รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ และวันศุกร์ที่ ๒๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
ณ อาคารรัฐสภา
-------------------
ท่านสมาชิก ที่เคารพครับ ก่อนที่ผมจะอนุญาตให้สมาชิกได้อภิปรายต่อ ผมขออนุญาตแจ้งเรื่องสรุป เวลาการอภิปราย การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ดังนี้นะครับ ระยะเวลาการอภิปรายที่ใช้ไปทั้งหมดเมื่อวานนี้ ๑๑ ชั่วโมง ๔๐ นาทีนะครับ ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาได้รับจัดสรร ๖ ชั่วโมง สมาชิกวุฒิสภา ได้ใช้เวลาไปแล้ว ๓ ชั่วโมง ๔ นาที คงเหลือเวลา ๒ ชั่วโมง ๕๕ นาที ๔๕ วินาที พรรคร่วม ฝ่ายรัฐบาลจัดสรร ๖ ชั่วโมงเช่นกัน ใช้เวลาไปแล้ว ๔ ชั่วโมง ๑ นาที ๓๗ วินาที คงเหลือ เวลา ๑ ชั่วโมง ๕๘ นาที ๒๓ วินาที พรรคร่วมฝ่ายค้านได้เวลาจัดสรร ๖ ชั่วโมง ฝ่ายค้าน ใช้เวลาไปแล้ว ๔ ชั่วโมง ๒ นาที คงเหลือเวลา ๑ ชั่วโมง ๕๗ นาที ๔๘ วินาทีนะครับ ดังนั้น จะเห็นได้ว่าเวลาของพรรคร่วมฝ่ายค้านกับเวลาของฝ่ายรัฐบาล เหลือเกือบ ๒ ชั่วโมง ฝ่ายละเกือบ ๒ ชั่วโมงเท่า ๆ กันนะครับ ส่วนวุฒิสภาเนื่องจากไม่ต้องแถลงตอนเสนอร่าง จึงเหลือเวลา ๒ ชั่วโมง ๕๕ นาทีนะครับ ดังนั้นขอให้ท่านทราบเพื่อที่จะได้ดำเนินการ ให้เป็นไปตามนี้ แล้วก็เข้าใจว่าคงจะจบเวลาประมาณ ๑๗.๐๐ นาฬิกาครับ ผมขอดำเนินการ ต่อนะครับ ขอโทษนะครับ ผมยังไม่ได้เปิดประชุมครับ เมื่อสักครู่ชี้แจงก่อนครับ🔗
ท่านสมาชิก ครับขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อเข้าประชุมจำนวน ๓๘๕ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิด ประชุมเพื่อดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี🔗
ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วน🔗
๑. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ซึ่งนายไพบูลย์ นิติตะวัน กับคณะ เป็นผู้เสนอ พิจารณาต่อจากการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ ๒๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๔🔗
สืบเนื่องจากการประชุมเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... เมื่อวานนี้ที่ประชุมเห็นชอบให้นำร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม ทำนองเดียวกันอีก ๑๒ ฉบับ ตามระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๒ ถึง ๑๓ ขึ้นมา พิจารณารวมกันไป เมื่อผู้เสนอได้แถลงหลักการและเหตุผลร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม ทั้ง ๑๓ ฉบับแล้ว ได้มีสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นจนได้เวลาพอสมควร ประธานของ ที่ประชุมได้สั่งปิดการประชุมมาเพื่อพิจารณาต่อในวันนี้ ดังนั้นผมขอดำเนินการต่อเลย นะครับ ท่านวิรัชเชิญครับ มีอะไรจะหารือครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาแล้วก็ประธานวิป (Whip) รัฐบาล ก่อนอื่นผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าเวลาท่านประธานควบคุมในการอภิปราย ด้วยความเคารพเลยครับท่านประธานครับ เมื่อวานก็มีการปะทะกันบ้างเป็นครั้งเป็นคราว แต่มันก็ออกจะรู้สึกว่าเริ่มจะหนักขึ้น การพูดเสียดสีไม่ว่าจะว่าในลักษณะที่บ่งบอกออกมาว่า ส.ส. เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่ ส.ว. ตรงนี้ท่านประธานต้องตัดบทเลย ถ้าเผื่อท่านประธานไม่ตัดบท วันนี้ก็จะมีอารมณ์ที่คั่งค้าง อย่างช่วงเมื่อคืนก็เช่นเดียวกันครับท่านประธาน ก็ต้องเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพอีกเช่นเดียวกัน ตอนช่วงสุดท้ายท่านประธานปล่อยให้มีการ อภิปรายโดยที่ท่านประธานไม่ได้ตักเตือนเลย แล้วผมเองก็พยายามที่จะให้ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายให้อยู่ในกรอบ ไม่มีการพาดพิงซึ่งกันและกัน จนวันนี้ ท่านประธานครับ เช้าขึ้นมาก็มีข่าวไปทำนองโน้นทำนองนี้ ผมก็เลยเรียนว่าอะไรก็ตามที เราคุยกันด้วยเหตุและด้วยผล และในขณะเดียวกัน ท่านประธานครับ ที่ท่านประธาน อ่านเมื่อสักครู่นี้เกี่ยวกับเรื่องเวลาส่วนที่เหลือ ตรงนี้ก็เป็นปัญหาหนักอีกเช่นเดียวกัน วันนี้ อยากให้ท่านประธานนี่ใครจะอภิปรายเรื่องอะไรก็ตามที ฝ่ายรัฐบาลเหลือ ๑ ชั่วโมง ๕๘ นาที ท่านประธานบอกมาเลยครับ เดี๋ยวผมจะส่งไปอีก ๕๘ นาที ในส่วนของวุฒิสภา เหลืออีก ๒ ชั่วโมง ๕๕ นาที ก็ส่งมาอีกครับสักชั่วโมงหนึ่ง แต่วันนี้ส่งกันแบบไหนครับ ท่านประธาน ด้านหน้า ส่งทีละ ๒ คน ๒ ท่าน ท่านละ ๗ นาที ๑๐ นาที เหมือนกับคุมเชิงกัน ท่านประธานครับ วันนี้ผมอยากเรียนท่านประธานว่าอยากให้ทุกฝ่ายเราร่วมมือร่วมใจกัน เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อเลต (Late) ไปเรื่อย ผมคิดว่าบรรดาท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อยู่ได้ครับถึงแน่นอน แต่ถ้าเผื่อถึงในตอนช่วงนั้นถ้าองค์ประชุมไม่ครบจะทำอย่างไร อันนี้ ก็ต้องเรียนท่านประธาน เพราะฉะนั้นก็ต้องฝากท่านประธานด้วยว่าวันนี้ให้ท่านดูแล การประชุมอย่างเคร่งครัดนะครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ สำหรับเรื่องที่ท่านพูด ๒ เรื่อง หารือ ๒ เรื่องว่าเรื่องหนึ่งผมไม่ค่อยห้ามการโต้เถียงกัน การที่จะไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับพูดจาเสียดสีอะไรนี่นะครับ เมื่อผมดำเนินการอย่างนี้จะมี สมาชิกตอบโต้กันโดยไม่ฟัง ผมก็รู้สึกว่าเป็นการเสียเวลามากโต้ไปโต้มา แล้วก็ถึงขั้นด่ากัน เลย อย่างนี้ผมก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นว่ามาก็ทนไปนิดทนไปหน่อย ใครใช้วาจาที่ ไม่สุภาพ สมควร สมาชิกก็รู้กันอยู่ ประชาชนทางบ้านที่ฟังก็รู้กันอยู่ แต่ถ้าผมไปขัดจังหวะ เมื่อไรจะลุกขึ้นมากันอีกหลายท่านนะครับ ดังนั้นอันไหนที่ไม่ได้เกินเลยไปมากนะครับ เพียงแต่เป็นการพูดจาที่ไม่เหมาะสม ผมก็ปล่อยบ้างนะครับ ส่วนเรื่องเวลาเมื่อสักครู่นี้ จะเสนอชื่อขึ้นมานะครับกำหนดให้ผมเลย เลือกให้ใครขึ้นก่อนนะครับ อย่างบัญชีตอนนี้ อยู่ไหนครับท่านเลขาธิการ มาแล้วครับ ส.ส. ฝ่ายค้านก็ยื่นมาท่านเดียว ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ยื่นมาเยอะหน่อย ส่วนวุฒิสภายื่นมา ๓ คน แต่ผมจะจัดลำดับตามนี้เนื่องจากสมาชิกวุฒิสภา เหลือมากนะครับ ดังนั้นในบางช่วงผมก็คงจะต้องให้วุฒิสภาพูด ๒ คนแล้วค่อยกลับมา นะครับ มิฉะนั้นเมื่อครบเวลา ๒ ชั่วโมงของ ๒ ฝ่ายแล้วนะครับต้องฟังแบบวุฒิสภาพูด เพราะฉะนั้นผมก็ขออนุญาตว่าอย่าหาว่าผมไม่เป็นกลางหรือลำเอียงอะไรเลย ผมบริหาร จัดการอย่างนี้ ขออนุญาตนะครับ ดำเนินการต่อเพื่อไม่ให้เสียเวลา ลำดับแรกผมขอเชิญ ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ พรรคภูมิใจไทย แล้วหลังจากนั้นจะเป็นท่านดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม นะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลสำนักแต้ว ตำบลสำนักขามของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุด เป็นวลีที่พวกเราพูดกันตลอดมา ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญคือกฎหมายขับเคลื่อน ๓ เครื่องยนต์ในระบอบประชาธิปไตยทั่วโลกครับ เครื่องยนต์ที่ ๑ ฝ่ายบริหารมีนายกรัฐมนตรีเป็นโชเฟอร์ (Chauffeur) เครื่องยนต์ที่ ๒ ฝ่าย นิติบัญญัติมีประธานรัฐสภาเป็นคนขับ เครื่องยนต์สุดท้ายครับเขาเรียกว่าเครื่องยนต์ ฝ่ายตุลาการมีประธานศาลฎีกาเป็นผู้นำครับ วันนี้ประชาธิปไตยสะดุด เครื่องยนต์มีปัญหา ครับ สาเหตุเกิดจากรัฐธรรมนูญหรือเครื่องยนต์ ๓ ฝ่ายมีปัญหากันแน่ นี่คือคำถามที่หลายคน อยากรู้คำตอบ ท่านประธานครับ ผมต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ คณะกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ คณะ ๒๑ ท่าน ท่านรู้ไหมครับวันนี้คณะกรรมการยกร่าง ๒๑ คน กำลังนั่งฟังพวกเราอยู่ว่า ส.ส. อภิปรายอย่างไร ว่า ส.ว. ตำหนิรัฐธรรมนูญนี้อย่างไร ท่านประธานครับวันนี้ในฐานะที่ท่าน ๒๑ คน ทำคลอดรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เป็นเวลา ๔ ปี เต็มแล้วครับ ถ้าเป็นเด็กก็เริ่มเดินได้แล้วครับ ปรากฏว่าเมื่อทำคลอดมามีลูก ๒ คนครับ ลูกคนที่ ๑ ส.ว. เพราะฉะนั้นวันนี้มีการทะเลาะกันทุกครั้งทั้งคำพูด การแสดงออก พูดแบบ ชาวบ้านบ้านผมเขาเรียกว่า ตีกันเละครับ ท่านประธานครับเรามาดูลูกคนโตก่อนมีทั้งหมด ๒๕๐ คนครับ ก็คือสมาชิกวุฒิสภาที่กรรมการยกร่างคลอดออกมา ท่านมาจากการแต่งตั้งครับ ท่านเป็น ส.ว. ที่โหวตนายกรัฐมนตรีได้ครับนี่คือรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ นี่คือสิ่งที่กรรมการยกร่าง ปี ๒๕๖๐ ฝากเป็นบาดแผลให้กับ ส.ว. โดยที่เขาไม่ได้ ตั้งใจครับ เขาไม่ได้เลือกที่จะทำ ๒ อย่างนี้ มาดูลูกคนเล็ก ๕๐๐ คนก็คือสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ผมก็เป็นหนึ่งในลูกคนนี้ครับหาว่าพ่อแม่รักไม่เท่ากันครับปัญหาเลยเกิดขึ้น มีคนถาม ว่าปัญหาเหล่านี้จะแก้อย่างไรครับท่านประธาน แก้รัฐธรรมนูญให้อยู่ด้วยกันได้ ถ้อยที ถ้อยอาศัย สำเร็จหรือไม่สำเร็จเดี๋ยวเรามาดูกันอีกไม่ถึง ๑๐ ชั่วโมงรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มีทั้งหมดเท่าไรครับท่านประธาน ๑๖ หมวด ๒๗๙ มาตรา พูดไปก็เวียนหัว ชาวบ้านไม่รู้เรื่อง หรอกครับ แต่ผมจะไปเจาะในรายละเอียดว่ารัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ มันมีหลายฉายาครับ ฉายาว่ารัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง รัฐธรรมนูญฉบับ คสช. และรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอด อำนาจ สุดท้ายครับ รัฐธรรมนูญฉบับมีชัย นี่คือฉายาของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ มีการเสนอต่อรัฐสภาแก้ ทั้งหมด ๑๓ ฉบับ เป็น ๑ ฉบับของพรรคพลังประชารัฐแกนนำ พรรครัฐบาล พรรคเพื่อไทย ๔ ฉบับ พรรคประชาธิปัตย์ ๖ ฉบับ และพรรคภูมิใจไทยของผม ๒ ฉบับ ท่านประธานครับ วันนี้เองผมขออภิปรายในร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๗ ครับ เพื่อนสมาชิกวุฒิสภา เพื่อน ส.ส. ที่นั่งอยู่ครับลองเปิดดูว่าฉบับที่ ๗ นี้มันมีความหมาย อย่างไรท่านอย่าไปตีรวมว่า ๑๓ ฉบับมันเหมือนกันหมดไม่เหมือนครับ ลองไปดูฉบับที่ ๗ ของพรรคภูมิใจไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมคณะได้ยื่นมีพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคภูมิใจไทยของผม เรียกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่แก้ ฉบับที่ ๗ ร่างที่ ๗ ว่าฉบับเพื่อปากท้องประชาชน ท่านประธานครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญมีทั้งหมด ปี ๒๕๖๐ หมวด ๕ ว่าด้วยหน้าที่ของรัฐ หมวดนี้ครับท่านประธาน ๑๖ หมวด ไม่ค่อยมีใครพูดถึง แต่ผมจะพูดถึงหมวดนี้ครับ หมวด ๕ ประชาชนถามว่าการแก้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ประชาชนได้อะไร ผมก็เคยถามหลายครั้งแล้วนะครับ วันนี้นะครับมาตรา ๕๑ จนถึง มาตรา ๖๓ ในหมวด ๕ ระบุชัดเจนครับ รัฐต้องทำให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองจาก ทุกด้าน ประชาชนต้องติดตามหมวดนี้ มาตรา ๕๕ รัฐต้องดำเนินการบริหารสาธารณสุขอย่าง ทั่วถึง ให้ประชาชนมีความรู้เรื่องสุขภาพ ส่งเสริมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยรัฐต้องมี พัฒนาการบริหารด้านสาธารณสุข นี่ก็คือมาตราเดิมของมาตรา ๕๕ ครับแต่พรรคภูมิใจไทย บอกว่าแค่นี้ไม่พอครับท่านประธาน ขออีกมาตรา ๕๕/๑ แก้ไขว่าอย่างไร รัฐต้องจัดให้ ประชาชนได้รับรายได้พื้นฐานถ้วนหน้าอันจำเป็นต่อการดำรงชีพทั่วถึง นี่คือเนื้อหาสาระที่เรา จะเพิ่มให้กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เราเรียกว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับกินได้ครับ ผมเกิดที่จังหวัด สงขลาครับท่านประธาน ในสงขลาของเรามีไม่กี่เรื่องหรอกครับตอนเด็ก ๆ ๑. เรื่องการศึกษาปรากฏว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๔๙ บัญญัติไว้ชัดเจนนะครับ ทุกคนมีสิทธิได้เรียนหนังสือฟรี ๑๒ ปี นโยบายของรัฐบาลอภิสิทธิ์เขาบอกว่า ๑๕ ปี ต้องขอชมเชยใครทำดีเราก็ต้องชมเชยครับ รักษา ๓๐ บาททุกโรค โครงการนี้นะครับเกิดขึ้น เมื่อปี ๒๕๔๔ ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร สมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ทำดีเราก็ชมครับ เห็นไหมครับ การศึกษาสาธารณสุข ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ แล้ววันนี้พรรคภูมิใจไทยบอกว่าเรื่องรายได้ต้องระบุด้วยครับ ในมาตรา ๕๕/๑ รัฐต้อง สนับสนุนช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้ต่ำให้ดำรงชีวิตได้ ดูจากไหนครับ ตัวชี้วัด รายได้ ขั้นต่ำของสภาพัฒน์ ดูจากไหนครับ ดูกำลังการคลังของประเทศว่าสามารถจะจ่ายได้หรือไม่ ปัญหาความยากจนทั้งหมดครับรัฐธรรมนูญฉบับนี้โดยการนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมมั่นใจครับว่าจะสร้างความจดจำให้กับประชาชน และเป้าหมายของท่าน นายกรัฐมนตรีก็คือขจัดความยากจน เป้าหมายเดียวกับพรรคผมครับคือพรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้หมวด ๕ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ๑๒ มาตราพูดถึงสิ่งที่รัฐต้องจัดสรร ให้ประชาชนครับ เราไม่ได้แก้เพื่อตัวเอง แต่เราแก้เพื่อคนจนครับ และคนที่หาเช้ากินค่ำ ไม่พอ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ช่วยอะไรได้บ้าง ได้ครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะจัดสรรเงินรายได้ ให้กับประชาชนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ มีประมาณการไว้ประมาณ ๖ ล้านคน เมื่อเขามี รายได้เพิ่ม กลุ่มนี้ก็จะแคบลงเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น🔗
อีก ๑ คำถามครับ รัฐบาลเอาเงินที่ไหนครับ วันนี้เรามีเงินไปยังกระทรวง หน่วยงานต่าง ๆ ที่เป็นการช่วยเหลือผู้ยากไร้กระจัดกระจายไปทั่วครับ เราเอามากองเป็น กองเดียว อีกอย่างหนึ่งครับ รายได้จากไหนครับ รายได้จากการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ลดในเรื่อง ของอาชญากรรม เรื่องของยาเสพติด สุขภาพอนามัย ค่าใช้จ่ายเหล่านี้เมื่อลดลงเราก็สามารถ จะเอาเงินกองนี้ไปรวมให้กับคนยากไร้ได้ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คนไทยจะเรียกว่ารัฐธรรมนูญยาใจคนจน ขอให้เพื่อนสมาชิกวุฒิสภา เพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล สนับสนุนร่างที่ ๗ นะครับผมขอย้ำ ท่านไปอ่านดู ร่างที่ ๗ ของพรรคภูมิใจไทย แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕๕/๑ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับคนจน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ท่านดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาครับ วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมภาคภูมิใจ แล้วก็ได้มาแสดงข้อคิดเห็นที่เป็น ประโยชน์ในงานสำคัญ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ของคนทั้งประเทศ เป็นกฎหมายสูงสุดของคนทั้งประเทศ ผมเคารพและชื่นชม ส.ส. ทุกท่านที่ได้เสนอร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญมานะครับ ผมเองไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ด้วยเหตุผลว่า มันไม่ชอบด้วยกฎหมาย ด้วยเหตุผลเรื่องความจำเป็น ความได้สัดส่วน ได้อภิปรายไปแล้ว แล้ววันนี้ก็ขอบคุณครับที่ได้เสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาเป็นรายมาตรา เราก็จะมาพิจารณา กันครับ หลายมาตราผมเห็นด้วย แต่ก็มีหลายมาตราที่เรายังมีข้อกังวล เราอยากมีข้อแนะนำ อยากเสนอความคิดเห็น ในร่างทั้ง ๑๓ ฉบับ ถ้าเราจะจัดเป็นกลุ่มก็จะจัดได้ ๓ กลุ่ม กลุ่มแรกก็เป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน ดีครับ มาดูแลว่าจะเพิ่มสิทธิเสรีภาพ คุ้มครอง สิทธิเสรีภาพประชาชนอย่างไรได้บ้าง เรื่องกระบวนการยุติธรรม สิทธิในการปล่อยตัว หรือแม้กระทั่งในเรื่องพื้นฐานรายได้ที่พรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอเมื่อสักครู่ มีเรื่องหน้าที่และ อำนาจ ส.ส. ส.ว. ควรเป็นอะไร อย่างไร ส.ว. ควรจะเลือกนายกรัฐมนตรี ไม่เลือก นายกรัฐมนตรี ส.ส. ควรทำหน้าที่อย่างไร ควรจะแก้ไขอะไรให้ ส.ส. ไม่มีอุปสรรคในการทำ หน้าที่ อันนี้เป็นอีกกลุ่มหนึ่งครับ กลุ่มที่ ๓ ก็คือเรื่องระบบเลือกตั้งหรือการได้มาซึ่ง ส.ส. ที่จะเข้ามาสู่อำนาจในการทำหน้าที่ของท่าน ควรเป็นบัตร ๒ ใบ ควรเป็นเลือกคนที่ชอบ เลือกพรรคที่ใช่ ควรเป็น ๔๐๐ คนจะทำงานได้ดี กระจายในเขตเล็ก ๆ ควรเป็น ๑๐๐ คน ที่ให้คนทั้งประเทศได้เลือกเข้ามาเป็นตัวแทนประชาชนหรือไม่ อย่างไร อันนี้คือภาพรวม ทั้ง ๓ กลุ่ม ผมขอนำเสนออย่างนี้ครับว่าเรามีวิธีคิด มีหลักคิดอะไรที่จะสนับสนุนหรือไม่ สนับสนุน ผมจะมาเกี่ยวข้องแล้วก็ให้ความเห็นในเรื่องนี้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องหน้าที่และอำนาจของ ส.ส. ส.ว. ซึ่งจะไปเกี่ยวข้องผูกพันกับข้อเสนอยกเลิกแก้ไขมาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๘๕ ของ การทำหน้าที่ของ ส.ส. จะพูดถึงเรื่องการได้มาซึ่ง ส.ส. เรื่องบัตร ๒ ใบ เรื่อง ๔๐๐ บวก ๑๐๐ นี่ล่ะครับเราใช้หลักวิธีคิดอะไรว่าท่านจะเห็นด้วยกับเรื่องเหล่านี้ หรือไม่อย่างไร ผมขอ สไลด์🔗
ผมมีสไลด์ (Slide) ๒ แผ่นเท่านั้นเอง สไลด์ (Slide) เหล่านี้คือหลักการพื้นฐานที่เราจะใช้ตัดสินวินิจฉัยว่าเรา ควรจะสนับสนุนเห็นชอบหรือไม่อย่างไร การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทุกท่านเรียกร้อง คำสำคัญก็คือว่าต้องแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น อะไรที่มันไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่ การปกครองที่ประชาชนเป็นใหญ่เราต้องแก้ไข เรื่องประชาธิปไตยผมมีหลักคิดอยู่ ๒ ส่วน ด้วยกัน🔗
ส่วนแรกก็คือเรื่องของประชาธิปไตยในเชิงโครงสร้างการใช้อำนาจและ ส่วนที่ ๒ ผมคิดว่าประชาธิปไตยเกิดขึ้นเฉพาะเรื่องโครงสร้างการใช้อำนาจไม่ได้จะต้องเป็น เรื่องของพฤติกรรมและวิถีชีวิตของประชาชน สิ่งที่ท่านกำลังจะแก้และเสนอแก้มานี้มัน กระทบใน ๒ เรื่องนี้ ซึ่งผมขอมีความเห็นในส่วนแรกครับ ประชาธิปไตยในเชิงโครงสร้างการ ใช้อำนาจฉายภาพมาจะเห็นนะครับว่าอำนาจแท้ที่จริงก็คือปวงชนชาวไทยนี่ล่ะ อำนาจปวง ชนชาวไทยเราใช้ผ่านสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ยึดโยงคนทั้งชาติเป็นศูนย์รวมน้ำใจศูนย์รวม หัวใจนะครับ แล้วก็ผ่านการใช้อำนาจไปให้เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคล ๓ ฝ่ายด้วยกัน คนกลุ่มแรกหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกลุ่มแรกคือมีหน้าที่ออกกฎหมายครับ เราเรียกว่าฝ่ายนิติ บัญญัตินะครับ🔗
ส่วนที่ ๒ คือมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย เราเรียกว่าฝ่ายบริหาร แล้วก็ส่วนที่ ๓ มีหน้าที่ตัดสินการปฏิบัติตามกฎหมายของประชาชนของเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งหลายว่าเป็นไป ตามกฎหมายหรือไม่เราเรียกว่าฝ่ายตุลาการ หัวใจของระบอบประชาธิปไตยคือ ๓ อำนาจนี้ มันต้องแยกกันครับ มันต้องเป็นอิสระจากกัน เมื่อใดก็ตาม เวลาใดก็ตาม ถ้าอำนาจใดขาด อิสระถูกครอบงำโดยอำนาจองค์กรอื่น เมื่อนั้นมันไม่ใช่ประชาธิปไตยครับ ท่านจะเรียกว่า นายกรัฐมนตรีเผด็จการ ท่านจะเรียกว่ารัฐสภาเผด็จการ ท่านเอาหลัก ๆ นี้ไปจับครับ บางคนอาจจะงงว่าเอ๊ะมันมี ๓ ฝ่ายเท่านั้นหรือ องค์กรในประเทศไทยมีตั้งเยอะและบางอัน มันอยู่ในฝ่ายไหน อย่างไร ผมขอเรียนท่านว่าหลักใหญ่มี ๓ เสานี้ล่ะ แต่ประเทศไทย บริบทไทยเรามีปัญหาเฉพาะของเราเป็นประชาธิปไตยแบบไทยก็ต้องแก้ไขปัญหาในบริบท ของไทยเรา ฝ่ายบริหารครับคุมเลือกตั้งเองก็มีปัญหาว่าจะช่วยพวกตัวเองหรือเปล่า มีสำนักงานที่มาตรวจสอบภายในมาจับทุจริตอาจจะช่วยกันได้ไหม มีหน่วยบัญชีดูแลตัวเอง จะเข้าข้างลำเอียงฝ่ายบริหารด้วยกันหรือเปล่า เราออกแบบให้เป็นหน่วยองค์กรอิสระ ทั้งหลายครับ จริง ๆ แล้วก็คือฝ่ายบริหารนั่นเองแต่เป็นฝ่ายบริหารที่เป็นอิสระที่เราออกแบบ เข้ามา ในรัฐสภาล่ะครับทำไมเราถกกันว่าต้องมีสภาเดียวสองสภาก็บริบทไทยมันมีสภาเดียว แล้วมันมีปัญหาครับ มันมีปัญหาว่าฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร พอนิติบัญญัติเป็นพวกมาก ตั้งฝ่ายบริหาร แนวโน้มก็เป็นพวกเดียวกันได้ก็จะเห็นว่ามีบางช่วงเวลาที่มันเกิดเผด็จการ รัฐสภาได้ ประเทศไทยเราเลยออกแบบระบบสองสภาขึ้นมา ก็มีวุฒิสภา แล้วทำไมไม่เลือกตั้ง เลือกตั้งก็เป็นพวกเดียวกันก็ต้องมีที่มาที่ต่างกันเพื่อมาตรวจสอบถ่วงดุลอย่างไรครับ นี่คือที่มา และผมขอเรียนอย่างนี้ครับว่าทุกคนที่ทำหน้าที่ตามการใช้อำนาจในองค์กรของเรา ล้วนมีศักดิ์ศรี ล้วนมีความหมายความสำคัญเท่าเทียมกันครับ ไม่ใช่ว่าบางตำแหน่งที่จำเป็น เขาออกแบบมาว่าฝ่ายนิติบัญญัติต้องออกกฎหมายต้องใกล้ชิดประชาชนรู้ปัญหา เพราะฉะนั้นออกแบบให้ประชาชนเลือกมา ใช่ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่ออกกฎหมาย ที่ออกแบบให้ประชาชนเลือกมาจะสำคัญมากกว่าตำรวจ หมอ หรือสำคัญมากกว่าตุลาการ อันนี้คือเราล้วนเป็นคนที่ได้รับมอบหมายมาทั้งนั้น ดูง่าย ๆ ก็คือว่าถ้าท่านเกิดมาและ ท่านไม่ได้ติดตำแหน่งที่ท่านเป็นอยู่นี้ อันนั้นคือตำแหน่งที่มหาชนเขามอบหมายให้ท่าน ท่านมีหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้นเองครับ ไม่ได้สำคัญมากกว่าใคร เลย อันนี้ผมขอทำความเข้าใจ ปัญหาก็คือว่ามาตรา ๑๔๔ กับมาตรา ๑๘๕ มันเกี่ยวอะไร กับโครงสร้างนี้ ผมมองว่าถ้าให้ฝ่ายนิติบัญญัติมีอำนาจไปปรับลดงบประมาณของทางบริหาร หรือมีอำนาจในการแทรกแซงก้าวก่ายงานประจำ การแต่งตั้งโยกย้าย อันนี้มันคือ การแทรกแซงครับทำให้ฝ่ายบริหารไม่เป็นอิสระ และตรงนี้ก็จะเป็นปัญหาในการปฏิบัติงาน บริหารราชการแผ่นดินต่อไป ผมไม่เห็นด้วยนะที่จะให้หน้าที่ของท่านที่ต้องทำหน้าที่สำคัญ อยู่แล้ว แล้วก็ลงไปบริหารจัดการในพื้นที่เสียเอง ผมมีประสบการณ์ครับ เมื่อผมเป็น ปลัดอำเภอ ประมาณปี ๒๕๓๐ เราประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เราเอาปัญหาที่เกิดขึ้นกับ ชาวบ้านมาทำมาแก้ผมได้ทุกรางวัล แหล่งน้ำขนาดเล็กดีเด่น ทำแหล่งน้ำ ๑๒ กิโลเมตร โดยไม่ใช้เงินงบประมาณ จัดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ก่อนหน้านั้นมีกำนันถูกยิงในตัว ๑๒๙ นัด ที่อำเภอบรรพตพิสัย ไปดูประวัติศาสตร์ได้ เราจัดการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมไม่มี การฆ่ากันตาย คนมาใช้สิทธิสูงที่สุดในจังหวัด เราทำสำนักทะเบียนดีเด่น จัดระบบระเบียบ เป็นที่ยอมรับ ผมได้รางวัลระดับประเทศ มีอยู่วันหนึ่งครับ ผมเห็นปัญหาเรื่องนี้ มี ส.ส. ท่านหนึ่ง ท่านไปแกะปัญหาที่ชาวบ้านยังไม่ได้บอกทางการ แล้วก็เอาไปเรียนรัฐมนตรีที่มา ตรวจงานครับ บอกนี่ปัญหานั่นปัญหานี้ ผมเข่าแทบทรุดเลย ผิดหวังขมขื่นมาก เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องดูแลประชาชนแต่ให้มีปัญหาของประชาชน ไปให้ ส.ส. ไปให้ รัฐมนตรีมาตำหนิเรา ผมก็บอกพี่น้องประชาชนว่าอย่างนี้มันไม่เป็นธรรมกับผมนะ เรื่องที่ ท่านเดือดร้อนท่านมาบอกอำเภอ บอกนายอำเภอ บอกผู้ว่าราชการจังหวัด เขาก็แก้ ได้แล้ว ถ้าอย่างนี้ทุกเรื่องก็ไม่ต้องบอกเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ต้องสนใจทำงาน ก็บอกแต่ ส.ส. เป็นต้น เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้นะครับ มาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๘๕ ผมเห็นว่า จำเป็นจะต้องพิจารณาให้ดีครับ ถ้าเกิดผ่านหลักการในรอบแรกผมเห็นว่าจะต้องมาดูเนื้อหา สาระให้ดี อย่าให้เกิดการก้าวก่ายแทรกแซงอำนาจระหว่างกันได้ ท่านต้องออกกฎหมาย ท่านไม่ควรไปลงมือบริหารเสียเอง อันนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าผมมีเวลา โดยสั้น ๆ ขอสไลด์อีกแผ่นหนึ่งครับ เรื่องนี้เป็น เรื่องสำคัญที่สุดอันหนึ่งนะครับ ก็คือว่าการพัฒนาประชาธิปไตยในเชิงพฤติกรรมจำเป็นต้องมี ๒ ส่วนนี้ พลเมืองต้องเป็นพลเมืองที่ดีครับ มีวิถีประชาธิปไตย ตรงนี้เราเน้นครับ เราศึกษา เยอรมันเราศึกษา ญี่ปุ่นเราศึกษา เกาหลีใต้ ทำไมเขาสร้างคนของเขาอย่างไรที่รองรับสอดคล้องกับประชาธิปไตย เขาเน้นกันไม่กี่เรื่อง ก็คือเรื่องการเคารพคนอื่น ยอมรับเสียงส่วนใหญ่และฟังเสียงส่วนน้อย รู้จักรับผิดชอบต่อ ส่วนรวม ไม่เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ถ้าคนของประเทศเราเห็นดีคนอื่น แล้วสำรวจชั่วของ ตัวเอง เรื่องเหล่านี้เรามีส่วนรับผิดบ้างหรือไม่อย่างไร บ้านเมืองเจริญแน่ ๆ ครับ แต่เรื่อง เหล่านี้แน่นอนระบบการศึกษาข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติเราต้องสอนลูกสอนหลานให้ไปนั่งฟัง สภาตำบลเขาคุยกัน เขาทำงานกัน อันนี้ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของ พรรคการเมืองครับ พรรคการเมืองต้องเป็นของประชาชน แน่นอนครับ ณ วันนี้ประชาชน อาจจะมีส่วนร่วมน้อย แต่เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองทุกพรรค เป็นหน้าที่ของคนทุกคน ต้องช่วยพรรคการเมืองให้เป็นพรรคการเมืองของประชาชน ให้ประชาชนมีสิทธิ มีเสียง มีส่วนร่วมได้เรียนรู้ทางการเมือง พรรคการเมืองต้องสร้างผู้นำที่ดี พรรคการเมืองต้องสร้าง พลเมืองที่ดีให้เกิดขึ้น และในกระบวนการที่สมาชิกจะมีส่วนร่วมกับพรรคการเมืองนี้เอง ที่เป็นการเรียนรู้ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ขณะนี้มีการขอแก้ไขเรื่องการเลือกผู้สมัครที่ต้อง ให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการคัดเลือก ก็คือการทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) น่าเสียดายมาก ถ้าพรรคการเมืองของท่านไม่สร้างให้มีสมาชิกมามีส่วนร่วม ทั้งเรื่องการกำหนดนโยบายอะไร ต่าง ๆ นะครับ แล้วท่านตัดเรื่องนี้ออกไปมันเป็นการหยุดการพัฒนาประชาธิปไตยของ ประเทศของเรา ผมคิดว่าในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมืองพยายามออกแบบให้จำนวนสมาชิกมีจำนวนสมาชิกที่กำหนด มีคุณสมบัติ สมาชิก มีเรื่องเงินทุนไม่เอามาจากที่อื่น ให้สมาชิกได้มีส่วนร่วม การบริหารต้องสมาชิก มีส่วนเกี่ยวข้อง มีสาขาพรรค มีการให้ความรู้ มีการประชุม เรื่องเหล่านี้ความจริงมันเป็น ปัญหาทางปฏิบัติครับ ผมได้พูดคุยหาข้อมูลจากพรรคการเมืองทุกพรรคเห็นว่าหลายเรื่อง เราแก้ได้เราทำได้ถ้าเราจะทำ หลายเรื่องไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญ แก้ พ.ร.บ. ประกอบ รัฐธรรมนูญก็ได้ครับ แล้วก็ผมฝากไว้ผมไม่เห็นด้วยที่จะเอารัฐธรรมนูญไปตัดตอน ไม่ให้ประชาชนมามีส่วนร่วมในการสร้างพรรคการเมือง ผมคิดว่าความเห็นผมใน ๒ เรื่องนี้ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกในการที่จะเห็นชอบ ไม่เห็นชอบกับร่างทั้ง ๑๓ ร่าง ในส่วน ที่เกี่ยวข้องนะครับ เพราะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพผมก็ยังไม่ได้อภิปราย หลายเรื่อง ผมเห็นด้วยนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา พรรคก้าวไกล แล้วกลับมาท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นะครับ🔗
ผมพรรคก้าวไกลครับ ยังไม่ได้ย้ายอะไรครับ🔗
ท่านพรรคก้าวไกลใช่ไหมครับ🔗
พรรคก้าวไกลครับท่าน🔗
ใช่ครับ🔗
เรียนประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล ขออภิปรายให้ความเห็นต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องของระบบ การเลือกตั้งที่เสนอโดยหลายท่านด้วยกัน โดยมีเนื้อหาใกล้เคียงกัน คือให้ใช้ระบบเลือกตั้ง แบบรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งในหลักวิชาการเราเรียกว่าเป็นระบบมิกซ์ เมมเบอร์ เมจอร์ริตี (Mixed Member Majority) เอ็มเอ็มเอ็ม (MMM) คิดคะแนนแบบคู่ขนาน ก่อน การอภิปรายในวันนี้ผมอยากชวนสภาแห่งนี้และพี่น้องประชาชนได้จดจำว่าวันที่ ๒๔ มิถุนายน ปี ๒๔๗๕ ซึ่งเคยเป็นวันชาติของประเทศไทย ถ้าไม่มีเหตุการณ์ในครั้งนั้นเราจะ ไม่มีสิทธิในการเลือกตั้งและการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ตั้งแต่วันนั้น ๘๙ ปี ยังจะไปต่อ แม้จะยังยากมากแต่เราจะเดินทางไปด้วยกันจนกว่าเราจะมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เอาเข้า จริงจากการอภิปรายในสภาตลอดทั้งวันเมื่อวานนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่ามาตราต่าง ๆ ที่พรรค พลังประชารัฐเสนอแก้ไขนั้นไม่ได้ไปแก้ไขที่ปัญหาโครงสร้างการเมืองที่บิดเบี้ยวเลย เอาข้อดี บางประการมาปกปิดมาตราที่สำคัญกว่านั้น และกลับยิ่งส่งเสริมผลประโยชน์ของรัฐบาลในระบอบของประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ใช่ ประชาชน โดยเฉพาะการเสนอในมาตรา ๑๔๔ และมาตรา ๑๘๕ และเมื่อมาบวกกับ การเสนอแก้ไขระบบการเลือกตั้งโดยไม่เป็นปิดสวิตช์ ส.ว. สภาแห่งนี้และประชาชนเลยดู ออกไม่ยากว่างานนี้หวังจะกินทั้งงบประมาณ กินอำนาจในพื้นที่ กินอำนาจในการเลือก นายกรัฐมนตรี งานนี้กินรวบเบ็ดเสร็จ ประชาชนทั้งประเทศเขาดูออกนะครับ มูมมามเกินไป หรือเปล่า🔗
ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาผมอยากพูดถึงบริบททางสังคมหน่อยนะครับว่าตอนนี้ นอกห้องประชุมนั้นประชาชนเกิดคำถามเกิดความกังวล เกิดความไม่เชื่อมั่นว่าเรากำลังทำ อะไรกันอยู่ การเดินหน้าผลักดันให้ประชาชนจัดทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับไม่คืบหน้า ตีตก ถ่วงเวลาสารพัดรูปแบบ หรือถ้าจะทำก็ไปกำหนดตรงนั้นตรงนี้แก้ได้ แก้ไม่ได้ สารพัดวิธีที่จะ ไม่ให้อำนาจของประชาชน แต่เมื่อมีโอกาสที่จะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญก็กลับเสนอ หลายมาตราหลายประเด็นจนประชาชนสับสน ยอมรับกันตรงไปตรงมากันเถอะครับว่า การเสนอแก้กติกาการเลือกตั้งโดยไม่ปิดสวิตช์ ส.ว. นั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ของตัวเองทั้งสิ้น และที่น่าเสียใจก็คือเมื่อจะคุยเรื่องกติกาการแข่งขันกัน ผู้เล่นที่มีส่วนได้ส่วนเสียกลับมา เถียงกันเรื่องระบบการเลือกตั้งเสียเอง จึงไม่น่าแปลกใจที่ประชาชนตำหนิสภาว่าเราทำ เพื่อประโยชน์ของใครกันอยู่ พรรคก้าวไกลถูกกล่าวหาว่าไม่ต้องการที่จะให้มีการแก้ไขกติกา การเลือกตั้งเพราะกลัวจะแพ้นะครับ ผมเรียนยืนยันอย่างนี้ว่าผมและเพื่อน ๆ อดีตพรรค อนาคตใหม่เข้าสู่สนามการเลือกตั้งด้วยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ รู้ทั้งรู้ว่าเป็นกติกาที่เขียนมา เพื่อพรรคที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช. ไม่ใช่แค่กติกาที่ไม่เป็นธรรมเท่านั้นแต่ เป็นการใช้อำนาจรัฐเอาเปรียบเราทุกรูปแบบ แต่เราก็ตัดสินใจแข่งเพราะเราไม่รู้ว่าเราจะ ลงคะแนนให้กับพรรคไหนที่เป็นตัวแทนอุดมการณ์และนโยบายที่เราต้องการ เราตั้งพรรค ขึ้นมาและเราพร้อมสู้ในทุกกติกา ผมฟังสัมภาษณ์ของแกนนำพรรครัฐบาลที่บอกว่า รัฐธรรมนูญนี้ออกแบบมาเพื่อพวกเรา แต่เราก็ตัดสินใจเข้าสู่สนามนี้และได้รับความไว้วางใจ จากประชาชน และเรายืนยันว่าระบอบการเลือกตั้งปี ๒๕๖๐ ตั้งแต่วันแรกที่เรามีพรรคนั้น ระบอบเลือกตั้งนี้ไม่ได้มีมาตรฐาน ไม่โปร่งใส ไม่ยุติธรรม และต้องการการเปลี่ยนแปลง แต่สภาของเราลืมสิ่งที่สำคัญที่สุด ว่าไม่ว่าเราจะเลือกตั้งด้วยระบบอะไรก็แล้วแต่ ส.ว. ๒๕๐ คน กกต. และศาลรัฐธรรมนูญยังอยู่ เพราะฉะนั้นการแก้ไขระบบการเลือกตั้งโดย ไม่แก้ไของคาพยพของ คสช. ที่กำกับและมีผลต่อการเลือกตั้ง นี่ไม่ใช่ข้อเสนอที่เป็นความจริง เลยแม้แต่นิดเดียว อย่างไรก็ตามเมื่อพรรคก้าวไกลต้องให้ความเห็นต่อระบบการเลือกตั้ง ผมในฐานะของ ส.ส. เขตและรอบหน้าก็จะลงลงสมัครในระบบเขตอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ ชาวพิษณุโลกพิจารณาใหม่และผมเป็นกรรมาธิการพัฒนาการเมืองซึ่งได้หารือกับนักวิชาการ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนมาตลอด ๒ ปี ผมสรุปได้ว่าระบบการเลือกตั้งเราไม่ควรเริ่ม คุยกันด้วยเรื่องของเทคนิค แต่จะต้องเริ่มคุยกันบนหลักการใหญ่ ๆ ๓ ประการด้วยกัน🔗
ประการแรกคือระบบการเลือกตั้งที่ดีจะต้องสะท้อนเสียงของประชาชน ให้ได้มากที่สุด ต่อให้ไม่ใช่ในอุดมคติก็ตามแต่ต้องมีความพยายามที่จะใกล้เคียงมากที่สุด🔗
หลักที่ ๒ ก็คือต้องสนับสนุนให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมของพรรคการเมือง ทุกพรรค เปิดโอกาสให้มีความริเริ่มและพัฒนาพรรคการเมืองและ🔗
ประการสุดท้าย ระบบการเลือกตั้งที่ดีจะสร้างความเข้มแข็งให้ พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองในระยะยาว เพราะเหตุนี้เองการกลับไปใช้ระบบ การเลือกตั้งแบบปี ๒๕๔๐ แต่ไปสอดไส้อยู่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ (ฉบับแก้ไข) ผมจึงเข้าใจ เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากเป็นความต้องการที่จะกินรวบสภาแห่งนี้ เป็นภาคต่อของ กระบวนการสืบทอดอำนาจผ่านละครปาหี่ที่เรียกว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ผมเห็นด้วย กับผู้อภิปรายหลายท่านว่าระบบการเลือกตั้งปี ๒๕๔๐ นั้นดีที่สุดเท่าที่ผ่านมา และแน่นอน ชอบทำกว่าการเลือกตั้งพิสดารของ ปี ๒๕๖๐ แน่นอน แต่ผมขอเสนอต่อสภาและพี่น้อง ประชาชนว่าเราทำระบบการเลือกตั้งให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้ โดยการแก้ไขจุดอ่อนที่เราเรียนรู้ ผ่านการเลือกตั้งตลอด ๒๐ ปีที่ผ่านมา และเราต้องเตือนตัวเองว่าเราหลงลืมอะไรไป หรือเปล่า รัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ นั้นออกแบบจากบริบทของความล้มเหลวทางการเมือง หลายด้าน การเมืองไม่มีเสถียรภาพรัฐบาลผสมที่อ่อนแอบริหารประเทศไม่ได้ เราจึงมี การปฏิรูปการเมืองและเราทำได้ดีหลายอย่างนะครับ และ ๑ ในนั้นก็คือกติกาการเลือกตั้ง แบบเอ็มเอ็มเอ็ม (MMM) เลือกตั้งแบบคู่ขนานใช้บัตร ๒ ใบ ใบหนึ่งเลือก ส.ส. เขต อีกใบหนึ่ง เลือกพรรคเพื่อให้ได้ ส.ส. ปาร์ตีลิสต์ (PartyList) ระบบนี้ทำให้เกิดสิ่งที่ดีมาก คือเกิดการ แข่งขันเชิงนโยบายและเกิดรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ แต่ก็เหมือนกับทุกเรื่องครับ เมื่อทดลองใช้ ไปแล้วมันก็มีบทเรียนหลายด้านที่เรายังต้องปรับปรุง จุดอ่อนใหญ่ที่สุดของระบบ การเลือกตั้งแบบคู่ขนานปี ๒๕๔๐ คือจำนวน ส.ส. ที่แต่ละพรรคได้นั้นเบี่ยงเบน ไม่สอดคล้องกับผลคะแนนเสียงของประชาชน จากการวิจัยของนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ การเลือกตั้งในปี ๒๕๔๘ พรรคอันดับ ๑ ได้คะแนนเสียง ๕๕.๔๙ เปอร์เซ็นต์ แต่ได้จำนวน ส.ส. มากถึง ๗๗.๕๐ เปอร์เซ็นต์ เกินมา ๒๒ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ส่วนพรรค การเมืองที่ได้อันดับ ๒ ได้คะแนนเสียง ๒๔.๙๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ได้จำนวน ส.ส. เพียงแค่ ๑๗.๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น น้อยกว่าที่ควรจะได้ ๗.๔๕ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากเชิญชวนสมาชิกลองดู เอกสารประกอบการพิจารณาที่ทุกท่านได้รับตอนนี้ในหมวด ๓ หน้า ๕ จากการวิจัยของ สำนักวิชาการของสภาเรา วิเคราะห์การเลือกตั้งในกติกาของปี ๒๕๔๐ คือ ๓ ครั้ง ในปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๘ แล้วก็ปี ๒๕๕๐ การเลือกตั้งส.ส. เขตในปี ๒๕๔๔ พรรคอันดับ ๑ ได้จำนวน ส.ส. ๒๐๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๐ แต่มาจากคะแนนเสียงเพียงแค่ร้อยละ ๒๔.๘๒ เท่านั้น พรรคที่ได้อันดับ ๒ ๙๗ ท่านที่เข้ามาได้มาจากร้อยละ ๒๔.๒๕ แต่มาจาก คะแนนเสียงเพียงร้อยละ ๑๓.๗๖ ผมไม่ได้บอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ดีเสียทีเดียว เพราะ ตอนนั้นเราต้องการระบบการเมืองแบบ ๒ พรรคใหญ่ มีความต้องการเห็นสถาบันการเมือง แบบนั้น แต่ท่านประธานครับผมเองก็เห็นด้วยแล้วก็ไปโหวตให้กับการเลือกตั้ง ตอนนั้นด้วย แต่ถ้าเราใช้งานไปแล้ว ๓ ครั้ง เห็นชัด ๆ ว่าสัดส่วนคะแนนไม่ถูกต้อง และเราไม่ เรียนรู้ผลการใช้งานของระบบการเลือกตั้งที่ผ่านมาเลย เขามีแต่การจะพัฒนาระบบเลือกตั้ง ไปข้างหน้า แต่เรากลับย้อนกลับไปทั้งที่ข้อเท็จจริงชัดเจนแบบนี้ ผมคิดว่าผู้ที่เสนอร่างนี้ต่อ ประชาชนตอบประชาชนไม่ได้นะครับว่าผู้เสนอนั้นซ่อนความคิดอะไรกันอยู่ คะแนนที่เกินมา หลายสิบเปอร์เซ็นต์ อันนั้นเป็นฝันหวานของพรรคการเมืองขนาดใหญ่หรือเปล่าที่จะเป็น โอกาสในการกินรวบสภา เอาการเห็นแก่ประชาชนและการแก้รัฐธรรมนูญเล็ก ๆ น้อย ๆ มา เป็นข้ออ้าง ผมและพรรคก้าวไกลไม่สามารถรับหลักการในเรื่องนี้ได้🔗
นอกจากปัญหาในการคิดคะแนนสัดส่วนที่ไม่ถูกต้องแล้ว ยังมีปัญหาตามมา ในเรื่องการตรวจสอบถ่วงดุล มีการแทรกแซงองค์กรอิสระและ ส.ว. จากการเลือกตั้ง พรรคการเมืองเกิดการดูดก๊วนรวมขั้วของพรรคต่าง ๆ จนเสียสมดุลของการตรวจสอบที่มี ประสิทธิภาพทั้งภายในรัฐบาลเองและในสภาผู้แทนราษฎร สุดท้ายกลายเป็นข้ออ้างของการ ปฏิวัติรัฐประหาร จนประเทศถูกแช่แข็งมา ๑๕ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ประวัติศาสตร์แบบนี้ เราจะกลับไปจริง ๆ หรือครับ🔗
ท่านประธานครับ เวลาที่เราคิดถึงระบบการเลือกตั้ง เราควรจะคิดถึงระบบ การเลือกตั้งที่นำสังคมไปข้างหน้า โดยเอาระบบการเลือกตั้งปี ๒๕๔๐ ที่เป็นมรดกที่ดี เก็บเอาไว้ แล้วเอาข้อบกพร่องซึ่งประกอบไปด้วยสัดส่วนเก้าอี้ ส.ส. ที่ไม่สอดคล้องกับ คะแนนเสียงของประชาชนและปัญหาในการตรวจสอบถ่วงดุลถ้าเราไม่ปรับปรุง ๒ เรื่องนี้ ทั้ง ที่มันชัดเจนแบบนี้ เราตอบประชาชนไม่ได้ ซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจที่จะใช้สิทธิในการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธานและพี่น้องประชาชนแบบนี้ครับ โจทย์ที่ ๑ ในการ ออกแบบการเลือกตั้งที่จะพาประเทศไปสู่อนาคตได้เราจะต้องหาระบบที่ปิดจุดอ่อนของการ เลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ให้ได้ สร้างระบบการเลือกตั้งด้วยบัตร ๒ ใบ ใบที่ ๑ เลือกคนที่รักเป็น ส.ส. เขต ใบที่ ๒ เลือกพรรคที่ชอบให้เป็น ส.ส. ในระบบปาร์ตีลิสต์ (Partylist) และได้จำนวนสัดส่วนของ ส.ส. ตรงตามเสียงของประชาชนมากที่สุด ส่วนโจทย์ที่ ๒ เราไม่ได้คิดถึงการเลือกตั้งในรูปแบบของคณิตศาสตร์เท่านั้น แต่เราต้องออกแบบการ เลือกตั้งโดยเอาโจทย์ของสังคมไทยในปัจจุบันและอนาคตมาเป็นตัวตั้ง เพื่อเป็นการออกแบบ และคิดถึงสังคมที่เราใฝ่ฝันเห็นร่วมกัน โจทย์ของการเมืองไทยในวันนี้ไม่เหมือนกับปี ๒๕๔๐ นะครับ ประเด็นเรื่องของรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพ ประเด็นของการตรวจสอบถ่วงดุลยังคง สำคัญอยู่ แต่โจทย์ในปัจจุบันและในอนาคตมันชัดเจนยิ่งกว่าชัดเจน คือการต่อสู้ระหว่าง อำนาจเก่าและอำนาจใหม่ ความคิดเก่ากับความคิดใหม่ ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายในการ เปลี่ยนผ่านรัชสมัย ยังหาจุดลงตัวไม่ได้ เราเห็นการขยายอำนาจของกองทัพ มีการย้าย กำลังพลออกจากกลไกรัฐปกติ มีการขยายตัวของรัฐราชการรวมศูนย์ ขยายอำนาจของทุน ผูกขาด ทำทุกวิถีทางที่ให้อำนาจที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนนั้นเข้มแข็งขึ้น ตรึงขยายพื้นที่ อำนาจในการครอบครองทรัพยากรของประเทศนี้ กดทับและคุกคามอำนาจของประชาชน และอำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง คนหนุ่มสาวและประชาชนจำนวนมากแสดงออกถึงความฝันที่เกินกว่าเพดานทางการเมือง เก่า ๆ ไปไกลแล้ว แต่กลับถูกคุกคามจับกุมด้วยข้อหาร้ายแรง ประชาชนไม่มีอำนาจในการ ต่อรอง ในการที่จะมีสิทธิในการมีชีวิตที่ดีและปลอดภัย เห็นชัดจนตาสว่างทั้งแผ่นดินจาก สถานการณ์โควิด (COVID) ทุกมิติ ระบบการเลือกตั้งที่ดีจึงต้องตอบโจทย์นี้ให้ได้ครับ ท่านประธาน เพื่อให้โลกเก่ากับโลกใหม่ได้มาปะทะกันอย่างสันติในสภาแห่งนี้ เปิดพื้นที่ ทางการเมืองให้สามารถผนวกรวมเอาตัวแทนของประชาชนคนไทยทุกคนเข้ามาได้ ไม่ว่าจะมี อุดมการณ์ทางการเมืองใหม่ ๆ ความฝันใหม่ ๆ ที่โลกใบเก่าไม่อยากได้ยิน มากกว่าคิดจะแค่ รวบอำนาจไว้เป็นแบบเดิม สภาของเราก็จะไม่สามารถเป็นเวทีของการแสวงหาฉันทามติได้🔗
พรรคก้าวไกลขอเสนอในสภาแห่งนี้และให้ประชาชนพิจารณานะครับ เราไม่ได้เสนอเป็นร่างเข้ามาเพราะเราคิดว่าประชาชนจะต้องเป็นคนพิจารณาเรื่องนี้เอง คือ ระบบแบบเอ็มเอ็มพี (MMP) ครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
เอ็มเอ็มพี (MMP) ที่เราเสนอไม่ใช่ระบบกลายพันธุ์แบบคุณมีชัย แต่เป็นเอ็มเอ็มพี (MMP) จริง ๆ ที่ใช้ ในหลายประเทศ เช่น เยอรมัน นิวซีแลนด์ และถูกแนะนำโดยกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ชุดของคุณบวรศักดิ์ อุวรรณโณ สะท้อนเสียงของประชาชนให้ได้มากขึ้น มีความพยายาม ที่จะใกล้เคียงและอยู่ในระบบการเลือกตั้งที่หลักการที่ดี รายละเอียดมีมากนะครับ แต่ผมขอ แค่เสนอหลัก ๆ เพื่อให้ต่อยอดจากปี ๒๕๔๐ ได้ ให้สภาผู้แทนราษฎรจำลองความ หลากหลายของประชาชนในประเทศไทยเพื่อการเสนอและพิจารณากฎหมาย การตรวจสอบ การดำเนินงานของฝ่ายบริหารจะมีเสียงสะท้อนของประชาชนทุกคนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้ามา ในสภาแห่งนี้ บัตร ๒ ใบเหมือนกันครับ ใบที่ ๑ เลือก ส.ส. เขต ใบที่ ๒ เลือกพรรค โดยเอา คะแนนการเลือกพรรคทั้งหมดไปคิดเป็นสัดส่วนของ ส.ส. ที่แต่ละพรรคพึงมีในสภา ถ้าพรรค เอ (A) มีคะแนนเสียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของผู้มาลงคะแนน ก็จะได้ ส.ส. ทั้งหมด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ในสภา คิดอย่างตรงไปตรงมา โกงด้วยสูตรคำนวณไม่ได้ พรรคที่ชนะด้วยบัตร ใบที่ ๑ ของเขตเลือกตั้งก็ได้จำนวน ส.ส. เข้ามาตามเขตที่ชนะ และเมื่อยังไม่ครบตามจำนวน ของ ส.ส. พึงมีก็ให้นำ ส.ส. บัญชีรายชื่อตามลำดับมาเติมให้เต็ม ถ้าเรากลับไปใช้ จากแผนภาพนี้กลับไปใช้การเลือกตั้งแบบปี ๒๕๔๐ จะมีปรากฏการณ์แบบนี้คือ มี ส.ส. มากเกินจริงของพรรคใหญ่เข้ามาในสภา แต่ถ้าเรากำหนดสัดส่วนที่เป็นธรรมเอาไว้การ ตรวจสอบถ่วงดุลและความหลากหลายเราจะเห็นผลเรื่องนี้ชัดเจนขึ้นในการเลือกตั้งแบบ เอ็มเอ็มพี (MMP) หลักการง่าย ๆ มีเพียงแค่นี้ครับ รายละเอียดเราไปคุยกันต่อได้ ถ้าเรา ไม่เห็นด้วยกับการที่จะมีพรรคเล็กมากเกินไปในสภาเราก็มากำหนดคะแนนเสียงขั้นต่ำกันว่า คะแนนเสียงขั้นต่ำที่เป็นธรรมว่านี่คือตัวแทนของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งคือเท่าไร เรื่องนี้ ในระยะยาวจะไม่เกิดขั้วการเมืองแบบที่เราประสบพบปัญหาในปี ๒๕๔๐ และทำให้สภาของ เรานั้นเหมาะสมสำหรับโลกในยุคใหม่ทั้งปัจจุบันและในอนาคต🔗
ท่านประธานครับ นี่คือข้อเสนอของพรรคก้าวไกลที่อยากจะฝากให้กับทาง รัฐสภาแห่งนี้ได้พิจารณา ผมขอเสนอและเรียกร้องให้รัฐสภาได้ปฏิเสธร่างของพรรค พลังประชารัฐที่ส่อเจตนาร้ายแรงในการกินรวบสภาแห่งนี้ และคว่ำในวาระที่ ๑ ผมเรียกร้อง ให้รัฐสภา ในเมื่อเราพิจารณาผ่าน พ.ร.บ. ออกเสียงประชามติไปเรียบร้อยแล้ว เราควร ผลักดันและคืนอำนาจให้กับประชาชน ให้ ส.ส.ร. เป็นผู้ออกแบบระบบการเลือกตั้งให้พวก เรามาแข่งกัน ท่านประธานครับ มีเพียงแต่ ส.ส.ร. เท่านั้นที่การหารือถกเถียงของเจ้าของ อำนาจตัวจริงจะทำให้กติกาการเลือกตั้งนี้ชอบธรรม ประชาชนจะพูดได้ว่ากติกาการเลือกตั้ง นี้ออกแบบมาเพื่อเรา ไม่น่าอับอายเหมือนกับที่พรรครัฐบาลพูด และผมเชื่อมั่นเต็มร้อยว่า เมื่อ ส.ส.ร. ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ มีอิสระ มีเสรีภาพ ไร้การบงการ ไร้การแทรกแซง เราจะมี รัฐธรรมนูญที่ดีกว่าฉบับปี ๒๕๔๐ และแน่นอนเป็นระบบการเลือกตั้งที่ดีกว่าปี ๒๕๔๐ แน่นอนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับท่านปดิพัทธ์ ต่อไปเชิญท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย พรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็มา ทางวุฒิสภา และผมขอ ๒ ท่านนะครับ ท่านพลเดช ปิ่นประทีป กับท่านถวิล เปลี่ยนศรี เตรียมนะครับ เชิญท่านสาทิตย์ก่อนครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้วันที่ ๒๔ มิถุนายน ย้อนหลังกลับไปเมื่อ ๘๙ ปีที่แล้ว เป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง สำหรับผมถือว่าเป็นเรื่องของการต่อสู้เรื่องแนวคิดในเรื่อง ของการเมืองการปกครอง และในที่สุดก็เปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบการปกครอง แบบประชาธิปไตย อย่างที่ท่านประธานเห็นในปัจจุบัน ผ่านมา ๘๙ ปี การต่อสู้เรื่องแนวคิด ทางการเมืองเป็นเรื่องธรรมดาครับ ยังไม่จบ วันนี้ประเทศไทยของเราก็เหมือนกับ หลายประเทศทั่วโลก เรามีทั้งประชาธิปไตย เสรีนิยมแบบสุดขั้วที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลง ในเรื่องของโครงสร้างในสังคมนี้ เรามีประชาธิปไตยแบบอนุรักษ์นิยม ซึ่งก็ไม่อยากที่จะ เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก แต่ในขณะเดียวกันเราก็มีประชาธิปไตยแบบปฏิรูปซึ่งไม่หวัง ที่จะเห็นความรุนแรงเกิดขึ้น แต่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ทุกฝ่ายยอมรับกันได้ เรื่องของรัฐธรรมนูญก็เช่นเดียวกันครับ แนวคิดก็มีทั้งกลุ่มที่ไม่อยากที่จะแก้ไขอะไรเลย และแนวคิดที่ต้องการที่จะแก้ไข แต่สำหรับผมเป็นคนหนึ่งครับ ผมรับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มา แต่ผมเห็นว่าถึงเวลาหนึ่งความเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์ครับ ในเมื่อเราพบปัญหาเราก็ต้อง นำไปสู่การแก้ไขครับ ผมยอมรับว่าถึงจุดหนึ่งต้องมีการแก้ไข แต่ประเด็นของการแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้นเป็นประเด็นที่เรากำลังถกกันอยู่ในปัจจุบัน ประเทศไทย ๘๙ ปีมีรัฐธรรมนูญ มาแล้วถึงฉบับปัจจุบันที่บังคับใช้ ๒๐ ฉบับ เฉลี่ย ๔ ปีกว่าต่อฉบับ และมีการแก้ไขสำเร็จ มาแล้ว ๒๒ ครั้ง สำหรับบางคนอาจจะเห็นว่านี่คือปัญหาของรัฐธรรมนูญ แต่สำหรับผม ผมเห็นว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาครับ แนวคิดในประเทศประชาธิปไตยต้นแบบอย่างอเมริกา ก็ยังมีปัญหาการบุกแคปปิตอลฮิล (Capitol Hill) มาแล้ว เป็นความเปลี่ยนแปลงที่เราต้อง ยอมรับ แต่เราจะประคับประคองสังคมของเราให้เปลี่ยนแปลงไปสู่จุดที่ทุกคนสามารถที่จะ อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ และไม่มีความรุนแรงอย่างไรเท่านั้น รัฐธรรมนูญที่เสนอแก้ไขกันมา ทั้ง ๑๓ ฉบับนี้ ผมเรียนท่านประธานครับว่าก็จะแบ่งออกเป็นของพรรคพลังประชารัฐ ๑ ฉบับ เป็นของพรรคร่วมรัฐบาล ๓ พรรคทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และ พรรคชาติไทยพัฒนา ๘ ฉบับ เป็นของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ๔ ฉบับครับ ใน ๑๓ ฉบับที่เรา พิจารณากันอยู่นี้ ถ้าจะแบ่งเป็นประเด็นใหญ่ ๆ ก็จะมีเรื่องของระบบเลือกตั้ง มีเรื่องของการ เข้าสู่ตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี คือมาตรา ๒๗๒ และเรื่องของมาตรา ๒๕๖ ๓ เรื่องนี้ต้อง ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ครับ นอกนั้นก็จะเป็นเรื่องของการขยายสิทธิของประชาชน เป็นเรื่องของ การกระจายอำนาจ เป็นเรื่องของการเพิ่มสวัสดิการของประชาชนอย่างที่ร่างของ พรรคภูมิใจไทยเสนอ อีก ๒ ฉบับที่จะจัดกลุ่มก็เป็นเรื่องของกลไกป้องกันรัฐประหารและ เรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ ผมเรียนท่านประธานว่าเรื่องของการขยายสิทธิซึ่งแยกออกเป็นร่าง ในรายประเด็นแล้วหรือเรื่องของการเพิ่มสวัสดิการประชาชนไม่น่าเป็นปัญหาที่เรามี ความเห็นขัดแย้งกันครับ แม้ว่าบางฝ่ายจะบอกว่านี่เสมือนกับเป็นไม้ประดับ เป็นเหมือนกับ เป็นโรยหน้า แต่การทำที่เป็นไม้ประดับที่เป็นโรยหน้านี้ เป็นการเพิ่มสิทธิประชาชน นี่เป็น โลกที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปครับ ผมคิดว่าเราไม่น่ามีปัญหา กลไกป้องกันรัฐประหารสำหรับผม ผมคิดว่าเป็นประเด็นน่าสนใจเพราะใน พ.ศ. นี้ รัฐประหารอาจไม่ใช่เป็นทางออกของ ความขัดแย้งทางการเมืองอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีตอีกต่อไป เช่นเดียวกับเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งถึงจุดหนึ่งก็ต้องมีความเปลี่ยนแปลง แต่ปัญหาการโหวตในวันนี้ของหลายคนก็จะอยู่ที่ระบบ เลือกตั้งครับบางคนบอกว่าคนที่เขียนระบบเลือกตั้งอาจจะมีความต้องการที่ทำเพื่อประโยชน์ ของตนเอง หรือของพรรคการเมืองของตนเอง แต่ผมชี้ข้อเท็จจริงให้ท่านประธานเห็นครับว่า การเลือกตั้ง ๕ ครั้งหลังสุด ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ตอนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ถึงปัจจุบันปี ๒๕๖๐ ๕ ครั้งหลังเราใช้การเลือกตั้งมาแล้ว ๔ ระบบครับ ใน ๔ ระบบนี้มาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ และในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็มีการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาครั้งหนึ่งเพื่อเปลี่ยนแปลงระบบเลือกตั้ง แล้วก็มาเปลี่ยนแปลงเมื่อปี ๒๕๖๐ คนที่เคลื่อนไหวอยู่นอกสภาบางคนที่จะไม่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญก็เคยลงมติแก้ไข ร่างรัฐธรรมนูญเรื่องระบบเลือกตั้งมาแล้วในรัฐสภาแห่งนี้ครับ เพราะฉะนั้นผมจึงมองว่าการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเรื่องระบบเลือกตั้งเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเรา เห็นว่ามันมีปัญหาเราก็เปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ ผมจึงเรียกร้องสมาชิกรัฐสภาว่าเรารับร่างนี้ เข้าไปแล้วนำไปสู่เรื่องของการแก้ไขระบบเลือกตั้งได้ แต่ประเด็นที่เป็นปัญหามี ๒ ฉบับ ซึ่งเกี่ยวเนื่องครับ ๑. ก็คือเรื่องของมาตรา ๒๗๒ เรื่องของวุฒิสมาชิก ผมเรียนท่านประธาน ก่อนว่าผมเองก็ไม่สบายใจที่เราเห็นการปะทะกันด้วยวาทะก็ดีหรือไม่สบายใจที่เห็น มีความขัดแย้งกันเกิดขึ้นในสภานี้ระหว่างฝ่ายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับฝ่ายวุฒิสภาผมอยู่ ในสภานี้มา ๗ สมัย ๒๘ ปี เคยทำงานร่วมกับวุฒิสมาชิกหลายชุดทั้งที่มาจากระบบเลือกตั้ง และที่มาจากระบบแต่งตั้ง สิ่งที่ผมเห็นก็คือประสบการณ์ของเพื่อนสมาชิกจากวุฒิสมาชิกนั้น มีอยู่ในทุกชุดของสมาชิกวุฒิสภาครับ อำนาจหน้าที่ที่เขามีเรื่องการเป็นสภากลั่นกรองเราก็ เห็นมาทำกฎหมายกัน แต่เมื่อถึงจุดที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เขียนเรื่องอำนาจในการเลือก นายกรัฐมนตรี ผมก็มองว่าในจุดแรกในฐานะคนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ผมรับได้ แต่เมื่อผ่าน มาถึงจุดหนึ่งผมว่าแก้ไขได้ครับ และการแก้ไขนี้ก็ไม่ใช่ใช้เหตุผลในเชิงของการรังเกียจกัน แต่ถ้าวันนี้ท่านยังตัดสินใจเรื่องมาตรา ๒๗๒ ไม่ได้ ทางออกหนึ่งก็คือไปรับการแก้ไข รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ครับ เพื่อที่จะทำให้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลังจากแก้ มาตรา ๒๕๖ นั้น มติในการแก้ไขจะไม่ผูกกับสัดส่วนของวุฒิสมาชิก ของ ส.ส. ฝ่ายค้าน หรือของ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลนี้ต่อไป ถ้าวันนี้ไม่รับมาตรา ๒๗๒ ท่านรับมาตรา ๒๕๖ ไปแก้ ในส่วนนี้ ในอนาคตถ้ามีคนเสนอแก้มาตรา ๒๗๒ ท่านก็จะไม่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการรับ หรือไม่รับเพื่อตนเองอีกต่อไป นั่นก็เป็นทางออกหนึ่งครับ ซึ่งท่านสามารถจะตัดสินใจได้ เพราะฉะนั้น ๓ ส่วนสำคัญ ก็คือร่างที่ว่าด้วยมาตรา ๒๗๒ มาตรา ๒๕๖ และเรื่องของระบบ เลือกตั้งมีอยู่ครบใน ๘ ฉบับของพรรคร่วมรัฐบาล ๓ พรรค คือพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา แต่ถ้าท่านจะรับเพิ่มเติมมากกว่านั้นไปอีก ท่านสามารถจะรับจากร่างซึ่งมีการเสนอเป็นรายประเด็นได้อยู่แล้ว ประเด็นมีอันเดียว เท่านั้นครับตอนนี้ ซึ่งผมฟังเพื่อนสมาชิกคุยกันนอกห้องก็คือร่างของพรรคพลังประชารัฐ ด้วยความเคารพในความคิดเห็นของทุกฝ่ายท่านเสนอฉบับเดียวแต่มีครบทุกประเด็นที่ท่าน เขียนไว้รวมถึงมาตรา ๑๔๔ กับมาตรา ๑๘๕ ซึ่งต้องยอมรับว่าขณะนี้เป็นกระแสอยู่ภายนอก และสมาชิกในห้องรัฐสภานี้หลายท่านก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการแก้ไขทั้ง ๒ มาตรานี้ ผู้นำรัฐบาลสำคัญ ๒ ท่านได้ส่งสัญญาณชัดเจนเช่นเดียวกันว่ามาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๘๕ นั้น ท่านก็ไม่เห็นด้วย คำถามมีอยู่ว่าถ้าวันนี้เรารับร่างของพรรคพลังประชารัฐไปด้วย การแก้ไข มาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๘๕ ในชั้นกรรมาธิการวาระที่ ๒ ทำได้หรือไม่ จะเป็นการแก้ไข ที่ขัดต่อหลักการซึ่งเป็นขัดต่อข้อบังคับการประชุมของรัฐสภาหรือไม่ นี่เป็นประเด็นที่เราต้อง คิดครับ แต่ถ้าหากว่าสมมุติพรรคพลังประชารัฐ ในร่างของท่านนั้นเราเกรงปัญหาข้อนี้ แต่เราต้องการเรื่องแก้ไขระบบเลือกตั้ง ร่างของทั้ง ๓ พรรคร่วมก็มีอยู่และสามารถที่จะ นำไปสู่การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้🔗
สิ่งที่ผมเสนอนี้ผมเสนอไว้เพื่อว่าการที่จะลงมติในช่วงของเย็นวันนี้หรือค่ำ วันนี้ เราจะได้เห็นทิศทางของการที่จะลงมติได้ชัดเจนขึ้น ถ้าเรามองข้ามปรากฏการณ์ ความขัดแย้งในรัฐสภานี้ออกไป แล้วก็เอาความเปลี่ยนแปลงซึ่งจะต้องเกิดขึ้น แล้วให้ทุกฝ่าย อยู่ร่วมกันได้ การลงมติในวันนี้ผมคิดว่ามีทางออกครับ เป็นการเสนอทางออกเพื่อรัฐธรรมนูญ อย่างน้อยที่สุดเป็นการอยู่ร่วมกันได้ในแนวความคิดทั้ง ๓ ฝ่าย ไม่ว่าจะประชาธิปไตยเสรี นิยมสุดขั้ว ประชาธิปไตยอนุรักษ์นิยม หรือประชาธิปไตยแบบปฏิรูป แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรลงไป เลย นั่นคือการสะสมความขัดแย้งครับ แล้วสังคมไทยพร้อมที่จะยอมรับ การสะสมความขัดแย้งซึ่งวันหนึ่งมันจะระเบิดแล้วก็กลายเป็นความเปลี่ยนแปลงชนิดที่ รุนแรงกว่านี้ ผมคิดว่าถึงจุดนั้นเราคงรับไม่ได้ ก็ฝากแนวคิดนี้ไว้สำหรับเพื่อนสมาชิก ในรัฐสภา และฝากสิ่งนี้ไปถึงพี่น้องประชาชนให้ร่วมกันขบคิด ร่วมกันเพื่อสังคมไทยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับท่านสาทิตย์ครับ ต่อไปเชิญท่านพลเดช ปิ่นประทีป แล้วตามด้วยท่านถวิล เปลี่ยนสี สมาชิกวุฒิสภาครับ🔗
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายพลเดช ปิ่นประทีป สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผมเองไม่ค่อยแน่ใจครับว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอ ทั้ง ๑๓ ญัตติ หรือแม้แต่การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมาทั้งฉบับว่ามันจะสามารถแก้ไข หรือว่าซ้ำเติมปัญหาสถานการณ์ความแตกแยกทางสังคมที่ดำรงอยู่นะครับ รวมทั้งผมเอง ก็สงสัยว่าแผนปฏิรูปประเทศด้านการเมืองที่คนกลุ่มหนึ่งกำลังดำเนินการกันอยู่นั้นจะเกิด ผลสัมฤทธิ์ได้อย่างไร ผมขอใช้โอกาสนี้ในการสื่อสารอธิบายสิ่งที่ผมกำลังเผชิญหน้าอยู่ ณ หน้างานแห่งนี้นะครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนและภาคีเครือข่ายทั่วประเทศที่กำลัง ติดตามอยู่ได้รับรู้รับทราบว่าในฐานะของ ส.ว. คนหนึ่งผมกำลังคิดและตัดสินใจกระทำการ อย่างไรนะครับ🔗
ประการแรกครับในเรื่องของแผนปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ในฐานะ ส.ว. โดยส่วนตัวผมผมร่วมเป็นกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงมีภารกิจในการที่จะต้องติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดการดำเนินงานตามแผนปฏิรูป ประเทศด้านการเมืองอยู่ด้วยนะครับ ผมจะขออนุญาตแสดงแง่คิดมุมมองไปบนกรอบของ การดำเนินงานขับเคลื่อนแผนปฏิรูปประเทศด้านการเมืองเป็นสำคัญครับ ในแผนปฏิรูป ประเทศด้านการเมืองมีเนื้องานที่สำคัญอยู่ ๒ อย่างเท่านั้นครับ อย่างที่ ๑ มุ่งทำให้ พรรคการเมืองเป็นประชาธิปไตย ประการที่ ๒ มุ่งทำให้ประชาชนเป็นพลเมืองนะครับ🔗
ในอย่างแรกนั้นมุ่งเสริมสร้างระบอบประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นภายใน พรรคการเมืองทุกพรรค ทั้งพรรคเก่า พรรคใหม่ พรรคใหญ่ พรรคเล็ก ให้สมาชิก มีความสำคัญและมีบทบาท ไม่ใช่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับนายทุนพรรคหรือกลุ่มผู้บริหารพรรค เท่านั้นนะครับ ในเรื่องนี้เรามี พ.ร.บ. พรรคการเมืองและ พ.ร.บ. การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือ มี กกต. เป็นกลไกกำกับกติกานะครับ ส่วนอย่างหลังนั้นมุ่งเสริมสร้างจิตสำนึกสาธารณะ และความตื่นตัวกระตือรือร้นในทางการเมืองของประชาชนทุกหมู่เหล่า ซึ่งในเรื่องนี้มี ภาคประชาชนโดยสภาประชาสังคมไทย ๗๗ จังหวัด เขาได้รวบรวมรายชื่อ ๑๔,๖๐๐ รายชื่อ เสนอร่างพระราชบัญญัติเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยส่งมาถึง ประธานรัฐสภาเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๓ ครับ ก็รอแต่ร่างของรัฐบาลจะ เข้ามาประกบเท่านั้นครับ ท่านประธานครับเมื่อผมได้นำหลักการแนวคิดของ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้ง ๑๓ ฉบับมาทาบกับภารกิจการปฏิรูปการเมืองตามแผน การปฏิรูปประเทศ ผมค่อนข้างหนักใจครับ เพราะมันสวนทางกัน🔗
ประการที่ ๒ ผมขออนุญาตวิเคราะห์ข้อเสนอการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๑๓ ฉบับจาก ส.ส. ๔ กลุ่ม มีความเกี่ยวข้องกับสารัตถะที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ จำนวน ๑๐ หมวด ๕๑ มาตรา เมื่อวิเคราะห์ข้อเสนอทั้งหมดผมพบว่ามีส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ผลประโยชน์ของประชาชนโดยตรงนะครับ มีจำนวน ๕ ฉบับ ๑๘ มาตรา ได้แก่ ฉบับที่ ๒ ฉบับที่ ๖ ฉบับที่ ๗ ฉบับที่ ๘ และฉบับที่ ๑๒ ครับ ส่วนที่เหลืออีก ๘ ฉบับนั้นเป็นเรื่อง อำนาจและผลประโยชน์ของนักการเมือง ชาวบ้านไม่ค่อยเกี่ยวนะครับ ได้แก่ ฉบับที่ ๑ ฉบับที่ ๓ ฉบับที่ ๔ ฉบับที่ ๕ ฉบับที่ ๙ ฉบับที่ ๑๐ ฉบับที่ ๑๑ และฉบับที่ ๑๒ ครับ🔗
ในกลุ่มของข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์โดยตรงของประชาชน มีฉบับที่ ๒ มีข้อเสนอในเรื่องของการขยายสิทธิคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลนะครับ ให้รวมไปถึงสิทธิและเสรีภาพตามพันธสัญญาและกติการะหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็น ภาคีอยู่ด้วย รวมทั้งเรื่องของสิทธิของจำเลย มีเรื่องของการห้ามนิรโทษกรรมแก่ผู้ทำ รัฐประหารเพิ่มเข้ามาด้วย ฉบับที่ ๖ เป็นเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมและยุทธศาสตร์ชาติ ฉบับที่ ๗ เป็นเรื่องที่รัฐต้องจัดให้ประชาชนได้รับรายได้พื้นฐานถ้วนหน้า เรื่องนี้ผมถือว่า ในแง่ของการลดความเหลื่อมล้ำก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจทีเดียวนะครับ เรื่องนี้ควรจะ พิจารณาควบคู่ไปกับเรื่องอื่นก็คือเรื่องของภาษีความมั่งคั่งที่เรียกว่าเวลท์แท็กซ์ (Wealth Tax) จะทำให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นฉบับที่ ๘ เป็นเรื่องของการคุ้มครองสิทธิบุคคล ในกระบวนการยุติธรรม สิทธิชุมชนสิทธิผู้บริโภค และเรื่องที่ดินทำกิน ฉบับที่ ๑๒ เป็นเรื่อง ของอำนาจท้องถิ่นและการกำกับดูแลทั้งหมด ๕ ฉบับเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ของ ประชาชนนะครับ🔗
ทีนี้มาอีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มที่เป็นเรื่องของอำนาจและผลประโยชน์ของ นักการเมือง ในข้อเสนอญัตติทั้งหมดนะครับมี ๘ ฉบับ เมื่อผมเปรียบเทียบกับหลักการ แนวคิดและทิศทางของการปฏิรูปประเทศในด้านการเมืองที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ผมคิดว่า เป็นเรื่องที่สวนทางกันโดยสิ้นเชิงครับ เท่าที่ผมพอสรุปได้ผมจะสรุปเป็น ๔ ลักษณะครับ🔗
ลักษณะที่ ๑ เป็นเรื่องของการเอื้อพรรคใหญ่และสนองนายทุนพรรค อันนี้ จะสวนทางกับแนวคิดแนวทางในการทำให้พรรคการเมืองเป็นประชาธิปไตยจากภายใน พรรคครับ🔗
ลักษณะที่ ๒ เป็นเรื่องของการยกเลิกระบบการเลือกตั้งขั้นต้น หรือที่เรียกว่า ไพรมารีโหวต (Primary Vote) นะครับ อันนี้ก็เป็นการตัดบทบาทและอำนาจของประชาชน ออกไปเลยนะครับหมายถึงว่าประชาชนในที่นี้หมายถึงมวลสมาชิกพรรค สาขาพรรค และ ตัวแทนพรรคประจำจังหวัดอันเป็นโครงสร้างฐานรากขององค์กรพรรคการเมืองนะครับ อำนาจที่สำคัญจึงจะถูกรวบไว้ที่ผู้บริหารพรรคและนายทุนพรรคเท่านั้น อันนี้ก็สวนทางกับ แนวคิดการปฏิรูปการเมืองเช่นกันครับ🔗
ลักษณะที่ ๓ การลดปาร์ตีลิสต์ (Party list) กีดกันพรรคเล็ก อันนี้ดูผิวเผิน อาจจะเข้าใจยากสักนิดสำหรับประชาชนทั่วไปแต่ถ้าศึกษาพัฒนาการของระบบปาร์ตีลิสต์ (Party list) ในเมืองไทยตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ อย่างที่ท่าน ส.ว. สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ท่านอภิปรายไว้เมื่อวานนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ก็จะทำให้เข้าใจทิศทางและเป้าหมายได้ไม่ยากครับ กล่าวคือว่า เป้าหมายของการพัฒนาการเมืองไทยนั้นเป้าหมายอยู่ที่การทำให้พรรคการเมืองเป็นสถาบัน การเมืองที่มีศักยภาพในการทำงานนิติบัญญัติในระดับชาติส่วนการดูแลเรื่องสารทุกข์สุขดิบ ของประชาชนเป็นบทบาทของการเมืองท้องถิ่นครับ ดังนั้นระบบปาร์ตีลิสต์ (Party list) ของ เราจึงมีแนวโน้มไปตามพัฒนาการแบบนี้นะครับจาก ๔๐๐ : ๑๐๐ มาเป็น ๓๗๕ : ๑๒๕ และปัจจุบันอยู่ที่ ๓๕๐ : ๑๕๐ นะครับ ดังนั้นถ้าหากว่าจะให้สอดคล้องกับแผนปฏิรูป ประเทศด้านการเมืองสัดส่วนของปาร์ตีลิสต์ (Party list) ควรจะพัฒนาจากวันนี้ ๓๕๐ : ๑๕๐ น่าจะไปสู่ ๓๐๐ : ๒๐๐ นะครับ หรืออาจจะคงไว้ที่ ๓๕๐ : ๑๕๐ ตามเดิม ก็ได้ครับ แต่ไม่ใช่ถอยหลังกลับไปที่ ๔๐๐ : ๑๐๐ อย่างที่ทุกฉบับเสนอมานะครับ🔗
ส่วนใครที่ต้องการจะดูแลทุกข์สุขของประชาชนท่านสามารถไปแสดงบทบาท นั้นที่การเมืองในระดับท้องถิ่นครับ ซึ่งถ้าทำอย่างนั้นได้ก็จะทำให้ท้องถิ่นแข็งแรงและมี ศักยภาพเต็มที่มากขึ้นครับ นอกจากนั้นในระบบบัตร ๒ ใบกับบัตร ๑ ใบ ผมเองเห็นด้วยกับ สิ่งที่ท่าน ส.ส. พรรคก้าวไกลได้เสนอมาเมื่อสักครู่นะครับ ซึ่งหมายความว่าแทนที่เราจะถอย กลับไปที่ระบบปี ๒๕๔๐ ซึ่งก็มีปัญหาวิกฤติอีกแบบหนึ่งนะครับ ผมเห็นด้วยกับการใช้ระบบ เอ็มเอ็มพี (MMP) ครับ🔗
ลักษณะที่ ๔ เปิดทางนักการเมืองประพฤติมิชอบ อันนี้ก็เกี่ยวข้องกับ มาตรา ๑๔๔ และมาตรา ๑๘๕ เป็นเรื่องการจัดการงบประมาณ การแทรกแซงการทำงาน ของข้าราชการฝ่ายประจำ แล้วก็ผลประโยชน์ทับซ้อนนะครับ ซึ่งเพื่อนสมาชิกวุฒิสภา ได้อภิปรายไปมากแล้วนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ในเรื่องของการลงมติในการรับหลักการในวาระที่ ๑ กระผมในฐานะสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่งผมจะพิจารณาเนื้อหาสาระข้อเสนอทั้ง ๑๓ ญัตติ ด้วยดุลพินิจที่เป็นอิสระแล้วครับ ผมจะยึดประโยชน์ประเทศเป็นหลัก ไม่มีอคติต่อร่างใด กลุ่มใด พรรคใด ไม่เกี่ยวกับว่าใครเป็นฝ่ายค้าน หรือใครเป็นฝ่ายรัฐบาล หรือว่าคนที่ เสนอนั้นเสนอขายแบบกระโชกโฮกฮากหรือแบบนิ่มนวลนะครับ ส่วนผลการลงมติ ในภาพรวมออกมาอย่างไร เสียงส่วนใหญ่เอาอย่างไรผมเอาด้วย แล้วก็เคารพและยินดีที่จะ ร่วมดำเนินการอย่างเป็นระเบียบแบบแผนต่อไปครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านถวิล เปลี่ยนศรี แล้วก็มาท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ พรรคพลังท้องถิ่นไท เชิญท่าน ถวิล เปลี่ยนศรี ก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายถวิล เปลี่ยนศรี สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอใช้เวลาของ รัฐสภาแห่งนี้อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ที่สมาชิกเสนอ เข้ามาสู่การพิจารณาจำนวน ๑๓ ฉบับ ผมอยากเริ่มอย่างนี้ครับ รัฐธรรมนูญนั้นแม้จะเป็น กฎหมายสำคัญสูงสุดของประเทศที่วางโครงสร้างการปกครอง กำหนดกรอบกติกา ความสัมพันธ์ของอำนาจฝ่ายต่าง ๆ ในบ้านเมือง ซึ่งตามหลักการนั้นควรจะแก้ไขยาก ไม่ควร จะได้รับการแก้ไขอย่างพร่ำเพรื่อ แต่รัฐธรรมนูญก็เหมือนกฎหมายอื่น ๆ หรือสิ่งอื่น ๆ ในโลกนี้ครับ เมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไปผ่านไปสถานการณ์ความจำเป็นต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป อาจจะเกิดความล้าสมัยไม่เหมาะสม ก็ย่อมจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ นั่นคือรัฐธรรมนูญแก้ไข ได้ ผมพูดอย่างนี้หลายท่านอาจจะตั้งคำถามว่า อ้าวแล้วทำไมครั้งที่แล้วที่มีการเสนอแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้นถึงไม่สำเร็จ ครั้งที่แล้วมีการเสนอแก้ไขมาตรา ๒๕๖ หมวด ๑๕ แห่ง รัฐธรรมนูญเพื่อให้มี ส.ส.ร. ขึ้นมาจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับแล้วก็ล้มเหลวนั้น ผมคิดว่าเพราะว่าท่านไปทำเรื่องที่ยาก คือขอทำทั้งฉบับ ขอตั้ง ส.ส.ร. ขึ้นมาทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ถ้าเป็นกีฬาเรื่องนี้ต้องเรียกว่าท่านเลือกเล่นท่ายาก ซึ่งปกติจะมีคะแนนสูงนะครับ แต่โอกาสพลาดก็มีมาก ถ้าเล่นหกต่ำหกสูง ตีลังกากลับหน้ากลับหลัง แถมยังใส่เกลียวเข้าไป อีก ๒ รอบ เพราะฉะนั้นก็ไม่สำเร็จเหมือนเช่นที่ผ่านมาแล้วนะครับ เพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้ ทั้งในหลักข้อกฎหมายซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยเป็นแนวทางไว้แล้ว รวมทั้งข้อเท็จจริง ที่ว่าแก้อย่างนั้นมันอันตราย แก้อย่างนั้นมันจะทำให้บางเรื่องยุ่ง คราวนี้เมื่อท่านเสนอเข้ามา ทั้ง ๑๓ ฉบับ เยอะนะครับ แต่ก็เป็นการเสนอแก้ไขรายมาตรา ซึ่งก็เป็นไปตามคำวินิจฉัยและ ข้อแนะนำของศาลรัฐธรรมนูญ ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วครับ ส่วนจะเหมาะจะควรหรือไม่นั้น อย่างน้อยที่สุดก็ได้เข้ามาในช่องทางที่ถูกต้องแล้วเดินต่อไปได้ รวมทั้งในโอกาสนี้เมื่อเข้ามา ในช่องทางที่ถูกต้องก็เป็นโอกาสที่สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งพวกเราถูกต่อว่าต่อขานมาตลอดว่าทำ ตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตลอดนะครับ คราวนี้เมื่อ ท่านเสนอเข้ามาเป็นรายมาตรา ท่านจะตัดทอนสิ่งใด ท่านจะเพิ่มเติมสิ่งใด แม้ว่าสิ่งนั้นจะ กระทบต่อสิ่งที่พวกเราถูกกล่าวหาอยู่ตลอดว่าเป็นอำนาจเป็นผลประโยชน์ของพวกเรา ท่าน ทำได้เต็มที่นะครับ ผมมั่นใจนะครับว่าเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาพวกเราจะพิจารณาอย่าง ตรงไปตรงมาด้วยเหตุด้วยผล ถ้าสิ่งนั้นชอบด้วยกฎหมาย เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน เป็นไปเพื่อให้เกิดผลดีต่อส่วนรวม ไม่ต้องมากังวลว่าพวกเราจะไม่เห็นด้วย ทุกอย่างจะเป็นไป ตามข้อเท็จจริง ทุกอย่างจะเป็นไปตามข้อกฎหมายและเหตุและผลของแต่ละเรื่อง🔗
ทีนี้ผมมาดูแล้วว่า แล้วเราจะพิจารณาร่างทั้ง ๑๓ ฉบับอย่างไร เยอะนะครับ ๑๓ ฉบับ มีทั้งฉบับเดียวรวมหลายเรื่อง มีทั้งฉบับเดียวเรื่องเดียวประเด็นเดียว มีทั้ง ฉบับเดียวเรื่องเดียวหลายประเด็น แล้วก็มีทั้งที่ซ้ำกัน ซ้ำและตรงกัน ซ้ำแล้วก็ไม่ตรงกัน มันเยอะนะครับ คงอภิปรายไม่ได้ทั้งหมดว่าอะไรดีหรือไม่ดี ผมก็เลยมาจับหลักนะครับว่า ถ้าอย่างนั้นผมพิจารณากลับกันนะครับ จับเอาหลักตรงที่ว่าอะไรบ้างที่เป็นสาระสำคัญ อะไรบ้างที่เป็นหัวใจของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ซึ่งไม่ควรจะเอาออกไป ซึ่งไม่ควรจะปรับแก้ไข ให้ผิดเพี้ยนไปจากหลักการหรือเจตนารมณ์ดั้งเดิมที่มีอยู่ ก็จะจับร่างแต่ละร่างมาขึงดูว่า ฉบับใดไปตัดไปแก้หลักการสำคัญหรือเจตนารมณ์เหล่านั้นในรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้ามี ก็ไม่รับครับ ถ้าไม่มีก็รับ นี่เป็นเรื่องง่าย ๆ นะครับ ถึงแม้จะใช้หลักนี้แล้วก็ตามผมก็ยังพบว่า มันมีหลายประเด็นมากคงไม่มีเวลาเพียงพอที่จะใช้ในการที่จะอภิปรายลงไปทุก ๆ ประเด็น ก็จะขออภิปรายเฉพาะสัก ๒-๓ ประเด็นที่สำคัญ ๆ ครับ🔗
ประเด็นแรกครับ พูดกันเยอะแล้ว พูดกันแทบจะทุก ๆ ชั่วโมง ทุก ๆ การอภิปรายก็คือมาตรา ๑๔๔ และมาตรา ๑๘๕ มาตรา ๑๔๔ ที่ตัดบทลงโทษที่รุนแรง ตั้งแต่พ้นจากตำแหน่ง สิ้นสุดสมาชิกภาพ ตัดสิทธิทางการเมือง เผลอ ๆ ไปถึงขั้นติดคุก กับนักการเมืองทั้งที่เป็น ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรี รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติมรายการในงบประมาณรายจ่ายของรัฐ เรื่องนี้มองง่าย ๆ นะครับว่ามันไป ทำลายหลักการสำคัญอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายแล้วนะครับ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อย่างหนึ่งนั่นก็คือมุ่งการปราบโกง มุ่งการปราบการทุจริตคอร์รัปชันที่ทำกันมายาวนาน จนเป็นที่เอือมระอาแล้วก็ทำให้ประเทศเราจมปลักอยู่กับการเป็นประเทศที่แก้ไขปัญหา คอร์รัปชันไม่ได้สักที เป็นอุปสรรคปัญหาต่อการพัฒนาประเทศตลอดมา ปล่อยประเด็นนี้ ออกไปก็เหมือนแก้มัดตราสังข์นะครับ ป่าช้าแตกแน่นอน ปล่อยให้มีการคอร์รัปชันอาละวาด หลอกหลอนประชาชนกันอีกรอบ เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดแล้วประเด็นนี้รับไม่ได้ แล้วก็ อาจจะต้องย้ำว่ารับไม่ไหวนะครับ🔗
อีกมาตราหนึ่งครับ มาตรา ๑๘๕ อันนี้ก็สำคัญพอกันนะครับ ที่แก้ไขยอมให้ ส.ส. ส.ว. รวมไปถึงรัฐมนตรีใช้สถานะหรือตำแหน่งหน้าที่เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการแต่งตั้ง โอนย้าย เลื่อนตำแหน่ง เลื่อนเงินเดือน ไปจนกระทั่งถึงให้พ้นตำแหน่งข้าราชการและ เจ้าหน้าที่ของรัฐ อันนี้ผมต้องบอกว่าเห็นแล้วแสลงใจผมมากเลย เพราะผมเจอจริง แล้วก็เจ็บจริงมาด้วยตัวผมเองในเรื่องนี้ คงยอมให้ร่างที่มีเนื้อหาอย่างนี้ผ่านไปไม่ได้ เช่นเดียวกันครับ ผมอยากจะเรียนว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นไม่ใช่พนักงาน ไม่ใช่คนงาน ไม่ใช่ยาม ไม่ใช่ รปภ. หรือคนรับใช้ส่วนตัวในบ้าน หรือในบริษัทของท่านนะครับที่ท่านนึกจะ โอนย้าย สับเปลี่ยนหน้าที่ ลงโทษ ไล่ออก ปลดออกได้ตามอำเภอใจทำไม่ได้นะครับ ท่านอาจจะคุ้นเคยในระบบของท่าน แต่ในระบบราชการของพวกเรา เรามีระบบคุณธรรม คุ้มครองอยู่ ท่านอย่าไปยุ่งกับเขาเลยนะครับ ปล่อยให้เขาอยู่กับระบบคุณธรรมซึ่งมันดีอยู่ แล้วนะครับ ผมประสบมาด้วยตัวเองครับที่มีการโอนย้ายอย่างไม่เป็นธรรม ไม่เป็นตามระบบ คุณธรรม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน แต่เป็นไปเพื่อความสะใจ เพื่อประโยชน์ตน ประโยชน์พรรค ประโยชน์พวกและญาติพี่น้อง มันเป็นประสบการณ์ ที่เจ็บปวดแล้วครับ ไม่น่ารื่นรมย์แต่อย่างใด สุดท้ายแม้ผมจะต่อสู้ฟ้องร้องเรียกหา ความเป็นธรรมและได้กลับคืนมาในที่สุด แต่ก็เป็นไปอย่างโดดเดี่ยว เป็นไปอย่างใช้เวลา ยากลำบากและเต็มไปด้วยอุปสรรคนานาประการนะครับ ก็ไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีก ต้องขอบคุณท่านผู้เสนอญัตตินะครับ ใน ๒ มาตรานี้ที่ท่านรับปากจะไปแก้ไขให้กลับไปยัง หลักการเดิมทั้ง ๒ มาตราในชั้นกรรมาธิการนะครับ แต่ด้วยความเคารพครับว่าในชั้นนี้ รับไม่ได้จริง ๆ ส่วนในชั้นกรรมาธิการวาระ ๒ วาระ ๓ นั้นก็ขอดูกันอีกทีหนึ่งนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ครับ มาตรา ๒๗๒ เรื่องการให้ความเห็นชอบผู้ได้รับ การเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี หรือที่เรียกกันว่าการปิดสวิตช์ ส.ว. เรื่องนี้ต้องพูดกันให้ชัด ครับ จะมาพูดเอามัน คำหนึ่งก็ปิดสวิตช์ ส.ว. สองคำก็ปิดสวิตช์ ส.ว. ไม่ได้ครับ พวกผม ส.ว. แม้จะอายุมากกันแล้ว ไฟน้อยกันแล้วนะครับ แต่จะมาให้ใครปิดสวิตช์ง่าย ๆ โดยไม่มีเหตุ ไม่มีผล จนกระทั่งไปถึงขั้นที่ข่มขู่คุกคามหรือเหยียดหยามในประการต่าง ๆ นั้นยอมไม่ได้ หรอกครับ แต่ถ้าท่านมีเหตุผลมาพูดกันผมกระซิบเบา ๆ นะครับ เราปิดสวิตช์เราเองได้ครับ🔗
มาที่เหตุผลที่ไม่เห็นด้วยกับการตัดอำนาจตรงนี้ของ ส.ว. ครับ ในการรับรอง ให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี ต้องบอกว่าในหลักการแล้วนี่เสียงของสมาชิกวุฒิสภาไม่ใช่ เสียงชี้ขาดในการเลือกตัวนายกรัฐมนตรีหรอกครับ ผู้ที่มาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นถ้าไม่มีเสียง สนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎรที่มากเพียงพอเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้หรอกครับ ถึงเป็นได้ ก็บริหารประเทศต่อไม่ได้ เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงในทางการเมืองเมื่อตอนที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งนั้น ท่านเข้ามาเพราะเสียงสนับสนุน ของ ส.ส. อย่างพวกเราในห้องนี้ล่ะครับ ไม่ได้มีเสียงสนับสนุนของ ส.ว. ไม่มีเสียงสนับสนุน ของ ส.ว. สักคนเดียวท่านก็เป็นนายกรัฐมนตรีได้อยู่แล้วนะครับ ท่านเป็นโดยเสียงสนับสนุน ของ ส.ส. ไม่ใช่เสียงสนับสนุนของ ส.ว. นะครับ เรื่องนี้ผมคิดว่าพวกเรา ส.ว. โดนด่าฟรีครับ เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่ง มีคนเอากระดูกมาแขวนคอให้โดนด่าฟรีมาตลอด🔗
เหตุผลที่ ๒ ครับ การให้ ส.ว. ออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นผลของ การทำประชามติพร้อม ๆ กับการรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งฉบับ เป็นฉันทามติของประชาชน ไปหักดิบยกเลิกดื้อ ๆ ไม่ได้นะครับ ถ้าจะทำก็ต้องไปย้อนต้นทางทำประชามติมาเสีย ให้ถูกต้อง🔗
เหตุผลที่ ๓ ที่ว่าเรื่องนี้ทำไมถึงจะไปยกเลิกไม่ได้ ก็เพราะว่าเรากำหนดไว้ใน รัฐธรรมนูญในบทเฉพาะกาล มันจะสิ้นสุดไปกับบทเฉพาะกาลก็อีกแค่ปี ๒ ปี ถึงเวลานั้น สวิตช์ พวกเราปิดเองครับไม่ต้องให้มีใครมาไล่ปิดอีกต่อไป🔗
เหตุผลสุดท้ายที่ผมอยากจะพูดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็คือว่า ส.ว. เราไม่ได้ มาจากประชาชน การมามีเสียงเลือกหรือให้ความเห็นชอบตัวนายกรัฐมนตรีนั้นในทาง หลักการแล้วมองอย่างไรก็ไม่เป็นประชาธิปไตยหรอกครับ ใคร ๆ ก็ทราบในสถานการณ์ปกติ มันไม่ควรมีอยู่นะครับ แต่ผมอยากให้พวกเราตั้งสติกันแล้วก็พิจารณาเรื่องนี้อย่างเป็นธรรม อยากเรียกร้องให้เราทำใจกว้าง ๆ ว่าในความเป็นจริงที่ผ่านมานั้นเราเป็นประชาธิปไตยกัน จริงหรือเปล่า ทุกอย่างเป็นไปตามหลักการอย่างสวยหรูอย่างนั้นหรือ บ้านเมืองเราที่ยุ่งเหยิง วุ่นวายมืดมนอย่างหลาย ๆ ปีที่ผ่านมานั้นเป็นเพราะอะไร ฝีมือใคร ผมคิดว่าไม่ใช่เพราะ พวกผมหรอกครับ แต่ที่มันยุ่งมันมืดเพราะใครท่านไปเป็นพิจารณาดูครับ ที่ผ่านมาใครกัน ที่อาศัยประชาธิปไตยบังหน้าสมคบกันโกงกินคอร์รัปชันสารพัดจนบ้านเมืองเสียหายย่อยยับ ที่ผ่านมาใครกันที่ดำเนินนโยบายผิดพลาดจนบ้านเมืองเสียหายแทบล่มจมล่มสลายไม่ต้องพูด ว่านโยบายเรื่องอะไร ท่านก็คงจะทราบกันนะครับ และใครบ้างที่ลุแก่อำนาจอาศัย เสียงข้างมากที่ผ่านกฎหมายใด ๆ ตามอำเภอใจโดยเฉพาะกฎหมายนิรโทษกรรมที่ทำลาย หลักนิติรัฐนิติธรรมอย่างย่อยยับไม่ฟังเสียงใคร ๆ จนกระทั่งประชาชนต้องออกมาเดินขบวน ขับไล่กันเต็มถนนเป็นล้าน ๆ คน แน่นอนล่ะครับนักการเมืองและพรรคการเมือง ที่ดีมีแน่นนอน แล้วก็มีอยู่มากด้วย แล้วก็มีอยู่ในสภาแห่งนี้เยอะด้วยนะครับ ซึ่งผมเคารพ นับถือชื่นชมพวกเขาเหล่านั้นอย่างเต็มที่นะครับ แต่เสียดายเหลือเกินว่าเรายังมีนักการเมือง ที่ดีไม่มากพอที่จะไปต้านทานนักการเมืองที่ไม่ดี ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าด้วยเหตุและผล ข้อบกพร่องอย่างนี้ครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงได้มีบทบัญญัติต่าง ๆ เพื่อป้องกันและแก้ไข ปัญหาเหล่านี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งรวมถึงเรื่องบทเฉพาะกาลที่ให้ ส.ว. เราเข้าไปมีส่วนเลือก นายกรัฐมนตรี แล้วก็เป็นเรื่องชั่วคราวแค่ ๕ ปีเท่านั้น คงจบประเด็นที่ ๒ ครับ🔗
เรื่องที่ ๓ นิดเดียวครับ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติครับ ยุทธศาสตร์ชาติเป็นเรื่อง สำคัญนะครับ ทุกประเทศมีมีในรูปแบบต่าง ๆ กันเพื่อกำหนดเป้าหมายและทิศทาง ในระยะยาวของประเทศที่จะเดินไป เรื่องนี้สำคัญอย่างไรครับ แม้แต่เราเองธุรกิจเล็ก ๆ ยังต้องมีเป้าหมายยังต้องมีแผนของตัวเองต้องสำรวจทรัพยากร ต้องพิจารณาอุปสรรคปัญหา ข้อจำกัดต่าง ๆ หาทางเลือกเพื่อบรรลุเป้าหมายของเราเอง นี่ประเทศใหญ่โตกว่าบ้าน กว่าตัวเรา ใหญ่โตกว่าครอบครัวของเราตั้งไหน ๆ ไม่มีไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นร่าง ที่เสนอมาในเรื่องนี้ถ้าตัดเรื่องนี้ออกไปรับไม่ได้ แต่ถ้าเสนอว่าควรจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใน เนื้อหาวิธีทำวิธีปฏิบัติ วิธีขับเคลื่อนให้ดีขึ้นก็พอจะรับได้ ผมคงหมดเวลาตรงนี้แล้วก็คงเกิน เวลามาแล้ว ก็คงจะแค่นี้ครับ อยากสรุปว่ารัฐธรรมนูญนั้นแก้ได้ทำให้ถูกนะครับ แล้วก็ ประเด็นอะไรที่ผมคิดว่าได้อภิปรายมานั้นถ้ามันไปขัดกับหลักเรื่องพวกนี้ก็ด้วยความเคารพ ก็คงรับไม่ได้ ส่วนประเด็นอื่น ๆ ก็คงจะมีเพื่อนสมาชิกอภิปรายก็ตัดสินใจกันอีกทีครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับท่านถวิล เปลี่ยนศรี ต่อไปเชิญท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ แล้วก็จะกลับมา ท่านปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ครับ เชิญท่านนพดลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ทั้ง ๑๓ ฉบับ โดยผมมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดประโยชน์ ในการบริหารประเทศในครั้งที่จะทำต่อไปนี้ก็อยากจะให้มองถึงในเรื่องของประโยชน์ ของประชาชน ประโยชน์ของชาติโดยส่วนรวมเป็นหลัก เพราะว่าในหลายร่างที่ส่งเข้ามา ก็มองดูว่ามีทั้งในเรื่องที่เป็นประโยชน์ของประชาชน แล้วก็รวมถึงประโยชน์ของ พรรคการเมืองเองหรือตัวเองด้วยผสมกันอยู่ในร่างนั้น ก็จะมีปัญหาในการที่จะรับหรือไม่รับ เพราะว่ามีทั้งถูกใจและไม่ถูกใจ และอาจจะเป็นประโยชน์เฉพาะตัวหรือประโยชน์ของ ประชาชนร่วมกันอยู่ ซึ่งผมมองว่าในส่วนของตัวเองในเรื่องของการเข้าสู่ตำแหน่งของการ เลือกตั้ง ผมคิดว่าในเรื่องนี้ถ้าจะมีการแก้ไขก็ควรจะมองในเรื่องของตัวแทนของ พี่น้องประชาชนจริง ๆ ที่จะเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นตัวของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิก วุฒิสภาก็คิดว่าควรจะมาจากการเลือกตั้งและในสัดส่วนที่จะมี ผมคิดว่าตัวแทน ของประชาชนต้องมีให้มากที่สุด มากกว่าตัวแทนของส่วนอื่น ผมคิดว่าอาจจะเพิ่มในส่วนของ ส.ส. อาจจะเป็น ๓๕๐ แล้วก็ในส่วนของบัญชีรายชื่ออาจจะเป็นอีกเท่าเดิม คือ ๑๕๐ ทั้งนี้ อาจจะมีเพิ่มตัวแทนที่ประชาชนเลือกมาในส่วนของท้องถิ่นเพิ่มขึ้นมา เพาะเขาเคยเลือกกัน ทั้งจังหวัดเข้ามาแล้ว อาจจะเข้ามามีส่วนตรงนี้ในสัดส่วนด้วยก็อยากจะฝากไว้นะครับถ้ามี การแก้ไขในส่วนตรงนี้ ส่วนในเรื่องของสิทธิเสรีภาพประชาชน ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ เกิดประโยชน์กับส่วนรวมมาก ซึ่งตรงนี้เองก็เป็นเหตุผลที่ดี ในส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่าในการ บริหารประเทศเอง เรามีระบบบริหารราชการที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ซึ่งในส่วนของท้องถิ่นเองจะมีภารกิจส่วนใหญ่ของหน่วยงาน ของราชการส่วนกลางและภูมิภาคเข้ามาซ้ำซ้อนกันอยู่เป็นอยู่จำนวนมาก เพราะว่าในส่วนของ ท้องถิ่นเองเรามีรูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งรูปแบบทั่วไปและรูปแบบพิเศษขึ้นมา จำนวนมากนะครับซึ่งเต็มพื้นที่ของทั้งประเทศผมมองว่าสัดส่วนการที่จะมาร่วมกันบริหาร หรือบริการจัดการสาธารณะในพื้นที่ตรงนี้มันมีปัญหาในเรื่องของแยกกันอยู่ แล้วก็ซ้ำซ้อนกัน ไม่ว่าจะเป็นภารกิจที่ซ้ำซ้อนกัน ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณที่ใช้จ่ายซ้ำซ้อนกัน ทั้งฝ่ายที่เป็น บุคลากรของภูมิภาคและบุคลากรของส่วนท้องถิ่น อันนี้เองผมคิดว่าควรจะมีความชัดเจน ในหมวดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ มาตรา ๒๔๙ ถึงมาตรา ๒๕๔ ผมคิดว่า ทั้งที่มาของผู้บริหารท้องถิ่นควรจะมาจากการเลือกตั้งโดยตรงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ผู้บริหารหรือฝ่ายสภา ส่วนในส่วนของฝ่ายประจำเองผมคิดว่าอันนี้เป็นบุคลากรที่ทำหน้าที่ ในภารกิจที่ซ้ำซ้อนกันกับส่วนภูมิภาคจะมีวิธีการอย่างไร ผมอยากจะให้เขียนไว้ ในรัฐธรรมนูญ ในหมวดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเรื่องของการจัดการบริการ สาธารณะในพื้นที่ที่สามารถร่วมกันจัดการได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของจังหวัด หรือรูปแบบ ของจังหวัดแต่ละจังหวัด แล้วก็ให้เป็นหน่วยงานหลักในพื้นที่ ทั้งนี้เมื่อเป็นหน่วยงานหลัก ในพื้นที่การจัดบริการสาธารณะแล้ว ถ้าซ้ำซ้อนกับส่วนภูมิภาคผมคิดว่าก็ต้องให้ท้องถิ่น เป็นหลัก และอาจจะต้องไปลดสัดส่วนของภูมิภาคในการที่จะทำงานซ้ำซ้อนกัน ส่วนในเรื่องของ งบประมาณเองรายได้ตรงนั้นก็คงจะพูดถึงวิธีการบริหารงบประมาณ ซึ่งผมคิดว่าควรจะเพิ่ม ในเรื่องของคณะกรรมการบริหารงบประมาณในระดับจังหวัดแบบมีส่วนร่วมซึ่งจะเป็น ประโยชน์ในการบริหารงบประมาณ แล้วก็เกิดความรวดเร็ว ทั่วถึง เป็นธรรม ลดความเหลื่อม ล้ำ และเกิดประโยชน์คุ้มค่ามากกว่าปัจจุบันนี้ซึ่งแยกส่วนกันทำ ผมมองว่าในส่วน ตรงนี้เราไม่ได้เขียนชัดเจนในเรื่องของการกระจายอำนาจให้ประชาชนในส่วนพื้นที่ โดยมี รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในพื้นที่ ควรจะใส่ไว้เพิ่มเติม ก็คิดว่าในส่วนของร่างต่าง ๆ ที่เข้ามานี้ผมคิดว่ามีทั้งเป็นประโยชน์กับประชาชนและอาจจะต้องเพิ่มเติม แล้วก็อาจจะเป็น ประโยชน์เฉพาะของกลุ่ม ซึ่งตรงนี้เองผมคิดว่าการที่จะลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความ เป็นธรรมในการที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์ ควรจะมีการบริการที่มีส่วนร่วมในการบริหาร จัดการในพื้นที่ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปานเทพ กล้าณรงค์ราญ สมาชิกวุฒิสภา และหลังจากนั้นก็จะเป็นท่านอันวาร์ สาและ พรรคประชาธิปัตย์ เชิญท่านปานเทพครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอขอความเห็นชอบต่อรัฐสภา ซึ่งกระผม มีความเห็นที่จะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ และมาตรา ๑๘๕ ดังนี้🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะที่กระผมได้เคยปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงาน ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเป็นเวลานานพอสมควร และได้มีโอกาสไปร่วม ประชุมกับนานาอารยประเทศที่เกี่ยวกับการต่อต้านคอร์รัปชันมาอย่างต่อเนื่อง ขอกราบเรียนว่า ทุกประเทศมีความเห็นตรงกันว่าการคอร์รัปชันซึ่งเป็นอาชญากรรมระหว่างประเทศที่ส่งผล กระทบต่อความเจริญของประเทศทั้งทางด้านเศรษฐกิจและทางสังคมเป็นอย่างมากมีสาเหตุ สำคัญมาจากเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจที่ได้รับมอบหมายจากรัฐในทางที่มิชอบ กล่าวคือ ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในสังคม และก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมมาก ด้วยเหตุนี้รัฐสมาชิกสหประชาชาติจึงได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๓๙ หรือเมื่อ ๒๕ ปีมาแล้วครับ กำหนดมาตรฐานจริยธรรมของ เจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อให้เป็นแนวทางให้รัฐภาคีนำไปกำหนดเป็นมาตรฐานจริยธรรมของ เจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยมีหลักการที่สำคัญ ๓ ประการครับ คือประการที่ ๑ ต้องปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์สาธารณะ มีความซื่อสัตย์สุจริต ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือนโยบายบริหาร อยู่เสมอ ประการที่ ๒ ไม่พึงให้การปฏิบัติเป็นพิเศษต่อกลุ่มหรือบุคคลใดโดยไม่สมควร และประการที่ ๓ ไม่พึงใช้อำนาจหน้าที่ของตนในทางมิชอบ🔗
ต่อมาในปี ๒๕๔๖ รัฐภาคีสหประชาชาติได้ให้ความเห็นชอบต่อสิ่งที่เรา เรียกว่าอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านคอร์รัปชัน หรือยูเอ็นซีเอซี ๒๐๐๓ (UNCAC 2003) ซึ่งได้บัญญัติในข้อ ๗ ให้รัฐภาคีรับหลักการนี้และเสริมสร้างระบบงาน ที่โปร่งใส และป้องกันการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนร่วม และในข้อ ๘ ได้กำหนดให้นำมาตรฐานจริยธรรมสากลตามมติในปี ๒๕๓๙ ดังกล่าวมาเป็นแนวทาง การปฏิบัติโดยให้เป็นหลักการพื้นฐานในกฎหมายภายในของแต่ละประเทศนะครับ ด้วยเหตุนี้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จึงได้มีการอนุวัติ ตามอนุสัญญาสหประชาชาติดังกล่าวด้วยการบัญญัติเรื่องการขัดกันระหว่างประโยชน์ ส่วนตัวกับประโยชน์ส่วนรวมไว้ในหมวด ๑๒ การตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ ส่วนที่ ๒ การกระทำการขัดกันแห่งผลประโยชน์ มาตรา ๒๖๕ ถึงมาตรา ๒๖๙ และนอกจากนั้น ตามหลักการเดียวกันนี้ รัฐธรรมนูญแห่งอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้บัญญัติ ในหมวด ๘ เรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ มาตรา ๑๘๔ ถึงมาตรา ๑๘๗ โดยเฉพาะ ในมาตรา ๑๘๕ บัญญัติให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ใช้สถานะหรือ ตำแหน่งหน้าที่กระทำการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ ของตนเอง ของผู้อื่น และของพรรคการเมือง ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อมในเรื่องที่ กำหนดไว้ ๓ เรื่องด้วยกันครับ คือ ๑. การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำ ๒. การทำให้ ตนมีส่วนร่วมในการใช้งบประมาณ และ ๓. การบริหารงานบุคคลของข้าราชการ เว้นแต่เป็น การดำเนินการในกิจการของรัฐสภา นอกจากนั้นได้บัญญัติห้ามไว้ในมาตรา ๑๔๔ วรรคสอง มิให้สมาชิกรัฐสภาเสนอแปรญัตติหรือกระทำการใด ๆ ที่มีผลให้ตนเองมีส่วนใช้งบประมาณ รายจ่ายทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม ซึ่งข้อบัญญัตินี้ก็ตรงกับลักษณะการขัดกันแห่ง ผลประโยชน์ประการหนึ่งคือการนำโครงการสาธารณะลงในพื้นที่เลือกตั้งเพื่อประโยชน์ทาง การเมือง เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้วการเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๔๔ และ มาตรา ๑๘๕ เป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาบางคน บางส่วน สามารถเข้ามาก้าวก่าย หรือแทรกแซงการปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง รวมทั้งพรรคการเมือง อันเป็นการใช้อำนาจเป็นการไปเอาเปรียบผู้อื่น ซึ่งขัดต่อหลักปฏิบัติระหว่างประเทศได้ นอกจากนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญใน ๒ มาตรานี้เป็นการขัดต่อบทบัญญัติในอนุสัญญา สหประชาชาติซึ่งประเทศไทยเราในฐานะรัฐภาคีต้องอนุวัติกฎหมายตามมติขอสหประชาชาติ ที่กระผมได้กราบเรียนให้ทราบแล้ว อันจะเป็นผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศในด้าน การต่อต้านคอร์รัปชันให้ด้อยลงในสายตาของมิตรประเทศ ตลอดจนทำให้ขาดความเชื่อถือ ศรัทธาในการดำเนินงานการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากการปฏิบัติงานที่ไม่มีธรรมาภิบาล ขาดความโปร่งใสและเปิดช่องในกฎหมายที่ก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบจากการใช้ อำนาจของรัฐที่ไม่ถูกต้องและเป็นธรรม อีกทั้งจะก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมด้วย ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้กระผมจึงยังไม่เห็นด้วยกับหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ และ มาตรา ๑๘๕ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านปานเทพ ต่อไปเชิญท่านอันวาร์ สาและ แล้วตามด้วยท่านภาสกร เงินเจริญกุล พรรคเศรษฐกิจใหม่ เชิญท่านอันวาร์ สาและ ก่อนครับ🔗
เรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ ส.ส. จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้เป็นวันสำคัญมากที่สุดวันหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย เพราะว่าเรากำลังแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ออกแบบมาเพื่อพวกเราให้เป็นประชาธิปไตย ไม่ให้ สืบทอดอำนาจต่อไป จึงได้มีการยื่นร่างเข้ามาเพื่อขอแก้ไขถึง ๑๓ ร่าง จะสำเร็จหรือไม่ ก็คงแล้วแต่บุญแต่กรรมของประเทศล่ะครับ การที่จะแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาให้หมดไปนั้น ก่อนอื่นเราคงจะต้องเข้าใจว่าปัญหา อยู่ที่ไหน และเราต้องพูดแต่ความจริง จะโกรธกันไม่ได้ แต่สังคมการเมืองบ้านเรามักจะพูด ไม่เป็นความจริงกัน ภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่าแทงกั๊ก ถามวัวตอบควาย ทะเลาะกันบน หน้าสื่อ แต่ก็บอกว่าไม่มีอะไร การเมืองจึงถูกมองว่าเป็นเรื่องของการแสวงหาประโยชน์ ส่วนตนมากกว่าที่จะทำประโยชน์ให้แก่ชาติบ้านเมือง ความขัดแย้งในสภานั้นเป็นเรื่อง ปกติครับ ในระบอบประชาธิปไตยที่มีความเห็นไม่ตรงกันแต่ความขัดแย้งนั้นสามารถยุติได้ ด้วยเสียงข้างมากในสภา ซึ่งบ่อยครั้งฝืนความรู้สึกของประชาชน แต่มีการทักท้วงจากสังคม ผ่านสื่อ ซึ่งหากรัฐบาลไม่ใส่ใจนี่ก็จะเป็นปัญหา ทนไม่ไหวก็รวมตัวกันชุมนุมต่อต้าน กระโดด ร่วมเป็นคู่ขัดแย้ง สุดท้ายก็เป็นความขัดแย้งระหว่างสภากับประชาชน จนนำไปสู่เหตุของ การปฏิวัติ ยังจำได้ไหมครับกรณีที่อภิปรายเรื่องทุจริตจำนำข้าวและ พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ถ่ายทอดสดทั่วประเทศ รัฐบาลผิดหรือไม่ผิดประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน แต่มติเสียงข้างมาก ในสภาบอกว่ารัฐบาลไม่ผิด มีการจุดประเด็นเรื่องนี้ ชุมนุมกันเกือบปี เศรษฐกิจเสียหาย ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย นี่คือเหตุผลที่ทหารใช้เป็นข้ออ้างในการปฏิวัติใช่ไหมครับ พรรคประชาธิปัตย์ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนเรียกประชาชนออกมาชุมนุม และเรียกทหาร ออกมาปฏิวัติ เพราะผู้จุดประเด็นเป็นอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เราจะโทษ พรรคประชาธิปัตย์หรือจะโทษเสียงข้างมากในสภาตามรัฐธรรมนูญครับ และหากยอมรับกัน ว่าเสียงข้างมากคือปัญหาก็ต้องแก้ไขที่เสียงข้างมาก ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะขอเสนอ แนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องเสียงข้างมาก โดยให้มีคณะลูกขุนสภา หรือจะเรียกว่า ตุลาการสภา ความหมายคือ คณะบุคคลที่มาจากตัวแทนองค์กรภาคเอกชนที่ไม่ใช่ นักการเมือง ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนในการตัดสินชี้ขาดการอภิปรายวาระสำคัญ ในสภา โดยยึดหลักการทำสิ่งที่ถูกให้เป็นถูกและผิดให้เป็นผิด ซึ่งจะเป็นการหลีกเลี่ยงหนทาง ที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ดังเช่นตัวอย่างที่ผมได้เสนอไปแล้วในกรณีของจำนำข้าว และ พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ถ้าในตอนนั้นมีคณะลูกขุนสภาก็อาจจะไม่เกิดเหตุการณ์วุ่นวาย จนนำไปสู่การปฏิวัติ ทำไมผมถึงเชื่อว่าคณะลูกขุนสภาจะเป็นทางออกของประเทศไทย ผมเชื่อว่าคณะลูกขุนสภาหรือคณะตุลาการสภาไม่ใช่นักการเมือง ซึ่งจะตัดสินโดยไม่เข้า ข้างใคร เพราะไม่ได้สังกัดพรรค ถ้าทำตามหลักทำสิ่งที่ถูกให้เป็นถูก ผิดให้เป็นผิด สังคมก็จะ ให้การยอมรับและพอใจต่อคำตัดสินนั้น ๆ เพราะตรงใจกับประชาชน เสมือนหนึ่งประชาชน เข้าไปนั่งเป็นกรรมการตัดสินด้วยตัวเอง หากทำได้ประชาชนจะรู้สึกว่าจะสภาเป็นของ ประชาชนอย่างแท้จริง จึงไม่มีสาเหตุใดที่จะทำให้ประชาชนขุ่นเคือง ออกมาชุมนุมประท้วง แล้วก็ไม่มีเหตุใด ๆ ที่ทหารจะใช้เป็นข้ออ้างออกมาทำการปฏิวัติรัฐประหาร ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ผมมีสไลด์ (Slide) ให้ขึ้นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ลองดูสิครับ สถิติของการปฏิวัติประเทศเราเป็นอย่างไรบ้างครับ ติด ๑ ใน ๕ ของโลก และมีการรัฐประหารสำเร็จถึง ๑๓ ครั้ง เป็นที่๑ ของโลกน่าภูมิใจไหมครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ที่ไม่มีใครคิดและไม่เคยมีใครพูดถึง ผมเองคิดว่านี่คือแนวทางในการแก้ไข ปัญหาของชาติ ที่ผมพยายามเน้นว่าปัญหาเกิดในสภาก็ต้องควรจบในสภาด้วยกลไกของ ประชาธิปไตย ทำไมต้องให้ทหารออกมาปฏิวัติ เพราะปฏิวัติครั้งใดประเทศไทยก็ถอยหลัง เข้าคลอง ส่วนที่มาของคณะลูกขุนหรือตุลาการสภาจะเป็นอย่างไรนั้นก็ไม่น่ามีปัญหาครับ สามารถออกแบบได้ ไม่ใช่เรื่องแปลกหากผู้มีอำนาจต้องการแก้ไขปัญหาของชาติรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้อ้างว่าเป็นประชาธิปไตย ถูกออกแบบมาได้อย่างไรครับ ให้ ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้ง ของประชาชนซึ่งควรจะมีอำนาจบริหารในสภา แต่อำนาจกลับไปอยู่ที่ ๒๕๐ สว. ที่มาจากการแต่งตั้ง นี่สิครับเป็นเรื่องแปลก เรื่องนี้ผมได้ นำเสนอในที่ประชุมพรรค เพราะมั่นใจว่าประเด็นของผมนั้นไม่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการแก้ไข รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง แต่เป็นการแก้ไขให้ประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไปได้เพื่อประโยชน์ของ ประเทศชาติและประชาชนโดยไม่ต้องมีการปฏิวัติ แต่สิ่งที่น่าเสียดายครับ พรรคไม่ได้ใส่ใจ ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ แต่ก็ต้องทบทวนและพิจารณาว่าผมควรจะต้องทำอย่างไรต่อไป หรือไม่🔗
ท่านประธานครับ ๑๓ ร่างแก้ไขที่เสนอเข้ามานั้นผมไม่แน่ใจนะครับว่า จะได้รับการพิจารณาจากผู้มีอำนาจหรือไม่ เพราะจากพฤติกรรมที่ผ่านมามักจะโยนว่า เป็นเรื่องของสภา แต่อย่างไรก็ตามวันนี้ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอทำหน้าที่เสนอแนวคิดที่แปลก ๆ ใหม่ ๆ ให้ถูกบันทึก ไว้ในสภาเพื่อเป็นทางออกให้กับบ้านเมือง เพราะหากยังปล่อยให้เสียงข้างมากยังมีบทบาทใน รัฐสภา ตัดสินมาแล้วฝืนความรู้สึกอีก ประชาชนก็ออกมาต่อต้านอีก ก็กลับมา วังวนเดิมอีกครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับท่านอันวาร์ สาและ ต่อไปเชิญท่านภาสกร เงินเจริญกุล พรรคเศรษฐกิจใหม่ และหลังจากนั้นไปท่านอำพล จินดาวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภา เชิญท่านภาสกรก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้เราเห็นร่างการแก้ไข รัฐธรรมนูญถึง ๑๓ ร่าง ๑๓ ฉบับนะครับ แต่อยากจะให้เห็นว่าใจความสำคัญหรือแก่นของ การแก้รัฐธรรมนูญจริง ๆ แล้วมันเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน หรือประโยชน์กับ ประเทศชาติหรือไม่ เพียงใดครับท่านประธาน หากจุดประสงค์หรือแก่นของการ แก้รัฐธรรมนูญนี่มันแก้แล้วพี่น้องประชาชน ประเทศชาติได้รับผลประโยชน์ ผมว่าแก้ไป เถอะครับไม่มีใครว่า ผมว่าสมาชิกในรัฐภาทั้งหมดคงโหวตและรับหลักการให้ แต่หากการแก้รัฐธรรมนูญมันมีวาระแอบแฝงอยู่ เอื้อประโยชน์กับพรรคใหญ่ พรรคเล็ก หรือไม่มีความตั้งใจจริงในการแก้เพื่อประโยชน์ของประชาชน อันนี้ต้องพิจารณาครับ มันเป็นคำถามที่ผมเชื่อว่าพี่น้องในสภาแห่งนี้หลายคนตั้งคำถาม ประชาชนก็ตั้งคำถาม เหมือนกัน อันนี้ต้องเป็นคำถามฝากไป ฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการที่อาจจะ เกิดขึ้นนะครับ ช่วยหาคำตอบให้นิดหนึ่งว่าจะแก้กันนี่ประชาชนได้ประโยชน์จริงไหม ข้อไหน ที่มันไม่เกี่ยวก็ต้องลองพิจารณาปรับปรุงดูแลแก้ไขกันไปนะครับ🔗
สิ่งที่ผมอยากให้เห็นอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าวันนี้มีการแก้กันหลายร่างมาก ยกตัวอย่างการแก้บัตร ๑ ใบ หรือ ๒ ใบ สภาแห่งนี้ ส.ส. ที่ได้เข้ามาก็ด้วยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นะครับท่านประธาน เราได้เห็นความหลากหลายของพรรคการเมือง มีทั้ง ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือว่า ๒ ใบเราเคยเห็นมาแล้วครับ ท่านประธาน หลายครั้ง วันนี้ ๑ ใบเราก็เห็นครับ มันเกิดปรากฎการณ์ใหม่เกิดขึ้น ในสภาครับ การทำงาน วิธีการคิด วิธีการเสนอความคิดเห็นก็เปลี่ยนแปลงไปครับ อีกอย่างหนึ่งก็คือว่าพรรคเล็กพรรคน้อยเกิดจากเสียงของประชาชน ถือว่าเป็นเสียงข้างน้อย ก็ได้ เราได้มีโอกาสมาแสดงความคิดเห็นในสภาแห่งนี้ ถึงจะได้หรือไม่ได้ก็เป็นเสียงของ ประชาชนที่ไม่ได้เป็นเสียงข้างมากในสภาที่สามารถจะแก้เรื่องอะไรมากมาย แต่ก็เป็น เสียงสะท้อนของประชาชนส่วนหนึ่งนะครับท่านประธาน หากเราจะทำลายระบบแบบนี้ ด้วยการย้อนกลับไปต้องฝากคณะกรรมาธิการพิจารณาด้วยว่าเราจะทำลายระบบแบบนี้กัน หรือไม่ ถ้ามันไม่ดี ผมว่ามันเริ่มต้นแก้ไขได้ครับ อาจจะด้วยวิธีการคิดคะแนน หรือเพิ่ม ความชัดเจนลงไปก็เป็นไปได้ครับ แต่ยกเลิกกันเลยผมก็ต้องฝากให้ทางคณะกรรมาธิการ พิจารณาด้วย เพราะเราดีไซน์ (Design) มาบอกว่าอะไรครับ คะแนนทุกเสียงมีความหมาย ไม่ตกน้ำนะครับท่านประธาน แต่เรากำลังจะย้อนกลับไปและหมายความว่าที่ผ่านมาคะแนน มันก็มีตกน้ำ ก็ต้องฝากพิจารณาเรื่องนี้ครับ อันนี้เป็นประการแรก🔗
ประการที่ ๒ ผมอยากให้มองลักษณะนี้ครับท่านประธาน ที่ได้มาของ ส.ว. ด้วยความเคารพนะครับท่านประธาน ส.ว. ทุกท่านมีคุณวุฒิ มีความสามารถ มาจาก หลากหลายวงการ ปิดสวิตช์ ส.ว. ผมคงไม่พูดครับ เพราะสมาชิกได้พูดกันเยอะแล้ว แต่ผมอยาก ให้เห็นบางประเด็นที่ยังไม่มีใครพูดถึงก็คือ ส.ว. บางท่านก็มีหมวก ๒ ใบ ผมอยากให้มันมี ความสง่างามในการทำงาน และอีกอย่างหนึ่งท่าน ส.ว. จะได้ทำงานง่ายขึ้น เนื่องจากพอ ท่านสวมหมวก ๒ ใบ การพิจารณาอะไรบางเรื่องผมว่าก็สร้างความลำบากใจให้ท่าน บางเรื่องก็มีความคลางแคลงใจความโปร่งใสเหมือนกันว่าตกลงอย่างไร ต้องพิจารณาเรื่องนี้ เหมือนกันว่าเป็นเช่นไร สามารถจะแก้ไขหรือไม่ อย่างไรนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ประเด็นนี้ผมอยากให้มองแบบนี้ครับท่านประธาน การแก้ไข หรือการร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมามันเป็นการตั้งสมมุติฐานว่าสภาแห่งนี้หรือ ส.ส. ที่ได้เข้ามา ทำงานในที่นี้จะทำผิดเลยเขียนร่างรัฐธรรมนูญที่ปกป้องป้องกันคนทำผิดไม่ให้ทำโน่นทำนี่ มันต้องเปลี่ยนสมมุติฐาน เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนแนวคิดครับท่านประธานว่าทุกคนที่เข้ามา ในนี้สันนิษฐานว่าเป็นคนดี เปิดทางให้เขาสามารถที่จะช่วยเหลือประชาชนได้ ท่านลอง สังเกตที่ผ่านมามีหลาย ๆ เรื่องที่ ส.ส. งงกับหน้าที่ของตัวเองว่าตกลงที่พิจารณาอยู่นี้มันถูก กฎหมายไหม มันผิดกฎหมายไหม หลายท่านที่อภิปรายมาก็มีความสับสนเหมือนกันว่า เดินเข้าไปในหน่วยงานผมได้ข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนและจะเข้าไปช่วย พอพูดถึง เรื่องงบประมาณหรือเรื่องการแก้ไขนี่ตัวเองจะโดนอะไรหรือเปล่า ทำให้เราเขียนกฎหมาย ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดและมีกฎระเบียบมากมายจนไม่สามารถทำให้คนที่อยากจะปฏิบัติ หน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนและบ้านเมืองทำงานได้อย่างเต็มความสามารถ ทำไม เราไม่เขียนใหม่ครับ เปิดให้คนดี ๆ ทำงานง่ายครับ ใครทำผิดก็รับผิดชอบ ผมเชื่อว่า ณ วันนี้ ตรวจสอบไม่ยาก มีวิธีการเต็มไปหมดเลย กฎหมายตัวนี้ก็ลงไปอยู่ในกฎหมายลูกก็ได้ เพราะเขียนจนผมเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านงงกับบทบาทตัวเองจนต้องเอาหน้าที่ของตัวเองไปให้ ศาลรัฐธรรมนูญช่วยตีความ แล้วเราจะเขียนกฎหมายกันแบบนี้ทำไมครับ ผมว่าน่าจะเป็น การแก้แล้วเปลี่ยนปรับปรุงให้มันดีขึ้น จะรื้อใหม่เลยผมว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ ถ้าวันนี้ เรามีโอกาสที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางมาตรา อันไหนที่มันดูแล้วสมเหตุผล มีประโยชน์ต่อ พี่น้องประชาชนทำเถอะครับท่านประธาน ผมสนับสนุนเต็มที่ ผมเชื่อว่าในสภาแห่งนี้ ก็สนับสนุนเช่นกันครับท่านประธาน🔗
ผมมีประเด็นสุดท้ายครับ ณ วันนี้เรามองและห่วงแต่ดูแลเสียงส่วนใหญ่ ผมกลัวว่าการดูแลแต่เสียงส่วนใหญ่อาจจะลืมดูแลและสนใจเสียงส่วนน้อยเล็ก ๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมของประเทศไทยเช่นกันนะครับ อันนี้ด้วยความเคารพครับ ฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการที่จะได้ตั้งขึ้นโปรดพิจารณาดูผลประโยชน์ของ ประชาชน ประเทศชาติ การทำหน้าที่ที่สามารถทำได้เต็มที่ด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านภาสกร ต่อไปเป็นท่านอำพล จินดาวัฒนะ แล้วกลับมาที่ท่านเพชรชมพู กิจบูรณะ เชิญท่านอำพลก่อนครับ แล้วก็ตามด้วยท่านเพชรชมพู🔗
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ ผม นายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิก รัฐสภาครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สังคมคือที่อยู่ร่วมกันของผู้คนหลากหลาย จึงมีความจำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์กติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับได้เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างดีมีสุข รัฐธรรมนูญเป็นกติกากลางที่เป็นทางการ แต่ในความเป็นจริงแล้วในสังคมยังมีเรื่องอื่น เช่น เรื่องความเชื่อ พฤติกรรม วัฒนธรรม วิถีปฏิบัติต่าง ๆ ที่มองไม่เห็นเป็นตัวกำหนด ความเป็นไปของสังคมอีกด้วย รัฐธรรมนูญที่ดีต้องมีการปรับปรุงแก้ไข เปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์และระดับการพัฒนา ประชาธิปไตยที่ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ กระผมเคยอภิปรายไว้แล้ว ณ สภาแห่งนี้ว่าประชาธิปไตย ที่หยุดนิ่งคือนาฬิกาที่ตายครับ นาฬิกาที่ไม่ตาย ลูกตุ้มนาฬิกาต้องแกว่งไปมาได้ ความพยายามของเพื่อนสมาชิกในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ จึงเป็นเรื่องที่รับได้ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อได้ศึกษาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๑๓ ญัตติแล้ว และฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกแล้วนะครับ ตัดสินใจที่จะโหวต รับร่างวาระ ๑ ได้หลายฉบับครับ ฉบับใดที่เป็นคุณกับประชาชนและสังคมยินดีสนับสนุน รับหลักการ เช่น ฉบับที่ ๒ ฉบับที่ ๖ ฉบับที่ ๗ ฉบับที่ ๘ ฉบับที่ ๑๒ เป็นต้น ในขณะเดียวกันนั้นจะสนับสนุนรับหลักการในญัตติที่ ๔ ญัตติที่ ๑๑ ที่ยกเลิกอำนาจ ส.ว. ในการร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๒๗๒ ตามบทเฉพาะกาล ซึ่งเคยได้โหวตรับ หลักการนี้ครั้งหนึ่งแล้วในรัฐสภาแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นมาอยู่ตรงฉบับที่ ๑ ครับ ฉบับที่ ๑ นั้น เป็นญัตติที่เสนอโดยท่านไพบูลย์ นิติตะวัน และคณะ มีหลายเรื่องอยู่ในนี้ด้วยกัน กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับว่าเป็นฉบับที่ผมรับหลักการไม่ได้ครับ ญัตติที่อยู่ในนี้มี ๔-๕ เรื่อง มีเรื่องดี ๆ นะครับ เช่น ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ การให้รัฐสภาทำหน้าที่ติดตามด้านการปฏิรูป และยุทธศาสตร์ เป็นต้น แต่ประเด็นปัญหาอยู่ที่ว่าญัตตินี้ได้บรรจุการแก้ไขมาตรา ๑๔๔ และ มาตรา ๑๘๕ เพื่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติคือ ส.ส. และ ส.ว. แปรญัตติงบประมาณในขั้นตอน พิจารณางบประมาณนำไปผลักดันทำโครงการลงพื้นที่ของตัวเองได้ และมาตรา ๑๘๕ ให้ ส.ส. ส.ว. เราเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทำงานของราชการ ที่เรียกว่าก้าวก่าย แทรกแซง โดยให้เหตุผลว่าช่วยเหลือประชาชนครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การเขียนหลักการและ เหตุผลเอาไว้ และเนื้อหาสาระที่อยู่ในการแก้ไขนั้นเป็นการแก้ไขแบบถอยหลังเข้าคลองครับ เป็นการเจาะช่องโหว่ที่จะนำไปสู่การทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ได้ปิดช่องโหว่ช่องว่างเหล่านี้ไว้เป็นอย่างดีแล้ว ดังนั้นเหตุที่ยกเหตุและผลเอาไว้เพื่อจะแก้ ตรงนี้ไม่มีความชอบธรรมครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออธิบาย ข้อที่ ๑ ขอใช้อธิบายโดย หลักการแบ่งแยกอำนาจครับ ในประเทศของเราประชาธิปไตยของเราออกแบบไว้ เรามี ตุลาการ เรามีองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เรามีคณะรัฐมนตรีและมีฝ่ายนิติบัญญัติคือ รัฐสภาซึ่งประกอบด้วย ส.ส. และ ส.ว. ๒ สภา ผมขอคู่เดียวคือคู่ ครม. และนิติบัญญัติ ครม. บริหารราชการแผ่นดินตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาครับ โดยมีราชการประจำเป็นผู้ปฏิบัติ ราชการให้ ย้ำนะครับ การปฏิบัติราชการ การบริหารเป็นเรื่องของคณะรัฐมนตรีครับ ส่วนรัฐสภาเรามีหน้าที่ใหญ่ ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ คือนิติบัญญัติ ทุกท่านทราบดี เรื่องที่ ๒ เราทำหน้าที่กำกับการบริหารราชการแผ่นดิน คือกำกับการบริหารของ ครม. นิติบัญญัติ ไม่มีอำนาจหน้าที่เข้าไปแทรกแซงการปฏิบัติราชการของฝ่ายประจำครับ ในหลักการแยก อำนาจชัดเจน นิติบัญญัติไม่มีหน้าที่แปรญัตตินำงบประมาณไปทำโครงการ ไม่มีหน้าที่เข้าไป ร่วมใช้งบประมาณ ไม่มีหน้าที่เข้าไปใช้อิทธิพลแทรกแซงการทำงานของราชการประจำ ย้ำครับ ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ว่าท่านจะอ้างเหตุผลว่า เมื่อเป็นสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรต้องช่วยเหลือประชาชน เรามีกลไกตรวจสอบฝ่ายบริหาร เราประสานงานได้ เราใช้กลไกรัฐสภา กลไกการทำรายงาน การศึกษา การประชุม ใช้กรรมาธิการ ใช้การยื่น กระทู้และการประสานติดต่อกับทางฝ่ายบริหารในระดับนโยบาย ไม่ใช่ระดับปฏิบัติของ เจ้าหน้าที่ ซึ่งเขาเป็นกลไกของฝ่ายบริหารคือทำงานให้กับคณะรัฐมนตรีครับ ดังนั้นหน้าที่ เหล่านี้ผมเข้าใจดี ผมเห็นใจท่านที่ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ แต่ไม่เห็นด้วย เห็นด้วยกับท่าน ไม่ได้เพราะได้มีการแยกหน้าที่ไว้แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะนี้ผมเป็นสมาชิก รัฐสภา เป็น ส.ว. เราก็ไม่มีหน้าที่ที่เข้าไปแทรกแซงสิ่งเหล่านี้ได้เลย รัฐธรรมนูญเขาเขียน ดีมากอยู่แล้วในมาตรา ๑๔๔ และมาตรา ๑๘๕ เหตุใดญัตติที่ ๑ จึงไปขอแก้ไขโดยอ้างเหตุผล ว่าจะช่วยเหลือประชาชน ช่วยเหลือประชาชน เรามีหน้าที่กำกับการทำงานของรัฐบาลครับ ประสานงานได้ เสนอแนะได้ แต่ไม่มีหน้าที่เข้าไปแทรกแซงครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ในอดีตเราเคยเห็นปรากฏการณ์ที่ฝ่ายนิติบัญญัติ บางส่วนนะครับ บางส่วนบางคนเท่านั้น แปรญัตติดึงงบประมาณไปทำโครงการลงพื้นที่ ของตัวเอง แถมเขียนป้ายด้วยว่าตัวเองดึงงบประมาณมาทำอะไรบ้างที่ศาลา ที่ถนน ที่สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่เงินของท่าน แต่เป็นเงินที่ท่านดึงมาจากฝ่ายบริหาร เกิดความ ไม่เป็นธรรมครับ ใครมือยาวสาวได้สาวเอา แทรกแซงการทำงานของราชการ ท่านอ้างว่า ช่วยเหลือประชาชน เมื่อกี้ผมเรียนแล้ว เห็นใจท่าน แต่เห็นด้วยกับท่านไม่ได้เพราะได้แยก อำนาจไปแล้ว นั่นเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารนะครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ท่านประธาน ครับ ได้บัญญัติห้ามเอาไว้เบ็ดเสร็จแล้วในมาตรา ๑๔๔ นะครับ ทำไม่ได้และมีโทษค่อนข้าง รุนแรง แล้วเหตุใดท่านจึงเสนอหลักการและเหตุผล รวมทั้งสารบัญญัติแก้ไขกลับไปถอยหลัง เข้าคลอง ซึ่งเป็นสิ่งที่กระผมกราบเรียนแล้วว่ารับหลักการไม่ได้ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนี้ยังจะแก้มาตรา ๑๘๕ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกัน เขาห้าม ส.ส. ส.ว. ไปก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานราชการ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้ง ๑. เรื่องการทำงานของราชการประจำ ข้อที่ ๒ การกระทำ ในลักกษณะที่ตนไปมีส่วนร่วมใช้งบประมาณ ย้ำครับ เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติเราไม่มีหน้าที่ ในตรงนั้น และ ๓. เรื่องการบริหารบุคคลของราชการเขา อันนี้คือการแบ่งแยกหน้าที่กัน ชัดเจน แบ่งแยกอำนาจนะครับ และไม่ให้ขัดกันแห่งผลประโยชน์ของการทำหน้าที่และ ประโยชน์ตนครับ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญญัตติที่ ๑ แก้ตรงนี้กลับไป พูดง่าย ๆ ภาษา ที่สังคมเข้าใจง่าย ๆ คือท่านเสนอแก้ให้ ส.ส. ส.ว. กลับเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการทำงาน ของราชการประจำได้ กลับไปแทรกแซงก้าวก่ายการทำงานของราชการประจำได้โดยท่าน อ้างว่าเพื่อช่วยเหลือประชาชนนะครับ🔗
ดังนั้นสรุปครับท่านประธาน ๒ มาตรานี้ที่ท่านขอแก้ไขฉกาจฉกรรจ์มาก หลักการไม่ชอบครับ เมื่อหลักการไม่ชอบ การแก้ไขสารบัญญัติในขั้นตอนที่ท่านเขียนไว้ และถ้ารับหลักการเข้าไปในวาระ ๒ และวาระ ๓ การปรับปรุงแก้ไขสารบัญญัติที่เปลี่ยน หลักการความชอบอันนี้ไป มันก็จะไม่ชอบตามไปด้วยครับท่านประธานครับ ท่านประธาน ขออนุญาตสรุป สรุปครับในญัตติที่ ๑ แม้หลายอย่างในนั้นเป็นเรื่องที่ดีแต่เมื่อท่านได้ผูกรวม หลักการและเหตุผลแก้มาตรา ๑๔๔ และมาตรา ๑๘๕ ไม่ชอบด้วยหลักการและเหตุผล ที่กราบเรียน หลักการแยกอำนาจนะครับ บริหารและนิติบัญญัติที่แยกกัน เมื่อหลักการ ไม่ชอบ รับหลักการไม่ได้ครับ ข้อที่ ๒ ผู้แทน ผู้เสนอญัตติได้แถลงลักษณะที่ว่ารับหลักการ ไปก่อน แล้วไปแก้ในวาระ ๒ ให้กลับมาเหมือนเดิม คือเหมือนกับไม่แก้ ทำได้หรือครับในเมื่อ ท่านรับหลักการให้แก้ไปแล้ว แล้วสื่อก็ไปออกข่าวว่ายอมถอย ถ้าไม่แก้ค่อยไปคว่ำกันในวาระ ที่ ๓ ไม่ให้ประกาศใช้เป็นกฎหมาย ผมคิดว่านั่นคือการถอยแน่เหรอครับ หรือเป็นการขอไป อีกก้าวหนึ่งแล้วไปสู้เอาดาบหน้าคือขั้นวาระที่ ๒ และไปสู้ในอีกขั้นหนึ่งคือในขั้นตอนวาระ ที่ ๓ เป็นการกล่าวอ้างที่เลื่อนลอย ไม่มีหลักประกันอะไรเลยครับว่าวาระที่ ๒ จะแก้ตามนั้น กลับไปเหมือนเดิม ยิ่งไปกว่านั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมใช้เวลาอีกนิดเดียว มีเพื่อน สมาชิกส่วนหนึ่งได้ร่วมลงชื่อในญัตตินี้จำหลายสิบท่าน ท่านจะยอมแก้ไปอย่างนี้หรือครับ ไม่มีหลักประกันอะไรเลยครับ และมีเพื่อนสมาชิกส่วนหนึ่งท่านอภิปรายตั้งแต่เมื่อวาน ท่านสนับสนุนให้แก้ครับ แม้แต่ ส.ส. ในเขตบ้านผมใน กทม. เมื่อคืนนะครับ ท่านก็เสนอว่ามันควรแก้ ท่านจะได้ไปช่วยชาวบ้าน แล้วถ้าอย่างนี้จะมีหลักประกันได้อย่างไรว่าเมื่อเข้าสู่วาระ ๒ แล้วจะมีการแก้ไขครับ🔗
สุดท้ายข่าวออกมาว่าหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐซึ่งก็คือกลุ่มเพื่อนสมาชิก ที่เสนอญัตติที่ ๑ บอกว่ายืนยันไม่แก้มาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๘๕ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ รัฐธรรมนูญ แล้วก็มีข่าวสอดคล้องกับผู้นำรัฐบาลซึ่งก็เป็นนายกรัฐมนตรีที่พรรคพลัง ประชารัฐเป็นผู้เสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านก็ยืนยันจุดยืนไม่แก้เพราะอันนี้คือหัวใจ สำคัญ ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ถึงเวลานี้ครับท่านประธาน ผมขอวิงวอนผู้เสนอญัตติที่ ๑ ครับ ถอนญัตติออกไปก่อนลงมติค่ำนี้หรือเย็นนี้ครับ จะเป็นการทำงานทางการเมืองที่สร้างสรรค์ รับฟังเสียงซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะรับฟังเสียงจากสังคมที่ดังกระหึ่มอยู่ในขณะนี้ว่า ท่านกำลังจะแก้มาตรา ๑๔๔ และ มาตรา ๑๘๕ ถอยหลังเข้าคลองให้เกิดการประพฤติมิชอบ ซึ่งเขาปิดรูไว้แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างไรก็ตามถ้าผู้เสนอดึงดันญัตติที่ ๑ เดินหน้า ต่อไป ผมในฐานะสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่งเป็นคนเล็ก ๆ คนเดียวเท่านั้นไม่สามารถลงมติ รับหลักการญัตติของท่านได้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านอำพล จินดาวัฒนะ ต่อไปเชิญท่านเพชรชมพู กิจบูรณะ พรรครวมพลังประชาชาติไทย และหลังจากนั้นจะเป็น พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร สมาชิกวุฒิสภา เชิญท่านเพชรชมพู ก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ รัฐธรรมนูญที่เรากำลังพิจารณาอยู่ขณะนี้เป็นกฎหมายสูงสุดของ ประเทศที่จะกำหนดกฎเกณฑ์ ขอบเขต สิทธิเสรีภาพของประชาชน รวมถึงหน้าที่ของ พลเมือง ทั้งนี้ก็ยังเป็นการกำหนดโครงสร้างของประเทศ นี่คือสิ่งสำคัญคือแก่นสาระที่จะ ส่งผลต่อการบริหารประเทศค่ะ และที่สำคัญนะคะจะเป็นการบอกถึงภาระของรัฐ ที่จะต้องจัดสรร อำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงทรัพยากรของรัฐตามสิทธิที่ได้รับรอง ไว้ในรัฐธรรมนูญด้วยค่ะ ทั้งนี้การแก้ไขในแต่ละครั้งคำถามที่เราจะต้องตั้งแล้วก็ต้องได้รับ คำตอบที่ชัดเจนมี ๒ ประเด็นหลัก ๆ ด้วยกันค่ะ ในประเด็นแรกค่ะ เราจะต้องถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้จัดอยู่ในสัดส่วนไหน คือการแก้ไขที่จะเพิ่มสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ของประชาชนหรือเป็นการแก้ไขโครงสร้างการปกครองของประเทศ แก้ไขระบอบเลือกตั้ง แก้ไขมาตราต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสถาบันการเมือง และที่สำคัญใครจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์จาก การแก้ไขครั้งนั้น ๆ ประชาชนหรือว่านักการเมืองคะ ในประเด็นที่ ๒ ค่ะ ที่เราจะต้องถาม และต้องได้รับคำตอบนะคะก็คือการแก้ไขในครั้งนั้น ๆ จะส่งผลกระทบอย่างไรในระยะยาว และการแก้ไขนั้นจะมีความคลาดเคลื่อนไปจากจุดมุ่งหมายจากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ในฉบับปัจจุบันหรือไม่ค่ะ🔗
ในการพิจารณารัฐธรรมนูญฉบับนี้ดิฉันก็ได้ศึกษาร่างที่ได้นำเสนอมาทั้งหมด ๑๓ ร่าง ก็ได้พบว่ามีบางร่างที่ขอแก้ไข บางร่างที่ขอเพิ่มเติม แล้วก็บางร่างที่จะเสนอให้ ยกเลิกบางมาตราออกไปทั้งหมดเลยค่ะ รวมทั้งสิ้นก็คือ ๔๕ มาตราด้วยกัน ในการอภิปราย ครั้งนี้ของดิฉันก็ขอแบ่งเป็น ๒ ส่วนหลัก ๆ ด้วยกันค่ะ ในส่วนแรกค่ะก็คือการอภิปรายเพื่อ จะพูดถึงมาตราที่มีความเกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน และในส่วนที่ ๒ คือการ พูดถึงมาตราที่มีผลต่อการปกครองของประเทศค่ะ🔗
ในส่วนที่ ๑ ค่ะ การแก้ไขมาตราที่อยู่ในหมวดที่ ๓ ที่ว่าด้วยเรื่องสิทธิและ เสรีภาพของปวงชนชาวไทย นี่คือสิ่งที่ดีนะคะ เพราะนี่คือการที่รัฐจะรับรองสิทธิเพิ่มเติมให้กับ ประชาชนค่ะ ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่างค่ะ การเพิ่มข้อความในมาตรา ๒๙ ให้มีอนุมาตรา เพิ่มขึ้นอีก ๘ ข้อ นี่คือการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่เราทุกคนกำลังมองหา กำลังคาดหวัง ให้เกิดขึ้นค่ะ ยกตัวอย่างนะคะมีการเพิ่มสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมให้เป็นไปโดยง่าย สะดวก รวดเร็วและทั่วถึง สิทธิของบุคคลที่จะให้คดีของตนได้รับการพิจารณาอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรม แล้วก็มีอีกอย่างหนึ่งค่ะที่ดิฉันก็สนับสนุนเป็นพิเศษนะคะ ก็คือสิทธิของเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ที่จะได้รับความคุ้มครองในการดำเนินกระบวนการพิจารณา คดีอย่างเหมาะสม แล้วก็มีสิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมในคดีที่เกี่ยวกับความรุนแรง ทางเพศ ข้อความทั้งหลายเหล่านี้นะคะก็จะเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การปรับปรุง กฎเกณฑ์ในลักษณะนี้คือสิ่งที่ดี คือการที่จะทำให้สังคมเราเดินก้าวหน้าไปได้ ไม่ใช่ถอยหลัง อย่างที่บางคนกังวลค่ะ ในขณะเดียวกันค่ะท่านประธาน ก็มีอีกหลายมาตราที่อยู่ในหมวด ๓ เรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน ก็ทำให้ดิฉันมีคำถามว่าจะนำไปสู่การพัฒนาสิทธิและ เสรีภาพของประชาชนอย่างไรคะ การแก้ไขข้อความในมาตรา ๔๕ ว่าด้วยเสรีภาพของ ประชาชนในการรวมตัวกันจัดตั้งพรรคการเมือง จากเดิมข้อความในวรรคสองของมาตรานี้ ได้บัญญัติไว้ว่าจะต้องมีการเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคการเมืองมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ในการกำหนดนโยบายและการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง และการกำหนดมาตรการให้สามารถ ดำเนินการได้โดยอิสระ ไม่ถูกครอบงำ หรือชี้นำโดยบุคคลซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกของ พรรคการเมืองนั้น และต้องรวมถึงมาตรการกำกับดูแลด้วยค่ะที่ไม่ให้สมาชิกของ พรรคการเมืองกระทำการใดที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ท่านประธาน ที่เคารพคะ การแก้ไขรัฐธรรมนูญในฉบับนี้สิ่งที่ดิฉันได้กล่าวมาทั้งหมดถูกตัดออกค่ะ ไม่เหลือ เลยค่ะ ตามเหตุผลที่ได้ระบุไว้แนบมากับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนะคะก็บอกว่า เพื่อขจัด อุปสรรคการดำเนินการของพรรคการเมือง ซึ่งดูผิวเผินแล้วอาจจะเป็นเรื่องดีนะคะ แต่เรา ต้องมาพิจารณากันด้วยว่าถ้าเกิดตัดความหมาย ตัดถ้อยคำออกไปอย่างนี้แล้วท่านอาจจะ มองว่าเป็นการลดภาระของประชาชน แต่ประชาชนจะเสียประโยชน์อย่างไร ในเมื่อเขา ไม่สามารถจะมีปากมีเสียงในการที่จะกำหนดนโยบายของพรรคการเมือง เขาไม่สามารถ เลือกได้เลยว่าผู้สมัครที่เขาอยากให้ลงในนามพรรคที่จะอยู่ในเขตของเขาจะเป็นใคร และ โอกาสที่พรรคการเมืองนั้นจะถูกครอบงำโดยบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคก็เพิ่มขึ้นไปอีก การแก้ไขในลักษณะนี้ที่ประชาชนเสียประโยชน์อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนะคะ แล้วเราก็ต้องมา พิจารณากันอีกด้วยว่านี่จะทำให้ความมุ่งหมายในการพยายามจะปฏิรูปการเมือง ปฏิรูประบบพรรคการเมืองถอยหลังลงไปหรือเปล่า สุดท้ายแล้วพรรคการเมืองก็จะถูก ครอบงำโดยคนไม่กี่คน คนไม่กี่กลุ่ม ความคาดหวังของประชาชนที่จะเห็นพรรคการเมือง เป็นสถาบันการเมืองก็ลดน้อยลงไปทุกทีค่ะ🔗
ในส่วนที่ ๒ นะคะที่ดิฉันต้องการพูดถึงก็คือมาตราที่มีผลเกี่ยวกับโครงสร้าง การปกครองและการขัดกันแห่งผลประโยชน์ค่ะ ซึ่งจำเป็นต้องพูดเป็นพิเศษก็คือมาตรา ๑๔๔ และมาตรา ๑๘๕ ค่ะ ดิฉันทราบดีว่าท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดแล้ว แต่ว่าเรื่องนี้จำเป็นต้อง จำเป็นพิเศษค่ะ มาตรา ๑๔๔ ก็การแก้ไข ลดโทษของ ส.ส. ส.ว. หรือกรรมาธิการที่มีการ แทรกแซงการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินค่ะ จากเดิมถ้าพบว่ามีการแทรกแซงจริง ๆ ส.ส. ส.ว. ท่านนั้นต้องพ้นสมาชิกภาพและถูกตัดสิทธิการลงสมัครรับเลือกตั้ง ถ้า ครม. เป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง ครม. ก็ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะแล้วก็ถูกตัดสิทธิในการ รับสมัครเลือกตั้งเช่นกันค่ะ นั่นก็หมายความว่าการแก้ไขในครั้งนี้ บทลงโทษใหม่บอกว่า ผลของการแทรกแซงคือคำแปรญัตตินั้นตกลงไป หมายความว่าผู้ที่แทรกแซงไม่ต้อง รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ ในส่วนของมาตราที่มีความเกี่ยวโยงกันนะคะอยู่ที่มาตรา ๑๘๕ การแก้ไขข้อความที่ตัดข้อห้ามไม่ให้ ส.ส. ส.ว. แทรกแซงการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ออกไป จากเดิมค่ะ มีถ้อยคำว่า ห้ามไม่ให้ ส.ส. ส.ว. ใช้ตำแหน่งหน้าที่ก้าวก่ายการทำงาน เพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น ของพรรคการเมือง ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ข้อความเหล่านี้ตกหล่น ตกหาย ไม่มีปรากฏอีกเลยค่ะ ผลลัพธ์ของการแก้ไข ๒ มาตรานี้ คืออะไร นี่คือการเปิดช่องให้มีการทุจริตคอร์รัปชันมากขึ้นค่ะ นี่คือการเปิดโอกาสให้มีการใช้ หน้าที่ อำนาจ ใช้ตำแหน่งของ ส.ส. เข้าไปก้าวก่ายการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐและเข้าไป แทรกแซงในกระบวนการจัดสรรงบประมาณในแต่ละปี ท่านประธานที่เคารพคะ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้รับการขนานนามว่าเป็นรัฐธรรมนูญ ฉบับปราบโกง แต่การที่เรากำลังแก้ไขกันอยู่ทุกวันนี้ควรจะต้องมาพิจารณาด้วยค่ะว่าเราจะ ทำให้เจตนารมณ์ในการต่อต้านคอร์รัปชันนั้นตกหล่นหายไปหรือไม่ เรากำลังจะส่งเสริมเปิด ช่องทางให้การคอร์รัปชัน การทุจริตเป็นวัฒนธรรมแห่งชาติที่ไม่มีวันแก้ไขสำเร็จอย่างนั้น หรือคะ ดิฉันไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
สุดท้ายนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันทราบดีค่ะว่าการออกเสียงว่าจะรับหรือไม่รับ ร่างฉบับไหนเป็นเอกสิทธิ์เด็ดขาดของท่านสมาชิกแต่ละท่าน แต่ดิฉันก็อยากจะให้ทุกท่าน ได้พิจารณาตามคำถามที่ดิฉันได้ตั้งไว้ในข้างต้นนะคะก็คือ ๑. การแก้ไขในแต่ละมาตรานั้น ใครเป็นผู้ได้ประโยชน์ ประชาชนหรือว่านักการเมือง แล้วก็ ๒. การแก้ไขในแต่ละมาตรา สุดท้ายแล้วผลประโยชน์ ผลกระทบ ความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญตกไปหรือไม่ ดิฉันก็มี ความคาดหวังนะคะว่าถ้ามีการรับร่างบางฉบับเข้าไปและอยู่ในขั้นกรรมาธิการ ข้อห่วงกังวล ของดิฉัน คำอภิปรายในวันนี้ของดิฉันจะถูกนำไปพิจารณาโดยท่านคณะกรรมาธิการ แล้วก็ ต้องช่วยกันรักษาไว้ซึ่งเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในการพัฒนาการเมือง ปฏิรูปพรรคการเมือง และก็ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันให้หายไปจากประเทศไทยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณ ครับ ต่อไปเชิญ พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร และหลังจากนั้นจะเป็นท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เชิญ พลตำรวจโท ศานิตย์ครับ🔗
เรียนท่าน ประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ที่จริงผมก็จะไม่พูดเรื่องรัฐธรรมนูญ แต่เนื่องจากว่ามีเพื่อนสมาชิกอยากจะให้ผมพูดในบาง ประเด็นในบางเรื่อง ผมขออนุญาตท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะพูดมีอยู่ ๒ ส่วน ส่วนแรกคือ ในเรื่องของร่างทั้ง ๑๓ ร่าง ส่วนที่ ๒ เป็นเรื่องของความเห็น ข้อเสนอแนะ ผมอยากเห็น การเมืองไทย ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า และเรียนด้วยความเคารพว่าผมพูดในฐานะที่เป็น คนไทยคนหนึ่งที่มีความรักชาติ แล้วก็รักทุกคนครับ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนผมก็ถือว่า เป็นคนไทยด้วยกัน ผมจะไม่ใช้เวลามากครับ ขอลงเรื่องประเด็น ร่างทั้ง ๑๓ ร่างที่เพื่อน สมาชิกเสนอมากว่า ๔๐ มาตรา ๓๐ กว่าประเด็น ประเด็นต่าง ๆ เพื่อนสมาชิกได้พูดมา ตั้งแต่เมื่อวานแล้วจนถึงวันนี้กว่า ๑๖ ชั่วโมง ผมก็จะขอพูดเสริมในสิ่งที่เพื่อนสมาชิกยังไม่พูด เริ่มตั้งแต่มาตรา ๒๔ สิทธิเสรีภาพ มาตรา ๒๙ เป็นเรื่องของการคุ้มครองผู้ที่ถูกกล่าวหา ผู้ที่ถูกต้องหา หรือจำเลย ท่านไปแก้เพิ่มมาว่า อัตราโทษ ๑๐ ปีขึ้นไปประหารชีวิต ถ้าพิจารณากว่า ๑ ปีให้ปล่อยตัว อันนี้ก็ลองดูแล้วกันนะ แต่ผมฟังจากผู้ปฏิบัติเขาไม่ค่อยจะ เห็นด้วยหรอกครับ ขออนุญาต ศาลเองนับตั้งแต่ท่านออกหมายขังท่านก็มีระเบียบปฏิบัติ ไว้ว่าภายใน ๑ ปี ท่านจะให้ทำให้เรียบร้อยภายใน ๖ เดือน เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่รู้จะไปเพิ่ม คุ้มครอง มีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือเปล่า ส่วนมาตรา ๔๕ ไพรมารี่โหวต (Primary Vote) ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกคนของเขา แล้วท่านไปแก้ทำไม ถ้าอย่างดีนะครับผมแนะนำ ไม่ต้องไปตั้งทุกสาขาก็ได้ในเขตเลือกตั้ง เอาแค่ระดับจังหวัด ๗๖ จังหวัด ผมเชื่อว่ามันเป็น การแก้ไขในเชิงปฏิบัติที่น่าจะทำให้เกิดผลครับ ท่านเรียกร้องเหลือเกินประชาชนได้อะไร ก็นี่อย่างไรครับ ท่านเอาออกทำไม ส่วนมาตรา อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๖๕ ยุทธศาสตร์ชาติ มาตรา ๘๓ มาตรา ๘๕ ๒ ใบ มาตรา ๙๑ มาตรา ๙๒ การคำนวณสูตร อะไรก็แล้วแต่ก็ว่ากันไป แต่มาตรา ๑๒๙ ท่านไปเพิ่มอำนาจ กรรมาธิการให้เรียกเอกสารหลักฐาน เรียกบุคคลมา เดิมทีเขายกเว้นศาล องค์กรอิสระ ท่านอยากจะเอาศาลมาไต่สวนในส่วนของท่านหรือเปล่าผมไม่แน่ใจนะครับ มันไม่ใช่ครับ มันเป็นการถ่วงดุล ไม่ใช่ไปสร้างความเสียหายหรือเปล่า ผมก็อยากจะเห็นสิ่งเหล่านี้ไม่ให้ เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีมาตราอื่น ๆ มาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๘๕ ผมถามตรง ๆ ท่านจะแก้ อย่างไรในชั้นแปรญัตติ ตอบให้ผมชื่นใจหน่อยสิครับ แก้ไขหลักการมันแก้ได้อย่างไร ถ้าตอบ ไม่ชื่นใจท่านจะตีเช็คเปล่าให้ผมลงไม่ได้นะครับ ผมก็ฝากไว้นะครับ จริง ๆ ยังมีเรื่องอื่น ๆ อีก หลายเรื่อง เวลาจำกัดครับ ผมก็ขออนุญาตแล้วกัน นี่ผมไม่พูดถึงมาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๗๒ มาตรา ๒๕๖ อะไรก็แล้วแต่ ท่านเขียนในสิ่งที่มันอาจจะเป็นไปได้หรือเปล่า เมื่อมันมีปัญหา ท่านครับ ถามว่าการเลือกตั้งประเทศเรามีมากว่า ๒๘ ครั้ง รัฐธรรมนูญ มี ๒๐ ฉบับแล้วครับ ฉบับที่ท่านชื่นชมกันเหลือเกิน ปี ๒๕๔๐ ใช่ไหมครับ เป็นอย่างไรครับ เผด็จการรัฐสภาหรือเปล่า เกิดปัญหาลงถนนหรือไม่ เขาก็เลยมาแก้ปี ๒๕๕๐ แล้วเป็น อย่างไรครับ ปี ๒๕๕๐ ก็เหมือนเดิม ก็แก้ไปแก้มาก็เกิดปัญหาลงถนนกันอีก จึงเกิด รัฐธรรมนูญฉบับ ปี ๒๕๖๐ อาจจะไม่สมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ในความเห็นของพี่น้อง ประชาชนหรือคนโดยทั่วไปมันยังมีอะไรที่เป็นพิเศษ ซึ่งท่านใช้มาแค่ ๒ ปี แล้วท่านจะแก้ อีกแล้ว ผมก็บอกว่าประเทศไทยนี่รัฐธรรมนูญไม่รู้จะมีกี่ฉบับ ถ้าท่านมัวแต่แก้ครับมันก็ ไม่ได้เรื่องได้ราวหรือเปล่า จริง ๆ แล้ว ในความเห็นส่วนตัวของผม ผมยังไม่เห็นมาตราอะไร ต่าง ๆ ที่ท่านเสนอแก้มันได้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเลย แต่มันเกิดประโยชน์กับ ใครครับ ประโยชน์กับนักการเมืองหรือเปล่า สิ่งที่ผมอยากจะเห็นและอยากให้บรรจุอยู่ในนี้ ลองดูได้ไหมครับ ทำอย่างไรถึงจะให้การเลือกตั้งมันสุจริต เที่ยงธรรม สมัยผมเป็น สนช. ผมเคยแปรญัตติว่าท่านอยากให้สุจริตเที่ยงธรรมแต่ท่านไม่ให้เครื่องมือเครื่องไม้เลย จะเข้า ค้นบ้าน จะเข้าหาหลักฐาน กำลังซื้อเสียงกันอยู่ในบ้าน หัวคะแนนสุมหัวกัน ต้องไปขอ หมายค้น ผมบอกเอาแค่ในช่วงประกาศกฤษฎีกา ให้ กกต. หรือ กกต. มอบหมาย เอาทหาร นั่นล่ะครับไม่มีส่วนได้เสียกับใคร ตำรวจนี่ท่านเชื่อไหมครับ ผมเป็นตำรวจเก่าผมโดน ย้ายตลอด เพราะผมอยากให้มันสุจริตเที่ยงธรรมครับ ผมไปมีตรงไหนผมก็ไปดักไปนั่น แต่มัน ก็อย่างว่าโดนย้ายตลอดเหมือนกัน ติดชายแดนตลอดเหมือนกัน ก็ไม่ว่ากัน เพราะฉะนั้น ตรงนี้ครับผมอยากจะเห็น จริง ๆ ผมมีภาพครับ อยากเอารูปภาพของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวไว้ หมายเลข ๒ หลาย ๆ ท่านคงได้ยินได้ฟังมาบ้าง ผมมาเตือน มาย้ำให้ รัฐธรรมนูญไม่ใช่ตัวปัญหา คณะปฏิวัติเป็นเพียงปลายเหตุ คนโกงนั่นล่ะเป็นต้นเหตุ จริง ๆ ผมรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่าน การปฏิวัติรัฐประหารไม่มีใครอยากทำหรอกครับ เสี่ยงครับ เป็นกบฏไปตั้ง ๑๓ คน ถูกยิงเป้าไปก็มี เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเหมือนกัน แต่จำเป็นต้องทำครับ เพราะการเมืองบ้านเรามันเป็นอย่างไร จะมาอ้างแต่รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ ผมไม่ได้ว่ารัฐธรรมนูญเลย ผมคุยกับเพื่อนสมาชิก ท่านพูดว่าอย่างไรครับ ท่านพูดบอกว่าในส่วนเขตเลือกตั้งทั้งหลาย ข้อมูลตรงนี้ผมขออนุญาตนำเรียนเพื่อเป็นข้อมูล เฉย ๆ ในกรุงเทพมหานครราคาหนึ่ง ในต่างจังหวัดราคาหนึ่ง โดยผ่านใครครับ ก็โดยผ่าน ชุมชนนั่นล่ะ ซื้อเป็นครอบครัวเลย ต่างจังหวัดก็ผ่าน ขอโทษครับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านบางท่าน บางคน รวมทั้ง อบต. บางท่านบางคนเท่านั้นเอง แล้วเป็นอย่างไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ชวนครับ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้เคยกล่าวไว้ในการประชุม ให้ข้อคิดเห็นในการสถาปนา รัฐสภาครบ ๘๘ ปี ท่านพูดไว้น่าฟังครับ ธุรกิจการเมืองมีเงินก็ชนะการเลือกตั้ง ตรงนี้ต้องไป แก้ครับ ผมอยากให้ช่วยกันอย่างนี้ พี่น้องประชาชนช่วยกันอย่างนี้ ทำการเมืองให้มันสุจริต เที่ยงธรรม ประการแรกครับท่านประธาน ๑. เรื่องของตัวบุคคล หลายท่านผมเห็นใจครับ ผู้แทนดี ๆ ในสภามีเยอะครับ แต่ถ้าท่านไม่ใช้กระสุนดินดำด้วยท่านก็สู้ไม่ได้ เสียงดีไม่มี คะแนน เพราะฉะนั้นต้องช่วยกันครับพี่น้องประชาชน หัวคะแนนทั้งหลาย เห็นแก่ชาติ บ้านเมืองหรือยัง ช่วยกันครับ เมื่อแก้ไม่ได้ต้องแก้ด้วยระบบหรือเปล่าครับท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันไม่มีครับ ไม่ว่าจะการเลือกตั้งวันแมนวันโหวต (One Man One Vote) หรือใช้ใบเดียว ๒ ใบ ผมถามว่ามันใช้ได้อย่างไร มันแก้ได้หรือเปล่า ผมมีข้อเสนอแนะ ที่ควรจะเอาไปใส่ไว้ตรงนี้หรือเปล่า การเลือกตั้งแบบพูดง่าย ๆ ว่า ท่านเคยได้ยินไหมครับ แอปโซลูท มาจอริตี ซิสเตม (Absolute Majority System) การเลือกตั้งสมบูรณ์แบบเด็ดขาด ก็ใช้เงิน กันมาก ๆ ก็ลองดูสิ ลองดูว่าจะใช้ได้หรือไม่🔗
สรุปสั้น ๆ ครับการเลือกตั้งแบบนี้ ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องได้คะแนนเสียง ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ถ้าได้น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ท่านจะต้องไปเลือกตั้งอีก ครั้งที่ ๒ ก็คือมาซื้อครั้งที่ ๒ ล่ะ แล้วอย่างไรท่านครับ เอาที่ ๑ ที่ ๒ เท่านั้นเองมาแข่งกัน มันก็อาจจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย ท่านครับ สิ่งเหล่านี้ผมอยากอภิปรายเพื่อให้บันทึกไว้ในสภา แห่งนี้ พี่น้องประชาชนต้องได้เข้าใจนะครับ การที่การเมืองบ้านเราเป็นเช่นนี้ท่านก็คงทราบ ว่ามันเป็นอย่างไร รัฐธรรมนูญไม่ได้มีปัญหาเท่าไรเลย ท่านจะแก้อย่างไรผมก็คิดว่ามันก็ อีหรอบเดิมครับ สมมุติว่าแก้แล้ว ครั้งหน้าอีกฝ่ายขึ้นมาได้ มันก็เป็นอย่างนี้ครับ ช่วงนี้เป็น ช่วงโควิด (COVID) สุดท้ายแล้วท่านประธานครับ ผมว่าความสำคัญเร่งด่วนควรจะมาเอาเรื่อง นี้หรือเปล่า ช่วยกันครับ ถ้าตัวท่านเองป้องกันตัวเองดี วัคซีนดี ผมเชื่อว่ามันจะดีกว่าอย่างอื่น ถ้าท่านมัวแต่ไปโทษคนโน้นคนนี้โดยไม่ดูแลตัวเองมันแก้ปัญหาไม่ได้หรอก ต้องคนละไม้ ละมือครับ ขอบคุณท่านประธานอย่างสูงครับ🔗
ขอบคุณ ครับ ต่อไปจะเป็นท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ ผมขอชี้แจงกับท่านสมาชิกนิดหนึ่ง ท่านสฤษฏ์พงษ์รอนิดหนึ่งนะครับ ขณะนี้ที่อยู่ในบัญชีแสดงความประสงค์จะอภิปราย เหลือท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง พรรคภูมิใจไทย กับท่านสำลี รักสุทธี พรรคภูมิใจไทย ท่านสฤษฏ์พงษ์ ๗ นาที ท่านสำลี ๕ นาที และหลังจากนั้นก็เหลือท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ จะขออภิปรายสรุป ดังนั้นถ้าไม่มีการยื่นลงชื่อขอแสดงความประสงค์จะอภิปราย ผมก็จะ ถือว่าไม่มีผู้ใดอภิปรายตามข้อ ๔๙ ก็ปิดการอภิปราย หลังจากนั้นผมก็จะให้ผู้แทนของผู้ที่ เสนอร่างรัฐธรรมนูญทุกฉบับได้อภิปรายสรุป แล้วก็จะมีการลงมติ ดังนั้นท่านใดที่ประสงค์ จะอภิปรายแต่ยังไม่ได้ลงชื่อไว้ ผมก็ถือตามข้อบังคับ ข้อ ๔๙ นะครับ เชิญท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง อภิปรายต่อครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๒ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องกราบ ขอบพระคุณท่านประธานครับ แล้วก็ขอบคุณเพื่อนสมาชิกในส่วนของพรรคภูมิใจไทย พรรคร่วมรัฐบาลที่ได้ยื่นญัตติในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ในส่วนรัฐธรรมนูญนั้นถือว่าเป็น เครื่องมือในการปกครองประเทศ แล้วก็ถือว่าเป็นสิ่งที่แก้ไขได้ถ้าหากว่ามีความจำเป็น ผมเห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ แต่ถ้าหากว่าเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญกันบ่อยครั้ง เกินไปมันก็ไม่ดีนะครับ ต้องดูเหตุผลว่ารัฐธรรมนูญเป็นฉบับที่ ๒๐ แล้วก็สังเกตเห็นว่า รัฐธรรมนูญที่มาจากพี่น้องประชาชนนี่ส่วนใหญ่จะอายุสั้นมากกว่ารัฐธรรมนูญที่มาจาก ทางอื่น ไม่ว่าจะเป็นเผด็จการหรือว่าการปฏิวัติ มันเลยทำให้รัฐธรรมนูญของประเทศไทย มีหลายฉบับ ในฉบับปัจจุบัน ปี ๒๕๖๐ นั้น ผมขออนุญาตอย่างนี้นะครับ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกพูดมาหลายประเด็นในประเด็นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่มาของ ส.ส. ส.ว. ไม่ว่าจะ เป็นการแทรกแซงในส่วนของนักการเมือง ในมาตรา ๑๔๔ และในมาตรา ๑๘๕ ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละครั้งนั้นในส่วนของหมวด ๑๔ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้น ว่าด้วยการปกครองส่วนท้องถิ่น ผมสังเกตเห็นว่าการกระจาย อำนาจผมถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญ เป็นหัวใจของการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย แล้วก็พรรคภูมิใจไทยเรามีสโลแกน (Slogan) ในเรื่องของลดอำนาจรัฐ เพื่อปากท้องประชาชน ก็ถือว่าในส่วนที่พรรคภูมิใจไทยเสนอไปนั้นก็มีความจำเป็น แล้วก็มี ความสำคัญกับพี่น้องประชาชน ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลที่เราเสนอร่างไปทั้ง ๑๓ ฉบับ แล้วก็พรรคพลังประชารัฐ ๑ ฉบับ พรรคร่วมรัฐบาล ๘ ฉบับ แล้วก็พรรคร่วมฝ่ายค้าน ๔ ฉบับ ในส่วนของฉบับที่ ๑๒ ซึ่งเป็นร่างของท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ซึ่งพรรคภูมิใจไทย เราก็ร่วมเซ็นชื่อไปด้วยนะครับ🔗
ผมขออนุญาตพูดในประเด็นของมาตรา ๒๔๙ จนถึงมาตรา ๒๕๔ รวม ๖ มาตรา ในการแก้ไขซึ่งในร่างในมาตรา ๗๖/๒ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผมคิดว่า เป็นหัวใจในเรื่องของการแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนในการเข้าถึงความยากจน ในการเข้าถึง ในการใช้งบประมาณ ผมอยากยกตัวอย่างว่าสถานการณ์โควิด (COVID) ในวันนี้ ถ้ารัฐธรรมนูญได้กระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปดำเนินการไปจัดการ ปัญหา ผมเชื่อเหลือเกินว่าสภาพปัญหาคงไม่เหมือนปัจจุบัน เพราะฉะนั้นในเรื่องของการ กระจายอำนาจเป็นหัวใจสำคัญ🔗
มีข้อสังเกตอยู่อย่างหนึ่งว่าการกระจายอำนาจ งบ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีเต็มพื้นที่ทั่วประเทศใช้อยู่ แต่ว่าในเรื่องของการดำเนินการ ที่จะทำ ให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเขียนกฎหมายว่าภายใต้ ข้อบังคับอย่างนั้นอย่างนี้ ภายใต้ข้อกฎหมาย ภายใต้พระราชบัญญัติ เป็นข้อจำกัดที่ทำให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นค่อนข้างที่จะปฏิบัติในเรื่องของการใช้งบประมาณยาก แล้วก็ มีเงื่อนไขมาก เพราะฉะนั้นในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ผมคิดว่าในหมวดว่าด้วย การปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ถ้าเราจะดำเนินการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำอะไรได้ ไม่ได้ เขียนให้ชัดครับ เช่นว่ากิจกรรมต่อไปนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถกระทำได้ ก็ระบุไปเลย ไม่ว่าจะเป็นการทหาร การเงิน การระหว่างประเทศ ความมั่นคง ก็ว่าไปนะครับ แต่นอกเหนือจากที่ไม่ได้ระบุว่าทำไม่ได้ก็ให้ท้องถิ่นทำได้ อย่างนี้ผมคิดว่าประเทศในเรื่องของปัญหาต่าง ๆ ที่มารวมกระจุกอยู่ในส่วนกลางของรัฐบาล นั้นผมคิดว่าปัญหาจะน้อยลงทันที🔗
ในเรื่องของรัฐธรรมนูญนั้น ท่านประธานครับ เราจะเห็นว่าเรามีวันที่ ๑๐ ธันวาคม เป็นวันรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่พี่น้อง ประชาชนควรให้ความสนใจ เราสังเกตเห็นว่า ๒๐ ฉบับที่ผ่านมานั้น บางฉบับนะครับ นักวิชาการที่จริงมีไม่กี่กลุ่มหรอกครับที่มีความเชี่ยวชาญในการยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นมืออาชีพว่าฉบับนี้ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อพี่น้องประชาชน ฉบับนี้ร่างตามใบสั่งของ ผู้มีอำนาจ และพอในที่สุดนั้นพี่น้องประชาชนก็ลุกขึ้นมาเพื่อที่จะทำการแก้ไข เพราะในเรื่อง ของการร่างรัฐธรรมนูญนั้นมันไม่สอดคล้อง มันไม่ตรงกับการแก้ปัญหา ผมเชื่อว่าในปัจจุบันนี้ โลกเปลี่ยนไปมาก เพราะฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มันสอดคล้องกับปัจจุบันก็ทำได้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในขณะนี้ ณ วันที่ออกเมื่อปี ๒๕๖๐ อาจจะเป็นเครื่องมือ อาจจะเป็น ยาขนานเอกที่จะแก้ปัญหาในขณะนั้นได้ดี แต่มาวันนี้ ๔ ปีไปแล้วครับ เหตุการณ์ สถานการณ์เปลี่ยนไป ความต้องการของพี่น้องประชาชนอะไรก็เปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นมีเหตุ ในเรื่องของการที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นเบื้องหลังในเรื่องของ การยกร่างรัฐธรรมนูญก็ดี อะไรก็ดีนั้น ผมคิดว่าเราต้องดูเจตนารมณ์ เราต้องดูประเทศเพื่อน บ้านที่เขาเจริญแล้ว เราต้องดูปัญหาภายในของเรา และผมเชื่อเหลือเกินว่าที่ผ่านมานั้น แม้ไม่มีนักการเมือง ปัญหาการทุจริตก็ไม่เคยได้น้อยลงนะครับ ว่างเว้นจากการเลือกตั้ง ผมไม่เชื่อนะครับว่าปัญหาทุจริตไม่มี เพราะฉะนั้นปัญหาทุจริตในวันนี้มีทุกหย่อมหญ้า มีทุกองค์กร น้อยมากก็ติดตามกันไปนะครับ ในวันนี้ผมเห็นด้วยในเรื่องของการแก้ไข รัฐธรรมนูญ แล้วก็เห็นด้วยกับพรรคภูมิใจไทยที่เราเสนอในเรื่องของการลดอำนาจรัฐ แล้วก็ ทำเพื่อพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ ต้องขอขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณ ท่านสฤษฏ์พงษ์นะครับ ต่อไปเป็นท่านสำลี รักสุทธี หลังจากนั้นมีพรรคเพื่อไทยลงชื่อ เข้ามาแล้ว มีท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ กับท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ก็ต่อท่านสำลีนะครับ ท่านสำลีเชิญก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ภูมิลำเนาจากจังหวัดมหาสารคาม ในนามสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เกิดขึ้นภายหลังปัญหาและความวุ่นวายของคนในชาติ แล้วก็มีคำว่า จะคืนความสุขให้ประชาชน จะสร้างรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดให้ประเทศชาติเป็นใบเบิกทาง ประชาชนอดทนรอรัฐธรรมนูญนี้อยู่หลายปี แล้วก็ได้รัฐธรรมนูญที่เหมือนซ่อนระเบิดเวลาไว้ แล้ววันนี้ระเบิดเวลานั้นก็เริ่มทำงานทั้งในและนอกสภา หลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญที่ดี ที่เหมาะกับการเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ คือการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การสร้าง ความผาสุกให้เกิดขึ้นในสังคม การเคารพสิทธิเสรีภาพ ภราดรภาพและเสมอภาคของ ประชาชนโดยรวม การลดความขัดแย้งในสังคม การสร้างสมานฉันท์ของคนในชาติ ให้มากที่สุด นั่นคือสาระหลักของรัฐธรรมนูญที่นานาอารยประเทศยอมรับ แต่เมื่อพลิกดู สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็จะพบอยู่หลายส่วนที่ควรปรับปรุงแก้ไข และครั้น พิจารณาจากปรากฏการณ์เชิงประจักษ์อันเกิดจากการนำรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาใช้ก็จะพบ ปัญหาอยู่มากมาย โดยเฉพาะมาตรา ๒๗๒ ซึ่งเป็นมาตราที่ประชาชนเรียกร้องต้องการให้ แก้ไขมากที่สุด จากการที่ผมได้ลงพื้นที่นะครับ เหตุเพราะ ๑. ขัดเจตนารมณ์และสาระหลัก ของประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ คือการหย่อนบัตรลงคะแนนในคูหาเลือกตั้งของประชาชน ไม่ควรเป็นเพียงพิธีกรรมเลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่แทนตนเท่านั้น หากแต่เป็นการเลือกคนเข้าไปเลือกนายกรัฐมนตรีไปบริหารประเทศด้วย แต่รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ โดยมาตรา ๒๗๒ นี้กลับขัดขวางเจตนารมณ์ดังกล่าว ทำให้สิทธิเสียงของ ประชาชนไปหยุดลงตรงที่ห้องประชุมรัฐสภาเท่านั้นครับ เท่านั้นจริง ๆ ครับท่านประธาน🔗
๒. เพื่อเป็นการเคารพหลักความเป็นมนุษย์อารยะที่ทุกคนย่อมมีสิทธิ เท่าเทียมในทางการเมือง ไม่ควรมีอภิสิทธิ์ชนซ่อนในรัฐธรรมนูญไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ควรให้ความสำคัญกับหลัก ๑ สิทธิ ๑ เสียง หรือวันแมนวันโหวต (One man One vote) ซึ่งเป็นหลักประกันความเป็นมนุษย์อารยะและมีสิทธิเท่าเทียมที่ให้ความสำคัญกับคำว่า เสียงประชาชนคือเสียงสวรรค์ แต่มาตรา ๒๗๒ กลับขัดหลักการดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง เหตุเพราะคนที่ได้ใช้อำนาจตามมาตรานี้คือคนไม่กี่คน จะเรียกว่ากลุ่มเดียวก็ได้ครับ แล้วก็ กลุ่มคนนั้นก็มาจากวิธีการซึ่งก็เป็นที่ครหานินทาครับ ที่จะเรียกว่าระบบงูกินหางหรือกินรวบ อำนาจประชาชน ก็แล้วแต่จะเรียก เพราะความจริงปรากฏว่าผู้ที่มีอำนาจตั้งคนกลุ่มนั้น ไปสรรหาคนมาใส่พานให้ผู้มีอำนาจคัดเอา แล้วก็คัดออก แล้วแต่งตั้งคนที่มองตาก็รู้ใจว่า อยู่ในเฉดสีเดียวกัน ขอย้ำคำว่าอยู่ในเฉดสีเดียวกัน เข้ามาเป็นกลุ่มคนที่มีอำนาจกลุ่มใหญ่ แล้วมอบอำนาจนั้นให้เป็นผู้มีที่มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อผู้เลือกกลายเป็นผู้ถูกเลือก โดยผู้ที่มีอำนาจแต่งตั้งเข้าไป ผลจึงออกมาอย่างที่เห็นและเป็นอยู่ครับท่านประธาน โดยเหตุผลจากเหตุการณ์เชิงประจักษ์จากการใช้อำนาจตามมาตรา ๒๗๒ ของคนกลุ่มนั้น นี่เอง จึงเป็นการทำลายสาระหลักของรัฐธรรมนูญที่สากลโลกยอมรับ และเป็นการลดทอน ศรัทธาความน่าเชื่อถือของคนกลุ่มนั้นลงอย่างสิ้นเชิง ซ้ำยังเป็นการเพิ่มความชอบธรรม ให้กลุ่มคนที่เคลื่อนไหวอยู่นอกสภาให้มีน้ำหนักมากขึ้นด้วยครับท่านประธาน และเป็นการ เพิ่มฟืนใส่ไฟให้ไหม้ลุกลามประเทศไม่รู้จบครับ เหตุดังกล่าวผมจึงเห็นด้วยกับการให้ยกเลิก มาตรา ๒๗๒ ขอกราบขอบพระคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบพระคุณ มากครับท่านสำลี ต่อไปก็จะมาทางฝ่ายค้านนะครับ ส.ส. ฝ่ายค้านที่ลงชื่อไว้ ท่านจิรายุ ห่วง ทรัพย์ จะอภิปรายพร้อมกับท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ครับ และหลังจากนั้นก็จะกลับไปที่ สมาชิกวุฒิสภา ท่านออน กาจกระโทก เชิญท่านจิรายุก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ พรรคเพื่อไทยได้ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ เหตุผลประการเดียวก็คือว่าเราได้ลองผิดและลองถูก ในการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มาแล้ว ๔ ปี เหตุผลประการต่อไปก็คือว่าหลายท่านก็บอกว่า แก้เพื่อคนนั้น แก้เพื่อคนนี้ คนที่อยากจะกอดรัดรัฐธรรมนูญฉบับที่มาจาก คสช. ท่านก็ บอกว่าดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ ผมก็เชื่อนะครับว่าพี่น้องประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ พรรคเพื่อไทยนั้นขอเสนอแก้ไว้หลายมาตรา โดยเฉพาะมาตราที่เกี่ยวข้องกับที่มาของนายกรัฐมนตรี เราไม่ปฏิเสธนะครับถ้าท่าน นายกรัฐมนตรีนั้นใส่ชื่อมาเป็นผู้นำสูงสุดของพรรคการเมืองตั้งแต่ต้น พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จะได้มีโอกาสเข้ามาอย่างเท่ ๆ แล้วก็เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง แท้ ๆ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๒๗๒ ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาท่านก็ได้โหวต เลือก นายกรัฐมนตรี ซึ่งที่ทีโอที (TOT) ท่านประธานก็นั่งอยู่ด้วย ผมก็อุตส่าห์ท้าสาบาน นะครับว่าถ้าท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านใดไม่โหวต พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ผมจะไปกราบเท้า ก็เลยไม่ได้กราบเท้าแม้แต่คนเดียวครับ เพราะว่าไปกันครบเรียบร้อย ก็เป็นสิทธิของท่านครับ เพราะท่านบอกว่าท่านมาตามรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ที่ร่างกันมาแบบเขาอยากอยู่ยาว แต่ท่านประธานที่เคารพครับ อะไรก็แล้วแต่เมื่อถึงเวลามันต้องเกิดการแก้ไขครับ แต่ผม อยากจะไล่เรียงประเด็นดังต่อไปนี้ท่านประธานครับว่า ที่มาของนายกรัฐมนตรีหลายท่าน พูดไปแล้วว่าถ้าจะสง่างามท่านก็ต้องเป็น ส.ส. ไม่ยากหรอกครับ ท่านก็เสนอเข้าไปในบัญชี รายชื่อของพรรคการเมือง แล้วท่านก็มาเป็น ส.ส. ก็ว่ากันไปครับ แต่ที่พรรคเพื่อไทยได้ยื่น เสนอหลายประเด็น ซึ่งผมจะขมวดปมไปที่ประเด็นการแบ่งเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ก็เพราะว่าหลายคนบอกว่ายังไม่ทันนอนเลยอยากจะฝันแล้วว่าคืนนี้ฉันจะฝันดี พรุ่งนี้ ฉันจะฝันร้าย มันบังคับฝันไม่ได้ท่านประธานครับ แต่ว่าสิ่งที่บังคับได้ในขณะนี้ก็คือว่า ท่านสามารถที่จะใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมาในการตัดสินใจได้ ผมถามว่าตั้งแต่เรามีการปฏิวัติ รัฐประหารมาเราใช้รัฐธรรมนูญกันมาไม่รู้กี่ฉบับ ปี ๒๕๔๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่หลายท่าน บอกว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนมากที่สุดเพราะว่าประชาชนเป็นผู้ร่าง ในสมัยนั้นพลเอกทั้งหลายแหล่ที่อยู่ในระบอบการรัฐประหารมาท่านก็มีโอกาสเข้ามาเป็น ผู้นำของประเทศ ผมไม่เอ่ยชื่อครับ หลายท่านก็เป็นยศพลเอก ไม่มีปัญหาท่านประธานครับ ถ้าท่านมาตามครรลองครองธรรม แต่ที่ผมอยากจะบอกก็คือว่าทฤษฎีเชิงประจักษ์ ในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ เกิดปัญหามากมาย และถูกวางกลไกให้ยากต่อการแก้ไข ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายกันไปหลากหลายแล้ว แต่ผมอยากจะบอกอย่างนี้ครับว่าทำไม จึงต้องมีการแก้ไขแบ่งเขตเลือกตั้ง พรรคการเมืองหลายท่านโปรดฟังก่อนนะครับ ไม่ได้อยู่ ดี ๆ พรรคเพื่อไทยอยากจะเสนอ และไม่ได้อยู่ดี ๆ คืนนี้อยากจะฝันดี แล้วพรุ่งนี้จะมา ประกาศว่าจะแก้ไขแบบไหนอย่างไร แต่มันผ่านประสบการณ์หลากหลายของการใช้ รัฐธรรมนูญมาแล้วไม่รู้กี่ฉบับครับ🔗
ผมจะขออนุญาตไล่เรียงในเรื่องของรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ท่านประธาน ที่เคารพครับว่า เราบอกว่ารัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดนั้นจะต้องให้พี่น้องประชาชนมีส่วนได้เสีย หรือมีส่วนร่วมมากที่สุดครับ คำถามก็คือว่าการเขียนรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ มาจนถึง ปัจจุบันนี้ท่านมีความเห็นอย่างไร และท่านมีความคิดที่จะสกัดกั้นพรรคการเมืองหรือไม่ เอาล่ะท่านอาจจะบอกว่าเมื่อสักครู่นี้สมาชิกวุฒิสภาบอกว่ารัฐธรรมนูญไม่มีปัญหา คนนั่นล่ะ มีปัญหา พูดอีกก็ถูกอีกครับ ก็คนมันอยู่ในสังคมมันจึงร่างรัฐธรรมนูญเป็นธรรมนูญปกครอง ประเทศ แต่พอผ่านระยะเวลาหนึ่งมาแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ มันก็ถึงเวลาแก้ไข แล้วทำไมไม่แก้ล่ะ แก้มี ๒ ทางครับ แก้เปลี่ยนใหม่ ก้าวไปข้างหน้า กับแก้กลับไปใช้แบบเดิม ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เริ่มออกพิษเป็นรัฐธรรมนูญยาพิษมาตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ ในการเลือกตั้งครับ เลือกตั้งมาพรรคเพื่อไทยชนะมีคะแนนเสียงเป็นอันดับ ๑ แต่ปรากฏว่าทำอะไรไม่ได้ครับ พรรคพลังประชารัฐไปรวบรวมเสียงแล้วก็บอกว่าพรรคฉัน มีคะแนนมากกว่า แล้วก็ตั้งเป็นรัฐบาล สุดท้ายสมาชิกวุฒิสภาก็โหวตท่านบอกมาตาม รัฐธรรมนูญ ทำตามรัฐธรรมนูญ ก็เป็นสิทธิของท่านครับ แต่ที่ผมอยากจะบอกอย่างนี้ ก็คือว่าถ้าเกิดย้อนความกลับไป เป้าประสงค์ของการร่างรัฐธรรมนูญซึ่งอาจารย์หลายคนก็พูด ชัดเจนว่าเขาอยากอยู่ยาว นี่ครับมันเห็นไต๋ มันรู้ว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร แต่ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้กว่าจะมาถึงวันที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกคว่ำมาไม่รู้กี่ครั้งแล้วครับ ผมจึง อยากบอกท่านประธานอย่างนี้ว่าปัญหาของรัฐธรรมนูญในปัจจุบันท่านลองดูนะครับ พอปี ๒๕๔๐ ท่านร่างมา แบ่งเขตเลือกตั้งครับ สมาชิก ส.ส. ที่เป็นแบบเขตแบบผมนี่ลงพื้นที่รับฟัง ปัญหา แก้ไขปัญหา มี ๓๕๐ มี ๔๐๐ บ้าง มี ๑๐๐ บ้าง ก็แล้วแต่ประชากรพื้นที่ที่จะสลับ สับเปลี่ยนกันไปครับ แต่ผมอยากจะบอกว่ามันดีตรงไหนครับ การแบ่งเขตเลือกตั้งถ้าบัตร ใบเดียวเหมือนปี ๒๕๖๐ ที่เราเลือกตั้งกันมา คนชอบจิรายุ ไม่ชอบพรรค คนชอบพรรค ไม่ชอบจิรายุ ทำอย่างไรครับ ก็ต้องเลือกจิรายุอย่างเดียว ซึ่งบางคนก็อาจจะชอบจิรายุ แต่ชอบนโยบายพรรคการเมืองอื่น หรือชอบพรรคการเมืองจิรายุแต่ไม่ชอบจิรายุ ก็มีโอกาส เป็นไปได้ท่านประธานครับ เราไปปิดกั้นเสรีภาพของพี่น้องประชาชนด้วยบัตรใบเดียวครับ แล้วที่ผ่านมาเจออะไรท่านประธานครับ บัตรเขย่งบ้างล่ะ ส.ส. ปัดเศษบ้างล่ะ ซึ่งผมไม่ว่า พรรคเล็กนะครับ ท่านมาตามรัฐธรรมนูญ แต่ว่ารัฐธรรมนูญนี้มันชอบด้วยกฎหมายสากลโลก หรือไม่ครับ🔗
ประเด็นต่อมา ท่านประธานที่เคารพครับ พรรคการเมืองหลายพรรคก็พูดกัน ไปครับว่าแก้เป็นแบบนั้นแล้วจะได้ประโยชน์ แก้แบบนี้แล้วเสียประโยชน์ ก็สุดแท้แล้วแต่ ครับว่าสถานการณ์ในปัจจุบันในขณะนี้เป็นอย่างไร แต่ผมอยากจะย้อนความกลับไปนิดเดียว ครับท่านประธานว่าการเลือกตั้งในช่วงที่ผ่านมา ถ้าเราย้อนความกลับไปเมื่อปี ๒๕๔๐ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจัดตั้งบุคคลขึ้นมามาจากภาคประชาชนทั้งหมด แล้วก็เลือกตั้งกัน ขึ้นมาครับ ประกาศใช้ประมาณสักปี ๒๕๔๒ หลังจากนั้นก็เลือกตั้งในปี ๒๕๔๔ พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ยังไม่รู้อยู่ไหนเลยนะครับตอนแก้รัฐธรรมนูญกัน สุดท้าย ลงการเมืองปี ๒๕๔๔ พรรคไทยรักไทยก็ได้คะแนนครับ ก็เป็นสิทธิของประชาชนไหมครับ ๔ ปีไม่ชอบเขาก็เปลี่ยน แต่นี่คือปัญหาของประเทศไทยครับ ๔ ปีไม่ชอบก็เป่านกหวีด เรียกรถถังออกมา หลังจากนั้นท่านประธานครับ ปี ๒๕๔๘ ก็ใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ท่านบอกว่าต้องไปสกัดพรรคใหญ่ เดี๋ยวมันจะเป็นอย่างนั้นมันเป็นอย่างนี้ กลัวก็เลยปฏิวัติ รัฐประหารบิ๊กบังทำครับ จากนั้นทำไมท่านไม่แก้ล่ะครับมาเป็นแบบปัจจุบันนี้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านก็ยังใช้บัตร ๒ ใบอยู่ แสดงว่าที่ผ่านมาคณะกรรมการใด ๆ ก็แล้วแต่ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ท่านยังใช้วิธีการเลือกตั้งแบบบัตร ๒ ใบครับ ก็คือเลือกพรรค เลือกคน เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ พอปี ๒๕๕๐ เลือกตั้งเป็นอย่างไรครับ ได้ท่านสมัคร สุนทรเวช เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็ชัดเจนครับก็ดำเนินนโยบายไป สุดท้ายเกิดอะไรขึ้นครับ หลังจากนั้นก็เกิดเกมตั้งรัฐบาลในค่ายทหารของพรรคการเมือง บางพรรคครับ ผมจำได้ว่าในขณะนั้นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ก็คือท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ดึงกลุ่มพรรคของไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนเดิมไปจับขั้วกันแล้วก็ถูก กล่าวหาว่าตั้งพรรคกันในค่ายทหาร ซึ่งวันนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าจริงหรือเปล่า สุดท้ายก็ไปเป็น รัฐบาลโดยท่านอภิสิทธิ์ครับ หลังจากนั้นก็เกิดการเลือกตั้งใหม่เมื่อปี ๒๕๕๔ ผมก็ไม่เห็นมี ใครคิดจะไปแก้ไขนะครับ มีแต่รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ตอนนั้นมีการแก้ไขรายละเอียดของ การเลือกตั้งนิด ๆ หน่อย ๆ หลังจากนั้นก็ยุบสภาแล้วก็มีการเลือกตั้งปี ๒๕๕๔ ครับ ผมจึง บอกว่าไม่ว่าวันใดก็แล้วแต่ท่านประธานที่เคารพครับ ใครมีอำนาจก็ย่อมจะเป็นผู้เขียน อำนาจ พวกผมปฏิเสธไม่ได้ครับ พวกผมเป็นนักต่อสู้เป็นนักมวยที่พร้อมจะขึ้นเวที แม้ชั่งน้ำหนักแล้ว น้ำหนักทางท่านมากกว่าพวกผม ผมก็พร้อมที่จะชกครับ แม้ชั่งน้ำหนักแล้ว ท่านเอาผ้ามาปิดตาผมให้ชก ผมก็พร้อมที่จะชกครับ แม้ขึ้นเวทีแล้ว ท่านเอาเชือกมามัดมือ ผมให้มีแค่ ๒ เท้า แต่ท่านครบทั้งนวม ทั้งอุปกรณ์ การ์ด (Guard) ป้องกันหมด พวกผม ก็พร้อมชกครับ สุดท้ายเกิดอะไรขึ้นล่ะครับ ถล่มทลายครับ เรามีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก อันนี้คือสาระสำคัญที่เราต้องพูดกันด้วยการยอมรับความจริงนะครับ วิธีคิดของพวกท่านคือ อะไรครับ ทำอย่างไรก็แล้วแต่ที่จะสกัดกั้นพรรคเพื่อไทย ตอนแรกอาจารย์บวรศักดิ์ ขออภัย ที่เอ่ยนามครับ ท่านก็ร่างมา มันอาจจะยังไม่โดนใจ แล้วเดี๋ยวพรรคเพื่อไทยจะกลับมา สุดท้ายก็ได้คำวลีดังว่าเขาอยากอยู่ยาวครับ🔗
ผมจึงบอกท่านประธานอย่างนี้ครับว่า การแก้ไขเป็นแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง แล้วก็มีแบบพรรค พูดง่าย ๆ ก็คือพี่น้องประชาชนที่ผ่านมาท่านเข้าไปคูหาท่านกาได้ เบอร์เดียว ต่อไปนี้จะมี ๒ ใบมันดีอย่างไรครับ หลายท่านบอก โอ๊ย เดี๋ยวมันจะได้เปรียบ พรรคใหญ่ แล้วไม่คิดบ้างหรือครับ ถ้าแก้ไปแล้วพรรคพลังประชารัฐได้ถล่มทลาย พรรคเพื่อไทยก็ตกที่นั่งลำบากเหมือนกันนะครับ แล้วไม่คิดหรือครับว่าในอนาคตพรรคเล็ก ก็มีโอกาสทำนโยบายแบบนี้ได้ ผมยกตัวอย่างและพี่ ๆ เพื่อนสมาชิกพรรคเล็กท่านลองฟังดู นะครับ ในการเลือกตั้งปี ๒๕๕๔ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านจำพรรคนี้ชื่อนี้ได้ไหมครับ ชื่อพรรคกมลวิศิษฎ์ ท่านชูวิทย์นี่ล่ะ ท่านชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ตั้งชื่อพรรครักประเทศไทย พรรค ใหญ่หรือครับ ใช้รัฐธรรมนูญแบบบัตรเดียวหรือครับ ใช้ ๒ ใบครับ เหมือนกันครับ เลือกคนเลือกพรรค ปรากฏว่า ขออภัยที่เอ่ยนามท่านชูวิทย์นะครับ ไม่เสียหาย ท่านทำนโยบายอย่างดีและท่านส่งเขตน้อยมากนะครับ พูดง่าย ๆ คือแทบจะไม่ส่งเลย ว่าอย่างนั้นเถอะ แล้วก็รณรงค์เลยครับว่าให้เลือกตั้งพรรครักประเทศไทย สุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ ในสภาเก่าผมจำได้นะครับ เจอท่านชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เข้ามานั่ง เป็น ส.ส. ครับ และได้ไป ๔ เก้าอี้ท่านประธานครับ นี่ผมถึงบอกว่าเรายังไม่ทันนอนอย่าเพิ่ง ตั้งใจว่าจะฝันร้ายคืนนี้ ไม่แน่นะครับพรรคเล็ก ๆ ที่ท่านนั่งกันอยู่ข้างหลัง ป้ายเรียงกันเยอะแยะมากมาย ท่านทำ พรรคชื่อจิรายุ ห่วงทรัพย์ ผมถามว่าคนทั้งประเทศเลือกจิรายุ ห่วงทรัพย์ สักคนละคะแนน ได้ครึ่งหนึ่งผมได้สัก ๗๐๐,๐๐๐ คะแนน ผมมี ส.ส. ในมือ ๑๐ เสียงเลยนะท่านประธานครับ เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกพี่น้องประชาชนครับว่ามันเปิดทางเลือก ถ้าพรรคจิรายุ อยากจะทำอะไรให้กับคนคลองสามวา รามอินทราเลียบทางด่วนแถวบ้านผมมีความ เจริญรุ่งเรืองให้เลือกผมให้ถล่มทลาย คน ๒๐๐,๐๐๐ คน นี่ผมได้ ๔ เก้าอี้นะ ผมไม่ จำเป็นต้องลงเขตด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าไม่มีใครได้ประโยชน์หรอกครับ เพราะว่า การแข่งขันมันยังมาไม่ถึง มันแค่เขียนกฎกติกา ซึ่งก็เป็นกฎกติกาที่ใช้เหมือนเดิม เอาล่ะ วันนี้ พรรคเพื่อไทยจะมีโอกาสยื่นและแก้ไขได้หรือครับ ไม่ได้หรอกครับ คิดไหม คิดครับ อยากแก้ไหม แก้ครับ แต่ทำได้ไหม ทำไม่ได้หรอกครับถ้าเสียงไม่ผ่าน แต่เมื่อท่านกำหนด กฎกติกามาแล้วซึ่งมันเคยทำมาก่อนหน้านี้แล้ว เรามีความเห็นใกล้เคียงแม้จะไม่เหมือนกัน ทุกอย่าง แต่บริบทของการแข่งขันมันกำลังจะเริ่มต้นขึ้นครับ คำถามคือเมื่อปีสองปีก่อนครับ เดือนมีนาคม ปี ๒๕๖๒ พรรคเพื่อไทยรณรงค์ครับ บัญชีรายชื่อไม่ได้แม้แต่คนเดียว ท่านประธานครับ ผมยังโชคดีนะครับ เขตผมในกรุงเทพมหานครผมยังได้มีโอกาสจากพี่น้อง ชาวคลองสามวาเลือกผมเข้ามาแต่ถามว่าเขาชอบนโยบายพรรคไหม เขาชอบจิรายุหรือเขา ชอบทั้ง ๒ อย่าง การแยกบัตรออกไปไม่มีการได้เปรียบเสียเปรียบกันครับเพราะการเลือกตั้ง ยังมาไม่ถึง อนาคตพรรค ก ข ค ง ท่านรณรงค์ไปเลยครับว่าให้เลือกพรรคนี้ ท่านเอา บัญชีรายชื่อ ๑ ถึง ๑๐ เข้ามาท่านก็ได้ครับ พรรคอีกพรรคหนึ่งเป็นพรรคของภาคอีสาน ระบุ จังหวัด เหมือนเราเคยมีชื่อ ขออภัยที่เอ่ยนะครับ ไม่เสียหาย พรรคพลังชล ท่านประธานครับ เห็นไหมครับ เป็นพรรคการเมืองจังหวัดท่านก็ทำไปสิครับ พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคภาพรวม ของทั้งประเทศก็ทำไปครับ ต่อไปนี้ผมอาจจะตั้งพรรคคลองสามวาก็มีโอกาสเป็นไปได้ครับ เอาคนในพื้นที่บ้านผม ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคนมาเลือก เพราะฉะนั้นผมจึงบอกครับว่าไม่มีใครได้ หรือว่าเสีย เพราะเรายังไม่รู้ว่าอนาคตเป็นอย่างไร พรรคการเมืองบางพรรคอาจจะทำ นโยบายดีกว่าพรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่ง การเลือกตั้งอีก ๒ ปีข้างหน้าอาจจะแลนด์สไลด์ (Landslide) ถล่มทลาย บัญชีรายชื่อท่านอาจจะขึ้นมาถึง ๕๐ ก็มีโอกาสเป็นไปได้ครับ แต่เรามองปัจจัยสำคัญท่านประธานครับ ก็คือว่าเราให้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนตรงไหน เราให้สิทธิในการเลือกตั้งกับเขามากขนาดไหน และเราเคารพกฎกติกาที่มันทำซ้ำทำใช้ ทำใช้ ทำซ้ำกันมา แล้วเราได้กลับมาพิสูจน์ว่าของเดิมมันดีกว่าไหม ท่านประธานครับ เหมือนผม ใช้ครีมทาหน้าล่ะครับ มีคนมาเสนอขายผมบอกว่าเดี๋ยวจะใช้ครีมใหม่แล้วหน้าจะดี ผมบอก น่าสนใจ ก็ลองใช้ดูครับ ปรากฏว่าพอลองใช้แล้วไปแล้วหน้าเป็นฝ้าขึ้นเป็นปื้น วิธีการหนึ่งคือ เลิกใช้ กับ ๒. ไปใช้ครีมกันแดดตัวเก่าครับท่านประธานครับ ไม่มีอะไรซับซ้อนและไม่มีอะไร ซ่อนเงื่อนในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา ๘๓ มาตรา ๘๕ มาตรา ๘๖ มาตรา ๙๐ มาตรา ๙๑ ถึงมาตรา ๙๒ ครับ มันเป็นเพียงแค่เอาความเหมาะสม แล้วพรรคเพื่อไทยไม่ได้มี ส่วนร่วมในการเขียนกฎกติกานี้เลยนะครับ เป็นกฎกติกาที่ ส.ส.ร. ร่างมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ทั้งสิ้น และถูกพิสูจน์ทำซ้ำ ถ้าเป็นหลักวิชาการแทบจะเป็นทฤษฎีนะครับว่านี่คือทฤษฎีของ การเลือกตั้งที่ดีที่สุดในประเทศไทย ผมจึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชน ครับว่าไม่มีเงื่อนไข ไม่มีเงื่อนงำ และไม่มีอะไรซ่อนเงื่อนในการแก้ไข ในการแบ่งเขตออกเป็น ๔๐๐ หรือ ๑๐๐ หรือจะเป็น ๓๕๐ หรือจะเป็น ๑๕๐ ครับ แต่เราได้กลับนำสิทธิประโยชน์ ที่ประชาชนพึงได้รับกลับไปสู่พี่น้องประชาชนให้เขามีโอกาสเลือก เขาชอบพรรคเพื่อไทย ก็ขีดพรรคเพื่อไทยครับ เขาชอบจิรายุก็ขีดจิรายุครับ แต่ไม่ใช่ท่านไปบังคับเขาว่าถ้าเขาชอบ เพื่อไทย ไม่ชอบจิรายุ เขาก็ต้องขีดเบอร์นี้ หรือเขาชอบจิรายุ เขาไม่ชอบพรรคเพื่อไทยเขาก็ ต้องขีดเบอร์นี้ เป็นเพียงช่องทางหนึ่งที่เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาผมย้ำ นะครับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้ถูกทำซ้ำและใช้มาแล้ววันนี้ ๔ ปี ได้พิสูจน์แล้วครับว่า มันดีหรือไม่ดีตรงไหน จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนให้ทราบนะครับ ว่าถ้ามี ๒ ใบ ประชาชนได้ประโยชน์สถานเดียวครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไปคุณเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร เขต ๗ จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาหลายท่านผ่านประสบการณ์การแก้ไข รัฐธรรมนูญมาหลายยุค หลายสมัย หลายฉบับ ตั้งแต่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ แต่ต้องเป็นไป ตามความต้องการของประชาชนและบริบทของสังคมไทยให้มีสิทธิ เสรีภาพ ภราดรภาพ เท่าเทียมกันและเป็นธรรม นำไปสู่ประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ การเรียกร้องประชาธิปไตยมีมายาวนาน ซึ่งมักจะโยงใยไปถึง การแก้ไขรัฐธรรมนูญเสมอ เมื่อปี ๒๕๑๖ นักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย อย่างมืดฟ้ามัวดิน เมื่อปี ๒๕๓๕ ปี ๒๕๕๓ มีประชาชนออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันทั้งวันคืนเป็นเรือนแสนเรือนล้าน พรรคเพื่อไทยก็ได้เป็นผู้นำ ในการเรียกร้องขอประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขร่วมกับพี่น้องผู้รัก ประชาธิปไตย หัวใจสีแดงทั้งประเทศ ในขณะเดียวกันการต่อสู้ภายในรัฐสภาก็เข้มข้นครับ ท่านประธาน เพื่อนพ้องน้องพี่ ส.ส. เพื่อไทย เหนือ อีสาน กลาง ใต้ ล้วนสวมหัวใจสิงห์ สู้ยิบตาแบบปากกัดก้นต่อย การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้ยื่นแก้ไขไว้ ๔ ญัตตินั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าเป็นเจนเอ็กซ์ (Generation X) เจนวาย (Generation Y) เจนแซด (Generation Z) ทั้งประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน รวมอีกหลายภาคส่วนได้ยื่น แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๖ เพื่อให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. จากพี่น้องประชาชน มาแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่เมื่อปี ๒๕๖๓ แล้วนั้น พรรคเพื่อไทยยังได้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็น รายมาตราด้วย เช่น ระบบการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยเสนอให้ใช้บัตรเลือกตั้ง ๒ ใบ ใบหนึ่งเลือก ส.ส. เขต ซึ่งแต่ก่อนคุ้นเคย ๔๐๐ เขต ใบหนึ่งเลือก ส.ส. บัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตีลิสต์ (Party list) ซึ่งมี ๑๐๐ เขต เพราะพรรคเพื่อไทยมองว่าสามารถตอบโจทย์ สะท้อนเจตนารมณ์ ความต้องการของพี่น้องประชาชนได้มากที่สุด ดังเช่น ส.ส.ร. ๔๐ ซึ่งได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชนทุกจังหวัดทั่วประเทศ เป็นผู้ออกแบบให้ ส.ส. มาจาก ๒ ส่วน ๑. ส.ส. เขต ซึ่งมีเขตละคน เพื่อให้ใกล้ชิดกับประชาชน เพราะ ส.ส. เขตจะคลุกคลี รู้ร้อนรู้หนาว ทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน คล้ายระบบของอังกฤษซึ่งเป็นประเทศต้นแบบ ของระบอบประชาธิปไตย ๒. ส.ส. ปาร์ตีลิสต์ (Party list) ซึ่งคะแนนเลือกตั้งจะแยกออก จากกันชัดเจนมากในการคำนวณคะแนน การเลือกตั้งโดยใช้บัตร ๒ ใบที่ออกแบบโดย ส.ส.ร. ๔๐ นี้ ประชาชนดีใจ ชอบใจว่าได้มาจากรัฐธรรมนูญธงเขียว รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน รัฐธรรมนูญฉบับเต็มใบ ซึ่งประชาชนทั่วไปอ้างเอ่ยถึง เกิดกระแสฟีเวอร์ (Fever) ระบบ เลือกตั้งแบบบัตรเลือกตั้ง ๒ ใบ ประชาชนคุ้นชิน จนพากันพูดติดปากว่าเลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ และหรือ พรรคเลือกคน ประชาชนเลือกพรรค ลือลั่นสนั่นเมือง มาแล้วครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ เลือกตั้งปี ๒๕๔๔ ส.ส.ร. ใช้รัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ที่ส่งเสริมให้พรรคการเมืองนำนโยบายที่ดีมาแข่งขันกันทำงานรับใช้ให้ประชาชน ซึ่งพรรค ไทยรักไทยขณะนั้นได้นำเสนอนโยบายที่ดีโดนใจประชาชน เช่น ๓๐ บาทรักษาทุกโรค พักหนี้เกษตรกร หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ เป็นต้น สามารถทำได้ ประสบผลสำเร็จ เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ประชาชนจึงทุ่มเทเลือกพรรคไทยรักไทย อย่างถล่มทลาย จนเกิดคำว่าแลนด์สไลด์ (Landslide) ท่านประธานที่เคารพครับ คำว่า คะแนนแลนด์สไลด์ (Landslide) มีผู้คนกล่าวถึงกันมากมาย แต่การได้มาไม่ง่ายดั่งใจฝัน หากต้องฝ่าฟัน สู้ทน คิดค้นนโยบายจากผู้บริหารมือดีสมองเพชร ทั้งภาคเศรษฐกิจสังคม การศึกษา การสาธารณสุข การเกษตร การพลังงาน การอุตสาหกรรม การแรงงาน การคมนาคม การท่องเที่ยวและการกีฬา เป็นต้น เช่น นโยบายส่งเสริมนักลงทุน ดึงดูด นักท่องเที่ยวนำเงินตราเข้าประเทศ ทำโครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เอสเอ็มอี (SME) เอสเอ็มแอล (SML) พักหนี้เกษตรกร กู้ยืมเรียน หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หนึ่งตำบลหนึ่งทุน ท่านประธานก็เคยทำโครงการที่ผมกล่าวมาบ้างบางโครงการนะครับ ให้ราคายางพาราสูง ๙๐ บาท ถึง ๑๐๔ บาทต่อ ๑ กิโลกรัม ราคาข้าว ๑๕,๐๐๐ บาท ถึง ๒๐,๐๐๐ บาท ต่อเกวียน อ้อย ๘๐๐ บาท ถึง ๑,๒๐๐ บาทต่อตัน มันสำปะหลัง ๒ บาท ถึง ๓ บาท ต่อ ๑ กิโลกรัม พืชผักผลไม้ สัตว์เลี้ยง ให้ราคาดีขึ้น เป็นต้น การแก้ไขปัญหาได้ตามนโยบาย ที่ให้ไว้กับประชาชนจนบังเกิดผลทำได้จริงจึงเกิดคำว่าคะแนนแลนด์สไลด์ (Landslide) ครับ ท่านประธาน🔗
ท่านประธานที่เคารพ ถ้าถามว่าระบบการเลือกตั้งที่ใช้บัตร ๒ ใบ ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ ก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง หรือกีดกันพรรคใดพรรคหนึ่งหรือไม่นั้น ผมเห็นว่าทุกพรรคการเมืองมีสิทธิส่งผู้สมัคร ส.ส. ในทุกระบบได้อย่างเท่าเทียมกัน เชื่อว่ากติกานี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ พรรคหนึ่งพรรคใด อีกทั้งระบบการเลือกตั้งแบบใช้บัตร ๒ ใบ เคยใช้มานานแล้ว จนประชาชนคุ้นเคยดี พรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นผู้คิดค้นระบบนี้ รวมทั้งการยื่นญัตติแก้ไข รัฐธรรมนูญ ประเด็นนี้ก็เคยยื่นมาแล้วเมื่อปี ๒๕๖๓ ครับ จึงเรียนย้ำว่าระบบเลือกตั้ง แบบบัตรเลือกตั้ง ๒ ใบ เป็นสิ่งที่เคยใช้มาแล้วและประชาชนมีความคุ้นเคย ขอยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยอยากทำให้เกิดความชัดเจนในเรื่องกติกา ได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ การยื่นแก้ไข รัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เพื่อให้มีกติกาชัดเจน เป็นธรรมกับทุกฝ่าย และ เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านต่อไปคือคุณออน กาจกระโทก ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ครูออน กาจกระโทก สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอแสดงความคิดเห็นในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ที่ส่งมาเพื่อพิจารณาครั้งนี้ใน ๑๓ ร่าง รัฐธรรมนูญนั้นเป็นกฎหมายสูงสุด ในการปกครองประเทศ แต่เราก็มาดูว่าทำไม่ต้องเสนอแก้ไข รัฐธรรมนูญไม่ดี หรือเราไม่ดี เราก็พูดกันมาเยอะแล้วล่ะครับท่านประธาน แต่ก็มีข้อสังเกต รัฐธรรมนูญหลาย ๆ ประเทศ บางประเทศก็ใช้รัฐธรรมนูญเปลือง เหมือนอย่างประเทศไทยเรา แต่บางประเทศครับ คนต่างชาติเป็นคนเขียนให้ด้วยซ้ำไป ใช้มา จนถึงปัจจุบันครับ นี่คือสิ่งที่เราต้องกลับมาพิจารณา เอาล่ะครับ เมื่อรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ใช้มา ๒ ปีเศษ เราเห็นว่ามันมีจุดบกพร่อง ในมาตราใด ในประเด็นใดที่มันไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือของประเทศ ผมเองเห็นด้วยครับที่จะมีการแก้ไข🔗
ในร่างที่ ๑ ที่เสนอโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน และคณะ จากพรรค พลังประชารัฐ โดยขอแก้ไขในมาตรา ๘๓ มาตรา ๘๕ ที่เป็นหลัก โดยที่มาของ ส.ส. ๕๐๐ คน มาตรา ๘๕ การกำหนดให้ประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งว่าจะใช้บัตรใบเดียว หรือ ๒ ใบ โดยครั้งนี้จะกลับมาใช้เป็นบัตร ๒ ใบ ผมเห็นด้วยครับ ด้วยเหตุผลก็คือให้ประชาชนที่ จะเลือกพรรค เลือกคนได้มีสิทธิในการพิจารณาโดยใช้สิทธิของตัวเองให้เต็มที่ แล้วก็ อีกอย่างหนึ่งถ้าจะเพิ่มจำนวน ส.ส. เป็น ๔๐๐ เขต ผมก็เห็นด้วยครับ มันจะทำให้พื้นที่จะมี ส.ส. ได้ดูแลอย่างทั่วถึงในทุกข์สุขของประชาชน แต่ก็มีข้อสังเกตครับท่านประธาน ทำอย่างไรที่เราจะทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ทำอย่างไรจะทำให้พรรคการเมืองเป็นของ ประชาชน ทำอย่างไรที่จะทำให้พรรคขนาดเล็กมีสิทธิในการที่จะได้จำนวน ส.ส. เข้ามา ในสภา ทำอย่างไรที่จะไม่มีการซื้อสิทธิ ขายเสียง ซึ่งประเด็นนี้เป็นประเด็นใหญ่มากครับ ดังนั้นผมเห็นด้วยที่จะนำมาพิจารณา แล้วก็มีในมาตรา ๑๘๕ ในมาตรานี้รู้สึกว่าจะควบ ไปด้วยมาตรา ๑๔๔ ในมาตรา ๑๔๔ นี้กำหนดให้ ส.ส.และ ส.ว. ที่เรากำหนดไม่ให้ไป ยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณ แต่ครั้งนี้จะแก้ไขให้ ส.ส. หรือ ส.ว. ไปยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณได้ จริง ๆ แล้วผมเป็น ส.ว. ถ้าให้อำนาจตรงนี้มันน่าอยากได้นะครับ แต่ผมคุยกับ ส.ว. แล้วก็ ตัวผมเองแล้ว ไม่อยากได้ครับในอำนาจตรงนี้ เพราะว่าเราเขียนกฎหมายตรงนี้ขึ้นมา เพื่อป้องกันไม่ให้มีการคอร์รัปชัน แล้วทำไมเราจะกลับไปสู่วังวนเก่าที่จะเกิดการทุจริต คอร์รัปชัน เราพัฒนามาไกลแล้วครับท่านประธาน ดังนั้นไม่น่าจะกลับไปที่เดิม เรื่องการ คอร์รัปชันมันเหมือนกับที่เราปลูกพืช เสร็จแล้วโรคและแมลงนี่มันระบาด ถ้าระบาดน้อยเรา ก็ใช้ยาอ่อน ๆ หรือไม่ใช้เลย แต่ถ้าเกิดว่ามันระบาดหนัก รุนแรง มันก็ต้องใช้ยาแรง แสดงว่า ที่ผ่านมาการคอร์รัปชันของเรานี่รุนแรงครับ รุนแรงจนเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก อย่างนี้ เราจะนิ่งเฉยอยู่หรือครับ ดังนั้นตรงนี้ผมไม่อาจจะเห็นด้วยครับที่จะแก้ไข รวมถึง มาตรา ๑๘๕ ที่กำหนดไม่ให้ ส.ส. หรือ ส.ว. ไปแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณ เรื่องการโยกย้ายอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ จะทำให้ระบบ ราชการถดถอยครับ เดี๋ยวนี้ข้าราชการที่เขากลัวที่สุดคือกลัวนักการเมือง กลัวถูกกลั่นแกล้ง กลัวถูกย้าย กลัวไม่มีความก้าวหน้า กลัวไปหมด กลัวจนไม่กล้าทำอะไรครับท่านประธาน เดี๋ยวนี้ครูของผมเข็ดขยาดกับเรื่องงบประมาณแปรญัตติสนามฟุตซอล (Futsal Field) ห้องอัจฉริยะ นอนไม่หลับครับ เพราะจะถูกไล่ออก ๔ ถึง ๕๐๐ คนตอนนี้ทั่วประเทศ ดังนั้น พอใครเอางบประมาณ บอกว่า ส.ส. ไปหาแล้วจะเอางบประมาณไปให้ ปฏิเสธหมดครับ นี่คือเขากลัวครับ ดังนั้นผมไม่เห็นด้วยที่จะแก้ไขนะครับ🔗
ในเรื่องของส่วนที่เป็นการแก้ไขในเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ในมาตรา ๒๗๑ มาตรา ๒๗๕ มาตรา ๒๗๙ อันนี้ผมก็ไม่เห็นด้วย เพราะการที่เราจะพัฒนาประเทศจำเป็น จะต้องมียุทธศาสตร์ชาติ ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ประเทศพัฒนาแล้วเขากำหนด มีแผนยุทธศาสตร์ที่เป็นระยะยาวทั้งนั้นเลยครับที่พัฒนาแล้ว แล้วเราเองทำไมจะไปกำหนด ที่เป็นแผนระยะสั้นหรือระยะกลาง หรือว่าลองคิดดี ๆ นะครับ หรือว่าสิ่งที่เขียนเอาไว้ไม่ใช่ เราเขียน พอมาวันนี้เขากำหนดให้เราปฏิบัติ เราเลยบอกว่าเราไม่ได้เขียน เราก็จะไม่ปฏิบัติ อย่างนั้นหรือ เราลองมาหาจุดร่วมกันไหมครับ มาหาจุดร่วมว่าทำอย่างไรที่มันจะเกิด การพัฒนาต่อยอดในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดเอาไว้นี้เดินต่อไปได้ และสิ่งที่พูด กันเยอะ ตอกย้ำกันมากครับท่านประธาน คือร่างที่ ๔ การแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๑๕๙ และยกเลิกมาตรา ๒๗๒ ซึ่งเสนอโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ กับคณะ ให้ยกเลิกอำนาจ สมาชิกวุฒิสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรี จริงแล้วครับ สมาชิกวุฒิสภาเขาไม่ได้อยากเลือก นักหรอกครับ แต่กฎหมายไปกำหนดให้เลือก เราต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หลายคนคิดลบ คิดรังเกียจ กล่าววาจาให้ ส.ว. อย่างพวกผมช้ำใจ แต่เราก็อดทนอดกลั้นเพราะเรามี วุฒิภาวะพอ แล้วเราก็มีความเป็นประชาธิปไตยพอที่จะรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ บางคน ก็ว่าสภาคนชรา ไม่มาจากประชาชน คำก็มาจากเผด็จการ ๒ คำก็มาจากเผด็จการ อย่าพูด เลยครับ ผมและท่านมาจากรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันครับ ประชาชน ๑๖ ล้านเสียง เขามีมติ ถ้าเราไม่อยากมาเล่นเป็น ส.ส. ส.ว. เพราะเป็นรัฐธรรมนูญมาจากเผด็จการก็ไม่ต้องสมัครมา ก็สิ้นเรื่อง อย่าลืมนะครับว่าประชาชน ๑๖ ล้านเสียงเขากินข้าวครับ เขาไม่ได้กินแกลบ บางคนกล่าวว่า ส.ว. เป็นปรปักษ์ต่อประชาชน รุนแรงมากครับ ผมอยากรู้เหมือนกันว่า ใครเป็นปรปักษ์ต่อประชาชน พรรคการเมืองที่ชังชาติ ชังเจ้า คิดล้มสถาบัน ไปทางไหน ชาวบ้านเขาก็เดือดร้อน พวกนี้ล่ะครับเป็นพวกที่เป็นปรปักษ์ต่อประชาชน🔗
พยายามหลีกเลี่ยงไปพาดพิงนะครับ พยายามหลีกเลี่ยงครับ🔗
ครับท่านประธานครับ สุดท้ายครับท่านประธาน เราทุกคนคือคนไทยด้วยกัน มีความหวังดี ต่อชาติบ้านเมืองด้วยกัน เรามาคิดช่วยกันทำอะไรต่อชาติบ้านเมืองของเรา จะพัฒนา เจริญก้าวหน้า อย่าคิดแบ่งพรรคแบ่งพวกแบ่งฝ่ายเลยครับ อย่ามาด่าประชดประชันกัน จนประชาชนเขาเบื่อหน่าย เรามาจากพ่อแม่เดียวกันครับ คือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย อย่ามาบอกว่าคนโน้นเป็นลูกเมียหลวง คนนี้เป็นลูกเมียน้อยครับ เราคือลูกพ่อหลวง ด้วยกัน ต้องทำดีเพื่อแผ่นดินไทยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปท่านต่อไปนะครับ คุณอนุศักดิ์ คงมาลัย แล้วก็จะเป็นท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ครับ ขอเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม อนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิก วุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ใคร่ขอจะใช้เวลาที่มีอยู่ประมาณ ๑๐ นาทีนะครับ เพื่อ อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) ซึ่งก็ถือว่าหลาย ท่านก็ผ่านตา แล้วก็ได้พูดคุยกันมาแล้ว กระผมขออนุญาตนำสไลด์ (Slide) ขึ้นมานำเสนอ ประกอบการอภิปรายในครั้งด้วยครับ🔗
ในสไลด์แรกครับ จากการที่พรรคการเมืองทั้งหมดที่ได้กรุณานำเอาแนวคิด ในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเป็นการแก้ไขรายมาตราเรียงตามลำดับมาตรานั้นก็ถือว่า เป็นแนวคิดที่ถูกต้องแล้วหลังจากที่ได้มีการวินิจฉัยโดยศาลรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญก็คือว่า การเสนอในครั้งนี้ถือว่าเป็นแนวคิดในการที่จะเสนอเพื่อให้เห็นกระบวนการของการแก้ไข ซึ่งผมพอที่จะประมวลออกมาเป็นบัญชีหรือเป็นรายการมาตราตามข้อเสนอใน ๑๓ ฉบับที่จะ เรียงตามแนวตั้งแต่ข้างซ้ายจนกระทั่งถึงทางขวา ๑๓ ฉบับ ก็เป็นของพรรคพลังประชารัฐ ๑ ฉบับ เป็นของพรรคฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย ๔ ฉบับ เป็นของพรรคภูมิใจไทย ๒ ฉบับ และ นอกนั้นก็เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งผมเองได้ส่งรายการพวกนี้ให้พี่น้องที่เป็นเครือข่าย องค์กรชุมชนได้ช่วยกันดู เขาก็บอกว่าเขายังสงสัยว่าบางเรื่องมันจะเป็นการแก้ไขเพื่ออะไร แก้อย่างไร เพราะเขาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ เพราะว่าดูเหมือนจะไปเป็นประเด็นในแง่ที่ว่าต้องการ แก้เพื่อให้มีความได้เปรียบในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือเปล่า ในขณะเดียวกันพรรคฝ่ายค้านก็ดี พรรคขนาดกลางก็ดีซึ่งได้มีโอกาสเข้ามาร่วมอยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นนิติบัญญัติ ก็ล้วนแล้วแต่มีข้อเสนอแนะที่แตกต่างกันไป ดังนั้นในฉบับเดียวของท่านไพบูลย์ที่เสนอ ในนามพรรคพลังประชารัฐกับที่เหลืออีก ๑๒ ฉบับนั้น ผมก็เลยได้ขออนุญาตนำเอา การอภิปรายของเมื่อวานนี้ ทางท่าน พลอากาศตรี นายแพทย์เฉลิมชัย เครืองาม ซึ่งท่านได้ สรุปเอาไว้ค่อนข้างชัดเจนดี นั่นก็คือว่ามี ๑๓ ประเด็น ๑๓ เรื่องหลักที่จะต้องมีการแก้ไข แล้วผมก็จะให้ความสนใจอยู่ในประเด็นที่ ๘ ประเด็นที่ ๖ แล้วก็กลับมาประเด็นที่ ๓🔗
ในส่วนที่เป็นประเด็นที่ ๘ นี้ก็เป็นการพูดคุยกันค่อนข้างชัดเจนอยู่เหมือนกัน ว่าสิทธิเสรีภาพที่มีอยู่นี้ไม่พอหรืออย่างไร สิทธิทางกฎหมายไม่พอหรืออย่างไร สิทธิชุมชน มีอะไรที่ขาดตกบกพร่องอย่างไร สิทธิส่วนบุคคลและสิทธิกระบวนการยุติธรรมมันขาด หายไปอย่างไร ในรายละเอียดเหล่านี้มีเยอะมากเลยครับในกระบวนการในเรื่องของทางด้าน การพิจารณาคดีหรืออะไรต่ออะไรก็แล้วแต่ แต่ผมจะลองขออนุญาตโฟกัส (Focus) เข้าไปที่ เรื่อง ๆ เดียวครับ เรื่องของคุ้มครองผู้บริโภค นั่นก็คือสิทธิเสรีภาพในเรื่องของผู้บริโภคที่ถูก นำมาเสนอไว้ในข้อเสนออันนี้เป็นการเสนอแบบที่ผมไม่ได้ค่อยแน่ใจว่าท่านจะได้ติดตาม ในรายละเอียดของความคืบหน้า ความก้าวหน้าของการที่ประเทศเรามีตั้งแต่ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค วิธีพิจารณาคดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีผู้บริโภค พ.ร.บ. สภาองค์กรของ ผู้บริโภคซึ่งเพิ่งมีเมื่อปี ๒๕๖๒ แล้วก็ยังมีกฎหมายอื่น ๆ ที่เป็นกฎหมายเฉพาะ และแน่นอน ที่สุดทุกท่านคงทราบดีปัญหาของการมีกฎหมายเฉพาะมีกฎหมายอะไรต่ออะไรล้วนแล้วแต่ เป็นอุปสรรคและเป็นปัญหาในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แต่วันนี้ครับ ท่านประธานครับ เรามีสภาองค์กรของผู้บริโภคตั้งกันเรียบร้อยแล้วครับ เป็นความสำเร็จของ ภาคประชาชน ของภาคประชาสังคมที่ได้มีการพยายามในการที่จะคิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๕ ตอนนั้น ส.ว. ผ่าน แต่ว่าไม่ผ่าน ส.ส. แล้วจนกระทั่งมาถึงรัฐประหารปี ๒๕๕๗ ก็ได้มีการตั้งไข่กันขึ้นมาใหม่เอาประเด็นอันนี้ มาขับเคลื่อนแล้วก็ทำให้มีการระบุถึงรัฐธรรมนูญ มีบัญญัติสิทธิเอาไว้ชัดเจน ซึ่งผมก็ยังสงสัย ว่าที่ท่านจะแก้ไขนี้ไปอ่านดูในรายละเอียดมันเป็นการแก้ไขในส่วนที่มันมีรายละเอียดลงลึก ไปเป็นประเด็นย่อย ๆ ซึ่งประเด็นเหล่านั้นมีอยู่ในพระราชบัญญัติอยู่แล้วทั้งหมด ไม่ใช่ว่า ไม่มีครับ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเอาประเด็นที่เป็นรายละเอียดกลัวจะลืม กลัวจะ ไม่ปฏิบัติตามนั้น หรืออะไรทำนองนั้น ซึ่งประเด็นนี้ครับ ๒๓ ปีแห่งการรอคอยของสภาองค์กรของผู้บริโภคก็ล้วนแต่เป็นประเด็นที่ ทำให้คณะอนุกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค ของวุฒิสภา ที่ทำทางด้านติดตาม เสนอแนะ และการเร่งรัดการปฏิรูปประเทศและการดำเนินงาน ตามยุทธศาสตร์ชาติก็ได้ไปตามรอย แล้วก็ไปดูสภาพปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านกฎหมาย ปัญหาด้านโครงสร้าง ปัญหากลไกการดำเนินงาน ปัญหาเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ปัญหา ผู้ประกอบการเอง และในที่สุดก็เป็นปัญหาของผู้บริโภคเอง จนกระทั่งถึงวันนี้ครับ ซื้อทุเรียน ก็กล่าวหาคนขายว่าส่งทุเรียนปลอมมาหรืออะไรทำนองนั้น ซึ่งก็เป็นเรื่องประเด็นปกติ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน แต่ประเด็นนั้นก็คือความตื่นรู้และความรู้เท่าทันของพี่น้อง ประชาชนที่จะนำเอามาใช้ และองค์กรเหล่านี้กำลังขยับขยายเครือข่ายไปสู่ต่างจังหวัด อย่างชัดเจน🔗
ท่านประธานครับ พอเราถึงต่างจังหวัด ต่อไปนะครับ เราก็จะพบว่ากลไกของ การปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภคกำลังดำเนินการคืบหน้าไป เราพบว่าอาจจะมีปัญหา ในเชิงกฎหมายที่ทางรัฐบาลอาจจะยังมีขั้นตอนล่าช้าในการที่จะให้ทุนในการจัดตั้ง มีปัญหา อื่น ๆ ในการที่จะดำเนินงาน แต่ว่าปัญหาเหล่านั้นเป็นปัญหาที่ท่านผู้เชี่ยวชาญในสาขา ต่าง ๆ ทั้งหมด ๘ สาขาด้วยกัน ที่อยู่ในกระบวนการของการปฏิรูประบบคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็กำลังเดินหน้าอยู่ ถ้าถามท่านเหล่านั้นว่าพอใจไหม ท่านก็บอกว่าท่านพอใจแล้วที่ได้ เดินมาจนถึงตรงนี้ แต่ส่วนที่เหลือท่าน ส.ว. ช่วยกระตุ้นหน่อยได้ไหม ช่วยติดตามได้ไหม ช่วยเสนอแนะได้ไหม และช่วยเร่งรัดได้ไหม ซึ่งตรงนี้ครับ ต-ส-ร จึงเป็นที่มาที่ไปของภารกิจ ในการทำงาน ไม่ใช่เฉพาะแค่ชุดนี้เท่านั้นนะครับ ยังมีชุดอื่น ๆ ชุดพลังงาน ชุดเรื่องท่องเที่ยว ชุดเรื่องของการศึกษา สารพัดชุด ดังนั้นในการศึกษาเหล่านี้เป็นภารกิจ แล้วเราเห็นประเด็น ชัดเจน ประเด็นเหล่านี้ล้วนแต่เป็นประเด็นที่ทำให้พวกเรานึกถึงว่าปัญหามันมีอยู่ กลไก มันซับซ้อน มีกฎหมายที่ใช้มานาน แล้วก็ยังมีปัญหาอยู่ ดังนั้นเราจะทำอย่างไรต่อไป ในรายละเอียดเหล่านี้นะครับ ในวันจันทร์และวันอังคารหน้าเราก็จะได้มีการรับฟัง การนำเสนอความคืบหน้าของการปฏิรูปประเทศและการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ แล้วเราก็จะได้มีการวิเคราะห์วิจารณ์ในเรื่องเหล่านี้ อย่างลึกซึ้ง ให้เกิดกลไกในการที่จะทำให้ฝ่ายบริหารนั้นเขาสามารถนำเอาไปในการจัดการได้ อันนี้เป็นรายละเอียดทั้งหมดเลย พอมาถึงยุทธศาสตร์เป็นยุทธศาสตร์ที่ ๔ ในเรื่องของการ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม เราก็มองกันในรูปแบบของคานงัด มีกลไก ท่านที่ ทำงานภาคประชาสังคมคงจะเข้าใจเรื่องเหล่านี้ดี แล้วเราก็คิดว่าคานงัดเหล่านี้กำลังจะเริ่ม ทำงาน สามารถที่จะใช้ประโยชน์ให้เกิด แล้วก็ทำให้การมีส่วนร่วมของภาคส่วนประชาสังคมนั้น เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง เหลือแต่เพียงว่าการขยายเครือข่ายลงไปสู่ระดับในพื้นที่ในระดับ จังหวัด ซึ่งแน่นอนที่สุดในแง่ของคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเชิงประเด็น แต่สำหรับในเรื่องของ พื้นที่นั้นเป็นเชิงพื้นที่ นั่นก็คือสภา องค์กร ชุมชน ตำบล ซึ่งทุกวันนี้มีอยู่แล้ว ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง ในทั้งหมด ๗,๐๐๐ กว่าแห่งนี้ ท่านประธานครับ ๑,๔๐๐ กว่าแห่งเท่านั้นเองซึ่งเพิ่งจะเริ่มมี ส่วนร่วมในการจัดทำแผนท้องถิ่นของตัวเอง ซึ่งตรงนี้เราก็ได้เข้าไปดู แล้วเราก็พยายามที่จะ ติดตามดูว่ามันจะเวิร์ก (Work) ได้แค่ไหน มีอะไรติดขัด🔗
ต่อไปเลยครับเนื่องจากเวลามีน้อย ดังนั้นในแง่ของยุทธศาสตร์ชาติที่ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐเสนอให้รัฐสภาเป็นผู้ติดตามด้วย ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยนะครับ สนับสนุนเต็มที่ครับ เชิญชวนพี่น้องที่เป็นท่าน ส.ส. มาช่วยกัน มาทำ เพื่อที่จะทำให้เรา ได้เห็น ไปคลิก (Click) กันคนละคลิก (Click) แต่ในส่วนพรรคอื่น ๆ จะมีการแก้ไขจะไปโน่น นี่นั่น ผมเองผมก็คิดว่าแล้วจะมีการยกเลิกด้วยซ้ำไป ฉะนั้นยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติใครยกเลิก ได้ประโยชน์อะไร ยกเลิกแล้วใครต้องทำอะไรต่อไป ดังนั้นผมขออีกนาทีเดียวนะครับ ท่านประธานครับ พอย้อนกลับมาพี่น้องประชาชนท่านก็ถามผมมาบอก อ้าว แล้วตกลง เขาจะแก้ระบบเลือกตั้งเป็นบัตร ๒ ใบ แบ่งเขต ๔๐๐ กับ ๑๐๐ ใช่ไหม เขาจะได้เปรียบกัน อย่างไรใช่ไหม แล้วตอนก่อนนั้นมันเป็นอย่างไร ทำไมครั้งนี้ที่ผ่านมามัน ๑๕๐ ๓๕๐ ผมก็พยายามจะอธิบายให้เขาเข้าใจ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่จะต้องสามารถจะบอกได้ พูดง่าย ๆ ว่าเชิงพื้นที่กับเชิงประเด็นนะครับ พี่น้องที่ท่านเป็นผู้แทนที่มาจากปาร์ตีลิสต์ (Party list) หรืออะไรทำนองนั้นนะครับจะเป็น ส่วนผสม บัญชีรายชื่อก็แล้วแต่ ท่านก็จะมาด้วยความเชี่ยวชาญ มีขีดความสามารถสูง ดังนั้น ประชาชนล่ะครับจะชอบแบบไหน ประชาชนทราบไหมครับว่ารายละเอียดทั้งหมดเขาจะได้ อะไรจากแบบต่าง ๆ ทั้งหมดเลย ดังนั้นในส่วนของรายละเอียดทั้งหมดนี้ผมขออนุญาต นำเสนอต่อท่านประธาน แล้วก็ถามไปยังผู้เสนอในการทำหน้าที่ของกรรมาธิการช่วยกรุณา หาคำตอบเหล่านี้ให้กับกระผมด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ที่เชิญท่านพิธาครับ ท่านเป็นคนสุดท้าย เหลือท่านสุทินก็จะเป็นผู้สรุปนะครับ เชิญเลยครับ🔗
ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สมาชิกรัฐสภาครับ เป็นโอกาสดีอย่างยิ่งครับ ที่รัฐสภาได้มาอภิปรายเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญในวันที่ ๒๔ มิถุนายน ซึ่งเป็นวันครบรอบ ๘๙ ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศเรา วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เป็นจุดเริ่มต้นของ การเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งในประเทศนี้ เป็นจุดที่ให้กำเนิดระบบรัฐสภา เป็นวันที่ไพร่ฟ้า เปลี่ยนมาเป็นพลเมือง เป็นเจ้าของประเทศที่มีสิทธิเสรีภาพเสมอกัน วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ยังเป็นจุดกำเนิดของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเรามาอภิปรายกันในวันนี้ แก่นแกน ที่สำคัญที่สุดของรัฐธรรมนูญหลังเหตุการณ์วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ปรากฏอยู่ ในมาตราแรกครับท่านประธาน ซึ่งบัญญัติไว้อย่างเรียบง่ายว่าอำนาจสูงสุดของประเทศนั้น เป็นของราษฎรทั้งหลาย นี่คือเจตจำนงที่ต้องการจะเปลี่ยนระบอบการเมืองจากระบอบ เจ้าชีวิตมาสู่ระบอบกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ สร้างสถาบันการเมืองที่ยึดโยงกับอำนาจสูงสุดของ ราษฎร หาใช่อำนาจที่ทำนาบนหลังราษฎร เป็นหลักการที่เรียบง่ายแต่สำคัญยิ่งในการ ปกครองแบบประชาธิปไตย ถึงกระนั้นวันนี้คือวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๔ ผ่านไปเกือบ ๙๐ ปีครับ เจตจำนงสำคัญนั้นก็ยังไม่เกิดขึ้น เพราะแรงต้าน การแย่งชิงอำนาจ การทำ รัฐประหารครั้งแล้วครั้งเล่าที่ทำให้สังคมไทยยังย่ำอยู่กับที่เหมือนเป็นวงจรอุบาทว์ ครั้งแรก ที่เกิดการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญก็คือปี ๒๔๙๐ ซึ่งได้กลายเป็นต้นแบบของการยึดอำนาจ ในประเทศไทย หลังจากนั้นเรื่อยมาคือการทำรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ ทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่สืบทอดอำนาจ ถ้ายังไม่พอใจก็ทำรัฐประหารอีกครั้งหนึ่ง วนเวียนเป็นวงจรอุบาทว์ ที่ไม่รู้จบ วุฒิสภาที่เรารู้จักกันในวันนี้ก็กำเนิดขึ้นจากการรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญครั้งแรก นี่ล่ะครับ เราถูกสอนให้จำกันมาผิด ๆ ตลอดว่าวุฒิสภามีหน้าที่ในการช่วยกลั่นกรองกฎหมาย แต่แท้จริงแล้วหลักที่แท้จริงของวุฒิสภาไทยก็คือการเป็นหนึ่งในกลไกที่คอยกดทับอำนาจ ที่มาจากการเลือกตั้งให้อยู่ข้างใต้อำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง มีครั้งเดียวครับ ที่เรามีสมาชิกวุฒิสภาจากการเลือกตั้ง นั่นคือวุฒิสภาภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แต่สุดท้ายรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปธงเขียวก็จบชีวิตอันสั้นลงด้วยการรัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ หลังจากนั้นการเมืองไทยก็ถอยหลังลงคลองเรื่อย ๆ มาจบที่รัฐธรรมนูญฉบับ คสช. ณ ปัจจุบัน ท่านประธานครับ เมื่อเราพูดถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญ ประสบการณ์ที่ดีที่สุด ครั้งหนึ่งของสังคมไทยก็คือการจัดทำรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ การปฏิรูปการเมืองและการจัดทำ รัฐธรรมนูญในครั้งนั้นถูกออกแบบด้วยโจทย์ แล้วก็สถานการณ์การเมืองเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว ซึ่งขณะนั้นหลงเชื่อกันว่าทหารได้กลับเข้ากรมเข้ากองกันเรียบร้อยแล้ว จะไม่มีรัฐประหาร เกิดขึ้นในประเทศไทยอีกแล้ว ปัญหาหลักในตอนนั้นของการเมืองไทยก็คือเหลือเพียงแค่ การทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมือง พรรคการเมืองไม่มีความเป็นสถาบัน แล้วก็รัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพ ดังนั้นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ จึงพยายามออกแบบให้เน้น ระบบ ๒ พรรคการเมืองใหญ่ครับ ภายใต้การกำกับควบคุมขององค์กรอิสระต่าง ๆ ที่หวังว่า จะเป็นกลไกในการถ่วงดุล ตรวจสอบอำนาจ นอกจากนั้นก็ยังจะมีการเพิ่มสิทธิเสรีภาพให้กับ พี่น้องประชาชน แล้วก็มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น🔗
ผลของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ประสบความสำเร็จครับ ทำให้เรามีรัฐบาลที่มี เสถียรภาพสูงมาก พี่น้องประชาชนก็ได้รับผลประโยชน์จากการแข่งขันเชิงนโยบาย แต่ต่อมา ก็เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ในปัญหาเรื่องการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจ แล้วก็ การแทรกแซงในองค์กรอิสระ ซึ่งผมเชื่อครับว่าถ้าเราปล่อยให้สังคมของเราได้เรียนรู้ ประสบการณ์ และคอยช่วยกันแก้ปัญหาด้วยตัวของพวกเราเอง การเมืองไทยจะก้าวไป ข้างหน้าอีกมากมายมหาศาล แต่ทว่าการเมืองที่มีเสถียรภาพก็ถูกตบหน้า ถูกกระชากให้ตื่น ขึ้นมาพบกับการเมืองที่เป็นจริง การเมืองที่เป็นจริง เมื่ออดีตประธานองคมนตรีท่านหนึ่ง ได้ไปบรรยายที่โรงเรียนนายร้อย จปร. ต่อหน้าผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้นว่าเราเกิดมา ต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ซึ่งไม่ได้มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ จากนั้นท่านก็เปรียบเปรยว่า รัฐบาลเป็นเพียงแค่จ๊อกกี้ (Jockey) รัฐบาลเป็นเพียงแค่เด็กขี่ม้า แต่ไม่ใช่เจ้าของม้า ท่านพูด ชัดครับว่าเจ้าของม้าไม่ใช่ทั้งประชาชน หรือไม่ใช่แม้กระทั่งรัฐบาล พลเรือนด้วยซ้ำไป ซึ่งนี่ก็เป็นปฐมบทที่สุดท้ายจบลงด้วยการก่อรัฐประหารในปี ๒๕๔๙ โดยคณะปฏิรูป การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเมื่อ รัฐประหารปี ๒๕๔๙ ไม่สำเร็จ เป้าหมายยังไม่สำเร็จก็เกิดการรัฐประหารอีกครั้งในปี ๒๕๕๗ อันเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. และนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ณ ปัจจุบัน หากผมต้องกล่าวอย่างรวบรัดที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ จนถึงวันนี้ คือความขัดแย้งทางการเมืองที่ชนชั้นนำกลุ่มหนึ่งไม่ยอมให้อำนาจสูงสุดเป็นของพี่น้อง ประชาชน โดยการแสดงผ่านอำนาจการเลือกตั้งในระบบรัฐสภา ผมอภิปรายมาถึงตรงนี้ ต้องการจะสื่อสารครับว่าตลอด ๒ วันที่ผ่านมา เราเถียงกันผิดโจทย์ เราหาคำตอบกัน ผิดคำถาม ประเด็นที่เราควรนำมาเป็นโจทย์ในการพิจารณาถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ และในอนาคตไปข้างหน้า เป็นปัญหาที่ว่าอำนาจสูงสุดของประเทศนี้เป็นของใคร ซึ่งนี่ก็เป็น ปมปัญหาใจกลางที่ยังไม่ลงตัว นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ นับร่วม ๙๐ ปีมาแล้ว เราก็ยังเถียงกันไม่จบ ปัญหาใจกลางของการเมืองไทยที่เกี่ยวกับว่าการพิจารณาแก้ไข รัฐธรรมนูญของเรานั้นไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับงบประมาณ ส.ส. ส.ว. ครับ ไม่ใช่เรื่องสิทธิเสรีภาพ ที่เป็นเพียงแค่กระดาษเปื้อนหมึกที่เราพูดได้แต่เราปฏิบัติไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องระบบเลือกตั้ง ที่หวังว่าจะมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากที่สุด เพราะต่อให้ใครเลือกตั้งชนะท่วมท้นเพียงใด มีเสถียรภาพเพียงใด พวกเราก็เป็นได้เพียงแค่เด็กขี่ม้า ซึ่งม้าอาจพยศอีกเมื่อไรก็ได้ตามคำสั่ง ของเจ้าของม้า ท่านประธานครับ ตราบใดที่เรายังแก้ปมปัญหาใจกลางนี้ไม่ได้ เราก็จะ ไม่สามารถหลุดออกจากหลุมดำทางการเมืองนี้ได้ และสังคมไทยที่เรารักก็คงจะไม่มีศักยภาพ ไม่มีสมาธิเพียงพอในการที่จะไปพัฒนายุทธศาสตร์ของชาติในการพัฒนาเศรษฐกิจ เราก็คง จะไม่มีเวลาเพียงพอในการคิดช่วยเหลือคนตัวเล็กตัวน้อย ทะลายทุนผูกขาดที่เกาะแน่น อยู่กับการเมืองที่ผูกขาด เราก็คงจะไม่มีเวลาเพียงพอที่จะไปนึกถึงเรื่องของสวัสดิการ ถ้วนหน้า เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบกับวิกฤติครั้งใหญ่ในโลกใบใหม่ เราก็จะ ไม่มีเวลา ไม่มีสมาธิไปนึกถึงเรื่องการยกเครื่องระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับความ เปลี่ยนแปลงของสังคมโลก เมื่อมองเห็นการเมืองที่เป็นจริงเช่นนี้ ผมและพรรคก้าวไกลครับ จึงเสนอให้รัฐสภาเร่งเดินหน้าจัดทำประชามติ จัดทำประชามติเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน เป็นผู้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับเพื่อให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ แสวงหาฉันทามติร่วมกันว่าระบบการเมืองแบบไหนที่เรายอมรับกันได้ พร้อมที่จะอยู่ร่วมกันได้ ถึงแม้ว่าความคิด ความฝัน อุดมการณ์ของเราจะต่างกันมาก สักเพียงใดก็ตาม และนี่คือก้าวแรกในการหยุดวงจรอุบาทว์ทางอำนาจนี้เสียทีหนึ่ง🔗
ท่านประธานครับ ในการลงมติเฉพาะหน้าวันนี้ ผมและพรรคก้าวไกลขอเชิญ ชวนให้สมาชิกรัฐสภาผู้ยังห่วงใยในอนาคตของบ้านเมืองเราช่วยกันโหวตเพื่อหยุดแผนการแก้ รัฐธรรมนูญเพื่อต่ออายุระบอบประยุทธ์ และร่วมมือร่วมใจกันโหวต เพื่อปิดสวิตช์ ส.ว. เพื่อเปิดประตูบานแรกในการจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากเสียงของประชาชนจริง ๆ ให้ได้ หากเรา ไม่สามารถปิดสวิตช์ ส.ว. ได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญในรอบนี้จะไม่มีความหมายครับ เป็นเพียง แค่ละครตบตาประชาชนฉากใหญ่ ท้ายที่สุดนี้ผมขออวยพรผ่านไปยังผู้มีอำนาจทุกท่านที่เชื่อ ว่าตัวเองจะสามารถเหนี่ยวรั้งเข็มนาฬิกาไว้ได้ ผมขออวยพรให้ท่านมีอายุยืนเพียงพอที่จะ เห็นความพยายามของท่านล่มสลายไม่มีชิ้นดี เห็นความต้องการของท่านถูกบดขยี้ด้วยกงล้อ ของเวลาที่เดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และได้มีโอกาสรับรู้กับตาของท่านเอง กับหูของท่านเอง ว่าผู้คนและยุคสมัยจะตราหน้าพวกท่านว่าอย่างไรไว้ในประวัติศาสตร์ของชาติเรา ขอบคุณครับ🔗
ตัวแทนของฝ่ายค้านก็หมดนะครับ ฝ่ายรัฐบาลก็หมด เหลือท่านชินวรณ์ แต่ว่าขอสรุป ดังนั้นก็ผ่านฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เหลือวุฒิสภาที่เสนอชื่อเข้ามานะครับ แต่ยังมีเวลาอยู่ ท่านต่อไปคือท่านจเด็จ อินสว่าง ครับ ขอเชิญครับ ท่านจุลพันธ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาด้วยความเคารพอย่างสูง กระผม จเด็จ อินสว่าง สมาชิกวุฒิสภา🔗
ท่านจเด็จครับ ขออภัยด้วยครับ คุณจุลพันธ์มีอะไร เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา กราบขอประทานอภัยท่านสมาชิกวุฒิสภาครับ เรื่องหารือในเรื่องของการ อภิปรายนี่ครับท่านประธาน ในส่วนของฝ่ายค้านหมดผู้อภิปรายแล้วครับ ก็รอท่านประธาน ปิดการอภิปราย จะมีท่านสุทิน คลังแสง เป็นผู้สรุปการอภิปรายตามญัตติที่ฝ่ายค้านได้ยื่นไป ทั้ง ๔ ร่างครับ ส่วนทางฝ่ายรัฐบาลก็มีผู้สรุปเช่นเดียวกันครับ ก็ตามแต่ท่านประธานจะกรุณา เรียกให้ผู้สรุปแต่ละญัตติได้ขึ้นอภิปรายครับ🔗
ที่เรียนให้ทราบเมื่อสักครู่นี้ก็คือ อันนี้ครับ แต่ของวุฒิสมาชิกยังมีอยู่ครับ ขอเชิญท่านจเด็จครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาด้วยความเคารพอย่างสูง กระผม นายจเด็จ อินสว่าง สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอด ผมคิดว่าประเด็นต่าง ๆ ในญัตติ ๑๓ ร่างของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เพื่อนสมาชิก ทั้ง ๒ สภาได้พูดไปหมดแล้ว ผมก็จะมีประเด็นใหญ่ ๆ อยู่ ๒ ประเด็น ประเด็นแรก ผมอยากจะสรุปให้พี่ป้าน้าอาได้ฟังว่าในสภานี้เขาไม่ได้ทะเลาะกันนะครับ อาจจะมีการกล่าว วาจากระทบกระแทก กระทบกระเทียบเปรียบเปรยอะไรกันบ้างก็ธรรมดาของการเมือง แต่ว่าประเด็นที่พี่ป้าน้าอาควรจะให้ความสนใจก็คือว่าทำไมเราพูดถึงเรื่องการแก้ไข รัฐธรรมนูญกันบ่อยครั้ง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ฉบับที่ ๒๐ ใช้มาตั้งแต่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐ เกิดสมัยประชุมมาแล้วก็ขอแก้ไขมา ๒ ครั้ง ที่น่าสังเกตก็คือการขอแก้ไขครั้งที่ ๑ กับครั้งที่ ๒ ต่างกันแค่ ๔-๕ เดือนเท่านั้นเอง ก็คือว่ามีสมัยประชุมหนึ่งก็ขอแก้ทีหนึ่ง นี่แก้คราวนี้แล้ว สมัยประชุมหน้าก็อาจจะแก้อีก พี่ป้าน้าอาก็อาจจะหงุดหงิดว่าทำไมมันแก้กันบ่อย ๆ แล้วทำไมแก้ไม่ได้ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ เรียนผ่านท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือหลาย ๆ ฉบับ ที่ผ่านมามีลักษณะของการบัญญัติให้แก้ไขยาก รัฐธรรมนูญไม่ใช่กฎหมายทั่ว ๆ ไป ถ้าแก้กัน เป็นรายเดือนได้นี่มันไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ก็เรียน ให้พี่ป้าน้าอาได้ทราบนะครับว่าจริงอยู่การอ้างความเป็นประชาธิปไตยในการแก้ไข รัฐธรรมนูญอ้างได้ แต่ว่าเหตุผลของความเป็นประชาธิปไตยแค่ไหนเพียงไรนั้นเป็นหน้าที่ของ สภาแห่งนี้ที่จะมีมติ เป็นหน้าที่ของพี่น้องประชาชนเขาจะวินิจฉัยไปด้วยเอง ในร่างญัตติ ๑๓ ร่างที่ขอแก้ไข เพื่อนสมาชิกวุฒิสภาบางท่าน หลายท่านได้พูดออกมาแล้วว่าจำแนกได้ถึง ๓ กลุ่ม ก็คือกลุ่มระบบเลือกตั้ง กลุ่มยุทธศาสตร์ชาติ กลุ่มสิทธิและเสรีภาพ กลุ่มระบบ เลือกตั้งก็คือเปลี่ยนจากการใช้บัตรใบเดียวมาเป็นการใช้บัตร ๒ ใบแทนบัตรใบเดียว ซึ่งดูว่า มันมีคะแนนที่เป็นสัดส่วน แล้วคำนวณเปอร์เซ็นต์ยาก วุ่นวายนะครับ สู้เป็นบัตร ๒ ใบดีกว่า ก็เรียนพี่น้องประชาชนว่าบัตร ๒ ใบก็คือใบหนึ่งเลือกพรรค อีกใบหนึ่งเลือกตัวบุคคล เอาง่าย ๆ อย่างนี้นะครับ แล้ววันนี้เพื่อนสมาชิกก็มีคำตอบอยู่ในใจแล้วว่าจะเลือกแบบไหน ก็เล่าให้ฟังง่าย ๆ ในประการที่ ๓ เรื่องการตัดอำนาจ ส.ว. ตามมาตรา ๒๗๒ ตัดเสียเถอะ เป็นรากเหง้าของเผด็จการ ก็เรียนพี่น้องประชาชนว่าตัดอำนาจ ส.ว. ก็คือตัดอำนาจ ส.ว. ในการให้ความเห็นชอบแต่งตั้งบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี เราก็เถียงว่าจะมาตัดได้อย่างไร เพราะว่าอำนาจนี้มันเป็นอำนาจที่เมื่อ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๐ ได้ทำประชามติเป็นคำถามพ่วง พี่น้องประชาชน ๑๕.๘ ล้านเสียงก็บอกว่าเห็นด้วย แล้วก็เรียนท่านว่าระยะที่ใช้อำนาจนี้ มันเป็นเพียง ๕ ปีเท่านั้นเองนะครับ ๕ ปี ตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ก็เหลืออีก ๒ ปี กับ ๑๑ เดือน ไม่ต้องกลัวครับอำนาจนี้ไม่ใช่มีอยู่ยงคงกระพัน อีก ๒ ปีเศษ ๆ ก็ไม่มีแล้ว อำนาจนี้ ชวนให้น่าสงสัยครับว่าทำไมถึงต้องเรียกร้องกันนัก มีอะไรซ่อนอยู่หรือ ท่านกลัว อะไรหรือ ก็ฝากพี่น้องประชาชนไปช่วยคิดด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ บางพรรคก็บอกว่าให้เลิกเสียเถอะ ไม่เห็น มีประโยชน์อะไรเลย บางพรรคก็บอกว่ายุทธศาสตร์ชาติควรจะปรับให้มีการแก้ไขปรับปรุง ได้เสมอ ซึ่งที่จริงโดยกฎหมายนี้มีการปรับแผนยุทธศาสตร์ชาติทุก ๕ ปีอยู่แล้ว บางพรรค น่าสนใจครับ บอกว่าอย่ากระนั้นเลย ส.ส. มาร่วมกันทำยุทธศาสตร์ชาติด้วยกัน มาร่วมกัน ติดตามเสนอแนะและเร่งรัดแผนปฏิรูปประเทศด้วยกัน ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปที่ พี่น้องประชาชนว่าเรื่องยุทธศาสตร์ชาตินั้นมีความจำเป็น มันเหมือนจะปลูกบ้าน จะสร้าง บ้านสร้างเมืองต้องมีแผน มีขั้นมีตอนในการทำงาน ไม่ใช่ปล่อยตามใจ ไม่ได้แล้วนะครับ ขั้นตอนในการสร้างประเทศสร้างเมืองนั้นต้องมีนะครับ แล้วมันไปผูกพันอยู่กับงบประมาณ แผ่นดินที่ตั้งไว้ด้วย เพราะต้องตั้งไว้ตามแผนงานและยุทธศาสตร์ที่เกิดขึ้น ยุทธศาสตร์ ๖ ด้าน แผนงาน ๑๓ ด้านนั้นต้องมี เดี๋ยวพี่น้องประชาชนจะไม่เข้าใจว่ายุทธศาสตร์ชาตินั้น เป็นอย่างไร ส่วนจะให้เห็นชอบไปตามไหน วันนี้เพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ สภาผมเชื่อว่าได้ทำ การบ้านหมดแล้ว ผมก็มีความเห็นอยู่แล้วนะครับ🔗
ในเรื่องของมาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๘๕ กราบเรียนท่านประธานไปถึงพี่น้อง ประชาชนว่าก็คือในเรื่องของการอนุญาตให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปร่วมในการ แปรญัตติ ไปพิจารณาในการแปรญัตติ ห้ามไม่ให้ไปแปรญัตติในเรื่องงบประมาณ พระราชบัญญัติงบประมาณแผ่นดิน งบประมาณรายจ่าย ก็มีการเสนอแก้ไขว่าไปแปรได้ ไปยุ่งเกี่ยวได้นะครับ ยกเลิกบทลงโทษทั้ง ส.ส. ส.ว. คณะรัฐมนตรี มาตรา ๑๘๕ ก็อนุญาตให้เข้าไปแทรกแซงในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนความดี ความชอบอะไรในระบบราชการ พวกเราก็มีความรู้สึกแล้วว่ามีคำตอบอยู่ในใจแล้ว ว่าการ แทรกแซงเช่นนี้มันเป็นการล่วงล้ำก้ำเกินเข้าไปในแดนของการทุจริตและประพฤติมิชอบได้ มันสุ่มเสี่ยงของการเข้าไปก้าวก่าย มันไม่น่าจะก่อให้เกิดความเห็นชอบในเรื่องเหล่านี้ได้ เรามี คำตอบหมดแล้ว พี่ป้าน้าอาครับผมเองก็บอกตรง ๆ เลยว่าผมรับไม่ได้เหมือนกับเพื่อน สมาชิกหลายคนที่ได้พูดมา ท่านประธานครับ นั่นคือหลักการต่าง ๆ ที่พวกเราอาจจะลืม เล่าให้พี่ป้าน้าอาฟัง ผมก็ขออนุญาตสรุปไป นอกจากนั้นก็มีเรื่องของการกระจายอำนาจ ให้แก่การปกครองท้องถิ่น ซึ่งที่จริงก็มีสาระสำคัญอยู่ในรัฐธรรมนูญหมดแล้ว ก็ไม่เป็น อะไรครับ🔗
ทีนี้ในประเด็นที่ ๒ ผมอยากขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ผ่านไปถึงพี่ป้าน้าอาว่าเพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ สภาได้กรุณาเสนอความคิดเห็นอะไรที่เป็น ประโยชน์เยอะแยะ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ค่อยได้พูดกัน ขออนุญาตเสนอก็คือเรื่องของการเมืองใหม่ การเมืองใหม่หรือการเมืองที่เป็นเรื่องสุจริต ผู้ใหญ่ระดับสูงเคยสอนผม ผมไม่ขออนุญาต กล่าวอ้างเพราะว่ามันไม่เหมาะไม่ควรว่า คุณจเด็จ เรามาช่วยกันทำการเมืองสุจริตกันดีกว่า การเมืองสุจริตนั่นล่ะครับคือการเมืองใหม่ ผมได้ฟังท่านผมชื่นชม ปลื้มปิติ ผมคิดว่า ใน ๒ สภานี้ ในรัฐสภานี้ช่วยกันทำการเมืองใหม่ได้ การเมืองที่สุจริต การเมืองใหม่คือ การเมืองที่สุจริตนี่มันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีองค์ประกอบ ๔ อย่างครับท่านประธาน เรียนไป ถึงพี่ป้าน้าอาด้วย🔗
๑. การเมืองใหม่หรือการเมืองสุจริตนั้นต้องไม่มีการซื้อสิทธิ ขายเสียง ผมไม่ได้ว่าใครทั้งนั้น แต่ท่านประธานครับวันนี้การซื้อสิทธิ ขายเสียง ลุกลามระบาดไปทั่ว ไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว เหมือนกับว่าเป็นวัฒนธรรมที่ยอมรับแล้วว่า การซื้อสิทธิขายเสียงเป็นเรื่องชอบธรรม ผมไม่ได้ว่าใครนะครับท่านประธาน พวกเราต้องมา ช่วยกันแก้เรื่องเหล่านี้ ถ้ามันเกิด ถ้ามันมี การเมืองใหม่จะเกิดขึ้นไม่ได้ การเมืองที่สุจริต จะเกิดขึ้นไม่ได้ และหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นสิ่งที่ดีงามจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้ายังมีการซื้อสิทธิ ขายเสียง🔗
ประการที่ ๒ พรรคการเมืองต้องเข้มแข็ง มีวินัย พรรคการเมืองต้องทำตัว เป็นสถาบัน🔗
ประการที่ ๓ ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรีต้องให้ความสำคัญ ต่อองค์กรชุมชน🔗
และสุดท้ายต้องช่วยกันดูแลพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญของพวกเราไว้ครับ รัฐธรรมนูญที่แก้ไขหรือไม่แก้ไขก็ตามเมื่อปรากฏเป็นรัฐธรรมนูญแล้วต้องเป็นกฎหมายสูงสุด ไม่ใช่บางมาตราปล่อยให้มีการละเมิด แล้วก็ละเมิดโดยสมาชิกในสภานี้ เช่น ละเมิดมาตรา ๖ ซึ่งเป็นผลให้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๔๙ ด้วย อย่างนี้เป็นต้นครับ ๓-๔ ประการนี้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการเมืองใหม่ที่เรียกว่า การเมืองสุจริต ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เนื่องจากมีรายชื่อของ ท่านวุฒิสมาชิกส่งเข้ามาอีก ๔ ท่าน ท่านละ ๑๕ นาที ๒๐ นาที ๒๐ นาที ๒๘ นาที เข้าใจว่า จะให้ครบ ๖ ชั่วโมงนะครับ ผมเรียนด้วยความเคารพว่าไม่ผิดข้อตกลงถ้าเราใช้ไม่ครบ นะครับ เพราะว่าฝ่ายค้านเองก็มีเวลา รัฐบาลก็มีเวลาที่เหลืออยู่นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเรา คิดว่าประเด็นจะเริ่มซ้ำอะไรนี้ผมว่าเราสามารถประหยัดเวลาได้ก็ประหยัดนะครับ แต่ว่าท่าน มีสิทธิตามข้อตกลง เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหา เพียงแต่เห็นท่านกำหนดเวลาไว้ยาวก็เกรงว่า จะกินเวลาไปมาก แต่ว่าผมรวมแล้วชั่วโมงกว่านะครับ เพราะฉะนั้นสมาชิกที่มีความ จำเป็นไปทานอาหารหรืออะไรก็สามารถไปได้เพื่อก่อนที่จะมาถึงเวลาสรุปนะครับ ขอเชิญ ท่านวัลลภขอไว้ ๑๕ นาทีนะครับ แล้วก็แต่ละท่านดูนะครับเวลาที่เหมาะสมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกแห่งรัฐสภา ขออนุญาตเรียน ท่านประธานว่า ใน ๑๓ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่นำเสนอโดย ๔ พรรคการเมือง ผมได้อ่านโดยละเอียดพอสมควร แล้วก็พยายามเทียบเคียงกับรัฐธรรมนูญ ฉบับเดิมและฉบับก่อนหน้านั้นอีก ๒-๓ ฉบับ แล้วก็เทียบเคียงจากประสบการณ์ที่มีโอกาส ทำงานในรัฐสภามา ๒๐ กว่าปี ดูว่ากลไกหรือการแก้ไขต่าง ๆ นั้นน่าที่จะเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบเพียงใด ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอรรถาธิบายไปทีละส่วนซึ่งจะใช้ เวลาในสภาไม่นานนัก🔗
ส่วนที่ ๑ ผมคิดว่าเป็นส่วนที่เรียกว่ากระบวนการนำเสนอการแก้ไขเข้าสู่สภา บังเอิญกระบวนการนำเสนอของ ๔ พรรคการเมืองนำเสนอไม่เหมือนกันท่านประธานครับ ส่วนที่ ๑ ก็คือของพรรคพลังประชารัฐ ท่านนำเสนอสาระหลายเรื่อง ซึ่งอยู่ในหลาย ๆ หมวด มาปนเปไว้ในฉบับเดียวกัน มันทำให้การพิจารณาของกระผมเองหรือของสมาชิกหลายท่าน ที่ผมได้สดับตรับฟังและพูดคุยกันมา ลงมติค่อนข้างยาก รักพี่เสียดายน้อง ให้พี่ก็จะไป เคืองน้องอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเดี๋ยวผมจะอรรถาธิบายในประเด็นนี้เป็นประเด็นสุดท้ายต่อไป ส่วนอีก ๓ ร่างนั้นเป็นของพรรคเพื่อไทย ๔ ฉบับ ของพรรคภูมิใจไทย ๒ ฉบับ และของพรรค ประชาธิปัตย์ ๖ ฉบับ ผมต้องขอบคุณ ๓ พรรคการเมือง ที่ได้แยกการเสนอมาตราต่าง ๆ เป็นหมวดหมู่ที่ชัดเจน มันทำให้เราเมื่อได้อ่านแล้วสามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาแล้วก็ตัดสินใจ ได้ไม่ยากนัก🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากเราได้ดูรายละเอียดแล้วผมคิดว่า มี ๓ ประเด็นสำคัญที่อยากจะนำเสนอต่อที่ประชุมว่าผมอ่านแล้วมีความรู้สึกเช่นไร ส่วนที่ ๑ ที่หลายพรรคการเมืองได้เสนอ ซึ่งผมคิดว่าเป็นการเสนอที่เป็นไปเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง อันนี้ขอชื่นชมจริง ๆ ด้วยใจจริงครับ สิ่งที่ได้ทำการเสนอเพื่อประชาชนเป็นเรื่องของ สิทธิเสรีภาพ เป็นเรื่องของสิทธิชุมชน เป็นเรื่องของการกระจายอำนาจ และเป็นเรื่องของ สวัสดิการขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะรายได้พื้นฐานที่พรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอต่อที่ประชุม ผมคิดว่าใน ๔ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตอบได้เต็มที่ว่าเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน อย่างแท้จริงในทัศนะของผม ท่านประธานครับ ในส่วนของสิทธิเสรีภาพของประชาชนนั้น ได้จับหลักไปลงที่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งแม้ว่ารัฐธรรมนูญจะได้เขียนไว้บ้างอยู่แล้ว แต่ร่าง ที่หลายพรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ ๒ พรรคได้แก้ไข เพิ่มเติมนั้นเป็นรายละเอียดซึ่งผมคิดว่าเป็นคุณูปการมากต่อบุคคลที่อาจจะไปอยู่ใน กระบวนการยุติธรรมนั้น ผมขออนุญาตยกสถิติตัวเลขที่กระผมได้ดำเนินการภายใต้ ที่ท่านประธานเองได้ตั้งให้ผมเป็นกรรมการสมานฉันท์ และผมก็เป็นประธานอนุติดตาม ประเด็น ในขณะที่บ้านเมืองกำลังมีการประท้วงกันอย่างมากมายแล้วก็มีคดีความเกิดขึ้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญคราวนี้แม้จะไม่สามารถย้อนหลังได้ แต่เราสามารถจะเทียบเคียงได้ มีคดีความที่ถูกจับกุมโดยข้อหายุยงปลุกปั่น ๑๐๓ ราย มีคดีความมั่วสุม ใช้กำลังประทุษร้าย ๑๙๙ ราย มีผู้ถูกจับเรื่องการฝ่าฝืนพระราชกำหนดฉุกเฉิน ๔๙๙ ราย แล้วก็มีการผิด พระราชบัญญัติชุมนุมอีก ๑๐๐ ราย บุคคลเหล่านี้ผมคิดว่าถ้าเราไม่ลืมอดีตของเรา พี่ ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่าน สมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อย พวกเราล้วนแต่เคยเดิน บนถนนมาก่อนมิใช่หรือ เรามีสิทธิที่จะถูกจับกุมด้วยลักษณะเช่นนี้มิใช่หรือ ฉะนั้นเพื่อน พี่น้องของเราที่ถูกคดีเหล่านี้จำเป็นต้องได้กระบวนการยุติธรรมในเชิงสมานฉันท์ตั้งแต่ต้นทาง ของการจับกุมไปจนถึงกระบวนการสั่งฟ้องโดยอัยการ หรือกระบวนการพิจารณาโดยศาล สถิตยุติธรรม ดังนั้นผมคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ลงรายละเอียดที่ลงไปถึงกระบวนการจับกุมคุมขัง ได้เท่าไร ประกันอย่างไร ใครจะช่วยเหลือนี่เป็นคุณูปการจริง ๆ ครับ นี่เป็นส่วน ที่ ๑ ที่ผม คิดว่าผมเห็นชอบอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไขรายละเอียดเช่นนี้ลงไปในรัฐธรรมนูญ🔗
ส่วนที่ ๒ เรื่องสิทธิชุมชน ท่านประธานที่เคารพครับ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรมาจากประชาชนเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภาบางส่วนก็เคยผ่านเวทีการเลือกตั้ง ผมก็เคย เป็นสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเช่นกัน เราสำเหนียกและสำนึก ตลอดครับว่าอะไรที่ไปกระทบชุมชน โดยชุมชนนั้นไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินชีวิตตัวเอง ไม่น่าจะถูกต้อง ดังนั้นกระบวนการของการพูดถึงสิทธิชุมชน ยิ่งในยุคสมัยปัจจุบันกำลัง มีสงครามแย่งชิงทรัพยากรดิน น้ำ ป่า แต่ชุมชนไม่ได้มีส่วนร่วมเลยครับ แม้รัฐธรรมนูญ จะบัญญัติไว้บ้าง ดังนั้นเมื่อมีการบัญญัติเพิ่มเติมอย่างชัดเจนลงไปในรัฐธรรมนูญว่าชุมชน มีสิทธิอะไร จะอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมอย่างไร ดูแลธรรมชาติที่ดีได้อย่างไร มีส่วนร่วม ในการดูแลขนบธรรมเนียมประเพณีได้อย่างไร ล้วนแต่เป็นคุณูปการยิ่ง ที่ผมเห็นด้วยที่จะมี การบัญญัติตรงนี้ลงไป มิเช่นนั้นชาวบ้านจะถูกรังแกร่ำไปจากระบบราชการ หรือแม้กระทั่ง ระบบการเมืองที่เลือกข้างกันหนักหน่วง ฉะนั้นผมเห็นด้วยในเรื่องสิทธิชุมชน ซึ่งก็ควบคู่ไป กับการกระจายอำนาจ อันนี้ผมเห็นพ้องจะไม่อธิบายครับ เห็นพ้องต้องกันว่าส่วนนี้เป็นไปได้🔗
อีกส่วนหนึ่งที่ผมต้องขอชื่นชมพรรคภูมิใจไทยครับที่ท่านได้พูดถึงสวัสดิการ พื้นฐานเกี่ยวกับรายได้พื้นฐานถ้วนหน้า ถ้าท่านประธานจำได้ดีจะเห็นได้ว่าเรามีระบบ สวัสดิการที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและเขียนไว้ในกฎหมายหลายฉบับรองรับอยู่พอสมควร เช่น การศึกษา ๑๒ ปี ฟรีในปี ๒๕๔๒ เช่น รักษาพยาบาลซึ่งริเริ่มโดยอาจารย์หมอสงวน ตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ สำเร็จในปี ๒๕๔๕ หรือแม้กระทั่งเด็กแรกคลอดที่รัฐบาลปัจจุบันให้ทุกคน อาจจะยังไม่ทุกคน ให้เฉพาะคนที่ยากจนในปี ๒๕๕๘ บัตรคนพิการ เบี้ยผู้สูงอายุ และล่าสุด คือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก ๑๔ ล้านคน นี่คือตัวอย่างที่มันเกิดขึ้นตามนโยบายของรัฐ ตามนโยบายความสนใจของรัฐบาลยุคแต่ละยุค แต่การที่ได้บัญญัติลงไปอย่างชัดเจน ในรัฐธรรมนูญโดยพรรคภูมิใจไทยที่พูดถึงเรื่องรายได้พื้นฐานถ้วนหน้า เป็นสัญญาประชาคม ที่ประทับตราชัดเจนลงในรัฐธรรมนูญ ผมเห็นชอบครับ นี่คือประเด็นที่ ๑ ที่อยากสรุปว่า เรื่องสิทธิบุคคล เรื่องชุมชน เรื่องการกระจายอำนาจและเรื่องสวัสดิการถ้วนหน้าเป็นสิ่งที่ผม เห็นชอบอย่างยิ่งแล้วก็ขอชื่นชม แสดงความขอบคุณไว้ ณ ที่นี้🔗
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นซึ่งเกี่ยวกับการเมืองโดยตรง ก็คือเรื่องของการทำหน้าที่และการใช้อำนาจของสมาชิกวุฒิสภา หลายท่านเห็นว่าสมาชิก วุฒิสภาไม่ควรจะใช้สิทธิเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว ผมเองได้ลงมติเห็นชอบเรื่องนี้ไปตั้งแต่ ครั้งที่แล้วล่ะครับ ไม่เคยติดใจในอำนาจเหล่านี้เลยด้วยความสัตย์จริง และผมก็เชื่อมั่นว่า คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่มานาน ผลงานก็มาก ถ้าไม่สามารถจะมีนักการเมืองที่เป็น ส.ส. สนับสนุนได้เกินกึ่งหนึ่ง วุฒิสภาก็ไม่ควรเลือก อันนี้เป็นหลักที่ชัดเจนไม่ติดใจครับ🔗
ส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอ แต่เดิมการแก้ไขในวาระที่ ๑ และวาระที่ ๓ ต้องใช้เสียงของสมาชิกวุฒิสภายืนยันหนึ่งในสาม บัดนี้แก้เป็นสองในสามของสมาชิกรัฐสภา ผมเห็นชอบครับ สองในสามคือ ๕๐๐ คน ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๕๐๐ คนเห็นด้วยกับการแก้นี่เราจะไปขวางได้อย่างไร ฉะนั้น ส่วนนี้ผมไม่ติดใจ ผมเห็นชอบครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่าผมจะขออนุญาตท่านประธาน อาจจะใช้เวลา ในประเด็นที่ ๓ นะครับก็คือร่างที่ผ่านมาจากพรรค พปชร. ผมคิดว่ากลับมาสู่ประเด็นที่ ๑ ที่กระผมได้พูดแล้วว่าเป็นการเสนอร่างที่รวมหลายเรื่องไว้ในฉบับเดียวกัน มันทำให้เรา กระอักกระอ่วนใจมากในการพิจารณา เรื่องสิทธิชุมชนเราเห็นชอบ แต่เรื่องที่ไปเปิดช่องให้มีแนวโน้มจะทุจริตได้งบประมาณแผ่นดินในมาตรา ๑๔๔ หรือการให้ ไปแทรกแซงระบบราชการในมาตรา ๑๘๕ บอกตรง ๆ ครับรับไม่ได้เลย รับไม่ได้เพราะ อะไรครับ เพราะรัฐบาลที่ผ่านมาใน ๒ ยุค ยุคที่แล้วที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหารกับยุคนี้ ล้วนแต่มีต้นตอที่ตั้งได้เพราะเกิดการทุจริตคอร์รัปชันเต็มบ้านเต็มเมืองมิใช่หรือ จึงได้เกิด การเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งมาถึงทุกวันนี้ พรรค พปชร. ซึ่งถือว่าเป็นพรรคใหญ่ ซึ่งหลายคน อาจจะเห็นว่าแนบแน่นกับสมาชิกวุฒิสภา แต่อยากจะยืนยันครับว่าสมาชิกวุฒิสภาทุกคน มาจากรัฐธรรมนูญเหมือนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม้วิธีการได้มาจะต่างกัน แต่ผม ยืนยันครับ ผมผ่านเวทีสภามาหลายรูปแบบทั้งการเลือกตั้ง แต่งตั้ง ผมยืนยันว่าสมาชิก วุฒิสภาชุดนี้มีความเป็นตัวเองสูงมาก สูงชนิดที่ผมก็ยังงงอยู่ว่าท่านเป็นตัวของตัวเองมาก และสำคัญกว่านั้นก็คือว่าถ้าอะไรที่เป็นเรื่องของประชาชนผมเชื่อมั่นว่า ส.ว. ทั้งหลาย ยืนหยัดเพื่อประชาชนไม่แพ้ท่าน ไม่แพ้ครับ เพียงแต่ว่าการแสดงออกนั้นอาจแสดงออก ต่างกัน เราไม่ถนัดในการแสดงออกด้วยวาจา หรือด้วยการสร้างคารมคมคาย แต่เรา แสดงออกด้วยการกระทำครับ เพราะการกระทำจะเป็นตัวตอกย้ำว่าพฤติกรรมของแต่ละคน นั้นเป็นเช่นไร🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเหตุนี้ในประการสุดท้ายก็คือว่าเรื่องเกี่ยวกับ มาตรา ๑๔๔ และมาตรา ๑๘๕ ที่เกี่ยวกับการแทรกแซงงบประมาณแผ่นดิน เกี่ยวกับ การโยกย้าย หรือไปแทรกแซงระบบราชการ รับไม่ได้ ๑,๐๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอความ กรุณาถอนร่างออกไป ถ้าท่านไม่ถอนจะเกิดปรากฏการณ์พิเศษครับ ผมยืนยันว่าร่างนี้ จะไม่ผ่านการพิจารณา อย่างน้อยผมคนหนึ่งและสมาชิกอีกจำนวนไม่น้อยในขณะนี้อยากให้ ถอนออกครับ เพราะโหวตแล้วจะเกิดปัญหาจริง ๆ มันมีคำ ๆ หนึ่งที่กล่าวว่ารับไปก่อน แล้ว ไปแก้ในขั้นตอนของกรรมาธิการ เราอยู่ในสภามานานหลอกกันไม่ได้ครับ การรับหลักการ หลักการเขียนชัดครับจะแก้อย่างไร และแก้แล้วสมาชิกจะเอาด้วยหรือ บอกไปโหวตคว่ำ ในวาระที่ ๓ มันเป็นตลกร้ายครับ ถ้าเราโหวตคว่ำในวาระที่ ๓ เราจะเป็นจำเลยทันที แต่ถ้า เราโหวตคว่ำในวาระแรกเราจะเป็นพระเอกครับ เพราะนี่คือจุดยืนที่ชัดเจนของการต่อต้าน ของการทุจริตคอร์รัปชัน ฉะนั้นขอยืนยันในประการสุดท้ายว่ามาตรา ๑๔๔ และมาตรา ๑๘๕ ที่เสนอโดยพรรค พปชร. เข้ามาผูกรวมกับเรื่องอื่นที่เป็นเรื่องดี ๆ มันทำให้ สูญเสียพลังสำคัญไป อยากให้ถอนออกครับ มิเช่นนั้นจะโดนคว่ำครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านต่อไปคุณเสรี สุวรรณภานนท์ ขอเชิญนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ในส่วนการอภิปรายเกี่ยวกับการเสนอร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๑๓ ฉบับนี้ ต้องกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ว่าในการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ถ้ามาทั้ง ๑๓ ฉบับนะครับมันทำให้เห็นอะไรบางอย่างที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่รัฐธรรมนูญ ได้บัญญัติไว้ในเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพครับว่าผมเคารพในข้อเสนอของท่านสมาชิกรัฐสภาทุกร่าง ที่ได้เสนอเพื่อให้รัฐสภาแห่งนี้ได้พิจารณา ในการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ถ้าสังเกตให้ดี ๆ มาตรา ๒๕๕๖ ของรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้กำหนดแนวทาง วิธีการไว้ ว่าในการที่จะให้มีความสามารถผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้นั้น จะต้องได้รับ ความเห็นพ้อง จะเรียกว่าทุกฝ่ายหรือเกือบทุกฝ่ายก็ว่าได้ อันนี้คือหลักสำคัญครับ ท่านประธาน แต่การเสนอร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๑๓ ฉบับที่กำลังพิจารณาอยู่ตรงนี้ต่างคน ต่างมา ต่างพรรคต่างเสนอ เหมือนกันบ้างไม่เหมือนกันบ้าง ความเห็นจึงมีข้อแตกต่างเยอะ เพราะฉะนั้นในข้อเสนอที่แตกต่างเหล่านี้นะครับท่านประธาน ผมได้กราบเรียนแล้วว่า ถ้าหากว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ครั้งนี้ไม่เห็นพ้องต้องกัน ไม่คุยกัน ดี ๆ ไม่คุยกันให้เข้าใจกัน ไม่ดูถึงปัญหาของตัวรัฐธรรมนูญที่แท้จริงว่ามีสภาพปัญหาอะไร ที่ควรจะต้องได้รับการแก้ไข แล้วต่างคนต่างเสนอเข้ามามันก็จะเกิดอาการอย่างที่ปรากฏ ก็คือเห็นไม่ค่อยตรงกัน แล้วความไม่ตรงกันนี้มันก็บานปลายไปสู่สาธารณชนข้างนอก ถ้าหาก ว่าประเด็นแห่งข้อเสนอ ประชาชนไม่เอา หรือไม่เห็นชอบ มันก็จะกลายเป็นจุดด่างของ รัฐธรรมนูญ ซึ่งในการร่วมกันดังกล่าวนี้จะสังเกตอีกว่าการจะรับหลักการในวาระที่ ๑ ที่จะ พิจารณากันอยู่นี้ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกวุฒิสภาไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ หรือประมาณ ๘๔ คน รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้อย่างนี้ครับท่านประธาน ดังนั้นแนวข้อพิจารณา เหล่านี้วุฒิสภาจึงเป็นส่วนที่สำคัญยิ่งของการจะตัดสินใจว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่เสนอกัน มาเหล่านี้จะผ่านวาระที่ ๑ หรือไม่ เป็นไปตามกลไกระบบที่ถูกสร้างไว้ในรัฐธรรมนูญ ฉบับที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน การตัดสินใจของสมาชิกวุฒิสภานั้นเราจะพิจารณากันด้วยเหตุผล เราจะดูว่าข้อเสนอของร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอแก้ไขมานี้เสนอมาแล้วได้ประโยชน์อย่างไร เสียประโยชน์อย่างไร ได้รับผลกระทบกับประชาชนในสาธารณะเป็นส่วนรวมมากน้อย แค่ไหน นี่คือส่วนสำคัญยิ่งว่าวุฒิสภาชุดนี้นี่ล่ะครับ ชุดที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ได้มาจาการเลือกตั้ง ชุดที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ได้มาจากประชาชน ชุดที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นจุดด่างพร้อยของการได้มา ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ เมื่อวานเรานั่งฟังครับประธาน แต่เราก็อดทนครับ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรบางท่านอภิปรายพูดด้วยเหตุผล พูดอย่างมีหลักมีเกณฑ์ น่าเคารพ น่ารับฟัง น่าเชื่อถือ แต่ก็ยังมีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางคนก็ยังพูดอยู่ในเนื้อหาของประเด็น ที่พิจารณา แต่แฝงไปด้วยถ้อยคำที่กระแนะกระแหน เสียดสี กล่าวหา ให้ร้าย เราก็ทนฟัง เพราะเราถือว่าอยู่ในกติกาที่เป็นประเด็นที่สภาแห่งนี้กำลังพิจารณา เราให้เกียรติครับท่านประธาน ให้เกียรติในการจะรับฟังข้อเสียดสี ข้อกล่าวหา กล่าวอ้าง ดังกล่าว เราก็พิจารณากันด้วยเหตุผล แล้วก็ตั้งใจว่าเราก็จะตัดสินปัญหาที่เราจะต้องทำ หน้าที่ลงคะแนนนั้นด้วยความถูกต้องเหมาะสม จะไม่อคติ จะไม่เอาความรู้สึกส่วนตัว หรือความเกลียดชังของผู้กล่าวถ้อยคำที่ให้ร้ายพวกเรามาตัดสินปัญหาเหล่านี้ เราให้เกียรติ ครับท่านประธานครับ ส.ว. ชุดนี้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งครับ แต่กลับกลายเป็นว่าถูก กล่าวหามาตลอดว่าสืบทอดอำนาจ ว่ามาจาก คสช. ที่แต่งตั้งพวกเราเข้ามา ซึ่งเป็นความจริง ครับท่านประธาน เพราะที่ คสช. เขาแต่งตั้ง ส.ว. ชุดนี้มาก็มาจากรัฐธรรมนูญฉบับที่ท่าน ตำหนิติติงอยู่ตลอดเวลาว่าเป็นรัฐธรรมนูญเผด็จการ แต่ด้วยเสียงที่ประชาชนเขาทำ ประชามติมา ให้ คสช. ทำหน้าที่เลือกสมาชิกวุฒิสภา เราก็มาตามรัฐธรรมนูญ ผมเคย กราบเรียนท่านประธานแล้วครับ เราก็อยากจะช่วยชาติเหมือนกัน เราก็อยากมีส่วนร่วม ในบ้านเมือง แต่ถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าให้เราไปเลือกตั้ง เราก็ลงเลือกตั้งได้ เพราะ ผมเองก็เคยลงเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาแล้ว ก็ได้รับการเลือกตั้งครับ แต่เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันให้ คสช. เป็นคนเลือก แล้วก็ไปตามที่มติมหาชนเขากำหนด ไว้ในรัฐธรรมนูญ เราก็มาตามนั้น ท่านประธานครับ ผมมีโอกาสเข้ามาเพราะ คสช. จริง ๆ ครับ แต่เรื่องเหล่านี้มันน่าจะจบลงไปแล้วครับ หลังจากที่เรามาทำหน้าที่แล้ว ที่มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วก็ถือว่าพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้ง จากพี่น้องประชาชน แม้ว่าจะใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เลือกบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่ก็ ถูกครหา ถูกกล่าวอ้างเสมอว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้สืบทอดอำนาจ เขียนขึ้นมาให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านประธานลองพิจารณา ไตร่ตรองดูนะครับว่ามันสามารถกำหนดไว้ได้อย่างนั้นจริง ๆ หรือ หรือเป็นเพียงวาทกรรม ที่พูดขึ้นมาเพื่อที่จะกล่าวอ้างในการสร้างประเด็นทางการเมือง🔗
ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันนี้เรียกว่าเป็น รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ นี้นะครับ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐ มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ หลังจากใช้ รัฐธรรมนูญแล้ว ๒ ปี หลังจากการเลือกตั้งแล้วนะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจาก พรรคการเมืองหลายพรรค พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. ๑๓๖ คน พรรคพลังประชารัฐได้ ๑๑๖ คน แต่คะแนนเสียงประชานิยมนี่นะครับพรรคพลังประชารัฐมากกว่า มากกว่าพรรคเพื่อไทย แต่ ส.ส. พรรคเพื่อไทยได้มากกว่าพรรคพลังประชารัฐ พรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้นได้ ๘๑ คน พรรคประชาธิปัตย์ได้ ๕๓ คน🔗
ท่านเสรีครับ ด้วยความเคารพนะครับ ผมเปิดโอกาสให้ท่านได้อภิปรายเต็มที่เพื่อลบล้างคำกล่าวหา แต่ว่าผมคิดว่าพอสมควร เพราะฉะนั้นควรจะไปสู่ประเด็นเรื่องการรับ ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๑๓ ฉบับ ในสาระ เป็นอย่างไรบ้าง ส่วนข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นก็เริ่มจะไปไกลกว่าเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ แล้วครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขออภัยด้วยนะครับ ขออภัยด้วย แต่ว่าด้วยความเคารพครับ อยากขอให้อยู่ในแนวทางเรื่องของรัฐธรรมนูญ ๑๓ ฉบับนี้ครับ🔗
ครับ ขอบพระคุณครับ พอดีต้องกราบขออภัยท่านประธานครับ ผมไม่ได้นอกประเด็นเลย เพียงแต่ว่าผมเท้าตรงนี้ จะแสดงให้เห็นว่าที่ข้อเสนอของร่างรัฐธรรมนูญที่จะตัดปิดสวิตช์ ส.ว. ตัดมาตรา ๒๗๒ มันอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังพิจารณา ผมก็เลยเท้าความให้เห็นครับว่าแต่ละพรรค การเมืองดังกล่าวนี้หลังจากเลือกตั้งมาแล้ว ก็ได้เสียงจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชาชนเขาเลือกเข้ามา แล้วบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเองก็ไปตกลงกันครับ หลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านประชามติไปแล้ว หลังเลือกตั้งแล้ว ส.ส. ก็ไปตกลงกันเองว่า จะให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี นี่ล่ะครับมันอยู่ในประเด็นครับท่านประธาน เพียงแต่ว่า ผมอาจจะให้เหตุผลเยอะไปหน่อย แต่ถ้าผมพูดสั้น ๆ พูดแล้วทำให้ไม่เข้าใจ มันก็ไม่สามารถ ไปสู่ประเด็นนั้นได้ ผมก็เลยกราบเรียน ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ ผมก็เลยกลับไป ประเด็นตรงที่ว่า การที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าเป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นหัวหน้า คสช. แล้วมาตั้ง ส.ว. ไม่ได้เกิดจากการที่จะกำหนดได้เลยครับในรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น ข้อด่างพร้อยที่ว่าต้องตัดอำนาจ ส.ว. ออกจากไม่ให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรีมันจึงเป็น เรื่องมาเกิดภายหลังครับ หลังจากที่ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และการเลือกตั้ง ดังกล่าวนั้นก็เป็นข้อตกลงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ไปรวบรวมเสียงของสมาชิกเกินกว่า ครึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร ผมจึงกราบเรียนว่าข้อที่ ส.ว. บอกว่าจะต้องถูกข้อเสนอให้ ยกเลิกมาตรา ๒๗๒ นี้ มันไม่ได้มีเหตุผลอะไรเลยที่จะเสนอเรื่องราวนี้เข้ามา แต่สิ่งสำคัญครับ ท่านประธาน รัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๒ ที่พูดกันอยู่นี้พูดกันแต่วรรคหนึ่ง ไม่ได้พูดถึงว่าการที่ สมาชิกวุฒิสภาเข้ามาอยู่ในตำแหน่งเหล่านี้ก็เกิดจากวิกฤติปัญหาของบ้านเมืองที่ทำให้เกิด สภาวะวิกฤติไม่สามารถจะเลือกหรือหาตัวนายกรัฐมนตรีได้ในขณะนั้นที่เกิดปัญหา เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงได้ออกแบบมาให้สมาชิกวุฒิสภาเข้ามาทำหน้าที่ในการ แก้ปัญหาวิกฤติที่จะเกิดขึ้นหรือที่เกิดขึ้นมาแล้ว อยู่ในวรรคสองของมาตรา ๒๗๒ แต่ก็ยังไม่มี ใครพูดครับ นี่คือสิ่งที่หน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภามาทำหน้าที่ว่าหากมีกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้ง นายกรัฐมนตรีจากผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองได้แจ้งไว้ ก็ให้สมาชิกรัฐสภา ซึ่งรวมถึงสมาชิกวุฒิสภาด้วยมาทำหน้าที่แก้ปัญหาวิกฤติของบ้านเมืองในขณะนี้ ก็คือ สามารถยกเลิกเงื่อนไขเหล่านี้หรือกำหนดมาตรการเหล่านี้ แล้วให้บุคคลอื่นมาเป็น นายกรัฐมนตรีได้ ไม่ใช่ว่าเราให้ความสำคัญว่าบุคคลที่เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นไม่ได้เป็น ส.ส. ก็มาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ไม่ใช่ครับ แต่มันเกิดจากวิกฤติของบ้านเมืองที่หานายกรัฐมนตรี ไม่ได้ เขาก็เลยเขียนให้ ส.ว. เหล่านี้มาทำหน้าที่สำคัญตรงนี้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราบอกว่าเราไม่อยากให้แก้หรอก ไม่ใช่เราหวงอำนาจ ไม่ใช่เรื่องที่เราสืบทอดอำนาจ แต่ ส.ว. ทุกคนรู้ภารกิจหน้าที่ว่าเข้ามาทำหน้าที่ในช่วง ๕ ปีนี้ก็เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ เขียนเอาไว้ ให้เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราไม่เห็นด้วย กับข้อเสนอที่ท่านบอกว่าต้องการจะปิดสวิตช์ ส.ว. ต้องการจะตัดมาตรา ๒๗๒ เราก็มีเหตุผล ครับว่าสิ่งที่เราอยู่นั้นเราอยู่ด้วยความรับผิดชอบ เราอยู่ด้วยภารกิจ ภาระหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญ เขียนไว้ เราก็เลยไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอที่จะไปตัดมาตรา ๒๗๒ นี่คือเหตุผลครับ ท่านประธาน🔗
ในประเด็นต่อไปครับท่านประธาน ในข้อเสนอที่ร่างรัฐธรรมนูญเสนอมา ๑๓ ร่างเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างของพรรคพลังประชารัฐนี่นะครับ เรามีประเด็นสำคัญ พอดีพรรคพลังประชารัฐเสนอร่างรัฐธรรมนูญมาอยู่ในฉบับเดียวกัน แตกต่างจากพรรคอื่น ที่แยกประเด็นมา มันก็เลยทำให้การตัดสินใจในการพิจารณาร่างเหล่านี้ก็อยู่บนพื้นฐาน ของสิ่งที่ร่างของพรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นร่างที่ ๑ เสนอเข้ามา ประการแรกก็คือ เราต้องการปฏิรูปการเมืองครับท่านประธาน ตอนผมเป็นประธานกรรมาธิการในสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองก็เสนอให้มีการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง โดยให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชน ทีนี้จะทำอย่างไรล่ะครับ เราก็เสนอว่า พรรคการเมืองของประชาชนได้นั้น ประชาชนต้องมีบทบาทในการที่จะเลือกตัวแทน ของตนเองในเบื้องต้นที่เรียกว่าไพรมารีโหวต (Primary Vote) แต่ในร่างของพรรค พลังประชารัฐก็ไปแก้รัฐธรรมนูญ ตัดบทเหล่านี้ออกไป นี่คือเป็นเรื่องสำคัญ แล้วข้อเสนอของ เรานั้นก็ผ่านสภานิติบัญญัติในช่วงนั้นจนกระทั่งออกเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมืองที่แต่ละพรรคการเมืองต้องไปทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) ก่อน ให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชน แต่เราก็ถูกเสนอที่จะให้ตัดประเด็นนี้ออกไป นี่คือ ข้อสำคัญ🔗
ข้อ ๒ ครับท่านประธาน เราเข้าใจข้อเสนอที่จะแก้มาตรา ๑๔๔ กับ มาตรา ๑๘๕ ว่าต้องการให้การทำหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรง่ายขึ้น ไม่อยู่ ในขอบเขตของกฎหมายที่คอยแต่เอาผิดเอาโทษจนทำหน้าที่ไม่ได้ ก็เข้าใจตรงนี้ แต่พอ ข้อเสนอเหล่านี้ขึ้นมามันก็เกิดประเด็นปัญหาข้อถกเถียงว่าจะเปิดช่องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภาเข้าไปใช้งบประมาณได้ เข้าไปแทรกแซงข้าราชการเจ้าหน้าที่ได้ เพราะฉะนั้น ประเด็นปัญหาเหล่านี้สาธารณชนเขาไม่ยอมรับ ก็เป็นประเด็นนะครับ เป็นประเด็นสำคัญ วุฒิสภาก็ต้องไตร่ตรองตรึกตรองให้หนักว่าถ้าร่างนี้ผ่านไปมันจะกระทบอะไรกับ พี่น้องประชาชนที่เขาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยทั้งประเทศ นี่คือข้อสำคัญอีกข้อหนึ่ง ส่วน ข้อเสนอของพรรคอื่นก็เช่นเดียวกันครับ มีข้อเสนอใน ๑๓ ร่าง อย่างที่ผมกราบเรียนแล้วว่า ถ้าหากว่าเราสามารถที่จะหันหน้ามาคุยกันเสีย ผมจะสรุปเลยแล้วกันนะครับ จริง ๆ ผมก็มี เนื้อหาจะพูด เวลาหมดแล้ว ถ้าหากว่าเราสามารถจะหันหน้าเข้ามาคุยกัน แล้วไม่กระแนะ กระแหนกัน ผมให้เกียรติท่าน ท่านให้เกียรติผม ผมว่าสิ่งเหล่านี้มันน่าจะเดินไปด้วยกันได้ ที่จะแก้รัฐธรรมนูญดี ๆ สักฉบับหนึ่ง ที่เห็นพ้องต้องกัน ที่เห็นร่วมกัน เป็นประโยชน์ร่วมกัน ดังนั้นข้อเสนอของพรรคการเมืองทุกพรรคที่เสนอมา ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ด้วยความเกรงใจของทุกพรรคการเมืองว่าเราจะพิจารณาด้วยเหตุผล อันไหนสมควรผ่าน เราก็จะผ่าน อันไหนไม่สมควรจะผ่าน เดี๋ยวไปนั่ง ไปตกลง ไปหาทางออกร่วมกัน ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๕๖ ก็กราบเรียนท่านประธานในเวลา ที่จำกัด ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไปท่านสมชาย แสวงการ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้วันที่ ๒๔ มิถุนายน ผ่านมา ๘๙ ปี ข้ามเข้าสู่ปีที่ ๙๐ ของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข เรายังวนเวียนอยู่ที่เดิม ถ้าเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นแล้วไม่วนเวียนกลับไปสู่วงจร อุบาทว์ ผมก็เห็นว่าเป็นประชาธิปไตยที่น่ายกย่อง แต่ถ้าเราวนเวียนย้อนกลับไปแล้วกลับไป สร้างปัญหาแบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ห้องประชุมรัฐสภาในการแก้กฎหมายตามใจชอบ เสียงข้างมากลากไป เผด็จการรัฐสภา นำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันเชิงนโยบาย ทั้งหลาย ทั้งปวงเกิดจากองค์อำนาจแห่งสภาแห่งนี้ล่ะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้จำเป็นต้องพูดในสิ่งที่ผม คิดว่าเป็นความสำคัญ สมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องร่วม รับผิดชอบต่อประชาธิปไตยที่สู่ปีที่ ๙๐ ให้เดินหน้าต่อไปได้ครับ ไม่อย่างนั้นเราจะกลับมาสู่ วงจรอุบาทว์ในเร็ว ๆ นี้🔗
กราบเรียนท่านประธานครับว่าผมยืนยันในที่ประชุมแห่งนี้ ในคราวที่แล้ว ที่เราพิจารณาและเราเสียเวลากันมากว่าครึ่งค่อนปี คือการพยายามล้มรัฐธรรมนูญด้วยการ ร่างใหม่ ผมเป็นผู้ขอให้ท่านประธานส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัย ว่าองค์อำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญนั้นเป็นของประชาชน หากจะล้มรัฐธรรมนูญที่ผ่าน ประชามติ ๑๖,๘๐๐,๐๐๐ เสียง จะต้องถามประชามติเสียก่อน แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ รายมาตรานั้นผมสนับสนุนอย่างยิ่งครับ เพราะรัฐธรรมนูญก็คือกฎหมาย เพียงแต่เป็น กฎหมายสูงสุด ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วางแนวไว้แล้วชัดเจนนะครับ ทั้งในคำวินิจฉัยเมื่อปี ๒๕๕๕ และคำวินิจฉัยในปี ๒๕๖๔ ตรงกันครับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นไปได้ โดยสภาเองทำเพื่อขจัดข้อขัดข้องนั้นทำได้ การใดที่ไปเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจ ไปเปลี่ยน เรื่องการดำรงตำแหน่ง หรือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต้องถามประชามติ ส่วนความที่เป็นไป ไม่ได้นั่นคือแก้ไขความเป็นรัฐ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นวันนี้สภาแห่งนี้เสนอกฎหมาย รัฐธรรมนูญเข้ามา ๑๔ ฉบับ ท่านประธานมีดำริถูกแล้วครับ ที่ที่ปรึกษากฎหมายตัดสินใจ ไม่ผ่านมา ๑ ร่าง เพราะผมก็ไม่ต้องไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญอีก เพราะว่าอันนั้นเป็นการยกร่าง ให้มี ส.ส.ร. ไปร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ อันนั้นจะต้องไปเกิดขึ้นต่อเมื่อถึงจังหวะที่เหมาะสม หรือเมื่อท่านไปทำประชามติเสียก่อน เสียดายครับ เสียดาย ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือ ร่างรัฐธรรมนูญที่ท่านประธานบรรจุนี่เร็วเกินไป ทำให้เรามีเวลาพิจารณาน้อยมาก ร่างที่ยื่น ของพรรคฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค ๑๓ ร่าง ส่งเมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน เราพิจารณาวันนี้ ๘ วันครับ เราใช้เวลาพิจารณากฎหมายทั่วไปยังใช้เวลาศึกษาก่อนล่วงหน้า เป็นเวลาหลายเดือน นี่กฎหมายรัฐธรรมนูญที่จะแก้ไข บังคับให้กับคนทั้ง ๖๙ ล้านคน และ ผูกพันนานาประเทศ เราใช้เวลาแค่ ๗ วัน ๖ วันให้สมาชิกอ่าน ผมต้องพยายามไปหาไฟล์ (File) จากเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านมาก่อนเอกสารที่จะได้รับ ซึ่งเพิ่งได้รับเมื่อ วันจันทร์ จะต้องตัดสินใจวันนี้ว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ อันนั้นเป็นประการที่ ๑ มันจึง เกิดความลักลั่น ที่ผมบอกเสียดายว่าสิ่งที่เราอยากจะเสนอหรืออยากจะเห็นการแก้ไข รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริงนั้นมันเลยดูเหมือนเราลุกลี้ลุกลน บางเรื่องท่านไปลอกมาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ บางเรื่องท่านไปลอกมาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งความจริงรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้เอาไปปรับใส่ไว้แล้ว โดยหลักสากล ทางวิชาการชัดเจนครับว่ารัฐธรรมนูญยิ่งยาวยิ่งแสดงถึงความด้อยพัฒนา รัฐธรรมนูญยิ่งสั้น แสดงถึงความเข้าใจของพี่น้องประชาชน หลักแบบนี้หาได้ในสากลครับ แต่ว่าท่านกำลังไปเอา รัฐธรรมนูญที่แก้ไขไปแล้วบางอย่างในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ ซึ่งเลยไปแล้วครับ พัฒนาการของปี ๒๕๖๐ บางเรื่องดีกว่าด้วยซ้ำไป แม้ผมจะเห็นด้วยในสิ่งที่ท่านเสนอมา ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของสิทธิกระบวนการยุติธรรม เรื่องของสิทธิผู้บริโภคในบางฉบับ ซึ่งผมกลับไปตรวจครับ บางฉบับมาจากรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ผมเคยเป็นประธาน กรรมาธิการพิจารณา พ.ร.บ. องค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภคและไม่ผ่านในสภานี้ครับ แม้จะผ่านวุฒิสภามาแล้วก็ถูกถ่วงจนกระทั่งไม่สามารถออกได้ ในที่สุดรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ กรธ. เขาไปใส่ไว้ในมาตรา ๔๖ แล้ว และมีสภาผู้บริโภคมีกฎหมายไปเรียบร้อยแล้ว จัดตั้งกัน เรียบร้อยแล้ว ได้รับเงินจากรัฐบาลไปแล้ว ๓๕๐ ล้านบาท แต่รัฐธรรมนูญบางฉบับที่แก้ไข อย่างลุกลี้ลุกลนเข้ามานี่ท่านไปเขียนย้อนเอาปี ๒๕๔๐ กับปี ๒๕๕๐ มาใส่อีก คำถามว่าถ้าเอา รัฐธรรมนูญเกิดแก้ไขตามเข้าไปนี่สภาผู้บริโภคที่ตั้งขึ้นถูกยุบหรือไม่ แน่นอนครับ เพราะรัฐธรรมนูญผูกพันลงไปถึงพระราชบัญญัติด้วยก็จะเกิดความวุ่นวาย นี่เป็นตัวอย่างที่ ผมเห็นว่ามันเกิดปัญหา มีหลายเรื่องครับ ในรัฐธรรมนูญเรื่องสิทธิเสรีภาพ เรื่องกฎหมาย ต่าง ๆ เป็นเรื่องดีนะครับ แต่พอเขียนแล้วสอดไส้เข้าไป บางเรื่องไปตัดสิทธิประชาชนครับ ดูดี ๆ เหมือนเป็นการเพิ่มแต่เพิ่มแบบยาว ทำให้การจำกัดสิทธิเกิดขึ้นมากมาย เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าผมให้ความเห็นชอบไม่ได้ แม้จะเห็นว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องดี เพราะหลายเรื่อง ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เขียนไว้ดีแล้ว หากเติมความเข้าไปเยิ่นเย้อตามที่ท่านเสนอมา ทั้ง ๓-๔ ร่างที่เข้ามาจะทำให้เกิดการเสียความและประชาชนเสียสิทธิมากกว่าเดิม ส่วนที่ควร จะแก้กลับไม่ได้แก้ ส่วนที่ไม่ได้ควรจะแก้ท่านกลับแก้เข้ามาอีก อันนี้เป็นกลุ่มที่ ๑🔗
กลุ่มที่ ๒ ผมก็สงสัยว่าท่านเอาเข้ามาทำไม ท่านประธานตัดสินใจไม่นำเข้ามา ฉบับหนึ่ง ผมเห็นด้วยในการไม่ให้มีการร่าง สสร. มาตรา ๒๕๖ ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ดูง่ายขึ้น เรื่องนี้ต้องทำประชามติ ท่านอยากตัดสิทธิ ส.ว. ๑ ใน ๓ ในการเห็นชอบ ท่านอยาก ตัดสิทธิเสียงฝ่ายค้าน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ในการเห็นชอบรัฐธรรมนูญวาระ ๑ วาระ ๓ ผมก็ไม่ว่ากระไรครับ ผมเป็นกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญคราวที่แล้ว ผมสู้ในคณะกรรมาธิการชนะด้วยเสียงข้างมาก ขอให้ใช้เสียง ๒ ใน ๓ แบบอย่างที่นานาชาติเขาใช้กัน แล้วก็ยกตัวอย่างด้วยนะครับว่า สหรัฐอเมริกาทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต้องใช้เสียงใน ๒ ใน ๓ จึงจะแก้รัฐธรรมนูญ ได้ แล้วต้องกลับไปใช้เสียง ๓ ใน ๔ ของสมาชิกสภาแห่งรัฐทั้ง ๕๐ แห่งจึงจะแก้รัฐธรรมนูญ ได้ ชนะในกรรมาธิการเข้ามาถูกหักหลังในสภา ผมไม่กล่าวว่าหรอกครับเรื่องมันผ่านไปแล้ว ที่ประชุมแห่งนี้ล่ะครับใช้เสียงข้างน้อยและมีการตกลงล็อบบี้ (Lobby) กัน แล้วเอาเสียง ข้างมากในสภา ๔๐๐ กว่าเสียงหักกลับไปเป็น ๓ ใน ๕ พอท่านเสนอร่างเข้ามาใหม่ ผมก็แปลกใจว่าท่านเอาร่างผมมาเสนอทำไม ๒ ใน ๓ ผมก็ต้องสงสัยต่อไปอีกว่า พอชั้นกรรมาธิการนี่ท่านต้องไปหักหลังผมอีกแน่นอน และมันเคยถูกหักหลัง แล้วในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เมื่อแก้กลับไปเป็นรัฐธรรมนูญให้มีการแก้ไขได้กึ่งหนึ่ง แล้ว ส.ว. สมัยนั้นเคยไปร่วมครับ แทบตกเก้าอี้ไม่ทันเลย เพราะหลังจากนั้นเขาแปรญัตติให้ ส.ว. พ้นไปทันที ผมไม่ได้มีความเป็นห่วงว่า ส.ว. จะอยู่หรือไป แต่ตราบใดที่ทำหน้าที่ตาม รัฐธรรมนูญที่มอบหมาย ส.ว. มีไว้ทำอะไรนั้นชัดเจนมาก มีหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมาย วันนี้รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายที่ท่านนำเข้ามาสู่สภา ๑๓ ร่าง ผมเห็นว่าหลายร่าง น่าสนใจมาก แต่ด้วยความรีบ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้บอกไปแล้ว มันไม่ได้ศึกษา มันส่งเข้ามา วันที่ ๑๖ มิถุนายน แล้วรีบเอาเข้าบรรจุ แล้วจะพิจารณาวันนี้ว่าจะผ่านวาระ ๑ หรือไม่ ใช้ เวลา ๗-๘ วัน เช่น เรื่องให้ส่งเรื่องเกี่ยวกับ ป.ป.ช. แต่ว่าบังเอิญผมไปตรวจดูแล้ว สิทธิประชาชนในการเข้าชื่อกัน ๒๐,๐๐๐ ชื่อหายไป ท่านไปตัดสิทธิประชาชนได้อย่างไร ถ้าเห็นว่า ป.ป.ช. ทุจริตคอร์รัปชัน ป.ป.ช. เคยมีอำนาจจากประชาชนในการยื่นได้กลับตัดทิ้ง ไปเฉย ๆ นี่คือสิ่งที่ประชาชนไม่เห็นร่าง ไม่รู้ว่าเกิดถูกตัดขึ้น จะใช้อำนาจของสภาอย่างเดียว แล้วให้ท่านประธานเป็นแค่บุรุษไปรษณีย์ส่งไปดำเนินคดีอย่างเดียว ผมเห็นว่าเรื่องนี้ไปต่อ ไม่ได้แม้ถึงจะเห็นชอบก็ตาม แม้กระทั่งอีกเรื่องหนึ่งที่ผมเห็นว่ามีปัญหา และความจริงเป็นเรื่องดีนะครับ เรื่ององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่ท่านเสนอเข้ามา การกระจายอำนาจ ผมสนับสนุนอย่างยิ่งเลยครับ แต่ดูแล้วเรื่องพวกนี้มันควรอยู่ในพระราชบัญญัติเกี่ยวกับท้องถิ่น มันไม่ควรมาอยู่ ในรัฐธรรมนูญ เพราะท่านแก้ไขหลายมาตรา ยกเลิกหลายมาตรา สิ่งที่จะเกิดความเยิ่นเย้อ และเกิดปัญหาขึ้นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านก็เอามาใส่ในรัฐธรรมนูญ ไม่รวมถึง เรื่องที่ผมคิดว่ามาอย่างไรเสียก็อาจจะมีสมาชิกเห็นด้วย เห็นต่างก็ตาม แต่ผมคิดว่ามันเป็น เรื่องที่เป็นปัญหาจริง ๆ คือเรื่องของมาตรา ๒๗๒ การโหวตนายกรัฐมนตรี ผมเองเป็นผู้หนึ่ง ที่ต้องเดินทางไปร่วมกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญในการให้ความเห็นต่อคำถามพ่วง ผิดถูกประการใด ประชาชนเขาให้อำนาจ ๑๕,๒๐๐,๐๐๐ เสียงมาในประชามติ ว่า ๕ ปีแรก เขาไม่ไว้วางใจ เขาขอให้ ส.ว. ทำหน้าที่ ไม่ได้เป็นผู้เลือกนะครับ ส.ว. ไม่มีสิทธิเลือก ไม่มีสิทธิเสนอ การเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นเรื่องของบัญชีพรรคการเมือง ท่านเสนอมา ท่านใส่ตั้งแต่ต้นแล้วครับ จะไปหาเสียงเอาคน ๓ คนใส่บัญชีเป็นชื่อใครก็แล้วแต่ แล้ว ท่านรวมกันครับ ไม่ต้องมาปิดสวิตช์ให้เสียเวลา เราเสียเวลาพูดเรื่องปิดสวิตช์ส.ว. มา ๒ ปี แล้ว อย่างไรเสียก็เหลือเวลาอีกแค่ ๒ ปีกว่า ๆ แล้วคำถามพ่วงก็เป็นผลมาจากบทเฉพาะกาล ที่ประชาชนลงประชามติ ที่ผมถามว่าส่งมาทำไม มันเกิดคำถามว่าถ้าท่านแก้ได้ แล้วมันต้อง กลับไปถามประชามติอีกหรือไม่ ไม่เคารพองค์สถาปนาเลยหรือครับ ๑๕,๒๐๐,๐๐๐ เสียง ที่เขากำหนดมา เพราะฉะนั้นความเห็นผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องมาปิดสวิตช์หรือมาแก้มาตรานี้ เลยครับ ท่านไปรวมกันเลยครับ ผมยังอยากเห็นท่านอยู่ครบเทอม (Term) อีก ๒ ปีข้างหน้า เลือกตั้งครั้งหน้าท่านไปรวมกันให้ได้สัก ๒๗๐ เสียง ๓๐๐ เสียง ส.ว. ก็ไม่มีปัญญาไปทำอะไร หรอกครับในการไปโหวตค้าน ที่สภาแห่งนี้เห็นว่าผู้นั้นอยู่ในบัญชีรายชื่อและเหมาะสม เป็นนายกรัฐมนตรี เชื่อผมเถอะครับว่าไม่มีทาง เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปเสียเวลาแก้ เราเสียเวลากับรัฐธรรมนูญ แก้ไขมาเป็นปีครึ่งปี ๒ ปีก็เพราะเรื่องนี้ครับ เถียงกันอยู่นั่นล่ะครับ ว่าจะปิดสวิตช์ ส.ว. หรือไม่ บางคนไปเลยเถิดบอกจะให้เหลือสภาเดียวแค่มี ๒ สภานี่ท่านยัง จะไปแก้รัฐธรรมนูญ หมวด ๑ หมวด ๒ อยู่ร่ำไป ท่านจะก้าวก่ายพาดพิงด้านบนสถาบัน อยู่เรื่อย ผมคงยอมไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าประเทศไทยยังไม่พร้อม แล้วก็ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขจำเป็นต้อง มี ๒ สภา เพราะกลั่นกรองซึ่งกันและกัน ถ่วงดุลซึ่งกันและกันต่อไป เพราะฉะนั้นโดยสรุปมัน มีปัญหาอยู่ในประเด็นที่ผมคิดว่าเรื่องอื่น ๆ อยากจะผ่าน ก็อยากจะฟังคำชี้แจงว่าไปได้ หรือไม่ แต่ดู ๆ แล้วด้วยความรีบร้อนในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งควรจะมีเวลาให้ สภา ให้วุฒิสภาได้ดูด้วย ให้ประชาชนได้เห็นด้วย มาตรา ๗๗ วรรคสอง ยังระบุเลยครับว่า ก่อนแก้ไขกฎหมาย ประชาชนต้องมีส่วนร่วม ท่านรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนตรงไหน ครับ ผมยังไม่เห็นเอกสารเลย เพิ่งมาเห็นวันจันทร์ วันอังคารนี้เอง แล้วท่านจะแก้ไข รัฐธรรมนูญล่ก ๆ ไป ผมยินยอมให้ท่านผ่านไปลำบากครับ🔗
สุดท้าย ร่างสำคัญคือร่างของ พปชร. ความจริงอันนี้ส่งมาตั้งแต่วันที่ ๗ เมษายน ส่วนหนึ่งในร่างนั้น มาตรา ๒๗๐ ผมเป็นคนพูดในสภา แล้วผมเป็นคนยื่นร่างให้ คุณไพบูลย์ นิติตะวัน ผมอยากจะร่วมแก้ไขปัญหาการปฏิรูป ซึ่งวุฒิสภาพูดกันทุก ๓ เดือน แต่ไม่ได้รับความสนใจจากคณะรัฐมนตรี ผมจึงอยากชวนเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า อย่ากระนั้นเลย เอาเรื่องของการปฏิรูปซึ่งสำคัญมากมาเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา จะเป็นทุก ๓ เดือน ทุก ๖ เดือน ทุก ๑ ปี ก็สุดแท้แต่ลองมาคุยกัน ร่างนี้ มาตรา ๒๗๐ ผมเสียดายที่เอา ไปรวมกันเป็นร่างเดียว ๕ ประเด็น ถ้าความจริงมีร่าง ๕ ร่างนะครับ อย่างไรผมเชื่อว่า มาตรา ๒๗๐ วันนี้ผ่านสภาแน่ แต่พอไปร่วมกับเรื่องของมาตรา ๑๔๔ ซึ่งมีปัญหาเรื่อง การจัดสรรงบประมาณที่เขาไม่ต้องการให้ ส.ส. ส.ว. ครม. ไปยุ่งเกี่ยวงบประมาณ รวมถึง เจ้าหน้าที่ ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าเฉพาะเจ้าหน้าที่ของสำนักงบประมาณเท่านั้น มันมี เจ้าหน้าที่ของรัฐส่วนอื่นด้วยที่เกี่ยวข้อง อธิบดีทั้งหลาย ปลัดทั้งหลาย หน่วยงานท้องถิ่น ทั้งหลายเกี่ยวข้องกับงบประมาณหมด เขาจึงเขียนป้องกันเพื่อให้รัฐธรรมนูญนี้เป็น รัฐธรรมนูญปราบโกง ผมได้รับร่างมาแล้วครับ ถ้าจะแก้ไขมาตรานี้ให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ มันมีความรัดกุมพอสมควร แต่ด้วยความรีบเข้าไป แล้วมารวมเป็นร่างเดียวกัน และขณะเดียวกันสังคมก็ตั้งคำถามว่าตกลง ส.ส. ส.ว. ครม. และเจ้าหน้าที่จะร่วมเข้าไป ทุจริตงบประมาณ กิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์จริงหรือไม่ ผมกราบเรียนเลยครับ ผมอยู่สภา ๑๕ ปีครับ ผมไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณ แล้วผมก็คิดว่า ส.ว. ๒๕๐ ท่าน ไม่มี ปัญหาใด ๆ เกี่ยวกับงบประมาณเลย เพราะฉะนั้นไม่มีความจำเป็นต้องแก้มาตรา ๑๔๔ หากจะแก้ให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้เพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดีก็มีมาตรา ถ้าต้องการจากผม จะเสนอใหม่เฉพาะเรื่องเจ้าหน้าที่เพื่อให้แก้ไข ผมมีร่างแล้วครับเรียบร้อย มาขอสำเนาไปได้ เลยครับ แล้วทำงานได้โดยไม่ถูกข้อหาว่าไปร่วมทุจริตคอร์รัปชัน เป็นการปกป้องเจ้าหน้าที่ ผมยินดีให้ครับ🔗
ส่วนสุดท้ายคือร่างมาตรา ๑๘๕ เช่นกันครับ การโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการ เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ครั้งหนึ่งท่าน ส.ว. ถวิล เปลี่ยนสี เคยเป็นเลขาธิการ สมช. ก็โดน กระทำแบบนั้น คุณไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นผู้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเอง ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพทั้งท่านถวิลและท่านไพบูลย์ เคยร่วมต่อสู้มาด้วยกัน แต่พอท่านมารวมอยู่ ในนี้ ผมก็ยืนยันกับท่านประธานอีกครับว่า ส.ว. ไม่เดือดร้อนเลยครับมาตรา ๑๘๕ แต่ครั้นจะ บอกว่าให้ท่านแก้ตัดเฉพาะ ส.ส. ไปอย่างเดียว ส.ว. ไม่เกี่ยวได้ไหม มันอยู่ในมาตราเดียวกัน เพราะข้าราชการที่เขาถูกกระทำ ถูกโยกย้าย ถูกกลั่นแกล้งนั้นมันก็มาจากอำนาจของสภาใช่ หรือไม่ เราถามว่าสภามีหน้าที่ในการช่วยเหลือประชาชน ๓๕ กรรมาธิการของ สภาผู้แทนราษฎร ๒๖ กรรมาธิการของวุฒิสภา และโครงการ ส.ว. พบประชาชนไม่ได้มี ปัญหากับมาตรา ๑๘๕ ในการลงพื้นที่เลยครับ เพราะฉะนั้นถ้า ส.ว. ไม่ได้มีปัญหาผมก็ ไม่ทราบครับผมไม่เคยเป็น ส.ส. แต่อยู่สภามา ๑๕ ปี ผมก็พบปะผู้คน ช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนมาตลอด ไม่มีความจำเป็นต้องแก้มาตรา ๑๘๕ ให้ผม ผมก็ทำงาน ๑๕ ปีนี้ได้ มีความร่วมมือในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างดี เพราะฉะนั้น ๒ ร่าง คือ มาตรา ๑๔๔ กับมาตรา ๑๘๕ ถ้าเป็นไปได้ให้ถอนออกไป แต่มันคงลำบากเพราะมันรวมร่าง กันมาแล้ว ถ้าเป็นไปได้ท่านผู้เสนออาจจะเสนอขอแก้หลักการเกินกว่าที่เสนอมา ซึ่งมันก็ยาก เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ แม้ผมจะเป็นส่วนหนึ่งในการฝาก มาตรา ๒๗๐ ไปกับท่าน ส.ส. ไพบูลย์นั้น จำเป็นเหลือเกินครับว่าร่างของพลังประชารัฐไปต่อ ลำบากจริง ๆ ด้วยความเคารพนะครับ อยากจะสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพ หรือแม้กระทั่งสุดท้ายคือเรื่องบัตรเลือกตั้ง ผมเองมีคำถามเสมอว่าไม่ว่าจะเปลี่ยนบัตร เลือกตั้ง เปลี่ยนกติกาเป็นอย่างไรมันมีคนได้คนเสียเสมอ มันเป็นเรื่องของ ส.ว. หรือเป็นเรื่อง ของ ส.ส. หรือไม่ บางท่านบอกไม่ใช่เรื่องของ ส.ว. อย่างไรก็ตามครับมันเป็นเรื่องของ ประชาชนทั้งประเทศ เพราะท้ายที่สุดมันจะนำไปสู่วงจรอุบาทว์หรือไม่ เราเคยเกิดเผด็จการ รัฐสภา ท่านประธานเป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ตอนแรกการใช้ ครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๔๓ ผมจำความได้ เป็นการเลือกตั้งที่ดีและงดงามครับ แต่พอหลังจากนั้น ถัดมาอีกไม่นานหลังครบสมัยของท่านประธาน ปี ๒๕๔๗ การเลือกตั้งก็เกิดปัญหาขึ้นมา นำไปสู่การชุมนุมทางการเมือง นำไปสู่การยึดอำนาจ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ คำถามว่าวันนี้ เราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ บัตรเลือกตั้ง ซึ่งผมก็ไม่ติดใจนะครับถ้าจะผ่านบางร่างเพื่อจะไป แก้ไข ถามว่าจะแก้อย่างไรไม่กลับไปวงจรอุบาทว์ เราผ่าน ๘๙ ปีประชาธิปไตย ตั้งแต่ การผิดพลาดในการยึดอำนาจ ปี ๒๔๗๕ มาจนถึงวันนี้แล้ว เราจะแก้กลับไปสู่บัตรเลือกตั้ง ให้คำตอบผมได้ไหมครับว่าบัตรเลือกตั้งที่ท่านจะแก้ไขกลับไปเป็นบัตร ๒ ใบ ๔๐๐ เขต ๑๐๐ ปาร์ตีลิสต์ (Party List) แล้วไปตัดไพรมารีโหวต (Primary Vote) แล้วไปดำเนินการ จะทำ ให้สภาแห่งนี้ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีความสง่างาม ไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียง แล้ว กลับมาทำหน้าที่เพื่อประชาชน แล้วไม่กลับไปวงจรอุบาทว์แบบเดิม แล้วก็วนกลับไปสู่การ ชุมนุมทางการเมือง นำไปสู่การรัฐประหาร นำไปสู่การเป็นวงจรซ้ำแล้วซ้ำอีก ผมไม่อยากเห็น ๙๐ ปีข้างหน้าของประชาธิปไตย ปี ๒๔๗๕ ณ วันที่ ๒๔ มิถุนายน ปีนี้ในปีหน้า เกิดวงจรอุบาทว์แบบนั้นและเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นอีก กราบขอท่านประธานว่า ผู้เสนอกฎหมายถ้าได้อธิบายความให้ชัดเจนว่าร่างใดพอไปได้ และร่างใดไปไม่ได้ สภาแห่งนี้ ผมยังเชื่อว่าท่านยังมีวาระอย่างน้อยอีก ๑-๒ ปีครับ สมัยหน้าท่านก็เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้ามาได้เป็นรายมาตรา วันนี้ผ่านไปบางร่าง แล้วไปเริ่มให้เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราทำได้ครับ ไม่ใช่ทำ ไม่ได้ ไม่จำเป็นต้องล้มวัวทั้งตัว แต่เราทำบางส่วน แก้ไขปัญหาเหมือนที่เราแก้กฎหมาย ค่อย ๆ ช่วยกันคิดช่วยกันทำ ตั้งกรรมาธิการศึกษาดูเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน ทางวุฒิสภาก็จะให้ความเห็นชอบด้วยครับ สุดท้ายคือ ส.ว. มีหน้าที่ ในการกลั่นกรองกฎหมาย มาทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญนี้ ส่วนใหญ่ทั้งหมด รวมถึงตัวผมเอง รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ครับว่าหมดจากภาระคราวนี้ก็เป็น ส.ว. อีกไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกังวลอะไรเลยครับ เราไม่มีความกังวลที่อยากจะกลับเข้าไปสู่สภา หรือทำหน้าที่ ในส่วนอื่น เพราะฉะนั้นเราทำหน้าที่ดีที่สุดอย่างที่เราได้รับมอบหมายในระยะเวลาเพียงเท่านี้ ในการช่วยกันกลั่นกรองกฎหมายร่วมกันดีกว่าครับ ก็กราบเรียนท่านประธานว่าร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญ ๑๓ ร่างนั้นมีเพียงแค่บางร่างเท่านั้นที่ผ่านไปได้ ที่เหลือผมให้ความเห็นชอบ ลำบากครับ แล้วก็ขอให้กลับไปแก้ไขมาให้ดีกว่าเดิมในสมัยหน้า ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ก่อนที่ท่าน พลเอก สิงห์ศึก ท่านสุดท้ายจะอภิปราย ผมขอเรียนท่านสมชายได้ปรารภเรื่องเวลาที่มีน้อยนะครับ ก็เป็นเรื่องจริงที่เราได้พูดกันก่อนครับท่าน ผมได้หารือกับท่านประธานพรเพชรก่อน ต้องให้ พวกเราได้มีโอกาสได้ศึกษาเรื่องนี้โดยชัดเจนนะครับ ก็เลยกำหนดวันไว้ว่าวันที่ ๒๒ วันที่ ๒๓ วันที่ ๒๔ และวันที่ ๒๙ วันที่ ๓๐ ซึ่งเดิมเราตัดสินใจว่าอาจจะไปวันที่ ๒๙ หรือวันที่ ๓๐ นะครับ แต่ว่าเนื่องจากว่าต่อมาท่านแจ้งมาว่าวันที่ ๒๙ วุฒิสมาชิกมีภาระ ท่านขอยกเลิก เราก็มาดูว่าถ้าอย่างนั้นวันที่ ๒๒ วันที่ ๒๓ วันที่ ๒๔ ไหวไหม ก็ตกลงว่าเราอย่าบรรจุ รัฐธรรมนูญในวันที่ ๒๒ นะครับ เราเอาเรื่องที่ค้างพิจารณามาบรรจุ ส่วนวันที่ ๒๓ วันที่ ๒๔ ซึ่งเป็นเวลาของสภาผู้แทนราษฎรนั้นก็ยินดีที่จะบรรจุ โดยดูว่าเรื่องที่บรรจุนั้นมีเวลาพอไหม เพราะกฎหมายบังคับ ข้อบังคับบังคับว่าต้องบรรจุภายใน ๑๕ วันครับ เมื่อได้รับญัตติ เราก็บรรจุไปตามเวลา แต่ว่าแน่นอนมันก็กระชั้นชิดหน่อย แต่ว่าไม่ถึงขนาดไม่ทันได้ดู เพราะว่ามันมีกระบวนการที่สภาใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ (Electronics) สมัยใหม่ส่งเข้า เว็บไซต์ (Website) ไปตั้งแต่วันศุกร์ครับ เพราะฉะนั้นถ้าไปค้นที่เว็บไซต์ (Website) จะเห็น ว่าเรามีเวลาศึกษาตั้งแต่วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ วันจันทร์ วันอังคาร ประมาณ ๕ วัน อันนี้คือสิ่งที่ผมระวังมากครับ เพราะผมรู้ว่าอันนี้คือเงื่อนไขที่ในสภาผู้แทนราษฎรเวลา พิจารณางบประมาณผมจะของบประมาณเขาเลยนะครับว่าเขาขอบรรจุวันที่เท่านั้น ผมบอก ถ้าบรรจุวันที่เท่านั้นตามที่สำนักงบประมาณกำหนดปฏิทินไว้ สมาชิกมีเวลาได้ดูเพียง ๖-๗ วัน ขอขยายไปให้เขาได้มีโอกาสดูอย่างน้อย ๙ วัน ๑๐ วันขึ้นไป อันนี้คือ ความระมัดระวังที่ให้สมาชิกได้มีโอกาส อันนี้ก็ปรารภท่านสมชาย เลยเรียนให้ทราบว่าที่ไป ที่มาเป็นอย่างนี้ครับ และบังเอิญว่าประเด็นเรื่องที่เสนอนั้นมาดูทั้งหมดแล้วไม่ใช่เป็นเรื่อง ยุ่งยากมากนัก ส่วนใหญ่เป็นประเด็นสั้น ๆ ของท่านไพบูลย์นั้นเสนอมาก่อนล่วงหน้าตั้งแต่ ปิดสมัยประชุมแล้วครับ ดังนั้นผมคิดว่าพวกเราที่มีประสบการณ์ในสภานี้มา ๒ ปีเศษก็จะรู้ ว่าประเด็นเหล่านั้นส่วนใหญ่ได้พิจารณามาแล้วครับ ก็เลยเรียนทำความเข้าใจเพื่อพวกเราจะ ได้รับทราบนะครับว่าเรื่องนี้ได้ระมัดระวังมากครับ ขอเชิญท่าน พลเอก สิงห์ศึกครับ🔗
กราบเรียนประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร สมาชิกวุฒิสภา ในนามสมาชิกรัฐสภา ผมเองเป็นคนสุดท้ายในการกล่าวปิดของสมาชิกวุฒิสภา ก็ขอใช้เวลาอันสั้นครับ ไม่มากครับ ในห้วง ๒ วันที่ผ่านมานั้นรัฐสภาแห่งนี้ได้ร่วมกันพิจารณาว่าจะรับหลักการ ๑๓ ญัตติ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ ๑๓ ฉบับหรือไม่ ผมเองต้องขอขอบคุณและ ชื่นชมสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้อันเป็นสภาของผู้ทรงเกียรติ ท่านได้อภิปรายด้วยเหตุด้วยผล ด้วยความรู้ ด้วยความเป็นจริงแห่งสังคมว่าเป็นอย่างไร และเราควรจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างไร ถึงแม้ว่าญัตติต่าง ๆ นั้นเป็นกระบวนการของการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ท่านสามารถทำได้อยู่แล้ว และเราก็รับฟังด้วยความเคารพแล้วก็ต้องขอชื่นชมนะครับ โดยปกติแล้วสมาชิกวุฒิสภานั้นหน้าที่หลักอย่างหนึ่งก็คือการกลั่นกรองกฎหมาย ก็ต้องขอ กราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาที่ได้กล่าวชี้แจงว่าเวลาที่ท่านบรรจุเข้ามานั้นด้วยเวลา ที่เรามีงานภารกิจอันมากนะครับ ก็จึงมีสรุปเวลาว่าวันที่ ๒๓ วันที่ ๒๔ ที่จะได้หารือกัน ก็ไม่ได้ขัดข้อง แล้วก็วุฒิสภาสามารถที่จะศึกษา ไปอ่านเพิ่มเติมหลังจากที่ฟังสมาชิก พูดแล้วด้วยความละเอียดรอบคอบตามหลักการแห่งการกลั่นกรองกฎหมาย ดังนั้น รัฐธรรมนูญโดยปกติแล้วเป็นกฎหมายแม่ของประเทศ เป็นโครงสร้างหลักของประเทศ พี่น้อง ประชาชนจะอยู่กันอย่างไรก็อยู่ที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าไม่จำเป็นแล้วก็จะไม่มีการแก้ไข เป็นส่วนใหญ่ แต่ว่าเมื่อจำเป็นต้องแก้ไขตามสถานการณ์อันนี้ก็สามารถทำได้นะครับ ซึ่งเป็น สิ่งที่ไม่ขัดข้อง เพราะว่ารายละเอียดต่าง ๆ นั้นมันจะไปอยู่ที่กฎหมายลูกของรัฐธรรมนูญ บทแม่นะครับ บทแม่ ๑ บทจะมีกฎหมายลูก ขณะนี้ในประเทศไทยมีพระราชบัญญัติต่าง ๆ หลายพันฉบับที่จะต้องมารองรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หากการแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงแล้ว กฎหมายลูกก็จะต้องเปลี่ยนแปลงไปอีก อย่างน้อยก็เป็น ๑๐ ฉบับ เป็น ๑๐๐ ฉบับ หรือเป็น ๑,๐๐๐ ฉบับ อันนี้เป็นต้น จึงทำให้สมาชิกวุฒิสภาต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ก็ในช่วงเวลา ที่ผ่านมานั้นนะครับ🔗
อีกประการหนึ่ง สมาชิกรัฐสภาได้ร่วมกันคิดเห็น และผมเองนั้นก็มีประเด็น เรื่องของมาตรา ๗๗ วรรคสอง ก่อนการตรากฎหมายนั้นก็จะต้องรับฟังผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง คิดเห็น ในรัฐสภาแห่งนี้เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอญัตติเพื่อแก้ไขกฎหมายก็ต้อง มารับฟังข้อคิดเห็นของสมาชิกวุฒิสภา ถูกต้องแล้ว ในขณะเดียวกันนะครับต้องรับฟัง ความเห็นของพี่น้องประชาชนคนไทยที่อยู่รอบนอกด้วยว่าเราจะแก้ไขนั้นมันมีผลกระทบต่อ ประเทศชาติและประชาชน เราก็ต้องฟัง ซึ่งในห้วงเวลาที่ผ่านมาในการพิจารณาแก้ไข รัฐธรรมนูญ ต้องขอบคุณสื่อมวลชน ขอบคุณองค์กรต่าง ๆ ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ได้ให้ ข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะอันหลากหลาย ถือว่าอยู่ในมาตรา ๗๗ วรรคสอง ที่ท่านได้ให้ ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมอันเป็นสาระสำคัญที่นำมาพิจารณา อันนี้สมาชิกวุฒิสภานั้นน้อมรับและ นำมาหารือกัน จนบัดนี้ผมเป็นคนสุดท้ายของสมาชิกวุฒิสภาที่จะกล่าวปิดในส่วนของวุฒิสภา ต้องขอขอบคุณทุกส่วน ขอบคุณสื่อมวลชน ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ได้ให้ ข้อคิดเห็น ถึงแม้ว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ก็ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในการ แก้ไขเป็นรายมาตรานั้นสมาชิกวุฒิสภาพร้อมปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนะครับ แล้วขณะนี้สมาชิกวุฒิสภาพร้อมที่จะลงมติ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ท่านสมาชิกที่ขอ อภิปรายทุกท่านได้อภิปรายครบถ้วนแล้วนะครับ การอภิปรายเป็นอันยุติตามข้อบังคับ ก็ห้ามผู้ใดอภิปรายอีก เว้นแต่ที่ประชุมรัฐสภาจะต้องลงมติ ก็ให้ผู้อภิปรายก่อนมีสิทธิ ที่จะสรุป โดยที่มีร่างแก้ไขเพิ่มเติมอยู่ ๑๓ ฉบับ ก็จะอนุญาตให้ทุกฉบับได้มีโอกาสสรุป แต่ว่าได้รับแจ้งว่าฉบับที่ ๑ ของท่านไพบูลย์ นิติตะวัน นั้น ท่านไม่ประสงค์จะสรุปนะครับ จึงขอไปร่างที่ ๒ ร่างที่ ๓ ร่างที่ ๔ ร่างที่ ๕ ซึ่งผู้เสนอเป็นท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ กับคณะ ร่างที่ ๒ ร่างที่ ๓ ร่างที่ ๔ ร่างที่ ๕ เป็นผู้เสนอชุดเดียวกันนะครับ ก็จะอนุญาตให้ตัวแทนของคณะผู้เสนอทั้ง ๔ ร่างนี้เป็นผู้สรุป โดยได้ขออนุญาตท่านสุทิน ได้เสนอเข้ามานะครับ ท่านขอสรุป ๑ ชั่วโมง ๖ นาที ขอเชิญนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมขออนุญาตสรุป เป็นตัวแทนของท่านผู้นำ ฝ่ายค้านสรุปในญัตติของฝ่ายค้านทั้งหมด ๗ ร่าง ในการสรุปของผม ท่านประธานครับ ผมคิดว่าในการพิจารณากันมา ๒ วันนี้ ในเรื่องเนื้อหาสาระว่าร่างใดแก้อะไรนั้น ผมคิดว่า ท่านสมาชิกทุกคนรู้ชัดรู้แจ้ง เพราะรายละเอียดมีไม่มาก เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมอยากจะ สรุปจริง ๆ แล้วนี่สำคัญที่สุดก็คือสรุปเจตนารมณ์ของการแก้ไขครั้งนี้แต่ละเรื่อง เพราะอะไร รู้ไหมครับ ที่คุยกันมาทั้งหมด ๒ วัน ผมเห็นว่าท่านสมาชิกส่วนใหญ่ติดใจในเจตนารมณ์ว่า แต่ละญัตติที่เสนอแก้ไขมีวาระซ่อนเร้นอะไร แก้เพื่อตัวเองหรือเปล่า เอาเปรียบคู่ต่อสู้ หรือเปล่า ประชาชนได้อะไร ผมคิดว่าตรงนี้คือสิ่งจำเป็นที่สุดจะต้องสรุปความคิดเห็นและ เจตนารมณ์ ส่วนตัวเนื้อหาสาระของร่างนั้นคิดว่าไม่จำเป็น แล้วตัวเจตนารมณ์ใดที่มันตรงกัน อยู่แล้วเพื่อนสมาชิกไม่ติดใจผมก็จะไม่เสียเวลา ก็จะอธิบายในส่วนเจตนารมณ์แล้วก็ ความตั้งใจในส่วนที่ยังติดใจและเข้าใจไม่ตรงกันอยู่ เพราะฉะนั้นจึงขออนุญาตท่านประธาน ดำเนินการและสรุปไปตามนี้นะครับ🔗
ประเด็นแรกที่สุด อดที่จะกล่าวไม่ได้ ๒ วันนี่ถ้าไม่ได้ชี้แจงเรื่องนี้ผมเชื่อว่า ประชาชนก็จะเข้าใจผิด สภาเราก็จะถูกด้อยค่า ว่าแก้ทำไม ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ นี่เป็น คำถามที่ถามกันเยอะ พูดกันมาก หลายท่านก็บอกว่าเรื่องนี้มันเคยผ่านประชามติมาแล้ว มีประชามติมาแล้ว ๑๕ กว่าล้าน ๑๖ ล้าน แล้วจะมาแก้ทำไมไม่ถามประชาชนก่อน หลายท่านก็บอกว่าแก้กันทำไมทั้งปีทั้งชาติ เราจะแก้กันอย่างนี้กี่ปีกี่ชาติ แก้บ่อยมาก หลายท่านก็บอกว่าทำไมไม่ช่วยกันรักษารัฐธรรมนูญไว้ ผมต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกอย่างนี้ครับว่า ถ้าจะถามว่าทำไมต้องแก้บ่อย ผมต้องให้ท่านไปถามกลับว่าทำไม คนฉีกรัฐธรรมนูญฉีกบ่อย นั่นต้นเหตุ ถ้าเขาร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว อย่างเช่นปี ๒๕๔๐ ประชาชนทำมาดีแล้ว ผ่านกระบวนการมาดีเสร็จเรียบร้อยหมด ยอมรับกันทั้งประเทศ ท่านมาฉีกทำไม ถ้าท่านไม่ฉีกมันก็ไม่มีการแก้ เพราะฉะนั้นถ้าจะถามว่าทำไมแก้ ผมนี่ เบื่อจริง ๆ นะแก้รัฐธรรมนูญ พูดเถอะ เกิดเป็นคนไทยวนเวียนอยู่แต่การแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่แก้มันก็ไม่ได้เพราะมันมีคนมาฉีก ฉีกแล้วก็เขียนใหม่ แล้วถ้าเขียนใหม่แล้วเขียนเอา ประชาชนมาเขียนให้ยอมรับกันครั้งเดียวมันก็จบ แต่พอฉีกแล้วเอาพรรคพวกตัวเองมาเขียน ก็ไม่ยอมรับกัน ไม่ยอมรับกันมันก็เกิดปัญหา เกิดปัญหามันก็ต้องแก้อย่างนี้ล่ะ เพราะฉะนั้น ขอความเป็นธรรมด้วยว่าถ้าบอกว่าเราแก้ทำไม ต้องถามว่าฉีกทำไม ยึดอำนาจทำไม ปฏิวัติ กันทำไมบ่อยครั้ง นี่ประเด็นที่ ๑ แล้วก็พูดกันมาก ต้องทำความเข้าใจกันให้ตรงเลยว่าการแก้ รัฐธรรมนูญ การเขียนอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน ถูกต้องในทางทฤษฎี สากลเป็นอย่างนั้น คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นอย่างนั้น แล้วเราแก้ทำไม ถ้าแบบนี้ ผมต้องถามกลับ ถามกลับว่าแล้วร่างที่เรากำลังใช้อยู่ แก้อยู่นี้ ตอนคุณแก้ตอนคุณเขียน ถามประชาชนไหม ถามไหมตอนนั้น ไม่ได้ถาม ทั้ง ๆ ที่มีเวลาถาม บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะ สงบแล้ว เข้าทางตรงแล้ว จะร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ทำไมไม่ถามประชาชนก่อนว่าเขาจะ ให้เขียนไหม คุณก็เขียนเสร็จแล้วก็มาทำประชามติ แล้วประชามติแล้วมาแก้ของเขาทำไมตั้ง ๑๖ ล้านเสียง พูดกันเยอะ ถ้าความจำไม่สั้นนะครับ ทุกท่านด้วยใจเป็นธรรมท่านต้องทบทวน ว่าวันที่ทำประชามติ วันที่ชวนประชาชนมาร่างนั้น มันมีสัญญาประชาคมเล็ก ๆ มันมีเงื่อนไข มันมีออปชัน (Option) ว่าอย่างไร รับไปก่อนแล้วแก้ทีหลัง ถูกไหมครับ ก็บอก เขาว่ารับไปก่อนแล้วแก้ทีหลัง มันก็ต้องนำมาสู่การแก้สิ แล้วเรื่องนี้ไม่ใช่เฉพาะพวกเราด้วย ที่จะแก้ รัฐบาลเองก็รู้ ไปบอกอะไรกับชาวบ้านมาในฐานะเป็นหัวหน้า คสช. ท่านพลเอก ประยุทธ์ ไปบอกชาวบ้านมารับไปก่อน มีปัญหาก็แก้ทีหลัง วันนั้นชาวบ้าน อยากเลือกตั้งเขาก็ลงมติให้ ลงประชามติให้ ผ่าน ผ่าน ผ่าน พวกผมพอลงสมัครรับเลือกตั้ง พวกผมก็เอาเป็นนโยบายทุกพรรค เป็นนโยบายเข้ามาจะแก้ นี่มันไม่ใช่ว่าคิดจะแก้กันวันนี้ มันมีที่มา ที่มามันก็คือสัญญาประชาคม เพราะฉะนั้นประชามติวันนั้นนอกจากประชามติ ในบรรยากาศมาตรา ๔๔ มาตรากฎอัยการศึกและโลกเขาไม่ยอมรับไม่พอ แต่มันมีการทำ ประชามติด้วยออปชัน (Option) ว่ารับไปก่อนแก้ทีหลัง แล้วรัฐบาลคนนั้นคนนี้ก็รู้ด้วย จำนนด้วย ถึงได้ประกาศไว้เป็นนโยบายเร่งด่วน ข้อ ๑๒ ต้องแก้รัฐธรรมนูญ นี่อย่างไรครับ คือที่มาของการแก้รัฐธรรมนูญ แล้วก็ขอให้จบกันที ถ้ามันเสร็จฉบับนี้ภาวนาเถอะครับ อย่าได้มีการแก้อีกเลย นั่นก็คืออย่าได้ฉีกกันอีก🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อจำเป็นต้องแก้ ไม่เฉพาะเหตุเช่นนั้นด้วย แต่เมื่อใช้มาแล้ว ท่านประธานครับ เมื่อใช้มาแล้วเราก็พบว่ามันเป็นปัญหา ๑. ไม่ยอมรับกัน ไม่ยอมรับในสาระ เพราะฉะนั้นปัญหาก็เกิด ต่างชาติก็ไม่ยอมรับ เขารู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ใช้ไปไม่นานก็มีปัญหากัน ผู้นำประเทศมาจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เป็นผู้นำที่มีปมด้อย แล้วปัญหาก็มาจริง ๆ หลายปีมานี้ ๒-๓ ปีมานี้ จนวันนี้ไปดูที่หน้าสภาคืออะไร ก็คือผลพวง จากการไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญ นี่เราถึงแก้ เอาล่ะ เมื่อจะแก้แก้อย่างไร ผมคงต้องพูดถึง เจตนารมณ์ของพรรคเพื่อไทยแล้วก็พรรคฝ่ายค้าน เรามีความเห็นอย่างนี้ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญที่เราทำกันมาไม่รู้กี่ฉบับ และแม้จะทำไปข้างหน้าก็ตามประสบการณ์มันบอกว่า รัฐธรรมนูญเราลองผิดลองถูกมาไม่รู้กี่ฉบับกี่สูตร แต่เราพบและตกผลึกว่าพรรคเพื่อไทย ตกผลึก พรรคฝ่ายค้านตกผลึกว่ารัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดคือรัฐธรรมนูญที่ประชาชนยอมรับ คุณจะดีเลิศเลอเพอร์เฟกต์ (Perfect) ถ้าประชาชนไม่ยอมรับมันก็มีปัญหากัน แต่ถ้า ยอมรับกัน โอเครัฐธรรมนูญฉบับนั้นไปได้ ยกเว้นป้องกันพวกที่จะลากรถถังมา พวกนั้นไม่ได้ ถามว่าใครยอมรับไม่ยอมรับ บทจะมาก็มาก็ป้องกันพวกนั้นล่ะ ทำไมทำอย่างไรถึงประชาชน จะยอมรับ นี่มาคิดกัน ก็คิดได้อย่างนี้ครับ ผลึกของเราที่ตกชัดเจน พรรคเพื่อไทยแล้วก็ ฝ่ายค้านว่าต้องให้ประชาชนมาเขียน แล้วก็ออกแบบออกมาว่าประชาชนมาเขียนดีที่สุดก็ไม่มี อะไรจะเกินรูปแบบ ส.ส.ร. แต่ก่อนจะถึงตรงนี้ก็ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยและฝ่ายค้านคิดเรื่อง นี้มานานมาตลอด ก็จึงหาความชอบธรรม พยายามจะทำให้มันเกิดความชอบธรรมและ ยอมรับกันตั้งแต่เบื้องต้น เช่น เราจะเขียนอะไร จะร่างอะไร จะแก้อะไร ตั้งคณะกรรมาธิการ ขึ้นมาศึกษา เอา ส.ว. มา เอา ส.ส. มา เอานักวิชาการมา ก็เกิดคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็พวกเรานี้ล่ะ พรรคนี้ล่ะครับเป็นคนยื่นก่อน เพื่อนก็ยื่นประกบ ก็ได้เกิดกรรมาธิการชุดนั้น เราก็เชื่อว่าค่อยเดินมาอย่างนี้เพื่อนจะยอมรับ สังคมจะยอมรับ เนื้อหามันไม่ได้มาจากเรา กรรมาธิการชุดนั้นก็สรุปเบ็ดเสร็จ ศึกษากันอยู่นานครับ ก็สรุป ออกมา เราก็เอาเนื้อหาจากรรมาธิการชุดนั้นมาเขียน เพราะน่าจะได้รับการยอมรับเป็น เบื้องต้นเป็นปฐมเหตุ เขียนเสร็จเราก็ยื่น ยื่นอย่างไรครับ เราก็ยื่นโดยตั้ง ส.ส.ร. มาตรา ๒๕๖ ตั้ง ส.ส.ร. วันนั้นต้องเรียนตามตรงจนถึงวันนี้ พรรคเพื่อไทยและพรรคพวกยังมั่นใจและ ยังเชื่อว่าการแก้รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดคือให้ประชาชนมาเขียน ที่ถกกันมา ๒-๓ วัน รายมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๓ ร่าง มันไม่ใช่เรื่องที่เราเชื่อมั่น เราเชื่อมั่นที่สุดคือต้องแก้ มาตรา ๒๕๖ ตั้ง ส.ส.ร. ให้ประชาชนมาเขียน แล้วไปยื่นรายมาตราเข้ามาทำไม ก็จะตอบ เสียเลยครับว่ามันมี ๒ เหตุ เหตุที่ ๑ เรายื่นแก้ทั้งฉบับ ตั้ง ส.ส.ร. เรียนตามตรงเลย ผมเชื่อว่า จะโดนอีกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยหาทางล้มของเราแน่ เพราะฉะนั้นเราก็หาทางสำรองไว้ก็คือเอา รายมาตราสำรองไว้เผื่อทั้งฉบับมันล้มก็เอารายมาตราจะได้หยิบขึ้นมาบ้าง เราก็เล่นปลอดภัย ที่สุดของเรา ก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ครับไม่ผิดเลย เราก็ยื่นปี ๒๕๖๓ ยื่นไปยื่นมา ยื่นไปยื่นมา ยื่นไปยื่นมา รายมาตราเราโดนล้มก่อน ทั้งฉบับ ทั้งร่าง ส.ส.ร. ก็เข้ามา เข้ามาจนถึงวาระที่ ๒ พอมาถึงวาระที่ ๓ ก็ล้ม พวกเรานี่ ประวัติศาสตร์ไม่นาน แล้วเหตุผลหนึ่งซึ่งเราต้องยื่นรายมาตราเข้ามาก็คือแม้บุญมี ได้เกิด ส.ส.ร. ขึ้นจริง ๆ เราก็เชื่อว่า ส.ส.ร. จะต้องได้มีการเขียนเรื่องนี้นาน ปีครึ่งถึง ๒ ปี เป็นอย่างน้อยกว่าจะจบ แต่เวลาที่ ส.ส.ร. ทำงานแล้วกำลังเขียนอยู่นั้นปีกว่าถึง ๒ ปีที่ยัง เขียนไม่จบนี่อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย นี่เราต้องคิดปัญหาเฉพาะหน้าต้องแก้ ๒ ปีนี้ เกิดแน่คือการเลือกตั้งครับท่านประธาน เราเชื่อว่าก่อน ส.ส.ร. จะเขียนจบ กรณีถ้ามี ส.ส.ร. นะครับ จะมีการเลือกตั้งใหม่แน่ นอกเหนือจากการเลือกตั้งแล้วนี่อะไรไม่รู้จะเกิดขึ้น ซึ่งนอกเหนือความคาดหมาย แล้วก็เกิดขึ้นจริง ๆ อะไรเกิดเดี๋ยวผมจะบอก การเลือกตั้ง แม้วันนี้ยังไม่เกิดแต่เชื่อว่าเกิดก่อน ส.ส.ร. จะเขียนจบ แล้วถ้าเลือกตั้งตามกฎหมายเดิม มาแบบเดิม แล้วมาตรา ๒๗๒ ยังอยู่เหมือนเดิม เราก็จะกลับเข้าสู่วงจรอุบาทว์เหมือนเพื่อน ส.ว. ที่บอกถึงนั่นล่ะ มาแน่ เพราะฉะนั้นในระหว่างที่ ส.ส.ร. ยังร่างไม่จบเราจะทำอะไรที่จะ เป็นการปิดหนทางที่จะเกิดความรุนแรงขึ้น และให้การเมืองที่กำลังจะเลือกตั้งเข้ามา ระหว่างนี้ให้เกิดการยอมรับกันมาก ประเทศเดินได้ ก็มาคัดเอาว่าอันไหนที่เราควรแก้ก่อนที่ ส.ส.ร. จะเขียนจบ ๑. ระบบเลือกตั้ง จำเป็นเลยต้องเขียน ต้องแก้ก่อน ๒. ที่เป็นประเด็นกัน มีปัญหากันมาก มาตรา ๒๗๒ อำนาจ ส.ว. เขาไม่ได้รังเกียจเดียดฉันท์ท่านหรอก แต่ท่านเชื่อ ไหมว่าเขาเชื่อว่ามาตรานี้คือมาตราสืบทอดอำนาจ เขียนไว้เพื่อสืบทอดอำนาจให้กับผู้นำ คนปัจจุบัน เมื่อเชื่ออย่างนั้นแล้วเหตุการณ์มันจึงเกิดประท้วงกันมาปี ๒ ปีจนวันนี้ วันนี้ก็ยัง มาเรื่องนี้ล่ะ เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องแก้มาตรา ๒๗๒ เพื่อถอดชนวนไม่ให้สังคมไทยมันลุก เป็นไฟ นั่นคือเหตุผลที่บอกว่าแม้เราจะยึดมั่นในหลักร่างโดยประชาชน แต่จำเป็นต้องร่าง รายมาตราแนบเข้ามาด้วยด้วยเหตุผล ๒ ประการ แล้วก็แนบมาจริง ๆ แล้วก็ตกไปจริง ๆ ตกหมด พอตกหมด เอาล่ะ เราก็ไม่ละความพยายาม ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะไฟ มันกำลังจะลุกขึ้นมาอีก แล้วบ้านเมืองก็กำลังจะเดินเข้าสู่การเลือกตั้ง อย่างช้าก็ ๒ ปี อย่างเร็วก็ไม่รู้เมื่อไรจะเกิด มันวางแผนอะไรไม่ได้ประเทศไทยเรานี้ วันนี้จึงเกิดการเสนอ เข้ามาใหม่ การเสนอเข้ามาใหม่เราก็คิดอย่างนี้ล่ะครับท่านประธานครับ คือพรรคเพื่อไทย ยืนเหมือนเดิมมาตลอด วันนี้ยังยึดมั่นว่าต้องประชาชนมาร่าง เราก็จึงเสนอมาตรา ๒๕๖ เข้ามาอีก เสนอเข้ามาอีก เสนอทำไม ก็ศาลวินิจฉัยว่าถ้าจะแก้ทั้งฉบับต้องมีการ ถามประชาชน ก็นี่ล่ะ ยื่นเข้ามาเพื่อให้มันเป็นต้นเรื่อง เป็นสารตั้งต้นนำไปสู่การทำประชามติ เราหวังอย่างนั้นจริง ๆ แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ พอเสนอเข้ามาปั๊บ ท่านประธานท่านก็ วินิจฉัย อันนี้ต้องขอบคุณท่านประธาน ไม่มีใครติดใจท่านครับ ท่านก็วินิจฉัยอย่างนั้น วินิจฉัยเสร็จก็จำเป็นต้องพักไว้ วันนี้หัวจิตหัวใจของพรรคเพื่อไทยยังคาดหวังกับฉบับนั้น มากที่สุด ฝากความหวังไว้กับฉบับนั้นท่านประธานครับ แต่ ๔ ฉบับ ๔ ร่างที่เรากำลังจะพูด เสนอวันนี้และทำกันวันนี้ก็ไม่ใช่ไม่หวัง แต่นี่คือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เราจะต้องทำ ซึ่งรายละเอียดประเดี๋ยวผมจะพูดคุยต่อไปอีก🔗
แล้วก็มาสู่คำถามว่าแก้เพื่อใคร ๔ ร่างที่เราคาอยู่สภาบวกกับ ๑ ร่าง ฉบับ ส.ส.ร. ที่คาการพิจารณาของท่านประธานอยู่นี้เราทำเพื่อใคร วันนี้พูดกันมาก ๒ วันนี้ พูดกันมาก ทำเพื่อ ส.ส. ทำเพื่ออำนาจของตัวเอง ประชาชนได้อะไร ท่านครับ นั่งอยู่นี่ ๑. เขาเรียกว่าวุฒิสมาชิก คือคนมีวุฒิภาวะ ๒. คือ ส.ส. มีความรู้ความสามารถ ประชาชน ถึงได้เลือกเข้ามา ผมไม่เชื่อว่าท่านจะคิดไม่ได้ว่ามันโยงไปถึงประชาชนอย่างไร ผมเชื่อว่า ท่านคิดได้ว่าแก้มานี้มันได้ทั้งทางตรงกับประชาชน และทางอ้อม ทั้งทางตรงและทางอ้อม จุดหมายปลายทางคือประชาชน แต่เราแกล้งกัน แกล้งไปแกล้งมาท่านไม่รู้นะว่ากำลัง ด้อยค่าสภา กำลังด้อยค่าพวกเราเองว่าแก้ มันเข้าตัวเองทั้งหมดเลย ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อกันข้อครหาข้อนี้ พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านก็เขียน ออกมาเสียให้ชัด คือส่วนที่ทำให้กับพี่น้องประชาชนชาวบ้านโดยตรงเลย มี เอาโดยตรง ก่อนนะ เดี๋ยวโดยอ้อมค่อยบอก แก้เพื่อใครทีนี้จะได้คำตอบแล้ว วันนี้เราเห็นว่าพี่น้อง ประชาชนกำลังเผชิญเหตุสำคัญเฉพาะหน้าอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องแรก ปีหนึ่งจนมาถึงวันนี้ ที่หน้าสภาก็มีการปะทะกัน ประท้วงกัน จับกุมคุมขังกันเยอะ ก็มีปัญหาเกิดขึ้น แล้วจากนี้ เป็นต้นไปก็ยังจะเชื่อ วันพรุ่งนี้ มะรืนนี้ก็ขู่กันอยู่นี่ เดี๋ยวจะจับดะจะจับแหลก เพราะฉะนั้น สิทธิของประชาชน สิทธิของพลเมือง สิทธิของลูกหลาน ความปลอดภัยของเด็กอยู่ในวัยเรียน ซึ่งเขาออกมาผิดถูกก็กระบวนการยุติธรรมต้องคุ้มครองเขา แต่จับแล้วอยากปล่อยก็ปล่อย อยากให้ประกันก็ไม่ให้ประกัน นี่คือปัญหาเฉพาะหน้ามาก่อน เราเลยต้องแก้ คราวนี้บรรจุ เข้ามาเลยว่าต้องเพิ่มหมวดสิทธิเสรีภาพการประกันตัว การคุ้มครองโดยกระบวนการ ยุติธรรมต้องได้รับ นี่ปัญหาเฉพาะหน้าเราต้องทำก่อน รอ ส.ส.ร. ไม่ได้ ไม่รู้เด็กมันจะเสีย อนาคตไปเท่าไร นี่เรื่องที่ ๑ เพราะฉะนั้นหมวดสิทธิเสรีภาพเราเอาเข้ามาเยอะ ประชาชน ได้เต็ม ๆ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเห็นเลย🔗
อีกอันหนึ่งวันนี้เรากำลังเผชิญกับปัญหาโควิด (COVID) พูดกันมาก โควิด (COVID) มานี่คืออะไรครับ ปัญหาสุขภาพ สุขภาพชาวบ้านคืออะไรครับ ต้องมีเงินรักษา ถ้าไม่มีเงินรักษาต้องอะไรครับ บัตรทอง วันนี้เราก็เสนอเข้ามาว่าวันนี้รัฐต้องให้หลักประกัน กับพี่น้องประชาชนในเรื่องของบัตรประกันสุขภาพ ระบบประกันสุขภาพ พูดง่าย ๆ ว่า คุณอย่ามาตัดงบบัตรทอง คุณอย่ามาทำอะไรกับบัตรทอง คุณต้องส่งเสริมคุ้มกัน นี่เราก็เสนอ เข้ามาแก้ นี่คือพี่น้องประชาชนได้เต็ม ๆ แล้วอีกหลายเรื่องต้องชมเพื่อนสมาชิกพรรคร่วม รัฐบาลนะครับ รายได้พื้นฐานของพี่น้องประชาชนจะเป็นจะตายเรื่องปากท้อง เรื่องอย่างนี้ ถ้ามันผ่านสภา บรรจุเข้าไปในรัฐธรรมนูญว่าพี่น้องประชาชนมีสิทธิได้รับรายได้พื้นฐาน อย่างนี้คุ้มครองเต็ม ๆ ได้แล้ว แล้วนี่คือทางตรง ยกตัวอย่างสั้น ๆ แล้วทางอ้อม ทางอ้อม วันนี้ถ้าเราแก้รัฐธรรมนูญให้มันเป็นประชาธิปไตยมันเข้มแข็ง ได้รัฐบาลที่ดี ต่างชาติยอมรับ เครดิตประเทศเกิดขึ้น ทำมาค้าขายได้ แก้ปัญหาได้ อย่างนี้มันก็ไปถึงประชาชนทั้งนั้นล่ะครับ พูดกันมากเรื่องวันนี้มีปัญหาโควิด (COVID) บ้านเมืองจะเป็นจะตายเพราะโควิด (COVID) ทำไมยังมาแก้รัฐธรรมนูญกันอยู่ เราทิ้งประชาชนหรือเปล่า เรื่องนี้เราก็แกล้งโง่กันหรือเปล่า ท่านประธานครับ ผมต้องถามเพื่อนสมาชิกว่าผมเชื่อว่าท่านรู้นะ รู้อย่างไรครับ ประเทศนี้ แบ่งระบบการบริหารประเทศออกเป็น ๓ อำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ เรื่องแก้ปัญหา ประเทศ ปากท้องพี่น้องประชาชน โควิด (COVID) รัฐบาล นายกรัฐมนตรีและครม. ทั้งคณะ จัดการไปสิ เป็นหน้าที่ท่าน ซัดเต็มที่ ส่วนวันนี้ ๗๕๐ ชีวิต ส.ส. บวก ส.ว. นิติบัญญัติ บ้านเมืองมันก็ต้องเดิน เรื่องนิติบัญญัติก็ต้องเดินควบคู่กันไป เราก็ทำหน้าที่นิติบัญญัติ ส่วนตุลาการ ท่านผู้พิพากษาท่านก็ตัดสินคดีให้ดีไป บ้านเมืองมันเดินด้วย ๓ หลัก แต่ก็ใช่ว่า เราจะละเลยนะท่านประธานครับ เรื่องโควิด (COVID) แม้เราจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัตินะ เราจำจี้จ้ำไช เราจี้ เรากระตุก เราเตือน เราคาดโทษเรื่องโควิด (COVID) วัคซีนต้องมา วัคซีน ต้องมา มันต้องทั่ว มันต้องถึง เตียงต้องมี เราพูดเรื่องนี้กันจนเกิดอะไรรู้ไหมครับ ฝ่ายบริหาร ท่านนายกรัฐมนตรีเขายังบ่นเลยว่ามายุ่งอะไรกับเขามาก เขาก็รำคาญพวกรัฐบาลนี่ ไปขัดขวางอะไรเขามาก นี่เราไม่ได้ทิ้งหน้าที่เรื่องปัญหาประชาชน แม้จะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เราก็ทำหน้าที่ในส่วนที่เราทำได้ แต่งานนิติบัญญัติมันต้องเดิน ถ้าแบบนี้ถ้าท่านคิดแบบท่าน ก็หมายความว่ามีสมองซีกเดียวสิ สมองเราก็ต้องมี ๒-๓ ซีกก็ว่าไป ก็แบ่งซีกหนึ่งคิดเรื่อง โควิด (COVID) แบ่งซีกหนึ่งก็คิดเรื่องนิติบัญญัติ ซีกหนึ่งเราก็คิดเรื่องลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ไปสัปดาห์ที่แล้ววันพฤหัสบดีทั้งวันพฤหัสบดี เราก็หยิบยกปัญหาชาวบ้านมา ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) โรควัวระบาดฟัดกันทั้งวัน ท่าน ส.ว. ก็ดีนะ ไม่ใช่ไม่ดีนะ ผมไป แอบฟังท่านประชุม หลายวันท่านก็เอาปัญหาชาวบ้านมาคุยกัน ท่านเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านก็ยังไปดูแลปัญหาชาวบ้านนะ ไม่ได้ว่ากันนะ แต่วันนี้ปีหนึ่งเราแบ่งเวลามาว่ากัน รัฐธรรมนูญกันสัก ๓ วันเท่านั้นเอง ผมว่าไม่เห็นไปเบียดบังเอาเวลาที่จะต้องไปแก้โควิด (COVID) เลย เอาล่ะนี่คือสิ่งซึ่งจะต้อง ชี้แจงเบื้องต้น แล้วพรรคเพื่อไทยและเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านที่เสนอเข้ามา ท่านประธาน ที่เคารพครับ มีเรื่องอะไรบ้างที่เราจะต้องชี้แจงถึงเจตนาอันบริสุทธิ์ของเรา เรื่องสิทธิเสรีภาพ มันมีข้อหนึ่งที่เราเขียนคุ้มครองไว้ ต่อไปนี้วงจรอุบาทว์ การปฏิวัติรัฐประหาร เราเขียนไว้ว่า ห้ามองค์กรหรือแม้แต่ศาลยอมรับอำนาจนี้ และการต่อต้านเป็นสิทธิอันชอบธรรม แล้วการ กระทำรัฐประหารเป็นโทษที่ไม่จำกัดอายุความ นี่เพื่ออะไร ก็เพื่อจะตัดวงจรนี้ออก แล้วเพื่อที่จะทำให้ประชาธิปไตยมันเดินหน้าสู่ความเข้มแข็ง แล้วทีนี้ในร่างของเราที่เขียนนี้ เรามุ่งหวังเป็นที่สุดว่าแม้จะเป็นปัญหาเฉพาะหน้า แต่ในปัญหาเฉพาะหน้าที่เราแก้รายมาตรา ในขณะที่เรารอฉบับ ส.ส.ร. ของเรา เราก็วางไว้ว่าเท่าที่ทำได้เราก็จะทำให้ประชาธิปไตย มันเข้มแข็งแม้ในระยะเวลาอันสั้น เข้มแข็งอย่างไรครับ ถ้าจะให้ประชาธิปไตยเข้มแข็งวันนี้ แน่นอนศัตรูของประชาธิปไตยก็คือเผด็จการ เผด็จการคือใคร ไม่บอก ก็คืออำนาจที่ไม่ได้ มาจากประชาชน ด่านแรกที่สุดการทำให้ประชาธิปไตยเข้มแข็งเราแบ่งไว้ ๓ ด่าน ถ้าจะ ป้องกันเผด็จการแบ่งไว้ ๓ ด่าน ด่านแรกก็คือประตูที่เขาจะเข้าด่านแรก ความล้มเหลว ด่านแรกเลยของประชาธิปไตยและระบบบริหารประเทศก็คือการเลือกตั้ง การเลือกตั้งเราถือ ว่าเป็นประตูให้คนเข้ามาสู่การเมือง ไม่ว่าจะมาในฐานะ ส.ส. ส.ว. หรือมาในฐานะ นายกรัฐมนตรี เลือกตั้ง เพราะฉะนั้นต้องจัดการกับการเลือกตั้งก่อน เพราะฉะนั้นวันนี้ พรรคเพื่อไทยและเพื่อนสมาชิกบางส่วนถึงได้เสนอแก้ไขระบบเลือกตั้งใหม่ พอถึงตรงนี้ปั๊บ ก็มีข้อครหา มีข้อติดใจกันอีก ติดอย่างไรครับ นี่ทำไมต้องแก้เป็นบัตร ๒ ใบ พรรคใหญ่จะได้ ประโยชน์ พรรคเล็กตาย ก็ใช่สิ พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ พรรคพลังประชารัฐเป็น พรรคใหญ่ ต่อไปคุณก็จะโกยคะแนนสิ คุณก็ทำให้พรรคเล็กตายสิ นี่พูดกันมาทั้งวัน🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ เรียนตรง ๆ เลยว่าเรื่องนี้เราพูดมานานแล้ว เราพูดเราคัดค้านมาตั้งแต่เขียนรัฐธรรมนูญ เรื่องบัตรใบเดียวนี่ เราจะได้ใบนี้ ก็ใช่สิ พรรคเพื่อไทยก็เคยยิ่งใหญ่กับบัตร ๒ ใบ ท่านครับ ได้โปรดให้ความเป็นธรรมนะ ผมจะพูด ตรงนี้อย่าหาว่าผมไปโอ้อวดนะ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ที่บัญญัติออกมา พรรคเพื่อไทยยังไม่เกิด นะครับ พรรคเพื่อไทยตั้งปี ๒๕๔๔ ใครเขียนระบบเลือกตั้งนี้เราไม่รู้ แต่เราก็ต้องเลือกตั้ง ตามกติกานี้ หลังจากปี ๒๕๔๔ มามีการเลือกตั้งแล้ว ๕ ครั้ง จนถึงครั้งล่าสุด แล้วเปลี่ยนมา ทุกแบบ ๒ ใบพวงใหญ่ ๒ ใบพวงเล็ก ๒ ใบปาร์ตีลิสต์ (Party List) มีเขตมณฑลจังหวัด ๒ ใบปาร์ตีลิสต์ (Party List) เขตจังหวัด มีมาหมด จนถึงใบเดียวสุดท้าย ล่าสุดนี่ แล้วถามว่า พวกเราแพ้ไหม เราไม่แพ้นะครับ ครั้งล่าสุดที่ใบเดียวเราก็ชนะนะ ใบเดียวเราก็ชนะนะ มีเพื่อนสมาชิกอุตส่าห์ไล่เลียงคะแนนให้ด้วยซ้ำไป แล้วจะพูดให้ชัดอีกทีหนึ่งนะครับ ใบเดียว เราได้ที่ ๑ และส่ง ๒๕๐ เขตด้วย เราไม่ส่งอีกตั้ง ๑๐๐ เขต ถ้าเราส่งเต็ม ๓๕๐ เขต เอาเสียว่า สักเขตละ ๒๐,๐๐๐ คะแนน เราได้มาอีกเท่าไร เราจะได้ ส.ส. มาอีกเท่าไร เพราะฉะนั้นเขต เดียวเราก็เชื่อว่าเราชนะ แต่ทำไมต้องเสนอล่ะ ทำไมเอา ๒ เขต เพราะเรามั่นใจว่าระบบ เลือกตั้งที่ดีที่สุดก็คือได้ใช้มาแล้ว ประชาชนยอมรับ และประชาชนเข้าใจ แล้วก็ข้อสำคัญ ที่สุดมันเห็นพัฒนาการทางการเมืองมาชัดเจน แล้วพรรคพลังประชารัฐล่ะ ทำไมเขาแก้ ก็ไม่รู้ ก็รู้แต่ว่าพวกผมก็อยู่ของผมอย่างนี้ล่ะ ยืนอย่างนี้ล่ะ แต่อยู่ ๆ วันหนึ่งพรรคพลังประชารัฐ ก็มาแก้ตรงกับพวกผม แสดงว่าพรรคพลังประชารัฐก็หวังที่จะได้คะแนนเยอะสิ เยอะก็เยอะ ถ้าเป็นกติกาเรายอมรับ กติกาที่เรายอมรับ ใครชนะเรายินดีด้วย แต่ถ้าเป็นกติกาที่เรา ไม่ยอมรับ ใครชนะเราก็ติดใจ🔗
ท่านประธานครับ พูดกันมา ๒ วัน เราหลงทางหรือเปล่า เราหลงทางว่า กติกา ๒ ใบหรือใบเดียว มันจะทำให้พรรคนั้นใหญ่ พรรคนี้เล็ก พรรคเล็กสูญพันธุ์ ผมว่า หลงทางนะ พรรคเพื่อไทยเชื่ออย่างไรครับ ผมเชื่ออย่างไรครับ พรรคไหนจะใหญ่จะได้ ที่นั่งเยอะ จะครองตำแหน่งที่นั่งมาก ผมว่าอยู่ที่ศรัทธาของประชาชน อยู่ที่นโยบาย อยู่ที่ ผลการบริหารประเทศ อยู่ที่การไปคลุกคลีตีโมงกับชาวบ้าน รู้ปัญหาชาวบ้านแล้วเอามาเขียน เขียนแล้วมันตรงใจเขา ตรงใจเขาแล้วมาเลือก เลือกแล้วเอามาปฏิบัติให้มันได้จริง ประชาชน เลือก ผมยังเชื่อว่าศรัทธาประชาชนจะเป็นตัวกำหนดให้พรรคการเมืองใหญ่ เล็ก ส่วนระบบ เลือกตั้งเป็นส่วนประกอบ เพราะฉะนั้นเราอย่าไปคิดอะไรมากขนาดนั้น แต่ที่เราต้องเสนอ ระบบนี้ ไม่มีอื่นไกลเลย ๑. เราอยากได้ระบบเลือกตั้งที่ใช้มาแล้วในประเทศ ลองมาแล้ว ทุกแบบ เป็นที่ยอมรับกันมากที่สุด ถ้าระบบไม่ได้รับการยอมรับมันก็จะมีปัญหาอีก ส่วนวิธี นับคะแนน ซึ่งวันนี้ต้องขอชื่นชมนะครับ วันนี้ก็มีเพื่อนสมาชิกเกือบทุกพรรค เกือบทุกร่าง เสนอมาตรงกันว่าขอเป็นบัตร ๒ ใบ นี่ก็แสดงว่าเป็นนิมิตหมายอันดีว่าเราคิดตรงกันแล้ว แม้จะมีพรรคเล็กก็มีนะ พรรคใหญ่ก็มีนะ ก็เสนอเข้ามาตรงกัน ส่วนรายละเอียดการนับ คะแนนอย่างไรนั้น จะนับแบบฝรั่งเศสหรือจะนับแบบอื่น ผมคิดว่าเป็นรายละเอียดไปแก้ ในชั้นกรรมาธิการได้ ขอให้เรารับหลักการว่าเป็นบัตร ๒ ใบไปก่อน ผมยังยืนยันว่าวิธีนับ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เขาบอกว่าวิธีนับคะแนนนั้นเอาไปไว้ในกฎหมายลูก กฎหมายเลือกตั้ง โอเค แต่แม้เราเขียนอย่างนี้ก็เอาไปไว้ในชั้นกรรมาธิการแก้กันได้ เรื่องเกณฑ์ขั้นต่ำ ก็บท ๑ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็ไปแก้กันได้ ขอแต่ว่าหลักการนี้ไปก่อน นี่คือเรื่องแรกเรื่อง ของระบบเลือกตั้ง🔗
เรื่องต่อมาเรื่องอำนาจ ส.ว. อันนี้ก็ติดใจกันเยอะ ท่านประธานที่เคารพครับ เราเสนอแก้มาตรา ๒๗๒ ท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านก็จะเข้าใจพวกเราผิดเป็นส่วนใหญ่ ว่าเรา ไปจงเกลียดจงชังท่าน ไปรังเกียจว่าท่านไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไปรังเกียจว่าท่านเป็นสมุน เผด็จการบ้าง และท่านก็น้อยเนื้อต่ำใจแล้ว แต่ผมเห็นใจนะ ก็สงสารท่านจับจิตจับใจ พูดก็ พูดครับ ขอท่านได้เข้าใจพวกผมใหม่ ท่านฟังนะ ฟังแรก ๆ ท่านจะเข้าใจว่าพวกผมปากหวาน ทำเรื่องนี้เพื่อท่านนะครับ ทำไมถึงบอกว่าเพื่อท่าน ท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านอยู่ตรงนี้มี เกียรติยศ มีเกียรติประวัติอันดีมาทุกท่าน ไม่มีใครเป็นผู้ร้ายหรืออะไรหรอก ท่านมีเกียรติยศ เกียรติภูมิ แล้วท่านก็รับใช้บ้านเมืองมาหลายท่าน ทุกท่านรับใช้บ้านเมืองมา ดีงามมาตลอด มีเกียรติยศมาตลอด ผมก็เคารพทุกท่าน แต่ท่านจะยอมรับความจริงไหมว่า เกียรติยศของท่านมาถูกหลู่ ลบหลู่ตอนเป็น ส.ว. นี่ล่ะ พี่ ๆ ผมหลายท่าน นายพล พี่ ๆ หลายท่านเป็นอธิบดี หลายท่านเป็นอดีต ส.ว. มาได้รับเลือกตั้ง หลายท่านไปลงสมัครมาก่อน ด้วยนะ เคยเป็น ส.ว. ผ่านการเลือกตั้งมา ท่านมีเกียรติยศมา พวกผมเคารพ แต่ท่านต้อง ยอมรับความจริงว่าท่านมาถูกลบหลู่เกียรติตอนมาเป็น ส.ว. ทำไมบอกอย่างนั้นครับ นี่ผมจะ พูดอยู่เรื่องหนึ่ง เท็จจริงถ้าผมผิดพลาดก็ขออภัย ลูกชายผมเขามีเพื่อน เดินไปด้วยกันกับลูก ส.ว. ลูกชายผมก็แนะนำตัวว่าผมลูก ส.ส. สุทิน เพื่อนเขาซึ่งเป็นลูกท่าน ส.ว. นี่บอกเขา ไม่แนะนำตัวหรอก ลูกผมบอกทำไมล่ะ ไม่ ไม่แนะนำตัวว่าพ่อเป็น ส.ว. หรอก ไม่เป็นลูก ส.ว. ท่านก็เอาไปคิดเอง สังคมมันเป็นอย่างไร แล้วก็ไปต่างประเทศเขาก็บอกว่าจะแจกนามบัตร ยังไม่อยากแจกเลยว่าเป็น ส.ว. เมืองไทย นี่ท่านไม่ได้ผิดนะ ผมเห็นใจท่านต่างหาก เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนมาให้ท่านเป็นอย่างนี้ แต่รัฐธรรมนูญ ฉบับก่อนก็มี ส.ว. เหมือนกัน ในสมัยผมเป็นเด็กด้วย ตอนนั้นแต่งตั้งทั้งนั้น แต่งตั้งหมดเลย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เขามีเกียรตินะ เพราะอะไร รัฐธรรมนูญฉบับนั้นวางอำนาจให้เขาสมควร แก่ที่มา แต่ฉบับนี้วางอำนาจให้ท่านไม่เหมาะและไม่สมควรแก่ที่มา ถ้ามาไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่งตั้งก็ไม่น่าเกลียดครับ แต่ต้องให้ท่านทำในภารกิจที่มันเหมาะมันควร แต่นี่ท่านไม่ได้มา จากการเลือกตั้งมาเขียนให้ท่านทำภารกิจอย่างนี้ สังคมเขาก็ติดใจสิ ท่านครับ เคารพกัน หลายท่านนะ แต่จะพูดตรง ๆ ถ้ามันเป็นความจริงอย่าได้โกรธกัน ถ้าโกรธผมก็ต้องกราบ ขออภัยล่ะ จริง ๆ อยากพูดขอคะแนนจากท่านนะ อะไรที่มันจะหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่ง ผมก็พยายามหลีกเลี่ยงเพราะจะขอคะแนนท่าน แต่จำเป็นต้องถามอยู่ ถามว่าวันนี้ท่าน บอกว่ามาตามรัฐธรรมนูญ ถูกต้อง ฉบับนี้ล่ะถูกต้อง แล้วท่านดูว่ารัฐธรรมนูญเขาให้ท่านมา ทำอะไร เขาเขียนไว้ชัดว่าท่านเป็น ส.ว. ต้องดำรงสถานะที่เป็นกลาง และหลายท่านก็ท่องขึ้น ใจด้วย ทำหน้าที่ถ่วงดุลและตรวจสอบ ท่านสมาชิกท่านหนึ่งผมเคารพท่านเจอกัน ในห้องน้ำผมบอกผมชื่นชมท่านนะ ท่านก็ขึ้นอภิปรายบอกว่าจำเป็นต้องมี ๒ สภา เพราะมัน ต้องมีสภาไว้ถ่วงดุลกัน เพราะฉะนั้น ส.ว. ต้องมีไว้เพื่อถ่วงดุล ถูกต้อง ถูกต้องเลย นี่เป็นหลัก สากลเลย แล้วทำไมจะต้องมาแก้ท่านล่ะ ท่านครับ ถามตัวเองสิว่าสังคมเขาติดใจนะ เขามอง ทำไมผมต้องอ้างสังคม ท่านไปอ่านโซเชียล (Social) ดูสิ แล้วท่านเป็นกลางจริงหรือเปล่า ตรงนี้ถ้าท่านเป็นกลางจริงแสดงว่าสังคมคิดผิด แต่ถ้าท่านไม่เป็นกลางแสดงว่าสังคมคิดถูก เรื่องนี้ท่านตอบตัวเองได้ นี่ถ้าสนิท ขออนุญาตพูดนะ ถ้าตอบตัวนี้ไม่ได้ลองไปตอบหน้า พระแก้วมรกตสิ ยกทีมไปตอบหน้าวัดพระแก้วมรกตผมว่าเกิดโศกนาฏกรรมหมู่เลย🔗
อันที่ ๒ ท่านถ่วงดุลจริงหรือเปล่า นี่ท่านต้องคิดนะครับ ถ้ามันไม่มีเหตุ ไม่มีผล ถ้ามันสมควรแก่เหตุก็อย่าว่ากัน อย่าว่าเขา ถ้าท่านถ่วงดุลตรงไปตรงมาผมว่าสังคม ใครว่าคนนั้นก็เกินไปล่ะ ถ้าท่านถ่วงดุลจริงท่านถ่วงดุลกับฝ่ายค้านอย่างเดียวหรือเปล่า ท่านถ่วงดุลแต่กับฝ่ายค้านหรือเปล่า กับรัฐบาลด้วยกันท่านถ่วงดุลหรือเปล่า กับนายกรัฐมนตรีท่านถ่วงหรือเปล่า วันนี้ถ้าท่านอยากรู้นะลองไปตั้งกระทู้ทางโซเชียล (Social) สิว่า ส.ว. ทำหน้าที่ถ่วงดุลหรือหนุนรัฐบาล ถ่วงดุลกด ๑ หนุนรัฐบาลกด ๒ ท่านดูสิ มันจะออกมาอย่างไร เอาล่ะถ้าเหตุมันเป็นอย่างนั้น สังคมเขาก็ต้องว่าท่าน แล้วผู้แทนราษฎร ก็คือเงาสะท้อนของประชาชน ผู้แทนก็ต้องมาพูดแบบนั้นในสภา เพราะฉะนั้นเรื่องใหญ่กว่า นั้นอีกก็คือนอกจากถ่วงดุลนี่ท่านถ่วงดุลจริงหรือเปล่า เป็นกลางท่านเป็นกลางจริงหรือเปล่า ตอบได้ อันต่อมาที่กรรมลงที่ท่าน กรรมมันไปลงที่ท่านคือ🔗
(นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (สรรหา) ได้ยืนและยกมือขึ้น)🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานครับ ประท้วงผู้อภิปราย มาตรา ๔๕ วรรคสอง วกวนเสียดสีครับท่านประธาน ทีแรกผมว่าจะให้ คะแนนแล้วนะ จะลงคะแนนให้แล้ว แต่ท่านพล่ามนะ ผมไม่โกรธหรอกครับท่านว่า ส.ว. แต่จริง ๆ ส.ส. บางคนรับใช้คนโกงมาตลอดชีวิตทำไมไม่พูดบ้าง รับใช้พรรคโคตรโกงมาทำไม ไม่พูด🔗
ไม่เป็นอะไรครับ ผมดูเองครับ ผมดู เองครับ พอนะครับ ผมขอเรียนอย่างนี้นะครับ นั่งเถอะครับ🔗
ด้วยความเคารพ ประธานครับ แต่ไม่เคารพผู้อภิปรายครับ🔗
ได้ครับ ก็ขอเรียนอย่างนี้นะครับ ผมเตือนเสมอว่าเราอย่าเหมา เราอย่าเหมาครับ ผมเชื่อพระบรมราโชวาท บ้านเมืองมีทั้งคน ดีและไม่ดี ไม่มีใครสามารถทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมดในทุกวงการ ดังนั้นเราจะไปเจาะจงว่าวงการนั้นคนโกง วงการนี้คนไม่ดี ทั้งหมดนี้มันไม่ได้ ผมกราบเรียน ที่ประชุมนะครับเมื่อตอนที่ท่าน พลเอก ประยุทธ์ ท่านยึดอำนาจแล้วท่านก็ตำหนิ นักการเมือง ผมก็กราบเรียนท่านโดยตรงเลยนะครับว่า ท่านครับ ท่านว่านักการเมืองไม่ดี มีจริงครับ ทหารเลวก็มีนะครับ ท่านอย่าเหมา ท่านบอกผมไม่เคยเหมา ผมบอกแต่เวลา ท่านพูดท่านไม่เคยยกเว้น หลังจากได้คุยกันแล้ววันศุกร์ที่ท่านออกโทรทัศน์เป็นครั้งแรก ท่านบอกนักการเมืองที่ดีก็มี ก็เลยขอพวกเราว่าอย่าไปเหมานะครับ ทุกองค์กรมีอย่างนี้ เพียงแต่ว่าเวลาเราอภิปรายถ้าเราไปคิดว่าทุกคนเป็นอย่างนั้นหมด มันก็ขัดแย้งไม่จบ เพราะฉะนั้นก็ขอเรียนว่าที่เปิดโอกาสให้พูดนั้นเพราะว่าเป็นข้อสรุปซึ่งท่านสุทินสรุปอยู่ แต่ผมคิดว่า ท่านสุทิน การสรุปนั้นต้องอยู่ในเรื่องที่เราอภิปรายกันมาแล้วนะครับ อนุญาตให้ สรุปต่อไปได้ โดยพยายามหลีกเลี่ยงข้อความใดก็ตามที่จะมีผลเป็นการกระทบครับ ขอเชิญครับ🔗
กราบ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (เชียงราย) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)🔗
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ🔗
เชิญครับ ใครประท้วง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานต้องให้ผู้ที่ประท้วงได้ถอนคำพูดว่า ส.ส. รับใช้คนโกง ไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ปล่อยไปไม่ได้ ต้องถอนคำพูดครับ🔗
ท่านพิเชษฐ์ครับ ไม่ต้องถอนแล้วครับ ผมพูดไปแล้วว่าเราอย่าไปเหมานะครับ ผมพูดไปแล้วครับ ท่านคงไม่หมายถึงท่านพิเชษฐ์หรอกครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมไม่ได้รับใช้เผด็จการนะครับ🔗
ไม่เป็นอะไรครับ🔗
ผมไม่ได้ รับใช้คณะปฏิวัตินะครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
พอแล้วครับ เชิญท่านสุทินต่อครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ทีนี้อำนาจต่อมาที่ทำให้มีปัญหาที่สุด แล้วก็ทำให้ท่านต้องได้รับการพูดถึง มากที่สุด แล้วเราจำเป็นต้องแก้ให้ท่าน คืออำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี นี่เราต้องแก้ ทำไมครับ การเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นอำนาจสูงสุด มันเกี่ยวพันเกี่ยวข้องกับชีวิตของ ประชาชน มันเป็นสุดยอดของการแข่งขัน เพราะฉะนั้นการที่ใครจะมีอำนาจในการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีจึงมีส่วนสำคัญ เผอิญรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปเขียนให้ท่านมีอำนาจท่านก็ต้องโดน เป็นธรรมดา แล้วเผอิญที่มาของท่านเขาก็บอกว่าไม่ได้รับการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นท่านต้อง ยอมรับว่าตรงนี้มันเป็นการแข่งขันที่มันเป็นการต่อสู้ที่มีการได้เสียสูง เพราะฉะนั้นอำนาจ นายกรัฐมนตรีหรืออำนาจการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีพอไปอยู่กับท่านปั๊บมันก็เลยเป็นของร้อน ดูมีเหตุผลนะครับ ก็บอกว่ามันเป็นบทเฉพาะกาล ก็อยู่กันเพียง ๕ ปี แล้วก็เป็นระยะ เปลี่ยนผ่าน ก็หมายความว่าเปลี่ยนผ่านจากการปฏิรูปประเทศก้าวสู่ประเทศเก่าไปสู่ ปฏิรูปใหม่ เผอิญอยู่มาคนในสังคมเขาก็ไม่เห็นว่ามันเป็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่การปฏิรูป มันไม่ได้มีการปฏิรูปจริง จึงคิดว่าไม่น่าจะมีความจำเป็น จะมีเปลี่ยนผ่านก็คือเปลี่ยนผ่านจาก ประยุทธ์ ๑ มาประยุทธ์ ๒ แล้วที่ระแวงกันมาก ๆ วันนี้กำลังจะมีเรื่องก็คือ ท่านกำลังจะทำ หน้าที่เปลี่ยนผ่านจากประยุทธ์ ๒ ไปประยุทธ์ ๓ เขากลัวอย่างนี้ เพราะฉะนั้นท่านก็พยายาม อธิบายว่าการเลือกนายกรัฐมนตรีจริง ๆ ต้นเหตุมันมาจาก ส.ส. ปลายเหตุมันมาอยู่ที่ ส.ว. เท่านั้นเอง เรื่องนี้จริง ๆ อธิบายอย่างนั้นก็ได้ครับ ดูดีครับ แต่ว่าวันนี้ประชาชนไม่เชื่อ เขาเชื่อว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีวันนี้อยู่ที่ ส.ว. เพราะฉะนั้นแรงกดดันมันก็มาที่ท่าน มันก็เข้าตำราว่าเลือกนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาแม้มันจะเป็นการตกลงเบื้องต้นไปจาก ส.ส. ส.ว. ไม่เกี่ยว เขาก็มองว่าเหมือนกับช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวไปปิด เขาก็ไม่เชื่อโดยง่าย เพราะฉะนั้นการที่จะแก้ตรงนี้ มาถึงจุดที่ท่านคิดว่าท่านจะได้เห็นเจตนาดี ผมคิดว่าถ้าสมมุติ ว่าละอำนาจข้อนี้ไปจากท่าน ๑. ท่านจะเบาลง ท่านจะออกจากภาวะกดดัน ออกจาก สถานการณ์ที่แข่งขันกัน ท่านไปยืนเหมือน ส.ว. ชุดก่อน ๆ ปั๊บ ถ้าแก้ให้ท่านไปอยู่ว่า เพียงกลั่นกรองกฎหมายแล้วก็ถ่วงดุล ตรวจสอบ ส่วนเรื่องนายกรัฐมนตรีก็เป็นเรื่องประชาชนเขาเลือกไป ผมว่าถ้าแก้อย่างนี้ได้ท่านเบาตัว ไว้เลยนะครับ แล้วผมก็เชื่อว่าท่านไม่อยากใช้อำนาจข้อนี้หรอก ผมคุยกับท่านสมาชิก ส.ว. หลาย ๆ ท่าน ท่านไม่อยากใช้อำนาจหรอก แต่คนอยากให้ใช้คือคนอื่น ไม่ใช่ท่าน เพราะฉะนั้นที่เราแก้ข้อนี้ ผมว่าถ้าแก้ปั๊บสถานการณ์หลายอย่างจะดีขึ้น และที่สำคัญที่สุด ก็คือเราก็คุยกันว่ามันเป็นเพียงบทเฉพาะกาล อีก ๒ ปีก็หมดแล้ว เราทำไมไม่ทนเอา ท่านครับ ๒ ปีต่อไปนี้สำหรับประเทศไทยมันเดิมพันสูงมาก ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น ประชาชน เขาก็คิด พวกผมก็คิด ๒ ปีต่อไปนี้อาจจะเลือกตั้ง ๒ ครั้งก็ได้ เลือกนายกรัฐมนตรีอีก ๒ ครั้งก็ ได้ มันมีคุณค่าสูงนะ เขาถึงบอกว่าน่าจะพอแล้วกระมัง นี่คือมูลเหตุที่พวกเราจะต้องขอแก้ เรียนตรง ๆ ว่าที่พูดผ่านมาเหตุผลทุกอย่างไล่เลียงมาผมอาจจะพูดตรงไป ก็ไม่มีเจตนาที่จะ ทำให้บอบช้ำน้ำใจ แต่ข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างนั้น ผมเชื่ออย่างนั้นนะครับ เพราะฉะนั้น เรื่องต่อมาที่พูดคุยกันมากก็คือเรื่องของร่างที่เราจะรับ เราเรียนตรง ๆ ว่าคราวนี้เราภูมิใจ และเห็นมิติที่ดีว่าคราวก่อนนั้นเราเสนอบัตร ๒ ใบ มีเราพรรคเดียวกับเพื่อนร่วมฝ่ายค้าน ประทานโทษ แต่พรรครัฐบาลไม่มีใครเอาด้วยกับเรา ก็ตก แต่คราวนี้ก็เห็นหลายพรรค ได้เสนอเข้ามาตรงกันกับเรา เป็นเรื่องที่ดีนะครับ เราต้องคิดเชิงบวกว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่เราคิดตรงกันเสียที อย่าไปคิดว่าเป็นการฮั้วเป็นการสมประโยชน์กัน นี่พูดกันต่อหน้า ท่านประธานเลย ใครจะไปสมประโยชน์กับท่านจุรินทร์ ใครจะไปสมประโยชน์กับ ท่านไพบูลย์ได้ แต่เผอิญมันมาตรงกัน แต่เมื่อตรงแล้วผมก็ยังติดใจว่าร่างของพรรค พลังประชารัฐท่านไม่น่าพ่วงอย่างอื่นมา ห่วงอันเดียวกับท่าน ส.ว. ล่ะทีนี้ คิดเหมือนท่าน ล่ะครับ มาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๘๕ ท่านไม่น่าเข้ามา ที่พรรคผมพูดว่าอย่างไรรู้ไหมครับ นี่ขายเหล้าพ่วงเบียร์ เราอยากได้เหล้าเราไม่อยากได้เบียร์ แต่จำใจจะต้องรับเบียร์ด้วย เพราะท่านเสนอมาร่างเดียวแล้วก็เป็น ๕ ประเด็น ก็เท่ากับบังคับให้พวกเราต้องรับแก้ มาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๘๕ ด้วย เราก็คิดว่าเราติดใจเรื่องนี้อยู่ แต่พอมาเห็นท่านไพบูลย์ บอกว่า ประกาศกลางสภาต่อหน้าประธาน ต่อหน้าสาธารณชนแล้ว ถ้าเราไม่เชื่อกันไม่รู้จะ เชื่อใครบ้าง จะหาหลักประกันมันไม่มีอะไรหลักประกันดีกว่านี้แล้วว่าคุณจะไปแก้ในชั้น กรรมาธิการ ถ้าท่านประกาศต่อหน้าสภาแล้ว ต่อหน้าท่านประธาน ต่อหน้าประชาชนแล้ว ท่านไปเบี้ยว ก็เอาสิ วาระที่ ๓ ท่านก็ยังต้องมาสภาที่นี่ อยากรู้เหมือนกันว่าท่านจะขึ้นพูด ต่อหน้าท่านประธานท่านจะบอกว่าอย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าเราคิดจะไม่เชื่อกันก็เชื่ออะไร ไม่ได้เลย วันนี้ผมเห็นท่านประกาศทางสื่อมวลชนแล้วก็แถลงต่อสภาว่า จะยอมถอย มาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๘๕ เราสบายใจขึ้น สบายใจขึ้นที่จะรับ แต่อย่างไรก็ตามครับ มาตรา ๑๔๔ กับมาตรา ๑๘๕ ผมกราบเรียนท่านฝากเป็นข้อสังเกต ขีดเส้นใต้อีกทีว่า เราเห็นด้วยที่จะต้องถอน มาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๘๕ ออก หรือปรับอย่างไรก็ตาม ปรับตาม เพื่อนสมาชิกกังวลทั้งหมด พรรคเพื่อไทยอยากให้ปรับ ปรับแล้วเราจะได้ลงคะแนนได้ สบายใจ ถึงยังไม่ปรับวันนี้รับปากไปก็โอเค ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านไปปรับอย่างไร ก็ตามผมฝากนิดหนึ่ง ฝากนิดหนึ่งว่าจะต้องมีจุดพอดีนะ มีเส้นแบ่งให้พอดีเสีย ถ้าให้ ส.ส. ส.ว. ถอยออกหมดเสียจนหันหลังกลับไปมองก็ผิดอีก อย่างนั้นลองทบทวนดู หลายท่าน อ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับปราบโกง ปราบโกง ปราบโกง และหัวใจปราบโกงมันอยู่ที่ มาตรา ๑๔๔ กับมาตรา ๑๘๕ นี่ล่ะ ไปแตะมันทำไม แตะปั๊บก็เหมือนกับเปิดช่องให้ทุจริต โกงสิ ท่านครับ ทบทวนกันนิดหนึ่ง ฝากให้พวกเราคิดกันโดยสุจริตใจนิดหนึ่งว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ใช้มา มีผลบังคับใช้มา ถามว่าทุจริตมันลดลงไหม ข้อมูลของต่างชาติ ป.ป.ช. เอง ยังบอกว่าทุจริตมันเพิ่มสูงขึ้น ล่าสุดสัปดาห์ที่แล้ว นิด้า (NIDA) รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ประทานโทษเอ่ยนาม ไม่เสียหาย เป็นข่าวทั่วไป ท่านเปรียบเทียบให้เสร็จสรรพเลยว่า คอร์รัปชันยุคนี้สูงขึ้นมาก และที่สำคัญที่สุดทุกท่านอภิปรายมาวันนี้ห่วงเรื่องเดียวกันมาก เข้าใจดีแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้มาเกิดอะไรขึ้นครับ ตัวเลขการทุจริตมันทรงมันสูง เถียงกันได้ แต่ตัวเลขหนึ่งที่เถียงไม่ได้เลยว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มันปราบโกงจริงหรือเปล่าก็คือ ตัวเลขความเหลื่อมล้ำ ความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดอันดับ ๑ ของโลก ถ้าไม่มีการทุจริตมันจะ เหลื่อมล้ำได้ไหมครับ มันก็มีทุจริตโดยตรง ทุจริตเชิงนโยบาย วันนี้ผมคิดว่ามันมีการทุจริต อีกแบบหนึ่งที่เหนือกว่าเชิงนโยบาย มันถึงทำให้ประเทศไทยเราทุจริต ความเหลื่อมล้ำ มันมากขนาดนี้ ผมย้ำอีกทีหนึ่งว่ามาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๘๕ ท่านต้องไปแก้ แต่ไม่เท่านั้น เราต้องคิดต่อว่าแก้แล้วคอร์รัปชันมันจะหยุดไหม ตัดออก ดึงออกแล้วมันจะหยุดไหม ฝากคิดต่อ แล้วเราชอบพูดกันจังว่าประเทศนี้เป็นรัฐราชการรวมศูนย์ ที่กล่าวหาว่า รัฐราชการรวมศูนย์ก็คือข้าราชการเป็นใหญ่ ใหญ่อย่างไร ใหญ่ทั้งจัดงบประมาณ ใหญ่ทั้ง แต่งตั้งตัวเอง ใหญ่ทุกอย่าง รัฐราชการรวมศูนย์ แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เอาอะไรไป ถ่วงดุลกับราชการ เอาอะไรไปถ่วงดุลกับราชการ โดยเรื่องงบประมาณเราไปแก้ตรงแปรญัตติ มันถูกไหม ผมว่าทุจริตมันไปทุจริตกันตอนจัดซื้อจัดจ้างหรือเปล่า แล้วที่ซื้อเครื่องบินมา ๒-๓ วันซื้อมานี่ จะไปซื้อเรือดำน้ำ นักการเมืองซื้อหรือว่าข้าราชการซื้อ แล้วใครไป ถ่วงดุลเขา หรือนักการเมืองมองตาปริบ ๆ ผมฝากด้วยว่าถ้าวาระ ๓ ท่านไม่แก้เข้ามา หรือ ท่านไม่ตัดออก ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามที่รับปากสภา พวกผมฝ่ายค้านจะทบทวนการลงมติ ในวาระ ๓ แน่นอน แต่วันนี้ลงให้ท่านเพราะพวกผมยอมรับจริง ๆ ว่าบัตร ๒ ใบตรงกัน ทุกฝ่ายก็อยากได้ พอท่านพ่วงมาผมก็ขอมีออปชัน (Option) ให้ท่านไป🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งยังมีอีก หลายเรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องดี ๆ เรื่องสิทธิของประชาชน เรื่องปากท้องประชาชน ผมต้องกราบ ขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกหลายพรรค พวกผมเองคุยกันแล้วว่าแม้จะเป็นร่างของพรรคอื่น แม้จะเป็นร่างของพรรคอื่น ฝ่ายรัฐบาลก็ตาม ฝ่ายค้านด้วยกันก็ตาม ถ้ามันเป็นประโยชน์กับ ประชาชนอย่างที่ท่าน ส.ว. ท่านวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ท่านกรุณาเรียบเรียงมา ดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ ผมฟังท่านไปผมบอกนี่เราลงให้หมดเลย รับหลักการเลย ไม่คิดหรอกว่า เป็นฝ่ายไหน ๆ รับให้ นาน ๆ คิดตรงกันทีก็ให้ชาวบ้านเขา ส่วนใดที่คิดว่ายังเป็นปัญหาค้าง คาใจกันอยู่ ท่านอย่าลืมนะว่าวันนี้เป็นขั้นตอนรับหลักการ หลายอย่างมันไปแก้ไขกันในชั้น กรรมาธิการได้ ท่านก็บอกว่าแล้วถ้ากรรมาธิการไม่แก้ไขล่ะทำอย่างไร ในกรรมาธิการก็ไม่ใช่ ว่าใครจะไปแอบทำงาน ก็จะมีท่าน ส.ว. ก็จะมีท่าน ส.ส. ฝ่ายค้าน รัฐบาล นั่งทำงานด้วยกัน แล้วยังมีสื่อมวลชนไปนั่งดูด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้อะไรซึ่งมันเป็นหลักการเราก็ต้องแยกว่ารับ ได้ก็รับ อะไรซึ่งมันไปแก้ไขกันในชั้นกรรมาธิการได้เราก็รอไปพูดคุยกันตรงนั้นได้ แม้กระทั่ง เกณฑ์ซึ่งเราเสนอไปว่าบัตร ๒ ใบ ตัดคะแนนขั้นต่ำที่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเพื่อนสมาชิกพรรค เล็กพรรคน้อยไม่สบายใจไปคุยกัน พวกเราก็คุยกันแล้วว่าตัดก็ได้ ระบบนับคะแนนไปทบทวน กันใหม่ได้ ไม่มีปัญหา🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นการยื่นครั้งที่ ๒ ในสมัยของเรา เพื่อนสมาชิกบอกว่าใจเย็น ๆ คราวนี้ยื่นมารีบด่วนมาก ท่านประธาน ส่งเอกสารกระชั้นชิดมาก ก็กระชั้นพอ ๆ กันนั่นล่ะครับ พวกผมก็ได้วันเดียวกันนั่นล่ะ พวกผมก็ไม่บ่นหรอก เพราะก็เชื่อเหมือนท่านประธานว่าเรื่องที่มันคุยกันมาจนไม่รู้กี่วันกี่ปีแล้ว ชำนาญหมดแล้วล่ะ อ่านทะลุ เพราะฉะนั้นถ้าไม่ผ่านก็แก้ใหม่ เรายังมีเวลา ผมเองเรียนตรง ๆ นะผมไม่เชื่อว่า เราจะมีโอกาสได้แก้อีก ถ้าวันนี้ตก วันนี้ล้มเหลว ท่านครับ ๑. เรื่องเวลามันคล้อยเข้ามาจน จะจวนแล้วนะ แม้จะบอกว่าอีก ๒ ปีจะครบสมัย ท่านอวยพรให้พวกผมอยู่ครบด้วย ขอบคุณ ท่านสมชายเพื่อนกัน พวกผมไม่เชื่อหรอก มันเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่รู้จะอยู่กี่เดือน กี่ปี แต่พวกท่านได้อยู่ครบแน่ แต่พวกผม เพราะฉะนั้นเวลาที่มีเราก็ควรแก้ เราจะแก้อย่างไร ต่อไปนี้ ถ้าตกวันนี้ เวลาไม่พอหรอก มันไม่มีเวลาให้เราจะไปคิดแก้หรอก นั่นเรื่องเวลานะ ๒. เรื่องสาระ ถ้ามันตกวันนี้จะไปอ้างสาระอะไรมาอีกล่ะ อ้าง ๒ รอบแล้วนะนี่ ครั้งแรก ก็สาระนี้ล่ะ ครั้งนี้ก็สาระนี้ล่ะ แล้วครั้งหน้าจะให้พวกผมอ้างอะไรอีก มันไม่มีอะไรจะอ้าง แล้วนะ และที่สำคัญที่สุด นี่พรรคพวกกันทุกท่าน มันไม่มีเวลาจะสับขาหลอกกันอีกแล้วนะ เขารู้ทันพวกเราแล้ว ประชาชนรู้ทันแล้ว นี่ผมดีใจตั้งแต่เมื่อวานมาอภิปรายมาถึงวันนี้ผมดีใจ ว่าอย่างน้อยที่สุดมันต้องได้ลุ้นสักร่าง มันต้องมีผ่าน ๑๓ ร่างต้องมีผ่าน ภาวนาเถอะที่ตรงกัน ที่สุดน่าจะผ่าน ผมเชื่อ แต่ฟังไปฟังมาฟังท่าน ส.ว. พูดหลัง ๆ มานี่ความหวังผมชักริบหรี่ลง ริบหรี่ลง บัตร ๒ ใบนี้คิดว่าอย่างน้อยท่านไม่ถือว่าพวกผมเป็นพวกท่าน ไม่กาของพวกผม ท่านก็ลงให้กับพรรคพลังประชารัฐโอเคก็น่าจะได้ แต่ฟังไปฟังมาไม่น่าจะใช่แล้ว ถ้าตรงนี้ ไม่ได้อันไหนมันจะได้ล่ะทีนี้ ไม่ได้ นี่กำลังเล่นอะไรกันหรือเปล่า ผมกำลังถูกออกให้หลอก โรงเรียนอีกหรือเปล่า ก็มีสิทธิคิดนะครับเพราะประสบการณ์มันสอน เพราะฉะนั้นจึงฝาก ทุกท่านครับว่าวันนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญมันอยู่ในความสนใจของประชาชน มันเป็นการ เดิมพันด้วยความสงบของบ้านเมือง มันเป็นการเดิมพันด้วยอนาคตว่าบ้านเมืองจะเดินได้ หรือเดินไม่ได้ เดี๋ยวดีไม่ดีเดิมพันด้วยว่าจะออกจากสภาได้หรือเปล่าวันนี้ด้วย มีสิทธิคิด เพราะฉะนั้นก็เลยเชิญชวนทุกท่านครับว่าอย่างไรเสียเราก็อย่าได้ดับความหวังของพี่น้อง ประชาชน อะไรซึ่งเราคิดว่ามันตรงกันแล้วทำไป อะไรซึ่งคิดว่าเราจะต้องอู้ต้องถ่วงต้องดึง เราทำมาแล้วมันเขารู้ทัน ขอบ้านเมืองและเดินไปได้ ขอท่านสมาชิกวุฒิสภาอาจจะ กระทบกระทั่งท่านหน่อย ถ้าคิดดี ๆ ท่านจะรู้ว่าถ้าแก้มาตรา ๒๗๒ แล้วท่านยกภูเขา ออกจากอก ท่านยกนรกออกจากใจ ข้อครหาใด ๆ แรงกดดันมันก็จะหนีจากท่านไปอยู่ที่อื่น ส่วนเรื่องอื่นอย่างไรก็ขอประชาชนเถอะ เรื่องสิทธิเสรีภาพ ซึ่งมันประเชิญเหตุข้างหน้ากำลัง จะเกิดนี้ ขอคุ้มครองพี่น้องประชาชนเถอะ เรื่องบัตรทอง เรื่องประกันสุขภาพ เรื่องรายได้ ชาวบ้านวันนี้วิกฤติทั้งนั้น หาความหวังไม่เจอทั้งนั้น ท่านรู้ไหมผมอ่านข่าวก่อนจะเข้ามา สหรัฐอเมริกาประกาศเตือนพลเมืองยกระดับประเทศไทยห้ามมา ขึ้นลำดับที่ ๓ ๑. ภัยโควิด (COVID) กับ ๒. ภัยปัญหาภาคใต้ ยกระดับ ต้องพึงระวังอันดับ ๓ อยู่กินกันอย่างไรต่อไปนี้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่เห็นแก่พวกผม อะไรที่คิดระแวงว่าเป็นอำนาจของพวกผม ของชาวบ้าน ก็ให้เขาเถอะ ส่วนของพวกเราก็คุยกันอีก ก็จึงขอกราบขอบพระคุณพรรคการเมืองทุกพรรค รวมทั้งท่าน ส.ว. ด้วย โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลที่ได้กรุณาเห็นพ้องต้องกัน พวกผมก็คงจะ ลงมติด้วยเจตนาดี ด้วยความซื่อว่าพวกเรามีเจตนาดี ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงครับ พวกผมก็จะภาวนาให้มันผ่านทุกร่างนั่นล่ะ ทำให้ทุกร่างนั่นล่ะ ส่วนท่านจะกลับคืนมาอย่างไรสุดแท้จะคาดเดา ๑๓ ร่าง ไม่น่ามีปัญหาสำหรับเรา ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไปจะเป็นร่างที่ ๘ ร่างที่ ๙ ร่างที่ ๑๐ ร่างที่ ๑๑ ร่างที่ ๑๒ ร่างที่ ๑๓ เป็นของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กับคณะ ผู้สรุป ท่านชินวรณ์ส่งชื่อมา จะสรุปพร้อมหมดเลยทั้ง ๖ ร่างนะครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมต้องขอบพระคุณเพื่อน ๆ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑๑๕ ท่าน ที่ได้ร่วมกันเสนอร่างขอแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม ทั้งหมด ๘ ฉบับครับ🔗
ผมขออภัยนะครับ ท่านชินวรณ์ครับ ผมขออภัยนะครับ เนื่องจากไม่ได้มีการส่งชื่อของท่านผู้สรุปของท่านอนุทินกับคณะขึ้นมา ก็เลยข้ามไป อย่างไรก็ตามถ้าสมมุติว่ายังติดใจที่จะสรุปก็จะให้สรุปตอนหลังครับ ขอเชิญ ท่านชินวรณ์ต่อครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมคงไม่ได้ใช้เวลามากนักสำหรับการสรุป แต่ว่าอยากจะ กราบเรียนว่าท่านประธานให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าการที่พวกเราสมาชิกรัฐสภาได้ร่วมกัน พิจารณาในการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมคิดว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ในฐานะ ที่เป็นสมาชิกรัฐสภา เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าผมก็จะไม่อ้อนวอนแล้วก็ไม่เรียกร้องใครก็ตามว่าจะให้ช่วยกันลงมติเป็นอย่างไร แต่ผมคิดว่าจากการที่พวกเราได้ศึกษาเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญ และได้ร่วมกันเสนอร่าง ขอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่บรรดาเพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ก็ได้ติดตาม ได้ศึกษามาตามลำดับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อทบทวนนิดเดียวว่า ในเรื่อง ของการเสนอขอแก้ไขร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น พรรคประชาธิปัตย์ของผมได้เห็น ความสำคัญว่าเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ใช้มาระยะหนึ่ง เราก็พบปัญหาหลายเรื่องที่เกิดขึ้น จากความไม่มีดุลภาพของกฎหมายรัฐธรรมนูญ เกิดขึ้นจากความขัดแย้งในเรื่องของกฎหมาย รัฐธรรมนูญ แม้แต่มีหลายกลุ่มที่อาจจะเรียกร้องว่าไม่ให้มีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือบางกลุ่มบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับแก้โกงหรืออย่างไรก็ตาม แต่ว่าเราก็พบ ความเป็นจริงว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้นเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ยังมีปัญหา และมีช่องว่างทั้งในเชิงโครงสร้างและในเชิงกฎหมายหลายประเด็น และเราเชื่อว่าจะนำไปสู่ ความขัดแย้งครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ ถ้าหาก ว่าไม่สามารถที่จะสร้างความเข้าใจร่วมกันได้ และไม่สามารถที่จะทำให้การเมืองมีดุลยภาพ ในที่สุดเสียงเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญก็เกิดขึ้นครับ พรรคประชาธิปัตย์ จึงได้เสนอเรื่องนี้เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ว่าเรามีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยมีวัตถุประสงค์อยู่ ๓ ประการครับ🔗
ประการแรก แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อที่จะให้มีความเป็น ประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้นครับ🔗
ประการที่ ๒ เราเห็นว่าจำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของสิทธิและเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ถ้าเราไปลงดูในรายละเอียด จริง ๆ เราก็จะพบว่าในเรื่องสิทธิและเสรีภาพของพี่น้องประชาชน รัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ นี้ อ่อนลงไปมาก เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ และปี ๒๕๔๐ และแน่นอน ที่สุดครับ สิ่งที่เราเห็นและพบว่ามีเสียงเรียกร้องกันมากขึ้นก็คือว่าเราจะทำอย่างไร ให้การเมืองนั้นได้มีการตรวจสอบ โปร่งใสและเป็นธรรมาภิบาล ผมคิดว่าเราก็ต้องมีจุดเริ่มต้น ในการที่จะแก้ไขให้กฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นได้สนองตอบต่อการเมืองในโลกยุคปัจจุบัน ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ๗ ปีของรัฐบาลปัจจุบันอาจจะคิดว่าไม่นานนะครับ แต่ว่า บริบทของเศรษฐกิจ สังคม การเมืองนั้น ผมคิดว่าเปลี่ยนแปลงไปมากมาย จนแน่นอนที่สุดก็ นำมาสู่การที่พวกกระผมได้เสนอต่อสภาแห่งนี้ให้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อศึกษาในการ แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ นี่ล่ะครับจึงเป็นที่มาที่ผมบอกว่าผมมั่นใจว่าพวกเราสมาชิก รัฐสภาแห่งนี้มีความเข้าใจในเรื่องการขอเสนอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน เพราะเราได้ร่วมกันในการเป็นกรรมาธิการศึกษาเพื่อแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ และต่อมา เมื่อเราได้มีการเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในคราวที่แล้ว ในท้ายที่สุดในรัฐสภา แห่งนี้ก็นำไปสู่การขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาก่อนที่จะแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ที่ผมต้องพูดในเรื่องนี้ก็เพราะว่ามันก็มีกระแสในเรื่องของหลายส่วนที่อาจจะ พูดถึงว่ายังไม่มีความเข้าใจ ร่างรัฐธรรมนูญส่งมาช้า หรือควรที่จะได้มีการได้ศึกษาให้เกิด รายละเอียดมากยิ่งขึ้น แต่วันนี้ผมยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นนะครับ วันนี้เป็น วันประวัติศาสตร์ครับ วันที่ ๒๔ มิถุนายน เราผ่านมา ๘๙ ปีแล้วครับ การเปลี่ยนแปลง การปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบบประชาธิปไตยที่มี พระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพราะฉะนั้นวันนี้จึงเป็นวันที่พวกเราทั้งหลายต้องร่วมใจกัน ตัดสินใจครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งว่าเราจะนำไปสู่กระบวนการในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามที่ผมได้กราบเรียนทั้ง ๓ ประการนั้น หรือไม่ครับ🔗
ท่านประธานครับ พวกผมซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค ประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ท่านประธานบอกว่าพรรคภูมิใจไทยมีเจตนาที่จะสรุปด้วย เพราะฉะนั้นผมก็จะลดลงไปเหลือ ๖ ประเด็นที่เป็นส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้มี การเสนอนะครับ ผมคิดว่าจริง ๆ โดยภาพรวมนั้นท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้กรุณากราบเรียนต่อท่านประธานสภาและเพื่อนสมาชิก ในรัฐสภาแห่งนี้ ชัดเจนไปแต่ละประเด็นแล้วครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับเมื่อผมได้ฟังเพื่อน สมาชิกได้ถามถึงจุดอ่อน จุดแข็ง ได้ถามถึงความมั่นใจ ผมคิดว่าก็มีความจำเป็นที่ผมจะต้อง สรุปเพื่อให้เกิดความชัดเจนอีกครั้งหนึ่งว่าในร่างที่เสนอโดยพรรคประชาธิปัตย์นั้นถ้าเราจะ แบ่งเป็นองค์ประกอบแล้วก็มี ๒ ส่วนที่สำคัญเท่านั้นครับ ส่วนแรกก็คือเป็นส่วนเรื่องสิทธิ เสรีภาพของประชาชน เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องเกี่ยวกับการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจลงไปสู่ท้องถิ่น ซึ่ง ๓ เรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนโดยตรงครับ🔗
ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า เช่น ในหมวดที่เรามีการแก้ไขมาตรา ๒๙ เราก็เพิ่มเติมสิทธิของประชาชนในกระบวนการยุติธรรมครับ กำหนดให้ก่อนมีคำพิพากษา อันถึงที่สุด แสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเหมือนเป็นผู้กระทำ ความผิดมิได้ ยกเลิกการควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหาหรือจำเลยในการกระทำได้เพียงเท่าที่ จำเป็น เพื่อป้องกันมิให้เป็นการหลบหนี ตามมาตรา ๒๙ เดิม สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนว่าเป็นหลักเบื้องต้น แต่ผมคิดว่ามันมีความจำเป็นครับ ในฐานะที่เรา เป็นนักการเมืองและเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติผมคิดว่าสิ่งที่เราสามารถดำเนินการให้กับ ประชาชนได้ ท่านประธานเองได้เคยกล่าวไว้ว่าเราไม่สามารถที่จะทำให้ประชาชนรวย เท่ากันได้ แต่เราสามารถที่จะทำให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมเท่ากันได้ นี่คือสิ่งสำคัญ ที่ผมคิดว่าถ้าเรามีความเข้าใจในเรื่องของการยึดหลักความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชน แม้แต่จุดเริ่มต้นในกระบวนการยุติธรรมตามที่ผมยกตัวอย่างดังกล่าวนั้นก็ถือว่ามีความสำคัญ เป็นอย่างยิ่งครับ ผมอยากเรียนว่าเพื่อนสมาชิกท่านจะละเลยสิ่งเหล่านี้ไปได้อย่างไรครับ หรือจะยกตัวอย่างเพิ่มเติมให้เห็นชัดเจน ไม่ว่าการเพิ่มเติมสิทธิชุมชน ท้องถิ่นดั้งเดิมในการ จัดการบำรุงรักษาและประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มสิทธิบุคคลในการได้รับ ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ การดำเนินการโครงการหรือกิจกรรมอันส่งผลกระทบต่อ ชุมชน ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ในขณะนี้ถ้าหากคนที่ไม่ได้รับผลกระทบ อย่างแท้จริงในฐานะที่เขาเป็นเจ้าของที่ดิน เป็นเจ้าของทรัพยากรในชุมชนนั้น ๆ เขาควรจะ ได้รับประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านั้นอย่างไร ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่รัฐธรรมนูญควรจะได้มี บทบัญญัติที่กำหนดเอาไว้นะครับ หรือในเรื่องของการกระจายอำนาจการถือครองที่ดิน อย่างเป็นธรรมและให้เกษตรกรมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในการที่จะใช้ที่ดินในการประกอบอาชีพ หรือการจัดหาแหล่งน้ำอย่างเพียงพอ นี่ผมยกตัวอย่างให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าการขอแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญในหมวดและมาตราดังกล่าวนี้ผมคิดว่าพวกเราได้ทำการศึกษาเรื่องนี้ อย่างชัดเจน และผมหวังว่าวันนี้จะเป็นวันที่เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญครับ🔗
หรือในเรื่องที่เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมที่จะให้ประธานรัฐสภาส่งคำร้อง ที่กล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. ไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระที่เป็น ผู้เป็นกลางทางการเมือง ซึ่งเดิมกำหนดให้เป็นดุลพินิจของประธานรัฐสภา ความเห็น เป็นเหตุสมควรสงสัยจึงจะส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา เหล่านี้เป็นต้น ผมคิดว่าในวันนี้เราต้อง ยอมรับความเป็นจริงว่าการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นอย่างมากมายครับ และแน่นอนที่สุดมีร่าง ของพรรคพลังประชารัฐที่ได้มีการพูดถึงมาตรา ๑๔๔ และมาตรา ๑๘๕ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนสมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการ ดูเปรียบประหนึ่งเหมือนว่า บุคคลหรือกลุ่มของพวกเราที่นั่งอยู่ในที่ประชุมนี้มีส่วนในการที่ทุจริตคอร์รัปชันอย่างมโหฬาร ผมไม่ปฏิเสธนะครับ และผมไม่เห็นด้วยที่จะไปแก้ไขให้ความเข้มข้นในเรื่องนี้อ่อนลงมา ผมคิดว่าเราก็พบความเป็นจริงว่าในการพิจารณางบประมาณในหลายส่วนก็พบว่าได้มี การทุจริตคอร์รัปชันจริง ๆ แต่ผมคิดว่ากระบวนการทุจรติคอร์รัปชันที่ทำให้เกิดความสูญเสีย กับประเทศชาติบ้านเมืองมากที่สุดก็คือว่าความทุจริตคอร์รัปชันจากผู้มีอำนาจครับ ท่านประธานครับ ที่ใดมีอำนาจที่นั้นย่อมมีการฉ้อฉลครับ ที่ใดที่มีอำนาจเหลือล้นการฉ้อฉล ก็มากเหลือประมาณครับ ผมคิดว่าคนที่เรียนทางรัฐศาสตร์คงจะจำคำที่เป็นคติเหล่านี้ได้ครับ เพราะฉะนั้นผมอยากกราบเรียนกับท่านประธานว่า นี่คือเรื่องที่เป็นประเด็นที่เรามี ความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการในการขอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญนะครับ🔗
ในส่วนประเด็นที่ ๒ ที่ผมจะยกตัวอย่างมาเป็นองค์ประกอบก็คือในเรื่องของ การที่เราเห็นว่าวันนี้เรามีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการที่จะต้องสร้างระบบในเรื่องของ อำนาจรัฐ ไม่ว่าระบบการเลือกตั้งก็ดี ระบบการเลือกนายกรัฐมนตรีก็ดี อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ เพื่อนสมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้ได้พูดถึงกันมาตลอดว่าในช่วงระยะเปลี่ยนผ่านที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีของเราได้รับการเลือกตั้งจากรัฐสภาแห่งนี้ แต่ว่าก็มีเสียงของสมาชิกวุฒิสภาสนับสนุนท่าน ๒๕๐ ท่านครับ ผมอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธานว่าผมได้ยืนยันในหลักการนี้ตลอดระยะเวลาครับว่า ตรงนี้คือระบบที่มาที่ถูก กล่าวหาในเรื่องของการสืบทอดอำนาจและถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นประชาธิปไตยครับ ไม่ได้ รังเกียจครับที่บรรดาเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาได้ทำหน้าที่ที่สำคัญตามบทบัญญัติของกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ และไม่ได้รังเกียจที่ท่านได้เคยทำหน้าที่ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ผ่านมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่เมื่อท่านสมาชิกวุฒิสภาไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ผมคิดว่าท่านก็ควร จะมีอำนาจจำกัดในการที่จะกลั่นกรองกฎหมาย ในการที่จะตรวจสอบอำนาจรัฐในด้านอื่น ๆ นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้บริบททางการเมืองเปลี่ยนแปลงไปครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็มาจากการเลือกตั้ง ท่านนายกรัฐมนตรีก็มาจากพรรคการเมือง ที่สนับสนุนท่านนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นผมคิดว่าจะมีความชอบธรรมเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากว่าเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาจะได้ยอมรับความเป็นจริงว่า ถ้าหากว่าท่านได้ร่วมมือกัน ในการตัดสิทธิไม่ให้ ส.ว. เลือกนายกรัฐมนตรี ข้อกล่าวหาในเรื่องที่ว่าท่านนายกรัฐมนตรี สืบทอดอำนาจก็จะหมดไปครับ และที่สำคัญที่สุดก็คือว่าผมเข้าใจว่าเราก็จะต้องยอมรับว่า ในยุคบทเฉพาะกาลนั้น ท่านก็ยังเหลือเวลาอีกประมาณ ๒ ปีเท่านั้นเองครับ เพราะฉะนั้น วันนี้ถ้าหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงที่มีการขอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในท้ายที่สุด ทำให้คนว่าในท้ายที่สุดท่านก็ยึดอำนาจ แล้วก็ไม่ยอมแก้ไขก็เพื่อตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นนะครับ🔗
และประการสุดท้ายที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานก็คือในเรื่องของระบบ การเลือกตั้งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าท่านนายกรัฐมนตรี เองก็ถูกเรียกร้องว่าให้ลาออก ให้ยุบสภา ผมคนหนึ่งครับที่ได้กราบเรียนกับท่าน นายกรัฐมนตรีในสภาหลายโอกาสว่าท่านมีหน้าที่ที่จะต้องแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ต้องประคับประคองบ้านเมืองให้เดินไปข้างหน้าให้ได้ ท่านไม่ควรที่จะลาออกหรือยุบสภา ทำไมผมจึงพูดเช่นนี้ครับ เหตุที่ผมพูดเช่นนี้ผมไม่ได้มีความประสงค์ว่าผมจะต้องมีหน้าที่ ในการที่จะประคับประคองท่านนายกรัฐมนตรีครับ แต่ผมมีความประสงค์ที่สำคัญว่า เราจะต้องดำเนินการในการที่จะต้องถอดสลักในการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะให้ ระบบการเลือกตั้งและระบบการเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นต้องเปลี่ยนแปลงไปจากบริบทเดิม ครับ ถ้าเรายังไม่เปลี่ยนแปลงกติกา ท่านประธานครับ ผมคิดว่าทุกคนก็ทราบดีครับ ถ้าหากเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง นายกรัฐมนตรียุบสภา หรือนายกรัฐมนตรีลาออก ในท้ายที่สุดการเมืองก็กลับไปสู่จุดเดิม กลับไปสู่วังวนเดิมและปัญหาความขัดแย้งก็จะมีมาก ยิ่งขึ้น มีมากยิ่งขึ้นตามลำดับครับ แน่นอนที่สุดครับท่านประธาน ในฐานะที่พวกผมมาจาก การเลือกตั้ง พวกผมเป็นนักประชาธิปไตยครับ เราต้องยอมรับความเป็นจริงครับว่าถ้าหาก เราจะเข้ามาสู่วงจรของการมีอำนาจเราต้องยอมรับว่าเราจะต้องมาจากการเลือกตั้งครับ บางยุคบางสมัยก็มีการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้งครับ เพราะฉะนั้น พวกผมจึงเห็นว่าควรที่จะได้มีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในระบบเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และระบบการเลือกนายกรัฐมนตรีตามที่มีรายละเอียดที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ผมก็ ไม่อยากจะรบกวนเวลาทั้งหมดของสภาแห่งนี้ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าถ้าเราจะมาเริ่มต้นในการที่จะให้มี การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญใน ๑๓ ฉบับที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้เสนอขึ้นมา ซึ่งผมดู หลักการและรายละเอียดทั้งหมดแล้ว ผมคิดว่าประเด็นที่เสนอขึ้นมาทั้งหมดนี้เป็นประเด็น ที่ดีกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แน่นอนครับ นี่คือเหตุผลแรก🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือผมเชื่อว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญจะถอดสลักทางการเมืองที่ เกิดขึ้นในขณะนี้ได้ และจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองให้มีความเป็นประชาธิปไตย มากยิ่งขึ้นครับ และประการสุดท้ายครับท่านประธาน ผมมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ถ้าเมื่อไรการเมืองมีเสถียรภาพ การเมืองมีดุลยภาพ เราก็จะได้ผู้แทนที่ดีครับ ถ้าเมื่อไรเราได้ ผู้แทนที่ดี ผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งที่สุจริตยุติธรรม จริง ๆ หัวใจก็อยู่ที่ตรงนี้นะครับ ท่านประธานครับ แต่วันนี้เราพูดถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็จะเป็นบันไดก้าวแรกที่จะ นำไปสู่การแก้ไขกฎหมายการเลือกตั้งและกฎหมายพรรคการเมืองให้อนุวัติเป็นไปตาม กฎหมายรัฐธรรมนูญต่อไป ผมเชื่อมั่นเหลือเกินครับว่าถ้าเราที่นั่งอยู่ตรงนี้ทั้งหมดทุกคนละ วางผลประโยชน์ส่วนตัวและมองไปสู่อนาคตว่าถ้าเราสามารถที่จะช่วยกันทำให้การเมืองของ เรามีเสถียรภาพและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ผมคิดว่าในอนาคตต่อไปใคร จะมาเป็นรัฐบาลก็แล้วแต่ครับท่านประธาน ถ้าไม่มีความขัดแย้งที่ต้องมาโต้เถียงกันเรื่องที่มา ของนายกรัฐมนตรี เรื่องสภาเดี่ยว สภาคู่ เรื่องระบบการเลือกตั้ง ผมคิดว่าก็จะทำให้การเมือง มีเสถียรภาพ และถ้าหากการเมืองมีเสถียรภาพ พรรคประชาธิปัตย์เรามีความมั่นใจว่า การเมืองที่สุจริต การเมืองที่มีเสถียรภาพจะทำให้เราได้รัฐบาลที่ดี และเมื่อเราได้รัฐบาลที่ดี ก็จะไปแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน จะไปแก้ไขปัญหาในการพัฒนาประเทศของ เราให้พัฒนาไปตามเป้าประสงค์ที่พวกเราต้องการต่อไป เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงเชื่อมั่นว่า เพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ต่างคนต่างทำหน้าที่ด้วยจิตสำนึก ซึ่งผมจะดูและเฝ้ามองร่วมกับ ประชาชนตอนลงมติตามลำดับต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านชินวรณ์นะครับ เนื่องจากว่าท่านไพบูลย์ติดใจอยากจะกลับมาสรุปนะครับ เพราะเดิมทีเดียวแจ้งว่าจะไม่สรุป แล้วก็ร่างฉบับที่ ๖ กับฉบับที่ ๗ ของท่านอนุทินกับคณะ ที่ผมเรียนถามไปว่าติดใจไหม เพราะว่าไม่มีการส่งชื่อและไม่แจ้งความจำนงมา ถ้าไม่ติดใจก็จะให้ท่านไพบูลย์สรุป เชิญท่านไพบูลย์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผมขออภิปราย ปิดในฐานะที่เป็นผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ที่ลงนามโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑๑๐ ท่าน ท่านประธานครับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่พรรคเสนอนั้น ก็อย่างที่เคยกราบเรียนไว้ว่าเป็นร่างที่จัดขึ้นโดยใช้หลักแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง ของเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อที่จะให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นไปตามความเห็นของเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นเราจึงนำร่างที่พูดคุยกันในที่ประชุมของกรรมาธิการศึกษา ปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนำมายกเป็นร่างขึ้น ๕ ประเด็น ๑๓ มาตรา🔗
ท่านประธานครับ ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรก็มี การพิจารณา วิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ กันอย่างมากมาย จนกระทั่งนำไปสู่ การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ผมในฐานะเป็นผู้รับร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ผมก็ได้แจ้งต่อเพื่อนสมาชิกว่าผมรับ โดยหลักการทั้งร่าง แต่ก็มีหลายประเด็นที่ผมไม่เห็นด้วย ประเด็นที่ผมไม่เห็นด้วยนั้น ผมไม่เห็นด้วยโดยสุจริตครับ สุจริตใจว่าหลายเรื่องการที่รัฐธรรมนูญร่างโดยคณะกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญนั้น ผมว่ามีอคติมากเกินไป ท่านร่างรัฐธรรมนูญในลักษณะที่เอาความรู้สึก ของตัวเองที่มองในมิติเดี่ยว จนกระทั่งไปทำให้ผู้ที่ต้องได้รับผลจากการที่ท่านร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้นมีปัญหาในการทำหน้าที่ คือผู้ร่างรัฐธรรมนูญก็เป็นนักกฎหมาย ผมก็เป็น นักกฎหมาย ไม่มีใครวิเศษกว่ากัน ดังนั้นท่านร่างมาผมก็มีส่วนเห็นด้วย ผมก็สนับสนุน ส่วนไม่เห็นด้วยผมก็เสนอแก้ ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอมานั้น ผมพูดตรง ๆ ครับ ผมคำนึงถึงท่านเพื่อนสมาชิก ส.ส. เป็นหลัก เพราะท่านเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยที่มาจาก การเลือกตั้ง ดังนั้นทุกท่านทั้ง ๔๐๐ กว่าท่านในที่นี้ท่านก็ผ่านการเลือกตั้ง ต้องสัมผัสกับ ประชาชน ต้องไปพบกับประชาชน มีปัญหาทุกข์ร้อนของประชาชน ท่านต้องรับรู้มาโดย หาทางที่จะแก้ไขเยียวยาให้กับประชาชน แต่ปรากฏว่ารัฐธรรมนูญไปสร้างอุปสรรคขึ้น หลายประการ แล้วก็ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ถ้าเรายัง ไม่สามารถที่จะแก้ไขกฎหมายเพื่อที่จะปลดล็อกให้เราเข้าไปช่วยเหลือประชาชนไม่ได้ เราจะ เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยได้อย่างไรครับ ดังนั้นเมื่อรับภารกิจเรื่องนี้ ผมจึงเห็นด้วยกับเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะมาจากพรรคซีกฝ่ายค้าน หรือพรรคซีกรัฐบาล ว่าเราต้อง แก้รัฐธรรมนูญครับ ในประเด็นที่เราเห็นตรงกันว่าแก้ไขไปเพื่อสร้างให้เกิดหนทางที่ถูกต้อง ดังนั้นร่างของพรรคพลังประชารัฐจึงนำเสนอ ๕ ประเด็น🔗
ประเด็นแรก เป็นประเด็นเรื่องสิทธิเสรีภาพ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไปเขียน สิทธิเสรีภาพในหมวดว่าด้วยกระบวนการยุติธรรม ท่านไปเขียนไว้นิดเดียวครับ เราก็ต้อง เสนอให้เขียนให้มากขึ้น ครอบคลุมขึ้นเพื่อที่จะให้เป็นประโยชน์กับท่านประชาชน นี่ปรากฏ อยู่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่พรรคพลังประชารัฐเสนอ ระบบเลือกตั้งก็แน่นอนครับ พรรคพลังประชารัฐถูกกล่าวหาตลอดว่าได้ประโยชน์จากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ดังนั้นเพื่อที่จะแสดงความจริงใจและจริงจัง เมื่อเพื่อนสมาชิกเห็นว่าระบบเลือกตั้ง ตามแบบปี ๒๕๔๐ ซึ่งใช้บัตร ๒ ใบนั้น มีความเหมาะสมมากกว่า เราก็เห็นด้วยครับ เพื่อให้ เดินหน้าไป เพราะว่าในส่วนผมนั้นผมก็ได้สอบถามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ที่ท่านไปสัมผัสกับประชาชน ประชาชนอยากได้บัตร ๒ ใบโดยเหตุเดียวครับท่านประธาน เพราะว่าการได้บัตร ๒ ใบก็มีสิทธิขึ้นมา ๒ ใบที่จะเลือก ใบหนึ่ง ส.ส. เขต อีกใบหนึ่ง ส.ส. บัญชีรายชื่อ ก็เป็นการใช้สิทธิที่มีถึง ๒ ใบ ก็คือ ๒ ครั้ง ท่านประชาชนก็พอใจครับ เพราะได้ สิทธิมากขึ้น มากกว่าบังคับให้ใช้บัตรใบเดียว ถ้าได้บัตร ๓ ใบยิ่งดี แต่มันไม่มีระบบเลือกตั้ง บัตร ๓ ใบ ก็ต้องใช้บัตร ๒ ใบ ดังนั้นผมก็จึงเห็นด้วย แล้วก็คุยกับเพื่อนสมาชิก พรรค พลังประชารัฐเราก็จึงเสนอให้แก้ไขบัตรเลือกตั้งเป็น ๒ ใบ แต่ผมก็ผิดหวังครับ ผมเห็นการอภิปรายของท่านสมาชิกวุฒิสภาที่ท่านมาจากการแต่งตั้ง ท่านอภิปรายอย่างกับท่านรู้เรื่องการเลือกตั้งดีเหลือเกิน บางครั้งผมฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจ ทั้ง ๆ ที่ผมเป็นอดีตสมาชิกวุฒิสภาซึ่งไม่ผ่านการเลือกตั้งมาเหมือนกัน ผมอยากจะเรียนว่า ประชาชนท่านรู้ดีครับ ท่านรู้ว่าท่านจะเลือกอะไร อย่าไปดูถูกประชาชนครับ ประชาชน ที่ท่านออกเสียงลงคะแนน ดังนั้นถ้ากลไกจะเป็นบัตรเลือกตั้ง ๒ ใบ หรือแม้จะใบเดียว ผมไม่ได้ว่าอะไรทั้งสิ้น ท่านต้องให้สิทธิของประชาชนที่ท่านออกเสียงลงคะแนนทั้งหลาย สิบล้านท่าน ออกเสียงเลือกพรรคที่ท่านเห็นชอบ เลือก ส.ส. ที่เหมาะสม ท่านสมาชิกวุฒิสภา บางท่านที่ท่านก็มี ๑ เสียงเท่ากับผม ท่านแสดงความคิดเห็นก็เป็นสิทธิของท่านล่ะครับ เป็นสมาชิกรัฐสภา แต่ช่วยคำนึงถึงความรู้สึกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นผู้ที่ต้องปฏิบัติ โดยตรงด้วย อย่าพูดแต่ด้านเดียวนะครับ ผมเคยอยู่ทั้ง ๒ ด้านผมเข้าใจครับ ถ้าผมจะพูดถึง ปัญหาของการมาของสมาชิกวุฒิสภาแล้วพูดได้เป็นวันครับท่านประธาน ดังนั้นการเสนอให้ แก้ไขระบบเลือกตั้งบัตร ๒ ใบ ตามที่พรรคพลังประชารัฐเสนอนั้น เป็นการเสนอเพื่อที่ให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอตัวให้ประชาชนได้เลือกอย่างสง่างาม ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งท่านสุทิน ผมขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านก็ได้อภิปรายนำเสนอประเด็นในเรื่องเหล่านี้ไปแล้ว ซึ่งผมเห็นด้วยกับท่านอย่างยิ่งทุกอย่างนะครับ เราทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรด้วยกัน เราเข้าใจซึ่งกันและกันว่าต้องดูแลทุกข์สุขของประชาชนต้องให้ประชาชนมีสิทธิเลือกเราได้ อย่างเต็มที่ ท่านประธานครับ เรื่องบัตรเลือกตั้งนั้นพรรคพลังประชารัฐสนับสนุนบัตร ๒ ใบ ด้วยเหตุว่าเป็นความถูกต้อง เป็นการให้สิทธิกับท่านประชาชนเพิ่มขึ้น ได้เลือก ๒ ใบ แล้วการคิดคะแนนนั้นคิดคะแนนให้ชัดครับ บัตรใบเดียวคิดว่าผู้สมัครชอบคนไหนก็เลือก บัตร ๒ ใบ บัตรใบที่ ๒ เลือกพรรคก็เลือกพรรค ก็คำนวณไป เมื่อประชาชนท่านชอบ พรรคไหนให้คะแนนกันมาแล้วคำนวณได้ ส.ส. เท่าไรก็แยกกันไป ในเขตก็แยกกันไป ก็เป็น ระบบที่ถูกต้องแล้ว อย่าไปใช้วิธีอ้างว่า ๒ ใบแล้วใช้เอ็มเอ็มพี (MMP) คำนวณสัดส่วนอะไร ต่าง ๆ ผมเคยเป็นกรรมาธิการในสมัยท่านอาจารย์บวรศักดิ์ ขนาดผมเป็นกรรมาธิการผมยัง คำนวณไม่ถูกเลย เอาเข้ามายิ่งสร้างปัญหาไปใหญ่นะครับ อย่าไปคิดอะไรที่ได้แต่คิดครับ ท่านก็ต้องคำนึงถึงการปฏิบัติด้วย🔗
ในประเด็นที่ ๓ ทางพรรคพลังประชารัฐเสนอเรื่องพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่าย การแก้มาตรา ๑๔๔ ก็เสนอโดยบริสุทธิ์ใจครับ เจ้าหน้าที่งบประมาณ บอกมีปัญหามาก แล้วมาตรานี้ก็ใส่เสียเต็มที่เลย มันเกินไปครับ การเขียนรัฐธรรมนูญแบบ ชนิดที่ท่านลองเป็นผู้ที่ถูกบังคับโดยรัฐธรรมนูญฉบับที่ท่านเขียนดู แล้วท่านจะรู้สึกว่ามันไม่ เป็นธรรม เกินไป ไม่มีใครเขาจะไปโกงอะไรอย่างนั้นหรอกครับ ผมไม่เคยเป็นกรรมาธิการ งบประมาณ ผมเคยเป็นในสมัยเป็นวุฒิสมาชิก แต่ตอนเป็น ส.ส. ผมไม่เคยเป็นครับ แต่ผม เห็นกฎหมายในฐานะเป็นนักกฎหมาย ผมว่าเกินไปครับ เมื่อเกินไปก็เสนอแก้เพื่อให้มัน ถูกต้อง ไม่ได้คิดจะไปโกงใครหรอกครับ แล้วใครที่จะมาพูดอะไรกันมากมายนั้น โดยเฉพาะ เพื่อนสมาชิกที่เป็นซีกของ ส.ว. อดีตเคยทำงานร่วมกันกับผม ผมเป็น ส.ว. ที่ทำหน้าที่ ตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชัน ผมเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม ๔๐ ส.ว. ผมทำงานมาโดยตลอด ผมมี ความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่เสนอเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับโกงชาติหรอกครับ แต่ผมเป็นคนจริงใจ จริงจัง แล้วก็เสนอด้วยความบริสุทธิ์ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำหน้าที่ของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณางบประมาณ แต่ท่านพูดเอาดีเข้าตัวมากเกินไปครับท่านประธาน ผมฟังแล้วไม่สบายใจ แต่อย่างไรผมก็ ต้องขอบคุณท่าน พลเอก สิงห์ศึกที่ท่านกรุณาได้ไปให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ท่าน พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร ท่านรองประธานวุฒิสภา ท่านก็เข้าใจครับว่าร่างของพรรคพลังประชารัฐ ที่เสนอแก้มาตรา ๑๔๔ แล้วก็เรื่องมาตรา ๑๘๕ มานั้นมันอาจจะมีปัญหาในเรื่องความรู้สึก ของสมาชิก ส.ว. แล้วก็อยากจะให้ปรับปรุง แล้วก็ผมก็รับปากที่ประชุมแล้วว่าจะไปแก้ไข ในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งแก้ไขได้อยู่แล้ว และเราก็ตั้งใจจะแก้ไขให้ได้ เพราะชั้นกรรมาธิการมีถึง ๓ ชั้น ก็คือในการพิจารณากรรมาธิการ แล้วยังจะต้องมาโหวตในที่ประชุมสภาแห่งนี้ และสุดท้ายยังมีวาระ ๓ อีก ถ้าไม่แก้อย่างที่ว่า ท่านก็สามารถที่จะดำเนินการให้ร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีมาตราที่ท่านตั้งข้อรังเกียจนั้นไม่ต้องผ่านสภาก็ได้ แต่ท่านก็บอกไม่ได้ครับ บอกว่าผมรับ ไม่ได้ ผมอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่ได้ ผมว่าถ้าท่านดีขนาดนี้ พวกผมมันเลวขนาดนั้น มันไปกัน ไม่ได้หรอกครับ ดังนั้นความตั้งใจจริงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นก็คือมีอะไรเราก็ อยากจะแก้ไข ท่านเป็น ส.ว. ท่านก็ฟังเราบ้าง แต่ถ้าท่านคิดว่า ส.ว. มีสถานะที่ต้องเป็นผู้มี แต่ความถูกต้อง ส.ส. มีแต่ความไม่ถูกต้อง มันจะไปกันไม่ได้ครับในอนาคต ดังนั้นเรื่องมาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๘๕ ผมก็ต้องขอขอบคุณท่าน พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา อีกครั้งหนึ่งนะครับที่ทำความเข้าใจกับสังคมว่าเจตจำนงแล้วเราจะแก้ไขให้ แต่ถ้าถามผม ผมยังอยากยืนยันอย่างเดิมครับ แต่ผมแก้ไขเพราะว่าถ้าไม่พอใจก็แก้ไข🔗
แต่ในประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ผมอยากจะเรียนว่าการอภิปรายปิด ในครั้งนี้ เพื่อที่จะบอกให้ถึงว่าความถูกต้องหลักการ การตรวจสอบนั้นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร เราก็เป็นห่วง เราก็เป็นห่วงเหมือนกัน เราก็อยากจะทำ แล้วก็การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราก็อยากจะแก้ในสิ่งที่เป็นอุปสรรค สิ่งที่จะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าได้ ไม่มีใครเจตนา ร้ายต่อประเทศชาติ ดังนั้นผมก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานในฐานะที่เป็นผู้เสนอ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีเพื่อนสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ๑๑๐ ท่าน ว่าเรามีศักดิ์มีศรี แล้วก็ มีความรักชาติ เรามีความผูกพันกับประชาชนทั้งแผ่นดิน เรายังตั้งใจครับตั้งใจที่จะทำหน้าที่ ในการที่อะไรไม่ถูกต้อง เราก็อยากจะให้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็น ส่วนหนึ่งครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ได้ความถูกต้อง ให้ได้ความยุติธรรม ทั้งต่อประชาชน ต่อสังคม ต่อทุกส่วน เป็นสิ่งที่จำเป็น ไม่ได้มีเฉพาะซีกสมาชิกวุฒิสภาเท่านั้น ส.ส. ก็มี ความรู้สึกเช่นเดียวกันครับ ผมต้องขออนุญาตก่อนที่จะปิด สุดท้ายก็ต้องขอขอบคุณเพื่อน สมาชิก ไม่ว่าสภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ท่าน ส.ว. หลายท่านที่เป็นกำลังใจ ให้กับการทำหน้าที่ในการพิจารณาเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ ก็ขอให้ความจริงใจ ทุกประการก็จะนำมาซึ่งความสำเร็จของการทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้น ท่านประธานครับ สุดท้ายก็ขอขอบคุณท่านประธานรัฐสภา แล้วก็ขอบคุณเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรค ทุกท่านที่มาจากการเลือกตั้งครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิก ที่เคารพครับ กระบวนการสรุปก็ยุติ ต่อไปก็จะเป็นเรื่องการลงมติในวาระที่ ๑ ซึ่งตามมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญ ใน (๓) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่ ๑ ขั้นรับหลักการให้ใช้วิธี เรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติม นั้นไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ซึ่งในจำนวนนี้ ต้องมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มี อยู่ของวุฒิสภา ตัวเลขเราค่อยว่ากันอีกทีหนึ่งนะครับ แต่ว่าขอเรียนว่าโดยที่เราได้ตกลง ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ๑๓ ฉบับพร้อมกันไป แล้วก็ในขั้นตอน การลงมตินั้นก็จะดำเนินการไปโดยพร้อมกัน ซึ่งขออนุญาตในที่นี้นะครับว่าผมจะขออนุญาต ชี้แจง เนื่องจากได้มีการหารือเรื่องนี้มาแต่ต้นนะครับ แล้วก็พวกเราหลายท่านอาจจะ ยังไม่ทราบ🔗
ประการแรกก็คือว่าตามข้อบังคับนั้นก็จะต้องมีผู้ตรวจนับคะแนน ๖ ท่าน จากวุฒิสมาชิก ๒ ท่าน จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๔ ท่าน ขณะนี้ได้คัดไว้แล้วนะครับ คือ กรรมการนับคะแนนก็จะมี นายกองตรี อาญาสิทธิ์ นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน ฝ่ายวุฒิสภามีนายปัญญา งานเลิศ นางสาว วิบูลลักษณ์ ร่วมรักษ์ สำรองฝ่ายวุฒิสภา พลเอก ปรีชา จันทร์โอชา นางสาววิไลลักษณ์ อรินทมะพงษ์ สำรองฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร ๔ ท่าน นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ นายเอกการ ซื่อทรงธรรม นายวันนิวัตน์ สมบูรณ์ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อันนี้เสนอมา ๒ ชื่อ เอาให้แน่สักท่านนะครับ หรือนายวุฒินันท์ บุญชู อันนี้ตกลงกันนะครับ🔗
ทีนี้กระบวนการที่อยากจะถือโอกาสเรียนก็คือว่าก่อนลงมติก็จะต้องมีการ ตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ท่านสมาชิกก็ต้องเริ่มเข้ามาได้แล้วครับ เมื่อตรวจสอบ องค์ประชุมครบแล้วก็จะให้เลขาธิการอ่านรายชื่อสมาชิกรัฐสภาเรียงตามลำดับอักษรเพื่อ สมาชิกได้ออกเสียงลงคะแนนเป็นรายคนนะครับ ทีนี้ขอเรียนย้ำตรงนี้นะครับเมื่อเลขาธิการ อ่านรายชื่อสมาชิกท่านใดให้สมาชิกท่านนั้นยืนขึ้นและออกเสียงลงมติในแต่ละร่างว่าจะรับ หลักการ หรือไม่รับหลักการ หรืองดออกเสียง ทีละฉบับต่อเนื่องกันไปจนครบทั้ง ๑๓ ฉบับ กล่าวคือท่านหนึ่งขึ้นมาแล้วนะครับก็ออกเสียงลงมติทีเดียวเลยทั้ง ๑๓ ฉบับ โดยขอร้องว่า ให้ใช้คำว่า รับหลักการ ไม่รับหลักการ งดออกเสียง แล้วแต่ท่านจะลงมตินะครับ ขอเรียนว่า ในการลำดับแต่ละฉบับนั้นขอร้องพวกเราว่าไม่ต้องใช้คำว่า ร่างที่ ๑ ร่างที่ ๒ ร่างที่ ๓ หรือร่างที่เท่าไรก็ตาม หรือฉบับที่ ๑ ฉบับที่ ๒ ฉบับที่ ๓ ขอให้ใช้คำว่า ๑ ๒ นะครับ เช่น ลงมติว่า ๑ รับหลักการ หรือไม่รับหลักการ หรืองดออกเสียง ๒ รับหลักการ หรือไม่รับ หลักการ หรืองดออกเสียง ไปลำดับจนถึง ๑๓ รับหลักการ ไม่รับหลักการ หรืองดออกเสียง แล้วแต่ ไม่ต้องเอ่ยคำว่า ร่าง หรือฉบับที่ ทั้งหมดเพื่อประหยัดเวลา ที่เราปฏิบัติและขอร้อง สมาชิกจริงจังก็คือเมื่อเลขาธิการอ่านชื่อท่านแล้วกรุณาอย่าประกาศชื่อตัวเองซ้ำนะครับ ๗๐๐ กว่าคน เวลาจะกินไปมากเลยครับ แล้วเราปฏิบัติได้ผลมาแล้วในอดีตนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเลขาธิการอ่านชื่อท่าน ท่านยืนขึ้น ออกเสียงลงคะแนน ๑ รับหลักการ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ แล้วแต่นะครับ อันนี้ก็เป็นลำดับ ให้ครบทั้ง ๑๓ ฉบับ แต่ละท่านนะครับ ไม่เวียนกลับมาอีก หลังจากนั้น ขอเรียนท่านสมาชิกว่าเมื่อระหว่างที่มีการลงคะแนนนั้น สมาชิกท่านใดที่ไม่อยู่ สมาชิก ท่านใดไม่อยู่ ท่านต้องมาเรียงลำดับหลังจากการลงคะแนนท่านสุดท้ายแล้ว สมมุติว่า ท่านหนึ่งลงคะแนนแล้ว ท่านถัดไปเกิดมาไม่ทันนะครับ แล้วก็ผ่านชื่อไป แล้วท่านกลับ เข้ามาและท่านจะขอแทรกทันทีทันใด ทำไม่ได้นะครับ มิเช่นนั้นผู้ตรวจคะแนนจะสับสน นะครับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาว่าให้เราอยู่ เพราะว่าแต่ละท่านจะรู้ตัวว่าชื่อลำดับที่ เท่าไร เมื่อเขาอ่านชื่อไปก็รู้ว่าจวนจะถึงแล้วหรือยัง แล้วก็เตรียมตัวไว้นะครับ เพราะว่า จะลำดับชื่อไปตามลำดับ🔗
ทีนี้อยากกราบเรียนต่อไปว่ากรุณาอย่ามีสร้อย เพราะว่า ๗๐๐ กว่าคนนั้น ถ้าเรามีสร้อยว่า รับหลักการอย่างยิ่ง ไม่อยากจะรับมาแต่ต้น อะไรพวกนี้ก็ตาม สร้อยที่ เปลืองนั้นประชาชนก็จะตำหนินะครับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาว่าเราใช้คำที่ปรากฏ ในกฎหมายและตามระเบียบนะครับ ไม่มีสร้อยเพื่อให้เสียเวลานะครับ สมาชิกที่อยู่ในลำดับ ที่ไม่สามารถมาลงคะแนนได้ตั้งแต่ต้น ไม่มีปัญหา เพียงแต่ว่าท่านต้องเสียเวลารอจน คนสุดท้ายจบ แล้วท่านก็จะมาต่อ โดยจะมาแทรกระหว่างกลางไม่ได้ ขอย้ำอีกครั้งหนึ่ง นะครับ อันนี้ก็เป็นวิธีการที่เราจะลงมติครับ ทีนี้สมาชิกมีอะไรข้องใจไหมครับ เพื่อจะได้ สบายใจแล้วก็ไม่ต้องซักถามตอนที่เราลงมติเพื่อว่าไม่สับสนนะครับ เพราะว่า ๗๐๐ กว่าท่าน คงจะมีปัญหาบ้างครับ ถ้าเราไม่เข้าใจกระบวนการ ผมขออนุญาตให้ผู้ตรวจคะแนนมา เตรียมตัวนะครับ แล้วก็ประเดี๋ยวผมจะขอเรียกองค์ประชุมนะครับ ผมขออนุญาตเป็น หลักการนะครับว่าเนื่องจากผู้ตรวจคะแนนนี้ต้องอยู่จนกระทั่งคนที่ ๗๐๐ กว่านะครับ เพราะฉะนั้นอาจจะเหนื่อยหรือว่าอาจจะมีปัญหาอะไรก็ตาม ก็ขออนุมัติที่ประชุมว่าให้ ผู้สำรองนั้นสามารถมาเปลี่ยนได้นะครับ ท่านวิรัชเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชี รายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ประธาน วิป (Whip) รัฐบาล ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าจากช่วงนี้ไปจะมีการกินระยะเวลา ในการโหวต อาจจะใช้เวลานานพอสมควร ซึ่งท่านประธานก็บอกว่า ให้เจ้าหน้าที่ ๑๐๐ คน แล้วผลัด ผมเลยอยากเรียนถามท่านประธานว่าในตัวแทนในส่วนของสมาชิกรัฐสภา ที่ท่านประธานให้เป็นกรรมการมีการเปลี่ยนผลัดหรือเปล่า อันนี้คือข้อที่ ๑🔗
ข้อที่ ๒ แล้วในระหว่างที่ที่เจ้าหน้าที่ที่ผลัดกันกับในส่วนของสมาชิกรัฐสภา ที่ผลัด ในระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐสภาที่ผลัด ท่านประธานครับ เราก็จะได้มีโอกาสได้ทวน คะแนน สมมุติว่าท่านประธานบอกว่า ๑ ถึง ๑๐๐ รอบแรก ผู้ที่นับคะแนนใน ๑๐๐ ก็จะมี โอกาสได้ทวน แล้วในขณะเดียวกันในส่วนของผลัดต่อไปก็จะได้ทวนลำดับที่ ๒ และลำดับ ที่ ๓ ก็กลับเข้ามาใหม่ ถ้าเป็นอย่างนี้ผมคิดว่าอาจจะใช้เวลาร่นลงมาพอสมควร แต่ถ้าเพื่อให้สมาชิกรัฐสภาทั้ง ๖ ท่านอยู่ยาวโดยตลอดทั้งหมดผมคิดว่าในส่วนตรงนี้จะกิน เวลานานพอสมควร เพราะในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลก็ได้เตรียมการในส่วนของผู้ที่ นับคะแนนสำรองเอาไว้แล้ว อันนี้ก็ต้องเรียนท่านประธานด้วย ตอนที่ท่านประธานชี้แจง ท่านประธานนั่งอยู่ข้างบนท่านเดียวครับ ท่านถอดหน้ากากก็ได้ครับท่านประธานครับ เพราะเสียงออกมาอู้อี้เลยครับท่านประธานครับ ไม่ค่อยได้ยินและได้ยินไม่ชัดด้วย เจ้าหน้าที่ ทางเสียงฟังแล้วก็พยายามตั้งใจฟังก็ไม่ค่อยชัดเจนครับ เรียนท่านประธานครับ🔗
ขอเรียนชี้แจงกรรมการตรวจคะแนน นะครับว่าตกลงว่ากรรมการชุดที่ ๑ จะตรวจคะแนน ๑๐๐ คน แล้วเปลี่ยนกรรมการสำรอง สลับกันไปนะครับ พอชุดที่สำรองขึ้นมา ๑๐๐ คน ก็เปลี่ยนเป็นชุดแรก ๑๐๐ คนสลับกันไป เพื่ออย่างที่ท่านวิรัชพูด ได้ตกลงขออนุมัติที่ประชุมแล้วว่าขอให้กรรมการสำรองนั้นได้มี โอกาสเปลี่ยนด้วย ก็แจ้งมาว่าเขาจะตรวจสอบคะแนน ๑๐๐ คนแรกและเปลี่ยนครับ ขอย้ำ อีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอย้ำอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเลขาธิการเรียกชื่อท่าน ผมได้เรียนเลขาธิการ ซ้อมกันแล้วครับ ๓ วันแล้วครับว่าขอได้อย่ารีบเร่งเกินไป ขอให้สมาชิกได้ยินชัดเจน แล้วสมาชิกอย่าประกาศชื่อตัวเองอีกครั้งหนึ่งนะครับ ถือว่าเลขาธิการเรียกชื่อท่านแล้ว ประชาชนรู้แล้วว่าท่านเป็นใครครับ อย่าประกาศชื่ออีกครั้งหนึ่ง มิฉะนั้นจะเสียเวลามาก และลงมติไม่ต้องบอกว่าฉบับที่ ร่างที่ ขอใช้คำว่า ๑ รับหลักการ ไม่รับหลักการ หรือ งดออกเสียง แล้วแต่ ๒ ใช้ชื่อ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ลำดับนั้น ปรากฏอยู่ที่ที่นั่งของพวกเราทุกคนแล้วครับว่าฉบับใด ฉบับที่ ๑ ฉบับใด ฉบับนั้นคือฉบับของ ผู้ใดนะครับ หวังว่าสมาชิกจะเข้าใจกระบวนการนี้ครับ อาจจะใช้เวลามากหน่อยเพราะว่า เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับที่ให้เราต้องทำอย่างนี้นะครับ ผมคิดว่าหลังจากจบวันนี้ แล้วอาจจะเรียนให้พวกเราได้ทราบอีกครั้งหนึ่งครับว่าในอนาคตเทคโนโลยีนั้น จะเปลี่ยนไปอย่างไร แต่ครั้งนี้จำเป็นต้องใช้วิธีการนี้ก่อนนะครับ สมาชิกพร้อมนะครับ ผมขอ ตรวจองค์ประชุมครับ🔗
สมาชิกกรุณากดบัตรแสดงตนเพื่อ ตรวจสอบองค์ประชุมโดยการแสดงตน🔗
องค์ประชุมของรัฐสภาคือ ๓๖๗ นะครับ สมาชิกพร้อมนะครับ ในเบื้องต้นเพียงตรวจให้ครบองค์ประชุมก่อนครับ ขอปิด การแสดงตน จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนในขณะนี้นะครับ ๕๔๖ ท่านครับ ครบ องค์ประชุมครับ🔗
ก็ดำเนินการไปตามลำดับของการ ลงมตินะครับ สมาชิกพร้อมนะครับ เพื่อจะได้ให้ท่านเลขาธิการอ่านชื่อไปโดยลำดับ ท่านชาดาครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ เพื่อเป็นการประหยัดเวลา เราใช้อย่างว่า ๑ งด ๒ รับ ๓ งด อะไรอย่างนี้ได้ไหมครับ คือไม่ต้องมีว่างดออกเสียง รับหลักการ เพียงแต่ว่า งด รับ เพื่อความรวดเร็วไปอีกเยอะเลยครับ ไม่ทราบว่าจะได้หรือเปล่าครับ🔗
เดี๋ยวจะสับสน เอาไปตามนี้ก่อนครับ เอาไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับและตามกฎหมายก่อนครับ ขอบพระคุณครับที่ปรารถนาดี แต่ว่าเพื่อไม่ให้มีข้อทักท้วงเกิดขึ้น ถ้าพร้อม ผมขอให้ท่านเลขาธิการเริ่มดำเนินการนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ🔗
๑. นายกนก ลิ้มตระกูล🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๒. ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓. พลเอก กนิษฐ์ ชาญปรีชญา🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔. นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕. นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๖. นายกรรณภว์ ธนภรรคภวิน🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๗. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๘. นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๙. นายกฤติเดช สันติวชิระกุล🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๑๐. นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๑. นายกฤษณ์ แก้วอยู่🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๒. พลตรี กลชัย สุวรรณบูรณ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๓. นายกล้านรงค์ จันทิก🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๔. นางสาวกวินนาถ ตาคีย์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๑๕. นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๖. นายกษิดิศ อาชวคุณ ๑๗. นางกอบกุล อาภากร ณ อยุธยา🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๘. นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๑๙. นางกันตวรรณ ตันเถียร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๒๐. นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๒๑. ศาสตราจารย์พิเศษกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๒๒. นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๒๓. นายการุณ โหสกุล🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๔. นายกำพล เลิศเกียรติดำรงค์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖. ไม่รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๕. นายกิตติ วะสีนนท์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๖. นายกิตติ สมทรัพย์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๗. นายกิตติกร โล่ห์สุนทร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๘. นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๒๙. นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑. รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๓๐. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๑. นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๒. นางสาวกุลวลี นพอมรบดี🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๓๓. นายกูรดิสถ์ จันทร์ศรีชวาลา🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๔. นายกูเฮง ยาวอหะซัน🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๕. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๖. นายเกษม ศุภรานนท์🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๗. นายเกษม อุประ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๘. นายเกษมสันต์ มีทิพย์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๙. นายเกียรติ สิทธีอมร ๔๐. นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๔๑. นายเกียว แก้วสุทอ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๒. นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๔๓. ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๔๔. นายโกศล ปัทมะ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๕. ศาสตราจารย์เกียรติคุณไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓. รับหลักการ🔗
๔๖. นายขจิตร ชัยนิคม🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๗. นายขวัญชาติ วงศ์ศุภรานันต์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๘. นายขวัญเลิศ พานิชมาท🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๔๙. นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ ไม่รับหลักการ🔗
๕๐. นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๕๑. นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ ไม่รับหลักการ🔗
๕๒. นายคมเดช ไชยศิวามงคล🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๓. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๔. นายคารม พลพรกลาง🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๕๕. นายคำนูณ สิทธิสมาน🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๕๖. นายคำพอง เทพาคำ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๕๗. นายคุณากร ปรีชาชนะชัย🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๘. นายจเด็จ อินสว่าง🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๙. นายจตุพร เจริญเชื้อ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๐. นายจรัส คุ้มไข่น้ำ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง และ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๖๑. นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๒. นายจรินทร์ จักกะพาก🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๓. พลโท จเรศักณิ์ อานุภาพ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๔. ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๕. นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๖. นายจักรกฤษณ์ ทองศรี🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๖๗. นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๘. นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๙. นายจักรพันธ์ พรนิมิต🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๗๐. นายจักรัตน์ พั้วช่วย🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๗๑. นายจัตุรงค์ เสริมสุข🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๗๒. นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๗๓. นายจารึก ศรีอ่อน🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๗๔. พลตำรวจโท จิตติ รอดบางยาง🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๗๕. นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๗๖. นางจินตนา ชัยยวรรณาการ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๗๗. นายจิรชัย มูลทองโร่ย🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๗๘. นางจิรดา สงฆ์ประชา🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๗๙. นายจิรทัศ ไกรเดชา🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๘๐. พลเอก จิรพงศ์ วรรณรัตน์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๘๑. นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับ หลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๘๒. นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๘๓. นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๘๔. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ๘๕. นางสาวจิราพร สินธุไพร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๘๖. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์🔗
ฉบับที่ ๑ รับหลักการ ฉบับที่ ๒ รับหลักการ ฉบับที่ ๓ รับหลักการ ฉบับที่ ๔ รับหลักการ ฉบับที่ ๕ รับหลักการ ฉบับที่ ๖ รับหลักการ ฉบับที่ ๗ รับหลักการ ฉบับที่ ๘ รับหลักการ ฉบับที่ ๙ รับหลักการ ฉบับที่ ๑๐ รับหลักการ ฉบับที่ ๑๑ รับหลักการ ฉบับที่ ๑๒ รับหลักการ และฉบับที่ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๘๗. นายจีรเดช ศรีวิราช🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๘๘. พลเอก จีระศักดิ์ ชมประสพ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๘๙. นางสาวจุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ ไม่รับหลักการ🔗
๙๐. นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๙๑. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๙๒. นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๙๓. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๙๔. นายเจตน์ ศิรธรานนท์ ๙๕. นายเจน นำชัยศิริ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๙๖. นางเจริญ เรี่ยวแรง🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๙๗. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๙๘. นายฉลอง เทอดวีระพงศ์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๙๙. นายฉลาด ขามช่วง🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๐๐. นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
ใน ๑๐๐ ผมขอเรียนที่ประชุม รับทราบนะครับว่าผู้ตรวจคะแนนได้แจ้งว่ากรรมการไม่ขอเปลี่ยน ส่วนกรรมการวุฒิสภานั้น ขอเปลี่ยนตอนลำดับที่ ๓๐๐ ครับ แจ้งเพื่อทราบครับ🔗
๑๐๑. พลเอก ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๐๒. พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ🔗
พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ สมาชิกวุฒิสภา (สรรหา): ๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๐๓. นายเฉลา พวงมาลัย🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๐๔. พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๐๕. ผู้ช่วยศาสตราจารย์เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๑๐๖. นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๐๗. พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ๑๐๘. นายเฉลียว เกาะแก้ว🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออก เสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๐๙. นางสาวชนก จันทาทอง🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๑๑๐. นายชยุต ภุมมะกาญจนะ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๑๑๑. พลเอก ชยุติ สุวรรณมาศ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๑๒. นายชลน่าน ศรีแก้ว🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๑๓. นายชลิต แก้วจินดา🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๑๔. นายชวน หลีกภัย🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๑๑๕. พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง และ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๑๑๖. นายชวลิต วิชยสุทธิ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๑๗. พลตำรวจเอก ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๑๘. นายชัชวาลล์ คงอุดม🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๑๑๙. นายชัยชนะ เดชเดโช🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๒๐. นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๒๑. นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๒๒. พลเรือเอก ชัยวัฒน์ เอี่ยมสมุทร🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๒๓. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๒๔. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๒๕. นายชาญวิทย์ ผลชีวิน🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๒๖. นายชาญวิทย์ วิภูศิริ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๒๗. นายชาดา ไทยเศรษฐ์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๑๒๘. พลเอก ชาตอุดม ติตถะสิริ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๒๙. พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ๑๓๐. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๓๑. พลเรือเอก ชุมนุม อาจวงษ์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ ไม่รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๓๒. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๓๓. นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๓๔. พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๓๕. นายชูศักดิ์ แอกทอง🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๓๖. พลเอก เชวงศักดิ์ ทองสลวย🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๓๗. นายเชิงชาย ชาลีรินทร์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๓๘. นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๓๙. ว่าที่ร้อยตรี เชิดศักดิ์ จำปาเทศ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๔๐. นายเชิดศักดิ์ สันติวรวุฒิ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๔๑. นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๑๔๒. นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๔๓. นายไชยวัฒนา ติณรัตน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๔๔. นายไชยา พรหมา🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๔๕. นายซากีย์ พิทักษ์คุมพล ๑๔๖. นายซูการ์โน มะทา🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๔๗. นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง ขอโทษนะคะ ๑ ไม่รับหลักการค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
๑๔๘. พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๔๙. พลเรือเอก ฐนิธ กิตติอำพน🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๕๐. นายฐานิสร์ เทียนทอง🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๕๑. นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๕๒. นายฐิตินันท์ แสงนาค🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๑๕๓. นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๑๕๔. นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๑๕๕. พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๕๖. นายณรงค์ รัตนานุกูล🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง และ ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๑๕๗. นายณรงค์ สหเมธาพัฒน์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๕๘. นายณรงค์ อ่อนสอาด🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๕๙. พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ๑๖๐. นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๑๖๑. นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๖๒. พลเอก ณัฐ อินทรเจริญ ๑๖๓. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๑๖๔. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง และ ๑๓ งดออกเสียง ครับ🔗
๑๖๕. นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๖๖. นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง และ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๑๖๗. นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๖๘. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง และ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๑๖๙. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๗๐. พลเอก ดนัย มีชูเวท🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๗๑. นายดล เหตระกูล🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๑๗๒. นางดวงพร รอดพยาธิ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียงค่ะ🔗
๑๗๓. นายดะนัย มะหิพันธ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๗๔. นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๗๕. นายดำรงค์ พิเดช🔗
๑๗๖. นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๗๗. นายดุสิต เขมะศักดิ์ชัย🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๗๘. พลตำรวจเอก เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๗๙. นายเดชอิศม์ ขาวทอง🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๘๐. พลตำรวจโท ตรีทศ รณฤทธิวิชัย🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๘๑. พลอากาศเอก ตรีทศ สนแจ้ง🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๘๒. นางสาวตรีนุช เทียนทอง🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๘๓. นายตวง อันทะไชย🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๘๔. นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๘๕. นายไตรเทพ งามกมล🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๑๘๖. นายไตรรงค์ ติธรรม🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๘๗. รองศาสตราจารย์ พลเอก ไตรโรจน์ ครุธเวโช🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๘๘. นายถนัด มานะพันธุ์นิยม🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๘๙. นายถวิล เปลี่ยนศรี🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๙๐. นายถาวร เทพวิมลเพชรกุล🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๙๑. พลอากาศเอก ถาวร มณีพฤกษ์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๙๒. พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๙๓. นายทรงเดช เสมอคำ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๑๙๔. นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๑๙๕. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๙๖. พลเอก ทวีป เนตรนิยม🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๙๗. นายทวีวงษ์ จุลกมนตรี🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออก เสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๑๙๘. นายทวีศักดิ์ ทักษิณ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๑๙๙. นายทศพร ทองศิริ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง และ ๑๓ งดออกเสียง ครับ🔗
๒๐๐. นายทองแดง เบ็ญจะปัก🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๒๐๑. นางทัศนา ยุวานนท์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๐๒. นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๐๓. นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๐๔. นางทัศนียา รัตนเศรษฐ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๒๐๕. นายทายาท เกียรติชูศักดิ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๐๖. ศาสตราจารย์ ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ๒๐๗. พลเอก เทพพงศ์ ทิพยจันทร์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๐๘. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๐๙. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๑๐. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๒๑๑. นางเทียบจุฑา ขาวขำ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๒๑๒. พลเอก ธงชัย สาระสุข🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๑๓. นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๑๔. นายธนกร ไชยกุล🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๑๕. นางสาวธนภร โสมทองแดง🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ ไม่รับหลักการค่ะ🔗
๒๑๖. นายธนยศ ทิมสุวรรณ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๒๑๗. พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๑๘. นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๑๙. นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๒๐. นายธรรมนัส พรหมเผ่า🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๒๑. นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๒๒๒. พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร🔗
ลำดับ ๑ ถึง ๑๓ ไม่รับหลักการครับ🔗
ขออนุญาตครับ ต้องอ่านทุก ๆ เลขครับ ตามกติกา🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ ไม่รับหลักการครับ🔗
๒๒๓. นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๒๒๔. นายธานี สุโชดายน🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๒๕. นายธานี อ่อนละเอียด🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๒๖. นายธารา ปิตุเตชะ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๒๗. พลเอก ธีรเดช มีเพียร🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๒๘. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๒๙. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๓๐. นายธีระ ไตรสรณกุล🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๓๑. นายธีระ วงศ์สมุทร🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๓๒. นายธีรัจชัย พันธุมาศ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๒๓๓. นายนพ ชีวานันท์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๓๔. นายนพคุณ รัฐผไท🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๓๕. นายนพดล แก้วสุพัฒน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๓๖. พลเรือเอก นพดล โชคระดา🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๓๗. นายนพดล มาตรศรี🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๓๘. พลเอก นพดล อินทปัญญา🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๓๙. นายนพพล เหลืองทองนารา🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๒๔๐. นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ ไม่รับหลักการค่ะ🔗
๒๔๑. นายนริศ ขำนุรักษ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๔๒. นายนัทธี ถิ่นสาคู🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๔๓. นางนันทนา สงฆ์ประชา🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๔๔. พลเอก นาวิน ดำริกาญจน์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ ไม่รับหลักการ🔗
๒๔๕. นายนิกร จำนง🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๔๖. นายนิคม บุญวิเศษ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๔๗. นายนิติพล ผิวเหมาะ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง และ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๒๔๘. นายนิพนธ์ นาคสมภพ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๔๙. นายนิพันธ์ ศิริธร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๕๐. นายนิยม ช่างพินิจ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๕๑. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๕๒. นายนิยม เวชกามา🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๕๓. นายนิรมิต สุจารี🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๕๔. นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๕๕. นายนิโรธ สุนทรเลขา🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๕๖. พลเอก นิวัตร มีนะโยธิน🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๕๗. ศาสตราจารย์นิสดารก์ เวชยานนท์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๕๘. นายนิอาแซ ซีอุเซ็ง ๒๕๙. นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๖๐. นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๒๖๑. นายบรรชา พงศ์อายุกูล🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๖๒. นายบัญญัติ เจตนจันทร์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๖๓. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๖๔. นายบัลลังก์ อรรณนพพร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๖๕. นายบุญแก้ว สมวงศ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๖๖. นายบุญฐิณ ประทุมลี🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๖๗. พลเอก บุญธรรม โอริส🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ ไม่รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๖๘. นายบุญมี สุระโคตร🔗
๑ ไม่รับ หลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๖๙. นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๒๗๐. นางบุญรื่น ศรีธเรศ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๒๗๑. นายบุญลือ ประเสริฐโสภา🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๒๗๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ บุญส่ง ไข่เกษ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๗๓. พลเอก บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๗๔. นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๗๕. นางเบญจรัตน์ จริยธาราสิทธิ์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๒๗๖. นางสาวเบญจา แสงจันทร์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียงค่ะ🔗
๒๗๗. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๒๗๘. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๒๗๙. นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์🔗
๑ รับ หลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๘๐. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๒๘๑. หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๘๒. นายประกอบ รัตนพันธ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๘๓. พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๘๔. นายประดิษฐ์ เหลืองอร่าม🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๘๕. นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๘๖. นายประทวน สุทธิอำนวยเดช🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๘๗. นายประภัตร โพธสุธน🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๒๘๘. นางประภาศรี สุฉันทบุตร🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๘๙. นายประภูศักดิ์ จินตะเวช🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๙๐. นายประมนต์ สุธีวงศ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๙๑. นายประมวล พงศ์ถาวราเดช🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๙๒. นายประมาณ สว่างญาติ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๙๓. ร้อยเอก ประยุทธ เสาวคนธ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๙๔. นางประยูร เหล่าสายเชื้อ ๒๙๕. นายประสงค์ บูรณ์พงศ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ ไม่รับหลักการครับ🔗
๒๙๖. พลเอก ประสาท สุขเกษตร🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๒๙๗. นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดอออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๙๘. นายประสิทธิ์ มะหะหมัด🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๒๙๙. นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๐๐. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๐๑. นายประเสริฐ บุญเรือง🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๓๐๒. รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๐๓. นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๓๐๔. พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ประทานโทษครับ ๑ ไม่รับหลักการนะครับ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๐๕. นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง และ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๓๐๖. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๐๗. พลเอก ปรีชา จันทร์โอชา🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๐๘. นายปรีชา บัววิรัตน์เลิศ🔗
๓๐๙. นายปรีดา บุญเพลิง🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง และ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๓๑๐. นายปัญญา งานเลิศ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๑๑. นายปัญญา จีนาคำ🔗
๑ รับหลักการ ครับ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๑๒. พลเอก ปัฐมพงศ์ ประถมภัฏ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๑๓. นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๑๔. นางสาวปิยฉัฏฐ์ วันเฉลิม🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๓๑๕. นายปิยพันธุ์ นิมมานเหมินท์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๑๖. นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๓๑๗. นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๓๑๘. พลเอก โปฎก บุนนาค🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๑๙. นางผ่องศรี แซ่จึง🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๓๒๐. นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง และ ๑๓ รับหลักการ ขอบคุณค่ะ🔗
๓๒๑. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๓๒๒. นายไผ่ ลิกค์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๒๓. นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๒๔. นายพนิต วิกิตเศรษฐ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๒๕. นายพยม พรหมเพชร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๒๖. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๒๗. นายพรชัย อำนวยทรัพย์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๓๒๘. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย อินทร์สุข🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับ หลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๒๙. คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๓๓๐. นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๓๑. นางสาวพรพิมล ธรรมสาร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ ค่ะ🔗
๓๓๒. ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๓๓๓. นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๓๔. นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๓๓๕. นายพลเดช ปิ่นประทีป🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ ไม่รับหลักการ🔗
๓๓๖. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๓๗. พลเรือเอก พะจุณณ์ ตามประทีป🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๓๘. นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๓๓๙. นายพัฒนา สัพโพ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๔๐. พลเรือเอก พัลลภ ตมิศานนท์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๔๑. นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๓๔๒. นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๔๓. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง และ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๓๔๔. นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๓๔๕. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๔๖. นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ และ ๑๓ ไม่รับหลักการครับ🔗
๓๔๗. นายพิทักษ์ ไชยเจริญ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๔๘. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๓๔๙. นายพิบูลย์ รัชกิจประการ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๓๕๐. นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๓๕๑. นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๓๕๒. นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๓๕๓. พลเอก พิศณุ พุทธวงศ์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๕๔. นายพิศาล มาณวพัฒน์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๕๕. นายพิษณุ พลธี🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๓๕๖. พลตำรวจโท พิสัณห์ จุลดิลก🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๕๗. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๕๘. พลเอก พิสิทธิ์ สิทธิสาร🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๕๙. นายพีรเดช คำสมุทร🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๓๖๐. นายพีระเพชร ศิริกุล ๓๖๑. นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๓๖๒. นายพีระศักดิ์ พอจิต ๓๖๓. นายเพชร เอกกำลังกุล🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ ไม่รับหลักการ🔗
๓๖๔. นางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ ไม่รับหลักการ🔗
๓๖๕. นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียงค่ะ🔗
๓๖๖. นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๖๗. นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๖๘. นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๓๖๙. นายไพจิต ศรีวรขาน🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๗๐. พลเอก ไพชยนต์ ค้าทันเจริญ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๗๑. นายไพฑูรย์ หลิมวัฒนา🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๗๒. นายไพบูลย์ นิติตะวัน🔗
๑รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๗๓. นายไพโรจน์ พ่วงทอง🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๗๔. พลเอก ไพโรจน์ พานิชสมัย🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๗๕. นายไพโรจน์ โล่สุนทร🔗
ท่านประธาน ครับ ผม ไพโรจน์ ไล่ห์สุนทร ครับ🔗
เชิญเลยครับ ท่านไพโรจน์ เชิญครับ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ . นายนัฑ ผาสุข (รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา) : ๓๗๖. นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ . นายนัฑ ผาสุข (รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา) : ๓๗๗. นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๗๘. นายภราดร ปริศนานันทกุล🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๓๗๙. นางสาวภริม พูลเจริญ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๓๘๐. นางสาวภัทรา วรามิตร ๓๘๑. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๘๒. นายภาควัต ศรีสุรพล🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๘๓. นายภาณุ อุทัยรัตน์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๘๔. นางสาวภาดาท์ วรกานนท์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการคะ🔗
๓๘๕. นายภานุ ศรีบุศยกาญจน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๘๖. นายภาสกร เงินเจริญกุล🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๘๗. นายภิญโญ นิโรจน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๘๘. นายภูดิท อินสุวรรณ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๘๙. นายภูมิศิษฏ์ คงมี🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๓๙๐. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๓๙๑. นายมณฑล โพธิ์คาย🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๓๙๒. นายมณเฑียร บุญตัน🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๙๒. นายมณเฑียร สงฆ์ประชา🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๙๔. นายมนตรี ตั้งเจริญถาวร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๙๕. นายมนตรี ปาน้อยนนท์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๓๙๖. นางมนพร เจริญศรี🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๓๙๗. พลอากาศเอก มนัส รูปขจร ๓๙๘. นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๓๙๙. นายมหรรณพ เดชวิทักษ์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๐๐. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๔๐๑. มานพ คีรีภูวดล🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๔๐๒. นายมานพ ศรีผึ้ง🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๔๐๓. นายมานะ โลหะวณิชย์🔗
นายมานะ โลหะวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ชัยภูมิ) : ๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๐๔. นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๐๕. นายมานัส อ่อนอ้าย🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๐๖. นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๔๐๗. พลเอก มารุต ปัชโชตะสิงห์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๐๘. นายมารุต มัสยวาณิช🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๔๐๙. นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๑๐. นางมุกดา พงษ์สมบัติ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๑๑. พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนงค์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๑๒. พันตำรวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๔๑๓. นายยงยุทธ สุวรรณบุตร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๑๔. นายยรรยงก์ ถนอมพิชัยธำรง🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๑๕. นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๔๑๖. พลเอก ยอดยุทธ บุญญาธิการ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๑๗. พันตำรวจเอก ยุทธกร วงเวียน🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๔๑๘. นายยุทธนา ทัพเจริญ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๑๙. นายยุทธนา โพธสุธน🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๒๐. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๒๑. รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๒๒. นายรณเทพ อนุวัฒน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๒๓. นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๒๔. นายระวี มาศฉมาดล🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ ไม่รับหลักการครับ🔗
๔๒๕. นายรังสรรค์ มณีรัตน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๒๖. นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๒๗. นายรังสิกร ทิมาตฤกะ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๔๒๘. นายรังสิมันต์ โรม🔗
๑ ไม่รับ ๒ งด ๓ งด ๔ รับ ๕ งด ๖ งด ๗ งด ๘ งด ๙ งด ๑๐ งด ๑๑ รับ ๑๒ งด ๑๓ งด🔗
๔๒๙. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการและ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๔๓๐. นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๓๑. นายรุ่งโรจน์ ทองศรี🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๔๓๒. นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๔๓๓. นายเรวัต วิศรุตเวช🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ ไม่รับหลักการ🔗
๔๓๔. นางสาวละออง ติยะไพรัช🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๔๓๕. นายลักษณ์ วจนานวัช🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๓๖. นางลินดา เชิดชัย🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๔๓๗. พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
นางพรพิศ เพชรเจริญ (เลขาธิการรัฐสภา) ๔๓๘. พลเอก เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์🔗
๔๓๙. นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๔๐. ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ ไม่รับหลักการครับ🔗
๔๔๑. นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๔๒. นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๔๔๓. พลเอก วรพงษ์ สง่าเนตร ๔๔๔. นายวรภพ วิริยะโรจน์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๔๔๕. นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๔๔๖. นางสาววรรณวิภา ไม้สน🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียงค่ะ🔗
๔๔๗. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๔๔๘. นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๔๙. นางวรารัตน์ อติแพทย์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๕๐. นายวราวุธ ศิลปอาชา🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๕๑. พลเอก วราห์ บุญญะสิทธิ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๕๒. พลเอก วลิต โรจนภักดี🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๕๓. พลเอก วสันต์ สุริยมงคล ๔๕๔. นายวัชรพล โตมรศักดิ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๕๕. นายวัชระ ยาวอหะซัน🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๕๖. นายวัชรา ณ วังขนาย🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ ไม่รับหลักการครับ🔗
๔๕๗. นายวัฒนา ช่างเหลา🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๕๘. พลเอก วัฒนา สรรพานิช🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๕๙. นายวัฒนา สิทธิวัง🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๖๐. นายวัน อยู่บำรุง🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๖๑. นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๖๒. นายวันชัย ปริญญาศิริ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๖๓. นายวันชัย สอนศิริ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๖๔. นายวันนิวัติ สมบูรณ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๖๕. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๔๖๖. นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๖๗. นายวาโย อัศวรุ่งเรือง🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๔๖๘. นายวิชัย ทิตตภักดี ๔๖๙. พลเอก วิชิต ยาทิพย์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
ย้อนกลับไปที่ ๔๖๘. นายวิชัย ทิตตภักดี🔗
ขอโทษนะครับ เมื่อกี้กดแล้ว ไมโครโฟนไม่ติดนะครับ ๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ ขอบคุณครับ🔗
๔๗๐. นายวิเชียร ชวลิต🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๗๑. นายวิทยา ทรงคำ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๗๒. นายวิทยา ผิวผ่อง🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๗๓. นายวินท์ สุธีรชัย🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๔๗๔. พลเอก วินัย สร้างสุขดี🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๗๕. พลตำรวจโท วิบูลย์ บางท่าไม้🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๗๖. นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๗๗. นายวิรัช พันธุมะผล🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๔๗๘. นายวิรัช รัตนเศรษฐ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๗๙. นายวิรัตน์ เกสสมบูรณ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๘๐. นายวิรัตน์ วรศสิริน🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ ไม่รับหลักการ🔗
๔๘๑. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๔๘๒. นางสาววิไลลักษณ์ อรินทมะพงษ์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๔๘๓. นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๘๔. นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๘๕. นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๘๖. พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ ไม่รับหลักการครับ🔗
๔๘๗. นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๘๘. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๔๘๙. นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๙๐. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๙๑. นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๙๒. นายวีระกร คำประกอบ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๙๓. นายวีระชัย วีระเมธีกุล🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๙๔. นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๔๙๕. นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๙๖. นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๔๙๗. นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๙๘. นายวีระศักดิ์ ภูครองหิน🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๔๙๙. พลเอก วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๕๐๐. นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๕๐๑. นายวุฒินันท์ บุญชู🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๕๐๒. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๐๓. นายวุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ ไม่รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๐๔. นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๐๕. นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๐๖. นายศราวุธ เพชรพนมพร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๐๗. นางสาวศรีนวล บุญลือ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๕๐๘. นายศรีเรศ โกฎคำลือ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๐๙. นายศรีศักดิ์ วัฒนพรมงคล🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๑๐. นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๕๑๑. นายศักดา คงเพชร🔗
๕๑๒. นายศักดิ์ชัย ธนบุญชัย🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๑๓. รองศาสตราจารย์ศักดิ์ไทย สุรกิจบวร🔗
๕๑๔. นายศักดินัย นุ่มหนู🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง และ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๕๑๕. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๕๑๖. พลเรือเอก ศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๑๗. พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ งด ๕ งด ๖ งด ๗ งด ๘ งด ๙ งด ๑๐ งด ๑๑ งด ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๑๘. นายศาสตรา ศรีปาน🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๑๙. นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๒๐. นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียงค่ะ🔗
๕๒๑. นางศิรินา ปวโรฬารวิทยา🔗
๕๒๒. นายศิริพงษ์ รัสมี🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๒๓. นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๒๔. นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๕๒๕. นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียงค่ะ🔗
๕๒๖. พลเรือเอก ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๒๗. นายศุภชัย ใจสมุทร🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๕๒๘. นายศุภชัย นพขำ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๒๙. นายศุภชัย โพธิ์สุ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๕๓๐. นายศุภชัย สมเจริญ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๓๑. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ๕๓๒. พลเอก ศุภรัตน์ พัฒนาวิสุทธิ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๓๓. พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ หลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๕๓๔. พลเอก สกนธ์ สัจจานิตย์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๓๕ พลเอก สกล ชื่นตระกูล ๕๓๖. นางสาวสกุณา สาระนันท์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๕๓๗. หม่อมหลวงสกุล มาลากุล🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๓๘. นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๓๙. นายสงวน พงษ์มณี🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๔๐. นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ รับหลักการ ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๔๑. พลเรือโท สนธยา น้อยฉายา🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๔๒. พลเอก สนธยา ศรีเจริญ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๔๓. นายสนอง เทพอักษรณรงค์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๕๔๔. พลเอก สนั่น มะเริงสิทธิ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๕๔๕. ศาสตราจารย์พิเศษสม จาตุศรีพิทักษ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ ขอบคุณครับ🔗
๕๔๖. นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๕๔๗. นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๕๔๘. นายสมเกียรติ วอนเพียร🔗
๕๔๙. นายสมคิด เชื้อคง🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๕๐. พลเอก สมเจตน์ บุญถนอม🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ ไม่รับหลักการ🔗
๕๕๑. นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๕๕๒ นายสมชาติ ประดิษฐพร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๕๓. นายสมชาย ชาญณรงค์กุล🔗
งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๕๕๔. นายสมชาย ฝั่งชลจิตร🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๒ งดออกเฉียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๕๕๕. พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖. รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๕๖. นายสมชาย เสียงหลาย🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ รับหลักการ ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๕๗. นายสมชาย แสวงการ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๕๘. นายสมชาย หาญหิรัญ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ รับหลักการ ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ ขอบคุณครับ🔗
๕๕๙. นายสมเดช นิลพันธุ์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๖๐. พลตำรวจโท สมบัติ มิลินทจินดา🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๖๑. นายสมบัติ ศรีสุรินทร์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๖๒. นายสมบัติ อำนาคะ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๖๓. นายสมบูรณ์ งามลักษณ์ ๕๖๔. นายสมบูรณ์ ซารัมย์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๕๖๕. นายสมพงษ์ โสภณ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๖๖. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๕๖๗. นายสมพล เกียรติไพบูลย์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๖๘. นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๖๙. นายสมศักดิ์ คุณเงิน🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๗๐. นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๗๑. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๗๒. นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๗๓. นางสมหญิง บัวบุตร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ ค่ะ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาครับท่านประธาน มีเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่ง ท่าน ส.ส. พีระเพชร ท่านฉีด แอสตราเซเนกา (AstraZeneca) แล้วก็มีอาการลิ่มเลือด ท่านไปโรงพยาบาลมา ไปทานยา สลายลิ่มเลือดมาแล้ว ขณะนี้กลับมาขอลงมติก่อน เพราะว่าท่านจะได้กลับไปพักผ่อนครับ ขอความกรุณาท่านประธาน ๑ ท่านครับ🔗
ครับ ผมขออนุญาตที่ประชุมนะครับ เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พีระเพชร ศิริกุล ๒๕๒ ลำดับที่ ๓๖๐ ครับ ๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูง กราบขอบพระคุณ เพื่อนสมาชิกรัฐสภาเป็นอย่างสูงที่กรุณาครับ🔗
คุณพีระเพชรคงไม่เป็นอะไรนะครับ เชิญต่อเลยครับ🔗
๕๗๔. พลตำรวจโท สมหมาย กองวิสัยสุข🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๗๕. พลเอก สมหมาย เกาฏีระ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๕๗๖. นายสมัคร ป้องวงษ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๗๗. นายสยาม หัตถสงเคราะห์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๕๗๘. นายสรชัด สุจิตต์🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๗๙. นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๘๐. นายสรอรรถ กลิ่นประทุม🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๕๘๑. นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
๕๘๒. พลเอก สราวุฒิ ชลออยู่🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๘๓. นายสราวุธ อ่อนละมัย🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๘๔. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง ครับ🔗
๕๘๕. นายสฤษดิ์ บุตรเนียร🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๕๘๖. นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๘๗. นายสวาป เผ่าประทาน🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง ครับ🔗
๕๘๘. พลเอก สสิน ทองภักดี🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๘๙. นายสะถิระ เผือกประพันธุ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๙๐. นายสังศิต พิริยะรังสรรค์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๙๑. นายสัญชัย จุลมนต์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๙๒. นายสัญญา นิลสุพรรณ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๙๓. นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๙๔. นายสันติ กีระนันทน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๕๙๕. นายสันติ พร้อมพัฒน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๙๖. นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๙๗. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๙๘. นายสาคร เกี่ยวข้อง🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๕๙๙. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๐๐. นายสาธิต ปิตุเตชะ🔗
ร่างที่ ๑ รับหลักการ ร่างที่ ๒ รับหลักการ ร่างที่ ๓ รับหลักการ ร่างที่ ๔ รับหลักการ ร่างที่ ๕ รับหลักการ ร่างที่ ๖ รับหลักการ ร่างที่ ๗ รับหลักการ ร่างที่ ๘ รับหลักการ ร่างที่ ๙ รับหลักการ ร่างที่ ๑๐ รับหลักการ ร่างที่ ๑๑ รับหลักการ ร่างที่ ๑๒ รับหลักการ และร่างที่ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๐๑. นายสาธิต เหล่าสุวรรณ ๖๐๒ นายสาธิต อุ๋ยตระกูล🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๐๓. นายสายัณห์ ยุติธรรม🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ ขอบคุณครับ🔗
๖๐๔. นายสำราญ ครรชิต ๖๐๕. พลเอก สำเริง ศิวาดำรงค์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๐๖. นายสำลี รักสุทธี🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๖๐๗. นายสิงหภณ ดีนาง🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๐๘. พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๐๙. พันโท สินธพ แก้วพิจิตร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๑๐. นายสินิตย์ เลิศไกร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๑๑. นายสิระ เจนจาคะ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๑๒. นางสิรินทร รามสูต🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ ค่ะ🔗
๖๑๓. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๖๑๔ พลอากาศเอก สุจินต์ แช่มช้อย🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๑๕. นายสุชัย บุตรสาระ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๑๖. นายสุชาติ ชมกลิ่น🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๑๗. นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๒๐. นายสุชาติ อุสาหะ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๒๑. นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๒๒. นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๖๒๓. นายสุทัศน์ เงินหมื่น🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๒๔. นายสุทา ประทีป ณ ถลาง🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๒๕. นายสุทิน คลังแสง🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๒๖. นายสุเทพ อู่อ้น🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๖๒๗. นายสุธี มากบุญ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งวดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๒๘. นางสุนี จึงวิโรจน์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๒๙. นายสุพล จุลใส🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ ไม่รับหลักการ🔗
๖๓๐. นายสุพล ฟองงาม🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๖๓๑ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออก เสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๖๓๒. นายสุภดิช อากาศฤกษ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๓๓. นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๖๓๔. นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง และ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๖๓๕. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๖๓๖. นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๓๗. นายสุรชาติ ศรีบุศกร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๓๘. พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๓๙. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๖๔๐. นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๔๑. นายสุรทิน พิจารณ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๔๒. พลเอก สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๔๓. นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๔๔. รองศาสตราจารย์ สุรวาท ทองบุ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๖๔๕. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๔๖. พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๔๗. นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๖๔๘. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๖๔๙. นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๕๐. นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๕๑. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๕๒. นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๕๓. พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๕๔. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๖๕๕. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๕๖. นายสุวรรณ เลิศปัญญาโรจน์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๕๗. นางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๖๐. นายเสรี สุวรรณภานนท์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๖๑. พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ ไม่รับหลักการครับ🔗
๖๖๒. นายโสภณ ซารัมย์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๖๖๓. พลเอก อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๖๔. นายองค์การ ชัยบุตร🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๖๖๕. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๖๖. นายองอาจ วงษ์ประยูร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๖๗. นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๖๖๘. พลอากาศเอก อดิศักดิ์ กลั่นเสนาะ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ ไม่รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๖๙. พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๗๐. นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๗๑. นายอนันต์ ผลอำนวย🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๗๒. นายอนันต์ ศรีพันธุ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๗๓. พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ ไม่รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๗๔. นายอนาวิล รัตนสถาพร🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๖๗๕. นายอนุชา น้อยวงศ์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๗๖. นายอนุชา นาคาศัย🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๗๗. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๗๘. นายอนุทิน ชาญวีรกูล🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๖๗๙. นายอนุมัติ ซูสารอ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๘๐. นายอนุมัติ อาหมัด🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๘๑. นายอนุรักษ์ จุรีมาศ🔗
๑ รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๘๒. นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๘๓. นางอนุรักษ์ บุญศล🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ . รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการค่ะ🔗
๖๘๔. นายอนุศักดิ์ คงมาลัย🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๘๕. นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ งดออกเสียง ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๖๘๖. นายอนุสรณ์ ปั้นทอง🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๘๗. นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ ไม่รับหลักการค่ะ🔗
๖๘๘. นายอภิชัย เตชะอุบล🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๘๙. นายอภิชา เลิศพชรกมล🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๖๙๐. นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๙๑. นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๙๒. นายอภิชาติ ศิริสุนทร🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง🔗
๖๙๓. นางอภิรดี ตันตราภรณ์ ๖๙๔. นายอมร นิลเปรม🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๖๙๕. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ ไม่รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง และ ๑๓ งดออกเสียงค่ะ🔗
๖๙๖. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๙๗. ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๙๘. นายออน กาจกระโทก🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๖๙๙. พลเอก อักษรา เกิดผล🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๗๐๐. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๗๐๑. นายอัครวัฒน์ อัศวเหม🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๗๐๒. นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๗๐๓. นายอันวาร์ สาและ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๗๐๔. นายอับดุลบาซิม อาบู🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๗๐๕. นายอับดุลอายี สาแม็ง🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๗๐๖. นายอับดุลฮาลิม มินซาร์🔗
๑ รับหลักการ ขอโทษครับ ๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๗๐๗. นายอัศวิน วิภูศิริ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๗๐๘. พลเอก อาชาไนย ศรีสุข🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๗๐๙. นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๗๑๐. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๗๑๑. นางอาภรณ์ สาราคำ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๗๑๒. นายอารี ไกรนรา🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๗๑๓. นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๗๑๔. นายอำนาจ วิลาวัลย์🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๗๑๕. พลโท อำพน ชูประทุม พลโท อำพน ชูประทุม สมาชิกวุฒิสภา (สรรหา) : ๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๗๑๖. นายอำพล จินดาวัฒนะ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ งดออกเสียง ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียง🔗
๗๑๗. นายอำไพ กองมณี🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ ไม่รับหลักการครับ🔗
๗๑๘. พลเรือเอก อิทธิคมน์ ภมรสูต🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๗๑๙. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๗๒๐. นายอุดม วรัญญูรัฐ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการ🔗
๗๒๑. พลเอก อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ ไม่รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๗๒๒. นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๗๒๓. นายอุปกิต ปาจรียางกูร🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๗๒๔. พลเอก อู๊ด เบื้องบน🔗
๑ งดออกเสียง ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ ไม่รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ ไม่รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ🔗
๗๒๕. นายเอกการ ซื่อทรงธรรม🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๗๒๖. นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๗๒๗. นายเอกธนัช อินทร์รอด🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการ ครับ🔗
๗๒๘. นายเอกภพ เพียรพิเศษ🔗
๑ งดออกเสียง ๒ รับหลักการ ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
๗๒๙. นายเอกราช ช่างเหลา🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ ไม่รับหลักการ🔗
๗๓๐. นายเอี่ยม ทองใจสด🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕. รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๗๓๑. พลอากาศเอก แอร์บูล สุทธิวรรณ ๗๓๒. นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย🔗
๑ รับจากการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
๗๓๓. พลตรี โอสถ ภาวิไล🔗
๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ รับหลักการครับ🔗
สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ลง ยังไม่ได้ ใช้สิทธิลงคะแนน เชิญเลยครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา หมายเลข ๙๔ ๑ ไม่รับหลักการ ๒ ไม่รับหลักการ ๓ ไม่รับหลักการ ๔ ไม่รับหลักการ ๕ ไม่รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ ไม่รับหลักการ ๘ ไม่รับหลักการ ๙ ไม่รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ ไม่รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ และ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
ท่านประธานค่ะ🔗
ท่านประธานค่ะ ทางนี้ค่ะ🔗
เชิญครับ🔗
อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จะขออนุญาตแก้ไขที่โหวตไป ได้ไหมค่ะ🔗
เดี๋ยวครับ ขออนุญาตให้ผู้ที่ยัง ไม่ลงคะแนนก่อนนะครับ🔗
ได้ค่ะ🔗
ขอเชิญครับ ท่านต่อไปครับ🔗
ท่านประธานค่ะ ศิรินา ปวโรฬารวิทยา ๑ งดออกเสียง ๒ งดออกเสียง ๓ รับหลักการ ๔ งดออกเสียง ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ งดออกเสียง ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการ ขอบคุณค่ะ🔗
ท่านต่อไป เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ เกียรติ สิทธีอมร นะครับ🔗
เดี๋ยวครับ คุณเกียรติเชิญครับ🔗
๑ รับหลักการ ๒ รับหลักการ ๓ รับหลักการ ๔ รับหลักการ ๕ รับหลักการ ๖ รับหลักการ ๗ รับหลักการ ๘ รับหลักการ ๙ รับหลักการ ๑๐ รับหลักการ ๑๑ รับหลักการ ๑๒ รับหลักการ ๑๓ รับหลักการครับ🔗
เชิญต่อครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ๖๖ ครับ🔗
เดี๋ยวนะครับ🔗
ได้แล้วนะครับ🔗
ครับ🔗
๑ ไม่รับหลักการ ๒ งดออกเสียง ๓ งดออกเสียง ๔ รับหลักการ ๕ งดออกเสียง ๖ งดออกเสียง ๗ งดออกเสียง ๘ งดออกเสียง ๙ งดออกเสียง ๑๐ งดออกเสียง ๑๑ รับหลักการ ๑๒ งดออกเสียง ๑๓ งดออกเสียง ขอบคุณครับ🔗
เชิญต่อไป🔗
ท่านประธานคะ ถ้าหมดแล้วก็ขออนุญาตแก้ไขนะคะ🔗
ได้ครับ🔗
อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล หมายเลข ๔๗๕ เมื่อสักครู่นี้โหวต ผิดไป ๑ ข้อนะคะ ข้อที่ ๓ ค่ะ ข้อที่ ๓ ที่โหวตไว้ว่าไม่รับหลักการ ขอแก้ไขเป็น งดออกเสียง ค่ะ🔗
ได้ครับ ยังไม่ได้ปิดการลงคะแนนครับ🔗
ขอบคุณมากค่ะ🔗
ยังมีท่านใดอยู่ไหมครับ ถ้ายังไม่ปิด ลงคะแนนยังมีสิทธิอยู่นะครับ แต่เมื่อปิดแล้วก็ไม่สามารถลงคะแนนได้อีกครับ ก็เข้าใจว่า ท่านสมาชิกที่ค้างอยู่ได้ใช้สิทธิหมดแล้วนะครับ ผมขอประกาศปิดการลงคะแนนครับ🔗
ต่อไปผู้ตรวจนับคะแนนก็จะดำเนินการตรวจนับคะแนนครับ คงไม่นาน เกินไป ขอเชิญผู้ตรวจนับคะแนนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานครับ วิธีการนับคะแนนนั้น อยากให้ท่านได้วางแผน ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ก็หมายความถ้ามีคนขานเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย คะแนนก็ขึ้นบนจอเลย ตรงนี้ผมว่าน่าจะทันสมัยนะครับ เราสร้างอาคารนี้เงินจำนวนมหาศาล แต่เครื่องถ่ายทอด เทคโนโลยีเรื่องการนับคะแนนนั้นล้าหลังกว่าเพื่อนบ้านอีกครับท่านประธาน ก็ฝาก ท่านประธานลองหาวิธีการ🔗
ท่านอุบลศักดิ์ครับ รอนิดหนึ่งครับ รอเดี๋ยวเดียว ผมขอบพระคุณมาก ผมเรียนไว้ตอนต้นแล้วนะครับว่าครั้งนี้อาจจะเป็น ครั้งสุดท้ายสำหรับการลงคะแนนด้วยวิธีนี้ แต่เนื่องจากข้อบังคับกำหนดเอาไว้ครับ เราจึง จำเป็นต้องทำด้วยวิธีนี้ แต่ว่าจะขออนุญาตในโอกาสต่อไปในการรวม วิธีนับยังคงต้องเป็นไป ตามรัฐธรรมนูญกำหนด ต้องเรียกชื่อ แต่เวลาลงคะแนนนับนี่ครับมันจะมีเครื่องมืออย่างที่เรา ได้เห็นขึ้นนี้ แต่ว่าเนื่องจากว่าเราได้ใช้กระบวนการที่มีผู้ตรวจนับคะแนน เราจึงต้องรอว่า ผู้ตรวจนับคะแนนเขารวบรวมคะแนนได้เท่าไร แต่ว่าครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้าย แต่ครั้ง ต่อไปในการใช้เทคโนโลยีที่เราพูดถึง ที่เราเห็นขึ้นจอนะครับ ที่ท่านพูดถึงที่ขึ้นจอไว้ ขึ้น ทีละท่าน ทีละท่าน เราเพิ่งใช้เป็นครั้งแรก แต่จะใช้สมบูรณ์โดยรวมคะแนนนี่ทำได้ แต่ว่า จำเป็นต้องใช้วิธีเดิมตามข้อบังคับก่อน เราจะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อเราขออนุญาตทุกฝ่าย หมายความว่าขออนุญาตรัฐสภาว่าเราใช้วิธีนั้นต่อไป ซึ่งจะว่ากันต่อไป ครั้งนี้ต้องใช้วิธีนี้ ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธานอย่างยิ่งครับ🔗
เริ่มประชุมต่อเวลา ๐๑.๐๙ นาฬิกา🔗
ท่านประธานครับ เท่าพิภพครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอหารือครับ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ตอนนี้ยังเปิดสภาอยู่ใช่ไหมครับ ก็อยากจะขอ ปรึกษาหารือกับท่านประธานนะครับ ในข้อหารือที่ผมในฐานะ ส.ส. สมัยแรก ก็มีการติดใจ มาหลายครั้งแล้ว เพราะว่าผมก็เชื่อว่า ส.ส. จากหลายพรรค รวมถึงพรรคผมก็ยื่น พ.ร.บ. ไปหลายฉบับนะครับ แล้วผมรู้สึกว่า🔗
ท่านเท่าพิภพครับ ผมขออนุญาต ไม่ให้เสียสมาธิผู้ตรวจนับคะแนนนะครับ ขออภัยด้วยครับ เอาไว้โอกาสต่อไป🔗
ได้ครับ เดี๋ยวนอกรอบได้ไหมครับท่านประธาน🔗
ครับ🔗
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ผู้ตรวจนับคะแนนได้รายงานผลการตรวจนับคะแนนแล้วครับ ผมขออนุญาตรายงานให้ ที่ประชุมได้รับทราบตามลำดับของแต่ละฉบับไปนะครับ ขอเรียนว่าโดยเราถือหลักอย่างนี้ นะครับ ในการพิจารณารัฐธรรมนูญนั้นอย่างที่สมาชิกได้รับทราบก็คือกฎหมายกำหนดไว้ว่า การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่ ๑ ขั้นรับหลักการให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนน โดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ทั้ง ๒ สภา ซึ่งในจำนวนนี้ต้องมีสมาชิกวุฒิสภา เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภา ขณะนี้สภา มีจำนวนสมาชิกที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อยู่ทั้งหมด ๗๓๓ คนนะครับ ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ๓๖๗ คน วุฒิสมาชิก ๑ ใน ๓ คือ ๘๔ คนครับ เอาตัวเลขนี้เสียก่อนนะครับ แล้วเราจะได้ เข้าใจว่ากฎหมายแต่ละฉบับนั้น ผ่านหรือไม่ผ่านอย่างไรนะครับ ผู้ตรวจนับคะแนนรายงาน🔗
ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑ มติรับหลักการ ๓๓๔ คะแนน เป็นคะแนนของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓๓๔ คะแนนของวุฒิสมาชิกไม่มีนะครับ เป็น ๐ เป็นผู้ลงคะแนน ไม่รับหลักการ ๑๙๙ คะแนน เป็นคะแนน ส.ส. ๗๑ คะแนน เป็นคะแนนของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๗๑ คะแนน เป็นคะแนนของวุฒิสมาชิก ๑๒๘ คะแนน งดออกเสียง คะแนนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๗๕ คะแนน คะแนนของวุฒิสมาชิก ๙๘ คะแนน รวม ๑๗๓ คะแนน เพราะฉะนั้น ฉบับที่ ๑ นี้รับหลักการไม่ถึง ๓๖๗ นะครับ ฉบับที่ ๑ จึงไม่ผ่านกระบวนการรับหลักการนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ขึ้นจอได้ไหมครับท่านประธาน🔗
อาจจะไม่ทันนะครับ ตัวเลขเพิ่งได้มา เดี๋ยวนี้ครับ ขออภัยด้วยครับ ผมจะชี้แจงช้า ๆ นะครับ🔗
ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๒ รับหลักการ ตัวสำคัญที่สุดคือรับหลักการนะครับ ตัวอื่นนั้นเป็นตัวประกอบ เพียงแต่รายงานให้ทราบเท่านั้นเอง ฉบับที่ ๒ รับหลักการ ๓๙๙ คะแนนครับ เป็นคะแนนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓๙๓ คะแนน คะแนนของ วุฒิสมาชิก ๖ คะแนน อันนี้สมาชิกก็ทราบแล้วครับว่า ๓๙๙ แม้ว่าตัวเลขจะเกินกึ่งหนึ่งก็ตาม แต่ว่าจำนวนของวุฒิสมาชิกนั้นไม่ถึง ๘๔ นะครับ รายละเอียดไม่รับหลักการ ๑๓๖ เป็นของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๘ เป็นของวุฒิสมาชิก ๑๒๘ งดออกเสียง ๑๗๑ เป็นของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๗๙ เป็นของวุฒิสมาชิก ๙๒ เพราะฉะนั้นฉบับที่ ๒ ก็ไม่ผ่าน รับหลักการนะครับ เพราะว่าเสียงของสมาชิกวุฒิสภาไม่ถึง ๘๔ คือ ๑ ใน ๓ ครับ🔗
ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๓ ผลการลงคะแนนรับหลักการ ๓๗๖ คะแนน ก็เกินจาก ๓๖๗ เป็นคะแนนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓๔๐ เป็นคะแนนของวุฒิสมาชิก ๓๖ ดังนั้นก็วินิจฉัยได้เลยนะครับว่าไม่ถึง ๘๔ มีคะแนนไม่รับหลักการ ๘๙ คะแนน มีคะแนน งดออกเสียง ๒๔๑ คะแนน เพราะฉะนั้นฉบับที่ ๓ ก็ไม่ผ่านกระบวนการรับหลักการนะครับ ไม่ได้ผ่านครับ🔗
ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๔ ผลการนับคะแนนรับหลักการ ๔๕๕ คะแนน เป็นคะแนนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๔๔๐ คะแนน เป็นของวุฒิสมาชิก ๑๕ คะแนน ดังนั้นแม้คะแนนจะเกินกึ่งหนึ่ง คือเกิน ๓๖๗ ก็ตาม แต่ว่าของวุฒิสมาชิกนั้นไม่ถึง ๘๔ มีคะแนนที่ไม่รับหลักการ ซึ่งไม่มีผลนะครับ แต่ว่าเป็นคะแนนที่ควรจะทราบ ไม่รับหลักการ ๑๐๑ คะแนน เป็นคะแนนงดออกเสียง ๑๕๐ คะแนน รัฐธรรมนูญฉบับที่ ๔ ไม่ผ่าน การรับหลักการ🔗
ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๕ ผลการนับคะแนน รับหลักการ ๓๒๗ คะแนน เป็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓๒๖ คะแนน เป็นของวุฒิสมาชิก ๑ คะแนน ดังนั้น กฎหมายร่างฉบับที่ ๕ ในขั้นต้นก็ไม่ผ่าน เพราะคะแนนไม่ถึงนะครับ แต่ว่าคะแนน ไม่รับหลักการ ๑๕๐ คะแนน งดออกเสียง ๒๒๙ คะแนน อันนี้ก็เป็นส่วนประกอบ เพื่อรับทราบ ฉบับที่ ๕ ก็ไม่ผ่านการรับหลักการ🔗
ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๖ ผลการนับคะแนน รับหลักการ ๔๕๔ คะแนน เป็นคะแนนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๔๑๙ คะแนน เป็นคะแนนของวุฒิสมาชิก ๓๕ คะแนน เพราะฉะนั้นแม้คะแนนจะเกิน ๓๖๗ คะแนนก็ตาม แต่ว่าของวุฒิสมาชิกไม่ถึง ๘๔ คะแนน ไม่รับหลักการ ๘๖ คะแนน งดออกเสียง ๑๖๖ คะแนน อันนี้เป็นรายละเอียด ที่สภาจะแจ้งให้ทราบต่อไป แต่ให้รู้ผลว่าฉบับที่ ๖ ก็ไม่ผ่านนะครับ🔗
ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๗ ผลการนับคะแนนปรากฏว่า รับหลักการ ๔๗๖ คะแนน เป็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๔๒๑ คะแนน เป็นคะแนนของวุฒิสมาชิก ๕๕ คะแนน ไม่ถึง ๘๔ คะแนน ผลเราก็เข้าใจว่าไม่ผ่านนะครับ ไม่รับหลักการ ๗๘ คะแนน งดออกเสียง ๑๕๒ คะแนน เพราะฉะนั้นฉบับที่ ๗ นี้ก็ไม่ผ่านการรับหลักการครับ เหตุผลเพราะว่าคะแนนของวุฒิสมาชิกไม่ถึง ๑ ใน ๓ คือ ๘๔ คะแนน🔗
ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๘ ผลการนับคะแนน รับหลักการ ๔๖๙ คะแนน เป็น คะแนนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๔๒๑ คะแนน เป็นคะแนนของวุฒิสมาชิก ๔๘ คะแนน ไม่รับหลักการ ๗๕ คะแนน งดออกเสียง ๑๖๒ คะแนน ฉบับที่ ๘ นี้แม้คะแนนจะเกินกึ่งหนึ่ง ก็ตาม แต่ว่าเนื่องจากคะแนนจากวุฒิสมาชิกนั้นไม่ถึง ๘๔ คะแนน ดังนั้นก็ไม่ผ่าน การรับหลักการ ครับ🔗
ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๙ ผลการนับคะแนน รับหลักการ ๔๑๕ คะแนน เป็นคะแนนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๔๐๐ คะแนน เป็นของวุฒิสมาชิก ๑๕ คะแนน ไม่รับหลักการ ๑๐๒ คะแนน งดออกเสียง ๑๘๙ คะแนน แม้จะเกิน ๓๖๗ ก็ตาม แต่ว่าโดยที่ คะแนนของวุฒิสมาชิกไม่ถึง ๑ ใน ๓ คือไม่ถึง ๘๔ ดังนั้นฉบับที่ ๙ ก็ไม่ผ่านการรับหลักการ ครับ🔗
ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ ๑๐ ผลการนับคะแนน รับหลักการ ๔๓๑ คะแนน เป็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓๙๘ คะแนน เป็นคะแนนของวุฒิสมาชิก ๓๓ คะแนน ไม่รับหลักการ ๙๗ คะแนน งดออกเสียง ๑๗๘ คะแนน ดังนั้นแม้คะแนนรับหลักการจะเกิน ๓๖๗ คะแนน แต่ว่าโดยที่คะแนนของวุฒิสมาชิกไม่ถึง ๑ ใน ๓ ดังนั้นก็ไม่ผ่าน ครับ🔗
ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ ๑๑ ผลการนับคะแนน รับหลักการ ๔๖๑ คะแนน เป็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๔๔๐ คะแนน เป็นคะแนนของวุฒิสมาชิก ๒๑ คะแนน ไม่รับหลักการ ๙๖ คะแนน งดออกเสียง ๑๔๙ คะแนน ดังนั้นคะแนนรับหลักการนั้น แม้จะเกิน ๓๖๗ แต่โดยที่คะแนนของวุฒิสมาชิกไม่ถึง ๑ ใน ๓ คือไม่ถึง ๘๔ นะครับ ดังนั้น ฉบับที่ ๑๑ ก็ไม่ผ่านการรับหลักการ ครับ🔗
ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๒ ผลการนับคะแนน รับหลักการ ๔๕๗ คะแนน เป็นคะแนนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๔๐๗ คะแนน เป็นคะแนนของวุฒิสมาชิก ๕๐ คะแนน ไม่รับหลักการ ๘๒ คะแนน งดออกเสียง ๑๖๗ คะแนน แม้คะแนนจะเกิน ๓๖๗ ก็ตามนะครับ แต่ว่าโดยที่คะแนนของวุฒิสมาชิกนั้นไม่ถึง ๑ ใน ๓ คือไม่ถึง ๘๔ คะแนน ดังนั้นฉบับที่ ๑๒ ก็ไม่ผ่านการรับหลักการ🔗
ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ ๑๓ ผลการนับคะแนน รับหลักการ ๕๕๒ คะแนน เป็นคะแนนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓๔๒ คะแนน เป็นคะแนนของวุฒิสมาชิก ๒๑๐ คะแนน ไม่รับหลักการ ๒๔ คะแนน งดออกเสียง ๑๓๐ คะแนน ดังนั้นฉบับที่ ๑๓ คะแนนเกินกึ่งหนึ่งและได้เสียงจากวุฒิสมาชิกเกิน ๑ ใน ๓ ฉบับที่ ๑๓ จึงผ่าน การรับหลักการ กรรมการตรวจนับคะแนนได้เซ็นชื่อไว้ทั้งหมดนะครับ ก็ขอขอบพระคุณ ผู้ตรวจนับคะแนนนะครับ ก็ทำหน้าที่ที่ยากลำบาก เพราะว่ามันหลายฉบับ ก็ด้วย ความเห็นใจครับ ผลก็ออกมาว่าการนับคะแนนทั้งหมด กฎหมายร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๑๓ ฉบับนี้ก็ผ่านฉบับที่ ๑๓ เพียงฉบับเดียวนะครับ🔗
กระบวนการต่อไปก็คือเมื่อผ่าน ฉบับนี้ก็จะต้องดำเนินการตามข้อบังคับในเรื่องนี้ นั่นก็คือต้องมีการตั้งกรรมาธิการ ผมก็ขอลำดับว่าในกระบวนการต่อไปนี้ ก็จะพิจารณาในวาระที่ ๒ เมื่อวาระที่ ๑ รับหลักการ ผ่านไป ๑ ฉบับแล้ว ฉบับที่ผ่านมานี้ก็จะต้องดำเนินการในวาระที่ ๒ ตามข้อบังคับ คือที่ประชุมรัฐสภาตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาคณะหนึ่งจากสมาชิกรัฐสภาเพื่อพิจารณา มีจำนวนไม่เกิน ๔๕ คน ไม่เกินนะครับ จะน้อยกว่านี้ก็ได้ ต้องไม่เกิน ๔๕ คน และ กรรมาธิการต้องตั้งจากผู้ที่เป็นสมาชิกของแต่ละสภาจะต้องมีจำนวนตาม หรือใกล้เคียงกับ อัตราส่วนของจำนวนสมาชิกของแต่ละสภา และกรรมาธิการที่ตั้งจากผู้ที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จะต้องมีจำนวนตามหรือใกล้เคียงกับอัตราส่วนของ จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคการเมืองที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากว่าเราได้ลงมติรับหลักการ ๑ ฉบับนะครับ ฉะนั้นฉบับนี้สมาชิกต้องเสนอตั้ง กรรมาธิการเพื่อพิจารณา ขอเชิญท่านสมาชิก ครับ🔗
ขอบพระคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตเสนอต่อท่านประธานและที่ประชุม เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม จำนวนทั้งหมด ๔๕ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ เสนอตั้ง กรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จำนวน ๔๕ ท่าน มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ สัดส่วนก็จะเป็นอย่างนี้ เพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ สภาก็มีตัวเลขของเขาอยู่ สัดส่วนกรรมาธิการของวุฒิสมาชิก ๑๕ ท่าน เป็นสัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓๐ ท่าน ซึ่งจะแยกออกไปเป็นของพรรคเพื่อไทย ๘ ท่าน เป็นพรรคพลังประชารัฐ ๘ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๔ ท่าน พรรคก้าวไกล ๓ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน พรรคประชาชาติ ๑ ท่าน พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่านนะครับ เป็นตัวเลขที่สภาได้รวมไว้นะครับ เพราะฉะนั้น กระบวนการต่อไป ขอเชิญท่านเสนอชื่อนะครับ โดยให้ทางวุฒิสมาชิกได้เสนอก่อนครับ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปิยฉัฏฐ์ วันเฉลิม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ในสัดส่วนของวุฒิสภา จำนวน ๑๕ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. ศาสตราจารย์พิเศษกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ ๒. นายกิตติ วะสีนนท์ ๓. นายคำนูณ สิทธิสมาน ๔. นายจเด็จ อินสว่าง ๕. นายเจตน์ ศิรธรานนท์ ๖. นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ๗. นายถวิล เปลี่ยนศรี ๘. พลเอก นาวิน ดำริกาญจน์ ๙. พลเรือเอก พัลลภ ตมิศานนท์ ๑๐. นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ ๑๑. นายศรีศักดิ์ วัฒนพรมงคล ๑๒. นายสมชาย แสวงการ ๑๓. นางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ ๑๔. พลเอก วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล และ ๑๕. นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ขอผู้รับรอง ๑๐ คนครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปจะเป็น สัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ๘ ท่านนะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการพิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๘ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. นายสุทิน คลังแสง ๒. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๓. นายองอาจ วงษ์ประยูร ๔. นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ ๕. นายนิรมิต สุจารี ๖. นายจตุพร เจริญเชื้อ ๗. นายสมคิด เชื้อคง ๘. นายสงวน พงษ์มณี ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ขอผู้รับรอง ๑๐ ท่านนะครับ🔗
ครบครับ ถูกต้องครับ ต่อไป พรรคพลังประชารัฐ ๘ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๘ ท่าน ๑. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ๒. รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์รงค์ บุญสวยขวัญ ๓. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๔. นายสมศักดิ์ คุณเงิน ๕. นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ๖. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ๗. นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ๘. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรอง ๑๐ ท่านครับ🔗
ถูกต้องครับ ลำดับต่อไป พรรคภูมิใจไทย ๔ ท่านครับ🔗
กราบเรียนประธานรัฐสภาที่เคารพ ข้าพเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๔ ท่าน ดังนี้ ๑. ส.ส. ศุภชัย ใจสมุทร ๒. ส.ส. ฐิตินันท์ แสงนาค ๓. ส.ส. ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ๔. ส.ส. คารม พลพรกลาง ขอผู้รับรองด้วยเจ้า🔗
ขอผู้รับรองด้วยครับ ๑๐ ท่านครับ🔗
ขอบคุณเจ้า🔗
ครบครับ ถูกต้องครับ ต่อไป พรรคก้าวไกล ๓ ท่านครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ บัญชีรายชื่อจาก พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกลตามนี้ครับ ๑. นายรังสิมันต์ โรม ๒. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา คนที่ ๓ นายธีรัจชัย พันธุมาศ ขอบคุณครับท่านประธาน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ๑๐ ท่าน🔗
ครบถ้วนนะครับ ต่อไป พรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่านดังนี้ครับ ๑. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ๒. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๓. นายชัยชนะ เดชเดโช ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ๑๐ ท่านนะครับ ครบครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนาในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในสัดส่วนของ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ นายนิกร จำนง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ สมาชิกรัฐสภา เป็นตัวแทนของพรรคเสรีรวมไทยในการเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไข รัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. .... นะครับ ท่านนภาพร เพ็ชร์จินดา ขอผู้รับรอง ครับ🔗
คุณนภาพร เพ็ชร์จินดา ขอผู้รับรอง นะครับ🔗
ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ จังหวัดปัตตานี ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน คือ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ๑๐ ท่าน ครบถ้วนครับ ต่อไปพรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขออนุญาตเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของ พรรคเศรษฐกิจใหม่ จำนวน ๑ ท่าน ขออนุญาตเสนอ นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ขอผู้รับรอง นะครับ🔗
ครบถ้วนนะครับ ก็ครบทุกพรรคครับ เชิญเลขาธิการรัฐสภาอ่านรายชื่อครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการ พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑ จำนวน ๔๕ คน ๑. ศาสตราจารย์พิเศษ กาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ ๒. นายกิตติ วะสีนนท์ ๓. นายคำนูณ สิทธิสมาน ๔. นายจเด็จ อินสว่าง ๕. นายเจตน์ ศิรธรานนท์ ๖. นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ๗. นายถวิล เปลี่ยนศรี ๘. พลเอก นาวิน ดำริกาญจน์ ๙. พลเรือเอก พัลลภ ตมิศานนท์ ๑๐. นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ ๑๑. นายศรีศักดิ์ วัฒนพรมงคล ๑๒. นายสมชาย แสวงการ ๑๓. นางสุวรรณี สิริเวชชะพันธุ์ ๑๔. พลเอก วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล ๑๕. นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ ๑๖. นายสุทิน คลังแสง ๑๗. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๑๘. นายองอาจ วงษ์ประยูร ๑๙. นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ ๒๐. นายนิรมิต สุจารี ๒๑. นายจตุพร เจริญเชื้อ ๒๒. นายสมคิด เชื้อคง ๒๓. นายสงวน พงษ์มณี ๒๔. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ๒๕. รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ๒๖. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๒๗. นายสมศักดิ์ คุณเงิน ๒๘. นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ๒๙. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ๓๐. นายจักรพันธ์ พรนิมิต ๓๑. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ๓๒. นายศุภชัย ใจสมุทร ๓๓. นายฐิตินันท์ แสงนาค ๓๔. นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ๓๕. นายคารม พลพรกลาง ๓๖. นายรังสิมันต์ โรม ๓๗. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ๓๘. นายธีรัจชัย พันธุมาศ ๓๙. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ๔๐. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๔๑. นายชัยชนะ เดชเดโช ๔๒. นายนิกร จำนง ๔๓. นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา ๔๔. นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ๔๕. นายสุภดิช อากาศฤกษ์🔗
มีพรรคใดจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข อะไรไหมครับ ถ้าไม่มี ก็ถือตามนี้นะครับ กระบวนการต่อไปก็คือตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๔ ว่า การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมชั้นคณะกรรมาธิการ สมาชิกรัฐสภาผู้ใดเห็นควร แก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ก็ให้เสนอคำแปรญัตติล่วงหน้าเป็นหนังสือ ต่อประธานคณะกรรมาธิการภายในกำหนด ๑๕ วันนับถัดจากวันที่รัฐสภารับหลักการ รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เว้นแต่รัฐสภาจะได้กำหนดเวลาแปรญัตติสำหรับร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมนั้นได้เป็นอย่างอื่น สมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ยึดถือ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๔ ก็คือแปรญัตติภายใน ๑๕ วันนะครับ โดยที่ได้มีการขอให้นัดล่วงหน้า ก็คือขอให้นัดประชุมกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ในวันอังคารที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น ๖ อาคารรัฐสภา ก็เลยขอเรียน แจ้งให้ทราบนะครับ ก็จบกระบวนการสำหรับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องเสนอใหม่ ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ🔗
ท่านเท่าพิภพค้างอยู่ มีอะไรไหมครับ ท่านเท่าพิภพครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร ก็จะหารือกับท่านประธานล่ะครับ ตอนที่ ก่อนอันนี้ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับวันประชุมของเรา อยากให้ข้อคิดเห็นเพราะว่าสมาชิกหลายคน ยื่น พ.ร.บ. สมาชิกสภายื่น พ.ร.บ. ไปหลายอันมาก แล้วก็ไม่มีกฎหมายไหนเลยที่ได้เข้ามา ก็อยากให้ท่านประธานได้กำหนดวันประชุมที่พิจารณาเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ที่มาจากสมาชิกครับ อย่างผมมีเรื่องเบียร์อะไรอย่างนี้ครับ ก็อยากให้มันผ่านไป แล้วก็วันหนึ่งเราจะได้มีกฎหมาย ที่มาจากฝ่ายนิติบัญญัติจริง ๆ อย่างประเทศสหรัฐอเมริกาหรือประเทศอังกฤษ ที่ส่วนใหญ่ กฎหมายมาจากฝ่ายนิติบัญญัติที่เป็นตัวแทนของประชาชนริเริ่มขึ้นมา ก็น่าจะเป็นผลงานที่ดี ของท่านประธาน แล้วก็สภาของเราในสมัยนี้ด้วยครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ผมเห็นด้วยกับท่านเท่าพิภพนะครับ ปัญหาติดอยู่ที่อุปสรรคพวกเราครับ เพราะว่าพวกเราใช้เวลาในการอภิปรายบางอย่างยาว จนไม่สามารถที่จะผ่านไปได้เลย ผมก็เลยหารือในที่ประชุมร่วม ๓ ฝ่ายหลายครั้งว่า เราจะร่วมมือกันไหม เช่น เรามีญัตติค้างอยู่ ๑๐๐ กว่าเรื่อง แล้วก็เหมือนดินพอกหางหมู นี่ขนาดว่าเราทำงานเร็วนะครับ แล้วบังเอิญว่าในช่วงสมัยประชุมนี้เรานัดวันศุกร์ยาก เพราะ วันศุกร์จะมีภารกิจอย่างอื่นเต็มที่ ก็เลยทำให้ญัตติที่ค้างอยู่ ๑๐๐ กว่าเรื่องขณะนี้ยังไม่ได้ มีการประชุมพิเศษเลย และเห็นด้วยว่ากฎหมายที่เราเสนอยังไม่ได้ผ่านการพิจารณา ที่เราผ่านไปก็คือกฎหมายรัฐบาลทุกฉบับเป็นเรื่องด่วน ก็ผ่านได้ทุกฉบับนะครับ อันนี้ก็ต้อง ขอบคุณทุกฝ่าย ผมจำได้วันก่อนนี้คุณจิรายุก็คุยเรื่องนี้ครั้งหนึ่ง แล้วผมก็เห็นด้วย ผมอยากให้เราทำอย่างนั้น ทีนี้ปัญหาว่าเราปฏิบัติเราทำได้ไหม เช่น ไม่ใช่เราพูดทุกเรื่องเลย พูดทุกเรื่อง แล้วพูดจนกระทั่งวาระไม่สามารถไปได้เลย ค้างอยู่ตรงนั้น เพราะเราพูดกัน มากเกินไป ถ้าเราลด เราลดได้แล้วก็คือเวลานะครับว่าคนหนึ่งไม่เกิน ๗ นาที ๕ นาที แล้วแต่ความจำเป็น เรื่องไหนสำคัญก็พูดได้ตลอด แต่ว่าถ้าเราลดจำนวนคนอภิปรายลงมา เราสามารถที่จะทำให้พิจารณาเรื่องที่คุณเท่าพิภพพิจารณาอันนี้ขึ้นมาได้ ผมจะเชิญพวกเรา พวกเราทั้ง ๓ ฝ่ายไปพบอีกที ก็จะรับความคิดนี้ไป แล้วผมเห็นด้วยครับ ผมไม่อยากให้งาน เราค้างครับ🔗
ก็หมดวาระประชุมนะครับ ผมขอขอบพระคุณพวกเราทุกคน ทุกฝ่ายที่ได้ร่วมมือกัน ขอบคุณผู้ตรวจนับคะแนน เป็นประสบการณ์ใหม่ของท่านนะครับ แล้วก็ขอบคุณข้าราชการ ที่เหนื่อยกันมา ๓ วัน ขอบคุณล่ามมือ แล้วก็สื่อมวลชน พี่น้องประชาชนที่ติดตามการทำงาน ของสภานะครับ ผมขอกราบเรียนด้วยความเคารพว่ามีความตั้งใจที่จะให้สภาของเรานั้นเป็นสถาบัน ที่พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ว่าเราทำงานในหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ให้สมกับว่าเราเป็น ส่วนหนึ่งของฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นส่วนหนึ่งของอธิปไตย เป็นส่วนหนึ่งของระบอบ ประชาธิปไตยครับ ผมขอขอบพระคุณทุกท่านครับ สวัสดีครับ ขอปิดประชุมครับ🔗