณามาเป็นเวลาพอสมควร แล้วนะครับ และหมดระเบียบวาระการประชุมแล้ว ขอปิดการประชุมนะครับ ขอบคุณครับ🔗