unknown · · 533 lines

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๒๘ นาฬิกา)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือตามลำดับรายชื่อ และเวลาที่ยื่นโดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาทีนะครับ ท่านแรก ผมขอเชิญท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ตามด้วยท่านสุรทิน พิจารณ์ เชิญครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ปัญหาของประเทศชาติตอนนี้ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศก็คือปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนคือความเป็นอยู่และปัญหาวิกฤติโควิด (COVID) พี่น้อง ลำบากยากจนไปทั่วทุกหัวระแหง สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝากไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวง พลังงานนั้นก็คือไฟฟ้าการเกษตร วันนี้ท่านรีบไปทำแผนเถอะครับ แล้วก็ให้กระจายแล้วก็ ไม่ต้องขี้เหนียวเรื่องไฟฟ้าการเกษตร เพราะท่านเก็บไฟฟ้าจากการใช้ในบ้านแพงอยู่แล้ว พี่น้องโดยเฉพาะจังหวัดสุรินทร์หรือภาคอีสานบ้านประธานก็ดีไม่ใช่เป็นคนที่ขี้เกียจนะครับ เป็นคนที่ขยันแต่เราขาดน้ำ เพราะพ่อหลวง ร.๙ ท่านตรัสไว้ว่าน้ำคือชีวิต ถ้ามีน้ำมีอาชีพ เดียวเท่านั้นที่จะฟื้นฟูได้ก็คือเรื่องของเกษตรกรในการปลูกพืชปลูกข้าวแล้วก็เลี้ยงสัตว์ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าไฟฟ้าการเกษตรนี้ขอได้ง่ายแล้วก็ให้เต็มที่ผมคิดว่าประเทศไปรอดครับ แล้วไปบวกกับที่กระทรวงพลังงานเหมือนกัน นั่นก็คือกองทุนพลังงานที่ให้แผงโซลา ในสมัย ที่ผ่านมาหรือปีที่แล้วการให้แผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ไปนี้มันยุ่งยากมาก มันต้องมา ขอกองทุนโดยตรง ขอแล้วก็มีอุปสรรคในเรื่องของเอกสาร ท่านประธานเชื่อไหมครับที่บ้านผม อำเภอศีขรภูมิ หลายตำบลพี่น้องขุดบ่อบาดาลไว้ ๒ ปี เข้าปีที่ ๓ ผมมาเรียกร้องในสภา ๓-๔ ครั้ง ถึงจะได้แผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ไปจากกระทรวงพลังงานและผิดแล้วผิดอีก แก้อีก ฉะนั้นวิธีการทำง่าย ๆ ก็คือมอบให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเลย ให้เขาไปบริหารจัดการ ในการทำ ถ้าเขามีน้ำอยู่ปลอดภัยครับ แล้วผมเชื่อแน่ว่าพี่น้องอีสานบ้านผมโดยเฉพาะ จังหวัดสุรินทร์อยู่กันอย่างมีความสุขและเมืองสุรินทร์นั้นเป็นเมืองเกษตรกรด้วย เหมือนกับ บ้านท่านประธานครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรทิน ตามด้วยท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ เชิญครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ🔗

เรื่องที่ ๑ คือถนนเป็นหลุมเป็นบ่อในหมู่บ้านแอร์วิลล่า หมู่บ้านสัมพันธ์วิลล่า เทศบาลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี อันนี้ตั้งแต่ตั้งหมู่บ้านมาไม่เคยได้ซ่อมแซม สักที ฝากไปที่เทศบาลคูคต กระทรวงมหาดไทย🔗

เรื่องที่ ๒ น้ำกินน้ำใช้ของบ้านโนนตาเถร ตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น พอหน้าฝนน้ำไหลลงตามห้วย หนอง คลอง บึง น้ำที่มาทำประปามันมีกลิ่น ฝากไปที่ประปาส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทยด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ พี่น้องกลุ่มปัญหาจากทั่วสารทิศของประเทศไทยเดินทางเข้ามาสู่ กรุงเทพฯ หรือเรียกว่า ม็อบ (Mob) ท่านประธานครับ เดี๋ยวนี้เข้ามาล้อมทำเนียบรัฐบาล มาแล้ว ๒ ม็อบ (Mop) เมื่อวานนี้ ๕,๐๐๐ คน วันนี้ ๕,๐๐๐ คนมาจากสภาประชาชน ๔ ภาค นำโดยคุณประภาส โงกสูงเนิน อีกกลุ่มหนึ่งเพิ่งเดินทางมาที่หน้ากระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ๗,๒๐๐ คน นำโดยดอกเตอร์ศักดา กาญจนเสน สภาเกษตรกรภาคอีสาน ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องเข้ามาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๑ และมาตรา ๕๘ มาเรียกร้องสิทธิ เรียกร้องทุกปี ถ้าไม่มารัฐบาลผู้มีอำนาจก็ไม่ดูดำดูดี ปีนี้จะทยอยเข้ามา ทุกกลุ่มครับ เข้าใจว่าจะประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน อีกไม่ถึง ๑๕ วัน ๑๐๐,๐๐๐ คนแน่นอน ฝากไปที่กรุงเทพมหานครช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องรถส้วม รถน้ำ และตำรวจนครบาล อำนวยความสะดวกด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรังสรรค์ ตามด้วยคุณศรีนวล บุญลือ นะครับ🔗

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย เมื่ออาทิตย์ ที่ผ่านมาท่านประธาน ฝนตกน้ำท่วมในเขตพื้นที่จังหวัดลำพูนหลายพื้นที่ ผมจะยกตัวอย่าง เช่น อำเภอทุ่งหัวช้าง ฝนตกน้ำท่วมจนตลิ่งพัง ฝายพัง แล้วน้ำก็ไหลท่วมนาข้าว ไร่ข้าวโพด ไร่ถั่วแระญี่ปุ่น มาถึงอำเภอลี้ที่ตำบลลี้ บ้านฮ่อมต้อ น้ำไหลเข้าพื้นที่บ้านเรือน พี่น้อง ชาวบ้านไร่นาเสียหายจนน้ำลี้ก็ไหลมาที่ตำบลแม่ตื่นที่บ้านแม่เทยพัฒนา ตลิ่งพังหมดครับ ท่านประธานส่งคนไปดูได้ แล้วหลังจากนั้นน้ำลี้ก็ไหลมาที่บ้านโฮ่งครับ ไหลบ่าเข้าบ้านเรือน พี่น้องราษฎร สะพานชำรุด คอสะพานทรุด ตลิ่งพังแล้วน้ำลี้ก็ไหลไปที่อำเภอเวียงหนองล่อง เหมือนกันครับ น้ำลี้ไหลไปถึงเวียงหนองล่อง บ้านเรือนพี่น้องราษฎรถูกน้ำท่วมหมด ไร่นา ไร่สวนลำไยถูกน้ำท่วมเสียหายหลายที่ ที่ตำบลหนองล่อง บ้านของชาวบ้านทรุดไปทั้งหลัง และที่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน น้ำปิงกับน้ำทาไหลเอ่อล้นท่วมบ้านพี่น้องราษฎรบ้านผม พื้นที่ทำการเกษตรเสียหายเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นผมจึงฝากท่านประธานว่าขอให้ท่านประธาน มีหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรีที่รักษาการอยู่ตอนนี้ว่าให้สั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร พี่น้องชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ที่ผ่านมาที่จังหวัดลำพูนด้วยครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศรีนวล ตามด้วยท่านจรัส คุ้มไข่น้ำ เชิญคุณศรีนวลก่อนครับ🔗

นางสาวศรีนวล บุญลือ เชียงใหม่

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทยเจ้า🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นางสาวศรีนวล บุญลือ เชียงใหม่

ช่วงนี้มีพายุมาถล่มที่จังหวัดเชียงใหม่ รอบ ๒ รอบ ๓ ปัจจุบันนี้คืนเมื่อวานเป็นรอบ ๓ นะเจ้า ซึ่งสร้างปัญหาความเดือดร้อน น้ำนี่จะไหลมาจากอำเภอสะเมิง แม่น้ำขาน หมู่บ้านที่เสียหายคือหมู่ที่ ๙ บ้านสันปูเลย หมู่ที่ ๑๐ บ้านห้วยแก้ว หมู่ที่ ๑ บ้านทุ่งศาลา หมู่ที่ ๒ บ้านเหล่าป่าฝาง หมู่ที่ ๘ บ้านริมขาน ตำบลดอนเปา อำเภอแม่วาง อำเภอสันป่าตอง ตำบลบ้านแม ตำบลน้ำบ่อหลวง ตำบล ทุ่งสะโตก ตำบลสันกลาง ตำบลท่าวังพร้าว ตำบลยุหว่า ตำบลแม่ก๊า เทศบาลบ้านกลาง ดอยหล่อก็มีตำบลสันติสุข ตำบลยางคำ อำเภอจอมทอง ตำบลข่วงเปา และตำบลบ้านหลวง ข้าเจ้าในนามตัวแทนพ่อแม่พี่น้องประชาชนอยากร้องขอผ่านประธานสภาไปยังนะเจ้า หลังจากฝนหยุด น้ำลด ขอกรมเจ้าท่าเร่งเข้าไปแก้ไขปัญหาโดยขุดลอกเอาขี้โคลนวัชพืช ซากไม้ที่ติดอยู่ลำน้ำเร่งแก้ไขขุดออกขึ้นโดยเร็วด่วนนะเจ้า แล้วฝากกรมโยธาเร่งแก้ไขปัญหา จัดสรรงบประมาณก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังเพื่อป้องกันหื้อระยะยาวนะเจ้า แล้วสำหรับ ตำบลน้ำบ่อหลวงกับตำบลบ้านกลางขอความร่วมมือกรมทางหลวงชนบท กรมชลประทาน เพราะว่าทุกวันนี้ถนนกับทั้งคลองส่งน้ำของกรมชลประทานเร่งแก้ไขหาทางระบายน้ำหื้อกับ ๒ ตำบลนี้ เพราะว่ามีปัญหาเดือดร้อนอย่างมากนะเจ้า ขอเร่งแก้ไขโตย ขอบคุณท่านประธาน ณ โอกาสนี้เจ้า ขอขอบคุณเจ้า🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจรัส ตามด้วยท่านสุทา ประทีป ณ ถลาง เชิญครับ🔗

นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ชลบุรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๖ พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาตหารือปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ คือปัญหาความเดือดร้อนจากกระแสไฟฟ้าตกเป็นประจำครับ ชาวชุมชนตำบลบึง หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ อำเภอศรีราชา เป็นพื้นที่ในความรับผิดชอบของเทศบาล นครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ซึ่งมีปัญหากระแสไฟฟ้าตกต่อเนื่องมานานกว่า ๒ ปีครับ จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการเร่งรัดตรวจสอบและแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ คือปัญหาสะพานท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา ปัจจุบัน ไม่มีหลังคากันแดดกันฝน พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สัญจรไปมาต่างได้รับความ เดือดร้อนลำบากในการเดินเท้าระยะทางประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ เมตร ต้องฝ่าแดดฝ่าฝน ในการเดินทาง โดยเฉพาะลูกหลาน เด็กนักเรียน นักศึกษา ชาวเกาะล้านจำนวนมากกว่า ๒๐๐ คนที่ต้องเดินทางไปโรงเรียนเป็นประจำระหว่างเกาะล้านถึงเมืองพัทยา ดังนั้นกระผม จึงขออนุญาตฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการจัดสรรงบประมาณมา เพื่อการก่อสร้างหลังคากันแดดกันฝนให้กับพี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยวที่สัญจรไปมา ได้รับความสะดวกและปลอดภัยด้วยครับ ขอกราบขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุทา ตามด้วยท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ครับ🔗

นายสุทา ประทีป ณ ถลาง ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุทา ประทีป ณ ถลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานผ่านไปถึงกระทรวงมหาดไทย กรณีได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ชาวภูเก็ต ถนนบารมี ตำบลป่าตอง การขอบ้านเลขที่หรือทะเบียนบ้านชั่วคราวแต่ไม่ได้รับ การอนุญาตให้มีทะเบียนบ้านชั่วคราว ซึ่งเข้าใจว่าเป็นนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและ มีระเบียบในเรื่องของการอนุญาตออกเลขทะเบียนบ้านชั่วคราวให้กับประชาชน ซึ่งจะเป็น ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในกรณีที่ขอไฟฟ้า ขอน้ำ ซึ่งเป็นสาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ นับได้ว่าเป็นปัจจัยหนึ่งสำหรับการใช้วิถีชีวิตในการดำรง ชีพต่าง ๆ ตลอดจนสร้างความเดือดร้อนให้กับเด็กนักเรียนที่ต้องใช้ไฟฟ้าในการศึกษาเล่า เรียน ต้องมีวายฟาย (WiFi) ต้องมีอะไร ต้องใช้อุปกรณ์การเรียนที่ประกอบกับเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่หมู่บ้านดังกล่าวทั้งหมดมี ๕๐ หลังคาเรือน ประชากรประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ คน แต่ผมเอง ผมไม่ได้เดินทางทั่วประเทศ ที่ผมไปพบเจอมาก็ไม่ใช่เฉพาะที่จังหวัดภูเก็ต และเชื่อว่า ความเดือดร้อนเกิดขึ้นทั่วประเทศครับ ก็เรียนท่านประธานได้หารือไปยักระทรวงมหาดไทย ได้โปรดศึกษานโยบายและแก้ไขระเบียบในการออกทะเบียนบ้านชั่วคราวให้กับประชาชน เพื่อให้ได้ใช้สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานนะครับ ส่วนปัญหาเข้าใจได้ว่ากระทรวงมหาดไทยไม่ให้ ออกทะเบียนบ้านชั่วคราวก็เพื่อป้องกันการบุกรุกที่ดินของรัฐ ซึ่งประชาชนไม่ได้มีสิทธิ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ก็ขอฝากเรื่องนี้เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนประชาชนด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกรียงศักดิ์ ตามด้วยท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ นะครับ🔗

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทย ขอกราบหารือท่านประธานนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดังนี้ครับ ขอให้ปลดล็อก วิทยุชุมชน เช่น วิทยุเสียงธรรมวัดไร่สวรรค์ อำเภอหนองวัวซอ หลวงพ่อพระครูธำรง ขอให้ พี่น้องได้ฟังเสียงธรรมะ ไม่ว่าจะอยู่บนรถบนถนน ทำไร่ไถนาเหมือนเช่นที่ผ่านมา วิทยุเสียงธรรม หลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ขอให้ กสทช. รัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรีรีบดำเนินแก้ไขโดยด่วนครับ🔗

เรื่องที่ ๒ การแก้ไขปัญหาถนนหนทางซึ่งได้รับการร้องเรียนมาจากพี่น้อง ตำบลน้ำพ่น ตำบลหนองบัวบาน อำเภอเมืองเพีย อำเภอกุดจับ อำเภอหนองวัวซอ ขอให้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย แก้ไขปัญหาในการสร้างถนนกกกอก กม. ๖ กม. ๗ สร้างถนนขึ้นวัดตะเภาทอง อำเภอกุดจับ อำเภอหนองวัวซอ เส้นบ้านดงธาตุ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๑๒ ซึ่งผิวการจราจรชำรุดเสียหาย ช่วยแก้ไขปัญหาในการสัญจรไปมาให้พี่น้อง ประชาชนโดยด่วนครับ🔗

เรื่องที่ ๓ การกำจัดผักตบชวาในเขื่อนห้วยหลวง ซึ่งเป็นเขื่อนที่ใช้อุปโภค บริโภคทั้งเทศบาลนครอุดรธานี ไม่ว่าจะเป็นที่ศาลากลาง โรงพยาบาล หน่วยงานต่าง ๆ ที่ตำบลหนองบัวบาน ตำบลน้ำพ่น ประตูระบายน้ำทุ่งนามน อำเภอเมืองเพีย อำเภอกุดจับ ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งที่มีผักตบชวามากที่สุดครับ ประมาณ ๒๐๐ ไร่ อยากให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้แก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยด่วนด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสนอง ตามด้วยท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ นะครับ🔗

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ถ้าเราดูข่าว ของโทรทัศน์แต่ละช่องจะมีข่าวที่น่าสะเทือนใจ นั่นคือปัญหาลูกหลานของเราเสพยาเสพติด เสร็จแล้วเกิดอาการหลอน พอหลอนแล้วก็ทำร้ายผู้ปกครอง ทำร้ายบิดามารดา ทำลาย ทรัพย์สินให้เสียหาย ผมได้รับการร้องเรียนเมื่อวันที่ ๒ กันยายนในขณะที่ประชุมสภาอยู่ จากนายใจดี เสมอ เป็นราษฎรตำบลดงพลอง อำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ โทรมาบอกว่า ท่าน ส.ส. ช่วยบอกตำรวจไปจับลูกผมที เพราะว่าลูกชายนั้นติดยาเสพติดเกิดอาการหลอน ทำลายทรัพย์สินที่บ้านเกรงว่าจะทำร้ายพ่อแม่ ท่านประธานที่เคารพในเรื่องยาเสพติดวันนี้ ตำรวจไปจับแต่จับเหมือนว่าพอหมดค่าเช่าบ้านก็ไปจับ พอจับเสร็จไปเรียกค่าปรับ ปรับเสร็จ ก็กลับมาก็มาเสพเหมือนเดิม ซึ่งพ่อแม่นั้นต้องการให้หลังจากที่จับหลายครั้งควรจะส่งไป บำบัดตามขั้นตอนให้ได้ผล ไม่ใช่ว่าจับเสร็จไปเสียค่าปรับแล้วเอากลับมา ผลสุดท้ายก็มาเสพ เหมือนเดิมไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ ฝากทางราชการได้คำนึงถึงข้อนี้ด้วย🔗

ประการที่ ๒ ขณะนี้ฝนตกน้ำท่วมพี่น้องเกษตรกรหลายพื้นที่ข้าวในนาเสียหาย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมการชดเชยค่าเสียหายให้กับพี่น้องเกษตรกรเพื่อจะมีรายได้ เลี้ยงครอบครัวและประกอบอาชีพต่อไป ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิวัฒน์ชัย ตามด้วยท่านสุเนตตา แซ่โก๊ะ เชิญครับ🔗

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่อง🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

เรื่องที่ ๑ เรื่องถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ศรีสะเกษ ผมได้รับคำร้องทุกข์จากนายมารยาท หอมรวง นายมานิตย์ ศุภรัตน์ ผู้ใหญ่บ้าน หนองคับคา นายสุวรรณ พลศักดิ์ ผู้ใหญ่บ้านหนองบักโทนว่าขณะนี้ถนนดังกล่าวดังต่อไปนี้ ได้ชำรุดเสียหายขาดการซ่อมสร้างมานาน ๑. ถนนสายบ้านไหล่หนองเลิงมาบ้านหนองบัวใหญ่ ระยะทาง ๑ กิโลเมตร ๒. ถนนสายบ้านหนองบัวใหญ่ไปวัดแดง ๓ กิโลเมตร ๓. ถนนสาย บ้านหนองบัวใหญ่ไปวัดหนองบักโทน ๓ กิโลเมตร ๔. ถนนสายบ้านหนองบักโทนไปบ้านหนอง คับคา ๓ กิโลเมตร ๕. ถนนสายบ้านหนองคับคาไปวัดโนนสมบูรณ์ ตำบลหนองกุง อำเภอโนนคูณ ๓ กิโลเมตร จึงถือโอกาสนี้หารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องไฟฟ้าขยายเขตเพื่อการเกษตรในจังหวัดศรีสะเกษ ผมได้นำ เรื่องนี้มาหารือในสภาแห่งนี้หลายครั้งแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรในอำเภอศรีรัตนะ อำเภอเบญจลักษ์ อำเภอพยุห์ และอำเภอไพรบึงนั้นต้องการไฟฟ้าขยายเขตเพื่อการเกษตร แต่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนั้นยังดำเนินการล่าช้า ผมจึงถือโอกาสนี้หารือท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้โปรดเร่งรัดให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ดำเนินการ ก่อสร้างไฟฟ้าขยายเขตเพื่อการเกษตรให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสุเนตตา ตามด้วยคุณทองแดง เบ็ญจะปัก🔗

นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลัง ดิฉันมีเรื่องจะปรึกษาหารือ ท่านประธานผ่านไปยังสำนักงานประกันสังคม เรื่อง ขอให้สำนักงานประกันสังคมจัดทำรูปแบบ สิทธิประโยชน์ กรณีชราภาพของกองทุนประกันสังคมให้มีความเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ และสภาพสังคมในปัจจุบัน ท่านประธานคะจากข้อมูลการสำรวจประชากรในประเทศไทย ปี ๒๕๖๔ เรามีผู้สูงอายุสูงถึง ๑๓.๓ ล้านคน คิดเป็นร้อยละ ๑๙.๖ ของประชากรทั้งประเทศ และมีแนวโน้มว่าจำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จากการเปลี่ยนผ่าน เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทยสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือการจัดสวัสดิการทางสังคม ให้สามารถรองรับผู้สูงอายุได้อย่างครอบคลุมทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ สำนักงานประกันสังคม มีบทบาทสำคัญในการสร้างหลักประกันและความมั่นคงในการดำรงชีวิตให้แก่ผู้สูงอายุที่เป็น ผู้ประกันตน เช่น สิทธิประโยชน์กรณีชราภาพนับว่าเป็นสิทธิประโยชน์ที่สร้างรายได้หลังจาก เกษียณอายุการทำงานเป็นมาตรการรองรับผู้ประกันตนสูงอายุให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้ แต่ปัจจุบันพบว่าการจัดสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพของสำนักงานประกันสังคมมีความเสี่ยง ที่จะไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพภายใต้สภาวะความผันผวนทางเศรษฐกิจ เช่น ผู้ประกันตน ที่ส่งเงินสมทบเต็มที่เต็มเพดานเลย ๓๓ ปีติดต่อกัน เขาก็จะได้รับเงินบำนาญชราภาพ ๗,๐๕๐ บาทต่อเดือน ซึ่งบางทีเขาอาจจะอยากส่งเงินสมทบที่มากขึ้นในขณะที่เขายังมีรายได้ เพื่อส่งผลต่อเงินบำนาญที่มากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะเพดานการคำนวณเงินเดือน อยู่ที่ ๑๕,๐๐๐ บาท ดิฉันจึงเรียนปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังสำนักงานประกันสังคม ให้ศึกษาแนวทางการจัดรูปแบบสิทธิประโยชน์ใหม่ กรณีชราภาพให้มีความเหมาะสมกับ สภาพเศรษฐกิจและสภาพสังคมในปัจจุบันด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านทองแดง ตามด้วยคุณพรรณสิริ กุลนาถศิริ คุณทองแดงยังเข้ามาไม่ทันนะครับ เชิญคุณพรรณสิริ ทันไหมครับ🔗

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

ดิฉันขอเรียนไปยังกรมโยธาธิการและ ผังเมือง และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กรณีปัญหาสะพานพระร่วง ซึ่งได้รับแจ้งจากนางภัสสร ดอนพิมพา นายกเทศมนตรีเมืองสุโขทัยธานีและคณะ ท่านประธาน สะพานพระร่วงเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างเมื่อปี ๒๕๑๑ ขนาดกว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๘๐ เมตร เป็นสะพานข้ามลำน้ำยมบริเวณกลางใจเมืองสุโขทัย สะพานบริเวณด้านเหนือ และด้านใต้ตลอดริมฝั่งน้ำยาวประมาณ ๕ กิโลเมตร มีพนังกั้นน้ำซึ่งมีความสูงถึง ๓-๕ เมตร ด้วยกัน ทำให้ปัญหาเวลาน้ำท่วมไหลหลากซึ่งทราบดีว่าจังหวัดสุโขทัยน้ำท่วมบ่อยมาก กระแสน้ำที่ไหลแรงและรวดเร็วทำให้สวะแล้วก็ขอนไม้ไปอุดตันบริเวณคอสะพานทำให้ แรงดันของน้ำมีความรุนแรงยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการกัดเซาะสะพาน เกิดรอยร้าวหลายแห่ง และที่สำคัญยิ่งมีความเสี่ยงที่ฐานรากและตอม่อมีความชำรุดหลายที่ด้วยกัน ในการนี้สะพาน แห่งนี้เป็นสะพานสำหรับการจราจรของประชาชนอย่างหนาแน่นตลอดจนได้รับการถ่ายโอน จากกรมทางหลวงมาให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นั่นคือเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ซึ่งเกินศักยภาพที่จะดูแลแก้ไขโดยลำพังได้ การนี้จึงขอนำเรียนไปยังกรมโยธาธิการและ ผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้โปรดสำรวจโครงสร้างวิศวกรรมเพื่อวินิจฉัยว่าจะซ่อมหรือว่า จะดำเนินการสร้างให้ใหม่เพื่อให้เทศบาลเมืองสุโขทัยธานีได้ดำเนินการในลำดับขั้นต่อไป ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ตามด้วยท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี หนองบัวลำภู

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชาวบ้านเลือกมาจังหวัดหนองบัวลำภู เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขอหารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดังต่อไปนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี หนองบัวลำภู

เรื่องที่ ๑ เนื่องจากหลายวันนี้ พายุฝนเข้าจึงทำให้จังหวัดหนองบัวลำภูประสบปัญหาเกิดอุทกภัยน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอนากลางซึ่งทำให้ทรัพย์สินตามบ้านเรือน สัตว์เลี้ยงทางการเกษตร และพืชผลทางการเกษตรของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดหนองบัวลำภูได้รับความเสียหาย ผมจึงอยากจะขอฝากไปยังทางนายกรัฐมนตรีหรือรักษาการนายกรัฐมนตรีซึ่งมีอำนาจสั่งการ มีอำนาจพิจารณาอนุมัติงบกลาง อยากจะขอฝากไปยังทางกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานจังหวัด และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้โปรดเร่งช่วยเหลือและฟื้นฟูเยียวยา พี่น้องประชาชนโดยด่วนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องจากนโยบายทวงคืนผืนป่าหลายแสนไร่ที่สั่งการโดยรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในช่วงยึดอำนาจซึ่งดำเนินการโดยปราศจากความละเอียดรอบคอบ และปราศจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่จึงส่งผลทำให้เขตป่า เขตอุทยานแห่งชาติ ทับซ้อนกับพื้นที่อยู่อาศัยพื้นที่ทำกินของพี่น้องประชาชนจังหวัดหนองบัวลำภูในหลายแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลกุดแห่ อำเภอนากลาง ตำบลบุญทัน อำเภอสุวรรณคูหา ตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ซึ่งพี่น้องประชาชนมีเอกสารสิทธิและอยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยก่อน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเกิดอีกครับ ผมอยากขอให้ทางรัฐบาลที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตั้งคณะทำงานแก้ไข ปัญหาเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฏฐ์ชนน🔗

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขามของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้วันศุกร์ที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๕ รัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ได้แก้ปัญหาเรื่องราคายางมาประมาณ ๓ ปีครึ่ง ออกนโยบายประกันรายได้อัดฉีดงบประมาณ เฉพาะปัญหาราคายางไม่ต่ำกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด และยั่งยืนได้ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวสวนยางทุกไตรมาส เรื่องราคายางตกต่ำทำได้ แค่ปรึกษาหารือเหมือนวันนี้อภิปรายในสภาแถลงข่าวกระตุ้นให้กับรัฐบาลและหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ วันนี้ท่านประธานราคายางพาราดีอาร์ซี (DRC) ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๔๓ บาท ประชาชนเขาบ่นครับ ของแพง ค่าแรงถูก ปลูกอะไรก็เจ๊ง รัฐบาลต้องออกนโยบายแนวทาง แก้ปัญหาแบบยั่งยืน กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่หาตลาดเปิดตลาดใหม่ทำหน้าที่เซลส์แมน (Salesman) ในการขายยาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็เช่นกันครับควบคุมการผลิต ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำจนถึงการส่งออก อย่าไปโทษการยางแห่งประเทศไทย หรือว่า กยท. เป็นแค่รัฐวิสาหกิจเล็ก ๆ ทำงานรูทีน (Routine) ไม่ใช่หน่วยงานกำหนดนโยบายแก้ปัญหา ราคายางทั้งระบบ เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาราคายางอย่าแก้โดยใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) เพราะไม่ตรงจุดแค่บรรเทาอาการไม่สามารถแก้ปัญหาระยะยาวได้ทำให้ ชาวสวนยางลืมตาอ้าปาก แต่ก็เป็นเรื่องแปลกครับ พอราคายางพาราขยับไป ๖๐ ๗๐ บาท ทุกพรรคการเมืองต่างออกมาแสดงว่าเป็นฝีมือของตนและผลงานของตัวเอง ตอนนี้ราคายาง ตกแล้วครับ ๓ กิโลกรัม ๑๐๐ ทุกพรรคเงียบครับ กลับไปโทษพรรคอื่น เพราะฉะนั้นเป็น นักการเมืองต้องรับผิดและต้องรับชอบไปพร้อม ๆ กันออกมาช่วยเหลือยามที่ชาวสวนยาง มีทุกข์ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนางสาวละออง ติยะไพรัช ตามด้วยท่านนิยม ช่างพินิจ นะครับ🔗

นางสาวละออง ติยะไพรัช เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง แล้วก็กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม คือในอำเภอแม่ฟ้าหลวงจะเป็นอำเภอที่เป็นเมืองท่องเที่ยวแล้วก็ มีพืชผลทางการเกษตรตอนนี้ไหล่ทางถนนคับแคบมาก ขอให้ทางกรมทางหลวงขยายไหล่ทาง🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นางสาวละออง ติยะไพรัช เชียงราย

ตั้งแต่บ้านอาแหม อันนี้คือเส้นทาง ที่มันจะคดเคี้ยวมาก บ้านอาแหมจนถึงไร่ชา ๑๐๑ บ้านกลางจากอาแหมคือตำบลแม่สลองใน แล้วก็ไร่ชา ๑๐๑ บ้านกลาง ตำบลแม่สลองนอก ท่านประธานถนนคดเคี้ยวมากแล้วมันแคบ แล้วทำให้นักท่องเที่ยวและระยะเวลาการขนส่งพืชผลการเกษตรลำบากมาก🔗

อีกเรื่องหนึ่งก็คือพี่น้องประชาชนทางชายขอบแล้วเมื่อวานนี้เองดิฉันอยากจะ พูดคุยกับ กสทช. แต่ว่าเราได้ปิดสภาไปก่อนนะคะ ก็คือเรื่องของสัญญาณโทรศัพท์และ สัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) มีความสำคัญมากกับพี่น้องทางอำเภอแม่ฟ้าหลวง ในเรื่องของการท่องเที่ยวแล้วก็การที่จะขายสินค้าการเกษตรให้กับที่ต่าง ๆ ทั้งออนไลน์ (Online) ทั้งหลาย โดยเฉพาะแม่คำหลวงเขาก็มีโครงการว่าจะทำเป็นเมืองท่องเที่ยวแล้วก็ การขายสินค้าของเขา แล้วเวลานี้ถ้าสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่อำเภอแม่ฟ้าหลวงทุกที่จะเกิด ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในอำเภอแม่ฟ้าหลวงมาก และพื้นที่ในอำเภอแม่จันก็เหมือนกัน ในส่วนของทางไปเชียงแสนสัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มี อันนี้ก็ถึงแม้จะใกล้ในตัวเมืองก็ไม่มี ท่านประธาน ดิฉันขอฝากไปทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแล้วก็หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะท่านประธาน ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณนิยม ตามด้วยนางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน นะครับ🔗

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก เรื่องที่ผมจะหารือมีอยู่ ๓ เรื่อง ด้วยกันนะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ คือผมอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งรัดในการจ่ายเงิน โดยเฉพาะโครงการตัดอ้อยสดลดปัญหามลภาวะเป็นพิษหรือว่าลดพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) จนป่านนี้ยังไม่ได้เงินนะครับ เพราะว่าอย่างไรเราก็ต้องจ่ายเขา จ่ายช้า จ่ายเร็วก็ต้องจ่าย แต่สิ่งที่สำคัญถึงเงินจะไม่มากแต่พี่น้องเกษตรกรถ้าได้รับไปแล้วเขามีความหมายสำหรับเขา นี่คือเรื่องแรกครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ความล่าช้าในการออกเอกสารสิทธิ หรือที่เรียกว่า น.ค. โดยเฉพาะ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คือวันนี้เองในนิคมสร้างตนเอง บางระกำ เป็นสมาชิก ๕ ปีแล้วอะไรตามเงื่อนไข จน ๑๐ ปี ๒๐ ปีก็ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิ ตรงนี้ เพราะฉะนั้นผมอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตาม โดยเฉพาะออกเอกสารสิทธิ ให้กับเขานะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญแล้วก็เป็นปัญหา โดยเฉพาะในเขต พื้นที่อำเภอเมือง ไม่ว่าตำบลท่าโพธิ์ ตำบลงิ้วงาม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก บ้านไร่ โคกสลุด สนามคลี ตลิ่งจะพังหมดแล้ว แต่วันนี้เราจะซ่อมตลิ่งมันก็จำเป็นต้องซ่อม แต่ปัญหาสำคัญที่เราจะแก้ที่สาเหตุปัญหานะครับ ผมอยากให้ตั้งงบปี ๒๕๖๗ ไปศึกษา ในการสร้างเขื่อนทดน้ำเพื่อที่จะรักษาระดับน้ำที่จะป้องกันไม่ให้เขื่อนข้างตลิ่งพัง ถ้าอย่างนั้น เราซ่อมไม่ไหวหรอกครับ วันนี้เราตั้งงบไปศึกษาเถอะครับ แล้วก็ลงทุนครั้งเดียวเราจะแก้ ที่สาเหตุของปัญหา แล้วปัญหานี้ก็จะไม่เกิดขึ้นก็คงจะฝากไว้ เพราะว่าวันนี้เองถ้าเราสร้างได้ ถ้าเป็นไปได้สร้างเขื่อนเถอะครับ มันได้ทั้งภาคการเกษตร ได้ทั้งการท่องเที่ยวและสิ่งที่สำคัญ เราจะไม่ต้องมามีปัญหาในการซ่อมตลิ่งอีกต่อไปเลยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญคุณญาณธิชา ตามด้วย ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง นะครับ🔗

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาค่ะ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกล ดิฉันมีเรื่องปรึกษาหารือในสภา ๑ เรื่อง ท่านประธานคะ ดิฉันได้พูดคุยกับท่านนายกเทศมนตรี ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ท่านนายกบุญยัง พละกูล พบว่าชาวบ้าน ในตำบลคลองใหญ่ประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรค่ะ เนื่องจากชาวบ้าน ในบริเวณนั้นส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรมปลูกลำไยกันถึง ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องการใช้น้ำ เพื่อทำการเกษตรเป็นจำนวนมาก และแหล่งน้ำในปัจจุบันที่มีเป็นแหล่งน้ำลำคลองตามธรรมชาติ มีสภาพตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ ส่งผลให้หน้าแล้งของทุกปีเกิดการ ขาดแคลนน้ำและผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านเสียหายเป็นจำนวนมากค่ะ ดังนั้น ทางเทศบาลคลองใหญ่มีงบประมาณไม่เพียงพอ จึงมีความประสงค์ขอสนับสนุนของบประมาณ เพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองผักกาด หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าอ่างเก็บน้ำเขาตาโฮ้ ในพื้นที่หมู่ที่ ๓ บ้านผักกาด ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ที่ผ่านมาได้มีการทำเรื่องไป หลายครั้งแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า และในปีนี้ได้ทำเรื่องไปอีกครั้ง ก็คือในปี ๒๕๖๕ ท่านประธานในช่วงหน้าแล้งในพื้นที่นี้เดือดร้อนมากจริง ๆ ดิฉันได้ลงพื้นที่ ในบางปีก็พบว่าลำไยยืนต้นตาย มองไปทางไหนก็เห็นแต่ต้นลำไยใบเหี่ยวแห้งเป็นสีน้ำตาล สุดลูกหูลูกตาค่ะ เป็นพื้นที่แห้งแล้งซ้ำซาก หากมีอ่างเก็บน้ำสร้างขึ้นในพื้นที่ที่กล่าวมา ก็จะช่วยทำให้เกษตรกรมีน้ำใช้เพื่อการเกษตรมากขึ้นและใช้ประโยชน์กันได้หลายพื้นที่ เช่น บ้านผักกาด บ้านนา บ้านเสียมจับ บ้านมะรุม บ้านคลองใหญ่ จึงขอปรึกษาหารือผ่านไปยัง กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยค่ะขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านจองชัย ตามด้วยนางอาภรณ์ สาราคำ เชิญครับ🔗

ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี ขอหารือในเรื่องสำคัญ ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กสทช. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกแห่งในจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะอำเภอเมืองและอำเภอพานทองปรึกษาหารือร่วมกัน โดยให้ความสำคัญและวางแผนจัดสรรงบประมาณมากขึ้น เรื่องการปรับภูมิทัศน์ของเมือง ในการนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารต่าง ๆ ลงใต้ดิน หรือจัดระเบียบสายเหล่านี้ครั้งใหญ่ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและความสวยงามของเมือง กระผมได้ให้ความสำคัญ พยายามผลักดันเรื่องนี้มาตลอด พูดผ่านสภาไปถึงหน่วยงานต่าง ๆ ก็หลายครั้ง ซึ่งต้องยอมรับว่า หลายฝ่ายหลายหน่วยงานก็ได้เริ่มมีการวางแผนและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่ผมคิดว่า ยังไม่มากพอและยังล่าช้าอยู่ จะเห็นได้จากเหตุการณ์ซึ่งเป็นอุทาหรณ์ชั้นดีเลยเกิดขึ้นหลายครั้ง ที่เห็นได้ตามข่าวและที่ไม่เป็นข่าว ไม่ว่าจะเป็นสายไฟ สายสื่อสารนั้นเกิดไฟลุกไหม้จนทำให้ บ้านเรือนเสียหายหรือสายพันกันห้อยลงมาทำให้ผู้สัญจรไปมาได้รับอุบัติเหตุ เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนไม่น้อยเลยในแต่ละปี ผมเองทราบดีถึงข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณและบุคลากรของรัฐในการที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ ในทันท่วงที แต่อย่างไรก็ตามขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเร่งให้ความสำคัญจัดสรร งบประมาณมากขึ้นในเรื่องนี้ เพื่อความปลอดภัยและความสวยงาม และความเป็นระเบียบ ของบ้านเมืองครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย หรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในเมืองใหญ่ ๆ เช่น ชลบุรีบ้านผมเร่งประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้ ในการกำจัดขยะและเร่งเสริมสร้างวินัยให้กับเยาวชนในเรื่องนี้ครับ และขอให้มีการอำนวย ความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนโดยกำหนดรอบในการกำจัดขยะชิ้นใหญ่ให้บ่อยมากขึ้น เพื่อป้องกันการแก้ปัญหาอุดตันทางระบายน้ำเป็นเหตุให้น้ำท่วมในเขตเมืองใหญ่ ๆ ที่เห็น ทุกวันนี้ การอุดตันดังกล่าวมักเกิดจากขยะและสิ่งของเหลือใช้จากบ้านเรือน ตลาด ชุมชน การลอกท่อแต่ละครั้งบางทีเราจะเห็นโซฟา (Sofa) โต๊ะ เก้าอี้ก็มี ซึ่งการแก้ไขปัญหาขยะ จำต้องร่วมมือกันระหว่างประชาชนและหน่วยงานของรัฐเพื่อส่งเสริมจิตสำนึกของชุมชน ให้ความรู้การกำจัดขยะที่ถูกต้องอันจะส่งผลให้เกิดความสวยงามในบ้านเมือง ความปลอดภัย และเป็นอีกทางหนึ่งในการแก้ปัญหาน้ำท่วมในเมืองใหญ่ ๆ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณอาภรณ์ครับ ตามด้วยคุณวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ครับ🔗

นางอาภรณ์ สาราคำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอาภรณ์ สาราคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ🔗

เรื่องที่ ๑ ดิฉันได้ลงพื้นที่กับ ส.จ. กรวีร์ สาราคำ ได้มีโอกาสร่วมประชุม บูรณาการกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้รับการร้องเรียนจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้ร้องขอให้ผู้มีอำนาจในการอนุมัติค่าตอบแทนหรือสวัสดิการให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและทำหน้าที่เป็นปราการด่านแรกที่ช่วยเหลือแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนตั้งแต่แรกเกิดจนถึงตาย และยังเป็นหน่วยงานหลักให้กับ กระทรวงมหาดไทยได้เป็นอย่างดีเยี่ยมค่ะท่านประธาน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นางอาภรณ์ สาราคำ อุดรธานี

เรื่องที่ ๒ ดิฉันรับการร้องเรียนจาก ส.จ. ชัยณรงค์ เนื่องไชยยศ ซึ่งเป็น ส.จ. ในเขตอำเภอประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในการสัญจรไปมาจากถนนเส้นทางบ้านหนองหญ้าม้า ตำบลนาม่วง อำเภอประจักษ์ศิลปาคม ถนนกว้าง ๖ เมตร ระยะทางยาวประมาณ ๒,๐๐๐ เมตร และถนนเส้นทางบ้านโนนทรายฟอง ตำบลนาม่วง อำเภอประจักษ์ศิลปาคม ถนนกว้าง ๖ เมตร ระยะทางยาวประมาณ ๓,๐๐๐ เมตร ถนนทั้ง ๒ เส้นมีความชำรุดเสียหาย เป็นหลุมเป็นบ่อ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปถึงทางกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้จัดสรรงบประมาณในความเดือดร้อนที่ดิฉันได้เสนอไปแล้วให้กับ พี่น้องชาวอำเภอประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี อย่างเร่งด่วนด้วย ขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ แล้วก็ตามด้วยท่านมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ นะครับ🔗

นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๓ พรรคภูมิใจไทย🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ นครราชสีมา

ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าลุ่มน้ำ ลำเชียงไกรอยู่ในเขตอำเภอด่านขุนทด อำเภอเทพารักษ์ ซึ่งเป็นต้นน้ำมูล แต่เนื่องจากว่า ปัญหาการกัดเซาะชายตลิ่งเนื่องจากว่าได้มีการขุดลอก แต่เนื่องจากไม่มีการทำเป็นระบบ ฝายน้ำล้นที่ถูกต้องทำให้พี่น้องได้รับความเดือดร้อน ท่านนายกท่านธนดล กูกขุนทด นายก อบต. ตำบลบ้านเก่า อำเภอด่านขุนทด ได้พยายามแก้ไข แต่ด้วยความแรงของน้ำไม่สามารถ ต้านทานได้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หาทางแก้ไขสร้างฝายน้ำล้นหรือวิธีจัดการ อย่างไรก็ตามให้สามารถต้านทานน้ำที่รุนแรงได้ ประกอบกับปีที่แล้วพี่น้องชาวอำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่างได้เกิดชำรุดแล้วก็มีน้ำล้นมากทำให้ ทรัพย์สินพี่น้องเสียหาย ขณะนี้ยังไม่ได้รับการชดเชยขอให้ทางหน่วยงานโดยเฉพาะทาง จังหวัดเรียนให้ทราบว่าไม่มีงบประมาณเพียงพอ ขอให้ใช้งบกลางของแผ่นดินช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานะศักดิ์ ตามด้วยท่านมนตรี ปาน้อยนนท์ นะครับ🔗

นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ นนทบุรี

ขอบคุณครับท่านประธาน มานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนนทบุรี ผมมีเรื่องปรึกษาหารือฝากไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๕ เรื่อง🔗

๑. ไฟฟ้าส่องสว่างจากถนนชัยพฤกษ์ลงจากสะพานพระราม ๔ ปากเกร็ด ตัดกับถนนราชพฤกษ์มืดเกือบทั้งเส้นเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถในเวลากลางคืน ฝากกรมทางหลวง เข้าไปตรวจดูด้วยครับ🔗

๒. ไฟฟ้าส่องสว่างถนนเส้นวัดบางม่วง คลองขุนเจน มืดมาเป็น ๑๐ ๆ ปีแล้ว ซึ่งถนนดังกล่าวนี้เป็นถนนของ อบจ. ฝากประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลด้วย🔗

๓. ไฟฟ้าส่องสว่างตรงถนนสามแยกท่าน้ำถึงวัดปราสาท ตำบลบางกร่าง จะมีบางช่วงที่ติดและบางช่วงที่มืดมาก ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลด้วยครับ🔗

๔. ได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่หลายหมู่บ้านที่เกิดขึ้นใหม่ อย่างมหาศาลในเขตอำเภอบางใหญ่ อย่างเช่น หมู่บ้านเพอร์เฟค พาร์ค ซอยวัดพระนอน ที่กระแสไฟฟ้าตกบ่อยอยู่หลายครั้ง มีการร้องเรียนไปที่ไฟฟ้า แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขเข้าใจว่า ไฟฟ้าจำเป็นต้องขยายเฟส (Phase) เพื่อเพิ่มกำลังวัตต์เพื่อบริการเรื่องกระแสไฟฟ้าให้กับ ชุมชนอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ตกบ่อยแทบทุกอาทิตย์แบบนี้นะครับ🔗

สุดท้ายเรื่องยาเสพติดที่ตอนนี้ระบาดแทบทุกที่ ยาบ้าถูกแสนถูกนะครับ ก็ขอให้คุณตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันดูแลกวดขัน เพื่อเยาวชนของลูกหลาน ของพวกเราได้มีสติปัญญาพัฒนาประเทศชาติต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านมนตรี ตามด้วยท่านเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ เชิญครับ🔗

นายมนตรี ปาน้อยนนท์ ประจวบคีรีขันธ์

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายมนตรี ปาน้อยนนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้หารือท่านประธานผ่านไปกรมทางหลวง ให้พิจารณาจัดหางบประมาณและดำเนินการสร้างสะพานทางลอดข้ามจุดตัดอันตราย จำนวน ๔ แห่ง พร้อมทั้งขอให้ปรับปรุงไหล่ทางและขยายช่องทางแยกสำคัญ ๆ ไปแล้วนั้น ท่านประธานครับ วันนี้กระผมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ ๑ ก็คือ อำเภอสามร้อยยอด อำเภอกุยบุรีและอำเภอเมือง ซึ่งมีพื้นที่ที่แคบและยาวที่สุดของประเทศว่า มีจุดตัดและทางข้ามอีกหลายแห่งบนถนนเพชรเกษมเป็นจุดเสี่ยงและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง การมีถนนเพชรเกษมเพียงสายเดียวตัดผ่านไปยัง ๑๔ จังหวัดภาคใต้นั้น ประชาชนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวและผู้ใช้เส้นทางโดยทั่วไปต้องหยุดรถบนไหล่ทางและข้ามไปมาบ่อยครั้งกว่า พื้นที่อื่น ๆ จึงขอหารือท่านประธานให้ดำเนินการเพิ่มเติมได้แก่🔗

๑. สร้างสะพานทางลอดข้ามจุดอันตรายที่สี่แยกสำโรง🔗

๒. ปรับปรุงทางลอดใต้สะพานทุกแห่งบนถนนเพชรเกษมเพื่อให้รถมอเตอร์ไซค์ และรถยนต์ขนาดเล็กข้ามลอดไปมาได้อย่างสะดวกและปลอดภัย🔗

๓. ปรับปรุงเกาะกลางไหล่ถนนช่วงตลาดไร่ใหม่ให้รถวิ่งเข้าออกโรงพยาบาล สามร้อยยอดได้สะดวกยิ่งขึ้น🔗

๔. ต่อขยายเส้นทางคู่ขนานทั้ง ๒ ฝั่งจากตลาดไร่ใหม่ซึ่งมี ๑๒ เลน (Lane) ให้ออกไปทางทิศใต้ถึงหน้าเทศบาล ตำบลไร่ใหม่ และทิศเหนือไปถึงหน้าเทศบาลตำบลไร่เก่า เพื่อระบายการจราจรที่แออัดและลดอุบัติเหตุ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเอกชัยครับ ตามด้วยท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร ครับ🔗

นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ อุบลราชธานี

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เอกชัย ทรงอำนาจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ อุบลราชธานี

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากผู้ใหญ่บ้านชมเชย พันธุ์สุข เรื่องถนนจากบ้านเสียมเจริญไปบ้านโนนขาม ตำบลกุดประทาย อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี สภาพอย่างที่เห็นครับ สัญจรด้วย ความยากลำบาก ฝากท่านประธานไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยให้ช่วยสนับสนุน งบประมาณดูแลปรับปรุงถนนเป็นทางคอนกรีตเสริมเหล็กให้พี่น้องประชาชนตำบลกุดประทาย อำเภอเดชอุดม ได้รับความสะดวกด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านนายกทัศนีย์ สีดา ท่านรองนายก เสถียร ชูคำ ถนนจากบ้านคำครั่ง ตำบลคำครั่งไปบ้านหนองสนม ตำบลบัวงาม และถนน จากบ้านนานวล ตำบลคำครั่ง ไปถนนเดช-บุณฑริก ทร ๒๑๘๒ บ้านดอนชี ตำบลบัวงาม อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ผุพังเสื่อมโทรมเป็นหลุมลึกแทบจะตลอดระยะทาง ฝากท่านประธานไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยช่วยสนับสนุน ดูแลงบประมาณในการซ่อมแซมให้พี่น้องประชาชนได้รับความสะดวกด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พี่น้องประชาชนหลายคน เรียกว่าบัตรคนจน คนจนจริง ๆ ไม่มีสมาร์ตโฟน (Smartphone) ในการลงทะเบียนครับ ต้องเดินทางไกลไปลงทะเบียนที่อำเภอ ยิ่งอำเภอไหนเป็นอำเภอใหญ่ประชากรมาก ยิ่งแออัด ยิ่งเดินทางไกล เสียค่ารถ ค่าถ่ายเอกสารค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เสียเวลามากมาย ถ้ายิ่งเป็นคนป่วย ติดเตียงผู้พิการยิ่งยากลำบากครับ บางรายไม่มีคนพามาลงทะเบียน ลงทะเบียนไม่ได้ ไหน ๆ ท่านจะแจกเงินช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอยู่แล้วท่านไม่ต้องลงทะเบียนบัตรสวัสดิการให้ ยุ่งยาก แจกเป็นเงินสดไปเลยดีกว่า สะดวกกว่า พี่น้องจะซื้อกบ ซื้อเขียด ซื้อปลา ซื้อส้มตำ ซื้อข้าวปุ้น ซื้อขนมจีน ซื้อของจากตลาดชุมชนก็ซื้อได้ง่ายกว่าครับ ง่ายกว่าใช้บัตร ไม่ต้องไป รูดซื้อมาม่ากับปลากระป๋องซึ่งรูดได้ไม่กี่ร้านในชุมชน จ่ายเงินสดครับ เศรษฐกิจหมุนเวียนได้ ดีกว่า เงินหมุนหลายรอบกว่า ผม เอกชัย ทรงอำนาจเจริญครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวุฒิพงษ์ ตามด้วยนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ นะครับ🔗

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับวันนี้ขอหารือปัญหาพี่น้องประชาชนสัก ๒ เรื่อง🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี

เรื่องที่ ๑ ขอบคุณกรมชลประทาน ที่ได้มาสำรวจออกแบบสวนสาธารณะ สระหนองกระสุนในเขตเทศบาลเขื่องในเพื่อให้เป็น ที่พักผ่อนหย่อนใจของพี่น้องประชาชน และขอขอบคุณชลประทานจังหวัดอุบลราชธานี ที่ได้นำเครื่องจักรมาขุดลอกวัชพืชในสวนสาธารณะหนองเขื่องในซึ่งเป็นหนองขนาดใหญ่ ใจกลางอำเภอเขื่องในเพื่อใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของพี่น้อง เพียงแต่ว่าการขุดลอกนี้ มันยังไม่สำเร็จเสร็จสิ้นนะครับ เนื่องจากเครื่องจักรมีเวลาทำงานจำกัด จึงอยากขอสนับสนุน เครื่องจักรกลจากสำนักเครื่องจักรกลกรมชลประทานมาขุดลอกหนองเขื่องในต่อเนื่องแล้วก็ อีกหลาย ๆ พื้นที่ ตัวอย่างเช่น กุดฮี บ้านขามป้อม ตำบลสร้างถ่อ เพราะว่าทางผู้ใหญ่บ้านพิชัย ผู้ใหญ่บ้านสุวรรณ ผู้ใหญ่บ้านประกอบจิต นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนายกโป้ย ประยูร อุทธสิงห์ ได้ร้องเรียนเข้ามาให้ไปขุดลอกในส่วนที่เหลือกุดฮีในเขตพื้นที่ของตำบลสร้างถ่อด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเหล่า ท่านเย็น เชื้อสิงห์ ในเรื่องขอความอนุเคราะห์ให้ช่วยเหลือในการออกเอกสารสิทธิที่ดินทำกิน ต้องขออนุญาตตรงนี้ก็คือรายชื่อการประชาคมของพี่น้องทั้งตำบลในเขตพื้นที่ตำบลหนองเหล่า เพื่อทำการออกเอกสารสิทธิ ที่ดินแห่งนี้ใช้เป็นที่เพาะปลูกข้าว ปาล์ม ยางพารา ยูคาลิปตัส แล้วก็มันสำปะหลังนะครับ ชาวบ้านไม่มีเอกสารสิทธิในที่ทำกิน จึงอยากให้ทางกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยได้เดินสำรวจออกแบบออกเอกสารสิทธิให้กับชาวบ้านเพื่อใช้เป็นที่ดิน ทำกินโอกาสต่อไป เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลหนอง เหล่า อำเภอเขื่องใน กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ จะไปเชิญคุณธีรรัตน์ ตามด้วยนางสาวภาดาท์ วรกานนท์ นะครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานค่ะ ดิฉันขอใช้เวลาในการหารือปัญหาของพี่น้องประชาชน ก่อนอื่นเลยต้อง ขอขอบคุณทางกองทัพเรือที่ได้ส่งกำลังพลนำเรือผลักดันน้ำลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในพื้นที่เขตลาดกระบัง ซึ่งนอกจากเรือผลักดันน้ำแล้วยังมีเครื่องสูบน้ำหลายตัวด้วยกัน ดิฉันต้องขอให้ทางสภาได้ส่งหนังสือขอบคุณในโอกาสนี้ด้วยนะคะ สถานการณ์ในลาดกระบัง ขณะนี้ที่พี่น้องยังกังวลเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วม ดิฉันต้องเรียนให้ทราบว่าบนถนนใหญ่ เราสามารถที่จะควบคุมน้ำไว้ได้แล้ว ตอนนี้ติดแต่เพียงซอยเล็ก ซอยน้อย หมู่บ้านต่าง ๆ ที่น้ำยังคงขังอยู่ดิฉันก็กำลังประสานกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ลงไปช่วยเหลือในปัจจุบัน แต่หลังจากนี้มันจะมีเรื่องของการฟื้นฟู ซ่อมแซมถนนที่ชำรุดต่าง ๆ ซึ่งประกอบไปด้วย แขวงลาดกระบัง แขวงขุมทอง แขวงทับยาว แขวงคลองสองต้นนุ่น แขวงคลองสามประเวศ แขวงลำปลาทิวที่อยากให้ทางกรุงเทพมหานคร สำนักงานโยธาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงไปสำรวจในพื้นที่โดยเร่งด่วนเพื่อที่จะเตรียมความพร้อมหลังน้ำลดแล้วจะได้เข้าซ่อมแซม ถนนได้ทันเหตุการณ์เพราะว่าปัจจุบันนี้มีหลายจุดด้วยกัน อย่างเช่น ถนนลำกอไผ่ ซึ่งดิฉัน ทราบว่าศูนย์ซ่อมแซม ๓ ในวันนี้จะเข้าไปดำเนินการแล้ว แต่หลังจากนี้จะต้องให้มีมาตรฐาน แล้วก็พี่น้องประชาชนเดินทางได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้นค่ะ🔗

อีกเรื่องหนึ่ง ดิฉันขอประสานไปถึงผู้รับเหมาจากกรุงเทพมหานครที่ดำเนินการ ทำถนนยกระดับอยู่บนเส้นลาดกระบังขอให้เขยิบแท่งปูนที่กีดขวางอยู่บนถนนให้พี่น้อง ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น นั่นคือเพิ่มพื้นที่ให้กับรถที่เดินทาง ประจำวันให้มากอีกสักนิดหนึ่งก็จะดีมาก ๆ เลย ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณภาดาท์ ตามด้วยท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ เชิญครับ🔗

นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตราชเทวีพญาไท จตุจักร พรรค พลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันจะขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องใน ๒ พื้นที่ คือพื้นที่แขวงจอม พล เขตจตุจักร และพื้นที่ชุมชนบ้านครัวตะวันตก เขตราชเทวี เนื่องด้วยภายในซอยวิภาวดี รังสิต ๕ มีสวนป่าสักซึ่งเป็นสวนสาธารณะสำหรับประชาชน แต่ในอดีตพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้มี การออกแบบวางผังภูมิทัศน์ที่ดี และไม่มีระบบการบริหารจัดการที่เหมาะสม ขาดการดูแลที่เป็นรูปธรรม ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ประสบปัญหาหลายเรื่องด้วยกันค่ะ ตามสไลด์ (Slide) นะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ กรุงเทพมหานคร

เรื่องที่ ๑ ต้นไม้ในพื้นที่ หลายต้นมีขนาดสูงมากกว่า ๒๐ เมตร ซึ่งเป็นความสูงที่อาจจะโค่นล้มได้ในช่วงที่มีฟ้าฝน คะนองเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายกับประชาชนนะคะ และที่ผ่านมาก็ได้มีโค่นล้มไปหลายต้นแล้ว ๒. พื้นที่แห่งนี้มีหลายแห่งที่ทรุดแล้วเป็นแอ่งน้ำก่อให้เกิดเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายเป็น ไข้เลือดออก และที่ผ่านมาก็มีประชาชนหลายคนเป็นไข้เลือดออก ๓. มีพื้นที่บริเวณนี้ ที่ประชาชนได้นำไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนบุคคลทำให้ประชาชนหลาย ๆ คนไม่กล้าเข้ามาใช้ ๔. มีสิ่งปลูกสร้างถาวรที่เคยก่อสร้างนานแล้วแต่ปัจจุบันไม่มีการใช้งานทำให้เกิดเป็นซาก ปรักหักพังและกลายเป็นแหล่งมั่วสุมของมิจฉาชีพ ดิฉันจึงอยากจะเรียนท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครและท่านผู้อำนวยการเขตจตุจักรผ่านท่านประธานสภาได้โปรดช่วยพิจารณา จัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุงพื้นที่ในซอยวิภาวดีรังสิตซอย ๕ ตรงนี้ด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากประธานชุมชนบ้านครัวตะวันตก เขตราชเทวี คุณอโนชา ถนอมวงศ์ ได้ร้องเรียนมาเรื่องเรือดับเพลิงชำรุด ปัจจุบันเรือดับเพลิง อันนี้ไม่ได้รับการซ่อมแซมมานานแล้วนะคะ เวลาเกิดเหตุเพลิงไหม้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ต้องใช้เรือดับเพลิงนี้ใช้ดับเพลิงตลอดแนวคลองแสนแสบ ดังนั้นดิฉันจึงอยากจะขอให้สำนัก ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ได้ช่วยโปรดพิจารณาจัดสรรงบประมาณ แล้วก็จัดสรรเรือลำใหม่สำหรับเป็นเรือดับเพลิงให้เขตราชเทวีด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมมุติ ตามด้วยคุณจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ เชิญครับ🔗

นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ สมุมติ เบ็ญจลักษณ์ อำเภอยะรัง มายอ ทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ผมมีเรื่องซึ่งเป็นความต้องการ ของพี่น้องประชาชนอยู่ ๒ เรื่องต่อกระทรวงมหาดไทย และ ศอ.บต.🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี

เรื่องแรก ก็คือขอให้มีการเปลี่ยนแปลง ชื่อหมู่บ้านเพื่อดำรงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ด้านภาษาและประวัติศาสตร์ของชุมชน โครงการวิจัยชื่อ บ้านนามเมืองในพื้นที่ชายแดนใต้ได้เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายในชุมชนผ่านเวทีประชาคม ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ซึ่งมีอยู่ ๕ องค์กรได้ลงไปทำแล้วก็คัดหมู่บ้านซึ่งเข้าเกณฑ์ ๑๐ หมู่บ้าน โดยมีหลักการและเหตุผลก็คือ ชื่อเดิมมีความหมายไม่ดี ไม่สุภาพ หรือไม่เป็นมงคล เพื่อแสดง ถึงความเป็นมาทางภูมิศาสตร์ดั้งเดิมไม่ขัดต่อวัฒนธรรม และศีลธรรมอันดีของประชาชน และเป็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ชื่อเดิมซึ่งมีความหมายดีประชาชนนิยมเรียกขาน เป็นระยะเวลานานและเป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป เพื่อใช้ภาษาท้องถิ่นซึ่งมีความหมาย ในทางที่ดีและถือเป็นการอนุรักษ์ด้านภาษา ท่านประธานครับ จาก ๑๐ หมู่บ้าน ปัจจุบันนี้ ๒ หมู่บ้านได้เรียบร้อยแล้วก็คือ หมู่บ้านปรีดอ เป็น บลีดอ หมู่บ้านลดา เป็น ลาดอ หมู่บ้านมะหุด เป็น มาโงะฮ ซึ่งยังไม่ได้ ดำเนินการ หมู่บ้านเขาวัง เป็น บูเกะแว หมู่บ้านป่าไหม้ เป็น ฮูตันฮางุส มาโงะฮ ซึ่งยังไม่ได้ ดำเนินการ หมู่บ้านเขาวัง บูเกะแว หมู่บ้านป่าไหม้ ฮูตันฮางุส หมู่บ้านบางเก่า มืองาแบฮีเล มืองาแบ มืองาแบปาตา หมู่บ้านเงาะกาโป กือปาลอบาตัส หมู่บ้านบึงฉลาม กำปงกูแบยู นั่นคือสิ่งที่เป็นเรื่องเร่งด่วนที่อยากจะให้มีการแก้ไขเปลี่ยนชื่อให้มันสอดคล้องกับวิถีอัตลักษณ์ ด้านภาษาและด้านประวัติศาสตร์ของชุมชน ขอขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณจอมขวัญครับ ตามด้วยท่านนิคม บุญวิเศษ นะครับ🔗

นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมุทรสาคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคเศรษฐกิจไทย ขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือท่านประธาน เรื่องปัญหาน้ำท่วมชุมชนซอยป่าจาก หมู่ที่ ๔ ตำบลคลองตัน อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัด สมุทรสาคร ทำให้ประชาชนเดือดร้อนได้รับความเสียหาย น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนชุมชนและ พื้นที่การเกษตรเนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำท่าจีน ไม่มีประตูกั้นน้ำจากแม่น้ำท่าจีน ในช่วงน้ำทะเลหนุนสูงก็จะเกิดปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี โครงการส่งน้ำนครปฐมและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยการตั้งคันดิน ตั้งแนวกระสอบทรายเพื่อแก้ปัญหาทุกปี ๆ นะคะ ประชาชนต้องการให้ มีการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนโดยการปรับปรุงขยายแนวเขื่อนเดิมต่อจากประตูระบายน้ำ คลองต้นพลับ ๒ สร้างประตูระบายน้ำคลองตัน ๒ บริเวณใกล้วัดบางยาง และอาคารบังคับ น้ำคลองยายลำเจียก ทั้งนี้ ดอกเตอร์ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทานได้ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากชาวบ้านเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๔ และได้มอบหมายให้โครงการ ส่งน้ำนครปฐมเร่งเข้าสำรวจทันทีในวันรุ่งขึ้นคือวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ แต่ปัจจุบันนี้ โครงการดังกล่าวก็ยังไม่ได้อยู่ในงบประมาณปี ๒๕๖๖ แล้วก็ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ แต่อย่างใด จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลหน่วยงาน ของท่านคือกรมชลประทานได้โปรดพิจารณาแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ชาวสมุทรสาครด้วยค่ะ ชาวบ้านบอกว่าไม่อยากได้กระสอบทรายแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณนิคม บุญวิเศษ ตามด้วยท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ นะครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้า พรรคพลังปวงชนไทย ผมขอปรึกษาหารือเรื่องที่เคยปรึกษาหารือมาแล้ว ประมาณปีกว่าแล้ว ท่านประธานครับ กรณีความเดือดร้อนของราษฎรบ้านวังสัมพันธ์ ตำบลม่วงเจ็ดต้น อำเภอ บ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ โครงการวางระบบท่อส่งน้ำ ก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำ อ่างเก็บน้ำ ห้วยค้อเหนือ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้ตอบข้อหารือตั้งแต่วันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๔ แล้วว่า โครงการดังกล่าวโดยความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำ ของบสนับสนุน โครงการและกระทรวงมหาดไทย สำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติพิจารณาแล้วแต่เรื่องก็เงียบ หายไป ทั้งที่มีการสำรวจทำอีเอไอ (EAI) เรียบร้อยแล้ว ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ ชลประทานจังหวัดอุตรดิตถ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาดำเนินการเรื่องนี้ต่อด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่เคยหารือมาแล้วเช่นกันเมื่อปีกว่า ความเดือดร้อนของ คุณพ่อบุญเทียมและคุณแม่บัวทอง ดวงอุปมา เนื่องจากว่ามีบุตรชายคนเดียว ชื่อ จ่าสิบเอก ทินกร ดวงอุปมา เป็นบุตรชายคนเดียวที่ไปทำหน้าที่ที่ภาคใต้เป็นทหารเสียชีวิตที่ชายแดน ภาคใต้ ต่อมาหลังจากที่เสียชีวิตแล้วเงินบำเหน็จบำนาญก็ตกทอดมาให้บิดามารดา แต่ อบต. ตำบลหนองซอนเข้าใจผิดว่าได้รับเงินซ้ำซ้อนจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ก็เลยไม่มีการจ่ายเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุต่อ แถมยังมีการเรียกเงินคืนอีก ๙๒,๔๐๐ บาท จึงทำให้นางอุมาพร ซึ่งเป็นบุตรสาว ต้องชำระเงินคืนจำนวน ๗๐,๐๐๐ บาท ทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนเนื่องจาก การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) จึงขอให้หน่วยงานกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง พิจารณาเรื่องนี้โดยเร่งด่วนด้วย ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านบัญญัติ ตามด้วย ท่านมานพ คีรีภูวดล แทนท่านทองแดง ขอสละสิทธิ์ เชิญครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอท่านประธานหารือถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วมของจังหวัดระยอง ด้วยได้เกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดระยองตั้งแต่วันที่ ๔ กันยายน แล้วก็รุนแรงวันที่ ๗ ต่อเนื่องกันมาจนถึงวันที่ ๑๑ ขณะนี้ก็ยังมีฝนอยู่ อุทุกภัยก็ยังไม่สิ้นสุดนะครับ ก็ขอบคุณ ทางจังหวัดระยองที่ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เขตการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินไป ๔ อำเภอด้วยกัน แต่ก็ยังมีบางพื้นที่ที่อยู่นอกเขตที่ประกาศไว้ ขอให้ทางรัฐบาลเร่งประกาศเพิ่มเติม เช่น พื้นที่ของตำบลห้วยยาง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง หมู่ที่ ๕ ยังอยู่นอกพื้นที่ประกาศเขตภัยพิบัติ เรื่องที่ ๑ ก็ขอให้ประกาศเพิ่มเติม🔗

เรื่องที่ ๒ เมื่อประกาศเขตภัยพิบัติแล้วก็ขอให้ทางราชการเร่งให้การช่วยเหลือ เยียวยาพี่น้องประชาชนโดยลดขั้นตอนการใช้เอกสารให้พี่น้องประชาชนอำนวยความสะดวก ให้อย่างมากที่สุดนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ การใช้งบฉุกเฉินภัยพิบัตินั้นถ้าเกินอำนาจของจังหวัด ๒๐ ล้านบาท ก็ขอให้กระทรวงการคลังได้อนุมัติเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมเป็นการเร่งด่วน ส่วนการของบ ภัยพิบัติฉุกเฉินถ้าสิ่งนั้นเสียหายเกินก็ขอให้สำนักนายกรัฐมนตรีได้ให้การช่วยเหลือต่อเนื่อง ต่อไปด้วย ในการถอดบทเรียนน้ำท่วมในครั้งนี้ท่านประธาน ขอให้มีการตั้งศูนย์อำนวยการ แก้ไขปัญหาภัยพิบัติอุทกภัยที่เป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง มีอำนาจในการสั่งการนะครับ เพราะว่าปัจจุบันโกลาหลมาก🔗

เรื่องที่ ๔ เรื่องข้อมูลข่าวสารการเตือนภัย ถือว่าคุณภาพค่อนข้างต่ำนะครับ ภัยมาถึงแล้วยังไม่รู้เลยว่ามีการเตือนภัยเลยนะครับ แล้วก็เรื่องเร่งซ่อมถนนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะถนนสาย ๓๔๔ กิโลเมตรที่ ๘๗-๘๘ ข้ามคลองชงโคนั้นคลองตื้นเขินมาก น้ำท่วม ขอให้มีการขยายคลองแล้วก็ทำรางระบายน้ำที่ได้มาตรฐานด้วย แล้วก็เร่งสร้างอ่างเก็บน้ำ คลองน้ำเขียวและคลองโพล้เพื่อลดผลกระทบน้ำท่วม แล้วก็คลองสะพานนั้นข้างบนน้ำจาก อำเภอหนองใหญ่ไม่มีอ่างเก็บน้ำ ขอให้ทางชลประทานได้เร่งสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อป้องกัน ภัยพิบัติอำเภอแกลงด้วย กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานพ ท่านสุดท้าย เชิญครับ🔗

นายมานพ คีรีดภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคมที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปร่วม ทำบุญกับพี่น้องชุมชนพระบาทห้วยต้มนะครับ ซึ่งเป็นชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย แล้วช่วงบ่ายผมก็ได้มีโอกาสจัดเวทีแลกเปลี่ยนพูดคุยเรื่องของปัญหา ในพื้นที่นะครับ ผู้ที่มาร่วมมีทั้งนายก อบต. นาทราย กำนันตำบลนาทราย และ ส.จ. อดุลย์ ผู้นำชุมชน ๑๐ กว่าหมู่บ้าน รวมทั้งพระเลขาของวัดพระบาทห้วยต้มนะครับ ประเด็นสำคัญ ที่ผู้นำในเวทีได้ขอให้ผมช่วยปรึกษาหารือกับประธานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องแหล่งน้ำ เนื่องจากว่าเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ๑๐ กว่าชุมชน ขาดแหล่งน้ำ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้อยากจะขอประสานไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกรมทรัพยากรน้ำช่วยลงที่ไปร่วมจัดทำแผนแนวทางการแก้ไขปัญหา กับผู้นำชุมชนในพื้นที่ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ดิน ที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน หลายพื้นที่ก็มีเอกสารโฉนดแล้ว และหลายพื้นที่ก็ยังไม่มีนะครับ ขอประสานไปยังกรมที่ดินและกรมป่าไม้ช่วยไปดูรายละเอียด ว่าจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไรครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องที่ดินของวัดมหาธาตุเวียงชัย ซึ่งเป็นพระเจดีย์ที่ใหญ่มาก ขอหารือไปยังทางกรมศาสนาและกรมที่ดิน เพราะว่าวัดยังไม่มีเอกสารสิทธิหรือโฉนดครับ🔗

เรื่องที่ ๔ เรื่องขอแยกหมู่บ้านเป็นชุมชนขนาดใหญ่ อันนี้ขอทางอำเภอ และกรมการปกครองช่วยแนะนำหาแนวทางให้กับผู้นำชุมชนในพื้นที่ตำบลนาทรายนะครับ ชุมชนพระบาทห้วยต้ม ๑๐ กว่าชุมชนในพื้นที่ด้วยครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตแนะนำ ชุมชนในพื้นที่นี้นะครับ ชุมชนพระบาทห้วยต้มนอกจากจะเป็นชุมชนชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทยแล้วยังเป็นชุมชนที่กินมังสวิรัติทั้งตำบลเลย ทั้ง ๑๐ ชุมชนนะครับ แล้วก็เป็น แหล่งของนักบุญล้านนานะครับ ท่านครูบาวงศ์ ครูบาชัยวงศาพัฒนาหรือครูบาวงศ์นะครับ และชุมชนนี้ยังทำเครื่องเงิน ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นคืออยากจะขอให้ท่านประธาน ถ้ามีโอกาสได้ไปเยี่ยมชุมชนนะครับ แล้วก็พี่น้องประชาชนที่ฟังผมอภิปรายลงพื้นที่ไปเยี่ยม พี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เราก็ได้หารือกันครบ ๓๐ ท่านพอดีนะครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๒๘๑ คน
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ลำดับต่อไป ผมก็จะขอดำเนินการตามระเบียบวาระ ขณะนี้ได้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุมจำนวน ๒๘๑ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

๔.๑ รายงานการศึกษา เรื่องการบริหารราชการรูปแบบจังหวัดจัดการตนเอง (Self-governing Province) ซึ่งคณะกรรมาธิการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

ขอเชิญ คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ🔗

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ จากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๒๔ สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ ๑ เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๒ กันยายน ๒๕๖๕ ที่ประชุมได้พิจารณารายงานเรื่องนี้ โดยคณะกรรมาธิการได้แถลงรายงานและมีสมาชิกอภิปรายจนได้เวลาพอสมควรแล้ว ประธานของที่ประชุมคือท่านรองสุชาติ ตันเจริญ จึงได้สั่งปิดการประชุมเพื่อมาพิจารณาต่อ ในการประชุมครั้งต่อไป ดังนั้นผมขอดำเนินการต่อเลยนะครับ ท่านกรรมาธิการมี ๒ ท่าน ก็กำลังทยอยมา ฉะนั้นขอดำเนินการต่อนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกได้อภิปราย ความจริง วันศุกร์ที่แล้วมีท่านสมาชิกขออภิปรายเยอะเลยนะครับ แต่วันนี้เหลือผู้อภิปรายอยู่ ๑ ท่าน ถ้าไม่มีเพิ่มมาอีกนะครับ คือท่านวิวรรธน์ นิลวัชรมณี ขอเชิญท่านวิวรรธน์ครับ🔗

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานจากการที่ผมได้มีการศึกษารายงานเรื่องการบริหารราชการ รูปแบบจังหวัดจัดการตนเองของคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร กระผมเป็นคนหนึ่งที่ขอสนับสนุน รายงานการศึกษาเล่มนี้ เพราะกระผมมีความประสงค์ที่แน่วแน่ที่อยากจะเห็นการปกครอง ตนเองของคนในท้องถิ่น เพราะไม่มีใครเข้าใจและแก้ปัญหาได้ดีเท่ากับคนในท้องถิ่นครับ ซึ่งกระผมคิดว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในหลายจังหวัดของประเทศไทยมีความประสงค์ ที่ต้องการจะยกระดับการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ ท่านประธานครับ ผมขอยกตัวอย่างสัก ๑ แห่ง นั่นคืออำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้มีการศึกษาและวิจัยจากทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาแล้วตั้งแต่เมื่อปี ๒๕๖๑ แต่ถึงอย่างไรก็ได้มีการเรียกร้องมาก่อนหน้านั้นแล้วเป็นเวลาหลายสิบปี ที่ทางเทศบาลนคร เกาะสมุยต้องการที่จะยกระดับฐานะตัวเองเป็นเมืองปกครองรูปแบบพิเศษ อันด้วยเป็น ผลมาจากความเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจและสังคมทำให้เกาะสมุยเป็นแหล่งจูงใจให้นักลงทุน ทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศเข้ามาลงทุน ทั้งการท่องเที่ยว การค้าขาย สถานประกอบการ ต่าง ๆ โรงแรมเอย รีสอร์ต (Resort) เอย ร้านอาหารและสถานบันเทิง เป็นต้น ซึ่งความเจริญ ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวเกาะสมุยและยังนำมาซึ่งปัญหา ในด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบสาธารณูปโภคด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม ด้านผังเมือง รวมถึงด้านการใช้ที่ดิน ซึ่งล้วนแล้วเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน แต่ในขณะ ที่โครงสร้างการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นยังขาดการบริหารการจัดการที่เหมาะสมและ ไม่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาเกี่ยวกับปัญหา ดังกล่าวที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นเพื่อให้สามารถแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อันเป็นอุปสรรค ต่อการพัฒนาพื้นที่เกาะสมุยบนพื้นฐานของแนวคิดที่เชื่อว่าการปกครองส่วนท้องถิ่นจะทำให้ ท้องถิ่นมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดประสิทธิผล ประชาชนมีความกินดีอยู่ดี ได้มีส่วนร่วมและสามารถดูแลจัดการท้องถิ่นของตนเองได้อย่างเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ และสังคมของพื้นที่ ท่านประธานที่เคารพ จากผลการศึกษาของคณะผู้วิจัยสามารถสรุป ปัญหาและอุปสรรคอันเป็นข้อจำกัดต่อขีดความสามารถในการบริหารจัดการเกี่ยวกับบริการ สาธารณะอันได้แก่ ปัญหาในด้านโครงสร้างอำนาจและหน้าที่ ปัญหาด้านงบประมาณ ปัญหา ด้านการประสานงานบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงาน พบว่าสามารถจำแนกได้เป็น🔗

ข้อที่ ๑ ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย ปัญหา ขยะ ปัญหาน้ำท่วม🔗

ข้อที่ ๒ ปัญหาด้านสวัสดิการสังคมและคุณภาพชีวิต ได้แก่ การวางแผนมิติ ทางสังคมน้อย ความเป็นคนสมุยถูกทำลาย ประชากรมีความหนาแน่นแออัด การท่องเที่ยว ที่ไม่ยั่งยืน🔗

ข้อที่ ๓ ปัญหาด้านสาธารณูปโภค ได้แก่ ระบบของงานทางการแพทย์และ สาธารณสุขไม่ทั่วถึง รวมถึงสถิติอุบัติเหตุทางจราจรเพิ่มขึ้น🔗

ท่านประธานครับ ด้วยเหตุนี้ทางคณะผู้วิจัยจึงได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ดังกล่าวโดยการยกสถานะของเทศบาลนครเกาะสมุยให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบพิเศษที่เรียกว่า เมืองเกาะสมุยรูปแบบพิเศษและทำการปรับปรุงโครงสร้างอำนาจหน้าที่ ในด้านบริการสาธารณะการจัดเก็บรายได้และภาษีด้านการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม สังคม และสาธารณูปโภคใน ๔ แนวทาง คือ🔗

๑. ยกระดับเมืองเกาะสมุยรูปแบบพิเศษเป็นเมืองกินดีอยู่ดี🔗

๒. ยกระดับเมืองเกาะสมุยรูปแบบพิเศษเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม🔗

๓. ยกระดับเมืองเกาะสมุยรูปแบบพิเศษเป็นเมืองท่องเที่ยวครบวิถี🔗

๔. ยกระดับสาธารณูปโภคเมืองเกาะสมุยรูปแบบพิเศษเป็นเมืองปลอดภัยน่าอยู่🔗

สุดท้ายนี้กระผมขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการชุดนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าทางรัฐบาลจะนำรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการชุดนี้ไปพิจารณาในโอกาสต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนพคุณ รัฐผไท ตามด้วยท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม เชิญครับ🔗

นายนพคุณ รัฐผไท เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนพคุณ รัฐผไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอแสดงความคิดเห็นและข้อกังวล พร้อมข้อเสนอแนะให้กับ การศึกษาครั้งนี้ และต้องขอขอบคุณท่านประธานและคณะกรรมาธิการที่ได้ศึกษาประเด็นนี้ เรื่องของการกระจายอำนาจผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรย่อมเห็นด้วยและสนับสนุน การกระจายอำนาจ การแสดงออกในวันนี้เป็นเรื่องของความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มีความคิดในเรื่อง ของความขัดแย้งไปเน้นหนักในเรื่องของวิชาการ ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ในผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่สนใจเรื่องนี้นะครับ🔗

ประเด็นแรก การบริหารจัดการตนเองหรือเรียกว่าผู้ว่าท้องถิ่นหรืออะไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความเข้าใจง่าย ผมจะขออนุญาตเรียกเป็นผู้ว่าท้องถิ่นนะครับ เมื่อได้มีกฤษฎีกา จัดตั้งจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งเป็นบริหารจัดการตนเองจังหวัดนั้นก็จะกลายเป็นจังหวัดท้องถิ่น มีขอบเขตทั้งจังหวัดไม่เหมือนกับท้องถิ่นรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันมี ๕ รูปแบบตามระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นพัทยา กทม. อบต. อบจ. และเทศบาล ถ้าแบบนี้รัฐบาล สนับสนุนก็จะเป็นแบบที่ ๖ แต่ก่อนที่จะมีประกาศกฤษฎีกาจะต้องมีการทำประชาพิจารณ์ ก่อนว่าประชาชนเห็นเป็นอย่างไร ซึ่งผมก็เป็นห่วงว่าประชาชนมีความรู้ความเข้าใจมากน้อย เพียงใดก่อนที่จะทำประชาพิจารณ์มันก็เหมือนรัฐธรรมนูญ ประชาชนไม่ค่อยได้มีโอกาส ได้ศึกษา ท่านประธานครับ รูปแบบการปกครองท้องถิ่นทั้งจังหวัดก็จะทำให้ระบบราชการ บริหารภูมิภาคนั้นสูญสิ้นไปจังหวัดใดถูกประกาศให้เป็นปกครองตนเอง ราชการบริหาร ส่วนภูมิภาคในจังหวัดนั้นก็จะสูญสิ้นไป นั่นคือหมายความว่าไม่มีผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่มี นายอำเภอ ไม่มีข้าราชการส่วนภูมิภาคอีกนับพันคน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งสาธารณสุขจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งอัยการจังหวัด พัฒนาการจังหวัด คลังจังหวัด หมดเลยที่เป็นโครงสร้าง ของราชการบริหารส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะนายอำเภอก็ต้องสูญสิ้นไปเพราะเป็นผู้ช่วยเหลือ ผู้ว่าราชการจังหวัด รวมกระทั่งกำนันผู้ใหญ่บ้านซึ่งเกิดจากการปกครองกฎหมายลักษณะ ปกครองท้องที่ ปี ๒๔๕๗ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือนายอำเภอ ถ้าไม่มี นายอำเภอก็ไม่จำเป็นต้องมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอีกต่อไป ถ้าหากว่าอำเภอไม่มีข้าราชการอำเภอ ก็หมายความว่าอำเภอนั้น ๆ ซึ่งประกอบด้วย อบต. และเทศบาลจะเป็นผู้ดูแลประชาชน ในแต่ละอำเภอเองรูปแบบนี้ครับเท่าที่ศึกษามา อันนี้ผมคิดว่าส่งผลกระทบอยากจะฝากถึง คณะผู้ทำการศึกษาวิจัยต่อไปครับว่าถ้านายอำเภอไม่มี ผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ ส่วนภูมิภาคไม่มีนโยบายที่รัฐบาลจะสั่งการมันก็เป็นไปไม่ได้ เพราะระบบราชการบริหาร ส่วนภูมิภาคผู้ว่าเป็นผู้ที่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐมนตรี ผู้ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะรัฐมนตรี ก็หมายความว่าจังหวัดนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลเลย รัฐบาลไม่สามารถที่จะนำนโยบาย ไปปฏิบัติในจังหวัดที่ประกาศเป็นปกครองตัวเองได้เพราะว่าผู้ว่าที่เลือกตั้งเข้ามานั้นเป็น ท้องถิ่น เป็นท้องถิ่นขนาดใหญ่แล้วตามรัฐธรรมนูญก็มีอิสระในการบริหารการจัดการตนเอง อันนี้ครับที่ผมเป็นห่วงในเชิงวิชาการว่าประเทศไทยมี ๗๗ จังหวัดถ้ามีจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง มีอิสระในการปกครองตนเองและเป็นท้องถิ่นด้วยงานของภูมิภาคทั้งหมดที่รัฐบาลดูแลอยู่ ก็ไม่สามารถลงไปถึงพื้นที่ของจังหวัดนั้นได้ อันนี้จะแก้ไขอย่างไร นโยบายของรัฐบาลทุกรัฐบาล ต้องมีนโยบายไม่ว่าจะเป็นโครงการจำนำข้าว โครงการประกันรายได้ประกันราคา โครงการ ช่วยเหลือพืชผลทางการเกษตรเหล่านี้เป็นนโยบายซึ่งรัฐบาลไม่สามารถที่จะสั่งการหรือนำไป ปฏิบัติในพื้นที่ของจังหวัดนี้ได้เลย เพราะเขาเป็นระบบการปกครองท้องถิ่นขนาดใหญ่แล้วครับ ก็มีความเป็นห่วงโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของที่กำนันผู้ใหญ่บ้านและดูแลของ ทั้งประเทศนี่นะครับ ในชุมชนนี้ไม่มีปัญหาครับ ในทุรกันดารหมู่บ้าน ตำบลมีปัญหา กำนันผู้ใหญ่บ้านนั้นก็เป็น ที่พึ่งของประชาชน เป็นผู้นำในการร้องเรียน นำปัญหาของหมู่บ้าน ตำบล เอามาสู่อำเภอ อำเภอนำมาสู่จังหวัด ก็เห็นว่าการดูแลประชาชนนี้จะขาดช่วงไปนะครับ เท่าที่เห็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็ยังมีความจำเป็น แต่ว่าในเมื่อกฎหมายเป็นลักษณะนี้ให้ยกเลิกภูมิภาคไป ก็น่าเป็นห่วงว่างานของรัฐบาลนี้ ผู้ที่คิดร่าง พ.ร.บ. จัดการตนเองจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ถึงความสัมพันธ์ระหว่างท้องถิ่นขนาดใหญ่กับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลนั้นจะยังคงอยู่ แล้วสามารถที่จะดูแลโดยเฉพาะในเรื่องของความมั่นคง ในเรื่องของชายแดน ในเรื่องของ งานปราบปรามยาเสพติดเหล่านี้ อันนั้นไม่ใช่หน้าที่ของท้องถิ่นเป็นหน้าที่ของราชการบริหาร ส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของราชการส่วนกลางนะครับ ผมก็เกรงว่าร่าง พ.ร.บ. นี้ ยังมีจุดที่จะต้องปรับปรุงอีกมาก ก็อยากจะฝากให้คณะกรรมการได้ช่วยนำไปพิจารณา ปรับปรุงด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐวุฒิ ตามด้วยท่านวีระกร คำประกอบ ครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขออนุญาตท่านประธานมีส่วนในการอภิปราย รายงานการศึกษาเรื่อง การบริหารราชการรูปแบบจังหวัดจัดการตนเองหรือเซลฟ์กัฟเวิร์นนิง โพรวินซ์ (Self-governing Province) ผมตั้งใจที่จะอภิปรายในการประชุมตั้งแต่ครั้งที่ผ่านมา แต่ว่าในครั้งที่แล้วนั้นบังเอิญผมอยู่ในช่วงการรักษาภาวะอาการโควิด (COVID) แต่ก็ได้นั่งฟัง ทั้งทางกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกในการอภิปรายทั้งวันครับ ส่วนตัวนั้นผมมีความผูกพัน กับท้องถิ่น คุณพ่อเป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองอ่างทอง ๑๒ ปีเต็ม มีลูกพี่ลูกน้องที่เป็นอดีต นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี ฉะนั้นด้วยเหตุผลดังกล่าวคิดว่าผมมีความชอบธรรม ที่จะพูดถึงเรื่องของจังหวัดจัดการตนเองอยู่ทั้งหมด ๔ ส่วนด้วยกันครับ🔗

ประการที่ ๑ ที่เป็นข้อสังเกตและอยากจะนำเรียนผ่านไปยังกรรมาธิการก็คือ ในท้ายที่สุดถึงเวลาหากเรามีการผลักดันจังหวัดจัดการตนเองจนสำเร็จ สิ่งที่เรียกว่าราชการ ส่วนกลางกับงานบริการสาธารณะจากส่วนกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ของพี่น้องในภาคประชาชนในภาพรวมทั้งหมดนั้นมันจะมีจุดแบ่งหรือแยกกันอย่างไร ผมยกตัวอย่าง วันนี้คำถามหนึ่งที่เกิดขึ้นในภาคกลางเป็นจำนวนมากก็คือว่าน้ำที่ไหลผ่าน เขื่อนเจ้าพระยานั้นพุ่งตรงและเร็วเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ส่วนหนึ่งเราต้องยอมรับเพราะว่า หลายส่วนท้องถิ่นนั้นมีการจัดตั้งเขื่อนกันน้ำเลาะตามแนวตลิ่งตลอดเลยครับ ไล่มาตั้งแต่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี ฉะนั้นเรื่องการบริหารจัดการ แบบนี้ที่ผมคิดว่ามันจำเป็น ที่ยังจำเป็นต้องมีราชการส่วนกลางที่สั่งการใด ๆ ต่าง ๆ อยู่ แต่ว่า ผมเองก็อยากจะฟังท่านว่าเอาเฉพาะประเด็นเรื่องน้ำกับการบริหารจัดการน้ำต่าง ๆ การบริหาร จัดการลุ่มน้ำต่าง ๆ นั้น ในกรณีหากเราผลักดันจังหวัดจัดการตนเองสำเร็จนั้นสถานะของ การบริหารแบบนี้จะอยู่อย่างไร นั่นเป็นประการที่ ๑ ครับ🔗

ประการที่ ๒ จริง ๆ ทางกรรมาธิการท่านทำได้ดีครับ เพียงแต่ว่าในการรายงาน ท่านอาจจะยังทำให้ไม่เห็นภาพมากนัก เพราะว่าพอเราใช้จังหวัดจัดการตนเอง เราไม่เห็นว่า มันมีส่วนท้องถิ่นที่ย่อยไปกว่านั้น ซึ่งจริง ๆ ท่านเขียนไว้หมดแล้วไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ เทศบาล ไม่ว่าจะเป็นในส่วนขององค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลก็มีหลากหลายระดับใด แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่าเวลาที่ท่านแบ่งโดยอาศัยเกณฑ์ด้านใดด้านหนึ่งอาจจะไม่สามารถ นำไปสู่คำตอบได้อย่างชัดเจน ยกเว้นก็แต่กรณีของพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผมคิดว่านั่นมีลักษณะเฉพาะจริง ๆ ผมคิดว่าในกรณีการแบ่งโดยเอาตัวเลขทางเศรษฐกิจ เงินจีดีพี (GDP) ที่จังหวัดนั้นได้รับมีการบริหารอย่างเดียวแบบนี้ไม่พอครับ จะเอาประเด็น เรื่องของการมีส่วนในการเดินทาง เรื่องของความเป็นพี่น้องชาติพันธุ์แบบเดียวแบบนี้ก็ไม่พอ ฉะนั้นเกณฑ์เวลาที่ท่านแบ่งออกมาว่าหากมีจังหวัดใดที่พร้อม ไม่ว่าจะเป็นการคิดจาก เรื่องของประชากร เรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องความโดดเด่นของภูมิภาคใด ๆ ต่าง ๆ เรื่องของ การท่องเที่ยวต่าง ๆ อาจจะไม่ใช่เกณฑ์แบบใดแบบหนึ่งอย่างเด็ดขาดที่จะสามารถนำไปสู่ การบอกว่านี่เรียกว่าจังหวัดนั้นเขามีความพร้อมได้ ผมคิดว่าท่านจำเป็นต้องเน้นย้ำอีกรอบหนึ่ง ว่ามันต้องดูหลาย ๆ องค์ประกอบที่เกี่ยวเนื่องกันซึ่งผมพยายามจะอ่านจากรายงานของท่าน อยู่ครับ🔗

ประการที่ ๓ เป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีของร่างพระราชบัญญัติที่ท่าน ใช้คำว่า ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการจังหวัดจัดการตนเอง ผมคิดว่าจริง ๆ แล้ว อันนี้เป็นกฎหมายกลาง แน่นอนครับว่าอาจจะมีโมเดล (Model) บางส่วนมาจากจังหวัด ก่อนหน้านี้ที่เคยมีความพร้อม เช่น กรณีของเชียงใหม่ที่ยกร่างเป็นร่างพระราชบัญญัติ เชียงใหม่จัดการตนเอง แต่พอท่านร่างเป็นกฎหมายกลางผมคิดว่านี่เป็นกรณีที่เขียนไว้ชัด ในข้อสังเกตครับ ไม่ได้หมายถึงว่าหากเราผ่านรายงานฉบับนี้คณะรัฐมนตรีจะต้องใช้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นหลักในการพิจารณาเท่านั้น จริง ๆ ท่านเขียนไว้ในข้อสังเกต เช่นกรณี ข้อสังเกตข้อ ๒ ใหญ่ที่ท่านบอกว่าขอให้นำร่างกฎหมายฉบับนี้ไปพิจารณา แน่นอนครับว่า เมื่อมีการพิจารณาต้องผลักดันต่อ เนื้อหาอาจจะไม่จำเป็นต้องเหมือนกับร่างที่ท่านใส่เข้ามา ผมคิดว่าอันนี้คือตัวอย่างที่นำร่องแล้วก็ลดภาระราชการที่จำเป็นต้องไปยกร่างกฎหมายใหม่ ซึ่งเรารู้ว่ามีความยากง่ายแตกต่างกันออกไปครับ🔗

ประการที่ ๔ เป็นประการสุดท้ายครับ ก็คือแนวคิดที่เกี่ยวเนื่องกับการทำ ประชามติ ผมยกตัวอย่างรายงานที่ท่านเขียนไว้ในหน้า ๑๙ ท่านพูดถึงกรณีความพร้อม ของแต่ในละจังหวัด แล้วก็พูดถึงการทำประชามติในแต่ละจังหวัด แต่บังเอิญท่านไม่ได้เขียน เรื่องเหล่านี้ในข้อสังเกต ผมอยากจะให้ท่านนำเสนอครับว่าในกรณีการศึกษาของท่านนั้นพบ หรือไม่ หรือมีข้อเท็จจริงแบบใดประการใดในกรณีของพี่น้องประชาชนในต่างประเทศ ไม่ว่า จะเป็นระดับประเทศหรือระดับเมืองกับแนวคิดหรือวิธีการเรื่องการทำประชามติ แน่นอน การทำประชามติไม่ใช่คำเดียวกับการทำประชาพิจารณ์ ไม่ใช่คำเดียวกับคำเรียกว่า พับลิกเฮียริง (Public Hearing) แต่ว่าการทำประชามติในระดับของจังหวัด ในระดับของท้องถิ่นต่าง ๆ นั้น หากเป็นไปได้อยากจะให้คณะกรรมาธิการได้กรุณาขยายความอีกสักนิดหนึ่งว่ามันสามารถ มีรูปแบบที่เป็นประจักษ์ชัดทำให้เห็นว่าทำได้จริงและเสียงประชามตินั้นสะท้อนความต้องการ ของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในแต่ละจังหวัดจริง ๆ ในส่วนตัวและในนามของพรรคก้าวไกล เรานำไปสู่ประเด็นเรื่องของการกระจายอำนาจแน่นอน และการกระจายอำนาจของเรา มิใช่การกระจายอำนาจแต่เพียงโครงสร้างบริหารราชการ แต่การทำให้คน คนแบบผมนี่ครับ ที่ตัดสินใจกลับไปใช้ชีวิตอยู่ในจังหวัดอ่างทองให้ลูกได้เติบโตในจังหวัดอ่างทองกลับไปดูแล พ่อแม่ ไม่ต้องมาเบียดเสียดยากลำบากในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร นั่นเป็นคำตอบ ประการสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของการบริหารราชการหรือจังหวัดจัดการตนเอง ซึ่งผมและพรรคก้าวไกลสนับสนุนและเห็นว่าสภาเรามีความจำเป็นและรอไม่ได้อีกแล้วครับ ที่จำเป็นต้องส่งรายงานการศึกษาฉบับนี้ไปให้กับทางคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการพิจารณาดำเนินการต่อ ไม่มีใครเข้าใจท้องถิ่นได้เท่ากับคนที่อยู่ในท้องถิ่น ไม่มีใครรัก และห่วงใยท้องถิ่นได้เท่ากับคนที่อยู่ในท้องถิ่น ไม่มีใครอยากเห็นท้องถิ่นของตัวเองเจริญได้ เท่ากับคนที่อยู่ในท้องถิ่นครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวีระกร ตามด้วยท่านองค์การ ชัยบุตร ครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอชมเชยในความคิดของกรรมาธิการ ซึ่งมีท่านซูการ์โน มะทา เป็นประธาน ซึ่งได้พยายามที่จะปรับปรุงการปกครองท้องถิ่นให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหลักการ ที่จะมีสภาจังหวัดจัดการตนเอง หรือในเรื่องของการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง จังหวัดปกครองตนเองโดยตรง แต่เมื่ออ่านลึก ๆ ลงไปก็พบว่ามันหมิ่นเหม่ต่อการผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑ ซึ่งประเทศไทยจะแบ่งแยกมิได้ ทำไมผมถึงพูดอย่างนั้น ไม่ใช่เฉพาะชื่อที่ท่านพูดถึง จังหวัดจัดการตนเอง ซึ่งคล้ายคลึงกับจังหวัดปกครองตนเองนะครับ แต่ว่าสิ่งที่ผมมองก็คือ ในเรื่องการบริหารจัดการรายได้ก็ดี การที่แต่ละจังหวัดปกครองตนเองจะสามารถตรากฎหมาย ขึ้นมาใช้เป็นของตนเอง จะมีกฎหมายการพนัน กฎหมายสุราเป็นของตนเอง มันทำให้ผมมอง ไปเห็นถึงเรื่องของความเป็นเฟดเดอเรชัน (Federation) ของการปกครองสหรัฐอเมริกา ซึ่งแบ่งเป็นรัฐต่าง ๆ ซึ่งสามารถออกกฎหมายในระดับสเตตลอว์ (State Law) หรือกฎหมาย ของรัฐได้เอง ท่านจะเห็นได้ว่าจังหวัดทั้งหลายของเราก็ดีหรือรัฐต่าง ๆ ของอเมริกาก็ดี มันไม่ได้มีทรัพยากร ที่เท่าเทียมกัน บางรัฐของสหรัฐอเมริกามีความอุดมสมบูรณ์ บางรัฐเป็นศูนย์กลางการค้า ก็มีความเจริญก้าวหน้าเฉกเช่นเดียวกับประเทศไทย ประเทศไทยก็มีจังหวัดแต่ละจังหวัด ซึ่งไม่เหมือนกัน ท่านคงจะทราบว่าหลายจังหวัด อบต. แทบไม่มีงบประมาณเลย แต่ละท้องถิ่น เดือดร้อนมาก อบจ. แต่ละจังหวัดก็แทบจะไม่มีงบประมาณในการบริหารจัดการ แต่บางจังหวัด เงินเหลือเฟือ เช่น จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการแต่ละ อบต. ท่านเชื่อไหมมีเป็น พันล้านบาทนะครับ อบต. แต่ละ อบต. มีเป็นพันล้านบาท เขาไม่เคยมีความจำเป็นที่จะต้อง ของบประมาณในการปกครองหรือดูแลโครงสร้างภายในตำบลเขาเลย ในขณะที่หลาย ๆ จังหวัด ที่ไม่มีทรัพยากรหรือไม่มีสถานที่เช่นสนามบินที่สำคัญเดือดร้อนมากครับ จังหวัดที่ห่างไกล หลาย ๆ จังหวัดที่ไม่ต้องพูดถึงล่ะ เกินครึ่งเกินค่อนประเทศ ที่ทั้ง อบต. หรือท้องถิ่นต่าง ๆ ไม่มีงบประมาณเพียงพอในการบริหารจัดการดูแลในเรื่องของสาธารณูปโภคต่าง ๆ ของตน ก่อนอื่นผมว่ากรรมาธิการน่าจะช่วยผลักดันในสิ่งที่มันเป็นไปได้ก่อนดีกว่า เช่น การผลักดัน ให้สำนักงบประมาณจัดงบประมาณให้ท้องถิ่นดูแลสาธารณูปโภคของตนอย่างเพียงพอ ในเรื่องของถนนหนทาง ในเรื่องของแหล่งน้ำ ในเรื่องของอาคารบังคับน้ำต่าง ๆ ควรจะดูแล ในเรื่องของท้องถิ่นที่เรามีอยู่แล้วผมคิดว่าการที่ท่านได้จัดในเรื่องของส่วนที่ ๓ ภาษีอากร รายได้อื่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเห็นชัดเจนว่ามันเหมือนเป็นการแบ่งแยกการปกครอง ไม่ว่าภาษีท้องถิ่นภาษีที่ร่วมกันใช้ระหว่างรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามที่กำหนดไว้ ในมาตรา ๙๕ มาตรา ๙๖ หรือแม้แต่ในมาตรา ๙๗ ซึ่งระบุถึงภาษีสรรพสามิต ภาษีสุรา ภาษียาสูบ ค่าภาคหลวงปิโตรเลียม ค่าภาคหลวงแร่ ท่านลองนึกดูว่าจังหวัดที่มีทรัพยากร อุดมสมบูรณ์เขาไม่เดือดร้อนแน่ ดีใจด้วยซ้ำไป ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ตหรือจะเป็นจังหวัดการ ท่องเที่ยวที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวสูง เช่น กระบี่ แต่ว่าในจังหวัดที่เขาเดือดร้อนสิครับ เอาง่าย ๆ จังหวัดของท่าน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดแต่ละจังหวัดก็มีความอุดมสมบูรณ์ ไม่เท่าเทียมกัน จังหวัดปัตตานีก็ค่อนข้างที่จะดูแล้วพี่น้องประชาชนมีความยากจนมากกว่า จังหวัดอื่น ๆ เหล่านี้ท่านนำมาคิดหรือไม่ว่าการที่ท่านจะให้เขาไปจัดการปกครองจัดการตนเอง ระบบจังหวัดจัดการตนเองของท่านมันไม่น่าที่จะเหมาะสม ซึ่งอย่างที่ผมพูดแล้วว่าการที่ท่าน จะไปออกกฎหมายที่จะให้มีการพนันในจังหวัดของตนก็ดี หรือจะให้มีการต้มเหล้าได้อย่างเสรี ในจังหวัดของตนก็ดี หรือว่าจะเป็นเรื่องของการเก็บค่าภาคหลวงปิโตรเลียมของตนเองก็ดี เก็บภาษียาสูบของตนเองก็ดี สิ่งเหล่านี้ท่านจะไม่คำนึงถึงกฎหมายของประเทศโดยรวมเลยหรือ จึงสามารถที่จะออกกฎหมายเอามาใช้เฉพาะจังหวัดของตนได้ สิ่งเหล่านี้โดยรวมแล้วแม้ว่า เป็นความหวังดีของกรรมาธิการ แต่ผมคิดว่าในส่วนลึก ๆ แทบจะทุกมาตรายังมีความแฝงไว้ ซึ่งการแบ่งแยกประเทศอย่างชัดเจนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณองค์การ ตามด้วยคุณสงวน พงษ์มณี นะครับ🔗

นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายองค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดมุกดาหาร ภาคอีสาน กระผมต้องกล่าวคำว่ายินดีด้วยที่สภาหรือกรรมาธิการวิสามัญ ได้ศึกษาการบริหารราชการรูปแบบจังหวัดจัดการตนเอง ผมมีคำพังเพยครับ ท่านประธาน คำว่า จะปลูกอีกก็ต้องเตรียมดิน จะกินก็ต้องเตรียมอาหาร จะพัฒนาการก็ต้องเตรียมคน ผมว่าประเทศไทยถึงเวลาแล้วที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ในสิ่งที่มันดีขึ้น พูดง่าย ๆ ว่าให้ประชาชนสามารถกำหนดอนาคตของเขาเอง ซึ่งคำ ๆ นี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดมา มันเกิดมานานแล้ว ซึ่งประชาชนเขาเรียกร้องว่าเขาต้องการจัดการตนเอง เขาต้องการกำหนด อนาคตของตนเอง ก็แสดงว่าเขาต้องการอำนาจในสิทธิขั้นพื้นฐานตั้งแต่ถิ่นที่อยู่ ที่ทำมาหากิน ไม่ว่าอาชีพ หรือแม้แต่ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่มที่เป็นปัจจัยในบรรพกาลเป็นต้นมา ถ้าสภา แห่งนี้ยังคิดว่าสิ่งนี้มันเป็นไปไม่ได้ ผมคิดว่าท่านอาจจะคิดกังวลในหลาย ๆ เรื่อง อันนี้ไม่ได้ ว่ากัน แต่การพัฒนาการเปลี่ยนแปลงมันต้องดีขึ้น มันไม่ดีขึ้นคืออย่างเดียวที่ คสช. ยึดอำนาจ แล้วมันไม่ดีขึ้นมีแต่เลวลง นี่คือตัวอย่างเปรียบเทียบให้เห็นว่าคุณปฏิวัติแล้ว คุณปฏิรูปแล้ว มันไม่ดีขึ้นเพราะผู้นำไม่มีความสามารถ ไม่มีวิสัยทัศน์ อันนี้ตัวอย่างเบื้องต้น ถ้ารัฐบาลกลาง ผู้มีอำนาจกล้าปล่อยให้จังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง เช่น ภูเก็ตหรือจังหวัดที่มีความพร้อมอย่างที่ หลาย ๆ ท่านได้กล่าวมาข้างต้นนี้ ลองดูสิว่ามันจะดีขึ้นหรือมันเลวลง ตั้งแต่คุณภาพชีวิต ตั้งแต่กฎกติกาธรรมนูญท้องถิ่นให้เขามีส่วนร่วม ให้เขากำหนดนโยบายต่าง ๆ ในพื้นที่ของเขา กำหนดชะตาชีวิตของเขาเอง ท่านไม่ต้องเป็นกังวลหรอกว่าเขาจะไม่รู้ อันไหนที่มันผิดกฎหมาย หรือมันไม่เข้ากับระเบียบราชการ หรือกฎหมายใหญ่ของประเทศ ท่านก็ไปปรับเสียให้มันเข้า เพื่อให้ไปกันได้ ยกเว้นผู้มีอำนาจไม่ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงแค่นั้น อันนี้คือความจริงที่เห็นมา ฉะนั้นแล้วไม่กังวลใด ๆ เลยสำหรับผมและพรรคก้าวไกล มันรวมอยู่ในการกระจายอำนาจ ท่านไม่ต้องห่วงว่าผู้ว่า นายอำเภอจะไปอยู่ตรงไหน มันมีที่ไป กำนันผู้ใหญ่บ้านมีที่ไปครับ เผลอ ๆ อำนาจจัดการตนเอง ผู้ใหญ่บ้าน กำนันนี่มีสิทธิสวัสดิการที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้เพราะ สิทธิต่าง ๆ เขาไม่ได้ตัด ให้เขาไปคุยกัน เช่น ทรัพยากรท้องถิ่น ป่าไม้ ที่ดินที่มีปัญหาที่ออก ไม่ได้ อยู่มาตั้งแต่ร้อยพ่อพันแม่ ตั้งแต่ ๑๕๐ ปีแล้วยังออกไม่ได้ เอกสารสิทธิเรียกร้องกันมา ๔ ภาคมานี่ นี่คือตัวอย่างที่ไม่ให้เขาจัดการตนเองให้เขามีอำนาจ ก็คุณรวมศูนย์อยู่ส่วนกลาง และอะไรจะเกิดขึ้นท้องถิ่นล่ะ คุณไม่รู้เท่าคนท้องถิ่น ผู้ว่าที่มาจากการแต่งตั้ง ๒ ปีไป ๓ ปีไป จะรู้อะไรเท่ากับคนท้องถิ่นเพราะเขาเกิดที่นั่น เขาตายที่นั่น เขารักของเขา ประเพณีอันดีงาม ก็ต้องรักษา เขาไม่ให้ทำลาย แต่กฎกติกาให้เขามีส่วนร่วมบ้าง ท่านอย่าสั่งลงไปข้างล่างสิ ให้เขาเกิดจากข้างล่างของเขาสิมันถึงจะไปได้ ประเทศไทยถึงจะเข้มแข็ง ผมเห็นด้วย พรรคก้าวไกลนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยนะครับ ขึ้นป้ายแล้วว่าต้องก้าวไกลให้ไทยก้าวหน้า เปลี่ยนผู้นำโดยไม่ต้องเปลี่ยนประเทศ คือเปลี่ยนกติกา เปลี่ยนการบริหาร ไม่ใช่เปลี่ยนประเทศ ประเทศก็อยู่ที่นี่ล่ะครับ แต่ว่ากระบวนการภายในต้องเปลี่ยนต้องการจัดการ มันล้าหลัง กฎหมายป่าไม้ที่ทำกินล้าหลังมากครับ มันต้องเปลี่ยนให้เขาจัดการเอง ถ้าเขาจัดการตรงนี้ได้ เรื่องโรงเรื่องศาลก็จะลดลง คดีป่าไม้และที่ดินก็ดี บุกรุกต่าง ๆ ลดลง ไม่ต้องมีค่าปรับค่าอะไร เพราะเขาคุยกันได้ในจังหวัด เขามีอำนาจในจังหวัด อันนี้คือสาระสำคัญส่วนหนึ่งที่ผมนึกได้นะ ไม่ใช่ว่าหลาย ๆ ท่านนึกได้เหมือนผมหรือเปล่า แต่ผมเห็นตรงนี้ล่ะเพราะผมสู้ตรงนี้มานาน ขอบคุณมากท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสงวน ตามด้วยท่านนายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ🔗

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ดีใจครับที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้นำเรื่องนี้เข้ามาสภาวันนี้ ผมถือว่าเป็นความทันสมัยที่ตรงกับสถานการณ์จริง ๆ เพราะว่าวันนี้ทิศทางของการกระจาย อำนาจมันควรจะเป็นนโยบายหลักของพรรคการเมืองทุกพรรคการเมือง วันนั้นผมไปเปิด พรรคเพื่อไทยจังหวัดเชียงใหม่🔗

เรื่องแรกที่เราพูดถึงคือเรื่องของการกระจายอำนาจนี่ล่ะครับ เหตุผลที่ผมพูด เรื่องประเด็นนี้ก็เข้าใจว่ารายละเอียดของการกระจายอำนาจมันคงแตกต่างกันหลายพรรค หลายเรื่อง ซึ่งเป็นรายละเอียดซึ่งผมไม่ค่อยสนใจตรงนั้นเท่าไร เพราะว่าใครจะประชามติ ในจังหวัดไหนก็ต้องมาร่างกฎหมายในสภาซึ่งรายละเอียดมันก็จะตกลงกันไปตามสถานการณ์ ไปตามสถานะของแต่ละจังหวัด แต่ผมจะฉายภาพให้เห็นภาพว่าวันนี้การกระจายอำนาจของ ประเทศไทยมันเป็นการกระจายกิจกรรมกับการเพิ่มอำนาจให้กับทางภูมิภาค ซึ่งผมไม่เห็นด้วย อย่างยิ่ง วันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจถอดถอน มีอำนาจถอดถอนนายกท้องถิ่น ผู้บริหาร ท้องถิ่น และสมาชิกท้องถิ่นได้เหมือนกับถอดถอนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน บางหมู่บ้านมีคน ๒๐๐ ๓๐๐ คน มีผู้สมัครผู้ใหญ่บ้านไป ๔ คน คนชนะอาจจะได้ ๖๐ กว่าคะแนน แต่พอมีคน ในหมู่บ้านเซ็นชื่อเกินกึ่งหนึ่ง ผู้ว่าต้องถอดถอนผู้ใหญ่บ้านคนนั้นเลยทันที นี่เป็นความไม่เป็น ประชาธิปไตยอย่างยิ่ง เพราะประชาธิปไตยต้องกำกับโดยกาลเวลาของในช่วงการเลือกตั้งนั้น ๆ แล้วมีระยะเวลาว่าคุณอยู่กี่ปี นี่คือสิ่งที่ผมไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าผมเห็นอย่างนี้ ผมจะติงเรื่องเดียวให้มาอยู่ในข้อสังเกตคือเรื่องอะไรครับ อย่าทำกฎหมายเป็นการทั่วไป โดยพร้อมกัน ครั้งหนึ่งเราเคยยกสถานะของสุขาภิบาล ซึ่งเป็นหย่อมความเจริญของแต่ละจุด บางตำบลมี ๓ ๔ หมู่บ้านเท่านั้นเอง แต่บังเอิญบ้านผมมันเป็นสุขาภิบาลทั้งจังหวัด ทั้งตำบลเลย พอยกปุ๊บผู้ใหญ่บ้านหลุดไปทีละคนสองคนเกิดปัญหาครับ เพราะอะไรเพราะมันไม่เข้าใจ เรื่องบริบทของชนบท ตรงนี้มันต้องดูว่าผู้ใหญ่บ้านไม่ใช่บุคคลที่น่ารังเกียจสำหรับการ กระจายอำนาจเพราะเขามาจากการเลือกตั้งเขาจะอยู่ขึ้นต่อ ไม่ใช่ขึ้นต่อนายอำเภอก็ได้ แต่การอยู่การกินของเราต้องดีกว่านี้ วันนี้ผู้ใหญ่บ้านเป็นตัวตลกของประเทศ เงินหลวง กองอยู่กองเดียว คุณเปิดก๊อกปุ๊บนี่ให้ผู้ใหญ่บ้านคุณเรียกว่าค่าตอบแทน ไม่ให้สิทธิอะไรเลย ทำงานมา ๓๐ ปี จบวันนี้ก็คือจบบำเหน็จก็ไม่ได้ บำนาญก็ไม่มี สวัสดิการก็ไม่ได้ นี่ผมพูด ประเด็นนี้หมายความว่า การดำรงอยู่ของชุมชนหมู่บ้านมันต้องดำรงอยู่ที่สามารถเลือกตั้ง ผู้นำของตัวเองได้เหมือนเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน วันนี้หลายจังหวัดที่อยากจะให้กำนันถูกเลือกตั้ง โดยให้เปลี่ยนแปลงจากการผู้ใหญ่บ้านเลือกตั้งกำนัน อยากให้กำนันทุกที่เลือกตั้งตรงจาก ประชาชน นั่นแสดงว่าการเลือกตั้งเป็นความต้องการของประชาชนทั่วประเทศ การกระจาย อำนาจก็เช่นกัน วันนี้เราจะกระจายแต่กิจกรรม อำนาจไม่ให้เลย จัดเก็บภาษีคุณยังบอกว่า ต้องเก็บอย่างนั้นอย่างนี้ ที่ปลูกกล้วยกันกรุงเทพฯ เขาบอกเขาจะเก็บ ที่อื่นถ้ามีการปลูกกล้วย รักษาพื้นที่ก็ต้องเก็บด้วย ไปออกกฎหมายขึ้นมาปุ๊บเสาบางเสาบอกว่าไม่ใช่สิ่งปลูกสร้าง เก็บภาษีไม่ได้ อันนี้เป็นความประหลาดของอำนาจประเทศไทย ถ้าใครต่อต้านการกระจายนั้นผิด ต้องไม่ต่อต้านกระจายอำนาจพรรคผมไม่ต่อต้านแน่นอน แต่ว่าสาระสำคัญมันต้องคุยกัน แล้วเรียกร้องไม่ให้ออกกฎหมายเป็นการทั่วไป ไม่ใช่ยกเลิกกฎหมายทั้งหมดทั่วประเทศ มันไม่มีความพร้อมครับ ต้องยกเป็นรายจังหวัด ถ้าผมมีโอกาสผมจะบอกว่าพรรคผมอาจจะนะ นี่ตัวผมเองนะ ผมยังไม่ได้เสนอพรรคนะ อาจจะทำนำร่องขึ้นมาเป็นบางจังหวัดทุกภูมิภาค บางจังหวัดที่เป็นตัวอย่างกรณีศึกษาก่อน ผมไม่พูดเรื่องการจัดการตัวเองครับ มันงง ผมจะ เสนอว่าจะเลือกตั้งผู้ว่าบางจังหวัดอย่างนี้เหมือนกรุงเทพมหานครอย่างนี้เขาเข้าใจเลย ไม่ต้องไปอธิบาย จังหวัดจัดการตนเองจัดการอะไรล่ะ ไม่ต้องกลัวเราจะเลือกตั้งผู้ว่าโดยตรง กี่จังหวัด ทดลองเสนอเลย ไม่ต้องไปจัดการตัวเองอะไร ข้อสังเกตผมบอกตรง ๆ เรื่องนี้กับ ชาวบ้านและชาวบ้านเขาปรับปรุงตัวเองเลย แล้วการเลือกตั้งตรงแบบทุกวันนี้ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผมไม่เห็นด้วยที่ว่าจะไปให้ค่าตอบแทนเขาแบบนั้น เราอาจจะให้เขาอยู่ดีกว่านี้ แต่ไม่ขึ้นต่อนายอำเภอก็ขึ้นต่อหัวหน้าเขตก็ได้ วิธีคิดนี้เป็นของผมเอง ไม่ใช่ของพรรคผมนะ ผมจะจบตรงที่ว่าพรรคผมและผมเห็นด้วยกับการกระจายอำนาจอย่างยิ่ง แต่สาระรายละเอียด ภายในต้องแตกต่างกันเป็นบริบทของแต่ละจังหวัด ไม่ใช่ว่าเอามาเหมือนกันทั่วประเทศแค่นี้ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอาญาสิทธิ์ ตามด้วยท่านดอกเตอร์มหานิยม เวชกามา ครับ🔗

นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นครศรีธรรมราช

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมจะขออนุญาตอภิปราย เกี่ยวกับรายงานการศึกษาเรื่องการบริหารราชการรูปแบบจังหวัดจัดการตนเอง ซึ่งผู้มีเกียรติ หลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมจะขออนุญาตใช้เวลาเพียงเล็กน้อย ซึ่งจะใช้เอกสารรายงาน อันนี้ที่ทางคณะกรรมาธิการได้จัดทำเพื่อประกอบในการอภิปรายผมจะขออนุญาตดูไปตาม หน้า ๑๘ ถึงหน้า ๒๗ เรื่องของการจัดตั้งการบริหารราชการรูปแบบจังหวัดจัดการตนเอง ซึ่งในเรื่องนี้ผมได้ดูแล้วครับ ก็คิดว่ามีกฎหมายหรือแนวทางที่เราปฏิบัติกันมาอยู่มีกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องที่สำคัญอยู่ ๒ เรื่อง🔗

กฎหมายแรกก็เป็นเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แล้วก็เรื่องของ กฎหมายระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งได้กำหนดรูปแบบของการบริหารราชการ แผ่นดินของประเทศไทยเอาไว้ก็มีส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นนะครับ จากรายงาน ที่กระผมได้อ่านแล้วเห็นว่าเป้าหมายสำคัญก็คือมีการจัดทำเรื่องของกฎหมายเกี่ยวกับ รูปแบบของจังหวัดจัดการตนเองก็คือเรื่องของการยกเลิก เรื่องการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ซึ่งส่วนภูมิภาคนั้นก็จะเป็นเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดินที่ส่วนกลางได้กระจายออกไป ให้มีจังหวัด มีอำเภอแล้วก็มีตำบล หมู่บ้านในส่วนของการปกครองท้องที่ เมื่อเราได้จัดทำ ข้อเสนอหรือว่ากฎหมายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการจังหวัดจัดการ ตนเอง ซึ่งตามรายงานนี้ก็จะมีอยู่ประมาณ ๑๓๔ มาตรา หลักสำคัญก็คือจะกำหนดให้ยกเลิก ราชการส่วนภูมิภาคที่ได้จัดตั้งในจังหวัดที่ได้จัดตั้งจังหวัดจัดการตนเอง ผมคิดว่าการที่จะให้ จังหวัดมาจัดตั้งเป็นจังหวัดจัดการตนเองมันไม่ใช่เรื่องที่จัดทำไม่ได้ เพราะว่าวิวัฒนาการของ การเมืองการปกครองมันไม่ได้อยู่กับที่มันต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ตามเวลา แต่สิ่งสำคัญก็คือการที่เราได้คิดที่จะไปเลือกเอาจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง อย่างในข้อสังเกตครับ เช่น ยกฐานะจังหวัดที่มีรายได้และการพัฒนาสาธารณูปโภคที่มีโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ มีความพร้อมทางเศรษฐกิจให้เป็นจังหวัดจัดการตนเอง ยกฐานะจังหวัดที่มีลักษณะโดดเด่น มีภูมิประเทศที่มีลักษณะพิเศษเป็นจังหวัดพัฒนาตนเอง เช่น จังหวัดภูเก็ต ยกฐานะจังหวัด ที่มีลักษณะพิเศษทางด้านวัฒนธรรม ทางสังคมที่มีความจำเป็นจะต้องจัดความสัมพันธ์ ทางอำนาจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ อย่างนี้ผมคิดว่าเราจะไปเอาเฉพาะจังหวัดที่เขามีความโดดเด่น มีความพร้อมและจังหวัดที่เป็นจังหวัดทั่ว ๆ ไปเราจะเอาไปไว้ที่ไหนเมื่อเรามาทำอย่างนี้แล้ว จังหวัดที่เป็นภูมิภาคทั่ว ๆ ไปก็จะเกิดความเหลื่อมล้ำ นั่นก็คือหมายความว่าไม่ใช่เหลื่อมล้ำ เฉพาะในเรื่องของคน ไม่ใช่เหลื่อมล้ำของบุคคลก็เป็นการเหลื่อมล้ำในระดับของการปกครอง บ้านเมืองเลย แล้วเรื่องสำคัญก็คือเรื่องความมั่นคงของประเทศในเรื่องของการบริหารจัดการ จากรัฐบาลส่วนกลาง เพราะว่าเราต้องอยู่ด้วยกันเป็นประเทศที่เป็นหนึ่งเดียว ถ้าหากว่า มีการแบ่งแยกแล้วก็ต่างคนต่างอยู่ น้ำท่วมเราก็บอกว่าจังหวัดโน้นอย่าปล่อยน้ำลงมาทางนี้ จังหวัดนี้ก็ปิดทางระบายน้ำ อย่างนี้ครับแล้วบ้านเมืองเราจะอยู่กันอย่างไร แล้วส่วนที่สำคัญคือ กลุ่มของพี่น้องที่เป็นคนทำงานในพื้นที่ ในท้องที่เป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เราจะให้เขาอยู่อย่างไร ก็เป็นข้อเสนอแนะไว้ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิยม เวชกามา ตามด้วยท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องกระจายอำนาจเพราะเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ สำหรับพี่น้องประชาชน ผมต้องขอบคุณทางคณะกรรมาธิการที่ไปศึกษามา หนังสือเล่มนี้ ผมอ่านแล้วมีความรู้สึกว่าเป็นเรื่องดีถึงแม้จะยังไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ มีจุดบกพร่อง ต้องขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการทุกท่าน คณะชุดนี้มีท่านซูการ์โน มะทา เป็นหัวหน้าใหญ่ เป็นหัวหอกอยู่ เห็นด้วย มี ส.ส. บ้านผมด้วยนะ พัฒนา สัพโส ต้องขอบคุณ แต่ที่ผมต้องพูด วันนี้เรื่องกระจายอำนาจ มันเป็นเรื่องที่พรรคการเมืองพี่สงวนพูดแล้วว่าต้องให้ความใส่ใจ เป็นพิเศษ มันเป็นเรื่องที่ ส.ส. ทุกคนต้องให้ความใส่ใจเพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนจะได้รับ ประโยชน์จากส่วนนี้ ท่านประธานครับ ผมได้อ่านในหนังสือเล่มนี้ท่านคณะกรรมาธิการชุดนี้ ไปศึกษามา ๑๓ ข้อเป็นประเด็นที่ดีมาก จะสมบูรณ์ ไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่เป็นอะไร ขอแต่ให้ตั้งต้นเริ่มเลย ผมไม่เอาทุกข้อหรอกครับ ด้วยเวลาสั้น ๆ หมดไปแล้วเหลือแค่ ๓ นาที ก็ต้องยืนยันว่าในหลายเรื่องความจริงรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนในเรื่องกระจายอำนาจ ๓๐ เปอร์เซ็นต์อะไรในเรื่องงบประมาณ แต่เขียนไว้แล้วทำไม่ได้นั่นคือประเด็นต้องไปศึกษามา ที่ท่านหลายคนบอกว่าเรื่องประชามติเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ จังหวัดไหนพร้อม ไม่พร้อมไม่สำคัญ ขอแต่ให้ไปถามประชามติประชาชน แล้วในข้อสังเกตที่คณะกรรมาธิการตั้งไว้ผมก็ไม่ได้เห็นด้วย แต่ว่าต้องแสดงความคิดเห็นว่าโดยเฉพาะท่านเขียนมาว่าในข้อนี้ผมเห็นด้วยในข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๔ ๕ ๖ เป็นเรื่องที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งคือการกำหนดในการบริหารจัดการจังหวัดตนเอง ประกอบด้วย ๓ ส่วน สภาจังหวัดตนเอง ผู้ว่า สภาพลเมืองจังหวัด ที่ผมชอบมากตรงประเด็น ที่บอกว่าในส่วนที่ความเห็นของผลการพิจารณา ซึ่งด้วยเวลาอันสั้นนี้ต้องบอกว่าผมเห็นด้วย อย่างยิ่งคือบอกว่าการปฏิรูปโครงสร้างระบบราชการกระจายอำนาจจะต้องถือเอาประโยชน์ ของประชาชนที่ประชาชนจะได้รับ นี่คือประเด็นที่ผมต้องพูดว่าต้องยึดเอาประโยชน์ของ ประชาชนที่จะได้รับ และประสิทธิภาพในการจัดบริการสาธารณะจากการปฏิรูปดังกล่าว ประเด็นท่านตั้งไว้ดีมาก จะทำอะไรก็แล้วแต่ผมอยากให้ยึดถือเอาประชาชนเป็นหลัก ท่านประธานครับ บ้านผมสกลนครนี่มีการต่อสู้ในเรื่องกระจายอำนาจมาตั้งแต่ ๘๐ ปีมาแล้ว ผู้นำจังหวัดผม นายเตียง ศิริขันธ์ ส.ส. ตลอดกาล รัฐมนตรีนายครอง จันดาวงศ์ พยายามต่อสู้ ในเรื่องการกระจายอำนาจ ในเรื่องประโยชน์ของประชาชน แต่สุดท้ายยุคโหดร้ายยุคนั้นก็ถูก ประหัตประหารตายหมดท่านประธาน ประหารตายเสียในหลัก ประหารตายในเรื่องนี้อุ้มฆ่า นี่เป็นประเด็นที่ผมบอกว่าวันนี้ทำไมเราต้องไปคิดว่าต้องให้ประชาชนได้ประโยชน์ กระจายอำนาจ ออกไป ขนาดประเทศเวียดนามนี่ผมไปดูงานมาแล้วเขาเป็นระบบปกครองคอมมิวนิสต์ แต่เขาบอกว่าโดยเฉพาะจังหวัดเดียนเบียนฟูซึ่งเป็นจังหวัดที่มีคนไทยถึง ๓๐๐,๐๐๐ คน เขาบอกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดก่อนจะไปอยู่จังหวัดเขาต้องไปศึกษาขนบธรรมเนียมประเพณีเขา ไปศึกษาภาษาเขาเสียก่อน อันนี้คือประเด็น ทุกวันนี้ท่านประธาน อำนาจอยู่ที่ผู้ว่าล้นฟ้า นายอำเภอ เพราะฉะนั้นในความเห็นผมผู้ว่า นายอำเภอ ไม่ควรจะสั่งการปลดอะไรมากมาย ผมอยากให้เป็นแค่ผู้ประสานงานเท่านั้น เอานโยบายของส่วนรัฐเข้าไปให้ท้องถิ่นเขา ไม่มีใครจะรู้จักพื้นที่เท่ากับท้องถิ่นท่านประธาน นี่ผมบอกว่าท้องถิ่นควรจะมีบทบาทมากที่สุดในเรื่องการบริหารจัดการบ้านเมืองของเขา เขาต้องรักบ้านเมืองของเขาครับท้องถิ่น นายก อบต. เทศบาล ไม่มีใครเกินเขาล่ะครับ อย่าให้ผู้ว่าไปครอบงำเขา อย่าให้นายอำเภอไปครอบงำเขา ที่สำคัญให้ทั้งอำนาจ ต้องให้ ทั้งงบประมาณเขาด้วยท่านประธาน อย่าให้แต่อำนาจ ซึ่งงบประมาณเขาไม่มีมันทำไม่ได้ ขอบคุณท่านประธานครับ ด้วยเวลาอันสั้นขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวรภพครับ🔗

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออภิปราย สนับสนุนรายงานการศึกษาจังหวัดจัดการตนเองของคณะกรรมาธิการ เหตุผลคือผมมองว่า มันคือกลไกสำคัญ มันคือรูปแบบสำคัญที่จะทำให้สู่การกระจายอำนาจแล้วก็เกิดการปฏิรูป ระบบราชการภาครัฐครั้งใหญ่นะครับ ซึ่งมีความจำเป็นที่ทำให้ภาครัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วก็ยึดผลประโยชน์ประชาชนสูงสุดครับ ผมขอไล่ไปในแต่ละประเด็นครับ คือที่ต้องอธิบาย ว่าทำไมประเทศไทยถึงควรจะเริ่มการกระจายอำนาจหรือจังหวัดจัดการตนเอง ผมอยากชวน สภาแห่งนี้ลองคิดง่าย ๆ ครับว่าถ้างบประมาณคิดค้นโดยงบประมาณหรือโครงการต่าง ๆ คิดโดยท้องถิ่นที่มาจากการเลือกของประชาชน หรืออธิบดีกรม หรือ ผอ. สำนัก ที่นั่งอยู่ ที่กรุงเทพมหานคร งบประมาณหรือว่าโครงการแบบไหนจะเป็นประโยชน์กับประชาชน มากกว่ากัน ผมคิดว่านี่เป็นคำถามเริ่มต้นง่าย ๆ ว่าทำไมถึงควรสนับสนุนกระจายอำนาจ ทำไมถึงควรสนับสนุนให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการทำบริการสาธารณะทั้งหมด กำหนดยกเว้น ไว้เฉพาะที่ห้ามทำ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพ ศาล เงินตราต่างประเทศ ที่เหลือควรจะต้องเป็น ภารกิจสำคัญของท้องถิ่นทั้งหมด และแน่นอนครับ เมื่องบประมาณอยู่ที่ท้องถิ่นเป็นหลัก รายได้ก็ต้องตามมา ผมมองว่าความเป็นธรรมจะเกิดขึ้น ถ้ามูลค่าเศรษฐกิจ รายได้ที่เกิดจาก เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นนั้นต้องแบ่งให้ท้องถิ่นอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นที่จังหวัดไหน เกิดขึ้นที่ท้องถิ่นเทศบาลตำบลไหน ควรจะต้องแบ่งให้ ท้องถิ่นนั้นด้วย แบ่งกันครึ่ง ๆ ครึ่งหนึ่งเข้าส่วนกลาง ครึ่งหนึ่งเข้าท้องถิ่น เหตุผลเพราะว่า มูลค่าเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ท้องถิ่นนั้นเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบภาระที่เกิดขึ้นจากเศรษฐกิจนั้น โดยตรง อีกเหตุผลหนึ่งก็คือมันจะเกิดการแข่งขันการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างท้องถิ่นด้วยกัน งาน เงิน คน ก็จะกระจายกลับไปอยู่ที่แต่ละจังหวัด ทุกท้องถิ่นก็จะแข่งขันกัน ไม่มีใครจำเป็น ที่ต้องแย่งกันเข้ามาเพื่อหางานหารายได้ ที่มีความมั่นคงอยู่ที่กรุงเทพมหานครอีกต่อไป ซึ่งแน่นอนครับ ในประเด็นเรื่องของความเหลื่อมล้ำมันจำเป็นที่จะต้องมีกลไกป้องกันแก้ไข ความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นตามมา ซึ่งในที่นี้ผมยกตัวอย่างของประเทศญี่ปุ่นนี้เขาชัดเจนที่สุดครับ คือทุกท้องถิ่นจะต้องมีรายได้ขั้นต่ำ รายได้ขั้นต่ำที่คำนวณออกมาว่าแต่ละท้องถิ่นมีรายได้ เท่านี้ถึงจะเพียงพอในการดูแลบริการสาธารณะกับประชาชน และท้องถิ่นที่รายได้น้อย หมายความว่าส่วนกลางก็ต้องอุดหนุนเข้าไปเพิ่ม ท้องถิ่นที่มีรายได้มากส่วนกลางก็อุดหนุนน้อย นี่คือกลไกลดความเหลื่อมล้ำที่ผมว่าเป็นธรรมกับทุกท้องถิ่น เมื่อรายได้ที่เกิดขึ้นที่ท้องถิ่น แบ่งให้ท้องถิ่น ส่วนท้องถิ่นที่รายได้น้อยส่วนกลางก็อุดหนุนให้มาก ผมคิดว่านี่คือมีเหตุมีผล อย่างยิ่ง ดังนั้นจึงเป็นคำถามที่ตอบได้ว่าแล้วท้องถิ่นที่ไม่ได้เป็นจังหวัดท่องเที่ยวจะเป็นอย่างไร ก็ให้ส่วนกลางอุดหนุนเข้าไปเพิ่ม เพราะรายได้ที่แบ่งให้ท้องถิ่น ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หมายถึงว่า อีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ยังอยู่ที่ส่วนกลาง เพื่อเอามาใช้เป็นกลไกลดความเหลื่อมล้ำตรงนี้ครับ🔗

ส่วนประเด็นเรื่องการขอยกเลิกข้าราชการส่วนภูมิภาค ผมชวนสภาแห่งนี้ ตั้งคำถามง่าย ๆ ครับว่าข้าราชการที่ทำงานอยู่ภายใต้ผู้ว่าที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน กับข้าราชการที่ทำงานอยู่ภายใต้อธิบดีที่นั่งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ข้าราชการแบบไหน จะทำงานให้เป็นประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด ข้าราชการแบบไหนที่จะทำตามภารกิจ หน้าที่โดยยึดประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ผมคิดว่าคำถามนี้มันง่ายมากครับ ดังนั้นมันจึง มีเหตุผลที่ว่าทำไมการยกเลิกราชการส่วนภูมิภาคไม่ได้หมายความว่ามีการยกเลิกตำแหน่ง หรือการตัดสิทธิประโยชน์แต่ประการใด จริง ๆ แล้วถ้าพูดอธิบายให้ง่ายที่สุดมันคือการเปลี่ยนนาย จากนายที่นั่งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร มาเป็นผู้ว่าที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ทุกตำแหน่งแห่งหนยังอยู่ที่เดิม ทุกสิทธิประโยชน์ยังอยู่เหมือนเดิมนะครับ อันนี้ก็ต้องพูดให้ชัดว่าจังหวัดจัดการตนเอง การยกเลิกราชการส่วนภูมิภาคเป็นเพียงแค่การเปลี่ยนนายให้มาอยู่ภายใต้ผู้ว่าที่มาจาก การเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง แน่นอนเมื่อมีการกระจายอำนาจ เมื่อมีจังหวัดจัดการตนเอง สิ่งที่ต้องมาคู่กันแน่นอนครับก็คือกลไกในการตรวจสอบ ข้อมูลภาครัฐทั้งหมดต้องมีการเปิดเผย ต้องมีการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยตรง ในรายงานนี้ก็มีการเสนอสภาพลเมือง เพื่อช่วยมาตรวจสอบ มาซักถามผู้บริหารท้องถิ่นว่าดำเนินภารกิจหน้าที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือไม่ มีการขัดผลประโยชน์ มีการทุจริตคอรัปชั่นหรือไม่ ถ้าตอบคำถามไม่ได้ ชี้แจงไม่ได้ มันก็อยู่เป็นอำนาจของประชาชนในการถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่นโดยประชาชนโดยตรงไม่ใช่ ข้าราชการแต่งตั้ง นี่คือกลไกการตรวจสอบที่สุดท้ายแล้วทั้งหมดอำนาจกลับไปที่ประชาชน ในการตรวจสอบครับ🔗

สุดท้ายครับที่ต้องสนับสนุนการกระจายอำนาจเพราะผมคิดว่ามันเรียบง่ายมาก ว่าถ้าอำนาจกลับไปอยู่ที่ท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดนี่คือการยืนยันว่าประเทศไทย อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังต้องการอภิปรายแสดงความเห็นอีกไหมครับ ถ้าไม่มีผมจะได้เชิญ ทางกรรมาธิการตอบชี้แจงครับ เชิญครับ🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงรายครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ เชิญท่านวิสารครับ🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ขอบพระคุณท่านประธานอย่างยิ่งครับ ผมเองได้อภิปรายในรายงานฉบับนี้เรียบร้อยแล้วนะครับ แต่ว่าท่านประธานเองก็ได้กรุณาให้ เพื่อนสมาชิกมีการอภิปรายได้หลากหลายขึ้น เรียนท่านประธานอย่างนี้ครับในรายงานฉบับนี้ เป็นเพียงรายงานของคณะกรรมาธิการปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ ซึ่งมีท่านซูการ์โน มะทา เป็นประธานกรรมาธิการ ขออภัยที่เอ่ยนาม ทราบว่าคณะอนุกรรมาธิการ ก็มีการรายงาน แล้ววันที่ได้อภิปรายเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วมันไปจนถึงข้อสังเกต ผมขออนุญาต ทบทวนว่าข้อสังเกตนี้ทราบว่าท่านประธานอนุรักษ์ จุรีมาศ ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาเห็นด้วย กับกระผมก็คืออยากให้ถอนในข้อที่ ๒ ที่ท่านจะได้แนบข้อกฎหมายร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการจังหวัดตนเองออกไป ซึ่งวันนั้นผมได้ให้เหตุผลอย่างนี้ครับว่ามันมีการ โปรยหัวไว้ว่าจะมีการเอากฎหมายฉบับนี้มาเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเรา แล้วมันก็เกิดการ เข้าใจผิดว่ามีการเสนอกฎหมายนี้แล้ว หลังจากวันนั้นต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่อยาก ให้รายงานที่ท่านกรรมาธิการได้กรุณาทำมาเสียเปล่าไปนะครับ หลังจากนั้นมันก็มีการต่อว่า ต่อขานกันในคลิป โดยที่ไปบอกว่าผม ท่านพิเชษฐ์ คัดค้านเพราะว่าไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง โดยตรงอะไรทำนองอย่างนั้น ทีนี้ในขณะที่อันนี้มันเป็นเรื่องของสภาเราเอง ผมเองต้องเรียน ว่าพรรคเพื่อไทยเราอย่างที่ท่านประธานเห็น ผมไม่ก้าวล่วงไปถึงพรรคอื่น เรามีความตั้งใจที่จะ ให้มีการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง แล้วก็เรื่องนี้ผมเรียนว่ามันเป็นเพียงแค่รายงานนะครับ แล้วใจผมผมได้เรียนตั้งแต่ครั้งแรกแล้วว่าถ้าตัดกฎหมายฉบับ ๑๓๔ มาตรานี้ออกไปก็ไม่มี ปัญหาอะไรสำหรับตัวผม ทีนี้เรียนท่านประธานเพิ่มเติมหน่อยครับว่าข้อเท็จจริงผมเรียนว่า ถ้าเรื่องการรับรายงานมันก็เป็นเรื่องของกรรมาธิการที่เรามอบหมายให้ และท่านกรรมาธิการ ก็ไปศึกษาแล้วก็มีข้อมูล ส่วนการจะเอาไปทำหรือไม่ อย่างไร มันก็คงจะอยู่ที่ฝ่ายรัฐบาล เพราะว่าแน่นอนการกระจายอำนาจครั้งนี้มันเป็นเรื่องใหญ่แล้วก็ต้องใช้เงิน ใครที่เป็นรัฐบาล ก็คงมีโอกาสทำได้เพราะว่ากฎหมายการเงินมันต้องผ่านนายกรัฐมนตรี ผ่าน ครม. อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปถึงกรรมาธิการ นั่นก็คือทำอย่างไรที่ท่านประธาน กับกรรมาธิการจะได้ให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องที่อยู่ในท้องถิ่นอย่าเข้าใจผิด อย่ามา ต่อว่าต่อขานคนที่บอกว่าอภิปรายคัดค้านเรื่องนี้แล้วไม่เห็นด้วย ผมเรียนยืนยันท่านประธานว่า ผมนี้เป็นคนที่สนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นมาตลอด แม้กระทั่งพรรคเพื่อไทยเอง และเรายืนยันนะครับว่าสถาบันกำนัน ผู้ใหญ่บ้านมันต้องชัดเจน นอกจากจะช่วยดูแลปกครองเกี่ยวกับเรื่องความสงบเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะเหตุการณ์ ๓ ปี ที่ผ่านมาเรื่องโควิด (COVID) เขาก็ดูแลให้เราชัดเจน สิ่งที่อยากจะเรียกร้องให้กรรมาธิการทุกท่าน ได้ตระหนักก็คือผมยังอยากจะเอาไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญเสียด้วยซ้ำไป ท่านจะเห็นไหมว่า กฎหมายฉบับปี ๒๕๖๐ มันไม่ได้พูดถึงเรื่องท้องถิ่นสักเท่าไรเลย มีแค่ประมาณสัก ๖ มาตรา แค่นั้นเอง ผมเรียนท่านประธานว่าผมติดใจ สำคัญที่สุดคือท่านต้องยึดเอามาตรา ๒๕๒ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นหลัก ซึ่งในนี้ผมก็เห็นบางอันที่กรรมาธิการได้ทำไว้แล้วเกี่ยวกับ เรื่องปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษให้ได้มาโดยการยืนยันและต้องมีการคำนึงถึงการ มีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนและจะต้องมีกฎหมายบัญญัติ ซึ่งตรงนี้ผมอยากให้กรรมาธิการ ได้แสดงความชัดเจนให้สภาแห่งนี้ ให้พี่น้องประชาชนที่เป็นฝ่ายท้องถิ่นได้รับรู้ว่าเราไม่ได้ คัดค้าน แต่ขณะนี้ท่านต้องทำให้มันค่อยเป็นค่อยไป ให้มันชัดเจน ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ ท่านก็เอา กฎหมายมาแนบแล้วท่านก็บอกว่าสภาต้องรับรองนะ ต้องเสนอกฎหมายนี้ให้รัฐบาลชุดหน้า ซึ่งตรงนี้ผมว่ามันไม่แฟร์ (Fair) ถ้าสมมุติกรรมาธิการยืนยันว่าตัดกฎหมายที่ท่านร่างมา ๑๓๔ มาตรานี้ออกไป ไม่เกี่ยวกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือข้าราชการอื่น ๆ มันก็ต้องเป็นเรื่อง ของ ครม. ชุดหน้าว่าจะทำหรือไม่ทำ อย่างนี้ผมว่าพวกเราสบายใจ ก็เรียนท่านประธานว่า จริง ๆ แล้วหลายท่านอภิปรายเรามีความเห็นตรงกัน แต่ผมไม่อยากให้มีการเข้าใจผิดว่า ในเรื่องอย่างนี้มันเป็นเรื่องพรรคนี้ได้ประโยชน์ พรรคนี้ไม่เอาการเลือกตั้งท้องถิ่น ไม่เอา เลือกตั้งผู้ว่า อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งรายละเอียดผมเข้าใจว่าเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันหมดแล้ว แต่ผมอยากให้เอารายงานของกรรมาธิการชุดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แค่นั้นเอง แต่ทำอย่างไร ที่ท่านจะแก้ไขปัญหาว่าในขณะที่บางพรรคไปโจมตีบางพรรค ว่ากันตรง ๆ ครับ ท่านจะต้อง ไม่เข้าใจผิดตรงนี้ แล้วก็ท้องถิ่นเองเกิดความแตกแยก แล้วก็ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านเองขณะนี้ ก็จับจ้องอยู่ว่าเขาจะโดนยุบ ไม่โดนยุบ อะไรอย่างนี้ต้องเอาให้ชัดเจน ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชิญครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย เรียนท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑ ประเทศไทยเป็น ราชอาณาจักรเดียวแบ่งแยกมิได้ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุข ผมจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และองค์พระมหากษัตริย์ ท่านประธานครับ เพื่อประเทศชาติและประชาชนนี่ชีวิตผมก็ให้ได้ เอาผมไปลงในอินเทอร์เน็ต (Internet) เอาผมไปโจมตี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน อายุ ๕๙ ปีว่าไป คิดว่าผมกลัวหรือครับ ผมกลัว ท่านหรือครับ สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์กับประเทศ สิ่งไหนที่เป็นความถูกต้องรักษาประเทศชาติ ผมทำทั้งนั้น ผมไม่มีกลัวใครทั้งนั้น เอาไปลงอีก จากวันนี้ไปเอาผมไปลงอีกว่าผมไม่เห็นด้วย ท่านประธานที่เคารพ รู้จักผมน้อยไป พรรคเรายืนยันว่าเราเห็นด้วยกับการกระจายอำนาจ แต่ว่าการกระจายอำนาจแบบเหมาเข่งนี่มันไม่ได้ ๗๐ กว่าจังหวัดนะครับ มันไม่เหมือนกัน กรุงเทพมหานครใหญ่มาก พัทยาเล็กมาก หลายจังหวัดจะต้องมีบทเฉพาะกาลของแต่ละจังหวัด คุณจะมาเหมาเข่งไม่ได้ผมไม่เห็นด้วยอย่างไร มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศเขาออกจาก ระบบ เขาอยู่ในกำกับ เขามีพระราชบัญญัติของเขา จุฬาลงกรณ์ มหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขามีกฎหมายเฉพาะของเขาเหมือนกัน เขาดูแลตนเอง แต่ท่านจะมาเหมาเข่งว่าจังหวัดไหนพร้อมให้ดูแลตนเองได้ ไม่ใช่ครับ มันไม่ใช่ อเมริกา ท่านประธานที่เคารพ เป็นเขตปกครองพิเศษก็เป็นได้ ท่านซูการ์โนอยากได้อะไร ท่านร่างพระราชบัญญัติของท่านออกมาเสนอต่อสภา เขตปกครองตนเอง เขตปกครองพิเศษ ก็ว่าไป แต่อย่ามาเหมาเข่ง ๗๐ กว่าจังหวัด การบริหารส่วนท้องถิ่น ส่วนภูมิภาค ไม่ได้ครับ ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรเดียวแบ่งแยกมิได้ ผมเห็นด้วยกับการกระจายอำนาจอย่างที่สุด แต่ผมไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของกรรมาธิการทุกข้อ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านประธานกรรมาธิการชี้แจงครับ🔗

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านซูการ์โน ผมลืมไปว่าท่านพิมพ์รพีขอเอาไว้ ขอโทษที เชิญคุณพิมพ์รพีครับ🔗

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

สั้น ๆ ต่อเนื่องค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากจังหวัดกระบี่ ท่านประธานคะ ดิฉันส่วนตัวแล้วพรรคประชาธิปัตย์เองนี่เรามีความริเริ่ม และสนับสนุนการกระจายอำนาจปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านชวน หลีกภัย และท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และประเด็นต่าง ๆ ในนโยบายการหาเสียงของเรา เราก็ให้ ความสำคัญในการทำเป็นเมืองศูนย์กลางเมโทรพอลิเทิน (Metropolitan) เมืองใหญ่ที่สามารถ ดูแล ปกครอง มีรายได้ แล้วก็สามารถทำให้กระจายอำนาจให้ได้มากขึ้น แต่ดิฉันก็มีข้อสังเกต และดิฉันก็มีความกังวลแล้วดิฉันก็เข้าใจบริบทของปัตตานีเป็นอย่างมากค่ะ ดิฉันเข้าใจ ถึงปัญหาความแตกต่างทางวัฒนธรรม พหุสังคม ภายใต้การปกครองที่เรียกว่า รัฐเดี่ยว ดิฉัน มีปัญหาเรื่องข้อสังเกต ข้อ ๖ หน้า ๒๖ ยกฐานะจังหวัดที่มีลักษณะพิเศษทางด้านวัฒนธรรม หรือด้านสังคมที่มีความจำเป็นจะต้องจัดความสัมพันธ์ทางอำนาจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ลดความขัดแย้ง และสร้างความเป็นธรรม เห็นด้วยค่ะ หรือดำรงไว้ซึ่งความเป็นชาติพันธุ์ เห็นด้วยค่ะ เช่น ปัตตานี ยะลา นราธิวาส อันนี้เห็นด้วยอีกนะคะ และได้มีการนำเสนอโดย ภาคประชาชนในการยกร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินปัตตานีมหานคร ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกันหรือจังหวัดจัดการตนเอง ดิฉันขอให้ท่านประธานช่วยอธิบายว่า ลักษณะของการยกร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการปัตตานีมหานครซึ่งเป็น รูปแบบเดียวกับจังหวัดจัดการตนเอง ขีดเส้นใต้จังหวัดจัดการตนเองนั้น คือลักษณะเดียวกับ กรุงเทพมหานครไหมคะ หรือเป็นลักษณะที่ประชาชนสามารถออกกฎหมายเองได้ด้วยตัวเอง เช่น สามารถเปิดพื้นที่ให้สามารถมีบ่อนได้ สามารถมีพื้นที่ที่อยู่เหนือกว่ากฎหมายของประเทศ ได้หรือเปล่า ดิฉันมีคำถามเช่นนี้ ซึ่งอย่าเข้าใจดิฉันผิด ดิฉันต้องการที่จะปิดจุดว่างตรงนี้ ให้ท่านได้รับการชี้แจงเพื่อที่ดิฉันจะได้โหวตให้อย่างสบายใจค่ะ ดิฉันก็เชื่อว่าหลาย ๆ ท่าน ในที่นี้ก็ต้องการสนับสนุนสิ่งนี้ ท่านตอบคำถามนี้ได้ทุกคนก็จะมีความสบายใจมากขึ้น ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานกรรมาธิการชี้แจง เชิญครับ🔗

นายซูการ์โน มะทา ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ซูการ์ มะทา ประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร วันนี้ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ขอขอบคุณพรรคการเมืองทุกพรรคการเมือง ในสภาผู้แทนราษฎร ที่ผมได้นั่งฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านในวันนี้ส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญเห็นด้วยเรื่องของการกระจายอำนาจว่ามีความจำเป็นที่จะต้องมีการกระจาย อำนาจก็มีเพื่อนสมาชิกบางท่านยังไม่สบายใจในบางประเด็นที่เป็นผลของการรายงาน การศึกษาของคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหาร ราชการรูปแบบพิเศษฉบับนี้ ผมอยากเรียนผ่านท่านประธานถึงเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่าน ผมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ และในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ นั้นก็ได้ให้อำนาจหน้าที่ให้กับ คณะกรรมาธิการและประธานคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะของสภาผู้แทนราษฎรนั้น มีหน้าที่ในการศึกษางานอันเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวเนื่องกับคณะกรรมาธิการที่รับผิดชอบอยู่ ด้วยคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นคณะกรรมาธิการ ที่เราตั้งขึ้นมาโดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถึง ๑๕ ท่านนั้นเป็นคณะกรรมาธิการและ มีคณะอนุกรรมาธิการที่ทำงานในคณะกรรมาธิการชุดใหญ่เราอยู่ ๓ คณะอนุกรรมาธิการ ด้วยกัน วันนี้สิ่งที่เรานำมารายงานศึกษานั้นผมอยากเรียนผ่านท่านประธานถึงเพื่อนสมาชิก ที่เคารพทุกท่านว่าเราได้ศึกษาเรื่องของการกระจายอำนาจ เราได้ศึกษาเรื่องของจังหวัด จัดการตนเองเพื่อเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรรับรองรายงาน แล้วก็ส่วนในประเด็นมีข้อสังเกต ความไม่สบายใจของเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านว่าการศึกษาของเรานั้นอาจจะเป็นการไปทำ ให้เกิดขัดกับรัฐธรรมนูญการปกครองแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑ ว่าด้วย ประเทศไทยเป็นรัฐเดียวไม่สามารถแบ่งแยกกันได้นั้น ผมอยากเรียนผ่านท่านประธานถึง เพื่อนสมาชิกว่าเราได้ศึกษาพระราชบัญญัติกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๖๐ อย่างละเอียดแล้วในทีมงานของคณะกรรมาธิการเราได้เชิญนักวิชาการที่มีความรู้ ในข้อกฎหมายมาศึกษาร่วมกับเราด้วย ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากเรียนผ่านท่านประธานไปถึง เพื่อนสมาชิกว่าผลการศึกษาวันนี้มันเป็นผลการศึกษาเรื่องของจังหวัดจัดการตนเองเป็น รูปแบบหนึ่งของการกระจายอำนาจ ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้วในการปกครองของประเทศไทย เราก็มีการปกครองแบบราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาคแล้วก็ราชการส่วนท้องถิ่น ก็มาร้อยกว่าปีแล้ว แต่เนื่องจากหลายรัฐธรรมนูญตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีบทบัญญัติให้มีการกระจายอำนาจการปกครอง ให้กับส่วนท้องถิ่น ซึ่งต้องการให้พี่น้องประชาชนให้ความสำคัญเรื่องของการกระจายอำนาจ ทางคณะกรรมาธิการเรา โดยท่านกรรมาธิการหลาย ๆ ท่านก็ให้เห็นความสำคัญตรงนี้ จึงได้ใช้เวลาทั้งหมดในการศึกษาในการลงพื้นที่ไปรับฟังความเห็นจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ว่า ประเทศไทยถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะกระจายอำนาจคืนอำนาจให้กับพี่น้องประชาชนได้ มีโอกาสได้เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งในการยกร่างกฎหมายฉบับนี้เราเพียงทำเป็น ข้อศึกษาไม่ได้เป็นเป็นกฎหมายที่จะไปบังคับให้รัฐบาลต้องดำเนินการตามข้อศึกษาของ คณะกรรมาธิการ เพียงแต่ว่าเพื่อความง่ายดายเพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้มีข้อสังเกตได้มีข้อสงสัย ว่าถ้าเรามีการกระจายอำนาจแล้วเราจะมีกรอบในการควบคุมดูแลหน่วยงานราชการที่เราจะ ตั้งขึ้นใหม่นั้นอย่างไร อันนี้เราจึงจำเป็นทำภาคผนวกขึ้นมา แต่ไม่ใช่เป็นข้อเสนอนะครับ ผมในฐานะเป็นประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎรนั้นก็พร้อมที่จะตัดข้อสังเกตข้อที่ ๒ ตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านไม่สบายใจ และผมในฐานะที่เป็นประธาน คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริการรูปแบบพิเศษ ต้องขออภัยเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติ หากว่าในการนำเสนอร่างรายงาน ศึกษาของคณะกรรมาธิการแล้วทำให้หลายท่านได้รับผลกระทบ ผมน้อมรับผิดชอบเพียงแต่ ผู้เดียวแล้วก็พยายามจะแก้ปัญหาต่อไป🔗

ส่วนประเด็นข้อสังเกตต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งข้อสังเกต ผมขออนุญาตท่านประธานมอบหมายให้คณะกรรมาธิการได้ตอบ เช่นกรณีของการบริหาร ราชการรูปแบบพิเศษนั้น ผมจะมอบหมายให้ท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์โกวิทย์ พวงงาม เป็นผู้ชี้แจง ส่วนในรายละเอียดเพิ่มเติมอื่นที่เกี่ยวข้องกับในส่วนที่เพื่อนสมาชิกได้ตั้งข้อสังเกต ก็จะมอบให้ท่านอาจารย์ชำนาญได้ชี้แจงเพิ่มเติม แล้วก็ท่านอนุรักษ์ ท่านสฤษฏ์พงษ์ ได้ชี้แจง ต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ เชิญครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ ขอบคุณท่านประธานซูการ์โน ที่มอบหมายให้ชี้แจงเรื่องการปกครองรูปแบบพิเศษ ทั้งนี้เพราะว่ามีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน พูดถึงการปกครองรูปแบบพิเศษกับจังหวัดจัดการตนเอง ผมอยากเรียนท่านทั้งหลายอย่างนี้ ว่าโครงสร้างของจังหวัดจัดการตนเองเรามีอยู่ ๒ ชั้น กับอีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของรูปแบบพิเศษ🔗

ชั้นที่ ๑ ก็คือเรื่องของจังหวัดทั้งจังหวัดโดยภาพรวม แต่จังหวัดโดยภาพรวม ผมขอชี้แจงในรายงานเราพูด ท่านไปดูเลยครับว่าเราให้ดูเจตนารมณ์ของประชาชนเป็นหลัก ในการทำจังหวัดจัดการตนเอง นั่นคือในเรื่องของส่วนบนหรือส่วนทั้งจังหวัด ส่วนระดับล่าง เรายังคงให้มี อบต. และเทศบาลเหมือนเดิม นั่นก็คือระดับข้างล่างที่อยู่ในระดับพื้นที่ แต่จังหวัดทั้งในภาพรวมและระดับพื้นที่ก็เรียนด้วยประการฉะนี้ แต่ว่าเรื่องของรูปแบบพิเศษ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่าความจริงเรามีแหลมฉบังที่เป็นรายงานของกรรมาธิการคาอยู่ในสภา ซึ่งอยู่ในลำดับที่ผมจำไม่ได้ ก็หลังจากนี้ไปคงได้เข้าเรื่องรูปแบบพิเศษ ผมเรียนว่ารูปแบบพิเศษ มันเป็นเรื่องของเอกลักษณ์พิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเขตชายแดน เขตพื้นที่เป็นเกาะ หรือเขตเมือง ท่องเที่ยว หรือเมืองตามพหุวัฒนธรรม เป็นต้น ซึ่งในรายงานเราก็พูดไว้นะครับ อย่างเช่น จังหวัดที่อยู่ชายแดนภาคใต้ หรือเกาะสมุยที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึง หรือแม้กระทั่งแม่สอด แล้วก็หลายพื้นที่ อันนี้ก็อยู่ในการศึกษาของกรรมาธิการอยู่คณะหนึ่งที่ผมอยากจะเรียน รวมทั้งคณะกรรมาธิการที่ผมอยู่ด้วย นั่นก็คือเรื่องของการจัดบริการสาธารณะของท้องถิ่น และกิจกรรมสาธารณะ รวมทั้งเรื่องของตั้งกระทรวงท้องถิ่นและการปกครองรูปแบบพิเศษ ตรงนี้ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกสภานี้อาจจะได้รับทราบในโอกาสข้างหน้าอันใกล้นี่ ผมคิดว่า อันนี้ก็คือสิ่งที่เราจัดไว้เป็นรูปแบบพิเศษอีกลักษณะหนึ่งซึ่งเป็นลักษณะของแต่ละพื้นที่ จึงเรียนสมาชิกให้เข้าใจในโครงสร้างที่เราดำเนินการ แต่อย่างไรก็ตามผมขอบคุณเพื่อนสมาชิก ที่ได้สนใจและให้การสนับสนุนต่อกรรมาธิการ นั่นก็คือเป็นการศึกษาอย่างที่ท่านประธาน ซูการ์โนได้พูดแล้ว ผมขอเรียนว่าในข้อ ๒ ที่เพื่อนสมาชิกกังวลนั้นที่เราตัดออกไปนั้น ผมเรียนว่านั่นก็คือเป็นเจตนาดีที่เพื่อนกรรมาธิการของเรานี่ล่ะได้นำข้อมูลของตัวอย่าง กฎหมายจังหวัดจัดการตนเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเอาข้อ ๒ ซึ่งตัดออกไปแล้ว ผมคิดว่าก็จบไป แต่อย่างไรก็ตามถ้าจังหวัดใดในประเทศไทยนี้มีความพร้อมตามที่เป็น ข้อสังเกตไว้ และประชาชนได้แสดงเจตนาว่าจะจัดให้เป็นจังหวัดจัดการตนเองหรือเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดของตนเองนั้นก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมและเจตนารมณ์ ซึ่งในรัฐธรรมนูญนั้นมี เพราะฉะนั้นสิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้ให้โอกาสเราในการศึกษา ผมขอขอบคุณและขอชี้แจงให้ เพื่อนสมาชิกได้ทราบว่าในเรื่องที่ผมได้รับมอบหมายชี้แจงเรื่องการปกครองรูปแบบพิเศษนั้น มันจะต้องมีเฉพาะแต่ละพื้นที่ไป ซึ่งจริง ๆ แล้วแม่สอดเขามีกฎหมายของเขา เกาะสมุย เขามีกฎหมายของเขา แหลมฉบังก็มีกฎหมายของเขา อันนี้คือเพื่อนสมาชิกสบายใจได้ครับ จึงขอเรียนไว้เพื่อทราบครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ มีท่านกรรมาธิการจะขอชี้แจงเพิ่มเติมอีก ๑ ท่าน เชิญครับ🔗

นายชำนาญ จันทร์เรือง กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกทุกท่าน อดีตนะครับ ผมไม่ได้เป็นเพื่อนสมาชิกแล้วนะครับ ก็ขอบคุณครับที่ได้ เสนอความเห็นแล้วผลที่ตามมาจาก ๒ อาทิตย์ที่แล้วก็มีคนติดตามเยอะ มีการแสดงความเห็น ในโซเชียล (Social) เยอะ หลายท่านก็ไปพาดพิงท่านพิเชษฐ์บ้าง ท่านวิสารบ้าง อันนี้เป็นเรื่อง ที่ตามมา เพราะวันนี้ฟังคงจะมีความเข้าใจได้ตรงกันว่าจริง ๆ แล้วทุกท่านก็มีความปรารถนาดี ทุกท่านครับว่าอยากเห็นการกระจายอำนาจและการกระจายอำนาจมันจะอยู่ในรูปแบบไหน ซึ่งมันจะมีรายละเอียดแตกต่างไป ผมขอเรียนให้ทราบนิดหนึ่งนะครับว่ารูปแบบรายงานฉบับนี้ เริ่มขึ้นเมื่อครั้งผมเป็นประธานอนุกรรมาธิการแล้วก็นำร่างขึ้นมาเรื่องจังหวัดจัดการตนเอง โดยการผนวกรวมของร่าง พ.ร.บ. เชียงใหม่มหานครกับร่างพระราชบัญญัติบริหารจังหวัด ปกครองตนเองขึ้นมา ในการจัดทำรายงานเรื่องนี้เรื่องของจังหวัดจัดการตนเองในฐานะที่ ผมเคยรณรงค์ เคยเรียน เคยสอน และเคยเป็นที่ปรึกษานักศึกษาทำวิทยานิพนธ์ ดุษฎีนิพนธ์ ทั้งในและต่างประเทศ ต่างประเทศก็มีเยอะนะครับ เช่น มหาลัยเบิร์กลีย์ของแคลิฟอร์เนีย มหาลัยโตเกียวทำเรื่องพรุ่งนี้เยอะ ซึ่งถ้าเป็นรายละเอียดแบบนั้นมันจะหนาปึกแล้วก็จะเยอะ แล้วมันก็ไม่ใช่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรหรือของรัฐสภา ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะฉะนั้นผมก็จึงมีความคิดว่าในการจัดทำรายงานนี้ เมื่อเราเป็น ฝ่ายนิติบัญญัติเราก็ต้องมุ่งไปในทางการกระทำนิติบัญญัติ เป็นการกระทำทางนิติบัญญัติ ซึ่งในสุดท้ายแล้วทุกอย่างมันจะต้องจบด้วยการตรากฎหมาย จึงยกตัวอย่างเป็นตุ๊กตาเป็น ไกด์ไลน์ (Guideline) เป็นแนวทางเพื่อนำไปปฏิบัติ ร่างที่เสนอเข้ามานี้หลายท่านที่ยังฟังไม่ทัน หรืออาจจะไม่เข้าใจ ก็คือมันไม่ได้เป็นการเสนอกฎหมายมันเสนอไกด์ไลน์ (Guideline) นะครับ เสนอไกด์ไลน์ (Guideline) เสนอแนวทาง ก็เหมือนตอนที่เมื่อครั้งผมเป็นกรรมาธิการเป็น รองประธานกรรมาธิการวิสามัญเรื่องการยกร่างข้อบังคับ มันก็ต้องมีตัวอย่างขึ้นมาก่อน มีตัวอย่างขึ้นมาก่อน พอตัวอย่างขึ้นมาเสร็จก็ไปตั้งอนุกรรมาธิการวิสามัญอีกชุดหนึ่งซึ่งก็คือ ชุดเดิมนั่นล่ะ ผมก็ได้เป็นอยู่ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ว่าจะต้องเป็นการผูกมัด มัดมือชก หรืออะไรต่าง ๆ ยิ่งข้อ ๒ นะครับ🔗

ข้อ ๒ การเสนอคณะรัฐมนตรีนี่นะครับ เราก็ยืนยันอยู่แล้วว่าพิจารณา พิจารณาคือทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ คืออย่างไร ๆ ถ้าเขาไม่เห็นด้วย และอีกอย่างหนึ่งมันเป็นเรื่อง พ.ร.บ. การเงิน ก็ปัดตกเสียแต่แรกก็ได้ แล้วกี่ครั้งกี่หนที่รายงานของกรรมาธิการเราเสนอ ทางคณะรัฐมนตรีไปไม่มีผลอะไรเลย เอาล่ะครับแต่ไม่เป็นอะไร อันนี้ผมก็ไม่ได้ติดใจอะไร ที่จะตัดข้อสังเกตออก ซึ่งก็ยังมีข้อสงสัยอยู่นะครับว่าสามารถทำได้หรือไม่ แต่ไม่เป็นอะไร ถ้าที่ประชุมเห็นด้วย ไม่มีข้อคัดค้านก็ไม่ว่าอะไร เรื่องที่หลายท่านสงสัยจริง ๆ แล้วผมก็ตอบ คราวที่แล้วไว้เยอะ แต่ว่าตอบอีกครั้งหนึ่งก็ได้เพราะว่าคราวนี้มีคนฟังมากกว่าคราวที่แล้ว อีกเยอะนะครับ เยอะมาก ขออภัยเอ่ยนามคือท่านนพคุณรู้จักกันดีครับ อยู่เชียงใหม่ด้วยกัน ท่านเคยเป็นอดีตนายอำเภอ ท่านเคยเป็นข้าราชการส่วนภูมิภาคมาก่อน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอให้ช่วย สรุป ๆ นะครับ🔗

นายชำนาญ จันทร์เรือง กรรมาธิการ

ครับ เรื่องกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผมอธิบายซ้ำนิดเดียว กำนัน ผู้ใหญ่บ้านมาตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ ปี ๒๔๕๗ คำว่า ยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค ไม่ได้หมายความว่าจะต้องไปยกเลิกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ราชการส่วนภูมิภาค ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ปี ๒๕๓๔ มีเฉพาะจังหวัดกับอำเภอเท่านั้น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านสามารถอยู่ในราชการส่วนท้องถิ่น ได้เหมือนเคยอยู่ในกทม. ปัจจุบันก็ยังอยู่ใน อบต. อยู่ในเทศบาลตำบล ร่างพระราชบัญญัติ ในรายงานการศึกษาก็อยู่ในมาตรา ๑๓๔ ก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม แต่ปรับหน้าที่ให้ชัดเจน เท่านั้นเอง ถามว่าแล้วส่วนกลางจะทำอะไร พอไม่มีราชการส่วนภูมิภาค ส่วนกลางยังมีนะครับ ส่วนกลางก็ยังสามารถลงปฏิบัติงานในพื้นที่ได้เหมือนเดิมทุกอย่าง เพียงแต่ว่ากำหนดให้ชัด ว่าอันไหนที่เป็นท้องถิ่นเขาทำแล้วก็อย่าไปทำซ้ำ และอันไหนที่มันเป็นบทบาทอำนาจหน้าที่ ข้ามเขต กินงบประมาณมหาศาลหรือข้ามหลายเขตจังหวัดก็เป็นเรื่องของส่วนกลางทำ แล้วเรื่องการสั่งการ มอบนโยบายอะไรต่าง ๆ นานานี้ ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนกลาง กับส่วนท้องถิ่นในที่นี้ รวมถึงราชการส่วนภูมิภาคเป็นความสัมพันธ์ในกำกับดูแล ไม่ใช่ ผู้บังคับบัญชา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบจ. อบต. เทศบาล กทม. เมืองพัทยานี่นะครับ อยู่ในการกำกับดูแลไม่ได้เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ได้รับนโยบายนะครับ ผู้กำกับดูแลคือกำกับ ดูแลให้ทำตามกฎหมายตามระเบียบกฎหมายว่าทำหรือยัง ทำไมยังไม่ทำ ทำไม่ถูก ทำไม่ต้อง เท่านั้นนะครับ อปท. มีสภาท้องถิ่น มีข้อเสนอท้องถิ่น มีออกข้อบัญญัติท้องถิ่น ทำตาม ความประสงค์ของสภาท้องถิ่น รัฐมนตรีกระทรวงอื่นไม่ใช่เป็นผู้บังคับบัญชาของ กทม. ไม่ได้ เป็นผู้บัญชาของ อบจ. กทม. ไม่ได้สังกัดกระทรวงมหาดไทย กทม. อยู่ในการกำกับดูแล ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ราชการส่วนท้องถิ่น อปท. ทั้งหลายไม่ได้สังกัด กระทรวงใด ๆ ทั้งสิ้น กระทรวง ทบวง กรม มีถึงภูมิภาคเท่านั้น ราชการส่วนท้องถิ่นไม่ได้ สังกัดกระทรวงใด ผมยืนยันตรงนี้นะครับ แล้วการของบประมาณต่อไปนี้ปีหน้าก็จะถึง เทศบาลตำบลแล้วเป็นหน่วยรับงบประมาณต่างหากแล้ว ประเด็นนี้ประเด็นเดียวนะครับ ท่านวีระกรนิดเดียว จริง ๆ เคารพนับถือท่านนะครับ ผมเป็นรองประธานท่านหลายคณะอยู่ ในเรื่องราชการส่วนท้องถิ่นนี้ ตอบหลายท่านด้วย มาตรา ๑ เป็นราชอาณาจักรแบ่งแยกไม่ได้ จังหวัดจัดการตนเองเป็นมาตรา ๑ เป็นราชอาณาจักรเดียวเหมือนกัน ไม่ได้แยกไปไหนเลย ไม่ได้เป็นเฟเดอเรชัน (Federation) ไม่ได้เป็นสหพันธรัฐ จังหวัดจัดการตนเองคือราชการ ส่วนท้องถิ่น ส่วนกลางยังมีเหมือนเดิม อย่างอินโดนีเซียก็เป็นรัฐเดี่ยว ไม่ได้แยก อาเจะฮ์ ก็เป็นจังหวัดจัดการตนเอง ญี่ปุ่น อังกฤษพูดซ้ำอีกครั้งหนึ่งก็ได้ก็มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นรัฐเดี่ยวเหมือนกัน ก็มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเหมือนกัน เรื่องท่านสงวน พงษ์มณี สุขาภิบาลที่ยกเป็นเทศบาลนั้นมันเป็นผลจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ให้แยกระหว่าง ฝ่ายบริหารกับฝ่ายสภาที่จะต้องมาจากการแยกองค์กรต่างหากกัน เพราะสุขาภิบาลรวมกัน เรื่องรายได้ร้อยละ ๓๕ ของท่านนิยม ปี ๒๕๔๙ อันนั้นไม่ได้อยู่ในรัฐธรรมนูญครับ แต่อยู่ใน พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ปี ๒๕๔๒ แต่ต่อมาถูกยกเลิกไป เปลี่ยนไปใช้ คำอื่นแทน หลายท่านบอกว่าพอแล้วครับ ก็ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านขจิตร ชัยนิคม ขอซักถามเพิ่มเติม เชิญครับ🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย รายงานของคณะกรรมาธิการ ผมเห็นว่ามีประโยชน์ เป็นความพยายามที่จะแก้ปัญหาของประเทศไทย แล้วก็พยายามที่จะ เขียนกระจายอำนาจแต่ว่าผมมีข้อฝาก ข้อความท้วงติง รายงานนี้ผมเห็นด้วยเพราะอย่างน้อย มันจะเป็นประวัติศาสตร์ความพยายามของผู้แทนราษฎรในการที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชน แต่ว่าผมมีข้อท้วงติง ผมอ่านรายงานของท่านหมดแล้ว หมดแล้วนะ รูปแบบการบริหาร จัดการจังหวัด ที่ตั้งชื่อนี่ท่านก็ตั้งชื่อได้ดี หลีกเลี่ยงความขลาดกลัวของคนเขลาในประเทศนี้ ถ้าจะเขียนว่าจากจังหวัดปกครองตัวเองก็กลัว ท่านก็เลยเขียนนี่ จังหวัดจัดการตัวเอง ก็เป็น ความพยายามที่ดี แต่ท่านประธานครับ ผมมีข้อท้วงติงหรือข้อฝากคณะกรรมาธิการ🔗

ข้อที่ ๑ รายงานของท่านไม่ได้พูดถึงการแก้ปัญหา การหวงอำนาจ การกลัว การสูญเสียอำนาจของข้าราชการจากส่วนกลางหรือของรัฐบาลไทย ใครมาเป็นก็กลัว รักษา อำนาจตัวเอง รัฐบาลทุกรัฐบาลมาเป็นไม่กล้าแตะต้องสำนักงบประมาณเพราะมีความพยายาม ที่จะใช้สำนักงบประมาณให้ประโยชน์กับตัวเองที่เป็นรัฐบาล ท่านไม่ได้เขียนแก้ไว้ในตรงนี้🔗

ข้อที่ ๒ กลุ่มคนที่กลัวการสูญเสียอำนาจดูถูกประชาชน ไม่ไว้วางใจประชาชน ท่านก็ไม่ได้เขียนวิธีที่จะแก้ ท่านประธานครับ ผมเรียนไปยังกรรมาธิการว่าปัญหาการหวงอำนาจ ในทางการคลังท่านก็แตะบ้าง แต่ผมไม่เห็นด้วยกับท่านที่เขียนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือจังหวัดนี่เขียนแบบเกรงใจ ท่านบอกว่าให้รัฐเก็บภาษีเท่าเดิมแล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพียงแต่บอกข้อบัญญัติเก็บเพิ่มได้ไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ผมไม่เห็นด้วย เขียนไปเลย ให้ประชาชนจัดรัฐ จังหวัดจัดเก็บภาษีแล้วเขียน ท่านไม่ได้เขียนเสนอแนะให้แก้ปัญหา ทางกฎหมายท่านไม่ได้เสนอเลย ต้องแก้ปัญหาป่าไม้ ต้องแก้ปัญหาที่ดิน ท่านไม่ได้เขียน ตราบใดที่เป็นองค์กรอะไรก็ตาม ประชาชนจะเลือกมาก็ตาม โครงสร้างกฎหมายเหล่านี้ ไม่ได้รับการแก้ไข มันจะไม่สามารถแก้ปัญหาของประชาชนได้ ท่านประธานครับ สมมุติว่า จังหวัดอุดรธานีเป็นจังหวัดจัดการตัวเองตามที่ท่านเสนอนี้ ปัญหาที่ดินเทศบาลเมืองบ้านดุง ที่เป็น ส.ป.ก. เต็มแผ่นดิน ในเทศบาลเมืองที่ใหญ่รองจากเทศบาลนครอุดรธานีก็ยังไม่มีทาง จะแก้ไขได้ เพราะกฎหมายที่ดินอันเดิม กฎหมายที่ดินที่ไม่เคารพประชาชน ลุแก่อำนาจ ประกาศเขตป่าไม้ บ้านผมว่าขี่ม้าเลาะตั้งแต่สมัยโบราณโน่นล่ะ เขียนเอาแล้วมีผลตาม กฎหมายในวันนี้ วันนี้ไปถามที่ดิน ถามสาธารณประโยชน์ที่ดินก็ไม่รู้ ป่าไม้ก็ไม่รู้ มีเป็นหมื่น ๆ ร้อย ๆ กรณี ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ตะวันออก ตะวันตกมีหมด ปัญหาจากคนที่ไม่รู้จริงประกาศ กฎหมาย ประกาศ ส.ป.ก. ก็ประกาศไปหมด ประกาศอุทยานก็ประกาศไปหมด หมู่บ้านที่อยู่ ในนั้นไม่มีการวงออก จากอดีตที่ล้าหลังจนกระทั่งปัจจุบันยังมีกฎหมายแบบอำนาจเผด็จการ ของรัฐ เหยียบย่ำความเป็นอยู่ของประชาชน วันนี้ยังเป็นอย่างนั้น รายงานการศึกษาของท่าน ก็ไม่มีสิ่งเหล่านี้ ท่านประธานและคณะกรรมาธิการ ผมขอฝากว่าตราบใดที่ยังไม่แตะต้อง กฎหมายของรัฐไทยรัฐนี้ ซึ่งกำลังใช้เจ้าหน้าที่กรมอุทยาน ใช้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ใช้เจ้าหน้าที่ ที่ดินไล่ประชาชนออกจากที่ของตัวเองที่อยู่มาเป็นร้อย ๆ ปี ไม่คำนึงถึงสิทธิของคนไทย ไม่เข้าใจว่าประเทศไทยต้องมีแผ่นดินไทย มีคนไทย คนไทยต้องสำคัญ เขาต้องมีที่อยู่ เพราะฉะนั้นในรายงานของท่านนี้ผมอ่านไม่เจอ แก้ปัญหาเรื่องที่ดินให้ผมไม่ได้ แก้ปัญหา เรื่องหมู่บ้านไทยสามัคคี วังน้ำเขียว ถูกฟ้องไล่ออกจากที่ดินของตัวเองไม่ได้ แก้ปัญหา ประชาชนเขาค้อ ๔ ตำบล คณะกรรมการจัดการที่ดินตั้งแต่ปี ๒๕๑๖ ๒๕๑๙ เชิญชวนเขา ไปป้องกันภัยจากคอมมิวนิสต์พอรบชนะแล้ววันนี้กรมที่ดินกำลังฟ้องไล่ประชาชนออกจากที่ ท่านประธานครับ อันนี้มันแก้ปัญหาของคนตำบลบ้านขาว จังหวัดอุดรธานีไม่ได้ ที่ขณะนี้ มี ส.ค.๑ แล้ว ๔๐๐ ๕๐๐ ไม่สามารถออกโฉนดได้รอมา ๑๐ ปีแล้ว🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปได้แล้วครับ🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ผลการศึกษาของท่าน ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตท่าน ผมฟังทุกอย่างแล้ว ในนี้ผมบอกด้วยความรักและความหวังดีว่า การศึกษาของท่านไม่ได้พูดถึงสิ่งเหล่านี้ จริงอยู่การบริหารจัดการจังหวัดเป็นรูปแบบใหม่ และผมมีความเห็นประการหนึ่งว่าการประกาศบริหารจัดการจังหวัดด้วยตัวเองไม่ควรจะเลือก กรณีจังหวัดใด จังหวัดใดควรจะดำเนินการเหมือน อบต. และเทศบาล ในสมัยผมต้องยกย่อง พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศเทศบาลทั่วประเทศ อันนี้ท่านทำไมไม่เสนอให้ทำกันทั่วทุกประเทศทุกจังหวัด ที่ท่านเขียนมามันไม่มีข้อแตกต่าง จังหวัดขอนแก่นไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากอุดรธานีเลย ท่านต้องทำทุกจังหวัดไม่ต้องมีการทดลอง ถ้าทดลองแปลว่าท่านไม่แน่ใจนี่คือข้อเสนอของผมท่านประธาน ไหน ๆ จะทำให้จังหวัดบริหาร จัดการตัวเอง อย่างน้อยปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยจังหวัดนั้นต้องมีอำนาจ การที่จะให้จังหวัดนั้น มีอำนาจในการจัดการต้องแก้กฎหมาย ท่านต้องมีข้อเสนอในนี้ถ้าท่านไม่แก้กฎหมายที่ดิน ถ้าท่านไม่แก้กฎหมายอุทยานแห่งชาติ ถ้าท่านไม่แก้กฎหมายกรมป่าไม้ความศักดิ์สิทธิ์ของ คนไม่รู้ประกาศครอบงำทำร้ายประชาชนอยู่จนกระทั่งจาก ปี ๒๔๗๗ ปี ๒๔๘๐ ปี ๒๔๙๗ ที่ออก ส.ค.๑ กรมป่าไม้ยังศักดิ์สิทธิ์กว่าประชาชนที่อาศัยแผ่นดิน ท่านต้องเสนอวิธีการแก้ กฎหมายเหล่านี้ ถ้ายังไม่แก้อำนาจจากส่วนกลาง ไม่ว่าจะเรื่องที่ดิน ไม่ว่าจะเรื่องภาษีอากร การเงินการคลัง องค์การจัดการตัวเองก็เป็นเพียงสมุนรับใช้ส่วนกลางเท่านั้น วันนี้ อบต. เทศบาลต้องมาขึ้นต่อกรมปกครองส่วนท้องถิ่นบอกว่าส่งเสริมเอางบประมาณก้อนมหาศาล มาไว้ที่ตัวเอง อำนาจอยู่ที่ตัวเองหมด อบต. เทศบาลไหนต้องการงบประมาณต้องมาไหว้ผงก ๆ แล้วมีข่าวว่าต้องมาจ่ายเงินด้วยเป็นเรื่องราวเลวร้ายมากของการปกครองส่วนท้องถิ่น ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เดี๋ยวท่านประธานนิดเดียวนะครับ ท่านกองตรี อาญาสิทธิ์ ท่านขอซักถามเพิ่มเติมค่อยตอบ รวดเดียวเลยดีไหม🔗

นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

รอบ ๒ แล้ว สรุปสั้น ๆ เลยนะครับ เอาเฉพาะประเด็น🔗

นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นครศรีธรรมราช

ผมขออนุญาต ที่จะสอบถามเพิ่มเติมเมื่อสักครู่นี้จากที่ท่านกรรมาธิการได้ตอบชี้แจงว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเมื่อได้มีจัดตั้งการบริหารราชการรูปแบบของจังหวัดจัดการตัวเองแล้วหรือว่าเป็นท้องถิ่น ขนาดใหญ่แล้วก็จะยังคงอยู่ ผมเห็นที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ทั้งในเทศบาลขนาดใหญ่ แล้วก็ ในกรุงเทพมหานครกำนันผู้ใหญ่ก็ถูกยกเลิกตำแหน่งนี้ไป ผมก็จะขอให้ท่านได้กรุณาชี้แจง เพิ่มเติมเพื่อให้ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือว่าพี่น้องประชาชนได้รับและเข้าใจตามนี้ด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านประธานซูการ์โนครับ🔗

นายซูการ์โน มะทา ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา ประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ต้องขอบคุณท่านขจิตรที่ได้ตั้ง ข้อสังเกตเพิ่มเติม ขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ อยากชี้แจงเพิ่มเติมพอดีในเรื่องของความห่วงใย ผมอยากเรียนเพิ่มเติมนิดหนึ่งว่าการศึกษา จังหวัดจัดการตนเองนั้นพูดกันง่าย ๆ แบบภาษาบ้าน ๆ ก็คือยกเลิกผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มาจากการแต่งตั้งโดยกระทรวงมหาดไทยแล้วก็ให้พี่น้องประชาชนในแต่ละจังหวัดเลือก ผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นมาโดยยกเลิก ๒ ส่วน ก็คือยกเลิกผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นข้าราชการ ส่วนภูมิภาคและยกเลิกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ส่วนที่เหลือจะเป็นเทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล ยังอยู่เหมือนเดิม กำนันผู้ใหญ่บ้านตาม พ.ร.บ. นี้เราไม่ได้ ยกเลิกกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเพราะเราคิดและตระหนักว่า ถ้าเราออกกฎหมายและไปกระทบกับกลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ในระดับรากหญ้ามันจะมีปัญหาผลกระทบเหมือนกับการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ กรุงเทพมหานคร หรือพัทยา หรือเทศบาลนคร ยกเว้นเทศบาลตำบลเท่านั้นที่กำนันผู้ใหญ่บ้าน ยังอยู่ ดังนั้นผมขอยืนยันกับท่านสมาชิก ท่านผู้มีเกียรติว่าการตรากฎหมายจังหวัดจัดการ ตนเองนั้นเป็นแค่ข้อเสนอ เป็นตัวอย่างกฎหมายเพื่อให้เพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎร ทุกพรรคการเมืองที่อยู่ในสภาแห่งนี้ได้ทำเป็นตุ๊กตาแล้วหากต้องการให้มีการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เหล่าพรรคการเมืองทุกพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ช่วยกันเสนอกฎหมาย เพราะหน้าที่การเสนอกฎหมายเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร ส่วนการดำเนินการการปฏิรูปเรื่องของประเทศเรื่องของการกระจายอำนาจเป็นหน้าที่ของ ฝ่ายนิติบัญญัติ ผมต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านได้อภิปราย ได้ตั้งข้อสังเกตข้อเสนอแนะ ต่อคณะกรรมาธิการในครั้งนี้ ขอขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ยังมีข้อข้องใจ เชิญครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ มีหลายท่านได้มาพูดคุยกับผม ผมก็อยากจะให้รายงานฉบับนี้มันเป็นไป ด้วยความเรียบร้อย ผ่านไปยังท่านประธานกรรมาธิการ คือมีข้อห่วงใยที่จำเป็นจริง ๆ นะครับ ท่านประธานครับ คือทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเขาได้ติดต่อมาว่าอยากจะให้ท่านประธานได้สร้าง ความมั่นใจให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับตำบลนี้ว่าอยากจะ ให้ท่านเอาร่างในมาตรา ๑๓๔ มาตราสุดท้ายที่ท่านห้อยไว้นะครับ อยากจะเอามาเป็น ข้อสังเกตได้ไหม ถ้าเอามาเป็นข้อสังเกตผมยอม เดี๋ยวผมจะอ่านให้ฟังนะครับว่าให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำรงตำแหน่งอยู่ต่อไป และให้มีอำนาจหน้าที่เพิ่มเติม ตามที่บัญญัติไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น ขอเอาตรงนี้มาใส่เป็นข้อสังเกตแทนข้อ ๒ ได้ไหม จะได้จบกันไปครับ ท่านประธานกรรมาธิการลองดูครับ ถ้าอย่างไรท่านลองตอบหน่อยครับ🔗

นายซูการ์โน มะทา ประธานคณะกรรมาธิการ

ยินดีที่จะรับข้อสังเกตของ ท่านพิเชษฐ์ในมาตรา ๑๓๔ มาเป็นข้อสังเกตในข้อ ๒ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย โดยเฉพาะกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ฟังการอภิปรายของสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ในร่างกฎหมายที่เรายกร่างเพื่อเป็นตุ๊กตานั้นก็อยู่ในมาตรา ๑๓๔ ด้วย อันนี้ไม่เกี่ยวข้อง ผมยืนยันนะครับว่าจังหวัดจัดการตนเองไม่ไปยกเลิกหรือกระทบกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านขจิตร🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธาน ขออนุญาตนิดเดียวครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวนะครับ🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ผมกำลังพูดถึงข้อเดียว🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านขจิตร นิดเดียวครับ ท่านพิเชษฐ์ยังติดพันอยู่🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

คือท่านขจิตรสักครู่ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็อย่าคุย กันเองนะครับ ให้คุยกับประธานนะครับ รอให้ประธานอนุญาตก่อนท่านถึงพูดได้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นกับท่านประธานกรรมาธิการหรือท่านสมาชิก เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ ท่านประธาน กรรมาธิการท่านใจกว้างพอสมควรนะครับ ดังนั้นผมก็สบายใจผมไม่ติดใจนะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านขจิตรครับ🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ผมอยากจะย้ำข้อที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับรายงานนี้นะครับ ผมอยากจะย้ำว่าการตั้งมหานครปัตตานี ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะว่ามันเป็นลักษณะพิเศษ และมีปัญหาความการก่อความไม่สงบ ถ้าความเห็นของผมนะครับ เราก็อยู่อย่างนี้ ๒๐ ปีแล้ว ถ้าถอนทหารที่ไม่จำเป็นทั้งหมดออกจากพื้นที่ ใช้งบประมาณทั้งหมดลงไปพัฒนาพื้นที่ แล้วตั้งเป็นเขตปกครองพิเศษมหานครปัตตานีเป็นจังหวัดจัดการตัวเอง จะบวกเอายะลา นราธิวาส เข้ามาด้วยนี่ต้องทำโดยเร่งด่วนครับ แล้วความสงบในภาคใต้จะสามารถแก้ได้ นี่คือข้อเด่นที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง แล้วก็จะผ่านความเห็นชอบการรายงานนี้ ส่วนข้อท้วงติง ผมได้เสนอแล้ว ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านกรรมาธิการไม่ต้องชี้แจงนะครับ ชี้แจงเยอะแล้ว น่าจะเข้าใจกันแล้ว ท่านสมาชิกครับ จากที่ผมได้รับฟังการอภิปรายของท่านสมาชิกมาโดยตลอด ซึ่งก็เห็นว่า ได้มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันถึงแม้จะมีข้อติติง ท้วงติงมาบ้าง แต่ทางกรรมาธิการก็ได้ มีการปรับปรุงก็สามารถที่จะเป็นที่ยอมรับได้ ฉะนั้นผมจึงถือว่าทุกท่านก็เห็นด้วยกับรายงาน ของคณะกรรมาธิการ แล้วก็ไม่มีผู้ใดคัดค้าน ดังนั้นผมจะขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามที่ประชุมว่าจะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ หากไม่มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ผมถือว่าที่ประชุม เห็นชอบรายงานของคณะกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ ประกอบ ข้อ ๘๘ นะครับ ท่านสมาชิกครับ ด้วยคณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานเพื่อให้สภาพิจารณาว่า จะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วย ผมก็จะได้ส่งรายงานและข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบ หรือดำเนินการต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ รายละเอียดของข้อสังเกตปรากฏตามรายงาน ของคณะกรรมาธิการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกเพื่อประกอบการพิจารณาแล้ว แล้วก็ที่เป็นข้อท้วงติงนั้นกรรมาธิการก็ได้มีการปรับแก้เป็นที่เรียบร้อย ผมขออาศัยอำนาจ ตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามที่ประชุมว่าจะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือคัดค้าน ข้อสังเกตตามที่คณะกรรมาธิการเสนอหรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าหากว่า ไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ ประกอบกับ ข้อ ๘๘ ก็ถือว่าจบการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๔.๑ รายงานการศึกษาเรื่อง การบริหารราชการรูปจังหวัดจัดการตนเอง ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการ ทุกท่านนะครับ ต่อไปจะเป็นระเบียบวาระการประชุม🔗

๔.๒ รายงานการศึกษา เรื่อง ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งคณะกรรมาธิการ การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พิจารณาเสร็จแล้ว🔗

ขอเชิญ คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ🔗

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ในการนี้ ประธานคณะกรรมาธิการคือนางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ได้มีหนังสือขออนุญาตให้บุคคลภายนอก เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาผมจึงได้อนุญาตตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ วรรคสอง ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. ร้อยโท เจษฎา ศิวรักษ์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์จิรศิลป์ จยาวรรณ ที่ปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการ กิจการอวกาศ เพื่อเศรษฐกิจและสังคม เชิญเข้าประจำที่เลยนะครับ🔗

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงครับ เชิญครับ🔗

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ประธานคณะกรรมาธิการ การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขอแถลงรายงานการศึกษาของ คณะกรรมาธิการ เรื่อง ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber)🔗

ตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการต่อ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๕ เรื่อง และได้ถูกบรรจุในระเบียบวาระการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งหนึ่ง) เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๕ อันได้แก่🔗

๑. รายงานการศึกษา เรื่อง ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์🔗

๒. รายงานการศึกษา เรื่อง เทคโนโลยี 5G🔗

๓. รายงานการศึกษา เรื่อง New Space และกิจการอวกาศ Space Economy🔗

๔. รายงานการศึกษา เรื่อง การเกษตรยุคใหม่ของประเทศไทย The Next Generation Farming Of Thailand🔗

๕. รายงานการศึกษา เรื่อง การศึกษา TELEMEDICINE ในประเทศไทย🔗

เนื่องจากรายงานทั้ง ๕ เล่มดังกล่าว คณะกรรมาธิการได้นำเสนอต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๔ ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เนิ่นนานผ่านมาแล้ว จึงทำให้เนื้อหาและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการบางส่วนของรายงานไม่สอดคล้องกับ สถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้นคณะกรรมาธิการจึงเห็นควรนำรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการ มาปรับปรุงเนื้อหา เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ทั้งนี้ จากการศึกษาและพิจารณาของคณะกรรมาธิการ พบว่าการโจมตีทางไซเบอร์ (Cyber) ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดยในแต่ละครั้ง ก็จะมีความรุนแรง และสร้างความเสียหายต่อประเทศมากยิ่งขึ้นทุกที ดังนั้น การสร้างระบบ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) จึงถือเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ พิจารณาศึกษา ประกอบกับมีการประกาศให้บังคับใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งจะต้องพิจารณาศึกษาและดำเนินการให้กฎหมายฉบับ ดังกล่าวมีผลบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นรูปธรรม บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ ปรับปรุงแก้ไขรายงานเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) พร้อมทั้งได้แนบเอกสาร ปรับปรุงแก้ไขรายงานตามที่สำนักการประชุมได้วางให้แก่สมาชิกแต่ละท่านเรียบร้อยแล้ว ดิฉันจึงขอเสนอรายงานดังกล่าวเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณารายงานและข้อเสนอแนะ ของคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตให้บุคคลดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้แก่ ๑. ร้อยโท เจษฎา ศิวรักษ์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ ๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์จิรศิลป์ จยาวรรณ ที่ปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการ จากนี้ดิฉันขอเสนอให้ พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง นำเสนอรายงานพร้อมข้อเสนอแนะต่อ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรียนเชิญค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านเศรษฐพงค์ครับ🔗

พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน คณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คนที่สอง กระผมขออนุญาตกล่าวถึงความสำคัญและที่มาในการจัดทำรายงานฉบับนี้ โดยในปัจจุบัน การบริการของกิจการโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศบนโลกไซเบอร์ (Cyber) ได้กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญของการประกอบกิจการทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจน การดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) ความเสี่ยงความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) กำลังเพิ่มสูงขึ้นทุกขณะทั้งในด้านปริมาณและผลกระทบที่รุนแรง มากขึ้น จึงเป็นประเด็นที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการให้บริการที่มีเสถียรภาพปลอดภัยต่อเนื่อง มีความมั่นคงต่อผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ สำหรับสถานการณ์การกำกับดูแลความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) ของประเทศไทย มีการบังคับใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) พ.ศ. ๒๕๖๒ และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ตั้งแต่วันที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ปัจจุบันได้ผ่านขั้นตอนการจัดตั้ง คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) แห่งชาติ หรือ กมช. ซึ่งมีหน้าที่ กำหนดนโยบายด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber) รวมทั้งได้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) หรือ กกม. มีหน้าที่ กำหนดหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในด้านสารสนเทศและแนวทางปฏิบัติ ตลอดจน การประสานงานเมื่อเผชิญเหตุภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber) การกำกับดูแลความมั่นคง ปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber) โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของภาครัฐซึ่งเปรียบเสมือนหลักที่สำคัญ ของประเทศ การสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศที่เหมาะสม การกำกับดูแลความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์ (Cyber) ที่ครอบคลุมถึงภาคเอกชนผู้ใช้งานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีส่วนร่วมกัน ซึ่งใน ๒ ประเด็นนี้ทางคณะกรรมาธิการก็จะนำเสนอต่อที่ประชุมในวันนี้ ทั้งนี้กระผมขอเสนอ ร้อยโท เจษฎา ศิวรักษ์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการและผู้ช่วยศาสตราจารย์จิรศิลป์ จยาวรรณ ที่ปรึกษาประธานประจำคณะอนุกรรมาธิการได้กล่าวถึงรายละเอียดโดยสังเขป เพื่อพิจารณาครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ มีกรรมาธิการชี้แจงอีก เชิญครับ แถลงนะครับ🔗

ร้อยโท เจษฎา ศิวรักษ์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม ร้อยโท ดอกเตอร์เจษฎา ศิวรักษ์ เป็นที่ปรึกษาประจำกรรมาธิการ วันนี้ขอนำเสนอ เรื่องรายงานการศึกษาเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ร้อยโท เจษฎา ศิวรักษ์ กรรมาธิการ

ขอสไลด์ (Slide) ก่อนหน้าครับ จากที่ไปที่มาในการศึกษาเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) หรือคำว่า ไซเบอร์ ซีเคียวริตี (Cybersecurity) มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคงปลอดภัยในหลายด้าน ทั้งในเรื่องของข้อมูลสื่อสารทั้งระบบโครงข่าย ในการศึกษาพบว่าในการดูเรื่อง ไซเบอร์ ซีเคียวริตี (Cybersecurity) จะมีความจำเป็นพื้นฐานที่จะต้องมีความเข้าใจในเรื่องเน็ตเวิร์ก ซีเคียวริตี (Network Security) เรื่องความมั่นคงปลอดภัยในเรื่องโครงข่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของความมั่นคงปลอดภัยโครงข่ายไม่ได้ดูเฉพาะเรื่องข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่จะต้อง ดูในเรื่องของการครอบคลุมโครงข่าย การใช้ความถี่ การใช้งานของโครงข่าย ซึ่งส่วนมาก ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) จะมีช่องโหว่ผ่านมาทางเรื่องเน็ตเวิร์ก ไซเบอร์ซีเคียวริตี (Network Cybersecurity) เพราะฉะนั้นในรายงานฉบับนี้ก็จะขออนุญาตมองในภาพรวม ทั้งเน็ตเวิร์ก ซีเคียวริตี (Network Security) แล้วก็ไซเบอร์ซีเคียวริตี (Cybersecurity) นอกเหนือจากนี้ คำว่า เรื่องความมั่นคงปลอดภัยในทางโลกดิจิทัล (Digital) หรือโลกไซเบอร์ (Cyber) ยังมีความเกี่ยวข้องต่อเนื่องทั้งในเรื่องของแอปพลิเคชัน ซีเคียวริตี (Application Security) มีทั้งเรื่องอินเทอร์เน็ต ซิเคียวรีตี (Internet Security) และความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์ (Cyber) ที่อยู่บนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งยวด หรืออีกอย่างหนึ่งที่เราเรียกว่า คริทิเคิล อินฟราสตรักเจอร์ (Critical Infrastructure) ขออนุญาตไปสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ในการศึกษาครั้งนี้การมองตัวกฎหมายไม่ได้ดูเฉพาะเรื่อง พ.ร.บ. ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ฉบับปี ๒๕๖๒ ในการศึกษาก็จะดูภาพรวมจากแผนยุทธศาสตร์ มีพระราชกำหนด พระราชบัญญัติ บางอย่างที่เกี่ยวข้องในภาพตามสไลด์ (Slide) นี้เป็นตัวอย่างในเรื่องของความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์ (Cyber) ที่อยู่บนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น เรื่องระบบสารสนเทศและระบบ โทรคมนาคมก็จะต้องดูในเรื่อง พ.ร.บ. ของประกอบกิจการโทรคมนาคม ๒๕๔๔ และ พ.ร.บ. การกำกับดูแลการจัดสรรความถี่ องค์กรจัดสรรความถี่ในปี ๒๕๕๓ ด้วยครับ ขออนุญาต สไลด์ (Slide) ถัดไป ในสไลด์ (Slide) นี้ สภาพปัญหาแล้วก็ความท้าทายที่เกิดขึ้นในเรื่องของ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) ไม่สามารถใช้วิธีการดำเนินการเพียงองค์กรเดียวจะต้อง มีความร่วมมือในด้านต่าง ๆ เช่น ใน พ.ร.บ. ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่มีการกำหนด โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยิ่งยวด ๘ โครงสร้าง จำเป็นจะต้องมีความร่วมมือเพราะว่า ในแต่ละโครงสร้างก็จะมีองค์กรกำกับดูแลอยู่แล้ว เช่น ในเรื่องของโครงสร้างความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) ของตัวระบบโทรคมนาคม และการสื่อสารซึ่งมี กสทช. เป็นผู้กำกับ ดูแล ในผู้ดูแลตามกฎหมาย พ.ร.บ. ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ก็จะต้องมีความประสาน มีความร่วมมือหรือเราเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าต้องมีครอส บอร์เดอร์ เรกกูเลชัน (Cross Border Regulation) ในการทำงานร่วมกัน ๒. จะต้องมีการส่งผ่านข้อมูลที่ช่วยในการวิเคราะห์ ในการหาเหตุและการระงับเหตุบนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) ๓. จะต้องมีการ พัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการทำในเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) ๔. จะต้องมีระบบการสื่อสารแล้วข้ามระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลด้วยกัน ๕. การสร้าง อะแวร์เนส (Awareness) หรือความสร้างความตระหนักรู้เพราะความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์ (Cyber) ไม่สามารถดำเนินการด้วยบุคคลเพียงคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จะต้องสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้ใช้งานต่าง ๆ ด้วย ปัญหาที่เกิดขึ้นกับความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์ (Cyber) ไม่ใช่เรื่องที่อยู่นิ่ง ๆ เพราะผู้ก่อการร้ายการสร้างมัลแวร์ (Malware) การใช้พัฒนาเทคโนโลยีจะมีการพัฒนาเป็นจำนวนมากและมีพัฒนาขึ้นทุกวัน🔗

ส่วนที่ ๒ ก็คือเครือข่าย ในอดีตเรามี ๓ จี (3G) เรามี ๔ จี (4G) เรามี ๕ จี (5G) แล้วเราจะมี ๖ จี (6G) ในปี ๒๐๓๐ รวมทั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ วันนี้เรามีโทรศัพท์มือถือและ มีสมาร์ตวอต์ช (Smart Watch) วันข้างหน้าก็จะมีอุปกรณ์พวกนี้มากขึ้น ด้วยความหลากหลาย ของเทคโนโลยีที่มากขึ้น การพัฒนาเทคโนโลยีที่มากขึ้น อุปกรณ์ที่มากขึ้นย่อมเป็นจุดโหว่ ในเรื่องของความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) ได้ครับ🔗

ส่วนต่อมา วันนี้ปัญญาประดิษฐ์เอไอ (AI) เอามาช่วยอำนวยความสะดวก ในชีวิตประจำวันของเราส่วนหนึ่ง ในขณะที่ผู้ก่อการร้ายเขาจะมีความสามารถในการใช้เอไอ (AI) เข้ามาทำในเรื่องของความความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) ได้ด้วยนะครับ นั่นคือ ความท้าทายที่กำลังจะเกิดขึ้น ขออนุญาตไปสไลด์ (Slide) ถัดไป ในช่วงการศึกษาในปี ๒๕๖๓ ในขณะนั้นมี พ.ร.บ. ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เกิดขึ้นมาแล้วนะครับ แล้วก็มีการเริ่ม ดำเนินการจัดตั้งจนกระทั่งถึงวันนี้ในปี ๒๕๖๕ มีการตั้งคณะกรรมการ กมช. กกม. และ กบส. เรียบร้อยแล้วครับ มีการจัดตั้งสำนักงานเรียบร้อยแล้ว มีการทำแผนและบันได บางแผนอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานให้เกิดการปฏิบัติขึ้นจริง ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ถัดไป ในภาพนี้เป็นการบอกว่าขั้นตอนการทำงานของ กมช. กกม. ในส่วนต่าง ๆ ที่ต้องปฏิบัติตาม ทั้งมาตรา ๙ มาตรา ๒๒ และมาตรา ๑๓ ได้มีการดำเนินการตามแผน แต่ในระยะแรกในการ ปฏิบัติบางแผนมีการดำเนินการขึ้นจริงแล้ว แต่ในบางแผนอยู่ในขั้นตอนการปฏิบัติ อยู่ใน ขั้นตอนการนำเสนอ รอมติ ครม. ในบางแผนที่เกิดขึ้น ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ในภาพมีความสำคัญในเรื่องของแผนที่กำลังรอการอนุมัติอยู่ในการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี อย่างเช่น ร่างนโยบายและแผนว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ๒๕๖๕ ถึง ๒๕๗๐ ซึ่งดำเนินการตามมาตรา ๙ (๑) ซึ่งปัจจุบันนี้มันมีอยู่แผน ๒๕๖๔-๒๕๖๙ แผนใหม่ ที่เป็น ๒๕๖๕-๒๕๗๐ อยู่ระหว่างดำเนินการขอมติ ครม. รวมทั้งเรื่องนโยบายการบริหารงาน รวมทั้งแผนปฏิบัติการที่ต้องดำเนินการตามมาตรา ๑ มาตรา ๒ และมาตรา ๙ (๑) มาตรา ๙ (๒) มาตรา ๙ (๓) และมาตรา ๙ (๔) รวมทั้งการกำหนดมาตรฐานซึ่งมีการกำหนดมาตรฐานขึ้น แล้วตามมาตรา ๙ (๕) ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ร้อยโท เจษฎา ศิวรักษ์ กรรมาธิการ

เนื่องจากความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) มันเป็นเรื่องของทุกระดับชั้น ระดับความสำคัญ วิธีการเข้าสู่ในการสร้างความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) จำเป็นจะต้องมีการมุมมองที่แตกต่างกัน เช่น ในภาพด้านซ้ายที่เห็น เป็นรูปไข่ ตัวไข่แดงคือตัวโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่ง ๘ อัน อันนี้จะต้องมีมาตรการ กำกับดูแลในการกำหนดให้มี แต่ความเป็นจริงแล้วความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) มันมี ไปถึงระบบองค์กรขนาดเล็ก บริษัทขนาดเล็กและผู้ใช้ประชาชนโดยทั่วไป เพราะฉะนั้นในรูป ที่แสดงภาพเป็นไข่ขาวก็คือเป็นเรื่องของการวอลลันทารี (Voluntary) การชักจูงให้เขาเริ่มมี การสร้างความตระหนักในเรื่องของความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) ซึ่งการดำเนินการ ตัวนี้เราก็จะดำเนินการผ่านหน่วยงานทางด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) การสร้าง กรอบและมาตรฐานการกำกับดูแล ๓ การสร้างแนวทางต่าง ๆ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นวิธีการดำเนินการ มีได้ทั้ง ๒ รูปแบบ ๑ ในภาคบังคับ ซึ่งใช้ตามมาตรฐานสากลก็ได้ หรือใช้มาตรการสมัครใจ ตามมาตรฐานวอลลันทารี (Voluntary) ขององค์กรนานาชาติได้ เพราะฉะนั้นสรุปในภาพนี้ จริง ๆ ก็คือการแยกให้เห็นว่าส่วนที่สำคัญก็คือส่วนที่ไข่แดง ดังนั้นจำเป็นจะต้องมีการปกป้อง อย่างเข้มงวดและเข้มแข็งเพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศเป็นอย่างยิ่ง ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ จากการศึกษาประเด็นที่สำคัญในการผลักดันในเรื่องของ การศึกษาเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) แบ่งแยกออกเป็น ๓ อย่าง🔗

๑. การผลักดันผ่านหน่วยงานกลาง ซึ่งหน่วยงานกลางก็จะมีเรื่องของการจัดตั้ง กระบวนการองค์กรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น การมอบหมายหน้าที่ การจัดทำแผน การดำเนินการ ในการวางแผนและวางแผนยุทธศาสตร์🔗

๒. หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งยวดซึ่งไม่ใช่ กมช. แต่เป็น หน่วยงานที่ ๘ โครงสร้างที่สำคัญอย่างยิ่งยวดจำเป็นจะต้องมีการประเมินความสามารถ ในการรับมือเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) ซึ่งถ้าแผนมาจากหน่วยงานกลาง ถ้าหน่วยงานปฏิบัติ ๘ แห่ง ๘ โครงสร้างไม่ได้นำแผนพวกนี้ไปใช้งานความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์ (Cyber) ก็จะไม่เกิดขึ้นนะครับ🔗

๓. เราเรียกว่า ระบบนิเวศไซเบอร์ (Cyber) ระบบนิเวศไซเบอร์ (Cyber) ก็คืออย่างที่เรียนครับเป็นเรื่องของทุกคน ทุกบริษัท ทุกโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงหน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่งรับผิดชอบได้ทั้งหมด เพราะวิวัฒนาการของผู้ก่อการร้ายที่ใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ใช้ช่องว่างต่าง ๆ เข้ามาจำเป็นต้องมีการสร้างระบบนิเวศ ทั้งในเรื่องของการสนับสนุน ผู้ประกอบการในรายเอกชนให้เข้ามาสู่ธุรกิจนี้มากขึ้น การสร้างบุคลากรต่าง ๆ ให้มีมากขึ้น เพราะในปัจจุบันเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) เรื่องบุคลากรมีความสำคัญ เป็นอย่างมาก ขออนุญาตจบสรุปรายงานการศึกษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) ครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการ จะชี้แจงอีกไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกจะอภิปรายซักถาม ท่านศรัณย์เชิญครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้รายงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) จริง ๆ เป็นรายงานที่จะเข้ามาหลายครั้งแล้ว แล้วผมก็พยายามอ่านหลายครั้งแล้ว แล้วก็เห็นด้วยกับที่ท่านกรรมาธิการชี้ให้เห็นถึงทั้งข้อจำกัดและช่องว่างต่าง ๆ ที่ตอนนี้ ประเทศเราไม่พร้อม เรียกได้ว่าไม่พร้อมจริง ๆ แต่ที่ผมสงสัยนะครับ ก็คือผมไม่ได้สงสัย ท่านกรรมาธิการ เพราะว่าเราเห็นเหมือนกันเลยผมเห็นด้วยกับรายงาน ปัญหาคือรายงานนี้ ทำตั้งแต่ปีก่อนแล้วปัญหาที่ท่านเขียนมาปัจจุบันมันก็ยังมีอยู่ครับ มันก็ยังเป็นเหมือนตอนที่ ท่านเขียนเลย ผมสงสัยมากว่ารายงานฉบับนี้มันเป็นรายงานที่มีประโยชน์ ผมก็เสียดายกว่า ที่จะเข้ามาถึงสภาหรือว่าทางตัวผู้รับผิดชอบเองไม่ได้มีโอกาสเห็นรายงานหรือไม่ได้สนใจ ประเด็นเหล่านี้เหมือนที่ท่านกรรมาธิการสนใจ มันก็เลยทำให้ตอนนี้ประเทศเรามีปัญหาเกี่ยวกับ เรื่องนี้เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นการถูกโจมตีหรือไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยที่ต่ำ แต่ว่าสิ่งหนึ่ง ที่ผมรู้สึกได้ก็คือจากรายงานครับ เรามีหน่วยงานเยอะมากไม่ว่าจะอ้างจากกฎหมายอะไร จาก พ.ร.บ. อะไร แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกได้ก็คือจากรายงานครับ เรามีหน่วยงานเยอะมากไม่ว่าจะอ้างจาก กฎหมายอะไร จาก พ.ร.บ. อะไรต่าง ๆ เรามีหน่วยงานเกิดขึ้นเยอะมาก และผมก็เคย อภิปรายเรื่องนี้ไปแล้วครับว่าประเทศเราไม่ได้ขาดหน่วยงานที่จะรับผิดชอบเลย ไม่ว่าจะเป็น ตำรวจก็มีอยู่ ๓ หน่วย ทาง กสทช. เอง ทางกระทรวงดิจิทัลเองก็มีหน่วยที่รับผิดชอบงาน เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ และล่าสุดหลังจากอภิปรายไม่ไว้วางใจไปท่านนายกก็จะตั้งหน่วยใหม่ ขึ้นมาอีก ทีนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าการตั้งหน่วยเยอะ ๆ มันจะมีประโยชน์อะไร ซึ่งจากรายงานนี้ มันก็ย้ำให้เห็นเหมือนกันว่าในแต่ละครั้งที่เราตั้งหน่วยขึ้นมากว่าที่เราจะดำเนินการได้กว่า ที่เราจะหาบุคลากร กว่าที่จะเตรียมสำนักงานมันใช้เวลาเป็นปี และเราจะได้เห็นผลสัมฤทธิ์ เมื่อไร ประชาชนจะได้รับความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber) เมื่อไร🔗

อีกประเด็นหนึ่งที่เมื่อสักครู่ท่านกรรมาธิการกรุณาพูดแล้วก็อภิปรายให้ฟัง ก็คือเรายังไม่มีมาตรฐานว่าเราจะรักษาความปลอดภัยอย่างไร เรายังไม่มีกฎหมายที่บอกว่า ถ้าท่านจะเก็บข้อมูลท่านต้องมีระเบียบ หรือต้องมีสแตนดาร์ด (Standard) อย่างไร ท่านต้อง เก็บข้อมูลไว้มากขนาดไหน ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างไรบ้าง อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ยังขาด ในกฎหมาย แล้วผมก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรเราจะมี เพราะว่าจากที่ผมเห็นในหลาย ๆ หน่วยงานแล้วกัน เพราะว่าตัวผมเองมีโอกาสได้เข้าไปในกรรมาธิการที่กำลังพัฒนาระบบที่จะให้บริการประชาชน ผ่านช่องทางดิจิทัล (Digital) เราเห็นว่าหน่วยงานต่าง ๆ หลายหน่วยงานบอกเราตรงเลย ๆ ว่าไม่พร้อม ไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนระบบ ไม่พร้อมที่จะทำระบบใหม่ ๆ หรือไม่พร้อมที่จะมีระบบ รักษาความปลอดภัย เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) ที่เราคุยกัน ที่เราพูดกัน หรือที่ประชาชนกำลังประสบอยู่เรามองไม่เห็นทางออกของมันเท่าไร จากรายงาน ท่านก็ได้เขียนไว้ชัดแล้วว่าไม่ว่าจะเป็นปัญหาขาดความร่วมมือ ขาดบุคลากร ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ น่าแปลกเพราะเราตั้งหน่วยขึ้นมาเยอะแยะมากมาย แต่เราก็ยังขาดบุคลากรที่จะสามารถ ทำงานแก้ไขปัญหาได้ เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับท่านร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับ ทุกอย่างที่ท่าน เขียนในรายงานนี้คือสิ่งที่ประเทศไทยกำลังประสบอยู่ สิ่งที่รัฐบาลมองข้าม อันนี้ต้องขออภัย เพราะว่าเราพูดกันตรง ๆ เพราะขนาดท่านทำมาตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงตอนนี้หลายอย่างมันก็ยัง เป็นแบบที่รายงานท่านอยู่ แสดงว่ามันไม่มีการพัฒนาอะไรเลย ผมไม่ได้ว่าไปถึงหน่วยงาน ผมเข้าใจว่าการตั้งหน่วยงานแต่ละทีมันต้องใช้เวลา ต้องขออนุญาต มีระเบียบอะไรมากมาย ผมฝากไปถึงรัฐบาลที่ว่าทำไมท่านต้องแก้ปัญหาด้วยการตั้งหน่วย ตั้งหน่วยงาน ตั้งหน่วยงาน ตั้งหน่วย ตั้งหน่วย โดยที่แต่ละหน่วยสุดท้ายแล้วก็ยังขาดบุคลากร ผมเคยคุยกับหน่วยงาน ทั้งทางตำรวจ ทั้งทางกระทรวงเอง ทุกหน่วยก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าบุคลากรเรามีไม่พอ ที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน แต่เราก็ยังจะตั้งหน่วยงานขึ้นมาอีกเรื่อย ๆ อันนี้ก็ฝากท่านกรรมาธิการนะครับ ผมเห็นด้วยกับรายงานนี้เต็มที่ แล้วก็หวังว่าทางรัฐบาล และผู้ที่เกี่ยวข้องก็จะเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของรายงานนี้เช่นเดียวกัน ผมหวังว่า เราจะทำให้มันเกิดขึ้นได้ความปลอดภัยของประเทศเรา ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอนุรักษ์ เชิญครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ต้องชื่นชมว่าเรื่องนี้จะต้องมีการศึกษาและส่งให้ผู้บริหารแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดค่ะ ดิฉันต้องกล่าวคำนี้อย่างชัดเจนที่สุด ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันสมมุติง่าย ๆ ดิฉันเดินไปนา ไปสวน ไปไร่ แล้วมีโดรน (Drone) มาปล้นดิฉัน บังเอิญว่าดิฉันสวยน้อยกว่าท่านประธานกัลยา รุ่งวิจิตรชัย แล้วเขายิงดิฉันทิ้งล่ะคะ คณะรัฐมนตรีจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ทันไหม ดิฉันถามไปที่กรรมาธิการทุกท่านว่าได้พูดถึงเรื่องนี้ หรือไม่ เดี๋ยวนี้ไม่ต้องมาเลยค่ะ ไม่ต้องมาวิ่งไล่ตามกันเหมือนหนังการ์ตูนสมัยก่อน ปล้น ปล้นด้วยวิธีการใหม่แล้วก็ยิงด้วยวิธีการใหม่เช่นเดียวกัน จากโดรน (Drone) นี่ล่ะค่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ เลยที่ท่านประธานศึกษาไม่ว่าจะเป็น ท่านประธานกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ไม่ว่าจะเป็นท่านรองประธานเศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ที่ศึกษากันอย่างจริง ๆ จัง ๆ แต่เมื่อส่งขึ้นไปแล้วผู้บริหารจะต้องจัดการเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ง่าย ๆ เลยค่ะ เรื่องเก่าค่ะ ปีนี้ทั้งปีพูดถึงเรื่องอะไรคะ เรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ปี ๒๕๖๔ มีคนไปแจ้งความไม่ทราบว่ากี่ราย แต่เป็น มูลค่าที่เสียหายไปถึงพันกว่าล้านบาทเลยทีเดียว และคนที่ไม่แจ้งล่ะคะ เสียเล็ก ๆ น้อย ๆ ในโทรศัพท์ดิฉันเมื่อเช้านี้ก็ขึ้นมาว่าดิฉันได้สวัสดิการจากภาครัฐ จากสวัสดิการของรัฐนี่ค่ะ ได้ ๕๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานคะ แล้วเขาก็บอกว่ากรุณาคลิกลิงก์ (Click link) นี้ ซึ่งการ คลิกลิงก์ (Click link) หมายความว่าเงินในบัญชีนี้จะหายไปทั้งหมด ท่านประธานต้องกลัว มากกว่าดิฉัน ดิฉันมีไม่กี่หมื่นบาทหรอกค่ะ ท่านประธานหลายพันล้านบาท หรือเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท นี่คือความน่ากลัวของของภัยไซเบอร์ (Cyber) แล้วที่กรรมาธิการคณะนี้ได้ศึกษานี่ เป็นเรื่องที่ดีมากเลย จะศึกษา จะส่งไปให้ฝ่ายบริหาร บริหารจัดการอย่างไรนี่มันควรทำ อย่างต่อเนื่อง และฝ่ายบริหารจะต้องทำอย่างรวดเร็วฉับไวท่านจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมา กี่คณะก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น กมช. กกม. ตั้งขึ้นมา แล้วดิฉันเคยอบรมสัมมนาจากงบประมาณ ของรัฐสภาซึ่งมีน้อยนิดนำไปอบรม ท่านประธานชวน หลีกภัย เซ็นอนุมัติให้ไปอบรมเรื่อง ภัยไซเบอร์ (Cyber) ดิฉันถามตำรวจไซเบอร์ (Cyber) ว่าเรานี่นะคะ บุคลากรที่จะไปตามภัย ตัวนี้มันไม่ทันเขา เรื่องนี้เกิดขึ้นเราหาทางแก้ไขป้องกัน แก้ปัญหาเรื่องภัยตัวนี้ เขาคิด ซอฟต์แวร์ (Software) ตัวใหม่ขึ้นมาอีกแล้วค่ะ โน่นคนสั่งการอยู่อเมริกา ท่านประธานคะ อย่างนี้ค่ะ แล้วมันไม่ใช่ว่าคนในประเทศไทยไม่เก่ง ดิฉันถามกรรมาธิการว่าคนไทยนี่เก่งค่ะ เก่งสมอง เป็นอัจฉริยะทัดเทียมคนทั้งโลก แต่การบริหารจัดการของฝ่ายรัฐบาลทันภัยไซเบอร์ (Cyber) หรือไม่ ท่านได้ศึกษาไหมคะเรื่องนี้ ดิฉันถามกรรมาธิการทุกท่านที่นั่งบัลลังก์เคียง ท่านประธานอยู่ ท่านได้ศึกษาเรื่องนี้หรือไม่ พี่น้องประชาชนเสียหาย ๕,๐๐๐ ๖,๐๐๐ มีคนใกล้ชิด ดิฉันคนหนึ่งเป็นแม่ครัว มีเงิน ๕,๖๐๐.๖๒ บาท โอนให้เขาหมดทั้งจุดค่ะ เพราะว่ากลัวเขาจะมาจับ เงินคุณมีจำนวนเท่าไรคุณโอนมาหมดเลย แม้กระทั่งสตางค์ยังโอน ให้กับเขา อย่างนี้มันไม่มีหรอกค่ะ สถานีตำรวจ สภ. บ้านดิฉันจะตามคืนมาให้ได้ไม่มี มันจะต้องลงรายละเอียดลึก ๆ เมื่อครู่ดิฉันฟังท่านกรรมาธิการบอกว่าจะให้มีมติ ครม. อนุมัติ ในหลักการเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน ท่านประธานอีกนิดเดียวค่ะ ลิงก์ (Link) ที่กดเข้าไป มันสามารถที่จะสั่งการโดยลิงก์ (Link) ตัวนี้ล่ะคะถึงใคร สามารถที่จะดูดเงินได้หมดจากบัญชี ดิฉันไม่ห่วงตัวเองหรอกค่ะ ห่วงท่านประธานที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ แล้วก็ห่วงหลาย ๆ ท่าน ด้วยเหมือนกัน อย่างนี้ภัยไซเบอร์ (Cyber) ตัวนี้มันจะต้องทำความมั่นคงให้กับประเทศชาติ ต่อไป ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีผู้ก่อการร้ายจะมีโดรน (Drone) มาแทน ท่านประธานคะ ถ้าเรายังช้ากว่าแก๊งเหล่านี้ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชษฐ์ เชิญครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ รายงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) นี้ต้องขอบคุณทางกรรมาธิการ ที่ให้ความสนใจเรื่องของภัยทางไซเบอร์ (Cyber) ผมคิดว่าอยากจะเพิ่มเติมให้ท่านได้ลอง พิจารณาดูว่าเมื่อประมาณเดือนที่แล้วผมไปที่จังหวัดสระแก้ว ผมไปอรัญประเทศเข้าไปถาม เรื่องคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) เรื่องพนันออนไลน์ (Online) ทั้งหลาย ปรากฏว่าความจริง เป็นอย่างนี้ มีการลักลอบพาดสายโทรคมนาคมหรือสายอินเทอร์เน็ต (Internet) ข้ามไปยัง ประเทศเพื่อนบ้าน ผมคิดว่าประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็นลาว พม่า หรือว่ากัมพูชาจะมีการ ลักลอบพาดสายอินเทอร์เน็ต (Internet) เข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อกระทำความผิดเหล่านี้ แต่จากการตรวจสอบของทางอำเภออรัญประเทศ เขาบอกว่าสายที่พาดโดยไม่ขออนุญาต ทางอำเภอได้รื้อสายเหล่านั้นทิ้งหมด เหลือแต่บริษัทที่จะขออนุญาตพาดสายข้ามไปยัง ประเทศเพื่อนบ้าน ที่ฝั่งอรัญประเทศมีบริษัท ทีโอที บริษัท เอดับเบิลยูเอ็น บริษัท แคต บริษัท จัสเทล บริษัท ซิมโฟนี่ บริษัท ทรูมูฟ บริษัท อินเตอร์ลิงค์ บริษัท เอแอลที บริษัท ยูไอที ๙ บริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผมคิดว่าจังหวัดเชียงรายหรือชายแดนทั้งหลายก็คงจะมีบริษัท เหล่านี้ได้พาดสายเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ท่านประธานครับ ปรากฏว่าการพาดสายนี้ เข้าไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน ๑.๕ กิโลเมตร การที่เขาข้ามเข้าประเทศเพื่อนบ้าน ๑.๕ กิโลเมตร มันสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทโทรคมนาคมเหล่านี้เป็นจำนวนมหาศาล ทีนี้ก็เกิดเป็น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) พนันออนไลน์ (Online) ทั้งหลายที่ระบาดในประเทศไทย ทั้งหมดนี้ ทีนี้ปรากฏว่าสายที่พลาดไปนั้นเราไม่สามารถไปควบคุมเขาได้ว่าเขาเอาไปทำอะไร ดังนั้นบริษัทเหล่านี้อยากจะให้ท่านประธานกรรมาธิการได้เรียกบริษัทเหล่านี้มาว่าการที่คุณ ปล่อยให้ข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านโดยมีรายได้สูง มันเป็นปัญหาการเริ่มต้นของปัญหาจริง ๆ ซึ่งเราค้นพบ ที่ท่านได้รายงานนี้อาจจะเป็นกลางเหตุหรือปลายเหตุ แต่ต้นเหตุคือไทยเอง ได้ส่งสายโทรคมนาคมไปประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งสามารถที่จะอยู่ในรัศมีระยะ ๑.๕ กิโลเมตร ผมก็แปลกใจว่าที่ทางแม่สาย คนไทยข้ามไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ทำงาน พนันออนไลน์ (Online) ทำไมเขาต้องข้ามไปต่างประเทศ จริง ๆ แล้วสายที่ขออนุญาต ถูกกฎหมายไปอยู่ที่ต่างประเทศ แล้วก็ไปดำเนินการออนไลน์ (Online) หรือไปคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ทำผิดกฎหมายจากต่างประเทศ ผมอยากฝากท่านประธานคณะกรรมาธิการ ว่าน่าจะเชิญบริษัทเหล่านี้มาสอบถามความจริงว่าตกลงที่คุณเอาสายพาดไปต่างประเทศ คุณมีรายได้เท่าไร คุณควบคุมได้ไหม หาแนวทางที่ควบคุมได้ไหมนะครับหรือไม่ก็ต้องรายงาน ต่อรัฐบาลว่านี่คือต้นเหตุของอาชญากรรมทั้งหลาย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านเกียรติ สิทธีอมร ครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความชื่นชมคณะกรรมาธิการได้นำเรื่องที่สำคัญและเป็นประโยชน์ จริง ๆ มาพิจารณากัน แต่ผมเข้าใจดีถึงข้อจำกัดนะครับ เพราะหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงาน มากจนถึงทุกวันนี้ไม่มีคำตอบที่ดี แล้วกรรมาธิการเองก็ต้องสรุปรายงานภายใต้ข้อจำกัด เหล่านี้ ผมก็จะมีทั้งคำถามแล้วจริง ๆ มีข้อเสนอแนะนำนะครับ จริงแล้วไซเบอร์ซีเคียวริตี (Cyber Security) แม้กระทั่งที่ท่านประธานเห็นใช่ไหมที่เราขึ้นโลโก้ (Logo) เอพีพีเอฟ (APPF) ที่กำลังจะประชุมกันนี้ในเดือนหน้าก็มีประเด็นเรื่องไซเบอร์ซีเคียวริตี (Cyber Security) งานของกรรมาธิการก็จะเป็นประโยชน์ แต่อยากจะทำความเข้าใจแล้วก็ขอซักถามเบื้องต้นก่อน ไซเบอร์ซีเคียวริตี (Cyber Security) คือการที่จะต้องมีเครื่องมือทางเทคโนโลยี เครื่องมือนี้ มีไว้ทำอะไร มีใช้ประกอบกับกระบวนการและวิธีปฏิบัติเพื่ออะไร เพื่อป้องกันรับมือการถูกโจมตี ไปยังอุปกรณ์ภายใน อันนี้เทคนิคมากเลยใช่ไหมครับ แต่ผลมันไม่เทคนิคครับ จริง ๆ การโจมตีมันโจมตีไม่กี่ด้านหรอกครับ ๔ ๕ ด้านเท่านั้นเอง ด้านแรกคือเน็ตเวิร์ก (Network) พอดีในรายงานท่านท่านไม่ได้วิเคราะห์ในเชิงประเด็นหลัก ๆ ที่สำคัญ ๆ นะครับ แต่จริง ๆ แล้วถ้าเราจะต้องประเมินตัวเราเองเราคงต้องหันไปประเมิน ประเด็นที่เป็นเครื่องมือหลักหรือเป้าหมายหลักของการถูกโจมตีนะครับ เน็ตเวิร์ก (Network) เรื่องใหญ่มาก เน็ตเวิร์ก (Network) ของประเทศไทยมันโจมตีง่ายไหมครับเมื่อเทียบกับเน็ตเวิร์ก (Network) ของประเทศอื่น ถ้าเทียบประเทศไทยกับประเทศจีนทำไมจีนควบคุมได้แม่นยำ เข้มข้นประสิทธิภาพสูง ทำไมของไทยไม่ได้ คำตอบง่ายนิดเดียวนะครับ ท่านประธานของเรา มันคือมัลติเกตเวย์ (Multi Gateway) คนเข้าถึงประเทศไทยได้หมดเลย แล้วเราเองไม่เคย เป็นผู้ลงทุนทำเกตเวย์ (Gateway) เลย ตรงนี้เราควรจะปรับปรุงไหมครับ หรือเราควรจะมีส่วน อย่างไรไหมในการที่จะไปปรับปรุงตัวเกตเวย์ (Gateway) และแอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ ที่ทำให้คนเข้าถึงได้🔗

ประการที่ ๒ ซีเคียวริตี (Security) ด้านข้อมูลดาต้าซีเคียวริตี (Data Security) ชัดเจนมากนะครับวันนี้ เกือบทุกองค์กรที่เราพูดถึงคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) เขามีข้อมูล หมดแล้วครับ เขามีข้อมูลคนที่เป็นเป้าหมายของเขาอยู่แล้ว แสดงว่าเขาเข้าถึงและเข้าถึง แหล่งข้อมูลได้หมดแล้ว จะผ่านด้วยการซื้อขายที่ผิดกฎหมายหรือการจะแฮ็ก (Hack) ข้อมูล อันนี้ผมไม่ทราบ อันนี้ต้องไปประเมินดูว่าผลมันเป็นอย่างไร คลาวด์ซีเคียวริตี (Cloud Security) ตอนนี้พวกเราเก็บข้อมูลในคลาวด์ (Cloud) เยอะเลย เรามีไปดูไหม กรรมาธิการได้ไปดูไหม ว่าในคลาวด์ซีเคียวริตี (Cloud Security) ของเรามันมีความอ่อนไหวกับการถูกโจมตีมากน้อย แค่ไหน แล้วต้องปรับปรุงโครงสร้างอย่างไรหรือไม่ วันนี้พวกเราทุกคนผมเชื่อว่าคนในสภา รวมทั้งท่านประธานด้วยคงได้รับโทรศัพท์วันหนึ่งสาย ๒ สาย ซึ่งมาจากคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) มาจากคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ซึ่งไปละเมิดดาต้าซีเคียวริตี (Data Security) ซึ่งไปละเมิดโครงข่าย ชัดเจนครับ เขาโทรหาท่านประธานได้ต้องใช้แพลตฟอร์ม (Platform) ของไทยถูกไหมครับ ต้องตั้งคำถาม ท่านเคยเรียกผู้ประกอบการมาไหม ซึ่งโอเปอเรเตอร์ (Operator) เรามีไม่กี่ราย ท่านเรียกเขามาถามไหมครับว่าคุณป้องกันวิธีไหน คุณเป็นคนรัน แพลตฟอร์ม (Run Platform) โทรศัพท์ มือถือนี่นะครับ แล้วจะป้องกันอย่างไร ถ้าอย่างนี้ ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์แล้วเรามาไล่ดูกันว่าเราจะต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างไร ที่ผมกังวลที่สุด ทุกครั้งที่มีปัญหาคือตั้งองค์กรใหม่ ผมไม่เห็นด้วย ทุกครั้งที่เรามีปัญหาเราควรจะประเมินว่า สิ่งที่เราควรจะต้องทำมีอะไรบ้าง แล้วใครควรจะเป็นคนทำที่เหมาะที่สุด ไม่ใช่ตั้งองค์กรใหม่ มาศึกษา มาดู มารับผิดชอบ ทั้ง ๆ ที่รับผิดชอบไม่ได้ ตรงนี้ผมคิดว่าถ้าท่านกรรมาธิการ สามารถเดินไปถึงจุดที่จะสามารถเห็นว่าสิ่งที่จะต้องทำที่สำคัญที่สุดคืออย่างไรในทุกมิตินะครับ มิติแรกคือระบบโครงข่าย ระบบเน็ตเวิร์ก (Network) ระบบเกตเวย์ (Gateway) ของประเทศไทย เราเป็นอย่างไร มันมีกี่ช่องทาง แต่ละช่องทางจะต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างไร🔗

อีกประการหนึ่งครับ การแก้ปัญหาเรื่องไซเบอร์ซีเคียวริตี (Cyber Security) ผมคิดว่าต้องมีระบบเตือนภัยนะครับ ผมยังไม่เห็นการพูดถึงระบบเตือนภัยเท่าไรเลย อันนี้ มันสำคัญกว่ารอให้เกิดปัญหาก่อนแล้วค่อยมาว่ากัน แล้วส่วนใหญ่ ณ วันนี้ของประเทศไทย มักจะแก้ที่ปลายเหตุ เจอปัญหาแล้วไปแก้ที่ปลายเหตุ ก็เข้าใจนะครับเพราะว่าประเทศไทย เราไม่ทันเทคโนโลยีและขีดความสามารถไม่เท่าทันกับผู้ที่ต้องการที่จะละเมิดไซเบอร์ซีเคียวริตี (Cyber Security) ของประเทศไทย ฉะนั้นจริง ๆ แล้วการประเมินความพร้อมที่ผมอยากเห็น ในรายงานของท่านหรือท่านอาจจะศึกษาไว้แล้วช่วยอธิบายให้เราฟังนิดหนึ่ง คนของเรา มีพร้อมไหมครับ ขีดความสามารถของคนเราพร้อมไหมครับทั้งภาครัฐและเอกชน เทคโนโลยี เราพร้อมไหมครับ โครงสร้างพื้นฐานปัจจุบันและอนาคตเราทันไหมครับ ทันอนาคตไหมครับ กฎหมายและองค์กรมาทีหลังสุดนะครับ กฎหมายนี้เรามีกฎหมายพื้นฐานซึ่งเราก็ล้อกับ กฎหมายระหว่างประเทศ แต่ความพร้อมในการที่จะปฏิบัติตามกฎหมายอันนี้เรามีมากน้อย แค่ไหน ก็อยากจะฟังท่านช่วยอธิบายให้เราฟังนิดหนึ่งนะครับว่าที่ท่านศึกษาเป็นอย่างไร🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน บทบาทของเอกชน ท่านไม่มีทางแก้ปัญหาเหล่านี้ ด้วยภาครัฐแต่เพียงลำพัง ถ้าเราไปชี้เป้าว่ารัฐต้องทำโน่นทำนี่ทำนั่น แต่ไม่มีการร่วมมือกับ ภาคเอกชนอย่างจริงจัง และมีโครงสร้างที่ชัดเจน และมีกฎหมายรองรับที่ชัดเจนทำไม่ได้ครับ ก็ฝากทั้งประเด็นคำถาม แล้วก็ข้อเสนอแนะนะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญ ท่านศาสตราจารย์กนกครับ🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอเพิ่มเติมกับคณะกรรมาธิการ ซึ่งผมต้อง อนุญาตเรียนว่าผมรู้จักประธานกรรมาธิการเป็นอย่างดีแล้วก็รองประธานกรรมาธิการเป็น อย่างดี ผมรู้ว่าท่านพยายามทำงานอย่างดี แต่ด้วยข้อจำกัดของเวลา แล้วก็เงื่อนไขหลายอย่าง ผมก็เลยขออนุญาตที่จะพูดแทนใจท่าน บางทีท่านก็ไม่กล้าพูด โดยเฉพาะท่านรองประธาน เศรษฐพงค์ ท่านประธานครับ ความมั่นคงทางไซเบอร์ (Cyber) จริง ๆ แล้วมันเป็นนโยบาย สาธารณะนะครับ นโยบายสาธารณะนี้มันมี ๒ มิติ มิติแรกก็คือมิติทางเทคนิค ที่เราเรียกว่า เทคโนโลยีในกรณีนี้ ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าที่ประชุมได้พูดกันเยอะแล้วผมขอไม่พูด แล้วก็ท่าน ดอกเตอร์เศรษฐพงค์ท่านรู้หมดว่าเทคโนโลยีจะใช้อย่างไร อันนี้เป็นเรื่องที่ผมขออนุญาตจะ ไม่พูดถึง แต่มิติที่ประชุมนี้ยังไม่ได้พูดกันในทางนโยบายสาธารณะ เราเรียกว่า มิติทางการเมือง ถ้าพูดกันได้ชัดก็คือมิติทางผลประโยชน์ ความมั่นคงทางไซเบอร์ (Cyber) ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ เทคโนโลยีแต่เพียงอย่างเดียวครับ แต่มันเกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่น ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีด้วย มันเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของภาคธุรกิจ ตัวอย่างที่ชัดเจนท่านประธาน การควบรวมของทรู (True) กับดีแทค (DTAC) ที่กรรมาธิการตั้งมาเพื่อศึกษาเรื่องนี้ แล้วจนถึงวันนี้ก็ยังตัดสินใจกัน ไม่ได้ มันเป็นมิติทางการเมืองซึ่งสะท้อนผลประโยชน์ที่จะกระทบต่อความมั่นคงทางไซเบอร์ (Cyber) ชัดเจน ตรงนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากให้คณะกรรมาธิการขยายและยกตัวอย่างให้มากขึ้น เพื่อที่ประชาชนจะได้รู้ว่ามิติทางการเมืองในความหมายของความมั่นคงทางไซเบอร์ (Cyber) นั้น จริง ๆ แล้วมันยิ่งใหญ่กว่าและสำคัญกว่า กระทบต่อพี่น้องประชาชนมากกว่ามิติทางเทคโนโลยี ด้วยซ้ำไป นั่นคือประเด็นที่ ๑🔗

ประเด็นที่ ๒ ขออนุญาตอภิปรายก็คือเมื่อเราใช้เทคโนโลยี เรามีสถานการณ์ อยู่ ๒ สถานการณ์ครับ สถานการณ์แรกก็คือเราไม่รู้เทคโนโลยี ซึ่งยังมีอยู่บ้างเล็กน้อย ในประเทศไทย ถ้าจะพูดว่าไม่มีก็อาจจะพูดได้เพราะเรารู้เยอะมาก แต่สิ่งที่น่ากลัวมากก็คือ ว่าเราไม่ได้นำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ให้เกิดประโยชน์กับความมั่นคงของประเทศ ของเรา ผมขออนุญาตยกตัวอย่างที่ชัดเจน จิสด้า (GISTDA) ซึ่งใช้เทคโนโลยีทางด้านดาวเทียม วันนี้เราไม่รู้หรอกว่าการเปลี่ยนแปลงของอากาศหรือเรียกว่า ไคลเมตเชนจ์ (Climate Change) ทั้งโลกเราก็พูดกันเหมือนกับว่าโอเค (OK) เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่ท่านประธานครับ มันมีผลกระทบที่ยิ่งใหญ่มาก ยกตัวอย่างนะครับ เป็นรูปธรรมเลย ร่องฝนเกิดการเคลื่อนที่ ผมลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร ในฤดูนี้ฝนตกรอบแรกที่เป็นร่องมรสุมเข้ามาจากประเทศลาว ผ่านนครพนมและเข้าสกลนคร โดยปกติ ๑๐ ปีที่ผ่านมาจะตกที่อำเภอเมืองและอำเภอพังโคน แต่ปีนี้ตกที่อำเภอวานรนิวาสและอำเภอบ้านม่วงซึ่งอยู่เหนือขึ้นไปประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร การเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศที่มีผลกระทบโดยตรงในภาษานี้เราเรียกว่า โลคอลอิมแพกต์ (Local Impact) มันรุนแรงมาก รุนแรงอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น อ่างเก็บน้ำครับ หลายอ่าง หลายเขื่อนจากนี้ไปจะไม่มีน้ำ ไม่ใช่กักเก็บน้ำไม่ได้ เพราะพื้นที่หลังเขื่อนไม่มีฝนตกหรือว่า ฝนตกน้อย เพราะเกิดการเคลื่อนที่ของฝนไปแล้ว วันนี้เราเห็นประเทศที่เป็นตัวอย่างชัดเจนมากคือประเทศปากีสถานที่น้ำท่วมทั้งประเทศ เพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เราเรียกว่า ไคลเมตเชนจ์ (Climate Change) ตรงนี้คือการที่ เรายังไม่ได้ใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีที่เรียกว่า ดิจิทัลเทคโนโลยี (Digital Technology) และตรงนี้ก็มีผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงนะครับ พื้นที่อีสานจะแห้งแล้งมากกว่านี้อีก อย่างน้อย ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ใน ๕-๑๐ ปีข้างหน้านี้ ถ้าเราไม่รู้ว่าจังหวัดไหน อำเภอไหน ในจังหวัดอีสานที่จะแห้งแล้ง แล้วก็ปล่อยให้คนอีสานต้องเผชิญกับชะตากรรมโดยที่ไม่รับรู้ อะไรทั้งสิ้น ตรงนั้นเป็นความมั่นคงครับท่านประธาน ในเวลาเดียวกันเกิดโรคระบาดเราก็บอก โรคระบาดมีโควิด (COVID) วันนี้เราพูดถึงเอเอฟเอส (AFS) ลัมปี สกิน (Lumpy Skin) จะมี ตัวอื่นอีก ซึ่งประชาชนไม่รู้แต่มันมีผลเกิดขึ้นจากการไม่ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ ตรงนี้ ผมขออนุญาตท่านประธานสรุปว่าในมิติของการไม่ใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีมีผลกระทบ โดยตรงต่อความมั่นคงทางไซเบอร์ (Cyber) ความมั่นคงของประเทศ และกระทบโดยตรง ต่อพี่น้องประชาชนครับ เราจะทำอย่างนั้นได้ ผมอยากให้ท่านประธานกรรมาธิการกัลยา รุ่งพิจิตรชัย กล้า ๆ หน่อยนะครับ พูดตรง ๆ ว่าเรื่องนี้ต้องการภาวะผู้นำที่เข้มแข็งที่รู้จริงแล้ว กล้าตัดสินใจ ถ้าไม่อย่างนั้นเราแก้ปัญหาไม่ได้หรอกครับ ผมรู้จักท่านประธานกัลยา เป็นอย่างดี ท่านเขียนลงไปในข้อสังเกตนี้เถอะครับ และผู้นำตรงนี้จะต้องยึดประโยชน์ของ ส่วนรวม ยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ไม่อย่างนั้นไซเบอร์ซีเคียวริตี (Cyber Security) ไม่เกิดหรอกครับ ท่านรองประธานดอกเตอร์เศรษฐพงศ์ท่านทราบดี ทางเทคนิคเราตอบได้หมด แต่ผู้ตัดสินใจไม่ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้งจึงเกิดปัญหาไซเบอร์ซีเคียวริตี (Cyber Security) ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีสมาชิก ท่านใดที่ไม่เห็นด้วยกับรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการต้องการจะอภิปรายไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มีนะครับ ท่านกรรมาธิการจะมีอะไรชี้แจงเพิ่มเติมเชิญนะครับ เชิญดอกเตอร์เศรษฐพงค์ครับ🔗

พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่กรุณาให้ความเห็นและ ผมก็รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจ สิ่งที่ผมเคยได้ยินว่าสภาเราไม่ได้มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี ผมคิดว่าไม่เป็นความจริงเสียแล้ว เพราะวันนี้ผมได้เห็นท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ พูดถึงมิติต่าง ๆ ที่พวกเราอาจจะไม่ได้มุ่งเน้นในรายงานฉบับนี้ ซึ่งในรายงานฉบับนี้เรามุ่งเน้น ในเรื่องการกำกับดูแลเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตามในเชิงของสังคม ในเชิงของเทคโนโลยี ในเชิงของการเมือง ผมขออนุญาตเอ่ยนามก็คือท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านเกียรติ สิทธีอมร และท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ได้มีมิติต่าง ๆ ที่ทำให้พวกเราจะต้องกลับไปเพิ่มเติมตามที่ท่านได้กรุณาเสนอมา แล้วก็มีกรณี ที่ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ฝากเอาไว้ในเรื่องของโอเปอร์เรเตอร์ (Operator) บางรายที่ได้ มีการดำเนินการในแนวชายแดน ซึ่งผมเชื่อว่าท่านประธานกรรมาธิการของเราคงจะนำวาระนี้ เข้าเสนอในที่ประชุมอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งคือในกรณีของท่านเกียรติ สิทธีอมร ได้ฝากเอาไว้ในเชิงของทางเทคนิค เช่นเดียวกันผมรู้สึกประทับใจที่ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของเรามีความรู้ในเชิงเทคนิคอย่างมาก มากเกินกว่าที่ผมเข้าใจในตอนแรก ด้วยซ้ำว่ามีคนหลายคนบอกผมว่ามีคนไม่ค่อยรู้เรื่องนี้ทั้งนั้นซึ่งไม่จริงเลย ผมก็คิดว่าเป็น ประเด็นในเรื่องของเกตเวย์ (Gateway) และเป็นประเด็นในเรื่องของการควบคุมกำกับดูแล เกตเวย์ (Gateway) ในเชิงเทคนิค ซึ่งในวันนี้เป็นที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่งว่าเกตเวย์ (Gateway) ของประเทศไทยอาจจะไม่ใช่ทางเข้าออกของข้อมูลข่าวสารของประเทศเราอีกต่อไป แต่เนื่องจากเกตเวย์ (Gateway) กำลังจะยกระดับไปสู่โลว์ เอิร์ท ออร์บิต (Low Earth Orbit) หรือดาวเทียมวงโคจรต่ำที่โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคใหม่ ๆ กำลังจะเชื่อมต่อขึ้นไปบนอวกาศ กับดาวเทียมขนาดเล็กที่เป็นหมื่น ๆ ดวงที่อยู่บนอวกาศโดยไม่ผ่าน เกตเวย์ (Gateway) ของประเทศไทยเลยแม้แต่น้อย อันนี้เองหน่วยงานกำกับดูแลรัฐบาลและสภาของเรา คงจะต้องหันมาให้ความสำคัญ เพราะเนื่องจากจะมีความเสี่ยงและผลกระทบในวงกว้างและ ในเชิงลึกในอนาคตอันใกล้ ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่าใน ๕-๑๐ ปีข้างหน้าข้อมูลข่าวสารของประเทศ ของเราจะไม่ผ่านเกตเวย์ (Gateway) โดยตรงอีกต่อไปแล้ว แต่จะก้าวข้ามไปสู่กิจการอวกาศ ไม่ว่าจะเป็นจากสตาร์ลิงก์ (Star Link) วันเว็บ (One Web) หรือบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกที่ลอย อยู่บนอวกาศห่างจากประเทศไทยประมาณ ๓-๕๐๐ กิโลเมตรเท่านั้น แต่อยู่เหนือ ๑๐๐ กิโลเมตร ซึ่งเป็นราชอาณาจักรไทย ซึ่งเราไม่สามารถควบคุมได้ ถือว่าเป็นบริเวณของ อินเตอร์เนชันนัลโดเมน (International Domain) หรือของสากลที่เราไม่สามารถกำกับ ดูแลได้ อันนี้ต่างหากคือภัยคุกคาม ซึ่งท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ท่านก็กรุณา อธิบายไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ ซึ่งก็มีความใกล้เคียงกับที่คณะกรรมาธิการห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง ผมขอรับในทุกประเด็นในเรื่องทั้งมิติทางสังคม เทคนิค และทางด้านการเมืองที่ทุกท่านได้ ฝากผมเอาไว้กับคณะกรรมาธิการชุดเราด้วย และผมชื่อว่าท่านประธานคงจะนำมาพิจารณา ปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อที่จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ผมกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านประธานกรรมาธิการครับ🔗

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ดิฉันในนามของคณะกรรมาธิการ ขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่านนะคะ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านเกียรติ สิทธีอมร และท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์กนก วงษ์ตระหง่าน ที่ได้ให้ข้อเสนอแนะแล้วก็มีคำถามบางประการ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการก็จะได้ไปดำเนินการ ในส่วนของกรรมาธิการของเราในโอกาสต่อไป ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าวันนี้ก็รู้สึกดีใจมาก ที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถึงแม้จะไม่ได้มากแต่ก็มีหลายท่านที่ได้ให้ข้อเสนอแนะแล้วก็ ให้ความสำคัญในเรื่องของความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) ซึ่งตอนนี้เราก็คงจะเห็นว่า มีการโจมตีทางไซเบอร์ (Cyber) โดยมุ่งเน้นในเรื่องสถาบันที่เป็นภาคเอกชนหรือภาครัฐ ในหลาย ๆ แห่ง ซึ่งดิฉันเองในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รัฐสภาของเราก็ถือว่าเป็น สถานที่ราชการที่เป็นองค์กรที่ใหญ่ที่สุดแล้วก็มีความสำคัญมาก ๆ ในอันดับ ๑ ของประเทศ ก็ว่าได้นะคะ แต่สภาของเราก็ยังไม่มีในเรื่องของระบบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) ซึ่งดิฉันและในคณะกรรมาธิการทุกท่านก็ได้เรียกว่าพยายามที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นเพราะเห็น ถึงความสำคัญ ฉะนั้นวันนี้ก็คงจะเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนหลาย ๆ ท่าน ดิฉันขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านได้ช่วยกันผลักดันโดยผ่านท่านประธานรัฐสภา ท่านประธานคะ ขอฝากเรื่องนี้ให้ท่านประธานได้ช่วยผลักดันให้มีงบประมาณในเรื่องของ ความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) ของสภาผู้แทนเราด้วย เพราะว่าดิฉันดูแล้วในงบปี ๒๕๖๖ ก็ยังไม่ได้มี ก็หวังว่าปีต่อไปคงจะได้บรรจุในเรื่องนี้ไว้ เพราะถือว่าเป็นความสำคัญอย่างยิ่ง อันนั้นก็จะขอรับข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกทุกท่านเพื่อที่จะยกระดับให้มีกฎหมาย และความเข้มข้นในการดำเนินการต่อไป และที่สำคัญเลยก็คือเพื่อเป็นประโยชน์กับส่วนรวม และประเทศชาติเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ไม่มีท่านสมาชิกท่านใดที่คัดค้านเห็นต่างในเรื่องรายงานของคณะกรรมการนะครับ ก็ถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบนะครับ เนื่องจากรายงานของคณะกรรมาธิการมีข้อสังเกตที่จะต้องถามมติ จากที่ประชุม มีท่านสมาชิกท่านใดคัดค้านข้อสังเกตของรายงานไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ก็อาศัยขอบังคับ ข้อ ๘๘ ที่ไม่มีผู้เห็นต่างก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบกับรายงานซึ่งสภาจะได้ ส่งรายงานไปให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามข้อสังเกตข้อเสนอแนะของ กรรมาธิการต่อไปครับ🔗

๔.๓ รายงานการศึกษา เรื่อง เทคโนโลยี 5G ซึ่งคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

๔.๕ รายงานการศึกษา เรื่อง การเกษตรยุคใหม่ของประเทศไทย The Next Generation Farming of Thailand🔗

๔.๖ รายงานการศึกษา เรื่อง การศึกษาเรื่องการศึกษา TELEMEDICINE ในประเทศไทย ซึ่งคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พิจารณาเสร็จแล้ว แต่ท่านประธานขอนำกลับไปปรึกษานิดหนึ่งนะครับ ให้ไปปรับปรุงเนื้อหา สักเล็กน้อย ดังนั้นขอเลื่อนไปก่อนที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ ต่อไป🔗

๔.๔ รายงานการศึกษา เรื่อง New Space และกิจการอวกาศ (Space Economy) ซึ่งคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมพิจารณา เสร็จแล้ว🔗

เชิญประธาน แถลงครับ🔗

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขอแถลงรายงานการศึกษาคณะกรรมาธิการ เรื่องนิวสเปซ (New Space) และกิจการอวกาศสเปซอีโคโนมี (Space Economy)🔗

ตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการต่อ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๕ เรื่อง และได้ถูกบรรจุในระเบียบวาระการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕ และ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๕ อันได้แก่🔗

๑. รายงานเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber)🔗

๒. รายงานเรื่องเทคโนโลยี ๕จี (5G)🔗

๓. รายงานการศึกษาเรื่องนิวสเปซ (New Space) และกิจการอวกาศสเปซ อีโคโนมี (Space Economy)🔗

๔. รายงานการศึกษาเรื่องการเกษตรยุคใหม่ของประเทศไทย เดอะ เน็กต์ เจเนอเรชัน ฟาร์มมิง ออฟ ไทยแลนด์ (The Next Generation Farming of Thailand)🔗

๕. การศึกษาเรื่องการศึกษาเทเลเมดิซีน (TELEMEDICINE) ในประเทศไทย🔗

แต่เนื่องจากรายงานทั้ง ๕ เล่มดังกล่าวคณะกรรมาธิการได้นำเสนอต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๔ ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ผ่านมานาน ทำให้เนื้อหา และข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการบางส่วนของรายงานไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ในปัจจุบัน ดังนั้นคณะกรรมาธิการจึงเห็นควรนำรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการมา ปรับปรุงเนื้อหาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้อย่างถูกต้องครบถ้วนและ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ทั้งนี้จากการศึกษาและพิจารณาของคณะกรรมาธิการพบว่า กิจการอวกาศสเปซอีโคโนมี (Space Economy) มีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน ของเรามากยิ่งขึ้น เช่น การใช้บริการข้อมูลตำแหน่ง ระบุพิกัดทางภูมิศาสตร์ผ่านดาวเทียม เป็นต้น และเป็นกิจการที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างมหาศาล แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ประกอบการในกิจการอวกาศยังคงเป็นผู้ประกอบการจากต่างประเทศ เป็นหลัก ซึ่งหากกิจการดังกล่าวสามารถดำเนินการโดยผู้ประกอบการไทยได้ ไม่ว่าจะอยู่ใน ภาคส่วนใดย่อมจะเป็นการยกระดับองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีอวกาศให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจสังคมและความมั่นคงในอนาคตให้กับประเทศไทยได้🔗

บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ปรับปรุงแก้ไขรายงานเรื่องนิวสเปซ (New Space) และกิจการอวกาศ สเปซอีโคโนมี (Space Economy) พร้อมทั้งได้แนบเอกสารปรับปรุงแก้ไข รายงานตามที่สำนักการประชุมได้วางไว้แก่สมาชิกแต่ละท่านโดยเรียบร้อยแล้ว ดิฉันจึงขอเสนอ รายงานดังกล่าวเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณารายงานและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ และขออนุญาตให้บุคคลดังต่อไปนี้เข้าร่วมขี้แจงที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้แก่ ๑. ร้อยโท เจษฎา ศิวรักษ์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ ๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์จิรศิลป์ จยาวรรณ ที่ปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการ จากนี้ดิฉันขอเสนอให้ พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง นำเสนอรายงานพร้อมข้อเสนอแนะต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร เรียนเชิญค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมาธิการ การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คนที่สอง กระผมขออนุญาต กล่าวถึงความสำคัญและที่มาในการจัดทำรายงานฉบับนี้ เนื่องจากกิจการด้านอวกาศสำหรับ ประเทศไทยอาจจะดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับสภาผู้แทนราษฎรและประชาชนทั่วไป จนทำให้ ภาคส่วนต่าง ๆ ไม่มีน้ำหนักในการให้ความสำคัญในด้านกิจการอวกาศ เพราะมีความคิดว่า กิจการอวกาศนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย คณะกรรมาธิการชุดนี้จึงได้ มีการศึกษาและนำเอาข้อเสนอแนะเพื่อที่จะขับเคลื่อนกิจการอวกาศของประเทศไทยให้เกิด เป็นรูปธรรม เนื่องจากกิจการอวกาศในยุคปัจจุบันเรียกว่า นิวอีโคโนมี (New Economy) นิวสเปซ (New Space) นั้นได้เกิดขึ้นจริงแล้ว ซึ่งได้เห็นจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี สื่อสารโทรคมนาคมซึ่งอยู่บนมือของพวกเราทุกคน กิจการโทรคมนาคมกำลังเชื่อมต่อกับ กิจการอวกาศอย่างไม่สามารถปฏิเสธได้แล้วในวันนี้ เนื่องจากอุปกรณ์สื่อสารเริ่มมีการให้บริการ ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูงผ่านดาวเทียมขนาดเล็กวงโคจรต่ำ หรือที่เรียกว่าโลว์ เอิร์ท ออร์บิต แซตเทลไลต์ (Low Earth Orbit Satellite) จึงทำให้กิจการ อวกาศเข้าถึงทุกส่วนของอุตสาหกรรมบนโลกนี้ ในปัจจุบันเห็นได้อย่างชัดเจนว่าความสำคัญ กิจการอวกาศนั้นมีความสำคัญไม่มากนักในประเทศไทย และมีผู้ที่รู้จำนวนน้อยมากที่ได้ทราบ ว่ากิจการอวกาศของไทยนั้นก้าวหน้าไปสู่การส่งดาวเทียมขนาดเล็กวงโคจรต่ำในต้นปีหน้านี้ โดยจิสด้า (GISTDA) ซึ่งดาวเทียมธีออส-๒ (THEOS-2) กำลังถูกการอิแวลูเอชัน (Evaluation) หรือการประเมินมาตรฐานเพื่อที่จะส่งขึ้นอวกาศในต้นปีหน้านี้ ขณะนี้ในการดำเนินการนั้น อยู่ที่ศรีราชาภายใต้การดูแลของหน่วยงานจิสด้า (GISTDA) จึงทำให้คณะกรรมาธิการเล็งเห็น ว่ากิจการอวกาศกำลังเป็น อนาคตที่สำคัญในระบบเศรษฐกิจใหม่ ในวันนี้ผมจึงขออนุญาต นำเอารายงานฉบับนี้มาแถลงให้กับสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบและมีมติเพื่อนำเอาไปส่ง ให้กับคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในองค์กรต่าง ๆ โดยกระผมขอเสนอผู้ช่วย ศาสตราจารย์จิรศิลป์ จยาวรรณ ที่ปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการกล่าวถึงรายละเอียด โดยสังเขปของรายงานฉบับนี้ต่อไปครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญ ท่านที่ปรึกษาครับ🔗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์จิรศิลป์ จยาวรรณ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กระผม ผู้ช่วยศาสตราจารย์จิรศิลป์ จยาวรรณ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ ขอนำเสนอภาพรวมของตัวรายงาน ขอภาพขึ้นด้วยครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ฝ่ายโสต ดูด้วยนะครับ ท่านอภิปรายไปก่อนก็ได้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์จิรศิลป์ จยาวรรณ กรรมาธิการ

ผมขอเรียนอย่างนี้ ก่อนเลยแล้วกันว่าในภาพรวมของตัวกิจการอวกาศของประเทศไทย โดยเราจะเห็นว่ามันจะ มีกิจการอยู่หลาย ๆ อย่างที่เกี่ยวข้องแล้วก็ถ้าเราเห็นจากมุมทางด้านขวามือที่เป็นสีขาวกับ ทางซ้ายมือที่เป็นสีเหลือง อันนั้นจะแบ่งในเรื่องของระยะเวลาจะเห็นว่าในปัจจุบันประเทศไทย เราได้มีการดำเนินการในกิจการทางด้านนี้ก็จะเห็นว่าเมื่อสักครู่ที่ท่านรองประธานเศรษฐพงค์ พูดก็คือตัวธีออส ๒ (THEOS-2) ก็จะอยู่ในส่วนของแซตเทิลไลต์ โอเปอเรชัน เซอร์วิส (Satellite Operation Service) แล้วก็ในส่วนที่ทางจีสด้า (GISTDA) ทำก็อยู่ที่ศรีราชาหรือจะเป็นสกาย ครีโนเวชัน ปาร์ค (SKy Krenovation Park) หรือเอสเคพี (SKP) เราจะเห็นว่าในส่วนของตรงนี้ คือส่วนหลัก ๆ แล้วเราก็มีบริษัทไทยคมที่ดำเนินการโอเปอร์เรต (Operate) ทางด้านนี้อยู่ ฉะนั้นถ้าเรามองในภาพรวมของตัวกิจการดาวเทียมเฉพาะในหมู่ดาวเทียม จริง ๆ สเปซ (Space) มันมีภาพที่กว้างกว่านั้น เราจะเห็นว่าส่วนใหญ่แล้วกิจการของประเทศไทยนี่เราจะลงไปที่ เรื่องของดาวน์สตรีม (Downstream) ก็คือในเรื่องของตัวบริการเป็นหลัก แต่ถ้าเรามองในภาพ ของทางด้านซ้ายมือที่เป็นสีเหลืองเราจะเห็นว่ามันจะมีอีกหลาย ๆ ภาคส่วนที่เราสามารถ ที่จะมีโอกาสหรือว่าสร้างความเข้มแข็งของประเทศได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแซตเทลไลต์ เมนูแฟคเจอร์ริง (Satellite Manufacturing) เรื่องของตัวการปล่อยจรวดเราเรียกว่าตัวล็อนช์ ซิสเท็ม (Launch System) เรื่องของตัวซิเคียวริตี (Security) แล้วที่สำคัญในเรื่องของตัว ออบเซอร์เวชัน (Observation) ต่าง ๆ เรื่องของตัวกิจการในเรื่องของคน เรื่องของการสำรวจ ทรัพยากรต่าง ๆ นอกโลกซึ่งก็จะเป็นคีย์ (Key) หลักที่สำคัญอีกอันหนึ่งซึ่งมีความจำเป็นมาก ในปัจจุบันนี่ถ้าเราดูในภาพรวมของธุรกิจทั้งหมดมีรายได้หลัก ๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์จะอยู่ที่ ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์อยู่ที่กราวด์ อิควิปเมนต์ (Ground Equipment) ก็คือตัวอุปกรณ์ ที่เป็นภาคพื้นดินใน ๔๔ เปอร์เซ็นต์จะอยู่ที่เรื่องของตัวเซอร์วิส (Service) แต่ ๕ กับ ๒ เปอร์เซ็นต์ จะอยู่ที่ส่วนของแซตเทลไลต์ เมนูแฟคเจอร์ริง (Satellite Manufacturing) แล้วก็อยู่ที่ ตัวล็อนซ์อินดัสทรี (Launch Industry) ซึ่งใน ๕ กับ ๒ เปอร์เซ็นต์นี่จะถูกยึดอยู่โดยประเทศ อยู่ประมาณ ๑-๒ ประเทศเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่ากิจการส่วนใหญ่ในธุรกิจ มันยังมีช่องว่างที่เราสามารถที่จะเข้าไปได้ ทีนี้ในรายงานเราจะพูดถึงเรื่องของนิวสเปซ (New Space) สิ่งที่ประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องผมเชื่อว่ามีลักษณะคล้ายกับเรื่องของแซปเปอร์ ซิคิวริตี (Sapper Security) เหมือนกันแล้วเราก็จะเห็นความเชื่อมโยงด้วยว่าหนึ่งในซีไอไอ (CII) หรือคริทิเคิล อินฟราสตรักเจอร์ (Critical Infrastructure) ที่เราเห็นในภาพของไข่แดง ที่ทางด้านเจษฎาได้โชว์ก็คือเรื่องของตัวโครงข่าย ทางท่านรองประธานทั้งเศรษฐพงค์ได้พูด ถึงเรื่องของตัวโลว์ เอิร์ท ออร์บิต (Low Earth Orbit) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มันจะทำให้เราหลุดพ้น จากกรอบของการสื่อสารแบบเดิม ๆ ปัจจุบันเราก็จะเห็นโอเปอเรเตอร์ (Operator) ไม่ว่าจะ เป็นทีมโมบาย (Mobile) หรือสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ที่ร่วมมือกันในเรื่องของการทำให้บริการ โทรศัพท์มือถือที่ใช้สามารถขึ้นดาวเทียมได้เราเห็นในภาพของการเปิดตัวไอโฟน ๑๔ (iPhone 14) ในปัจจุบันซึ่งก็จะมีฟีเจอร์ (Feature) ในการเชื่อมโยงโทรศัพท์เข้ากับดาวเทียม เหล่านี้คือ สิ่งที่เกิดขึ้นและเราหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของนิวสเปซ (New Space) ทางคณะกรรมาธิการเรามองเห็นว่ามันมีความจำเป็นที่ต้องได้การสนับสนุนในเรื่องของ ทางด้านการเงิน องค์ความรู้ แล้วก็กฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการดำเนินการกฎหมาย ทั้งในประเทศแล้วก็ต่างประเทศ เรามีความจำเป็นที่จะต้องมีการจัดตั้งหน่วยงานที่มีการ สนับสนุนแล้วส่งเสริม รวมถึงการอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ ไม่ใช่ว่าในปัจจุบันไม่มีครับ เพียงแต่ต้องเข้าใจว่าในเรื่องของการการหลอมรวมของเทคโนโลยี มันจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทุก ๆ ประเทศที่เราทำการศึกษามา ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น หรือยุโรป เดิมเขาก็จะมีองค์กรที่ดูแลในเรื่องพวกนี้อยู่เหมือนกัน แต่พอเกิดการหลอมรวม ของเทคโนโลยีขึ้นมาเขาก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบหรือแนวทางแล้วก็ตัวบิสสิเนส โมเดล (Business Model) ของตัวธุรกิจของประเทศเขาด้วยนะครับ นิวสเปซ (New Space) ถือเป็น แนวโน้มหนึ่งที่สำคัญในการขับเคลื่อนกิจการอวกาศซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งเราจะเห็นว่าจากภาพเมื่อสักครู่ที่เราเห็นเราจะเห็นว่ามันจะเกิดธุรกิจหรือว่าเซกเมนต์ (Segment) อื่น ๆ อีกได้มากถ้าประเทศไทยเราสามารถที่จะมีส่วนเข้าไปดำเนินธุรกิจด้านนี้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าประเทศไทยสามารถที่จะใช้ประโยชน์จากนิวสเปซ (New Space) ได้อย่าง มีประสิทธิภาพก็จะช่วยเพิ่มช่องทางในเรื่องของการพัฒนาแล้วก็แสวงหารายได้ เพราะฉะนั้น การพัฒนาเศรษฐกิจของนิวสเปซ (New Space) รัฐจะต้องทำการส่งเสริมและสนับสนุน ผู้ประกอบการเพื่อให้เกิดหลัก ๆ ก็คือว่าจะต้องให้เกิดการมีความเหมาะสมในเรื่องของต้นทุน กระบวนการดำเนินงานแล้วก็กระบวนการขออนุญาตนะครับ เราจะเห็นว่าในปัจจุบันส่วนหนึ่งของตัวดาวเทียมหรือแซตเทลไลต์ (Satellite) ซึ่งเป็น ส่วนหนึ่งของสเปซอีโคโนมี (Space Economy) เป็นเรื่องของกิจการทางด้านการสื่อสาร แต่ในอีกส่วนหนึ่งของตัวแซตเทลไลต์ (Satellite) เองก็จะเป็นเรื่องของเอิร์ท ออบเซอร์เวชัน (Earth Observation) ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวกับกิจการสื่อสาร เพราะฉะนั้นเหล่านี้มันจะต้องมีการ กำหนดองค์กรบทบาทแล้วก็หน้าที่ที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นกระบวนการในการพัฒนากฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมันจะทำให้เกิดความมั่นใจกับ ผู้ประกอบการว่าเขาสามารถที่จะดำเนินธุรกิจแบบนี้ไปได้อย่างเหมาะสมแล้วก็มีโอกาสที่จะ ทัดเทียมกับนานาประเทศ ทีนี้ในการเตรียมความพร้อมของตัวสเปซ (Space) ปัจจัยสำคัญ อันหนึ่งก็คือในเรื่องของการสร้างโครงสร้างพื้นฐานในการกำกับดูแลหรือเราอาจจะใช้ชื่อ ทางภาษาอังกฤษก็เป็นซอฟต์ อินฟราสตรักเจอร์ (Soft Infrastructure) โดยกิจกรรมหลัก ๆ ๔ อย่างที่ทางคณะกรรมาธิการเห็นว่ามีความสำคัญมาก ๆ ก็คือ ๑. ในเรื่องของการสร้าง กระบวนการรับรู้หรือให้เห็นความสำคัญของนิวสเปซ (New Space) ที่จะเข้ามามีผลกระทบ กับการดำเนินชีวิตแล้วก็การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันของบ้านเรา เพราะฉะนั้นจะไปส่งผลถึง เรื่องของตัวแผนแม่บท เรื่องของแผนแม่บทอวกาศแห่งชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ เนื่องจากแผนตรงนี้เรามีการทำตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ แล้วก็ในปัจจุบันตัวแผนแม่บทในการพัฒนา อวกาศแห่งชาตินี้ก็มีการดำเนินการอยู่ อันที่ ๓ เป็นเรื่องการพัฒนาศักยภาพด้านบุคลากร อันนี้ก็จะเป็นสิ่งสำคัญครับ ซึ่งคีย์เวิร์ด (Keyword) อันนี้ก็จะเป็นหนึ่งในคีย์เวิร์ด (Keyword) ที่คล้าย ๆ กับทางตัวไซเบอร์ซีคิวริตี (Cybersecurity) เหมือนกัน เนื่องจากว่าองค์กรต่าง ๆ มีการตื่นตัว มีการจ้างงานในกิจการเหล่านี้เพิ่มขึ้นมาเยอะ เพราะฉะนั้นการเร่งในการพัฒนา ศักยภาพด้านบุคลากรแล้วก็การกำหนดแนวทางที่ชัดเจนของประเทศในการพัฒนาศักยภาพ ด้านบุคลากรในเรื่องของสเปซอีโคโนมี (Space Economy) ก็เป็นเรื่องสำคัญ สุดท้ายก็จะ เป็นเรื่องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวพระราชบัญญัติกิจการอวกาศ นั่นคือ ๔ คีย์ (Key) ๔ จุดหลัก ๆ ที่ทางกรรมาธิการคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่เราจะต้องเร่งรัดเพื่อที่จะให้เท่าทันกับ เทคโนโลยีเท่าทันกับตัวธุรกิจที่ต่างประเทศดำเนินการอยู่ในเรื่องของนิวสเปซ (New Space) ในส่วนของตัวพระราชบัญญัติกิจการอวกาศในช่วงเดือนกรกฎาคมปี ๒๕๖๔ ก็จะมีเห็นชอบ จากร่างพระราชบัญญัตินี้แล้ว ตอนนี้อยู่ในระหว่างที่คณะกรรมการกฤษฎีกากำลังพิจารณา ส่วนนโยบายตัวแผนแม่บทกิจการอวกาศแห่งชาติ ๕ ปี ก็คือประมาณการไว้ที่ปี ๒๕๖๖-๒๕๘๐ ก็จะเป็นเรื่องของคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติโดยจิสด้า (GISTDA) ก็อยู่ระหว่างการ ดำเนินการในการร่างแผนตรงนี้อยู่ สุดท้ายแล้วอย่างที่ทางกรรมาธิการเรียนว่าเราคงจะต้อง เน้นหนักในเรื่องของตัว ๔ วัตถุประสงค์หลัก ๆ เพื่อจะเร่งผลักดันในเรื่องของพัฒนาบุคลากร ในเรื่องของการดำเนินการ ในเรื่องของแผนแม่บท เรื่องของตัว พ.ร.บ. พระราชบัญญัติ และ สุดท้ายก็คือในเรื่องของการสร้างกำลังคนในเรื่องของกิจการอวกาศเพื่อที่จะรองรับการ เปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านสมาชิก ต้องการอภิปรายซักถามอยู่ ๕ ท่าน ท่านใดจะอภิปรายมาเข้าชื่อนะครับ ผมจะปิดรับชื่อแล้ว เชิญท่านแรกก่อนนะครับท่านศรัณย์ แล้วก็ค่อยให้ท่านมานพ เชิญครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ประเด็นของผม คงมีไม่มาก เพราะว่าจริง ๆ ท่านกรรมาธิการก็ได้อธิบาย อภิปรายแล้วก็ชี้แจงหลาย ๆ เรื่องแล้ว แล้วจริง ๆ จากที่ท่านพูดผมก็เห็นด้วย โดยเฉพาะเรื่องที่จริง ๆ ประเทศไทยมีความสามารถ จริง ๆ มีความพร้อมอยู่แล้ว ที่ติดตอนนี้คือเมื่อไรภาครัฐหรือกฎหมายจะซัปพอร์ต (Support) แล้วก็ส่งเสริมให้เกิดกิจการนี้อย่างเข้มแข็งในประเทศไทย และผมเชื่อว่าจริง ๆ ความเข้าใจหลาย ๆ อย่างที่ภาครัฐเองมองกับกิจการนี้มันก็อาจจะยัง ไม่ครบถ้วนอย่างที่ท่านกรรมาธิการได้อภิปรายไปว่ามันมีหลายส่วน ไม่ได้มีแต่ส่วนเฉพาะ การสื่อสารเท่านั้น ส่วนที่เก็บข้อมูลหรือว่าทำแผนที่ ซึ่งมันก็ควรจะต้องมีกฎหมายแยกกัน หรือว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ควรจะต้องแยกกัน อันนี้ผมเห็นด้วยครับ ผมคิดว่าในฐานะ ที่รัฐบาลเองเคยพูดเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนแถลงนโยบาย มีคำพูดว่าจะมีธุรกิจผลักดัน ธุรกิจอวกาศ สเปซอีโคโนมี (Space Economy) ต่าง ๆ แต่จากรายงานของท่านผมเรียนตามตรงครับว่า จากที่ดูที่ท่านทำแผนมาว่าตอนนี้รัฐบาลทำอะไรบ้างหลังจากที่พูดไปแล้วตอนแถลงนโยบาย ส่วนใหญ่ก็คือมีแต่การเตรียมแผน ซึ่งผมไม่ได้ว่ามันผิดนะครับ เพียงแต่ว่าวาระท่าน ๔ ปี ท่านเตรียมแผน ๕ ปี เตรียมแผน ๕ ปี เตรียมแผน ๕ ปี แสดงว่าท่านไม่ได้ทำอะไรเลย อันนี้ ผมฝากถึงรัฐบาลครับ ไม่ใช่กรรมาธิการ จากรายงานของท่านทำให้ผมเห็นหลาย ๆ อย่างว่า เราเตรียมแผน ๕ ปีนี่คือเตรียมแผนเผื่อ ส.ว. ครบวาระพอดีหรืออย่างไร ผมไม่แน่ใจกับ ทางรัฐบาล แต่ผมรู้สึกว่าจริง ๆ เราสามารถเร่งได้ โดยเฉพาะตอนนี้ในต่างประเทศอย่างที่ ท่านกรรมการพูดเลยว่ากิจการด้านอวกาศ ด้านดาวเทียม ไม่ว่าจะเป็น โลว์ ออร์บิต (Low Orbit) หรือว่าดิสก์สเปซ (Disk Space) ต่าง ๆ มันพัฒนาไปไกลมาก แล้วตอนนี้ประเทศไทย ก็ใช้บริการเหล่านี้ของต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อมูลหรือการเก็บข้อมูล ถ้าเราจะมองว่า มันก็เป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง เพราะว่าข้อมูลเหล่านี้ข้อมูลในประเทศไทยต้องผ่านตัวเชื่อม หรือจุดเชื่อม หรือบริการของต่างชาติ อันนี้มันก็เป็นสิ่งที่เราควรจะเป็นห่วงเช่นกัน เพราะฉะนั้น ถ้าเราสามารถแก้กฎหมาย พัฒนากฎหมาย พัฒนากิจการ หรือเปิดให้มีการแข่งขันที่ดี แข่งขันที่เหมาะสมในตลาดกิจการนี้ในประเทศไทยได้ ผมเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่มีประโยชน์กับ ประเทศเรามาก ๆ แล้วมันก็จะเป็นสิ่งที่จำเป็นที่เราจะต้องทำ ไม่เช่นนั้นถ้าเราจะยังใช้ แต่บริการของต่างประเทศ อย่างที่ท่านพูดเลยครับถ้าอีกหน่อยอินเทอร์เน็ต (Internet) เป็นอินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูงผ่านดาวเทียม ไม่ว่าจะเป็นสเปซเอกซ์ (Space X) หรืออะไรก็ตาม ถ้าอย่างนั้นอำนาจในการควบคุมไม่ว่าจะเป็นด้านข้อมูลหรือด้านกฎหมาย ต่าง ๆ มันก็อาจจะมีปัญหา เพราะว่าเขาอาจจะไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหรือการควบคุมของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ท่านได้ชี้ให้เห็นในรายงานแล้วว่ากฎระเบียบต่าง ๆ หรือ พ.ร.บ. ต่าง ๆ ก็ยังไม่ได้ถูกแก้ไขให้เป็นปัจจุบันหรือให้มีความเหมาะสมกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ผมก็หวังว่าจากรายงานนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือแม้แต่รัฐบาลเองถ้าผ่านไป ก็หวังว่า จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น มากกว่าการแค่บอกว่าเตรียมแผนไว้ เตรียมแผนไว้แล้ว ก็ยังไม่ได้ทำอะไร เพราะว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เราจะเพิกเฉยได้🔗

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมค่อนข้างเป็นห่วง ก็คือถ้าเราทำให้เกิดกิจการนี้ขึ้นมาได้แล้ว การแข่งขันมันจะเป็นอย่างไร เพราะต้องเรียนตามตรงเลยว่าตอนนี้เราเห็นในหลายธุรกิจ ในหลายอีโคโนมี (Economy) มากว่าการควบคุมของหน่วยงานของภาครัฐเองมันไม่สามารถ ทำให้ตลาดเกิดการแข่งขันที่ดี เกิดสิ่งแวดล้อมที่มันเหมาะสมได้ เราจะยกตัวอย่างไม่ว่าจะ เป็นการค้าปลีกหรือว่าจะเป็นโทรคมนาคมที่กำลังมีประเด็นกันอยู่อย่างนี้ เพราะฉะนั้น เมื่อเรากำลังทำเรื่องนี้อยู่แล้ว และอีกหน่อยเราก็ต้องทำ พ.ร.บ. หรือแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ มันเกิดกิจการที่ดี เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอันนี้ก็อาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่เราต้องให้ความสำคัญ ต้องให้ชัดเจนครับว่าหน่วยงานใดที่จะดูแลเรื่องนี้ หรือว่าเราจะมีการควบคุมดูแลอย่างไร ไม่ให้เกิดการกินรวบในธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะจากสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เราเห็นในหลาย ๆ เรื่อง ผมไม่อยากจะย้อนไปไกล เพราะฉะนั้นอันนี้ผมก็ฝากไว้ว่าถ้ามีการศึกษาเพิ่มเติมก็อาจจะ อยากให้เน้นประเด็นนี้ให้เห็นเด่นชัดมากขึ้นว่าถ้าเกิดธุรกิจนี้ เกิดกลุ่มเศรษฐกิจนี้ในประเทศไทย แล้วควรจะต้องมีการควบคุมมากน้อยขนาดไหน ผมเชื่อว่าท่านกรรมาธิการเข้าใจดี แล้วผม ก็หวังว่าท่านกรรมาธิการจะสามารถทำรายงานที่มีประโยชน์แบบนี้ออกมาให้ได้อีก แล้วก็ หวังว่ารัฐบาลจะรับไปนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านมานพครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธาน ตอนเด็ก ๆ ที่บ้านผมไม่มีไฟฟ้านะครับ การรับรู้และความเข้าใจเรื่องอวกาศมันจะผ่านเรื่องเล่า ผ่านนิทาน ผ่านตำนาน แล้วเราก็จินตนาการไปว่าอวกาศเป็นอย่างนี้ ซึ่งเรื่องนี้มันเป็นเรื่อง จินตนาการล้วน ๆ ท่านประธานครับ ทีนี้พอผมโตขึ้นมาได้มีโอกาสทำงาน ผมคิดว่ารายงาน เรื่องนิวสเปซ (New Space) แล้วก็ สเปซอีโคโนมี (Space Economy) ผมอยากจะอภิปราย ในประเด็นเรื่องสังคม ผมได้มีโอกาสได้ใช้เทคโนโลยีอวกาศแบบกลาย ๆ ครับท่านประธาน ซึ่งผมเองไม่มีความรู้เรื่องเทคโนโลยีที่มันเป็นเรื่องทักษะ เป็นเรื่องเทคนิคเลยครับ ผมคิดว่า ประเด็นสำคัญคือที่เกี่ยวข้องในชีวิตผมก็คือเรื่องของการบริหารจัดการที่ดิน การบริหารจัดการ เรื่องของไฟป่า การบริหารจัดการเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมคิดว่าเรื่องนี้ สำคัญกับสังคมไทยครับ หลาย ๆ เรื่องผมคิดว่าข้อถกเถียง ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะ เป็นเรื่องสังคม กฎหมาย ระเบียบ จารีตประเพณี สุดท้ายกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จะเป็น เครื่องมือที่ทำให้คนที่ขัดแย้งกันมันแก้ปัญหา ยกตัวอย่างเรื่องจีพีเอส (GPS) อันนี้สำคัญมาก เรื่องจีไอเอส (GIS) ทั้งหมด ผมบอกกับชาวบ้าน บอกกับเจ้าหน้าที่ที่ทะเลาะกันนะครับ ผมคิดว่าคุณจะเอาเหตุผลอะไรก็ได้มาเถียงกัน แต่ว่าคุณไม่สามารถที่จะเถียงดาวเทียมที่อยู่ บนฟ้าได้ อันนี้ผมคิดว่าเป็นเครื่องมือที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาเบื้องต้น หลาย ๆ พื้นที่ครับ จบลงด้วยเทคโนโลยีตรงนี้ การบริหารจัดการตัวทรัพยากร โดยเฉพาะเรื่องไฟป่าเมื่อก่อนเรา ก็เถียงกันว่าไฟป่าเกิดจากไร่ข้าวโพด เกิดจากชาวบ้านเผา ทีนี้เรามาดู ผมยกตัวอย่างเชียงใหม่ ง่าย ๆ เลย เชียงใหม่มีพื้นที่อยู่ประมาณ ๑๐ ล้านไร่ เป็นป่าเต็งรัง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ปรากฏว่า ไหม้เยอะที่สุดภาพถ่ายทางอากาศผมจำชื่อภาพถ่ายดาวเทียมไม่ได้ บูลสกาย (Blue Sky) หรือเปล่าผมไม่แน่ใจ ปรากฏว่ามันไหม้เกือบทุกที่ เฉลี่ยแล้วไหม้ ๓ ล้านไร่ ไหม้ที่ไหนบ้าง อันนี้เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์จะนำไปสู่การแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนไทย เทคโนโลยีตรงนี้มันต้องอยู่ใกล้และเข้าถึงง่ายครับ ท่านประธานครับ ไม่ใช่เฉพาะจิสด้า (GISTDA) ที่เดียว จะต้องกระจายให้ อบท. จังหวัดทุกที่ เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ทันที ไม่จำเป็นจะต้องเข้าใจระบบเทคโนโลยีทั้งหมด ผมไม่เคยเรียน เรื่องจีไอเอส (GIS) มาก่อนเลยครับท่านประธาน แต่ว่าผมใช้จีพีเอส (GPS) ได้ ผมพออ่าน แผนที่ได้ว่าพิกัดอย่างไร ว่ามาตราส่วนอย่างไร การโอเวอร์เลย์ (Overlay) แผนที่แต่ละส่วน มันจะนำไปสู่ความเข้าใจในเรื่องนี้เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานว่า กรณีเรื่องไฟป่า ผมคิดว่าถ้าเราทำนายได้ว่าประสบการณ์ของเราตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ มาถึง ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ ว่าพฤติกรรมของลม อากาศ กระแสลม พฤติกรรมความแล้ง จะนำไปสู่วิกฤติอะไร อันนี้ผมคิดว่านำไปสู่การบริหารจัดการได้ ข้อถกเถียงที่เป็นข้อถกเถียง ที่จะชี้นิ้วไปให้ใครเป็นคนผิด กระบวนการวิทยาศาสตร์ทางอวกาศจะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะ ทำให้สังคมเข้าใจ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ เรื่องป่าครับ ผมคิดว่าวันนี้เราต้องยอมรับว่าการที่เคยบอกว่าพี่น้องชนเผ่าทำลายป่า วันนี้ ผมยังยืนยันนะครับ แผนที่ประเทศไทยตั้งแต่เชียงรายถึงประจวบคีรีขันธ์ที่พี่น้องผมอยู่ ป่าที่สมบูรณ์ที่สุดเอาแผนที่ตั้งแต่ปี ๒๔๐๐ กว่ามาโอเวอร์เลย์ (Overlay) แต่ละปี ๆ ปี ๒๕๖๕ วันนี้แผนที่ที่ป่ายังคงอยู่อยู่ตรงไหน แล้วพี่น้องชาติพันธุ์อยู่ตรงไหน ผมคิดว่า อันนี้คือข้อมูลวิทยาศาสตร์ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่ แต่ว่าระบบที่มันมีอยู่อาจจะยัง ไม่เพียงพอ ทำอย่างไรข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นข้อกฎหมายความรู้ บุคลากรความพร้อมอะไร พวกนี้อาจจะต้องเคลียร์ออกให้หมด ต้องเขียนในกฎหมายครับ🔗

ท่านประธานครับ ประเด็นสุดท้ายเรื่องสำคัญและทุกคนก็รออยู่แล้วครับว่า อยากจะเห็นข้อมูล รัฐบาลได้พูดไว้แล้วว่าอันนี้เราแก้ปัญหาแผนที่ประเทศไทยหมดแล้ว พูดคำว่า วันแมป (One Map) วันแมป (One Map) แต่ผมไม่เห็นออกมาสักที ถ้าเรามี เทคโนโลยีตรงนี้ วันแมป (One Map) ที่คุณว่ามาขีดแล้วมาทำด้วยกันผมว่ามันไม่มีปัญหา โฉนดที่ออกไปแล้ว ๒๐๐,๐๐๐ กว่าแปลงที่บอกว่ามีปัญหา ไม่มีปัญหาเอาความจริงมาไว้ บนโต๊ะโดยใช้เทคโนโลยีอวกาศนี่ล่ะครับ แก้ข้อกฎหมาย แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่มันคาอยู่ในพื้นที่ คาอยู่ในข้อกฎหมายที่ไม่รู้ว่าจะทำ ทำแล้วก็ ๑๕๗ ไม่ทำก็ ๑๕๗ ผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้เทคโนโลยีอวกาศเท่าที่ผมสัมผัสมันจะนำไปสู่กระบวนทัศน์ใหม่ ๆ มันจะนำไปสู่เรื่องวิธีคิดที่จะนำไปสู่การใช้เครื่องมือที่มันเป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ว่าเถียงกัน แบบข้าง ๆ คู ๆ เหตุผลแค่นั้นนะครับ มันต้องมีองค์ประกอบหลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์ ขึ้นมาในการทำงาน สุดท้ายท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมคิดว่าถึงแม้ว่าผมจะห่างไกลไม่เข้าใจ เรื่องระบบเทคโนโลยีอวกาศเท่าไร แต่อย่างน้อยที่สุดผมมีโอกาสได้ใช้ในส่วนเล็ก ๆ ส่วนนี้ ผมคิดว่าอย่างน้อยที่สุดมันสามารถที่จะทำให้คนตัวเล็ก ๆ ตัวน้อย ๆ เข้าถึงเทคโนโลยีปุ๊บ มันนำไปสู่ความกระจ่างหรือความเข้าใจปัญหาในระดับพื้นที่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะ ให้เกิดก็คือว่าอาจจะต้องเขียนลงไปในกฎหมายที่จะต้องทำให้เรื่องทั้งหมดที่ผมอภิปรายและ ที่กรรมาธิการได้ศึกษามานี้🔗

๑. ผมคิดว่าระบบสนับสนุนการนำไปใช้มันต้องไม่กระจุก และต้องไม่ใช่เรื่อง ผู้เชี่ยวชาญ ผู้เชี่ยวชาญจะต้องมีจริงครับ จะต้องไปสร้าง จะต้องไปทำ จะต้องไปออกแบบ แต่คนไปใช้ไม่จำเป็นต้องรู้ อย่างโทรศัพท์ผมนี่ครับ ทำมาจากอะไรผมไม่รู้แต่ผมใช้เป็น ผมคิดว่าอันนี้ระบบคิดอย่างนี้ ระบบสนับสนุนอันนี้ต้องอยู่ในกฎหมาย🔗

๒. ก็คือต้องกระจายให้ไปทั่วถึงพื้นที่ กระจายให้ทุกคนโดยเฉพาะหน่วยงาน ในระดับพื้นที่เข้าถึงประชาชนเข้าง่าย🔗

ผมขอสรุปครับท่านประธาน ผมเห็นด้วยกับรายงานของกรรมาธิการแล้วก็ สนับสนุนเต็มที่ ที่สำคัญคือจะทำอย่างไรให้เทคโนโลยีตรงนี้อยู่ในการควบคุมดูแลของเราด้วย ไม่ใช่ว่าเราไปหายใจด้วยจมูกของคนอื่นครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านภาสกรเชิญครับ🔗

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ก็จริง ๆ ดีใจมากที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษาเรื่องนิวสเปซ (New Space) แล้วก็กิจการอวกาศ ทีนี้ผมก็มาอ่านรายงานของทางคณะกรรมาธิการ จุดประสงค์ของการศึกษา จริง ๆ ก็โดนใจมากมี ๓ ข้อ🔗

ข้อที่ ๑ ขออนุญาตอ่านเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐกิจอวกาศที่มีการ เปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างอุตสาหกรรมใหม่🔗

ข้อที่ ๒ เป็นข้อมูลในการปรับปรุงกฎหมายด้านอวกาศของประเทศไทย ให้มีความสอดคล้องแนวโน้มการพัฒนากิจการอวกาศที่เกิดขึ้นในอนาคต🔗

ข้อที่ ๓ เป็นข้อมูลส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอวกาศ🔗

คือพอผมอ่านปุ๊บ จริง ๆ โดนใจมาก เหมือนเราเอาธนูยิงแต่พอมาอ่านเนื้อหา มันไม่เข้าเป้ากลาง มันเฉียดไปเฉียดมา ก็เลยขออนุญาตขึ้นมาอภิปรายชี้แจงนิดหนึ่งว่า อย่างนี้ คือวันนี้เทคโนโลยีมันกำลังอยู่ในขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านไปอีกไปอีกสเต็ป (Step) หนึ่ง ไปเป็นจากเซลลูลาร์เบสด์ (Cellular Based) เป็นเป็นดาวเทียมแล้ว โดยเฉพาะวงโคจรต่ำ ในจะมีบทบาทมากในอนาคตอันใกล้นี้เท่ากับว่าเรากำลังมีโอกาสใหม่ ๆ ที่จะพัฒนาธุรกิจ แล้วก็ตามให้ทันโลกที่กำลังจะเปลี่ยนไป ถ้าเกิดการศึกษามันไม่ได้ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยเรา จะเตรียมตัวอย่างไรให้ทันเขา อนาคตเราอาจจะกลายเป็นผู้บริการชั้นดีให้กับต่างชาตินะครับ ทำไมผมพูดอย่างนั้น ยกตัวอย่างให้เห็นง่าย ๆ ว่าอินเทอร์เน็ต (Internet) ที่เราใช้กันวันนี้ คือเซลลูลาร์เบสด์ (Cellular Based) แล้วก็ใช้กับโอเปอเรเตอร์ (Operator) วันหลังอนาคต ดาวเทียมมันมาแน่ มันมาแน่นะครับ ล้อกับว่าเราอาจจะต้องใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ผ่านดาวเทียม อยู่ตรงไหนก็ใช้ได้ อยู่บนภูเขาก็ใช้ได้ เมืองนอกก็จะมีแล้วครับ สตาร์ลิงก์ (Starlink) ต่าง ๆ เท่ากับว่าเหมือนเราใช้เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) จ่ายที่ประเทศไทยแต่ใช้รีสอร์ซ (Resource) ของต่างประเทศ เงินก็ออกไปที่ต่างประเทศ ผมอยากให้เห็นในแง่มุมคร่าว ๆ สัก ๓ แง่นะครับ แง่เทคนิค แง่เทคนิคนี่ในเล่มนี้เขียนไว้ค่อนข้างเยอะพอสมควร ซึ่งผมเชื่อว่า มันเป็นทักษะความรู้ที่เราจะต้องปลูกฝังและใส่ให้กับคนในประเทศว่าวันนี้เทคนิคทางกิจการ อวกาศเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งจริง ๆ มันมีแค่ ๒ แง่ แง่อุตสาหกรรมกับแง่การพัฒนาเป็นบริการ เราจะทำอย่างไรให้พวกเหล่านี้มันลงไปคนในชาติ แล้วเอาไปจัดการเป็นธุรกิจของในชาติ อันนี้คืออันที่ ๑🔗

อันที่ ๒ ในแง่กฎหมาย วันนี้ดาวเทียมวงโคจรต่ำวิ่งอยู่บนฟ้าอยู่บนประเทศไทย เยอะมาก เท่ากับว่าวันนี้ทำอย่างไรข้อมูล ท่านที่พูดไปไซเบอร์ซีเคียวริตี (Cyber Security) บังเอิญผมมาไม่ทัน วันนี้ข้อมูลมันอยู่บนนี้เต็มไปหมด ที่ท่านจะวางอินฟรา (Infra) กัน ผมบอกเลยว่ามันโบราณมาก ผมคุยกันมานานมาก วันนี้มันอาจจะปรับเปลี่ยนไปเยอะมาก กฎหมายผมมานั่งอ่านข้างในถ้ากฎหมายหลาย ๆ หน้า ตัวอย่างเช่น การขอใบประกอบ กิจการอวกาศ ถ้าไม่มีก็ถูกตัดติดคุก ติดคุกทีหนึ่งปรับที่หนึ่งก็ ๑๐๐,๐๐๐ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ถามว่าถ้าเรามีกฎหมายควบคุมคนในประเทศขนาดนี้ ทักษะความรู้หรือหรือคนที่จะประกอบ กิจการเกี่ยวกับอวกาศในประเทศไทยมันจะมีเยอะไหม น้อยมากครับ น้อยมากหมายความ ว่าอย่างไรครับ เราก็เลิกทำก็ไปใช้ของคนอื่นเขาที่มันบินอยู่บนหัวเราในเต็มไปหมดเลย เราต้องจัดการสิ่งที่มันอยู่บนหัวเราที่ไม่มีกฎหมายครอบคลุมเข้าใจว่ามันอาจจะเป็นฟรีสเปซ (Free Space) แต่เราต้องจัดการดูแลมันเหมือนกันนะครับ🔗

ผมมีหนึ่งนาทีสุดท้ายครับ อาจจะพูดได้แค่เรื่องของการนำไปใช้ ในเมื่อเรา ยังไม่สามารถทำเป็นของเราเป็นตัวเป็นตนได้เราก็ต้องมองเหมือนกันว่าคนที่มาปล่อย ดาวเทียมอยู่บนหัวเรา เราจะทำอย่างไรให้เป็นประโยชน์ของเรามากที่สุด ไม่ใช่เป็นเพียง แค่ใช้บริการ สิ่งที่อยู่บนหัวเราเราใช้ของคนอื่นก็มาทำเป็นบริการของเราเองได้เหมือนกัน ในรายงานเล่มนี้อาจจะต้องมองลึกข้ามเข้าไปถึงเรื่องเทคนิค มองว่าที่มีอยู่นี้ทำอย่างไร ให้เป็นอุตสาหกรรมกฎหมายปลดล็อกแบบไหน แล้วเราจะยูทิไลซ์ (Utilize) สิ่งที่มันลอยอยู่ บนหัวเราอย่างไรให้มันมีประโยชน์กับประเทศครับ ลองสังเกตสตาร์ตอัป (Start Up) เรา ในประเทศไทยไม่มียูนิคอร์น (Unicorn) สักตัว เพราะเราทำไม่ทัน เราตามเขา ผมว่าวันนี้ มันมีโอกาสที่เราจะกระโดดไปข้างหน้า ถ้ามีโอกาสพิจารณารอบ ๒ นะครับเป็นแอปพิโสดทรู (Episode two) รบกวนใส่เรื่องพวกเหล่านี้เข้าไปด้วย ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญ ท่านศาตราจารย์กนกครับ🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายรายงานของกรรมาธิการเรื่องนิว สเปซ อีโคโนมี (New Space Economy) ท่านประธานที่เคารพ ผมขอแสดงความชื่นชมกับความพยายามที่จะทำเรื่องใหม่ แต่ผมอยากให้การทำเรื่องใหม่นี้เป็นการเริ่มต้นอย่างถูกต้องท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้ คณะกรรมาธิการนี้เหมือนกับนั่งอยู่บนดาวเทียมแล้วก็มองขึ้นไปในอวกาศ แต่ผมอยากให้ คณะกรรมาธิการที่อยู่บนดาวเทียมมองลงมาที่พื้นดินด้วยว่ามันเกิดอะไรขึ้น และสมดุล หรือไม่ระหว่างอวกาศกับพื้นดิน ความหมายผมเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน🔗

ประเด็นที่ ๑ ผมอยากเห็นการใช้สเปซอีโคโนมี (Space Economy) ด้วยเทคโนโลยีใหม่นี้ให้เกิดประโยชน์อย่างสมดุลครับ หมายความว่าให้เกิดประโยชน์สมดุล ระหว่างเมืองกับชนบท เพราะเทคโนโลยีตัวนี้มันมีประโยชน์กับคนเมืองมากแต่คนชนบท น้อยครับ ผมอยากเห็นความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์ไปทางสังคมและวัฒนธรรมกับ เศรษฐกิจและธุรกิจ เทคโนโลยีนี้มีประโยชน์มากกับเศรษฐกิจและธุรกิจครับ แต่มิติทางสังคม และวัฒนธรรมเรายังใช้น้อยมาก นี่คือความไม่สมดุลที่เกิดขึ้น และที่สำคัญครับเทคโนโลยี ตรงนี้จะต้องสมดุลระหว่างคนรวยกับคนจนครับ ไม่ใช่คนรวยเท่านั้นที่ได้ประโยชน์และคนจน ไม่ได้ประโยชน์ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้🔗

ประเด็นที่ ๒ จิสด้า (GISTDA) ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญของการทำหน้าที่เรื่องนี้ เพราะฉะนั้นประเด็นเป้าหมายของจิสด้า (GISTDA) ในเรื่องของการใช้ความรู้และใช้ข้อมูล เหล่านี้ผมอยากตั้งประเด็นไว้ ๕ ประเด็น ท่านประธานในเชิงนโยบายสาธารณะ ๑. จิสด้า (GISTDA) จะใช้นิว สเปซ อีโคโนมี (New Space Economy) นี้เพื่ออะไร ๒. จะใช้นิว สเปซ อีโคโนมี (New Space Economy) นี้เพื่อใคร ๓. จะใช้นิว สเปซ อีโคโนมี (New Space Economy) นี้ที่ไหน ๔. จะใช้นิว สเปซ อีโคโนมี (New Space Economy) นี้เมื่อไร สุดท้าย จะใช้นิว เสปซ อีโคโนมี (New Space Economy) นี้อย่างไรครับท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ผมได้อภิปรายไปแล้วครับท่านประธานเรื่องเกี่ยวกับไคลเมตเชนจ์ (Climate Change) ที่มีผลกระทบอย่างรุนแรง ผมไม่ยกตัวอย่างอีกแล้วนะครับ เพราะผมสามารถที่จะ ยกตัวอย่างที่จังหวัดเชียงรายก็ได้ มันเกิดการเปลี่ยนของอำเภอครับ แล้วมันขึ้นไปทางพม่า ร่องฝนที่รุนแรงมากขึ้น แล้วก็พื้นที่เชียงรายบางพื้นที่จะแห้งแล้งนะครับ ผมไม่ต้องการ ยกตัวอย่างอันนั้นเพิ่มเติม แต่ผมต้องการจะบอกว่าการเปลี่ยนแปลงตรงนี้จะทำให้เกิดการ แข่งขันที่ไม่เป็นธรรมท่านประธานครับ และนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ท่านประธานครับ ขออนุญาตยกตัวอย่างเช่นรายใหญ่ซึ่งเป็นคนรวยและบริษัทใหญ่เขารู้เทคโนโลยีนี้เป็นอย่างดี แต่เกษตรกรที่ผมทำงานด้วยเขาไม่รู้หรอกครับ เพราะฉะนั้นรายใหญ่ก็จะปรับปรุงเมล็ดพันธุ์ ปรับปรุงปุ๋ย ปรับปรุงกระบวนการจัดการแปลงได้ แต่เกษตรกรตัวเล็กตัวน้อยที่ผมทำงานอยู่ เขาปรับตัวไม่ทันหรอกครับ แล้วเขาก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ตรงนี้เราจะทำอย่างไร🔗

ประเด็นที่ ๒ สำนักงบประมาณ ผมอยากให้คณะกรรมาธิการนำสำนัก งบประมาณเข้ามาอยู่ในสมการของการศึกษาครับ ความหมายก็คือว่าสำนักงบประมาณ ที่ผมอ่านงบประมาณมาหลายปีมาก ผมยืนยันกับท่านประธานว่าสำนักงบประมาณมุ่งเน้น การใช้งบประมาณเพื่อการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีเป็นหลักครับ แต่การใช้ให้เป็นธรรม สำนักงานงบประมาณไม่ได้สนใจเลยครับ ถ้าพูดกันให้ชัดเจนคือสำนักงบประมาณถูกสอน ในวิชาเศรษฐศาสตร์ที่ให้เชื่อในทฤษฎีที่เร็วกว่าโกรว์ท เทียรี (Growth Theory) คือทฤษฎีว่า ด้วยการสร้างการเจริญเติบโตครับ แต่สำนักงบประมาณไม่เชื่อและไม่สนใจดิสทริบิวชัน เทียรี (Distribution Theory) ครับ ทฤษฎีว่าด้วยการกระจายความมั่งคั่งครับท่านประธาน ตรงนี้ เป็นอคติทางความคิดและอคติทางปัญญาที่ทำให้เกิดปัญหานี้ท่านประธาน ผมอยากให้ คณะกรรมาธิการนี้นำสำนักงบประมาณเข้ามาอยู่ในสมการนี้ด้วยเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ผมไม่อยากเห็นนิว สเปซ อีโคโนมี (New Space Economy) เป็นพื้นที่ใหม่ที่จะสร้างความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงกว่าเดิมและ รวดเร็วกว่าเดิมให้กับคนไทยอีกแล้วครับ เราเจ็บปวดในเรื่องนี้มาจนถึงวันนี้ก็ยังแก้ไม่ได้ครับ อย่าให้นิว สเปซ อีโคโนมี (New Space Economy) มาซ้ำเติมเราอีกเลย เพราะฉะนั้น คณะกรรมาธิการศึกษากรุณาอย่าเน้นเฉพาะเรื่องการแข่งขันให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ทางเทคโนโลยีเท่านั้นซึ่งอันนี้เป็นมิติทางเทคนิค แต่มิติทางการเมืองที่ผมอภิปรายไปแล้ว ผมอยากให้คณะกรรมาธิการคิดถึงเรื่องความเป็นธรรมเรื่องของความเหลื่อมล้ำที่นิว สเปซ อีโคโนมี (New Space Economy) จะทำให้เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวอีกด้วยเช่นเดียวกัน และไม่ใช่ นิว สเปซ อีโคโนมี (New Space Economy) เติบโตครับ และผมเชื่อว่าเติบโตแน่นอนแต่ทำให้ เกิดความเหลื่อมล้ำและเราก็ตามมาแก้ ผมไม่อยากเห็นลูกของท่านดอกเตอร์เศรษฐพงค์ กับลูกของผมมาอยู่ในสภาอีก ๒๐ ปีแล้วก็มาบอกว่าพ่อของผมทำให้ นิว สเปซ อีโคโนมี (New Space Economy) เกิดและเติบโต แต่พวกผมต้องมาแก้ความเหลื่อมล้ำของนิว สเปซ อีโคโนมี (New Space Economy) ท่านประธานขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านคารม เชิญครับ🔗

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด คนอำเภอสุวรรณภูมิ ขออนุญาตอภิปรายต่อรายงานเรื่องนิว สเปซ อีโคโนมี (New Space Economy) ของคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับท่านประธานผมไม่ได้ชำนาญในเรื่องเกี่ยวกับ เทคโนโลยี ผมจะพูดในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเป็นนักกฎหมาย ผมเชื่อว่า ที่ท่านทำรายงานฉบับนี้ขึ้นมามีผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งในนั้นก็คือท่านดอกเตอร์เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส่วนผมมองเรื่องนี้มองว่ามันเป็นทรัพย์สินสาธารณะ ทรัพย์สินสาธารณะนี้เป็น ทรัพย์สินที่ทุกคนเข้าถึงได้ เป็นเรื่องใหม่ ทรัพย์สินสาธารณะนี้ทำให้อดีตนักการเมืองบางคน ร่ำรวย ความร่ำรวยนี้ทำให้เป็นถึงนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นการเข้ามาดูแลเรื่องนี้เราจะได้ยิน ดาวเทียมไทยคม (Thaicom) ซึ่งขณะนี้ก็เป็นกรรมสิทธิ์ของกระทรวงดิจิทัล ถ้าไม่ถูกก็ขออภัย ผมกำลังมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ สำคัญตรงที่ว่าไม่ใช่เฉพาะมิติเรื่องความก้าวหน้า ทางเทคโนโลยี ไม่ใช่เฉพาะมิติเรื่องความมั่นคงที่ประเทศเราควรจะมีความมั่นคงทางระบบ ดาวเทียมสำหรับการทหาร แต่ผมจะพูดในเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ ปัจจุบันนี้กรมที่ดินนี่ครับ กรมที่ดินมีแอป (App) บอกดิน ผมอยู่อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อไม่นานนี้ก็มีอดีตรัฐมนตรีท่านหนึ่งก็ไป มอบโฉนดที่ดินให้กับคนบ้านผม ส่วนหนึ่งเกิดจากแอป (App) บอกดิน ผมจึงเห็นว่าสิ่งที่สำคัญนี้ สอดคล้องกับท่านสมาชิกผู้อาวุโสจากพรรคประชาธิปัตย์ว่าท่านต้องใช้เรื่องนี้เพื่อประโยชน์ ในการลดความเหลื่อมล้ำ ใช้ในเรื่องจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้คนอยู่ต่างจังหวัดเขาได้ ประโยชน์จาก สเปซ ออฟ อีโคโนมี (Space of Economy) ได้ประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยี ที่ก้าวหน้า เราต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ความก้าวหน้าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก การใช้จีพีเอส (GPS) ทุกวันนี้ทุกคนใช้เป็นหมดแต่มันก็มีทั้งบวกและลบ แต่ถ้าจะใช้เชิงบวกอยากเรียน ท่านประธานว่าอย่างทุ่งกุลาร้องไห้พื้นที่ทั้งหมด ๒ ล้านไร่เศษ ๕ จังหวัดที่ครอบคลุมเป็น พื้นที่เกษตรที่สำคัญ หน้าแล้งนี้ไม่แล้งเหมือนก่อนแต่ก็ไม่ได้ดีขึ้น เราต้องเข้าใจว่าทำไมเรา ไม่มีเทคโนโลยีที่จะไปปรับปรุงพัฒนา ไปดูน้ำใต้ดินมันอยู่ขนาดไหน แม่น้ำมูลผ่านบ้านผมนี่ หน้าแล้งแล้งเลย บางจุดของ ส.ส. สตึก พรรคภูมิใจไทย ท่านรังสิกรนี่เดินข้ามได้เลย เพราะฉะนั้นเรื่องเทคโนโลยีที่กำลังอภิปรายถึงอยู่นี้อยากจะให้ใช้ไปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ให้สังคมชนบทได้ประโยชน์จากตรงนี้ให้มากที่สุด ใช้ในเรื่องดูภัยธรรมชาติ ปัจจุบันนี้น้ำท่วม ก็ใช้เรื่องนี้ให้เห็นประโยชน์ในการแก้ปัญหา เมื่อวานมีการประชุมกรรมาธิการการคมนาคม ขณะนี้เกิดน้ำท่วม ทั้งจังหวัดระยอง ทั้งจังหวัดชัยภูมิ ทั้งทางจังหวัดเชียงราย ก็ใช้เทคโนโลยี เหล่านี้ไปช่วยในการแก้ปัญหาให้ทันท่วงที เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่าเรื่องนี้ผมดูรายงานท่าน แล้วท่านเขียนดีครับ แต่เนื่องจากว่าถ้าพูดถึงเราไม่ชำนาญจริง ๆ อ่านข้ามไปข้ามมา จริง ๆ ท่านก็ต้องการจะมีกฎหมายที่มาควบคุม สุดท้ายจริง ๆ ก็คือว่าทรัพย์สมบัตินี้เป็นทรัพย์ สมบัติของประเทศ เป็นสมบัติของคนส่วนรวม ท่านให้เอกชนเช่าใช้สื่อสัญญาณ ใช้โครงข่าย อะไรก็แล้วแต่ ท่านต้องเอาเงินตรงนั้นกลับมาพัฒนาให้คนยากจนเขาได้รับประโยชน์ให้มาก ที่สุด อันนั้นคือผมคิดว่าน่าจะเป็นจุดประสงค์ที่สำคัญที่สุด รายงานฉบับนี้ควรส่งต่อรัฐบาล แล้วก็ควรส่งเสริมให้มีการแข่งขัน ไม่ใช่พึ่งพาเฉพาะดาวเทียมต่างประเทศอย่างที่ปรากฏ ในรายงาน ก็ขออนุญาตที่จะอภิปรายเพื่อสนับสนุนรายงานฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญ ท่านกรรมาธิการได้ตอบชี้แจงนะครับ🔗

พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรครับ กระผม พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่กรุณาให้ข้อแนะนำ ผลผลิตในวันนี้เป็นผลผลิตของคณะอนุกรรมาธิการโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งได้จบภารกิจไปแล้ว และขณะนี้ผมได้ดำเนินการโดยผมเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการอวกาศเพื่อเศรษฐกิจ และความมั่นคง ผมจะนำเอาสิ่งที่ท่านได้กรุณาแนะนำไปทำรายงานอีก ๑ ฉบับ ซึ่งก็จะนำเข้า มาในสภาผู้แทนราษฎรถ้าหากมีเวลาที่ยังเหลืออยู่ที่ทันการในการที่จะนำเข้า แต่อย่างไรก็ ตามผมเชื่อว่ารายงานที่ทางคณะกรรมาธิการได้ทำนั้นจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และผมเชื่อ ว่าคณะกรรมาธิการชุดที่มีท่านกัลยาเป็นประธาน และประธานที่ปรึกษา สรอรรถ กลิ่นประ ทุม ได้เป็นประธานที่ปรึกษานั้นมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการโดยที่ให้มีประโยชน์ถึงพี่น้อง ประชาชน ซึ่งผมเชื่อว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการก็คงจะมีข้อสรุปแล้วก็จะเล่าให้ท่านฟัง ว่าเราไปทำอะไรมาบ้าง โดยผมคงจะไม่ลงละเอียดตรงนั้น อย่างไรก็ตามผมต้องขอขอบคุณ เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ที่ท่านชี้ประเด็นว่า ความเหลื่อมล้ำจะเกิดขึ้นแต่ความสอดคล้องไปเกิดที่ท่านมานพ คีรีภูวดล ซึ่งท่านได้พูด ในสิ่งที่พวกเรากำลังทำอยู่พอดี ซึ่งผมดีใจมากที่ท่านได้ทำสิ่งนั้น และท่านพยายามจะ นำมาใช้ประโยชน์ในแอปพลิเคชัน (Application) หรือในการประยุกต์ใช้กิจการอวกาศ ซึ่งถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ทุกพื้นที่ในประเทศไทยมีแนวคิดแบบนี้ ผมเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยของเราจะมีการพัฒนาโดยใช้ข้อมูล โดยใช้หลักฐานแห่งความเป็นจริง และจะเกิด ความโปร่งใสเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากภาพถ่ายดาวเทียมในวันนี้เราหาได้ง่ายมาก บางทีได้ฟรี ด้วยซ้ำไปในการเข้าไปในแพลตฟอร์ม (Platform) ของเอิร์ทออบเซอร์เวชัน (Earth Observation) และที่สำคัญท่านสามารถขอได้จากองค์กรจิสด้า (GISTDA) ของเราที่อยู่ภายใต้รัฐบาลในการ ดำเนินการเกี่ยวข้องกับภูมิสารสนเทศและกิจการอวกาศ ซึ่งผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์มาก และใช้งบประมาณจำนวนน้อยมากที่จะมาดำเนินการ แต่เนื่องจากมันมีความโปร่งใสอย่างมาก พวกเราอาจจะต้องใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อที่จะเอาชนะความไม่โปร่งใสได้ แล้วก็จะทำให้ประชาชน ได้ประโยชน์อย่างแท้จริงในการบริหารทรัพยากรของประเทศ ซึ่งผมคิดว่าความเห็นของทุกท่าน ผมอาจจะเอ่ยนามไม่หมดก็จะเป็นประโยชน์ ผมขอรับไว้ในการทำเอปพิโสด ๒ (Episode 2) ตามที่ท่านภาสกรได้กล่าวไว้เมื่อสักครู่นี้ตรงใจกัน แล้วผมก็ต้องขอขอบคุณในคำแนะนำ ที่มีคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง และผมจะรับไว้ในการดำเนินการในฉบับที่ ๒ ต่อไป ส่วนในรายละเอียด ที่เราได้ดำเนินการในเรื่องของเข้าถึงประชาชนอย่างไรของกิจการอวกาศ ผมอาจจะต้อง ขอความกรุณาท่านประธานช่วยกรุณาแจ้งให้ทางที่ประชุมให้ทราบด้วยครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉันในนามของคณะกรรมาธิการก็ขอขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ให้การอภิปราย ให้ข้อคิดเห็นและคำเสนอแนะ ต่อคณะกรรมาธิการ ก็ขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ ท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ ท่านมานพ คีรีภูวดล ท่านภาสกร เงินเจริญกุล ท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แล้วก็ท่านคารม พลพรกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกท่านเลยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านมานพ คีรีภูวดล ท่านภาสกร ท่านอาจารย์กนก แล้วก็ท่านคารม ได้พูดถึงว่าการที่คณะกรรมาธิการได้ ดำเนินการในเรื่องของกิจการอวกาศ คืออาจจะเป็นสิ่งที่แบบมันให้ประโยชน์ต่อภาคเอกชน หรือมองในมุมของเศรษฐกิจอย่างเดียวหรือไม่ เป็นข้อควรระวังที่ท่านได้ให้คำเสนอแนะ ซึ่งตรงนี้ทางกรรมาธิการต้องเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านนะคะว่า ทางกรรมาธิการเราได้มองในเรื่องของการทำกิจการอวกาศเพื่อประโยชน์ของประชาชน ทุกภาคส่วน แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ มองเห็นถึงพี่น้องประชาชน เพื่อให้เกิดความอยู่ดีกินดี จากการที่เราจะมีในเรื่องของการศึกษา เรื่องสเปซ (Space) หรืออวกาศตรงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคณะกรรมาธิการเราต้องเรียนว่า ในเรื่องการทำกิจการเหล่านี้สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของงบประมาณ แต่ดิฉันเองก็ได้ ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราก็ได้จัดให้มีการสัมมนา มีงบประมาณในการสัมมนา ซึ่งดอกเตอร์ พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ท่านก็ไปดำเนินการตามที่ท่านมานพ คีรีภูวดล ได้กล่าวถึงเลยนะคะ เป็นรูปแบบนั้นเลยที่วิทยาลัยเทคนิคเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เราได้ ไปทำการวิจัยแล้วก็สร้างห้องทดลองเป็นเรื่องเกี่ยวกับอวกาศตรงนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ รวมทั้งพี่น้องประชาชนจะได้มีประโยชน์จากกิจการอวกาศ เพราะว่า เราสามารถที่จะใช้ความรู้ตรงนี้ในการที่จะดูในเรื่องของภาพถ่ายดาวเทียม ในเรื่องของป่าไม้ ในเรื่องของพื้นที่ ในเรื่องของภัยพิบัติ ในเรื่องของเกษตร ในเรื่องแหล่งน้ำ ทุกอย่างเลย สามารถที่จะดำเนินการผ่านกิจการนี้ได้แล้วก็เป็นรูปธรรม ทั้งนี้ขอเรียนเชิญนะคะ เพราะว่าช่วงประมาณปลายสัปดาห์นี้ทางคณะกรรมาธิการก็จะขึ้นไป ตรงนี้เราทำเป็น รูปธรรมเลยนะคะท่านสมาชิก เพราะว่ามีห้องทดลองที่เป็นส่วนที่จะให้นักศึกษาได้มีโอกาส เรียนรู้ ตรงนี้จะเป็นสิ่งหนึ่งที่กรรมาธิการได้ให้ท่านสมาชิกได้เห็นว่าเราไม่ได้มองถึงคนที่อยู่ใน ชุมชนเมือง ไม่ได้มองถึงในภาคธุรกิจ ไม่ได้มองถึงภาคเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเดียว เรามอง ถึงพี่น้องประชาชนตาดำ ๆ เรามองถึงเกษตรกร เรามองถึงคนที่อยู่ห่างไกลว่าเขาจะได้รับ ผลประโยชน์จากการที่เราได้ศึกษาและดำเนินการในเรื่องกิจการอวกาศอย่างไร ดิฉันอยากจะ ให้ในเรื่องตรงนี้ส่งเสียงดัง ๆ ไปถึงทางรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีที่มีความเกี่ยวข้องว่าวันนี้ เราพูดกันเรื่องอวกาศไม่ได้พูดกันถึงว่า บางคนก็ไม่เข้าใจคิดว่าศึกษาเรื่องปากท้องก่อนดีไหม ที่จะไปเรื่องนอกโลก ไม่ได้อยู่ในบริเวณที่มันจะกินได้อยู่ได้ แต่จริง ๆ ต้องเรียนว่าถ้าเราได้ มีโอกาสไปศึกษาอย่างจริงจัง เราจะรู้เลยว่าสิ่งนี้เป็นความสำคัญแล้วก็เป็นความจำเป็นเรื่องของ ปากท้องของพี่น้องประชาชนโดยตรงอย่างที่ดิฉัน และท่านดอกเตอร์เศรษฐพงค์ได้เรียนแล้ว ว่าเราสามารถที่จะใช้ความรู้ในเรื่องของภาพถ่ายผ่านดาวเทียมตรงนี้ให้เกิดประโยชน์ต่อ ทุกมวลมนุษยชาติ โดยเฉพาะในเรื่องการพัฒนาประเทศไทยให้เท่าเทียมกับประเทศอื่น ๆ ในโอกาสต่อไปได้ แต่สิ่งที่เรากังวลก็คือกรรมาธิการของเราได้เชิญกฤษฎีกา แล้วก็ผู้มีความรู้ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ซึ่งดิฉันก็ยินดีมาก ๆ เลยที่ได้มีผู้ที่มีความรู้มีความเข้าใจในเรื่องของ อวกาศในเรื่องของกิจการอวกาศหรือเรื่องสเปซอีโคโนมี (Space Economy) เป็นจำนวนมาก แต่ก็ต้องเสียดายอยู่ส่วนหนึ่งคืออาจจะขาดการสนับสนุนหรือการผลักดัน ฉะนั้นสิ่งกังวลของ กรรมาธิการ ๒ ประเด็นก็คือในเรื่องของกฎหมายซึ่งถามจากกฤษฎีกาแล้วคาดว่าอาจจะต้อง ใช้เวลานานเป็นปี แต่ในระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมายมารองรับอย่างเป็นรูปแบบถูกต้องก็อาจจะ ต้องมีกฎกระทรวงหรือมีระเบียบต่าง ๆ ที่ออกมาเพื่อที่จะกำกับดูแลให้เกิดความเรียบร้อย🔗

อีกประเด็นหนึ่งก็คือสิ่งที่น่าห่วงใย แล้วก็จะเสียดายอย่างมากเพราะว่า ในคณะกรรมาธิการได้เชิญทางอาจารย์หรือผู้ที่มีความรู้ในด้านนี้ได้พูดถึง คือต่อไปมันก็จะ เป็นลักษณะคนที่มีความรู้แต่ไม่ได้รับความสนใจ ก็จะสมองไหลออกไปต่างประเทศเยอะ ซึ่งตรงนี้ก็อยากจะให้เกิดเป็นรูปธรรมขึ้น กรรมาธิการชุดดีเอส (DS) ของดิฉันและเพื่อนสมาชิก ทั้งหมดเลยไม่ได้อยากทำรายงานเสนอแล้วก็ให้พับไว้ในลิ้นชัก อยากให้เกิดการนำมาเพื่อให้ เกิดผลประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง ก็จะดำเนินการนี้ต่อไป แล้วก็ยังมีอีกหลายกิจกรรมที่เรายังทำอยู่ต่อเนื่องโดยเฉพาะในเรื่องของกิจการอวกาศ ที่เมื่อสักครู่นี้ท่านเศรษฐพงค์บอกแล้วว่าเรายังมีภาค ๒ เดี๋ยวก็คงจะได้มานำเสนอ เพื่อนสมาชิกในโอกาสต่อไป วันนี้ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ให้ความสนใจ ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านอาจารย์กนกครับ🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานผมขอเวลาสั้น ๆ ครับ ผมขอขอบคุณท่านประธานกัลยา รุ่งวิจิตรชัย และคณะ แต่ประเด็นที่ผมเป็นห่วงจริง ๆ เพราะระบบของประเทศของเรา ผมเห็นภาพเลยครับว่า ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตการศึกษาของท่านพอไปถึงส่วนราชการไปถึงกระทรวง ตัวอย่างชัด ๆ กระทรวง อว. กองทุน ววน. เขาก็จะทำตามท่านพูดล่ะครับ แต่ก็ทำนิดหนึ่งครับ อันนี้ผมเคย อภิปรายกับท่านประธานไปแล้ว เรียกว่าทำโชว์ครับ ข้าราชการไทยเก่งมากในการทำโชว์ว่า ผมทำแล้ว นี่ก็ทำแล้ว นี่ก็ทำแล้ว นี่ก็ทำแล้ว แต่ทำไมคนไทยจึงยากจน ทำไมความเหลื่อมล้ำ จึงเต็มไปหมด ก็เพราะมันทำโชว์ครับ ด้วยเหตุผลนี้ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ในที่ประชุมไอพียู (IPU) อินเตอร์ พาร์เลียเมนทารี ยูเนียน (Inter-Parliamentary Union) ซึ่งผมเป็นคณะทำงานทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของไอพียู (IPU) อยู่ด้วย เราพูดว่า นี่คือปัญหาทั้งโลกครับ ก็คือระบบราชการและสภาของเรายังเอาจริงเอาจังกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีน้อยเกิน ผมอยากเสนอท่านด้วยความเคารพผ่านไปยังท่านประธานกัลยาว่าผมอยากให้ท่านให้ความรู้ กับสำนักงบประมาณมากกว่านี้และให้รู้จริง ๆ ว่าการที่ท่านให้งบประมาณไปทำโชว์นั้นมันไป เป็นการชี้โพรงเพื่อการสร้างความเหลื่อมล้ำที่รวดเร็วมาก ท่านจะต้องให้สำนักงบประมาณ จัดสรรงบประมาณให้กับชนกลุ่มน้อย จัดสรรงบประมาณให้กับท้องถิ่น จัดสรรงบประมาณ ให้กับพื้นที่ ให้กับองค์กรภาคประชาสังคมเพื่อที่จะไปลดช่องว่างและเอาเทคโนโลยีของ กรรมาธิการของท่านใส่ลงไป ถ้าท่านผ่านกระทรวงดีอี (DE) กระทรวง อว. ผมยืนยันว่า ทำโชว์แต่ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพนะครับท่านประธานกัลยา กรุณาเชิญผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และกรุณาให้ความเข้าใจอย่างถูกต้องว่าอย่าเชื่อ ในการเจริญเติบโตแต่เพียงด้านเดียว แต่ให้เชื่อในเรื่องของการกระจายความมั่งคั่งของการใช้ เทคโนโลยี ดิจิทัลเทคโนโลยี (Digital Technology) และสเปซอีโคโนมี (Space Economy) ด้วย ผมคิดว่าตรงนี้กรุณาเถอะครับ อย่าปล่อยให้เขาทำโชว์แล้วก็มาประชาสัมพันธ์ว่าเขาได้ ทำเรียบร้อยหมดแล้ว แต่คนไทยยังมีปัญหาเหมือนเดิมทุกประการครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ประธานกรรมาธิการ

ขออนุญาตท่านประธาน ต้องขอบคุณท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์กนก วงษ์ตระหง่าน ที่ได้ให้ข้อเสนอแนะ ดิฉันก็จะ นำสิ่งที่ท่านได้นำเสนอทำงานในโอกาสในการต่อไป แล้วคิดว่า ๑ เสียงอย่างท่านอาจารย์กนก ที่มีความรู้ความเข้าใจ แล้วก็เห็นประโยชน์ของรายงานการศึกษาตรงนี้ได้ช่วยผลักดันก็จะ เป็นพลังที่มากยิ่งขึ้น ก็ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างสูงค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีสมาชิก ท่านใดที่ไม่เห็นด้วยกับรายงานของกรรมาธิการต้องการจะอภิปรายไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มี ท่านสมาชิกที่ไม่เห็นด้วยนะครับ ถือว่าที่ประชุมก็เห็นด้วยกับรายงาน เนื่องจากกรรมาธิการ ได้มีข้อสังเกตในรายงานอยู่ในบทที่ ๕ หน้า ๗๐-๘๒ เป็นข้อสังเกตที่เสนอแนะแนวทาง ที่รัฐบาลควรจะนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ซึ่งต้องขอมติจากที่ประชุมถ้าเห็นด้วยกับ ข้อสังเกตก็จะได้ส่งรายงานทั้งฉบับพร้อมข้อสังเกต ข้อเสนอแนะไปยังรัฐมนตรีและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตไหมครับ หรือเห็นต่าง🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ผมอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบรายงานและข้อสังเกตที่จะนำเสนอไป คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติตามข้อเสนอแนะตามข้อสังเกต เป็นการ จบการพิจารณาของกรรมาธิการการสื่อสาร กราบขอบพระคุณคณะกรรมาธิการมากครับ ต่อไปเป็นเรื่องที่คณะกรรมการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

๔.๗ รายงานผลการศึกษาญัตติ เรื่อง การศึกษา ตรวจสอบ และติดตาม การดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา และช่วง นครราชสีมา-หนองคาย ซึ่งคณะกรรมาธิการการคมนาคมพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

(เรื่องตามระเบียบวาระหมายเลข ๔.๒-๔.๗ ค้างมาจากการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔)🔗

ขอเชิญ คณะกรรมาธิการครับ เชิญผู้ชี้แจงด้วยนะครับ ท่านอธิบดีกรมการขนส่งทางราง ท่านพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ เชิญเข้าประชุมด้วยครับ🔗

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประธานกรรมาธิการพร้อมก็แถลงได้เลยนะครับ🔗

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการการคมนาคมแห่งสภาผู้แทนราษฎร ผมขออนุญาตท่านประธาน ได้แถลงรายงานที่คณะกรรมาธิการได้รับจากสภาผู้แทนแห่งนี้ ในญัตติรายงานผลกิจการ พิจารณาศึกษาเพื่อการศึกษา ตรวจสอบ และติดตามการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา และนครราชสีมา-หนองคาย ก่อนที่กระผมจะแถลงญัตติรายงานฉบับนี้กระผมขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อปรึกษา ท่านประธานและสภาแห่งนี้ว่าด้วยกรรมาธิการการคมนาคมมีเรื่องทำนองเดียวกันก็คือ เรื่องรายงานการแก้ปัญหาการรถไฟในวาระที่ ๗.๙ เพื่อเป็นประโยชน์ในการพิจารณากระผม จึงขอกราบเรียนท่านประธานไปยังสมาชิกสภาแห่งนี้ว่าขออนุญาตที่จะนำเรื่องรายงาน ทั้ง ๒ ฉบับนี้มาอภิปรายรวมกัน ส่วนจะมีการแยกลงมติรับทราบรายงานก็ให้แยกลงมติ จึงกราบเรียนท่านประธานเพื่อขออนุญาตต่อสภาครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอปรึกษา ที่ประชุมครับ เนื่องจากวาระที่ ๔.๗ กับ ๔.๙ เป็นเรื่องของการรถไฟเป็นเรื่องทำนองเดียวกัน สามารถนำมารวมพิจารณารวมวาระได้ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) ส่วนการลงมติเราจะแยก ทีละฉบับตาม (๔) ที่ประชุมขัดข้องไหมครับ เพราะเป็นกรรมาธิการคมนาคมชุดเดียวกันจะ ได้รายงานต่อเนื่องไปเลยนะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่ขัดข้อง ดำเนินการต่อครับ เชิญท่านประธานครับ🔗

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภาเป็นอย่างสูงนะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องการตรวจสอบและติดตามการดำเนินการโครงการรถไฟ ความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา และนครราชสีมา-หนองคาย ตามมติที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ ที่ประชุมได้ลงมติ ให้คณะกรรมาธิการคมนาคมไปพิจารณาญัตติ ๒ ญัตติ🔗

ญัตติที่ ๑ เพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา การตรวจสอบ ติดตามการดำเนินการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา และนครราชสีมา-หนองคาย เป็นของนายวินท์ สุธีรชัย และนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ เป็นผู้เสนอ🔗

ญัตติที่ ๒ เป็นเรื่องขอให้สภาผู้แทนตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา การดำเนินการการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา-หนองคาย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง และนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เป็นผู้เสนอ🔗

บัดนี้สภาผู้แทนราษฎรได้มอบให้กรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร ไปพิจารณาในญัตติทั้ง ๒ ญัตตินี้ บัดนี้กรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้วทั้ง ๒ ญัตติ ในรายงานฉบับนี้คณะกรรมาธิการได้ศึกษาประเด็นที่สภาผู้แทนมอบหมายให้โดยกำหนด ให้พิจารณาไว้ ๓ ประเด็น🔗

๑. ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการการก่อสร้างโดยปัญหานี้จะเป็นประเด็น ที่เกี่ยวข้องกับความล่าช้าของโครงการ การเวนคืนและกระบวนการรายงานการศึกษาผลกระทบ สิ่งแวดล้อม และจุดตัดถนนเส้นทางรถไฟ🔗

๒. ความคุ้มค่าของการลงทุนโดยมีปัญหาเกี่ยวกับความคุ้มค่าและความซ้ำซ้อน ในการลงทุน และแผนการพัฒนาเชิงธุรกิจตลอดจนความพร้อมของหน่วยงาน🔗

๓. ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีความรู้การดำเนินการของโครงการโดยปัญหา และทิศทางความชัดเจน การถ่ายทอดเทคโนโลยีและความร่วมมือจากสถาบันและองค์กร วิชาชีพเกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูง กระผมขออนุญาตท่านประธานได้เสนอวิดีโอ (Video) เพื่อประกอบการพิจารณางบประมาณ ๒ นาทีหลังจากนั้นจะได้ให้นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ ได้สรุปสังเกตในรายละเอียดต่อไป กราบขอบพระคุณครับ เชิญวิดีโอ (Video) ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ในฐานะที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการคมนาคม จากที่ตามญัตติของทางสภาให้ทาง คณะกรรมาธิการการคมนาคมได้ดำเนินการศึกษาแล้วก็ตรวจสอบ🔗

ผลการตรวจสอบในเรื่องแรกเรื่องปัญหาอุปสรรคของโครงการก็พบว่า มีปัญหาจากการดำเนินโครงการจริง ๆ ในหลายสาเหตุ ปัญหาความล่าช้าของการดำเนินการ ก่อสร้าง การเวนคืนที่ดิน กระบวนการจัดทำรายงานอีไอเอ (EIA) แล้วข้อร้องเรียนจาก ประชาชนในการก่อสร้าง ซึ่งจะมีผลเกี่ยวข้องกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในขณะการก่อสร้างก็จะมีปัญหาความเดือดร้อนการต่อต้าน การก่อสร้างจากชุมชน ซึ่งจำเป็นที่จะต้องบรรเทาความเดือดร้อนแล้วก็แก้ปัญหาให้กับ ประชาชนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ในช่วงการก่อสร้างจะมีปัญหาเรื่องฝุ่นละออง รถติด ถนนชำรุดจากการบรรทุกวัสดุก่อสร้าง ทางคณะกรรมาธิการในรายงานการศึกษา ทั้งสิ้น ๒๔ ข้อ ในประเด็นนี้ก็จะเสนอแนะและมีข้อสังเกตว่าควรจะต้องมีการทบทวนการ รับฟังความคิดเห็นประชาชนอีกครั้งเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องกับความต้องการที่แท้จริง ของประชาชน แล้วก็รับฟังประชาชนว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นนะครับ และให้มีผู้บริหารของ หน่วยงานต่าง ๆ เข้าไปเข้าร่วมรับฟังด้วยตัวเองเพื่อแก้ปัญหาร่วมกับผู้นำชุมชนเพื่อไม่ให้เกิด ความล่าช้า ทางคณะกรรมาธิการพิจารณาตรวจสอบแล้วพบว่าการแก้ไขแบบการก่อสร้าง ตอนที่มันยังไม่ก่อสร้างเป็นแนวทางที่ดีกว่าที่ก่อสร้างไปเสร็จแล้ว และเกิดปัญหาต่อ ประชาชนแล้วก็ต้องมาดำเนินการแก้ไข ก็จะเสียเวลาแล้วก็เสียค่าใช้จ่ายและงบประมาณ ของแผ่นดินนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ เรื่องประเด็นความคุ้มค่าในการลงทุนทางคณะกรรมาธิการ พบว่าโครงการมีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจในเชิงกว้างก็เป็นผลประโยชน์ต่อประเทศ อย่างแน่นอนนะครับ แต่จำเป็นต้องมีการพัฒนาพื้นที่ในเชิงพาณิชย์รอบสถานี โครงการ รถไฟความเร็วสูงจะเกิดความคุ้มค่าเมื่อเกิดการพัฒนาเมืองและการพัฒนาพื้นที่รอบสถานี ตลอดแนวเส้นทาง ฉะนั้นจากการศึกษาการพัฒนาเมืองที่เป็นทางผ่านหรือเป็นสถานีตามรายทาง ของโครงการจากดอนเมืองอยุธยาเข้าไปที่สระบุรีปากช่องและโคราชจำเป็นต้องมีแผนการ พัฒนาพื้นที่รองรับให้ชัดเจน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดในประเทศไทยที่เคยดำเนินการ เกี่ยวกับระบบรถไฟความเร็วสูงจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่จะมารองรับ การพัฒนาดังกล่าว🔗

ประเด็นเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ การถ่ายทอดเทคโนโลยี ในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ซึ่งประกอบด้วยงานออกแบบรายละเอียดงานควบคุม งานก่อสร้าง การเดินรถ การซ่อมบำรุงตัวรถ รวมถึงระบบส่งกำลังไฟฟ้า ระบบอาณัติสัญญาณ และการทดสอบชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์ โดยการก่อสร้างควรให้ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศ ให้มากที่สุด โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมด้านระบบรางในประเทศประกอบ ควบคู่กันไปด้วย รวมถึงร่วมมือกับสถาบันการศึกษาให้ชัดเจนว่าต้องมีการพัฒนาบุคลากร คนไทยเรา ถึงแม้ว่าจะทราบดีนะครับในโครงการนี้ ณ ปลายปี ๒๕๖๙ และต้นปี ๒๕๗๐ จะเริ่มมีการเดินรถและการทดสอบการเดินรถ ในวันแรกที่มีการเดินรถและการซ่อมบำรุง ทางคณะกรรมาธิการตรวจสอบพบว่าก็จะเป็นคนไทยทั้งหมดที่มาขับรถ มาโอเปอเรต (Operate) รถ และซ่อมบำรุง แต่ต้องเตรียมความพร้อมในการพัฒนาบุคลากรว่าจำเป็นต้อง มีการพัฒนาบุคลากรในระดับอุดมศึกษา หรือระดับอาชีวศึกษา ซึ่งจากในรายงานมีข้อสังเกต ทั้งสิ้น ๒๔ ข้อ มีหน่วยงานที่รับผิดชอบที่ชัดเจน กำหนดเวลาที่กำหนดให้รัฐบาลสมควร ดำเนินการแก้ไขให้ทันเวลาครับ คณะกรรมาธิการการคมนาคมจึงขอรายงานผลการศึกษา และเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณารายงานและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการการคมนาคม ในญัตติดังกล่าว ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญ ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ🔗

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ขอกราบเรียนท่านประธานไปยังสภาแห่งนี้ ว่าคณะกรรมาธิการการคมนาคมได้เห็นถึงความสำคัญของการขนส่งทางรางและเห็นปัญหา ที่เรากำลังจะพัฒนาการขนส่งทางราง ก็คือพัฒนาไปสู่รถไฟรางคู่และรถไฟความเร็วสูง เมื่อคณะกรรมาธิการได้เห็นปัญหาต่าง ๆ แล้วจึงได้ตั้งอนุเพื่อศึกษาปัญหาของการพัฒนา รถไฟทั้งระบบ โดยขอบข่ายของการศึกษาก็มี ๓ ประการ ดังนี้🔗

๑. กฎหมายที่ล้าสมัยและแผนพัฒนาองค์กร เช่น กฎหมายเกี่ยวกับระเบียบ การเช่าที่ดิน และโครงสร้างการพัฒนาโครงการการร่วมทุน🔗

๒. สถานะทางการเงินและการจัดหารายได้ เช่น การพัฒนาที่ดินและการจัดตั้ง บริษัทลูก และการพัฒนาพื้นที่ของการรถไฟ🔗

๓. ความคุ้มค่าของการลงทุน เช่น การจัดทำลำดับความสำคัญของการพัฒนา โครงการที่จะสร้างรถไฟรางคู่และรถไฟความเร็วสูง🔗

กระผมขออนุญาตท่านประธานได้เสนอรายละเอียดผ่านวิดีโอ (Video) ประมาณสักเล็กน้อย กราบขอบพระคุณครับ หลังจากนั้นท่านประธานก็จะได้ให้ท่านสมาชิก ได้อภิปรายความเห็นซักถามต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิก ที่จะอภิปรายมีอยู่ ๖ ท่านนะครับ ท่านใดอภิปรายมาเข้าชื่อเลยครับ ผมจะปิดแล้วนะครับ เชิญท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ก่อนเชิญครับ🔗

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอปากช่อง พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาแห่งนี้ที่ให้ ผมนั้นได้มีโอกาสอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง การศึกษาตรวจสอบและติดตามการดำเนินการโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพ-โคราช และโคราช-หนองคาย โครงการเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ครั้งนี้ พี่น้องประชาชนเขาดีใจมากที่ได้พัฒนาโครงสร้างทางพื้นฐาน ตลอดทั้งจะได้เดินทาง ด้วยความสะดวก ปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกันครับท่านประธาน การก่อสร้างโครงการดังกล่าวนั้นมันมีผลกระทบต่อ พี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณที่ก่อสร้าง ผมเริ่มตั้งแต่หลายหมู่บ้าน หลายตำบลที่มีผลกระทบ ต่อการก่อสร้างปัญหามากมายเยอะแยะ ท่านประธานครับ การก่อสร้างก็ล่าช้า การก่อสร้าง มันไม่ได้ทำประชาพิจารณ์โดยตรงกับพี่น้องประชาชนชาวอำเภอปากช่องและหลายอำเภอ ในจังหวัดนครราชสีมา การก่อสร้างของผู้รับเหมานั้นมีรถดิน หิน ทราย วิ่งถนนพังชำรุด เสียหายในท้องถิ่นมากมาย การก่อสร้างได้ปิดทางน้ำ เมื่อสักครู่นี้ผมวิ่งกลับไปที่อำเภอปากช่อง น้ำท่วม ฝนตกนิดหน่อยก็ท่วม ก็มีการปิดทางระบายน้ำ วันนี้จะสร้างปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นหนองน้ำแดง จันทึก ตำบลกลางดง และอีกหลายตำบลที่ได้รับ ผลกระทบตรงนี้ ท่านประธานครับ ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดนั้นก็คือเรื่องเวนคืน อำเภอปากช่อง เป็นเมืองหน้าด่าน อากาศดีอันดับ ๗ ของโลก ที่ดินมันราคาแพงเขาเก็บหอมรอมริบซื้อที่ดิน เพื่อทำรีสอร์ต (Resort) เป็นแหล่งท่องเที่ยว วันนี้ค่าเวนคืน เจ็บปวดใจปวดร้าวใจมากที่สุด ก็คือการเวนคืนที่ดิน ท่านประธานครับ บ้านไทรเอน เทศบาลเมืองปากช่อง ค่าเวนคืน ยังไม่เรียบร้อยเลยครับ ยังไม่เห็นมีใครรับผิดชอบ แล้วยังมีการสร้างสะพาน ผมต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ท่านโสภณ ซารัมย์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านได้ลงพื้นที่ ท่านครับสะพานสร้างมันไม่มีประโยชน์นะครับ มันไม่มีคน ที่จะข้าม ไม่มีคนที่จะใช้ ผมไม่ทราบว่าเขาออกแบบอย่างไรทำเพื่ออะไร เอาไปนั่งเล่นก็ไม่ใช่ ผมมองไม่ออกครับว่ามันไม่คุ้มทุน ไม่คุ้มประโยชน์ คุณสุรชัย คนปากช่องฝากถามมาว่า สะพานแห่งนี้ทำเพื่ออะไร แล้วสะพานแห่งนี้คนปากช่องเขาเรียกว่า สะพานป่ามัน ไม่ได้ มีประโยชน์เลยครับท่านประธาน ส่วนที่ราชพัสดุก็เฉกเช่นเดียวกันที่บ้านท่ามะนาว หมู่ที่ ๑๐ ตำบลหนองสาหร่าย พี่ป้า ย่า ยายอยู่กันเป็นชั่วอายุคน หลายสิบปีเสียค่าเช่า วันนี้รถไฟ ความเร็วสูงตัดผ่านเขาดีใจ ในขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนเขาก็เสียใจ ถูกขับไล่ที่แล้วจะ ไปอยู่ที่ไหนละครับ ไม่ใช่พม่านะ คนไทย เขาอยู่กันมาก่อน และมีค่าชดเชยเยียวยาให้เขา สมประโยชน์หรือไม่ ตรงนี้สำคัญครับท่านประธาน พี่น้องประชาชนเขาไม่สบายใจ ค่ารื้อถอน ก็ไม่ได้มีความเป็นธรรม และเวลาข้าราชการไปพูดกับชาวบ้าน ขอได้โปรดนะครับ พูดกับพี่น้อง ประชาชนดี ๆ สักนิดหนึ่ง ช่วยชี้แนะให้เขาเกิดความสบายใจ ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นว่า มีใครที่จะพูดให้สบายใจและรับผิดชอบตรงนี้โดยตรง จากนั้นที่ดินเทศบาล ๙ หลังเขาแคน ใจกลางเมืองปากช่อง ค่าเวนคืนก็มีปัญหามีข้อพิพาทขึ้นโรงขึ้นศาล ท่านประธานครับ ตอนนี้หยุดก่อสร้าง พี่น้องประชาชนเข้าข้ามอ้อมไปอ้อมมาลำบากเหลือเกิน ขอพูดอุโมงค์ เทศบาล ๙ ใจกลางเมืองปากช่องว่าเป็นปัญหาใหญ่เพราะโครงการรถไฟความเร็วสูง สร้างอยู่ข้างบน ข้างล่างเป็นที่แคบ ๆ ออกบริเวณเขาแคบ เขาแคนประตูสู่อีสานได้ออกแบบ ก่อสร้างเอาถนนหลวงหมายเลข ๒๔๒๒ และทางหลวงหมายเลข ๒๒๔๓ เอามารวมกัน แล้วลงใต้อุโมงค์ รถดิน หิน ทราย มอเตอร์ไซค์วิ่งสวน ผมมองไม่เห็นว่ามันจะเกิดความปลอดภัย ท่านประธาน ถนน ๒ เส้นนี้ใช้เชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวครับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดสระบุรี และวนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ๒ เส้นนี้เป็นถนนที่วิ่งไปทางภาคเหนือ ตอนล่างและวิ่งไปทุกจังหวัดของภาคอีสานและใช้ขนพืชผลทางการเกษตรตลอดทั้งปี ไม่มีอุโมงค์ ท่านประธานครับ มันก็ติดอยู่แล้วมันเฉี่ยวชนอยู่เป็นประจำ ผมเกิดตรงห่างจาก บ้านผมไม่เกิน ๒ กิโลเมตร ผมรู้ แต่การออกแบบ ท่านประธานครับ ขออนุญาตต่อเวลาให้ ผมสักนิดหนึ่ง นาน ๆ ผมจะได้เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชนอีกสักนิดเดียวครับ โครงการแบบนี้แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนจริงหรือ ตอนนี้เขาฟ้องร้องเรื่องที่เขาปิด ท่านประธานกรรมาธิการก็ไปยืนถ่ายรูปอย่างนั้น มีรูปอยู่ ขึ้นรูปให้ผมหน่อยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

ท่านก็ได้รับรู้ปัญหา มันไม่ได้แก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ผมจึงนำเรียนว่าวันนี้กรรมาธิการได้ลงไปศึกษาเรียบร้อยแล้ว แต่ปัญหาบ้านผมมันไม่เรียบร้อยสิครับ ท่านประธานเมื่อที่ผ่านมานั้นเทศบาลตำบลกุดจิก ก็มาร้องเรียนกรรมาธิการ ๒ อาทิตย์ที่แล้วบอกว่าอยากให้ยกสูง ไม่อยากให้เอาลงใต้ดิน เพราะผลกระทบจากน้ำท่วมและวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนเขาอยู่กันไม่ได้ มันมีปัญหา ทั้งจังหวัดนครราชสีมา ผมจึงนำเรียนว่ากรรมาธิการศึกษาจบแล้วแต่ปัญหาของผมเยอะแยะ ไปหมดเลย ผมจึงนำเรียนว่าท่านประธานขอได้โปรดเถอะครับ แจ้งไปที่ท่านรักษาการนายก รองประวิตร แล้วก็ท่านประธานกรรมาธิการทุกท่านครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ลงไปเถอะครับ สั่งระงับยับยั้งการก่อสร้างก่อน เพื่อศึกษาแนวทางให้ พี่น้องประชาชนชาวอำเภอปากช่องและจังหวัดนครราชสีมาให้เกิดความปลอดภัยมากกว่านี้ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญ ท่านวัชรพล ครับ🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช พรรคชาติพัฒนา ผมขออนุญาตได้อภิปราย เกี่ยวกับรายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง การศึกษา ตรวจสอบ และติดตามการ ดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา ซึ่งเป็นระยะที่ ๑ ท่านประธานครับ ท่านคงจะจำได้ว่าผมเองนั้นเกี่ยวกับเรื่องรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่ ผมจะเป็นคนหนึ่งซึ่งลุกขึ้นมาพูดเรื่องนี้มากที่สุด สิ่งที่ผมได้ขึ้นมาพูดในวันนี้ ก็คือผมอยากจะ บอกกับท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานกรรมาธิการคมนาคม ประธานในการดำเนินการ พิจารณาครั้งนี้ว่าวันนี้โครงการรถไฟความเร็วสูงซึ่งมีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ยื่นญัตติ ในการศึกษานั้น ก็เนื่องจากว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่เป็นเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ใช้เงินงบประมาณทั้งสิ้น ๑๗๙,๔๑๒ ล้านบาท ความยาว ๒๕๐.๗๗ กิโลเมตร จากบางซื่อ ไปนครราชสีมามี ๖ สถานี การก่อสร้างครั้งนี้เริ่มต้นในปี ๒๕๕๙ มีทั้งสิ้น ๑๕ สัญญา ๑๔ สัญญาก่อสร้าง ๑ สัญญาคือสัญญาระบบ ท่านประธานทราบไหมผมได้อ่านในรายงาน ของกรรมาธิการที่ได้ศึกษาแล้ว ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานกรรมาธิการตลอดจน กรรมาธิการทุกท่านครับ ในเอกสารทั้งสิ้น ๘๓ หน้า ผมมีความผิดหวังเป็นอย่างมากครับ สิ่งที่ผมต้องกราบอย่างนี้ผมไม่ได้มีอคติใจกับท่าน เพราะผมเชื่อมั่นว่าในการที่เราจะศึกษา โครงการระดับใหญ่ ๑๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้นไม่ใช่เป็นประเภทว่าเราจะเอาแค่เอกสาร ต่าง ๆ มาแปะติด แต่ผมดูในเอกสารทั้งสิ้น ๘๓ หน้าเป็นการศึกษาใน ๓ แนวทางเท่านั้นเอง คือศึกษาผลกระทบ ศึกษาในเรื่องสิ่งแวดล้อม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการศึกษาเพื่อที่ จะหาทางในการดำเนินการแก้ไขเฉกเช่นเดียวกับที่เราได้เห็นพรีเซนเทชัน (Presentation) ที่เปิดขึ้นมา🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

ท่านประธานทราบไหมครับว่า ก่อนหน้านี้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมาได้ลุกขึ้นมาปีกว่า เขาได้ทำหนังสือยื่นไป ตามหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในวันที่ ๗ สิงหาคม ได้มีการยื่นหนังสือต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกกำกับดูแลกระทรวงคมนาคม ในวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ ตัวแทน ได้ยื่นหนังสือให้กับนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และในขณะเดียวกัน วันที่ ๑๙ ธันวาคม ตัวแทนได้ยื่นหนังสือให้กับท่านรัฐมนตรีคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ นอกเหนือจากนั้นในวันที่ ๒๐ ได้ยื่นหนังสือต่อกรรมาธิการวุฒิสภา และในขณะเดียวกันก็ได้ ยื่นต่อกรรมาธิการคมนาคมและกรรมาธิการวุฒิสภา สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นที่ผมกราบเรียนครับ ในเอกสารเล่มนี้ไม่มีเลย ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวที่จะให้พี่น้องชาวโคราช ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวเลย ว่าผลกระทบที่ใหญ่หลวงต่อพี่น้องชาวโคราชที่พวกเราเรียกร้องนั้นอยู่ในรายงานผลการ พิจารณา ท่านประธานทราบไหมครับ สิ่งที่ผมต่อสู้มาโดยตลอดเพื่อพี่น้องชาวโคราช โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือสัญญา ๓-๕ ระยะทางประมาณ ๑๒ กว่ากิโลเมตร จากตำบลโคกกรวด ซึ่งเป็นเขตชุมชน เมืองผ่านตำบลบ้านใหม่ไปยังตัวเทศบาลนครนครราชสีมา ท่านประธานรู้ไหมครับระยะทาง ๗,๘๕๐ เมตร เป็นการยกระดับด้วยคันดิน แต่ในขณะเดียวกันบางสัญญาอยู่ในทุ่งนาอยู่ใน ที่ของที่ไม่มีผู้คนไม่มีชุมชน แต่กลับกลายเป็นยกระดับด้วยตอม่อสิ่งต่าง ๆ ที่เรียกร้องขึ้นมา เหล่านั้นล้วนแล้วแต่ทุกคนยอมรับสภาพความจริงว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่เมืองในชุมชนเมือง จะมีการก่อสร้างโดยลักษณะอย่างนี้ ท่านประธานดูสิครับนี่คือสิ่งหนึ่งที่พี่น้องประชาชนต้องการ แต่ในขณะเดียวกันในรายงานผลการพิจารณาไม่เคยศึกษาเลย เหตุผลเพราะอะไรครับ ท่านประธานถึงไม่เคยพิจารณาเรื่องนี้เลยทั้ง ๆ ที่พี่น้องประชาชนออกมาประท้วงออกมา เผาโลงศพเรียกร้องไปถึงผู้ว่ายื่นหนังสือไป ๘ เดือน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ไปประชุมร่วมกับพี่น้องชาวโคราชทุกภาคส่วน ทุกคนมีมติร่วมกันว่าถ้าตราบใดที่การรถไฟ ยังดำเนินการออกแบบในลักษณะนี้มันทำไม่ได้จะกลายเป็นเมืองอกแตก ปัญหาโคราชจะ มีปัญหาเรื่องน้ำท่วม เพราะฝั่งหนึ่งเป็นมอเตอร์เวย์ (Motorway) ถ้าอีกฝั่งหนึ่งเป็นคันดิน และก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงปัญหาจะตามมาครับ มีไหมครับในเอกสารฉบับนี้ที่ทุกคน เรียกร้องว่าท่านเคยไปสำรวจความคิดเห็นหรืออีไอเอ (EIA) หรือเปล่า ท่านประธานครับ ผมขอเกินเวลาสักนาที ๒ นาทีครับ ท่านประธานเคยไปสำรวจหรือเปล่าครับที่เขาเรียกร้อง ในเรื่องของอีไอเอ (EIA) ในเรื่องของการทำประชาพิจารณ์ พี่น้องประชาชนชาวโคราชไม่เคย เห็นแบบเลย เพราะถึงเวลาก่อสร้างทีก็เอาแบบมาให้เห็นทีหนึ่งทุกคนในพื้นที่เขาไม่เคย ร่วมประชุมเลย นี่ต่างหากครับที่จะเป็นผลการพิจารณาในเรื่องของผลกระทบต่อพี่น้อง ประชาชนกับโครงการ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท สิ่งนี้ที่ผมเรียกร้องที่อยากจะกราบเรียนไป ยังประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการทุกท่าน โครงการเหล่านี้อย่าให้เกิดปัญหาเลย ถ้าท่านเห็นรถไฟสถานีรถไฟทางคู่ที่ก่อสร้าง ถ้าท่านดูข่าวตลอดเวลาอุโมงค์ก็ดี ยูเทิร์น (U-turn) ก็ดีน้ำท่วมตลอด สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเพราะอะไรครับ เพราะไม่ได้มีการทำประชาคม เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่ได้มีการศึกษาผลกระทบต่าง ๆ เลย เพราะฉะนั้นในวันนี้ครับผมไม่อยาก ให้ท่านถอนครับ แต่ผมอยากจะกราบวิงวอนท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการทุกท่าน กรุณาบรรจุเรื่องความเดือดร้อนพี่น้องชาวโคราช โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวตำบล บ้านใหม่-โคกกรวด และพี่น้องชาวโคราชลงไปในเอกสารเล่มเถอะครับ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว สิ่งที่เขาเรียกร้องมาปีกว่า ท่านกรรมาธิการจะตอบคำถามคนโคราชไม่ได้เลยว่าท่านศึกษา แบบใด ปัญหาที่เขาเดือดร้อนแท้ ๆ กลับไม่มีในเอกสารเล่มนี้ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านอนุรักษ์เชิญครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ เมื่อเกือบ ๑๐ ปีที่แล้วดิฉันเป็นกรรมาธิการรถไฟความเร็วสูง ดิฉัน ต้องการให้กรรมาธิการคณะนี้ผลักดันให้เกิดรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพมหานคร-หนองคาย แล้วต่อไปที่ สปป. ลาวให้ได้ ท่านประธานเพราะอะไรหรือคะ รอมานานแสนนานเลยทีเดียว กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าดิฉันเมื่อ ๔๐ ปีที่แล้วดิฉันมาเรียนระดับปริญญาตรี ในกรุงเทพมหานครยังไม่มีรถทัวร์เลย ดิฉันนั่งรถไฟ ราคารถไฟชั้น ๓ ๗๔ บาท แม่มาส่ง ที่สถานีรถไฟ ดิฉันมองแม่จนลับสายตาเพื่อเข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพมหานคร เดี๋ยวนี้ ก็ยังเป็นเฉกเช่นเดิมเหมือนเมื่อ ๔๐ ปีที่ผ่านมา เราจะต้องพัฒนาข้ามอะไรต่าง ๆ ไปให้ได้ รถไฟความเร็วสูงท่านไปดูสิที่ สปป. ลาว ไปจีนแน่นทุกที่นั่ง เต็มทุกเบาะต้องบอกว่าอย่างนั้น มันเป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านการขนส่งโดยสารโดยเร็วที่สุด เมื่อเกือบ ๑๐ ปีที่แล้วดิฉันเป็นกรรมาธิการนั้นอยู่ในช่วงของนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เรื่องรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ ถึงหนองคาย แล้วข้ามไปเชื่อมถึงจีน เลยทีเดียว นั่นคือความหวังของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่งเลย ประเทศไทย ๗๐ ล้านคน โดยประมาณ สปป. ลาว ๗.๕ ล้านคน เวียดนามเกือบร้อยล้านคน แล้วจีนล่ะคะ โดยเฉพาะ มณฑลยูนนานนี้ก็ ๕๐ ล้านคนเข้าไปแล้ว แล้ว ๒ ๓ ๔ ประเทศใช้รถไฟความเร็วสูง เส้นเดียวกันนี้แล้วเชื่อมต่อ เชื่อมโลก เชื่อมจีนอะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยคะ นั่นคือ ความเจริญรุ่งเรืองไม่มีที่สิ้นสุดเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นตามที่ท่านรายงานท่านบอกว่าจะ มีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในเรื่องของการเวนคืน แล้วก็ข้อ ๒ ความคุ้มค่าของการลงทุน ข้อ ๓ เรื่องเทคโนโลยี สมัยนี้ข้ามสิ่งเหล่านี้ไปได้เลยค่ะ นั่นคือการลงทุน ท่านเขียนอยู่ใน พรีเซนเทชัน (Presentation) เมื่อสักครู่นี้บอกว่าประมาณสักเกือบ ๒๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานคะดิฉันดูทุก ๆ อันที่ท่านฉายให้ดูเมื่อสักครู่นี้ไม่ต้องห่วงเงินก้อนนี้หรอกค่ะ ผลักดันให้มันเกิดเพราะว่าแต่ก่อนนั้นนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มาแถลงข่าวบอกว่าผักสด ๆ จากประเทศไทยจะไปถึงประเทศจีน ทุเรียนนี้นะคะขนไปกี่โบกี้รถไฟ เกษตรกรจะร่ำรวย ขึ้นมาอย่างมหาศาล ทุกคนหัวเราะหมด ทุกวันนี้เป็นอย่างไรคะ มองตาปริบ ๆ ที่ สปป. ลาว ไปจีนเป็นอย่างไรบ้างคะ คนไทยทะลักไปกลับได้เลยค่ะ ถ้าสมมุติว่าไปขึ้นรถไฟความเร็วสูง ที่เวียงจันทน์นี้นะคะ ออกตี ๕ ไปกลับยังได้เลยค่ะ ไปเที่ยวที่หลวงพระบางยังไปกลับได้เลย กลับมาประเทศไทยนอนที่จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานีจะเป็นฮับ (Hub) ค่ะ แล้วเราจะ มีโรงงานที่นั่น ขนส่งรถไฟความเร็วสูงอยากได้อะไรก็มาที่ท่าเรือที่กรุงเทพฯ ได้ทั้งนั้นเลย เห็นไหมคะ แล้วอีสานก็จะไม่ได้ย้ายถิ่นฐานมาที่กรุงเทพฯ การย้ายถิ่นฐานมีปัญหามาก กรรมาธิการชุดนี้ดิฉันชื่นชมนะคะ แต่ว่าท่านจะต้องผลักดันให้เกิดให้ได้ นั่นคือความต้องการ แล้วในปัจจุบันนี้ถ้าท่านช้า โน่น นี่ นั่นก็ติด เหมือนดิฉันมาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ ๔๐ ปีที่แล้ว ท่านประธานคะเงินมันหายาก ดิฉันรับราชการเงินเดือน ๒,๗๖๕ บาทเท่านั้นในสมัยนั้น สมัยนี้ค่ารถไฟยังไม่ถึง ๑๐๐ บาทเลยค่ะ ไปถึงบ้านดิฉัน จังหวัดอุดรธานีก็ยังไม่ได้เป็น ฮับ (Hub) หนองคายก็ยังไม่ได้เป็นฮับ (Hub) นั่นคือความต้องการที่จะต้องทำให้เกิดขึ้น ใครอยากเชื่อมโลกนานมาแล้ว นายกแก้วยิ่งลักษณ์ประจักษ์หมาย รถไฟความเร็วสูงจรุงไทย ความยิ่งใหญ่เพื่อเมืองไทยต้องก้าวเดิน กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ ครับ เชิญครับ🔗

นายนพดล แก้วสุพัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ผมขออภิปรายรายงานผลการศึกษาของการแก้ไขปัญหาการรถไฟ แห่งประเทศไทยซึ่งเมื่อสักครู่ได้เชื่อมโยงเป็นเรื่องเดียวกัน ก็ขออภิปรายประเด็นที่ได้ศึกษา เกี่ยวกับเรื่องการจัดหารายได้และสถานะทางการเงินของการรถไฟ ซึ่งผมมองว่าที่ทรัพย์สิน ของการรถไฟทั้งประเทศมีพื้นที่จำนวนมากตั้งแต่เหนือยันใต้ และตะวันออกยันตะวันตก เป็นพื้นที่ที่ใช้ทำกิจกรรมของการบริการรถไฟ นั่นก็คือส่วนหนึ่งและพื้นที่ที่ไปทำธุรกิจ หาผลประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นให้เช่า ให้สัมปทานหรือให้ส่วนราชการอื่นไปบริหารจัดการ ตรงนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้เกิดรายได้ซึ่งตรงนี้เองผมมองในรายงานไม่เห็นในแนวทาง ว่าจำนวนทั้งหมดที่เป็นรายได้ในส่วนของที่ไม่ได้ทำประโยชน์เกี่ยวเนื่องกับการรถไฟ ตรงนั้น มีจำนวนเท่าไร ก็อยากจะขอให้ศึกษาเพิ่มเติมในส่วนตรงนี้ เพราะว่าอีกส่วนหนึ่งก็เห็นมีศึกษาในเรื่องของปัญหาการเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ของปี ๒๕๖๒ ซึ่งบอกว่ามีค่าเสียภาษีจำนวนมากในที่ดินทรัพย์สินของการรถไฟ ซึ่งที่เวนคืน ไปแล้วจะเป็นทรัพย์สินของการรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าหรือว่าการรถไฟปกติ ทรัพย์สิน ตรงนั้นบางส่วนไม่ได้ทำเนื่องด้วยกิจการเกี่ยวกับการบริการรถไฟ แต่ไปให้ทำกิจการเกี่ยวกับ จัดหาผลประโยชน์ ซึ่งตรงนี้เองผมยังหาไม่เจอว่ารายได้จากตรงนั้นเป็นจำนวนเท่าไร แล้วมีวิธีการบริหารจัดซื้อจัดจ้างรับจ่ายกันแบบไหน มีการตั้งคณะกรรมการที่จะไปออก ระเบียบการใช้เงินตรงนี้ไปเกี่ยวเนื่องด้วยเรื่องอะไรบ้าง เป็นหน้าที่ที่จะต้องศึกษาเพิ่มเติม ซึ่งผมมองก็เห็นมีการศึกษาว่าปัญหาหนึ่งคือเรื่องของภาษีก็อยากจะขอยกเว้น ซึ่งในระเบียบ ของการยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี ๒๕๖๒ นี้เราก็จะยกเว้นให้ในที่ที่ใช้กับกิจการ ของรัฐ ยกเว้นว่าทรัพย์สินนั้นเอาไปจัดหาประโยชน์เพื่อธุรกิจ ประโยชน์อื่นไม่ใช่บริการ สาธารณะ ทุกส่วนราชการก็ต้องเสียเหมือนกันให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่า ตั้งแต่กรุงเทพมหานคร พัทยา อบต. เทศบาล เว้น อบจ. นะครับ จำนวนตรงนี้ผมไม่ทราบว่า ได้มีการเพิ่มเติมไว้ตรงนี้เท่าไร เพราะจากรายงานที่พูดถึงปัญหาก็คือว่าจะมีรายจ่ายตรงนี้ จำนวนมาก แล้วก็กลับไปให้หน่วยงานทำคำของบประมาณมาที่สภาเพื่อตั้งงบประมาณอนุมัติ เป็นรายจ่ายแทน แต่ว่ารายได้ที่ได้จากการให้เช่า การให้ใช้สิทธิประโยชน์เพื่อผลประโยชน์ จากประโยชน์ตรงนี้ไปไหน เป็นรายได้แผ่นดินนี่คือคำถาม หรือเป็นรายได้เงินนอกงบประมาณ แบ่งสัดส่วนกันอย่างไร และมีวิธีการ หรือว่ามีหน่วยงานไหนที่เป็นเจ้าของงบประมาณที่จะ ออกระเบียบวิธีการใช้เพื่อกิจการใดบ้าง ก็อยากจะทราบในส่วนตรงนี้เพราะว่าไม่ได้มีผลของ ข้อสรุปตรงนี้ไว้ เพียงแต่พูดถึงปัญหากว้าง ๆ ในส่วนตรงนี้ไว้ ก็อยากจะฝากท่านประธาน ไปถึงคณะกรรมาธิการ ไหน ๆ ทำแล้วก็อาจจะเพิ่มเติมในส่วนตรงนี้เพราะว่าเป็นแนวทางปฏิบัติ ซึ่งจะเป็นปัญหากับการบริหารงบประมาณของประเทศ อีกหลายกระทรวงที่มีงบประมาณ เป็นเงินนอกงบประมาณแล้วไม่ได้เข้าสภามาพิจารณา ซึ่งผมคิดว่าเป็นจำนวนมากไม่ได้เป็น รายได้แผ่นดินแต่เป็นรายได้ของส่วนราชการนะครับ ไม่ได้เป็นประโยชน์ของประชาชน โดยตรง แต่เป็นประโยชน์ของส่วนราชการเท่านั้น แล้วพอเวลาบอกว่าขาดทุนก็มาตั้งงบเอา จากส่วนกลางโดยผ่านสภางบส่วนกลางตรงนั้นนะครับ จากภาษีของภาพรวม ก็อยากจะฝาก ตรงนี้เพิ่มเติมไว้เพื่อเป็นข้อศึกษาต่อไป ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เชิญคุณหมอจาตุรงค์ครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ผมต้องนำเรียนว่าผมสนับสนุนการศึกษารายงานรถไฟความเร็วสูงของกรรมาธิการที่พวกเรา ได้ตั้งญัตติขึ้น ๒ ญัตติ แล้วก็การศึกษานั้นผมเองในฐานะที่เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ แก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม โดยท่านประธานณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เราได้คุยกัน ถึงเรื่องการที่จะมีรถไฟความเร็วสูงเชื่อมไทย-ลาว แล้วก็สาธารณรัฐประชาชนจีนมาหลาย รอบมาก ทุกคนอยากเห็นถึงความเจริญ ความก้าวหน้า ทีนี้การศึกษาในส่วนของเราเอง ที่จากกรุงเทพฯ ถึงโคราช แล้วก็จากโคราชไปนครราชสีมานี่ล่าช้า พอมาดูของลาวไปจีนซึ่งเขามีระยะทางประมาณ ๑,๐๐๐ กิโลเมตร อยู่ในลาว ๔๑๔ กิโลเมตร อยู่ในประเทศจีน ๖๐๐ กิโลเมตร เขาสามารถขนส่งสินค้ามาแล้วเขาเปิดมาได้ตั้งแต่วันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๔ ของเราเองจังหวะที่เราจะได้เชื่อมต่อจากท่านาแล้งของจีนมาที่นาทาของเรา ๕.๓๕ กิโลเมตร ต้องขอบคุณทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ทำสะพานเชื่อม มิตรภาพแห่งใหม่ ซึ่งจะไปรับรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่ ซึ่งมีขนาดราง ๑.๔ ทางคู่ คือเป็น ๑ เมตร การเชื่อมต่อตรงนี้ระหว่างลาวกับจีนเป็นปัญหาที่จะต้องเร่งแล้วทราบว่า กรรมาธิการได้ศึกษาดูไหมว่าผลที่เราจะเชื่อมตรงนี้ได้ เพราะจากหนองคายไปหลวงพระบาง ไปเวียงจันทน์ ๒๔ กิโลเมตร แต่มี ๒ สถานีที่ต้องเชื่อมตรงนี้ จุดนี้จะเป็นจุดสำคัญถ้าเรา สามารถทำได้ผลประโยชน์มันตกกับประเทศไทยอย่างมาก โดยเฉพาะสินค้าเกษตรคือทุเรียน ทุเรียนเราไปจีนทางบกมีปัญหา ค่าขนส่งจะแพงกว่าทางราง ๒ เท่า ๓ เท่า เพราะฉะนั้น ถ้าเราสามารถไปได้โดยเฉพาะจากลาวไปต่อที่บ่อเต็นแล้วไปสุดท้ายที่คุนหมิงมันจะสามารถ ขนส่งสินค้า เพราะฉะนั้นเราได้เตรียมผลงานในการแก้ไขปัญหาตรงนี้ ความล่าช้า การเวนคืน ปัญหาความร่วมมือของภาคเอกชน ปัญหาเรื่องของนักวิจัยนักพัฒนาแล้วก็องค์ความรู้จาก มหาวิทยาลัยเราต้องเร่งทำ บอกว่าปี ๒๕๗๐ มันช้า ทุกคนอยากให้เร็ว ถ้าเร็วเสร็จปุ๊บก็เชื่อม ไปยัง สปป. ลาว แล้วเข้าจีนได้ สินค้าเกษตรที่ระบายออกมาทั้งหมด แล้วเขาก็นำถ่านหินมา ภาคกลาง เราสินค้าเกษตรไป ไปกลับลดค่าใช้จ่ายลงไปเท่าตัว ๒ เท่าก็เหลือเท่าเดียวก็ได้ และทางภาคอีสานพอไปลาวเสร็จปั๊บอีสานใต้จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานีที่จะ ต่อไปลาวใต้ก็เกิดขึ้น พอลงมาข้างล่างจีนก็สามารถเปิดมาถึงมาเลเซีย สิงคโปร์ ๕ ประเทศ เป็นหลังบ้านของจีนได้ด้วย เพราะฉะนั้นเราต้องเตรียมรองรับในเรื่องการค้าซึ่งคาดว่าเฉพาะ มณฑลยูนาน ๕๐ ล้านคน ประเทศจีน ๑,๓๐๐ ๑,๔๐๐ ล้านคน สินค้าทุเรียนเท่าไรก็ไม่พอ เรื่องของการบริการการท่องเที่ยวเราจะรับนักเที่ยวที่มาทำอย่างไร เพราะฉะนั้นก็นำเรียนว่า การลงทุนในต่างประเทศจึงเรียนถามเรื่องการเวนคืน ปัญหาอุปสรรคที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พูดไปทั้งหมดมันเป็นเรื่องจริง เรื่องน้ำท่วม เรื่องปัญหาอุปสรรคไปก่อสร้างระบายทางน้ำ เรื่องของการใช้เงินที่จะชดเชยให้เขา ถ้าชดเชยไม่ได้ความล่าช้า ๓ ปียังสร้างไม่ได้เลยอะไร อย่างนี้ เพราะฉะนั้นต้องเร่งในการศึกษาแล้วก็ต้องนำเรื่องนี้ให้รัฐบาลดำเนินการ เพราะนี่คือ ประโยชน์สูงสุดแล้วก็จะเป็นประโยชน์ของนักลงทุนนักท่องเที่ยวและพี่น้องเกษตรกรอย่างยิ่ง ในการขนส่งสินค้า ผมจึงขอสนับสนุนในเรื่องของการลงทุนการตรงนี้ ท่านไม่ต้องพูดถึงว่า ศึกษาแล้วไม่คุ้มทุนหรอกครับ มันคุมแน่ ๆ แต่ว่าจะช้าหน่อย ดีกว่าที่เราไม่ได้สร้างอะไรเลย เราจะช้ากว่าเขา แล้วนี่คือประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นสายจากจีนก็สามารถต่อไปยังยุโรปได้ด้วย เพราะฉะนั้นต้องขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณท่านประธานกรรมาธิการท่านโสภณ ซารัมย์ ว่าเราได้ศึกษาตรงนี้ แล้วข้อปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ จะต้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไข ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมขอขอบคุณท่านกรรมาธิการชุดนี้ที่ได้ทำการศึกษาในเรื่องนี้ขึ้นมา ซึ่งก็จะเป็นการ เปิดประเด็นให้ทางสภาได้ศึกษาแล้วก็ได้อภิปรายกันต่อ ผมก็จะมีข้อคิดเห็นบางประการ ที่อยากจะขออนุญาตเสนอแนะ ในความเห็นผมโครงการนี้ซึ่งใช้เงินลงทุน ๑๗๙,๐๐๐ ล้านบาท ถือว่าเป็นโครงการลงทุนที่ใหญ่มาก เฉลี่ยแล้วกิโลเมตรละ ๗๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่าประเทศเรา คือมีการลงทุนมากขนาดนี้ไม่ค่อยมี ก็ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวโคราชที่มีทั้งรถไฟฟ้า ความเร็วสูง มีทั้งเรื่องของทางด่วนซึ่งก็ใช้เงินเป็นหลักหมื่นล้านแสนล้านบาท แล้วก็ยังมี ทั้งโครงการรถไฟทางคู่ซึ่งก็ทำให้การคมนาคมระหว่างโคราชกับกรุงเทพจะมีความคล่องตัว สะดวกมากขึ้น สิ่งที่อยากจะให้ทางท่านกรรมาธิการได้ช่วยให้ความกระจ่าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ศึกษา เรื่องนี้ต่อไป ก็คือเรื่องของตัวโครงการเองว่าสุดท้ายแล้วที่ท่านระบุว่าโครงการนี้ไม่คุ้มแล้ว ทางออกก็คือตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาดูแลแล้วมันจะทำให้เรื่องของความไม่คุ้มมันแก้ได้อย่างไร เป็นความสงสัยที่คนศึกษาจะมีอยู่ แต่ก่อนอื่นท่านก็ควรต้องมีข้อมูลพวกนี้ให้ชัดเจนครับว่า ตกลงโพรเจกต์ อะนาลิสิส (Project analysis) ของโครงการนี้ไออาร์อาร์ (IRR) มันเท่าไร ผลต่อการจ้างงานกี่ปีมีการคุ้มทุนได้สักกี่ปี จะเป็น ๕๐ ปี ๑๐๐ ปี ท่านก็ว่ามา มีประโยชน์ ในแง่ของทางตรงทางอ้อมอะไรบ้าง ผมคิดว่าอันนี้เป็นข้อมูลพื้นฐานที่รายงานท่านพึงจะต้องมี แล้วที่กระผมได้ยกขึ้นมาเมื่อครู่นี้ว่าเรามีการลงทุน กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่นี้ถึง ๓ เส้นใหญ่ ๆ แต่ละเส้นก็ใช้โครงการเยอะเราจะมีระบบการบริหารจัดการดูแลอย่างไร เพราะว่าเรา คงจะถอยไม่ได้เนื่องจากมีการลงกันเดินหน้าไปแล้วอยู่ ๆ จะไปหยุดคงไม่ได้ แล้วคิดว่า สิ่งที่ท่านคงต้องให้ความกระจ่างกับผู้ไปอ่านต่อก็คือเรื่องของเงื่อนไขโครงการนี้ เห็นในรายงาน ท่านบอกว่าโครงการจากโคราชไปหนองคายทางจีนเขาขอให้ใช้มาตรฐานของจีน คำถามที่เรา จะมีก็คือว่าแล้วที่เราสร้างอยู่ตอนนี้จากกรุงเทพไปโคราชใช้มาตรฐานของใคร แล้วถ้าเกิด มาตรฐานของจีนใช้ที่อีสานและส่วนของกรุงเทพใช้มาตรฐานไทยแล้วมันจะไปเชื่อมต่อกัน อย่างไร อันนี้จะเป็นคำถามใหญ่ที่ท่านคงต้องให้ความกระจ่าง แล้วผมอยากจะเสนอแนะว่า เราจะต้องให้กรมรางของกระทรวงคมนาคมต้องสร้างมาตรฐานของสิ่งนี้ขึ้นมา กระผมเผอิญ ได้ไปขึ้นรถไฟฟ้าหลายเส้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาก็เห็นว่ารถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ เองก็มี ขนาดและมีลักษณะที่แตกต่างกันตามแต่ผู้ซื้อ ตามแต่บริษัทที่ดำเนินการจะไปทำ ผมคิดว่า เราคงต้องบังคับให้ทุกฝ่ายใช้มาตรฐานเดียวกันเพื่อให้เกิดอีโคโนมิ ออฟ สเกล (Economy of Scale) เวลาที่มีการซ่อม มีการทำนุบำรุง จะได้ไม่ต้องไปอิมพอร์ต (Import) จากต่างประเทศ และผู้ลงทุนจะได้มีความคุ้มในการที่จะมาสร้างโรงงานแล้วก็เกิดการจ้างงานในเมืองไทย ถ้าเกิดเรามีการสร้างมาตรฐานเหล่านี้ขึ้นมา สิ่งที่ท่านมีการเอ่ยถึงในรายงานก็คือเรื่องของ ผลที่เกิดขึ้นจากการที่มีการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงซึ่งมันจะเกิดการกระจุกตัวของธุรกิจ และการตั้งถิ่นฐาน อย่างจุดที่จะมีการสร้างสถานีแล้วก็ทำให้จุดอื่นอาจจะมีความเบาบาง ของธุรกิจหรือของการตั้งถิ่นฐานลง เห็นด้วยครับที่ท่านพูดถึงเรื่องของฟีดเดอร์ (Feeder) แต่ว่าแล้วจะทำอย่างไรใครจะรับผิดชอบในเรื่องนี้ ท่านยังไม่ได้พูดให้ชัดเลยนะครับ แล้วก็ ผลกระทบที่มีต่อเรื่องของสายการบินที่จะบินไปยังหนองคายถึงอุดรธานีต่อไปจะเป็นอย่างไร เทียบเคียงแล้วการเดินทางระหว่างรถไฟฟ้าความเร็วสูงกับสายการบินเป็นอย่างไร สุดท้าย ผมเองได้ศึกษารัฐวิสาหกิจแล้วก็มีความเป็นห่วงว่ารัฐวิสาหกิจหลายแห่งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรถไฟมีปัญหาเรื่องของการเงินมาตลอดหลายปีมานี้ แล้วก็ใช้คำว่า สภาพคล่อง ผมไม่ชอบเลยครับที่ท่านใช้คำว่า สภาพคล่อง เพราะแท้ที่จริงแล้วท่านมีการทำงานที่ขาดทุน ไม่ใช่เรื่องสภาพคล่อง เพราะฉะนั้นท่านจะต้องมีการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเงินทุน อันเนื่องมาจากการขาดทุนอย่างจริงจัง ผมคิดว่า ณ วันนี้บริการท่านยังไม่ค่อยเข้าถึงคนไทย โดยทั่วไป หลายคนอาจจะยังไม่เคยขึ้นรถไฟเลยในช่วงหลายสิบปีมานี้ ท่านจะต้องทำโพรโมชัน (Promotion) แล้วก็ปรับปรุงให้บริการรถไฟเป็นที่ยอมรับแล้วก็เป็นที่ใช้งานเปรียบ เหมือนกับรถไฟในยุโรป ก็ขออนุญาตฝากท่านช่วยดูแลด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านโกศลท่านสุดท้ายแล้วก็จะให้กรรมาธิการตอบนะครับ ต้องขออภัยที่ผมต้องบริหารเวลา เพราะว่ากรรมาธิการอีกหลายคณะเหลือเกินกำลังรอชี้แจง อย่างเช่น กรณีของกรรมาธิการ ช้างป่าปัญหามันเป็นปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องรีบรายงานแล้วจะเอาข้อสังเกตไปให้รัฐบาล แก้ไขมันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันอย่างเช่นกรณีอย่างนี้เป็นต้น หรือปัญหาการแก้ไขวิกฤติ น้ำมันแพงอย่างนี้ครับมันยังมีอีกหลายคณะผมก็เลยไม่สามารถจะอนุญาตให้ท่านที่มาเข้า หลังจากผมปิดรายชื่อได้ ต้องกราบขออภัยท่านนิยมด้วยครับ เชิญโกศลครับ🔗

นายโกศล ปัทมะ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยที่ท่านกรรมาธิการที่ท่านได้ศึกษาเพราะว่าผมเห็นโครงการนี้ มันล่าช้ามานาน จริง ๆ โครงการนี้ควรจะแล้วเสร็จไปนานแล้วถ้าหากรัฐบาลท่านอดีตนายก ยิ่งลักษณ์แล้วก็มีท่านชัชชาติเป็นผู้รับผิดชอบ ได้รับการอนุมัติ พ.ร.บ. เงินกู้เพื่อสร้างอนาคต ประเทศ โดยเฉพาะเรื่องโครงข่ายคมนาคมของประเทศที่ผ่านมา ท่านประธานครับในพื้นที่ ผมก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน อย่างที่ท่าน ส.ส. วัชรพล โตมรศักดิ์ ท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ที่ท่านอภิปรายไปนะครับว่าการรับฟังความเห็นของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะการทำอีไอเอ (EIA) การเวนคืนก็ดี พี่น้องประชาชนนี่ไม่ค่อยได้รับทราบข้อมูลโครงการนี้มากเท่าที่ควรครับ ผมก็อยากจะให้ทางท่านอนุผ่านไปยังการรถไฟคือช่วยไปทำอีไอเอ (EIA) ใหม่เลยนะครับ สิ่งที่อีไอเอ (EIA) ที่ท่านทำไว้นี่มันนานมาแล้ว เพราะว่าที่ผ่านมาผมได้รับการร้องเรียนไม่ใช่ รถไฟความเร็วสูงเพราะว่าทางรถไฟความเร็วสูงยังไม่ได้ก่อสร้างโดยเฉพาะรถไฟรางคู่ อุโมงค์ ทางลอด สถานีแต่ละสถานีมีปัญหาทุกช่วง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ก็มีโดยเฉพาะโคราช ช่วงนครราชสีมา-ขอนแก่นมีปัญหาเกือบทุกอุโมงค์ฝนตกไม่เท่าไรน้ำท่วมแล้วก็สถานีไม่มีลิฟต์ ไม่มีบันไดเลื่อนพี่น้องประชาชนกระทบกับวิถีชีวิตโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ ก็อยากจะให้ ทางกรรมาธิการสะท้อนปัญหาไปให้กับทางการรถไฟปรับปรุงแก้ไข แต่สิ่งที่ผมเห็นรถไฟรางคู่ ที่ผมเคยเดินทางไปต่างประเทศเขาต้องไปคู่กับการพัฒนาเมืองครับ โดยเฉพาะตัวสถานีหลัก เมืองที่สถานีตั้งอยู่ เมืองรอง เมืองข้าง ๆ ว่าเราจะพัฒนาไปอย่างไร แล้วที่ผมตั้งข้อสังเกต และสนใจคือเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาบุคลากรที่จะมารองรับกับโครงการนี้ครับ ผมก็อยากจะเห็นทางอนุกรรมาธิการสะท้อนสภาพปัญหาให้กับการรถไฟว่าท่านต้องประสาน หน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่ากรมอาชีวะสร้างบุคลากรมารองรับ และที่สำคัญอย่างสถานีรถไฟ ความเร็วสูงกับสถานีรถไฟรางคู่ที่อำเภอบัวใหญ่เป็นจุดหนึ่งที่มีทั้งรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง แต่ผมถามผู้ที่รับผิดชอบเขาบอกว่าสถานีนี่อยู่คนละสถานี ไม่มีหรอกครับ ต่างประเทศเขาอยู่ คนละชั้นอยู่สถานีเดียวกัน ข้างบนก็เป็นห้างสรรพสินค้าอะไรต่าง ๆ ผมอยากจะเห็นครับว่า การพัฒนานี่ฝากท่านทำอย่างยั่งยืน ไม่ใช่ทำเหมือนกับบางประเทศที่เขายังไม่ได้พัฒนา ฝากไปดู โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นในการพัฒนาสถานีพัฒนาเชิงเศรษฐกิจก็อยากจะให้ ทางอนุกรรมาธิการสะท้อนปัญหาไปให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการ ก็ขอบพระคุณ คณะอนุกรรมาธิการที่ปรึกษาปัญหาเรื่องนี้นะครับ อยากจะเห็นการแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะ ระบบรางให้เป็นระบบจริง ๆ ไม่ใช่ว่าทำแล้วยังมีปัญหาต่อเนื่องแล้วก็สร้างความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ กรรมาธิการชี้แจงครับ🔗

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผมโสภณ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการ สิ่งแรกที่ผมจะกราบเรียนต่อสภาแห่งนี้ให้ได้เข้าใจว่านี่คือ บทบาทของนิติบัญญัติ วันนี้ถ้าไม่ได้รับความกรุณาจากท่านประธานและสภาเราก็ไม่ได้เอา ระเบียบวาระนี้ ซึ่งอยู่ในลำดับที่ ๙ เพราะผมเชื่อว่าระเบียบวาระช้างก็ต้องมีการถกปัญหา เพราะฉะนั้นเมื่อได้รับความกรุณาเพราะว่าที่ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาก็คือเราทำรายงานฉบับนี้ เสร็จเมื่อปี ๒๕๖๔ ส่วนที่ท่านสมาชิกท่านพูดว่าไม่ได้เอาคำร้องเรียนของเขตพื้นที่ของท่าน มาใส่ในรายงานฉบับนี้ จริง ไม่จริง เพราะมีเรื่องร้องเรียนมาปี ๒๕๖๕ รายงานเราเสร็จแล้ว จึงกราบเรียนประเด็นอย่างนี้ให้ได้ทราบ แต่ว่าทั้งหลายทั้งปวงเราไม่ได้ละเลย ถ้าท่านอ่าน ข้อสังเกตจริง ๆ อยู่ในข้อ ๑ ด้วยซ้ำ ในข้อสังเกตที่การรับฟังความคิดเห็นเราให้ความสำคัญ ลำดับต้นเลยนะครับ ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ผมไม่รบกวนเวลาท่านประธาน ถ้าอ่านแล้วจะได้ เห็นว่านี่คือรายงานที่เราเห็นปัญหา ถ้ารายงานฉบับนี้ส่งทันการก็จะให้เสร็จภายใน ๑ ปี เฉพาะส่งรายงาน ๑ ปี เดี๋ยวนี้เรายังไม่ได้ส่งเลย รายงานต้องมาค้างอยู่ที่สภา ๑ ปี ฉะนั้น ไม่ได้เป็นความผิดของใคร แต่ว่านี่คือระบบนิติบัญญัติของเรานะครับ เมื่อหลายท่านสงสัยว่า คือเราออกแบบรถไฟรางคู่มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ แล้วก็มาออกแบบใหม่อีกปี ๒๕๖๒ โดยใช้ มาตรฐานของท่านสมาชิกที่ถามว่ามาตรฐานอะไร เราไม่มีมาตรฐานกลางเราจึงเอามาตรฐาน ของจีนมาใช้ในสายกรุงเทพมานครไปจนถึงหนองคาย ฉะนั้นจึงกราบเรียนว่าเราใช้มาตรฐาน ของจีนสามารถวิ่งได้ แล้วก็เรียนว่าของเรานี่ออกแบบเป็นรถไฟความเร็วสูง แต่ว่าของลาว ออกแบบรถไฟความเร็วขนาดกลางนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่แบบมันเสร็จแล้ว จากการ แก้ไขแบบ ผมจึงบอกว่าถ้าอ่านจริง ๆ อ่านรายงานฉบับนี้จริง ๆ จะได้เห็นว่าเราพูดภาพรวม ไม่ใช่เฉพาะนครราชสีมาที่เดือดร้อนแม้แต่อุดรธานีก็เดือดร้อน ซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทน จังหวัดอุดรธานีท่านก็ได้ไปพูดคุยกับผมว่าปัญหาของการสร้างรางจะขอยกระดับเหมือนกัน ฉะนั้นผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้เราในฐานะที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติเราพยายาม พยายามที่จะหาข้อหาข้อปัญหาเพื่อเสนอรัฐบาลให้ได้รับทราบ เหมือนที่สมาชิกบางท่านบอก ว่าต่อไปการถ่ายทอดเทคโนโลยีทำจริงจังไว้ เราก็ไว้ในข้อ ๑ ในข้อ ๓ ไว้ในรายงานข้อ ๑ เลย ในหน้า ๘๓ ฉะนั้นผมจึงหวังว่าการที่ได้นำรายงานฉบับนี้มาเรียนต่อสภาจะเป็นประโยชน์ มากกว่าที่เราทำรายงานแล้วไม่ได้เสนอต่อรัฐบาล จึงเป็นปัญหาที่สภานิติบัญญัติแห่งนี้จะได้ ช่วยกันคิดในอนาคตว่าเราจะทำรายงานอย่างไรถึงจะสามารถทันเวลาแล้วไปผูกพันกับ รัฐบาล อันนี้มันเป็นเรื่องใหญ่ครับ ฉะนั้นบางเรื่องกรรมาธิการมาพูดท่านต้องเข้าใจว่าเรามา พูดในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติไม่ใช่ฝ่ายบริหารนะครับ ฉะนั้นผมจึงกราบขอบคุณท่านประธาน และโดยเฉพาะท่านสมาชิกที่ได้กรุณาได้พิจารณารวมกันทั้ง ๒ ญัตติ สิ่งใดที่ท่านได้เสนอมา ทางกรรมาธิการถ้ามีโอกาสต้องใช้คำว่า ถ้ามีโอกาส เราก็จะเอาดำริของสมาชิกสภานี้ไป ดำเนินการต่อไป กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป คงจะต้องถามว่าท่านสมาชิกท่านใดที่ไม่เห็นด้วยกับรายงาน เห็นต่างหรือเห็นคัดค้านมีไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับรายงาน ผมจะแยกลงมตินะครับ🔗

๔.๗ รายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง การศึกษา ตรวจสอบ และติดตามการดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา และช่วงนครราชสีมา-หนองคาย มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นต่างหรือไม่เห็นด้วยกับรายงานไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยนะครับ เนื่องจากมีข้อสังเกตในรายงานที่จะต้องส่งรัฐบาลให้ไปทำ ตามข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะในข้อสังเกตนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดในรายงานวาระ ๔.๗ ที่ไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ก็อาศัยข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบข้อสังเกตตามวาระที่ ๔.๗ รายงานผลการ พิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง การศึกษา ตรวจสอบ และติดตามการดำเนินการโครงการรถไฟ ความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา และช่วงนครราชสีมา-หนองคาย จะได้ส่งไป ให้รัฐบาลดำเนินการตามข้อสังเกต🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

ท่านประธานครับ วัชรพล โตมรศักดิ์ ขออนุญาตเสนอข้อสังเกตครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ข้อสังเกต นี่อภิปรายอะไรไม่ได้เลย🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

เปล่าครับ คือเมื่อสักครู่ท่านประธาน คณะกรรมาธิการยังไม่ได้ตอบผมเลยเกี่ยวกับกรณีที่ผมได้นำเสนอเรื่องจังหวัดนครราชสีมา ที่เดือดร้อนมาแสนสาหัสครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มันเลย ไปแล้วนะครับ เพราะตอนนี้เราลงมติไปแล้ว แล้วท่านก็เห็นด้วยกับข้อสังเกตแล้ว เอาล่ะ ผมอนุญาตให้ท่านฝากแล้วกันท้าย ๆ นี่แต่เราลงมติไปแล้ว จะอนุญาตให้ท่านฝากนิดหนึ่ง🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต นิดเดียวสั้น ๆ เกี่ยวกับกรณีที่ผมได้อภิปรายปัญหาในเรื่องของการก่อสร้างสัญญา ๓-๕ ที่อยากจะฝากท่านประธานคณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการ เพื่ออย่างน้อยให้สะท้อน ถึงปัญหาด้วย เพราะในเล่มที่ท่านเสนอมานั้นไม่ได้มีกรณีศึกษาเลย ทั้ง ๆ ที่ได้มีการยื่น หนังสือต่อหน่วยงานต่าง ๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ยื่นต่อคณะกรรมาธิการการคมนาคม ฝากท่านด้วยครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรับไป ดำเนินการหน่อยนะครับท่านประธาน ต่อไปเป็นระเบียบวาระ🔗

๔.๙ จะถามมตินะครับ เพราะว่าคณะกรรมาธิการได้รายงานผลการพิจารณา ศึกษา เรื่อง การแก้ไขปัญหาการรถไฟแห่งประเทศไทย มีท่านสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยกับ รายงาน หรือเห็นต่างไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับรายงาน แล้วก็มีข้อสังเกตเหมือนกันที่จะต้องส่งให้รัฐบาล ดำเนินการในรายงาน เรื่อง การแก้ไขปัญหาการรถไฟแห่งประเทศไทย มีท่านสมาชิกท่านใด ไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกต หรือเห็นเป็นอย่างอื่นมีไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบข้อสังเกตที่ให้ส่งข้อสังเกตทั้ง ๔.๗ และ ๔.๙ ไปให้คณะรัฐมนตรี หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามข้อเสนอแนะในข้อสังเกต เป็นการจบการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการการคมนาคมทั้ง ๒ วาระ ขอบคุณมากครับ ต่อไปเป็นระเบียบวาระ🔗

๔.๘ รายงานผลการพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาช้างป่า ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

กรรมาธิการพร้อมนะครับ ถ้าพร้อมประธานคณะกรรมาธิการแถลงได้เลยครับ เชิญนะครับ🔗

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาช้างป่า🔗

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๒๐ เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ได้พิจารณาญัตติเกี่ยวกับการพิจารณาศึกษาและการแก้ไข ปัญหาช้างป่า และมีมติตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณาโดยคณะกรรมาธิการ วิสามัญได้มีการประชุมพิจารณาศึกษาจำนวน ๑๕ ครั้ง และมีการกำหนดกรอบแนวทางการ พิจารณาศึกษาจำนวน ๓ กรอบ คือ ๑. การศึกษาการส่งเสริมความสมดุลของระบบนิเวศในเขตป่าอนุรักษ์ เพื่อรองรับ ประชากรช้างป่าอย่างยั่งยืน ๒. การศึกษาการป้องกันแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกที่ทำกินและ เยียวยาผลกระทบจากภัยช้างป่าอย่างเป็นรูปธรรม ๓. การศึกษาปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย และระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาช้างป่า และศึกษาผลงานวิจัยนวัตกรรม ที่เกี่ยวข้องซึ่งการศึกษาพิจารณาดังกล่าวได้พิจารณาจากเอกสารหน่วยงานต่าง ๆ ตลอดจน ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการ เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาช้างป่าบุกรุกเพื่อรับฟังความเห็น รวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ช้างป่าและสภาพปัญหาของประชาชนที่ได้รับ ประสบปัญหาช้างป่าบุกรุก ในการนี้กระผมขอนำท่านกรรมาธิการนะครับนำเสนอภาพรวม ของรายงานคณะกรรมาธิการดังนี้🔗

๑. คณะกรรมาธิการเห็นว่าจากการที่ได้มีการพิจารณาศึกษาปัญหาช้างป่า บุกรุกออกนอกเขตป่าอนุรักษ์ พบว่าปัญหาดังกล่าวเป็นภัยที่เกิดความเสียหายอย่างเรื้อรัง ซ้ำซาก ต่อเนื่อง และการประเมินความเสียหายค่อนข้างยุ่งยากกว่าภัยพิบัติอย่างอื่น ซึ่งกลุ่มป่า ที่มีช้างป่าและประสบปัญหามากที่สุด ประกอบด้วย ๕ กลุ่มป่า ดังนี้ กลุ่มป่าตะวันตก กลุ่มป่าดงพญาเย็น เขาใหญ่ กลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว กลุ่มป่าแก่งกระจาน และกลุ่มป่ารอยต่อ ภาคตะวันออก โดยช้างป่าได้ออกมาบุกรุกที่ดินทำกินของเกษตรกรจนเกิดเหตุการณ์ทำร้าย ร่างกายชีวิต ทำร้ายทรัพย์สินพืชผลทางการเกษตรต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานานประมาณ เกือบ ๒๐ ปี และนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นตามลำดับ หลายครั้งเกิดความรุนแรง ถึงขั้นทำร้ายร่างกาย ได้รับบาดเจ็บ พิการ ทุพพลภาพ เสียชีวิต และเกิดความเสียหายต่อ พืชผลทางการเกษตร ตลอดจนวิถีการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ อีกทั้งยังส่งผลเสียต่อ ช้างป่าที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวด้วย🔗

๒. คณะกรรมาธิการเห็นว่าแนวทางในการแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกเพื่อ ป้องกันการได้รับผลกระทบและการเกิดการกระทบกระทั่งกันที่ทำให้เกิดอันตรายทั้งคน และช้างป่านั้นควรยึดหลักสำคัญคือช้างป่าควรอยู่แต่ในป่าอนุรักษ์ คนควรอยู่ในที่ดินทำกิน ของตัวเองหรือที่ดินที่รัฐจัดให้ หากช้างป่าเล็ดลอดออกนอกป่าและมาบุกรุกที่ทำกินของคน รัฐต้องเร่งผลักดันช้างป่ากลับบ้านให้เร็วที่สุด ในขณะเดียวกันหากพบว่าคนบุกรุกป่า รัฐจะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และที่สำคัญคือรัฐต้องจัดแบ่งแยกเขต การจัดการที่ดินหรือโซนนิง (Zoning) ให้มีเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างที่อยู่ของช้างป่าและที่ดิน ที่ทำกินที่ชัดเจนไม่ทับซ้อนกันเพื่อความปลอดภัยทั้งช้างและคน นอกจากนี้คณะกรรมาธิการ ยังได้มีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าการแก้ปัญหาช้างป่าภาครัฐและภาคประชาสังคมต้องบูรณาการ ร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง มิฉะนั้นปัญหาภัยจากช้างป่าจะไม่ได้รับการแก้ไข และส่งผลเสียต่อการดำรงชีวิต กระทบต่อสิทธิการอยู่อย่างปลอดภัยของพี่น้องประชาชน โดยรัฐควรพิจารณาให้มีแผนในการแก้ไขปัญหาภัยจากช้างป่าอย่างชัดเจน และต้องเร่ง ปรับปรุงแก้ไขปัญหากฎหมาย ยกร่างระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการแก้ไขปัญหาช้างป่า สามารถดำเนินการได้อย่างครบวงจรด้วยความเป็นธรรมและเกิดความยั่งยืน หากปัญหาใด ที่มีความรุนแรงกระทบต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน และพืชผลทางการเกษตรต้องดำเนินการ ระยะเร่งด่วน โดยขอเสนอให้รัฐบาลควรหยิบยกรูปแบบคันกั้นช้างพร้อมถนนตรวจการ มาดำเนินการก่อสร้างเป็นอันดับแรก ๆ รวมถึงจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสิ่งกีดขวางหรือ แบริเออร์ (Barrier) พร้อมถนนตรวจการ เพื่อป้องกันไม่ให้ช้างป่าออกนอกป่าได้โดยง่าย และจะต้องเร่งดำเนินการจ่ายค่าชดเชยเยียวยาความเสียหายจากภัยช้างป่าด้วยความเป็นธรรม และพิจารณาออกระเบียบการชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบภัยช้างป่าขึ้นมาเป็นเฉพาะ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึงทุกกรณี ส่วนปัญหาใดที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ณ ขณะนี้ จำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยและ การพัฒนาในระยะยาวเพื่อหาแนวทางการพัฒนาแก้ไขปัญหาช้างป่าทั้งระบบ และนำองค์ ความรู้ในการควบคุมประชากรช้างป่า พัฒนาแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร แหล่งเกลือแร่ โป่งเทียม และองค์ความรู้อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับช้างป่ามา แก้ไขปัญหาให้เกิดความสมดุลระหว่างการ อนุรักษ์ช้างป่าและการพัฒนาบ้านเมืองและสังคมควบคู่กัน และควรจัดให้อยู่ในแผนการ แก้ไขปัญหาระยะยาว บัดนี้ผมได้นำเสนอภาพรวมรายงานดังกล่าวเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอกราบเรียนเพื่อนำเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้แนะนำ ข้อมูล แล้วก็เสนอความเห็นต่อที่ประชุมต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขณะนี้ มีชื่อท่านสมาชิกที่จะอภิปรายอยู่ ๘ ท่าน มีท่านใดจะอภิปรายให้มาลงชื่อนะครับ ผมจะได้ ปิดการรับรายชื่อ ขอเชิญท่านแรกก่อนครับ ท่านพรเทพเชิญครับ🔗

นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ปัญหาช้างป่าด้วย ผมก็ต้องขอชื่นชมแล้วทำงานกับท่านคณะกรรมาธิการนะครับซึ่งบางครั้งปัญหาเรื่องช้างป่า มันมีมานานแล้ว ถ้ามันจบคงจบตั้งแต่ส่วนราชการแล้วละ มันคงไม่ต้องมาถึงให้สภาได้ ตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาช้างป่าหรอกครับ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ผมได้ฟัง ท่านประธาน ท่านสรวุฒิพร้อมกับคณะกรรมาธิการที่แถลงครับ วันนี้ถือเป็นความสำคัญมาก ของพี่น้องในเขตจังหวัดที่มีช้างป่าบุกรุก ซึ่งเมื่อสักครู่นี้มีอยู่ ๕ กลุ่มป่าที่ท่านประธานได้ นำเรียนมา มันมีความจำเป็น แล้วผมไม่อยากให้รายงานฉบับนี้และข้อสังเกตที่ถูกพิจารณา แล้วหายไปโดยที่ไม่ได้รับการพิจารณา ฝากถึงรัฐบาลด้วยครับว่าอย่าละเลย เพิกเฉยต่อ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการพิจารณาทุกชุด ผมอยากให้เป็นอย่างนั้น ไม่อย่างนั้นแล้ว เราทำไปไม่มีประโยชน์กลับไปบ้าน พี่น้องประชาชนก็จะถามว่าแล้วจะรับการแก้ไขไหมครับ จากการที่เรามาเรื่องนี้ได้ก็เพราะว่ามันมีปัญหาช้างป่าที่บุกรุกที่ทำกินแล้วก็ช้างป่าทำร้าย พี่น้องประชาชนครับ โดยเฉพาะหลักที่เขาตั้งข้อสังเกตมา ๓ เรื่อง เรื่องความพร้อมของป่า ที่จะรองรับช้างป่านี่คือ ๑ เรื่อง ว่าป่ามีพื้นที่พอไหม มีความเหมาะสมไหม แล้วก็มีภัยคุกคาม อะไรเขาหรือเปล่า ภัยคุกคามและเกิดจากการล่า การอะไรต่าง ๆ ท่านครับรวมสำคัญ คือการควบคุมประชากร จากการสำรวจมามันเพิ่ม ๘ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เยอะมาก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ อาหารการกินก็ต้องพอ เรื่องนี้กรรมาธิการได้พิจารณาอย่างมากเลย เรามีความเห็นไป ไม่อย่างนั้นแล้วเอาช้างไม่อยู่หรอกครับ มันก็จะออกไปข้างนอก อาจจะ ไม่ติดใจข้าวโพดแถวโคราช ปากช่อง ของท่านศิรสิทธิ์ หรือว่าสับปะรดแถวประจวบคีรีขันธ์ แถวบ้านผม หรือแถวบ้านท่านประธานที่ไปปลูกสับปะรดหรือทุเรียน ท่าน ส.ส. จารึก ก็จะโดนทั้งหมดเพราะติดใจในรสชาติอาหาร เพราะฉะนั้นต้องสร้างแหล่งอาหารให้พอ ส่วนเรื่องการออกแบบมันมีทั้งรั้วธรรมชาติ รั้วกึ่งถาวร แล้วก็รั้วกันช้างแบบถาวร ซึ่งตรงนี้ ผมว่าราชการเองไม่ได้ดูความละเอียดเลยครับ ใครบอกมาก็ทำ ๆ ไป เห็นว่าบางครั้งมีเรื่องถึง กรรมาธิการ ป.ป.ช. ก็มีว่าทำไปแล้วมันไม่เกิดประโยชน์คุ้มค่าต่อการลงทุนนะครับ ก็ขอให้ กรมอุทยานได้พิจารณาอย่างละเอียดว่าควรจะเป็นแบบไหน เป็นรั้วกึ่งถาวรก็ได้ครับ ที่มีตาม แบบกรมอุทยานสัตว์ป่าหรือเป็นรั้วถาวรซึ่งป้องกันช้างอย่างมาตรฐานแพงหน่อย อย่างเช่น แถวจันทบุรีก็ต้องแบบนั้นเพราะว่าทำรั้วกึ่งถาวรแล้วมันไม่อยู่ต้องรั้วถาวร รายงานพวกนี้คิดว่า ทางกรรมาธิการวิสามัญก็ได้เสนอไปแล้ว ส่วนการแก้กฎหมายเรื่องนี้ก็สำคัญ วันนี้ประชาชน ที่อยู่ในเขตรอยต่อไม่ได้รับการคุ้มครองเลย กรรมาธิการชุดนี้ก็พยายามเสนอกฎหมาย ต้องคุ้มครองคนอย่าปฏิเสธว่าคนอยู่ใกล้ป่าหรือเข้าไปอยู่ในป่าต้องช่วยกัน ไม่อย่างนั้นปัญหา มันก็ไม่จบ ต้องดูแลคนด้วยครับ ทำอย่างไรไม่ให้ช้างออกมาทำร้ายคน ช้างอย่าออกมาทำลายพืชผลการเกษตรของพี่น้อง ประชาชน ต้องช่วยกันไม่ใช่โยนให้เป็นปัญหาใครปัญหาหนึ่งปั๊บมันแก้ไม่ได้สำคัญมากครับ เรื่องการใช้ประโยชน์ป่าก็สำคัญ การท่องเที่ยวก็มีการสำรวจกันว่าต้องทำเรื่องการท่องเที่ยว แบบยั่งยืนและจริงจัง ไม่ใช่ว่ามันคิดแค่ชุมชน บางครั้งหน่วยราชการก็ต้องมาคิดด้วย ทุกอย่างที่กรรมาธิการศึกษามามันมีปัญหาจริง ๆ ครับเพื่อให้ทางรัฐบาลได้นำไป ผมขอสรุป อย่างนี้ที่พูดมาทั้งหมดนี่นะครับต้องการให้เนื้อหาที่ผมพูดไปสู่การแก้ไขอย่างยั่งยืน ช่วยเหลือ คนไม่ให้ถูกทำร้ายด้วยสิ่งกีดขวางหรืออะไรก็ตามนี่นะครับ ต้องป้องกันคนไม่ให้ถูกทำร้าย และทรัพย์สินถูกทำลายด้วยการทำแนวกันช้างเป็นวิธีการเดียวที่ทำให้คนกับช้างอยู่กัน อย่างมีความสุขได้ และช่วยให้ช้างอยู่ในป่าอย่างมีความสุข ปลอดภัย เช่น หาแหล่งอาหาร มีพื้นที่ให้เขาเหมาะสมไม่ให้มีภัยคุกคามกับช้างป่าและควบคุมประชากร ก็ฝากสิ่งที่สรุปตรงนี้ ฝากท่านประธานรวมเข้าไปในกรรมาธิการด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านประเดิมชัยครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดงห้วยขวาง พรรคเพื่อไทยครับ ขออนุญาตท่านประธาน ในการที่จะได้แสดงความเห็นต่อรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและ การแก้ไขปัญหาช้างป่าที่ได้ไปทำการศึกษามา ก่อนอื่นผมขอชื่นชมในสิ่งที่คณะกรรมาธิการ ได้ไปศึกษาในรายละเอียดที่ค่อนข้างจะครอบคลุม แต่ผมขออนุญาตในการที่จะได้สอบถาม และมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมในมุมมองที่น่าจะเป็นประโยชน์ ผมดูในสิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการได้ ศึกษามาส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของแนวทางในเรื่องการหามาตรการและวิธีการในการป้องกัน เพื่อไม่ให้ช้างนั้นออกมาสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็น มาตรการในเรื่องการสร้างแนวกำแพงกั้นช้างครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการส่งเสริมให้มีแหล่งอาหาร เพื่อที่จะไม่ให้ช้างนั้นอพยพลงมาเพื่อที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ โดยสัญชาตญาณของช้าง ถ้าท่านประธานขับรถผ่านไปทางภาคตะวันออก เราผ่านไปแถวเขตอำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี สองฝากฝั่งทางก็จะเห็นว่ามีป้ายบอกว่า ระวังช้างป่า ผมเชื่อว่าถ้าไม่ใช่คนท้องถิ่นถ้าผ่านไปก็จะค่อนข้างแปลกใจว่าทำไมมีป้าย ปรากฏให้ระวังช้างป่า หมายความว่าอะไรครับ นั่นหมายความว่าสิ่งที่หน่วยงานที่รับผิดชอบ นำป้ายไปติดมันก็จะเป็นในพื้นที่ที่ช้างนั้นเคยอพยพหรือว่าลงมาในพื้นที่บริเวณแถวนั้น ผมกำลังจะนำเรียนท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการก็คือว่าผมได้ดูในรายละเอียด ทั้งหมดที่ทางคณะกรรมาธิการได้ไปศึกษามา ในมาตรการเบื้องต้นในเรื่องของการติดตาม ตรวจสอบช้างที่จะอพยพลงมาในถิ่นที่อยู่อาศัยที่มีการศึกษาอยู่ว่าประมาณ ๕ แหล่ง ในรายงานฉบับนี้ ผมไม่เห็นเลยข้อมูลที่คณะกรรมาธิการจะเสนอแนะให้กับกระทรวงหรือว่า รัฐบาลนี่นะครับไปหามาตรการวิธีการในการติดตามช้างเพื่อที่จะติดตามดูว่าช้างเหล่านั้น เขามาตามฤดูกาลของเขาครับท่านประธาน และเป็นเส้นทางที่เข้ามาก็จะเป็นเส้นทางเดิม ที่เข้ามาโดยตลอด แต่ละปี แต่ละปี แต่ละปีที่มาเขาไม่ค่อยได้เปลี่ยนเส้นทางในการมาหรอก เพราะฉะนั้นการที่ช้างอพยพจากถิ่นฐานที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ภาคตะวันออก หรือว่า ทางประจวบคีรีขันธ์หรือที่ไหนก็ตามแต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเส้นทางเดิม และฤดูกาลที่เข้ามา เขาก็จะมาในฤดูกาลในช่วงวันเวลาที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ประชาชนเขาสามารถให้ ข้อมูลได้อยู่แล้ว ฉะนั้นสิ่งที่ผมคิดว่าทางคณะกรรมาธิการเองน่าที่จะพิจารณาเพิ่มเติมก็คือว่าการรวบรวม ข้อมูลในเรื่องของการอพยพของช้างที่มาสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ในแต่ละพื้นที่ในนี้ไม่มีปรากฏนะครับ เมื่อไม่มีปรากฏสิ่งที่จะติดตามช้างผมคิดว่า เมื่อสักครู่ เราพิจารณาในเรื่องของการนำเทคโนโลยีหรือว่าการเฝ้าระวังในเรื่องของการใช้เทคโนโลยี ที่มีอยู่มากมายในขณะนี้ มาตรการในการติดตามน่าที่จะมีการสนับสนุนส่งเสริม ยกตัวอย่าง เช่น กรมอุทยานเองน่าที่จะมีโดรน (Drone) เพื่อที่จะบินติดตามดูว่าในช่วงฤดูที่ช้างเขา จะต้องอพยพลงมานี่เพื่ออะไรครับ เพื่อที่จะให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบหามาตรการ หรือว่า วิธีการในการเฝ้าระวังในการที่จะไม่ให้ช้างนั้นมาสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน อันนี้คือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่มาตรการในการแก้ปัญหาระยะยาว ผมเห็นด้วยว่า เรื่องการสร้างผนังหรือว่าคูหรือว่าแนวกำแพงนี่ แต่มันใช้งบประมาณค่อนข้างมากจะใช้เวลา อีกเท่าไรในการที่ดำเนินการ ปัญหาอุปสรรคสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นจะมีอีกเท่าไรยังไม่มีใครรู้ ฉะนั้นตรงนี้เป็นวิธีคิดว่าการสร้างแนวกำแพงกั้นช้างจะเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างถาวร แต่ว่า สิ่งที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้าผมไม่เห็นมาตรการที่ทางคณะกรรมาธิการได้ศึกษามา ขออนุญาต ฝากแล้วก็เรียนสอบถามไปครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านสุเนตตา แซ่โก๊ะ🔗

นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังค่ะ ดิฉันก็จะ ขออภิปรายในเรื่องรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหา ช้างป่า ก่อนอื่นเลยดิฉันก็ต้องขอชื่นชมคณะทำงานที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการทำรายงาน ชิ้นนี้ออกมาก็นับว่าเป็นรายงานเล่มหนาเลยทีเดียว ข้อมูลมากมาย แล้วก็เรียกได้ว่าสามารถ นำไปเป็นดุษฎีนิพนธ์ได้เลย ดิฉันคิดว่ามีการไปดูงานพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่จันทบุรี ที่ประจวบคีรีขันธ์ ที่นครราชสีมา ซึ่งเชื่อว่าช้างในแต่ละพื้นที่ในก็คงจะมีธรรมชาติ แล้วก็มี นิสัยที่แตกต่างกันไป ดิฉันก็จะขอพูดถึงเรื่องช้างว่าเวลาเราพูดถึงช้าง โดยเฉพาะดิฉันที่เป็น คนกรุงเทพฯ เราพูดถึงช้างแล้วเราก็จะรู้สึกว่าช้างเป็นสัตว์ประจำชาติ แล้วก็เป็นสัตว์ที่เป็นที่ รัก คนกรุงอย่างดิฉันเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัด ไปส่องสัตว์ก็อยากจะเจอช้าง พอทราบเรื่องว่า มีการศึกษาเรื่องนี้ แล้วก็เรื่องของช้างป่าที่มาทำความเสียหายให้เกิดขึ้นก็เลยทำให้ดิฉันสนใจ ที่จะติดตาม แล้วก็ได้มีส่วนพูดคุยกับทีมคณะกรรมาธิการที่มีอยู่ในพื้นที่ แล้วก็ที่ถูกกระทบ ทีนี้อยากจะบอกว่าในระหว่างการที่มาตรการที่ยังไม่สรุปว่าจะทำอย่างไรก็ยังมีความเสียหาย ที่เกิดขึ้น อย่างเมื่อไม่นานมานี้หาที่เราได้อ่านข่าวว่าช้างป่าเข้าไปทำไรผู้คนถึงกับเสียชีวิต หรือการที่ช้างเข้าไปกินผลผลิตไม่ว่าจะเป็นสับปะรด หรือผลไม้ในที่ที่ปลูกไว้ ตรงนี้ที่ดิฉัน อยากจะสอบถามว่าในระหว่างนี้ทางเราจะมีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับความเดือดร้อนตรงนี้ได้ อย่างไรบ้าง ก็อยากจะขอฝากให้ทางคณะกรรมาธิการช่วยดูแลคนที่ได้รับความเดือดร้อนด้วย ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญ ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมขอขอบคุณกรรมาธิการพิจารณาศึกษา เรื่องช้างป่า แล้วก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการแก้ปัญหาช้างป่า ก็ขอบคุณ กรรมาธิการทุกท่าน ผมเห็นอย่างนี้ในรายงานมีหลายเรื่องที่น่าสนใจ ยกตัวอย่างเช่นง่าย ๆ ก็คือว่าท่านได้ให้ข้อมูลเรื่องช้างป่าว่าขณะนี้ช้างป่าสถิติเมื่อปี ๒๕๖๔ มีประมาณ ๕,๑๐๑ ตัว ผมไม่แน่ใจว่าเราใช้ศัพท์อย่างไร ช้างป่า จะเป็นตัวหรือเชือก ตอนเรียนชั้นประถมผมถูกอาจารย์ สอนว่าเป็นเชือก อันนี้เป็นตัวก็ไม่เป็นอะไร ก็ไม่ได้ติดใจแต่ว่าถ้าให้ความกระจ่างก็ดี แต่คำทำนายของท่านต่อการประเมินศักยภาพของช้างที่จะอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์นี้ ท่านบอก ว่าอันนี้น่าห่วงก็คือปี ๒๕๖๖ จะมีช้างป่าเกือบ ๖,๐๐๐ ตัว คือ ๕,๙๐๐ กว่าตัว ปี ๒๔๗๐ นี้ ขึ้นถึง ๘,๐๐๐ เลย พยากรณ์อย่างนี้ผมอยากถามกรรมการนิดหนึ่งว่ามันอาศัยหลักเกณฑ์ อะไรที่จะพยากรณ์ไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างช้างที่ผมดูแล้วมันมีมากขึ้น ๆ ตลอดเวลาครับ ไม่มีการควบคุมหรืออย่างไร อันนี้คำถามที่ ๑ อยากขอความรู้ด้วย แล้วการประเมินศักยภาพ ของช้างกับป่านี้ ผมก็อยากเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการว่าการประเมินสภาพ ของพื้นที่ต่อการดำรงอยู่ของช้างป่าในเขตอนุรักษ์มันใช้เกณฑ์อย่างไรบ้าง นี่คือคำถามที่ ๑ แต่ผมชอบในประเด็นที่ท่านพูดเรื่องของการแก้ไขปัญหาช้างป่าให้สำเร็จนี้ ท่านพูด ๒ องค์ประกอบ องค์ประกอบแรกก็คือส่วนของภาครัฐที่จะต้องไปดำเนินที่เกี่ยวข้องกับ อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อันนี้ผมเห็นด้วยหรือเกี่ยวข้องกับองค์การช้างในนาม ของภาครัฐหรือส่วนของกระทรวงที่มาเกี่ยวข้องกับช้าง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุดมศึกษา ที่ท่านเขียนไว้ในรายงานรวมทั้งกระทรวงอื่น ๆ เป็นต้น นั่นก็คือส่วนที่ ๑🔗

ในส่วนที่ ๒ ก็ชอบมาก ก็เรียนว่าท่านได้เสนอเรื่องภาคประชาสังคมแต่ต้อง สร้างว่าภาคประชาสังคมที่เป็นอาสาสมัครเฝ้าระวังช้างป่า เพราะว่าช้างป่านี้จะรุกเข้ามา ท่านใช้คำว่า มีช้างเกเรกับช้างที่เป็นช้างประจำถิ่น อันนี้ผมอยากถามเหมือนกันว่าช้างเกเร กับช้างประจำถิ่นนี้ท่านแยกอย่างไรด้วยนะครับ เป็นคำถามที่อยากถามเพื่อเป็นความรู้กับ ผมก็แล้วกันนะครับ ที่ออกมาจากป่าแล้วมาบุกรุกที่ทำกินหรือทำลายทรัพย์สิน อันนี้ก็เป็น ส่วนหนึ่งแล้วช้างประจำถิ่นก็ใกล้เคียงกันนะครับ ส่วนการสร้างอาสาสมัครเพื่อติดตามช้าง ให้ออกจากป่านี้ผมเห็นด้วย อันนี้ก็คือต้องบูรณาการกันระหว่างรัฐกับภาคประชาสังคม ส่วนการเยียวยานี้ผมว่าท่านพูดไว้ชัดเจนก็ไม่ขอพูดนะครับ สุดท้ายผมคิดว่าอีกเรื่องหนึ่ง ที่ผมมองก็คือว่าท่านพูดถึงการส่งเสริมมีข้อเสนอในข้อเสนอของท่านว่าเสนอให้การส่งเสริม การท่องเที่ยวในเขตป่า อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะหาวิธีทางทำให้การใช้ประโยชน์จากช้างป่านี้ มาเป็นการทำงานให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ท่านก็บอกว่าให้คนที่เป็นนักท่องเที่ยว ทั้งต่างประเทศและในประเทศได้มาท่องเที่ยวชมช้างป่า อันนี้ผมอยากขอความเห็นเพิ่มเติม เลยว่าจะทำอย่างไรให้เกิดสิ่งเหล่านี้ ถ้าเกิดได้มันก็ดีเพราะว่าถ้าเรามีการพัฒนา คนที่เป็น อาสาสมัครดูแลช้างแล้วก็ถ้ามีแบริเออร์ (Barrier) กั้นนี้หรือสร้างกั้นเครื่องกีดขวางแล้วนี้ เราจะทำอย่างไรให้สิ่งที่เราพูดไปเป็นการกีดกันช้างป่าแล้วทำให้นักท่องเที่ยวมาชมช้างป่า และเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งอุทยานและพี่น้องประชาชนที่มีรายได้เกิดขึ้นจากสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมถามไปประมาณ ๓ ประเด็น ก็ขอความชัดเจนจากกรรมาธิการแล้วก็ ขอบคุณกรรมาธิการที่ได้ทำเรื่องนี้แล้วก็ในเวลาอันสั้นนี้ผมคิดว่าผมมีความรู้จากรายงานของ ท่านตั้งแต่สถิติช้างป่า การประเมินช้างป่ากับพื้นที่ช้าง รวมทั้งการบูรณาการแก้ปัญหาช้างป่า และนำช้างป่ามาให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจครับ ขอบคุณท่านประธานครับ สวัสดีครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็น คุณศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ แล้วก็ต่อด้วย คุณคำพอง เทพาคำ เชิญครับ🔗

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครราชสีมา เขตอำเภอปากช่อง พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณสภาแห่งนี้ที่ให้ผมผู้แทน จากอำเภอปากช่องมาอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ป่า เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า บุกรุกทำลายทรัพย์สิน ทำร้ายร่างกายประชาชน นักท่องเที่ยว นับวันยิ่งรุนแรงมากขึ้น ท่านประธานครับ บ้านผม อำเภอปากช่องนั้นเป็นเมืองหน้าด่าน สู่อีสาน มีอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ก็มีปัญหาเฉกเช่นเดียวกับอีกหลายจังหวัดที่มีช้างป่า ลงมาบุกรุกที่ทำกินของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนชาวตำบลหมูสี ตำบลหนองน้ำแดง ตำบลโป่งตาลอง และอีกหลายตำบลที่ประสบปัญหา ตอนนี้มีข่าวเห็นกัน หน้า ๑ หนังสือพิมพ์ว่าช้างมาเป็นร้อยตัวที่ทับช้าง ท่านประธานที่เคารพ นี่คือปัญหาใหญ่ ที่พี่น้องประชาชนชาวอำเภอปากช่องกังวลและมีการขับไล่ช้างทุกวี่ทุกวัน โดยมีผู้นำท้องถิ่น ทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต. นายอำเภอ และอีกหลายหน่วยงานที่เป็น จิตอาสา ได้ลงมาช่วยกันผลักดันช้าง แต่ท่านประธานครับ มันแก้ปัญหาได้เฉพาะหน้า ไล่จาก หมู่ที่ ๑ มันก็จะไปหมู่ที่ ๓ ไล่จากหมู่ที่ ๓ ไปหมู่ที่ ๘ ก็วนกันอยู่อย่างนี้ ผมต้องขอกราบ ขอบพระคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ปัญหาช้างป่า สภาผู้แทนราษฎร ที่ทุกท่านนั้นได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปอยู่ในพื้นที่แล้วก็ไปดูงาน ผมเป็นคนหนึ่งที่เข้าไป ทำงานในคณะกรรมาธิการด้วย เห็นการทำงานแล้วก็ตั้งใจของคณะกรรมาธิการทุกท่าน ผมชื่นชมและขอกราบขอบพระคุณแทนพี่น้องประชาชนไว้ ณ โอกาสนี้ ท่านประธานครับ การศึกษาไม่ว่าจะเป็นค่าชดเชยเยียวยา ค่าสินไหมทดแทนในการที่เสียชีวิตต่าง ๆ ทั้งหลาย ทั้งมวลนั้นคณะกรรมาธิการได้จัดทำเป็นรูปเล่มอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไว้แล้วว่าเป็น การทำงานที่มีคุณภาพ ผมก็หวังใจเหลือเกินนะครับว่าอีกไม่นานการที่ศึกษาหาวิธีแก้ไข ปัญหาจะรีบออกมาบังคับใช้เป็นกฎหมาย แต่ถึงตอนนี้ท่านประธานครับ ผมอยากจะนำเรียน ท่านผู้ที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหา ตอนนี้ช้างเดินเล่นอยู่ที่เขาใหญ่บ้านผม จะขับไล่อย่างไร ก็ไม่ไป พระคุณเจ้าก็กลัว นักท่องเที่ยวก็ไม่มา เศรษฐกิจก็ทำให้แย่ลง ผมจึงนำเรียนว่าอยากจะ ให้ท่านรัฐมนตรี วราวุธ ศิลปอาชา อธิบดี ตลอดทั้งท่านประธานกรรมาธิการให้ลงมาดูแลทุกที่ ที่มีช้างออกมาในการที่จะแก้ไขเบื้องต้นให้กับพี่น้องประชาชนได้อุ่นใจ ในการที่จะชดเชย เยียวยา ไม่ว่าจะเป็นกรมการปกครองหรือป้องกันภัยมาดูแลกันก่อนให้สบายใจมากกว่านี้ สผ ท่านประธานครับ ใช่หรือไม่ครับสมมติฐานที่บอกว่าช้างออกจากป่าเพราะขาดแคลนน้ำ ขาดแคลนอาหาร ผมมีโอกาสได้เข้าไปที่ป่ากุยบุรีช่วงที่ทำการศึกษาการบริหารจัดการน้ำ ทั้งระบบซึ่งมีกรรมาธิการหลายท่านได้เสนอว่าอยากจะให้การบริหารจัดการน้ำครอบคลุม ไปถึงเขตที่เป็นเขตพื้นที่ของสัตว์ป่าด้วย เราเข้าไปดูเราก็เห็นว่าช้างแม้ว่าทางเจ้าหน้าที่จะ มีแหล่งน้ำเป็นแหล่งน้ำเทียมให้แต่พฤติกรรมของช้างเราจะเห็นว่าไม่ว่าจะฤดูกาลไหน ช้างก็ยังออกมาหากินอยู่นอกเขตป่า เป็นไปได้หรือไม่ครับท่านประธานว่าช้างป่าที่ออกมา มันออกมาตามดีเอ็นเอ (DNA) ของบรรพบุรุษของช้าง เหมือนกับงานวิจัยของนักวิชาการ ของต่างประเทศช้างแอฟริกา (Africa) ซึ่งเส้นบางที่มันสัญจรมันจะเดินทางไปบนเส้นทาง ที่บรรพบุรุษของช้างเคยใช้เคยทำมาหากิน งานวิจัยนี้งานศึกษานี้ได้มีการทำการศึกษาหรือไม่ หรือว่ามีแนวทางของทางคณะกรรมาธิการที่จะให้มีการศึกษาอย่างจริงจัง ถ้าสามารถที่จะได้รู้ ข้อมูลชัดเจนว่าช้างป่าไม่ได้มีพฤติกรรมเกี่ยวกับการที่จะต้องไปหาอาหารเพราะขาดแคลน อย่างเดียว แต่มันเป็นพฤติกรรมของช้างป่าที่เป็นในเอ็นดีเอ (DNA) แล้วก็จะต้องมีการเดินทาง ท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่าแนวป้องกันช้างที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้ทางคณะกรรมาธิการได้ ทำการศึกษาหรือไม่ เช่นคูน้ำอย่างที่จากเสิงสางไปโนนดินแดงในระยะทางกว่าร้อยกิโลเมตร ท่านประธานถ้าท่านประธานเข้าไปดูในบริเวณนั้นนะครับรอยเท้าช้าง มูลช้าง ไม่เฉพาะช้าง รอยกระทิงเต็มไปหมดเลย ถามว่าคูน้ำที่ใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลขนาดนั้นมันสามารถ ที่เป็นแนวป้องกันสัตว์ป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องช้างป่าได้จริงหรือไม่ คุ้มหรือไม่นะครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าในเรื่องของการเข้าไปมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่เรื่อง ของการที่จะทำความเข้าใจในพฤติกรรมของช้าง การเตือนภัยของเจ้าหน้าที่ว่าถ้ามีช่างป่า เข้าในพื้นที่ควรจะหลบหลีกอย่างไร ควรจะขับไล่อย่างไร อันนี้มีความชัดเจนหรือไม่ หรือแม้แต่พระภิกษุสงฆ์บางรูปท่านก็เข้าไปใกล้ช้าง ช้างป่าที่เข้ามานี้เป็นอันตรายอย่างมาก เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่เราจะใช้ความเชื่อว่าการที่ให้พระเข้าไปขับช้างโดยใช้เมตตาอะไร ทั้งหลายแหล่นี้ก็คงจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นผมคิดว่าเรื่องของการเตือนภัยโดยชุมชน โดยเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความสำคัญ น่าที่จะมีอยู่ในเรื่องของการศึกษาครั้งนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณนิติพล ผิวเหมาะ หลังจากนั้นก็เป็นคุณศรัณย์ ทิมสุวรรณ แล้วก็เป็นคุณอนุชา น้อยวงศ์ เชิญครับ🔗

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ เครือข่ายสิ่งแวดล้อม พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นเลยนะครับท่านประธานผมไม่ได้มีข้อขัดแย้งหรือว่ามีตรงไหนที่จะ เห็นแตกต่างไปกับรายงานของกรรมาธิการชุดนี้ เพียงแต่ว่าอยากจะขออภิปรายเพื่อตั้งเป็น ข้อสังเกตอาจจะส่งข้อสังเกตนี้สู่ท่านรัฐมนตรีวราวุธในฐานะที่ท่านเป็นผู้มีหน้าที่ ในการ บริหารจัดการเรื่องช้างป่าโดยตรง แต่ข้อสังเกตตรงนี้มันเป็นข้อสังเกตที่คิดว่าทางกรรมาธิการ น่าจะเอาไปประกอบเป็นข้อสังเกตเพิ่มเติมไปเพื่อพัฒนาตัวรายงานให้ดียิ่งขึ้น ในข้อเสนอ ของกรรมาธิการทั้ง ๙ ข้อ ผมเห็นด้วยในหลายข้อ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับเรื่องเยี่ยวยาต่าง ๆ กับผู้ประสบภัยก็ดี ตรงนี้ผมอาจจะต้องขอให้ทาง ส.ส. ญาณธิชา ช่วยอธิบายขยายความให้กับพี่น้องประชาชน ได้เห็นภาพกว้างให้มากยิ่งขึ้นว่าสิ่งที่กรรมาธิการคิดต้องการทำอะไร เสนออะไร พรีเซนต์ (Present) อะไรให้กับพี่น้องประชาชนให้พี่น้องประชาชนได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็วที่สุด แต่ว่าปัญหาที่ผมเห็นแล้วผมจะปล่อยผ่านไปโดยไม่พูดไม่ได้คือเรื่องเกี่ยวกับการควบคุม จำนวนช้างโดยจะเป็นประเด็นที่สำคัญคือเกี่ยวกับเรื่องการใช้วัคซีนในการทำหมันช้างอะไร ก็ดีต่าง ๆ แบบนี้ ต้องเรียนท่านกรรมาธิการแล้วก็ฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยก็แล้วกัน ถ้าตัววัคซีนในการควบคุมช้างท่านพูดถึงวัคซีนตัวที่ไปทดลองกับช้างบ้านทางภาคเหนือ ที่เชียงราย ๕ เชือกนั้นก็ต้องกลับมาคิดกันใหม่ว่าได้ผลจริงหรือเปล่า เพราะเท่าที่ผมไปพูดคุย เจ้าของช้างทั้ง ๕ เชือกนั้นเขายังไม่รู้เลยนะครับว่าวัคซีนที่เอามาฉีดให้กับช้างนั้นมันคืออะไร แต่ที่บอกกับชาวบ้านเจ้าของช้าง ๕ เชือกนั้นคือบอกว่าเป็นวัคซีนป้องกันโควิด (COVID) เรื่องนี้ เรื่องสำคัญต้องเช็ก (Check) ข้อมูลกันให้ดี ถ้ายิ่งเป็นวัคซีนแบบนี้ก็ต้องบอกตามตรงว่า ผมก็ไม่เห็นด้วย และผมติดต่อไปกับบริษัทที่ผลิตวัคซีนนี้โดยตรงเขาก็บอกผมกลับมาครับว่า ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเป็นเฉพาะราย ๆ ไป วัคซีนตัวนี้อาจจะเป็นวัคซีนตัวที่มาทดลอง ที่ทางเชียงรายที่ประเทศไทยก็ได้นี่คือเรื่องที่ ๑ เรื่อง🔗

ส่วนเรื่องที่ ๒ เป็นข้อเสนอในกรรมาธิการในข้อที่ ๕ และข้อที่ ๙ พูดรวมกัน ก็คือเกี่ยวกับเรื่องการสร้างสิ่งกีดขวางสร้างถนนตรวจการณ์เพื่อป้องกันการบุกรุกของช้างป่า แล้วเอามาสร้างเป็นเศรษฐกิจได้ก็แล้วกันเกี่ยวเรื่องการท่องเที่ยว ท่านประธาน ผมพูดแบบ สรุปสั้น ๆ ไว้แบบนี้ว่าเรื่องนี้ผมค่อนข้างเป็นห่วงก็เลยอยากจะตั้งเป็นข้อสังเกตเอาไว้ด้วย ผมเห็นรูปแบบในการก่อสร้างอะไรก็ตามที ดูแล้วก็ดูดีในภาพกราฟิก (Graphic) ในการ อภิปรายออกมา แต่ก็ต้องบอกเลยว่าคูกันช้างถนนอะไรต่าง ๆ เหล่านี้มันไม่ใช่ที่แรกที่ทำ ในประเทศไทยต่างประเทศก็เคยทำมาแล้วแอฟริกาก็เคยทำมาแล้ว ศรีลังกาเคยทำมาแล้ว แม้กระทั่งคูกันช้างในประเทศไทยก็ทำมาแล้ว โอเค (OK) รูปแบบ อาจจะไม่เหมือนครั้งนี้ รูปแบบแตกต่างกันไปแต่มันพิสูจน์มาแล้วว่ามันป้องกันไม่ได้ ถึงแม้ว่ารูปแบบนี้อยากจะลองดู ผมก็ไม่ได้มีค้านนะอยากจะลองก็ลองทำดูเผื่อมันจะเป็นแนวทางที่มันดีขึ้นได้ แต่ผมก็ต้อง บอกแบบนี้ครับเวลาช้างป่าก็ต้องตั้งต้นแบบนี้ก่อนดีกว่า ในการก่อสร้างมันต้องใช้ทั้งคน ใช้ทั้งเครื่องจักรใช้ทั้งอะไรต่อมิอะไร แล้วช่างเขามีประสาทที่รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้รวดเร็วมาก เร็วกว่าคนหลายร้อยเท่า ท่านประธานลองนึกภาพดูการก่อสร้างที่ขนทั้งคน ทั้งรถแบคโฮ (Backhoe) รถไถ รถอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด ช้างเขาโมโหนะครับ เวลาช้างป่าโมโหช้างป่า ไม่ได้วิ่งหนีนะครับ ช้างป่าหันหน้าเข้ามาแล้ววิ่งเข้าหาคน ความสูญเสียมันจะเริ่มตั้งแต่ กระบวนการก่อสร้าง ผมก็ไม่มั่นใจว่ากระบวนการก่อสร้างจะสามารถสร้างแล้วจบกระบวนการ จนกระทั่งออกมาเป็นตามแบบที่มาในเล่มของกรรมาธิการได้หรือเปล่า ตรงนี้น่ากลัวมาก แทนที่จะเปลี่ยนวิกฤติให้กลายเป็นโอกาสมันจะกลายเป็นวิบัติ ก็อยากจะฟังคำชี้แจงด้วย จากกรรมาธิการเผื่อมีเรื่องอะไรที่คิดว่ามันเป็นประโยชน์จริง ๆ ในส่วนอื่นไม่ได้เป็นการแก้ไข เรื่องกฎหมายอะไรต่าง ๆ ก็ทำดี อันนี้เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญที่สุดเหมือนที่ผม ได้เรียนไปตอนต้นว่าเกี่ยวเรื่องการเยียวยาอันนี้อยากจะขอฟังรายละเอียดให้ชัด ๆ ให้พี่น้อง ประชาชนได้อุ่นใจว่ากรรมาธิการเราสู้อย่างเต็มที่แล้วก็พยายามจะผลักดันให้เรื่องการเยียวยา เกิดขึ้นได้เร็วที่สุด เพราะปัญหาที่ผ่านมาติดขัดแย้งมากมายเต็มไปหมด ข้อเสนอแนะตรงนี้ ผมคิดว่าเป็นประโยชน์อันดับต้น ๆ ในเล่มรายงานของกรรมาธิการชุดนี้ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณศรัณย์ ทิมสุวรรณ ครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ถึงรายงานเกี่ยวกับการแก้ปัญหาช้างป่า จริง ๆ เรื่องช้างป่าเป็นเรื่องแรกที่ผมได้มีโอกาสพูดในสภาตั้งแต่สมัยที่อยู่ทีโอที (TOT) แล้วก็ผมได้เคยมีโอกาสเข้าไปร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้แล้วผมก็เห็นว่า สมาชิกทุกท่านมีความรู้ความสามารถแล้วก็สามารถที่จะเสนอทางแก้ไขแล้วก็ให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ได้ดีมาก รวมถึงรายงานฉบับนี้ก็มีคำแนะนำและข้อเสนอแนะที่ดีแล้วก็ผมเชื่อ ว่าเป็นประโยชน์ แต่ผมอยากจะฝากสักเล็กน้อยว่าช่องทางต่าง ๆ หรือว่าวิธีการแก้ไขต่าง ๆ ผมเชื่อว่าเราไม่สามารถใช้ในวงกว้างแบบที่ทุกที่ใช้เหมือนกันได้ จากที่ผมเคยเข้าไปฟังไม่ว่า จะเป็นการทำพื้นที่สำหรับให้ช้างป่าเข้าไปอยู่หรือไม่ว่าจะเป็นการทำรั้วหรือทำสโลป (Slope) ต่าง ๆ ผมว่าสุดท้ายแล้วมันก็ต้องดูที่พื้นที่แล้วก็ลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละจังหวัด แม้แต่ ช้างแต่ละพื้นที่ก็มีลักษณะที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นเราอาจจะต้องทำให้มันละเอียดขึ้น ผมไม่ได้หมายถึงว่าทำมาไม่ดีนะครับ หมายถึงว่าเราควรเจาะจงลงไปแต่ละพื้นที่ไปเลย พื้นที่นี้ทำอะไรได้บ้าง อะไรคือทางเลือกที่ดีที่สุด บางพื้นที่อาจจะต้องใช้รั้วด้วยหรือเปล่า หรืออาจจะเป็นการเสริมแหล่งอาหารหรือเปล่า หรือถ้าในบางพื้นที่มีจำนวนช้างมากจริง ๆ จำเป็นต้องย้ายออกนอกพื้นที่อันนี้ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ผมก็เห็นในข้อเสนอของกรรมาธิการ ผมเชื่อว่าทุกที่มันไม่สามารถใช้วิธีแก้ไขปัญหาที่เหมือนกันได้ไม่ว่าจะเป็นทางตะวันออกเอง หรือว่าทางอีสานเองในพื้นที่ของผมเองครับก็มีปัญหาเรื่องนี้ แต่ว่าด้วยความที่พื้นที่เป็นเขา การที่จะทำรั้วหรือการที่จะทำสโลป (Slope) บางครั้งอาจจะใช้ไม่ได้อันนี้เราอาจจะต้องมอง เข้าไปในรายละเอียดของรายพื้นที่ ซึ่งผมเชื่อว่าท่านกรรมาธิการเองก็ทราบดีเพราะว่า จากที่เคยเข้าไปคุยเข้าไปฟังการประชุมนี่ทุกท่านก็เคยยกประเด็นนี้ขึ้นมาแล้ว🔗

ส่วนเรื่องกฎหมายแล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบ ผมอยากจะเสนอแนะ แล้วก็สนับสนุนเพิ่มเติมแล้วกันครับว่าบางครั้งก็อยากให้หน่วยงานนี่ทำงานร่วมกับชาวบ้าน ในพื้นที่หรือแม้แต่ส่วนตำบลครับทั้งท่านผู้นำชุมชนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อย่างในพื้นที่ผมคนกลุ่มนี้ครับคือคนที่ไปคอยระวังช้างป่าในวันที่ออกมาแล้วก็ช่วยเหลือ ทำงานร่วมกับทางป่าไม้หรือทางอุทยาน ผมก็เลยอยากจะสนับสนุนว่าถ้าจะหาบุคลากร หรือว่าถ้าท่านยังขาดบุคลากรอยู่ คนกลุ่มนี้ครับพร้อมที่จะช่วยเหลือท่านแล้วก็ถ้าสามารถ ให้สวัสดิการหรือว่ามีอะไรที่สามารถอำนวยความสะดวกหรือทำให้เขาสามารถทำงานได้ อย่างสบายใจ เพราะว่าก็มีหลายครั้งที่ว่าออกไปดูปัญหาช้างป่าในตอนกลางคืน บางทีออกไป แล้วโดนตำรวจจับ ตำรวจนึกว่าเป็นโจรนึกว่ามาขโมยของหรือว่ามาทำอะไร ถ้าหน่วยงาน สามารถทำให้เป็นระเบียบได้หรือว่ามีเอกสารให้เขาสักนิดหนึ่งเขาก็จะสามารถช่วยหน่วยงาน ทำงานได้อย่างสบายใจ โดยเฉพาะเมื่อเขาเป็นคนพื้นที่เองนี่เขาทราบดีว่าช้างมักจะออกมา ตอนไหน ออกมาตรงไหน หรือตรงไหนเป็นจุดที่อันตรายสิ่งเหล่านี้ครับคนที่อยู่ในพื้นที่พร้อม ที่จะช่วยเหลือเพียงแต่ว่าการทำงานกับเขาหรือว่าการที่ให้เขาออกมาช่วยเหลือบางครั้ง มันทำให้เขาเกิดปัญหากับหน่วยงานรักษาความปลอดภัยอย่างที่ผมบอกครับบางครั้งก็โดน ตำรวจเรียก บางครั้งคนก็ไม่รู้ว่านี่คือมาช่วยรักษาความปลอดภัยเรื่องช้างนะ เพราะว่าต้อง ยอมรับต่างจังหวัดนี่บางทีเห็นใครก็ไม่รู้อยู่ในป่ามืด ๆ ชาวบ้านก็กลัวเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ถ้าหน่วยงานสามารถทำเรื่องนี้ให้ชัดเจนได้อาจจะมีออกเอกสารให้เขาว่าทำงานกับหน่วยงาน อยู่ทำงานกับป่าไม้นะ อันนี้คือสิ่งที่จะทำให้เขาสบายใจขึ้นแล้วก็ช่วยเหลือท่านได้ ผมก็ฝากไว้ ประมาณนี้แล้วกันครับ แล้วก็หวังว่ารายงานนี้จะทำประโยชน์แล้วก็ทำให้รัฐบาลหาทางออก เรื่องปัญหาช้างได้สักที ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณอนุชา น้อยวงศ์ หลังจากนั้นก็เป็นคุณมานพ คีรีภูวดล คุณนิยม เวชกามา เชิญครับ🔗

นายอนุชา น้อยวงศ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนุชา น้อยวงศ์ เขตการเลือกตั้งที่ ๓ อำเภอวังทอง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ท่านประธานที่เคารพ ในเขตการเลือกตั้งของผมอยู่ติดทุ่งแสลงหลวงซึ่งมีช้างป่า แต่ที่นั่นไม่มี การรบกวน ช้างป่าที่นั่นมีจำนวนไม่มากแล้วก็ไม่ได้ลงมาทำร้ายหรือมารบกวนพี่น้องประชาชน กระผมก็ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ครับท่านประธาน ช้างเป็นสัญลักษณ์ของ ประเทศมาตั้งแต่โบราณกาล ถ้าเราจะดูธงชาติไทยสมัยโบราณจะมีรูปช้างติดอยู่ในธงด้วย จะมีรูปช้างอยู่ ผมเป็นคนที่ศึกษาประวัติศาสตร์มาแล้วก็ได้รับทราบว่าสมัยท่านสมเด็จ พระนารายณ์มหาราชมีรายได้จากการจับช้างป่าแล้วส่งไปขายที่อินเดียปีละ ๓๐๐ เชือก ปีละ ๓๐๐ เชือกทุก ๆ ปีนะครับ สมัยนั้นราชวงศ์โมกุลเรืองอำนาจต้องการช้างจากประเทศไทยเข้าไป ช้างบ้านเขาเป็นช้างตัวเล็กครับ สู้ช้างป่าไทยไม่ได้ เขาก็เลยต้องการช้างจากไทยประเทศเรา ก็ได้นำช้างไปแล้วนำรายได้เข้ามาท้องพระคลัง ท่านประธานครับ ช้างอินเดียเป็นช้างขนาดเล็ก ไม่สง่างาม ฉะนั้นสมบัติของประเทศเรามรดกโลกก็คือช้างไทย วันนี้ข้อเสนอของผมไม่ได้ให้ จับช้างป่าไปขาย ไม่ใช่ครับ แต่ข้อเสนอผมเรามีสถาบัน เรามีหน่วยงานใหญ่อยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ เป็นที่อนุรักษ์ช้าง มีควาญช้างที่มีความสามารถจำนวนมาก ปัญหาของช้างในประเทศไทย ทุกวันนี้มันมีช้างเกเร ช้างดื้อ ช้างเร่ร่อน ช้างพวกนี้ไม่สามารถอยู่รวมโขลงได้จะเป็นด้วย เหตุผลใดจ่าฝูงขับออกมาครับ พวกนี้ก็จะเข้ามารบกวนคน บางครั้งก็มาทำร้าย มาเหยียบ คนตาย ปี ๆ หนึ่งผมทราบมาว่าคนตายเป็นสิบ ๆ คนเพราะช้างป่านี้ ฉะนั้นข้อเสนอของผม จับช้างครับ จับช้างเร่ร่อนพวกนี้หลังจากที่เราผลักดันโขลงช้างป่าขึ้นไปแล้วช้างที่ยังมารบกวน เป็นประจำจะเป็นช้างหนุ่มหรือจะเป็นช้างอะไรที่ไม่ยอมขึ้นป่ามาอยู่กับคนมารบกวนจับมา จับมาแล้วก็ให้สถาบันช้างที่สุรินทร์ซึ่งเขายังมีควาญช้างมีความสามารถจับช้างป่าอยู่นี่นำไป อนุรักษ์ครับ แล้วต่อไปก็คือนำถวายต่อพระมหากษัตริย์เพื่อให้พระมหากษัตริย์มอบเป็น ของขวัญให้กับพระมหากษัตริย์อื่นต่างประเทศที่ต้องการนำช้างไปเลี้ยง หรือจะมอบให้กับ รัฐบาลต่างประเทศก็ได้เป็นการสมพระเกียรตินะครับ มันมีเรื่องนี้เรื่องเดียวสำหรับสัตว์ ที่ดื้อเรื้อรังมันไม่มีทางจะแก้อื่น ท่านจะทำแบริเออร์ (Barrier) ท่านจะขุดอะไรกั้นอย่างไร ช้างไม่ใช่สัตว์ที่โง่ครับ ช้างเป็นช้างฉลาด ผมดูยูทูบ (YouTube) ทุกวัน บางทีมาอยู่ใต้ถุนบ้าน คนเดินไปเดินมาแบบนี้ไล่ก็ไม่ไปต้องจับอย่างเดียว ฉะนั้นผมหวังว่าข้อเสนอของผมคงจะไป ถึงกรมอนุรักษ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คุณมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และ ชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ถ้าพูดถึงเรื่องช้างผมคิดว่าคนไทยก็รู้จักแล้วก็มีความผูกพัน ทุกคนและทุกกลุ่ม โดยเฉพาะพี่น้องชาติพันธุ์ พี่น้องปกาเกอะญอผมนะครับ ผมคิดว่า ก็เกี่ยวข้องกับช้างแต่ว่าจะเป็นช้างเลี้ยง ท่านไปสถานที่ท่องเที่ยวที่เชียงใหม่ก็ดีภาคเหนือก็ดี ควาญช้างประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์เป็นพี่น้องชาติพันธุ์กะเหรี่ยง แต่วันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่อง ปัญหาช้างป่าท่านประธานครับ ผมคิดว่ากรรมาธิการได้ศึกษาเรื่องปัญหาผลกระทบที่ผ่านมา ค่อนข้างที่จะละเอียดนะครับเรื่องของผลกระทบกับพี่น้องชาวบ้าน ผลผลิตทางการเกษตร แล้วก็เรื่องที่ช้างเองจะต้องดูแลรักษาอย่างไรให้ยั่งยืนผมคิดว่าชัดเจน เรื่องข้อเสนอของ กรรมาธิการทั้ง ๙ ข้อผมคิดว่าก็ชัดเจนครับท่านประธาน🔗

เรื่องแรกเป็นประเด็นเรื่องของการสำรวจว่าจำนวนประชากรเท่าไร ประเด็น เรื่องการควบคุม ประเด็นเรื่องการเพิ่มพื้นที่อาหาร ประเด็นเรื่องการป้องกันไม่ให้คนไปรุกล้ำ ที่ของช้าง ประเด็นเรื่องการทำกำแพงก็ดี ต้องขนย้ายช้างที่เกเรก็ดี แล้วก็ต้องชดเชยค่าเสียหาย รัฐบาลจะต้องมีวิธีการเหล่านี้ ผมคิดว่าทั้งหมดเป็นข้อเสนอที่ดีหมดเลย แต่ว่าจะทำไม่ได้เลย ถ้าไม่มีระบบบริหารจัดการ ผมไม่เห็นในข้อเสนอนี้ครับ ระบบบริหารจัดการปัญหามันอยู่ใน พื้นที่ครับ กรรมาธิการก็รายงานเรียบร้อยว่าอยู่ใน ๕ กลุ่มป่า ระบบบริหารจัดการต้องบริหาร เชิงพื้นที่ อันนี้ผมไม่เห็นครับ ปัญหามันอยู่ที่พื้นที่ เดี๋ยวอธิบดีย้าย เดี๋ยวรัฐมนตรีเปลี่ยน และสั่งการตามข้อกฎหมาย ผมคิดว่าอันนี้คือปัญหาที่ผ่านมา สิ่งที่ผมพยายามเสนอตลอดครับ รูปแบบปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จะต้องมีรูปแบบการบริหารเชิงพื้นที่ คนที่เกี่ยวข้องผมเข้าใจ ว่าในพื้นที่เท่าที่ผมเห็น อันที่ ๑ คือคนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชน หน่วยงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถือกฎหมาย โดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช องค์กร ที่ดูแลเรื่องช้าง ผมคิดว่า ๓ กลุ่มนี้มันก็มีกลุ่มพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ชนชั้นกลาง ถ้าหากว่าไม่มีกลไกต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าทั้งหมด ๙ ข้อเป็นข้อเสนอเชิงเทคนิคทั้งหมดเลย ท่านประธานครับ เราไม่รู้ว่าใครจะทำ เมื่อสักครู่ท่านศรัณย์ก็อภิปรายแล้วว่าบริบทของแต่ละ พื้นที่ พฤติกรรมของช้างแต่ละพื้นที่ จำนวนปริมาณแต่ละพื้นที่ ลักษณะป่า ลักษณะการ เดินทาง พฤติกรรมและบริบทพื้นที่มีความแตกต่างกัน ถ้าหากว่าเราไม่มีองค์กรในการบริหาร เชิงพื้นที่ ผมเชื่อว่า ๙ ข้ออย่างไรก็ต้องกลับมาเหมือนเดิม เรื่องนี้เรื่องสำคัญ ท่านประธานครับ เวลาเราพูดถึงการแก้ปัญหาผมคิดว่าเรามีความรู้มากเพียงพอนะครับว่าเราจะจัดการอย่างไร จะใช้วิทยาศาสตร์ จะใช้สังคม จะใช้กฎหมาย จะใช้เครื่องไม้เครื่องมืออย่างไร ผมคิดว่าเรา มีความรู้หมดเลย พอถึงเรื่องระบบบริหารผมคิดว่าอันนี้เป็นปัญหาใหญ่ เมื่อสักครู่หลายท่าน ก็บอกว่าไม่จำเป็นจะต้องใช้วิธีแบบนี้การสร้างกำแพง เพื่อนสมาชิกก็บอกแล้วนะครับ แล้วอีกท่านหนึ่งก็บอกว่ามันจำเป็นจะต้องขนย้ายเพราะว่าปริมาณประชากรมันเยอะ ผมถามว่าใครจะตัดสินใจ มีไหมครับ รัฐบาลส่วนกลางจะรู้ไหมครับ หน่วยงานระดับส่วนกลาง จะรู้ไหมครับว่าเรื่องนี้จะต้องทำอย่างนี้ เพราะฉะนั้นข้อเสนอของผมที่ผมอยากจะเพิ่มเติม ให้กับกรรมาธิการก็คือว่าระบบบริหารจัดการเชิงพื้นที่โดยกระบวนการมีส่วนร่วม คนในพื้นที่ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ส่วนราชการที่มีอำนาจตามข้อกฎหมาย และองค์กรภาคประชาชน ชนชั้นกลางที่รักสัตว์รักช้างนะครับเข้ามามีบทบาท องค์กรก็มีตั้งหลายองค์กร มีทั้ง ๕ ผืนป่า องค์กรมูลนิธินี้ องค์กรมูลนิธินี้จะทำอะไรที่ไหนก็แบ่งกันไปครับ และก็ต้องทำแผนนะครับ แผน ๙ ข้อ อาจจะมีแผนข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ องค์กรเหล่านี้ กลไกเหล่านี้จะต้องทำ แผนเสนอว่าจะต้องทำอะไร บางพื้นที่ต้องย้ายออก บางพื้นที่ต้องสร้างกำแพง บางพื้นที่ อาจจะต้องไม่มีทั้ง ๙ ข้อก็ได้ แต่มีระบบวิธีการอื่นที่ดีกว่านี้ ก็อาจจะสามารถที่จะบริหาร จัดการได้นะครับ🔗

สุดท้ายท่านประธาน ผมคิดว่าแผนงานการบริหารจัดการโดยกระบวนการ มีส่วนร่วม ถ้าหากว่าองค์กรที่ทำอยู่ทุกวันนี้เป็นทั้งอาสาสมัคร เป็นทั้งองค์กรที่มาจากส่วนกลาง เป็นทั้งหน่วยงานภาครัฐ ปีไหนมีงบก็ทำเยอะหน่อย ปีไหนไม่มีงบก็ไม่ทำหรือแม้กระทั่ง เรื่องของอาสาสมัครที่ทำต่อเนื่อง แต่ว่าเจ้าหน้าที่ของภาครัฐเองก็ไม่ได้สนับสนุนอย่างนี้จะ ไม่มีความยั่งยืน เพราะฉะนั้นองค์กรบริหารจัดการเชิงพื้นที่รัฐบาลต้องรองรับและสนับสนุน อย่างเป็นทางการ องค์กรเหล่านี้จะต้องกลับมาทำแผนและเสนอแผนเป็นเชิงพื้นที่ ๆ ไป ผมคิดว่าแบบนี้ทั้ง ๙ ข้อจะประสบความสำเร็จครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปท่านนิยม เวชกามา แล้วก็เป็นศาสตราจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญเลยครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้อ่าน รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ปัญหาช้างป่า ท่านลองมาฟังจังหวัด ที่ไม่เคยมีช้างเลยเหมือนจังหวัดผมลองดูว่ามันจะเป็นอย่างไร ผมอยากแสดงความเห็นด้วย ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการนะครับ ผมเพิ่งรู้รายละเอียดจากการอ่านรายงานของท่าน โดยเฉพาะบทสรุปของผู้บริหารของคณะกรรมาธิการ ผมยังคิดว่าช้างมันเพิ่มขึ้นทุกปี ๆ จากหลายป่าที่ท่านรายงานบอกช้างป่าจาก ๔,๐๐๐ ๕,๐๐๐ ๖,๐๐๐ สุดท้ายท่านบอก ในรายงานฉบับนี้ว่าในปี ๒๕๗๒ ประเทศไทยจะมีช้างป่าเพิ่มขึ้นถึง ๘,๐๐๐-๙,๕๐๐ เชือก ผมเรียนมาแบบนั้นครับ ทีนี้ผมต้องขอกราบเรียนเพื่อจะนำเสนอแนวคิดผมเห็นหลายท่านพูด ผมเห็นท่านคุณหมอบัญญัตินี่บ่นทุกวันเลย บอกระยองช้างไม่ไหวแล้วบุกทำลายไร่ ฆ่าผู้คน เจ็บปวดตายทุกวัน ผมอิจฉานะที่ท่านพูดบอกมันทำร้าย ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพราะว่าท่านศึกษามา โดยเฉพาะประธานคณะกรรมาธิการ ท่านสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ผมอ่านดู มันเป็นแนวคิดที่บ้านผมไม่มี พอไม่มีผมก็เลยมีแนวคิดอีกแบบหนึ่ง ความจริงท่านพูดไปแล้ว ท่านอนุชาจากพิษณุโลกพูดบอกว่าเป็นประวัติศาสตร์ ผมก็มีประวัติศาสตร์นะ ช้างในพุทธกาล เฝ้ารักษาพระพุทธเจ้าคือช้างนาฬาคีรีดูแลพระพุทธเจ้าตลอดพรรษา แสดงว่าช้านี่เป็นสัตว์ ที่แสนรู้ เป็นสัตว์ที่มีความรู้ไม่ต้องไปฝึก มีจิตวิญญาณ ฉะนั้นผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ว่าเรื่องแบบนี้ส่วนหนึ่งอาจจะมีปัญหา แต่ถ้าปัญหามันมากในพุทธกาลกระผมพูดแล้ว บ้านผมไม่มี บ้านผมมีพื้นที่กว้างขวางเป็นหมื่น ๆ ไร่ บนพื้นที่ภูพานติดต่อเฉพาะที่กว้าง ๆ ซึ่งเขาเรียกว่า รุพิเลิศ บ้านผมอยู่ติดกับข้างบนเป็นภูผาด่างเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เปิด ขึ้นมา อธิบดีกรมอุทยานเพิ่งไปเปิด เฉพาะรุพิเลิศมีที่เป็นหมื่นไร่ ฉะนั้นวันนี้ท่านประธาน ปัญหาผมอ่านแล้วจากคณะกรรมาธิการ ท่านเปิดไว้บอกต้อง แต่ผมก็ต้องบอกว่าปัญหา ท่านเสนอมาผมก็เห็นด้วย เพราะบ้านท่านมีปัญหาเรื่องช้างทำร้าย เพราะผมเห็นในทีวี (TV) อยู่จันทบุรีพระถูกช้างฆ่าเมื่อ ๒ ๓ วันนี้ ผมก็ตกใจเหมือนกัน เผอิญพระรูปนี้เป็นพระบวชใหม่ เห็นอาจารย์ก็วัดเดียวกันล่ะ ช้างเข้ามาแล้วมาเคารพนับถือ ท่านบอกเอ๊ะ เมื่อเคารพท่าน ก็น่าจะเคารพด้วย ปรากฏว่าจิตวิญญาณของความเป็นพระท่านยังไม่ถึง จิตยังไม่สูงพอถูกฆ่า ท่านประธานออกทีวี (TV) อันนี้ผมถึงเสมอว่าวันนี้ไม่ต้องไปคิดมากแล้ว ผมเห็นข่าวว่าบางคน เสนอให้ทำหมันช้าง ผมตกใจนะ ที่จริงผมไม่อยากให้ทำหมันหรอกครับ เกิดมากเท่าไรยิ่งดี เพียงแต่ว่าเราจัดสรรที่อยู่ของช้างที่อื่นได้ไหม สกลนครบ้านผม สกลนครภูพานอยู่ ๑๐ กว่า จังหวัดภูพาน พื้นที่กว้างขวางเป็นที่อยู่ของช้างมาก อาหารช้างเป็นป่าไผ่ เป็นกล้วยเต็มไปหมด ถ้าท่านจะกรุณาท่านประธานเอาไปปล่อยที่บ้านผมเถอะ ใส่รถไปเลยไปปล่อยที่บ้านผมเลย ผมนี่ตั้งแต่เล็กจนโตเห็นช้างเมื่อคนสุรินทร์เอาไปในสมัยก่อนเสียเงิน ๑ บาทได้ขึ้นรอบบ้าน วันนี้ ๑๐๐ บาทถึงได้ขึ้น เพราะฉะนั้นช้างเป็นสัตว์ที่มีคุณค่ามีประโยชน์สำหรับประเทศไทย อย่าไปทำหมันครับ อันไหนที่อันตรายเอาไปที่บ้านผม เอาไปปล่อยที่รุพีเลิศที่เดียว ผมคิดว่า บรรจุได้เป็นร้อยตัวเลย แล้วในพื้นที่ภูพานยังมีอีกกว้างโซน (Zone) กาฬสินธุ์ มาถึงหนองบัวลำภู มาถึงอุดร มาถึงนครพนม มุกดาหาร ต่อเนื่องกันหมดพื้นที่เป็นหมื่นไร่ ฝากท่านด้วย ไม่ต้อง ไปทำอะไรมันเลย ไม่ต้องไปสร้างกำแพง ไม่ต้องไปเสียเงินรัฐ เพียงท่านจ้างรถสิบล้อบรรทุก ไปเลยเอาไปปล่อยที่ภูพาน ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กรรมาธิการรับข้อเสนอ ท่านด้วย เชิญท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ที่ท่านได้เคี่ยวเข็ญ เรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีในสภาแห่งนี้นะครับ ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน เพราะว่าท่านทำหน้าที่เป็นตัวแทนของจังหวัดระยอง แล้วก็มีประชาชนในพื้นที่ได้รับ ความเดือดร้อน ผมก็เห็นท่านพยายามจะผลักดันเรื่องนี้ แต่ในที่สุดมีการตั้งกรรมาธิการ มาศึกษาแล้วก็มีผลงานออกมาเป็นเรื่องที่ค่อนข้างที่จะละเอียด ขอขอบคุณทางคณะกรรมการ ที่ได้ศึกษาเรื่องนี้จนกระทั่งเป็นองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ ผมคิดว่าอันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่จะให้รัฐบาลท่านได้นำไปใช้ในการจัดทำนโยบายเกี่ยวกับเรื่องของช้างซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ป่า ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งได้กล่าวว่าอินเดียในอดีต เคยนำเข้าช้างจากประเทศไทย อันนี้ผมก็มีข้อมูลเช่นเดียวกันครับแล้วผมก็ได้รับทราบจาก ทางสถานทูตของเนเธอร์แลนด์ว่าคนดัตช์นี่ละครับเป็นคนเอาเรือขนช้างจากกรุงศรีอยุธยา ไปที่อินเดียไปค้าขายที่โน่น เพราะฉะนั้นช้างไทยจึงเป็นช้างที่ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของ ประเทศมาโดยตลอด ผมจึงอยากจะให้ทางรัฐบาลท่านได้ทำเรื่องนี้อย่างจริงจังว่าเรามีนโยบาย เกี่ยวกับเรื่องของช้าง มองว่านี่คือทรัพยากรธรรมชาติที่เราจะต้องสงวนรักษาแล้วก็ดูแล แน่นอนครับมันก็จะเกิดปัญหาที่เราได้ทราบกันมา ซึ่งทางออกที่สำคัญจริง ๆ ก็มีธุรกิจ ที่เกี่ยวกับช้างเกิดขึ้น มีปางช้าง มีเรื่องของการท่องเที่ยวในประเทศเกิดขึ้นมาแล้ว ผมคิดว่า สวนสัตว์ต่าง ๆ ทั่วโลกเขาน่าจะอยากได้ช้างไทยไปอยู่ประจำ อยากจะให้กระทรวงต่างประเทศ ลองสำรวจดูว่าประเทศไหนที่มีสวนสัตว์และยังไม่มีช้างเราน่าจะหาทางที่จะส่งไปเพื่ออย่างน้อย กระจายช้างออกไปนอกเหนือจากมาตรการภายในที่ต้องมีการควบคุมดูแลอย่างที่ได้เขียน เป็นรายงานมาแล้ว แล้วก็เชื่อว่าถ้าเราส่งเสริมเรื่องช้างให้เป็นที่รู้จักแล้วก็เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทั้งชาวต่างประเทศหรือว่าทั้งเด็กก็จะได้ประโยชน์ ผมเห็นพวกเราไปนำเข้ายีราฟหรือจิงโจ้ จากต่างประเทศเพื่อจะให้เด็กได้ดู แต่ว่าเรื่องช้างยังไม่ค่อยได้มีการดำเนินการกันก็อยากจะ ขอฝากเพราะว่าธุรกิจท่องเที่ยวยังเป็นธุรกิจที่สำคัญของประเทศไทยอยู่อันนี้ก็ขออนุญาต เสริมครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญกรรมาธิการชี้แจง เชิญครับ🔗

นายมานะ ชนะสิทธิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านครับ ผมมานะ ชนะสิทธิ์ ในฐานะที่ปรึกษา กรรมาธิการ ขอตอบคำถามของท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์โกวิทย์ พวงงาม ว่าช้างประจำถิ่น กับช้างเกเรนั้นต่างกันอย่างไร ช้างประจำถิ่นก็คือว่าช้างที่เขาออกนอกป่าแล้วมาอยู่ในสวน ของพี่น้องประชาชนที่รกร้างเช่นสวนยางบ้างอะไรบ้างหรือมาอยู่ป่าชุมชนที่ใกล้ ๆ หมู่บ้านบ้าง แล้วไม่ยอมกลับป่าอันนี้เรียกช้างประจำถิ่น ช้างเกเรก็คือว่าเขาออกมาแล้วเขาจะเที่ยว ทำลายพืชผลทางการเกษตรของพี่น้องประชาชนเจอคนก็จะทำร้ายประชาชน อันนี้เรียกว่า ช้างเกเร อีกท่านหนึ่งที่ถามว่าคิดอย่างไรที่รายงานของกรรมาธิการนั้นว่าช้างมีมากถึงประมาณ ๕,๐๐๐ ตัว เราคิดในอัตราอย่างไร คืออย่างนี้ครับ ผมก็รับข้อมูลจากกรมอุทยานว่าช้างนั้น มีอัตราการขยายพันธุ์ของเขา ๘.๒ เปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่เชื่อถือได้แน่นอนครับ เนื่องจาก ในคณะกรรมาธิการได้ไปศึกษาดูงานมาหลาย ๆ ที่ ยกตัวอย่างที่น่าชื่นชมมากอุทยาน แก่งกระจาน อุทยานแก่งกระจานนั้นเขามีองค์กรต่างประเทศเข้ามาช่วยในการเก็บมูลช้าง ทั้งป่าเอาไปตรวจดีเอ็นเอ (DNA) จึงรู้ว่าอัตราการขยายพันธุ์ของช้างเพิ่มขึ้นปีละ เขาบอก ๘-๑๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำไป อันนี้เชื่อถือได้แน่นอนครับเป็นวิทยาศาสตร์ครับ ฉะนั้นอัตราการขยายพันธุ์ของช้างนั้น ๘.๒ เปอร์เซ็นต์ ไม่ผิดครับ ถ้าป่ารวมกัน ๕ กลุ่มป่า วันนี้เราน่าจะมีช้างไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ ตัว ผมจะยกตัวอย่างกลุ่มป่าตะวันออก ๕ จังหวัด ภาคตะวันออกผมมีข้อมูลตั้งแต่ก็กรมอุทยานที่รายงานมานั่นล่ะครับ ปี ๒๕๕๙ ๔๒๓ ตัว ถ้านับจนถึงวันนี้ผมก็มานั่งคิดว่าเอา ๘.๒ คูณและบวกเข้าไปทุกปี ทุกปี ทุกปี จนวันนี้ถ้าเป็น ปี ๒๕๖๕ ช้างป่ารอยต่อต้องมีแล้ว ๗๑๖ ตัว แล้วถ้าถึงปี ๒๕๗๐ นี่ ๑,๐๕๙ ตัว แต่ป่า ที่สามารถรองรับได้ในกลุ่มป่า ๕ จังหวัดภาคตะวันออก ๓๑๓ ตัว ฉะนั้นเราจึงได้เห็นข่าว แทบจะรายวัน รายเดือน รายปี รายปีแล้วก็ตอนนี้เป็นรายวันแล้วครับ ว่าช้างได้ออกนอกพื้นที่ แล้วมาทำร้ายพี่น้องประชาชน เฉพาะจังหวัดจันทบุรีของผมตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๖๕ เสียชีวิตจากการโดนช้างเหยียบตาย ๓๗ รายแล้ว ศพพระที่โดนช้างเหยียบก็เพิ่งปลงเผาไป เมื่อวานครับ ตอนนี้ก็ยังคาวัดอีก ๑ ศพของเจ้าหน้าที่อุทยานนั่นล่ะครับที่อำเภอโป่งน้ำร้อน นี่คือความเดือดร้อนจริง ๆ ในเรื่องของช้างครับ ฉะนั้นก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านคงให้การสนับสนุนในรายงานของกรรมาธิการในคณะนี้ที่ทำขึ้นมา ถ้าเราทำได้ตามที่ กรรมาธิการเสนอมา สร้างแบริเออร์ (Barrier) รอบป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด ยกตัวอย่างนะครับ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นต้นแบบได้ รอบป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด ๕๙๐ กิโลเมตรเราใช้เงินลงทุน ไม่น่าจะเกิน ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าเราสร้างเสร็จจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าถนนมีถนนตรวจการที่สามารถวิ่งรอบป่ารอยต่อได้ในระยะทาง ๕๙๐ กิโลเมตร วิ่งชมสัตว์นี่ล่ะครับ ผมเชื่อว่าต่างชาติทั่วโลกต้องอยากมาดูช้างที่ประเทศไทย ของเรา แล้วผมใช้คอนเซปต์ (Concept) ว่า ๕ คุ้มครับถ้าทำเสร็จ ถ้าทำแบริเออร์ (Barrier) รอบป่ารอยต่อเสร็จ คุ้มที่ ๑ รักษาชีวิตคนที่ถูกช้างเหยียบ คุ้มที่ ๒ รักษาชีวิตช้าง คนกับช้าง ไม่ต้องไปเผชิญหน้ากัน คุ้มที่ ๓ รักษาพืชสวนการเกษตรของพี่น้องประชาชน คุ้มที่ ๔ รักษาป่า อย่างยั่งยืนเพราะมันมีเขตขอบเขตชัดเจนแล้ว บุคคลไม่สามารถบุกรุกป่าได้อีกแล้ว คุ้มที่ ๕ เราได้แหล่งท่องเที่ยวระดับโลกแล้วพี่น้องที่อยู่ขอบป่าก็สามารถปลูกพืชที่เป็นอาหารช้าง ขายให้นักท่องเที่ยวดีไหมครับ พี่น้องประชาชนก็สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ช้างก็อิ่มท้อง ถ้าเราไม่ทำอย่างนี้ช้างเพิ่มอย่างนี้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน พ.ศ. ๒๕๗๐ ช้างจะมากกว่าป่าที่มีอยู่ ยกตัวอย่างป่าตะวันออกรับช้างได้ ๓๑๓ ตัว วันนี้เรามีช้าง ๖๐๐ กว่าแล้ว ถ้าปี ๒๕๗๐ ขึ้นมา ช้างเป็น ๑,๐๕๙ เท่ากับว่าปริมาณช้างมากกว่าจำนวนป่าที่มีอยู่ ๓ เท่า วันนี้ก็ ๒ เท่ากว่าแล้ว แล้วจะไม่ให้เขาออกมานอกพื้นที่ได้อย่างไร นี่คือเหตุผลครับ ขอฝากทุกท่านไว้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ ขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ท่านกรรมาธิการ มีเพิ่มเติมไหมครับ เชิญเลยครับ🔗

นายจารึก ศรีอ่อน กรรมาธิการ

ขออนุญาตท่านประธานครับ พอดี กรรมาธิการของผม ผมจะให้พูดเกือบทั้งหมดท่านประธานครับเพราะว่าเราต้องการให้พี่น้อง ประชาชนได้มั่นใจว่าสิ่งที่เราทำมันถูกต้องแล้วก็ชอบธรรม สามารถเห็นได้จริง เพราะฉะนั้น เรียนว่ากรณีดังกล่าวปัญหาของช้างมันเป็นปัญหาเรื่องใหญ่พอสมควร มันก็มีการพูดกันต่าง ๆ นานาว่ากรรมาธิการชุดนี้จะทำได้หรือ โน่น นี่ นั่น เพราะฉะนั้นเราได้เตรียมข้อมูลไว้ได้ชี้แจง ให้พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นขออนุญาตให้กรรมาธิการของผมได้อภิปรายทุกท่านครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็อนุญาตนะครับ แต่ขอให้สรุปเพราะมีกรรมาธิการชุดต่อไปรออยู่ด้วยครับ เชิญเถอะครับ🔗

นายดิเรก จอมทอง กรรมาธิการ

ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กราบเรียนท่านผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ ผมดิเรก จอมทอง ที่ปรึกษากรรมาธิการ ผมรู้สึกยินดีแล้วก็มีความรู้สึกว่าหลายท่านได้ให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม แล้วก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจในช่วงเวลานี้ผมขออนุญาตตอบคำถามท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์โกวิทย์ พวงงาม ในประเด็นที่ท่านสอบถามว่าตกลงว่าช้างป่าที่เราคุยกันอยู่นี้ครับ เรียกว่าตัว หรือเรียกว่าเชือกนะครับ ช้างมีอยู่ ๒ ลักษณะ มีอยู่ ๒ ลักษณะ ลักษณะแรกเป็น สัตว์ป่า ลักษณะนามเราจะเรียกว่า ตัว ส่วนช้างบ้านมีลักษณะเป็นเขาเรียกว่า สัตว์พาหนะ สถานะเขาเป็นสัตว์พาหนะจะเรียกว่าเชือกนี่คือข้อแตกต่าง ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่ท่านได้ กรุณาสอบถาม แล้วก็ตั้งเป็นข้อสังเกตว่าแล้วเรื่องของการที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เกี่ยวกับช้างป่าจะสามารถทำได้อย่างไร ผมยกตัวอย่างว่ากรณีของป่ากุยบุรี กรณีป่ากุยบุรี ก็จะมีลักษณะของภูมิประเทศในรูปแบบหนึ่งของกุยบุรี ในขณะที่ทางป่าตะวันออกก็จะเป็น ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาแล้วมีจังหวัด ๕ จังหวัดล้อมรอบอยู่ภายนอกนะครับ ซึ่งจะต่าง จากทางป่าแก่งกระจานกับป่าตะวันตก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นกรอบที่เรามั่นใจว่าสามารถที่จะพัฒนา เป็นเรื่องแหล่งท่องเที่ยวได้ก็สืบเนื่องมาจากรูปแบบในเรื่องของแบริเออร์ (Barrier) หรือว่า คันกั้นช้างซึ่งเดี๋ยวคงจะต้องมีการคุยในรายละเอียดกันต่อไปนะครับว่าเนื่องจากคันกันช้าง จะต้องควบคู่ไปกับถนนตรวจการ ลักษณะสนับสนุนตรวจการจะเป็นลักษณะที่เหมือนกับ เป็นนอกจากเป็นแบริเออร์ (Barrier) ที่จะแยกระหว่างคนกับช้างแล้วนะครับ พื้นผิวจราจร และความกว้างประมาณ ๕ เมตรจะอยู่ขอบป่าแล้วแยกโซน (Zone) ระหว่างแหล่งทำกิน แหล่งที่อยู่อาศัยของของพี่น้องประชาชนกับขอบเขตของช้างป่า ซึ่งตรงนี้ถ้าท่านเคยไป ที่ป่ากุยบุรีอันนี้จะเห็นชัดเจน ถ้าเราอยู่บนสันถนนแล้วเรามองออกไปเราก็จะเห็นช้างป่า เราจะเห็นช้างป่าโดยที่มีแบริเออร์ (Barrier) กั้นอยู่ก็จะมีความปลอดภัย การศึกษาดูงานของ คณะกรรมาธิการทั้ง ๓ อนุ มีอยู่ ๓ อนุในหลาย ๆ พื้นที่ทั่วประเทศทำให้เราเห็นว่าหลายพื้นที่ สามารถที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ ซึ่งในรายละเอียดคงจะได้มีโอกาสมีเวทีที่จะชี้แจง ให้กับท่านผู้ทรงเกียรติทุกท่านต่อไป อย่างไรก็ตามเราค่อนข้างมั่นใจว่าผลของการพิจารณา นักศึกษาของกรรมาธิการนะครับสามารถที่จะผลักดันไปสู่การท่องเที่ยวได้ของเราดีแน่นอน เทียบกับศรีลังกา ๓,๐๐๐ กับ ๓,๕๐๐ บ้านเราพร้อมกว่าเยอะครับเบื้องต้นผมขอชี้แจง ท่านเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญท่านต่อไปครับ กรุณาสรุปนะครับก็ให้กรรมาธิการชุดต่อไปได้รับการพิจารณาด้วยครับ🔗

นายไพลิน หนูมาก กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายไพรินทร์ หนูมาก ในฐานะกรรมาธิการ ก่อนอื่นต้องกราบขอบคุณผู้ตั้งข้อสังเกตก็คือ จะตอบคำถามของท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์โกวิทย์ พวงงาม ที่ท่านได้เกียรติสอบถาม ตั้งข้อสังเกตเรื่องที่บอกว่าลำพังทางกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่บริหารจัดการดูแล เรื่องช้างนั้นคงจะลำบาก ถ้าไม่ประสานกับท้องถิ่น ผมว่าคำถามที่ท่านตั้งข้อสังเกตนั้น เป็นคำถามที่ผมสัมผัสมาเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพราะโดยพื้นฐานผมเป็นคนท้องถิ่น เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งปัญหาช้างป่าที่นั่นหลายคนถ้าไป ชลบุรี ระยอง จันทบุรี แปดริ้ว เรื่องช้างป่าตอนนี้บอกท่านได้เลยโดยเฉพาะ ๒ อำเภอ สนามไชยเขต ท่าตะเกียบ คนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมกลางวันทำอาชีพเกษตรกรรม กลางคืนไม่ได้นอนนะครับ เพราะกลางคืนต้องจัดเวรยามเขาเรียกว่าชุดเฝ้าระวังช้างป่า ๑ ชุด ชุดที่ ๒ เรียกว่าชุดไล่ช้างอีกชุดหนึ่ง บางครั้งผัวไปเมียอยู่ บางครั้งผัวอยู่เมียไป ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ท่านตั้งข้อสังเกตอยู่นั้นมันเป็นเรื่องจริง เพราะว่าปัจจุบันนี้เวลามีปัญหาช้างป่า ชุดที่ไล่ช้างจะมาจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็คืออำเภอหนึ่งจะมีชุด ๒ ชุด โดยเฉพาะต้องไปรวบรวมกำนันผู้ใหญ่บ้านอาสาสมัครมา บางครั้งอาสาสมัครที่มานี้ ขาดไม่ใช่ว่ามีรายได้ โดยการอาสาด้วยความเป็นอาสาสมัครจริงใจเพราะต้องการที่จะมา ปกป้องผลทางด้านการเกษตรของท่าน ตรงนี้เป็นเรื่องจริง สิ่งหนึ่งที่คณะกรรมาธิการบอกว่า มาศึกษากันเรื่องนี้เนื่องจากอะไรครับ เนื่องจากว่ากรมปัจจุบันท้องถิ่นนี้ไม่ว่าจะเป็น อบต. หรือเทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด ไม่มีระเบียบ ไม่มีกฎหมายที่ให้อำนาจในการที่ จะเข้าไปบูรณะหรือแก้ไขปัญหาหรือช่วยป้องกัน ปัจจุบันมีอย่างเดียวที่เป็นท้องถิ่นทำได้ก็คือ จัดทีมไล่ช้าง อย่างอื่นท้องถิ่นไม่สามารถไปดำเนินการได้เพราะกฎหมายอยู่ที่รัฐบาลกลาง ไม่ส่งสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. เทศบาลหรือ อบจ. ไม่สามารถจะไป ก้าวก่ายในเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเยียวยาต่อชีวิตหรือเยียวยาต่อพืชผลทางด้านการเกษตร ดังนั้นเราเห็นด้วยและขอบคุณท่านที่ได้ตั้งข้อสังเกต เป็นเรื่องหนึ่งที่สมควรเมื่อคณะกรรมการ ชุดนี้ได้เสนอเข้าไปในรัฐบาลนี้คิดว่าน่าจะได้รับการดูแลจากรัฐบาลเพราะว่าเป็นปัญหา ที่หลาย ๆ ท่านที่อยู่ในเขตจังหวัดที่มีช้างป่าจำนวนมากจะประสบปัญหาอย่างนี้จริง ๆ ครับ อีกท่านหนึ่งที่จะขอบคุณก็คือ ท่าน ส.ส. มานพ คีรีภูวดล ท่านบอกว่ารัฐบาลควรตั้ง ที่ท่านบอก ว่าช้างนี้ การไล่ช้างเป็นพื้นที่ที่ช่วยกันแก้ไขปัญหาช้างป่าในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ด้านนอก กราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าในคณะกรรมาธิการที่ไปศึกษาเรื่องนี้ ในข้อ ๒ ในข้อสังเกตได้ ขอให้รัฐบาลจัดตั้งคณะบูรณาการเรื่องช้างป่าในระดับท้องถิ่นตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด เพื่อบูรณาการในการบริหารจัดการเรื่องช้างป่าได้ครบวงจรมากขึ้น ตรงนี้ก็ขอบคุณท่าน ส.ส. อีกครั้งหนึ่งเรื่องนี้ในรายงานการประชุมก็ได้เสนอในข้อ ๒ ไปแล้ว ดังนั้นวันนี้ก็ขอบคุณ ท่านประธานสภาและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ให้โอกาสท่านได้อธิบายชี้แจงในเรื่องนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านต่อไปนะครับ🔗

นายสมศักดิ์ สุนทรนวภัทร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านนะครับ กระผม นายสมศักดิ์ สุนทรนวภัทร คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาช้างป่า กระผม ขอเรียนชี้แจงเพิ่มเติมนะครับ🔗

ประเด็นแรกจากท่านเฉลิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ถามในเรื่องของข้อมูล ในการพิจารณาการเคลื่อนย้ายของช้าง อพยพของช้าง ซึ่งกราบขอบพระคุณท่านอย่างสูงนะครับ สิ่งที่ท่านเสนอแนะมานี้ก็อยู่ในรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการเรียบร้อยนะครับ อย่างเช่น การเคลื่อนย้ายอพยพของช้างในเรื่องของการติดตาม การเคลื่อนย้ายประชากรช้าง อย่างเช่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชก็มีการติดคอลาร์ (Collar) ที่ส่งสัญญาณถึงดาวเทียมทำให้ทราบว่าตำแหน่งช้างนั้นอยู่ตรงไหน แต่เนื่องจากว่า ในปัจจุบันคอลาร์ (Collar) นี้มีราคาแพงมากทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีข้อจำกัดในการที่ติด ได้จำนวนไม่กี่ตัว ซึ่งแพงจริง ๆ ราคาในระดับแสนต่อการติดช้างตัวหนึ่ง อีกกรณีหนึ่งอย่างเช่น กรณีของทางป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรีก็มีการศึกษาในเรื่องการตั้งกล้องเรียลไทม์ (Real Time) สามารถที่จะทราบตำแหน่งช้างที่ออกมาหรือช้างที่เคลื่อนไหวได้ ซึ่งสามารถที่จะแจ้งเตือน ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบล่วงหน้าก็มีอยู่ในรายงานพร้อม แต่เนื่องจากว่าหลาย ๆ พื้นที่ก็อยู่ในระหว่างการพัฒนารูปแบบวิธีการในการติดตามประชากรช้าง โดยการใช้ เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยนะครับ ก็จะคงได้มีการพิจารณาแล้วก็หาเทคโนโลยีที่เหมาะสม ต่อไปนะครับ🔗

ประเด็นถัดมาก็คือในเรื่องของการเคลื่อนย้ายของช้างบางพื้นที่ก็มีการศึกษา ดีมาก อย่างเช่น กรณีป่าดงใหญ่ ดงพญาเย็น และเขาใหญ่ มีการศึกษาการเคลื่อนย้าย ของช้างก็มีอยู่ในรายงานนะครับ ก็มีการระบุชัดเจนว่าช้างที่ออกจากพื้นที่มากที่สุดช่วง เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน ลักษณะนี้เป็นต้น ซึ่งทำให้เป็นประโยชน์ต่อการควบคุม และผลักดันช้างก่อนที่จะทำอันตรายมากกว่านี้นะครับ แล้วก็ในประเด็นของในอนาคตที่ว่า จะมีการจัดการประชากรช้างป่า ผมจะเสริมในประเด็นที่ว่าในอนาคตถ้าเกิดมีประชากร ช้างป่ามากขึ้นเรื่อย ๆ ตามที่เราคำนวณไว้บนหลักฐานที่เพื่อนกรรมาธิการได้กล่าวไปนะครับ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานและเราก็มีไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการด้วยก็คือ อาจจะมีการย้ายไปอุทยานแห่งชาติหรือป่าอื่น ๆ มีความเหมาะสม อย่างเช่น ได้รับรายงาน จากทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมอุทยาน พืชที่เหมาะสม อย่างเช่น เขตอุทยานแห่งชาติ น้ำหนาว ยังพอที่จะรับจำนวนประชากรช้างป่าได้ อันนี้ก็อยู่ในรายงานของคณะกรรมาธิการ ด้วยนะครับ🔗

อีกประเด็นถัดมาก็คือในเรื่องของการท่องเที่ยว ผมขอเสริมจากประเด็น ของเพื่อนสมาชิกท่านมานะ ชนะสิทธิ์ ครับ ผลประโยชน์ของการท่องเที่ยวในอนาคตเรียนให้ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนรับทราบนะครับว่าแนวโน้มการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยเฉพาะ การเที่ยวสัตว์ป่าจะนิยมมาเที่ยวเพิ่มขึ้นในเรื่องของการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสัตว์นะครับ อย่างเช่น เขานิยมมาเที่ยวช้างป่ามากกว่าที่จะไปเที่ยวช้างบ้าน ไปขี่ช้าง ไปดูช้างแสดง หรือสัตว์แสดงอะไรพวกนี้นะครับ ซึ่งอนาคตถ้ามันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นก็จะกลายเป็น ผลประโยชน์มหาศาลกับประเทศไทย แล้วก็จากการจัดการช้างป่าตรงนี้นะครับ🔗

กรณีสุดท้ายในเรื่องการจับช้าง สมาชิกบางท่านที่นำเสนอข้อเสนอแนะมา เนื่องจากว่าช้างเป็นสัตว์สงวน แล้วก็เป็นสัตว์อยู่ในกฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เราจะจับช้างไม่ได้นะครับ ดังนั้นมันจึงไม่มีอยู่ในรายงานของคณะกรรมาธิการในการที่จะจับ ช้างเกเรออกไปฝึก หรือว่าจับช้างไปเพื่อที่จะไปฝึกเสร็จก็จะไปมอบให้ประเทศใดประเทศหนึ่ง เนื่องจากยังมี พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าดูแลอยู่ตรงนี้นะครับ เราไม่สามารถที่จะจับ สัตว์ป่าออกไปทำอะไรได้ ผมก็คิดว่ามีประเด็นหลัก ๆ ประมาณนี้นะครับ ขอขอบพระคุณ ท่านประธานสภาและสมาชิกทุกท่านนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานกรรมาธิการ เหลือกี่ท่านครับ ขอให้อีก ๑ ท่านนะครับ ขอใช้สิทธิกับประธานกรรมาธิการขอให้อีก ๑ ท่าน เชิญเลยครับ🔗

นายเดชา คงคา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผม นายเดชา คงคา กรรมาธิการ กระผมต้องขอขอบคุณ ท่าน ส.ส. นิติพล ผิวเหมาะ ที่เป็นห่วงต่อการควบคุมประชากรช้างป่า การควบคุมประชากร ช้างป่าจะทำด้วยความยากลำบาก เพราะช้างป่าเป็นสัตว์ใหญ่ มีน้ำหนักหลายพันกิโล โดยเฉพาะเพศผู้อยู่รวมกันเป็นโขลง ช้างเพศผู้และเพศเมียมีอวัยวะสืบพันธุ์อยู่ภายใน ร่างกาย การควบคุมประชากรช้างป่าด้วยการผ่าตัด ทำหมัน ตัดท่อนำไข่ของช้างเพศเมีย และผ่าตัดนำอัณฑะออกจากร่างกายจะทำด้วยความยากลำบาก ต้องวางยาสลบ ซึ่งจะมี โอกาสทำให้ช้างป่ามีโอกาสรอดชีวิตยาก ข้อสำคัญการพบช้างป่าเพศผู้ตามผืนป่าต่าง ๆ จะทำ ด้วยความยากลำบาก เพราะว่าช้างป่านั้นจะมีนิสัยดุร้ายสามารถทำอันตรายต่อทางเจ้าหน้าที่ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณมากครับ ที่รักษาเวลา🔗

นายจารึก ศรีอ่อน กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดหนึ่ง พอดีเราได้เตรียมไว้เพราะว่าพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนกับเรื่องช้างเป็นจำนวนมาก ก็อยากจะฟังเพราะว่ารายงานเราไม่ได้ส่งไปทั่วประเทศไทย เพราะฉะนั้นเรียนว่าอยากจะให้ พูดอีกสัก ๓ คน อีก ๒ คน รวมทั้งผมสรุปแล้วก็จะได้จบ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานกรรมาธิการครับ ปกติที่มันมีในรายงานแล้วก็ไม่ต้องไปซ้ำ แต่ว่าผมอนุญาตให้ ๑ ท่านครับ🔗

นายจารึก ศรีอ่อน กรรมาธิการ

แล้วพี่ต้องประชาชนไม่ต้องทราบหรือ ท่านประธาน ตอนนี้ท่านประธานครับช้าง ๓ ๔ วันนี้ตายไป ๓-๔ คน อยากให้พี่น้อง ประชาชนได้ทราบ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เข้าใจแล้วเข้าใจ ปกติ ก็ไม่อนุญาตอย่างนี้หรอกครับ แต่ว่าวันนี้อนุโลมว่าเนื่องจากมีกรรมาธิการที่เป็นบุคคลภายนอก เขาเข้ามาร่วมก็ให้เกียรติเขา🔗

นายจารึก ศรีอ่อน กรรมาธิการ

แล้วท่านประธานให้พูดอีกกี่คน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อนุญาตให้ ๑ ท่านครับ เชิญครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ ประเดิมชัยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่บังเอิญขออนุญาตเอ่ยนามท่านกรรมาธิการสมศักดิ์ท่านลุกขึ้นมาตอบแล้วพูดถึง ชื่อผมผิดเดี๋ยวไปปรากฏในรายงานการประชุมผิดพลาด ผม ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ครับ ที่สอบถามไปเมื่อสักครู่ไม่ใช่เฉลิมชัยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญเลยครับ🔗

นายจารึก ศรีอ่อน กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ พรรคพลังท้องถิ่นไทยนะครับ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ เราได้ศึกษากันมาทั้งหมด ๑๙ เดือน แล้วก็รอจะเข้าสภา อีก ๙ เดือน วันนี้ประธานก็เร่งก็ไม่เป็นอะไรครับด้วยเหตุของท่านประธานที่ว่าจะต้องมีคน รอต่อไป ขอญาติเรียนท่านประธานครับว่ากรณีดังกล่าวหัวใจของมันในการแก้ปัญหาช้างป่า ก็คือเราจะต้องแยกคนออกจากช้างให้ได้ คูคันกั้นช้างเราจะต้องทำให้กั้นช้างได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ที่ปัญหามันเกิดขึ้นมาเพราะคูคันกั้นช้างของเรามันไม่ประสบความสำเร็จ ขออนุญาต ท่านประธานขออนุญาตเสนอคลิป (Clip) นิดหนึ่งเพื่อความมั่นใจของพี่น้องประชาชนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายจารึก ศรีอ่อน กรรมาธิการ

คลิป (Clip) ที่ทำมากรณีคันกั้นช้าง คูกั้นช้างอะไรต่าง ๆ ที่กรมอุทยานได้ทำมามันล้มเหลวโดยสิ้นเชิงครับท่านประธานที่เคารพ ดูสิครับมาเป็นโขลง ๆ พอออกมาได้ทีเป็นโขลง ๆ แล้วก็กรณีต่าง ๆ ไม่สามารถกั้นช้างได้เลย เพราะฉะนั้นเรียนว่าคูกั้นช้างเราก็ไม่อยากให้กรมอุทยานได้ดำเนินการทำอีกต่อไป ตอนนี้ ผมทราบว่าก็ยังมีการก่อสร้างขึ้นอีก ผมถามอุทยานว่าคุณจะก่อสร้างไปเพื่ออะไร เพราะว่า ก่อสร้างแล้วมันกั้นช้างไม่ได้ ผมถามท่านคำว่าจังหวัดไหนที่ทำลักษณะนี้แล้วกั้นช้างได้บ้าง ของคุณพยายามลงทุนให้อย่างสูงเลยตรงนี้ที่เขาตะกรุบเนื้อที่ประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ เราก็จะ เอาช้างที่เกเรหรือช้างที่ทำร้ายพี่น้องประชาชนเสียชีวิตอยู่บ่อยครั้งเราจะเอามาไว้ที่นี่ ท่านประธานดูครับว่าเขาดันเบา ๆ เท่านั้นเอง อันนี้เป็นแบริเออร์ (Barrier) เป็นแท่งปูนใหญ่ ๆ ซึ่งช้างดันเบา ๆ ก็ล้มแล้วครับท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นเรียนว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ที่อุทยานคิดไว้ ที่อุทยานทำมาหลายปีมันไม่ประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการ ของเราก็ได้คิดแบริเออร์ (Barrier) ขึ้นมาซึ่งมันสามารถกั้นช้างได้จริง เรามีตัวอย่างขอคลิป (Clip) ตรงนี้ด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพครับท่านดูครับตรงนี้แค่ ๔๕ องศาเท่านั้นเอง ช้างยังขึ้นไม่ได้เลยนะครับเราออกแบบไว้ทั้งหมดมัน ๖๓ องศา สูงก็น่าจะพอ ๆ กันประมาณ ๔ เมตร เพราะฉะนั้นช้างไม่มีโอกาสขึ้นได้เลย ขอเรียนท่านประธานไปยังสมาชิกและพี่น้อง ประชาชนทุกท่านว่าช้างอย่างไรก็ไม่เก่งกว่าคน เพียงแต่ว่าความตั้งใจที่หน่วยงานทางราชการที่ รับผิดชอบไปดำเนินการมีความจริงใจที่จะทำแค่ไหนอย่างไร ถ้าเรามีความจริงใจที่จะทำ ผมว่าสำเร็จแน่นอนครับ ท่านประธานที่เคารพ เรียนว่าขณะนี้เวลานี้มันยอมไม่ได้แล้วครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนบ้านผม ๒ ๓ วันนี้เขาตาย ๒ ๓ ศพอย่างนี้เราจะปล่อยให้พี่น้อง ประชาชนอยู่กันอย่างนี้ไม่ได้ และสะเทือนไปยิ่งกว่านั้นก็คือการประกอบอาชีพของพี่น้อง ประชาชนครับ ท่านประธานที่เคารพ การประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็น การกรีดยางหรืออะไรต่าง ๆ ก็ออกมาทำมาหากินกันไม่ได้เพราะกลัว กลัวช้างจะทำร้าย เพราะฉะนั้นเรียนท่านประธานฝากไปยังหน่วยงานว่าเราถึงเวลาแล้วปัญหาเรื่องช้างป่าจะต้อง หมดไป มันรุนแรงขึ้นเพราะว่าคูคันของท่านมันกันไม่ได้ช้างมันมากขึ้นทุกวัน ๆ ถ้าคูคัน ของท่านกั้นได้ความสูญเสียมันจะลดลง แต่ ณ ปัจจุบันนี้มันไม่ลดลงมันมีแต่เพิ่มขึ้นครับ เพราะฉะนั้นเรียนว่าหน่วยงานราชการคืออุทยานต้องเกาให้ถูกที่คันแล้วทำให้ถูกจุดครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านกรรมาธิการ บังเอิญเมื่อสักครู่อนุญาตไปท่านหนึ่งสุดแล้วครับ ให้สัก ๒ นาทีนะครับ🔗

นายสุวิชาณ สุวรรณาคะ กรรมาธิการ

ขอบพระคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายสุวิชาณ สุวรรณาคะ เกษตรกรผู้ประสบภัยจากภัยช้างป่า ในฐานะกรรมาธิการครับ ต้องขอบคุณสภาแห่งนี้ ที่ให้ความสำคัญกับปัญหานี้ปัญหาที่อยู่บนเส้นความเป็นความตายของพี่น้องประชาชน ผมขออนุญาตเป็นตัวแทนของผู้ประสบภัยจากภัยช้างป่าครับ ผมใช้สิทธิกรรมาธิการไม่ได้ เนื่องจากไม่มีเวลาแล้วแต่ว่าท่านได้กรุณาให้ผมได้ใช้สิทธิของผู้ประสบภัยจากช้าง แล้วก็ต้อง ขอบคุณพรรครวมพลังครับที่สนับสนุนให้ผมได้เข้ามาทำงานแก้ปัญหาช้างป่าด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเรียกร้องผ่านสภาแห่งนี้ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งท่านอาจจะใจจืดใจดำกับพวกเราท่านไม่เคยแสดง ความเสียใจกับความเสียหายกับพวกเราเลย เพราะฉะนั้นขอให้ท่านนำช้างออกจากชุมชน โดยเร็วที่สุดครับ ถ้าปัญหานี้ไม่สามารถยุติได้ถ้าท่านยังปล่อยให้ช้างอยู่กับชุมชนเหมือนกับ ทุกวันนี้น้ำท่วมท่านยังเอาน้ำออกจากชุมชนครับ แต่ทำไมปัญหาช้างป่าท่านกลับให้เราอยู่ กับช้างละครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านเอาช้างออกโดยเร็วที่สุด ขอเรียกร้องแทนผู้ประสบภัย จากช้างทั่วประเทศครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ สมาชิกครับ หลังจากได้ฟังสมาชิกทั้ง ๑๒ ท่านได้อภิปรายก็ไม่มีผู้ใดคัดค้านรายงานการศึกษาและ แก้ปัญหาช้างป่าของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ก็เลยขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ว่า ท่านสมาชิกจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบรายงานของกรรมาธิการนะครับ เนื่องจากมีข้อสังเกต เช่นเดียวกัน ดังนั้นก็ต้องขอถามว่าท่านสมาชิกมีความเห็นไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของ กรรมาธิการหรือไม่🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มีและมีไม่มีความเห็น อย่างอื่นก็ถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบรายงานของกรรมาธิการนะครับ จบการพิจารณา กรรมาธิการวิสามัญรายงานผลการศึกษาและแก้ปัญหาช้างป่า ขอขอบคุณกรรมาธิการ ทุกท่านนะครับ🔗

ต่อไปจะเป็นวาระที่ ๔.๙ ๔.๙ ได้พิจารณาไปพร้อมกับวาระที่ ๔.๗ แล้ว ก็จะเป็นวาระที่ ๔.๑๐ หลังจาก ๔.๑๐ แล้วก่อนปิดการประชุมก็จะมีอ่านพระบรมราชโองการ ปิดสมัยประชุม ผมก็ขอเชิญสมาชิกไว้ล่วงหน้านะครับ เมื่อจบวาระที่ ๔.๑๐ แล้วก็ขอเชิญ พวกเราเข้ามารับฟังพระบรมราชโองการปิดสมัยประชุมสามัญด้วย ขอเชิญกรรมการนะครับ🔗

๔.๑๐ รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง การแก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน เชื้อเพลิงในสถานการณ์วิกฤติน้ำมันแพง ไตรมาส ๔ ปี ๒๕๖๔ เชิญคณะกรรมาธิการ การพลังงานพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

เชิญกรรมาธิการครับ🔗

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกที่มีความประสงค์ อภิปรายเรื่องนี้ขอเชิญนะครับลงชื่อส่งมาด้วยครับ ถ้ากรรมาธิการพร้อมขอเชิญนะครับ รายงานครับ🔗

นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกิตติกร โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลำปาง พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน วันนี้ ทางคณะกรรมาธิการการพลังงานจะมาขอรายงานผลการศึกษา เรื่อง การแก้ไขปัญหาราคา น้ำมันเชื้อเพลิงในสถานการณ์วิกฤติน้ำมันแพง ไตรมาส ๔ ปี ๒๕๖๔ ซึ่งเมื่อปลายปีที่แล้ว ประเทศไทยเราเองก็ประสบปัญหาเรื่องปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเริ่มมีแนวโน้มปรับราคา สูงขึ้น ซึ่งเหตุหลัก ๆ เองมันก็มาจากสถานการณ์ในตลาดโลกเพราะว่าช่วงปลายปีนี้เป็นช่วง ที่เรากำลังจะพ้นจากโควิด (COVID) ทุกประเทศมีการเร่งการกระตุ้นเศรษฐกิจกัน แล้วทุกคน จากที่อยู่กับบ้านจากที่มีการปิดเมืองเศรษฐกิจต่าง ๆ เริ่มเดินราคาเชื้อเพลิงต่าง ๆ รวมถึง ราคาน้ำมันเองก็เริ่มที่จะผลักขึ้นมาไต่ระดับสูงขึ้นมาเป็นประวัติการณ์และช่วงเวลานั้นเอง นี่ก็มีข้อเรียกร้องต่าง ๆ นานาเข้ามาว่าให้รัฐบาลให้เร่งการช่วยเหลือทางกรรมาธิการเอง ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ เราก็ดูศึกษาสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนะครับ เราเองก็มีการเชิญทางกระทรวงพลังงานเองมาพูดคุยกัน ณ ตอนนั้นเองถามว่าจริง ๆ เราพอ เห็นภาพไหมเราก็เห็นภาพว่าจริง ๆ แล้วที่เราบ่นกันในไตรมาส ๔ ปีที่แล้ว มันเป็นแค่ จุดเริ่มต้น จริง ๆ แล้วราคาน้ำมันมันก็จะมีผลกันอีกนานอย่างที่เรารู้กันถึงตอนนี้ว่าพอมาต้น ปีปุ๊บสถานการณ์ยิ่งเลยร้ายเข้าไป มันมีสถานการณ์ของวิกฤติรัสเซีย-ยูเครนมา มีสงคราม เข้ามาก็ยิ่งทำให้สูงขึ้น ซึ่งในรายงานฉบับนี้เราพิจารณา ณ ตอนนั้นนะครับมันก็เลยเป็นที่มา ว่าเราจึงระบุว่ามันเป็นรายงานในไตรมาส ๔ แต่จริง ๆ แล้วมันก็สามารถนำรายงานตัวนี้ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้เพราะว่ามันเป็นมาตรการระยะสั้นในช่วงนั้นที่เราคิดว่าถ้าช่วงนั้น ผลกระทบขนาดนี้เครื่องมือที่รัฐบาลมีที่ทำได้มีอะไรบ้าง ก็ขอไปเร็ว ๆ ก็ขอไปเรื่องข้อสรุป เลยแล้วกันว่าที่ทางกรรมาธิการเองได้พูดคุยกันในช่วงเวลานั้นเราก็มามีข้อสังเกตต่าง ๆ ข้อสรุปต่าง ๆ อย่างแรกเลยก็คือว่าช่วงนั้นเรามีความเห็นว่าให้มีการปรับสูตรน้ำมันดีเซล จากตอนนั้นเราใช้กันบี ๑๐ (B10) แล้วก็มีบี ๒๐ (B20) มีบี ๑๐๐ (B100) ตอนนั้นเองเรา มีความเห็นมาว่าเราอยากให้รัฐบาลปรับสูตรน้ำมันดีเซลลงมาเหลือดีเซลเป็นบี ๕ (B5) อย่างน้อยก็เป็นเวลาช่วง ๓ เดือนถึง ๖ เดือน ซึ่งตอนนั้นเองราคาซีพีโอ (CPO) หรือราคา ทะลายปาล์มต่าง ๆ กำลังวิ่งสูงขึ้นแล้วก็ทำสถิติสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นประวัติการณ์ ณ จังหวะนั้น ถ้าเราปรับลดสัดส่วนการผสมบี ๑๐๐ (B100) กับน้ำมันดีเซลเราสามารถลดน้ำมันบี (B) หนึ่ง เฉลี่ยประมาณ ๒๕ สตางค์ ถ้าจากบี ๑๐ (B10) ลงมาเหลือบี ๕ (B5) เราดึงออกมาได้ประมาณ ๒.๕๐ บาท อันนี้ตัวเลขคร่าว ๆ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราเสนอรัฐบาลไป แล้วก็จังหวะมันทำได้ เพราะว่าตอนนั้นราคาน้ำมันปาล์มเป็นราคาที่กำลังถีบตัวสูงขึ้น ซึ่งจริง ๆ ถ้าตอนนั้นรัฐบาล ทำเราก็จะแก้ปัญหาได้ ๒ อย่างเลยคือว่าน้ำมันก็ยังพยุงราคาได้ แล้วราคาน้ำมันปาล์มเอง ที่สูงขึ้นจนทำให้น้ำมันบริโภคของเรา น้ำมันคุ๊กกิงออยล์ (Cooking Oil) ของเราสูงขึ้นตาม ก็สามารถหยุดยั้งตรงนั้นได้เหมือนกันนะครับ แต่เข้าใจว่ารัฐบาลก็เห็นด้วยแต่ว่าอาจจะทำ ช้าไปนิดหนึ่งนะครับค่อย ๆ ลดปรับลงมา🔗

อันที่ ๒ คือเรื่องของน้ำมันเบนซินเราก็มีการเสนอเหมือนกันเพราะว่าตอนนั้น เอทานอล (Ethanol) เองก็ราคาแพง เรามีน้ำมันเบนซินอี (E) หลายตัวมากมีอี ๑๐ (E10) อี ๒๐ (E20) อี ๘๕ (E85) ต่าง ๆ ตอนนั้นเราก็มีข้อเสนอว่ารัฐบาลนี้ควรจะลดประเภท อี (E) ลงมาให้แหลือแค่อี ๑๐ (E10) ตัวเดียว เพราะว่ายิ่งผสมมากก็ยิ่งทำให้ราคาแพงขึ้น ก็ไม่ได้มีประโยชน์แต่อย่างไร🔗

ส่วนมาตรการที่ ๓ ที่เราเห็นด้วยกับที่รัฐบาลทำในช่วงเวลานั้นก็คือตรึงราคา น้ำมันไว้ที่ ๓๐ บาท ซึ่งทางคณะกรรมาธิการเองพิจารณาแล้วก็เห็นว่าน่าจะมีความเหมาะสม ว่าที่ตรึงไว้ที่ ๓๐ บาท ณ เวลานั้นเองถ้าเราย้อนความกันไปเราคงจำกันได้ว่ามีบางภาคส่วน เรียกร้องให้เป็น ๒๕ บาทด้วยซ้ำ แต่เราก็ยังเห็นว่าคือเราก็พอมีอินไซด์ (Inside) กับรัฐบาล ว่าเหตุการณ์มันไม่จบง่าย ๆ คือถ้าลดมากภาระงบประมาณก็จะมากขึ้นตรึงไว้ที่ ๓๐ บาท ณ เวลานั้นก็น่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามเราก็พิจารณาถึงกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบ จริง ๆ นะครับว่า สำหรับกลุ่มบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงอาจจะเป็นภาคขนส่ง หรืออะไรต่าง ๆ รัฐบาลเองมีช่องอื่นที่สามารถทำได้อีกครับ อย่างเรื่องของภาษีสรรพสามิต ตอนในข้อสังเกตของเรา เราก็เสนอไปว่ารัฐบาลอาจจะพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตลงไป จำนวน ๕ บาทต่อลิตร ซึ่งสอดคล้องกับข้อเรียกร้องที่ตอนนั้นมีการเรียกร้องในบางภาคส่วน คือเราเห็นว่าการใช้ภาษีสรรพสามิตเป็นเครื่องมือในการลดราคาน้ำมันอันนี้เป็นเรื่องที่ทำได้ เราไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลทำในปัจจุบันที่ลดภาษีสรรพสามิตให้ทุกคน เราคิดว่าถ้าลดนี่ ควรจะลดเป็นเป้า ก็คือว่าคนที่เดือดร้อนควรจะได้รับการช่วยเหลือไม่ใช่ลดทั่วไป ลดทุกคน อย่างเช่นที่เราทำอยู่ในตอนนี้ เพราะตอนนั้นเองเราก็มีความเชื่อว่ารัฐบาลเองทำบริหารงาน มา ๓ ปี ทำบัตรสวัสดิการคนจน ทำคนละครึ่ง ทำอะไรสารพัดเยอะแยะไปหมดข้อมูลต่าง ๆ รัฐบาลน่าจะมีนะครับ น่าจะมีอยู่ในมืออยู่แล้วว่าใครได้รับผลกระทบน่าจะสามารถเลือกช่วย ให้มันตรงจุดได้ ซึ่งในส่วนนี้มันจะช่วยในเรื่องของงบประมาณที่สามารถประหยัดงบประมาณ ของภาครัฐไปได้ เราก็เลยมีการเสนอว่า ณ ตอนนั้นถ้ารัฐบาลจะช่วยบางภาคกลุ่มที่มีความ เดือดร้อนจำเป็นจริง ๆ ก็เสนอให้ลดภาษีสรรพสามิตลงไป อาจจะระดับเท่าไรก็ได้ หรือว่า ถ้าตามที่มีข้อเรียกร้องมา ๕ บาทต่อลิตรเป็นระยะเวลาสัก ๓ เดือนช่วงนั้นก็สามารถบรรเทา ผลกระทบได้นะครับ🔗

เรื่องต่อไปก็คือว่าเราควรจะมีการปรับลดเงินที่รัฐบาลจัดเก็บส่งเข้ากองทุน เพราะถือว่าช่วงช่วงไตรมาส ๔ ปีที่แล้วราคาเชื้อเพลิงน้ำมันมันขึ้นมาตลอดนะครับ ก็คิดว่า การที่เก็บเงินเข้ากองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานนะครับมันไม่ใช่อันนี้ คนละตัวกับ กองทุนน้ำมัน ปกติเก็บอยู่ที่ ๑๐ สตางค์ต่อลิตร เราก็เสนอว่าเก็บให้เหลือ ๑ สตางค์ต่อลิตร เหมือนกับเก็บแค่พอเป็นเรคอร์ด (Record) ว่าก็ยังมีการเก็บอยู่ เราก็ไม่ได้ถึงกับบอกว่าให้ ไม่เก็บเลยนะครับเพราะลดตรงนี้มา มาตรการเราเองเราเสนอว่าก็คงเป็นระยะสั้นอาจจะ ๓ เดือน ๖ เดือนถ้ามันทิศทางดีขึ้นก็ปรับเปลี่ยนไป ถ้าทิศทางแย่ลงก็ค่อยหามาตรการเสริม เข้ามา🔗

อีกอันหนึ่งก็คือว่าเราเองทราบมาแล้วว่ากองทุนน้ำมัน ณ ตอนนั้นก็เริ่ม ติดลบนะครับ มีภาระการใช้กองทุนน้ำมันเป็นตัวพยุงของราคาน้ำมันมากมาโดยตลอด แล้วกองทุนน้ำมันเองก็เงินหมดในช่วงนั้นก็เตรียมที่จะมีการวางแผนที่จะกู้เงินในช่วงไตรมาส ๔ ปีที่แล้ว เราเองไม่เห็นด้วยที่จะให้กองทุนไปกู้เงิน เพราะว่าถ้ากองทุนไปกู้เงินภาระ ดอกเบี้ยต่าง ๆ มันก็จะวกกลับเข้ามากองทุน แล้วมันก็จะวกกลับเข้ามาสู่ผู้บริโภคของ พวกเราในรูปของดอกเบี้ยต่อไป เราเองเสนอรัฐบาลว่าน่าจะเอางบกลางมาเลย คือถ้าคิดว่า จะต้องใช้กองทุนน้ำมันในการพยุงราคาน้ำมันก็จัดสรรงบกลางมาให้กองทุนเขาเป็นคน บริหารจัดการไป ไม่ต้องให้เขาไปกู้เพื่อมีภาระดอกเบี้ยแล้ววนกลับเข้ามาที่มาคิดกับผู้บริโภค ต่อไปในอนาคต🔗

อีกเรื่องหนึ่งที่เรามีการพูดถึงก็คือเรื่องปริมาณสำรองน้ำมัน ณ ตอนนั้น มีแนวคิดของรัฐบาลเองที่จะมีการเพิ่มปริมาณสำรอง คือช่วงโควิด (COVID) ที่ผ่านมา รัฐบาลเขามีมาตรฐานช่วยผู้ประกอบการทางด้านน้ำมันเชื้อเพลิงโดยการให้ลดปริมาณสำรอง เชื้อเพลิงมันก็มีการลดต้นทุนอย่างหนึ่งของผู้ประกอบการได้ พอช่วงพ้นโควิด (COVID) ช่วงปลายปีรัฐบาลก็มีแนวโน้มว่าก็จะดึงกลับมาปริมาณสำรองให้มันสูงขึ้น แต่พอมามีวิกฤติ น้ำมันเราก็คิดว่าน่าจะคงมาตรการการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงเท่าเดิมออกไปก่อน🔗

ส่วนข้อสุดท้ายที่เรานำเสนอก็คือว่ารัฐบาลเองควรประชาสัมพันธ์ให้กับ ประชาชนให้ได้รับทราบถึงข้อมูลต่าง ๆ แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นเพื่อให้ประชาชนทุกคน เริ่มตระหนักถึงเหตุการณ์วิกฤติที่มันเกิดขึ้นแล้วเริ่มมีการรณรงค์ประหยัดการใช้พลังงาน อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการใช้รถสาธารณะมากขึ้นหรืออะไรต่าง ๆ ก็ตามรัฐบาลควรจะให้ ประชาชนเขาร่วมรับรู้ว่าวิกฤติพลังงานมันไม่จบเร็ว คือรัฐบาล ณ ตอนนั้นดูเหมือนยังหวังว่า ถ้าโชคดีจบเร็วงบประมาณมีพอก็จะพยุงไปแล้วก็จบด้วยแบบไม่มีใครรู้ว่าเดือดร้อนกันขนาดไหน แต่เราเองเราดูแล้วเราคิดว่ามันเพิ่งเริ่มต้นเราก็เลยคิดว่าจริง ๆ รัฐบาลควรจะรีบประชาสัมพันธ์ ประชาชนจะได้รับรู้ว่าถึงวิกฤติพลังงานที่จะมันตามมาต่อเนื่อง ซึ่งมันก็ตามมาจริง ๆ นะครับ คือถ้าเรารู้ล่วงหน้ากันประชาชนเองอาจจะมีการประหยัดพลังงาน มีการวางแผนอะไรที่ดีขึ้น อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตของทางกรรมาธิการที่เราได้ทำข้อสรุปไว้ในรายงานเรา แล้วก็จริง ๆ ข้อสรุปของเราเนื่องจากเราก็มีการทำงานกับรัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานมาโดยตลอดนะครับ เราก็ไม่ได้รอว่าหนังสือเราผ่านสภาแล้วส่งไป อะไรที่เป็นความเห็นที่เราคิดว่าดีเราก็ส่งไป ส่วนรัฐบาลเลือกอันไหนไปปฏิบัติหรือไม่เลือก เราก็ถือว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ที่เขาทำไป สิ่งที่เราสรุปในรายงานทุกอย่างเราก็ได้ทำเรื่องแจ้งให้ไปทางกระทรวงพลังงาน ให้เขารับทราบ ซึ่งเท่าที่เราเห็นเขาก็ปฏิบัติตามสิ่งที่เราแนะนำไปเกือบทุกข้อนะครับ จริง ๆ ก็ทุกข้อเลยด้วยซ้ำ สิ่งที่อยากตินิดหนึ่งก็คือว่าช้าไปนิดหนึ่งคือเราบอกไปสักประมาณ เกือบเดือนครับเวลาเขาเห็นด้วย แต่ก็เข้าใจได้นะครับเพราะว่าบางทีเราก็ให้เขาลดภาษี ให้เขาช่วยทำอะไรบางทีเขาก็อาจจะยังต้องคิดว่ามันได้ผลได้ผลเสียอย่างไรสิ่งที่เราศึกษามา เรานำเสนอไปเราก็คิดว่าเกิดประโยชน์แล้วก็ทางรัฐบาลเองเขาก็ทำตามในทุก ๆ ข้อนะครับ ก็ติเรื่องเดียวที่ว่ารัฐบาลทำช้าไปนิดหนึ่ง อันนี้คือเหตุการณ์ที่เกิดในไตรมาส ๔ ของปีที่แล้ว ก็ขอนอกเรื่องนิดหนึ่ง ก็คือทางคณะกรรมาธิการการพลังงานเอง นอกจากญัตตินี้แล้วที่เป็น วิกฤติพลังงานในไตรมาส ๔ เอง เราก็ได้รับญัตติของทางสภาผู้แทนราษฎรให้มาแก้วิกฤติ ปัญหาเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงราคาแพง ซึ่งเราก็ทำข้อสรุปกันเรียบร้อยก็กำลังจะนำเรียนเสนอ ส่งเข้ามาทางสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา ที่นำเสนอในวันนี้มันคล้าย ๆ เป็นมาตรการระยะ สั้นในช่วง ๓ เดือนคือช่วงจากปีที่แล้ว แต่มาตรการระยะยาวเองที่จะทำต่อไปเราก็นำเสนอ ในอีกเรื่องอีกรายงานหนึ่ง ก็หวังว่ารายงานอีกฉบับหนึ่งมันจะพูดในเรื่องที่เป็นปัจจุบัน ทันด่วนมากกว่า ไปพูดที่ตรงกับประเด็น ไปพูดเรื่องที่ตรงกับที่รัฐบาลทำหรือไม่ทำ หรือว่าจะ ทำอะไรในอนาคต ก็หวังว่าจะได้มีโอกาสนำเข้ามาให้สภาเราได้พิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง ก็น่าจะเป็นสมัยการประชุมหน้าถ้ามีคิวถึง ถ้าท่านประธานชวนจะกรุณาจัดเรื่องที่กรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้วจัดเข้ามาให้ได้นำเสนอก็จะเป็นการดี เพราะเรื่องต่าง ๆ ที่เราทำจะได้ นำมาสู่สภาผู้แทนราษฎรพวกเรา เบื้องต้นก็ขอรายงานเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านประธาน คณะกรรมาธิการนะครับ มีสมาชิกขออภิปรายส่งชื่อมาแล้ว ๓ ท่าน ท่านแรก คุณประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ จากนั้นคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ คุณนพพล เหลืองทองนารา ขอเชิญ คุณประเดิมชัยครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตในการที่จะได้แสดง ความคิดเห็นต่อรายงานของคณะกรรมาธิการ รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง การแก้ไข ปัญหาของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในสถานการณ์วิกฤติน้ำมันแพง ไตรมาส ๔ ปี ๒๕๖๔ ของคณะกรรมาธิการกิจการพลังงานของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ จากการที่ทาง คณะกรรมาธิการได้รายงานต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ ผมคิดว่าสิ่งที่ผมอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม จากทางคณะกรรมาธิการก็คือว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทางคณะกรรมาธิการไปศึกษามามีอยู่ ๓ ขั้นตอนก็คือราคา ณ โรงกลั่น ราคาขายส่งและราคาขายปลีก ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่า สิ่งที่พี่น้องประชาชนอยากได้ยินได้ฟังจากการทำหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็คือ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าตอนนี้น้ำมันแพง เชื้อเพลิงแพงก๊าซแพง ฉะนั้นในองค์ประกอบ ที่ผมได้นำเรียนท่านประธานไปเมื่อสักครู่ผมพยายามที่จะไล่ดูในรายงานเอกสารประกอบ ที่ทางคณะกรรมาธิการได้สรุปมาให้กับสภาแห่งนี้ได้รับทราบว่าองค์ประกอบที่บอกว่าราคา ณ โรงกลั่นมันจะต้องบวกสัดส่วน ยกตัวอย่างเช่นในส่วนของเชื้อเพลิงชีวภาพ ตรงนี้มันทำให้ ต้นทุนสูงขึ้นอย่างไร ในราคาขายส่งมันประกอบไปด้วยราคาหน้าโรงกลั่น บวกภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กองทุนเพื่อการส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและบวก ภาษีมูลค่าเพิ่ม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่มีปรากฏในรายงานของการเสนอของคณะกรรมาธิการว่า สิ่งทั้งหมดมันเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักภาระไปให้กับประชาชน ในนี้มีการเสนอ เป็นบางเรื่องยกตัวอย่างเช่นภาษีสรรพสามิตที่บอกว่าน่าจะลดสัก ๕ บาท ๓ เดือน แต่สิ่งที่ ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนอยากรู้มากก็คือที่ผมนำเรียนท่านประธานไป เมื่อสักครู่ว่ากำหนด โดยคณะกรรมการหรือคนที่เกี่ยวข้องนี่ครับ องค์ประกอบของการที่นำไปบวกราคาที่ทำให้ ปลายทางก็คือในส่วนของพี่น้องประชาชนที่ต้องรับภาระในการที่จะต้องนำเอาเชื้อเพลิงไปใช้ ไม่ว่าจะเป็นยานพาหนะก็ดี ไม่ว่าจะนำไปใช้ในภาคเกษตรกรรมก็ดี ทั้งหมดมันเป็นต้นทุนของ พี่น้องประชาชนทั้งสิ้น ถามว่าสิ่งที่มันบวกเข้าไป การที่กรรมาธิการเองเสนอเพียงแค่บางส่วน แล้วเสนอในสัดส่วนระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้น แถมในรายงานยังเขียนว่าถ้ามีการปรับลดมาก จะส่งผลกระทบต่อรายได้ของรัฐบาล ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานเป็นผู้บริหารประเทศในวันนี้ ท่านประธานจะเลือกในสิ่งที่ จะทำให้พี่น้องประชาชนยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง หรือว่าท่านประธานจะเลือกเก็บภาษี จากพี่น้องประชาชนทางอ้อมและนำกลับมาพัฒนา ผมเชื่อว่าท่านประธานเองน่าจะเลือก ในสิ่งที่สามารถที่จะสร้างให้ประชาชนสามารถยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมคิดว่าจากการที่ทางคณะกรรมาธิการได้ไปพิจารณาแล้วก็นำมาเสนอในเรื่องของ สถานการณ์ ในเรื่องของวิกฤติในราคาน้ำมันที่แพงอยู่ในขณะนี้นะครับ ก็อยากจะได้ฟัง ในสิ่งที่เป็นข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเป็นองค์ประกอบที่จะทำให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่า มันมีความจำเป็นไหมสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นที่รัฐบาลหรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ในส่วนของกระทรวงพลังงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลในเรื่องของพลังงานของประเทศ ถามว่า ทุกคนถามกัน พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทำไมลดสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ได้ ทำไมไม่ยอมลด ทำไม จะต้องเก็บเงินเข้ากองทุนพลังงานเชื้อเพลิงต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธานครับ ก็อยากจะได้ฟัง ข้อมูลเพิ่มเติมจากในส่วนของท่านประธานคณะกรรมาธิการที่จะได้นำเสนอให้พี่น้อง ประชาชนได้รับทราบผ่านทางเวทีของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาส อ่านรายงานที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร ได้แถลงต่อสภามา ผมมีข้อสังเกต ๒ ประเด็น ก็คือในเรื่องของโรงกลั่นแล้วก็ราคาการกลั่น ถ้าท่านประธาน คณะกรรมาธิการซึ่งได้แถลงมาในหน้าที่เกี่ยวกับต้นทุนของการกลั่นผมมีข้อสังเกตอย่างนี้ ท่านประธานครับ ไปถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการการพลังงานเพื่อให้ท่านได้ไปศึกษา เพิ่มเติมแล้วก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากนะครับ เพราะว่าในรายงานของท่านเรื่องของกองทุน น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นประเด็นที่ท่านมีอยู่ในรายงานอยู่หลายหน้าด้วยกัน แล้วก็กองทุนน้ำมัน เชื้อเพลิงเป็นกลไกหนึ่งที่รัฐบาลใช้ในการพยุงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า การบริหารเรื่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับทางพี่น้องประชาชนสะท้อนผ่านราคาน้ำมัน เชื้อเพลิงในปัจจุบันนั้นทำความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าเรื่องของต้นทุน ที่ท่านเห็นในหน้าที่ ๓ ก็คือโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะราคาหน้าโรงกลั่น ท่านก็ทราบอยู่ว่าที่ทำรายงานมานี้คือราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์แล้วก็ค่าพรีเมียม (Premium) และค่าใช้จ่ายในการนำเข้าได้แก่ ค่าขนส่งน้ำมันจากประเทศสิงคโปร์มายังไทย ค่าประกันภัย ค่าสูญเสียน้ำมันระหว่างการขนส่ง ค่าปรับคุณภาพน้ำมัน ค่าใช้จ่ายในการ สำรองน้ำมันเพื่อความมั่นคงและค่าใช้จ่ายของคลังหรือค่าลำเลียงบวกสัดส่วนผสมน้ำมัน เชื้อเพลิงชีวภาพ ยกเว้นสัดส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างเดียวนะครับที่ผมคิดว่าน่าจะ ยอมรับได้ เพราะว่ามีการนำน้ำมันปาล์มหรือเอทานอล (Ethanol) เข้ามาผสม ในส่วนอื่นที่ ท่านทำอยู่ในรายงานนี้เป็นต้นทุนที่สมมติขึ้นที่มาจากสิงคโปร์ ซึ่งจริง ๆ แล้วโรงกลั่นในไทย มีทั้งหมด ๖ โรงเป็นของรัฐวิสาหกิจ ในเครือของรัฐวิสาหกิจคือ ปตท. ๓ โรง ก็คือ ปตท. จีซี (GC) มีไออาร์พีซี (IRPC) แล้วก็มีไทยออยล์ (Thaioil) ซึ่งจริง ๆ แล้วเรากลั่นน้ำมันเอง ในประเทศไทย วันนี้เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน ว่าวันนี้ยังไม่มีใครรู้เลยครับว่าต้นทุนการกลั่นจริง ๆ น้ำมันของประเทศไทยราคาเท่าไรกันแน่ ต้นทุนเท่าไรกันแน่ วันนี้นะครับผมในนามของคณะกรรมาธิการรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุนได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น สนพ. สำนักงานนโยบายและแผน พลังงาน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ทุกคนยังไม่รู้เลยครับว่า หน่วยงานของรัฐยังไม่รู้เลยว่า ต้นทุนจริง ๆ การกลั่นในเมืองไทยเท่าไร เพราะปัจจุบันท่านเอาต้นทุนที่สิงคโปร์มาคำนวณ พอมาคำนวณเสร็จท่านก็เอาไปบวกกำไรไปเป็นราคาหน้าสถานีจ่าย แล้วท่านก็เอากองทุน น้ำมันเชื้อเพลิงไปชดเชย แล้วตอนนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบเป็นแสนล้านบาท แต่ว่า ต้นทุนจริง ๆ ในการกลั่นไม่รู้ว่าจริง ๆ เท่าไร ซึ่งผมเชื่อครับว่าต่ำกว่าต้นทุนที่สิงคโปร์แน่นอน ตอนนี้มันก็เลยกลายเป็นว่าโรงกลั่นทุกโรงกำไรมหาศาลเลย โดยการที่รัฐบาลเอาเงินกองทุน น้ำมันเชื้อเพลิงไปอุดหนุนมันก็เหมือนกับการเอาเงินภาษีของประชาชนเอาไปให้โรงกลั่น โดยที่ต้นทุนจริง ๆ ที่แท้จริงหน่วยงานของรัฐไม่สามารถทราบได้เลย ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วอย่างกรณีสินค้าอุปโภคบริโภคเวลากรมการค้าภายในขอขึ้นราคาสินค้าแต่ละตัว ผู้ประกอบการต้องมาชี้แจงกับกรมการค้าภายในว่าอย่างกรณีมาม่าต้นทุนจริง ๆ เท่าไร แล้วก็มาวิเคราะห์กันว่าสามารถขึ้นได้ตามขอไหม แต่กรณีเชื้อเพลิงโดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่รู้เลยว่าต้นทุนจริง ๆ มันเท่าไร ท่านก็เอาราคาของสิงคโปร์ซึ่งเป็นตัวเลขที่สมมุติที่ท่าน ทำรายงานมาก็คือกรณีค่าขนส่งจากสิงคโปร์ ค่าประกันภัย ค่าสูญเสียน้ำมัน ค่าปรับคุณภาพ จิปาถะลงมาแล้วก็มาเป็นต้นทุน พอเป็นต้นทุนที่สูงรัฐบาลก็ยืนราคาไว้ตรึงราคาไว้ที่ ๓๐ บาท ในช่วงต้นปีแล้วก็มาลอยตัว ๑ พฤษภาคม เป็น ๓๕ บาท แล้วรัฐบาลก็เอาเงินกองทุนไป อุดหนุนเพื่อตรึงราคาไว้ ซึ่งจริง ๆ แล้วต้นทุนจริง ๆ เท่าไรไม่รู้แต่ท่านก็เอาเงินไปอุดหนุนไว้ ตอนนี้มีข่าวว่าจะให้กระทรวงการคลังมาค้ำมันก็เหมือนกับการเอาเงินภาษีของพี่ประชาชน ทั้งประเทศโอนไปเป็นกำไรให้กับโรงกลั่นต่าง ๆ ก็ฝากท่านประธานคณะกรรมาธิการ การพลังงานด้วยครับ อยากให้ท่านไปดูครับว่าจริง ๆ แล้วต้นทุนในการกลั่นมันเท่าไรกันแน่ ในเมืองไทย เพราะว่าเราไม่ได้นำน้ำมันสำเร็จรูปมาจากสิงคโปร์แต่เรากลั่นเองในเมืองไทย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีการส่งออกด้วยก็เรียนท่านประธาน มีข้อสังเกตอีกนิดหนึ่งครับ ในรายงานของท่านเกี่ยวกับเรื่องแก๊สธรรมชาติในหน้าที่ ๑๔ ก็คือกรณีที่ท่านบอกว่าการชดเชย ราคาแก๊สธรรมชาติสำหรับยานยนต์ประกอบกับในช่วงปี ๒๕๖๐-๒๕๖๑ ราคาขายปลีกเอ็นจีวี (NGV) สำหรับยานยนต์หรือแก๊สธรรมชาติอยู่ที่ ๘.๕๐ บาท ไม่ได้มีการชดเชยราคามาตั้งแต่แรก อันนี้ผิดนะครับ ฝากท่านประธานไปดูรายงานด้วยครับ เพราะปี ๒๕๖๐-๒๕๖๑ ราคาแก๊ส เอ็นจีวี (NGV) มันไป ๑๕ บาทแล้ว เพราะว่าขึ้นมาตั้งแต่ตอนปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ที่รัฐบาล มีการปรับขึ้นราคาแก๊สธรรมชาติจาก ๘.๕๐ บาท ขึ้นมาเรื่อยครับมาเป็น ๙ บาท ๑๐ บาท ๑๑ บาท ๑๒ บาท ๑๓ บาท แล้วตอนนี้มันมายืนอยู่ ๑๕ บาทหลายปีแล้ว ฉะนั้นในรายงาน ของท่านที่บอกว่าปี ๒๕๖๐-๒๕๖๕ ราคาเอ็นจีวี (NGV) สำหรับยานยนต์มีราคา ๘.๕๐ บาท อันนี้ผิดแน่นอน ผมขออนุญาตรบกวนท่านลองไปตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้รายงาน ของท่านถูกต้องปละสมบูรณ์ขึ้น ก็ขออนุญาตท่านประธานได้ตั้งข้อสังเกตให้กับท่านประธาน คณะกรรมาธิการพลังงาน ๒ เรื่องครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คุณนพพล เหลืองทองนารา ครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ผมเองต้องขอแสดงความขอบคุณแล้วก็ ต้องชื่นชมทางคณะกรรมาธิการการพลังงานของสภาผู้แทน เพราะว่าจริง ๆ แล้วตัวผมเอง ผมก็อยากรู้ว่าปัญหาที่แท้จริงของวิกฤตการณ์ทั้งหลายที่เกี่ยวกับเรื่องพลังงานที่มันเกิดขึ้นมา จริง ๆ แล้วมันมีสาเหตุอย่างไรบ้าง ชาวบ้านเองประชาชนเขาก็สนใจผมเองต้องขออนุญาต ชื่นชมท่านไว้ ณ โอกาสนี้เลย เพราะว่าผมเองก็เคยเข้าไปสังเกตดูท่านเองท่านก็ได้เชิญ หน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็ผู้รู้ทั้งหลายที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ซึ่งผมเองต้องขอชื่นชม ท่านจริง ๆ ท่านครับจากการศึกษาของทางคณะกรรมาธิการการพลังงานในครั้งนี้ทำให้ ผมเองได้พอทราบว่าโอเค (OK) ทั้งหลายทั้งสิ้นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพลังงานโดยเฉพาะน้ำมัน ในโครงสร้างของราคาที่ถูกกำหนดไว้ในปัจจุบันที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีอะไรบ้าง แล้วก็หลาย ๆ อย่าง ที่เคยได้ยินมาเหมือนกับท่าน ส.ส. ที่เพิ่งพูดไปเมื่อสักครู่นี้ท่านก็บอกว่าการกำหนดราคา มีการใช้ราคาซึ่งไปใช้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์ ผมเองก็อยากจะรู้เช่นกันว่าต้นทุน แท้ ๆ ของการกลั่นน้ำมันที่อยู่ในเมืองไทยมันเป็นอย่างไร เพราะอย่าลืมว่าถ้าเราไม่สามารถ ที่จะรู้ต้นทุนที่แท้จริงของการกลั่นได้ ยากครับที่จะกำหนดราคาที่ให้มันเป็นราคาที่ยุติธรรม สำหรับทุกฝ่าย ทุกวันนี้เท่าที่มองดูมันเหมือนกับว่าไม่ว่าใครจะเดือดร้อนอย่างไรแต่คนที่ดูแล จะแฮปปี (Happy) ที่สุดคือโรงกลั่น ไม่ว่าจะราคาน้ำมันขึ้นน้ำมันลงตัวเองมีกำไรอยู่แล้ว ไม่มีทางขาดทุนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นในเมื่อเขาเองเขาก็เป็นผู้ลงทุนคนหนึ่ง ทุกสิ่งทุกอย่าง จะมาเอาจะมาเอาแต่บวกอย่างเดียวผมคิดว่ามันก็ไม่ถูกต้องสักเท่าไรครับ แล้วอีกอย่างหนึ่งผมเองก็อยากจะขอแสดงความคิดเห็นไว้ตรงนี้ก็คือว่า ในสิ่งที่เวลาเกิด วิกฤตการณ์มาเวลาเกิดความเดือดร้อนมาไม่ว่าจะเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชนหรือว่า ผู้ประกอบการ ผมอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางรัฐบาลได้ตัดสินใจให้มีการตัดสินใจ ที่รวดเร็วแล้วก็เด็ดขาด ไม่ใช่ว่ามายึก ๆ ยัก ๆ บางครั้งมันไม่ได้หรอกครับ บางครั้งเรา ตัดสินใจช่วยเขาเต็มที่แล้วพอถึงวันหนึ่งสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ผมว่าแล้วเราบอกเขานะครับว่า โอเค. (OK) เราช่วยเต็มที่แล้วแต่ว่าทุกอย่างมันก็ต้องมีเพดาน มีลิมิต (Limit) หลังจากนั้น ผมคิดว่าผู้ประกอบการหรือประชาชนเขาก็จะเข้าใจว่าอย่างน้อยคนที่รับผิดชอบอยู่ผู้บริหาร ประเทศท่านเองท่านก็ให้ความเอาใจใส่ แต่อันนี้มันมีความล่าช้าแล้วก็ไม่เด็ดขาดว่าจะช่วย อย่างไร ทุกครั้งที่เวลามีการช่วยเหลือจากทางฟากฝั่งรัฐบาลจะต้องมีการมาประท้วง มาปิดถนน มาโน่น นี่ ซึ่งมันไม่ควรเลยนะครับ รัฐบาลควรจะมีความเด็ดขาด ณ ตรงนี้นะครับ🔗

ประการสุดท้ายที่ผมอยากแสดงความคิดเห็นก็คือว่าการกำหนดประเภทชนิด ของน้ำมันดีเซลมีทั้งบี ๗ (B7) บี ๑๐ (B10) บี ๒๐ (B20) ว่ามีอยู่หลายอย่าง แล้วพอวันหนึ่ง พอเกิดวิกฤตการณ์บางอย่างยกเว้น งดบี ๑๐ (B10) ออกไปอะไรออกไป ซึ่งจริง ๆ แล้วการที่ ชนิดของน้ำมันเดี๋ยวส่งเสริมเดี๋ยวไม่ส่งเสริม มันก็กลายเป็นต้นทุนหนึ่งที่สุดท้ายแล้วคนที่จะ รับภาระก็คือไม่พ้นประชาชน เพราะฉะนั้นผมเองก็อยากจะขอให้ท่านประธานได้บอกทาง รัฐบาลว่าการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการพลังงานก็ขอให้ชัดเจนแล้วก็ขอให้มีความมั่นคง มิฉะนั้นแล้วถ้าไม่ยึดไม่มีหลักการที่มั่นคงราคาทั้งหลายแล้วก็ราคาขายปลีกของน้ำมันก็จะ ไม่มีความชัดเจนและแน่นอน แล้วเราก็จะคำนวณความยุติธรรมให้กับทุกฝ่ายไม่ได้ ผมเองต้อง กราบขอบพระคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการการพลังงานของสภาผู้แทนไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านประธาน กรรมาธิการ เชิญเลยครับ🔗

นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูง กระผม นายกิตติกร โล่สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลำปาง พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน ก็ตอบข้อซักถาม ของเพื่อนสมาชิกนะครับ🔗

อันแรกเลยก็คือว่าเรื่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ตัวกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเอง มันเป็นตัวคล้าย ๆ กับบัฟเฟอร์ (Buffer) ที่เวลาน้ำมันมีราคาถูกเราก็จะเก็บน้ำมันเกินจริง เพื่อเก็บเงินเข้ามาไว้ในกองทุน แล้วก็ในขณะที่ราคาน้ำมันมีราคาแพงเราก็จะดึงเงินจาก กองทุนออก ที่ผ่านมาถามว่ามันมีช่วงที่ราคาน้ำมันราคาถูกระยะเวลานานมีไหม มีจริงนะครับ แล้วก็มีการเก็บเงินเข้ากองทุนจริง เข้ามาในระดับ ๓๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท มีทะลุ ขึ้นไป ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ล้านบาทก็น่าจะมีนะครับ แล้วมันก็เลยเป็นที่มาที่ไปของทาง รัฐบาลเองก็เลยออกมามีข้อกำหนดว่าเพราะว่าเงินที่เก็บเข้าไปกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พอมันมีจำนวนเยอะมากเกินไปเขารู้สึกว่าเสียดาย เสียประโยชน์ เสียโอกาส เขาก็เลย ออกเป็นกฎหมายมา หรือว่าออกคำสั่งมาว่าให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสามารถมีเงินเก็บเข้าได้ ไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท มันก็เลยเป็นที่มาของประเด็นบางอันที่พวกเรามาว่า จริง ๆ แล้ว ในช่วงที่ผ่านมาที่มันเคยมีน้ำมันราคาถูก ถ้ามันไม่มีข้อกำหนดตรงนี้กองทุนน้ำมันอาจจะ เก็บเงินเข้ามาถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ณ มาถึงตอนนี้เองเราอาจจะไม่ต้องเดือดร้อน เพราะว่ากองทุนน้ำมันก็จะมีเงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปจ่ายตอนที่เรามีตอนนี้มา ซึ่งเหตุผล ที่รัฐบาลเขาเลือก ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทก็อย่างที่ผมเรียน เพราะรัฐบาลเขารู้สึกว่าเงินมาใช้ แช่เฉย ๆ แล้วเขารู้สึกว่ามันเสียโอกาสเขาก็เลยแคป (Cap) ไว้ที่ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ อันนี้ถูกหรือผิดมันคงตอบยาก เพราะตอนนั้นเองมันก็เป็นข้อสรุปว่าอยากจะแคป (Cap) กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่มาตอนนี้พอเรารู้สึกว่าเรามีภาระที่ต้องใช้แล้วมันทะลุติดลบไป ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเราก็ไม่รู้สึกว่าเออจริง ๆ ถ้าตอนนั้นเราไม่แคป (Cap) เราก็จะมีเงินมา ใช้ในวิกฤติช่วงนี้ มันก็มองได้ทั้ง ๒ แง่ ๒ มุม ก็คงไม่มีผิดไม่มีถูก ก็จะเป็นบทเรียนที่รัฐบาล เขาจะเห็นแล้วเขาก็นำไปพิจารณาและอาจจะปรับปรุง ปรับปรุงตัวจุดยืนของเขาใหม่ต่อไป อันนี้เป็นเครื่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง🔗

ส่วนเรื่องโครงสร้างราคาน้ำมันก็คุยกันมาเยอะเรื่องราคาสิงคโปร์เรื่องอะไร อย่างแรกที่อยากจะทำความเข้าใจพวกเรานิดหนึ่ง เพราะว่ามันจะมีความเข้าใจผิดพลาดกัน คือราคามันน้ำมันเชื้อเพลิงกับราคาไฟฟ้าจะไม่เหมือนกัน จริง ๆ แล้วที่ผ่านมาตอนที่รัฐบาล ในอดีตมีการตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานหรือเรียกว่า กกพ. ตั้งขึ้นมาร่างแรกเลย เขาจะ กกพ. มาคุมทั้งไฟฟ้าคุมทั้งน้ำมัน ร่างแรกเลยจะให้ทุกอย่างที่อยู่ภายใต้การควบคุม แต่สุดท้ายมันก็มีเหตุผลที่รัฐบาล ณ เวลานั้นเขาเปลี่ยนใจเขาให้ไฟฟ้าอยู่ภายใต้การควบคุม ของ กกพ. แต่เขาเลือกที่จะให้น้ำมันอยู่ภายใต้การแข่งขันค้าเสรี ถามว่า ๒ ตัวนี้มันมีข้อดี ข้อเสียไหมมันมีทั้งคู่มันไม่ใช่ว่าอยู่และดีหรือไม่อยู่และดี อยู่ภายใต้การกำกับมันก็คือว่า รัฐบาลกำกับหมด เมื่อกำกับหมดหมายความว่าอะไรเมื่อกำกับหมดก็คือว่าต้นทุนทุกอย่าง ต้องเห็นชัด แล้วก็ดูตามต้นทุนเราจะเห็นว่าค่าไฟฟ้าเรามันจะเกิดจากการเรานำต้นทุนของ โรงไฟฟ้าทั่วประเทศมาพลู (Pull) รวมกันค่าเชื้อเพลิงทั่วประเทศหลายๆ อย่างมาพลู (Pull) รวมกัน แล้วรัฐบาลเองก็มาคิดคำนวณให้ กกพ. เป็นหน่วยงานที่จะมาดูแลว่าค่าไฟฟ้า ที่เหมาะสมแล้วเป็นเท่าไรเขาออกมาเป็นค่าไฟฐานกับค่าไฟเอฟที (FT) ที่บ่น ๆ กันว่าค่าไฟแพง ก็เพราะว่ามันมีการโอเวอร์อินเวสต์ (Over Invest) ก็คือมีค่าพร้อมจ่ายมีโรงไฟฟ้าเหลือเกิน อันนี้ถามว่าควบคุมดีไหม บางคนบอกว่าควบคุมดีสิ ถ้าควบคุมก็จะรู้ทุกอย่างก็จะสั่งอะไรก็ได้ ใช่ แต่ว่าถ้าเห็นจะเห็นเลยว่าค่าไฟเราผมมีความเชื่อส่วนบุคคลค่าไฟเราถ้าปล่อยให้แข่งขัน เสรีไม่สูงขนาดนี้ จะไม่มีโรงไฟฟ้าที่มากินค่าพร้อมจ่ายเยอะขนาดนี้ แต่เพราะว่ามันถูกควบคุม โดยรัฐ บางครั้งเองรัฐมองความมั่นคงด้านพลังงานมากกว่าเรื่องราคา ซึ่งอันนี้เข้าใจได้ไม่ได้ผิด ไม่ได้บอกว่ารัฐผิด รัฐให้ความสำคัญบางอย่างมากกว่า ณ ตอนที่ราคาไม่แพงให้ความสำคัญ ด้านความมั่นคงด้านพลังงานมากกว่าก็ถูกของเขา แต่ว่าถ้าตอนที่ราคาแพงความสำคัญ ทางด้านความมั่นคงด้านพลังงานอาจจะดรอป (Drop) ลงไป แต่โรงไฟฟ้ามันเป็นอะไรที่เกิดยาก ทำยาก เพราะฉะนั้นตอนนี้เรามีค่าพร้อมจ่ายมีกำลังไฟฟ้าสำรองเหลือเยอะลดมันลงยาก เพราะว่าต้องใช้ระยะเวลา มันก็เป็นที่มาที่ไปที่จะทำให้พวกเราต้องจ่ายค่าไฟแพง อันนี้เป็น หนึ่งกรณีที่เราเห็นว่าการที่ถูกกำกับร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ใช่ดีหมด ดีบางแง่ ไม่ดีบางแง่ คราวนี้ เรามาดูเรื่องของน้ำมัน เรื่องน้ำมันเองรัฐ ณ ตอนนั้นเลือกที่จะให้ไม่ถูกกำกับให้เป็นค้าเสรี คราวนี้ก็คือเป็นการค้าเสรีทุกคนก็คือกำหนดราคาของกันเอง ราคาโครงสร้าง ราคาพลังงาน ราคาน้ำมันที่เราเห็น อันนี้ไม่ใช่บังคับอันนี้คือแค่เป็นไกด์ไลน์ (Guide Line) บ่อยครั้งมาก ที่จะเห็นว่าราคาที่ประกาศจากโครงสร้างที่บอกว่าเป็นราคาสิงคโปร์บวกภาษีโน่น บวกโน่นนี่ ออกมา แต่ว่าผู้ค้าเขาบอกว่าต่ำไป ผู้ค้ามันก็คือส่วนใหญ่บริษัทต่างชาติมันก็มีไม่กี่บริษัท เป็นยี่ห้อ ไม่ใช่ยี่ห้อคนไทยเขาก็เลือกที่จะขายราคาหน้าปั๊มแพงกว่าราคานี้ตลอด ถ้าเรา สังเกตเราก็จะรู้ว่าถ้าเติม ปตท. เติมบางจากราคามันจะราคานี้ แต่ถ้าเติมยี่ห้ออื่น เชลล์ (Shell) เอสโซ่ (Esso) คาร์เท็กซ์ (Cartex) ราคาไม่จำเป็นต้องอยู่ ราคาไม่เคยต่ำกว่าราคา ของ ปตท. มีแต่จะสูงขึ้น ซึ่งเขาก็ถือว่ามันเป็นการแข่งขันเสรี เขาก็มองว่าถ้าเขามีจุดสถานี ให้บริการที่มีความดึงดูดมีความสะดวกพอเขาสามารถชาร์จ (Chart) ราคาแพงได้ ซึ่งเราก็จะ เห็นว่าทุกครั้งที่มีการขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปั้ม ปตท. ก็จะเป็นปั้มที่แน่นที่สุด เพราะว่าก็จะ ขึ้นช้า ปั้มเชลล์ (Shell) คาร์เท็กซ์ (Cartex) เอสโซ่ (Esso) จะโล่งกว่าเพราะเขาขึ้นไปก่อน ล่วงหน้าแล้ววันสองวัน อันนี้ก็มีที่มาที่ไปของว่าโครงสร้างราคามันคือตัวไกด์ไลน์ (Guide Line) ที่ให้เห็นว่าราคาอยู่ประมาณไหน แต่ในความเป็นจริงแล้วมันคือการรัฐเลือกแล้วว่า ปล่อยให้เป็นการแข่งขันเสรี แล้วถามว่าภาพรวมจริง ๆ ผมก็คงตอบเหมือนท่านรัฐมนตรี พลังงานนะครับว่าภาพรวมจริง ๆ ราคาน้ำมันบ้านเราก็ยังไม่ได้แพงที่สุด อยู่ตรงกลาง ๆ ของ อาเซียน (ASEAN) คือไม่ได้อยู่ข้างสูงไม่ได้อยู่ข้างต่ำ ข้างต่ำของเราจริง ๆ แล้วมันคือมาเลเซีย กับบูรไน อินโดนีเซียพวกนี้เขามีน้ำมันของตัวเอง นั่นคือเขาบิดเบือนตลาดเต็มตัวเขาก็เลย ได้ราคาน้ำมันค่อนข้างต่ำ ส่วนที่เหลือก็จะเป็นค่อนข้างสูงกว่าเรา ถ้าถามผมเองราคาน้ำมัน บ้านเราก็อยู่ในช่วงกลาง ๆ คือผมไม่ได้บอกว่าถูกนะเพราะผมว่าราคาน้ำมันมันแพงแล้ว เพราะว่ามันมีวิกฤติเกิดขึ้นจริง ๆ มันก็แพง แต่ถ้าเทียบกับที่อื่นที่ใกล้ ๆ เราก็ยังถือว่าอยู่กลาง ๆ ไม่ได้ถูกไป อันนี้ก็อยากให้ท่านเข้าใจ ก่อนว่ามันมาจากคนละมุมมีคนพูดถึงเรื่องอย่างมาม่า มาม่านี่ผมเข้าใจว่าเป็นสินค้าควบคุม เพราะฉะนั้นมันก็ต้องมีการมาโชว์ต้นทุนกัน มีอะไรกัน มันถูกควบคุม แต่ว่าราคาน้ำมัน เนื่องจากเราเลือกแล้วว่าไม่ให้มันถูกกำกับ แต่ถามว่าถ้าเราเปลี่ยนใจ แต่เราคิดว่าถูกกำกับ ดีกว่านะ ทำได้ไหม ทำได้ครับ โดยสภาผู้แทนราษฎรเรานี้เลย ถ้าทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า ถูกกำกับดีกว่า ราคามันน่าจะถูกกว่า เราก็แก้อำนาจของ กกพ. ให้ดึงน้ำมันเชื้อเพลิงกลับเข้า ไปอยู่เรกูเลต (Regulate) โดย กกพ. เหมือนค่าไฟ ต้องทำตรงนี้ก่อนถึงจะสั่งได้ว่าน้ำมันจะ ให้เป็นเท่าไร อันนี้คือถ้าพวกเราเลือกหรือว่าถ้ารัฐบาลเลือกว่าจะดึงให้อยู่ใน กกพ. ก็ทำได้ คราวนี้พอมาถึงเรื่องโครงสร้างที่ทุกคนก็มาว่าโรงกลั่นเข้าประเทศไทยแล้วจะไปอ้างอิง สิงคโปร์ทำไม อันนี้ก็เป็นที่มาที่ไปอย่างแรกก่อนก็คือบอกว่าเราไม่ได้กำกับเขา เพราะฉะนั้น เขาจะอ้างอิงอะไรมันก็เป็นเรื่องของเขา แต่ถามว่ารัฐบาลแทรกแซงไหม รัฐบาลแอบ แทรกแซงนะครับ รัฐบาลแอบแทรกแซงโดยผ่านทางไหน ผ่านทาง ปตท. เพราะรัฐบาลนี้ ถือหุ้นใหญ่ เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้น ปตท. คุณทำมาว่าราคาที่เหมาะสม คุณเป็นเท่าไรเพื่อให้รัฐบาลพิจารณา ปตท. ก็เลยทำออกมาเหมือนกับคุยกันว่าราคาประมาณ อันนี้มันถึงเป็นราคาที่แข่งขันกับสิงคโปร์ได้ ราคาอยู่ในเชิงแข่งขัน ซึ่งโครงสร้างราคา ที่เราเห็นที่เราบอกว่ามันไม่ดี มันไปอ้างโรงกลั่นสิงคโปร์อ้างอะไรต่าง ๆ นานา ถ้ามันไม่ดีจริง สถานีบริการต่างชาติมันก็ควรจะขายเกินราคานี้เพราะแค่นี้มันก็แฮปปี (Happy) แล้ว แต่ทุกครั้งเราก็จะเห็นนะครับว่าสถานีบริการที่ไม่ได้ถูกแทรกแซงโดยภาครัฐเขาก็จะขาย ราคาที่สูงกว่าราคานี้ประจำ อันนี้ก็เป็นข้อพิสูจน์ข้อหนึ่งที่ผมยังมีความเชื่อว่าการค้าเสรีเอง โดยตัวมันเองมันมีวิธีกำหนด พอคุณกดราคาต่ำไปมันก็จะมีคนที่ไม่ยอมเขาก็จะขายราคาสูง แต่ถ้าเกิดเมื่อไรที่เราเห็นว่าทุกคนขายราคาตามราคาสูตรราคานี้หมดอันนี้ผมกลัวแล้ว เพราะฉะนั้นแสดงว่าราคานี้มันอาจจะสูงไปทุกคนไม่เดือดร้อน อันนี้ก็เป็นจุดหนึ่งที่พูดถึง โครงสร้างราคา คราวนี้มีการพูดถึงราคาสิงคโปร์กันมาก จริง ๆ ผมทำเรื่องนี้อยู่ในรายงาน อีกฉบับหนึ่งที่จะเข้ามาต่อจากอันนี้ แต่ในเมื่อเพื่อนสมาชิกถามก็พูดสักหน่อยแล้วกัน ราคาสิงคโปร์เองมันก็คือเป็นราคาเทียบเคียงในการที่จะต้องแข่งขันกัน ก็คือสิงคโปร์ก็เป็น ตลาดน้ำมันใหญ่ที่อยู่ใกล้ที่สุดที่จะมาเปรียบเทียบและแข่งขัน ที่ผ่านมาถามว่ารัฐเอื้อโรงกลั่นไหม ผมบอกว่าเอื้อ เพราะว่าสูตรราคานี้มันคือราคาหน้าโรงกลั่นสิงคโปร์บวกค่าขนส่งกลับเข้ามา ความหมายคืออะไร ความหมายคือถ้าคนไทยอยากซื้อน้ำมันแล้วซื้อไม่ได้ จะซื้อที่ไหนที่ถูกที่สุด คือซื้อที่สิงคโปร์ ซื้อเสร็จมันไม่ได้มาก็ต้องส่งค่าขนส่งเข้ามามันเลยเป็นราคาหน้าโรงกลั่น สิงคโปร์บวกค่าขนส่งกลับเข้ามา อันนี้คือที่มาที่ไปของโครงสร้างราคา มามองกลับกันใหม่ แล้วถ้าโรงกลั่นบ้านเรา🔗

(นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขอประท้วงครับว่าอย่างนี้ไม่มี ทางจบล่ะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านพิสิฐมีอะไรไหมครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ผมประท้วงว่าไม่อยู่ในประเด็น ที่เราจะหารือครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อาจจะมีเลยประเด็น ไปบ้าง ไม่เป็นอะไรครับ ท่านประธานสรุปก็ได้ครับ🔗

นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ประธานคณะกรรมาธิการ

สักครึ่งนาทีนะครับ เรื่องโรงกลั่นบอกว่ามองอีกมุมหนึ่ง ท่านประธานครับ จะถามหรือว่าจะประท้วงครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ🔗

(นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดราชบุรี ขอประท้วงท่านผู้อภิปรายครับเพราะว่า เรากำลังหารือกันเรื่องวิกฤติราคาน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ฟังท่านประธานคณะกรรมาธิการ การพลังงานท่านก็พยายามเหมือนกับจะช่วยชี้แจงแทน ปตท. ทีนี้ผมก็เลยขออนุญาต ท่านประธานว่าถ้าท่านประธานให้เวลาทางท่านประธานกรรมาธิการเท่าไร ผมก็จะขอชี้แจง เหมือนกัน เพราะมีหลายประเด็นที่ผมเห็นต่างกับท่านประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน ฉะนั้นขออนุญาตท่านประธานครับ ถ้าท่านให้ท่านประธานกรรมาธิการการพลังงานอภิปราย ไม่มีปัญหานะครับ ผมก็ขออนุญาตเวลาท่านชี้แจงด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ปกติเราก็ให้โอกาส กรรมาธิการนะครับ โดยเฉพาะประธานกรรมาธิการเราก็ให้โอกาสแต่ว่าถ้าเป็นกรณีที่อยู่ นอกประเด็นของรายงานมากไปก็ต้องเตือนให้ท่านอยู่ในประเด็นให้มากที่สุดครับ เชิญครับ เดี๋ยวคุณอัครเดชมีอะไรจะสอบถามเพิ่มเติมอนุญาตครับ เชิญครับ🔗

นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ประธานคณะกรรมาธิการ

คือคิดว่าที่พูดนี้ เพราะว่ามีท่านสมาชิกพูดขึ้นมา แต่ถ้าคิดว่านอกประเด็นผมก็ว่าไม่ต้องตอบ คือผมก็กลัวว่า ผมไม่ตอบก็จะมีคำถามต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นผมเลือกที่ไม่ตอบแล้วกัน เพราะว่าจริง ๆ แล้ว รายงานมันคือสมบูรณ์ในเรื่องของไตรมาส ๔ เพราะว่าผมก็ไม่แตะเรื่องโครงสร้างราคา เพราะรู้ว่ามันไม่เกี่ยว เพราะว่าเราหาทางแก้ว่าจะทำอย่างไรให้ราคาน้ำมันถูก รายงาน มันถึงออกมาไม่ครบเท่าที่นั่น พอมีคำถามก็เลยนำเรียนที่สภา แต่เข้าใจว่าก็ได้เวลาพอสมควร ถ้ามีคำถามกันผมว่าจริง ๆ แล้วคุยผ่านสภาบางทีมันคุยโต้ตอบมันไม่เข้าถึงรายละเอียด เชิญที่กรรมาธิการการพลังงานได้ เพราะว่าพวกเราจริง ๆ อาทิตย์หน้าเราจะสรุปรายงาน เรื่องนี้ก็มาพูดคุยกันน่าจะได้เห็นมุมมองประเด็นอะไรที่ลงลึกได้มากกว่า ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกที่มีคำถามกับเรื่องนี้ แล้วก็ให้ความสนใจกันเรื่องนี้ครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอดีก็เห็นใจท่านประธาน กรรมาธิการนะครับ มาคนเดียวครับกรรมาธิการชุดนี้ ท่านนิยม เชิญนะครับ ท่านขออนุญาต ถามนะครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ความจริงผมนั่งฟังพอดีไม่ได้ตั้งใจจะอภิปรายด้วยซ้ำไป แต่ผมฟัง ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส. กรุงเทพมหานคร ได้ถามประเด็น ผมก็เห็นใจนะครับทางฝ่ายนิติบัญญัติก็ทำได้แค่นี้ เพราะผมดูรายงานฉบับนี้แล้วไม่ได้ เจาะลึกว่าการที่น้ำมันแพงมันสาเหตุอย่างอื่น เพราะทางกรรมาธิการเองก็ไปถามเฉพาะ หน่วยงานที่ค้าน้ำมัน พูดง่าย ๆ ที่เป็นต้นผลิตน้ำมัน ไม่ได้ถามในองค์กรอื่นที่เขามีปัญหา เรื่องน้ำมันแพงท่านประธาน จริง ๆ ผมก็อยากถาม แต่ว่าท่านประธานกรรมาธิการตอบแล้ว คือตั้งสมมติฐานท่านประธาน คือโครงสร้างราคาน้ำมันแบ่งเป็น ๓ ส่วน ท่านประเดิมชัย ถามแล้ว บังเอิญท่านประธานกรรมาธิการท่านก็ตอบไปของท่าน คือตั้งสมมติฐานที่โรงกลั่น ราคาส่ง แล้วก็ราคาขายปลีกเท่านี้สมมุติฐานตั้งไว้แบบนี้ พอตั้งไว้แบบนี้แล้วปัญหา มันตามมาคือตอนนี้น้ำมันแพง ปี ๒๕๖๔ นะครับท่านประธาน ตอนนี้ ปี ๒๕๖๕ ยิ่งแพง นี่คือประเด็นผมต้องถาม เพราะมันมาลงที่ประชาชนทั้งหมดแบบในข้อ ๑.๒ ราคาขายส่ง ประกอบด้วยราคาหน้าโรงกลั่น ภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งหมดดังกล่าวมาลงที่ ประชาชนทั้งหมดเลย นี่คือปัญหา แล้วทำไมไม่ศึกษาต่อไปว่าถ้าเราจะตัดส่วนใดออกได้ไหม ซึ่งไม่ให้ประชาชนต้องมาแบกภาระตรงนี้ท่านประธาน อันนี้ต้องแบกภาระเต็ม ๆ แบบนี้ แล้วท่านก็มาศึกษาดูว่าราคาขายปลีกประกอบด้วย ๑ ๒ ๓ ไป ผมอยากจะให้ลึกลงไปว่า ประเทศที่เขาขายได้ถูกกว่าเรา ทั้ง ๆ ที่น้ำมันเราแบบมาเลเซีย ทำไมไม่ไปดูว่ามาเลเซีย เขาขายแค่นี้ทำไมเขาขายได้ แล้วราคาก่อนที่จะเข้าโรงกลั่น อยากให้ศึกษาตรงนั้นด้วยครับว่า ก่อนเข้าโรงกลั่นคือราคาน้ำมันดิบเท่าไร แล้วออกมาเท่าไร เดิมทีเดียวก่อนที่จะมาถึงวันนี้ ก่อนจะมีการยึดอำนาจ ราคาโรงกลั่นเท่าไร วันนี้มันเท่าไร ผมอยากจะให้ศึกษาละเอียดแบบนี้ เพราะว่าตอนนี้ประชาชนแบกภาระน้ำมันแพงจนหลังแอ่นจนจะเดินไม่ไหวแล้วท่านประธาน อันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมอยากจะให้มันออกมาลักษณะนี้ แต่ก็เห็นใจนะครับ ถ้าท่านไม่ใช่ผู้บริหารประเทศ แต่ไว้ไปศึกษา แต่ว่าการศึกษาผมอยากจะให้ละเอียดกว่านี้ เพราะแค่นี้มันเป็นการช่วยคนขายน้ำมันพูดง่าย ๆ ปตท. นี่ล่ะ กำไรปีหนึ่งมันเท่าไร เพราะแถลงมาเมื่อสักครู่นี้บวกกำไรไม่รู้กี่แสนล้านบาท มันเป็นปัญหาที่ประชาชนอ่านแล้ว ตกใจ ประชาชนแบกจนหลังแอ่น แต่ผู้ค้ากำไรมหาศาล นี่คือประเด็นที่ผมอยากจะถาม ท่านประธานกรรมาธิการว่าที่เราศึกษาที่มันละเอียดกว่านี้มีไหม หรือมีแค่นี้ ผมไปอ่านดู รายละเอียดทั้งหมดแล้วถามเฉพาะพวกค้าน้ำมัน พวกกองทุนน้ำมัน ซึ่งพวกนี้อย่างอื่น ไม่ได้หรอกครับ ประชาชนถามเขาหน่อย ถามพวกใช้บริการน้ำมันหน่อย เพราะส่วนต่าง ทั้งหลายมันอยู่ในการค้าน้ำมันทั้งสิ้นวันนี้ พวกผมจึงบอกว่าแล้วประชาชนแบกอยู่ได้อย่างไร ทำอย่างไรจะช่วยประชาชนได้ท่านประธาน ไม่ใช่แค่เราศึกษาแค่นี้แล้วมาบอกว่ามันจำเป็นต้อง ขาย ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้นเราจะเทียบบอกว่าประเทศไทยราคากลาง ๆ มันไม่ได้นะครับ เพราะว่าต้องดูรายได้ของคนไทยด้วย ค่าแรงคนไทยด้วยถูกแสนถูกน้ำมันแพง อย่าไปเที่ยว สิงคโปร์เรื่องค่าแรงครับมันต่างกันไกล น้ำมันสิงคโปร์ขายได้ อเมริกาขายได้เพราะค่าแรง มันต่างกันท่านประธาน ผมไม่ให้เทียบแบบนั้น เทียบคนไทยเขาแบกไม่ไหววันนี้ทำอย่างไร ศึกษาแล้วจะช่วยประชาชนได้ ผมเติมน้ำมันวันละ ๕๐๐ บาท มาจากใกล้ ๆ ก็กราบเรียน ท่านประธานแบบนี้นะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานจะรับเป็น ข้อสังเกตหรือจะตอบก็ได้นะครับ อนุญาตครับ🔗

นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกิตติกร โล่สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง พรรคเพื่อไทย ก็ตอบข้อคำถามแล้วกันคือถามมาก็ตอบไป จริง ๆ ถามว่าอยากถูกทำได้ไหม ทำได้นะครับรัฐบาลทำได้เพราะว่าถ้าเราดูราคาน้ำมันหลัก ๆ ตัวเนื้อน้ำมันมันไม่ได้โหด ตัวที่แพงจริง ๆ มันคืออย่างที่ท่านว่าเลยกองทุนโน่นกองทุนนี่ภาษีโน่นภาษีนี่ ถ้ารัฐบาล มองเห็นว่าราคาน้ำมันถูกมันดีกับเศรษฐกิจประเทศมากกว่าประชาชนจ่ายรายได้น้อยกว่า แล้วเงินที่นำส่งรัฐน้อยลงไปรัฐบาลต้องชั่งน้ำหนักเอาระหว่างเงินที่ได้มาน้อยไปในการเอาไป พัฒนาประเทศได้น้อยลง กับการที่กดราคาน้ำมันได้ถูกแล้วทุกคนอยู่แล้วค่าครองชีพไม่ขึ้น เงินเฟ้อไม่ขึ้นมันมีข้อดี ตรงนี้รัฐบาลต้องชั่งน้ำหนักเอาแล้วเลือก คือทำได้ไหมทำได้อย่างที่ เพื่อนสมาชิกบอก ผมบอกเลยว่าถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญกับราคาความเป็นอยู่ของพวกเรา ให้ความสำคัญกับดัชนีเงินเฟ้อว่ามันจะเป็นตัวทำให้เศรษฐกิจมีปัญหามากรัฐบาลทำได้ก็คือ เอาภาษีออกให้หมด เอาเงินทุกอย่างออกให้หมดแก้กฎหมายรัฐบาลหรือเสียงข้างมากในสภา อยากแก้กฎหมายตัวไหนผ่านสั่งมาทางรัฐสภาเอง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ก็ได้ทั้งเกือบหมด เพราะฉะนั้นเองอันนี้อยู่ที่รัฐบาลเองเลือกว่าจะเอาอะไร เลือกเอาระหว่างรายได้ที่มา ถามว่า รายได้มามันก็เอามาพัฒนาประเทศในส่วนอื่น เอามาหมุนในส่วนอื่น ส่วนราคาที่ถูกลงมันก็มี ข้อดีมันไม่ใช่ไม่มีข้อดี มีข้อดีทั้ง ๒ ฝั่ง คนที่เป็นผู้บริหารคนที่ถูกเลือกขึ้นมาต้องตัดสินใจ เราแนะนำได้ในฐานะที่เราเป็นสภาผู้แทนราษฎร ผมเชื่อว่าทุกคนพวกเราก็มองว่าข้างต่ำ ของราคาน้ำมันน่าจะดีกว่า แต่คนที่เป็นฝั่งผู้บริหารเขาอาจจะมอง เขามีข้อมูลมากกว่าเรา เขาจะมองหลายมุมเขาต้องเลือก อันนี้ยืนยันว่ารัฐบาลอยากทำ ทำได้ไหมผมว่าทำได้ แต่จะทำหรือเปล่าอันนี้พวกเราก็ส่งเสียงไปให้เขาทำถ้าเราคิดว่ามันถูก ก็ตอบข้อคำถาม ของท่านสมาชิกครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอัครเดชเชิญครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดราชบุรี ท่านประธานครับ ผมมีข้อเห็นแย้งกับท่านประธานคณะกรรมาธิการ ๒ ๓ ประเด็น คล้าย ๆ กับท่านนิยม เวชกามา ก็คือเรื่องของกำไร ปตท. ถ้าท่านประธานไปดูเรื่องของโครงสร้างต้นทุนค่าการกลั่น ถ้าผมเรียน กับท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าถ้าเราควบคุมโดยเรกูเลเตอร์ (Regulator) เหมือนกับไฟฟ้า แต่เราปล่อยเสรีเหมือนกับโรงกลั่นก็ต้องดูว่าเราปล่อยเสรี มันเสรีจริงหรือเปล่า เพราะปัจจุบันนี้ก็ยังมีการคุยกันในลักษณะของกลุ่มโรงกลั่น คือถ้ามันมี การแข่งขันโดยเสรีจริง ๆ ผมเชื่อว่ากลไกการตลาดมันสามารถควบคุมราคาได้ แต่ปัจจุบันนี้ ผมก็มั่นใจว่ามันไม่ใช่เสรีจริง ๆ ที่ถามว่าการกำกับดูแลมันดีไหมก็ต้องถามกับท่านประธาน คณะกรรมาธิการผ่านไปยังท่านประธานว่าวันนี้ท่านเองรู้ไหมว่าต้นทุนการกลั่นน้ำมันจริง ๆ ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นดีเซลหรือเบนซินลิตรละเท่าไร ไม่มีใครรู้เลยครับท่านประธาน ทางหน่วยราชการที่กำกับดูแลก็คือ สนพ. สำนักนโยบายและแผนพลังงานยังไม่รู้เลยครับว่า ต้นทุนจริง ๆ เท่าไร แล้วก็เอาราคาสิงคโปร์มาบวกกำไรมาเป็นสถานีจ่ายเป็นราคาจำหน่าย น้ำมันแล้วก็เอากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปอุดหนุน อย่างที่ผมพูดก็เหมือนกับเอาเงินภาษี ประชาชนไปโอนเป็นกำไรให้กับโรงกลั่นต่าง ๆ แล้วราคาน้ำมันก็ยังสูงขึ้นอยู่อย่างนี้ อย่างที่ ท่านบอกว่าราคาของเราในประเทศไทยถ้าเทียบกับประเทศอื่นไม่ได้แพงมาก แต่อย่างที่ท่านนิยม เวชกามา ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านต้องดูค่าครองชีพด้วย ประเทศสิงคโปร์ ค่าแรงเท่าไร ของเราก๋วยเตี๋ยวชามหนึ่ง ๔๐ บาท สิงคโปร์ก๋วยเตี๋ยวชามหนึ่ง ๓๐๐ บาท ค่าครองชีพเขาวันหนึ่ง รายได้วันหนึ่ง ๒,๐๐๐ ๓,๐๐๐ บาท ของเรารายได้วันละเท่าไร ๓๐๐ กว่าบาท ฉะนั้นท่านจะเอาราคามาดูอย่างเดียวไม่ได้ท่านต้องดูค่าครองชีพด้วยอย่างที่ ท่านนิยม เวชกามา บอก แล้วผมถามว่าแล้วกำไรมันสะท้อนจากไหนครับท่านประธาน ถ้าต้นทุนท่านควบคุมจริงแล้วโรงกลั่นจริงใจจริง ๆ ในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผมต้องเรียนท่านเลยว่าท่านต้องรู้แล้วว่าวันนี้โรงกลั่นที่กลั่นในประเทศไทยต้นทุนจริง ๆ เท่าไร ถามวันนี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการการพลังงานท่านตอบได้ไหม ผมไม่ได้ตำหนิท่าน แต่ผมอยากจะเรียนท่านว่าท่านมีความตั้งใจในการที่จะมาศึกษาเรื่องนี้ แต่ต้องเรียนท่านเลย ครับว่ารากของปัญหาจริง ๆ ตอนนี้พลังงานคือไม่มีใครรู้เลยครับว่าต้นทุนการกลั่นจริง ๆ ในเมืองไทยเท่าไร แล้วท่านไปใช้ราคาที่สิงคโปร์แล้วก็มาอ้างว่าราคาที่สิงคโปร์เป็นตลาดกลาง แล้วก็ต้องมาบวกค่าเสียหาย บวกค่าประกันภัย ค่าหกหล่น แล้วก็มาบวกกับคนไทย แล้ววันนี้ ท่านดูครับกำไรของ ปตท. เท่าไร อย่างที่ท่านนิยม เวชกามา บอกครับว่า ปีที่แล้วปี ๒๕๖๓ กำไร ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๖๔ กำไรแสนกว่าล้านบาท ปีนี้ครึ่งปีมาอีก ๖๐,๐๐๐ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้กำไรก็ไม่น่าน้อยกว่าปีที่แล้ว แล้วผมถามว่าประเทศไทยคนไทย กำลังเผชิญกับวิกฤติราคาพลังงานแต่กำไรของรัฐวิสาหกิจ ปตท. กำไรมหาศาลในแต่ละปี แล้วท่านก็ยังตอบไม่ได้เลยครับว่าต้นทุนการกลั่นจริง ๆ เท่าไร จริง ๆ แล้ววันนี้ในฐานะ ที่เป็นกรรมาธิการด้านรัฐวิสาหกิจยังอยากให้กรรมาธิการพลังงานลงมาทำเลยครับว่าต้องแก้ กฎหมายติดดาบให้ สนพ. ครับว่าต้องรู้ต้นทุนจริง ๆ ของโรงกลั่นว่าโรงกลั่นจริง ๆ ท่านกลั่น ราคาน้ำมันเท่าไร อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธานพลังงานไปดำเนินการด้วยครับ ต้องช่วยกันครับไม่อย่างนั้นโรงกลั่นก็กำไรมหาศาลแสนกว่าล้านบาทต่อปี ประชาชนก็บริโภค น้ำมันแพงอยู่อย่างนี้ครับ🔗

เรื่องต่อมาก็คือกองทุน อันนี้เป็นความผิดพลาดของรัฐบาลเลยครับในการ บริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ท่านก็ตอบว่าไปสร้างเพดานอยู่ที่ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วตอนที่ราคาน้ำมันท่านดูช่วงวิกฤติโควิดครับ ราคาผมเคยอภิปรายไว้แล้วตอนอภิปราย พ.ร.บ. งบประมาณ น้ำมัน ๑๐ กว่าเหรียญต่อบาร์เรลก็มี ๒๐ กว่าเหรียญต่อบาร์เรลก็มี ๓๐ กว่าเหรียญต่อบาร์เรลก็มี แต่ตอนนั้นทำไมไม่เก็บเงินเข้ากองทุน ทั้ง ๆ ที่ราคาน้ำมัน ต่ำเกินจริง น้ำมันดีเซลท่านรู้ไหมครับท่านประธานกรรมาธิการการพลังงาน ขอเรียนผ่าน ท่านประธานครับน้ำมันดีเซลซื้อจอบเบอร์ (Jobber) ลิตรละ ๑๓ บาท ๑๔ บาทเองนะครับ ดีเซลตอนนั้น แต่ต้นทุนผู้รับเหมาะขนส่งที่วิ่งกันอยู่รับจ้างวิ่งอยู่ที่ลิตรละ ๓๐ บาท ฉะนั้น ตรงนี้เราสามารถที่จะเก็บเงินเข้ากองทุนได้ อย่างที่ท่านประธานบอกผมเห็นด้วยครับว่า มันไม่มี ไม่รู้ว่ามันผิดหรือมันถูก แต่ที่แน่ ๆ วันนี้กองทุนน้ำมันติดลบ แต่เราไปใช้ พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันสร้างเพดานอยู่ที่ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท มันขาดวิสัยทัศน์ในการบริหารกองทุน วันนี้ประชาชนถึงลำบาก พอต้นทุนน้ำมันดีเซลขึ้นท่านประธานก็รู้ครับว่าขึ้นหมดแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นค่าขนส่ง ค่าสินค้าอุปโภคบริโภค วันนี้ไม่มีเลยครับที่ไหนที่ราคามันลงครับ ก๋วยเตี๋ยว อาหารตามสั่ง ข้าวราดแกง เดือดร้อนไปหมดทุกหย่อมหญ้า เพราะว่าน้ำมันดีเซล จากที่รัดตึงเลย ๓๐ ตอนนี้มันไป ๓๕ ตอนนี้ราคาเบนซินเท่าไรครับ ราคาเบนซินก็อยู่ที่ ประมาณ ๓๖ ๓๗ ๓๘ ดีเซลก็เกือบไปถึงเบนซินแล้ว แล้วถามว่าวันนี้การที่ขาดวิสัยทัศน์ ในการบริหารกองทุนน้ำมันดีเซลของกระทรวงพลังงาน โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงานถามว่าจะทำอย่างไรในเมื่อประชาชนเดือดร้อนขนาดนี้กับการที่กองทุนติดลบเป็น แสนล้านบาท แล้วแถมว่าแสนล้านบาทนี้วันนี้ฝากท่านประธานด้วยครับ กับมาเรื่องต้นทุนว่า ท่านต้องไปช่วยดูด้วยครับว่าเงินแสนล้านบาทที่กองทุนน้ำมันติดลบท่านต้องไปช่วยดูว่า ต้นทุนจริง ๆ ของโรงกลั่นมันเท่าไรแล้วเอาเงินภาษีประชาชนไปอุดหนุนเป็นแสนล้านบาท แล้ววันนี้รัฐมนตรีพลังงานพยายามจะเอาเงินกองทุนหรือหนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาให้ กระทรวงการคลังมาค้ำ วันนั้นจะผ่าน ครม. ทีหนึ่ง ดีครับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านเบรกไว้ต้องมาหารือในข้อรายละเอียดอีก ฝากท่านประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน ท่านต้องไปต้องติดตามเรื่องนี้นะครับ ไม่อย่างนั้นอย่างที่ผมย้ำนี่พูดรอบที่ ๓ ของวันนี้ มันก็เหมือนกับเอาเงินภาษีประชาชนโยกไปเป็นเงินกำไรให้กับโรงกลั่นโดยที่หน่วยงานของรัฐ ไม่รู้เลยว่าจริง ๆ แล้วต้นทุนราคาการกลั่นจริง ๆ มันต้นทุนเท่าไรกันแน่🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สรุปได้แล้วครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ทีนี้เรื่องต่อมาท่านประธานครับ ผมขอประเด็นสุดท้ายนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ผมอยากจะอย่างนี้ครับว่าวันนี้ราคา การกลั่นแล้วก็ปัญหาเรื่องของพลังงานมันเป็นปัญหาที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็ให้ ความให้ความสนใจ เป็นไปได้ไหมครับที่ท่านจะลงมาดูในการแก้กฎหมายอย่างที่ท่านบอกว่า ของ กกพ. เอามาดูครับว่าจะเอาค่าไฟฟ้า ค่าไฟฟ้าที่ผมไม่ได้ศึกษาผมไม่มีความรู้ก็ไม่สามารถ ที่จะตั้งข้อสังเกตให้ท่านได้ แต่เรื่องน้ำมันผมทำมาโดยตลอด ท่านลองมาดูว่าจะทำอย่างไร ที่เรากำกับด้วยแล้วก็เสรีด้วยแล้วให้มันเกิดทางสายกลางเพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชน เลยขออนุญาตท่านประธานว่าเดี๋ยวเสร็จจากนี้มีโอกาสจะขออนุญาตได้หารือกับ ท่านกิตติกร โล่ห์สุนทร ท่านประธานกรรมาธิการเพื่อหารือต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนิคม บุญวิเศษ ครับ ท่านนิคมครับ ให้เวลานะครับพยายามอย่าให้ประเด็นซ้ำซาก เชิญครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ตอนแรกผมก็จะไม่ลุกขึ้นมาแล้วครับ เพราะว่าไม่อยากจะเสียเวลาสภาเป็นอันว่าผมเอง ก็มีข้อสงสัย รวมทั้งพี่น้องประชาชนที่เราเคยคุยกันมานี่เราสงสัยอย่างนี้ครับท่านประธานสงสัย ว่าทำไมน้ำมันแพงทำไมรัฐบาลถึงไม่แก้ปัญหานะครับ ผมดูแล้วครับมันจะไม่แพงได้อย่างไร ราคาขายส่งจากโรงกลั่นบวกภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล ภาษีมูลค่าเพิ่ม พอมาราคา ขายปลีกก็บวกค่าการตลาด บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม คือภาษีมัน ๓ ภาษี และที่สำคัญเราไม่สามารถ กำหนดราคาได้เลยครับ เราอ้างว่าตลาดโลกมันแพงผมถามว่าทรัพยากรธรรมชาตินี่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหรือทองคำมันเป็นของคนไทยจริง ๆ หรือเปล่าครับ หรือเขาแปลงบริษัท โดยเฉพาะ ปตท. เป็นของต่างชาติแล้วใช่ไหม ถามกันตรง ๆ ครับ เพราะรัฐบาลแม้กระทรวง พลังงานมาตอบเองก็ตามไม่สามารถทราบแม้กระทั่งต้นทุน ไม่สามารถเข้าไปข้องเกี่ยวได้เลย เหมือนกับ ปตท. มันใหญ่กว่าประเทศไทยทำนองนั้น ผมอยากจะถามว่า ปตท. เอง มีเครือข่ายมีบริษัทเล็กบริษัทน้อยเป็นร้อย ๆ บริษัท คนไทยยังเป็นเจ้าของอยู่หรือไม่ครับ ถามแค่นี้ละครับ หรือว่าแปลงเป็นของประเทศต่างประเทศไปหมดแล้ว แปลงเป็นของ นายทุนหมดแล้วเราถึงไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาน้ำมันได้ โดยเฉพาะบอกว่าขนส่งไปไหน ไปสิงคโปร์ไปกลับบวกประกัน ค่าประกันทิพย์ ค่าขนส่งทิพย์ ประชาชนเขารู้หมดแล้วครับ แต่รัฐไม่รู้จักที่จะแก้ปัญหาโดยรัฐบาลชุดนี้ หวังกำไรให้เข้า ปตท. แล้วประชาชนได้อะไรครับ ถ้าน้ำมันมันถูกประชาชนมีต้นทุนถูกเขาสามารถประกอบการได้กำไร รัฐบาลเก็บภาษีได้ มากกว่าที่จะเก็บภาษีน้ำมันด้วยซ้ำครับ ฝากไปถึงรัฐบาลด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณที่รักษาเวลา ท่านประธานจะตอบก็ได้นะครับ ส่วนข้อสังเกตนั้นก็รับไว้เป็นข้อสังเกตประเด็นอะไรที่เป็น คำถามตอบได้ เชิญเลยครับ🔗

นายกิตติกร โลห์สุนทร ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายกิตติกร โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลำปาง พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการการพลังงานอะไรที่ตอบไปแล้ว ก็ไม่ขอตอบนะครับเพื่อประหยัดเวลา ก็มีคำถามว่า ปตท. เป็นของใคร ก็จริง ๆ แล้วรัฐเอง ถือ ปตท. มากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์นะครับถ้านับในรูปกองทุนก็น่าจะถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ยังน่าจะถือว่าเป็นของคนไทยอยู่นะครับ🔗

ส่วนเรื่องเงินกองทุนที่ติดลบที่บอกว่าให้ไปค้ำจริง ๆ ผมไม่เห็นด้วยเลย ผมเสนอไปเลยว่าไม่ต้องให้เขากู้เอาจัดสรรงบประมาณไปเลยให้เขากู้ไปมีดอกเบี้ยมาให้เขา ส่งมาให้กับพวกเราอีก ผมไม่เห็นด้วยหนึ่งแล้วครับที่รัฐบาลจะค้ำหรือไม่ค้ำ ผมไม่อยากให้กู้เลย จัดสรรงบประมาณมาให้กองทุนไปเลยอย่างไรมันก็เงินภาษีพวกเรา อย่างไรเราก็ต้องจ่าย น้ำมันแพงต่อไปอีกต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นอะไรที่ลดค่าใช้จ่ายได้ลดไปให้กู้มาก็มีดอกเบี้ย มาชาร์จ (Charge) กับพวกเราอีก🔗

เรื่องต้นทุนนะครับก็ขอตอบเลยว่าพวกเราจะได้เข้าใจตรงกันค่าการกลั่นเอง เนื่องจากว่าจะเทคนิคนิดหนึ่งการกลั่นเองมันคือการนำน้ำมันดิบเข้ามาแล้วก็กลั่นออกมาเป็น ผลิตภัณฑ์หลายโพรดักต์ (Product) มีทั้งดีเซล เบนซิน เจ็ตเอวัน (JET A-1) น้ำมันเครื่องบิน น้ำมันเตา สุดท้ายแล้วได้มาที่ถูกสุดก็เป็นยางมะตอยได้บางส่วนอาจจะส่งไปปิโตรเคมี คือเข้ามาแล้วเนื่องจากว่ามันมีการกลั่นมันออกมาเป็นหลายภาคส่วน ถามว่าต้นทุนที่ท่าน ถามหากันแล้วไม่มีใครตอบได้ในประเทศไทยก็เพราะมันตอบไม่ได้มันไม่มี เหตุผลที่มันไม่มี คืออะไรรู้ไหมครับ เพราะว่าการที่เราจะได้ค่าการกลั่นในแต่ละตัวนี่ถามว่ามีได้ไหม มีได้ครับ แต่มันมีได้เกิดจากการที่เราโพรเรต (Prorate) ก็คือว่าเวทเตด อะเวอเรจ (Weighted Average) ของส่วนต่าง ๆ คราวนี้มันอยู่ที่ว่าเราเลือกจะเวท (Weight) ไปที่โพรดักต์ (Product) ไหน เท่าไร เพราะฉะนั้นคำตอบที่เราได้มันจะไม่มีทางเป็นต้นทุนที่แท้จริง มันจะเป็นต้นทุน ทางบัญชีอย่างเดียวนะครับ มันก็เลยเป็นที่มาว่าพวกเราเฝ้าถามถามแล้วถามอีกมันไม่มีใคร ตอบได้จริง ๆ เพราะว่าตอบไปมันก็ไม่ตอบคำถามที่พวกท่านอยากได้ เพราะสิ่งที่เราอยากได้ ผมเข้าใจว่าเราอยากได้ว่าต้นทุนจริง ๆ เท่าไร เพราะเราจะได้รู้ว่ามันแพงหรือมันถูก แต่อย่างที่ ผมเรียนว่ามันเข้ามาเป็นสายเป็นกระบวนการเป็นน้ำมันดิบผ่านกระบวนการกลั่นออกมา หลายโพรดักต์ (Product) แล้วมีหลายผลิตภัณฑ์มีบางตัวกำไรดี มีบางตัวกำไรไม่ดี เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่การเลือกอัลโลเคต (Allocate) เลือกจัดสรรไปที่ไหน ต้นทุนที่ได้มันจะ เป็นแค่ทางต้นทุนทางบัญชีเท่านั้น มันไม่ใช่ต้นทุนจริง ๆ มันก็เลยเป็นที่มาที่ไปไม่ว่าจะ คณะไหนก็ตาม ถามใครก็ตามมันก็เลยไม่ได้ข้อสรุปเรื่องต้นทุนก็มีแค่นี้ ทุกคำถามนะครับ แล้วก็ข้อสังเกตต่าง ๆ ผมก็คิดว่าสภาเราก็คงจะรับเข้าไปแล้วก็ส่งต่อให้หน่วยงานรับผิดชอบ ต่อไป ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่วันนี้อยู่เป็นกำลังใจให้กันและกัน แล้วก็อยู่พร้อมที่จะ รับพระบรมราชโองการด้วยกันครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านประธาน กรรมาธิการท่านกิตติกรนะครับ ท่านก็เป็นตัวแทนกรรมาธิการพลังงาน สมาชิกได้อภิปราย เท่าที่เสนอชื่อมาก็เป็นข้อสังเกตนะครับตั้งคำถาม ไม่มีผู้ใดคัดค้านรายงานการแก้ปัญหาราคา น้ำมันเชื้อเพลิงในสถานการณ์วิกฤติน้ำมันแพงไตรมาส ๔ ปี ๒๕๖๔ ซึ่งคณะกรรมาธิการ พลังงานรายงานนะครับ ผมขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ว่าถ้าไม่มีผู้ใดคัดค้านและที่ประชุม ไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบรายงานของกรรมาธิการนะครับ โดยที่มีข้อสังเกตของกรรมาธิการอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นก็ต้องขอถามสมาชิกว่ามีผู้ใดจะคัดค้าน ข้อสังเกตของกรรมาธิการหรือไม่🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มีก็อาศัยข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถือว่าที่ประชุมไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นให้ความเห็นชอบข้อสังเกตของกรรมาธิการ สมาชิกครับโดยที่ผมต้องขอขอบพระคุณพวกเรานะครับ ที่ได้ใช้เวลาแล้วก็มาร่วมในวันนี้ ซึ่งทุกวาระก็ได้ผ่านไปโดยเรียบร้อย อันนี้ก็เป็นความร่วมมือของพวกเราทุกคนนะครับ บัดนี้ เนื่องจากได้มีพระบรมราชโองการประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. ๒๕๖๕ แล้วนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ใกล้ ๆ เข้ามานะครับ ยืนขึ้น ขอเชิญสมาชิกเข้ามานะครับ ขออนุญาตให้เพื่อน ๆ เข้ามานิดนะครับ เพราะว่า ถ้าอ่านพระบรมราชโองการแล้วเดินเข้ามาก็อาจจะไม่เรียบร้อย ขอเชิญเลขาธิการอ่าน พระบรมราชโองการครับ🔗

นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

พระบรมราชโองการ พระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พุทธศักราช ๒๕๖๕ ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า🔗

โดยที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. ๒๕๖๕ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ นั้น บัดนี้ จะสิ้น กำหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวันตามสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ในวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๕🔗

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒๒ และมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาปิดประชุม รัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๕ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกเชิญนั่งครับ ก่อนปิดประชุม ผมขออนุญาตได้แสดงความขอบคุณพวกเราทุกคนนะครับ ผมขอใช้คำ ของคุณครูมานิตย์ที่พูดกับผมว่าเป็นผู้แทนมาหลายสมัยไม่เคยมีครั้งใดที่ทำงานหนักแล้วก็ ได้ผลงานมากเหมือนสมัยนี้ ผมก็ยอมรับว่าสมัยที่ ๗ ที่ผ่านมานี้ ๑๒๐ วัน เป็นช่วงที่เรา ทำงานหนักมาก และถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากพวกเราผลงานก็ไม่ออกมาอย่างนี้หรอกครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตขอบคุณพวกเราทุกคน และปิดสมัยประชุมขอให้เราได้ทำหน้าที่ ในฐานะตัวแทนประชาชนนะครับ ดำรงตนเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ทำหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต สิ่งนี้จะคุ้มครองพวกเราไว้ตลอดไปครับ ขอขอบพระคุณทุกคน ขอปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๖.๑๗ นาฬิกา