unknown · · 392 lines

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไวเมื่อเลิกประชุม คน
นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

เรียนทานสมาชิกรัฐสภา ทุกทานครับ ขณะนี้มีผูมาลงชื่อเพื่อเขาประชุม ๓๕๕ ทานแลว ครบองคประชุมครับ ผมขอ เปดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระตอไปนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานแจงตอที่ประชุม ไมมี🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไมมี🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ แตวากอนจะเขาถึงระเบียบวาระที่ ๓ ซึ่งเปนระเบียบ วาระที่เราจะตองพิจารณา ผมอยากใหวิปไดชี้แจงขอตกลงที่เราไดประชุมรวมกันทั้ง ๓ ฝาย🔗

นายศรัณย ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

เรียนทานประธาน ที่เคารพครับ ผม ศรัณย ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ สืบเนื่องจากเรื่องการตกลงกันในการใชเวลาในการอภิปราย แตละเรื่องครับ ในสวนของเรื่องแรกที่เปน พ.ร.ป. ป.ป.ท. ไดมีการประชุมวิป ๓ ฝายและไดมี การพูดคุยและตกลงกันวาเราจะใชเวลารวมกันในการพิจารณาไมเกิน ๒ ชั่วโมงครับทานประธาน หลังจากนั้นในระเบียบวาระของญัตติในการสงเรื่องแกไขรัฐธรรมนูญไปถามศาลรัฐธรรมนูญนั้น ทั้ง ๒ ญัตติเราจะใชเวลาฝายละไมเกิน ๒ ชั่วโมงครับทานประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณวิปฝายรัฐบาล มีทานอื่น จะเห็นเปนอยางอื่นไหมครับ ถาไมเห็นเปนอยางอื่นเราก็ดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนี้ แตที่เราตกลงกันวันนั้นวาเราจะนำระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแลว🔗

- รางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการ ทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแลวเขามาประชุมเปนวาระแรก เพราะวาอันนี้มีกำหนดเวลาไมเกิน ๑๘๐ วัน ถาไมมีผูเห็นเปนอยางอื่นตามที่เราปรึกษากันมา ก็จะพิจารณาเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแลวกอนนะครับ ผมขอเชิญคณะกรรมาธิการ เขาประจำที่ คณะกรรมาธิการเขาประจำที่เสร็จแลวนะครับ คณะกรรมาธิการไดขออนุญาต ให คุณอนัญ ยศสุนทร นักกฎหมายกฤษฎีกาชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เขารวมชี้แจงดวย ผมอนุญาตนะครับ🔗

การพิจารณารางบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปนการพิจารณาในวาระที่สอง ซึ่งเปนการพิจารณาจะเริ่มตนตั้งแตชื่อราง คำปรารภ และเรียงลำดับมาตราจนจบราง และ เนื่องจากรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไมมีผูเสนอคำแปรญัตติ ดังนั้นก็จะให คณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไดอภิปรายกอน สวนสมาชิกจะอภิปรายไดเฉพาะถอยคำ หรือขอความที่คณะกรรมาธิการไดแกไขเพิ่มเติมเทานั้น เมื่อคณะกรรมาธิการไดชี้แจงจบแลว ก็จะลงมติเปนมาตรา ๆ ตามขอบังคับ ขอ ๙๖ ในการนี้ไมทราบวาทานประธานจะมีอะไร ชี้แจงกอนไหมครับ เชิญครับ🔗

นายชลนาน ศรีแกว ประธานคณะกรรมาธิการ

ทานประธานที่เคารพ กระผม นายชลนาน ศรีแกว สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดนาน พรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ของรัฐสภา กอนอื่นผมตอง กราบขอบพระคุณทานประธานที่ไดกรุณานำรางพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่กรรมาธิการพิจารณา เสร็จแลวบรรจุเขาสูระเบียบวาระและพิจารณาไดทันในวันนี้ หลังจากที่ทานประธานไดออก ระเบียบวาระไปแลว มีการพูดคุยกันถึงความจำเปน ทานไดกรุณาในนามกรรมาธิการครับ ตองกราบขอบพระคุณทานและวิปทั้ง ๓ ฝายเปนอยางสูงนะครับ เนื่องจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ เปนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หลังจากที่ทานประธานบรรจุเขาสูระเบียบวาระแลว จะตองพิจารณาใหแลวเสร็จในรัฐสภาภายใน ๑๘๐ วันนะครับ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ซึ่งเวลาชวงนั้นมันเปนชวงระหวางปดสมัยประชุม เราจะประชุมกันถึงวันที่ ๙ เมษายน จึงเปนเหตุผลที่ดีอยางยิ่งนะครับที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ไดมาบรรจุเพื่อใหรัฐสภา ไดพิจารณาในวาระที่สอง วาระที่สาม เพราะถาพนวันที่ ๒ พฤษภาคมไปแลว ไมมีการพิจารณา ในวาระที่สอง วาระที่สาม บทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญใหถือวารางที่รับหลักการไปเปนราง ที่ไดรับความเห็นชอบจากรัฐสภาสามารถนำทูลเกลาฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศ บังคับใชเปนกฎหมายไดตอไป อันนี้คือความจำเปนอยางยิ่งที่ผมเองตองกราบขอบคุณ ทานประธาน ทานประธานที่เคารพครับ รายงานการพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของรัฐสภา ที่นำเสนอโดย สส. วิโรจน ลักขณาอดิศรและคณะ เปนรางพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญที่รัฐสภาไดประชุมรวมกันครั้งที่ ๑ สมัยสามัญประจำป ครั้งที่ ๒ ในวันศุกรที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๗ ที่ผานมา ไดพิจารณาและลงมติ รับหลักการแหงรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปราม การทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในฉบับนี้ และมอบใหคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา รางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเปนผูเสนอใหเปนผูพิจารณา รางพระราชบัญญัติฉบับนี้ไดถูก กำหนดใหแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน กราบเรียนทานประธานดวยความเคารพนะครับไมมี สมาชิกทานใดไดเสนอคำแปรญัตติ ในการพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญไดพิจารณาแตงตั้งที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการจากผูเชี่ยวชาญ ที่มีความรูมีประสบการณเกี่ยวกับรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกลาว จำนวน ๑๔ คน และมีการประชุมทั้งหมด ๓ ครั้ง ไดเชิญหนวยงานที่เกี่ยวของจากหลายหนวยงาน เขามารวมชี้แจงแสดงความเห็นจากสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักคณะกรรมการกฤษฎีกา จากกระทรวงกลาโหม กรมพระธรรมนูญ จากตุลาการพระธรรมนูญ ศาลทหาร มีผูเขารวม ประชุมจากสำนักงาน ป.ป.ช. ที่ไดใหขอมูลมาชี้แจง ในการพิจารณาคณะกรรมาธิการ ไดแกไขเพิ่มเติมในมาตรา ๔ และกรรมาธิการไดเพิ่มเติมขึ้นมาใหมอีก ๑ มาตรา คือมาตรา ๕ ดังที่กรรมาธิการไดเสนอรายงานตอทานประธานเพื่อใหทานประธานและสภาแหงนี้ไดรวมกัน พิจารณาในวาระที่สอง วาระที่สามตอไป กราบขอบพระคุณทานประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณทานประธาน คณะกรรมาธิการครับ ตอไปขอเชิญทานเลขาธิการดำเนินการครับ🔗

วาที่รอยตำรวจตรี อาพัทธ สุขะนันท เลขาธิการรัฐสภา

รางพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ชื่อราง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ไมมีการแกไข คำปรารภ ไมมีการแกไข มาตรา ๑ ไมมีการแกไข มาตรา ๒ ไมมีการแกไข มาตรา ๓ ยกเลิกมาตรา ๙๖ ไมมีการแกไข มาตรา ๔ มีการแกไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

มีกรรมาธิการสงวนความเห็น เชิญกรรมาธิการที่สงวนความเห็น ทานผูใดจะขอแถลง เชิญครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานที่เคารพ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ผูแทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง พรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและในฐานะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นครับ ทานประธานครับ ในสวนมาตรา ๔ ที่แกไขมาตรา ๙๖ นั้น ตัวกระผมไดสงวนความเห็น สืบเนื่องจากวาในหลักการที่สภาแหงนี้รับมาก็คือวาเราตองการที่จะใหการดำเนินคดีทุจริตนั้น ไปขึ้นที่ศาลคดีทุจริตประพฤติมิชอบแทนศาลทหารนับตั้งแตกฎหมายนี้ผาน แตเนื่องจากวา ในกรรมาธิการเสียงขางมากนั้นยังไมไดทำตามหลักการที่ระบุไวที่รัฐสภาแหงนี้รับไป แตไปให เปนบทเหมือนบทชั่วคราวมิใชบทที่ใหมีการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ ขอเรียนอยางนี้นะครับ หลักการที่สำคัญที่เรารับหลักการไปที่ยังคลาดเคลื่อนตอกรรมาธิการเสียงขางมากที่ยังไมทำ ทันที เรื่องแรกก็คือหลักการคนในประเทศเดียวกันก็ควรขึ้นศาลเดียวกันในขอหาเดียวกัน หลักตรงนี้เปนหลักสากล เนื่องจากวาเปนเรื่องของความเสมอภาคทางกฎหมายทำใหทุกคนนั้น มีความเทาเทียมกันครับ ไมควรมีบุคคลใดที่เปนขาราชการหรือใครก็ตามมีเขตอำนาจพิเศษ ยกตัวอยางเชน ศาลทหาร ซึ่งทำตามพระธรรมนูญศาลทหาร มาตรา ๑๓ มีอำนาจดำเนิน คดีอาญาทหาร แตตอนป ๒๔๙๘ นั้น ระบุวาใหดำเนินคดีในคดีอาญาอื่นดวย ทั้งประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายอื่นดวย ซึ่งเรื่องนี้อาจจะทำใหหลักสิทธิมนุษยชนนั้นไมไดรับความเสมอภาคเทาที่ควร กรณีอยางนี้ มันเปนการสรางความเหลื่อมล้ำนะครับ และมีขอกังขาวากองทัพนั้นคุมครองคนของตัวเอง หรือเปลา นอกจากนั้นในสวนของการทุจริตมันไมใชความผิดของทางทหารนะครับ แตเปน อาชญากรรมตอรัฐและประชาชน การทุจริตไมไดเกี่ยวกับวินัยทหารแตเปนการทำเพื่อละเมิด ผลประโยชนของประชาชน ภาษีที่ถูกใชผิดวัตถุประสงคมาจากประชาชนทุกคนไมใชจาก กองทัพ ประชาชนมีสิทธิเห็นวาคดีเหลานี้ถูกพิจารณาในระบบยุติธรรมโปรงใสไมใช โดยองคกรที่อาจมีผลประโยชนทับซอนได ทานประธานครับ ในสวนความโปรงใสและ ความนาเชื่อถือของกองทัพนั้น หากใหกองทัพในการพิจารณาคดีทุจริตเองนั้นก็จะทำให ประชาชนคิดวากองทัพมีอิทธิพลเหนือกระบวนการยุติธรรมนะครับ และเชื่อวากระบวนการ ยุติธรรมในทุจริตนั้นควรเปนระบบเปดมิใชระบบปดใหองคกรไดตัดสินเอง และที่สำคัญ ศาลทหารควรจะมีกฎเกณฑเขตที่ชัดเจนนะครับ พิจารณาเฉพาะคดีทหารเทานั้นในเมื่อ กฎหมายนั้นไดพัฒนากวาป ๒๔๙๘ ที่ตามพระธรรมนูญ มาตรา ๓๔ กรณีนี้นะครับในสวน ของกรรมาธิการเสียงขางมากนั้นไมกลาตัดสินใจเลยไปแกในสวนของหลักการที่ไมใหโอนคดี ไปศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบทันที เรื่องนี้ผมอาจจะไมเห็นพองดวย ดวยความเคารพจริง ๆ หลักการคนในประเทศเดียวกันควรขึ้นศาลเดียวกัน ในขอหาเดียวกันเปนหลักยุติธรรมที่ตอง ยึดถือนะครับ และไมควรจะตองรออีก การจะใชบอกวาตองไปแกพระธรรมนูญศาลยุติธรรม อีกฉบับหนึ่งนั้นเปนการรอโดยไมสามารถที่จะมีหลักประกันอะไรเลยวาจะสามารถเปลี่ยนแปลง เรื่องนี้ไดทันที ขอเรียนอยางนี้นะครับ เรามีกฎหมายที่เปนตัวอยางซึ่งถือตามหลักกฎหมายเฉพาะ ยอมเหนือกวากฎหมายทั่วไป นั่นก็คือในสวนของพระราชบัญญัติการปราบปรามการทรมาน และอุมหายที่เราเรียกสั้น ๆ นะครับ มาตรา ๓๔ เขาก็มีระบุไวชัดเจนนะครับวาในคดีที่เกี่ยวกับ การทรมานอุมหายที่เกี่ยวของทหารนั้นใหมาขึ้นที่ศาลยุติธรรมได สิ่งเหลานี้นะครับเปนกรณี ที่มีกฎหมายเฉพาะเขามายกเวนกฎหมายของพระธรรมนูญศาลทหารในมาตรา ๑๓ แลว เราก็ควรที่จะทำอยางนั้นเชนกัน เคยมีตัวอยางและสามารถทำได ในกรณีอยางนี้ถามวา มันละเมิดระบบนิติบัญญัติหรือไม ไมใช หลักการที่แทจริงก็คือการที่เอากฎหมายเฉพาะมา สามารถทำใหมีการเคารพและมีหลักนิติธรรมไดเคารพอยางจริงจัง ดังนั้นผมคิดวากรณีนี้ เราสามารถที่จะแกไขในกฎหมายไดทันทีนะครับ ตัวกระผมและทานสมาชิกที่เปนกรรมาธิการ เสียงขางนอยไดแปรญัตติอยางนี้นะครับ ใหศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเปนศาล ที่มีเขตอำนาจพิจารณาคดีบุคคลซึ่งอยูในอำนาจศาลทหารในความผิดคดีทุจริตประพฤติมิชอบ และบรรดาคดีทุจริตประพฤติมิชอบที่อยูในระหวางการดำเนินคดีของอัยการทหารตามมาตรา ๙๖ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งใชบังคับอยูในวันกอนที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใชบังคับ ใหอัยการสูงสุด เปนผูดำเนินการในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติชอบ นั่นหมายความวาคดีศาลทหาร จะโอนทันทีนับแตพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใชบังคับ นั่นหมายความวา จะไมมีระบบ ๒ มาตรฐานในประเทศนี้ ขาราชการทหารในคดีทุจริตก็ตองมาพิจารณาในศาล อาญาคดีทุจริตเชนกัน ใชระบบที่เปดเผยเชนกัน ความเคารพในความโปรงใสของทานผูที่ เปนทหารก็ไดรับความเคารพเชนกัน เพราะวาทานจะไมสามารถมีอภิสิทธิไดมากอื่น ความเทาเทียมในระบบยุติธรรมเราจะเกิดขึ้นทันที แตรางของทางกรรมาธิการเสียงขางมาก ดวยความเคารพจริง ๆ จะตองรอนะครับ จะไมทำจะตองรอใหมีการแกพระราชบัญญัติ การปราบปรามการทรมานและอุมหายซึ่งไมทราบวาจะผานเมื่อไร หรือไม อยางไรนะครับ เรื่องนี้ผมจึงเห็นวาขอใหทานสมาชิกที่เคารพทุกทานนะครับ และผานไปยังทานประธานนะครับ ไดโปรดชวยกันเปลี่ยนแปลงระบบการบังคับใชกฎหมายคดีทุจริตในครั้งนี้ได และมีตัวอยาง ที่ชัดเจนแลวในคดีกฎหมายทรมานอุมหายสามารถโอนทันทีเชนกันนะครับ ขอใหทานไดเห็นดวย กับทางกรรมาธิการเสียงขางนอยดวยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณคุณธีรัจชัย พันธุมาศ มีสมาชิกขออภิปราย ๑ ทาน ขอเชิญทานรองศาสตราจารย เชิดชัย ตันติศิรินทร🔗

รองศาสตราจารยเชิดชัย ตันติศิรินทร สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

กราบเรียน ทานประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายแพทยเชิดชัย ตันติศิรินทร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอมีสวนรวมอภิปรายในรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ราง พ.ร.ป. วาดวยการปองกันและปราบปรามทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทานประธานครับ ผมขออนุญาตสนับสนุนกรรมาธิการเสียงขางมาก คือมันตองอานทั้งหมดมันก็มีศัพทอยูที่คำวา อำนาจและเขตอำนาจ อำนาจก็คือสิทธิกำลังหรือพลังหรือการบังคับบัญชา แตเขตอำนาจสำคัญ ไปอีกครับก็คือเปนพื้นที่และอำนาจของศาลหรือผูพิพากษาที่จะพิจารณาคดี ทานประธานครับ ในที่ทานกรรมาธิการเสนอมานี้ก็เขียนชัดเจนตามหลักเราพิจารณากฎหมาย ก็คือหลักการ และเหตุผลนี้เปนเรื่องที่แกไขไมไดแตเมื่อคณะกรรมาธิการดูไปแลวจำเปนตองแกก็ทำเปนขอเสนอ ซึ่งอันนี้ผมชอบมากก็จะเปนหลักการที่ทางสภาไมวาจะเปนวุฒิสภา หรือสภาผูแทนราษฎร จะไดนำไปใช ก็คือทำเปนขอสังเกตวาในการรางกฎหมายในคราวหนานี้จะตองใหมันชัดเจน ทีนี้พอมาพูดถึงปญหาเรื่องเขาเรียกวาเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกประเภท ตามหลักการก็คือควรจะมาอยูในเขตอำนาจของศาลพลเรือนโดยที่ผานมาไปอยูในเขตอำนาจ ของศาลทหารเชนเดียวกัน แลวกฎหมายเมืองไทยมันมีคาบเกี่ยวในชวงเวลา ถาจะแกแบบเบ็ดเสร็จ ยังไมมีอะไรที่จะกำหนดได ทางกรรมาธิการเขาก็ไดเสนอไปแลว ซึ่งผมอานแลวชอบใจ คือมาตรา ๔ เขียนวาบรรดาทุจริตและประพฤติมิชอบที่อยูในระหวางการดำเนินคดีของ อัยการทหารตามมาตรา ๖๙ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกัน และปราบปรามทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งใชบังคับอยูในวันกอนวันที่พระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใชบังคับใหโอนไปใหอัยการสูงสุดเปนผูดำเนินการ ก็ถูกแลวครับไมตอง ไปเขียนในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เพราะอันนี้มันตรงไปตรงมาตามที่ทาง คณะกรรมาธิการไดไปเขียนไวในขอสังเกตเรื่องหลักการนะครับ พอวรรคสองเพื่อประโยชน ในการดำเนินคดีตามหมวด ๕ การดำเนินการกับเจาหนาที่รัฐสวนที่ ๑ การดำเนินคดีกับ เจาหนาที่ของรัฐแหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปราม ทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ในระหวาง ที่ศาลทหารยังคงมีเขตอำนาจพิจารณาคดีกับผูถูกกลาวหา ซึ่งเปนบุคคลที่อยูในเขตอำนาจ ของศาลทหารนั้นก็ใหอัยการสูงสุดเปนอัยการทหารตามกฎหมายของรัฐบาลของธรรมนูญ ศาลทหารไปกอน อันนี้เปนสิ่งที่ถูกตองครับเปนการแกไขปญหาที่วาไมตองเสียเวลาเพียงแตวา รางพระบัญญัติฉบับนี้ตองขอความกรุณาจากทานสมาชิกรัฐสภานี้ใหผานตามสมาชิก เสียงขางมาก แลวในการนี้ผมก็อยากใหทานกรรมาธิการอธิบายเรื่องเขตอำนาจ เรื่องอำนาจ ใหมันชัดเจนดวยครับ ขอบคุณครับทานประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

มีทานวุฒิสมาชิกที่เปน กรรมาธิการครับ ทานอังคณา ลีนะไพจิตร ขออภิปรายอีกทาน เชิญครับ🔗

นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมาธิการ

ขอบพระคุณคะทานประธาน นางอังคณา นีละไพจิตร และสมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขออภิปราย ในฐานะกรรมาธิการเสียงขางนอยที่สงวนความเห็น ทานประธานเนื่องจากพระราชบัญญัติ ประกอบการรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปนการอนุวัตกฎหมายตามอนุสัญญาสหประชาชาติวาดวย การตอตานการทุจริต ดังนั้นในการปรับปรุงรางจึงมีความสอดคลองกับอนุสัญญาสหประชาชาติ ซึ่งไดเนนย้ำในเรื่องของความเปนอิสระของศาลและอัยการ ทั้งนี้ความเปนอิสระของตุลาการ เปนสิ่งที่สำคัญอยางยิ่งในการตอตานการทุจริต อนุสัญญาสหประชาชาติวาดวยการตอตานการทุจริตเนนย้ำใหรัฐภาคีดำเนินมาตรการ ตามหลักการพื้นฐานของระบบกฎหมายและโดยไมกระทบตอความเปนอิสระของฝายตุลาการ ทานประธานคะ การปรับปรุงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถือเปนการอนุวัต กฎหมายใหมีความทันสมัย กาวหนา กาวทันการเปลี่ยนแปลงและความซับซอนของการทุจริต และปองกันการฟองคดีเพื่อปดปากผูใหขอมูลเกี่ยวกับการทุจริต ในขณะที่พระราชบัญญัติ ธรรมนูญศาลทหาร พุทธศักราช ๒๔๙๘ เปนกฎหมายที่ใชบังคับมานานกวา ๗๐ ปคะ โดยปราศจากการปรับปรุง จึงเปนกฎหมายที่ลาสมัยแลวกาวไมทันความซับซอนของคดีทุจริต อีกทั้งยังไมสอดคลองกับหลักสากล ทานประธานคะ หัวใจหลักของการจัดตั้งศาลคดีอาญา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบเพื่อปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจาหนาที่รัฐ มีหลักการสำคัญ ๓ ประการ ๑. คือการดำเนินคดีตองรวดเร็ว ๒. การดำเนินคดีตองเปนธรรม และ ๓. การดำเนินคดีตองมีความเสมอภาค ซึ่งทั้ง ๓ ประการเปนหลักการที่ยังตองคงไวเสมอ ทานประธานคะ ศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบถือเปนศาลที่มีความชำนาญเฉพาะ ประกอบไปดวยผูพิพากษาและเจาหนาที่ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะดาน โดยเฉพาะอยางยิ่ง มีความรูความเชี่ยวชาญและประสบการณในการปราบปราม หรือพิจารณาคดีตาง ๆ ที่เกี่ยวของ กับการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งเปนคดีที่มีความยุงยากซับซอนหรือมีเรื่องที่เกี่ยวกับผูมี อิทธิพลเขามาเกี่ยวของ ในขณะที่ศาลทหารจะมีองคคณะตุลาการที่เชี่ยวชาญกฎหมาย เพียงคนเดียวกับนายทหารอีก ๒ นายที่อาจไมมีความเชี่ยวชาญทั้งหลักกฎหมาย ทั้งกฎหมาย ภายในประเทศและกฎหมายระหวางประเทศ อำนาจของศาลทหารจึงควรจำกัดเฉพาะ เรื่องวินัยภายในกองกำลังทหารเทานั้น เพราะการขยายเขตอำนาจหรือการคงอำนาจศาลทหาร ใหครอบคลุมคดีทุจริตถือเปนการละเมิดสิทธิในการที่ศาลเปนอิสระและมีความเปนกลาง ควรที่จะพิจารณา นอกจากนั้นตามคำแนะนำของโออีซีดีที่เกี่ยวของกับการตอตานการติดสินบน ที่ประกาศเมื่อป ๒๐๑๐ โออีซีดีเนนย้ำวาคดีทุจริตตองไดรับการจัดการโดยหนวยงานตุลาการ พลเรือนที่มีความเชี่ยวชาญดานอาชญากรรมทางการเงิน ดังนั้นถาหากคดีทุจริตของทหาร อยูภายใตอำนาจของศาลทหารอาจทำใหเกิดความไมโปรงใสไมเปนธรรมซึ่งจะทำใหการพิจารณา คดีทุจริต เปน ๒ มาตรฐาน🔗

ทานประธานคะ ในเรื่องเกี่ยวกับศาลทหาร องคการสหประชาชาติไดกำหนด หลักการในการกำกับดูแลการบริหารงานยุติธรรมผานศาลทหารหรือที่เรียกกันวาหลักการ Decaux ซึ่งตุลาการศาลทหารไทยก็ไดรวมในการรางดวย แลวประเทศไทยก็ไดใหการรับรอง หลักการนี้ หลักการ Decaux ยืนยันหลักการพื้นฐานวาระบบยุติธรรมของทหารควรเปนสวนหนึ่ง ของระบบยุติธรรมตามปกติและควรดำเนินการในลักษณะที่ประกันใหเกิดความสอดคลอง อยางเต็มที่กับหลักสิทธิมนุษยชนที่ไดรับความคุมครองในระดับสากล ซึ่งสาระสำคัญ ๒๐ ประการของหลักการ Decaux เชนวา ระบบศาลทหารตองเคารพกฎเกณฑของกฎหมาย ระหวางประเทศ และมาตรฐานในการรักษาความลับทางทหารไมอาจถูกนำมาใชเพื่อยกเวน การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมหรือเพื่อกระทบสิทธิมนุษยชนรวมถึงหนาที่ในการ เชื่อฟงผูบังคับบัญชาก็ไมอาจยกเวนความรับผิดชอบทางอาญาของทหารได และศาลทหาร จึงตองมีความรูความสามารถเปนกลาง เปนอิสระ และมีการพิจารณาคดีอยางเปดเผย ทานประธานคะ ถาหากคดีทุจริตคอรรัปชันถูกแยกเปนการพิจารณาคดีในศาลพลเรือน คือศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกับการพิจารณาในศาลทหารก็จะทำใหเกิดมาตรฐาน ในการพิจารณาคดีที่ตางกัน เกิดความเหลื่อมล้ำซึ่งจะไมเปนธรรมตอคดีอีกทั้งยังขัดตอ หลักการพิจารณาคดีอยางเปนธรรมโดยศาลที่เปนอิสระและโปรงใส ทานประธานคะ ตุลาการ ศาลทหารบางทานอาจใหความเห็นวาเราไมควรกังวลในบทลงโทษของศาลทหารเพราะศาลทหาร มีบทลงโทษที่หนักกวาศาลพลเรือน แตทานประธานคะ หลักการพิจารณาคดีอยางเปนธรรม ยืนยันวาจะตองไมมีใครถูกลงโทษเกินสัดสวนของความผิดที่ไดกระทำและตองไมมีใคร ที่ทำผิดแลวจะไดรับการยกเวนโทษ ผูกระทำผิดตองไดรับโทษตามสัดสวนของความผิด โดยเทาเทียมกัน โดยตุลาการที่เปนอิสระและดวยมาตรฐานเดียวกัน ทานประธานคะ ตามหลักการสันนิษฐาน ไวกอนวาบุคคลทุกคนคือผูบริสุทธิ์จนกวาศาลจะมีคำพิพากษา ก็เริ่มตนจากระบบยุติธรรม ที่ตองมีมาตรฐานในการคุมครองสิทธิของผูตองหาเทาเทียมกัน เชน เราจะเห็นวาสิทธิของ ผูตองขังในเรือนจำทหารแตกตางจากเรือนจำพลเรือน รวมถึงการอนุญาตใหญาติ ทนาย หรือผูที่ผูตองหาไววางใจเขาเยี่ยมได ทั้งนี้มาตรฐานเรือนจำก็ยังจำเปนที่จะตองเปนไปตาม มาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติหรือที่เรียกวาขอกำหนด Mandela ทานประธานคะ ดิฉัน ขอยกตัวอยางคดีทุจริตที่พิจารณาในศาลสิทธิมนุษยชนของทวีปอเมริกาซึ่งเปนที่ยอมรับทั่วโลก ศาลสิทธิมนุษยชนทวีปอเมริกาใหความเห็นวา ศาลทหารไมควรมีเขตอำนาจศาลเหนือความผิด ที่ไมเกี่ยวกับทหาร และยืนยันวาศาลทหารไมควรพิจารณาคดีเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนหรือ อาชญากรรมที่เกี่ยวของกับการทุจริต ในขณะที่คณะกรรมาธิการแอฟริกาวาดวยสิทธิมนุษยชน และสิทธิของประชาชนกลาวถึงหลักการและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับสิทธิในการพิจารณาคดี อยางเปนธรรมและความชวยเหลือทางกฎหมาย ซึ่งในป ๒๐๐๓ ระบุวาศาลทหารไมควรมี เขตอำนาจศาลหรืออาชญากรรมที่กระทำโดยเจาหนาที่ทหารตอพลเรือน หรือความผิด เกี่ยวกับการทุจริต ทานประธานคะ ดิฉันขอยกตัวอยางคดีทุจริตที่พิจารณาในศาลทหารและ ศาลพลเรือนเมื่อเปรียบเทียบกันนะคะ ในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เชนคดีการจัดซื้อ เครื่อง GT200 หรือที่ชาวบานเขาเรียกวาไมลางปาชา ที่นำมาใชในการควบคุมตัวประชาชน จำนวนมากในจังหวัดชายแดนภาคใตและกลุมชายขอบ ซึ่งพิสูจนแลววาเปนเครื่องมือ ที่หลอกลวง อยางไรก็ตามเราจะเห็นวาการจัดซื้อเครื่องมือ GT200 ของหนวยงานทหารและ พลเรือนไมไดเปนไปตามมาตรฐานเดียวกันในการดำเนินคดี คดีที่อยูในศาลทหารมีความลาชา และผูที่ถูกดำเนินคดีมักเปนเจาหนาที่ระดับปฏิบัติการไมใชระดับผูมีอำนาจตัดสินใจ เมื่อเทียบกับคดีเจาหนาที่ฝายพลเรือนที่พิจารณาในศาลพลเรือนคดีทุจริต ทานประธานคะ บางทานอาจบอกวาการพิจารณาการบริหารงานของฝายทหารเกี่ยวของกับความมั่นคงของชาติ แตการทุจริตคอรรัปชันเปนเรื่องที่เกี่ยวพันโดยตรงกับประโยชนสาธารณะ เพราะการทุจริต ถือเปนการเซาะกรอนบอนทำลายระบบคุณธรรม ความซื่อสัตย และหลักนิติธรรมซึ่งถือเปน เสาหลักของสังคม แลวอาจจะมากกวาความมั่นคงที่ไมไดมีนิยามชัดเจน จากเหตุผลที่กลาว มาทั้งหมดขางตนเพื่อใหการพิจารณาคดีทุจริตคอรรัปชันเปนไปอยางเสมอภาค รวดเร็ว โปรงใส เปนธรรมตามเจตนารมณของกฎหมายและอนุสัญญาสหประชาชาติวาดวยการตอตาน การทุจริต และสอดคลองอยางเต็มที่กับพระราชบัญญัติการทรมานอุมหาย รัฐสภาจึงตอง ยืนยันหลักการใหคดีทุจริตคอรรัปชันอยูในอำนาจการไตสวนของศาลอาญาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบ โดยใหพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลทันทีในการปฏิบัติ ไมใหใชกฎหมายที่เราใชกันมาเกือบ ๑๐๐ กวาปมีผลตอกฎหมายอนุวัตใหม ทั้งนี้เพื่อคุมครอง ประโยชนของประเทศชาติและประชาชนและที่เหนือกวานั้นก็คือเพื่อประโยชนของความยุติธรรม ขอบพระคุณคะทานประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ มีกรรมาธิการ ที่สงวนอีก ๓ ทานจะขอแถลงชี้แจง แลวก็มีสมาชิกที่ประสงคจะอภิปรายรวมดวยอีก ๔ ทาน ผมจะเรียงตามลำดับไปนะครับ โดยที่ขอใหคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไดอภิปรายกอน ทานตอไปขอเชิญทานนาวาโท กิตติพงษ ปยะวรรณโณ เชิญครับ🔗

นาวาโท กิตติพงษ ปยะวรรณโณ ผูแทนคณะกรรมาธิการ

เรียนทานประธาน ที่เคารพ กระผม กิตติพงษ ปยะวรรณโณ ในฐานะกรรมาธิการเสียงขางนอยในการแกไข มาตรา ๔ ขอแถลงเพื่อใหรัฐสภาพิจารณาดังนี้ครับ กอนอภิปรายในเนื้อหาในเนื้อความของ มาตรา ๔ ผมขออภิปรายเหตุผลที่ผมเห็นดวยและสนับสนุนใหมีการแกไขพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต โดยใหยกเลิกมาตรา ๙๖ รวมทั้งเปนเหตุผลสำคัญที่เปนเหตุใหผมในฐานะกรรมาธิการเสียงขางนอยไดสงวนความเห็น เอาไว เมื่อกลาวถึงการบังคับใชกฎหมายอันเกี่ยวของกับการปองกันและปราบปรามการทุจริต คอรรัปชัน แนนอนวากลุมเปาหมายสำคัญคือหนวยงานภาครัฐที่มีสวนเกี่ยวของกับการใชจาย งบประมาณแผนดินอันเปนภาษีของพี่นองประชาชน ขอเท็จจริงสำคัญในเรื่องนี้คือเหลาทัพ อันประกอบดวย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ คือหนวยงานภาครัฐที่มี โครงการขนาดใหญมากที่สุดหนวยงานหนึ่ง หากไมใชก็เปนหนวยงานที่มีโครงการขนาดใหญ มากที่สุด โดยโครงการขนาดใหญหมายความวาโครงการที่มีมูลคาเกินกวา ๑,๐๐๐ ลานบาท ซึ่งมูลคาโครงการนี้จะเปนสาระสำคัญที่ผมจะอภิปรายตอไป ทั้งนี้กองทัพเปนหนวยงานเดียว ในประเทศไทยที่เมื่อถูกกลาวหาวากระทำผิดอันเกี่ยวของกับการทุจริตไมตองขึ้นศาลอาญา ทุจริตและประพฤติมิชอบแตขึ้นศาลทหาร ซึ่งเปนหนวยงานภายใตสังกัดกระทรวงกลาโหม โดยกระบวนการทั้งหมดจะอยูภายใตกระทรวงกลาโหมทั้งตุลาการและอัยการ ไมมีหนวยงาน นอกกระทรวงกลาโหมสามารถเขาไปเกี่ยวของได ยิ่งไปกวานั้นมีการวางกลไกทางกฎหมาย เพื่อรักษาอำนาจศาลทหารไวในกฎหมายถึง ๓ ฉบับ กลาวคือ พ.ร.ป. ป.ป.ช. ที่กำลังพิจารณา แกไขกัน ณ ขณะนี้ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ และ พ.ร.บ. ธรรมนูญ ศาลทหาร ซึ่งกฎหมาย ๒ ใน ๓ ฉบับ มีการแกไขในยุคของ คสช. เพื่อใหเกิดความเทาเทียมกัน ในกระบวนการยุติธรรมและเพื่อใหทหารที่ถูกกลาวหาวาทุจริตมาขึ้นศาลอาญาทุจริตและ ประพฤติมิชอบ จึงจำเปนตองแกไขกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับ ซึ่งการแกไขกฎหมายอีก ๒ ฉบับ กำลัง อยูในกระบวนการ และทุกทานทราบหรือไมวามาตรา ๓๒ พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร ไดกำหนดไววา ในศาลชั้นตนตุลาการซึ่งไมใชตุลาการพระธรรมนูญตองมียศทหารสูงกวา หรือเทาจำเลยที่มียศทหารสูงสุด ทั้งนี้ในโครงการขนาดใหญที่มีมูลคาเกินกวา ๑๐๐ ลานบาท ตองไดรับการพิจารณาอนุมัติจากผูบัญชาการเหลาทัพ นั่นหมายความวาในโครงการขนาดใหญ ผูบัญชาการเหลาทัพจะเปนผูมีสวนเกี่ยวของกับโครงการเสมอ และถึงแมวาผูบัญชาการเหลาทัพ จะมียศทหารเปน พลเอก พลเรือเอก หรือพลอากาศเอก แตผูบัญชาการเหลาทัพเปนทหาร ที่ครองยศอัตราจอมพล หรือกลาวอีกนัยหนึ่งคือไมมีนายทหารนายใดในกองทัพที่มีอายุสูงกวา หรือเทียบเทาผูบัญชาการเหลาทัพ ดังนั้นตามมาตรา ๓๒ แหงพระราชบัญญัติธรรมนูญ ศาลทหาร ในคดีที่เปนโครงการขนาดใหญจึงจำเปนตองแตงตั้งอดีตผูบัญชาการเหลาทัพ มาเปนตุลาการรวมพิจารณา และเทาที่ผมทราบประเทศไทยไมเคยมีผูบัญชาการเหลาทัพ ที่เปนนักกฎหมายหรือเปนผูมีประสบการณเปนตุลาการพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ อันนี้พรรคตองพูดถึงวาอดีตผูบัญชาการเหลาทัพและผูบัญชาการเหลาทัพที่ปจจุบันนับถือ เปนพี่นองกัน เปนสหายรวมรบ สละชีวิตแทนกันไดซึ่งเปนเรื่องที่ดีแตไมใชในกระบวนการ ยุติธรรมนอกจากนี้ศาลทหารยังเปนหนวยงานภายใตกระทรวงกลาโหมทั้งตุลาการ อัยการ และผูมีสวนเกี่ยวของกับกระบวนการยุติธรรม ทั้งหมดของศาลทหารอยูภายใตการพิจารณา เลื่อน ลด ปลด ยาย โดยโครงสรางของกระทรวงกลาโหม รวมทั้งยังรับเงินเดือนและสิทธิประโยชนอื่น ๆ จากงบประมาณของกระทรวงกลาโหม และศาลทหารเปนศาลเดียวที่ไมมีหนวยงานที่รับผิดชอบ งานธุรการที่มีความเปนอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่น ดังนั้นคำถามในเรื่องความเปนอิสระของศาลทหารในการพิจารณาคดีโดยเฉพาะอยางยิ่งคดี ที่จำเลยมีชั้นยศสูงหรือเปนผูบัญชาการเหลาทัพนั้นจึงสามารถเกิดขึ้นได แมวาในดานหนึ่ง ศาลทหารจะกลาววาศาลทหารมีกระบวนการพิจารณาคดีที่มีมาตรฐานเฉกเชนเดียวกับ ศาลพลเรือน แตในอีกดานหนึ่งในคดีซอมทรมานในคายทหารที่ศาลอาญาทุจริต ภาค ๕ รับฟองเปนคดีหมายเลขดำที่ ปท.๑/๒๕๖๖ จำเลยซึ่งเปนทหารกลับไปรองตอศาลรัฐธรมนูญ ในเรื่องขอบเขตอำนาจศาลโดยศาลรัฐธรรมนูญไดมีมติยกคำรอง ปจจุบันอยูในกระบวนการ พิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหนาที่ระหวางศาล คำถามที่เกิดขึ้นคือ หากศาลทหารมีกระบวนการพิจารณาคดีที่มีมาตรฐานเฉกเชนเดียวกับศาลพลเรือนเหตุใด จำเลยที่เปนทหารจึงตองมีความพยายามในการนำคดีดังกลาวใหอยูภายใตการพิจารณาของ ศาลทหารแทนที่จะเปนศาลอาญาทุจริตซึ่งเปนศาลพลเรือน ดวยเหตุดังกลาวขางตนกระผม จึงเห็นดวยกับการเสนอแกไข พ.ร.ป. ป.ป.ช. ในการยกเลิกมาตรา ๙๖ และหลักการที่รัฐสภา แหงนี้ไดมีมติรับหลักการรวมกัน โดยในความเห็นของกระผมหลักการที่สำคัญที่สุดในการเสนอ แกไข พ.ร.ป. ป.ป.ช. ในครั้งนี้คือการพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งหมดตองอยู ภายใตอำนาจของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบโดยไมมีขอยกเวนแมแตกองทัพ เพื่อยืนยันหลักการการแบงแยกอำนาจความเทาเทียมกันตอหนากฎหมายและหลักความเปน อิสระของศาล ในการนี้ผมจึงมีความเห็นวาไมควรตัดคำวา เปนผูดำเนินการในศาลอาญา ทุจริตและประพฤติมิชอบ ออกจากมาตรา ๔ เพื่อใหสอดคลอง ผูดำเนินการในศาลอาญา ทุจริตและประพฤติมิชอบออกจากมาตรา ๔ เพื่อใหสอดคลองกับหลักการที่รัฐสภาแหงนี้ มีมติรับไวและเพื่อไมใหเปนการประวิงเวลาในเรื่องขอบเขตอำนาจศาลอันเนื่องมาจาก เทคนิคทางกฎหมายบางประการ ขอบคุณครับทานประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณเอกราช อุดมอำนวย ครับ🔗

นายเอกราช อุดมอำนวย กรรมาธิการ

เรียนทานประธานรัฐสภานะครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผูแทนราษฎรในฐานะสมาชิกรัฐสภาแลวก็เปน กรรมาธิการในการพิจารณาดวยนะครับ ทานประธานครับ สำหรับรางมาตรา ๔ ที่กรรมาธิการ เสียงสวนใหญไดมีการตัดในคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบถือวาเปนการแกหลักการ ซึ่งในรายงานเราแนนอนวาสมาชิกตาง ๆ ก็อาจจะไมไดมีสิทธิในการที่จะอภิปรายเกี่ยวกับ ขอสังเกต แตวาผมขอพูดไปถึงในคราวเดียวกันเลยนะครับวาการแกไขหลักการโดยการตัด มาตรา ๔ ออกนะครับ ทำใหผลของสภาที่พิจารณาในการรับหลักการเขาไปมีทั้งหมด ๒ เรื่อง เรื่องแรกก็คือยกเลิกการดำเนินการของอัยการทหารนะครับ ซึ่งอัยการทหารก็อยูภายใต กรมพระธรรมนูญเฉกเชนเดียวกันกับตุลาการทหาร ดังนั้นอัยการสูงสุดจะเปนผูดำเนินกระบวน พิจารณาในการสั่งฟอง มีความเห็นตาง ๆ ตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. อันนี้เปนเรื่องที่ถูกตองแลว สวนหลักการขอที่ ๒ ครับทานประธาน ก็คือเรื่องของการที่ใหทหารขึ้นศาลอาญาทุจริต ซึ่งเพื่อนสมาชิกและกรรมาธิการเสียงขางนอยก็ไดอภิปรายไปแลว แตผมอยากจะตอกย้ำ ตรงนี้ครับทานประธานวาใน พ.ร.บ. อุมหายที่เราเรียกสั้น ๆ นะครับ ก็มีการ Overrule บางสวน คือเปนการเขียนในคดีทุจริต ในรางของ พ.ร.บ. อุมหายเปนคดีที่ประพฤติมิชอบนะครับ ใหไปดำเนินการในศาลอาญาทุจริต ทำไม พ.ร.บ. อุมหายทำไดละครับ แลวทำไม พ.ร.ป. ป.ป.ช. ถึงทำไมได นี่คือสิ่งที่ถกเถียงกันในชั้นกรรมาธิการและมีการลงความเห็นนะครับ ผมก็ ยังมีความเห็นวาอยากจะใหเพื่อนสมาชิกในสภาแหงนี้ทบทวนเรื่องนี้ครับวาถาหากวาเราเห็น ปญหารวมกันจริง ๆ นะครับวาในชวงที่คณะรัฐประหารมาอยูหรือในชวงกลไกตาง ๆ ปกตินี้ ทหารเหมือนรัฐที่ซอนอยูในรัฐไทย มีอำนาจของตัวเองนะครับ มีศาลของตนเอง วันนี้เราจะ ดึงใหอยางนอยในคดีที่เกี่ยวของกับการทุจริตและประพฤติมิชอบตองอยูในการพิจารณาของ ศาลพลเรือน เรามาชวยกันครับทานสมาชิกทั้งหลาย ดังนั้นการที่กรรมาธิการตัดออกถือเปน การขัดกับหลักการที่สภาแหงนี้รับไป ในประเด็นที่ ๒ ครับ ก็คือวาเรามี Jigsaw กฎหมาย ทั้งหมด ๓ ฉบับ แตวาในกระบวนนิติวิธีของสภาแหงนี้รัฐธรรมนูญเขียนเอาไวแตกตางกัน คือ พ.ร.ป. ใหพิจารณาจาก สส. และ สว. ที่ตั้งมาเปนกรรมาธิการครั้งเดียวจบ แตในขณะเดียวกัน พอเปนรางพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับที่บรรจุวาระเอาไวเสนอโดยทานวิโรจน ลักขณาอดิศร โดยกรรมาธิการการทหารไดศึกษาและแกไขเรื่องนี้นะครับ คือแกไข พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ และ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งตอง พิจารณาไปในคราวเดียวกันนะครับ ซึ่งทานประธานก็ไดบรรจุเอาไวอยูในระเบียบวาระแลว จึงอยากฝากไปถึงวิปรัฐบาลนะครับวากฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนั้นมีความสำคัญและเปน Jigsaw ตอเนื่องกันกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงมีความจำเปนเรงดวนที่จะตอง ดึงขึ้นมาพิจารณาเพื่อใหเสร็จไปในคราวเดียวกัน ซึ่งถาทั้ง ๒ ฉบับนั้นไดแกไขก็สามารถที่จะ ใหทหารที่ทำผิดในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบดำเนินคดีในศาลอาญาทุจริตและประพฤติ มิชอบได แตวาการแกถอยคำแบบนี้นะครับ เพราะกรรมาธิการเสียงขางมากซึ่งเปนเสียงจาก รัฐบาลอางวาไมแนใจวากฎหมายจะพิจารณาทันหรือไดพิจารณาแลวเสร็จหรือไม ซึ่งก็สามารถ รับฟงได เหมือนขอไป ๑๐๐ ไดมา ๕๐ นะครับ แตวาทานประธานครับ ถาหากวาเราจะจริงจัง เรื่องนี้เราสามารถเดินหนาตอได จึงฝากเพื่อนสมาชิกทุกทานใหชวยกันผลักดันในเรื่องนี้ ทานประธานครับ นอกจากนี้เมื่อสัปดาหที่ผานมาก็มีคณะประชาชนซึ่งขออนุญาตที่เอยนาม แตวาไมเสียหายนะครับคือ นายแพทยเหวง โตจิราการ พรอมทนายความนำประชาชน คณะ คปช. ๕๓ มายื่นใหกับกรรมาธิการกฎหมายเพื่อผลักดันการแกกฎหมายใหนำทหาร ที่กระทำผิดอาญาตอประชาชนขึ้นศาลพลเรือน เพราะวาพี่นองประชาชนเห็นบาดแผล มีบาดแผลที่เคยเกิดขึ้นกับพี่นองประชาชนนะครับ ที่เรายังไมสามารถที่จะทวงคืนความยุติธรรม ใหกับประชาชนแลวก็ยุติที่การกระทำตาง ๆ ของทหารที่เคยทำกับประชาชนในอดีตไดนะครับ แตในขณะเดียวกันวันนี้ถาเรานับ ๑ แกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และเรานับ ๒ นับ ๓ ดวยกันในการแกไขกฎหมายอีก ๒ ฉบับที่ผมไดกลาวไปนะครับ ก็จะสามารถทำให รางพระราชบัญญัตินี้ถือวาเปนบันทึกประวัติศาสตรวาเราไมยอมอีกแลวที่ทหารทำผิดแลวก็ ตัดสินกันเอง ทานประธานครับ ดังนั้นการที่กรรมาธิการแกไขตัดคำวา ในศาลอาญาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบ ออก ผมจึงไมเห็นดวยและอยากจะขอสงวนเอาไวแลวอยากใหเพื่อนสมาชิกชวยกันยืนยัน ในหลักการที่สภาไดรับไปคือ ๑. ใหอัยการสูงสุดดำเนินการแทน ซึ่งกรรมาธิการทั้งคณะ เห็นดวยกันในเรื่องนี้ และ ๒. ที่เห็นตางกันนิดเดียวเองคือในศาลคือศาลเฉย ๆ เพื่อรอให ๒ รางกฎหมายนี้ผานไปไดนะครับ ซึ่งผมคิดวาสามารถ Overrule เขียนไปในแบบเจาะจงไปเลยวา ใหไปศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบได เพราะวา พ.ร.บ. อุมหายก็ทำแบบนั้นมากอน ฝากทานประธานดวย ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ขอเชิญ คุณณรงค ทับทิมไสย ครับ🔗

นายณรงค ทับทิมไสย ผูแทนคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายณรงค ทับทิมไสย ผูแทนจากสำนักงานศาลยุติธรรมและ กรรมาธิการ เนื่องจากกรรมาธิการเสียงขางมากไดแกไขหลักการรางกฎหมายฉบับนี้และ แกไขรางมาตรา ๔ ที่รัฐสภารับหลักการมาในวาระแรก กระผมในฐานะกรรมาธิการเสียงขางนอย จึงไดสงวนความเห็นไวและขออภิปรายตอทานประธานและสมาชิกรัฐสภาดังตอไปนี้🔗

ประการแรก ดวยความเคารพตอกรรมาธิการเสียงขางมากและศาลทหาร ศาลยุติธรรมไดมีจุดยืนชัดเจนที่จะใหมีการพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบทุกประเภท ในศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบมาโดยตลอด เนื่องจากประสงคจะใหการพิจารณา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบบรรลุวัตถุประสงคในการคนหาความจริงโดยการใชระบบไตสวน ดวยการแสวงหารวบรวมดำเนินการเพื่อไดมาซึ่งขอจริงและพยานหลักฐานอยางครบถวนรอบดาน ซึ่งจะสงผลใหการพิจารณาพิพากษาคดีมีประสิทธิภาพและรวดเร็วทั้งมีความเสมอภาค และเปนธรรม ซึ่งจะสอดคลองกับหลักการสากลที่ยอมรับรวมกันใหบุคคลทุกคนอยูภายใต กฎหมายเดียวกันและศาลเดียวกันภายใตขอหาอยางเดียวกัน กลาวใหชัดคือบุคคลที่ทำผิด กฎหมายพลเรือนตองขึ้นศาลพลเรือนโดยสารที่เปนกลาง ซึ่งเปนหลักความเสมอภาคตอหนา กฎหมายและหลักความเปนอิสระของตุลาการ อันเปนหลักการที่นานาอารยประเทศยอมรับกัน🔗

ประการที่ ๒ เมื่อรัฐสภารับหลักการมาแลวยอมมีเจตนารมณชัดเจน ที่ประสงคจะใหคณะกรรมาธิการพิจารณาใหการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกับผูถูก กลาวหา ซึ่งเปนบุคคลที่อยูในเขตอำนาจของศาลทหารใหมาอยูในอำนาจของศาลอาญาทุจริต และประพฤติมิชอบหรือศาลพลเรือนนั่นเอง การที่กรรมาธิการเสียงขางมากไมไดทำใหเกิด ความชัดเจนเพื่อใหศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบมีอำนาจพิจารณาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบกับผูถูกกลาวหาหรือจำเลยซึ่งเปนบุคคลที่อยูในเขตอำนาจของศาลทหาร ในชวงที่เปลี่ยนผานดวยนั้นอาจทำใหรางกฎหมายฉบับนี้ยังไมบรรลุวัตถุประสงคเทาที่ควร เนื่องจากกฎหมายที่ใชบังคับหรือที่เรียกวา De Lege Lata ไมไดอยูในทิศทางที่จะเปลี่ยนแปลง เขตอำนาจศาล ตรงกันขามหากมีการบัญญัติใหชัดเจนอยางนอยเหมือนในพระราชบัญญัติ ปองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำใหบุคคลสูญหายหรือที่เรียกกันวา พ.ร.บ. อุมหาย มาตรา ๓๔ ที่ใหศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบมีเขตอำนาจเหนือคดีความผิด ทั้งหลายในพระราชบัญญัติดังกลาว ยอมจะทำใหกฎหมายที่ตองการจะเปลี่ยนแปลงหรือ ที่เรียกวา De Lege ferenda มีความชัดเจนและสรางเจตจำนงรวมกันวาจะใหกฎหมาย เปนไปในทิศทางใด นาเสียดายที่รางกฎหมายฉบับนี้มีการประชุมพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ แค ๒ ครั้ง แตกระผมไมไดอยูดวยเนื่องจากติดราชการตางประเทศจึงไมอาจเสนอราง เขียนกฎหมายใหชัดเจนได โดยเฉพาะในมาตรา ๙๖ ที่ยกเลิกไปที่ไมไดเขียนไวใหชัดเจน จึงเหลือเพียงถอยคำของกรรมาธิการเสียงขางนอยที่เสนอไวแลว ซึ่งกระผมจึงไดสงวน ความเห็นไวตามที่มาอภิปรายในวันนี้🔗

ประการที่ ๓ ที่กรรมาธิการเสียงขางมากอางเหตุผลของกระบวนการโตแยง เรื่องเขตอำนาจศาลตามพระราชบัญญัติวาดวยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหนาที่ระหวางศาล โดยยกตัวอยางคดีที่เกิดขึ้นในศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค ๕ ซึ่งจำเลย ถูกฟองในขอหาความผิดตามพระราชบัญญัติปองกันและปราบปรามการทรมานหรือที่เรียกวา พ.ร.บ. อุมหายนั้น จำเลยโตแยงวาตนรับราชการทหารคดีจึงอยูในเขตอำนาจของศาลทหารนั้น กระผมขอเรียนตอที่ประชุมวาเปนกระบวนการปกติตามกฎหมายวาดวยการชี้ขาดอำนาจหนาที่ ระหวางศาล กลาวคือเปนสิทธิของจำเลยที่จะโตแยงไดในเรื่องเขตอำนาจศาลวาคดีของตน อยูในเขตอำนาจของศาลทหาร ซึ่งตามกระบวนการของกฎหมายดังกลาวศาลที่พิจารณาคดี จะตองสงเรื่องไปยังศาลที่จำเลยกลาวอางเพื่อทำความเห็นกอน ถาปรากฏวาความเห็นของศาล ทั้งสองสอดคลองหรือเปนไปในแนวทางเดียวกันก็จะทำใหประเด็นโตแยงนั้นจบไป แตถาหากวา ความเห็นของทั้ง ๒ ศาล คือศาลพลเรือนและศาลทหารไมสอดคลองกันหรือเปนไปในทิศทาง เดียวกันตองสงเรื่องไปยังคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหนาที่ระหวางศาล ซึ่งประกอบ ไปดวยประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด และหัวหนาสำนักงานตุลาการศาลทหาร เมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดประการใดแลวก็จะเปนที่สุดซึ่งจะหามมิใหศาลที่อยูในลำดับ สูงขึ้นไปของทั้ง ๒ ศาลยกเรื่องเขตอำนาจศาลขึ้นพิจารณาอีก กรณีนี้เปนไปตามมาตรา ๑๐ แหงพระราชบัญญัติวาดวยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหนาที่ระหวางศาล นอกจากนี้จำเลยก็จะ โตแยงเรื่องเดิมเรื่องเขตอำนาจศาลที่คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหนาที่ระหวางศาล ไดวินิจฉัยไปแลวไมได กลาวคือจะประวิงคดีไมไดอีก🔗

ประการสุดทาย กระผมขอสรุปวาการไมมีความชัดเจนหรือการรางโดยการเขียน ถอยคำตามรางมาตรา ๔ ของกรรมาธิการเสียงขางมากดังกลาว นอกจากจะทำใหเกิดความสับสน ตอผูบังคับใชกฎหมายในประเด็นเรื่องเขตอำนาจศาลแลวยังจะทำใหจำเลยสามารถนำประเด็น เรื่องเขตอำนาจศาลมาโตแยงเพื่อเปนชองทางประวิงคดีไดโดยงายขึ้น ตรงกันขามหากมีการ บัญญัติไวใหชัดเจนอยางเชนพระราชบัญญัติอุมหาย และบัญญัติไปในแนวทางเดียวกันกับ กรรมาธิการเสียงขางนอยแลวยอมจะทำใหกฎหมายที่ตองการจะเปลี่ยนแปลงหรือที่เรียกวา De Lege Ferenda มีความชัดเจนในการบังคับใชและไมอาจโตแยงไดโดยงายตลอดจน ทำใหกฎหมายของประเทศเรามีความกาวหนาดวยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ตอไปมีสมาชิก ที่จะขออภิปรายอีก ๕ ทาน ผมขออนุญาตปดการเสนอชื่อตอนนี้นะครับ เพราะวาหลังจาก สมาชิกไดอภิปราย ๕ ทานแลวก็จะใหกรรมาธิการชี้แจงตอไปนะครับ ทานแรกขอเชิญ คุณอรรถกร ศิริลัทธยากร ครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

กราบเรียน ทานประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา สังกัดพรรคกลาธรรม ทานประธานครับ ผมตองขออนุญาตนำเรียนกับทานประธานและ ทานสมาชิกวาปกติแลวนี่ผมไมคอยถนัดในเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวกับ ป.ป.ท. หรือการตรวจสอบ สักเทาไรนักนะครับ แตวาอยางไรก็ดีผมทราบวากฎหมายฉบับนี้เปนกฎหมายที่พวกเรา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาใหความสนใจแลวก็ยังมีพี่นองประชาชนก็ใหความสนใจดวย ผมตอง เรียนวาจากการที่ไดอานเอกสารกฎหมายที่ทางกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ไดเสนอเขามา ผมเขาใจวาคงจะเปนความตั้งใจที่อยากจะทำใหเรื่องราวตาง ๆ ที่เกี่ยวกับบทบัญญัติตาง ๆ ในแตละขอในแตละมาตรามันสามารถทำงานไดใหมันสามารถ Function ไดมากยิ่งขึ้น แตอยางไรก็ดีครับผมเรียนทานประธานวาผมมีความหวงใยในบางประเด็นในการที่จะใหพวกเรา ในฐานะสมาชิกรัฐสภานี่พิจารณาการแกไขของกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ นั่นก็คือวาการพยายาม ที่จะเสนอแกไขรางพระราชบัญญัติฉบับนี้ รางพระราชบัญญัติประกอบการปองกันและ ปราบปรามทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยเฉพาะในมาตรา ๔ ซึ่งผมเขาใจวาทางกรรมาธิการวิสามัญ พยายามหาทางออกเพื่อที่จะใหกฎหายฉบับนี้สามารถทำงานตอไปได จึงมีการประหนึ่ง ในการเพิ่มบทเฉพาะกาลขึ้นมาเพื่อที่จะใหอำนาจในขณะปจจุบันนี่อยูกับศาลทหารนะครับ แตหลังจากที่กฎหมายฉบับนี้ถูกตีถูกตราออกมาใชเปนกฎหมายเปนที่เรียบรอยแลวอำนาจ ในสวนของตรงนี้ก็จะถูกถายโอนไปใหยังหนวยงานอื่นตอไป อยางไรก็ดีครับเนื้อหาตาง ๆ ที่ทางกรรมาธิการวิสามัญไดเสนอมาผมไมแนใจครับวาทานจะมองอยางไร แตสำหรับผม ผมอานคราว ๆ ทานประธานครับผมคิดวาเนื้อหาสาระมันนาจะยังไมเปนไปในทิศทางเดียวกัน กับกฎหมายฉบับอื่น ๆ หรือแมแตกระทั่งเนื้อหาของธรรมนูญศาลทหารก็ดี ที่สำคัญกวานั้น ทานประธานครับ ผมก็มีความกังวลวาการแกไขกฎหมายในครั้งนี้มันก็มีความสุมเสี่ยงอยูที่ การตัดสินใจหรือวาการพิจารณาการลงมติของเราในฐานะสมาชิกรัฐสภานี่จะขัดตอกฎหมาย รัฐธรรมนูญหรือไมนะครับ โดยเฉพาะในรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๙๙ ซึ่งมีเนื้อหาอยางไรผมเชื่อวาขณะนี้โตะของพวกเราทุกคนสมาชิกรัฐสภาก็มีรัฐธรรมนูญอยูในเกะ ของทุกทานอยูแลว ซึ่งผมอานอยางไรมันก็มีความปะหลักปะเหลื่อ ก็เลยไมแนใจวาสำหรับ ผมนั้นกรรมาธิการเสียงสวนใหญเสนออะไรมา ผมก็ยังไมเห็นดวยรอยเปอรเซ็นต หรือแมแต กระทั่งกรรมาธิการเสียงขางนอยหลายทานที่ไดขึ้นมาอภิปรายเมื่อสักครูนี้เสนอมาผมก็ยัง ไมสบายใจอยูดี ตอนนี้ก็เลยเปนปญหาของผมในฐานะที่เปนสมาชิกรัฐสภา ทานประธานครับ ผมไมรูวาจะลงมติเลือกแบบไหนดี อะไรที่มันควร อะไรที่มันถูกหรือมันผิดตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเองสำหรับสวนตัวผม ๆ ก็ตองเอาตัวผานทานประธานไปยังเพื่อนสมาชิกครับวาผมก็คง ไมสามารถลงมติเห็นชอบ หรือไมเห็นชอบในมาตรา ๔ นี้ได เพราะสวนตัวยังไมมีความเชื่อมั่น วามันจะขัดตอรัฐธรรมนูญหรือไม ก็คงจะตองขออนุญาตงดออกเสียงในสวนของการพิจารณา กฎหมายในมาตรานี้ สวนในวาระสามอยางไรผมก็ตองขออนุญาตฟงทานกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่ง แลวก็ตัดสินใจอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ขอเชิญคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ขอบคุณครับ ทานประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอางทองในฐานะสมาชิกรัฐสภา ทานประธานครับ ผมเองก็ไมไดมีความรูมากนัก เพราะฉะนั้นตองขออนุญาตยืมคำทานอรรถกรมากอนนะครับก็คงตองอานรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๙ เชนเดียวกัน แตอยางไรก็ตามผมมีความเห็นที่แตกตางไปนะครับผมคิดวา มาตรา ๑๙๙ นั้น มีทั้งประเด็นที่บอกวาศาลทหารมีอำนาจอยางไร และทั้งนี้เปนไปตามที่ กฎหมายบัญญัติ ซึ่งอันนั้นก็คงเปนอีกหนึ่งประเด็นที่วันนี้คงไมจำเปนตองมาพูดกัน แตสิ่งที่ ผมจำเปนตองพูด แลวก็ตองพูดทั้งในแงของการตั้งคำถามตอกรรมาธิการเสียงขางมาก แลวก็ ตองพูดทั้งในแงของความจำเปนตองขอสนับสนุนหรือยืนยันตอกรรมาธิการเสียงขางนอย ที่มีการสงวนคำแปรญัตติไว ทานประธานครับ ในรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ผมใชคำนี้กอน รางพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉะนั้น นี่ไมใชการพิจารณากฎหมายปกติ มันก็เหมือนกับกรณีที่ทานประธานวินิจฉัยดวยครับวาญัตติ ไมไววางใจกับญัตติทั่วไปนั้นนี่ไมเหมือนกัน ในเมื่อเปนการไมไดพิจารณาเรื่องของกฎหมาย ปกติแตเปนระดับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนะครับ ผมก็จำเปนตองชี้ไวกอนวา การจะแกไขหลักการเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในกฎหมายอื่นในระดับพระราชบัญญัติ หรือแมกระทั่ง ในระดับพระราชบัญญัติสวนใหญที่เราผานมานั้นก็เปนการแกไขหลักการเพียงเล็กนอยครับ แตมิใชการแกไขหลักการใหญ นี่เปนประเด็นที่อยากใหเพื่อนสมาชิกไดพิจารณา ถามวา หลักการกฎหมายฉบับนี้มาอยางไรครับ หลักการกฎหมายฉบับนี้ที่เพื่อนสมาชิกลงคะแนน ดวยเสียงทวมทน ไมใชวาเสียงขางมากที่ไมไดแตกตางกันอยางมีนัยสำคัญ แตเปนเสียงทวมทน ที่เห็นดวยกับหลักการ หลักการมีเพียง ๒ ขอเองครับ ขอที่ ๑ ก็คือการยกเลิกการดำเนินคดี ทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งผูถูกกลาวหาเปนบุคคลที่อยูในอำนาจศาลทหาร คือยกเลิกความ ในมาตรา ๙๖ วันนี้ทานไมไดแกมาตรานั้น ไมเปนไร เพราะเทากับวาเปนการรับหลักการ และยกเลิกมาตราที่สภารับหลักการมา แตหลักการประการที่ ๒ ทานบอกวากำหนดใหบรรดา คดีทุจริต ซึ่งที่อยูระหวางการดำเนินคดีของอัยการทหารกอนวันที่กฎหมายฉบับนี้จะมีผล บังคับใชใหเปนอำนาจที่โอนไปใหอัยการสูงสุดเปนผูไปดำเนินการ ตอนทายนะครับ ในศาลอาญา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พูดกันงาย ๆ ก็คือวาเมื่อกฎหมายฉบับนี้เกิดผานสภาวันนี้มีผล ทันทีปุบกรณีการดำเนินคดีของอัยการศาลทหารที่มีอยูกอนตองถูกสงไปใหอัยการสูงสุด เปนผูดำเนินการและไปอยูในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเทานั้น ก็ตองถามทานวา บทบัญญัติของมาตรา ๔ นั้นที่ทานมีการแกไขนั้นเปนไปตามหลักการขอนี้หรือไม แลวก็ตอง ถามวากรณีที่ทานบอกวาใชวิธีการแกโดยการเขียนขอสังเกตเหมือนที่เราอาจจะผานกฎหมาย ในระดับพระราชบัญญัติมาบางฉบับนั้นใชไดกับกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญหรือไม แนนอนครับผมวาเราอาจจะไมใชองคกรที่วินิจฉัยสุดทาย เพราะวา ในทายที่สุด พ.ร.ป. ประกอบรัฐธรรมนูญก็อาจจำเปนจะตองมีการสงไปใหองคกรอิสระ ที่เกี่ยวของเปนผูพิจารณา แตอยากชวนเพื่อนสมาชิกวานี่เปนประเด็นสำคัญประการที่ ๑🔗

ประการที่ ๒ ทานประธานครับ ประการที่ ๒ ก็คือวาแลวถาอยางนั้น บทบัญญัติ มาตรา ๔ ที่เขียนมานี้เปลี่ยนหลักการพื้นฐานอยางไร กฎหมายฉบับนี้นะครับกำหนดไวใน มาตรา ๒ บอกใหมีผลบังคับใชทันทีนับแตวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา แตทานไปชะลอ กระบวนการ ไปชะลอกระบวนการที่บอกวาในวรรคสองที่ทานเพิ่มเขามาผมไมไดลงรายละเอียด ไปบอกใหศาลทหารยังมีอำนาจในการพิจารณาอยู เพียงแตเปลี่ยนผูมีอำนาจในการดำเนินการ นี่ก็ขัดกับหลักพื้นฐานที่ตัวแทนศาลยุติธรรมที่นั่งเปนกรรมาธิการทานบอกแลวครับ บุคคล ยอมเสมอกันในทางกฎหมายนี่ก็ขัดกันแลว การกระทำแบบหนึ่งขึ้นศาลทหาร การกระทำ แบบหนึ่งขึ้นศาลในรูปแบบที่เรียกวา ศาลอาญาทั่วไป ถาเปนกรณีมีภัยสงคราม มีกฎอัยการศึก มีสถานการณฉุกเฉินไมวากันเลยครับ แตนี่เปนสถานการณปกติ เพื่อนสมาชิกผมยกตัวอยาง แมกระทั่งใหเห็นวานายทหารขี้โกงแมกระทั่งเงินเบี้ยรายวัน หรือแมกระทั่งคาอาหารประจำวัน ของทหารเกณฑนี่นะครับ แทนที่จะถูกดำเนินคดีในศาลปกติถาเขียนแบบนี้ กลับกลายเปนถูก ดำเนินคดีในศาลทหารตอไป และเราก็ไมรูวาผลการดำเนินการนั้นจะออกมาเปนอยางไร ในขณะเดียวกันทานประธานครับ ในขณะเดียวกันก็คือวาในเงื่อนไขรายละเอียดแบบนี้ที่เปน การถูกตั้งคำถามวาและจำเปนตองไปออกการแกไขกฎหมาย ๒ ฉบับ ก็คือกฎหมายวาดวย ธรรมนูญศาลทหารและกฎหมายวิธีพิจารณาคดีของ ป.ป.ช. คำถามก็คือวาเมื่อไรครับ ผมพยายาม ไปอานขอสังเกตทานนะครับ ทานใชคำวา มีการเขียนไวในบทเฉพาะกาลแลวจะมีการแกไข ธรรมนูญศาลทหาร มีการแกไข พ.ร.บ. คดีอาญาทุจริต ที่เปนเรื่องวิธีพิจารณาในอนาคต แตคำวาในอนาคตตาง ๆ มันไมไดมีเงื่อนเวลาเปนตัวประกอบ ฉะนั้นผมอยากฟงเสียงทานวา ในชั้นกรรมาธิการใครเปนคนยืนยันวาบทเฉพาะกาลที่ใหใชไปพลางกอนนี้จะใชไปพลางกอน แคไหนถึงเมื่อไร กระบวนการจะเกิดขึ้นอยางไร และจะเปนอยางที่ตัวแทนกรรมาธิการ จากศาลยุติธรรมกังวลไหมครับวาในกรณีแบบนั้นตางหากที่อาจจะนำไปสูการประวิงคดี เสียมากกวาจะทำใหกรณีที่เกิดการทุจริตในศาลทหารนั้นถูกแกไขดวยซ้ำ นี่ยิ่งเปนอันตราย ตอความเชื่อมั่นในสถาบันทหารที่เปนสถาบันที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีใด ๆ ตาง ๆ ก็แลวแต ยิ่งขึ้นไปอีกครับทานประธาน🔗

ประการสุดทาย เปนประการที่ ๔ ครับ ประการสุดทายก็คือวา ดวยเหตุที่ผม ไมอาจรับในสิ่งที่กรรมาธิการเสียงขางมากทานตั้งมาได ความจริงถาทานสงรายงานกรรมาธิการ ใหพวกเราดูนะครับ เราจะชัดเจนยิ่งขึ้นวาเกิดอะไรขึ้น แตผมจำเปนตองยืนยันครับวาสิ่งที่ กรรมาธิการเสียงขางนอยหลายทานสงวนไว เอาหลักที่อยูในหลักการมาเขียนไว เอาหลัก ที่อยูในหลักการวาใหศาลที่มีอำนาจในการพิจารณาคือศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ และในขณะเดียวกันนั้นเอาประเด็นเรื่องของอัยการสูงสุดเปนผูดำเนินการมาใสไว ซึ่งผมคิดวา นี่ตรงกับหลักการ นี่ตรงกับหลักสากล นี่ตรงกับหลักที่เรารับหลักการมาเพื่อนำไปสูการแกไข กฎหมายฉบับนี้มากกวา พวกผมยืนยันจำเปนที่จะตองลงมติตามกรรมาธิการเสียงขางนอย ไมไดจำเปนหรอกครับ แตเปนไปเพื่อประโยชนสูงสุดของประชาชนที่ควรถูกบังคับใชกฎหมาย ในลักษณะเดียวกันครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ขอเชิญคุณอดิศร เพียงเกษ ครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กรรมาธิการไดแกไขในมาตรา ๔ กระผมเองแมไมไดสงวนก็มีสิทธิ ที่จะอภิปราย เพราะกฎหมายฉบับนี้มีผลกระทบกับกฎหมายอื่น ๆ เกี่ยวกับทหารอยูมาก พอสมควร แนนอนที่สุดครับ สมัยปจจุบัน รัฐธรรมนูญปจจุบันแทนในอดีตและรัฐธรรมนูญ ในอนาคต ตองการใหทุกองคกรที่ใชเงินภาษีอากรเปนองคกรที่สุจริต สามารถตรวจสอบได นี่คือหัวใจของพวกเราที่มาทำหนาที่เปนสมาชิกรัฐสภา องคกรของทหารเปนองคกรที่ถูกทาทายมาก เดี๋ยวนี้เราไมมีตัวแทนของทหารมาพูดตางหนาเขา มีคนกลาวหาวาทหารทุจริตอยางโนน ทหารทุจริตอยางนี้ ผมไมใชจะมาแกตัวใหทหารนะครับ เพราะวาผมมีสวนสัมพันธเกี่ยวของ กับทหารครับ เพราะผมเปนลูกเขยทหารเทานั้น สวนอยางอื่นก็แบบที่ทานทั้งหลายไดเห็น กระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้นที่เรียกวาอัยการทหารก็ดีหรือศาลทหารก็ดี มันมีประวัติศาสตร ในการที่กอรางสรางตัวเปนพระราชบัญญัติ พระธรรมนูญศาลยุติธรรมตั้งแต พ.ศ. ๒๔๙๘ จนถึงปจจุบัน ความยุติธรรมของทหารเขาก็ทรงไวซึ่งความยุติธรรมประสิทธิประสาทระหวาง ทหารที่กอคดี หรือพลเรือนมีสวนเกี่ยวของกับอำนาจของศาลทหาร แตที่กรรมาธิการหรือ กฎหมายฉบับนี้ ราง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ตองการใหทหารที่ทำการทุจริตคอรรัปชันที่ถูกกลาวหา ใหไดรับการพิจารณาแบบพลเรือน อัยการทหารซึ่งถูกกลาวหาวาเอนเอียงไมรอยเปอรเซ็นต ในความยุติธรรมก็ใหอัยการธรรมดาทำหนาที่เสีย ถาจะแกไขโดยทันทีทันใดในมาตรา ๔ ใหอัยการที่เปนอัยการทหารโอนไปใหอัยการพลเรือนทำไปพลางกอน ทานใชคำวา ไปพลางกอน แลวบรรพบุรุษประวัติศาสตร คดีความตาง ๆ ที่เกิดขึ้นของศาลทหาร ของอัยการทหาร ศักดิ์ศรีเขามีนะครับ ผมจึงอยากถามทางกรรมาธิการ ทางทานประธานครับวาทานจะเปลี่ยนแปลงในทันทีทันใด โดยไมไดพิจารณากฎหมายซึ่งเปนกฎหมายหัวใจหลักของการพิจารณาคดีของทหาร ที่เรียกวา พระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหาร เขาวาอยางไร จะเปนการหักดามพราดวยหัวเขาหรือเปลา เปนการฉกฉวยหรือลักไก ที่ภาษาชาวบานเขาถามวาเอามาไวในอำนาจพลเรือนหรือไม แนนอนครับศาลทหารมีปญหาก็ตองแกไขที่ปญหาตรงนั้นครับวาเขาไมไดรับความเชื่อถือ ในความยุติธรรมอยางไร ก็ไปแก พ.ร.บ. พระธรรมนูญศาลทหารใหเปนหลักเสียกอน สวนการปราบปรามการทุจริตคอรรัปชัน ถาหลักวาอยางไรแลว เจาขององคกรเขาเห็นดวย รอยเปอรเซ็นตอยางไรแลวคอยมาแกไขปญหากฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ รอเวลาจังหวะนั้น จะดีไหมครับ เพราะประเทศไทยเราไมมีความมั่นใจเลยในอดีตที่ผานมา ผมมีประสบการณ ไปแตะนิดเดียวไมไดหรอกครับ แตะนิดเดียวทหารโกรธงายแตไมหายเร็ว โกรธงายเผลอเมื่อไร ก็ยึดทันทีละครับ นี่พูดกันตรงไปตรงมา ผมไมกลัวนะครับ ผม ๗๓ ปแลว ผม ๗๓ ป ผมตาม อายุประธานไมทันครับ เรื่องอายุนะครับ อยางอื่นพอตามทัน เพราะฉะนั้นในการที่จะแกไข กฎหมายนี้ตามมาตรา ๔ ที่ทานกรรมาธิการเห็นควรอยางนั้น ผมเกรงวาจะไปขัดกับกฎหมาย พระธรรมนูญศาลทหาร ทหารเขายอมไหมครับ ไมใชวาใหไปกลัวทหารนะครับ แตวาถาแกไข กฎหมายโดยการจับเขาคุยกันทุกองคกร ผมพรอมที่จะแกไข ผมพรอมที่จะใหตรวจสอบ ผมพรอมที่จะเปลี่ยนแปลงองคคณะผูพิพากษาใหศาลพลเรือนมาเปนองคคณะในศาลทหาร อะไรทำนองนั้น ซึ่งจะอำนวยความยุติธรรมใหแกทุกคน ไมวาทหารหรือพลเรือนจะไมดีกวา หรือครับ นี่ผมกำลังพูดวาปญหาที่จะเกิดขึ้นในการลงมติในวาระที่สามดวย ผมไมอยากให สังคมนี้เกิดความแตกแยกซ้ำแลวซ้ำเลาจากเหตุการณเล็ก ๆ นอย ๆ ผมไมมั่นใจเพราะเรา อภิปรายอยูที่ถนนทหาร สภาแหงนี้ตั้งอยูถนนทหาร ผมไมไดพูดใหกลัว แตวาจะหนีซายมือ ก็เจอทหารเรือ ออกขวามือก็เจอรถถัง เพราะฉะนั้นปรึกษาหารือตามวิสัยของวัฒนธรรม ประเพณีของคนไทยไหมทำแบบไทย ๆ ไปถาม พ.ร.บ. จากศาลทหารกอน จาก ผบ. ทบ. กอน ผบ.ทอ. ผบ. ทหารอยู ทหารอากาศเพิ่งซอมเครื่องบิน ๘๘ ป โอโฮสวยงามมโหฬาร สวนดีเขาก็มีอยู แตวาซอมไปซอมมาเครื่องบินพาณิชยลงไมได ๔ ชั่วโมงก็เปนปญหา เพราะฉะนั้นทหารหรือวาพลเรือนจะทำอะไรเกี่ยวกับกระทบความรูสึกความยุติธรรมของ องคกรซึ่งสรางมาเปนรอย ๆ ป มันจะมีความรูสึกที่ไมดี ผมพูดอยางนี้มีบางคนวา อดิศร เพียงเกษ ลาหลังไปแลวหรือ ผมกับทหารเปนคูอาฆาตกันอยูไมสามารถที่จะลงรอยกันไดตลอดชีวิต รอยเปอรเซ็นตหรอกครับ เพราะวาทหารเองบางสวนที่ขึ้นสูอำนาจและฉกฉวยอำนาจ ดวยการรัฐประหาร ผมไมชอบ การขึ้นสูศาลพลเรือนผมชอบเพราะวาทุกฝายที่เกิดขึ้นมา เสมอภาคกันนี้ผมเห็นดวยนะครับ แตวาในการแกไขเรื่องใหญ ๆ อยางนี้ ผมอยากฟงตัวแทน ของศาลทหาร ธรรมนูญศาลทหารเดี๋ยวนี้มีไหมในคณะกรรมาธิการเสียงขางมากหรืออยูขางบน ไดพูดหัวใจ หัวใจหนุมาน หัวใจอะไรของทาน เกี่ยวกับพระธรรมนูญศาลทหารพรอมที่จะให อัยการธรรมดาทำหนาที่แทนอัยการทหารไดหรือเปลา ผมอยากทราบจากกรรมาธิการ เสียงขางมากที่แกไขเรื่องนี้ครับ จึงอยากใหสภาแหงนี้พอไปไดใหครบ ๔ ปนะครับ ไมอยากไป ตะแลนแตนแตนอีกนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ตอไปขอเชิญคุณจุลพงศ อยูเกษ ครับ🔗

นายจุลพงศ อยูเกษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ขอบคุณครับทานประธาน ผม จุลพงศ อยูเกษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนนะครับ ผมเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมาเกือบ ๒ ปครับ สมัยแรก ผมขอเรียนเพื่อนสมาชิกรัฐสภา โดยเฉพาะสมาชิกวุฒิสภาผานทานประธานไป สิ่งหนึ่งที่เวลารางกฎหมายหรือพิจารณา กฎหมาย ก็คือหลักการของกฎหมายฉบับนั้น แนนอนครับหลักการของกฎหมายนั้นพอแกไขได แตตองไมแกในหลักการใหญ ๆ ของรางกฎหมายฉบับนั้น มันเปนนิติวิธีอยางหนึ่งครับ แตคณะกรรมาธิการเสียงสวนมากขณะนี้กำลังแกหลักการใหญ ๆ ของกฎหมายฉบับนี้ เดี๋ยวผมจะอภิปรายใหทานประธานและเพื่อนสมาชิกรัฐสภาฟงตอไป กรรมาธิการเสียงสวนใหญ ถาทานดูในจอจะตัดในวรรคแรกนะครับ ตัดวา ศาลอาญาทุจริต ออกไป เราดูแคนั้นไมพอครับ หลักการ เราตองดูเหตุผลของการออกกฎหมายฉบับนั้นดวย ผมไมทราบวาในสไลดจะเลื่อน ไปที่เหตุผลของการออกพิจารณารางพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไมครับ ในสไลดไมทราบ ขึ้นไดหรือเปลาครับ🔗

(เจาหนาที่ดำเนินการเปดพรีเซนเทชัน)
นายจุลพงศ อยูเกษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ แคนั้นนะครับ เพื่อนสมาชิกลองดูไมตองเยอะครับ มันยาว ลองดู ๓ บรรทัดสุดทายครับ ๓ บรรทัดสุดทายเขียนไววา ดังนั้นเพื่อใหเปนมาตรฐานเดียวกันจึงควรยกเลิกการดำเนินคดี ทุจริตและประพฤติมิชอบกับผูถูกกลาวหาที่เปนบุคคลที่อยูในอำนาจศาลทหาร ในศาลทหาร จึงจำเปนตองตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หลักการ เหตุผลสอดคลองกัน อยู ๆ ทานจะไปตัดหลักการใหญแลวมาขัดกับเหตุผลทำไมไดครับ ในมาตรา ๔ เดิมนะครับ ในความเห็นผมนี่มันสอดคลองกับหลักการและเหตุผลอยูแลว เดิมก็ดีอยูแลว แตกรรมาธิการ เสียงสวนใหญไปตัดหลักการอยางที่ผมแจงใหทราบในวรรคหนึ่ง แลวก็ไปเติมวรรคสอง ใหอัยการสูงสุดเปนอัยการทหารตามธรรมนูญศาลทหาร แตหากเราไปดูพระราชบัญญัติธรรมนูญ ศาลทหารในมาตรา ๔๗ วรรคแรก ไดบัญญัติวานายทหารพระธรรมนูญหรืออัยการทหาร มีอำนาจในการสอบสวนคดีอาญาทั้งปวงที่อยูในเขตอำนาจศาล แตถามีเหตุอันควร ผมเนนนะครับ แตถามีเหตุอันควร ผูบังคับบัญชาจะสั่งใหนายทหารสัญญาบัตรมาทำการสอบสวนก็ได อยางนี้แปลวาอะไรครับ อยางนี้กลับไปใชธรรมนูญศาลทหารเพื่อที่จะใหผูบังคับบัญชามาตั้ง ทหารสัญญาบัตรมาสอบสวนรวมกับอัยการสูงสุดอยางนั้นหรือครับ ตกลงเราจะเอาอยางไรครับ จะยึดหลักการตรงไหนครับ มีเหตุอันควรใครพิจารณาครับ ก็ผูบังคับบัญชาพิจารณาวามีเหตุ อันควรแลวก็จะตั้งคนเขามาเพื่อสอบสวนรวมกับอัยการสูงสุด ถาจะอานวรรคสอง บรรทัดที่ ๓ บรรทัดที่ ๔ ทานจะเห็นนะครับ จริง ๆ แลวนี่ไมใชบทเฉพาะกาลอยางที่เพื่อนสมาชิกอภิปราย ผมเห็นวาบทนี้มันเปนไปตลอดกาลครับ เพราะอะไรครับ ตราบใดที่ยังไมแกกฎหมายธรรมนูญ สูงสุด มาตรา ๔ วรรคสอง ถาเราแกแบบนี้มันก็คงอยูตลอดไป ผมยืนยันนะครับวาไมใช บทเฉพาะกาลแน ๆ เพราะตราบใดที่ยังไมแกกฎหมาย บรรทัดที่ ๓ บรรทัดที่ ๔ ขึ้นตนตั้งแต ในระหวางที่ศาลทหารยังมีเขตอำนาจ เพราะฉะนั้นมันขัดกับหลักการเดิมที่รัฐสภาแหงนี้ ไดรับรางฉบับนี้ไวพิจารณา ผมขอเรียนทานประธานผานเพื่อนสมาชิกนะครับ ถารัฐสภาแหงนี้ ยอมใหมีการแกไขหลักการในเรื่องใหญ ๆ ทั้งที่ขัดกับเหตุผลที่เสนอไวในการขอแกไขฉบับนี้ ตกลงพระราชบัญญัติฉบับนี้จะไมมีหลักการอะไรเลย เราไมมีหลักการอะไรยึดทั้งนั้น จะให เหตุผลอยางไรไมสนใจ ขอเพียงแตวาแกไขหลักการเพื่อใหสอดคลองกับจุดมุงหมายที่กรรมาธิการ ตองการไปแก อันนี้เปนนิติวิธีที่ไมถูกตองนะครับ ผมจึงขอใหเพื่อนสมาชิกลองทบทวนดู อีกครั้งหนึ่งครับ และอยากจะฟงจากกรรมาธิการเสียงสวนมากผมเขาใจผิดหรือเปลาครับ หลักการที่ทานแกเปนหลักการเล็กนอยไมสำคัญ แลวทำไมมันถึงขัดกับเหตุผล เราทำอะไร มันตองมีเหตุผล ใหเหตุผลถึงไดมีการแก พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมอยากจะฟงจากกรรมาธิการ เสียงสวนใหญไดชี้แจงวาผมเขาใจผิดไปหรือเปลา ขอบคุณครับ ทานประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ยังมีสมาชิก ๒ ทานสุดทาย ทานแรกขอเชิญคุณสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ครับ🔗

นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพครับ กระผม สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดหนองบัวลำภู ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ทานประธานที่เคารพครับ ในชั้นนี้ตองขออนุญาตวาเห็นดวยกับ ทางกรรมาธิการนะครับ แลวก็เห็นดวยกับกรรมาธิการเสียงขางนอยเชนกันครับ แตบังเอิญวา เห็นดวยในคนละเวลากัน ในเวลานี้ตองขออนุญาตเห็นดวยกับกรรมาธิการเสียงขางมาก แตอนาคตขางหนานั้นผมจะไปเห็นดวยกับกรรมาธิการเสียงขางนอย แตวันนี้เองผมเห็นวา เปนการแกไขปญหาวาคอยเปนคอยไป เนื่องจากกฎหมายสำคัญอยางนี้ครับเราจะไปทีเดียว มาก ๆ ไปเลยก็ไมได จึงเห็นดวยกับหลักการของกรรมาธิการเสียงขางมากที่เราเองจะตอง แกไขวาใหเปนไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญศาลทหารไปพลางกอน อนาคตขางหนาเราแกไข ไดอีกครับทานประธานครับ ไมตองหวงครับ แตวันนี้เองเราอยากจะเห็นวาเมื่อเราใหอัยการ สูงสุดไปทำหนาที่แทนอัยการทหารซึ่งก็เปนหลักการที่ชอบดวยกฎหมายแลวก็แนวทาง ขั้นตอนที่ถูกตอง เนื่องจากกฎหมายมีความสำคัญอยางยิ่งวาถาเราจะไปเอามาก ๆ ทีเดียวนั้น บางครั้งเรามีความรูสึกวาไปหักกันเกินไปหรือเปลา ไปงานเกินไปไหม แตในอนาคตขางหนานั้น อยางไรก็แลวแตผมก็คงจะเห็นดวยกับกรรมาธิการเสียงขางนอยนะครับ ทานประธานที่เคารพครับ ผมในฐานะซึ่งเปนสมาชิกรัฐสภา อยูสภานี้มานานตั้งแตป ๒๕๓๘ ถึงเวลานี้เกือบ ๓๐ ป ผมเชื่อไดวากฎหมายฉบับนี้นะครับไมไดขัดหลักการอยางที่เพื่อนสมาชิกหลายคนตั้งใจหรอกครับ เพราะผมเชื่อแนวาการแกไขในมาตรา ๙๖ ซึ่งจริง ๆ แลวคือการแกไขในมาตรานี้เทานั้นเอง ในหลักการนะครับ แตจะแกไขมากแกไขนอยตางหากเทานั้นเองครับ นั่นคือสิ่งที่ผมเอง ขออนุญาตกราบเรียนวากฎหมายหลายฉบับในสภาแหงนี้ก็มีการแกไขเกินหลักการมาบาง แตเรา ก็ใชวิธีการตั้งขอสังเกตใหไปเห็นภาพวาสมาชิกทั้ง ๒ สภาเห็นรวมกันนะ ไมวาจะเปนรัฐสภา เห็นรวมกัน แตถึงแมจะมากกวานี้เองผมก็เชื่อแนวาการแกไขเกินหลักการนี้เคยมี ในกฎหมายในรัฐสภาอยูแลว ประธานรัฐสภา ทานอาจารยวันนอรทานนั่งอยูตรงนั้น ทานมี แนวทางออกเสมอครับทานประธาน ไมตองหวง ขอแตวาวันนี้พวกเราในสภาทั้ง ๒ สภานี้ เห็นรวมกันในรัฐสภานี้วากฎหมายนี้จะเอาอยางไรที่เกิดขึ้น ซึ่งผมเชื่อแนวาแนวทางในการเดิน ในรัฐสภามีทางเดินไปไดตลอดเวลา เราเปนผูทำหนาที่ในการแกไขกฎหมายตรงนี้ ซึ่งก็ตอง ขออนุญาตฝากกราบเรียนกับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ทานวาอยาเพิ่งไปหวงเรื่องการขัดหลักการ คิดถึงวาวันนี้เราจะแกกฎหมายฉบับนี้เอาขนาดไหน เอาเพียงไร ถาเราเห็นดวยในหลักการวา เราแกไขเอาเฉพาะซึ่งใหอัยการสูงสุดเปนอัยการตามกฎหมายวาดวยศาลรัฐธรรมนูญ ศาลทหารไปกอน ถึงแมวากฎหมายฉบับนี้จะเปนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนะครับ อาจจะเปนครั้งแรกที่เราเห็นวาเปนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่มีการแกไขเกินหลักการนิด ๆ แตกฎหมายที่เปนในชั้นพระราชบัญญัติ ผมเชื่อวาในสภาแหงนี้แกไขมาหลายฉบับแลว แลวก็ ใชวิธีการแบบที่ทานประธานกรรมาธิการกำลังเสนอมานี้ไปไวในขอสังเกต ที่ผานมากฎหมาย ที่แกไขคิดวาเกินหลักการ เชน กฎหมายหอการคา ทานไปดูนะครับ เดิมนั้นกฎหมาย หอการคามีบทบัญญัติแนบทายพระราชบัญญัติ เราไปตัดออกนะครับ ตอนนี้ก็ยังเปน กฎหมายไดเพราะหลายทานคิดวามันขัดกับกฎหมายหรือเปลา เชนเดียวกันกับวันนี้เอง ผมเชื่อวาการแกไขของกรรมาธิการเสียงขางมากไปสอดคลองกับกฎหมายซึ่งผานรัฐสภา ไปแลว ผานสภาผูแทนราษฎรและผานวุฒิสภาไปแลวก็คือกฎหมาย ป.ป.ท. ซึ่งในกฎหมาย ป.ป.ท. เองนะครับเราก็ไดแกไขวาใหอัยการสูงสุดทำหนาที่เปนอัยการศาลทหารไปแลว ซึ่งมันก็สอดคลองกับกฎหมายที่เราผานเขาไป ซึ่งกฎหมายฉบับนั้นผมจำไดวาวุฒิสมาชิก ชุดกอน กอนที่พวกผมจะเขามาไมไดเห็นดวยกับสภาผูแทนราษฎร แตใขณะที่ยื้อกันอยูนั่น เราก็ไดมีโอกาสรับรองวุฒิสมาชิกชุดใหมขึ้นมา วุฒิสมาชิกชุดใหมขึ้นมาก็ไดมาทำหนาที่นะครับ ตั้งกรรมาธิการรวมกัน ๒ ฝาย เห็นดวยกับกรรมาธิการของฝายสภาผูแทนราษฎรซึ่งทำให กฎหมาย ป.ป.ท. นั้นบังคับใชกฎหมาย ซึ่งผมเชื่อแนวาแนวคิดของวุฒิสมาชิกชุดกอนกับชุดปจจุบันก็ไมไดเห็นแตกตางกันเพราะเรา มีความมั่นใจวาเรามาเปนวุฒิสมาชิกในทางที่ถูกตองแลว นั่นคือมาจากการสรรหาจากกลุม สาขาอาชีพ ซึ่งแตกตางจากการที่มันผานมาวาเราเคยมีวุฒิสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้ง แตมันก็ทำหนาที่ไปไมได เนื่องจากเปนสภาซึ่งบอกวามาจากฐานเดียวกัน วันนี้วุฒิสมาชิก ทั้งหมดมาจากคนละฐานซึ่งเปนแนวทางที่ถูกตองวาผูแทนราษฎรมาจากการเลือกตั้ง วุฒิสมาชิกก็ควรจะมาจากวิธีการสรรหาทางอื่นแตมาทำงานรวมกัน ทำงานกันได หลายกฎหมาย เราทำหนาที่ในการกลั่นกรองใหกับทาน เราไมไดมีหนาที่ในการเปนตราประทับอยางเดียว เราไมไดมีหนาที่ในการวาไปถวงกฎหมายทานอยางเดียว บางฉบับจำเปนตองทำก็ตองทำ แตหลายฉบับครับเราทำหนาที่ในการกลั่นกรอง วันนี้กระผม นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ในฐานะสมาชิกวุฒิสภาจึงขออนุญาตกราบเรียนแลวชี้แจงแทนเพื่อนสมาชิกวาเราทำหนาที่ ในการกลั่นกรองกฎหมายอยางดีที่สุดครับ วันนี้เห็นดวยกับกรรมาธิการเสียงขางมากครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ทานสุดทาย เดี๋ยวกรรมาธิการจะชี้แจงตอไปครับ ทานจิตติพจน วิริยะโรจน เชิญครับ🔗

นายจิตติพจน วิริยะโรจน สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

กราบเรียน ทานประธานที่เคารพครับ กระผม นาย จิตติพจน วิริยะโรจน สมาชิกสภาผูแทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ทานประธานครับ ประเด็นที่พวกเรากำลังถกเถียงกันอยูในวันนี้ก็มีอยู ๒ ประเด็นครับ ประเด็นแรก ก็คือประเด็นเรื่องของเขตอำนาจศาล สวนประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของหลักการ วากฎหมายถารับหลักการในวาระแรกแลวจะสามารถแกไขในภายหลังไดหรือไม🔗

ผมขออนุญาตกลาวถึงประเด็นแรกกอนครับ ในเรื่องของเขตอำนาจศาล เปนหลักการโดยทั่วไปของระบบศาลยุติธรรมทั่วโลกนะครับวาใหคดีทุกคดีอยูในการพิจารณา ของศาลยุติธรรม หลังจากนั้นจึงไดมีการตั้งศาลพิเศษตาง ๆ แลวก็มีการโอนยายคดีที่เปนคดีเฉพาะ ไปอยูศาลนั้น ๆ เชน ศาลปกครองหรือศาลทหารนะครับ เพื่อใหเกิดความเขาใจเพิ่มขึ้นผมขอ อนุญาตอานมาตรา ๑๙๔ ของรัฐธรรมนูญเพื่อประกอบการพิจารณาของทานประธานครับ มาตรา ๑๙๔ ของรัฐธรรมนูญพูดไวอยางนี้ครับวา ศาลยุติธรรมมีอำนาจพิจารณาพิพากษา คดีทั้งปวง เวนแตคดีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติใหอยูในอำนาจศาลอื่นก็เปนที่ชัดเจน วาศาลยุติธรรมมีอำนาจพิจารณาคดีทั้งปวงรวมทั้งศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบก็เปนศาลหนึ่ง ที่อยูในศาลยุติธรรม ดังนั้นจึงสามารถที่จะพิจารณาคดีทุกคดีได ในเรื่องของเขตอำนาจศาล จึงเปนหลักการทั่วไป แตในขณะเดียวกันในรัฐธรรมนูญก็มีการพูดถึงศาลปกครอง แลวก็ ศาลทหารดวย โดยศาลทหารก็อยูในมาตรา ๑๙๙ และศาลปกครองก็อยูในมาตรา ๑๙๗ ซึ่งก็หมายความวาจริง ๆ แลวคดีทั้งปวงอยูในอำนาจของศาลยุติธรรม แตวาในบางกรณี เปนกรณีเฉพาะก็โอนยายไปที่ศาลทหารหรือศาลปกครอง แตทั้งนี้และทั้งนั้นจะกลาววา ศาลยุติธรรมไมมีอำนาจในเรื่องที่เกี่ยวกับคดีศาลเฉพาะเลยโดยตลอดก็ไมได เพราะวาถาเราดู รัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๙๖ จะเขียนใหเห็นชัดเจนครับ ถาทานประธานอานแลวก็คงจะ เขาใจวาเกิดอะไรขึ้น ในมาตรา ๑๙๒ เขียนอยางนี้ครับ ในกรณีที่มีปญหาเกี่ยวกับหนาที่และ อำนาจระหวางศาลยุติธรรม ศาลปกครองหรือศาลทหารใหพิจารณาวินิจฉัย โดยคณะกรรมการ ซึ่งประกอบดวยประธานศาลฎีกาเปนประธาน ประธานศาลปกครองสูงสุด จุด จุด จุด อีก ๔ คน เปนกรรมการ ดังนั้นจึงเห็นไดอยางชัดเจนครับวาอำนาจในการพิจารณาคดีตาง ๆ รวมทั้ง คดีอาญาในเรื่องของการทุจริตหรือประพฤติมิชอบอยูในอำนาจศาลยุติธรรมโดยแท แตวา อาจจะมีการแบงในเรื่องของบุคคลหรือคดีบางประการใหอยูในเขตศาลทหารหรือศาลปกครอง แตก็จะมีหลาย ๆ คดีที่ศาลยุติธรรมก็ยังมีอำนาจอยู แลวถาหากวามีกรณีพิพาทหรือสงสัย วาอยูในอำนาจศาลไหนก็ทำตามมาตรา ๑๙๒ มีคณะกรรมการขึ้นมาตัดสินวาจะอยูในอำนาจใด เพราะฉะนั้นจึงกลาวไดวารัฐธรรมนูญเราเขียนชัดเจนวาไมไดมีประเด็นวาคดีการจะยาย เรื่องของอาญาทุจริตประพฤติมิชอบของทหารมาอยูในศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบ แลวจะขัดรัฐธรรมนูญ อันนี้ก็คงจะไมมีปญหาอะไรนะครับ ถาทานประธานไดอานมาตรา ๑๙๒ มาตรา ๑๙๔ มาตรา ๑๙๗ และมาตรา ๑๙๙ ก็คงเห็นชัดเจนนะครับวาในเรื่องเขตอำนาจศาล เปนอยางไร แตสวนกฎหมายจะมีการเขียนอยางไรเปนอยางไรก็เปนหนาที่ที่รัฐสภาแหงนี้จะเปนคน พิจารณาวาจะใหคดีอาญาเกี่ยวกับการทุจริตประพฤติมิชอบที่เกี่ยวกับบุคคลซึ่งเคยกลาววา อยูในเขตอำนาจของศาลทหารจะโอนยายไปที่ศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบซึ่งเปนศาล ที่ดูแลเรื่องทุจริตประพฤติมิชอบโดยรวมหรือไม ก็เปนหนาที่ที่รัฐสภาแหงนี้จะเปนคนตัดสินครับ🔗

สวนอีกประเด็นหนึ่ง เรื่องของหลักการที่มีขอสงสัยกันมากครับวาถากฎหมาย รับหลักการในวาระที่หนึ่งแลวจะสามารถแกไขในหลักการไดหรือไม ผมขออนุญาตใหดูใน ๒ มิติครับ มิติแรกในเรื่องของขอบังคับ ขอบังคับดูเสมือนวาจะตองไมมีการแกไขหลักการ ถาหากจะมีการแกไขหลักการก็ตองขออนุญาตจากสภาแหงนี้หรือขอเปนการยกเวน ใชขอบัญญัติบางประการหรือขอบังคับของสภา ถาหากมีการยกเวนขอบังคับก็สามารถแกไข หลักการได อันนี้คือมิติของขอบังคับนะครับทานประธาน แตถาเปนในมิติของรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญนี้มีการพูดถึงการรับหลักการในวาระที่หนึ่งแตไมไดมีการพูดวาหลังจากรับวาระ หลักการในวาระที่หนึ่งแลวจะแกไขไมได สวนนี้รัฐธรรมนูญไมไดพูดไว ดังนั้นถากลาว โดยสรุปนะครับวาถารับหลักการในวาระที่หนึ่งแลวจะแกไขหลักการในวาระที่สองหรือวาระ ตอ ๆ ไปไดหรือไม ก็ขออนุญาตกราบเรียนตอทานประธานครับวา รัฐธรรมนูญโดยแทแลว การแกไขหลักการไมไดมีปญหาอะไรนะครับ ถาหากวาระหวางการพิจารณา ขอเท็จจริงเปลี่ยนไป หรือขอมูลที่ปรากฏตอคณะกรรมาธิการไมเปนไปตามขอมูลที่เคยแจงตอสภาในชั้นวาระ รับหลักการเพราะวาในการที่ใหขอมูลกับสภาในชั้นวาระรับหลักการนี้ก็อาจจะมีขอมูลบางอยาง คลาดเคลื่อนหรือไมตรงกับความเปนจริง ถาหากคณะกรรมาธิการพิจารณาไปแลวขอมูล ตาง ๆ นั้นไมถูกตองหรือไมชอบ หรือคลาดเคลื่อนหรือขอเท็จจริงมีการเปลี่ยนแปลงไปนัยสำคัญ การจะเปลี่ยนแปลงหลักการก็สามารถทำได ซึ่งก็โดยการดูไปที่ขอบังคับครับวาขอบังคับ ยอมสามารถแกไขไดหรือใชวิธีการยกเวนขอบังคับก็สามารถทำได ดังนั้นกลาวโดยสรุป ครับทานประธาน เรื่องนี้เปนเรื่องที่มีความซับซอน และมีความจำเปนที่จะตองพิจารณา โดยละเอียด แลวก็ตองทำภายใตกรอบของรัฐธรรมนูญตามที่ผมไดพูดไวซึ่งโดยแทจริงแลว รัฐสภาสภาแหงนี้ก็มีอำนาจที่จะพิจารณาโดยอิสระตามหลักของ Parliamentary Supremacy หรือรัฐสภาเปนใหญ ซึ่งเปนระบอบการปกครองที่ประชาธิปไตยทั่วโลกยอมรับกันครับ ขอบพระคุณครับทานประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ กรรมาธิการชี้แจงครับ เชิญครับ🔗

นายธีระพงษ มีลักษณ ผูแทนคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธีระพงษ มีลักษณ ผูแทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการ กระผมซึ่งเปนตัวแทนของคณะกรรมาธิการฝายขางมากขออนุญาต กราบเรียนยืนยันกับทานประธานวาคณะกรรมาธิการทั้งฝายขางมากและฝายขางนอยตระหนัก และเขาใจถึงวัตถุประสงคของทานสมาชิกรัฐสภาที่ไดกรุณารับหลักการแหงรางพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ในวาระที่หนึ่ง โดยมุงหมายใหการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบที่อยูในอำนาจ พิจารณาพิพากษาของศาลทหารไปดำเนินคดีในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อใหมีประสิทธิภาพและเปนมาตรฐานเดียวกัน คณะกรรมาธิการไดปฏิบัติตามภารกิจ ที่ไดรับมอบหมายจากทางรัฐสภาภายใตกรอบและอำนาจหนาที่ของคณะกรรมาธิการ โดยได มีการศึกษาบทกฎหมายที่เกี่ยวของและไดมีการเชิญผูแทนหนวยงานของรัฐตาง ๆ เขามาให ขอมูลขอเท็จจริง เพื่อใหการพิจารณาเปนไปโดยรอบคอบที่สุด กระผมขออนุญาตเรียนเปน เบื้องตนวาจากผลการศึกษาและพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ในพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มีบทบัญญัติที่เกี่ยวของ กับการดำเนินคดีในศาลทหาร ๑ มาตรา คือมาตรา ๙๖ ซึ่งเปนการกำหนดใหอำนาจอัยการ สูงสุดมีฐานะเปนอัยการทหาร เพื่อใหการดำเนินคดีที่อยูในอำนาจพิจารณาพิพากษาของ ศาลทหารนั้นสามารถดำเนินไปไดดวยความเรียบรอย โดยมาตรา ๙๖ ที่มีผลใชบังคับในปจจุบัน ซึ่งที่ประชุมแหงนี้ไดผานการพิจารณาในรางมาตรา ๓ ใหยกเลิกไปแลวนั้น กำหนดใหอัยการสูงสุด อาจจะมอบหมายใหอัยการทหารเปนผูดำเนินการแทนก็ได การพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติ มิชอบที่มีเจาหนาที่ฝายทหารเปนผูกระทำความผิดนั้น ปจจุบันจะแบงไดเปน ๒ กรณี🔗

กรณีที่ ๑ คดีที่เจาหนาที่ฝายทหารกระทำความผิดรวมกับพลเรือน คดีดังกลาว จะอยูในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบอยูแลว โดยผลของบทยกเวน ตามมาตรา ๑๔ แหงพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ คงมีแตเพียงคดีที่มี เจาหนาที่ฝายทหารกระทำผิดฝายเดียวที่ยังคงอยูในอำนาจพิจารณาของศาลทหาร ซึ่งมาตรา ๔ แหงพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบก็ไดกำหนดใหนำกระบวนการ ดังกลาวมาใชในการพิจารณาในศาลทหารดวยนะครับ สำหรับการจะดำเนินการใหเปนไป ตามความมุงหมายของทานสมาชิกรัฐสภาที่จะใหคดีทุจริตและประพฤติมิชอบที่อยูในอำนาจ ศาลทหารนั้นไปดำเนินการในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบมีกฎหมายที่เกี่ยวของ อีกจำนวน ๒ ฉบับ ฉบับแรก คือพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ ฉบับที่ ๒ คือพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งคณะกรรมาธิการ พิจารณาแลวเห็นวาการจะดำเนินการใหเปนไปตามความมุงประสงคของทานสมาชิกรัฐสภา อยางแทจริงนั้น สมควรมีการดำเนินการโดยการแกไขบทกฎหมายเฉพาะวาดวยเขตอำนาจศาล ซึ่งจะทำใหการดำเนินการสามารถกำหนดใหคดีดังกลาวอยูในอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบได โดยมีเหตุผล ๓ ประการครับ🔗

ประการที่ ๑ การกำหนดบทบัญญัติที่เกี่ยวของกับเขตอำนาจศาลในราง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และลักษณะการ Overrule กฎหมายเฉพาะวาดวย เขตอำนาจศาลที่เกี่ยวของนั้น เมื่อกฎหมายมีผลใชบังคับยอมจะทำใหเกิดความสับสน ความลักลั่น กับผูที่จะปฏิบัติใหเปนไปตามกฎหมาย และจะนำไปสูการโตแยงถึงความชอบดวยกฎหมาย ในการปฏิบัติใหเปนไปตามรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ตอไป🔗

ประการที่ ๒ ในรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ การจะกำหนด เรื่องของเขตอำนาจศาลโดยกำหนดใหมีการโอนคดียอมมีผลกระทบตอสิทธิของผูเกี่ยวของ ในคดีที่อยูระหวางดำเนินการ ซึ่งจำเปนจะตองมีการกำหนดกระบวนการในการโอนคดี อยางรอบคอบ โดยพิจารณาพรอมกับเนื้อหาของกฎหมายวาดวยเขตอำนาจศาลที่จะมีการ กำหนดใหมีการโอนคดี🔗

ประการที่ ๓ คดีที่อยูในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ นอกจากที่อยูในกฎหมาย ป.ป.ช. แลว ยังมีคดีตามกฎหมายอื่น เชน คดีประพฤติมิชอบ ตามพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งไดผานความเห็นชอบจากสภาผูแทนราษฎรและวุฒิสภาใหประกาศใชเปนกฎหมาย พระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกันและปราบปรามการทุจริต ฉบับที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๖๘ ซึ่งผานความเห็นชอบและไดประกาศใชในราชกิจจานุเบกษาเมื่อเดือนกุมภาพันธ ที่ผานมา ดังนั้นแมจะไดมีการกำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลไวในรางพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ก็ไมไดมีผลถึงคดีที่กำหนดไวในกฎหมายอื่น ดังนั้นคณะกรรมาธิการ จึงเห็นวาในการจะดำเนินการใหเปนไปตามวัตถุประสงคของทานสมาชิกรัฐสภาจึงสมควร ดำเนินการโดยการแกไขบทกฎหมายเฉพาะวาดวยเขตอำนาจศาลที่เกี่ยวของ🔗

สำหรับการแกไขเพิ่มเติมรางมาตรา ๔ นั้น โดยที่รางมาตรา ๓ ไดมีการยกเลิก มาตรา ๙๖ ดังนั้นในระหวางระยะเวลาที่ยังไมไดมีการแกไขบทกฎหมายวาดวยเขตอำนาจศาล จึงมีความจำเปนจะตองกำหนดบทเฉพาะกาลเพื่อจะรองรับการดำเนินการไมใหเกิดปญหา ในทางปฏิบัติ โดยใหอัยการสูงสุดมีฐานะเปนอัยการทหารเพื่อทำหนาที่ฟองและดำเนินคดี ในศาลทหาร โดยการกำหนดบทเฉพาะกาลดังกลาวทางคณะกรรมาธิการมิไดกำหนด ใหอัยการสูงสุดสามารถมอบหมายใหอัยการทหารสามารถดำเนินคดีแทนไดดังเชนที่เคย กำหนดไวในกฎหมายเดิม โดยมีเจตนารมณเปนการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินคดี รวมทั้งเปนกลไกในการคานอำนาจในศาลทหาร🔗

สุดทายครับ ทางคณะกรรมาธิการไดนำความมุงประสงคของทานสมาชิก รัฐสภาเขียนไวในขอสังเกตของคณะกรรมาธิการ เพื่อจะสงไปถึงคณะรัฐมนตรีใหดำเนินการ แกไขกฎหมายที่เกี่ยวของในเรื่องนี้ตอไปดวยแลว กระผมจึงขออนุญาตกราบเรียนเปนเบื้องตน ตอทานประธานและทานสมาชิกรัฐสภา ในสวนของหลักทฤษฎีที่เกี่ยวของกระผมขออนุญาต ใหทานกรรมาธิการทานตอไปเปนคนชี้แจง ขออนุญาตกราบเรียนทานประธานเพื่อชี้แจง ตอทานสมาชิกดวยความเคารพครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอเชิญครับ มีกรรมาธิการ ชี้แจงเพิ่มเติมนะครับ🔗

นายธงทอง นิพัทธรุจิ ผูแทนคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาที่เคารพอยางสูงครับ กระผม นายธงทอง นิพัทธรุจิ กรรมาธิการ ขอกราบขอบพระคุณ ทานประธานที่ใหโอกาสกรรมาธิการไดแสดงความคิดเห็น กระผมขออนุญาตนำกราบเรียน ขอมูลทางวิชาการเพื่อสนับสนุนทานกรรมาธิการเสียงขางมากที่ไดกราบเรียนกับที่ประชุมไปแลวนั้น กระผมขออนุญาตกราบเรียนวาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและ ปราบปรามการทุจริต มาตรา ๙๖ ไมใชกฎหมายที่กำหนดเกี่ยวของกับเขตอำนาจศาลโดยแท แตกฎหมายที่เกี่ยวของกับการกำหนดเขตอำนาจศาลนั้นคือรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๙๙ ซึ่งมีสวนขยายของรัฐธรรมนูญคือมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๔ แหงพระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหาร พุทธศักราช ๒๔๙๘ เพราะถือวาเปนกฎหมาย ที่บัญญัติคือกฎหมายที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๙ เขียนวาตามที่กฎหมายบัญญัตินั้น ยอมหมายความรวมถึงพระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหารนั่นเอง ที่กำหนดเกี่ยวกับ เขตอำนาจศาลทหารในการพิพากษาคดีที่ทหารกระทำความผิด แนวคิดนี้สอดคลองกับ บรรทัดฐานคำวินิจฉัย คำชี้ขาดอำนาจหนาที่ของศาลที่ ๒๑/๒๕๖๑ ซึ่งกระผมขออนุญาต ทานประธานนำมากราบเรียนกับที่ประชุมวา ศาลยุติธรรมจะมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี บุคคลที่อยูในอำนาจศาลทหารซึ่งทหารกระทำความผิดก็เฉพาะแตกรณีที่ไดกระทำดวยกับ พลเรือนหรือเปนคดีที่เกี่ยวพันกับคดีที่อยูในอำนาจของศาลพลเรือนตามมาตรา ๑๔ (๑) มาตรา (๒) และอื่น ๆ มิฉะนั้นจะเปนการใหศาลพลเรือนมีอำนาจพิจารณาคดีบุคคล ซึ่งผูกระทำความผิดเปนผูอยูในอำนาจของศาลทหารที่กระทำความผิดโดยไมสอดคลองกับ เจตนารมณของกฎหมาย ทานประธานที่เคารพครับ จากที่ผมประทานกราบเรียนทานประธาน ผานไปยังที่ประชุมที่ทรงเกียรติแหงนี้ กระผมมีนัยที่จะขออนุญาตกราบเรียนวา รัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักรไทยไดกำหนดถึงเขตอำนาจศาลทหารไวโดยมีสวนขยายคือพระธรรมนูญ ศาลทหารอยางชัดเจน ดังนั้นกฎหมายที่จะมีการแกไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลทหารนั้น พึงจะตองสอดคลองกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๙ รวมถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญศาลทหาร มาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๔ ดวย ดังจะเห็นไดจากอีกกรณีหนึ่งที่ขออนุญาตนำกราบเรียน คือวิธี พิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พุทธศักราช ๒๕๕๙ มาตรา ๔ ไดกำหนดใหนำกฎหมายวิธี พิจารณานี้ไปใชในศาลทหารดวย โดยใหใชระบบไตสวนตาม Guideline ที่กฎหมายนี้ไดกำหนด ซึ่งศาลทหารก็ไดมีการออกระเบียบที่ประชุมใหญตุลาการพระธรรมนูญในศาลทหารวาดวย การดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในศาลทหาร พุทธศักราช ๒๕๖๐ เพื่อใหเปนไปตาม กฎหมายดังกลาว ดังนั้นกฎหมายอันเปนบทเฉพาะเกี่ยวกับวิธีพิจารณาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบ ซึ่งจะมารองรับตอเนื่องจากกฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตเปนการกำหนดในสวนของการดำเนินการกอนชั้นศาล และมีการเชื่อมโยงตอไปยังบทเฉพาะคือการพิจารณาของศาลในคดีทุจริตนั่นเอง ซึ่งในกฎหมาย อันเกี่ยวกับวิธีพิจารณาความนั้นก็ยังไดรับรองเขตอำนาจของศาลทหารอยู ดังนั้นบทเฉพาะกาล ในมาตรา ๔ ที่ใหโอนอำนาจการพิจารณาของศาลทหารในกรณีทหารกระทำความผิด ตามความผิดเกี่ยวกับคดีทุจริตและประพฤติมิชอบไปยังศาลพลเรือนภายหลังการยกเลิก มาตรา ๓ นั้น ดวยความเคารพในที่ประชุมแหงนี้ครับ กระผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็น เปนการสวนตัววาหลักการในการที่ทานรัฐสภาไดกำหนดอนุญาตใหกรรมาธิการไดดำเนินการ ภายใตที่ทานอนุญาตไวในวาระที่หนึ่งนั้นไดมีคำขึ้นตนวาใหแกไขพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตหรือ พ.ร.ป. ป.ป.ช. ซึ่งไมอาจครอบคลุม ไปถึงอำนาจในการใหแกไขเขตอำนาจศาลซึ่งปรากฏอยูในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่น ที่เกี่ยวของดวย เพราะมาตรา ๙๖ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกัน และปราบปรามการทุจริตนั้นเปนเพียงกำหนดขั้นตอนกอนชั้นศาลหรือที่ภาษาอังกฤษเรียกวา Pre-Trial Stage ซึ่งมิใชเปนขั้นตอนในชั้นศาล แตขั้นตอนในชั้นศาลนั้นจะเปนไปตาม เขตอำนาจและวิธีพิจารณาคดีซึ่งปรากฏอยูในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๙ มาตรา ๑๓ และ มาตรา ๑๔ แหงพระธรรมนูญศาลทหาร และมาตรา ๔ แหงพระราชบัญญัติวิธีพิจารณา คดีอาญาวาดวยคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. ๒๕๕๙ ดังนั้นจากที่ประทานกราบเรียน ผานทานประธานที่เคารพอยางสูง กระผมจึงขออนุญาตตั้งขอสังเกตวาการที่คณะกรรมาธิการ เสียงขางมากไดมีการใหชะลอในการตัดอำนาจศาลทหารในการพิจารณาอรรถคดีเกี่ยวกับ ที่ทหารกระทำความผิดไวกอนนั้นยอมนาที่จะเปนเรื่องที่ถูกตองแลวเพราะการแกไขดังกลาว จะตองเกี่ยวโยงกับการแกไขกฎหมายอื่นซึ่งอยูนอกเหนือจากพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตนี้ ดังนั้นจึงขอกราบเรียนที่ประชุม ที่เคารพไดโปรดพิจารณาดวย ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ครับ เชิญทานประธาน คณะกรรมาธิการครับ เดี๋ยวกอนที่ทานประธานจะชี้แจง ผมขอตอนรับผูมาเยือนรัฐสภา เล็กนอยครับ รัฐสภาขอตอนรับคณะผูแทนจากกรมการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย และจากองคกรขาวกรองทางทหาร กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียครับ ขอตอนรับทุกทาน ขอบคุณครับ เชิญทานประธานกรรมาธิการครับ🔗

นายชลนาน ศรีแกว ประธานคณะกรรมาธิการ

ทานประธานที่เคารพ กระผม นายชลนาน ศรีแกว สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดนาน พรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภา ในฐานะประธานกรรมาธิการ ผมขออนุญาตทานประธานที่จะกราบเรียนไปยังทานสมาชิก ผูทรงเกียรติ ถึงเหตุผลที่คณะกรรมาธิการไดไปแกไขเพิ่มเติมในมาตรา ๔ อยู ๒ ประเด็นหลักครับ เพิ่มเติมจากทานกรรมาธิการจากกฤษฎีกาและทางฝายวิชาการที่ไดนำเสนอผานทานประธาน ไปยังทานสมาชิกผูทรงเกียรติแลว🔗

ประการที่ ๑ รัฐสภาแหงนี้ไดรับหลักการแหงรางพระราชบัญญัติฉบับนี้ หลักการที่รับไป ผมสรุปงาย ๆ นะครับ เปนการยกเลิกอำนาจของอัยการสูงสุดในการดำเนินคดี อาญาทุจริตที่กฎหมาย ป.ป.ช. ฉบับปจจุบัน ป ๒๕๖๑ ใหอัยการสูงสุดซึ่งเปนพลเรือนเขาไป ดำเนินคดีในศาลทหารได หรืออัยการสูงสุดเมื่อไปเปนอัยการทหารตามกฎหมายพระธรรมนูญ ศาลทหารแลวก็สามารถมอบอำนาจใหอัยการทหารทำหนาที่แทนในศาลทหารได อันนี้คือ มาตรา ๙๖ เดิมนะครับ ผูรางและรัฐสภาแหงนี้เห็นชอบกับหลักการนี้คือไปยกเลิกเลย ในวาระที่หนึ่ง เมื่อไปยกเลิกเลยแลวทานก็เห็นวามีมาตรา ๔ เขียนรองรับเอาไวในฉบับที่เรา รับหลักการมา คือใหโอนคดีที่อยูในอำนาจศาลทหารที่เปนเขตอำนาจศาลทหารเกี่ยวกับอาญาทุจริตทั้งหมด ที่อยูกอนวันพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหโอนไปใหอัยการสูงสุดดำเนินคดีในศาลอาญาทุจริต ประพฤติมิชอบ ก็คือเปลี่ยนอำนาจอัยการจากเปนอัยการตามพระธรรมนูญศาลทหารใหเปน อัยการสูงสุดที่ดำเนินคดีในศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งลักษณะการเขียนอยางนี้ มันเปนการเขียนรองรับเปนลักษณะบทเฉพาะกาล เปนบทเฉพาะกาลเมื่อเรายกเลิกมาตรา ๙๖ ไปแลวอัยการสูงสุดเขาไปไมไดแลวก็มีบทเฉพาะกาลรองรับ แตสิ่งหนึ่งที่กรรมาธิการพบวา เปนปญหามากนะครับ ถาเราเห็นชอบตามหลักการที่รับไปเบื้องตนผมกราบเรียนทานประธาน ดวยความเคารพวากรรมาธิการเห็นวาเราแกไขหลักการ แลวเปนหลักการที่ทุกทานบอกวา เปนหลักการสำคัญดวย ตามเจตนารมณผมไมเถียงเรื่องเจตนารมณวาเราอยากใหคดีอาญา ทุจริตไปอยูในศาลเฉพาะคือศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบไมวาเปนบุคคลใดตามเหตุผล ที่เราใหมา อันนี้ไมมีใครเถียงครับ แตวิธีการบัญญัติเพื่อจะใหเปนไปอยางนั้นมันเปนไปไมไดเลย ตามวิธีการยกรางกฎหมายวิธีการที่ทานรับมาหมายถึงรัฐสภาวาระรับหลักการแลวก็เขียน บทเฉพาะกาลรองรับ ถามวาถาเราเห็นชอบกับหลักการที่โอนคดีใหอัยการสูงสุดไปดำเนินคดี ในศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบ ถามวาทำไดหรือไม กรรมาธิการดูขอมูลตรงนี้หนักมากครับ เสียงสวนใหญออกมาบอกวาแมเขียนก็ปฏิบัติไมได เพราะอะไรครับ เพราะวาพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดีอาญาทุจริตในมาตรา ๔ นี้เขียนไวเลยวาใหนำบทบัญญัติของวิธีการพิจารณา คดีอาญาทุจริตไปใชบังคับแกการพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในศาลทหารดวย เอา วิ. อาญาทุจริตนี่ไปใชกับศาลทหารดวยมีเวนบางขอเทานั้นเองครับ เชน มาตรา ๗ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ เขียนไปศาลอาญาทุจริตก็พิจารณาไมได และที่สำคัญ มีขอถกเถียงเรื่องเขตอำนาจของศาล โดยเฉพาะกรณีเปนบทเฉพาะกาลนะครับ ถามวา บรรดาคดีที่อยูกอนที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมาใชบังคับไปดำเนินการได แลวในอนาคต แลวหลังจากที่ใชบังคับเราจะทำอยางไร อันนี้เปนความเห็นที่คอนขางมีน้ำหนักจากผูแทน ของศาลยุติธรรมนะครับ ที่ไมใชทานกรรมาธิการทานณรงคตองขออภัยที่เอยนามทาน เพราะทานไปตางประเทศพอดี เราเชิญมาใหขอมูลทานบอกวาถาเขียนอยางนี้มีปญหา การบังคับใชในอนาคตถาจบแลวคดีที่จบแลวนี่โอนมาหมดแลว และในอนาคตไมมีบทบัญญัติใด รองรับเขตอำนาจเอาไวมีปญหา เพราะฉะนั้นดวยความไมสมบูรณอยางนี้กรรมาธิการเลย มีความจำเปนวาอยางนั้นเราหาทางออกใหกฎหมายที่ผานรัฐสภาสามารถใชบังคับใหไดมาก ที่สุดไปกอน และมีขอดีกวามาตรา ๙๖ เดิมดวยเราก็เลยเขียนบอกวาใหอัยการสูงสุด ไปดำเนินคดี คือบรรดาคดีที่อยูกอนที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับใหโอนไปใหอัยการสูงสุด ดำเนินคดีตามมาตรา ๙๖ นะครับ ไมวาจะเปนคดีที่อัยการทหารเปนผูดูแลอยูก็โอนมาให อัยการสูงสุด หรือตอไปนี้อัยการสูงสุดตองไมมอบอำนาจใหอัยการทหารเปนคนดำเนินคดี แตตอง ดำเนินคดีอยูในศาลทหารกอน กอนจนกวาเราจะมีการแกไขกฎหมายใหมารองรับใหมันสามารถ นำสูปฏิบัติได ฉบับที่ ๑ ก็คือพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีอาญาทุจริตที่ผมกลาวไปนี่นะครับ ในมาตรา ๔ นี่ละ และสิ่งที่ตองแกไขครับกฎหมายวาดวยพระธรรมนูญศาลทหารที่เสมือน เปนกฎหมายหลัก ที่รองรับการจัดตั้งศาลทหารแมออกมาตั้งแตป ๒๔๙๘ บทบัญญัติ แหงรัฐธรรมนูญที่เขียนมาแตละฉบับ ๆ เชนป ๒๕๖๐ ในมาตรา ๑๙๙ ก็มีบทบัญญัติ วาคดีอาญาทั้งหลายทั้งปวงที่อยูในเขตอำนาจศาลทหารใหดำเนินคดีในศาลทหาร ทั้งนี้ตามกฎหมายบัญญัติแลวก็มีวรรคสองรองรับ วรรคสองรองรับก็ตีความไปถึงพระราชบัญญัติ วาดวยพระธรรมนูญศาลทหารที่เขามีอยูแลว ถามันใชไดก็ไมตองแกไขปรับปรุง ในบทบัญญัตินั้น เขาบัญญัติวาคดีที่เขาไมดำเนินการเวนแตคดีไวอยู ถาเขียนอยางนี้ เวนคดีที่จะไมดำเนินการ ในศาลทหารเอาไวในมาตรา ๑๔ ไปแกไขตรงนั้นเพิ่มเติมคดีอาญาทุจริตเขาไป ตรงนี้ก็ปลด เขตอำนาจของกฎหมายพระธรรมนูญศาลทหาร เพราะมาตรานี้มันมีบทที่ยกเวนไวขออนุญาต ทานประธานครับ คดีที่ไมอยูในเขตอำนาจศาลทหารเขียนไวฉบับที่มีอยูปจจุบันนี้มี ๑๔ เรื่อง คดีที่ทหารทำรวมกับพลเรือน คดีเกี่ยวกับที่อยูในอำนาจของศาลพลเรือน คดีที่ศาลคดีเด็ก เยาวชน อันนี้เขาจะไมยุง คดีที่ศาลทหารเห็นวาไมอยูในอำนาจของศาลทหาร ถาเขียนอยางนี้ รองรับ ๕ คดีอาญาทุจริต มันก็จะเปดชองใหไปดำเนินคดีในศาลอาญาทุจริตไดจะไมมีปญหา เรื่องขอถกเถียงระหวางเขตอำนาจศาลทหาร ถาทำอยางนั้นกรรมาธิการเห็นวามันควรจะ เปนไปไดก็เลยมีความจำเปนที่ตองแกไขหลักการ ตัดคำวา ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ออกในมาตรา ๔ ดวยความเคารพทานประธานครับ ถาทำตามกรรมาธิการเสียงขางมากครับ ออกไปใชบังคับดีกวามาตรา ๙๖ เดิมในแงไหนครับ โอนมาทั้งหมดเลยแลวยังรักษาสิทธิ ของจำเลยที่อยูในคดีใหเขาตอสูไดยังไมมีการเปลี่ยนแปลง ไมมีการมอบอำนาจไปใหอัยการทหาร ดำเนินการเหมือนมาตรา ๙๖ เดิม อันนี้คือขอดี แตทั้งนี้ทั้งนั้นทานประธานที่เคารพครับ กรรมาธิการพยายามหาทางออกอยางมาก เพราะวาในสิ่งที่รัฐสภารับหลักการไปถือวา เปนประเด็นมากครับ มันเปนประเด็นจริง ๆ ผมเองดวยความเคารพทานประธานครับ แมจะเปนการแกไขหลักการมันก็อยูในนิติวิธีที่ยังไมสิ้นสุดนะครับ ที่ประชุมรัฐสภาแหงนี้ จะเปนผูวินิจฉัย วาเมื่อสถานการณเหตุการณมันเปลี่ยนมีความจำเปนรัฐสภาจะเห็นดวยกับ กรรมาธิการเสียงขางมากหรือไม ถาเห็นดวยในเสียงขางมากก็เปนไปตามที่กรรมาธิการ เสียงขางมากไดนำเสนอ ถาทานไมเห็นดวยก็เปนอำนาจของที่ประชุมรัฐสภาแหงนี้ครับ จะตามเสียงขางนอยหรือคืนรางเดิมหรือทานเห็นวากฎหมายฉบับนี้ออกไปใชบังคับมีปญหาแน ทานจะใชดุลยพินิจของทานในวาระที่สอง วาระที่สามอยางไรก็แลวแต กราบเรียนทานประธาน ดวยความเคารพครับ แตทางเลือกที่กรรมาธิการเสียงขางมากเลือกใหแมจะไมดีที่สุดแตเปน ประโยชนที่สุดกับวิธีการเขียนกฎหมายแบบนี้ ขอบพระคุณทานประธานครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหนาที่ประธานในที่ประชุม)
นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ตอนนี้ทานกรรมาธิการ ตอบชี้แจงแลวนะครับ ผมจะถามวากรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นยังคงติดใจหรือไมครับ เชิญครับ🔗

นาวาโท กิตติพงศ ปยะวรรณโณ ผูแทนคณะกรรมาธิการ

เรียนทานประธาน ที่เคารพ กระผม กิตติพงศ ปยะวรรณโณ ขออนุญาตอภิปรายในสวนที่ทานสมาชิกหลายทาน มีขอกังวลใจเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจของศาลทหาร ซึ่งบัญญัติอยูในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๙ ที่กลาวไววาศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาที่ผูกระทำความผิดเปนบุคคล ซึ่งอยูในอำนาจศาลทหารและคดีอื่น ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติซึ่งประเด็นนี้นะครับก็จะ สอดคลองกับ พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหารที่ผมจะอภิปรายตอไปและเปนประเด็นที่กรรมาธิการ มีการถกแถลงกันอยางมากในระหวางการพิจารณา โดยสาระสำคัญในมาตรา ๑๙๙ คือไดกำหนด ใหศาลทหารมีอำนาจในการพิจารณาคดีอาญานะครับ ซึ่งถาเกิดเราบอกวาอำนาจของศาลทหาร ในการพิจารณาคดีอาญา กำหนดเปนขอบเขตเปนเรื่อง ๆ ไป ดังนั้นถาเกิดบอกวาขอบเขตในบางเรื่องที่อำนาจของศาลทหารมีอยูใหยายไปอยูเปนศาล เฉพาะทางบางอยาง เชน ศาลคดีเด็กและเยาวชน หรือในกรณีนี้ก็คือศาลอาญาทุจริตและ ประพฤติมิชอบ ซึ่งถาเกิดวากำหนดอยางนี้ก็คือการโอนยายอำนาจในการพิจารณาคดีอาญา บางประการนี้ไปใหศาลอื่นไมถือวาขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๙ เพราะยังถือวาอำนาจ ในการพิจารณาคดีอาญาของศาลทหารซึ่งเปนอำนาจหลักยังคงอยู เพราะฉะนั้นประเด็นที่วา ในการใหศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบมีอำนาจในการพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ก็ไมขัดตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๙ ซึ่งกรณีตัวอยางที่มีใหเห็นก็คือในมาตรา ๓๔ นะครับ แหง พ.ร.บ. อุมหายที่ใหศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบมีขอบเขตอำนาจในการพิจารณา คดีอุมหายนะครับ🔗

และในอีกประเด็นหนึ่งที่สมาชิกหลายทานมีความกังวลวาหลักการที่รับไว ในเรื่องของการพิจารณาคดีในลักษณะที่เปนคดีทุจริตใหศาลอาญาทุจริตพิจารณาจะขัดตอ พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหารหรือไม ในกรณีนี้กรรมาธิการไดพิจารณานะครับ ซึ่งมีสาระสำคัญ ในมาตรา ๑๕ แหง พ.ร.บ. พระธรรมนูญศาลทหารที่กำหนดไววา คดีที่ไมอยูในอำนาจศาลทหาร ใหดำเนินคดีในศาลพลเรือน นั่นหมายความวาในตัว พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหารเองก็ได เปดชองเอาไววา หากมีคดีบางอยางที่ไมไดมีการกำหนดไวในสมัยที่รางพระราชบัญญัติก็คือ ป ๒๔๙๘ ก็ใหกฎหมายที่มากำหนดในภายหลังสามารถกำหนดขอบเขตอำนาจศาลที่ตั้งใหมได ซึ่งอันนี้ก็สอดคลองกับหลัก Causality ของทางกฎหมาย อีกทั้งมีตัวอยางใหเห็นในมาตรา ๑๔ ที่สอดคลองกับมาตรา ๑๕ โดยมาตรา ๑๔ แหง พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหารไดระบุไววา คดีที่ไมอยู ในอำนาจศาลทหารคือซึ่งมีทั้งหมด ๔ อนุมาตรา อนุมาตราที่คอนขางสำคัญแลวชี้ใหเห็น เดนชัดวาสามารถกำหนดขอบเขตในการพิจารณาคดีของศาลนี่แตกตางออกไปจากที่ พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหารกำหนดไดก็คือ (๓) ที่บอกวา คดีที่ตองดำเนินคดีในศาลคดีเด็กและเยาวชน ซึ่งชัดเจนวาอยูในศาลคดีเด็กและเยาวชนซึ่งเปนชั้นศาลชำนาญเฉพาะ ซึ่งถึงแมวาจะไมได มีการกำหนดอยางชัดเจน แตวาเราก็สามารถที่จะพิจารณาใหขอบเขตอำนาจของศาลที่เปน ศาลพลเรือนพิจารณาคดีที่อยูในอำนาจศาลทหารได ขอบคุณครับทานประธาน🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ทานจุลพงศ อยูเกษ ครับ🔗

นายจุลพงศ อยูเกษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ขอบคุณครับทานประธาน กระผม จุลพงศ อยูเกษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมขออยางนี้ครับที่ผมลุกขึ้นมานี่เพราะวาผมไดอภิปรายคราวกอนนี้ขอให ทางกรรมาธิการชี้แจงถึงเหตุผลที่มีการแกในหลักการนะครับ ผมเขาใจครับ แตกรรมาธิการ เสียงสวนใหญทานชวยอางถึงขอบังคับขอไหนไหมครับที่วากรรมาธิการนี่จะไปเพิ่มแกไข ในมาตราในเนื้อหาแลวยอนกลับไปแกหลักการครับ ผมเขาใจนะครับผมเขาใจที่ทานชี้แจง แตเราตองยึดมั่นในกฎเกณฑกอนไหมครับ ไมอยางนั้นตอไปมีการแกกฎหมายฉบับไหน ก็มีการอางเหตุผลมาสรางมาตราใหม สรางวรรคใหม แลวก็ยอนไปแกในหลักการ ทานอยาบอกวา รัฐธรรมนูญไมหามนะครับ ถาทานตีความอยางนั้นตอไปทานตีความวารัฐธรรมนูญไมหาม ก็ทำไดอยางนั้นหรือครับ พังเลยนะครับ ผมขอถามสั้น ๆ ขอเปนความรูครับ เปน สส. แค ๒ ป ทานลองอานขอบังคับการประชุมรัฐสภาแลวบอกเลยครับวากรรมาธิการนี่สามารถแกหลักการ ที่รัฐสภาแหงนี้อนุมัติไปแลว ที่เราอนุมัติครั้งแรกเพราะเราเห็นดวยในหลักการ เราเห็นดวย ในเหตุผล งาย ๆ เลยครับทานเปดขอบังคับการประชุมรัฐสภาตอนนี้เลยครับ แลวเรียนให สมาชิกทุกทานไดทราบเลยครับมีขอบังคับขอไหนที่อนุญาตใหทานกรรมาธิการแกโดยวิธีการ ไปเพิ่มมาตราใหมแลวยอนกลับไปแกในหลักการ ขอบคุณครับทานประธานครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เนื่องจากมาตรานี้ คณะกรรมาธิการมีการแกไข ดังนั้นผมจะถามมติจากที่ประชุมกอนวาจะเห็นควรใหมีการแกไข หรือไมนะครับ กรณีที่ประชุมครับ เชิญทานคณะกรรมาธิการครับ🔗

นายเอกราช อุดมอำนวย กรรมาธิการ

สุดทายแลวครับทานประธาน เรียนทานประธานครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผูแทนราษฎรพรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา แลวก็เปนกรรมาธิการเสียงขางนอยที่สงวนความเห็นเอาไวนะครับ กอนที่เพื่อนสมาชิกจะลงมตินะครับ ก็ขออภิปรายนิดเดียวครับ ก็คือเรื่องของการ Overrule กฎหมายในราง พ.ร.ป. ฉบับนี้ที่กรรมาธิการเสียงขางนอยอยากจะใหเพื่อนสมาชิกเห็นดวย กับกรรมาธิการ เนื่องจากวาทานประธานครับ ขอเรียนแบบนี้วาในสมัยรัฐบาล คุณทักษิณ ชินวัตร ป ๒๕๔๘ ก็ไดออก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ตัดอำนาจศาลปกครองในยุคสมัยนั้น ผานมาในป รัฐบาลที่แลวก็ออกพระราชบัญญัติปองกันและปราบปรามการซอมทรมานหรือวา พ.ร.บ. อุมหาย ดังนั้นการเขียนกฎหมายเพื่อ Overrule คือกฎหมายใหมแกไขกฎหมายเกาสามารถทำได ผมก็ยังยืนยันตรงนี้วาเราสามารถเขียนใหอำนาจได ดังนั้นอันนี้คือหลักการที่อยากจะยึดเอาไว สวนเรื่องของเพื่อนสมาชิกครับที่มีความกังวลในเรื่องของทหาร วาทานไปแกแบบนี้ไปแตะ ทหารเดี๋ยวทหารจะยึดอำนาจหรือเปลา ตอนนี้เรามีรัฐมนตรีที่มาจากพลเรือนนะครับ ผมเชื่อวา สามารถที่จะเจรจาแลวก็ทำความเขาใจถึงหลักการประชาธิปไตยได แลวเขาใจวาทหารอาชีพ หลาย ๆ คนก็เห็นดวยกับหลักการเดียวกันในเรื่องของการใหความยุติธรรมอยูในอำนาจของ ศาลยุติธรรม แลวพี่นองประชาชนก็จับตาอยูวาที่ผานมาบทบาทของศาลทหารนะครับ ที่ไมวา จะเปนชวงรัฐบาล คสช. ก็ดี ไมวาจะเปนเรื่องของกระบวนการพิจารณาคดีอาญาทุจริตตาง ๆ แทบจะไมเคลื่อนไปขางหนาเลยนะครับอยาง GT ๒๐๐ ถึงไหนแลวก็ไมรู ดังนั้นอีกประเด็นหนึ่ง อยางกรณีที่คดีขึ้นศาลยุติธรรม ศาลยุติธรรม สำนักงานเลขาก็ยังมารายงานความคืบหนาการติดตาม สำนวนคดีตาง ๆ ที่สภาแหงนี้ทั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา แตในขณะเดียวกัน คดีที่อยูในอำนาจของศาลทหารไมมีที่จะตองไดมารายงานตอสภาแหงนี้ ดังนั้นก็ยังยืนยัน ในหลักการแลวก็หวังวาเพื่อนสมาชิกจะเขาใจในหลักการนี้ ถาเปนไปตามกรรมาธิการเสียงสวนนอย ที่สงวนความเห็นแทบจะไมตองแกหลักการอะไรเลย แลวยืนยันวาสามารถบังคับใชกฎหมาย ดังกลาวไดอยางมีประสิทธิภาพ ขอบพระคุณทานประธานครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เปนอันวากรรมาธิการที่ขอ สงวนความเห็นยังคงติดใจอยูนะครับ เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแกไข ดังนั้น ผมจะถามมติจากที่ประชุมกอนวาจะเห็นควรแกไขหรือไม กรณีที่ที่ประชุมมีมติเห็นควร ใหแกไข ผมจึงจะถามมติจากที่ประชุมตอไปวาจะเห็นดวยกับการแกไขของคณะกรรมาธิการ เสียงขางมากหรือของคณะกรรมาธิการเสียงขางนอยที่ขอสงวนความเห็นนะครับ ตอไปผมจะ ถามมติจากที่ประชุมวาจะเห็นควรใหมีการแกไขหรือไมครับ กอนลงมติผมขอตรวจสอบ องคประชุมกอนครับ🔗

(นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณใหสมาชิกที่มาประชุม ทราบกอนทำการตรวจสอบองคประชุมและลงมติ)
นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เชิญทานสมาชิกใชสิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรแลวก็กดปุมแสดงตนครับ เชิญครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุมแสดงตน)
นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา

ทานประธานครับ ผม นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา ลำดับที่ ๑๘๙ ขอแสดงตนครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๘๙ แสดงตนครับ🔗

นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ🔗

นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ผม เกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม ๐๒๙ แสดงตนครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๒๙ แสดงตนครับ🔗

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

เรียนทานประธาน ที่เคารพครับ พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สว. ๐๐๕ แสดงตนครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๐๕ แสดงตนครับ คอย ๆ เดิน ดวยความระมัดระวังนะครับ คอยไดครับ ไมตองรีบครับ🔗

นายเอนก วีระพจนานันท สมาชิกวุฒิสภา

ทานประธานครับ ผม เอนก วีระพจนานันท สมาชิกวุฒิสภา หมายเลข ๑๙๙ ขอแสดงตนครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๙๙ แสดงตนครับ ตอนนี้ แสดงตนดวยวาจา ๔ ทานแลวนะครับ ยังมีอีกไหมครับ🔗

นายชัยทิพย กมลพันธทิพย สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานครับ ๐๘๖ แสดงตนครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๘๖ แสดงตนครับ แสดงตน ดวยวาจา ๕ ทานแลวนะครับ ผมจะถามวามีผูใดยังไมไดแสดงตนอีกไหมครับ ถาไมมีผมขอ ปดการแสดงตนนะครับ ขอเชิญเจาหนาที่แสดงผลครับ ตอนนี้มีผูมาแสดงตน ๕๗๓ ทาน บวก ๕ ทาน เปน ๕๗๘ ทาน เปนอันวามีผูเขารวมประชุมครบองคประชุมครับ🔗

ตอไปผมจะใหทานสมาชิก ไดใชสิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผูใดเห็นควรใหมีการแกไขโปรดกดปุม เห็นดวย ผูใด ไมเห็นควรใหมีการแกไข คือใหคงไวตามรางเดิมโปรดกดปุม ไมเห็นดวย ผูใดเห็นวาควรงด ออกเสียงโปรดกดปุม งดออกเสียง ขอเชิญทานใชสิทธิครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุมลงคะแนน)
นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธานรัฐสภาครับ กระผม นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา ลำดับที่ ๑๘๙ งดออกเสียงครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๘๙ งดออกเสียงครับ🔗

นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานที่เคารพ ผม นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ๐๒๙ เห็นดวยครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๒๙ เห็นดวยครับ🔗

นายเอนก วีระพจนานันท สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาครับ ผม เอนก วีระพจนานันท หมายเลข ๑๙๙ สมาชิกวุฒิสภา งดออกเสียงครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๙๙ งดออกเสียงครับ🔗

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

เรียนทานประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา ๐๐๕ งดออกเสียงครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๐๕ งดออกเสียงครับ🔗

นายบุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา

เรียนทานประธานรัฐสภา ผม บุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา ๐๗๕ งดออกเสียงครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๗๕ งดออกเสียงครับ มีทานผูใด ยังไมไดใชสิทธิไหมครับ ถาไมมีผมขอปดการลงคะแนนครับ🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานครับ ขออนุญาตครับ ชาดา ๐๙๑ เห็นดวยครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เห็นดวยใชไหมครับ🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

มีผูใดยังไมไดใชสิทธิไหมครับ ถาไมมีผมขอปดการลงคะแนนครับ เจาหนาที่แสดงผลครับ จำนวนผูลงมติ ๕๙๔ ทาน บวก ๖ ทาน เปน ๖๐๐ ทาน มีผูเห็นดวย ๔๕๔ ทาน บวก ๒ ทาน เปน ๔๕๖ ทาน ผูไมเห็นดวย ๖ ทาน งดออกเสียง ๑๓๔ ทาน บวก ๔ ทาน เปน ๑๓๘ ทาน เปนอันวาที่ประชุมมีมติ เห็นควรใหมีการแกไขนะครับ🔗

ตอไปผมจะถามมติจากที่ประชุมวา จะเห็นดวยกับการแกไขของคณะกรรมาธิการเสียงขางมากหรือของคณะกรรมาธิการที่ขอสงวน ความเห็น กอนลงมติ ผมขอตรวจสอบองคประชุมครับ🔗

(นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณใหสมาชิกที่มาประชุม ทราบกอนทำการตรวจสอบองคประชุมและลงมติ)
นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เชิญทานสมาชิกใชสิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตร แลวก็กดปุมแสดงตนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุมแสดงตน)
นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธานรัฐสภา กระผม นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอุทัยธานี ลำดับที่ ๑๘๙ ขอแสดงตนครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๘๙ แสดงตนครับ🔗

นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร🔗

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

เรียนทานประธาน ที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา ๐๐๕ แสดงตนครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

แสดงตน ๒ ทานครับ🔗

นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานที่เคารพ ผม นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร ลำดับที่ ๐๒๙ แสดงตน ครับ🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ ๐๙๑ แสดงตนครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๒๙ แสดงตน แสดงตน ๓ ทาน🔗

นายบุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา

เรียนทานประธานสภา ที่เคารพครับ ผม บุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา ๐๗๕ แสดงตนครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๗๕ แสดงตนครับ แสดงตน ๔ ทานครับ🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานครับ ย้ำอีกทีหนึ่งครับ ๐๙๑ แสดงตนครับ ชาดา ไทยเศรษฐ ครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๙๑ แสดงตน ๕ ทานครับ แสดงตนดวยวาจา ๕ ทาน ถูกตองนะครับ ยังมีผูใดที่ยังไมไดแสดงตนครับ ถาไมมี ผมขอปด การแสดงตนครับ เจาหนาที่แสดงผลครับ มีผูเขาประชุม ๕๘๙ ทาน บวก ๕ ทาน เปน ๕๙๔ ทาน เปนอันวามีผูเขารวมประชุมครบองคประชุมครับ🔗

ตอไปจะเปนการออกเสียง ลงคะแนนครับ ผูใดเห็นดวยกับคณะกรรมาธิการเสียงขางมากโปรดกดปุม เห็นดวย ผูใดเห็นดวย กับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นชอบโปรดกดปุม ไมเห็นดวย ผูใดเห็นวาควรงดออกเสียง โปรดกดปุม งดออกเสียง🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุมลงคะแนน)
นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธานรัฐสภา กระผม นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอุทัยธานี ลำดับที่ ๑๘๙ งดออกเสียงครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๘๙ งดออกเสียงครับ🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ ๐๙๑ งดออกเสียงครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ชาดา ไทยเศรษฐ ๐๙๑ งดออกเสียง🔗

นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

กราบเรียน ทานประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี ลำดับที่ ๐๒๙ งดออกเสียงครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๒๙ งดออกเสียงครับ🔗

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

เรียนทานประธาน ที่เคารพ ผม พลตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา ๐๐๕ งดออกเสียงครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๐๕ งดออกเสียงครับ🔗

นายบุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาที่เคารพ ผม บุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา ๐๗๕ งดออกเสียงครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๗๕ งดออกเสียงครับ มีทานผูใด ยังไมไดใชสิทธิออกเสียงครับ ถาไมมี ผมขอปดการลงคะแนนครับ เจาหนาที่แสดงผลครับ มีจำนวนผูลงมติ ๖๐๒ ทาน บวก ๕ ทาน เปน ๖๐๗ ทาน เห็นดวย ๒๔ ทาน ไมเห็นดวย ๑๖๗ ทาน งดออกเสียง ๔๐๕ ทาน บวก ๕ ทาน เปน ๔๑๐ ทาน ไมลงคะแนนเสียง ๖ ทาน ทวนอีกครั้งหนึ่งครับ มีผูเห็นดวย ๒๔ ทาน มีผูไมเห็นดวย ๑๖๗ ทาน มีผูงดออกเสียง ๔๑๐ ทาน เพราะฉะนั้นมีผูเห็นดวยกับคณะกรรมาธิการเสียงขางนอยครับ เปนอันวาที่ประชุมมีมติเห็น ดวยกับคณะกรรมาธิการเสียงขางนอยที่ขอสงวนความเห็น อันนี้จบนะครับ🔗

ขอเชิญทานเลขาธิการอานมาตรา ตอไป มาตรา ๕ ครับ🔗

นางปณณิตา สทานไตรภพ รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหนาที่แทน เลขาธิการรัฐสภา

มาตรา ๕ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

มีสมาชิกทานใดจะอภิปรายไหมครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานครับ ผมจะขอใชสิทธิสมาชิกอภิปรายครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ ทานประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอางทองในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ทานประธานครับ เนื่องจากวามาตรา ๕ เปนมาตราที่ทางคณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นมาใหม ฉะนั้นผมจะขออนุญาตใชสิทธิในฐานะสมาชิก อภิปรายสอบถามการที่เพิ่มขึ้นมาใหมของคณะกรรมาธิการนะครับ อยางไรก็ตามก็คงตอง เทาความวาการที่จำเปนตองพูดถึงมาตรา ๕ นั้นเนื่องจากวามีความเปลี่ยนแปลงในการลงมติ ในมาตรา ๔ เมื่อสักครูที่ผานมา ถายอนไปในหลักการครับ อยางที่ผมย้ำมาโดยตลอดตั้งแตตนวา รางพระราชบัญญัติฉบับนี้มีหลักการอยู ๒ สวนดวยกัน สวนที่ ๑ ก็คือกรณีเรื่องของการยกเลิก การดำเนินคดีทุจริต ซึ่งบุคคลที่อยูถูกกลาวหานั้นอยูในอำนาจของศาลทหารที่เคยอยูใน ศาลทหารใหกลับมาสูระบบปกติ แลวก็สวนที่ ๒ พูดถึงเรื่องของอัยการสูงสุดที่จะทำหนาที่ เปนอัยการผูดำเนินคดีในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ฉะนั้นวันนี้ความเปนสามัญ กลับมาแลวครับ ความเปนสามัญกลับคืนมาก็คือวาในกรณีถาเปนเรื่องของทางการทหาร โดยเฉพาะผมวาทุกคนไมติดใจ เห็นตรงกันวาทหารควรมีอำนาจสูงสุดในการพิจารณา โดยเฉพาะอยางยิ่งในกรณีที่เกิดภัยพิบัติ เกิดศึกสงคราม เกิดสถานการณฉุกเฉินตาง ๆ เปนตน แตในกรณีที่หากเปนคดีทุจริตครับ แลวเรื่องทุจริตนั้นเปนเรื่องสากลโดยทั่วไปที่มีความเขาใจ แลวก็คงไมแปลกอะไรที่ศาลอาญาคดีทุจริตควรจะมีอำนาจในการพิจารณา ประเด็นที่ผม จำเปนตองยกขึ้นมาก็คือวาถาเราไมผานกฎหมายฉบับนี้เราจะเสียโอกาสอยางยิ่งในการทำให ความเปนธรรมดาสากลแลวทำใหระบบเรื่องของพลเรือนอยูเหนือกวาทหารนั้นกลับคืนมา รัฐธรรมนูญ ทานประธานผมพูดเกี่ยวกับมาตรา ๕ แนนอนทานอยาเพิ่งแตะไมค มันเกี่ยวครับ เพราะวากำลังจะถามตอครับ ประเด็นก็คือวาอยางที่ผมไดนำเรียนวาความเกี่ยวพันเรื่องการ กลับคืนสูความเปนสามัญนั้นอยูทั้งในการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อป ๒๔๗๕ อยูใน รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ในบทบัญญัติเปนการทั่วไป อยูในประเด็นเรื่องของการมีองคกรอิสระ มาตรา ๕ ที่พูดถึงเปนมาตราที่ใชคำวา ใหประธานกรรมการปองกันและปราบปราม การทุจริตแหงชาติรักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ คำถามของผมก็คือวาเอะแลวมันตาง กับกรณีของ พ.ร.ป. ประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต ฉบับหลักอยูหรือไม พูดกันงาย ๆ ก็คือถาฉบับหลักมีประธาน ป.ป.ช. เปนผูรักษาการอยูแลว เราก็ยอมมีเหตุจำเปนที่ใสตรงนี้เขามา หรือมันจะเปนแคสวนหนึ่งเพราะในกฎหมาย ฉบับหลักอาจจะมีนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรีอื่นรักษาการผมไมทราบไดนะครับ หรือการที่ให ประธาน ป.ป.ช. เพิ่มอำนาจเขามาในการรักษาการตามมาตรา ๕ นั้นจะไปเกี่ยวของกับ ขอสังเกตที่ทานเขียนไวไหม เพราะ ณ ขณะนี้ถากฎหมายฉบับนี้ผาน Commit หรือพันธสัญญา ที่จะเกิดขึ้น ก็คือการแกไขธรรมนูญศาลทหารที่ใชกันมานานครับ พันธสัญญาหนึ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือการแกไข พ.ร.ป. วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่มีการออกมาแลวและจำเปนตองแกไขใหสอดคลองกัน ถาเปนเชนนั้นผมก็สนับสนุน อยางไรก็ตามทานประธานครับ ผมจำเปนตองยืนยันครับวาวันที่มีการลงมตินั้นสภาแหงนี้ มีมติเปนเสียงเอกฉันทในการรับหลักการกฎหมายฉบับนี้มา ฉะนั้นหากวันนี้เราใชเนื้อหา ที่กลับไปใกลเคียงแมไมเหมือนเสียทีเดียวกับกรณีของการรับหลักการมาในมาตรา ๔ นั้น ก็ใกลเคียงที่สุดครับ และมันจะแปลกมากเลยเราอาจจะไมสามารถตอบคำถามของพอแม ที่รอวาทำไมเกิดขึ้น การโกงที่เกิดขึ้นในคดีทุจริตที่อยูในศาลทหารแลวสงผลกระทบตอทหารเกณฑ เราไมสามารถตอบพี่นองประชาชนที่สนใจคดีทุจริตเยอะแยะไปหมดครับ ที่เกิดขึ้นไมวา จะเปน GT200 หรือวาการซอมทรมานหลายเรื่องหรือแมกระทั่งการทุจริตที่สูงขึ้นกวานั้น ที่อยูในศาลทหารแลวทำไมถึงไมกลับมาในศาลอาญาคดีทุจริต และเราไมสามารถตอบเงื่อนไข ในอนาคตไดครับ ฉะนั้นอยากใหทานประธานกรรมาธิการตอบใหชัดครับวามาตรา ๕ นั้น เปนหนึ่งในมาตราสำคัญที่ทานอยากจะยืนยัน และอยากใหทานตอบใหชัดวาการที่จะชวย การลงมติดวยเสียงขางมากนะครับ เพราะ พ.ร.ป. นั้นมีลักษณะการลงมติที่แตกตางจาก กฎหมายอื่น งดออกเสียงเปนเอกสิทธิ์แตไมมีจำนวนนับในการที่จะทำใหเราผานกฎหมาย ฉบับนี้ไปครับ อยากใหประธานกรรมาธิการตอบชัด ๆ วามาตรา ๕ ที่กำลังจะแกไขลงมตินี่นะครับ และจะนำไปสูการลงมติวาระสามนั้น มีผลสำคัญยิ่งตอการผานกฎหมายฉบับนี้ และมีผล สำคัญยิ่งตอประโยชนของพี่นองประชาชนที่อยากเห็นการแยกทหารกับพลเรือน และอยากเห็น คดีทุจริตและประพฤติมิชอบที่ทานบอกวารัฐธรรมนูญปราบโกง ปราบโกงนี่ครับ มันจะปราบ ไดอยางไรละครับถาไมสามารถคืนความเปนปกติสามัญในการพิจารณาคดีทหารที่ทุจริตได ฉะนั้นอยากจะฝากทานประธานนำเรียนทานประธานกรรมาธิการวา เนื้อหามาตรา ๕ สำคัญยิ่ง ในแงของผูรักษาการ และสำคัญยิ่งตอการลงมติในวาระสาม และสำคัญยิ่งตอการลงมติ ในขอสังเกตที่อยากใหสภาแหงนี้เรารับหลักการมาเปนเอกฉันทก็อยากใหผานกฎหมายฉบับนี้ อยางเปนเอกฉันทดวยเชนกัน พี่นองประชาชนรอติดตาม รอใหความสำคัญและเรื่องนี้สำคัญ ไมนอยไปกวาการแกไขรัฐธรรมนูญที่กำลังจะเกิดขึ้นตอไป อยากฟงเสียงชัด ๆ จากกรรมาธิการ เพื่อใหทานบอกพวกเราวาควรจะสนับสนุนมาตรา ๕ และสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ตอไป ในวาระสามอยางไรครับ เพราะเสียงที่ลงมติสักครูมันแปลง ๆ ชอบกล ขอบคุณครับทานประธาน🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เชิญทานอดิศร เพียงเกษ ครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ขณะนี้เรากำลังพิจารณามาตรา ๕ ซึ่งคณะกรรมาธิการไดเพิ่มขึ้น ผมเปนคนที่มี ความรูนอยแมจะเรียนกฎหมายมาบาง ผมอยากสอบถามทางกรรมาธิการนะครับ การที่เพิ่ม ใหประธานกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ รักษาการตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ ทานเพิ่มขึ้นมาทำไม เพราะในกฎหมายเดิม มาตรา ๘ นะครับ ของ พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ. ๒๕๖๑ ก็มีการรักษาการโดยประธานกรรมการ ป.ป.ช. อยูแลว เมื่อมีรักษาการ เดิมอยูแลวทานเพิ่มขึ้นมาอีก ไมทราบวามันจะซอนกันหรือจะผลักประธานรักษาการเดิม ไปอยูที่ไหน ถากฎหมายมาตรา ๕ นี้ผานแลวจะเอามาตรานี้ไปแทรกไวอยูตรงไหนครับ อันนี้ ดวยความรูนอยจริง ๆ วันนี้ผมพยายามไปถามที่หนาบัลลังก ถามหลายทานหลายคน ไมรู ก็ถาม ณ ที่นี่ครับ เพราะไมคิดวาจะมีความจำเปนที่การรักษาการฉบับนี้ตองซอนกับประธาน ป.ป.ช. รักษาการตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ซึ่งมีอยูเดิม จึงขออนุญาตที่จะสอบถามเปนความรู สวนการ ลงมติในอนาคต ไมวาจะเปนเรื่องหลักการขัดหรือไม จะเปนการลงมติเรื่องขอสังเกตหรือจะ ลงมติในวาระที่สาม ผมคิดวาสมาชิกรัฐสภาผูทรงเกียรติทุกทานทรงไวซึ่งเหตุผลในการรับรูวา จะพิจารณาในการที่จะรับหลักการหรือจะคว่ำหรือจะใหกฎหมายฉบับนี้เดินหนาตอไปเปนเอกสิทธิ์ อันชอบธรรมของบรรดาสมาชิกทั้งหลายครับ จึงขออนุญาตสอบถามในฐานะที่เปนบุคคลที่มี ความรูนอยดานกฎหมาย ขอบคุณครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ทานกรรมาธิการจะตอบ เชิญกรรมาธิการครับ🔗

นายธีระพงษ มีลักษณ ผูแทนคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธีระพงษ มีลักษณ ผูแทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนทานประธานเพื่อจะชี้แจงขอซักถามของทานสมาชิก เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เปนรางกฎหมายฉบับแกไขเพิ่มเติม เมื่อไดมีการผานความเห็นชอบของรัฐสภาและประกาศใชบังคับเปนกฎหมายแลว พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ก็จะใชบังคับเปนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๒ ซึ่งเนื้อหาของรางพระบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ไดมีบทเฉพาะกาลในมาตรา ๔ ที่เปน เรื่องเกี่ยวกับการโอนคดี ดังนั้นในการจะอำนวยการปฏิบัติใหเปนไปตามบทเฉพาะกาลดังกลาว จึงจำเปนตองมีการกำหนดผูรักษาการไวในเนื้อหาของรางพระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งไดมีการ ประกาศใชบังคับเปนกฎหมายตอไป ขออนุญาตกราบเรียนทานประธานเพื่อชี้แจงทานสมาชิกครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เนื่องจากมาตรานี้ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม ดังนั้นผมขอถามมติจากที่ประชุมวาจะเห็นดวยกับการเพิ่ม มาตราขึ้นใหมของคณะกรรมาธิการหรือไม🔗

นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธาน ผม อดิศรครับ ดวยความเคารพอยางยิ่งถาเราไมเขียนเพิ่มขึ้นเลยทานประธานมันจะเสียหายทำใหกฎหมายนี้ ลมสลายเหมือนทุกสิ่งทุกอยางหรือเปลาครับ นี่ผมถามจริง ๆ ในฐานะที่เปนนักกฎหมายดวยกัน มันมีอยูแลวคนที่รักษาการตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ กฎหมายแกไขก็ไปรวมกันเปน พ.ร.บ. เดิม ถามเปนครั้งที่ ๒ ซึ่งก็ไมบังควรที่จะถามแลวครับ ขอบคุณครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เชิญกรรมาธิการครับ🔗

นายธีระพงษ มีลักษณ ผูแทนคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพ กระผม นายธีระพงษ มีลักษณ ผูแทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะ กรรมาธิการ ขออนุญาตตอบขอซักถามเพิ่มเติมของทานสมาชิกที่ไดกรุณาสอบถามในกรณี ของรางพระบัญญัติฉบับแกไขเพิ่มเติมนั้น กรณีที่มีการแกไขเนื้อหาของรางพระราชบัญญัติ เนื้อหาของกฎหมายมาตราที่ไดมีการแกไขเพิ่มเติมจะเขาไปอยูในกฎหมายฉบับหลัก ก็คือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๑ แตในสวนบทเฉพาะกาลที่เปนรางมาตรา ๔ นั้น ในสวนนี้จะประกาศใชในกฎหมาย ฉบับที่ ๒ โดยไมไดไปอยูในเนื้อหาของพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับหลัก ดังนั้นในการกำหนดบทเฉพาะกาลในสวนนี้จึงจำเปนตองมี ผูรักษาการเพื่ออำนวยการปฏิบัติตามมาตรา ๔ ที่จะอยูในพระราชบัญญัติ ฉบับที่ ๒ ที่จะได มีการประกาศใชบังคับตามที่คณะกรรมาธิการรัฐสภาไดมีการแกไข ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจง กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เชิญทานสรชาติครับ🔗

นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพครับ กระผม สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ความเปนจริง ตองถามทานกฤษฎีกากอนวาทำไมตอนยกรางมามันบกพรองไดอยางไร ในเมื่อมาตรา ๕ ซึ่งมันเปนเรื่องจำเปนอยูแลววาตองมีคนรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งผมไมอยากจะ เห็นวาตองมาเพิ่มในชั้นของกรรมาธิการ แตอยากเห็นที่มันเพิ่มมาในชั้นของการยกราง มาตางหากเพราะในฐานะที่กฤษฎีกานั้นเปนคนทำกฎหมาย รางกฎหมายมา เห็นกฎหมาย มาแลวนี่ มันตองมาเพิ่มในชั้นของทานขึ้นมาไมใชมาในชั้นกรรมาธิการที่เกิดขึ้น อยางนั้น กฎหมายทุกฉบับมันก็ตองมีขอบกพรองเกิดขึ้น ซึ่งมาตรา ๕ มันเปนบทเฉพาะกาลที่จะตอง ใหรักษาการอยูแลว นั่นคือสิ่งที่ผมตองขออนุญาตกราบเรียนวากฤษฎีกาตางหากบกพรอง มาไดอยางไรในชั้นเริ่มตนที่กฎหมายเขามาสูรัฐสภาแหงนี้ ขอบคุณทานประธานครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เชิญกรรมาธิการครับ🔗

นายชลนาน ศรีแกว ประธานคณะกรรมาธิการ

ทานประธานที่เคารพ กระผม ชลนาน ศรีแกว พรรคเพื่อไทย จังหวัดนาน สมาชิกรัฐสภา ในฐานะประธานกรรมาธิการ ขออนุญาตตอบทานสมาชิกแทนกรณีกลาวถึงกฤษฎีกา เพราะวาเปนผลประโยชนทับซอน ทานออกมาชี้แจงคงลำบาก ผมกราบเรียนทานประธานผานไปยังเพื่อนสมาชิกดวยความเคารพ ทานสมาชิกผูทรงเกียรติครับ รางพระราชบัญญัติฉบับนี้เปนรางพระราชบัญญัติที่เสนอ โดยเพื่อนสมาชิกเราและคณะ กฎหมายไมไดผานไปที่กฤษฎีกา ผานการทำงานของรัฐสภาของเราในสวนที่เกี่ยวของและ ถูกบรรจุเขาสูระเบียบวาระ นั่นหมายความวาผานเรื่องของมาตรา ๗๗ มาเรียบรอยทั้งหมด บรรจุเขาสูระเบียบวาระก็เขาสูการพิจารณาในวาระรับหลักการ เราจะเห็นวาหลายเรื่องมันมี ขอขาดตกบกพรองไมเปนไปตามนิติวิธี ไมเปนไปตามกระบวนการอยูมากมาย อันนี้เอง ถาทานสมาชิกผูทรงเกียรติไดสังเกตในการจัดทำกฎหมายของเราในยุคสมัยประชุมเรานี้ ทานจะพบขอบกพรองแบบนี้บอย ๆ เลย บอย ๆ ครับไมวาจะเปนชั้นของการรับรางในวาระที่หนึ่ง หรือเมื่อพิจารณาในชั้นกรรมาธิการมาแลว มีการเปลี่ยนแปลง มีการปรับปรุงกฎหมาย มีการ ปรับปรุงรูปแบบของการเขียนกฎหมาย เราเจอกันเปนประจำครับ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียน ทานประธานครับ เราคงตองชวยกันดูในเรื่องพวกนี้ โดยเฉพาะสวนงานที่เกี่ยวของฝายกฎหมาย สำนักที่เกี่ยวของกับการยกรางกฎหมายตาง ๆ คงตองใหรอบคอบ แลวพวกเราเองครับ ในชั้นวาระรับหลักการนี้ ถามันมีประเด็นเราอาจจะตองชวยกันบอก ถามันไมไหวจริง ๆ อาจจะบอกวาไมรับหลักการเลยนะครับ อยางเชน กฎหมายที่เสนอแลวมีปญหา อยางพวกผม รับโจทยมาลำบากมากนะครับ รับหลักการมาโจทยมันลำบากมันก็จะเปนแบบที่ทุกทานเห็น อยางนี้นะครับ ดวยความเคารพยิ่งครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เมื่อไดพิจารณากันมา พอสมควรแลว เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม ดังนั้นผมขอถามมติจาก ที่ประชุมวาจะเห็นดวยกับการเพิ่มมาตราขึ้นใหมของคณะกรรมาธิการหรือไม กอนลงมติ ผมขอตรวจสอบองคประชุมกอนครับ🔗

(นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณใหสมาชิกที่มาประชุม ทราบกอนทำการตรวจสอบองคประชุมและลงมติ)
นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ขอเชิญทานสมาชิกไดใชสิทธิ แสดงตนนะครับ โปรดเสียบบัตรและกดปุมแสดงตนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุมแสดงตน)
นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธานรัฐสภา กระผม นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา ลำดับที่ ๑๘๙ ขอแสดงตนครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๘๙ แสดงตนครับ🔗

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

เรียนทานประธาน รัฐสภา ผม พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา ๐๐๕ ขอแสดงตนครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๐๕ แสดงตนครับ🔗

นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี รหัส ๐๒๙ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา แสดงตนครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๒๙ แสดงตนครับ🔗

นายบุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพ ผม บุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา ๐๗๕ แสดงตนครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๗๕ แสดงตนครับ🔗

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวง มหาดไทย

กราบเรียนทานประธานรัฐสภาครับ กระผม นายอนุทิน ชาญวีรกูล สมาชิกรัฐสภา หมายเลข ๔๖๗ ขอแสดงตนครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๔๖๗ แสดงตนครับ🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ชาดา ไทยเศรษฐ ๐๙๑ แสดงตนครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๙๑ แสดงตนครับ ยังมีผูใชสิทธิ แสดงตนดวยวาจาไหมครับ ตอนนี้มีผูแสดงตนดวยวาจา ๖ ทานครับ ยังมีเดินเขามาอยูครับ คอย ๆ เดินนะครับคือทางมันชัน คอยไดครับ มีทานผูใดยังไมไดแสดงตนครับ ถาไมมีผมขอ ปดการแสดงตนครับ เจาหนาที่แสดงผล มีผูมาแสดงตนในที่ประชุม ๕๗๗ ทาน บวก ๖ ทาน เปน ๕๘๓ ทาน เปนอันวามีผูเขารวมประชุมทั้งหมดครบองคประชุมครับ🔗

ตอไปจะขอเชิญทานสมาชิก ใชสิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ผูใดเห็นดวยกับคณะกรรมาธิการ คือเห็นดวยกับการเพิ่ม มาตราขึ้นใหมโปรดกดปุม เห็นดวย ผูใดไมเห็นดวยกับคณะกรรมาธิการโปรดกดปุม ไมเห็นดวย ผูใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุม งดออกเสียง ครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุมลงคะแนน)
นายชาดา ไทยเศรษฐ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธาน ๐๙๑ ไมเห็นดวย ชาดา ไทยเศรษฐ ครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๙๑ ไมเห็นดวยครับ🔗

นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธานรัฐสภา กระผม นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา ลำดับที่ ๑๘๙ งดออกเสียงครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

งดออกเสียง ๑ ทานครับ🔗

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

เรียนทานประธาน ที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา ๐๐๕ งดออกเสียงครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

งดออกเสียง ๒ ทานครับ🔗

นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

กราบเรียน ทานประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี ๐๒๙ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ไมเห็นดวยครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ไมเห็นดวย ๑ ทานครับ🔗

นายบุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพ ผม บุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา ๐๗๕ งดออกเสียงครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

งดออกเสียง ๑ ทานครับ มีทาน ผูใดยังไมไดใชสิทธิออกเสียงครับ ถาไมมี ผมขอปดการลงคะแนน เจาหนาที่แสดงผลครับ จำนวนผูลงมติ ๕๘๐ ทาน บวก ๕ ทาน เทากับ ๕๘๕ ทาน เห็นดวย ๑๖๙ ทาน ไมเห็นดวย ๒๗๘ ทาน บวก ๒ ทาน เปน ๒๘๐ ทาน งดออกเสียง ๑๓๑ ทาน บวก ๓ ทาน เปน ๑๓๔ ทาน ไมลงคะแนน ๒ ทาน เปนอันวาที่ประชุมแหงนี้มีมติไมเห็นดวยกับการเพิ่มมาตราขึ้นใหม ของคณะกรรมาธิการ เปนอันจบการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราแลวนะครับ🔗

ตอไปจะเปนการพิจารณา ทั้งรางเปนการสรุปอีกครั้งหนึ่ง ตามขอบังคับ ขอ ๙๗ ครับ จะมีสมาชิกทานใดขอแกไข ถอยคำหรือไมครับ ถาไมมี เปนอันวาจบการพิจารณาในวาระที่สองครับ🔗

ตอไปเปนการพิจารณาในวาระที่สามเพื่อใหรัฐสภาลงมติวาจะเห็นชอบ หรือไมเห็นชอบโดยไมมีการอภิปรายตามขอบังคับ ขอ ๙๘ กอนลงมติผมขอตรวจสอบ องคประชุมครับ🔗

(นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณใหสมาชิกที่มาประชุม ทราบกอนทำการตรวจสอบองคประชุมและลงมติ)
นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เชิญทานสมาชิกใชสิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุมแสดงตนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุมแสดงตน)
นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธานรัฐสภา กระผม นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอุทัยธานี ลำดับที่ ๑๘๙ ขอแสดงตนครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๑๘๙ แสดงตนครับ🔗

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

ทานประธานที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา ๐๐๕ ขอแสดงตนครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๐๕ แสดงตนครับ🔗

นายบุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาที่เคารพ ผม บุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา ๐๗๕ ขอแสดงตนครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๗๕ แสดงตนครับ🔗

นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

กราบเรียน ทานประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี ๐๒๙ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอแสดงตนครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๒๙ แสดงตนครับ🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานครับ ขออนุญาตครับ ๐๙๑ ชาดา ไทยเศรษฐ แสดงตนครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

๐๙๑ แสดงตนครับ มีทานผูใด ยังไมไดใชสิทธิแสดงตนไหมครับ ถาไมมีผมขอปดการแสดงตนครับ เจาหนาที่แสดงผลครับ ๕๗๗ ทาน บวก ๕ ทาน เทากับ ๕๘๒ ทาน ครบองคประชุมครับ🔗

ตอไปผมจะถามมติจาก ที่ประชุมวาจะเห็นชอบกับการรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม ขอเชิญทานสมาชิกใชสิทธิออกเสียง ลงคะแนนครับ🔗

นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธานรัฐสภาครับ ผม นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา ลำดับที่ ๑๘๙ ไมเห็นดวยครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวกอนครับ ผมยังไมได ถามครับ ขอเชิญทานสมาชิกใชสิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผูใดเห็นชอบโปรดกดปุม เห็นดวย ผูใดไมเห็นชอบโปรดกดปุม ไมเห็นดวย ผูใดเห็นวาควรงดออกเสียงโปรดกดปุม งดออกเสียง ครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุมลงคะแนน)
นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

กราบเรียน ทานประธานที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี รหัส ๐๒๙ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ไมเห็นดวยครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ไมเห็นดวย ๑ ทานครับ🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานครับ ๐๙๑ ชาดา ไทยเศรษฐ ไมเห็นดวยครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ไมเห็นดวย ๒ ทานครับ🔗

นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธานรัฐสภาครับ กระผม นายอลงกต วรกี ลำดับที่ ๑๘๙ ไมเห็นดวยครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ไมเห็นดวย ๓ ทานครับ🔗

นายบุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพครับ ผม บุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา ๐๗๕ ไมเห็นดวยครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ไมเห็นดวย ๔ ทานครับ🔗

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

เรียนทานประธาน ที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา ๐๐๕ ไมเห็นชอบครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ไมเห็นดวย ๕ ทานครับ มีสมาชิกทานใดยังไมไดใชสิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ถาไมมีผมขอปดการลงคะแนนครับ เจาหนาที่แสดงผลครับ มีผูลงมติ ๕๘๗ ทาน บวก ๕ ทาน เปน ๕๙๒ ทาน มีผูเห็นดวย ๑๖๓ ทาน ไมเห็นดวย ๔๑๐ ทาน บวก ๕ ทาน เปน ๔๑๕ ทาน งดออกเสียง ๑๒ ทาน ไมลงคะแนน ๒ ทาน แสดงวาที่ประชุมแหงนี้ไมเห็นดวยนะครับ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบไมมากกวากึ่งหนึ่งกับ รางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งทานวิโรจน ลักขณาอดิศร กับคณะเปนผูเสนอนะครับ🔗

เนื่องจากรัฐสภาลงมติ เห็นชอบไมมากกวากึ่งหนึ่งในวาระที่สาม ดังนั้นรางพระบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เปนอันตกไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๒ (๑) ประกอบขอบังคับ ขอ ๙๙ ดังนั้นจึงไมตอง ถามมติขอสังเกตนะครับ ขอบคุณคณะกรรมาธิการครับ🔗

รัฐสภายินดีตอนรับคณะอาจารยและนิสิตคณะนิติศาสตร จุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย จำนวน ๒๗ ทาน เขารวมฟงการประชุมรวมกันของรัฐสภาในวันจันทรที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๒.๐๐ นาิกา ขอบคุณครับ🔗

เรื่องดวน🔗

๑. ญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ซึ่งนายเปรมศักดิ์ เพียยุระ เปนผูเสนอ (ในระเบียบวาระเรื่องดวนที่ ๑)🔗

(คางมาจากการประชุมรวมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญประจำป ครั้งที่สอง) เปนพิเศษ วันศุกรที่ ๑๔ กุมภาพันธ ๒๕๖๘)🔗

เนื่องจากมีญัตติดวนทำนองเดียวกันอีก ๑ ฉบับคือ🔗

๒. ญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ซึ่งนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เปนผูเสนอ (ในระเบียบวาระเรื่องดวนที่ ๒)🔗

เปนระเบียบวาระเรื่องดวนที่ ๒ นะครับ ซึ่งผมเห็นวาเปนเรื่องทำนองเดียวกัน สามารถรวมระเบียบวาระการประชุมเพื่อพิจารณาและลงมติพรอมกันไดตามขอบังคับ ขอ ๓๓ (๑) และ (๓) จะมีสมาชิกทานใดเห็นเปนอยางอื่นหรือไมครับ ถาไมมีสมาชิกทานใดมีความเห็น เปนอยางอื่นถือวาสมาชิกในที่ประชุมแหงนี้เห็นชอบ ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ ตอไป ผมขอเชิญผูที่เสนอญัตติแถลงเหตุผลครับ มีอยู ๒ ทาน ทานแรกคือทานเปรมศักดิ์ เพียยุระ เชิญครับ🔗

นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทยเปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา กลุมอาชีพสาธารณสุข จากอำเภอบานไผ จังหวัดขอนแกน ขอเสนอญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติขอให ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ทานประธานครับ ที่ประชุมอันทรงเกียรติของรัฐสภาแหงนี้ ไดเคยพิจารณาญัตตินี้ไปแลวครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเปนการขอเลื่อนญัตติ แตยังไมไดอภิปราย ในประเด็นเนื้อหาของญัตติอยางแจมแจงเทาที่ควร วันนี้จึงขอขอบพระคุณทานประธานที่ได อภิปรายเรื่องนี้พรอมกับญัตติที่เสนอใหมของทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ในทำนองเดียวกัน ทานประธานครับ วันที่ ๑๓-๑๔ กุมภาพันธที่ผานมานั้นรัฐสภาไดพิจารณาหลักการแกไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๕๖ และเพิ่มหมวด ๑๕/๑ การจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมรวม ๒ ฉบับ ซึ่งทานประธานวันนั้นไดเปดโอกาสใหไดนำเสนอญัตติในระดับหนึ่ง แตปรากฏวาสมาชิกรัฐสภามีความเห็นที่แตกตางกันเปนอยางมาก ทำใหการประชุมรัฐสภา ไมสามารถดำเนินการไปไดทั้ง ๒ วัน กอใหเกิดปญหาและอุปสรรคในการทำงานของสมาชิก รัฐสภาเปนอยางมากครับ วันนี้ผมจึงหวังใจวาทานสมาชิกรัฐสภาจะไดรวมใจกันพิจารณา อยางถองแทครับวาญัตติที่กระผมไดนำเสนอนั้นจะมีประโยชนอยางไรตอที่ประชุมรัฐสภา ทานประธานครับ โดยที่รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งมี ๑๖ หมวด ๒๗๙ มาตรานั้นมีบทบัญญัติหลายประการที่เปนประโยชนตอพี่นองประชาชน ในขณะเดียวกัน ก็มีบทบัญญัติบางประการที่ทานสมาชิกและองคกรภายนอกไดมีการนำเสนอวาควรที่จะ แกไขเพิ่มเติม ทานประธานครับ ผมจึงกราบเรียนทานประธานวาการแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้นไดเคย มีความพยายามหลายครั้ง แลวก็ไดมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยที่สำคัญไวเปน คำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ ซึ่งมีสาระและเหตุผลโดยสรุปวา การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมโดยวิธี ยกรางรัฐธรรมนูญนั้นจะเปนผลใหยกเลิกรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ อันเปนการแกไขหลักการสำคัญที่ผูมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญดั้งเดิมตองการปกปองคุมครองไว หากรัฐสภาตองการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมจะตองจัดใหประชาชนผูทรงอำนาจสถาปนา รัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติเสียกอนจึงจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมได ถาผลของการออกเสียง ประชามติเห็นดวย จึงดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมตอไป แลวเมื่อจัดทำรัฐธรรมนูญ เสร็จแลวจะตองจัดใหมีการออกเสียงประชามติวาเห็นชอบหรือไมกับรางรัฐธรรมนูญฉบับใหม อีกครั้ง ซึ่งเปนการใหประชาชนพิจารณาเนื้อหาของรางรัฐธรรมนูญฉบับใหม แลวจึงนำขึ้น ทูลเกลาทูลกระหมอมถวายเพื่อพระมหากษัตริยทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อพระมหากษัตริยทรงลง พระปรมาภิไธยแลวจึงไดประกาศเปนรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยตอไป อันเปน กระบวนการจัดทำตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข โดยเหตุผลที่ไดวินิจฉัยขางตนศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยไวกอนแลววารัฐธรรมนูญมีอำนาจ มีหนาที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมไดโดยตองใหประชาชนผูมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ไดลงประชามติเสียกอนวาประชาชนมีความประสงคจะใหทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม และเมื่อจัดทำรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมเสร็จแลวตองใหประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม กับรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมอีกครั้ง ทานประธานครับ จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ก็จะเห็นไดวาการที่จะเสนอแกไขจะตองมีเหตุมีผลและจะตองเปนเรื่องใหญที่กระทบตอ ความรูสึกนึกคิดของประชาชน และกระทบตอการปกครองของประเทศ บางคนถามครับวา ถาอยางนั้นเราจะมีรัฐสภาไวทำไมครับถาจะตองไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ทานประธานครับ ในรัฐธรรมนูญตั้งแต พ.ศ. ๒๕๔๐ เปนตนมาเราไดบัญญัติใหมีองคกรอิสระคือศาลรัฐธรรมนูญ ไววินิจฉัยเมื่อมีขอขัดแยงขององคกรตาง ๆ และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นจะผูกพัน ไปทุกองคกร ซึ่งจะเปนความเคารพตออำนาจซึ่งกันและกัน ทานประธานครับ เสมือนหนึ่ง เราจะเลนกีฬาก็จะตองดูกติกากอนวาเขาใหเลนไดอยางไร ไมดูกติกาเลนไปในที่สุดก็ตองแพ Foul ครับทานประธาน ดังนั้นผมจึงเห็นโดยสุจริตใจวาการที่เราจะทำการแกไขรัฐธรรมนูญนั้น จำเปนอยางยิ่งที่จะตองใหมีการลงประชามติเสียกอน ซึ่งก็มีความเห็นในรายละเอียดวา จะลงประชามติ ๒ ครั้งหรือ ๓ ครั้ง นั่นก็เปนคำที่เราจะตองขอใหศาลไดมีคำวินิจฉัยตอไป ซึ่งกระผมไดกราบเรียนในชวงทายวาจะขอใหประเด็นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยดังนี้ รัฐสภา มีอำนาจในการพิจารณาและลงมติรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมที่มีการเพิ่มหมวด ๑๕/๑ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม โดยที่ยังไมมีการดำเนินการจัดใหมีการออกเสียงประชามติวา ประชาชนประสงคจะใหมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมเสียกอนไดหรือไม นี่เปนคำถามที่ผมประสงค จะใหรัฐสภามีมติถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อใหทานมีคำวินิจฉัยออกมา และคำถามที่ ๒ หากรัฐสภามีอำนาจพิจารณาและลงมติรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมไดแลว การดำเนินการ จัดใหมีการออกเสียงประชามติวาประชาชนประสงคจะใหมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม สามารถกระทำภายหลังที่รัฐสภาใหความเห็นชอบรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมแลว โดยทำ พรอมกับประชามติวาประชาชนเห็นชอบกับรางรัฐธรรมนูญฉบับแกไขเพิ่มเติมไดหรือไม อยางไร นี่เปนคำถามที่ ๒ ทานประธานครับ ผมจึงขอกราบเรียนวาการที่รัฐสภาไดเลื่อนมา ประชุมในวันนี้จึงตองขอขอบพระคุณที่เราจะมีโอกาสพิจารณารวมกันอยางถองแท🔗

ประเด็นหนึ่งซึ่งมีคนกลาวกันมากวาถาเรามาขอใหศาลวินิจฉัยเราจะมีเวลา รอคอยเทาไร กราบเรียนทานประธานดวยความเคารพครับวาเราคงไมมีอำนาจไปกำหนด แทนศาล แตอยางไรก็ตามคำกลาวที่บอกวาถาวินิจฉัยชามันจะไมทันการเลือกตั้งป ๒๕๗๐ ทานประธานครับ ตรงนี้ผมอยากจะใหพิจารณาดี ๆ นะครับ เพราะจริง ๆ แลวที่จะคิดแกไข ตอไปนั้นไมไดกระทบตอการเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรไดแกไขแลว เปนระบบเขตเดียวคนเดียว ๔๐๐ เขต และแบบบัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คนแกไขกอนหนานี้แลว และเลือกตั้งป ๒๕๖๖ ก็ไดใชบทบัญญัติในการแกไขนี้ในการเลือกตั้งจนปรากฏทานสมาชิก เขามาสูรัฐสภาคือวันนี้ ทานประธานครับ ดังนั้นจึงไมควรผูกพันกับการเลือกตั้งในป ๒๕๗๐ เพราะการเลือกตั้งนั้นยอมเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได จะครบเทอมหรือไมครบเทอมก็ไมมีใครทราบ🔗

อีกประการหนึ่งทานประธานครับ การเรงรัดที่จะแกไขใด ๆ ที่มีกำหนดเวลานั้น ยอมเปนการไมสุขุมรอบคอบเพราะการแกไขรัฐธรรมนูญเปนงานใหญตองอาศัยการหลอมรวม ความคิดจากทุกฝายเปรียบเสมือนหนึ่งประชาธิปไตยเปนรถไฟ ก็ไมใชรถไฟความเร็วสูง ที่จะตองพุงทะยานใหถึงเปาหมายในเวลารวดเร็ว แตเปนรถไฟธรรมดาที่จะตองทยอยสง ผูโดยสารใหถึงบานดวยความปลอดภัย การแกไขรัฐธรรมนูญจึงไมควรเนนวาจะตองเรงรัด เรงรีบ แตจะตองแกไขใหเปนประโยชนตอพี่นองประชาชน และที่สำคัญจะตองรักษา เอกลักษณของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ซึ่งหลายทานก็ไดยินไดฟงมาตลอดวาเปนรัฐธรรมนูญฉบับ ปราบโกง ซึ่งประชาชนรูสึกวาเปนรัฐธรรมนูญที่มีหลักประกันใหกับประชาชนไดมากที่สุด เทาที่เคยมีมา ดังนั้นการแกไขตอไปก็จำเปนจะตองคำนึงถึงหลักการที่ประชาชนยอมรับ และที่สำคัญจะตองไมแตะหมวด ๑ หมวด ๒ ซึ่งเปนปญหาความขัดแยงในสังคมไทย มายาวนาน อยากจะใหมองถึงเรื่องการแกไขที่เปนประโยชนอยางแทจริงตอประชาชน ไมใช แกไขเพื่อสนองอำนาจทางการเมืองของผูใดทั้งสิ้น วันนี้จึงขอกราบเรียนทานประธาน ดวยความเคารพในฐานะสมาชิกรัฐสภาอยากจะใหเวทีรัฐสภาวันนี้ไดสะทอนถึงความตองการ ของพี่นองประชาชน ไมวาจะเปนทานสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจากพรรคการเมืองใดก็ตาม หรือทานวุฒิสมาชิกจากสาขาอาชีพทั้ง ๒๐ อาชีพ อาชีพใดก็ตามไดมาหลอมรวมพิจารณากัน ดวยความเห็นที่เสียงสวนใหญเห็นชอบวาเราจะเดินหนาไปทันที หรือเพื่อจะใหรอบคอบ ใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยใหเกิดความสุขุมรอบคอบกอนที่จะเดินหนาตอไป จึงขอกราบเรียน ทานประธานดวยความเคารพวาวันนี้หวังวาคงจะไมเกิดเหตุการณอยางวันที่ ๑๓ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธที่ผานมาครับ ขอบพระคุณครับทานประธาน🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ทานตอไปเชิญทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ผูเสนอญัตติ เชิญครับ🔗

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตนำเสนอญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติ ขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาตาม รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒)🔗

ตามที่นายพริษฐ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรกับคณะ ไดเสนอราง รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยแกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตอรัฐสภาโดยมี มีหลักการแกไขมาตรา ๒๕๖ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยและเพิ่มเติมหมวด ๑๕/๑ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมและของนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรกับคณะ ที่เขาชื่อเสนอรางรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยแกไขเพิ่มเติมอันเปนหลักการเดียวกัน ซึ่งประธานสภาไดมีคำสั่งใหบรรจุรางรัฐธรรมนูญฉบับแกไขเพิ่มเติมทั้ง ๒ ฉบับเขาสูที่ประชุม สภาผูแทนราษฎรและที่ประชุมของรัฐสภา และมีการพิจารณาวารางรัฐธรรมนูญฉบับแกไข เพิ่มเติมทั้ง ๒ ฉบับในวาระแรกรับหลักการวันที่ ๑๓ และวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ นั้น กระผมและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่มีชื่อทายญัตตินี้เห็นภายหลังวาเมื่อประธานไดบรรจุ รางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมทั้ง ๒ ฉบับเขาสูที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ นั้น ปรากฏวาไดเกิดความขัดแยงและความเห็นตางกันของสมาชิกรัฐสภาทั้งที่เกี่ยวของกับอำนาจ ของรัฐสภา โดยฝายหนึ่งเห็นวารัฐสภาไมมีหนาที่และอำนาจในการพิจารณาลงมติรับ รางรัฐธรรมนูญฉบับแกไขเพิ่มเติมทั้ง ๒ ฉบับ เนื่องจากวายังไมไดจัดทำใหมีการออกเสียง ประชามติวาประชาชนประสงคที่จะใหมีการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม หรือไม ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๔/๒๕๖๘ จึงไดออกประกาศวาการเขารวมประชุม และมีการอภิปรายแสดงความคิดเห็นสนับสนุนความเห็นของฝายตนอยางกวางขวาง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรและสภาอีกสวนหนึ่งเห็นวารัฐสภามีหนาที่และอำนาจในการ พิจารณาและลงมติรางรัฐธรรมนูญแกไขทั้ง ๒ ฉบับได โดยเห็นวาการพิจารณาและลงมติ ครั้งนี้เพียงแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อใหมีหลักเกณฑในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม โดยหมวดที่ ๑๕/๑ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมเทานั้นภายหลังเมื่อรัฐสภาไดเห็นชอบ รางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมแลวจึงไปดำเนินการจัดใหมีการออกเสียงประชามติวาประชาชน ประสงคจะใหมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม ซึ่งถือวาเปนการจัดทำประชามติกอน การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมเชนกัน ซึ่งฝายนี้เห็นวาสอดคลองและเปนไปตามคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๘ เทานั้น เมื่อสมาชิกรัฐสภามีความเห็นขัดแยงอันเกี่ยวกับ หนาที่และอำนาจของรัฐสภาในการพิจารณาลงมติรางรัฐธรรมนูญแกไขฉบับขางตน จึงทำให รัฐสภาไมสามารถปฏิบัติหนาที่ใหเปนไปตามหนาที่และอำนาจที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไวทำให เกิดปญหาและอุปสรรคในการทำหนาที่ของรัฐสภาจึงถือเปนกรณีที่เกี่ยวกับหนาที่และอำนาจ ของรัฐสภาเปนปญหาที่เกิดขึ้นแลว และยังไมมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในปญหาดังกลาว กระผมจึงขอเสนอญัตติดวนตามขอบังคับการประชุมสภา ๒๕๖๓ ขอ ๓๒ ประกอบดวย ขอ ๓๑ เพื่อใหรัฐสภาไดมีมติใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจ ของรัฐสภาวารัฐสภาจะพิจารณาและลงมติรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมที่บัญญัติใหจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม โดยที่ยังไมมีผลการออกเสียงประชามติ ประชาชนประสงคจะใหมีการ แกไขรัฐธรรมนูญฉบับใหมไดหรือไม ทั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการพิจารณาคดี ของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗ (๒) มาตรา ๑๑ (๔) และมาตรา ๔๕ ขอบพระคุณ อยางยิ่งครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ตอไปผมจะเชิญทานสมาชิก อภิปรายโดยเริ่มจากทานแรก ทานเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา เชิญครับ🔗

(เจาหนาที่ดำเนินการเปดคลิปภาพ)
นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา

เรียนทานประธานครับ ผม เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเรียกสภาวะอยางนี้นะครับ เรียกวาเปนสภาย้ำคิดย้ำทำครับไมเปนตัวของตัวเอง ผมมีประเด็นที่จะตองอภิปรายนะครับ ทานประธานวาญัตติในการยื่นตรงนี้มีปญหาที่ตองพิจารณา ๔ ประเด็นดวยกันครับทานประธาน🔗

ประเด็นแรก ขออนุญาตไปดูคำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ ครับทานประธาน ผมตองเรียนนี้วาเปนคำวินิจฉัยที่เรียกวาละเอียดและชัดเจนแลว ผมไมไดพูดเองนะครับ อันนี้เปนคำวินิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญไมรับคำวินิจฉัยเมื่อปที่แลวนะครับ ระบุไววาคำวินิจฉัย ที่ ๔/๒๕๖๔ นั้นชัดเจนแลว ทานประธานครับ ชัดเจนอยางไรครับ ชัดเจนก็คือทำประชามติ ๒ ครั้งครับทานประธาน ดูยอหนาสุดทายของคำวินิจฉัยครับทานประธาน ในเรื่องของถามวา รัฐสภามีอำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมไดหรือไม ตอบวาไดครับทานประธาน ทำได มีอำนาจหนาที่ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมได แตตองไปถามผูที่มีอำนาจในการ สถาปนารัฐธรรมนูญเสียกอน ๑ ครั้ง และครั้งที่ ๒ ครับทานประธานตองรับรองในเรื่องของ เนื้อหาที่รางมาแลวก็เปนประชามติครั้งที่ ๒ ดังนั้นคำวินิจฉัยนี้ชัดเจนครับทานประธานวา ๒ ครั้งชัดเจนนะครับไมตองทำถึง ๓ ครั้ง ทีนี้ทานประธานครับ ลองไปดูยอหนากอนที่จะมี ยอหนาสุดทายครับ สิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในคำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ ระบุไวอยางชัดเจนวา หากรัฐสภาตองการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมตองจัดใหประชาชนผูทรงอำนาจสถาปนา รัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติเสียกอน คำถามคือเราจะรูไดอยางไรวารัฐสภาตองการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม สิ่งที่เกิดขึ้นในการยื่นญัตติรางแกไขมานี้เปนความตองการของ พรรคประชาชน เปนความตองการของพรรคเพื่อไทย แตยังไมใชความตองการของรัฐสภาครับ เราจะรูความตองการของรัฐสภาก็ตอเมื่อมีการผานวาระที่สามแลวครับทานประธาน แปลวา รัฐสภาคิดสะระตะเสร็จเรียบรอยแลวครับวาเอาละฉันจะตองการที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม สิ่งเหลานี้ไมไดอยูตรงไหนเลยครับทานประธาน ถาหากไปดูในรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๕๖ (๘) ระบุไวอยางชัดเจนครับทานประธาน ไมมีอะไรบิดพลิ้วไปจากนั้นวากอนที่จะขึ้นทูลเกลาฯ ประกาศใชในกระบวนการแกไขเอาเฉพาะหมวด ๑๕ แลวกันนะครับ หมวด ๑๕ ก็วาดวย เรื่องการแกไขรัฐธรรมนูญ ตองถามประชาชนเสียกอน ตองถามประชาชนเสียกอน ดังนั้น สิ่งที่อยูในตรงนี้ สิ่งที่อยูในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เขาไมไดวินิจฉัยไปกวารัฐธรรมนูญเลย อยูในมาตรา ๒๕๖ (๘) อยูแลวครับทานประธาน และถาหากวายังไมมั่นใจครับทานประธาน ผมตองเรียนอยางนี้ครับ ถาไปดูคำวินิจฉัยรายบุคคล ศาลรัฐธรรมนูญรายบุคคล ๖ ใน ๙ ครับ ทานประธาน ๖ ใน ๙ ก็บอกวา ๒ มีเพียงแค ๒ ใน ๙ บอกวา ๓ แลวมีเพียง ๑ ที่บอกวาแกไมได ทั้งฉบับแกไมได แกไดรายมาตราอยางเดียว ถาหากวาเราจะตองทำประชามติถึง ๒ ครั้งนะครับ ผมคิดวา ๖ คนก็จะตองบอกวา ๓ ครั้งไปแลว เทากับ ๒ คนนั้นอยูแลว ทีนี้ทานประธานครับ ผมขออนุญาตยกคำวินิจฉัยสวนตนใหเห็นไดอยางชัดเจนของทานทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ขออนุญาตสไลดที่ ๓ ครับ สไลดที่ ๓ เห็นไดชัดแลวครับวาทานทวีเกียรติระบุไววาการจัดทำ ตัวที่เปนมาตรา ๒๕๖ (๘) มันไมไดหมายความวาใหทำประชามติกอนที่จะมีญัตติเขามานะครับ เสนอญัตติเขามาแตประการใด นี่ทานทวีเกียรติเขียนไวแลวนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นครับ นั่นแปลวา กระบวนการมาตรา ๒๕๖ (๘) มันแปลวาเราแกไขไปเรียบรอยแลว แลวจนกระทั่งกอนที่จะ ขึ้นทูลเกลาฯ เพื่อประกาศใชแลวคอยไปถามประชามติ ทั้งนี้ทั้งนั้นทานทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ก็ไดใหแนวคำถามไวในหวงเวลานั้น คำถามแรกก็คือถามวาประชาชนไป ๒ คำถามนะครับ ถามวาประชาชนเห็นชอบในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม และคำถามที่ ๒ ก็คือ เห็นชอบตามกระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมตามที่สภารางแกนั้นหรือเปลา ดังนั้นเบ็ดเสร็จเด็ดขาดผมคิดวา ๒ ครั้งชัดเจนอยางเพียงพอแลวนะครับที่จะตองทำ ประชามติ ทีนี้ยังไมหนำใจ สำนักงานคณะกรรมการศาลรัฐธรรมนูญเองก็ออก Infographic มา เพื่ออธิบายวา ขออนุญาตสไลดที่ ๔ ใหเห็นถาทานใดที่อยากจะไปดูฉบับเต็ม ผมก็ให QR Code ไวดวย เห็นไดชัดวารัฐสภามีอำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมไดครับทานประธาน ทำไดครับ🔗

ประการที่ ๒ ก็คือกระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ๒ ครั้งครับ Infographic ศาลรัฐธรรมนูญก็ชี้ไว ไมมีตรงไหนเลยบอกวา ๓ ครั้ง ทานประธาน ไมมี ตรงไหนเลย จริง ๆ แลวนะครับทานประธาน ถาหากวาไปดูลายลักษณอักษรตามรัฐธรรมนูญ ประการที่ ๒ ไมตองทำถึง ๒ ครั้งก็ได จริง ๆ แลวมีแค ๑ ครั้ง ก็คือครั้งตามตามมาตรา ๒๕๖ (๘) เทานั้นครับทานประธาน แตเพียงวารัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๕๐ เรามี ธรรมเนียมปฏิบัติตองมีกระบวนการในการรับรองรางแกหรือรับรองเนื้อหาก็เลยตองให ประชาชนไปทำประชามติอีกครั้ง ศาลรัฐธรรมมนูญทานก็เลยใหอีกครั้งหนึ่งก็เปน ๒ ครั้ง และทำตาม Logic ตามตรรกะแลวนะครับทานประธาน รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ผานประชามติ เพียงแคครั้งเดียว แลวเราจะตองทำประชามติถึง ๓ ครั้งไปเพื่ออะไร ในการที่จะตองถามย้ำ ถามซ้ำ ถามอีก ถามทำไมอีก แลวไมตองรวมถึงการที่จะตองเลือก สสร. อีก นั่นแปลเราขอมติ ประชาชนถึง ๔ ครั้งในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ดังนั้นผมคิดวา ๒ ครั้งเพียงพอ แลวครับทานประธาน ทั้งนี้ทั้งนั้นผมตองเรียนอยางนี้🔗

ประการที่ ๓ ครับทานประธาน ถาหากวายอนกลับไปดูประสบการณในอดีต ครั้งนี้ไมใชครั้งแรกทานประธานที่เราจะยื่นขอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คำสั่งที่ ๔/๒๕๖๔ เราใชเวลาในการยื่น ๔๐ วันครับทานประธาน ในขณะที่คำวินิจฉัยที่ไมรับพิจารณาเราใช เวลาในการรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาไมรับ ๒๐ วัน ดังนั้นครับทานประธานตอใหไมรับ ก็ไมทันสมัยประชุมนี้ เสร็จแลวอาจจะตกอยูที่ประมาณวันที่ ๖ เมษายน ไมทันนะครับ ไมทันสมัยประชุมนี้แนนอน ดังนั้นตอใหไมรับเร็วที่สุด Fast Track ที่สุด เร็วที่สุด รถดวนที่สุด ก็ไมทันสมัยประชุมนี้ ที่สำคัญอยางที่ผมบอกวาเปนสภาย้ำคิดย้ำทำ ไมเปนตัวของตัวเอง สิ่งที่ เกิดขึ้นมันทำใหสมดุลอำนาจดุลยภาพระหวางสถาบันทางการเมืองมันเสียดุลไปเราจะทำอะไร ก็ตองไปถามศาลรัฐธรรมนูญกอน กลายเปนสภาที่ปรึกษาไปแลว ผมไมแนใจวาในอนาคต จะตองเชิญศาลรัฐธรรมนูญมานั่งขาง ๆ ประธานเวลาที่จะทำอะไร จะผิดหรือเปลา หรือวา จะถูกหรือไมก็ตองถามศาลรัฐธรรมนูญกอน เมื่อสัปดาหที่ผานมาฝายบริหารเองก็ถาม เหมือนกัน สุดทายแลวทานก็ไมรับ เพราะวาทานไมใชสภาที่ปรึกษา ดุลอำนาจตรงนี้เสียไป และหลักการมันก็เสียดวย ทั้งเรื่องของดุลอำนาจ ทั้งเรื่องของการตรวจสอบถวงดุลและ หลักการแบงแยกอำนาจที่เราแบงแยกอำนาจชัดเจนวาสภาคือสภานิติบัญญัติไมใช นิติบัญญัติแหงชาติ อันนั้นมัน สนช. เดี๋ยวสะดุงกันเปนแทบ ดังนั้นผมจึงไมสามารถเห็นชอบดวย กับการที่จะยื่นญัตติไปดวย เพราะวามันขัดในหลักการ แตทานประธานครับมันก็มีเสียงที่ผม อาจจะไมสามารถที่จะปฏิเสธที่จะไมฟงได ผมตองเรียนอยางนี้นะครับวาทานประธาน ผมเชื่อวามีคนที่จะใชวิธีการเตะถวง ยื่นไป ชะลอไปเรื่อย ๆ สุดทายรัฐธรรมนูญก็ไมมีการแกไข ตามนโยบายของทานนายกแพทองธารที่แถลงวันที่ ๑๒ กันยายนนะครับวาจะตองทำโดยเร็ว สุดทายก็แตะถวงไปเรื่อย ๆ มันมีคนอยางนี้ แตก็มีคนที่สงสัยจริง ๆ ครับ มีคนที่แคลงใจจริง ๆ มีคนที่ไมมั่นใจจริง ๆ และสมดุลเหลานี้มันไดถูกทำใหเสียไป สมดุลระหวางอำนาจของ สถาบันทางการเมืองตรงนี้มันทำใหเสียไป ไมใชความผิดเขาที่จะกลัว ไมใชความคิดของเขา ที่จะไมเปนตัวของตัวเอง ไมใชความผิดของเขาที่จะย้ำคิดย้ำทำ แตเปนปญหาของรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ละครับ ผมอยากใหเพื่อนสมาชิกจดจำวันนี้ วันที่เรารูสึกไมเปนตัวของตัวเอง วันที่เรา รูสึกสมดุลอำนาจเราเปลี่ยนไป มีปญหาในระบอบประชาธิปไตยใหจดจำไว นี่คือเหตุผลสำคัญ นี่คือประจักษพยานสำคัญวาทำไมเราตองแกไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทำไมเราตองจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ และทำไมเราตองรื้อทั้งระบบ เพราะมันทำใหสมดุลระหวางสถาบันทางการเมือง มันเสียไป ดังนั้นผมไมเห็นดวย แตผมก็จะไมขวางการยื่น ผมหวังวาในวันขางหนาเรามีนัดกัน ทานเปรมศักดิ์ หรือทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เรามีนัดกันวาเราจดจำวันนี้ วันขางหนาเมื่อเรา เคลียรเมื่อไร เมื่อเราชัดเจนเมื่อไร เราตองเรงแก แตทานประธานครับระหวางทางที่เรายังไมแก ผมเห็นวาเรายังจำกันไดวันที่ ๑๒ กันยายนปที่แลวทานนายกแพทองธารเองนะครับ🔗

ขอสไลดสุดทายครับ ทานนายกแพทองธารก็มาแถลงที่รัฐสภาแหงนี้ละครับวา นโยบายจะเรงในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนโดยเร็ว คำวา เรง และคำวา โดยเร็ว จนปานนี้ ๖ เดือนแลวผมยังไมเห็นสัญญาณของคำวาเรงโดยเร็ว นอกจากถาอางอิงครับวา พรรคเพื่อไทยเปนรัฐบาล ผมก็เห็นแตอาจารยชูศักดิ์ที่ออกมาเคลื่อนไหว ออกมารณรงคเรื่องนี้ มีเพียงแคคนเดียว ดังนั้นผมจึงขอเรียกรองระหวางรอตรงนี้พิสูจนใหเห็นวามันเปนนโยบายเรง โดยเร็วในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนโดยเร็ว โดยที่ตอจากนี้ตองมีรางของ ครม. และที่สำคัญระหวางทางคือรัฐบาลเองจะตองรณรงคใหประชาชนตระหนักรูวาเหตุจำเปน อยางไรที่จะตองมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนไมใชใหอาจารยชู ชูซาย ชูขวา ชูอยูอยางนั้น ผมก็วาปวดแขนนาดูนะครับ ผมคิดวาตองไมใชแคอาจารยชูอยางเดียวหรือพรรคประชาชน อยางเดียว แตตองเปนรัฐบาลเองจะตองใสใจในนโยบายตัวเองวาจะตองเรงในการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนโดยเร็ว ขอบคุณครับทานประธาน🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ตอไปเชิญทานธีระชัย แสนแกว ทานธีระชัย แสนแกว อยูไหมครับ ไมอยูนะครับ เชิญทานพริษฐ วัชรสินธุ ครับ🔗

(เจาหนาที่ดำเนินการเปดคลิปภาพ)
นายพริษฐ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

เรียนทานประธานที่เคารพ กระผม พริษฐ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตพรรคกาวไกลในฐานะสมาชิกรัฐสภา ทานประธานครับ จุดยืนผมตอญัตติในวันนี้นั้น เปนจุดยืนที่เรียบงายครับ คือผมเห็นวาการสงไปศาลรัฐธรรมนูญนั้นไมมีความจำเปนและ ไมเพียงพอตอการทำใหรัฐบาลนั้นประสบความสำเร็จในการรักษาคำพูดของตนเองวา จะผลักดันใหมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมทันกอนการเลือกตั้งครั้งถัดไป ทานประธานครับ เหตุผลที่ผมบอกวาไมมีความจำเปนที่จะตองสงเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ก็เพราะผมเห็นวา หากเราเดินหนาตอตามรางแกไขรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาชนเสนอเขาไป กระบวนการ ดังกลาวนั้นที่จะนำไปสูการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม โดยมีการทำประชามติรวมกัน ๒ ครั้งนั้น ไมไดมีสวนไหนที่ไปขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๔ สาระสำคัญครับทานประธาน หากจะมองไปที่สไลดของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๔ ก็เปนเหมือนที่เพื่อนสมาชิก คุณเทวฤทธิ์เมื่อสักครูไดสรุปไวครับ นั่นก็คือวารัฐสภานั้นมีอำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมได เพียงแตวามีเงื่อนไขวาตองทำประชามติ ๑ ครั้งกอนแลวก็ ๑ ครั้งหลัง ดังนั้น ผมยืนยันวาหากรัฐสภาเดินหนาตามรางแกไขรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาชนเสนอเขาไป กระบวนการทั้งหมดนั้นไมมีสวนไหนที่ขัดกับคำวินิจฉัยดังกลาว เพราะหากทานประธาน ลองคิดตามผมครับ หากรัฐสภาพิจารณาและเห็นชอบรางแกไขรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาชน เสนอเขาไป กระบวนการจะเกิดอะไรขึ้น ถึงแมจะเห็นชอบเสร็จแลว ๓ วาระ เราก็ไมไดมี สสร. มาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมทันทีครับ แตพอผานวาระที่สามมาแลวกอนจะทูลเกลาฯ รัฐธรรมนูญมาตรา ๒๕๖ (๘) ก็บัญญัติไวอยูแลววาตองมีการจัดทำประชามติกอนเพื่อถาม ประชาชนวาเห็นชอบใหมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม และเมื่อเห็นชอบแลวถึงจะมี การเลือกตั้ง สสร. ไปจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม และเมื่อจัดทำฉบับใหมเสร็จก็จะมีประชามติ อีกครั้งหนึ่งเพื่อถามวาประชาชนเห็นชอบกับรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม ดังนั้นผมยืนยัน วาทั้งหมดนี้สอดคลองกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ๑๐๐ เปอรเซ็นต แตผมก็เขาใจดีครับ ทานประธานวาก็มีสมาชิกบางสวนที่อาจจะมีมุมมองที่แตกตางจากผมออกไป พูดงาย ๆ คือไปมองวาตองมีการทำประชามติเพิ่มขึ้นมาอีก ๑ ครั้งรวมกันเปน ๓ ครั้ง ที่ไปตีความแบบนี้ เขาใจวาเพื่อนสมาชิกไปตีความวาการทำประชามติ ๑ ครั้งกอนนั้น ไมไดหมายถึงกอนที่จะ มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม แตหมายถึงกอนที่จะมีการเสนอญัตติหรือรางแกไข รัฐธรรมนูญใด ๆ เกี่ยวกับเรื่อง สสร. เขามาสูการพิจารณาในรัฐสภา ถึงแมผมไมเห็นดวยกับ ความคิดแบบนี้ แตก็เขาใจวามีสมาชิกที่คิดแบบนี้ ความจริงคนกลุมหนึ่งที่เคยคิดแบบนี้ ก็คือ ทานประธานรัฐสภาเองและคณะกรรมการของประธานรัฐสภาที่เคยไดวินิจฉัยไววาตองมีการ ทำประชามติรวมกัน ๓ ครั้ง แตหลังจากที่ผมไดรวบรวมหลักฐานและขอมูลทั้งหมดเพื่อไป นำเสนอตอคณะกรรมการของประธานรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ป ๒๕๖๗ ทางคณะกรรมการ แลวก็ทานประธานเองก็เปลี่ยนใจและหันมาเห็นตรงกับผมวาการทำประชามติ ๒ ครั้งนั้น ก็เพียงพอแลว ดังนั้นผมเลยอยากจะใชเวลาในที่ประชุมวันนี้เพื่อนำเสนอหลักฐานและขอมูล ชุดเดียวกันกับที่ผมนำเสนอตอคณะกรรมการของประธานรัฐสภาเพื่อหวังวาจะสามารถ เปลี่ยนใจเพื่อนสมาชิกที่ยังมีความกังวลอยูไดวาสิ่งที่เราทำนั้นไมไดขัดกับคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ หลักฐานและขอมูลครับ นอกเหนือจากตัวคำวินิจฉัยกลาง ๔/๒๕๖๔ ที่ผม ไดไปนำเสนอตอทางคณะกรรมการของประธานรัฐสภามีอยู ๓ สวนดวยกันครับ🔗

สวนที่ ๑ คือคำวินิจฉัยรายบุคคลของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ๙ คนครับ ที่ประกอบออกมาเปนคำวินิจฉัยกลาง ๔/๒๕๖๔ หากเราไปไลอานคำวินิจฉัยสวนตนของ แตละทาน เราจะเห็นวาตุลาการสวนใหญเห็นวาประชามติ ๒ ครั้งนั้นเพียงพอ ยกตัวอยาง แคบางตัวอยาง ตัวอยางแรกเพื่อนสมาชิกไดยกไปแลวของทานทวีเกียรติ ซึ่งยอหนาสุดทาย ก็ระบุชัดวาแมจะตองทำประชามติ ๑ ครั้งกอน แตประชามติ ๑ ครั้งกอนที่วานี้มิไดมี เจตนารมณใหจัดใหมีการออกเสียงประชามติกอนจะเสนอญัตติหรือรางแกไขรัฐธรรมนูญ แตประการใด แตสามารถเกิดขึ้นไดหลังจากที่รัฐสภาเห็นชอบรางแกไขรัฐธรรมนูญดังกลาว ในวาระที่สามไปแลว หรืออีกตัวอยางหนึ่งของทานวรวิทยครับ ๒ ยอหนาสุดทายก็ระบุ ชัดเจนระบุไวถึง ๒ รอบวาประชามติที่ตองทำ ๑ ครั้งกอนนี้หมายถึงกอนที่จะมีการจัดตั้ง สภารางรัฐธรรมนูญ ไมมีตรงไหนเลยที่เขียนวาตองทำกอนที่จะมีการเสนอญัตติเขามา ในวาระที่หนึ่ง ตัวอยางสุดทายของทานนครินทรครับ แมไมไดมีการพูดถึงวาประชามติ ๑ ครั้งกอนนี้จะตองเกิดขึ้นในขั้นตอนใด แตก็มีการพูดชัดในยอหนาสุดทายวาประชามติ ๑ ครั้งกอนนี้ตองเปนไปตามเจตนารมณตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ (๘) ซึ่งทานประธานครับ ประชามติใด ๆ ก็ตามที่จะตองเกิดขึ้นตามมาตรา ๒๕๖ (๘) ก็จะตองเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐสภา ไดลงมติเห็นชอบรางแกไขรัฐธรรมนูญในวาระที่สามไปแลว ไมใชมาทำกันกอนจะเสนอเขามา ในวาระที่หนึ่ง ผมยกเพียงแค ๓ ตัวอยางครับ แตหากเราสรุปแลวไปไลดูความเห็นทั้งหมด เราก็อาจจะไดขอสรุปออกมาประมาณนี้ครับวามี ๕ ทาน ถาหากผมนับดูที่พูดชัดเจนวา ๒ ครั้งพอ มี ๒ ทานที่อาจจะพูดคลาย ๆ กับคำวินิจฉัยกลาง มีแคทานเดียวที่บอกวาตองทำ ประชามติ ๓ ครั้ง แลวมีอีกทานหนึ่งที่บอกวาไมสามารถจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมไดเลย ดังนั้นชัดเจนวาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงขางมากเห็นวาประชามติ ๒ ครั้งนั้นเพียงพอ🔗

หลักฐานชุดที่ ๒ คือ Infographic ที่เพื่อนสมาชิกไดหยิบยกขึ้นมาเมื่อสักครู เปน Infographic สรุปคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเปนคนจัดทำเอง สรุปถึงขั้นตอนตาง ๆ ในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมตามคำวินิจฉัยศาล ๔/๒๕๖๔ ถาทานประธานลองดูครับนอกจาก Infographic ทั้งหมดนี้จะพูดถึงประชามติแค ๒ ครั้งเทานั้น แตถาทานไปดูจุดเริ่มตนของกระบวนการทั้งหมดครับ จุดเริ่มตนของกระบวนการทั้งหมด คือการเสนอญัตติรางแกไขรัฐธรรมนูญเขามาเหมือนกับที่ผมและเพื่อนสมาชิกจาก พรรคประชาชนทำกันอยู ไมไดมีตรงไหนเลยครับที่บอกวาเราตองเริ่มตนโดยการไปทำ ประชามติกอนที่จะเสนอญัตติรางแกไขรัฐธรรมนูญเขามา🔗

สวนขอมูลชุดสุดทายครับ อันนี้ไมมีเปนภาพนะครับเพราะเปนผลการหารือ อยางไมเปนทางการระหวางทางผมกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและทางทานประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ เราไดมีโอกาสเขาไปพบครับทางประธานศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ก็ตองออกตัวไวกอนวาการประชุมดังกลาวไมไดเปนประชุมที่เปนทางการ ไมไดมีผลผูกพันทางกฎหมาย แลวเราเองก็ไดมีโอกาสเขาหารือกับเพียงแคทานประธาน ศาลรัฐธรรมนูญแลวก็ตุลาการอีก ๑ ทานรวมเปน ๒ ทาน ไมไดเขาพบทั้งองคคณะ แตอยางไรก็ดี ผมยืนยันครับวาในที่ประชุมที่เราไดคุยกันละเอียดยาวเปนชั่วโมงไมมีใครในที่ประชุมที่เสนอ ขึ้นมาวาจำเปนจะตองมีการทำประชามติ ๓ ครั้ง แลวจากการพูดคุยกันก็ไมมีใครทักทวงวา ขั้นตอนการดำเนินการที่ผมและเพื่อนสมาชิกจาก สส. พรรคประชาชน เสนอกันอยูในวันนี้ ไปขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญแตอยางใด แมวามันคงจะไมเหมาะสมถาผมจะไปเอาเทป บันทึกเสียงการประชุมที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญไดบันทึกเอาไวมาเผยแพรในที่นี้ แตผม ก็ยืนยันครับวาดวยความบริสุทธิ์ใจ ผมเองก็ไดแจงกับทางคณะกรรมการประธานรัฐสภา ไปแลววาหากกังวลวาผมสรุปความมาผิดทานประธานรัฐสภาก็สามารถทำหนังสือขอเทป ดังกลาวจากทางประธานศาลรัฐธรรมนูญได ผมเชื่อวาทานก็คงไมติดใจที่จะสงมาใหฟง ทั้งหมดนี้เลยเปนเหตุผลในเชิงขอกฎหมายวาทำไมผมถึงเห็นวาเราไมมีความจำเปนที่ตองสง เรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ แตในสวนที่ ๒ นี้นอกจากจะไมจำเปนแลวผมยืนยันกับที่ประชุม รัฐสภาแหงนี้ครับวาผมเห็นวาการสงเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญนั้นไมเพียงพอตอการจะทำให เราสามารถประสบความสำเร็จในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมได ที่ผมพูดแบบนี้เพราะแม ผมเชื่อครับวามีสมาชิกบางทานที่มีขอกังวลทางกฎหมายจริง ๆ ก็เลยอยากจะใชกลไก ในการสงเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญเพื่อคลี่คลายขอกังวลของตัวทาน แตผมก็เชื่อเชนเดียวกัน วามีสมาชิกบางทานในที่นี้ที่ความจริงลึก ๆ แลวไมไดสนใจหรือกังวลขอกฎหมายหรอกครับ แตลึก ๆ แลวไมอยากแกรัฐธรรมนูญ ก็เลยพยายามคนหาขอกังวลทางกฎหมายใหเจอ เพื่อจะใชกระบวนการในการสงเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญเพื่อชะลอกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม เพื่อหวังวาการดึงบทสนทนามาคุยกันเรื่องเทคนิคทางกฎหมายจะทำใหสังคม หลงลืมไปวาเรากำลังแกรัฐธรรมนูญเพื่ออะไร เพื่อยกระดับกลไกการปราบโกง เพื่อปลดล็อก ทองถิ่น เพื่อปกปองคุมครองสิทธิเสรีภาพของพี่นองประชาชน ดังนั้นวันนี้ครับในที่ประชุม แหงนี้เราจำเปนที่จะตองเอาความจริงมาพูดกันครับ วาอุปสรรคหลักที่ทำใหเรายังไมประสบ ความสำเร็จในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมมันไมใชขอกังวลทางกฎหมาย แตมันคือเจตจำนง ทางการเมืองของทุกฝายในซีกรัฐบาล ซึ่งกระบวนการในการสงเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญไมสามารถ แกไขใหกับทานไดครับ เหตุการณที่ผานมาครับทานประธาน ในชวงไมกี่เดือนที่ผานมาทำให เราสามารถตั้งคำถามไดหลายคำถามเลยครับ เกี่ยวกับเจตจำนงทางการเมืองของแตละฝาย ในซีกรัฐบาล ผมตั้งเพียงแค ๒ คำถามเทานั้น คำถามที่ ๑ ครับ ผมอยากจะตั้งคำถามไปถึง เจตจำนงทางการเมืองของพรรครวมรัฐบาลและ สว. ที่อาจจะมีความคิดคลาย ๆ กัน หากเราเชื่อ วาสิ่งเดียวที่ทำใหพรรครวมรัฐบาลและ สว. ที่อาจจะคิดคลาย ๆ หรือผมขออนุญาตใชคำวา สว. หัวใจเดียวกันนั้น คือกังวลครับวาการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมนั้นอาจจะไปติดที่ ขอจำกัดทางกฎหมาย หากเขาเชื่อวาสิ่งเดียวคือปญหาขอกฎหมาย หากเราเชื่อวาสิ่งเดียว ที่จะทำใหเขาพรอมเดินหนาสนับสนุนการแกรัฐธรรมนูญหรือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมนั้น คือการหาความชัดเจนเรื่องขอกฎหมายจากศาลรัฐธรรมนูญ แลวทำไมครับ เมื่อ ๑ เดือนที่แลว สส. พรรครวมรัฐบาลกวา ๖๐ คนครับ และ สว. ที่เขาวากันวาหัวใจเดียวกันกวารอยคนครับ กลับไมมาลงมติสนับสนุนเพื่อเรงการสงเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นหากวันนี้ทั้ง สส. และ สว. กลุมดังกลาวยังไมมาลงมติสนับสนุนการสงเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญผมคิดวามันก็ ชัดเจนแลวครับ วาอุปสรรคที่เขามีสิ่งที่เขาติดขัดนั้นมันไมใชเรื่องของขอกังวลทางกฎหมาย ที่เขาตองการใหศาลรัฐธรรมนูญมาคลี่คลาย แลวหากเปนเชนนั้นจริงก็ไมมีอะไรรับประกัน วาถึงแมสงเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญแลว ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกลับมาใหเดินหนาตอได สส. และ สว. กลุมนี้จะมารวมลงมติสนับสนุนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม อันนี้คือคำถามที่ ๑ ครับทานประธาน แตคำถามที่ ๒ ที่จำเปนตองถาม คือการตั้งคำถามไปถึงเจตจำนงของทาน นายกรัฐมนตรี เพราะกอนที่เราจะตองมาเถียงกันในวันนี้ครับวาจะสงเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ หรือไม สังคมเขาก็สงสัยวาทานนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหนาฝายบริหารไดทำอะไรไปบางแลว หรือยังในการพยายามจะคลี่คลายขอกังวลของพรรครวมรัฐบาล เพราะถาเรานับกันครับจากวันที่ ทางประธานรัฐสภาบรรจุรางแกไขธรรมนูญของพรรคประชาชนมาจนถึงวันประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาวาระหนึ่งของรางแกไขดังกลาวเมื่อ ๑ เดือนที่แลวครับ ผมนับดูแลวครับ ทานนายกรัฐมนตรีมีเวลาถึง ๒ เดือนในการพยายามจะโนมนาวพรรครวมรัฐบาล แตสิ่งที่เรา เห็นคืออะไรครับ รางของคณะรัฐมนตรีก็ไมมีเสนอเขามาครับ ทั้ง ๆ ที่เปนนโยบายของรัฐบาล เพียงแคจะเอาเรื่องนี้ไปคุยกันในที่ประชุม ครม. ผมก็เขาใจวาทานนายกรัฐมนตรีก็ไมไดทำ ที่พูดแบบนี้ครับเพราะวาพอสื่อมวลชนไปสัมภาษณทานนายกรัฐมนตรี บายในวันเดียวกัน กับที่ประชุมสภาเพิ่งลมไป สื่อมวลชนถามทานนายกรัฐมนตรีวาไดคุยกับพรรครวมรัฐบาล มากอนหนานั้นหรือไม ทานนายกรัฐมนตรีตอบกลับครับวาคุยแลว แตในเย็นวันเดียวกันครับ ผานไปไมถึง ๔ ๕ ๖ ชั่วโมงครับ ทานรองนายกรัฐมนตรี ทานอนุทินขออนุญาตที่เอยนาม ใหสัมภาษณผานรายการออนไลนวาทานนายกรัฐมนตรีนั้นไมเคยนำเรื่องการแกไขรัฐธรรมนูญ มาคุยกับทานเลย ผมไมรูนะครับวาใครพูดจริง ใครพูดไมจริง ผมเขาใจดีนะครับทานประธาน วาแมทานนายกรัฐมนตรีไปคุยกับพรรครวมรัฐบาลแลวก็ไมไดมีอะไรรับประกันรอยเปอรเซ็นต วาพรรครวมรัฐบาลจะเห็นตาม แตถาขนาด สส. จากซีกฝายคานอยางผมยังสามารถโนมนาว ทางประธานรัฐสภาใหบรรจุรางแกไขรัฐธรรมนูญไดเลยวาทำประชามติ ๒ ครั้งนั้นเพียงพอ แลวทำไมครับนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหนารัฐบาลไมสามารถโนมนาวพรรครวมรัฐบาล ภายใน ครม. ของตนเองได ดังนั้นครับทานประธานถาผูเสนอญัตติจากพรรคแกนนำรัฐบาล ในวันนี้ หวังวาการสงเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญนั้นจะแกไขปญหาทั้งหมดใหกับเขา ผมเรียนตามตรงวาอยากใหทานนั้นทบทวนใหมครับ เพราะหากศาลรัฐธรรมนูญใหคำตอบ ชัดเจนกลับมาวาสามารถเดินหนาพิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญและทำประชามติ ๒ ครั้งได ก็ไมมีอะไรรับประกันนะครับวา สส. พรรครวมรัฐบาลและ สว. ที่หัวใจเดียวกันนั้นจะมา โหวตสนับสนุนรางแกไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่อง สสร. หากเขาไมแมกระทั่งสนับสนุนญัตติ ในการสงเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญของทานในวันนี้ แตหากศาลรัฐธรรมนูญครับ ตัดสินใจไมรับ เรื่องดังกลาวไววินิจฉัยเหมือนกับที่เคยตัดสินใจตอนตนป ๒๕๖๗ หรือแมจะรับไว แตก็ไมได วินิจฉัยอะไรที่ชัดเจนเพิ่มเติมกวาที่เคยวินิจฉัยไวแลวในป ๒๕๖๔ เราก็จะกลับมาอยูที่จุดเดิม ที่เราอยูกันในวันนี้ครับทานประธานที่ตองอาศัยเจตจำนงของทานนายกรัฐมนตรีในการโนมนาว สมาชิกรัฐสภาทุกคนในซีกของรัฐบาล ซึ่งภารกิจดังกลาวนั้นไมมีศาลรัฐธรรมนูญที่ไหนไปชวย ทานนายกรัฐมนตรีได ดังนั้นผมทิ้งทายแบบนี้ครับทานประธานอาจจะกลาวโดยสรุป🔗

ประการที่ ๑ ผมเห็นวาการสงเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญนั้นไมมีความจำเปน เพราะสิ่งที่รางแกไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนเสนอใหรัฐสภาดำเนินการนั้นสอดคลอง กับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญทุกประการ🔗

ประการที่ ๒ ผมเห็นวาการสงเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญนั้นก็ไมเพียงพอ เชนกันตอการแกไขปญหา เพราะอุปสรรคหลักของเรื่องนี้ไมไดอยูที่ขอกังวลทางกฎหมาย แตอยูที่เจตจำนงทางการเมืองของรัฐบาล ทางออกเรื่องนี้เลยไมไดอยูที่ศาลรัฐธรรมนูญครับ ทางออกเรื่องนี้อยูที่ทำเนียบรัฐบาล ดังนั้นผมเลยเห็นวาสิ่งที่รัฐสภาควรจะทำกันมากกวา ในวันนี้ครับ คือการสงสัญญาณดัง ๆ ไปถึงทำเนียบรัฐบาลครับ เพราะถึงเวลาแลวที่ทาน นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตรจะตองแสดงภาวะความเปนผูนำและแสดงความเปน เจาภาพในการสรางเอกภาพระหวางพรรครวมรัฐบาลเพื่อผลักดันนโยบายเรือธงของตนเอง ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมใหสำเร็จครับ ขอบคุณครับทานประธาน🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ตอไปเชิญทานธีระชัย แสนแกว🔗

นายธีระชัย แสนแกว สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพ กระผม นาย ธีระชัย แสนแกว สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ทานประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาตรวมอภิปรายญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของ รัฐสภาที่ทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และพวกกระผมพรรคเพื่อไทยที่ลงชื่อเปนผูเสนอรวมทั้งญัตติ ของทานวุฒิสมาชิกเปรมศักดิ์ เพียยุระ ในวันนี้ ทานประธานครับ อยางที่พวกเราทราบและ รูกันอยูแลววาพี่นองประชาชนทั้งประเทศก็ทราบกันดีวารัฐธรรมนูญที่เราใชอยูทุกวันนี้ มันเปนรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ มันเปนรัฐธรรมนูญที่มีปญหาแลวก็แกยากมากทั้งที่ไปที่มา ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดขึ้นไดอยางไร ยกรางมาเพื่อใคร ยกรางมาเพื่อรักษาอำนาจใคร และที่สำคัญที่สุดก็คือปญหาเกี่ยวกับกระบวนการแกไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันแกยากวุนวาย หลายขั้นหลายตอนเหลือเกินครับทานประธาน ทานประธานครับ ถาจำกันไดสภาชุดที่ ๒๕ มีการเสนอแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับนี้มา ๒๐ ราง แตที่ผานมาไดเพียงรางเดียว นั้นก็คือการแกไขระบบการเลือกตั้งจาก ๑ ใบ เปน ๒ ใบเทานั้นเอง ก็เปนที่ทราบกันดี นั่นก็คือ การแกไขเปนรายมาตราครับทานประธาน ซึ่งในรางนั้นมีการแกไขเพียงเรื่องเดียวเทานั้น เมื่อเดือนกอนถาจำไดก็คือเมื่อเดือนที่แลววันที่ ๑๓ ๑๔ พรรคเพื่อไทยของกระผมก็ได มีการเสนอรางรัฐธรรมนูญพรอมทั้งเพื่อนสมาชิกพรรคฝายคานดวย เพื่อแกไขมาตรา ๒๕๖ ซึ่งกระผมก็เตรียมที่จะอภิปรายในวันนั้นดวยนะครับ ทานประธานครับ เพื่อที่จะสนับสนุน ใหมีการแกไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แตในเวลาเดียวกันทานประธานครับ กระผมมั่นใจวา จะตีความอยางไรก็เปนการแกไขรัฐธรรมนูญเพียงมาตราเดียวนาจะเริ่ม Start ไดทันที คือคิดเอง คิดเองเออเอง แกได นาจะทำได นาจะแกได นาจะทำได แตทานประธานในเวลานั้น พอถึงเวลาเพื่อนวุฒิสมาชิกมีความเห็นวาการแกไขมาตรา ๒๕๖ เปนการแกไขเพื่อเปนการ เปดทางใหมีการ ตั้ง สสร. เพื่อใหปลายทางนำไปสูการยกรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมทั้งฉบับ ซึ่งมันก็อาจจะตีความไปเชนนั้นละครับทานประธาน ทานประธานครับ กระผมก็ทราบวา ก็มีพวกเราอีกไมนอยที่ยังมีความกังวลปญหาที่รัฐสภามีอำนาจโหวตใหมีการแกไขมาตรา ๒๕๖ เพิ่ม คือเพิ่มเติมเปนเสี้ยวหมวด ๑๕/๑ จะทำไดจริง ๆ หรือไม นี่ก็คือความเห็นที่แตกตางกัน ไปแลวในขณะนั้น จนทำใหเพื่อนสมาชิกของพวกเราอภิปรายไมเห็นดวย การประกาศวา จะรวมการพิจารณารางรัฐธรรมนูญฉบับนั้น กระผมก็เลยวิเคราะหสถานการณตอนนั้นนะครับวา ถาหากเราดื้อดึงหัวชนฝาจะฝนพิจารณารางนั้นตอไป มันก็มีแตตกกับตก ไดพูดเฉย ๆ ครับ แตถึงเวลามันก็มีปญหา ก็รูและเห็นกันอยูแลว เพราะเราเห็นอยูแลววามันเปนหลุมเปนบอ มันมีเหวอยูขางหนานะครับทานประธาน มีเสาไฟฟา ขับรถจะไปชนเสาไฟฟาหรือครับ รัฐธรรมนูญของเราจะดีอยางไร จะดีเลิศประเสริฐศรีอยางไร จะรางอยางไร พวกเราจะเปน ประชาธิปไตยอยางไร ตอใหพี่นองประชาชนจะรัก จะชอบรางรัฐธรรมนูญอยางมากมายขนาดไหน ที่เราคิดวาเราจะรางขึ้น แตคะแนนเสียงโหวตเห็นชอบมันไมถึงเกณฑ มันก็ตกอยูดีละครับ ทานประธาน นี่ละครับสิ่งที่พวกเราตองมาพูดกันในวันนี้ ก็เพราะเนื่องจากมันมีคำวินิจฉัยก็พูด หลายครั้งหลายหน คำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ มีใจความวา การแกไขมาตรา ๒๕๖ เพื่อเพิ่มเติม หมวด ๑๕/๑ ยอมเปนผลใหเกิดการยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งเปนการแกไขในหลักการ สำคัญที่ผูมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญดั้งเดิม ตองมีการปกปองคุมครองหากรัฐสภาตองการ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมตองจัดใหพี่นองประชาชนซึ่งเปนผูทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ออกเสียงประชามติกอน วาสมควรรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม นี่คือความสงสัยครับ ประเทศไทยเดี๋ยวนี้มีแตความสงสัยครับ ในเมื่อมันมีความสงสัยมันมีแตกประเด็นออกไป มันก็ตองใชเราก็ควรที่จะประคับประคองตรงนี้ไวนะครับ มันก็ไมไดเสียหายนี่ครับถึงไดมีการ ยื่นญัตติในวันนี้ นอกจากนี้เรายังมีความกังวล ก็เกรงวาทานประธานครับทานรูจักบักสีหาเหตุไหม บักสีหาเหตุ อายพวกโหนกระแส อายพวกนักรอง พวกหิวแสงจะตามไปรองนี่ละครับ ทานประธาน วาเราจะทำอะไรทามกลางความไมชัดเจน มีแตเครื่องหมายคำถามสงสัย แลวมัน จะเดินหนาไดอยางไรครับทานประธาน ประเทศเรามันมีแตความสงสัย คนนี้ก็สงสัยอันนั้น คนนี้ก็สงสัยอันนี้ มีแตสงสัยมันก็เลยไมไปหนามาหลังจนทุกวันนี้ครับ ทานประธานครับ รัฐธรรมนูญเขียนไวอยางชัดเจน มาตรา ๒๑๐ (๒) บอกวา ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจพิจารณา วินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับอำนาจหนาที่ของสภาผูแทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา ชัดเจนครับ ดังนั้นครับมันไมผิดหรอกครับที่เราจะยื่นญัตติในวันนี้ เมื่อเราไมมีความมั่นใจถึงกระบวนการ ที่ถูกตองอยางแทจริง กระผมคิดวาการที่เราจะสอบถามความชัดเจนไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะใหเรารูกระบวนการที่ถูกตอง เพื่อที่จะทำใหเราแกไขรัฐธรรมนูญไดอยางสำเร็จ กระผมคิดวาเราสมควรทำนะครับทานประธาน แลวที่สำคัญนะครับ ญัตติของทานวิสุทธิ์ และพรรคเพื่อไทยไมไดเปนการถามซ้ำแลวซ้ำอีกนะครับทานประธานหรือสงสัยในอำนาจ ของตัวเองประการใด เพราะถาทานลองดูใหดี ๆ พวกเราสอบถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญอยางนี้ ๑. พวกเราถามวารัฐสภาจะพิจารณาและลงมติรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมที่มีบทบัญญัติ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมไดหรือไมครับ อันนี้อันดับแรก คำถามแรกที่ถามไป🔗

คำถามที่ ๒ การพิจารณาและลงมติรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมฉบับนี้ พวกเราทำไดโดยไมมีผลการออกเสียงประชามติวาพี่นองประชาชนประสงคจะใหมีรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมไดหรือไม อยางที่เพื่อนสมาชิกไดพูดกันอยูนี่นะครับ นี่คือเนื้อหาสาระของญัตติ พวกเราในวันนี้ อยากจะเรียนผานทานประธานสภาไปยังพี่นองประชาชนนะครับวา ที่บางทาน อาจสงสัยทำไมตองถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญกอนครับ เพราะการถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้เราถามไปอีกขั้นตอนหนึ่งที่ล้ำหนากวา และเปนอีกขั้นตอนในความกาวหนาในการแกไข รัฐธรรมนูญ ถาเราถามมันก็เปนความกาวหนาครับ ถาเราไมถามมันก็ลาหลังครับ เพราะอยางไร มติก็ไมผานอยูแลว ดังนั้นกระผมจึงขอสนับสนุนญัตตินี้เพื่อทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และทาน สว. เปรมศักดิ์ เพียยุระ ในวันนี้ ขอขอบพระคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา ปฏิบัติหนาที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณพรชัย วิทยเลิศพันธุ ครับ🔗

นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธานรัฐสภา เพื่อน ๆ สมาชิกรัฐสภาที่เคารพทุกทาน กระผม พรชัย วิทยเลิศพันธุ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะ สมาชิกรัฐสภาครับ วันนี้ผมขอมีสวนรวมในการอภิปรายญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติ ใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ซึ่งทาน สว. เปรมศักดิ์ เพียยุระ และทาน สส. วิสุทธิ์ ไชยณรุณ เปนผูเสนอครับ กอนอื่นผมขอแสดงจุดยืนนะครับวาผมไมเห็นดวยกับการที่ ฝายนิติบัญญัติอยางรัฐสภาซึ่งประกอบไปดวยสภาผูแทนราษฎรและวุฒิสภาจะตองอาศัย อำนาจของฝายองคกรอิสระที่เปนตุลาการอยางศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความวา ตกลงแลว เราควรทำประชามติกอนหรือหลังที่รางรัฐธรรมนูญเพื่อตั้ง สสร. จะเขาวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง และวาระที่สามในสภา เหตุผลเพราะเราก็เคยใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นนี้แลว ถึง ๒ ครั้ง ครั้งแรกในป ๒๕๖๔ ซึ่งก็มีคำวินิจฉัยวาใหทำแค ๒ ครั้ง คือใหถามประชาชนกอน วาจะใหมีรัฐธรรมนูญใหมหรือไม และเมื่อรางเสร็จก็ใหถามอีกครั้งเพื่อใหรับรองเนื้อหา ในรัฐธรรมนูญเทากับทำแคกอนและหลังรวม ๒ ครั้งเทานั้นครับ และอีกครั้งหนึ่งเมื่อป ๒๕๖๗ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็ไมเห็นวาเรื่องนี้เปนคดีและไมรับเรื่องไปวินิจฉัยครับ ซึ่งเรื่องจำนวนครั้ง ในการทำประชามตินาจะชัดเจนจากคำวินิจฉัย ป ๒๕๖๔ แลวนะครับ แตปญหาที่ทำใหรัฐสภา ของเราตองมีญัตติดวนในวันนี้ก็เพราะมีผูสงสัยในคำวินิจฉัยนั้นวา เราควรทำประชามติ เพียง ๒ ครั้งจริงหรือ และตองทำประชามติ ณ จังหวัดไหน กอนหรือหลังที่รางธรรมนูญ จะเขาที่ประชุมของรัฐสภากันแน เมื่อเราไปดูคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๔ เราจะเห็น ขอความระบุชัดวา หากรัฐสภาตองการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมตองทำประชามติเสียกอน แลวเราจะรูไดอยางไรวารัฐสภาตองการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมครับ การที่พรรคเพื่อไทย กับพรรคประชาชนยื่นรางเขามามันแสดงใหเห็นเจตจำนงของพรรคการเมืองเพียง ๒ พรรคเทานั้น ซึ่งไมใชความตองการของรัฐสภา ซึ่งการที่รัฐสภาจะแสดงความตองการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมไดก็ตองผานการพิจารณาแลว ๓ วาระนั่นเอง คำวินิจฉัยก็ชัดเจนนะครับแทบจะไมตอง ตีความอยางไรแลว ซึ่งผมเองก็เขาใจวาทานประธานรัฐสภาก็เห็นดวยจึงไดบรรจุการพิจารณา รางแกไขรัฐธรรมนูญดังกลาวเปนวาระการประชุมรวมเมื่อวันที่ ๑๓ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ ที่ผานมา แตพรรคการเมืองที่เปนผูยื่นรางเขามากลับใช Tactic นับองคประชุมแตไมแสดงตน แมจะอยูในที่ประชุมจนสภาลมไป ๒ รอบ เปลืองเงินภาษีประชาชนไปหลายลานบาทครับ ซึ่งก็นาทำใหเคลือบแคลงในความจริงจังจริงใจของพรรคการเมืองดังกลาวในการแกไข รัฐธรรมนูญเปนอยางยิ่งครับ ผมจึงอยากตั้งคำถามวารัฐสภาของเรากำลัง ๒ มาตรฐานหรือเปลา ถาเรายังจำกันไดเมื่อ ๒ สัปดาหที่แลวตอนที่เราพิจารณาเรื่องการแกไขขอบังคับการประชุมรัฐสภา เพื่อใหอำนาจคนนอกที่ไมใชสมาชิกรัฐสภาไดมาเปนกรรมาธิการพิจารณารางรัฐธรรมนูญ ผมเสนอวาหากรัฐสภาจะตัดสินกันเองวารัฐธรรมนูญนี้ไมเปดชองใหประชาชนคนนอกเขามา เปนกรรมาธิการเราควรจะยื่นเรื่องปรึกษาศาลรัฐธรรมนูญกอนหรือไม ที่ประชุมรัฐสภาแหงนี้ ก็มีมติวาไมตองเราฟนธงไดเองเลยวาไมได รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ไมเปดชองใหประชาชน คนนอกมีสิทธิเขามาเปนกรรมาธิการรวม แลวก็โหวตการแกไขขอบังคับดังกลาวใหตกไป แตวันนี้ครับทานประธาน เรากำลังจะมีมติยื่นใหศาลรัฐธรรมนูญตัดสินวาเราตองทำประชามติกี่ครั้ง แลวตองทำในชวงเวลาไหนบางครับ ทั้ง ๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญก็เคยมีมติเรื่องนี้มาแลวผมก็เลย ไมแนใจวาตกลงรัฐสภาแหงนี้ในฐานะองคกรนิติบัญญัติสูงสุดของประเทศมีอำนาจในการตีความ รัฐธรรมนูญเองหรือวาไมมี หรือจะมีหรือวาไมมีนี่ก็แลวแตสะดวก แลวแตวาเรื่องนั้นเอื้อ กับความตองการและประโยชนของแตละพรรคการเมืองในชวงเวลานั้นหรือไม อยากประวิงเวลา ในการแกไขรัฐธรรมนูญก็ยื่นใหศาลรัฐธรรมนูญตีความซ้ำแลวซ้ำเลา แตถาไมอยากใหประชาชน มีสวนรวมในฐานะกรรมาธิการพิจารณารางรัฐธรรมนูญ เราก็ไมตองปรึกษาศาลรัฐธรรมนูญเลย เราฟนธงเองกันไดเลย อยางนี้จะไมเรียกวา ๒ มาตรฐานไดหรือครับ ผมจึงขออนุญาต ตั้งคำถามดัง ๆ อีก ๒ ขอตอญัตติดวนทั้ง ๒ ญัตติในวันนี้ดังตอไปนี้ครับ🔗

ประการแรก เปนเรื่องสมเหตุสมผลหรือไมที่ขั้นตอนในการแกไขรางรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม ซึ่งควรจะเปนเรื่องของฝายนิติบัญญัติกลับจะไปใหอำนาจฝายองคกรอิสระที่เปน ตุลาการตัดสินวาจะทำไดหรือทำไมได หลังจากพรรครวมรัฐบาลบางพรรคไปแถลงหลังสภาลม ๒ รอบครั้งที่แลววาอยากจะเดินทางออมยังจะดีเสียกวา จริง ๆ แลวรัฐสภาแหงนี้กำลังหลงทาง หรือเปลาครับ รัฐสภาแหงนี้จะเดินตออยางไรหากศาลรัฐธรรมนูญก็ยืนยันตามคำวินิจฉัยเดิม เมื่อป ๒๕๖๔ วาใหทำประชามติ ๒ ครั้ง ครั้งหนึ่งกอนการแกไขรัฐธรรมนูญและอีกครั้ง หลังการรางรัฐธรรมนูญ หรือไมก็ไมเห็นวาเรื่องนี้เปนคดีแลวก็ไมรับเรื่องไปวินิจฉัยเหมือนตอนยื่น เมื่อป ๒๕๖๗ อะไรครับที่ทำใหทานคิดวาครั้งนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะใหคำตอบที่ตางออกไป ไมเหมือนเดิมครับ🔗

ประการที่ ๒ การที่พรรคทานสนับสนุนการยื่นเรื่องไปใหศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยก็เทากับวาทานเองก็ไมแนใจเหมือนกันวาตองทำประชามติกอนยื่นรางหรือเปลา ถาพรรคทานยังไมแนใจในเรื่องดังกลาวตั้งแตตน พรรคทานยื่นรางประกบพรรคประชาชน ทำไม ทำไมไมไปทักทวงประเด็นนี้ตอนประชุมวิป ๓ ฝาย แลวก็ขอใหยื่นเรื่องใหศาลรัฐธรรมนูญ ใหคำวินิจฉัยตั้งแตกอนที่ทานจะยื่นรางประกบมา ทำไมเพิ่งมากลัวคิดไดวาจะมายื่นตอน จังหวะนี้ครับ การกระทำที่ลักปดลักเปดเชนนี้ตีความไดหรือไมวาเปนการเตะถวงกระบวนการ แกรัฐธรรมนูญ ผลของความลักลั่นของทานก็คือมีความเปนไปไดนอยมากแลวที่เราจะได เริ่มกระบวนการแกไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับในสมัยการประชุมนี้ เมื่อป ๒๕๖๔ ศาลรัฐธรรมนูญ ใชเวลากอนที่จะมีคำวินิจฉัย ๔๐ วันครับ ถาเราดูตารางมาตรฐานเวลาเดิมและรัฐสภามีมติ ยื่นขอคำวินิจฉัยตอศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้เลย นับจากวันนี้ไป ๔๐ วันก็ไมทันปดสมัยประชุมนี้ ก็คือวันที่ ๑๐ เมษายนแลวครับ ทานประธานครับ ประโยชนเดียวที่ผมเห็นวาการยื่นญัตติดวน ในวันนี้จะชวยไดก็คือหาก ผมขอย้ำวาหากนะครับ หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยใหทำ ประชามติครั้งที่ ๑ กอนเริ่มกระบวนการใด ๆ ในสภา ผมก็หวังวาผลของประชามติจากเสียง สวนใหญของประชาชนที่เราจะทราบกอนการโหวตวาจะแกหรือไมแกรัฐธรรมนูญจะชวย โนมนาวใหทานเพื่อน ๆ สมาชิกวุฒิสภาของผมอยางนอย ๖๗ ทาน ซึ่งตามมาตรา ๑๑๔ ของรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ บัญญัติใหตองปฏิบัติหนาที่เปนผูแทนปวงชนชาวไทยโดยไมอยู ในความผูกมัดแหงอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำใด ๆ จะเคารพมติของปวงชนชาวไทย ที่สะทอนผานผลการทำประชามติและไมทำตัวเปนจระเขขวางคลอง ขวางกระบวนการแกไข รัฐธรรมนูญอันเปนความตองการของปวงชนชาวไทยที่ปฏิเสธไมได หากผลประชามติครั้งแรก ออกมาเปนเอกฉันทวาปวงชนชาวไทยตองการแกไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับครับ แลวหากเรา จะพูดเรื่องของการเคารพบัญญัติในรัฐธรรมนูญอยางเครงครัด มาตรา ๑๑๓ ของรัฐธรรมนูญ ก็ระบุอยางชัดเจนวา สมาชิกวุฒิสภาตองไมฝกใฝหรือยอมตนอยูใตอาณัติของพรรคการเมืองใด ๆ ผมจึงหวังเปนอยางยิ่งวาในเรื่องที่มีความสำคัญอยางยิ่งอยางการแกไขรัฐธรรมนูญสมาชิก วุฒิสภาทุกทานจะทำหนาที่เปนตัวแทนปวงชนชาวไทยตามบัญญัติในรัฐธรรมนูญอยางแทจริง และไมทำตัวเปนตัวแทนของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งตามที่สังคมกำลังตั้งขอครหา จนเกิดวิกฤติศรัทธาตอสถาบันวุฒิสภาอยางใหญหลวงที่สุดในประวัติศาสตรชาติไทยอยางที่ เปนอยู ณ ขณะนี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณพนิดา มงคลสวัสดิ์ ครับ🔗

นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

เรียนประธาน ที่เคารพ ดิฉัน พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ อำเภอเมือง ตำบลทายบาน ปากน้ำ บางเมือง บางโปรง บางดวน พรรคประชาชนคะ วันนี้ ดิฉันขอเปน ๑ เสียงในการอภิปรายคัดคานขอใหรัฐสภามีมติใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) คะ ทานประธานคะ ศาลรัฐธรรมนูญถูกจัดตั้งขึ้นมาโดยมีเจตนารมณเพื่อรักษาความเปน กฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ โดยเนนการถวงอำนาจของฝายนิติบัญญัติ โดยเฉพาะการตรากฎหมายและตรวจสอบวาการใชอำนาจนั้นชอบดวยรัฐธรรมนูญหรือไม ฟงดูเหมือนจะยิ่งใหญใชไหมคะ แตถึงกระนั้นแลวหากเปนไปตามหลักการอำนาจในการ วินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเองก็มีอยูตามขอบเขตที่ระบุไวในกฎหมาย ไมใชนึกจะวินิจฉัยคดีใด ก็หยิบยกขึ้นมาวินิจฉัยไดเสมอไป เพราะอำนาจการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีบอเกิดหลัก มาจากรัฐธรรมนูญและบอเกิดรองมาจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือ พ.ร.ป. ฉบับตาง ๆ ซึ่งเปนกฎหมายที่อธิบายขยายความเนื้อหาที่อยูในรัฐธรรมนูญคะ ฉะนั้นแลว หากไมไดมีการบัญญัติไวในบอเกิดนี้ทั้ง ๒ บอวาเปนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัย แมจะมีบุคคลหรือองคกรใดยื่นคำรองไปศาลธรรมนูญก็ไมสามารถรับคดีไววินิจฉัยได สำหรับ คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยนั้นเรียกสั้น ๆ วาคดีรัฐธรรมนูญ จำแนกเปน ๔ ประเภท ๑. ตรวจสอบความชอบดวยรัฐธรรมนูญของกฎหมายทั้งกอนและหลังการประกาศใช วามีเนื้อหาขัดหรือแยงกับรัฐธรรมนูญหรือไม ๒. ตรวจสอบรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติม วามีเนื้อหาขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๕ ซึ่งก็เปนการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐหรือ ระบอบการปกครองหรือไม รวมถึงตรวจสอบวามีการทำประชามติในการแกไขเนื้อหาหมวด ที่รัฐธรรมนูญกำหนดวาจะตองมีการทำประชามติหรือไม ๓. ตรวจสอบกระบวนการจัดทำ หนังสือสัญญาสำคัญอยางเชนความตกลงระหวางประเทศที่รัฐสภาตองใหความเห็นชอบ และ ๔. วินิจฉัยชี้ขาดปญหาเกี่ยวกับอำนาจหนาที่ของสภาผูแทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรีและองคกรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ทานประธานคะ ประเด็นสำคัญที่รัฐสภา จะตองพิจารณากันกอนลงมติก็คือญัตติที่ถูกเสนอโดยวิปรัฐบาลและ สว. ในวันนี้ มีองคประกอบที่ครบถวนพอที่จะเขาขายเปนคดีรัฐธรรมนูญประเภทที่ ๔ ที่ดิฉันไดกลาวมา หรือไม อางอิงตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๔ วางหลักไววาการยื่นขอใหศาลพิจารณาวินิจฉัยคดีตามมาตรา ๗ (๒) หนึ่งในนั้น ก็คือวินิจฉัยอำนาจหนาที่ของรัฐสภาแหงนี้คะ ตองเปนปญหาซึ่งเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจ ที่เกิดขึ้นแลว โดยในกรณีที่ปญหานั้นเกิดขึ้นกับหนวยงานใดตองใหหนวยงานนั้นเปนผูมีสิทธิ ยื่นหนังสือตอศาลขอใหศาลพิจารณาวินิจฉัย ชา ๆ ชัด ๆ นะคะ ตองเปนปญหาซึ่งเกี่ยวกับ หนาที่และอำนาจที่เกิดขึ้นแลว จะเห็นไดวาองคประกอบเงื่อนไขสำคัญในกรณีนี้คือการที่ รัฐสภาตองใชอำนาจนั้นไปแลวหรือกำลังใชอำนาจนั้นอยูจึงจะถือวาเปนการใชอำนาจ ที่เกิดขึ้นแลว ทีนี้มาพิจารณากัน ขอเท็จจริงที่เกิดขึ้นในวันนี้ รัฐสภาแหงนี้ยังไมไดมีการ พิจารณารางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมเลยคะ ยังไมเขาวาระดวยซ้ำ ดังนั้นทายที่สุดแลวตอให วันนี้เรามีมติยื่นขอใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญเองก็อาจจะไมสามารถรับ คำรองไดอยูดีเพราะมันยังไมเขาองคประกอบของคดีตามกฎหมาย และสิ่งที่ดิฉันกลาวไป ก็ไมใชวาอานกฎหมายแลวนั่งเทียนตีความหรือคิดสถานการณขึ้นมาลอย ๆ นะคะ หากแต ยอนกลับไปดูเมื่อครั้งทานประธานรัฐสภาหรือทานประธานวันมูหะมัดนอร มะทา ขออนุญาต พาดพิงคะ ไดยื่นคำรองตอศาลรัฐธรรมนูญขอใหวินิจฉัยอำนาจตัวเองในประเด็นลักษณะ เดียวกันนี้เมื่อตนป ๒๕๖๗ จากประเด็นที่ถกเถียงวาการเสนอแกไขรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมโดย สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งนั้นรัฐสภามีอำนาจในการลงมติพิจารณา แกไขไดเลยหรือตองทำประชามติกอน ในครั้งนั้นรัฐสภาก็ถกเถียงกันแบบนี้ มีความขัดแยง มีความเห็นที่แตกตางกันแบบวันนี้เลยคะ ประธานจึงสงไปถามศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลเอง ก็ตอบกลับมาวาวินิจฉัยโดยละเอียดแลว ชัดเจนแลว การแกรัฐธรรมนูญเปนอำนาจรัฐสภา ไมตองกังวลวาจะขัดตอกฎหมาย ทำได หรือไมไดขัดตอคำวินิจฉัยของศาลธรรมนูญคะ มีมติ ๗ ตอ ๐ ไมรับคำรอง ดวยเหตุผลที่วาไมใชปญหาซึ่งเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจที่เกิดขึ้นแลว จึงไมตรงกับเงื่อนไขตาม พ.ร.ป. วาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญคะ อีกขอโตแยงหนึ่งคะ คือเรื่องการทำประชามติ จริง ๆ แลวศาลก็เคยวินิจฉัยไปแลวตามคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๔/๒๕๖๔ วารัฐสภามีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม การทำประชามติตลอดกระบวนการเขียนรัฐธรรมนูญใหมนี้ทำแค ๒ ครั้งคือกอนจัดทำ รัฐธรรมนูญและหลัง สสร. จัดทำรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมแลว ไมมีกฎหมายบังคับใหรัฐสภา ตองทำประชามติกอนเสนอรางแกไขรัฐธรรมนูญ และคำวินิจฉัยศาลธรรมนูญเปนที่ยุติแลว มีครั้งที่ ๑ แลว มีครั้งที่ ๒ แลว อยาใหมีครั้งที่ ๓ เลยคะทานประธาน อีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากจะสื่อสารกับพอแมพี่นองประชาชนที่รับฟงการอภิปรายครั้งนี้อยู รวมถึงเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะบางทานที่ตั้งคำถามวาทำไมพรรคประชาชนเหตุใดจึงคิดแตจะ แกรัฐธรรมนูญอยูได ดิฉันขอตอบนะคะวาหากกฎหมายสูงสุดของประเทศนี้ซึ่งเปนบทบัญญัติ กำหนดบทบาทแบงแยกอำนาจอธิปไตย ๓ ฝาย ทั้งบริหาร ตุลาการและนิติบัญญัติกลับไมเปน ประชาธิปไตยแลวมีปญหาเชิงโครงสรางหลายประการ แลวคุณภาพชีวิตพี่นองประชาชน ในประเทศนี้จะดีไดอยางไรคะ จริง ๆ แลวเรา ๆ ทาน ๆ ตางก็เคยออกมาประกาศเปน นโยบายในการหาเสียงเมื่อครั้งป ๒๕๖๖ พรรคเพื่อไทยทานเองก็ใชเปนนโยบายเรือธงดวยซ้ำ เพราะเราตางก็รูดีวามันมีปญหาทุกคนไดรับผลกระทบ ทานประธานคะ อยางเหตุการณวันนี้ ก็เปนกรณีตัวอยางที่เห็นไดชัดวาทำไมเราจึงควรตองจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม การที่สมาชิก รัฐสภาตองมานั่งวิตกกังวลวาถาพิจารณารางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมแลวจะขัดรัฐธรรมนูญ หรือไมจะตอง Play Safe ดวยการทำประชามติกอนหรือเปลา จะตองทำประชามติกี่ครั้งกันแน สิ่งเหลานี้ลวนเปนผลพวงมาจากการทำรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญแลวเขียนใหมใหอำนาจ ศาลรัฐธรรมนูญแผขยายลนเกินจนสรางความหวาดกลัวตอฝายนิติบัญญัติในการปฏิบัติ หนาที่ พี่นองประชาชนที่รับฟงอยูทางบานทานประธานคะทานทราบหรือไมวาวัตถุประสงค ของการจัดตั้งศาลธรรมนูญ แรกเริ่มเดิมทีนั้นมีขึ้นมาเพื่อปฏิรูปการเมือง ทำใหรัฐบาล มีเสถียรภาพมีกลไกตรวจสอบเพื่อประกันสิทธิเสรีภาพของพี่นองประชาชน มีหนาที่เพียง ตรวจสอบ พ.ร.บ. ที่ผานสภาคะวาขัดหรือแยงกับรัฐธรรมนูญหรือไม แลวสาเหตุที่วันนี้ พวกเราตองกลัวแบบนี้ก็เพราะวายิ่งมีการรัฐประหารฉีกอำนาจรัฐธรรมนูญมากเทาไรอำนาจ ของศาลรัฐธรรมนูญก็เพิ่มมากขึ้นเทานั้นโดยเฉพาะอำนาจที่พัวพันกับเรื่องการเมือง ทั้งอำนาจยุบพรรค อำนาจตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี ตัดสิทธิ สส. ดูวาพฤติกรรมบุคคลใด ลมลางการปกครองหรือไม ฝาฝนจริยธรรมหรือเปลา นายกรัฐมนตรียังเคยถูกใหพนตำแหนง มาแลว อีกทั้งยังขาดความยึดโยงกับพี่นองประชาชนคะจนขาลอย จากรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๔๐ ฉบับที่กอตั้งสรางศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมา สว. ไมนอยกวา ๑ ใน ๓ หรือประชาชน ๕๐,๐๐๐ คน สามารถเขาชื่อใหถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได ประธานวุฒิสภาจะสงเรื่องใหคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตรวจสอบขอกลาวหา หาก ป.ป.ช. ชี้วามีมูล วุฒิสภาลงมติถอดถอนดวยเสียงไมนอยกวา ๓ ใน ๕ ไดเลย แตในรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ ปจจุบันนะคะการถอดถอนแทบเปนไปไมได เพราะใหกลไกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบกันเองผานที่ประชุมใหญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญประชาชนพวกเรา สส. สว. ไมมีสิทธิถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง ชัดเจนคะวาขาดกลไกตรวจสอบถวงดุลจากภายนอกจึงมักถูกถามเรื่องความโปรงใสคะ เพราะศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีอำนาจสูงแตกลไกความชอบธรรมทางประชาธิปไตยต่ำ สะทอนชัด ในภาพปจจุบันที่อำนาจของฝายตุลาการลนเกินมากดทับของฝายนิติบัญญัติจากศาลรัฐธรรมนูญ ที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาโดยเจตนารมณที่ดิฉันกลาวไปขางตน กลับกลายเปนถูกใชเปนเครื่องมือ ในกระบวนการนิติศาสตรสงครามเปนอาวุธหอก ดาบ กระบอกปนปดชีพคูแขงทางการเมือง ที่เห็นตางหรือกระดางกระเดื่องตอผูมีอำนาจ ชี้ชะตาทางการเมืองของบุคคลไดอยางเบ็ดเสร็จ เด็ดขาดแทบจะสถาปนาตัวเองเปนรัฐธรรมนูญเสียเอง วันนี้เรามีหนทางเดียวที่จะปฏิเสธการใช อำนาจเหลื่อมล้ำแดนองคกรอื่น ๆ ของศาลรัฐธรรมนูญคะ นั่นคือเราตองยืนยันอำนาจ กลับไป รัฐสภาตองยึดมั่นในอำนาจของฝายนิติบัญญัติยืนยันหลักการวาเรามีอำนาจริเริ่ม ในการแกไขรัฐธรรมนูญได นาผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นทุกวันนี้กลับกลายเปนวารัฐสภาจะทำอะไร ก็ตองถามศาลรัฐธรรมนูญกอนวาทำไดหรือไม ทำอยางกับวาศาลรัฐธรรมนูญเปนที่ปรึกษา ทางกฎหมายของรัฐสภาคะ ถามแลวถามอีก ถามซ้ำ ๆ ถามมันอยูอยางนั้นเสมือนวา ผูแทนราษฎรในฐานะฝายนิติบัญญัติอยางเรา ๆ ยอมรับอำนาจที่ล้ำแดนมาของฝายตุลาการ ไปโดยปริยาย วันนี้ดิฉันตองย้ำนะคะวาศาลรัฐธรรมนูญไมใชกฤษฎีกา รัฐสภาอยาเขาใจผิด แลวตองอยาเขาไปมีสวนรวมในการทำใหขอบเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญกวางขวาง ไปมากกวานี้เพราะนี่คือเขตแดนอำนาจของประชาชน🔗

สุดทายนี้นะคะ ดิฉันย้ำความกังวลอีกครั้งคะวาหากวันนี้รัฐสภามีมติในการ เห็นชอบยื่นใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นตามญัตติในเลมนี้นะคะ ศาลรัฐธรรมนูญเอง ก็อาจจะไมสามารถรับคำรองไดอยูดี สิ่งที่เรากำลังจะถกเถียงกันอยูในตอนนี้เปนเรื่องเสียเวลา ทานประธานคะ เราทุกคนในที่นี้คะเปนตัวแทนความคิดของคนในสังคมทุกฝงฝาย เราเห็น ตางกันในบางเรื่องแตดิฉันมั่นใจวามีหลาย ๆ เรื่องที่เราเห็นตรงกันเพราะเรามันหัวอกเดียวกัน หากทานจะทำใหการรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมเปนไปอยางลาชานั่นเทากับวาทานกำลังพาเรา ทุกคนไปตกอยูในสภาวะอันตราย เราอันตรายทานก็อันตรายหากเราไมสามารถปดชอง รัฐประหารได เราอันตรายทานก็อันตรายหากเราไมมีหลักประกันสิทธิเสรีภาพมาปกปอง พวกเราทุกคน เราอันตรายทานก็ยิ่งอันตรายคะหากศาลรัฐธรรมนูญและองคกรอิสระจะแผขยาย อำนาจไปไกลเกินขอบเขตของเจตนารมณในการจัดตั้งจนแทบจดจำไมได ที่แครัฐสภาแหงนี้ จะแกกฎหมายตามหนาที่ยังตองกลัว เราอันตรายทานก็อยาคิดวาทานจะปลอดภัยในสังคม ที่ชองวางความเหลื่อมล้ำมันถี่หางออกจากกันขนาดนี้ระบบเศรษฐกิจที่เปนระบบอุปถัมภ และการกระจายอำนาจที่ไปไดไกลแคยอดมะพราวเราทุกคนไดรับผลกระทบเดียวกันหมด เราจายคาไฟ จายคาเทอมสงลูกไปโรงเรียนคะ ไปซื้อของในตลาด เราไปโรงพยาบาลเหมือนกัน เราเปนคนไทยเหมือนกันหากทานไมไดอยูในสายปานอุปถัมภนี้ทานคือผูที่ถูกกดขี่อยูทั้งหมด และหนทางที่เราจะหยุดวงจรนี้ไดคือรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมที่มาจากน้ำมือของพี่นอง ประชาชนเปนกฎหมายหลักของประเทศ หากทานยังเตะถวงขัดขวางและไมแสดงความจริงใจ ในการเดินหนารางรัฐธรรมนูญฉบับใหมแบบนี้ หลีกเลี่ยงไมไดที่ทานตองเจอคำถามสำคัญคะ วาใครไดประโยชนจากการที่ประเทศนี้ไมเปลี่ยน ใครไดประโยชนจากการที่โครงสรางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองจะยังคงอยูแบบนี้ตอไป ทานหรือใคร แตที่แน ๆ ไมใชเราประชาชนคะ🔗

สุดทายแลวคะทานประธาน ดิฉันเชื่อมั่นเปนอยางยิ่งวานี่คือจุดรวมสำคัญ ที่พี่นองประชาชนเห็นตรงกันจากผลการเลือกตั้งป ๒๕๖๖ เราตองการรัฐมนตรีฉบับใหมที่มา จากประชาชนอยางแทจริง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่หาเสียงไวกับ นโยบายนี้ควรทำ คือการหันกลับมาหาหลังพิงเดียวที่เรามีคือฉันทามติของพี่นองประชาชน ยืนยันในอำนาจนิติบัญญัติเดินหนาพิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม มาตรา ๒๕๖ และเพิ่ม หมวด ๑๕/๑ ใหเรามี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เปดประตูไปสูการรางรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม พาประเทศไทยไปสูความเปนประชาธิปไตยเต็มใบทำใหกฎหมายสูงสุดของประเทศนี้ มาจากประชาชนโดยประชาชนเพื่อประชาชนอยางแทจริง ขอบคุณคะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณลิณธิภรณ วริณวัชรโรจน ครับ🔗

นางสาวลิณธิภรณ วริณวัชรโรจน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนทานประธาน รัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวลิณธิภรณ วริณวัชรโรจน สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาขอรวมอภิปรายในการพิจารณาญัตติดวน เรื่อง ขอให รัฐสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของ รัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ซึ่งเสนอโดยทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และ นายแพทย เปรมศักดิ์ เพียยุระ ประธานรัฐสภาที่เคารพคะ ไมวาในที่ประชุมรัฐสภาของเรา จะมีความเห็นแตกตางกันเพียงใดคะ แตสิ่งที่สำคัญที่สุดของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา คือเราตองทำใหรัฐสภาทำหนาที่ไดตามกลไกและอำนาจที่มีคะ แตสัปดาหที่ผานมาคะพี่นอง ประชาชนหลายคนเห็นวารัฐสภาเดินหนาตอไมได เพราะมันมีความเห็นตางในเรื่องของ อำนาจหนาที่ที่วานั้น ซึ่งเปนกำแพงกั้นไมใหพวกเราทุกคนเดินหนาพิจารณาแกไขรัฐธรรมนูญ ตอไปคะ นี่จึงเปนเหตุผลที่ดิฉันจะขอเปนอีก ๑ เสียงเชิญชวนเพื่อนสมาชิกทุกทานที่ไดรับ ฉันทามติจากพี่นองประชาชนใหมาทำหนาที่ในหองประชุมแหงนี้รวมลงมติสนับสนุนญัตตินี้ ไมใชเพียงเพื่อเตะถวงเวลาหรือยืดเยื้อออกไปนะคะทานประธาน แตเพื่อใหกระบวนการ แกไขรัฐธรรมนูญของเราไมสะดุดเพื่อใหไดรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใหมที่ทำไดไมใชแคไดทำคะ สิ่งที่ดิฉันพูดจนถึงวินาทีนี้ดิฉันเชื่อมั่นเหลือเกินวาทุกคนและทุกฝายลวนตระหนักกันดีวา รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ป ๒๕๖๐ มีปญหาและจำเปนตองแกไขรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ถูกจัดตั้งขึ้นภายใตสถานการณพิเศษคะทานประธาน ซึ่งกระบวนการยกรางไมไดเปดโอกาส ใหพี่นองประชาชนเขามามีสวนรวมอยางแทจริง หรือแทบจะเรียกไดวาขาดความชอบธรรม เสียดวยซ้ำ ดังนั้นตั้งแตกระบวนการตนน้ำกันเลย คณะกรรมการยกรางที่มาจากการแตงตั้ง ของผูกอการรัฐประหารอยางคณะรักษาความสงบแหงชาติ คสช. กระบวนการกลางน้ำ ก็เชนเดียวกันคะบรรดาสารัตถะที่ไมเปนประชาธิปไตยทั้งที่โจงแจงและที่สอดไสอยูใน บทบัญญัติสวนตาง ๆ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และปลายน้ำที่ผานมาถึง ๘ ปคะที่เราอภิปราย กันอยูนี้ใชเวลาถึง ๘ ปในความพยายามแกไขรัฐธรรมนูญและยังเปนเพียงแคแสงสวาง ปลายอุโมงคอยูรำไรเทานั้นนะคะทานประธาน สะทอนใหเห็นแลววากติกาสูงสุดของประเทศ ฉบับนี้เปนหวงโซที่ตึงรั้งประเทศและจำกัดการแกไขเพิ่มเติมไวอยางยากลำบากเพียงใดคะ ทานประธานรัฐสภาที่เคารพคะ เมื่อกลาวมาถึงจุดนี้ดิฉันเขาใจดีดวยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๔ ที่ระบุวาตองมีการถามประชามติจากพี่นองประชาชนกอน เมื่อการพิจารณาแกไข รัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นทำใหเพื่อนสมาชิกรัฐสภาบางสวนเกิดความกังวลไมเขารวมพิจารณา วาระแกไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อตอบขอซักถามกับเพื่อนสมาชิกนะคะ ไมวาศาลรัฐธรรมนูญ ในอนาคตจะตีความเปนอยางไรแตพรรคเพื่อไทยจะทำใหกระบวนการแกไขรัฐธรรมนูญ ครั้งนี้เปนไปดวยความรอบคอบอยางที่สุดคะ ซึ่งหากเสียงของ สว. ไมสนับสนุน ๖๗ เสียง หรือมีเสียงของ สส. บางสวนที่เห็นตาง ความพยายามในการกอรางสรางประชาธิปไตย ก็จะหมดลงทันที ปดประตูบานแรกในการแกไขรัฐธรรมนูญก็เทากับตกไป ประตูที่ปดลง ก็สูญเปลาเดินหนาตอไปก็เจอทางตันและตองใชเวลาอีกเทาไรคะ อีกเทาไรที่เราจะไดกลับมา เริ่มตนกันใหม บางทานวิจารณคะวาพรรคเพื่อไทยไมยืนหยัดในอำนาจของฝายนิติบัญญัติ ปลอยใหฝายตุลาการหรือองคกรอิสระขึ้นมามีอำนาจเหนือการตัดสิน พวกเรามีอำนาจในการ พิจารณากฎหมายเองหรือไม ตองบอกเพื่อนสมาชิกอยางนี้คะวาศาลรัฐธรรมนูญที่ไมไดรับ ตีความในป ๒๕๖๔ เนื่องดวยตอนนั้นรัฐสภายังไมมีการบรรจุญัตติลงไป ยังไมมีการบรรจุ และยังไมมีความขัดแยงที่เกิดขึ้นอยางในปจจุบัน ดังนั้นดิฉันจึงขอถามกลับคะ หากเราพิจารณากันไปแลวหากเกิดปญหาอำนาจหนาที่รัฐสภา ขึ้นมาจริง ๆ จนลมวาระรางรัฐธรรมนูญไปเสียหมด ฝายที่ดึงดันแกไขจะสามารถรับผิดชอบ ไดหรือไม พวกที่ไมใหแกไขไมใหยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความจะรับผิดชอบไดหรือไม จะรับผิดชอบกับเวลาที่เสียไปไดหรือไม ทานประธานรัฐสภาที่เคารพคะ ดวยเหตุนี้พรรคเพื่อไทย คิดใหญและมองการณไกล เราไมยอมอีกแลวคะใหวัฏจักรของความลมเหลววนเวียนกลับไป กลับมา ชัดเจนวาเราตองทำใหสำเร็จในรัฐบาลนี้ตามนโยบายที่พรรคเพื่อไทยไดใหคำมั่นสัญญา ไวกับพี่นองประชาชนตั้งแตชวงหาเสียงเลือกตั้งคะ สิ่งสำคัญก็คือตองทำใหการแกรัฐธรรมนูญ สำเร็จลุลวงชัดเจนตั้งแตคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีและของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ที่ประกาศตอสภาแหงนี้คะ🔗

สุดทายคะ ดิฉันขอย้ำเหตุผลและความจำเปนตอเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทุกทานวา เราควรเห็นพองตองกันตามญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา วินิจฉัยปญหาที่เกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ (๒) คะ แลวใหศาลรัฐธรรมนูญตีความโดยเฉพาะเรื่องการทำประชามติวากี่ครั้งจะไดชัดเจน เมื่อยังมีคำถามที่คาใจคะ ประชามติตองกี่ครั้งกันแน การยื่นใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ก็จะชวยยืนยันไดคะทานประธาน ในฐานะอันเปนองคกรตุลาการที่วางบรรทัดฐานทางกฎหมาย ไวเกี่ยวกับการแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยไวแลวคะ เราทุกคนในฐานะ ผูแทนประชาชนผูใชอำนาจนิติบัญญัติก็จะสามารถเดินหนาตอภารกิจไดอยางราบรื่น ตามเปาหมายพิจารณากันอยางถี่ถวนตามบรรทัดฐานของกฎหมาย และไมทำใหความพยายาม ที่ผานมาตองสูญเปลา ไมทำลายความหวังของพี่นองประชาชนตอรัฐสภาแหงนี้สูญสิ้นไปคะ เพราะทานที่สุดคะ เปาหมายของการแกไขรัฐธรรมนูญนั้นพรรคเพื่อไทยเชื่อวาการมี รัฐธรรมนูญที่เปนประชาธิปไตยจะชวยสรางเสถียรภาพทางการเมืองและเปดโอกาสให ประชาชนไดมีสวนรวมในการกำหนดอนาคตของประเทศมากขึ้น รัฐธรรมนูญควรเปน เครื่องมือที่สะทอนความตองการของประชาชน การแกไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จึงเปนการเปด ประตูบานแรกเดินหนาสูประชาธิปไตยที่แทจริง ขอบคุณคะทานประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณนรเศรษฐ ปรัชญากร ครับ🔗

นายนรเศรษฐ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา

ขอบคุณครับทานประธาน ผม นรเศรษฐ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร วันนี้ผมขออนุญาตเปนหนึ่งเสียง ที่อภิปรายคัดคานการขอใหรัฐสภามีมติใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับ หนาที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ ทานประธานครับ ประเทศไทย เรามีรัฐธรรมนูญมาแลว ๒๐ ฉบับมากเปนอันดับตน ๆ ของโลก เราตองเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ ไปฉบับแลวฉบับเลาเพราะในทุก ๆ ครั้งที่ประชาชนสวนใหญของประเทศนี้ลุกขึ้นเรียกรอง ใหกฎหมายตองเห็นหัวประชาชนนี่ก็จะเกิดคนกลุมนอยของประเทศจะพยายามขัดขวาง ปราบปรามเสียงของประชาชนดวยวิธีการตาง ๆ นานา ไมวาจะเปนการรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ หรือการใชสถาบันการเมืองมาปกปองกติกาที่ตัวเองและพวกพองไดประโยชน ผมสงสัย เหลือเกินครับทานประธานวาทำไมพอเปนประชาชนที่เปนเจาของอำนาจสูงสุดของประเทศนี้ อยากจะแกไข อยากจะรางรัฐธรรมนูญของตัวเองมันกลับลำบากยากเย็นเสียเหลือเกิน แตกลับกันพอคณะรัฐประหารซึ่งเปนคนสวนนอยของประเทศคิดอยากจะแกกลับแกไดฉีกทิ้ง ไดแคไมกี่อึดใจ โดยเฉพาะอยางยิ่งรัฐธรรมนูญฉบับปจจุบันที่มาจากคณะรัฐประหารนะครับ รางโดยคนจาก คณะรัฐประหารแคไมกี่คน จัดทำภายใตกฎหมายของคณะรัฐประหารที่ถึงแมวาจะมีการทำ ประชามติ แตก็เปนการทำประชามติภายใตบรรยากาศของความกลัว เพราะถาประชาชนคนไหน กลุมไหนไมเห็นดวยกับรัฐธรรมนูญฉบับคณะรัฐประหารก็จะถูกจับฟองเปนคดี หลายปที่ผานมา เราก็จะเห็นวาประชาชนจำนวนมากมายนับหมื่นนับแสนไดลงมาบนทองถนนเพื่อประทวง เรียกรองคัดคานรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ ซึ่งเปนรัฐธรรมนูญฉบับที่ไมมีความยึดโยงกับ ประชาชน ไมตอบสนองตอปญหาปากทองและคุณภาพชีวิตของประชาชนอยางแทจริง และสมาชิกรัฐสภาสวนใหญที่นั่งอยูในที่แหงนี้วันนี้นะครับ กอนเขามา ตัวทาน พรรคทาน หรือสังกัดของทาน ก็หาเสียงเสียดิบดีเลยวาจะสนับสนุนการแกไขรัฐธรรมนูญ แตมาดูทาที ของพวกทานในวันนี้นะครับ ทานกลับแกลงปดหูปดตานะครับ ลืมไปแลววาหลายปที่ผานมา ประชาชนเรียกรองอะไร ลืมไปแลววาขอเสนอนโยบายขายฝนที่ตัวเองบอกประชาชน กอนเลือกตั้ง เรื่องรัฐธรรมนูญเปนอยางไร ทานไมอายประชาชนหรือครับ ที่พอทานไดเขามา อยูในจุดที่สามารถแกไขไดทานก็อางกฎหมายตาง ๆ นานาสารพัดทำใหลาชา ชะลอถวงเจตจำนง ของประชาชนดวยการยื่นใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตีความอีกรอบ ทั้งที่ความเปนจริงแลว สมาชิกรัฐสภาสมัยป ๒๕๖๔ ก็เคยสงใหศาลไปวินิจฉัยกอนแลว จนเกิดเปนคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๔/๒๕๖๔ ที่วินิจฉัยแลววารัฐสภาสามารถจัดทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได โดยมีใจความวา รัฐสภามีหนาที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมได โดยตองใหประชาชนผูมีอำนาจ สถาปนารัฐธรรมนูญไดลงประชามติเสียกอนวาประชาชนประสงคจะใหมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม หรือไม และเมื่อจัดทำรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมเสร็จแลวตองใหประชาชนลงประชามติ เห็นชอบหรือไมกับรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นการที่ตอนนี้เรากำลังอางวา ตองรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนี่มันไมใชขอเท็จจริงแลวก็ไมมีความจำเปนเลย เพราะคำสั่งศาล ในครั้งนั้นก็บอกไวชัดเจนวาถาสภาแสดงเจตจำนงที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ตองให ประชาชนผูมีอำนาจลงมติ แตถาเราไมพิจารณาญัตติและลงมติการแกไขมาตรา ๒๕๖ ทั้ง ๓ วาระ มันจะเปนการแสดงเจตจำนงที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมจากสภาไดอยางไรครับ ดังนั้น ผมขอยืนยันวาพวกเราสามารถเดินหนาพิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ และ หมวด ๑๕/๑ เพื่อตั้ง สสร. จากสภาเราเอง และหลังจากนั้นจึงนำรางรัฐธรรมนูญที่แกไข มาตรา ๒๕๖ ไปขอความเห็นจากประชาชนดวยการทำประชามติครั้งที่ ๑ ได แตที่พวกทาน บางคนก็ยังลือกันในกลุมวาการแกไขครั้งนี้มันจะผิดกฎหมาย ผมเขาใจความกังวลของทาน แลวผมยืนยันวามันไมผิดแนนอนครับ เพราะคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๔ ก็บอกไว ชัดเจนแลว แตทานประธานครับ หากการที่จะใหรัฐสภาเราแกไขมาตรา ๒๕๖ โดยไมสงให ศาลวินิจฉัยนี่ ถามันจะผิดนะครับ มันคงผิดไดเพียง ๒ อยางเทานั้นครับ ๑. คือผิดใจนายใหญ ๒. คือผิดเจตนารมณของกลุมผูมีอำนาจในประเทศนี้ ทายสุดนี้ครับทานประธานครับ ผมอยากจะดึงสติสมาชิกรัฐสภาบางกลุมบางทานที่นั่งอยูในที่แหงนี้อยาลืมวาในการเลือกตั้ง ป ๒๕๖๖ ประชาชนหลายสิบลานคนเลือกพวกทานมาเพราะอะไร แลวอยาลืมวาทานเคย สัญญาอะไรไวกับประชาชนในการเลือกตั้งครั้งที่ผานมา แลวสำหรับทานสมาชิกที่ไมได ยึดโยงกับประชาชนนะครับ ทานก็อยาลืมวาใครเปนเจาของประเทศนี้ อยาลืมนะครับวา สังคมที่ทานอยากจะฝากตอใหลูกหลานของทานในอนาคตทานอยากจะใหเปนอยางไร ผม นรเศรษฐ ปรัชญากร แมจะเปนสมาชิกวุฒิสภาที่ไมไดมาจากประชาชนเหมือนพวกทาน แตผมก็ศรัทธาอยางแนวแนในหลักการของประชาธิปไตย และเชื่อมั่นอยางหนักแนนนะครับวา การเรงยกเลิกรัฐธรรมนูญจากคณะรัฐประหารที่ไมไดมาจากประชาชนจะทำใหประชาชน ถูกเห็นหัวมากขึ้น มีปากมีเสียงมากขึ้น มีคุณภาพชีวิตและปากทองที่ดีมากขึ้น ดังนั้นผมจึง อยากจะเชิญชวนทานสมาชิกรัฐสภาทุกทานในวันนี้ใหชวยกันแสดงความกลาหาญ ดวยการยืนยัน วาสิทธิในการเดินหนาแกไขรัฐธรรมนูญ สิทธินี้อยูในมือของพวกทานนะครับ ซึ่งเปนผูที่ไดรับ อำนาจมาจากประชาชนโดยตรง ไมไดขึ้นอยูกับองคกรอื่นแตอยางใดครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ตอไปขอเชิญคุณกัณวีร สืบแสง ครับ🔗

นายกัณวีร สืบแสง สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

เรียนทานประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม นายกัณวีร สืบแสง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเปนธรรม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ทานประธานครับ ขออนุญาตรวมอภิปรายไมเห็นดวยในญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และ อำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ของทั้ง ๒ ทานที่เสนอเขามา ในรัฐสภาของเราในการพิจารณา ทานเปรมศักดิ์ เพียยุระ และทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ทานประธานครับ ดวยหลักการและเหตุผลที่วาตรรกะและเหตุผลในการเสนอ ๒ ญัตติดวนนี้ ไมเปนไปตามความเปนจริง ไมเปนไปตามหลักการที่วาอำนาจสูงสุดเปนของปวงชนชาวไทย จริง ๆ แลวผมก็อภิปรายไปแลวครั้งที่ผานมาครับทานประธาน มันมีทางออกเทานั้นเองครับ ไมกี่ทาง ตอนนี้เราอยูที่ทางสามแพรง ถาสมมุติวาญัตตินี้ผานเขาไป แลวสงไปใหศาลรัฐธรรมนูญ ทานพิจารณาวินิจฉัยอีกครั้งหนึ่งจะมีทางเปนไปได ๓ ทาง ทางแรก ศาลรัฐธรรมนูญ ทานก็จะ บอกวา มีคำวินิจฉัยใหม แลวใหทำประชามติ ๒ ครั้ง อันนี้มีทางเปนไปไดครับทานประธานวา เราจะสามารถเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหมภายในป ๒๕๗๐ ทางแพรงที่ ๒ ทานศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยใหม แตใหมีการทำประชามติ ๓ ครั้งครับ อันนี้เปนไปไมไดเลยที่เราจะเห็น รัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือแมกระทั่งจะมีการจัดตั้งสสร. ทางแพรงที่ ๓ แพรงที่รายที่สุด จะกลับมาวา ศาลรัฐธรรมนูญทานก็จะบอกวายืนตามคำวินิจฉัยเดิมในป ๒๕๖๔ กลับมาที่เดิม ครับทานประธาน จะกลับเขามาที่รัฐสภาของเรา จะกลับเขามาตรงที่วา Political View หรือเจตนารมณทางดานการเมือง เรามีหรือไมครับ เราเสียเวลามาเทาไรแลวตั้งแตมี สภาผูแทนราษฎรเขามาเกือบ ๒ ปแลว เราเสียเวลามา ๒ ปกลับมาอยูที่เดิม ถาศาลรัฐธรรมนูญ ทานวินิจฉัยวายืนตามคำวินิจฉัยเดิม ๔/๒๕๖๔ ทานประธานกระผมทราบดี ทุกคนทราบดี ผมเชื่อมั่นพี่นองประชาชนทราบดีวาวันนี้ผลสรุปสุดทายรัฐสภาของเราจะมีมติอยางไร มติ ที่เราเห็นนี้ถึงแมวาผมจะตองยืนขึ้นมาแลวบอกวาไมเห็นชอบกับญัตติดวนนี้ แตผลมันก็เห็น อยูแลววามันจะคืออะไร เราไมสามารถหลอกลวงประชาชนไดครับทานประธาน ผมไมกาวลวง สว. ครับ ผมจะขอกาวลวง สส. สมาชิกสภาผูแทนราษฎร ตอนที่พวกเราหาเสียง ตอนที่เรา เขาไปหาพี่นองประชาชน ที่เราบอกวาเราอยากจะเปนคนเขามาเปนผูรับใชพี่นองประชาชน มีกี่พรรคการเมืองในสภาอันทรงเกียรติแหงนี้ที่ใชนโยบายของพรรคการเมืองในการที่ไปบอกวา เลือกผมเถอะ เลือกฉันเถอะ แลวฉันจะมาเปนผูแทนใหคุณ ผมขอพูดครับ ขอเอยชื่อพรรคตาง ๆ และขอแสดงใหทานประธานเห็นครับวานโยบายเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญของแตละพรรค มีอะไรบาง พรรคเพื่อไทย จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน โดยคงรูปแบบการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข โดยสภารางรัฐธรรมนูญหรือ สสร. ที่มาจาก การเลือกตั้งของประชาชนและผานขั้นตอนการออกเสียงลงมติโดยประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปตย แกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญใหมีความเปนประชาธิปไตยที่สมบูรณมากยิ่งขึ้น ภายใตระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนพระประมุข โดยใหมีสมาชิกสภา รางรัฐธรรมนูญ จำนวน ๒๐๐ คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน พรรคประชาธิปตย รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน บรรหาร Model ป ๒๕๔๐ ผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับปรับปรุงแกไข โดยรับฟงเสียงจากประชาชนทุกภาคสวน ตามแบบฉบับที่นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรี คนที่ ๒๑ เคยทำไวในรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ที่ไดชื่อวาเปน รัฐธรรมนูญที่ประชาชนใหการยอมรับมากที่สุด พรรคชาติไทยพัฒนา นโยบายพื้นฐานยึดมั่น การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งจะแกไข รัฐธรรมนูญ กฎหมายและกฎเกณฑตาง ๆ ใหเปนไปตามประชาธิปไตย รวมทั้งอำนวยการใหมี การปฏิบัติหนาที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องคกรอิสระ และหนวยงานอื่น ๆ ของรัฐ เปนไปดวยความยุติธรรม เสมอภาค สามารถปกปองคุมครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ตลอดจนศักดิ์ศรีความเปนมนุษย โดยธำรงไวซึ่งหลักนิติธรรมเพื่อประโยชนของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยสวนรวม คุน ๆ ไหมครับทานประธาน พรรคประชาชาติ เดินหนาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมโดย สสร. เลือกตั้งรอยเปอรเซ็นตบวกกับกระบวนการ ประชามติ ๒ ครั้ง พรรคกาวไกลในอดีต ตอนนี้คือพรรคประชาชน รางรัฐธรรมนูญประชาชน การปลดล็อกวิกฤติการเมือง ๒ ขั้วนะครับ สรางประชาธิปไตยเพื่อประชาชนไมใชเพื่อนักการเมือง หยุดเผด็จการการทำรัฐประหารคือกบฏตองลงโทษสูงสุด สรางรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน โดย สสร. จัดทำ อันนี้คือพรรคไทยสรางไทย รางรัฐธรรมนูญฉบับใหมทั้งหมดพรรคเปนธรรม ๗ พรรคการเมืองครับทานประธานที่อยูในสภาอันทรงเกียรติแหงนี้ รวมแลวเรามีสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ๓๔๓ คนที่เปนผูแทนในสภาอันทรงเกียรติแหงนี้ คิดเปน ๖๘.๘ เปอรเซ็นตของ สส.ทั้งหมด ๕๐๐ คน ๕๐๐ คนนี้ ทานประธานครับ มีผูเลือกตั้งมาใชสิทธิ ออกเสียงเลือกตั้ง ๓๙,๓๐๐,๐๐๐ กวาคน คิดเปน ๖๘.๘ เปอรเซ็นต คือ ๒๖,๕๐๐,๐๐๐ คน เราเปนผูแทนที่เราใชนโยบายในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมเพื่อที่จะใหเขาเรียกพวกเรา เลือกพวกเราเขามาเปนผูแทนผูรับใชประชาชนในการที่จะนำมาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหมใหได สุดทายแลวก็ตองกลับมาในรัฐสภาอันทรงเกียรติแหงนี้ของเรา Political Views เราอยูไหน เรายังมีการพูดคุยกันหลายครั้งจะเอากี่ครั้งประชามติ ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง สุดทายเชื่อผม ถาญัตติดวน อันนี้ผานเขาไปสงไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ผมมั่นใจครับทานประธาน กลับมาที่ Political Views เจตจำนงทางดานการเมืองของรัฐสภาโดยเฉพาะฝายบริหารที่นำโดยนายกรัฐมนตรีวาทาน จะเอาหรือไม อยางไรก็ไมจบผมยังเชื่อมั่น ทาง ๓ แพรงนี้ก็ตองฝากไปทางทานสมาชิก สภาผูแทนราษฎรทั้งหมดเกือบ ๕๐๐ ทาน ทานจงยึดมั่นใหดี สิ่งที่ทานไปหาเสียงไวกับพี่นอง ประชาชนแลววันที่ทานเขามารายงานตัวเปน สส. เมื่อป ๒๕๖๖ ทานตองยึดมั่นตรงนั้นใหดี หากทานไมยึดมั่น ป ๒๕๗๐ ทานจะรูสึกอยางไร ผมจะออนวอนผานไปถึงสมาชิกวุฒิสภาทุกทาน ถึงแมวาการมาของเราจะแตกตางกัน แตสิ่งที่เราทำรวมกันคืออุดมการณทางดานการเมือง สว. ทุกทานครับ ผมเชื่อมั่นทานเขามาดวยใจบริสุทธิ์ครับ ทานเขามาดวยทุกสิ่งทุกอยาง เพื่อประเทศชาติและประชาชนเฉกเชนเดียวกับพวกเราสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ผมเชื่อมั่นวา วันนี้ทานจะตองยืนหยัดใหได ทานจะตองยืนยัดที่วาเราจำเปนตองเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ ไปพรอม ๆ กันและไปดวยกันเพื่อจะใหประชาชนอยูดีและมีสุข🔗

ทานประธานครับ สุดทายก็ขอฝากทานประธานชวยเอาเสียงของพวกเรา ผานไปยังพี่นองประชาชนและใหจำไววาพรรคการเมืองทุกพรรคที่หาเสียงไวใหกับพี่นอง ประชาชนเมื่อป ๒๕๖๖ ทานไดสัญญาอะไรไวกับพี่นองประชาชน วันนั้นจะมาอีกครั้งหนึ่ง แตวันนี้เราตองยืนเพื่อประเทศชาติเราไปดวยพรอม ๆ กัน ดังนั้นผมจึงไมสามารถที่จะเห็นชอบ ในญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับ หนาที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ที่ทานเปรมศักดิ์ เพียยุระ และทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เสนอครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณสุทิน คลังแสง ทานสุทินยังไมอยูนะครับ ไมทราบวาคุณจิตติพจน วิริยะโรจน อยูไหมครับ ใหคุณจิตติพจนพูดกอนก็แลวกัน เชิญครับ🔗

นายจิตติพจน วิริยะโรจน สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน วิริยะโรจน สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ เกี่ยวกับเรื่องการแกไข รัฐธรรมนูญ ตัวกระผมขออนุญาตใหขอคิดเห็นวาผมเห็นดวยที่เราควรจะมีการรางรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม เพื่อใหเปนรัฐธรรมนูญที่มีความเปนประชาธิปไตยอยางแทจริงและผมก็เชื่อมั่นวา พรรคเพื่อไทยก็มีความคิดเห็นในทำนองเดียวกันครับ แตที่พวกเราตองมาคุยกันหรือวา ปรึกษาหารือกันในวันนี้ก็เนื่องจากวาการแกไขรัฐธรรมนูญนั้นมีอุปสรรคคอนขางมากครับ คือถาหากทานประธานลองดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๔ เขียนไวคอนขางชัดเจน วาถาเปนการแกไขรัฐธรรมนูญโดยสภาแหงนี้ ถาประสงคจะแกไขทั้งฉบับ ศาลรัฐธรรมนูญประสงคจะใหมีการทำประชามติกอน ๑ ครั้ง หลังจากนั้นเมื่อสภาแหงนี้ โดยสมาชิกรัฐสภาไดแกไขเสร็จเรียบรอยแลวก็ใหประชาชนลงประชามติอีกครั้งหนึ่งกอนที่ จะนำเสนอทูลเกลาฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยตอไป อันนี้กรณีที่สภาแหงนี้จะรางขึ้น ดวยตนเองนะครับ แตถาหากวาเปนเรื่องการรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมขึ้นทั้งฉบับ คำวินิจฉัย ของศาล ฉบับที่ ๔/๒๕๖๔ ก็เขียนไวชัดเจนวาตองมีการทำประชามติกอน ๑ ครั้งเพื่อถาม ความเห็นประชาชนวาประสงคจะใหมีการรางรัฐธรรมนูญใหมโดย สสร. หรือไม หลังจากที่ สสร. รางรัฐธรรมนูญเสร็จแลวก็มีการลงประชามติอีกครั้งหนึ่ง สรุปแลวถารางโดย สสร. ก็ตองทำประชามติ ๓ ครั้ง รางโดยสภาแหงนี้ก็ทำประชามติ ๒ ครั้ง อันนี้คือเปนไปตาม คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๔/๒๕๖๔ ครับ แตในขณะเดียวกันคำวินิจฉัยของศาล ก็ไมใชเปนแนวทางเดียวในการแกไขรัฐธรรมนูญ แนวทางหลักที่ใชในการแกไขรัฐธรรมนูญ ก็มาจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ครับ ในมาตรา ๒๕๖ เขียนไวชัดเจนวาการทำประชามติ ทำแคครั้งเดียว หลังจากที่สมาชิกรัฐสภาแกไขรัฐธรรมนูญแลวลงมติผานวาระที่สามแลวก็ให ทำประชามติถามประชาชนวาเห็นชอบดวยหรือไมกับรางรัฐธรรมนูญกรณีที่มีการแกไข ในหมวด ๑ หมวด ๒ หรือการแกไขรัฐธรรมนูญหรือในเรื่องเกี่ยวกับคุณสมบัติขององคกรอิสระก็ดี หนาที่ขององคกรอิสระก็ดี ศาลก็ดี ก็ใหทำประชามติ คอนขางชัดเจนครับ รัฐธรรมนูญ ฉบับปจจุบัน มาตรา ๒๕๖ เขียนแคนั้นเองครับทานประธาน หลังจากผานวาระที่สาม จากสภาแหงนี้แลวก็ขอใหมีการทำประชามติโดยประชาชน ดังนั้นจึงมีความไมเหมือนกัน ระหวางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ อยู ซึ่งก็เปนประเด็น ที่มีความสำคัญที่สภาแหงนี้ควรจะไดมีการพิจารณาอยางละเอียดตอไป แตอยางไรก็ดีครับ ทานประธาน ถาหากวาเราประสงคที่จะใหมีการแกไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใหไดผมก็ขออนุญาต เสนอวาควรจะลองพิจารณาใชหลักการสมัยที่มีการทำรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๔๐ กลาวคือทำให เกิดความคิดเห็นที่ตรงกันทั้งประเทศเกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญใหชัดเจน ซึ่งวิธีหนึ่งที่ทำได ก็คือการทำประชามติถามประชาชน โดยกอนที่จะทำประชามติก็ขอใหมีการรณรงคใหทราบ กันโดยทั่วไปวาการแกไขรัฐธรรมนูญนั้นแกไขเพื่ออะไร อยางไร แลวทำใหเกิดพลังในสังคม ใหเกิดความเห็นที่ตรงกันในสังคมวาจำเปนตองมีการแกไขรัฐธรรมนูญใหเกิดเปนกระแส เหมือนที่เกิดขึ้นในป ๒๕๔๐ และเพื่อไมใหการแกไขหรือการทำประชามตินั้น เปนการทำประชามติ โดยเสียเปลา ผมก็ขอเสนอแนะใหวาตอนทำประชามตินั้นก็นาจะถามไปเลยวาการแกไข รัฐธรรมนูญนั้นหลังจากที่ สสร. มีการรางรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณขึ้นมาแลวยังประสงคจะให มีการทำประชามติอีกครั้งหนึ่งหรือไม หรือกี่ครั้ง และการทำประชามตินั้นจะเปนแบบ เสียงขางมากทั่วไป หรือที่เรียกวา Single Majority หรือจะใชแบบ Double Majority หรือ ประเด็นอื่น ๆ ที่มีความสงสัยหรือความเห็นไมตรงกัน ไมวาจะเปนเรื่องขององคกรอิสระก็ดี หรือในเรื่องของใด ๆ ก็ดี ถาหากเปนประเด็นที่สำคัญก็คัดเลือกที่สำคัญ ๆ ๕ ๖ ประการ แลวก็ทำประชามติถามไปในทีเดียว ถาหากวาประชาชนมีประชามติและเห็นดวยกับการแกไข รัฐธรรมนูญผมก็เชื่อมั่นวาสมาชิกรัฐสภาไมวาจะเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ฝายคาน ฝายรัฐบาล หรือสมาชิกวุฒิสภาก็คงจะใหความรวมมือในการแกไขรัฐธรรมนูญ ถาหากวาไมมี การสรางความเห็นที่ตรงกันในสังคมเสียกอนแลว ผมก็เชื่อมั่นวาเวลาเราแกไขรัฐธรรมนูญก็คง จะเจอปญหา เจออุปสรรค เล็ก ๆ นอย ๆ ตลอดเวลานะครับ ไมวาจากการตีความวาตองทำ ประชามติ ๒ ครั้งหรือ ๓ ครั้ง เสียง สว. จะไดถึง ๑ ใน ๓ คือ ๖๗ เสียงหรือไมก็จะมีปญหา ตลอดไป เพราะฉะนั้นก็เปนขอเสนอครับ สำหรับที่จะทำใหไดรัฐธรรมนูญโดยเร็วที่สุดครับ🔗

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมขออนุญาตใหขอคิดเห็นประกอบการพิจารณาของสภาแหงนี้ ก็คือในเรื่องประเด็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครับ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีผลผูกพันทุกองคกรครับทานประธาน ความหมายก็คือวาคำวินิจฉัยของศาลเมื่อออกมาแลว ก็จะมีผลผูกพันทุกองคกร แตก็ผูกพันเฉพาะเรื่องที่วินิจฉัยในเรื่องนั้น ๆ แตถาเปนเรื่องอื่นก็ยัง ไมไดผูกพันโดยเด็ดขาดชัดเจน และคำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยของศาลนั้นก็ไมใชวาจะกลับไมได หรือแกไขไมได ถาหากวันนี้มีการสงเรื่องไปใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในเรื่องเกี่ยวกับการแกไข รัฐธรรมนูญโดย สสร. เมื่อองคประกอบของศาลรัฐธรรมนูญเปลี่ยนไป เมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนไป ก็เปนไปไดครับวาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อาจจะไมไดออกมาเชนเดียวกัน กับคำวินิจฉัย ฉบับที่ ๔/๒๕๖๔ และคำวินิจฉัยนั้นก็ผูกพันและกลับคำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ ได ซึ่งก็ไมใชเรื่องแปลกครับที่จะมีการกลับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได ก็เปนประเด็นที่ผม ขออนุญาตใหขอคิดเห็นประกอบการพิจารณาครับ🔗

แลวอีกประเด็นหนึ่งก็ขออนุญาตเปนขอเสนอแนะนะครับวา จริง ๆ แลว ถาหากวาพิจารณาหลักนิติศาสตรโดยทั่วไป ถาเปนศาลยุติธรรมทั่วไปปกติการยื่นเรื่องเพื่อให ศาลใหขอคิดเห็นวากฎหมายมีความหมายวาอยางไร ปกติศาลก็จะไมวินิจฉัยเชนเดียวกับที่ ศาลเคยมีคำวินิจฉัยในป ๒๕๖๗ ไมรับคำวินิจฉัยที่ทานประธานไดสงไปแลวศาลก็บอกวา คำวินิจฉัย ป ๒๕๖๔ ชัดเจนแลว ไมรับวินิจฉัย ป ๒๕๖๗ แตผมก็ขออนุญาตเรียกรองผาน ทานประธานไปยังศาลรัฐธรรมนูญครับวาถาหากศาลรัฐธรรมนูญจะไดพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เพราะวาศาลรัฐธรรมนูญเปนศาลที่มีลักษณะพิเศษกวาศาลยุติธรรมตองพิจารณาองคประกอบ หลาย ๆ อยาง ไมวาจะเปนสภาพเศรษฐกิจ สังคม รัฐศาสตรนิติศาสตร หลาย ๆ ดาน ถาศาลจะได พิจารณารับรางที่ทานประธานกำลังจะสงไปที่ศาลถาหากวาสภาอนุมัตินะครับ ก็อยากจะให ศาลรัฐธรรมนูญลองพิจารณารับเรื่องนี้ไววินิจฉัย ทั้งนี้ก็เพื่อที่วาเราจะไดลดความขัดแยง ในสังคมลง และก็ลดคาใชจายที่จะตองใชในการทำประชามติโดยไมจำเปนลง เพราะการทำ ประชามติแตละครั้งนั้นใชคาใชจายมากมายไมต่ำกวา ๓,๐๐๐ ลานบาท ถาศาลรัฐธรรมนูญจะได กรุณารับไววินิจฉัยก็จะเปนประโยชนตอประเทศไทย ขอบพระคุณครับทานประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ขอเชิญ คุณนันทนา นันทวโรภาส ครับ🔗

นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา

เรียนทานประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ทานประธานคะ ๓๒ วันผานไป นับจากวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ สมาชิกรัฐสภากลับมานั่งที่เดิมคะ เพื่อที่จะมา พิจารณาญัตติเดิมวาเราจะสงศาลรัฐธรรมนูญตีความเรื่องการทำประชามติสำหรับการแกไข รัฐธรรมนูญกี่ครั้งดี ประชาชนที่เขาเฝาจับตาดูการประชุมรัฐสภาอยูในขณะนี้ก็คงจะลุนกันวา วันนี้สภาจะลมอีกไหม แลวถาสภาไมลมทานสมาชิกผูทรงเกียรติทั้งหลายจะออกลวดลายเตะถวง การแกรัฐธรรมนูญดวยเหตุผลใด ที่จริงอาการของทานมันออกมานานแลวที่ไมอยากจะแก รัฐธรรมนูญ ถาจำเปนตองแกก็พยายามยื้อใหนานที่สุดทั้ง ๆ ที่ตอนหาเสียงก็บอกจะแก รัฐธรรมนูญกันทุกพรรคไมเชื่อไปเอาคลิปตอนหาเสียงมาดูได แตพอถึงเวลาที่ควรจะแก ก็ตีกรรเชียงพลิ้วไปตาม ๆ กันจนกลายมาเปนดับเบิลญัตติในวันนี้ ญัตติทั้ง ๒ ญัตติแมจะ เขียนใหแตกตางกันอยางเนียน ๆ แตก็มีความหมายตรงกัน คือใหสงไปถามศาลรัฐธรรมนูญ วาในการแกรัฐธรรมนูญจะตองทำประชามติกี่ครั้ง คำถามก็คือวาทำไมเราจึงจะตองพากันสงศาลรัฐธรรมนูญใหตีความเรื่องนี้กันอีก นี่เปนการ กลับหลังหันยอนเวลาหาอดีตกลับไปเมื่อปที่แลว ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๗ ที่ประชุมรัฐสภาไดเคย มีมติใหสงเรื่องใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาจะตองทำประชามติกี่ครั้ง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ ก็ไมรับคำรองไวพิจารณาดวยมติเอกฉันท ๗ ตอ ๐ เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ที่เปนเชนนี้ ก็เพราะวาศาลรัฐธรรมนูญไดเคยวินิจฉัยมากอนแลวตั้งแตป ๒๕๖๔ แลวก็มีความชัดเจน อยูในตัวแลว แตที่สำคัญผูที่เสนอญัตติสงศาลรัฐธรรมนูญตีความในครั้งนั้นมีชื่อวา รองศาสตราจารย ชูศักดิ์ ศิรินิล ขออภัยที่เอยนามคะ แตตองเอยเพราะบางทีผูที่เสนอญัตติใหม ในวันนี้อาจลืมไปวาทานอาจารยชูศักดิ์สังกัดพรรคเดียวกับทาน แลวทานไมเคยคุยกัน ในพรรคเลยหรือคะถึงตองมาเสนอญัตติใหม การที่ศาลรัฐธรรมนูญไมรับวินิจฉัยในครั้งนั้น ก็เทากับศาลไดมอบอำนาจการพิจารณาใหแกรัฐสภาดังคำแถลงที่วาหากรัฐสภาตองการ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมตองจัดใหประชาชนผูทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญออกเสียง ลงประชามติเสียกอนวาประชาชนประสงคจะใหมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม และเมื่อจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมเสร็จแลวตองใหประชาชนออกเสียงประชามติวาเห็นชอบหรือไมกับ รางรัฐธรรมนูญฉบับใหมอีกครั้ง คำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญเชนนี้ระบุชัดเจนวา มีการลงมติแค ๒ ครั้ง ไมมีตรงไหนที่ศาลไดพูดถึงประชามติครั้งที่ ๓ เลย แลวเราจะสง ไปถามอีกทำไม หรือเราอยากจะใหศาลเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยไอนสไตน (Einstein) ไดเคย กลาวไววามีแตคนวิกลจริตเทานั้นที่ทำแตสิ่งเดิมซ้ำ ๆ แตกลับหวังผลลัพธที่แตกตาง เราใชเวลา อีกเปนเดือนหรือหลาย ๆ เดือน เพื่อที่จะรับคำตอบเดียวกับปที่แลวหรือคะ การกระทำเชนนี้ ตีความวาเปนการยืดเยื้อการแกรัฐธรรมนูญไดหรือไม เปนเชนเดียวกับรางพระราชบัญญัติ ประชามติที่พยายามยื้อกันจนไมทันการเลือกตั้ง อบจ. ที่ผานมาหรือไม คนที่จุดประเด็น เรื่องประชามติ ๓ ครั้งก็เปนพวกที่ใชกลยุทธในการเตะถวงเรื่องนี้มาโดยตลอด ที่สำคัญ เราอยูภายใตระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนพระประมุข ไมใชระบอบ ประชาธิปไตยภายใตการกำกับของศาลรัฐธรรมนูญ มิใชทุกยางกาวก็ตองถามศาลรัฐธรรมนูญ ถามไปจนพร่ำเพรื่อ ซื่อสัตยสุจริตเปนที่ประจักษหรือไม ก็ยังตองเสนอใหศาลวินิจฉัยอีก นี่มันเกินขอบเขตอำนาจไปหรือไม ทำกันแบบนี้จะเหลือความเปนประชาธิปไตยที่ไหนอีก ถาฝายนิติบัญญัติซึ่งเปนอำนาจเดียวที่มาจากประชาชนโดยตรงจะตองไปถามศาลรัฐธรรมนูญ ในทุกเรื่อง น้ำหก กระจกแตกตองไปถามหมดจนเหมือนครูใหญดูแลเด็กอนุบาล ทานอยากใหเปน อยางนั้นหรือ หลักการและการดุลและคานอำนาจ ๓ เสา คือบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ที่มองเตสกิเออร (Montesquieu) ไดริเริ่มขึ้นมายังใชในประเทศไทยของเราไดหรือไม ถาใช เราก็ตองยืนยันอำนาจฝายนิติบัญญัติที่หนักแนนและชัดเจน การบัญญัติและแกไขรัฐธรรมนูญ รวมทั้งกฎหมายใด ๆ เปนอำนาจและหนาที่ของฝายนิติบัญญัติ ดิฉันหวังวานี่จะเปนครั้งสุดทาย ที่เราจะเอารัฐธรรมนูญมาเปนตัวประกันในการเลนเกมแพชนะในการเมืองของพวกทาน ประชาชนตองการรัฐธรรมนูญที่ดีเพื่อเขาจะไดมีผูปกครองที่ดี และเมื่อเขามีผูปกครองที่ดี ปากทองเขาก็จะดีตามมา และนี่คือเหตุผลที่เราตองเรงแกรัฐธรรมนูญใหประชาชนมีปากทอง ที่ดีกวาทุกวันนี้ ที่กลาวมาทั้งหมดคือเหตุผลที่ดิฉันคัดคานญัตติที่ตั้งขึ้นมาในวันนี้ เรามาเริ่มตน พิจารณาการแกไขรัฐธรรมนูญโดยมองช็อตไปเลยคะ ขามช็อตไปเลยวาประชามติครั้งแรก เราจะถามคำถามอะไร มีคำถามพวงหรือไม หลังจากนั้นจะรางรัฐธรรมนูญอยางไรที่จะทำให ประชาชนมีสวนรวมมากที่สุด เพื่อที่จะใหเปนรัฐธรรมนูญของประชาชนอยางแท True ขอบคุณคะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณเลาฟง บัณฑิตเทอดสกุล ครับ🔗

นายเลาฟง บัณฑิตเทอดสกุล สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

เรียนทานประธานสภา ผูแทนราษฎรที่เคารพ ผม เลาฟง บัณฑิตเทอดสกุล ผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดสวนเครือขายชาติพันธุและชนเผาพื้นเมือง🔗

(นายวิทยา แกวภราดัย สมาชิกสภาผูแทนราษฎร ไดยืนและยกมือขึ้น)
นายวิทยา แกวภราดัย สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานครับ🔗

นายเลาฟง บัณฑิตเทอดสกุล สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานครับ วันนี้ผมขอมีสวนรวมอภิปรายคัดคานญัตติดวน🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

คุณเลาฟงครับขอนิดหนึ่ง🔗

นายวิทยา แกวภราดัย สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ขอประทานโทษ เพื่อนสมาชิกหนอยครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ทานวิทยายกมือครับ🔗

นายวิทยา แกวภราดัย สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ผมขออนุญาตใชสิทธิ ประทวงนะครับทานประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

เชิญครับ🔗

นายวิทยา แกวภราดัย สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

เมื่อสักครูเพื่อนสมาชิก รัฐสภาทานหนึ่งนะครับ ผมขออนุญาตนะครับ ผม วิทยา แกวภราดัย สมาชิกรัฐสภา แลวก็ เปนสมาชิกพรรครวมไทยสรางชาติ เมื่อสักครูเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายประกาศโพลงเลยครับ วาทุกพรรคการเมืองในสภานี้ประกาศที่จะแกรัฐธรรมนูญทั้งหมด ผมขอยืนยันครับ พรรคผม ไมไดเคยพูดอยางนั้น ถาเปนไปไดก็เวนไวบางครับ ถากราดหมดอยางนี้มันเสียหายครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ก็รับปากที่ทาน บอกวาพรรคของทานไมไดเสนอแกนะครับ โอเคครับ ตอไปขอเชิญคุณเลาฟงตอเลยครับ🔗

นายวิทยา แกวภราดัย สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ประทานโทษครับ ทานประธาน ไมใชทานสมาชิกเมื่อสักครูนะครับ อันนี้ผมมาขัดจังหวะ ผมยกมืออยูนานแลว ประทวงทานที่พูดจบไปกอนโนนนะครับ ไมไดเกี่ยวกับทานสมาชิกที่กำลังพูดนะครับ ขอประทานโทษครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

เขาใจครับ ทุกคนฟงวา ทานไหนไดพูดถึงประเด็นที่ผานมา ไมใชสักครูนะครับ ขอเชิญคุณเลาฟงไดเลยครับ🔗

นายเลาฟง บัณฑิตเทอดสกุล สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานครับ ผมขออภิปรายคัดคานญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา วินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ทานประธานครับ ผมขอเรียนอยางนี้กอนนะครับวาสิ่งที่ญัตตินี้กำลังทำ ไมวาทานจะโดยตั้งใจ หรือไมก็แลวแต ทานกำลังลดทอนความเขมแข็งของระบอบประชาธิปไตยลงไปที่กำหนดวา ใหประชาชนเปนผูมีอำนาจสูงสุด แลวทานกำลังผลักใหกลายเปนสังคมตุลาการธิปไตยที่ให องคกรตุลาการเปนผูมีอำนาจสูงสุดแทน นี่เปนสัญญาณที่ไมดีนะครับ แลวรัฐสภาแหงนี้ผมคิดวา เราไมควรตองเดินไปสูแบบนั้น หลาย ๆ ทานไดอภิปรายใชคำพูดวาจะตองขอความเห็น จากศาลกอน ผมขอเรียนอยางนี้นะครับวาไปเปดดูกฎหมายแลวไมไดมีกฎหมายที่ใดเขียนวา ในการจัดทำกฎหมายหรือนิติบัญญัติการบริหารตองขอความเห็นของศาลกอน ไมมีนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะพูดก็คือวาผมอยากจะทบทวนหลักการพื้นฐาน ของการปกครองของเรากอน งายที่สุดในมาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ เขียนเอาไวนะครับวา อำนาจอธิปไตยเปนของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย ทรงเปนประมุข ทรงใชอำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติ แหงรัฐธรรมนูญ พูดใหงายที่สุดก็คือการแบงแยกอำนาจออกมาเปน ๓ สวนคือ นิติบัญญัติ โดยรัฐสภา บริหารโดยคณะรัฐมนตรี และตัดสินชี้ขาดคดีโดยศาล ในวันนี้เรากำลังพูดถึง อำนาจของรัฐสภาและอำนาจของศาลนะครับ กลับมาที่ขอบเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ผมเรียนอยางนี้วาองคกรศาลรัฐธรรมนูญทั่วโลกนี้เกิดขึ้นมาชวงหลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ เพื่อที่จะปองกันปญหาที่รัฐบาลดำเนินนโยบายหรือออกกฎหมายที่นำไปสูการละเมิดสิทธิ ของประชาชนอยางรุนแรงโดยที่ไมมีองคกรใดสามารถมาคานอำนาจได นี่คือปญหา จึงมีการออกแบบศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อทำหนาที่คานอำนาจไมใหมีการออก กฎหมายที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนหรือตัวรัฐบาลไปดำเนินนโยบายที่ละเมิดสิทธิ และเสรีภาพของประชาชนอยางนี้นะครับ กลับมาที่ประเทศไทย เราเริ่มสถาปนาศาลรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาเมื่อป ๒๕๔๐ ตอเนื่องมาจนถึงป ๒๕๕๐ และป ๒๕๖๐ รัฐธรรมนูญไดสรางองคกร เพื่อขึ้นมาทำหนาที่พิทักษรัฐธรรมนูญแลวก็วินิจฉัยชี้ขาดขอพิพาททางกฎหมายหรือตรวจสอบ การใชอำนาจรัฐตามรัฐธรรมนูญ สิ่งที่เปนสาระสำคัญอำนาจของศาลมีมากนอยเพียงใด เมื่อสักครูทานสมาชิกหลายคนไดพูดไปแลว แตวาถึงตอนนี้ผมอยากกลับมาเนนตรงที่วา ตามญัตตินี้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจที่จะรับวินิจฉัยไวหรือไม ประเด็นที่เปนขอถกเถียงก็คือ ญัตตินี้ขอใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภานะครับ แลวก็สิ่งที่ถามไปคือถามเกี่ยวกับขั้นตอนกระบวนการ ถามขั้นตอนกระบวนการวาตองทำอยางไร ไมไดถามวามีอำนาจหรือไม ทีนี้การถามแบบนี้จะไดคำตอบแบบใด แลวก็ศาลมีอำนาจที่จะ วินิจฉัยหรือไม ผมคิดวามีตัวอยางใหม ๆ สด ๆ นี้เลยตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในเรื่องพิจารณา ที่ ๔/๒๕๖๘ เผยแพรเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคมที่ผานมานี้เองครับ เปนเรื่องที่ คณะรัฐมนตรีไดขอใหศาลตีความขอความในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย โดยเฉพาะคำวา ซื่อสัตย สุจริตเปนที่ประจักษ และไมเปนผูบกพรองในดานศีลธรรม มีขอบเขตหรือแนวทางการพิจารณา อยางไรนะครับ มันก็จะคลาย ๆ กับคำถามในญัตตินี้เชนกัน ผมคิดวาศาลไดวินิจฉัยออกมา อยางชัดเจนแลวครับวาคำรองของคณะรัฐมนตรีเปนการขอใหอธิบายหรือแปลความหมาย บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญวามีความหมายขอบเขตเพียงใดอันมีลักษณะเปนการหารือเทานั้น ย้ำอีกนะครับวา มีลักษณะเปนการหารือเทานั้น ยังไมถือวาเปนปญหาเกี่ยวกับหนาที่และ อำนาจของผูรอง นี่คือสิ่งที่ศาลวินิจฉัยไวเปนประการที่ ๑🔗

ประการที่ ๒ ศาลบอกวาเรื่องที่ศาลจะมีอำนาจวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจและ หนาที่ของสภาผูแทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา สิ่งเหลานี้จะตองเปนปญหาเกี่ยวกับหนาที่และ อำนาจที่เกิดขึ้นแลว เพราะฉะนั้นมีสาระสำคัญอยู ๒ ประการ อันที่ ๑ ก็คือถาเปนเรื่องของ การหารือเทานั้นไมไดอยูอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ อันที่ ๒ ถายังเปนเรื่องที่ยังไมได ดำเนินการอันนี้ศาลก็ยังไมมีอำนาจในการวินิจฉัย ศาลจึงไมรับคำรองนี้ไวพิจารณา สิ่งเหลานี้ มันใกลเคียงกับญัตตินี้แลว ญัตตินี้เปนการขอใหศาลตีความในกระบวนการ ไมไดตีความวา มีอำนาจหรือไม การยื่นไปมันจึงทำใหศาลไมมีอำนาจที่จะมาวินิจฉัยชี้ขาดไป🔗

ประการสุดทาย ผมอยากจะยอนกลับมาพูดถึงหลักการ ก็คือผมคิดวารัฐสภา แหงนี้เราอยาพยายามไปสรางเงื่อนไขใหองคกรตุลาการไดขยายอำนาจล้ำเขามาในแดนอำนาจ ของฝายนิติบัญญัติจนกลายเปนสังคมตุลาการธิปไตย สิ่งเหลานี้ไมไดเปนผลดีตอระบบ ประชาธิปไตยของสังคมไทยเรานะครับ กรอบอำนาจหนาที่ของศาลที่ไดวินิจฉัยชี้ขาดไปแลว อันนี้ก็เปนปญหาวาจะมากนอยเพียงใด กลับมาที่หัวใจสำคัญ หัวใจสำคัญศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจและหนาที่รักษาความเปนกฎหมายสูงสุดตามรัฐธรรมนูญนะครับ รักษาความเปน กฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญไมใชเปนองคกรที่มีอำนาจสูงสุดตามรัฐธรรมนูญ อำนาจสูงสุด ที่เหนือกวาองคกรอื่น ๆ ตามรัฐธรรมนูญครับ เพราะเมื่อไรก็ตามที่เราทำใหศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจเหนือกวาองคกรอื่น ๆ ตามรัฐธรรมนูญสามารถที่จะล้ำเขาไปพิจารณาอำนาจของ องคกรเหลานั้น กำหนดหลักการขั้นตอน กำหนดกระบวนการ วิธีการวาตองทำอะไรกอนหลัง มากนอยเพียงใด เมื่อไรก็ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเขาไปล้ำอำนาจแบบนี้องคกรอื่น ๆ ก็จะถูก ลดทอนอำนาจลงไป นี่กลายเปนปญหาตอการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของเรานะครับ🔗

ประการสุดทาย ผมก็อยากจะเรียนวา องคกรตุลาการจะมีอำนาจ มีโอกาส ขยายอำนาจลวงล้ำเขามาในแดนอำนาจของฝายนิติบัญญัติของเราได จะเขามาเองไมได หากไมไดรับการสนับสนุนจากสภานิติบัญญัติแหงนี้เอง ตอนนี้สิ่งที่เรากำลังพิจารณาอยูนี้ กำลังจะยื่นอำนาจที่เรามีอยูใหศาลรัฐธรรมนูญเปนคนชี้ขาดวารัฐสภาแหงนี้มีอำนาจที่จะทำได หรือทำไมได เรื่องนี้เปนอำนาจหนาที่ของรัฐสภาที่จะตองมาตกลงกันเองวาจะทำหรือไมทำ จะทำดวยอะไรบาง มีขั้นตอนอะไรบาง เปนเรื่องที่รัฐสภาตองมาคุยกันเอง ไมใชใหองคกร ตุลาการที่เขามีหนาที่ในการตัดสินขอพิพาท วินิจฉัยชี้ขาดขอพิพาทมาตัดสินเอาวารัฐสภา มีอำนาจ หรือวาควรตองทำอะไรบาง ๑ ๒ ๓ อยางนี้เปนสิ่งที่ไมถูกตอง แลวก็สิ่งที่ผูเสนอ ญัตตินี้กำลังเสนอมาผมย้ำนะครับวาเปนการพยายามสรางเงื่อนไข สรางเรื่อง เพื่อที่จะขยาย ฐานอำนาจขององคกรตุลาการใหเขามาอยูเหนือสภานิติบัญญัติแหงนี้ แลวก็มีโอกาสวา ถาสถานการณแบบนี้เกิดขึ้นบอย ๆ นาน ๆ ไปจะไมกลายเปนธรรมเนียม จะไมกลายเปนแนวทาง ที่ถูกใชเสมือนกฎหมาย หรือเลวรายที่สุดก็คือถูกบัญญัติใหเปนกฎหมายวากระบวนการ ในการตรากฎหมายตองขอไปถามศาลกอน อยางนี้ระบบประชาธิปไตยของเราก็ลมเหลว แลวละครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณสุทิน คลังแสง ครับ🔗

นายสุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนญัตติซึ่งจะเสนอใหศาลพิจารณาตีความ ในวันนี้ แตกอนที่จะพิจารณาดวยเหตุดวยผลวาทำไมผมตองสนับสนุน ผมตองขอแสดง ความภูมิใจของตัวผมเองกับเพื่อนสมาชิกบางสวนที่ยังเห็นรางแกไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังอยู ในสภา ทั้ง ๆ ที่จริงนาจะตกไปแลวเมื่อวันที่ ๑๓ วันที่ ๑๔ เดือนที่แลว เราภูมิใจที่ทำให รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังมีชีวิตอยู แลวไดมาพูดคุยกันในการที่จะตอชีวิตแลวทำใหรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มีชีวิตตอไป แมบางวิธีการเราจะไมภูมิใจและไมอยากทำ ทานประธานครับ การยื่น ตีความวันนี้เทาที่ผมนั่งฟงมานี่ก็ฟงวาเปนความหลากหลายทางความคิด บางทานก็บอกวา นี่กำลังเปนการเตะถวง แลวหลายทานก็อภิปรายเยอะดวยซ้ำไปวาเรากำลังจะเปดประตู ใหตุลาการขยายเขตอำนาจมา ทำไมเราตองไปยอมศาล ทำไมตองไปยื่นตีความ ทานประธาน ที่เคารพครับ ผมเชื่อวาในบรรดาพรรคการเมืองทุกพรรคที่ไดประกาศนโยบายวาจะแกไข รัฐธรรมนูญเชื่อวาเดินหนาจริง เวลาก็พิสูจนกันมาตั้งแตสภาสมัยที่แลว แลวก็สมัยนี้ใครทำ อะไรบาง แลวผมก็เชื่อวาในกลุมพรรคที่อยากแกจริง ๆ วันนี้ไดเห็นขอสรุปตรงกันวาปญหา และกำแพงที่เราเดินขามไมไดก็คือคำวินิจฉัยของศาลเมื่อป ๒๕๖๔ ที่ไดสรางความไมชัดเจน ตรงนั้นก็เลยเปนบอเกิดแหงปญหาทั้งฝายที่อยากแกและไมอยากแก ฝายอยากแกก็คิดวา จะตองเดินหนาเพื่อทลายกำแพงนี้ ฝายไมอยากแกก็อางวาเปนความคลุมเครือและเปนขอ อันตรายดวยซ้ำไป ทานประธานครับ การยื่นเสนอตีความวันนี้หลายคนที่บอกวาเปนการเตะถวง ผมไมแนใจวา ทานไปคิดวามันจะตองใชเวลาตีความนานขนาดไหน ผมยังเชื่อมั่นวาถาเรายื่นสงศาลวันนี้ ศาลใชเวลาพิจารณาไมเกิน ๑ เดือนหรอกครับ กับ ๑ เดือนที่เราคิดวาวันนี้จะตองเดินหนา ผมวามันตกสัปดาหหนา รัฐธรรมนูญฉบับนี้ตก แลวโอกาสจะแกไขอีกก็กลับมาเจอวังวนเดิม คำถามเดิม อะไรคือถวง ถาจะเลือกวาผมเปนการเตะถวง ผมเลือกเอาเตะถวงนอกดีกวา การสงรัฐธรรมนูญไปตกตาย ถาผมจะถวงอีกสัก ๑ เดือนกับการผลักดันใหรัฐธรรมนูญ เดินหนาไปวันนี้แลวไปตกตายแลวถูกตีตกในสัปดาหหนา ผมเลือกเอาเตะถวง แตทานประธานครับ นี่คือการเปรียบเทียบ ผมไมมีเจตนา พรรคเพื่อไทยไมมีเจตนาเตะถวง แตเราเจตนาวาวันนี้ เราจะตองผาทางตันใหได ผาทางตันก็คือคำวินิจฉัยของศาลที่ไมชัดเจนนั่นละ คนก็อางไป ตาง ๆ นานา บางคนอยากแกแตไมกลาแก อันนี้โดยสุจริตใจ กลัวคำพิพากษา กลัวรับโทษ บางคนไมอยากแกก็ถือโอกาสอางเลย เพราะฉะนั้นวินิจฉัยชี้ขาดเสียตรงนี้จะไดรูใครของจริง ใครของปลอม ใครอยากแก ใครไมอยากแก ผมวาถาคำวินิจฉัยของศาลออกมาแลวจะชัดเจน แลวเรื่องที่บอกวาเราจะตองไปขยาย ยื่นมือไปเชื่ออำนาจศาล ใหศาลขยายขอบเขตมา เราไปกลัวทำไม เราทำไมไมยืนยันความเขมแข็งของอำนาจประชาชน ทานคิดแบบนั้นผมก็ เคารพนะ แตผมจะแบงคนออกวันนี้ในสภา คนหนึ่งอยูในโลกของอุดมการณกับคนหนึ่งอยูใน โลกความเปนจริง ถาโลกในอุดมการณนะ ผมกราบเรียนทานประธานไปหาเพื่อนสมาชิกเลย ผมไมอยากใหมีแมแตศาลรัฐธรรมนูญเลย ถาอุดมการณประชาธิปไตยมันไมมีหรอก ศาลรัฐธรรมนูญ แตโลกความเปนจริงประเทศนี้มันมี มันมี แลวมีแลวเราฝนไดไหม เราก็ฝน ไมได เมื่อฝนไมได อยูในความเปนจริงก็ตองอยูไปตาม แลวโลกในอุดมการณ ศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลอะไรก็แลวแตมันไมควรมายุบพรรคหรอก คนที่จะยุบพรรคการเมืองก็คือประชาชนยุบ แตโลกความเปนจริงมันยุบมาแลวกี่พรรค บางพรรคโดนมาแลวกี่เดง กี่ครั้ง ทานจะอยูในโลก อุดมการณหรือความเปนจริง ในโลกอุดมการณนายกรัฐมนตรีไมควรถูกปลดดวยขอหา ทำกับขาวออกทีวีหรอก แลวไมควรถูกปลดดวยขอหาจริยธรรมงาย ๆ เมื่อปที่แลวหรอก นั่นโลกอุดมการณไมควรเกิด นายกเศรษฐา นายกสมัคร ไมควรโดน แตโลกความจริงมันโดนแลว และโลกความจริงไมรูใครจะโดนอีกไหมวันขางหนา เราจะอยูกับโลกความจริงหรืออยูกับโลก อุดมการณ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ชัดเจน ถาโลกความจริงอำนาจประชาชนเปนของจริงปานนี้ มันแกเสร็จแลว แตพอโลกความเปนจริงศาลบอกวาคุณจะตองไปทำนั่นทำนี่ ทำใหมันเกิด ความเขาใจคลุมเครือ ตองทำใหเรามายุง เราจะยอมรับโลกความเปนจริง เรายอมรับโลก ความเปนจริงก็เอาเลย ศาลชี้มาใหชัด ถาชัดมาแลวพวกผมจะไดไมผามัดตาเดินอีก หรือจะเสี่ยง ผามัดตาเดินตอ ถาเสี่ยงผามัดตาเดินตอแลวคุณไปตกบอตายแลวคุณจะโทษใคร กลับใหเปดตา เดินเลยเสียเวลานิดเดียว เพราะฉะนั้นทานประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนวาการยื่น ใหศาลพิจารณาตีความวันนี้ ผมวาใชเวลาไมนาน คำวินิจฉัยออกมาเสร็จปบ เรามาเดินกัน เปดตาเดินทีนี้จะเจออะไรก็มาวากัน ผมยังเชื่อวาวิธีนี้เปนวิธีการแกรัฐธรรมนูญที่ถูกตองที่สุด หลายคนชอบอางไอนสไตน (Einstein) มาก คราวกอนก็อาง ซีกโนนก็อาง คนโงเทานั้นที่ทำ วิธีการเดิม ๆ แลวคิดวามันจะไดคำตอบใหม แตคุณพูดไมหมด หรือคุณคิดไมหมด คุณไป ตีความไอนสไตน (Einstein) ไมใช ทำไมไมถามอยางนี้ถาไอนสไตน (Einstein) ยังมีชีวิตอยู ผมจะถามไอนสไตน (Einstein) คืนวาทำวิธีเดิม ๆ แตในบริบทใหมมันอาจจะไดคำตอบใหม ถูกไหมครับ แตถาทำวิธีเดิม ๆ ในบริบทเดิมแนนอนครับไอนสไตน (Einstein) พูดถูกครับ แตทำวิธีเดิม ในบริบทใหมผมวาไอนสไตน (Einstein) เกิดมาแลวตองมาคิดใหมครับ ทานประธานครับ เพราะฉะนั้นผมมั่นใจและผมภูมิใจที่จะสนับสนุนใหนำญัตตินี้ขึ้นสูศาลตีความ เมื่อตีความมา ชัดเจนแลวผมวาเดินได สวนที่บอกวาศาลจะรับหรือไมรับก็นี่ผมถึงบอกวาทานอาจารยชูศักดิ์ ยื่นใหม ยื่นแบบเดิมแตในบริบทเดิมเงื่อนไขมันเปลี่ยนไปแลวครับ วันนี้เกิดความเห็นตาง เกิดความขัดแยงระหวางองคกร เกิดความเห็นตางแยงขึ้นแลวในระหวางปฏิบัติหนาที่ ฝายหนึ่งบอกควรทำ ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง ก็วันนี้มันเกิดบริบทใหมแลวอาจารยชูศักดิ์ยื่นใหมมันจะ เปนอะไร ผมก็ยังหวังวาจะไดคำตอบใหมนะ แตถาคนบอกวามันจะไดแบบเดิม ๆ รูไดอยางไร วาจะไดแบบเดิมถาไมยื่น วันนี้จะไดแบบเดิมหรือแบบใหมตองยื่นครับ ใหมันหายสงสัยใหสิ้น กระแสความไปเลย ชัดเจนไปเลย ผมจึงสนับสนุนใหยื่นศาลเพื่อวินิจฉัยตอ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณปริญญา วงษเชิดขวัญ ครับ🔗

(เจาหนาที่ดำเนินการเปดคลิปภาพ)
นายปริญญา วงษเชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาครับ ผม ปริญญา วงษเชิดขวัญ สมาชิกรัฐสภา วันนี้ขอรวมพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องปญหา ที่เกิดขึ้นในการเลื่อนยื่นเสนอญัตติเกี่ยวกับเรื่องอำนาจของรัฐสภาเองก็ตาม คือสิ่งหนึ่งเลยครับ วันนี้ที่เรามาพูดถึงกันทั้งหมดประเด็นสำคัญเลยก็คือเพื่อความสบายใจของทุก ๆ ฝายแบบที่ทาน ขอเอยนามครับ ทานสุทิน คลังแสง พูดไปสักครูนะครับ วาถึงแมจะเปนบริบทหลาย ๆ อยาง เหมือนเดิมแตกตางกันไป วันนี้คือเรามองวาถาเกิดวาเรามัวแตทะเลาะกันหรือวาขัดแยง ในหลาย ๆ เรื่อง ในการยื่นแกไขรางรัฐธรรมนูญ เราไดพูดคุยกันตั้งแตเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ ที่ผานมาก็แบบที่ทางทานอาจารยนันทนาบอกครับ ๓๒ วันแลว แตจากอำนาจหนาที่สิ่งที่ ประชาชนเราตองการจริง ๆ หรือสิ่งที่พวกเราตองการจริง ๆ เราตองลองกลับไปดูสุดทายแลว วารัฐธรรมนูญนี่หากรัฐธรรมนูญดีประชาชนคงไมลำบาก แตหากประชาชนยังลำบากก็แสดง วารัฐธรรมนูญไมดี หรือวาเปนเพราะการบังคับใชกฎหมาย แตสิ่งหนึ่งวันนี้ที่เรามาพูดถึง กอนที่จะนำไปถึงการแกรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้น ความแนวแนในฐานะของสมาชิกวุฒิสภา เปนสิ่งหนึ่งที่สำคัญครับวาเราตองการทำเพื่อประชาชน สิ่งที่เราเขามาอาจจะบริบทแตกตาง จากทานสมาชิกสภาผูแทนราษฎร แตสิ่งหนึ่งของเราเองเปนตัวแทนจากกลุมสายอาชีพตาง ๆ เราก็มีความมุงมั่นในการที่จะทำเพื่อพี่นองประชาชน แตสิ่งหนึ่งที่เราตองการความชัดเจน คือในฐานะวุฒิสภาเปนผูแนะนำ หรือคอยสังเกตขอแนะนำใหกับสมาชิกสภาผูแทนราษฎร เราจึงมองเห็นถึงครับวาการที่เสนอญัตติในวันนี้ของทานหมอเปรมศักดิ์เองก็ตามทานรอ อีกหนอยไดไหมครับ เพราะตามขอกฎหมายการแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจากทางเว็บไซต ของศาลรัฐธรรมนูญเองนี่มีการพิจารณาภายใน ๓๐ วันนับแตวันที่ไดรับเรื่อง ซึ่งจริง ๆ แลว ทานก็สามารถรอไดใชไหมครับ ถึงแมสุดทายแลวมันอาจจะออกมาเปนแบบเหมือนครั้งกอน ๆ ที่ผานมา แตทานรอมาแลว ๓๐ กวาวันครับ ในระหวางที่ทานรอเองก็ตามทานก็ยังสามารถ ใหทางประชาชนเองออกมาพูดคุยกันวาการแกไขรัฐธรรมนูญแตละขอ ระหวางรอความชัดเจนตาง ๆ ทานก็เปดรับฟงกับประชาชนไปเลยครับวาสิ่งที่ประชาชนตองการในสวนเรื่องการแกไข รัฐธรรมนูญมันมีกลุมประชาชนมากนอยแคเพียงใดครับ ทานอยาตัดสินใจดวยประชาชน เพียงกลุม ๆ เดียวที่ทานใกลชิด การแกไขรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นประเทศไทยเรามีการแกไข รัฐธรรมนูญจำนวนมากเราควรที่จะตองมีการพิเคราะหขอมูลใหดีกอนที่จะตัดสินใจ เราไมควร ชี้นำประชาชนสวนใหญทั้งประเทศวากลุมหนึ่งกลุมใดตองการแก สุดทายแลวเอาไปบังคับใช โดยทั่วกัน ก็อยากจะสนับสนุนนะครับวาในสวนญัตติของทางคุณหมอเปรมศักดิ์นี้รอหนอยเถอะครับ ใหญัตตินี้สงไปพิจารณาในศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะสมาชิกวุฒิสภาเอง กระผมเองอาจจะ ไมสามารถชี้ชัดไดครับวา รัฐธรรมนูญนี้ควรแกหรือวาไมควร เราอยากรับฟงเสียงของทาง ทานผูเสนอแกไขรัฐธรรมนูญ อยากรูครับวาทานมีแนวทางความคิดเปนอยางไรบาง สิ่งหนึ่ง ที่สมาชิกวุฒิสภาอาจจะไมเห็นดวยในบางครั้งเนื่องจากพวกทานไมเคยพูดคุยกันเลยครับ พวกทาน จะมาคุยปลายทางในระยะเวลาสุดทายกอนที่จะมีการเขาสูรวมรัฐสภาแบบนี้ครับ ก็อยากจะ ใหทานลองวิเคราะหดูนะครับวาสิ่งหนึ่งที่ทานจะทำใหเพื่อประชาชนจริง ๆ ทานไดทำแลวหรือยัง ก็ตองฝากไวครับวาสุดทายแลวเราจะขวางการยื่นญัตตินี้ไวเพื่ออะไรครับ เพราะสุดทายแลว เราก็รอเวลากันมาสักพักนั้นแลว เราขอวาอยากใหทานรอระยะเวลาซึ่งในระหวางที่ทานทำทาน ก็สามารถเสวนาพูดคุยใหขอมูลกับประชาชนใหประชาชนพูดคุยกับทานหรือวาจะเสนอแนะ ตาง ๆ ไดมากขึ้น เชนเดียวกันนะครับ แลวคงจะตองฝากไววาสุดทายแลวคือถึงแมในฐานะ วุฒิสภาไมไดมาจากประชาชนแตผมขอเลือกทำเพื่อประชาชนดีกวาพวกที่ประชาชนเลือกแลว ไมทำนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณณัฐวุฒิ บัวประทุม🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ขอบคุณครับ ทานประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอางทอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ทานประธานครับ วันนี้คงเปนวันอีกวันหนึ่ง ที่พี่นองชาวจังหวัดอางทองนาจะภูมิใจในการทำหนาที่ตัวแทนของทาน ไมไดภูมิใจในแงของ การที่บอกวาเราตองรอแลวปลอยใหระยะเวลาผานไป ๆ แตนาจะตองภูมิใจครับวาจริง ๆ แลว การทำหนาที่ตัวแทนของทานนั้นทำความเขาใจตอโลกแหงความเปนจริงบนพื้นฐานอุดมการณ อยางไร ไมมีโลกคูขนานหรอกครับ นั่นเปนเรื่องละครครับ ไมมีโลกคูขนานหรอกครับที่บอกวา มีโลก ๒ ใบแตที่แหงนี้มีโลกเดียวครับคือโลกของความเปนจริงที่ยืนยันอยูบนอุดมการณ วาเราเลือกอุดมการณทางการเมืองแบบใดในการเขามาทำงานในสภาผูแทนราษฎรหรือใน รัฐสภาแหงนี้ ทานประธานครับ ผมขอมีสวนรวมในการอภิปรายญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภา มีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภา แนนอนครับมีความตางในขอความภาษาผมคงไมติดใจและผมเองก็มีความสงสัยดวยซ้ำ วาการที่เพื่อนสมาชิกบางทานลงชื่อซ้ำใน ๒ ญัตตินั้นสามารถทำไดหรือไม ผมเขาใจวา ทานคงอยากย้ำ อยากเนน อยากจะใหตีความสงไปใหศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเราเองก็พูดมาโดย ตลอดวาเราคลางแคลงใจในการทำหนาที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ถาผมพูดแบบนี้ในป ๒๕๔๐ ผมคงออกมาอยางผิดหวังแนนอนครับ เพราะผมคงเปนคนหนึ่งที่รณรงคในการแกไขรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๔๐ และชื่นชมนายกบรรหาร ศิลปอาชา มาโดยตลอด แตถาผมพูดแบบนั้นในปนี้เปนคนละ บริบทคนละเรื่องกันครับ เราไมอยากใหมีเหตุการณใด ๆ ไมวาจะเปนเหตุการณความรุนแรง ที่เคยเกิดขึ้นในพฤษภาคม ป ๒๕๓๕ หรือความเปลี่ยนแปลงในทางการเมือง เชนการรัฐประหาร แลวก็เอาอำนาจของการรัฐประหารมาสถาปนารัฐธรรมนูญใหมอีก เราไมอยากใหเกิด เหตุการณแบบนั้น ฉะนั้นแนนอนครับวาการหาฉันทามติในการแกไขรัฐธรรมนูญนั้นคงเปน เรื่องที่เราตองหนีไมพนและพูดถึงทั้งที่เกี่ยวและไมเกี่ยวกับญัตติในวันนี้ แตแนนอนวา มันปฏิเสธความเกี่ยวของไมไดครับ หากวันนี้ไอนสไตน (Einstein) ยังมีชีวิตอยู ไอนสไตน (Einstein) คงไมลุกขึ้นมาบอกวา Imagine More Than Knowledge จินตนาการสำคัญ กวาความรู เพราะจินตนาการสำคัญกวาความรูนั้นเขาใชในการสรางสรรคนวัตกรรม Soft Power Innovation ตาง ๆ ที่เกิดขึ้น แตไอนสไตน (Einstein) หากเปนคนมีสัญชาติไทยและมีทางเลือก เขาคงเลือกที่จะยายจากประเทศไทย คงไมสามารถอยูในประเทศแหงนี้ที่สัญญาไมเปนสัญญา ทำอยางแตอางวากอนนั้นคิดมาอีกอยางหนึ่ง คิดใหญแตถึงเวลาทำเล็กลง ๆ Real ลงไปเรื่อย ๆ จนไมรูวาจุดยืนในโลกที่ทานกำลังยืนอยูนี้มันโลกใบเดียวกับทานยืนอยูจุดไหนในโลกแหงนี้ ทานประธานที่เคารพครับ คำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ จะเชื่อไมเชื่อไมเปนไร จะมั่นใจ ไมมั่นใจ ไมเปนไร จะบอกวาศาลตีความแบบไหน อยางไรก็แลวแต ผมเองไมไดเชื่อทั้งหมด แตก็ยอมรับ ถึงขอผูกพันและไมเคยมีจุดใดในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๔ ตั้งคำถาม ถึงการทำประชามติที่มากกวา ๒ ครั้งเลย ญัตติของคุณหมอเปรมศักดิ์ เพียยุระ ก็เคารพทาน ทานเปนนักกิจกรรมเกาเขาใจดีครับวาทานเคยมีบทบาทในการตอสูเรียกรองสิทธิเสรีภาพ หลายประการ แตญัตติคุณหมอเปรมศักดิ์ เพียยุระ โดยเฉพาะในหนาที่ ๒ นั้นพูดถึงความเห็น ที่แตกตางวาสมาชิกรัฐสภาบางสวนเห็นวาตองมีการดำเนินการจัดใหมีการออกเสียงประชามติ ๓ ครั้ง นี่ทานเอา ๓ ครั้งนี้มาจากจุดใด ทานเอาสวนใดของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๔ มาใช ทานเอาสวนใดของคำวินิจฉัยสวนตน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีทั้งหมด ๙ ทานนะครับ คณิตศาสตรพื้นฐานที่สุดครับ ใน ๙ ทาน มี ๖ ทานที่เขียนคำวินิจฉัยชัดเจนวากระบวนการ ทำประชามตินั้นสามารถกระทำไดโดย ๒ ครั้ง ๖ ทานบอก ๒ ครั้ง มีเพียง ๒ ทานบอก ๓ ครั้ง และมีเพียง ๑ ทานที่ทานไมเห็นดวยกับการแกไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด ก็ไมเปนไรเปนอาจารย ผมก็ไมเปนไรยกออกไวกอน แตวา ๖ ทานนะครับใน ๙ ทานนั้นบอกวา ๒ ครั้งแลวจุดใด ที่ทานบอกวาคำวินิจฉัยนี้สามารถตีความไปไดวามีการทำ ๓ ครั้ง เพื่อนสมาชิกบางทานอาง รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ (๘) โยง (๗) ไปโยง (๙) บอกเชนนั้นเชนนี้ แตศาลเองก็บอกอยางไร วากระบวนการทำประชามตินั้นเกิดขึ้น ๒ ครั้งได ผมเหมือนถาเอาเรื่องนี้เปนตัวตั้งเอาโลก ๒ ใบเปนตัวตั้งแบบที่ทานอภิปรายกันนะครับ เสมือนผมยอนกลับไปป ๒๕๖๓ วันนั้นผมนั่ง อยูตรงนั้น แลววันนี้ป ๒๕๖๘ กลับมาพูดเรื่องเดิมกอนที่นำไปสูคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เสียสิ้น เพียงแตวันนั้นคนที่เชื่อแบบผมกลับตั้งคำถามแลวกลับมาเชื่ออีกแบบหนึ่ง ไมได เรียกรองวาทานเปนแบบใด แตโลก ๒ ใบเปนแบบนี้ตางหาก ทานประธานที่เคารพครับ กรณีญัตติของคุณหมอเปรมศักดิ์เองหรือกรณีของทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ก็ดวยความเคารพ ทานเปนอยางยิ่ง มันคือการยอนกลับไปใชวาทกรรมหรือคำถามแบบเดิมที่เราเคยไดผลลัพธ มาแลว วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๔ มีคำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ วันที่ ๑๗ เมษายน มีคำวินิจฉัย ๗ ตอ ๐ ในป ๒๕๖๗ บอกวาศาลรัฐธรรมนูญไมมีอำนาจในการวินิจฉัย วันนั้นอางเพราะเหตุวา ญัตตินี้ยังไมไดถูกบรรจุวาระในการพิจารณา วงรอบมันก็กลับมาเปนแบบนี้ ๆ ครับ แลวเรา จะตอบตัวเองอยางไรครับ เราจะตอบตัวเองวันที่เราขึ้นหาเสียงเลือกตั้งป ๒๕๖๖ เราจะตอบ ตัวเองวันที่ทำออกเสียง Debate การเลือกตั้งตาง ๆ วาเราสนับสนุนการแกไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งดวยความเคารพยกเวนพรรครวมไทยสรางชาติไดอยางไรครับ เรากับวันนั้นกับเราวันนี้ คนเดียวกันไหมครับ และการแกไขบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนั้นนี่เราเสียเวลามามากแลว จนไมอาจจะระบุไดวาตกลงการแกไขเหลานี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม ฉะนั้นผมคิดวาวันนี้ครับ สิ่งที่เราพูดกันไมใชประเด็นการตีความกฎหมาย ที่มาบอกวาอานกฎหมายรู ดูกฎหมายเปน ผมไมมั่นใจผมเองจบกฎหมายก็ไมกลาจะบอกทานวาเปนอยางไร แตผมอยากชี้ชวนทาน วาจริง ๆ แลวนี่คือเรื่องเจตจำนงทางการเมืองใชหรือไม มันเปนเจตจำนงทางการเมืองแบบเดียวกันครับ วันหนึ่งทานบอกนโยบายแบบนี้เคยพูดไว Entertainment Complex วันนี้บอกตองเดินหนาทำ แตพอเปนรัฐธรรมนูญทานบอก ตองเดินหนาถาม แลวถาถามกลับมาไดคำตอบไมตรงกับสิ่งที่ทานอยากไดละครับ ในใจไมรู เจตจำนงในใจไมทราบแตเจตจำนงที่ออกมานอกใจเสมือนวาไมอยากใหเกิดขึ้น ฉะนั้นเวที วันนี้ไมไดพูดเอาหลอครับ ไมไดพูดเอาดี ไมไดพูดเอาเขาตัววาพรรคกาวไกลคิดไกลกวาใคร พรรคประชาชนคิดถึงประชาชนกวาใคร ยกตรงนี้ออกไปเถอะครับ ไมมา Debate ดวย ในประเด็นเหลานี้ แตยืนยันวาพรรคประชาชนมีเจตจำนง วาในเมื่อเราเห็นตรงกันวาปญหา ของการพัฒนาประชาธิปไตยที่ทำใหเกิดการยอมรับอยูที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ แลวมันจะแปลกอะไรครับ ที่เราไมสามารถเดินหนาแกไขรัฐธรรมนูญฉบับนั้นได ทานบอก ถามเพื่อความสบายใจเอาใหชัดวาสามารถทำได ก็ทานไมใชหรือครับที่เคยเสนอแกไข รัฐธรรมนูญ ก็พวกผมไมใชหรือครับที่เคยเสนอแกไขรัฐธรรมนูญแลวทานก็เห็นดวย ก็คณะกรรมการที่เคยศึกษาไมใชหรือครับที่บอกวาการแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ที่อาจจะนำไปสูการตั้ง สสร. ที่เห็นตางแตเพียงวา สสร. ควรมาจากแบบใด นั่นเกิดขึ้นได ก็สภาของเราไมใชหรือครับที่เคยมีมติรวมกันวาการเดินหนาแกไขรัฐธรรมนูญจะเปนการ ปลดล็อก แลวคืนความเปนปกติ ซึ่งจะนำไปสูการปองกันมิใหมีการฉีกรัฐธรรมนูญขึ้นอีก แตวันนี้กฎหมาย ป.ป.ช. กอนหนานี้ก็เห็นชัด เสมือนทานกลัวหรือเกรงวาการไปแตะโครงสราง บางอยางอาจจะนำไปสูการใชอำนาจนอกระบบ ทานมีประสบการณ ผมประสบการณนอย แตพวกผมไมกลัว ผมประสบการณนอยแตพวกผมไมกลัว เพราะสิ่งที่ผมบอกกับประชาชน ภาษากฎหมายแพงเขาเรียก Packta Sunt Servanda สัญญาตองเปนสัญญา คือการแกไข รัฐธรรมนูญ ซึ่งตอนที่เราเลือกนายกรัฐมนตรี ตอนที่เราอภิปรายสอบถามก็นายกรัฐมนตรี ไมใชหรือครับที่บอกวาจะเดินหนาในการแกไขบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญการปฏิรูปประเทศ ดานการเมืองอีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นดวยความเคารพครับทานประธานครับ🔗

ประการที่ ๑ ผมไมสามารถตอบคำถามตัวเองไดวาผมภูมิใจที่จะลงมติ สนับสนุนการยื่นญัตติ ๒ ฉบับนี้ที่จะนำไปสูการถามศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง🔗

ประการที่ ๒ ผมยืนยันวาการถามคำถามเพื่อนำไปสูการทำประชามติที่ทาน บอกวาตองชวยกันประหยัดงบ ตองทำความเขาใจนะ ทานประธานเองก็เห็นดวยแลว สามารถบรรจุญัตติได ถาม ๒ ครั้งนั้นสามารถทำไดไปพรอมกับการแกไขรัฐธรรมนูญนั้น จะคิดเปนอื่นไปได🔗

ประการที่ ๓ ผมไมหลอกตัวเองครับ พรรคประชาชนมีนโยบายเรื่องนี้และ เราเดินหนาตามนโยบายที่เราประกาศไว แพชนะเกมในสภาไมเปนไร แตขอใหพี่นอง ประชาชนเห็นถึงจุดยืนในทางการเมืองและจุดยืนในโลกอุดมการณนะครับ ไมใชโลกความเปนจริง กับโลกเสมือนจริง นั่นเรื่องเอไอครับ นั่นเรื่องเทคโนโลยี ซึ่งพวกผมไมถนัด🔗

ประการที่ ๔ ก็คือการยืนยันวาเรื่องการสงใหศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น ไมทราบจริง ๆ วาผลลัพธที่ทานตองการคือแบบใด เหมือนกับที่ทานสงใหตีความอะไร ที่เรียกวาซื่อสัตยสุจริตหรือไม ซึ่งทายที่สุดมันก็หนีกรอบที่ทานบอกไปไมพนวาก็ให ศาลรัฐธรรมนูญเปนผูวินิจฉัย🔗

ประการที่ ๕ ตกลงอำนาจในบานเมืองนี้มีกี่อำนาจกันแน หนังสือแปล Montesquieu ผมมีนะครับ แตฉบับภาษาฝรั่งเศสไมมี เขาไมไดบอกการแบงแยกอำนาจ ที่เด็ดขาด แตอยางนอยที่สุดดุลอำนาจระหวางฝายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการนั้นตองไป พรอมกัน แตเสมือนวาวันนี้เราคืนอำนาจทุกอยางไปใหศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทายที่สุดศาลนั้น ก็มาจากการเลือกของสมาชิกวุฒิสภา🔗

ประการที่ ๗ เปนเรื่องที่สำคัญที่สุดครับวาเรื่องนี้ไปไกลกวากฎหมาย แตเปน เรื่องสะทอนใหเห็นวาวุฒิภาวะและเจตจำนงในทางการเมืองนั้นใครกันแนที่ยืนตัวตรงไมกมหัว ตอหนาเผด็จการ ไมตองเอาประเภทแบบยกมือไหวนะครับ🔗

และประการสุดทายครับ ทานประธานครับ ดวยเหตุผลที่ผมไดนำเรียน ผมอยากฟงคำชี้แจงเวลาสรุปของเจาของญัตติทั้งสองวาทานสามารถตอบคำถามเหลานี้ ที่เพื่อนสมาชิกในสภาแหงนี้ใชเวลาที่เรานัดมารวมกันในวันจันทรในการประชุมเพื่อถามทาน ใหทานคลี่คลายความสงสัยไดหรือไม แนนอนครับวาประการสุดทายนั้นพวกผมขอยืนยัน วาพวกผมไมเห็นดวยกับการสงใหศาลรัฐธรรมนูญตีความบทบัญญัติเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง และขอลงมติคัดคานการสงใหศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะทายที่สุดนั้นถาเรามั่นใจวา อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเปนอำนาจของประชาชน เราทำหนาที่แทนประชาชนอยางเต็มที่ นี่คือความภาคภูมิใจที่จะถูกบันทึกไวมากกวาตำแหนงแหงที่ที่พวกทานมีสถานะตอสังคม ในวันนี้ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ รัฐสภา ขอตอนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม ซึ่งกำลังเขาฟงประชุม อยูชั้นบนของหองประชุมวันนี้นะครับ ขอตอนรับทุกทานครับ ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณจาตุรนต ฉายแสง ครับ🔗

นายจาตุรนต ฉายแสง สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต ฉายแสง สมาชิกสภาผูแทนราษฎร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมไมใชเจาของญัตติ แลวก็คงไมอยูในฐานะที่จะมาตอบคำถามตาง ๆ ของทานสมาชิกแทนเจาของญัตติ แตวา ในการอภิปรายนี้ก็นาจะชวยในการตอบคำถามหลาย ๆ คำถามที่ไดมีการหยิบยกขึ้นมา ในการอภิปรายในวันนี้🔗

ประการแรก ผมอยากจะขอยืนยันเสียกอนวา ในการอภิปรายสนับสนุนญัตติ ที่จะใหสงเรื่องปญหาอำนาจหนาที่ขององคกรไปยังศาลรัฐธรรมนูญนี้ ตองการแสดงเหตุผล วาเหตุใดจึงควรจะสงไปใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แตในประการแรกที่จะตองยืนยันก็คือวา สมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคเพื่อไทย และพรรคเพื่อไทยเองมีเจตนารมณในการที่จะ แกไขรัฐธรรมนูญ โดยตองการใหมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมที่ทำโดย สสร. ที่มาจาก การเลือกตั้งของประชาชน พรรคเพื่อไทยไดเสนอรางแกไขรัฐธรรมนูญในเนื้อหาอยางนี้ มาแลวหลายครั้ง รวมทั้งครั้งลาสุดก็คือการเสนอรางแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เพื่อให มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมโดย สสร. ซึ่งรอการพิจารณาอยู เจตนารมณในเรื่องนี้ มีความชัดเจนตลอดทางมาหลายป แลวก็ยังชัดเจนอยูจนขณะนี้ อยูจนทุกวันนี้ แลวก็จะมี เจตนารมณอยางนี้ตอไป ปญหาคือวาเราจะทำอยางไรใหการแกไขรัฐธรรมนูญประสบ ผลสำเร็จใหได ทานประธานครับ ขณะนี้มีปญหาวามีความเห็นตางกันในเรื่องที่วารัฐสภา จะพิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญทั้งของพรรคประชาชนและของพรรคเพื่อไทยเลยไดหรือไม ความเห็นมันตางกันอยูตรงนี้ จะพิจารณาเลยไดไหม ทานประธานก็คงทราบดีวามีความเห็น ตางกันในเรื่องนี้มาตลอดในระยะหลายเดือนที่ผานมา ทานประธานเองก็เคยที่ตัดสินใจ ตามฝายกฎหมายวาไมบรรจุรางแกไขรัฐธรรมนูญ ในครั้งนั้นครับสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจะรวมกับพรรคอื่นดวยเสนอสงใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาจะบรรจุไดหรือไม หรือดำเนินการพิจารณาแกไขรางรัฐธรรมนูญไดหรือไม ครั้งนั้นเปนเรื่องของการใหบรรจุ ศาลรัฐธรรมนูญก็ตอบกลับมาวาการดำเนินการจะบรรจุหรือไมบรรจุ แปลเปนภาษาชาวบาน ก็คือวาจะบรรจุหรือไมบรรจุก็เปนอำนาจของรัฐสภาเอง ไมไดเปนปญหาความขัดแยงในเรื่อง อำนาจหนาที่ ทานประธานก็มาดูเอกสารที่ชี้แจงมา แลวก็เห็นวาสามารถบรรจุไดเนื่องจาก คำวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญมีขอความวา อำนาจหนาที่ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม เปนอำนาจของรัฐสภา แตหากรัฐสภาตองการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ตองไปจัดทำ ประชามติเสียกอน คำสำคัญที่ทานประธานไดใชมาเปนเหตุผลชี้แจงกับพวกผม ผมจำได โอกาสหนึ่งผมก็มีโอกาสไปพบกับทานประธาน ทานประธานก็บอกวาคำสำคัญอยูตรงที่วา หากรัฐสภาตองการที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ขณะนี้มีปญหาวารัฐสภายังไมไดแสดง ความตองการที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมครับ ดังนั้นจึงไมสามารถไปทำประชามติได แลวทานประธานก็ไดบรรจุรางแกไขรัฐธรรมนูญเขาระเบียบวาระ พรรคเพื่อไทยและผมมีความเห็น ไปในทางเดียวกันกับทานประธานครับ มีความเห็นครับวาสภานี้ควรจะพิจารณารางแกไข รัฐธรรมนูญนี้ได เราเห็นวาเปนอำนาจของรัฐสภา และอานคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแลว ก็ไมเห็นความจำเปนวาจะตองไปทำประชามติกอนสามารถจะพิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญ ไปไดเลย หากรัฐสภามีมติแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ที่จะใหมีการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม นั่นละครับถึงจะตองไปทำประชามติ พรรคเพื่อไทยเห็นอยางนี้ผมที่ขึ้นมาอภิปราย ก็เห็นอยางนี้ เพียงแตวาแลวทำไม ทำไมเราเสนอวาใหสงไปศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีก ก็เพราะ มีความเห็นตางกันเกิดขึ้น ความเห็นตางกันเกิดขึ้นก็อยางที่ทานประธานเองก็เคยพบมาแลว ฝายกฎหมายเคยเสนอความเห็นแบบนั้น ฝายกฎหมายของวุฒิสภาก็มีความเห็นไปในทางวา สภายังไมควรพิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญนี้ควรจะใหเกิดความชัดเจนกอนวาจะทำประชามติ กอนหรือไม อันนั้นคือฝายกฎหมายของวุฒิสภา ทานประธานครับ พรรคการเมืองไมนาจะต่ำกวา ๑ พรรคมีความเห็นวาควรจะตองทำประชามติกอน บางพรรคไดแสดงทาทีออกมาอยางชัดเจนวา ไมตองการเขารวมสังฆกรรมกับการแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ นี้ ดวยเหตุผลก็คือบอกวา ยังมีความเสี่ยงที่ถาหากวาพิจารณาไปอาจจะเขาขายขัดรัฐธรรมนูญ บางพรรคก็บอกวาขอให เกิดความชัดเจนกอนวาจะตองทำประชามติหรือไม สมาชิกสภาผูแทนราษฎรบางสวนก็แสดง ความเห็นในทำนองนี้ สมาชิกวุฒิสภาหลายคนก็แสดงความเห็นในทางนี้วาถาหากพิจารณา กันไป ลงมติกันไป โดยไมทำประชามติเสียกอน เกรงวาจะเปนการขัดรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ละครับ ที่มันเกิดเปนความแตกตางกันอยางชัดเจน ใครผิดใครถูกโตแยงกันก็โตแยงไดถาตองโตแยง จริง ๆ ทางผม ทางพรรคเพื่อไทยก็จะบอกวาพิจารณาไดเลยไมตองไปทำประชามติกอน แตเมื่อความเห็นตางกันอยางนี้เราจำเปนตองหาขอยุติ ทำไมจึงหาขอยุติ หาขอยุติเพื่ออะไร ไมใชเตะถวงครับ ไมใชเตะถวง พรรคเพื่อไทยผลักดันการแกไขรัฐธรรมนูญอยากใหแกไดเร็ว ๆ ผมเองก็เสนอความเห็นในทางที่ตองการแกไขรัฐธรรมนูญเร็ว ๆ ใหสำเร็จใหไดโดยเร็วมาตลอด แตมาถึงวันนี้ถาไมมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมาใหชัดเจนวาพิจารณาตอไป รัฐสภาพิจารณา รางแกไขรัฐธรรมนูญโดยไมตองทำประชามติกอนนั้นจริงหรือไม ก็จะมีปญหาวาพรรคการเมือง บางพรรคก็อาจจะไมมาลงมติ เสียงก็หายไปครับ พรรคนั้นมีกี่เสียงเสียงก็จะหายไปเทานั้น บางพรรคก็อาจจะบอกวาแลวแตสมาชิกครับ ถาไมแนใจก็ไมตองไปออกเสียงลงคะแนน ในการพิจารณาของรัฐสภา สมาชิกวุฒิสภาอีกหลายคนก็อาจจะบอกวาขอรอดูกอน ถาอยางนี้ ขอไมไปออกเสียง ทานประธานครับ การแกไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ การแกไขรัฐธรรมนูญแตละมาตรา ถาจะแกไดตองใชเสียงขางมากเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา ที่สำคัญตองการเสียงไมนอยกวา ๑ ใน ๓ ของวุฒิสภา ถาฝายกฎหมายของวุฒิสภาบอกวาไมควรพิจารณา ถา สว. หลายคนบอกวา ยังไมชัดเจน เพราะฉะนั้นไมกลาไปลงคะแนน เสียงจะหายไปเทาไรครับ เสียงหายไปเทาไร พวกผมก็ไมทราบแตหายแน ๆ เห็นชัด ๆ อยูแลววาหายแน ๆ ทานสมาชิกบางทานบอกวา ถาอยางนี้จะมีหลักประกันอะไร จะเพียงพอหรือไมถาหากสงไปศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมา ชัดเจนแลวถาออกมาวาใหพิจารณากันไปไดไมตองทำประชามติกอน แลวการแกไขรัฐธรรมนูญ จะสำเร็จ แลวผูที่ไมตองการแกรัฐธรรมนูญจะเปลี่ยนใจมาสนับสนุนการแกรัฐธรรมนูญ หรือทานบอกวาพวกที่อางวาการพิจารณาตอไปจะขัดตอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ลึก ๆ อาจจะไมตองการแกรัฐธรรมนูญ อันนั้นไมมีใครทราบครับ ไมมีใครทราบ แตทำไมเรา ตองการใหวินิจฉัยเสียกอนใหชัดเจน เพราะเราไมตองการใหมีขออางครับ ไมวาจะเปนของ พรรคการเมือง ของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือของสมาชิกวุฒิสภา ใหตัดขออางนี้ออกไป ตัดขออางนี้ออกไปแลวเหลือแตวาจะสนับสนุนการแกไขรัฐธรรมนูญหรือไม ถาหากวาพูดถึง พรรคการเมืองรวมรัฐบาลครับ อันนี้ก็ตองพูดกันตรง ๆ วาถาหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย มาแลววาพิจารณาไดลงมติไดโดยไมตองทำประชามติกอน ขออางนี้จะหายไปแลว ขออาง ที่วาเปนการเสี่ยงตอการขัดรัฐธรรมนูญจะหายไป เมื่อหายไปแลวพรรครวมรัฐบาลก็คุยกันไดครับ เพราะวานโยบายของรัฐบาลแถลงตอรัฐสภาไปแลววาจะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ทำรัฐธรรมนูญใหเปนประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ดังนั้นพรรครวมรัฐบาลก็จะ คุยกันวาเมื่อถึงเวลานั้นตองสนับสนุนการแกไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเปนนโยบายของรัฐบาล โดยไมมีขออางอีกตอไปวาการรวมพิจารณาการลงมติสนับสนุนการแกไขรัฐธรรมนูญจะเปน การกระทำที่ขัดตอรัฐธรรมนูญ อันนี้ครับคือเหตุผลที่เราคิดวานอกจากไมใชเปนการเตะถวงแลว ยังเปนการพยายามหาหลักประกันครับวาการพิจารณาที่เราจะทำกันตอไปในการแกไข รัฐธรรมนูญนั้นจะมีอุปสรรคนอยกวา มีความเสี่ยงนอยกวา และมีความเปนไปไดมากกวา ในการที่จะแกไขรัฐธรรมนูญใหประสบความสำเร็จ ทานประธานครับ เรื่องการที่จะสง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนี้มันเปนกรณีที่เกิดปญหาขึ้นจริงของเรื่องอำนาจหนาที่ ปญหาก็คือวารัฐสภาจะพิจารณาไปกอนที่จะมีการทำประชามติไดหรือไม กรณีอยางนี้ มันเกิดขึ้นแลว ผมก็เห็นดวยสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยก็เห็นดวยครับวา อำนาจนิติบัญญัติควรจะยืนยันในอำนาจตัวเอง ไมยอมใหศาลรัฐธรรมนูญก็ดีหรือองคกรอื่นใดก็ดี มามีอำนาจเหนือฝายนิติบัญญัติ แตวาในระบบของรัฐธรรมนูญนี้ศาลรัฐธรรมนูญไดเขามา กาวกายแทรกแซงการทำงานของการใชอำนาจหนาที่ของทั้งฝายบริหารและฝายนิติบัญญัติ รวมถึงตอพรรคการเมืองและระบบพรรคการเมืองดวย สิ่งเหลานี้ไดเกิดขึ้น และหลังสุดสิ่งที่ เกิดขึ้นจะเรียกวาเปนการกาวกายแทรกแซงหรือไมอาจจะพูดไมไดชัดเจน แตไดมีการอาศัย อำนาจตามรัฐธรรมนูญในระบบของรัฐธรรมนูญปจจุบัน ในการที่จะ ผมกำลังจะเสร็จแลว ทานประธาน ในการที่วินิจฉัยวาการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ซึ่งในรัฐธรรมนูญเราไมมี เขียนไวครับวาถาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมตองทำประชามติหรือไมตองทำ และจะตองทำ เมื่อไร แตแกไขบางมาตราที่สำคัญเขาบอกวาตองทำประชามติ ศาลรัฐธรรมนูญก็เลยวินิจฉัย ไววาถาจะไปจัดทำรัฐธรรมนูญใหมซึ่งมันมากกวาการแกไขบางมาตราที่สำคัญเพราะมันแกไข เยอะแยะไปหมดตองจัดทำประชามติ อันนั้นก็เปนการใชอำนาจตามรัฐธรรมนูญที่เขียนไว ใหเปนอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในความเปนจริงที่เปนอยางนั้น และเมื่อเปนอยางนั้น มันก็เปนปญหาคางคาตอมาทำใหกลายเปนอุปสรรคตอการแกไขรัฐธรรมนูญ สิ่งที่เราตองทำ ไมใชเปนการสยบยอมวาฝายนิติบัญญัติทำอะไรตองไปถามศาลศาลรัฐธรรมนูญ แตเรื่องมันเปน มาถึงขั้นนี้ไมถามก็ยิ่งแกไมได ถาถามแลวเกิดความชัดเจน โอกาสที่จะแกไขรัฐธรรมนูญได ก็จะมีมากขึ้น และถาเราแกรัฐธรรมนูญไดครับ ผมและสมาชิกพรรคเพื่อไทยยังหวังวา การแกไขรัฐธรรมนูญในอนาคตจะยิ่งทำใหฝายนิติบัญญัติมีอำนาจ มีความเปนอิสระ อยางชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญไมพึงมีอำนาจหลายอยางที่มันกาวกาย กาวกายฝายนิติบัญญัติ ฝายบริหาร และพรรคการเมือง อยางที่เปนอยูมาหลายปตั้งแต รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๕๐ จนมาถึงรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ อยางที่เปนอยูในขณะนี้ ดังนั้น การพยายามใหแกไขรัฐธรรมนูญใหสำเร็จ มีปญหาอุปสรรคอะไรตองชวยกันหาทางแกไข และเราจึงจะมีโอกาสความเปนไปไดที่จะแกไขรัฐธรรมนูญเพื่อใหเกิด สสร. มาจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมครับ ขอบคุณครับทานประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณทานจาตุรนต ฉายแสง ครับ มีประเด็นนิดเดียวที่พาดพิงถึงประธานรัฐสภา ผมขอชี้แจงประมาณ ๑ นาที ๒ นาทีเทานั้นครับ ในประการแรกที่ประธานรัฐสภาไดใหบรรจุนั้นโดยยึดคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญครับ ครั้งสุดทายเมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๗ ซึ่งมีหลักการ ๓ ประการ ในคำวินิจฉัยนั้น🔗

ประการที่ ๑ รัฐสภามีอำนาจในการแกไขรัฐธรรมนูญ🔗

ประการที่ ๒ ประธานรัฐสภามีอำนาจในการบรรจุวาระการแกไขรัฐธรรมนูญ🔗

ประการที่ ๓ ที่สำคัญเขาบอกวาถารัฐสภาตองการจะแกไขรัฐธรรมนูญ ถาจะแกไขรัฐธรรมนูญก็ดำเนินการแลวไปทำประชามติ🔗

ซึ่งที่ผมบรรจุแลวก็ฝายกฎหมายเห็นวาเพราะคำวา ถารัฐสภาตองการ คำวา ถารัฐสภาตองการนั้น หมายความวาตองพิจารณามาตรา ๒๕๖ วาระหนึ่ง วาระสอง และ วาระสามไปแลว นั่นคือความตองการ แตถายังไมพิจารณาอยู ๆ พรรคประชาชนก็เสนอ รางแกไข พรรคเพื่อไทยก็เสนอรางแกไข นั่นเปนความตองการของพรรคการเมืองเทานั้น หรือประชาชนจะเสนอมาก็เปนความตองการของประชาชน แตถาจะบอกวารัฐสภาตองการ มันตองประชุมและลงมติเทานั้นถึงจะถือวารัฐสภาตองการ แตถาเสนอรางมาก็ยังไมไดถือวารัฐสภาตองการ ทีนี้ที่บอกวาเสี่ยงวาจะผิดกับคำวินิจฉัย ของรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๔ ตองไปทำเสียกอน แตตอนนั้นยังไมมีคำวา ตองการ อยางไรก็ตาม เมื่อรัฐสภาแสดงความตองการแลวก็ยังจะไมไปรางรัฐธรรมนูญใหม ยังไมรางครับ และยังไม ไปเลือก สสร. ก็ยังไมไดเลือก สสร. เมื่อแสดงชัดเจนวารัฐสภาตองการแลวจะแกไข ผานมาตรา ๒๕๖ วาระสามแลวก็จะไปถามประชามติของประชาชนเสียกอน กอนเลือก สสร. ไปถามประชาชนเสียกอน ถาประชาชนทั้งประเทศไดมีมติตามรัฐธรรมนูญวาตองการ นั่นละ ก็จะเลือก สสร. แตถาประชาชนบอกไมตองการ เสียงขางมากไมตองการก็ไมตองไปเลือก สสร. และการแกไขรัฐธรรมนูญตามที่รัฐสภาตองการก็ตองยุติ เพราะประชาชนไมตองการ เพราะประชาชนไมตองการ ทีนี้ถาหากวาเราไมไดถามรัฐสภาตองการ เดิมที่คิดวาไปถาม ประชามติจะไปถามประชามติอยางไร เพราะยังไมรูวาจะแกกี่ขั้นตอน ประการที่ ๒ ถามประชามติครั้งหนึ่งตามรัฐธรรมนูญแลวตองเสีย ๓,๐๐๐ ลานบาท เสียก็ไมเปนไรครับ เพราะเปนเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ไปถามเสร็จแลวประชาชนบอกตองการ ถาไมตองการก็จบ ประชาชนบอกตองการ แลวเรายังไมถามรัฐสภาตองการก็มาเขากฎหมาย ๒ ฉบับมาเขาสภา แตเกิดวาระสาม รัฐสภาบอกไมเอาดวย หรือเสียง สว. ไมถึง ๖๗ ก็ถือวาไมผาน แตเสีย ๓,๐๐๐ ลานบาทไปแลว และเสียเวลาไปแลว นี่คือสิ่งที่ฝายกฎหมายของสภาผูแทนราษฎร และประธานรัฐสภาตัดสินใจโดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๗ ตามที่ทานจาตุรนตไดพูดถึง มันมีขอ ๓ ถารัฐสภาตองการ ถารัฐสภาตองการไมขอมติรัฐสภา แลวจะบอกรัฐบาลตองการไดอยางไร เพียงแตพรรคการเมืองตองการยังไมใช หรือประชาชน ตองการยังไมใช แตอันนี้ก็ไมเกี่ยวกับวาวันนี้เราจะมีมติไปถามศาลรัฐธรรมนูญหรือไม แตผมชี้แจง เพราะวาพาดพิงหลายครั้ง แลวก็เปนความกังวลของทานสมาชิกดวย ผมขออนุญาตชี้แจง เพียงเทานี้ เดี๋ยวดำเนินการตอไปครับ ตอไปทานสหัสวัต คุมคง เชิญครับ🔗

นายสหัสวัต คุมคง สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

เรียนทานประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุมคง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอมีสวนรวมในการอภิปรายญัตติ กอนอื่นทานประธานครับ ขอชื่นชม ทานประธานอาจารยวันนอรไดกลาวอธิบายละเอียดมากเรื่องคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ในป ๒๕๖๔ ซึ่งจริง ๆ แลวอันนี้เปนคำตอบทั้งหมดเลยครับวาทำไมเราถึงไมมีความจำเปน ในการตองสงศาลรัฐธรรมวินิจฉัยตีความอีก แตวาในฐานะที่ตองอภิปรายเรื่องนี้ผมขอ อภิปรายแบบนี้วาญัตตินี้ครับเปนญัตติที่ถูกยื่นเขามาดวยความกลัว แลวเปนความกลัว ที่กำลังทำใหสภาแหงนี้และประชาชนเสียเวลาครับ ทานประธานครับ หลาย ๆ ทานในสภาแหงนี้ ก็ไดอภิปรายกันครับวาเรากำลังจะเดินไปขางหนาแบบพุงชนโดยใหเห็นวามีเหวอยูขางหนา มีกำแพง มีตนไม โนน นี่ นั่น อยูขางหนากำลังจะวิ่งไปชน แลวหนทางในการแกรัฐธรรมนูญ มันอาจจะติดหลม ทานประธานผมขอพูดแบบนี้ครับ ยิ่งจากที่ทานประธานวันนอรไดพูด อธิบายเมื่อสักครูกำแพงเหลานั้น อุปสรรคเหลานั้นเปนความกลัวที่เราสรางขึ้นกันเองทั้งหมดเลย เพราะจริง ๆ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุไวชัดเจนในคำวินิจฉัย ป ๒๕๖๔ ครับ แลวมันวินิจฉัยมาแลว เรากลับไปถามแลวถามอีก เรากำลังทำตัวเหมือนเด็กขี้ขลาดที่คิด อะไรเองไมได ตัดสินใจเองไมไดเลยตองกลับไปถามพอทุกครั้งหรือครับในการตัดสินใจ ซึ่งผม งงมากแบบนี้ ถามไปแลวครั้งหนึ่งพอบอกมาแลววาตองทำแบบนี้ก็ยังจะไปถามพอครั้งที่ ๒ ซึ่งมันไมควรมีครั้งที่ ๓ ครั้งที่ ๔ ยิ่งไมควร ทานประธานครับ เรื่องนี้นะครับ มันเกิดจากความกลัวแลวกำลังทำใหประชาชนและสภา แหงนี้เสียเวลาครับ ถาเรามีมติยื่นไปศาลรัฐธรรมนูญใหวินิจฉัยตีความอีกครั้งหนึ่งมันก็จะ ออกมาหลาย ๆ ทางไดเชนเดียวกันครับ ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญไมรับตีความเหมือนกับที่ ไมรับตีความเมื่อป ๒๕๖๗ นี่ เราก็เลยจะเสียเวลาของสภาแหงนี้ เสียเวลาไปอีก แลวถาไมรับ ทานจะทำอยางไร ทานก็บอกวาในเมื่อคุยกันไมรูเรื่องมี ๒ ฝายที่เห็นตางกัน ความเห็นตางนี่ มันมีตลอด มีมาอยางยาวนานแลวครับ และความเห็นตางที่ผมสงสัยมันคือเห็นตางอะไรครับ ไมใชวาเปนความเห็นตางในรัฐบาลเองหรือครับ เมื่อสักครูทานวิทยา แกวภราดัย กระผม ขอเอยนามนะครับ ก็มาพูดกลางสภาแหงนี้วาพรรครวมไทยสรางชาติไมไดเห็นดวยกับการ แกรัฐธรรมนูญ ซึ่งจริง ๆ นี่คือนโยบายของรัฐบาลโดยตรง ตอนนี้พรรครวมรัฐบาลสามารถ พูดวาไมเห็นดวยกับนโยบายรัฐบาลในกลางสภาแหงนี้ไดแลวหรือครับ อันนี้ผมไมทราบเลย จริง ๆ ครับ แลวยิ่งทานจาตุรนต ฉายแสง ที่พูดเมื่อสักครู ขออนุญาตเอยนามนะครับ ก็บอกวา ใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาจะไดคุยกันได ที่ผานมาคุยกันไมไดหรือครับ ผมงงมากเลยครับ จริง ๆ ผมก็คิดวาทานนายกแพทองธารมีภาวะความเปนผูนำที่จะสามารถดึงพรรครวม รัฐบาลใหเห็นไปในทางเดียวกันได แตตอนนี้เริ่มตั้งขอสงสัยแลวครับเพราะวาออกมาพูด กันเองเหมือนคุยกันไมไดแลวครับ แลวถาศาลรัฐธรรมนูญรับ แลวใชเวลานานในการวินิจฉัย เราจะทำอยางไร เราจะตองรอตอไปหรือครับ สมมุติศาลรัฐธรรมนูญรับแลวใชเวลา ๑ ป แลวยังไมมีคำตอบมาที่สภาแหงนี้ ระหวางนั้นเราทำอะไรครับ มันยิ่งทำใหการแกรัฐธรรมนูญ ที่เปนวาระที่ประชาชนทั้งประเทศเห็นชอบ เปนฉันทามติรวมกันนี่ ดูไดจากเสียงเลือกตั้ง ป ๒๕๖๖ เลยครับ มันยิ่งชาไปอีก แลวสมมุติรับแลวศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาวาก็ทำ ประชามติ ๒ ครั้งเหมือนเดิม นี่ยิ่งเปนการเสียเวลาไปอีกครับ เหมือนกับไปถามซ้ำถามซอน แลวสมมุติวาศาลรัฐธรรมนูญรับแลววินิจฉัยมาวาใหทำประชามติ ๓ ครั้ง ยิ่งงงเลยครับ นี่เปนการสรางบรรทัดฐานที่ผิดเพี้ยนกลับคำวินิจฉัยของตัวเองครับ ยิ่งถาเรายอนกลับไปดู ประวัติศาสตรชาติไทยทำรัฐธรรมนูญมา ๑๑ ครั้ง อันนี้ไมนับที่รัฐประหารนะครับ ไมเคย มีการทำประชามติกอน มีแค ๒ ครั้งที่ทำประชามติหลังราง ป ๒๕๓๙ รัฐสภาก็ลงมติใหทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมโดยไมไดมีการทำประชามติ แลวถาศาลรัฐธรรมนูญบอกวาตองทำ ประชามติ ๓ ครั้งนี่ เราจะกลับไปอธิบายประวัติศาสตรอยางไรครับ ครูสอนประวัติศาสตร ครูสอนกฎหมายตอนนี้งงไปหมดเลยครับ เราจะยอนกลับไปอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นแลวอยางไร ใชอะไรมาอธิบายนักเรียนที่กำลังเรียนกฎหมายอยูตอนนี้ ทานประธานครับ นี่คือความกลัว ที่ทำใหเกิดความเสียเวลา ซึ่งผมหวังวาเพื่อนสมาชิกทุกทานจะพิจารณาสิ่งนี้ดวยความหวัง ยิ่งเมื่อสักครูทานประธานมาพูดนี่ผมคิดวาความหวังมันยิ่งชัดเจนวาเราไมตองกลัวอะไรอีกแลว สิ่งที่ทานประธานวันนอรอธิบายเมื่อสักครู ชี้แจงเมื่อสักครูคือคำตอบที่ดีที่สุดและชัดเจน ครบถวนมาก ๆ ครับวาสภาแหงนี้ทำอะไรไดบางและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๔ นี่ มันเปนอยางไร แตผมมีอีกเรื่องครับทานประธาน เวลาบอกวาพรรคเพื่อไทย พรรครวมรัฐบาล จริงใจในการยื่นเพื่อตีความกับศาลรัฐธรรมนูญนี่ เพื่อบอกวาเราจะเอาอยางไรกันดีแตผม สงสัยอยางหนึ่งครับ ทำไมคำถามที่สงไปถึงศาลรัฐธรรมนูญรอบนี้ถึงมีคำถามเดียว คือรัฐสภา จะสามารถบรรจุวาระและพิจารณารางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมที่มีบทบัญญัติใหจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมโดยยังไมมีผลการออกเสียงประชามติวาประชาชนประสงคจะใหมี รัฐธรรมนูญฉบับใหมไดหรือไม คำถามเดียว แตตอนป ๒๕๖๗ นี่ทานสงไปถาม ๒ คำถาม และคำถามที่ ๒ ที่ทานตัดทิ้งเปนคำถามที่สำคัญมาก ๆ คำถามที่ทานยื่นไปถามในป ๒๕๖๗ คือรัฐสภาสามารถบรรจุรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมที่มีบทบัญญัติใหจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใดแลว แลวจะทำใหประชาชนผูทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติ เสียกอนวาสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม จะสามารถกระทำในขั้นตอนที่รัฐสภาลงมติ ใหความเห็นชอบรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมในวาระที่สามแลว โดยสอบถามไปพรอมกับ กรณีมาตรา ๒๕๖ (๘) ไดหรือไม เพื่อใหสอดคลองกับคำวินิจฉัยที่ ๒/๒๕๖๔ หากไมไดจะตองสอบถามในขั้นตอนใด ซึ่งคำถามนี้ตางหากที่เปนคำถามชัดเจนวาจะทำอยางไร เพื่อใหลอกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในป ๒๕๖๔ แตทานกลับตัดคำถามนี้ทิ้ง ผมเลย ยิ่งตองงงวาสรุปทานจริงใจกับเรื่องนี้มากนอยแคไหน ทานประธานครับ หลาย ๆ ทานในสภา แหงนี้ก็อภิปรายวาเราตองทำใหรัฐธรรมนูญมันทำได ไมใชแคไดทำ ที่ผานมาทำอะไรอยูครับ การที่เรามาคุยกันเรื่องนี้ได การที่มีการบรรจุรางแกรัฐธรรมนูญขึ้นมาในสภาแหงนี้ที่ตองมา คุยกันเรื่องนี้ ณ ที่แหงนี้ตอนนี้ก็เพราะคนที่ยืนยันวาประชามติแค ๒ ครั้งก็พอนะครับ คนที่กังวล เรื่องนี้ไมไดทำอะไรเลยครับ ผมขอพูดอยางตรงไปตรงมาอยางนี้เลยครับ แลวทานเสียเวลา มาอยางยาวนานในการแกรัฐธรรมนูญตั้งแตเลือกตั้งป ๒๕๖๖ ก็มีการตั้งคณะกรรมการศึกษา การทำประชามติเพื่อแกไขความขัดแยงในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม และคณะกรรมการชุดนี้ ทำอะไรครับสุดทายความขัดแยงก็ยังคงอยู แลวก็เปนความขัดแยงภายในพรรครวมรัฐบาล ทั้งนั้นเลย แลวถึงเวลาก็ตองสงไปใหศาลรัฐธรรมนูญตีความแลวเราก็เสียเวลาสภาแหงนี้ ซ้ำแลวซ้ำเลา ซ้ำไปซ้ำมาประชาชนก็เสียโอกาส แลวตองอยูกับรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ที่เห็น กันวามันมีปญหาแบบนี้ไปอีกนานแคไหน ตอนนี้มันไมทันป ๒๕๗๐ แลวดวยซ้ำครับ เราคาดหวังกันวาจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมการเลือกตั้งป ๒๕๗๐ ตอนนี้ก็ไมทัน แลวยัง จะเสียเวลา ๆ กันไปอีก ประชาชนจะตองอยูกับรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ที่เขาก็รูกันวามีปญหา แบบนี้อีกนานแคไหนครับ วันนี้ผมขอเรียกรองเพื่อนสมาชิกทุกทานลงมติดวยความหวัง ลงมติ ดวยความกลาครับ ดวยการที่ตองยืนหยัดตามหลักการที่ควรจะเปน ยิ่งเรามีผูเชี่ยวชาญ อยางทานอาจารยวันนอรอธิบายใหเราอยางชัดเจนครบถวนแบบนี้ผมไมเห็นเหตุอะไรที่เรา ตองกลัวแลวสงไปใหศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกแลว วันนี้ใหใชสภาแหงนี้เปนที่สรางความหวัง ใหกับประชาชนคนไทยกันเถอะครับ ใหกับประชาชนทั้งประเทศที่จะไดมีความหวังในการมี รัฐธรรมนูญฉบับใหมใหเร็วที่สุด ขอใหลงมติดวยความหวังครับเพื่อนสมาชิกทุกทาน ขอบคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหนาที่ประธานในที่ประชุม)
นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ทานตอไปขอเชิญทานกอแกว พิกุลทอง ครับ🔗

นายกอแกว พิกุลทอง สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ กระผม กอแกว พิกุลทอง สส. พรรคเพื่อไทยในฐานะสมาชิกรัฐสภา ทานประธานครับ เปนที่นายินดีวาทุกวันนี้สมาชิกสวนใหญของรัฐสภาก็เห็นพองตองกันวา เราตองแกรัฐธรรมนูญ มีเสียงที่ไมเห็นดวยนอยมาก นั่นหมายถึงวาผูที่ขึ้นมาอภิปรายสวนใหญ มีความเห็นพองตองกันที่อยากจะเดินหนาเรื่องนี้ใหสำเร็จลุลวง แตวันนี้ยังมีความแตกตาง เรื่องวิธีการอยู ทานประธานครับ ทุกทานก็ยอมรับวาภายใตรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำใหประเทศ มีปญหา รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้นออนแอ ไมคอยมีเสถียรภาพ สามารถถูกจัดการ อำนาจจากองคกรอื่นไดงาย พรรครวมรัฐบาลเอง พรรคขนาดกลาง ขนาดเล็กก็มีเสียงตอรอง ไดมากขึ้น ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถึงแมเสียงสวนใหญอยากจะแกไขใหเปนประชาธิปไตย ใหเปนตามหลักสากล แตเราอยาลืมนะครับวามีกลุมคนที่ไดประโยชนจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ไมอยากแกไข หรือแกไขก็อยากใหชาลง เลยเปนที่มาของปญหาที่เราเจอในชวงที่ผานมานั้น ที่จริงแลวเรื่องนี้การแกไขรัฐธรรมนูญนั้นเปนนโยบายสำคัญนโยบายหนึ่งของรัฐบาล ทานนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร พรรครวมรัฐบาลก็ประกาศวาพรอมจะใหความรวมมือ แตในทางปฏิบัติจริงนั้นก็ยังมีปญหาในการเดินหนาไปดวยกันอยู เราตองยอมรับดวยความเปนจริง วาที่ผานมายังไมเปนน้ำหนึ่งอันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลก็พยายาม แกปญหานี้นะครับ ในการเดินหนาเรื่องนี้นั้นครั้งที่แลวพรรครวมรัฐบาลพรรคใหญพรรคหนึ่ง ไมเห็นดวยในการเดินหนา สว. จำนวนมากที่สนิทสนมกับพรรครวมรัฐบาลนี้เดินการเมือง ในแนวทางเดียวกันก็ไมเห็นดวย โดยอางเหตุผลวาไมมีความชัดเจนในจำนวนครั้งของการทำ ประชามติและขั้นตอนการทำประชามติ ถึงแมทางฝงเพื่อไทยเองเกจิอาจารยนักกฎหมาย หลายทานก็พยายามชี้วา คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นทำประชามติแค ๒ ครั้ง เราตอบ อยางนั้นแตเพื่อนเราบอกวาขอความชัดเจนมากกวานี้ ถาไมชัดเจนเขาไมอยากเสี่ยง เขาตอบ อยางนั้น เขาบอกวาที่ผานมามีหลายกรณีที่มีการแกไขกฎหมายหรือเสนอแกกฎหมาย แลวโดนคดี เอางาย ๆ อยางพรรคการเมืองบางพรรคเพียงเสนอแกกฎหมายบางกฎหมาย ถึงขั้นโดนยุบพรรค ผูลงชื่อสนับสนุนถูกดำเนินคดีทั้ง ๆ ที่ไมควรโดนแบบนี้ เพราะฉะนั้น สส. สว. จำนวนหนึ่งที่เขากลัว เขาก็อยากเห็นความชัดเจนในเรื่องนี้ จึงเปนที่มาวาเขายังไมกลาเซ็นชื่อ ไมกลาโหวตใหในการสนับสนุนการแกไขรัฐธรรมนูญจนกวาจะมีความชัดเจน ในเมื่อเขาอาง ความไมชัดเจนพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำที่ผลักดันเรื่องการแกรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด ก็ตองพยายามหาความชัดเจนใหเกิดขึ้นจนกวาเพื่อนรวมทาง หรือ สว. ที่ยังมีความเห็น แตกตางนั้นคลอยตาม เห็นดวย แลวก็สบายใจ แลวหันมาสนับสนุนในการแกไขรัฐธรรมนูญ ครั้งนี้ครับ อยาลืมวาการแกไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้อยางที่ทานจาตุรนต ฉายแสง บอกแลววา ในวาระแรกเราตองใชเสียงสมาชิกทั้งหมดกึ่งหนึ่งขึ้นไป ราว ๆ ๓๑๐ เสียง แลวทั้งนี้ตองมีเสียง สว. จำนวน ๑ ใน ๓ ของ สว. ทั้งหมด หรือ ๖๗ ทาน ถา สว. ๖๗ ทานหมายถึง สส. ก็ตอง อยางนอย ๒๘๐ ทาน ซึ่งถาเสียงของพรรคเพื่อไทยและเสียงของพรรคฝายคาน ๒ พรรค รวมกันก็เกิน ๒๘๐ ทานแลวครับ พอ แตผมถามวาเสียง สว. เราพอหรือไม เราถึง ๖๗ เสียง หรือไม สว. หลายทานที่มาเรงวาใหเอาเรื่องแกไขรัฐธรรมนูญเขารัฐสภาเลย พิจารณาเลย ไมตองรอความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญ ผมถามวาเสียงทานพอ ๖๗ คนหรือไม ถาไมพอ เดินหนาไปการแกไขรัฐธรรมนูญก็ไมสำเร็จ ถาเรารูอยางนี้แลวเราจะเดินหนาไปทำไม สูเรา รออีกนิด เสียเวลาอีกหนอย ใหทุกฝายสบายใจหันมารวมแรงรวมใจสนับสนุนการแกไข รัฐธรรมนูญไปดวยกัน ซึ่งมันก็จะไดไมมีปญหานะครับ ฝายรัฐบาล ฝายคานก็จับมือดวยกัน แกไขรัฐธรรมนูญใหมันสำเร็จ เพราะฉะนั้นวันนี้จึงเปนที่มาที่ทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ไดเสนอ ญัตติดวน เรื่อง ขอใหสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับอำนาจ และหนาที่ของรัฐสภา เรื่องการแกไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมเห็นดวยนะครับ ตราบใดที่เพื่อนสมาชิก ยังไมสบายใจ ยังไมโอนออนคลอยตามที่จะหันมาโหวตใหกับการแกไขรัฐธรรมนูญนั้น เราก็ตองยื่นไปถามละครับ ยื่นไปถาม ถามกี่ครั้งก็ไมเปนไร ถามจนกวาจะเขาใจตรงกันชัดเจน และสบายใจแลวหันมารวมมือรวมใจในการแกไขรัฐธรรมนูญรวมกัน ดีกวาผลักดันไปแกไขเลย แลวตกมาตายเสียเวลาโดยไรประโยชน แถมถูกลูกหลานดาอีกหาวาโง ทานประธานครับ ก็ขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกวาอยาตั้งคำถามวา พรรคเพื่อไทยมีความจริงใจในการแกไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม ขอความกรุณาวาอยากลาวหาวาพรรคเพื่อไทยไมอยากแกไขรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย และพวกผมเองมีจุดยืนในการไมรับรางรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ฉบับป ๒๕๕๐ ที่มีการรณรงค ใหทำประชามติฝายเดียวในชวงเดือนสิงหาคม ๒๕๕๙ พวกผมไมเห็นดวย ผมเองและเพื่อน ๆ ออกมารณรงคไมรับรางรัฐธรรมนูญฉบับนี้จนถูกดำเนินคดีตองขึ้นศาลทหารหลายป เพราะฉะนั้น อยาตั้งคำถามนี้กับพวกผม ถาคุณตั้งคำถามนี้กับพวกผม ผมจะตั้งคำถามกลับไปวาวันที่พวกผม ออกมาคัดคานรัฐธรรมนูญฉบับนี้พวกคุณไปหลบอยูมุมไหน ทานประธานครับ ทานนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร หัวหนาพรรคเพื่อไทย ทานเองก็ไดพูดกับสมาชิก สส. พรรคเพื่อไทย ในหลายครั้งหลายคราววาขอใหเดินหนาเรื่องแกรัฐธรรมนูญใหเต็มที่ วันนี้พรรคเพื่อไทย ก็เดินหนาเรื่องนี้อยางเต็มที่ แตเรารูวามันมีปญหาอุปสรรคที่ตองแกไข เราก็พยายามเดิน แลวก็ Clear ปญหากันไปเพื่อใหทุกอยางมันเปนทีละ Step ยอมรับวาปญหาบางอยางเปนปญหา ทางการเมือง ปญหาเรื่องการตอรองกันมันไมใชแกงาย ๆ ครับ มันตองใชเวลาและตองทำ ความเขาใจกัน ดังนั้นวันนี้พรรคเพื่อไทยก็ยังยืนยันวาเราจะเดินเรื่องนี้จนกวาจะสัมฤทธิ์ผล ตราบใดที่เราไดเสียงโหวตไมเพียงพอจาก สว. จำนวน ๖๗ คน เราเองก็คงไมเอาญัตติ เรื่องการแกไขรัฐธรรมนูญนั้นเขาพิจารณาในรัฐสภาแหงนี้นะครับ มิฉะนั้นจะเปนฆาตัวตาย สวนทานที่มีความเห็นตางนะครับ อยากใหมีการพิจารณาแกไขรัฐธรรมนูญโดยเร็ว โดยทาน มองวาทานมีความกลาหาญ ผมก็ตองขอเรียนนะครับวาในชวงที่ผานมาผมตอสูกับเผด็จการ โดนคดีมานับสิบคดี มาตรา ๑๑๒ มาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๖ เยอะแยะไปหมด วันนี้คดียังไม หมดเลยครับ ถาทานกลาหาญก็ลองดูเถอะครับ ลองทำอะไรที่มันสุมเสี่ยงดูนะครับ วันนี้บางทาน ก็โดนแลวดวย ซึ่งผมก็เห็นใจ ไมอยากใหนอง ๆ ตองมามีชะตากรรมเหมือนพวกผมนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอใหอยาบุมบาม ทำความเขาใจกับความไมปกติของบานเมืองใหมากขึ้น และเราเองในฐานะฝายรัฐบาลและคุณในฐานะฝายคาน ที่จริงแลวมีจุดยืนทางการเมืองคลายกัน ตองการใหประเทศนี้เปนประชาธิปไตยที่มีความศิวิไลซนะครับ ขอวาชวยกันมาจับไมจับมือ เดินหนาไปดวยกันนะครับ ปญหาอุปสรรคที่มีระหวางทางก็ชวยกันแกนะครับ ซึ่งถาเราทำ อยางนี้ปญหาที่เกิดขึ้นก็จะคลี่คลายไปทีละเปลาะ ๆ แลวสุดทายการแกไขรัฐธรรมนูญ เพื่อประเทศไทยก็จะสำเร็จครับ ทานประธานครับ ผมจึงกราบเรียนวาผมขอสนับสนุนญัตติ ของทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ไว ณ ที่นี้ และอยากใหทางศาลรัฐธรรมนูญไดมีการวิจัยใหเกิด ความกระจางแกรัฐสภาแหงนี้เพื่อเราจะไดปฏิบัติหนาที่ไดอยางถูกตอง กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ทานวรายุทธ ทองสุข เชิญครับ🔗

นายวรายุทธ ทองสุข สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

เรียนทานประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวรายุทธ ทองสุข สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๑ พรรคประชาชนครับ ผมขอเรียนทานประธานครับวาเมื่อสัก ๑ เดือนกอนที่ผานมาครับ ผมรูสึกมีความหวังเปนอยางยิ่งที่จะไดเห็นการจัดทำรัฐธรรมนูญใหมภายใตรัฐสภาชุดนี้ครับ เพราะทันทีที่ทานประธานยอมบรรจุรางแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เขาสูการพิจารณา ของรัฐสภาก็หมายความวาเราสามารถประหยัดการทำประชามติที่ไมจำเปนไปได ๑ ครั้ง ซึ่งนอกจากจะประหยัดงบประมาณแผนดินไดถึง ๓,๐๐๐ ลานบาทแลวมันยังเปนหนทาง ในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหมที่เร็วที่สุด แตจากความหวังก็แปรเปลี่ยนเปนความผิดหวังครับ เมื่อเกิดเหตุการณสภาลมในระหวางการพิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ซึ่งมี เพื่อนสมาชิกใหเหตุผลวาการพิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ในครั้งที่ผานมา เปนการกระทำที่ขัดตอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๔ ดวยความเคารพตอทานประธาน และเพื่อนสมาชิกทุกทานครับ กระผมไมเขาใจจริง ๆ ครับวาการพิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ หรือการเดินหนาจัดทำรัฐธรรมนูญใหมโดยประชาชนผานการทำประชามติ เพียง ๒ ครั้ง เปนการกระทำที่ขัดตอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอยางไร ในเมื่อเราไปดูคำวินิจฉัยสวนกลางของศาลรัฐธรรมนูญก็ระบุชัดวารัฐสภามีอำนาจในการ จัดทำรัฐธรรมนูญใหมโดยตองจัดใหมีการทำประชามติกอนและหลังการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม ซึ่งนับแลวก็มีเพียงแค ๒ ครั้ง และเมื่อดูคำวินิจฉัยสวนตนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะพบวาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงขางมากเห็นวารัฐสภาสามารถเดินหนาจัดทำ รัฐธรรมนูญใหมไดดวยการทำประชามติแค ๒ ครั้ง ซึ่งหมายความวารัฐสภาสามารถที่จะ พิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ไดทันที โดยไมตองไปทำประชามติกอนการ พิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญในวาระที่หนึ่งครับ เชนเดียวกับความเห็นของนักวิชาการ ดานนิติศาสตรจำนวน ๒ ทาน ซึ่งทั้ง ๒ ทานเปนบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญไดขอความเห็น ในเรื่องเสนทางการจัดทำรัฐธรรมนูญใหมไว นั่นคือศาสตราจารย ดอกเตอรสมคิด เลิศไพฑูรย และศาสตราจารย ดอกเตอรบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ครับ จากขอมูลและหลักฐานขางตน ครับทานประธาน ผมไมเห็นถึงความจำเปนใด ๆ ที่เราจะตองยื่นใหศาลรัฐธรรมนูญเขามา วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นดังกลาวครับ ในขณะเดียวกันกระผมมีความกังวลวาการยื่นญัตติ ในครั้งนี้จะเปนการทำใหเสนทางในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหมตองอยูบนทางสามแพรง ซึ่งบานผมคนเฒาคนแกเขาถือกันนะครับ วาทางสามแพรงนี่เปนเสนทางที่ไมคอยเปนมงคล เทาไรครับ เพราะการยื่นใหศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดมันมีความเปนไปไดของคำวินิจฉัยอยูอยางนอย ๓ แนวทาง เดี๋ยวผมขออนุญาตเลาใหฟงครับ🔗

แนวทางแรก คือแนวทางที่ดีที่สุด กลาวคือศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยใหม และระบุชัดใหทำประชามติ ๒ ครั้ง คือทำประชามติหลังรัฐสภาเห็นชอบรางแกไขรัฐธรรมนูญ ในวาระที่สามและทำประชามติหลังมีการรางรัฐธรรมนูญใหมเสร็จเปนที่เรียบรอยนะครับ หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแนวทางดังกลาวก็จะถือวารัฐสภาไดขอยุติเกี่ยวกับจำนวนครั้ง ของการทำประชามติ และศาลรัฐธรรมนูญไฟเขียวใหรัฐสภาสามารถดำเนินการพิจารณา รางแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ไดในทันทีครับ และมีโอกาสที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม ไดทันในป ๒๕๗๐🔗

แนวทางที่ ๒ คือศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยใหมและระบุชัดใหทำประชามติ ๓ ครั้ง ไดแก การทำประชามติกอนรัฐสภาเห็นชอบรางแกไขรัฐธรรมนูญในวาระที่หนึ่งครับ ทำประชามติหลังรัฐสภาเห็นชอบรางแกไขรัฐธรรมนูญในวาระที่สาม และทำประชามติหลัง มีการรางรัฐธรรมนูญใหมเสร็จครับ หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในแนวทางนี้แปลวา เสนทางการรางรัฐธรรมนูญใหมนี่จะตองเพิ่มการทำประชามติเพิ่มขึ้นมาอีก ๑ ครั้งครับ ดังนั้นรัฐสภายังไมสามารถพิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ไดจนกวาจะมีการทำ ประชามติกอนครับ และแนวทางนี้ก็ไมสามารถที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญใหมไดเสร็จในป ๒๕๗๐ แนนอนครับ🔗

แนวทางที่ ๓ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเหมือนเดิมครับ แปลวาเสนทาง การจัดทำรัฐธรรมนูญใหมตองอยูในภาวะสุญญากาศทางการเมืองครับ ซึ่งทางออกในเรื่องนี้ คือรัฐสภาตองหาขอยุติรวมกันวาจะเดินหนาแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ดวยการทำ ประชามติ ๒ ครั้งหรือ ๓ ครั้งครับ ผมขอยืนยันครับทานประธานวาเพื่อไมใหเราตองเสียเวลา โดยเปลาประโยชนเราควรเดินหนาแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ดวยการทำประชามติ ๒ ครั้ง เพราะหนทางนี้อยางดีที่สุดก็แคเสมอตัวครับ คือ ๒ ประชามติตามที่ผมไดนำเรียนมาครับ ขอบคุณครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ทานตอไปทานรองศาสตราจารย เชิดชัย ตันติศิรินทร เชิญครับ🔗

รองศาสตราจารยเชิดชัย ตันติศิรินทร สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

กราบเรียน ทานประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม เชิดชัย ตันติศิรินทร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ผมขออภิปรายญัตติที่เสนอในวันนี้นะครับ ทานประธานครับ เราตองอยูกับความเปนจริงนะครับ รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ก็ไดชื่ออยูแลววาเปนรัฐธรรมนูญ ที่แกไขลำบากมีปญหาทุกอยางเทาที่ผมฟงดูนะครับ ฝายที่อยากใหแกไขรัฐธรรมนูญไมเห็น วาดีเลยรวมทั้งฝายคานดวย แตทีนี้ครับผมไปหาเสียงทุกที่นะครับ ก็บอกวาตองแกไขรัฐธรรมนูญ โดยใหมี สสร. เพื่อมารางรัฐธรรมนูญใหม ซึ่ง สสร. มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ทีนี้ดวยกลไกทานก็ทราบอยูแลวนะครับขนาดตั้งรัฐบาลยังตั้งไมไดเลย ลงมติ สว. ไมมาลงให ก็ตั้งไมไดจนกระทั่งพรรคเพื่อไทยตองมาเปนแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ทานเศรษฐา ทวีสิน คำสั่งแรกเลยก็ใหตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติเพราะวาเรื่องประชามติ เพราะเหตุผลที่วาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๖ มันเปนปญหาครับ ผมขออานใหฟงนะครับ รัฐสภามีหนาที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมไดนะครับ โดยตองใหประชาชนลงประชามติเสียกอนวาประชาชนประสงคจะใหแกไหม และเมื่อทำรางแลว ก็ใหลงอีกครั้งหนึ่ง แตบังเอิญเมื่อสักครูมีสมาชิก ขอเอยนามครับทานจิตติพจนบอกวาดันไปขัด รัฐธรรมนูญคำวินิจฉัยของทานนะครับ มันไมสอดคลองกันครับ เพราะรัฐธรรมนูญเอาขึ้นมากอน แลวมีการทำประชามติ ซึ่งผมก็ไปลงคัดคานดวยแลวผมก็ถูกกลาวหาวากระทำผิด คมช. นี่นะครับ ดวยเหมือนกันโดนคดีเหมือนกันนะครับ อันนี้ทานประธานครับ เพราะวารัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ นี้ บอกวามาตรา ๒๕๖ วาระครั้งแรกนี่ตองมี สว. เห็นดวย ๑ ใน ๓ ซึ่งยากมาก ทำไมตอง ๑ ใน ๓ เอาเสียงขางมากธรรมดาไมไดหรืออยางไรครับ แลว (๘) ถาจะแกไขหมวด ๑๕ การแกรัฐธรรมนูญ ตองไปทำประชามตินะครับ ทานลืมตรงนี้ครับทานศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อถามไปแลวทานบอกวา วินิจฉัยชัดเจนแลว แลว Info Chart ที่เอามาพูดกันวาจะรวม ๑ และ ๒ นี่ ไมใชคำวินิจฉัย เปนความเขาใจกันเองคือมโนคิดไปเรื่อย ทานอยาลืมนะครับไมมีใครตองการใหศาลรัฐธรรมนูญ มาอยูเหนืออำนาจนิติบัญญัติหรอกครับ ผมก็ไมอยากใหมีดวยครับ ทานประธานครับ เราตอง อยูกับความเปนจริงสิครับวาศาลเขาเปนอยางนั้นแลวคณะกรรมการที่ศึกษาเขาตองการใหเปน ๓ อันในเมื่อเรามีปญหาเรื่องลงประชามติเปนตัวอยางแลววา ขนาดลงประชามติไปแลวนี่ ยังไมทำตามเลยอยางนี้ แลวเหตุการณวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ มันนาตกใจมาก แตผมก็ เห็นใจทานสมาชิกรัฐสภาซึ่งทานอาจจะไมมีประสบการณ สมัยกอนเราจะลงประชามติแกไข รัฐธรรมนูญทั้งฉบับเหมือนกันโดนเหมือนกันครับ สอบครับ สมัยทานนายกยิ่งลักษณนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็เลยแบงสมาชิกรัฐสภาเปน ๒ ชุดดวยความเคารพ ๑. ปอดแข็งแรงนะครับ คือไมกลัวครับ อีกอันหนึ่งคือปอดไมแข็งแรง ภาษาหมอคือปอดแหก ทีนี้ในเมื่อเราเห็นวา สมาชิกปอดไมแข็งแรงนะครับ ไมใชความผิดเขาครับ เปนความไมแนใจวาเมื่อทำหนาที่ไปแลว จะผิดหรือเปลา มันก็ตองถามสิครับซึ่งผมเห็นใจนะครับวาการที่เสนอใหศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไมอยากใหมากาวกายหรือขยายอำนาจมาที่ฝายนิติบัญญัติ เราอยากจะใหฝายนิติบัญญัติ เปนหลักเลยครับ ทานประธานครับ การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมศาลก็บอกอยูแลววารัฐสภา มีหนาที่ แตถาเวลาทำประชามติเปนหนาที่ของรัฐบาลนะครับ รัฐบาลทำตามกฎหมาย เพราะวาในนี้เขาใหทำประชามติ รัฐบาลตองทำประชามตินะครับ แลวอีกอยางหนึ่งก็คือ ประชาชนเขาชื่อ ๕๐,๐๐๐ ชื่อก็ไดหรือมีกฎหมายกำหนดใหทำนะครับ ทานประธานครับ ดังนั้น ที่เรามาคุยกันอยูนี่ไมใชเตะถวง ไมใชไปยื้อนะครับ ผมถามหนอยปญหาประเทศมีเยอะแยะ ไมวาดานเศรษฐกิจ ดานนี้ก็เปนดานหนึ่งที่เปนหลักที่สุดแลวเราจะไดรับการยอมรับในเวทีโลกวา ประเทศไทยจะมีรัฐธรรมนูญที่เปนประชาธิปไตยสากลผานการรับรอง ผานประชาชนอยางแทจริง ดังนั้นเมื่อพรรคเพื่อไทยเห็นอยางนี้แลวก็ไมอยากใหมีการพิจารณาญัตติที่ทานพริษฐเสนอ ที่กำลังเขาอยูในวาระเราเลื่อนไปกอนนี่นะครับกำลังพิจารณานี่ไมใหเสียของ ตองการสราง ความมั่นใจใหสมาชิกรัฐสภาโดยเฉพาะทาน สว. ผมเชื่อวาทานก็รักความเปนธรรมเหมือนกัน ทานอยูในนิติบัญญัติเหมือนกัน ทานก็คงอยากจะเห็นรัฐธรรมนูญที่เปนสากลจริง ๆ แลวก็ อยากจะใหทางฝายคานนี่เขาใจนะครับวาอยู ๆ เราทำไมตองมาเถียงกันถูกไหมครับ ลุยไป มันก็ไมผาน ญัตติที่ทานเสนอมาก็ตกไปเสียของ มันไมมีประโยชนเลยครับ ผมวาเรามาชวยกัน นิดหนึ่งไดไหมวาชวย ๆ กันวาเอะเอาไปเลยนะครับไมมีการเตะถวง จริงอยูใจทุกคนนั่นละครับ อยากจะเห็นการแกไขรัฐธรรมนูญมีฉบับของประชาชนมาใชเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งหนา แตถา มันไมทันนี่มันก็จนใจจริง ๆ แตตองมีเหตุผลไมมีการวากลาวกัน ทานประธานครับ เงื่อนไขเหลานี้ ความขัดแยงของพวกเรากันเองนี่นะครับเราตองทำความเขาใจทำแลวทำอีก ศาลรัฐธรรมนูญ ทานอาจจะเห็นเราถามไปถามมาเราไปมโนไมไดหรอกครับ ทานอาจจะบอกวาโอเคมันเปน เรื่องความขัดแยงในความเขาใจของหนาที่ของฝายนิติบัญญัติ ทานก็อาจจะรับวินิจฉัยก็ได หรือวินิจฉัยเหมือนเดิมก็ไดนะครับ อยาเพิ่งไปคิด แตอยางไรก็ตามขอโอกาสสักทีขอใหทาง ฝายคานทำใจ แลวก็ชวยกันสักพักหนึ่งไมวากัน ดังนั้นผมก็เห็นดวยกับญัตติของทานวิสุทธิ์ ขอใหรัฐสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของ รัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ขอบคุณครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เชิญทานอัครเดช วงษพิทักษโรจน คุณอัครเดชอยูไหมครับ ถาไมอยูเชิญทานวิโรจน ลักขณาอดิศร ครับ🔗

นายวิโรจน ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธาน ที่เคารพครับ ผม วิโรจน ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผูแทนราษฎร พรรคประชาชน ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ทานประธานครับ วันนี้ผมจำเปนตองเลาเรื่องเกาใหเห็นเสนเรื่องจากในอดีต มาถึงปจจุบันแลวทานประธานจะเห็นเหมือนผมครับวาการสงเรื่องใหกับศาลรัฐธรรมนูญนี้ เปนการยื้อเวลาออกไปซึ่งไมเกิดประโยชนกับประชาชนและกลไกของประชาธิปไตยเลย ที่ผานมาครับทานประธานถาเราจำกันไดหลังรัฐประหาร ป ๒๕๕๗ สส. จำนวนมากมาย หลายพรรคครับ ลวนมีทาทีสนับสนุนการแกไขรัฐธรรมนูญผานกลไกของสภารางรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. มาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๓ ฝายคานของสภาชุดที่แลว ก็ไดยื่นญัตติเสนอรางแกไขรัฐธรรมนูญตอทานชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาในขณะนั้น ฝายรัฐบาลไมนอยหนาครับ วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๓ รัฐบาลก็ยื่นญัตติมาประกบ ในวันนั้น สส. ทั้งสภาเรากลาหาญกันมากครับ วันนี้ผมอยากใหมีความกลาหาญอยางนั้น เมื่อสักครู ผมฟงเพื่อนสมาชิกอภิปรายแลวผมไมสบายใจครับทานประธาน ที่จะบอกวาเมื่อครั้งรณรงค ทำประชามติไป Vote No กันถูกจับติดคุกติดตาราง แลวคนสวนอื่นเขาไปอยูไหนกัน เพื่อนสมาชิก คนนั้นคงจะไมรูจักชื่อของรังสิมันต โรม หรือครับ วันนั้นรังสิมันต โรม เปนประชาชนเต็มขั้น ถูกจับเขาคุมขัง ถูกใสตรวน ขางซายมือผมนี่ พุธิตา ชัยอนันต เปนประชาชนเต็มขั้นเหมือนกัน ก็รณรงค Vote No ดังนั้นความกลาหาญในอดีตเปนเรื่องที่นาชื่นชม แตอยาเอาความขลาดเขลา หวาดกลัวในปจจุบันไปโยนใหคนอื่น ความกลาหาญที่แทจริงตองกลาหาญทั้งในอดีตจนถึงปจจุบัน ความกลาหาญในอดีตแตปจจุบันขลาดเขลาสยบยอมมีแตจะถูกประชาชนเขาประณาม หยามเหยียด กลาหาญตองกลาใหไดตลอด ไมใชกลาในอดีต แตปจจุบันหงอ สยบยอม ไมใชครับ ผมอยากใหทุกคนกลาหาญแบบนั้น ในวันนั้นทั้งฝายคาน ฝายรัฐบาลครับ ในป ๒๕๖๓ เสนอแกไขรัฐธรรมนูญ จนมาถึงวันที่ ๒๓-๒๔ กันยายน ๒๕๖๓ ปเดียวกันก็เกิด การประชุมรวมของรัฐสภาเกิดขึ้นครับ เพื่อพิจารณาญัตติรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมรวม ๖ ฉบับในวาระที่หนึ่ง วันนั้นก็ไดเกิดขึ้น ฝายรัฐบาล ฝายคาน ก็มีแนวคิดที่ตรงกันที่จะแกไข มาตรา ๒๕๖ เปดทางใหมี สสร. มาจัดทำรางรัฐธรรมนูญฉบับใหม วันนี้ความเห็นพองตองกัน ความกลาหาญแบบนี้แบบนั้นมันหายไปไหนจากสภาผูแทนราษฎร หองสุริยันก็หองเดิม สิ่งที่ ขาดหายไปคือเจตจำนงทางการเมืองครับทานประธาน หลังจากอภิปรายขามคืนครับ อยูดี ๆ วันที่ ๒๔ กันยายนก็มีการลุกขึ้นเสนอญัตติแทรก โดยอาศัยขอบังคับการประชุมรัฐสภา ขอ ๑๒๑ วรรคสาม ใหตั้งคณะกรรมการรวมระหวาง สส. และ สว. เพื่อพิจารณากอนลงมติ ในวาระที่หนึ่ง วันนั้นพรรคเพื่อไทยและพรรคกาวไกลประกาศไมรวมสังฆกรรม งดสงคนไปรวม ในคณะกรรมาธิการรวม ทำใหเหลือกรรมาธิการแค ๓๑ คน จากโควตาเต็ม ๔๕ คน วันนั้น สส. ของพวกเรากลาหาญกันมาก ๆ ยืนหยัดกันมาก ๆ ผมตองขอบพระคุณแลวตองเอยนาม ทานดวยนะ คุณสุทิน คลังแสง ๑ ใน สส. ที่ไดรับการยอมรับนับถือจากสภาในตอนนั้น ถึงกับ ออกปากวิจารณวาเขารวมไมไดหรอก เปนโรงลิเกหลอกตมประชาชน แต ณ วันนี้ทานสุทิน คลังแสง เมื่อสักครูผมฟงทานอภิปรายทานบอกวาโลกแหงความเปนจริง โลกแหงอุดมการณ ตองยอมทำตามโลกแหงความเปนจริง ผมก็ตองตั้งคำถามผานทานประธานไปวาถาโลก แหงความเปนจริงเปนโลกแหงการฟอนเฟะที่พยายามกดหัวใหสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ที่มีศักดิ์และสิทธิ มีศักดิ์ศรีไดรับการเลือกตั้งจากประชาชนใหสยบยอมกับอำนาจมืด โลกแหงความเปนจริงที่ฟอนเฟะแบบนั้น เราจะไมยอมดึงใหกลับมาสูโลกอุดมคติที่ประชาชน พึ่งพาไดจริง ๆ หรือครับ จะยอมเลื้อย จะยอมหลบ จะยอมคุดคู จะยอมซุกอยูในรู ในโลก แหงความเปนจริงที่ฟอนเฟะเจ็บปวดทำไม หลังจากเสียเวลาไปโดยเปลาประโยชนครับ ตั้งคณะกรรมาธิการรวม เมื่อวันที่ ๑๗ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ การประชุมรวมของรัฐสภา เพื่อพิจารณาญัตติรางรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย แกไขเพิ่มเติม ๖ ฉบับ วันนั้นมี ๒ ราง คือรางแกไขมาตรา ๒๕๖ ของฝายคานและฝายรัฐบาลผานการเห็นชอบจากรัฐสภาในวาระที่หนึ่ง ดูเหมือนฟาจะเปดครับทานประธาน นาจะไปตอได แตในวันที่ ๙ กุมภาพันธ ๒๕๖๔ การประชุม รวมกันของรัฐสภาก็เกิดขึ้นอีก แตคราวนี้เปนการพิจารณาญัตติขอใหสงเรื่องใหศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยถึงปญหาเกี่ยวกับอำนาจและหนาที่ของรัฐสภาตามมาตรา ๒๑๐ (๒) ของรัฐธรรมนูญ ในตอนนั้นครับทานประธานเหมือนเดิมครับ พวกเรายังคงมีศักดิ์และสิทธิ มีความกลาหาญ ในฐานะที่ถูกรับเลือกมาจากประชาชน สส. หลายคน ทั้งฝายรัฐบาลและฝายคาน ไมวาจะเปน พรรคประชาธิปตยก็ดี พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเพื่อไทย พรรคกาวไกล ในขณะนั้นก็ดี ชวยกันระดมอภิปรายคัดคานอยางหนักครับ โดยชี้วานี่เปนเจตนาแอบแฝง เตะถวงยื้อเวลา ขัดขวางการแกปญหาของประเทศ ทานประธานครับ ในตอนนั้นถกกันอยูนาน ๔ ชั่วโมง สุดทายรัฐสภามีมติ ๓๖๖ ตอ ๓๑๖ เสียง สงคำรองใหกับศาลรัฐธรรมนูญตีความ จนวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ ๒๕๖๔ การประชุมรวมของรัฐสภาเพื่อพิจารณาญัตติรางรัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักรไทย แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕๖ และเพิ่มเติมหมวด ๑๕/๑ ในวาระที่สอง ก็ผานไปได เหลือเพียงแควาระที่สาม ดูเหมือนพลัง สส. ของเราจะดันการแกไขรัฐธรรมนูญ ไปใหไดเพื่อพลิกฟนใหประเทศกลับสูระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนเปนเจาของอำนาจ ที่แทจริงมันกำลังจะมีความหวัง จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๔ การประชุมของรัฐสภา เพื่อพิจารณาญัตติรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕๖ และเพิ่มหมวด ๑๕/๑ ในวาระที่สาม ก็ไดถือกำเนิดเกิดขึ้น อภิปรายชุลมุนครับ ไป ๑๑ ชั่วโมง เพราะตางฝายตางตีความคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๔/๒๕๖๔ ที่ออกมาเมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๔ ไมตรงกัน เราก็รูอยูแลวครับวาคำวินิจฉัยก็มักจะเปนปริศนาธรรมที่ไมเคย มีความชัดเจน เอาความกำกวมใหตีความกันเอง สุดทายมันคือคนที่มีอำนาจนิติบัญญัติ ที่ไดรับจากประชาชนที่จะตองอาศัยความกลาหาญของตัวเองในการใชอำนาจที่ประชาชน ประทานมาให ไมใชไปพึ่งพาศาลหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ใดที่มีอำนาจที่ไมไดมาจากประชาชน เขากำลังทาทายวา สส. ที่มาจากประชาชนจะกลาใชอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ที่ไดรับมาจากประชาชน หรือเปลา เอาความกำกวมมาเปนเหยื่อลอ สุดทายทานประธานครับ การแกไขรัฐธรรมนูญ ก็ถูกโหวตคว่ำกลางสภาทามกลางความกลัว เนื่องจากเสียงที่ไมเห็นดวยมีไมถึงกึ่งหนึ่งของ สภาเทาที่มีอยูของทั้งสองสภาในขณะนั้น วันนั้นผมตองชื่นชมทานชาดา ไทยเศรษฐ สส. อุทัยธานี จากพรรคภูมิใจไทย วันนั้นทานชาดาประกาศเลยครับ ผมคงไมรวมสังฆกรรมดวยกับพวกฉอฉล ศรีธนญชัย โกหกปลิ้นปลอนและไรสาระสิ้นดี นี่คือสภาโจก วันนั้นทานชาดาพูดไดสะใจผมมาก เราเสียเวลากันมาเพื่ออะไรครับ เราหลอกประชาชนเพื่ออะไรครับ คำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ ของ ศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาเมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๔ เรียบงายมากทานประธาน เพียงบอกวา การแกไขรัฐธรรมนูญที่ตองการจัดทำใหมทั้งฉบับรัฐสภาทำได แตตองใหประชาชนไดลง ประชามติวาประสงคจะใหมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม ศาลรัฐธรรมนูญไมไดบอกครับวาตองทำ ประชามติกี่ครั้ง แลวอยูดี ๆ ประเทศก็มะงุมมะงาหราเถียงกันไปมาเรื่องทำประชามติ ๒ ครั้งบาง ๓ ครั้งบาง แบบไมจบไมสิ้น ผมวาเผลอ ๆ เถียงกันไปมาเดี๋ยวจะมี ๔ ครั้ง ๕ ครั้ง คนที่ไมคิดวา จะแกมันจะหาเหตุผลมารองรับความหวาดกลัวและความขลาดเขลาที่จะไมแก แตคนที่มี เจตจำนงที่จะแกจะพยายามหาทางที่จะแกเพื่อใหอำนาจตกอยูที่มือประชาชนอีกครั้งใหได จนวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๗ ทานประธาน อาจารยชูศักดิ์ ศิรินิล พยายามจะคลี่คลายความขัดแยง อาจารยชูศักดิ์ยื่นญัตติตอที่ประชุมรัฐสภาใหสงศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจหนาที่ของ สมาชิกรัฐสภา โดยที่ประชุมมีมติ ๒๓๓ ตอ ๑๐๓ ใหสงศาลรัฐธรรมนูญ วันนั้นผมก็ไมขัด ผมก็ไมขัด อาจารยชูศักดิ์ทานอยากจะสง ก็สง ผมก็งดออกเสียงครับ เพราะผมยังเชื่อครับวา อำนาจนิติบัญญัติยังคงอยูในคนที่เปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่ไดรับเลือกจากประชาชน ประชาชนใหอำนาจกับพวกเรา เพราะเชื่อวาเราจะกลาหาญที่จะใชอำนาจเพื่อพวกเขา แตไมเปนไร อาจารยชูศักดิ์ทานอยากจะสง สุดทายทานไดสงครับ และแลวในวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๗ ศาลรัฐธรรมนูญก็มีมติเอกฉันท เหมือนตบหนาอำนาจนิติบัญญัติ ไมรับคำรองที่รัฐสภามีมติ ขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาวา การเสนอ แกไขรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมโดย สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งนั้น รัฐสภา มีอำนาจในการลงมติพิจารณาแกไข วารัฐธรรมนูญฉบับใหมโดย สสร. นั้นทำไดหรือไม รัฐสภา มีอำนาจในการลงมติพิจารณาแกไขรัฐธรรมนูญไดเลยครับ หรือตองทำประชามติกอน อันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญทานบอกวาเปนหนาที่ของสภาไป กรณีนี้ไมใชปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจ ของรัฐสภา และคำรองมีสาระสำคัญเปนเพียงแคขอสงสัยเทานั้น ก็เลยมีมติเอกฉันทไมรับคำรอง ทามกลางความพยายามของคุณพริษฐ วัชรสินธุ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง ทานพริษฐพยายามที่จะสืบคนคำวินิจฉัยสวนตัวของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแตละทานเลยครับ รวบรวมทัศนะของนักวิชาการดานกฎหมายมหาชนมาสังเคราะหรวมกัน นัดพบหารือกับประธาน ศาลรัฐธรรมนูญอยางไมเปนทางการ ทำงานแข็งขันกับตัวแทนภาคเอกชนรวมกันชี้แจงตอ ทานอาจารยวันนอร ประธานรัฐสภา รวมกันกับคุณพงศเทพ เทพกาญจนา ที่ปรึกษานโยบาย ของนายกรัฐมนตรีจนขอสงสัยทั้งหมดไดรับการคลี่คลายและนำมาสูการบรรจุรางแกไข รัฐธรรมนูญที่เสนอการทำประชามติ ๒ ครั้งในการประชุมรวมกันของรัฐสภาเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ที่ผานมาครับ ทานประธานครับ ถานับตั้งแตวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๓ ที่มีการประชุมรวมกันของรัฐสภาในการ แกไขรัฐธรรมนูญครั้งแรก เราใชเวลามารวมกัน ๔ ปกวาเกือบจะ ๕ ปแลว เด็ก ๗ ขวบ ป.๑ วันนี้ขึ้น ป.๖ เตรียมจะขึ้น ม.๑ แลว คนอายุ ๕๕ ปปานนี้จะเกษียณแลว ถาเรายังจะเลื่อน พิจารณาออกไปอีกวันนี้ผมไมมีทางเลือกอื่น จะสงศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกเพื่อยื้อเวลาไปอีก ผมก็เห็นดวยกับคุณสุทิน คลังแสง และคุณชาดา ไทยเศรษฐ อยางยิ่งแลววานี่คือโรงลิเกหลอกตม ประชาชนเปนสภาโจกที่ประชาชน ไมอาจใหความหวังได ไมรูวาจะเลือกตั้งนักการเมืองแบบนี้ มาทำไม เพราะนักการเมืองเหลานี้ไมกลาหาญที่จะใชอำนาจนิติบัญญัติที่ประชาชนยกมาให ดวยความเต็มใจ วันนี้ประเทศชาติเราเสียเวลามากวาครึ่งทศวรรษแลวครับ เรายังจะใหเสียเวลา อีกตอไปหรือครับ ผมไมเขาใจครับวาจะมายื่นญัตติเพื่อขอใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกทำไม จะไปซ้ำรอยกับที่อาจารยชูศักดิ์เคยยื่นไปแลวเพื่ออะไรครับ🔗

สุดทายจริง ๆ ครับ ผมจึงขอใหเพื่อนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรทุกพรรคทุกคน ตลอดจนสมาชิกวุฒิสภาที่กำลังฟงผมอภิปรายถึงเหตุถึงผล ทานรวบรวมความกลาของทานขึ้นมา ทานถามตัวเองวาที่มาของทานมาจากใคร มาจากผูทรงอำนาจสูงสุดในประเทศนี้ก็คือประชาชน ใชอำนาจของทานครับในการพิจารณาแกไขรัฐธรรมนูญ ใชอำนาจของทานที่ไดรับมาจาก ประชาชนทำเพื่อประชาชนเพื่อสรางระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณที่อำนาจอยูในมือประชาชน เพื่อประชาชนของพวกเรา หยุดโรงลิเกหลอกตมประชาชนสักที พอไดแลวกับการพยายาม อำนวยการสรางสภาโจก Season ๒ ดวยการสงเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ แลวถาตีความกลับมา กำกวมเหมือนเดิมเวลาที่เสียไปใครจะรับผิดชอบ นี่ไมใชแคการเสียเวลาศาล แตนี่เปนการเสียเวลา ประเทศ เสียเวลาชีวิตของประชาชนที่พวกเขาตองโตขึ้น ตองแกลงโดยที่ประเทศย่ำอยูกับที่ พวกเรารูอยูแลวครับวาตนตอของปญหาเชิงโครงสรางของประเทศอยูที่รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ผมไมเขาใจวาเรายังจะประวิงเวลาหวงอำนาจไมยอมแกไขปากพูดแตไมลงมือทำไปเพื่ออะไร ผมจึงไมเห็นดวยที่จะสงศาลรัฐธรรมนูญตีความเพื่อใหเกิดการตบหนาอำนาจนิติบัญญัติซ้ำรอย แบบที่อาจารยชูศักดิ์ ศิรินิล เคยประสบมาแลว ขอบพระคุณครับทานประธาน🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ทานอัครเดช วงษพิทักษโรจน เชิญครับ ทานอัครเดชอยูไหมครับ ถาไมอยูเชิญทานนพดล ปทมะ🔗

นายนพดล ปทมะ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานที่เคารพครับ ผม นพดล ปทมะ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ทานประธาน ที่เคารพครับ วันนี้ผมขอลุกขึ้นอภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติสงเรื่องใหศาลรัฐธรรมนูญ ไดพิจารณา ซึ่งคำตอบจะนำไปสูการที่จะไดคำตอบวาเราจะทำประชามติ ๒ ครั้งหรือ ๓ ครั้ง ทานประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนอยางนี้ครับวาเรามาถึงจุดนี้ไดอยางไรรัฐสภา ของเราที่เราสงสัยแมกระทั่งประเด็นอำนาจวาเราจะแกไขรัฐธรรมนูญไปอยางไรนะครับ ทานประธานครับ ถาประเทศอังกฤษซึ่งใชหลัก Supremacy Of Parliament ความสูงสุด ของรัฐสภาทุกอยางก็คงจะงายขึ้น เพราะวาประเด็นทางรัฐธรรมนูญสามารถที่จะแกไขและยุติ ที่รัฐสภา แตบังเอิญในเมื่อความเปนจริงบานเราใหอำนาจศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยซึ่งมีผลผูกพัน ฝายบริหาร ฝายตุลาการและฝายนิติบัญญัติ จึงจำเปนที่จะตองมีการพิจารณาอยางรอบคอบ ทานประธานที่เคารพครับ ในเรื่องนี้เราเคยมีการตีความบทบัญญัติของมาตรา ๒๕๖ ในอดีต หลังจากนั้นศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ แลววันนี้เราก็ยังไมชัดเจนในแงเนื้อหา ของคำวินิจฉัย ถาจะพูดก็คือเรา Doubt หรือสงสัยเปน Double Doubt สงสัยทั้งคำวินิจฉัย ของมาตรา ๒๕๖ สงสัยทั้งเนื้อหาของคำวินิจฉัย ภาษานักกฎหมายเขาบอกวาเมื่อคุณสงสัย When in Doubt โปรดอยาเดา ก็คือเราจำเปนจะตองหาความชัดเจนในเรื่องนี้ใหได อยาเดา ทานประธานที่เคารพ มันมีประเด็นอยางนี้ครับวามีสมาชิกหลายทานซึ่งนาเสียดายผมนั่งฟงอยู ไดอภิปรายในทำนองวาการยื่นญัตติในวันนี้ของทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ทำไปเพื่อที่จะเหนี่ยวรั้งการแกไขรัฐธรรมนูญใหมันลาชาไป ซึ่งผมขอปฏิเสธโดยสิ้นเชิงครับ ผมคงไมสามารถไปชี้แจงแทนทาน สว. หรือทานนักการเมืองพรรคอื่น แตผมก็ไมสงสัย ในเจตนาของทานครับ ผมคิดวาสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่ยื่นญัตติในวันนี้รวมทั้งตัวกระผมดวย กระทำโดยบริสุทธิ์ใจ กระทำโดยสุจริต มีความมุงมั่นที่จะผลักดันการแกไขรัฐธรรมนูญ ใหสอดคลองกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เราไมไดกังขาครับ เราไมไดมีการเหนี่ยวรั้ง เพราะฉะนั้นการกลาวอางในลักษณะเปนสภาโจกหรือสภาขาวตมก็แลวแต ผมคิดวาไมเปนธรรม กับสมาชิกพรรคเพื่อไทย ทานประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่มีการหยิบยกกันในเรื่องนี้ก็คือวา เราตองสรางความชัดเจนแลวตองทำประชามติหรือไม ถาสมมุติวาเราสามารถที่จะสราง ความชัดเจนในเรื่องนี้ไดเราก็สามารถที่จะประหยัดงบประมาณได ถาทำ ๒ ครั้งก็ประหยัด งบประมาณไดประมาณ ๓,๐๐๐ ลานบาท ในสภาพเศรษฐกิจปจจุบันผมคิดวามันมีเหตุมีผล ในการที่จะไดรับความรอบคอบในเรื่องนี้ แลวนอกจากนั้นทานประธานที่เคารพก็คงทราบวา การจะแกไขรัฐธรรมนูญใหประสบความสำเร็จ แมทานมีเสียงในสภาผูแทนราษฎรพรรคเดียว ถึง ๔๙๙ เสียงก็ตาม ทานก็ยังไมสามารถที่จะแกไขรัฐธรรมนูญได เพราะวาในบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญปจจุบันเขาบังคับวาจะตองมีเสียง สว. ในวาระรับหลักการ ๑ ใน ๓ หรือประมาณ ๖๗ คน ซึ่งเรื่องนี้ก็เปนเรื่องที่จะตองมีการโนมนาวใหทาง สว. และสมาชิกรัฐสภาเหลานั้น ใหเห็นดวยกับแนวคิดในการแกไขรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นยังมีสมาชิกบางทานอภิปราย ในทำนองครับวาพรรคเพื่อไทยมีปญหาวาไมเอาจริงในการผลักดันการแกไขรัฐธรรมนูญ ผมอยากจะใหการกระทำมันเปนพยานในตัวของมันเองครับทานประธาน เราเคยเสนอแกไข มาตราหลายมาตรา รวมทั้งการแกไขเขตเลือกตั้ง การแกไขรายมาตรา การยื่นแกไข สสร. ไดแกไขรัฐธรรมนูญมาไมขาดสายเปนเวลานมนานแลว เพราะฉะนั้นการกระทำคงจะแนนแฟน เปนอยางยิ่งวาเรารักษาคำสัญญาในการหาเสียง ผมจึงอยากจะขอแกประเด็นนี้วาพรรคเพื่อไทย ไมไดตองการสรางรัฐสภาเปนโรงลิเกหรือเปนสภาโจก เรามีความมุงมั่นจริง ๆ ทีนี้มาประเด็น อยางนี้ครับทานประธาน เราตองยอมรับวาถาเราติดตามขาวสารเราจะรูวามีสมาชิกรัฐสภา หลายทาน ไมวาเปน สส. หรือ สว. บางพรรคการเมืองคอนขางกังวลวาจะไมรวมสังฆกรรม ในการพิจารณาญัตติแกไขรัฐธรรมนูญใหมี สสร. เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ความกังวล เหลานั้นมันเปนเอกสิทธิ์ หรือมันเปนสิทธิสวนบุคคลของเขาที่เขามีความกังวลเชนนั้น ทานไมสามารถที่จะถายโอนความเห็นของทานไปยังบุคคลเหลานั้นได เราตองเคารพความเห็น ของเขา แลวถาเราไมไดรับเสียงถึง ๖๗ เสียงจากสมาชิกวุฒิสภาเราก็ไมสามารถผลักดัน การแกไขรัฐธรรมนูญไดครับ มันเปนอยางนั้นเลยครับ ผมเห็นดวยกับแนวคิดที่เอามาจากคลังแสงของทานสุทินนะครับ ทานเห็นวาในโลกของ อุดมการณหรือในโลกของปฏิบัตินิยมนี่มันแตกตางกัน ผมคิดวามันมีสวนหนึ่งที่นักการเมือง เราตองการอยูในโลกของความเปนจริงแลวก็แกไขปญหาบนพื้นฐานของความเปนจริงครับ เรารูขอจำกัดของการที่จะได ๖๗ เสียงจาก สว. แลวเราก็รูวิธีการที่จะคลายความกังวลเพื่อใหเขา ไดเทคะแนนเสียงมาใหเพื่อที่เพิ่มโอกาสในการที่เราจะผลักดันการแกไขรัฐธรรมนูญใหผาน รัฐสภาไปได ไมมีหลักประกันครับทานประธานที่เคารพครับวาจะสำเร็จ แตอยางนอยการลด อุปสรรคที่ใหเขามั่นใจมากขึ้นก็นาจะชวยใหเราไดสามารถที่จะเพิ่มโอกาสในการที่จะแกไข รัฐธรรมนูญไดสำเร็จมากขึ้นนะครับ กลาวโดยสรุปผมคิดวาพรรคเพื่อไทยมีความจริงใจมุงมั่น บางทีคนขับรถมันใช Slow But Sure ก็คือวาชาแตชัวรดีกวามัวซัวแลวเหยียบมิดนะครับ ผมคิดวาเรื่องนั้นเปนเรื่องที่คาดการณไมไดวาจะประสบความสำเร็จอยางที่ทานสมาชิก พรรคเพื่อไทยหลายทานไดอภิปรายไป ทานประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียน ประเด็นที่สำคัญที่ผมคิดวาการแกไขรัฐธรรมนูญหรือญัตติในวันนี้มันเปนตนไมตนหนึ่ง ในปาใหญ ๆ ผมอยากจะชวนทานประธานแลวก็ทานสมาชิกรัฐสภาไดมองปาทั้งปาดูครับวา เรามีอุปสรรคอะไรบางที่จะไปสูสนามสีเขียวของประชาธิปไตยที่สมบูรณ ในอนาคต ผมคิดวา เราตองเผชิญอยู ๒ เนินเขา แลวก็ ๒ ยอดเขากวาจะไปเจอสนามประชาธิปไตยที่สมบูรณ ที่มีความอุดมสมบูรณ พี่นองมีความสุข มีแมกไมนานาพันธุ ทานประธานที่เคารพครับ เนินเขาเนินแรกก็คือวันนี้ละครับ เราจะตองมีเสียงอยางนอย ๓๕๐ เสียงสนับสนุนญัตติ ใหศาลรัฐธรรมนูญไดตีความตามที่เนื้อหาในญัตติ เนินที่ ๒ ทานประธานที่เคารพครับ เรายัง จะตองรอคำวินิจฉัยครับวาศาลรัฐธรรมนูญทานจะรับวินิจฉัยหรือไมนะครับ ผมก็เชื่อมั่น ในรองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล นะครับ เพราะทานก็อภิปรายในพรรความันมีความเห็น ไมตรงกัน หรือประเด็นเรื่องอำนาจหนาที่ขององคกรซึ่งนาจะสามารถที่จะสงศาลรัฐธรรมนูญได ซึ่งหวังวาศาลรัฐธรรมนูญจะรับแลวก็มีคำวินิจฉัยใหชัดเจนวาจะทำประชามติ ๒ หรือ ๓ ครั้ง หลังจากเราขามเนิน ๒ เนินแลวเรามีภูเขาอยู ๒ ลูก ทานประธานที่เคารพครับ ลูกแรกก็คือ การมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมที่ไปตั้ง สสร. แลวก็ไดประชามติยอมรับวารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผานประชามติ ซึ่งนั่นก็เปนความทาทายที่คอนขางเยอะ สวนยอดเขาสุดทายที่ผมคิดวา ยังมีความกังวลอยูก็คือเรื่องของการที่จะมี สสร. รางรัฐธรรมนูญฉบับใหมมาแลวก็นำไปสู การทำประชามติแลวผานนะครับ เขาใจวาลาสุดนั้นกฎหมายประชามติที่จะผานสภาก็คือ เราใชเสียงขางมากไมใช Double Majority นะครับ ใชเสียงขางมากขางเดียวเพราะเราสภา ยืนยันไป ทานประธานที่เคารพครับ ทั้งหลายทั้งปวงผมก็ยังอยากกราบเรียนทานประธาน และเพื่อนสมาชิกผูทรงเกียรติทั้งหลายวาแมเราจะผาน ๒ เนินแลว ๒ ยอดเขา ประชาธิปไตย ก็เปนสิ่งซึ่งเราตองเดินหนาตอเพื่อแสวงหาครับ มันไมไดมาโดยอัตโนมัติ ที่ผมพูดเชนนั้น เพราะอะไรครับ เรายังตองเผชิญความทาทายของการใชและการตีความรัฐธรรมนูญตอไปอีก ทำไมผมถึงพูดเชนนั้นครับ ผมคิดวาไมวาเราจะมีรัฐธรรมนูญดีเพียงใด คนใชและคนตีความ จะตองวินิจฉัยใหสอดคลองกับหลักนิติธรรมและหลักกฎหมายดวย ผมขออนุญาตแลกเปลี่ยน กับทานประธานในขณะที่เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงการตางประเทศครับ ไดไปลงนาม ในคำแถลงการณรวมซึ่งทานก็คงเขาใจดี Joint communique กรมสนธิสัญญาและ กฎหมายบอกวาไมใชหนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตเพราะมันเปนกลไก ในการเจรจา กรมสนธิสัญญาและกฎหมายเปนที่ปรึกษากฎหมายของรัฐที่รูเรื่องกฎหมาย ระหวางประเทศดีที่สุดในแผนดินนี้นะครับ เห็นวาไมใชหนังสือสัญญา แตทายที่สุดมีคน ไปรองศาลรัฐธรรมนูญ แลวก็มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๖ หรือ ๘ นี่ผมจำไมได นาจะ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ในขณะที่ผมอยูแคนาดา บทบัญญัติตอนหนึ่งที่ผมอยากจะแลกเปลี่ยนกับทานประธาน ก็คือวาศาลบอกวาแมตองเปลี่ยนแปลงอาณาเขตถึงจะเขาสูสภาเพื่อขอความเห็นชอบ ศาลทานวินิจฉัยวา แมคำแถลงการณรวมไมมีบทบัญญัติเปลี่ยนแปลงอาณาเขต แตอาจมี บทบัญญัติเปลี่ยนแปลงอาณาเขต ขีดเสนใตคำวา อาจ ๕๐๐ เสนครับทานประธาน เรื่องนี้ เปนเรื่องที่นาพิจารณาครับ ผมเอามาอภิปรายในสภานี้โดยความเคารพศาลรัฐธรรมนูญ และเคารพในคำวินิจฉัยของทาน แตกรณีนี้เปนกรณีศึกษาวาการใชและการตีความ รัฐธรรมนูญนี้จะตองบนพื้นฐานของความชัดเจนในหลักนิติธรรมมี Predictibility และ Certainty คือมีความคาดการณไดและความแนนอนชัดเจน เพราะวากฎหมายทายที่สุด มันเปนบรรทัดฐานใหคนปฏิบัติตาม เขาก็ตองตีความในลักษณะที่เขาเขาใจ อีกกรณีหนึ่ง ทานประธานที่เคารพครับ เวลาทานประธานบอกวารัฐมนตรีตองไมเปนลูกจางหรือรวมทั้ง ตัวนายกรัฐมนตรี คนทั่วไปก็เขาใจวาเปนลูกจางประเภทที่นายจางสั่งใหไปทำโนนทำนี่ได เปนลูกจางตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย และเปนลูกจางตามกฎหมายคุมครองแรงงาน แตทานประธานคงจำไดวาความเปนนายกรัฐมนตรีของ ฯพณฯ ทานนายก สมัคร สุนทรเวช ซึ่งผมโชคดีที่มีโอกาสไดทำงานรวมกับคณะรัฐมนตรีของทาน สถานะรัฐมนตรีสิ้นสุดลง เพราะวาไปทำกับขาวรายการชิมไปบนไมไดมีปญหาเรื่องใสซอสมะเขือเทศนอยไปหรืออะไร แตมีประเด็นวาเปนลูกจาง หนึ่งในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญบอกวาการจะตีความคำวา ลูกจางนั้นจะใชหลักการของประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยไมพอเพียง จะใชหลักการ ของกฎหมายคุมครองแรงงานก็ไมพอจะตองไปดูพจนานุกรมตีความคำวา ลูกจาง ซึ่งรวมถึง คนที่รับทำงานแลวมีสินจางซึ่งมันกวางมากครับทานประธานที่เคารพ อันนี้ก็เปนตัวอยางหนึ่ง ของหลักกฎหมายที่บอกวาการตีความกฎหมายที่จำกัดสิทธิกฎหมายที่เปนขอยกเวน ตองตีความโดยเครงครัด ตีความอยางจำกัดขอบเขตนี่ยังเปนจริงเสมอครับ หลักนิติธรรม แมมีรัฐธรรมนูญที่ดีเพียงใดก็ตามหลักนิติธรรมจะตองถูกปฏิบัติตาม อันนี้ผมก็ฝาก ศาลรัฐธรรมนูญในอนาคตดวย ทานมีหนาที่พิทักษรัฐธรรมนูญและวินิจฉัยเนื้อหา ของรัฐธรรมนูญใหสอดคลองกับหลักนิติธรรม ทายที่สุดทานประธานครับผมก็ไมไดอยูในสภา หลายป แตก็อายุมากพอสมควรแลว ผมอยากจะฝากทานประธานผานไปยังสมาชิกคนหนุมสาว ทั้งหลายหรือคนที่มีพลังทั้งหลายผมเคารพในความเห็นของทาน เราไมไดเรียกทานเปนนอง หรือเราเคารพความเห็นของทานครับ หลายคนมีความรูความสามารถเราก็รับฟงครับ แตการเมืองของเราพักหลังมันเปนการเมืองของการกลาวหาเสียเยอะทานประธาน การเมืองที่กลาวหากันเสียเยอะเปนการเมืองที่เขาเรียกวาการเมืองที่ Confrontation การเมืองที่เผชิญหนามากกวา Collaboration หรือการเมืองความรวมมือ เปนการเมือง ที่เผชิญหนามากกวาการเมืองแหงการเผชิญปญหาอยางมีวุฒิภาวะ ซึ่งเรื่องนี้ผมอยากจะเชื้อเชิญ นักการเมืองทุกพรรค ทุกสี ทุกเหลา รวมทั้งวุฒิสมาชิก สว. ดวยครับ วาประชาธิปไตย ในบานเราถาเรายังเลนการเมืองในลักษณะที่กลาวหากัน แลวก็นักการเมืองในลักษณะที่ไมมี ความเมตตาปรารถนาดีตอกัน ผมคิดวาเราแกลำบากครับ เรายังมีความทาทายอยูมาก ในการที่จะผลักดันเรื่องนี้เพื่อสรางประชาธิปไตยที่มั่นคงที่ยั่งยืนที่แข็งแรง ผมอยากเชื้อเชิญ ผมคิดวาวาระแหงชาติไมพอ ตองเปนฉันทานุมัติใหมของประเทศไทยครับ เปลี่ยนการดาทอ มาเปนการถักทอความรักความเขาใจระหวางกันเพื่อนำประเทศไปขางหนาครับ พวกผมที่มี ประสบการณอยูบางเราก็จะรวมมือในสวนที่เราทำไดแลวก็อยากจะเชิญทานสมาชิกรัฐสภา ไดโหวตเห็นดวยกับญัตติที่ทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย รวมทั้งทาน สว. หมอเปรมศักดิ์ ไดเสนอในวันนี้เพื่อใหศาลไดพิจารณา ขอบคุณครับทานประธาน🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ทานเกชา ศักดิ์สมบูรณ เชิญครับ🔗

นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

กราบเรียน ทานประธานสภาที่เคารพ ผม เกชา ศักดิ์สมบูรณ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสรางชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในวันนี้นะครับผมขออภิปรายแบบญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจ ของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ซึ่งประเด็น เกี่ยวกับเรื่องรัฐสภาจะพิจารณาและลงมติรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมที่มีบทบัญญัติใหจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมโดยยังไมมีผลการออกเสียงประชามติวาประชาชนประสงคจะใหมี รัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม อยางไร ในประเด็นนี้นะครับ โดยสวนตัวผมก็เห็นดวยในการที่จะสง ใหศาลรัฐธธรรมนูญไดรับไปพิจารณาเพื่อความสบายใจของหลาย ๆ ฝายที่รวมประชุมดวยกัน ในวันนี้ ถึงแมวาจะมีบางทานที่อาจจะมองวาสามารถทำไดเลยแตบางทานก็อาจจะเกรงกลัว วาจะเกิดปญหาเรื่องการที่ไมถูกไมชอบดวยกฎหมายในภายหลังนะครับ แตในความที่ผม ใหความรวมมือในการที่จะสงศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้นั้น ในประเด็นเรื่องการแกรัฐธรรมนูญนั้น โดยสวนตัวผมก็ไมมีประเด็นที่จะตองดำเนินการแกไขแตอยางใด เพียงแตวาถาหลาย ๆ สวน หลาย ๆ พรรคที่มีความประสงคจะแกรัฐธรรมนูญโดยในประเด็นใดบางที่เปนประเด็นที่สมควร ในประเด็นที่มีปญหาหรือมีขอบกพรองบางก็แลวแต อันนี้ผมก็ยินดีที่จะใหความเห็นรวมมือ รวมแรงกันไดนะครับ การแกรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ นั้นไดเกิดขึ้นมาแลว เมื่อป ๒๕๖๔ โดยมี การแกไขจากสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขต ๓๕๐ เขต และบัญชีรายชื่อ ๑๕๐ ทาน รวม ๕๐๐ ทานในครั้งนั้น เปลี่ยนเปน ๔๐๐ เขต แลวก็มี สส. แบบบัญชีรายชื่ออีก ๑๐๐ ทาน เปน ๕๐๐ ทานก็เคยทำมาแลว ก็ไมเห็นตองมีขอขัดแยง ไมตองมีสงศาล ไมตองมีมติ แตอยางใด ถึงแมวาอาจจะเปนขอบกพรองเล็ก ๆ นอย ๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับเดิมนั้น ถาเรา จะแกไขเลยโดยใชรัฐสภาแหงนี้ในการดำเนินการแกไข ผมก็เชื่อวาถาจะแกโดยรายมาตรา หรือแกในสวนที่เปนขอบกพรอง ผมก็เชื่อวารัฐสภาแหงนี้โดยเฉพาะหลาย ๆ ทานที่เปนหวง เกี่ยวกับเรื่องสมาชิกวุฒิสภา ๖๗ ทานนั้นจะใหความเห็นชอบดวยหรือไมซึ่งตองเปนคะแนนขั้นต่ำ ผมเปนผูหนึ่งที่เคยเปนอดีตสมาชิกวุฒิสภามา ผมก็เชื่อวาวุฒิสภาที่เปนสภาผูใหญนั้นก็ไมได ขัดของหรือจะไมเห็นกับฝายผูแทนแตอยางใด เพียงแตวาในการแกไขนั้นตองเปนสิ่งที่ หลาย ๆ ฝายเห็นชอบแลวก็ประชาชนนั้นไดรับประโยชนอยางแทจริง ประเด็นในการแกไขนั้น ผมก็ยังไมเห็นมีใครไดพูดวาจะแกอะไรบาง แลวก็แกอยางไร แกแคไหน จะมีแคตั้ง สสร. หรือเปลา แตะตองหมวด ๑ หมวด ๒ หรือไม ยังไมมีหลักประกันในรัฐสภาแหงนี้เลยวาถาเราได เห็นชอบตรงนี้ไปแลวจะทำอะไรไดแคไหนนะครับ ซึ่งประเด็นนี้เปนประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเรื่อง มาตรา ๑๑๒ ดวย ในการแกตั้งโดย สสร. นั้นเราก็จะดูวาเราไมรูใครจะเปน สสร. บาง จะทำ ไดแคไหน ขอบเขตมีอยางไร อันนี้หลายทานก็ยังไมมีคำตอบแลวยังไมมีใครไดชูประเด็นนี้ขึ้นมา ผมมองครับวาระหวางนี้ถาเราจะแกไขปญหาเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ เรื่องแกง Call Center เรื่องความยากจนของพี่นองราษฎร ซึ่งขณะนี้รัฐบาลเขาจะแจกเงิน เฟสที่ ๓ แลว หลายทานก็ฝากมาวาเฟสที่ ๔ ยังไมมาเลยนะครับก็รออยู ผมไมไดมองเรื่องวา จีดีพีจะขึ้นเทาไร จะขึ้น ๐.๑ ๐.๓ หรือ ๐.๕ ตามที่หลาย ๆ ทานไดกลาวมา แตผมวาขณะนี้ ประชาชนยากไร ขาดเงินทองจับจายใชสอย ประเด็นนี้เปนเรื่องสำคัญนะครับ ก็ฝากทางรัฐบาล ไปดวยเกี่ยวกับเรื่องเฟสที่ ๔ ดวยนะครับ วันนี้ผมก็เห็นดวยนะครับในการที่จะสงศาลรัฐธรรมนูญ ไดวินิจฉัยในประเด็นดังกลาวครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ทานตอไปเชิญทานอัครเดช วงษพิทักษโรจน ครับ🔗

นายอัครเดช วงษพิทักษโรจน สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

กราบเรียน ทานประธานสภาผูแทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษพิทักษโรจน สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสรางชาติ ทานประธานครับ ผมขออนุญาต ไดอภิปรายในประเด็นการยื่นญัตติขอใหทางรัฐสภาเราไดมีมติในการสงใหศาลรัฐธรรมนูญ ไดวินิจฉัยในการพิจารณาแกรัฐธรรมนูญ ทานประธานรัฐสภาเองวันนี้ไดมีการนัดประชุม ใหทั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาไดมาหารือกันในประเด็นนี้ ก็อยากจะเรียน กับทานประธานวาในประเด็นของการแกไขรัฐธรรมนูญนั้นในสวนของพรรครวมไทยสรางชาติเอง เรามีจุดยืนที่ชัดเจนครับวาเราไมตองการใหแตะหมวด ๑ แลวก็หมวด ๒ ของรัฐธรรมนูญ แลวก็ที่สำคัญก็คือในเรื่องของการปราบปรามการทุจริตคอรรัปชันซึ่งพรรครวมไทยสรางชาติ เรามีจุดยืนที่ชัดเจนที่ไมตองการใหมีการแกไข ทีนี้ถามีการตั้ง สสร. ขึ้นมา หรือรางรัฐธรรมนูญใหม ขึ้นมาอยางที่ทานเกชา ศักดิ์สมบูรณ ไดอภิปรายไปก็ไมมีหลักประกันอะไรวาจะไมมีการ ไปแตะหมวด ๑ หมวด ๒ อันนี้ก็เปนประเด็นที่ยังสงสัยอยูวาถามีการรางรัฐธรรมนูญใหมโดยการ ตั้ง สสร. นั้นเราจะดำเนินการในรูปแบบไหนอันนี้คือขอหวงใยนะครับ ในสวนของที่เราสนับสนุน ใหมีการสงใหศาลรัฐธรรมนูญไดวินิจฉัยในการแกรัฐธรรมนูญนั้นวาจะตองมีการทำประชามติ กี่ครั้งนะครับ เดิมทีผมเองเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในสมัยที่แลวไดมีการยื่น ใหศาลรัฐธรรมนูญไดมีการตีความโดยสมาชิกวุฒิสภาทานหนึ่งมีความเห็นวา การแกไขรัฐธรรมนูญ ในการเพิ่มหมวด ๑๕/๑ มันไมใชเปนการแกรัฐธรรมนูญ เปนการรางหรือยกรางรัฐธรรมนูญใหม อันนี้เปนปญหาที่จะตองสงใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยครับวาสภาสามารถดำเนินการไดไหม เพราะวาในกฎหมาย มาตรา ๒๕๖ (๘) กอนที่จะมีการทูลเกลาฯ ถามีการแกไขในหมวด ๑ หมวด ๒ หรือเกี่ยวกับหมวด ๑๕ ก็จะตองมีการทำประชามติกอนที่จะนำความขึ้นทูลเกลาฯ ตามมาตรา ๒๕๖ (๗) แตวาตรงนี้สมาชิกวุฒิสภาทานนั้นไดยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ไดวินิจฉัยวาการที่ไปเพิ่มหมวด ๑๕/๑ นี้ไมใชเปนการแกรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๕๖ แตเปนการยกรางรัฐธรรมนูญใหม จะตองไปถามพี่นองประชาชนกอนโดยการทำประชามติ ซึ่งเปนเจาของอำนาจในการที่จะรางรัฐธรรมนูญใหมไดหรือไม อันนี้จึงเปนที่มาวาในรัฐสภา สมัยนั้นไมสามารถแกรัฐธรรมนูญไดทันเพราะวาตองทำประชามติครับ กลับมาครั้งนี้ก็มี เพื่อนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหลายทานมีการยื่นในการที่จะตั้ง สสร. ก็อยากจะใหมันเร็ว แลวก็มีความหวังดีวาอยากจะใหประหยัดงบประมาณเพราะวาการทำประชามติครั้งหนึ่งก็ใช งบประมาณถึง ๔,๐๐๐ ลานบาท ก็มีความเปนหวงก็อยากจะลดขั้นตอนไมตองทำตามคำสั่ง ศาลรัฐธรรมนูญ หรืออาจจะไปตีความที่มันแตกตางออกไปนะครับ ซึ่งโดยขอเท็จจริงแลว ผมอยากจะเรียนกับทานประธานวาโดยขอเท็จจริงแลวเราเองไมจำเปนเลยครับที่จะตองไปสง ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะวาศาลรัฐธรรมนูญไดวินิจฉัยมาอยูแลววากอนที่จะดำเนินการ แกไขเพิ่มหมวด ๑๕/๑ ตองถามพี่นองประชาชนกอน คือทำประชามติกอน นี่คือรอบที่ ๑ เมื่อมีการผานแลวเรารับหลักการ ถามีการแกไขมาตรา ๒๕๖ เราก็ตองไปดำเนินการ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เมื่อมีการแกไขเพิ่มหมวด ๑๕/๑ เราก็ตองไปดำเนินการ ทำประชามติอีกครั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ (๘) นี่ก็ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ ก็คือ เมื่อ สสร. ยกรางเสร็จก็ตองถามวาเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญฉบับใหมไหม ตามที่เราไดมีการรางรัฐธรรมนูญ มา ๒ ครั้ง ก็คือป ๒๕๕๐ กับป ๒๕๖๐ นะครับ ก็ทำเปน ๓ ครั้ง จริง ๆ เราเองก็เห็นดวย การกับการที่จะตองทำประชามติถึง ๓ ครั้ง เพราะวาครั้งแรกทำตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๒ และครั้งที่ ๓ นั้นทำตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว ทีนี้เมื่อสมาชิกมีความเปนหวงเรื่องเวลา มีความเปนหวงเรื่องงบประมาณก็อาจจะมีขอสงสัยวาสามารถที่จะทำไดเลยไหม ก็เลยบรรจุ เขามา จริง ๆ เพื่อนสมาชิกหลายทานเมื่อการบรรจุวาระงวดนี้แลวมีเพื่อนสมาชิกหลายทาน เรียนทานประธานเลยครับไมกลาเขาประชุมนะครับ บางทานไมกลาแมกระทั่งลงชื่อมาประชุม บางทานลงชื่อมาประชุมก็ไมกลาแสดงตนดวยซ้ำ เพราะกลัวโดนไปยื่นรองที่ศาลรัฐธรรมนูญวา ทำขัดคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีวินิจฉัยแลวตองผูกพันทุกองคกร แตวันนี้ทานประธานเอาญัตตินี้มาใหสมาชิกไดพิจารณาเพื่อสงใหศาลไดวินิจฉัยเพื่อใหสิ้น กระแสความ เพื่อใหสิ้นขอสงสัยก็เปนการดีครับไมติดขัดอะไร แตจริง ๆ แลวผมเอง ก็อยากจะเรียนกับทานประธานดวยความเห็นของผมโดยสุจริตเราตองทำประชามติกอนตาม คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อประชามติผานแลวคอยมาเขากระบวนการในการแกไข หมวด ๑๕/๑ โดยการตั้ง สสร. อันนี้ก็คือความเห็นของเรา แตไมเปนไรครับถาเพื่อนสมาชิก มีความเห็นวาควรจะสงใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อใหสิ้นขอสงสัย ทางพรรครวมไทยสรางชาติ เราก็ไมไดติดใจอะไร เราก็ไดมีมติที่จะเห็นชอบในญัตตินี้สงใหศาลรัฐธรรมนูญไดวินิจฉัยวา กอนที่จะมีการแกไขดังกลาวนั้นตองไปทำประชามติหรือไม อยางไร แลวทำไดหรือเปลา ก็ขออนุญาตไดอภิปรายใหเพื่อนสมาชิกและทานประธานรัฐสภาไดรับทราบในเหตุผลครับ ขอบพระคุณทานประธานครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เชิญทานนายแพทยชลนาน ศรีแกว ครับ🔗

นายชลนาน ศรีแกว สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานที่เคารพ กระผม นายชลนาน ศรีแกว สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดนาน พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ขอบพระคุณทานประธานที่อนุญาตใหผมไดมีสวนรวมในการอภิปรายในญัตติ ที่เพื่อนสมาชิกเสนอทั้ง ๒ ญัตตินะครับ ใหวินิจฉัยเรื่องหนาที่และอำนาจของรัฐสภาเรา วามีหนาที่และอำนาจในการที่จะพิจารณารางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมที่เพิ่มหมวดการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมไดหรือไม ทานประธานครับ ผมเองสนับสนุนญัตตินี้ขอใหสภามีมติสงไป ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ดวยเหตุผลสำคัญอยูหลายประการครับ ทานประธานครับ🔗

ประการแรกสุดที่เปนเหตุผลสำคัญที่ผมอยากจะกราบเรียนทานประธาน ผานไปยังทานสมาชิกผูทรงเกียรติในรัฐสภาแหงนี้ ถาเรามีความประสงคที่จะแกไขรัฐธรรมนูญ ใหสำเร็จ วิธีการนี้คือวิธีการที่จะเขาสูเปาหมาย เพราะอะไรครับ สภาผูแทนราษฎรหรือรัฐสภา สมัยประชุมที่ ๒๕ สมัยที่ ๒๕ ที่ผานมา เราเคยมีความพยายามมากในการจะแกไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ เพื่อนสมาชิกไดพูดไปแลวนะครับ แกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เพิ่มหมวด ๑๕/๑ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมดวย ผานวาระที่สองจนถึงวาระที่สาม นั่นเราก็ทำมาแลวสุดทาย ก็ถูกตีความตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญของเสียงขางมากในสภาแหงนี้นะครับ โหวตคว่ำ ในวาระที่สามไป อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาในอดีต เราพยายามมาตลอด ยื่นเปนรายมาตราเราก็ทำ แตไมเคยผานครับ มีผานอยูกรณีเดียวเรื่องบัตรเลือกตั้ง นอกนั้นไมเคยผานครับทานประธาน เราตองยอมรับครับวาระบบรัฐสภาเราเปนระบบเสียงขางมากเราเคารพเสียงขางมากครับ เราเปนเสียงขางนอยเราเองก็มีสิทธิที่จะตรวจสอบทักทวงครับ เสียงขางมากเปนไปอยางไร เราตองเคารพครับ เชนกันในสมัยนี้เสียงขางมากจะมีขอวินิจฉัย มีดุลยพินิจอยางไรเราก็ตองเคารพ ซึ่งเหตุการณตางจากสมัยที่ ๒๕ แนนอน ทานประธานครับ เมื่อเราตองการทำใหสำเร็จ ถาเรายังไมดำเนินการใหทุกฝายไดมีความเห็นรวมที่ตรงกันตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ไมมีทางแกรัฐธรรมนูญไดครับ เพราะกลไกที่เขียนในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เปนกลไกที่ทำใหแกรัฐธรรมนูญไมไดเลย อยาวาแตทำฉบับใหมแกไมไดเลย เพราะฉะนั้น ความจำเปนอยางยิ่งที่เราตองหาสิ่งที่ทุกคนมีความเห็นรวมกันตองดำเนินการโดยเฉพาะ เรื่องของขอกฎหมาย ขอกังวลของเพื่อนสมาชิกที่เขามีความเห็นไปอีกมุมหนึ่ง โดยเฉพาะ การใชหนาที่และอำนาจของเราเองในการแกไขรัฐธรรมนูญโดยไมทำประชามติกอนตามคำวินิจฉัย รัฐธรรมนูญที่เขาตีความอยางนั้น เพราะฉะนั้นอันนี้เปนเหตุผลแรกเลยครับ ถาเราตองการ ที่จะตองทำใหสำเร็จเราตองสงใหศาลวินิจฉัย ทานประธานที่เคารพครับ หลายทานเปนหวงกังวล วาศาลจะไมรับหรือรับ ไมรับ ผมกราบเรียนทานประธานครับ ผมถามทานประธานวาขณะนี้ มันมีปญหาไหม มันมีปญหาในหนาที่และอำนาจของเราหรือไมในการแกไขรัฐธรรมนูญ เพิ่มเติม ตองตอบวามีครับ สมาชิกเมื่อสักครูก็พูดวาเขาไมเห็นดวยกับการทำ ๒ ครั้ง เขาเห็นดวย ตองทำ ๓ ครั้ง เพราะฉะนั้นเขาเลยบอกวาไมมีหนาที่และอำนาจ ถาไมทำถาไมทำประชามติมากอน แตผมเองพรรคเพื่อไทยที่ยื่นญัตติที่นำโดยทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ นี่นะครับ แกไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เพิ่มเติมหมวด ๑๕/๑ เราเห็นวาเรามีหนาที่และอำนาจครับ และสามารถทำประชามติแค ๒ ครั้งตามเพื่อนสมาชิกสวนใหญที่เห็นเหมือนเรา แตมีเพื่อนสมาชิก สวนหนึ่งเขาไมเห็นอยางนั้น นี่ปญหาเกิดขึ้นครับ ถาปญหาเกิดขึ้นอยางนี้ตอใหสมัยประชุมนี้ หรือสมัยประชุมตอไป หรือสภาชุดนี้นะครับ ชุดที่ ๒๖ ไปถึงป ๒๕๗๐ ก็แกรัฐธรรมนูญไมได ทานประธานครับ ไมมีทางครับ แลวเราจะดำเนินการไปทำไม ถาพรรคเพื่อไทยเอง ถาผมเอง ไมเห็น แตโอกาสความสำเร็จ ไมหาความรวมมือแลว เราเขาสูการพิจารณารางรัฐธรรมนูญ แกไขเพิ่มเติมตกครับ ตั้งแตวาระแรกครับ ยื่นใหมก็ตกใหม ยื่นใหมก็ตกใหม เพราะเจตจำนง ของเพื่อนสมาชิกสวนหนึ่งเขาไมตองการแก ถาเขายังไมมีความมั่นใจวาสถานะ สภาพเขา ขณะนี้เขาเปนสมาชิกอยูครับ ถาเกิดเขายื่นแก เขาถูกฟองแลวสมาชิกภาพเขาสิ้นสุดไป ใครรับผิดชอบ ทานประธานครับ เราตองมาแสวงหาความรวมมือรวมกัน ทานประธานครับ เราเองตองเคารพความเชื่อของสมาชิกแหงนี้ที่เขามีความเห็นตางเรา เราประณามเขาไมไดครับ และวิธีการพิจารณาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเองมันเปนสิ่งที่ทุกคนก็มีสิทธิที่จะตีความ เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเองเปนลายลักษณอักษรที่เขียนทำใหคนที่มีลักษณะ ตองการตีความที่จะปกปองศาลรัฐธรรมนูญตองตีความไปอยางนั้นจริง ๆ ผมไมเถียงเขาเลย ทานประธานครับ ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ ศาลรัฐธรรมนูญเขียนวาการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมดวยวิธีการรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมใหมีหมวด ๑๕/๑ วาดวยการจัดรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม สังเกตครับ เขียนอยางนี้ทำใหเขาใจไดวาการเริ่มแกรัฐธรรมนูญ เติมหมวด ๑๕/๑ เปนการเริ่มทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม เพราะฉะนั้นคำวากอนทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมก็เลยบอก กอนยื่นรางแกไข แตผมเองไมไดตีความอยางนั้นครับ เพราะอะไรครับ เพราะผมเปนสมาชิก รัฐสภา ผมไมไดตีความสวนบุคคล ผมเอาคำของทานประธานวันนอรมาใชเลยครับ ผมเปน สมาชิกรัฐสภา ผมตีความวาหากรัฐสภาตองการครับ มันจึงเปนจุดเริ่มที่จะทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม อะไรคือรัฐสภาตองการ ก็คือการที่สภามีมติใหแกไขเพิ่มเติมในวาระที่สามนั่นละครับ นั่นคือรัฐสภาตองการ ครบองคประกอบ เริ่มนับหนึ่งใหมไดเลย และที่สำคัญครับ การแกไข รัฐธรรมนูญเองตองทำประชามติอยูแลวตาม (๘) ครับ ตาม (๘) มันก็เลยเปนเหตุให สามารถถามประชามติ ๒ คำถามไปพรอมกันไดเลย เห็นดวยกับการแกไขเพิ่มเติม เห็นดวย กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ทานประธานครับ อันนี้คือสิ่งที่เราเห็น แตเราจะเอา ความเห็นของเราเองบอกวาตรงนี้ถูกมันไมไดครับทานประธาน เมื่อมีความเห็นตาง คนที่มี อำนาจตัดสินความเห็นตางตรงนี้ตองทำหนาที่ครับ จริง ๆ เราไมอยากใหเขาทำหรอกครับ แตมันจำเปนเพื่อจะไดแกไขรัฐธรรมนูญที่เราตองการใหมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมได ทานประธานที่เคารพครับ รัฐสภาเราพยายามทำหนาที่อยางเต็มที่ เราเองมุงหวังจะใหได รัฐธรรมนูญฉบับใหมจริง ๆ เราเองกลับถูกกลาวหาจากเพื่อนสมาชิกวายื้อ เตะถวง ไมตองการแกจริง ทานประธานครับ ผมกราบเรียนทานประธานดวยความเคารพวาถาเราดื้อ สงรางรัฐธรรมนูญสูการพิจารณาในวาระที่หนึ่งตกดวยเสียงสมาชิกแค ๖๗ เสียงก็ไมไดแลว ตกครับ ทานตองรอยืนใหมในสมัยประชุมตอไป กับการที่เราทำโดยละมุนละมอม ใหศาล เขาวินิจฉัย ถาผลการวินิจฉัยเปนประโยชนครับ เราก็เริ่มทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมจบในปได อะไรจะเสียเวลากวากัน อะไรจะยื้อกวากันครับ การที่ยื่นแลวใชสภาแหงนี้มาพูดบอกวา เพื่อประชาชน เพื่อประชาชน เพื่อประชาชน ไดครับ ไดกระแส ไดคะแนนครับ แตไมได รัฐธรรมนูญครับ เราจะเอาอะไรครับทานประธานครับ ความเห็นผม ถาเราตองการรัฐธรรมนูญ เราตองเอารัฐธรรมนูญครับ ผมยอมรับครับวาการเมืองยุคนี้เปนการเมืองกระแสครับ แตการสรางกระแสที่ไมจริงมันเปนการทำรายพี่นองประชาชนโดยที่เขาไมรูตัวครับ ทางเศรษฐศาสตรบอกทฤษฎีตมกบครับ แตทางการเมือง ทางรัฐธรรมนูญนี่ผมไมรูวา ตมอะไรนะครับ แตตมประชาชนแนนอน ทานประธานที่เคารพ นี่คือสิ่งที่เราจำเปนที่เราจะตองชวยกันหาความรวมมือเพราะมาตรา ๒๕๖ เขาบอกวาถาทุกฝายเห็นชอบจึงจะแกไขรัฐธรรมนูญได ขอรองกราบเรียนทานประธาน ดวยความเคารพครับ เราลดทิฐิครับเราหันหนาเขาหากันมาชวยกันสงใหศาลไป แมศาลจะรับ หรือไมรับอยางไรเราก็มีขอวินิจฉัยของสมาชิกเราที่จะมีสวนรวมในการแกรัฐธรรมนูญ ลดขอกังวล ลดความเดือดรอนของเพื่อนสมาชิกที่เขาเปนกังวลในการทำหนาที่ สภาแหงนี้ทุกคนมาจาก ประชาชนครับ แตทำอยางไรคำวาประชาชนตรงนี้มันจะเปนประชาชนที่แทจริง กราบเรียน ประธานดวยความเคารพ ผมเห็นดวยกับการที่พวกเราจะลงมติสงใหศาลวินิจฉัยเรื่องหนาที่ และอำนาจของรัฐสภาของเราในเรื่องนี้ครับ กราบขอบพระคุณทานประธานครับ🔗

นายชุติพงศ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานครับ ผมขออนุญาตนิดเดียวหารือเรื่องเวลาครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ🔗

นายชุติพงศ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

เรียนทานประธานครับ ผม ชุติพงศ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาชน สมาชิกรัฐสภา ในฐานะวิปฝายคาน ขออนุญาตแจงเรื่องเงื่อนไขเวลาที่มีการจัดสรรแบงกันไวฟากละ ๒ ชั่วโมงนะครับ ณ ขณะนี้ทางสมาชิกวุฒิสภาที่ขอไว ๒ ชั่วโมงใชไป ๔๘ นาที ๔๙ วินาที เหลืออยู ๑ ชั่วโมง ๑๑ นาที ๑๑ วินาที พรรครัฐบาลขอไว ๒ ชั่วโมง ใชไปแลวเมื่อสักครู เหลือเวลาอยู ๑๗ นาที ๓๗ วินาที ทางคุณหมอชลนานใชไปราว ๆ ๑๐ นาทีนิด ๆ ก็จะ เหลืออยู ๗ นาที ๓๗ วินาที พรรครวมฝายคาน ๒ ชั่วโมงที่ขอไวครับ ตอนนี้ใชไปแลว ๑ ชั่วโมง ๓๑ นาที ๕๕ วินาที เหลืออยู ๒๘.๐๕ วินาที ทานประธานเหลืออยูประมาณ ๑๒ นาที ๑๙ วินาที ซึ่งก็ตองเรียนวารายชื่อของผูที่ลงชื่อในการอภิปรายไวผมเห็นมีทางทานอาจารย ชูศักดิ์ ศิรินิล อีก ๑ ทานขอไว ๑๐ นาที ซึ่งก็อาจจะเกินแตวาทางเราไมไดติดใจอะไร เพราะวาเปนวาระสำคัญ แลวเราก็อยากจะใหไดพูดอยางเต็มที่นี่ยังไมรวมถึงเวลาของผูที่ จะตองสรุปญัตติอีกวาจะสรุปอีกกี่นาที แตก็ไมเปนไรเหมือนกันครับ สวนทางพรรคฝายคาน ของเราที่เหลืออยู ๒๘ นาที ก็จะเปนของทางทานผูนำฝายคาน ทานณัฐพงษ เรืองปญญาวุฒิ ซึ่งเราขอไวทั้งหมด ๒ ชั่วโมง เราใช ๒ ชั่วโมงอยางคุมคาเต็มเวลาตามเวลา ไมตองหวงเราขอ เทาไรใชเทานั้น เราขอ ๓๐ ชั่วโมง เราก็ใช ๓๐ ชั่วโมง ก็เลยเรียนทานประธานใหทราบครับ ขอบคุณครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ทานตอไปเชิญทานอาจารย ชูศักดิ์ ศิรินิล ครับ🔗

รองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนทานประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม ชูศักดิ์ ศิรินิล สมาชิกสภาผูแทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขออนุญาตที่จะรวมอภิปราย ชี้แจงพอสมควร เพราะวาจริง ๆ เริ่มตนก็ไมอยากจะอภิปรายอะไร เพราะวามีเพื่อนสมาชิก ลงชื่อกันมาก แตรูสึกวันนี้ชื่อของกระผมก็ถูกเอยถึงรูสึกจะเต็มไปหมดนะครับ ก็ไมไดเสียหาย อะไรแตก็คิดวาถาจะชี้แจงทำความเขาใจกันบางเปนการเบื้องตนก็จะเปนการทำความเขาใจ กันอยางถองแทถึงปญหาที่เกิดขึ้นวามันมีสาเหตุมาจากอะไร ทานประธานที่เคารพครับ กอน อื่นกระผมอยากจะกราบเรียนวาพรรคเพื่อไทยและตัวกระผมนั้นมีความตั้งใจแนวแนที่จะ แกไขรัฐธรรมนูญใหเปนประชาธิปไตย ตองการจะใหมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมที่ประชาชนมีสวน รวมในการยกราง เพราะวาบทเรียนจากป ๒๕๔๐ ที่เรามีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนก็เห็นได วารัฐธรรมนูญฉบับนั้นเปนรัฐธรรมนูญที่เปนประชาธิปไตย เราใชมาเปนเวลาชานานแลวก็ เปนประโยชนสรางการมีสวนรวมของพี่นองประชาชน ทำใหการตรวจสอบอำนาจรัฐเกิดขึ้น เปนครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ทานประธานที่เคารพครับ แตกระผมก็ตองกราบเรียนวา นับตั้งแตมีการยึดอำนาจการปกครองประเทศ ประเทศเราติดหลมความขัดแยงอยูมาชานาน พอสมควร แลวเราจะมีรัฐธรรมนูญที่เกิดจากการยึดอำนาจการรัฐประหารมาหลายครั้ง ตัวกระผมนี้เขามามีสวนเกี่ยวของในการแกไขรัฐธรรมนูญ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม มาหลายครั้ง ป ๒๕๕๕ กระผมเปนผูนำในการเสนอรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมเพื่อนำไปสูการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม มันนานมาแลวครับทานประธาน ขณะนั้นใชรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๕๐ ซึ่งก็เกิดขึ้นจากการรัฐประหาร รางมาจากการแตงตั้งโดยคณะรัฐประหาร ผมเองก็ตองการ จะใหมีรัฐธรรมนูญเปนประชาธิปไตยก็ใชวิธีการแบบนี้ละครับเสนอแกไขขณะนั้นเปน มาตรา ๒๙๑ เพื่อตั้ง สสร. ก็เรียนเพื่อนสมาชิกดวยความเคารพวาความขัดแยงที่มันเกิดขึ้น สวนใหญก็คือมีการสมัยนี้เขาเรียกวานิติสงคราม ก็เอาญัตติเอาสิ่งที่เราทำตามอำนาจหนาที่ ในกระบวนการนิติบัญญัติทั้งหลายเอาไปรองกัน ที่กระผมทำในปนั้นทายสุดก็มีสมาชิก วุฒิสภา มีฝายคานบางสวนไปเขาชื่อรองกันวากระผมและคณะลมลางการปกครองประเทศ ลมลางอยางไรก็คือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมโดยที่ไมมีบทบัญญัตินี้ใหทำไดถือเปนการ ทำผิดรัฐธรรมนูญลมลางการปกครอง ผมเองจำไดผมไปเปนทนายเอง ซักคานเอง อะไรเอง ในศาลรัฐธรรมนูญ ซักไปซักมาจนทายสุดตุลาการบางทานตองขอถอนตัวจากองคคณะ ก็ดีครับเขาวินิจฉัยวาการกระทำเชนนี้เปนการใชอำนาจนิติบัญญัติยังไมถึงขั้นวาเปนการลมลาง การปกครองประเทศ ที่ผมเอาเรื่องนี้มาพิจารณาเอามาเสนอตอที่ประชุมแหงนี้ ผมเพียง ตั้งขอสังเกตวาเราใชอำนาจนิติบัญญัติ ภาษาอังกฤษมีคำวา Supremacy Of Parliament Parliament หรือรัฐสภานั้นมีอำนาจสูงสุดแตพวกเรากันเองก็ชอบที่จะเอาอำนาจสูงสุดนั้น ไปทำปูยี่ปูยำ ไปใชเปนนิติสงครามรองกันไปรองกันมา ผลจากคำวินิจฉัยนั้นก็ผานไปครับ มารัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อนสมาชิกหลายทานก็บอกไปแลวเราก็ทำกระบวนการในการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม ทายที่สุดก็มีการไปยื่นคำรองเมื่อป ๒๕๖๓ ทายที่สุดมีคำวินิจฉัย ป ๒๕๖๔ ผลจากการวินิจฉัย ป ๒๕๖๔ ทำใหรัฐสภาในขณะนั้นไมสามารถแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ที่วานี้ไดสำเร็จ แลวทายที่สุดสมาชิกสวนหนึ่งเดินออกจากหองประชุม สวนหนึ่งไมโหวต สวนหนึ่งไมเปนองคประชุม การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมจึงไมประสบความสำเร็จเสียงไมถึง ๑ ใน ๓ เสียงไมเกินกึ่งหนึ่ง ทายที่สุดก็ตองพับไปครับ แตวาผลพวงจากการกระทำเชนนี้ มีคำวินิจฉัย ป ๒๕๖๔ เกิดขึ้น คำวินิจฉัย ป ๒๕๖๔ ถาทานไปอานโดยสรุปตอนทาย มันฟงได จริง ๆ วาทำประชามติเพียง ๒ ครั้ง กลาวคือเมื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ เกิดขึ้นจากประชามติ เพราะฉะนั้นถาคุณจะทำฉบับใหมก็ตองถามประชาชนเสียกอนวา ประสงคจะใหทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม และเมื่อถามประชาชนแลวไปยกรางมาแลว มีรัฐธรรมนูญฉบับใหมเกิดขึ้นก็ตองถามประชาชนอีกครั้งหนึ่งวาประสงคจะใหมีรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมหรือไม ถาอานโดยสรุปแคนี้ ๒ ครั้ง แลวผมก็เชื่อวาผมก็คิดวาทำแค ๒ ครั้งก็พอ แตถาทานไปอานตอนตน ๆ เมื่อสักครูคุณหมอชลนานขอประทานโทษเอยชื่อไดกลาวอางมาแลว การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมมันไมมีวิธีการทำอยางอื่นเลย เพราะไมมีรัฐธรรมนูญฉบับไหน ที่จะเขียนวิธีการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมไวในรัฐธรรมนูญของตน เขาก็บอกเปนภาษางาย ๆ วาถาคุณเขียนไวเชนนั้น มีวิธีการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมแสดงวาคุณรางมาใชไมได สวนใหญ เขาก็จะใหใชวิธีแกไขเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นวิธีทำฉบับใหมก็คือวาตองเสนอรางรัฐธรรมนูญ แกไขเพิ่มเติมแลวก็บวกวิธีการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมขึ้นไป โดยสรุปก็คือแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เพิ่มหมวด ๑๕/๑ วาเปนการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมเกิดขึ้น แตถอยคำที่ศาลรัฐธรรมนูญใชตรงนี้ก็ไปพูดวา การที่สมาชิกรัฐสภาเสนอรางรัฐธรรมนูญ แกไขเพิ่มเติมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ทานประธานครับ ชื่อมันบอกวารางรัฐธรรมนูญ แกไขเพิ่มเติม เพิ่ม ๑๕/๑ เขาไปใชคำวา การทำเชนนี้ไมใชรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติม แตเปน การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมมีผลเปนการลมลางรัฐธรรมนูญฉบับเดิม ทานประธานครับ ชื่อมันบอกวา แกไขเพิ่มเติม แตศาลบอกวาอันนี้ไมใชแกไขเพิ่มเติม แตนำไปสูการทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมจึงตองทำประชามติเสียกอน ตรงนี้เองกอใหเกิดการตีความของนักการเมืองพูดงาย ๆ สมาชิกรัฐสภาหลายสวนบอกนี่อยางไรคุณตองวินิจฉัยทำประชามติเสียกอน เปนการทำ ประชามติครั้งแรกตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เปนที่ไปที่มาของการทำ ๓ ครั้งครับ ถาโดย สวนตัวกระผมไมเห็นดวยครับ ผมเห็นดวยวา ๒ ครั้งพอโดยตามขอสรุป ทีนี้เมื่อเปนเชนนี้แลว ก็หมายความวาถาเราจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมโดยกระบวนการ สสร. ก็แปลวาสมาชิก มีความเห็นแตกตางกัน เรานัดประชุมกันวันที่ ๑๓ วันที่ ๑๔ ทานประธานที่เคารพครับ เราก็เห็น กันอยูวาบรรยากาศเปน สมาชิกสวนหนึ่งบอกวาประธานบรรจุไมได เหตุผลสำคัญก็คือเคยสั่ง ไมบรรจุมาแลวอยางไร ครั้งนี้มาบรรจุไดอยางไร ประธานทำผิดบรรจุไมได พอบรรจุไมไดสมาชิก ไมมีอำนาจพิจารณา แตอีกฝายหนึ่งก็บอกวาบรรจุถูกแลว ทานประธานวันนอรสั่งบรรจุ เดิมไมบรรจุของผมตอนหลังสั่งบรรจุแลวก็สงสัญญาณมา ผมก็บอกวาผมเห็นดวย ๒ ผมเลย เสนอรางประกบกับพรรคประชาชน แตวาทานประธานโดยสรุปความเปนอยางนี้ครับ ถาครั้งนั้น เราพิจารณาตอไปผมวาทานประธานก็ทราบดี สมาชิกวุฒิสภาจะได ๖๗ เสียงไหมทานทราบดี ทานรูดี ขณะเดียวกันจะเกินกึ่งหนึ่งไหม ไมเกิน ทายที่สุดอะไรครับ การจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมเปนอันพับไป ไมผาน พวกผมจึงมาเสนอกันวาเราตองแก แกอยางไรก็เสนอญัตติเสีย ไปถามกันครั้งนี้คิดวาจะตอบ เหตุผลที่ผมคิดวาจะตอบเพราะอะไรครับ เพราะครั้งกอนที่เขา ตอบมาที่ผมถามไปครั้งนั้นประธานไมไดบรรจุรางแกไขเพิ่มเติมเขาสูวาระ แตครั้งนี้บรรจุ แลวกอใหเกิดความขัดแยงความเห็นไมตรงกัน จึงเปนที่ไปที่มาของการเสนอญัตติวันนี้ โดยสรุปความครับทานประธานที่เคารพ ผมคิดวาเรามีความตั้งใจครับ อยากจะใหมีการทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม และใหมันเกิดเปนรูปธรรมใหเกิดสำเร็จใหได อยางนอยที่สุดเราก็มี นโยบายรวมกันมาวาอยากจะเห็นการมี สสร. มาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ก็กราบเรียน ดวยความเคารพครับทานประธาน โดยสรุปครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เชิญทานณัฐพงษ เรืองปญญาวุฒิ🔗

นายณัฐพงษ เรืองปญญาวุฒิ ผูนำฝายคานในสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม ณัฐพงษ เรืองปญญาวุฒิ ผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผูนำฝายคานในสภาผูแทนราษฎร ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ทานประธานครับ กอนที่จะเขาสูการอภิปรายในญัตตินี้ผมขออนุญาตใชเวลาสั้น ๆ เคารพตอทานประธานวันนอร แตผมอาจจะขอสงขอกังวลครับในเรื่องของการพิจารณาการบรรจุญัตตินี้ครับที่จะเปน ตัวอยางใหเห็นครับวาการใชอำนาจดุลยพินิจของประธานรัฐสภาในการเลือกที่จะบรรจุ หรือไมบรรจุญัตติใดโดยการตีความเรื่องขอบกพรอง ซึ่งครอบคลุมถึงเนื้อหาสาระของตัวญัตติ นั้นมีปญหาจริง ๆ ทุกทานทราบกันดีอยูครับเรื่องญัตติไมไววางใจนั้นถูกตีความที่ประธานไมบรรจุ ซึ่งผมเคารพ แลวยอมแกไข แตวันนี้ครับทั้ง ๆ ที่ทานประธานรัฐสภาเองเห็นดวยแลวครับวาสามารถ เดินหนาการแกไขมาตรา ๒๕๖ ได โดยการจัดทำประชามติเพียงแค ๒ ครั้ง ทานประธานรัฐสภา ยอมบรรจุญัตติแลวครับ แตในขณะเดียวกันญัตติดังกลาวที่เพื่อนสมาชิกไดเสนอเขาสู การพิจารณาในวันนี้เปนญัตติที่ยอนแยงตอคำวินิจฉัยของทานประธานรัฐสภา คือเพื่อนสมาชิก ยังมาเถียงกันอยูเลยวาตกลงจะทำประชามติ ๒ ครั้ง หรือ ๓ ครั้ง ดังนั้นถาทานประธานรัฐสภา ใชมาตรฐานเดียวกันครับ ที่กังวลวาญัตติดังกลาวที่วันนี้มี ๒ ญัตติเรากำลังพิจารณากันอยูนี้ นาจะขัดตอขอกฎหมายที่ทานประธานไดวินิจฉัยแลว ผมเองก็กังวลเชนเดียวกันครับวานาจะ เปนบรรทัดฐานที่ทำใหเกิดความเหลื่อมล้ำในเรื่องของการตีความ แตอยางไรก็ตามครับ พวกเรา ตองเดินหนาตอกระบวนการรัฐสภา ผมเองก็เคารพในคำวินิจฉัยของทานนะครับ เพียงแต อยากจะใหเปนบันทึกในที่ประชุมครับ ที่อยากจะบอกวาขอบกพรองนั้นไมควรจะครอบคลุมถึง เนื้อหาสาระของญัตติดวย ทานประธานครับ เขาสูเนื้อหาสาระของการอภิปรายในญัตตินี้ ซึ่งเรามี ๒ ญัตติดวยกัน วันนี้ครับผมเองอาจจะตองถามเพื่อนสมาชิกผานทานประธานครับ ถึงเหตุและผลที่เรามาเถียงกันในวันนี้ ผมอยากจะถามจริง ๆ ครับวาเหตุผลในวันนี้ที่เราเห็นตาง เปนเหตุผลทางการเมืองหรือเปนเหตุผลทางขอกฎหมายครับทานประธาน ถาเปนเหตุผล ทางการเมืองเราตองแกดวยการเมืองครับ แตถาเปนเหตุผลทางการเมืองแตใชขออาง ทางดานขอกฎหมาย ผมเชื่อวาอยางไรก็ไมไดคำตอบครับ เมื่อสักครู สส. วิโรจน ไดลุกขึ้น อภิปรายครับ ครั้งนี้เถียงกันจะทำประชามติ ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง เดี๋ยวครั้งหนาก็มีครับ ครั้งที่ ๔ ครั้งที่ ๕ หรือหาชองวางอื่น ๆ เต็มไปหมดคอยทำลายกระบวนการในการแกไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นผมอยากจะฝากทานประธานกลับไปยังเพื่อนสมาชิกครับสื่อสารกันอยางตรงไปตรงมา จริงใจครับพวกผมไมไดดื้อ พวกผมเล็งเห็นถึงปญหาที่มีอยูครับ แตทานเองออกมาสื่อสาร ตรงไปตรงมาตอพวกเราและสังคมหรือเปลาวาที่ทานยังเดินหนาแกไขตอไมได เพราะเพื่อนสมาชิก รวมรัฐบาลบางสวนไมเห็นดวยกับการแกไขรัฐธรรมนูญ ไมใชปญหาเรื่องขอกฎหมาย แตเปน ปญหาเรื่องการเมือง ที่เพื่อนสมาชิกบางสวนเหลานั้น พูดงาย ๆ เขาไมมีแรงจูงใจทางการเมือง ใหแกครับ แกไปแลวจะไดประโยชนอะไรขึ้นมา สังคมก็ตั้งคำถามวาเพื่อนสมาชิกเหลานั้น เปนพรรคการเมืองที่ใหญที่สุดในรัฐสภาหรือเปลา แกแลวเขาจะเสียอำนาจลงไปหรือเปลา นี่ตางหากครับที่เปนเหตุขัดของ ทำใหกระบวนการการแกไขรัฐธรรมนูญเดินหนาตอไมได ดังนั้นถาถามกันเรื่องเหตุและผลครับ ผมอยากใหเพื่อนสมาชิกทุกคนมาประเมินผลไดผลเสีย ที่จะเกิดขึ้นจากการลงมติในญัตตินี้ในวันนี้ ออกไดไมกี่ทางครับ จะสงไปศาลรัฐธรรมนูญ หรือไมสง ทานประธานครับ วันนี้ถาเรามุงมั่นตั้งใจในการแกไขรัฐธรรมนูญใหกับพอแมพี่นอง ประชาชน ลงมติไมสงไปศาลรัฐธรรมนูญ เดินหนากระบวนการการแกไขรัฐธรรมนูญ แกไข มาตรา ๒๕๖ ในวันนี้ครับใหทันกอนปดสมัยประชุม มีตั้งกรรมาธิการวิสามัญยกรางแกไข เพิ่มเติมมาตรา ๒๕๖ ทันที มีอะไรจะเสียครับ ถาหากในอนาคตศาลรัฐธรรมนูญเกิดวินิจฉัย มีใครไปรองแลววินิจฉัยออกมาวาตองทำประชามติ ๓ ครั้ง เราก็แค Reset กระบวนการ ทำประชามติใหม ถาทานเล็งเห็นตนทุนของประเทศเปนสวนสำคัญ ไมมีอะไรนากังวลเลย ไมมีอะไรชาไปกวาเดิมเลยครับ ถาศาลรัฐธรรมนูญมีธงอยูแลววาตองทำประชามติ ๓ ครั้ง การเดินหนาแกไขมาตรา ๒๕๖ วันนี้ไมมีอะไรเสียครับ เวนแตตนทุนที่ทานจะยอมแลก ทานไมไดมองเห็นตนทุนประเทศที่จะเสีย แตทานเล็งเห็นถึงตนทุนของตัวเองที่จะเสียครับ เพื่อนสมาชิกหลายทานเมื่อสักครูก็ลุกขึ้นพูดครับ ลุกขึ้นพูดวาเพื่อนสมาชิกหลายสวนกลัววา เดี๋ยวถากระบวนการลมไปจะมีใครไปฟองรองวาสมาชิกรัฐสภาใชอำนาจโดยมิชอบ เดี๋ยวมีคดี เขาตัวเองครับ นี่ละครับคือการตัดสินใจที่ทานไมไดเอาตนทุนของประเทศเปนตัวตั้ง แตเอา ตนทุนของตัวเองเปนตัวตั้ง อีกดานหนึ่งครับทานประธาน วันนี้ถาเพื่อนสมาชิกขออนุญาต เอยนามนะครับดวยความเคารพ ทานอาจารยชูศักดิ์ ทานบอกวาทานเห็นดวยกับการทำ ประชามติเพียงแค ๒ ครั้งครับ แตเพื่อคลายขอกังวลเพื่อนสมาชิกยอมจะเสียเวลาเล็กนอย ลงเห็นดวยกับมตินี้ ญัตตินี้เพื่อสงไปศาลธรรมนูญกอน อะไรเสียครับทานประธาน ทุกทานอยาลืมนะครับวันนี้เปนสัปดาหทาย ๆ ของสมัยประชุมนี้ ปที่แลวครับ ป ๒๕๖๗ ศาลรัฐธรรมนูญใชระยะเวลากี่วันครับกอนที่จะมีคำสั่งวาไมรับพิจารณา ราว ๆ ๑ เดือน นะครับทานประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้กรณีดีที่สุด สมมุติศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเร็วบอกวา ทำประชามติ ๒ ครั้ง หรือไมไดแยเกินไปหนอย อึมครึมเหมือนเดิมบอกไมรับวินิจฉัย เหมือนเดิม ใชเวลาอีกนอย ๆ ๑ เดือนครับทานประธาน ไมทันปดสมัยประชุมนี้แนนอน เพราะฉะนั้นการพิจารณาแกไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕๖ ในกรณีที่ดีที่สุดหรือดีแบบกลาง ๆ ไมไดบอกวาตองทำประชามติ ๓ ครั้งนี้ อยางนอย ๆ รออีก ๔ เดือนครับสมัยประชุมหนา เทากับเปนการปดโอกาสการยกรางแกไขรัฐธรรมนูญใหมทั้งฉบับใหทันตอการเลือกตั้ง ครั้งหนาแนนอนครับทานประธาน นี่ตางหากคือตนทุนของประเทศที่จะเสียไป ดังนั้น ผมจึงตั้งคำถาม🔗

ขอแรกครับ เหตุผลเบื้องหลัง คือเหตุผลการเมืองหรือเหตุผลขอกฎหมาย ที่ใชเอามาบังหนาและตนทุนที่ทานตองพิจารณาในการลงเห็นชอบหรือไมเห็นชอบ ทานพิจารณาบนตนทุนของประชาชน ตนทุนของประเทศ หรือตนทุนของตัวเองเปนตัวตั้ง ในอีกมุมหนึ่งครับ ผมก็เชื่อวาเพื่อนสมาชิกหลายทานก็คงจะลุกขึ้นมาอภิปรายตอจากผม ถาหากมีเวลา ทานก็นาจะบอกวาทานเล็งเห็นตนทุนของประเทศเปนตัวตั้งเปนหลัก แตตองการคลี่คลายสถานการณทางการเมืองครับ เพื่อตองการปลดล็อกเงื่อนไขบางอยาง ไมใหเพื่อนรวมรัฐบาลใชมาเปนขออาง ทานคิดจริง ๆ ใชไหมครับวาถาทานปลดล็อกเงื่อนไขนี้ เขาจะไมมีเงื่อนไขตอ ๆ ไปมาอางขัดขวางกระบวนการการแกไขรัฐธรรมนูญอีก ทุกทานครับ สิ่งที่พวกผมอยากเรียกรองในประเด็นแรกก็คืออยากใหทุกทานแสดงออกอยางตรงไปตรงมา เทานั้นเองครับ🔗

ขอที่ ๒ ในประเด็นเรื่องขอกฎหมายครับทานประธาน ผมอยากจะใหทุกทาน พิจารณาในรายละเอียดของญัตติทั้ง ๒ ญัตติ ญัตติแรกของทานเปรมศักดิ์ครับ พลิกไปดู หนาสุดทาย หนาที่ ๓ ยอหนารองสุดทายครับ มีการเขียนไวชัดเจนวาศาลรัฐธรรมนูญนั้น แตเดิมที่มีคำสั่งไมรับพิจารณา เพราะรับพิจารณาเฉพาะในเรื่องของปญหาหนาที่และอำนาจ ของรัฐสภาที่เกิดขึ้นแลว ขีดเสนใต ๒ คำครับ ของรัฐสภาและที่เกิดขึ้นแลว ญัตติของ ทานเปรมศักดิ์มีปญหาจริง ๆ ดวยความเคารพครับ ทานเขียนในญัตติวา เพราะหากรัฐสภา ไดมีการพิจารณาและลงมติรางรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมทั้งที่ไมมีอำนาจ ขีดเสนใตคำวา หาก ครับ เพราะหากรัฐสภาไดมีมติ แปลวาตอนนี้ยังไมเกิดครับ ญัตติของทานเปรมศักดิ์ผมเชื่อวา ถาสงไปศาลรัฐธรรมนูญไดคำตอบกลับมาแบบเดิมแนนอนวาทานไมรับไวพิจารณาครับ อีก ๑ ญัตติของทานวิสุทธิ์ ลองดูที่หนาแรกนะครับ เขียนไวอยางชัดเจนครับ วาไดเกิดปญหา ความขัดแยงที่เห็นแตกตางของสมาชิกรัฐสภาทั้งที่เห็นดวยและไมเห็นดวยในการทำหนาที่ ในรัฐสภาแหงนี้ ขีดเสนใตคำวา สมาชิก ครับทานประธาน ปญหาความขัดแยงที่สมาชิก รัฐสภา Walk Out ไมเปนองคประชุม ทำใหการประชุมรวมกันของรัฐสภาลมไปในครั้งที่แลว ผมถามชัด ๆ ครับเปนการทำหนาที่ของสมาชิกรัฐสภา หรือเปนการทำหนาที่ของรัฐสภา ดังนั้นถาเปนการทำหนาที่ของสมาชิกรัฐสภาจะเขาเงื่อนไขของคำวินิจฉัยหรือคำสั่งของ ศาลรัฐธรรมนูญที่เขามาหรือไม เปนประเด็นที่ผมคิดวายังไมมีคำตอบ ทุกทานครับ ผมมีอีก เหตุผลหนึ่งที่อยากจะสนับสนุนขอคิดเห็นของผมครับ ที่ผานมาการพิจารณากฎหมาย หลาย ๆ ฉบับของรัฐสภา ของสภาผูแทนราษฎร มีเหตุขัดของแบบนี้มากี่ครั้ง ที่เพื่อนสมาชิก เห็นตาง ไมแสดงตนเปนองคประชุม Walk Out ออกจากที่ประชุมสภา ทำใหที่ประชุม สภาลมเกิดปญหาความขัดแยงในการทำหนาที่ของสมาชิกรัฐสภามากี่ครั้งในอดีตครับ แลวถาทานบอกครั้งนี้เปนปญหาตองสงศาลรัฐธรรมนูญไปวินิจฉัย กฎหมายอื่น ๆ ที่ผานมา ไมเปนเรื่องปญหาหนาที่และอำนาจของรัฐสภาหรือครับ กระบวนการในรัฐสภาปกติเพื่อนสมาชิก หลายคนเคยลุกขึ้นพูดครับ เปนเอกสิทธิ์ของสมาชิกที่จะไมแสดงตนที่จะ Walk Out เรามีกลไก เรามีกระบวนการ เรามีการแสดงออกหลาย ๆ อยางในรัฐสภาแหงนี้เปนเอกสิทธิ์ที่ตอวากันไมได แตเหตุใดครับ ทานวิสุทธิ์ ขออนุญาตเอยนามดวยความเคารพครับ ทานถึงเอาเหตุในการที่ เพื่อนสมาชิกมีขอขัดแยง มีความเห็นตางในการประชุมรวมกันของรัฐสภามาเปนขออาง ในการยื่นญัตตินี้สงไปใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ดวยความเคารพครับ ในความเห็นของผม ปญหาขอกฎหมายจะเกิดขึ้นในกรณีเดียวก็คือพวกเรามีการลงมติแลวอยางเดียวเทานั้น รัฐสภาของเราใชอำนาจแบบองครวมผานการลงมติแลวอยางเดียวเทานั้น ขอขัดแยงในการ อภิปรายในสภา ขอขัดแยงในการ Walk Out ขอขัดแยงในการไมแสดงตนที่ทำใหสภาลม ยอมไมเปนอุปสรรคในการทำหนาที่เพราะเปนกระบวนการปกติที่เกิดมาในสภาผูแทนราษฎร และรัฐสภาของพวกเราครับทานประธาน จบไปเรื่องขอกฎหมายทานประธาน สุดทายผมขอ ใชเวลาในชวงสุดทายอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องของตนทุนของประเทศ ตนทุนของประชาชนที่พวกเรา ตองเสียไปครับ ถาวันนี้เราไมเดินหนาการแกไขมาตรา ๒๕๖ ทันทีครับ ทานประธานครับ การแกไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวของกับหลาย ๆ เรื่อง เพื่อนสมาชิกทราบดีที่มาที่ไปของ สส. ที่มาที่ไป ของ สว. ที่มาที่ไปขององคกรอิสระ อำนาจหนาที่การจัดวางตำแหนงแหงที่ใหมีความสมดุล เปนไปตามหลักสากล ขจัดปญหาเรื่องกระบวนการนิติสงครามครับ เมื่อสักครูเพื่อนสมาชิก หลายทาน ขออนุญาตทานนพดลดวยความเคารพที่เอยนาม ที่ทานยกตัวอยางเรื่องชิมไปบนไป หลาย ๆ อยาง พรรคเพื่อไทยในอดีตก็ประสบปญหาแบบเดียวกับพวกเราครับ กระบวนการ นิติสงคราม พวกเราเจ็บปวดมาดวยกันครับ การแกไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวของกับอะไรอีกครับ ทานประธาน การรับรองสิทธิตาง ๆ ใหกับประชาชน สิทธิดานสิ่งแวดลอม อากาศสะอาด สิทธิแรงงาน สิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน รวมถึงการยกเลิกยุทธศาสตรชาติมรดกของ คสช. ที่แชแข็งประเทศไทยอยูในทุกวันนี้ครับ ทุกทานครับ นับตั้งแตความขัดแยงในการปฏิวัติ ป ๒๕๔๙ เปนตนมาจนถึงป ๒๕๖๘ เกือบ ๆ ๒๐ ปที่พวกเราอยูภายใตความขัดแยงทางการเมือง สูญเสียความภาคภูมิใจในชาติไปทีละเล็กทีละนอยครับ ถามวาพวกเราในอดีตเราเคยอยูใน ยุคหนึ่งสมัยหนึ่งที่เรารูสึกวาประเทศนี้มีเศรษฐกิจดี เปนผูนำในเวทีนานาชาติ ในเวทีระหวาง ประเทศ ประเทศเพื่อนบานในภูมิภาค ดูดีในสายตาชาวโลกครับ ดูดีในสายตาของนักลงทุน ถามตัวทุกทานเองทุกวันนี้เรายังหลงเหลือความภาคภูมิใจในชาติแบบนั้นอยูหรือไม ที่ผานมา เกิดอะไรขึ้นครับ เราคอย ๆ ถูกความขัดแยงทางการเมือง รัฐธรรมนูญที่เปนอประชาธิปไตย กัดกรอนความภาคภูมิใจในชาติไปทีละเล็กทีละนอยครับ ประเทศเราสูญเสียขีดความสามารถ ในการแขงขันเนื่องจากขาดการลงทุนในโครงสรางพื้นฐานในตนทุนมนุษย ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ทุก ๆ อยางทุกทานทราบปญหาดีอยูครับ แลววันนี้เราจะยอมสูญเสียตนทุน ตาง ๆ เหลานี้ตอไปอีกหรือไม ทุกทานครับ ผมเชื่อวาประเด็นในการแกไขรัฐธรรมนูญนี้ ดีตอ ประชาชนทุกคน และดีตอพรรคการเมืองทุกพรรคครับ เราจำเปนเปนอยางยิ่งที่วันนี้เราอยู ในยุคเปลี่ยนผาน ประชาชนคนไทยอาจจะเคยสูญเสียจุดรวมศูนยรวมจิตใจบางอยางไป เราสูญเสียความภาคภูมิใจในชาติไป อะไรคือความภาคภูมิใจในชาติใหมของพวกเราครับ สำหรับผมอยากจะสื่อสารตอประชาชนคนทั้งประเทศ ประเทศไทยที่จะมีความภาคภูมิใจ ในชาติสำหรับผมตองเปนประเทศที่มีการคุมครองสิทธิเสรีภาพ คุมครองแรงงาน มีสิ่งแวดลอมที่ดี มีอากาศที่สะอาด มีตนทุนมนุษยสูง มีการกระจายอำนาจ มีการพัฒนาเมืองไปหัวเมืองไหน ๆ ก็มีแตความสวยงามเมืองนาอยู มีเอกลักษณของตัวเอง การยุติรัฐราชการรวมศูนยก็ตองสถาปนา อำนาจทองถิ่นไวในรัฐธรรมนูญฉบับใหมครับ นี่ละครับความภาคภูมิใจในชาติใหมของผม ในยุคชวงเปลี่ยนผานประเทศนี้ ทานประธานครับ ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมพูดไปไดสะทอนแลว วาอะไรคือตนทุนที่พวกเราตองเสียไปจากการหยุดเดินหนาการแกไขรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ ฉบับใหมจะเปนโครงสรางพื้นฐานที่สำคัญใหกับประเทศที่คอย Guarantee คอยรับประกันสิทธิ หลาย ๆ อยาง ๆ ที่ผมไดบอกไป จะชวยสรางการเติบโตทางดานเศรษฐกิจใหม ๆ ใหกับประเทศดวย ดังนั้นถาวันนี้เพื่อนสมาชิกทุกทานถอยกลับมาที่เหตุผลขอแรกครับ เปนเหตุผลทางการเมือง รบกวนเพื่อนสมาชิกไปคุยกันใหจบครับแกที่เหตุผลทางการเมือง ทานนายกรัฐมนตรี ตองแสดงบทบาทผูนำในการควบคุมเสียงรัฐบาลใหไดแลวเราจะสามารถเดินหนาการแกไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไดครับ ขอบคุณครับ ทานประธานครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เมื่อทานสมาชิกไดอภิปราย จบแลวนะครับตามขอบังคับ ขอ ๕๑🔗

นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานครับ🔗

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เชิญทานชวนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานที่เคารพ กระผม นายชวน หลีกภัย สมาชิกรัฐสภา โดยไดฟงทานผูหลักผูใหญนะครับ ทานชูศักดิ์ ศิรินิล ไดอภิปรายแลวทานก็พูดถึงการบรรจุระเบียบวาระ ทานไดกลาวไวสั้น ๆ ตอนหนึ่งวาครั้งที่แลว ไมไดมีการบรรจุระเบียบวาระในเรื่องนี้ กระผมคิดวาเพื่อใหการอภิปรายของทานชูศักดิ์นั้น ไดมีคำตอบชัดเจนนะครับ ผมก็เลยถือโอกาสกราบเรียนทานประธานสั้น ๆ ครับ โดยที่พวกเรา สภาชุดที่ ๒๖ อาจจะนึกไมออกวาสภาสมัยที่แลวในชุดที่ ๒๕ นั้นไดมีการพิจารณาเรื่องนี้ อยางไร ผมขอทบทวนเทาที่จำเหตุการณไดวา ในสภาชุดที่ ๒๕ ไดมีการเสนอรางพระราชบัญญัติ แกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในทำนองนี้ ๒ ครั้งครับ เฉพาะเรื่องทำนองนี้ไมเกี่ยวกับเรื่องอื่น คือการแกไขมาตรา ๒๕๖ และการเพิ่มหมวด ๑๕/๑ ๒ ครั้ง ครั้งแรกมีการบรรจุ ผลการพิจารณา ก็มีปญหา แตวาในที่สุดก็ลงมติไมรับครับ แตในระหวางนั้นเองทานสมาชิกผูมีเกียรติก็ไดสงเรื่อง ใหตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาการบรรจุเรื่องนี้เปนการถูกตองหรือไม การพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยดวยถอยคำที่จำไดวา ถอยคำที่อาจจะไมถูกทั้งหมดนะครับ แตกราบเรียนวาการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมดวยวิธีการรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมใหมี หมวด ๑๕/๑ ยอมมีผลเปนการยกเลิกรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ อันเปนการแกไขหลักการสำคัญที่ผูมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญดั้งเดิมตองการปกปองคุมครองไว หากรัฐสภาตองการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมตองจัดใหประชาชนผูทรงอำนาจสถาปนา รัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติเสียกอนวาสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม ถาผลออกมา เสียงประชามติเห็นชอบดวย จึงดำเนินการจัดทำรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมตอไป นี่คือคำวินิจฉัย ตอนหนึ่งนะครับ ดังนั้นเมื่อหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญไดวินิจฉัยแลวมีสมาชิกผูมีเกียรติ ไดเสนอแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แลวก็มีหมวด ๑๕/๑ คือการรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมเกิดขึ้น สภาขณะนั้นตองกราบเรียนดวยความเคารพวาก็ตองนำมาพิจารณาครับวาจะสมควรบรรจุหรือไม ผมกราบเรียนทานประธานวาก็คงใชวิธีไมตางกับปจจุบัน นั่นก็คือใหฝายกฎหมายของสภา พิจารณาทบทวน ๒ ๓ รอบครับ ที่ประชุมใหญของฝายกฎหมายสภามีมติเปนเอกฉันทครับ วาบรรจุไมไดเพราะขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ยอมผูกพันรัฐสภา เมื่อฝายกฎหมายมีมติเปนเอกฉันทในฐานะประธานรัฐสภารวมกับ รองประธานรัฐสภา แลวรวมไปถึงประธาน รองประธานสภาผูแทนราษฎร เราก็หารือกัน ภายในวาเมื่อคำวินิจฉัยออกมาเชนนี้การตัดสินใจของสภาขณะนั้นจึงปฏิบัติไปถามความเห็น โดยเอกฉันทของที่ปรึกษากฎหมายของรัฐสภาวาไมบรรจุ ซึ่งก็กราบเรียนวาวันนั้นก็มีคน ซักถามแลวกระผมในฐานะประธานรัฐสภาก็ไดตอบชี้แจงไปวันนั้นเปนขอความที่ยาวนะครับ วาเหตุผลในการตัดสินใจเปนอยางไร อันนี้คือที่มา วันนั้นในการพิจารณานั้นไดนำกฎหมาย ที่เสนอฉบับที่ ๒ นะครับไปเทียบกับฉบับที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยครับวาเนื้อหาขอความนี้ มันแตกตางกันใหม โดยสรุปแลวในการพิจารณานั้นเจาหนาที่สภาเขาก็ดูใหทั้งหมด ขอความ ก็ไมแตกตางกัน แลวก็ไมแตกตางกับปจจุบันนี้ ดังนั้นการบรรจุในขณะนั้นจึงไดตัดสินใจ ไมบรรจุโดยยึดตามที่เห็นวาเมื่อมีความประสงคจะแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมก็ทำใหเปนไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นี่คือขอผูกพันที่ในที่สุด การตัดสินใจขณะนั้นจึงไมไดบรรจุ ผมกราบเรียนใหพวกเรารับทราบเพราะวาเพื่อน ๆ หลายทาน ในที่นี้ไมไดอยูในสภาชุดที่ ๒๕ อันนี้คือประเด็นที่อยากจะกราบเรียนเพื่อใหสอดคลองกับ ที่ทานชูศักดิ์ไดพูดวาไมบรรจุดวยเหตุผลอะไรครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา ปฏิบัติหนาที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบพระคุณทานชวน หลีกภัยมากครับ มีทานสมาชิกทานใดจะอภิปรายไหมครับ ถาไมมีสมาชิกอภิปรายแลว ก็จะใหผูเสนอญัตติทั้ง ๒ ทานไดสรุปอีกครั้งหนึ่งเปนครั้งสุดทาย เชิญคุณหมอเปรมศักดิ์ครับ🔗

นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธานวุฒิสภา ทานประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทยเปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา กลุมอาชีพ สาธารณสุข จากอำเภอบานไผ จังหวัดขอนแกน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ทานประธานครับ กระผมพรอมกับผูรวมเสนอญัตติทั้งสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรรวมแลว ๖๐ ทาน ไดรับฟงการอภิปรายตั้งแตบายมารวมแลว ๕ ชั่วโมงเศษ ๆ กระผมเองกราบเรียนวา ไดรับฟงแนวความคิดและเสียงสะทอนจากเพื่อนสมาชิกรัฐสภาดวยความสนใจ และกระผมเอง ยังยืนยันวาการที่เสนอเพื่อที่จะใหรัฐสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหา เกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) นั้น ผมยัง ย้ำยืนยันเหมือนเดิมวามีความจำเปนอยางยิ่ง ประการแรกทานประธานครับ เพื่อไมใหมีปญหา ตามมา ทานประธานครับ เราเลนกีฬา เราตองถามกติกากอนวาเลนอยางไร ทำอยางไรไมให Foul ทำอยางไรใหเลนกีฬาไดจนครบตามระยะเวลาของเกมกีฬานั้น ๆ กระผมเองคอนขางวิตกวา เพื่อนสมาชิกไดกลาววาผมเสนอญัตติดวยความกลัว ทานประธานครับ ถาจะมีอยูบางก็คือกลัว เพื่อนรวมรัฐสภาทำอะไรที่ผิดกฎหมายแลวเกิดโทษทัณฑตามมา มันจะอยูกันไมครบครับ ทานประธานครับ ไมไดเกี่ยวกับความกลัวแตเรื่องใด ๆ เลย ชีวิตผมสะกดคำวากลัวไมคอยเปน เสียดวยครับ อันที่ ๒ ทานประธานครับ ขอย้ำวาการเสนอแกไขรัฐธรรมนูญจะตองไมเปนเกม การเมืองที่ตองเอาชนะคะคานกันหรืออางประชาชนอยูร่ำไป ทานประธานครับ ถาอางประชาชน ประชาชนวันนี้ไมไดสนใจการแกรัฐธรรมนูญนะครับ สนใจวาเศรษฐกิจจะเปนอยางไร เกษตรกร ก็สนใจวาราคาขาวที่ตกต่ำจะทำอยางไร ผูสูงอายุคนที่เกษียณก็กลัวปญหา Call Center เมื่อไรจะจัดการได เขากลัวสิ่งเหลานี้ครับ ออกไปจากรั้วรัฐสภาจะไมพบเลยครับวามีใคร เรียกรองใหแกไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นผมวาถาเราทำตามความเรียกรองของประชาชนเรื่องนี้ไมไดเปนประเด็นเลยครับ แลวตอ คำถามของหลายทานที่ถามวาแลวนานแคไหน ศาลรัฐธรรมนูญถึงจะมีคำวินิจฉัยลงมา ทานประธานที่เคารพครับ ผมขอตอบแบบศัพทสมัยเกาวานานเทาไรก็จะรอครับ เพราะอะไร เพราะทานมีอำนาจ ในวงจรขององคกรอิสระไมมีใครไปกดดันศาลรัฐธรรมนูญได ดังนั้น ระยะเวลาทานจะวินิจฉัยนานเทาไร ผมคิดวาไมใชประเด็นหลัก แตผมคิดวาทานตองรอบคอบ ที่จะวินิจฉัยลงมาเพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุดตอสมาชิกรัฐสภาที่ยื่นญัตติขึ้นมา ทานประธาน และอีกประเด็นหนึ่ง ผมกราบเรียนวา ที่ผมกราบเรียนวาไมควรจะเปนเรื่องทางการเมือง เพราะวาพวกเราสมาชิกรัฐสภาโดยเฉพาะวุฒิสมาชิกหาเสียงไมไดครับ ไดเปน สว. แคสมัยเดียว ก็หมดไปครับ จะมาคาดหวังวาแกรัฐธรรมนูญเพื่อจะไปสมัคร สว. สมัยหนาไมมีสักคนครับ ผมขอเรียนเตือนทานเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาเลยครับ แตเราเปนองคประชุมเรื่องนี้ครับ เพราะรัฐธรรมนูญใหเรามีบทบาทในการแกไขกฎหมายสูงสุดของประเทศ ถาบอกวาตองมี สมาชิกวุฒิสภา ๑ ใน ๓ จึงจะครบองคประกอบ คือ ๖๗ คน ผมก็พรอมจะเปนคนหนึ่งใน ๖๗ ที่จะรวมมือกับทาน ถาแกแลวมันมีประโยชน เพราะฉะนั้นอันนี้ไมไดเกี่ยวกับการหาเสียง ทางการเมืองครับ เกี่ยวของกับผลประโยชนที่แกแลวจะไดประโยชนจริงหรือไม แลวอะไร รับประกันได ผมยกตัวอยางทานประธานบอกวาถาเราจะให สสร. สมาชิกสภารางรัฐธรรมนูญ เอารัฐธรรมนูญไปรางเองทั้งฉบับ ผมเกรงครับวาจะเปนการตีเช็คเปลาใหไปกรอกตัวเลข ตามอำเภอใจหรือเปลา แลวเราจะทำอะไรไดเมื่อยกอำนาจไปขนาดนั้นแลว แตถาเราแกรายมาตรา อยางที่เราแกเรื่องวิธีการเลือกตั้ง เรื่องบัตรเลือกตั้ง ทานเห็นไหมครับก็แกได มีบัตร ๒ ใบ ใบหนึ่งเลือกแบบบัญชีรายชื่อ ใบหนึ่งเลือกแบบแบงเขต ๆ ละ ๑ คน ผลการเลือกตั้งพรรคไดที่ ๑ ก็คือพรรคประชาชนไมใชหรือครับ พรรคกาวไกลตอนนั้นครับ พรรคไดที่ ๒ กลับกลายเปน พรรคเพื่อไทยดวยซ้ำไปครับ เพราะฉะนั้นมันไมไดเกี่ยวผมอยากใหมองอนาคตเรื่องของบานเมือง มากกวาเรื่องทางการเมือง ทานประธานครับ และอีกประเด็นสุดทาย สว. ตองเปนกลาง ผมกราบเรียนวาในการแกไขรัฐธรรมนูญนั้นบางอยางความเห็นอาจจะตรงกับพรรคการเมือง บางพรรคบางหรือขัดแยงกับพรรคการเมืองบางพรรคบางไมไดเกี่ยวของกับที่เราจะไป เกี่ยวของกับพรรคการเมืองแตอยางใด แตมองวาจะเปนประโยชนอยางไรตอพี่นองประชาชน หรือไม เพราะฉะนั้นเราจะแกรัฐธรรมนูญแบบรื้อบานทั้งหลังตองถามกอนวาเราใหความเปนธรรม กับบานหลังที่เราจะรื้อหรือไม บานหลังที่เราจะรื้อใหความรมเย็นอบอุนใหชีวิตความเปนอยู ของเราและสมาชิกครอบครัวมาจนถึงวันนี้ จะรื้อทั้งหลังโดยไมมีความดีสักอยางจะเปนไปได อยางไร ยกตัวอยางเชนถาใครจะรื้อเรื่องกลไกปราบโกงผมก็ไมเห็นดวย จะรื้อหมวด ๑ หมวด ๒ ผมยิ่งไมเอาดวยเลยครับ แลวสมาชิกจำนวนมากก็ไมเอาดวยครับ เพราะฉะนั้น การที่จะทำอะไรหลาย ๆ อยาง ถาทานอยากไดเสียงวุฒิสภา ๖๗ เสียงไมไดยากหรอกครับ เอาใจมาวัดกันวาเราจะทำงานเพื่อบานเพื่อเมืองอยางไร ไมมีใครที่จะไมรวมมือหรอกครับ ผมอยากใหมองโลกในแงดี แลวก็ใหโอกาสพวกเราทำงานรวมกัน แลวจะเปนผลสำเร็จ อยางแนนอนครับ ทานประธานครับ ผมจะจบดวยคำวา ประชาธิปไตยไมใชรถไฟความเร็วสูง ผมเคยพูดเมื่อเชาแลววาถาไปดวยความเร็วสูงมันจะอุบัติเหตุกอนแลวมันจะเกิดปญหา ตอผูโดยสารมากมาย เปนรถไฟธรรมดาก็ได ลำเลียงผูโดยสารใหไปสูเปาหมายดวยความปลอดภัย แลวก็ไมตองเรงรัดเรงรีบ ขอสำคัญมองสมาชิกที่รวมขบวนดวยความเมตตา ดวยความที่เปน คนที่อยูในขบวนเดียวกัน แลวเราจะถึงปลายทางทั้งขบวน ขอบพระคุณทานประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณคุณหมอเปรมศักดิ์ เพียยุระ ตอไปจะเปนญัตติของคุณวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ซึ่งไดมอบหมายใหคุณสุทิน คลังแสง เปนผูสรุปแทนครับ เชิญครับ🔗

นายสุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ไดรับมอบหมายจากเจาของญัตติ คือทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ใหผมไดทำหนาที่ สรุปแลวผมก็จะใชโอกาสนี้ใชสิทธิพาดพิง ซึ่งมีสมาชิกไดพาดพิงใหเกิดความเสียหายอยูไมนอย ก็จะใชเวลาไมนานครับทานประธาน กระชับเพื่อใหไดเกิดความเขาใจ ทานประธานครับ ตลอดเวลาในการอภิปรายวันนี้ก็มีคำถามแลวมีขอกลาวหาจากเพื่อนสมาชิกในสวนที่ไมเห็นดวย กับการเสนอญัตติ มีขอกลาวหาอยู ๓ ๔ ขอ ซึ่งผมคิดวาถาไมอธิบายเพิ่มเติมมันจะมีผล ตอการพิจารณาลงมติ ผมจึงขออนุญาตอธิบายขอกลาวหาใหชัดนิดหนึ่ง ขอกลาวหาที่กลาวหา กันอยูซ้ำหลายครั้งก็คือ เจตนาเตะถวง ยื้อเวลาการแกรัฐธรรมนูญ ทำใหเกิดความเสียหาย เสียเวลา อันนี้ขอที่ ๑🔗

ขอที่ ๒ ก็กลัว ฝายที่เสนอญัตติวันนี้เปนฝายที่มีความกลัว ไมกลาเดินหนา ในการที่จะพิจารณาญัตตินี้ กลัวตอศาล กลัวตอคำวินิจฉัย แลวก็พูดเลยไปจนถึงวาความกลัวนั้น ทำใหสภาเสียหาย ทำใหประชาชนเสียหาย อันนี้ก็ตองอธิบายซึ่งก็มีสมาชิกบางสวนอธิบาย ไปแลวผมก็จะเพิ่มเติมไมมาก แลวที่สำคัญที่สุดก็มีขอกลาวหาที่คอนขางรุนแรงจากเพื่อนสมาชิก ขออนุญาตเอยนามคือคุณวิโรจน ก็ไดกลาวหาวาฝายที่เสนอคือพวกกระผมไมมีความกลาหาญ ขลาดเขลา หงอ ใชคำประมาณนี้ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ตองชี้แจงครับ ทานประธานครับ ทานประธานที่เคารพครับ การแกไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มันเดินมาถึงจุดทางเลือก ๒ ทาง เทานั้นละ ครั้งวันที่ ๑๓ ครั้งวันที่ ๑๔ ที่แลว กับครั้งนี้ก็เหมือนกัน คือจะเดินหนาตอใหมัน จบวาระที่สาม หรือจะไมเดินหนาตอเปลี่ยนมายื่นตีความ เทานั้นละครับ ฝายหนึ่งก็บอกวา เดินตอ ฝายหนึ่งก็บอกวาเดินตอทำทาจะไมดี หันมายื่นตีความใหชัดเจนเสียกอน พวกผม อยูในฝายที่ขอมายื่นตีความ เพราะฉะนั้นก็ถูกกลาวหาวาทำไมไมเดินหนาตอ ซึ่งเมื่อสักครูนี้ ทานผูนำฝายคานและทางซีกฝายคาน และฝายที่ไมเห็นดวยก็ย้ำมากวาตองเดินหนาตอ เอามาตรา ๒๕๖ ใหจบ สวนคนที่ไมเดินหนาตออยางพวกผมก็ถูกกลาวหาวาขี้กลัวและถวง ผมเลยเรียนอยางนี้ครับ ผมถามวาถาเดินหนาตอนี่ทานวิเคราะหอยางไร พวกผมวิเคราะห บนโลกบนความเปนจริงแลววาเดินหนาตอนี่ คะแนนไมถึงตกแน ตกแนนอน อันนี้ถาเปนโลก อุดมการณอาจจะมองวาถายังไมลงคะแนนมันจะไปรูไดอยางไรก็วาไปเรื่องอุดมการณ แตความเปนจริงเราไดทำการบานแลว ตกแน ถาตกไดประโยชนอะไร แลวกลับมาถอย แลวยื่นตีความไดประโยชนอะไร ผมเรียนถามที่ไมเห็นดวยโดยเฉพาะทานผูนำฝายคาน ทานบอกวาเดินหนาตอ มาตรา ๒๕๖ ทานมั่นใจไดอยางไรวาถาเดินหนาตอแลวเราจะได รัฐธรรมนูญ มั่นใจอยางไรวาเดินหนาตอแลวจะแกสำเร็จ ถึงไดเกิดคำถามวาอยากแกใหไดแก เทานั้นหรือเอาใหแกได พอมาถึงตรงนี้ทานก็จะถามตอวาปญหามันอยูที่การเมืองนี้หรืออยู ขอกฎหมาย ทานก็พูดใหชัดขึ้นมาหนอยวาการเมืองก็คือการแกคราวนี้ก็คือรัฐบาลไมเห็นดวย ดวยกัน ไมมีเอกภาพ เสียงไมพอจะตก ผมเรียนตอบเลยวาในทางการเมืองในพรรครวม แมจะไมไดเห็นดวยกันทุกพรรค แมบางพรรคไมเห็นดวย แตจากการที่เราไดสำรวจ ทำการบาน เสียงฝาย สส. ในพรรครวมเราผานครับ แตที่ไมผานคืออะไรครับ ก็เรียนตรงไปตรงมา อยูนี่ละ ก็คือ ๖๗ เสียง นับแลวอยางไรก็ไมพอ ๖๗ เสียง ซึ่งเรื่องนี้ทานก็พอทราบ ทุกคน ก็พอทราบวา ๖๗ เสียงมันไมพอ ๖๗ เสียงมาจากฝายไหนก็ไมตองพูดไปเอยกันละ แตรูวา ๖๗ เสียงนี้หาไมได เมื่อหาไมไดก็รูวา เดินหนาก็ตก เรายอมตก ถาทานยอมตก ถามวาประชาชนไดอะไร ประชาชนเสียเวลาไหม หรือทานจะบอกวาถาตกก็ยื่นใหมอีก ๔ เดือนขางหนา ผมก็จะถามทานวาถา ๔ เดือน ขางหนา สมัยหนามายื่นกันอีกแลวความไมชัดเจนขอนี้ก็ยังเปนปญหาเปนเงาทะมึนอยู สมาชิกบางสวนก็จะกลัวถูกเลนงาน ถูกลงโทษ ถูกขอหาก็ไมลงอีก ความมืดดำหรือความไมชัดเจนนี้ ก็ยังเปนเงาทะมึนอยู ๔ เดือนขางหนาก็กลับมาวนเวียนมาเจอปญหาเดิม แลวทางเลือกนี้ ผมถามวาจะไดรัฐธรรมนูญดวยวิธีไหนมีความหวังอยางไร เพราะฉะนั้นเราจึงหันมาใชวิธีการ ไปยื่นตีความเสียใหชัด ถาชัดแลววาทำกี่ครั้ง กี่รอบอยางไรเสร็จสรรพ คนที่อางก็จะอางไมได คนที่เอามาเปนเหตุอางวาเพราะกลัวโนนกลัวนี่ อางไมได และที่สำคัญที่สุดที่ทานบอกวา พวกผมกลัวศาลรัฐธรรมนูญ ทานทำไมไมคิดวาถาถามไปเสียคราวนี้จากที่ทานตอบไวกำกวม ไมชัดเจนบังคับใหทานพูดใหชัดเสีย แลวคราวหนาทานจะไมไดมาเลนงานผมภายหลัง ทำไม ทานไมคิดแบบนั้น ภาษาชาวบานเขาบอกวาทำไมไมตัดหางยัดปากไวเลย ทำไมไมใชวิธีนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องวากลัวนี่ผมขอปฏิเสธ แลวการเดินหนาแมวันนี้สมมุติเรามีมติวาไมยื่น แลวมาเดินหนากัน ทานกับผมมานั่งคุยกันเลยวาตกหรือไมตก แลวตกทานจะตอบประชาชน วาอยางไร🔗

ประการตอมาก็บอกวาเราเตะถวง ทานประธานที่เคารพครับ การยื่นญัตตินี้ คุณหมอเปรมศักดิ์อาจจะพูดแลววาศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณากี่วัน กี่เดือนไมมีใครจะไป แทรกแซง ไปบังคับทานได จริงครับ แตเราก็สามารถที่จะหาคำตอบจากประสบการณได จากประสบการณที่เคยยื่นแลวศาลเคยใชวิธีพิจารณานี่เราก็พอประมาณการได แมไมได ไปบังคับทาน ผมก็ประมาณการวาไมนาจะเกิน ๑ เดือน ถาเราจะชาสัก ๑ เดือนมันจะเสียหาย อะไรมากไหมถาแลกกับความชัดเจนที่ไดมา เพราะฉะนั้นที่บอกวาเตะถวงผมวา ๑ เดือน มันไมนาจะถึงขั้นเตะถวง อาจจะสะดุดนิดหนึ่ง แตสะดุดเพื่อใหไดสิ่งที่ดีกลับมา🔗

ประการตอมาคำถามที่ชอบพูดแลวขอกลาวหาก็คือหาวาเรากลัวศาลก็ตอบ ไปบางแลว แตประเด็นใหญที่มันครอบคลุมดวยกันก็คือบอกวา เราไมมีความกลาหาญ เราไปหงอ ใหกับอำนาจที่ไมใชอำนาจประชาชน เราไปสยบยอม แลวก็กลาวพาดพิงมาถึงเพื่อนสมาชิก เขาใจวากอแกว เมื่อกอนกลาหาญวันนี้ทำไมไมกลาหาญ ทานประธานครับ ผมตองเรียนวา เราเปนพรรคที่อยูมานานพอสมควร เราเคยใชความกลาหาญมามากแลว เราเคยใชความเด็ดเดี่ยว มามาก แตผลที่ไดคืออยางไร ชัดเจน ทานมาทีหลังผมทานก็ใชความกลาหาญทานก็โดน เหมือนกัน โดนมากี่ดอก เพราะฉะนั้นคำพระทานบอกวา ความกลาหาญควรเสมอดวยปญญา ปญญาควรเสมอดวยสติ หมายความวาใชความกลาหาญอยางเดียวแตไมใชสติปญญา ประกอบ รบรอยครั้งคุณแพ ผมเคยทำงานกับทหารทานฟงนะ เขาคัดคนไปรบกลาหาญ อยางเดียวก็ไมไดหรอก ถากลาหาญแลวโง ๆ สงไปแพหมด เขาอยากไดทหารที่กลาหาญ แลวฉลาดดวย แลวความกลาหาญตองเสมอดวยสติคืออะไร มีปญญาไมพอ เรียนเกงไมพอ รูไมพอ รูการยุทธหมด แตสติตองรู ตองเย็นพอ ตองรูวาเวลาที่มันควรตองใชประมาณไหน ตองอดทนใหได แลวตองแยกแยะมิตรใหออก ศัตรูใหออก คำวา สติ ผมฝากทาน วาเรื่องแก รัฐธรรมนูญนี้ทานกำลังสูกับใครครับ คิดดี ๆ นะครับ ทานควรตำหนิพวกเราดวยกันเอง หรือตำหนิศาล หรือตำหนิฝายไหน ลองคิดนิดหนึ่ง ถาทานเลือกถูก เลือกมิตร เลือกศัตรูถูก เลือกคนรวมทางถูก ติพองามอยาถึงขั้นทำรายกัน ทานจะมีเพื่อนรวมเดินทาง ไมอยางนั้นเปนมวยหลงมุม เปนไกหลงตีตัวเองนี่ก็แพหมด ทานครับ ผมกราบเรียนคำวา ปญญา คืออยางไร ปญญาก็คือวันนี้เราไดพิจารณาแลววา ปญหาที่สำคัญของการแกรัฐธรรมนูญคือคำวินิจฉัยของศาล ศาลทำไมวินิจฉัยอยางนี้ เราก็ วินิจฉัย เราก็ใชปญญาวิเคราะหไปไดวาที่มาที่ไปคืออยางไร วันนี้สมมุติวาเราเดินหนาแก มาตรา ๒๕๖ ใหจบไมตองยื่นตีความ เกิดมีปาฏิหาริยวาได ๖๗ เสียงครบ ผาน เราก็ใช ปญญาคิดไดจากประสบการณวาจะมีคนไปยื่นตีความไหม เกิดมีฝายไมหวังดีไปยื่นศาล ตีความวากระบวนการที่ผานมาทั้งหมดนี้ไมชอบดวยคำวินิจฉัย มันก็จะเกิดปญหาอีก เพราะฉะนั้นถาเรามีปญญาที่พอเราแกปญหาไวเสียใหมันจบคราวเดียว เดินวันนี้ก็ไมตองไป สะดุดกี่ครั้ง ๆ หรือเมื่อเดินผานไปแลวก็ไมตองมานอนผวาวาจะมีคนไปยื่นแลวจะถูก เลนงานอีก เพราะฉะนั้นถาจะใชเวลาสักหนอยสักเดือนหนึ่งเพื่อใหเกิดความชัดเจน เพื่อปองกัน ฝายที่จะตองเลนงานเราหลาย ๆ ดานตอไปนี้เพื่อใหมันหมดจด ผมคิดวาเราไดใชสติ ไดใช ปญญาดวย แลวที่สำคัญที่สุดความกลาหาญนี่ผมฝากครับ เราจะตองสูอะไรอีกมากมายในประเทศ ของเรากับการตอสูเพื่อไดมาซึ่งประชาธิปไตย ประชาธิปไตยไมใชรถดวนคุณหมอเปรมศักดิ์ พูดถูก ผมก็เพิ่มครับ การตอสูใหไดมาซึ่งประชาธิปไตย ซึ่งหลายคนหลายรุนที่เขาสูมาแลวเขา แพมา เขาอะไรมาเยอะนี่ มันบอกใหเรารูวาเราใชความกลาหาญอยางเดียวไมได เราตองมีกลยุทธ ลมมันเปลี่ยนทิศตองเบนหัวเรือในบางครั้ง ไมไดเบนหนีแตเบนไมใหเรืออับปาง เบนเพื่อหลบลม เพื่อที่จะไปสูเปาหมาย ไมใชเรากลาหาญ ลมมันมาทิศนี้มาสูเรา เราก็หันหัวเรือใสลม ผมคิดวา แบบนี้สูใหไดใหตายก็ไมไดประชาธิปไตยครับ ทานประธานที่เคารพครับ ผมคิดวาไดใชโอกาส ใชเวลาสรุปเพื่ออธิบายขอกลาวหาเพื่อนสมาชิกอีกฝายหนึ่งตามสมควร ก็ขออนุญาตยืนยัน อีกครั้งหนึ่งวาพรรคเพื่อไทยและเพื่อนสมาชิกที่สนับสนุนวันนี้มีเจตนาบริสุทธิ์ที่อยากจะให การแกไขรัฐธรรมนูญมันสำเร็จ ใหแกไดไมเพียงใหไดแก และเปาหมายเราอยากไดรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมไปใหประชาชน ขอบคุณครับทานประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณคุณสุทิน คลังแสง มาก🔗

นายวิโรจน ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานครับ ผม วิโรจน ลักขณาอดิศร ครับ ขอใชใชสิทธิพาดพิงตามขอบังคับ ขอ ๔๗ สั้น ๆ ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

เอาที่พาดพิงที่เสียหาย เทานั้นครับ เชิญครับ🔗

นายวิโรจน ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

คืออยางนี้ครับ เมื่อสักครูผมไดยินทางทานสุทิน คลังแสง เอยชื่อถึงผมนี่ผมก็เคารพนะครับ เพราะทานก็ถือ วาเปน สส. ที่นาเคารพนับถือในอดีตอยางมากนะครับ คือสิ่งที่ผมตองการคำยืนยันเลย จากพรรคเพื่อไทยก็คือวา หากยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความไปแลว สติปญญาที่ทานวานี่ถาศาล ทานมีคำวินิจฉัยอยางไรก็แลวแต ยังคงมีเสียงตีความอยางนั้นอยางนี้ก็แลวแต ทานยังจะ เดินหนาตอไปไหม สส. ของพรรครวมรัฐบาลจะเห็นดีเห็นดวยกับทานไหม ทานใหคำมั่น ที่สะทอนถึงสติปญญาใหกับเพื่อน ๆ สมาชิกในรัฐสภาแหงนี้ฟงไดไหม ผมตั้งคำถามสุดทาย ครับทานประธาน วันนี้ผมดีใจที่ทานสุทินบอกวาจะตัดหางสุนัขไปยัดปากใครบางคน แตถาเกิดวันนั้นใครบางคนที่วาเอาหางสุนัขมารัดคอทาน ใหผมชวยเอาหางสุนัขนั้นเอาออก จากคอทานครับ แลวเราเดินหนาไปดวยกันได แตวันนี้ผมยืนยันครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

พอแลวครับ🔗

นายวิโรจน ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ความกลาหาญ พวกเรามีสติปญญาครับ ถึงเวลาทานจะไมมีปญญาแมกระทั่งไดแกรัฐธรรมนูญ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ก็เปนอันวา การอภิปรายไดจบสิ้นแลวนะครับ ตอไปจะเปนการลงมติจะใหรัฐสภามีมติสงใหศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) หรือไมนะครับ กอนที่จะลงมติผมขอตรวจสอบองคประชุมนะครับ ขอเชิญ สมาชิกที่อยูขางนอกเขามาเสียบบัตรแสดงตนดวยนะครับ🔗

(นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา มีสัญญาณใหสมาชิกที่มาประชุม ทราบกอนทำการตรวจสอบองคประชุมและลงมติ)
นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

สมาชิกที่เขามาแลวนะครับ กรุณากดบัตรแสดงตนนะครับ ถาขัดของอยางไรก็กรุณาแจงใหเจาหนาที่ดวยนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุมแสดงตน)
นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธานรัฐสภาครับ ผม นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา ลำดับที่ ๑๘๙ ขอแสดงตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ครับ วุฒิสมาชิก ๑๘๙ แสดงตนนะครับ เจาหนาที่จดดวยนะครับ บางทีผมจดไมทัน รอสักครูนะครับ กำลังเขามา อีกหลายทานนะครับ🔗

นายวันนิวัติ สมบูรณ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานครับ ผม วันนิวัติ ๓๓๓ แสดงตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

เชิญครับ ทานสมาชิกที่อยู ขางนอก เชิญครับ🔗

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

ทานประธานที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา หมายเลข ๐๐๕ รายงานตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

๐๐๕ แสดงตนนะครับ🔗

นายสุทนต กลาการขาย สมาชิกวุฒิสภา

ทานประธานครับ สุทนต กลาการขาย สมาชิกวุฒิสภา ๑๖๙ แสดงตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ครับ สว. ๑๖๙ แสดงตน🔗

นายบุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพครับ ผม บุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา ๐๗๕ แสดงตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ครับ สว. ๐๗๕ แสดงตน🔗

นายพิพิธ รัตนรักษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

กราบเรียนทานประธานรัฐสภา กระผม นายพิพิธ รัตนรักษ สมาชิกลำดับที่ ๒๕๕ แสดงตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

๒๕๕ ครับ เดินเขามาอีกหลายทาน เขามาแลวกรุณากดบัตรแสดงตนเลยนะครับ ทานสมาชิกแสดงตนทุกทานแลวนะครับ ปดการแสดงตนนะครับ เจาหนาที่แสดงผลนะครับ จำนวนผูแสดงตนเขาประชุม ๕๕๔ ทาน บวกอีก ๖ ทานเปน ๕๖๐ ทาน ครบองคประชุมนะครับ🔗

ตอไปผมจะถามมติ จากที่ประชุมวาจะเห็นดวยกับการสงศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยปญหาหนาที่และอำนาจ ของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) หรือไมครับ ถาผูใดเห็นชอบวา ควรสง กรุณากดปุม เห็นดวย🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุมลงคะแนน)
นายสิริน สงวนสิน สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานครับ ผม สิริน สงวนสิน พรรคประชาชน ไมเห็นชอบครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

อยาเพิ่งครับ เดี๋ยวนะครับ ถาทานสมาชิกทานใด🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานครับ ๐๙๑🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ถาทานสมาชิกทานใด เห็นควรสงก็กรุณากดปุม เห็นชอบ ถาทานสมาชิกเห็นวาไมควรสงก็กดปุม ไมเห็นดวย🔗

นายพิพิธ รัตนรักษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานครับ ผม พิพิธ รัตนรักษ เห็นดวยครับ ๒๕๕ ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ถาทานผูใดเห็นวาควร งดออกเสียงกรุณากดปุม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนไดนะครับ🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

เชิญครับ🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

๐๙๑ ชาดา ไทยเศรษฐ เห็นชอบครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ครับ สส. ชาดา ไทยเศรษฐ🔗

นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธานรัฐสภา กระผม นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา ลำดับที่ ๑๘๙ งดออกเสียงครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

๑๘๙ สว. งดออกเสียง เจาหนาที่จดตลอดนะครับ เชิญครับ ทานผูใดยังขัดของในการลงคะแนน กรุณาแจงดวยนะครับ🔗

พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา

ทานประธานที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สว. ๐๐๕ งดออกเสียงครับ🔗

นายสุทนต กลาการขาย สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

เดี๋ยว ชา ๆ นิดหนึ่งครับ🔗

นายสุทนต กลาการขาย สมาชิกวุฒิสภา

กระผม สุทนต กลาการขาย ๑๖๙ งดออกเสียงครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

งดออกเสียงแลวก็ลงมติ เจาหนาที่จดทันนะครับ เชิญครับ มีสมาชิกทานใดยังไมลงคะแนนบางครับ🔗

นายบุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพครับ ผม บุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา หมายเลข ๐๗๕ งดออกเสียงครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

งดออกเสียงอีก ๑ ทานครับ เชิญครับ🔗

นายเกรียงไกร กิตติธเนศวร สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ผม เกรียงไกร ๐๒๗ เห็นชอบครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

เจาหนาที่จดทุกทานแลว ถาไมมีแลวก็ปดการลงคะแนนนะครับ🔗

นายศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผูแทนราษฎร

ทานประธานครับ ๓๖๘ เห็นชอบครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานรัฐสภา

ก็บันทึกไวครับเพราะวา เจาหนาที่นับคะแนนแลวนะครับ มีผูมาลงมติทั้งหมด ๕๗๒ ทาน เห็นดวย ๓๐๑ ทานบวกกับ อีก ๓ ทาน เปน ๓๐๔ ทาน ไมเห็นดวย ๑๕๐ ทานบวกอีก ๑ ทานเปน ๑๕๑ ทาน งดออกเสียง ๑๒๐ ทาน ไมลงคะแนน ๑ ทาน ที่ประชุมนี้เห็นดวยใหสงไปใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา วินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ที่ประชุมนี้เห็นวาควรสงตามคะแนนที่ไดแจงใหทราบแลวนะครับ🔗

เปนอันวาวันนี้หมดระเบียบ วาระการประชุมแลว ขอขอบพระคุณทานสมาชิกรัฐสภาทุกทานนะครับ ขอบคุณครับ ขอปดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๗.๓๖ นาิกา🔗