unknown · · 578 lines

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๓๑ นาฬิกา)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญนั่งครับ เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะขออนุญาตให้ท่านสมาชิก ได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผม จะให้ปรึกษาหารือตามลำดับรายชื่อและเวลาที่ยื่นโดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาที ก็อยากจะ ขอให้ท่านสมาชิกที่ยื่นความจำนงที่จะหารือในที่ประชุม ก็ขอให้เตรียมความพร้อมแล้วก็ เตรียมเนื้อหาสาระให้มันเหมาะกับเวลาที่ได้รับมอบหมายนะครับ ท่านแรก ผมขอเชิญ ท่านไตรรงค์ ติธรรม ตามด้วยท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ เชิญครับ🔗

นายไตรรงค์ ติธรรม บึงกาฬ

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายไตรรงค์ ติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัด บึงกาฬ เขต ๒ เรื่องที่ผมจะกราบเรียนหารือท่านประธานในที่ประชุมแห่งนี้ มันก็จะซ้ำกับ ส.ส. หลายท่านทุกพรรคการเมืองได้หารือกับท่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ เป็นต้นมา เมื่อวาน ท่าน ส.ส. เกษม อุประ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสกลนคร ก็ได้หารือไปแล้วนั่นก็คือเรื่องไฟฟ้า การเกษตร ซึ่งปัจจุบันนี้เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจได้ตกต่ำขณะนี้ สิ่งที่อยู่ได้ที่สุดก็คือเดี๋ยวนี้ ที่ยืนอยู่กับประเทศไทยก็คือการเกษตร ท่านประธานสภาอยู่จังหวัดนครพนมท่านก็เห็น ไร่นาพี่น้องประชาชนไม่มีไฟฟ้าใช้ ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดถ้ามีไฟฟ้าแล้วผลประโยชน์ ที่ประชาชนชาวเกษตรกรจะได้รับหลายสิ่งหลายอย่างเป็นการลดรายจ่ายพี่น้องประชาชน เพิ่มรายได้ให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะจังหวัดในภาคอีสานจังหวัดนครพนม บึงกาฬ ปลูกยางพาราเยอะ สวนยางก็อยู่ตรงนั้น ไฟฟ้าก็ไม่มีใช้ จะให้ชาวบ้านไปอยู่อย่างไร เดี๋ยวนี้ ขโมยมันก็เยอะ ฉะนั้นขอฝากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผมเพิ่งทราบว่าเดี๋ยวนี้การขอไฟฟ้าใช้ ลำบากมาก จะต้องมีสำเนาทะเบียนบ้านและมีคนอยู่ อันที่ ๒ ก็จะต้องมีห้องน้ำห้องส้วม ฉะนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก มีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยด้วย ฉะนั้นเป็นเรื่องที่ว่าการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคมากำหนดกฎเกณฑ์ แล้วที่สำคัญจะต้องมี ๑๕ หลังคาเรือนขึ้นไป ซึ่งการไฟฟ้า ผมได้รับทราบข้อมูลว่าเขาสนับสนุนอยู่ครัวเรือนละ ๗๕,๐๐๐ บาท ฉะนั้นฝากท่านด้วยว่า ไฟฟ้าการเกษตรมีความสำคัญมากที่สุด ไม่เฉพาะจังหวัดบึงกาฬครับ ทั่วประเทศไทยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนพดล ตามด้วยท่านสุเทพ อู่อ้น นะครับ🔗

นายนพดล แก้วสุพัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนนทบุรี ขอหารือต่อท่านประธาน ๒ เรื่อง ดังนี้ ขอภาพด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายนพดล แก้วสุพัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรื่องที่ ๑ เป็นปัญหา โรงยิมเนเซียม (Gymnasium) ที่ได้รับความเสียหาย ทางพรรคพลังท้องถิ่นไทได้รับการ ร้องเรียนจากนายประทีป สังข์ทอง ตัวแทนราษฎรตำบลบ้านขอนหาด อำเภอชะอวด จังหวัด นครศรีธรรมราช กรณีเกิดพายุลูกเห็บตกหนักในพื้นที่เป็นเหตุให้สนามวอลเลย์บอล บ้านขอนหาด ที่ผลิตนักวอลเลย์บอลระดับชาติมากมายได้รับความเสียหาย โดยที่ผ่านมา ต้องขอบคุณท่านนายอำเภอชะอวดที่ได้เข้ามาเร่งแก้ปัญหาในเบื้องต้น แต่วันนี้ก็อยากให้ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามา ช่วยเหลือพัฒนาสนามให้มีความพร้อมในการผลิตนักวอลเลย์บอล ซึ่งสนามแห่งนี้เป็นที่ผลิต นักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติมากมาย เช่น นางสาวปิยะนุช แป้นน้อย และ นางสาวอัจฉราพร คงยศ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ถ้ำรงค์ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งได้ร้องเรียนคือนายบรรพต กำไลแก้ว นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี จากกรณีน้ำท่วมล้นตลิ่งมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน อบต. เองงบไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน อยากให้ สร้างผนังกั้นน้ำ โดยให้กรมโยธาธิการลงสำรวจเพื่อนำงบประมาณมาในพื้นที่เพื่อจะได้แก้ไข ปัญหาในหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ กับพี่น้องประชาชนกว่า ๓๐ หลังคาเรือนครับ ซึ่งเป็นเขตที่มี โบราณสถานและโบราณวัตถุ และภาคเกษตรได้รับความเดือดร้อน ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุเทพ ตามด้วยท่านกฤติเดช สันติวชิระกุล เชิญครับ🔗

นายสุเทพ อู่อ้น แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เครือข่าย แรงงาน มีเรื่องหารือท่านประธาน ๔ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในเรื่องของการจ้างงาน แม่บ้านทำความสะอาด เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยว่าได้มีการจัดจ้าง ที่ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำในการทำงาน ๘ ชั่วโมงต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ จึงขอให้หน่วยงานทางรัฐบาล ตรวจสอบทุก ๆ หน่วยงานของภาครัฐที่มีการจ้างงานลักษณะนี้🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหาของการออกพระราชกฤษฎีกาของกระทรวง อว. เกี่ยวกับ อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน จป. ว่ามีความซ้ำซ้อนหรือไม่ เพราะปัจจุบัน ในส่วนของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้มีการออกระเบียบเรื่องของ จป. อยู่แล้ว และถ้ามีการออกระเบียบของ อว. มาซ้ำซ้อนจะทำให้คนที่ทำงานปัจจุบันนั้นไม่สามารถ ปฏิบัติงานได้ ขอให้ตรวจสอบด่วนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ราคาสินค้าปรับสูงขึ้นทุกวัน ๆ วันนี้รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายขอให้รีบแก้ไขปัญหานี้โดยด่วนครับ🔗

เรื่องที่ ๔ เรื่องกรณีเคส (Case) ของดารุมะร้านอาหารญี่ปุ่น ซึ่งทางรัฐบาล ไม่ได้มีการตรวจสอบธุรกิจเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงาน ระบบประกันสังคม ไม่ว่าเรื่อง โพรโมชั่น (Promotion) ต่าง ๆ ที่ทำให้ประชาชนนั้นเสียเปรียบในการดำเนินการ จึงขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานเชิงระบบในการตรวจสอบการประกอบธุรกิจต่าง ๆ เหล่านี้ ให้กับพี่น้องประชาชนด้วย มิฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจะเห็นได้ว่าเคส (Case) แล้วเคส (Case) เล่าก็ไม่มีการดำเนินการที่จะทำให้เกิดการควบคุมอย่างเป็นระบบต่อไปครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกฤติเดช ตามด้วยท่านฉลาด ขามช่วง🔗

นายกฤติเดช สันติวชิระกุล แพร่

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม กฤติเดช สันติวชิระกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องกราบเรียนท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง ดังนี้ครับ🔗

เรื่องแรก ผมได้รับการประสานงานจากนายกฤศ สินทะมณี นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลป่าสัก นายสานิตย์ นันทสุวรรณ กำนันตำบลป่าสัก อำเภอวังชิ้น พร้อมกับ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ขอให้ติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดโครงการอ่างเก็บน้ำแม่กระต๋อม ในการปรับปรุงคันเสริมสปิลล์เวย์ (Spillway) และปรับปรุงการวางท่อกระจายน้ำเข้าพื้นที่ ทางการเกษตรอีก ๑ พื้นที่ ได้รับหนังสือจากนายกอัมพร ฐานะวุฒิกุล พร้อมคณะผู้บริหาร องค์การบริหารส่วนตำบลสรอย อำเภอวังชิ้น ขอให้เร่งรัดติดตามโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ห้วยผีสางหรือหวยหินสาก ตามรายละเอียดที่แนบมา ซึ่งทั้ง ๒ โครงการเป็นเรื่องสำคัญมาก สำหรับพ่อแม่พี่น้องประชาชนตำบลป่าสักและตำบลสรอย อำเภอวังชิ้น จึงขอฝากท่าน ประธานผ่านไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เร่งรัดจัดสรรงบประมาณ ให้กับโครงการดังกล่าวโดยด่วนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ในนามของพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดแพร่ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ได้อนุมัติโครงการขยายไหล่ทาง และโครงการขยายถนนเป็น ๔ ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข ๑๐๒๓ ตั้งแต่แยกตำบล ต้าผามอก อำเภอลอง ถึงแยกนาเวียง อำเภอวังชิ้น และถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑ ตั้งแต่แยกปากจั๊วะ ตำบลเด่นชัย ถึงบ้านป่าไผ่ ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย ซึ่งปัจจุบัน อยู่ในขณะดำเนินการก่อสร้าง และเมื่อโครงการแล้วเสร็จนอกจากจะส่งเสริมด้านโลจิสติกส์ (Logistics) กับการค้ากลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันตกและชายแดนจังหวัดตากแล้ว เส้นทาง เหล่านี้จะเป็นเส้นทางในการสร้างมูลค่าและคุณค่าที่เชื่อมโยงศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ของจังหวัดแพร่ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นทางสำคัญ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านฉลาดครับ ตามด้วยท่านพยม พรหมเพชร เชิญครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง ร้อยเอ็ด

ท่านประธานที่เคารพ ผม ฉลาด ขามช่วง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ดังต่อไปนี้ครับ🔗

๑. ขอให้การประปาส่วนภูมิภาคสาขาร้อยเอ็ด ขยายเขตการประปาไปยัง ตำบลอัคคะคำ ตำบลคำพอุง ตำบลเชียงใหม่ อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด🔗

๒. ขอให้กรมทางหลวงติดตั้งสัญญาณไฟจราจรในทางหลวงหมายเลข ๒๑๔ ตอน ร้อยเอ็ด-ลำชี ช่วงจุดที่ ๑ ปากทางเข้าอำเภอจังหาร จุดที่ ๒ ปากทางบ้านหัวดง ตำบล ดงสิงห์ อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด จุดที่ ๓ ทางหลวงหมายเลข ๒๐๔๔ ตอน ร้อยเอ็ด- โพนทอง ช่วงปากทางบ้านคัดเค้า ตำบลหนองพอก อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด🔗

๓. ขอให้กรมโยธาธิการและผังเมืองก่อสร้างเขื่อนป้องกันริมตลิ่งแม่น้ำชี จุดที่ ๑ หน้าวัดโพธิ์ศรีอัมพวนาวาส หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๗ ตำบลม่วงลาด อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด จุดที่ ๒ บ้านป่าน หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๗ ตำบลดงสิงห์ อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด จุดที่ ๓ หน้าวัดเหนืออุดรชัยสิทธิ์ ตำบลธงธานี อำเภอธวัชบุรี ทั้งหมดนี้ให้ประธานส่งให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพยม ตามด้วยท่านบัลลังก์ อรรณนพพร ครับ🔗

นายพยม พรหมเพชร สงขลา

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ อย่างสูง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน กระผม พยม พรหมเพชร สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดสงขลา เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมนำเรื่องมาหารือซ้ำแล้วซ้ำอีก หลาย ๆ ครั้ง แต่อย่างน้อยที่สุดประชาชนในพื้นที่จะได้รับทราบว่าการติดตามเรื่องราวของ ผู้แทนราษฎรค่อนข้างจะลำบากหลายขั้นตอน🔗

เรื่องที่ ๑ คืออ่างเก็บน้ำพรุพลีควายหรือแก้มลิงที่อำเภอนาหม่อม รอยต่อ ระหว่างตำบลพิจิตรกับอำเภอนาหม่อม ตำบลนาหม่อม ซึ่งได้สร้างมาเป็นเวลา ๑๐ กว่าปี จากชลประทานขนาดกลางมาสู่ชลประทานจังหวัด แล้วก็เมื่อประมาณ ๖ เดือนที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ไปรับปากพี่น้องประชาชนที่นั่นว่าจะ ทำถนนให้ก่อน ซึ่งอย่างอื่นก็เสร็จไปพอสมควรแล้วแต่ยังไม่สามารถใช้ทำอะไรได้ให้เกิด ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ท่านรัฐมนตรีรับปากจะทำถนนให้ประมาณ ๖๐ กว่าล้านบาท และจะโอนเรื่องของประปาให้กับท้องถิ่น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ประชาชนรอคอยอยู่ ขอให้ ท่านรัฐมนตรีพูดว่าคลิป (Clip) ที่สงขลามีอยู่แต่ผมเอามาไม่ได้ว่าท่านรัฐมนตรีพูดท่านง่าย ๆ สบาย ๆ ตามสไตล์ (Style) ของท่านเพราะท่านเป็นคนง่าย ๆ แล้วก็ใจถึงด้วย ผมมั่นใจ อย่างยิ่งว่ามีเวลา ๓ เดือนที่จะหมดงบประมาณปี ๒๕๖๕ งบพิเศษหรืองบเหลือจ่ายก็ช่วย จัดให้ลงพื้นที่ด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องฝายน้ำล้นคลองปอม ตำบลฉลุง อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งได้ส่ง โครงการไป ๒ ปีที่แล้ว ท่าน ผอ. สำนักทรัพยากรน้ำได้โทรมาแจ้งผมว่าได้แล้วอาจารย์ ตอนหัวค่ำเลยนะครับ แล้วพอตอนดึกโครงการนั้นก็หายไป ทราบข่าวว่าสำนักงบไม่ผ่านครับ สำนักงบที่เคารพครับ ท่านมีบทบาทโดดเด่นในเรื่องการจัดการจัดสรรงบประมาณ ท่านอย่า ตัดเฉย ๆ ๒๐ ปีแล้วครับ ไม่ได้ดูแลในพื้นที่ตรงนี้ นั่นคือเรื่องที่สำคัญท่านต้องดูแล ท่านไม่ได้ ตรัสรู้ทุกเรื่อง แล้วก็อ่างเก็บน้ำพรุชบา อยู่ในตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งมีน้ำอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทรัพยากรน้ำ น้ำประมาณ ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ไม่ได้รับ การรื้อ แล้วน้ำก็เน่าเฟะอยู่ ขอให้กรมทรัพยากรน้ำช่วยจัดการดูแลเพื่อแก้ปัญหาพี่น้อง เกษตรกรที่ทำมาหากินในพื้นที่ครับ ราชการถ้าไม่ดูแลแล้วก็เดือดร้อนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หมดเวลา แล้วครับ🔗

นายพยม พรหมเพชร สงขลา

ประชาชนเดือดร้อนไม่รู้จะทำอย่างไร จะพึ่งใครที่ไหน พึ่ง อบต. ก็ลำบาก พึ่ง ส.ส. ส.ส. ก็ไม่มีงบประมาณในมือ ส.ส. ต้องประสาน งบประมาณส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาพี่น้องให้ทันใจ แต่ก็ได้บ้างไม่ได้บ้างนะครับ ผมเองก็พยายามอยู่ตลอดเวลา🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หมดเวลา แล้วครับ🔗

นายพยม พรหมเพชร สงขลา

เราต้องอาศัยส่วนราชการเข้ามาดูแล ขอให้ความเป็นธรรมกับพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หมดเวลา แล้วครับ ถ้าจะพูดยาว ๆ ท่านตั้งเป็นกระทู้ทั่วไปนะครับ ต่อไปเชิญท่านบัลลังก์ ตามด้วย ท่านวิรัช พันธุมะผล🔗

นายบัลลังก์ อรรณนพพร ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายบัลลังก์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องหารือกับท่านประธาน เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ ได้รับการร้องเรียนจากท่าน สจ. สมาส นามพิกุล สมาชิกสภาจังหวัดเขตอำเภอพระยืน ท่านสุรพงษ์ วงษ์ชาลี นายก อบต. เมืองเพีย ซึ่งรวมกับพี่น้องประชาชนในเขต ๑๐ ทั้งหมด สืบเนื่องจากวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๔ ได้เกิดอุทกภัยน้ำท่วมหนักในเขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่น พี่น้องประชาชนยังไม่ได้รับการเยียวยาจากรัฐบาลแม้แต่บาทเดียว ท่านประธานที่เคารพ พื้นที่ที่เสียหายประกอบไปด้วยอำเภอบ้านไผ่ ๓๕๙ ครัวเรือน อำเภอบ้านแฮด ๔๑๔ ครัวเรือน วัด ๔ แห่ง สถานที่ราชการ ๔ แห่ง อำเภอพระยืนที่ท่วมทั้งตำบลคือตำบลพระบุ ตำบลบ้านโต้น ตำบลหนองแวง และตำบลขามป้อมบางส่วน ขอฝากท่านประธานไปถึง นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้จัดสรรงบประมาณมาเยียวยาให้กับ พี่น้องประชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน ตอนนี้แม้แต่บาทเดียว สลึงเดียว พี่น้องประชาชน ก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาจากรัฐบาลเลยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากนายวิไล สวัสดิ์มูล ราษฎรบ้านโคกก่อง หมู่ที่ ๒ ตำบลหินตั้ง อำเภอบ้านไผ่จังหวัดขอนแก่น เรื่องความเดือดร้อนการสัญจรไปมา ขนส่งสินค้า ทางการเกษตรจากบ้านโคกก่อง หมู่ที่ ๒ ถึงบ้านสว่าง หมู่ที่ ๘ ตำบลหินตั้ง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ระยะทาง ๑,๕๐๐ เมตร ชำรุดเสียหาย สัญจรไปมาลำบาก ถนนเส้นนี้ เป็นถนนยุทธศาสตร์ในการขนถ่ายสินค้าโดยเฉพาะหัวไชเท้า มันสำปะหลัง อ้อย จึงอยากให้ หน่วยงานที่รับผิดชอบคือกระทรวงมหาดไทยได้จัดสรรงบประมาณลงไปให้กับองค์การ บริหารส่วนตำบลหินตั้งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยด่วนครับ ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิรัช พันธุมะผล ตามด้วยท่านมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์🔗

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย แบบบัญชีรายชื่อ วันนี้ผมจะกราบเรียนปรึกษาท่านประธานว่าเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๒ ท่านชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ท่านสนั่น ขจรประศาสน์ เป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้ เปลี่ยนแปลงสถานะสุขาภิบาลเป็นเทศบาล ทีนี้มันมีปัญหาเกิดขึ้นจนทุกวันนี้ ประเทศไทย เรามีตำบลทั้งหมด ๗,๒๕๕ ตำบล แต่ปัจจุบันนี้มีเทศบาล ๒,๔๗๒ แห่ง อบต. ๕,๓๐๐ แห่ง รวมเป็น ๗,๗๗๒ แห่ง เพราะฉะนั้นจึงเห็นได้ว่าเมื่อมาเอา ๗,๗๗๒ ลบ ๗,๒๕๕ แล้วจะมี ตำบลที่มีทั้งเทศบาลและ อบต. ทั้งหมด ๕๑๗ แห่ง นี่คือเหตุผลที่ผมยกมาพูดวันนี้ครับ เมื่อ ๑ ตำบล มี ๒ อบต. มีเทศบาลและ อบต. ก็ทำให้ อบต. เล็กลง เทศบาลเล็กลงทำให้ ๒ หน่วยงานนี้จะมีรายได้น้อยลง เมื่อมีรายได้น้อยลงใน ๑ ตำบลนะครับ ๑ ตำบลอย่างเช่น ทับสะแกของท่าน ส.ส. สวาป หรือว่าตำบลนาน้อยของท่าน ส.ส. ท่านผู้นำฝ่ายค้าน นายแพทย์ชลน่าน หรือว่าตำบลบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ทั้งหมดมี ๕๑๗ แห่ง ทีนี้ตำบล เล็ก ๆ อย่างบ้านแหลม หมู่ที่ ๙ หมู่เดียวกลายเป็น ๑ ตำบล อบต. ท่านลองคิดดูสิครับ หมู่ที่ ๙ ตรงนั้นเป็นที่ตั้งโรงเรียนด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นรายได้ก็น้อย เมื่อรายได้น้อยเงินที่จะ พัฒนาก็ไม่มี เอาเงินรายได้ที่ได้เพียงเล็กน้อยไปจ่ายเป็นเงินเดือนนายก อบต. รองนายก อบต. สมาชิก อบต. และเจ้าหน้าที่ อบต. หมดพอดี นี่คือปัญหาที่สั่งสมไว้ผมจึงกราบเรียน ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมพัฒนาท้องถิ่นได้แก้ไข ปัญหา ๑ ตำบล มี ๒ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย เพื่อประโยชน์ของประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมงคลกิตติ์ ตามด้วยท่านปรีดา บุญเพลิง🔗

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ มีเรื่องหารือ ๓ ประเด็น ไปถึงนายกรัฐมนตรี🔗

ประเด็นที่ ๑ ตอนนี้ผมทราบมาว่าทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลเร่งรัด หาเงินจากประชาชนจากรายได้ส่วนแบ่งค่าปรับจราจร ๔๕ เปอร์เซ็นต์ โดยออกมาแถลงข่าว เมื่อวันก่อนผ่านทีวีทุกช่องว่า ถ้าประชาชนคนไหนกระทำผิดตามกฎหมายจราจรแล้วโดน ใบสั่ง ไม่ยอมจ่ายค่าปรับตามใบสั่งก็จะออกหมายจับประชาชน ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นการกระทำ ที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ เนื่องจากประชาชนช่วงนี้ไม่มีรายได้มีแต่หนี้สินจะเอาเงิน ที่ไหนไปจ่ายค่าปรับจราจร ถือเป็นการรีดเลือดกับปูซ้ำเติมประชาชนตาดำ ๆ ขอให้ท่าน นายกรัฐมนตรีสั่งการไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ยกเลิกนโยบายแบบนี้โดยด่วนก่อนที่ รัฐบาลจะได้รับความเสื่อมศรัทธาจากประชาชน ยกเลิกทั้งหมด ๗๗ จังหวัด เรื่องหมายจับ ประชาชน🔗

ประเด็นที่ ๒ เนื่องจากช่วงนี้ราคาแอลพีจี (LPG) ก๊าซหุงต้ม น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล มีราคาแพง มีอยู่ ๒ ส่วนด้วยกัน คือมาจากค่ากลั่นกับค่าภาษี ค่ากลั่นอยู่ที่ ประมาณ ๕.๒ บาทต่อลิตร ภาษีทุกประเภทรวมกันประมาณ ๘.๓๖ บาทต่อลิตร ซึ่งปัจจุบัน ราคาข้าวกล่องไม่รวมน้ำเปล่าประมาณ ๕๐ บาทต่อกล่องแล้ว พี่น้องประชาชนจะตายกัน หมดแล้ว ชนชั้นกลาง คนหาเช้ากินค่ำตายหมด ค่าครองชีพสูงขนาดนี้มันแพงทุกอย่าง จึงขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการไปยังโรงกลั่นของภาครัฐสังกัด ปตท. แล้วก็โรงกลั่นเอกชน ลดค่ากลั่นน้ำมันดิบให้เหลือสัก ๑.๒ บาทต่อลิตร ลดไปประมาณ ๔ บาทต่อลิตรก็จะทำให้ สถานการณ์ของพี่น้องประชาชนดีขึ้น แม้รายได้รัฐบาลจะขาดหายไปก็เป็นหน้าที่ที่รัฐบาล จะต้องหารายได้จากส่วนอื่นมาเสริม🔗

ประเด็นที่ ๓ เหตุจากการเกิดเพลิงไหม้ที่ชุมชนบ่อนไก่มีประชาชนเดือดร้อน ๖๕ ครัวเรือน ประมาณ ๒๐๐ คนไร้ที่อยู่มีแค่เสื้อผ้าชุดเดียว รัฐบาลควรเร่งหาที่อยู่ชั่วคราว ไม่ห่างไกลจากจุดเกิดเหตุ แล้วก็ไม่ต้องเก็บเงินเขา แล้วก็ภายใน ๖ เดือน สร้างบ้านให้เขา ได้อยู่ อีกส่วนหนึ่งก็คือค่าก่อสร้างออกให้เขาด้วย และ ณ ปัจจุบันอย่างน้อยต้องใช้เวลา ประมาณ ๖ เดือน ก็ขอให้ชดเชยเยียวยาครอบครัวละประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ บาท เพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวชุมชนบ่อนไก่ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปรีดา ตามด้วยท่านชัยยันต์ ผลสุวรรณ์🔗

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สืบเนื่องจากขณะนี้ มีครูผู้ช่วยที่ได้รับการบรรจุตามโครงการผลิตครูพัฒนาท้องถิ่น ปี ๒๕๖๑ ตามหนังสือสั่งการ จากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ส่งถึงสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เรื่องให้ตัดสิทธิผู้ผ่านการคัดเลือก เข้าร่วมโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น กรณีคัดเลือกนิสิตนักศึกษาครูชั้นปีที่ ๓ ประจำปี การศึกษา ๒๕๖๐ ลงวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔ จำนวน ๑๑๒ คน ในจำนวน ๑๑๒ คนนั้น ที่บรรจุเข้ารับราชการครูในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไปแล้ว ๔๔ ราย ด้วยเหตุผลได้ยื่นหลักฐานผลสอบภาษาอังกฤษไม่ตรงกับฐานข้อมูลของสถาบันทดสอบภาษา ซึ่งไม่เป็นไปตามที่โครงการกำหนดส่งผลให้ข้าราชการครูดังกล่าวต้องออกจากราชการ โดยเจ้าตัวไม่ทราบต้นสายปลายเหตุว่าเอกสารที่สถาบันทดสอบภาษาออกให้นั้นไม่ถูกต้อง และไม่มีต้นสายปลายเหตุว่าส่งผลให้ต้องออกจากราชการ ซึ่งส่งผลให้ต้องออกจากราชการ จากปัญหานี้จะให้รัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน ตรวจสอบรายละเอียดที่ต้นเหตุครับว่าปัญหาที่แท้จริง มันเกิดจากตรงไหน เป็นความผิดพลาดอยู่ที่ใครมากกว่าที่จะโยนความผิดให้นิสิต นักศึกษา หรือข้าราชการครูชั้นผู้น้อยต้องมาเป็นแพะรับบาปเช่นนี้ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านชัยยันต์ ตามด้วยท่านจีรเดช ศรีวิราช เชิญครับ🔗

นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย เขต ๔ จังหวัดปทุมธานี อยากจะปรึกษาหารือท่านประธานตามที่ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ๒ ๓ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ คืออยากจะติดตามความคืบหน้าของโพรเจกต์ (Project) การขยาย ถนนของถนนเสมา-ฟ้าคราม คลอง ๒ ซึ่งเป็นถนนเชื่อมระหว่างถนนลำลูกกากับถนนรังสิต- นครนายก ซึ่งโครงการนี้เทศบาลลำสามแก้ว เทศบาลคูคต และกรมทางหลวง หรือกรม ทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ได้มีการทำโครงการนี้มาเนิ่นนานแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี ซึ่งถนนเส้นนี้ประชาชนไม่น้อยกว่าเป็นแสนท่าน หมู่บ้านเยอะมากในถนนนี้ เป็นถนนเชื่อม เป็นถนนทางลัดอะไรต่าง ๆ ซึ่งกระทรวงคมนาคมไม่ยอมบรรจุเข้าไปในแผนการแก้ไข ซึ่งก็ ติดขัดมาหลายปีก็เลยอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีศักดิ์สยามช่วยดูแลพี่น้องประชาชนในจังหวัด ปทุมธานี จะได้ใจพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลลำสามแก้ว เทศบาลคูคต เทศบาลรังสิตเป็น อย่างมากครับ ขอให้กระทรวงคมนาคมช่วยเร่งรัดโครงการนี้ด้วย การขยายถนนครับ🔗

เรื่องที่ ๒ อยากให้เทศบาลต่าง ๆ ในเขตอำเภอลำลูกกาและในจังหวัดปทุมธานี ทั้งหมดช่วยกันควบคุมหรือจัดระเบียบร้านรับซื้อของเก่าหรือร้านรีไซเคิล (Recycle) ของเก่า ทั้งหลาย ซึ่งตอนนี้ได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในหลายเทศบาล คือไปที่ไหน ก็ได้รับการร้องเรียนว่าร้านพวกนี้ทำให้เสื่อมเสียทัศนียภาพ แล้วก็ไม่ดูแลรักษาความสะอาด ส่งกลิ่นเหม็นบ้าง ส่งเสียงดังบ้าง อยากให้ทางหน่วยงานของอำเภอ หรือของจังหวัด หรือทาง อบจ. หรือเทศบาลในจังหวัดปทุมธานีช่วยกันจัดระเบียบด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ถนนลำลูกกาสายวิ่งระหว่างปากทางลำลูกกา-อนุสรณ์สถาน เข้าไป ประมาณคลอง ๗ ตัดมอเตอร์เวย์ (Motorway) ถนนลำลูกกา การจราจรติดขัดทุกวันเลย ขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดการทำถนนที่กลับรถและดูแลแก้ไขครับ โดยให้ตำรวจจราจร ออกมาอำนวยการให้กับพี่น้องประชาชนในเวลาเร่งด่วนด้วย ผมสังเกตดูไม่มีตำรวจออกมา ดูแลพี่น้องประชาชนนะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจีรเดชครับ ตามด้วยท่านสิรินทร รามสูต เชิญครับ🔗

นายจีรเดช ศรีวิราช พะเยา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พรรคเศรษฐกิจไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันนี้ได้นำเรื่องเก่า มาเล่าใหม่ถึงการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณกรมทางหลวง กระทรวง คมนาคม ที่ได้ดำเนินการก่อสร้างถนนบนเส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๑ ซึ่งเชื่อมระหว่าง อำเภอจุนไปอำเภอปง ผมได้นำปัญหามาพูดจาในสภาแห่งนี้ถึง ๓ ครั้ง ขณะนี้ได้ดำเนินการ ก่อสร้างไปแล้ว อีกเส้นทางหนึ่งคือเส้นทางหลวงหมายเลข ๑๒๐๒ ซึ่งเชื่อมระหว่างอำเภอ เมืองผ่านอำเภอภูกามยาว เข้าไปอำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย ซึ่งผมได้พูดไป ๒ หน ปัจจุบันก็อยู่ในระหว่างการก่อสร้างเช่นเดียวกัน ต้องขอขอบคุณกรมทางหลวงด้วยนะครับ แต่ยังมีอีกเส้นทางหนึ่งซึ่งแยกออกจากเส้นทางสายนี้ ตรงข้ามวัดมงคลคีรีบ้านใหม่ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลห้วยแก้ว อำเภอภูกามยาว เชื่อมไปยังตำบลห้วยลาน อำเภอดอกคำใต้ ผมได้อภิปราย ถึงปัญหานี้ไปเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ผ่านมา ๕ เดือนทุกอย่างยังเหมือนเดิม ไม่มีการแก้ไข หรือดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น ยิ่งไปกว่านั้นยังหาจอมบงการหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ได้ แต่พอสังเกตก็คือหลักกิโลเมตรที่ตั้งอยู่ข้างทางมีตราสัญลักษณ์ของกรมโยธาธิการ สอบถามไป ก็ยังไม่ได้รับคำตอบนะครับว่าอยู่ในความรับผิดชอบของใคร หรือถ่ายโอนไปให้หน่วยงานใด ท่านประธานครับ ผมไม่เข้าใจประเทศนี้บริหารงานกันอย่างไร ถนนทั้งสายระยะทางกว่า ๓ กิโลเมตร สอบถามหน่วยงานใดก็ปฏิเสธโยนกันไปโยนกันมา แบบนี้พี่น้องชาวบ้านจะไป พึ่งใครครับ ขอฝากปัญหาความเดือดร้อนนี้ไปยังจังหวัดพะเยาได้เร่งรัดและตรวจสอบ หาหน่วยงานที่รับผิดชอบมาดำเนินการด้วยครับ ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝน มีพี่น้องประชาชน สัญจรไปทำไร่ไถนาเป็นจำนวนมาก เพื่อความสะดวกและปลอดภัยอย่างน้อยก็รีบแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้า หาวัสดุมาปรับปรุงกลบหลุมบ่อให้อยู่ในสภาพที่พอใช้งานได้และค่อย จัดสรรงบประมาณมาดำเนินการต่อไปให้เร็วที่สุดครับ อย่าให้ต้องรอถึงชาติหน้าเลยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสิรินทร ตามด้วยท่านวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ นะครับ🔗

นางสิรินทร รามสูต น่าน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน สิรินทร รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉัน ได้รับการร้องเรียนจากท่านนายก พล ธนะขว้าง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแสนทอง ถึงการก่อสร้างถนนช่วงที่ ๒ เข้าสู่หมู่บ้านนำไคร้ ขอภาพด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นางสิรินทร รามสูต น่าน

ภาพนี้เป็นภาพจากปากทางเข้าสู่หมู่บ้าน ก็มีการทำถนน ค.ส.ล. เรียบร้อยแล้วนะคะ แต่พอเข้าไปถึงกลางหมู่บ้าน ท่านนายกองค์การ บริหารส่วนตำบลก็ได้ตั้งงบประมาณในปี ๒๕๖๔ ได้รับการแนะนำว่าต้องไปขออนุญาตการใช้ พื้นที่ของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐภายใต้เขตป่าสงวนแห่งชาติตามมาตรา ๑๓ และ มาตรา ๙ แต่งบประมาณในปี ๒๕๖๔ ก็ตกไปนะคะ เพราะไม่ได้รับการอนุญาต ท่านนายก ก็ตั้งงบประมาณใหม่ในปี ๒๕๖๕ แล้วก็ได้ขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอยกเว้น การใช้ตามมาตรา ๙ พระราชบัญญัติป่าสงวนนะคะ ก็ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วย พิจารณาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด่วนด้วยนะคะ และได้หลายพื้นที่ในจังหวัดน่านก็มีปัญหา เช่นเดียวกัน เพราะว่าพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าสงวนนะคะ แต่ว่าทำไมในช่วงแรกมีการทำ ถนน ค.ส.ล. เข้าไปถึงกลางหมู่บ้านแล้วนะคะ แต่พอจะทำช่วงที่ ๒ ไม่ได้รับการอนุมัติ แต่ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในช่วงฤดูฝนยากลำบากมากนะคะ ก็อยากจะ ฝากไปยังท่านอธิบดีกรมป่าไม้แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ท่านมีมาตรการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ในการใช้มาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิสิทธิ์ ตามด้วยท่านทศพร ทองศิริ เชิญครับ🔗

นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ ๑๓ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อน ของพี่น้องในเขตเลือกตั้ง ๒🔗

เรื่องที่ ๑ อำเภอเทพารักษ์แยกการปกครองไปจากอำเภอด่านขุนทด เป็นชุมชนหนาแน่น มีที่ตั้งราชการ อำเภอ โรงพยาบาล แล้วก็ส่วนราชการอื่น ๆ แต่ปรากฏ ว่าตรงจุดเด่นไม่มีน้ำประปาภูมิภาคไปบริการ พี่น้องต้องใช้น้ำประปาของหมู่บ้าน น้ำบาดาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลเทพารักษ์ถึงเวลาต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือมาล้าง ที่อำเภอด่านขุดทด ขณะนี้กรมชลประทานได้ไปสร้างอ่างเก็บน้ำทับรั้งอยู่ไม่ห่างจากอำเภอ มีความจุเพื่อทำ น้ำดิบทำประปาได้ครับ ขอให้การประปาส่วนภูมิภาค เขต ๒ ได้ไปดำเนินการแก้ไขปัญหา เดือดร้อนดังกล่าวให้กับพี่น้องประชาชน🔗

เรื่องที่ ๒ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผมได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องชาวตำบล บ้านเก่า โดยเฉพาะบ้านวังโป่งว่าฝายน้ำล้นที่กั้นลำน้ำลำเชียงไกรอยู่ที่บ้านหิ่งห้อย ตำบล หนองแวง อำเภอเทพารักษ์ ขนาดความกว้างประมาณ ๔๐ เมตร สันฝายกว้าง ๔ เมตร ลึก ๔.๕ เมตร เกิดพังชำรุด ทำให้การทดน้ำที่เคยช่วยเหลือพี่น้องทำไร่ทำนาปรากฏว่าขณะนี้ น้ำได้ไหลลงลำห้วยลำเชียงไกร ไม่สามารถทดน้ำไปช่วยพี่น้องทำนาได้ ทาง อบต. ผมได้ สอบถามว่าไม่มีงบประมาณในการซ่อมแซม ได้ทำเรื่องร้องเรียนไปที่อำเภอและส่งต่อไป ที่จังหวัดนครราชสีมา ขณะนี้ใกล้ฤดูฝนแล้วถ้าไม่มีงบประมาณมาซ่อมแซมก่อสร้าง พี่น้อง ในเขตตำบลบ้านเก่า โดยเฉพาะพี่น้องวังโป่งก็จะขาดแคลนน้ำในการทำนา ขอให้ทาง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางแก้ไขครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านทศพร ตามด้วยคุณสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ครับ🔗

นายทศพร ทองศิริ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายทศพร ทองศิริ ผู้แทนราษฎรชาวราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล วันนี้จะขอหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ทั้ง ๒ เขตดังนี้ครับ เขตราษฎร์บูรณะบริเวณหน้าโรงพยาบาลประชาพัฒน์ เส้นถนนสุขสวัสดิ์ หลอดเลือดเส้นหลัก ๘ เลน (Lane) ของเขตไม่มีสัญญาณไฟจราจรเพื่อให้ประชาชนได้กด ก่อนข้าม ทั้งที่มีทางม้าลายที่ใช้ข้ามถนนอยู่แล้วชัดเจน ซึ่งประชาชนที่เจ็บป่วยหรือที่เดินสัญจร ไปมานั้นต้องอาศัยจังหวะในการข้ามถนนกันเองครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก และแทบจะ เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะให้รถทุกคันในทุก ๆ เลน (Lane) หยุดรถพร้อมกันเพื่อให้ประชาชน ข้ามถนนไปก่อน ก็อยากฝากเรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานในการดำเนินการช่วย ติดตั้งสัญญาณกดไฟจราจรเพื่อให้ประชาชนได้กดหยุดรถทั้ง ๒ ฝั่ง เป็นการป้องปราม อุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันด้วยนะครับ เขตทุ่งครุปัจจุบันมีประชากร ในเขตรวมกว่า ๑๒๐,๐๐๐ คน แล้วก็มีแนวโน้มว่าจะมีการขยายตัวของที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอีก เป็นจำนวนมาก แต่น่าน้อยใจครับว่าในเขตพื้นที่ดังกล่าวนี้มีเพียงศูนย์บริการสาธารณสุข เพียงแค่ ๒ แห่ง คือศูนย์ ๕๔ และศูนย์ ๕๙ แต่กลับไม่มีโรงพยาบาลที่มีความพร้อมในการ ดูแลความเจ็บป่วยของพี่น้องประชาชนแม้แต่แห่งเดียว พี่น้องประชาชนจะหาหมอกันทีหนึ่ง ต้องวิ่งข้ามเขต ไปที่เขตราษฎร์บูรณะ ซึ่งการเดินทางที่ล่าช้ากับอาการป่วยของโรคแบบ กะทันหัน ผมนึกไม่ออกครับท่านประธานว่ามันจะลงเอยกันในจุดไหนเวลาป่วย ก็อยาก วิงวอนครับ ขอความเห็นใจผ่านท่านประธานครับ ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วย หาทางออกในเรื่องของโรงพยาบาลภายในเขตทุ่งครุที่ควรต้องมีให้กับพี่น้องประชาชน ผมขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนในเขตผมล่วงหน้านะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสุณัฐชาครับ ตามด้วยท่านกูเฮง ยาวอหะซัน เชิญครับ🔗

นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้รับแจ้งปัญหาจากผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ในพื้นที่ของตำบลลิพัง อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง นั่นคือจากท่านนายกธีรภาพ แสงกาศนีย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลิพัง และกำนันในพื้นที่ กำนันสมบัติ น้อยกูต ขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ จึงขอหารือท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าแก้ไขปัญหา ๓ เรื่องจำเป็นด้วยกันค่ะ🔗

เรื่องแรก ไม่นานมานี้เกิดอุทกภัยจากน้ำป่าไหลหลากเข้าสู่หลายหมู่บ้าน โดยเฉพาะในพื้นที่ของหมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๖ ตำบลลิพังและทางเข้าโรงเรียน ตชด. บ้านหินจอก ทำให้หลายครัวเรือนได้รับความเสียหาย ทราบว่าเกิดจากการระบายน้ำไม่ทันบริเวณบนถนน ที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของทางหลวงชนบทตรัง จึงอยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลเพื่อป้องกันน้ำท่วมซ้ำซากค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ตำบลลิพังเป็นพื้นที่ที่ขาดแคลนรถบรรทุกขยะ เรื่องนี้ดิฉันทราบดี ว่าการบริหารจัดการขยะในพื้นที่นั้นเป็นภารกิจของท้องถิ่น แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือตำบลลิพัง เป็นพื้นที่ขนาดเล็กค่ะ งบประมาณขององค์การบริหารส่วนตำบลไม่เพียงพอต่อการจัดซื้อ รถบรรทุกขยะ ทำให้ปัจจุบันชาวบ้านในพื้นที่เลือกที่จะกำจัดขยะด้วยตัวเอง บางคนก็เอาขยะ มากองทิ้งไว้ข้างทาง บางคนก็เอาขยะมาเผาไว้หลังบ้าน ซึ่งก่อให้เกิดปัญหามลพิษ ฉะนั้น เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ดิฉันจึงอยากจะขอฝากไปยังกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เข้ามาดูแลรับผิดชอบโดยด่วนค่ะ🔗

เรื่องสุดท้าย ปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าส่องสว่างซึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง บริเวณสี่แยกลิพังไปจนถึงสี่แยกคลองแร่ หมู่ที่ ๔ ตำบลลิพัง อำเภอปะเหลียน จึงขอให้ แขวงการทางสตูล กระทรวงคมนาคม ซึ่งดูแลรับผิดชอบพื้นที่อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง เข้ามาดูแลโดยด่วนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณกูเฮง ตามด้วยท่านอนุชา น้อยวงศ์ ครับ🔗

นายกูเฮง ยาวอหะซัน นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต ๓ พรรคประชาชาติ ขอเรียนหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับวันนี้🔗

เรื่องแรก ฝากเรียนท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้มันมีประเด็นร้อน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จนถึงวันนี้ในเรื่องผลกระทบจากกัญชาเสรี วันนี้อยากให้ท่าน นายกรัฐมนตรีได้ตั้งเวทีเพื่อรับฟังปัญหาในเรื่องนี้ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ขัดหลักศาสนา อันนั้นคือเป็นเรื่องหลักอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าผลที่ตามมาวันนี้คือองค์กรผู้นำศาสนา โรงเรียน เอกชน ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย หรือว่าโรงเรียนทั่วไป มัธยมทั่วไป หรือว่าทางแพทย์ก็ได้ ออกมาต่อต้านในเรื่องนี้ ก็อยากให้รับฟังปัญหาเรื่องนี้เพราะว่าที่เห็นอยู่วันนี้คือโรงพยาบาล มีผู้ป่วยมากขึ้นเนื่องจากผลกระทบจากเรื่องกัญชา แล้วก็วันนี้ที่สำคัญนะครับ ปัญหาใหญ่ ที่ตามมาวันนี้คือเราเพิ่งเปิดประเทศและได้ห่างหายจากเรื่องโควิด (COVID) แต่ว่าวันนี้ ผลที่ตามมาก็คือเรื่องกัญชาทำให้ประเทศไทยต้องมีปัญหาในการเดินทางข้ามประเทศ เพราะมาเลเซียเขามีความเข้มงวดโทษเขาถึงประหารชีวิตนะครับ แต่วันนี้เราเป็นเรื่องเสรี กลัวว่าคนไทยที่ไม่เข้าใจเรื่องนี้อาจจะนำเรื่องนี้เข้าไป และวันนี้ทหารเขาก็เข้มงวดมาก เจ้าหน้าที่เขาเข้มงวดมากจะเข้าไปลำบาก แล้วทำให้ร้านค้าวันนี้กลับต้องปิดไม่สามารถ ทำค้าขายได้เหมือนเดิมและเรือสัญจรข้ามฟากหรือว่ามอเตอร์ไซค์รับจ้างตอนนี้ก็ต้อง หยุดงานเพราะว่าไม่มีใครกล้าเดินทาง🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องสืบเนื่องว่าผมได้ทำการหารือเมื่อหลายเดือนที่แล้วนะครับ เรื่องโรงพยาบาลจิตเวชใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็อยากทราบความคืบหน้าครับ และวันนี้ เรามีเรื่องกัญชาเสรีเข้ามาเพิ่มอีก ผมเชื่อว่าวันนี้ผู้ป่วยจากเรื่องนี้มีมากใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ เราต้องมีโรงพยาบาลจิตเวชให้กับคนในพื้นที่เพราะว่าจะได้มีการรักษาและได้ติดตาม ซึ่งเจ้าหน้าที่ติดตามวันนี้ของผู้ป่วยที่ออกมาจากโรงพยาบาลจิตเวชเรายังไม่พร้อมเรื่องนี้ ก็ฝากเรียนท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ คุณอนุชา ตามด้วยคุณบุญฐิน ประทุมลี ครับ🔗

นายอนุชา น้อยวงศ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม อนุชา น้อยวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเขต ๓ จังหวัดพิษณุโลก ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับโครงการสำคัญของอำเภอวังทอง อำเภอ เนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ในแผนงานปีพุทธศักราช ๒๕๖๖-๒๕๖๙ ต้องขอขอบพระคุณ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติที่ได้จัดแผนงานให้โครงการอ่างเก็บน้ำชมพู โครงการ พระราชดำริของอำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ได้รับการบรรจุเป็นโครงการเป้าหมาย เรียบร้อยแล้วและยังมีโครงการของลุ่มน้ำอำเภอวังทองคืออ่างเก็บน้ำระเบย อ่างเก็บน้ำ ห้วยพริกขิง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก และการขุดลอกบึงราชนก อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีความสำคัญต่อลุ่มน้ำวังทอง โครงการทั้ง ๔ โครงการดังกล่าวนี้ กระผม ได้ติดตามมาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้ว แต่ก็ยังมีอีก ๑ โครงการที่ยังไม่ได้บรรจุอยู่ในแผน ลุ่มน้ำวังทองในโครงการที่เรียกว่าโครงการประตูน้ำวังประดู่ กระผมได้รับคำแนะนำจาก นางเกสร อ่อนสะเดา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑ และท่านกำนันถาวร ขุนโต กำนันตำบลหนองพระ อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ขอให้ทางกรมชลประทานจัดสร้างประตูน้ำวังประดู่ ตำบล วังพิกุล อำเภอวังทอง และผันน้ำไปยังตำบลดินทองและไปยังบึงสะเดาซึ่งมีความกว้างกว่า ๑๐๐ ไร่ ขอให้บูรณาการขุดอ่างเก็บน้ำสะเดาให้เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อผันน้ำไปยัง ตำบลแม่ระกา ซึ่งเรียกว่าคลองเข็ก-แม่ระกา อำเภอวังทอง โครงการทั้งหมดนี้จะเป็น ประโยชน์ต่อพี่น้องทั้ง ๓ ตำบลในเขตอำเภอวังทอง ขอให้กรมชลประทานเร่งรัดออกสำรวจ แล้วนำโครงการดังกล่าวมาบรรจุแผนเป้าหมายด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณบุญฐิณ ตามด้วยท่านสาคร เกี่ยวข้อง นะครับ🔗

นายบุญฐิณ ประทุมลี มุกดาหาร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายบุญฐิณ ประทุมลี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคเพื่อไทย วันนี้ ผมมีเรื่องที่จะหารือท่านประธานอยู่ ๑ เรื่องนะครับ เนื่องจากผมได้รับหนังสือร้องทุกข์จาก นางติ๋ม สินประศร อยู่บ้านเลขที่ ๑๐๔ บ้านหนองลำดวน ตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร เนื่องจากนายฉลาด สินประศร สามีได้รับการฉีดวัคซีนจากโรงพยาบาล นิคมคำสร้อย เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๔ ต่อมาวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๔ ก็เข้ารับ การรักษาโรงพยาบาลในจังหวัดเรื่อยมาครับ จนถึงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ มีอาการ เสียงแหบมากขึ้น ผลเอกซเรย์คอมพิวเตอร์พบหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองได้ส่งรักษาที่ ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แพทย์วินิจฉัย โรคหลอดเลือดแดงโป่งพองและ เส้นเลือดหัวใจตีบครับ เสียชีวิตในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ จากอาการหลังรับวัคซีน ดังกล่าวสัมพันธ์กับโรคที่เป็นครับ ภรรยาได้ยื่นคำขอช่วยเหลือเบื้องต้นไปที่สำนักงานประกัน สุขภาพแห่งชาติ จังหวัดอุบลราชธานี อนุกรรมการไม่เห็นชอบให้การช่วยเหลือ เนื่องจาก ไม่เกี่ยวข้องลักษณะพึงประสงค์ของวัคซีน ดังนั้นจึงทำเรื่องอุทธรณ์มาในวันจันทร์ที่แล้วครับ มายังสำนักงานใหญ่คณะกรรมการอุทธรณ์ ดังนั้นจึงอยากจะฝากประเด็นที่อุทธรณ์นะครับ ว่าเกิดจากอาการรับวัคซีนแล้วถึงเสียชีวิต ในประเด็นนี้จึงอยากจะฝากรัฐมนตรีกระทรวง สาธารณสุขไปยังคณะกรรมการได้พิจารณาให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ถ้าไม่ได้รับ วัคซีนก็คงจะไม่เสียชีวิตรวดเร็วแบบนี้ ฉะนั้นจึงขอฝากท่านรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ไปยังคณะกรรมการได้พิจารณาให้ช่วยเหลือชาวบ้านด้วย ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสาคร ตามด้วยท่านพัฒนา สัพโส เชิญครับ🔗

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ครับ อยากจะเรียนท่านประธาน ผ่านไปถึงกรมทางหลวงแผ่นดิน กระทรวงคมนาคม ผมได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ในแถบจังหวัดกระบี่ อำเภออ่าวลึก อำเภอปลายพระยา ตลอดจนถึงอำเภอพนม จังหวัด สุราษฎร์ธานี เรื่องของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑๕ ที่มีระยะความยาวร่วม ๆ ๕๐ กิโลเมตร ๔๙-๕๐ กิโลเมตรอยู่ในจังหวัดกระบี่ ๔๒ กิโลเมตรอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ๒๗ กิโลเมตร เป็นทางหลวงแผ่นดินที่สร้างเป็น ๔ ช่องจราจรเชื่อมระหว่างกระบี่กับสุราษฎร์ธานี แต่จะมี ผู้ใช้จากภูเก็ตไปสุราษฎร์ธานีแล้วก็อาจจะต่อไปกรุงเทพ พังงาไปสุราษฎร์ธานีและต่อไป กรุงเทพ ตลอดจนกระบี่ไปสุราษฎร์ธานีแล้วก็ต่อไปกรุงเทพ ทางหลวงเส้นนี้แทบจะไม่มี จุดกลับรถ จุดยูเทิร์น (U-Turn) บางจุดร่วม ๕ กิโลเมตรถึงจะมีจุดยูเทิร์น (U-Turn) นะครับ จึงขอกราบเรียนท่านประธานไปยังกรมทางหลวงแผ่นดินให้ไปเปิดจุดยูเทิร์น (U-Turn) ตามความเหมาะสมให้กับพี่น้องประชาชนด้วย เพราะว่าจะมีการขนสินค้า ผลปาล์มน้ำมัน ประชาชนสัญจรไปมาในแต่ละที่และประชาชนบางส่วนก็ย้อนศรสวนเลนเกิดปัญหาอุบัติเหตุ กับพี่น้องประชาชนอยู่บ่อย ๆ แล้วก็เกิดความไม่สะดวก จึงอยากให้กรมทางหลวงแผ่นดิน เข้าไปปรับแบบแล้วก็หางบประมาณไปเปิดจุดกลับรถ เปิดจุดยูเทิร์น (U-Turn) ให้กับพี่น้อง ในตำบลนาเหนือ ตำบลเขาต่อ แล้วก็อีกหลาย ๆ ตำบล โดยเฉพาะตำบลเขาต่อครับ พี่น้อง ร้องเรียนเข้ามามากว่าจุดยูเทิร์น (U-Turn) น้อยมากครับ บางช่วงบางตอนของถนนเส้นนี้ มีระยะทางถึง ๕ กิโลเมตรถึงจะมีจุดกลับรถ กราบเรียนท่านประธานไปยังกรมทางหลวง แผ่นดิน กระทรวงคมนาคมครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพัฒนา ตามด้วยสมบูรณ์ ซารัมย์ นะครับ🔗

นายพัฒนา สัพโส สกลนคร

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ ผม พัฒนา สัพโส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอหารือผ่านไปยังอธิบดีกรมทางหลวง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ขอสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายพัฒนา สัพโส สกลนคร

ท่านประธานครับ นี่คือภาพการเกิดอุบัติเหตุ ในพื้นที่ของจังหวัดสกลนคร เป็นภาพการเกิดอุบัติเหตุในทางหลวงหมายเลข ๒๑๑๘ ช่วงตอน อำเภอกุดบาก อำเภอนิคมน้ำอุ่น ซึ่งในแต่ละปีจะมีอุบัติเหตุนับร้อยครั้งครับ สาเหตุเนื่องจาก ไม่มีไหล่ทาง ไหล่ทางแคบมาก การเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ผมอยากจะฝากทางกรมทางหลวง อยากจะให้สำรวจออกแบบตั้งงบประมาณ แล้วก็ฝากท่านผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถนนอย่างนี้ควรจะได้รับจัดสรรงบประมาณอย่างยิ่ง ก็เหมือนที่ผมเคยพูดนะครับ กระทรวงคมนาคมจัดสรรงบประมาณ บางจังหวัดได้ ๒๐๐ ๓๐๐ โครงการ บางจังหวัดขอมาเป็นสิบ ๆ ปีไม่ได้ ภาพตรงนี้จะเป็นเครื่องยืนยันแล้วก็เป็น หลักฐานชิ้นสำคัญว่าอธิบดีกรมทางหลวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้อำนวยการ สำนักงบประมาณให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งความปลอดภัย ผมฝาก ท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมบูรณ์ ตามด้วยท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เชิญครับ🔗

นายสมบูรณ์ ซารัมย์ บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สมบูรณ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขอหารือ ท่านประธาน ๓ ประเด็น🔗

ประเด็นที่ ๑ การขุดลอกแหล่งน้ำเพื่อการประปา จุดที่ ๑ บ้านหนองตะเคียน หมู่ที่ ๓ ตำบลหนองเยิง มีพื้นที่รับน้ำ ๓๙ ไร่ ถ้าหากมีการขุดลอกสามารถที่จะเก็บน้ำ ทำประปาเพื่อพี่น้องประชาชนได้ถึง ๑๓๐ ครัวเรือนนะครับ จุดที่ ๒ ลำห้วยบวย หมู่ที่ ๑๖ ตำบลทะเมนชัย อำเภอลำปลายมาศ ระยะทางยาว ๓ กิโลเมตร มีประชาชนใช้ประโยชน์ ๔๐๐ กว่าครอบครัว🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของการสร้างประตูระบายน้ำลำห้วยแอก ซึ่งลำห้วยแอก ยาว ๑๐ กิโลเมตร ระยะทางที่ผ่าน ๒ ตำบล ถ้าหากมีการทำประตูระบายน้ำแล้วก็ขุดลอก ทำถนนข้างลำห้วยประชาชนจะได้ใช้ประโยชน์ซึ่งมีความจำเป็น ประเด็นที่ ๒ การซ่อมถนน ชำรุดทางหลวงถึงทางหลวงชนบทครับ เรื่องของจุดที่ ๑ ก็คือบ้านหนองจิกถึงบ้านห้วยยาง ระยะทาง ๓ กิโลเมตร จุดที่ ๒ บ้านหนองแวง หมู่ที่ ๔ ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ ถึงบ้านสว่างงิ้วงาม หมู่ที่ ๘ ตำบลหนองตาด จังหวัดบุรีรัมย์ อันนี้ก็มีประชาชนสัญจร ๕๐๐ กว่าครอบครัว🔗

ประเด็นที่ ๓ การขยายไฟฟ้าเพื่อการเกษตรครับ ประชาชนที่ตกงานจาก ภาคอุตสาหกรรมกลับสู่ภูมิลำเนาหวังยึดประกอบอาชีพภาคเกษตรไม่ว่าจะเป็นเกษตร ทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน แต่ทว่ายังขาดปัจจัยในการผลิตไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแหล่งน้ำ เป็นเรื่องของพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และองค์ความรู้ต่าง ๆ รวมไปถึงไฟฟ้าขยายไปสู่ไร่นา ฉะนั้น ฝากถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกรมชลประทาน ได้ช่วยกัน จัดงบประมาณสนับสนุนต่อไปครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ท่านวิสุทธิ์ ตามด้วยท่านอิสระพงษ์ มากอำไพ ครับ🔗

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พะเยา

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทาน🔗

เรื่องที่ ๑ เรื่องการก่อสร้างประตูระบายน้ำ บ้านหมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๓ ตำบล สบบง อำเภอภูซาง ซึ่งมีแบบแปลนการก่อสร้างเรียบร้อยแล้วรอแต่งบประมาณ ทราบว่า ขณะนี้มีการประชุมกรรมาธิการงบประมาณก็ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะ กรมชลประทานได้จัดการก่อสร้างให้ด้วยนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยหลวงและอ่างเก็บน้ำห้วยห้า ตำบลฝายกวางครับ ซึ่งกำนันตำบลฝายกวางติดตามมาแทบทุกอาทิตย์เพื่อให้ผมประสาน เรื่องนี้ครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ ของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ถนนสาย ๑๐๙๑ จุน-ปง ในพื้นที่อำเภอจุนมีการก่อสร้างไปบางส่วนแล้ว ส่วนปงและเชียงม่วนก็มีปัญหาเพราะว่า เรื่องทั้งหมดไปอยู่ที่อธิบดีกรมป่าไม้แล้วยังไม่ได้อนุญาตครับ ฝากท่านประธานถึงอธิบดี กรมป่าไม้กรุณาได้เซ็นเร่งด่วน เพราะว่างบประมาณร้อยล้านมารออยู่แล้วนะครับ แต่ว่า หน่วยก่อสร้างทางที่ลำปางไม่สามารถก่อสร้างได้🔗

ประเด็นที่ ๔ เรื่องสำคัญของถนนสาย ๑๓๔๕ หลังธนาคารกสิกรไทย อำเภอ เชียงคำ ปีที่แล้วได้งบประมาณก่อสร้างไป ๓ กิโลเมตร ทราบจากแขวงการทางว่าปีนี้ งบจะตกไป ก็อยากให้กรรมาธิการที่พิจารณาเรื่องนี้กรุณาได้ต่อให้ไปถึงอำเภอภูซางเพราะว่า ขยายไหล่ทางทำให้เส้นทางนี้เดินทางสะดวกรวดเร็วมากขึ้นนะครับ ก็ขอให้ท่านประธาน ได้ทำหนังสืออย่างเร่งด่วนจะได้คำตอบ แล้วผมจะได้ชี้แจงพี่น้องประชาชนว่าโครงการไหน อย่างไรไปถึงไหน ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอิสระพงษ์ ตามด้วยท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ครับ🔗

นายอิสรพงษ์ มากอำไพ ชุมพร

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอิสรพงษ์ มากอำไพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ครับ วันนี้ ผมมีเรื่องมาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ เรื่องของคลองชุมพร เริ่มจากอำเภอกระบุรีเข้าจังหวัดชุมพรผ่าน ตำบลตากแดด หมู่ที่ ๑ ถึงหมู่ที่ ๗ กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนทั้ง ๗ หมู่ เกี่ยวกับตลิ่งพังเนื่องจากน้ำกัดเซาะครับ ซึ่งทางนายจำนงค์ อ้นทอง นายก อบต. ตากแดด ได้ร้องเรียนไปยังกรมชลประทานจังหวัดชุมพรแล้ว และทางกรมชลประทานจังหวัดชุมพร ได้นำไม้มาปักและนำกระสอบทรายมาวางเพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ของชาวบ้านเป็นการ ชั่วคราวครับ แต่ผมอยากจะฝากหารือท่านประธานไปยังอธิบดีกรมชลประทานให้จัดสรร โครงการเพื่อมาแก้ไขปัญหาและบรรเทาทุกข์ให้ชาวบ้านตำบลตากแดดทั้ง ๗ หมู่ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ มีพี่น้องประชาชนได้ร้องเรียนเรื่องคลองสามเสียม ตำบลนาชะอัง เรื่องการตื้นเขินจนไม่สามารถนำเรือออกมาหากินได้ ซึ่งทางนายสัญชัย หนูสุด นายก เทศบาลตำบลนาชะอังก็ได้ทำหนังสือไปถึงกรมเจ้าท่าแล้ว และทางกรมเจ้าท่าชุมพรก็ได้ ประสานไปยังสำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ ๖ จังหวัดสุราษฎร์ธานีแล้ว กระผม อยากเรียนท่านประธานหารือไปยังอธิบดีกรมเจ้าท่าให้ช่วยหาเรือขุดลอกร่องน้ำเพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณประเดิมชัย ตามด้วยท่านประทวน สุทธิอำนวยเดช ครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะครับ ขออนุญาตขึ้นสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

เรื่องที่ ๑ ขออนุญาตให้ กรุงเทพมหานครได้มีการก่อสร้างประตูระบายน้ำเพื่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เขต ดินแดงและเขตห้วยขวาง จำนวน ๓ จุด ในจุดที่ ๑ ตรงบริเวณปากคลองห้วยขวางตัดกับ คลองชวดใหญ่ในพื้นที่เขตห้วยขวาง จุดที่ ๒ ขอให้ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม ที่บริเวณซอยพระราม ๙ ซอย ๑๗ ที่สูบน้ำจากคลองชวดใหญ่ลงสู่คลองลาดพร้าว และจุดที่ ๓ ขอให้ได้มีการติดตั้งประตูระบายน้ำและเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมบริเวณระหว่างซอยอินทามระ ๔๗ ถึงซอยอินทามระ ๕๕ เพื่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เขตดินแดงและห้วยขวาง🔗

เรื่องที่ ๒ ขออนุญาตท่านประธานได้หารือในเรื่องของการที่การเคหะแห่งชาติ ได้มีการปรับเพิ่มค่าเช่าแผงค้าในบริเวณตลาดห้วยขวาง แล้วผมเชื่อว่าก็คงปรับขึ้นในพื้นที่ ที่การเคหะแห่งชาติรับผิดชอบ ในทุกตลาดขึ้น ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ซึ่งในขณะนี้ผู้ค้าได้รับ ความเดือดร้อนจากผู้ซื้อไม่มีอยู่แล้ว ฉะนั้นการเคหะแห่งชาติจะไปปรับเพิ่มค่าเช่าขึ้นก็ขอให้ ชะลอการขึ้นค่าเช่า ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ขออนุญาตขอให้กรุงเทพมหานครเร่งรัดประสานไปยังกระทรวง มหาดไทย ในการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินบริเวณซอยประชาสงเคราะห์ซอย ๑๔ เพื่อการแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่เขตดินแดงตรงถนนประชาสงเคราะห์ เพราะว่าปัจจุบัน ตามภาพท่านประธานจะได้เห็นว่าเวลารถเมล์สวนกันจะต้องมีการจอดรอให้รถอีกฝั่งหนึ่ง ทำให้การจราจรติดขัดเป็นจำนวนมากในขณะนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประทวน ตามด้วยท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร🔗

นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ลพบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประทวน สุทธิอำนวยเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดลพบุรี พรรคพลังประชารัฐครับ ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมที่ดิน ในกรณีเรื่อง การออกโฉนดที่ดินในเขตที่ดินของรัฐ พ.ศ. ๒๔๗๙ สืบเนื่องจากกระผมได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ การลงพื้นที่ของสำนักงานที่ดินในการออกไปติดตามการบริการประชาชนในการออกโฉนด ที่ดิน จากการร่วมสังเกตการณ์ทั้ง ๒ ที่ ที่บ้านน้ำจั้น ตำบลเขาสามยอด แล้วก็ที่บ้านท่าแค ตำบลท่าแค พบว่าตามแผนผังขั้นตอนการดำเนินงานในการออกโฉนดมีทั้งหมด ๘ ขั้นตอน มี รายละเอียดประกอบการชี้แจงทุกขั้นตอนครับ มีคณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิหรือ คปร. เป็นผู้พิจารณาให้ความเป็นธรรมว่ามีการครอบครองและทำประโยชน์ก่อนหวงห้ามหรือไม่ อย่างไรนั้น สำหรับในเขตจังหวัดลพบุรีมีประชาชนได้ไปยื่นเรื่องโดยแนะนำหลักฐาน ส.ค.๑ น.ส.๓ และเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยื่นตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๓ จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา ๒๐ ปี มีทั้งหมด ๖,๘๓๓ แปลง ทางสำนักงานได้ออกโฉนดไปแล้วแค่ ๖๗๔ แปลงเท่านั้น ที่ยังเหลืออยู่ ก็มีตำบลกกโก เขาพระงาม เขาสามยอด ทะเลชุบศร ท่าแค ท่าศาลานิคมสร้างตนเองป่าตาล รวมคำขอที่ยังเหลืออยู่ ๓,๗๖๑ แปลง จากการร่วมสังเกตการณ์ได้รับคำร้องเรียนจาก ประชาชนว่าต้องการให้กรมที่ดินได้กำหนดกรอบระยะเวลาทั้ง ๘ ขั้นตอนว่าแต่ละขั้นตอน จะมีเวลาใช้ในการพิจารณาเท่าไร เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการบริการประชาชนของสำนัก นายกรัฐมนตรี อันนี้ก็จะต้องนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมที่ดินให้ดำเนินการ และเพื่อ เป็นคำตอบที่ชัดเจนให้กับประชาชนว่าจะได้รับคำตอบวันไหน เมื่อไร อย่างไร นี่ก็เป็นเรื่อง สำคัญสำหรับประชาชนที่สงสัย ในรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ทางเจ้าพนักงาน ที่ดินและกระผม ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณ ต่อไปเชิญท่านเท่าพิภพ ตามด้วยร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ ผมจะขอนำเรื่องมาปรึกษาหารือ ท่านประธาน เพราะว่าเรื่องนี้จริง ๆ ผมก็ได้ทำเรื่องอย่างอื่นไปแล้ว แต่ก็รู้สึกว่าอำนาจของ ข้าราชการในพื้นที่อาจจะไม่เพียงพอครับ เลยมาอาศัยอำนาจของสภาแห่งนี้เพื่อดำเนินการ ให้แล้วเสร็จ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

เรื่องแรก เป็นเรื่องของการ ก่อสร้างคอนโดตึกใหญ่ที่ซอยเจริญนคร ๒๗ ชุมชนวัดเศวตฉัตร ชาวบ้านและประธานชุมชน ร้องเรียนผม วันนี้ผมก็เอาหลักฐานมานะครับว่าของตกจากคอนโด ๓๐ กว่าชั้นนี้ลงมา นี่ครับ ท่านประธาน นี่คือแขนผม ผมเอามาอยู่หน้าห้องแล้วครับ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย บอกว่าเป็นอาวุธเอาเข้ามาไม่ได้ ผมก็เลยต้องถ่ายรูปมาเพื่อเอามาแสดงในสภาแห่งนี้ครับ นี่ครับหากสภาคิดว่าเป็นอาวุธ แล้วตกใส่บ้านชาวบ้านและอันนี้ทะลุหลังคาลงไปตรงกลาง เตียงนอนของลูกชายบ้านดังกล่าวครับ เคราะห์ดีไม่มีคนอยู่เด็กไปโรงเรียนพอดี ทาง ผอ. เขต ก็ไปนัดคุยนัดประชุมตามเขตสูตร อันนี้ค้อนก็ตกลงมา ค้อนเวลาที่เอาไปอ๊อกเหล็กแล้วเอาไป เคาะ ๆ ก็ตกลงมา ทางโครงการก็เอาสแลนต์ (Slant) เอาผ้าอะไรออก บางครั้งผ้าใบโอ้โฮ ไม่รู้ครับนึกว่าซานตาคลอส (Santa Claus) มายามดึก คนแถวนั้นก็ไม่รู้เลยว่าแบบอะไร จะตกมาบ้าง จะสมนาคุณด้านไหน คุยกับเขตแล้วเขตบอกให้หยุด ๓ วัน แต่เขตดันไปเปิดช่อง บอกว่าเดี๋ยวถ้ามีอะไรที่ทำแล้วเสียหายก็ทำไปก่อน โอ้โฮไม่มีการหยุดครับ อย่างไรผมก็ฝาก กรุงเทพมหานครและเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร รวมถึงผู้ว่ากรุงเทพมหานครอย่างไรให้ไป ดูด้วย แล้วก็สั่งหยุดเลยสัก ๗ วันครับ แล้วให้เขาทำสแลนต์ (Slant) เพื่อความปลอดภัย ไม่อย่างนั้นตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้นะครับ ลองโยนใส่บ้านท่านบ้างก็ได้นะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้ไปเจอกับคุณปูอัด ไชยามพวาน ที่เจริญนคร ๖๖ ในบริเวณนั้น มีลำคลองที่ตื้นเขินก็อยากให้ทางเขตธนบุรีไปลอกท่อให้ด้วยครับ เพราะว่าวันก่อนไปก็มีแต่ เก็บขยะไม่ได้ลอกท่อนะครับ ก็เสียดายโอกาสชาวบ้าน น้ำท่วมครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญร้อยตำรวจเอก อรุณ ตามด้วยนางสาวจิราพร สินธุไพร ครับ🔗

ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสงขลา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ใครหารือท่านประธานผ่านถึงกรมเจ้าท่าแล้วก็กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นของกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากกระผมได้รับการร้องเรียนจากท่าน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ ท่านธีระชัย พรรณราย ถึงปากคลองทะเลสาบสงขลา ตื้นเขิน ตลอดทั้งแนวเลยครับท่านประธาน ส่งผลให้ไม่สามารถที่จะนำเรือออกทำมาหากิน แล้วก็ไม่สามารถที่จะระบายน้ำออกสู่ทะเลสาบสงขลา ซึ่งปกติที่ตำบลบ้านใหม่ก็จะอยู่ ในพื้นที่ที่อยู่ติดกับทะเลสาบสงขลา บ้านผม ๔ อำเภอ เขต ๔ สงขลา เขาเรียกคาบสมุทร สทิงพระ มีอำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ และสิงหนคร ซึ่งเป็นแผ่นดินที่อยู่ ทะเลสาบทั้ง ๒ ฝั่ง คือทะเลสาบสงขลาอยู่ทางฝั่งตะวันตก แล้วก็อ่าวไทยอยู่ฝั่งตะวันออก🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สงขลา

ฉะนั้นทุกปีก็จะเกิดมรสุม เขาเรียกว่า ตะวันออกเฉียงเหนือแล้วก็ตะวันตกเฉียงใต้ แล้วจะพัดพาเอาทรายมาปิดร่องคลอง ปิดทาง ปากคลองต่าง ๆ ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านไม่สามารถที่จะออกไปทำมาหากิน อย่างรูปนี้ ท่านประธานครับ บ้านผมอยู่อย่างนี้เลย ฉะนั้นเมื่อมีมรสุมทางหน้าฝนของกรุงเทพมหานคร ก็จะทำให้ไปปิดปากคลองทั้ง ๒ ฝั่ง ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านเรวัต โพธิ์เรียง ท่านเป็น เจ้าท่าภาคที่ ๔ ได้เร่งรัดในการขุดลอกแล้ว แต่ยังขาดฝั่งทะเลสาบสงขลาให้ท่านช่วยเร่งรัด ในการที่จะขุดลอกตามที่ส่งหนังสือไปนะครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนางสาวจิราพรครับ🔗

นางสาวจิราพร สินธุไพร ร้อยเอ็ด

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขอปรึกษาหารือ ท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้พิจารณาติดตั้งสัญญาณไฟจราจร บนถนนทางหลวง ๒ จุดด้วยกัน🔗

จุดที่ ๑ ขอให้พิจารณาติดตั้งไฟจราจรบนถนนทางหลวงหมายเลข ๒๐๒ บริเวณ แยกบ้านหัวนา อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด บริเวณดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งนะคะ สมาชิกสภาจังหวัดในเขตอำเภอพนมไพรและอำเภอหนองฮีได้มีหนังสือร้องเรียนขอให้มีการ ปรับปรุงสัญญาณไฟจราจรในจุดดังกล่าว อย่างไรก็ดีล่าสุดได้รับการแจ้งว่าจะมีการก่อสร้าง เป็นจุดกลับรถ แล้วก็สัญญาณไฟกระพริบทดแทนการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ซึ่งจุดกลับรถ ก็จะทำให้มีระยะทางที่ไกลพอสมควร ทางชุมชนไม่ได้รับความสะดวกโดยเฉพาะนักเรียน โรงเรียนบ้านหัวนาซึ่งจะต้องข้ามถนนมาเรียนจำเป็นต้องโค้งไปข้ามจุดกลับรถซึ่งไกลมาก ทำให้ผู้นำ ผู้ปกครอง คณะครูเกรงว่าจะเกิดอันตรายบนท้องถนนกับบุตรหลานและประชาชน ที่สัญจรบนเส้นทางดังกล่าวค่ะ จึงขอให้กรมทางหลวงพิจารณาปรับเปลี่ยนโครงการก่อสร้าง จุดกลับรถบนทางหลวงหมายเลข ๒๐๒ ตรงแยกบ้านหัวนาดังกล่าวให้เป็นสี่แยกบ้านหัวนา พร้อมติดตั้งสัญญาณไฟจราจรเพื่อความสะดวกปลอดภัยของนักเรียนและประชาชนที่สัญจร ไปมาค่ะ🔗

อีกจุดหนึ่งจุดที่ ๒ ขอให้เร่งรัดการพิจารณาติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบนถนน ทางหลวงหมายเลข ๒๐๔๓ บริเวณจุดหน้าโรงเรียนเมืองอาจสามารถ อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งหลังจากที่ดิฉันได้หารือต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อปลายปี ๒๕๖๔ นะคะ ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ไปติดตั้งสัญญาณไฟกระพริบ ตีเส้นเครื่องหมายจราจรทางม้าลาย ติดตั้งป้ายเตือนหน้าโรงเรียน และป้ายเตือนคนข้ามถนนเรียบร้อยแล้วนะคะ อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุในระยะยาว พี่น้องประชาชนจึงฝากให้ดิฉันมาหารือต่อสภาเพื่อ ติดตามและเร่งรัดการดำเนินการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบริเวณดังกล่าวต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็หมดรายชื่อ ท่านสมาชิกที่จะขอปรึกษาหารือประจำวันนี้เป็นที่เรียบร้อยนะครับ🔗

เริ่มประชุม ๑๐.๔๐ นาฬิกา🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๔๖ คน
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก ขณะนี้มีท่านสมาชิกมาลงชื่อประชุม จำนวน ๒๗๘ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๘๑ ส. (นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน🔗

เชิญท่าน ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ถามได้ครับ เชิญครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกพรรคเพื่อไทย ผู้แทนจากจังหวัดสุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวยประสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรมครับ ผมได้รับ มอบหมายจากนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรทุกจังหวัดของพรรคเพื่อไทยให้เป็นตัวแทนขึ้นมาถามกระทู้สดเกี่ยวกับเรื่องพลังงาน เพราะพรรคเพื่อไทยนั้นเรามีสัญลักษณ์ชัดเจน ท่านประธานก็ย่อมทราบว่าเพื่อไทยหัวใจคือ ประชาชนครับ วันนี้เป็นที่รู้กันว่าพี่น้องประชาชนทุกหัวระแหงเดือดร้อนจากเรื่องพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมัน เดี๋ยวมันจะลามไปถึงแก๊ส เรื่องไฟฟ้า นี่เพื่อนผู้แทนที่นั่งใกล้ ๆ กัน ไม่ว่าจะ มาจากจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดกรุงเทพฯ หรือน้องน้ำจากร้อยเอ็ด ทนายกี้จาก ขอนแก่น แม้กระทั่งท่านประธานเอง ตอนเช้าผมเข้าไปท่านประธานก็ทราบว่ามันเดือดร้อน ฉะนั้นผมในนามพรรคเพื่อไทยไม่ใช่ว่าเราไม่รู้นะครับ แต่รัฐมนตรีไม่ต้องตอบว่าเขาเดือดร้อน กันทั่วโลกจากสงครามยูเครนกับรัสเซีย อันนี้ย่อมเป็นที่ทราบกัน แต่ว่าภาวะของความเป็น ผู้นำมันต้องแก้ปัญหาวิกฤติแล้วก็เอาวิกฤติมาเป็นโอกาส แต่รัฐบาลโดยท่านนายกท่านได้ใช้ วิกฤติครั้งหนึ่งก็คือท่านสร้างวิกฤติแล้วท่านก็เอาโอกาสมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่หลังจากนั้น ท่านไม่เคยได้เอาวิกฤติมาเป็นโอกาสสักครั้งหนึ่งครับ ปล่อยการบริหารงานไปตามยถากรรม กระทู้เรื่องพลังงาน เรื่องน้ำมัน ผมถามมาครั้งหนึ่งแล้วนะครับ แต่ไม่ทราบว่าผมถามรัฐมนตรี ไม่เข้าใจหรือท่านรัฐมนตรีตอบผมแล้วผมไม่เข้าใจ แต่ต่างคนต่างก็รู้กันแล้วว่าไม่เข้าใจกัน ทั้งคู่ครับ วันนี้ก็เลยมีความจำเป็นมาถามใหม่เพราะว่ามันยิ่งเดือดร้อนจริง ๆ ท่านรัฐมนตรี มันไม่ใช่เฉพาะเรื่องรถราที่ใช้ขับขี่ รถประจำทาง รถโดยสาร รถรับจ้าง มันเดือดร้อนไปถึง ชาวนา ท่านรัฐมนตรีทราบไหมว่าบ้านผมวันนี้คนไถนาครึ่งหนึ่งครับ อีกครึ่งหนึ่งเขาเก็บไว้ เพราะเขาไม่มีเงินจ้างรถไถ แล้วหลังจากไถเสร็จแล้วมันก็ต้องหว่านหรือก็ดำ แล้วสิ่งที่ตามมา ก็คือปุ๋ย ปุ๋ยปีที่แล้วลูกละหรือกระสอบละ ๖๐๐ กว่าบาท วันนี้ ๑,๘๐๐ ๑,๙๐๐ บาท เขาก็เลย ไม่มั่นใจว่ามันจะขึ้นอีกไปเท่าไร เพราะเขาดูท่าทีของรัฐบาลแล้วบริหารในเรื่องของพลังงาน ไปตามยถากรรม ท่านครับผมก็ฟังข่าวอยู่ ผมติดตามอย่างกระชั้นชิดอยู่ว่าพวกท่านทำอะไร ก็มีแต่จะ เมื่อวานท่านก็ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติก็เรียกหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามา มาจะ จะ จะ แต่จริง ๆ ท่านเองในฐานะที่เป็นลูกหม้อเพราะก่อนที่ท่านมาเป็นรัฐมนตรีท่านก็มาจาก กระบวนการน้ำมันท่านย่อมรู้ดี แล้วท่านก็ใกล้ชิดกับนายกด้วย มันก็ต้องหาวิกฤติที่จะแก้ ผมยกตัวอย่างเช่นวันนี้เดี๋ยวท่านก็จะตอบผมว่าเราพยุงจนเงินกองทุนน้ำมันหมดไปแล้ว กำลังจะไปขอจากโรงกลั่นมา มันขอได้หรือครับจากโรงกลั่น มันเป็นบริษัทเอกชนที่เขาจะต้อง บริหารงานจัดการของเขาเอง ไม่อย่างนั้นพอไฟฟ้าแพงมีใครถามกระทู้สด ท่านก็ไปบอกว่า เดี๋ยวจะไปเอาเงินจากกองทุนเช่นอะไร ไอพีพี (IPP) มาหรือเปล่า กองทุนไฟฟ้าเพื่อมาจ่าย ผมมีคำชี้แนะว่าจะให้แก้อย่างไรเท่าที่ปัญญาผมมี แต่ในเบื้องต้นผมถามท่านก่อนว่าวันนี้ รัฐบาลคิดที่จะพยุงราคาน้ำมันอย่างไร แล้วก็ไม่ให้ราคาน้ำมันมันขึ้นเพราะมันเดือดร้อนไปถึง เรื่องอื่นต่าง ๆ เรื่องการดำรงชีวิต อุปโภคบริโภคด้วย นี่เป็นคำถามแรกครับท่านประธาน ท่านประธานผมถามนะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ความจริง คุณถามนานแล้ว เชิญถามเลยครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ🔗

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ แล้วก็ผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ก็ต้องขอบพระคุณท่านครับ ท่านถามผมทุกครั้งที่มีโอกาสแล้วก็เว้นเป็นช่วง ๆ เวลาเหมือนกับให้ผมได้มีโอกาสมารายงาน ให้กับทางสภาผู้แทนราษฎรให้ได้เข้าใจถึงสถานการณ์ของราคาพลังงาน ท่านอาจจะบอกว่า เข้าใจกันหมดแล้วว่าราคาพลังงานมันสูงขึ้น ยอมรับกันหมดแล้วว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดจาก ปัจจัยภายนอกไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายใน แล้วก็เป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติซ้ำเติมจากปัญหา ยูเครน-รัสเซียอีกด้วย แต่อยากจะเห็นว่ารัฐบาลได้ช่วยเหลือประชาชนอย่างไรในเรื่องนี้ ผมก็ต้องเรียนตรง ๆ คงต้องย้อนนะครับ ผมได้มีโอกาสชี้แจงท่านคุณครูมานิตย์ครั้งที่แล้ว ถ้าผมจำไม่ผิดก็เป็นน่าจะเป็นต้น ๆ ปีหรือไม่ก็ปลายปีที่แล้ว สถานการณ์มันแย่ลงกว่าเดิม ต้องเรียนคุณครูตรง ๆ ว่าสถานการณ์พลังงานในตลาดโลกมันแย่ลงกว่าเดิม ในวันที่ผม ได้เรียนทางสภาผู้แทนราษฎร ทางคุณครูมานิตย์ สถานการณ์ตอนนั้นเป็นเพียงระดับของ ความต้องการของปริมาณพลังงานสูงขึ้นแล้วก็กำลังการผลิตตามกันมาไม่ทัน แต่พ้นจากนั้น ไม่นานครับ สถานการณ์มันไปกันมากกว่านั้น ปริมาณความต้องการก็ยังสูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือกำลังการผลิตของโรงกลั่น กำลังการผลิตโรงกลั่นไม่ใช่กำลังการผลิตของ น้ำมันดิบ กำลังการผลิตของโรงกลั่นได้ขาดหายไปเช่นเดียวกัน ในยามช่วงโควิด (COVID) ส่วนกำไรของเขาปริมาณความต้องการมันน้อยหลายโครงการปิดตัวลง แล้วก็มีเกิดอุบัติเหตุ พอมีโรงกลั่นใหม่ที่จะต้องเข้ามาเบ่งกำลังการผลิตเพื่อทดแทนโรงกลั่นที่ปิดตัวลงก็มีอุบัติเหตุ เกิดขึ้นซ้ำเติมเข้าไปอีกกำลังการผลิตก็หายไป ราคาน้ำมันสำเร็จรูปซึ่งเคยมีระยะห่างจาก ราคาน้ำมันดิบไม่มากนักก็ขยับตัวสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว จากเดิมน้ำมันดีเซลเมื่อก่อนนั้นตอนที่ ผมได้เรียนคุณครูมานิตย์ ๑๑๐ กว่าเหรียญ ๑๒๐ เหรียญ วันนี้ปาเข้าไป ๑๘๐ เหรียญต่อ บาร์เรล หรือต่อหน่วยการชั่งวัดของน้ำมัน แล้วประเทศไทยก็ต้องยอมรับตรง ๆ ว่าเราเป็น ประเทศที่นำเข้าพลังงาน หรือโดยเฉพาะน้ำมันในสูงเกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์เป็นปัจจัยสำคัญ จริง ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นรัฐบาลก็ต้องพยายามที่จะประคับประคองสินค้าใดหรือน้ำมันสำเร็จรูปใด อันเป็นผลต่ออัตราค่าครองชีพหรือสินค้าประจำวันของประชาชน เราประคับประคอง พยายาม ค่อย ๆ ขึ้นครับ วันที่ผมได้รายงานต่อรัฐสภาและเรียนท่านคุณครูมานิตย์วันนั้นพยายามเต็มที่ พยายามจะตรึงไว้ที่ ๓๐ บาท แต่ ๑๒๐ เหรียญต่อบาร์เรล วันนี้มา ๑๘๐ เหรียญก็ขยับขึ้นมา ขยับขึ้นมาทีละน้อย ๆ แน่นอนประชาชนได้รับความเดือดร้อนแต่ประคับประคองเต็มที่ครับ พยายามจะใช้เงินให้มันสมดุลกับการรักษาเสถียรภาพของความมั่นคงทางการเงินและการคลัง ของประเทศไว้ให้ได้เช่นเดียวกัน มันต้องคู่ขนานกันไปและสมดุลกันไป ส่วนคนตัวเล็กนะครับ ในกรณีของก๊าซหุงต้ม กรณีในเรื่องของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเราก็ให้ ในเรื่อง ของแก๊สแอลพีจี (LPG) แก๊สหุงต้มอย่างนั้นยังประคับประคองให้อยู่อย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่ง ล่าสุดมติ ครม. ที่ผ่านมาก็ยังเดินต่อในเรื่องนี้ แล้วถ้าเป็นพ่อค้าแม่ค้าก็ขอความช่วยเหลือ ไปยัง ปตท. ให้ช่วยสนับสนุนเพิ่มเติมไปจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าไปอีกเพื่อที่จะให้ ลดผลกระทบให้มากที่สุด แต่แน่นอนที่เราคุมไว้แล้วพยายามจะรักษาไว้วันนี้น้ำมันดีเซลเรา อยู่ที่ประมาณ ๓๔ บาทกว่า ๓๕ บาท แต่ประเทศเพื่อนบ้านไปไกลกว่านั้นแล้วครับคุณครู ผมจำได้วันที่ผมได้มาคุยกับคุณครูมานิตย์ประเทศเวียดนาม ๒๙ บาทเองนะครับ ประมาณ ๓๙ บาท ประมาณนั้นไม่ถึงใกล้ ๆ กับของประเทศไทยนี่ครับ วันนี้เขา ๔๓ บาท ตัวเลขล่าสุด ผมได้ยินมา ๔๖ บาทต่อลิตร แต่ประเทศไทยเรายังเกาะอยู่ ๓๔ บาท ก็เพราะว่าเป็นน้ำมัน ที่เกี่ยวข้องทั้งเกษตรกร รถไถต่าง ๆ รถปิกอัป (Pickup) ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนคนตัวเล็ก ทั้งนั้น ซึ่งผมเข้าใจดีว่าเป็นเรื่องที่ทุกท่านทราบดีว่าน้ำมันดีเซลเป็นสิ่งที่มีผลกระทบต่อ ประชาชนจริง ๆ มิฉะนั้นแล้วไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยนี้จะไม่รักษา ทุกท่านพยายาม จะรักษาและตรึงในส่วนนี้ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ ให้ยาวที่สุดเท่าที่จะยาวได้ แต่วันนี้ เรายาวมากยาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนแล้วจนถึงเดือนมิถุนายนก็พยายามครับ วันนี้เงินออกจากกองทุนเฉพาะน้ำมันดีเซลอย่างเดียวเดือนละ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และท่านดู ในตารางครับ อยากจะให้เห็นเลยว่าเห็นความสำคัญนะครับ รัฐบาลเห็นความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ยังรักษาตรงนี้ไว้ แล้วมันไม่ใช่รักษาเพียงแค่ดูแลให้ประชาชน เกษตรกรต่าง ๆ ที่อยู่ ทางด้านเกษตรนี้ให้ได้รับการประคับประคอง ตรงนี้เรายังต้องรักษาความสามารถในการ แข่งขันของอุตสาหกรรมด้วย เพราะน้ำมันดีเซลก็เป็นส่วนสำคัญของการใช้ในการประกอบ อุตสาหกรรมเพื่อให้แข่งขันและสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เดิน ฝ่าไปได้ในช่วงที่อัตราเงินเฟ้อก็ยังสูงอยู่ แล้ววันนี้เองในการออกรายงานต่าง ๆ ของสถาบัน การเงินต่าง ๆ ซึ่งเขามาตรวจประเทศไทยที่ผ่านมาเขาก็ยังมั่นใจว่าการเดินนโยบายแบบนี้ มันยังดูแลคนตัวเล็ก ประคับประคองคนที่เปราะบางนะครับ ในขณะเดียวกันยังเดินฝ่าอัตรา เงินเฟ้อที่สูงและสร้างการเจริญเติบโตของประเทศทางเศรษฐกิจไปได้ ทุกสถาบันทุกรายงาน ออกมาครับ ในส่วนนี้ก็อยากจะเรียนสั้น ๆ ให้ทางท่านคุณครูมานิตย์ได้ทราบและสำคัญที่สุด คุณครูครับ ทำไมถึงจะต้องรักษาเสถียรภาพความมั่นคงทางการเงินการคลังก็เพราะว่าถ้าเรา ไม่รักษาไว้ เราอุดหนุนและเราดันไว้จนราคาถูกที่สุดเท่าที่จะถูกได้เสมือนหนึ่งประชาชน ไม่เดือดร้อนเลยจากภาวะวิกฤติครั้งนี้ เสถียรภาพการเงินการคลังของเราก็จะอ่อนแอ เราก็จะ ไม่มีเงินตราต่างประเทศหรือมีสภาพเข้มแข็งที่จะไปซื้อหาหรือสร้างเสถียรภาพของพลังงานเอง อีกด้วย เพราะว่ามันเป็นสินค้าที่เราจะต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ มีบางประเทศเดือดร้อน ประเทศหลาย ๆ ประเทศเดือดร้อน ลองดูภาพครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

ผมได้เคยฉายสไลด์ (Slide) รูปนี้ในการอภิปรายทั่วไปครั้งที่ผ่านมานะครับ ประเทศเพื่อนบ้านเราเกิดขึ้นแล้ว สถานะการเงินเมื่อก่อนเขาก็ชดเชย อุ้มชู อุดหนุนแบบ เดียวกันแต่กลายเป็นว่าทำแล้วเป็นการทำร้ายประชาชนในที่สุด เมื่อประเทศไม่สามารถที่จะ สวนกระแสของสิ่งที่มันเกิดขึ้นในโลกในขณะนี้ ก็อยากจะเรียนชี้แจงท่านคุณครูมานิตย์ และต้องขอบคุณครับ ท่านซักถามผมตลอดเหมือนเป็นการเตือนผมอยู่ตลอดเวลาว่าจะต้อง มีโอกาสที่จะต้องมารายงานในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้อยู่เป็นประจำ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคุณครูมานิตย์ ถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ขอบคุณครับท่านรัฐมนตรี ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านก็ตอบ ถ้าผมสรุปใจความได้ก็ให้เป็นไปตามตลาดโลกก็ว่ากันไป ถ้าแพงมา ก็ขายแพงไป แล้วท่านก็ไปยกตัวอย่างประเทศลาวครับ ประเทศไทยเราไม่น่าที่จะไปแข่งขัน กับประเทศลาวหรอกครับวันนี้🔗

ข้อที่ ๑ เหมือนกับท่าน ส.ส. คุณากร ปรีชาชนะชัย สะกิดถามผมนะครับว่า เที่ยวที่แล้วนี่ผมถามเรื่องกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท วันนั้น ในยามที่ยังไม่วิกฤติน้ำมันซึ่งเป็นเงินกองทุนที่ท่านเอาไปให้รัฐบาล ให้ท่านนายกได้เอาไป บริหารจัดการกับประเทศ วันนี้เงินกองทุนเหล่านี้ทำไมไม่เรียกคืนมาเอามาช่วยพยุงราคา น้ำมันให้มันถูกลง หรือท่านเรียกแล้วท่านตอบผมด้วยจะได้บันทึกครับ🔗

ข้อที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ ปตท. จริง ๆ ผมก็รู้ว่ามันเป็นบริษัท มหาชน แต่อย่าลืมว่ารัฐบาลเรามีหุ้นส่วนมากที่สุดครับ แล้วก็ถ้าดูจากทีวี (TV) บังเอิญผม มันผู้แทนบ้านนอก นั่งใกล้ผมมีแต่พวกผู้แทนบ้านนอก ในภาวะวิกฤติน้ำมันแพงนี่ ปตท. ก็ยัง โชว์ภาพอยู่ว่าเป็นความภูมิใจของพี่น้องคนไทยที่เรามีบริษัทน้ำมันเป็นของตัวเองและมีกำไร อย่างมหาศาลแต่ละปี ถามว่าวันนี้ในยามวิกฤติอย่างนี้แล้วก็เงินของพี่น้องประชาชนทั้งหมด ที่ได้กำไรมา เพราะทุกคนมีส่วนในการใช้ชีวิตประจำวันกับเรื่องน้ำมันทั้งนั้น ทำไมไม่ตัดส่วน ที่เป็นกำไรเพื่อคืนกลับมาลดค่าน้ำมันเป็นการช่วยเหลือพี่น้องในยามวิกฤติ อย่างนี้ที่ดูท่าที แล้วก็เหมือนท่านตอบ ผมถึงขอบคุณท่านที่ท่านเป็นลูกผู้ชายพอที่จะยอมรับไปว่าวันก่อน น้ำมันไม่แพงขนาดนี้มันก็ราคาขนาดนี้ วันนี้บาร์เรลเท่านั้น บาร์เรลเท่านี้ มันก็แพงไปตาม ปัญหาวิกฤติ นี่เป็นข้อที่ ๒🔗

ข้อที่ ๓ ผมยังเชื่ออยู่ว่าในโลกนี้ยังมีบางประเทศที่เป็นเจ้าของบ่อน้ำมันที่ขาย ในราคาถูก วิธีการทางการทูตทำไมไม่นำเอามาใช้ครับ ที่จะเจรจา เพราะอย่างไรก็ต้องเอา ประชาชนคนไทยให้มันอยู่รอดก่อน เอาประเทศให้มันอยู่รอดก่อน อย่าไปใช้บอกว่าถ้าน้ำมัน แพงก็เอาอังโล่มาใช้ถ่าน ใช้ฟืน แล้วประเทศไทยจะกลับไปสู่ยุคนั้นเหมือนที่ถ่ายเหมือนกับ ลาวจริง ๆ หรือครับ ก็ถามเป็น ๓ ข้อติดต่อกันครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

ข้อที่ ๑ ขอเรียนก่อนว่าคงไม่ได้บอกว่าราคาน้ำมันขึ้นแล้วก็ขึ้นตาม เมื่อสักครู่นี้ ผมย้ำไปแล้วครับว่าน้ำมันดีเซลเราก็ยังประคับประคองและช่วยเหลืออยู่ วันนี้ก็ช่วยลิตรละ ๑๑ บาท เกือบ ๑๒ บาทต่อลิตร แล้วแอลพีจี (LPG) ก็ยังช่วยกิโลกรับประมาณละ ๑๓ บาท อยู่แล้วนะครับ ไม่ได้บอกว่าเปลี่ยนไปตามราคาขึ้นก็ขึ้นคงไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นครับ ในส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนก็ช่วยมาโดยตลอด🔗

ส่วนเรื่องเงินกองทุนอนุรักษ์ที่ส่งคืนไปเขาก็ส่งคืนเข้าคลังครับ แต่ก็ยังมีเงิน บางส่วนที่จะใช้สำหรับตามวัตถุประสงค์อย่างเพียงพอของกองทุนอนุรักษ์ ทั้งนี้การส่ง ก็เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของ พ.ร.บ. กองทุนหมุนเวียนที่มีกำหนดอยู่แล้ว และเงินมันก็ไม่ได้ ไปไหนกลับไปที่คลัง กลับไปที่คลังก็ไปใช้เป็นงบประมาณแผ่นดิน เอาไปใช้ประโยชน์นะครับ และสิ่งหนึ่งที่อยากจะให้คุณครูมานิตย์ได้สังเกตและเมื่อสักครู่ผมต้องขอเรียนประทานโทษว่า ลืมพูดไปว่าในช่วงเวลาที่ทางคุณครูมานิตย์ถามครั้งที่แล้วจนถึงวันนี้ ทางกระทรวงการคลัง เขาก็ลดภาษีสรรพสามิตให้ด้วยนะครับ ลดภาษีสรรพสามิตของน้ำมันดีเซลจากเดิม ๓ บาท ก็ลดให้เพิ่มอีก ๒ บาท เป็น ๕ บาท เพิ่มเติมขึ้นมาอีกครับ ก็เงินหมุนเวียนจากตรงนี้ล่ะครับ เงินหมุนเวียนกันเข้ามาเพราะฉะนั้นก็จะมีส่วน แม้อย่างที่ผมเรีย ลด ๕ บาทแล้วยังต้อง สนับสนุนอยู่ ๑๑ บาทเลยนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วก็อยากจะเรียนเป็นข้อมูลเพิ่มเติม🔗

ในส่วนเรื่องของ ปตท. ปตท. กำไรเยอะครับ ปตท. เราถือหุ้นอยู่ ๖๒ เปอร์เซ็นต์ โดยประมาณ รัฐบาลนะครับ ไม่ใช่ตัวกระผมเองนะครับ ถือหุ้นอยู่ ๖๒ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ ไม่ใช่กระทรวงพลังงานถือหุ้น ๖๒ เปอร์เซ็นต์ด้วยนะครับ เป็นเรื่องของกระทรวงการคลัง เงินปันผลหรือเงินกำไรที่ได้มาทุกปีที่เขาประกาศดูเหมือนเยอะนะครับ เขาจะต้องกันจาก สถิติของเขา กันแล้วประมาณสักครึ่งหนึ่งหรือแล้วแต่บางปีกระทรวงการคลังอยากจะได้ เยอะหน่อยก็เพิ่มได้นะครับ ก็ไปเจรจากันในฐานะผู้ถือหุ้น บางปีอาจจะได้ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ของเงินกำไรเอามาเป็นเงินปันผล วิ่งเข้าไปสู่ที่ระบบของกระทรวงการคลังถือเป็นเงินได้ของ แผ่นดิน เอามาใช้เป็นงบประมาณตามสัดส่วนของการถือหุ้นของกระทรวงการคลังอยู่แล้ว ๖๒ เปอร์เซ็นต์ ทุกปีได้มาโดยตลอด ได้มาอย่างสม่ำเสมอ ไม่นับรวมภาษีซึ่งจำเป็นจะต้อง เสียอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นแล้วเราอาจจะเห็นเหมือนกับว่ามีกำไรเยอะแต่กำไรเหล่านั้นต้องหัก สุดท้ายแล้วก็ต้องหักเงินปันผลที่เหลืออยู่ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เขาก็เก็บไว้ใช้ ใช้อะไรครับ ใช้ในส่วนโดยทั่วไป บริษัททั่ว ๆ ไปเขาก็เก็บไว้ใช้สำหรับบำรุงรักษาเครื่องจักร เครื่องยนต์ โรงงาน เพื่อที่จะให้ดำเนินการได้ต่อไป เก็บไว้สำหรับการขยายกิจการเพื่อสร้างเสถียรภาพ ความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งเป็นหน้าที่หนึ่งของ ปตท. แต่เอาล่ะครับ ในปีไหนที่จะเดือดร้อน อยากจะให้เขาชะลอการลงทุนซึ่งอาจจะมีผลกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่หากพบว่า ความเดือดร้อนของประชาชนมาก่อนก็พูดคุยกันได้ครับ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ทางผู้ถือหุ้น กระทรวงการคลังเองก็กระทำทุกปีอยู่แล้วในการพิจารณาในการจ่ายเงินปันผลของ ปตท. มาโดยตลอดในส่วนนี้ แล้วก็อย่างที่เรียนนะครับ หลายเรื่องในเรื่องของความช่วยเหลือที่ขอ ความร่วมมือไป ทาง ปตท. เขาก็ไม่เคยขัดข้อง ถ้าท่านคุณครูมานิตย์จำได้นะครับ วันที่เรา คุยกันครั้งแรกที่ท่านถามไปช่วยอะไรบ้างนะครับ เราก็ขอความร่วมมือเรื่องค่าการตลาด น้ำมันดีเซลอย่าได้สูงมากนัก เอาประมาณสัก ๑.๔๐ บาทต่อลิตรนะครับ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ กระทรวงพลังงานทำงานร่วมกับภาคประชาชนนะครับ ภาคประชาชนเขามาช่วยกันมานั่ง เรามานั่งทำการบ้านด้วยกันแล้วเราก็คิดว่าตัวเลขประมาณขนาดนี้น่าจะอยู่กันได้นะครับ ซึ่งถึงแม้ว่าผู้ประกอบการค้าน้ำมันขายปลีกเขาบอกอาจจะต่ำไป แต่เราก็ขอความร่วมมือ แรก ๆ ถ้าคุณครูมานิตย์ได้ติดตามบริษัทต่างประเทศยังไม่ยอมนะครับ ราคาน้ำมันดีเซล ยังเกิน เกินกว่าระดับที่เราคาดหวังไว้ บางครั้งเกิน ๓๐ บาทในช่วงเวลานั้น แต่กลุ่ม ปตท. บางจากช่วยกัน คนไทยเราช่วยกันแล้วอยู่ในกรอบเวลานั้นครับ อันนี้คือ ๑ ตัวอย่างนะครับ ตัวอย่างที่ ๒ ก็คือไม่ว่าจะเป็นเอ็นจีวี (NGV) แอลพีจี (LPG) ต่าง ๆ ขอความร่วมมือ ตอนนี้ก็ขอ ความร่วมมืออย่าเพิ่งขึ้นราคาวันนี้ ก็ขอต่อครับ ก็เป็นเงินหลายพันล้านบาทต่อไตรมาส ตรงนี้ ก็เป็นเรื่องของความร่วมมือนะครับ ก็แยกเรื่องกันในส่วนของซีเอสอาร์ (CSR) ในเรื่องของ ความร่วมมือต่าง ๆ ก็ขอกันนะครับ ได้บ้าง เต็มที่ ไม่ได้บ้าง เต็มที่ แต่เขามีทำให้ตลอดเวลา รวม ๆ กันแล้วก็ไม่น้อยหรอกครับ ก็อยากจะเรียนทางสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน แล้วก็ โดยเฉพาะคุณครูมานิตย์นะครับ ซึ่งผมเองก็ต้องขอบคุณว่าท่านก็พยายามที่จะตั้งกระทู้ถาม ให้ผมมาได้รายงานสภาก็ถือเป็นโอกาสที่ดีก็รู้สึกยินดี วันนี้ก็จะมา ๔ ครั้ง ก็เป็นประสบการณ์ ชีวิตนะครับ เจอทั้งกระทู้สด เจอทั้งกระทู้ถามด้วยวาจา กระทู้ถามแยกเฉพาะหมดเลยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านครูมานิตย์ มีคำถามอีกไหมครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรี จริง ๆ พวกผมก็ไม่อยากรบกวนท่านรัฐมนตรีหรอกครับที่จะมาตอบกระทู้ แต่ว่าบังเอิญ มันเป็นหน้าที่แล้วมันเดือดร้อนจริง ๆ นี่เขาเรียกว่าซูเปอร์ (Super) เดือดร้อนแม้กระทั่ง รัฐบาลเองเห็นไหมครับมาแนะนำให้ใช้ถ่านแล้วนี่ ให้ใช้อั้งโล่แล้วนี่ ให้ใช้ฟืนแล้วนี่ แสดงว่า รัฐบาลก็พอรู้ปัญหาอยู่บ้างครับ ก็เลยเชิญท่านรัฐมนตรีมาเพื่อมาบอกว่าชาวบ้านผมนะ มันเดือดร้อนจริง ๆ นี่เพื่อนผู้แทนผมทุกจังหวัดของพรรคเพื่อไทยเรามันเดือดร้อนกันจริง ๆ เพราะมันมีผลในเรื่องบริโภคอุปโภค มีผลในเรื่องของการทำมาอาชีพ นี่ยังไม่พูดเรื่องตรง ๆ กับรถ ฉะนั้นก็ต้องฝากรัฐบาลเลยครับ เพราะรัฐบาลมักจะใช้ว่าทุกคนมีความสุขหมด แล้วคำหนึ่งต้องใช้คำว่า วิน วิน (Win Win) อ้ายวิน วิน (Win Win) ไม่รู้ว่าวิน (Win) ระหว่าง กลุ่มทุนกับรัฐบาลหรือว่าวิน (Win) ระหว่างประชาชนกับรัฐบาล ผมเห็นหลายกระทรวง เมื่อสักครู่พอผมถามรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีก็บอกว่าเป็นเรื่องของกระทรวงการคลัง พอถาม กระทรวงพาณิชย์เรื่องของการควบคุมสินค้าครับ กระทรวงพาณิชย์ก็บอกว่าเป็นเรื่องของ กระทรวงพลังงาน ทีมเศรษฐกิจไม่ได้ประชุมกันหรือครับ เมื่อวานผมเห็นแต่ สมช. ประชุมกัน ผมฝากจริง ๆ ท่านรัฐมนตรีครับ เขาเดือดร้อน เขาลำบาก เราเองเป็นผู้แทนยังลำบากเลย เกี่ยวกับเรื่องพลังงาน นี่ผมเชื่อว่าเพื่อนผู้แทนทั้งพรรคฝ่ายค้าน พรรคฝ่ายรัฐบาล เราได้รับ ผลกระทบจากปัญหาของวิกฤติน้ำมัน เหมือนที่ผมกราบเรียนตอนแรก เดี๋ยวท่านประธาน อย่าหาว่าพวกผู้แทนไม่รู้เรื่องอะไรเลย รู้ครับ ว่าประเทศวันนี้มันมีวิกฤติโควิด (COVID) มันมี วิกฤติสงครามยูเครน-รัสเซีย แต่มันยังมีเขาเรียกว่าปัญญาครับ เอาวิกฤติมาเป็นโอกาส ที่ผมเรียน ว่าวันนี้ผมเชื่อแน่ว่าในโลกนี้ผลิตน้ำมันดิบหลายประเทศที่เราสามารถใช้วิธีการทูตที่ไปซื้อมา ก็ยังมีเกรงใจอะไรกันอยู่ ผมคิดว่าวันนี้ต้องหาทางครับ เพราะในอนาคตค่าไฟก็ขึ้น แอลพีจี (LPG) ก็ขึ้น อะไรมันก็ขึ้นหมด แล้วคนที่เดือดร้อนก็คือประชาชนครับ ผมไม่เห็นด้วยที่ชอบ เอามาอ้างว่าบัตรพลังประชารัฐค่าแก๊ส ค่าโน่นค่านี่ อันนั้นมันจนสุด ๆ แล้วครับ แล้วมันจน เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นครับ วันนี้ต้องหาวิธีคิดให้คนกลุ่มนี้มันหลุดขึ้นมาจากความจนสิครับ แล้วประเทศมันจะเดินไปได้ อันนี้ผมขอฝาก🔗

อันสุดท้ายครับขอฝากท่าน บังเอิญท่านก็อยู่ใกล้นายกรัฐมนตรี เราก็รู้ว่า วิกฤติเศรษฐกิจของน้ำมันหรือพลังงานนี่มันจะยาวไปไกลในอนาคต เรายังไม่รู้เลยว่าสงคราม ยูเครนกับรัสเซียซึ่งเป็นเจ้าของน้ำมันเขาจะยุติตอนไหน งบประมาณแผ่นดินครับ วันนี้อยู่ใน วาระหนึ่งกำลังจะเข้าวาระสอง ผมคิดว่าให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการมา มาเกลี่ย งบที่มัน ไม่มีความจำเป็นเช่นยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ นี่นะครับ ผมพูดแล้วก็หาว่าผมเอย จิรายุเอย ไปรังแก ทหารอีก เรื่องรถถังเอย เรื่องโดรน (Drone) เอย เรื่องเครื่องบินเอย หรือเรื่องเรือดำน้ำเอย เรายัง ไม่จำเป็นครับวันนี้ เพราะว่าสงครามมันไม่เกิดหรอกครับแถวอาเซียน (ASEAN) แถวตรงนี้ ก็เอามาไว้เพื่อเป็นงบในการเตรียมการพยุงเสถียรภาพของพลังงานเพราะมันไม่ได้มีแต่น้ำมัน มันจะมีไฟฟ้า มันจะมีก๊าซ มันจะมีโน่นมีนี่ไปอีกเยอะเอามาไว้สิครับ ไม่ใช่เอางบกลางมาไว้ เพื่อเอทีเค (ATK) เพื่อโควิด (COVID) อย่างเดียวนะครับ วันนี้ชาวบ้านเริ่มรู้ตัวเองกันอยู่แล้ว ในเรื่องโควิด (COVID) พอจะไปพอจะมากันได้จนจะประกาศเป็นโรคท้องถิ่นแล้ว แต่น้ำมัน มันไม่ใช่โรคท้องถิ่นเลยครับ เป็นโรคที่เขาเดือดร้อน ผมก็ฝากไปดูแลตรงนี้ล่ะครับ เรื่องงบ วันนี้เดือดร้อนทั้งแผ่นดินจริง ๆ ครับท่านประธาน ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีมีอะไรจะตอบเพิ่มเติมไหมครับ🔗

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

ต้องขอบพระคุณสำหรับข้อเสนอแนะของคุณครูมานิตย์ ก็ดีทุกครั้งนะครับ ก็อย่างที่ผมเรียนว่าในส่วนของข้อเสนอแนะเดี๋ยวก็คงจะรับไป แต่ว่าสิ่งหนึ่งนี่อยากจะเรียน เลยว่าทุกประเทศท่านอาจจะบอกว่าทุกประเทศเดี๋ยวผมพูดเดี๋ยวผมก็จะพูดทุกประเทศ ก็จะเจอปัญหาเหมือนกัน ใช่ครับ ผมก็จะพูดแบบนั้นนะครับว่าทุกประเทศก็เจอปัญหา เหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกประเทศเขาทำก็คือเขาช่วยกันรณรงค์ประหยัดพลังงาน ผมก็มี สไลด์ (Slide) ๒ หน้า ฝากทางสมาชิกสภาผู้แทนเดี๋ยวพรินต์ (Print) เป็นฮาร์ดก็อปปี (Hard Copy) ไปก็ได้นะครับ แล้วก็ร่วมกัน ถ้าท่านจะกรุณาเผยแพร่มันอาจจะไม่สมบูรณ์มากนัก เรามีพลังงานจังหวัดอยู่ทุกที่ก็สามารถที่จะนำไปเผยแพร่ได้ แล้วก็หารือกับพลังงานจังหวัดได้ มีสไลด์ (Slide) นะครับ ผมไม่แน่ใจขึ้นมาได้หรือเปล่า แต่ว่าเดี๋ยวแจกเป็นฮาร์ดก็อปปี (Hard Copy) ให้กับทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านได้กรุณากลับไปเผยแพร่สิ่งเหล่านี้ไปช่วยกัน ทำ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ประหยัดเป็นแสนล้านของทั้งน้ำมัน แล้วก็ไฟฟ้า บางอย่างมันอาจจะยาก บางอย่างมันอาจจะง่ายลองไปทำดูนะครับ ผมคิดว่าอันนี้ไม่ต้องใครเราช่วยกัน ทุกประเทศ รู้ว่าน้ำมันแพง ทุกประเทศต่างกันคือเขารณรงค์ประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง กระทรวง พลังงานก็พยายามจะทำเต็มที่ แล้วผมเองกราบเรียนท่านประธานสภาแล้วก็ไปยังทาง เลขาธิการสภา วันนี้ถ้าอุณหภูมิเราปรับขึ้นเข้าใจว่าน่าจะปรับขึ้นหรือไม่แน่ใจว่าผมรู้สึกร้อน ไปเองหรือเปล่า ถ้าปรับขึ้นแล้ว ๑ องศาหรือปรับขึ้นได้มากกว่านั้นลดได้เยอะเลย ลดพลังงาน ไปได้เยอะเลย ถ้าทำกันตรงนี้ได้ผมเรียนได้เลยมันก็จะช่วยบรรเทา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของราคา น้ำมันเชื้อเพลิงก็ ๔ บาทแล้ว ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของค่าไฟฟ้าก็ ๓๐ ๔๐ สตางค์แล้ว ตรงนี้ก็เป็น เรื่องที่ช่วยกันได้ แล้วก็เรื่องเตาอั้งโล่อะไรนี่ก็อาจจะเป็นเรื่องของการสื่อสารครับ เป็นเรื่อง ของการขยายผลในมุมของคนเมือง แต่สิ่งหนึ่งต้องเรียนทางคุณครูมานิตย์จริง ๆ ว่าทาง กระทรวงพลังงานเราเห็นความสำคัญของพี่น้องประชาชน สิทธิที่ยังใช้เตาประเภทที่ยังใช้ เชื้อเพลิงที่ยังเป็นถ่านอยู่ยังมีอยู่มากในสังคมชนบทที่เขายังเข้าถึงก๊าซหุงต้มได้ไม่เต็มที่นัก ตรงนี้มันก็มีการอนุรักษ์ครับ การประหยัดพลังงานเตาที่มีคุณภาพเขาก็มาเผยแพร่ซ้ำให้อีก เพื่อเป็นประโยชน์ คงไม่ได้หมายความว่าจะมาทดแทนการใช้แก๊สหุงต้ม🔗

(นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ขอประท้วง นิดเดียวครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประท้วง เรื่องอะไรครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ขออนุญาตประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๙ คือท่านประธานไม่ได้ ควบคุมเวลาของท่านรัฐมนตรี คือท่านเกินมา ๓ นาทีกว่าท่านยังไม่เบรก (Break) เกมเสิร์ฟ (Game Serve) เลย แต่พอฝ่ายค้านถามท่านตรงเป๊ะ ๑๕ นาทีตัดเลย กดออดเตือน กดออด เตือน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีหรอกครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

เพราะฉะนั้นผมขอรบกวน ท่านประธานนิดเดียวครับ ขอให้ทดเวลาไปว่าให้ฝ่ายค้านถามคูณตามที่ท่านรัฐมนตรีพูดเกินมา สมมุติตอนนี้ท่านพูดเกินมา ๓ นาที ๒๗ ก็บวกให้ท่านครูมานิตย์ไปอีก ๓ นาที ๒๗ เป็น ๗ นาทีด้วยครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จะเสียเวลา เพราะท่านประท้วงนี้ล่ะ ความจริงกระทู้หนึ่งใช้เวลา ๓๐ นาที ที่ผมให้ท่านรัฐมนตรีตอบ เกินไปก็ต้องการให้เกิดความชัดเจนโดยถัวเฉลี่ย คือตอนนี้มีท่านครูมานิตย์ได้ถามครบ ๓ คำถามเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ท่านครูมานิตย์จะถามเป็นครั้งที่ ๔ ไม่ได้ ผมก็ถัวเฉลี่ย เวลาจากที่ท่านรัฐมนตรีตอบหมดเวลาแล้วแต่ว่าเนื้อหามันยังต่อเนื่องก็เลยให้ท่านรัฐมนตรี ตอบเพื่อให้เกิดความชัดเจน ให้เกิดความเข้าใจ ผมคิดว่าท่านครูมานิตย์ท่านเข้าใจนะครับ เราอยู่กันแบบประนีประนอม เพราะท่านครูมานิตย์ท่านก็แนะนำท่านรัฐมนตรีไปหลายอย่าง ท่านรัฐมนตรีก็ตอบชี้แจง ผมก็ปล่อยทั้ง ๒ ฝ่าย แต่อยู่ในเวลา ๓๐ นาทีไม่ให้เกินนั้น เชิญท่านรัฐมนตรีตอบต่อ🔗

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

ก็คงไม่มีอะไรเพิ่มเติมแล้วนะครับ ก็เพื่อให้เกิดความชัดเจนแค่นั้นล่ะครับ ตอบคำถามของคุณครูมานิตย์ ขอบคุณครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพ ผม ครูมานิตย์ นิดเดียวท่านประธานครับ จริง ๆ ไม่ได้ประท้วง ไม่ได้อะไร🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ได้ครับ เพราะว่าเวลาท่านยังเหลืออยู่ เชิญครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ผมไม่ใช่จะแอนตี (Anti) นะที่ให้ใช้ถ่าน ใช้เตา ใช้อะไรนี่แบบโบราณเพราะว่าบ้านผมเองที่สุรินทร์ก็ยังโบราณ แต่ว่ามันคนละยุค คนละสมัยของผู้นำ ถ้าท่านประธานจำได้ รัฐมนตรีจำได้ สมัยป๋าเปรมนี่น้ำมันแพง ป๋าเปรม เอาเพลงให้เขามาเปิด เพลงน้ำมันแพงคุยกับแฟนต้องดับไฟคุยกันอะไรนี่ครับ คนก็ประหยัด ได้เยอะ แต่ว่ายุคผู้นำวันนี้แกไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยความเชื่อมั่นมันน้อย ปลูกข้าวเยอะ ท่านก็บอกอยากได้ราคาไปขายที่ดาวอังคาร ให้หยุดทำโน่นให้หยุดทำนี่ก็ต้นทุนน้อยครับ ถ้าต้นทุนเยอะวันนี้ขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนคนไทยอย่างไรเขาก็ฟัง พวกผมที่ถาม ผมบอกท่านรัฐมนตรีตั้งแต่เบื้องต้นแล้วเข้าใจวิกฤติประเทศ วิกฤติโลก เข้าใจทั้งหมดล่ะครับ เพราะไม่ใช่ว่าอ้ายปึ๊ก อ้ายแป๊ก เราก็พอมีความรู้ล่ะครับ ที่มานั่งเป็นผู้แทนของพรรคเพื่อไทย นี่เข้าใจหมด ก็ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เราก็ได้ใช้เวลาให้คุ้มค่านะครับ ก็ถือว่าจบการถามตอบกระทู้ของท่านคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ขอขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงานที่กรุณาได้มาตอบกระทู้สดด้วยวาจาในครั้งนี้ ขอบคุณครับ ท่านสมาชิก ครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๘๒ ส. (นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้ตอบ🔗

ขณะนี้ท่าน รัฐมนตรีก็พร้อมตอบแล้วนะครับ เชิญท่านสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ถามครับ เชิญครับ🔗

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ กระผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถามสดด้วยวาจาให้กับผมในวันนี้ และเช่นเดียวกันครับผมต้องกราบขอบคุณท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรมผ่านท่านประธานที่ได้กรุณาเดินทางมาตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของกระผม ในวันนี้เช่นเดียวกันครับ ท่านประธานครับ กระทู้ถามสดด้วยวาจาของกระผมอาจจะไม่ใช่ เรื่องเร่งด่วน แต่ก็เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน เป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๖ (๒) ผมจะขอใช้สิทธิถาม ๓ ครั้งครับ แล้วก็มั่นใจว่าจะไม่ใช้ เวลาเกิน ๓๐ นาที เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๐ ท่านประธานครับ อ้อยเป็นพืช เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ ๑๐ ล้านไร่ มากเป็นอันดับ ๔ ของโลกรองจากประเทศบราซิล ประเทศอินเดีย และประเทศจีน ซึ่งจะพบและสามารถปลูก ได้ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคตะวันออกเกือบ ๕๐ จังหวัด ท่านประธาน ครับ ในผลผลิตปีที่ผ่านมาก็คือปีการเพาะปลูก ๖๔/๖๕ ผลผลิตรวมทั้งประเทศมากกว่า ๙๐ ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านี้ก็คือปีเพาะปลูก ๖๓/๖๔ เพิ่มขึ้นกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ส่งผล ให้พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยมีความสุข มีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม ปัจจัยที่ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น อาจจะเกิดจากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสภาพภูมิอากาศที่ฟ้าฝนมีปริมาณมากขึ้น หรือจากปัจจัยที่ทางรัฐบาลได้ประกาศราคาอ้อยขั้นต้นมากกว่า ๑,๐๐๐ บาทต่อตัน และ มาตรการที่ทางรัฐบาลได้ปกป้องสิ่งแวดล้อมมีการเพิ่มช่วยเหลือเกษตรกรที่ตัดอ้อยสด เข้าโรงงาน ตั้งแต่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้เข้าบริหารประเทศและได้ตั้งท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นกระทรวงที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการ อ้อยและน้ำตาลทราย หรือที่เราเรียกย่อว่า สอน. และ สอน. นี้ก็มีหน้าที่หลักในการควบคุม ดูแลการผลิตอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย และหน้าที่สำคัญอีกเรื่องครับ ก็คือการ วางแผนการเพาะปลูกอ้อยและผลิตอ้อยเพื่อใช้ในการผลิตน้ำตาลทราย สิ่งที่ปรากฏให้เห็น ในช่วง ๓ ปีที่ผ่านมาราคาอ้อยสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการประกาศราคาอ้อยขั้นต้นมากกว่า ๑,๐๐๐ บาทต่อตัน และเกษตรกรก็สามารถขายอ้อยได้ถึง ๑,๒๐๐-๑,๖๐๐ บาทต่อตัน ทำให้ เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นได้ใช้หนี้ใช้สินครับ จึงทำให้ในปีนี้มีเกษตรกรทั้งรายเดิม รายใหม่ ได้เพิ่มพื้นที่การเพาะปลูกอ้อยเพิ่มขึ้น จึงนำมาสู่คำถามที่ผมตั้งคำถามเป็นกระทู้สดด้วยวาจา ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมครับ ผมขอสอบถามในคำถามแรก ขอสอบถาม ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานด้วยความเคารพว่าพื้นที่เพาะปลูกอ้อยในปี ๒๕๖๕/๒๕๖๖ ซึ่งกำลังเพาะปลูกกันอยู่เพิ่มขึ้นมากเท่าไร และการคาดการณ์ว่าปริมาณอ้อยที่จะเก็บเกี่ยว ในปีที่จะถึงเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใดและจะส่งผลกระทบต่อการประกาศราคาอ้อยขั้นต้น ของรัฐบาลหรือไม่ เป็นคำถามแรกครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม ขออนุญาตตอบกระทู้ในวันนี้ ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมท่านสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดชัยภูมิ ที่ได้แสดงความห่วงใยเกษตรกร ชาวไร่อ้อยโดยได้มีการตั้งกระทู้ถามผมในวันนี้นั้น ผมขอเรียนว่าตั้งแต่ฤดูกาลผลิตปี ๒๕๖๒/ ๒๕๖๓ จนถึงปัจจุบัน ราคาอ้อยที่เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้รับสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผล มาจากมาตรการการช่วยเหลือของรัฐบาลของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยในปี ๒๕๖๒/๒๕๖๓ นั้นครับ รัฐบาลได้ช่วยเหลือเรื่องปัจจัยการผลิตและลดต้นทุนการตัดอ้อยสด โดยใช้วงเงินช่วยเหลือไปทั้งสิ้น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำให้ชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดได้รับราคา อ้อยตันละ ๑,๐๑๐ บาท และชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยไฟไหม้ได้รับราคาอ้อยตันละ ๙๑๘ บาท ส่วนในปี ๒๕๖๓/๒๕๖๔ รัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดเท่านั้นในอัตรา ตันละ ๑๒๐ บาท วงเงินช่วยเหลือ ๕,๙๓๔ ล้านบาท ทำให้ชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดได้รับราคา อ้อยตันละ ๑,๑๒๒ บาท และในปี ๒๕๖๔/๒๕๖๕ ทางรัฐบาลยังคงมีนโยบายช่วยเหลือ ต้นทุนครับ การตัดอ้อยสดจะช่วยทำให้ชาวไร่อ้อยได้รับราคาอ้อยมากกว่าปีที่แล้ว ซึ่งการให้ ความช่วยเหลือเพื่อส่งเสริมการตัดอ้อยสดลดการเผาอ้อยและช่วยลดมลพิษทางอากาศ เป็นไปตามพันธกรณีภายใต้องค์การการค้าโลกดับเบิลยูทีโอ (WTO) ในข้อกำหนดด้านการ คุ้มครองสิ่งแวดล้อม กรีนบอกซ์ (Green Box) ด้านเกษตรไม่ขัดกับข้อตกลงทางการค้า ระหว่างประเทศ ประกอบกับราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่มีราคาสูงอย่างต่อเนื่องและอัตรา แลกเปลี่ยนที่ค่อนข้างอ่อนตัว รวมทั้งนโยบายการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่กระทรวง อุตสาหกรรมได้วางแนวทางบริหารการจัดการให้เข้มขึ้น อาทิเช่น มีการสนับสนุนสินเชื่อ ดอกเบี้ยต่ำทำให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยกู้เพื่อซื้อเครื่องจักรกลทางการเกษตร จัดหาเครื่องสาง ใบอ้อยมาให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยยืมเพื่อสางใบอ้อย มีการส่งเสริมรับซื้อใบอ้อยเพื่อเพิ่มรายได้ และลดการเผาใบอ้อย รวมทั้งการขอรับการสนับสนุนเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล ล้วนเป็นผลทำให้ เกษตรกรหันมาปลูกอ้อยมากขึ้น พื้นที่ปลูกอ้อยและปริมาณอ้อยส่งเข้าโรงงานน้ำตาลจึงเพิ่มมาก ขึ้นด้วย สำหรับฤดูกาลผลิตปี ๒๕๖๓/๒๕๖๔ มีพื้นที่ปลูกอ้อย ๘.๕๖ ล้านไร่ ผลผลิต ๖๖.๖๖ ล้านตัน ฤดูกาลผลิตปี ๒๕๖๔/๒๕๖๕ มีพื้นที่ปลูกอ้อย ๘.๙๒ ล้านไร่ ผลผลิตอ้อย ๙๒.๐๗ ล้านตัน สำหรับในฤดูกาลผลิตปีหน้าคาดการณ์ว่าปริมาณอ้อยจะมีทิศทางเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่องมากกว่า ๑๐๐ ล้านตันครับ เนื่องจากสภาพภูมิอากาศและปริมาณฝนที่เอื้ออำนวย รวมทั้งราคาน้ำตาลในตลาดโลกยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องทำให้ราคาอ้อยที่เกษตรกร ชาวไร่อ้อยได้รับเป็นที่น่าพอใจและสามารถสร้างแรงจูงใจต่อเกษตรกรในการปลูกอ้อย เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามการกำหนดราคาอ้อยในระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย มีองค์ประกอบที่ใช้ในการกำหนดราคา ได้แก่ ผลผลิตอ้อยและปริมาณน้ำตาลที่ผลิตได้ ในแต่ละปี ปริมาณการบริโภคในประเทศ ปริมาณการส่งออก และราคาน้ำตาลในตลาดโลก ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมโดยบริษัท อ้อยและน้ำตาลทราย จำกัด และคณะกรรมการกำหนด ราคาขายน้ำตาลได้ทำราคาขายน้ำตาลทรายดิบของฤดูกาลผลิตปีหน้า ๒๕๖๕/๒๕๖๖ ล่วงหน้า ไปแล้วกว่า ๔๗.๘๙ เปอร์เซ็นต์ครับ โดยมีราคาเฉลี่ยรวมพรีเมียม (Premium) อยู่ที่ ๒๐.๑๒ เซนต์ต่อปอนด์ อัตราแลกเปลี่ยน ๓๓.๖๕ บาทต่อเหรียญสหรัฐ หากสถานการณ์ในตลาดโลก เป็นเช่นนี้นะครับ ผมมั่นใจว่าราคาอ้อยขั้นต้นในปีหน้าจะมีราคาสูงกว่าตันละ ๑,๐๕๐ บาท อย่างแน่นอนครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญถาม ครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ผมต้องกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานด้วยความเคารพในคำตอบที่ชัดเจน แล้วก็ในคำตอบที่ท่านได้กล่าวว่า ราคาอ้อยที่ประกาศน่าจะไม่ต่ำกว่า ๑,๐๕๐ บาท ผมเชื่อว่าเป็นคำตอบที่พี่น้องเกษตรกร ชาวไร่อ้อยดีใจแน่นะครับ และผมเชื่อว่าเขาคงจะกลับไปบำรุงรักษาทะนุถนอมต้นอ้อยในไร่ ของเขาเพื่อให้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น เป็นปีที่เขาอาจจะเห็นราคาอ้อยเป็นเลข ๔ หลัก สูงกว่า ๑,๐๐๐ บาทอีกปีหนึ่ง ต้องขอขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่การเพาะปลูก ปี ๒๕๖๒/๒๕๖๓ ที่ผ่านมาตามที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณากล่าวครับ ทางรัฐบาลโดยกระทรวง อุตสาหกรรมได้มีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดเข้าโรงงานเป็นการ ป้องกันไม่ให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยจุดไฟเผาอ้อยตนเองก่อนตัดเข้าโรงงานเพราะมีรายได้ เพิ่มขึ้นจากการตัดอ้อยสด เป็นนโยบายที่เกษตรกรชาวไร่อ้อยชื่นชอบแล้วก็เป็นนโยบาย ที่พี่น้องคนไทยชื่นชมแล้วก็ยกย่องเพราะเป็นการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม แล้วก็เป็น การร่วมกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างบูรณาการ วันนี้ เกษตรกรดีใจที่ตัดอ้อยสดเข้าโรงงานแล้วได้เพิ่มขึ้นตันละ ๑๒๐ บาท ในขณะที่พี่น้องคนไทย ก็ดีใจที่จะมีสุขภาพปลอดภัยมากขึ้นจากฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ครับ นโยบายไหนที่รัฐบาล ไม่ประสบความสำเร็จก็ตำหนิติเตียน วิพากวิจารณ์กันไปนะครับ แต่นโยบายไหนที่ประสบ ความสำเร็จเป็นประโยชน์กับประชาชนก็ต้องชื่นชมครับ ผมต้องขอชื่นชมและขอขอบคุณ แทนพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย แล้วก็ขอบคุณแทนพี่น้องคนไทย ท่านประธานครับ แม้ว่า การใช้นโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่น่ายกย่องชมเชยก็เป็นการใช้งบประมาณของ แผ่นดิน ผมอยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานด้วยความเคารพถึงเรื่องของ ผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินการตามนโยบายที่ช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสด เข้าโรงงาน ซึ่งตัวชี้วัดก็คงจะดูจากความร่วมไม้ร่วมมือของพี่น้องเกษตรกร ผมขออนุญาต สอบถามว่าจากการดำเนินการนโยบายช่วยเหลือเกษตรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดเข้าโรงงาน ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณากล่าวนะครับ มีสัดส่วนตัวเลขการตัดอ้อยไฟไหม้เข้าโรงงานลดลง หรือไม่ ลดลงมากน้อยเพียงใด และนโยบายนี้ท่านรัฐมนตรีจะคงให้มีอยู่ต่อไปหรือไม่ครับ เป็นคำถามที่ ๒ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ รัฐมนตรีสุริยะตอบครับ มีเวลาเหลือประมาณ ๙ นาทีนะครับ🔗

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมขออนุญาตตอบคำถามที่ ๒ ของท่าน ส.ส. สัมฤทธิ์นะครับ ผมขอเรียนว่ารัฐบาลกำหนดให้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เป็นเรื่องสำคัญ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนชาวไทย จึงกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ที่ต้องจำเป็นแก้ไขเป็นการเร่งด่วน โดยปัญหานี้จะเกิดขึ้นในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนมีนาคมของทุกปีซึ่งไปตรงกับช่วงการเก็บเกี่ยวอ้อยของชาวไร่อ้อย ในปีที่ผ่าน ๆ มามี ปริมาณอ้อยไฟไหม้อยู่ที่ประมาณ ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ครับ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฝุ่น พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในช่วงเวลาการเก็บเกี่ยวอ้อยของชาวไร่อ้อย กระทรวงอุตสาหกรรม จึงกำหนดมาตรการในการลดการเผาอ้อยของชาวไร่อ้อยเพื่อลดฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) โดยการ จูงใจให้ชาวไร่อ้อยหันมาตัดอ้อยสดแทนการเผาอ้อย จากมาตรการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้ ที่กระทรวงอุตสาหกรรมเคยเสนอคณะรัฐมนตรีรับทราบ เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๒ ที่จะลดไฟไหม้เหลือ ๐-๕ เปอร์เซ็นต์ภายในปี ๒๕๖๕ ซึ่งจากการใช้มาตรการรณรงค์ตัดอ้อยสด เพียงอย่างเดียวไม่ประสบความสำเร็จ จะเห็นว่าในปี ๒๕๖๑/๒๕๖๒ ยังมีปริมาณอ้อยไฟไหม้ อยู่ที่ประมาณ ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์เท่าปีที่ผ่าน ๆ มา และในปี ๒๕๖๒/๒๕๖๓ นับเป็นความ สำเร็จก้าวแรกที่สามารถลดอ้อยไฟไหม้ได้ถึง ๑๑ เปอร์เซ็นต์จากปีก่อนครับ เนื่องจากรัฐบาล มีนโยบายลดต้นทุนตัดอ้อยสดให้กับชาวไร่อ้อยที่มีต้นทุนห่างจากการตัดอ้อยไฟไหม้ตันละ ๑๒๐ บาท และหักเงินชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยไฟไหม้ตันละ ๓๐ บาทครับ โดยตั้งเป้าหมายที่จะ ลดอ้อยไฟไหม้ให้เหลือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ โดยใช้วงเงิน ๓,๕๐๐ ล้านบาท จากเงินช่วยเหลือ ปัจจัยการผลิตของรัฐบาล ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท มาช่วยเฉพาะชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดเท่านั้น ทำให้ปริมาณอ้อยไฟไหม้ลดลงเหลือ ๔๙.๖๕ เปอร์เซ็นต์ และในปี ๒๕๖๓/๒๕๖๔ มีนโยบาย ช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดเท่านั้น ในอัตราตันละ ๑๒๐ บาท กำหนดเป้าหมายที่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปรากฏว่าในฤดูกาลผลิตนั้นมีอ้อยไฟไหม้ ๒๖.๔๒ เปอร์เซ็นต์ ลดจากปีก่อนถึง ๒๓.๒๓ เปอร์เซ็นต์ และมีพื้นที่ตัดอ้อยสดถึง ๗.๙๙ ล้านไร่ พื้นที่การเก็บเกี่ยวอ้อยไฟไหม้ เพียง ๒.๘๗ ล้านไร่จากพื้นที่ทั้งหมด ๑๐.๘๖ ล้านไร่ ใช้เงินช่วยเหลือไป ๕,๙๓๔ ล้านบาท สำหรับในฤดูกาลผลิต ๒๕๖๔/๒๕๖๕ ปริมาณอ้อยเข้าหีบทั่วประเทศที่ ๙๒.๐๗ ล้านตัน แยกเป็นอ้อยสด จำนวน ๖๖.๙๕ ล้านตัน คิดเป็น ๗๒.๗๒ เปอร์เซ็นต์ และอ้อยไฟไหม้ จำนวน ๒๕.๑๒ ล้านตัน คิดเป็น ๒๗.๒๘ เปอร์เซ็นต์ ปริมาณอ้อยไฟไหม้ยังไม่เป็นไปตาม เป้าหมายที่วางไว้ คือไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณอ้อยทั้งหมด ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจาก ฝนตกอย่างต่อเนื่องทำให้อ้อยล้มเป็นจำนวนมาก เป็นอุปสรรคในการตัดอ้อยสด กระทรวง อุตสาหกรรมได้วางแนวทางบริหารจัดการการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้ให้เข้มข้นขึ้น อาทิเช่น มีการจัดหาเครื่องสางใบอ้อยมาให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยยืมเพื่อสางใบอ้อย มีการส่งเสริมการรับซื้อ ใบอ้อยเพื่อเพิ่มรายได้โดยชาวไร่อ้อยจะสามารถขายใบอ้อยได้ตันละ ๘๐๐-๑,๐๐๐ บาท และเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕ นั้นนะครับ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบชดเชยดอกเบี้ย ให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยสำหรับบริหารจัดการแหล่งน้ำและซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร ในไร่อ้อยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ปี ๒๕๖๕-๒๕๖๗ ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อใช้ในไร่อ้อย ที่จะช่วยลดการใช้แรงงานคน เพิ่มสัดส่วนการตัดอ้อยสดโดยเครื่องจักรเพิ่มขึ้น นอกจากนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมยังมีนโยบายขอรับการสนับสนุนเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเพื่อลดต้นทุน การตัดอ้อยสดให้กับชาวไร่อ้อย โดยมีการหักเงินชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยไฟไหม้ตันละ ๓๐ บาท และช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีส่งโรงงานซึ่งมีต้นทุนการตัดอ้อยสูงกว่าการ ตัดอ้อยไฟไหม้ประมาณตันละ ๑๒๐บาท ทั้งนี้การขอรับสนับสนุนงบประมาณในการช่วยเหลือ ชาวไร่อ้อยขึ้นอยู่กับภาระทางการเงินของกระทรวงการคลังว่าจะช่วยเหลือได้เท่าไร ขณะนี้ อยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไปครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน ถามครั้งสุดท้ายนะครับ ครั้งที่ ๓🔗

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ผมต้องกราบขอบคุณในคำตอบ ของท่านรัฐมนตรีครับ ในตัวเลขผลสัมฤทธิ์ที่ผมได้เรียนถามไปจากอ้อยไฟไหม้ที่ส่งเข้าโรงงาน ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์เหลือเพียง ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จต้องขอชื่นชม แต่ก็จะ ขอฝากไว้สักเรื่องหนึ่งครับ ก็ในเรื่องของการชดเชยอ้อยตันละ ๑๒๐ บาท เมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมา กับปีนี้นะครับ แต่ว่าเกษตรกรก็ฝากมาบอกครับว่าวันนี้ค่าแรงตัดอ้อยสดเข้าโรงงานสูงกว่า การตัดอ้อยไฟไหม้เข้าโรงงานเกิน ๑๒๐ บาทแล้ว ถ้ามีโอกาสในการพิจารณาในปีถัด ๆ ไป ก็ฝากเป็นข้อมูลท่านรัฐมนตรีได้นำไปพิจารณาด้วยครับ ท่านประธานครับ คณะกรรมการอ้อย และน้ำตาลทรายได้คาดการณ์ผลผลิตในปีที่จะถึง รวมถึงข้อมูลที่ท่านมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรมได้กรุณาตอบคำถามผมคำถามแรกในช่วงต้นว่า การคาดการณ์ผลผลิตรวมอ้อย ในปีที่จะถึงนี้น่าจะมากกว่า ๑๐๐ ล้านตัน ซึ่งตัวเลขนี้ทำให้ผมรวมถึงเกษตรกรทั้งประเทศ ผมมั่นใจว่าคงจะเกิดความกังวลใจว่าหากผลผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงราคาที่เกษตรกร ได้รับประกาศของรัฐบาลพันกว่าบาทต่อตันขึ้นไป ก็จะเป็นปัจจัยให้เกษตรกรทั้งรายเดิมและ รายใหม่เพิ่มพื้นที่การเพาะปลูกอ้อยมากขึ้น จึงนำไปสู่ความกังวลใจว่าหากปีถัด ๆ ไปผลผลิต อ้อยเพิ่มขึ้นจนเกินความต้องการของโรงงานน้ำตาลทั้ง ๕๗ แห่งที่มีอยู่ ผลผลิตอ้อยเกิน ความสามารถในการรับสินค้าของโรงงานน้ำตาลที่มีอยู่ อาจจะเกิดปัญหาซ้ำรอยกับปี เพาะปลูก ๖๐/๖๑ และ ๖๑/๖๒ หรือไม่ครับ ผมนำเรียนท่านประธานครับว่าในปีเพาะปลูก ๖๐/๖๑ ผลผลิตรวมอ้อยทั้งประเทศ ๑๓๔ ล้านตัน ปีถัดมาปี ๖๑/๖๒ มีผลผลิตอ้อยรวมทั้ง ประเทศ ๑๓๐ ล้านตัน ทำให้เกิดปัญหาอยู่ ๒ ปัญหาครับ ปัญหาใหญ่🔗

ปัญหาแรกก็คือมีเกษตรกรนับพันราย พื้นที่นับหมื่นไร่ตัดอ้อยส่งโรงงานไม่ทัน ส่งไม่ทันเพราะว่าการส่งแต่ละครั้งต้องไปค้างคืนตกค้าง ๒ คืน ๓ คืนถึงจะลงสินค้า กลับมา ตัดอ้อยในไร่ไม่ทัน ส่งไม่ทัน จนจะต้องตัดอ้อยในไร่แล้วเอาไปทิ้งครับ เพราะอ้อยไม่ตัดไม่ได้ ต้องตัดแล้วเอาไปทิ้ง🔗

ปัญหาที่ ๒ เมื่อส่งไม่ทัน เกษตรกรในหลายพื้นที่โดนเอารัดเอาเปรียบจาก พ่อค้าคนกลาง รวมถึงโรงน้ำตาลบางแห่งไปร่วมกันซื้ออ้อยจากเกษตรกรในราคาที่ต่ำกว่า ราคาประกาศของรัฐบาล ซื้อแค่ ๓๕๐ บาทจากราคาประกาศ ปีนั้นอยู่ที่ประมาณ ๗๐๐ บาท ซื้อแค่ครึ่งเดียวครับ แต่จะสามารถส่งได้ทันไม่ต้องไปตกค้าง ไม่ต้องไปเข้าคิวครับ เป็นปัญหา ที่เกิดขึ้นแล้วแล้วก็เกิดขึ้นจริงในปี ๖๐/๖๑ และปี ๖๑/๖๒ ในปัญหานี้นะครับ หากปริมาณ การปลูกอ้อยผลผลิตเพิ่มขึ้น ผมมีความกังวลอย่างยิ่งว่าถ้าปัญหานี้เกิดซ้ำรอยจะเกิดปัญหา ที่เกษตรกรชาวไร่อ้อยอาจจะรับไม่ได้ อาจจะขาดทุนหมดเนื้อหมดตัวกัน ผมจึงขออนุญาต สอบถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมด้วยความเคารพ ว่าในปัญหาที่ผมได้นำเรียนไปในเบื้องต้นเมื่อสักครู่ทางกระทรวงอุตสาหกรรมมีแนวทาง มีนโยบายในการป้องกันปัญหานี้หรือไม่ อย่างไร เป็นคำถามสุดท้าย กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน รัฐมนตรีสุริยะ🔗

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

จากคำถาม ที่ ๓ ของท่าน ส.ส. สัมฤทธิ์ แสดงให้เห็นครับว่าท่านเองได้มีการศึกษาปัญหาของชาวไร่อ้อย อย่างแท้จริงถึงได้มีลงรายละเอียดในเรื่องของการที่โรงงานเอาเปรียบกับทางชาวไร่อ้อย เรื่องนี้ ผมขอเรียนชี้แจงดังนี้ครับ ผมขอเรียนว่าในฤดูการผลิตปี ๒๕๖๕/๒๕๖๖ มีการคาดการณ์ แนวโน้มจะมีปริมาณอ้อยเพิ่มขึ้นมากกว่า ๑๐๐ ล้านตัน เนื่องจากมีปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้น และราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการ วางแผนรองรับเรื่องนี้ไว้แล้วครับ โดยโรงงานน้ำตาลทั้ง ๕๗ โรงงาน สามารถรองรับปริมาณ อ้อยเข้าสู่โรงงานได้ถึง ๑.๒ ล้านตันต่อวัน ตลอดฤดูเปิดหีบอ้อยสามารถรองรับปริมาณอ้อย ได้ถึง ๑๘๐ ล้านตัน ปริมาณอ้อยที่คาดการณ์ในฤดูการผลิตปี ๒๕๖๕/๒๕๖๖ ที่มากกว่า ๑๐๐ ล้านตัน โรงงานน้ำตาลทุกโรงงานสามารถรองรับปริมาณอ้อยดังกล่าวได้ทุกตันอ้อย และโรงงานน้ำตาลทรายได้มีการจัดเตรียมแผนการส่งอ้อยเข้าสู่โรงงานตามคู่สัญญาที่ได้มี การจัดทำก่อนเริ่มฤดูการผลิต ดังนั้นในเรื่องของการที่ชาวไร่อ้อยจะไม่สามารถตัดอ้อยส่ง โรงงานได้ทันก่อนสิ้นฤดูการผลิตจะไม่เกิดขึ้นดังเช่นที่ผ่านมา ส่วนกรณีที่ชาวไร่อ้อยจะถูก เอารัดเอาเปรียบจากโรงงานในการซื้ออ้อยต่ำกว่าราคาประกาศของคณะกรรมการอ้อยและ น้ำตาลทรายนั้น ตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๒๗ และระเบียบ ประกาศที่เกี่ยวข้อง โรงงานน้ำตาลต้องจ่ายค่าอ้อยให้กับชาวไร่อ้อยตามราคาที่คณะกรรมการ อ้อยและน้ำตาลทรายกำหนด หากถ้าฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ ซึ่งที่ผ่านมาโรงงานน้ำตาล ทุกโรงงานก็ปฏิบัติตามข้อกฎหมายที่กำหนดอย่างเคร่งครัดและไม่เคยเกิดกรณีที่โรงงาน จ่ายค่าอ้อยให้กับชาวไร่อ้อยต่ำกว่าราคาที่คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายกำหนดครับ การขายได้ราคาต่ำกว่าราคาที่กำหนดอาจจะเป็นกรณีที่ขายขาดให้พ่อค้าคนกลางและเป็น ชาวไร่อ้อยที่ไม่ได้เป็นคู่สัญญาโรงงาน ทั้งนี้ผมได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและ น้ำตาลทรายเตรียมความพร้อมให้แก่เกษตรกรเพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงในอาชีพ และรายได้แก่ชาวไร่อ้อยที่สำคัญดังนี้🔗

๑. การนำใบอ้อยและยอดอ้อยที่เกิดจากนโยบายการตัดอ้อยสดนำส่งให้กับ โรงงานเพื่อนำไปเป็นเชื้อเพลิง โดยเกษตรกรชาวไร่อ้อยสามารถจำหน่ายใบอ้อยและยอดอ้อย ให้แก่โรงงานได้ในราคาตันละ ๘๐๐-๑,๐๐๐ บาท ซึ่งเมื่อหักค่าใช้จ่าย ๑ ไร่ จะมีใบอ้อย ที่ขายได้ประมาณ ๑ ตัน ทำให้เกษตรกรมีรายได้จากการขายใบอ้อยเพิ่มขึ้นอีกไร่ละ ๕๐๐ บาท หากถ้าคิดเป็นพื้นที่ ๑ ไร่ ปลูกอ้อยได้ ๑๐ ตัน จะทำให้ราคาอ้อยเพิ่มอีกตันละ ๕๐ บาท จะเป็นแนวทางเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยอีกทางหนึ่ง🔗

๒. หาช่องทางเพิ่มรายได้ให้กับระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย โดยจะมีการปรับโครงสร้างการผลิตของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย โดยการส่งเสริม ให้มีการลงทุนอุตสาหกรรมด้านชีวภาพอย่างจริงจัง เช่น การลงทุนสร้างไบโอคอมเพล็กซ์ (Bio-Complex) ที่จังหวัดนครสวรรค์ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเอทานอล (Ethanol) จากอ้อย และส่งเสริมให้นำน้ำตาลชนิดต่าง ๆ ไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพในรูปแบบต่าง ๆ เช่น กรดแลคติก (Lactic) พลาสติกชีวภาพ โดยในเรื่องดังกล่าวมีผู้ลงทุนแล้วมากกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยการใช้น้ำตาลในประเทศปีละไม่ต่ำกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ตัน และจะขยายตัวอย่าง ต่อเนื่องซึ่งจะเป็นการลดพึ่งพาการส่งออกน้ำตาลทรายได้ในอีกทางหนึ่งด้วย🔗

๓. การส่งเสริมให้เกษตรกรลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตตันต่อไร่โดยมีการ ดำเนินงาน ดังนี้🔗

๓.๑ แจกจ่ายอ้อยพันธุ์ดีให้แก่เกษตรกรที่ตอบสนองในเรื่องผลผลิตต่อไร่ และคุณภาพความหวานให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อย🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่าน รัฐมนตรีเกินเวลาไปมากแล้วครับ สรุปได้แล้วครับ🔗

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ครับท่าน เป็นต้นกล้าอ้อย ๑.๘ ล้านตัน นอกจากนี้ยังมีการรวมกลุ่มโดยเกษตรกรหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย ที่มีความพร้อมในเรื่องรถแทรกเตอร์ รถตัดอ้อย รถบรรทุก ช่วยบริหารจัดการตั้งแต่ขั้นตอน การเตรียมแปลงการปลูกอ้อย และการบำรุงรักษา ระหว่างปลูกการเก็บเกี่ยวและการตัดอ้อย และบรรทุกเข้าสู่โรงงาน ผมขอจบการชี้แจงดังนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เป็นการ จบกระทู้ถามสด ฉบับที่ ๒ ครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดฉบับที่ ๓ เป็นกระทู้ของท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถามท่านนายกรัฐมนตรี🔗

๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๘๓ ส. (นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ตอบ🔗

ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ กระทรวงการคลังเป็นผู้มาตอบชี้แจง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็มอบให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลังคือท่านสันติ ปรากฏว่ามีหนังสือแจ้งมาอีกแล้วครับว่าติดภารกิจ อีกแล้ว ไม่สามารถจะมาตอบได้ครับ ท่านพิธาจะมีอะไรไหมครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วกระทู้ ถามสดนี้มันเป็นเรื่องที่เราเพิ่งตั้งกันที่ผ่านมา🔗

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาต หารือท่านประธานเล็กน้อยครับ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ครับท่านประธาน อยากจะขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการทำงานของ รัฐสภาในเรื่องกลไกในการถามกระทู้ ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ กับข้อบังคับ ข้อ ๑๕๖ ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ บอกว่านายกรัฐมนตรีต้องเข้าร่วมประชุมสภาเพื่อตอบกระทู้ด้วยตนเองเว้นมีเหตุ จำเป็น แล้วก็แจ้งเหตุจำเป็นนั้นต่อท่านประธาน แล้วก็ให้กำหนดว่าจะตอบได้เมื่อใด ก็ต้อง ขอถามท่านประธานว่าในหนังสือนั้นท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีก ๒ ท่าน ให้คำตอบ ว่าอะไรถึงไม่สามารถมาตอบกระทู้ผมได้ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านก็แจ้ง ว่าติดภารกิจสำคัญครับ🔗

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ส่วนข้อ ๑๕๖ ด้วยนะครับ ท่านประธาน ข้อ ๑๕๖ กระทู้ถามสดด้วยวาจา มีเงื่อนไข ๓ ข้อ ต้องเป็นเรื่องสำคัญที่อยู่ใน ความสนใจของประชาชน เป็นเรื่องที่เร่งด่วน แล้วก็เป็นเรื่องที่มีผลกระทบเป็นวงกว้างของ ประชาชน ผมตั้งใจที่จะตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับวิกฤติเศรษฐกิจฟุ้งเฟ้อที่พี่น้องประชาชนกำลัง เจออยู่ เรื่องเกี่ยวกับค่าครองชีพผันผวน รายได้ที่หดหายตลอดเวลาแล้วก็เป็นปัญหาที่สูงสุด เป็นประวัติการณ์ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติพลังงาน แล้วก็วิกฤติอาหารต่าง ๆ ก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ คนเดินดินกินข้าวแกงกำลังรออยู่ ก็ไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรให้สภาของเรามีประเพณีใหม่ ที่เวลาถามแบบนี้ต้องมีนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีมาตอบ เพราะว่าผมเป็น ส.ส. มา ๔ ปีนี้ ก็ยังไม่เคยเห็นนายกรัฐมนตรีมาตอบเรื่องนี้ เรื่องที่ผมถาม ของแพง ค่าแรงถูก กระทรวง พลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พม. รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งมาตอบก็คงจะตอบไม่ได้ครับ ผมก็อยากจะขอความกรุณาท่านประธาน ฝากว่าให้ท่านนายกรัฐมนตรีทำตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ แล้วก็มาตอบกระทู้ของประชาชน พวกเราพรรคฝ่ายค้านยินดีที่จะตั้งคำถามติเพื่อก่อ เพื่อที่จะตบแนวทางของรัฐบาลให้ เข้าร่องเข้ารอยแล้วก็คลี่คลายความกดดัน คลี่คลายปัญหาความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน ให้ได้ที่สุด อยากจะให้สภานี้ทำงานได้ครับ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เข้าใจดี เลยนะครับ เพราะตลอดระยะเวลาท่านก็จะเห็นว่าผมจะเตือนคณะรัฐบาลตลอดเพื่อให้ ความสำคัญต่อการประชุมสภา โดยเฉพาะวันพุธ วันพฤหัสบดี ท่านควรจะว่างเว้นจากการ นัดหมาย ควรจะเตรียมสำหรับสภา ทีนี้เมื่อท่านถามกระทู้ถามสดด้วยวาจานี่เป็นกระทู้ ที่มันค่อนข้างจะเร่งด่วนเพราะเรายื่นกันตอนเช้าแปดโมงเช้าใช่ไหมครับ แล้วก็กระทู้ถามสด ด้วยวาจานี่ผู้ทำหน้าที่ประธานที่พิจารณากระทู้ถามสด แน่นอนครับ เป็นเรื่อง ๑. เร่งด่วน ๒. มีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ๓. เป็นที่สนใจของประชาชน ซึ่งเข้าหลักเกณฑ์อยู่ ก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนนะครับ แต่เนื่องจาก🔗

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ขออนุญาตครับ ซึ่งก็คือเป็นธรรมชาติของกระทู้ถามด้วยวาจามันก็เป็นลักษณะแบบนั้นนะครับ แล้วท่าน นายกรัฐมนตรีก็จะมาบอกว่าติดภารกิจใช่ไหมครับ แล้วในข้อบังคับถามว่าให้กำหนดว่า จะตอบได้เมื่อใดครับ อันนี้จะได้คำตอบว่าอย่างไรว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะมาตอบในอาทิตย์หน้า หรือไม่ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ในหนังสือ ไม่ได้แจ้งมาครับ แจ้งไหมครับ ผมไม่เห็นหนังสือ มีแต่บอกว่าเลื่อน มีหนังสือแจ้งไหมครับ🔗

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

คือต้องเรียนท่านประธานว่า เรื่องเกี่ยวกับปากท้อง เกี่ยวกับขายสินค้า เกี่ยวกับเงินเฟ้อ บางทีวันหนึ่งก็เป็นความทุกข์ร้อน ของพี่น้องประชาชนครับ ทุกวันนี้ได้กินแกงถุง ๑ มื้อ นี่คือถือว่าฉลองแล้วเพราะว่าปกติ กินแต่ข้าวกับไข่ต้ม พี่น้องเกษตรกรก็เติมน้ำมันดีเซล ๒,๐๐๐ บาท ๒ วันก็หมดแล้วนะครับ รถพุ่มพวงก็โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง ทั้งค่าพลังงาน ทั้งของที่ขายยากมากขึ้นอีก🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้แต่แจ้ง มาว่าได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง คือท่านสันติเป็นผู้มาตอบครับ ท่านสันติก็ทำหนังสือขอเลื่อนตอบเนื่องจากติดภารกิจสำคัญ แต่ไม่ได้แจ้งนะครับ เพราะว่า เป็นกระทู้ถามสด เพราะว่ากระทู้ถามสดถ้าครั้งนี้ไม่มาตอบครั้งต่อไปถ้าท่านยังสนใจที่จะยื่น ต่อนะครับ🔗

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ เวลาของ สภามีค่าครับ ผมคงขออนุญาตฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานสภานะครับว่า ถ้าเกิดมีเหตุจำเป็นก็คงต้องอธิบายว่าสาเหตุที่มาไม่ได้จริง ๆ เพราะอะไร แค่ตอบว่าภารกิจ สำคัญคงไม่สามารถเป็นคำตอบที่ชัดเจนได้สำหรับพี่น้องประชาชน อันที่ ๒ ก็ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ รบกวนว่าตอบมาด้วยว่าจะสามารถมาตอบกระทู้ของ ส.ส. ในสภาได้วันไหนครับ ขอรบกวนท่านประธานให้กำชับไปยังนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานครับ จุลพันธ์ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน จุลพันธ์ครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ประเด็นปัญหามันมี ๒ กรณี แล้วมันไม่ได้เกิดครั้งแรกนะครับ🔗

ประเด็นแรก ท่านประธานเคยทวงติงผ่านไปยัง ครม. ที่มาชี้แจงแล้วหลาย ครั้งนะครับ การมอบหมายโดยนายกรัฐมนตรี ให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาตอบ แต่มอบหมาย ให้คนที่ไม่ว่างนี่มันเป็นกระบวนการที่ไม่สามารถรับได้จริง ๆ ไม่มีเหตุผลเพียงพอ ก็มอบให้ คนที่มีความสะดวกพร้อมที่จะมาตอบสภานี่มาครับ จึงจะเป็นเหตุผลที่ดีกว่านะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ มันเป็นเรื่องของการตรวจสอบครับท่านประธาน กระทู้ถามสด ด้วยวาจา กระทู้ถามทั่วไป กระทู้ถามแยกเฉพาะ เป็นกระบวนการตรวจสอบของสภาต่อ คณะรัฐมนตรีที่สำคัญยิ่งนะครับ เราเองได้ให้ความสำคัญ ก็อยากจะให้ทางคณะรัฐมนตรี ให้ความสำคัญด้วย แต่ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นคือข้อบังคับของเราท่านประธานก็ทราบ กำหนดว่า กระทู้ถามสดด้วยวาจามีเพียงสัปดาห์ละ ๓ กระทู้ กระบวนการที่ ครม. ไม่มาตอบ ท่านประธานครับ ผมขอพูดตรงนี้แล้วก็บันทึกไว้เลย ไม่มีครั้งไหนเลยที่คณะมนตรีไม่มาตอบ กับกระทู้ของฝ่ายรัฐบาล อาจจะด้วยนัดหมายกันล่วงหน้าหรืออะไรก็ไม่ทราบได้ แต่ของ ฝ่ายค้านพลาดนัดกันบ่อยมากแล้วมันเป็นการเสียสิทธิของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่จะตรวจสอบ ในเรื่องของการทำงานของคณะรัฐมนตรี ถ้าท่านประธานจะกรุณานะครับ เราเคยมีการเว้น ข้อบังคับการประชุม เคยมีการอะลุ่มอล่วยกันในหลายครั้ง นั่นคือเมื่อเลื่อนการตอบเช่นนี้ แล้วสัปดาห์ถัดไปเพื่อรักษาสิทธิของพรรคร่วมฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาลก็อะลุ่มอล่วย ให้มีการสอบถามในเรื่องของกระทู้สดด้วยวาจาได้มากกว่า ๓ กระทู้ ถ้าท่านประธานจะให้ คำมั่นกับฝ่ายค้านในวันนี้ว่าสัปดาห์หน้าขอความกรุณาครับ สิทธิของพรรคร่วมฝ่ายค้านนี้ ยังคงอยู่ ครั้งหน้าเราถาม ๔ กระทู้ แล้วเป็นของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ๓ กระทู้อย่างที่ได้ตกลง กันไว้นานแล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้นได้พวกผมก็จะยินดีกราบขอบพระคุณนะครับ แล้วเราจะได้ เดินงานกันต่อครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ในกรณี กระทู้ของวันนี้รัฐมนตรีไม่ได้มาตอบถ้าท่านยังติดใจ ท่านจะถามต่อไปในสัปดาห์หน้าทางผม ก็ไม่ขัดข้องนะครับ ที่ประชุมก็คงไม่ขัดข้องเพราะเราปฏิบัติกันอยู่นะครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ขอบพระคุณท่านประธานมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ทีนี้กรณี ของท่านพิธาที่ท้วงติงมามีเหตุผลครับ ผมเองก็ท้วงติงไปหลายครั้งตามที่ท่านจุลพันธ์ได้ท้วงติง มาอีกคนหนึ่ง การมอบหมายคราวที่แล้วที่ผมได้ท้วงติงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไปว่าท่านอย่าสักแต่มอบ ท่านต้องถามผู้รับมอบด้วยว่าพร้อม ไม่พร้อม ไม่ใช่พอมอบไปแล้ว ก็แล้วไปแล้ว ผมมอบไปแล้ว ไม่ใช่ ผมก็อยากจะฝาก มีตัวแทนซึ่งเป็นรัฐมนตรีอยู่ในสภาพอดี ประการแรก ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ มันก็ไม่สามารถไปบังคับรัฐบาลได้หรอกครับ เป็นข้อบังคับ ของสภา แต่เป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกันครับ เพราะข้อบังคับเขียนว่าท่านนายกรัฐมนตรี ต้องมาตอบชี้แจงตามที่ท่านพิธาได้กล่าวไว้เมื่อสักครู่ ตามข้อบังคับนั้นก็อยากจะฝากไปถึง ท่านรัฐมนตรีผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีว่าขอให้เตือนพูดกันหน่อยในที่ประชุม ครม. ให้เตือน ท่านนายกรัฐมนตรีหน่อยว่าเรามีข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ท่านควรจะต้องมาตอบเอง ให้เกียรติ สภาหน่อย แต่ไม่เป็นไรถึงว่าท่านจะติดภารกิจ ท่านก็ต้องมอบหมายบุคคลใดที่สามารถจะมา ตอบได้ อย่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่ว่าง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ไม่ว่าง รองนายกรัฐมนตรีได้ไหมที่รับผิดชอบกระทรวงการคลัง หรือใครที่มีความรู้ที่พอจะมา ตอบได้ก็ฝากท่านด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องการมอบหมายขอกำชับอีกครั้งหนึ่งว่าการมอบหมาย อย่าสั่งเหมือนทหาร คือสั่งไปแล้วก็ถือว่าสั่งไปแล้วจบกัน ไม่ใช่นะครับ หมายถึงว่าสั่งเหมือน พวกเรานักการเมืองหน่อย สอบถามกันหน่อยว่าว่าง ไม่ว่าง ตอบได้ไหม อย่างนี้ถึงเรียกว่า มอบหมาย ถ้ามอบหมายเฉพาะสั่งอย่างเดียวแล้วไม่มีคนมาตอบไม่ใช่มอบหมายแล้วครับ ถ้าอย่างนี้ผมถือว่าไม่รับผิดชอบต่อสภา ฝากท่านรัฐมนตรีนิพนธ์เรียนท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ท่านพิธาจะฝากอะไรไปถึงรัฐบาลไหมครับ🔗

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณท่านประธานครับ เห็นด้วยกับที่ท่านประธานพูดนะครับ อีกประเด็นหนึ่ง กระทู้สดด้วยวาจาด้วยโดยธรรมชาติ ของมันคือสำคัญกระทบเป็นวงกว้างแล้วก็เป็นเรื่องเร่งด่วนครับ ส่วนใหญ่เวลาถามมันต้อง ข้ามกระทรวงครับ ถ้าเกิดเราย้อนไปดู ๓ ปีที่ผ่านมา ให้รัฐมนตรีกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง มาตอบมักจะตอบไม่ครบได้ทั้ง ๓ คำถาม ผมยังอยากจะขอฝากทางท่านประธานผ่านไปทาง ท่านรัฐมนตรีช่วยในฐานะตัวแทนคณะรัฐมนตรีว่าบางครั้งท่านนายกรัฐมนตรีต้องเป็นคน มาตอบเองครับ อย่างที่ผมจะพูดวันนี้วิกฤติพลังงาน วิกฤติพลังงานนี่ ๓ กระทรวงแล้วครับ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม วิกฤติอาหารก็กระทรวง พาณิชย์กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องรายได้ที่หดหายก็กระทรวงแรงงาน กระทรวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แล้วก็เรื่องของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาอีกครับ มันไม่สามารถที่จะเอา ๘ คนมาตอบผมคนเดียว ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบได้คนเดียว ก็น่าจะเป็นประเพณีที่ดีแล้วก็ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ของสภานี้ด้วยครับ ฝากไว้แค่นี้ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ขอฝาก ท่านไปคุยในที่ประชุม ครม. ด้วยท่านนิพนธ์ครับ เป็นการจบกระทู้ถามสดด้วยวาจานะครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก ต่อไปจะเป็นระเบียบวาระที่ ๒.๑ นะครับ🔗

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

เรียนท่านสมาชิก เนื่องจากได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงานติดภารกิจต้องไปตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ จึงประสงค์ที่จะขอตอบกระทู้ถามตามระเบียบวาระที่ ๑.๒.๑ เป็นลำดับสุดท้าย และขอให้นำ กระทู้ถามตามระเบียบวาระที่ ๑.๒.๔ ขึ้นมาถามตอบก่อนเป็นลำดับแรก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ ได้ประสานผู้ตั้งกระทู้ถามและรัฐมนตรีที่จะตอบทั้ง ๒ กระทู้แล้วนะครับ ไม่มีผู้ใดขัดข้อง ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการถามตอบกระทู้ถามดังกล่าวผมขอดำเนินการพิจารณากระทู้ถาม ตามระเบียบวาระที่ ๑.๒.๔ ก่อนนะครับ🔗

๑.๒.๔ กระทู้ถาม ที่ ๔๗๙ เรื่อง การขอเอกสารสิทธิ เขตป่าไม้ถาวร ป่าสงวน มาทับพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย🔗

ด้วย สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยคือท่านนิพนธ์ บุญญามณี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีพร้อมแล้วครับ เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ได้ถามเลยครับ เชิญครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ ดิฉันถามกระทู้ไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ต้องบอกกล่าวคนไทยทั้งประเทศว่าวันนี้นั้นในเรื่องของที่ดินทำกินที่หลวงทับราษฎร์ ราษฎร์ เข้าไปรุกรานหลวงจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไรนั้น เมื่อเช้านี้ดิฉันให้ข่าวที่วิทยุรัฐสภาแล้วพี่น้อง ประชาชนสนใจทั้งประเทศในเรื่องนี้เพราะเป็นเรื่องของเอกสารสิทธิเป็นเรื่องของทรัพย์ สมบัติของพี่น้องประชาชนค่ะ เรื่องของเอกสารสิทธิ เขตป่าไม้ถาวร ป่าสงวน ซึ่งเป็นที่ดินทำ กินของชาวบ้านใช้ทำกินมาก่อนประกาศพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติและปัจจุบันมีการ ยกเลิกป่าบริเวณใกล้เคียงอย่างต่อเนื่องคงเหลือเพียงบางพื้นที่เท่านั้นที่ยังไม่ได้รับเอกสาร สิทธิจากภาครัฐ ดิฉันขอภาพประกอบด้วยนะคะว่าดิฉันลงไปพบปะพี่น้องประชาชนและ พี่น้องประชาชนต้องการจริง ๆ เรื่องนี้ต้องการให้กระทรวงมหาดไทยแก้ปัญหาให้ ไม่เป็นไร ค่ะท่านประธาน ดิฉันลงไปเมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมานี้เองดิฉันไปดงผาลาด ท่านประธาน เคยเป็นสหายท่านประธานจะทราบว่าดงผาลาดคืออะไรนะคะ ดงผาลาดเดี๋ยวนี้ดงผาลาดนั้น พื้นที่ของดงผาลาดตั้งที่ทำการอำเภอ แต่ว่าไปถึงพี่น้องประชาชนอยู่ในดงผาลาดซอยลงไป อีกเป็นดงหมี ดงบูด ไม่มีเอกสารสิทธิพี่น้องประชาชนอยู่กันมาเป็นร้อย ๆ ปีแล้ว สามารถที่จะ มีวัดที่เป็นร้อย ๆ ปีแสดงยืนยันว่าอยู่มาเป็นร้อย ๆ ปี ถ้าถามคน คนตายจากรุ่นสู่รุ่นค่ะ ท่านประธาน ไม่สามารถที่จะมีเรื่องของบุคคลได้ แต่ในเรื่องของวัดนี่ยังมีอยู่ ฉะนั้นในเรื่องนี้ ในดงสหายเก่าที่พี่น้องเข้าไปทำกินในพื้นที่ดังกล่าวนี้คนละ ๑๐ ไร่ ๒๐ ไร่บ้าง แล้วทีนี้ มันออกเอกสารสิทธิไม่ได้ ท่านประธานทราบไหมคะว่าเอกสารสิทธินี้สำคัญมาก ถ้าบุคคลใด มีเอกสารสิทธิเป็นโฉนด โฉนดตัวนั้นจะแปลงสินทรัพย์เป็นทุนได้ถ้า ๒๐ ไร่ ได้ ๕ ล้านบาท เขาสามารถที่จะเป็นเอสเอ็มอี (SMEs) เล็ก ๆ ได้เลี้ยงจิ้งหรีดได้ด้วยเงินจากที่ยืมมานี่ค่ะ แปลงสินทรัพย์เป็นทุน แต่ตราบใดที่ยังเป็นป่าสงวนอยู่แม้ว่าจะเป็นเมืองแล้วก็ตามที่ดิฉัน บอกกล่าวในครั้งแรกว่าดงเดียวกันมีที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่ แต่ของพี่น้องประชาชนก็ยังเป็น ป่าสงวนอยู่แบบนี้เรา ส.ส. ในพื้นที่ต้องการให้พี่น้องประชาชนมีเอกสารสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อที่จะเป็นสมบัติของเขาในเบื้องต้นก่อนข้อ ๑ เลย ข้อ ๒ ถ้าได้มากกว่าป่าสงวนที่จะ ออกเป็นเอกสารสิทธิให้สำหรับเป็นทรัพย์สมบัตินั้น ถ้าเป็นโฉนดพี่น้องประชาชนจะดีใจมาก เลยทีเดียวค่ะ จากปัญหาที่ดิฉันเรียนให้ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ บุญญามณี ดิฉันเห็นไกล ๆ นะคะ ก็ต้องบอกว่าท่านนั้นในห้องเล็กดิฉันถามมาแล้วค่ะ เรื่องเดียวกัน แต่คนละพื้นที่กันนะคะ ในห้องเล็กท่านให้ข้อมูลเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อ ประชาชนทั้งประเทศ ประชาชนรอคอยด้วยความหวัง ขอทราบรายละเอียดที่ดิฉันถามไปว่า ท่านจะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาตอบ กระทู้ถามของท่านอนุรักษ์ บุญศล ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร ซึ่งในประเด็นที่ท่านได้ตั้งคำถาม เมื่อเช้าได้ถือโอกาสในกระทู้ถามแยกเฉพาะได้เรียน หลักเกณฑ์ไปบ้างแล้วนะครับ ผมขออนุญาตที่จะตอบในประเด็นเรื่องการขอออกเอกสารสิทธิ หรือเขตป่าไม้ถาวรและเขตป่าสงวนแห่งชาติมาทับที่ทำกินของชาวบ้านของประชาชนจะทำ กันอย่างไร ซึ่งผมขออนุญาตประการแรก ถ้าหากว่าพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเป็น ที่ดินสงวนหวงห้ามตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ปี ๒๕๐๗ ซึ่งกำหนดป่าใดให้เป็น ป่าสงวนแห่งชาติกระทำโดยการออกกฎกระทรวงนะครับ ที่ดินประเภทนั้นต้องห้ามมิให้ออก โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่เรียกว่า น.ส.๓ ก. ตามข้อ ๑๔ (๔) ของ กฎกระทรวง แล้วก็กฎกระทรวงฉบับที่ ๔๓ ปี ๒๕๓๗ ซึ่งออกตามประมวลกฎหมายที่ดิน แต่อย่างไรก็ตามการกำหนดป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าวย่อมไม่เป็นการกระทบสิทธิในที่ดินของ บุคคลที่มีอยู่ตามประมวลกฎหมายที่ดินตามนัยมาตรา ๑๒ วรรคสามแห่งพระราชบัญญัติ ป่าสงวนแห่งชาติ อันนี้เป็นข้อกฎหมายเบื้องต้นเสียก่อนนะครับ ส่วนป่าถาวรเป็นที่ดิน ที่สงวนไว้โดยมติคณะรัฐมนตรีเพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดินประเภทนี้ห้ามมิให้ออก โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามข้อ ๑๔ (๕) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ พ.ศ. ๒๕๓๗ ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน ปี ๒๔๙๗ เพราะฉะนั้นใน ๒ ป่านี้ ป่าสงวนแห่งชาติก็ดีแล้วก็ป่าถาวรก็ดี โดยหลักห้ามไม่ให้ออกโฉนด ที่ดิน แต่หากเป็นที่ครอบครองและทำประโยชน์อยู่โดยชอบด้วยกฎหมายก่อนที่ทางราชการ จะกำหนดเป็นที่สงวนหวงห้ามดังกล่าวนี้นะครับ โดยผู้ที่ครอบครองได้แจ้ง ส.ค.๑ หรือได้รับ การผ่อนผันแจ้งการครอบครองจากผู้ว่าราชการจังหวัดตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติ ประมวลกฎหมายที่ดิน ปี ๒๔๙๗ ก็สามารถขอออกโฉนดที่ดินนั้นได้ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าตนเอง ได้ทำหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินนั้นมาก่อนแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้จะขอ เรียนเป็นเบื้องต้นถ้าหากว่าพิสูจน์ได้ว่าครอบครองมาก่อนอันนี้ยังมีสิทธิที่จะไปขอออกโฉนด ในที่ดินดังกล่าวครับ ขออนุญาตได้เรียนตอบคำถามประการแรกครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน อนุรักษ์ คำถามที่ ๒ ครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนครเขต ๔ พรรคเพื่อไทย กราบขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ บุญญามณี เป็นอย่างสูง ที่ให้ข้อชัดเจนกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศที่รอคอยด้วยความหวังค่ะ ท่านประธานคะ มันมีกรณีนี้เกิดขึ้นมาด้วยแล้วก็น่าจะเกิดขึ้นทั้งประเทศแบบเดียวกันกับดิฉันนี้ค่ะ ที่หมู่บ้าน หนึ่ง ๆ บ้านเลขที่ ๑ เป็นโฉนด บ้านเลขที่ ๒ เป็น น.ส.๓ บ้านเลขที่ ๓ เป็น ภ.บ.ท. ๕ และ ในวงนั้นประกาศเป็นป่าสงวนอยู่แบบนี้มีหลายที่เลยโดยเฉพาะบ้านท่าสะอาด ตำบลโคกสี อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร มีลักษณะแบบนี้หลายที่มากเลยที่ที่เป็นกรณีแบบนี้แล้ว พี่น้องประชาชนก็มาถามดิฉันว่าทำไมที่บ้านดิฉันติดกันกับคนนี้ คนนี้เป็นโฉนดของดิฉันยัง เป็นภาษีดอกหญ้าอยู่ ดิฉันไม่ใช่เจ้าหน้าที่ก็เลยนำปัญหาของพี่น้องประชาชนเข้ามาถาม ให้ท่านรัฐมนตรีแจ้งข้อมูลไปเลย นี่คือข้อ ๑ ที่อยากถามว่าพี่น้องประชาชนจะทำเรื่องนี้ เป็นโฉนดได้หรือไม่ หรือมีวิธีการอื่นอีก ท่านประธานให้ถาม ๒ ข้อ ดิฉันจะถามข้อ ๓ ในข้อ ๒ ค่ะ เพื่อเป็นการรักษามารยาทในสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๒.๑ ดิฉันถามว่าในเขตป่า ที่อยู่ในดงผาลาดมาตราบนานเท่านานนี่แต่ฝั่งถนนอีกฝั่งหนึ่งสามารถออก น.ส.๓ ได้ แต่อีกฝั่งหนึ่งยังเป็นดงอยู่ ดงอยู่หมายความว่าเป็นป่าสงวนอยู่ เป็นป่าไม้อยู่อย่างนี้แต่ว่า ทุกวันนี้เป็นสวนยางพารา เป็นนา เป็นสวนมันสำปะหลัง เป็นไร่อ้อย น่าจะเป็นความ ผิดพลาดของดิฉันเองดิฉันเพิ่งลงพื้นที่มานะคะ น่าจะเป็นความผิดพลาดของดิฉันเองที่ไม่ได้ ส่งภาพให้ท่านประธานได้เห็นด้วยค่ะ นี่ในข้อ ๒ เหมือนกันค่ะ ลักษณะแบบนี้ท่านจะ แก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างไร ถึงจะมีเอกสารสิทธิ เอกสารสิทธิแม้ว่าจะไม่ได้เป็นโฉนด แม้ว่าจะไม่ได้เป็น ส.ป.ก. แต่ไม่อยากเป็น ภ.บ.ท. ๕ ไม่อยากเสียภาษีดอกหญ้า ๒ ข้อ ใน ๑ ข้อ กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ผมขออนุญาตที่จะตอบในคำถามข้อ ๒ ของท่านอนุรักษ์ซึ่งถือว่าท่าน พยายามที่จะได้สอบถามเรื่องนี้มาผมเข้าใจว่าหลายรอบแล้ว ผมก็พยายามตอบคำถามท่าน ขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับ กรณีที่ที่ดินในหมู่บ้านมีทั้งโฉนด มีทั้ง น.ส.๓ ก. แล้วก็มีทั้งใบ ภ.บ.ท. ที่ท่านเรียกว่าภาษีดอกหญ้า อันนี้เป็นที่มาที่รัฐบาลมอบให้กระทรวงมหาดไทยครับ แล้วกระทรวงมหาดไทยก็มอบให้กรมที่ดินเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินให้พี่น้องประชาชน ที่ครอบครองที่อยู่แล้วที่ดินเหล่านั้นไม่ได้เป็นที่ดินของรัฐไม่ว่าประเภทใด ๆ คำว่า ที่ดินของรัฐ ประเภทใด ๆ ผมได้เรียนท่านประธานไปแล้วเมื่อสักครู่ว่า เช่น ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าถาวร หรือที่ ส.ป.ก. หรือแม้กระทั่งที่ที่เป็นที่สงวนไว้ให้ประชาชนใช้ร่วมกันหรือทุ่งเลี้ยงสัตว์ ที่ดิน ของรัฐเหล่านี้จะเอามาออกโฉนดไม่ได้เว้นแต่เมื่อสักครู่นี้ผมบอกแล้วถ้าท่านพิสูจน์ได้ว่า ท่านอยู่มาก่อนนะครับ เดี๋ยวนี้คณะกรรมการ คพร. เขาจะมีทุกจังหวัดพิสูจน์ได้ ถ้าท่าน ยืนยันว่าเช่นไปประกาศเขตป่าเมื่อปี ๒๔๙๗ แต่ว่าท่านมาออก ส.ค.๑ ปี ๒๔๙๘ แต่ใน ส.ค.๑ นั้นเกิดระบุว่าท่านครอบครองมาก่อนหน้านั้นแล้ว ๑๐ ปี ๒๐ ปี เราก็บวกย้อนหลัง อย่างนี้พิสูจน์ได้ว่าถ้าท่านได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินนั้นก่อนที่จะประกาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ท่านไปแจ้ง ส.ค.๑ ไว้แล้ว ใน ส.ค.๑ นั้นมันระบุชัดเจนว่าท่านได้ ครอบครองที่ดินแปลงนี้ต่อจากใครมาแล้วเมื่อไร ถ้าลงระบุไว้ด้วยว่าก่อนหน้าปี ๒๔๙๘ มา ๑๐ ปีอย่างนี้มันก็ย้อนหลังไป ถ้าสมมุติว่ามาประกาศเขตป่าปี ๒๔๙๖ ปี ๒๔๙๕ อย่างนี้ ย้อนหลังไป ๑๐ ปีแสดงว่าท่านทำประโยชน์มาก่อนอันนี้พิสูจน์กัน คณะกรรมการ คพร. ถ้าพิสูจน์จริงอย่างนี้ท่านก็สามารถที่จะออกเอกสารสิทธิ ซึ่งในขณะนี้เราเรียกว่าโฉนดที่ดินได้ อันนี้ขออนุญาตเรียนนะครับส่วนถ้าท่านได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินนอกที่ดินของรัฐ แล้วท่านยังไม่ได้เอกสารสิทธิหรือท่านมี น.ส.๓ อยู่ บัดนี้กรมที่ดินได้เดินสำรวจมีโครงการ เดินสำรวจออกโฉนดที่ดินให้พี่น้องประชาชน ซึ่งจากปี ๒๕๖๒ มาถึงปัจจุบัน ได้เดินทั้งสิ้น ไปแล้ว ๒๙๓,๔๘๗ แปลง รวมเนื้อที่แล้ว ๗๐๐,๑๗๓ ไร่ อันนี้ได้เดินออกโฉนดที่ดินที่เป็น น.ส.๓ ก. ก็ดี หรือที่ดินมือเปล่าที่ครอบครองอยู่ทำประโยชน์มานานแล้วก็ได้สามารถเดินออก โฉนดที่ดินให้พี่น้องได้ เมื่อวานท่านประธานครับขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกครับว่า ผมเองเมื่อวานนี้ได้เดินทางไปมอบโฉนดที่ดินมาที่สกลนครที่อำเภอ โพนนาแก้ว เพราะฉะนั้นก็ถือว่ารัฐบาลจะดูแลเรื่องนี้และผมเร่งรัดมากนะครับ แล้วก็ถือ โอกาสนี้เรียนกับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านอนุรักษ์ว่าในจังหวัดสกลนครตอนนี้ เป้าหมายเดิมจะเดินสัก ๑,๕๐๐ แปลง ตอนนี้เดินไปแล้วได้ ๑,๖๐๐ กว่าแปลง ได้เนื้อที่ ไปแล้ว ๓,๗๔๑ ไร่ ซึ่งส่วนหนึ่งเมื่อวานที่ผมบอกแล้วว่าผมได้เดินทางไปมอบโฉนดที่ดิน ผมขออนุญาตที่จะเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ครับว่ากรณีที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ร้องเรียนในห้องหรือว่าในกระทู้ต่าง ๆ ผมคิดว่าเป็นโอกาสที่กรมที่ดินทราบปัญหานี้เวลาที่ พี่น้องอภิปรายเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนก็ทำให้กรมที่ดินขณะนี้ได้ไปทำเป็น แอปพลิเคชัน (Application) บอกดินขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องเข้าไปแจ้งความ ประสงค์อยากจะได้โฉนดที่ดิน เราทำมาแล้วบอกดิน ๑ บอกดิน ๒ เราก็เอารายชื่อจาก บอกดิน ๑ บอกดิน ๒ ไปทยอยเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินให้พี่น้องประชาชนครับ จนบัดนี้ กรมที่ดินก็ทำ แอปพลิเคชัน (Application) ขึ้นมาใหม่ เรียกว่า บอกดิน ๓ เริ่มมาตั้งแต่ ให้พี่น้องเข้าไปลงชื่อตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ จะหมดระยะเวลาวันที่ ๓๐ มิถุนายนนี้ครับ พี่น้องประชาชนที่ประสงค์จะได้โฉนดที่ดินแต่ว่ายังไม่ได้ไปแจ้ง วันนี้เราทำแอปพลิเคชัน (Application) ขึ้นมาที่เรียกว่า บอกดิน ๓ ท่านเข้าไปในแอปพลิเคชัน (Application) นี้ของ กรมที่ดินแล้วท่านไปลงชื่อ แล้วไปบอกพิกัดที่ดินที่ท่านครอบครองอยู่ ถ้าที่ดินนั้นไม่ใช่ที่ดิน ของรัฐประเภทใด ๆ เราก็จะได้รวบรวมไว้แล้วจะมาทำแผนทั้งหมด กระทรวงมหาดไทย ผมได้เชิญอธิบดีกรมที่ดินมาพูดแล้ว เชิญผู้แทนสำนักงบประมาณมาร่วมหารือว่าจะแก้ปัญหา ให้พี่น้องได้อย่างไร ก็จะถือเอาข้อมูลที่พี่น้องประชาชนมาลงชื่อไว้ในบอกดิน ๑ บอกดิน ๒ และบอกดิน ๓ ซึ่งจะหมดระยะเวลาในวันที่ ๓๐ มิถุนายนนี้ครับ แล้วเอาจำนวนทั้งหมดมาดู ถ้าพี่น้องแจ้งข้อความแจ้งจุดที่ดินนั้นอยู่ในที่ดินของรัฐต้องเอาออกไป เอามาออกโฉนดให้ ไม่ได้ครับ ส่วนที่ดินจำนวนทั้งหมดที่ไม่อยู่ในที่ดินของรัฐจะเอามาวางแผนว่าถ้าสมมุติว่ามี ๘๐๐,๐๐๐ รายที่ยังคงค้างอยู่ตามรายการนี้ ก็จะเอามาดูว่าถ้า ๘๐๐,๐๐๐ ราย ทำปีละ ๒๐๐,๐๐๐ รายได้ไหม ๒๐๐,๐๐๐ แปลง แล้วก็ ๔ ปีจบ อย่างนี้เราก็จะเห็นระยะเวลา ชัดเจนว่าทำได้ใช้เวลาเท่าไรจะได้แก้ปัญหาเรื่องนี้ให้จบ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่อยากจะ ถือโอกาสกราบเรียนท่านประธานว่ากระทรวงมหาดไทยโดยกรมที่ดินพยายามเร่งรัดที่จะ ดูแลเรื่องนี้ เพราะถือว่าเรื่องนี้เวลาประชุมได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ก็ขอความกรุณาถือโอกาสนี้แจ้งผ่านประธานสภาไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า ถ้าประสงค์ที่จะได้รับโฉนดที่ดินแล้วที่ดินนั้นไม่ใช่ที่ดินของรัฐ ก็กรุณาเข้าไปแจ้งไว้ใน แอปพลิเคชัน (Application) บอกดิน ๓ ของกรมที่ดิน ส่วนพี่น้องประชาชนที่อยู่ในที่ดินของรัฐอยู่มานานแล้วทำอย่างไรจะได้ ถ้าอยู่ในขณะนี้ ต้องถือว่าท่านบุกรุกที่ดินของรัฐท่านเสี่ยงกับการที่จะถูกดำเนินคดี รัฐบาลก็มีเครื่องไม้ เครื่องมือใหม่ที่เรียกว่า คทช. เพื่อจัดที่ดินให้เป็นที่ทำกินก็ดี เป็นที่อยู่อาศัยก็ดี ในพื้นที่ที่ มันหมดสภาพที่เรียกว่า ที่ดินของรัฐแล้ว ไม่ใช้แล้วก็จะได้นำกฎหมาย คทช. มาจัดที่ดิน เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยหรือที่ทำกินให้พี่น้องประชาชนได้อยู่อาศัยโดยชอบ ได้มีที่ทำกินโดยชอบ ไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีฐานบุกรุกที่ดินของรัฐ แล้วเมื่อได้รับจัดสรรแล้ว พี่น้อง ก็สามารถที่จะนำไปใช้ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรได้นะครับ เวลารัฐบาลมีโครงการของรัฐ เช่นโครงการประกันรายได้ ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่มีเอกสารสิทธิ ไม่มีหลักฐานใด ๆ เจ้าหน้าที่อาจจะ ไม่รับขึ้นทะเบียนให้ แต่เมื่อท่านได้รับการจัดสรรเข้าไปเป็นที่ทำกินโดยชอบตามกฎหมาย คทช. แล้ว ท่านก็จะได้สามารถนำเอกสารสิทธิเอกสารฉบับนี้ไปขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรได้ ขอเข้าร่วมโครงการของรัฐที่รัฐมีนโยบายได้โดยชอบ เพราะฉะนั้นถือโอกาสนี้ให้ได้เรียน ทั้ง ๒ ประเด็นว่า ถ้าไม่ใช่ที่ดินของรัฐก็ออกโฉนดได้ ผมพยายามเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน ซึ่งขณะนี้ทำไปแล้วเกือบ ๆ ๓๐๐,๐๐๐ แปลง ๗๐๐,๐๐๐ ไร่ แล้วที่ทำมาจากปี ๒๕๖๒ ถึงปี ๒๕๖๕ ปัจจุบันนี้ส่วนที่เหลือถ้ายังไม่ใช่ที่ดินของส่วนตัว แล้วไปอยู่ในที่ดินของรัฐ บางประเภทแล้วมันเสื่อมสภาพแล้ว มันเสื่อมโทรมไปแล้ว ก็นำกฎหมาย คทช. มาแก้ปัญหา ให้พี่น้องประชาชน ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก ก็ถือว่าเป็นการจบการถามตอบกระทู้ถาม เรื่อง การขอเอกสารสิทธิ เขตป่าไม้ถาวร ป่าสงวน มาทับพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ของท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ต่อไปก็จะเป็นระเบียบวาระที่ ๑.๒.๒🔗

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๔๗๗ เรื่อง ขอให้ก่อสร้างการส่งน้ำทางท่อส่งน้ำทางท่อ ส่งน้ำขนาดใหญ่ให้กับเกษตรกร ๖ ตำบล (นางบุญรื่น ศรีธเรศ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากในวันนี้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถ มาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕🔗

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๔๗๘ เรื่อง การสนับสนุนส่งเสริมการขับเคลื่อนงานของ สภาวัฒนธรรมในระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล (นางผ่องศรี แซ่จึง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม🔗

ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมคือท่านอิทธิพล คุณปลื้ม ได้มีหนังสือ แจ้งว่าเนื่องจากในวันนี้ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามออกไปเป็นวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๕🔗

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขออนุญาต สักครึ่งนาทีได้ไหมท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑ นาที เลยครับ🔗

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานคะ ดิฉัน นางผ่องศรี แซ่จึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ดิฉันได้ตั้งกระทู้ถามเรื่องของการสนับสนุน ส่งเสริมการขับเคลื่อนงานของสภาวัฒนธรรมในระดับจังหวัด อำเภอและตำบล ซึ่งเมื่อก่อนนี้ จะมีเงินสนับสนุนให้สภาแต่ละระดับได้มีกิจกรรมต่าง ๆ ในการขับเคลื่อน เพราะดิฉันเชื่อมั่น ว่างานวัฒนธรรมเป็นงานพื้นฐาน เป็นงานชูเรื่องของการท่องเที่ยว เป็นซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ที่จะดำเนินการต่อในเรื่องของการหาเงินเข้าประเทศและเป็นการให้แต่ละสภา มีเวลา มีเวที มีงบประมาณเล็กน้อยในการที่เขาจะมาทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนงานนี้ ให้ไปได้ด้วยดีในทุกระดับ ดิฉันตั้งกระทู้นี้มานานแล้วและรอคอยว่าเมื่อไรจะได้รับการบรรจุ วันนี้ต้องกราบขอบพระคุณที่ท่านประธานได้กรุณาบรรจุกระทู้นี้ให้แต่ก็เสียดายว่าเวลาที่ ดิฉันรอมาเนิ่นนานนี้พี่น้องที่ทำงานเครือข่ายสภาวัฒนธรรม ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่รอ ความหวังที่จะได้รับฟังว่าท่านรัฐมนตรีจะตอบกระทู้นี้อย่างไรในเรื่องของการจัดสรร งบประมาณเพื่อส่งเสริมนี้ ก็เป็นที่น่าเสียดายค่ะว่าจะต้องเลื่อนออกไปอีก แต่อย่างไรก็ตาม ดิฉันก็เชื่อมั่นว่าในการตอบคำถามในวันที่ ๓๐ นี้จะเป็นคำตอบที่ทำให้เราได้รับความสุข เราได้รับงบประมาณในการที่จะขับเคลื่อนงานเหล่านี้ต่อไป ขอฝากความหวังไว้ด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ขอเลื่อนไป วันที่ ๓๐ นะครับ ไม่นานครับ🔗

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๔๗๔ เรื่อง นโยบายในการดำเนินการชดเชยราคาน้ำมัน ให้กับประชาชน (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน🔗

ขณะนี้ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานประจำที่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นเชิญท่าน ส.ส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ถามครับ เชิญครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ทำกระทู้ถามท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเกี่ยวกับนโยบายในการดำเนินการชดเชยราคาน้ำมันให้กับ พี่น้องประชาชนในช่วงที่พี่น้องประชาชนนั้นประสบกับความยากลำบากในช่วงวิกฤติราคา พลังงาน ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๔ ผมได้ทำกระทู้ถามสดในโควตาของพรรค ประชาธิปัตย์ ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เรื่องของการชดเชยราคาน้ำมัน โดยนำกำไรของ ปตท. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลแล้วก็ของพี่น้องประชาชน นำกำไรมา ช่วยเหลือหรือมาเยียวยาพี่น้องประชาชนในช่วงราคาน้ำมันหรือราคาเชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้น ได้หรือไม่ อย่างไร ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ตอบผมว่าไม่สามารถทำได้ เพราะขัดต่อกฎหมายหรือว่าทำไม่ได้เพราะผิดกฎหมายพูดง่าย ๆ ขอฝ่ายโสตนำคลิป (Clip) ขึ้นมาช่วยฉายด้วยที่เตรียมไว้นะครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ผมไม่ทราบว่าที่ท่านรัฐมนตรีตอบว่าทำไม่ได้นี่ ท่านไม่รู้หรือว่าท่าน โกหกก็เลยขออนุญาตได้นำคลิปมา ขอให้ฝ่ายโสตได้เปิดด้วยครับ แล้วจะได้อภิปรายต่อครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานได้ยินไหม ผมไม่ได้ ยินนะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ฝ่ายโสต ปรับเสียงหน่อยครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ขอบคุณท่านประธานนะครับ ขอบคุณฝ่ายโสตครับ ท่านประธานครับ ผมก็ได้รับฟังคำตอบของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน ท่านสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ผมก็ไปทำการบ้านครับว่ามันทำไม่ได้จริง หรือเปล่า ผิดกฎหมายจริงหรือเปล่า ผมในฐานะประธานอนุกรรมาธิการรัฐวิสาหกิจ องค์การ มหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎรนะครับ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือเลขาธิการ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์และกำกับหลักทรัพย์ ท่านเลขาธิการ ก.ล.ต. มาเองครับ เลขาธิการคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า หรือ กขค. ท่านเลขาธิการมาเองครับ ท่านเลขา สมศักดิ์ แล้วก็ผู้บริหาร สคร. หรือสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ แล้วก็ยังมี กฤษฎีกาด้วย ก็มาหารือในอนุกรรมาธิการว่าการที่เราจะนำเงินของรัฐวิสาหกิจหรือ ปตท. มาเยียวยา มาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทำได้หรือไม่ อย่างไร ซึ่งที่ผมโชว์ให้ท่านประธานดู ก็คือบันทึกประชุมที่ท่านประธานก็ทราบอยู่แล้วว่าเวลากรรมาธิการหรืออนุกรรมาธิการ มีการประชุมเราจะมีชวเลขครับ ท่านประธานครับ ก็มีการบันทึกประชุมนะครับ เลขาธิการ ก.ล.ต. ก็บอกว่าทำได้ครับ ในที่ประชุมก็บอกว่าทำได้แล้วก็ไม่ได้ขัดกับหลักกฎหมายอะไร ในของตลาดหลักทรัพย์ ส่วนเลขาธิการ กขค. ก็ชี้แจงว่าทำได้ เสนอมา ๔ ข้อ ซึ่งในที่ประชุม ก็ได้สรุป ๒ ข้อว่า การเอาเงินของ ปตท. ที่มีกำไรมหาศาล ปี ๒๕๖๓ กำไร ๓๐,๐๐๐ กว่า ล้านบาท ปี ๒๕๖๔ พี่น้องประชาชนยากลำบาก แต่ ปตท. กำไรแสนกว่าล้านบาทนะครับ ท่านประธาน กำไรขึ้นมาอีก ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะเอาตรงนี้บางส่วนครับ ไม่ได้บอก แบบท่านรัฐมนตรีว่าจะเอามาทั้งหมดครับ เดี๋ยวผู้ถือหุ้นก็รุมว่าผม ไม่ใช่นะครับ เราต้องการ ความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ต้องการให้ความเป็นธรรมให้กับผู้ถือหุ้นด้วยครับ แต่การที่กำไรมากเกินไปเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค เอาเปรียบพี่น้องประชาชน ทั้งที่การตั้ง รัฐวิสาหกิจขึ้นมา รัฐวิสาหกิจแห่งนี้ตั้งขึ้นมาเพราะเงินภาษีของพี่น้องประชาชน การตั้งรัฐวิสาหกิจขึ้นมาไม่ได้มุ่งแสวงหากำไรอย่างเดียวนะท่านประธานครับ ต้องดูแลพี่น้อง ประชาชนเป็นหลักนี่คือรัฐวิสาหกิจนะครับ นี่คือวัตถุประสงค์ในการตั้งรัฐวิสาหกิจนะครับ แต่ ปตท. มีกำไร ก็ขอบางส่วนมาเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในที่ประชุมที่ผมบอก ไปแล้วว่าเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือ ก็ทำได้ ๒ ทางครับท่านประธาน ๑. ก็คือทำเป็น ซีเอสอาร์ (CSR) เลย ปตท. อยากจะลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นดีเซลหรือเบนซิน อย่างดีเซลสมมุติลิตรละ ๓๕ บาทอย่างปัจจุบันนี้ ปตท. อยากลดเหลือ ๓๐ บาท เหลือ ๒๕ บาท เหลือ ๒๐ บาทก็ทำได้ถ้า ปตท. จะทำ แต่เลขาธิการ กขค. บอกว่าขออย่างเดียว อย่าต่ำกว่าต้นทุน อย่าต่ำกว่าต้นทุนนะครับท่านประธาน ผมขีดเส้นใต้ ๓ บรรทัดไว้เลยครับ ๓ เส้นว่าอย่าต่ำกว่าต้นทุน เดี๋ยวจะพูดให้ท่านประธานฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับรัฐมนตรีพลังงาน ท่านนี้ครับ🔗

๒. ที่จะทำได้ก็คือนำรายได้ส่งรัฐเพิ่มขึ้น เพราะว่า ปตท. ถือว่าเป็นรัฐวิสาหกิจ สคร. จะกำหนดแต่ละปีว่าจะต้องนำเงินส่งให้หลวงปีละเท่าไร นำเงินรายได้ส่งรัฐเท่าไร ปตท. นำส่งในรูปของเงินปันผล ถ้าต้องการจะช่วยเหลือประชาชนก็สามารถทำได้ สคร. บอกนำส่ง เลยครับ สมมุติกลม ๆ ครับ เคยส่งอยู่ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้กำหนดไว้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องการเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทให้ประชาชนนะครับ โดยเพิ่มเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็นำส่งให้กับ ทาง สคร. สคร. ก็นำส่งให้กระทรวงการคลังครับ ก็สามารถจะเอาไปใช้กลไกกองทุนน้ำมัน เชื้อเพลิงมาชดเชยเยี่ยวยาพี่น้องประชาชนก็ทำได้ ไม่ใช่ทำไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นสรุปครับ ท่านประธานครับ วันนั้นที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คุณสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ตอบว่าทำไม่ได้ ผิดกฎหมาย ผมก็เลยมาถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านโกหกหรือว่าท่านไม่รู้จริง ๆ แต่ในที่ประชุมผมไปทำการบ้านมาให้นะครับ สรุปแล้วทำได้ ๒ ทาง ๑. คือทำเป็นซีเอสอาร์ (CSR) ลดได้เลยตราบใดที่ยังไม่ต่ำกว่าต้นทุน ๒ ก็คือนำรายได้ส่งรัฐเพิ่มขึ้น ทีนี้ผมเรียน ท่านประธานครับว่าขีดเส้นใต้ ๓ เส้นว่า ต่ำกว่าต้นทุนหมายความว่าอย่างไรครับ คือถ้าลด ต่ำกว่าต้นทุนผิดกฎหมายเพราะว่าไปกำจัดคู่แข่งทางการค้า เรามีโรงกลั่นในประเทศไทย ๖ โรงครับ แต่เป็นของ ปตท. เต็ม ๆ เลยท่านประธานครับ ๓ โรง มีไทยออยล์ ไออาร์พีซี พีทีที โกลบอล เคมิคอล ๓ โรงเต็ม ๆ เลยนะครับ ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์มาจาก ๓ โรงนี้ครับ ที่เหลือก็เป็นเอกชนรายย่อย เรียนท่านประธานครับว่าผมก็พยายามมาหาต้นทุนว่าต้นทุน จริง ๆ ของการกลั่นน้ำมันหรือที่เรากลั่น เพราะทุกวันนี้ท่านประธานจะเห็นว่าเวลาเรา ซื้อน้ำมันที่ติดอยู่หน้าสถานีจ่ายน้ำมันทุกแห่งราคาน้ำมัน ปตท. ก็จะประกาศว่ามีกำไรเท่าไร มีค่าขนส่งเท่าไร ค่าการตลาดเท่าไร ท่านประธานรู้ไหมครับ อันนั้นอิงมาจากราคาน้ำมัน สำเร็จรูปที่สิงคโปร์ แต่จริง ๆ เราไม่ได้ไปซื้อมาจากสิงคโปร์ครับ ไม่ว่าจะเป็นค่าประกันภัย ค่าขนส่ง ค่าความเสียหายต่าง ๆ เรากลั่นเองในประเทศไทยครับ น้ำมันในประเทศไทยที่เรา ใช้อยู่เรากลั่นเอง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย ใช้เองแล้วมีส่งออกด้วย ถามว่าเรากลั่นเองทำไมเรา ไม่ตั้งราคาจากต้นทุนที่เรากลั่นเองในเมืองไทย ทำไมเราเป็นราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่สิงคโปร์ มาคิด แล้วก็มาบวกค่าขนส่ง บวกค่าประกันภัย บวกค่าความเสียหาย บวกค่าขนส่งทางท่อ เป็นขนส่งเป็นต้นทุนทิพย์ที่บวกกับพี่น้องประชาชน วันนี้จึงทำให้ ปตท. กำไรมหาศาลครับ ท่านประธานครับ เอาเปรียบพี่น้องประชาชนไปทั่วประเทศ แล้วเป็นมานานแล้วนะครับ อนุกรรมาธิการก็ไปทำการบ้านแล้วว่าต้นทุนจริง ๆ เท่าไร ท่านประธานครับ ขอไปตั้งแต่เดือน มกราคม ปัจจุบันนี้ก็ขอไปก็ไม่ยอมให้ครับ จนล่าสุดทางอนุกรรมาธิการบอกถ้าไม่ให้ก็คงจะต้องดำเนินการยื่น ป.ป.ช. เพราะว่า กรรมาธิการมีอำนาจตามมาตรา ๑๒๙ เรียกบุคคลใดหรือเอกสารใดก็ได้นะครับ ขออินวอยซ์ (Invoice) ท่านประธานเชื่อไหมครับ ขอให้อินวอยซ์ (Invoice) ไปในการที่โรงกลั่นจะขาย ให้กับ ปตท. ค้าปลีกบอกไม่มี ไม่ให้ เป็นความลับ มองสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทนของ พี่น้องประชาชนเป็นคนนอกครับท่านประธาน พวกเรามาปกป้องผลประโยชน์ให้กับพี่น้อง ประชาชน รัฐถือหุ้นใหญ่เราก็ต้องมาเป็นคนตรวจสอบรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง ปตท. ก็เหมือนกัน แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับ ขอต้นทุนผ่านรัฐมนตรีพลังงานไป ขอไปหลายรอบครับ ล่าสุด ยื่นคำขาดไปถ้าไม่ได้ผมแถลงข่าวด้วย ถ้าไม่ได้ก็จะยื่น ป.ป.ช. ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงานไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ แทงเรื่องออกไปครับ วันที่ ๒๓ พฤษภาคมว่าให้ส่งนี่ครับ ท่านประธาน ว่าเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๕ ให้ปลัดกระทรวงพลังงานสั่งการให้ ปตท. ส่ง เอกสารต้นทุนมาให้อนุกรรมาธิการ แล้วก็กรรมาธิการพิจารณาครับ ปลัดกระทรวงพลังงาน นายกุลิศ สมบัติศิริ สั่งการให้ประธาน ปตท. ประธานบริหารหรือซีอีโอ (CEO) ปตท. ครับ ได้ดำเนินการส่งต้นทุนให้ ท่านประธานเชื่อไหมครับ ปตท. ส่งจดหมายมาบอกว่าให้ไม่ได้ครับ เพราะว่า ปตท. นี้ไม่ได้เป็นเจ้าของหรือเป็นคนกลั่นแต่บริษัทลูกเป็นคนกลั่น โอ้โฮคำตอบ อย่างนี้ท่านประธานมันตอบเด็กไม่ได้ตอบผู้แทนอย่างพวกเรา ตอบมาว่าข้อมูลของบริษัท ดังกล่าวก็คือโรงกลั่น ๓ แห่ง ที่ผมเรียนท่านประธานฝ่ายโสตขึ้นชาร์ต (Chart) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

มีไทยออยล์ มีไออาร์พีซี แล้วก็มี พีทีที โกลบอล เคมิคอล ๓ แห่ง บอกว่าเป็นข้อมูลของบริษัทครับ ซึ่ง ปตท. ไม่ได้เป็นเจ้าของ ข้อมูลดังกล่าวแต่อย่างใด ดังนั้น ปตท. จึงขอกราบเรียนท่านว่า ปตท. ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม ที่จะสามารถนำส่งท่านตามที่ท่านได้ร้องขอมา ท่านประธานครับ มันเกิดอะไรขึ้นครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไม่สามารถกำกับ ปตท. ได้ แล้วผมถามว่าท่านจะนั่งเป็น รัฐมนตรีพลังงานทำไมครับ ทุกวันนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนครับ ผมเลยขออนุญาต ท่านประธานว่าขอถามครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอัครเดช ถามได้แล้วนะครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ขออนุญาตถามท่านประธานครับว่า กระทรวงพลังงานมีนโยบายในการดำเนินการนำกำไรของ ปตท. มาชดเชยราคาน้ำมัน ให้กับประชาชนได้โดยถูกกฎหมายหรือไม่อย่างไร ซึ่งผมก็ได้เรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแล้ว สาเหตุที่ไม่มีนโยบายดังกล่าวเพราะอะไร คำถามแรก ท่านประธานขอทราบรายละเอียดครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

เรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี คำถามท่านก็จะมีเยอะ ก่อนอื่นผม เรียนท่านประธานสักนิดหนึ่งเพื่อเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องนะครับ มีข้อสงสัยในตัวผมในการ เลื่อนกระทู้ก่อนหน้านั้นว่าหนีตอบกระทู้บ้างอะไรบ้าง คือไม่อยากให้คิดอย่างนั้นครับ แล้วก็ ไม่อยากให้ตั้งข้อสงสัยอย่างนั้น ผมเองเรียนเลยโดยส่วนตัวก็ให้ความสำคัญกับการทำงาน ร่วมกันของรัฐสภากับฝ่ายบริหารมาโดยตลอด ที่เลื่อนตอบกระทู้ไปก็เป็นเพราะว่าติดภารกิจ และความจำเป็นในการเร่งด่วนที่ต้องเดินทางร่วมคณะกับคณะของท่านนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมาผมก็ให้ความร่วมมือโดยตลอด วันนี้ก็ถือโอกาสชี้แจงฝากผ่านไปยังประชาชนที่ได้ รับฟังอยู่ด้วยนะครับ ในส่วนของท่านอัครเดช อยากฉายคลิป (Clip) อีกสักทีฉายได้ไหมครับ ช่วยกรุณาฉายถ้าฉายได้ก็ฉายถ้าฉายไม่ได้ไม่เป็นอะไรครับ วันนั้นที่ผมตอบไปว่าทำไม่ได้ เพราะเป็นห่วงเรื่องว่ามันจะเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย นี่ผมใช้คำว่าหากนำกำไรทั้งหมด ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ หากนำกำไรทั้งหมดของ ปตท. ไปชดเชยน้ำมันอันนี้มันขัดเพราะว่า เราถือหุ้นเพียงแค่ ๖๒ เปอร์เซ็นต์ อีก ๓๘ เปอร์เซ็นต์เป็นประชาชนผู้เกี่ยวข้องมันเป็นไป ไม่ได้ ประโยคก่อนหน้านั้นสิครับ ถ้ามีประโยคก่อนหน้านั้นฉายสักนิดหนึ่งนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายสุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

แต่มันก็ไม่มีประโยคก่อนหน้านั้นอยู่ดีนะครับ ท่านตัดผมไม่แน่ใจนะครับ ผมยัง ยืนยันครับว่าผมใช้คำว่ากำไรทั้งหมด เพราะว่ามันมีข้อมูลที่เกี่ยวพันกันมาว่ามีบางบริษัท ในต่างประเทศเขาเอากำไรทั้งหมดอะไรอย่างนี้ไปช่วย แต่ก็ไม่เป็นไรก็เข้าใจกันได้จะได้เข้าใจ ถูกต้องตรงกันว่าสิ่งที่พูดไปขณะนั้นมันก็คือกำไรทั้งหมดในความเข้าใจของผมว่าเอากำไร ทั้งหมดเลย ไม่ต้องให้มีกำไรเลย ปตท. แล้วก็ไปช่วยเหลือประชาชน ผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่ต้อง ไปช่วย ไม่ต้องได้เงินปันผล อ้ายอย่างนี้ผมเชื่อว่าทำไม่ได้ทางข้อกฎหมาย แต่ที่ท่านเสนอมา ๒ ข้อ ซีเอสอาร์ (CSR) มีการนำทางอนุกรรมาธิการได้เสนอมาอันนี้ก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร ผมคิด ว่าก็สอดคล้องกันอยู่แล้วกับการที่ผมเคยเสนอในการตอบกระทู้ของท่านอัครเดชนำซีเอสอาร์ (CSR) ไปช่วยเหลือประชาชนก็เป็นเรื่องที่ดีนะครับ กระทรวงพลังงานก็ขอความร่วมมือไปยัง ปตท. มาโดยตลอด หลายเรื่องผมเองก็ได้กราบเรียนทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปก่อน หน้านี้ ในกระทู้ก่อนหน้านี้ไปแล้วว่าได้ช่วยอะไรกันไปบ้างเรื่องแอลพีจี (LPG) เอ็นจีวี (NGV) ผมว่าถ้าปีนี้ก็เป็นหมื่นล้านได้เหมือนกันถ้ารวม ๆ กันนะครับ ไม่ได้ก็ใกล้เคียง เมื่อเทียบกับ กำไรแสนล้านท่านก็อาจจะบอกดูเหมือนไม่ค่อยเยอะ อาจจะอยากให้ได้มากกว่านี้เอาทั้ง แสนล้านบาทไปช่วยเลย อย่างที่ผมเรียนนะครับเอากำไรทั้งหมดไปช่วยทั้งหมด แล้วก็ ผู้ถือหุ้นตัดสิน ผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่ได้อะไรเลยก็คงไม่น่าจะทำได้ ยกเว้นผู้ถือหุ้นเขาไปตกลง กันเอง หรือข้อเสนอแม้กระทั่งในเรื่องของเงินปันผลส่งรัฐ ผมเข้าใจว่าเงิน ท่านเขียนว่า กำไรนะครับ แต่ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นเรื่องเงินปันผล เอาเงินปันผลส่งรัฐเพิ่มขึ้นเพื่อไปช่วย พยุงราคาเชื้อเพลิงของตัวเอง ผมก็เข้าใจว่าก็น่าจะทำได้อยู่ดีอันนี้ก็ไม่ได้ขัดกัน เพราะว่า เงินปันผลก็คือเงินในส่วนที่รัฐบาลจะได้รับตามสัดส่วนของตัวเอง ๖๒ เปอร์เซ็นต์คงไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะเราถือ ๖๒ เปอร์เซ็นต์ก็ได้แค่ ๖๒ เปอร์เซ็นต์ ปันผล ๑๐๐ หน่วย ก็ได้แค่ ๖๒ หน่วย ๓๘ หน่วยก็เข้าสู่ผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ ตรงนี้ก็ทำได้ก็ไม่ได้ขัดกัน คราวที่แล้ว ผมก็อธิบายเหมือนกันว่ามีเงินภาษีและเงินปันผลส่งให้กับรัฐเป็นจำนวนเท่าไร ท่านสมาชิก สภาผู้ทรงเกียรติก็บอกว่าผมมาตอบแทนเหมือนมาชี้แจงแทน ปตท. วันนี้ผมก็ไม่พูดตัวเลข ดีกว่า เอาหลักการ จะเรียกเงินปันผลก็จะเพิ่มขึ้นก็ทำได้ไม่มีปัญหาหรอกครับ ผมคิดว่า สิ่งเหล่านี้วันนี้เมื่อเช้าผมก็ได้กราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติขอเอ่ยนามนะครับ คุณครูมานิตย์ท่านก็กล่าวในประเด็นเดียวกันว่าทำได้ กระทรวงการคลังก็ทำทุกปีอยู่แล้ว ในฐานะผู้ถือหุ้นเขาก็พิจารณาว่าเงินปันผลแต่ละปีพึงจะส่งรัฐเท่าไร แล้วพึงที่จะเก็บไว้เท่าไร ในเฉลี่ยที่ผ่านมาก็อยู่ประมาณ ๕๐ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เราอาจจะเห็นกำไรก็จริง คราวนี้ไม่ได้ บอกว่าเถียงแทนนะครับ แต่ผมเชื่อว่าบริษัททุกบริษัทถ้าใครเป็นผู้ประกอบการจะทราบดีว่า กำไรทั้งหมด ๑๐๐ หน่วย ก็จะต้องจ่ายเงินปันผลมาบางส่วน ๕๐ หน่วยบ้าง ๖๐ หน่วยบ้าง ในกรณีของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่เหลือเขาก็เก็บไว้ เก็บไว้มันไม่ใช่ทั้งหมดที่เขาเป็น กำไร แล้วก็จะเป็นเก็บไว้ในบริษัททั้งหมดก็ต้องมาเป็นเงินปันผล ซึ่งเหล่านี้มันก็เข้าผู้ถือหุ้น เข้ารัฐบาลไปหมดแล้วนะครับ ในส่วนของรัฐบาลเป็นงบของแผ่นดิน งบของที่ใช้ในการทำ งบประมาณ แล้วบางส่วนก็มาช่วยในมาตรการพลังงานต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้ทำไป อันนี้ก็เข้า ทางคลังไป ส่วนที่เหลือในบริษัทอีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์นี้ก็เพื่อบำรุงรักษาเครื่องจักร เครื่องยนต์ เพื่อการขยายกิจการ เพื่อให้กำไรมันมีมากขึ้นนะครับ ท่านอาจจะยกว่ามันน่าจะช่วยได้มาก กว่านี้ ลองไปเทียบดูนะครับ งบซีเอสอาร์ (CSR) เมื่อเทียบกับกำไรหลังจากที่หักเงินปันผล ที่เก็บไว้ในบริษัทแล้วมันมากน้อยแค่ไหนนะครับ ตรงนี้ก็อยากจะให้พิจารณาศึกษาต่อก็ดี ในเรื่องของอนุกรรมาธิการซึ่งทำได้ดีนะครับ ในเรื่องของทั้ง ๒ ช่องทางนี้ทำได้นะครับ แต่ว่า ทางกระทรวงพลังงานไม่ได้มีอำนาจไปกำกับหรือสั่งการว่ากำไรจะต้องเป็นเท่าไร อย่างไร อันนี้ก็เป็นเรื่องของผู้ถือหุ้นซึ่งเขาก็มีการดำเนินการแล้วก็ทำกันอยู่แล้วประจำ แต่ส่วน ในเรื่องของซีเอสอาร์ (CSR) ก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการ เป็นเรื่องของผู้ถือหุ้น แต่เราเอง ก็ขอความร่วมมือทาง ปตท. มาโดยตลอดนะครับ ก็ขอเรื่องว่าในช่วงมาตรการที่ประชาชน ยากลำบากจะช่วยอะไรได้บ้าง เพราะฉะนั้นถ้าแบ่งแล้วส่วนที่เป็นซีเอสอาร์ (CSR) ก็มีอยู่แล้ว ส่วนที่เป็นเงินปันผลรัฐบาลก็ได้อยู่แล้ว จะเอามากกว่านี้ก็ไปพูดคุยกันในฝั่งของผู้ถือหุ้นครับ สามารถทำได้แต่ต้องผ่านประชุมผู้ถือหุ้นครับ มีการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี ตรงนี้ก็อยากจะ เรียนเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันนะครับ🔗

ในส่วนที่บอกว่าถ้าจะให้ดำเนินการถูกกฎหมาย วิธีการที่จะดำเนินการอยู่ วันนี้ก็ตาม ๒ ช่องทางถูกกฎหมาย ที่ท่านได้ศึกษากันมาก็ตรงกันนะครับ ที่ศึกษากันมา อนุกรรมาธิการจะเชิญ ก.ล.ต. จะเชิญใครต่อใครมาศึกษาแล้วก็บอกว่าทำแบบโดย ๒ วิธีนี้ เป็น ๒ วิธีที่ถูกกฎหมาย ซึ่งอย่างที่ผมเรียนทำอยู่แล้ว มีกรณีใหม่มาอีก มีกรณีใหม่มาบอกว่า กรณีของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าบอกว่าให้ลดไปเลย เอาแค่ต้นทุนไม่ต้องมีกำไรเลย ไม่ต้องมีกำไรเลย ตรงนี้ก็หมายความว่าเงินปันผลของรัฐก็ต้องลดไปด้วย ตรงนี้ก็หมายความ ว่าการตัดสินใจแบบนี้เป็นการตัดสินใจของ ปตท. เองนะครับ ถ้าการตัดสินใจของ ปตท. จะเปลี่ยนแปลงการทำธุรกิจในสาระสำคัญ คือเป็นการทำธุรกิจที่ไม่หวังกำไรเลย เป็นเรื่อง สำคัญ เป็นเรื่องที่ต้องประชุมผู้ถือหุ้น เป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจ กระทรวงพลังงานไปสั่ง ไปบอก ไม่ได้นะครับ ถึงแม้จะสั่งจะบอกว่ามีมาตรการ เขาก็ต้องตัดสินใจโดยอำนาจตาม กฎหมายภายใต้ พ.ร.บ. บริษัทมหาชน ภายใต้ พ.ร.บ. ตลาดหลักทรัพย์อยู่ดี เพราะเป็นการ เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์สำคัญเหมือนบริษัททุก ๆ บริษัทนะครับ อยู่ดี ๆ ถามทุกบริษัท ในตลาดหลักทรัพย์ ถามรัฐวิสาหกิจทุกแห่งในประเทศไทย ท่านอนุกรรมการเรียนเชิญมาเลย แล้วถามว่าในยามที่ประชาชนเดือดร้อนเราเลิกกันไหม เราเลิกทำธุรกิจหากำไรกัน เรามาทำ ธุรกิจที่ไม่มุ่งหากำไรเลยนะครับ ต้องตัดสินใจโดยผู้ถือหุ้นครับ อย่างไรก็สั่งตรงไม่ได้นะครับ กรณีรัฐวิสาหกิจอาจจะง่ายสักนิดหนึ่งก็คือกระทรวงการคลัง ก็เป็นเรื่องของนโยบายรัฐบาล แต่สิ่งสำคัญที่สุดต้องไม่ลืมว่าถ้าทำธุรกิจที่ไม่หวังจะกำไรเลย เอาเท่าทุน บริษัทเท่าทุนนี่ มันก็จะเกิดอย่างที่ผมได้เรียนมาตอนต้นว่าทุกบริษัทที่เขามีกำไรเขาจะกันเงินส่วนหนึ่ง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ไว้เป็นเงินปันผล แล้วเขาก็จะเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับ บำรุงรักษาเครื่องจักร เครื่องยนต์ เขาจะเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับขยายกิจการเพื่อให้มี การเติบโตให้บริการกับภาคประชาชนให้มีความสมบูรณ์ ให้มันมีคุณภาพที่ดีขึ้น มันไม่ใช่ เพียงแค่ราคาอย่างเดียวนะครับ มันต้องมีการเติบโตและมีคุณภาพของการบริการที่ดีขึ้น เช่นเดียวกันด้วย และในกรณีของบริษัทพลังงานจำเป็นจะต้องมีการรักษาเสถียรภาพทาง พลังงานซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาประเทศในยามนี้ หากไม่มีการลงทุน หากไม่ได้มี การเตรียมการหรือซ่อมบำรุงรักษาโรงงานต่าง ๆ ในเงินที่เหลืออยู่นี่ก็จะเป็นความเสี่ยง เราจะยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นหรือ ผมคิดว่าในนโยบายของทุก ๆ รัฐบาล ไม่ใช่เพียงแค่รัฐบาลนี้ เสถียรภาพความมั่นคงทางพลังงานเป็นอันดับ ๑ ของนโยบายของกระทรวงพลังงานตั้งแต่มี รัฐบาลที่ผ่านมาทุก ๆ รัฐบาล อันนี้ก็อยากจะเรียนให้ทางท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ผ่านมายังท่านประธานสภาด้วย🔗

ส่วนในเรื่องของข้อมูล ผมไม่แน่ใจนะครับว่าถ้าผมจะแนะนำ ลองเชิญโรงกลั่น เขามาเลย อย่าไปเชิญแค่ ปตท. ผมแนะนำนะครับ เชิญโรงกลั่นมาเลย แล้วดูสิว่าเขาจะตอบ ข้อมูล ผมจำได้ในการตอบกระทู้ของท่านอัครเดชคราวที่แล้ว ท่านมีอะไรบอกผม ถ้าเขาไม่มา เขาไม่ร่วมมือ ผมถือว่าตรงนี้มันเป็นการไม่ให้ข้อมูลกับตัวแทนของประชาชน ผมคิดว่าการให้ ข้อมูลที่ถูกต้องกับตัวแทนประชาชน เพื่อให้ตัวแทนประชาชนจะได้ไปสื่อสารกับประชาชน อย่างถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญ ลองดูนะครับ ผมไม่แน่ใจในแง่ข้อกฎหมาย น่าจะเชิญโรงกลั่น อย่าเอาแค่ของ ปตท. เอามาหมดเลยนะครับ ทุกโรงกลั่นเลยนะครับ จะได้มีความเข้าใจ ที่ตรงกันเสียทีหนึ่งว่าสูตรทั้งหลายนี่ ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลก็พยายามจะแกะ พยายามจะถาม พยายามจะคุยนะครับว่าทำไมต้องไปอิงประเทศสิงคโปร์ ทำไมเป็นทุกรัฐบาลล่ะครับ ถามกัน มาหมดแล้วนะครับ ก็ยังมีข้อติดค้างกันอยู่เป็นบางเรื่อง แต่สำหรับกระทรวงพลังงานเรามี การทบทวนนะครับ มีที่ปรึกษา แล้วเราก็หารือกับภาคประชาชนครับ แล้วก็ติดตามมา โดยตลอดนะครับ แล้วก็อยากจะเรียนท่านอัครเดชด้วยว่าแม้กระทั่งเรื่องค่าการกลั่น ผมเรียนตรง ๆ เราก็ ติดตามอยู่ ในวันที่ตอบกระทู้ของท่านเดือนพฤศจิกายนเมื่อปีที่แล้วราคามันยังไม่โดดขึ้นครับ มันเพิ่งมาโดดขึ้นเมื่อ ๓ เดือนที่ผ่านมา เราก็ตามดูอยู่ว่ามันจะเป็นการโดดขึ้นอย่างต่อเนื่องไหม ติดตามมา และเริ่มคุยกับทางผู้ประกอบการโรงกลั่นนะครับ เจรจากับเขาขอความร่วมมือ ในเรื่องนี้ เพราะว่ามันเคยเกิดเหตุการณ์อย่างนี้เมื่อปี ๒๕๕๑ ถ้าผมจำไม่ผิดมันโดดขึ้นมา แล้วก็สักพักหนึ่งมันก็หายไปครับ มันขึ้นมาชั่วคราว แต่เราดูคราวนี้ยังก้ำกึ่งอยู่ก็ขอความร่วมมือ ไปก่อนนะครับ ก็ได้รับความร่วมมือ ก็พูดคุยกันอยู่ ได้รับความร่วมมือด้วยดีทุกโรงกลั่นเลย ๖ โรงกลั่นด้วยกัน ไม่นับโรงกลั่นเล็ก ๆ ซึ่งไม่ค่อยได้ผลิตเท่าไร คุยกันอยู่ก็เชื่อว่าน่าจะได้ ข้อสรุป แต่หากว่ามันยืดเยื้อไม่จบเสียทีหนึ่ง แล้วค่าการกลั่นมันยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราก็ คงจะต้องมีการดำเนินการนะครับ ทางกระทรวงพลังงานก็จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจจะรวมถึงกระทรวงพาณิชย์ด้วย ใครต่อใครด้วย หามาตรการต่าง ๆ ที่จะสร้างกติกา ให้ทางโรงกลั่นทั้งหลายที่มีส่วนเกินของกำไร ในกรณีที่เหตุการณ์เป็นกรณีพิเศษที่เกิดขึ้น ก็ส่งเข้ากองทุนมาช่วยเหลือภาคประชาชน ลดภาระกองทุนหรือไปลดราคาน้ำมันต่าง ๆ ต่อไปก็คล้าย ๆ ประเทศอื่น ๆ หรือในบางกรณีถ้าจำเป็นจะต้องเป็นยกร่างของกฎหมายเลย ก็อาจจะต้องมาถึงรัฐสภาแห่งนี้นะครับ ผมก็เรียนให้ทางท่านอัครเดชได้รับทราบในเบื้องต้น ตามนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านอัครเดช ถามคำถามสุดท้ายนะครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องชี้แจงกับท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าท่านยังเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่ประมาณ ๒ ๓ ประเด็นครับ คือประเด็นที่ผมบอกว่าผม จะเอากำไรทั้งหมดของ ปตท. มาเยียวยาพี่น้องประชาชน อันนี้เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วนะครับ คือเราต้องการสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ถือหุ้นแล้วก็พี่น้อง ประชาชน เราไม่ได้ต้องการเอากำไรทั้งหมดนะครับ แล้วที่เลขาธิการ กขค. คณะกรรมการ แข่งขันทางการค้าบอกว่าลดราคาน้ำมันได้เลยตราบใดที่ยังไม่ขาดทุน ไม่ใช่ว่าลดจนท่าน ไม่มีกำไรนะครับ เรายังคาดหวังว่าการลดราคาของ ปตท. จะสร้างความเป็นธรรมให้กับ พี่น้องประชาชน แล้วส่วนของการนำกำไรมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนก็ไม่ได้เอามาทั้งหมด เอามาบางส่วน โดยที่สร้างความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชนด้วยแล้วก็ผู้ถือหุ้นด้วย วันนี้ ผมเรียนท่านประธานครับว่าปี ๒๕๖๓ กำไร ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท พอปี ๒๕๖๔ กำไร ๑๐๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท พี่น้องประชาชนเขารู้สึกว่าวันนี้ ปตท. ค้ากำไรเกินควรในภาวะที่มี วิกฤติพลังงานราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะฉะนั้นก็เลยฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ขอให้ท่านลองไปดูครับ ถ้าเกิดท่านรับข้อเสนอของอนุกรรมาธิการว่าจะลดราคาน้ำมันครับ ในการทำซีเอสอาร์ (CSR) ท่านบอกว่าทำไม่ได้ วันนี้เราบอกว่าทำได้โดยการลดราคาน้ำมัน ท่านจะไปลดการกลั่น ลดค่าการกลั่น หรือว่าท่านจะทำอะไร วิธีคิดมันได้หมด ท่านไปคิด ค่าการกลั่นสูงกำไรเยอะท่านก็เอามาช่วยซีเอสอาร์ (CSR) ลดหน้าปั๊มไปก็ได้ หรือว่าท่านจะใช้ วิธีที่ ๒ ก็คือท่านนำกำไรส่งให้ สคร. วันนั้นเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ผู้แทน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจบอกว่า ปตท. จะส่งกำไรเพิ่มขึ้นจากเดิมที่รัฐ กำหนดไว้นี่ยินดีเลย ดีใจด้วย พูดต่อหน้าผู้บริหาร ปตท. เลยท่านประธานครับ ฉะนั้นถ้า ๒ แนวทางท่านเห็นด้วย ขอให้ท่านรับไปดำเนินการด้วยว่าท่านจะทำอย่างไร แต่เราไม่ได้มี ความมุ่งหวังว่าจะให้ ปตท. นี่ไม่มีกำไรเลย🔗

ประเด็นที่ ๒ ผู้ถือหุ้นไม่ได้เงินปันผลเลย เราไม่ได้ต้องการอย่างนั้นครับ เราต้องการสร้างความเป็นธรรม ย้ำกับท่านประธานอีกครั้งนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ เรื่องต้นทุน วันนี้เป็นไปได้อย่างไร ท่านเป็นประธาน กบง. คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ท่านยังไม่รู้เลยว่าต้นทุนเท่าไร ต้นทุนนี่สำคัญมาก แล้วทาง ปตท. ก็ปฏิเสธการให้ข้อมูลกับทางกรรมาธิการมาโดยตลอดบอกว่าเป็นความลับ ผมเรียนกับท่านประธานว่ารัฐบาลก็มาจากรัฐสภา รัฐสภามาจากพี่น้องประชาชน แล้ว ปตท. วันนี้ถือหุ้นใหญ่โดยรัฐบาล แล้วกรรมาธิการทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนไม่ใช่คนนอกครับ เราคือคนในที่สามารถเข้าไปรู้ความลับทางธุรกิจได้ ท่านก็ใช้ข้อบังคับของสภาในการประชุม กรรมาธิการ ประชุมลับอย่างไรครับ ท่านประธานคงจำได้ว่าเวลากรรมาธิการงบประมาณ ประชุมงบลับของกองทัพเราก็ยังทำกัน แต่ทีนี้มันจะลับขนาดไหนในเมื่อเราต้องการปกป้อง ผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ก็เรียนกับท่านว่าขอให้ท่านได้พิจารณาลดค่าการกลั่น ถ้าจะลดค่าการกลั่นท่านจะเอากำไรมาช่วยในรูปแบบไหนก็แล้วแต่ แต่ขอให้สร้างความ เป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชน อันนี้คือวัตถุประสงค์ที่ผมมาตั้งกระทู้ถามท่าน แล้วก็เรียน กับท่านว่าก็จะรับที่ท่านบอกว่าให้อนุกรรมาธิการมาศึกษาแล้วก็เชิญโรงกลั่นมา เราก็ อยากจะรู้เหมือนกันว่าทำไมค่าการกลั่นต้นทุนจริง ๆ ที่พี่น้องประชาชนซื้อน้ำมันถามว่าวันนี้ ต้นทุนจริง ๆ เท่าไร มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับที่ ปตท. จะไม่รู้ต้นทุนเพราะว่าท่านเป็นบริษัทแม่ บริษัทลูกท่านก็ไปถือหุ้นใหญ่แล้วท่านบอกว่าท่านไม่มีข้อมูล ไม่สามารถส่งข้อมูลให้กับ กรรมาธิการได้ ผมเรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าอันนี้คือการขัดขวางการทำ หน้าที่ของกรรมาธิการหรือเปล่า ท่านส่งได้ครับ อินวอยซ์ (Invoice) ท่านประธานครับ อินวอยซ์ (Invoice) คืออะไรครับ ก็คือใบแจ้งหนี้ที่ ปตท. โรงกลั่นขายให้กับ ปตท. ค้าปลีกว่า ขายน้ำมันไปลิตรละเท่าไร ต้นทุนเท่าไร แต่ก็ปฏิเสธการส่ง อันนี้คือความไม่จริงใจในการ แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในส่วนหน่วยงานที่กระทรวงพลังงานกำกับ ก็เรียนกับท่าน ว่าอยากให้ท่านลดกำไรครับ ไม่ได้ให้ท่านทำตลอดนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๔ ก็คืออยากให้ท่านลดกำไรในภาวะที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ท่านประธานครับตอนนี้ข้าวยากหมากแพง พี่น้องประชาชนเดือดร้อนให้ท่านลดเฉพาะช่วงนี้ ไม่ใช่ให้ท่านทำตลอด ปตท. นี่ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอัครเดช ผมอยากให้ถามท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ทีนี้คำถามที่ ๒ ครับ ก็เลยจะขอ ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่ากรณีที่ ปตท. พี่น้องประชาชนบอกว่ามีการค้า กำไรกับพี่น้องประชาชนท่านบอกว่าท่านจะไปทำ แล้วท่านพอจะแจ้งหรือว่าบอกพี่น้อง ประชาชนผ่านสภาผู้แทนราษฎรได้ไหมว่าท่านจะทำเสร็จเมื่อไร อย่างไร เพราะว่าตอนนี้ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนกันมากแล้ว แล้วท่านพูดมาคำหนึ่งครับว่าความมั่นคงพลังงาน เกิดขึ้นในยุคของท่าน ถ้าความมั่นคงทางด้านพลังงานเกิดขึ้นในยุคของท่านแล้วประชาชน เดือดร้อนขนาดนี้ผมว่าท่านควรไปทบทวนนโยบายของท่านนะครับ เพราะพี่น้องประชาชน เดือดร้อนมาก ฝากเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

คราวนี้ก็คงจะเข้าใจตรงกันว่าใน ๒ ช่องทางอย่างถูกกฎหมายที่อนุกรรมาธิการ ได้เสนอมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องซีเอสอาร์ (CSR) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเงินปันผลที่มากขึ้น ตรงนี้ ผมคิดว่าเป็นข้อเสนอแนะที่ทำได้ครับ แล้วซีเอสอาร์ (CSR) อย่างที่ผมเรียนขอความร่วมมือ ไปยัง ปตท. ล่าสุดก็ขอไปในส่วนของเอ็นจีวี (NGV) แอลพีจี (LPG) ต่าง ๆ ก็ได้รับความร่วมมือ ด้วยดี มีส่วนนี้เพิ่มเติมขึ้นมาก็ ๒,๐๐๐ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๓ เดือนจากนี้ แล้วในส่วนของ เงินปันผลอันนี้เดี๋ยวผมก็จะแจ้งกับทางกระทรวงการคลังซึ่งก็ทำทุกปีอยู่แล้วครับ เขาก็ จะต้องดูว่ามีความเหมาะสมอย่างไร แล้วถ้ายิ่งมากได้ก็ยิ่งดีก็เป็นประโยชน์แล้วเสถียรภาพ ทางพลังงานก็สามารถยังรักษาไว้ได้ก็เป็นประโยชน์กับประเทศมากที่สุดอยู่แล้ว ผมคิดว่า ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์แล้วก็เป็นข้อเสนอแนะที่ดีนะครับ ในส่วนของที่กล่าวว่า ความเสถียรภาพทางพลังงานในยุคผม ยุคไหนก็แล้วแต่ เรียนก่อนเลยครับทุกยุคที่ผ่านมา ถือว่าเสถียรภาพทางพลังงานเป็นอันดับหนึ่งหมด ผมเองต้องชมนะครับ แล้วก็ต้องขอบคุณ รัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมาด้วยซ้ำไปว่าได้ยึดหลักตรงนี้มาโดยตลอด แล้วในส่วนที่จะขอความ ร่วมมือไปยังทั้งโรงกลั่น ผู้ประกอบการ ในเรื่องของตัว ปตท. เอง ในเรื่องของการดูแล ประชาชนเราก็ยังทำอย่างต่อเนื่องครับ ก็จะมีมาตรการต่าง ๆ ที่จะขอความร่วมมือในไม่ช้า จากนี้ แล้วก็ทุกอย่างมันต้องใช้เวลา แต่ภายในเร็ว ๆ นี้ผมคิดว่าจะเห็นผลนะครับ ตั้งเป้าไว้ ก็ภายในไตรมาสที่ ๓ นี้ก็น่าจะเห็นผลในเรื่องของการที่เราจะเห็นว่าบทบาทของ ปตท. จะมา ช่วยภาคประชาชนจะมีอย่างไรบ้าง แม้กระทั่งมาตรการของรัฐเองก็จะมีเพิ่มเติมขึ้นมาที่จะ ดูแลผู้ที่เปราะบางมากขึ้น ทั้งหมดนี้ก็จะรับไปครับ แล้วก็ในส่วนของข้อมูลเรื่องค่าการกลั่น ทั้งหลายนะครับ ผมคิดว่าเดี๋ยวเราร่วมมือกันก็ได้ครับ ถ้าไม่มาเดี๋ยวท่านไปกับผมครับ ท่านมาเยือนกระทรวงพลังงานสักทีหนึ่งก็ได้นะครับ มีหลายกรรมาธิการก็แวะไปที่กระทรวง พลังงานแล้วก็ไปพูดคุยกัน แล้วก็มีประเด็นไหนอยากจะเชิญใครเข้ามาให้ชี้แจงก็นั่งฟัง ด้วยกันนะครับ ตรงนี้ไม่ได้เป็นเรื่องสลับซับซ้อนอะไรนัดกันเข้ามา แม้กระทั่งประธาน กรรมาธิการของท่านก็ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ก็มีอยู่หลายครั้งหลายคราว ก็ขอความร่วมมืออย่างกระทรวงพลังงานท่านก็ใช้โอกาสของคณะกรรมาธิการของท่าน ไปเยือนในกิจกรรมของกระทรวงพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การผลิตพลังงานสะอาดใหม่ ๆ ท่านก็เข้าไปเยี่ยมชม แล้วก็ขอใช้พื้นที่ต่าง ๆ ในการประชุม ต่อเนื่องได้อยู่สม่ำเสมอ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือด้วยดีผมเชื่อมั่นว่าอย่างนั้น ถ้ายังขาดตกบกพร่อง ก็แจ้งกันมาได้ครับ เช่นเดียวกันนะครับ อนุกรรมาธิการผมเห็นท่านอัครเดชท่านก็เรียกมา ที่ผ่านมาก็ ๙ ครั้ง ๑๐ ครั้ง แล้วก็ยังได้ข้อมูลที่ยังไม่ได้ตรงตามประเด็นที่ต้องการและเอาหลัก ของเหตุและผลมาว่ากัน ผมคิดว่าทาง ปตท. เองถ้าจะมีเหตุผลใดในเรื่องของข้อกฎหมาย ก็อธิบายมาให้ชัดเจนว่าไปติดเรื่อง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารอย่างไร ถ้าไม่เช่นนั้นเราก็อาจจะ เชิญเจ้าตัวที่เป็นผู้ประกอบการมาแล้วก็มาอธิบายกันให้เข้าใจ ผมว่าอันนี้เป็นเรื่องของการ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและทำงานร่วมกันก็จะเป็นประโยชน์กับประชาชนมากที่สุดครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก ก็จบแล้วนะครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ขอบคุณท่านประธานนะครับ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานที่ท่านสละเวลามาตอบกระทู้ของผม กราบเรียน ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าตอนนี้ประชาชนเดือดร้อนเรื่องราคาพลังงานมาก ขอให้ ท่านได้เร่งดำเนินการโดยเฉพาะเรื่องค่าการกลั่น ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พูดมาเยอะ แล้วว่าประชาชนเดือนร้อนนะครับ ก็ถือว่าจบกระทู้ถาม เรื่อง นโยบายในดำเนินการการชดเชย ราคาน้ำมันให้กับประชาชน ของท่าน ส.ส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน ต้องขอกราบขอบพระคุณรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบระเบียบวาระกระทู้ถามทั่วไปครับ🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้ดำเนินการในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะบริเวณ ชั้น ๑ ของสภาผู้แทนราษฎรเราแล้วนะครับ โดยมีท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ได้ไปทำหน้าที่อยู่ที่ห้องกระทู้แยกเฉพาะนะครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในห้อง ประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออนุญาตเรียน ให้ทราบว่ามีการสลับกระทู้ในวันนี้อยู่นะครับ เพราะว่าทั้งผู้ถามและผู้ตอบมีภาระต้องถาม ต้องตอบมากกว่า ๑ กระทู้ ก็เลยต้องสลับให้จังหวะเวลาพอดีนะครับ🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๙๖ เรื่อง การขอออกเอกสารสิทธิหรือ ออกประกาศให้เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ (เป็นสาธารณสมบัติแผ่นดิน) ในพื้นที่หมู่ที่ ๒ บ้านดอนหัน ตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้แจ้งว่าติดภารกิจราชการสำคัญ มอบหมาย ให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนิพนธ์ บุญญามณี เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม เพื่อประโยชน์ในการให้ข้อมูลในการตอบกระทู้ถาม อนุญาตให้ นายชัชวาล สมจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการที่ดินรัฐ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย เข้ามาในที่ประชุมได้นะครับ ท่านเข้ามาแล้ว🔗

กระทู้ถามแยกเฉพาะนี้ท่านผู้ถาม ผู้ตอบ เข้าใจดีอยู่แล้วนะครับ ระเบียบ ก็คือถามตอบได้ ๒๐ นาที เราก็เลยแบ่งเป็นถาม ๑๐ นาที ตอบ ๑๐ นาที โดยถามได้ ๒ ครั้ง อันนี้เป็นเรื่องที่ท่านผู้ถามและผู้ตอบเข้าใจอยู่แล้ว ขอเชิญคุณอนุรักษ์ครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ถามกระทู้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ บุญญามณี ก็มาตอบดิฉัน หลายครั้งแต่มันเป็นหลายที่กัน วันนี้ก็เลยจะมีการถามตอบกระทู้ซึ่งดิฉันถามไปที่รัฐมนตรี นิพนธ์ว่า การขอเอกสารสิทธิหรือออกประกาศให้เป็นพื้นที่สาธารณะ เป็นสาธารณสมบัติ ของแผ่นดิน ซึ่งหมู่ที่ ๒ บ้านดอนหัน ตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ทั้งตำบลค่ะ กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าทั้งตำบล ๙๘ เปอร์เซ็นต์นี้ไม่มีโฉนดเลย ๙๘ เปอร์เซ็นต์จะเป็นที่ ส.ป.ก. กับที่ภาษีดอกหญ้าปนกันอยู่จะเป็นโฉนดหรือ น.ส.๓ แค่ประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทีนี้มันก็เลยมีปัญหาในเรื่องของโฉนดที่ดิน ถ้าใครมีโฉนดที่ดิน ในหมู่บ้านก็ต้องกราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าเป็นคนที่มีทุนในการลงทุนมากกว่าคนอื่น ฉะนั้นเส้นแบ่งความยากจนมันมาจากโฉนดที่ดินด้วย คำว่า โฉนดที่ดิน น.ส.๓ หรือโฉนด สามารถที่จะเข้าธนาคารแปลงสินทรัพย์เป็นทุนได้ ครอบครัวใดที่มีโฉนดที่ดินจะมีรายได้ มากกว่าคนอื่นเพราะสามารถที่จะนำสิ่งเหล่านี้สมบัติของตัวเองเข้าไปในธนาคาร แล้วสามารถจะแปลงสินทรัพย์เป็นทุนได้ แม้ว่าทุกวันนี้ ส.ป.ก. จะเข้า ธ.ก.ส. ได้แต่การ ประเมินในเรื่องของโฉนด ส.ป.ก. กับโฉนดแตกต่างกันค่ะ ฉะนั้นการออกเอกสารสิทธิหรือ ประกาศให้เป็นพื้นที่สาธารณะ เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือถ้ามันรวมกันแล้ว ที่จะใช้ร่วมกันได้ดิฉันไม่ทราบกฎหมายแต่ต้องการประโยชน์ให้กับประชาชน🔗

คำถามแรก ก็ถามท่านรัฐมนตรี นิพนธ์ บุญญามณี ว่าทำอย่างไรถึงจะเป็น สาธารณสมบัติของแผ่นดินร่วมกัน อันนี้เป็นตัวอย่างเฉย ๆ นะคะ เพราะว่าบ้านดิฉันเป็น คอมมิวนิสต์เยอะมากค่ะ ต้องบอกว่าเป็นคอมมิวนิสต์เยอะมาก แล้วก็ที่ดินไม่ว่าจะเป็น ดงพระเจ้า ดงผาลาด ดงพันนา เดี๋ยวนี้แปลงเป็นสวนยางพาราหมดแล้ว ทำอย่างไรถึงจะเป็น สาธารณสมบัติของแผ่นดินได้ แล้วก็ใช้ประโยชน์ได้ ดิฉันต้องการให้เป็นประโยชน์สูงสุดกับ พี่น้องประชาชน ขอถามท่านรัฐมนตรีว่าทำอย่างไร กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ของท่านอนุรักษ์ บุญศล ซึ่งท่านได้ถามกระทู้เรื่องว่าทำอย่างไรที่ดินจะเป็นที่สาธารณสมบัติ ของแผ่นดิน ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านอนุรักษ์ว่า การกำหนด หรือว่าการจะประกาศให้พื้นที่ใดเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกันนั้น มันมีเกณฑ์อยู่ ๔ เกณฑ์ครับ เกณฑ์แรก ก็คือเกณฑ์ที่ที่ดินแปลงนั้นเกิดขึ้นโดยสภาพ ธรรมชาติว่าเป็นที่ที่ประชาชนใช้ร่วมกันโดยสภาพนั้น ๒. เกิดขึ้นโดยการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ของประชาชน ๓. เกิดขึ้นโดยนิติกรรม ถ้ามีนิติกรรมยกให้ว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ก็ถือว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือ ๔. เกิดขึ้นโดยผลของกฎหมายนั่นก็คือการ ประกาศว่าพื้นที่บริเวณใดที่จะเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน เพราะฉะนั้นถ้าเข้า ๔ ประการนี้ก็จะถือว่าเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินและขึ้นทะเบียนไว้ ปกติจะมีการ ขึ้นทะเบียนแล้วก็กรมที่ดินนำไปสู่การออกหนังสือสำคัญที่หลวงที่เรียกว่า น.ส.ล. นะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะถือโอกาสนี้ว่าโดยสภาพเป็นอย่างนี้ แล้วก็กระทรวงมหาดไทยเอง ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่งในการที่จะให้ทั้งประเทศได้ขึ้นทะเบียนเป็น น.ส.ล. เป็นหนังสือสำคัญที่หลวงครับ ซึ่งปัจจุบันเราได้ขึ้นทะเบียนไปแล้วผมคิดว่าประมาณสัก ๑๒๙,๗๐๐ แปลง เกือบ ๆ จะเป็น ๑๓๐,๐๐๐ แปลงครับ เพราะฉะนั้นเนื้อที่ทั้งประเทศที่ ขึ้นทะเบียนไปแล้ว ๖,๐๕๐,๐๐๐ กว่าไร่ที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ในส่วนของจังหวัด สกลนคร ซึ่งเมื่อวานนี้ผมเองก็ได้ไปที่อำเภอโพนนาแก้วมา ผมเพิ่งไปมอบโฉนดที่ดินมา เมื่อวานนี้ครับ ที่ตำบลนาตงวัฒนา อำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร ผมไปมอบให้เมื่อวานนี้ ๒๐๐ กว่าไร่ ๑๐๐ กว่าแปลง ก็เห็นถึงความต้องการของพี่น้องประชาชนอยู่ว่าพี่น้องประชาชน ยังมีความต้องการที่ดินจากเอกสารสิทธิที่เรียกว่าโฉนดที่ดินอยู่อีกมากเลย ผมได้รับปัญหา ร้องเรียนมาเมื่อวานนี้เพิ่มขึ้นอีกหลายแปลง ในส่วนของจังหวัดสกลนครข้อมูลหนังสือสำคัญ ที่หลวงที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ ที่หลวงที่สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันมีทั้งหมดจำนวน ๔,๓๗๔ แปลง ในพื้นที่ของจังหวัดสกลนคร เนื้อที่ ๒๒๘,๖๓๑ ไร่ เฉพาะที่อำเภอสว่างแดนดินมีอยู่ทั้งสิ้น ๖๑๐ แปลง เนื้อที่ ๑๕,๐๓๘ ไร่ ลงลึกลงไปถึงตำบลที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ถาม เมื่อสักครู่คือที่ตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร มีที่ดินที่ขึ้นทะเบียนเป็น สาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้ว ๒๑ แปลง เนื้อที่ ๓๘๔ ไร่ ๓ งาน ๕๑ ตารางวา เพราะฉะนั้น นี่ก็คือหลักเกณฑ์เบื้องต้นที่ในจังหวัดสกลนคร หนังสือสำคัญที่หลวงได้ออกไปตามที่ ผมได้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกแล้วนะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณอนุรักษ์คำถามที่ ๒ ครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ อนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทย เป็นความต้องการของ พี่น้องประชาชนซึ่งท่านรัฐมนตรีมีเมตตาให้ข้อมูลมาว่าของตำบลบงเหนือก็ ๒๑ แปลง เลยทีเดียวที่กำลังจะขึ้น และกำลังจะขึ้นใหม่ก็รวมหลายแปลงเลยทีเดียว ทั้งหมดก็หลายพันไร่ บริเวณนั้นต้องบอกว่าหลายพันไร่ แล้วพี่น้องตำบลนี้เหมือนว่าขยัน ขยันมาก ต้องบอกว่า ขยันมาก โดยเฉพาะสวนพลูลุงแก้วที่ดิฉันไปเยือนนี่ค่ะ ก็ต้องการขึ้นทะเบียนเหมือนกัน กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าที่ดิฉันออกไปตรงนี้มีน้ำคนละขวดเท่านั้น น้ำนี่บังเอิญว่า ดิฉันไม่ได้ติดรถไปที่เห็นนี่นะคะ ตรงนี้นี่คือบ้านติ่งของตำบลบงเหนือ ก็กราบเรียนให้ ท่านทราบว่าบ้านติ่งนี่หมายความว่ายังไม่เป็นหมู่บ้านแต่คนไปอาศัยเป็นร้อยกว่าครัวเรือน ดิฉันหารือกับท่านประธานแล้วค่ะ เรื่องบ้านหินแผงต้องการเป็นแยกหมู่บ้านซึ่งห่างจาก ตัวบ้านจริง ๆ ๕ ๖ กิโลเมตรเลยทีเดียว หมู่บ้านนี้ต้องการเอกสารสิทธิเป็นจำนวนมาก มีน้ำคนละขวด ขอน้ำวัดมาแบ่งกันทาน วันนั้นประชุมอยู่ในที่พักให้แขกของวัดก็ประมาณสัก ๒ ชั่วโมง ฟังความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนว่าต้องการอะไรบ้างก็ทราบว่าเรื่องของ เอกสารสิทธิมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตเลยก็ว่าได้ หลายคนนั้นอายุ ๘๐ กว่าปีแล้วค่ะ ทีนี้ก็เลย นำเรื่องนี้เข้ามากระทู้ถามให้ท่านประธานได้เห็นว่าความต้องการของพี่น้องประชาชนนั้น เป็นอย่างไร มีน้ำคนละขวดเท่านั้นก็สามารถที่จะประชุมกันแล้วก็นำเรื่องนี้เข้ามา ดิฉันไปสัก ๗ ๘ เดือนที่แล้ว เรื่องนี้ถึงถูกบรรจุเข้ามาในสภาแห่งนี้ รอคอยเป็นเกือบปีเลยทีเดียวค่ะ ท่านประธานคะ เรื่องกระทู้แต่ละเรื่องนั้นมันเป็นจิตวิญญาณที่นำมาสู่สภาผู้แทนราษฎรด้วย และรอคอยเกือบปีทุกกระทู้ ไม่ใช่อยู่ ๆ แล้วส่งวันนี้พรุ่งนี้ได้บรรจุกระทู้ ไม่ใช่เลย ซึ่งวันนี้นั้น ด้วยความที่รอมานานแล้วมันกองค่ะ วันนี้ดิฉันมี ๓ กระทู้เลยทีเดียวค่ะ แต่ว่าก็สามารถที่จะ เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนอย่างสุดความสามารถของครูบ้านนอกคนหนึ่งจะทำได้ค่ะ แล้วดิฉันถามท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ว่าสิ่งที่ดิฉันไปประชุมให้พี่น้องประชาชนไปที่ดิน ไปหา ผู้ใหญ่บ้าน ไปหากำนัน หรือไปหาที่ดินที่อำเภอถึงจะทราบว่าจะทำอย่างไร ขั้นตอนใกล้ ๆ เลย ไม่เอาวิสัยทัศน์ของกระทรวงมหาดไทยว่าทุกคนจะต้องมีโฉนดที่ดิน ไม่เอา ดิฉันถามว่า ทำอย่างไรพี่น้องประชาชนเหล่านี้ถึงจะสามารถขึ้นทะเบียนได้ ใกล้ ๆ เลยค่ะ แล้วก็ ต่อจากนั้นพอขึ้นทะเบียนได้แล้วนี่ ดิฉันอยากให้ท่านรัฐมนตรีไปมอบพร้อมดิฉันด้วยค่ะ🔗

คำถามสุดท้ายว่าขั้นตอนใกล้ ๆ เลยว่าจะทำอย่างไร พี่น้องเหล่านี้ของดิฉัน ที่ไปประชุมกันถือน้ำคนละขวดนี่นะคะ บางคนไม่ได้ก็แบ่งกัน วัดมีน้อย วัดอยู่ในป่าลึกค่ะ ก็เลยได้ ๒ คนต่อ ๑ ขวด ๒ ชั่วโมง ๓ ชั่วโมงเลยทีเดียวค่ะ รับทราบปัญหาเขามาแล้วก็ นำมาสู่ว่าขั้นตอนใกล้ ๆ และคนใกล้ตัวก็คือพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้เรียนหนังสือ ถ้าจะให้ ไปอำเภอก็คงจะหารถผู้ใหญ่บ้านไป น้ำมันแพงค่ะ ก็ช่วยเหลือด้วยว่าใกล้ ๆ ตัว ขั้นตอน ต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนจะออกหนังสือต่าง ๆ ได้ต้องทำอย่างไรบ้าง กราบขอบพระคุณ เป็นอย่างสูงค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ตอบคำถามนะครับ🔗

ผมขออนุญาตตอบคำถามข้อที่ ๒ ว่าทำอย่างไรให้ประชาชนจะได้สิทธิ ในที่ดินทำกิน สรุปอย่างนั้นนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน อนุรักษ์ว่าโดยหลักกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยในขณะนี้มีอยู่โครงการหนึ่งที่เรียกว่า โครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินให้พี่น้องประชาชน ซึ่งตามที่ผมได้กราบเรียนแล้วว่า เมื่อวานนี้ผมไปมอบโฉนดที่ดินที่จังหวัดสกลนครมาจำนวน ๑๐๐ แปลง ๒๐๐ กว่าไร่ เป็นที่ ที่ไม่มีเอกสารสิทธิมาก่อนเช่นนี้ครับ แต่มีข้อแม้อย่างเดียวว่าที่ดินนั้นต้องไม่เป็นที่ดินของรัฐ ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติก็ดี เขตป่าถาวรก็ดี หรือแม้กระทั่งเขต ส.ป.ก. หรือที่สาธารณะที่สงวนไว้เพื่อให้ประชาชนใช้ร่วมกัน อย่างนี้ที่เรียกว่าที่ดินของรัฐเอามาออก โฉนดให้ประชาชนไม่ได้เด็ดขาด นอกจากนั้นแล้วถ้าประชาชนได้ครอบครองทำประโยชน์ มายาวนานในที่ดินไม่ใช่ที่ดินของรัฐนี่ กรมที่ดินมีนโยบายเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินให้พี่น้อง ประชาชน ซึ่งผมมานั่งอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ มาถึงปัจจุบัน ผมเร่งรัดให้ออกโฉนดไปให้พี่น้อง ประชาชนแล้วร่วม ๆ เกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ราย ที่ดินออกไปแล้วเนื้อที่ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าไร่แล้ว โดยประมาณนะครับ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนว่าจะพยายามเร่งรัดในการเดินสำรวจแม้ว่า จะเจอปัญหาเรื่องโควิด (COVID) ทำให้งบประมาณเราน้อยลงก็พยายามปรับวิธีการบริหาร จัดการ ในขณะนี้กรมที่ดินอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนครับ ท่านประธานครับ โดยการเปิดแอปพลิเคชัน (Application) ที่เรียกว่าบอกดิน ๑ บอกดิน ๒ บอกดิน ๓ ก็คือ ให้พี่น้องประชาชนเข้าไปแจ้ง บัดนี้มาถึงบอกดิน ๓ แล้วครับ ซึ่งจะหมดระยะเวลาในการแจ้ง ความประสงค์จะได้โฉนดที่ดินภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายนนี้ แล้วกรมที่ดินจะเอารายชื่อ ทั้งหมดมาทำแผน ผมได้เชิญสำนักงบประมาณ ตัวแทนสำนักงบประมาณมาพูดคุยกันแล้ว เชิญอธิบดีที่ดินมาพูดคุยกันแล้วว่าหลังจากไปลงพื้นที่มาพี่น้องประชาชนมีความต้องการ ประสงค์จะได้เอกสารสิทธิที่เรียกว่าโฉนดที่ดินอีกมากจะทำอย่างไร ในที่สุดก็บอกว่าจะเอา ข้อมูลตัวเลขที่มาจากบอกดิน ๑ บอกดิน ๒ ซึ่งรวมแล้วประมาณสัก ๖๐๐,๐๐๐ ๗๐๐,๐๐๐ รายแล้วในขณะนี้ แต่ว่าบางส่วนพบว่าแจ้งมาแล้ว ไปเช็ก (Check) แล้ว ที่ดินอยู่ในที่ดิน ของรัฐอันนี้ต้องเอาออกนะครับ แล้วถ้าวันที่ ๓๐ นี้สิ้นระยะเวลาที่แจ้งความประสงค์แล้ว ถ้าสมมุติว่ามีรวมแล้วทั้งสิ้น ๘๐๐,๐๐๐ ราย สมมุติตัวเลขใกล้เคียงนะครับ ๘๐๐,๐๐๐ ราย นี้ก็จะมาทำแผนว่าถ้าจะให้ ๔ ปีจบนี่ ปีละ ๒๐๐,๐๐๐ รายต้องออกให้จบ ถ้าจะให้ ๕ ปี ก็ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ แปลงต่อปี ก็ ๕ ปีจบเลย เพราะฉะนั้นนี่คือสั่งให้ทำแผนแล้ว ในขณะนี้แล้ว ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านอนุรักษ์ว่ามีเวลาอีก ๗ วัน ท่านจะทำ อย่างไรสื่อสารกับพี่น้องให้เข้าไปที่แอปพลิเคชัน (Application) บอกดิน ๓ ครับ แล้วไปแจ้ง ความประสงค์จะได้เอกสารสิทธิที่เรียกว่าโฉนดที่ดิน ในรายละเอียดในแอปพลิเคชัน (Application) นั้นจะบอกไว้แล้วท่านต้องทำอะไร แจ้งอะไร แล้วกรมที่ดินจะเอารายชื่อ ที่ท่านแจ้งไว้มารวบรวมทำแผน เป็นแผนปฏิบัติการกระจายไปทั่วประเทศเลย ผมมาอยู่ที่นี่ ผมประกาศปีที่แล้วที่เดินอยู่ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ผมประกาศเดินสำรวจ ๗๐ จังหวัดเลยครับ เมื่อก่อนประกาศทีละ ๒๐ จังหวัด ๒๕ จังหวัด ปีนี้ผมมาประกาศเดินสำรวจทั่วประเทศ ๗๐ จังหวัด แล้วได้ทราบว่าพี่น้องประชาชนยังต้องการโฉนดที่ดินอยู่อีกมาก ก็เลยถือโอกาส ที่จะแจ้งให้พี่น้องได้มาลงชื่อก่อนเพื่อจะทราบจำนวนว่าพี่น้องยังต้องการอยู่ทั้งประเทศ จำนวนเท่าไร เราจะจัดกำลังคนเท่าไร เราจะจัดงบประมาณเท่าไร เพื่อที่จะเร่งรัดในการ ออกเอกสารสิทธิที่เรียกว่าโฉนดที่ดินให้พี่น้องประชาชน พี่น้องที่ไม่อยู่ในที่ดินของตัวเอง คือบางส่วนอาจจะไปอยู่ในที่ดินของรัฐ เรามีเครื่องมือใหม่ที่เรียกว่า คทช. ครับ แม้จะไม่ได้ กรรมสิทธิ์ แต่ว่าถ้าขณะนี้ถือว่าพี่น้องอยู่ในฐานะบุกรุกที่ดินของรัฐ แต่ถ้าเรานำกฎหมาย คทช. มาใช้แก้ปัญหาอย่างน้อยพี่น้องประชาชนก็ได้เข้าไปทำกิน เข้าไปอยู่อาศัยโดยชอบ ด้วยกฎหมายจะไม่ถูกดำเนินคดี เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นเครื่องมืออีกตัวหนึ่งที่จะนำมาใช้ ในการแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินให้พี่น้องประชาชน ขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านอนุรักษ์เพื่อจะได้แจ้งไปยังพี่น้องประชาชน กระทรวงมหาดไทยจะเร่งรัดในการ แก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินให้พี่น้องประชาชนให้มากที่สุดครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาต กราบเรียนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรัฐมนตรี คุณอนุรักษ์มีอะไรติดใจไหมครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ไม่ติดใจค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับผม ขอบคุณมากครับ ทั้งสองฝ่ายได้ใช้เวลาอย่างเหมาะสมอย่างยิ่งนะครับ ภายในเวลาที่กำหนดไว้ตามข้อบังคับครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีด้วยครับ🔗

ลำดับที่ ๒ กระทู้แยกเฉพาะที่ ๔๐๐ เรื่อง การดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนกีฬา (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา🔗

เพื่อประโยชน์ในการตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะอนุญาตให้ผู้แทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมสนับสนุนข้อมูลในการ ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือท่านไพฑูรย์ หงษ์วิไล รองอธิการบดีฝ่ายแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะแต่ละกระทู้ ต้องถามและตอบให้เสร็จภายในกำหนดเวลา ๒๐ นาที ถามได้ ๒ ครั้งครับ เป็นระเบียบ ที่ทุกฝ่ายทราบดีอยู่แล้ว ผมขอเชิญท่านนริศครับ🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ท่านประธานที่จะถามเพียงคำถามเดียวแล้วก็ขออนุญาตฝากข้อสังเกตต่อท้าย ทั้งนี้อยู่ใน เวลาที่กำหนดครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าผมเองที่เป็น ส.ส. ของจังหวัดพัทลุงและ ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาซึ่งเป็นเขยของพัทลุง คนทั้งจังหวัดพัทลุง และคนไทยส่วนหนึ่งทราบดีว่าจังหวัดพัทลุง คนพัทลุงรักและชอบกีฬาเป็นชีวิตจิตใจครับ เมืองพัทลุงเป็นเมืองแห่งกีฬาที่แท้จริง โดยผมมีเหตุผลประกอบคำพูดที่ว่าคนพัทลุงรักกีฬา และจังหวัดพัทลุงเป็นเมืองกีฬา คือทุกสนามกีฬาในช่วงเย็นจะมีคนเล่นกีฬาเต็มทุกสนามครับ แล้วก็ ๒. ทุกพื้นที่ว่างแม้ไม่เป็นสนามกีฬาที่เป็นมาตรฐานจะมีคนเล่นกีฬาเต็มตลอดนะครับ ๓. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้จัดงบประมาณและจัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาทุกองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นถือว่าเป็นงบประมาณก้อนสำคัญและเป็นกิจกรรมที่สำคัญให้กับพี่น้อง ประชาชน ๔. จังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดที่จัดการแข่งขันกีฬากรีฑานักเรียนเป็นกีฬาของ จังหวัดต่อเนื่องมา ๗๐ กว่าครั้ง ยาวนานที่สุดกว่าทุกจังหวัดในประเทศไทย และ ๕. กิจกรรม กีฬามีคนเข้าร่วมมากมายทั้งรอบคัดเลือกในระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และรอบสุดท้าย ที่จังหวัดที่สนามกลางคนเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันกีฬามากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ คนทุกปี และ จังหวัดพัทลุงได้สร้างนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาแล้วมากมายไม่ว่าจะเป็น รัตน์ใจ ศรีเพชร สุภาวดี ขาวเผือก เหรียญทองเอเชียนเกมส์ (Asian Games) ชนาธิป ซ้อนขำ เหรียญทองแดงโอลิมปิก นักฟุตบอลก็อดุล หละโสะ นูรูล ศรียานเก็ม อดุล หละโสะ นี่เป็น กัปตันทีมชาติไทย สำหรับซีเกมส์ (Sea Games) ครั้งล่าสุดที่เวียดนาม พัทลุงได้เหรียญทอง จากกระโดดสูง กอบศิษฏ์ สิทธิชัย จากเพาะกาย เอกพล สุขทอง และเหรียญทองเซปักตะกร้อ อติกานต์ คงแก้ว ตะวัน แก้วดำ สำหรับสุภาวดี ขาวเผือก ท่านประธานเคยมีหนังสือชื่นชม เขาไปในห้วงเวลาที่เขาได้รับเหรียญทองเอเชียนเกมส์ (Asian Games) ผมได้ไปเยี่ยมสุภาวดี พบว่าหนังสือจากท่านประธานเขาติดกรอบใส่ไว้ที่บ้าน ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจ เป็นการสร้าง แรงบันดาลใจให้กับคนในจังหวัดพัทลุงครับ แล้วผมเองก็มีการเรียกร้องผ่านกระทู้ ผ่านการหารือ ในสภาผู้แทนราษฎรให้กระทรวงและรัฐบาลก่อสร้างสนามกีฬาแห่งที่ ๓ ให้จังหวัดพัทลุง สร้างสนามกีฬาประจำอำเภอซึ่งขาดอยู่ ๘ อำเภอ ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สร้างสนามกีฬาประจำตำบลในเขตกงหรา ตะโหมด ป่าบอน ปากพะยูน บางแก้ว ซึ่งผมยัง หวังอยู่ว่าอย่างไรทางกระทรวงจะได้พิจารณาสนับสนุน ส่วนตัวผมเองก็ได้สนับสนุนกีฬา กรีฑาของจังหวัดมาโดยตลอด ทั้งเงิน ทั้งถ้วยรางวัล เสื้อ อุปกรณ์อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ แต่สิ่งที่ผมเกินกำลังไม่สามารถสนับสนุนได้ก็คือโรงเรียนกีฬา จึงเป็นที่มาของการตั้งกระทู้ถาม แยกเฉพาะในวันนี้ เพราะผมเชื่อว่าโรงเรียนกีฬาจะตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ เสริมสร้างคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนชาวพัทลุงได้ และ ๓. พัฒนามาตรฐานการกีฬา ของจังหวัดพัทลุงได้ ผมจึงขออนุญาตได้สอบถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและ กีฬาว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีนโยบายที่จะสนับสนุนให้มีการจัดตั้งโรงเรียนกีฬา ให้ครอบคลุมทุกจังหวัดหรือให้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเท่าที่สามารถทำได้หรือไม่ แล้วโดยเฉพาะ ในพื้นที่จังหวัดพัทลุงจะได้รับการสนับสนุนในเรื่องดังกล่าวด้วยหรือไม่ อย่างไร ขอทราบ รายละเอียดครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกท่านนริศ ขำนุรักษ์ ซึ่งได้กล่าวถึงผมในเบื้องต้นนะครับ ผมก็คงจะตอบแบบ รวบรัดครับ เพราะการที่ว่าทางท่าน ส.ส. นริศถามว่าจะมีโอกาสขยายหรือจะตั้งโรงเรียน กีฬาในจังหวัดพัทลุงหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ก็จากการที่ผมเข้ามารับหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้ามาใหม่ ๆ ผมก็ได้เดินทางไปที่โรงเรียนพรหมพินิตชัยบุรี ซึ่งขณะนี้ก็ทราบว่าเราได้สามารถเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ถึงปัจจุบันก็เป็นห้องเรียนทดลอง ซึ่งได้ทำเอ็มโอยู (MOU) กับกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งขณะนี้ก็ยอมรับว่าได้มีการดำเนินการ เรื่อย ๆ ซึ่งถือว่าเป็นโครงการนำร่องในการที่จะดูสิว่าถ้าหากว่าโครงการนำร่องที่ทำเอ็มโอยู (MOU) กับกระทรวงศึกษาธิการเราสามารถทำแล้วดำเนินการแล้วประสบความสำเร็จ ก็จะเป็นการขยายผลไปในอนาคตสำหรับการที่จะเสนอให้มีโรงเรียนกีฬาทุก ๆ จังหวัดตามที่ ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติได้หารือในเบื้องต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปได้ โดยเฉพาะจังหวัดพัทลุงก็อย่างที่กล่าวแล้วนะครับ ผลิตนักกีฬาระดับสูง ๆ โดยเฉพาะตั้งแต่ เอเชียนเกมส์ (Asian Games) ซีเกมส์ (Sea Games) แล้วก็กีฬาแห่งชาติมาโดยตลอด ดังที่กล่าวมา สิ่งที่ผมคิดว่าควรจะเป็นไปได้วันนี้จริง ๆ แล้วเรายังไม่สามารถที่จะก้าวไปถึง การที่จะให้มีโรงเรียนกีฬาทุก ๆ จังหวัด แต่ขณะนี้เรามีโรงเรียนกีฬาทั้งหมดถึง ๑๓ แห่ง ทั่วประเทศไทย ซึ่งในแต่ละจังหวัดที่เรามีโรงเรียนกีฬาแล้วนั้นก็จะมีจังหวัดขอนแก่น ชลบุรี เชียงใหม่ ตรัง นครนายก นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ ยะลา ลำปาง ศรีสะเกษ สุพรรณบุรี อ่างทอง และอุบลราชธานี ซึ่งนโยบายนี้ต้องการทำให้เรื่องของโรงเรียนกีฬาตัวผมเอง ก็อยากจะได้โรงเรียนกีฬาทุกจังหวัด เพราะการที่เรามีโรงเรียนกีฬาทุกจังหวัดเราจะต้องการ เน้นว่าเยาวชนของเราที่มีความถนัดความชอบในกีฬาแต่ละชนิดก็พยายามอยากจะดีไซน์ (Design) ว่าสมมุติว่าผมยกตัวอย่างจังหวัดพัทลุงมีความชำนาญและมีความเชี่ยวชาญในเรื่อง ของกรีฑา เรื่องของฟุตบอลเป็นไปได้ไหมโรงเรียนกีฬาที่จัดตั้งในโรงเรียนที่พัทลุงนี้เราก็จะ เน้นเฉพาะว่าโรงเรียนกีฬานี้เน้นเฉพาะกีฬากี่ชนิด ๓-๔ ชนิด หรือไม่เกิน ๕ ชนิด เพื่อเป็น การเน้นเพื่อเราจะได้นำอาจารย์หรือบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางลงไปทำการฝึก ทำการสอนเพื่อให้เยาวชนของเรานี้ได้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และหลังจากที่จบจาก โรงเรียนกีฬาโดยเฉพาะมัธยมปีที่ ๑ ถึงปีที่ ๖ หลังจากนั้นเราก็มี ม. กีฬาซึ่งมีทั้งหมด ๑๗ วิทยาเขตทั่วประเทศก็สามารถที่จะเข้าไปในวิทยาเขตต่าง ๆ แต่ถ้าหากว่ามีมหาวิทยาลัย เอกชนหรือมหาวิทยาลัยของรัฐอื่น ๆ ถ้าสมมุติว่าต้องการช้างเผือกจากโรงเรียนกีฬาตรงนี้ ผมคิดว่านี่คือโอกาสที่ดีที่สุดของเยาวชนของเราที่มีความเชี่ยวชาญและมีความชอบทางด้าน กีฬา ซึ่งโรงเรียนนักเรียนของเราก็ไม่จำเป็นว่าปัจจุบันนี้ต้องเรียนเก่งทุกวิชาเราอาจจะเก่ง เพียงบางวิชาเพื่อเอาไว้ประกอบสัมมาชีพของเราหลังจากที่เราจบระดับอุดมศึกษา หรือระดับปริญญาโท หรือระดับปริญญาเอกในอนาคต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นการต่อยอดว่า ถ้าคุณมีความชำนาญในแต่ละชนิดกีฬาคุณมีความสามารถเป็นช้างเผือกในชนิดกีฬา แต่คุณ อาจจะไม่มีความเก่งในเรื่องของทางวิชาการเหมือนกับเด็กที่เขาเรียนมาในสายตรงเพราะคุณ จะต้องแบ่งเวลาไปทำเรื่องของกีฬา ตรงนั้นเราก็สามารถที่จะดีไซน์ (Design) ให้เด็กไปเรียน ในวิชาที่น้อยลงแต่ขอให้เรียนเป็นวิชาเฉพาะทางเพื่อไปประกอบอาชีพแล้วก็เน้นตรง ตอนที่เป็นเยาวชนจนเป็นวัยหนุ่มสาวในเรื่องของกีฬาเพื่อเป็นการสร้างอาชีพในเยาวชน ซึ่งตรงการที่เราจะสร้างนักกีฬาของเราในช่วงเยาวชนโรงเรียนกีฬาเป็นโรงเรียนเบื้องต้น ในการที่จะบ่มเพาะแล้วก็ต่อยอดนำไปสู่ระดับอุดมศึกษา หลังจากนั้นก็มาเป็นระดับทีมชาติ ซึ่งการกีฬาประเทศไทยก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุน และที่สำคัญที่สุดเมื่อคุณก้าวสู่กีฬา เป็นเลิศคุณสามารถสร้างเป็นอาชีพได้ คุณสามารถไปทำการแข่งระดับอาชีพได้ในระดับโลก กีฬาซึ่งเราจะเห็นกีฬาหลาย ๆ ชนิดของประเทศไทยเราในปัจจุบันนี้ เช่น กอล์ฟ วอลเลย์บอล หรือฟุตบอล เราก็จะเห็นน้อง ๆ นักกีฬาของเราในหลาย ๆ ตำแหน่ง หลาย ๆ คนนี้เมื่อจบ อุดมศึกษาหรือขณะเล่าเรียนอยู่เป็นทีมชาติหรือกีฬาเป็นเลิศไปแล้วคุณอาจจะต้องดรอป (Drop) เพื่อไปเอาดีทางสายอาชีพครับ ซึ่งตรงนี้การมองกีฬาหรือผมเชื่อว่าทางอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เขาก็น่าจะเวฟ (Wave) ไว้ให้ได้เพื่อความเจริญก้าวหน้าและเพื่อฐานะ และอาชีพในการดูแลครอบครัว สิ่งเหล่านี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพร้อมที่จะให้ การสนับสนุนตลอดเวลาอย่างกรณีของโรงเรียนพรหมพินิตชัยบุรีเราก็ทำการทดลองเวลาอยู่ ในชั้นเรียนซึ่งมีนักเรียนก็ประมาณสัก ๒๒๐ คน นี่ก็คือโครงการต้นแบบในขณะนี้ผมเข้ามา แต่หลังจากนั้นก็คือประสบกับภาวะของการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็ถือว่า ตัวผมเองไม่ได้มีโอกาสที่จะไปลงพื้นที่นอกเหนือกว่านั้นได้มากขึ้น สิ่งเหล่านี้ก็ต้องขออภัย ณ ที่นี้ ซึ่งผมคิดว่าโครงการเหล่านี้เป็นโครงการที่ดีที่ทางข้อแนะนำของท่านนริศ ขำนุรักษ์ ซึ่งตรงนี้ผมก็ต้องขอขอบคุณและผมขอตอบเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนริศยังติดใจ เชิญครับ🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ขออนุญาตได้ฝากข้อสังเกตกับท่านรัฐมนตรี บางประการ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าสำหรับผมกับท่านรัฐมนตรีรู้จักกันมานานนะครับ แล้วก็ให้เกียรติด้วยกันเสมอมาแม้จะอยู่คนละพรรคแต่พฤติกรรมไม่เหมือนคู่แข่งกันครับ แต่ว่าทีมงานของท่านในพื้นที่พยายามคิดผมเป็นคู่แข่งอยู่ตลอดเวลาผมขออนุญาตเรียน ท่านว่าในบางงานของกระทรวงในบางงานของรัฐมนตรีที่จัดที่พัทลุง เช่น งานชัยบุรี ๓๙๐ ปี ผมไปร่วมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่มีที่นั่งให้สำหรับ ส.ส. ต่างพรรค ไม่มีที่ยืน บนเวทีให้ ส.ส. ต่างพรรคก็เชิญหมดทุกคนนะครับ ส.ส. ไปตั้ง ๓ คน มีผมคนเดียว ที่จริงผม ไม่ใช่เป็นคนเรื่องมากท่านประธานก็ทราบดี แต่ว่าผมว่าใช้งบประมาณและเป็นงานที่เป็นของ จังหวัดแล้วผมก็สนิทกับท่านรัฐมนตรีผมก็อยากไปเป็นเกียรติกับงาน แต่ว่าไม่มีที่สำหรับ พวกเรา ผมก็ไม่ได้ไปร่วมครับ พยายามที่จะไปแต่ไม่ไปกลัวจะเผชิญเช่นนี้ และเมื่อไม่กี่เดือน ที่ผ่านมามีจัดงานแข่งว่าวนานาชาติอีก ผมไปล่วงหน้า ๒ ชั่วโมงก่อนประธานไป ผมก็เดินไป พบปะชาวบ้านที่นั่งเขียนชื่อไว้หมด ไม่มีที่นั่งสำหรับ ส.ส. ต่างพรรคครับ และที่จริงแล้วผม ในจังหวัดพัทลุงไปร่วมงานต้อนรับรัฐมนตรีที่ไปบ่อยมาก งานของกระทรวงสาธารณสุข ผมไปรับท่านอนุทิน ผมได้รับเกียรติทั้งที่นั่งและพูดจาปราศรัยจากท่านอนุทิน ผมไปรับท่าน ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ก็ได้รับเกียรติทั้งที่นั่งและการพูดจาปราศรัย รวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรี ดู ท่านท่าทางหยาบ ๆ แบบนั้นนะครับ แต่ว่ากับพวกเราแล้วท่านละมุนละไม พอรู้ว่าพวกเรา เป็นผู้แทนท่านเดินมาที่ผมบอกว่าผมอยากพบพวกเราซึ่งรู้เรื่องชาวบ้านดีที่สุด แต่ว่าสำหรับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาดูละมุนละไม แต่ว่างานที่ออกมาหยาบมาก ออร์กาไนซ์ (Organize) ของท่าน ลูกน้องของท่านที่จัดอีเวนต์ (Event) จัดเพียงเพื่อให้ได้จัด จัดเพียงเพื่อ อะไรบางอย่างเท่านั้น ไม่หวังว่าให้งานมันยั่งยืน ไม่หวังว่าให้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ได้เวลาที่เหมาะสมวันใดแล้วผมจะเอาไอ้โม่งและข้อมูลบางประการบอกกับท่านรัฐมนตรี ผมเชื่อว่าท่านไม่ทราบ ผมเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าท่านไม่ทราบ แล้วผมก็จะส่งข้อมูล ให้ท่านทราบถึงเบื้องหลังของการจัดงานที่ไม่ประสงค์ จะให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่จัดงาน เพื่อให้ได้จัด ที่จัดงานเพื่ออะไรบางอย่าง ผมกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่กรุณามาตอบ คำถามผมในวันนี้ และขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาเป็นประธานในที่ประชุม กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนท่านประธานครับ ก็ใช้สิทธิพาดพิงนะครับ ก็ขอตอบท่านนริศ ขำนุรักษ์ แล้วก็ ขอบคุณมากครับสำหรับข้อท้วงติงและข้อติเตียน จริง ๆ แล้วบางครั้งการที่จัดงานในอีเวนต์ (Event) ต่าง ๆ ในระดับจังหวัดตัวผมเองก็ได้เข้าร่วมบ้าง ไม่ได้เข้าร่วมบ้าง อะไรที่เป็น ความผิดพลาดประการใดก็ยินดีที่จะรับผิดชอบนะครับ แต่สิ่งต่าง ๆ ตรงนี้ผมก็ขอฝาก กลับไปที่ท่านนริศนะครับ ก็มีการจากลงพื้นที่ของกรมพลศึกษาก็มีอยู่โรงเรียน ๆ หนึ่งซึ่งเป็น พื้นที่เป็นการสร้างสนามกีฬา ซึ่งบังเอิญว่าไปสร้างในโรงเรียนแต่เป็นการของบประมาณจาก อบต. ก็ที่กงหราถ้าจำไม่ผิดครับ ก็อยากจะให้ท่านช่วยดูแลและช่วยประสานว่าจะหาวิธี ทำอย่างไรเพื่อจะให้ได้มีการส่งมอบ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถส่งมอบได้ กรมพลศึกษา ไม่สามารถส่งมอบให้กับเจ้าของพื้นที่ได้ ซึ่งบังเอิญว่าผู้ขอเป็น อบต. แต่ไปจัดสร้างใน โรงเรียน ซึ่งในอดีตอาจจะว่าโรงเรียนนี้เป็นของอะไรผมแน่ใจนะครับรายละเอียด แต่ตรงนี้ ก็ขอความกรุณาว่าท่านเป็น ส.ส. ในพื้นที่อย่างไรก็ให้ช่วยประสานเรื่องนี้ให้หน่อยเพื่อว่าเรา จะได้ส่งมอบและลุล่วงไปด้วยดี โดยเฉพาะการสร้างสนามกีฬากราบเรียนท่านประธาน ออกนอกเรื่องนิดหนึ่งนะครับ การสร้างกีฬาของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยเฉพาะ การกีฬาแห่งประเทศไทยก็ดี ของกรมพลศึกษาก็ดี ปัญหาก็คือมีผู้ขอ ในอดีตสมมุติว่าผมเป็น นายก อบต. หรือเทศบาล หรือ อบจ. แต่เมื่อผมสร้างเสร็จแล้วยุคของท่าน ท่านเป็นนายก ท่านขอ แต่พอเปลี่ยนยุคท่านไม่ได้มาเป็นผู้บริหารเมื่อจะส่งมอบผู้รับมอบเป็นนายกคนใหม่ เขาก็ไม่รับมอบ นี่คือสิ่งที่ทางกระทรวงประสบปัญหามาโดยตลอดซึ่งก็พยายามจะเคลียร์ (Clear) ว่าในอนาคตใครหากจะขอสร้างสนามกีฬาผมอยากจะให้ว่าขอให้ทำประชามติโดยคน ในตำบลหรือในเทศบาลนั้น ๆ ว่าใครขึ้นมาเป็นผู้บริหารเมื่อสร้างเสร็จแล้วขอให้ช่วยรับมอบ สนามตรงนี้เถอะครับ เพราะงบประมาณทุกบาททุกสตางค์เป็นภาษีของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งตรงนี้ผมเสียดายมากซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นในหลาย ๆ พื้นที่ของประเทศไทยครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็หวังว่ากระทู้จะทำให้เกิด ความเข้าใจที่ดีขึ้นนะครับ ก็ขอบพระคุณท่านนริศและท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปครับ🔗

ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๙๗ เรื่อง การนำเงินกองทุนน้ำมันเพื่อ สร้างพลังงานไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ด้วยแสงอาทิตย์ในชนบท (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน🔗

ผมเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรี มาได้นะครับ ท่านรัฐมนตรีตอบกระทู้อยู่ในที่ประชุมสภาใหญ่ เรียนท่านรัฐมนตรีว่ากระทู้ แยกเฉพาะนี้ตามข้อบังคับให้ถามตอบในเวลา ๒๐ นาที เป็นข้อบังคับ ข้อ ๑๗๓ กระทู้ถาม แยกเฉพาะแต่ละกระทู้ต้องถามและตอบให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา ๒๐ นาที สภาก็เลย แบ่งว่าขอให้ผู้ถาม ๑๐ นาที ผู้ตอบ ๑๐ นาที โดยถามได้ ๒ ครั้ง เพราะฉะนั้นจะต้องเผื่อ เวลาไว้ว่าเมื่อตอบครั้งแรกแล้วต้องกันเวลาไว้หน่อยว่ามีคำถาม ครั้งที่ ๒ ตามมาเพื่อจะได้ แบ่งเวลาได้นะครับ เชิญท่านอนุรักษ์ครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูง ท่านประธานที่เคารพ อนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ดิฉันตั้งกระทู้ถามเพราะสืบเนื่องจากที่ดิฉันลงพื้นที่ออกเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง การออกเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงได้หลายกระทรวงมาเลยค่ะ และตอนนี้ก็ต้องเรียนท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่าตอนนี้ท่านกำลังเป็นจำเลยสังคมอยู่ เพราะว่าน้ำมันลิตรละ ๕๕ บาท มันบาดลึกไปถึงหัวใจเลยนะคะ ๕๕ บาท ตอนนี้นั้น เศรษฐกิจใหม่ก็คือมอเตอร์ไซค์ขายดีขึ้นมากเลยทีเดียว เพราะว่าค่าน้ำมันแพงค่ะ เดือดร้อน ไปทุกหย่อมหญ้าเลยทีเดียวบางบ้านดิฉันเป็นครู เพื่อนครูเล่าบอกว่าบางบ้านรถในหมู่บ้าน ไม่ออกไปส่งนักเรียนเลยเพราะว่าถ้าจะขึ้นก็ไม่รู้ว่าจะขึ้นเท่าไร เพราะว่าเดือดร้อนกันไปหมด ก็เลยหยุด นักเรียนไม่ได้ไปโรงเรียน รถในหมู่บ้านไม่ออกไปอย่างนี้ค่ะ อันนี้ก็ขอเล่า ในสถานการณ์พลังงานให้ฟังไม่ได้จะว่าให้แต่อย่างใด แต่เพื่อให้ผู้บริหารสูงสุดในประเทศใด ได้ทราบ ท่านเป็นผู้บริหารสูงสุดในกระทรวงพลังงานจะต้องรับทราบเรื่องที่มันเดือดร้อน ไปทุกหย่อมหญ้าในขณะนี้ก็คือน้ำมันแพงค่ะ พอดิฉันไปเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงตามหมู่บ้าน ก็ไปเจอหลายคนเลยทีเดียวที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ พอไม่มีไฟฟ้าใช้นี่เขาก็บอก ดิฉันก็ตามไปที่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขาก็บอกว่าที่ตรงนั้นเป็นที่สาธารณะเป็นที่ป่าสงวน เป็น ภ.บ.ท. ๕ เป็นภาษีดอกหญ้าไม่สามารถที่จะปักเสาพาดสายไปได้ ทีนี้ก็เลยคิดถึงว่าหลายคนก็บอกว่า กองทุนพลังงานเขาทำแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ง่าย ๆ ให้กับครอบครัวที่ไม่มี ไม่ใช่ ครอบครัวเดียวนะคะ เยอะมากทั้งประเทศ คิดดูว่าที่ดิฉันไปเยี่ยม กราบเรียนให้ท่านประธาน ทราบว่าเป็นผู้ป่วยติดเตียงครอบครัวนั้นไม่มีไฟฟ้าเลย เป็นเรื่องที่เมตตาธรรมจะต้อง ค้ำจุนโลกได้ ก็เลยมาขอความเมตตาจากกระทรวงพลังงานว่ากองทุนพลังงานของท่าน นอกจากช่วยเรื่องแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ไฟฟ้าครอบครัวแต่ละครอบครัวได้หรือไม่ หรือว่ามันมีเพิ่มเติมอีกมาว่าพี่น้องประชาชนอยากได้โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ขนาดใหญ่ ขุดเจาะขนาดใหญ่ แล้วก็สามารถใช้น้ำทางด้านการเกษตรได้หรือไม่ ก็เลยมาถามท่าน รัฐมนตรีว่าท่านจะช่วยเหลือประชาชนที่ลักษณะแบบที่ดิฉันกล่าวมานี้ได้หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก่อนตอบผมก็ขออนุญาต ให้ผู้แทนหน่วยงานที่ร่วมให้ข้อมูล สนับสนุนข้อมูล นางฤดี ภริงคาร รองเลขาธิการสำนักงาน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน นายธรณพงศ์ เล็กสกุลดิลก ผู้อำนวยการฝ่ายกองทุน พัฒนาไฟฟ้า อนุญาตนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน ขอตอบกระทู้ของท่านอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสกลนคร ประเด็นที่ท่านได้พูดถึงเรื่องของพลังงานนะครับ แต่ก่อนในการเปิดหัวไว้ ก็ตระหนักดีแล้วรัฐบาลก็ทราบดี เมื่อสักครู่ก็เพิ่งไปตอบกระทู้ทางวาจาก็แสดงเหตุผล แล้วก็ สิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการไปและความเดือดร้อนของประชาชนในภาคของครัวเรือนนะครับ ระดับมอเตอร์ไซค์กำลังพิจารณาอยู่ครับ มาตรการเหล่านี้กำลังดูแลอยู่คาดว่าน่าจะออกมา ในเร็ว ๆ นี้ อันนี้ก็แจ้งเป็นข้อมูลนะครับ🔗

ในส่วนประเด็นเรื่องของพื้นที่ที่อยู่อาศัยห่างไกลจากการปักเสาพาดสาย ไม่มี ไฟฟ้าใช้ มันเป็นประเด็นของทางหน่วยงานทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่จะดูแลประชาชน ในชนบท เข้าใจว่าท่าน ส.ส. ได้ไปเยือนที่ชนบทนะครับ คงไม่ใช่ในเขตนครหลวง ก็เป็นเขต ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งวัตถุประสงค์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือที่เรียกว่า กกพ. ตามพระราชบัญญัติปี ๒๕๕๐ ก็ได้มีกรอบนโยบายของรัฐที่จะส่งเสริม ให้มีการบริการด้านพลังงานอย่างเพียงพอและทั่วถึงผ่านโครงข่ายต่าง ๆ ของทั้ง ๓ การไฟฟ้า ก็มีหลักเกณฑ์เยอะพอสมควรนะครับ แต่ผมให้ข้อมูลคร่าว ๆ ว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการขยาย เขตประมาณสัก ๗๕,๐๐๐ บาทต่อราย กฟภ. เขาจะรับผิดชอบให้ครับ เกินจากนั้นก็คงต้อง พิจารณาตามความเหมาะสมเดี๋ยวตรงนี้คงมีรายละเอียดให้ได้นะครับ แต่ต้องมีบ้านเลขที่ มีทะเบียนบ้านถาวรและบ้านชั่วคราว แล้วก็มีเส้นทางคมนาคมสาธารณะเข้าไป แต่ที่ผ่านมา ก็ได้ดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ที่ท่าน ส.ส. ได้พูดมาก็มีผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือในส่วนนี้ หลายล้านรายอยู่แล้วนะครับ และวันนี้เราพยายามจะเร่งเอาให้เข้าถึงไฟฟ้าให้ได้ถึงตอนนี้ ๙๙.๙๘ เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ผมเข้าใจว่าในส่วนที่ท่านอนุรักษ์พูดมาก็คือจุด ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ ที่ยังขาดอยู่ แล้วก็มีข่าวดีก็คือว่าสำนักงาน กกพ. เขาได้เปิดสมัครรับข้อเสนอโครงการ ส่งเสริมการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนซึ่งรวมถึงพลังงานแสงอาทิตย์อย่างที่ท่าน อนุรักษ์ได้เสนอมานี่นะครับ ในพื้นที่ห่างไกลจากระบบส่งไฟฟ้าหรือปลายระบบส่งไฟฟ้า ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๕ โดยมีกลุ่มเป้าหมายตรงนี้ แต่ผมคิดว่า เราจะมีการทำทุกปีซึ่งสามารถที่จะยื่นเรื่องให้ทางท่าน ส.ส. ได้กรุณาติดต่อผู้แทนของ กกพ. หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้เลยครับ ผมคิดว่าถ้ามีโอกาสใด ที่ทางสำนักงาน กกพ. จะทำได้ผมก็ยินดี ก็เป็นนโยบายอยู่แล้วที่เราจะให้ประชาชนได้เข้าถึง ไฟฟ้าให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แล้วโดยเฉพาะในกรณีที่ท่านได้พูดถึงผู้ป่วยติดเตียง ขึ้นมานะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอนุรักษ์ คำถามที่ ๒ ครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันมีกระทู้ห้องใหญ่ด้วยก็เลยอยากถามสั้น ๆ จากท่านรัฐมนตรีสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ว่าจะมีขั้นตอนง่าย ๆ อย่างไรที่จะถือแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ของท่านไปให้พี่น้อง ประชาชนที่ไม่ได้รับเรื่องของไฟฟ้านี้ ๒ เปอร์เซ็นต์ของท่านคงเหลืออีกหลายล้านคนนะคะ ถ้าคิดเป็นหลายล้านคนก็คงเหลือหลายล้านคน ทีนี้ในเขตของดิฉันมีหลายสิบครอบครัวอยู่ ที่ไม่สามารถจะทำได้ในกรณีนี้ในเรื่องของไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แต่ทีนี้กองทุนเราจะเข้าถึงได้ โดยวิธีการใดขอทราบรายละเอียดค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

ตอบสั้น ๆ ได้เลยก็ติดต่อเลยครับ ผมเตรียมมาให้ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ท่านอนุรักษ์ได้ขอเบอร์ขออะไรกันไว้ แต่ต้องเรียนนิดหนึ่งมันมีข้อจำกัดครับ ตอนนี้ต้องเรียน ท่านประธานด้วยว่าบางทีต้องขอแรงทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องประสานกับทาง หน่วยงานพื้นที่เดี๋ยวเราช่วยกันนะครับ บางทีก็ติดเขตป่าอนุรักษ์ขึ้นมาจะมีข้อจำกัดอยู่ตรงนี้ เรามักจะเจอปัญหาประจำเพราะมันอาจจะต้องมีขยายไปเส้นพาดสายเข้าไป ตรงนี้ต้องเป็น การขอซึ่งใช้เวลา ไม่ได้บอกว่าทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะไม่ได้ ให้อะไรนะครับ แต่ว่าก็จะเป็นเรื่องของข้อจำกัดหนึ่งแล้วก็จะมีข้อจำกัดอื่น ๆ ซึ่งผมคิดว่า กกพ. ก็ต้องพิจารณาโดยถ้ามีความจำเป็น ผมเชื่อว่า กกพ. ด้วยนโยบายอยู่แล้ว แล้วกรณี ผู้ป่วยติดเตียงอย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวมาก็อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติม ว่าจะดูแลได้อย่างไรในส่วนนี้ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีเวลาเชิญนะครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ขอขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูง ที่เมตตาต่อพี่น้องประชาชนที่ยากไร้ เวลาที่เขากำลังจะจมน้ำตายท่านประธานก็ดึงขึ้นมา ทุกครั้งเลยนะคะ ทีนี้ในเรื่องของกองทุนพลังงานดิฉันมีข้อมูลมาว่าท่านสามารถที่จะนำสู่ ท้องถิ่นได้ด้วยใช่หรือไม่ แล้วเราต้องทำอย่างไรถึงจะช่วยเหลือประชาชนโดยผ่านท้องถิ่นได้ กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีเชิญเลยครับ🔗

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

มีเวลาเหลือผมก็ตอบหมด ก็คือว่ามันยังมีกรอบของกองทุนอนุรักษ์อีกอันหนึ่ง ซึ่งได้จัดสรรให้ทุกจังหวัดอยู่แล้วทุกปีมีวงเงินให้ครบ ทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็สามารถที่จะไปติดต่อกับ ก.บ.จ. จังหวัดที่จะร่วมมือกัน แล้วสิ่งที่ท่านเกริ่นมาตอนแรก ในเรื่องของโครงการโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) กับน้ำบาดาล อันนี้ก็เป็นหนึ่งในส่วนหนึ่งของ โครงการที่มีการเสนอกันเข้ามาอยู่ในทางของกระบวนการทางจังหวัดอันนั้น อีกกองทุนหนึ่ง เป็นของกระทรวงพลังงาน เป็นของกองทุนไฟฟ้าของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน จะมี ๒ ส่วนด้วยกัน เพราะฉะนั้นก็จะมีความแตกต่างกันนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบกระทู้ที่ ๓ ขอบพระคุณ คุณอนุรักษ์ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีนะครับ กระทู้ต่อไปครับ🔗

ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๙๒ เรื่อง ปัญหาการกำหนดสัดส่วนของ คณะกรรมการบริหารงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็น ผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม กระทู้ถามนี้ขออนุญาตให้มีผู้สนับสนุน ข้อมูล ๒ ท่าน นางสาวเพียงพนอ บุญกล่ำ เป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่สำนักกฎหมาย คุณจีรวัฒน์ หงสกุล เป็นผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนรัฐวิสาหกิจ สำนักงาน กรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ อนุญาตให้อยู่ในห้องประชุมครับ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ท่านอัครเดชและท่านรัฐมนตรีก็ทราบดีอยู่แล้วว่าข้อบังคับ ข้อ ๑๓๗ บังคับว่ากระทู้ถาม แยกเฉพาะแต่ละกระทู้ต้องถามและตอบให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา ๒๐ นาที โดยถาม ได้ ๒ ครั้ง เราก็เลยแบ่งออกเป็นของผู้ถาม ๑๐ นาที ผู้ตอบ ๑๐ นาทีครับ กรุณาบริหารเวลา เชิญคุณอัครเดชครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ทำกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรียนถามท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มาตอบแทนนะครับ เรื่องของ ปตท. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งของประเทศและมีบทบาท สำคัญทางด้านพลังงานที่มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง ซึ่ง ปตท. นั้นเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้านพลังงาน เป็นบริษัทมหาชนและเป็นรัฐวิสาหกิจที่กำหนด นโยบายและแผนงานในการบริหารพลังงานของชาติ ซึ่งมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ของประชาชนในฐานะที่ภาครัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่ในขณะนี้สัดส่วนของคณะกรรมการของ ปตท. นั้นมีน้อยไม่สอดคล้องกับสัดส่วนที่รัฐได้ถือหุ้น ฉะนั้นการเพิ่มจำนวนของบอร์ด (Board) หรือคณะกรรมการที่ภาครัฐมีสัดส่วนในการถือหุ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งเสริม ความเหมาะสมในการบริหารงานและกำหนดนโยบายด้านพลังงานให้เกิดประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศ เพราะ ปตท. นั้นถือว่าเป็นรัฐวิสาหกิจที่รัฐถือหุ้นใหญ่ ท่านประธานครับ ปตท. นั้นมีกระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีกองทุนรวมวายุภักษ์ถือหุ้นอยู่ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ และมีกองทุนประกันสังคมถือหุ้นอีก ๒ เปอร์เซ็นต์ จากข้อมูลที่ได้นำเรียน ท่านประธานนะครับ ก็รวมเป็น ๖๓ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นรัฐบาลควรมีตัวแทนอยู่ในบอร์ด (Board) จำนวน ๑๐ คน จากทั้งหมด ๑๕ คน แต่ปัจจุบันนี้คณะกรรมการของ ปตท. นั้น มีตัวแทนภาครัฐอยู่เพียงแค่ ๕ คน ถ้ารวมซีอีโอ (CEO) ปตท. ด้วยนะครับ ถ้าไม่รวมซีอีโอ (CEO) ปตท. ด้วย เหลืออยู่แค่ ๔ คนนะครับ นอกจากนี้จากการตรวจสอบบางท่านที่ไม่ว่า จะเป็นปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือเลขา สศช. สภาพัฒน์ ปลัดกระทรวงการคลัง รองปลัดกระทรวงพลังงานที่มานั่งเป็นบอร์ด (Board) ปตท. บางท่าน ได้ตรวจสอบแล้วก็ไม่ได้มาจากโควตาของภาครัฐด้วยซ้ำ แต่ว่าตนเองนั้นยังเป็นข้าราชการ ที่ทำงานให้กับทางราชการอยู่ ฉะนั้น ปตท. ปัจจุบันนี้บอร์ด (Board) นั้นที่มานั่งมาจาก ภาคเอกชนสูงถึง ๑๐ คน จริง ๆ มันต้องสลับกันท่านประธานครับ ต้องเป็นภาครัฐ ๑๐ คน และเอกชน ๕ คน แต่ปัจจุบันนี้ที่ผมนำเรียนท่านประธาน ฝั่งสีแดงเป็นเอกชน ๑๐ คน ภาครัฐ ๕ คน มันกลับตาลปัตรครับ พอจำนวนบอร์ด (Board) ที่มานั่งภาคเอกชนมากกว่า ก็ทำให้การกำหนดนโยบายของ ปตท. ไม่ได้มองถึงผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ ของประเทศเป็นสำคัญ ก็มุ่งแสวงหาผลประโยชน์และกำไรไปให้ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นหรือเป็น เงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นเป็นหลักทำให้เกิดปัญหาว่า ปตท. ปัจจุบันนี้มีกำไรมหาศาล กำไรของ ปี ๒๕๖๔ แสนกว่าล้านบาท ท่ามกลางความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รัฐบาลมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกำกับดูแล ปตท. แห่งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นรัฐวิสาหกิจในกำกับ ของกระทรวงพลังงานนะครับ ท่านกลับไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวเลยว่าปัจจุบันนี้บอร์ด (Board) ของ ปตท. ถูกควบคุมหรือครอบงำโดยเอกชน ทั้ง ๆ ที่รัฐถือหุ้นถึง ๖๕ เปอร์เซ็นต์ อันนั้น จึงเป็นที่มาว่าวันนี้ ปตท. ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนผ่านราคาพลังงาน ที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปิดบังค่าการกลั่น เพราะว่ากรรมาธิการได้ขอไปหลายรอบ ทาง ปตท. ล่าสุด ท่านประธานครับ มีหนังสือจากทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สั่งการไป ซึ่งกรรมาธิการได้ขอไปตามมาตรา ๑๒๙ ของรัฐธรรมนูญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงานได้แทงให้ปลัดกระทรวงพลังงานไปเมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ปลัดกระทรวง พลังงานก็แทงให้ประธานหรือซีอีโอ (CEO) ปตท. ไปดำเนินการเมื่อวันที่ ๒๖ เดือน ๕ ปี ๒๕๖๕ เช่นกันครับ ล่าสุดวันที่ ๖ มิถุนายน ทาง ปตท. ทำหนังสือตอบกลับมาว่าไม่สามารถ เปิดเผยต้นทุนการกลั่นได้ นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าวันนี้ ปตท. รัฐบาลไม่สามารถควบคุมตรวจสอบ กำกับดูแลได้เลย แม้กระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสั่งการ เอกสารอยู่ในมือผมนี่ ท่านประธานครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสั่งการไปให้ส่งต้นทุนให้กรรมาธิการ ซึ่งมีอำนาจตามมาตรา ๑๒๙ ตามรัฐธรรมนูญ ในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ยังไม่สามารถสั่งการให้ ปตท. ส่งข้อมูลให้กับกรรมาธิการได้เลยครับท่านประธาน แล้วอย่างนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานท่านจะบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างไร ความเสียหาย ก็ตกอยู่กับพี่น้องประชาชน แล้ววันนี้สังคมเคลือบแคลงว่าโรงกลั่น ซึ่ง ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ มาจากโรงกลั่นที่ ปตท. ดำเนินการอยู่ ไม่ว่าจะเป็น พีพีที โกลบอล เคมิคอล ไม่ว่าจะเป็น ไทยออยล์ ไม่ว่าจะเป็นไออาร์พีซี ยังมีบางจากอีก ทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้น ค่าการกลั่น ก็สูงขึ้น นี่ล่ะครับคือผลกระทบที่มาจากการที่บอร์ด (Board) ของ ปตท. รัฐไม่สามารถเข้าไป ควบคุมกำกับดูแลได้ นอกจากนี้เรียนกับท่านประธานว่าการที่บอร์ด (Board) ไม่สอดคล้องกับ จำนวนผู้ถือหุ้น ผมก็เชิญ สคร. มาหารือในกรรมาธิการ หนังสือที่ผมถืออยู่นี้ท่านประธาน เป็นพระราชบัญญัติในการพัฒนากำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ ผมก็มาพลิกดู หลายมาตราเลย มีทั้งมติ ครม. ด้วยครับ พระราชบัญญัตินี้ยังไม่ได้ลงไปเลยว่าการที่รัฐถือหุ้น บอร์ด (Board) กับรัฐไม่สอดคล้องกัน กฎหมายก็ไม่ได้กำหนดคุ้มครองผลประโยชน์ตรงนี้ของรัฐไว้ครับ ในขั้นตอนแรกผมก็เลยจะขออนุญาตเรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าเมื่อท่าน เจอบอร์ด (Board) ของ ปตท. ตามที่ผมได้อภิปรายไปนี้ ท่านมีแนวทางในการดำเนินการ แก้ไขอย่างไร เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน มาเป็นผู้แทนของ ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี มาตอบกระทู้ของท่านสมาชิก ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เรื่องนี้ในเรื่องของ สัดส่วนรัฐเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่แต่สัดส่วนกรรมการบริหารงานน้อยไม่สอดคล้องกับจำนวน ผู้ถือหุ้น ตรงนี้ผมคิดว่าก็เป็นประเด็นตามที่ท่านอัครเดชได้นำเสนอ แต่ว่ามันไม่สอดคล้อง จริง ๆ ครับ ก็เนื่องจากว่า ปตท. เขามี ๒ สถานะ สถานะหนึ่งคือเขาเป็นบริษัทจำกัดมหาชน แล้วก็เป็นรัฐวิสาหกิจด้วย มันก็เลยจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายแล้วก็มติ ครม. ที่เกี่ยวข้อง หลายเรื่องด้วยกัน ผมเองก็พยายามจะไปค้นเหมือนกับท่านอัครเดชเหมือนกันว่ามีทั้ง พระราชบัญญัติ คุณสมบัติ มาตรฐานกรรมการอะไรต่าง ๆ ซึ่งกำหนดจำนวนไว้ไม่เกิน ๑๕ คน เพิ่มกว่านี้ก็ไม่ได้ วันนี้ก็ ๑๕ คน แล้วมีมติ ครม. อีกเมื่อสิงหาคม ๒๕๖๒ เรื่องแนวทางการตั้ง กรรมการรัฐวิสาหกิจ อันนี้จะมีรายละเอียดไปลึกเลยเรื่องของการสรรหา แต่งตั้งกรรมการ ต้องมีหลักเกณฑ์โปร่งใสเป็นไปตามหลักเกณฑ์ คือพยายามที่จะให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดเข้าไป ควบคุมหรือเข้าไปแทรกแซงได้ไม่เต็มที่ตามสัดส่วน พูดตรง ๆ นะครับ เพื่ออะไรครับ เพื่อให้ เกิดการดำเนินการอย่างโปร่งใส อยู่ในการกำกับที่ดี มีกรรมการที่มีทักษะ มีความรู้ มีความ ชำนาญการต่าง ๆ นี่เขาระบุไว้เลย และนอกจากนั้นแล้วไปพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ยังมีเรื่องของกรรมการอิสระเติมเข้าไปเสียอีกนะครับ เพราะฉะนั้นแล้ว ก็จะมีเรื่องของ ก.ล.ต. อีกนะครับ ในเรื่องของการกำกับกิจการที่ดีที่จะต้องมีกรรมการอิสระ ที่จำนวนมากกว่ากึ่งหนึ่ง แล้วก็มีคู่มือของทางซีจี (CG) ของทาง ปตท. อีกด้วย ตรงนี้มันก็ เป็นเรื่องก้ำกึ่งระหว่างการที่เราจะไปกำกับหรือควบคุมลงไปในรายละเอียด สำหรับ ปตท. มันก็เป็นบริษัท ๒ สถานะ เป็นทั้งอยู่ในบริษัทมหาชน มีผู้ถือหุ้นรายย่อยรวมอยู่ด้วย เขาก็มี เกณฑ์ปกป้องของเขาครับ ในส่วนของการเป็นรัฐวิสาหกิจ ปตท. ก็ต้องคอมพลาย (Comply) เช่นเดียวกันก็ต้องปฏิบัติ มันก็มีลักษณะที่เป็นอย่างที่ท่านอัครเดชได้กล่าวขึ้นมา อันนี้เป็น เรื่องที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายนะครับ ตรงนี้ก็อยากจะเรียนท่านอัครเดชไว้ว่า ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ ปตท. อย่างเดียว เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับทั้งบริษัทที่เป็น รัฐวิสาหกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทุกบริษัทเลย ไม่ว่าจะเป็นการท่าอากาศยาน ไม่ว่าจะเป็น อสมท. เองก็ตามในส่วนนี้ที่เกิดขึ้นครับ และนอกจากนั้น ป.ป.ช. เองก็พยายาม มีกรอบเหมือนกัน กรอบนโยบายว่าพยายามจะไม่ให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าสังกัดส่งผู้แทน ที่มีหน้าที่กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจนั้นโดยตรงไปเป็นกรรมการอีกด้วยนะครับ ในกรณีของ ปตท. เราก็มีส่งท่านรองปลัดมา ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวข้องแล้วก็กำกับดูแล ปตท. โดยตรง นี่ครับ มันก็คือ กรอบของการที่จะสร้างมุมหนึ่งให้เกิดความโปร่งใส ให้มีการกำกับกิจการที่ดี อีกมุมหนึ่ง ก็อาจจะมองดูว่าแล้วจะทำอย่างไรให้เดินไปตามนโยบายของรัฐบาลให้มันเดินตรงเป๊ะครับ มันก็อาจจะมีลักษณะที่จะทำได้ ในมุมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอาจจะมีความรู้สึกอย่าง ที่ท่านอัครเดชได้กล่าวมาได้นะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอัครเดชมีเวลาอีก ๓ นาที เศษนะครับ คำถามที่ ๒ เชิญเลยครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส. ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ได้ฟังท่านรัฐมนตรีชี้แจง หมดหวังเลยครับ คนไทยหมดหวังเลยที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานชี้แจงอย่างนี้ หมดหวังว่าคนไทยจะไปพึ่งใครครับ วันนี้รัฐถือหุ้นใหญ่ใน ปตท. กฎหมายไม่ได้มีห้ามเลย อย่างที่ท่านบอกว่าเอาผู้เชี่ยวชาญสกิลล์แมทริกซ์ (Skill Matrix) ก็ไม่ได้ห้ามเลยที่จะเอาคน ภาครัฐไป ท่านประธานก็เห็นนะครับ ปัจจุบันนี้บริษัทมหาชนหลาย ๆ บริษัท เอาล่าสุดนี่ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ อินทัชเปลี่ยนแปลงเจ้าของ เขาก็โล๊ะบอร์ด (Board) เอาคนของ ตัวเองไปนั่งเป็นบอร์ด (Board) แล้วอย่างนี้จะถือหุ้นใหญ่ไปทำไมครับ เป็นไปไม่ได้หรอกที่ กฎหมายจะกำหนดตลาดหลักทรัพย์ ท่านประธานครับ งวดที่แล้วทำกระทู้ถามสดครับ ท่านรัฐมนตรีไปในโควตาพรรคประชาธิปัตย์ ถามเรื่องการชดเชยราคาพลังงาน ท่านก็ตอบ อย่างนี้ว่ากฎหมายไม่ให้ในการที่จะเอาเงิน ปตท. มาเยียวยา เดี๋ยวท่านต้องไปตอบกระทู้ถาม ผมข้างบนอีกครับ ผมก็ไปทำการบ้านครับ เชิญเลขาธิการ ก.ล.ต. มา เชิญเลขาธิการ กขค. มา เชิญกฤษฎีกามา เชิญ สคร. มา บอกทำได้ แล้วอย่างนี้ท่านโกหกหรือเปล่าครับ อย่างนี้ ท่านประธานครับ บริษัทรัฐวิสาหกิจ รัฐถือหุ้นใหญ่ ผมเอาให้ท่านประธานดูครับ การจะตั้ง บอร์ด (Board) ชี้แจง มี สคร. มาพิจารณาเสร็จต้องเสนอคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ คนร. นี่คือท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ตั้งท่านสุพัฒนพงษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นรอง ประธาน แล้วใน คนร. มีสัดส่วนของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง มีปลัด มีเลขาธิการ สศช. มานั่ง ท่านบอกว่าท่านควบคุมไม่ได้ เป็นไปได้อย่างไร แล้วผมถามว่าสกิลล์แมทริกซ์ (Skill Matrix) ผู้เชี่ยวชาญ ในประเทศไทย กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง ไม่มีส่วนราชการไหนเลย หรือครับ หรือคนนอกก็ได้ ที่เป็นคนที่เป็นตัวแทนของภาครัฐไปนั่ง ผมไม่ได้จำเป็นเลยครับ ที่ว่าจะต้องเอาข้าราชการไปนั่ง เอาใครก็ได้ครับ ที่เป็นตัวแทนแล้วมีจิตสำนึกที่จะรักษา ผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนไปนั่งในโควตา ๖๕ เปอร์เซ็นต์ที่รัฐถือหุ้นอยู่ ถ้าท่าน รัฐมนตรีปล่อยอย่างนี้ประชาชนสิ้นหวังเลยครับ ท่านตอบอย่างนี้แสดงว่าท่านมาตอบรักษา ผลประโยชน์ให้กับ ปตท. ท่านไม่ได้มาตอบรักษาผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนเลย ท่านประธานครับ เลยเรียนท่านรัฐมนตรีครับ ท่านต้องกลับไปนะครับ🔗

๑. ถ้าท่านบอกว่ากฎหมายมันแก้ไม่ได้ มันไม่ให้ท่านแก้ได้ ท่านก็ต้องไปแก้ กฎหมาย ทำอย่างไรก็ได้ที่จะต้องมากำกับ เอา ปตท. มาดูแลพี่น้องประชาชน รัฐวิสาหกิจ อื่นด้วย เพราะท่านก็นั่งเป็นรองประธาน คนร. อยู่ครับ🔗

๒. นอกจากท่านแก้กฎหมายแล้วท่านก็ต้องไปแก้ตอนนี้ครับ ท่านมีอำนาจ มีการออกประกาศ เพราะท่านนั่งอยู่ในคณะกรรมการนโยบายแห่งชาติด้วย กพช. ด้วยนะครับ ท่านก็ต้องเข้าไปดูครับ มีอำนาจให้ท่านในการดำเนินการ อยู่ที่ท่านจะทำหรือไม่ ท่านจริงใจ จะทำหรือเปล่านะครับ ท่านมองเห็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชนหรือเปล่า🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คำถามครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ก็เลยเรียนกับท่านประธานครับว่า ถามท่านรัฐมนตรีว่าขอให้ท่านจริงใจในการแก้ปัญหา แล้วท่านมีความตั้งใจในการที่จะเข้าไป ดูแล ปตท. อย่างไร นอกจากท่านจะตอบว่าระเบียบไม่ให้ กฎหมายไม่ให้ ท่านมีอำนาจครับ กฎหมายไม่ให้ท่านก็แก้กฎหมายสิครับ ขอฟังความจริงใจของท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีนะครับ🔗

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

ผมก็มีเวลา ๕ นาที ๕๐ วินาทีครับ ก็ขอเรียนว่ากรณีถ้าเป็นรัฐวิสาหกิจ แล้วจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อย่างไรก็ต้องมีเรื่องการดูแลภาคประชาชนและผู้ถือหุ้น รายย่อย ๒ ส่วน จะบอกประชาชนอย่างเดียวแล้วก็ไม่ดูแล ไม่ต้องทำธุรกิจหากำไรกันเลย แล้วผู้ถือหุ้นรายย่อยอีก ๓๒ เปอร์เซ็นต์ก็เป็นพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งอยู่ด้วย มันเป็น ลูกผสม เกิดมามันเป็นลักษณะเช่นนี้ เพราะฉะนั้นแล้วมันจึงจำเป็นจะต้องมีความสมดุลกัน ระหว่างกรรมการ และถ้าไปดูกรรมการที่ผ่านการคัดเลือกจาก คนร. เราไปดูกันลึก ๆ จริง ๆ ใน ๑๕ คน ท่านลองไปดูมันก็ไม่ใช่ใคร หลายคนก็เป็นอดีตข้าราชการ เราก็ดูในสกิลล์ แมทริกซ์ (Skill Matrix) ที่เหมาะสมแล้วก็ใส่เขาเขาไป เขาก็มีจิตสำนึกการเป็นข้าราชการ อยู่แล้ว ก็เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชน จะทำอย่างไร จะช่วยเหลือได้มากน้อย แค่ไหน ในส่วนของเรื่องของภายใต้อำนาจของเขา ในเรื่องของซีเอสอาร์ (CSR) เอง หรือการ ที่จะทำให้บริษัทเติบโตต่อไปได้จะได้เป็นกำลังสำคัญของประเทศในการสร้างเสถียรภาพทาง พลังงานด้วย มิใช่ว่าจะมาช่วยจนตัวเองก็มีสถานะการเงินที่ย่ำแย่ก็คงไม่ได้เช่นเดียวกันครับ ท่านไปดูว่าในสกิลล์แมทริกซ์ (Skill Matrix) ที่ใส่เข้าไปและคณะกรรมการ คนร. ซึ่งผมก็ ไม่ใช่คนเดียวอีกเหมือนกันที่จะไปเลือกนะครับ ดูว่าคนเหล่านั้นมาจากไหนกันบ้าง มิใช่ว่า จะต้องเป็นคนนอกเสมอไปครับ ก็เป็นตรงไปตามวัตถุประสงค์อย่างที่ท่านได้กล่าวมาว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นข้าราชการก็ได้ หรือเอาคนที่มีจิตสำนึกเป็นข้าราชการก็คืออดีตข้าราชการ มีส่วนผสมรวมอยู่ด้วยครับ อยากให้ลงไปดูลึก ๆ อยากให้ทำความเข้าใจมากกว่านี้จะเป็น ประโยชน์และจะได้เข้าใจว่าเราจะดูแลส่วนผสมของบริษัทที่เกิดจากทุนรัฐวิสาหกิจ เกิดจาก การนำรัฐวิสาหกิจจดทะเบียนเข้าไปในตลาดหลักทรัพย์ เราจะให้เขาเติบโตอย่างไร ไม่ให้เป็น ภาระของรัฐบาลในเรื่องของการหาเงินหรือการค้ำประกันเงิน หรือเป็นภาระทางงบประมาณ ของรัฐบาล แล้วให้เขาเติบโตไปได้ ในขณะเดียวกันเขาก็ยังมีส่วนที่จะดูแลประชาชนได้ ในระดับหนึ่งนะครับ ตรงนี้ให้ไปดูในรายละเอียด ใน ๑๐ ท่านที่ท่านห่วงว่าเขาไม่สนใจเลย ประชาชน เขาไม่ดูเลย คณะกรรมการ คนร. นี่ก็คัดเลือกมาไม่ได้คำนึงถึงเรื่องพวกนี้เลย ลองไปดูสิครับ ก็อยากจะให้เป็นข้อมูลตรงนี้ลองไล่ดูครับ ขอบคุณครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ชี้แจงนิดเดียวครับ ไม่อย่างนั้นผมเสียหายนะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สุภาพนะครับ ถ้าถาม สุภาพเรียบร้อยครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมขออนุญาตชี้แจงนิดหนึ่งไม่อย่างนั้นก็จะเสียหาย นิดหนึ่งท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เวลาอัครเดชหมดแล้วครับ แต่ว่าอนุญาตให้เพราะว่ามีเวลาเหลืออยู่ ๒ นาทีของท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ขอบพระคุณท่านประธานครับ กรณีดูแลผู้ถือหุ้นผมไม่ได้ปฏิเสธหรอกครับ ในตลาดหลักทรัพย์ท่านจะดูแลผู้ถือหุ้น ผมก็ สนับสนุนเพราะว่าในตลาดหลักทรัพย์ก็ต้องดูแลผู้ถือหุ้น แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับ ปี ๒๕๖๓ ปตท. กำไร ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท พอมาปี ๒๕๖๔ พี่น้องประชาชนเดือดร้อน เรื่องพลังงาน ปตท. กำไรแสนกว่าล้านบาท เพิ่มขึ้นมาอีก ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ แล้วผมนี่ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีตอบผมเมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วบอกว่า จะเอากำไรทั้งหมดของ ปตท. ผมไม่ได้ต้องการเอากำไรทั้งหมดของ ปตท. มาดูแลพี่น้อง ประชาชน แต่อยากให้ ปตท. มีกำไรที่เหมาะสมดูแลผู้ถือหุ้นอย่างเป็นธรรมและดูแลพี่น้อง ประชาชนอย่างเป็นธรรมด้วยไม่ใช่ว่ามาดูแลแต่ผู้ถือหุ้นหรือมาดูแลแต่พี่น้องประชาชน ไม่ใช่ครับ กลไกทุกอย่างมันต้องเดินหน้าไปได้ แต่วันนี้พี่น้องประชาชนจะตายกันหมดแล้ว ค่าการกลั่นครับ ผมถามว่าเป็นไปได้อย่างไรครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นคนกำกับดูแล กพช. แต่ไม่ทราบว่าค่าการกลั่นเท่าไร เดี๋ยวท่านต้องไปตอบผมข้างบน อีกนะครับ ก็เลยขอบคุณท่านประธานครับ สวัสดีครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตอบก็ได้ ไม่ตอบก็ได้ครับ เชิญเลยครับ🔗

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

เรื่องนี้ก็เข้าใจนะครับ เดี๋ยวก็คงไปตอบกันในอีกวาระหนึ่งคงไม่ใช่เป็นวาระ ที่กระทู้แยกเฉพาะตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีและ ขอบคุณคุณอัครเดชนะครับ ก็จบกระทู้ถามเรื่องนี้ครับ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ครับ กระทู้ถาม หลังจากนี้เลื่อนไปนะครับ🔗

ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๘๙ เรื่อง การพัฒนาแม่น้ำ คลอง แหล่งต้นน้ำ ซึ่งเกิดจากเทือกเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อป้องกันน้ำหลากน้ำท่วม ฤดูในฝน และวิธีกักเก็บน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร (ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

เรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม นายเฉลิมชัย รัฐมนตรีได้มอบหมาย นายประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม รัฐมนตรีประภัตรก็ได้แจ้งว่ารัฐมนตรีติดภารกิจ สำคัญ ไม่สามารถตอบกระทู้ถามได้ ขอเลื่อนไปตอบกระทู้ถามในวันพฤหัสบดีที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ครับ อันนี้ก็เรียนที่ประชุมทราบ🔗

ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๙๙ เรื่อง ขอให้ดำเนินการสำรวจแก้ไข ปัญหาผู้ที่ไม่มีที่อยู่อาศัย (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์🔗

รัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ได้แจ้งว่าไม่สามารถตอบกระทู้ถามได้ ขอเลื่อนการตอบออกไปในวันพฤหัสบดีที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕ นะครับ วันนี้บรรจุไว้ ๖ กระทู้นะครับ แต่ว่าสามารถตอบได้ ๔ กระทู้ ก็ถือจบวาระการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะครับ ขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๒.๑. รับทราบรายงานผลการพิจารณาตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎร (รายงานผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับการประชุมสภา ผู้แทนราษฎร พ. ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๒๗ วรรคสอง ประกอบข้อ ๑๐๕ วรรคสี่)🔗

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้รับทราบรายงานผลการพิจารณาตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ และให้กระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานหลักรับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสรุปผลการดำเนินการเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕ รับทราบรายงานผลการพิจารณา ตามข้อสังเกตดังกล่าวตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทราบ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ จึงขอแจ้ง ให้ที่ประชุมได้รับทราบนะครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒.๒ รับทราบผลการพิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษาเกี่ยวกับวิธีป้องกัน รักษาและเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคอุบัติใหม่ ในโค กระบือ (Lumpy skin disease virus) ของสภาผู้แทนราษฎร (รายงานผลการดำเนินการ ตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ. ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๕ วรรคสี่🔗

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งญัตติด่วนเรื่องขอให้สภา ผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับวิธีป้องกันรักษาเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ จากโรคอุบัติใหม่ในโค กระบือ (Lumpy skin disease virus) ของสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น ทางเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕ รับทราบผลการพิจารณาตามที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ รายละเอียด ปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒.๓ รับทราบผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การบริหาร ราชการกรุงเทพมหานคร กรณีสภาเขตและสมาชิกสภาเขต ของคณะกรรมาธิการ การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร (รายงานผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ. ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๕ วรรคสี่)🔗

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งรายงานการศึกษา เรื่อง การบริหารราชการกรุงเทพมหานคร กรณีสภาเขตและสมาชิกสภาเขต ของคณะกรรมาธิการ การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๕ รับทราบผล การพิจารณาตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอและให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุม ได้ทราบครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒.๔ รับทราบสรุปผลการพิจารณาหรือผลการดำเนินการ ญัตติมาตรการและ ผลกระทบจากนโยบายการเปิดประเทศ ของสภาผู้แทนราษฎร (รายงานผลการดำเนินการ ตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๕ วรรคสี่)🔗

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งญัตติมาตรการและผลกระทบ จากนโยบายการเปิดประเทศ ของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ดำเนินการนั้น เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๕ รับทราบผลการพิจารณาตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอและให้เสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิก แล้วนะครับ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒.๕ รับทราบผลการพิจารณาญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ศึกษากรณีการไม่ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงผลการเจรจาปัญหาระหว่างกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น กับผู้แทนรัฐบาลและตรวจสอบกรณีการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการสลายการชุมนุม ต่อกลุ่มเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ของสภาผู้แทนราษฎร (รายงานผลการดำเนินการตาม ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๕ วรรคสี่)🔗

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งญัตติด่วนขอให้สภา ผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษากรณีการไม่ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงผลการเจรจาปัญหา ระหว่างกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นกับผู้แทนรัฐบาลและตรวจสอบกรณีการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่ในการสลายการชุมนุมต่อกลุ่มเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕ รับทราบผลการพิจารณาตามที่ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอและให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ส่วนรายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางไว้แล้วครับ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒.๖ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติตามข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ สภาผู้แทนราษฎร (รายงานผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๕ วรรคสี่)🔗

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งรายงานและข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการนั้น เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มี หนังสือแจ้งว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรขอเสนอรายงานผลการปฏิบัติตามข้อสังเกต และข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ส่วนรายละเอียดนั้น ปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบ วันนี้รับทราบเยอะนะครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒.๗ รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา จำนวน ๖ เรื่อง🔗

ด้วยรองเลขาธิการวุฒิสภาปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือ แจ้งว่าที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาและรับทราบรายงานจำนวน ๖ เรื่อง ดังนี้ ในคราวประชุม วุฒิสภา ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันจันทร์ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ที่ประชุม ได้พิจารณารับทราบรายงาน จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้🔗

๑. รายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา🔗

๒. รายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปราม ยาเสพติดประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๘ และประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๓🔗

ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๔ วันอังคารที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ที่ประชุม ได้พิจารณารับทราบรายงาน จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้🔗

๓. รายงานผลการดำเนินงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราช กำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) พ.ศ. ๒๕๖๓ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔🔗

๔. รายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๘ แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ ประกอบมาตรา ๑๐ แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟู เศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) พ.ศ. ๒๕๖๓ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔🔗

และในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๖ วันอังคารที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๕ ที่ประชุม ได้พิจารณารับทราบรายงาน จำนวน ๒ เรื่อง🔗

๕. รายงานประจำปี ๒๕๖๒ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ พร้อมรายงาน ของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ ตามมาตรา ๔๘/๑ แห่งพระราชบัญญัติการกีฬา แห่งประเทศไทยฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๖๐🔗

๖. รายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ของคณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงานและสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน🔗

จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก ผมขอเรียนท่านสมาชิกก่อนที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษา ที่ประชุมเพื่อขอนำวาระที่ ๗.๗ การตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งคงจะใช้เวลาไม่มากนักจะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ท่านผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้🔗

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗

๗.๗ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการศึกษา แทนตำแหน่ง ที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายภาสกร เงินเจริญกุล)🔗

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นายภาสกร เงินเจริญกุล ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งที่ว่างลงเป็น กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเศรษฐกิจใหม่นะครับ ฉะนั้นจึงขอเชิญพรรคเศรษฐกิจใหม่ เสนอชื่อกรรมาธิการพร้อมทั้งขอผู้รับรองและช่วยพิจารณาด้วยว่าไม่ได้เป็นกรรมาธิการ เกินกว่า ๒ คณะ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ เชิญตัวแทนพรรคเศรษฐกิจใหม่เสนอรายชื่อ กรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง🔗

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขออนุญาตท่านประธานเสนอชื่อกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงในโควตาของพรรค เศรษฐกิจใหม่ จำนวน ๑ ท่าน คือนางสาวจิราพร นาคดิลก ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านผู้ใดเสนอเป็นอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีท่านผู้ใด เสนอเป็นอื่นก็ถือว่าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างลง คือนางสาวจิราพร นาคดิลก เป็นที่เรียบร้อยนะครับ เรื่องต่อไปครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒.๘ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินกองทุน สงเคราะห์เกษตรกร สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๐🔗

เนื่องจากมีเรื่องตามระเบียบวาระจำนวน ๓ เรื่องนะครับ🔗

เรื่องตามระเบียบวาระที่ ๒.๑๑ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและ งบการเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑🔗

เรื่องตามระเบียบวาระที่ ๒.๒๑ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและ งบการเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๒🔗

เรื่องตามระเบียบวาระที่ ๒.๓๕ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงาน การเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓🔗

ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกันที่เป็นการรายงานของผู้สอบบัญชีในแต่ละรอบปีงบประมาณ ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาผมเห็นควรให้รวมระเบียบวาระการประชุมเพื่อนำมา พิจารณารับทราบพร้อมกันตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) จะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่น ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ🔗

ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔ วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๕ วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๕ และวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๕ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินกองทุนสงเคราะห์ เกษตรกรสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๐ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ และ ๒๕๖๓ ตามลำดับตามที่กระทรวง เกษตรและสหกรณ์เสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. ๒๕๕๔ รายละเอียดของรายงาน ดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกตามที่นั่งของท่านสมาชิกแล้วนะครับ ท่านสมาชิก มีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถามหรือไม่ครับ มีไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ผมถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินของกองทุนสงเคราะห์ เกษตรกรสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๐ และสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ และสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ แล้วนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒.๙ รับทราบรายงานผลการดำเนินงานและประเมินผล การปฏิบัติงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๓🔗

ด้วยเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๕ รับทราบ รายงานผลการดำเนินงานและประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๓ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเสนอ และให้ เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๑๐ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการ นโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ รายละเอียดของรายงานดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ ท่านสมาชิกแล้วนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถามหรือไม่ ก็มีท่านสมาชิกสนใจที่จะอภิปราย ดังนั้นในการนี้ผมจะต้องขออนุญาตให้ผู้แทนจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ฉะนั้น จึงขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. นางรวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ๒. นายณัฐวุฒิ เปลื้องทุกข์ ผู้อำนวยการ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน ๓. นายศิริชัย เรืองฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมความร่วมมือ และขับเคลื่อนการบริหารจัดการที่ดิน ๔. นายสกุลยุช ศรุตานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยี สารสนเทศที่ดินและทรัพยากรดิน ๕. นางสาวรุ่งอรุณ ฉัตรทอง นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติการ ขอเชิญทั้ง ๕ ท่านครับ🔗

(ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเข้าชี้แจงต่อที่ ประชุม)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก่อนที่ ท่านสมาชิกจะได้อภิปรายก็ขอเชิญตัวแทนหน่วยงานได้นำเสนอก่อนครับ เชิญครับ🔗

นางรวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางรวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาตินะคะ ขออนุญาตท่านประธานได้นำเสนอ พาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ด้วยค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประธาน อนุญาตนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นางรวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ ในวันนี้สำนักงาน คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติขอนำเสนอรายงานผลการดำเนินงานและประเมินผล🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขออนุญาต ไม่ทราบว่าชื่ออะไรครับ🔗

นางรวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ

ดิฉัน รวีวรรณ ภูริเดช ค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณรวีวรรณ ถ้าเข้าไปพูดไมค์ตรงเส้นเป็นบล็อกกระจกก็ถอดแมสก์ (Mask) ได้ มันจะได้ชัดเจนดีไหมครับ เจ้าหน้าที่ช่วยดูให้หน่อย เพราะถ้าใส่แมสก์ (Mask) มันก็เสียงไม่ค่อยชัดเจน🔗

นางรวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรค่ะ รายงานผล การดำเนินงานและประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๓ ตามสไลด์ (Slide) ค่ะ ในครั้งนี้พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติได้ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๓๖ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๒ กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเพื่อทำหน้าที่กำหนด นโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ เพื่อประโยชน์ด้าน เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง โดยที่มาตรา ๑๐ (๑๐) กำหนด หน้าที่และอำนาจของ คทช. หรือคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติให้จัดทำรายงานผล การดำเนินงานและการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและเพื่อเสนอต่อรัฐสภาเพื่อทราบอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง และให้ เผยแพร่ต่อสาธารณชนทราบด้วย จึงเป็นที่มาที่เราได้เสนอรายงานประจำปีในครั้งนี้ ในส่วนของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วก็มี ท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธาน ประกอบด้วย ท่านผู้ทรงคุณวุฒิ ๘ ท่าน คณะกรรมการโดยตำแหน่ง ๘ ท่าน ซึ่งประกอบด้วย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และท่านปลัดกระทรวงโดยตำแหน่งอีก ๓ ท่าน ได้แก่ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ กระทรวงคมนาคม และท่านปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมี สำนักงาน คทช. เป็นฝ่ายเลขานุการ ปัจจุบันคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการทั้งหมด ๑๑ คณะ ประกอบด้วย อนุกรรมการ จัดหาที่ดิน อนุกรรมการจัดที่ดิน อนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพ อนุกรรมการนโยบาย ที่ดินจังหวัดก็คือ คทช. จังหวัด ซึ่งมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเป็นประธาน ชุดที่ ๕ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองกฎหมาย โดยมีท่านนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ท่านวิษณุ เครืองาม เป็นประธาน อนุกรรมการด้านนโยบายแนวทางและมาตรการในการบริหารจัดการ ที่ดินมีท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน ชุดที่ ๗ คือคณะ อนุกรรมการกำกับติดตามและประเมินผล มีท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านอนุชา นาคาศัย เป็นประธาน ซึ่งก็คือท่านประธานชุดที่ได้ดำเนินการรายงานประจำปี ฉบับนี้ แล้วชุดที่ ๘ คืออนุกรรมการสารสนเทศที่ดินและทรัพยากรดิน ชุดที่ ๙ อนุกรรมการ ปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินหรือวันแมป (One Map) ชุดที่ ๑๐ คณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิ ในที่ดินของรัฐจังหวัด ซึ่งมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และชุดที่ ๑๑ คือคณะ อนุกรรมการอ่านภาพถ่ายทางอากาศ ในการนำเสนอรายงานประจำปีครั้งนี้ เนื่องจากว่าเป็น รายงานฉบับแรกจึงได้รวมเอาผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ จนถึงปัจจุบันเพื่อให้ เห็นภาพรวมเข้ามาด้วย ในส่วนผลการดำเนินงานในปี ๒๕๖๓ หรือในระยะที่ผ่านมานี้ เราได้เน้นในเรื่องของการจัดที่ดินทำกินให้กับเกษตรกรผู้ยากไร้โดยไม่มีที่ทำกิน โดยให้เป็น หนังสืออนุญาตเพื่อให้อยู่ถูกต้องตามกฎหมายปัจจุบันในกรอบที่ดินของรัฐทั้ง ๙ ประเภท ได้แก่ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ ๒๔๘๔ ป่าไม้ถาวร ป่าชายเลน ที่ดินในเขต ปฏิรูป ที่ดินสาธารณประโยชน์ ที่ดินราชพัสดุ นิคมสหกรณ์ ที่ดินสงวนเพื่อกิจการนิคม ในนิคมสร้างตนเอง ปัจจุบันมีผลการดำเนินงานในการจัดที่ดินทำกินตามแนวนโยบาย คทช. แล้ว ๑,๔๔๒ พื้นที่ เนื้อที่ประมาณ ๕.๕๖ ล้านไร่เศษ ซึ่งหลังจากได้ผ่านกระบวนการในเรื่อง ของเป็นพื้นที่เป้าหมายของ คทช. แล้วตามกล่องที่ ๑ สีฟ้า ก็จะมีการสำรวจขอบเขตพื้นที่ มีการออกหนังสืออนุญาตโดยหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ เช่น ถ้าเป็นพื้นที่สงวนก็จะออกหนังสือ อนุญาตโดยกรมป่าไม้ หลังจากนั้นก็จะมีการจัดคนลงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ยกตัวอย่าง เช่นในกรณีพื้นที่ป่าสงวนให้ครอบครองรายละไม่เกิน ๒๐ ไร่ หรือครอบครองที่เป็นอยู่จริง ถัดจากการจัดคนลงเรียบร้อยแล้ว อนุกรรมการ ชุดที่ ๓ หรือการส่งเสริมพัฒนาอาชีพจะให้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการได้ดำเนินการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและส่งเสริม ด้านการตลาดที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ให้กับพี่น้องราษฎรที่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน โดยสรุปดิฉันขอสรุปดังนี้ ผลการจัดที่ดินทำกินให้กับชุมชนภายใต้กรอบปีงบประมาณ ๒๕๕๘-๒๕๖๔ มีพื้นที่เป้าหมาย ๑,๔๔๒ พื้นที่ เห็นชอบขอบเขตพื้นที่แล้ว ๑,๑๑๘ พื้นที่ ออกหนังสืออนุญาตแล้ว ๓๒๑ พื้นที่ จัดคนเข้าทำประโยชน์ในที่ดินแล้ว ๓๐๗ พื้นที่ และมี การส่งเสริมพัฒนาอาชีพแล้ว ๑,๐๔๕ พื้นที่ มีประชาชนได้รับการจัดสรรที่ดินแล้ว ๗๑,๓๕๕ รายค่ะ ขอกราบเรียนที่ประชุมค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านตัวแทน ผู้ชี้แจงได้ชี้แจงแล้วนะครับ ต่อไปก็จะเป็นการร่วมอภิปรายแสดงความคิดเห็นของท่าน สมาชิกของพวกเรา ลำดับแรก ขอเชิญท่านนิยม เวชกามา ตามด้วยท่านมานพ คีรีภูวดล เชิญครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายในรายงานผลการดำเนินงานและประเมินผลการปฏิบัติงาน ของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ในรายงานนี้บอกตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ถึงปี ๒๕๖๓ ผมดูหนังสือรายงานเล่มสวยน่าอ่าน แต่ท่านประธานครับ ผมดูในเนื้อหาสาระหนังสือเล่มนี้ มันเป็นการรายงานของคณะกรรมการ เนื่องจากความเป็นจริงคณะกรรมการชุดนี้มันเกิดขึ้น ตั้งแต่คำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิวัติครับท่านประธาน ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ เป็นนโยบาย และผมจำได้ชัดเจนว่าสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเข้าสู่สภาเพื่อจัดตั้งเป็น สำนักงานคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ ผมคนหนึ่งที่ลุกขึ้นมา อภิปรายเห็นด้วยในการตั้งสำนักงานคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ เพราะจะได้เข้ามาดูแล พี่น้องประชาชนซึ่งมีปัญหามากในเรื่องที่ดินทำกิน ในเรื่องเอกสารสิทธิ แล้วก็คำสั่งนายกรัฐมนตรี ผมก็เปิดดูก็ให้ไปดูไปแก้ปัญหาปากท้อง ปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาความเหลื่อมล้ำซึ่งเป็น พระราชบัญญัตินี้ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งมีมาเพื่อเข้าสภาเพื่อตั้งเป็น สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ในปี ๒๕๖๔ มีกำลังเข้มแข็งเพื่อให้การ ปฏิบัติงานตามคำสั่ง พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม แต่ผมผิดหวังท่านประธานครับ ผิดหวังมากในสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเพราะไม่ได้ทำหน้าที่ตามที่ ตั้งหวังไว้ พี่น้องประชาชนยากจนก็ยังมีปัญหาซึ่งความจริงหลายกองซึ่งอยู่ในกรมที่ดินก็โอน มาอยู่ในสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือมีชื่อย่อว่า สคทช. ที่ว่าผมผิดหวัง คืออะไรท่านประธาน พี่น้องประชาชนบ้านผมและบ้านใกล้เคียงก็ยังมีปัญหาเหมือนเดิมไม่ใช่ มีปัญหาเหมือนเดิมท่านประธาน มีปัญหาเพิ่มขึ้นจากกรมที่ดินเดิมซึ่งไม่มีหน่วยงานนี้ขึ้นมาก็ ทำกันได้ในระดับหนึ่งอาจจะช้าบ้างแต่นั่นไม่ใช่ปัญหา วันนี้เกิดเป็น ๒ หน่วยงาน พอติดต่อ ไปที่กรมที่ดินก็บอกว่าหน่วยงานโอนไปอยู่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติแล้ว พอประสานไปทางโน้นบอกยังไม่ได้ดำเนินการอะไรเลย นี่คือปัญหาที่พี่น้องประชาชน ตั้งความหวังไว้แต่ก็เจ็บปวด ฉะนั้นวันนี้รายงานฉบับนี้ทำได้สวยแต่ผมไปดูข้างหลังแล้วเป็น รายงานที่ผมยังรับไม่ได้ รายงานฉบับนี้ขอฝากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจกลับไปปรับปรุงและ การทำงานของท่าน ผมบอกแต่แรกแล้วว่าตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อที่จะให้ท่านมาทำงาน ช่วยเหลือประชาชนไม่ใช่ตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อเจ้าหน้าที่จะมีตำแหน่ง มีซี มีระดับสูงขึ้น เท่านั้นครับ ท่านประธานนี่ล่ะครับคือความผิดหวัง ความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชน ที่ตั้งหน่วยงานแล้วได้ประโยชน์แต่ข้าราชการ ท่านประธานครับ ท่านไปเปิดดูที่ผมพูดนี่ มีเหตุมีผลครับ ไปเปิดดูในหน้า ๗๕ เพราะเวลามันสั้นผมต้องย่นเวลา ผิดหวังแล้วก็หน้า ๗๕ มีการร้องเรียนในข้อ ๘.๑ ๘.๒ เอามาเลยครับ เวลามันสั้น ปัญหาที่ดินทำกินกับการออก เอกสารสิทธิหรือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ข้อ ๒ ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยในการร้องเรียนนี่ ปัญหา เขตทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติและเขตอุทยานแห่งชาติ และอื่น ๆ อันนี้คือหนังสือร้องเรียน ส่วนท่านไปแก้ปัญหาข้อ ๗.๒ คือหนังสือที่เขาร้องเรียนมานี่มี ๑๓๙ รายการ ท่านกลับไป แก้ปัญหาตั้งคณะกรรมการสอบสวนบอกว่าการดำเนินงานของอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการ บุกรุกที่ดินของรัฐ นี่ล่ะคือผมบอกว่าเขาต้องการให้ท่านแก้ปัญหาไม่ใช่ไปเรื่องบุกรุกทีเดียว ปัญหาใหญ่ที่ผมต้องพูดว่าวันนี้หมู่บ้านหลายหมู่บ้านในเขตพื้นที่ของสกลนครบ้านผมเอาสั้น ๆ หมู่บ้านนิระมัย หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๙ หมู่ที่ ๑๒ ของกุสุมาลย์วันนี้ตั้งบ้านมา ๗๐ กว่าปี ยังเป็นที่ ทำกินที่ไม่มีเอกสารสิทธิแม้แต่ที่เดียว บ้านเรือน ๑,๐๐๐ กว่าหลังคา ท่านเข้าไปดูไหม วัดอีก ๗ แห่ง วัดพุทธไสยาราม บ้านเชียงเครือ อำเภอเมือง วัดศิริพัฒนาราม บ้านหนองปลาน้อย วัด โคกกลาง ตำบลจันทร์เพ็ญ วัดห้วยแคนน้อยคือบ้านตองโขบ รวมไปถึงบ้านวัดโนนสะอาด ตำบลคำอ้อม หมู่ที่ ๓ ตำบลนาคู่ อำเภอนาแก วัดหนองแข้ สำนักสงฆ์อรุโณอรัญญวาสี ตำบลตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ เห็นไหมว่าเขาตั้งวัดพวกนี้มา ๓๐ ๔๐ ปี วันนี้ยังทำ อะไรไม่ได้ ผมจึงบอกว่าผิดหวังเพราะท่านไม่ได้เข้าไปดู ไม่ได้แก้ปัญหาอย่างจริงจังครับ เขาร้องเรียนเรื่องที่ทำกิน เรื่องเอกสารสิทธิ ท่านกลับไปแก้ปัญหาในเรื่องการบุกรุกเท่านั้น ผมพูดแต่แรกว่าเอากองที่ยกมา ท่านประธานท่านไปดูสิว่าพี่น้องประชาชนเขามีสิทธิทำกิน อยู่มาอย่างไร แล้วท่านเป็นสำนักงานใหญ่โตระดับเลขาธิการ แต่วันนี้พี่น้องประชาชนไม่ได้ อะไร ผมจึงว่าพี่น้องประชาชนผิดหวังในการทำงานขอคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ท่านประธานครับ ขอบคุณมาก🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานพ คีรีภูวดล ตามด้วยท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นะครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ขออภิปรายรายงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือว่า คทช. ท่านประธานครับ เรื่องที่ดินผมอภิปรายในสภานี้มาอย่างต่อเนื่อง ท่านประธานคงทราบว่าที่ดินที่ไม่ชอบด้วย กฎหมายนี้หน่วยงานราชการจะเข้าไปพัฒนาต่าง ๆ ไม่ได้เลยครับ สิ่งที่ปัญหาที่ดินบอกว่า หน่วยงานนี้แก้ไม่ได้ หน่วยงานนี้แก้ไม่ได้ก็เลยออก คทช. ขึ้นมา อันนี้คือความตั้งใจแล้วก็ คิดว่าจะแก้ปัญหาได้ เมื่อเช้าสมาชิกสภาของเราก็ได้อภิปราย ตอนนี้งบผ่านแล้วแต่ว่า ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ก็จะสูญเสียโอกาสของพี่น้องประชาชนครับ อันนี้คือปัญหาใหญ่ โจทย์ตอนนี้ท่านประธานครับ อย่างที่สมาชิกท่านเมื่อสักครู่ได้อภิปรายไปว่าตอนนี้ทุกอย่าง ลูกศรพุ่งไปที่ คทช. หมดเลยครับ พอหน่วยงานอื่นบอกว่าที่ดินตรงนี้แก้ไม่ได้ก็จะต้องไปที่ คทช. สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังกรรมการและส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ท่านประธานลองดูในหน้า ๓๘ และหน้า ๓๙ ว่าด้วยเรื่องของขั้นตอนในการแก้ไขปัญหาของ คทช. และมีอยู่ตั้ง ๑๑ อนุนะครับ ผมถามว่าที่ดินปัญหามันอยู่ที่ออฟฟิศหรือครับ มันไม่ใช่ วันนี้เรากำลังถกกันว่าที่ดินแปลงนี้ ทั้ง ๆ ที่มันเป็นดินเหมือนกัน แต่ว่าความรับผิดชอบของ หน่วยงานที่แตกต่างกัน อันนี้คือปัญหาทำไมวันแมป (One Map) ประกาศไม่ได้ ผมอยู่ใน คณะกรรมาธิการศึกษาเรื่องปัญหาที่ดินและการออกเอกสารสิทธิ เราพบว่ามีหน่วยงาน ที่รับผิดชอบไม่ต่ำกว่า ๑๗ หน่วยงาน เราพบว่าแผนที่ประเทศไทย ๓๒๐ ล้านไร่ เอาหน่วยงาน รับผิดชอบมาโอเวอร์เลย์ (Overlay) กัน มันมีอยู่ ๔๕๐ ล้านไร่ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร นี่คือ ปัญหาในทางข้อกฎหมายครับท่านประธาน ดูขั้นตอนในหน้า ๓๘ หน้า ๓๙ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเสนอให้จังหวัด จังหวัดก็เสนอให้อนุ อนุแล้วก็สุดท้ายก็กลับมาที่พื้นที่ ผมถามว่า ๙ ข้อนี่มันตั้งขึ้นมาเพื่อให้เกิดความสับสนและให้เกิดความล่าช้าทำไมครับ เพื่ออะไรครับ มีตั้ง ๑๑ อนุด้วยนะครับตั้งขึ้นมานี่ ช่วงนี้ผมอยากจะแนะนำว่าพื้นที่ประชาชนเขาทำกัน อย่างไร ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ออฟฟิศครับ ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่อนุครับ ปัญหาที่ดินทุกแปลง อยู่ที่เทศบาล อยู่ที่ อบต. อยู่ที่พื้นที่ เจ้าหน้าที่เทศบาล ผู้บริหารท้องที่ ท้องถิ่นเขารู้ครับว่า ที่ของเขาชาวบ้านอยู่มากี่ปี ใช้ประโยชน์อะไร แต่ปัญหาคือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อ เกษตรกรรม กรมที่ดิน กรมธนารักษ์จะต้องไปจัดความชัดเจนขึ้นมา เพราะฉะนั้นผมเสนอให้ กรรมการ ถ้าจะทำการแก้ไขเพื่อพี่น้องประชาชนให้มันเร็วที่สุดต้องใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ต้องมี กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเจ้าภาพ ให้ อบต. ให้เทศบาล ให้ อบจ. ทุกหน่วยงานต้องทำข้อมูลทุกแปลงก่อน อันนี้ทางข้อมูลเสนอมาว่ามีอำนาจจะทำ มีข้อมูลที่จะทำ แล้วต้องขออนุญาตกรรมการแล้วก็ส่งกลับลงพื้นที่ และพื้นที่ส่งขึ้นไปข้างบน อีกครับ ถามว่าคุณจะทำอย่างนี้เพื่ออะไร ทำอย่างนี้เพื่ออะไรครับ การแก้ปัญหา ตัวเลขก็โชว์ มาอยู่แล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ เป็นต้นมาได้กี่แปลง ข้อเสนอของผมนะครับ กรรมการท่านไหน ชุดไหนที่จะไปดูตัวอย่างครับ เราจำเป็นจะต้องจัดระเบียบที่ดินไม่ว่าจะอยู่ในเขตอุทยาน เขตป่าสงวน ราชพัสดุ หรือที่ใด ๆ ของรัฐ ต้องให้ อบต. เทศบาลเป็นคนทำข้อมูลร่วมกับ หน่วยงาน ให้ อบต. และเทศบาลเป็นเจ้าภาพ ดึงทุกหน่วยงานมาทำข้อมูล เมื่อข้อมูลอยู่ใน พื้นที่และเห็นร่วมกันแล้วก็ส่งขึ้นไป ส่งขึ้นไปทางจังหวัดว่าอยู่ในพื้นที่ของป่าสงวนเท่าไร ป่าถาวรเท่าไร ปี ๒๔๘๔ เท่าไร อยู่ในพื้นที่ปฏิรูปเท่าไร หลังจากนั้นคนทำงานก็จะได้รู้ครับ ช่องนี้เข้า คทช. ช่องนี้เข้ากรมที่ดิน ช่องนี้เข้าปฏิรูป ช่องนี้เข้าอุทยาน พ.ร.บ. ปี ๒๕๖๒ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มันก็ชัดเจนนะครับ ถามขั้นตอนที่ทำ ผมถามว่า อีกกี่สิบปีถึงจะแก้ปัญหาได้ ท่านกรรมการครับ ผมอยากจะเสนอให้ท่านคิดอย่างนี้ว่า ถ้าหากว่าเราใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งโดยใช้หน่วยที่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนที่สุดก็คือเทศบาล อบต. ท่านสามารถดำเนินการได้โดยอำนาจ โดยคำสั่ง โดยการขอความร่วมมือ ทำได้ครับ เราจะได้ อะไรครับ อันที่ ๑ เราจะได้ข้อมูลที่ตรงกัน อันที่ ๒ ทุกหน่วยงานไม่ต้องมาบูรณาการกัน กลางอากาศหรอกครับ บูรณาการกันในพื้นที่ ในพื้นที่ทั้งตำบลมันมีกี่หน่วยงานก็ไปทำแผนที่ ด้วยกัน และที่สำคัญงบประมาณก็ใช้ไม่เยอะนะครับ งบประมาณและบุคลากร อบต. ก็มีช่าง ป่าไม้ก็มีช่าง ทุกหน่วยงานก็มีช่าง ช่างเทคนิคถ้าไม่พอก็ขอมาแล้วก็แชร์งบประมาณ หลังจากนั้น ทุกหน่วยงานถือแผนที่อันเดียวกัน ข้อมูลอันเดียวกัน แล้วผมถามว่าเวลาขึ้นไปใครจะเถียง เราไม่จำเป็นจะต้องทำแบบ ๙ ข้อนี่ส่งขึ้นไปว่าควรจะทำได้ ส่งลงมาว่าให้ไปทำแล้วก็กลับไป พิจารณาซ้อนไปซ้อนมาและ ๑๑ อนุอีก สิ่งที่มันสามารถที่จะทำได้เร็วโดย คทช. ท่านมี อำนาจที่จะดำเนินการ เพราะว่าเป้าหมายคือว่าที่ผ่านมาหน่วยงานแต่ละหน่วยงานก็อ้างว่า ไม่สามารถดำเนินการได้เลยมี คทช. ขึ้นมา เราสามารถทำให้ปัญหานี้ได้แก้โดยเร็วและเพื่อ พี่น้องประชาชนท่านจะต้องใช้พื้นที่ของท้องถิ่นดำเนินการและทุกหน่วยงานบูรณาการ และทุกหน่วยงานใช้ข้อมูลอันเดียวกัน หลังจากนั้นค่อยแยกย้ายกันว่าใครจะรับผิดชอบ ตามกฎหมายอะไร ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เชิญครับ🔗

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ รายงานของ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติฉบับนี้เป็นฉบับแรกเพราะว่าคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาตินั้นต้องถือว่าเป็นเรื่องใหม่เพราะเพิ่งเกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติเมื่อปี ๒๕๖๒ และพระราชบัญญัติจัดตั้งสำนักงาน คทช. ก็เพิ่งเกิดขึ้นมาในยุคสมัยของสภานี้ซึ่งผมก็เป็น คนหนึ่งที่เป็นคณะกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการชุดนั้นด้วยสมัยที่มีการร่างและประกาศ กฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาตินั้นต้องถือว่าเป็นความหวังของพี่น้อง คนยากจน คนไร้ที่ดินทำกิน หรือคนอยู่ในที่ของรัฐประเภทต่าง ๆ เพราะว่าความยากจน แล้วก็ไร้สิทธิ ทั้งในที่ดินทำกินประเภทที่รัฐบุกรุกคนหรือกระทั่งคนบุกรุกรัฐ เพราะ คทช. น่าจะมาเติมเต็มความหวังได้ คทช. ก็เลยเป็นความหวังหนึ่งของคนเหล่านี้ต่อเนื่องจาก นโยบายโฉนดชุมชนในยุคสมัยที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีและผมดำรง ตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักซึ่งดำเนินการเรื่องโฉนดชุมชนร่วมกับภาคประชาชนมา ความจริงแล้ววัตถุประสงค์ของ คทช. ถ้าดูตามรายงานที่ท่านรายงานสภานั้นท่านอ้างถึง นโยบายของรัฐบาลท่านพลเอก ประยุทธ์ ซึ่งประกาศว่าเรื่องของที่ดินท่านจะแก้ไขการบุกรุก ที่ดินโดยยึดแนวทางตามพระราชดำริให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้ ผมขีดเส้นใต้ ตรงนี้นะครับ และเดี๋ยวมาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้น เร่งรัดจัดการที่ดินให้แก่ผู้ยากไร้โดยมิให้ กรรมสิทธิ์ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ในตอนที่ร่างกฎหมายฉบับนี้ ก็เช่นเดียวกันครับ ในครั้งที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษานั้นกฎหมายฉบับนี้ประกาศ โดยเขียนเจตนารมณ์เอาไว้ชัดว่าเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงโดยการบูรณาการการกระจายอำนาจการมีส่วนร่วมของประชาชน ชุมชน และภูมิสังคมซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการที่ดินของรัฐมีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์สูงสุด สมดุล เป็นธรรม และยั่งยืนแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและลดความเหลื่อมล้ำ ในสังคม วันนี้ คทช. ทำงานมาถือว่าเป็นปีที่ ๓ ครับ แต่ผมคิดว่ากำลังมีปัญหาซึ่งผมคิดว่า ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายและยังไม่เป็นไปตามนโยบายที่พลเอก ประยุทธ์ ประกาศเอาไว้ในสภานี้ด้วย มีข้อเท็จจริงอยู่ ๓ เรื่องท่านประธานที่ผมคิดว่าเป็นปัญหา🔗

ประการที่ ๑ เรื่องการแก้ปัญหาคนที่อยู่ในที่ของรัฐประเภทต่าง ๆ ไม่ว่า คนบุกรัฐหรือรัฐบุกคน มีกรณีหนึ่งเกิดขึ้นครับ คทช. คนที่อยู่ในเขตป่ายาวนานมากตั้งแต่ รุ่นทวดรุ่นปู่มาจนกระทั่งรุ่นเหลนหลาน เขาหวังว่า คทช. จะเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน ให้เขาเพราะมันไม่มีสภาพป่าเหลือ แต่วันนี้นโยบาย คทช. กำลังสร้างความขัดแย้งครับ ที่แรกที่เกิดขึ้นและเป็นประเด็นปัญหาในขณะนี้คือที่วังสมบูรณ์อยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัด ปราจีนบุรี วันดีคืนดีที่นี่คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติได้มีการประชุมหารือเรื่อง แนวทางบริหารจัดการที่ดินเมื่อเดือนมีนาคม ปี ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา ที่ตรงนี้เป็นที่ป่าถาวร ประมาณหมื่นกว่าไร่ แทนที่ คทช. จะแก้ปัญหาซึ่งคนอยู่ในเขตที่เรียกว่าเป็นเขตตลาด เป็นบ้าน เป็นห้องแถวอยู่กันมายาวนาน แล้วอยู่กันมาโดยที่ไม่ต้องจ่ายให้ใครเพราะเขาอยู่ ในที่ที่ไม่มีสภาพป่าหลงเหลือแล้ว คทช. ไปมีมติว่าที่ตรงที่เป็นเขตตลาดนั้นให้กลับไปเป็นที่ ธนารักษ์ แปลว่าจะเก็บค่าเช่าคนครับ ท่านประธานครับ คนทั้งตลาดวังสมบูรณ์กำลัง ประท้วงเรื่องนี้ ส่วนเขตนอกเหนือจากนั้นที่คนอยู่อาศัยทำกินแล้วมีพื้นที่เกษตรท่านจะ กลับไปเปลี่ยนเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. ซึ่งตรงนั้นคนเขาก็โอเค (OK) ด้วย เพราะมันดีกว่าเอกสาร สิทธิ คทช. แต่ตรงจุดที่เป็นตลาดอันนี้ที่ผมบอกว่ามันขัดเจตนารมณ์กฎหมายและมันขัดกับ ตัวนโยบายของพลเอก ประยุทธ์ที่ประกาศไว้หรือไม่ นี่ไม่ใช่สมดุล นี่ไม่ใช่ยั่งยืน นี่ไม่ใช่ เป็นธรรม นี่คือการเพิ่มความเหลื่อมล้ำจากคนซึ่งอยู่ในที่ดินดี ๆ กลายเป็นต้องจ่ายค่าเช่า มีหลายคนบอกผมว่าแนวโน้ม คทช. กำลังพยายามทำหลายที่ให้กลายเป็นที่ธนารักษ์เพื่อเก็บ ค่าเช่าที่ดินจากคนยากคนจนที่อยู่ในที่ของรัฐเหล่านั้น ผมว่าประเด็นนี้ท่านผู้อำนวยการ ท่านเลขา คทช. ควรที่จะตอบกับสภานี้ด้วยว่าจริงหรือไม่ว่าเกิดประเด็นความขัดแย้งเหล่านี้ นี่คือเป็นประการที่ ๑ ที่ผมคิดว่าน่าเป็นห่วงแล้วก็กำลังมีแนวโน้มว่าหลายที่กำลังจะทำ ในลักษณะแบบนี้ครับ🔗

ประการที่ ๒ มันมีความลักลั่นในกระบวนการจัดที่ดินในรูปแบบ คทช. อย่างที่ ท่านเลขาได้กรุณาชี้แจงที่ประชุมว่า คทช. นี้จัดที่ดินรัฐหลายประเภท ที่ป่า ที่ ส.ป.ก ที่ชายเลน ที่อื่น ๆ แต่ปรากฏว่าเวลาจัดให้คนอยู่นั้นแต่ละหน่วยงานจะมีวิธีการในการให้ที่ดินของคน ที่ต่างกันครับ ป่าไม้อาจจะให้คนละ ๒๐ ไร่ แต่ ส.ป.ก. ก็ทราบมาว่าให้แค่ ๕ บวก ๑ คือ อยู่อาศัย ๑ ไร่ แล้วก็ทำกิน ๕ ไร่ ในขณะที่ธนารักษ์ให้ คทช. เหมือนกันแต่ต้องเช่าอย่างที่ ผมพูดถึงมันก็เกิดความลักลั่น ประเด็นที่เขาเรียกร้องในเวลานี้ก็คือมันไม่มีระเบียบกลาง ที่ทำให้ทุกอย่างมันเป็นไปมาตรฐานเดียวกันว่าเป็นของ คทช. ประเด็นก็คือคนที่อยู่ในที่ดิน ของรัฐบางอย่างนั้นเขาอยู่มาเกินจำนวนที่หน่วยงานรัฐนั้นจะให้ถ้าเอาไปทำแบบนั้นที่ที่เหลือ ที่ตัดออกเอาไปไหนครับ ก็จะเกิดความขัดแย้งต่อไป ชาวบ้านโดยขบวนการประชาชนเพื่อ สังคมที่เป็นธรรมหรือพีมูฟ (P-Move) เคยเดินมาชุมนุมที่หน้าทำเนียบแล้วขอให้นำนโยบาย โฉนดชุมชนกลับมาจนกระทั่งมีมติคณะรัฐมนตรีท่านประธานครับ เป็นมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๕ ที่ผ่านมานี้เอง มติ ครม. รับข้อเสนอของขบวนการประชาชน เพื่อสังคมที่เป็นธรรม เรื่องขอให้พิจารณาตามแนวทางยกระดับโฉนดชุมชน โดยใช้มาตรา ๑๐ (๔) ของพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ครม. เห็นชอบตามมติ ที่ประชุมกรรมการแล้วบอกว่าให้ คทช. ไปดำเนินการเรื่องนี้ต่อครับ แต่จนปัจจุบันนี้สำนักงาน คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติยังไม่นัดประชุมเลยแม้แต่ครั้งเดียวกุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กำลังจะสิ้นแล้วไปกรกฎาคมครับ นี่เป็นประเด็นที่ ๒ ที่ผม อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ผมขอเวลาท่านประธานเพิ่มเติมอีกสักเล็กน้อยครับ แต่ประเด็นที่ผมคิดว่าจะเกิดความขัดแย้งต่อไปครับ ผมฝากเรื่องนี้ถึงท่านเลขา คทช. ซึ่งท่าน มาอยู่ที่นี่ด้วยแล้ว ท่านเข้าใจประเด็นนี้มากก็คือเวลาตั้งสำนักงาน คทช. ขึ้นมาท่านก็ไปเอา คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐเข้ามาอยู่ในตัวสำนักงานคณะกรรมการ คทช. ด้วย กบร. คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐแต่เดิมชาวบ้านซึ่งอยู่ใน ที่รัฐประเภทต่าง ๆ แล้วมีเอกสารสิทธิเดิมอาจจะ ส.ค.๑ อะไรนี่ ต้องการจะสู้กับรัฐว่า ฉันครอบครองมาก่อนก็เดินไปที่คณะกรรมการ กบร. แต่วันนี้มาตรการของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเรื่องการพิสูจน์สิทธิการ ครอบครองที่ดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐซึ่งเพิ่งประกาศออกมา ผมไปอ่านดูแล้วนี่ ผมกังวลว่าจะเกิดความขัดแย้งเพราะอะไรครับ เพราะท่านไปเพิ่มมาตรการใหม่ ๆ ซึ่งแต่เดิม ไม่มี ยกตัวอย่างเช่นถ้าเกิดสมมุติไปว่ามีชาวบ้านเดินไปที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุก แล้วมีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน แล้วสมมุติว่าพิสูจน์กันไปกันมานี่แพ้เพราะในระเบียบนี้ บอกว่าให้ยึดเอกสารของรัฐเป็นหลัก ซึ่งชาวบ้านก็แพ้อย่างนี้นะครับ ถ้าแพ้ปรากฏว่า ในมาตรการที่ท่านกำหนด กำหนดให้เจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการตามมาตรา ๖๑ ก็คือ เพิกถอนเอกสารที่ชาวบ้านมี ถ้ามี ส.ค.๑ แล้วแพ้ก็ต้องจำหน่าย ส.ค.๑ แต่ที่ร้ายยิ่งกว่านั้น ก็คือว่าใครครอบครองที่ดินไม่มีหนังสือและไม่ยื่นคำขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน และเกิดไปต่อสู้และอ้างพยานวัตถุพยานอื่น ๆ ถ้าเกิดแพ้ในการพิสูจน์สิทธิให้ดำเนินการตาม กฎหมายและระเบียบต่อไป ก็แปลว่าชาวบ้านก็มีโอกาสถูกดำเนินคดีติดคุก นี่คือกำลังจะเป็น การสร้างความเหลื่อมล้ำ ความขัดแย้งให้เกิดขึ้นอีกหรือไม่ นอกจากนั้นมีกรณีหนึ่งก็คือว่า ถ้าคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกนี้มีมติแล้วว่าให้ดำเนินการต่อว่าเป็นที่ดินของ ชาวบ้าน หน่วยงานของรัฐก็อาจจะมีความไม่เห็นด้วยได้ ก็แปลว่าสุดท้ายยังแตะไว้กับ หน่วยงานของรัฐ อาจจะไม่เห็นด้วยกับมติ คพร. จังหวัด หน่วยงานนั้นก็สามารถดำเนินการ ตามอำนาจหน้าที่ต่อไปได้ ผมอ่านมาตรการนี้ผมอาจจะเข้าใจผิดไหม ผมไม่แน่ใจ แต่ถ้าอ่าน ตามตัวหนังสือที่เป็นแบบนี้ผมก็สงสัยว่าเรากำลังดำเนินการที่ขัดกับเจตนารมณ์ในการจัดตั้ง กฎหมายฉบับนี้หรือไม่ หรือขัดกับนโยบายของ พลเอก ประยุทธ์ ที่แถลงไว้ต่อสภานี้หรือไม่ ผมตั้งคำถามเป็นคำถามใหญ่ครับ แต่ผมก็ยังเห็นว่าคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ยังเป็นเรื่องดีแม้ไปไม่ถึงสุดท้ายเป็นสิทธิชุมชนยังโฉนดชุมชน แต่คนยากจนคนไร้ที่ทำกิน คนอยู่ในที่ดินของรัฐเขาก็รอ แต่ท่านต้องปรับทุกอย่างให้อยู่ในหลักของการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมและการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงครับ อย่าเอาความคิดของรัฐเป็นใหญ่ อย่างที่มีมาแบบเดิมและสร้างความขัดแย้งครับ นั่นล่ะครับตัวกฎหมายคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ จึงจะสามารถเป็นที่พึ่งหวังของประชาชนคนยากคนจนได้อย่างแท้จริงครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอีก ๓ ท่านนะครับ ท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ท่านองค์การ ชัยบุตร ท่านคำพอง เทพาคำ เชิญท่านศาสตราจารย์กนกก่อนครับ🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายในเรื่องรายงานการดำเนินงานและประเมินผล ของการปฏิบัติงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ตามที่ได้ท่านเลขาธิการได้พูด ไปแล้วครับ ผมขออนุญาตเรียนเพื่อทำความเข้าใจในเรื่องสำคัญ ๕ เรื่องครับ🔗

ในเรื่องที่ ๑ ผมคิดว่าเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาตินี้ ก็ตรงไปตรงมาในตัวมันเองคือแก้ไขปัญหาที่ดินครับ คำถามก็คือว่าคณะกรรมการนี้แก้ไข ปัญหาที่ดินที่เป็นปัญหายาวนานสะสมมาได้หรือไม่ ๓-๔ ปีที่ผ่านมาที่ท่านทำงาน ท่านแก้ปัญหาที่ดินของพี่น้องประชาชนได้มากขึ้นหรือไม่ ตัวเลขที่ท่านแจกโฉนด โฉนดต่าง ๆ เหล่านั้นผมคิดว่ามันเป็นภาพลักษณ์ทางการเมือง แต่มันไม่ใช่การแก้ปัญหาครับท่านประธาน การแก้ไขปัญหาตรงนี้ผมอยากให้คณะกรรมการ คทช. โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านเลขาธิการ ได้ตระหนักว่าเราแก้ปัญหาที่ดินนี้เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ของที่ดินต่อการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพราะที่ดินเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญที่สุดอันหนึ่ง ของประเทศ และเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนยากคนจน เมื่อเขาไม่มี ปัจจัยการผลิตเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมีผลผลิตทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น คทช. จะต้องชัดเจนว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรได้ใช้ประโยชน์ของ ที่ดินให้ได้ นั่นคือประเด็นที่ ๑ และในเวลาเดียวกันการแก้ปัญหาที่ดินนี้เราต้องการที่จะสร้าง ความเป็นธรรมในสังคมครับท่านประธาน เพราะที่ดินทำกินเกี่ยวข้องโดยตรงกับศักดิ์ศรีของ ความเป็นมนุษย์ถ้าคนเป็นมนุษย์ไม่มีที่ดินทำกินของตนเอง เราเรียกว่าเป็นคนเร่ร่อนครับ และวันนี้ในประเทศไทยของเรามีคนเร่ร่อนนับล้านคนครับ เราไม่ต้องการคนไทยเร่รอนครับ เราต้องการคนไทยที่มีถิ่นที่อยู่อาศัยชัดเจน มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และสามารถที่จะ ใช้กำลังสติปัญญาและกำลังทางกายของตนเองสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับชาติ บ้านเมืองได้ วันนี้ผมอ่านรายงานของท่าน ผมคิดว่าหน้าที่ของท่านดูเหมือนพยายามที่จะ ค้นหานโยบายที่ดินแห่งชาติ ตรงนั้นผมคิดว่าเป็นภาพลวงตาครับ สิ่งที่สำคัญมากกว่าก็คือว่า ท่านจะกำหนดนโยบายอย่างไรที่จะทำให้หน่วยราชการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกรมป่าไม้ กรมอุทยาน แม้กระทั่งกระทรวงกลาโหมปฏิบัติตาม สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่เป็นปัญหาใหญ่ แต่เราไม่เห็น ผลการทำงานที่ชัดเจนในเรื่องเหล่านี้ นั่นคือประเด็นที่ ๑ ครับท่านประธาน🔗

ประเด็นที่ ๒ รูปธรรมชัดเจนครับ ที่ได้พูดไปบ้างแล้วก็คือโครงการวันแมป (One Map) วันนี้ไม่มีความคืบหน้าครับ โครงการวันแมป (One Map) ทุกคนตั้งความหวัง แต่ความจริงแล้วอันนั้นเป็นภาษาไพเราะครับท่านประธาน ผมขออนุญาตเรียนท่าน เลขาธิการผ่านท่านประธานไปนะครับ โครงการวันแมป (One Map) คือคำกล่าวอ้าง เพื่อที่จะชะลอปัญหาการแก้ไขปัญหาที่ดินครับท่านประธาน เพราะวันแมป (One Map) มันไม่เคยเกิดขึ้นจริง ที่มันไม่เคยเกิดขึ้นจริงก็เพราะว่าส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การถือครองที่ดินไม่เคยตกลงกันได้เลยว่าแนวเขตที่ดินที่เราเห็นตรงกันนั้นคือแนวไหนครับ ถ้าท่านนำจำนวนของส่วนราชการที่รายงานว่าเขาดูแลที่ดินกี่ไร่ ในกระทรวงการคลัง ในกระทรวงกลาโหม ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม จนถึงเอกชนครับ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าจำนวนที่ดินตรงนี้มันมากกว่า พื้นที่ประเทศไทย มันกินไปถึงประเทศลาว กินไปถึงประเทศกัมพูชา พม่า แล้วก็เวียดนาม มันเป็นไปได้อย่างไรครับ แล้วก็ไม่มีกระทรวงไหน กรมไหนเลยยอมที่จะลดพื้นที่ของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมที่ดินของกระทรวงมหาดไทย สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่ทำให้วันแมป (One Map) ไม่มีวันจะเกิดขึ้นครับ และคำกล่าวอ้างวันแมป (One Map) ก็เป็นข้ออ้างเพื่อให้ เรารอต่อไปเท่านั้นเองครับท่านประธาน นั่นคือประเด็นที่ ๒🔗

ประเด็นที่ ๓ ผมขออนุญาตเสนอทางเลือกที่เป็นทางปฏิบัติชัด ๆ เลยนะครับ ในคณะกรรมาธิการศึกษาเรื่องปัญหาที่ดินของสภาผู้แทนราษฎรผมเป็นประธานคณะ อนุกรรมาธิการวิชาการในเรื่องนี้ครับ ผมขออนุญาตเสนอชัดเจนเลยต่อท่านเลขารวีวรรณ ท่านเลือกจังหวัดขึ้นมาจังหวัดหนึ่งเลยครับ และคณะกรรมาธิการของเราก็พูดแล้วด้วย มีจังหวัดที่น่าสนใจ ๒ จังหวัด จังหวัดแรกคือจังหวัดอุบลราชธานี ถ้าพูดในบรรดา ส.ส. เขาว่าจังหวัดเฮียกุ่ยล่ะครับ แล้วก็อีกจังหวัดหนึ่งคือจังหวัดกาญจนบุรี ท่านเลือกจังหวัดใด จังหวัดหนึ่งก็ได้ และที่สำคัญท่านตั้งตุ๊กตาโดยเอากรมป่าไม้เป็นตัวตั้ง ให้กรมป่าไม้มาขีด แนวเส้นเลยในจังหวัดอุบลราชธานีหรือว่าจังหวัดกาญจนบุรี ผมยกตัวอย่างอุบลราชธานี ก็แล้วกัน ขีดเส้นเลยครับ พอขีดเส้นเสร็จท่านบอกเลยว่า กรมธนารักษ์มา กองทัพมา กรมที่ดินมา กรมอุทยานมา แล้วมาบอกเลยว่าเส้นที่ขีดตรงนี้ผมไม่เห็นด้วยตรงนี้ครับ แล้วให้ ส่วนราชการยังไม่ต้องพูดถึงประชาชนเลยนะว่าตกลงกันอย่างไรครับ แล้วถ้าเราได้แนวเขต ที่ดินร่วมกันที่ส่วนราชการเห็นตรงกัน อันนั้นคือจุดเริ่มต้นของวันแมป (One Map) ครับ แล้วหลังจากนั้นเมื่อเราตกลงกันได้เราก็เอาประชาชนเข้ามาแล้วครับ ต่อไปนี้ผมจะเอา ประชาชนลงไปในเขตนี้ได้อย่างไรอย่างถูกต้องตามกฎหมายครับ นี่คือขั้นตอนปฏิบัติ ตรงไปตรงมาที่สุด ท่านรายงานในครั้งนี้เลยได้ไหมครับว่าปีหน้าท่านตั้งเป้าจะทำแบบนี้ กี่จังหวัดและจะหมด ๗๗ จังหวัดของเรานี้ใช้เวลากี่ปีครับ ถ้าแบบนี้สภาผู้แทนราษฎรก็จะมี ความหวังว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินหรือว่าปัญหาที่ดินของประเทศก็จะเกิดขึ้นได้ ครับท่านประธาน🔗

ประเด็นที่ ๔ ผมอยากให้ คทช. ได้รู้ว่าความล่าช้าของท่านในแต่ละวันมันคือ การสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศนะครับ วันนี้เกษตรกรนับล้าน ๆ คนที่ต้องการ ที่ดินทำกินแล้วก็ที่สำคัญคือต้องการการพัฒนาที่ดินตรงนั้น ระบบเกษตรจะเกิดขึ้นได้ที่ดิน ต้องนิ่งครับ ระบบการจัดการน้ำจะเกิดขึ้นได้ที่ดินต้องนิ่งครับ ระบบการส่งเสริมการเกษตร จะเกิดขึ้นได้จนถึงระบบการขายของผลผลิตทางการเกษตรที่ดินตรงนั้นต้องนิ่งครับ เพราะถ้า ไม่อย่างนั้นแล้วเราดำเนินนโยบายอะไรก็ตามก็ถามว่าที่ดินตรงนี้เป็นที่ดินที่ถูกต้องตาม กฎหมายหรือไม่ เอาเอกสารสิทธิมาแสดง จบแล้วครับ ท่านประธานครับ เกษตรกรก็ต้อง อยู่เฉย ๆ ครับ เพราะฉะนั้นการสูญเสียโอกาสตรงนี้คือการสูญเสียโอกาสที่ยิ่งใหญ่มาก ประเทศไทยวันนี้เราต้องการทุกมิติที่จะทำให้เศรษฐกิจประเทศฟื้น และเรื่องที่จะทำให้ เศรษฐกิจประเทศฟื้นคือปัญหาเรื่องที่ดินครับ เพราะฉะนั้นท่านเลขาจะต้องไม่เข้าใจปัญหา ที่ดินตรงนี้ในความหมายการออกเอกสารสิทธิแล้วประชาชนจะไปขายต่อไหม นายทุนจะยึด หรือไม่ อันนั้นเป็นเรื่องปัญหาส่วนหนึ่งครับ ปัญหาใหญ่ที่สุดคือจะเอาที่ดินมาใช้เป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในสภาวะวิกฤติของประเทศตรงนี้อย่างไรต่างหาก นั่นคือประเด็น ที่ ๔ ครับท่านประธาน🔗

ขออนุญาตประเด็นสุดท้ายครับ ประเด็นสุดท้ายที่สำคัญก็คือว่าความสำเร็จ ของ คทช. ผมย้ำอีกครั้งหนึ่งไม่ใช่การออกนโยบายที่ดินของชาติ ความสำเร็จของ คทช. คือการแก้ไขปัญหาที่ดินจริงในพื้นที่ของประชาชนและสามารถทำให้ประชาชนสามารถนำ ที่ดินเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ในการสร้างรายได้ให้กับตนเองและให้กับประเทศชาติของเรา ถ้าเราต้องการนโยบายที่ประชาชนมีที่ดินทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมายและเป็นกำลัง ทางเศรษฐกิจ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเป็นรูปธรรมให้เห็นภาพชัดเจน ท่านเลขาธิการ ท่านทราบไหมว่าวันนี้มันมีคดีแห้งกี่หมื่นคดีครับ คดีแห้งตรงนี้หาจำเลยไม่เจอเพราะว่า เขาหนี ที่เขาหนีไม่ได้หมายความว่าเขาผิดนะครับ เพราะเขาไม่สามารถที่จะต่อสู้กับอำนาจ รัฐและเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ในพื้นที่นั้นได้ ชนเผ่าของเราเยอะมากที่จะต้องเผชิญกับชะตากรรม อันนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่ามีคดีแห้งติดตัวคือคุณต้องหนีตลอดนะครับ คุณกลับมาเป็น กำลังทางเศรษฐกิจเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไม่ได้เลย เราได้เชิญตัวแทนของอัยการ ตัวแทนตำรวจ ตัวแทนของศาล แม้กระทั่งตัวแทนฝ่ายปกครอง มาชี้แจงในกรรมาธิการและตัวแทนส่วนราชการเหล่านั้นบอกว่าคดีแห้งเหล่านี้สามารถ จัดการได้แล้วก็แก้ไขปัญหาได้ เพื่อให้คนเหล่านั้นกลับเข้ามาอยู่ในระบบที่ถูกต้องตาม กฎหมายเพราะเขาไม่ได้ผิด เพราะยังไม่ได้มีการพิสูจน์ว่าที่ดินที่เขามีอยู่นั้นมันผิด เพียงแต่ว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐบอกว่าคุณผิดมันก็เลยทำให้ประชาชนต้องหนีครับ ความจริงมันน่าจะคิด ตรงกันข้าม ประชาชนบอกไม่ผิด แล้วเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นคนหนีได้ไหมครับ ถ้าคิดด้วย ตรรกะตรงไปตรงมาตรงนั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นการมองปัญหาที่ดิน ให้มองจากมุมของประชาชนผู้ที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ ถ้าทำอย่างนี้ได้จะทำให้ คทช. ได้รับความเชื่อมั่นและได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน คทช. อย่าสนใจความ ไว้วางใจจากส่วนราชการที่ท่านต้องเกี่ยวข้องด้วย เพราะส่วนราชการเหล่านั้นอีกไม่นาน เขาก็จะย้ายไปอยู่ที่อื่นหรืออีกไม่นานเขาจะเกษียณอายุครับ แต่ปัญหามันอยู่กับประชาชน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงทุกประการ เพราะฉะนั้นความเชื่อมั่น ความไว้วางใจที่จะทำให้ คทช. ทำงานได้สำเร็จคือได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกร คนยากคนจน ผมย้ำอีกครั้งหนึ่งครับท่านประธานผ่านไปยัง คทช. ขอความกรุณาเถอะครับ ทำหน้าที่ของท่านแล้วให้เกิดผลกับพี่น้องประชาชน เกิดผลกับเกษตรกรที่ยากจน เริ่มต้น จังหวัดอุบลราชธานีก็ได้ครับ แล้วหลังจากนั้นจะย้ายไปจังหวัดอื่นมันก็จะมีผลสำเร็จที่เกิดขึ้น ตรงนั้นเป็นรูปธรรมแล้วก็จะดูสวยงามมากกว่ารายงานฉบับนี้ซึ่งมีแต่นามธรรม ตัวเลขทาง นโยบายใช้เงินไป ๒๐๐ กว่าล้านบาท แต่ชาวบ้านไม่ได้อะไร ขออนุญาตเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านเลขาว่าปัญหาที่ดินแห่งชาติเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเศรษฐกิจของ ประเทศ เป็นปัญหาโดยตรงที่เกี่ยวข้องกับความเป็นธรรมในชาติบ้านเมือง และชาติบ้านเมือง ของเราจะอยู่ได้ก็เพราะเศรษฐกิจเราดี และความเป็นธรรมในบ้านเมืองของเรามีอยู่ครับ เพราะฉะนั้นถ้าบ้านเมืองจะเกิดอันตรายขึ้นในวันข้างหน้าท่านจะต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน องค์การ🔗

นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล ท่านประธาน ขออนุญาตได้แลกเปลี่ยนและนำเสนอเกี่ยวกับญัตตินี้ครับ เล่มสวยงามมาก กรรมการก็ดูดี เนื้อในก็ดูดี ดูดีหมดไม่มีที่ติครับ อยากจะพูดอย่างนี้ว่ากรรมการชุดนี้มาจากดำริรัฏฐาธิปัตย์ ตอนท่านปฏิวัติปี ๒๕๕๗ ถ้าพูดมองผิวเผินนี่ก็ดีท่านประธาน แรก ๆ ผมก็อดดีใจไม่ได้ว่า อันนี้คือที่พึ่งของชาวบ้าน อันนี้คือที่พึ่งของเกษตรกรรากหญ้าแต่ไป ๆ มา ๆ มาดูเนื้อใน ทั้งหมดเป็นการขายฝันอย่างที่หลาย ๆ ท่านได้ว่ามาตั้งแต่โครงสร้างเลย โครงสร้างตั้งแต่ ท็อปดาวน์ (Top Down) ทั้งนั้นครับ รากหญ้าไม่มี ประชาชนไม่มีส่วนร่วมเลยตั้งแต่ระดับ ประเทศ ระดับจังหวัด ถ้า คทช. จะแก้ปัญหาอย่างนี้ต้องเอาประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ในทุกกระบวนการ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอนุรักษ์ก็ดี ทำเลเลี้ยงสัตว์ก็ดี ที่อะไรก็ดีรัฐต้องจัด กระบวนการตรงนี้ให้มันชัด รัฐกับรัฐทับกันท่านชัดหรือยังวันแมป (One Map) วันแมป (One Map) ไม่ใช่ของประชาชน มันของรัฐรัฐต้องเคลียร์ (Clear) ให้จบ ต้องเคลียร์ (Clear) พื้นที่ของตัวเองให้ได้อย่าโลภมาก มีแค่ไหนเอาแค่นั้น เพราะผมเป็นผู้แทนลงพื้นที่ นโยบายนี้ กำลังจะกลับมาหาผู้มีอำนาจไม่ว่าอดีตผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยที่ออกมาตามนโยบาย ๖๖/๒๓ ที่ผู้มีอำนาจสมัยนั้นผู้นำกองทัพสมัยนั้นไปรับปากเขาไว้ พักหลังไม่ได้รับการดูแลเลยว่าจะให้ โฉนดเขา อะไรเขา ทุกวันนี้ลืมเขาหมดแล้วท่านประธาน กลุ่มนี้เขาออกมาไม่ใช่ว่าออกมาง่าย ๆ อีกกลุ่มหนึ่งก็คือพวกทหารผ่านศึกที่จัดสรรให้เขาแล้วก็ไปอยู่ที่เดียวกับผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เช่นนิคมทหารผ่านศึกแถวบ้านผม แถวธาตุพนม มุกดาหาร อุ่มเม่าอย่างนี้ หรือแม้แต่ที่ ภูสระดอกบัวที่เคยเป็นพื้นที่สีแดงที่เอาเขาออกมาแล้ว ทุกวันนี้รัฐไม่ประกาศทับเขาหมดเลย ท่านบอกว่าให้นิคมสหกรณ์เป็นคนดำเนินการหาที่อยู่ให้เขาก็ทำตามนโยบายรัฐสมัยนั้น แต่ทุกวันนี้รัฐมีนโยบายประกาศนโยบายมาตรา ๔๔ จากรัฐาธิปัตย์ ที่ดินตรงนั้นกลับเลยครับ ท่านประธาน จากแนวเขตที่เคยอยู่กันมาอย่างมีความสุข ทุกวันนี้แม้แต่เขตวัดก็ยังไม่เลิกรา ก็ยังไปทุบวัดเขา คณะกรรมการนี้มีบทบาทตรงไหนครับ รับประกันตรงนี้ได้ไหม ยังไม่ได้เลย ท่านประธาน พวกผมเป็นผู้แทนนี่ลำบากมากแล้วเป็นฝ่ายค้านด้วยไปรับปากเขา แต่ก็ยังดี ที่ไปให้ความสนใจเขาแล้วมาพูดกับรัฐบาลผู้มีอำนาจ ผมเจ็บปวดมากเพราะว่าผมอยู่ภาค อีสาน ผมเดินตั้งแต่ชัยภูมิอะไรต่าง ๆ วันเสาร์-อาทิตย์ไม่ได้หยุดหย่อนนะครับท่านประธาน ไปรับปาก ไปพูด ไปอะไรเขา ถ้า คทช. จะเปลี่ยนบทบาทนะผมว่าเปลี่ยนบทบาทเปลี่ยน เป้าหมายเลยดีกว่า กลุ่มแรกเอาที่กลุ่มมาชุมนุมก่อนกลุ่มที่มีตัวเลขแล้วว่าป่าตรงนี้มีมติแล้ว ยืนยันแล้วว่าต้องคืนให้เขา ต้องออกโฉนดให้เขา จัดไปเลยจัดออกโฉนดไปเลย อันนี้ไม่ต้อง ออกโฉนดออกโฉนดแปลงรวม โฉนดชุมชนเอาคืนเมื่อไรก็ได้เปลี่ยนแปลงตามนโยบายรัฐ พวกนี้ต้องกระจายการถือครอง ป่าสงวนแห่งชาติที่มันล้าสมัยที่เป็นบ้านเต็มบ้านเต็มเมือง บอกว่าป่าสงวนยกเลิกเลย อย่างที่ผู้อาวุโสว่ามาอุบลราชธานีนี่ ทั้งอำเภอยังเป็นเขตป่าอยู่ เป็นได้อย่างไร หลาย ๆ ที่ก็เป็นอย่างนี้คณะกรรมการสูงสุดของทุกกระทรวง ทบวง กรม ถ้าผมดูตามนี้ท่านบอกว่ากระทรวง ทบวงต่าง ๆ มันสับสนปนเปกันหมดต้องมาอยู่กรรมการ สุดยอดนี้คือกรรมการ คทช. แห่งชาติ ไป ๆ มา ๆ ท่านก็วุ่นวายเหมือนเดิม ท่านก็สับสน เหมือนเดิม ฉะนั้นแล้วถ้าท่านมองเห็นปัญหาจริง ๆ ท่านมีเป้าหมายที่ชัดเจนท่านต้องให้ ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม กันแนวเขตต้องให้ประชาชนเข้าไปชี้ ดาวเทียมมันไม่ใช้ไม่ได้ หรอกครับ ต้องอยู่กับชาวบ้านต้องอยู่กับประชาชน คนเขาเดือดร้อน ท่านไม่เอาคนเดือดร้อน มาแก้ท่านจะเอาใคร ต้องเอาคนข้างล่าง ต้องเอาท้องถิ่น ต้องเอากำนันผู้ใหญ่บ้าน ต้องเอา เกษตรกรผู้เดือดร้อนมาชี้เลยว่าท่านอาศัยมาอยู่ก่อนไม่ใช่บุกรุกนะ ผมไม่ได้บุกรุก ผมอาศัย อยู่มานาน เป็นชุมชนดั้งเดิม เป็นคนดั้งเดิม ตกรุ่นที่ ๓ แล้วพิสูจน์สิทธิก็ไม่ได้แล้วคนรุ่นใหม่ ต้องแยกให้ชัด ท่านบอกว่าประชาชนบุกรุก ๆ อยู่นี่อยู่ร่ำไป มันไม่ได้ อย่าโทษประชาชน สมัยก่อนไม่มีใครหรอกไปเดินสำรวจมีแต่กางแผนที่เอา กะเอาเลยพูดง่าย ๆ บ้านผมกะเอา ที่ตรงนี้ตกหนองนี้ เส้นไม่แน่นอน แล้วก็มาโทษให้ประชาชนบอกว่าประชาชนบุกรุกก็ต้อง กลับใหม่ แล้วถ้าเขาอาศัยอยู่มานานอย่างแถวบ้านผมหลาย ๆ ที่ ท่านขีดเส้นให้ชัดเลยตรงนี้ ต้องออกโฉนดให้เขา ท่านอย่าหาตารางให้เขา ท่านอย่าหาข้อหาให้เขา มันต้องแก้ใหม่ คิดใหม่ท่านประธาน เสียดายพรรคก้าวไกลไม่ได้เป็นรัฐบาล ถ้าเป็นรัฐบาล ๓ ปีจบเรื่องนี้ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน คำพองครับ🔗

นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คำพอง เทพาคำ ผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล ท่านประธานที่เคารพครับ สำหรับเรื่อง คทช. การที่จะเอา คทช. ไปใช้ในชุมชน ท้องถิ่น พื้นที่ ลองไปถามพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่หรือยัง ว่าเขายอมรับที่จะใช้กระบวนการ คทช. ในการแก้ไขปัญหาหรือไม่ มันสร้างผลกระทบอะไร กับเขา ที่จริงแล้วคำว่า คทช. เราเคยใช้มาก่อนการก่อรัฐประหารเสียด้วยซ้ำ โดยย่อมาจาก คณะทำงานเครือข่ายแก้ไขปัญหาที่ดินที่ทำกินชุมชน ชื่อย่อว่า คทช. เหมือนกันครับ แต่ว่า คณะทำงานชุดนี้เป็นขบวนการขององค์กรชุมชนทำ พอมีการยึดอำนาจคณะทำงานชุดนี้ก็ไป เดินสำรวจ ไปจับจีพีเอส (GPS) ก็ถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปคุกคาม ข่มขู่ แล้วต้องยุติบทบาทไป แต่ว่าขณะนี้ก็มีโอกาสที่จะกลับมาทำงานร่วม อยู่ที่ว่า คทช. ของรัฐบาล สำนักงานคณะกรรมการ นโยบายที่ดิน คทช. จะไปแตะมือกับเขาหรือไม่นะครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ว่าถ้าดูเส้นทางของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เราจะเห็นว่ามันเริ่มต้น อย่างที่หลายท่านได้พูดถึงว่ามันเริ่มต้นตั้งแต่หลังการก่อรัฐประหารมา แต่ว่าเราจะเห็นงาน ที่เขาทำนะครับ ในรายงานและเห็นชัดเจนว่าปี ๒๕๕๗ ถึงปี ๒๕๕๙ คือการตั้งคณะกรรมการ คณะกรรมการเยอะแยะไปหมด คณะทำงานเยอะแยะไปหมดนะครับ ตั้งแล้วทำอย่างไร ตั้งแล้วก็ตั้งครับ ตั้งไว้ พอมาปี ๒๕๖๐ ถึง ๒๕๖๑ พิจารณาร่างนโยบายร่างแผน พิจารณากัน อยู่นั่นล่ะ ๒ ปี ๓ ปีครับ และสุดท้ายได้อะไรครับ ได้กฎหมายได้การแก้ไขพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ผมคนหนึ่งเป็นกรรมาธิการวิสามัญในนั้นนะครับ เพราะฉะนั้น เราจะเห็นว่ากระบวนการแก้ไขปัญหาที่ดินในกระบวนการของ คทช. เราจะเห็นว่าก็จะได้ คณะกรรมการ ได้สำนักงาน ได้งบประมาณ ได้แผนงาน แล้วเราก็เห็นชัดเจนว่าเราได้มี สำนักงานคณะกรรมการเพิ่มขึ้นมาสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีก็เป็นหน่วยงานราชการ ในระดับกรม แต่ในห้วงเวลาที่ผ่านมาท่านประธานครับ ก็มีเหตุการณ์ที่เป็นคู่ขนานกันไป มีนโยบายทวงคืนผืนป่าไม่ว่าจะเป็นไร่มันสำปะหลัง ยางพารา หรือแม้แต่ข้าวนะครับ ยางพาราถูกตัดทิ้ง ไร่มันถูกไถทิ้ง ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านเขาคุกเข่าขอบอกว่าขอกรีดดูสักครั้ง ปลูกยางพารามาตั้ง ๗ ๘ ปีกำลังจะได้กรีด ขอกรีดดูน้ำยาง ปรากฏว่าได้น้ำตา ขอถอนมัน ไปใช้หนี้ก่อน ไม่ยอมครับ เจ้าหน้าที่ของรัฐใส่เครื่องแบบ บางหน่วยใช้ชุดพรางเข้าไป อาวุธครบมือ ชาวบ้านทำอย่างไรครับ ชาวบ้านก็กัดกรามกรอดเลย สังเกตเห็นได้ว่ากรามฟู ขึ้นมาเลย แล้วบอกว่าถ้าเป็น ๔๐ ๕๐ ปีที่แล้ว เมิงไม่ออกพ้นแนวเขตป่ากูแน่นอน นั่นคือ ไปสร้างความขัดแย้งไปกดขี่ข่มเหงเขา นั่นคือเรื่องของการคู่ขนานกับการขับเคลื่อนเรื่อง กระบวนงานของ คทช. ท่านประธานครับ ถึงอย่างไรก็แล้วแต่การแก้ไขปัญหาเก่า ๆ ข้อมูล ดั้งเดิมหลายท่านพูดไปแล้ว ผมก็ไม่อยากจะพูดซ้ำ ข้อมูลก็เข้าใจว่าเป็นรายงานฉบับแรก ก็เห็นใจเพราะข้อมูลไม่มีเลย ที่ดินทหาร ๑๐๐,๐๐๐ ไร่อยู่ที่ประจวบมีปัญหา ที่ดินที่ นครสวรรค์พื้นที่ยิงปืนใหญ่ของทหารขัดแย้งกับชาวบ้านไม่มีในข้อมูลนี้ ที่ดินสหายที่ออกมา จากป่าแล้วเจรจากันนะไม่ใช่ว่าอยู่ดีออกมาโอ๊ยผมยอมแพ้ ไม่ใช่ ผบ.ทบ. สมัยนั้นประกาศว่า ไม่มีใครแพ้ ไม่มีใครชนะ แต่ว่ามีบางกองทัพไปประกาศกูชนะ บ้านะครับ ก็บอกแล้วอย่างไร ว่าไม่มีใครแพ้ ใครชนะ แล้วก็บอกว่ากลับไปร่วมพัฒนาชาติไทย ร่วมไปพัฒนาประชาธิปไตย ทางการเมือง ร่วมไปทำมาหากินปลูกผัก ปลูกหญ้า ปลูกมัน ปลูกข้าวก็ออกมา ๔๐ กว่าปี แล้วครับทั่วประเทศ สหายทั้งหลายบางสหายก็ตายไปแล้ว ลูกหลานก็รับภาระปัญหาที่ดิน อันนี้ข้อมูลในรายงานฉบับนี้ไม่มี ผมจึงอยากจะแนะนำ ถ้ารายงานในโอกาสต่อไปฉบับหน้า ก็ขอให้มีข้อมูลถึงแม้ว่าจะบอกว่าตอนนี้แก้ไขไปแล้วได้ ๗๐,๐๐๐ เศษก็บอกมา แต่ว่าที่ยัง ไม่ได้แก้ ๑ ล้านกว่าไร่ ล้านกว่ากรณีก็รายงานมานะครับ แล้วสำคัญฝากด้วยว่าขณะนี้ มีพี่น้องเราที่เป็นขบวนองค์กรชุมชนกำลังขับเคลื่อนเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดินโดยชุมชน ให้ส่งเจ้าหน้าที่ คทช. ไปร่วมทำงานกับเขาครับ อย่าส่ง กอ.รมน. กับสันติบาลไปตอบเขา เขารำคาญไม่มีอะไรหรอกนะครับ ดังนั้นผมคิดว่าการแก้ไขปัญหาอย่างหลายท่านก็บอกว่า ไปเอาความร่วมมือมาจากชาวบ้าน เอามาจากขบวนชาวบ้านด้วยว่าเขาได้ทำงานมีการ ทำงานอย่างต่อเนื่องและมีข้อมูล คทช. คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติก็จะทำงาน ได้ง่ายขึ้น ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอีกหลาย ท่านจะอภิปรายนะครับ เอาตรงประเด็นเลย ประหยัดเวลาหน่อย ต่อไปอีก ๓ ท่านครับ ท่านประกอบ รัตนพันธ์ ท่านสมคิด เชื้อคง ท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร เชิญท่านประกอบ ก่อนครับ🔗

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะให้ความคิดเห็นต่อประเด็น รายงานผลการดำเนินงานและประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๓ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมคิดว่าวันนี้ ผมคงจะได้รับทราบผลสำเร็จของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติว่านโยบาย คณะกรรมการชุดนี้สามารถไปแก้ปัญหาที่ดินทำกินของพี่น้องคนไทยได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร แต่หลังจากที่ผมเปิดดูรายงานทั้งฉบับแล้วก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ว่าผมผิดหวังที่ว่าผิดหวังเพราะอะไรครับ เพราะว่าทั้งเล่มนี้รายงานผลการดำเนินงานของ ท่านนี่แบบเป็นนามธรรมแต่ผลสัมฤทธิ์ ผลสำเร็จที่สามารถสัมผัสได้นั้นแทบไม่มีเลย ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๖๒ ที่จริงเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ในรัฐบาล คสช. ที่เห็นความสำคัญของเรื่อง ที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนก็ตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งที่เรียกว่าคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ซึ่งมีอนุกรรมการ ๓ ชุดด้วยกัน แรก ๆ ก็คือชุดสรรหาที่ดินและจัดหาที่ดินและชุดพัฒนา ที่ดิน ผมกราบเรียนว่าถ้าในกรอบหน้าที่ผู้รับผิดชอบของชุดนี้น่าจะไปได้และน่าจะแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนได้นะครับ แต่ว่าพอหลังจากที่ท่านไปดำเนินงานไปตามนโยบายของ คสช. แล้วมันไม่เกิดรูปธรรม สิ่งที่ท่านทำได้ขณะนี้เท่าที่ผมดูนะครับ ในปี ๒๕๖๒ ท่านร่าง พระราชกฤษฎีกาแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินได้ ๑๗ ฉบับ ในปี ๒๕๖๓ ท่านก็ทำเหมือนเดิมอีก ออกพระราชกฤษฎีกาแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งประเทศ ๑๕ ฉบับ รวม ๒๒ ฉบับ แต่ในร่างพระราชกฤษฎีกาที่ท่านทำนั้นไม่มีตัวบ่งชี้ให้เห็นชัดเจนว่าท่านทำสำเร็จที่เป็น รูปธรรมในการแก้ไขปัญหาที่ดินให้พี่น้องประชาชนได้ที่ไหนบ้าง เท่าไร มันไม่มี ก็กราบเรียน ท่านประธานว่าปีต่อไปสิ่งที่เราอยากเห็นก็คือความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมที่ท่านแก้ไขปัญหา ที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนได้ที่ไหน จำนวนกี่ราย เท่าไร มีปัญหาอะไรบ้าง ท่านตั้ง อนุกรรมการหลายชุดครับ แต่ผมกราบเรียนว่ายิ่งหลายชุดยิ่งมีปัญหา ยิ่งช้า มีอนุกรรมการ ในระดับชาติ ระดับจังหวัด ในระดับจังหวัดก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ ผมขอเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังกรรมการนโยบายที่ท่านกรุณามาชี้แจงรายงานวันนี้ว่าจังหวัดไหน ที่แก้ปัญหาที่ดินทำกินให้กับพี่น้องเกษตรกรหรือพี่น้องประชาชนได้สำเร็จบ้าง ที่ไหนทำแล้ว ไม่มีความสำเร็จเพราะอะไร จริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องปัญหาที่ดินทำกินของ พี่น้องนั้นเราพูดในระดับปฏิบัติ ระดับชาวบ้านจริง ๆ มี ๒ เรื่องเท่านั้นเองครับ🔗

เรื่องที่ ๑ พี่น้องประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกินขณะนี้ท่านทราบไหมมีอยู่จำนวน เท่าไร พื้นที่ป่าที่สามารถจัดสรรได้ พื้นที่ป่าที่เลิกสัมปทานให้นายทุนไปสัมปทานและเลิกแล้ว จำนวนเท่าไร ท่านบริหารจัดการสิ่งเหล่านี้ได้ไหม วันนี้ท่านยังไม่สามารถที่จะแก้ปัญหา ที่ดินทำกินให้กับพี่น้องประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกินได้แม้แต่นิดเดียว แม้แต่นิดเดียวอาจจะ มากเกินไปครับ ผมพูดอาจจะรุนแรงเกินไปแต่ว่ามันน้อยมากครับแก้ไม่ได้ ปัญหาที่ดิน ที่นายทุนมาสัมปทานเป็นพันพัน หมื่นหมื่น แสนแสนไร่ รวมทั้งประเทศนี้เป็นล้านล้านไร่ วันนี้หมดสัมปทาน เอาที่ดินเหล่านี้มาแก้ไข มาจัดสรรปันส่วนให้กับพี่น้องคนยากจนนั้น มาทำอาชีพเกษตรกรรมท่านยังทำไม่ได้เลยครับ และถามว่าท่านจะทำปัญหาใหญ่กว่านี้ ได้อย่างไร ไม่ได้ครับ อันนี้เพียงเบื้องต้นเรื่องของคนจนที่ไม่มีที่ดินทำกิน ผมถามว่ากรรมการ ชุดนี้ชุดคณะกรรมการนโยบายท่านคิดเรื่องนี้อย่างไรและทำได้มากน้อยแค่ไหน🔗

เรื่องที่ ๒ มีที่ดินครอบครองแต่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายแต่ชอบธรรม ไม่ชอบ กฎหมายแต่ชอบธรรม ที่ผมกราบเรียนว่าชอบธรรมเพราะอะไรครับ เพราะว่าเข้ามาทำมาหากิน อยู่บนพื้นที่ที่เขาครอบครองอยู่มานานมากจนไม่รู้ว่าป่ารุกคนหรือคนรุกป่า แต่วันนี้ท่านก็ ยังไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ มีสิทธิการครอบครอง ภ.บ.ท. ส.ค. น.ส. เป็นระดับที่ เรามีความเชื่อมั่นว่าคนไม่ได้บุกป่าแต่ด้วยความยุ่งยาก สับสน และไม่มีความตั้งใจจริงที่จะ แก้ปัญหา วันนี้ปัญหาเหล่านี้ก็คาราคาซังไม่สามารถทำได้ เรียนประธานด้วยความเคารพ พื้นที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีปัญหาเหล่านี้เยอะมาก ทั้งคนไม่มีที่ทำกิน ทั้งมีที่แล้ว แต่ไม่มีเอกสารสิทธิทำอะไรไม่ได้เยอะมากในพื้นที่ของกระผม อำเภอบางขัน และอำเภอทุ่งสง อำเภอทุ่งสงไม่มากเท่าไรนะครับ ตำบลที่มีปัญหามากคือ ตำบลน้ำตก เกือบทั้งตำบลเลยครับ ประชาชนมาอยู่ไม่รู้กี่สิบปีแล้ว ไม่รู้เท่าไรแล้วครับ แต่วันนี้ยังออกเอกสารสิทธิไม่ได้ อำเภอ บางขันเกือบทั้งอำเภอมีปัญหาครับ ทั้ง ๆ ที่พี่น้องประชาชนเขาเข้าสู่กระบวนการเพื่อที่จะให้ รัฐแก้ปัญหา แต่ว่าก็ไม่สามารถทำได้สำเร็จ ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ความหวังของพี่น้องประชาชนต่อคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาตินั้นมีสูงมาก แต่วันนี้ ท่านยังไม่สามารถที่จะทำให้เกิดหรือสร้างความสุขให้กับพี่น้องประชาชนที่มีปัญหาได้เลย ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านสมคิด เชิญครับ🔗

นายสมคิด เชื้อคง อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จากอุบลราชธานี ก็ขอบพระคุณท่านประธาน แล้วก็ ขอบพระคุณท่านผู้อำนวยการสำนักงาน คทช. และคณะ ที่มาชี้แจง แล้วก็คงจะมาตอบ รายละเอียด สำหรับผมคงไม่มีคำถามท่าน แต่ก็คงเป็นเรื่องที่เรามานั่งปรับทุกข์กันดีกว่า ผมเชื่อว่าท่านกับผมก็พอจะทราบเรื่องนี้ ที่ปรับทุกข์เพราะว่าสิ่งที่เห็นที่ผ่านมาเราอาจจะ เห็นตรงกันหรือไม่ตรงกันสิ่งที่เกิดขึ้น ผมเห็นหนังสือที่ท่านรายงานก็อ่านพอคร่าว ๆ คงไม่ได้ อ่านละเอียด เพราะว่าหลายท่านรายงานก็จะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยหนังสือสวย ๆ เรื่องที่ อยากจะเล่าให้ท่านประธานฟัง ผ่านไปยังผู้ชี้แจงว่าเรื่องที่ดินเป็นปัญหา พูดถึงปัญหา บ้านเรามันเกินกว่าที่สำนักงานของท่านที่เกิดใหม่ที่จะมาบำบัดทุกข์บำรุงสุขได้ มันเป็นเรื่อง ใหญ่และเป็นเรื่องวุ่นวายซับซ้อน เกิดสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ทุกคน ก็คาดหวัง แต่พอความคาดหวังมาก ๆ เข้าก็ไปโยนความทุกข์ใส่คณะกรรมการชุดนี้ แต่เท่าที่ ผ่านมาเท่าที่เห็น ท่านประธานครับ เวลาตั้งคณะอนุคนที่มีบทบาทที่ผมมองว่าสำคัญก็คือ ทางคณะกรรมการของจังหวัดครับ ประชุมทีไรเหล่านี้จะรวบรวมบรรดาที่ดินซึ่งมีปัญหา ท่านผู้อำนวยการต้องทราบนะครับ ปัญหาที่ดินวันนี้พี่น้องประชาชนที่มาเรียกร้องหรือมา ร้องทุกข์ต่าง ๆ เกิดจากการอยากได้เอกสารสิทธิ สำนักงานนโยบายที่ดินผมดูหน้าที่ก็เยอะ แต่มันไม่มีอำนาจที่จะไปออกเรื่องนี้ได้ ท่านประชุมทีหนึ่งผมดูแล้วก็น้อยมาก น้อยมากเลย ในจำนวน ๓ ๔ ปี แม้กระทั่งเรื่องเสนอ ครม. ท่านก็ยังน้อยนิด เพราะฉะนั้นก็คงไม่ได้ ไปคาดคั้นอะไรกับท่าน เพราะท่านมีหน้าที่เท่านี้ หลักใหญ่ ๆ มันอยู่ที่จังหวัดทำ หน่วยงาน ต่าง ๆ ไม่ว่าจะกรมป่าไม้ กรมอุทยาน กรมที่ดิน ส.ป.ก. กรมพัฒนาที่ดิน เยอะแยะเลย ที่ดิน แปลงเดียวนี่มึนกันไปหมดล่ะครับ กว่ามันจะเข้ามาจัดเป็นระบบของออกเอกสารให้ ทีนี้ หลายท่านก็พยายามจะข้องใจว่าสำนักงาน คทช. ออกมาแล้วถ้าเป็นเอกสารที่จะไปทำกิน เขาจะได้สิทธิอะไรบ้าง เหล่านั้นคือพี่น้องอยากทราบ ท่านต้องประชาสัมพันธ์ตรงนี้ไป แม้จะออกเอกสารสิทธิเป็นโฉนด เป็น น.ส.๓ ยังไม่ได้ ถ้าสมมุติว่าจัดสรรที่ดินไปแล้วให้เขา ทำกินเขาได้สิทธิอะไรบ้าง ไม่ใช่พอบอกจัดแล้วนะ คทช. จังหวัดจัดแล้ว และมอบให้เขา ไปแล้วเขาได้อะไร อันที่ ๑ อันที่ ๒ ปัญหามากที่สุด เรามาคุยกัน ผมก็เชื่อว่าท่านทราบ อันที่ ๒ คือว่าผู้ที่อยู่มาก่อนครอบครองมาก่อนจำนวนมาก มีทุกจังหวัด ที่ท่านอาจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ท่านเอ่ยถึงจังหวัดอุบลราชธานีต้องขอบพระคุณ นั่นล่ะถูกมันมีทุกจังหวัด แล้วผู้ที่ครอบครองมาก่อนเขาจะสามารถพิสูจน์สิทธิได้อย่างไร แล้วพิสูจน์ไปแล้วถ้าเขาบอก ว่าสิทธิไม่ได้เขาจะโดนคดีไหม ผมว่าเรื่องนี้มันอยู่ที่การประชาสัมพันธ์ของคณะท่าน ความมุ่งหวังของประชาชนพอคณะที่ดินมีอะไรเกิดขึ้น พี่น้องประชาชนก็บอกคณะนี้มาแล้ว จะได้ คณะโน้นมาแล้วจะได้ ทั้ง ๆ ที่ความจริงมันไม่ง่ายอย่างที่เราคิด แม้กระทั่งท่านที่นั่ง อยู่ข้างบนที่ชี้แจงท่านก็ทราบดีว่ามันไม่ง่าย มันเป็นเรื่องที่บางท่านยังมาพูดกับผมหลายท่าน ว่าให้สภาผู้แทนราษฎรออกกฎหมายใหม่หมดดีไหม เอามันใหม่หมด ล้างไพ่ใหม่หมดดีไหม ผมก็บอกว่าถ้ามันทำได้มันก็ดีสิ มันติดขัดด้วยสารพัดเรื่อง ที่ดินแปลงเดียวอยู่ตั้งหลายเรื่อง แม้กระทั่งที่ราชพัสดุยังมีปัญหาได้เลย ครอบครองกันไปครอบครองกันมา กรมธนารักษ์ ก็บอกว่าพิสูจน์สิทธิไปแล้วว่าเป็นของกรมธนารักษ์ ชาวบ้านก็บอกว่าอยู่มาก่อน เถียงกันไป กันมาสุดท้ายกรมธนารักษ์ก็บอกว่าคุณต้องเช่านะ คุณต้องเช่าถึงจะได้สิทธิ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มันก็จะมาเกี่ยวพันกับท่านสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนท่านลองไปคิดไปทำดู ลองไปคิดไปทำดูว่าท่านจะประสาน กับหน่วยไหนได้ แล้วท่านจะต้องร่วมมือกับหน่วยไหน เหมือนท่านเป็นหน่วยงานบูรณาการ ทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ของท่านหรอก อนุทั้งหลายที่มีในรายการผมถือว่าเป็นธรรมดามาก เป็นปกติ ตัวสำนักงานนี้ล่ะครับเป็นตัวรัน (Run) เรื่อง เป็นตัวทำ แล้วจังหวัดโดยท่านผู้ว่า ราชการจังหวัดกับคณะซึ่งท่านตั้งขึ้นนั่นล่ะคือแม่งานใหญ่ สิ่งที่ประชาชนข้องใจมากที่สุด คือเวลา หลายท่านก็พูดไปว่าปัญหาของเวลาเท่านั้นล่ะ ผมยกตัวอย่างแถวบ้านผมอันนี้เป็น เรื่องเก่านานมาแล้ว เทศบาลอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ผมพูด ๒ ๓ ครั้งครับ เรื่องในเขตเทศบาลมีประชากรจนเจริญแล้วอยู่ ๔๐ ปีแล้วไม่มีเอกสารสิทธิเลย เป็นป่าสงวน แค่ขอเพิกถอนป่าสงวนท่านประธาน ๘ ปีครับ ตอนนี้เรื่องยังติดกับคณะกรรมการกฤษฎีกา อยู่เลย นี่ขนาดเรื่องเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นก็ฝากให้กำลังใจทางคณะกรรมการที่มาชี้แจง ว่าบางเรื่องมันยุ่งยาก ท่านต้องอดทนที่จะทำ อดทนที่จะประสานงาน ผมไม่ต้องการคำตอบ เท่าไร ต้องการให้กำลังใจท่านทำงานมาก ให้มันดีขึ้นแล้วก็บูรณาการให้มันดีเพื่อให้พี่น้อง ประชาชนมีความหวังในสำนักงานนี้ว่าอย่างน้อย ๆ เอาล่ะถึงจะมีหน่วยงานหนึ่งก็ยังเป็น ที่พึ่งได้ ยังเป็นที่บอกว่าหันไปหาใครไม่ได้ก็เข้าไปหา คทช. จังหวัด ซึ่งอย่างน้อย ๆ เขาไปถึง ง่ายกว่า สิ่งที่อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการว่าท่านต้องประชาสัมพันธ์ เชิงรุกให้มากให้พี่น้องเข้าใจว่าท่านมีหน้าที่อะไร แล้วท่านจะประสานกับใคร ความสำเร็จ จะเกิดอยู่กับใคร เพราะฉะนั้นก็ขอฝากครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เนื่องจาก มีท่านสมาชิกที่เข้าชื่อจะอภิปรายอีกกว่า ๑๐ ท่าน ผมจะแจ้งว่าท่านสมาชิกท่านไหนจะขอ อภิปรายให้มาแจ้งตอนนี้เลยนะครับ ผมจะปิดรับลงชื่อที่จะอภิปรายเพราะเป็นเรื่องรับทราบ อภิปรายทั้งหมดเกือบ ๒๐ ท่าน ท่านต่อไปครับ ท่านสมชายครับ🔗

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ผมขอ อนุญาตท่านประธานได้ขออภิปรายรายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ ผมดีใจและต้องขอบคุณคณะกรรมการและสำนักงานนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่งได้ทำรายงานฉบับนี้ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบ สิ่งที่เราได้รับรู้ก็คือวิสัยทัศน์ และเป้าหมายหรือพันธกิจของคณะกรรมการในการแก้ปัญหาที่ดิน วันนี้ผมไม่ได้พูดในเชิง ตำหนิแต่อยากจะมาคุยเพื่อที่จะหาทางออกในการแก้ปัญหาเรื่องที่ดิน ปัญหาที่ดินเป็นปัญหา ใหญ่ทั้งระบบสังคมและระบบเศรษฐกิจของประเทศ ที่ดินเป็นความหวังของประชาชน ในขณะเดียวกันก็เป็นความหวังของประเทศในระบบเศรษฐกิจ เพราะที่ดินคือพื้นฐานของ การผลิตในภาคเกษตรที่สำคัญอาจจะเป็นภาคอุตสาหกรรมภาคบริการด้วยก็ได้ แต่นี่คือสิ่งที่ เราต้องหาทางออกว่าปัญหาวันนี้มันคืออะไร ที่มันเป็นเรื่องที่ไปกระทบต่อเรื่องความเหลื่อมล้ำ ในทางสังคมนะครับ รายงานหลาย ๆ รายงาน งานวิจัยหลาย ๆ งานวิจัยพบว่าคนจำนวน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศนี้ถือครองที่ดิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ปัญหานี้มันเป็น ปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบที่มันมาตั้งแต่ปี ๒๔๘๐ กว่า ๆ นั่นละครับที่ประเทศต้องการ ที่จะให้มีพื้นที่ในภาคเกษตรพี่น้องในรุ่นก่อน ๆ ประชาชนในรุ่นก่อน ๆ ก็ไปหักล้างถางพง เพื่อให้เป็นแปลงเกษตร หรือเป็นนาข้าว หรือเป็นพื้นที่ปลูกพืช แต่โครงสร้างของเศรษฐกิจ ไทยในยุคก่อนหน้านั้นก็มีกลุ่มชนชั้นนำที่ไปกว้านที่ดินไว้ในมือเป็นจำนวนมากจนกระทั่งว่า เคยมีการคิดว่าพยายามที่จะห้ามคนรวยไปมีที่ดินเป็นจำนวนมากในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม แต่สุดท้ายในปี ๒๕๐๓ ตอนที่ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจก็เปิดโอกาส ให้มือใครยาวสาวได้สาวเอากลับมายังแผ่นดินไทยเหมือนเดิมและวันนี้มันคือก่อปัญหา ให้กับคนจำนวนมากที่ไม่มีที่ทำกิน จากรายงานย้อนกลับไปในปี ๒๕๔๗ ตอนที่รัฐบาลยุคนั้น ให้มีการลงชื่อว่าใครไม่มีที่ทำกินบ้าง ปรากฏว่าจำนวน ๘๐๐,๐๐๐ กว่ารายไม่มีที่ทำกิน ๕๐๐,๐๐๐ กว่ารายไม่มีที่ทำกินเพียงพอ และที่สำคัญที่สุดพี่น้องส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิ ในที่ดินทำกินประมาณเกือบ ๙๐๐,๐๐๐ ราย นี่คือปัญหาที่เป็นปัญหาทางสังคมและปัญหา ทางเศรษฐกิจของประเทศ ผมอยากจะคุยกับคณะกรรมการผ่านทางประธานสภาว่า คณะอนุกรรมการของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติมี คณะที่ ๑ คณะที่ ๒ ซึ่งเป็น คณะที่ต้องจัดหาที่ดินมาจัดการให้กับคนจนที่ไม่มีที่ทำกินประมาณล้านราย คนที่มีทำกิน ไม่เพียงพออีกประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ รายจะทำอย่างไร ผมชี้ช่องให้ท่านก็เหมือนเมื่อสักครู่ก็ต้องขอบคุณท่านอาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ ที่ขอเอ่ย นามว่า ที่ดินที่หมดสัญญาสัมปทานหรือที่ดินหมดสัญญาอนุญาตให้เข้าทำกินในพื้นที่ป่าสงวน ในพื้นที่ภาคใต้จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดกระบี่ วันนี้หมดสัญญาอนุญาตมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ เป็นต้นมา ๒ จังหวัดนี้ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ นี่ผมชี้ให้อนุกรรมการที่ ๑ ไปจัดหาที่ดิน แปลงนี้มาคุยกับกรมอุทยาน กรมป่าไม้ให้ได้ ผมชี้ไปที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ที่ดินที่ทหาร เคยขออนุญาตจัดที่ดินให้กับพี่น้องซึ่งยอมวางอาวุธในการต่อสู้กับรัฐบาลภายใต้การนำของ พรรคคอมมิวนิสต์ วันนี้ทหารไม่ยอมทำอะไรต่อที่ดิน ยังเป็นเขตพื้นที่ป่าสำนักงานนโยบาย ที่ดินแห่งชาติไปดำเนินการได้ไหม รวมทั้งพื้นที่ตำบลเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ นี่คือพื้นที่ที่สามารถเอาไปจัดการแก้ปัญหาที่ดินให้พี่น้องประชาชนได้มีความหวังบ้าง ปัญหา ที่ดินในเขตนิคมสหกรณ์ที่ยังแก้ปัญหาไม่จบอยู่ ๑๐ กว่านิคมสหกรณ์ครับ ไม่ว่าจะเป็นที่ บางสะพานน้อย ไม่ว่าจะเป็นที่พิษณุโลก ไม่ว่าจะเป็นที่อ่าวลึกกระบี่ ไม่ว่าจะเป็นที่ปากช่อง โคราช นี่คือทางออกอยากจะเห็นพันธกิจของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ผมคุย เพื่อที่จะบอกว่าเมื่อเราเจอปัญหาในที่ดินโดยเฉพาะในที่ดินเขตป่าอนุรักษ์และเขตป่าสงวน ซึ่งยังมีผลกระทบอยู่มากมายวันนี้ เรากำลังจะคิดว่าระหว่างนักการเมือง ระหว่างสภา ผู้แทนราษฎร ระหว่างหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะสำนักงานนโยบายที่ดินแห่งชาติ เราหา ระบบในการที่จะแก้ปัญหา เราหาวิธีการและหาเครื่องมือร่วมกันในการที่จะแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน เพราะที่ดินคือความหวัง ที่ดินคือชีวิตของพี่น้องประชาชนในขณะเดียวกัน ที่ดินคือพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจของประเทศ ถ้าเราสามารถร่วมมือกันในการแก้ปัญหา ที่ดินให้กับพี่น้องประชาชนได้ประเทศชาติก็มั่นคง ประชาชนมั่นคง ในความหมายของผม ความมั่นคงของประชาชนคือความมั่นคงของชาติสูงสุด ไม่ใช่ความมั่นคงของหน่วยงานอื่น แล้วอยากจะฝากท่านประธานไปยังสำนักงานนโยบายที่ดินแห่งชาติว่าการแก้ปัญหาที่ดิน ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เปิดใจว่าประชาชนคือเครื่องมือที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจของประเทศ และนี่คือความหวัง สำนักงานนโยบายที่ดินแห่งชาติควรทำพันธกิจที่เป็นความหวังของพี่น้อง ประชาชนด้วยครับ ขอฝากไว้เพียงแค่นี้ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๓ ท่านต่อไปครับ ท่านคงกฤษ พรรคภูมิใจไทย ท่านอภิชาติ พรรคก้าวไกล ท่านผ่องศรี พรรคเพื่อไทย ท่านคงกฤษก่อนครับ🔗

นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ระนอง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทยครับ ขออนุญาตนะครับท่านประธาน ซึ่งจากที่ผมดูรายงานผลการประเมินผลปฏิบัติงานของ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านเลขาฯ ได้ชี้แจง ขออนุญาตชื่นชม ท่านนะครับ ผมเป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับการช่วยเหลือของคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ โดยมีท่านนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธาน ซึ่งในส่วนของผมที่ดินมี ๒ ประเภท ประเภทแรกคือที่ดินที่รัฐจัดสรรและเช่าให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่ในจังหวัดระนองหรือเป็น พื้นที่ที่ถูกต้องตามเอกสารสิทธิ ส่วนพื้นที่ที่รัฐบาลไม่ได้จัดสรรให้หรือชาวบ้านอยู่อย่างไม่ ถูกต้องตามกฎหมาย หรือยังไม่มีเอกสารสิทธิก็คืออีกประเภทหนึ่ง ซึ่งขอนำเรียนว่าวันนี้ คทช. ก็ได้เข้ามาดูแลในพื้นที่ของจังหวัดระนองเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ดินเช่า ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง ซึ่งผมก็เคยหารือ เคยอภิปราย และเคยให้ทาง คทช. ได้ช่วยเหลือมาโดยตลอด โดยมีท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้นำเรื่องนี้เข้าไปในที่ดินนโยบาย แห่งชาติ โดยมีท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านวิษณุ เครืองาม นั่งเป็นคณะอนุกรรมการ กลั่นกรองกฎหมายการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรที่ดิน ซึ่งวันนี้ต้องขอชื่นชมทาง คทช. มากที่ท่านได้เข้ามาดูแลที่ดินด้านเศรษฐกิจของจังหวัดระนองจริง ๆ ซึ่งเป็นที่ดินที่เช่า ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง เนื้อที่ประมาณ ๔๘๔ ไร่ แล้วก็รวมของเทศบาล เมืองระนองอีก ๑๗ ไร่ ประมาณ ๔๐๐ กว่าไร่ ๔๘๔ ไร่ แต่ว่าทางกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งเข้ามาดูแลและกำกับ แล้วก็สามารถที่จะไปตรวจสอบและสามารถมีพื้นที่เพิ่มเติม มาอีกนะครับ ส่วนหนึ่งก็เป็นพื้นที่ ๕๒๐ ไร่ ซึ่งทาง คทช. ก็เข้ามาดูแลในส่วนนี้ ซึ่งก็อยู่ใน คณะอนุกรรมการตรงนี้ที่จะเสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรี คทช. ได้เพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติ โดยให้กรมธนารักษ์มาดูแล ท่านประธานครับ ในส่วนนี้ประชาชนชาวจังหวัดระนองต้อง ขอขอบคุณมากเลยที่เข้ามาดูแลในพื้นที่ด้านเศรษฐกิจตรงนี้ เพราะพื้นที่ ๒ แปลงหมดสัญญาเช่า ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ และก็หมดสัญญาเช่าเมื่อปี ๒๕๕๙ ซึ่งผมติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด จนวันนี้ ก็เหลืออีก ๑๐ เดือนครับ ก็คงต้องฝากทางท่านเลขาไปถึงทางท่านนายกรัฐมนตรีให้ช่วยเร่ง ดำเนินการในเรื่องนี้ก็จะเป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนในด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในพื้นที่เมืองของจังหวัดระนอง ท่านประธานครับ ก็คงต้องฝากท่านเลขาอีกเรื่องว่าใน ๕๒๐ ไร่ ยังมีพื้นที่อยู่บริเวณใกล้เคียงหรือติดต่อกัน อันนี้พื้นที่ในอำเภอเมืองอย่างเดียว ๒,๐๐๐ กว่าไร่ ซึ่งไม่มีสภาพป่าแล้ว สภาพเป็นเมืองหมดแล้วครับ แล้ววันนี้ชาวบ้านต้องการให้เป็นพื้นที่ เหมือนกับ ๕๒๐ ไร่ แต่มีหนังสือจากกรมป่าไม้ซึ่งมันเป็นความขัดแย้งกันระหว่าง คทช. กับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในส่วนนี้คือให้ป่าไม้เข้ามาดูแล ฉะนั้นคงต้อง ฝาก คทช. ให้บูรณาการร่วมกันแล้วก็ให้ลงพื้นที่เพื่อที่จะไปดูบริบทแต่ละบริบทแต่ละพื้นที่ ให้มีความสอดคล้องกัน ซึ่งในพื้นที่เมืองนี่อยากให้ได้ดำเนินการให้เป็นแนวทางกรณีศึกษา ๕๒๐ ไร่ ในส่วนนี้ต้องขอฝากท่านเลขาด้วยถึงท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ในส่วนหนึ่งในนี้พื้นที่ ของจังหวัดระนองก็มีพื้นที่ของเกษตรกรที่อยู่ใน ๔ อำเภอ ซึ่งทางกรมป่าไม้หรือป่าสงวน แห่งชาติ คทช. ก็เข้าไปจัดสรรให้ ในส่วนนี้ทางชาวบ้านก็ขอบคุณมากด้วยครับ ก็ยินดีที่จะรับ แบบนี้ แต่ว่าพื้นที่จังหวัดระนองจะมีพื้นที่ ๒ ประเภทที่มีความแตกต่างกัน ฉะนั้นคงต้องฝาก ท่านเลขาให้ช่วยดูแลในส่วนนี้ด้วย ผมโชคดีที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องขอขอบคุณท่านวราวุธ ศิลปอาชา ด้วยนะครับ ที่ท่านก็ได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด และท่านก็พยายามที่จะนำกรณีศึกษาของจังหวัดระนองไปใช้ในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด อย่างเมื่อสักครู่นี้ต้องขอเอ่ยนามบางท่านนะครับที่ว่าท่าน ส.ส. บางท่านอาจจะมีปัญหา ในลักษณะใกล้เคียงกับผม แต่ผมขอนำเรียนว่าวันนี้ทาง คทช. ก็ถือว่าเป็นแนวทางที่ดีที่ท่าน ทำเรื่องนี้มาแล้วก็เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ก็อยากให้จังหวัด ระนองเป็นแนวทางที่จะให้พื้นที่แต่ละพื้นที่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป แล้วก็ สามารถที่จะเข้ามาใช้ประโยชน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในประเทศ ท่านประธานครับ จังหวัดระนองเรากำลังจะเติบโตในเรื่องเกี่ยวกับโครงการด้านเศรษฐกิจ นั่นคือแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ที่จะเกิดขึ้นระหว่างระนองและชุมพร ฉะนั้นแล้วก็คง ต้องฝาก คทช. ด้วยเข้ามาจัดสรรพื้นที่นี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและให้ไม่เกิดความขัดแย้ง และสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดได้ทั้งจังหวัดแล้วก็ประชาชนจะได้เข้ามาอยู่อย่างถูกต้องตาม กฎหมายต่อไป ผมก็ขออนุญาตว่าวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านนั่งเป็นประธานในส่วนนี้ ถ้าเกิดท่านทำตรงนี้ให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศแล้วผมว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็จะเป็น ที่รักของพี่น้องประชาชนกับพี่น้องที่ไม่มีเอกสารสิทธิหรือพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดทุก ๆ จังหวัดที่มีปัญหาในพื้นที่ทำกินต่อไป ก็ต้องขอฝากท่านเลขาไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ให้เร่งดำเนินการในพื้นที่ ๕๒๐ ไร่ และพื้นที่ใกล้เคียงอีก ๒,๐๐๐ ไร่ ในเขตอำเภอเมือง แล้วก็ขอให้ตรงนี้เป็นแนวทางให้กับจังหวัดต่อ ๆ ไป ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน วีระกร🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม วีระกร คำประกอบ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านนิดเดียวครับ คือผมอยากจะกราบเรียนท่านว่าการที่เราเอาเรื่องนี้อภิปรายกัน ๑๐ กว่าท่านแล้วครับ แล้วประเด็นก็จะซ้ำ ๆ กันก็คือไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เนื่องจากว่าหน่วยงานนี้ก็เพียงแต่ มารายงานผลให้เราได้รับทราบเฉย ๆ ต่อให้ท่านนายกรัฐมนตรีมานั่งอยู่ตรงนี้ก็แก้ไม่ได้ การที่จะจัดรูปที่ดินถ้าจัดได้วันแมป (One Map) มันเสร็จไปนานแล้วครับ แต่นี่ประชุมกัน ที่ไหน ท่านประธานก็คงทราบดีว่าทหารก็ไม่ยอมป่าไม้ ป่าไม้ก็ไม่ยอม คนนั้นก็ไม่ยอม หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีที่ดินอยู่ในครอบครองดูแลของท่านต่างคนก็ต่างไม่ยอม พูดไปก็เท่านั้น ต่อให้ท่านนายกรัฐมนตรีมานั่งก็ไม่เกิดประโยชน์ ผมเพียงแต่อยากที่ว่าเราไปพูดอะไรที่มัน เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง พูดเรื่องนี้พูดให้ตายก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา ท่านที่นั่งอยู่ ตรงนี้ก็ไม่สามารถที่จะบันดาลในสิ่งที่ ส.ส. อภิปรายได้เลยแม้แต่น้อยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เนื่องจาก การรายงานการดำเนินการตามแผนปฏิรูป คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติก็เป็น ผู้ดำเนินการการจัดการเรื่องนโยบายที่ดินที่มีปัญหาทั่วประเทศ อันนี้ผมก็เข้าใจเพราะว่า เกือบจะทุกจังหวัดที่มีปัญหาประชาชนเขาเดือดร้อนอยู่ ทีนี้ผู้แทนที่เป็นตัวแทนในแต่ละพื้นที่ ก็คงอยากจะระบาย อยากจะชี้แจงถึงปัญหาในพื้นที่ของตนเองในฐานะที่เป็นตัวแทนของ ประชาชน ดังนั้นก็ฝากคณะกรรมการช่วยจดปัญหาต่าง ๆ แล้วนำไปพิจารณาในที่ประชุม ไปนำเสนอท่านนายกหาทางออกให้ด้วยนะครับ จะว่าไม่ได้ประโยชน์เลยก็ไม่ใช่ เพราะเป็น หน้าที่ผู้แทนที่จะต้องมาพูดถึงปัญหาในพื้นที่อย่างเช่นเมื่อสักครู่นี้จังหวัดระนองผมก็เข้าใจ อำเภอเมืองทั้งอำเภอเป็นเขตป่าสงวนทั้งนั้นเลย เกือบจะ ๘๐ เปอร์เซ็นต์อย่างนี้ ปัญหา ต่าง ๆ มันมีทุกจังหวัดล่ะครับ จังหวัดที่อยู่ในเขตอำเภอเมืองหรือแม้กระทั่งที่ตั้งโรงพัก ที่ตั้งอำเภอก็อยู่ในเขตป่าอย่างนี้ ท่านควรจะจดปัญหาต่าง ๆ ไปแล้วก็แก้ไขแบบบูรณาการ ทั้งประเทศเสียทีหนึ่ง แต่ถึงอย่างไรก็ตามครับ ผมเปิดโอกาสโดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ ก็อยากจะให้ท่านพูดถึงปัญหา พูดถึงการรายงานของคณะกรรมการ อยากจะ ใช้เวลากันสั้น ๆ หน่อย แต่ก็เปิดโอกาสครับ เพราะปิดการลงชื่อแล้วครับ ก็จะให้ท่านสมาชิก ที่ลงชื่อทั้งหมดได้มีโอกาสได้อภิปราย ต่อไปท่านอภิชาติ พรรคก้าวไกลครับ🔗

นายอภิชาติ ศิริสุนทร แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อย่างน้อย วันนี้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติก็ถือว่าเป็นกลไกหนึ่งของรัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหา ให้ลุล่วงเกี่ยวกับเรื่องปัญหาที่ดิน สภาแห่งนี้ก็เป็นสภาที่รับเรื่องราว เรื่องร้องเรียนของพี่น้อง มาเยอะแยะมากมายไปหมด ถ้าอภิปรายแล้วมันต้องมีประโยชน์สิครับ ไม่มีประโยชน์ จะอภิปรายทำไม หรือถ้าอย่างนั้นถ้ารัฐบาลคิดว่าตั้ง คทช. มาแล้วมันไม่มีประโยชน์ก็ยุบ สิครับ เดี๋ยววันนี้ผมจะเสนอยุบ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเข้า ประเด็นเลยครับ ไม่เป็นอะไร เข้าประเด็นครับ🔗

นายอภิชาติ ศิริสุนทร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต อภิปรายเกี่ยวกับรายงานผลการดำเนินงานและการประเมินผลการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๓ อันนี้ก็ประมาณ ๖-๗ ปี แล้วที่ คทช. ดำเนินการมา แล้วผมก็พยายามที่จะอ่านแล้วก็เปิดดูหน้าที่ ๔๑ ซึ่งเป็นผลการ ดำเนินงานของท่านนี่ล่ะครับ ว่าท่านดำเนินการมา ๗ ปี เข้าปีที่ ๘ ท่านดำเนินการแก้ไข ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนได้ไปถึงไหน อย่างไร เท่าที่ผมเปิดดูผลสำเร็จ ของผลการรายงานมันชี้ชัดถึงความสำเร็จหรือล้มเหลว ถ้าดูตัวเลขท่านแก้ไขปัญหาอนุญาต เห็นชอบการใช้พื้นที่ในเขตพื้นที่ป่าสงวน เขตพื้นที่ป่าไม้ตาม พ.ร.บ. ๒๔๘๔ ป่าชายเลน ที่ราชพัสดุ ที่สาธารณประโยชน์ต่าง ๆ ตามที่ท่านเขียนมาในรายงาน ปรากฏว่าท่านกำหนด เป้าหมายไว้ก็ยังไม่สูงล่ะครับ ผมว่าพี่น้องประชาชนที่มีปัญหาเรื่องที่ดินทำกินมีหลักล้าน เท่าที่ผมทราบข้อมูลอย่างน้อยก็สองล้านเป็นอย่างต่ำ แต่ท่านกำหนดเป้าหมายไว้ที่เท่าไร ๑,๐๗๑ แล้วก็ท่านอนุญาตให้ไปใช้ประโยชน์ ๒๖๗ หรือคิดเป็นราย ท่านจัดคนเข้าใช้ ประโยชน์ในที่ดินแล้ว ๖๐,๔๑๙ ราย ถ้าเทียบจากจำนวนพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน มันน้อยมาก น้อยจริง ๆ นี่มันสะท้อนให้เห็นถึงกลไกที่รัฐบาลตั้งขึ้น หรือ คทช. เรียกย่อ ๆ ก็แล้วกันนะครับ มันไม่ได้ปฏิบัติการในระยะเวลา ๖ ๗ ปีนี้เพื่อให้ตอบโจทย์ต่อปัญหาของ พี่น้องประชาชนที่มันเกิดขึ้นจริง ๆ ผมก็มาเปิดดูอีกล่ะครับท่านประธานว่า เอ๊ะสาเหตุที่มัน ได้น้อยเกินคาด ซึ่งนายกรัฐมนตรีเวลาแถลงนโยบายประเภทพี่น้องประชาชนต้องลดความ เหลื่อมล้ำเรื่องที่ดิน เรื่องอะไรนี่ แต่พอกลไกมาทำมันน่าตกใจ ผมก็มาเปิดดูว่า เอ๊ะปัญหา มันอยู่ตรงไหน ผมมาเปิดดูโครงสร้างของอนุกรรมการ หน้าที่ ๒๙ ถึงหน้าที่เท่าไร ถึงหน้าที่ ๓๐ ปรากฏว่าอนุกรรมการต่าง ๆ ๙ อนุกรรมการเป็นอนุกรรมการที่แต่งตั้งมาจากข้าราชการ ส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคทั้งนั้นเลย เป็นกลไกที่รวมศูนย์ไว้ที่ราชการทั้งหมด เป็นกลไก การตัดสินใจที่รวมศูนย์ไว้ที่ส่วนกลางทั้งหมด มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่ปัญหาที่ดินมีทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกหมู่บ้าน ทุกจังหวัดที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปทั้งหมดนี้ มันจะใช้โครงสร้าง แบบรวมศูนย์แบบนี้ในการที่จะรวบรวมข้อมูลเพื่อกำหนดเป้าหมายของการแก้ไขปัญหา เพื่อให้เห็นชี้ชัดว่าพี่น้องประชาชนมีกี่รายที่มีปัญหาเป็นไปไม่ได้โครงสร้างที่มันรวมศูนย์ เพราะฉะนั้นมันผิดแล้วครับ ผิดตั้งแต่การตั้ง คทช. แล้วที่ไปรวบรวมเอาโครงสร้างไว้ที่ ส่วนกลางทั้งหมดหรือส่วนราชการทั้งหมดผิดตั้งแต่แรกแล้ว ดังนั้นปัญหาที่มันกระจายไป ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล คนไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านคนถึง ๔ ล้านคนที่มีปัญหาเรื่องที่ดินทำกินไปฝาก ความหวังไว้กับโครงสร้างที่รวมศูนย์ไม่ได้ ดังนั้นผมคิดว่ารัฐบาลหรือ คทช. เองต้องไป ทบทวนเรื่องโครงสร้างการทำงานใหม่ ผมคิดว่ามีสมาชิกท่านหนึ่งของพรรคก้าวไกลเสนอ ท่านมานพหรือเปล่าเสนอว่ามันต้องท้องถิ่นสิ เขารู้ให้เขามีอำนาจในการทำฐานข้อมูล สำรวจ คนในพื้นที่ของเขา สำรวจจำนวนพื้นที่ที่ดินที่สามารถเอามาจัด ก็ให้อำนาจเขาสิครับ ให้อำนาจเขาสำรวจ ให้อำนาจเขาเห็นชอบเบื้องต้นในการที่จะพิจารณาว่าใครควรอยู่ ตรงไหน อย่างไร ใครมีปัญหาอย่างไร อย่างไหน แค่ไหน อย่างไร ต้องอย่างนี้แล้วก็ส่งขึ้นมา พิจารณากัน ถ้าท่านทำรวมศูนย์อย่างนี้ ผมคิดว่าอีก ๑๐๐ปี ก็ไม่สำเร็จหรอกครับ แถมแนวคิดในการ จัดการก็ไม่สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชน ท่านให้สิทธิแค่อนุญาต คทช. มีสิทธิแค่อนุญาตใช่ไหมครับ ไม่ให้กรรมสิทธิ์ ไม่ให้สิทธิที่ดีกว่าที่จะเป็นการเช่า เป็นการ อนุญาตให้อยู่ซึ่งไม่สอดคล้องกับสังคมเศรษฐกิจแบบใหม่แล้ว มันสูญเสียพลังงานการผลิต สูญเสียเศรษฐกิจไปขนาดไหนเพราะพี่น้องไม่เกิดความมั่นคงในสิทธิในกรรมสิทธิ์ ดังนั้น ผิดด้วยครับ เรื่องแนวคิดแนวนโยบายในการจัดการที่ดินของ คทช. ผมถือว่าผิด มิหนำซ้ำ ระเบียบของแต่ละหน่วยงานก็ทำให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำ กรมป่าไม้ให้กี่ไร่ ให้ ๕๐ ไร่ หรือเปล่าครับ ถ้าผมจำไม่ผิด อุทยานให้ ๒๐ ไร่อะไรทำนองนี้ก็เหลื่อมล้ำกันอีกล่ะครับ แล้วมิหนำซ้ำต้องไปใช้ระเบียบของหน่วยงาน ถ้าหน่วยงานเขาไม่เห็นชอบ เขาไม่อนุญาต คทช. ก็เป็นเสือกระดาษ ถูกไหมครับ เราทำอะไรไม่ได้เลย ถ้าอย่างนั้นผมว่ารัฐบาลยุบเถอะ ยุบ คทช. ออกไปแล้วก็ให้ท้องถิ่นเขาเป็นคนดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ เขาจะเห็นว่าใครมี ปัญหาอย่างถี่ถ้วน ผมขอสุดท้ายประโยชน์ด้วยแน่ ๆ เรื่องพิสูจน์สิทธิ ผมมีข้อมูลว่าทาง คทช. ดำเนินการในเรื่องนี้ด้วย แต่ผมไม่เห็นในรายงานนี้ว่าท่านพิสูจน์สิทธิในกรณีที่พี่น้องประชาชน ทับซ้อนกับที่ของรัฐ ไม่เห็นในรายงานขอให้ท่านได้ตอบด้วยเท่าที่ผมทราบข้อมูลน่าจะมีผู้ที่ ขอพิสูจน์สิทธิไม่น้อยกว่า ๒๗๐,๐๐๐ ราย อยากทราบทาง คทช. ดำเนินการไปถึงไหน อย่างไร และพิสูจน์สิทธิไปแล้วอย่างผมไปเกาะช้าง เกาะกูด กปร. พิสูจน์ว่าชาวบ้านอยู่ก่อน แล้วมันไปต่อไม่ได้ครับ ถามกรมที่ดินก็ไม่รู้ ไม่รู้จะแก้อย่างไร พิสูจน์ออกมาแล้วว่าชาวบ้าน มีสิทธิที่ดีกว่า ชาวบ้านอยู่ก่อนแต่ทางที่จะไปต่อไปก็ไปต่อไม่ได้ ถ้าหน่วยงานนั้น ๆ ไม่เห็นด้วย ก็สรุปแล้วชาวบ้านก็ไม่ได้สิทธิอยู่ดี แล้วมันจะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนได้อย่างไร ถ้าอย่างนั้นผมขอเสนอแนะให้ทาง คทช. ไปพิจารณาเรื่องแนวคิดแนวนโยบายไปพิจารณา ในเรื่องกลไกโครงสร้างในการทำงาน และถ้ายังทำไม่ได้อยู่อีกเสนอขอให้ยุบครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านผ่องศรีครับ🔗

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพ นางผ่องศรี แซ่จึง ส.ส. ศรีสะเกษ ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานของ สคทช. ในครั้งนี้ด้วย ดิฉัน เห็นด้วยกับหลาย ๆ ท่านที่ได้อภิปรายไปแล้ว อย่างเช่น ท่านดอกเตอร์กนก ท่านสาทิตย์ หรือแม้แต่ท่านอภิชาติที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ท่านสมชาย และเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้แล้วล้วนแต่เป็นปัญหาที่แท้จริง ดิฉัน อยากจะเรียนว่าปัญหาที่ดินนั้นมันจะมีทุกจังหวัด ท่าน ส.ส. จะรู้เลยว่าในพื้นที่ตัวเอง มีปัญหาเยอะแยะมากมาย ดิฉันอยากจะพูดประเด็นจากข้อร้องเรียนในฐานะกรรมาธิการ การที่ดินที่ดิฉันเป็นกรรมาธิการอยู่และเป็นประธานอนุกรรมาธิการที่ดินมีเรื่องร้องเรียน ๒๐๐ ๓๐๐ เรื่อง เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากเลยดูเหมือนว่าพี่น้องประชาชนที่มาร้องเรียนเขาจะ ร้องเรียนทุกสมัยที่มี ส.ส. เขาจะร้องเรียนไปทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น พ.ศ. ใด แต่เราดูแล้วเหมือนกับว่าไม่ได้รับการแก้ไขเลย ไม่มีรายใดที่เราทำได้สำเร็จเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจ เป็นอย่างยิ่งเลย ในหน้า ๗๕ ข้อร้องเรียนที่เป็นรายการนี่นะคะ ท่านเชื่อหรือว่ามันจะมีแค่นี้ ไม่ใช่ค่ะ จะมีมากกว่านี้แน่นอนถ้ารวบรวม คนที่ไม่ได้ร้องเรียนมาเป็นลายลักษณ์อักษร ก็มีเยอะประมาณไม่ถูกนะคะ เพราะฉะนั้นท่านประธานคะดิฉันอยากจะพูดถึงเรื่องร้องเรียน ที่ถ้าเราคิดถึงเรื่องร้องเรียนทั้งหมดมันจะเป็นขอที่ทำกินและที่อยู่อาศัย ๓๘ เปอร์เซ็นต์ ปัญหาการออกเอกสารสิทธิ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ ปัญหาแนวเขตทับซ้อนอันนี้ก็สำคัญ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ รวมกันแล้วปัญหานี้มันเป็นตั้ง ๘๔ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานคะ พี่น้องเราจะอยู่เย็นเป็นสุข ได้อย่างไร เขาจะมีกำลังใจในการทำมาหากินได้อย่างไร แต่ทีนี้จะเรียนท่านประธานว่า ดิฉันกำลังทำเรื่องเหมือนว่าจะว่านำร่องในเขตพื้นที่เลือกตั้ง เขตที่ ๘ ของดิฉันเอง ๔ ๕ หมู่บ้านที่เรานำร่องเป็นหมู่บ้านที่อยู่มาก่อนจริงโดยดูจากแผนที่นะคะ แผนที่ที่เก่าแก่ที่สุด เราดูแล้วเราตกลงกับผู้ที่เกี่ยวข้องก็คือเช่าที่ดินจังหวัดได้เอา ๔ ๕ หมู่บ้านนี้ เขามีวัด เขาไป อยู่ตั้งแต่ปี ๒๔๕๑ เขาอยู่มาก่อนจริง แล้วเราก็ดูแผนที่ชัดเจนมาก เรากำลังทำนำร่องเพื่อจะ ออกเอกสารสิทธิให้เขาได้ไหม อย่างไร การดำเนินการเป็นมาด้วยความเรียบร้อยดี ก้าวหน้า พอสมควร ต้องขอบคุณเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดศรีสะเกษและเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด ศรีสะเกษ สาขาราศีไศล ที่มุ่งมั่นมากค่ะ เราทำแบบหลังชนหลังเลยนะคะ บ้านหลังนี้อยู่ ตรงนี้ ตรงนี้ ตรงนี้ แล้วเราก็แยกแยะออกมาว่าที่เขามี ส.ค.๑ มี น.ส.๓ ก มีอะไรประมาณนั้น ประมาณ ๓๐๐ ราย ส่วนอีก ๕๐๐ กว่ารายนั้นจะเป็นผู้ที่อยู่มาก่อนจริงแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ ที่จะแสดงแล้วก็เคยมีการพูดกันว่าการพิสูจน์สิทธินั้นไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ค.๑ ไม่จำเป็นต้อง เป็น น.ส.๓ หรืออะไรทั้งสิ้น ขอให้ดูวงปีของต้นไม้ก็ได้หรือดูร่องรอยที่อยู่มาก่อน วันนี้ เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากร่องรอยเหล่านี้คนเฒ่าคนแก่ที่อยู่มาก่อนล้มหายตายจากไปหมด เกือบหมดแล้วค่ะท่านประธาน ยังมีเหลืออยู่บ้าง แต่ประเด็นคือราชการจะเชื่อไหมว่าเขาอยู่ มาก่อน อันนี้เป็นประเด็นที่สำคัญมากเพราะราชการจะยึดถือเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะเรียนว่าสิ่งที่เราทำไปขณะนี้ก็คือออกเอกสารสิทธิ ออกโฉนดไป แล้วบางส่วน วันที่มาชี้แจงที่สภาผู้แทนราษฎรท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านสำรวยที่เป็น ผู้รับผิดชอบ ท่านถามขึ้นมาประโยคหนึ่งซึ่งเราก็อึ้งมากเลย ท่านถามว่าเมื่อการพิสูจน์สิทธิ โดย คพร. ไปถึงที่สุดแล้วนี่พิสูจน์สิทธิว่าพี่น้องอยู่มาก่อนจริงแล้วจะอย่างไร แล้วจะอย่างไร คำตอบยังไม่มีค่ะ เพราะฉะนั้นมันก็จะสอดคล้องกับ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านประธานอภิชาติที่ พูดไปเมื่อสักครู่ว่าเมื่อพิสูจน์สิทธิถึงที่สุดแล้ว คพร. พิสูจน์แล้วว่าเขาอยู่จริง ถ้าหน่วยงาน เหล่านั้นที่เกี่ยวข้องพื้นที่ที่ดิฉันกำลังนำร่องท่านประธานค่ะ ๓ ชั้นนะที่ทับซ้อน ๑. ประกาศ ส.ป.ก. ๒. พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ ๓. พ.ร.บ. ป่าไม้ถาวร ๓ ชั้นเลยนะคะท่านประธาน แล้ว ส.ป.ก. ประกาศคลุมทั้งพื้นที่ทั้งอำเภอเลย ขอปรับปรุงนานมาแล้วก็ยังไม่สำเร็จสักที ๓ ชั้นนะคะ เพราะฉะนั้นเมื่อพิสูจน์สิทธิไปแล้วดิฉันก็อยากจะรู้ว่าใครจะเป็นผู้ตัดสิน เพราะฉะนั้นเมื่อมัน เป็นอย่างนี้ป่าไม้ไม่ยอม ส.ป.ก. ไม่ยอม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ยอมก็ทำอะไรไม่ได้ ก็เหมือนกับเราหลอกลวงพี่น้องประชาชน เสียเงิน เสียเวลา เสียความรู้สึกมาก ๆ เลย เพราะฉะนั้นประเด็นนี้อยากจะให้ทาง สคทช. ลองนำไปดูได้ไหมคะว่าอยากเสนอว่า เมื่อ คพร. จังหวัดพิสูจน์เสร็จเรียบร้อยแล้วน่าจะถือว่าเป็นอันเบ็ดเสร็จ และให้มีผลผูกพัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อออกเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินให้แก่พี่น้องประชาชน ได้เลย ไม่อย่างนั้นก็จะพิสูจน์สิทธิไปทำอะไร แล้วก็ไม่เคยน่าจะไม่ปรากฏ คณะเราได้ขอดู เอกสารอยู่นะคะว่าการต่อสู้ในเรื่องการพิสูจน์สิทธิของพี่น้องประชาชนที่ผ่านมาโดย กบร. อะไรก็ตามที่เป็นชื่อเมื่อก่อน วันนี้เป็น คพร. เคยมีสักรายไหมที่พี่น้องประชาชนพิสูจน์สิทธิ แล้วชนะแล้วได้สิทธินั้นมา ซึ่งหมู่บ้านเหล่านี้เขาอยู่กันมาจริง อยู่มาก่อนกฎหมายทุกฉบับจริง มีหลักฐานยืนยัน แต่บางคนมีเอกสารที่แสดง บางคนไม่มีเอกสารแสดง แล้วเป็นหมู่บ้านที่ไม่ เคยเคลื่อนย้ายค่ะ ไม่มีใครเข้าไปออกมา มีแต่ลูกหลานที่เขาอยู่และสืบต่อกันมา มีลูกสะใภ้ มีลูกเขยที่มาอยู่เท่านั้นเอง อันนี้เป็นประเด็นปัญหาที่ดิฉันคิดว่าคงจะต้องนำไปสู่ การแก้ไขให้ได้โดยคณะนี้ โดยคณะนี้นะคะ ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้ มองไม่เห็น อนาคต ท่านประธานนิดเดียว ที่ดินคือทรัพย์สิน ที่ดินคือความมั่นคง ที่ดินคือสิ่งที่จะทำให้ พัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ เป็นมนุษย์ทุกคนในประเทศไทยควรจะมีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง เพื่อศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ค่ะ ท่านประธานขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ คุณหมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ซูการ์โน มะทา เชิญท่านเกียรติครับ🔗

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย นโยบายที่ดินแห่งชาติหรือตัวย่อว่า สคทช. คือสมุดเล่มนี้ทำออกมาดูสวยหรู สวยงามครับ แต่ความเป็นจริงแล้วเสียดายเวลาที่ผ่านมา ๔-๕ ปีครับ คือผลงานต่าง ๆ ที่ออกมาไม่มีอะไร ที่ออกมาเห็นได้เป็นเด่นชัดเลย เช่นจังหวัดลพบุรีเรามีที่ดินที่เป็น ส.ป.ก. และที่ดินที่เป็นของ ภ.บ.ท. ๕ ที่ราชพัสดุมากมาย ยกตัวอย่างอำเภอเมืองที่ราชพัสดุก็มาก อำเภอพัฒนานิคม ที่ ส.ป.ก. ตกมาราว ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วมีอีกอำเภออำเภอท่าหลวงที่เป็นที่ ส.ป.ก. และที่ ภ.บ.ท. ตกประมาณ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ราษฎรจำนวนมากที่เข้าไปอยู่อาศัยอยู่ ซึ่งอยู่มาตก ประมาณราว ๗๐-๘๐ ปี บางคนก็ตกประมาณ ๑๐๐ กว่าปีแล้ว แล้วเขามาทำมาหากินอยู่คือ ทำอาชีพเกษตรกร เขาทำมาตั้งนานแล้วสิทธิไม่มีไม่ทราบว่าคือจุดนี้นโยบายของ สคทช. เข้าไปจัดการอะไรบ้าง อำเภอชัยบาดาลตกประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถนนสาย ๒๑ ถนน สายสระบุรี-หล่มสัก ที่ผ่านมาคือสองข้างทางเข้าไปได้แค่ประมาณ ๕๐๐ เมตรหรือว่า ๒,๐๐๐ เมตร หลังจากนั้นไปเป็นที่ป่าถาวร ซึ่งป่านี้เราไม่มีสภาพป่าเลย ซึ่งมันผ่านมาตั้งแต่ ประมาณเกือบ ๗๐-๘๐ ปีแล้วจนป่านนี้ไม่มีที่ป่า แล้วคราวนี้นโยบายนี้คือเข้าไปจัดการ อะไรบ้างไม่เห็นมีเข้าไปดูแล อยากจะให้ช่วยดูแลจุดนี้ให้ดีแล้วก็ให้มันเป็นธรรมหน่อยครับ เพราะว่าราษฎรที่ทำการเกษตรเขาเข้าไปทำการเกษตรเขาทำมานานแล้ว ๓-๔ ชั่วคนแล้ว ๓-๔ ชั่วคนก็ตกประมาณ ๑๐๐ กว่าปีแล้วนะครับ แล้วก็อำเภอสระโบสถ์ อำเภอโคกเจริญ ที่หนึ่งตกประมาณราว ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นที่ของ ส.ป.ก. แล้วก็ของ ภ.บ.ท. ซึ่งการดูแลของ สคทช. นี้เข้าไปดูแลอะไรบ้าง ผมเป็นผู้แทนอยู่ในเขตนี้ก็อยากจะให้ทาง สคทช. แจงผลงานออกมาว่าในจังหวัดลพบุรีท่านได้เข้าไปดูแลอะไรบ้าง อันนี้ไม่ใช่ว่า ต้องการจะมาต่อว่าคือเห็นผลงานออกมาแล้ว คือตกประมาณ ๖ ๗ ปีที่ท่านทำงานมา คือผลก้าวหน้า ผลอะไรท่านต้องทำมาให้ชัดเจน ในหนังสือเล่มนี้ที่ท่านทำมาก็ไม่มีอะไร ออกมาเลยที่ว่าจังหวัดลพบุรีมีแค่ไหน ๆ ผลงานสำเร็จแค่ไหน ถ้ามีออกมาปุ๊บอันนี้เป็น น่าเชื่อถือที่พวกเราตัวแทนชาวบ้านทุกคนจะได้นำไปให้ชาวบ้านได้รู้ว่าผลงานของ สคทช. โอเค (OK) เขามีเพิ่มมากขึ้นแค่ไหน เราได้ทำอะไรบ้างแล้ว แต่ละปีงบประมาณก็มีไปแล้ว และความจริงใจของสำนักงานนี้คืออยากจะให้มีความจริงใจและมีความตั้งใจในการทำงาน ให้กับประชาชนที่ไปอยู่อาศัยในเขตที่ของราชพัสดุแล้วก็เขตของ ส.ป.ก. เขตของ ภ.บ.ท. ๕ เพื่อต้องการให้เขาได้มีสิทธิไปใช้ประโยชน์ให้เกิดความถูกต้อง แล้วก็ให้เกิดความชอบธรรม ตอนนี้ชาวบ้านจะไปทำอะไรทำแทบไม่ได้ เพราะว่าคือป่าไม้เข้าไปจับทางราชพัสดุเข้าไป ตักเตือนเข้าไปอะไร อำเภอท่าหลวงท่านลองนึกสภาพดูว่า ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ประชาชนเขาอยู่ สมมุติมี ๑๐,๐๐๐ คน ก็ตกประมาณราว ๙,๕๐๐ คน ที่ไม่มีเอกสารสิทธิและพื้นที่เป็นพื้นที่ เกษตรกรรมมาแต่ต้นแล้ว ตกประมาณร้อยกว่าปีแล้ว ถนนสาย ๒๒๕๖ ชัยบาดาล ด่านขุนทด ก่อสร้างมาก็ตกประมาณราว ๓๐ กว่าปีแล้ว หลังจากก่อนที่ถนนจะก่อสร้างขึ้นมาชาวบ้าน เขามาอยู่อาศัยตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่า จนบัดนี้ตอนนี้เอกสารสิทธิก็ยังไม่มีครับ อยากให้ทาง สคทช. ดูแลแล้วก็สร้างผลงานให้เกิดประโยชน์ คือไม่ใช่ ๕ ๖ ปีผ่านมาแล้ว ก็คือท่านทำอะไรอยู่ จุดไหนที่ทำสำเร็จแล้วท่านก็ไม่เคยมาชี้แจงให้ดูนะ จังหวัดลพบุรีกับ ของกระผมนี่คือชาวบ้านอยากจะทราบว่าหน่วยงานนี้เข้ามาทำอะไรบ้าง ท่านช่วยชี้แจง แล้วช่วยสร้างผลงานให้กับชาวบ้านหน่อยครับ คือที่ ส.ป.ก. ที่ ภ.ท.บ. บางครั้งคือชาวบ้าน เขาก็อดน้อยใจไม่ได้ว่าทำไมคนจังหวัดเลย อำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้าย อำเภอสังคม จังหวัด หนองคาย อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี อำเภอเมืองเชียงใหม่ ที่เป็นเนินเขา เป็นอะไรคนเขา ยังออกเอกสารสิทธิได้ จังหวัดกระบี่ จังหวัดภูเก็ต ที่เป็นเนินเกินค่าความลาดชันเขาออกเป็น เอกสารสิทธิได้ แต่ทำไมในจังหวัดลพบุรีเราออกไม่ได้ คืออยากจะหาคำตอบแล้วอยากจะ หาทางที่ร่วมกันช่วยกันแก้ไขช่วยกันสร้างความถูกต้องไม่ใช่เป็นพลเมืองชั้น ๒ เพื่อให้ หน่วยงานรัฐมาเอารัดเอาเปรียบกับประชาชนทั่วไป เพราะว่าคือทุกอย่างเกษตรกรในการ ทำไร่มีตกประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศไทย ท่านช่วยสร้างให้เขาได้อยู่ ได้มีทรัพย์สิน มีอะไรต่ออะไรที่ให้เขามีความภาคภูมิใจบ้างว่าเขาอยู่ในประเทศไทยเราว่ามีสิทธิที่ดินทำกิน คือสามารถให้เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานได้ไม่ใช่ไปกดขี่ข่มเหงชาวไร่ชาวนาเอากฎหมายมาบังคับใช้ กฎหมาย ๒ มาตรฐานมาดูแล คือเอา เอา เอา ทางรัฐให้ได้เกิดประโยชน์แล้วก็ปล่อยให้ ชาวบ้านทิ้งให้เขาต้องไปผจญชะตากรรมฝากท่านครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ คุณหมอจตุรงค์🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ต้องขอบพระคุณท่านประธานนะครับที่ได้นำเรื่องรายงานผลการ ดำเนินงานและประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาตินะครับ ในวันนี้ท่านประธานครับ เมื่อพี่น้องประชาชนทราบว่าเราจะอภิปรายเรื่องการบริหารจัดการ ของนโยบายที่ดินแห่งชาตินี่หลายคนทางบ้านได้ฟังแล้วก็ติดตามอยู่ ผมขออนุญาตนำเรียน และมีคำถามถามไปยังท่านดอกเตอร์รวีวรรณ ภูริเดช ท่านผู้อำนวยการสำนักคณะกรรมการ นโยบายที่ดินแห่งชาติ ๒ เรื่อง คำถามก่อนเลยนะครับ🔗

เรื่องแรก ก็คือในหน้า ๘๔ งบประมาณการดำเนินงานภายใต้โครงการ จัดที่ดินทำกินให้ชุมชนบอกว่าใช้เงินงบประมาณตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๙-๒๕๖๔ งบประมาณทั้งสิ้น ๑,๒๕๗,๓๐๔,๘๐๐ ล้านบาท ใช้ไปทั้งสิ้นแค่ ๗๔.๗๓ เปอร์เซ็นต์คือ ๙๓๙,๖๓๑,๘๐๙ ล้านบาท ใช้เงินไปยังไม่ครบติดปัญหาอย่างไร ท่านมีปัญหา ท่านมีอุปสรรค อย่างไรในการบริหารจัดการงบประมาณตรงนี้ วันนี้ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นช่วงที่สรุปคือ ปี ๒๕๖๔ ตอนนี้ครบหรือยัง มีปัญหาอย่างไร ท่านหนักใจตรงไหนหรือไม่🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือคำถามหน่วยงานที่ท่านดูตรงนี้ ๖ หน่วยงาน แต่เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓ ขณะนั้น ส.ส. ในสภาทั้งหมดได้เสนอญัตติอภิปรายกันโดยเฉพาะตัวกระผม ก็เสนอญัตติในเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและเอกสารสิทธิ ทุกคนพูดมีปัญหา คล้าย ๆ กันทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ส.ส. จังหวัดศรีสะเกษ ท่านธีระ ท่านสิริพงศ์ ท่านผ่องศรี เหมือนกัน ๆ หรือท่าน ส.ส. รังสรรค์ก็เหมือนกันที่มีปัญหาว่าที่อยู่ทำกินมา แล้วก็ได้มีตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นมาเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น ๑๗ หน่วยงาน ๑๘ หน่วยงาน แต่ในหน่วยงานของท่านนี่มีแค่ ๑๕ หน่วยงาน หน่วยงานที่ ตกไป ๒ หน่วยงาน ผมก็จะเรียนถามคือของกระทรวงกลาโหม ซึ่งกระทรวงกลาโหมเป็น หน่วยงานที่มีที่ดินเยอะมากแล้วก็มีปัญหาในเรื่องของพี่น้องประชาชนที่จะจัดที่ดินทำกิน ให้เขา กับหน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานสัตว์ป่า และพันธุ์พืชก็ไม่เห็น และหน่วยงานของท่านด้วยซึ่งได้อยู่ในที่ประชุม แล้วเราได้ประชุมเสร็จ วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕ ซึ่งอยู่ในระเบียบวาระที่ ๔.๑๖ จะอภิปรายวันนี้ เรื่องนี้ก็จะเป็น เรื่องที่พี่น้องประชาชนตั้งตาดูว่าเขาจะได้ที่ดินทำกินหรือไม่ อย่างไร ประเด็นที่จะนำเรียน ถามไปยังท่านดอกเตอร์รวีวรรณ แล้วก็บอกกล่าวไปยังคณะกรรมการว่าเราต้องพูดเป็น ๒ ประเด็น🔗

ประเด็นแรก ก็คือประเด็นที่พี่น้องประชาชนไม่มีที่ดินทำกินจริง ๆ เลย เขาเกิดมาเขาไม่มีที่จริง ๆ เลย เขาก็คือหน่วยงานความหวังของท่านนี่ล่ะที่จะบริหารจัดการ ให้เขา แล้ววันนี้ที่จังหวัดศรีสะเกษก็มีหลายคนที่อำเภอกันทรลักษ์ก็มาร้องเรียนว่ากำลัง จะจัดให้เขา แต่มีอยู่คนหนึ่งไปร้องที่ไหนก็ไม่ได้เพราะเขาไปดูร่องรอยแล้วปรากฏว่า หาร่องรอยไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร ตรงนี้ก็ฝากด้วยว่าถ้ามีพยานหลักฐานชัดเจนก็น่าจะจัดให้เขา เพราะเขารอคอยอยู่🔗

ส่วนที่ ๒ ก็คือหน่วยงานที่ในเรื่องของกระทรวง ในเรื่องของการขยายเขต อุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในเรื่องของขยายป่าจริงที่อำเภอภูสิงห์ อำเภอกันทรลักษ์ และ อำเภอกันทรลักษ์ของท่าน ส.ส. ธีระ และตัวกระผมนายแพทย์จาตุรงค์ ชาวบ้านเดือดร้อน เพราะจะไปขยายเขตก็ขอให้ขยายในพื้นที่ป่าจริง ๆ อย่าไปทับที่ประชาชนเขาทำมาหากินอยู่ นี่เขาก็มาร้องกรรมาธิการหลายรอบมาก นี่คือเรื่องหนึ่งที่ไม่มีที่ทำกิน แต่เรื่องที่ผมจะพูดก็คือ เรื่องที่เขาอยู่ตั้งแต่ก่อนปี ๒๔๖๘ เรื่องนี้ก็คือที่ทุ่งทำเลเลี้ยงสัตว์ ทุ่งสวาโหมที่อำเภอ กันทรลักษ์ และทุ่งทำเลเลี้ยงสัตว์ที่ป่าดงดินแดงที่บ้านกระบี่ บ้านกระบี่นี้เนื้อที่ ๒,๐๒๕ ไร่ ที่ทุ่งสวาโหม ๓,๗๕๐ ไร่ อยู่ตั้งแต่ปี ๒๔๖๘ จนบัดนี้ไม่มีร่องรอยของที่สาธารณะอะไรเลย อยู่กันจนลูกหลาน ปู่ย่าตายายจนยาวไปจนถึงหน่วยราชการทั้งหมดก็ยังไม่มีเอกสารสิทธิ สักทีหนึ่ง ตรงนี้ทุกคนเฝ้ารอคอยว่าเมื่อไรเขาจะได้มีเอกสารสิทธิเพราะเขาอยู่จริง ๆ แล้วไม่มีสภาพป่าทำเลเลี้ยงสัตว์ก็สอดคล้องกับของท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์ ที่อำเภอลี้ ก็เหมือนกันแบบเดียวกัน พอหน่วยราชการเข้าไปคนพูดทีหนึ่ง ส.ส. พูดทีหนึ่งก็แห่กันไปดู อีกสักเดี๋ยวเดียวก็เงียบไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เพราะฉะนั้นนี่คือหน่วยงานที่เขามีความ เดือดร้อน เขารอการบริหารจัดการอยู่ เพราะฉะนั้นต้องแยกเป็น ๒ งาน งานแรกก็คือที่ไม่มีที่ทำกิน โดยเฉพาะอีกที่หนึ่งก็คือที่ที่สูง ที่แม่ฮ่องสอน ที่อำเภอบนเขาซึ่งทราบว่ากำลังจะไปจัดที่ทำกิน ก็อยากให้เขาได้มีที่ทำกิน เพราะว่าเขาจะได้มีอาชีพคนละ ๒๐ ไร่ เขาจะปลูกเรื่องกัญชงเป็นเนื้อเยื่อ จะปลูกเรื่องพืช ต่าง ๆ ก็จะได้เกิดประโยชน์ ตรงนี้ต้องแยกกัน แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่ผมเชื่อว่าในเขต ส.ส. ทั้งหมด ๕๐๐ คนมีหมดเลยคือที่ของป่าที่ของ น.ส.ล. ที่เป็นป่าเสื่อมโทรมแล้วไม่เกิดประโยชน์ หรือที่ ส.ป.ก. ไปออกครอบทับที่ทั้งอำเภอ เป็นต้น ตรงนี้ต้องแยกแล้วก็บริหารจัดการให้เขาได้มา ให้สำเร็จ เขาก็ไม่ต้องการที่จะไปจัดรูปที่ดินเพราะอยู่อยู่แล้ว แต่คนที่ไม่มีเลยอันนี้ต้อง นำเรียนว่าแก้ไขให้เขาเถอะนะครับ เพราะว่านั่นคือเป็นประโยชน์อย่างมาก นอกจากที่ผม พูดแล้วอำเภอกันทรลักษ์ ตำบลละลาย ตำบลชำ ตำบลภูเงิน ตำบลตระกาจ ก็มีที่เอกสาร แบบนี้เป็นพัน ๆ ไร่ แล้วเขารอความหวังจากตัวผม จากตัว ส.ส. ว่าเมื่อไรจะถึงก็คิดว่าเราจะ ได้พูดกันอีกครั้งหนึ่งในญัตติที่ ๔.๑๖ ในเรื่องของกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จในเวลา ๒ ปี ตั้งแต่ ๓๑ มกราคมจนถึง ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕ นี่ก็จะเป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นนำเรียนว่า วันนี้เป็นกำลังใจ อยากฝากบอกว่าทางท่านดอกเตอร์รวีวรรณ ภูริเดช ท่านมีปัญหาอย่างไร ในการบริหารจัดการ เพราะเท่าที่เห็นในความคืบหน้าอยากส่งกำลังใจอยากให้จัดให้เร็ว ๆ แล้วก็บอกมาเลยนะครับทางสภาจะแก้ไขอย่างไร ถ้ามันเหนือตรงนี้ไปก็คงจะต้องเป็นออก พ.ร.บ. สภาก็จะได้ช่วยกัน ท่านนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีก็จะได้ช่วยกัน เพื่อจะแก้ปัญหา ให้พี่น้องประชาชนจริง ๆ ต้องขอขอบคุณท่านประธานสุชาติ ตันเจริญ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านซูการ์โน ครับ🔗

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ วันนี้ขออนุญาตอภิปราย รายงานผลการดำเนินงาน และประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๓ ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องของที่ทำกิน ถ้าพูดถึงใน สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ผมเชื่อว่าผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ ทั้งคณะกรรมาธิการ สามัญหรือวิสามัญค่อนข้างจะเยอะ ก็พูดถึงปัญหาที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนที่เป็น ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน วันนี้เหมือนว่าจากการปฏิวัติรัฐประหาร แล้วก็มีการตั้ง คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือการทวงคืนผืนป่าตามคำสั่งของคณะปฏิวัติ คสช. น่าจะเป็นความหวังของพี่น้องประชาชน น่าจะเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมมาดูรายงานฉบับนี้รูปเล่มเหมือนกับเพื่อนสมาชิกบอกว่าแพลตฟอร์ม (Platform) ดี ผลงานประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชน ผมหาแล้ว ยังไม่เจอนะครับ ท่านประธานครับ ปัญหาที่ดินทำกินมันเป็นปัญหาความเดือดร้อนมาก วันนี้ รัฐพยายามแก้ปัญหาโดยการตั้งองค์กรขึ้นมาซ้อนรัฐ เช่น คณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ หรือคณะกรรมการสำนักงาน สคทช. นี่จริง ๆ แล้วตัวเองไม่มีอำนาจอะไรหรอก ก็ไปใช้กฎหมายของปฏิรูปที่ดินบ้าง อุทยานแห่งชาติบ้าง ใช้กฎหมายที่ดินป่าไม้ ๒๔๘๔ บ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ในนี้ไม่เห็นเขียนหรือข้อเท็จจริงปัญหาก็คือเราไปตั้งหน่วยงานไปซ้อนกับ หน่วยงาน ทำให้ขั้นตอนถ้าเราจะดูจากรายงานฉบับนี้ขั้นตอนการดำเนินงานการแก้ปัญหา มันล่าช้า มันไม่ตอบโจทย์ ไม่ถูกใจพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมได้อ่านรายงาน ฉบับนี้แล้วดูขั้นตอนเรื่องของการทวงคืน การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกินในพื้นที่ป่าไม้ ผมดูตรงนี้รูปลักษณะของการรายงานก็ไม่ค่อยชัดเจนเท่าที่ควร เพราะว่าปัญหาทั้งหมด สุดท้ายแล้วหน่วยงานฉบับนี้ล่ะครับ หน่วยงานของท่านนี่ล่ะครับ ไปออกกฎหมายซ้อน กฎหมาย ไปแก้กฎหมาย แล้วไปทำทับที่ของพี่น้องประชาชน พรรคประชาชาติ โดยท่านหัวหน้าพรรคและท่านเลขาธิการพรรค และสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ เราได้ลงไปรับฟังความเห็นผลกระทบของพี่น้องประชาชน ที่เดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินที่ถูกกฎหมายไปทับที่ของพี่น้องประชาชนหรือบางครั้ง พี่น้องประชาชนอยู่ก่อนแล้วเอากฎหมายไปบังคับใช้ ซึ่งในรายงานฉบับนี้ท่านก็บอกว่า เป็นรายงานที่มีบทสรุปในหน้า ๘๑ เรื่องของการประกาศกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ท่านประธานครับ ท่านไม่เคยไปฟังความเห็นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ท่านไม่รู้สึก ความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ว่าเวลาเขาถูกยึดที่ดินทำกินซึ่งเป็นที่ดินที่เขา อยู่กินมาก่อน เขาอุตส่าห์ปลูกพืช ปลูกผัก ปลูกผลไม้ เชื่อไหมครับ ผมไปรับฟังรายงาน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอระแงะ บ้านกาลิซา ก็มีปัญหาเรื่องของ ปัญหาที่ดิน การประกาศพระราชฎีกากำหนดที่ดินในพื้นที่ตำบลปะลุรู ตำบลโต๊ะเด็ง ตำบลริโก อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส และยังมีปัญหาที่ดินในพื้นที่ตำบลดุซงญอ ตำบลช้างเผือก ตำบลจะแนะของอำเภอจะแนะ และในเขตของจังหวัดนราธิวาสยังมีอีก หลายพื้นที่ ผมพยายามพูดจังหวัดนราธิวาสแต่จังหวัดยะลาถามว่ามีไหม ก็มี ปัญหาที่ เขตอุทยานไปทับที่ของพี่น้องประชาชน ทั้ง ๆ ที่พี่น้องประชาชนก็มาอยู่ก่อน พ.ร.บ. ออกมา แต่คณะกรรมการชุดนี้ก็ยังไม่เคยแก้ปัญหา เพราะฉะนั้นเวลาเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ได้บอกว่าตกลงแล้ว คสช. ตั้งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติมันมีประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนหรือว่าเป็นประโยชน์ในการสร้างกระแสเท่านั้นเองหรือเปล่า ผมเห็นด้วย กับเพื่อนสมาชิกว่าถ้าองค์กรนี้มันไม่มีประโยชน์ก็ยุบเสีย อย่าทำงานให้มันซ้อนกัน ปัญหา วันนี้เหมือนกับพี่น้องประชาชนเวลาเขาเดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกิน ผมพูดง่าย ๆ ว่าในพื้นที่ เขตอำเภอกาบัง ตำบลบาละ ตำบลกาบังของผมนี่ หรืออำเภอยะหา ก็มีปัญหาตั้งแต่เรื่อง พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ วันนี้ก็ยังมีปัญหาเรื่องของที่ดินในเขตอุทยานหรือที่ดินของเขต อนุรักษ์สัตว์ป่าทั้งหมดก็ยังไม่เกิดการแก้ปัญหา ท่านประธานครับ บางครั้งพี่น้องประชาชน ในพื้นที่เขามีปัญหาเรื่องแค่ต้องการที่เพื่อจัดสร้างเป็นมัสยิด เพื่อเป็นที่รวมศูนย์ในการ ประกอบศาสนกิจ เวลาขออนุญาตขั้นตอน ผมถามว่าจริง ๆ มันเป็นอยู่เขต ส.ป.ก. ส.ป.ก. ไปรับฟังความคิดเห็นแล้ว แต่วันนี้ยังไม่อนุมัติ พอไม่อนุมัติ ผลที่ได้มานะครับ คณะกรรมการ อิสลามประจำจังหวัด เวลาไม่อนุญาต ไม่ได้อนุมัติจัดตั้งมัสยิด มัสยิดแต่ละแห่งก็จะขาด เรื่องของรายได้ ของค่าตอบแทน ทั้งอิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น หรือแม้กระทั่งครูผู้สอนตาดีกา ประจำมัสยิด หรือแม้กระทั่งหลาย ๆ เรื่องที่ขาดผลประโยชน์ สิ่งเหล่านี้ที่ผมอยากสะท้อน ผ่านทางคณะกรรมาธิการว่าถ้าท่านคิดว่าท่านเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนนะครับ วันนี้ปัญหาที่ภูเขาบูโดหรือปัญหาที่กาลิซา ปัญหาที่ศรีสาคร ทำไมที่ดินที่เขาออก น.ส.๓ เป็นพัน ๆ ไร่ ท่านไม่ยึดคืน แต่ที่ดินของพี่น้องประชาชนเพื่อขออนุญาตตั้งมัสยิด ท่านก็ กลับประกาศว่าอยู่ในเขตป่าไม้ เขต พ.ร.บ. ป่าไม้บ้าง เขตอุทยานบ้าง สิ่งเหล่านี้ทั้งหมด ผมอยากจะบอกว่ารายงานของหน่วยงานราชการเวลารายงานให้สภาผู้แทนราษฎรไม่ใช่ว่า ไม่มีประโยชน์ พวกเราก็พยายามรายงานเพื่อสะท้อนอีกมุม ๆ หนึ่งที่ท่านอาจจะไม่ได้รับฟัง ท่านไปรับฟังอาจจะไม่เห็นข้อเท็จจริง เราก็เอามานำเสนอ ก็อยากฝากผ่านท่านประธาน ถึงคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติด้วยว่าคิดให้ดีนะครับ ถ้าท่านทำไม่ได้ท่านก็ยุบหรือถ่ายโอน ภารกิจให้กับองค์กรท้องถิ่นอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้แนะนำมาครับ ขอบคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ🔗

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายรายงานผลการดำเนินงานและประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ นโยบายที่ดินแห่งชาติ ขอเริ่มด้วยการแถลงนโยบายของรัฐบาลเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แถลงว่าในข้อ ๑๐.๒ ปรับปรุงระบบที่ดินทำกินและ ลดความเหลื่อมล้ำด้านการถือครองที่ดินโดยจัดสรรที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้แก่ราษฎร ที่ยากไร้และเกษตรกรตามหลักการของ คทช. หรือคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และ พ.ร.บ. นโยบายที่ดินแห่งชาติ ปี ๒๕๖๒ กำหนดให้ คทช. คณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและ ทรัพยากรดินของประเทศให้เป็นเอกภาพ โดยเป็นหน่วยประสานงานกลางเพื่อบูรณาการ การทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปในทิศทาง เดียวกัน ซึ่งจาก ๒ เรื่องนี้จะเห็นได้ว่าเรื่องที่ดินน่าจะมีแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาได้ค่อนข้าง ชัดเจน ผมก็จะกราบเรียนถึงตัวอย่างที่มีปัญหาที่จะฝากคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ นำไปเพื่อที่จะประสานงานและแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดชัยภูมิ คือข้อ ๑ เป็นตัวอย่างที่ทาง ส.ป.ก. สำนักงานปฏิรูปที่ดินจะไปจัดสรรที่ดินให้กับราษฎรมีผู้ใหญ่บ้าน กำนันไปประกาศบอกว่าราษฎรเกษตรกรผู้ใดมีปัญหาเรื่องการขาดที่ดินทำกิน เป็นคน ยากจนให้ไปลงชื่อเพื่อที่จะได้ส่งให้ทาง ส.ป.ก. ก็มีพี่น้องประชาชนจำนวนมากไปลงชื่อ และในที่สุด ส.ป.ก. ซึ่งเป็นส่วนราชการหลักในเรื่องนี้ก็ได้ประกาศรายชื่อผู้ที่มีสิทธิเข้าไป อยู่ในพื้นที่ที่จัดสรรให้ ๒๙ ครอบครัว ครอบครัวละ ๑๐ ไร่ อยู่มาตั้งแต่ปี ๒๕๓๕-๒๕๓๖ อยู่มาก็ทำกินด้วย ที่อยู่อาศัยด้วย ท่านประธานครับ เมื่อปี ๒๕๖๒ ส.ป.ก. ได้ไปติดป้าย ประกาศให้ราษฎรนำเงินไปชำระครอบครัวละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ใครไม่ชำระ ๒๐๐,๐๐๐ บาท จะถูกไล่ออกจากที่ดินที่จัดสรรให้และอยู่มาเป็นระยะเวลานานจนลูกหลานก็เข้าเรียนต่าง ๆ ทำมาหากินคุ้นเคยกับที่ดินทำกินแต่จะให้ออกไปถ้าไม่ชำระ ๒๐๐,๐๐๐ บาท เป็นปัญหา เดือดร้อนครับ ไปร้องเรียนกับหน่วยราชการต่าง ๆ รวมทั้งมาหากระผมนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และตอนนี้ผมก็พยายามประสานจังหวัดชัยภูมิ อำเภอแก้งคร้อก็ประสานทุกคนช่วย แต่อำนาจหน้าที่ต่าง ๆ ผมดูแล้วน่าจะอยู่ในกรอบงาน ที่ทาง คทช. จะประสานกับ ส.ป.ก. หรือหน่วยงานอื่นได้เพื่อที่จะดูแลพี่น้องราษฎรดังกล่าว จะให้ไปจ่ายครอบครัวละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท เป็นการยากครับ หนี้สินก็มาก ถ้าเป็นไปได้ ผมก็ฝากว่าท่านประสานไปทางจังหวัดก็ดีหรือไปทาง ส.ป.ก. ก็ดีว่าจัดให้เป็นที่ดิน ส.ป.ก. ให้เอกสาร ส.ป.ก. กับครอบครัวดังกล่าวซึ่งผมคิดว่าจะเป็นการแก้ปัญหาเพราะว่าถ้าปล่อย ให้ ๒๐๐,๐๐๐ บาทไม่จบครับ จะถูกไล่ที่ จะถูกมีปัญหาต่อไป ก็ขอฝากในเรื่องนี้ให้ฝากท่าน เป็นกรณีพิเศษครับ และผมนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็จะยินดีประสานกับทางหน่วยของท่านและหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อดูแลพี่น้องประชาชน ๒๙ ครอบครัวนี้ให้ดีที่สุดครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ดินที่ราษฎรอพยพมาอยู่ที่อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัด ชัยภูมิ คือบ้านดอนไข่ผำ มีประมาณ ๘๐ ครอบครัวครับ อพยพมาอยู่ตั้งแต่ชั่วลูกชั่วหลาน ชั่วบิดามารดา ๖๐ กว่าปีไม่สามารถออกเอกสารสิทธิในที่ดินที่อยู่อาศัยได้ มีออกได้อยู่ ๔๐ ครอบครัว อีก ๒๐ ครอบครัวไม่สามารถออกเอกสารต่าง ๆ ได้นะครับ อันนี้ก็ฝากท่านไปช่วย ประสานงานให้ด้วย อีกที่หนึ่งครับที่อำเภอเมืองชัยภูมิ คือบ้านใหม่พัฒนาบอกว่ามีการอพยพ ราษฎรจากพื้นที่น้ำท่วมมาอยู่ที่บ้านใหม่พัฒนา ตำบลชีลอง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ แล้วขณะนี้ก็ยังมีปัญหาในเรื่องการออกเอกสารสิทธิที่ดินทำกินยังอยู่กันไปแบบมีรั้วรอบ ขอบชิดแต่ไม่มีเอกสารสิทธิใด ๆ🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับ มีพื้นที่ที่เป็นป่าที่หลายอำเภอ อำเภอแก้งคร้อก็มีที่บ้าน ตำบลท่ามะไฟหวานเกือบทั้งตำบล ตำบลเก่าย่าดีทั้งตำบล อำเภอเมืองชัยภูมิก็ตำบล ซับสีทอง ตำบลห้วยต้อน อำเภอบ้านแท่นก็ที่ตำบลสามสวน พี่น้องประชาชนมีเอกสารสิทธิ อยู่ได้ไม่กี่ครอบครัว มีบ้าน มีวัด มีโรงเรียน อยู่กันมาตั้งแต่ชั่วโมงบิดามารดา ขณะนี้ยังไม่มี เอกสารสิทธิครับ ไปปลูกต้นยางก็ปรากฏว่าทหารไปฟันต้นยางทิ้งครับ พอจะได้น้ำได้เนื้อ ได้ดอกได้ผลหน่อยไปฟันทิ้ง เจ็บใจครับ พี่น้องประชาชนผมเดือดร้อนมาก ผมขอกราบเรียน เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ🔗

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวชิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อ ไทย กระผมขอแสดงความเห็นต่อรายงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ โดยสรุป ดังนี้ครับ ผมอยู่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากประชาชน เรื่องที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยอยู่ ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ ที่อาจจะละเอียดอ่อน และเกี่ยวข้องกับงานความมั่นคง ซึ่งรัฐบาลในอดีตได้ทำสัญญากันไว้เป็นหลักฐานเพื่อให้ บ้านเมืองสงบสุขในขณะนั้นมาจนทุกวันนี้ คณะกรรมาธิการอยู่ระหว่างการจัดทำรายงาน เพื่อเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อสภา แต่วันนี้เมื่อคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติมารายงานผลการปฏิบัติงาน กระผมจึงขอถือโอกาสนี้แจ้งปัญหาและเสนอแนะแนว ทางแก้ไขปัญหามาเพื่อทราบในระดับหนึ่ง ปัญหาแรกกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยซึ่งเป็นกลุ่ม ชาติพันธุ์ชนเผ่าต่าง ๆ ซึ่งอาศัยอยู่ตามตะเข็บชายแดนกว่า ๑๐ จังหวัดในภาคเหนือ พวกเขา ได้ออกจากป่ามาร่วมพัฒนาชาติไทยตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ ๖๖/๒๓ เป็นเวลา กว่า ๔๐ ปีมาแล้ว แม่ทัพภาคที่ ๓ ในขณะนั้นประสานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาขีดวง พื้นที่ให้เขาอยู่ ทั้งที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย แต่ยังไม่ได้เอกสารสิทธิ มีโครงการพระราชดำริ ในพื้นที่สูงมากมาย องค์พระประมุขของเราทรงไปประทับพระบาทแนะนำพี่น้องประชาชน ให้เลิกปลูกฝิ่นมาปลูกพืชเมืองหนาว เวลาผ่านมากว่า ๔๐ ปีเกิดลูกเกิดหลานมากมาย เป็นหมู่บ้าน เป็นตำบล เป็นอำเภอ แต่ปัจจุบันมีโครงการนโยบายทวงคืนผืนป่า มีการ กระทบกระทั่งกันบ่อยครั้งระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ ชาวบ้านเขาก็ทวงนโยบายที่ทาง ราชการในขณะนั้นได้รับปากไว้ ทั้งที่ดินทำกินที่อยู่อาศัย ซึ่งผู้บริหารในอดีตเคยมอบนโยบาย ไว้ก่อนออกจากป่ามาร่วมพัฒนาชาติไทย กระผมเห็นใจข้าราชการรุ่นใหม่ ๆ เพราะย้ายกัน เป็นรุ่น ๆ ไม่ทราบประวัติศาสตร์เก่า ๆ ว่าที่บ้านเมืองสงบสุขมาจนทุกวันนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร ประการสำคัญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับที่ดินมีหลายหน่วยการบริหารจัดการไม่เป็นเอกภาพ โดยเฉพาะกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์เขาน้อยใจ เอาเขาเป็นเพียงกันชนในอดีตเท่านั้นหรือที่เขามา พูดกับกระผม สิ่งที่เคยรับปากกันไว้มีสัญญากันไว้ก็ละเลยมาจนทุกวันนี้ จึงฝากข้อสังเกตว่า นโยบายที่องค์พระประมุขของเราทรงให้คนอยู่กับป่ารักษาป่าอนุรักษ์ป่า ควรที่จะได้นำมา ปฏิบัติตามในสิ่งที่เป็นของดีเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างยิ่ง🔗

ตัวอย่างที่ ๒ ครับ ผมเพิ่งนำคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและ สิทธิมนุษยชน ตามคำร้องเรียนของพี่น้องที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา กลุ่มคอมมิวนิสต์ มลายาได้ร้องเรียนว่าเขาออกจากป่ามาร่วมพัฒนาชาติไทยตามคำสั่ง ๖๖/๒๓ เช่นกัน จะแตกต่างจากทางเหนือก็เพียงว่าทางใต้กองทัพบกต้องเช่าที่ดินจากกรมป่าไม้คราวละ ๓๐ ปี บัดนี้พ้น ๓๐ ปีมาหลายปีแล้ว เขาเกิดความหวั่นไหวว่าหมู่บ้านปิยะมิตรที่เขามาอยู่ และสร้างความเจริญให้กับจังหวัดยะลา สร้างความเจริญให้กับอำเภอเบตง โดยเฉพาะด้าน การท่องเที่ยวพวกเขาไม่ได้มีความมั่นคงมั่นใจในที่ดินที่อยู่อาศัยแต่อย่างใด เพราะยังไม่ได้รับ การต่ออายุมันพ้น ๓๐ ปีมาหลายปีแล้ว คณะกรรมาธิการได้ลงไปดูพบว่าผู้บัญชาการ ทหารบกได้ทำเรื่องต่ออายุมาที่กระทรวงกลาโหมแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็อยู่ที่กรมป่าไม้ ซึ่งคงจะ เสนอคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติว่าจะให้ต่ออายุหรือไม่ ในขณะที่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะรุ่นลูกรุ่นหลาน กระผมทราบว่าลูกหลานที่เติบโตมาเป็นแพทย์ เป็นพยาบาล เป็นวิศวกรมากมายเขาไม่ได้มีความมั่นใจในที่ดินที่อยู่อาศัย เขาก็จะต้องออกไปจากพื้นที่ ตรงนั้น อำเภอเบตงก็จะเสียประโยชน์จากสิ่งที่มีบุคลากรดี ๆ ที่เติบโตขึ้นมาแต่ละรุ่น ถ้าเขา ไม่มีความมั่นคงในที่ดินที่อยู่อาศัยก็เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง ผมก็คงมีประเด็นสั้น ๆ เพียงเท่านี้ จริง ๆ แล้วปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ยังมีที่ภาคอีสาน ภาคเหนืออีกมากมาย โดยเฉพาะที่ออกจากป่า มีสัญญาทั้งนั้น ผมไปดูแล้วมีสัญญาทั้งนั้นในอดีต ก็คงอยากจะฝากคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ ซึ่งผมอยากจะให้บูรณาการกรมต่าง ๆ กระทรวงต่าง ๆ ซึ่งมีหลายหน่วยและ รับผิดชอบตรงนี้ให้ทำให้เป็นเอกภาพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนก็จะเสนอรายงานนี้รายละเอียดต่อไปครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณชวน ชูจันทร์ ครับ🔗

นายชวน ชูจันทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชวน ชูจันทร์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ผมจะอภิปรายหรือเรียน ท่านประธานในแง่ของเกษตรกรคนหนึ่งที่มีอาชีพทางการเกษตรตลอดมาจนถึงปัจจุบัน เพื่อจะให้มุมมองในแง่ของเกษตรกรนั้นเขามีมุมมองหรือมีความคิดอย่างไรเกี่ยวกับที่ดิน หรือการใช้ที่ดิน แน่นอนครับในการใช้ที่ดินนั้นถ้าผู้ประกอบอาชีพอุตสาหกรรมก็มองว่า โรงงานคือการผลิตของเขา สถานที่ผลิตสินค้าของเขา แต่เกษตรกรแล้วเรามองว่าที่ดิน คือโรงงานผลิตสินค้าของเรา ที่ผ่านมานั้นความต้องการของเกษตรกรนั้นไม่ต้องการอะไร มากไปกว่า ๑. ต้องการที่ดินที่มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพเพราะในการเกษตรนั้น ไม่เหมือนอาชีพอื่น วันนี้เราทำกินในพื้นที่แปลงนี้ถ้าเราทำในสิ่งที่ถูกต้องและดีงามกับที่ดิน นั้นภายใน ๕ ปี ๑๐ ปีหรือในอนาคตข้างหน้านั้นที่ดินตรงนั้นจะเกิดความอุดมสมบูรณ์สูงสุด การทำเกษตรจะมีผลผลิตมากขึ้น เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนมือนั้นไม่เป็นสิ่งที่เกษตรกร ต้องการเลย ผมเคยประสบกับตัวเองเพราะว่าเราเคยทำมา ๒๐ ปี สุดท้ายต้องเปลี่ยนมือ เพราะเป็นที่เช่า ที่ดินตรงนั้นอุดมสมบูรณ์ที่สุดแล้วปลูกพืชอะไรก็ได้ผล แล้วก็เป็นพืชที่มี คุณสมบัติที่ดีมาก ไม่มีสารเคมีเลย นี่ก็เป็นความเดือดร้อนหรือความเจ็บปวดอันหนึ่ง เพราะฉะนั้นต้องเข้าใจว่าที่ดินนั้นเกษตรกรไม่ได้มองเป็นสินค้าด้วยที่จะเอามาแลกเปลี่ยน หรือเอามาซื้อขาย แต่มองว่ามันเป็นความมั่นคงของอาชีพของเรา ต้องการให้มันตกทอด ไปถึงเรา ลูกหลาน แล้วก็คนต่อ ๆ ไปที่จะรับ หมายความว่าตราบใดก็ตามที่เกษตรกรยังทำ อาชีพนี้อยู่ที่ดินตรงนั้นควรจะเป็นของเขาไปเรื่อย ๆ หรือเป็นของคนอื่นที่ต้องการมา ประกอบอาชีพต่อไป ไม่ใช่ว่าเราทำที่ดินตรงนี้จนอุดมสมบูรณ์แล้วเป็นประโยชน์มหาศาล เป็นที่ผลิตอาหารที่ดีที่สุดของถิ่นนี้ในย่านนี้ แล้วสุดท้ายต้องเปลี่ยนไปเป็นที่ปลูกบ้าน ต้องเปลี่ยนไปเป็นที่โรงงานอุตสาหกรรมหรืออื่น ๆ ที่ไม่ใช่การเกษตร อันนี้ไม่ใช่เฉพาะ สูญเสียที่ดิน ถ้าทำอย่างนี้เราจะสูญเสียแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของประเทศเราไปเลย ถ้ามันเกิดสิ่งนี้ขึ้นบ่อย ๆ ประเทศเราก็คงจะอุดมสมบูรณ์ไม่ได้อันนี้ต้องเข้าใจว่าในแง่ เกษตรกรแล้วที่ดินไม่ใช่สินค้าที่จะเอามาซื้อขาย ที่ดินเป็นความมั่นคงของชีวิตเขา ทีนี้เมื่อ เกษตรกรต้องการอย่างนี้ขอเรียนทุกท่านว่าเมื่อเกิดสำนักงานเพิ่มขึ้นมาอีกแห่งหนึ่ง เพราะว่าผมเห็นสำนักงาน คทช. ก็นึกถึงสำนักงานนโยบายการจัดการน้ำแห่งชาติ ซึ่งก็เหมือนกันคล้าย ๆ กัน เนื่องจากว่าหน่วยงานจัดการที่ดินนั้นมีหลายหน่วยงานมาก กระจัดกระจายไปหมด นโยบายของท่านนายกก็คงต้องการจะให้มารวมอยู่ในที่เดียว ให้เขาคิดว่าคงไม่มีหน่วยงานอะไรอีกแล้วที่ใหญ่หรือว่ามีอำนาจหรือหน้าที่อะไรมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นหน่วยงานนี้ถือว่าเป็นหน่วยงานที่สำคัญ ที่เราสมาชิกหลายท่านต้องการ อภิปรายนี้ก็เป็นเสียงสะท้อนอันหนึ่งว่าปัญหาของที่ดินนั้นเป็นปัญหาใหญ่มากไม่ใช่มา อภิปรายเพื่อตำหนิท่านข้าราชการ หรือทางหน่วยงาน หรือท่านเลขานะครับ แสดงให้เห็นว่า มันเป็นหน่วยงานที่เจอปัญหาเยอะมาก ทุกคนผมว่า ส.ส. ในสภานี้ครึ่งสภามีปัญหาอยู่ เรื่องที่ดินทั้งนั้นที่พบกับพี่น้องประชาชน ทีนี้ถ้าถามว่าเรามีความหวังไหมกับหน่วยงาน เหล่านี้ผมมีความหวังครับ ผมว่าการที่ตั้งหน่วยงานนี้ขึ้นมาผมว่าเราต้องเริ่มต้นกันใหม่ ต้องตั้งโจทย์ใหม่ให้ถูกว่าจริง ๆ แล้วโจทย์มันคืออะไร ผมเข้าใจว่าท่านคงใช้เวลาปี ๒ ปี ไม่สามารถแก้ปัญหาที่ใหญ่โตมโหฬารอย่างนี้ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราตั้งโจทย์ให้ถูกว่าจริง ๆ แล้วคืออะไร เราจะเริ่มอย่างไร พลังอำนาจของท่านนั้นมีแน่ถ้าท่านทำให้เห็นและแก้ปัญหา ให้ได้ไปเรื่อย ๆ การที่ผ่านมา ๒๐ ๓๐ ปีมันอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่นั่นมิได้ หมายความว่าหน่วยงานที่เราตั้งขึ้นมาใหม่นี้จะล้มเหลวไปด้วย ผมว่าวันนี้มันถึงเวลาเหมือนกันที่เราจะต้องคิดกันใหม่ ตั้งโจทย์กันใหม่ ศึกษากันใหม่ แล้วก็ ร่วมกันทำงานใหม่จริง ๆ ให้มันออกผลมาให้ได้ ผมถามตัวเองเหมือนกันว่าถ้าหน่วยงานนี้ ตั้งขึ้นมาอย่างนี้แล้วถ้ามันล้มเหลวอีกโดยการจัดการที่ดินนี่มันหมดเลยนะสิ่งที่เราจะพัฒนา ประเทศต่อไปเขาคงไปไม่ได้เพราะที่ดินมันเป็นปัจจัยหลัก ความเหลื่อมล้ำ ความยากจน การไม่มั่นคงในชีวิตของเราเองที่เกิดมาแล้วไม่มีที่ดิน ที่อยู่อาศัยก็ไม่มี ที่ดินทำกินก็ไม่มี แล้วเรามองเห็นความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดินมากมายมหาศาลในวันนี้เราจะแก้ไข อย่างไร ผมคิดว่าถ้าเรามาปักหลักกันใหม่ ร่วมมือกันใหม่ ผมคิดว่าผมมีความหวังกับ หน่วยงานของท่าน แล้วผมเข้าใจว่าทำไม ๓-๔ ปีที่ผ่านมา ท่านถึงทำได้เพียงแต่ที่เห็น ในรายงานอันนี้ไม่ได้ตำหนิอย่างที่ว่าเราน่าจะมาเริ่มกันใหม่ ในฐานะเกษตรกรแล้วผมก็ อยากจะให้เกษตรกรทุก ๆ ท่านที่มีอาชีพนี้ ผมว่าเรามีหน่วยงานใหม่ขึ้นมาแล้ว เรามาร่วมมือ กันใหม่อย่างไรให้มันเกิดความสำเร็จได้แก้ปัญหาให้ได้ จากเล็กไปใหญ่แล้วจากใหญ่ แล้วก็ มากขึ้นเรื่อย ๆ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณขจิตร ชัยนิคมครับ🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ สภานี้กำลัง รับทราบรายงานผลการดำเนินงานและประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติจากปีพุทธศักราช ๒๕๕๘-๒๕๖๓ ผมจะพูดขยายลงไปถึงปี ๒๕๕๔ ก็ได้ ตอนผมเป็นผู้แทนสมัยก่อนแล้วเลยมาถึงปี ๒๕๖๕ ก็ได้ ผมเรียนอันดับแรกว่าไปยังผู้ที่มา ชี้แจงผมยืนยันว่านโยบายของคณะกรรมการชุดนี้ ล้มเหลว ผิดหวัง ประชาชนร้องไห้ ร้องห่มออกจากแผ่นดินที่พ่อแม่เคยอยู่เต็มไปทั้งแผ่นดิน เต็มไปทั้งแผ่นดิน เพราะผม รับทราบจากโน่นจากใต้สุด จากผู้แทนหลาย ๆ ภาคที่สะท้อนออกมา ไม่ได้มีความสำเร็จ ในการบริหารจัดการที่ดิน ผมยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงในชีวิตการเป็นผู้แทนราษฎรของผม ๒ สมัย ๑๐ กว่าปีนี้ปัญหาที่ดินเป็นปัญหาที่รับทราบความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชน มากที่สุด แล้วก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเลย สมัยนี้ผมเป็นผู้แทนพอเข้ามาปุ๊บพบพี่น้อง บ้านดอนบาก บ้านดอนเดื่อ สร้างคอม มาร้องเรียนว่าเขามี ส.ค.๑ แล้วตั้งแต่วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ กรมที่ดินให้เขามาแจ้งเพื่อออกเอกสารสิทธิจนถึงวันนี้สำนักงานที่ดิน สาขาอำเภอเพ็ญก็ยังไม่ทำให้ นี่กำลังจะหมดสมัยแล้ว พี่น้องอำเภอหนองหาน อำเภอบ้านดุง นี่เรื่องของ ส.ป.ก. ที่ดิน ส.ป.ก. เทศบาลเมืองบ้านดุงเจริญรุ่งเรืองจนเป็นเทศบาลเมือง ขนาดใหญ่มีปัญหาผมทำหนังสือถึงรัฐมนตรีตอนนั้นเดี๋ยวนี้เป็นอดีตแล้วท่านธรรมนัส เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตอบปัญหา ตอบกระทู้แยกเฉพาะผม บอกว่าจะลงไปดูให้ด่วนจนกระทั่งท่านไม่ได้เป็นรัฐมนตรีแล้ว คนอื่นมารับผิดชอบ เดี๋ยวนี้ พี่น้องเทศบาลเมืองบ้านดุงยังรออยู่แล้วก็ผิดหวัง แล้วผมเป็นผู้แทนราษฎรก็ถูกตำหนิ พี่น้อง อำเภอทุ่งฝน แถวบ้านกุดค้า แถวบ้านท่าช่วงได้รับความกรุณาจาก ส.ส. อนุรักษ์ อยู่เขต เดียวกันเข้ามาดู บอกว่าจะออกเอกสารสิทธิให้เขามาถามผมว่าจะได้จริงไหม ผมบอก ไม่แน่ใจว่าผมเป็นผู้แทนราษฎรมาเรื่องทำยากที่สุดคือเรื่องปัญหาที่ดิน เมื่อวานนี้ผมรับทราบ ปัญหาจากจังหวัดสุรินทร์ ท่าน ส.ส. สมบัติ ศรีสุรินทร์ เพื่อนผม ปัญหาที่ดินที่อำเภอบัวเชด ที่อำเภออะไรเขตเลือกตั้งท่าน ร้องเรียนมาตั้งแต่ท่านประธานชัยเป็นประธานกรรมาธิการ การปกครอง แล้วก็มีการยึดอำนาจ เสร็จแล้วไพจิต ศรีวรขาน ก็มาเป็น เมื่อวานก็รับเรื่องมา ยังไม่เสร็จการพิสูจน์สิทธิเข้าไปยังไม่เสร็จ อาทิตย์ก่อนคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ผมเป็นกรรมาธิการอยู่ ท่าน ส.ส. ธีระ ก็เอาปัญหาศรีสะเกษมาก็ยังไม่ได้ ที่ดินก็บอกให้ไม่ได้ เพราะไม่เข้าไปทำกินแต่มีหลักฐานว่าที่ดินเอารถไถไปเกรดที่เขาปลูกป่า ปลูกกล้วย ปลูกอ้อยเอาไว้ ถ้าเขาไม่ไปทำกินแล้วเอารถไถเกรดเขาทำไม ก็แสดงว่าเขาไปทำกิน พิสูจน์ สิทธิกันมาอีกไม่ให้ประชาชนเข้าไป ปัญหาแบบนี้มีตั้งแต่เกาะหลีเป๊ะภาคใต้ ที่อาสาสมัย รัชกาลที่ ๕ อาสาไปทำสงครามฝรั่งเศส บรรพบุรุษได้ น.ส.๓ แต่วันนี้ลูกหลานถูกฟ้องจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชให้ออกจากที่ดิน ของตัวเอง ที่ปัตตานีมีมัสยิดตั้งมาแล้ว ๒๐๐ ปี อุทยานเพิ่งตั้งปี ๒๕๐๔ แล้วก็ไปไล่เขาออก ฟ้องกันไปฟ้องกันมาที่วังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว บ้านไทยสามัคคี สมัย ฯพณฯ เปรม เป็น แม่ทัพภาคไปบอกว่ามาช่วยกันรบคอมมิวนิสต์หน่อย แบ่งที่ให้เขา วันนี้ไล่เขาออกพร้อม อุทยานทับลาน รวมทั้งปราจีนบุรี อำเภอนาดี บ้านบุพราหมณ์เต็มไปหมด ขึ้นมาเพชรบูรณ์ น้ำตาไหลออกจากที่ตัวเอง ทั้งประเทศที่เชียงใหม่มีหมด นี่คือความล้มเหลว ตั้งมาตั้งมา เยอะ ๆ กรรมการระดับชาติ ตั้งมาแล้วไม่รู้จักประเทศไทยต้องปฏิวัติ ปฏิรูปไม่ได้เรื่องที่ดิน กรรมการที่ทำนโยบายที่ดินแห่งชาติต้องปฏิวัติความคิดตัวเอง ปฏิวัติอย่างไร คณะกรรมการ พิจารณาราษฎรบุกรุกที่ดินรัฐ เลิก เลิกวันนี้ได้ยิ่งดี มันผิด มีแต่รัฐไปบุกรุกที่ดินราษฎรหรือ ที่ดินประชาชนทั้งสิ้น แล้วใช้อำนาจบาตรใหญ่ ท่านเคยสำรวจไหมว่าประกาศเขตอุทยาน ป่าไม้หรือเขตป่าไม้ ปี ๒๔๘๔ ป่าไม้สมัยนั้นได้ไปดูไหม บ้านผมว่าขี่ม้าเลาะแล้วก็มาขีดเอา แล้วได้ไปสำรวจไหมหมู่บ้านแถวนั้น อุทยานที่ประกาศเป็นเขตอุทยานเคยมีวงออกไหมว่า ในเขตอุทยานนี้ประชาชนบ้านโน้นบ้านนี้เขาไปอยู่ก่อนแล้วเคยมีวงออกไหม ไม่มี ประกาศ คร่อมเขาไปไม่เคยเคารพประชาชน ตั้งกรรมการใหม่สิ นโยบายที่ดินแห่งชาติต้องเปลี่ยนให้ เข้าใจบ้าง ท่านเป็นกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติท่านเข้าใจไหม เข้าใจไหมว่าประเทศไทย มันจะต้องประกอบไปด้วยคนไทย อันดับที่ ๑ และคนไทยต้องมีแผ่นดินไทยอยู่ ต่อไปนี้เลิก ในการที่จะไล่ประชาชนออกจากที่ที่ปู่ย่าตายายเขาอยู่มา ๖๐ ปี ๘๐ ปีต้องหลั่งน้ำตา ออกจากที่ตัวเอง ถ้าไม่ออกต้องเข้าคุก แล้วประชาชนไทยจะอยู่อย่างไร ไปไล่ประชาชนไทย ออกจากแผ่นดินไทย เลิกทำเป็นนโยบายระดับชาติได้แล้ว แล้วมองว่าประชาชนไทยต้องอยู่ ในแผ่นดินไทย ไม่ใช่ไปไล่เขาออก ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณธีรภัทร พริ้งศุลกะ🔗

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตแสดงความเห็นแล้วก็อาจจะมีข้อเสนอแนะต่อไป ยังการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่งจริง ๆ มันก็เป็นงาน ที่พวกเราภูมิใจได้เหมือนกันเพราะว่าการมาของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ มันก็เป็นผลงานชิ้นหนึ่งของพวกเราในสภา ปี ๒๕๖๒ ชุดนี้ ก็คงจำได้ครับท่านเลขา ตั้งแต่วันที่ท่านยังเป็น ผอ. สำนักงานนโยบายและแผนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมท่านรับผิดชอบในหน้าที่นี้ท่านก็คงเห็นแล้วว่าปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือการทำงาน บูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานอื่น ๆ จนเป็นที่มาของการยกระดับ และวันนี้ท่านสามารถ บริหารไม่ใช่เฉพาะในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ท่านยัง สามารถบริหารไปในส่วนของกระทรวงมหาดไทย บริหารไปในส่วนของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ได้ด้วย โดยเฉพาะการทำหน้าที่เป็นเลขาของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือที่เรียกว่า คทช. ซึ่งปัญหานี้มันก็เคยเป็นปัญหาที่ท่านเห็นอยู่แล้วว่าก่อนหน้านี้หน่วยงาน แต่ละหน่วยงานมีความรับผิดชอบที่ดินที่ไม่เหมือนกันและต่างกันแล้วก็ต้องมีหน่วยงานกลาง เพื่อบูรณาการหน่วยงานเหล่านี้เกือบทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศไทยจัดการบริหารที่ดินเพื่อ จัดสรรให้กับพี่น้องที่กำลังมีปัญหา แต่สิ่งที่ผมเห็นก็อยากจะฝากเป็นข้อเสนอแนะว่าเรา เห็นก่อนหน้านี้ว่ามีการตั้งงานเพื่อที่จะแบ่งหน้าที่รับผิดชอบเพื่อทำให้มันเร็วยกตัวอย่างเช่น การตั้งอนุกรรมการนี่ครับ เราก็มีแค่ ๔ ที่ดำเนินการ แต่ปรากฏว่าปัจจุบันนี้กลายเป็น ๙ เข้าไปแล้ว ซึ่งมันกลายเป็นว่าแทนที่ว่าเราจะทำให้มันเร็วมากกว่าเดิม วันนี้การที่เรากระจายไปใน สิ่งเหล่านี้มันทำให้เหมือนกับสภาพที่ท่านเคยเผชิญหรือเปล่า ก็คือว่ามันมีหน่วยงานที่จะต้อง มาบูรณาการแล้วก็นัดเพื่อจะตัดสินใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่มันจะต้องทอดเวลาช้าไปอีก การล่าช้าก็เป็นความไม่ยุติธรรมสำหรับประชาชนเหมือนกันครับ เราใช้เวลาในการสร้าง หน่วยงานไม่กี่ปีครับ เราทำสำเร็จ แต่วันนี้อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนบอก ประชาชนเขา รอมานานแล้วเขาก็รอมานาน การรอของเขามันเหมือนกับว่ามันจะมีความหวังหรือเปล่า ถ้าเรายังทำงานกันในลักษณะแบบนี้ ผมจึงเห็นว่าถ้าหน่วยงานที่มีประโยชน์จริง ๆ ที่ท่าน ควรจะทำให้มันได้เร็วขึ้นผมคิดว่าคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดนั้นหน่วยนั้นจะมีประโยชน์ ถ้าท่านกระจายอำนาจในการตัดสินใจลงไป ผมเชื่อว่าหน่วยนี้จะเป็นหน่วยงานที่สามารถ ทำได้เร็วมากกว่านี้ มากกว่าการที่จะตั้งเพิ่มอนุกรรมการไปอีกถึง ๔ คณะหรือ ๕ คณะ หรือต่อไปอาจจะมีอีกมากกว่านั้น ซึ่งก็จะเห็นเลยว่าตัวท่านเองรวมทั้งลูกน้องของท่านเข้าไป พัวพันกันอยู่เต็มไปหมด ถามว่าถ้าเราประชุมกันอยู่อย่างนี้ รอข้อมูลของแต่ละหน่วยงานอยู่ อย่างนี้ วันไหนที่เราจะได้ตัดสินใจบริบทสุดท้ายว่าพื้นที่แห่งนี้มันควรเป็นของประชาชน ความหวังสุดท้ายของประชาชนเขามีเพียงแค่ต้องการว่าในชีวิตนี้ชีวิตใดของเขาชีวิตหนึ่ง เท่านั้นเองว่าเขาควรจะมีโอกาสมีชื่อของเขาบนกระดาษตราครุฑเท่านั้นเองครับ เขารอ เขารอ เขารอ หลายครอบครัวเขาไม่สามารถรอได้และในระหว่างการรอของเขา เขาขาดโอกาสมาก ถ้าเราสามารถทำให้ได้เร็ว ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายคนของผมที่อภิปรายท่านก็คงเคยเห็นแล้วว่า เราพูดเรื่องของความเร็ว ถ้าท่านมีกรอบของเวลาว่าท่านจะดำเนินการในสิ่งเหล่านี้ให้ได้เร็ว ภายในปีต่อปีที่ท่านจะดำเนินการต่อไปนี้ผมคิดว่ามันทำได้เพราะ ยกตัวอย่างนะครับ ในหนังสือเล่มนี้มันแทบไม่มีอะไรเลยครับ เวลา ๕ ปีที่ท่านมานี่ ทั้ง ๆ ที่เนื้อของมันนี้ บทบริบทสำคัญอย่างเช่นในหน้า ๔๐ นี้ ผลการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ปีงบประมาณ สรุปได้ ดังนี้ นี่ครับเนื้อที่มันควรจะมีแต่มันมีอยู่นิดเดียวแล้วก็ไม่มีรายละเอียดอะไรเลยทั้งสิ้น ไม่มีใครรู้หรอกว่าท่านได้ดำเนินการหรือทำอะไรลงไปในช่วง ๕ ๖ ปีที่ผ่านมา ก็เข้าใจว่านี่คือ รายงานฉบับแรก ซึ่งผมก็หวังว่ารายงานฉบับต่อไปจะมีรายละเอียดมากกว่านี้ และที่สำคัญ ที่สุดในรายงานหน้า ๔๔ หน้า ๔๕ นี้ พื้นที่เป้าหมาย คทช. ผมก็ลองเปิดเข้าไปดูครับ มีภาพ ให้สแกน (Scan) ข้อมูลพื้นที่เป้าหมาย คทช. ในแต่ละจังหวัด ประมาณ ๒๐ หน้า ซึ่งมันควร จะอยู่ในนี้ครับ นี่คือหัวใจของมัน แล้วส่วนที่คุณควรจะสแกน (Scan) ต่อไปก็คือคุณควรจะ ลองบอกว่าพื้นที่ที่เหลือในแต่ละจังหวัดไม่ว่าจะคุณกำหนดเป็นรูปแบบของตรงไหนมันควร จะบอกได้ว่าตรงนี้คือป่า ตรงนี้คือเขตอนุรักษ์ ชื่อนั้น ชื่อนี้ ชื่อของสถานที่ หน่วยลงไป รายละเอียดซึ่งมันควรจะมีมากกว่านี้ มันไม่ใช่แค่ วันนี้ก็เป็นรายงานผลเหมือนผลการประชุม ทั่วไป ซึ่งอ่านแล้วเกินครึ่งมันไม่มีประโยชน์จริง ๆ อันนี้ก็ขอฝาก แต่ด้วยความเข้าใจว่านี่ก็คือ เป็นรายงานฉบับแรกซึ่งผมก็หวังว่ารายงานฉบับในปี ๒๕๖๔ หรือว่าฉบับต่อไปในปี ๒๕๖๕ จะมีรายละเอียดมากกว่านี้ แล้วสิ่งที่ผมอยากจะฝากอีกนิดหนึ่งนะครับ ก็ทราบว่าท่านเอง ก็ได้มีโอกาสลงในไปในพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีในช่วงเมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมาไปดู พื้นที่จริง แล้วท่านก็ได้ให้ความเห็นหลายอย่าง แล้วท่านก็ได้พูดถึงกระทั่งว่าน่าจะเป็น ต้นแบบสำหรับเกิดในพื้นที่ซึ่งอันนี้ผมก็เห็นด้วยและควรจะเร่งดำเนินการ เราเห็นแล้วว่า การทำต้นแบบรูปแบบแรก การมีครอบครัวครอบครัวแรก หรือพื้นที่พื้นที่แรกที่มอบให้กับ ประชาชนในจังหวัดนั้น ๆ มันเป็นตัวอย่างของการแก้ปัญหาที่จะทำให้คนซึ่งคลางแคลงใจ หน่วยงานของท่านนี้ครับ มีความเชื่อมั่นว่าเขาจะได้สิทธิเหมือนกันกับงานชิ้นแรกที่ท่าน มอบให้เขา ผมก็เอ่ยชื่อได้ว่าที่ท่านไปที่บ้านทำเนียบ อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถ้าท่านได้ผลักดันวันนี้ผมชื่อว่าพื้นที่เป้าหมายที่อยู่ที่ยังเหลือเขาจะมีความมั่นใจ แล้วผมก็เชื่อ ว่าเขาก็พร้อมให้ความร่วมมือครับ เพราะอย่างที่เรียนคนเหล่านี้ขอชีวิตนี้เพียงชีวิตเดียวที่เขา ได้มีชื่อของตัวเขาเองอยู่บนกระดาษที่มีตราครุฑ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านสุดท้าย คนที่ ๒๑ คุณบุญรื่น ศรีธเรศ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ที่ประสงค์ชี้แจงก็เตรียมตัวครับ🔗

นางบุญรื่น ศรีธเรศ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานดิฉันได้รับทราบรายงานผลการดำเนินงานและประเมินผลการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘ ถึง พ.ศ.๒๕๖๓ ท่านประธานดิฉันเป็นส.ส. มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ดิฉันมีปัญหาในเขตพื้นที่เรื่องที่ดิน ๔ ดงของอำเภอกมลาไสย จังหวัด กาฬสินธุ์ ดิฉันเป็นกรรมาธิการวิสามัญออกเอกสารสิทธิที่ดินและที่ทำกิน แล้วก็ที่อยู่อาศัย ดิฉันได้เชิญเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติมารับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น ความจริง ดงทั้ง ๔ ดงนี้อยู่ที่อำเภอกมลาไสยพี่น้องประชาชนตั้งบ้านเรือนอยู่เขาบอกว่าเป็นที่สาธารณะ แต่อยู่กันมา ๒๐๐ กว่าปีแล้วไปเดินดูว่าเป็นอะไรเป็นโรงเรียน เป็นหมู่บ้าน เป็นโรงพยาบาล แล้ว ๔ ดง มีดงปากน้ำ อนุญาตให้เขาเช่าซื้อเขาก็ซื้อกันเสร็จแล้วก็ออกเอกสารสิทธิเหลืออีก ๓ ดง คือดงน้ำจั้น ดงบ้านอ้น ดงเหล่าแขม มีปัญหาดิฉันก็เล่าให้เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการ ที่ดินแห่งชาติได้รับทราบท่านก็บอกว่าเอาเข้าตรงนี้แล้วก็ดูแลให้ ทีนี้พอมารับทราบว่า ดงทั้ง ๓ ดงที่เหลือจะให้เขาเช่า เขาไม่อยากเช่าเขาอยากเช่าซื้อเหมือนดงปากน้ำ เพราะว่า ถ้าหากว่าเขาเช่าซื้อเสร็จจ่ายเงินเสร็จเขาก็จะออกเอกสารสิทธิ และมีกรรมสิทธิ์ในการ ครอบครองได้และจะไปออกกฎหมายให้เขาเช่าได้อย่างไรเขาไม่เช่ากันครับ แล้วก็มีปัญหา บางคนบางครอบครัวก็ร้องห่มร้องไห้มาหาผู้แทนให้ช่วยหน่อยดิฉันก็พยายามจะพูดเรื่องนี้ ในคณะกรรมาธิการอันนี้ปัญหามันเกิดมาตั้ง ๒๐๐ กว่าปีมันเป็นหมู่บ้าน มันเป็นโรงพยาบาล มันเป็นโรงเรียน แล้วก็หาว่าเป็นที่สาธารณะจะให้เขาไม่ได้เลยหรือที่เขาอยู่กันมาตั้งแต่ สมัยปู่ย่าตายาย ๒๐๐ กว่าปี แล้วไปดูแล้วท่านจะทึ่งว่ามันเป็นอย่างไร เพราะมันเป็นบ้าน เป็นหมู่บ้าน เป็นอำเภอ ดงปากน้ำที่เป็นตลาดเป็นที่ทำการอำเภอกมลาไสย อันนี้ก็เสร็จไป แล้วมีเอกสารสิทธิ แต่ดงทั้ง ๓ อยู่ติดต่อกันและให้เขาเช่าเฉย ๆ ตลอดชีวิตของเขา เขาไม่ได้ เป็นเจ้าของเลยหรือค่ะ อันนี้ทำให้เขาร้องห่มร้องไห้ในการดำเนินชีวิตของเขา เพราะฉะนั้น ในฐานะที่ดิฉันเป็นผู้แทนของเขาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ๒๑ ปี ดิฉันก็คิดว่ามันเสร็จไปแล้ว แต่มาถึง ณ วันนี้ไม่เสร็จเลยเขายังไม่ได้เป็นเจ้าของ เขาก็อยู่โดยไม่มีความสุขนะคะ ไปดูเขาแล้วไม่มี ความสุขเลย ไปทำธุรกรรม ไปทำอะไรก็ไม่ได้ตั้ง ๓ ดงนะคะ เป็นโรงพยาบาล เป็นโรงเรียน เป็นหมู่บ้าน เป็นตึกรามบ้านช่องที่เขาพัฒนาศักยภาพของเขาในการดำเนินชีวิต แต่เขา ไม่มีสิทธิในสิ่งที่เขาทำอยู่ ในสิ่งที่เขาอยู่อันนี้ล่ะค่ะ ดิฉันก็เลยอยากจะถามท่านคณะกรรมการ ที่ดินแห่งชาติทบทวนให้เขาได้ไหมคะให้เขาได้เช่าซื้อ เขาเช่าซื้อได้เขาบอกว่าเขามีอนาคต ในการที่จะเป็นเจ้าของ เป็นที่น่าสงสาร คนที่ร้องห่มร้องไห้เขาอยู่กันมาเป็นเกือบร้อยปี เขาว่าอย่างนี้ แม่เขาตายไปแล้วอยู่เกือบร้อยปีเขาอายุ ๗๐ ปี ๖๐ ปี ๗๐ ปี ๘๐ ปียังเหลืออยู่ และยังไม่ได้เป็นเจ้าของ ไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินแห่งนี้ ที่สาธารณะมันก็กลายเป็นบ้าน เป็นเมือง เป็นการพัฒนาให้เป็นที่เจริญรุ่งเรืองไปแล้ว ทำไมไม่ให้เขามีสิทธิบ้างล่ะคะ มันติด อะไรอยู่ ทำไมเขาถึงไม่มีสิทธิตรงนี้ อยากทราบเหลือเกินเพราะว่าสู้มาเป็นเวลานานมาก ไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่นนะคะ ส.ว. ก็ช่วยกัน ส.ส. ก็ช่วยกันแล้วก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ให้เขาได้ดำเนิน ชีวิตอย่างมีความสุข อันนี้นี่ล่ะดิฉันอยากให้คณะกรรมการที่ดินแห่งชาติได้ทบทวนให้เขา ได้ไหม หรือหาข้อแก้ไขให้เขาได้ไหมทั้ง ๓ ดง เขาเหลือ ๓ ดงค่ะ ดงบ้านอ้น ดงเหล่าแขม และดงน้ำจั้นถ้าท่านไปเห็นแล้วก็เป็นหมู่บ้าน มีตึกรามบ้านช่อง มีโรงพยาบาล มีโรงเรียน เจริญรุ่งเรืองไปแล้วนะคะ อันนี้ดีมากเลยค่ะ เป็นกรรมาธิการอยู่ในห้องกรรมาธิการประชุม ทั้งเช้าทั้งบ่ายพอมาท่านประธานก็ให้ดิฉันเป็นคนสุดท้าย ต้องกราบขอบคุณท่านประธานค่ะ แล้วก็อยากจะให้ท่านคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติพิจารณาตรงนี้ให้หน่อยค่ะ ขอบพระคุณ มากค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ สมาชิก ได้พูดทุกท่านที่เสนอชื่อมานะครับ ต่อไปก็เชิญผู้ชี้แจง เชิญเลยครับ🔗

นางสาวรวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ และท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน รวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ หรือ สคทช. นะคะ ขออนุญาตที่จะชี้แจงเนื่องจากว่าก็เป็นไปตามที่เราได้คาดไว้ว่า ในเรื่องปัญหาที่ดินทำกินนี้เป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศก็คาด ได้ว่าจะมีท่าน ส.ส. นี้ได้อภิปรายให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ข้อห่วงกังวลของพี่น้องประชาชนนี้ จำนวนมาก ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนเพื่อแบ่งคำตอบ เพื่อใช้เวลาจำกัดเป็น ๒ ส่วนนะคะ🔗

๑. ในส่วนของภาพรวมการทำงานของ สคทช. และประเด็นปัญหาปลีกย่อย ที่ท่านผู้แทนได้เสนอเป็นประเด็นปัญหาในพื้นที่ เป็นปัญหาของหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นปัญหากับ ส.ป.ก. กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ กรมธนารักษ์ และอื่น ๆ ดิฉันขอน้อมรับไว้ในนามของ สคทช. เพื่อประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ🔗

๒. ในส่วนของปัญหาที่ดินทำกินเป็นเรื่องสำคัญที่มีมานานหลายปี มากกว่า ๕๐ ปี ในเรื่องของปัญหาการแก้ไขในเรื่องที่ดินทำกินแล้วก็ปัญหาเรื่องของบริหารจัดการ ที่ดินของประเทศ สรุปปัญหาได้ประมาณ ๓ เรื่องหลัก ๆ ก็คือปัญหาเรื่องของคนรุกป่า อันที่ ๒ คือป่ารุกคน เนื่องจากมีการพิสูจน์สิทธิแล้วประชาชนอยู่ก่อนการประกาศเป็นเขต ที่ดินของรัฐจริง ดิฉันก็เลยใช้คำนิยามสั้น ๆ ตรงนี้เพื่อให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือป่ารุกคน อันที่ ๓ ก็คือแนวเขตที่ดินของประเทศของหน่วยงานของรัฐทั้ง ๙ หน่วยงานนี้ซ้อนทับกันทำให้ ประเทศไทยเมื่อรวมตัวเลขแล้วใหญ่กว่าความเป็นจริงตามที่ท่านสมาชิกท่านกนกได้อภิปรายไว้ ในส่วนของนโยบาย คทช. นี้คืออะไร เราก็เป็นองค์กรกลาง เป็นหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่ ในการประสานบูรณาการหน่วยงานของรัฐทั้ง ๙ หน่วยงานที่เป็นเจ้าของที่ดินนี้ให้เกิด นโยบายที่เป็นเอกภาพ นโยบายปัจจุบันที่พยายามเร่งแก้ปัญหาที่ผ่านมาในอดีตตั้งแต่ ๒๕๕๘-๒๕๖๓ ตามรายงานก็คือเร่งเรื่องที่สำคัญก่อน แต่มิใช่งานเดียวที่ คทช. ดำเนินการ ก็จะเห็นว่ารายงานนี้จึงมีผลการดำเนินงานในส่วนหลักคือการแก้ไขจัดที่ดินทำกินให้กับ ราษฎรเป็นหลัก งานที่ ๑ คือจัดที่ดินทำกิน แนวนโยบายก็คือให้คนสามารถอยู่กับป่าได้อย่าง ยั่งยืน แนวนโยบาย คทช. ปัจจุบันนี้มีพื้นที่ในตะกร้า คทช. ที่เข้ามาผ่านอนุ ๑ ทั้งหมด ประมาณ ๑,๔๔๒ พื้นที่แล้วนะคะ แล้วก็ครอบคลุมพื้นที่ ๕.๕ ล้านไร่ แปลว่าอะไรคะ ถึงแม้ เขายังไม่ได้ออกเอกสารหนังสืออนุญาตโดยจัดคนลงตามอนุ ๒ แล้วก็ ๓ อย่างไรก็ตามเมื่อมา อยู่ในพื้นที่เป้าหมาย คทช. แล้ว พี่น้องเกษตรกรก็จะไม่ได้ถูกดำเนินการจับกุมเพราะว่าอยู่ใน ขั้นตอนที่อนุ ๑ เห็นชอบแล้ว พื้นที่ ๕.๕ ล้านไร่ตามที่ดินของรัฐ ๙ ประเภท มีความหมาย มากนะคะ เนื่องจากว่าเขาสามารถนอนหลับ ไม่ต้องวิ่งหนีหน่วยงานราชการที่จะมาจับกุม เมื่อได้รับหนังสืออนุญาต คทช. แล้วก็สามารถที่จะเข้าสู่กระบวนการจัดที่ดินทำกิน แล้วก็ได้ หนังสือที่เรียกว่าสมุดพก คทช. เราคงไม่ได้ให้เป็นเอกสารสิทธิเพราะว่าอยู่ในกลุ่มนี้ก็คือกลุ่ม บุคคลที่อยู่ในการที่ดินของรัฐให้เป็นหนังสืออนุญาตแต่สร้างความมั่นคงในที่ดิน คือสามารถ ตกทอดถึงลูกหลานได้แต่ขายเปลี่ยนมือไม่ได้ ดิฉันขอกราบขอบพระคุณท่านชวน ชูจันทร์ ที่ช่วยให้ในแง่มุมของเกษตรกรว่าเกษตรกรต้องการที่ดินเป็นความมั่นคง มิได้ต้องการเอาไป ขายเปลี่ยนมือ เพราะฉะนั้นหนังสืออนุญาตของรัฐที่รัฐจัดให้นี้ เช่นอนุญาต ๓๐ ปี สามารถ ตกทอดถึงลูกหลานและขยายไปได้นี่คือเกิดความมั่นคงในที่ดินที่อยู่อาศัย ทำให้สามารถ เข้าถึงแหล่งทุนได้เช่นในส่วนของการยางถ้าเป็นพื้นที่ปลูกยางหรือค่าชดเชยอะไรต่าง ๆ ก็สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ หรือมาตรฐานที่เขาจะส่งออก เกษตรกรตอนนี้ต้องคำนึงถึง มาตรการสิ่งแวดล้อมในการค้าทั่วโลกด้วยเพราะว่าถ้าอยู่ในพื้นที่ที่ผิดกฎหมายจะไม่สามารถ ที่จะขายของได้ อันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว โลกให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมค่อนข้างมาก การที่ประชาชนอยู่ในป่าแล้วยังจับและไม่ถูกต้องตามกฎหมายทำให้ขายสินค้าได้ยาก การที่ เกษตรกรอยู่ในพื้นที่ คทช. ได้รับการรับรองนั้น แล้วเราพยายามผลักดันค่ะ ซึ่งจะเข้าสู่ การประชุม คทช. ที่ท่านนายกเป็นประธานครั้งถัดไปคือ พื้นที่ คทช. สามารถที่จะไปขอ มาตรฐานการเกษตรที่ดีหรือว่าจีเอพี (GAP) ได้ ขอมาตรฐานรับรองออร์แกนิก (Organic) ได้ นอกจากการเข้าถึงแหล่งทุนแล้วอย่างการยางที่ดิฉันยกตัวอย่าง ยังสามารถเข้าถึงเรื่องของ เงินทุนต่าง ๆ เงินงบประมาณของภาครัฐได้ หากอยู่อย่างผิดกฎหมายยังไม่ได้รับอนุญาต ก็ไม่มีหน่วยงานของรัฐหน่วยงานใดที่จะเข้าไปส่งเสริมพัฒนาอาชีพหรือลงงบประมาณของรัฐ ได้ในพื้นที่ที่ยังไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากสำนักงานงบประมาณก็ไม่ปล่อยงบประมาณ ตัวนี้🔗

ดังนั้นข้อ ๑ การอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายและการเข้ามาในตะกร้าของ คทช. ทั้งหมด ๕.๕ ล้านไร่แล้วจึงมีความสำคัญมาก ประชาชนที่อยู่ในกล่องนี้ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คนที่เราดูแลอยู่ในพื้นที่ คทช. แต่ว่าการเคลื่อนตัวไป เช่นออกสมุดพก การส่งเสริมพัฒนาอาชีพเราต้องส่งไม้ต่อหรือบูรณาการกับหน่วยอื่น ๆ โดยเฉพาะกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ที่เราให้ความสำคัญในการจัดตั้งสหกรณ์ ยกตัวอย่างสหกรณ์ที่แม่ทา ซึ่งเป็นพื้นที่ คทช. เข้ามาปี ๒๕๕๘ ปัจจุบันสหกรณ์แม่ทามีรายได้ปีละ ๙.๕ ล้านบาท ส่งสินค้าให้กับ ขออนุญาตต้องเอ่ยนามนะคะ ในเรื่องของซูเปอร์มาร์เกต (Supermarket) ที่อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ได้นะคะ ยกตัวอย่างความสำเร็จของการดำเนินงานในครั้งนี้นะคะ🔗

งานที่ ๒ ที่เร่งถัดมาคือการพิสูจน์สิทธิค่ะ อันนี้ยังไม่ได้อยู่เล่มรายงานฉบับนี้ เนื่องจากเราเพิ่งปรับระบบจากคณะกรรมการบุกรุกที่ดินของรัฐ ซึ่งดิฉันก็ได้รับฟังจาก ท่านสมาชิกเมื่อการก่อตั้งว่าคำว่าบุกรุกอาจไม่เป็นธรรม เราจึงเปลี่ยนชื่อรื้อกรรมการทั้งหมด เป็นคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐหรือ คพร. ซึ่งมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น ประธาน อันนี้จึงต้องเปิดอนุกรรมการอีกชุดหนึ่งภายใต้ คทช. ซึ่งมีท่านผู้อภิปรายว่า อนุกรรมการเยอะเกินไปไหม ทำไมถึงเพิ่มขึ้น ซึ่งแต่เดิมมี ๔ ชุดค่ะ (๑) จัดที่ดิน (๒) จัดคนลง (๓) ส่งเสริมพัฒนาอาชีพ (๔) คทช. จังหวัด ซึ่งทำเรื่องจัดที่ดินทำกินทั้งนั้น แต่เราต้องเปิดอนุ เพิ่มเติมเพราะว่า พ.ร.บ. คทช. จัดตั้งกระทรวง ทบวง กรม ปี ๒๕๖๔ เราเพิ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ มีหน้างานที่มากขึ้น โดยเฉพาะงานเรื่องของการพิสูจน์สิทธิ ซึ่งได้ตัดมาจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราเพิ่งรับงานนี้มาเราก็ จัดระบบใหม่ไม่ใช่กรรมการบุกรุกที่ดินของรัฐ เป็นกรรมการพิสูจน์สิทธิ ซึ่งต้องเปิดอนุอีก ๑ อนุ คู่กับอนุกรรมการอ่านแปลภาพถ่ายจึงมีอนุกรรมการเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้เกิดการเช็ก แอนด์ บาลานซ์ (Check and Balance) จังหวัดรับเรื่องมาสกรีน (Screen) เรื่อง หากเห็นว่า ไม่ชัดเจนต้องใช้กระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ในการอ่านแปลภาพถ่ายพิสูจน์สิทธิให้ส่งมา อนุกรรมการอ่านแปลภาพถ่ายซึ่งเป็นกรรมการกลาง มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้ดิฉันเปิด อนุกรรมการ มีคณะทำงาน ๓ ชุด เพื่อพยายามสะสางปัญหาที่ประชาชนเข้ามาแล้วกองอยู่ มีความล่าช้าอยู่ในอดีต ต้องขออนุญาตน้อมรับไว้ เพราะว่าในอดีตก็มีปัญหา ตอนนี้อยู่ในมือ หลายราย แต่ว่า คพร. จังหวัดมีการประชุมไปแล้วมากกว่า ๔๐ จังหวัดทั่วประเทศก็ได้ ขับเคลื่อนเรื่องนี้แล้วนะคะ🔗

งานที่ ๓ ที่รับเข้ามาใหม่ก็คืองานวันแมป (One Map) การแก้ปัญหาที่ดิน ของประเทศซ้อนทับนะคะ ดิฉันต้องกราบขอบพระคุณท่านกนกที่ได้อภิปรายเรื่องนี้เพราะว่า เป็นเรื่องสำคัญของการเติบโตของประเทศหรือจีดีพี (GDP) จริงนะคะ ประเทศไทยเรามี ขนาดใหญ่กว่าความเป็นจริง หากรวมตัวเลขที่ดินของรัฐที่รวมกันทั้งหน่วยงาน ท่านเชื่อ หรือไม่ เรามีที่ดินทั้งหมดประมาณ ๕๗๐ ล้านไร่ ซึ่งในขอบเขตภูมิศาสตร์ของประเทศ ข้อเท็จจริงนี้ ประเทศไทยเราใหญ่แค่ ๓๒๐ ล้านไร่ ที่เหลือคือซ้อนทับ ซ้อนทับหน่วยงานของ รัฐนอกจากข้อขัดแย้งระหว่างรัฐกับรัฐ หรือรัฐกับประชาชนแล้วนะคะ ก็จะทำให้การใช้ ประโยชน์ที่ดินไม่เกิดประสิทธิภาพอย่างที่ท่านได้กล่าวก็คือเรื่องของการพัฒนาประเทศ หรือจีดีพี (GDP) ต่าง ๆ ต้องใช้ฐานการใช้บริหารแอสเสต (Asset) ของประเทศให้เกิด ประโยชน์สูงสุด คทช. ได้ตั้งอนุกรรมการวันแมป (One Map) ขึ้นมา มีท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมเป็นประธาน ทำงานโดยฝ่ายเลขานุการคือสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตในภาครัฐก็คือ ป.ป.ท. เป็นฝ่ายเลขานุการในการเคลียริง (Clearing) ทั้งหมด แต่ดิฉันต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าปัญหาเรื่องนี้ไม่ใช่แก้ง่าย เนื่องจากที่ดินซ้อนทับ ของรัฐทุกหน่วยงานมีกฎหมายของตัวเอง เราต้องการขอให้หน่วยงานของรัฐถอยคนละก้าว เนื่องจากเป็นหน่วยงานของรัฐด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นนะคะ นอกจากนั้นเราก็ต้องดำเนินการ ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมนะคะ ยกตัวอย่างเช่นในพื้นที่ของจังหวัดระนอง ซึ่งได้มีท่านสมาชิก ได้อภิปราย ดิฉันก็กราบขอบพระคุณด้วยว่าท่านได้เห็นผลงานของเราตรงนี้ซึ่งเป็นโมเดล (Model) ตัวอย่างพื้นที่นำร่องพื้นที่แรก พื้นที่ป่าชายเลนจังหวัดระนองที่จะนำเข้าสู่คณะกรรมการ คทช. ในสัปดาห์หน้าที่จะเปลี่ยนนะคะ กันออกจากพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งปัจจุบันเป็นเมือง หมดแล้วทำอะไรก็ผิดเพราะว่าอยู่ในพื้นที่ป่า ซึ่งได้มีการกลั่นกรองผ่านอนุกฎหมายที่ท่าน วิษณุเป็นประธานเข้ามาช่วยนะคะ เติมเหตุผลความจำเป็น เนื่องจากว่าเป็นสภาพป่าชายเลน ที่ไม่สามารถ ถ้าเราดูสภาพพื้นที่จริง ดิฉันก็ลงพื้นที่นะคะ จะเห็นชัดเจนว่าไม่สามารถที่จะ ฟื้นฟูให้เป็นป่าชายเลนได้อีกนะคะ ดังนั้นจึงเห็นสมควรที่จะกันออกจากป่าสงวนและยกเว้น มติ ครม. เรื่องป่าชายเลนนะคะ เพื่อที่จะนำไปให้กับกรมธนารักษ์ได้จัดสรรการใช้ประโยชน์ ในพื้นที่ ซึ่งอันนี้เป็นข้อมติที่ประชาชนในพื้นที่ต้องการที่จะไปอยู่กับกรมธนารักษ์ เพราะว่า มีสิทธิที่สามารถที่จะเปลี่ยนสิทธิได้ในเงื่อนไขของกรมธนารักษ์ในเรื่องสิทธิการเช่า ดิฉันก็ น้อมรับแล้วก็จะเร่งรัดดำเนินการในส่วนของโมเดล (Model) ต้นแบบของระนองเพราะจะต้อง นำไปใช้เป็นกรณีที่อาจจะต้องนำไปใช้แก้ไขปัญหาในพื้นที่อื่น ๆ อีกที่มีสภาพเป็นป่าสงวน แต่ว่ามีสภาพเป็นชุมชนแล้วไม่สามารถที่จะนำกลับเรียกคืนมาเป็นป่าได้ แต่อย่างไรก็ตาม ดิฉันขอทำความเข้าใจว่ามันยังเป็นที่ของรัฐนะคะ ดังนั้นเราไม่สามารถที่จะสไลด์ (Slide) ไป ออกเอกสารสิทธิได้เนื่องจากว่ากรรมาธิการบางชุดก็เรียกไปชี้แจงว่าไม่เห็นด้วยที่จะนำที่ ของรัฐไปออกเป็นโฉนดหรือเอกสารสิทธิ อันนี้ก็คือผิดกฎหมาย ยังมีแนวทางฝาก สคทช. ว่า ให้ดำเนินการตามกฎหมายและให้มีการจับกุมด้วยซ้ำ อันนี้ขอเรียนไว้นะคะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แนะนำให้สรุปนะครับ🔗

นางรวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ

ก็ขออนุญาตสรุปว่างานทั้ง ๓ ด้านนี้ก็ยังเคลื่อนไปนะคะ ในส่วนคำถาม ของแต่ละท่านดิฉันขออนุญาตน้อมรับไว้ในส่วนของประเด็นต่าง ๆ ในเรื่องของการทำงาน กับจังหวัดเรามี ๒ ชุด คือ คทช. จังหวัด และ คพร. จังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดและ อปท. เป็นผู้แทนอยู่ในองค์คณะทั้ง ๗๖ จังหวัด มี ๒ ชุดคำถามของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เรื่องโฉนดชุมชนปัจจุบันนี้ได้เข้ามาอยู่ในตะกร้าของ คทช. เรียบร้อยแล้ว แล้วก็มีการ ออกหนังสืออนุญาตในพื้นที่ที่เป็นโฉนดชุมชนให้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ของ คทช. ซึ่งก็เป็นไป ตามมติ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แนะนำให้สรุปนะครับ🔗

นางรวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ

ขอบคุณค่ะท่านประธาน เนื่องจากมีหลายคำถามดิฉันก็คงไม่สามารถที่จะไล่ไป ได้ทั้ง ๒๑ คำถามที่ท่านสมาชิกได้ถามนะคะ ในส่วนของเขาค้อหรือพื้นที่อื่น ๆ วังสมบูรณ์ ยังอยู่ในการพิจารณาของอนุนโยบายยังไม่ได้ตัดสินนะคะ ในส่วนของพื้นที่เป้าหมายดิฉัน ขอน้อมรับว่าเราไม่ได้อยู่ในเล่มจริงแต่ว่าสแกนบาร์โค้ด (Scan Barcode) พื้นที่ คทช. ในหน้า ๔๕ ได้ ดิฉันน้อมรับความเห็นของท่านที่ให้ปรับปรุงเล่มรายงานแล้วก็ใส่ข้อมูลเพื่อให้ ตรวจสอบได้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ ขออนุญาตกราบเรียนค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กรรมาธิการมีเพิ่มเติม ไหมครับ หมายถึงว่าชี้แจงท่านเดียวใช่ไหมครับ เจ้าหน้าที่ชี้แจงท่านเดียวใช่ไหมครับ🔗

นางรวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ

ท่านเดียวค่ะท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ สมาชิกครับ ทุกฝ่ายได้อภิปรายตามที่เสนอชื่อมาทั้งหมด ๒๑ ท่าน ตัวแทนของหน่วยงานได้ชี้แจงวาระนี้ เป็นวาระเพื่อทราบนะครับที่ประชุมก็ได้รับทราบตามที่หน่วยงานได้เสนอรายงานเรื่องนี้มา ขอขอบคุณครับ ขอบคุณทุกฝ่ายนะครับที่มาชี้แจงครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้านครับ ท่านประธานเรื่องเมื่อสักครู่นี้ยังค้างคำถามอยู่หลาย คำถามเลยครับ มีเพื่อนสมาชิกที่ยังติดใจสงสัยแล้วก็ยังไม่ได้รับคำตอบขอสั้น ๆ ได้ไหมครับ ขออนุญาตให้สมาชิกย้ำคำถามสั้น ๆ ก็ได้ครับ แล้วก็ขอผู้มาชี้แจงได้สรุปโดยเร็วไม่ต้อง ละเอียดอย่างเมื่อสักครู่ก็ได้ครับ เพื่อเป็นประโยชน์กับที่ประชุมครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ขออนุญาตท่านประธานครับ คือผู้สรุปท่านประธานครับ ช้า ๆ ชัด ๆ สั้น ๆ ฟังไม่รู้เรื่องครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ คำถามอะไร ที่ยังค้างอยู่สรุปสั้น ๆ ค่ะ🔗

นางบุญรื่น ศรีธเรศ กาฬสินธุ์

ท่านประธานคะ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ดิฉันอยากจะถาม คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติในส่วนของ ๓ ดงของกมลาไสยให้เขาเช่าแล้วมันจะจบ ได้อย่างไรคะ เขาอยากเช่าซื้อค่ะ อยากฝากตรงนี้ล่ะไม่ใช่เช่าเฉย ๆ นะคะ เช่าซื้อจะได้ไหมคะ จะแก้ปัญหาให้เขาได้ไหมคะ อยากจะถามตรงนี้นะคะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ตอบคุณบุญรื่นด้วยนะครับ ขอเชิญครับ🔗

นางรวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ

ขออนุญาตกราบเรียนค่ะ ในส่วนนี้จริง ๆ มีปัญหา ๔ ดง ที่ท่านได้ถามมานะคะ ในส่วนของดงปากน้ำนี่เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการของรัฐที่ถูกอพยพไป เนื่องจาก การพัฒนาโครงการของรัฐในพื้นที่นั้นเขาจึงได้เอกสารสิทธิได้มีการออกโฉนดแล้ว ส่วนอีก ๓ ดงที่ท่านได้กล่าวถึงนี้อยู่ในพื้นที่สาธารณะประโยชน์ ดิฉันก็จะขอรับประเด็นของท่านไว้ ไปหารือ ซึ่งเท่ากับว่ามีที่มาต่างกรรมต่างวาระ ดงที่ ๑ ได้เพราะเป็นผู้อพยพที่ได้รับผลกระทบ จากโครงการของรัฐรัฐจึงจัดพื้นที่ให้แล้วก็จัดในเรื่องของออกโฉนดให้ แต่อีก ๓ ดงเรียกว่า อยู่ในพื้นที่ของรัฐ แต่ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนในภาพรวมว่ากรณีที่ป่ารุกคน หากเป็นป่า รุกคนคือประชาชนอยู่ก่อนการประกาศเขตที่ดินของรัฐครั้งแรก หากยังมีข้อสงสัยเราใช้ กระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ประกบคู่กับการสืบพยานในพื้นที่ โดยอนุอ่านแปลภาพถ่าย จะอ่านแปลภาพถ่ายหรือร่องรอยการใช้ประโยชน์ในการประกาศเป็นเขตที่ดินของรัฐ ครั้งแรกให้ส่งกลับไปที่ คพร. จังหวัด หลายท่านมีคำถามว่าแล้วอย่างไรต่อ ดิฉันขอรับ ข้อประเด็นของท่านผ่องศรีไว้ด้วยเพราะว่าอันนี้ได้หารือกับกรรมาธิการว่าอาจจะเป็นโมเดล (Model) นำร่องกรณีที่พิสูจน์สิทธิแล้วนี้อยู่ก่อนจริงแต่ว่าหน่วยงานของรัฐยังไม่ดำเนินการ ต่อไปให้ เนื่องจาก คทช. เราไม่ได้มีอำนาจในออกเอกสารสิทธิ การออกเอกสารสิทธิคือ อำนาจของกรมที่ดินแต่ดิฉันก็รับเป็นโมเดล (Model) เช่นเดียวกับที่ระนองก็รับเป็นโมเดล (Model) ที่จะผลักดันในเรื่องนี้ให้สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริง ในส่วนของการพิสูจน์สิทธิ แล้วหากอ่านแปลภาพถ่ายแล้วมีร่องรอยการใช้ประโยชน์แต่ว่าร่องรอยไม่ได้บอกว่าเป็น นาย ก ข ค ร่องรอยต้องประกบคู่กับการสืบพยานในพื้นที่ว่าเป็นรายนั้นจริงหรือไม่ เมื่อดำเนินการแล้วหากยังไม่ได้รับความเป็นธรรมเราก็พยายามที่จะหารือกับหน่วยงาน ในหมวกของ คทช. นี้ล่ะกับหน่วยงานนั้น ๆ ว่ามีข้อขัดข้องทางกฎหมายใดบ้างที่จะยังทำให้ ไม่สามารถที่จะออกเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชนให้เกิดความเป็นธรรมได้ ขออนุญาต กราบเรียนค่ะ🔗

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ลพบุรี

ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ🔗

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ลพบุรี

กรณีของจังหวัดลพบุรี อำเภอท่าหลวง อำเภอชัยบาดาล อำเภอสระโบสถ์ อำเภอโคกเจริญ อำเภอพัฒนานิคม ซึ่งมีปัญหาอยู่ กับเรื่องที่ทำกินโดยเฉพาะอำเภอท่าหลวงเป็นที่ ภ.บ.ท. กับ ส.ป.ก. โต่งมา ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่ทราบว่าคณะกรรมการชุดนี้มีนโยบายอย่างไรบ้าง แล้วก็ดำเนินการไปถึงไหนแล้วครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นางรวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ

ขออนุญาตกราบเรียนค่ะท่านประธาน ในพื้นที่ของลพบุรีซึ่งมีใบ ภ.บ.ท. ๕ ซึ่งขออนุญาตกราบเรียนว่ามันไม่ใช่เอกสารสิทธิ ใบ ภ.บ.ท. ๕ นี้ตามคำนิยามของกรมที่ดิน ไม่ได้เป็นเอกสารสิทธิเป็นเอกสารเสียภาษีให้กับท้องถิ่น ในส่วนของอำเภอชัยบาดาล เรามีการสำรวจแล้วก็ คทช. จังหวัดโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้นำพื้นที่เป้าหมายเข้ามา ในตะกร้า คทช. แล้วคือผ่านอนุ ๑ ๓๙๕,๔๓๑ ไร่ ดังนั้นดิฉันคิดว่าปัจจุบันนี้ก็ได้เข้ามาสู่ กระบวนการของ คทช. ซึ่งจะออกหนังสืออนุญาตให้สมุดพกส่งเสริมพัฒนาอาชีพต่อไปได้ ในส่วนของพื้นที่ของท่านยังมีพื้นที่ที่อยู่ในป่าไม้ถาวรด้วยซึ่งทั่วประเทศมีหลายพื้นที่ที่อยู่ ในพื้นที่ป่าไม้ถาวรซึ่งจะต่างกับป่าสงวนในเชิงกฎหมาย ป่าไม้ถาวรนี้บางส่วนกรมพัฒนาที่ดิน ก็เป็นผู้ดูแลแล้วรอการจำแนก ซึ่งในหลักการจำแนกป่าไม้ถาวรออกให้กับหน่วยงานใดนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาหลักเกณฑ์ของอนุนโยบายที่จะจำแนก คือปัจจุบันถ้าอยู่ในพื้นที่ ป่าไม้ถาวรดิฉันเข้าใจว่าไม่สามารถที่จะดำเนินการเพราะว่ายังอยู่ในพื้นที่ที่เป็นของรัฐที่ ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ว่าข้อ ๑ ป่าไม้ถาวรเป็นกระบวนการต้นน้ำที่กรมพัฒนาที่ดิน รับผิดชอบตามมติ ครม. อยู่เมื่อปี ๒๕๓๐ กว่าซึ่งนานมากแล้วที่ยังจำแนกไม่แล้วเสร็จ แต่ว่า เราในฐานะ คทช. ได้ประสานกับกรมที่ดินที่จะดำเนินการเรื่องนี้ พื้นที่ทั้งหมดของประเทศ ที่รอการจำแนกอีก ๖ ล้านไร่ ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนนะคะ ก็เลยต้องดำเนินการจัดทำ หลักเกณฑ์อยู่ ขออนุญาตกราบเรียนว่าเป็น ๒ ส่วนค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังมีอะไรอีกไหมครับ เชิญ ครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอฝาก ๓ ข้อสั้น ๆ🔗

ข้อแรก ในเรื่องอุทยานทับลานมีคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินแล้วตั้งแต่ วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๒ และมีคำบัญชาของนายกรัฐมนตรีแล้วด้วยตั้งแต่วันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๓ แต่ยังไม่ปฏิบัตินะครับ อันนี้ฝากท่านเร่งดำเนินการอย่ารีรอครับ อันนี้ชัดเจนมาก เพราะถ้าท่านประกาศแนวเขตปี ๒๕๔๓ ซึ่งสมัยท่านประธานเป็นนายกรัฐมนตรีให้มีการ สำรวจร่วมไว้แก้ปัญหาไปได้หลายร้อยครัวเรือนเลยครับ🔗

ข้อ ๒ ผมเคยมีหนังสือไปถึงประธานกรรมการของคณะกรรมการที่ดิน แห่งชาติว่าระหว่างที่รอวันแมป (One Map) ชะลอการดำเนินคดีกับชาวบ้าน ก็ขอให้ปฏิบัติ ด้วย หลายพื้นที่ผมเข้าใจว่าทางศาลเองก็รับทราบและอาจจะอยู่ในระหว่างการดำเนินการให้🔗

ประการสุดท้ายครับ จนถึงวันนี้ผมยังได้รับหนังสือจากชาวบ้านว่าเจ้าหน้าที่ อุทยานเองนะครับ ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของพื้นที่แล้วไปดำเนินคดีกับเขา วันดีคืนดีพอเขา เดือดร้อนเขาไปแจ้งว่ามันมีการบุกรุกหรือมีปัญหาเกิดขึ้นในพื้นที่ ตอบเป็นทางการเลย นะครับบอกว่าไม่ใช่เป็นเจ้าของพื้นที่ สับสนไหมครับ วันที่จะไปจับเขาบอกเป็นเจ้าของ พอเขาเดือดร้อนเขาไปแจ้งบอกไม่เกี่ยวกับข้าพเจ้าแล้ว อันนี้ท่านไปตรวจสอบนิดหนึ่งครับ คณะกรรมการที่ดินแห่งชาติตรวจสอบการทำงานของกรมอุทยานนิดหนึ่งครับ ลักษณะเช่นนี้ มีเป็นเอกสารทางราชการเลยนะครับ ถึงขนาดบอกเขาว่าไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ อันนี้ผมคิดว่า ใช้ไม่ได้นะครับ อันนี้ฝากท่านด้วยครับ กรุณาให้ทางอุทยานอย่ารักป่ามากกว่ารักประชาชน และประชาชนถูกรังแกไม่ได้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ คุณรวีวรรณ นั่งก่อนก็ได้ครับ คุณหมอเชิญครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ พอดีผมอภิปรายไว้และค้างไว้ ๓ เรื่อง🔗

เรื่องแรก ก็คือผมสงสัยว่าในหน้า ๘๔ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๑๕ หน่วยงาน แต่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ดินที่ท่านตั้งเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๖๓ มีกระทรวงกลาโหม มีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แต่ว่าในหน้านี้ไม่มีการใช้งบ แสดงว่าเราไม่ได้ ดูที่ดินของกระทรวงกลาโหมกับกรมอุทยานที่จะมาแบ่งปันจัดที่ดินให้กับเกษตรกรหรือไม่ แล้วงบประมาณที่ใช้ท่านก็ยังไม่ตอบว่าตกลงเงินใช้ไปแค่ ๗๔ เปอร์เซ็นต์ จาก ๑,๒๕๗ ล้านบาท ใช้ไปแค่ ๙๓๙ ล้านบาท ที่เหลือติดขัดตรงไหน ประเด็นอย่างไร🔗

เรื่องที่ ๓ ก็คือในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ อำเภอขุนหาญ อำเภอภูสิงห์ ที่มีเรื่องของการขยายเขตของอุทยาน ก็ขอร้องว่าอย่าไปรุกที่ของประชาชนที่เขาอยู่แล้วครับ ให้เฉพาะเขตของอุทยานจริง ๆ ตลอดจนที่ท่านบอกว่ามีคนไปร้องในเรื่องของดูร่องรอย ปรากฏว่ามีอยู่คนหนึ่งที่เพื่อน ๆ เขาได้หมด ร่องรอยเขามีแต่ว่าอาจจะไม่ชัดเจน ตรงนี้ เขาก็กังวล ก็ได้ปรึกษาทางกรรมาธิการทางส่วนอื่นเขาก็ไปทุกที่ เขาอยู่ตรงนี้เขาอยากให้ พิสูจน์สิทธิให้ความเป็นธรรมเขา ๓ เรื่องช่วยตอบด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกยังมีอะไรเพิ่มเติม ไหมครับ เพื่อท่านผู้อำนวยการจะได้ตอบพร้อมกันไป เชิญเลยครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณมากครับท่านประธาน ผม มานพ คีรีภูวดล จากพรรคก้าวไกล ต่อประเด็นที่ผมเสนอแนะนะครับ ก็คือว่าท่าน ผู้อำนวยการได้ชี้แจงว่ามีอนุที่จังหวัด ๒ ชุด มีอนุ คทช. จังหวัด แล้วก็มีอีกชุดหนึ่ง ทีนี้ผม นึกภาพไม่ออกครับ เวลาคณะกรรมการประชุมปีหนึ่งก็ประชุมไม่กี่ครั้ง ข้อเสนอของผมครับ ผมคิดว่าอยู่ในอำนาจของท่านก็คือถ้าเราจะเอกซเรย์พื้นที่ให้เป็นฐานข้อมูลร่วมกัน การใช้ พื้นที่เทศบาล และ อบต. หรือท้องถิ่นมาทำงานร่วมกันที่พื้นที่ เราไม่จำเป็นจะต้องขึ้นไป แล้วก็ลงมา ขึ้นไปแล้วก็ลงมา ขั้นที่ ๑ เราเอกซเรย์และแยกพื้นที่ จัดระเบียบพื้นที่ว่าอยู่ใน เขตอะไร อะไรที่มันจะออก คทช. ได้ อะไรที่มันจะไปต่ออย่างนี้ ผมคิดว่ามันจะง่ายต่อการ ทำงานของ คทช. และสามารถที่จะส่งต่อให้หน่วยงานอื่น ๆ ได้ อันนี้ผมอยากจะฟังเพื่อว่า ในการทำงานที่ท่านจะปรับกลไกต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่จะทำอย่างไรให้มันรวดเร็วเพื่อที่จะ ตอบโจทย์ของพี่น้องหลาย ๆ คนที่ได้อภิปรายเรื่องเศรษฐกิจด้วยนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ท่านอาจารย์กนกก็ได้อภิปรายเรื่องของคดีแห้ง คดีแห้งก็คือ ไม่มีตัวตนครับท่านประธาน คดีแห้งคือเจ้าหน้าที่ไปกล่าวหาว่าบุกรุกป่าซึ่งในความเป็นจริง แล้วถ้าจะแจ้งอย่างนี้พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่นี้ไปครึ่งหนึ่งแล้ว พื้นที่อื่น ๆ ด้วยนะครับ คดีแห้ง ก็คือผู้ถูกกล่าวหาก็ไม่รู้ว่าแจ้งความเมื่อไร ผู้กล่าวหาก็ไม่รู้ว่าใครบุกรุก จริง ๆ แล้วมันเป็นคดี การเมือง เพราะฉะนั้นก็คือ ๒ เรื่องนี้ผมอยากจะฟังจากผู้ชี้แจงครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีเพิ่มเติมไหมครับ เชิญผู้อำนวยการครับ เชิญครับ🔗

นางรวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ

ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานค่ะ ในส่วนของท่านนายแพทย์จาตุรงค์ ดิฉันขอกราบประทานโทษด้วยที่ไม่ได้ตอบคำถามของท่านนะคะ ซึ่งเป็นคำถามที่ดีมาก เพราะว่าในเล่มรายงานจะสับสนทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าทำไมเบิกจ่ายปี ๒๕๖๔ ได้แค่ ๗ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากว่าเราทำเล่มรายงานนี้เดือนมกราคม ปี ๒๕๖๔ ตอนทำเล่ม และถึงขั้นตอนที่ผ่าน ครม. แล้วผ่านขึ้นมาถึงปัจจุบันนี้ก็ปี ๒๕๖๔ เคลื่อนไปได้ ๗ เปอร์เซ็นต์ ตามเล่ม แต่ว่าจริง ๆ แล้วผลการเบิกจ่ายของปี ๒๕๖๔ ก็คือ ๘๖ เปอร์เซ็นต์ ก็ขออนุญาต กราบเรียนเป็นข้อมูลอัปเดต (Update) ของตรงนี้ ในส่วนของงบตรงนี้ไม่ได้พลู (Pool) อยู่ที่ สคทช. แต่เป็นงบที่เราแทร็ก (Track) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีภารกิจที่เกี่ยวข้องกับ คทช. ในการบริหารจัดการที่ดิน อันนี้ก็จะเป็นตัวเลขงบประมาณที่เราได้มาจากระบบ จีเอฟ (GF) ของหน่วยงานต่าง ๆ ด้วยที่มารายงาน เราไม่ได้เป็นแผนบูรณาการงบประมาณ ดังนั้นจึงต้องใช้ระบบแทร็กกิง (Tracking) จากหน่วยงานนี้เป็นผู้รายงานเข้ามา ในส่วนของ ภารกิจที่จะต้องดำเนินการตามแนวนโยบาย คทช. ซึ่งมีงบประมาณจำนวนน้อยมากนะคะ แล้วหากดูในเล่มนี้ ณ เวลาปีที่ผ่านมา สคทช. เป็นหน่วยงานใหม่ เราเป็นหน่วยงานที่ตั้ง งบประมาณในกรอบปีปัจจุบัน ๒๕๖๕ ไม่ทันกับปีงบประมาณ เพราะว่าสำนักงานตาม พ.ร.บ. จัดตั้งกระทรวง ทบวง กรม เพิ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ดังนั้น ตามปีงบประมาณจึงไม่มี มีได้น้อยเพราะว่าตัดโอนมาจาก ๒ หน่วยงาน ขออนุญาต กราบเรียนท่านที่ ๒ ที่ได้อภิปรายว่าเราตัดมาจากกรมที่ดิน ไม่ใช่นะคะ ตัดมาจากสำนักงาน นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๑ กอง ตัดมาจากสำนักงานปลัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติอีก ๑ กอง คือกองบุกรุกที่ดินของรัฐ ซึ่งเราได้รีเชพ (Reshape) ใหม่ครับ เป็นคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิทั้ง ๗๖ จังหวัด ซึ่งการประชุมที่ท่านได้ถามว่า การประชุมมากน้อยแค่ไหน การประชุม คทช. จังหวัดมีการประชุมมากนะคะ เพราะว่าต้อง กลั่นกรองเรื่องทั้งหมดเข้ามาในการสแกน (Scan) พื้นที่ทั้งหมดที่จะเข้าสู่ตะกร้าของอนุ ๑ ของพื้นที่ คทช. ทาง คทช. จังหวัดต้องมีการประชุมอย่างต่อเนื่อง ชุดที่ตั้งขึ้นใหม่คือ คพร. จังหวัดมีการประชุมไปแล้วอย่างที่ดิฉันกราบเรียนมากกว่า ๔๐ จังหวัด มิได้ว่า ๓ ๔ เดือน หรือ ๖ เดือนประชุม ๑ ครั้ง ไม่ใช่นะคะ อนุกรรมการทั้งหมดมีการประชุมค่อนข้างมาก แม้กระทั่งอนุกฎหมายของท่านวิษณุซึ่งได้ผ่านการประชุมในเรื่องของระนองซึ่งเป็นโมเดล (Model) แรกว่าสามารถที่จะสไลด์ (Slide) ไปในกรอบของพื้นที่ราชพัสดุได้หรือไม่ก็ใช้เวลา การประชุมของอนุกฎหมายนี้ถึง ๓ วาระ เพราะว่าต้องผ่านความเห็นกฤษฎีกา ต้องปลดออก จากป่าชายเลนไหม เป็นป่าชายเลนตามกฎหมายหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่สภาพไม่มี เหล่านี้เป็นต้น ดิฉันกราบเรียนว่าที่แรก แห่งแรก โมเดล (Model) แรกก็ใช้เวลา แต่ยืนยันว่าทุกชุดทำงานอย่างเข้มแข็งแล้วก็ทำงานต่อเนื่องกันไป ดิฉันน้อมรับประเด็น ทับลานของท่านเอาไว้ที่จะได้ประสานกับทางกรมอุทยานต่อไปด้วย ในส่วนของทับลานอยู่ใน พื้นที่จังหวัดวันแมป (One Map) กลุ่มที่ ๓ ซึ่งปัจจุบันนี้เราอยู่ระหว่างการดำเนินงานโดย อนุของกรรมการวันแมป (One Map) เป็นพื้นที่ของจังหวัดในกลุ่มที่ ๓ ซึ่งทั่วประเทศนี้ เราแบ่งการทำงานของวันแมป (One Map) เป็น ๗ กลุ่ม กลุ่มละ ๑๑ จังหวัด กลุ่มแรกของ วันแมป (One Map) คือกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้วตามมติ ครม. คือให้เวลา ๓๖๐ วัน ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำเส้น วันแมป (One Map) ไปปรับเข้าสู่ให้เป็นเส้นตามกฎหมายคือตามแผนที่แนบท้ายประกาศ ที่เกี่ยวข้องเพราะว่าวันแมป (One Map) ผ่านคณะรัฐมนตรีก็จริงครับ แต่ถือว่าเป็นคำสั่ง ในลำดับรองก็ยังสู้คำสั่งในเรื่องของ พ.ร.บ. หรือประกาศแนบท้ายของหน่วยงานนั้น ๆ ไม่ได้ ถือเป็นเส้นที่ได้รับรองเชิงนโยบายเหมือนเรื่องที่ผ่านหลักการของ ครม. แล้วก็ต้องเอาไป ดำเนินการตามกระบวนตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ซึ่งกลุ่ม ๑ เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ผ่าน ครม. เรียบร้อยแล้ว กลุ่ม ๒ ก็เข้ามาสู่การพิจารณาของ ครม. กลุ่ม ๓ ยังอยู่ในมือของ อนุกรรมการวันแมป (One Map) ซึ่งพื้นที่โคราชนี้ก็อยู่ในกลุ่ม ๓ ซึ่งดิฉันกราบเรียนตรง ๆ ว่าวันแมป (One Map) เป็นงานยากมาก เป็นงานที่มีความละเอียดอ่อนแล้วก็ยากมาก ดิฉันก็ขอกราบท่านผู้แทนด้วยทุกท่านว่าอยากจะให้ช่วยสนับสนุนโดยเฉพาะที่ท่านกนก ได้พูดถึงนะครับว่าเรามีปัญหาพื้นที่ซ้อนทับมากจริง ๆ หากพื้นที่ของรัฐไม่แก้ไขผู้ที่ได้รับ ความเดือดร้อนก็คือประชาชน ดังนั้นต้องเร่งการดำเนินงานเรื่องของวันแมป (One Map)🔗

ในส่วนของการขยายที่ท่านได้ฝากนะคะ เรื่องของการขยายขอบเขตอุทยาน ที่จะไปทับที่ของพี่น้องประชาชน ดิฉันขอน้อมรับไว้แต่ดิฉันกราบเรียนว่าในปัจจุบันนี้ ทำได้ยากเพราะว่าต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอนในการที่จะประกาศเขตอุทยานขยาย ออกมาที่จะเข้าไปครอบ แต่ว่าอย่างไรก็ตามก็จะประสานเน้นย้ำกับทางกรมอุทยานนี้ รับข้อสังเกตที่ท่านได้ฝากผ่านมายังสำนักงาน คทช. ไว้ด้วยค่ะ ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ก็ถือว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานผลการดำเนินงานและประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ นโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๓ แล้วนะครับ ขอบคุณผู้ชี้แจงครับ วาระต่อไป🔗

วาระที่ ๒.๑๐ รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผน การปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ครั้งที่ ๑๓ (เดือนกรกฎาคม-กันยายน ๒๕๖๔)🔗

เนื่องจากมีเรื่องตามวาระที่ ๒.๓๒ รับทราบรายงานความคืบหน้าในการ ดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ครั้งที่ ๑๔ (เดือนตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๖๔) ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกันที่เป็นการรายงานความคืบหน้า ทุก ๓ เดือน ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาก็ขออนุญาตที่ประชุมขอรวมระเบียบวาระ การประชุมดังกล่าวเพื่อนำพิจารณาพร้อมกันตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) ท่านสมาชิก ไม่ขัดข้องนะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องนี้คณะรัฐมนตรีได้มี มติเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๕ และวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕ รับทราบรายงาน ความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ครั้งที่ ๑๓ (เดือนกรกฎาคม-กันยายน ๒๕๖๔) และครั้งที่ ๑๔ (เดือนตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๖๔)🔗

240 อย่างมีนัยสำคัญ (Big Rock) โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพณิชย์ เป็นหน่วยงานดำเนินการรับจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลตามภารกิจปกติ กิจกรรมปฏิรูปประเทศที่ 4 การพัฒนาระบบราชการไทยให้โปร่งใส ไร้ผลประโยชน์ หน่วยงานรับผิดชอบหลัก : สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) เป้าหมายและตัวชี้วัดของกิจกรรมปฏิรูป🔗

เป้าหมาย ตัวชี้วัด สถานการณ์ปัจจุบัน 1. ให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วย 1. เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนไม่รับ ปี 2564

ส่วนราชการ 116 หน่วยงาน ประกาศตนเป็นหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่ ของขวัญและของกำนัลจากการปฏิบัติ ประกาศนโยบายไม่รับของขวัญและของ ของรัฐทุกคนไม่รับของขวัญและของ หน้าที่ ภายในต้นปี 2564 กำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No กำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ Gift Policy) (ณ วันที่ 5 เม.ย. 2564) (No Gift Policy) (ที่มาข้อมูล : สำนักงาน ป.ป.ท.) 2. มีการบริหารบุคคลภาครัฐใน🔗

2. มีมาตรฐานทางจริยธรรมเกี่ยวกับ ปี 2564

สำนักงาน ก.พ. ออกแบบ ระบบคุณธรรมตามรัฐธรรมนูญบัญญัติ🔗

การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับ เครื่องมือประเมินและตัวชี้วัด "สัตบุรุษ" พร้อมกับให้มีมาตรฐานทางจริยธรรม🔗

ส่วนรวมประกอบพระราชบัญญัติ เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการตั้ง เกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์🔗

มาตรฐานทางจริยธรรม พ . .ศ 2562 ภายใน คณะทำงานเพื่อศึกษารายละเอียด ส่วนตนกับส่วนรวม และยกระดับ🔗

ปี 2564 และยกระดับเป็นกฎหมายว่าด้วย เกี่ยวกับวิธีการดำเนินการ(ที่มาข้อมูล : มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการ🔗

การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับ สำนักงาน ก.พ.) ขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับ🔗

ส่วนรวม ภายในปี 2565 ส่วนรวมเป็นกฎหมาย 3. มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและ 3. มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและ ปี 2564

คณะกรรมการ ป . .ช .ป ได้ยก หนี้สินของเจ้าหน้าที่ของรัฐต่อหัวหน้า หนี้สินของเจ้าหน้าที่ของรัฐต่อหัวหน้า ร่าง พ.ร.ฎ. กากำหนดให้เจ้าหน้าที่ของ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงาน รัฐยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตาม หน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดหรือ ของรัฐที่ตนสังกัดหรือปฏิบัติงาน โดยให้ มาตรา 130 แห่ง พ.ร.บ. ประกอบ ปฏิบัติงานอยู่ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลใน เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ใช้อำนาจรัฐต่อ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ การตรวจสอบการร่ำรวยผิดปกติ ประชาชนดำเนินการภายในปี 2564 และ ปราบปรามการทุจริต พ . .ศ 2561 4. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เหลือภายในปี 2565 (ที่มาข้อมูล : สำนักงาน ป.ป.ท.) จัดทำแผนบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับ การประพฤติมิชอบและร่ำรวยผิดปกติ 4. หัวหน้าส่วนราชการของรัฐต้อง ปี 2564 : สำนักงาน ป.ป.ท. ได้ศึกษา ของเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงาน และ ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมและบังคับ วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับตามหนังสือแจ้ง บังคับใช้มาตรการทางจริยธรรม วินัย ใช้มาตรการทางจริยธรรม วินัย และอาญา ข้อมูลพฤติการณ์ทุจริตประพฤติมิชอบ และอาญาต่อผู้กระทำผิดอย่างรวดเร็ว ต่อผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างรวดเร็วและเป็น และร่ำรวยผิดปกติ และและจัดทำข้อมูล และเป็นธรรม พร้อมกับนำหลักความ ธรรม พร้อมกับนำหลักความรับผิดชอบใน เพื่อแจ้งหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ ร บ ผ ด ช อ บ ใ น กำ ร ก ร ะ ท ำ การกระทำ (Accountability) มาบังคับใช้ ดำเนินการต่อไป (Accountability) มาบังคับใช้กับ ภายในปี 2564 (ที่มาข้อมูล : สำนักงาน ป.ป.ท.) หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยประธานกรรมการปฏิรูปประเทศหรือผู้แทน ในแต่ละด้าน และท่านเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้รับมอบหมาย จากคณะรัฐมนตรีให้เป็นผู้ชี้แจงรายงานความคืบหน้า🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ในการ ดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศราย ๓ เดือน ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรา ๒๗๐ ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในส่วนของรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตาม แผนปฏิรูปประเทศในรอบเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔ และรอบเดือน ตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ๒๕๖๔ ซึ่งจะเน้นการรายงานถึงความสำเร็จของการดำเนินงานตาม แผนขับเคลื่อนกิจกรรมปฏิรูปที่ส่งผลต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ หรือกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญแบ่งเป็น ๓ ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ ๑ รายงาน ความคืบหน้าของกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ภายใต้แผนปฏิรูปประเทศฉบับปรับปรุงโดยได้ รวบรวมและประมวลผลข้อมูลการดำเนินการปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ จากที่หน่วยงาน รับผิดชอบหลักรายงานความคืบหน้าการดำเนินการรายกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ที่เกี่ยวข้องตามเป้าหมายย่อย ระดับความสำเร็จตามระยะเวลาแล้วเสร็จ ปัญหาและอุปสรรค และข้อเสนอแนะในระบบติดตามและประเมินผลแห่งชาติโดยมีกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ที่มีการดำเนินการล่าช้ากว่าแผนต่อเนื่อง ๒ รอบรายงานที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ในการกำกับ ติดตาม เร่งรัดการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด สรุปดังนี้🔗

ด้านการเมืองในกิจกรรมที่ ๓ การสร้างความสามัคคีปรองดองสมานฉันท์ของ คนในชาติได้กำหนดเป้าหมายย่อยให้มีการเตรียมความพร้อมในการดำเนินโครงการการสร้าง ความสามัคคีปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติซึ่งดำเนินการโดยสำนักงาน ป.ย.ป. ขณะนี้ อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นมาของสภาพปัญหาและความขัดแย้งจากกรณีศึกษาทั้งของ ประเทศไทยและของต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งหน่วยงาน จะต้องเร่งสรุปผลงานศึกษาต่าง ๆ สำหรับใช้เป็นแนวทางประกอบการดำเนินการในส่วนที่ เกี่ยวข้องเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้🔗

ด้านกฎหมายในกิจกรรมที่ ๒ จัดให้มีกลไกทางกฎหมายเพื่อให้มีการพิจารณา ปรับเปลี่ยนโทษทางอาญาที่ใช้ความผิดที่ไม่ใช่ความผิดร้ายแรงให้เป็นโทษปรับพินัยเพื่อลด ผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของพี่น้องประชาชนได้กำหนดเป้าหมายย่อยให้เสนอร่าง พระราชบัญญัติว่าด้วยโทษปรับพินัย พ.ศ. .... ต่อรัฐสภา ซึ่งปัจจุบันร่างดังกล่าวอยู่ระหว่าง เสนอรัฐสภาเพื่อพิจารณาโดยจำเป็นต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด และในกิจกรรมที่ ๕ จัดทำประมวลกฎหมายเพื่อรวบรวมกฎหมายเรื่องเดียวกันไว้ด้วยกัน เพื่อความสะดวกในการใช้งานได้เป้าหมายย่อยให้เสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดทำ ประมวลกฎหมายและกฎเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยสะดวก พ.ศ. .... ต่อรัฐสภา โดย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่ระหว่างการสร้างความรับรู้ ความเข้าใจให้แก่หน่วยงาน ภาครัฐต่อพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งหน่วยงานจะต้องเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้แล้วเสร็จและนำเสนอตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป🔗

ด้านกระบวนการยุติธรรมในกิจกรรมที่ ๓ การจัดหาทนายความอาสาประจำ สถานีตำรวจให้ครบทุกสถานีทั่วประเทศได้กำหนดเป้าหมายย่อยให้ขยายผลให้มีทนายความ ให้คำปรึกษาในสถานีตำรวจไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ของสถานีตำรวจทั่วประเทศ โดยที่ ผ่านมาสภาทนายความได้จัดให้มีทนายความให้คำปรึกษาในสถานีตำรวจแล้วจำนวน ๒๐๓ สถานี จากสถานีตำรวจ ๑,๔๒๘ สถานี คิดเป็นร้อยละ ๑๔ ซึ่งจำเป็นต้องเร่งดำเนินการ ขยายผลให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ต่อไป ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบในกิจกรรมที่ ๒ การพัฒนาการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและระบบคุ้มครอง ผู้แจ้งเบาะแสการทุจริตที่มีประสิทธิภาพ ได้กำหนดเป้าหมายย่อยให้ประชาชนสามารถ เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้โดยสะดวก ผ่านการผลักดันการออกกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสาร สาธารณะที่ประชาชนควรได้รับทราบข้อมูลข่าวสารโดยไม่ต้องร้องขอ และหน่วยงานภาครัฐต้องเปิดเผยข้อมูลในครอบครองผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platform) โดยสำนักงานปลัดสำนักนายกตีได้นำร่างพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทาง ราชการ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... กลับมาทบทวนตามข้อสังเกตที่เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว มีความขัดแย้งกับข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อพิจารณาความเหมาะสม อีกครั้งหนึ่งก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ สำนักงานจะดำเนินการประสานและบูรณาการร่วมกับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ หน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักและหน่วยงานร่วมดำเนินการเพื่อเร่งรัดการขับเคลื่อน การดำเนินการและกำกับติดตามการดำเนินกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ที่มีความล่าช้า ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามเป้าหมายและระยะเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายตามแผนปฏิรูปประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไปครับ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพครับ🔗

สำหรับส่วนที่ ๒ ความคืบหน้ากฎหมายภายใต้แผนปฏิรูปประเทศ ฉบับปรับปรุง ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น ๔๕ ฉบับ มีกฎหมายที่ดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน ๒ ฉบับ ได้แก่พระบัญญัติการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๔ และ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชนของเทศบาล พ.ศ. ๒๕๖๔ ขณะที่กฎหมายอีกจำนวน ๔๓ ฉบับ มีสถานะความคืบหน้าในการจัดทำและปรับปรุงกฎหมายภายใต้แผนปฏิรูปประเทศ ฉบับปรับปรุงในทิศทางที่ดีขึ้น โดยในรอบการรายงานความคืบหน้าสิ้นสุดเดือนธันวาคม ๒๕๖๔ มีกฎหมายที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบได้ดำเนินการแล้วเสร็จเสนอเข้าสู่กระบวนการ พิจารณาของคณะรัฐมนตรีจำนวนเพิ่มขึ้น ๔ ฉบับ ได้แก่ ๑. พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ ๒. พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓. พระราชบัญญัติว่าด้วย การจัดการข้อมูลข่าวปลอม พ.ศ. ... และร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหาร ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่..) พ.ศ. ....🔗

และสำหรับส่วนที่ ๓ เป็นการรายงานความคืบหน้าของประเด็นที่รัฐสภา ได้ให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมายของแผนปฏิรูปประเทศ ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้โดยมีแนวทางการดำเนินงานสรุปได้ดังนี้ การดำเนิน โครงการภายใต้แผนกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ที่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ หน่วยงาน อาจพิจารณาดำเนินการโดยการปรับแผนปฏิบัติราชการรายปีของหน่วยงานราชการรายการ โครงการอื่นที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้วและมีความสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศในลำดับรองลงมา ดำเนินโครงการภายใต้กิจกรรม บิ๊กร็อก (Big Rock) ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและสามารถส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศเป็นลำดับแรก หรือการจัดหาแหล่งเงินงบประมาณอื่น มาใช้ในการดำเนินโครงการที่มีความจำเป็นหรือพิจารณาขอรับการจัดสรรงบประมาณ รายจ่ายประจำปี ๒๕๖๖ เพื่อดำเนินการในไตรมาสที่ ๑ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการขับเคลื่อน การดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศในระยะเร่งด่วนปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ และระยะปานกลาง พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ สำนักงานได้ดำเนินการปรับปรุง กระบวนการขับเคลื่อนการดำเนินการโดยได้จัดทำคู่มือแผนระดับ ๓ และการเสนอแผน ระดับที่ ๓ ในส่วนของแผนปฏิบัติการต่อคณะรัฐมนตรีและจัดทำคู่มือโครงการเพื่อขับเคลื่อน การบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งมีกิจการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำ โครงการเพื่อขับเคลื่อนการรู้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถจัดทำโครงการที่มีประสิทธิภาพและสามารถเปิดช่องว่าง เชิงนโยบาย และยกระดับการพัฒนาในแต่ละเป้าหมายและสามารถขับเคลื่อนเป้าหมายของ ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนระดับที่ ๒ ภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ได้อย่างแท้จริง รวมทั้งสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และความเข้าใจในการจัดทำโครงการภายในหน่วยงาน ของตนเองเพื่อบรรจุในแผนปฏิบัติการของหน่วยงานต่อไป การดำเนินงานในระยะต่อไป สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ หน่วยงาน รับผิดชอบหลัก หน่วยงานร่วมดำเนินการจะต้องเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานโดยประสาน และบูรณาการร่วมกันเพื่อเร่งรัดขับเคลื่อน กำกับติดตามการดำเนินโครงการภายใต้กิจกรรม บิ๊กร็อก (Big Rock) ให้แล้วเสร็จในกรอบระยะเวลาที่กำหนด โดยในการรายงานผลการ ดำเนินงานหน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการจะต้องนำข้อมูลแผนงานโครงการในระบบติดตาม และประเมินผลแห่งชาติพร้อมทั้งรายงานความก้าวหน้าการดำเนินการในระดับโครงการ ให้ครบถ้วนเป็นระยะ ๆ อีกทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบหลักจะต้องรายงานความก้าวหน้า ในระดับเป้าหมายย่อยในระบบอีเมนเซอร์ (eMENSCR) อย่างต่อเนื่องในทุกสิ้นไตรมาส เพื่อให้มีข้อมูลที่เพียงพอในการติดตามเร่งรัดการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามกิจกรรม บิ๊กร็อก (Big Rock) โดยอย่างได้อย่างตรงจุดและเกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายตัวชี้วัดได้อย่าง เป็นรูปธรรม🔗

ท้ายนี้ กระผมในนามของรัฐบาลขอขอบพระคุณสภาผู้แทนราษฎรเป็นอย่างสูง อีกครั้งที่ให้โอกาสมาชี้แจงถึงความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนงานปฏิรูปประเทศ สำหรับคำถามและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ต่อการติดตามและเร่งรัดนั้นกระผมพร้อมด้วย คณะกรรมการปฏิรูปประเทศใคร่ขอน้อมรับและขอชี้แจงในรายละเอียดเพิ่มเติมตามที่ ท่านประธานเห็นสมควรในระดับต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิก วาระรับทราบเรื่องนี้ที่มีความประสงค์จะสอบถามกรุณาส่งชื่อมานะครับ ขณะนี้มีชื่อสมาชิก มาแล้ว ๖ ท่าน ผมขออนุญาตสลับกันไป พลตำรวจตรีสุพิศาล ภักดีนฤนาถ จากนั้นก็เป็น คุณนิกร จำนง เป็นรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แล้วก็เป็นนางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล คุณอภิชาต ศิริสุนทร แล้วก็อาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ ขอเชิญท่านพลตำรวจตรี สุพิศาลครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออภิปรายรายงานของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วผมอยากจะหัวเราะดัง ๆ ครับท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ผมได้ยินท่านรัฐมนตรีอ่านเอกสารแล้วก็ออกเสียงว่าอีเมนเซอร์ (eMENSCR) ไม่มีครับท่านประธาน มันไม่ได้ย่อแล้วอ่านว่าอีเมนเซอร์ (eMENSCR) มันอ่าน ว่า อีเมน ตัวอี (E) ไม่มีครับ มันคือตัวซี (C) คือคันทรีรีฟอร์ม (Country Reform) ครับ ไม่เชื่อท่านรัฐมนตรีหันไปถามเจ้าหน้าที่ดูครับ นี่ล่ะครับที่มาของคำผิด🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุพิศาลอย่าไปคาดคั้น เอาเลยครับ มันก็พลาดได้ภาษา🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมกำลังจะเล่าให้ ท่านประธานฟังว่าผมเรียกเจ้าหน้าที่สภาพัฒน์มาก็ใช้คำนี้ครับ ผมบอกว่าช่วยดูตัวสะกด มันย่อและมันอ่านว่าเซอร์หรือครับ นี่ครับประเทศมันเพี้ยนไปอย่างนี้ครับท่านประธาน เอาเข้าเรื่องเลยครับท่านประธาน เอกสารฉบับนี้หลายท่านก็มาถามผม มันรายงานอะไร มันเป็นเอกสารฟอร์ม (Form) ของอีเมน (eMENSCR) ที่หน่วยงานของรัฐบาลจัดทำ ง่ายครับ สะดวกครับ ไปพรินต์ (Print) เอามาครับ แต่ที่ผมจะเข้าวันนี้ของผมก็คือเรื่องที่ผมติดตาม แล้วผมจะเน้นเฉพาะครับ ผมไม่ไปยุติธรรมครับ วันนี้ผมเล่นกฎหมายครับท่านประธาน เปิดหน้าเอกสารไปหน้ากฎหมายครับ หน้าของกฎหมายคือหน้า ๕๙ ของเล่มแรก ในเล่มแรก ผมจะเปิดตรงนี้ครับเวลามันน้อย ในเป้าหมายผลอันพึงประสงค์ ผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวังและ ค่าเป้าหมายตัวชี้วัดในข้อ ๒ ที่บอกว่าจะผลิตจำนวนแผนงานหรือโครงการที่จัดทำกฎหมาย ประมวลกฎหมายและกฎหมาย กฎ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยสะดวก จำนวน ๒ เรื่อง ต่อปี ในเล่มแรกคือบอกว่ายังไม่มีข้อมูลตัวชี้วัดแล้วก็บอกว่า หมายเหตุเนื่องจากพระราชบัญญัติ การจัดทำประมวลกฎหมายและกฎให้เพื่อประชาชนเข้าถึงได้โดยสะดวก พ.ศ. .... ดำเนินการ ยกร่างอยู่ครับ ยกร่างตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๖๓ ไม่รู้หายไปไหนครับ นี่ครับเดี๋ยวอีกเล่มหนึ่ง เล่มนี้หายไปเลยครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังครับท่านประธาน ที่ไหนใครเป็นคนรับผิดชอบ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาครับ ไม่รู้กฎหมายฉบับนี้หายไปไหน บอกว่าจะทำให้เสร็จ ปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมาไม่สามารถทำได้เพราะแผนงานโครงการกิจการมีปัญหา นี่คือผลงานครับ ผลงานคือมีปัญหาครับ ท่านประธานครับ ที่เร็วกว่าแผนผมไม่อ่าน ท่านประธานครับ ผมจะ ไปถึงดูที่ล่าช้ากว่าแผนครับ ไปดูที่หน้า ๗๑ ครับ หน้า ๗๑ คือเอ็มเอส ๑ (MS-1) ที่พูดถึง เรื่องการที่ล่าช้ากว่าแผนคือเรื่องของอะไรครับ เรื่องการเสนออันนี้ล่ะครับ ประมวลเล่มนี้ เขียนไว้เลยครับในเล่มแรก เขียนว่าเนื่องจากการจัดทำประมวลกฎหมายตามบทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัติการจัดทำกฎหมายและกฎมีความยุ่งยากซับซ้อน หากเร่งรีบออก กฎหมายดังกล่าวจะเกิดความสับสนของหน่วยงานและประชาชนต้องปฏิบัติตามกฎหมาย รองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) ในฐานะรัฐมนตรีต้นสังกัดสั่งการให้ สคก. สร้างความรู้ความเข้าใจในการประมวลกฎหมายแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเสียให้ เข้าใจตรงกันก่อนที่จะดำเนินการ หยุดไปแล้วครับ ๖ เดือนครับท่านประธาน เล่มนี้นะครับ ยาวมาเลยครับ ในหน้าสุดท้ายหน้า ๗๒ ของเล่มนี้หน้า ๗๒ แล้วมาดูเล่มนี้ที่รายงานเรื่อง เดียวกันครับ ผมอ่านให้ฟังครับในเอกสารรายงาน ก็ยังไม่มีข้อมูลครับโดยเฉพาะในหน้า ๖๓ เล่มนี้อยู่ในหน้า ๖๓ การรายงานผลอันประสงค์ ผลสัมฤทธิ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและ ค่าเป้าหมายในข้อ ๒ เรื่องของการจัดทำแผนโครงการที่จัดทำโดยประมวลกฎหมายและกฎ และเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ก็ยังบอกไม่มีข้อมูล ใช้คำตอบเดียวกันครับท่านประธาน แล้วก็ปรากฏว่าในท้ายเอกสารครับท่านไปดูครับ เพราะเวลาผมเหลือ ๒ นาที ในหน้า ๗๖ ท่านดูนะครับ ก็เรื่องนี้ในหน้า ๗๖ ตั้งแต่หน้า ๗๕-๗๖ คือการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ ในด้านกฎหมายนี้ไปแล้ว แต่เรื่องนี้คือกิจกรรมปฏิรูปที่ ๕ การจัดทำประมวลกฎหมายที่ผม พูดถึงนี้ล่ะครับ ท่านดูสิครับ หมายเหตุในข้อแรกไม่สามารถให้ประชาชนสามารถ จุดประสงค์ คือดีครับ ประชาชนสามารถเข้าถึงกฎหมายได้โดยสะดวกและโดยเข้าใจเนื้อหาได้ง่าย แต่ทำ ไม่ได้ครับ บอกว่า ๖๔ สำนักงานอยู่ในระหว่างการสร้างความรู้หายไปครับ หายไปเลย แล้วก็ บอกว่าล่าช้ากว่าแผน ในเอ็มเอส ๑ (MS-1) เอ็มเอส ๒ (MS-2) เอ็มเอส ๓ (MS-3) ล่าช้ากว่า แผนเลยครับ ๓ ตัวท่านเปิดดูนะครับ ๖ เดือนครับ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทำอะไรอยู่ เจ้าของเรื่องมัวแต่ร่างกฎหมายให้รัฐบาลหรืออย่างไรครับ กฎหมายประชาชน ไม่สนใจ รับปากไว้ ๖ เดือน ถ้าผมยังอยู่ต่อไปอีก ๖ เดือนนี้ผมก็จะดูว่า ๖ เดือนถัดมาหลัง จะทำอะไร ท่านดูนะครับว่าสุดท้ายรายงานหน้า ๗๑ กับหน้า ๗๒ ที่ผมว่าไว้แล้วของเล่มเก่า ท่านครับเขียนเหมือนกันหมดครับ มีที่ไม่เหมือนกันในการดำเนินการระยะต่อไปของแผน ด้านกฎหมาย ในข้อ ๓ ข้อ ๑ ข้อ ๒ คงเดิม ตัวเลขเดียวกัน ตัวหนังสือเดียวกัน ข้อ ๓ สิครับ เพิ่มเวิร์ดดิง (Wording) นิดหน่อยตอนท้าย ของข้อ ๓ ในแผนปฏิรูปที่ ๓ กระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้ได้รับมอบหมายให้หน่วยงานหลัก ให้กำหนดใช้กลไกคณะอนุกรรมการพัฒนา เทคโนโลยีสารสนเทศกระบวนการยุติธรรม บลา บลา บลา (Blah Blah Blah) นี่เพิ่มขึ้นมา หน่อย และข้อ ๔ เหมือนเดิมนะครับ ข้อ ๔ เขียนว่าเร่งรัด ตระหนัก รู้กฎหมายเข้าชื่อ เหมือนเดิมของ ๖ เดือนที่แล้วนะครับ กิจกรรมที่ ๕ ที่บอกว่ามีเพิ่มนิดเดียว เติมเนื้อความ ไปว่า และดำเนินการซักซ้อมความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องประมวลที่จะ สร้างอย่างที่ผมบอกไม่มี อย่าลอกเลยครับ ก็อปปี (Copy) เล่มนี้มาแล้วเติมไปสัก ๓ เวิร์ดดิง (Wording) ในหน้าที่ครับท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านประธานครับ กฤษฎีกาผมไม่อยาก บอกนะครับว่าเวลาเขียนกฎหมายนี่หัดไปอ่านรัฐธรรมนูญให้ครบถ้วนก่อน ผมรู้ว่าเขาเก่ง แต่ต้องใช้รัฐธรรมนูญให้ครบถ้วน ถ้าไม่ใช้รัฐธรรมนูญมาร่างกฎหมายไม่มีทางครับ ท่านประธาน เพราะว่ารัฐธรรมนูญมันเป็นตัวบอกของการเขียนกฎหมาย แต่ถ้ายังรั้นว่าเก่ง จบครับ ๖ เดือนไม่ทำอะไรเลย ผมถามว่าแล้วจะทำไหมครับประมวลกฎหมายที่เขียนไว้ในนี้ เขาเรียกกว่าประมวลกฎหมายที่จะออก สอบถามสิครับคณะทำงาน ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณนิกร จำนง ครับ🔗

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ขออภิปรายเกี่ยวกับรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ผมรวบทั้ง ๒ ฉบับ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมจะอภิปรายเป็น ประเด็นใหญ่มากที่จะขอทราบสถานะของการปฏิรูป ประเด็นคืออย่างนี้เรื่องที่เราพิจารณา อยู่นี้พิจารณาตามรัฐธรรมนูญตามบทเฉพาะกาลในมาตรา ๒๗๐ ที่บัญญัติว่านอกจากจะมี บัญญัติอำนาจวุฒินะครับ นอกจากจะมีหน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แล้ว ให้วุฒิสภา ผมกำลังพูดถึงหน่วยงานที่ติดตาม กำกับที่มีอำนาจหน้าที่ดูแลตรงนี้นะครับ ให้วุฒิสภาตามมาตรา ๒๖๙ มีหน้าที่และอำนาจติดตามเสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูป ประเทศเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ และในการจัดทำตรงนี้ ที่รัฐมนตรีชี้แจงเมื่อสักครู่เป็นเรื่องยุทธศาสตร์ชาติตามมาตรา ๖๕ แต่ที่เรากำลังนำเสนออยู่ ขณะนี้เป็นการปฏิรูปประเทศตามหมวด ๑๖ ทีนี้ในหมวด ๑๖ ท่านประธานครับ เนื้อหาของ การปฏิรูปประเทศมีการกำหนดว่าภายใต้บังคับมาตรา ๒๖๐ ตามมาตรา ๒๖๑ การปฏิรูป ประเทศตามหมวดนี้ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูป ประเทศ หมายถึงเราอยู่ในกฎหมายอยู่ขณะนี้ ผมตามมาตั้งแต่สมัยก่อนจะมีการปฏิรูปอีก ในสมัย สปท. ทราบเรื่องนี้ดีคืออย่างน้อยมีวิธีการจัดทำแผนและมีส่วนร่วมของประชาชน เสร็จเรียบร้อยเป็นขั้นตอน แล้วก็ระยะเวลา ประเด็นก็คือระยะเวลาที่กำหนดไว้ในปี ๒๕๕๙ กำหนดไว้ว่าระยะเวลาในการดำเนินการปฏิรูปประเทศทุกด้านจะต้องกำหนดให้เริ่ม ดำเนินการปฏิรูปในแต่ละด้าน ภายใน ๑ ปีเคยมีกฎหมายทำได้ ใน ๑ ปีตอนนั้นทำได้ แต่ด้วยความลุกลี้ลุกลนตอนนั้นผมอยู่ในสภาด้วยเอามาเข้าสภา ก็คือว่าผมทักไว้แล้ว ๓ เดือนมาชี้แจงนี่ทำไม่ได้ ออกมาเป็น ๓ เดือนก็เลยม้วนอยู่แบบนี้ ไม่สำเร็จนะครับ ทีนี้ประเด็นที่สำคัญในรัฐธรรมนูญกำหนดว่า ตลอดจนผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวังว่าจะบรรลุ ในระยะเวลา ๕ ปี ท่านประธานที่เคารพครับ ระยะเวลา ๕ ปีนับจากไหน นับตั้งแต่ รัฐธรรมนูญกำหนด ดังนั้น อำนาจในการปฏิรูปประเทศหมดไปแล้วขณะนี้ คือไปหมด ณ วันที่ ๖ เดือนเมษายน ปี ๒๕๖๕ คือปีนี้ เท่ากับว่าขณะนี้เลยเวลาที่กำหนดไว้ในหมวด ปฏิรูปแล้ว ซึ่งตอนนั้นเราพยายามจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อขยาย แล้วก็ให้มีหน่วยงานก็คือ สภาผู้แทนราษฎรไปร่วมกับวุฒิ เดิมเป็นอำนาจของวุฒิสภาโดยแท้ ตามบทเฉพาะกาล ดังนั้น สิ่งที่ผมต้องการคำตอบก็คือว่า สถานะตามรัฐธรรมนูญของการปฏิรูปประเทศ ในเมื่อเวลา ที่กำหนดหมดลงแล้วก็คือว่าภายใน ๕ ปี ก็คือเมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๕ ขณะนี้ใครจะเป็น ผู้กำกับดูแลติดตาม ซึ่งเดิมจะมีวุฒิสมาชิกเป็นคนกำหนด สามารถลงโทษได้ ถ้าไม่ทำสามารถ เรียกร้องรัฐบาลได้ตามบทเฉพาะกาลนะครับ ขณะนี้ไม่มี คำถามของผมก็คือว่าสถานะในการ ดำเนินการปฏิรูปเป็นอย่างไร แล้วหน่วยงานไหนหรือใครเป็นคนกำกับดูแลตรงนี้มีนัยสำคัญ ทีเดียว ท่านประธานครับ ตัวอย่างอันที่ ๒ เป็นเรื่องที่ผมติดตามมาเองแล้วผมจะชี้ว่าเรื่องราว การปฏิรูปนี้ชักช้ามาเป็นอย่างมาก ท่านประธานครับ ในปีที่ ๑ ในการออกกฎหมายเป็นไป ตามนั้น หลังจากปี ๒๕๖๐ ตอนนั้นยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎรทำเสร็จนะครับ ลุกลี้ลุกลน พอสมควร แต่ประเด็นที่ ๒ หลังจากนั้นมา ๒ ปี มีคณะกรรมการ มีการแต่งตั้งขึ้นมาช้า แล้วปีที่ ๒ ปีที่ ๓ กรรมการลาออกเสียบ้าง กรรมการไม่ครบบ้าง ท่านประธานก็คงทราบดีตามที่มา รายงานนี่ ปรากฏว่าทำไม่ได้เลย ว่างไป ๒ ปี การปฏิรูปจริงเพิ่งเกิดขึ้นมาในปีนี้เองปีสุดท้าย ของอำนาจตามรัฐธรรมนูญก็คือในปี ๒๕๖๔ ต่อปี ๒๕๖๕ คือปี ๒๕๖๔ เต็ม ๆ ปี ดังนั้นมัน ก็เลยเท่ากับล่าช้ามาเป็นอย่างยิ่ง จนเหลือเวลาปีเดียวทำอะไรก็ไม่ทันแล้ว ที่เหลือมาโบ๋ไป ๒ ปี ไม่มีกรรมการ กรรมการมีแล้ว เหลือ ๒ คนที่ปฏิรูปการเมืองประชุมไม่ได้ พอประชุม ไม่ได้ไม่ตั้งขึ้นมาใหม่ มันก็เลยยุ่งยากจนมีการรื้อใหม่หมด แต่ว่าเวลาในการปฏิรูปถูกกำหนด โดยรัฐธรรมนูญมันหมดแล้ว ท่านประธานครับ ผมจะตามเรื่อง ๆ หนึ่ง เป็นตัวอย่าง ตอน สปท. ผมได้เสนอนะครับ มีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปความปลอดภัยทางถนนผมเป็น ประธาน เราได้ทำกฎหมายฉบับหนึ่งก็คือร่างวิธีพิจารณาคดีจราจร ทำแล้วเสนอเข้า สปท. สปท. มีมติรับ ส่งให้นายกรัฐมนตรี ส่งเข้าวันที่ ๒ สิงหาคม ทาง สปท. เสนอให้นายกรัฐมนตรี คือท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านนี้แต่เป็นนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลที่แล้ว เมื่อวันที่ ๓๐ แล้วมีการรับไปเป็นกฎหมายปฏิรูปครับ โดยท่านอัชพร จารุจินดา เป็นประธาน แล้วก็ส่ง เรื่องนี้ถูกกำหนดไปอยู่ในแผนปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและกำหนดไว้ให้เสร็จครับ ท่านประธานครับมีการกำหนดด้วย ให้เสร็จภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ ซึ่งหมด แผนนี้แล้ว ขณะนี้เองนะครับ ผมเองระหว่างนั้นมาเป็น ส.ส. ท่านประธานก็ทราบ ผมก็ รวบรวมรายชื่อ ส.ส. เพราะเป็นกังวลเรื่องนี้มากขึ้นมาเป็นจำนวนมากเหมือนกันแล้วก็เสนอ เป็นร่างกฎหมายฉบับแรกของสภานี้ แต่ปรากฏว่ากฎหมายไปเป็นกฎหมายปฏิรูปครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ไม่ลงนาม จนบัดนี้ก็ยังไม่ลงนาม ไม่ลงนามเพราะเป็น พ.ร.บ. การเงินก็ค้างอยู่ เพราะจะรอกฎหมายฉบับนั้นครับ ผมเองได้ทำหนังสือไปถึงท่านประธาน วุฒิสภา ท่านพรเพชรให้ช่วยติดตามเรื่องนี้ เพราะผมรู้ว่าอำนาจจริง ๆ อยู่ที่วุฒิสภา ท่านก็ ตอบจดหมายมา จนกระทั่งขณะนี้ผมก็เลยจะถามคำถามว่ากฎหมายฉบับนี้ที่ผ่านเวลาแล้ว เลยเวลามาแล้ว เวลาที่กำหนดไว้ก็คือวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา กฎหมายฉบับนี้ซึ่ง เป็นกฎหมายปฏิรูปขณะนี้อยู่ที่ไหน ผมทราบว่ามาที่สำนักรัฐมนตรีแล้ว ฝากท่านรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีช่วยไปติดตาม ดังนั้นสภาตอนนี้มีเวลาไม่มากนักครับ ก็ต้องการ อยากจะถามว่าขณะนี้อยู่ที่ไหน จะเข้า ครม. เมื่อไร แล้วจะมาสภานี้เมื่อไรครับ กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเป็นรองศาสตราจารย์ สุรวาท ทองบุ ครับ🔗

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ผม สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออภิปรายเรื่อง รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของ รัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับการรายงานนี้ผมเองก็มีคำถามในใจไม่ต่างจากท่านผู้มีเกียรติ ที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่ว่าเมื่อไรกรรมการเหล่านี้จะเสร็จสิ้น จะหมดไปสักที เพราะว่าการมา รายงานแต่ละครั้ง ๆ ตั้งแต่เราเริ่มต้นที่ทีโอที (TOT) จนมาถึงวันนี้ เราไม่เห็นพัฒนาการ เราไม่เห็นความก้าวหน้าที่ชัดเจนแล้วก็ไม่สัมพันธ์กับการปฏิบัติงานจริงของในกระทรวง ทบวง กรมครับ วันนี้ผมก็สังเกตเห็นจะไม่มีใครอยากจะอภิปรายนะครับ ผมได้พูดคุยกับ ส.ส. ส.ว. หลายท่านว่าเรื่องนี้น่าจะหมดไปแล้วคณะกรรมการปฏิรูปนะครับ หมดอำนาจหน้าที่ไป แล้วตั้งแต่วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๕ หลายคนก็พูดตรงกันแล้วก็ไม่อยากจะอภิปราย จะเห็นว่า คนเข้าชื่อไม่มากเลยนะครับต่างกับเมื่อเรื่องที่แล้วนี่ตั้งหลายสิบคน ท่านประธานครับผม อยากจะยกตัวอย่างว่ามันไม่มีความสัมพันธ์สอดคล้องและไม่มีความก้าวหน้าและมัน ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ท่านมารายงานกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในประเทศนี้ ตามจริงแล้วในเรื่องของการศึกษาในเรื่องของการรายงานตามมาตรา ๒๗๐ นี้ก็ต้องรายงาน การดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามการปฏิรูปในหมวด ๑๖ ด้านการศึกษานี้อยู่ที่มาตรา ๒๕๘ ผมขอยกตัวอย่าง วันนี้คืบหน้าไปถึงไหน มาตรา ๒๕๘ จ ด้านการศึกษาเรื่องการปฐมวัย ท่านออกพระราชบัญญัติเวลานี้ในสภาพเป็นจริงครู ผดด. ที่อยู่ อบต. ทั่วประเทศเกือบ ๓๐,๐๐๐ คน เงินเดือนยังอยู่ที่ ๙,๐๐๐ ครูศูนย์เด็กที่ กทม. ที่ดูแลเด็กเล็กในกรุงเทพฯ อยู่ใจกลางเมืองเมืองหลวงแท้ ๆ เงินเดือนเพียง ๕,๐๐๐ บาท เรายังเห็นนักเรียนที่เรียน ในชั้นนี้ท่านบอกในมาตรา ๒๕๘ ว่าไม่เก็บเงิน ถ้าต้องการคุณภาพของการศึกษาต้องจ่ายเป็น นับหมื่นนับแสนบาทนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ที่มาตรา ๒๕๘ กำหนดคือเรื่องกองทุนตอนนี้ไม่เพียงพอครับ แต่ว่า จากสภาวะต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเขาบอกว่าทำให้เด็กยากจนนี้ลดลง แต่ว่าไปเพิ่มขึ้นที่ยากจน พิเศษ กองทุนนี้เพียงพอหรือไม่ นักเรียนออกจากระบบนับแสน ๆ คนวันนี้ท่านมารายงาน อะไร ท่านทำอะไรเพื่อสิ่งเหล่านี้🔗

เรื่องที่ ๓ ท่านบอกว่าจะให้ทำเรื่องกลไกการผลิตครูวันนี้สับสนวุ่นวายไปหมด ทำดีมาแล้ว ๕ ปี ปรับเป็น ๔ ปี ที่คุรุสภาเขาก็ทำแล้วกรรมการชุดนี้ทำอะไร คืบหน้าอะไร ที่คุรุสภาเขาทำสับสนวุ่นวายไปหมด การคัดกรอง การจูงใจคนดีคนเก่งหายไปหมดแล้ว ไม่มีใครอยากจะเรียน เรียนเสร็จแล้วไม่ได้ใบอนุญาตจะต้องสอบ สอบลองผิดลองถูก เปลี่ยนทุกทีที่มีการสอบจาก ๕ วิชา เหลือ ๔ วิชา สุดท้ายไม่สอบแล้วจะให้ใบอนุญาตไปสอน เฉย ๆ อันนั้นคืออะไรระบบคัดกรองการผลิตครูของประเทศนี้ เรื่องของอาชีวะรัฐบาลนี้ นโยบายของพรรคใดก็ไม่ทราบบอกว่า ปวช. จะได้ ๑๘,๐๐๐ บาท แต่เวลานี้ครูของอาชีวศึกษา ยังรับเงินแค่ ๘,๗๐๐ บาทจากค่าเทอมจากค่าเล่าเรียนของเด็กเจียดจ่ายไปจ่าย ท่านปฏิรูป กันอย่างไร ก้าวหน้าคืบหน้าอย่างไร ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น อุดมศึกษาอาจารย์ต้อยต่ำกว่าครู อยู่ ๘ เปอร์เซ็นต์มาแล้ว ๑๑ ปียังไม่ขึ้น ครูบาอาจารย์ยังไม่ได้รับเงินที่เป็นธรรม ๑.๗ ๑.๕ ที่กำหนดไว้ มีการฟ้องร้องกันแต่งตั้งกันอะไรตั้งหลายธรรมาภิบาลคืบหน้าไปถึงไหน ไม่เห็น คืบหน้าอะไรเลย นับพันนับหมื่นคดีวันนี้ที่ฟ้องร้องกันในมหาวิทยาลัย การเรียนการสอน ที่ท่านบอกว่าจะปรับปรุงโครงสร้างการบริหารทั้งหลายกรรมาธิการก็ทำไปเรื่องหนึ่ง กรรมการ ปฏิรูปไม่รู้ทำอะไรหรือเปล่า กระทรวงก็ไปอีกแบบหนึ่ง เรื่องหลักสูตรก็สับสนจะเอาอย่างไร จะประกาศใช้ ไม่ประกาศใช้หลักสูตรสมรรถนะอะไรทั้งหลาย วันนี้ยังมีโรงเรียนจำนวนมาก ไม่มีครู ครูไม่ครบชั้น ไม่ครบวิชา ผอ. ไม่มี เปิดเทอมเมื่อไว ๆ นี้ผมได้ข้อมูลแล้วก็หารือ ประธานสภาไปแล้วว่าเด็ก ๕๐ กว่าคนไม่มีครูเลย พี่ก็ไปตีระฆังแล้วก็พาน้องเคารพธงชาติ รออยู่อย่างนั้นจนถึงวันนี้ ๑ เดือนยังไม่เกิดอะไรขึ้นท่านปฏิรูปอย่างไรครับ คืบหน้าอย่างไร อาหารกลางวัน ๒๑ บาท เขาจัดไม่ได้แล้ววันนี้ ๒๑ บาท โดยเฉพาะเด็กเล็ก ๆ แล้วก็ ค่าน้ำมันก็ ๕๐ กว่าบาท ครูไม่สามารถไปจ้างใครได้ ๒๑ บาท ครูต้องทำเอง เติมน้ำมันไปซื้อ กับข้าวเอง วัสดุเอง มาปรุงเอง ทั้งเรียนทั้งสอนปฏิรูปหรือ ปฏิรูปอย่างไร ค่าเดินทางของเด็ก บอกว่าโรงเรียนเล็กให้เขาไปรวม ให้เขาไปรวมแต่ว่าค่าเดินทางวันหนึ่งให้ ๖ บาทบ้าง ให้ ๒๐ บาทบ้าง ผมไปพบโรงเรียนหนึ่งต้องเดินทาง ๑๒ กิโลเมตร เขาอยู่พื้นราบต้อง เดินทางขึ้นเขาไป ๑๒ กิโลเมตร ราบ ๒ กิโลเมตร เขาอีก ๑๐ กิโลเมตร ให้ ๒๐ บาท มีเด็ก ๙ คน ครูเขาจะพาไปได้อย่างไร ๑๘๐ บาท ๔ เที่ยว ๑๒ กิโลเมตรขึ้นเขาด้วย ปรากฏว่า เหล่านี้ครับมีปัญหาทั้งสิ้น ท่านนอนฝัน ประชุมฝันหวานอะไรกันนักหนา ในรายงานนี้ไม่ได้ เห็นความคืบหน้าอะไร ๕ ปีแล้วเพราะฉะนั้นยุบได้แล้ว สลายได้แล้วนะครับ แล้วก็ให้ กระทรวงเขาทำ กรรมการปฏิรูป ๒ ปีแรกควรจะทำแนวทางทำโครงสร้างให้เขาเดิน แล้วก็ ให้กระทรวง ทบวง กรม ให้โรงเรียน ให้มหาวิทยาลัยเขาเดินได้แล้วครับ แต่วันนี้ยังเป็นอะไร ก็ไม่รู้มะงุมมะงาหราอยู่นะครับ ผมก็เห็นใจสภาพัฒน์ที่เป็นหน่วยงานเลขา เขาคงอึดอัด กรรมการที่แต่งตั้งชุดละ ๑๐ คน ๑๑ คนก็คงอึดอัดเพราะมันทำอะไรไม่ได้ไม่เท่าทันกับการ เปลี่ยนแปลงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับความฝันที่อยากได้ อันนี้อาจจะเป็นเพราะความ พิกลพิการของรัฐธรรมนูญด้วย แล้วก็นโยบายของรัฐบาลที่ไม่มีความชัดเจน แล้วก็ ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการมันจึงไม่มีความคืบหน้าอะไร ก็ขอขอบพระคุณ ท่านประธานที่เปิดโอกาสให้ระบายแล้วก็หวังว่าความทุกข์ยากทั้งหลายที่ผมพูดมา ความที่ ไม่มีความคืบหน้านั้นจะไปถึงหูของคณะกรรมการว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้มันมี ความคืบหน้าจริงมัน ๖ ปีจะเข้าปีที่ ๖ แล้วครับ ๕ ปีจะเข้าปีที่ ๖ แล้วครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คุณพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ครับ🔗

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ ท่านประธานคะ ดิฉันตั้งใจทุกครั้งที่มีการประชุมในเรื่องของรายงานความคืบหน้าของการ ปฏิรูปประเทศนี้ดิฉันตั้งใจที่จะมาฟังแล้วทุกครั้งพยายามจะอภิปรายค่ะ แล้วแนวทางของ บิ๊กร็อก (Big Rock) ที่ท่านรัฐมนตรีแล้วก็ท่านเลขาธิการสภาพัฒน์พูดอยู่ตลอดเวลา ดิฉัน ก็ตั้งใจแล้วก็มั่นใจว่าท่านตั้งใจจริง ๆ ที่จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในการขับเคลื่อน ประเทศให้ดีขึ้น ดิฉันมั่นใจในสิ่งนี้ในประถมเจตนาของรัฐบาลที่ตั้งใจทำ ท่านประธานคะ ดิฉันขอดูประเด็น ๆ หนึ่งก็คือว่าเรื่องของรายได้ของประชาชนเราเชื่อว่าทุก ๆ คนในสภานี้ ที่มานั่งตรงนี้ก็อยากจะให้ประชาชนทุกคนมีความสุข ประชาชนต้องการอะไรบ้าง มีรายได้ดี มีรายจ่ายที่ลดลง แล้วก็มีบ้านที่มีความอบอุ่นและเข้มแข็ง ดิฉันเชื่อว่าทุก ๆ อย่างที่มัน จะเกิดขึ้น ในเรื่องเกษตรประเทศไทยมีปัญหาเรื่องการเกษตรมากเลย เพราะว่าที่คุยกันใน ส.ว. เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาเราค้นพบว่าเรามีเกษตรกรเกือบร้อยละ ๓๐ แต่มีรายได้จาก การเกษตรเพียงร้อยละ ๗ มันแปลว่าเกษตรกรจะจนลงเรื่อย ๆ ดิฉันก็เลยเชื่อเหลือเกินว่า เทคโนโลยีและนวัตกรรมเท่านั้นล่ะค่ะที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงทำให้ประชาชนร่ำรวย มั่งคั่งมากขึ้น และนี่คือสิ่งที่ประชาธิปัตย์พยายามทำเพื่อก่อเกิดให้มีรายได้ในเศรษฐกิจ ฐานรากตลอดเนื่องเวลาที่ผ่านมาผ่านคลัง เกษตรผลิต พาณิชย์จำหน่าย ท่านประธานคะ ดิฉันขอดูแผนปฏิรูปประเทศที่หน้า ๒๗๑ ค่ะ เป็นเรื่องของการนำการวิจัยมาใช้เพื่อให้ ประเทศไทยออกจากกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืนค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อ ๒ พูดถึง เรื่องหน้า ๒๗๑ ค่ะ พูดถึงเรื่องการสนับสนุนวิจัยเพื่อส่งเสริมการพัฒนาประเทศออกจาก กับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืน โดยกำหนดยุทธศาสตร์วิจัยของประเทศให้มีผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียกระบวนการวิจัยซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบการวิจัยในทุกระดับ ยกระดับขีดความ สามารถด้านนวัตกรรม ให้ผู้ประกอบการและชุมชนให้มีความสามารถในการใช้ ขีดเส้นใต้ค่ะ ใช้นวัตกรรมในการยกระดับ ขีดเส้นใต้คำว่า ยก นะคะ ในการดำเนินงานรวมทั้งสามารถ ทำการวิจัยที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนของประเทศชาติได้ค่ะ ท่านประธานคะ เราพยายามทำสิ่งนี้มาก แล้วดิฉันเชื่อว่าท่านเลขาอนุชาเอง ท่านรัฐมนตรีเองก็พยายามทำด้วย แต่เราค้นพบว่าปัญหาหลักที่เกิดขึ้นคือกระบวนการวิจัย ทันทีที่งบประมาณอนุมัติแล้วนะคะ ๒ เดือนแรกจะใช้เกี่ยวกับการประกาศการใช้วิจัยว่าจะวิจัยเรื่องอะไรนั่งคิดดูว่าจะวิจัยว่า อะไร ๔ เดือนผ่านไปแล้วเราสรุปได้ว่าโครงการวิจัยจะทำอะไร เดือนที่ ๖ แก้ไขพรอปโพเซิล (Proposal) ครั้งที่ ๑ เดือนที่ ๘ แก้ไขพรอปโพเซิล (Proposal) ครั้งที่ ๒ มีแต่เดือนที่ ๙ ที่ ๑๐ และ ๑๑ นี่ล่ะคะที่ประชาชนสามารถทำงานได้ เพราะฉะนั้นงบประมาณและโอกาส ของประเทศชาติ ๑๒ เดือน ทำงานวิจัยลงวันนี้ประชาชนแค่ ๓ เดือนค่ะท่านประธาน แล้วเดือนที่ ๑๒ ก็สรุป มันก็แปลว่าเราจะมีปัญหาทับซ้อนอย่างนี้ในการทำปัญหาของ การวิจัย มันก็ไม่สามารถที่จะตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้เพราะมันจะมีความ ล่าช้าประมาณ ๔ เท่าของสิ่งที่ต้องการ ฉะนั้นก่อนที่จะหลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง ดิฉันว่าเราควรจะหลุดจากกับดักของปัญหาของการวิจัยด้วย ท่านประธานคะดิฉันมั่นใจที่สุด ว่ารัฐบาลและสภาพัฒน์ต้องการทำงานนี้เป็นอย่างมาก แล้วดิฉันเห็นรายงานของสภาพัฒน์ ที่ทำมาก็มีความตั้งใจที่จะทำแต่สภาพัฒน์เป็นเพียงแค่ผู้รวบรวมรายงานไม่ได้เป็น ผู้ดำเนินการ เป็นผู้ชี้กรอบว่าควรจะทำอย่างไร แต่วิธีการการดำเนินการล้วนอยู่กับสำนัก งบประมาณทั้งสิ้น ดิฉันจึงเสนอขอนะคะ เรียนผ่านท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ว่าครั้งหน้าในการรายงานนี้ขอให้ปลัดกระทรวงมาด้วยนะคะ เพราะผู้ปฏิบัติการทั้งสิ้นคือ ปลัดกระทรวง คือข้าราชการ แต่ถ้าเราสามารถเห็นบิ๊กร็อก (Big Rock) เป็นรูปเดียวกันแล้ว ดิฉันเชื่อว่าเราน่าจะขับเคลื่อนประเทศชาติได้อย่างที่ตั้งใจเจตนาไว้ ท่านประธานคะ ดิฉันยกตัวอย่างนี้ให้เห็นว่ากรอบการวิจัยงบประมาณต่าง ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเขียน พรอปโพเซิล (Proposal) หรือบทขอวิจัยล่วงหน้า มีเงินงบประมาณก่อนแต่ว่าเขียนบทวิจัย ทีหลัง🔗

ดิฉันขอเสนออีกเรื่องหนึ่งค่ะ พอช. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน งบประมาณ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนปีนี้ฝากบอกถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่างบประมาณที่เคย ตั้งว่าประชาชนจะหลุดออกจากความยากจนสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คือ พอช. ที่ท่าน ชวน หลีกภัย ตั้งไว้เมื่อ ๒๐ ปีก่อน เรายังไม่เห็นจุดมุ่งหมายเลยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคประชาธิปัตย์เองปีนี้เราขอตั้งงบ รัฐมนตรีขอไว้ที่ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เราถูกตัดเหลือ ๑,๔๐๐ ล้านบาท แล้วเราจะสามารถแก้ไขปัญหาในประชาชนได้อย่างไร งบประมาณของ พอช. นี้แตกต่างจากงบวิจัยเพราะงบประมาณ พอช. นี้บอกเลยค่ะว่านาง ก นาง ข นาง ค ที่ยากจนต่ำสุดของสังคมนี้มีใครรอเงินก้อนนี้บ้างและสามารถแก้ไขปัญหาของการอยู่อาศัย การทับซ้อนของป่า การสร้างรายได้ แล้วก็สามารถเอาบทวิจัยนี้มาใช้เพื่อยกระดับรายได้ ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่เรื่องพวกนี้ถูกยกเลิกโดยงบประมาณค่ะ เทคนิคของสภาพัฒน์ ที่พยายามต้องการทำมันไม่สามารถตอบโจทย์ได้ และอีก ๖๐ ๗๐ ปีหลังจากนี้ไม่ว่าบิ๊กร็อก (Big Rock) บิ๊กแบง (Big Bang) มันจะเกิดขึ้นอย่างไรก็แล้วแต่ประเทศไทยเราจะไม่ดีขึ้น เพราะว่า ๑. นวัตกรรมการวิจัยที่เราพยายามที่จะทำให้เกิดขึ้นต่อการเปลี่ยนแปลงของ ประเทศชาตินี้เราล่าช้า เป็นแค่ ๑ ใน ๔ ที่ทำได้เพราะว่ากระบวนการนี้ เราติดกับดักของ กระบวนการการวิจัยและกับดักกระบวนการวิธีการมากกว่าผลสัมฤทธิ์ที่ประชาชน และโครงการดี ๆ ที่ลดความเหลื่อมล้ำสร้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มีเงินผ่านไปหาประชาชน ตรง ๆ มันไม่ได้รับการดูแล มันถูกด้อยค่าด้วยกระบวนการ ด้วยแนวคิดที่คิดว่าเป็นปัญหา ของการใช้จ่ายของประชาชนนั้น ดิฉันถึงสนับสนุนว่าขอให้มอง ๒ ๓ ด้านนี้ให้มันชัดตรงกัน ดิฉันขออีกหนึ่งครั้ง ท่านประธานคะครั้งหน้าถ้าเป็นไปได้เราเหลือสภาอีกไม่นานแล้ว ขอให้ ท่านรัฐมนตรีอนุชาลองเสนอท่านนายกรัฐมนตรีดูว่าปัญหาที่บิ๊กร็อก (Big Rock) มันจะเกิด บิ๊กแบง (Big Bang) หรือเปล่า เป็นเพราะว่าข้าราชการหรือผู้นำของกระทรวงต่าง ๆ อาจจะ ไม่ได้ตอบโจทย์และพูดภาษาเดียวกัน ครั้งหน้าถ้าเป็นไปได้นี่เป็นไปได้ไหมว่าขอให้ปลัด กระทรวงมาฟังดูบ้างเพื่อจะได้ฟังสิ่งที่สะท้อนจาก ส.ส. นี้ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณ อภิชาติ ศิริสุนทร🔗

นายอภิชาติ ศิริสุนทร แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธาน ผมใคร่ขออภิปรายเพื่อเสนอแนะและเสนอความเห็นเกี่ยวกับรายงานความคืบหน้าในการ ดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๑๓ เดือน กรกฎาคม-กันยายน ๒๕๖๔ ท่านประธานครับเท่าที่ผมได้เปิดอ่านรายงานฉบับนี้ส่วนใหญ่ ผมก็เห็นเป็นเรื่องของกิจกรรมที่เป็นเรื่องของเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องคำว่า ปฏิรูป ต้องทำความเข้าใจอย่างนี้ว่าคำว่า ปฏิรูป ก็คือการเปลี่ยนแปลงให้สิ่งเดิม ๆ มันพัฒนา ให้ดีขึ้นใช่ไหมครับ แต่ถ้าปฏิรูปแล้วถอยหลังเข้าคลองเขาไม่เรียกปฏิรูป เขาเรียกว่าปฏิปักษ์ ดังนั้นผมคิดว่าการปฏิรูปก็คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะด้านที่ ๑ ด้าน การเมือง ถ้าเปิดดูแล้วส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องหลักสูตรใช่ไหมครับ อบรมให้ประชาชนเข้าใจ เรื่องประชาธิปไตย แต่ปัญหาถ้าความเป็นประชาธิปไตยยังถูกโครงสร้างอำนาจที่มันรวมศูนย์ ไว้ไม่ให้พี่น้องประชาชนได้แสดงความคิดเห็น กฎหมายที่มันเป็นอุปสรรคต่อพื้นที่ในการใช้ อำนาจทางการเมืองของพี่น้องประชาชน ท้องถิ่นยังไม่มีอำนาจบริหารจัดการตัวเองท้องถิ่น ยังไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาให้คนในท้องถิ่น ผมว่านั่นไม่ใช่ ความเป็นประชาธิปไตย ความเป็นประชาธิปไตยก็คือการมีส่วนร่วม การให้พื้นที่การใช้ อำนาจของพี่น้องประชาชนเข้าถึงให้ใกล้ชิดที่สุด ดังนั้นสำหรับด้านการเมืองผมเสนอว่า ทางคณะกรรมการก็ควรที่จะไปดูนะครับว่าต้องปฏิรูปโครงสร้าง ต้องพูดถึงเรื่องการกระจาย อำนาจสู่ท้องถิ่นให้เป็นจริงเป็นจัง ผู้ว่าต้องมาจากการเลือกตั้ง เปิดพื้นที่ให้พี่น้องประชาชน เข้าถึงอำนาจของตัวเองผ่านระบบการเลือกตั้งตัวแทนของตัวเองในระดับท้องถิ่น นั่นถึงจะ เรียกว่าปฏิรูป นั่นถึงจะเป็นเรื่องของการสร้างวัฒนธรรมแห่งความเป็นประชาธิปไตย วิถีอำนาจของพี่น้องประชาชน ดังนั้นผมเสนอท่านไปดูนะครับ ทำเรื่องกระจายอำนาจให้ จริง ๆ จัง ๆ โดยเฉพาะเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่านะครับ🔗

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากแสดงความคิดเห็นนะครับก็คือเรื่องในด้านของ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมเปิดมาแล้วผมก็อ่านหน้าที่ ๑๑๙ เท่าที่ผมดู ผมก็ยัง ไม่เชื่อว่าเป็นการปฏิรูป เพราะท่านบอกว่าท่านจะปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติ ให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงมีส่วนร่วมในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอนุรักษ์ เรื่องการ จัดการที่ดิน เรื่องต่าง ๆ ให้เกิดความเท่าเทียม แต่ปรากฏว่าสิ่งที่ท่านรายงานมาส่วนใหญ่ ก็เป็นเรื่องที่ชาวบ้านโดนทวงคืน ทวงคืนนะครับ ทวงคืนที่ดินที่เขาเคยอยู่มา ทวงคืนที่ดิน ที่เขาใช้เป็นที่หล่อเลี้ยงชีวิตของเขา ผมไปหลายที่ครับ ท่านประธานครับ ล่าสุดผมไปที่ ภูสระดอกบัว จังหวัดมุกดาหาร ชาวบ้านถูกเขตพื้นที่อุทยานรุกครับ แล้วก็ถูกทุบทำลาย อาสินต่าง ๆ อันนี้มันไม่ใช่ปฏิรูปแล้วมันเป็นปฏิปักษ์ การปฏิรูปที่ดีนั้นต้องดูที่ต้นตอวิธีคิด ผมคิดว่าวิธีการจัดการทรัพยากรของรัฐต้องทบทวนหลักคิด แนวคิด วิธีคิดเสียใหม่ คุณต้อง เชื่อว่าคนอยู่กับป่าได้ คุณต้องเชื่อว่าพี่น้องประชาชนมีสำนึกในการที่จะดูแลทรัพยากร ของเขาตราบที่เขาใช้ทรัพยากรเป็นประโยชน์ต่อการหล่อเลี้ยงชีวิตของเขาซึ่งมีเห็นให้ ปรากฏในอีสาน ในเหนือเยอะแยะไปครับ เขาหวงแหนป่าชุมชนของเขา เขาต้องการ อยากดำเนินการรักษาป่าของเขาในการดูแลทรัพยากรที่เขาใช้ประโยชน์ นี่ครับรัฐต้องปฏิรูป วิธีคิดในการบริหารการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติเสียใหม่ คนต้องอยู่กับป่าได้ ระบบนิเวศต้องรับใช้คน คนต้องรับใช้ระบบนิเวศ ถ้าท่านเปลี่ยนกรอบวิธีคิดอย่างนี้เมื่อไร รับรองครับการปฏิรูปเรื่องทรัพยากรท่านไม่ต้องไปทวงคืน พี่น้องประชาชนช่วยรักษาป่า พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นแน่นอน ที่ผ่านมาเราต้องยอมรับนะครับป่าไม้ถูกทำลายเพราะการสัมปทาน โดยรัฐเปิดให้สัมปทานป่าไม้ ท่านไปศึกษาประวัติดี ๆ ไม่ได้เกิดจากการทำลายโดยพี่น้อง ประชาชน ดังนั้นเปลี่ยนวิธีคิดเสียในการปฏิรูปด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คนต้องอยู่กับป่าได้ ป่าต้องอยู่กับคนได้ และต้องเชื่อว่าคนมีสำนึกในการที่จะอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นพอเปลี่ยนวิธีคิดแล้วผมคิดว่าสิ่งที่พวกเราต้องมาคิดว่าอันไหนที่มันเป็นอุปสรรค ไม่สามารถที่จะดำเนินการตามแนวตามกรอบวิธีคิดที่คนอยู่กับป่า ก็กฎหมายอย่างไรครับ ถ้าเราดูกฎหมายทุกวันนี้กฎหมายป่าไม้ปี ๒๔๘๔ กฎหมายป่าไม้ประกาศต่าง ๆ ตั้งแต่ ยุคไหนก็ไม่รู้ยังคงใช้อยู่ ยังเป็นอุปสรรคในการที่จะไปจัดการในเรื่องนี้ ต้องยอมรับจริง ๆ ว่า กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องป่าไม้ การจัดการที่ดินของรัฐไทยมันล้าสมัยมันล้าหลัง ไม่รู้ประกาศ อะไรต่อประกาศอะไรเยอะแยะไปหมด ท่านต้องไปศึกษาครับศึกษาว่ากฎหมายตัวไหน ประกาศตัวไหน มติ ครม. ตัวไหน ตั้งแต่ยุคไหนที่มันเป็นอุปสรรคไปล้างไพ่ออกมาใหม่ ให้หมด ไปลบ ไปแก้ออกมาให้หมด อย่างเช่น พ.ร.บ. ป่าไม้ ปี ๒๔๘๔ มันไม่ใช่ป่าแล้ว มันเป็นหมู่บ้านแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ เขาเรียกเป็นป่าไม้ทั้ง ๆ ที่เป็นป่าปูน เป็นบ้านเรือนของ พี่น้องประชาชน ดังนั้นผมเสนอให้การปฏิรูปเรื่องทรัพยากรต้องไปศึกษากฎหมายที่มันเป็น อุปสรรคและต้องปฏิรูปทั้งกฎหมายและปฏิรูปทั้งแนวคิดในการบริหารการจัดการเสียใหม่ นี่ถึงจะเป็นการปฏิรูป ถ้าตราบใดที่ท่านยังไล่ลุกคุกคามจับชาวบ้านดำเนินคดีมันเป็นปฏิปักษ์ ต่อพี่น้องประชาชนครับไม่ใช่ปฏิรูป ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิก จะได้รับทราบครับ เผื่อไปทานอาหาร มีสมาชิกฝ่ายค้านที่เสนอมา ๖ ท่าน เป็นพรรคก้าวไกล ทั้งหมดนี้ เพราะฉะนั้นพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อก็ขออนุญาตส่วนฝ่ายรัฐบาลนั้นก็มีสมาชิก เสนอมา ๕ ชื่อครับ ผมแนะนำเนื่องจากมีท่านมานพ คีรีภูวดลขอมา ๕ นาที ผมแนะนำว่า ถ้าประเด็นใดที่เราเห็นว่าซ้ำไม่จำเป็นจะต้องครบ ๗ นาที ก็ไม่ผิดอะไรครับ เพราะฉะนั้น เพื่อจะได้ประหยัดเวลา เพราะเป็นวาระเพื่อทราบไม่ต้องลงมติครับ ต่อไปเป็นคุณประกอบ รัตนพันธ์ ครับ🔗

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ทุกครั้งที่คณะกรรมการรับผิดชอบเรื่องรายงาน ความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศได้เข้าสู่สภาแห่งนี้ กระผมคนหนึ่ง ที่ต้องลุกขึ้นอภิปรายและซักถามเพราะผมเชื่อว่าการปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๐ คือการปฏิรูปประเทศทั้ง ๑๓ ด้าน มันเป็นการปฏิรูปที่ครอบคลุมประเทศทั้งหมด ถ้าเกิดว่า ทำได้บรรลุเป้าประสงค์เมื่อไร ผมคิดว่าประเทศชาติของเราคงก้าวไกลในทุกเรื่องตั้งแต่ เรื่องกฎหมาย เรื่องสาธารณสุข เรื่องสังคมด้านการศึกษาทั้ง ๑๓ เรื่อง ก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม ยินดีอย่างมาก อย่างไรก็ตามครับ ผมเข้าใจการปฏิรูปการปฏิวัตินั้นมีความแตกต่างกัน การปฏิรูปต้องใช้เวลาเป็นขั้นตอน เป็นระบบ เป็นระเบียบสู่เป้าหมายปลายทางแต่การปฏิวัตินั้น ทำด้วยความรวดเร็วใช้เวลาอันสั้น เพราะฉะนั้นผมก็ไม่แปลกใจนะครับว่าการปฏิรูปประเทศ ทั้ง ๑๓ ด้านนั้นทำไปได้อย่างช้า ๆ ไม่ทันใจ ผมดูทั้ง ๒ เล่ม ทั้งครั้งที่ ๑๓ กับครั้งที่ ๑๔ ซึ่งแต่ละเล่มนั้นก็ใช้เวลา ๓ เดือน ครั้งที่ ๑๓ กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ครั้งที่ ๑๔ ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม ทั้ง ๒ เรื่องผมคงดูไม่ละเอียดนะครับ เพราะว่ามันค่อนข้าง ที่จะหนามาก แต่สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมการว่าสิ่งที่กระผมเองเคยให้ ข้อเสนอแนะกับคณะกรรมการชุดนี้และท่านรับว่าครั้งต่อไปท่านจะปรับปรุงในรูปแบบ คือในเรื่องของการปฏิรูปประเทศทั้ง ๓ ด้านนั้น มันมี ๒ เรื่องเท่านั้นเองที่เราต้องการรู้ สั้น ๆ ไม่ต้องทำรายละเอียดถึงอย่างนี้ที่ท่านทำมานี้อ่านยากมากและไม่เข้าใจว่ามันคืบหน้าไป อย่างไร อันที่ ๑ ท่านครับ ก็คือเรื่องที่ท่านจะปฏิรูป สมมุติว่าด้านการศึกษาท่านต้องการ ปฏิรูปเรื่องอะไรบ้างนะครับ ให้ชัดเลยครับ ๑ คอลัมน์ อันที่ ๒ ผลการดำเนินการในรอบ ๓ เดือนมีความคืบหน้าไปอย่างไร แค่นี้ครับ ไม่ต้องหนามาก ผมคิดว่าพวกเราก็คงมีความเข้าใจ ที่สอดคล้องกัน ทีนี้ในเรื่องของการศึกษาผมขอพูดด้านที่ ๑๒ ก็คือด้านการศึกษา เพราะพูด ทุกด้านมีเวลาจำกัดมากก็ไม่สามารถทำได้ด้านการศึกษา ที่พูดทุกครั้งเพราะว่าการศึกษานี้ สำคัญมาก การศึกษาสร้างคนเพื่อให้คนไปสร้างชาติ ประเทศชาติใดถ้าเกิดว่าการศึกษาดี ก็พัฒนาประเทศชาติไปได้อย่างรวดเร็ว ถ้าการศึกษาไม่ดีก็ล่าช้าแล้วก็ทำงานด้วยความ ยากลำบาก เรื่องของการศึกษาก็หัวใจ ๒ เรื่อง ผมคิดว่าที่เราจะต้องทำ🔗

ข้อ ๑ เรื่องของคุณภาพทางการศึกษา ตั้งแต่เรื่องปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน อาชีวะ อุดมศึกษา วันนี้ท่านประธานที่เคารพมันเป็นปัญหามากเหลือเกิน ถ้าเรามองการประเมินผล ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติปรากฏว่าน่าเป็นห่วงมากครับ ถดถอยแทนที่จะ ก้าวหน้า สาระวิชาหลัก ๘ สาระวิชา เท่าที่ประเมินมาไม่ว่าการทดสอบระดับชาติเอ็นที (NT) หรือโอเน็ต (O-NET) เอเน็ต (A-NET) ก็ต่ำมาก ถ้าเปรียบเทียบกับการประเมินระดับนานาชาติ เราก็อยู่ในที่ล้าหลัง ถึงแม้ว่าเรามีคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาแต่ว่าเรื่องคุณภาพ การศึกษาไม่กระเตื้องเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงและเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งว่า ทำอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาระหลักในการปฏิรูปการศึกษานั้นจะทำอย่างไร ผมเรียน ท่านประธานว่าหัวใจในเรื่องคุณภาพทางการศึกษาของเด็กไทยหรือคนในโลกก็ ๓ เรื่อง ๑. เรื่องของผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา คือ ๑. เก่ง สอนเด็กเก่ง ๒. ดี ดีก็คือเด็กสอนแล้วต้องมี คุณธรรมถูกไหมครับ จริยธรรม คุณธรรม มีวินัย และ ๓. ต้องมีความสุข เก่ง ดี มีความสุข ๓ เรื่องนี้มันใช้ได้ทุกระดับทุกช่วงวัยของมนุษย์ เพราะฉะนั้นทำอย่างไรที่บ่มเพาะให้เยาวชน ของเราต้องเป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุข มีความสุขระหว่างที่เรียน มีความสุขสำเร็จ การศึกษาไปแล้วมีงานทำก็มีความสุขนี่คือหัวใจ🔗

เรื่องที่ ๒ ที่เป็นโจทย์หลักที่สำคัญของคณะกรรมการปฏิรูปด้านการศึกษา ก็คือเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษา วันนี้การศึกษาประเทศไทยนี่เหลือมล้ำมากครับ คณะอนุกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ได้เป็นศึกษา ปรากฏว่าเราเหลื่อมล้ำกันถึง ๘ ด้านด้วยกันในประเทศไทยเราน่าเป็นห่วงมากครับ เรามี รัฐธรรมนูญที่จะให้จัดการศึกษาฟรีอย่างมีคุณภาพ ๑๕ ปีอย่างมีคุณภาพ ก็ปรากฏว่าไม่จริง ไม่สำเร็จ ผมยกตัวอย่างให้เห็นว่าปัญหาตรงนี้เป็นปัญหาที่ผู้ปกครองเดือดร้อนมาก บอกว่า อาจารย์ไหนบอกว่ารัฐธรรมนูญให้เรียนฟรี ๑๕ ปีอย่างมีคุณภาพ แต่ว่าทำไมวันนี้โรงเรียน พื้นฐานโรงเรียนมัธยมยังเก็บค่าเล่าเรียนค่าธรรมเนียมการศึกษา โรงละ ๒,๐๐๐ ๓,๐๐๐ บาท ถ้าเปรียบเทียบกับก่อนที่มีรัฐธรรมนูญให้การศึกษาฟรีเก็บมากกว่าด้วยซ้ำไป มันเป็น ปัญหา ถามว่ากรรมการปฏิรูปชุดนี้ได้คิดเรื่องนี้หรือไม่ ก็ฝากท่านประธาน ฝากคณะกรรมการ ด้วยความเคารพนะครับ เรื่องดูแลเรื่องคุณภาพกับเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษาด้วย ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ผมเรียน รายชื่อเพื่อจะได้เตรียมตัวนะครับ ท่านต่อไปคุณณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ คุณสฤษดิ์ บุตรเนียร คุณสมชาย ฝั่งชลจิตร ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม และคุณมานพ คีรีภูวดล จะได้เตรียมตัว เชิญคุณณัฐพลครับ🔗

นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนจากกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มเปราะบาง วันนี้ผมขอมาอภิปรายและหารือเพื่อทวงถามครับ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงทวงถามไปฝ่ายรัฐบาลด้วยครับ ในแผนปฏิรูปประเทศหมวดที่ ๑๖ รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูป ประเทศผมมีข้อสงสัยว่านี่คือการรายงานความคืบหน้าหรือไม่ สำนักงานสภาพัฒน์นะครับ ในข้อที่ ๒.๒ ความคืบหน้ากฎหมายภายใต้แผนปฏิรูปประเทศฉบับปรับปรุง ทั้งหมดที่จะ ปรับปรุงทั้งหมดมี ๔๕ ฉบับนะครับ ซึ่งมีสถานะความคืบหน้าของกฎหมายประกอบด้วย ๑. ดำเนินการเสร็จแล้ว ๒ ฉบับ ท่านประธานครับเสร็จแล้วแค่ ๒ ฉบับ ส่วนอีก ๔๓ ฉบับ ในรายงานนี้เขียนว่าอยู่ระหว่างดำเนินการก็คือไม่เสร็จนะครับ ไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไรด้วย ผมขออภิปรายและทวงถามต่อในแผนปฏิรูปประเทศหมวดที่ ๑๖ ในข้อที่ ๑๑ รัฐบาล ได้แถลงต่อสภาแห่งนี้ว่ารัฐจะต้องออกตรากฎหมายส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ท่านประธานวันนี้วันที่ ๒๓ มิถุนายนแล้วครับ เหลืออีก ๗ วันหมดสิ้นเดือนนี้ หมดสิ้นปีอีก ๖ เดือน ผมอยากชวนถามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพี่น้องประชาชนชาวไทยโดยเฉพาะ กลุ่มเปราะบาง กลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ในประเทศนี้ว่าสภาพัฒน์และฝ่ายบริหาร ๓ ปีที่ผ่านมา กฎหมายเพิ่งจะเสร็จไปแค่ ๒ ฉบับ เหลืออีก ๔๐ กว่าฉบับนั้น พวกเราคิดว่าจะเสร็จทัน หรือไม่ครับ ไม่รู้สภาแห่งนี้รัฐบาลนี้จะอยู่อีกกี่วันนะครับ คำถามจึงมีคำถามต่อมาว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ไขในการตรากฎหมายเพื่อเป็น กฎหมายที่เป็นธรรม ชั่งทั้งการออกกฎหมายและชั่งผู้ที่ถูกใช้กฎหมายนั้นเป็นธรรมเท่าเทียม กันหรือไม่นะครับ พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศไทยทุกวันนี้ทำไมถึงมีความจำเป็นที่จะต้อง ตรากฎหมาย รัฐไทยได้เซ็นปฏิญญาต่อนานาอารยประเทศ ต่อสหประชาชาติว่าจะดูแล ส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ไทย นี่คือหลักในการที่รัฐจะต้องออกกฎหมายใน รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๐ รัฐพึ่งส่งเสริมและคุ้มครองชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์ให้ได้อยู่ตาม วิถีชีวิตอัตลักษณ์ดั้งเดิม นี่คือข้อที่รัฐไทยจะต้องปฏิบัติตามนะครับ จึงเป็นที่มาของแผน ปฏิรูปประเทศที่รัฐจะออกกฎหมายส่งเสริมและคุ้มครอง วันนี้กฎหมายที่ออกนำหน้าไปแล้ว ร่างทั้งหมด ๔ ร่าง ร่างจากพรรคก้าวไกลซึ่งผมเป็นผู้นำเสนอ ร่างที่ ๒ จากกรรมาธิการ กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ เราได้ศึกษาแล้วก็ได้พิจารณา มาอย่างถี่ถ้วนว่าไม่ได้เกี่ยวด้วยการเงินเพราะมีหน่วยงานที่ดูแลอยู่แล้ว แต่ตีที่ว่าเกี่ยวด้วย การเงิน อันนี้คือปัญหานะครับ แล้วร่างที่ถูกตีด้วยการเงินคือร่างของภาคประชาชน เพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ (P-Move) ตอนนี้ไม่รู้ว่าสถานะอยู่ตรงไหน อย่างไร พี่น้อง กำลังรออยู่ว่าทำไมหรือครับ คำว่า เกี่ยวด้วยการเงิน มันทำให้เป็นอุปสรรคนักหนากับปัญหา ความไม่ชัดเจนในการส่งเสริมและคุ้มครองพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ สามารถที่จะทำให้ไม่รู้ว่า กฎหมายจะออกวันนี้ ปีนี้ หรือปีไหน จึงเป็นคำถามที่สภาพัฒน์กับฝ่ายบริหารความตั้งใจ ความจริงใจของท่านอยู่ตรงไหนที่จะแก้ปัญหา และท่านได้เอาใจใส่จริงใจในการทำตาม คำที่ท่านแถลง ฝ่ายบริหารแถลงต่อสภาแห่งนี้หรือไม่ อย่างไร พื้นที่ดั้งเดิม วิถีชีวิตดั้งเดิม ภายใต้รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญขนาดไหน เคารพซึ่งกฎของความเป็นมนุษยชาติ สิทธิ มนุษยชน สิทธิดั้งเดิมกับความเป็นมนุษย์การเข้าถึงปัจจัย ๔ สภาพัฒน์และฝ่ายบริหาร ให้ความสำคัญขนาดไหน สิทธิพลเมืองเรามีมากแค่ไหน เรามีตามสิทธิของความเป็นพลเมือง คนไทยหรือไม่🔗

ประเด็นสุดท้ายที่อยากจะฝากและทวงถามว่า ท่านจะรออีกเมื่อไร ทำให้เรา ต้องรออีกเมื่อไร เราถึงจะได้คำว่า ส่งเสริมและคุ้มครองพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ส่งเสริมอย่างไร คุ้มครองอย่างไร ท่านประธานไม่ต้องกังวลในความไม่มั่นคงหรอกของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ เราคือกลุ่มที่เฝ้าชายแดนรักษาป่าเป็นอย่างดี สร้างความมั่นคงให้กับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ แล้วเราจะเป็นผู้ที่เฝ้าความมั่นคงให้ประเทศนี้อย่างอุ่นใจ🔗

ประเด็นสุดท้ายท่านประธานครับ กฎหมายที่จะออกมาไม่เป็นกฎหมาย ที่กดทับประชาชนอย่างไร การส่งเสริมและคุ้มครองพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ควรที่จะเป็น กฎหมายที่มีความชัดเจนได้แล้วอย่าให้เราต้องมาเรียกร้องสิทธิมาทวงถาม ๓ ปีที่ผ่านมา ผมเฝ้าแต่พูดคำเดียวเพื่อเรียกร้องสิทธิอันพึงมีพึงชอบ สิทธิดั้งเดิมของพวกเรากระนั้นหรือ ขอวิงวอนให้โปรดนำกฎหมาย พ.ร.บ. ส่งเสริมและคุ้มครองพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์เข้าสู่สภา อย่านำเพียงแค่การพิจารณาว่าเกี่ยวด้วยการเงิน แล้วทำให้กฎหมายของเราลงถังขยะไป ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ คุณสฤษดิ์ บุตรเนียรครับ🔗

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมก็ต้องกราบขอบคุณท่านประธานสภาที่เคารพที่ให้โอกาสในการที่จะมานำเสนอ รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของ กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ท่านมารายงานเรื่องการปฏิรูปประเทศ ดังนั้นผมเป็นนักการศึกษา มาตลอดเวลาของหลายสิบปีมานี่ ๔๐ ปี ผมคงผ่านไปไม่ได้ ไม่ว่าจะต้องพูดซ้ำกันกับ คนอื่นบ้าง ตามที่ท่านประธานบอกว่ามันจะซ้ำกันก็ผ่านบ้าง แต่ผมในฐานะปฏิบัตินะครับ การปฏิรูปประเทศเราปฏิรูปเพื่อพัฒนาให้มันดียิ่งขึ้น มีการเปลี่ยนแปลง แต่การปฏิรูปที่ท่าน พูดกันมาโดยเฉพาะด้านการศึกษา โดยการศึกษาเป็นพื้นฐานของการสร้างคน คนสร้างชาติ แต่วันนี้ที่ให้ท่านรายงานมาทั้งหมดเลยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเสมอภาค เรื่องของการ พัฒนาการเรียนรู้สูตรฐานสมรรถนะหรือเรื่องของระบบการพัฒนาบุคลากรนี่หรือเรื่องของ ทวิภาคีมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกันหมดครับ ผมจะขออภิปรายร่วมในเรื่องของสัก ๒ ๓ จุด ที่เป็น ที่อยากจะให้คณะที่มารายงานนำเสนอในวันนี้ได้นำไปปฏิรูปหรือนำไปพัฒนาใน องค์กร เพราะผมก็เกรงว่าช่วงนี้เรามีร่างพระราชบัญญัติอยู่ในช่วงวิสามัญไม่ว่า พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมการเรียนรู้ หรือร่างพระราชบัญญัติ กยศ. ทั้งหมดนี่เราพูดกันพยายามจะพูดตามตัวหนังสือ สุดท้ายเดือนจะมีความเสมอภาคนี่ที่พูดกัน ว่าไปเสมอภาคแม้จะตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคมา สุดท้ายก็ไม่ได้มีความเสมอภาค อย่างแท้จริงครับ ที่ท่านสุรวาทอภิปรายไปก็พูดเรื่องแม้แต่เงินค่าอาหารที่จะให้กับเด็กท่านก็ มองไปว่าให้มาน้อยนิดก็ยังแล้ว แต่ท่านก็ยังบอกอีกว่าโรงเรียนเอกชน โรงเรียนภาครัฐ โรงเรียนขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่นท่านก็พยายามแยกว่าไม่เหมือนกันไม่เท่ากัน นี่ก็เป็น อีกจุดหนึ่งท่านทำไมไม่ให้ความเสมอภาคเสียล่ะครับในสิ่งที่ทำได้ แล้วท่านก็พยายามจะไป สร้างความเสมอภาคตั้งกองทุนมา แล้วก็จะมียากจน มียากจนพิเศษอะไรอีก ในส่วนเรานี่ ผมอยากให้ท่านนำปฏิรูป เพราะเขียนกฎหมายมากี่ครั้ง กี่ครั้ง กำหนดให้มีความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ สุดท้ายก็ไม่ทำตามที่เขียนเป็นร่างพระราชบัญญัติไว้ ส่วนในเรื่องของการ พัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนฐานสมรรถนะอย่างนี้ เพื่อการเปลี่ยนแปลง ให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศหลักสูตรสำคัญมากครับหลักสูตรสำคัญแล้ว แล้วผู้ที่จะ สอนล่ะครับ คุณครูท่านมีการปฏิรูปกลไกในการสร้างหรือผลิตครูหรือไม่ แล้วคุณครูเข้าใจ ไหมว่าฐานสมรรถนะมันคืออะไร คือการปฏิบัติครับ นำความรู้สู่การปฏิบัติให้ชัดเจน โดยเฉพาะปัจจุบันนี้องค์ความรู้และการรู้โดยเฉพาะหลักสูตรด้านอาชีวศึกษา ๑๐๐ หน่วยกิต ของ ปวช. มันเป็นสายสามัญเสียตั้ง ๓๓ กว่าหน่วยกิต ๑ ใน ๓ ๑ ปี เราแยกกันสอน เป็นวิชา วิชา วิชา แยกการปฏิบัติออกจากกันแล้วมันจะประสบความสำเร็จอย่างไร ท่านต้อง ปฏิรูป ต้องปฏิรูปให้คุณครูนี้เข้าใจก่อนว่าการอบรมหรือการสอนแบบฐานสมรรถนะมันคือ อะไร มิใช่ให้มีแต่หลักสูตรแล้วก็บอกให้ครูทำ มีอบรมมา ๒ วัน แล้วก็มีการติดตาม นิเทศ ไปติดตามก็การนิเทศไว้บนกระดาษ แล้วก็บอกว่าการนิเทศนี่นิเทศตามสภาพจริง ผมก็เห็น อย่างนี้มา ๒๐ ปีแล้ว ทุกครั้งการประเมินผลภายนอกก็จะพูดอยู่อย่างนี้ว่าจะประเมินตาม สภาพจริง ลดเอกสารมีหรือครับ ผมยังไม่เคยเห็นเลย นอกจากหยิบกระดาษมาแล้ว ผู้ประเมินเขาทำงานกันมา ๓ ๔ ๕ ปี เข้าไป ๓ วัน ๓ วันก็อยู่ในห้องแล้วก็ตรวจเอกสาร อย่างบ้าคลั่ง เราจะปฏิรูปอย่างไร ท่านคิดดูดี ๆ นะครับ ดังนั้นเหมือนกันการปฏิรูปประเทศในช่วง ๖ เดือนนี่รายงานมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือน ธันวาคมก็ตาม เพราะผมอยู่ในวงการศึกษาโดยเฉพาะอยู่ในภาคเอกชนมา ๔๐ กว่าปีแล้ว ผมถึงอยากให้มีการปฏิรูปเถอะครับ มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มิฉะนั้นประเทศชาติ จะพัฒนาอย่างไร แล้วโดยเฉพาะเรื่องของอาชีวศึกษาในทวิภาคีนี้ก็เช่นเดียวกัน เราเน้นที่จะ ปฏิบัติ ปฏิบัติที่จะนำความรู้ไปสู่การพัฒนาประเทศ มันมีทางเดียวล่ะในชั้นนี้ที่จะใช้ งบประมาณ ที่สุดคือดึงภาคเอกชน ท่านก็บอกว่าจะร่วมมือกับสถานประกอบการ นั่นล่ะเป็น วิธีการที่ดีที่สุดแล้วครับ แต่สุดท้ายท่านให้ความสำคัญกับภาคเอกชนเพียงใด ทุกคนที่จะ เข้ามาร่วมนั้นควรที่จะได้รับสิทธิ ได้รับเกียรติ หรือได้รับแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน มิใช่แต่ เป็นรูปของระบบการไปฝึกงานแบบดั้งเดิมอยู่ตลอดมา ดังนั้นตรงนี้ในส่วนของการปฏิรูป ที่ท่านนำมารายงานต่าง ๆ ในภาคแอกชัน (Action) ในนี้ท่านก็บอกอยู่แล้วว่าการปฏิรูป ในระบบทวิภาคีนี้มันล่าช้าไม่ได้เป็นไปตามที่กำหนดหรอกครับ แต่ขณะเดียวกันโดยเฉพาะ ครูอาชีวศึกษาส่วนใหญ่กลไกการผลิตครูทางด้านอาชีวศึกษายังล้าหลัง ยังไม่มีกลไกที่ถูก คุณครูยังถูกระบบการเรียนการสอนมาแบบทฤษฎีที่ไม่ได้เน้นภาคลงมือแอกชัน (Action) อย่างจริง ๆ จัง ๆ ผมถึงอยากจะกราบเรียนว่าในทศวรรษที่ ๒๑ นี้ ความรู้ องค์ความรู้นี้ มันสั้น มันเกิดความรู้ใหม่ ๆ ขึ้นมา เราจะต้องทำอย่างไรให้ผู้เรียนเข้าใจที่จะรู้ว่าการปฏิบัติ แล้วแรงงานที่จะเสริมสร้างเข้าสู่ตลาดแรงงานนั้นควรให้ความเสมอภาค เพราะอย่างไรก็ตาม นักศึกษาอาชีวศึกษาก็มีปมด้อยอยู่แล้วตั้งแต่เริ่มที่จะเข้าสู่อาชีวศึกษา ส่วนการแนะแนว เราก็จะมองแทบจะพูดกันว่าเด็กดีที่เรียน ม.ปลาย เด็กใช้ไม่ได้ก็ไปอาชีวะ มันเป็นตราบาป ตั้งแต่เริ่มแรกแล้วทั้ง ๆ ที่ทางการปฏิรูปศึกษาก็พยายามจะส่งเสริมให้เด็กเรียนอาชีวะ แต่ทางด้านคุณครูล่ะครับสร้างความเข้าใจกันหรือยัง ก็จะบอกว่าการแนะแนวนี่เราจะ แนะแนวไปอย่างไร ในเมื่อผู้แนะแนว คุณครูที่แนะแนวต่าง ๆ ก็พยายามจะผลักดันเด็กให้ เรียนสายสามัญโดยตลอด ผมถึงกราบเรียนคณะผู้ปฏิรูปการศึกษาในส่วนของการปฏิรูป ประเทศ การศึกษาเป็นหัวใจสำคัญมากโดยเฉพาะท่านเห็นว่าอาชีวศึกษาเป็นหัวใจของการ สร้างชาติและท่านให้ความสำคัญขนาดไหน ท่านให้ความสำคัญกับครูขนาดไหน ถ้าท่าน ปฏิรูปตั้งแต่เริ่มต้นคือความเสมอภาคความเท่าเทียมกันนี่ล่ะนั่นคือหัวใจของการพัฒนา และทวิภาคีคือหัวใจของการสร้างคน ถ้าท่านให้ความสำคัญตรงนี้ปฏิรูปจริงจังแล้ว ผมเชื่อว่า การขับเคลื่อนประเทศจะเกิดขึ้นครับ ขอกราบขอบพระคุณอย่างมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ผมเรียน ว่าเพื่อให้สมาชิกได้รับทราบจุดสุดท้ายของการอภิปรายก่อนที่ท่านรัฐมนตรีและคณะ จะชี้แจง ต่อไปจะเป็นท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร จากนั้นจะเป็นศาสตราจารย์โกวิทย์อย่างที่ เรียนแล้ว แล้วคนสุดท้ายของฝ่ายค้านก็จะเป็นคุณมานพ คีรีภูวดล ฝ่ายค้านคนสุดท้ายของ รัฐบาลจะเป็นคุณวีระกร คำประกอบ ขออนุญาตที่ประชุมได้รับทราบแนวปฏิบัติเพื่อไม่ให้ มีปัญหาว่าจะแถมมาทีละคน ๆ และสมาชิกก็จะบ่นรำคาญ เขียนจดหมายมาต่อว่าอยู่ครับ ต่อไปคุณสมชาย ฝั่งชลจิตร ครับ🔗

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบัน พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาตามที่สภากำหนด ๗ นาทีในการที่จะพูดถึง รายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ความจริงถ้าพบเห็นเอกสารที่รายงานมา ผมก็ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ผมรู้สึก สูญเสีย สูญเสียในที่นี้ก็หมายความว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นมาจากรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ก็คือ ทำให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และกำหนดแนวทางปฏิรูปประเทศไว้ในยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ทำให้ต้องมีคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาภายใต้รัฐธรรมนูญ และ ๓ เดือนจะต้องรายงาน ครั้งหนึ่ง เอกสารที่ปรากฏอยู่ตรงนี้มันคือคำตอบว่ามีความสูญเสีย สูญเสียในแรงงานของ เจ้าหน้าที่ ของสภาพัฒน์ สูญเสียงบประมาณในการจัดประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ผมมองคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเหมือนกับมองกำแพงเมืองเก่า เพราะวันนี้ในรายงาน ทั้งหมดมันไม่ได้เปลี่ยนพาราไดม์ (Paradigm) ของการเปลี่ยนแปลงของโลกในทางเศรษฐกิจ ซึ่งสภาพัฒน์เป็นผู้ที่มีส่วนรู้ เพราะสร้างมา ๖๐ กว่าปีมาแล้วครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ กว่า ๆ เดิมประเทศเราวางยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ เริ่มต้นไว้ที่ผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า แล้วมัน พัฒนามาสู่การผลิตเพื่อการส่งออก กรอบวิธีคิดในการวางแผนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ มันยังติดกรอบเดิมอยู่ ทั้ง ๆ ที่โลกของเศรษฐกิจมันเปลี่ยนไปแล้ว วันนี้ทุกอย่างที่รายงานพูด เหมือนกับแผนพัฒนา เหมือนกับโครงสร้างของงบประมาณของหน่วยงานของรัฐที่กำลัง พิจารณากันอยู่ นั่นก็คือพูดแต่เรื่องของความสามารถทางการแข่งขัน พูดถึงตัวเลขความ เติบโตทางจีดีพี (GDP) แต่ไม่เคยเห็นความเติบโตของพี่น้องประชาชนคนยากคนจน ถามว่า อะไรคือสิ่งที่มันเกิดขึ้นภายใต้การใช้งบประมาณนี้ ผมนึกถึงหนังสือเล่มนี้กับงบประมาณที่ใช้ สำหรับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่เอารายงานของหน่วยงานเข้ามาสรุปในนามของ สภาพัฒน์ มันคือเงินถ้าเราดูจานข้าวของนักเรียนวันละ ๒๑ บาท มันเสียหายนะครับ เราใช้ งบประมาณโดยไม่มีกรอบความจำเป็นในคณะยุทธศาสตร์ชาตินี้เลย แต่เมื่อรัฐธรรมนูญ มันเป็นปัญหาที่สร้างมาไว้เราก็ต้องยอมรับจนกว่าจะแก้ แต่สิ่งหนึ่งที่พูดถึงการเมือง เอาประเด็นแรกก่อน พรุ่งนี้วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๕ มันคือ ๙๐ ปีของ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ มิถุนายน อยากจะถามคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติว่าวันนี้ได้สร้างจิตสำนึกของ ความเป็นพลเมืองของระบอบประชาธิปไตยได้มากน้อยแค่ไหน ความเคารพในสิทธิความเป็น มนุษยชนภายใต้กรอบของการพัฒนาทางการเมืองไปได้เพียงใด หรือว่าเห็นแต่การพยายาม ยัดเยียดหลักสูตรและแนวทางการปฏิบัติให้กับโรงเรียนเพื่อที่จะใช้วัฒนธรรมครอบงำไว้ เหมือนเดิม โดยไม่ยอมเปิดโอกาสให้ความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยได้ปลดล็อก เราต้องปลดล็อกเหมือนกัน ทีนี้มาดูที่ผมอยากจะพูดวันนี้คือเรื่องยุทธศาสตร์ที่ ๖ ก็คือพูดถึง การพัฒนาในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกรอบวิธีคิดที่เห็นอย่างชัดเจนก็คือ เน้นไปที่เขตควบคุมมลพิษมาบตาพุดเมื่อ ๒ ๓ เดือนที่ผ่านมาเห็นการรั่วไหลทางทะเล ของน้ำมัน เห็นความเสียหายของพี่น้องประมงชายฝั่งไหม นี่คือสิ่งที่มันพูดถึงเรื่องการ เจริญเติบโตของคนกลุ่มหนึ่ง แต่ไปกระทบต่อคนกลุ่มหนึ่งเพื่อหวังตัวเลขทางเศรษฐกิจ นี่คือ สิ่งที่มันเกิดขึ้นจริงภายใต้แนวคิดของการพัฒนาในยุทธศาสตร์ชาติที่กำลังจะทำกันต่อ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผิดพลาด เรามาจัดอันดับความสัมพันธ์หรือความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ ชายฝั่งทะเล วันนี้ผมอยากจะยกตัวอย่างให้ท่านสภาพัฒน์หรือคณะกรรมการได้เห็นว่า ลองไปดูลุ่มน้ำปากพนังสิครับ แนวคิดในการสร้างคอนกรีตขวางลำแม่น้ำจนกระทั่งทำให้ แม่น้ำตื้นเขินไปทั้งตอนบนและตอนล่าง ความหลากหลายทางชีวภาพที่เราพูดถึง เราอยู่ ในอันดับที่ต่ำกว่า ๑๔๔ ของโลก นี่คือการพยายามที่จะสร้างแนวคิดแบบอุตสาหกรรม ปล่อยมลพิษหรือวิธีไหนก็ตามในการที่จะคิดว่าแก้ปัญหาส่วนหนึ่ง นี่คือการแยกส่วน ในการคิด ไม่คิดอย่างเป็นระบบ สุดท้ายเรากำลังพูดถึงความหลากหลายทางชีวภาพที่ตกต่ำ มากที่สุดเพราะแนวคิดในการกระทำทั้งหลายที่มีการแยกส่วนในเชิงการพัฒนามันไปทำลาย นิเวศน้ำกร่อย เมื่อสังคมทำลายนิเวศน้ำกร่อยและปล่อยให้รัฐหรือหน่วยงานของรัฐกำลังทำ แบบนี้อยู่ต่อไป นี่คือสิ่งที่มันจะเป็นผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพและความ อุดมสมบูรณ์แห่งอาหารของมวลมนุษยชาติ สภาพัฒน์เห็นตรงนี้ไหมครับ และความสมบูรณ์ ของฝั่งทะเลมันคือวิถีชีวิตของคนยากคนจน และอาชีพของคนมั่งคั่งก็สามารถทำได้ในอาชีพ การอาศัยพื้นทะเลเป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญ ไม่ต้องลงทุนไปปลูกอะไร เพียงแต่ปล่อยให้ มันเจริญเติบโตของมัน เราก็สามารถแก้ปัญหาความยากจนได้ในระดับหนึ่ง ผมอยากจะฝาก ว่าท่านจะแก้ปัญหาอย่างไรต่อความมั่นคงทางความหลากหลายทางชีวภาพที่เป็นตัวชี้วัด อย่างหนึ่งที่ท่านตั้งไว้และยังอยู่ในอันดับต่ำมากสำหรับประเทศไทย ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมขอรับทราบ และร่วมอภิปรายเพื่อให้คำแนะนำต่อรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูป ประเทศ ๒ เล่มนะครับ ทั้ง ๒ เล่มนี่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๔ เล่มหนึ่ง แล้วก็ เดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ๒๕๖๔ อีกเล่มหนึ่ง ผมทวงถามทั้ง ๒ เล่ม ผมต้องขอบคุณว่า รายงานมีความละเอียดมาก ๒ เล่มนี่ แล้วก็แยกแยะแต่ละด้านในการปฏิรูป ต้องอ่านอย่าง ละเอียด ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกได้เสนอแนะวิธีการนำเสนอไปแล้วบางส่วน เดี๋ยวผมได้เพิ่มเติม บางส่วนต่อท่านประธานสภาผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ🔗

ทวงถามประการที่ ๑ ก็คือผมจำได้ว่าก่อนหน้านี้การปฏิรูปด้านบริหาร ราชการแผ่นดินหรืออาจจะเป็นด้านการเมือง เรามีเรื่องของการปฏิรูปที่ไปพูดเรื่องการลด อำนาจภาครัฐ เพิ่มอำนาจภาคท้องถิ่น อันนี้เป็นประเด็นที่สำคัญเพราะว่าการกระจายอำนาจ สู่ท้องถิ่นและการพัฒนาองค์กรท้องถิ่นให้เข้มแข็งก่อนเคยมีมันหายไป ก็เลยทวงถามทั้ง ๒ เล่มว่าไม่ปรากฏในรายงาน มันขาดตอนได้อย่างไร ผมคิดว่าประเทศเราก้าวสู่การกระจาย อำนาจสู่ท้องถิ่นมากขึ้น ๆ แล้วจะสร้างพลเมืองของเราให้มีส่วนร่วมในการปกครอง ส่วนท้องถิ่นมากขึ้น ผมจึงถามว่าในรายงานอาจจะมีการมีส่วนร่วมทางการเมือง แต่ประเด็น คำถามก็คือว่าที่มันหายไปผมยังเห็นว่าหายไปไม่ได้ มันต้องต่อเนื่องกันไปว่าการกระจาย อำนาจสู่ท้องถิ่นเป็นความสำคัญของประเทศที่จะใช้ฐานในอนาคตเป็นฐานท้องถิ่นในการ พัฒนาประเทศ นี่เป็นประเด็นที่ ๑ ที่จะบอกผ่านท่านประธานไปยังผู้จัดทำรายงานด้วย แล้วถ้าชี้แจงได้ก็ช่วยกรุณาชี้แจงด้วยนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป ๑๓ ด้าน ที่ผมบอกว่าอ่านยาก เพราะว่าอาจจะต้องออกแบบให้ง่ายขึ้นในการอ่าน ผมเข้าใจว่าในบางส่วนนี่ผมว่าท่าน ขึ้นต้นด้วยสิ่งที่ดีทีเดียว ผมยกตัวอย่างสักด้านหนึ่งยกตัวอย่างเช่นด้านการปฏิรูปการเมือง ท่านพูด ๔ เรื่องในการปฏิรูป เรื่องของความรู้ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๒. ก็พูดเรื่องการมีส่วนร่วมในกระบวนการในนโยบาย สาธารณะทุกระดับในทางการเมือง ๓. ก็พูดเรื่องความสามัคคี สมานฉันท์ และความปรองดอง ๔. ก็พูดเรื่องการส่งเสริมพัฒนาพรรคการเมือง แล้ว ๕. ก็คือการปรับปรุงโครงสร้างเนื้อหา รัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูป นี่คือเป้าหมายที่ท่านวางไว้ พอเปิดข้างในนี่ผมคิดว่าท่านไม่ได้ ล้อกันตรงนี้ท่านลองเปิดดู มันต้องล้อแต่ละด้าน ๆ เพราะว่าท่านไปใช้เป้าหมายตัวชี้วัด สถานการณ์ปัจจุบัน การออกแบบอย่างนี้ไม่สัมพันธ์กับเรื่องข้างหน้าที่ท่านได้นำเสนอไว้ ผมยกตัวอย่างอีกด้านหนึ่งคือด้านการบริหารราชการแผ่นดินท่านคิดจะปฏิรูปเรื่องของการ บริหารงานบริการภาครัฐ ท่านพูดเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้มีระบบการยืดหยุ่น ท่านพูดเรื่องความคล่องตัวแล้วก็การทำงานต้องมีหลักคุณธรรม ท่านพูดเรื่องการบริหาร ราชการในระดับพื้นที่โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ผมแค่ยกตัวอย่างเพื่อเสนอให้ กรรมการได้ไปดูว่าพอเปิดไปหน้าต่อไปจะมีรายละเอียด เพราะฉะนั้นการรายงานของท่าน ถ้าจะแบ่งผมดูแล้วมันไม่สัมพันธ์กันในเชิงเป้าหมายที่กำหนดไว้ข้างหน้าที่ผมเอ่ยถึงทั้ง ๒ ด้าน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมคิดว่ามันเป็นรายงานที่เอางานที่เป็นประจำของส่วนราชการ ทำส่วนหนึ่ง แล้วก็เป็นงานที่ดำเนินการปรับเปลี่ยนว่ามีอะไรบ้าง แล้วท่านไม่ย้อนว่า ที่ก้าวหน้าไปมีความคืบหน้าในการวางเป้าหมายไว้นี่คืออะไร ผมยกตัวอย่างให้เห็นชัด ก็แล้วกันในประเด็นสุดท้าย ในประเด็นด้านการศึกษาก็แล้วกันเพราะผมเองอยู่ในกรรมาธิการ ปฏิรูปการส่งเสริมการเรียนรู้ แล้วก็มีเรื่องของกรรมาธิการ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ผมคิดว่า ทั้ง พ.ร.บ. นี้เกิดขึ้นมาเกือบ ๕ ๖ เดือนแล้ว คือจริง ๆ ท่านต้องมีเรื่องนี้เข้าไปในรายงาน แต่ผมคิดว่าที่ท่านพูดเรื่องการศึกษานี่ถ้าเรามองเรื่องการสร้างโอกาสและความเสมอภาค ทางการศึกษานั่นคือเป้าหมายที่ท่านวางไว้ ท่านก็ต้องมาย้อนกลับว่าท่านทำเรื่องอะไรบ้าง ในโครงสร้างทางกฎหมาย ผมพูดถึงกฎหมาย ๒ เรื่องที่กำลังอยู่ในกรรมาธิการซึ่งในรายงาน ก็ไม่ได้ปรากฏแต่ท่านก็กลับไปพูดในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบางเรื่องที่เป็นงานประจำไป อันนี้ ก็เรียนท่านประธานเพื่อจะได้ปรับปรุงในสิ่งที่ผมได้แนะนำให้ข้อเสนอแนะต่อท่านทั้งหลาย ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปแต่ละด้านด้วยครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมถาม ๓ เรื่องเพื่อสรุปก็คือ ๑. เรื่องท้องถิ่นหายไป การลดอำนาจภาครัฐที่จะไปลดอย่างไร นั่นคือส่วนที่ ๑ ส่วนที่ ๒ ก็คือโครงสร้างของรายงาน และส่วนที่ ๓ ก็ดูเรื่องปฏิรูปการศึกษาให้มันทันกับสิ่งที่สภา ได้ดำเนินการ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปรายรายงานของคณะกรรมการปฏิรูปในครั้งที่ ๔ ตั้งแต่มี รายงานเข้ามา ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ผมแล้วก็หัวหน้าพรรคได้มีโอกาสต้อนรับพี่น้อง จากสภาชนเผ่าพื้นเมืองนะครับ เพื่อที่จะมาพูดคุยในร่างกฎหมายของพวกเขาที่ได้ยกร่างมา แล้วผมเข้าใจว่าตัวแทนจากสภาชนเผ่าพื้นเมืองก็ได้เข้าพบกับพรรคการเมืองต่าง ๆ ทั้งฝ่ายรัฐบาลแล้วก็ฝ่ายค้าน รวมถึงพรรคของท่านประธานด้วยนะครับ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ผมคิดว่ามันอยู่ในวาระการประชุมของสภา ท่านประธานครับ เรื่องค้างพิจารณาที่ ๕.๒๓ ทำไมประชาชนถึงให้ความสำคัญครับ เพราะว่าเรื่องนี้ในเรื่องของการปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ได้เขียนไว้ชัดเจนแล้วก็สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๐ สอดคล้องกับ นโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงออกไป ผมอยากจะสรุปสั้น ๆ อย่างนี้ครับท่านประธานว่าวันนี้ ร่างของประชาชนโดยสภาชนเผ่าพื้นเมืองได้บรรจุไว้ในการพิจารณาแล้ว สิ่งที่เราไม่เห็นคือ ร่างของรัฐบาลอยู่ตรงไหน ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้สภาผู้แทนราษฎรให้ความสนใจ มากครับ มีการเสนอหลายร่างมาก ตอนนี้เท่าที่ผมทราบฝ่ายรัฐบาลก็มีการพยายามที่จะ เสนอแล้วก็มีกระบวนการต่าง ๆ พอสมควรร่างของสภามีของพรรคก้าวไกล มีของทาง กรรมาธิการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ แล้วก็ร่างของประชาชนอีกฉบับหนึ่งที่เสนอตาม พ.ร.บ. ลงชื่อเสนอกฎหมายก็คือร่างของพีมูฟ (P-Move) หรือว่าขบวนการเพื่อสังคมที่ เป็นธรรม มี ๑๖,๐๐๐ กว่ารายชื่อ ท่านประธานครับความสำคัญมันอยู่ตรงนี้ ประชาชน ให้ความสนใจในเรื่องนี้ว่าประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอกฎหมาย ประชาชนก็ดำเนินการ ตามกรอบกฎหมาย และมีอยู่ ๒ ร่างที่ประชาชนเสนอเข้ามา แล้วก็มีอีก ๒ ร่างที่ พรรคการเมืองแล้วก็กรรมาธิการเสนอเข้ามา ๒ ร่างที่ประชาชนเสนอเข้ามาท่านประธาน ก็ไปรับกับมือ แล้วท่านประธานก็ได้บรรจุไว้ก็คือร่างของสภาชนเผ่าพื้นเมือง ๓ ฉบับตอนนี้ ที่ท่านประธานส่งให้ท่านนายกรัฐมนตรีลงนาม เพราะท่านประธานมองว่ามันเป็นเรื่องของ การเงิน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญก็คือต้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นคนลงนาม เพราะฉะนั้น สิ่งที่มันขาดไปคือร่างของรัฐบาล ร่างของ ครม. อยู่ตรงไหน เราไม่อยากจะเห็นบรรยากาศ ของการทำงานกฎหมาย ๔ ร่างที่เสนอเข้ามาแล้วอีก ๑ ร่างของรัฐบาลมันขาดหายไปจาก บรรยากาศการประชุมในสภาแห่งนี้ท่านประธานครับ🔗

ประเด็นสุดท้ายครับ ร่างกฎหมายฉบับนี้ของภาคประชาชนโดยเฉพาะสภา ชนเผ่าพื้นเมืองใช้เวลาพัฒนาการมา ๑๐ กว่าปีกว่าจะได้มีโอกาสเสนอเข้าสภา แล้วร่างของ ประชาชนทั้ง ๒ ฉบับสร้างจากการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน มีการจัดเวทีทั้งลงพื้นที่ ทั้งการจัดแบบออนไลน์ (Online) ให้กฎหมายที่เขาต้องการเกิดจากการมีส่วนร่วมของ พี่น้องประชาชนให้มากที่สุด ให้กฎหมายที่เขารอคอยมานานให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาและ ออกกฎหมายที่เขาต้องการจริง ๆ🔗

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ผมได้อ่านเนื้อหากฎหมายทั้ง ๕ ร่าง ร่างของ ครม. ที่ผมได้มีโอกาสได้ไปร่วมแลกเปลี่ยนในเวทีนี้ ทั้ง ๕ ร่างนี้เนื้อหาไม่ค่อยมี ความแตกต่างอะไรเท่าไรนะครับ โดยสาระสำคัญมีความใกล้เคียงกันมากเลยแต่เป็นประเด็น ของการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายไม่ว่าประชาชน ไม่ว่าฝ่ายบริหาร ไม่ว่าฝ่ายสภา เพราะฉะนั้น สิ่งที่อยากจะฝากไปฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมการปฏิรูปรวมไปถึงนายกรัฐมนตรีครับ เราอยากจะเห็นร่างของกฎหมายทั้ง ๕ ร่าง รวมถึงร่างของ ครม. ได้มาบรรจุและพิจารณา ในสภาแห่งนี้ เราใช้เวทีกรรมาธิการในการโต้เถียง ในการพูดคุย ในการที่จะเสนอทางออก มาตราไหนที่เราเห็นร่วมกัน มาตราไหนที่เราแย้งก็ใช้เวทีกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ อยากจะฝากก็คืออยากจะเห็นร่างกฎหมายทั้ง ๕ ได้นำเข้าสู่การพิจารณาของสภา ผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ ขอบคุณมากท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านมานพครับ พอดี ท่านรัฐมนตรีอยู่แล้วนะครับ ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านพูดมานั้นก็ถึงท่านรัฐมนตรีโดยตรง ต่อไป ท่านวีระกร คำประกอบ เชิญครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อ ๗ นาทีที่จะให้วิเคราะห์วิจารณ์ในส่วน ของแผนปฏิรูปของรัฐบาล ซึ่งมีทั้งหมด ๑๓ เรื่องด้วยกัน ผมขออนุญาตพูดในเรื่องที่ ๑๐ คือเรื่องของพลังงาน ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าพูดถึงเรื่องพลังงานในประเทศไทย ผมว่าในสิ่งที่ท่านได้กล่าวไว้ เป้าหมายสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรปิโตรเลียมในการพัฒนา เศรษฐกิจยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยและสร้างรายได้ ให้กับประชาชนปัจจุบันนี้การพัฒนาปิโตรเลียมในระยะที่ ๔ ตามที่ท่านได้รายงานมา ในหนังสือฉบับนี้ การจัดทำการพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีคอล (Petrochemical) ระยะที่ ๔ ที่สามารถดำเนินการได้ทันทีในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ผมกราบเรียนตรงนี้ ก็เพื่อที่จะให้ท่านรัฐมนตรีอนุชา นาคาศัย ซึ่งนั่งรับฟังอยู่ในวันนี้ในฐานะตัวแทนของ คณะรัฐมนตรีได้รับทราบว่าทั้งหมดทั้งเล่มนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของการพลังงาน ผมก็ชื่นชม เพียงแต่ว่าอยากจะเสริมท่านสักนิดหนึ่งว่าลักษณะของการพัฒนาพลังงานของประเทศไทย พลังงานเดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นพลังงานในระบบโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) หรือพลังงาน แสงอาทิตย์มันก้าวไปไกลเยอะครับ ทำไมเราไม่เน้นในเรื่องของส่วนนี้ซึ่งเป็นพลังงาน สะอาดด้วยครับ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือปัจจุบันนี้เราใช้ก๊าซธรรมชาติในการเผา ทำกระแสไฟฟ้าเป็นส่วนใหญ่นะครับ ประมาณ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์เราใช้พลังงานจากการ เผามีเทนซึ่งได้จากโรงกลั่นของบริษัท ปตท. ที่เราทำโรงกลั่นออกมาแล้วเราก็ส่งมีเทนที่ได้ มีเทนก็คือซีเอช ๔ (CH4) ส่งไปให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเผาเกือบทั้งหมดเลยครับ ในปัจจุบันนี้ อยากจะเรียนท่านว่าเราสามารถที่จะเอาอย่างอื่นมาทดแทนพลังงานไฟฟ้าได้อย่างที่ผม กราบเรียนแล้วว่าในเรื่องของโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) หรือในเรื่องของการใช้ถ่านหินที่มี ค่าฮีตทิงแวลู (Heating Value) ที่สูง ๆ แล้วก็ให้เถ้าน้อยให้มลภาวะที่ต่ำมากสามารถที่จะมา ทดแทนได้ สาเหตุที่ผมพูดเรื่องนี้ก็เพราะว่าผมอยากจะเห็นการใช้โรงงานปิโตรเคมิคอล (Petrochemical) ในโรงแยกก๊าซให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรด้วยครับ ดังที่ท่านได้ตั้ง จุดหมายไว้ว่าเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน จะเพิ่มได้อย่างไรล่ะครับ ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าเราลืมเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศมาโดยตลอดครับ ประเทศไทย ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร และพื้นที่กว่า ๖๐๐ ล้านไร่เป็นพื้นที่การเกษตร ผมถามว่าเรามีโรงปุ๋ยหรือเปล่า ประเทศไทยขาดแคลนโรงปุ๋ย ทั้งโรงงานปุ๋ยยูเรีย (Urea) ซึ่งเราสามารถเอามีเทนที่จะไปเผาทำกระแสไฟฟ้าแบ่งมาส่วนหนึ่งสิครับ เอามีเทนมาทำปุ๋ย ยูเรีย (Urea) ให้กับประชาชน ปุ๋ยยูเรีย (Urea) เป็นสารประกอบอันเกิดจากแอมโมเนีย บวกกับคาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์มันเหลือเฟือที่ออกมาจากโรงกลั่นตอนนี้ ก็ทิ้งหมด ออกมาก็ทิ้งหมด โดยน้ำหนักมีส่วนผสมของคาร์บอนไดออกไซด์ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนัก ปุ๋ยยูเรีย (Urea) ที่เป็นเกล็ดขาว ๆ มันเป็นสารประกอบของแอมโมเนีย แอมโมเนียได้จากอะไร ก็ได้จากเอามีเทนมาครับ เพราะมีเทนก็คือซีเอช ๔ (CH4) เราก็ดึงมา เอาซีเอช ๔ (CH4) มาทำแอมโมเนีย แล้วเอาแอมโมเนียมาผสมกันกับคาร์บอนไดออกไซด์ ที่เผาทิ้งไปทุกวันนี่ ปล่อยทิ้งไปทุกวันเอามาผสมออกมาเป็นปุ๋ยยูเรีย (Urea) วันนี้ประเทศไทย เราขาดปุ๋ยยูเรีย (Urea) วันนี้ที่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านรัฐมนตรีพลังงานก็ดีที่ไปเจรจา ขอซื้อปุ๋ยยูเรีย (Urea) มาจากทางซาอุดีอาระเบียได้ถือเป็นเรื่องที่เป็นโชคดีของประเทศไทย ความขาดแคลนปุ๋ยยูเรีย (Urea) เป็นเอามาก ไม่ใช่ว่าราคาแพงขึ้นไปจน ๓ เท่าของปีที่แล้ว ปีที่แล้ว ๖๕๐ บาท ปีนี้ล่อเข้าไป ๑,๘๐๐ ๑,๙๐๐ บาท เพิ่มขึ้นมา ๓ เท่า ถึงเวลาหรือยัง ที่รัฐบาลจะมองดูว่าปัจจัยการผลิตที่สำคัญนอกเหนือจากที่ดิน นอกเหนือจากการ ชลประทานน้ำแล้วก็คือโรงงานปุ๋ย ผมเรียกร้องทุกเวทีล่ะครับที่จะให้รัฐบาลนี้สนใจที่จะทำ โรงงานปุ๋ยยูเรีย (Urea) ขอร้องเถอะการที่จะทำพลังงานให้เกิดขึ้นไม่จำเป็นต้องเผามีเทน เอามีเทนส่วนหนึ่งดึงเอามาทำโรงงานปุ๋ยยูเรีย (Urea) วันนี้ต้องเกิดได้แล้วครับ มาบตาพุดก็ดี หรือจะเป็นอีอีซี (EEC) แห่งใหม่ก็ดี ซึ่งเรามีโรงแยกแก๊สขนาดใหญ่ โรงแยกแก๊สเรามี คาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเต็มที่อยู่แล้วไม่ต้องซื้อ ที่ต้องทำก็คืออย่างเดียวแทนที่จะเอา มีเทนส่งไปให้โรงเผาทำไฟฟ้าเอามีเทนส่วนหนึ่งครับ ขอแค่ส่วนเดียวเอามาเข้าโรงงานปุ๋ย ยูเรีย (Urea) อันนี้มันถึงจะตรงกับเป้าหมายที่รัฐบาลได้ตั้งไว้ในกิจกรรมปฏิรูปประเทศที่ ๔ กิจกรรมปฏิรูป ประเทศที่ ๔ ก็คือการพัฒนาปิโตรเลียมในระยะที่ ๔ ท่านเขียนไว้ชัดเจนครับในเรื่อง เป้าหมาย สร้างรายได้ให้กับประชาชน วันนี้ที่ท่านสร้างมันคือรายได้ของโรงแยกแก๊ส โรงงาน เคมีของคนร่ำคนรวย ของนายทุนทั้งหลาย ของบริษัทใหญ่ ๆ ท่านลืมนึกถึงเกษตรกร ๖๐ เปอร์เซ็นต์ที่เป็นเจ้าของประเทศ ไม่มีโรงงานปุ๋ยยูเรีย (Urea) พูดถึงโรงงานปุ๋ยยูเรีย (Urea) ก็ยังมีปุ๋ยอีกชนิดหนึ่งที่เรามีทรัพยากรมหาศาลก็คือปุ๋ยโพแทช (Potash) ซึ่งปุ๋ยยูเรีย (Urea) เราใช้ประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ในปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นปาล์มน้ำมันของท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชนชาวนาที่ปลูกข้าวในบ้านผม หรือบ้านท่านรัฐมนตรีอนุชา หรือบ้านของท่านอนุชาจากพิษณุโลก หรือว่าท่าน ส.ส. บุญยิ่งของราชบุรี ล้วนแล้วแต่เป็น ชาวนาทำการเกษตรทั้งนั้นครับ เพราะฉะนั้นปุ๋ยโพแทช (Potash) เรามีตั้ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านตัน อยู่ที่ชัยภูมิ อยู่ที่อุดรธานี อยู่ที่โคราช ทำไมไม่คิดทำโรงงานปุ๋ยครับ เขามีคนได้ สัมปทานเหมืองปุ๋ยโพแทช (Potash) เรียบร้อยแล้ว เขาพร้อมที่จะส่งให้กับโรงงาน แต่ประเทศไทยที่ได้เซ็นสัญญาไว้เมื่อ ๔๐ ปีที่แล้วว่าจะมีโรงงานปุ๋ยอาเซียน (ASEAN) เพราะ เรามีโพแทช (Potash) มากที่สุดในภูมิภาคนี้คือ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านตัน เราใช้โพแทช (Potash) ปีหนึ่งประมาณ ๑ ล้านตัน เราใช้ ๔๐๐ ล้าน เราใช้ ๔๐๐,๐๐๐ ปีถึงจะหมด ๔๐๐,๐๐๐ ปี แต่เราทำไมต้องไปซื้อปุ๋ยเขามาใช้ล่ะครับ ทุกวันนี้ต้องนำเข้าโพแทช (Potash) ปีหนึ่งครับ ถ้าปีนี้ผมเข้าใจว่าไม่ต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะโพแทช (Potash) อย่างเดียว เพราะฉะนั้นทำไมเราไม่คิดทำโรงงานปุ๋ยโพแทช (Potash) ล่ะครับ ก็ขอเรียนว่าแผนปฏิรูป ทั้งหมดปฏิรูปให้ใคร ถ้าท่านจะปฏิรูปให้กับประชาชน ชาวไร่ ชาวนา เกษตรกร ซึ่ง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ท่านต้องคิดแล้วว่าแผนปฏิรูป ๑๐ เรื่องนี้ไม่มีเรื่องของเกษตรกร แม้แต่นิดเดียวไปอยู่รวมกับเศรษฐกิจแต่ไม่มีการกล่าวถึงเกษตรกรเลย เพราะฉะนั้นวันนี้ ฝากท่านอนุชา นาคาศัย ที่เป็นตัวแทนของ ครม. วันนี้ ซึ่งก็เป็นผู้ที่มีความรักชาวนา และเกษตรกรอย่างยิ่ง ช่วยเข้า ครม. เอาเรื่องที่ผมพูดวันนี้การปฏิรูปเพื่อพี่น้องเกษตรกร ตั้งโรงงานปุ๋ยยูเรีย (Urea) ตั้งโรงงานปุ๋ยโพแทช (Potash) ให้กับเกษตรกรไทยโดยด่วนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรี เชิญนะครับ ผู้ชี้แจงใครก็ได้ครับ🔗

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ขออนุญาตครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรที่เคารพ กระผมขออนุญาตให้ข้อมูลชี้แจงในประเด็นที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สอบถามมานะครับ ในเรื่องของร่างวิธีพิจารณาคดีจราจรอันนี้ทางศาลยุติธรรมเป็นผู้จัดทำ แล้วในขณะนี้ก็ได้อยู่ระหว่างการจะรอบรรจุวาระเข้าสู่การประชุมของคณะรัฐมนตรีแล้วครับ ได้มีการสอบถามความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วครับ ก็ไม่น่าจะเกินเดือนกรกฎาคม น่าจะสามารถเข้าสู่วาระการประชุมของคณะรัฐมนตรีได้นะครับ🔗

ในส่วนประเด็นเรื่องการศึกษาที่ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้ให้ข้อแนะนำ มานะครับ เดี๋ยวผมจะขอน้อมรับไว้แล้วจะประสานกับทางกระทรวงศึกษาธิการในการที่จะ ดำเนินการแก้ไขปัญหา ทั้งในเรื่องของตัวการคัดกรองต่าง ๆ เรื่องของค่าอาหารกลางวัน หรือว่าเรื่องของครู🔗

ในส่วนเรื่องของ พ.ร.บ. ชาติพันธุ์ ก็กราบเรียนว่าในขณะนี้ทางกระทรวง วัฒนธรรมได้นำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เราได้มีการสอบถาม ความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็น่าจะบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมของคณะรัฐมนตรี ได้ในเร็ว ๆ นี้นะครับ🔗

ส่วนเรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพต่าง ๆ ที่มีส่วนราชการไปดำเนิน โครงการและมีผลกระทบ เดี๋ยวกระผมจะไปประสานกับหน่วยงานที่เป็นผู้ดำเนินการต่อไป🔗

แล้วก็ในเรื่องของการกระจายอำนาจ เดี๋ยวจะประสานกับทางคณะกรรมการ กระจายอำนาจในการที่จะรายงานความก้าวหน้าให้ท่านทราบต่อไป แล้วก็ขอกราบ ขอบพระคุณในเรื่องของโครงสร้างที่ให้ข้อแนะนำในเรื่องของโครงสร้างรายงาน ก็เดี๋ยวจะ รับไปพิจารณาดูว่าจะปรับปรุงให้อ่านง่ายได้อย่างไรบ้าง🔗

แล้วก็สุดท้าย เรื่องของพลังงานเดี๋ยวจะรับไปเพื่อพิจารณาไปประสานกับ ทางกระทรวงพลังงานต่อไปครับ ก็กราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ทุกท่านครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ในที่สุด เราก็ได้มีการซักถามแล้วก็ได้ตอบคำถามไปครบถ้วนพอสมควรนะครับ โดยสมาชิกได้มี โอกาสอภิปราย ๑๒ ท่าน ก็ถือว่าเรารับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามแผน การปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ครั้งที่ ๑๓ (เดือนกรกฎาคม-กันยายน ๒๕๖๔) และครั้งที่ ๑๔ (เดือนตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๖๕) แล้วครับ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีและท่านผู้แทนนะครับ🔗

วาระต่อไป ขออนุญาตสมาชิกมีเจ้าหน้าที่มารออยู่แล้ว สำหรับวาระที่ ๒.๑๑ เราพิจารณาไปแล้ว ที่เหลืออยู่ก็คือวาระที่ ๒.๑๒ และวาระที่ ๒.๑๓ เป็นเรื่องเดียวกัน แต่คนละปี🔗

๒.๑๒ รับทราบรายงานการพัฒนาระบบราชการ ประจำปี ๒๕๖๒🔗

๒.๑๓ รับทราบรายงานการพัฒนาระบบราชการ ประจำปี ๒๕๖๓🔗

ผมขออนุญาตที่ประชุม ขอนำมารวมพิจารณาด้วยกันแล้วก็มีเจ้าหน้าที่ มีท่านสมาชิกเสนอชื่อขออภิปรายมาแล้ว ๑ ท่าน ขออนุญาตว่าเราได้เห็นใจเจ้าหน้าที่ที่มารออยู่ทั้งวัน ขอเชิญเจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจง นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการ ก.พ.ร. นางสาวสุรุ่งลักษณ์ เมฆะอำนวยชัย รองเลขาธิการ ก.พ.ร. นางสาววิริยา เนตรน้อย ที่ปรึกษา การพัฒนาระบบราชการ นางศิริเนตร กล้าหาญ ที่ปรึกษาการพัฒนาระบบราชการ🔗

(ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการเข้าชี้แจงต่อที่ ประชุม)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออนุญาตว่าสำหรับ รายการนี้ขอให้ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ได้อภิปรายเลยครับ แล้วเผื่อมี ประเด็นอะไรทางฝ่ายเจ้าหน้าที่จะได้ชี้แจงครับ ขอเชิญสุพิศาลครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ก็คงจะต้องอภิปรายทั้ง ๒ เล่ม ขอบพระคุณที่ท่านได้อุตส่าห์ขมวดมา เพื่อให้รวดเร็ว ผมเข้าเอกสารทั้งปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓ ๒ เล่มนี้ของ ก.พ.ร. ปี ๒๕๖๒ นี้ เปิดไปที่ภารกิจครับ ภารกิจที่ ๔ ด้านนโยบายและการพัฒนาระบบราชการ ท่านตามผม ให้ทันนะครับ ในการขับเคลื่อนของภาครัฐโดยเฉพาะการรายงานนี้ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า รัฐบาลดิจิทัล (Digital) ดิจิทัลกัฟเวิร์นเมนต์ (Digital Government) ภาษาอังกฤษเขาใช้ อย่างนั้นครับ ในประเด็นของประเด็นที่เขียนไว้ในเอกสารรายงานในหน้ารายงานของ ภารกิจที่ ๔ นี้ คือการพัฒนา ได้หยิบยกเอาแผนพัฒนาของรัฐบาลดิจิทัล (Digital) ของ ประเทศไทย ปี ๒๕๖๐ และปี ๒๕๖๔ โดยเฉพาะขมวดเรื่องของการเชื่อมโยงระบบดิจิทัล (Digital) ทั้งหมดของหน่วยงานครับ ตั้งแต่กระบวนการทำงานไปถึงกระบวนการส่งมอบ และผลผลิต ในเนื้อหารายงานมี ๒ อัน คือในปี ๒๕๖๒ บอกว่าจะไม่เรียกสำเนาเอกสาร ทางราชการ ๖๐ หน่วย ช่วยชี้แจงว่า ๖๐ หน่วยนี่ในหน่วยรับงบประมาณของประเทศไทย ขณะนี้อยู่ในสภา อบต. เข้าไป ๗,๕๐๐ กว่า ที่รับอยู่ก็ ๒๐๐ กว่า ทั้งหมด ๖๐ นี่มันยังไม่ถึง ครึ่งเลยครับ แล้วท่านจะขยายไปอย่างไร บัตรประจำตัวไม่เอา สำเนาทะเบียนบ้านไม่ใช้ อีกหน่อยต้องแปะโป้งอย่างเดียว แปะโป้งแสดงตัวบุคคลครับ ใช้ไบโอ (Bio) อย่างเดียวพอ นี่แค่กระดาษใบเดียวยังจะขอสำเนาทุกอย่าง ไปถึงไหนแน่🔗

๒. การพัฒนาออกเอกสารของทางราชการในระบบดิจิทัล (Digital) ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ คณะรัฐมนตรีที่ปรากฏอยู่บอกว่าจะไม่ใช้แล้วครับ จะใช้รูปแบบเข้าสู่ข้อมูลดิจิทัล (Digital) ระบบนี้กลับมาสู่อีกเล่มหนึ่งครับ เล่มเดียวกัน เนื้อหาเรื่องเดียวกัน ภารกิจเดียวกัน ท่านครับหน้านี้เขียนเหมือนปีนี้เป๊ะเลยครับ ไม่มีผิดแม้ตัวอักษรเดียว ท่านเปิดดูเลยครับ ขับเคลื่อน เป๊ะเลยครับเปลี่ยนแต่รูปนิดเดียว ผมเขียนไว้ว่าเขียนเหมือนเดิมแต่ไส้ ทำไม รัฐบาลใช้วิธีง่าย ๆ อย่างนี้ครับ เปลี่ยนรูปสวย ๆ เปลี่ยนฟอร์ม (Form) ใหม่ แต่เทกต์ (Text) อันเดิม เอาใหม่ครับคิดให้มันทิงกิง (Thinking) หน่อยครับ อะไรที่มันงดงามเขียนลงไปเลย ความทันสมัย ในนี้ไม่มีรายงานครับท่านประธาน ก.พ.ร. บอกว่าการรับส่งหนังสือจะลด ต้นทุนกระดาษตั้งแต่คณะรัฐมนตรี ปี ๒๕๖๓ เป็นต้นมา อันที่ ๒ เรื่องการออกเอกสาร หลักฐานทางราชการที่เรียกว่าอีด็อกคิวเมนต์ (e-Document) ก็เช่นเดียวกัน อันที่ ๓ ก็คือ เรื่องระบบการค้าแบบดิจิทัล (Digital) ที่เป็นแพลตฟอร์ม (Platform) แห่งชาติทั้งหมด ที่เรียกว่าเนชันแนล ดิจิทัล เทรด แพลตฟอร์ม (National Digital Trade Platform) NDTP ซึ่งจะใช้เชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศเพิ่มต้นทุนแล้วก็นำเข้านำออกสินค้าจะทำให้เป็น ไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ผมว่าคณะรัฐบาลต้องทบทวนครับว่าอยู่ ๔.๐ หรือ ๐.๔ ในภาคเอกชนเขาปล่อยหมดเลย เขาจะปล่อยถึงควอนตัม (Quantum) แล้ว เราเริ่มดิจิทัล บิต (Digital Bit) เรื่องการค้า และคำว่าฟรี ๆ ท่านประธานครับ ผมเข้าคณะทำงานเข้าไป อภิปรายอยู่อันหนึ่งเรื่องแปรญัตติ การปฏิบัติราชการด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และ พ.ร.บ. นี้กำลังจะเข้าในรัฐสภาเร็ว ๆ นี้ พูดถึงเรื่องอะไรครับ เรื่องฟรีครับ รัฐบาลดิจิทัล (Digital) ในนั้นกฎหมายจะเขียนบอกว่าให้เสียค่าธรรมเนียมด้วย ผมสู้จนกระทั่งต้องเปลี่ยนเป็น ต้องฟรี ท่านครับฟรีจริง ๆ ไม่ใช่ฟรีเล่น ๆ ดิจิทัล (Digital) ต้องฟรีครับ คำว่า ฟรี ถ้าเปิด แพลตฟอร์ม (Platform) ของรัฐบาลมาปั๊บ รัฐบาลเปิดแพลตฟอร์ม (Platform) บอกว่าฟรี ผมไปดาวน์โหลด (Download) ก็ต้องฟรี ผมต้องไม่เสียตัวบิต (Bit) ท่านครับ ผมออกทีวี (TV) เวลากลับบ้านเจ้าหน้าที่ส่งมาให้ผม ๒๖ เมกะบิต (Megabit) ๒๖ เมกะบิต (Megabit) คือ ๒๖,๐๐๐ ตัวอักษร ๐ กับ ๑ ท่านประธานครับ ถ้าผมดาวน์โหลด (Download) จากตัว รัฐบาลเองไม่ส่งมาให้ผมโดยมีเว็บไซต์ (Web site) มีแพลตฟอร์ม (Platform) เสียสตางค์ ๒๖,๐๐๐ บิต (Bit) ตัวอักษรที่เรียกว่า ๐ กับ ๑ ผมจะถูกตัดจากระบบโทรศัพท์ที่ผมต้องจ่าย เหมาจ่าย ถ้าผมไม่เหมาจ่ายผมพรีเพด (Prepaid) เสียสตางค์ครับ เพราะผมไปดาวน์โหลด (Download) ข้อมูลมา นี่อย่างไรครับฟรีที่ไหน ไม่ฟรี ผมบอกว่ารัฐบาลกลับไปคิดใหม่ อะไรที่บอกว่าฟรีรัฐบาลต้องซับซิไดซ์ (Subsidize) ทั้งหมดบนอิเล็กทรอนิกส์ ปล่อยออกมา เลยครับ จะตั้งตู้เป็นตู้อิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ชาวบ้านเดินวอล์กอิน (Walk in) เอาทัมป์ไดรฟ์ (Thump Drive) ไปเสียบฟรี หรือถ้าจะเปิดบนแพลตฟอร์ม (Platform) คุณต้องไปพบพูดคุย กับดีลเลอร์ (Dealer) คือ ๓ บริษัทใหญ่ คิดค่าธรรมเนียมดิฉันนี่ถูก ๆ หน่อยรัฐบาลเพราะฉัน จะปล่อยให้ลูกค้าฟรี โดยลูกค้าที่เข้ามาแอตแทร็ก (Attract) ในแพลตฟอร์ม (Platform) ต้องไม่เสียสตางค์ ย้ำนะครับต้องไม่เสียเงิน เด็กนักเรียน นักศึกษาที่จะต้องเข้าไปสู่ระบบอี (E) ทั้งหมดจะต้องไม่เสียสตางค์ ไม่ใช่เขาซื้อโพรโมชัน (Promotion) มาแล้วต้องเสีย โพรโมชัน (Promotion) ที่เขาไปทำอย่างอื่น ดูหนังฟังเพลง ไปดาวน์โหลด (Download) ข้อมูล ของอิเล็กทรอนิกส์ของแพลตฟอร์ม (Platform) มาแล้วเสียสตางค์ครับ นี่ล่ะครับรัฐบาล ดิจิทัล (Digital) ที่ท่านเขียนไว้คราวหน้ามารายงาน ๒๕๖๔ ผมขอให้พัฒนามากกว่านี้ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ นางสาว พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ครับ🔗

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันขอเป็น ตัวแทนของรัฐบาลและของประชาชนด้วย ขอบพระคุณพี่อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ ที่มีความตั้งใจ ที่จะพัฒนาระบบราชการให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ดิฉันเห็นเจตจำนงที่ตั้งใจทำจริง ๆ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการเข้าสู่ระบบใหม่ ในการมีวิกฤติของประเทศนี้เราเห็นความจำเป็นของข้าราชการ ในวันที่ธุรกิจชะงักงัน มีวิกฤติต่าง ๆ ราชการจะสามารถเป็นตัวนำประเทศได้ แต่อย่างไร ก็แล้วแต่มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเคยสอนดิฉันว่าการเข้าสู่ระบบราชการนั้นเมื่อไรก็แล้วแต่ที่ได้เป็น ข้าราชการแล้วพ่อแม่จะเฉลิมฉลองเพราะรู้สึกว่าลูกหลานทุกคนมีความปลอดภัย ท่านค่ะ อย่าปลอดภัยจนลืมว่าประชาชนไม่ปลอดภัย ดิฉันขอให้ท่านได้เดินออกจากระบบแล้วก็ สร้างความปลอดภัยให้ประชาชนมีความสุขมากขึ้น ระบบคุณธรรม ระบบจริยธรรม สมาร์ต กัฟเวิร์นเมนต์ (Smart Government) โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานชวน หลีกภัย เป็นตัวอย่างดิฉันขอให้ท่านนำสิ่งนี้ได้ไปใช้ ที่ใด ๆ ที่มีความมืดเอาความสว่างใส่เข้าไป ให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ที่ข้าราชการเงินเดือนก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น พรรค ประชาธิปัตย์เองพยายามจะทำเรื่องของสวัสดิการบ้านให้ข้าราชการดีขึ้นด้วยนะคะ แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือว่าวันนี้ดิฉันเห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ ๆ ตั้งใจเข้าสู่ระบบราชการมากขึ้น เราเป็นโอกาสแล้วที่สามารถเลือกเฟ้นคนดี ๆ ที่มีจริยธรรม เด็กดีมีความสามารถ เก่งเหมือน ท่านอ้อนฟ้าเข้าสู่ระบบได้ก็ขอเป็นกำลังใจทุกท่านค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ สมาชิก มีอะไรจะสอบถามเชิญนะครับ ถ้ายังไม่มีเดี๋ยวให้เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงแล้วถ้าชี้แจงแล้วพวกเรา ติดใจสอบถามก็ยินดีครับ ขอเชิญครับ คุณอ้อนฟ้าเข้าไปในตู้เปิดหน้ากากแล้วเข้าตู้โน้น เสียงจะได้ชัดครับ🔗

นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการสำนักคณะกรรมการพัฒนาระบบ ราชการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพนะคะ ดิฉัน อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือสำนักงาน ก.พ.ร. ดิฉันก็ขอให้ข้อมูลต่อประเด็น ที่ท่านสมาชิกทั้ง ๒ ท่านได้กล่าวถึงทั้งท่านพลตำรวจตรี สุพิศาล แล้วก็ท่านพิมพ์รพีนะคะ ดิฉันคิดว่าดิฉันดีใจที่ได้รับฟังความเห็นจากท่านสมาชิกทั้งสองนะคะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เสียงดังอีกนิดนะครับ🔗

นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการสำนักคณะกรรมการพัฒนาระบบ ราชการ

ได้ค่ะ ดิฉันรู้สึกดีใจที่ว่าท่านทั้งสองได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบราชการ โดยเฉพาะเรื่องของการพัฒนารัฐบาลให้เป็นดิจิทัล (Digital) มากขึ้น ดิฉันต้องขอเรียนว่า ประเด็นที่ท่านพิมพ์รพีพูดถึงการทำราชการให้มีระบบคุณธรรม มีจริยธรรม มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตรงนี้ได้การนำดิจิทัล (Digital) เข้ามาใช้ในระบบราชการเป็น ทางเลือกหนึ่งและเป็นทางออกที่สำคัญประการหนึ่งเลยค่ะ การทำงานโดยระบบดิจิทัล (Digital) นั้นจะมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบข้อมูลทั้งหลายทั้งปวงได้และป้องกันการ ทุจริตต่าง ๆ ได้ แล้วนอกจากนั้นยังทำให้ประสิทธิภาพประสิทธิผลที่จะตอบสนองต่อความ ต้องการของประชาชนดีขึ้นมาก ดิฉันก็ถึงดีใจว่าท่านสุพิศาลได้ให้คอมเมนต์ (Comment) ในเรื่องนี้ค่อนข้างเยอะ ต้องขอนำเรียนว่าการเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital) ไม่ค่อยง่ายนัก ในราชการที่เรามีเอกสารเป็นกระดาษเป็นจำนวนมาก การแปลงเอกสารเป็นดิจิทัล (Digital) ตามที่ได้รายงานอยู่ในเล่มรายงานทั้ง ๒ ปี ก็เป็นประเด็นสำคัญอันหนึ่งที่เราพยายาม เร่งทำกับหน่วยงานต่าง ๆ ขอเรียนว่าที่ท่านได้สอบถามว่าการไม่เรียกสำเนาเอกสารมีเพียง แค่ ๖๐ หน่วยงานนั้น ต้องขอเรียนว่าเป็นหน่วยงานที่สามารถทำได้ครบทุกกระบวนงาน เพราะว่าต้องขอเรียนว่าทุกหน่วยงานต้องปฏิบัติตามมติ ครม. นี้แล้วแต่ยังไม่ครบ ทุกกระบวนงาน เนื่องจากมีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง เช่น การใช้เครื่องอ่านการ์ดรีดเดอร์ (Card Reader) บัตรประชาชน เป็นต้น เพราะฉะนั้น ๖๐ หน่วยงานในปี ๒๕๖๒ ก็คือ สามารถทำได้ครบทุกกระบวนงาน ซึ่งต้องขอเรียนว่าโดยรวม ณ วันนี้ประมาณในปี ๒๕๖๕ ข้อมูลที่เราเก็บมาล่าสุดนี่ส่วนราชการระดับกรมทั้งหมดไม่เรียกเอกสารประมาณ ๖๕.๙๕ เปอร์เซ็นต์ องค์การมหาชนอีกประมาณ ๖๕.๗๓ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือสิ่งที่เราพยายามเร่ง ต้องขอเรียนว่าหลายหน่วยงานก็ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณอยู่บ้าง🔗

สำหรับเรื่องของเนชันแนล ดิจิทัล เทรด แพลตฟอร์ม (National Digital Trade Platform) ที่ท่านพลตำรวจตรี สุพิศาล ได้ให้ความเห็น ก็ต้องขอเรียนว่าเป็นเรื่องที่ เราทำกับภาคเอกชนมีประชุมเอกชนมาร่วมมือกับเรา แล้วถ้าประเทศไทยทำตรงนี้ได้สำเร็จ ก็จะเป็นประเทศที่ ๒ ในอาเซียน (ASEAN) ต่อจากประเทศสิงคโปร์ ในเบื้องต้นก็ขอนำ กราบเรียนข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ สมาชิก มีอะไรจะสอบถามไหมครับ ถ้าไม่มีสอบถามเพิ่มเติมก็ถือว่าเราจบการรับทราบรายงาน ของการพัฒนาระบบราชการประจำปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓ ขอขอบคุณครับ ขออภัยด้วย รอเวลานาน ใช้เวลานาน ขออภัยด้วยครับ สมาชิกที่เคารพก็วันนี้เราก็พิจารณาได้ไปตามที่ กำหนดไว้ให้พอสมควร อยากเรียนพวกเราว่าเรื่องเพื่อทราบยังค้างอยู่มากซึ่งได้หารือ รอบนอกกันอยู่ว่าต้องขอความร่วมมือจากพวกเราว่าเรื่องเพื่อทราบไม่ได้ลงมติถ้าเรา จะร่วมกันในการพิจารณา เช่นเสนอแนะแปลว่าจัดสัดส่วนการอภิปราย เช่นพรรคเพื่อไทย มีจำนวน ส.ส. มากก็มากหน่อย พรรคพลังประชารัฐมี ส.ส. มากก็มากหน่อย พรรคก้าวไกล พรรคภูมิใจไทย หรือพรรคประชาธิปัตย์มีเสียงน้อยกว่าก็ไปตามสัดส่วน หารือกันถึงขนาดนั้น แต่ว่ายังไม่สำเร็จครับ อันนี้ก็ต้องเรียนพวกเราต่อไป เพราะว่ามันมีวาระที่เป็นผลงานพวกเรา อันนี้เป็นเรื่องของหน่วยงาน แต่ผลงานพวกเราจำเป็นที่ยังค้างอยู่หลายเรื่องที่อยากจะให้ได้ ออกไปเพราะจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือเราที่เป็น สมาชิกอวดได้ว่าท่านมีผลงานได้ออกไปครับ เรียนที่ประชุมรับทราบครับ วันนี้ก็เราใช้เวลา พอสมควรครับ ขอขอบพระคุณสมาชิกทุกท่านครับ ขอปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๙.๐๔ นาฬิกา