รายงานการประชุมรวมกันของรัฐสภา
ครั้งที่ ๖ (สมัยสามัญประจำปครั้งที่สอง) เปนพิเศษ
วันจันทรที่ ๑๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘
ณ หองประชุมสภาผูแทนราษฎร อาคารรัฐสภา
------------------------------
เรียนทานสมาชิกรัฐสภา ทุกทานครับ ขณะนี้มีผูมาลงชื่อเพื่อเขาประชุม ๓๕๕ ทานแลว ครบองคประชุมครับ ผมขอ เปดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระตอไปนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานแจงตอที่ประชุม ไมมี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไมมี🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ แตวากอนจะเขาถึงระเบียบวาระที่ ๓ ซึ่งเปนระเบียบ วาระที่เราจะตองพิจารณา ผมอยากใหวิปไดชี้แจงขอตกลงที่เราไดประชุมรวมกันทั้ง ๓ ฝาย🔗
เรียนทานประธาน ที่เคารพครับ ผม ศรัณย ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ สืบเนื่องจากเรื่องการตกลงกันในการใชเวลาในการอภิปราย แตละเรื่องครับ ในสวนของเรื่องแรกที่เปน พ.ร.ป. ป.ป.ท. ไดมีการประชุมวิป ๓ ฝายและไดมี การพูดคุยและตกลงกันวาเราจะใชเวลารวมกันในการพิจารณาไมเกิน ๒ ชั่วโมงครับทานประธาน หลังจากนั้นในระเบียบวาระของญัตติในการสงเรื่องแกไขรัฐธรรมนูญไปถามศาลรัฐธรรมนูญนั้น ทั้ง ๒ ญัตติเราจะใชเวลาฝายละไมเกิน ๒ ชั่วโมงครับทานประธาน🔗
ขอบคุณวิปฝายรัฐบาล มีทานอื่น จะเห็นเปนอยางอื่นไหมครับ ถาไมเห็นเปนอยางอื่นเราก็ดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนี้ แตที่เราตกลงกันวันนั้นวาเราจะนำระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแลว🔗
- รางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการ ทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแลวเขามาประชุมเปนวาระแรก เพราะวาอันนี้มีกำหนดเวลาไมเกิน ๑๘๐ วัน ถาไมมีผูเห็นเปนอยางอื่นตามที่เราปรึกษากันมา ก็จะพิจารณาเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแลวกอนนะครับ ผมขอเชิญคณะกรรมาธิการ เขาประจำที่ คณะกรรมาธิการเขาประจำที่เสร็จแลวนะครับ คณะกรรมาธิการไดขออนุญาต ให คุณอนัญ ยศสุนทร นักกฎหมายกฤษฎีกาชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เขารวมชี้แจงดวย ผมอนุญาตนะครับ🔗
การพิจารณารางบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปนการพิจารณาในวาระที่สอง ซึ่งเปนการพิจารณาจะเริ่มตนตั้งแตชื่อราง คำปรารภ และเรียงลำดับมาตราจนจบราง และ เนื่องจากรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไมมีผูเสนอคำแปรญัตติ ดังนั้นก็จะให คณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไดอภิปรายกอน สวนสมาชิกจะอภิปรายไดเฉพาะถอยคำ หรือขอความที่คณะกรรมาธิการไดแกไขเพิ่มเติมเทานั้น เมื่อคณะกรรมาธิการไดชี้แจงจบแลว ก็จะลงมติเปนมาตรา ๆ ตามขอบังคับ ขอ ๙๖ ในการนี้ไมทราบวาทานประธานจะมีอะไร ชี้แจงกอนไหมครับ เชิญครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ กระผม นายชลนาน ศรีแกว สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดนาน พรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ของรัฐสภา กอนอื่นผมตอง กราบขอบพระคุณทานประธานที่ไดกรุณานำรางพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่กรรมาธิการพิจารณา เสร็จแลวบรรจุเขาสูระเบียบวาระและพิจารณาไดทันในวันนี้ หลังจากที่ทานประธานไดออก ระเบียบวาระไปแลว มีการพูดคุยกันถึงความจำเปน ทานไดกรุณาในนามกรรมาธิการครับ ตองกราบขอบพระคุณทานและวิปทั้ง ๓ ฝายเปนอยางสูงนะครับ เนื่องจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ เปนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หลังจากที่ทานประธานบรรจุเขาสูระเบียบวาระแลว จะตองพิจารณาใหแลวเสร็จในรัฐสภาภายใน ๑๘๐ วันนะครับ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ซึ่งเวลาชวงนั้นมันเปนชวงระหวางปดสมัยประชุม เราจะประชุมกันถึงวันที่ ๙ เมษายน จึงเปนเหตุผลที่ดีอยางยิ่งนะครับที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ไดมาบรรจุเพื่อใหรัฐสภา ไดพิจารณาในวาระที่สอง วาระที่สาม เพราะถาพนวันที่ ๒ พฤษภาคมไปแลว ไมมีการพิจารณา ในวาระที่สอง วาระที่สาม บทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญใหถือวารางที่รับหลักการไปเปนราง ที่ไดรับความเห็นชอบจากรัฐสภาสามารถนำทูลเกลาฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศ บังคับใชเปนกฎหมายไดตอไป อันนี้คือความจำเปนอยางยิ่งที่ผมเองตองกราบขอบคุณ ทานประธาน ทานประธานที่เคารพครับ รายงานการพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของรัฐสภา ที่นำเสนอโดย สส. วิโรจน ลักขณาอดิศรและคณะ เปนรางพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญที่รัฐสภาไดประชุมรวมกันครั้งที่ ๑ สมัยสามัญประจำป ครั้งที่ ๒ ในวันศุกรที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๗ ที่ผานมา ไดพิจารณาและลงมติ รับหลักการแหงรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปราม การทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในฉบับนี้ และมอบใหคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา รางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเปนผูเสนอใหเปนผูพิจารณา รางพระราชบัญญัติฉบับนี้ไดถูก กำหนดใหแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน กราบเรียนทานประธานดวยความเคารพนะครับไมมี สมาชิกทานใดไดเสนอคำแปรญัตติ ในการพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญไดพิจารณาแตงตั้งที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการจากผูเชี่ยวชาญ ที่มีความรูมีประสบการณเกี่ยวกับรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกลาว จำนวน ๑๔ คน และมีการประชุมทั้งหมด ๓ ครั้ง ไดเชิญหนวยงานที่เกี่ยวของจากหลายหนวยงาน เขามารวมชี้แจงแสดงความเห็นจากสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักคณะกรรมการกฤษฎีกา จากกระทรวงกลาโหม กรมพระธรรมนูญ จากตุลาการพระธรรมนูญ ศาลทหาร มีผูเขารวม ประชุมจากสำนักงาน ป.ป.ช. ที่ไดใหขอมูลมาชี้แจง ในการพิจารณาคณะกรรมาธิการ ไดแกไขเพิ่มเติมในมาตรา ๔ และกรรมาธิการไดเพิ่มเติมขึ้นมาใหมอีก ๑ มาตรา คือมาตรา ๕ ดังที่กรรมาธิการไดเสนอรายงานตอทานประธานเพื่อใหทานประธานและสภาแหงนี้ไดรวมกัน พิจารณาในวาระที่สอง วาระที่สามตอไป กราบขอบพระคุณทานประธานครับ🔗
ขอบคุณทานประธาน คณะกรรมาธิการครับ ตอไปขอเชิญทานเลขาธิการดำเนินการครับ🔗
รางพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ชื่อราง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ไมมีการแกไข คำปรารภ ไมมีการแกไข มาตรา ๑ ไมมีการแกไข มาตรา ๒ ไมมีการแกไข มาตรา ๓ ยกเลิกมาตรา ๙๖ ไมมีการแกไข มาตรา ๔ มีการแกไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗
มีกรรมาธิการสงวนความเห็น เชิญกรรมาธิการที่สงวนความเห็น ทานผูใดจะขอแถลง เชิญครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ผูแทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง พรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและในฐานะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นครับ ทานประธานครับ ในสวนมาตรา ๔ ที่แกไขมาตรา ๙๖ นั้น ตัวกระผมไดสงวนความเห็น สืบเนื่องจากวาในหลักการที่สภาแหงนี้รับมาก็คือวาเราตองการที่จะใหการดำเนินคดีทุจริตนั้น ไปขึ้นที่ศาลคดีทุจริตประพฤติมิชอบแทนศาลทหารนับตั้งแตกฎหมายนี้ผาน แตเนื่องจากวา ในกรรมาธิการเสียงขางมากนั้นยังไมไดทำตามหลักการที่ระบุไวที่รัฐสภาแหงนี้รับไป แตไปให เปนบทเหมือนบทชั่วคราวมิใชบทที่ใหมีการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ ขอเรียนอยางนี้นะครับ หลักการที่สำคัญที่เรารับหลักการไปที่ยังคลาดเคลื่อนตอกรรมาธิการเสียงขางมากที่ยังไมทำ ทันที เรื่องแรกก็คือหลักการคนในประเทศเดียวกันก็ควรขึ้นศาลเดียวกันในขอหาเดียวกัน หลักตรงนี้เปนหลักสากล เนื่องจากวาเปนเรื่องของความเสมอภาคทางกฎหมายทำใหทุกคนนั้น มีความเทาเทียมกันครับ ไมควรมีบุคคลใดที่เปนขาราชการหรือใครก็ตามมีเขตอำนาจพิเศษ ยกตัวอยางเชน ศาลทหาร ซึ่งทำตามพระธรรมนูญศาลทหาร มาตรา ๑๓ มีอำนาจดำเนิน คดีอาญาทหาร แตตอนป ๒๔๙๘ นั้น ระบุวาใหดำเนินคดีในคดีอาญาอื่นดวย ทั้งประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายอื่นดวย ซึ่งเรื่องนี้อาจจะทำใหหลักสิทธิมนุษยชนนั้นไมไดรับความเสมอภาคเทาที่ควร กรณีอยางนี้ มันเปนการสรางความเหลื่อมล้ำนะครับ และมีขอกังขาวากองทัพนั้นคุมครองคนของตัวเอง หรือเปลา นอกจากนั้นในสวนของการทุจริตมันไมใชความผิดของทางทหารนะครับ แตเปน อาชญากรรมตอรัฐและประชาชน การทุจริตไมไดเกี่ยวกับวินัยทหารแตเปนการทำเพื่อละเมิด ผลประโยชนของประชาชน ภาษีที่ถูกใชผิดวัตถุประสงคมาจากประชาชนทุกคนไมใชจาก กองทัพ ประชาชนมีสิทธิเห็นวาคดีเหลานี้ถูกพิจารณาในระบบยุติธรรมโปรงใสไมใช โดยองคกรที่อาจมีผลประโยชนทับซอนได ทานประธานครับ ในสวนความโปรงใสและ ความนาเชื่อถือของกองทัพนั้น หากใหกองทัพในการพิจารณาคดีทุจริตเองนั้นก็จะทำให ประชาชนคิดวากองทัพมีอิทธิพลเหนือกระบวนการยุติธรรมนะครับ และเชื่อวากระบวนการ ยุติธรรมในทุจริตนั้นควรเปนระบบเปดมิใชระบบปดใหองคกรไดตัดสินเอง และที่สำคัญ ศาลทหารควรจะมีกฎเกณฑเขตที่ชัดเจนนะครับ พิจารณาเฉพาะคดีทหารเทานั้นในเมื่อ กฎหมายนั้นไดพัฒนากวาป ๒๔๙๘ ที่ตามพระธรรมนูญ มาตรา ๓๔ กรณีนี้นะครับในสวน ของกรรมาธิการเสียงขางมากนั้นไมกลาตัดสินใจเลยไปแกในสวนของหลักการที่ไมใหโอนคดี ไปศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบทันที เรื่องนี้ผมอาจจะไมเห็นพองดวย ดวยความเคารพจริง ๆ หลักการคนในประเทศเดียวกันควรขึ้นศาลเดียวกัน ในขอหาเดียวกันเปนหลักยุติธรรมที่ตอง ยึดถือนะครับ และไมควรจะตองรออีก การจะใชบอกวาตองไปแกพระธรรมนูญศาลยุติธรรม อีกฉบับหนึ่งนั้นเปนการรอโดยไมสามารถที่จะมีหลักประกันอะไรเลยวาจะสามารถเปลี่ยนแปลง เรื่องนี้ไดทันที ขอเรียนอยางนี้นะครับ เรามีกฎหมายที่เปนตัวอยางซึ่งถือตามหลักกฎหมายเฉพาะ ยอมเหนือกวากฎหมายทั่วไป นั่นก็คือในสวนของพระราชบัญญัติการปราบปรามการทรมาน และอุมหายที่เราเรียกสั้น ๆ นะครับ มาตรา ๓๔ เขาก็มีระบุไวชัดเจนนะครับวาในคดีที่เกี่ยวกับ การทรมานอุมหายที่เกี่ยวของทหารนั้นใหมาขึ้นที่ศาลยุติธรรมได สิ่งเหลานี้นะครับเปนกรณี ที่มีกฎหมายเฉพาะเขามายกเวนกฎหมายของพระธรรมนูญศาลทหารในมาตรา ๑๓ แลว เราก็ควรที่จะทำอยางนั้นเชนกัน เคยมีตัวอยางและสามารถทำได ในกรณีอยางนี้ถามวา มันละเมิดระบบนิติบัญญัติหรือไม ไมใช หลักการที่แทจริงก็คือการที่เอากฎหมายเฉพาะมา สามารถทำใหมีการเคารพและมีหลักนิติธรรมไดเคารพอยางจริงจัง ดังนั้นผมคิดวากรณีนี้ เราสามารถที่จะแกไขในกฎหมายไดทันทีนะครับ ตัวกระผมและทานสมาชิกที่เปนกรรมาธิการ เสียงขางนอยไดแปรญัตติอยางนี้นะครับ ใหศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเปนศาล ที่มีเขตอำนาจพิจารณาคดีบุคคลซึ่งอยูในอำนาจศาลทหารในความผิดคดีทุจริตประพฤติมิชอบ และบรรดาคดีทุจริตประพฤติมิชอบที่อยูในระหวางการดำเนินคดีของอัยการทหารตามมาตรา ๙๖ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งใชบังคับอยูในวันกอนที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใชบังคับ ใหอัยการสูงสุด เปนผูดำเนินการในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติชอบ นั่นหมายความวาคดีศาลทหาร จะโอนทันทีนับแตพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใชบังคับ นั่นหมายความวา จะไมมีระบบ ๒ มาตรฐานในประเทศนี้ ขาราชการทหารในคดีทุจริตก็ตองมาพิจารณาในศาล อาญาคดีทุจริตเชนกัน ใชระบบที่เปดเผยเชนกัน ความเคารพในความโปรงใสของทานผูที่ เปนทหารก็ไดรับความเคารพเชนกัน เพราะวาทานจะไมสามารถมีอภิสิทธิไดมากอื่น ความเทาเทียมในระบบยุติธรรมเราจะเกิดขึ้นทันที แตรางของทางกรรมาธิการเสียงขางมาก ดวยความเคารพจริง ๆ จะตองรอนะครับ จะไมทำจะตองรอใหมีการแกพระราชบัญญัติ การปราบปรามการทรมานและอุมหายซึ่งไมทราบวาจะผานเมื่อไร หรือไม อยางไรนะครับ เรื่องนี้ผมจึงเห็นวาขอใหทานสมาชิกที่เคารพทุกทานนะครับ และผานไปยังทานประธานนะครับ ไดโปรดชวยกันเปลี่ยนแปลงระบบการบังคับใชกฎหมายคดีทุจริตในครั้งนี้ได และมีตัวอยาง ที่ชัดเจนแลวในคดีกฎหมายทรมานอุมหายสามารถโอนทันทีเชนกันนะครับ ขอใหทานไดเห็นดวย กับทางกรรมาธิการเสียงขางนอยดวยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณคุณธีรัจชัย พันธุมาศ มีสมาชิกขออภิปราย ๑ ทาน ขอเชิญทานรองศาสตราจารย เชิดชัย ตันติศิรินทร🔗
กราบเรียน ทานประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายแพทยเชิดชัย ตันติศิรินทร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอมีสวนรวมอภิปรายในรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ราง พ.ร.ป. วาดวยการปองกันและปราบปรามทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทานประธานครับ ผมขออนุญาตสนับสนุนกรรมาธิการเสียงขางมาก คือมันตองอานทั้งหมดมันก็มีศัพทอยูที่คำวา อำนาจและเขตอำนาจ อำนาจก็คือสิทธิกำลังหรือพลังหรือการบังคับบัญชา แตเขตอำนาจสำคัญ ไปอีกครับก็คือเปนพื้นที่และอำนาจของศาลหรือผูพิพากษาที่จะพิจารณาคดี ทานประธานครับ ในที่ทานกรรมาธิการเสนอมานี้ก็เขียนชัดเจนตามหลักเราพิจารณากฎหมาย ก็คือหลักการ และเหตุผลนี้เปนเรื่องที่แกไขไมไดแตเมื่อคณะกรรมาธิการดูไปแลวจำเปนตองแกก็ทำเปนขอเสนอ ซึ่งอันนี้ผมชอบมากก็จะเปนหลักการที่ทางสภาไมวาจะเปนวุฒิสภา หรือสภาผูแทนราษฎร จะไดนำไปใช ก็คือทำเปนขอสังเกตวาในการรางกฎหมายในคราวหนานี้จะตองใหมันชัดเจน ทีนี้พอมาพูดถึงปญหาเรื่องเขาเรียกวาเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกประเภท ตามหลักการก็คือควรจะมาอยูในเขตอำนาจของศาลพลเรือนโดยที่ผานมาไปอยูในเขตอำนาจ ของศาลทหารเชนเดียวกัน แลวกฎหมายเมืองไทยมันมีคาบเกี่ยวในชวงเวลา ถาจะแกแบบเบ็ดเสร็จ ยังไมมีอะไรที่จะกำหนดได ทางกรรมาธิการเขาก็ไดเสนอไปแลว ซึ่งผมอานแลวชอบใจ คือมาตรา ๔ เขียนวาบรรดาทุจริตและประพฤติมิชอบที่อยูในระหวางการดำเนินคดีของ อัยการทหารตามมาตรา ๖๙ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกัน และปราบปรามทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งใชบังคับอยูในวันกอนวันที่พระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใชบังคับใหโอนไปใหอัยการสูงสุดเปนผูดำเนินการ ก็ถูกแลวครับไมตอง ไปเขียนในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เพราะอันนี้มันตรงไปตรงมาตามที่ทาง คณะกรรมาธิการไดไปเขียนไวในขอสังเกตเรื่องหลักการนะครับ พอวรรคสองเพื่อประโยชน ในการดำเนินคดีตามหมวด ๕ การดำเนินการกับเจาหนาที่รัฐสวนที่ ๑ การดำเนินคดีกับ เจาหนาที่ของรัฐแหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปราม ทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ในระหวาง ที่ศาลทหารยังคงมีเขตอำนาจพิจารณาคดีกับผูถูกกลาวหา ซึ่งเปนบุคคลที่อยูในเขตอำนาจ ของศาลทหารนั้นก็ใหอัยการสูงสุดเปนอัยการทหารตามกฎหมายของรัฐบาลของธรรมนูญ ศาลทหารไปกอน อันนี้เปนสิ่งที่ถูกตองครับเปนการแกไขปญหาที่วาไมตองเสียเวลาเพียงแตวา รางพระบัญญัติฉบับนี้ตองขอความกรุณาจากทานสมาชิกรัฐสภานี้ใหผานตามสมาชิก เสียงขางมาก แลวในการนี้ผมก็อยากใหทานกรรมาธิการอธิบายเรื่องเขตอำนาจ เรื่องอำนาจ ใหมันชัดเจนดวยครับ ขอบคุณครับทานประธานครับ🔗
มีทานวุฒิสมาชิกที่เปน กรรมาธิการครับ ทานอังคณา ลีนะไพจิตร ขออภิปรายอีกทาน เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณคะทานประธาน นางอังคณา นีละไพจิตร และสมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขออภิปราย ในฐานะกรรมาธิการเสียงขางนอยที่สงวนความเห็น ทานประธานเนื่องจากพระราชบัญญัติ ประกอบการรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปนการอนุวัตกฎหมายตามอนุสัญญาสหประชาชาติวาดวย การตอตานการทุจริต ดังนั้นในการปรับปรุงรางจึงมีความสอดคลองกับอนุสัญญาสหประชาชาติ ซึ่งไดเนนย้ำในเรื่องของความเปนอิสระของศาลและอัยการ ทั้งนี้ความเปนอิสระของตุลาการ เปนสิ่งที่สำคัญอยางยิ่งในการตอตานการทุจริต อนุสัญญาสหประชาชาติวาดวยการตอตานการทุจริตเนนย้ำใหรัฐภาคีดำเนินมาตรการ ตามหลักการพื้นฐานของระบบกฎหมายและโดยไมกระทบตอความเปนอิสระของฝายตุลาการ ทานประธานคะ การปรับปรุงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถือเปนการอนุวัต กฎหมายใหมีความทันสมัย กาวหนา กาวทันการเปลี่ยนแปลงและความซับซอนของการทุจริต และปองกันการฟองคดีเพื่อปดปากผูใหขอมูลเกี่ยวกับการทุจริต ในขณะที่พระราชบัญญัติ ธรรมนูญศาลทหาร พุทธศักราช ๒๔๙๘ เปนกฎหมายที่ใชบังคับมานานกวา ๗๐ ปคะ โดยปราศจากการปรับปรุง จึงเปนกฎหมายที่ลาสมัยแลวกาวไมทันความซับซอนของคดีทุจริต อีกทั้งยังไมสอดคลองกับหลักสากล ทานประธานคะ หัวใจหลักของการจัดตั้งศาลคดีอาญา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบเพื่อปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจาหนาที่รัฐ มีหลักการสำคัญ ๓ ประการ ๑. คือการดำเนินคดีตองรวดเร็ว ๒. การดำเนินคดีตองเปนธรรม และ ๓. การดำเนินคดีตองมีความเสมอภาค ซึ่งทั้ง ๓ ประการเปนหลักการที่ยังตองคงไวเสมอ ทานประธานคะ ศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบถือเปนศาลที่มีความชำนาญเฉพาะ ประกอบไปดวยผูพิพากษาและเจาหนาที่ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะดาน โดยเฉพาะอยางยิ่ง มีความรูความเชี่ยวชาญและประสบการณในการปราบปราม หรือพิจารณาคดีตาง ๆ ที่เกี่ยวของ กับการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งเปนคดีที่มีความยุงยากซับซอนหรือมีเรื่องที่เกี่ยวกับผูมี อิทธิพลเขามาเกี่ยวของ ในขณะที่ศาลทหารจะมีองคคณะตุลาการที่เชี่ยวชาญกฎหมาย เพียงคนเดียวกับนายทหารอีก ๒ นายที่อาจไมมีความเชี่ยวชาญทั้งหลักกฎหมาย ทั้งกฎหมาย ภายในประเทศและกฎหมายระหวางประเทศ อำนาจของศาลทหารจึงควรจำกัดเฉพาะ เรื่องวินัยภายในกองกำลังทหารเทานั้น เพราะการขยายเขตอำนาจหรือการคงอำนาจศาลทหาร ใหครอบคลุมคดีทุจริตถือเปนการละเมิดสิทธิในการที่ศาลเปนอิสระและมีความเปนกลาง ควรที่จะพิจารณา นอกจากนั้นตามคำแนะนำของโออีซีดีที่เกี่ยวของกับการตอตานการติดสินบน ที่ประกาศเมื่อป ๒๐๑๐ โออีซีดีเนนย้ำวาคดีทุจริตตองไดรับการจัดการโดยหนวยงานตุลาการ พลเรือนที่มีความเชี่ยวชาญดานอาชญากรรมทางการเงิน ดังนั้นถาหากคดีทุจริตของทหาร อยูภายใตอำนาจของศาลทหารอาจทำใหเกิดความไมโปรงใสไมเปนธรรมซึ่งจะทำใหการพิจารณา คดีทุจริต เปน ๒ มาตรฐาน🔗
ทานประธานคะ ในเรื่องเกี่ยวกับศาลทหาร องคการสหประชาชาติไดกำหนด หลักการในการกำกับดูแลการบริหารงานยุติธรรมผานศาลทหารหรือที่เรียกกันวาหลักการ Decaux ซึ่งตุลาการศาลทหารไทยก็ไดรวมในการรางดวย แลวประเทศไทยก็ไดใหการรับรอง หลักการนี้ หลักการ Decaux ยืนยันหลักการพื้นฐานวาระบบยุติธรรมของทหารควรเปนสวนหนึ่ง ของระบบยุติธรรมตามปกติและควรดำเนินการในลักษณะที่ประกันใหเกิดความสอดคลอง อยางเต็มที่กับหลักสิทธิมนุษยชนที่ไดรับความคุมครองในระดับสากล ซึ่งสาระสำคัญ ๒๐ ประการของหลักการ Decaux เชนวา ระบบศาลทหารตองเคารพกฎเกณฑของกฎหมาย ระหวางประเทศ และมาตรฐานในการรักษาความลับทางทหารไมอาจถูกนำมาใชเพื่อยกเวน การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมหรือเพื่อกระทบสิทธิมนุษยชนรวมถึงหนาที่ในการ เชื่อฟงผูบังคับบัญชาก็ไมอาจยกเวนความรับผิดชอบทางอาญาของทหารได และศาลทหาร จึงตองมีความรูความสามารถเปนกลาง เปนอิสระ และมีการพิจารณาคดีอยางเปดเผย ทานประธานคะ ถาหากคดีทุจริตคอรรัปชันถูกแยกเปนการพิจารณาคดีในศาลพลเรือน คือศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกับการพิจารณาในศาลทหารก็จะทำใหเกิดมาตรฐาน ในการพิจารณาคดีที่ตางกัน เกิดความเหลื่อมล้ำซึ่งจะไมเปนธรรมตอคดีอีกทั้งยังขัดตอ หลักการพิจารณาคดีอยางเปนธรรมโดยศาลที่เปนอิสระและโปรงใส ทานประธานคะ ตุลาการ ศาลทหารบางทานอาจใหความเห็นวาเราไมควรกังวลในบทลงโทษของศาลทหารเพราะศาลทหาร มีบทลงโทษที่หนักกวาศาลพลเรือน แตทานประธานคะ หลักการพิจารณาคดีอยางเปนธรรม ยืนยันวาจะตองไมมีใครถูกลงโทษเกินสัดสวนของความผิดที่ไดกระทำและตองไมมีใคร ที่ทำผิดแลวจะไดรับการยกเวนโทษ ผูกระทำผิดตองไดรับโทษตามสัดสวนของความผิด โดยเทาเทียมกัน โดยตุลาการที่เปนอิสระและดวยมาตรฐานเดียวกัน ทานประธานคะ ตามหลักการสันนิษฐาน ไวกอนวาบุคคลทุกคนคือผูบริสุทธิ์จนกวาศาลจะมีคำพิพากษา ก็เริ่มตนจากระบบยุติธรรม ที่ตองมีมาตรฐานในการคุมครองสิทธิของผูตองหาเทาเทียมกัน เชน เราจะเห็นวาสิทธิของ ผูตองขังในเรือนจำทหารแตกตางจากเรือนจำพลเรือน รวมถึงการอนุญาตใหญาติ ทนาย หรือผูที่ผูตองหาไววางใจเขาเยี่ยมได ทั้งนี้มาตรฐานเรือนจำก็ยังจำเปนที่จะตองเปนไปตาม มาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติหรือที่เรียกวาขอกำหนด Mandela ทานประธานคะ ดิฉัน ขอยกตัวอยางคดีทุจริตที่พิจารณาในศาลสิทธิมนุษยชนของทวีปอเมริกาซึ่งเปนที่ยอมรับทั่วโลก ศาลสิทธิมนุษยชนทวีปอเมริกาใหความเห็นวา ศาลทหารไมควรมีเขตอำนาจศาลเหนือความผิด ที่ไมเกี่ยวกับทหาร และยืนยันวาศาลทหารไมควรพิจารณาคดีเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนหรือ อาชญากรรมที่เกี่ยวของกับการทุจริต ในขณะที่คณะกรรมาธิการแอฟริกาวาดวยสิทธิมนุษยชน และสิทธิของประชาชนกลาวถึงหลักการและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับสิทธิในการพิจารณาคดี อยางเปนธรรมและความชวยเหลือทางกฎหมาย ซึ่งในป ๒๐๐๓ ระบุวาศาลทหารไมควรมี เขตอำนาจศาลหรืออาชญากรรมที่กระทำโดยเจาหนาที่ทหารตอพลเรือน หรือความผิด เกี่ยวกับการทุจริต ทานประธานคะ ดิฉันขอยกตัวอยางคดีทุจริตที่พิจารณาในศาลทหารและ ศาลพลเรือนเมื่อเปรียบเทียบกันนะคะ ในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เชนคดีการจัดซื้อ เครื่อง GT200 หรือที่ชาวบานเขาเรียกวาไมลางปาชา ที่นำมาใชในการควบคุมตัวประชาชน จำนวนมากในจังหวัดชายแดนภาคใตและกลุมชายขอบ ซึ่งพิสูจนแลววาเปนเครื่องมือ ที่หลอกลวง อยางไรก็ตามเราจะเห็นวาการจัดซื้อเครื่องมือ GT200 ของหนวยงานทหารและ พลเรือนไมไดเปนไปตามมาตรฐานเดียวกันในการดำเนินคดี คดีที่อยูในศาลทหารมีความลาชา และผูที่ถูกดำเนินคดีมักเปนเจาหนาที่ระดับปฏิบัติการไมใชระดับผูมีอำนาจตัดสินใจ เมื่อเทียบกับคดีเจาหนาที่ฝายพลเรือนที่พิจารณาในศาลพลเรือนคดีทุจริต ทานประธานคะ บางทานอาจบอกวาการพิจารณาการบริหารงานของฝายทหารเกี่ยวของกับความมั่นคงของชาติ แตการทุจริตคอรรัปชันเปนเรื่องที่เกี่ยวพันโดยตรงกับประโยชนสาธารณะ เพราะการทุจริต ถือเปนการเซาะกรอนบอนทำลายระบบคุณธรรม ความซื่อสัตย และหลักนิติธรรมซึ่งถือเปน เสาหลักของสังคม แลวอาจจะมากกวาความมั่นคงที่ไมไดมีนิยามชัดเจน จากเหตุผลที่กลาว มาทั้งหมดขางตนเพื่อใหการพิจารณาคดีทุจริตคอรรัปชันเปนไปอยางเสมอภาค รวดเร็ว โปรงใส เปนธรรมตามเจตนารมณของกฎหมายและอนุสัญญาสหประชาชาติวาดวยการตอตาน การทุจริต และสอดคลองอยางเต็มที่กับพระราชบัญญัติการทรมานอุมหาย รัฐสภาจึงตอง ยืนยันหลักการใหคดีทุจริตคอรรัปชันอยูในอำนาจการไตสวนของศาลอาญาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบ โดยใหพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลทันทีในการปฏิบัติ ไมใหใชกฎหมายที่เราใชกันมาเกือบ ๑๐๐ กวาปมีผลตอกฎหมายอนุวัตใหม ทั้งนี้เพื่อคุมครอง ประโยชนของประเทศชาติและประชาชนและที่เหนือกวานั้นก็คือเพื่อประโยชนของความยุติธรรม ขอบพระคุณคะทานประธาน🔗
ขอบคุณครับ มีกรรมาธิการ ที่สงวนอีก ๓ ทานจะขอแถลงชี้แจง แลวก็มีสมาชิกที่ประสงคจะอภิปรายรวมดวยอีก ๔ ทาน ผมจะเรียงตามลำดับไปนะครับ โดยที่ขอใหคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไดอภิปรายกอน ทานตอไปขอเชิญทานนาวาโท กิตติพงษ ปยะวรรณโณ เชิญครับ🔗
เรียนทานประธาน ที่เคารพ กระผม กิตติพงษ ปยะวรรณโณ ในฐานะกรรมาธิการเสียงขางนอยในการแกไข มาตรา ๔ ขอแถลงเพื่อใหรัฐสภาพิจารณาดังนี้ครับ กอนอภิปรายในเนื้อหาในเนื้อความของ มาตรา ๔ ผมขออภิปรายเหตุผลที่ผมเห็นดวยและสนับสนุนใหมีการแกไขพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต โดยใหยกเลิกมาตรา ๙๖ รวมทั้งเปนเหตุผลสำคัญที่เปนเหตุใหผมในฐานะกรรมาธิการเสียงขางนอยไดสงวนความเห็น เอาไว เมื่อกลาวถึงการบังคับใชกฎหมายอันเกี่ยวของกับการปองกันและปราบปรามการทุจริต คอรรัปชัน แนนอนวากลุมเปาหมายสำคัญคือหนวยงานภาครัฐที่มีสวนเกี่ยวของกับการใชจาย งบประมาณแผนดินอันเปนภาษีของพี่นองประชาชน ขอเท็จจริงสำคัญในเรื่องนี้คือเหลาทัพ อันประกอบดวย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ คือหนวยงานภาครัฐที่มี โครงการขนาดใหญมากที่สุดหนวยงานหนึ่ง หากไมใชก็เปนหนวยงานที่มีโครงการขนาดใหญ มากที่สุด โดยโครงการขนาดใหญหมายความวาโครงการที่มีมูลคาเกินกวา ๑,๐๐๐ ลานบาท ซึ่งมูลคาโครงการนี้จะเปนสาระสำคัญที่ผมจะอภิปรายตอไป ทั้งนี้กองทัพเปนหนวยงานเดียว ในประเทศไทยที่เมื่อถูกกลาวหาวากระทำผิดอันเกี่ยวของกับการทุจริตไมตองขึ้นศาลอาญา ทุจริตและประพฤติมิชอบแตขึ้นศาลทหาร ซึ่งเปนหนวยงานภายใตสังกัดกระทรวงกลาโหม โดยกระบวนการทั้งหมดจะอยูภายใตกระทรวงกลาโหมทั้งตุลาการและอัยการ ไมมีหนวยงาน นอกกระทรวงกลาโหมสามารถเขาไปเกี่ยวของได ยิ่งไปกวานั้นมีการวางกลไกทางกฎหมาย เพื่อรักษาอำนาจศาลทหารไวในกฎหมายถึง ๓ ฉบับ กลาวคือ พ.ร.ป. ป.ป.ช. ที่กำลังพิจารณา แกไขกัน ณ ขณะนี้ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ และ พ.ร.บ. ธรรมนูญ ศาลทหาร ซึ่งกฎหมาย ๒ ใน ๓ ฉบับ มีการแกไขในยุคของ คสช. เพื่อใหเกิดความเทาเทียมกัน ในกระบวนการยุติธรรมและเพื่อใหทหารที่ถูกกลาวหาวาทุจริตมาขึ้นศาลอาญาทุจริตและ ประพฤติมิชอบ จึงจำเปนตองแกไขกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับ ซึ่งการแกไขกฎหมายอีก ๒ ฉบับ กำลัง อยูในกระบวนการ และทุกทานทราบหรือไมวามาตรา ๓๒ พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร ไดกำหนดไววา ในศาลชั้นตนตุลาการซึ่งไมใชตุลาการพระธรรมนูญตองมียศทหารสูงกวา หรือเทาจำเลยที่มียศทหารสูงสุด ทั้งนี้ในโครงการขนาดใหญที่มีมูลคาเกินกวา ๑๐๐ ลานบาท ตองไดรับการพิจารณาอนุมัติจากผูบัญชาการเหลาทัพ นั่นหมายความวาในโครงการขนาดใหญ ผูบัญชาการเหลาทัพจะเปนผูมีสวนเกี่ยวของกับโครงการเสมอ และถึงแมวาผูบัญชาการเหลาทัพ จะมียศทหารเปน พลเอก พลเรือเอก หรือพลอากาศเอก แตผูบัญชาการเหลาทัพเปนทหาร ที่ครองยศอัตราจอมพล หรือกลาวอีกนัยหนึ่งคือไมมีนายทหารนายใดในกองทัพที่มีอายุสูงกวา หรือเทียบเทาผูบัญชาการเหลาทัพ ดังนั้นตามมาตรา ๓๒ แหงพระราชบัญญัติธรรมนูญ ศาลทหาร ในคดีที่เปนโครงการขนาดใหญจึงจำเปนตองแตงตั้งอดีตผูบัญชาการเหลาทัพ มาเปนตุลาการรวมพิจารณา และเทาที่ผมทราบประเทศไทยไมเคยมีผูบัญชาการเหลาทัพ ที่เปนนักกฎหมายหรือเปนผูมีประสบการณเปนตุลาการพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ อันนี้พรรคตองพูดถึงวาอดีตผูบัญชาการเหลาทัพและผูบัญชาการเหลาทัพที่ปจจุบันนับถือ เปนพี่นองกัน เปนสหายรวมรบ สละชีวิตแทนกันไดซึ่งเปนเรื่องที่ดีแตไมใชในกระบวนการ ยุติธรรมนอกจากนี้ศาลทหารยังเปนหนวยงานภายใตกระทรวงกลาโหมทั้งตุลาการ อัยการ และผูมีสวนเกี่ยวของกับกระบวนการยุติธรรม ทั้งหมดของศาลทหารอยูภายใตการพิจารณา เลื่อน ลด ปลด ยาย โดยโครงสรางของกระทรวงกลาโหม รวมทั้งยังรับเงินเดือนและสิทธิประโยชนอื่น ๆ จากงบประมาณของกระทรวงกลาโหม และศาลทหารเปนศาลเดียวที่ไมมีหนวยงานที่รับผิดชอบ งานธุรการที่มีความเปนอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่น ดังนั้นคำถามในเรื่องความเปนอิสระของศาลทหารในการพิจารณาคดีโดยเฉพาะอยางยิ่งคดี ที่จำเลยมีชั้นยศสูงหรือเปนผูบัญชาการเหลาทัพนั้นจึงสามารถเกิดขึ้นได แมวาในดานหนึ่ง ศาลทหารจะกลาววาศาลทหารมีกระบวนการพิจารณาคดีที่มีมาตรฐานเฉกเชนเดียวกับ ศาลพลเรือน แตในอีกดานหนึ่งในคดีซอมทรมานในคายทหารที่ศาลอาญาทุจริต ภาค ๕ รับฟองเปนคดีหมายเลขดำที่ ปท.๑/๒๕๖๖ จำเลยซึ่งเปนทหารกลับไปรองตอศาลรัฐธรมนูญ ในเรื่องขอบเขตอำนาจศาลโดยศาลรัฐธรรมนูญไดมีมติยกคำรอง ปจจุบันอยูในกระบวนการ พิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหนาที่ระหวางศาล คำถามที่เกิดขึ้นคือ หากศาลทหารมีกระบวนการพิจารณาคดีที่มีมาตรฐานเฉกเชนเดียวกับศาลพลเรือนเหตุใด จำเลยที่เปนทหารจึงตองมีความพยายามในการนำคดีดังกลาวใหอยูภายใตการพิจารณาของ ศาลทหารแทนที่จะเปนศาลอาญาทุจริตซึ่งเปนศาลพลเรือน ดวยเหตุดังกลาวขางตนกระผม จึงเห็นดวยกับการเสนอแกไข พ.ร.ป. ป.ป.ช. ในการยกเลิกมาตรา ๙๖ และหลักการที่รัฐสภา แหงนี้ไดมีมติรับหลักการรวมกัน โดยในความเห็นของกระผมหลักการที่สำคัญที่สุดในการเสนอ แกไข พ.ร.ป. ป.ป.ช. ในครั้งนี้คือการพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งหมดตองอยู ภายใตอำนาจของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบโดยไมมีขอยกเวนแมแตกองทัพ เพื่อยืนยันหลักการการแบงแยกอำนาจความเทาเทียมกันตอหนากฎหมายและหลักความเปน อิสระของศาล ในการนี้ผมจึงมีความเห็นวาไมควรตัดคำวา เปนผูดำเนินการในศาลอาญา ทุจริตและประพฤติมิชอบ ออกจากมาตรา ๔ เพื่อใหสอดคลอง ผูดำเนินการในศาลอาญา ทุจริตและประพฤติมิชอบออกจากมาตรา ๔ เพื่อใหสอดคลองกับหลักการที่รัฐสภาแหงนี้ มีมติรับไวและเพื่อไมใหเปนการประวิงเวลาในเรื่องขอบเขตอำนาจศาลอันเนื่องมาจาก เทคนิคทางกฎหมายบางประการ ขอบคุณครับทานประธาน🔗
ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณเอกราช อุดมอำนวย ครับ🔗
เรียนทานประธานรัฐสภานะครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผูแทนราษฎรในฐานะสมาชิกรัฐสภาแลวก็เปน กรรมาธิการในการพิจารณาดวยนะครับ ทานประธานครับ สำหรับรางมาตรา ๔ ที่กรรมาธิการ เสียงสวนใหญไดมีการตัดในคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบถือวาเปนการแกหลักการ ซึ่งในรายงานเราแนนอนวาสมาชิกตาง ๆ ก็อาจจะไมไดมีสิทธิในการที่จะอภิปรายเกี่ยวกับ ขอสังเกต แตวาผมขอพูดไปถึงในคราวเดียวกันเลยนะครับวาการแกไขหลักการโดยการตัด มาตรา ๔ ออกนะครับ ทำใหผลของสภาที่พิจารณาในการรับหลักการเขาไปมีทั้งหมด ๒ เรื่อง เรื่องแรกก็คือยกเลิกการดำเนินการของอัยการทหารนะครับ ซึ่งอัยการทหารก็อยูภายใต กรมพระธรรมนูญเฉกเชนเดียวกันกับตุลาการทหาร ดังนั้นอัยการสูงสุดจะเปนผูดำเนินกระบวน พิจารณาในการสั่งฟอง มีความเห็นตาง ๆ ตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. อันนี้เปนเรื่องที่ถูกตองแลว สวนหลักการขอที่ ๒ ครับทานประธาน ก็คือเรื่องของการที่ใหทหารขึ้นศาลอาญาทุจริต ซึ่งเพื่อนสมาชิกและกรรมาธิการเสียงขางนอยก็ไดอภิปรายไปแลว แตผมอยากจะตอกย้ำ ตรงนี้ครับทานประธานวาใน พ.ร.บ. อุมหายที่เราเรียกสั้น ๆ นะครับ ก็มีการ Overrule บางสวน คือเปนการเขียนในคดีทุจริต ในรางของ พ.ร.บ. อุมหายเปนคดีที่ประพฤติมิชอบนะครับ ใหไปดำเนินการในศาลอาญาทุจริต ทำไม พ.ร.บ. อุมหายทำไดละครับ แลวทำไม พ.ร.ป. ป.ป.ช. ถึงทำไมได นี่คือสิ่งที่ถกเถียงกันในชั้นกรรมาธิการและมีการลงความเห็นนะครับ ผมก็ ยังมีความเห็นวาอยากจะใหเพื่อนสมาชิกในสภาแหงนี้ทบทวนเรื่องนี้ครับวาถาหากวาเราเห็น ปญหารวมกันจริง ๆ นะครับวาในชวงที่คณะรัฐประหารมาอยูหรือในชวงกลไกตาง ๆ ปกตินี้ ทหารเหมือนรัฐที่ซอนอยูในรัฐไทย มีอำนาจของตัวเองนะครับ มีศาลของตนเอง วันนี้เราจะ ดึงใหอยางนอยในคดีที่เกี่ยวของกับการทุจริตและประพฤติมิชอบตองอยูในการพิจารณาของ ศาลพลเรือน เรามาชวยกันครับทานสมาชิกทั้งหลาย ดังนั้นการที่กรรมาธิการตัดออกถือเปน การขัดกับหลักการที่สภาแหงนี้รับไป ในประเด็นที่ ๒ ครับ ก็คือวาเรามี Jigsaw กฎหมาย ทั้งหมด ๓ ฉบับ แตวาในกระบวนนิติวิธีของสภาแหงนี้รัฐธรรมนูญเขียนเอาไวแตกตางกัน คือ พ.ร.ป. ใหพิจารณาจาก สส. และ สว. ที่ตั้งมาเปนกรรมาธิการครั้งเดียวจบ แตในขณะเดียวกัน พอเปนรางพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับที่บรรจุวาระเอาไวเสนอโดยทานวิโรจน ลักขณาอดิศร โดยกรรมาธิการการทหารไดศึกษาและแกไขเรื่องนี้นะครับ คือแกไข พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ และ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งตอง พิจารณาไปในคราวเดียวกันนะครับ ซึ่งทานประธานก็ไดบรรจุเอาไวอยูในระเบียบวาระแลว จึงอยากฝากไปถึงวิปรัฐบาลนะครับวากฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนั้นมีความสำคัญและเปน Jigsaw ตอเนื่องกันกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงมีความจำเปนเรงดวนที่จะตอง ดึงขึ้นมาพิจารณาเพื่อใหเสร็จไปในคราวเดียวกัน ซึ่งถาทั้ง ๒ ฉบับนั้นไดแกไขก็สามารถที่จะ ใหทหารที่ทำผิดในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบดำเนินคดีในศาลอาญาทุจริตและประพฤติ มิชอบได แตวาการแกถอยคำแบบนี้นะครับ เพราะกรรมาธิการเสียงขางมากซึ่งเปนเสียงจาก รัฐบาลอางวาไมแนใจวากฎหมายจะพิจารณาทันหรือไดพิจารณาแลวเสร็จหรือไม ซึ่งก็สามารถ รับฟงได เหมือนขอไป ๑๐๐ ไดมา ๕๐ นะครับ แตวาทานประธานครับ ถาหากวาเราจะจริงจัง เรื่องนี้เราสามารถเดินหนาตอได จึงฝากเพื่อนสมาชิกทุกทานใหชวยกันผลักดันในเรื่องนี้ ทานประธานครับ นอกจากนี้เมื่อสัปดาหที่ผานมาก็มีคณะประชาชนซึ่งขออนุญาตที่เอยนาม แตวาไมเสียหายนะครับคือ นายแพทยเหวง โตจิราการ พรอมทนายความนำประชาชน คณะ คปช. ๕๓ มายื่นใหกับกรรมาธิการกฎหมายเพื่อผลักดันการแกกฎหมายใหนำทหาร ที่กระทำผิดอาญาตอประชาชนขึ้นศาลพลเรือน เพราะวาพี่นองประชาชนเห็นบาดแผล มีบาดแผลที่เคยเกิดขึ้นกับพี่นองประชาชนนะครับ ที่เรายังไมสามารถที่จะทวงคืนความยุติธรรม ใหกับประชาชนแลวก็ยุติที่การกระทำตาง ๆ ของทหารที่เคยทำกับประชาชนในอดีตไดนะครับ แตในขณะเดียวกันวันนี้ถาเรานับ ๑ แกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และเรานับ ๒ นับ ๓ ดวยกันในการแกไขกฎหมายอีก ๒ ฉบับที่ผมไดกลาวไปนะครับ ก็จะสามารถทำให รางพระราชบัญญัตินี้ถือวาเปนบันทึกประวัติศาสตรวาเราไมยอมอีกแลวที่ทหารทำผิดแลวก็ ตัดสินกันเอง ทานประธานครับ ดังนั้นการที่กรรมาธิการแกไขตัดคำวา ในศาลอาญาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบ ออก ผมจึงไมเห็นดวยและอยากจะขอสงวนเอาไวแลวอยากใหเพื่อนสมาชิกชวยกันยืนยัน ในหลักการที่สภาไดรับไปคือ ๑. ใหอัยการสูงสุดดำเนินการแทน ซึ่งกรรมาธิการทั้งคณะ เห็นดวยกันในเรื่องนี้ และ ๒. ที่เห็นตางกันนิดเดียวเองคือในศาลคือศาลเฉย ๆ เพื่อรอให ๒ รางกฎหมายนี้ผานไปไดนะครับ ซึ่งผมคิดวาสามารถ Overrule เขียนไปในแบบเจาะจงไปเลยวา ใหไปศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบได เพราะวา พ.ร.บ. อุมหายก็ทำแบบนั้นมากอน ฝากทานประธานดวย ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญ คุณณรงค ทับทิมไสย ครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายณรงค ทับทิมไสย ผูแทนจากสำนักงานศาลยุติธรรมและ กรรมาธิการ เนื่องจากกรรมาธิการเสียงขางมากไดแกไขหลักการรางกฎหมายฉบับนี้และ แกไขรางมาตรา ๔ ที่รัฐสภารับหลักการมาในวาระแรก กระผมในฐานะกรรมาธิการเสียงขางนอย จึงไดสงวนความเห็นไวและขออภิปรายตอทานประธานและสมาชิกรัฐสภาดังตอไปนี้🔗
ประการแรก ดวยความเคารพตอกรรมาธิการเสียงขางมากและศาลทหาร ศาลยุติธรรมไดมีจุดยืนชัดเจนที่จะใหมีการพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบทุกประเภท ในศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบมาโดยตลอด เนื่องจากประสงคจะใหการพิจารณา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบบรรลุวัตถุประสงคในการคนหาความจริงโดยการใชระบบไตสวน ดวยการแสวงหารวบรวมดำเนินการเพื่อไดมาซึ่งขอจริงและพยานหลักฐานอยางครบถวนรอบดาน ซึ่งจะสงผลใหการพิจารณาพิพากษาคดีมีประสิทธิภาพและรวดเร็วทั้งมีความเสมอภาค และเปนธรรม ซึ่งจะสอดคลองกับหลักการสากลที่ยอมรับรวมกันใหบุคคลทุกคนอยูภายใต กฎหมายเดียวกันและศาลเดียวกันภายใตขอหาอยางเดียวกัน กลาวใหชัดคือบุคคลที่ทำผิด กฎหมายพลเรือนตองขึ้นศาลพลเรือนโดยสารที่เปนกลาง ซึ่งเปนหลักความเสมอภาคตอหนา กฎหมายและหลักความเปนอิสระของตุลาการ อันเปนหลักการที่นานาอารยประเทศยอมรับกัน🔗
ประการที่ ๒ เมื่อรัฐสภารับหลักการมาแลวยอมมีเจตนารมณชัดเจน ที่ประสงคจะใหคณะกรรมาธิการพิจารณาใหการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกับผูถูก กลาวหา ซึ่งเปนบุคคลที่อยูในเขตอำนาจของศาลทหารใหมาอยูในอำนาจของศาลอาญาทุจริต และประพฤติมิชอบหรือศาลพลเรือนนั่นเอง การที่กรรมาธิการเสียงขางมากไมไดทำใหเกิด ความชัดเจนเพื่อใหศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบมีอำนาจพิจารณาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบกับผูถูกกลาวหาหรือจำเลยซึ่งเปนบุคคลที่อยูในเขตอำนาจของศาลทหาร ในชวงที่เปลี่ยนผานดวยนั้นอาจทำใหรางกฎหมายฉบับนี้ยังไมบรรลุวัตถุประสงคเทาที่ควร เนื่องจากกฎหมายที่ใชบังคับหรือที่เรียกวา De Lege Lata ไมไดอยูในทิศทางที่จะเปลี่ยนแปลง เขตอำนาจศาล ตรงกันขามหากมีการบัญญัติใหชัดเจนอยางนอยเหมือนในพระราชบัญญัติ ปองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำใหบุคคลสูญหายหรือที่เรียกกันวา พ.ร.บ. อุมหาย มาตรา ๓๔ ที่ใหศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบมีเขตอำนาจเหนือคดีความผิด ทั้งหลายในพระราชบัญญัติดังกลาว ยอมจะทำใหกฎหมายที่ตองการจะเปลี่ยนแปลงหรือ ที่เรียกวา De Lege ferenda มีความชัดเจนและสรางเจตจำนงรวมกันวาจะใหกฎหมาย เปนไปในทิศทางใด นาเสียดายที่รางกฎหมายฉบับนี้มีการประชุมพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ แค ๒ ครั้ง แตกระผมไมไดอยูดวยเนื่องจากติดราชการตางประเทศจึงไมอาจเสนอราง เขียนกฎหมายใหชัดเจนได โดยเฉพาะในมาตรา ๙๖ ที่ยกเลิกไปที่ไมไดเขียนไวใหชัดเจน จึงเหลือเพียงถอยคำของกรรมาธิการเสียงขางนอยที่เสนอไวแลว ซึ่งกระผมจึงไดสงวน ความเห็นไวตามที่มาอภิปรายในวันนี้🔗
ประการที่ ๓ ที่กรรมาธิการเสียงขางมากอางเหตุผลของกระบวนการโตแยง เรื่องเขตอำนาจศาลตามพระราชบัญญัติวาดวยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหนาที่ระหวางศาล โดยยกตัวอยางคดีที่เกิดขึ้นในศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค ๕ ซึ่งจำเลย ถูกฟองในขอหาความผิดตามพระราชบัญญัติปองกันและปราบปรามการทรมานหรือที่เรียกวา พ.ร.บ. อุมหายนั้น จำเลยโตแยงวาตนรับราชการทหารคดีจึงอยูในเขตอำนาจของศาลทหารนั้น กระผมขอเรียนตอที่ประชุมวาเปนกระบวนการปกติตามกฎหมายวาดวยการชี้ขาดอำนาจหนาที่ ระหวางศาล กลาวคือเปนสิทธิของจำเลยที่จะโตแยงไดในเรื่องเขตอำนาจศาลวาคดีของตน อยูในเขตอำนาจของศาลทหาร ซึ่งตามกระบวนการของกฎหมายดังกลาวศาลที่พิจารณาคดี จะตองสงเรื่องไปยังศาลที่จำเลยกลาวอางเพื่อทำความเห็นกอน ถาปรากฏวาความเห็นของศาล ทั้งสองสอดคลองหรือเปนไปในแนวทางเดียวกันก็จะทำใหประเด็นโตแยงนั้นจบไป แตถาหากวา ความเห็นของทั้ง ๒ ศาล คือศาลพลเรือนและศาลทหารไมสอดคลองกันหรือเปนไปในทิศทาง เดียวกันตองสงเรื่องไปยังคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหนาที่ระหวางศาล ซึ่งประกอบ ไปดวยประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด และหัวหนาสำนักงานตุลาการศาลทหาร เมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดประการใดแลวก็จะเปนที่สุดซึ่งจะหามมิใหศาลที่อยูในลำดับ สูงขึ้นไปของทั้ง ๒ ศาลยกเรื่องเขตอำนาจศาลขึ้นพิจารณาอีก กรณีนี้เปนไปตามมาตรา ๑๐ แหงพระราชบัญญัติวาดวยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหนาที่ระหวางศาล นอกจากนี้จำเลยก็จะ โตแยงเรื่องเดิมเรื่องเขตอำนาจศาลที่คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหนาที่ระหวางศาล ไดวินิจฉัยไปแลวไมได กลาวคือจะประวิงคดีไมไดอีก🔗
ประการสุดทาย กระผมขอสรุปวาการไมมีความชัดเจนหรือการรางโดยการเขียน ถอยคำตามรางมาตรา ๔ ของกรรมาธิการเสียงขางมากดังกลาว นอกจากจะทำใหเกิดความสับสน ตอผูบังคับใชกฎหมายในประเด็นเรื่องเขตอำนาจศาลแลวยังจะทำใหจำเลยสามารถนำประเด็น เรื่องเขตอำนาจศาลมาโตแยงเพื่อเปนชองทางประวิงคดีไดโดยงายขึ้น ตรงกันขามหากมีการ บัญญัติไวใหชัดเจนอยางเชนพระราชบัญญัติอุมหาย และบัญญัติไปในแนวทางเดียวกันกับ กรรมาธิการเสียงขางนอยแลวยอมจะทำใหกฎหมายที่ตองการจะเปลี่ยนแปลงหรือที่เรียกวา De Lege Ferenda มีความชัดเจนในการบังคับใชและไมอาจโตแยงไดโดยงายตลอดจน ทำใหกฎหมายของประเทศเรามีความกาวหนาดวยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปมีสมาชิก ที่จะขออภิปรายอีก ๕ ทาน ผมขออนุญาตปดการเสนอชื่อตอนนี้นะครับ เพราะวาหลังจาก สมาชิกไดอภิปราย ๕ ทานแลวก็จะใหกรรมาธิการชี้แจงตอไปนะครับ ทานแรกขอเชิญ คุณอรรถกร ศิริลัทธยากร ครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา สังกัดพรรคกลาธรรม ทานประธานครับ ผมตองขออนุญาตนำเรียนกับทานประธานและ ทานสมาชิกวาปกติแลวนี่ผมไมคอยถนัดในเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวกับ ป.ป.ท. หรือการตรวจสอบ สักเทาไรนักนะครับ แตวาอยางไรก็ดีผมทราบวากฎหมายฉบับนี้เปนกฎหมายที่พวกเรา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาใหความสนใจแลวก็ยังมีพี่นองประชาชนก็ใหความสนใจดวย ผมตอง เรียนวาจากการที่ไดอานเอกสารกฎหมายที่ทางกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ไดเสนอเขามา ผมเขาใจวาคงจะเปนความตั้งใจที่อยากจะทำใหเรื่องราวตาง ๆ ที่เกี่ยวกับบทบัญญัติตาง ๆ ในแตละขอในแตละมาตรามันสามารถทำงานไดใหมันสามารถ Function ไดมากยิ่งขึ้น แตอยางไรก็ดีครับผมเรียนทานประธานวาผมมีความหวงใยในบางประเด็นในการที่จะใหพวกเรา ในฐานะสมาชิกรัฐสภานี่พิจารณาการแกไขของกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ นั่นก็คือวาการพยายาม ที่จะเสนอแกไขรางพระราชบัญญัติฉบับนี้ รางพระราชบัญญัติประกอบการปองกันและ ปราบปรามทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยเฉพาะในมาตรา ๔ ซึ่งผมเขาใจวาทางกรรมาธิการวิสามัญ พยายามหาทางออกเพื่อที่จะใหกฎหายฉบับนี้สามารถทำงานตอไปได จึงมีการประหนึ่ง ในการเพิ่มบทเฉพาะกาลขึ้นมาเพื่อที่จะใหอำนาจในขณะปจจุบันนี่อยูกับศาลทหารนะครับ แตหลังจากที่กฎหมายฉบับนี้ถูกตีถูกตราออกมาใชเปนกฎหมายเปนที่เรียบรอยแลวอำนาจ ในสวนของตรงนี้ก็จะถูกถายโอนไปใหยังหนวยงานอื่นตอไป อยางไรก็ดีครับเนื้อหาตาง ๆ ที่ทางกรรมาธิการวิสามัญไดเสนอมาผมไมแนใจครับวาทานจะมองอยางไร แตสำหรับผม ผมอานคราว ๆ ทานประธานครับผมคิดวาเนื้อหาสาระมันนาจะยังไมเปนไปในทิศทางเดียวกัน กับกฎหมายฉบับอื่น ๆ หรือแมแตกระทั่งเนื้อหาของธรรมนูญศาลทหารก็ดี ที่สำคัญกวานั้น ทานประธานครับ ผมก็มีความกังวลวาการแกไขกฎหมายในครั้งนี้มันก็มีความสุมเสี่ยงอยูที่ การตัดสินใจหรือวาการพิจารณาการลงมติของเราในฐานะสมาชิกรัฐสภานี่จะขัดตอกฎหมาย รัฐธรรมนูญหรือไมนะครับ โดยเฉพาะในรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๙๙ ซึ่งมีเนื้อหาอยางไรผมเชื่อวาขณะนี้โตะของพวกเราทุกคนสมาชิกรัฐสภาก็มีรัฐธรรมนูญอยูในเกะ ของทุกทานอยูแลว ซึ่งผมอานอยางไรมันก็มีความปะหลักปะเหลื่อ ก็เลยไมแนใจวาสำหรับ ผมนั้นกรรมาธิการเสียงสวนใหญเสนออะไรมา ผมก็ยังไมเห็นดวยรอยเปอรเซ็นต หรือแมแต กระทั่งกรรมาธิการเสียงขางนอยหลายทานที่ไดขึ้นมาอภิปรายเมื่อสักครูนี้เสนอมาผมก็ยัง ไมสบายใจอยูดี ตอนนี้ก็เลยเปนปญหาของผมในฐานะที่เปนสมาชิกรัฐสภา ทานประธานครับ ผมไมรูวาจะลงมติเลือกแบบไหนดี อะไรที่มันควร อะไรที่มันถูกหรือมันผิดตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเองสำหรับสวนตัวผม ๆ ก็ตองเอาตัวผานทานประธานไปยังเพื่อนสมาชิกครับวาผมก็คง ไมสามารถลงมติเห็นชอบ หรือไมเห็นชอบในมาตรา ๔ นี้ได เพราะสวนตัวยังไมมีความเชื่อมั่น วามันจะขัดตอรัฐธรรมนูญหรือไม ก็คงจะตองขออนุญาตงดออกเสียงในสวนของการพิจารณา กฎหมายในมาตรานี้ สวนในวาระสามอยางไรผมก็ตองขออนุญาตฟงทานกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่ง แลวก็ตัดสินใจอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม🔗
ขอบคุณครับ ทานประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอางทองในฐานะสมาชิกรัฐสภา ทานประธานครับ ผมเองก็ไมไดมีความรูมากนัก เพราะฉะนั้นตองขออนุญาตยืมคำทานอรรถกรมากอนนะครับก็คงตองอานรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๙ เชนเดียวกัน แตอยางไรก็ตามผมมีความเห็นที่แตกตางไปนะครับผมคิดวา มาตรา ๑๙๙ นั้น มีทั้งประเด็นที่บอกวาศาลทหารมีอำนาจอยางไร และทั้งนี้เปนไปตามที่ กฎหมายบัญญัติ ซึ่งอันนั้นก็คงเปนอีกหนึ่งประเด็นที่วันนี้คงไมจำเปนตองมาพูดกัน แตสิ่งที่ ผมจำเปนตองพูด แลวก็ตองพูดทั้งในแงของการตั้งคำถามตอกรรมาธิการเสียงขางมาก แลวก็ ตองพูดทั้งในแงของความจำเปนตองขอสนับสนุนหรือยืนยันตอกรรมาธิการเสียงขางนอย ที่มีการสงวนคำแปรญัตติไว ทานประธานครับ ในรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ผมใชคำนี้กอน รางพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉะนั้น นี่ไมใชการพิจารณากฎหมายปกติ มันก็เหมือนกับกรณีที่ทานประธานวินิจฉัยดวยครับวาญัตติ ไมไววางใจกับญัตติทั่วไปนั้นนี่ไมเหมือนกัน ในเมื่อเปนการไมไดพิจารณาเรื่องของกฎหมาย ปกติแตเปนระดับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนะครับ ผมก็จำเปนตองชี้ไวกอนวา การจะแกไขหลักการเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในกฎหมายอื่นในระดับพระราชบัญญัติ หรือแมกระทั่ง ในระดับพระราชบัญญัติสวนใหญที่เราผานมานั้นก็เปนการแกไขหลักการเพียงเล็กนอยครับ แตมิใชการแกไขหลักการใหญ นี่เปนประเด็นที่อยากใหเพื่อนสมาชิกไดพิจารณา ถามวา หลักการกฎหมายฉบับนี้มาอยางไรครับ หลักการกฎหมายฉบับนี้ที่เพื่อนสมาชิกลงคะแนน ดวยเสียงทวมทน ไมใชวาเสียงขางมากที่ไมไดแตกตางกันอยางมีนัยสำคัญ แตเปนเสียงทวมทน ที่เห็นดวยกับหลักการ หลักการมีเพียง ๒ ขอเองครับ ขอที่ ๑ ก็คือการยกเลิกการดำเนินคดี ทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งผูถูกกลาวหาเปนบุคคลที่อยูในอำนาจศาลทหาร คือยกเลิกความ ในมาตรา ๙๖ วันนี้ทานไมไดแกมาตรานั้น ไมเปนไร เพราะเทากับวาเปนการรับหลักการ และยกเลิกมาตราที่สภารับหลักการมา แตหลักการประการที่ ๒ ทานบอกวากำหนดใหบรรดา คดีทุจริต ซึ่งที่อยูระหวางการดำเนินคดีของอัยการทหารกอนวันที่กฎหมายฉบับนี้จะมีผล บังคับใชใหเปนอำนาจที่โอนไปใหอัยการสูงสุดเปนผูไปดำเนินการ ตอนทายนะครับ ในศาลอาญา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พูดกันงาย ๆ ก็คือวาเมื่อกฎหมายฉบับนี้เกิดผานสภาวันนี้มีผล ทันทีปุบกรณีการดำเนินคดีของอัยการศาลทหารที่มีอยูกอนตองถูกสงไปใหอัยการสูงสุด เปนผูดำเนินการและไปอยูในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเทานั้น ก็ตองถามทานวา บทบัญญัติของมาตรา ๔ นั้นที่ทานมีการแกไขนั้นเปนไปตามหลักการขอนี้หรือไม แลวก็ตอง ถามวากรณีที่ทานบอกวาใชวิธีการแกโดยการเขียนขอสังเกตเหมือนที่เราอาจจะผานกฎหมาย ในระดับพระราชบัญญัติมาบางฉบับนั้นใชไดกับกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญหรือไม แนนอนครับผมวาเราอาจจะไมใชองคกรที่วินิจฉัยสุดทาย เพราะวา ในทายที่สุด พ.ร.ป. ประกอบรัฐธรรมนูญก็อาจจำเปนจะตองมีการสงไปใหองคกรอิสระ ที่เกี่ยวของเปนผูพิจารณา แตอยากชวนเพื่อนสมาชิกวานี่เปนประเด็นสำคัญประการที่ ๑🔗
ประการที่ ๒ ทานประธานครับ ประการที่ ๒ ก็คือวาแลวถาอยางนั้น บทบัญญัติ มาตรา ๔ ที่เขียนมานี้เปลี่ยนหลักการพื้นฐานอยางไร กฎหมายฉบับนี้นะครับกำหนดไวใน มาตรา ๒ บอกใหมีผลบังคับใชทันทีนับแตวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา แตทานไปชะลอ กระบวนการ ไปชะลอกระบวนการที่บอกวาในวรรคสองที่ทานเพิ่มเขามาผมไมไดลงรายละเอียด ไปบอกใหศาลทหารยังมีอำนาจในการพิจารณาอยู เพียงแตเปลี่ยนผูมีอำนาจในการดำเนินการ นี่ก็ขัดกับหลักพื้นฐานที่ตัวแทนศาลยุติธรรมที่นั่งเปนกรรมาธิการทานบอกแลวครับ บุคคล ยอมเสมอกันในทางกฎหมายนี่ก็ขัดกันแลว การกระทำแบบหนึ่งขึ้นศาลทหาร การกระทำ แบบหนึ่งขึ้นศาลในรูปแบบที่เรียกวา ศาลอาญาทั่วไป ถาเปนกรณีมีภัยสงคราม มีกฎอัยการศึก มีสถานการณฉุกเฉินไมวากันเลยครับ แตนี่เปนสถานการณปกติ เพื่อนสมาชิกผมยกตัวอยาง แมกระทั่งใหเห็นวานายทหารขี้โกงแมกระทั่งเงินเบี้ยรายวัน หรือแมกระทั่งคาอาหารประจำวัน ของทหารเกณฑนี่นะครับ แทนที่จะถูกดำเนินคดีในศาลปกติถาเขียนแบบนี้ กลับกลายเปนถูก ดำเนินคดีในศาลทหารตอไป และเราก็ไมรูวาผลการดำเนินการนั้นจะออกมาเปนอยางไร ในขณะเดียวกันทานประธานครับ ในขณะเดียวกันก็คือวาในเงื่อนไขรายละเอียดแบบนี้ที่เปน การถูกตั้งคำถามวาและจำเปนตองไปออกการแกไขกฎหมาย ๒ ฉบับ ก็คือกฎหมายวาดวย ธรรมนูญศาลทหารและกฎหมายวิธีพิจารณาคดีของ ป.ป.ช. คำถามก็คือวาเมื่อไรครับ ผมพยายาม ไปอานขอสังเกตทานนะครับ ทานใชคำวา มีการเขียนไวในบทเฉพาะกาลแลวจะมีการแกไข ธรรมนูญศาลทหาร มีการแกไข พ.ร.บ. คดีอาญาทุจริต ที่เปนเรื่องวิธีพิจารณาในอนาคต แตคำวาในอนาคตตาง ๆ มันไมไดมีเงื่อนเวลาเปนตัวประกอบ ฉะนั้นผมอยากฟงเสียงทานวา ในชั้นกรรมาธิการใครเปนคนยืนยันวาบทเฉพาะกาลที่ใหใชไปพลางกอนนี้จะใชไปพลางกอน แคไหนถึงเมื่อไร กระบวนการจะเกิดขึ้นอยางไร และจะเปนอยางที่ตัวแทนกรรมาธิการ จากศาลยุติธรรมกังวลไหมครับวาในกรณีแบบนั้นตางหากที่อาจจะนำไปสูการประวิงคดี เสียมากกวาจะทำใหกรณีที่เกิดการทุจริตในศาลทหารนั้นถูกแกไขดวยซ้ำ นี่ยิ่งเปนอันตราย ตอความเชื่อมั่นในสถาบันทหารที่เปนสถาบันที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีใด ๆ ตาง ๆ ก็แลวแต ยิ่งขึ้นไปอีกครับทานประธาน🔗
ประการสุดทาย เปนประการที่ ๔ ครับ ประการสุดทายก็คือวา ดวยเหตุที่ผม ไมอาจรับในสิ่งที่กรรมาธิการเสียงขางมากทานตั้งมาได ความจริงถาทานสงรายงานกรรมาธิการ ใหพวกเราดูนะครับ เราจะชัดเจนยิ่งขึ้นวาเกิดอะไรขึ้น แตผมจำเปนตองยืนยันครับวาสิ่งที่ กรรมาธิการเสียงขางนอยหลายทานสงวนไว เอาหลักที่อยูในหลักการมาเขียนไว เอาหลัก ที่อยูในหลักการวาใหศาลที่มีอำนาจในการพิจารณาคือศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ และในขณะเดียวกันนั้นเอาประเด็นเรื่องของอัยการสูงสุดเปนผูดำเนินการมาใสไว ซึ่งผมคิดวา นี่ตรงกับหลักการ นี่ตรงกับหลักสากล นี่ตรงกับหลักที่เรารับหลักการมาเพื่อนำไปสูการแกไข กฎหมายฉบับนี้มากกวา พวกผมยืนยันจำเปนที่จะตองลงมติตามกรรมาธิการเสียงขางนอย ไมไดจำเปนหรอกครับ แตเปนไปเพื่อประโยชนสูงสุดของประชาชนที่ควรถูกบังคับใชกฎหมาย ในลักษณะเดียวกันครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญคุณอดิศร เพียงเกษ ครับ🔗
ทานประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กรรมาธิการไดแกไขในมาตรา ๔ กระผมเองแมไมไดสงวนก็มีสิทธิ ที่จะอภิปราย เพราะกฎหมายฉบับนี้มีผลกระทบกับกฎหมายอื่น ๆ เกี่ยวกับทหารอยูมาก พอสมควร แนนอนที่สุดครับ สมัยปจจุบัน รัฐธรรมนูญปจจุบันแทนในอดีตและรัฐธรรมนูญ ในอนาคต ตองการใหทุกองคกรที่ใชเงินภาษีอากรเปนองคกรที่สุจริต สามารถตรวจสอบได นี่คือหัวใจของพวกเราที่มาทำหนาที่เปนสมาชิกรัฐสภา องคกรของทหารเปนองคกรที่ถูกทาทายมาก เดี๋ยวนี้เราไมมีตัวแทนของทหารมาพูดตางหนาเขา มีคนกลาวหาวาทหารทุจริตอยางโนน ทหารทุจริตอยางนี้ ผมไมใชจะมาแกตัวใหทหารนะครับ เพราะวาผมมีสวนสัมพันธเกี่ยวของ กับทหารครับ เพราะผมเปนลูกเขยทหารเทานั้น สวนอยางอื่นก็แบบที่ทานทั้งหลายไดเห็น กระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้นที่เรียกวาอัยการทหารก็ดีหรือศาลทหารก็ดี มันมีประวัติศาสตร ในการที่กอรางสรางตัวเปนพระราชบัญญัติ พระธรรมนูญศาลยุติธรรมตั้งแต พ.ศ. ๒๔๙๘ จนถึงปจจุบัน ความยุติธรรมของทหารเขาก็ทรงไวซึ่งความยุติธรรมประสิทธิประสาทระหวาง ทหารที่กอคดี หรือพลเรือนมีสวนเกี่ยวของกับอำนาจของศาลทหาร แตที่กรรมาธิการหรือ กฎหมายฉบับนี้ ราง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ตองการใหทหารที่ทำการทุจริตคอรรัปชันที่ถูกกลาวหา ใหไดรับการพิจารณาแบบพลเรือน อัยการทหารซึ่งถูกกลาวหาวาเอนเอียงไมรอยเปอรเซ็นต ในความยุติธรรมก็ใหอัยการธรรมดาทำหนาที่เสีย ถาจะแกไขโดยทันทีทันใดในมาตรา ๔ ใหอัยการที่เปนอัยการทหารโอนไปใหอัยการพลเรือนทำไปพลางกอน ทานใชคำวา ไปพลางกอน แลวบรรพบุรุษประวัติศาสตร คดีความตาง ๆ ที่เกิดขึ้นของศาลทหาร ของอัยการทหาร ศักดิ์ศรีเขามีนะครับ ผมจึงอยากถามทางกรรมาธิการ ทางทานประธานครับวาทานจะเปลี่ยนแปลงในทันทีทันใด โดยไมไดพิจารณากฎหมายซึ่งเปนกฎหมายหัวใจหลักของการพิจารณาคดีของทหาร ที่เรียกวา พระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหาร เขาวาอยางไร จะเปนการหักดามพราดวยหัวเขาหรือเปลา เปนการฉกฉวยหรือลักไก ที่ภาษาชาวบานเขาถามวาเอามาไวในอำนาจพลเรือนหรือไม แนนอนครับศาลทหารมีปญหาก็ตองแกไขที่ปญหาตรงนั้นครับวาเขาไมไดรับความเชื่อถือ ในความยุติธรรมอยางไร ก็ไปแก พ.ร.บ. พระธรรมนูญศาลทหารใหเปนหลักเสียกอน สวนการปราบปรามการทุจริตคอรรัปชัน ถาหลักวาอยางไรแลว เจาขององคกรเขาเห็นดวย รอยเปอรเซ็นตอยางไรแลวคอยมาแกไขปญหากฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ รอเวลาจังหวะนั้น จะดีไหมครับ เพราะประเทศไทยเราไมมีความมั่นใจเลยในอดีตที่ผานมา ผมมีประสบการณ ไปแตะนิดเดียวไมไดหรอกครับ แตะนิดเดียวทหารโกรธงายแตไมหายเร็ว โกรธงายเผลอเมื่อไร ก็ยึดทันทีละครับ นี่พูดกันตรงไปตรงมา ผมไมกลัวนะครับ ผม ๗๓ ปแลว ผม ๗๓ ป ผมตาม อายุประธานไมทันครับ เรื่องอายุนะครับ อยางอื่นพอตามทัน เพราะฉะนั้นในการที่จะแกไข กฎหมายนี้ตามมาตรา ๔ ที่ทานกรรมาธิการเห็นควรอยางนั้น ผมเกรงวาจะไปขัดกับกฎหมาย พระธรรมนูญศาลทหาร ทหารเขายอมไหมครับ ไมใชวาใหไปกลัวทหารนะครับ แตวาถาแกไข กฎหมายโดยการจับเขาคุยกันทุกองคกร ผมพรอมที่จะแกไข ผมพรอมที่จะใหตรวจสอบ ผมพรอมที่จะเปลี่ยนแปลงองคคณะผูพิพากษาใหศาลพลเรือนมาเปนองคคณะในศาลทหาร อะไรทำนองนั้น ซึ่งจะอำนวยความยุติธรรมใหแกทุกคน ไมวาทหารหรือพลเรือนจะไมดีกวา หรือครับ นี่ผมกำลังพูดวาปญหาที่จะเกิดขึ้นในการลงมติในวาระที่สามดวย ผมไมอยากให สังคมนี้เกิดความแตกแยกซ้ำแลวซ้ำเลาจากเหตุการณเล็ก ๆ นอย ๆ ผมไมมั่นใจเพราะเรา อภิปรายอยูที่ถนนทหาร สภาแหงนี้ตั้งอยูถนนทหาร ผมไมไดพูดใหกลัว แตวาจะหนีซายมือ ก็เจอทหารเรือ ออกขวามือก็เจอรถถัง เพราะฉะนั้นปรึกษาหารือตามวิสัยของวัฒนธรรม ประเพณีของคนไทยไหมทำแบบไทย ๆ ไปถาม พ.ร.บ. จากศาลทหารกอน จาก ผบ. ทบ. กอน ผบ.ทอ. ผบ. ทหารอยู ทหารอากาศเพิ่งซอมเครื่องบิน ๘๘ ป โอโฮสวยงามมโหฬาร สวนดีเขาก็มีอยู แตวาซอมไปซอมมาเครื่องบินพาณิชยลงไมได ๔ ชั่วโมงก็เปนปญหา เพราะฉะนั้นทหารหรือวาพลเรือนจะทำอะไรเกี่ยวกับกระทบความรูสึกความยุติธรรมของ องคกรซึ่งสรางมาเปนรอย ๆ ป มันจะมีความรูสึกที่ไมดี ผมพูดอยางนี้มีบางคนวา อดิศร เพียงเกษ ลาหลังไปแลวหรือ ผมกับทหารเปนคูอาฆาตกันอยูไมสามารถที่จะลงรอยกันไดตลอดชีวิต รอยเปอรเซ็นตหรอกครับ เพราะวาทหารเองบางสวนที่ขึ้นสูอำนาจและฉกฉวยอำนาจ ดวยการรัฐประหาร ผมไมชอบ การขึ้นสูศาลพลเรือนผมชอบเพราะวาทุกฝายที่เกิดขึ้นมา เสมอภาคกันนี้ผมเห็นดวยนะครับ แตวาในการแกไขเรื่องใหญ ๆ อยางนี้ ผมอยากฟงตัวแทน ของศาลทหาร ธรรมนูญศาลทหารเดี๋ยวนี้มีไหมในคณะกรรมาธิการเสียงขางมากหรืออยูขางบน ไดพูดหัวใจ หัวใจหนุมาน หัวใจอะไรของทาน เกี่ยวกับพระธรรมนูญศาลทหารพรอมที่จะให อัยการธรรมดาทำหนาที่แทนอัยการทหารไดหรือเปลา ผมอยากทราบจากกรรมาธิการ เสียงขางมากที่แกไขเรื่องนี้ครับ จึงอยากใหสภาแหงนี้พอไปไดใหครบ ๔ ปนะครับ ไมอยากไป ตะแลนแตนแตนอีกนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ตอไปขอเชิญคุณจุลพงศ อยูเกษ ครับ🔗
ขอบคุณครับทานประธาน ผม จุลพงศ อยูเกษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนนะครับ ผมเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมาเกือบ ๒ ปครับ สมัยแรก ผมขอเรียนเพื่อนสมาชิกรัฐสภา โดยเฉพาะสมาชิกวุฒิสภาผานทานประธานไป สิ่งหนึ่งที่เวลารางกฎหมายหรือพิจารณา กฎหมาย ก็คือหลักการของกฎหมายฉบับนั้น แนนอนครับหลักการของกฎหมายนั้นพอแกไขได แตตองไมแกในหลักการใหญ ๆ ของรางกฎหมายฉบับนั้น มันเปนนิติวิธีอยางหนึ่งครับ แตคณะกรรมาธิการเสียงสวนมากขณะนี้กำลังแกหลักการใหญ ๆ ของกฎหมายฉบับนี้ เดี๋ยวผมจะอภิปรายใหทานประธานและเพื่อนสมาชิกรัฐสภาฟงตอไป กรรมาธิการเสียงสวนใหญ ถาทานดูในจอจะตัดในวรรคแรกนะครับ ตัดวา ศาลอาญาทุจริต ออกไป เราดูแคนั้นไมพอครับ หลักการ เราตองดูเหตุผลของการออกกฎหมายฉบับนั้นดวย ผมไมทราบวาในสไลดจะเลื่อน ไปที่เหตุผลของการออกพิจารณารางพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไมครับ ในสไลดไมทราบ ขึ้นไดหรือเปลาครับ🔗
ขอบคุณนะครับ แคนั้นนะครับ เพื่อนสมาชิกลองดูไมตองเยอะครับ มันยาว ลองดู ๓ บรรทัดสุดทายครับ ๓ บรรทัดสุดทายเขียนไววา ดังนั้นเพื่อใหเปนมาตรฐานเดียวกันจึงควรยกเลิกการดำเนินคดี ทุจริตและประพฤติมิชอบกับผูถูกกลาวหาที่เปนบุคคลที่อยูในอำนาจศาลทหาร ในศาลทหาร จึงจำเปนตองตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หลักการ เหตุผลสอดคลองกัน อยู ๆ ทานจะไปตัดหลักการใหญแลวมาขัดกับเหตุผลทำไมไดครับ ในมาตรา ๔ เดิมนะครับ ในความเห็นผมนี่มันสอดคลองกับหลักการและเหตุผลอยูแลว เดิมก็ดีอยูแลว แตกรรมาธิการ เสียงสวนใหญไปตัดหลักการอยางที่ผมแจงใหทราบในวรรคหนึ่ง แลวก็ไปเติมวรรคสอง ใหอัยการสูงสุดเปนอัยการทหารตามธรรมนูญศาลทหาร แตหากเราไปดูพระราชบัญญัติธรรมนูญ ศาลทหารในมาตรา ๔๗ วรรคแรก ไดบัญญัติวานายทหารพระธรรมนูญหรืออัยการทหาร มีอำนาจในการสอบสวนคดีอาญาทั้งปวงที่อยูในเขตอำนาจศาล แตถามีเหตุอันควร ผมเนนนะครับ แตถามีเหตุอันควร ผูบังคับบัญชาจะสั่งใหนายทหารสัญญาบัตรมาทำการสอบสวนก็ได อยางนี้แปลวาอะไรครับ อยางนี้กลับไปใชธรรมนูญศาลทหารเพื่อที่จะใหผูบังคับบัญชามาตั้ง ทหารสัญญาบัตรมาสอบสวนรวมกับอัยการสูงสุดอยางนั้นหรือครับ ตกลงเราจะเอาอยางไรครับ จะยึดหลักการตรงไหนครับ มีเหตุอันควรใครพิจารณาครับ ก็ผูบังคับบัญชาพิจารณาวามีเหตุ อันควรแลวก็จะตั้งคนเขามาเพื่อสอบสวนรวมกับอัยการสูงสุด ถาจะอานวรรคสอง บรรทัดที่ ๓ บรรทัดที่ ๔ ทานจะเห็นนะครับ จริง ๆ แลวนี่ไมใชบทเฉพาะกาลอยางที่เพื่อนสมาชิกอภิปราย ผมเห็นวาบทนี้มันเปนไปตลอดกาลครับ เพราะอะไรครับ ตราบใดที่ยังไมแกกฎหมายธรรมนูญ สูงสุด มาตรา ๔ วรรคสอง ถาเราแกแบบนี้มันก็คงอยูตลอดไป ผมยืนยันนะครับวาไมใช บทเฉพาะกาลแน ๆ เพราะตราบใดที่ยังไมแกกฎหมาย บรรทัดที่ ๓ บรรทัดที่ ๔ ขึ้นตนตั้งแต ในระหวางที่ศาลทหารยังมีเขตอำนาจ เพราะฉะนั้นมันขัดกับหลักการเดิมที่รัฐสภาแหงนี้ ไดรับรางฉบับนี้ไวพิจารณา ผมขอเรียนทานประธานผานเพื่อนสมาชิกนะครับ ถารัฐสภาแหงนี้ ยอมใหมีการแกไขหลักการในเรื่องใหญ ๆ ทั้งที่ขัดกับเหตุผลที่เสนอไวในการขอแกไขฉบับนี้ ตกลงพระราชบัญญัติฉบับนี้จะไมมีหลักการอะไรเลย เราไมมีหลักการอะไรยึดทั้งนั้น จะให เหตุผลอยางไรไมสนใจ ขอเพียงแตวาแกไขหลักการเพื่อใหสอดคลองกับจุดมุงหมายที่กรรมาธิการ ตองการไปแก อันนี้เปนนิติวิธีที่ไมถูกตองนะครับ ผมจึงขอใหเพื่อนสมาชิกลองทบทวนดู อีกครั้งหนึ่งครับ และอยากจะฟงจากกรรมาธิการเสียงสวนมากผมเขาใจผิดหรือเปลาครับ หลักการที่ทานแกเปนหลักการเล็กนอยไมสำคัญ แลวทำไมมันถึงขัดกับเหตุผล เราทำอะไร มันตองมีเหตุผล ใหเหตุผลถึงไดมีการแก พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมอยากจะฟงจากกรรมาธิการ เสียงสวนใหญไดชี้แจงวาผมเขาใจผิดไปหรือเปลา ขอบคุณครับ ทานประธานครับ🔗
ยังมีสมาชิก ๒ ทานสุดทาย ทานแรกขอเชิญคุณสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพครับ กระผม สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดหนองบัวลำภู ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ทานประธานที่เคารพครับ ในชั้นนี้ตองขออนุญาตวาเห็นดวยกับ ทางกรรมาธิการนะครับ แลวก็เห็นดวยกับกรรมาธิการเสียงขางนอยเชนกันครับ แตบังเอิญวา เห็นดวยในคนละเวลากัน ในเวลานี้ตองขออนุญาตเห็นดวยกับกรรมาธิการเสียงขางมาก แตอนาคตขางหนานั้นผมจะไปเห็นดวยกับกรรมาธิการเสียงขางนอย แตวันนี้เองผมเห็นวา เปนการแกไขปญหาวาคอยเปนคอยไป เนื่องจากกฎหมายสำคัญอยางนี้ครับเราจะไปทีเดียว มาก ๆ ไปเลยก็ไมได จึงเห็นดวยกับหลักการของกรรมาธิการเสียงขางมากที่เราเองจะตอง แกไขวาใหเปนไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญศาลทหารไปพลางกอน อนาคตขางหนาเราแกไข ไดอีกครับทานประธานครับ ไมตองหวงครับ แตวันนี้เองเราอยากจะเห็นวาเมื่อเราใหอัยการ สูงสุดไปทำหนาที่แทนอัยการทหารซึ่งก็เปนหลักการที่ชอบดวยกฎหมายแลวก็แนวทาง ขั้นตอนที่ถูกตอง เนื่องจากกฎหมายมีความสำคัญอยางยิ่งวาถาเราจะไปเอามาก ๆ ทีเดียวนั้น บางครั้งเรามีความรูสึกวาไปหักกันเกินไปหรือเปลา ไปงานเกินไปไหม แตในอนาคตขางหนานั้น อยางไรก็แลวแตผมก็คงจะเห็นดวยกับกรรมาธิการเสียงขางนอยนะครับ ทานประธานที่เคารพครับ ผมในฐานะซึ่งเปนสมาชิกรัฐสภา อยูสภานี้มานานตั้งแตป ๒๕๓๘ ถึงเวลานี้เกือบ ๓๐ ป ผมเชื่อไดวากฎหมายฉบับนี้นะครับไมไดขัดหลักการอยางที่เพื่อนสมาชิกหลายคนตั้งใจหรอกครับ เพราะผมเชื่อแนวาการแกไขในมาตรา ๙๖ ซึ่งจริง ๆ แลวคือการแกไขในมาตรานี้เทานั้นเอง ในหลักการนะครับ แตจะแกไขมากแกไขนอยตางหากเทานั้นเองครับ นั่นคือสิ่งที่ผมเอง ขออนุญาตกราบเรียนวากฎหมายหลายฉบับในสภาแหงนี้ก็มีการแกไขเกินหลักการมาบาง แตเรา ก็ใชวิธีการตั้งขอสังเกตใหไปเห็นภาพวาสมาชิกทั้ง ๒ สภาเห็นรวมกันนะ ไมวาจะเปนรัฐสภา เห็นรวมกัน แตถึงแมจะมากกวานี้เองผมก็เชื่อแนวาการแกไขเกินหลักการนี้เคยมี ในกฎหมายในรัฐสภาอยูแลว ประธานรัฐสภา ทานอาจารยวันนอรทานนั่งอยูตรงนั้น ทานมี แนวทางออกเสมอครับทานประธาน ไมตองหวง ขอแตวาวันนี้พวกเราในสภาทั้ง ๒ สภานี้ เห็นรวมกันในรัฐสภานี้วากฎหมายนี้จะเอาอยางไรที่เกิดขึ้น ซึ่งผมเชื่อแนวาแนวทางในการเดิน ในรัฐสภามีทางเดินไปไดตลอดเวลา เราเปนผูทำหนาที่ในการแกไขกฎหมายตรงนี้ ซึ่งก็ตอง ขออนุญาตฝากกราบเรียนกับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ทานวาอยาเพิ่งไปหวงเรื่องการขัดหลักการ คิดถึงวาวันนี้เราจะแกกฎหมายฉบับนี้เอาขนาดไหน เอาเพียงไร ถาเราเห็นดวยในหลักการวา เราแกไขเอาเฉพาะซึ่งใหอัยการสูงสุดเปนอัยการตามกฎหมายวาดวยศาลรัฐธรรมนูญ ศาลทหารไปกอน ถึงแมวากฎหมายฉบับนี้จะเปนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนะครับ อาจจะเปนครั้งแรกที่เราเห็นวาเปนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่มีการแกไขเกินหลักการนิด ๆ แตกฎหมายที่เปนในชั้นพระราชบัญญัติ ผมเชื่อวาในสภาแหงนี้แกไขมาหลายฉบับแลว แลวก็ ใชวิธีการแบบที่ทานประธานกรรมาธิการกำลังเสนอมานี้ไปไวในขอสังเกต ที่ผานมากฎหมาย ที่แกไขคิดวาเกินหลักการ เชน กฎหมายหอการคา ทานไปดูนะครับ เดิมนั้นกฎหมาย หอการคามีบทบัญญัติแนบทายพระราชบัญญัติ เราไปตัดออกนะครับ ตอนนี้ก็ยังเปน กฎหมายไดเพราะหลายทานคิดวามันขัดกับกฎหมายหรือเปลา เชนเดียวกันกับวันนี้เอง ผมเชื่อวาการแกไขของกรรมาธิการเสียงขางมากไปสอดคลองกับกฎหมายซึ่งผานรัฐสภา ไปแลว ผานสภาผูแทนราษฎรและผานวุฒิสภาไปแลวก็คือกฎหมาย ป.ป.ท. ซึ่งในกฎหมาย ป.ป.ท. เองนะครับเราก็ไดแกไขวาใหอัยการสูงสุดทำหนาที่เปนอัยการศาลทหารไปแลว ซึ่งมันก็สอดคลองกับกฎหมายที่เราผานเขาไป ซึ่งกฎหมายฉบับนั้นผมจำไดวาวุฒิสมาชิก ชุดกอน กอนที่พวกผมจะเขามาไมไดเห็นดวยกับสภาผูแทนราษฎร แตใขณะที่ยื้อกันอยูนั่น เราก็ไดมีโอกาสรับรองวุฒิสมาชิกชุดใหมขึ้นมา วุฒิสมาชิกชุดใหมขึ้นมาก็ไดมาทำหนาที่นะครับ ตั้งกรรมาธิการรวมกัน ๒ ฝาย เห็นดวยกับกรรมาธิการของฝายสภาผูแทนราษฎรซึ่งทำให กฎหมาย ป.ป.ท. นั้นบังคับใชกฎหมาย ซึ่งผมเชื่อแนวาแนวคิดของวุฒิสมาชิกชุดกอนกับชุดปจจุบันก็ไมไดเห็นแตกตางกันเพราะเรา มีความมั่นใจวาเรามาเปนวุฒิสมาชิกในทางที่ถูกตองแลว นั่นคือมาจากการสรรหาจากกลุม สาขาอาชีพ ซึ่งแตกตางจากการที่มันผานมาวาเราเคยมีวุฒิสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้ง แตมันก็ทำหนาที่ไปไมได เนื่องจากเปนสภาซึ่งบอกวามาจากฐานเดียวกัน วันนี้วุฒิสมาชิก ทั้งหมดมาจากคนละฐานซึ่งเปนแนวทางที่ถูกตองวาผูแทนราษฎรมาจากการเลือกตั้ง วุฒิสมาชิกก็ควรจะมาจากวิธีการสรรหาทางอื่นแตมาทำงานรวมกัน ทำงานกันได หลายกฎหมาย เราทำหนาที่ในการกลั่นกรองใหกับทาน เราไมไดมีหนาที่ในการเปนตราประทับอยางเดียว เราไมไดมีหนาที่ในการวาไปถวงกฎหมายทานอยางเดียว บางฉบับจำเปนตองทำก็ตองทำ แตหลายฉบับครับเราทำหนาที่ในการกลั่นกรอง วันนี้กระผม นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ในฐานะสมาชิกวุฒิสภาจึงขออนุญาตกราบเรียนแลวชี้แจงแทนเพื่อนสมาชิกวาเราทำหนาที่ ในการกลั่นกรองกฎหมายอยางดีที่สุดครับ วันนี้เห็นดวยกับกรรมาธิการเสียงขางมากครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ทานสุดทาย เดี๋ยวกรรมาธิการจะชี้แจงตอไปครับ ทานจิตติพจน วิริยะโรจน เชิญครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานที่เคารพครับ กระผม นาย จิตติพจน วิริยะโรจน สมาชิกสภาผูแทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ทานประธานครับ ประเด็นที่พวกเรากำลังถกเถียงกันอยูในวันนี้ก็มีอยู ๒ ประเด็นครับ ประเด็นแรก ก็คือประเด็นเรื่องของเขตอำนาจศาล สวนประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของหลักการ วากฎหมายถารับหลักการในวาระแรกแลวจะสามารถแกไขในภายหลังไดหรือไม🔗
ผมขออนุญาตกลาวถึงประเด็นแรกกอนครับ ในเรื่องของเขตอำนาจศาล เปนหลักการโดยทั่วไปของระบบศาลยุติธรรมทั่วโลกนะครับวาใหคดีทุกคดีอยูในการพิจารณา ของศาลยุติธรรม หลังจากนั้นจึงไดมีการตั้งศาลพิเศษตาง ๆ แลวก็มีการโอนยายคดีที่เปนคดีเฉพาะ ไปอยูศาลนั้น ๆ เชน ศาลปกครองหรือศาลทหารนะครับ เพื่อใหเกิดความเขาใจเพิ่มขึ้นผมขอ อนุญาตอานมาตรา ๑๙๔ ของรัฐธรรมนูญเพื่อประกอบการพิจารณาของทานประธานครับ มาตรา ๑๙๔ ของรัฐธรรมนูญพูดไวอยางนี้ครับวา ศาลยุติธรรมมีอำนาจพิจารณาพิพากษา คดีทั้งปวง เวนแตคดีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติใหอยูในอำนาจศาลอื่นก็เปนที่ชัดเจน วาศาลยุติธรรมมีอำนาจพิจารณาคดีทั้งปวงรวมทั้งศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบก็เปนศาลหนึ่ง ที่อยูในศาลยุติธรรม ดังนั้นจึงสามารถที่จะพิจารณาคดีทุกคดีได ในเรื่องของเขตอำนาจศาล จึงเปนหลักการทั่วไป แตในขณะเดียวกันในรัฐธรรมนูญก็มีการพูดถึงศาลปกครอง แลวก็ ศาลทหารดวย โดยศาลทหารก็อยูในมาตรา ๑๙๙ และศาลปกครองก็อยูในมาตรา ๑๙๗ ซึ่งก็หมายความวาจริง ๆ แลวคดีทั้งปวงอยูในอำนาจของศาลยุติธรรม แตวาในบางกรณี เปนกรณีเฉพาะก็โอนยายไปที่ศาลทหารหรือศาลปกครอง แตทั้งนี้และทั้งนั้นจะกลาววา ศาลยุติธรรมไมมีอำนาจในเรื่องที่เกี่ยวกับคดีศาลเฉพาะเลยโดยตลอดก็ไมได เพราะวาถาเราดู รัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๙๖ จะเขียนใหเห็นชัดเจนครับ ถาทานประธานอานแลวก็คงจะ เขาใจวาเกิดอะไรขึ้น ในมาตรา ๑๙๒ เขียนอยางนี้ครับ ในกรณีที่มีปญหาเกี่ยวกับหนาที่และ อำนาจระหวางศาลยุติธรรม ศาลปกครองหรือศาลทหารใหพิจารณาวินิจฉัย โดยคณะกรรมการ ซึ่งประกอบดวยประธานศาลฎีกาเปนประธาน ประธานศาลปกครองสูงสุด จุด จุด จุด อีก ๔ คน เปนกรรมการ ดังนั้นจึงเห็นไดอยางชัดเจนครับวาอำนาจในการพิจารณาคดีตาง ๆ รวมทั้ง คดีอาญาในเรื่องของการทุจริตหรือประพฤติมิชอบอยูในอำนาจศาลยุติธรรมโดยแท แตวา อาจจะมีการแบงในเรื่องของบุคคลหรือคดีบางประการใหอยูในเขตศาลทหารหรือศาลปกครอง แตก็จะมีหลาย ๆ คดีที่ศาลยุติธรรมก็ยังมีอำนาจอยู แลวถาหากวามีกรณีพิพาทหรือสงสัย วาอยูในอำนาจศาลไหนก็ทำตามมาตรา ๑๙๒ มีคณะกรรมการขึ้นมาตัดสินวาจะอยูในอำนาจใด เพราะฉะนั้นจึงกลาวไดวารัฐธรรมนูญเราเขียนชัดเจนวาไมไดมีประเด็นวาคดีการจะยาย เรื่องของอาญาทุจริตประพฤติมิชอบของทหารมาอยูในศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบ แลวจะขัดรัฐธรรมนูญ อันนี้ก็คงจะไมมีปญหาอะไรนะครับ ถาทานประธานไดอานมาตรา ๑๙๒ มาตรา ๑๙๔ มาตรา ๑๙๗ และมาตรา ๑๙๙ ก็คงเห็นชัดเจนนะครับวาในเรื่องเขตอำนาจศาล เปนอยางไร แตสวนกฎหมายจะมีการเขียนอยางไรเปนอยางไรก็เปนหนาที่ที่รัฐสภาแหงนี้จะเปนคน พิจารณาวาจะใหคดีอาญาเกี่ยวกับการทุจริตประพฤติมิชอบที่เกี่ยวกับบุคคลซึ่งเคยกลาววา อยูในเขตอำนาจของศาลทหารจะโอนยายไปที่ศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบซึ่งเปนศาล ที่ดูแลเรื่องทุจริตประพฤติมิชอบโดยรวมหรือไม ก็เปนหนาที่ที่รัฐสภาแหงนี้จะเปนคนตัดสินครับ🔗
สวนอีกประเด็นหนึ่ง เรื่องของหลักการที่มีขอสงสัยกันมากครับวาถากฎหมาย รับหลักการในวาระที่หนึ่งแลวจะสามารถแกไขในหลักการไดหรือไม ผมขออนุญาตใหดูใน ๒ มิติครับ มิติแรกในเรื่องของขอบังคับ ขอบังคับดูเสมือนวาจะตองไมมีการแกไขหลักการ ถาหากจะมีการแกไขหลักการก็ตองขออนุญาตจากสภาแหงนี้หรือขอเปนการยกเวน ใชขอบัญญัติบางประการหรือขอบังคับของสภา ถาหากมีการยกเวนขอบังคับก็สามารถแกไข หลักการได อันนี้คือมิติของขอบังคับนะครับทานประธาน แตถาเปนในมิติของรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญนี้มีการพูดถึงการรับหลักการในวาระที่หนึ่งแตไมไดมีการพูดวาหลังจากรับวาระ หลักการในวาระที่หนึ่งแลวจะแกไขไมได สวนนี้รัฐธรรมนูญไมไดพูดไว ดังนั้นถากลาว โดยสรุปนะครับวาถารับหลักการในวาระที่หนึ่งแลวจะแกไขหลักการในวาระที่สองหรือวาระ ตอ ๆ ไปไดหรือไม ก็ขออนุญาตกราบเรียนตอทานประธานครับวา รัฐธรรมนูญโดยแทแลว การแกไขหลักการไมไดมีปญหาอะไรนะครับ ถาหากวาระหวางการพิจารณา ขอเท็จจริงเปลี่ยนไป หรือขอมูลที่ปรากฏตอคณะกรรมาธิการไมเปนไปตามขอมูลที่เคยแจงตอสภาในชั้นวาระ รับหลักการเพราะวาในการที่ใหขอมูลกับสภาในชั้นวาระรับหลักการนี้ก็อาจจะมีขอมูลบางอยาง คลาดเคลื่อนหรือไมตรงกับความเปนจริง ถาหากคณะกรรมาธิการพิจารณาไปแลวขอมูล ตาง ๆ นั้นไมถูกตองหรือไมชอบ หรือคลาดเคลื่อนหรือขอเท็จจริงมีการเปลี่ยนแปลงไปนัยสำคัญ การจะเปลี่ยนแปลงหลักการก็สามารถทำได ซึ่งก็โดยการดูไปที่ขอบังคับครับวาขอบังคับ ยอมสามารถแกไขไดหรือใชวิธีการยกเวนขอบังคับก็สามารถทำได ดังนั้นกลาวโดยสรุป ครับทานประธาน เรื่องนี้เปนเรื่องที่มีความซับซอน และมีความจำเปนที่จะตองพิจารณา โดยละเอียด แลวก็ตองทำภายใตกรอบของรัฐธรรมนูญตามที่ผมไดพูดไวซึ่งโดยแทจริงแลว รัฐสภาสภาแหงนี้ก็มีอำนาจที่จะพิจารณาโดยอิสระตามหลักของ Parliamentary Supremacy หรือรัฐสภาเปนใหญ ซึ่งเปนระบอบการปกครองที่ประชาธิปไตยทั่วโลกยอมรับกันครับ ขอบพระคุณครับทานประธาน🔗
ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ กรรมาธิการชี้แจงครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธีระพงษ มีลักษณ ผูแทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการ กระผมซึ่งเปนตัวแทนของคณะกรรมาธิการฝายขางมากขออนุญาต กราบเรียนยืนยันกับทานประธานวาคณะกรรมาธิการทั้งฝายขางมากและฝายขางนอยตระหนัก และเขาใจถึงวัตถุประสงคของทานสมาชิกรัฐสภาที่ไดกรุณารับหลักการแหงรางพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ในวาระที่หนึ่ง โดยมุงหมายใหการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบที่อยูในอำนาจ พิจารณาพิพากษาของศาลทหารไปดำเนินคดีในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อใหมีประสิทธิภาพและเปนมาตรฐานเดียวกัน คณะกรรมาธิการไดปฏิบัติตามภารกิจ ที่ไดรับมอบหมายจากทางรัฐสภาภายใตกรอบและอำนาจหนาที่ของคณะกรรมาธิการ โดยได มีการศึกษาบทกฎหมายที่เกี่ยวของและไดมีการเชิญผูแทนหนวยงานของรัฐตาง ๆ เขามาให ขอมูลขอเท็จจริง เพื่อใหการพิจารณาเปนไปโดยรอบคอบที่สุด กระผมขออนุญาตเรียนเปน เบื้องตนวาจากผลการศึกษาและพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ในพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มีบทบัญญัติที่เกี่ยวของ กับการดำเนินคดีในศาลทหาร ๑ มาตรา คือมาตรา ๙๖ ซึ่งเปนการกำหนดใหอำนาจอัยการ สูงสุดมีฐานะเปนอัยการทหาร เพื่อใหการดำเนินคดีที่อยูในอำนาจพิจารณาพิพากษาของ ศาลทหารนั้นสามารถดำเนินไปไดดวยความเรียบรอย โดยมาตรา ๙๖ ที่มีผลใชบังคับในปจจุบัน ซึ่งที่ประชุมแหงนี้ไดผานการพิจารณาในรางมาตรา ๓ ใหยกเลิกไปแลวนั้น กำหนดใหอัยการสูงสุด อาจจะมอบหมายใหอัยการทหารเปนผูดำเนินการแทนก็ได การพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติ มิชอบที่มีเจาหนาที่ฝายทหารเปนผูกระทำความผิดนั้น ปจจุบันจะแบงไดเปน ๒ กรณี🔗
กรณีที่ ๑ คดีที่เจาหนาที่ฝายทหารกระทำความผิดรวมกับพลเรือน คดีดังกลาว จะอยูในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบอยูแลว โดยผลของบทยกเวน ตามมาตรา ๑๔ แหงพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ คงมีแตเพียงคดีที่มี เจาหนาที่ฝายทหารกระทำผิดฝายเดียวที่ยังคงอยูในอำนาจพิจารณาของศาลทหาร ซึ่งมาตรา ๔ แหงพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบก็ไดกำหนดใหนำกระบวนการ ดังกลาวมาใชในการพิจารณาในศาลทหารดวยนะครับ สำหรับการจะดำเนินการใหเปนไป ตามความมุงหมายของทานสมาชิกรัฐสภาที่จะใหคดีทุจริตและประพฤติมิชอบที่อยูในอำนาจ ศาลทหารนั้นไปดำเนินการในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบมีกฎหมายที่เกี่ยวของ อีกจำนวน ๒ ฉบับ ฉบับแรก คือพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ ฉบับที่ ๒ คือพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งคณะกรรมาธิการ พิจารณาแลวเห็นวาการจะดำเนินการใหเปนไปตามความมุงประสงคของทานสมาชิกรัฐสภา อยางแทจริงนั้น สมควรมีการดำเนินการโดยการแกไขบทกฎหมายเฉพาะวาดวยเขตอำนาจศาล ซึ่งจะทำใหการดำเนินการสามารถกำหนดใหคดีดังกลาวอยูในอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบได โดยมีเหตุผล ๓ ประการครับ🔗
ประการที่ ๑ การกำหนดบทบัญญัติที่เกี่ยวของกับเขตอำนาจศาลในราง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และลักษณะการ Overrule กฎหมายเฉพาะวาดวย เขตอำนาจศาลที่เกี่ยวของนั้น เมื่อกฎหมายมีผลใชบังคับยอมจะทำใหเกิดความสับสน ความลักลั่น กับผูที่จะปฏิบัติใหเปนไปตามกฎหมาย และจะนำไปสูการโตแยงถึงความชอบดวยกฎหมาย ในการปฏิบัติใหเปนไปตามรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ตอไป🔗
ประการที่ ๒ ในรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ การจะกำหนด เรื่องของเขตอำนาจศาลโดยกำหนดใหมีการโอนคดียอมมีผลกระทบตอสิทธิของผูเกี่ยวของ ในคดีที่อยูระหวางดำเนินการ ซึ่งจำเปนจะตองมีการกำหนดกระบวนการในการโอนคดี อยางรอบคอบ โดยพิจารณาพรอมกับเนื้อหาของกฎหมายวาดวยเขตอำนาจศาลที่จะมีการ กำหนดใหมีการโอนคดี🔗
ประการที่ ๓ คดีที่อยูในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ นอกจากที่อยูในกฎหมาย ป.ป.ช. แลว ยังมีคดีตามกฎหมายอื่น เชน คดีประพฤติมิชอบ ตามพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งไดผานความเห็นชอบจากสภาผูแทนราษฎรและวุฒิสภาใหประกาศใชเปนกฎหมาย พระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกันและปราบปรามการทุจริต ฉบับที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๖๘ ซึ่งผานความเห็นชอบและไดประกาศใชในราชกิจจานุเบกษาเมื่อเดือนกุมภาพันธ ที่ผานมา ดังนั้นแมจะไดมีการกำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลไวในรางพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ก็ไมไดมีผลถึงคดีที่กำหนดไวในกฎหมายอื่น ดังนั้นคณะกรรมาธิการ จึงเห็นวาในการจะดำเนินการใหเปนไปตามวัตถุประสงคของทานสมาชิกรัฐสภาจึงสมควร ดำเนินการโดยการแกไขบทกฎหมายเฉพาะวาดวยเขตอำนาจศาลที่เกี่ยวของ🔗
สำหรับการแกไขเพิ่มเติมรางมาตรา ๔ นั้น โดยที่รางมาตรา ๓ ไดมีการยกเลิก มาตรา ๙๖ ดังนั้นในระหวางระยะเวลาที่ยังไมไดมีการแกไขบทกฎหมายวาดวยเขตอำนาจศาล จึงมีความจำเปนจะตองกำหนดบทเฉพาะกาลเพื่อจะรองรับการดำเนินการไมใหเกิดปญหา ในทางปฏิบัติ โดยใหอัยการสูงสุดมีฐานะเปนอัยการทหารเพื่อทำหนาที่ฟองและดำเนินคดี ในศาลทหาร โดยการกำหนดบทเฉพาะกาลดังกลาวทางคณะกรรมาธิการมิไดกำหนด ใหอัยการสูงสุดสามารถมอบหมายใหอัยการทหารสามารถดำเนินคดีแทนไดดังเชนที่เคย กำหนดไวในกฎหมายเดิม โดยมีเจตนารมณเปนการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินคดี รวมทั้งเปนกลไกในการคานอำนาจในศาลทหาร🔗
สุดทายครับ ทางคณะกรรมาธิการไดนำความมุงประสงคของทานสมาชิก รัฐสภาเขียนไวในขอสังเกตของคณะกรรมาธิการ เพื่อจะสงไปถึงคณะรัฐมนตรีใหดำเนินการ แกไขกฎหมายที่เกี่ยวของในเรื่องนี้ตอไปดวยแลว กระผมจึงขออนุญาตกราบเรียนเปนเบื้องตน ตอทานประธานและทานสมาชิกรัฐสภา ในสวนของหลักทฤษฎีที่เกี่ยวของกระผมขออนุญาต ใหทานกรรมาธิการทานตอไปเปนคนชี้แจง ขออนุญาตกราบเรียนทานประธานเพื่อชี้แจง ตอทานสมาชิกดวยความเคารพครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญครับ มีกรรมาธิการ ชี้แจงเพิ่มเติมนะครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาที่เคารพอยางสูงครับ กระผม นายธงทอง นิพัทธรุจิ กรรมาธิการ ขอกราบขอบพระคุณ ทานประธานที่ใหโอกาสกรรมาธิการไดแสดงความคิดเห็น กระผมขออนุญาตนำกราบเรียน ขอมูลทางวิชาการเพื่อสนับสนุนทานกรรมาธิการเสียงขางมากที่ไดกราบเรียนกับที่ประชุมไปแลวนั้น กระผมขออนุญาตกราบเรียนวาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและ ปราบปรามการทุจริต มาตรา ๙๖ ไมใชกฎหมายที่กำหนดเกี่ยวของกับเขตอำนาจศาลโดยแท แตกฎหมายที่เกี่ยวของกับการกำหนดเขตอำนาจศาลนั้นคือรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๙๙ ซึ่งมีสวนขยายของรัฐธรรมนูญคือมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๔ แหงพระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหาร พุทธศักราช ๒๔๙๘ เพราะถือวาเปนกฎหมาย ที่บัญญัติคือกฎหมายที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๙ เขียนวาตามที่กฎหมายบัญญัตินั้น ยอมหมายความรวมถึงพระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหารนั่นเอง ที่กำหนดเกี่ยวกับ เขตอำนาจศาลทหารในการพิพากษาคดีที่ทหารกระทำความผิด แนวคิดนี้สอดคลองกับ บรรทัดฐานคำวินิจฉัย คำชี้ขาดอำนาจหนาที่ของศาลที่ ๒๑/๒๕๖๑ ซึ่งกระผมขออนุญาต ทานประธานนำมากราบเรียนกับที่ประชุมวา ศาลยุติธรรมจะมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี บุคคลที่อยูในอำนาจศาลทหารซึ่งทหารกระทำความผิดก็เฉพาะแตกรณีที่ไดกระทำดวยกับ พลเรือนหรือเปนคดีที่เกี่ยวพันกับคดีที่อยูในอำนาจของศาลพลเรือนตามมาตรา ๑๔ (๑) มาตรา (๒) และอื่น ๆ มิฉะนั้นจะเปนการใหศาลพลเรือนมีอำนาจพิจารณาคดีบุคคล ซึ่งผูกระทำความผิดเปนผูอยูในอำนาจของศาลทหารที่กระทำความผิดโดยไมสอดคลองกับ เจตนารมณของกฎหมาย ทานประธานที่เคารพครับ จากที่ผมประทานกราบเรียนทานประธาน ผานไปยังที่ประชุมที่ทรงเกียรติแหงนี้ กระผมมีนัยที่จะขออนุญาตกราบเรียนวา รัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักรไทยไดกำหนดถึงเขตอำนาจศาลทหารไวโดยมีสวนขยายคือพระธรรมนูญ ศาลทหารอยางชัดเจน ดังนั้นกฎหมายที่จะมีการแกไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลทหารนั้น พึงจะตองสอดคลองกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๙ รวมถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญศาลทหาร มาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๔ ดวย ดังจะเห็นไดจากอีกกรณีหนึ่งที่ขออนุญาตนำกราบเรียน คือวิธี พิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พุทธศักราช ๒๕๕๙ มาตรา ๔ ไดกำหนดใหนำกฎหมายวิธี พิจารณานี้ไปใชในศาลทหารดวย โดยใหใชระบบไตสวนตาม Guideline ที่กฎหมายนี้ไดกำหนด ซึ่งศาลทหารก็ไดมีการออกระเบียบที่ประชุมใหญตุลาการพระธรรมนูญในศาลทหารวาดวย การดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในศาลทหาร พุทธศักราช ๒๕๖๐ เพื่อใหเปนไปตาม กฎหมายดังกลาว ดังนั้นกฎหมายอันเปนบทเฉพาะเกี่ยวกับวิธีพิจารณาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบ ซึ่งจะมารองรับตอเนื่องจากกฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ วาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตเปนการกำหนดในสวนของการดำเนินการกอนชั้นศาล และมีการเชื่อมโยงตอไปยังบทเฉพาะคือการพิจารณาของศาลในคดีทุจริตนั่นเอง ซึ่งในกฎหมาย อันเกี่ยวกับวิธีพิจารณาความนั้นก็ยังไดรับรองเขตอำนาจของศาลทหารอยู ดังนั้นบทเฉพาะกาล ในมาตรา ๔ ที่ใหโอนอำนาจการพิจารณาของศาลทหารในกรณีทหารกระทำความผิด ตามความผิดเกี่ยวกับคดีทุจริตและประพฤติมิชอบไปยังศาลพลเรือนภายหลังการยกเลิก มาตรา ๓ นั้น ดวยความเคารพในที่ประชุมแหงนี้ครับ กระผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็น เปนการสวนตัววาหลักการในการที่ทานรัฐสภาไดกำหนดอนุญาตใหกรรมาธิการไดดำเนินการ ภายใตที่ทานอนุญาตไวในวาระที่หนึ่งนั้นไดมีคำขึ้นตนวาใหแกไขพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตหรือ พ.ร.ป. ป.ป.ช. ซึ่งไมอาจครอบคลุม ไปถึงอำนาจในการใหแกไขเขตอำนาจศาลซึ่งปรากฏอยูในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่น ที่เกี่ยวของดวย เพราะมาตรา ๙๖ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกัน และปราบปรามการทุจริตนั้นเปนเพียงกำหนดขั้นตอนกอนชั้นศาลหรือที่ภาษาอังกฤษเรียกวา Pre-Trial Stage ซึ่งมิใชเปนขั้นตอนในชั้นศาล แตขั้นตอนในชั้นศาลนั้นจะเปนไปตาม เขตอำนาจและวิธีพิจารณาคดีซึ่งปรากฏอยูในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๙ มาตรา ๑๓ และ มาตรา ๑๔ แหงพระธรรมนูญศาลทหาร และมาตรา ๔ แหงพระราชบัญญัติวิธีพิจารณา คดีอาญาวาดวยคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. ๒๕๕๙ ดังนั้นจากที่ประทานกราบเรียน ผานทานประธานที่เคารพอยางสูง กระผมจึงขออนุญาตตั้งขอสังเกตวาการที่คณะกรรมาธิการ เสียงขางมากไดมีการใหชะลอในการตัดอำนาจศาลทหารในการพิจารณาอรรถคดีเกี่ยวกับ ที่ทหารกระทำความผิดไวกอนนั้นยอมนาที่จะเปนเรื่องที่ถูกตองแลวเพราะการแกไขดังกลาว จะตองเกี่ยวโยงกับการแกไขกฎหมายอื่นซึ่งอยูนอกเหนือจากพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตนี้ ดังนั้นจึงขอกราบเรียนที่ประชุม ที่เคารพไดโปรดพิจารณาดวย ขอบพระคุณครับ🔗
ครับ เชิญทานประธาน คณะกรรมาธิการครับ เดี๋ยวกอนที่ทานประธานจะชี้แจง ผมขอตอนรับผูมาเยือนรัฐสภา เล็กนอยครับ รัฐสภาขอตอนรับคณะผูแทนจากกรมการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย และจากองคกรขาวกรองทางทหาร กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียครับ ขอตอนรับทุกทาน ขอบคุณครับ เชิญทานประธานกรรมาธิการครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ กระผม นายชลนาน ศรีแกว สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดนาน พรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภา ในฐานะประธานกรรมาธิการ ผมขออนุญาตทานประธานที่จะกราบเรียนไปยังทานสมาชิก ผูทรงเกียรติ ถึงเหตุผลที่คณะกรรมาธิการไดไปแกไขเพิ่มเติมในมาตรา ๔ อยู ๒ ประเด็นหลักครับ เพิ่มเติมจากทานกรรมาธิการจากกฤษฎีกาและทางฝายวิชาการที่ไดนำเสนอผานทานประธาน ไปยังทานสมาชิกผูทรงเกียรติแลว🔗
ประการที่ ๑ รัฐสภาแหงนี้ไดรับหลักการแหงรางพระราชบัญญัติฉบับนี้ หลักการที่รับไป ผมสรุปงาย ๆ นะครับ เปนการยกเลิกอำนาจของอัยการสูงสุดในการดำเนินคดี อาญาทุจริตที่กฎหมาย ป.ป.ช. ฉบับปจจุบัน ป ๒๕๖๑ ใหอัยการสูงสุดซึ่งเปนพลเรือนเขาไป ดำเนินคดีในศาลทหารได หรืออัยการสูงสุดเมื่อไปเปนอัยการทหารตามกฎหมายพระธรรมนูญ ศาลทหารแลวก็สามารถมอบอำนาจใหอัยการทหารทำหนาที่แทนในศาลทหารได อันนี้คือ มาตรา ๙๖ เดิมนะครับ ผูรางและรัฐสภาแหงนี้เห็นชอบกับหลักการนี้คือไปยกเลิกเลย ในวาระที่หนึ่ง เมื่อไปยกเลิกเลยแลวทานก็เห็นวามีมาตรา ๔ เขียนรองรับเอาไวในฉบับที่เรา รับหลักการมา คือใหโอนคดีที่อยูในอำนาจศาลทหารที่เปนเขตอำนาจศาลทหารเกี่ยวกับอาญาทุจริตทั้งหมด ที่อยูกอนวันพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหโอนไปใหอัยการสูงสุดดำเนินคดีในศาลอาญาทุจริต ประพฤติมิชอบ ก็คือเปลี่ยนอำนาจอัยการจากเปนอัยการตามพระธรรมนูญศาลทหารใหเปน อัยการสูงสุดที่ดำเนินคดีในศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งลักษณะการเขียนอยางนี้ มันเปนการเขียนรองรับเปนลักษณะบทเฉพาะกาล เปนบทเฉพาะกาลเมื่อเรายกเลิกมาตรา ๙๖ ไปแลวอัยการสูงสุดเขาไปไมไดแลวก็มีบทเฉพาะกาลรองรับ แตสิ่งหนึ่งที่กรรมาธิการพบวา เปนปญหามากนะครับ ถาเราเห็นชอบตามหลักการที่รับไปเบื้องตนผมกราบเรียนทานประธาน ดวยความเคารพวากรรมาธิการเห็นวาเราแกไขหลักการ แลวเปนหลักการที่ทุกทานบอกวา เปนหลักการสำคัญดวย ตามเจตนารมณผมไมเถียงเรื่องเจตนารมณวาเราอยากใหคดีอาญา ทุจริตไปอยูในศาลเฉพาะคือศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบไมวาเปนบุคคลใดตามเหตุผล ที่เราใหมา อันนี้ไมมีใครเถียงครับ แตวิธีการบัญญัติเพื่อจะใหเปนไปอยางนั้นมันเปนไปไมไดเลย ตามวิธีการยกรางกฎหมายวิธีการที่ทานรับมาหมายถึงรัฐสภาวาระรับหลักการแลวก็เขียน บทเฉพาะกาลรองรับ ถามวาถาเราเห็นชอบกับหลักการที่โอนคดีใหอัยการสูงสุดไปดำเนินคดี ในศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบ ถามวาทำไดหรือไม กรรมาธิการดูขอมูลตรงนี้หนักมากครับ เสียงสวนใหญออกมาบอกวาแมเขียนก็ปฏิบัติไมได เพราะอะไรครับ เพราะวาพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดีอาญาทุจริตในมาตรา ๔ นี้เขียนไวเลยวาใหนำบทบัญญัติของวิธีการพิจารณา คดีอาญาทุจริตไปใชบังคับแกการพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในศาลทหารดวย เอา วิ. อาญาทุจริตนี่ไปใชกับศาลทหารดวยมีเวนบางขอเทานั้นเองครับ เชน มาตรา ๗ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ เขียนไปศาลอาญาทุจริตก็พิจารณาไมได และที่สำคัญ มีขอถกเถียงเรื่องเขตอำนาจของศาล โดยเฉพาะกรณีเปนบทเฉพาะกาลนะครับ ถามวา บรรดาคดีที่อยูกอนที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมาใชบังคับไปดำเนินการได แลวในอนาคต แลวหลังจากที่ใชบังคับเราจะทำอยางไร อันนี้เปนความเห็นที่คอนขางมีน้ำหนักจากผูแทน ของศาลยุติธรรมนะครับ ที่ไมใชทานกรรมาธิการทานณรงคตองขออภัยที่เอยนามทาน เพราะทานไปตางประเทศพอดี เราเชิญมาใหขอมูลทานบอกวาถาเขียนอยางนี้มีปญหา การบังคับใชในอนาคตถาจบแลวคดีที่จบแลวนี่โอนมาหมดแลว และในอนาคตไมมีบทบัญญัติใด รองรับเขตอำนาจเอาไวมีปญหา เพราะฉะนั้นดวยความไมสมบูรณอยางนี้กรรมาธิการเลย มีความจำเปนวาอยางนั้นเราหาทางออกใหกฎหมายที่ผานรัฐสภาสามารถใชบังคับใหไดมาก ที่สุดไปกอน และมีขอดีกวามาตรา ๙๖ เดิมดวยเราก็เลยเขียนบอกวาใหอัยการสูงสุด ไปดำเนินคดี คือบรรดาคดีที่อยูกอนที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับใหโอนไปใหอัยการสูงสุด ดำเนินคดีตามมาตรา ๙๖ นะครับ ไมวาจะเปนคดีที่อัยการทหารเปนผูดูแลอยูก็โอนมาให อัยการสูงสุด หรือตอไปนี้อัยการสูงสุดตองไมมอบอำนาจใหอัยการทหารเปนคนดำเนินคดี แตตอง ดำเนินคดีอยูในศาลทหารกอน กอนจนกวาเราจะมีการแกไขกฎหมายใหมารองรับใหมันสามารถ นำสูปฏิบัติได ฉบับที่ ๑ ก็คือพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีอาญาทุจริตที่ผมกลาวไปนี่นะครับ ในมาตรา ๔ นี่ละ และสิ่งที่ตองแกไขครับกฎหมายวาดวยพระธรรมนูญศาลทหารที่เสมือน เปนกฎหมายหลัก ที่รองรับการจัดตั้งศาลทหารแมออกมาตั้งแตป ๒๔๙๘ บทบัญญัติ แหงรัฐธรรมนูญที่เขียนมาแตละฉบับ ๆ เชนป ๒๕๖๐ ในมาตรา ๑๙๙ ก็มีบทบัญญัติ วาคดีอาญาทั้งหลายทั้งปวงที่อยูในเขตอำนาจศาลทหารใหดำเนินคดีในศาลทหาร ทั้งนี้ตามกฎหมายบัญญัติแลวก็มีวรรคสองรองรับ วรรคสองรองรับก็ตีความไปถึงพระราชบัญญัติ วาดวยพระธรรมนูญศาลทหารที่เขามีอยูแลว ถามันใชไดก็ไมตองแกไขปรับปรุง ในบทบัญญัตินั้น เขาบัญญัติวาคดีที่เขาไมดำเนินการเวนแตคดีไวอยู ถาเขียนอยางนี้ เวนคดีที่จะไมดำเนินการ ในศาลทหารเอาไวในมาตรา ๑๔ ไปแกไขตรงนั้นเพิ่มเติมคดีอาญาทุจริตเขาไป ตรงนี้ก็ปลด เขตอำนาจของกฎหมายพระธรรมนูญศาลทหาร เพราะมาตรานี้มันมีบทที่ยกเวนไวขออนุญาต ทานประธานครับ คดีที่ไมอยูในเขตอำนาจศาลทหารเขียนไวฉบับที่มีอยูปจจุบันนี้มี ๑๔ เรื่อง คดีที่ทหารทำรวมกับพลเรือน คดีเกี่ยวกับที่อยูในอำนาจของศาลพลเรือน คดีที่ศาลคดีเด็ก เยาวชน อันนี้เขาจะไมยุง คดีที่ศาลทหารเห็นวาไมอยูในอำนาจของศาลทหาร ถาเขียนอยางนี้ รองรับ ๕ คดีอาญาทุจริต มันก็จะเปดชองใหไปดำเนินคดีในศาลอาญาทุจริตไดจะไมมีปญหา เรื่องขอถกเถียงระหวางเขตอำนาจศาลทหาร ถาทำอยางนั้นกรรมาธิการเห็นวามันควรจะ เปนไปไดก็เลยมีความจำเปนที่ตองแกไขหลักการ ตัดคำวา ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ออกในมาตรา ๔ ดวยความเคารพทานประธานครับ ถาทำตามกรรมาธิการเสียงขางมากครับ ออกไปใชบังคับดีกวามาตรา ๙๖ เดิมในแงไหนครับ โอนมาทั้งหมดเลยแลวยังรักษาสิทธิ ของจำเลยที่อยูในคดีใหเขาตอสูไดยังไมมีการเปลี่ยนแปลง ไมมีการมอบอำนาจไปใหอัยการทหาร ดำเนินการเหมือนมาตรา ๙๖ เดิม อันนี้คือขอดี แตทั้งนี้ทั้งนั้นทานประธานที่เคารพครับ กรรมาธิการพยายามหาทางออกอยางมาก เพราะวาในสิ่งที่รัฐสภารับหลักการไปถือวา เปนประเด็นมากครับ มันเปนประเด็นจริง ๆ ผมเองดวยความเคารพทานประธานครับ แมจะเปนการแกไขหลักการมันก็อยูในนิติวิธีที่ยังไมสิ้นสุดนะครับ ที่ประชุมรัฐสภาแหงนี้ จะเปนผูวินิจฉัย วาเมื่อสถานการณเหตุการณมันเปลี่ยนมีความจำเปนรัฐสภาจะเห็นดวยกับ กรรมาธิการเสียงขางมากหรือไม ถาเห็นดวยในเสียงขางมากก็เปนไปตามที่กรรมาธิการ เสียงขางมากไดนำเสนอ ถาทานไมเห็นดวยก็เปนอำนาจของที่ประชุมรัฐสภาแหงนี้ครับ จะตามเสียงขางนอยหรือคืนรางเดิมหรือทานเห็นวากฎหมายฉบับนี้ออกไปใชบังคับมีปญหาแน ทานจะใชดุลยพินิจของทานในวาระที่สอง วาระที่สามอยางไรก็แลวแต กราบเรียนทานประธาน ดวยความเคารพครับ แตทางเลือกที่กรรมาธิการเสียงขางมากเลือกใหแมจะไมดีที่สุดแตเปน ประโยชนที่สุดกับวิธีการเขียนกฎหมายแบบนี้ ขอบพระคุณทานประธานครับ🔗
ตอนนี้ทานกรรมาธิการ ตอบชี้แจงแลวนะครับ ผมจะถามวากรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นยังคงติดใจหรือไมครับ เชิญครับ🔗
เรียนทานประธาน ที่เคารพ กระผม กิตติพงศ ปยะวรรณโณ ขออนุญาตอภิปรายในสวนที่ทานสมาชิกหลายทาน มีขอกังวลใจเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจของศาลทหาร ซึ่งบัญญัติอยูในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๙ ที่กลาวไววาศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาที่ผูกระทำความผิดเปนบุคคล ซึ่งอยูในอำนาจศาลทหารและคดีอื่น ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติซึ่งประเด็นนี้นะครับก็จะ สอดคลองกับ พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหารที่ผมจะอภิปรายตอไปและเปนประเด็นที่กรรมาธิการ มีการถกแถลงกันอยางมากในระหวางการพิจารณา โดยสาระสำคัญในมาตรา ๑๙๙ คือไดกำหนด ใหศาลทหารมีอำนาจในการพิจารณาคดีอาญานะครับ ซึ่งถาเกิดเราบอกวาอำนาจของศาลทหาร ในการพิจารณาคดีอาญา กำหนดเปนขอบเขตเปนเรื่อง ๆ ไป ดังนั้นถาเกิดบอกวาขอบเขตในบางเรื่องที่อำนาจของศาลทหารมีอยูใหยายไปอยูเปนศาล เฉพาะทางบางอยาง เชน ศาลคดีเด็กและเยาวชน หรือในกรณีนี้ก็คือศาลอาญาทุจริตและ ประพฤติมิชอบ ซึ่งถาเกิดวากำหนดอยางนี้ก็คือการโอนยายอำนาจในการพิจารณาคดีอาญา บางประการนี้ไปใหศาลอื่นไมถือวาขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๙ เพราะยังถือวาอำนาจ ในการพิจารณาคดีอาญาของศาลทหารซึ่งเปนอำนาจหลักยังคงอยู เพราะฉะนั้นประเด็นที่วา ในการใหศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบมีอำนาจในการพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ก็ไมขัดตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๙ ซึ่งกรณีตัวอยางที่มีใหเห็นก็คือในมาตรา ๓๔ นะครับ แหง พ.ร.บ. อุมหายที่ใหศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบมีขอบเขตอำนาจในการพิจารณา คดีอุมหายนะครับ🔗
และในอีกประเด็นหนึ่งที่สมาชิกหลายทานมีความกังวลวาหลักการที่รับไว ในเรื่องของการพิจารณาคดีในลักษณะที่เปนคดีทุจริตใหศาลอาญาทุจริตพิจารณาจะขัดตอ พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหารหรือไม ในกรณีนี้กรรมาธิการไดพิจารณานะครับ ซึ่งมีสาระสำคัญ ในมาตรา ๑๕ แหง พ.ร.บ. พระธรรมนูญศาลทหารที่กำหนดไววา คดีที่ไมอยูในอำนาจศาลทหาร ใหดำเนินคดีในศาลพลเรือน นั่นหมายความวาในตัว พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหารเองก็ได เปดชองเอาไววา หากมีคดีบางอยางที่ไมไดมีการกำหนดไวในสมัยที่รางพระราชบัญญัติก็คือ ป ๒๔๙๘ ก็ใหกฎหมายที่มากำหนดในภายหลังสามารถกำหนดขอบเขตอำนาจศาลที่ตั้งใหมได ซึ่งอันนี้ก็สอดคลองกับหลัก Causality ของทางกฎหมาย อีกทั้งมีตัวอยางใหเห็นในมาตรา ๑๔ ที่สอดคลองกับมาตรา ๑๕ โดยมาตรา ๑๔ แหง พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหารไดระบุไววา คดีที่ไมอยู ในอำนาจศาลทหารคือซึ่งมีทั้งหมด ๔ อนุมาตรา อนุมาตราที่คอนขางสำคัญแลวชี้ใหเห็น เดนชัดวาสามารถกำหนดขอบเขตในการพิจารณาคดีของศาลนี่แตกตางออกไปจากที่ พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหารกำหนดไดก็คือ (๓) ที่บอกวา คดีที่ตองดำเนินคดีในศาลคดีเด็กและเยาวชน ซึ่งชัดเจนวาอยูในศาลคดีเด็กและเยาวชนซึ่งเปนชั้นศาลชำนาญเฉพาะ ซึ่งถึงแมวาจะไมได มีการกำหนดอยางชัดเจน แตวาเราก็สามารถที่จะพิจารณาใหขอบเขตอำนาจของศาลที่เปน ศาลพลเรือนพิจารณาคดีที่อยูในอำนาจศาลทหารได ขอบคุณครับทานประธาน🔗
ทานจุลพงศ อยูเกษ ครับ🔗
ขอบคุณครับทานประธาน กระผม จุลพงศ อยูเกษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมขออยางนี้ครับที่ผมลุกขึ้นมานี่เพราะวาผมไดอภิปรายคราวกอนนี้ขอให ทางกรรมาธิการชี้แจงถึงเหตุผลที่มีการแกในหลักการนะครับ ผมเขาใจครับ แตกรรมาธิการ เสียงสวนใหญทานชวยอางถึงขอบังคับขอไหนไหมครับที่วากรรมาธิการนี่จะไปเพิ่มแกไข ในมาตราในเนื้อหาแลวยอนกลับไปแกหลักการครับ ผมเขาใจนะครับผมเขาใจที่ทานชี้แจง แตเราตองยึดมั่นในกฎเกณฑกอนไหมครับ ไมอยางนั้นตอไปมีการแกกฎหมายฉบับไหน ก็มีการอางเหตุผลมาสรางมาตราใหม สรางวรรคใหม แลวก็ยอนไปแกในหลักการ ทานอยาบอกวา รัฐธรรมนูญไมหามนะครับ ถาทานตีความอยางนั้นตอไปทานตีความวารัฐธรรมนูญไมหาม ก็ทำไดอยางนั้นหรือครับ พังเลยนะครับ ผมขอถามสั้น ๆ ขอเปนความรูครับ เปน สส. แค ๒ ป ทานลองอานขอบังคับการประชุมรัฐสภาแลวบอกเลยครับวากรรมาธิการนี่สามารถแกหลักการ ที่รัฐสภาแหงนี้อนุมัติไปแลว ที่เราอนุมัติครั้งแรกเพราะเราเห็นดวยในหลักการ เราเห็นดวย ในเหตุผล งาย ๆ เลยครับทานเปดขอบังคับการประชุมรัฐสภาตอนนี้เลยครับ แลวเรียนให สมาชิกทุกทานไดทราบเลยครับมีขอบังคับขอไหนที่อนุญาตใหทานกรรมาธิการแกโดยวิธีการ ไปเพิ่มมาตราใหมแลวยอนกลับไปแกในหลักการ ขอบคุณครับทานประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เนื่องจากมาตรานี้ คณะกรรมาธิการมีการแกไข ดังนั้นผมจะถามมติจากที่ประชุมกอนวาจะเห็นควรใหมีการแกไข หรือไมนะครับ กรณีที่ประชุมครับ เชิญทานคณะกรรมาธิการครับ🔗
สุดทายแลวครับทานประธาน เรียนทานประธานครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผูแทนราษฎรพรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา แลวก็เปนกรรมาธิการเสียงขางนอยที่สงวนความเห็นเอาไวนะครับ กอนที่เพื่อนสมาชิกจะลงมตินะครับ ก็ขออภิปรายนิดเดียวครับ ก็คือเรื่องของการ Overrule กฎหมายในราง พ.ร.ป. ฉบับนี้ที่กรรมาธิการเสียงขางนอยอยากจะใหเพื่อนสมาชิกเห็นดวย กับกรรมาธิการ เนื่องจากวาทานประธานครับ ขอเรียนแบบนี้วาในสมัยรัฐบาล คุณทักษิณ ชินวัตร ป ๒๕๔๘ ก็ไดออก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ตัดอำนาจศาลปกครองในยุคสมัยนั้น ผานมาในป รัฐบาลที่แลวก็ออกพระราชบัญญัติปองกันและปราบปรามการซอมทรมานหรือวา พ.ร.บ. อุมหาย ดังนั้นการเขียนกฎหมายเพื่อ Overrule คือกฎหมายใหมแกไขกฎหมายเกาสามารถทำได ผมก็ยังยืนยันตรงนี้วาเราสามารถเขียนใหอำนาจได ดังนั้นอันนี้คือหลักการที่อยากจะยึดเอาไว สวนเรื่องของเพื่อนสมาชิกครับที่มีความกังวลในเรื่องของทหาร วาทานไปแกแบบนี้ไปแตะ ทหารเดี๋ยวทหารจะยึดอำนาจหรือเปลา ตอนนี้เรามีรัฐมนตรีที่มาจากพลเรือนนะครับ ผมเชื่อวา สามารถที่จะเจรจาแลวก็ทำความเขาใจถึงหลักการประชาธิปไตยได แลวเขาใจวาทหารอาชีพ หลาย ๆ คนก็เห็นดวยกับหลักการเดียวกันในเรื่องของการใหความยุติธรรมอยูในอำนาจของ ศาลยุติธรรม แลวพี่นองประชาชนก็จับตาอยูวาที่ผานมาบทบาทของศาลทหารนะครับ ที่ไมวา จะเปนชวงรัฐบาล คสช. ก็ดี ไมวาจะเปนเรื่องของกระบวนการพิจารณาคดีอาญาทุจริตตาง ๆ แทบจะไมเคลื่อนไปขางหนาเลยนะครับอยาง GT ๒๐๐ ถึงไหนแลวก็ไมรู ดังนั้นอีกประเด็นหนึ่ง อยางกรณีที่คดีขึ้นศาลยุติธรรม ศาลยุติธรรม สำนักงานเลขาก็ยังมารายงานความคืบหนาการติดตาม สำนวนคดีตาง ๆ ที่สภาแหงนี้ทั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา แตในขณะเดียวกัน คดีที่อยูในอำนาจของศาลทหารไมมีที่จะตองไดมารายงานตอสภาแหงนี้ ดังนั้นก็ยังยืนยัน ในหลักการแลวก็หวังวาเพื่อนสมาชิกจะเขาใจในหลักการนี้ ถาเปนไปตามกรรมาธิการเสียงสวนนอย ที่สงวนความเห็นแทบจะไมตองแกหลักการอะไรเลย แลวยืนยันวาสามารถบังคับใชกฎหมาย ดังกลาวไดอยางมีประสิทธิภาพ ขอบพระคุณทานประธานครับ🔗
เปนอันวากรรมาธิการที่ขอ สงวนความเห็นยังคงติดใจอยูนะครับ เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแกไข ดังนั้น ผมจะถามมติจากที่ประชุมกอนวาจะเห็นควรแกไขหรือไม กรณีที่ที่ประชุมมีมติเห็นควร ใหแกไข ผมจึงจะถามมติจากที่ประชุมตอไปวาจะเห็นดวยกับการแกไขของคณะกรรมาธิการ เสียงขางมากหรือของคณะกรรมาธิการเสียงขางนอยที่ขอสงวนความเห็นนะครับ ตอไปผมจะ ถามมติจากที่ประชุมวาจะเห็นควรใหมีการแกไขหรือไมครับ กอนลงมติผมขอตรวจสอบ องคประชุมกอนครับ🔗
เชิญทานสมาชิกใชสิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรแลวก็กดปุมแสดงตนครับ เชิญครับ🔗
ทานประธานครับ ผม นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา ลำดับที่ ๑๘๙ ขอแสดงตนครับ🔗
๑๘๙ แสดงตนครับ🔗
ทานประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ผม เกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม ๐๒๙ แสดงตนครับ🔗
๐๒๙ แสดงตนครับ🔗
เรียนทานประธาน ที่เคารพครับ พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สว. ๐๐๕ แสดงตนครับ🔗
๐๐๕ แสดงตนครับ คอย ๆ เดิน ดวยความระมัดระวังนะครับ คอยไดครับ ไมตองรีบครับ🔗
ทานประธานครับ ผม เอนก วีระพจนานันท สมาชิกวุฒิสภา หมายเลข ๑๙๙ ขอแสดงตนครับ🔗
๑๙๙ แสดงตนครับ ตอนนี้ แสดงตนดวยวาจา ๔ ทานแลวนะครับ ยังมีอีกไหมครับ🔗
ทานประธานครับ ๐๘๖ แสดงตนครับ🔗
๐๘๖ แสดงตนครับ แสดงตน ดวยวาจา ๕ ทานแลวนะครับ ผมจะถามวามีผูใดยังไมไดแสดงตนอีกไหมครับ ถาไมมีผมขอ ปดการแสดงตนนะครับ ขอเชิญเจาหนาที่แสดงผลครับ ตอนนี้มีผูมาแสดงตน ๕๗๓ ทาน บวก ๕ ทาน เปน ๕๗๘ ทาน เปนอันวามีผูเขารวมประชุมครบองคประชุมครับ🔗
ตอไปผมจะใหทานสมาชิก ไดใชสิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผูใดเห็นควรใหมีการแกไขโปรดกดปุม เห็นดวย ผูใด ไมเห็นควรใหมีการแกไข คือใหคงไวตามรางเดิมโปรดกดปุม ไมเห็นดวย ผูใดเห็นวาควรงด ออกเสียงโปรดกดปุม งดออกเสียง ขอเชิญทานใชสิทธิครับ🔗
กราบเรียนทานประธานรัฐสภาครับ กระผม นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา ลำดับที่ ๑๘๙ งดออกเสียงครับ🔗
๑๘๙ งดออกเสียงครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ ผม นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ๐๒๙ เห็นดวยครับ🔗
๐๒๙ เห็นดวยครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาครับ ผม เอนก วีระพจนานันท หมายเลข ๑๙๙ สมาชิกวุฒิสภา งดออกเสียงครับ🔗
๑๙๙ งดออกเสียงครับ🔗
เรียนทานประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา ๐๐๕ งดออกเสียงครับ🔗
๐๐๕ งดออกเสียงครับ🔗
เรียนทานประธานรัฐสภา ผม บุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา ๐๗๕ งดออกเสียงครับ🔗
๐๗๕ งดออกเสียงครับ มีทานผูใด ยังไมไดใชสิทธิไหมครับ ถาไมมีผมขอปดการลงคะแนนครับ🔗
ทานประธานครับ ขออนุญาตครับ ชาดา ๐๙๑ เห็นดวยครับ🔗
เห็นดวยใชไหมครับ🔗
ครับ🔗
มีผูใดยังไมไดใชสิทธิไหมครับ ถาไมมีผมขอปดการลงคะแนนครับ เจาหนาที่แสดงผลครับ จำนวนผูลงมติ ๕๙๔ ทาน บวก ๖ ทาน เปน ๖๐๐ ทาน มีผูเห็นดวย ๔๕๔ ทาน บวก ๒ ทาน เปน ๔๕๖ ทาน ผูไมเห็นดวย ๖ ทาน งดออกเสียง ๑๓๔ ทาน บวก ๔ ทาน เปน ๑๓๘ ทาน เปนอันวาที่ประชุมมีมติ เห็นควรใหมีการแกไขนะครับ🔗
ตอไปผมจะถามมติจากที่ประชุมวา จะเห็นดวยกับการแกไขของคณะกรรมาธิการเสียงขางมากหรือของคณะกรรมาธิการที่ขอสงวน ความเห็น กอนลงมติ ผมขอตรวจสอบองคประชุมครับ🔗
เชิญทานสมาชิกใชสิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตร แลวก็กดปุมแสดงตนครับ🔗
กราบเรียนทานประธานรัฐสภา กระผม นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอุทัยธานี ลำดับที่ ๑๘๙ ขอแสดงตนครับ🔗
๑๘๙ แสดงตนครับ🔗
ทานประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร🔗
เรียนทานประธาน ที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา ๐๐๕ แสดงตนครับ🔗
แสดงตน ๒ ทานครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ ผม นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร ลำดับที่ ๐๒๙ แสดงตน ครับ🔗
ทานประธานครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ ๐๙๑ แสดงตนครับ🔗
๐๒๙ แสดงตน แสดงตน ๓ ทาน🔗
เรียนทานประธานสภา ที่เคารพครับ ผม บุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา ๐๗๕ แสดงตนครับ🔗
๐๗๕ แสดงตนครับ แสดงตน ๔ ทานครับ🔗
ทานประธานครับ ย้ำอีกทีหนึ่งครับ ๐๙๑ แสดงตนครับ ชาดา ไทยเศรษฐ ครับ🔗
๐๙๑ แสดงตน ๕ ทานครับ แสดงตนดวยวาจา ๕ ทาน ถูกตองนะครับ ยังมีผูใดที่ยังไมไดแสดงตนครับ ถาไมมี ผมขอปด การแสดงตนครับ เจาหนาที่แสดงผลครับ มีผูเขาประชุม ๕๘๙ ทาน บวก ๕ ทาน เปน ๕๙๔ ทาน เปนอันวามีผูเขารวมประชุมครบองคประชุมครับ🔗
ตอไปจะเปนการออกเสียง ลงคะแนนครับ ผูใดเห็นดวยกับคณะกรรมาธิการเสียงขางมากโปรดกดปุม เห็นดวย ผูใดเห็นดวย กับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นชอบโปรดกดปุม ไมเห็นดวย ผูใดเห็นวาควรงดออกเสียง โปรดกดปุม งดออกเสียง🔗
กราบเรียนทานประธานรัฐสภา กระผม นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอุทัยธานี ลำดับที่ ๑๘๙ งดออกเสียงครับ🔗
๑๘๙ งดออกเสียงครับ🔗
ทานประธานครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ ๐๙๑ งดออกเสียงครับ🔗
ชาดา ไทยเศรษฐ ๐๙๑ งดออกเสียง🔗
กราบเรียน ทานประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี ลำดับที่ ๐๒๙ งดออกเสียงครับ🔗
๐๒๙ งดออกเสียงครับ🔗
เรียนทานประธาน ที่เคารพ ผม พลตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา ๐๐๕ งดออกเสียงครับ🔗
๐๐๕ งดออกเสียงครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาที่เคารพ ผม บุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา ๐๗๕ งดออกเสียงครับ🔗
๐๗๕ งดออกเสียงครับ มีทานผูใด ยังไมไดใชสิทธิออกเสียงครับ ถาไมมี ผมขอปดการลงคะแนนครับ เจาหนาที่แสดงผลครับ มีจำนวนผูลงมติ ๖๐๒ ทาน บวก ๕ ทาน เปน ๖๐๗ ทาน เห็นดวย ๒๔ ทาน ไมเห็นดวย ๑๖๗ ทาน งดออกเสียง ๔๐๕ ทาน บวก ๕ ทาน เปน ๔๑๐ ทาน ไมลงคะแนนเสียง ๖ ทาน ทวนอีกครั้งหนึ่งครับ มีผูเห็นดวย ๒๔ ทาน มีผูไมเห็นดวย ๑๖๗ ทาน มีผูงดออกเสียง ๔๑๐ ทาน เพราะฉะนั้นมีผูเห็นดวยกับคณะกรรมาธิการเสียงขางนอยครับ เปนอันวาที่ประชุมมีมติเห็น ดวยกับคณะกรรมาธิการเสียงขางนอยที่ขอสงวนความเห็น อันนี้จบนะครับ🔗
ขอเชิญทานเลขาธิการอานมาตรา ตอไป มาตรา ๕ ครับ🔗
มาตรา ๕ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม🔗
มีสมาชิกทานใดจะอภิปรายไหมครับ🔗
ทานประธานครับ ผมจะขอใชสิทธิสมาชิกอภิปรายครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ทานประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอางทองในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ทานประธานครับ เนื่องจากวามาตรา ๕ เปนมาตราที่ทางคณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นมาใหม ฉะนั้นผมจะขออนุญาตใชสิทธิในฐานะสมาชิก อภิปรายสอบถามการที่เพิ่มขึ้นมาใหมของคณะกรรมาธิการนะครับ อยางไรก็ตามก็คงตอง เทาความวาการที่จำเปนตองพูดถึงมาตรา ๕ นั้นเนื่องจากวามีความเปลี่ยนแปลงในการลงมติ ในมาตรา ๔ เมื่อสักครูที่ผานมา ถายอนไปในหลักการครับ อยางที่ผมย้ำมาโดยตลอดตั้งแตตนวา รางพระราชบัญญัติฉบับนี้มีหลักการอยู ๒ สวนดวยกัน สวนที่ ๑ ก็คือกรณีเรื่องของการยกเลิก การดำเนินคดีทุจริต ซึ่งบุคคลที่อยูถูกกลาวหานั้นอยูในอำนาจของศาลทหารที่เคยอยูใน ศาลทหารใหกลับมาสูระบบปกติ แลวก็สวนที่ ๒ พูดถึงเรื่องของอัยการสูงสุดที่จะทำหนาที่ เปนอัยการผูดำเนินคดีในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ฉะนั้นวันนี้ความเปนสามัญ กลับมาแลวครับ ความเปนสามัญกลับคืนมาก็คือวาในกรณีถาเปนเรื่องของทางการทหาร โดยเฉพาะผมวาทุกคนไมติดใจ เห็นตรงกันวาทหารควรมีอำนาจสูงสุดในการพิจารณา โดยเฉพาะอยางยิ่งในกรณีที่เกิดภัยพิบัติ เกิดศึกสงคราม เกิดสถานการณฉุกเฉินตาง ๆ เปนตน แตในกรณีที่หากเปนคดีทุจริตครับ แลวเรื่องทุจริตนั้นเปนเรื่องสากลโดยทั่วไปที่มีความเขาใจ แลวก็คงไมแปลกอะไรที่ศาลอาญาคดีทุจริตควรจะมีอำนาจในการพิจารณา ประเด็นที่ผม จำเปนตองยกขึ้นมาก็คือวาถาเราไมผานกฎหมายฉบับนี้เราจะเสียโอกาสอยางยิ่งในการทำให ความเปนธรรมดาสากลแลวทำใหระบบเรื่องของพลเรือนอยูเหนือกวาทหารนั้นกลับคืนมา รัฐธรรมนูญ ทานประธานผมพูดเกี่ยวกับมาตรา ๕ แนนอนทานอยาเพิ่งแตะไมค มันเกี่ยวครับ เพราะวากำลังจะถามตอครับ ประเด็นก็คือวาอยางที่ผมไดนำเรียนวาความเกี่ยวพันเรื่องการ กลับคืนสูความเปนสามัญนั้นอยูทั้งในการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อป ๒๔๗๕ อยูใน รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ในบทบัญญัติเปนการทั่วไป อยูในประเด็นเรื่องของการมีองคกรอิสระ มาตรา ๕ ที่พูดถึงเปนมาตราที่ใชคำวา ใหประธานกรรมการปองกันและปราบปราม การทุจริตแหงชาติรักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ คำถามของผมก็คือวาเอะแลวมันตาง กับกรณีของ พ.ร.ป. ประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต ฉบับหลักอยูหรือไม พูดกันงาย ๆ ก็คือถาฉบับหลักมีประธาน ป.ป.ช. เปนผูรักษาการอยูแลว เราก็ยอมมีเหตุจำเปนที่ใสตรงนี้เขามา หรือมันจะเปนแคสวนหนึ่งเพราะในกฎหมาย ฉบับหลักอาจจะมีนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรีอื่นรักษาการผมไมทราบไดนะครับ หรือการที่ให ประธาน ป.ป.ช. เพิ่มอำนาจเขามาในการรักษาการตามมาตรา ๕ นั้นจะไปเกี่ยวของกับ ขอสังเกตที่ทานเขียนไวไหม เพราะ ณ ขณะนี้ถากฎหมายฉบับนี้ผาน Commit หรือพันธสัญญา ที่จะเกิดขึ้น ก็คือการแกไขธรรมนูญศาลทหารที่ใชกันมานานครับ พันธสัญญาหนึ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือการแกไข พ.ร.ป. วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่มีการออกมาแลวและจำเปนตองแกไขใหสอดคลองกัน ถาเปนเชนนั้นผมก็สนับสนุน อยางไรก็ตามทานประธานครับ ผมจำเปนตองยืนยันครับวาวันที่มีการลงมตินั้นสภาแหงนี้ มีมติเปนเสียงเอกฉันทในการรับหลักการกฎหมายฉบับนี้มา ฉะนั้นหากวันนี้เราใชเนื้อหา ที่กลับไปใกลเคียงแมไมเหมือนเสียทีเดียวกับกรณีของการรับหลักการมาในมาตรา ๔ นั้น ก็ใกลเคียงที่สุดครับ และมันจะแปลกมากเลยเราอาจจะไมสามารถตอบคำถามของพอแม ที่รอวาทำไมเกิดขึ้น การโกงที่เกิดขึ้นในคดีทุจริตที่อยูในศาลทหารแลวสงผลกระทบตอทหารเกณฑ เราไมสามารถตอบพี่นองประชาชนที่สนใจคดีทุจริตเยอะแยะไปหมดครับ ที่เกิดขึ้นไมวา จะเปน GT200 หรือวาการซอมทรมานหลายเรื่องหรือแมกระทั่งการทุจริตที่สูงขึ้นกวานั้น ที่อยูในศาลทหารแลวทำไมถึงไมกลับมาในศาลอาญาคดีทุจริต และเราไมสามารถตอบเงื่อนไข ในอนาคตไดครับ ฉะนั้นอยากใหทานประธานกรรมาธิการตอบใหชัดครับวามาตรา ๕ นั้น เปนหนึ่งในมาตราสำคัญที่ทานอยากจะยืนยัน และอยากใหทานตอบใหชัดวาการที่จะชวย การลงมติดวยเสียงขางมากนะครับ เพราะ พ.ร.ป. นั้นมีลักษณะการลงมติที่แตกตางจาก กฎหมายอื่น งดออกเสียงเปนเอกสิทธิ์แตไมมีจำนวนนับในการที่จะทำใหเราผานกฎหมาย ฉบับนี้ไปครับ อยากใหประธานกรรมาธิการตอบชัด ๆ วามาตรา ๕ ที่กำลังจะแกไขลงมตินี่นะครับ และจะนำไปสูการลงมติวาระสามนั้น มีผลสำคัญยิ่งตอการผานกฎหมายฉบับนี้ และมีผล สำคัญยิ่งตอประโยชนของพี่นองประชาชนที่อยากเห็นการแยกทหารกับพลเรือน และอยากเห็น คดีทุจริตและประพฤติมิชอบที่ทานบอกวารัฐธรรมนูญปราบโกง ปราบโกงนี่ครับ มันจะปราบ ไดอยางไรละครับถาไมสามารถคืนความเปนปกติสามัญในการพิจารณาคดีทหารที่ทุจริตได ฉะนั้นอยากจะฝากทานประธานนำเรียนทานประธานกรรมาธิการวา เนื้อหามาตรา ๕ สำคัญยิ่ง ในแงของผูรักษาการ และสำคัญยิ่งตอการลงมติในวาระสาม และสำคัญยิ่งตอการลงมติ ในขอสังเกตที่อยากใหสภาแหงนี้เรารับหลักการมาเปนเอกฉันทก็อยากใหผานกฎหมายฉบับนี้ อยางเปนเอกฉันทดวยเชนกัน พี่นองประชาชนรอติดตาม รอใหความสำคัญและเรื่องนี้สำคัญ ไมนอยไปกวาการแกไขรัฐธรรมนูญที่กำลังจะเกิดขึ้นตอไป อยากฟงเสียงชัด ๆ จากกรรมาธิการ เพื่อใหทานบอกพวกเราวาควรจะสนับสนุนมาตรา ๕ และสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ตอไป ในวาระสามอยางไรครับ เพราะเสียงที่ลงมติสักครูมันแปลง ๆ ชอบกล ขอบคุณครับทานประธาน🔗
เชิญทานอดิศร เพียงเกษ ครับ🔗
ทานประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ขณะนี้เรากำลังพิจารณามาตรา ๕ ซึ่งคณะกรรมาธิการไดเพิ่มขึ้น ผมเปนคนที่มี ความรูนอยแมจะเรียนกฎหมายมาบาง ผมอยากสอบถามทางกรรมาธิการนะครับ การที่เพิ่ม ใหประธานกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ รักษาการตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ ทานเพิ่มขึ้นมาทำไม เพราะในกฎหมายเดิม มาตรา ๘ นะครับ ของ พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ. ๒๕๖๑ ก็มีการรักษาการโดยประธานกรรมการ ป.ป.ช. อยูแลว เมื่อมีรักษาการ เดิมอยูแลวทานเพิ่มขึ้นมาอีก ไมทราบวามันจะซอนกันหรือจะผลักประธานรักษาการเดิม ไปอยูที่ไหน ถากฎหมายมาตรา ๕ นี้ผานแลวจะเอามาตรานี้ไปแทรกไวอยูตรงไหนครับ อันนี้ ดวยความรูนอยจริง ๆ วันนี้ผมพยายามไปถามที่หนาบัลลังก ถามหลายทานหลายคน ไมรู ก็ถาม ณ ที่นี่ครับ เพราะไมคิดวาจะมีความจำเปนที่การรักษาการฉบับนี้ตองซอนกับประธาน ป.ป.ช. รักษาการตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ซึ่งมีอยูเดิม จึงขออนุญาตที่จะสอบถามเปนความรู สวนการ ลงมติในอนาคต ไมวาจะเปนเรื่องหลักการขัดหรือไม จะเปนการลงมติเรื่องขอสังเกตหรือจะ ลงมติในวาระที่สาม ผมคิดวาสมาชิกรัฐสภาผูทรงเกียรติทุกทานทรงไวซึ่งเหตุผลในการรับรูวา จะพิจารณาในการที่จะรับหลักการหรือจะคว่ำหรือจะใหกฎหมายฉบับนี้เดินหนาตอไปเปนเอกสิทธิ์ อันชอบธรรมของบรรดาสมาชิกทั้งหลายครับ จึงขออนุญาตสอบถามในฐานะที่เปนบุคคลที่มี ความรูนอยดานกฎหมาย ขอบคุณครับ🔗
ทานกรรมาธิการจะตอบ เชิญกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธีระพงษ มีลักษณ ผูแทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนทานประธานเพื่อจะชี้แจงขอซักถามของทานสมาชิก เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เปนรางกฎหมายฉบับแกไขเพิ่มเติม เมื่อไดมีการผานความเห็นชอบของรัฐสภาและประกาศใชบังคับเปนกฎหมายแลว พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ก็จะใชบังคับเปนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๒ ซึ่งเนื้อหาของรางพระบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ไดมีบทเฉพาะกาลในมาตรา ๔ ที่เปน เรื่องเกี่ยวกับการโอนคดี ดังนั้นในการจะอำนวยการปฏิบัติใหเปนไปตามบทเฉพาะกาลดังกลาว จึงจำเปนตองมีการกำหนดผูรักษาการไวในเนื้อหาของรางพระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งไดมีการ ประกาศใชบังคับเปนกฎหมายตอไป ขออนุญาตกราบเรียนทานประธานเพื่อชี้แจงทานสมาชิกครับ🔗
ขอบคุณครับ เนื่องจากมาตรานี้ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม ดังนั้นผมขอถามมติจากที่ประชุมวาจะเห็นดวยกับการเพิ่ม มาตราขึ้นใหมของคณะกรรมาธิการหรือไม🔗
ทานประธาน ผม อดิศรครับ ดวยความเคารพอยางยิ่งถาเราไมเขียนเพิ่มขึ้นเลยทานประธานมันจะเสียหายทำใหกฎหมายนี้ ลมสลายเหมือนทุกสิ่งทุกอยางหรือเปลาครับ นี่ผมถามจริง ๆ ในฐานะที่เปนนักกฎหมายดวยกัน มันมีอยูแลวคนที่รักษาการตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ กฎหมายแกไขก็ไปรวมกันเปน พ.ร.บ. เดิม ถามเปนครั้งที่ ๒ ซึ่งก็ไมบังควรที่จะถามแลวครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพ กระผม นายธีระพงษ มีลักษณ ผูแทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะ กรรมาธิการ ขออนุญาตตอบขอซักถามเพิ่มเติมของทานสมาชิกที่ไดกรุณาสอบถามในกรณี ของรางพระบัญญัติฉบับแกไขเพิ่มเติมนั้น กรณีที่มีการแกไขเนื้อหาของรางพระราชบัญญัติ เนื้อหาของกฎหมายมาตราที่ไดมีการแกไขเพิ่มเติมจะเขาไปอยูในกฎหมายฉบับหลัก ก็คือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๑ แตในสวนบทเฉพาะกาลที่เปนรางมาตรา ๔ นั้น ในสวนนี้จะประกาศใชในกฎหมาย ฉบับที่ ๒ โดยไมไดไปอยูในเนื้อหาของพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับหลัก ดังนั้นในการกำหนดบทเฉพาะกาลในสวนนี้จึงจำเปนตองมี ผูรักษาการเพื่ออำนวยการปฏิบัติตามมาตรา ๔ ที่จะอยูในพระราชบัญญัติ ฉบับที่ ๒ ที่จะได มีการประกาศใชบังคับตามที่คณะกรรมาธิการรัฐสภาไดมีการแกไข ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจง กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญทานสรชาติครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพครับ กระผม สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ความเปนจริง ตองถามทานกฤษฎีกากอนวาทำไมตอนยกรางมามันบกพรองไดอยางไร ในเมื่อมาตรา ๕ ซึ่งมันเปนเรื่องจำเปนอยูแลววาตองมีคนรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งผมไมอยากจะ เห็นวาตองมาเพิ่มในชั้นของกรรมาธิการ แตอยากเห็นที่มันเพิ่มมาในชั้นของการยกราง มาตางหากเพราะในฐานะที่กฤษฎีกานั้นเปนคนทำกฎหมาย รางกฎหมายมา เห็นกฎหมาย มาแลวนี่ มันตองมาเพิ่มในชั้นของทานขึ้นมาไมใชมาในชั้นกรรมาธิการที่เกิดขึ้น อยางนั้น กฎหมายทุกฉบับมันก็ตองมีขอบกพรองเกิดขึ้น ซึ่งมาตรา ๕ มันเปนบทเฉพาะกาลที่จะตอง ใหรักษาการอยูแลว นั่นคือสิ่งที่ผมตองขออนุญาตกราบเรียนวากฤษฎีกาตางหากบกพรอง มาไดอยางไรในชั้นเริ่มตนที่กฎหมายเขามาสูรัฐสภาแหงนี้ ขอบคุณทานประธานครับ🔗
เชิญกรรมาธิการครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ กระผม ชลนาน ศรีแกว พรรคเพื่อไทย จังหวัดนาน สมาชิกรัฐสภา ในฐานะประธานกรรมาธิการ ขออนุญาตตอบทานสมาชิกแทนกรณีกลาวถึงกฤษฎีกา เพราะวาเปนผลประโยชนทับซอน ทานออกมาชี้แจงคงลำบาก ผมกราบเรียนทานประธานผานไปยังเพื่อนสมาชิกดวยความเคารพ ทานสมาชิกผูทรงเกียรติครับ รางพระราชบัญญัติฉบับนี้เปนรางพระราชบัญญัติที่เสนอ โดยเพื่อนสมาชิกเราและคณะ กฎหมายไมไดผานไปที่กฤษฎีกา ผานการทำงานของรัฐสภาของเราในสวนที่เกี่ยวของและ ถูกบรรจุเขาสูระเบียบวาระ นั่นหมายความวาผานเรื่องของมาตรา ๗๗ มาเรียบรอยทั้งหมด บรรจุเขาสูระเบียบวาระก็เขาสูการพิจารณาในวาระรับหลักการ เราจะเห็นวาหลายเรื่องมันมี ขอขาดตกบกพรองไมเปนไปตามนิติวิธี ไมเปนไปตามกระบวนการอยูมากมาย อันนี้เอง ถาทานสมาชิกผูทรงเกียรติไดสังเกตในการจัดทำกฎหมายของเราในยุคสมัยประชุมเรานี้ ทานจะพบขอบกพรองแบบนี้บอย ๆ เลย บอย ๆ ครับไมวาจะเปนชั้นของการรับรางในวาระที่หนึ่ง หรือเมื่อพิจารณาในชั้นกรรมาธิการมาแลว มีการเปลี่ยนแปลง มีการปรับปรุงกฎหมาย มีการ ปรับปรุงรูปแบบของการเขียนกฎหมาย เราเจอกันเปนประจำครับ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียน ทานประธานครับ เราคงตองชวยกันดูในเรื่องพวกนี้ โดยเฉพาะสวนงานที่เกี่ยวของฝายกฎหมาย สำนักที่เกี่ยวของกับการยกรางกฎหมายตาง ๆ คงตองใหรอบคอบ แลวพวกเราเองครับ ในชั้นวาระรับหลักการนี้ ถามันมีประเด็นเราอาจจะตองชวยกันบอก ถามันไมไหวจริง ๆ อาจจะบอกวาไมรับหลักการเลยนะครับ อยางเชน กฎหมายที่เสนอแลวมีปญหา อยางพวกผม รับโจทยมาลำบากมากนะครับ รับหลักการมาโจทยมันลำบากมันก็จะเปนแบบที่ทุกทานเห็น อยางนี้นะครับ ดวยความเคารพยิ่งครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เมื่อไดพิจารณากันมา พอสมควรแลว เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม ดังนั้นผมขอถามมติจาก ที่ประชุมวาจะเห็นดวยกับการเพิ่มมาตราขึ้นใหมของคณะกรรมาธิการหรือไม กอนลงมติ ผมขอตรวจสอบองคประชุมกอนครับ🔗
ขอเชิญทานสมาชิกไดใชสิทธิ แสดงตนนะครับ โปรดเสียบบัตรและกดปุมแสดงตนครับ🔗
กราบเรียนทานประธานรัฐสภา กระผม นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา ลำดับที่ ๑๘๙ ขอแสดงตนครับ🔗
๑๘๙ แสดงตนครับ🔗
เรียนทานประธาน รัฐสภา ผม พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา ๐๐๕ ขอแสดงตนครับ🔗
๐๐๕ แสดงตนครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี รหัส ๐๒๙ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา แสดงตนครับ🔗
๐๒๙ แสดงตนครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพ ผม บุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา ๐๗๕ แสดงตนครับ🔗
๐๗๕ แสดงตนครับ🔗
กราบเรียนทานประธานรัฐสภาครับ กระผม นายอนุทิน ชาญวีรกูล สมาชิกรัฐสภา หมายเลข ๔๖๗ ขอแสดงตนครับ🔗
๔๖๗ แสดงตนครับ🔗
ชาดา ไทยเศรษฐ ๐๙๑ แสดงตนครับ🔗
๐๙๑ แสดงตนครับ ยังมีผูใชสิทธิ แสดงตนดวยวาจาไหมครับ ตอนนี้มีผูแสดงตนดวยวาจา ๖ ทานครับ ยังมีเดินเขามาอยูครับ คอย ๆ เดินนะครับคือทางมันชัน คอยไดครับ มีทานผูใดยังไมไดแสดงตนครับ ถาไมมีผมขอ ปดการแสดงตนครับ เจาหนาที่แสดงผล มีผูมาแสดงตนในที่ประชุม ๕๗๗ ทาน บวก ๖ ทาน เปน ๕๘๓ ทาน เปนอันวามีผูเขารวมประชุมทั้งหมดครบองคประชุมครับ🔗
ตอไปจะขอเชิญทานสมาชิก ใชสิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ผูใดเห็นดวยกับคณะกรรมาธิการ คือเห็นดวยกับการเพิ่ม มาตราขึ้นใหมโปรดกดปุม เห็นดวย ผูใดไมเห็นดวยกับคณะกรรมาธิการโปรดกดปุม ไมเห็นดวย ผูใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุม งดออกเสียง ครับ🔗
ทานประธาน ๐๙๑ ไมเห็นดวย ชาดา ไทยเศรษฐ ครับ🔗
๐๙๑ ไมเห็นดวยครับ🔗
กราบเรียนทานประธานรัฐสภา กระผม นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา ลำดับที่ ๑๘๙ งดออกเสียงครับ🔗
งดออกเสียง ๑ ทานครับ🔗
เรียนทานประธาน ที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา ๐๐๕ งดออกเสียงครับ🔗
งดออกเสียง ๒ ทานครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี ๐๒๙ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ไมเห็นดวยครับ🔗
ไมเห็นดวย ๑ ทานครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพ ผม บุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา ๐๗๕ งดออกเสียงครับ🔗
งดออกเสียง ๑ ทานครับ มีทาน ผูใดยังไมไดใชสิทธิออกเสียงครับ ถาไมมี ผมขอปดการลงคะแนน เจาหนาที่แสดงผลครับ จำนวนผูลงมติ ๕๘๐ ทาน บวก ๕ ทาน เทากับ ๕๘๕ ทาน เห็นดวย ๑๖๙ ทาน ไมเห็นดวย ๒๗๘ ทาน บวก ๒ ทาน เปน ๒๘๐ ทาน งดออกเสียง ๑๓๑ ทาน บวก ๓ ทาน เปน ๑๓๔ ทาน ไมลงคะแนน ๒ ทาน เปนอันวาที่ประชุมแหงนี้มีมติไมเห็นดวยกับการเพิ่มมาตราขึ้นใหม ของคณะกรรมาธิการ เปนอันจบการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราแลวนะครับ🔗
ตอไปจะเปนการพิจารณา ทั้งรางเปนการสรุปอีกครั้งหนึ่ง ตามขอบังคับ ขอ ๙๗ ครับ จะมีสมาชิกทานใดขอแกไข ถอยคำหรือไมครับ ถาไมมี เปนอันวาจบการพิจารณาในวาระที่สองครับ🔗
ตอไปเปนการพิจารณาในวาระที่สามเพื่อใหรัฐสภาลงมติวาจะเห็นชอบ หรือไมเห็นชอบโดยไมมีการอภิปรายตามขอบังคับ ขอ ๙๘ กอนลงมติผมขอตรวจสอบ องคประชุมครับ🔗
เชิญทานสมาชิกใชสิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุมแสดงตนครับ🔗
กราบเรียนทานประธานรัฐสภา กระผม นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอุทัยธานี ลำดับที่ ๑๘๙ ขอแสดงตนครับ🔗
๑๘๙ แสดงตนครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา ๐๐๕ ขอแสดงตนครับ🔗
๐๐๕ แสดงตนครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาที่เคารพ ผม บุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา ๐๗๕ ขอแสดงตนครับ🔗
๐๗๕ แสดงตนครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี ๐๒๙ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอแสดงตนครับ🔗
๐๒๙ แสดงตนครับ🔗
ทานประธานครับ ขออนุญาตครับ ๐๙๑ ชาดา ไทยเศรษฐ แสดงตนครับ🔗
๐๙๑ แสดงตนครับ มีทานผูใด ยังไมไดใชสิทธิแสดงตนไหมครับ ถาไมมีผมขอปดการแสดงตนครับ เจาหนาที่แสดงผลครับ ๕๗๗ ทาน บวก ๕ ทาน เทากับ ๕๘๒ ทาน ครบองคประชุมครับ🔗
ตอไปผมจะถามมติจาก ที่ประชุมวาจะเห็นชอบกับการรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม ขอเชิญทานสมาชิกใชสิทธิออกเสียง ลงคะแนนครับ🔗
กราบเรียนทานประธานรัฐสภาครับ ผม นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา ลำดับที่ ๑๘๙ ไมเห็นดวยครับ🔗
เดี๋ยวกอนครับ ผมยังไมได ถามครับ ขอเชิญทานสมาชิกใชสิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผูใดเห็นชอบโปรดกดปุม เห็นดวย ผูใดไมเห็นชอบโปรดกดปุม ไมเห็นดวย ผูใดเห็นวาควรงดออกเสียงโปรดกดปุม งดออกเสียง ครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี รหัส ๐๒๙ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ไมเห็นดวยครับ🔗
ไมเห็นดวย ๑ ทานครับ🔗
ทานประธานครับ ๐๙๑ ชาดา ไทยเศรษฐ ไมเห็นดวยครับ🔗
ไมเห็นดวย ๒ ทานครับ🔗
กราบเรียนทานประธานรัฐสภาครับ กระผม นายอลงกต วรกี ลำดับที่ ๑๘๙ ไมเห็นดวยครับ🔗
ไมเห็นดวย ๓ ทานครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพครับ ผม บุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา ๐๗๕ ไมเห็นดวยครับ🔗
ไมเห็นดวย ๔ ทานครับ🔗
เรียนทานประธาน ที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา ๐๐๕ ไมเห็นชอบครับ🔗
ไมเห็นดวย ๕ ทานครับ มีสมาชิกทานใดยังไมไดใชสิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ถาไมมีผมขอปดการลงคะแนนครับ เจาหนาที่แสดงผลครับ มีผูลงมติ ๕๘๗ ทาน บวก ๕ ทาน เปน ๕๙๒ ทาน มีผูเห็นดวย ๑๖๓ ทาน ไมเห็นดวย ๔๑๐ ทาน บวก ๕ ทาน เปน ๔๑๕ ทาน งดออกเสียง ๑๒ ทาน ไมลงคะแนน ๒ ทาน แสดงวาที่ประชุมแหงนี้ไมเห็นดวยนะครับ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบไมมากกวากึ่งหนึ่งกับ รางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งทานวิโรจน ลักขณาอดิศร กับคณะเปนผูเสนอนะครับ🔗
เนื่องจากรัฐสภาลงมติ เห็นชอบไมมากกวากึ่งหนึ่งในวาระที่สาม ดังนั้นรางพระบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เปนอันตกไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๒ (๑) ประกอบขอบังคับ ขอ ๙๙ ดังนั้นจึงไมตอง ถามมติขอสังเกตนะครับ ขอบคุณคณะกรรมาธิการครับ🔗
รัฐสภายินดีตอนรับคณะอาจารยและนิสิตคณะนิติศาสตร จุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย จำนวน ๒๗ ทาน เขารวมฟงการประชุมรวมกันของรัฐสภาในวันจันทรที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๒.๐๐ นาิกา ขอบคุณครับ🔗
เรื่องดวน🔗
๑. ญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ซึ่งนายเปรมศักดิ์ เพียยุระ เปนผูเสนอ (ในระเบียบวาระเรื่องดวนที่ ๑)🔗
(คางมาจากการประชุมรวมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญประจำป ครั้งที่สอง) เปนพิเศษ วันศุกรที่ ๑๔ กุมภาพันธ ๒๕๖๘)🔗
เนื่องจากมีญัตติดวนทำนองเดียวกันอีก ๑ ฉบับคือ🔗
๒. ญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ซึ่งนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เปนผูเสนอ (ในระเบียบวาระเรื่องดวนที่ ๒)🔗
เปนระเบียบวาระเรื่องดวนที่ ๒ นะครับ ซึ่งผมเห็นวาเปนเรื่องทำนองเดียวกัน สามารถรวมระเบียบวาระการประชุมเพื่อพิจารณาและลงมติพรอมกันไดตามขอบังคับ ขอ ๓๓ (๑) และ (๓) จะมีสมาชิกทานใดเห็นเปนอยางอื่นหรือไมครับ ถาไมมีสมาชิกทานใดมีความเห็น เปนอยางอื่นถือวาสมาชิกในที่ประชุมแหงนี้เห็นชอบ ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ ตอไป ผมขอเชิญผูที่เสนอญัตติแถลงเหตุผลครับ มีอยู ๒ ทาน ทานแรกคือทานเปรมศักดิ์ เพียยุระ เชิญครับ🔗
กราบเรียนทานประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทยเปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา กลุมอาชีพสาธารณสุข จากอำเภอบานไผ จังหวัดขอนแกน ขอเสนอญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติขอให ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ทานประธานครับ ที่ประชุมอันทรงเกียรติของรัฐสภาแหงนี้ ไดเคยพิจารณาญัตตินี้ไปแลวครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเปนการขอเลื่อนญัตติ แตยังไมไดอภิปราย ในประเด็นเนื้อหาของญัตติอยางแจมแจงเทาที่ควร วันนี้จึงขอขอบพระคุณทานประธานที่ได อภิปรายเรื่องนี้พรอมกับญัตติที่เสนอใหมของทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ในทำนองเดียวกัน ทานประธานครับ วันที่ ๑๓-๑๔ กุมภาพันธที่ผานมานั้นรัฐสภาไดพิจารณาหลักการแกไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๕๖ และเพิ่มหมวด ๑๕/๑ การจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมรวม ๒ ฉบับ ซึ่งทานประธานวันนั้นไดเปดโอกาสใหไดนำเสนอญัตติในระดับหนึ่ง แตปรากฏวาสมาชิกรัฐสภามีความเห็นที่แตกตางกันเปนอยางมาก ทำใหการประชุมรัฐสภา ไมสามารถดำเนินการไปไดทั้ง ๒ วัน กอใหเกิดปญหาและอุปสรรคในการทำงานของสมาชิก รัฐสภาเปนอยางมากครับ วันนี้ผมจึงหวังใจวาทานสมาชิกรัฐสภาจะไดรวมใจกันพิจารณา อยางถองแทครับวาญัตติที่กระผมไดนำเสนอนั้นจะมีประโยชนอยางไรตอที่ประชุมรัฐสภา ทานประธานครับ โดยที่รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งมี ๑๖ หมวด ๒๗๙ มาตรานั้นมีบทบัญญัติหลายประการที่เปนประโยชนตอพี่นองประชาชน ในขณะเดียวกัน ก็มีบทบัญญัติบางประการที่ทานสมาชิกและองคกรภายนอกไดมีการนำเสนอวาควรที่จะ แกไขเพิ่มเติม ทานประธานครับ ผมจึงกราบเรียนทานประธานวาการแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้นไดเคย มีความพยายามหลายครั้ง แลวก็ไดมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยที่สำคัญไวเปน คำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ ซึ่งมีสาระและเหตุผลโดยสรุปวา การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมโดยวิธี ยกรางรัฐธรรมนูญนั้นจะเปนผลใหยกเลิกรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ อันเปนการแกไขหลักการสำคัญที่ผูมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญดั้งเดิมตองการปกปองคุมครองไว หากรัฐสภาตองการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมจะตองจัดใหประชาชนผูทรงอำนาจสถาปนา รัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติเสียกอนจึงจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมได ถาผลของการออกเสียง ประชามติเห็นดวย จึงดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมตอไป แลวเมื่อจัดทำรัฐธรรมนูญ เสร็จแลวจะตองจัดใหมีการออกเสียงประชามติวาเห็นชอบหรือไมกับรางรัฐธรรมนูญฉบับใหม อีกครั้ง ซึ่งเปนการใหประชาชนพิจารณาเนื้อหาของรางรัฐธรรมนูญฉบับใหม แลวจึงนำขึ้น ทูลเกลาทูลกระหมอมถวายเพื่อพระมหากษัตริยทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อพระมหากษัตริยทรงลง พระปรมาภิไธยแลวจึงไดประกาศเปนรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยตอไป อันเปน กระบวนการจัดทำตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข โดยเหตุผลที่ไดวินิจฉัยขางตนศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยไวกอนแลววารัฐธรรมนูญมีอำนาจ มีหนาที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมไดโดยตองใหประชาชนผูมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ไดลงประชามติเสียกอนวาประชาชนมีความประสงคจะใหทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม และเมื่อจัดทำรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมเสร็จแลวตองใหประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม กับรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมอีกครั้ง ทานประธานครับ จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ก็จะเห็นไดวาการที่จะเสนอแกไขจะตองมีเหตุมีผลและจะตองเปนเรื่องใหญที่กระทบตอ ความรูสึกนึกคิดของประชาชน และกระทบตอการปกครองของประเทศ บางคนถามครับวา ถาอยางนั้นเราจะมีรัฐสภาไวทำไมครับถาจะตองไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ทานประธานครับ ในรัฐธรรมนูญตั้งแต พ.ศ. ๒๕๔๐ เปนตนมาเราไดบัญญัติใหมีองคกรอิสระคือศาลรัฐธรรมนูญ ไววินิจฉัยเมื่อมีขอขัดแยงขององคกรตาง ๆ และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นจะผูกพัน ไปทุกองคกร ซึ่งจะเปนความเคารพตออำนาจซึ่งกันและกัน ทานประธานครับ เสมือนหนึ่ง เราจะเลนกีฬาก็จะตองดูกติกากอนวาเขาใหเลนไดอยางไร ไมดูกติกาเลนไปในที่สุดก็ตองแพ Foul ครับทานประธาน ดังนั้นผมจึงเห็นโดยสุจริตใจวาการที่เราจะทำการแกไขรัฐธรรมนูญนั้น จำเปนอยางยิ่งที่จะตองใหมีการลงประชามติเสียกอน ซึ่งก็มีความเห็นในรายละเอียดวา จะลงประชามติ ๒ ครั้งหรือ ๓ ครั้ง นั่นก็เปนคำที่เราจะตองขอใหศาลไดมีคำวินิจฉัยตอไป ซึ่งกระผมไดกราบเรียนในชวงทายวาจะขอใหประเด็นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยดังนี้ รัฐสภา มีอำนาจในการพิจารณาและลงมติรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมที่มีการเพิ่มหมวด ๑๕/๑ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม โดยที่ยังไมมีการดำเนินการจัดใหมีการออกเสียงประชามติวา ประชาชนประสงคจะใหมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมเสียกอนไดหรือไม นี่เปนคำถามที่ผมประสงค จะใหรัฐสภามีมติถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อใหทานมีคำวินิจฉัยออกมา และคำถามที่ ๒ หากรัฐสภามีอำนาจพิจารณาและลงมติรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมไดแลว การดำเนินการ จัดใหมีการออกเสียงประชามติวาประชาชนประสงคจะใหมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม สามารถกระทำภายหลังที่รัฐสภาใหความเห็นชอบรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมแลว โดยทำ พรอมกับประชามติวาประชาชนเห็นชอบกับรางรัฐธรรมนูญฉบับแกไขเพิ่มเติมไดหรือไม อยางไร นี่เปนคำถามที่ ๒ ทานประธานครับ ผมจึงขอกราบเรียนวาการที่รัฐสภาไดเลื่อนมา ประชุมในวันนี้จึงตองขอขอบพระคุณที่เราจะมีโอกาสพิจารณารวมกันอยางถองแท🔗
ประเด็นหนึ่งซึ่งมีคนกลาวกันมากวาถาเรามาขอใหศาลวินิจฉัยเราจะมีเวลา รอคอยเทาไร กราบเรียนทานประธานดวยความเคารพครับวาเราคงไมมีอำนาจไปกำหนด แทนศาล แตอยางไรก็ตามคำกลาวที่บอกวาถาวินิจฉัยชามันจะไมทันการเลือกตั้งป ๒๕๗๐ ทานประธานครับ ตรงนี้ผมอยากจะใหพิจารณาดี ๆ นะครับ เพราะจริง ๆ แลวที่จะคิดแกไข ตอไปนั้นไมไดกระทบตอการเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรไดแกไขแลว เปนระบบเขตเดียวคนเดียว ๔๐๐ เขต และแบบบัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คนแกไขกอนหนานี้แลว และเลือกตั้งป ๒๕๖๖ ก็ไดใชบทบัญญัติในการแกไขนี้ในการเลือกตั้งจนปรากฏทานสมาชิก เขามาสูรัฐสภาคือวันนี้ ทานประธานครับ ดังนั้นจึงไมควรผูกพันกับการเลือกตั้งในป ๒๕๗๐ เพราะการเลือกตั้งนั้นยอมเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได จะครบเทอมหรือไมครบเทอมก็ไมมีใครทราบ🔗
อีกประการหนึ่งทานประธานครับ การเรงรัดที่จะแกไขใด ๆ ที่มีกำหนดเวลานั้น ยอมเปนการไมสุขุมรอบคอบเพราะการแกไขรัฐธรรมนูญเปนงานใหญตองอาศัยการหลอมรวม ความคิดจากทุกฝายเปรียบเสมือนหนึ่งประชาธิปไตยเปนรถไฟ ก็ไมใชรถไฟความเร็วสูง ที่จะตองพุงทะยานใหถึงเปาหมายในเวลารวดเร็ว แตเปนรถไฟธรรมดาที่จะตองทยอยสง ผูโดยสารใหถึงบานดวยความปลอดภัย การแกไขรัฐธรรมนูญจึงไมควรเนนวาจะตองเรงรัด เรงรีบ แตจะตองแกไขใหเปนประโยชนตอพี่นองประชาชน และที่สำคัญจะตองรักษา เอกลักษณของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ซึ่งหลายทานก็ไดยินไดฟงมาตลอดวาเปนรัฐธรรมนูญฉบับ ปราบโกง ซึ่งประชาชนรูสึกวาเปนรัฐธรรมนูญที่มีหลักประกันใหกับประชาชนไดมากที่สุด เทาที่เคยมีมา ดังนั้นการแกไขตอไปก็จำเปนจะตองคำนึงถึงหลักการที่ประชาชนยอมรับ และที่สำคัญจะตองไมแตะหมวด ๑ หมวด ๒ ซึ่งเปนปญหาความขัดแยงในสังคมไทย มายาวนาน อยากจะใหมองถึงเรื่องการแกไขที่เปนประโยชนอยางแทจริงตอประชาชน ไมใช แกไขเพื่อสนองอำนาจทางการเมืองของผูใดทั้งสิ้น วันนี้จึงขอกราบเรียนทานประธาน ดวยความเคารพในฐานะสมาชิกรัฐสภาอยากจะใหเวทีรัฐสภาวันนี้ไดสะทอนถึงความตองการ ของพี่นองประชาชน ไมวาจะเปนทานสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจากพรรคการเมืองใดก็ตาม หรือทานวุฒิสมาชิกจากสาขาอาชีพทั้ง ๒๐ อาชีพ อาชีพใดก็ตามไดมาหลอมรวมพิจารณากัน ดวยความเห็นที่เสียงสวนใหญเห็นชอบวาเราจะเดินหนาไปทันที หรือเพื่อจะใหรอบคอบ ใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยใหเกิดความสุขุมรอบคอบกอนที่จะเดินหนาตอไป จึงขอกราบเรียน ทานประธานดวยความเคารพวาวันนี้หวังวาคงจะไมเกิดเหตุการณอยางวันที่ ๑๓ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธที่ผานมาครับ ขอบพระคุณครับทานประธาน🔗
ทานตอไปเชิญทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ผูเสนอญัตติ เชิญครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตนำเสนอญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติ ขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาตาม รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒)🔗
ตามที่นายพริษฐ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรกับคณะ ไดเสนอราง รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยแกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตอรัฐสภาโดยมี มีหลักการแกไขมาตรา ๒๕๖ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยและเพิ่มเติมหมวด ๑๕/๑ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมและของนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรกับคณะ ที่เขาชื่อเสนอรางรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยแกไขเพิ่มเติมอันเปนหลักการเดียวกัน ซึ่งประธานสภาไดมีคำสั่งใหบรรจุรางรัฐธรรมนูญฉบับแกไขเพิ่มเติมทั้ง ๒ ฉบับเขาสูที่ประชุม สภาผูแทนราษฎรและที่ประชุมของรัฐสภา และมีการพิจารณาวารางรัฐธรรมนูญฉบับแกไข เพิ่มเติมทั้ง ๒ ฉบับในวาระแรกรับหลักการวันที่ ๑๓ และวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ นั้น กระผมและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่มีชื่อทายญัตตินี้เห็นภายหลังวาเมื่อประธานไดบรรจุ รางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมทั้ง ๒ ฉบับเขาสูที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ นั้น ปรากฏวาไดเกิดความขัดแยงและความเห็นตางกันของสมาชิกรัฐสภาทั้งที่เกี่ยวของกับอำนาจ ของรัฐสภา โดยฝายหนึ่งเห็นวารัฐสภาไมมีหนาที่และอำนาจในการพิจารณาลงมติรับ รางรัฐธรรมนูญฉบับแกไขเพิ่มเติมทั้ง ๒ ฉบับ เนื่องจากวายังไมไดจัดทำใหมีการออกเสียง ประชามติวาประชาชนประสงคที่จะใหมีการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม หรือไม ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๔/๒๕๖๘ จึงไดออกประกาศวาการเขารวมประชุม และมีการอภิปรายแสดงความคิดเห็นสนับสนุนความเห็นของฝายตนอยางกวางขวาง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรและสภาอีกสวนหนึ่งเห็นวารัฐสภามีหนาที่และอำนาจในการ พิจารณาและลงมติรางรัฐธรรมนูญแกไขทั้ง ๒ ฉบับได โดยเห็นวาการพิจารณาและลงมติ ครั้งนี้เพียงแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อใหมีหลักเกณฑในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม โดยหมวดที่ ๑๕/๑ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมเทานั้นภายหลังเมื่อรัฐสภาไดเห็นชอบ รางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมแลวจึงไปดำเนินการจัดใหมีการออกเสียงประชามติวาประชาชน ประสงคจะใหมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม ซึ่งถือวาเปนการจัดทำประชามติกอน การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมเชนกัน ซึ่งฝายนี้เห็นวาสอดคลองและเปนไปตามคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๘ เทานั้น เมื่อสมาชิกรัฐสภามีความเห็นขัดแยงอันเกี่ยวกับ หนาที่และอำนาจของรัฐสภาในการพิจารณาลงมติรางรัฐธรรมนูญแกไขฉบับขางตน จึงทำให รัฐสภาไมสามารถปฏิบัติหนาที่ใหเปนไปตามหนาที่และอำนาจที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไวทำให เกิดปญหาและอุปสรรคในการทำหนาที่ของรัฐสภาจึงถือเปนกรณีที่เกี่ยวกับหนาที่และอำนาจ ของรัฐสภาเปนปญหาที่เกิดขึ้นแลว และยังไมมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในปญหาดังกลาว กระผมจึงขอเสนอญัตติดวนตามขอบังคับการประชุมสภา ๒๕๖๓ ขอ ๓๒ ประกอบดวย ขอ ๓๑ เพื่อใหรัฐสภาไดมีมติใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจ ของรัฐสภาวารัฐสภาจะพิจารณาและลงมติรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมที่บัญญัติใหจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม โดยที่ยังไมมีผลการออกเสียงประชามติ ประชาชนประสงคจะใหมีการ แกไขรัฐธรรมนูญฉบับใหมไดหรือไม ทั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการพิจารณาคดี ของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗ (๒) มาตรา ๑๑ (๔) และมาตรา ๔๕ ขอบพระคุณ อยางยิ่งครับ🔗
ตอไปผมจะเชิญทานสมาชิก อภิปรายโดยเริ่มจากทานแรก ทานเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา เชิญครับ🔗
เรียนทานประธานครับ ผม เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเรียกสภาวะอยางนี้นะครับ เรียกวาเปนสภาย้ำคิดย้ำทำครับไมเปนตัวของตัวเอง ผมมีประเด็นที่จะตองอภิปรายนะครับ ทานประธานวาญัตติในการยื่นตรงนี้มีปญหาที่ตองพิจารณา ๔ ประเด็นดวยกันครับทานประธาน🔗
ประเด็นแรก ขออนุญาตไปดูคำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ ครับทานประธาน ผมตองเรียนนี้วาเปนคำวินิจฉัยที่เรียกวาละเอียดและชัดเจนแลว ผมไมไดพูดเองนะครับ อันนี้เปนคำวินิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญไมรับคำวินิจฉัยเมื่อปที่แลวนะครับ ระบุไววาคำวินิจฉัย ที่ ๔/๒๕๖๔ นั้นชัดเจนแลว ทานประธานครับ ชัดเจนอยางไรครับ ชัดเจนก็คือทำประชามติ ๒ ครั้งครับทานประธาน ดูยอหนาสุดทายของคำวินิจฉัยครับทานประธาน ในเรื่องของถามวา รัฐสภามีอำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมไดหรือไม ตอบวาไดครับทานประธาน ทำได มีอำนาจหนาที่ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมได แตตองไปถามผูที่มีอำนาจในการ สถาปนารัฐธรรมนูญเสียกอน ๑ ครั้ง และครั้งที่ ๒ ครับทานประธานตองรับรองในเรื่องของ เนื้อหาที่รางมาแลวก็เปนประชามติครั้งที่ ๒ ดังนั้นคำวินิจฉัยนี้ชัดเจนครับทานประธานวา ๒ ครั้งชัดเจนนะครับไมตองทำถึง ๓ ครั้ง ทีนี้ทานประธานครับ ลองไปดูยอหนากอนที่จะมี ยอหนาสุดทายครับ สิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในคำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ ระบุไวอยางชัดเจนวา หากรัฐสภาตองการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมตองจัดใหประชาชนผูทรงอำนาจสถาปนา รัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติเสียกอน คำถามคือเราจะรูไดอยางไรวารัฐสภาตองการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม สิ่งที่เกิดขึ้นในการยื่นญัตติรางแกไขมานี้เปนความตองการของ พรรคประชาชน เปนความตองการของพรรคเพื่อไทย แตยังไมใชความตองการของรัฐสภาครับ เราจะรูความตองการของรัฐสภาก็ตอเมื่อมีการผานวาระที่สามแลวครับทานประธาน แปลวา รัฐสภาคิดสะระตะเสร็จเรียบรอยแลวครับวาเอาละฉันจะตองการที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม สิ่งเหลานี้ไมไดอยูตรงไหนเลยครับทานประธาน ถาหากไปดูในรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๕๖ (๘) ระบุไวอยางชัดเจนครับทานประธาน ไมมีอะไรบิดพลิ้วไปจากนั้นวากอนที่จะขึ้นทูลเกลาฯ ประกาศใชในกระบวนการแกไขเอาเฉพาะหมวด ๑๕ แลวกันนะครับ หมวด ๑๕ ก็วาดวย เรื่องการแกไขรัฐธรรมนูญ ตองถามประชาชนเสียกอน ตองถามประชาชนเสียกอน ดังนั้น สิ่งที่อยูในตรงนี้ สิ่งที่อยูในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เขาไมไดวินิจฉัยไปกวารัฐธรรมนูญเลย อยูในมาตรา ๒๕๖ (๘) อยูแลวครับทานประธาน และถาหากวายังไมมั่นใจครับทานประธาน ผมตองเรียนอยางนี้ครับ ถาไปดูคำวินิจฉัยรายบุคคล ศาลรัฐธรรมนูญรายบุคคล ๖ ใน ๙ ครับ ทานประธาน ๖ ใน ๙ ก็บอกวา ๒ มีเพียงแค ๒ ใน ๙ บอกวา ๓ แลวมีเพียง ๑ ที่บอกวาแกไมได ทั้งฉบับแกไมได แกไดรายมาตราอยางเดียว ถาหากวาเราจะตองทำประชามติถึง ๒ ครั้งนะครับ ผมคิดวา ๖ คนก็จะตองบอกวา ๓ ครั้งไปแลว เทากับ ๒ คนนั้นอยูแลว ทีนี้ทานประธานครับ ผมขออนุญาตยกคำวินิจฉัยสวนตนใหเห็นไดอยางชัดเจนของทานทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ขออนุญาตสไลดที่ ๓ ครับ สไลดที่ ๓ เห็นไดชัดแลวครับวาทานทวีเกียรติระบุไววาการจัดทำ ตัวที่เปนมาตรา ๒๕๖ (๘) มันไมไดหมายความวาใหทำประชามติกอนที่จะมีญัตติเขามานะครับ เสนอญัตติเขามาแตประการใด นี่ทานทวีเกียรติเขียนไวแลวนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นครับ นั่นแปลวา กระบวนการมาตรา ๒๕๖ (๘) มันแปลวาเราแกไขไปเรียบรอยแลว แลวจนกระทั่งกอนที่จะ ขึ้นทูลเกลาฯ เพื่อประกาศใชแลวคอยไปถามประชามติ ทั้งนี้ทั้งนั้นทานทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ก็ไดใหแนวคำถามไวในหวงเวลานั้น คำถามแรกก็คือถามวาประชาชนไป ๒ คำถามนะครับ ถามวาประชาชนเห็นชอบในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม และคำถามที่ ๒ ก็คือ เห็นชอบตามกระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมตามที่สภารางแกนั้นหรือเปลา ดังนั้นเบ็ดเสร็จเด็ดขาดผมคิดวา ๒ ครั้งชัดเจนอยางเพียงพอแลวนะครับที่จะตองทำ ประชามติ ทีนี้ยังไมหนำใจ สำนักงานคณะกรรมการศาลรัฐธรรมนูญเองก็ออก Infographic มา เพื่ออธิบายวา ขออนุญาตสไลดที่ ๔ ใหเห็นถาทานใดที่อยากจะไปดูฉบับเต็ม ผมก็ให QR Code ไวดวย เห็นไดชัดวารัฐสภามีอำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมไดครับทานประธาน ทำไดครับ🔗
ประการที่ ๒ ก็คือกระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ๒ ครั้งครับ Infographic ศาลรัฐธรรมนูญก็ชี้ไว ไมมีตรงไหนเลยบอกวา ๓ ครั้ง ทานประธาน ไมมี ตรงไหนเลย จริง ๆ แลวนะครับทานประธาน ถาหากวาไปดูลายลักษณอักษรตามรัฐธรรมนูญ ประการที่ ๒ ไมตองทำถึง ๒ ครั้งก็ได จริง ๆ แลวมีแค ๑ ครั้ง ก็คือครั้งตามตามมาตรา ๒๕๖ (๘) เทานั้นครับทานประธาน แตเพียงวารัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๕๐ เรามี ธรรมเนียมปฏิบัติตองมีกระบวนการในการรับรองรางแกหรือรับรองเนื้อหาก็เลยตองให ประชาชนไปทำประชามติอีกครั้ง ศาลรัฐธรรมมนูญทานก็เลยใหอีกครั้งหนึ่งก็เปน ๒ ครั้ง และทำตาม Logic ตามตรรกะแลวนะครับทานประธาน รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ผานประชามติ เพียงแคครั้งเดียว แลวเราจะตองทำประชามติถึง ๓ ครั้งไปเพื่ออะไร ในการที่จะตองถามย้ำ ถามซ้ำ ถามอีก ถามทำไมอีก แลวไมตองรวมถึงการที่จะตองเลือก สสร. อีก นั่นแปลเราขอมติ ประชาชนถึง ๔ ครั้งในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ดังนั้นผมคิดวา ๒ ครั้งเพียงพอ แลวครับทานประธาน ทั้งนี้ทั้งนั้นผมตองเรียนอยางนี้🔗
ประการที่ ๓ ครับทานประธาน ถาหากวายอนกลับไปดูประสบการณในอดีต ครั้งนี้ไมใชครั้งแรกทานประธานที่เราจะยื่นขอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คำสั่งที่ ๔/๒๕๖๔ เราใชเวลาในการยื่น ๔๐ วันครับทานประธาน ในขณะที่คำวินิจฉัยที่ไมรับพิจารณาเราใช เวลาในการรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาไมรับ ๒๐ วัน ดังนั้นครับทานประธานตอใหไมรับ ก็ไมทันสมัยประชุมนี้ เสร็จแลวอาจจะตกอยูที่ประมาณวันที่ ๖ เมษายน ไมทันนะครับ ไมทันสมัยประชุมนี้แนนอน ดังนั้นตอใหไมรับเร็วที่สุด Fast Track ที่สุด เร็วที่สุด รถดวนที่สุด ก็ไมทันสมัยประชุมนี้ ที่สำคัญอยางที่ผมบอกวาเปนสภาย้ำคิดย้ำทำ ไมเปนตัวของตัวเอง สิ่งที่ เกิดขึ้นมันทำใหสมดุลอำนาจดุลยภาพระหวางสถาบันทางการเมืองมันเสียดุลไปเราจะทำอะไร ก็ตองไปถามศาลรัฐธรรมนูญกอน กลายเปนสภาที่ปรึกษาไปแลว ผมไมแนใจวาในอนาคต จะตองเชิญศาลรัฐธรรมนูญมานั่งขาง ๆ ประธานเวลาที่จะทำอะไร จะผิดหรือเปลา หรือวา จะถูกหรือไมก็ตองถามศาลรัฐธรรมนูญกอน เมื่อสัปดาหที่ผานมาฝายบริหารเองก็ถาม เหมือนกัน สุดทายแลวทานก็ไมรับ เพราะวาทานไมใชสภาที่ปรึกษา ดุลอำนาจตรงนี้เสียไป และหลักการมันก็เสียดวย ทั้งเรื่องของดุลอำนาจ ทั้งเรื่องของการตรวจสอบถวงดุลและ หลักการแบงแยกอำนาจที่เราแบงแยกอำนาจชัดเจนวาสภาคือสภานิติบัญญัติไมใช นิติบัญญัติแหงชาติ อันนั้นมัน สนช. เดี๋ยวสะดุงกันเปนแทบ ดังนั้นผมจึงไมสามารถเห็นชอบดวย กับการที่จะยื่นญัตติไปดวย เพราะวามันขัดในหลักการ แตทานประธานครับมันก็มีเสียงที่ผม อาจจะไมสามารถที่จะปฏิเสธที่จะไมฟงได ผมตองเรียนอยางนี้นะครับวาทานประธาน ผมเชื่อวามีคนที่จะใชวิธีการเตะถวง ยื่นไป ชะลอไปเรื่อย ๆ สุดทายรัฐธรรมนูญก็ไมมีการแกไข ตามนโยบายของทานนายกแพทองธารที่แถลงวันที่ ๑๒ กันยายนนะครับวาจะตองทำโดยเร็ว สุดทายก็แตะถวงไปเรื่อย ๆ มันมีคนอยางนี้ แตก็มีคนที่สงสัยจริง ๆ ครับ มีคนที่แคลงใจจริง ๆ มีคนที่ไมมั่นใจจริง ๆ และสมดุลเหลานี้มันไดถูกทำใหเสียไป สมดุลระหวางอำนาจของ สถาบันทางการเมืองตรงนี้มันทำใหเสียไป ไมใชความผิดเขาที่จะกลัว ไมใชความคิดของเขา ที่จะไมเปนตัวของตัวเอง ไมใชความผิดของเขาที่จะย้ำคิดย้ำทำ แตเปนปญหาของรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ละครับ ผมอยากใหเพื่อนสมาชิกจดจำวันนี้ วันที่เรารูสึกไมเปนตัวของตัวเอง วันที่เรา รูสึกสมดุลอำนาจเราเปลี่ยนไป มีปญหาในระบอบประชาธิปไตยใหจดจำไว นี่คือเหตุผลสำคัญ นี่คือประจักษพยานสำคัญวาทำไมเราตองแกไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทำไมเราตองจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ และทำไมเราตองรื้อทั้งระบบ เพราะมันทำใหสมดุลระหวางสถาบันทางการเมือง มันเสียไป ดังนั้นผมไมเห็นดวย แตผมก็จะไมขวางการยื่น ผมหวังวาในวันขางหนาเรามีนัดกัน ทานเปรมศักดิ์ หรือทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เรามีนัดกันวาเราจดจำวันนี้ วันขางหนาเมื่อเรา เคลียรเมื่อไร เมื่อเราชัดเจนเมื่อไร เราตองเรงแก แตทานประธานครับระหวางทางที่เรายังไมแก ผมเห็นวาเรายังจำกันไดวันที่ ๑๒ กันยายนปที่แลวทานนายกแพทองธารเองนะครับ🔗
ขอสไลดสุดทายครับ ทานนายกแพทองธารก็มาแถลงที่รัฐสภาแหงนี้ละครับวา นโยบายจะเรงในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนโดยเร็ว คำวา เรง และคำวา โดยเร็ว จนปานนี้ ๖ เดือนแลวผมยังไมเห็นสัญญาณของคำวาเรงโดยเร็ว นอกจากถาอางอิงครับวา พรรคเพื่อไทยเปนรัฐบาล ผมก็เห็นแตอาจารยชูศักดิ์ที่ออกมาเคลื่อนไหว ออกมารณรงคเรื่องนี้ มีเพียงแคคนเดียว ดังนั้นผมจึงขอเรียกรองระหวางรอตรงนี้พิสูจนใหเห็นวามันเปนนโยบายเรง โดยเร็วในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนโดยเร็ว โดยที่ตอจากนี้ตองมีรางของ ครม. และที่สำคัญระหวางทางคือรัฐบาลเองจะตองรณรงคใหประชาชนตระหนักรูวาเหตุจำเปน อยางไรที่จะตองมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนไมใชใหอาจารยชู ชูซาย ชูขวา ชูอยูอยางนั้น ผมก็วาปวดแขนนาดูนะครับ ผมคิดวาตองไมใชแคอาจารยชูอยางเดียวหรือพรรคประชาชน อยางเดียว แตตองเปนรัฐบาลเองจะตองใสใจในนโยบายตัวเองวาจะตองเรงในการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนโดยเร็ว ขอบคุณครับทานประธาน🔗
ตอไปเชิญทานธีระชัย แสนแกว ทานธีระชัย แสนแกว อยูไหมครับ ไมอยูนะครับ เชิญทานพริษฐ วัชรสินธุ ครับ🔗
เรียนทานประธานที่เคารพ กระผม พริษฐ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตพรรคกาวไกลในฐานะสมาชิกรัฐสภา ทานประธานครับ จุดยืนผมตอญัตติในวันนี้นั้น เปนจุดยืนที่เรียบงายครับ คือผมเห็นวาการสงไปศาลรัฐธรรมนูญนั้นไมมีความจำเปนและ ไมเพียงพอตอการทำใหรัฐบาลนั้นประสบความสำเร็จในการรักษาคำพูดของตนเองวา จะผลักดันใหมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมทันกอนการเลือกตั้งครั้งถัดไป ทานประธานครับ เหตุผลที่ผมบอกวาไมมีความจำเปนที่จะตองสงเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ก็เพราะผมเห็นวา หากเราเดินหนาตอตามรางแกไขรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาชนเสนอเขาไป กระบวนการ ดังกลาวนั้นที่จะนำไปสูการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม โดยมีการทำประชามติรวมกัน ๒ ครั้งนั้น ไมไดมีสวนไหนที่ไปขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๔ สาระสำคัญครับทานประธาน หากจะมองไปที่สไลดของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๔ ก็เปนเหมือนที่เพื่อนสมาชิก คุณเทวฤทธิ์เมื่อสักครูไดสรุปไวครับ นั่นก็คือวารัฐสภานั้นมีอำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมได เพียงแตวามีเงื่อนไขวาตองทำประชามติ ๑ ครั้งกอนแลวก็ ๑ ครั้งหลัง ดังนั้น ผมยืนยันวาหากรัฐสภาเดินหนาตามรางแกไขรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาชนเสนอเขาไป กระบวนการทั้งหมดนั้นไมมีสวนไหนที่ขัดกับคำวินิจฉัยดังกลาว เพราะหากทานประธาน ลองคิดตามผมครับ หากรัฐสภาพิจารณาและเห็นชอบรางแกไขรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาชน เสนอเขาไป กระบวนการจะเกิดอะไรขึ้น ถึงแมจะเห็นชอบเสร็จแลว ๓ วาระ เราก็ไมไดมี สสร. มาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมทันทีครับ แตพอผานวาระที่สามมาแลวกอนจะทูลเกลาฯ รัฐธรรมนูญมาตรา ๒๕๖ (๘) ก็บัญญัติไวอยูแลววาตองมีการจัดทำประชามติกอนเพื่อถาม ประชาชนวาเห็นชอบใหมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม และเมื่อเห็นชอบแลวถึงจะมี การเลือกตั้ง สสร. ไปจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม และเมื่อจัดทำฉบับใหมเสร็จก็จะมีประชามติ อีกครั้งหนึ่งเพื่อถามวาประชาชนเห็นชอบกับรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม ดังนั้นผมยืนยัน วาทั้งหมดนี้สอดคลองกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ๑๐๐ เปอรเซ็นต แตผมก็เขาใจดีครับ ทานประธานวาก็มีสมาชิกบางสวนที่อาจจะมีมุมมองที่แตกตางจากผมออกไป พูดงาย ๆ คือไปมองวาตองมีการทำประชามติเพิ่มขึ้นมาอีก ๑ ครั้งรวมกันเปน ๓ ครั้ง ที่ไปตีความแบบนี้ เขาใจวาเพื่อนสมาชิกไปตีความวาการทำประชามติ ๑ ครั้งกอนนั้น ไมไดหมายถึงกอนที่จะ มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม แตหมายถึงกอนที่จะมีการเสนอญัตติหรือรางแกไข รัฐธรรมนูญใด ๆ เกี่ยวกับเรื่อง สสร. เขามาสูการพิจารณาในรัฐสภา ถึงแมผมไมเห็นดวยกับ ความคิดแบบนี้ แตก็เขาใจวามีสมาชิกที่คิดแบบนี้ ความจริงคนกลุมหนึ่งที่เคยคิดแบบนี้ ก็คือ ทานประธานรัฐสภาเองและคณะกรรมการของประธานรัฐสภาที่เคยไดวินิจฉัยไววาตองมีการ ทำประชามติรวมกัน ๓ ครั้ง แตหลังจากที่ผมไดรวบรวมหลักฐานและขอมูลทั้งหมดเพื่อไป นำเสนอตอคณะกรรมการของประธานรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ป ๒๕๖๗ ทางคณะกรรมการ แลวก็ทานประธานเองก็เปลี่ยนใจและหันมาเห็นตรงกับผมวาการทำประชามติ ๒ ครั้งนั้น ก็เพียงพอแลว ดังนั้นผมเลยอยากจะใชเวลาในที่ประชุมวันนี้เพื่อนำเสนอหลักฐานและขอมูล ชุดเดียวกันกับที่ผมนำเสนอตอคณะกรรมการของประธานรัฐสภาเพื่อหวังวาจะสามารถ เปลี่ยนใจเพื่อนสมาชิกที่ยังมีความกังวลอยูไดวาสิ่งที่เราทำนั้นไมไดขัดกับคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ หลักฐานและขอมูลครับ นอกเหนือจากตัวคำวินิจฉัยกลาง ๔/๒๕๖๔ ที่ผม ไดไปนำเสนอตอทางคณะกรรมการของประธานรัฐสภามีอยู ๓ สวนดวยกันครับ🔗
สวนที่ ๑ คือคำวินิจฉัยรายบุคคลของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ๙ คนครับ ที่ประกอบออกมาเปนคำวินิจฉัยกลาง ๔/๒๕๖๔ หากเราไปไลอานคำวินิจฉัยสวนตนของ แตละทาน เราจะเห็นวาตุลาการสวนใหญเห็นวาประชามติ ๒ ครั้งนั้นเพียงพอ ยกตัวอยาง แคบางตัวอยาง ตัวอยางแรกเพื่อนสมาชิกไดยกไปแลวของทานทวีเกียรติ ซึ่งยอหนาสุดทาย ก็ระบุชัดวาแมจะตองทำประชามติ ๑ ครั้งกอน แตประชามติ ๑ ครั้งกอนที่วานี้มิไดมี เจตนารมณใหจัดใหมีการออกเสียงประชามติกอนจะเสนอญัตติหรือรางแกไขรัฐธรรมนูญ แตประการใด แตสามารถเกิดขึ้นไดหลังจากที่รัฐสภาเห็นชอบรางแกไขรัฐธรรมนูญดังกลาว ในวาระที่สามไปแลว หรืออีกตัวอยางหนึ่งของทานวรวิทยครับ ๒ ยอหนาสุดทายก็ระบุ ชัดเจนระบุไวถึง ๒ รอบวาประชามติที่ตองทำ ๑ ครั้งกอนนี้หมายถึงกอนที่จะมีการจัดตั้ง สภารางรัฐธรรมนูญ ไมมีตรงไหนเลยที่เขียนวาตองทำกอนที่จะมีการเสนอญัตติเขามา ในวาระที่หนึ่ง ตัวอยางสุดทายของทานนครินทรครับ แมไมไดมีการพูดถึงวาประชามติ ๑ ครั้งกอนนี้จะตองเกิดขึ้นในขั้นตอนใด แตก็มีการพูดชัดในยอหนาสุดทายวาประชามติ ๑ ครั้งกอนนี้ตองเปนไปตามเจตนารมณตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ (๘) ซึ่งทานประธานครับ ประชามติใด ๆ ก็ตามที่จะตองเกิดขึ้นตามมาตรา ๒๕๖ (๘) ก็จะตองเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐสภา ไดลงมติเห็นชอบรางแกไขรัฐธรรมนูญในวาระที่สามไปแลว ไมใชมาทำกันกอนจะเสนอเขามา ในวาระที่หนึ่ง ผมยกเพียงแค ๓ ตัวอยางครับ แตหากเราสรุปแลวไปไลดูความเห็นทั้งหมด เราก็อาจจะไดขอสรุปออกมาประมาณนี้ครับวามี ๕ ทาน ถาหากผมนับดูที่พูดชัดเจนวา ๒ ครั้งพอ มี ๒ ทานที่อาจจะพูดคลาย ๆ กับคำวินิจฉัยกลาง มีแคทานเดียวที่บอกวาตองทำ ประชามติ ๓ ครั้ง แลวมีอีกทานหนึ่งที่บอกวาไมสามารถจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมไดเลย ดังนั้นชัดเจนวาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงขางมากเห็นวาประชามติ ๒ ครั้งนั้นเพียงพอ🔗
หลักฐานชุดที่ ๒ คือ Infographic ที่เพื่อนสมาชิกไดหยิบยกขึ้นมาเมื่อสักครู เปน Infographic สรุปคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเปนคนจัดทำเอง สรุปถึงขั้นตอนตาง ๆ ในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมตามคำวินิจฉัยศาล ๔/๒๕๖๔ ถาทานประธานลองดูครับนอกจาก Infographic ทั้งหมดนี้จะพูดถึงประชามติแค ๒ ครั้งเทานั้น แตถาทานไปดูจุดเริ่มตนของกระบวนการทั้งหมดครับ จุดเริ่มตนของกระบวนการทั้งหมด คือการเสนอญัตติรางแกไขรัฐธรรมนูญเขามาเหมือนกับที่ผมและเพื่อนสมาชิกจาก พรรคประชาชนทำกันอยู ไมไดมีตรงไหนเลยครับที่บอกวาเราตองเริ่มตนโดยการไปทำ ประชามติกอนที่จะเสนอญัตติรางแกไขรัฐธรรมนูญเขามา🔗
สวนขอมูลชุดสุดทายครับ อันนี้ไมมีเปนภาพนะครับเพราะเปนผลการหารือ อยางไมเปนทางการระหวางทางผมกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและทางทานประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ เราไดมีโอกาสเขาไปพบครับทางประธานศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ก็ตองออกตัวไวกอนวาการประชุมดังกลาวไมไดเปนประชุมที่เปนทางการ ไมไดมีผลผูกพันทางกฎหมาย แลวเราเองก็ไดมีโอกาสเขาหารือกับเพียงแคทานประธาน ศาลรัฐธรรมนูญแลวก็ตุลาการอีก ๑ ทานรวมเปน ๒ ทาน ไมไดเขาพบทั้งองคคณะ แตอยางไรก็ดี ผมยืนยันครับวาในที่ประชุมที่เราไดคุยกันละเอียดยาวเปนชั่วโมงไมมีใครในที่ประชุมที่เสนอ ขึ้นมาวาจำเปนจะตองมีการทำประชามติ ๓ ครั้ง แลวจากการพูดคุยกันก็ไมมีใครทักทวงวา ขั้นตอนการดำเนินการที่ผมและเพื่อนสมาชิกจาก สส. พรรคประชาชน เสนอกันอยูในวันนี้ ไปขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญแตอยางใด แมวามันคงจะไมเหมาะสมถาผมจะไปเอาเทป บันทึกเสียงการประชุมที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญไดบันทึกเอาไวมาเผยแพรในที่นี้ แตผม ก็ยืนยันครับวาดวยความบริสุทธิ์ใจ ผมเองก็ไดแจงกับทางคณะกรรมการประธานรัฐสภา ไปแลววาหากกังวลวาผมสรุปความมาผิดทานประธานรัฐสภาก็สามารถทำหนังสือขอเทป ดังกลาวจากทางประธานศาลรัฐธรรมนูญได ผมเชื่อวาทานก็คงไมติดใจที่จะสงมาใหฟง ทั้งหมดนี้เลยเปนเหตุผลในเชิงขอกฎหมายวาทำไมผมถึงเห็นวาเราไมมีความจำเปนที่ตองสง เรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ แตในสวนที่ ๒ นี้นอกจากจะไมจำเปนแลวผมยืนยันกับที่ประชุม รัฐสภาแหงนี้ครับวาผมเห็นวาการสงเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญนั้นไมเพียงพอตอการจะทำให เราสามารถประสบความสำเร็จในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมได ที่ผมพูดแบบนี้เพราะแม ผมเชื่อครับวามีสมาชิกบางทานที่มีขอกังวลทางกฎหมายจริง ๆ ก็เลยอยากจะใชกลไก ในการสงเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญเพื่อคลี่คลายขอกังวลของตัวทาน แตผมก็เชื่อเชนเดียวกัน วามีสมาชิกบางทานในที่นี้ที่ความจริงลึก ๆ แลวไมไดสนใจหรือกังวลขอกฎหมายหรอกครับ แตลึก ๆ แลวไมอยากแกรัฐธรรมนูญ ก็เลยพยายามคนหาขอกังวลทางกฎหมายใหเจอ เพื่อจะใชกระบวนการในการสงเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญเพื่อชะลอกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม เพื่อหวังวาการดึงบทสนทนามาคุยกันเรื่องเทคนิคทางกฎหมายจะทำใหสังคม หลงลืมไปวาเรากำลังแกรัฐธรรมนูญเพื่ออะไร เพื่อยกระดับกลไกการปราบโกง เพื่อปลดล็อก ทองถิ่น เพื่อปกปองคุมครองสิทธิเสรีภาพของพี่นองประชาชน ดังนั้นวันนี้ครับในที่ประชุม แหงนี้เราจำเปนที่จะตองเอาความจริงมาพูดกันครับ วาอุปสรรคหลักที่ทำใหเรายังไมประสบ ความสำเร็จในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมมันไมใชขอกังวลทางกฎหมาย แตมันคือเจตจำนง ทางการเมืองของทุกฝายในซีกรัฐบาล ซึ่งกระบวนการในการสงเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญไมสามารถ แกไขใหกับทานไดครับ เหตุการณที่ผานมาครับทานประธาน ในชวงไมกี่เดือนที่ผานมาทำให เราสามารถตั้งคำถามไดหลายคำถามเลยครับ เกี่ยวกับเจตจำนงทางการเมืองของแตละฝาย ในซีกรัฐบาล ผมตั้งเพียงแค ๒ คำถามเทานั้น คำถามที่ ๑ ครับ ผมอยากจะตั้งคำถามไปถึง เจตจำนงทางการเมืองของพรรครวมรัฐบาลและ สว. ที่อาจจะมีความคิดคลาย ๆ กัน หากเราเชื่อ วาสิ่งเดียวที่ทำใหพรรครวมรัฐบาลและ สว. ที่อาจจะคิดคลาย ๆ หรือผมขออนุญาตใชคำวา สว. หัวใจเดียวกันนั้น คือกังวลครับวาการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมนั้นอาจจะไปติดที่ ขอจำกัดทางกฎหมาย หากเขาเชื่อวาสิ่งเดียวคือปญหาขอกฎหมาย หากเราเชื่อวาสิ่งเดียว ที่จะทำใหเขาพรอมเดินหนาสนับสนุนการแกรัฐธรรมนูญหรือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมนั้น คือการหาความชัดเจนเรื่องขอกฎหมายจากศาลรัฐธรรมนูญ แลวทำไมครับ เมื่อ ๑ เดือนที่แลว สส. พรรครวมรัฐบาลกวา ๖๐ คนครับ และ สว. ที่เขาวากันวาหัวใจเดียวกันกวารอยคนครับ กลับไมมาลงมติสนับสนุนเพื่อเรงการสงเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นหากวันนี้ทั้ง สส. และ สว. กลุมดังกลาวยังไมมาลงมติสนับสนุนการสงเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญผมคิดวามันก็ ชัดเจนแลวครับ วาอุปสรรคที่เขามีสิ่งที่เขาติดขัดนั้นมันไมใชเรื่องของขอกังวลทางกฎหมาย ที่เขาตองการใหศาลรัฐธรรมนูญมาคลี่คลาย แลวหากเปนเชนนั้นจริงก็ไมมีอะไรรับประกัน วาถึงแมสงเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญแลว ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกลับมาใหเดินหนาตอได สส. และ สว. กลุมนี้จะมารวมลงมติสนับสนุนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม อันนี้คือคำถามที่ ๑ ครับทานประธาน แตคำถามที่ ๒ ที่จำเปนตองถาม คือการตั้งคำถามไปถึงเจตจำนงของทาน นายกรัฐมนตรี เพราะกอนที่เราจะตองมาเถียงกันในวันนี้ครับวาจะสงเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ หรือไม สังคมเขาก็สงสัยวาทานนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหนาฝายบริหารไดทำอะไรไปบางแลว หรือยังในการพยายามจะคลี่คลายขอกังวลของพรรครวมรัฐบาล เพราะถาเรานับกันครับจากวันที่ ทางประธานรัฐสภาบรรจุรางแกไขธรรมนูญของพรรคประชาชนมาจนถึงวันประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาวาระหนึ่งของรางแกไขดังกลาวเมื่อ ๑ เดือนที่แลวครับ ผมนับดูแลวครับ ทานนายกรัฐมนตรีมีเวลาถึง ๒ เดือนในการพยายามจะโนมนาวพรรครวมรัฐบาล แตสิ่งที่เรา เห็นคืออะไรครับ รางของคณะรัฐมนตรีก็ไมมีเสนอเขามาครับ ทั้ง ๆ ที่เปนนโยบายของรัฐบาล เพียงแคจะเอาเรื่องนี้ไปคุยกันในที่ประชุม ครม. ผมก็เขาใจวาทานนายกรัฐมนตรีก็ไมไดทำ ที่พูดแบบนี้ครับเพราะวาพอสื่อมวลชนไปสัมภาษณทานนายกรัฐมนตรี บายในวันเดียวกัน กับที่ประชุมสภาเพิ่งลมไป สื่อมวลชนถามทานนายกรัฐมนตรีวาไดคุยกับพรรครวมรัฐบาล มากอนหนานั้นหรือไม ทานนายกรัฐมนตรีตอบกลับครับวาคุยแลว แตในเย็นวันเดียวกันครับ ผานไปไมถึง ๔ ๕ ๖ ชั่วโมงครับ ทานรองนายกรัฐมนตรี ทานอนุทินขออนุญาตที่เอยนาม ใหสัมภาษณผานรายการออนไลนวาทานนายกรัฐมนตรีนั้นไมเคยนำเรื่องการแกไขรัฐธรรมนูญ มาคุยกับทานเลย ผมไมรูนะครับวาใครพูดจริง ใครพูดไมจริง ผมเขาใจดีนะครับทานประธาน วาแมทานนายกรัฐมนตรีไปคุยกับพรรครวมรัฐบาลแลวก็ไมไดมีอะไรรับประกันรอยเปอรเซ็นต วาพรรครวมรัฐบาลจะเห็นตาม แตถาขนาด สส. จากซีกฝายคานอยางผมยังสามารถโนมนาว ทางประธานรัฐสภาใหบรรจุรางแกไขรัฐธรรมนูญไดเลยวาทำประชามติ ๒ ครั้งนั้นเพียงพอ แลวทำไมครับนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหนารัฐบาลไมสามารถโนมนาวพรรครวมรัฐบาล ภายใน ครม. ของตนเองได ดังนั้นครับทานประธานถาผูเสนอญัตติจากพรรคแกนนำรัฐบาล ในวันนี้ หวังวาการสงเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญนั้นจะแกไขปญหาทั้งหมดใหกับเขา ผมเรียนตามตรงวาอยากใหทานนั้นทบทวนใหมครับ เพราะหากศาลรัฐธรรมนูญใหคำตอบ ชัดเจนกลับมาวาสามารถเดินหนาพิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญและทำประชามติ ๒ ครั้งได ก็ไมมีอะไรรับประกันนะครับวา สส. พรรครวมรัฐบาลและ สว. ที่หัวใจเดียวกันนั้นจะมา โหวตสนับสนุนรางแกไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่อง สสร. หากเขาไมแมกระทั่งสนับสนุนญัตติ ในการสงเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญของทานในวันนี้ แตหากศาลรัฐธรรมนูญครับ ตัดสินใจไมรับ เรื่องดังกลาวไววินิจฉัยเหมือนกับที่เคยตัดสินใจตอนตนป ๒๕๖๗ หรือแมจะรับไว แตก็ไมได วินิจฉัยอะไรที่ชัดเจนเพิ่มเติมกวาที่เคยวินิจฉัยไวแลวในป ๒๕๖๔ เราก็จะกลับมาอยูที่จุดเดิม ที่เราอยูกันในวันนี้ครับทานประธานที่ตองอาศัยเจตจำนงของทานนายกรัฐมนตรีในการโนมนาว สมาชิกรัฐสภาทุกคนในซีกของรัฐบาล ซึ่งภารกิจดังกลาวนั้นไมมีศาลรัฐธรรมนูญที่ไหนไปชวย ทานนายกรัฐมนตรีได ดังนั้นผมทิ้งทายแบบนี้ครับทานประธานอาจจะกลาวโดยสรุป🔗
ประการที่ ๑ ผมเห็นวาการสงเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญนั้นไมมีความจำเปน เพราะสิ่งที่รางแกไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนเสนอใหรัฐสภาดำเนินการนั้นสอดคลอง กับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญทุกประการ🔗
ประการที่ ๒ ผมเห็นวาการสงเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญนั้นก็ไมเพียงพอ เชนกันตอการแกไขปญหา เพราะอุปสรรคหลักของเรื่องนี้ไมไดอยูที่ขอกังวลทางกฎหมาย แตอยูที่เจตจำนงทางการเมืองของรัฐบาล ทางออกเรื่องนี้เลยไมไดอยูที่ศาลรัฐธรรมนูญครับ ทางออกเรื่องนี้อยูที่ทำเนียบรัฐบาล ดังนั้นผมเลยเห็นวาสิ่งที่รัฐสภาควรจะทำกันมากกวา ในวันนี้ครับ คือการสงสัญญาณดัง ๆ ไปถึงทำเนียบรัฐบาลครับ เพราะถึงเวลาแลวที่ทาน นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตรจะตองแสดงภาวะความเปนผูนำและแสดงความเปน เจาภาพในการสรางเอกภาพระหวางพรรครวมรัฐบาลเพื่อผลักดันนโยบายเรือธงของตนเอง ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมใหสำเร็จครับ ขอบคุณครับทานประธาน🔗
ตอไปเชิญทานธีระชัย แสนแกว🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพ กระผม นาย ธีระชัย แสนแกว สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ทานประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาตรวมอภิปรายญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของ รัฐสภาที่ทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และพวกกระผมพรรคเพื่อไทยที่ลงชื่อเปนผูเสนอรวมทั้งญัตติ ของทานวุฒิสมาชิกเปรมศักดิ์ เพียยุระ ในวันนี้ ทานประธานครับ อยางที่พวกเราทราบและ รูกันอยูแลววาพี่นองประชาชนทั้งประเทศก็ทราบกันดีวารัฐธรรมนูญที่เราใชอยูทุกวันนี้ มันเปนรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ มันเปนรัฐธรรมนูญที่มีปญหาแลวก็แกยากมากทั้งที่ไปที่มา ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดขึ้นไดอยางไร ยกรางมาเพื่อใคร ยกรางมาเพื่อรักษาอำนาจใคร และที่สำคัญที่สุดก็คือปญหาเกี่ยวกับกระบวนการแกไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันแกยากวุนวาย หลายขั้นหลายตอนเหลือเกินครับทานประธาน ทานประธานครับ ถาจำกันไดสภาชุดที่ ๒๕ มีการเสนอแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับนี้มา ๒๐ ราง แตที่ผานมาไดเพียงรางเดียว นั้นก็คือการแกไขระบบการเลือกตั้งจาก ๑ ใบ เปน ๒ ใบเทานั้นเอง ก็เปนที่ทราบกันดี นั่นก็คือ การแกไขเปนรายมาตราครับทานประธาน ซึ่งในรางนั้นมีการแกไขเพียงเรื่องเดียวเทานั้น เมื่อเดือนกอนถาจำไดก็คือเมื่อเดือนที่แลววันที่ ๑๓ ๑๔ พรรคเพื่อไทยของกระผมก็ได มีการเสนอรางรัฐธรรมนูญพรอมทั้งเพื่อนสมาชิกพรรคฝายคานดวย เพื่อแกไขมาตรา ๒๕๖ ซึ่งกระผมก็เตรียมที่จะอภิปรายในวันนั้นดวยนะครับ ทานประธานครับ เพื่อที่จะสนับสนุน ใหมีการแกไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แตในเวลาเดียวกันทานประธานครับ กระผมมั่นใจวา จะตีความอยางไรก็เปนการแกไขรัฐธรรมนูญเพียงมาตราเดียวนาจะเริ่ม Start ไดทันที คือคิดเอง คิดเองเออเอง แกได นาจะทำได นาจะแกได นาจะทำได แตทานประธานในเวลานั้น พอถึงเวลาเพื่อนวุฒิสมาชิกมีความเห็นวาการแกไขมาตรา ๒๕๖ เปนการแกไขเพื่อเปนการ เปดทางใหมีการ ตั้ง สสร. เพื่อใหปลายทางนำไปสูการยกรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมทั้งฉบับ ซึ่งมันก็อาจจะตีความไปเชนนั้นละครับทานประธาน ทานประธานครับ กระผมก็ทราบวา ก็มีพวกเราอีกไมนอยที่ยังมีความกังวลปญหาที่รัฐสภามีอำนาจโหวตใหมีการแกไขมาตรา ๒๕๖ เพิ่ม คือเพิ่มเติมเปนเสี้ยวหมวด ๑๕/๑ จะทำไดจริง ๆ หรือไม นี่ก็คือความเห็นที่แตกตางกัน ไปแลวในขณะนั้น จนทำใหเพื่อนสมาชิกของพวกเราอภิปรายไมเห็นดวย การประกาศวา จะรวมการพิจารณารางรัฐธรรมนูญฉบับนั้น กระผมก็เลยวิเคราะหสถานการณตอนนั้นนะครับวา ถาหากเราดื้อดึงหัวชนฝาจะฝนพิจารณารางนั้นตอไป มันก็มีแตตกกับตก ไดพูดเฉย ๆ ครับ แตถึงเวลามันก็มีปญหา ก็รูและเห็นกันอยูแลว เพราะเราเห็นอยูแลววามันเปนหลุมเปนบอ มันมีเหวอยูขางหนานะครับทานประธาน มีเสาไฟฟา ขับรถจะไปชนเสาไฟฟาหรือครับ รัฐธรรมนูญของเราจะดีอยางไร จะดีเลิศประเสริฐศรีอยางไร จะรางอยางไร พวกเราจะเปน ประชาธิปไตยอยางไร ตอใหพี่นองประชาชนจะรัก จะชอบรางรัฐธรรมนูญอยางมากมายขนาดไหน ที่เราคิดวาเราจะรางขึ้น แตคะแนนเสียงโหวตเห็นชอบมันไมถึงเกณฑ มันก็ตกอยูดีละครับ ทานประธาน นี่ละครับสิ่งที่พวกเราตองมาพูดกันในวันนี้ ก็เพราะเนื่องจากมันมีคำวินิจฉัยก็พูด หลายครั้งหลายหน คำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ มีใจความวา การแกไขมาตรา ๒๕๖ เพื่อเพิ่มเติม หมวด ๑๕/๑ ยอมเปนผลใหเกิดการยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งเปนการแกไขในหลักการ สำคัญที่ผูมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญดั้งเดิม ตองมีการปกปองคุมครองหากรัฐสภาตองการ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมตองจัดใหพี่นองประชาชนซึ่งเปนผูทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ออกเสียงประชามติกอน วาสมควรรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม นี่คือความสงสัยครับ ประเทศไทยเดี๋ยวนี้มีแตความสงสัยครับ ในเมื่อมันมีความสงสัยมันมีแตกประเด็นออกไป มันก็ตองใชเราก็ควรที่จะประคับประคองตรงนี้ไวนะครับ มันก็ไมไดเสียหายนี่ครับถึงไดมีการ ยื่นญัตติในวันนี้ นอกจากนี้เรายังมีความกังวล ก็เกรงวาทานประธานครับทานรูจักบักสีหาเหตุไหม บักสีหาเหตุ อายพวกโหนกระแส อายพวกนักรอง พวกหิวแสงจะตามไปรองนี่ละครับ ทานประธาน วาเราจะทำอะไรทามกลางความไมชัดเจน มีแตเครื่องหมายคำถามสงสัย แลวมัน จะเดินหนาไดอยางไรครับทานประธาน ประเทศเรามันมีแตความสงสัย คนนี้ก็สงสัยอันนั้น คนนี้ก็สงสัยอันนี้ มีแตสงสัยมันก็เลยไมไปหนามาหลังจนทุกวันนี้ครับ ทานประธานครับ รัฐธรรมนูญเขียนไวอยางชัดเจน มาตรา ๒๑๐ (๒) บอกวา ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจพิจารณา วินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับอำนาจหนาที่ของสภาผูแทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา ชัดเจนครับ ดังนั้นครับมันไมผิดหรอกครับที่เราจะยื่นญัตติในวันนี้ เมื่อเราไมมีความมั่นใจถึงกระบวนการ ที่ถูกตองอยางแทจริง กระผมคิดวาการที่เราจะสอบถามความชัดเจนไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะใหเรารูกระบวนการที่ถูกตอง เพื่อที่จะทำใหเราแกไขรัฐธรรมนูญไดอยางสำเร็จ กระผมคิดวาเราสมควรทำนะครับทานประธาน แลวที่สำคัญนะครับ ญัตติของทานวิสุทธิ์ และพรรคเพื่อไทยไมไดเปนการถามซ้ำแลวซ้ำอีกนะครับทานประธานหรือสงสัยในอำนาจ ของตัวเองประการใด เพราะถาทานลองดูใหดี ๆ พวกเราสอบถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญอยางนี้ ๑. พวกเราถามวารัฐสภาจะพิจารณาและลงมติรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมที่มีบทบัญญัติ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมไดหรือไมครับ อันนี้อันดับแรก คำถามแรกที่ถามไป🔗
คำถามที่ ๒ การพิจารณาและลงมติรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมฉบับนี้ พวกเราทำไดโดยไมมีผลการออกเสียงประชามติวาพี่นองประชาชนประสงคจะใหมีรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมไดหรือไม อยางที่เพื่อนสมาชิกไดพูดกันอยูนี่นะครับ นี่คือเนื้อหาสาระของญัตติ พวกเราในวันนี้ อยากจะเรียนผานทานประธานสภาไปยังพี่นองประชาชนนะครับวา ที่บางทาน อาจสงสัยทำไมตองถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญกอนครับ เพราะการถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้เราถามไปอีกขั้นตอนหนึ่งที่ล้ำหนากวา และเปนอีกขั้นตอนในความกาวหนาในการแกไข รัฐธรรมนูญ ถาเราถามมันก็เปนความกาวหนาครับ ถาเราไมถามมันก็ลาหลังครับ เพราะอยางไร มติก็ไมผานอยูแลว ดังนั้นกระผมจึงขอสนับสนุนญัตตินี้เพื่อทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และทาน สว. เปรมศักดิ์ เพียยุระ ในวันนี้ ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณพรชัย วิทยเลิศพันธุ ครับ🔗
กราบเรียนทานประธานรัฐสภา เพื่อน ๆ สมาชิกรัฐสภาที่เคารพทุกทาน กระผม พรชัย วิทยเลิศพันธุ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะ สมาชิกรัฐสภาครับ วันนี้ผมขอมีสวนรวมในการอภิปรายญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติ ใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ซึ่งทาน สว. เปรมศักดิ์ เพียยุระ และทาน สส. วิสุทธิ์ ไชยณรุณ เปนผูเสนอครับ กอนอื่นผมขอแสดงจุดยืนนะครับวาผมไมเห็นดวยกับการที่ ฝายนิติบัญญัติอยางรัฐสภาซึ่งประกอบไปดวยสภาผูแทนราษฎรและวุฒิสภาจะตองอาศัย อำนาจของฝายองคกรอิสระที่เปนตุลาการอยางศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความวา ตกลงแลว เราควรทำประชามติกอนหรือหลังที่รางรัฐธรรมนูญเพื่อตั้ง สสร. จะเขาวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง และวาระที่สามในสภา เหตุผลเพราะเราก็เคยใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นนี้แลว ถึง ๒ ครั้ง ครั้งแรกในป ๒๕๖๔ ซึ่งก็มีคำวินิจฉัยวาใหทำแค ๒ ครั้ง คือใหถามประชาชนกอน วาจะใหมีรัฐธรรมนูญใหมหรือไม และเมื่อรางเสร็จก็ใหถามอีกครั้งเพื่อใหรับรองเนื้อหา ในรัฐธรรมนูญเทากับทำแคกอนและหลังรวม ๒ ครั้งเทานั้นครับ และอีกครั้งหนึ่งเมื่อป ๒๕๖๗ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็ไมเห็นวาเรื่องนี้เปนคดีและไมรับเรื่องไปวินิจฉัยครับ ซึ่งเรื่องจำนวนครั้ง ในการทำประชามตินาจะชัดเจนจากคำวินิจฉัย ป ๒๕๖๔ แลวนะครับ แตปญหาที่ทำใหรัฐสภา ของเราตองมีญัตติดวนในวันนี้ก็เพราะมีผูสงสัยในคำวินิจฉัยนั้นวา เราควรทำประชามติ เพียง ๒ ครั้งจริงหรือ และตองทำประชามติ ณ จังหวัดไหน กอนหรือหลังที่รางธรรมนูญ จะเขาที่ประชุมของรัฐสภากันแน เมื่อเราไปดูคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๔ เราจะเห็น ขอความระบุชัดวา หากรัฐสภาตองการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมตองทำประชามติเสียกอน แลวเราจะรูไดอยางไรวารัฐสภาตองการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมครับ การที่พรรคเพื่อไทย กับพรรคประชาชนยื่นรางเขามามันแสดงใหเห็นเจตจำนงของพรรคการเมืองเพียง ๒ พรรคเทานั้น ซึ่งไมใชความตองการของรัฐสภา ซึ่งการที่รัฐสภาจะแสดงความตองการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมไดก็ตองผานการพิจารณาแลว ๓ วาระนั่นเอง คำวินิจฉัยก็ชัดเจนนะครับแทบจะไมตอง ตีความอยางไรแลว ซึ่งผมเองก็เขาใจวาทานประธานรัฐสภาก็เห็นดวยจึงไดบรรจุการพิจารณา รางแกไขรัฐธรรมนูญดังกลาวเปนวาระการประชุมรวมเมื่อวันที่ ๑๓ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ ที่ผานมา แตพรรคการเมืองที่เปนผูยื่นรางเขามากลับใช Tactic นับองคประชุมแตไมแสดงตน แมจะอยูในที่ประชุมจนสภาลมไป ๒ รอบ เปลืองเงินภาษีประชาชนไปหลายลานบาทครับ ซึ่งก็นาทำใหเคลือบแคลงในความจริงจังจริงใจของพรรคการเมืองดังกลาวในการแกไข รัฐธรรมนูญเปนอยางยิ่งครับ ผมจึงอยากตั้งคำถามวารัฐสภาของเรากำลัง ๒ มาตรฐานหรือเปลา ถาเรายังจำกันไดเมื่อ ๒ สัปดาหที่แลวตอนที่เราพิจารณาเรื่องการแกไขขอบังคับการประชุมรัฐสภา เพื่อใหอำนาจคนนอกที่ไมใชสมาชิกรัฐสภาไดมาเปนกรรมาธิการพิจารณารางรัฐธรรมนูญ ผมเสนอวาหากรัฐสภาจะตัดสินกันเองวารัฐธรรมนูญนี้ไมเปดชองใหประชาชนคนนอกเขามา เปนกรรมาธิการเราควรจะยื่นเรื่องปรึกษาศาลรัฐธรรมนูญกอนหรือไม ที่ประชุมรัฐสภาแหงนี้ ก็มีมติวาไมตองเราฟนธงไดเองเลยวาไมได รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ไมเปดชองใหประชาชน คนนอกมีสิทธิเขามาเปนกรรมาธิการรวม แลวก็โหวตการแกไขขอบังคับดังกลาวใหตกไป แตวันนี้ครับทานประธาน เรากำลังจะมีมติยื่นใหศาลรัฐธรรมนูญตัดสินวาเราตองทำประชามติกี่ครั้ง แลวตองทำในชวงเวลาไหนบางครับ ทั้ง ๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญก็เคยมีมติเรื่องนี้มาแลวผมก็เลย ไมแนใจวาตกลงรัฐสภาแหงนี้ในฐานะองคกรนิติบัญญัติสูงสุดของประเทศมีอำนาจในการตีความ รัฐธรรมนูญเองหรือวาไมมี หรือจะมีหรือวาไมมีนี่ก็แลวแตสะดวก แลวแตวาเรื่องนั้นเอื้อ กับความตองการและประโยชนของแตละพรรคการเมืองในชวงเวลานั้นหรือไม อยากประวิงเวลา ในการแกไขรัฐธรรมนูญก็ยื่นใหศาลรัฐธรรมนูญตีความซ้ำแลวซ้ำเลา แตถาไมอยากใหประชาชน มีสวนรวมในฐานะกรรมาธิการพิจารณารางรัฐธรรมนูญ เราก็ไมตองปรึกษาศาลรัฐธรรมนูญเลย เราฟนธงเองกันไดเลย อยางนี้จะไมเรียกวา ๒ มาตรฐานไดหรือครับ ผมจึงขออนุญาต ตั้งคำถามดัง ๆ อีก ๒ ขอตอญัตติดวนทั้ง ๒ ญัตติในวันนี้ดังตอไปนี้ครับ🔗
ประการแรก เปนเรื่องสมเหตุสมผลหรือไมที่ขั้นตอนในการแกไขรางรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม ซึ่งควรจะเปนเรื่องของฝายนิติบัญญัติกลับจะไปใหอำนาจฝายองคกรอิสระที่เปน ตุลาการตัดสินวาจะทำไดหรือทำไมได หลังจากพรรครวมรัฐบาลบางพรรคไปแถลงหลังสภาลม ๒ รอบครั้งที่แลววาอยากจะเดินทางออมยังจะดีเสียกวา จริง ๆ แลวรัฐสภาแหงนี้กำลังหลงทาง หรือเปลาครับ รัฐสภาแหงนี้จะเดินตออยางไรหากศาลรัฐธรรมนูญก็ยืนยันตามคำวินิจฉัยเดิม เมื่อป ๒๕๖๔ วาใหทำประชามติ ๒ ครั้ง ครั้งหนึ่งกอนการแกไขรัฐธรรมนูญและอีกครั้ง หลังการรางรัฐธรรมนูญ หรือไมก็ไมเห็นวาเรื่องนี้เปนคดีแลวก็ไมรับเรื่องไปวินิจฉัยเหมือนตอนยื่น เมื่อป ๒๕๖๗ อะไรครับที่ทำใหทานคิดวาครั้งนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะใหคำตอบที่ตางออกไป ไมเหมือนเดิมครับ🔗
ประการที่ ๒ การที่พรรคทานสนับสนุนการยื่นเรื่องไปใหศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยก็เทากับวาทานเองก็ไมแนใจเหมือนกันวาตองทำประชามติกอนยื่นรางหรือเปลา ถาพรรคทานยังไมแนใจในเรื่องดังกลาวตั้งแตตน พรรคทานยื่นรางประกบพรรคประชาชน ทำไม ทำไมไมไปทักทวงประเด็นนี้ตอนประชุมวิป ๓ ฝาย แลวก็ขอใหยื่นเรื่องใหศาลรัฐธรรมนูญ ใหคำวินิจฉัยตั้งแตกอนที่ทานจะยื่นรางประกบมา ทำไมเพิ่งมากลัวคิดไดวาจะมายื่นตอน จังหวะนี้ครับ การกระทำที่ลักปดลักเปดเชนนี้ตีความไดหรือไมวาเปนการเตะถวงกระบวนการ แกรัฐธรรมนูญ ผลของความลักลั่นของทานก็คือมีความเปนไปไดนอยมากแลวที่เราจะได เริ่มกระบวนการแกไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับในสมัยการประชุมนี้ เมื่อป ๒๕๖๔ ศาลรัฐธรรมนูญ ใชเวลากอนที่จะมีคำวินิจฉัย ๔๐ วันครับ ถาเราดูตารางมาตรฐานเวลาเดิมและรัฐสภามีมติ ยื่นขอคำวินิจฉัยตอศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้เลย นับจากวันนี้ไป ๔๐ วันก็ไมทันปดสมัยประชุมนี้ ก็คือวันที่ ๑๐ เมษายนแลวครับ ทานประธานครับ ประโยชนเดียวที่ผมเห็นวาการยื่นญัตติดวน ในวันนี้จะชวยไดก็คือหาก ผมขอย้ำวาหากนะครับ หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยใหทำ ประชามติครั้งที่ ๑ กอนเริ่มกระบวนการใด ๆ ในสภา ผมก็หวังวาผลของประชามติจากเสียง สวนใหญของประชาชนที่เราจะทราบกอนการโหวตวาจะแกหรือไมแกรัฐธรรมนูญจะชวย โนมนาวใหทานเพื่อน ๆ สมาชิกวุฒิสภาของผมอยางนอย ๖๗ ทาน ซึ่งตามมาตรา ๑๑๔ ของรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ บัญญัติใหตองปฏิบัติหนาที่เปนผูแทนปวงชนชาวไทยโดยไมอยู ในความผูกมัดแหงอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำใด ๆ จะเคารพมติของปวงชนชาวไทย ที่สะทอนผานผลการทำประชามติและไมทำตัวเปนจระเขขวางคลอง ขวางกระบวนการแกไข รัฐธรรมนูญอันเปนความตองการของปวงชนชาวไทยที่ปฏิเสธไมได หากผลประชามติครั้งแรก ออกมาเปนเอกฉันทวาปวงชนชาวไทยตองการแกไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับครับ แลวหากเรา จะพูดเรื่องของการเคารพบัญญัติในรัฐธรรมนูญอยางเครงครัด มาตรา ๑๑๓ ของรัฐธรรมนูญ ก็ระบุอยางชัดเจนวา สมาชิกวุฒิสภาตองไมฝกใฝหรือยอมตนอยูใตอาณัติของพรรคการเมืองใด ๆ ผมจึงหวังเปนอยางยิ่งวาในเรื่องที่มีความสำคัญอยางยิ่งอยางการแกไขรัฐธรรมนูญสมาชิก วุฒิสภาทุกทานจะทำหนาที่เปนตัวแทนปวงชนชาวไทยตามบัญญัติในรัฐธรรมนูญอยางแทจริง และไมทำตัวเปนตัวแทนของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งตามที่สังคมกำลังตั้งขอครหา จนเกิดวิกฤติศรัทธาตอสถาบันวุฒิสภาอยางใหญหลวงที่สุดในประวัติศาสตรชาติไทยอยางที่ เปนอยู ณ ขณะนี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณพนิดา มงคลสวัสดิ์ ครับ🔗
เรียนประธาน ที่เคารพ ดิฉัน พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ อำเภอเมือง ตำบลทายบาน ปากน้ำ บางเมือง บางโปรง บางดวน พรรคประชาชนคะ วันนี้ ดิฉันขอเปน ๑ เสียงในการอภิปรายคัดคานขอใหรัฐสภามีมติใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) คะ ทานประธานคะ ศาลรัฐธรรมนูญถูกจัดตั้งขึ้นมาโดยมีเจตนารมณเพื่อรักษาความเปน กฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ โดยเนนการถวงอำนาจของฝายนิติบัญญัติ โดยเฉพาะการตรากฎหมายและตรวจสอบวาการใชอำนาจนั้นชอบดวยรัฐธรรมนูญหรือไม ฟงดูเหมือนจะยิ่งใหญใชไหมคะ แตถึงกระนั้นแลวหากเปนไปตามหลักการอำนาจในการ วินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเองก็มีอยูตามขอบเขตที่ระบุไวในกฎหมาย ไมใชนึกจะวินิจฉัยคดีใด ก็หยิบยกขึ้นมาวินิจฉัยไดเสมอไป เพราะอำนาจการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีบอเกิดหลัก มาจากรัฐธรรมนูญและบอเกิดรองมาจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือ พ.ร.ป. ฉบับตาง ๆ ซึ่งเปนกฎหมายที่อธิบายขยายความเนื้อหาที่อยูในรัฐธรรมนูญคะ ฉะนั้นแลว หากไมไดมีการบัญญัติไวในบอเกิดนี้ทั้ง ๒ บอวาเปนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัย แมจะมีบุคคลหรือองคกรใดยื่นคำรองไปศาลธรรมนูญก็ไมสามารถรับคดีไววินิจฉัยได สำหรับ คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยนั้นเรียกสั้น ๆ วาคดีรัฐธรรมนูญ จำแนกเปน ๔ ประเภท ๑. ตรวจสอบความชอบดวยรัฐธรรมนูญของกฎหมายทั้งกอนและหลังการประกาศใช วามีเนื้อหาขัดหรือแยงกับรัฐธรรมนูญหรือไม ๒. ตรวจสอบรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติม วามีเนื้อหาขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๕ ซึ่งก็เปนการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐหรือ ระบอบการปกครองหรือไม รวมถึงตรวจสอบวามีการทำประชามติในการแกไขเนื้อหาหมวด ที่รัฐธรรมนูญกำหนดวาจะตองมีการทำประชามติหรือไม ๓. ตรวจสอบกระบวนการจัดทำ หนังสือสัญญาสำคัญอยางเชนความตกลงระหวางประเทศที่รัฐสภาตองใหความเห็นชอบ และ ๔. วินิจฉัยชี้ขาดปญหาเกี่ยวกับอำนาจหนาที่ของสภาผูแทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรีและองคกรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ทานประธานคะ ประเด็นสำคัญที่รัฐสภา จะตองพิจารณากันกอนลงมติก็คือญัตติที่ถูกเสนอโดยวิปรัฐบาลและ สว. ในวันนี้ มีองคประกอบที่ครบถวนพอที่จะเขาขายเปนคดีรัฐธรรมนูญประเภทที่ ๔ ที่ดิฉันไดกลาวมา หรือไม อางอิงตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๔ วางหลักไววาการยื่นขอใหศาลพิจารณาวินิจฉัยคดีตามมาตรา ๗ (๒) หนึ่งในนั้น ก็คือวินิจฉัยอำนาจหนาที่ของรัฐสภาแหงนี้คะ ตองเปนปญหาซึ่งเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจ ที่เกิดขึ้นแลว โดยในกรณีที่ปญหานั้นเกิดขึ้นกับหนวยงานใดตองใหหนวยงานนั้นเปนผูมีสิทธิ ยื่นหนังสือตอศาลขอใหศาลพิจารณาวินิจฉัย ชา ๆ ชัด ๆ นะคะ ตองเปนปญหาซึ่งเกี่ยวกับ หนาที่และอำนาจที่เกิดขึ้นแลว จะเห็นไดวาองคประกอบเงื่อนไขสำคัญในกรณีนี้คือการที่ รัฐสภาตองใชอำนาจนั้นไปแลวหรือกำลังใชอำนาจนั้นอยูจึงจะถือวาเปนการใชอำนาจ ที่เกิดขึ้นแลว ทีนี้มาพิจารณากัน ขอเท็จจริงที่เกิดขึ้นในวันนี้ รัฐสภาแหงนี้ยังไมไดมีการ พิจารณารางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมเลยคะ ยังไมเขาวาระดวยซ้ำ ดังนั้นทายที่สุดแลวตอให วันนี้เรามีมติยื่นขอใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญเองก็อาจจะไมสามารถรับ คำรองไดอยูดีเพราะมันยังไมเขาองคประกอบของคดีตามกฎหมาย และสิ่งที่ดิฉันกลาวไป ก็ไมใชวาอานกฎหมายแลวนั่งเทียนตีความหรือคิดสถานการณขึ้นมาลอย ๆ นะคะ หากแต ยอนกลับไปดูเมื่อครั้งทานประธานรัฐสภาหรือทานประธานวันมูหะมัดนอร มะทา ขออนุญาต พาดพิงคะ ไดยื่นคำรองตอศาลรัฐธรรมนูญขอใหวินิจฉัยอำนาจตัวเองในประเด็นลักษณะ เดียวกันนี้เมื่อตนป ๒๕๖๗ จากประเด็นที่ถกเถียงวาการเสนอแกไขรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมโดย สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งนั้นรัฐสภามีอำนาจในการลงมติพิจารณา แกไขไดเลยหรือตองทำประชามติกอน ในครั้งนั้นรัฐสภาก็ถกเถียงกันแบบนี้ มีความขัดแยง มีความเห็นที่แตกตางกันแบบวันนี้เลยคะ ประธานจึงสงไปถามศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลเอง ก็ตอบกลับมาวาวินิจฉัยโดยละเอียดแลว ชัดเจนแลว การแกรัฐธรรมนูญเปนอำนาจรัฐสภา ไมตองกังวลวาจะขัดตอกฎหมาย ทำได หรือไมไดขัดตอคำวินิจฉัยของศาลธรรมนูญคะ มีมติ ๗ ตอ ๐ ไมรับคำรอง ดวยเหตุผลที่วาไมใชปญหาซึ่งเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจที่เกิดขึ้นแลว จึงไมตรงกับเงื่อนไขตาม พ.ร.ป. วาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญคะ อีกขอโตแยงหนึ่งคะ คือเรื่องการทำประชามติ จริง ๆ แลวศาลก็เคยวินิจฉัยไปแลวตามคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๔/๒๕๖๔ วารัฐสภามีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม การทำประชามติตลอดกระบวนการเขียนรัฐธรรมนูญใหมนี้ทำแค ๒ ครั้งคือกอนจัดทำ รัฐธรรมนูญและหลัง สสร. จัดทำรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมแลว ไมมีกฎหมายบังคับใหรัฐสภา ตองทำประชามติกอนเสนอรางแกไขรัฐธรรมนูญ และคำวินิจฉัยศาลธรรมนูญเปนที่ยุติแลว มีครั้งที่ ๑ แลว มีครั้งที่ ๒ แลว อยาใหมีครั้งที่ ๓ เลยคะทานประธาน อีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากจะสื่อสารกับพอแมพี่นองประชาชนที่รับฟงการอภิปรายครั้งนี้อยู รวมถึงเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะบางทานที่ตั้งคำถามวาทำไมพรรคประชาชนเหตุใดจึงคิดแตจะ แกรัฐธรรมนูญอยูได ดิฉันขอตอบนะคะวาหากกฎหมายสูงสุดของประเทศนี้ซึ่งเปนบทบัญญัติ กำหนดบทบาทแบงแยกอำนาจอธิปไตย ๓ ฝาย ทั้งบริหาร ตุลาการและนิติบัญญัติกลับไมเปน ประชาธิปไตยแลวมีปญหาเชิงโครงสรางหลายประการ แลวคุณภาพชีวิตพี่นองประชาชน ในประเทศนี้จะดีไดอยางไรคะ จริง ๆ แลวเรา ๆ ทาน ๆ ตางก็เคยออกมาประกาศเปน นโยบายในการหาเสียงเมื่อครั้งป ๒๕๖๖ พรรคเพื่อไทยทานเองก็ใชเปนนโยบายเรือธงดวยซ้ำ เพราะเราตางก็รูดีวามันมีปญหาทุกคนไดรับผลกระทบ ทานประธานคะ อยางเหตุการณวันนี้ ก็เปนกรณีตัวอยางที่เห็นไดชัดวาทำไมเราจึงควรตองจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม การที่สมาชิก รัฐสภาตองมานั่งวิตกกังวลวาถาพิจารณารางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมแลวจะขัดรัฐธรรมนูญ หรือไมจะตอง Play Safe ดวยการทำประชามติกอนหรือเปลา จะตองทำประชามติกี่ครั้งกันแน สิ่งเหลานี้ลวนเปนผลพวงมาจากการทำรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญแลวเขียนใหมใหอำนาจ ศาลรัฐธรรมนูญแผขยายลนเกินจนสรางความหวาดกลัวตอฝายนิติบัญญัติในการปฏิบัติ หนาที่ พี่นองประชาชนที่รับฟงอยูทางบานทานประธานคะทานทราบหรือไมวาวัตถุประสงค ของการจัดตั้งศาลธรรมนูญ แรกเริ่มเดิมทีนั้นมีขึ้นมาเพื่อปฏิรูปการเมือง ทำใหรัฐบาล มีเสถียรภาพมีกลไกตรวจสอบเพื่อประกันสิทธิเสรีภาพของพี่นองประชาชน มีหนาที่เพียง ตรวจสอบ พ.ร.บ. ที่ผานสภาคะวาขัดหรือแยงกับรัฐธรรมนูญหรือไม แลวสาเหตุที่วันนี้ พวกเราตองกลัวแบบนี้ก็เพราะวายิ่งมีการรัฐประหารฉีกอำนาจรัฐธรรมนูญมากเทาไรอำนาจ ของศาลรัฐธรรมนูญก็เพิ่มมากขึ้นเทานั้นโดยเฉพาะอำนาจที่พัวพันกับเรื่องการเมือง ทั้งอำนาจยุบพรรค อำนาจตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี ตัดสิทธิ สส. ดูวาพฤติกรรมบุคคลใด ลมลางการปกครองหรือไม ฝาฝนจริยธรรมหรือเปลา นายกรัฐมนตรียังเคยถูกใหพนตำแหนง มาแลว อีกทั้งยังขาดความยึดโยงกับพี่นองประชาชนคะจนขาลอย จากรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๔๐ ฉบับที่กอตั้งสรางศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมา สว. ไมนอยกวา ๑ ใน ๓ หรือประชาชน ๕๐,๐๐๐ คน สามารถเขาชื่อใหถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได ประธานวุฒิสภาจะสงเรื่องใหคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตรวจสอบขอกลาวหา หาก ป.ป.ช. ชี้วามีมูล วุฒิสภาลงมติถอดถอนดวยเสียงไมนอยกวา ๓ ใน ๕ ไดเลย แตในรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ ปจจุบันนะคะการถอดถอนแทบเปนไปไมได เพราะใหกลไกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบกันเองผานที่ประชุมใหญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญประชาชนพวกเรา สส. สว. ไมมีสิทธิถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง ชัดเจนคะวาขาดกลไกตรวจสอบถวงดุลจากภายนอกจึงมักถูกถามเรื่องความโปรงใสคะ เพราะศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีอำนาจสูงแตกลไกความชอบธรรมทางประชาธิปไตยต่ำ สะทอนชัด ในภาพปจจุบันที่อำนาจของฝายตุลาการลนเกินมากดทับของฝายนิติบัญญัติจากศาลรัฐธรรมนูญ ที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาโดยเจตนารมณที่ดิฉันกลาวไปขางตน กลับกลายเปนถูกใชเปนเครื่องมือ ในกระบวนการนิติศาสตรสงครามเปนอาวุธหอก ดาบ กระบอกปนปดชีพคูแขงทางการเมือง ที่เห็นตางหรือกระดางกระเดื่องตอผูมีอำนาจ ชี้ชะตาทางการเมืองของบุคคลไดอยางเบ็ดเสร็จ เด็ดขาดแทบจะสถาปนาตัวเองเปนรัฐธรรมนูญเสียเอง วันนี้เรามีหนทางเดียวที่จะปฏิเสธการใช อำนาจเหลื่อมล้ำแดนองคกรอื่น ๆ ของศาลรัฐธรรมนูญคะ นั่นคือเราตองยืนยันอำนาจ กลับไป รัฐสภาตองยึดมั่นในอำนาจของฝายนิติบัญญัติยืนยันหลักการวาเรามีอำนาจริเริ่ม ในการแกไขรัฐธรรมนูญได นาผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นทุกวันนี้กลับกลายเปนวารัฐสภาจะทำอะไร ก็ตองถามศาลรัฐธรรมนูญกอนวาทำไดหรือไม ทำอยางกับวาศาลรัฐธรรมนูญเปนที่ปรึกษา ทางกฎหมายของรัฐสภาคะ ถามแลวถามอีก ถามซ้ำ ๆ ถามมันอยูอยางนั้นเสมือนวา ผูแทนราษฎรในฐานะฝายนิติบัญญัติอยางเรา ๆ ยอมรับอำนาจที่ล้ำแดนมาของฝายตุลาการ ไปโดยปริยาย วันนี้ดิฉันตองย้ำนะคะวาศาลรัฐธรรมนูญไมใชกฤษฎีกา รัฐสภาอยาเขาใจผิด แลวตองอยาเขาไปมีสวนรวมในการทำใหขอบเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญกวางขวาง ไปมากกวานี้เพราะนี่คือเขตแดนอำนาจของประชาชน🔗
สุดทายนี้นะคะ ดิฉันย้ำความกังวลอีกครั้งคะวาหากวันนี้รัฐสภามีมติในการ เห็นชอบยื่นใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นตามญัตติในเลมนี้นะคะ ศาลรัฐธรรมนูญเอง ก็อาจจะไมสามารถรับคำรองไดอยูดี สิ่งที่เรากำลังจะถกเถียงกันอยูในตอนนี้เปนเรื่องเสียเวลา ทานประธานคะ เราทุกคนในที่นี้คะเปนตัวแทนความคิดของคนในสังคมทุกฝงฝาย เราเห็น ตางกันในบางเรื่องแตดิฉันมั่นใจวามีหลาย ๆ เรื่องที่เราเห็นตรงกันเพราะเรามันหัวอกเดียวกัน หากทานจะทำใหการรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมเปนไปอยางลาชานั่นเทากับวาทานกำลังพาเรา ทุกคนไปตกอยูในสภาวะอันตราย เราอันตรายทานก็อันตรายหากเราไมสามารถปดชอง รัฐประหารได เราอันตรายทานก็อันตรายหากเราไมมีหลักประกันสิทธิเสรีภาพมาปกปอง พวกเราทุกคน เราอันตรายทานก็ยิ่งอันตรายคะหากศาลรัฐธรรมนูญและองคกรอิสระจะแผขยาย อำนาจไปไกลเกินขอบเขตของเจตนารมณในการจัดตั้งจนแทบจดจำไมได ที่แครัฐสภาแหงนี้ จะแกกฎหมายตามหนาที่ยังตองกลัว เราอันตรายทานก็อยาคิดวาทานจะปลอดภัยในสังคม ที่ชองวางความเหลื่อมล้ำมันถี่หางออกจากกันขนาดนี้ระบบเศรษฐกิจที่เปนระบบอุปถัมภ และการกระจายอำนาจที่ไปไดไกลแคยอดมะพราวเราทุกคนไดรับผลกระทบเดียวกันหมด เราจายคาไฟ จายคาเทอมสงลูกไปโรงเรียนคะ ไปซื้อของในตลาด เราไปโรงพยาบาลเหมือนกัน เราเปนคนไทยเหมือนกันหากทานไมไดอยูในสายปานอุปถัมภนี้ทานคือผูที่ถูกกดขี่อยูทั้งหมด และหนทางที่เราจะหยุดวงจรนี้ไดคือรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมที่มาจากน้ำมือของพี่นอง ประชาชนเปนกฎหมายหลักของประเทศ หากทานยังเตะถวงขัดขวางและไมแสดงความจริงใจ ในการเดินหนารางรัฐธรรมนูญฉบับใหมแบบนี้ หลีกเลี่ยงไมไดที่ทานตองเจอคำถามสำคัญคะ วาใครไดประโยชนจากการที่ประเทศนี้ไมเปลี่ยน ใครไดประโยชนจากการที่โครงสรางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองจะยังคงอยูแบบนี้ตอไป ทานหรือใคร แตที่แน ๆ ไมใชเราประชาชนคะ🔗
สุดทายแลวคะทานประธาน ดิฉันเชื่อมั่นเปนอยางยิ่งวานี่คือจุดรวมสำคัญ ที่พี่นองประชาชนเห็นตรงกันจากผลการเลือกตั้งป ๒๕๖๖ เราตองการรัฐมนตรีฉบับใหมที่มา จากประชาชนอยางแทจริง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่หาเสียงไวกับ นโยบายนี้ควรทำ คือการหันกลับมาหาหลังพิงเดียวที่เรามีคือฉันทามติของพี่นองประชาชน ยืนยันในอำนาจนิติบัญญัติเดินหนาพิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม มาตรา ๒๕๖ และเพิ่ม หมวด ๑๕/๑ ใหเรามี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เปดประตูไปสูการรางรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม พาประเทศไทยไปสูความเปนประชาธิปไตยเต็มใบทำใหกฎหมายสูงสุดของประเทศนี้ มาจากประชาชนโดยประชาชนเพื่อประชาชนอยางแทจริง ขอบคุณคะ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณลิณธิภรณ วริณวัชรโรจน ครับ🔗
เรียนทานประธาน รัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวลิณธิภรณ วริณวัชรโรจน สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาขอรวมอภิปรายในการพิจารณาญัตติดวน เรื่อง ขอให รัฐสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของ รัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ซึ่งเสนอโดยทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และ นายแพทย เปรมศักดิ์ เพียยุระ ประธานรัฐสภาที่เคารพคะ ไมวาในที่ประชุมรัฐสภาของเรา จะมีความเห็นแตกตางกันเพียงใดคะ แตสิ่งที่สำคัญที่สุดของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา คือเราตองทำใหรัฐสภาทำหนาที่ไดตามกลไกและอำนาจที่มีคะ แตสัปดาหที่ผานมาคะพี่นอง ประชาชนหลายคนเห็นวารัฐสภาเดินหนาตอไมได เพราะมันมีความเห็นตางในเรื่องของ อำนาจหนาที่ที่วานั้น ซึ่งเปนกำแพงกั้นไมใหพวกเราทุกคนเดินหนาพิจารณาแกไขรัฐธรรมนูญ ตอไปคะ นี่จึงเปนเหตุผลที่ดิฉันจะขอเปนอีก ๑ เสียงเชิญชวนเพื่อนสมาชิกทุกทานที่ไดรับ ฉันทามติจากพี่นองประชาชนใหมาทำหนาที่ในหองประชุมแหงนี้รวมลงมติสนับสนุนญัตตินี้ ไมใชเพียงเพื่อเตะถวงเวลาหรือยืดเยื้อออกไปนะคะทานประธาน แตเพื่อใหกระบวนการ แกไขรัฐธรรมนูญของเราไมสะดุดเพื่อใหไดรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใหมที่ทำไดไมใชแคไดทำคะ สิ่งที่ดิฉันพูดจนถึงวินาทีนี้ดิฉันเชื่อมั่นเหลือเกินวาทุกคนและทุกฝายลวนตระหนักกันดีวา รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ป ๒๕๖๐ มีปญหาและจำเปนตองแกไขรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ถูกจัดตั้งขึ้นภายใตสถานการณพิเศษคะทานประธาน ซึ่งกระบวนการยกรางไมไดเปดโอกาส ใหพี่นองประชาชนเขามามีสวนรวมอยางแทจริง หรือแทบจะเรียกไดวาขาดความชอบธรรม เสียดวยซ้ำ ดังนั้นตั้งแตกระบวนการตนน้ำกันเลย คณะกรรมการยกรางที่มาจากการแตงตั้ง ของผูกอการรัฐประหารอยางคณะรักษาความสงบแหงชาติ คสช. กระบวนการกลางน้ำ ก็เชนเดียวกันคะบรรดาสารัตถะที่ไมเปนประชาธิปไตยทั้งที่โจงแจงและที่สอดไสอยูใน บทบัญญัติสวนตาง ๆ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และปลายน้ำที่ผานมาถึง ๘ ปคะที่เราอภิปราย กันอยูนี้ใชเวลาถึง ๘ ปในความพยายามแกไขรัฐธรรมนูญและยังเปนเพียงแคแสงสวาง ปลายอุโมงคอยูรำไรเทานั้นนะคะทานประธาน สะทอนใหเห็นแลววากติกาสูงสุดของประเทศ ฉบับนี้เปนหวงโซที่ตึงรั้งประเทศและจำกัดการแกไขเพิ่มเติมไวอยางยากลำบากเพียงใดคะ ทานประธานรัฐสภาที่เคารพคะ เมื่อกลาวมาถึงจุดนี้ดิฉันเขาใจดีดวยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๔ ที่ระบุวาตองมีการถามประชามติจากพี่นองประชาชนกอน เมื่อการพิจารณาแกไข รัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นทำใหเพื่อนสมาชิกรัฐสภาบางสวนเกิดความกังวลไมเขารวมพิจารณา วาระแกไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อตอบขอซักถามกับเพื่อนสมาชิกนะคะ ไมวาศาลรัฐธรรมนูญ ในอนาคตจะตีความเปนอยางไรแตพรรคเพื่อไทยจะทำใหกระบวนการแกไขรัฐธรรมนูญ ครั้งนี้เปนไปดวยความรอบคอบอยางที่สุดคะ ซึ่งหากเสียงของ สว. ไมสนับสนุน ๖๗ เสียง หรือมีเสียงของ สส. บางสวนที่เห็นตาง ความพยายามในการกอรางสรางประชาธิปไตย ก็จะหมดลงทันที ปดประตูบานแรกในการแกไขรัฐธรรมนูญก็เทากับตกไป ประตูที่ปดลง ก็สูญเปลาเดินหนาตอไปก็เจอทางตันและตองใชเวลาอีกเทาไรคะ อีกเทาไรที่เราจะไดกลับมา เริ่มตนกันใหม บางทานวิจารณคะวาพรรคเพื่อไทยไมยืนหยัดในอำนาจของฝายนิติบัญญัติ ปลอยใหฝายตุลาการหรือองคกรอิสระขึ้นมามีอำนาจเหนือการตัดสิน พวกเรามีอำนาจในการ พิจารณากฎหมายเองหรือไม ตองบอกเพื่อนสมาชิกอยางนี้คะวาศาลรัฐธรรมนูญที่ไมไดรับ ตีความในป ๒๕๖๔ เนื่องดวยตอนนั้นรัฐสภายังไมมีการบรรจุญัตติลงไป ยังไมมีการบรรจุ และยังไมมีความขัดแยงที่เกิดขึ้นอยางในปจจุบัน ดังนั้นดิฉันจึงขอถามกลับคะ หากเราพิจารณากันไปแลวหากเกิดปญหาอำนาจหนาที่รัฐสภา ขึ้นมาจริง ๆ จนลมวาระรางรัฐธรรมนูญไปเสียหมด ฝายที่ดึงดันแกไขจะสามารถรับผิดชอบ ไดหรือไม พวกที่ไมใหแกไขไมใหยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความจะรับผิดชอบไดหรือไม จะรับผิดชอบกับเวลาที่เสียไปไดหรือไม ทานประธานรัฐสภาที่เคารพคะ ดวยเหตุนี้พรรคเพื่อไทย คิดใหญและมองการณไกล เราไมยอมอีกแลวคะใหวัฏจักรของความลมเหลววนเวียนกลับไป กลับมา ชัดเจนวาเราตองทำใหสำเร็จในรัฐบาลนี้ตามนโยบายที่พรรคเพื่อไทยไดใหคำมั่นสัญญา ไวกับพี่นองประชาชนตั้งแตชวงหาเสียงเลือกตั้งคะ สิ่งสำคัญก็คือตองทำใหการแกรัฐธรรมนูญ สำเร็จลุลวงชัดเจนตั้งแตคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีและของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ที่ประกาศตอสภาแหงนี้คะ🔗
สุดทายคะ ดิฉันขอย้ำเหตุผลและความจำเปนตอเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทุกทานวา เราควรเห็นพองตองกันตามญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา วินิจฉัยปญหาที่เกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ (๒) คะ แลวใหศาลรัฐธรรมนูญตีความโดยเฉพาะเรื่องการทำประชามติวากี่ครั้งจะไดชัดเจน เมื่อยังมีคำถามที่คาใจคะ ประชามติตองกี่ครั้งกันแน การยื่นใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ก็จะชวยยืนยันไดคะทานประธาน ในฐานะอันเปนองคกรตุลาการที่วางบรรทัดฐานทางกฎหมาย ไวเกี่ยวกับการแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยไวแลวคะ เราทุกคนในฐานะ ผูแทนประชาชนผูใชอำนาจนิติบัญญัติก็จะสามารถเดินหนาตอภารกิจไดอยางราบรื่น ตามเปาหมายพิจารณากันอยางถี่ถวนตามบรรทัดฐานของกฎหมาย และไมทำใหความพยายาม ที่ผานมาตองสูญเปลา ไมทำลายความหวังของพี่นองประชาชนตอรัฐสภาแหงนี้สูญสิ้นไปคะ เพราะทานที่สุดคะ เปาหมายของการแกไขรัฐธรรมนูญนั้นพรรคเพื่อไทยเชื่อวาการมี รัฐธรรมนูญที่เปนประชาธิปไตยจะชวยสรางเสถียรภาพทางการเมืองและเปดโอกาสให ประชาชนไดมีสวนรวมในการกำหนดอนาคตของประเทศมากขึ้น รัฐธรรมนูญควรเปน เครื่องมือที่สะทอนความตองการของประชาชน การแกไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จึงเปนการเปด ประตูบานแรกเดินหนาสูประชาธิปไตยที่แทจริง ขอบคุณคะทานประธาน🔗
ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณนรเศรษฐ ปรัชญากร ครับ🔗
ขอบคุณครับทานประธาน ผม นรเศรษฐ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร วันนี้ผมขออนุญาตเปนหนึ่งเสียง ที่อภิปรายคัดคานการขอใหรัฐสภามีมติใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับ หนาที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ ทานประธานครับ ประเทศไทย เรามีรัฐธรรมนูญมาแลว ๒๐ ฉบับมากเปนอันดับตน ๆ ของโลก เราตองเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ ไปฉบับแลวฉบับเลาเพราะในทุก ๆ ครั้งที่ประชาชนสวนใหญของประเทศนี้ลุกขึ้นเรียกรอง ใหกฎหมายตองเห็นหัวประชาชนนี่ก็จะเกิดคนกลุมนอยของประเทศจะพยายามขัดขวาง ปราบปรามเสียงของประชาชนดวยวิธีการตาง ๆ นานา ไมวาจะเปนการรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ หรือการใชสถาบันการเมืองมาปกปองกติกาที่ตัวเองและพวกพองไดประโยชน ผมสงสัย เหลือเกินครับทานประธานวาทำไมพอเปนประชาชนที่เปนเจาของอำนาจสูงสุดของประเทศนี้ อยากจะแกไข อยากจะรางรัฐธรรมนูญของตัวเองมันกลับลำบากยากเย็นเสียเหลือเกิน แตกลับกันพอคณะรัฐประหารซึ่งเปนคนสวนนอยของประเทศคิดอยากจะแกกลับแกไดฉีกทิ้ง ไดแคไมกี่อึดใจ โดยเฉพาะอยางยิ่งรัฐธรรมนูญฉบับปจจุบันที่มาจากคณะรัฐประหารนะครับ รางโดยคนจาก คณะรัฐประหารแคไมกี่คน จัดทำภายใตกฎหมายของคณะรัฐประหารที่ถึงแมวาจะมีการทำ ประชามติ แตก็เปนการทำประชามติภายใตบรรยากาศของความกลัว เพราะถาประชาชนคนไหน กลุมไหนไมเห็นดวยกับรัฐธรรมนูญฉบับคณะรัฐประหารก็จะถูกจับฟองเปนคดี หลายปที่ผานมา เราก็จะเห็นวาประชาชนจำนวนมากมายนับหมื่นนับแสนไดลงมาบนทองถนนเพื่อประทวง เรียกรองคัดคานรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ ซึ่งเปนรัฐธรรมนูญฉบับที่ไมมีความยึดโยงกับ ประชาชน ไมตอบสนองตอปญหาปากทองและคุณภาพชีวิตของประชาชนอยางแทจริง และสมาชิกรัฐสภาสวนใหญที่นั่งอยูในที่แหงนี้วันนี้นะครับ กอนเขามา ตัวทาน พรรคทาน หรือสังกัดของทาน ก็หาเสียงเสียดิบดีเลยวาจะสนับสนุนการแกไขรัฐธรรมนูญ แตมาดูทาที ของพวกทานในวันนี้นะครับ ทานกลับแกลงปดหูปดตานะครับ ลืมไปแลววาหลายปที่ผานมา ประชาชนเรียกรองอะไร ลืมไปแลววาขอเสนอนโยบายขายฝนที่ตัวเองบอกประชาชน กอนเลือกตั้ง เรื่องรัฐธรรมนูญเปนอยางไร ทานไมอายประชาชนหรือครับ ที่พอทานไดเขามา อยูในจุดที่สามารถแกไขไดทานก็อางกฎหมายตาง ๆ นานาสารพัดทำใหลาชา ชะลอถวงเจตจำนง ของประชาชนดวยการยื่นใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตีความอีกรอบ ทั้งที่ความเปนจริงแลว สมาชิกรัฐสภาสมัยป ๒๕๖๔ ก็เคยสงใหศาลไปวินิจฉัยกอนแลว จนเกิดเปนคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๔/๒๕๖๔ ที่วินิจฉัยแลววารัฐสภาสามารถจัดทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได โดยมีใจความวา รัฐสภามีหนาที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมได โดยตองใหประชาชนผูมีอำนาจ สถาปนารัฐธรรมนูญไดลงประชามติเสียกอนวาประชาชนประสงคจะใหมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม หรือไม และเมื่อจัดทำรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมเสร็จแลวตองใหประชาชนลงประชามติ เห็นชอบหรือไมกับรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นการที่ตอนนี้เรากำลังอางวา ตองรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนี่มันไมใชขอเท็จจริงแลวก็ไมมีความจำเปนเลย เพราะคำสั่งศาล ในครั้งนั้นก็บอกไวชัดเจนวาถาสภาแสดงเจตจำนงที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ตองให ประชาชนผูมีอำนาจลงมติ แตถาเราไมพิจารณาญัตติและลงมติการแกไขมาตรา ๒๕๖ ทั้ง ๓ วาระ มันจะเปนการแสดงเจตจำนงที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมจากสภาไดอยางไรครับ ดังนั้น ผมขอยืนยันวาพวกเราสามารถเดินหนาพิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ และ หมวด ๑๕/๑ เพื่อตั้ง สสร. จากสภาเราเอง และหลังจากนั้นจึงนำรางรัฐธรรมนูญที่แกไข มาตรา ๒๕๖ ไปขอความเห็นจากประชาชนดวยการทำประชามติครั้งที่ ๑ ได แตที่พวกทาน บางคนก็ยังลือกันในกลุมวาการแกไขครั้งนี้มันจะผิดกฎหมาย ผมเขาใจความกังวลของทาน แลวผมยืนยันวามันไมผิดแนนอนครับ เพราะคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๔ ก็บอกไว ชัดเจนแลว แตทานประธานครับ หากการที่จะใหรัฐสภาเราแกไขมาตรา ๒๕๖ โดยไมสงให ศาลวินิจฉัยนี่ ถามันจะผิดนะครับ มันคงผิดไดเพียง ๒ อยางเทานั้นครับ ๑. คือผิดใจนายใหญ ๒. คือผิดเจตนารมณของกลุมผูมีอำนาจในประเทศนี้ ทายสุดนี้ครับทานประธานครับ ผมอยากจะดึงสติสมาชิกรัฐสภาบางกลุมบางทานที่นั่งอยูในที่แหงนี้อยาลืมวาในการเลือกตั้ง ป ๒๕๖๖ ประชาชนหลายสิบลานคนเลือกพวกทานมาเพราะอะไร แลวอยาลืมวาทานเคย สัญญาอะไรไวกับประชาชนในการเลือกตั้งครั้งที่ผานมา แลวสำหรับทานสมาชิกที่ไมได ยึดโยงกับประชาชนนะครับ ทานก็อยาลืมวาใครเปนเจาของประเทศนี้ อยาลืมนะครับวา สังคมที่ทานอยากจะฝากตอใหลูกหลานของทานในอนาคตทานอยากจะใหเปนอยางไร ผม นรเศรษฐ ปรัชญากร แมจะเปนสมาชิกวุฒิสภาที่ไมไดมาจากประชาชนเหมือนพวกทาน แตผมก็ศรัทธาอยางแนวแนในหลักการของประชาธิปไตย และเชื่อมั่นอยางหนักแนนนะครับวา การเรงยกเลิกรัฐธรรมนูญจากคณะรัฐประหารที่ไมไดมาจากประชาชนจะทำใหประชาชน ถูกเห็นหัวมากขึ้น มีปากมีเสียงมากขึ้น มีคุณภาพชีวิตและปากทองที่ดีมากขึ้น ดังนั้นผมจึง อยากจะเชิญชวนทานสมาชิกรัฐสภาทุกทานในวันนี้ใหชวยกันแสดงความกลาหาญ ดวยการยืนยัน วาสิทธิในการเดินหนาแกไขรัฐธรรมนูญ สิทธินี้อยูในมือของพวกทานนะครับ ซึ่งเปนผูที่ไดรับ อำนาจมาจากประชาชนโดยตรง ไมไดขึ้นอยูกับองคกรอื่นแตอยางใดครับ ขอบคุณครับ🔗
ตอไปขอเชิญคุณกัณวีร สืบแสง ครับ🔗
เรียนทานประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม นายกัณวีร สืบแสง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเปนธรรม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ทานประธานครับ ขออนุญาตรวมอภิปรายไมเห็นดวยในญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และ อำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ของทั้ง ๒ ทานที่เสนอเขามา ในรัฐสภาของเราในการพิจารณา ทานเปรมศักดิ์ เพียยุระ และทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ทานประธานครับ ดวยหลักการและเหตุผลที่วาตรรกะและเหตุผลในการเสนอ ๒ ญัตติดวนนี้ ไมเปนไปตามความเปนจริง ไมเปนไปตามหลักการที่วาอำนาจสูงสุดเปนของปวงชนชาวไทย จริง ๆ แลวผมก็อภิปรายไปแลวครั้งที่ผานมาครับทานประธาน มันมีทางออกเทานั้นเองครับ ไมกี่ทาง ตอนนี้เราอยูที่ทางสามแพรง ถาสมมุติวาญัตตินี้ผานเขาไป แลวสงไปใหศาลรัฐธรรมนูญ ทานพิจารณาวินิจฉัยอีกครั้งหนึ่งจะมีทางเปนไปได ๓ ทาง ทางแรก ศาลรัฐธรรมนูญ ทานก็จะ บอกวา มีคำวินิจฉัยใหม แลวใหทำประชามติ ๒ ครั้ง อันนี้มีทางเปนไปไดครับทานประธานวา เราจะสามารถเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหมภายในป ๒๕๗๐ ทางแพรงที่ ๒ ทานศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยใหม แตใหมีการทำประชามติ ๓ ครั้งครับ อันนี้เปนไปไมไดเลยที่เราจะเห็น รัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือแมกระทั่งจะมีการจัดตั้งสสร. ทางแพรงที่ ๓ แพรงที่รายที่สุด จะกลับมาวา ศาลรัฐธรรมนูญทานก็จะบอกวายืนตามคำวินิจฉัยเดิมในป ๒๕๖๔ กลับมาที่เดิม ครับทานประธาน จะกลับเขามาที่รัฐสภาของเรา จะกลับเขามาตรงที่วา Political View หรือเจตนารมณทางดานการเมือง เรามีหรือไมครับ เราเสียเวลามาเทาไรแลวตั้งแตมี สภาผูแทนราษฎรเขามาเกือบ ๒ ปแลว เราเสียเวลามา ๒ ปกลับมาอยูที่เดิม ถาศาลรัฐธรรมนูญ ทานวินิจฉัยวายืนตามคำวินิจฉัยเดิม ๔/๒๕๖๔ ทานประธานกระผมทราบดี ทุกคนทราบดี ผมเชื่อมั่นพี่นองประชาชนทราบดีวาวันนี้ผลสรุปสุดทายรัฐสภาของเราจะมีมติอยางไร มติ ที่เราเห็นนี้ถึงแมวาผมจะตองยืนขึ้นมาแลวบอกวาไมเห็นชอบกับญัตติดวนนี้ แตผลมันก็เห็น อยูแลววามันจะคืออะไร เราไมสามารถหลอกลวงประชาชนไดครับทานประธาน ผมไมกาวลวง สว. ครับ ผมจะขอกาวลวง สส. สมาชิกสภาผูแทนราษฎร ตอนที่พวกเราหาเสียง ตอนที่เรา เขาไปหาพี่นองประชาชน ที่เราบอกวาเราอยากจะเปนคนเขามาเปนผูรับใชพี่นองประชาชน มีกี่พรรคการเมืองในสภาอันทรงเกียรติแหงนี้ที่ใชนโยบายของพรรคการเมืองในการที่ไปบอกวา เลือกผมเถอะ เลือกฉันเถอะ แลวฉันจะมาเปนผูแทนใหคุณ ผมขอพูดครับ ขอเอยชื่อพรรคตาง ๆ และขอแสดงใหทานประธานเห็นครับวานโยบายเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญของแตละพรรค มีอะไรบาง พรรคเพื่อไทย จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน โดยคงรูปแบบการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข โดยสภารางรัฐธรรมนูญหรือ สสร. ที่มาจาก การเลือกตั้งของประชาชนและผานขั้นตอนการออกเสียงลงมติโดยประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปตย แกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญใหมีความเปนประชาธิปไตยที่สมบูรณมากยิ่งขึ้น ภายใตระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนพระประมุข โดยใหมีสมาชิกสภา รางรัฐธรรมนูญ จำนวน ๒๐๐ คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน พรรคประชาธิปตย รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน บรรหาร Model ป ๒๕๔๐ ผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับปรับปรุงแกไข โดยรับฟงเสียงจากประชาชนทุกภาคสวน ตามแบบฉบับที่นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรี คนที่ ๒๑ เคยทำไวในรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ที่ไดชื่อวาเปน รัฐธรรมนูญที่ประชาชนใหการยอมรับมากที่สุด พรรคชาติไทยพัฒนา นโยบายพื้นฐานยึดมั่น การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งจะแกไข รัฐธรรมนูญ กฎหมายและกฎเกณฑตาง ๆ ใหเปนไปตามประชาธิปไตย รวมทั้งอำนวยการใหมี การปฏิบัติหนาที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องคกรอิสระ และหนวยงานอื่น ๆ ของรัฐ เปนไปดวยความยุติธรรม เสมอภาค สามารถปกปองคุมครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ตลอดจนศักดิ์ศรีความเปนมนุษย โดยธำรงไวซึ่งหลักนิติธรรมเพื่อประโยชนของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยสวนรวม คุน ๆ ไหมครับทานประธาน พรรคประชาชาติ เดินหนาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมโดย สสร. เลือกตั้งรอยเปอรเซ็นตบวกกับกระบวนการ ประชามติ ๒ ครั้ง พรรคกาวไกลในอดีต ตอนนี้คือพรรคประชาชน รางรัฐธรรมนูญประชาชน การปลดล็อกวิกฤติการเมือง ๒ ขั้วนะครับ สรางประชาธิปไตยเพื่อประชาชนไมใชเพื่อนักการเมือง หยุดเผด็จการการทำรัฐประหารคือกบฏตองลงโทษสูงสุด สรางรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน โดย สสร. จัดทำ อันนี้คือพรรคไทยสรางไทย รางรัฐธรรมนูญฉบับใหมทั้งหมดพรรคเปนธรรม ๗ พรรคการเมืองครับทานประธานที่อยูในสภาอันทรงเกียรติแหงนี้ รวมแลวเรามีสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ๓๔๓ คนที่เปนผูแทนในสภาอันทรงเกียรติแหงนี้ คิดเปน ๖๘.๘ เปอรเซ็นตของ สส.ทั้งหมด ๕๐๐ คน ๕๐๐ คนนี้ ทานประธานครับ มีผูเลือกตั้งมาใชสิทธิ ออกเสียงเลือกตั้ง ๓๙,๓๐๐,๐๐๐ กวาคน คิดเปน ๖๘.๘ เปอรเซ็นต คือ ๒๖,๕๐๐,๐๐๐ คน เราเปนผูแทนที่เราใชนโยบายในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมเพื่อที่จะใหเขาเรียกพวกเรา เลือกพวกเราเขามาเปนผูแทนผูรับใชประชาชนในการที่จะนำมาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหมใหได สุดทายแลวก็ตองกลับมาในรัฐสภาอันทรงเกียรติแหงนี้ของเรา Political Views เราอยูไหน เรายังมีการพูดคุยกันหลายครั้งจะเอากี่ครั้งประชามติ ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง สุดทายเชื่อผม ถาญัตติดวน อันนี้ผานเขาไปสงไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ผมมั่นใจครับทานประธาน กลับมาที่ Political Views เจตจำนงทางดานการเมืองของรัฐสภาโดยเฉพาะฝายบริหารที่นำโดยนายกรัฐมนตรีวาทาน จะเอาหรือไม อยางไรก็ไมจบผมยังเชื่อมั่น ทาง ๓ แพรงนี้ก็ตองฝากไปทางทานสมาชิก สภาผูแทนราษฎรทั้งหมดเกือบ ๕๐๐ ทาน ทานจงยึดมั่นใหดี สิ่งที่ทานไปหาเสียงไวกับพี่นอง ประชาชนแลววันที่ทานเขามารายงานตัวเปน สส. เมื่อป ๒๕๖๖ ทานตองยึดมั่นตรงนั้นใหดี หากทานไมยึดมั่น ป ๒๕๗๐ ทานจะรูสึกอยางไร ผมจะออนวอนผานไปถึงสมาชิกวุฒิสภาทุกทาน ถึงแมวาการมาของเราจะแตกตางกัน แตสิ่งที่เราทำรวมกันคืออุดมการณทางดานการเมือง สว. ทุกทานครับ ผมเชื่อมั่นทานเขามาดวยใจบริสุทธิ์ครับ ทานเขามาดวยทุกสิ่งทุกอยาง เพื่อประเทศชาติและประชาชนเฉกเชนเดียวกับพวกเราสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ผมเชื่อมั่นวา วันนี้ทานจะตองยืนหยัดใหได ทานจะตองยืนยัดที่วาเราจำเปนตองเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ ไปพรอม ๆ กันและไปดวยกันเพื่อจะใหประชาชนอยูดีและมีสุข🔗
ทานประธานครับ สุดทายก็ขอฝากทานประธานชวยเอาเสียงของพวกเรา ผานไปยังพี่นองประชาชนและใหจำไววาพรรคการเมืองทุกพรรคที่หาเสียงไวใหกับพี่นอง ประชาชนเมื่อป ๒๕๖๖ ทานไดสัญญาอะไรไวกับพี่นองประชาชน วันนั้นจะมาอีกครั้งหนึ่ง แตวันนี้เราตองยืนเพื่อประเทศชาติเราไปดวยพรอม ๆ กัน ดังนั้นผมจึงไมสามารถที่จะเห็นชอบ ในญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับ หนาที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ที่ทานเปรมศักดิ์ เพียยุระ และทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เสนอครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณสุทิน คลังแสง ทานสุทินยังไมอยูนะครับ ไมทราบวาคุณจิตติพจน วิริยะโรจน อยูไหมครับ ใหคุณจิตติพจนพูดกอนก็แลวกัน เชิญครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน วิริยะโรจน สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ เกี่ยวกับเรื่องการแกไข รัฐธรรมนูญ ตัวกระผมขออนุญาตใหขอคิดเห็นวาผมเห็นดวยที่เราควรจะมีการรางรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม เพื่อใหเปนรัฐธรรมนูญที่มีความเปนประชาธิปไตยอยางแทจริงและผมก็เชื่อมั่นวา พรรคเพื่อไทยก็มีความคิดเห็นในทำนองเดียวกันครับ แตที่พวกเราตองมาคุยกันหรือวา ปรึกษาหารือกันในวันนี้ก็เนื่องจากวาการแกไขรัฐธรรมนูญนั้นมีอุปสรรคคอนขางมากครับ คือถาหากทานประธานลองดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๔ เขียนไวคอนขางชัดเจน วาถาเปนการแกไขรัฐธรรมนูญโดยสภาแหงนี้ ถาประสงคจะแกไขทั้งฉบับ ศาลรัฐธรรมนูญประสงคจะใหมีการทำประชามติกอน ๑ ครั้ง หลังจากนั้นเมื่อสภาแหงนี้ โดยสมาชิกรัฐสภาไดแกไขเสร็จเรียบรอยแลวก็ใหประชาชนลงประชามติอีกครั้งหนึ่งกอนที่ จะนำเสนอทูลเกลาฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยตอไป อันนี้กรณีที่สภาแหงนี้จะรางขึ้น ดวยตนเองนะครับ แตถาหากวาเปนเรื่องการรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมขึ้นทั้งฉบับ คำวินิจฉัย ของศาล ฉบับที่ ๔/๒๕๖๔ ก็เขียนไวชัดเจนวาตองมีการทำประชามติกอน ๑ ครั้งเพื่อถาม ความเห็นประชาชนวาประสงคจะใหมีการรางรัฐธรรมนูญใหมโดย สสร. หรือไม หลังจากที่ สสร. รางรัฐธรรมนูญเสร็จแลวก็มีการลงประชามติอีกครั้งหนึ่ง สรุปแลวถารางโดย สสร. ก็ตองทำประชามติ ๓ ครั้ง รางโดยสภาแหงนี้ก็ทำประชามติ ๒ ครั้ง อันนี้คือเปนไปตาม คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๔/๒๕๖๔ ครับ แตในขณะเดียวกันคำวินิจฉัยของศาล ก็ไมใชเปนแนวทางเดียวในการแกไขรัฐธรรมนูญ แนวทางหลักที่ใชในการแกไขรัฐธรรมนูญ ก็มาจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ครับ ในมาตรา ๒๕๖ เขียนไวชัดเจนวาการทำประชามติ ทำแคครั้งเดียว หลังจากที่สมาชิกรัฐสภาแกไขรัฐธรรมนูญแลวลงมติผานวาระที่สามแลวก็ให ทำประชามติถามประชาชนวาเห็นชอบดวยหรือไมกับรางรัฐธรรมนูญกรณีที่มีการแกไข ในหมวด ๑ หมวด ๒ หรือการแกไขรัฐธรรมนูญหรือในเรื่องเกี่ยวกับคุณสมบัติขององคกรอิสระก็ดี หนาที่ขององคกรอิสระก็ดี ศาลก็ดี ก็ใหทำประชามติ คอนขางชัดเจนครับ รัฐธรรมนูญ ฉบับปจจุบัน มาตรา ๒๕๖ เขียนแคนั้นเองครับทานประธาน หลังจากผานวาระที่สาม จากสภาแหงนี้แลวก็ขอใหมีการทำประชามติโดยประชาชน ดังนั้นจึงมีความไมเหมือนกัน ระหวางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ อยู ซึ่งก็เปนประเด็น ที่มีความสำคัญที่สภาแหงนี้ควรจะไดมีการพิจารณาอยางละเอียดตอไป แตอยางไรก็ดีครับ ทานประธาน ถาหากวาเราประสงคที่จะใหมีการแกไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใหไดผมก็ขออนุญาต เสนอวาควรจะลองพิจารณาใชหลักการสมัยที่มีการทำรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๔๐ กลาวคือทำให เกิดความคิดเห็นที่ตรงกันทั้งประเทศเกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญใหชัดเจน ซึ่งวิธีหนึ่งที่ทำได ก็คือการทำประชามติถามประชาชน โดยกอนที่จะทำประชามติก็ขอใหมีการรณรงคใหทราบ กันโดยทั่วไปวาการแกไขรัฐธรรมนูญนั้นแกไขเพื่ออะไร อยางไร แลวทำใหเกิดพลังในสังคม ใหเกิดความเห็นที่ตรงกันในสังคมวาจำเปนตองมีการแกไขรัฐธรรมนูญใหเกิดเปนกระแส เหมือนที่เกิดขึ้นในป ๒๕๔๐ และเพื่อไมใหการแกไขหรือการทำประชามตินั้น เปนการทำประชามติ โดยเสียเปลา ผมก็ขอเสนอแนะใหวาตอนทำประชามตินั้นก็นาจะถามไปเลยวาการแกไข รัฐธรรมนูญนั้นหลังจากที่ สสร. มีการรางรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณขึ้นมาแลวยังประสงคจะให มีการทำประชามติอีกครั้งหนึ่งหรือไม หรือกี่ครั้ง และการทำประชามตินั้นจะเปนแบบ เสียงขางมากทั่วไป หรือที่เรียกวา Single Majority หรือจะใชแบบ Double Majority หรือ ประเด็นอื่น ๆ ที่มีความสงสัยหรือความเห็นไมตรงกัน ไมวาจะเปนเรื่องขององคกรอิสระก็ดี หรือในเรื่องของใด ๆ ก็ดี ถาหากเปนประเด็นที่สำคัญก็คัดเลือกที่สำคัญ ๆ ๕ ๖ ประการ แลวก็ทำประชามติถามไปในทีเดียว ถาหากวาประชาชนมีประชามติและเห็นดวยกับการแกไข รัฐธรรมนูญผมก็เชื่อมั่นวาสมาชิกรัฐสภาไมวาจะเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ฝายคาน ฝายรัฐบาล หรือสมาชิกวุฒิสภาก็คงจะใหความรวมมือในการแกไขรัฐธรรมนูญ ถาหากวาไมมี การสรางความเห็นที่ตรงกันในสังคมเสียกอนแลว ผมก็เชื่อมั่นวาเวลาเราแกไขรัฐธรรมนูญก็คง จะเจอปญหา เจออุปสรรค เล็ก ๆ นอย ๆ ตลอดเวลานะครับ ไมวาจากการตีความวาตองทำ ประชามติ ๒ ครั้งหรือ ๓ ครั้ง เสียง สว. จะไดถึง ๑ ใน ๓ คือ ๖๗ เสียงหรือไมก็จะมีปญหา ตลอดไป เพราะฉะนั้นก็เปนขอเสนอครับ สำหรับที่จะทำใหไดรัฐธรรมนูญโดยเร็วที่สุดครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมขออนุญาตใหขอคิดเห็นประกอบการพิจารณาของสภาแหงนี้ ก็คือในเรื่องประเด็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครับ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีผลผูกพันทุกองคกรครับทานประธาน ความหมายก็คือวาคำวินิจฉัยของศาลเมื่อออกมาแลว ก็จะมีผลผูกพันทุกองคกร แตก็ผูกพันเฉพาะเรื่องที่วินิจฉัยในเรื่องนั้น ๆ แตถาเปนเรื่องอื่นก็ยัง ไมไดผูกพันโดยเด็ดขาดชัดเจน และคำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยของศาลนั้นก็ไมใชวาจะกลับไมได หรือแกไขไมได ถาหากวันนี้มีการสงเรื่องไปใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในเรื่องเกี่ยวกับการแกไข รัฐธรรมนูญโดย สสร. เมื่อองคประกอบของศาลรัฐธรรมนูญเปลี่ยนไป เมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนไป ก็เปนไปไดครับวาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อาจจะไมไดออกมาเชนเดียวกัน กับคำวินิจฉัย ฉบับที่ ๔/๒๕๖๔ และคำวินิจฉัยนั้นก็ผูกพันและกลับคำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ ได ซึ่งก็ไมใชเรื่องแปลกครับที่จะมีการกลับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได ก็เปนประเด็นที่ผม ขออนุญาตใหขอคิดเห็นประกอบการพิจารณาครับ🔗
แลวอีกประเด็นหนึ่งก็ขออนุญาตเปนขอเสนอแนะนะครับวา จริง ๆ แลว ถาหากวาพิจารณาหลักนิติศาสตรโดยทั่วไป ถาเปนศาลยุติธรรมทั่วไปปกติการยื่นเรื่องเพื่อให ศาลใหขอคิดเห็นวากฎหมายมีความหมายวาอยางไร ปกติศาลก็จะไมวินิจฉัยเชนเดียวกับที่ ศาลเคยมีคำวินิจฉัยในป ๒๕๖๗ ไมรับคำวินิจฉัยที่ทานประธานไดสงไปแลวศาลก็บอกวา คำวินิจฉัย ป ๒๕๖๔ ชัดเจนแลว ไมรับวินิจฉัย ป ๒๕๖๗ แตผมก็ขออนุญาตเรียกรองผาน ทานประธานไปยังศาลรัฐธรรมนูญครับวาถาหากศาลรัฐธรรมนูญจะไดพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เพราะวาศาลรัฐธรรมนูญเปนศาลที่มีลักษณะพิเศษกวาศาลยุติธรรมตองพิจารณาองคประกอบ หลาย ๆ อยาง ไมวาจะเปนสภาพเศรษฐกิจ สังคม รัฐศาสตรนิติศาสตร หลาย ๆ ดาน ถาศาลจะได พิจารณารับรางที่ทานประธานกำลังจะสงไปที่ศาลถาหากวาสภาอนุมัตินะครับ ก็อยากจะให ศาลรัฐธรรมนูญลองพิจารณารับเรื่องนี้ไววินิจฉัย ทั้งนี้ก็เพื่อที่วาเราจะไดลดความขัดแยง ในสังคมลง และก็ลดคาใชจายที่จะตองใชในการทำประชามติโดยไมจำเปนลง เพราะการทำ ประชามติแตละครั้งนั้นใชคาใชจายมากมายไมต่ำกวา ๓,๐๐๐ ลานบาท ถาศาลรัฐธรรมนูญจะได กรุณารับไววินิจฉัยก็จะเปนประโยชนตอประเทศไทย ขอบพระคุณครับทานประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญ คุณนันทนา นันทวโรภาส ครับ🔗
เรียนทานประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ทานประธานคะ ๓๒ วันผานไป นับจากวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ สมาชิกรัฐสภากลับมานั่งที่เดิมคะ เพื่อที่จะมา พิจารณาญัตติเดิมวาเราจะสงศาลรัฐธรรมนูญตีความเรื่องการทำประชามติสำหรับการแกไข รัฐธรรมนูญกี่ครั้งดี ประชาชนที่เขาเฝาจับตาดูการประชุมรัฐสภาอยูในขณะนี้ก็คงจะลุนกันวา วันนี้สภาจะลมอีกไหม แลวถาสภาไมลมทานสมาชิกผูทรงเกียรติทั้งหลายจะออกลวดลายเตะถวง การแกรัฐธรรมนูญดวยเหตุผลใด ที่จริงอาการของทานมันออกมานานแลวที่ไมอยากจะแก รัฐธรรมนูญ ถาจำเปนตองแกก็พยายามยื้อใหนานที่สุดทั้ง ๆ ที่ตอนหาเสียงก็บอกจะแก รัฐธรรมนูญกันทุกพรรคไมเชื่อไปเอาคลิปตอนหาเสียงมาดูได แตพอถึงเวลาที่ควรจะแก ก็ตีกรรเชียงพลิ้วไปตาม ๆ กันจนกลายมาเปนดับเบิลญัตติในวันนี้ ญัตติทั้ง ๒ ญัตติแมจะ เขียนใหแตกตางกันอยางเนียน ๆ แตก็มีความหมายตรงกัน คือใหสงไปถามศาลรัฐธรรมนูญ วาในการแกรัฐธรรมนูญจะตองทำประชามติกี่ครั้ง คำถามก็คือวาทำไมเราจึงจะตองพากันสงศาลรัฐธรรมนูญใหตีความเรื่องนี้กันอีก นี่เปนการ กลับหลังหันยอนเวลาหาอดีตกลับไปเมื่อปที่แลว ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๗ ที่ประชุมรัฐสภาไดเคย มีมติใหสงเรื่องใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาจะตองทำประชามติกี่ครั้ง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ ก็ไมรับคำรองไวพิจารณาดวยมติเอกฉันท ๗ ตอ ๐ เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ที่เปนเชนนี้ ก็เพราะวาศาลรัฐธรรมนูญไดเคยวินิจฉัยมากอนแลวตั้งแตป ๒๕๖๔ แลวก็มีความชัดเจน อยูในตัวแลว แตที่สำคัญผูที่เสนอญัตติสงศาลรัฐธรรมนูญตีความในครั้งนั้นมีชื่อวา รองศาสตราจารย ชูศักดิ์ ศิรินิล ขออภัยที่เอยนามคะ แตตองเอยเพราะบางทีผูที่เสนอญัตติใหม ในวันนี้อาจลืมไปวาทานอาจารยชูศักดิ์สังกัดพรรคเดียวกับทาน แลวทานไมเคยคุยกัน ในพรรคเลยหรือคะถึงตองมาเสนอญัตติใหม การที่ศาลรัฐธรรมนูญไมรับวินิจฉัยในครั้งนั้น ก็เทากับศาลไดมอบอำนาจการพิจารณาใหแกรัฐสภาดังคำแถลงที่วาหากรัฐสภาตองการ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมตองจัดใหประชาชนผูทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญออกเสียง ลงประชามติเสียกอนวาประชาชนประสงคจะใหมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม และเมื่อจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมเสร็จแลวตองใหประชาชนออกเสียงประชามติวาเห็นชอบหรือไมกับ รางรัฐธรรมนูญฉบับใหมอีกครั้ง คำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญเชนนี้ระบุชัดเจนวา มีการลงมติแค ๒ ครั้ง ไมมีตรงไหนที่ศาลไดพูดถึงประชามติครั้งที่ ๓ เลย แลวเราจะสง ไปถามอีกทำไม หรือเราอยากจะใหศาลเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยไอนสไตน (Einstein) ไดเคย กลาวไววามีแตคนวิกลจริตเทานั้นที่ทำแตสิ่งเดิมซ้ำ ๆ แตกลับหวังผลลัพธที่แตกตาง เราใชเวลา อีกเปนเดือนหรือหลาย ๆ เดือน เพื่อที่จะรับคำตอบเดียวกับปที่แลวหรือคะ การกระทำเชนนี้ ตีความวาเปนการยืดเยื้อการแกรัฐธรรมนูญไดหรือไม เปนเชนเดียวกับรางพระราชบัญญัติ ประชามติที่พยายามยื้อกันจนไมทันการเลือกตั้ง อบจ. ที่ผานมาหรือไม คนที่จุดประเด็น เรื่องประชามติ ๓ ครั้งก็เปนพวกที่ใชกลยุทธในการเตะถวงเรื่องนี้มาโดยตลอด ที่สำคัญ เราอยูภายใตระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนพระประมุข ไมใชระบอบ ประชาธิปไตยภายใตการกำกับของศาลรัฐธรรมนูญ มิใชทุกยางกาวก็ตองถามศาลรัฐธรรมนูญ ถามไปจนพร่ำเพรื่อ ซื่อสัตยสุจริตเปนที่ประจักษหรือไม ก็ยังตองเสนอใหศาลวินิจฉัยอีก นี่มันเกินขอบเขตอำนาจไปหรือไม ทำกันแบบนี้จะเหลือความเปนประชาธิปไตยที่ไหนอีก ถาฝายนิติบัญญัติซึ่งเปนอำนาจเดียวที่มาจากประชาชนโดยตรงจะตองไปถามศาลรัฐธรรมนูญ ในทุกเรื่อง น้ำหก กระจกแตกตองไปถามหมดจนเหมือนครูใหญดูแลเด็กอนุบาล ทานอยากใหเปน อยางนั้นหรือ หลักการและการดุลและคานอำนาจ ๓ เสา คือบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ที่มองเตสกิเออร (Montesquieu) ไดริเริ่มขึ้นมายังใชในประเทศไทยของเราไดหรือไม ถาใช เราก็ตองยืนยันอำนาจฝายนิติบัญญัติที่หนักแนนและชัดเจน การบัญญัติและแกไขรัฐธรรมนูญ รวมทั้งกฎหมายใด ๆ เปนอำนาจและหนาที่ของฝายนิติบัญญัติ ดิฉันหวังวานี่จะเปนครั้งสุดทาย ที่เราจะเอารัฐธรรมนูญมาเปนตัวประกันในการเลนเกมแพชนะในการเมืองของพวกทาน ประชาชนตองการรัฐธรรมนูญที่ดีเพื่อเขาจะไดมีผูปกครองที่ดี และเมื่อเขามีผูปกครองที่ดี ปากทองเขาก็จะดีตามมา และนี่คือเหตุผลที่เราตองเรงแกรัฐธรรมนูญใหประชาชนมีปากทอง ที่ดีกวาทุกวันนี้ ที่กลาวมาทั้งหมดคือเหตุผลที่ดิฉันคัดคานญัตติที่ตั้งขึ้นมาในวันนี้ เรามาเริ่มตน พิจารณาการแกไขรัฐธรรมนูญโดยมองช็อตไปเลยคะ ขามช็อตไปเลยวาประชามติครั้งแรก เราจะถามคำถามอะไร มีคำถามพวงหรือไม หลังจากนั้นจะรางรัฐธรรมนูญอยางไรที่จะทำให ประชาชนมีสวนรวมมากที่สุด เพื่อที่จะใหเปนรัฐธรรมนูญของประชาชนอยางแท True ขอบคุณคะ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณเลาฟง บัณฑิตเทอดสกุล ครับ🔗
เรียนทานประธานสภา ผูแทนราษฎรที่เคารพ ผม เลาฟง บัณฑิตเทอดสกุล ผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดสวนเครือขายชาติพันธุและชนเผาพื้นเมือง🔗
ทานประธานครับ🔗
ทานประธานครับ วันนี้ผมขอมีสวนรวมอภิปรายคัดคานญัตติดวน🔗
คุณเลาฟงครับขอนิดหนึ่ง🔗
ขอประทานโทษ เพื่อนสมาชิกหนอยครับ🔗
ทานวิทยายกมือครับ🔗
ผมขออนุญาตใชสิทธิ ประทวงนะครับทานประธาน🔗
เชิญครับ🔗
เมื่อสักครูเพื่อนสมาชิก รัฐสภาทานหนึ่งนะครับ ผมขออนุญาตนะครับ ผม วิทยา แกวภราดัย สมาชิกรัฐสภา แลวก็ เปนสมาชิกพรรครวมไทยสรางชาติ เมื่อสักครูเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายประกาศโพลงเลยครับ วาทุกพรรคการเมืองในสภานี้ประกาศที่จะแกรัฐธรรมนูญทั้งหมด ผมขอยืนยันครับ พรรคผม ไมไดเคยพูดอยางนั้น ถาเปนไปไดก็เวนไวบางครับ ถากราดหมดอยางนี้มันเสียหายครับ🔗
ขอบคุณครับ ก็รับปากที่ทาน บอกวาพรรคของทานไมไดเสนอแกนะครับ โอเคครับ ตอไปขอเชิญคุณเลาฟงตอเลยครับ🔗
ประทานโทษครับ ทานประธาน ไมใชทานสมาชิกเมื่อสักครูนะครับ อันนี้ผมมาขัดจังหวะ ผมยกมืออยูนานแลว ประทวงทานที่พูดจบไปกอนโนนนะครับ ไมไดเกี่ยวกับทานสมาชิกที่กำลังพูดนะครับ ขอประทานโทษครับ🔗
เขาใจครับ ทุกคนฟงวา ทานไหนไดพูดถึงประเด็นที่ผานมา ไมใชสักครูนะครับ ขอเชิญคุณเลาฟงไดเลยครับ🔗
ทานประธานครับ ผมขออภิปรายคัดคานญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา วินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ทานประธานครับ ผมขอเรียนอยางนี้กอนนะครับวาสิ่งที่ญัตตินี้กำลังทำ ไมวาทานจะโดยตั้งใจ หรือไมก็แลวแต ทานกำลังลดทอนความเขมแข็งของระบอบประชาธิปไตยลงไปที่กำหนดวา ใหประชาชนเปนผูมีอำนาจสูงสุด แลวทานกำลังผลักใหกลายเปนสังคมตุลาการธิปไตยที่ให องคกรตุลาการเปนผูมีอำนาจสูงสุดแทน นี่เปนสัญญาณที่ไมดีนะครับ แลวรัฐสภาแหงนี้ผมคิดวา เราไมควรตองเดินไปสูแบบนั้น หลาย ๆ ทานไดอภิปรายใชคำพูดวาจะตองขอความเห็น จากศาลกอน ผมขอเรียนอยางนี้นะครับวาไปเปดดูกฎหมายแลวไมไดมีกฎหมายที่ใดเขียนวา ในการจัดทำกฎหมายหรือนิติบัญญัติการบริหารตองขอความเห็นของศาลกอน ไมมีนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะพูดก็คือวาผมอยากจะทบทวนหลักการพื้นฐาน ของการปกครองของเรากอน งายที่สุดในมาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ เขียนเอาไวนะครับวา อำนาจอธิปไตยเปนของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย ทรงเปนประมุข ทรงใชอำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติ แหงรัฐธรรมนูญ พูดใหงายที่สุดก็คือการแบงแยกอำนาจออกมาเปน ๓ สวนคือ นิติบัญญัติ โดยรัฐสภา บริหารโดยคณะรัฐมนตรี และตัดสินชี้ขาดคดีโดยศาล ในวันนี้เรากำลังพูดถึง อำนาจของรัฐสภาและอำนาจของศาลนะครับ กลับมาที่ขอบเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ผมเรียนอยางนี้วาองคกรศาลรัฐธรรมนูญทั่วโลกนี้เกิดขึ้นมาชวงหลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ เพื่อที่จะปองกันปญหาที่รัฐบาลดำเนินนโยบายหรือออกกฎหมายที่นำไปสูการละเมิดสิทธิ ของประชาชนอยางรุนแรงโดยที่ไมมีองคกรใดสามารถมาคานอำนาจได นี่คือปญหา จึงมีการออกแบบศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อทำหนาที่คานอำนาจไมใหมีการออก กฎหมายที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนหรือตัวรัฐบาลไปดำเนินนโยบายที่ละเมิดสิทธิ และเสรีภาพของประชาชนอยางนี้นะครับ กลับมาที่ประเทศไทย เราเริ่มสถาปนาศาลรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาเมื่อป ๒๕๔๐ ตอเนื่องมาจนถึงป ๒๕๕๐ และป ๒๕๖๐ รัฐธรรมนูญไดสรางองคกร เพื่อขึ้นมาทำหนาที่พิทักษรัฐธรรมนูญแลวก็วินิจฉัยชี้ขาดขอพิพาททางกฎหมายหรือตรวจสอบ การใชอำนาจรัฐตามรัฐธรรมนูญ สิ่งที่เปนสาระสำคัญอำนาจของศาลมีมากนอยเพียงใด เมื่อสักครูทานสมาชิกหลายคนไดพูดไปแลว แตวาถึงตอนนี้ผมอยากกลับมาเนนตรงที่วา ตามญัตตินี้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจที่จะรับวินิจฉัยไวหรือไม ประเด็นที่เปนขอถกเถียงก็คือ ญัตตินี้ขอใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภานะครับ แลวก็สิ่งที่ถามไปคือถามเกี่ยวกับขั้นตอนกระบวนการ ถามขั้นตอนกระบวนการวาตองทำอยางไร ไมไดถามวามีอำนาจหรือไม ทีนี้การถามแบบนี้จะไดคำตอบแบบใด แลวก็ศาลมีอำนาจที่จะ วินิจฉัยหรือไม ผมคิดวามีตัวอยางใหม ๆ สด ๆ นี้เลยตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในเรื่องพิจารณา ที่ ๔/๒๕๖๘ เผยแพรเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคมที่ผานมานี้เองครับ เปนเรื่องที่ คณะรัฐมนตรีไดขอใหศาลตีความขอความในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย โดยเฉพาะคำวา ซื่อสัตย สุจริตเปนที่ประจักษ และไมเปนผูบกพรองในดานศีลธรรม มีขอบเขตหรือแนวทางการพิจารณา อยางไรนะครับ มันก็จะคลาย ๆ กับคำถามในญัตตินี้เชนกัน ผมคิดวาศาลไดวินิจฉัยออกมา อยางชัดเจนแลวครับวาคำรองของคณะรัฐมนตรีเปนการขอใหอธิบายหรือแปลความหมาย บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญวามีความหมายขอบเขตเพียงใดอันมีลักษณะเปนการหารือเทานั้น ย้ำอีกนะครับวา มีลักษณะเปนการหารือเทานั้น ยังไมถือวาเปนปญหาเกี่ยวกับหนาที่และ อำนาจของผูรอง นี่คือสิ่งที่ศาลวินิจฉัยไวเปนประการที่ ๑🔗
ประการที่ ๒ ศาลบอกวาเรื่องที่ศาลจะมีอำนาจวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจและ หนาที่ของสภาผูแทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา สิ่งเหลานี้จะตองเปนปญหาเกี่ยวกับหนาที่และ อำนาจที่เกิดขึ้นแลว เพราะฉะนั้นมีสาระสำคัญอยู ๒ ประการ อันที่ ๑ ก็คือถาเปนเรื่องของ การหารือเทานั้นไมไดอยูอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ อันที่ ๒ ถายังเปนเรื่องที่ยังไมได ดำเนินการอันนี้ศาลก็ยังไมมีอำนาจในการวินิจฉัย ศาลจึงไมรับคำรองนี้ไวพิจารณา สิ่งเหลานี้ มันใกลเคียงกับญัตตินี้แลว ญัตตินี้เปนการขอใหศาลตีความในกระบวนการ ไมไดตีความวา มีอำนาจหรือไม การยื่นไปมันจึงทำใหศาลไมมีอำนาจที่จะมาวินิจฉัยชี้ขาดไป🔗
ประการสุดทาย ผมอยากจะยอนกลับมาพูดถึงหลักการ ก็คือผมคิดวารัฐสภา แหงนี้เราอยาพยายามไปสรางเงื่อนไขใหองคกรตุลาการไดขยายอำนาจล้ำเขามาในแดนอำนาจ ของฝายนิติบัญญัติจนกลายเปนสังคมตุลาการธิปไตย สิ่งเหลานี้ไมไดเปนผลดีตอระบบ ประชาธิปไตยของสังคมไทยเรานะครับ กรอบอำนาจหนาที่ของศาลที่ไดวินิจฉัยชี้ขาดไปแลว อันนี้ก็เปนปญหาวาจะมากนอยเพียงใด กลับมาที่หัวใจสำคัญ หัวใจสำคัญศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจและหนาที่รักษาความเปนกฎหมายสูงสุดตามรัฐธรรมนูญนะครับ รักษาความเปน กฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญไมใชเปนองคกรที่มีอำนาจสูงสุดตามรัฐธรรมนูญ อำนาจสูงสุด ที่เหนือกวาองคกรอื่น ๆ ตามรัฐธรรมนูญครับ เพราะเมื่อไรก็ตามที่เราทำใหศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจเหนือกวาองคกรอื่น ๆ ตามรัฐธรรมนูญสามารถที่จะล้ำเขาไปพิจารณาอำนาจของ องคกรเหลานั้น กำหนดหลักการขั้นตอน กำหนดกระบวนการ วิธีการวาตองทำอะไรกอนหลัง มากนอยเพียงใด เมื่อไรก็ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเขาไปล้ำอำนาจแบบนี้องคกรอื่น ๆ ก็จะถูก ลดทอนอำนาจลงไป นี่กลายเปนปญหาตอการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของเรานะครับ🔗
ประการสุดทาย ผมก็อยากจะเรียนวา องคกรตุลาการจะมีอำนาจ มีโอกาส ขยายอำนาจลวงล้ำเขามาในแดนอำนาจของฝายนิติบัญญัติของเราได จะเขามาเองไมได หากไมไดรับการสนับสนุนจากสภานิติบัญญัติแหงนี้เอง ตอนนี้สิ่งที่เรากำลังพิจารณาอยูนี้ กำลังจะยื่นอำนาจที่เรามีอยูใหศาลรัฐธรรมนูญเปนคนชี้ขาดวารัฐสภาแหงนี้มีอำนาจที่จะทำได หรือทำไมได เรื่องนี้เปนอำนาจหนาที่ของรัฐสภาที่จะตองมาตกลงกันเองวาจะทำหรือไมทำ จะทำดวยอะไรบาง มีขั้นตอนอะไรบาง เปนเรื่องที่รัฐสภาตองมาคุยกันเอง ไมใชใหองคกร ตุลาการที่เขามีหนาที่ในการตัดสินขอพิพาท วินิจฉัยชี้ขาดขอพิพาทมาตัดสินเอาวารัฐสภา มีอำนาจ หรือวาควรตองทำอะไรบาง ๑ ๒ ๓ อยางนี้เปนสิ่งที่ไมถูกตอง แลวก็สิ่งที่ผูเสนอ ญัตตินี้กำลังเสนอมาผมย้ำนะครับวาเปนการพยายามสรางเงื่อนไข สรางเรื่อง เพื่อที่จะขยาย ฐานอำนาจขององคกรตุลาการใหเขามาอยูเหนือสภานิติบัญญัติแหงนี้ แลวก็มีโอกาสวา ถาสถานการณแบบนี้เกิดขึ้นบอย ๆ นาน ๆ ไปจะไมกลายเปนธรรมเนียม จะไมกลายเปนแนวทาง ที่ถูกใชเสมือนกฎหมาย หรือเลวรายที่สุดก็คือถูกบัญญัติใหเปนกฎหมายวากระบวนการ ในการตรากฎหมายตองขอไปถามศาลกอน อยางนี้ระบบประชาธิปไตยของเราก็ลมเหลว แลวละครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณสุทิน คลังแสง ครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนญัตติซึ่งจะเสนอใหศาลพิจารณาตีความ ในวันนี้ แตกอนที่จะพิจารณาดวยเหตุดวยผลวาทำไมผมตองสนับสนุน ผมตองขอแสดง ความภูมิใจของตัวผมเองกับเพื่อนสมาชิกบางสวนที่ยังเห็นรางแกไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังอยู ในสภา ทั้ง ๆ ที่จริงนาจะตกไปแลวเมื่อวันที่ ๑๓ วันที่ ๑๔ เดือนที่แลว เราภูมิใจที่ทำให รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังมีชีวิตอยู แลวไดมาพูดคุยกันในการที่จะตอชีวิตแลวทำใหรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มีชีวิตตอไป แมบางวิธีการเราจะไมภูมิใจและไมอยากทำ ทานประธานครับ การยื่น ตีความวันนี้เทาที่ผมนั่งฟงมานี่ก็ฟงวาเปนความหลากหลายทางความคิด บางทานก็บอกวา นี่กำลังเปนการเตะถวง แลวหลายทานก็อภิปรายเยอะดวยซ้ำไปวาเรากำลังจะเปดประตู ใหตุลาการขยายเขตอำนาจมา ทำไมเราตองไปยอมศาล ทำไมตองไปยื่นตีความ ทานประธาน ที่เคารพครับ ผมเชื่อวาในบรรดาพรรคการเมืองทุกพรรคที่ไดประกาศนโยบายวาจะแกไข รัฐธรรมนูญเชื่อวาเดินหนาจริง เวลาก็พิสูจนกันมาตั้งแตสภาสมัยที่แลว แลวก็สมัยนี้ใครทำ อะไรบาง แลวผมก็เชื่อวาในกลุมพรรคที่อยากแกจริง ๆ วันนี้ไดเห็นขอสรุปตรงกันวาปญหา และกำแพงที่เราเดินขามไมไดก็คือคำวินิจฉัยของศาลเมื่อป ๒๕๖๔ ที่ไดสรางความไมชัดเจน ตรงนั้นก็เลยเปนบอเกิดแหงปญหาทั้งฝายที่อยากแกและไมอยากแก ฝายอยากแกก็คิดวา จะตองเดินหนาเพื่อทลายกำแพงนี้ ฝายไมอยากแกก็อางวาเปนความคลุมเครือและเปนขอ อันตรายดวยซ้ำไป ทานประธานครับ การยื่นเสนอตีความวันนี้หลายคนที่บอกวาเปนการเตะถวง ผมไมแนใจวา ทานไปคิดวามันจะตองใชเวลาตีความนานขนาดไหน ผมยังเชื่อมั่นวาถาเรายื่นสงศาลวันนี้ ศาลใชเวลาพิจารณาไมเกิน ๑ เดือนหรอกครับ กับ ๑ เดือนที่เราคิดวาวันนี้จะตองเดินหนา ผมวามันตกสัปดาหหนา รัฐธรรมนูญฉบับนี้ตก แลวโอกาสจะแกไขอีกก็กลับมาเจอวังวนเดิม คำถามเดิม อะไรคือถวง ถาจะเลือกวาผมเปนการเตะถวง ผมเลือกเอาเตะถวงนอกดีกวา การสงรัฐธรรมนูญไปตกตาย ถาผมจะถวงอีกสัก ๑ เดือนกับการผลักดันใหรัฐธรรมนูญ เดินหนาไปวันนี้แลวไปตกตายแลวถูกตีตกในสัปดาหหนา ผมเลือกเอาเตะถวง แตทานประธานครับ นี่คือการเปรียบเทียบ ผมไมมีเจตนา พรรคเพื่อไทยไมมีเจตนาเตะถวง แตเราเจตนาวาวันนี้ เราจะตองผาทางตันใหได ผาทางตันก็คือคำวินิจฉัยของศาลที่ไมชัดเจนนั่นละ คนก็อางไป ตาง ๆ นานา บางคนอยากแกแตไมกลาแก อันนี้โดยสุจริตใจ กลัวคำพิพากษา กลัวรับโทษ บางคนไมอยากแกก็ถือโอกาสอางเลย เพราะฉะนั้นวินิจฉัยชี้ขาดเสียตรงนี้จะไดรูใครของจริง ใครของปลอม ใครอยากแก ใครไมอยากแก ผมวาถาคำวินิจฉัยของศาลออกมาแลวจะชัดเจน แลวเรื่องที่บอกวาเราจะตองไปขยาย ยื่นมือไปเชื่ออำนาจศาล ใหศาลขยายขอบเขตมา เราไปกลัวทำไม เราทำไมไมยืนยันความเขมแข็งของอำนาจประชาชน ทานคิดแบบนั้นผมก็ เคารพนะ แตผมจะแบงคนออกวันนี้ในสภา คนหนึ่งอยูในโลกของอุดมการณกับคนหนึ่งอยูใน โลกความเปนจริง ถาโลกในอุดมการณนะ ผมกราบเรียนทานประธานไปหาเพื่อนสมาชิกเลย ผมไมอยากใหมีแมแตศาลรัฐธรรมนูญเลย ถาอุดมการณประชาธิปไตยมันไมมีหรอก ศาลรัฐธรรมนูญ แตโลกความเปนจริงประเทศนี้มันมี มันมี แลวมีแลวเราฝนไดไหม เราก็ฝน ไมได เมื่อฝนไมได อยูในความเปนจริงก็ตองอยูไปตาม แลวโลกในอุดมการณ ศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลอะไรก็แลวแตมันไมควรมายุบพรรคหรอก คนที่จะยุบพรรคการเมืองก็คือประชาชนยุบ แตโลกความเปนจริงมันยุบมาแลวกี่พรรค บางพรรคโดนมาแลวกี่เดง กี่ครั้ง ทานจะอยูในโลก อุดมการณหรือความเปนจริง ในโลกอุดมการณนายกรัฐมนตรีไมควรถูกปลดดวยขอหา ทำกับขาวออกทีวีหรอก แลวไมควรถูกปลดดวยขอหาจริยธรรมงาย ๆ เมื่อปที่แลวหรอก นั่นโลกอุดมการณไมควรเกิด นายกเศรษฐา นายกสมัคร ไมควรโดน แตโลกความจริงมันโดนแลว และโลกความจริงไมรูใครจะโดนอีกไหมวันขางหนา เราจะอยูกับโลกความจริงหรืออยูกับโลก อุดมการณ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ชัดเจน ถาโลกความจริงอำนาจประชาชนเปนของจริงปานนี้ มันแกเสร็จแลว แตพอโลกความเปนจริงศาลบอกวาคุณจะตองไปทำนั่นทำนี่ ทำใหมันเกิด ความเขาใจคลุมเครือ ตองทำใหเรามายุง เราจะยอมรับโลกความเปนจริง เรายอมรับโลก ความเปนจริงก็เอาเลย ศาลชี้มาใหชัด ถาชัดมาแลวพวกผมจะไดไมผามัดตาเดินอีก หรือจะเสี่ยง ผามัดตาเดินตอ ถาเสี่ยงผามัดตาเดินตอแลวคุณไปตกบอตายแลวคุณจะโทษใคร กลับใหเปดตา เดินเลยเสียเวลานิดเดียว เพราะฉะนั้นทานประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนวาการยื่น ใหศาลพิจารณาตีความวันนี้ ผมวาใชเวลาไมนาน คำวินิจฉัยออกมาเสร็จปบ เรามาเดินกัน เปดตาเดินทีนี้จะเจออะไรก็มาวากัน ผมยังเชื่อวาวิธีนี้เปนวิธีการแกรัฐธรรมนูญที่ถูกตองที่สุด หลายคนชอบอางไอนสไตน (Einstein) มาก คราวกอนก็อาง ซีกโนนก็อาง คนโงเทานั้นที่ทำ วิธีการเดิม ๆ แลวคิดวามันจะไดคำตอบใหม แตคุณพูดไมหมด หรือคุณคิดไมหมด คุณไป ตีความไอนสไตน (Einstein) ไมใช ทำไมไมถามอยางนี้ถาไอนสไตน (Einstein) ยังมีชีวิตอยู ผมจะถามไอนสไตน (Einstein) คืนวาทำวิธีเดิม ๆ แตในบริบทใหมมันอาจจะไดคำตอบใหม ถูกไหมครับ แตถาทำวิธีเดิม ๆ ในบริบทเดิมแนนอนครับไอนสไตน (Einstein) พูดถูกครับ แตทำวิธีเดิม ในบริบทใหมผมวาไอนสไตน (Einstein) เกิดมาแลวตองมาคิดใหมครับ ทานประธานครับ เพราะฉะนั้นผมมั่นใจและผมภูมิใจที่จะสนับสนุนใหนำญัตตินี้ขึ้นสูศาลตีความ เมื่อตีความมา ชัดเจนแลวผมวาเดินได สวนที่บอกวาศาลจะรับหรือไมรับก็นี่ผมถึงบอกวาทานอาจารยชูศักดิ์ ยื่นใหม ยื่นแบบเดิมแตในบริบทเดิมเงื่อนไขมันเปลี่ยนไปแลวครับ วันนี้เกิดความเห็นตาง เกิดความขัดแยงระหวางองคกร เกิดความเห็นตางแยงขึ้นแลวในระหวางปฏิบัติหนาที่ ฝายหนึ่งบอกควรทำ ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง ก็วันนี้มันเกิดบริบทใหมแลวอาจารยชูศักดิ์ยื่นใหมมันจะ เปนอะไร ผมก็ยังหวังวาจะไดคำตอบใหมนะ แตถาคนบอกวามันจะไดแบบเดิม ๆ รูไดอยางไร วาจะไดแบบเดิมถาไมยื่น วันนี้จะไดแบบเดิมหรือแบบใหมตองยื่นครับ ใหมันหายสงสัยใหสิ้น กระแสความไปเลย ชัดเจนไปเลย ผมจึงสนับสนุนใหยื่นศาลเพื่อวินิจฉัยตอ ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณปริญญา วงษเชิดขวัญ ครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาครับ ผม ปริญญา วงษเชิดขวัญ สมาชิกรัฐสภา วันนี้ขอรวมพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องปญหา ที่เกิดขึ้นในการเลื่อนยื่นเสนอญัตติเกี่ยวกับเรื่องอำนาจของรัฐสภาเองก็ตาม คือสิ่งหนึ่งเลยครับ วันนี้ที่เรามาพูดถึงกันทั้งหมดประเด็นสำคัญเลยก็คือเพื่อความสบายใจของทุก ๆ ฝายแบบที่ทาน ขอเอยนามครับ ทานสุทิน คลังแสง พูดไปสักครูนะครับ วาถึงแมจะเปนบริบทหลาย ๆ อยาง เหมือนเดิมแตกตางกันไป วันนี้คือเรามองวาถาเกิดวาเรามัวแตทะเลาะกันหรือวาขัดแยง ในหลาย ๆ เรื่อง ในการยื่นแกไขรางรัฐธรรมนูญ เราไดพูดคุยกันตั้งแตเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ ที่ผานมาก็แบบที่ทางทานอาจารยนันทนาบอกครับ ๓๒ วันแลว แตจากอำนาจหนาที่สิ่งที่ ประชาชนเราตองการจริง ๆ หรือสิ่งที่พวกเราตองการจริง ๆ เราตองลองกลับไปดูสุดทายแลว วารัฐธรรมนูญนี่หากรัฐธรรมนูญดีประชาชนคงไมลำบาก แตหากประชาชนยังลำบากก็แสดง วารัฐธรรมนูญไมดี หรือวาเปนเพราะการบังคับใชกฎหมาย แตสิ่งหนึ่งวันนี้ที่เรามาพูดถึง กอนที่จะนำไปถึงการแกรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้น ความแนวแนในฐานะของสมาชิกวุฒิสภา เปนสิ่งหนึ่งที่สำคัญครับวาเราตองการทำเพื่อประชาชน สิ่งที่เราเขามาอาจจะบริบทแตกตาง จากทานสมาชิกสภาผูแทนราษฎร แตสิ่งหนึ่งของเราเองเปนตัวแทนจากกลุมสายอาชีพตาง ๆ เราก็มีความมุงมั่นในการที่จะทำเพื่อพี่นองประชาชน แตสิ่งหนึ่งที่เราตองการความชัดเจน คือในฐานะวุฒิสภาเปนผูแนะนำ หรือคอยสังเกตขอแนะนำใหกับสมาชิกสภาผูแทนราษฎร เราจึงมองเห็นถึงครับวาการที่เสนอญัตติในวันนี้ของทานหมอเปรมศักดิ์เองก็ตามทานรอ อีกหนอยไดไหมครับ เพราะตามขอกฎหมายการแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจากทางเว็บไซต ของศาลรัฐธรรมนูญเองนี่มีการพิจารณาภายใน ๓๐ วันนับแตวันที่ไดรับเรื่อง ซึ่งจริง ๆ แลว ทานก็สามารถรอไดใชไหมครับ ถึงแมสุดทายแลวมันอาจจะออกมาเปนแบบเหมือนครั้งกอน ๆ ที่ผานมา แตทานรอมาแลว ๓๐ กวาวันครับ ในระหวางที่ทานรอเองก็ตามทานก็ยังสามารถ ใหทางประชาชนเองออกมาพูดคุยกันวาการแกไขรัฐธรรมนูญแตละขอ ระหวางรอความชัดเจนตาง ๆ ทานก็เปดรับฟงกับประชาชนไปเลยครับวาสิ่งที่ประชาชนตองการในสวนเรื่องการแกไข รัฐธรรมนูญมันมีกลุมประชาชนมากนอยแคเพียงใดครับ ทานอยาตัดสินใจดวยประชาชน เพียงกลุม ๆ เดียวที่ทานใกลชิด การแกไขรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นประเทศไทยเรามีการแกไข รัฐธรรมนูญจำนวนมากเราควรที่จะตองมีการพิเคราะหขอมูลใหดีกอนที่จะตัดสินใจ เราไมควร ชี้นำประชาชนสวนใหญทั้งประเทศวากลุมหนึ่งกลุมใดตองการแก สุดทายแลวเอาไปบังคับใช โดยทั่วกัน ก็อยากจะสนับสนุนนะครับวาในสวนญัตติของทางคุณหมอเปรมศักดิ์นี้รอหนอยเถอะครับ ใหญัตตินี้สงไปพิจารณาในศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะสมาชิกวุฒิสภาเอง กระผมเองอาจจะ ไมสามารถชี้ชัดไดครับวา รัฐธรรมนูญนี้ควรแกหรือวาไมควร เราอยากรับฟงเสียงของทาง ทานผูเสนอแกไขรัฐธรรมนูญ อยากรูครับวาทานมีแนวทางความคิดเปนอยางไรบาง สิ่งหนึ่ง ที่สมาชิกวุฒิสภาอาจจะไมเห็นดวยในบางครั้งเนื่องจากพวกทานไมเคยพูดคุยกันเลยครับ พวกทาน จะมาคุยปลายทางในระยะเวลาสุดทายกอนที่จะมีการเขาสูรวมรัฐสภาแบบนี้ครับ ก็อยากจะ ใหทานลองวิเคราะหดูนะครับวาสิ่งหนึ่งที่ทานจะทำใหเพื่อประชาชนจริง ๆ ทานไดทำแลวหรือยัง ก็ตองฝากไวครับวาสุดทายแลวเราจะขวางการยื่นญัตตินี้ไวเพื่ออะไรครับ เพราะสุดทายแลว เราก็รอเวลากันมาสักพักนั้นแลว เราขอวาอยากใหทานรอระยะเวลาซึ่งในระหวางที่ทานทำทาน ก็สามารถเสวนาพูดคุยใหขอมูลกับประชาชนใหประชาชนพูดคุยกับทานหรือวาจะเสนอแนะ ตาง ๆ ไดมากขึ้น เชนเดียวกันนะครับ แลวคงจะตองฝากไววาสุดทายแลวคือถึงแมในฐานะ วุฒิสภาไมไดมาจากประชาชนแตผมขอเลือกทำเพื่อประชาชนดีกวาพวกที่ประชาชนเลือกแลว ไมทำนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณณัฐวุฒิ บัวประทุม🔗
ขอบคุณครับ ทานประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอางทอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ทานประธานครับ วันนี้คงเปนวันอีกวันหนึ่ง ที่พี่นองชาวจังหวัดอางทองนาจะภูมิใจในการทำหนาที่ตัวแทนของทาน ไมไดภูมิใจในแงของ การที่บอกวาเราตองรอแลวปลอยใหระยะเวลาผานไป ๆ แตนาจะตองภูมิใจครับวาจริง ๆ แลว การทำหนาที่ตัวแทนของทานนั้นทำความเขาใจตอโลกแหงความเปนจริงบนพื้นฐานอุดมการณ อยางไร ไมมีโลกคูขนานหรอกครับ นั่นเปนเรื่องละครครับ ไมมีโลกคูขนานหรอกครับที่บอกวา มีโลก ๒ ใบแตที่แหงนี้มีโลกเดียวครับคือโลกของความเปนจริงที่ยืนยันอยูบนอุดมการณ วาเราเลือกอุดมการณทางการเมืองแบบใดในการเขามาทำงานในสภาผูแทนราษฎรหรือใน รัฐสภาแหงนี้ ทานประธานครับ ผมขอมีสวนรวมในการอภิปรายญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภา มีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภา แนนอนครับมีความตางในขอความภาษาผมคงไมติดใจและผมเองก็มีความสงสัยดวยซ้ำ วาการที่เพื่อนสมาชิกบางทานลงชื่อซ้ำใน ๒ ญัตตินั้นสามารถทำไดหรือไม ผมเขาใจวา ทานคงอยากย้ำ อยากเนน อยากจะใหตีความสงไปใหศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเราเองก็พูดมาโดย ตลอดวาเราคลางแคลงใจในการทำหนาที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ถาผมพูดแบบนี้ในป ๒๕๔๐ ผมคงออกมาอยางผิดหวังแนนอนครับ เพราะผมคงเปนคนหนึ่งที่รณรงคในการแกไขรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๔๐ และชื่นชมนายกบรรหาร ศิลปอาชา มาโดยตลอด แตถาผมพูดแบบนั้นในปนี้เปนคนละ บริบทคนละเรื่องกันครับ เราไมอยากใหมีเหตุการณใด ๆ ไมวาจะเปนเหตุการณความรุนแรง ที่เคยเกิดขึ้นในพฤษภาคม ป ๒๕๓๕ หรือความเปลี่ยนแปลงในทางการเมือง เชนการรัฐประหาร แลวก็เอาอำนาจของการรัฐประหารมาสถาปนารัฐธรรมนูญใหมอีก เราไมอยากใหเกิด เหตุการณแบบนั้น ฉะนั้นแนนอนครับวาการหาฉันทามติในการแกไขรัฐธรรมนูญนั้นคงเปน เรื่องที่เราตองหนีไมพนและพูดถึงทั้งที่เกี่ยวและไมเกี่ยวกับญัตติในวันนี้ แตแนนอนวา มันปฏิเสธความเกี่ยวของไมไดครับ หากวันนี้ไอนสไตน (Einstein) ยังมีชีวิตอยู ไอนสไตน (Einstein) คงไมลุกขึ้นมาบอกวา Imagine More Than Knowledge จินตนาการสำคัญ กวาความรู เพราะจินตนาการสำคัญกวาความรูนั้นเขาใชในการสรางสรรคนวัตกรรม Soft Power Innovation ตาง ๆ ที่เกิดขึ้น แตไอนสไตน (Einstein) หากเปนคนมีสัญชาติไทยและมีทางเลือก เขาคงเลือกที่จะยายจากประเทศไทย คงไมสามารถอยูในประเทศแหงนี้ที่สัญญาไมเปนสัญญา ทำอยางแตอางวากอนนั้นคิดมาอีกอยางหนึ่ง คิดใหญแตถึงเวลาทำเล็กลง ๆ Real ลงไปเรื่อย ๆ จนไมรูวาจุดยืนในโลกที่ทานกำลังยืนอยูนี้มันโลกใบเดียวกับทานยืนอยูจุดไหนในโลกแหงนี้ ทานประธานที่เคารพครับ คำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ จะเชื่อไมเชื่อไมเปนไร จะมั่นใจ ไมมั่นใจ ไมเปนไร จะบอกวาศาลตีความแบบไหน อยางไรก็แลวแต ผมเองไมไดเชื่อทั้งหมด แตก็ยอมรับ ถึงขอผูกพันและไมเคยมีจุดใดในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๔ ตั้งคำถาม ถึงการทำประชามติที่มากกวา ๒ ครั้งเลย ญัตติของคุณหมอเปรมศักดิ์ เพียยุระ ก็เคารพทาน ทานเปนนักกิจกรรมเกาเขาใจดีครับวาทานเคยมีบทบาทในการตอสูเรียกรองสิทธิเสรีภาพ หลายประการ แตญัตติคุณหมอเปรมศักดิ์ เพียยุระ โดยเฉพาะในหนาที่ ๒ นั้นพูดถึงความเห็น ที่แตกตางวาสมาชิกรัฐสภาบางสวนเห็นวาตองมีการดำเนินการจัดใหมีการออกเสียงประชามติ ๓ ครั้ง นี่ทานเอา ๓ ครั้งนี้มาจากจุดใด ทานเอาสวนใดของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๔ มาใช ทานเอาสวนใดของคำวินิจฉัยสวนตน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีทั้งหมด ๙ ทานนะครับ คณิตศาสตรพื้นฐานที่สุดครับ ใน ๙ ทาน มี ๖ ทานที่เขียนคำวินิจฉัยชัดเจนวากระบวนการ ทำประชามตินั้นสามารถกระทำไดโดย ๒ ครั้ง ๖ ทานบอก ๒ ครั้ง มีเพียง ๒ ทานบอก ๓ ครั้ง และมีเพียง ๑ ทานที่ทานไมเห็นดวยกับการแกไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด ก็ไมเปนไรเปนอาจารย ผมก็ไมเปนไรยกออกไวกอน แตวา ๖ ทานนะครับใน ๙ ทานนั้นบอกวา ๒ ครั้งแลวจุดใด ที่ทานบอกวาคำวินิจฉัยนี้สามารถตีความไปไดวามีการทำ ๓ ครั้ง เพื่อนสมาชิกบางทานอาง รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ (๘) โยง (๗) ไปโยง (๙) บอกเชนนั้นเชนนี้ แตศาลเองก็บอกอยางไร วากระบวนการทำประชามตินั้นเกิดขึ้น ๒ ครั้งได ผมเหมือนถาเอาเรื่องนี้เปนตัวตั้งเอาโลก ๒ ใบเปนตัวตั้งแบบที่ทานอภิปรายกันนะครับ เสมือนผมยอนกลับไปป ๒๕๖๓ วันนั้นผมนั่ง อยูตรงนั้น แลววันนี้ป ๒๕๖๘ กลับมาพูดเรื่องเดิมกอนที่นำไปสูคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เสียสิ้น เพียงแตวันนั้นคนที่เชื่อแบบผมกลับตั้งคำถามแลวกลับมาเชื่ออีกแบบหนึ่ง ไมได เรียกรองวาทานเปนแบบใด แตโลก ๒ ใบเปนแบบนี้ตางหาก ทานประธานที่เคารพครับ กรณีญัตติของคุณหมอเปรมศักดิ์เองหรือกรณีของทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ก็ดวยความเคารพ ทานเปนอยางยิ่ง มันคือการยอนกลับไปใชวาทกรรมหรือคำถามแบบเดิมที่เราเคยไดผลลัพธ มาแลว วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๔ มีคำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ วันที่ ๑๗ เมษายน มีคำวินิจฉัย ๗ ตอ ๐ ในป ๒๕๖๗ บอกวาศาลรัฐธรรมนูญไมมีอำนาจในการวินิจฉัย วันนั้นอางเพราะเหตุวา ญัตตินี้ยังไมไดถูกบรรจุวาระในการพิจารณา วงรอบมันก็กลับมาเปนแบบนี้ ๆ ครับ แลวเรา จะตอบตัวเองอยางไรครับ เราจะตอบตัวเองวันที่เราขึ้นหาเสียงเลือกตั้งป ๒๕๖๖ เราจะตอบ ตัวเองวันที่ทำออกเสียง Debate การเลือกตั้งตาง ๆ วาเราสนับสนุนการแกไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งดวยความเคารพยกเวนพรรครวมไทยสรางชาติไดอยางไรครับ เรากับวันนั้นกับเราวันนี้ คนเดียวกันไหมครับ และการแกไขบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนั้นนี่เราเสียเวลามามากแลว จนไมอาจจะระบุไดวาตกลงการแกไขเหลานี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม ฉะนั้นผมคิดวาวันนี้ครับ สิ่งที่เราพูดกันไมใชประเด็นการตีความกฎหมาย ที่มาบอกวาอานกฎหมายรู ดูกฎหมายเปน ผมไมมั่นใจผมเองจบกฎหมายก็ไมกลาจะบอกทานวาเปนอยางไร แตผมอยากชี้ชวนทาน วาจริง ๆ แลวนี่คือเรื่องเจตจำนงทางการเมืองใชหรือไม มันเปนเจตจำนงทางการเมืองแบบเดียวกันครับ วันหนึ่งทานบอกนโยบายแบบนี้เคยพูดไว Entertainment Complex วันนี้บอกตองเดินหนาทำ แตพอเปนรัฐธรรมนูญทานบอก ตองเดินหนาถาม แลวถาถามกลับมาไดคำตอบไมตรงกับสิ่งที่ทานอยากไดละครับ ในใจไมรู เจตจำนงในใจไมทราบแตเจตจำนงที่ออกมานอกใจเสมือนวาไมอยากใหเกิดขึ้น ฉะนั้นเวที วันนี้ไมไดพูดเอาหลอครับ ไมไดพูดเอาดี ไมไดพูดเอาเขาตัววาพรรคกาวไกลคิดไกลกวาใคร พรรคประชาชนคิดถึงประชาชนกวาใคร ยกตรงนี้ออกไปเถอะครับ ไมมา Debate ดวย ในประเด็นเหลานี้ แตยืนยันวาพรรคประชาชนมีเจตจำนง วาในเมื่อเราเห็นตรงกันวาปญหา ของการพัฒนาประชาธิปไตยที่ทำใหเกิดการยอมรับอยูที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ แลวมันจะแปลกอะไรครับ ที่เราไมสามารถเดินหนาแกไขรัฐธรรมนูญฉบับนั้นได ทานบอก ถามเพื่อความสบายใจเอาใหชัดวาสามารถทำได ก็ทานไมใชหรือครับที่เคยเสนอแกไข รัฐธรรมนูญ ก็พวกผมไมใชหรือครับที่เคยเสนอแกไขรัฐธรรมนูญแลวทานก็เห็นดวย ก็คณะกรรมการที่เคยศึกษาไมใชหรือครับที่บอกวาการแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ที่อาจจะนำไปสูการตั้ง สสร. ที่เห็นตางแตเพียงวา สสร. ควรมาจากแบบใด นั่นเกิดขึ้นได ก็สภาของเราไมใชหรือครับที่เคยมีมติรวมกันวาการเดินหนาแกไขรัฐธรรมนูญจะเปนการ ปลดล็อก แลวคืนความเปนปกติ ซึ่งจะนำไปสูการปองกันมิใหมีการฉีกรัฐธรรมนูญขึ้นอีก แตวันนี้กฎหมาย ป.ป.ช. กอนหนานี้ก็เห็นชัด เสมือนทานกลัวหรือเกรงวาการไปแตะโครงสราง บางอยางอาจจะนำไปสูการใชอำนาจนอกระบบ ทานมีประสบการณ ผมประสบการณนอย แตพวกผมไมกลัว ผมประสบการณนอยแตพวกผมไมกลัว เพราะสิ่งที่ผมบอกกับประชาชน ภาษากฎหมายแพงเขาเรียก Packta Sunt Servanda สัญญาตองเปนสัญญา คือการแกไข รัฐธรรมนูญ ซึ่งตอนที่เราเลือกนายกรัฐมนตรี ตอนที่เราอภิปรายสอบถามก็นายกรัฐมนตรี ไมใชหรือครับที่บอกวาจะเดินหนาในการแกไขบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญการปฏิรูปประเทศ ดานการเมืองอีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นดวยความเคารพครับทานประธานครับ🔗
ประการที่ ๑ ผมไมสามารถตอบคำถามตัวเองไดวาผมภูมิใจที่จะลงมติ สนับสนุนการยื่นญัตติ ๒ ฉบับนี้ที่จะนำไปสูการถามศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง🔗
ประการที่ ๒ ผมยืนยันวาการถามคำถามเพื่อนำไปสูการทำประชามติที่ทาน บอกวาตองชวยกันประหยัดงบ ตองทำความเขาใจนะ ทานประธานเองก็เห็นดวยแลว สามารถบรรจุญัตติได ถาม ๒ ครั้งนั้นสามารถทำไดไปพรอมกับการแกไขรัฐธรรมนูญนั้น จะคิดเปนอื่นไปได🔗
ประการที่ ๓ ผมไมหลอกตัวเองครับ พรรคประชาชนมีนโยบายเรื่องนี้และ เราเดินหนาตามนโยบายที่เราประกาศไว แพชนะเกมในสภาไมเปนไร แตขอใหพี่นอง ประชาชนเห็นถึงจุดยืนในทางการเมืองและจุดยืนในโลกอุดมการณนะครับ ไมใชโลกความเปนจริง กับโลกเสมือนจริง นั่นเรื่องเอไอครับ นั่นเรื่องเทคโนโลยี ซึ่งพวกผมไมถนัด🔗
ประการที่ ๔ ก็คือการยืนยันวาเรื่องการสงใหศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น ไมทราบจริง ๆ วาผลลัพธที่ทานตองการคือแบบใด เหมือนกับที่ทานสงใหตีความอะไร ที่เรียกวาซื่อสัตยสุจริตหรือไม ซึ่งทายที่สุดมันก็หนีกรอบที่ทานบอกไปไมพนวาก็ให ศาลรัฐธรรมนูญเปนผูวินิจฉัย🔗
ประการที่ ๕ ตกลงอำนาจในบานเมืองนี้มีกี่อำนาจกันแน หนังสือแปล Montesquieu ผมมีนะครับ แตฉบับภาษาฝรั่งเศสไมมี เขาไมไดบอกการแบงแยกอำนาจ ที่เด็ดขาด แตอยางนอยที่สุดดุลอำนาจระหวางฝายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการนั้นตองไป พรอมกัน แตเสมือนวาวันนี้เราคืนอำนาจทุกอยางไปใหศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทายที่สุดศาลนั้น ก็มาจากการเลือกของสมาชิกวุฒิสภา🔗
ประการที่ ๗ เปนเรื่องที่สำคัญที่สุดครับวาเรื่องนี้ไปไกลกวากฎหมาย แตเปน เรื่องสะทอนใหเห็นวาวุฒิภาวะและเจตจำนงในทางการเมืองนั้นใครกันแนที่ยืนตัวตรงไมกมหัว ตอหนาเผด็จการ ไมตองเอาประเภทแบบยกมือไหวนะครับ🔗
และประการสุดทายครับ ทานประธานครับ ดวยเหตุผลที่ผมไดนำเรียน ผมอยากฟงคำชี้แจงเวลาสรุปของเจาของญัตติทั้งสองวาทานสามารถตอบคำถามเหลานี้ ที่เพื่อนสมาชิกในสภาแหงนี้ใชเวลาที่เรานัดมารวมกันในวันจันทรในการประชุมเพื่อถามทาน ใหทานคลี่คลายความสงสัยไดหรือไม แนนอนครับวาประการสุดทายนั้นพวกผมขอยืนยัน วาพวกผมไมเห็นดวยกับการสงใหศาลรัฐธรรมนูญตีความบทบัญญัติเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง และขอลงมติคัดคานการสงใหศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะทายที่สุดนั้นถาเรามั่นใจวา อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเปนอำนาจของประชาชน เราทำหนาที่แทนประชาชนอยางเต็มที่ นี่คือความภาคภูมิใจที่จะถูกบันทึกไวมากกวาตำแหนงแหงที่ที่พวกทานมีสถานะตอสังคม ในวันนี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ รัฐสภา ขอตอนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม ซึ่งกำลังเขาฟงประชุม อยูชั้นบนของหองประชุมวันนี้นะครับ ขอตอนรับทุกทานครับ ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณจาตุรนต ฉายแสง ครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต ฉายแสง สมาชิกสภาผูแทนราษฎร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมไมใชเจาของญัตติ แลวก็คงไมอยูในฐานะที่จะมาตอบคำถามตาง ๆ ของทานสมาชิกแทนเจาของญัตติ แตวา ในการอภิปรายนี้ก็นาจะชวยในการตอบคำถามหลาย ๆ คำถามที่ไดมีการหยิบยกขึ้นมา ในการอภิปรายในวันนี้🔗
ประการแรก ผมอยากจะขอยืนยันเสียกอนวา ในการอภิปรายสนับสนุนญัตติ ที่จะใหสงเรื่องปญหาอำนาจหนาที่ขององคกรไปยังศาลรัฐธรรมนูญนี้ ตองการแสดงเหตุผล วาเหตุใดจึงควรจะสงไปใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แตในประการแรกที่จะตองยืนยันก็คือวา สมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคเพื่อไทย และพรรคเพื่อไทยเองมีเจตนารมณในการที่จะ แกไขรัฐธรรมนูญ โดยตองการใหมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมที่ทำโดย สสร. ที่มาจาก การเลือกตั้งของประชาชน พรรคเพื่อไทยไดเสนอรางแกไขรัฐธรรมนูญในเนื้อหาอยางนี้ มาแลวหลายครั้ง รวมทั้งครั้งลาสุดก็คือการเสนอรางแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เพื่อให มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมโดย สสร. ซึ่งรอการพิจารณาอยู เจตนารมณในเรื่องนี้ มีความชัดเจนตลอดทางมาหลายป แลวก็ยังชัดเจนอยูจนขณะนี้ อยูจนทุกวันนี้ แลวก็จะมี เจตนารมณอยางนี้ตอไป ปญหาคือวาเราจะทำอยางไรใหการแกไขรัฐธรรมนูญประสบ ผลสำเร็จใหได ทานประธานครับ ขณะนี้มีปญหาวามีความเห็นตางกันในเรื่องที่วารัฐสภา จะพิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญทั้งของพรรคประชาชนและของพรรคเพื่อไทยเลยไดหรือไม ความเห็นมันตางกันอยูตรงนี้ จะพิจารณาเลยไดไหม ทานประธานก็คงทราบดีวามีความเห็น ตางกันในเรื่องนี้มาตลอดในระยะหลายเดือนที่ผานมา ทานประธานเองก็เคยที่ตัดสินใจ ตามฝายกฎหมายวาไมบรรจุรางแกไขรัฐธรรมนูญ ในครั้งนั้นครับสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจะรวมกับพรรคอื่นดวยเสนอสงใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาจะบรรจุไดหรือไม หรือดำเนินการพิจารณาแกไขรางรัฐธรรมนูญไดหรือไม ครั้งนั้นเปนเรื่องของการใหบรรจุ ศาลรัฐธรรมนูญก็ตอบกลับมาวาการดำเนินการจะบรรจุหรือไมบรรจุ แปลเปนภาษาชาวบาน ก็คือวาจะบรรจุหรือไมบรรจุก็เปนอำนาจของรัฐสภาเอง ไมไดเปนปญหาความขัดแยงในเรื่อง อำนาจหนาที่ ทานประธานก็มาดูเอกสารที่ชี้แจงมา แลวก็เห็นวาสามารถบรรจุไดเนื่องจาก คำวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญมีขอความวา อำนาจหนาที่ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม เปนอำนาจของรัฐสภา แตหากรัฐสภาตองการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ตองไปจัดทำ ประชามติเสียกอน คำสำคัญที่ทานประธานไดใชมาเปนเหตุผลชี้แจงกับพวกผม ผมจำได โอกาสหนึ่งผมก็มีโอกาสไปพบกับทานประธาน ทานประธานก็บอกวาคำสำคัญอยูตรงที่วา หากรัฐสภาตองการที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ขณะนี้มีปญหาวารัฐสภายังไมไดแสดง ความตองการที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมครับ ดังนั้นจึงไมสามารถไปทำประชามติได แลวทานประธานก็ไดบรรจุรางแกไขรัฐธรรมนูญเขาระเบียบวาระ พรรคเพื่อไทยและผมมีความเห็น ไปในทางเดียวกันกับทานประธานครับ มีความเห็นครับวาสภานี้ควรจะพิจารณารางแกไข รัฐธรรมนูญนี้ได เราเห็นวาเปนอำนาจของรัฐสภา และอานคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแลว ก็ไมเห็นความจำเปนวาจะตองไปทำประชามติกอนสามารถจะพิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญ ไปไดเลย หากรัฐสภามีมติแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ที่จะใหมีการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม นั่นละครับถึงจะตองไปทำประชามติ พรรคเพื่อไทยเห็นอยางนี้ผมที่ขึ้นมาอภิปราย ก็เห็นอยางนี้ เพียงแตวาแลวทำไม ทำไมเราเสนอวาใหสงไปศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีก ก็เพราะ มีความเห็นตางกันเกิดขึ้น ความเห็นตางกันเกิดขึ้นก็อยางที่ทานประธานเองก็เคยพบมาแลว ฝายกฎหมายเคยเสนอความเห็นแบบนั้น ฝายกฎหมายของวุฒิสภาก็มีความเห็นไปในทางวา สภายังไมควรพิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญนี้ควรจะใหเกิดความชัดเจนกอนวาจะทำประชามติ กอนหรือไม อันนั้นคือฝายกฎหมายของวุฒิสภา ทานประธานครับ พรรคการเมืองไมนาจะต่ำกวา ๑ พรรคมีความเห็นวาควรจะตองทำประชามติกอน บางพรรคไดแสดงทาทีออกมาอยางชัดเจนวา ไมตองการเขารวมสังฆกรรมกับการแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ นี้ ดวยเหตุผลก็คือบอกวา ยังมีความเสี่ยงที่ถาหากวาพิจารณาไปอาจจะเขาขายขัดรัฐธรรมนูญ บางพรรคก็บอกวาขอให เกิดความชัดเจนกอนวาจะตองทำประชามติหรือไม สมาชิกสภาผูแทนราษฎรบางสวนก็แสดง ความเห็นในทำนองนี้ สมาชิกวุฒิสภาหลายคนก็แสดงความเห็นในทางนี้วาถาหากพิจารณา กันไป ลงมติกันไป โดยไมทำประชามติเสียกอน เกรงวาจะเปนการขัดรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ละครับ ที่มันเกิดเปนความแตกตางกันอยางชัดเจน ใครผิดใครถูกโตแยงกันก็โตแยงไดถาตองโตแยง จริง ๆ ทางผม ทางพรรคเพื่อไทยก็จะบอกวาพิจารณาไดเลยไมตองไปทำประชามติกอน แตเมื่อความเห็นตางกันอยางนี้เราจำเปนตองหาขอยุติ ทำไมจึงหาขอยุติ หาขอยุติเพื่ออะไร ไมใชเตะถวงครับ ไมใชเตะถวง พรรคเพื่อไทยผลักดันการแกไขรัฐธรรมนูญอยากใหแกไดเร็ว ๆ ผมเองก็เสนอความเห็นในทางที่ตองการแกไขรัฐธรรมนูญเร็ว ๆ ใหสำเร็จใหไดโดยเร็วมาตลอด แตมาถึงวันนี้ถาไมมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมาใหชัดเจนวาพิจารณาตอไป รัฐสภาพิจารณา รางแกไขรัฐธรรมนูญโดยไมตองทำประชามติกอนนั้นจริงหรือไม ก็จะมีปญหาวาพรรคการเมือง บางพรรคก็อาจจะไมมาลงมติ เสียงก็หายไปครับ พรรคนั้นมีกี่เสียงเสียงก็จะหายไปเทานั้น บางพรรคก็อาจจะบอกวาแลวแตสมาชิกครับ ถาไมแนใจก็ไมตองไปออกเสียงลงคะแนน ในการพิจารณาของรัฐสภา สมาชิกวุฒิสภาอีกหลายคนก็อาจจะบอกวาขอรอดูกอน ถาอยางนี้ ขอไมไปออกเสียง ทานประธานครับ การแกไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ การแกไขรัฐธรรมนูญแตละมาตรา ถาจะแกไดตองใชเสียงขางมากเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา ที่สำคัญตองการเสียงไมนอยกวา ๑ ใน ๓ ของวุฒิสภา ถาฝายกฎหมายของวุฒิสภาบอกวาไมควรพิจารณา ถา สว. หลายคนบอกวา ยังไมชัดเจน เพราะฉะนั้นไมกลาไปลงคะแนน เสียงจะหายไปเทาไรครับ เสียงหายไปเทาไร พวกผมก็ไมทราบแตหายแน ๆ เห็นชัด ๆ อยูแลววาหายแน ๆ ทานสมาชิกบางทานบอกวา ถาอยางนี้จะมีหลักประกันอะไร จะเพียงพอหรือไมถาหากสงไปศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมา ชัดเจนแลวถาออกมาวาใหพิจารณากันไปไดไมตองทำประชามติกอน แลวการแกไขรัฐธรรมนูญ จะสำเร็จ แลวผูที่ไมตองการแกรัฐธรรมนูญจะเปลี่ยนใจมาสนับสนุนการแกรัฐธรรมนูญ หรือทานบอกวาพวกที่อางวาการพิจารณาตอไปจะขัดตอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ลึก ๆ อาจจะไมตองการแกรัฐธรรมนูญ อันนั้นไมมีใครทราบครับ ไมมีใครทราบ แตทำไมเรา ตองการใหวินิจฉัยเสียกอนใหชัดเจน เพราะเราไมตองการใหมีขออางครับ ไมวาจะเปนของ พรรคการเมือง ของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือของสมาชิกวุฒิสภา ใหตัดขออางนี้ออกไป ตัดขออางนี้ออกไปแลวเหลือแตวาจะสนับสนุนการแกไขรัฐธรรมนูญหรือไม ถาหากวาพูดถึง พรรคการเมืองรวมรัฐบาลครับ อันนี้ก็ตองพูดกันตรง ๆ วาถาหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย มาแลววาพิจารณาไดลงมติไดโดยไมตองทำประชามติกอน ขออางนี้จะหายไปแลว ขออาง ที่วาเปนการเสี่ยงตอการขัดรัฐธรรมนูญจะหายไป เมื่อหายไปแลวพรรครวมรัฐบาลก็คุยกันไดครับ เพราะวานโยบายของรัฐบาลแถลงตอรัฐสภาไปแลววาจะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ทำรัฐธรรมนูญใหเปนประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ดังนั้นพรรครวมรัฐบาลก็จะ คุยกันวาเมื่อถึงเวลานั้นตองสนับสนุนการแกไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเปนนโยบายของรัฐบาล โดยไมมีขออางอีกตอไปวาการรวมพิจารณาการลงมติสนับสนุนการแกไขรัฐธรรมนูญจะเปน การกระทำที่ขัดตอรัฐธรรมนูญ อันนี้ครับคือเหตุผลที่เราคิดวานอกจากไมใชเปนการเตะถวงแลว ยังเปนการพยายามหาหลักประกันครับวาการพิจารณาที่เราจะทำกันตอไปในการแกไข รัฐธรรมนูญนั้นจะมีอุปสรรคนอยกวา มีความเสี่ยงนอยกวา และมีความเปนไปไดมากกวา ในการที่จะแกไขรัฐธรรมนูญใหประสบความสำเร็จ ทานประธานครับ เรื่องการที่จะสง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนี้มันเปนกรณีที่เกิดปญหาขึ้นจริงของเรื่องอำนาจหนาที่ ปญหาก็คือวารัฐสภาจะพิจารณาไปกอนที่จะมีการทำประชามติไดหรือไม กรณีอยางนี้ มันเกิดขึ้นแลว ผมก็เห็นดวยสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยก็เห็นดวยครับวา อำนาจนิติบัญญัติควรจะยืนยันในอำนาจตัวเอง ไมยอมใหศาลรัฐธรรมนูญก็ดีหรือองคกรอื่นใดก็ดี มามีอำนาจเหนือฝายนิติบัญญัติ แตวาในระบบของรัฐธรรมนูญนี้ศาลรัฐธรรมนูญไดเขามา กาวกายแทรกแซงการทำงานของการใชอำนาจหนาที่ของทั้งฝายบริหารและฝายนิติบัญญัติ รวมถึงตอพรรคการเมืองและระบบพรรคการเมืองดวย สิ่งเหลานี้ไดเกิดขึ้น และหลังสุดสิ่งที่ เกิดขึ้นจะเรียกวาเปนการกาวกายแทรกแซงหรือไมอาจจะพูดไมไดชัดเจน แตไดมีการอาศัย อำนาจตามรัฐธรรมนูญในระบบของรัฐธรรมนูญปจจุบัน ในการที่จะ ผมกำลังจะเสร็จแลว ทานประธาน ในการที่วินิจฉัยวาการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ซึ่งในรัฐธรรมนูญเราไมมี เขียนไวครับวาถาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมตองทำประชามติหรือไมตองทำ และจะตองทำ เมื่อไร แตแกไขบางมาตราที่สำคัญเขาบอกวาตองทำประชามติ ศาลรัฐธรรมนูญก็เลยวินิจฉัย ไววาถาจะไปจัดทำรัฐธรรมนูญใหมซึ่งมันมากกวาการแกไขบางมาตราที่สำคัญเพราะมันแกไข เยอะแยะไปหมดตองจัดทำประชามติ อันนั้นก็เปนการใชอำนาจตามรัฐธรรมนูญที่เขียนไว ใหเปนอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในความเปนจริงที่เปนอยางนั้น และเมื่อเปนอยางนั้น มันก็เปนปญหาคางคาตอมาทำใหกลายเปนอุปสรรคตอการแกไขรัฐธรรมนูญ สิ่งที่เราตองทำ ไมใชเปนการสยบยอมวาฝายนิติบัญญัติทำอะไรตองไปถามศาลศาลรัฐธรรมนูญ แตเรื่องมันเปน มาถึงขั้นนี้ไมถามก็ยิ่งแกไมได ถาถามแลวเกิดความชัดเจน โอกาสที่จะแกไขรัฐธรรมนูญได ก็จะมีมากขึ้น และถาเราแกรัฐธรรมนูญไดครับ ผมและสมาชิกพรรคเพื่อไทยยังหวังวา การแกไขรัฐธรรมนูญในอนาคตจะยิ่งทำใหฝายนิติบัญญัติมีอำนาจ มีความเปนอิสระ อยางชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญไมพึงมีอำนาจหลายอยางที่มันกาวกาย กาวกายฝายนิติบัญญัติ ฝายบริหาร และพรรคการเมือง อยางที่เปนอยูมาหลายปตั้งแต รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๕๐ จนมาถึงรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ อยางที่เปนอยูในขณะนี้ ดังนั้น การพยายามใหแกไขรัฐธรรมนูญใหสำเร็จ มีปญหาอุปสรรคอะไรตองชวยกันหาทางแกไข และเราจึงจะมีโอกาสความเปนไปไดที่จะแกไขรัฐธรรมนูญเพื่อใหเกิด สสร. มาจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมครับ ขอบคุณครับทานประธาน🔗
ขอบคุณทานจาตุรนต ฉายแสง ครับ มีประเด็นนิดเดียวที่พาดพิงถึงประธานรัฐสภา ผมขอชี้แจงประมาณ ๑ นาที ๒ นาทีเทานั้นครับ ในประการแรกที่ประธานรัฐสภาไดใหบรรจุนั้นโดยยึดคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญครับ ครั้งสุดทายเมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๗ ซึ่งมีหลักการ ๓ ประการ ในคำวินิจฉัยนั้น🔗
ประการที่ ๑ รัฐสภามีอำนาจในการแกไขรัฐธรรมนูญ🔗
ประการที่ ๒ ประธานรัฐสภามีอำนาจในการบรรจุวาระการแกไขรัฐธรรมนูญ🔗
ประการที่ ๓ ที่สำคัญเขาบอกวาถารัฐสภาตองการจะแกไขรัฐธรรมนูญ ถาจะแกไขรัฐธรรมนูญก็ดำเนินการแลวไปทำประชามติ🔗
ซึ่งที่ผมบรรจุแลวก็ฝายกฎหมายเห็นวาเพราะคำวา ถารัฐสภาตองการ คำวา ถารัฐสภาตองการนั้น หมายความวาตองพิจารณามาตรา ๒๕๖ วาระหนึ่ง วาระสอง และ วาระสามไปแลว นั่นคือความตองการ แตถายังไมพิจารณาอยู ๆ พรรคประชาชนก็เสนอ รางแกไข พรรคเพื่อไทยก็เสนอรางแกไข นั่นเปนความตองการของพรรคการเมืองเทานั้น หรือประชาชนจะเสนอมาก็เปนความตองการของประชาชน แตถาจะบอกวารัฐสภาตองการ มันตองประชุมและลงมติเทานั้นถึงจะถือวารัฐสภาตองการ แตถาเสนอรางมาก็ยังไมไดถือวารัฐสภาตองการ ทีนี้ที่บอกวาเสี่ยงวาจะผิดกับคำวินิจฉัย ของรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๔ ตองไปทำเสียกอน แตตอนนั้นยังไมมีคำวา ตองการ อยางไรก็ตาม เมื่อรัฐสภาแสดงความตองการแลวก็ยังจะไมไปรางรัฐธรรมนูญใหม ยังไมรางครับ และยังไม ไปเลือก สสร. ก็ยังไมไดเลือก สสร. เมื่อแสดงชัดเจนวารัฐสภาตองการแลวจะแกไข ผานมาตรา ๒๕๖ วาระสามแลวก็จะไปถามประชามติของประชาชนเสียกอน กอนเลือก สสร. ไปถามประชาชนเสียกอน ถาประชาชนทั้งประเทศไดมีมติตามรัฐธรรมนูญวาตองการ นั่นละ ก็จะเลือก สสร. แตถาประชาชนบอกไมตองการ เสียงขางมากไมตองการก็ไมตองไปเลือก สสร. และการแกไขรัฐธรรมนูญตามที่รัฐสภาตองการก็ตองยุติ เพราะประชาชนไมตองการ เพราะประชาชนไมตองการ ทีนี้ถาหากวาเราไมไดถามรัฐสภาตองการ เดิมที่คิดวาไปถาม ประชามติจะไปถามประชามติอยางไร เพราะยังไมรูวาจะแกกี่ขั้นตอน ประการที่ ๒ ถามประชามติครั้งหนึ่งตามรัฐธรรมนูญแลวตองเสีย ๓,๐๐๐ ลานบาท เสียก็ไมเปนไรครับ เพราะเปนเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ไปถามเสร็จแลวประชาชนบอกตองการ ถาไมตองการก็จบ ประชาชนบอกตองการ แลวเรายังไมถามรัฐสภาตองการก็มาเขากฎหมาย ๒ ฉบับมาเขาสภา แตเกิดวาระสาม รัฐสภาบอกไมเอาดวย หรือเสียง สว. ไมถึง ๖๗ ก็ถือวาไมผาน แตเสีย ๓,๐๐๐ ลานบาทไปแลว และเสียเวลาไปแลว นี่คือสิ่งที่ฝายกฎหมายของสภาผูแทนราษฎร และประธานรัฐสภาตัดสินใจโดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๗ ตามที่ทานจาตุรนตไดพูดถึง มันมีขอ ๓ ถารัฐสภาตองการ ถารัฐสภาตองการไมขอมติรัฐสภา แลวจะบอกรัฐบาลตองการไดอยางไร เพียงแตพรรคการเมืองตองการยังไมใช หรือประชาชน ตองการยังไมใช แตอันนี้ก็ไมเกี่ยวกับวาวันนี้เราจะมีมติไปถามศาลรัฐธรรมนูญหรือไม แตผมชี้แจง เพราะวาพาดพิงหลายครั้ง แลวก็เปนความกังวลของทานสมาชิกดวย ผมขออนุญาตชี้แจง เพียงเทานี้ เดี๋ยวดำเนินการตอไปครับ ตอไปทานสหัสวัต คุมคง เชิญครับ🔗
เรียนทานประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุมคง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอมีสวนรวมในการอภิปรายญัตติ กอนอื่นทานประธานครับ ขอชื่นชม ทานประธานอาจารยวันนอรไดกลาวอธิบายละเอียดมากเรื่องคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ในป ๒๕๖๔ ซึ่งจริง ๆ แลวอันนี้เปนคำตอบทั้งหมดเลยครับวาทำไมเราถึงไมมีความจำเปน ในการตองสงศาลรัฐธรรมวินิจฉัยตีความอีก แตวาในฐานะที่ตองอภิปรายเรื่องนี้ผมขอ อภิปรายแบบนี้วาญัตตินี้ครับเปนญัตติที่ถูกยื่นเขามาดวยความกลัว แลวเปนความกลัว ที่กำลังทำใหสภาแหงนี้และประชาชนเสียเวลาครับ ทานประธานครับ หลาย ๆ ทานในสภาแหงนี้ ก็ไดอภิปรายกันครับวาเรากำลังจะเดินไปขางหนาแบบพุงชนโดยใหเห็นวามีเหวอยูขางหนา มีกำแพง มีตนไม โนน นี่ นั่น อยูขางหนากำลังจะวิ่งไปชน แลวหนทางในการแกรัฐธรรมนูญ มันอาจจะติดหลม ทานประธานผมขอพูดแบบนี้ครับ ยิ่งจากที่ทานประธานวันนอรไดพูด อธิบายเมื่อสักครูกำแพงเหลานั้น อุปสรรคเหลานั้นเปนความกลัวที่เราสรางขึ้นกันเองทั้งหมดเลย เพราะจริง ๆ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุไวชัดเจนในคำวินิจฉัย ป ๒๕๖๔ ครับ แลวมันวินิจฉัยมาแลว เรากลับไปถามแลวถามอีก เรากำลังทำตัวเหมือนเด็กขี้ขลาดที่คิด อะไรเองไมได ตัดสินใจเองไมไดเลยตองกลับไปถามพอทุกครั้งหรือครับในการตัดสินใจ ซึ่งผม งงมากแบบนี้ ถามไปแลวครั้งหนึ่งพอบอกมาแลววาตองทำแบบนี้ก็ยังจะไปถามพอครั้งที่ ๒ ซึ่งมันไมควรมีครั้งที่ ๓ ครั้งที่ ๔ ยิ่งไมควร ทานประธานครับ เรื่องนี้นะครับ มันเกิดจากความกลัวแลวกำลังทำใหประชาชนและสภา แหงนี้เสียเวลาครับ ถาเรามีมติยื่นไปศาลรัฐธรรมนูญใหวินิจฉัยตีความอีกครั้งหนึ่งมันก็จะ ออกมาหลาย ๆ ทางไดเชนเดียวกันครับ ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญไมรับตีความเหมือนกับที่ ไมรับตีความเมื่อป ๒๕๖๗ นี่ เราก็เลยจะเสียเวลาของสภาแหงนี้ เสียเวลาไปอีก แลวถาไมรับ ทานจะทำอยางไร ทานก็บอกวาในเมื่อคุยกันไมรูเรื่องมี ๒ ฝายที่เห็นตางกัน ความเห็นตางนี่ มันมีตลอด มีมาอยางยาวนานแลวครับ และความเห็นตางที่ผมสงสัยมันคือเห็นตางอะไรครับ ไมใชวาเปนความเห็นตางในรัฐบาลเองหรือครับ เมื่อสักครูทานวิทยา แกวภราดัย กระผม ขอเอยนามนะครับ ก็มาพูดกลางสภาแหงนี้วาพรรครวมไทยสรางชาติไมไดเห็นดวยกับการ แกรัฐธรรมนูญ ซึ่งจริง ๆ นี่คือนโยบายของรัฐบาลโดยตรง ตอนนี้พรรครวมรัฐบาลสามารถ พูดวาไมเห็นดวยกับนโยบายรัฐบาลในกลางสภาแหงนี้ไดแลวหรือครับ อันนี้ผมไมทราบเลย จริง ๆ ครับ แลวยิ่งทานจาตุรนต ฉายแสง ที่พูดเมื่อสักครู ขออนุญาตเอยนามนะครับ ก็บอกวา ใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาจะไดคุยกันได ที่ผานมาคุยกันไมไดหรือครับ ผมงงมากเลยครับ จริง ๆ ผมก็คิดวาทานนายกแพทองธารมีภาวะความเปนผูนำที่จะสามารถดึงพรรครวม รัฐบาลใหเห็นไปในทางเดียวกันได แตตอนนี้เริ่มตั้งขอสงสัยแลวครับเพราะวาออกมาพูด กันเองเหมือนคุยกันไมไดแลวครับ แลวถาศาลรัฐธรรมนูญรับ แลวใชเวลานานในการวินิจฉัย เราจะทำอยางไร เราจะตองรอตอไปหรือครับ สมมุติศาลรัฐธรรมนูญรับแลวใชเวลา ๑ ป แลวยังไมมีคำตอบมาที่สภาแหงนี้ ระหวางนั้นเราทำอะไรครับ มันยิ่งทำใหการแกรัฐธรรมนูญ ที่เปนวาระที่ประชาชนทั้งประเทศเห็นชอบ เปนฉันทามติรวมกันนี่ ดูไดจากเสียงเลือกตั้ง ป ๒๕๖๖ เลยครับ มันยิ่งชาไปอีก แลวสมมุติรับแลวศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาวาก็ทำ ประชามติ ๒ ครั้งเหมือนเดิม นี่ยิ่งเปนการเสียเวลาไปอีกครับ เหมือนกับไปถามซ้ำถามซอน แลวสมมุติวาศาลรัฐธรรมนูญรับแลววินิจฉัยมาวาใหทำประชามติ ๓ ครั้ง ยิ่งงงเลยครับ นี่เปนการสรางบรรทัดฐานที่ผิดเพี้ยนกลับคำวินิจฉัยของตัวเองครับ ยิ่งถาเรายอนกลับไปดู ประวัติศาสตรชาติไทยทำรัฐธรรมนูญมา ๑๑ ครั้ง อันนี้ไมนับที่รัฐประหารนะครับ ไมเคย มีการทำประชามติกอน มีแค ๒ ครั้งที่ทำประชามติหลังราง ป ๒๕๓๙ รัฐสภาก็ลงมติใหทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมโดยไมไดมีการทำประชามติ แลวถาศาลรัฐธรรมนูญบอกวาตองทำ ประชามติ ๓ ครั้งนี่ เราจะกลับไปอธิบายประวัติศาสตรอยางไรครับ ครูสอนประวัติศาสตร ครูสอนกฎหมายตอนนี้งงไปหมดเลยครับ เราจะยอนกลับไปอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นแลวอยางไร ใชอะไรมาอธิบายนักเรียนที่กำลังเรียนกฎหมายอยูตอนนี้ ทานประธานครับ นี่คือความกลัว ที่ทำใหเกิดความเสียเวลา ซึ่งผมหวังวาเพื่อนสมาชิกทุกทานจะพิจารณาสิ่งนี้ดวยความหวัง ยิ่งเมื่อสักครูทานประธานมาพูดนี่ผมคิดวาความหวังมันยิ่งชัดเจนวาเราไมตองกลัวอะไรอีกแลว สิ่งที่ทานประธานวันนอรอธิบายเมื่อสักครู ชี้แจงเมื่อสักครูคือคำตอบที่ดีที่สุดและชัดเจน ครบถวนมาก ๆ ครับวาสภาแหงนี้ทำอะไรไดบางและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๔ นี่ มันเปนอยางไร แตผมมีอีกเรื่องครับทานประธาน เวลาบอกวาพรรคเพื่อไทย พรรครวมรัฐบาล จริงใจในการยื่นเพื่อตีความกับศาลรัฐธรรมนูญนี่ เพื่อบอกวาเราจะเอาอยางไรกันดีแตผม สงสัยอยางหนึ่งครับ ทำไมคำถามที่สงไปถึงศาลรัฐธรรมนูญรอบนี้ถึงมีคำถามเดียว คือรัฐสภา จะสามารถบรรจุวาระและพิจารณารางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมที่มีบทบัญญัติใหจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมโดยยังไมมีผลการออกเสียงประชามติวาประชาชนประสงคจะใหมี รัฐธรรมนูญฉบับใหมไดหรือไม คำถามเดียว แตตอนป ๒๕๖๗ นี่ทานสงไปถาม ๒ คำถาม และคำถามที่ ๒ ที่ทานตัดทิ้งเปนคำถามที่สำคัญมาก ๆ คำถามที่ทานยื่นไปถามในป ๒๕๖๗ คือรัฐสภาสามารถบรรจุรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมที่มีบทบัญญัติใหจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใดแลว แลวจะทำใหประชาชนผูทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติ เสียกอนวาสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม จะสามารถกระทำในขั้นตอนที่รัฐสภาลงมติ ใหความเห็นชอบรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมในวาระที่สามแลว โดยสอบถามไปพรอมกับ กรณีมาตรา ๒๕๖ (๘) ไดหรือไม เพื่อใหสอดคลองกับคำวินิจฉัยที่ ๒/๒๕๖๔ หากไมไดจะตองสอบถามในขั้นตอนใด ซึ่งคำถามนี้ตางหากที่เปนคำถามชัดเจนวาจะทำอยางไร เพื่อใหลอกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในป ๒๕๖๔ แตทานกลับตัดคำถามนี้ทิ้ง ผมเลย ยิ่งตองงงวาสรุปทานจริงใจกับเรื่องนี้มากนอยแคไหน ทานประธานครับ หลาย ๆ ทานในสภา แหงนี้ก็อภิปรายวาเราตองทำใหรัฐธรรมนูญมันทำได ไมใชแคไดทำ ที่ผานมาทำอะไรอยูครับ การที่เรามาคุยกันเรื่องนี้ได การที่มีการบรรจุรางแกรัฐธรรมนูญขึ้นมาในสภาแหงนี้ที่ตองมา คุยกันเรื่องนี้ ณ ที่แหงนี้ตอนนี้ก็เพราะคนที่ยืนยันวาประชามติแค ๒ ครั้งก็พอนะครับ คนที่กังวล เรื่องนี้ไมไดทำอะไรเลยครับ ผมขอพูดอยางตรงไปตรงมาอยางนี้เลยครับ แลวทานเสียเวลา มาอยางยาวนานในการแกรัฐธรรมนูญตั้งแตเลือกตั้งป ๒๕๖๖ ก็มีการตั้งคณะกรรมการศึกษา การทำประชามติเพื่อแกไขความขัดแยงในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม และคณะกรรมการชุดนี้ ทำอะไรครับสุดทายความขัดแยงก็ยังคงอยู แลวก็เปนความขัดแยงภายในพรรครวมรัฐบาล ทั้งนั้นเลย แลวถึงเวลาก็ตองสงไปใหศาลรัฐธรรมนูญตีความแลวเราก็เสียเวลาสภาแหงนี้ ซ้ำแลวซ้ำเลา ซ้ำไปซ้ำมาประชาชนก็เสียโอกาส แลวตองอยูกับรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ที่เห็น กันวามันมีปญหาแบบนี้ไปอีกนานแคไหน ตอนนี้มันไมทันป ๒๕๗๐ แลวดวยซ้ำครับ เราคาดหวังกันวาจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมการเลือกตั้งป ๒๕๗๐ ตอนนี้ก็ไมทัน แลวยัง จะเสียเวลา ๆ กันไปอีก ประชาชนจะตองอยูกับรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ที่เขาก็รูกันวามีปญหา แบบนี้อีกนานแคไหนครับ วันนี้ผมขอเรียกรองเพื่อนสมาชิกทุกทานลงมติดวยความหวัง ลงมติ ดวยความกลาครับ ดวยการที่ตองยืนหยัดตามหลักการที่ควรจะเปน ยิ่งเรามีผูเชี่ยวชาญ อยางทานอาจารยวันนอรอธิบายใหเราอยางชัดเจนครบถวนแบบนี้ผมไมเห็นเหตุอะไรที่เรา ตองกลัวแลวสงไปใหศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกแลว วันนี้ใหใชสภาแหงนี้เปนที่สรางความหวัง ใหกับประชาชนคนไทยกันเถอะครับ ใหกับประชาชนทั้งประเทศที่จะไดมีความหวังในการมี รัฐธรรมนูญฉบับใหมใหเร็วที่สุด ขอใหลงมติดวยความหวังครับเพื่อนสมาชิกทุกทาน ขอบคุณครับ🔗
ทานตอไปขอเชิญทานกอแกว พิกุลทอง ครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ กระผม กอแกว พิกุลทอง สส. พรรคเพื่อไทยในฐานะสมาชิกรัฐสภา ทานประธานครับ เปนที่นายินดีวาทุกวันนี้สมาชิกสวนใหญของรัฐสภาก็เห็นพองตองกันวา เราตองแกรัฐธรรมนูญ มีเสียงที่ไมเห็นดวยนอยมาก นั่นหมายถึงวาผูที่ขึ้นมาอภิปรายสวนใหญ มีความเห็นพองตองกันที่อยากจะเดินหนาเรื่องนี้ใหสำเร็จลุลวง แตวันนี้ยังมีความแตกตาง เรื่องวิธีการอยู ทานประธานครับ ทุกทานก็ยอมรับวาภายใตรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำใหประเทศ มีปญหา รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้นออนแอ ไมคอยมีเสถียรภาพ สามารถถูกจัดการ อำนาจจากองคกรอื่นไดงาย พรรครวมรัฐบาลเอง พรรคขนาดกลาง ขนาดเล็กก็มีเสียงตอรอง ไดมากขึ้น ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถึงแมเสียงสวนใหญอยากจะแกไขใหเปนประชาธิปไตย ใหเปนตามหลักสากล แตเราอยาลืมนะครับวามีกลุมคนที่ไดประโยชนจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ไมอยากแกไข หรือแกไขก็อยากใหชาลง เลยเปนที่มาของปญหาที่เราเจอในชวงที่ผานมานั้น ที่จริงแลวเรื่องนี้การแกไขรัฐธรรมนูญนั้นเปนนโยบายสำคัญนโยบายหนึ่งของรัฐบาล ทานนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร พรรครวมรัฐบาลก็ประกาศวาพรอมจะใหความรวมมือ แตในทางปฏิบัติจริงนั้นก็ยังมีปญหาในการเดินหนาไปดวยกันอยู เราตองยอมรับดวยความเปนจริง วาที่ผานมายังไมเปนน้ำหนึ่งอันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลก็พยายาม แกปญหานี้นะครับ ในการเดินหนาเรื่องนี้นั้นครั้งที่แลวพรรครวมรัฐบาลพรรคใหญพรรคหนึ่ง ไมเห็นดวยในการเดินหนา สว. จำนวนมากที่สนิทสนมกับพรรครวมรัฐบาลนี้เดินการเมือง ในแนวทางเดียวกันก็ไมเห็นดวย โดยอางเหตุผลวาไมมีความชัดเจนในจำนวนครั้งของการทำ ประชามติและขั้นตอนการทำประชามติ ถึงแมทางฝงเพื่อไทยเองเกจิอาจารยนักกฎหมาย หลายทานก็พยายามชี้วา คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นทำประชามติแค ๒ ครั้ง เราตอบ อยางนั้นแตเพื่อนเราบอกวาขอความชัดเจนมากกวานี้ ถาไมชัดเจนเขาไมอยากเสี่ยง เขาตอบ อยางนั้น เขาบอกวาที่ผานมามีหลายกรณีที่มีการแกไขกฎหมายหรือเสนอแกกฎหมาย แลวโดนคดี เอางาย ๆ อยางพรรคการเมืองบางพรรคเพียงเสนอแกกฎหมายบางกฎหมาย ถึงขั้นโดนยุบพรรค ผูลงชื่อสนับสนุนถูกดำเนินคดีทั้ง ๆ ที่ไมควรโดนแบบนี้ เพราะฉะนั้น สส. สว. จำนวนหนึ่งที่เขากลัว เขาก็อยากเห็นความชัดเจนในเรื่องนี้ จึงเปนที่มาวาเขายังไมกลาเซ็นชื่อ ไมกลาโหวตใหในการสนับสนุนการแกไขรัฐธรรมนูญจนกวาจะมีความชัดเจน ในเมื่อเขาอาง ความไมชัดเจนพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำที่ผลักดันเรื่องการแกรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด ก็ตองพยายามหาความชัดเจนใหเกิดขึ้นจนกวาเพื่อนรวมทาง หรือ สว. ที่ยังมีความเห็น แตกตางนั้นคลอยตาม เห็นดวย แลวก็สบายใจ แลวหันมาสนับสนุนในการแกไขรัฐธรรมนูญ ครั้งนี้ครับ อยาลืมวาการแกไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้อยางที่ทานจาตุรนต ฉายแสง บอกแลววา ในวาระแรกเราตองใชเสียงสมาชิกทั้งหมดกึ่งหนึ่งขึ้นไป ราว ๆ ๓๑๐ เสียง แลวทั้งนี้ตองมีเสียง สว. จำนวน ๑ ใน ๓ ของ สว. ทั้งหมด หรือ ๖๗ ทาน ถา สว. ๖๗ ทานหมายถึง สส. ก็ตอง อยางนอย ๒๘๐ ทาน ซึ่งถาเสียงของพรรคเพื่อไทยและเสียงของพรรคฝายคาน ๒ พรรค รวมกันก็เกิน ๒๘๐ ทานแลวครับ พอ แตผมถามวาเสียง สว. เราพอหรือไม เราถึง ๖๗ เสียง หรือไม สว. หลายทานที่มาเรงวาใหเอาเรื่องแกไขรัฐธรรมนูญเขารัฐสภาเลย พิจารณาเลย ไมตองรอความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญ ผมถามวาเสียงทานพอ ๖๗ คนหรือไม ถาไมพอ เดินหนาไปการแกไขรัฐธรรมนูญก็ไมสำเร็จ ถาเรารูอยางนี้แลวเราจะเดินหนาไปทำไม สูเรา รออีกนิด เสียเวลาอีกหนอย ใหทุกฝายสบายใจหันมารวมแรงรวมใจสนับสนุนการแกไข รัฐธรรมนูญไปดวยกัน ซึ่งมันก็จะไดไมมีปญหานะครับ ฝายรัฐบาล ฝายคานก็จับมือดวยกัน แกไขรัฐธรรมนูญใหมันสำเร็จ เพราะฉะนั้นวันนี้จึงเปนที่มาที่ทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ไดเสนอ ญัตติดวน เรื่อง ขอใหสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับอำนาจ และหนาที่ของรัฐสภา เรื่องการแกไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมเห็นดวยนะครับ ตราบใดที่เพื่อนสมาชิก ยังไมสบายใจ ยังไมโอนออนคลอยตามที่จะหันมาโหวตใหกับการแกไขรัฐธรรมนูญนั้น เราก็ตองยื่นไปถามละครับ ยื่นไปถาม ถามกี่ครั้งก็ไมเปนไร ถามจนกวาจะเขาใจตรงกันชัดเจน และสบายใจแลวหันมารวมมือรวมใจในการแกไขรัฐธรรมนูญรวมกัน ดีกวาผลักดันไปแกไขเลย แลวตกมาตายเสียเวลาโดยไรประโยชน แถมถูกลูกหลานดาอีกหาวาโง ทานประธานครับ ก็ขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกวาอยาตั้งคำถามวา พรรคเพื่อไทยมีความจริงใจในการแกไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม ขอความกรุณาวาอยากลาวหาวาพรรคเพื่อไทยไมอยากแกไขรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย และพวกผมเองมีจุดยืนในการไมรับรางรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ฉบับป ๒๕๕๐ ที่มีการรณรงค ใหทำประชามติฝายเดียวในชวงเดือนสิงหาคม ๒๕๕๙ พวกผมไมเห็นดวย ผมเองและเพื่อน ๆ ออกมารณรงคไมรับรางรัฐธรรมนูญฉบับนี้จนถูกดำเนินคดีตองขึ้นศาลทหารหลายป เพราะฉะนั้น อยาตั้งคำถามนี้กับพวกผม ถาคุณตั้งคำถามนี้กับพวกผม ผมจะตั้งคำถามกลับไปวาวันที่พวกผม ออกมาคัดคานรัฐธรรมนูญฉบับนี้พวกคุณไปหลบอยูมุมไหน ทานประธานครับ ทานนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร หัวหนาพรรคเพื่อไทย ทานเองก็ไดพูดกับสมาชิก สส. พรรคเพื่อไทย ในหลายครั้งหลายคราววาขอใหเดินหนาเรื่องแกรัฐธรรมนูญใหเต็มที่ วันนี้พรรคเพื่อไทย ก็เดินหนาเรื่องนี้อยางเต็มที่ แตเรารูวามันมีปญหาอุปสรรคที่ตองแกไข เราก็พยายามเดิน แลวก็ Clear ปญหากันไปเพื่อใหทุกอยางมันเปนทีละ Step ยอมรับวาปญหาบางอยางเปนปญหา ทางการเมือง ปญหาเรื่องการตอรองกันมันไมใชแกงาย ๆ ครับ มันตองใชเวลาและตองทำ ความเขาใจกัน ดังนั้นวันนี้พรรคเพื่อไทยก็ยังยืนยันวาเราจะเดินเรื่องนี้จนกวาจะสัมฤทธิ์ผล ตราบใดที่เราไดเสียงโหวตไมเพียงพอจาก สว. จำนวน ๖๗ คน เราเองก็คงไมเอาญัตติ เรื่องการแกไขรัฐธรรมนูญนั้นเขาพิจารณาในรัฐสภาแหงนี้นะครับ มิฉะนั้นจะเปนฆาตัวตาย สวนทานที่มีความเห็นตางนะครับ อยากใหมีการพิจารณาแกไขรัฐธรรมนูญโดยเร็ว โดยทาน มองวาทานมีความกลาหาญ ผมก็ตองขอเรียนนะครับวาในชวงที่ผานมาผมตอสูกับเผด็จการ โดนคดีมานับสิบคดี มาตรา ๑๑๒ มาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๖ เยอะแยะไปหมด วันนี้คดียังไม หมดเลยครับ ถาทานกลาหาญก็ลองดูเถอะครับ ลองทำอะไรที่มันสุมเสี่ยงดูนะครับ วันนี้บางทาน ก็โดนแลวดวย ซึ่งผมก็เห็นใจ ไมอยากใหนอง ๆ ตองมามีชะตากรรมเหมือนพวกผมนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอใหอยาบุมบาม ทำความเขาใจกับความไมปกติของบานเมืองใหมากขึ้น และเราเองในฐานะฝายรัฐบาลและคุณในฐานะฝายคาน ที่จริงแลวมีจุดยืนทางการเมืองคลายกัน ตองการใหประเทศนี้เปนประชาธิปไตยที่มีความศิวิไลซนะครับ ขอวาชวยกันมาจับไมจับมือ เดินหนาไปดวยกันนะครับ ปญหาอุปสรรคที่มีระหวางทางก็ชวยกันแกนะครับ ซึ่งถาเราทำ อยางนี้ปญหาที่เกิดขึ้นก็จะคลี่คลายไปทีละเปลาะ ๆ แลวสุดทายการแกไขรัฐธรรมนูญ เพื่อประเทศไทยก็จะสำเร็จครับ ทานประธานครับ ผมจึงกราบเรียนวาผมขอสนับสนุนญัตติ ของทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ไว ณ ที่นี้ และอยากใหทางศาลรัฐธรรมนูญไดมีการวิจัยใหเกิด ความกระจางแกรัฐสภาแหงนี้เพื่อเราจะไดปฏิบัติหนาที่ไดอยางถูกตอง กราบขอบพระคุณครับ🔗
ทานวรายุทธ ทองสุข เชิญครับ🔗
เรียนทานประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวรายุทธ ทองสุข สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๑ พรรคประชาชนครับ ผมขอเรียนทานประธานครับวาเมื่อสัก ๑ เดือนกอนที่ผานมาครับ ผมรูสึกมีความหวังเปนอยางยิ่งที่จะไดเห็นการจัดทำรัฐธรรมนูญใหมภายใตรัฐสภาชุดนี้ครับ เพราะทันทีที่ทานประธานยอมบรรจุรางแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เขาสูการพิจารณา ของรัฐสภาก็หมายความวาเราสามารถประหยัดการทำประชามติที่ไมจำเปนไปได ๑ ครั้ง ซึ่งนอกจากจะประหยัดงบประมาณแผนดินไดถึง ๓,๐๐๐ ลานบาทแลวมันยังเปนหนทาง ในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหมที่เร็วที่สุด แตจากความหวังก็แปรเปลี่ยนเปนความผิดหวังครับ เมื่อเกิดเหตุการณสภาลมในระหวางการพิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ซึ่งมี เพื่อนสมาชิกใหเหตุผลวาการพิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ในครั้งที่ผานมา เปนการกระทำที่ขัดตอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๔ ดวยความเคารพตอทานประธาน และเพื่อนสมาชิกทุกทานครับ กระผมไมเขาใจจริง ๆ ครับวาการพิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ หรือการเดินหนาจัดทำรัฐธรรมนูญใหมโดยประชาชนผานการทำประชามติ เพียง ๒ ครั้ง เปนการกระทำที่ขัดตอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอยางไร ในเมื่อเราไปดูคำวินิจฉัยสวนกลางของศาลรัฐธรรมนูญก็ระบุชัดวารัฐสภามีอำนาจในการ จัดทำรัฐธรรมนูญใหมโดยตองจัดใหมีการทำประชามติกอนและหลังการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม ซึ่งนับแลวก็มีเพียงแค ๒ ครั้ง และเมื่อดูคำวินิจฉัยสวนตนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะพบวาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงขางมากเห็นวารัฐสภาสามารถเดินหนาจัดทำ รัฐธรรมนูญใหมไดดวยการทำประชามติแค ๒ ครั้ง ซึ่งหมายความวารัฐสภาสามารถที่จะ พิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ไดทันที โดยไมตองไปทำประชามติกอนการ พิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญในวาระที่หนึ่งครับ เชนเดียวกับความเห็นของนักวิชาการ ดานนิติศาสตรจำนวน ๒ ทาน ซึ่งทั้ง ๒ ทานเปนบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญไดขอความเห็น ในเรื่องเสนทางการจัดทำรัฐธรรมนูญใหมไว นั่นคือศาสตราจารย ดอกเตอรสมคิด เลิศไพฑูรย และศาสตราจารย ดอกเตอรบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ครับ จากขอมูลและหลักฐานขางตน ครับทานประธาน ผมไมเห็นถึงความจำเปนใด ๆ ที่เราจะตองยื่นใหศาลรัฐธรรมนูญเขามา วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นดังกลาวครับ ในขณะเดียวกันกระผมมีความกังวลวาการยื่นญัตติ ในครั้งนี้จะเปนการทำใหเสนทางในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหมตองอยูบนทางสามแพรง ซึ่งบานผมคนเฒาคนแกเขาถือกันนะครับ วาทางสามแพรงนี่เปนเสนทางที่ไมคอยเปนมงคล เทาไรครับ เพราะการยื่นใหศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดมันมีความเปนไปไดของคำวินิจฉัยอยูอยางนอย ๓ แนวทาง เดี๋ยวผมขออนุญาตเลาใหฟงครับ🔗
แนวทางแรก คือแนวทางที่ดีที่สุด กลาวคือศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยใหม และระบุชัดใหทำประชามติ ๒ ครั้ง คือทำประชามติหลังรัฐสภาเห็นชอบรางแกไขรัฐธรรมนูญ ในวาระที่สามและทำประชามติหลังมีการรางรัฐธรรมนูญใหมเสร็จเปนที่เรียบรอยนะครับ หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแนวทางดังกลาวก็จะถือวารัฐสภาไดขอยุติเกี่ยวกับจำนวนครั้ง ของการทำประชามติ และศาลรัฐธรรมนูญไฟเขียวใหรัฐสภาสามารถดำเนินการพิจารณา รางแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ไดในทันทีครับ และมีโอกาสที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม ไดทันในป ๒๕๗๐🔗
แนวทางที่ ๒ คือศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยใหมและระบุชัดใหทำประชามติ ๓ ครั้ง ไดแก การทำประชามติกอนรัฐสภาเห็นชอบรางแกไขรัฐธรรมนูญในวาระที่หนึ่งครับ ทำประชามติหลังรัฐสภาเห็นชอบรางแกไขรัฐธรรมนูญในวาระที่สาม และทำประชามติหลัง มีการรางรัฐธรรมนูญใหมเสร็จครับ หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในแนวทางนี้แปลวา เสนทางการรางรัฐธรรมนูญใหมนี่จะตองเพิ่มการทำประชามติเพิ่มขึ้นมาอีก ๑ ครั้งครับ ดังนั้นรัฐสภายังไมสามารถพิจารณารางแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ไดจนกวาจะมีการทำ ประชามติกอนครับ และแนวทางนี้ก็ไมสามารถที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญใหมไดเสร็จในป ๒๕๗๐ แนนอนครับ🔗
แนวทางที่ ๓ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเหมือนเดิมครับ แปลวาเสนทาง การจัดทำรัฐธรรมนูญใหมตองอยูในภาวะสุญญากาศทางการเมืองครับ ซึ่งทางออกในเรื่องนี้ คือรัฐสภาตองหาขอยุติรวมกันวาจะเดินหนาแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ดวยการทำ ประชามติ ๒ ครั้งหรือ ๓ ครั้งครับ ผมขอยืนยันครับทานประธานวาเพื่อไมใหเราตองเสียเวลา โดยเปลาประโยชนเราควรเดินหนาแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ดวยการทำประชามติ ๒ ครั้ง เพราะหนทางนี้อยางดีที่สุดก็แคเสมอตัวครับ คือ ๒ ประชามติตามที่ผมไดนำเรียนมาครับ ขอบคุณครับ🔗
ทานตอไปทานรองศาสตราจารย เชิดชัย ตันติศิรินทร เชิญครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม เชิดชัย ตันติศิรินทร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ผมขออภิปรายญัตติที่เสนอในวันนี้นะครับ ทานประธานครับ เราตองอยูกับความเปนจริงนะครับ รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ก็ไดชื่ออยูแลววาเปนรัฐธรรมนูญ ที่แกไขลำบากมีปญหาทุกอยางเทาที่ผมฟงดูนะครับ ฝายที่อยากใหแกไขรัฐธรรมนูญไมเห็น วาดีเลยรวมทั้งฝายคานดวย แตทีนี้ครับผมไปหาเสียงทุกที่นะครับ ก็บอกวาตองแกไขรัฐธรรมนูญ โดยใหมี สสร. เพื่อมารางรัฐธรรมนูญใหม ซึ่ง สสร. มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ทีนี้ดวยกลไกทานก็ทราบอยูแลวนะครับขนาดตั้งรัฐบาลยังตั้งไมไดเลย ลงมติ สว. ไมมาลงให ก็ตั้งไมไดจนกระทั่งพรรคเพื่อไทยตองมาเปนแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ทานเศรษฐา ทวีสิน คำสั่งแรกเลยก็ใหตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติเพราะวาเรื่องประชามติ เพราะเหตุผลที่วาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๖ มันเปนปญหาครับ ผมขออานใหฟงนะครับ รัฐสภามีหนาที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมไดนะครับ โดยตองใหประชาชนลงประชามติเสียกอนวาประชาชนประสงคจะใหแกไหม และเมื่อทำรางแลว ก็ใหลงอีกครั้งหนึ่ง แตบังเอิญเมื่อสักครูมีสมาชิก ขอเอยนามครับทานจิตติพจนบอกวาดันไปขัด รัฐธรรมนูญคำวินิจฉัยของทานนะครับ มันไมสอดคลองกันครับ เพราะรัฐธรรมนูญเอาขึ้นมากอน แลวมีการทำประชามติ ซึ่งผมก็ไปลงคัดคานดวยแลวผมก็ถูกกลาวหาวากระทำผิด คมช. นี่นะครับ ดวยเหมือนกันโดนคดีเหมือนกันนะครับ อันนี้ทานประธานครับ เพราะวารัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ นี้ บอกวามาตรา ๒๕๖ วาระครั้งแรกนี่ตองมี สว. เห็นดวย ๑ ใน ๓ ซึ่งยากมาก ทำไมตอง ๑ ใน ๓ เอาเสียงขางมากธรรมดาไมไดหรืออยางไรครับ แลว (๘) ถาจะแกไขหมวด ๑๕ การแกรัฐธรรมนูญ ตองไปทำประชามตินะครับ ทานลืมตรงนี้ครับทานศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อถามไปแลวทานบอกวา วินิจฉัยชัดเจนแลว แลว Info Chart ที่เอามาพูดกันวาจะรวม ๑ และ ๒ นี่ ไมใชคำวินิจฉัย เปนความเขาใจกันเองคือมโนคิดไปเรื่อย ทานอยาลืมนะครับไมมีใครตองการใหศาลรัฐธรรมนูญ มาอยูเหนืออำนาจนิติบัญญัติหรอกครับ ผมก็ไมอยากใหมีดวยครับ ทานประธานครับ เราตอง อยูกับความเปนจริงสิครับวาศาลเขาเปนอยางนั้นแลวคณะกรรมการที่ศึกษาเขาตองการใหเปน ๓ อันในเมื่อเรามีปญหาเรื่องลงประชามติเปนตัวอยางแลววา ขนาดลงประชามติไปแลวนี่ ยังไมทำตามเลยอยางนี้ แลวเหตุการณวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ มันนาตกใจมาก แตผมก็ เห็นใจทานสมาชิกรัฐสภาซึ่งทานอาจจะไมมีประสบการณ สมัยกอนเราจะลงประชามติแกไข รัฐธรรมนูญทั้งฉบับเหมือนกันโดนเหมือนกันครับ สอบครับ สมัยทานนายกยิ่งลักษณนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็เลยแบงสมาชิกรัฐสภาเปน ๒ ชุดดวยความเคารพ ๑. ปอดแข็งแรงนะครับ คือไมกลัวครับ อีกอันหนึ่งคือปอดไมแข็งแรง ภาษาหมอคือปอดแหก ทีนี้ในเมื่อเราเห็นวา สมาชิกปอดไมแข็งแรงนะครับ ไมใชความผิดเขาครับ เปนความไมแนใจวาเมื่อทำหนาที่ไปแลว จะผิดหรือเปลา มันก็ตองถามสิครับซึ่งผมเห็นใจนะครับวาการที่เสนอใหศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไมอยากใหมากาวกายหรือขยายอำนาจมาที่ฝายนิติบัญญัติ เราอยากจะใหฝายนิติบัญญัติ เปนหลักเลยครับ ทานประธานครับ การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมศาลก็บอกอยูแลววารัฐสภา มีหนาที่ แตถาเวลาทำประชามติเปนหนาที่ของรัฐบาลนะครับ รัฐบาลทำตามกฎหมาย เพราะวาในนี้เขาใหทำประชามติ รัฐบาลตองทำประชามตินะครับ แลวอีกอยางหนึ่งก็คือ ประชาชนเขาชื่อ ๕๐,๐๐๐ ชื่อก็ไดหรือมีกฎหมายกำหนดใหทำนะครับ ทานประธานครับ ดังนั้น ที่เรามาคุยกันอยูนี่ไมใชเตะถวง ไมใชไปยื้อนะครับ ผมถามหนอยปญหาประเทศมีเยอะแยะ ไมวาดานเศรษฐกิจ ดานนี้ก็เปนดานหนึ่งที่เปนหลักที่สุดแลวเราจะไดรับการยอมรับในเวทีโลกวา ประเทศไทยจะมีรัฐธรรมนูญที่เปนประชาธิปไตยสากลผานการรับรอง ผานประชาชนอยางแทจริง ดังนั้นเมื่อพรรคเพื่อไทยเห็นอยางนี้แลวก็ไมอยากใหมีการพิจารณาญัตติที่ทานพริษฐเสนอ ที่กำลังเขาอยูในวาระเราเลื่อนไปกอนนี่นะครับกำลังพิจารณานี่ไมใหเสียของ ตองการสราง ความมั่นใจใหสมาชิกรัฐสภาโดยเฉพาะทาน สว. ผมเชื่อวาทานก็รักความเปนธรรมเหมือนกัน ทานอยูในนิติบัญญัติเหมือนกัน ทานก็คงอยากจะเห็นรัฐธรรมนูญที่เปนสากลจริง ๆ แลวก็ อยากจะใหทางฝายคานนี่เขาใจนะครับวาอยู ๆ เราทำไมตองมาเถียงกันถูกไหมครับ ลุยไป มันก็ไมผาน ญัตติที่ทานเสนอมาก็ตกไปเสียของ มันไมมีประโยชนเลยครับ ผมวาเรามาชวยกัน นิดหนึ่งไดไหมวาชวย ๆ กันวาเอะเอาไปเลยนะครับไมมีการเตะถวง จริงอยูใจทุกคนนั่นละครับ อยากจะเห็นการแกไขรัฐธรรมนูญมีฉบับของประชาชนมาใชเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งหนา แตถา มันไมทันนี่มันก็จนใจจริง ๆ แตตองมีเหตุผลไมมีการวากลาวกัน ทานประธานครับ เงื่อนไขเหลานี้ ความขัดแยงของพวกเรากันเองนี่นะครับเราตองทำความเขาใจทำแลวทำอีก ศาลรัฐธรรมนูญ ทานอาจจะเห็นเราถามไปถามมาเราไปมโนไมไดหรอกครับ ทานอาจจะบอกวาโอเคมันเปน เรื่องความขัดแยงในความเขาใจของหนาที่ของฝายนิติบัญญัติ ทานก็อาจจะรับวินิจฉัยก็ได หรือวินิจฉัยเหมือนเดิมก็ไดนะครับ อยาเพิ่งไปคิด แตอยางไรก็ตามขอโอกาสสักทีขอใหทาง ฝายคานทำใจ แลวก็ชวยกันสักพักหนึ่งไมวากัน ดังนั้นผมก็เห็นดวยกับญัตติของทานวิสุทธิ์ ขอใหรัฐสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของ รัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ขอบคุณครับ🔗
เชิญทานอัครเดช วงษพิทักษโรจน คุณอัครเดชอยูไหมครับ ถาไมอยูเชิญทานวิโรจน ลักขณาอดิศร ครับ🔗
ทานประธาน ที่เคารพครับ ผม วิโรจน ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผูแทนราษฎร พรรคประชาชน ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ทานประธานครับ วันนี้ผมจำเปนตองเลาเรื่องเกาใหเห็นเสนเรื่องจากในอดีต มาถึงปจจุบันแลวทานประธานจะเห็นเหมือนผมครับวาการสงเรื่องใหกับศาลรัฐธรรมนูญนี้ เปนการยื้อเวลาออกไปซึ่งไมเกิดประโยชนกับประชาชนและกลไกของประชาธิปไตยเลย ที่ผานมาครับทานประธานถาเราจำกันไดหลังรัฐประหาร ป ๒๕๕๗ สส. จำนวนมากมาย หลายพรรคครับ ลวนมีทาทีสนับสนุนการแกไขรัฐธรรมนูญผานกลไกของสภารางรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. มาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๓ ฝายคานของสภาชุดที่แลว ก็ไดยื่นญัตติเสนอรางแกไขรัฐธรรมนูญตอทานชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาในขณะนั้น ฝายรัฐบาลไมนอยหนาครับ วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๓ รัฐบาลก็ยื่นญัตติมาประกบ ในวันนั้น สส. ทั้งสภาเรากลาหาญกันมากครับ วันนี้ผมอยากใหมีความกลาหาญอยางนั้น เมื่อสักครู ผมฟงเพื่อนสมาชิกอภิปรายแลวผมไมสบายใจครับทานประธาน ที่จะบอกวาเมื่อครั้งรณรงค ทำประชามติไป Vote No กันถูกจับติดคุกติดตาราง แลวคนสวนอื่นเขาไปอยูไหนกัน เพื่อนสมาชิก คนนั้นคงจะไมรูจักชื่อของรังสิมันต โรม หรือครับ วันนั้นรังสิมันต โรม เปนประชาชนเต็มขั้น ถูกจับเขาคุมขัง ถูกใสตรวน ขางซายมือผมนี่ พุธิตา ชัยอนันต เปนประชาชนเต็มขั้นเหมือนกัน ก็รณรงค Vote No ดังนั้นความกลาหาญในอดีตเปนเรื่องที่นาชื่นชม แตอยาเอาความขลาดเขลา หวาดกลัวในปจจุบันไปโยนใหคนอื่น ความกลาหาญที่แทจริงตองกลาหาญทั้งในอดีตจนถึงปจจุบัน ความกลาหาญในอดีตแตปจจุบันขลาดเขลาสยบยอมมีแตจะถูกประชาชนเขาประณาม หยามเหยียด กลาหาญตองกลาใหไดตลอด ไมใชกลาในอดีต แตปจจุบันหงอ สยบยอม ไมใชครับ ผมอยากใหทุกคนกลาหาญแบบนั้น ในวันนั้นทั้งฝายคาน ฝายรัฐบาลครับ ในป ๒๕๖๓ เสนอแกไขรัฐธรรมนูญ จนมาถึงวันที่ ๒๓-๒๔ กันยายน ๒๕๖๓ ปเดียวกันก็เกิด การประชุมรวมของรัฐสภาเกิดขึ้นครับ เพื่อพิจารณาญัตติรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมรวม ๖ ฉบับในวาระที่หนึ่ง วันนั้นก็ไดเกิดขึ้น ฝายรัฐบาล ฝายคาน ก็มีแนวคิดที่ตรงกันที่จะแกไข มาตรา ๒๕๖ เปดทางใหมี สสร. มาจัดทำรางรัฐธรรมนูญฉบับใหม วันนี้ความเห็นพองตองกัน ความกลาหาญแบบนี้แบบนั้นมันหายไปไหนจากสภาผูแทนราษฎร หองสุริยันก็หองเดิม สิ่งที่ ขาดหายไปคือเจตจำนงทางการเมืองครับทานประธาน หลังจากอภิปรายขามคืนครับ อยูดี ๆ วันที่ ๒๔ กันยายนก็มีการลุกขึ้นเสนอญัตติแทรก โดยอาศัยขอบังคับการประชุมรัฐสภา ขอ ๑๒๑ วรรคสาม ใหตั้งคณะกรรมการรวมระหวาง สส. และ สว. เพื่อพิจารณากอนลงมติ ในวาระที่หนึ่ง วันนั้นพรรคเพื่อไทยและพรรคกาวไกลประกาศไมรวมสังฆกรรม งดสงคนไปรวม ในคณะกรรมาธิการรวม ทำใหเหลือกรรมาธิการแค ๓๑ คน จากโควตาเต็ม ๔๕ คน วันนั้น สส. ของพวกเรากลาหาญกันมาก ๆ ยืนหยัดกันมาก ๆ ผมตองขอบพระคุณแลวตองเอยนาม ทานดวยนะ คุณสุทิน คลังแสง ๑ ใน สส. ที่ไดรับการยอมรับนับถือจากสภาในตอนนั้น ถึงกับ ออกปากวิจารณวาเขารวมไมไดหรอก เปนโรงลิเกหลอกตมประชาชน แต ณ วันนี้ทานสุทิน คลังแสง เมื่อสักครูผมฟงทานอภิปรายทานบอกวาโลกแหงความเปนจริง โลกแหงอุดมการณ ตองยอมทำตามโลกแหงความเปนจริง ผมก็ตองตั้งคำถามผานทานประธานไปวาถาโลก แหงความเปนจริงเปนโลกแหงการฟอนเฟะที่พยายามกดหัวใหสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ที่มีศักดิ์และสิทธิ มีศักดิ์ศรีไดรับการเลือกตั้งจากประชาชนใหสยบยอมกับอำนาจมืด โลกแหงความเปนจริงที่ฟอนเฟะแบบนั้น เราจะไมยอมดึงใหกลับมาสูโลกอุดมคติที่ประชาชน พึ่งพาไดจริง ๆ หรือครับ จะยอมเลื้อย จะยอมหลบ จะยอมคุดคู จะยอมซุกอยูในรู ในโลก แหงความเปนจริงที่ฟอนเฟะเจ็บปวดทำไม หลังจากเสียเวลาไปโดยเปลาประโยชนครับ ตั้งคณะกรรมาธิการรวม เมื่อวันที่ ๑๗ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ การประชุมรวมของรัฐสภา เพื่อพิจารณาญัตติรางรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย แกไขเพิ่มเติม ๖ ฉบับ วันนั้นมี ๒ ราง คือรางแกไขมาตรา ๒๕๖ ของฝายคานและฝายรัฐบาลผานการเห็นชอบจากรัฐสภาในวาระที่หนึ่ง ดูเหมือนฟาจะเปดครับทานประธาน นาจะไปตอได แตในวันที่ ๙ กุมภาพันธ ๒๕๖๔ การประชุม รวมกันของรัฐสภาก็เกิดขึ้นอีก แตคราวนี้เปนการพิจารณาญัตติขอใหสงเรื่องใหศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยถึงปญหาเกี่ยวกับอำนาจและหนาที่ของรัฐสภาตามมาตรา ๒๑๐ (๒) ของรัฐธรรมนูญ ในตอนนั้นครับทานประธานเหมือนเดิมครับ พวกเรายังคงมีศักดิ์และสิทธิ มีความกลาหาญ ในฐานะที่ถูกรับเลือกมาจากประชาชน สส. หลายคน ทั้งฝายรัฐบาลและฝายคาน ไมวาจะเปน พรรคประชาธิปตยก็ดี พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเพื่อไทย พรรคกาวไกล ในขณะนั้นก็ดี ชวยกันระดมอภิปรายคัดคานอยางหนักครับ โดยชี้วานี่เปนเจตนาแอบแฝง เตะถวงยื้อเวลา ขัดขวางการแกปญหาของประเทศ ทานประธานครับ ในตอนนั้นถกกันอยูนาน ๔ ชั่วโมง สุดทายรัฐสภามีมติ ๓๖๖ ตอ ๓๑๖ เสียง สงคำรองใหกับศาลรัฐธรรมนูญตีความ จนวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ ๒๕๖๔ การประชุมรวมของรัฐสภาเพื่อพิจารณาญัตติรางรัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักรไทย แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕๖ และเพิ่มเติมหมวด ๑๕/๑ ในวาระที่สอง ก็ผานไปได เหลือเพียงแควาระที่สาม ดูเหมือนพลัง สส. ของเราจะดันการแกไขรัฐธรรมนูญ ไปใหไดเพื่อพลิกฟนใหประเทศกลับสูระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนเปนเจาของอำนาจ ที่แทจริงมันกำลังจะมีความหวัง จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๔ การประชุมของรัฐสภา เพื่อพิจารณาญัตติรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕๖ และเพิ่มหมวด ๑๕/๑ ในวาระที่สาม ก็ไดถือกำเนิดเกิดขึ้น อภิปรายชุลมุนครับ ไป ๑๑ ชั่วโมง เพราะตางฝายตางตีความคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๔/๒๕๖๔ ที่ออกมาเมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๔ ไมตรงกัน เราก็รูอยูแลวครับวาคำวินิจฉัยก็มักจะเปนปริศนาธรรมที่ไมเคย มีความชัดเจน เอาความกำกวมใหตีความกันเอง สุดทายมันคือคนที่มีอำนาจนิติบัญญัติ ที่ไดรับจากประชาชนที่จะตองอาศัยความกลาหาญของตัวเองในการใชอำนาจที่ประชาชน ประทานมาให ไมใชไปพึ่งพาศาลหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ใดที่มีอำนาจที่ไมไดมาจากประชาชน เขากำลังทาทายวา สส. ที่มาจากประชาชนจะกลาใชอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ที่ไดรับมาจากประชาชน หรือเปลา เอาความกำกวมมาเปนเหยื่อลอ สุดทายทานประธานครับ การแกไขรัฐธรรมนูญ ก็ถูกโหวตคว่ำกลางสภาทามกลางความกลัว เนื่องจากเสียงที่ไมเห็นดวยมีไมถึงกึ่งหนึ่งของ สภาเทาที่มีอยูของทั้งสองสภาในขณะนั้น วันนั้นผมตองชื่นชมทานชาดา ไทยเศรษฐ สส. อุทัยธานี จากพรรคภูมิใจไทย วันนั้นทานชาดาประกาศเลยครับ ผมคงไมรวมสังฆกรรมดวยกับพวกฉอฉล ศรีธนญชัย โกหกปลิ้นปลอนและไรสาระสิ้นดี นี่คือสภาโจก วันนั้นทานชาดาพูดไดสะใจผมมาก เราเสียเวลากันมาเพื่ออะไรครับ เราหลอกประชาชนเพื่ออะไรครับ คำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ ของ ศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาเมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๔ เรียบงายมากทานประธาน เพียงบอกวา การแกไขรัฐธรรมนูญที่ตองการจัดทำใหมทั้งฉบับรัฐสภาทำได แตตองใหประชาชนไดลง ประชามติวาประสงคจะใหมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม ศาลรัฐธรรมนูญไมไดบอกครับวาตองทำ ประชามติกี่ครั้ง แลวอยูดี ๆ ประเทศก็มะงุมมะงาหราเถียงกันไปมาเรื่องทำประชามติ ๒ ครั้งบาง ๓ ครั้งบาง แบบไมจบไมสิ้น ผมวาเผลอ ๆ เถียงกันไปมาเดี๋ยวจะมี ๔ ครั้ง ๕ ครั้ง คนที่ไมคิดวา จะแกมันจะหาเหตุผลมารองรับความหวาดกลัวและความขลาดเขลาที่จะไมแก แตคนที่มี เจตจำนงที่จะแกจะพยายามหาทางที่จะแกเพื่อใหอำนาจตกอยูที่มือประชาชนอีกครั้งใหได จนวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๗ ทานประธาน อาจารยชูศักดิ์ ศิรินิล พยายามจะคลี่คลายความขัดแยง อาจารยชูศักดิ์ยื่นญัตติตอที่ประชุมรัฐสภาใหสงศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจหนาที่ของ สมาชิกรัฐสภา โดยที่ประชุมมีมติ ๒๓๓ ตอ ๑๐๓ ใหสงศาลรัฐธรรมนูญ วันนั้นผมก็ไมขัด ผมก็ไมขัด อาจารยชูศักดิ์ทานอยากจะสง ก็สง ผมก็งดออกเสียงครับ เพราะผมยังเชื่อครับวา อำนาจนิติบัญญัติยังคงอยูในคนที่เปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่ไดรับเลือกจากประชาชน ประชาชนใหอำนาจกับพวกเรา เพราะเชื่อวาเราจะกลาหาญที่จะใชอำนาจเพื่อพวกเขา แตไมเปนไร อาจารยชูศักดิ์ทานอยากจะสง สุดทายทานไดสงครับ และแลวในวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๗ ศาลรัฐธรรมนูญก็มีมติเอกฉันท เหมือนตบหนาอำนาจนิติบัญญัติ ไมรับคำรองที่รัฐสภามีมติ ขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาวา การเสนอ แกไขรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมโดย สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งนั้น รัฐสภา มีอำนาจในการลงมติพิจารณาแกไข วารัฐธรรมนูญฉบับใหมโดย สสร. นั้นทำไดหรือไม รัฐสภา มีอำนาจในการลงมติพิจารณาแกไขรัฐธรรมนูญไดเลยครับ หรือตองทำประชามติกอน อันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญทานบอกวาเปนหนาที่ของสภาไป กรณีนี้ไมใชปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจ ของรัฐสภา และคำรองมีสาระสำคัญเปนเพียงแคขอสงสัยเทานั้น ก็เลยมีมติเอกฉันทไมรับคำรอง ทามกลางความพยายามของคุณพริษฐ วัชรสินธุ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง ทานพริษฐพยายามที่จะสืบคนคำวินิจฉัยสวนตัวของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแตละทานเลยครับ รวบรวมทัศนะของนักวิชาการดานกฎหมายมหาชนมาสังเคราะหรวมกัน นัดพบหารือกับประธาน ศาลรัฐธรรมนูญอยางไมเปนทางการ ทำงานแข็งขันกับตัวแทนภาคเอกชนรวมกันชี้แจงตอ ทานอาจารยวันนอร ประธานรัฐสภา รวมกันกับคุณพงศเทพ เทพกาญจนา ที่ปรึกษานโยบาย ของนายกรัฐมนตรีจนขอสงสัยทั้งหมดไดรับการคลี่คลายและนำมาสูการบรรจุรางแกไข รัฐธรรมนูญที่เสนอการทำประชามติ ๒ ครั้งในการประชุมรวมกันของรัฐสภาเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ที่ผานมาครับ ทานประธานครับ ถานับตั้งแตวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๓ ที่มีการประชุมรวมกันของรัฐสภาในการ แกไขรัฐธรรมนูญครั้งแรก เราใชเวลามารวมกัน ๔ ปกวาเกือบจะ ๕ ปแลว เด็ก ๗ ขวบ ป.๑ วันนี้ขึ้น ป.๖ เตรียมจะขึ้น ม.๑ แลว คนอายุ ๕๕ ปปานนี้จะเกษียณแลว ถาเรายังจะเลื่อน พิจารณาออกไปอีกวันนี้ผมไมมีทางเลือกอื่น จะสงศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกเพื่อยื้อเวลาไปอีก ผมก็เห็นดวยกับคุณสุทิน คลังแสง และคุณชาดา ไทยเศรษฐ อยางยิ่งแลววานี่คือโรงลิเกหลอกตม ประชาชนเปนสภาโจกที่ประชาชน ไมอาจใหความหวังได ไมรูวาจะเลือกตั้งนักการเมืองแบบนี้ มาทำไม เพราะนักการเมืองเหลานี้ไมกลาหาญที่จะใชอำนาจนิติบัญญัติที่ประชาชนยกมาให ดวยความเต็มใจ วันนี้ประเทศชาติเราเสียเวลามากวาครึ่งทศวรรษแลวครับ เรายังจะใหเสียเวลา อีกตอไปหรือครับ ผมไมเขาใจครับวาจะมายื่นญัตติเพื่อขอใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกทำไม จะไปซ้ำรอยกับที่อาจารยชูศักดิ์เคยยื่นไปแลวเพื่ออะไรครับ🔗
สุดทายจริง ๆ ครับ ผมจึงขอใหเพื่อนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรทุกพรรคทุกคน ตลอดจนสมาชิกวุฒิสภาที่กำลังฟงผมอภิปรายถึงเหตุถึงผล ทานรวบรวมความกลาของทานขึ้นมา ทานถามตัวเองวาที่มาของทานมาจากใคร มาจากผูทรงอำนาจสูงสุดในประเทศนี้ก็คือประชาชน ใชอำนาจของทานครับในการพิจารณาแกไขรัฐธรรมนูญ ใชอำนาจของทานที่ไดรับมาจาก ประชาชนทำเพื่อประชาชนเพื่อสรางระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณที่อำนาจอยูในมือประชาชน เพื่อประชาชนของพวกเรา หยุดโรงลิเกหลอกตมประชาชนสักที พอไดแลวกับการพยายาม อำนวยการสรางสภาโจก Season ๒ ดวยการสงเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ แลวถาตีความกลับมา กำกวมเหมือนเดิมเวลาที่เสียไปใครจะรับผิดชอบ นี่ไมใชแคการเสียเวลาศาล แตนี่เปนการเสียเวลา ประเทศ เสียเวลาชีวิตของประชาชนที่พวกเขาตองโตขึ้น ตองแกลงโดยที่ประเทศย่ำอยูกับที่ พวกเรารูอยูแลวครับวาตนตอของปญหาเชิงโครงสรางของประเทศอยูที่รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ผมไมเขาใจวาเรายังจะประวิงเวลาหวงอำนาจไมยอมแกไขปากพูดแตไมลงมือทำไปเพื่ออะไร ผมจึงไมเห็นดวยที่จะสงศาลรัฐธรรมนูญตีความเพื่อใหเกิดการตบหนาอำนาจนิติบัญญัติซ้ำรอย แบบที่อาจารยชูศักดิ์ ศิรินิล เคยประสบมาแลว ขอบพระคุณครับทานประธาน🔗
ทานอัครเดช วงษพิทักษโรจน เชิญครับ ทานอัครเดชอยูไหมครับ ถาไมอยูเชิญทานนพดล ปทมะ🔗
ทานประธานที่เคารพครับ ผม นพดล ปทมะ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ทานประธาน ที่เคารพครับ วันนี้ผมขอลุกขึ้นอภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติสงเรื่องใหศาลรัฐธรรมนูญ ไดพิจารณา ซึ่งคำตอบจะนำไปสูการที่จะไดคำตอบวาเราจะทำประชามติ ๒ ครั้งหรือ ๓ ครั้ง ทานประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนอยางนี้ครับวาเรามาถึงจุดนี้ไดอยางไรรัฐสภา ของเราที่เราสงสัยแมกระทั่งประเด็นอำนาจวาเราจะแกไขรัฐธรรมนูญไปอยางไรนะครับ ทานประธานครับ ถาประเทศอังกฤษซึ่งใชหลัก Supremacy Of Parliament ความสูงสุด ของรัฐสภาทุกอยางก็คงจะงายขึ้น เพราะวาประเด็นทางรัฐธรรมนูญสามารถที่จะแกไขและยุติ ที่รัฐสภา แตบังเอิญในเมื่อความเปนจริงบานเราใหอำนาจศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยซึ่งมีผลผูกพัน ฝายบริหาร ฝายตุลาการและฝายนิติบัญญัติ จึงจำเปนที่จะตองมีการพิจารณาอยางรอบคอบ ทานประธานที่เคารพครับ ในเรื่องนี้เราเคยมีการตีความบทบัญญัติของมาตรา ๒๕๖ ในอดีต หลังจากนั้นศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ แลววันนี้เราก็ยังไมชัดเจนในแงเนื้อหา ของคำวินิจฉัย ถาจะพูดก็คือเรา Doubt หรือสงสัยเปน Double Doubt สงสัยทั้งคำวินิจฉัย ของมาตรา ๒๕๖ สงสัยทั้งเนื้อหาของคำวินิจฉัย ภาษานักกฎหมายเขาบอกวาเมื่อคุณสงสัย When in Doubt โปรดอยาเดา ก็คือเราจำเปนจะตองหาความชัดเจนในเรื่องนี้ใหได อยาเดา ทานประธานที่เคารพ มันมีประเด็นอยางนี้ครับวามีสมาชิกหลายทานซึ่งนาเสียดายผมนั่งฟงอยู ไดอภิปรายในทำนองวาการยื่นญัตติในวันนี้ของทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ทำไปเพื่อที่จะเหนี่ยวรั้งการแกไขรัฐธรรมนูญใหมันลาชาไป ซึ่งผมขอปฏิเสธโดยสิ้นเชิงครับ ผมคงไมสามารถไปชี้แจงแทนทาน สว. หรือทานนักการเมืองพรรคอื่น แตผมก็ไมสงสัย ในเจตนาของทานครับ ผมคิดวาสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่ยื่นญัตติในวันนี้รวมทั้งตัวกระผมดวย กระทำโดยบริสุทธิ์ใจ กระทำโดยสุจริต มีความมุงมั่นที่จะผลักดันการแกไขรัฐธรรมนูญ ใหสอดคลองกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เราไมไดกังขาครับ เราไมไดมีการเหนี่ยวรั้ง เพราะฉะนั้นการกลาวอางในลักษณะเปนสภาโจกหรือสภาขาวตมก็แลวแต ผมคิดวาไมเปนธรรม กับสมาชิกพรรคเพื่อไทย ทานประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่มีการหยิบยกกันในเรื่องนี้ก็คือวา เราตองสรางความชัดเจนแลวตองทำประชามติหรือไม ถาสมมุติวาเราสามารถที่จะสราง ความชัดเจนในเรื่องนี้ไดเราก็สามารถที่จะประหยัดงบประมาณได ถาทำ ๒ ครั้งก็ประหยัด งบประมาณไดประมาณ ๓,๐๐๐ ลานบาท ในสภาพเศรษฐกิจปจจุบันผมคิดวามันมีเหตุมีผล ในการที่จะไดรับความรอบคอบในเรื่องนี้ แลวนอกจากนั้นทานประธานที่เคารพก็คงทราบวา การจะแกไขรัฐธรรมนูญใหประสบความสำเร็จ แมทานมีเสียงในสภาผูแทนราษฎรพรรคเดียว ถึง ๔๙๙ เสียงก็ตาม ทานก็ยังไมสามารถที่จะแกไขรัฐธรรมนูญได เพราะวาในบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญปจจุบันเขาบังคับวาจะตองมีเสียง สว. ในวาระรับหลักการ ๑ ใน ๓ หรือประมาณ ๖๗ คน ซึ่งเรื่องนี้ก็เปนเรื่องที่จะตองมีการโนมนาวใหทาง สว. และสมาชิกรัฐสภาเหลานั้น ใหเห็นดวยกับแนวคิดในการแกไขรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นยังมีสมาชิกบางทานอภิปราย ในทำนองครับวาพรรคเพื่อไทยมีปญหาวาไมเอาจริงในการผลักดันการแกไขรัฐธรรมนูญ ผมอยากจะใหการกระทำมันเปนพยานในตัวของมันเองครับทานประธาน เราเคยเสนอแกไข มาตราหลายมาตรา รวมทั้งการแกไขเขตเลือกตั้ง การแกไขรายมาตรา การยื่นแกไข สสร. ไดแกไขรัฐธรรมนูญมาไมขาดสายเปนเวลานมนานแลว เพราะฉะนั้นการกระทำคงจะแนนแฟน เปนอยางยิ่งวาเรารักษาคำสัญญาในการหาเสียง ผมจึงอยากจะขอแกประเด็นนี้วาพรรคเพื่อไทย ไมไดตองการสรางรัฐสภาเปนโรงลิเกหรือเปนสภาโจก เรามีความมุงมั่นจริง ๆ ทีนี้มาประเด็น อยางนี้ครับทานประธาน เราตองยอมรับวาถาเราติดตามขาวสารเราจะรูวามีสมาชิกรัฐสภา หลายทาน ไมวาเปน สส. หรือ สว. บางพรรคการเมืองคอนขางกังวลวาจะไมรวมสังฆกรรม ในการพิจารณาญัตติแกไขรัฐธรรมนูญใหมี สสร. เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ความกังวล เหลานั้นมันเปนเอกสิทธิ์ หรือมันเปนสิทธิสวนบุคคลของเขาที่เขามีความกังวลเชนนั้น ทานไมสามารถที่จะถายโอนความเห็นของทานไปยังบุคคลเหลานั้นได เราตองเคารพความเห็น ของเขา แลวถาเราไมไดรับเสียงถึง ๖๗ เสียงจากสมาชิกวุฒิสภาเราก็ไมสามารถผลักดัน การแกไขรัฐธรรมนูญไดครับ มันเปนอยางนั้นเลยครับ ผมเห็นดวยกับแนวคิดที่เอามาจากคลังแสงของทานสุทินนะครับ ทานเห็นวาในโลกของ อุดมการณหรือในโลกของปฏิบัตินิยมนี่มันแตกตางกัน ผมคิดวามันมีสวนหนึ่งที่นักการเมือง เราตองการอยูในโลกของความเปนจริงแลวก็แกไขปญหาบนพื้นฐานของความเปนจริงครับ เรารูขอจำกัดของการที่จะได ๖๗ เสียงจาก สว. แลวเราก็รูวิธีการที่จะคลายความกังวลเพื่อใหเขา ไดเทคะแนนเสียงมาใหเพื่อที่เพิ่มโอกาสในการที่เราจะผลักดันการแกไขรัฐธรรมนูญใหผาน รัฐสภาไปได ไมมีหลักประกันครับทานประธานที่เคารพครับวาจะสำเร็จ แตอยางนอยการลด อุปสรรคที่ใหเขามั่นใจมากขึ้นก็นาจะชวยใหเราไดสามารถที่จะเพิ่มโอกาสในการที่จะแกไข รัฐธรรมนูญไดสำเร็จมากขึ้นนะครับ กลาวโดยสรุปผมคิดวาพรรคเพื่อไทยมีความจริงใจมุงมั่น บางทีคนขับรถมันใช Slow But Sure ก็คือวาชาแตชัวรดีกวามัวซัวแลวเหยียบมิดนะครับ ผมคิดวาเรื่องนั้นเปนเรื่องที่คาดการณไมไดวาจะประสบความสำเร็จอยางที่ทานสมาชิก พรรคเพื่อไทยหลายทานไดอภิปรายไป ทานประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียน ประเด็นที่สำคัญที่ผมคิดวาการแกไขรัฐธรรมนูญหรือญัตติในวันนี้มันเปนตนไมตนหนึ่ง ในปาใหญ ๆ ผมอยากจะชวนทานประธานแลวก็ทานสมาชิกรัฐสภาไดมองปาทั้งปาดูครับวา เรามีอุปสรรคอะไรบางที่จะไปสูสนามสีเขียวของประชาธิปไตยที่สมบูรณ ในอนาคต ผมคิดวา เราตองเผชิญอยู ๒ เนินเขา แลวก็ ๒ ยอดเขากวาจะไปเจอสนามประชาธิปไตยที่สมบูรณ ที่มีความอุดมสมบูรณ พี่นองมีความสุข มีแมกไมนานาพันธุ ทานประธานที่เคารพครับ เนินเขาเนินแรกก็คือวันนี้ละครับ เราจะตองมีเสียงอยางนอย ๓๕๐ เสียงสนับสนุนญัตติ ใหศาลรัฐธรรมนูญไดตีความตามที่เนื้อหาในญัตติ เนินที่ ๒ ทานประธานที่เคารพครับ เรายัง จะตองรอคำวินิจฉัยครับวาศาลรัฐธรรมนูญทานจะรับวินิจฉัยหรือไมนะครับ ผมก็เชื่อมั่น ในรองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล นะครับ เพราะทานก็อภิปรายในพรรความันมีความเห็น ไมตรงกัน หรือประเด็นเรื่องอำนาจหนาที่ขององคกรซึ่งนาจะสามารถที่จะสงศาลรัฐธรรมนูญได ซึ่งหวังวาศาลรัฐธรรมนูญจะรับแลวก็มีคำวินิจฉัยใหชัดเจนวาจะทำประชามติ ๒ หรือ ๓ ครั้ง หลังจากเราขามเนิน ๒ เนินแลวเรามีภูเขาอยู ๒ ลูก ทานประธานที่เคารพครับ ลูกแรกก็คือ การมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมที่ไปตั้ง สสร. แลวก็ไดประชามติยอมรับวารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผานประชามติ ซึ่งนั่นก็เปนความทาทายที่คอนขางเยอะ สวนยอดเขาสุดทายที่ผมคิดวา ยังมีความกังวลอยูก็คือเรื่องของการที่จะมี สสร. รางรัฐธรรมนูญฉบับใหมมาแลวก็นำไปสู การทำประชามติแลวผานนะครับ เขาใจวาลาสุดนั้นกฎหมายประชามติที่จะผานสภาก็คือ เราใชเสียงขางมากไมใช Double Majority นะครับ ใชเสียงขางมากขางเดียวเพราะเราสภา ยืนยันไป ทานประธานที่เคารพครับ ทั้งหลายทั้งปวงผมก็ยังอยากกราบเรียนทานประธาน และเพื่อนสมาชิกผูทรงเกียรติทั้งหลายวาแมเราจะผาน ๒ เนินแลว ๒ ยอดเขา ประชาธิปไตย ก็เปนสิ่งซึ่งเราตองเดินหนาตอเพื่อแสวงหาครับ มันไมไดมาโดยอัตโนมัติ ที่ผมพูดเชนนั้น เพราะอะไรครับ เรายังตองเผชิญความทาทายของการใชและการตีความรัฐธรรมนูญตอไปอีก ทำไมผมถึงพูดเชนนั้นครับ ผมคิดวาไมวาเราจะมีรัฐธรรมนูญดีเพียงใด คนใชและคนตีความ จะตองวินิจฉัยใหสอดคลองกับหลักนิติธรรมและหลักกฎหมายดวย ผมขออนุญาตแลกเปลี่ยน กับทานประธานในขณะที่เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงการตางประเทศครับ ไดไปลงนาม ในคำแถลงการณรวมซึ่งทานก็คงเขาใจดี Joint communique กรมสนธิสัญญาและ กฎหมายบอกวาไมใชหนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตเพราะมันเปนกลไก ในการเจรจา กรมสนธิสัญญาและกฎหมายเปนที่ปรึกษากฎหมายของรัฐที่รูเรื่องกฎหมาย ระหวางประเทศดีที่สุดในแผนดินนี้นะครับ เห็นวาไมใชหนังสือสัญญา แตทายที่สุดมีคน ไปรองศาลรัฐธรรมนูญ แลวก็มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๖ หรือ ๘ นี่ผมจำไมได นาจะ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ในขณะที่ผมอยูแคนาดา บทบัญญัติตอนหนึ่งที่ผมอยากจะแลกเปลี่ยนกับทานประธาน ก็คือวาศาลบอกวาแมตองเปลี่ยนแปลงอาณาเขตถึงจะเขาสูสภาเพื่อขอความเห็นชอบ ศาลทานวินิจฉัยวา แมคำแถลงการณรวมไมมีบทบัญญัติเปลี่ยนแปลงอาณาเขต แตอาจมี บทบัญญัติเปลี่ยนแปลงอาณาเขต ขีดเสนใตคำวา อาจ ๕๐๐ เสนครับทานประธาน เรื่องนี้ เปนเรื่องที่นาพิจารณาครับ ผมเอามาอภิปรายในสภานี้โดยความเคารพศาลรัฐธรรมนูญ และเคารพในคำวินิจฉัยของทาน แตกรณีนี้เปนกรณีศึกษาวาการใชและการตีความ รัฐธรรมนูญนี้จะตองบนพื้นฐานของความชัดเจนในหลักนิติธรรมมี Predictibility และ Certainty คือมีความคาดการณไดและความแนนอนชัดเจน เพราะวากฎหมายทายที่สุด มันเปนบรรทัดฐานใหคนปฏิบัติตาม เขาก็ตองตีความในลักษณะที่เขาเขาใจ อีกกรณีหนึ่ง ทานประธานที่เคารพครับ เวลาทานประธานบอกวารัฐมนตรีตองไมเปนลูกจางหรือรวมทั้ง ตัวนายกรัฐมนตรี คนทั่วไปก็เขาใจวาเปนลูกจางประเภทที่นายจางสั่งใหไปทำโนนทำนี่ได เปนลูกจางตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย และเปนลูกจางตามกฎหมายคุมครองแรงงาน แตทานประธานคงจำไดวาความเปนนายกรัฐมนตรีของ ฯพณฯ ทานนายก สมัคร สุนทรเวช ซึ่งผมโชคดีที่มีโอกาสไดทำงานรวมกับคณะรัฐมนตรีของทาน สถานะรัฐมนตรีสิ้นสุดลง เพราะวาไปทำกับขาวรายการชิมไปบนไมไดมีปญหาเรื่องใสซอสมะเขือเทศนอยไปหรืออะไร แตมีประเด็นวาเปนลูกจาง หนึ่งในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญบอกวาการจะตีความคำวา ลูกจางนั้นจะใชหลักการของประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยไมพอเพียง จะใชหลักการ ของกฎหมายคุมครองแรงงานก็ไมพอจะตองไปดูพจนานุกรมตีความคำวา ลูกจาง ซึ่งรวมถึง คนที่รับทำงานแลวมีสินจางซึ่งมันกวางมากครับทานประธานที่เคารพ อันนี้ก็เปนตัวอยางหนึ่ง ของหลักกฎหมายที่บอกวาการตีความกฎหมายที่จำกัดสิทธิกฎหมายที่เปนขอยกเวน ตองตีความโดยเครงครัด ตีความอยางจำกัดขอบเขตนี่ยังเปนจริงเสมอครับ หลักนิติธรรม แมมีรัฐธรรมนูญที่ดีเพียงใดก็ตามหลักนิติธรรมจะตองถูกปฏิบัติตาม อันนี้ผมก็ฝาก ศาลรัฐธรรมนูญในอนาคตดวย ทานมีหนาที่พิทักษรัฐธรรมนูญและวินิจฉัยเนื้อหา ของรัฐธรรมนูญใหสอดคลองกับหลักนิติธรรม ทายที่สุดทานประธานครับผมก็ไมไดอยูในสภา หลายป แตก็อายุมากพอสมควรแลว ผมอยากจะฝากทานประธานผานไปยังสมาชิกคนหนุมสาว ทั้งหลายหรือคนที่มีพลังทั้งหลายผมเคารพในความเห็นของทาน เราไมไดเรียกทานเปนนอง หรือเราเคารพความเห็นของทานครับ หลายคนมีความรูความสามารถเราก็รับฟงครับ แตการเมืองของเราพักหลังมันเปนการเมืองของการกลาวหาเสียเยอะทานประธาน การเมืองที่กลาวหากันเสียเยอะเปนการเมืองที่เขาเรียกวาการเมืองที่ Confrontation การเมืองที่เผชิญหนามากกวา Collaboration หรือการเมืองความรวมมือ เปนการเมือง ที่เผชิญหนามากกวาการเมืองแหงการเผชิญปญหาอยางมีวุฒิภาวะ ซึ่งเรื่องนี้ผมอยากจะเชื้อเชิญ นักการเมืองทุกพรรค ทุกสี ทุกเหลา รวมทั้งวุฒิสมาชิก สว. ดวยครับ วาประชาธิปไตย ในบานเราถาเรายังเลนการเมืองในลักษณะที่กลาวหากัน แลวก็นักการเมืองในลักษณะที่ไมมี ความเมตตาปรารถนาดีตอกัน ผมคิดวาเราแกลำบากครับ เรายังมีความทาทายอยูมาก ในการที่จะผลักดันเรื่องนี้เพื่อสรางประชาธิปไตยที่มั่นคงที่ยั่งยืนที่แข็งแรง ผมอยากเชื้อเชิญ ผมคิดวาวาระแหงชาติไมพอ ตองเปนฉันทานุมัติใหมของประเทศไทยครับ เปลี่ยนการดาทอ มาเปนการถักทอความรักความเขาใจระหวางกันเพื่อนำประเทศไปขางหนาครับ พวกผมที่มี ประสบการณอยูบางเราก็จะรวมมือในสวนที่เราทำไดแลวก็อยากจะเชิญทานสมาชิกรัฐสภา ไดโหวตเห็นดวยกับญัตติที่ทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย รวมทั้งทาน สว. หมอเปรมศักดิ์ ไดเสนอในวันนี้เพื่อใหศาลไดพิจารณา ขอบคุณครับทานประธาน🔗
ทานเกชา ศักดิ์สมบูรณ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานสภาที่เคารพ ผม เกชา ศักดิ์สมบูรณ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสรางชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในวันนี้นะครับผมขออภิปรายแบบญัตติดวน เรื่อง ขอใหรัฐสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจ ของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ซึ่งประเด็น เกี่ยวกับเรื่องรัฐสภาจะพิจารณาและลงมติรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมที่มีบทบัญญัติใหจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมโดยยังไมมีผลการออกเสียงประชามติวาประชาชนประสงคจะใหมี รัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม อยางไร ในประเด็นนี้นะครับ โดยสวนตัวผมก็เห็นดวยในการที่จะสง ใหศาลรัฐธธรรมนูญไดรับไปพิจารณาเพื่อความสบายใจของหลาย ๆ ฝายที่รวมประชุมดวยกัน ในวันนี้ ถึงแมวาจะมีบางทานที่อาจจะมองวาสามารถทำไดเลยแตบางทานก็อาจจะเกรงกลัว วาจะเกิดปญหาเรื่องการที่ไมถูกไมชอบดวยกฎหมายในภายหลังนะครับ แตในความที่ผม ใหความรวมมือในการที่จะสงศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้นั้น ในประเด็นเรื่องการแกรัฐธรรมนูญนั้น โดยสวนตัวผมก็ไมมีประเด็นที่จะตองดำเนินการแกไขแตอยางใด เพียงแตวาถาหลาย ๆ สวน หลาย ๆ พรรคที่มีความประสงคจะแกรัฐธรรมนูญโดยในประเด็นใดบางที่เปนประเด็นที่สมควร ในประเด็นที่มีปญหาหรือมีขอบกพรองบางก็แลวแต อันนี้ผมก็ยินดีที่จะใหความเห็นรวมมือ รวมแรงกันไดนะครับ การแกรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ นั้นไดเกิดขึ้นมาแลว เมื่อป ๒๕๖๔ โดยมี การแกไขจากสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขต ๓๕๐ เขต และบัญชีรายชื่อ ๑๕๐ ทาน รวม ๕๐๐ ทานในครั้งนั้น เปลี่ยนเปน ๔๐๐ เขต แลวก็มี สส. แบบบัญชีรายชื่ออีก ๑๐๐ ทาน เปน ๕๐๐ ทานก็เคยทำมาแลว ก็ไมเห็นตองมีขอขัดแยง ไมตองมีสงศาล ไมตองมีมติ แตอยางใด ถึงแมวาอาจจะเปนขอบกพรองเล็ก ๆ นอย ๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับเดิมนั้น ถาเรา จะแกไขเลยโดยใชรัฐสภาแหงนี้ในการดำเนินการแกไข ผมก็เชื่อวาถาจะแกโดยรายมาตรา หรือแกในสวนที่เปนขอบกพรอง ผมก็เชื่อวารัฐสภาแหงนี้โดยเฉพาะหลาย ๆ ทานที่เปนหวง เกี่ยวกับเรื่องสมาชิกวุฒิสภา ๖๗ ทานนั้นจะใหความเห็นชอบดวยหรือไมซึ่งตองเปนคะแนนขั้นต่ำ ผมเปนผูหนึ่งที่เคยเปนอดีตสมาชิกวุฒิสภามา ผมก็เชื่อวาวุฒิสภาที่เปนสภาผูใหญนั้นก็ไมได ขัดของหรือจะไมเห็นกับฝายผูแทนแตอยางใด เพียงแตวาในการแกไขนั้นตองเปนสิ่งที่ หลาย ๆ ฝายเห็นชอบแลวก็ประชาชนนั้นไดรับประโยชนอยางแทจริง ประเด็นในการแกไขนั้น ผมก็ยังไมเห็นมีใครไดพูดวาจะแกอะไรบาง แลวก็แกอยางไร แกแคไหน จะมีแคตั้ง สสร. หรือเปลา แตะตองหมวด ๑ หมวด ๒ หรือไม ยังไมมีหลักประกันในรัฐสภาแหงนี้เลยวาถาเราได เห็นชอบตรงนี้ไปแลวจะทำอะไรไดแคไหนนะครับ ซึ่งประเด็นนี้เปนประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเรื่อง มาตรา ๑๑๒ ดวย ในการแกตั้งโดย สสร. นั้นเราก็จะดูวาเราไมรูใครจะเปน สสร. บาง จะทำ ไดแคไหน ขอบเขตมีอยางไร อันนี้หลายทานก็ยังไมมีคำตอบแลวยังไมมีใครไดชูประเด็นนี้ขึ้นมา ผมมองครับวาระหวางนี้ถาเราจะแกไขปญหาเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ เรื่องแกง Call Center เรื่องความยากจนของพี่นองราษฎร ซึ่งขณะนี้รัฐบาลเขาจะแจกเงิน เฟสที่ ๓ แลว หลายทานก็ฝากมาวาเฟสที่ ๔ ยังไมมาเลยนะครับก็รออยู ผมไมไดมองเรื่องวา จีดีพีจะขึ้นเทาไร จะขึ้น ๐.๑ ๐.๓ หรือ ๐.๕ ตามที่หลาย ๆ ทานไดกลาวมา แตผมวาขณะนี้ ประชาชนยากไร ขาดเงินทองจับจายใชสอย ประเด็นนี้เปนเรื่องสำคัญนะครับ ก็ฝากทางรัฐบาล ไปดวยเกี่ยวกับเรื่องเฟสที่ ๔ ดวยนะครับ วันนี้ผมก็เห็นดวยนะครับในการที่จะสงศาลรัฐธรรมนูญ ไดวินิจฉัยในประเด็นดังกลาวครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ทานตอไปเชิญทานอัครเดช วงษพิทักษโรจน ครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานสภาผูแทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษพิทักษโรจน สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสรางชาติ ทานประธานครับ ผมขออนุญาต ไดอภิปรายในประเด็นการยื่นญัตติขอใหทางรัฐสภาเราไดมีมติในการสงใหศาลรัฐธรรมนูญ ไดวินิจฉัยในการพิจารณาแกรัฐธรรมนูญ ทานประธานรัฐสภาเองวันนี้ไดมีการนัดประชุม ใหทั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาไดมาหารือกันในประเด็นนี้ ก็อยากจะเรียน กับทานประธานวาในประเด็นของการแกไขรัฐธรรมนูญนั้นในสวนของพรรครวมไทยสรางชาติเอง เรามีจุดยืนที่ชัดเจนครับวาเราไมตองการใหแตะหมวด ๑ แลวก็หมวด ๒ ของรัฐธรรมนูญ แลวก็ที่สำคัญก็คือในเรื่องของการปราบปรามการทุจริตคอรรัปชันซึ่งพรรครวมไทยสรางชาติ เรามีจุดยืนที่ชัดเจนที่ไมตองการใหมีการแกไข ทีนี้ถามีการตั้ง สสร. ขึ้นมา หรือรางรัฐธรรมนูญใหม ขึ้นมาอยางที่ทานเกชา ศักดิ์สมบูรณ ไดอภิปรายไปก็ไมมีหลักประกันอะไรวาจะไมมีการ ไปแตะหมวด ๑ หมวด ๒ อันนี้ก็เปนประเด็นที่ยังสงสัยอยูวาถามีการรางรัฐธรรมนูญใหมโดยการ ตั้ง สสร. นั้นเราจะดำเนินการในรูปแบบไหนอันนี้คือขอหวงใยนะครับ ในสวนของที่เราสนับสนุน ใหมีการสงใหศาลรัฐธรรมนูญไดวินิจฉัยในการแกรัฐธรรมนูญนั้นวาจะตองมีการทำประชามติ กี่ครั้งนะครับ เดิมทีผมเองเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในสมัยที่แลวไดมีการยื่น ใหศาลรัฐธรรมนูญไดมีการตีความโดยสมาชิกวุฒิสภาทานหนึ่งมีความเห็นวา การแกไขรัฐธรรมนูญ ในการเพิ่มหมวด ๑๕/๑ มันไมใชเปนการแกรัฐธรรมนูญ เปนการรางหรือยกรางรัฐธรรมนูญใหม อันนี้เปนปญหาที่จะตองสงใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยครับวาสภาสามารถดำเนินการไดไหม เพราะวาในกฎหมาย มาตรา ๒๕๖ (๘) กอนที่จะมีการทูลเกลาฯ ถามีการแกไขในหมวด ๑ หมวด ๒ หรือเกี่ยวกับหมวด ๑๕ ก็จะตองมีการทำประชามติกอนที่จะนำความขึ้นทูลเกลาฯ ตามมาตรา ๒๕๖ (๗) แตวาตรงนี้สมาชิกวุฒิสภาทานนั้นไดยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ไดวินิจฉัยวาการที่ไปเพิ่มหมวด ๑๕/๑ นี้ไมใชเปนการแกรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๕๖ แตเปนการยกรางรัฐธรรมนูญใหม จะตองไปถามพี่นองประชาชนกอนโดยการทำประชามติ ซึ่งเปนเจาของอำนาจในการที่จะรางรัฐธรรมนูญใหมไดหรือไม อันนี้จึงเปนที่มาวาในรัฐสภา สมัยนั้นไมสามารถแกรัฐธรรมนูญไดทันเพราะวาตองทำประชามติครับ กลับมาครั้งนี้ก็มี เพื่อนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหลายทานมีการยื่นในการที่จะตั้ง สสร. ก็อยากจะใหมันเร็ว แลวก็มีความหวังดีวาอยากจะใหประหยัดงบประมาณเพราะวาการทำประชามติครั้งหนึ่งก็ใช งบประมาณถึง ๔,๐๐๐ ลานบาท ก็มีความเปนหวงก็อยากจะลดขั้นตอนไมตองทำตามคำสั่ง ศาลรัฐธรรมนูญ หรืออาจจะไปตีความที่มันแตกตางออกไปนะครับ ซึ่งโดยขอเท็จจริงแลว ผมอยากจะเรียนกับทานประธานวาโดยขอเท็จจริงแลวเราเองไมจำเปนเลยครับที่จะตองไปสง ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะวาศาลรัฐธรรมนูญไดวินิจฉัยมาอยูแลววากอนที่จะดำเนินการ แกไขเพิ่มหมวด ๑๕/๑ ตองถามพี่นองประชาชนกอน คือทำประชามติกอน นี่คือรอบที่ ๑ เมื่อมีการผานแลวเรารับหลักการ ถามีการแกไขมาตรา ๒๕๖ เราก็ตองไปดำเนินการ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เมื่อมีการแกไขเพิ่มหมวด ๑๕/๑ เราก็ตองไปดำเนินการ ทำประชามติอีกครั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ (๘) นี่ก็ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ ก็คือ เมื่อ สสร. ยกรางเสร็จก็ตองถามวาเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญฉบับใหมไหม ตามที่เราไดมีการรางรัฐธรรมนูญ มา ๒ ครั้ง ก็คือป ๒๕๕๐ กับป ๒๕๖๐ นะครับ ก็ทำเปน ๓ ครั้ง จริง ๆ เราเองก็เห็นดวย การกับการที่จะตองทำประชามติถึง ๓ ครั้ง เพราะวาครั้งแรกทำตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๒ และครั้งที่ ๓ นั้นทำตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว ทีนี้เมื่อสมาชิกมีความเปนหวงเรื่องเวลา มีความเปนหวงเรื่องงบประมาณก็อาจจะมีขอสงสัยวาสามารถที่จะทำไดเลยไหม ก็เลยบรรจุ เขามา จริง ๆ เพื่อนสมาชิกหลายทานเมื่อการบรรจุวาระงวดนี้แลวมีเพื่อนสมาชิกหลายทาน เรียนทานประธานเลยครับไมกลาเขาประชุมนะครับ บางทานไมกลาแมกระทั่งลงชื่อมาประชุม บางทานลงชื่อมาประชุมก็ไมกลาแสดงตนดวยซ้ำ เพราะกลัวโดนไปยื่นรองที่ศาลรัฐธรรมนูญวา ทำขัดคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีวินิจฉัยแลวตองผูกพันทุกองคกร แตวันนี้ทานประธานเอาญัตตินี้มาใหสมาชิกไดพิจารณาเพื่อสงใหศาลไดวินิจฉัยเพื่อใหสิ้น กระแสความ เพื่อใหสิ้นขอสงสัยก็เปนการดีครับไมติดขัดอะไร แตจริง ๆ แลวผมเอง ก็อยากจะเรียนกับทานประธานดวยความเห็นของผมโดยสุจริตเราตองทำประชามติกอนตาม คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อประชามติผานแลวคอยมาเขากระบวนการในการแกไข หมวด ๑๕/๑ โดยการตั้ง สสร. อันนี้ก็คือความเห็นของเรา แตไมเปนไรครับถาเพื่อนสมาชิก มีความเห็นวาควรจะสงใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อใหสิ้นขอสงสัย ทางพรรครวมไทยสรางชาติ เราก็ไมไดติดใจอะไร เราก็ไดมีมติที่จะเห็นชอบในญัตตินี้สงใหศาลรัฐธรรมนูญไดวินิจฉัยวา กอนที่จะมีการแกไขดังกลาวนั้นตองไปทำประชามติหรือไม อยางไร แลวทำไดหรือเปลา ก็ขออนุญาตไดอภิปรายใหเพื่อนสมาชิกและทานประธานรัฐสภาไดรับทราบในเหตุผลครับ ขอบพระคุณทานประธานครับ🔗
เชิญทานนายแพทยชลนาน ศรีแกว ครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ กระผม นายชลนาน ศรีแกว สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดนาน พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ขอบพระคุณทานประธานที่อนุญาตใหผมไดมีสวนรวมในการอภิปรายในญัตติ ที่เพื่อนสมาชิกเสนอทั้ง ๒ ญัตตินะครับ ใหวินิจฉัยเรื่องหนาที่และอำนาจของรัฐสภาเรา วามีหนาที่และอำนาจในการที่จะพิจารณารางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมที่เพิ่มหมวดการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมไดหรือไม ทานประธานครับ ผมเองสนับสนุนญัตตินี้ขอใหสภามีมติสงไป ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ดวยเหตุผลสำคัญอยูหลายประการครับ ทานประธานครับ🔗
ประการแรกสุดที่เปนเหตุผลสำคัญที่ผมอยากจะกราบเรียนทานประธาน ผานไปยังทานสมาชิกผูทรงเกียรติในรัฐสภาแหงนี้ ถาเรามีความประสงคที่จะแกไขรัฐธรรมนูญ ใหสำเร็จ วิธีการนี้คือวิธีการที่จะเขาสูเปาหมาย เพราะอะไรครับ สภาผูแทนราษฎรหรือรัฐสภา สมัยประชุมที่ ๒๕ สมัยที่ ๒๕ ที่ผานมา เราเคยมีความพยายามมากในการจะแกไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ เพื่อนสมาชิกไดพูดไปแลวนะครับ แกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เพิ่มหมวด ๑๕/๑ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมดวย ผานวาระที่สองจนถึงวาระที่สาม นั่นเราก็ทำมาแลวสุดทาย ก็ถูกตีความตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญของเสียงขางมากในสภาแหงนี้นะครับ โหวตคว่ำ ในวาระที่สามไป อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาในอดีต เราพยายามมาตลอด ยื่นเปนรายมาตราเราก็ทำ แตไมเคยผานครับ มีผานอยูกรณีเดียวเรื่องบัตรเลือกตั้ง นอกนั้นไมเคยผานครับทานประธาน เราตองยอมรับครับวาระบบรัฐสภาเราเปนระบบเสียงขางมากเราเคารพเสียงขางมากครับ เราเปนเสียงขางนอยเราเองก็มีสิทธิที่จะตรวจสอบทักทวงครับ เสียงขางมากเปนไปอยางไร เราตองเคารพครับ เชนกันในสมัยนี้เสียงขางมากจะมีขอวินิจฉัย มีดุลยพินิจอยางไรเราก็ตองเคารพ ซึ่งเหตุการณตางจากสมัยที่ ๒๕ แนนอน ทานประธานครับ เมื่อเราตองการทำใหสำเร็จ ถาเรายังไมดำเนินการใหทุกฝายไดมีความเห็นรวมที่ตรงกันตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ไมมีทางแกรัฐธรรมนูญไดครับ เพราะกลไกที่เขียนในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เปนกลไกที่ทำใหแกรัฐธรรมนูญไมไดเลย อยาวาแตทำฉบับใหมแกไมไดเลย เพราะฉะนั้น ความจำเปนอยางยิ่งที่เราตองหาสิ่งที่ทุกคนมีความเห็นรวมกันตองดำเนินการโดยเฉพาะ เรื่องของขอกฎหมาย ขอกังวลของเพื่อนสมาชิกที่เขามีความเห็นไปอีกมุมหนึ่ง โดยเฉพาะ การใชหนาที่และอำนาจของเราเองในการแกไขรัฐธรรมนูญโดยไมทำประชามติกอนตามคำวินิจฉัย รัฐธรรมนูญที่เขาตีความอยางนั้น เพราะฉะนั้นอันนี้เปนเหตุผลแรกเลยครับ ถาเราตองการ ที่จะตองทำใหสำเร็จเราตองสงใหศาลวินิจฉัย ทานประธานที่เคารพครับ หลายทานเปนหวงกังวล วาศาลจะไมรับหรือรับ ไมรับ ผมกราบเรียนทานประธานครับ ผมถามทานประธานวาขณะนี้ มันมีปญหาไหม มันมีปญหาในหนาที่และอำนาจของเราหรือไมในการแกไขรัฐธรรมนูญ เพิ่มเติม ตองตอบวามีครับ สมาชิกเมื่อสักครูก็พูดวาเขาไมเห็นดวยกับการทำ ๒ ครั้ง เขาเห็นดวย ตองทำ ๓ ครั้ง เพราะฉะนั้นเขาเลยบอกวาไมมีหนาที่และอำนาจ ถาไมทำถาไมทำประชามติมากอน แตผมเองพรรคเพื่อไทยที่ยื่นญัตติที่นำโดยทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ นี่นะครับ แกไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เพิ่มเติมหมวด ๑๕/๑ เราเห็นวาเรามีหนาที่และอำนาจครับ และสามารถทำประชามติแค ๒ ครั้งตามเพื่อนสมาชิกสวนใหญที่เห็นเหมือนเรา แตมีเพื่อนสมาชิก สวนหนึ่งเขาไมเห็นอยางนั้น นี่ปญหาเกิดขึ้นครับ ถาปญหาเกิดขึ้นอยางนี้ตอใหสมัยประชุมนี้ หรือสมัยประชุมตอไป หรือสภาชุดนี้นะครับ ชุดที่ ๒๖ ไปถึงป ๒๕๗๐ ก็แกรัฐธรรมนูญไมได ทานประธานครับ ไมมีทางครับ แลวเราจะดำเนินการไปทำไม ถาพรรคเพื่อไทยเอง ถาผมเอง ไมเห็น แตโอกาสความสำเร็จ ไมหาความรวมมือแลว เราเขาสูการพิจารณารางรัฐธรรมนูญ แกไขเพิ่มเติมตกครับ ตั้งแตวาระแรกครับ ยื่นใหมก็ตกใหม ยื่นใหมก็ตกใหม เพราะเจตจำนง ของเพื่อนสมาชิกสวนหนึ่งเขาไมตองการแก ถาเขายังไมมีความมั่นใจวาสถานะ สภาพเขา ขณะนี้เขาเปนสมาชิกอยูครับ ถาเกิดเขายื่นแก เขาถูกฟองแลวสมาชิกภาพเขาสิ้นสุดไป ใครรับผิดชอบ ทานประธานครับ เราตองมาแสวงหาความรวมมือรวมกัน ทานประธานครับ เราเองตองเคารพความเชื่อของสมาชิกแหงนี้ที่เขามีความเห็นตางเรา เราประณามเขาไมไดครับ และวิธีการพิจารณาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเองมันเปนสิ่งที่ทุกคนก็มีสิทธิที่จะตีความ เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเองเปนลายลักษณอักษรที่เขียนทำใหคนที่มีลักษณะ ตองการตีความที่จะปกปองศาลรัฐธรรมนูญตองตีความไปอยางนั้นจริง ๆ ผมไมเถียงเขาเลย ทานประธานครับ ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ ศาลรัฐธรรมนูญเขียนวาการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมดวยวิธีการรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมใหมีหมวด ๑๕/๑ วาดวยการจัดรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม สังเกตครับ เขียนอยางนี้ทำใหเขาใจไดวาการเริ่มแกรัฐธรรมนูญ เติมหมวด ๑๕/๑ เปนการเริ่มทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม เพราะฉะนั้นคำวากอนทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมก็เลยบอก กอนยื่นรางแกไข แตผมเองไมไดตีความอยางนั้นครับ เพราะอะไรครับ เพราะผมเปนสมาชิก รัฐสภา ผมไมไดตีความสวนบุคคล ผมเอาคำของทานประธานวันนอรมาใชเลยครับ ผมเปน สมาชิกรัฐสภา ผมตีความวาหากรัฐสภาตองการครับ มันจึงเปนจุดเริ่มที่จะทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม อะไรคือรัฐสภาตองการ ก็คือการที่สภามีมติใหแกไขเพิ่มเติมในวาระที่สามนั่นละครับ นั่นคือรัฐสภาตองการ ครบองคประกอบ เริ่มนับหนึ่งใหมไดเลย และที่สำคัญครับ การแกไข รัฐธรรมนูญเองตองทำประชามติอยูแลวตาม (๘) ครับ ตาม (๘) มันก็เลยเปนเหตุให สามารถถามประชามติ ๒ คำถามไปพรอมกันไดเลย เห็นดวยกับการแกไขเพิ่มเติม เห็นดวย กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ทานประธานครับ อันนี้คือสิ่งที่เราเห็น แตเราจะเอา ความเห็นของเราเองบอกวาตรงนี้ถูกมันไมไดครับทานประธาน เมื่อมีความเห็นตาง คนที่มี อำนาจตัดสินความเห็นตางตรงนี้ตองทำหนาที่ครับ จริง ๆ เราไมอยากใหเขาทำหรอกครับ แตมันจำเปนเพื่อจะไดแกไขรัฐธรรมนูญที่เราตองการใหมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมได ทานประธานที่เคารพครับ รัฐสภาเราพยายามทำหนาที่อยางเต็มที่ เราเองมุงหวังจะใหได รัฐธรรมนูญฉบับใหมจริง ๆ เราเองกลับถูกกลาวหาจากเพื่อนสมาชิกวายื้อ เตะถวง ไมตองการแกจริง ทานประธานครับ ผมกราบเรียนทานประธานดวยความเคารพวาถาเราดื้อ สงรางรัฐธรรมนูญสูการพิจารณาในวาระที่หนึ่งตกดวยเสียงสมาชิกแค ๖๗ เสียงก็ไมไดแลว ตกครับ ทานตองรอยืนใหมในสมัยประชุมตอไป กับการที่เราทำโดยละมุนละมอม ใหศาล เขาวินิจฉัย ถาผลการวินิจฉัยเปนประโยชนครับ เราก็เริ่มทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมจบในปได อะไรจะเสียเวลากวากัน อะไรจะยื้อกวากันครับ การที่ยื่นแลวใชสภาแหงนี้มาพูดบอกวา เพื่อประชาชน เพื่อประชาชน เพื่อประชาชน ไดครับ ไดกระแส ไดคะแนนครับ แตไมได รัฐธรรมนูญครับ เราจะเอาอะไรครับทานประธานครับ ความเห็นผม ถาเราตองการรัฐธรรมนูญ เราตองเอารัฐธรรมนูญครับ ผมยอมรับครับวาการเมืองยุคนี้เปนการเมืองกระแสครับ แตการสรางกระแสที่ไมจริงมันเปนการทำรายพี่นองประชาชนโดยที่เขาไมรูตัวครับ ทางเศรษฐศาสตรบอกทฤษฎีตมกบครับ แตทางการเมือง ทางรัฐธรรมนูญนี่ผมไมรูวา ตมอะไรนะครับ แตตมประชาชนแนนอน ทานประธานที่เคารพ นี่คือสิ่งที่เราจำเปนที่เราจะตองชวยกันหาความรวมมือเพราะมาตรา ๒๕๖ เขาบอกวาถาทุกฝายเห็นชอบจึงจะแกไขรัฐธรรมนูญได ขอรองกราบเรียนทานประธาน ดวยความเคารพครับ เราลดทิฐิครับเราหันหนาเขาหากันมาชวยกันสงใหศาลไป แมศาลจะรับ หรือไมรับอยางไรเราก็มีขอวินิจฉัยของสมาชิกเราที่จะมีสวนรวมในการแกรัฐธรรมนูญ ลดขอกังวล ลดความเดือดรอนของเพื่อนสมาชิกที่เขาเปนกังวลในการทำหนาที่ สภาแหงนี้ทุกคนมาจาก ประชาชนครับ แตทำอยางไรคำวาประชาชนตรงนี้มันจะเปนประชาชนที่แทจริง กราบเรียน ประธานดวยความเคารพ ผมเห็นดวยกับการที่พวกเราจะลงมติสงใหศาลวินิจฉัยเรื่องหนาที่ และอำนาจของรัฐสภาของเราในเรื่องนี้ครับ กราบขอบพระคุณทานประธานครับ🔗
ทานประธานครับ ผมขออนุญาตนิดเดียวหารือเรื่องเวลาครับ🔗
เชิญครับ🔗
เรียนทานประธานครับ ผม ชุติพงศ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาชน สมาชิกรัฐสภา ในฐานะวิปฝายคาน ขออนุญาตแจงเรื่องเงื่อนไขเวลาที่มีการจัดสรรแบงกันไวฟากละ ๒ ชั่วโมงนะครับ ณ ขณะนี้ทางสมาชิกวุฒิสภาที่ขอไว ๒ ชั่วโมงใชไป ๔๘ นาที ๔๙ วินาที เหลืออยู ๑ ชั่วโมง ๑๑ นาที ๑๑ วินาที พรรครัฐบาลขอไว ๒ ชั่วโมง ใชไปแลวเมื่อสักครู เหลือเวลาอยู ๑๗ นาที ๓๗ วินาที ทางคุณหมอชลนานใชไปราว ๆ ๑๐ นาทีนิด ๆ ก็จะ เหลืออยู ๗ นาที ๓๗ วินาที พรรครวมฝายคาน ๒ ชั่วโมงที่ขอไวครับ ตอนนี้ใชไปแลว ๑ ชั่วโมง ๓๑ นาที ๕๕ วินาที เหลืออยู ๒๘.๐๕ วินาที ทานประธานเหลืออยูประมาณ ๑๒ นาที ๑๙ วินาที ซึ่งก็ตองเรียนวารายชื่อของผูที่ลงชื่อในการอภิปรายไวผมเห็นมีทางทานอาจารย ชูศักดิ์ ศิรินิล อีก ๑ ทานขอไว ๑๐ นาที ซึ่งก็อาจจะเกินแตวาทางเราไมไดติดใจอะไร เพราะวาเปนวาระสำคัญ แลวเราก็อยากจะใหไดพูดอยางเต็มที่นี่ยังไมรวมถึงเวลาของผูที่ จะตองสรุปญัตติอีกวาจะสรุปอีกกี่นาที แตก็ไมเปนไรเหมือนกันครับ สวนทางพรรคฝายคาน ของเราที่เหลืออยู ๒๘ นาที ก็จะเปนของทางทานผูนำฝายคาน ทานณัฐพงษ เรืองปญญาวุฒิ ซึ่งเราขอไวทั้งหมด ๒ ชั่วโมง เราใช ๒ ชั่วโมงอยางคุมคาเต็มเวลาตามเวลา ไมตองหวงเราขอ เทาไรใชเทานั้น เราขอ ๓๐ ชั่วโมง เราก็ใช ๓๐ ชั่วโมง ก็เลยเรียนทานประธานใหทราบครับ ขอบคุณครับ🔗
ทานตอไปเชิญทานอาจารย ชูศักดิ์ ศิรินิล ครับ🔗
กราบเรียนทานประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม ชูศักดิ์ ศิรินิล สมาชิกสภาผูแทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขออนุญาตที่จะรวมอภิปราย ชี้แจงพอสมควร เพราะวาจริง ๆ เริ่มตนก็ไมอยากจะอภิปรายอะไร เพราะวามีเพื่อนสมาชิก ลงชื่อกันมาก แตรูสึกวันนี้ชื่อของกระผมก็ถูกเอยถึงรูสึกจะเต็มไปหมดนะครับ ก็ไมไดเสียหาย อะไรแตก็คิดวาถาจะชี้แจงทำความเขาใจกันบางเปนการเบื้องตนก็จะเปนการทำความเขาใจ กันอยางถองแทถึงปญหาที่เกิดขึ้นวามันมีสาเหตุมาจากอะไร ทานประธานที่เคารพครับ กอน อื่นกระผมอยากจะกราบเรียนวาพรรคเพื่อไทยและตัวกระผมนั้นมีความตั้งใจแนวแนที่จะ แกไขรัฐธรรมนูญใหเปนประชาธิปไตย ตองการจะใหมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมที่ประชาชนมีสวน รวมในการยกราง เพราะวาบทเรียนจากป ๒๕๔๐ ที่เรามีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนก็เห็นได วารัฐธรรมนูญฉบับนั้นเปนรัฐธรรมนูญที่เปนประชาธิปไตย เราใชมาเปนเวลาชานานแลวก็ เปนประโยชนสรางการมีสวนรวมของพี่นองประชาชน ทำใหการตรวจสอบอำนาจรัฐเกิดขึ้น เปนครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ทานประธานที่เคารพครับ แตกระผมก็ตองกราบเรียนวา นับตั้งแตมีการยึดอำนาจการปกครองประเทศ ประเทศเราติดหลมความขัดแยงอยูมาชานาน พอสมควร แลวเราจะมีรัฐธรรมนูญที่เกิดจากการยึดอำนาจการรัฐประหารมาหลายครั้ง ตัวกระผมนี้เขามามีสวนเกี่ยวของในการแกไขรัฐธรรมนูญ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม มาหลายครั้ง ป ๒๕๕๕ กระผมเปนผูนำในการเสนอรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมเพื่อนำไปสูการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม มันนานมาแลวครับทานประธาน ขณะนั้นใชรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๕๐ ซึ่งก็เกิดขึ้นจากการรัฐประหาร รางมาจากการแตงตั้งโดยคณะรัฐประหาร ผมเองก็ตองการ จะใหมีรัฐธรรมนูญเปนประชาธิปไตยก็ใชวิธีการแบบนี้ละครับเสนอแกไขขณะนั้นเปน มาตรา ๒๙๑ เพื่อตั้ง สสร. ก็เรียนเพื่อนสมาชิกดวยความเคารพวาความขัดแยงที่มันเกิดขึ้น สวนใหญก็คือมีการสมัยนี้เขาเรียกวานิติสงคราม ก็เอาญัตติเอาสิ่งที่เราทำตามอำนาจหนาที่ ในกระบวนการนิติบัญญัติทั้งหลายเอาไปรองกัน ที่กระผมทำในปนั้นทายสุดก็มีสมาชิก วุฒิสภา มีฝายคานบางสวนไปเขาชื่อรองกันวากระผมและคณะลมลางการปกครองประเทศ ลมลางอยางไรก็คือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมโดยที่ไมมีบทบัญญัตินี้ใหทำไดถือเปนการ ทำผิดรัฐธรรมนูญลมลางการปกครอง ผมเองจำไดผมไปเปนทนายเอง ซักคานเอง อะไรเอง ในศาลรัฐธรรมนูญ ซักไปซักมาจนทายสุดตุลาการบางทานตองขอถอนตัวจากองคคณะ ก็ดีครับเขาวินิจฉัยวาการกระทำเชนนี้เปนการใชอำนาจนิติบัญญัติยังไมถึงขั้นวาเปนการลมลาง การปกครองประเทศ ที่ผมเอาเรื่องนี้มาพิจารณาเอามาเสนอตอที่ประชุมแหงนี้ ผมเพียง ตั้งขอสังเกตวาเราใชอำนาจนิติบัญญัติ ภาษาอังกฤษมีคำวา Supremacy Of Parliament Parliament หรือรัฐสภานั้นมีอำนาจสูงสุดแตพวกเรากันเองก็ชอบที่จะเอาอำนาจสูงสุดนั้น ไปทำปูยี่ปูยำ ไปใชเปนนิติสงครามรองกันไปรองกันมา ผลจากคำวินิจฉัยนั้นก็ผานไปครับ มารัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อนสมาชิกหลายทานก็บอกไปแลวเราก็ทำกระบวนการในการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม ทายที่สุดก็มีการไปยื่นคำรองเมื่อป ๒๕๖๓ ทายที่สุดมีคำวินิจฉัย ป ๒๕๖๔ ผลจากการวินิจฉัย ป ๒๕๖๔ ทำใหรัฐสภาในขณะนั้นไมสามารถแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ที่วานี้ไดสำเร็จ แลวทายที่สุดสมาชิกสวนหนึ่งเดินออกจากหองประชุม สวนหนึ่งไมโหวต สวนหนึ่งไมเปนองคประชุม การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมจึงไมประสบความสำเร็จเสียงไมถึง ๑ ใน ๓ เสียงไมเกินกึ่งหนึ่ง ทายที่สุดก็ตองพับไปครับ แตวาผลพวงจากการกระทำเชนนี้ มีคำวินิจฉัย ป ๒๕๖๔ เกิดขึ้น คำวินิจฉัย ป ๒๕๖๔ ถาทานไปอานโดยสรุปตอนทาย มันฟงได จริง ๆ วาทำประชามติเพียง ๒ ครั้ง กลาวคือเมื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ เกิดขึ้นจากประชามติ เพราะฉะนั้นถาคุณจะทำฉบับใหมก็ตองถามประชาชนเสียกอนวา ประสงคจะใหทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม และเมื่อถามประชาชนแลวไปยกรางมาแลว มีรัฐธรรมนูญฉบับใหมเกิดขึ้นก็ตองถามประชาชนอีกครั้งหนึ่งวาประสงคจะใหมีรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมหรือไม ถาอานโดยสรุปแคนี้ ๒ ครั้ง แลวผมก็เชื่อวาผมก็คิดวาทำแค ๒ ครั้งก็พอ แตถาทานไปอานตอนตน ๆ เมื่อสักครูคุณหมอชลนานขอประทานโทษเอยชื่อไดกลาวอางมาแลว การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมมันไมมีวิธีการทำอยางอื่นเลย เพราะไมมีรัฐธรรมนูญฉบับไหน ที่จะเขียนวิธีการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมไวในรัฐธรรมนูญของตน เขาก็บอกเปนภาษางาย ๆ วาถาคุณเขียนไวเชนนั้น มีวิธีการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมแสดงวาคุณรางมาใชไมได สวนใหญ เขาก็จะใหใชวิธีแกไขเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นวิธีทำฉบับใหมก็คือวาตองเสนอรางรัฐธรรมนูญ แกไขเพิ่มเติมแลวก็บวกวิธีการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมขึ้นไป โดยสรุปก็คือแกไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เพิ่มหมวด ๑๕/๑ วาเปนการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมเกิดขึ้น แตถอยคำที่ศาลรัฐธรรมนูญใชตรงนี้ก็ไปพูดวา การที่สมาชิกรัฐสภาเสนอรางรัฐธรรมนูญ แกไขเพิ่มเติมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ทานประธานครับ ชื่อมันบอกวารางรัฐธรรมนูญ แกไขเพิ่มเติม เพิ่ม ๑๕/๑ เขาไปใชคำวา การทำเชนนี้ไมใชรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติม แตเปน การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมมีผลเปนการลมลางรัฐธรรมนูญฉบับเดิม ทานประธานครับ ชื่อมันบอกวา แกไขเพิ่มเติม แตศาลบอกวาอันนี้ไมใชแกไขเพิ่มเติม แตนำไปสูการทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมจึงตองทำประชามติเสียกอน ตรงนี้เองกอใหเกิดการตีความของนักการเมืองพูดงาย ๆ สมาชิกรัฐสภาหลายสวนบอกนี่อยางไรคุณตองวินิจฉัยทำประชามติเสียกอน เปนการทำ ประชามติครั้งแรกตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เปนที่ไปที่มาของการทำ ๓ ครั้งครับ ถาโดย สวนตัวกระผมไมเห็นดวยครับ ผมเห็นดวยวา ๒ ครั้งพอโดยตามขอสรุป ทีนี้เมื่อเปนเชนนี้แลว ก็หมายความวาถาเราจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมโดยกระบวนการ สสร. ก็แปลวาสมาชิก มีความเห็นแตกตางกัน เรานัดประชุมกันวันที่ ๑๓ วันที่ ๑๔ ทานประธานที่เคารพครับ เราก็เห็น กันอยูวาบรรยากาศเปน สมาชิกสวนหนึ่งบอกวาประธานบรรจุไมได เหตุผลสำคัญก็คือเคยสั่ง ไมบรรจุมาแลวอยางไร ครั้งนี้มาบรรจุไดอยางไร ประธานทำผิดบรรจุไมได พอบรรจุไมไดสมาชิก ไมมีอำนาจพิจารณา แตอีกฝายหนึ่งก็บอกวาบรรจุถูกแลว ทานประธานวันนอรสั่งบรรจุ เดิมไมบรรจุของผมตอนหลังสั่งบรรจุแลวก็สงสัญญาณมา ผมก็บอกวาผมเห็นดวย ๒ ผมเลย เสนอรางประกบกับพรรคประชาชน แตวาทานประธานโดยสรุปความเปนอยางนี้ครับ ถาครั้งนั้น เราพิจารณาตอไปผมวาทานประธานก็ทราบดี สมาชิกวุฒิสภาจะได ๖๗ เสียงไหมทานทราบดี ทานรูดี ขณะเดียวกันจะเกินกึ่งหนึ่งไหม ไมเกิน ทายที่สุดอะไรครับ การจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมเปนอันพับไป ไมผาน พวกผมจึงมาเสนอกันวาเราตองแก แกอยางไรก็เสนอญัตติเสีย ไปถามกันครั้งนี้คิดวาจะตอบ เหตุผลที่ผมคิดวาจะตอบเพราะอะไรครับ เพราะครั้งกอนที่เขา ตอบมาที่ผมถามไปครั้งนั้นประธานไมไดบรรจุรางแกไขเพิ่มเติมเขาสูวาระ แตครั้งนี้บรรจุ แลวกอใหเกิดความขัดแยงความเห็นไมตรงกัน จึงเปนที่ไปที่มาของการเสนอญัตติวันนี้ โดยสรุปความครับทานประธานที่เคารพ ผมคิดวาเรามีความตั้งใจครับ อยากจะใหมีการทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม และใหมันเกิดเปนรูปธรรมใหเกิดสำเร็จใหได อยางนอยที่สุดเราก็มี นโยบายรวมกันมาวาอยากจะเห็นการมี สสร. มาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ก็กราบเรียน ดวยความเคารพครับทานประธาน โดยสรุปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญทานณัฐพงษ เรืองปญญาวุฒิ🔗
ทานประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม ณัฐพงษ เรืองปญญาวุฒิ ผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผูนำฝายคานในสภาผูแทนราษฎร ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ทานประธานครับ กอนที่จะเขาสูการอภิปรายในญัตตินี้ผมขออนุญาตใชเวลาสั้น ๆ เคารพตอทานประธานวันนอร แตผมอาจจะขอสงขอกังวลครับในเรื่องของการพิจารณาการบรรจุญัตตินี้ครับที่จะเปน ตัวอยางใหเห็นครับวาการใชอำนาจดุลยพินิจของประธานรัฐสภาในการเลือกที่จะบรรจุ หรือไมบรรจุญัตติใดโดยการตีความเรื่องขอบกพรอง ซึ่งครอบคลุมถึงเนื้อหาสาระของตัวญัตติ นั้นมีปญหาจริง ๆ ทุกทานทราบกันดีอยูครับเรื่องญัตติไมไววางใจนั้นถูกตีความที่ประธานไมบรรจุ ซึ่งผมเคารพ แลวยอมแกไข แตวันนี้ครับทั้ง ๆ ที่ทานประธานรัฐสภาเองเห็นดวยแลวครับวาสามารถ เดินหนาการแกไขมาตรา ๒๕๖ ได โดยการจัดทำประชามติเพียงแค ๒ ครั้ง ทานประธานรัฐสภา ยอมบรรจุญัตติแลวครับ แตในขณะเดียวกันญัตติดังกลาวที่เพื่อนสมาชิกไดเสนอเขาสู การพิจารณาในวันนี้เปนญัตติที่ยอนแยงตอคำวินิจฉัยของทานประธานรัฐสภา คือเพื่อนสมาชิก ยังมาเถียงกันอยูเลยวาตกลงจะทำประชามติ ๒ ครั้ง หรือ ๓ ครั้ง ดังนั้นถาทานประธานรัฐสภา ใชมาตรฐานเดียวกันครับ ที่กังวลวาญัตติดังกลาวที่วันนี้มี ๒ ญัตติเรากำลังพิจารณากันอยูนี้ นาจะขัดตอขอกฎหมายที่ทานประธานไดวินิจฉัยแลว ผมเองก็กังวลเชนเดียวกันครับวานาจะ เปนบรรทัดฐานที่ทำใหเกิดความเหลื่อมล้ำในเรื่องของการตีความ แตอยางไรก็ตามครับ พวกเรา ตองเดินหนาตอกระบวนการรัฐสภา ผมเองก็เคารพในคำวินิจฉัยของทานนะครับ เพียงแต อยากจะใหเปนบันทึกในที่ประชุมครับ ที่อยากจะบอกวาขอบกพรองนั้นไมควรจะครอบคลุมถึง เนื้อหาสาระของญัตติดวย ทานประธานครับ เขาสูเนื้อหาสาระของการอภิปรายในญัตตินี้ ซึ่งเรามี ๒ ญัตติดวยกัน วันนี้ครับผมเองอาจจะตองถามเพื่อนสมาชิกผานทานประธานครับ ถึงเหตุและผลที่เรามาเถียงกันในวันนี้ ผมอยากจะถามจริง ๆ ครับวาเหตุผลในวันนี้ที่เราเห็นตาง เปนเหตุผลทางการเมืองหรือเปนเหตุผลทางขอกฎหมายครับทานประธาน ถาเปนเหตุผล ทางการเมืองเราตองแกดวยการเมืองครับ แตถาเปนเหตุผลทางการเมืองแตใชขออาง ทางดานขอกฎหมาย ผมเชื่อวาอยางไรก็ไมไดคำตอบครับ เมื่อสักครู สส. วิโรจน ไดลุกขึ้น อภิปรายครับ ครั้งนี้เถียงกันจะทำประชามติ ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง เดี๋ยวครั้งหนาก็มีครับ ครั้งที่ ๔ ครั้งที่ ๕ หรือหาชองวางอื่น ๆ เต็มไปหมดคอยทำลายกระบวนการในการแกไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นผมอยากจะฝากทานประธานกลับไปยังเพื่อนสมาชิกครับสื่อสารกันอยางตรงไปตรงมา จริงใจครับพวกผมไมไดดื้อ พวกผมเล็งเห็นถึงปญหาที่มีอยูครับ แตทานเองออกมาสื่อสาร ตรงไปตรงมาตอพวกเราและสังคมหรือเปลาวาที่ทานยังเดินหนาแกไขตอไมได เพราะเพื่อนสมาชิก รวมรัฐบาลบางสวนไมเห็นดวยกับการแกไขรัฐธรรมนูญ ไมใชปญหาเรื่องขอกฎหมาย แตเปน ปญหาเรื่องการเมือง ที่เพื่อนสมาชิกบางสวนเหลานั้น พูดงาย ๆ เขาไมมีแรงจูงใจทางการเมือง ใหแกครับ แกไปแลวจะไดประโยชนอะไรขึ้นมา สังคมก็ตั้งคำถามวาเพื่อนสมาชิกเหลานั้น เปนพรรคการเมืองที่ใหญที่สุดในรัฐสภาหรือเปลา แกแลวเขาจะเสียอำนาจลงไปหรือเปลา นี่ตางหากครับที่เปนเหตุขัดของ ทำใหกระบวนการการแกไขรัฐธรรมนูญเดินหนาตอไมได ดังนั้นถาถามกันเรื่องเหตุและผลครับ ผมอยากใหเพื่อนสมาชิกทุกคนมาประเมินผลไดผลเสีย ที่จะเกิดขึ้นจากการลงมติในญัตตินี้ในวันนี้ ออกไดไมกี่ทางครับ จะสงไปศาลรัฐธรรมนูญ หรือไมสง ทานประธานครับ วันนี้ถาเรามุงมั่นตั้งใจในการแกไขรัฐธรรมนูญใหกับพอแมพี่นอง ประชาชน ลงมติไมสงไปศาลรัฐธรรมนูญ เดินหนากระบวนการการแกไขรัฐธรรมนูญ แกไข มาตรา ๒๕๖ ในวันนี้ครับใหทันกอนปดสมัยประชุม มีตั้งกรรมาธิการวิสามัญยกรางแกไข เพิ่มเติมมาตรา ๒๕๖ ทันที มีอะไรจะเสียครับ ถาหากในอนาคตศาลรัฐธรรมนูญเกิดวินิจฉัย มีใครไปรองแลววินิจฉัยออกมาวาตองทำประชามติ ๓ ครั้ง เราก็แค Reset กระบวนการ ทำประชามติใหม ถาทานเล็งเห็นตนทุนของประเทศเปนสวนสำคัญ ไมมีอะไรนากังวลเลย ไมมีอะไรชาไปกวาเดิมเลยครับ ถาศาลรัฐธรรมนูญมีธงอยูแลววาตองทำประชามติ ๓ ครั้ง การเดินหนาแกไขมาตรา ๒๕๖ วันนี้ไมมีอะไรเสียครับ เวนแตตนทุนที่ทานจะยอมแลก ทานไมไดมองเห็นตนทุนประเทศที่จะเสีย แตทานเล็งเห็นถึงตนทุนของตัวเองที่จะเสียครับ เพื่อนสมาชิกหลายทานเมื่อสักครูก็ลุกขึ้นพูดครับ ลุกขึ้นพูดวาเพื่อนสมาชิกหลายสวนกลัววา เดี๋ยวถากระบวนการลมไปจะมีใครไปฟองรองวาสมาชิกรัฐสภาใชอำนาจโดยมิชอบ เดี๋ยวมีคดี เขาตัวเองครับ นี่ละครับคือการตัดสินใจที่ทานไมไดเอาตนทุนของประเทศเปนตัวตั้ง แตเอา ตนทุนของตัวเองเปนตัวตั้ง อีกดานหนึ่งครับทานประธาน วันนี้ถาเพื่อนสมาชิกขออนุญาต เอยนามนะครับดวยความเคารพ ทานอาจารยชูศักดิ์ ทานบอกวาทานเห็นดวยกับการทำ ประชามติเพียงแค ๒ ครั้งครับ แตเพื่อคลายขอกังวลเพื่อนสมาชิกยอมจะเสียเวลาเล็กนอย ลงเห็นดวยกับมตินี้ ญัตตินี้เพื่อสงไปศาลธรรมนูญกอน อะไรเสียครับทานประธาน ทุกทานอยาลืมนะครับวันนี้เปนสัปดาหทาย ๆ ของสมัยประชุมนี้ ปที่แลวครับ ป ๒๕๖๗ ศาลรัฐธรรมนูญใชระยะเวลากี่วันครับกอนที่จะมีคำสั่งวาไมรับพิจารณา ราว ๆ ๑ เดือน นะครับทานประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้กรณีดีที่สุด สมมุติศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเร็วบอกวา ทำประชามติ ๒ ครั้ง หรือไมไดแยเกินไปหนอย อึมครึมเหมือนเดิมบอกไมรับวินิจฉัย เหมือนเดิม ใชเวลาอีกนอย ๆ ๑ เดือนครับทานประธาน ไมทันปดสมัยประชุมนี้แนนอน เพราะฉะนั้นการพิจารณาแกไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕๖ ในกรณีที่ดีที่สุดหรือดีแบบกลาง ๆ ไมไดบอกวาตองทำประชามติ ๓ ครั้งนี้ อยางนอย ๆ รออีก ๔ เดือนครับสมัยประชุมหนา เทากับเปนการปดโอกาสการยกรางแกไขรัฐธรรมนูญใหมทั้งฉบับใหทันตอการเลือกตั้ง ครั้งหนาแนนอนครับทานประธาน นี่ตางหากคือตนทุนของประเทศที่จะเสียไป ดังนั้น ผมจึงตั้งคำถาม🔗
ขอแรกครับ เหตุผลเบื้องหลัง คือเหตุผลการเมืองหรือเหตุผลขอกฎหมาย ที่ใชเอามาบังหนาและตนทุนที่ทานตองพิจารณาในการลงเห็นชอบหรือไมเห็นชอบ ทานพิจารณาบนตนทุนของประชาชน ตนทุนของประเทศ หรือตนทุนของตัวเองเปนตัวตั้ง ในอีกมุมหนึ่งครับ ผมก็เชื่อวาเพื่อนสมาชิกหลายทานก็คงจะลุกขึ้นมาอภิปรายตอจากผม ถาหากมีเวลา ทานก็นาจะบอกวาทานเล็งเห็นตนทุนของประเทศเปนตัวตั้งเปนหลัก แตตองการคลี่คลายสถานการณทางการเมืองครับ เพื่อตองการปลดล็อกเงื่อนไขบางอยาง ไมใหเพื่อนรวมรัฐบาลใชมาเปนขออาง ทานคิดจริง ๆ ใชไหมครับวาถาทานปลดล็อกเงื่อนไขนี้ เขาจะไมมีเงื่อนไขตอ ๆ ไปมาอางขัดขวางกระบวนการการแกไขรัฐธรรมนูญอีก ทุกทานครับ สิ่งที่พวกผมอยากเรียกรองในประเด็นแรกก็คืออยากใหทุกทานแสดงออกอยางตรงไปตรงมา เทานั้นเองครับ🔗
ขอที่ ๒ ในประเด็นเรื่องขอกฎหมายครับทานประธาน ผมอยากจะใหทุกทาน พิจารณาในรายละเอียดของญัตติทั้ง ๒ ญัตติ ญัตติแรกของทานเปรมศักดิ์ครับ พลิกไปดู หนาสุดทาย หนาที่ ๓ ยอหนารองสุดทายครับ มีการเขียนไวชัดเจนวาศาลรัฐธรรมนูญนั้น แตเดิมที่มีคำสั่งไมรับพิจารณา เพราะรับพิจารณาเฉพาะในเรื่องของปญหาหนาที่และอำนาจ ของรัฐสภาที่เกิดขึ้นแลว ขีดเสนใต ๒ คำครับ ของรัฐสภาและที่เกิดขึ้นแลว ญัตติของ ทานเปรมศักดิ์มีปญหาจริง ๆ ดวยความเคารพครับ ทานเขียนในญัตติวา เพราะหากรัฐสภา ไดมีการพิจารณาและลงมติรางรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมทั้งที่ไมมีอำนาจ ขีดเสนใตคำวา หาก ครับ เพราะหากรัฐสภาไดมีมติ แปลวาตอนนี้ยังไมเกิดครับ ญัตติของทานเปรมศักดิ์ผมเชื่อวา ถาสงไปศาลรัฐธรรมนูญไดคำตอบกลับมาแบบเดิมแนนอนวาทานไมรับไวพิจารณาครับ อีก ๑ ญัตติของทานวิสุทธิ์ ลองดูที่หนาแรกนะครับ เขียนไวอยางชัดเจนครับ วาไดเกิดปญหา ความขัดแยงที่เห็นแตกตางของสมาชิกรัฐสภาทั้งที่เห็นดวยและไมเห็นดวยในการทำหนาที่ ในรัฐสภาแหงนี้ ขีดเสนใตคำวา สมาชิก ครับทานประธาน ปญหาความขัดแยงที่สมาชิก รัฐสภา Walk Out ไมเปนองคประชุม ทำใหการประชุมรวมกันของรัฐสภาลมไปในครั้งที่แลว ผมถามชัด ๆ ครับเปนการทำหนาที่ของสมาชิกรัฐสภา หรือเปนการทำหนาที่ของรัฐสภา ดังนั้นถาเปนการทำหนาที่ของสมาชิกรัฐสภาจะเขาเงื่อนไขของคำวินิจฉัยหรือคำสั่งของ ศาลรัฐธรรมนูญที่เขามาหรือไม เปนประเด็นที่ผมคิดวายังไมมีคำตอบ ทุกทานครับ ผมมีอีก เหตุผลหนึ่งที่อยากจะสนับสนุนขอคิดเห็นของผมครับ ที่ผานมาการพิจารณากฎหมาย หลาย ๆ ฉบับของรัฐสภา ของสภาผูแทนราษฎร มีเหตุขัดของแบบนี้มากี่ครั้ง ที่เพื่อนสมาชิก เห็นตาง ไมแสดงตนเปนองคประชุม Walk Out ออกจากที่ประชุมสภา ทำใหที่ประชุม สภาลมเกิดปญหาความขัดแยงในการทำหนาที่ของสมาชิกรัฐสภามากี่ครั้งในอดีตครับ แลวถาทานบอกครั้งนี้เปนปญหาตองสงศาลรัฐธรรมนูญไปวินิจฉัย กฎหมายอื่น ๆ ที่ผานมา ไมเปนเรื่องปญหาหนาที่และอำนาจของรัฐสภาหรือครับ กระบวนการในรัฐสภาปกติเพื่อนสมาชิก หลายคนเคยลุกขึ้นพูดครับ เปนเอกสิทธิ์ของสมาชิกที่จะไมแสดงตนที่จะ Walk Out เรามีกลไก เรามีกระบวนการ เรามีการแสดงออกหลาย ๆ อยางในรัฐสภาแหงนี้เปนเอกสิทธิ์ที่ตอวากันไมได แตเหตุใดครับ ทานวิสุทธิ์ ขออนุญาตเอยนามดวยความเคารพครับ ทานถึงเอาเหตุในการที่ เพื่อนสมาชิกมีขอขัดแยง มีความเห็นตางในการประชุมรวมกันของรัฐสภามาเปนขออาง ในการยื่นญัตตินี้สงไปใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ดวยความเคารพครับ ในความเห็นของผม ปญหาขอกฎหมายจะเกิดขึ้นในกรณีเดียวก็คือพวกเรามีการลงมติแลวอยางเดียวเทานั้น รัฐสภาของเราใชอำนาจแบบองครวมผานการลงมติแลวอยางเดียวเทานั้น ขอขัดแยงในการ อภิปรายในสภา ขอขัดแยงในการ Walk Out ขอขัดแยงในการไมแสดงตนที่ทำใหสภาลม ยอมไมเปนอุปสรรคในการทำหนาที่เพราะเปนกระบวนการปกติที่เกิดมาในสภาผูแทนราษฎร และรัฐสภาของพวกเราครับทานประธาน จบไปเรื่องขอกฎหมายทานประธาน สุดทายผมขอ ใชเวลาในชวงสุดทายอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องของตนทุนของประเทศ ตนทุนของประชาชนที่พวกเรา ตองเสียไปครับ ถาวันนี้เราไมเดินหนาการแกไขมาตรา ๒๕๖ ทันทีครับ ทานประธานครับ การแกไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวของกับหลาย ๆ เรื่อง เพื่อนสมาชิกทราบดีที่มาที่ไปของ สส. ที่มาที่ไป ของ สว. ที่มาที่ไปขององคกรอิสระ อำนาจหนาที่การจัดวางตำแหนงแหงที่ใหมีความสมดุล เปนไปตามหลักสากล ขจัดปญหาเรื่องกระบวนการนิติสงครามครับ เมื่อสักครูเพื่อนสมาชิก หลายทาน ขออนุญาตทานนพดลดวยความเคารพที่เอยนาม ที่ทานยกตัวอยางเรื่องชิมไปบนไป หลาย ๆ อยาง พรรคเพื่อไทยในอดีตก็ประสบปญหาแบบเดียวกับพวกเราครับ กระบวนการ นิติสงคราม พวกเราเจ็บปวดมาดวยกันครับ การแกไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวของกับอะไรอีกครับ ทานประธาน การรับรองสิทธิตาง ๆ ใหกับประชาชน สิทธิดานสิ่งแวดลอม อากาศสะอาด สิทธิแรงงาน สิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน รวมถึงการยกเลิกยุทธศาสตรชาติมรดกของ คสช. ที่แชแข็งประเทศไทยอยูในทุกวันนี้ครับ ทุกทานครับ นับตั้งแตความขัดแยงในการปฏิวัติ ป ๒๕๔๙ เปนตนมาจนถึงป ๒๕๖๘ เกือบ ๆ ๒๐ ปที่พวกเราอยูภายใตความขัดแยงทางการเมือง สูญเสียความภาคภูมิใจในชาติไปทีละเล็กทีละนอยครับ ถามวาพวกเราในอดีตเราเคยอยูใน ยุคหนึ่งสมัยหนึ่งที่เรารูสึกวาประเทศนี้มีเศรษฐกิจดี เปนผูนำในเวทีนานาชาติ ในเวทีระหวาง ประเทศ ประเทศเพื่อนบานในภูมิภาค ดูดีในสายตาชาวโลกครับ ดูดีในสายตาของนักลงทุน ถามตัวทุกทานเองทุกวันนี้เรายังหลงเหลือความภาคภูมิใจในชาติแบบนั้นอยูหรือไม ที่ผานมา เกิดอะไรขึ้นครับ เราคอย ๆ ถูกความขัดแยงทางการเมือง รัฐธรรมนูญที่เปนอประชาธิปไตย กัดกรอนความภาคภูมิใจในชาติไปทีละเล็กทีละนอยครับ ประเทศเราสูญเสียขีดความสามารถ ในการแขงขันเนื่องจากขาดการลงทุนในโครงสรางพื้นฐานในตนทุนมนุษย ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ทุก ๆ อยางทุกทานทราบปญหาดีอยูครับ แลววันนี้เราจะยอมสูญเสียตนทุน ตาง ๆ เหลานี้ตอไปอีกหรือไม ทุกทานครับ ผมเชื่อวาประเด็นในการแกไขรัฐธรรมนูญนี้ ดีตอ ประชาชนทุกคน และดีตอพรรคการเมืองทุกพรรคครับ เราจำเปนเปนอยางยิ่งที่วันนี้เราอยู ในยุคเปลี่ยนผาน ประชาชนคนไทยอาจจะเคยสูญเสียจุดรวมศูนยรวมจิตใจบางอยางไป เราสูญเสียความภาคภูมิใจในชาติไป อะไรคือความภาคภูมิใจในชาติใหมของพวกเราครับ สำหรับผมอยากจะสื่อสารตอประชาชนคนทั้งประเทศ ประเทศไทยที่จะมีความภาคภูมิใจ ในชาติสำหรับผมตองเปนประเทศที่มีการคุมครองสิทธิเสรีภาพ คุมครองแรงงาน มีสิ่งแวดลอมที่ดี มีอากาศที่สะอาด มีตนทุนมนุษยสูง มีการกระจายอำนาจ มีการพัฒนาเมืองไปหัวเมืองไหน ๆ ก็มีแตความสวยงามเมืองนาอยู มีเอกลักษณของตัวเอง การยุติรัฐราชการรวมศูนยก็ตองสถาปนา อำนาจทองถิ่นไวในรัฐธรรมนูญฉบับใหมครับ นี่ละครับความภาคภูมิใจในชาติใหมของผม ในยุคชวงเปลี่ยนผานประเทศนี้ ทานประธานครับ ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมพูดไปไดสะทอนแลว วาอะไรคือตนทุนที่พวกเราตองเสียไปจากการหยุดเดินหนาการแกไขรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ ฉบับใหมจะเปนโครงสรางพื้นฐานที่สำคัญใหกับประเทศที่คอย Guarantee คอยรับประกันสิทธิ หลาย ๆ อยาง ๆ ที่ผมไดบอกไป จะชวยสรางการเติบโตทางดานเศรษฐกิจใหม ๆ ใหกับประเทศดวย ดังนั้นถาวันนี้เพื่อนสมาชิกทุกทานถอยกลับมาที่เหตุผลขอแรกครับ เปนเหตุผลทางการเมือง รบกวนเพื่อนสมาชิกไปคุยกันใหจบครับแกที่เหตุผลทางการเมือง ทานนายกรัฐมนตรี ตองแสดงบทบาทผูนำในการควบคุมเสียงรัฐบาลใหไดแลวเราจะสามารถเดินหนาการแกไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไดครับ ขอบคุณครับ ทานประธานครับ🔗
เมื่อทานสมาชิกไดอภิปราย จบแลวนะครับตามขอบังคับ ขอ ๕๑🔗
ทานประธานครับ🔗
เชิญทานชวนครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ กระผม นายชวน หลีกภัย สมาชิกรัฐสภา โดยไดฟงทานผูหลักผูใหญนะครับ ทานชูศักดิ์ ศิรินิล ไดอภิปรายแลวทานก็พูดถึงการบรรจุระเบียบวาระ ทานไดกลาวไวสั้น ๆ ตอนหนึ่งวาครั้งที่แลว ไมไดมีการบรรจุระเบียบวาระในเรื่องนี้ กระผมคิดวาเพื่อใหการอภิปรายของทานชูศักดิ์นั้น ไดมีคำตอบชัดเจนนะครับ ผมก็เลยถือโอกาสกราบเรียนทานประธานสั้น ๆ ครับ โดยที่พวกเรา สภาชุดที่ ๒๖ อาจจะนึกไมออกวาสภาสมัยที่แลวในชุดที่ ๒๕ นั้นไดมีการพิจารณาเรื่องนี้ อยางไร ผมขอทบทวนเทาที่จำเหตุการณไดวา ในสภาชุดที่ ๒๕ ไดมีการเสนอรางพระราชบัญญัติ แกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในทำนองนี้ ๒ ครั้งครับ เฉพาะเรื่องทำนองนี้ไมเกี่ยวกับเรื่องอื่น คือการแกไขมาตรา ๒๕๖ และการเพิ่มหมวด ๑๕/๑ ๒ ครั้ง ครั้งแรกมีการบรรจุ ผลการพิจารณา ก็มีปญหา แตวาในที่สุดก็ลงมติไมรับครับ แตในระหวางนั้นเองทานสมาชิกผูมีเกียรติก็ไดสงเรื่อง ใหตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาการบรรจุเรื่องนี้เปนการถูกตองหรือไม การพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยดวยถอยคำที่จำไดวา ถอยคำที่อาจจะไมถูกทั้งหมดนะครับ แตกราบเรียนวาการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมดวยวิธีการรางรัฐธรรมนูญแกไขเพิ่มเติมใหมี หมวด ๑๕/๑ ยอมมีผลเปนการยกเลิกรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ อันเปนการแกไขหลักการสำคัญที่ผูมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญดั้งเดิมตองการปกปองคุมครองไว หากรัฐสภาตองการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมตองจัดใหประชาชนผูทรงอำนาจสถาปนา รัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติเสียกอนวาสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม ถาผลออกมา เสียงประชามติเห็นชอบดวย จึงดำเนินการจัดทำรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมตอไป นี่คือคำวินิจฉัย ตอนหนึ่งนะครับ ดังนั้นเมื่อหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญไดวินิจฉัยแลวมีสมาชิกผูมีเกียรติ ไดเสนอแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แลวก็มีหมวด ๑๕/๑ คือการรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมเกิดขึ้น สภาขณะนั้นตองกราบเรียนดวยความเคารพวาก็ตองนำมาพิจารณาครับวาจะสมควรบรรจุหรือไม ผมกราบเรียนทานประธานวาก็คงใชวิธีไมตางกับปจจุบัน นั่นก็คือใหฝายกฎหมายของสภา พิจารณาทบทวน ๒ ๓ รอบครับ ที่ประชุมใหญของฝายกฎหมายสภามีมติเปนเอกฉันทครับ วาบรรจุไมไดเพราะขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ยอมผูกพันรัฐสภา เมื่อฝายกฎหมายมีมติเปนเอกฉันทในฐานะประธานรัฐสภารวมกับ รองประธานรัฐสภา แลวรวมไปถึงประธาน รองประธานสภาผูแทนราษฎร เราก็หารือกัน ภายในวาเมื่อคำวินิจฉัยออกมาเชนนี้การตัดสินใจของสภาขณะนั้นจึงปฏิบัติไปถามความเห็น โดยเอกฉันทของที่ปรึกษากฎหมายของรัฐสภาวาไมบรรจุ ซึ่งก็กราบเรียนวาวันนั้นก็มีคน ซักถามแลวกระผมในฐานะประธานรัฐสภาก็ไดตอบชี้แจงไปวันนั้นเปนขอความที่ยาวนะครับ วาเหตุผลในการตัดสินใจเปนอยางไร อันนี้คือที่มา วันนั้นในการพิจารณานั้นไดนำกฎหมาย ที่เสนอฉบับที่ ๒ นะครับไปเทียบกับฉบับที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยครับวาเนื้อหาขอความนี้ มันแตกตางกันใหม โดยสรุปแลวในการพิจารณานั้นเจาหนาที่สภาเขาก็ดูใหทั้งหมด ขอความ ก็ไมแตกตางกัน แลวก็ไมแตกตางกับปจจุบันนี้ ดังนั้นการบรรจุในขณะนั้นจึงไดตัดสินใจ ไมบรรจุโดยยึดตามที่เห็นวาเมื่อมีความประสงคจะแกไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมก็ทำใหเปนไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นี่คือขอผูกพันที่ในที่สุด การตัดสินใจขณะนั้นจึงไมไดบรรจุ ผมกราบเรียนใหพวกเรารับทราบเพราะวาเพื่อน ๆ หลายทาน ในที่นี้ไมไดอยูในสภาชุดที่ ๒๕ อันนี้คือประเด็นที่อยากจะกราบเรียนเพื่อใหสอดคลองกับ ที่ทานชูศักดิ์ไดพูดวาไมบรรจุดวยเหตุผลอะไรครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณทานชวน หลีกภัยมากครับ มีทานสมาชิกทานใดจะอภิปรายไหมครับ ถาไมมีสมาชิกอภิปรายแลว ก็จะใหผูเสนอญัตติทั้ง ๒ ทานไดสรุปอีกครั้งหนึ่งเปนครั้งสุดทาย เชิญคุณหมอเปรมศักดิ์ครับ🔗
กราบเรียนทานประธานวุฒิสภา ทานประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทยเปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา กลุมอาชีพ สาธารณสุข จากอำเภอบานไผ จังหวัดขอนแกน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ทานประธานครับ กระผมพรอมกับผูรวมเสนอญัตติทั้งสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรรวมแลว ๖๐ ทาน ไดรับฟงการอภิปรายตั้งแตบายมารวมแลว ๕ ชั่วโมงเศษ ๆ กระผมเองกราบเรียนวา ไดรับฟงแนวความคิดและเสียงสะทอนจากเพื่อนสมาชิกรัฐสภาดวยความสนใจ และกระผมเอง ยังยืนยันวาการที่เสนอเพื่อที่จะใหรัฐสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปญหา เกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) นั้น ผมยัง ย้ำยืนยันเหมือนเดิมวามีความจำเปนอยางยิ่ง ประการแรกทานประธานครับ เพื่อไมใหมีปญหา ตามมา ทานประธานครับ เราเลนกีฬา เราตองถามกติกากอนวาเลนอยางไร ทำอยางไรไมให Foul ทำอยางไรใหเลนกีฬาไดจนครบตามระยะเวลาของเกมกีฬานั้น ๆ กระผมเองคอนขางวิตกวา เพื่อนสมาชิกไดกลาววาผมเสนอญัตติดวยความกลัว ทานประธานครับ ถาจะมีอยูบางก็คือกลัว เพื่อนรวมรัฐสภาทำอะไรที่ผิดกฎหมายแลวเกิดโทษทัณฑตามมา มันจะอยูกันไมครบครับ ทานประธานครับ ไมไดเกี่ยวกับความกลัวแตเรื่องใด ๆ เลย ชีวิตผมสะกดคำวากลัวไมคอยเปน เสียดวยครับ อันที่ ๒ ทานประธานครับ ขอย้ำวาการเสนอแกไขรัฐธรรมนูญจะตองไมเปนเกม การเมืองที่ตองเอาชนะคะคานกันหรืออางประชาชนอยูร่ำไป ทานประธานครับ ถาอางประชาชน ประชาชนวันนี้ไมไดสนใจการแกรัฐธรรมนูญนะครับ สนใจวาเศรษฐกิจจะเปนอยางไร เกษตรกร ก็สนใจวาราคาขาวที่ตกต่ำจะทำอยางไร ผูสูงอายุคนที่เกษียณก็กลัวปญหา Call Center เมื่อไรจะจัดการได เขากลัวสิ่งเหลานี้ครับ ออกไปจากรั้วรัฐสภาจะไมพบเลยครับวามีใคร เรียกรองใหแกไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นผมวาถาเราทำตามความเรียกรองของประชาชนเรื่องนี้ไมไดเปนประเด็นเลยครับ แลวตอ คำถามของหลายทานที่ถามวาแลวนานแคไหน ศาลรัฐธรรมนูญถึงจะมีคำวินิจฉัยลงมา ทานประธานที่เคารพครับ ผมขอตอบแบบศัพทสมัยเกาวานานเทาไรก็จะรอครับ เพราะอะไร เพราะทานมีอำนาจ ในวงจรขององคกรอิสระไมมีใครไปกดดันศาลรัฐธรรมนูญได ดังนั้น ระยะเวลาทานจะวินิจฉัยนานเทาไร ผมคิดวาไมใชประเด็นหลัก แตผมคิดวาทานตองรอบคอบ ที่จะวินิจฉัยลงมาเพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุดตอสมาชิกรัฐสภาที่ยื่นญัตติขึ้นมา ทานประธาน และอีกประเด็นหนึ่ง ผมกราบเรียนวา ที่ผมกราบเรียนวาไมควรจะเปนเรื่องทางการเมือง เพราะวาพวกเราสมาชิกรัฐสภาโดยเฉพาะวุฒิสมาชิกหาเสียงไมไดครับ ไดเปน สว. แคสมัยเดียว ก็หมดไปครับ จะมาคาดหวังวาแกรัฐธรรมนูญเพื่อจะไปสมัคร สว. สมัยหนาไมมีสักคนครับ ผมขอเรียนเตือนทานเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาเลยครับ แตเราเปนองคประชุมเรื่องนี้ครับ เพราะรัฐธรรมนูญใหเรามีบทบาทในการแกไขกฎหมายสูงสุดของประเทศ ถาบอกวาตองมี สมาชิกวุฒิสภา ๑ ใน ๓ จึงจะครบองคประกอบ คือ ๖๗ คน ผมก็พรอมจะเปนคนหนึ่งใน ๖๗ ที่จะรวมมือกับทาน ถาแกแลวมันมีประโยชน เพราะฉะนั้นอันนี้ไมไดเกี่ยวกับการหาเสียง ทางการเมืองครับ เกี่ยวของกับผลประโยชนที่แกแลวจะไดประโยชนจริงหรือไม แลวอะไร รับประกันได ผมยกตัวอยางทานประธานบอกวาถาเราจะให สสร. สมาชิกสภารางรัฐธรรมนูญ เอารัฐธรรมนูญไปรางเองทั้งฉบับ ผมเกรงครับวาจะเปนการตีเช็คเปลาใหไปกรอกตัวเลข ตามอำเภอใจหรือเปลา แลวเราจะทำอะไรไดเมื่อยกอำนาจไปขนาดนั้นแลว แตถาเราแกรายมาตรา อยางที่เราแกเรื่องวิธีการเลือกตั้ง เรื่องบัตรเลือกตั้ง ทานเห็นไหมครับก็แกได มีบัตร ๒ ใบ ใบหนึ่งเลือกแบบบัญชีรายชื่อ ใบหนึ่งเลือกแบบแบงเขต ๆ ละ ๑ คน ผลการเลือกตั้งพรรคไดที่ ๑ ก็คือพรรคประชาชนไมใชหรือครับ พรรคกาวไกลตอนนั้นครับ พรรคไดที่ ๒ กลับกลายเปน พรรคเพื่อไทยดวยซ้ำไปครับ เพราะฉะนั้นมันไมไดเกี่ยวผมอยากใหมองอนาคตเรื่องของบานเมือง มากกวาเรื่องทางการเมือง ทานประธานครับ และอีกประเด็นสุดทาย สว. ตองเปนกลาง ผมกราบเรียนวาในการแกไขรัฐธรรมนูญนั้นบางอยางความเห็นอาจจะตรงกับพรรคการเมือง บางพรรคบางหรือขัดแยงกับพรรคการเมืองบางพรรคบางไมไดเกี่ยวของกับที่เราจะไป เกี่ยวของกับพรรคการเมืองแตอยางใด แตมองวาจะเปนประโยชนอยางไรตอพี่นองประชาชน หรือไม เพราะฉะนั้นเราจะแกรัฐธรรมนูญแบบรื้อบานทั้งหลังตองถามกอนวาเราใหความเปนธรรม กับบานหลังที่เราจะรื้อหรือไม บานหลังที่เราจะรื้อใหความรมเย็นอบอุนใหชีวิตความเปนอยู ของเราและสมาชิกครอบครัวมาจนถึงวันนี้ จะรื้อทั้งหลังโดยไมมีความดีสักอยางจะเปนไปได อยางไร ยกตัวอยางเชนถาใครจะรื้อเรื่องกลไกปราบโกงผมก็ไมเห็นดวย จะรื้อหมวด ๑ หมวด ๒ ผมยิ่งไมเอาดวยเลยครับ แลวสมาชิกจำนวนมากก็ไมเอาดวยครับ เพราะฉะนั้น การที่จะทำอะไรหลาย ๆ อยาง ถาทานอยากไดเสียงวุฒิสภา ๖๗ เสียงไมไดยากหรอกครับ เอาใจมาวัดกันวาเราจะทำงานเพื่อบานเพื่อเมืองอยางไร ไมมีใครที่จะไมรวมมือหรอกครับ ผมอยากใหมองโลกในแงดี แลวก็ใหโอกาสพวกเราทำงานรวมกัน แลวจะเปนผลสำเร็จ อยางแนนอนครับ ทานประธานครับ ผมจะจบดวยคำวา ประชาธิปไตยไมใชรถไฟความเร็วสูง ผมเคยพูดเมื่อเชาแลววาถาไปดวยความเร็วสูงมันจะอุบัติเหตุกอนแลวมันจะเกิดปญหา ตอผูโดยสารมากมาย เปนรถไฟธรรมดาก็ได ลำเลียงผูโดยสารใหไปสูเปาหมายดวยความปลอดภัย แลวก็ไมตองเรงรัดเรงรีบ ขอสำคัญมองสมาชิกที่รวมขบวนดวยความเมตตา ดวยความที่เปน คนที่อยูในขบวนเดียวกัน แลวเราจะถึงปลายทางทั้งขบวน ขอบพระคุณทานประธานครับ🔗
ขอบคุณคุณหมอเปรมศักดิ์ เพียยุระ ตอไปจะเปนญัตติของคุณวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ซึ่งไดมอบหมายใหคุณสุทิน คลังแสง เปนผูสรุปแทนครับ เชิญครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ไดรับมอบหมายจากเจาของญัตติ คือทานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ใหผมไดทำหนาที่ สรุปแลวผมก็จะใชโอกาสนี้ใชสิทธิพาดพิง ซึ่งมีสมาชิกไดพาดพิงใหเกิดความเสียหายอยูไมนอย ก็จะใชเวลาไมนานครับทานประธาน กระชับเพื่อใหไดเกิดความเขาใจ ทานประธานครับ ตลอดเวลาในการอภิปรายวันนี้ก็มีคำถามแลวมีขอกลาวหาจากเพื่อนสมาชิกในสวนที่ไมเห็นดวย กับการเสนอญัตติ มีขอกลาวหาอยู ๓ ๔ ขอ ซึ่งผมคิดวาถาไมอธิบายเพิ่มเติมมันจะมีผล ตอการพิจารณาลงมติ ผมจึงขออนุญาตอธิบายขอกลาวหาใหชัดนิดหนึ่ง ขอกลาวหาที่กลาวหา กันอยูซ้ำหลายครั้งก็คือ เจตนาเตะถวง ยื้อเวลาการแกรัฐธรรมนูญ ทำใหเกิดความเสียหาย เสียเวลา อันนี้ขอที่ ๑🔗
ขอที่ ๒ ก็กลัว ฝายที่เสนอญัตติวันนี้เปนฝายที่มีความกลัว ไมกลาเดินหนา ในการที่จะพิจารณาญัตตินี้ กลัวตอศาล กลัวตอคำวินิจฉัย แลวก็พูดเลยไปจนถึงวาความกลัวนั้น ทำใหสภาเสียหาย ทำใหประชาชนเสียหาย อันนี้ก็ตองอธิบายซึ่งก็มีสมาชิกบางสวนอธิบาย ไปแลวผมก็จะเพิ่มเติมไมมาก แลวที่สำคัญที่สุดก็มีขอกลาวหาที่คอนขางรุนแรงจากเพื่อนสมาชิก ขออนุญาตเอยนามคือคุณวิโรจน ก็ไดกลาวหาวาฝายที่เสนอคือพวกกระผมไมมีความกลาหาญ ขลาดเขลา หงอ ใชคำประมาณนี้ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ตองชี้แจงครับ ทานประธานครับ ทานประธานที่เคารพครับ การแกไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มันเดินมาถึงจุดทางเลือก ๒ ทาง เทานั้นละ ครั้งวันที่ ๑๓ ครั้งวันที่ ๑๔ ที่แลว กับครั้งนี้ก็เหมือนกัน คือจะเดินหนาตอใหมัน จบวาระที่สาม หรือจะไมเดินหนาตอเปลี่ยนมายื่นตีความ เทานั้นละครับ ฝายหนึ่งก็บอกวา เดินตอ ฝายหนึ่งก็บอกวาเดินตอทำทาจะไมดี หันมายื่นตีความใหชัดเจนเสียกอน พวกผม อยูในฝายที่ขอมายื่นตีความ เพราะฉะนั้นก็ถูกกลาวหาวาทำไมไมเดินหนาตอ ซึ่งเมื่อสักครูนี้ ทานผูนำฝายคานและทางซีกฝายคาน และฝายที่ไมเห็นดวยก็ย้ำมากวาตองเดินหนาตอ เอามาตรา ๒๕๖ ใหจบ สวนคนที่ไมเดินหนาตออยางพวกผมก็ถูกกลาวหาวาขี้กลัวและถวง ผมเลยเรียนอยางนี้ครับ ผมถามวาถาเดินหนาตอนี่ทานวิเคราะหอยางไร พวกผมวิเคราะห บนโลกบนความเปนจริงแลววาเดินหนาตอนี่ คะแนนไมถึงตกแน ตกแนนอน อันนี้ถาเปนโลก อุดมการณอาจจะมองวาถายังไมลงคะแนนมันจะไปรูไดอยางไรก็วาไปเรื่องอุดมการณ แตความเปนจริงเราไดทำการบานแลว ตกแน ถาตกไดประโยชนอะไร แลวกลับมาถอย แลวยื่นตีความไดประโยชนอะไร ผมเรียนถามที่ไมเห็นดวยโดยเฉพาะทานผูนำฝายคาน ทานบอกวาเดินหนาตอ มาตรา ๒๕๖ ทานมั่นใจไดอยางไรวาถาเดินหนาตอแลวเราจะได รัฐธรรมนูญ มั่นใจอยางไรวาเดินหนาตอแลวจะแกสำเร็จ ถึงไดเกิดคำถามวาอยากแกใหไดแก เทานั้นหรือเอาใหแกได พอมาถึงตรงนี้ทานก็จะถามตอวาปญหามันอยูที่การเมืองนี้หรืออยู ขอกฎหมาย ทานก็พูดใหชัดขึ้นมาหนอยวาการเมืองก็คือการแกคราวนี้ก็คือรัฐบาลไมเห็นดวย ดวยกัน ไมมีเอกภาพ เสียงไมพอจะตก ผมเรียนตอบเลยวาในทางการเมืองในพรรครวม แมจะไมไดเห็นดวยกันทุกพรรค แมบางพรรคไมเห็นดวย แตจากการที่เราไดสำรวจ ทำการบาน เสียงฝาย สส. ในพรรครวมเราผานครับ แตที่ไมผานคืออะไรครับ ก็เรียนตรงไปตรงมา อยูนี่ละ ก็คือ ๖๗ เสียง นับแลวอยางไรก็ไมพอ ๖๗ เสียง ซึ่งเรื่องนี้ทานก็พอทราบ ทุกคน ก็พอทราบวา ๖๗ เสียงมันไมพอ ๖๗ เสียงมาจากฝายไหนก็ไมตองพูดไปเอยกันละ แตรูวา ๖๗ เสียงนี้หาไมได เมื่อหาไมไดก็รูวา เดินหนาก็ตก เรายอมตก ถาทานยอมตก ถามวาประชาชนไดอะไร ประชาชนเสียเวลาไหม หรือทานจะบอกวาถาตกก็ยื่นใหมอีก ๔ เดือนขางหนา ผมก็จะถามทานวาถา ๔ เดือน ขางหนา สมัยหนามายื่นกันอีกแลวความไมชัดเจนขอนี้ก็ยังเปนปญหาเปนเงาทะมึนอยู สมาชิกบางสวนก็จะกลัวถูกเลนงาน ถูกลงโทษ ถูกขอหาก็ไมลงอีก ความมืดดำหรือความไมชัดเจนนี้ ก็ยังเปนเงาทะมึนอยู ๔ เดือนขางหนาก็กลับมาวนเวียนมาเจอปญหาเดิม แลวทางเลือกนี้ ผมถามวาจะไดรัฐธรรมนูญดวยวิธีไหนมีความหวังอยางไร เพราะฉะนั้นเราจึงหันมาใชวิธีการ ไปยื่นตีความเสียใหชัด ถาชัดแลววาทำกี่ครั้ง กี่รอบอยางไรเสร็จสรรพ คนที่อางก็จะอางไมได คนที่เอามาเปนเหตุอางวาเพราะกลัวโนนกลัวนี่ อางไมได และที่สำคัญที่สุดที่ทานบอกวา พวกผมกลัวศาลรัฐธรรมนูญ ทานทำไมไมคิดวาถาถามไปเสียคราวนี้จากที่ทานตอบไวกำกวม ไมชัดเจนบังคับใหทานพูดใหชัดเสีย แลวคราวหนาทานจะไมไดมาเลนงานผมภายหลัง ทำไม ทานไมคิดแบบนั้น ภาษาชาวบานเขาบอกวาทำไมไมตัดหางยัดปากไวเลย ทำไมไมใชวิธีนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องวากลัวนี่ผมขอปฏิเสธ แลวการเดินหนาแมวันนี้สมมุติเรามีมติวาไมยื่น แลวมาเดินหนากัน ทานกับผมมานั่งคุยกันเลยวาตกหรือไมตก แลวตกทานจะตอบประชาชน วาอยางไร🔗
ประการตอมาก็บอกวาเราเตะถวง ทานประธานที่เคารพครับ การยื่นญัตตินี้ คุณหมอเปรมศักดิ์อาจจะพูดแลววาศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณากี่วัน กี่เดือนไมมีใครจะไป แทรกแซง ไปบังคับทานได จริงครับ แตเราก็สามารถที่จะหาคำตอบจากประสบการณได จากประสบการณที่เคยยื่นแลวศาลเคยใชวิธีพิจารณานี่เราก็พอประมาณการได แมไมได ไปบังคับทาน ผมก็ประมาณการวาไมนาจะเกิน ๑ เดือน ถาเราจะชาสัก ๑ เดือนมันจะเสียหาย อะไรมากไหมถาแลกกับความชัดเจนที่ไดมา เพราะฉะนั้นที่บอกวาเตะถวงผมวา ๑ เดือน มันไมนาจะถึงขั้นเตะถวง อาจจะสะดุดนิดหนึ่ง แตสะดุดเพื่อใหไดสิ่งที่ดีกลับมา🔗
ประการตอมาคำถามที่ชอบพูดแลวขอกลาวหาก็คือหาวาเรากลัวศาลก็ตอบ ไปบางแลว แตประเด็นใหญที่มันครอบคลุมดวยกันก็คือบอกวา เราไมมีความกลาหาญ เราไปหงอ ใหกับอำนาจที่ไมใชอำนาจประชาชน เราไปสยบยอม แลวก็กลาวพาดพิงมาถึงเพื่อนสมาชิก เขาใจวากอแกว เมื่อกอนกลาหาญวันนี้ทำไมไมกลาหาญ ทานประธานครับ ผมตองเรียนวา เราเปนพรรคที่อยูมานานพอสมควร เราเคยใชความกลาหาญมามากแลว เราเคยใชความเด็ดเดี่ยว มามาก แตผลที่ไดคืออยางไร ชัดเจน ทานมาทีหลังผมทานก็ใชความกลาหาญทานก็โดน เหมือนกัน โดนมากี่ดอก เพราะฉะนั้นคำพระทานบอกวา ความกลาหาญควรเสมอดวยปญญา ปญญาควรเสมอดวยสติ หมายความวาใชความกลาหาญอยางเดียวแตไมใชสติปญญา ประกอบ รบรอยครั้งคุณแพ ผมเคยทำงานกับทหารทานฟงนะ เขาคัดคนไปรบกลาหาญ อยางเดียวก็ไมไดหรอก ถากลาหาญแลวโง ๆ สงไปแพหมด เขาอยากไดทหารที่กลาหาญ แลวฉลาดดวย แลวความกลาหาญตองเสมอดวยสติคืออะไร มีปญญาไมพอ เรียนเกงไมพอ รูไมพอ รูการยุทธหมด แตสติตองรู ตองเย็นพอ ตองรูวาเวลาที่มันควรตองใชประมาณไหน ตองอดทนใหได แลวตองแยกแยะมิตรใหออก ศัตรูใหออก คำวา สติ ผมฝากทาน วาเรื่องแก รัฐธรรมนูญนี้ทานกำลังสูกับใครครับ คิดดี ๆ นะครับ ทานควรตำหนิพวกเราดวยกันเอง หรือตำหนิศาล หรือตำหนิฝายไหน ลองคิดนิดหนึ่ง ถาทานเลือกถูก เลือกมิตร เลือกศัตรูถูก เลือกคนรวมทางถูก ติพองามอยาถึงขั้นทำรายกัน ทานจะมีเพื่อนรวมเดินทาง ไมอยางนั้นเปนมวยหลงมุม เปนไกหลงตีตัวเองนี่ก็แพหมด ทานครับ ผมกราบเรียนคำวา ปญญา คืออยางไร ปญญาก็คือวันนี้เราไดพิจารณาแลววา ปญหาที่สำคัญของการแกรัฐธรรมนูญคือคำวินิจฉัยของศาล ศาลทำไมวินิจฉัยอยางนี้ เราก็ วินิจฉัย เราก็ใชปญญาวิเคราะหไปไดวาที่มาที่ไปคืออยางไร วันนี้สมมุติวาเราเดินหนาแก มาตรา ๒๕๖ ใหจบไมตองยื่นตีความ เกิดมีปาฏิหาริยวาได ๖๗ เสียงครบ ผาน เราก็ใช ปญญาคิดไดจากประสบการณวาจะมีคนไปยื่นตีความไหม เกิดมีฝายไมหวังดีไปยื่นศาล ตีความวากระบวนการที่ผานมาทั้งหมดนี้ไมชอบดวยคำวินิจฉัย มันก็จะเกิดปญหาอีก เพราะฉะนั้นถาเรามีปญญาที่พอเราแกปญหาไวเสียใหมันจบคราวเดียว เดินวันนี้ก็ไมตองไป สะดุดกี่ครั้ง ๆ หรือเมื่อเดินผานไปแลวก็ไมตองมานอนผวาวาจะมีคนไปยื่นแลวจะถูก เลนงานอีก เพราะฉะนั้นถาจะใชเวลาสักหนอยสักเดือนหนึ่งเพื่อใหเกิดความชัดเจน เพื่อปองกัน ฝายที่จะตองเลนงานเราหลาย ๆ ดานตอไปนี้เพื่อใหมันหมดจด ผมคิดวาเราไดใชสติ ไดใช ปญญาดวย แลวที่สำคัญที่สุดความกลาหาญนี่ผมฝากครับ เราจะตองสูอะไรอีกมากมายในประเทศ ของเรากับการตอสูเพื่อไดมาซึ่งประชาธิปไตย ประชาธิปไตยไมใชรถดวนคุณหมอเปรมศักดิ์ พูดถูก ผมก็เพิ่มครับ การตอสูใหไดมาซึ่งประชาธิปไตย ซึ่งหลายคนหลายรุนที่เขาสูมาแลวเขา แพมา เขาอะไรมาเยอะนี่ มันบอกใหเรารูวาเราใชความกลาหาญอยางเดียวไมได เราตองมีกลยุทธ ลมมันเปลี่ยนทิศตองเบนหัวเรือในบางครั้ง ไมไดเบนหนีแตเบนไมใหเรืออับปาง เบนเพื่อหลบลม เพื่อที่จะไปสูเปาหมาย ไมใชเรากลาหาญ ลมมันมาทิศนี้มาสูเรา เราก็หันหัวเรือใสลม ผมคิดวา แบบนี้สูใหไดใหตายก็ไมไดประชาธิปไตยครับ ทานประธานที่เคารพครับ ผมคิดวาไดใชโอกาส ใชเวลาสรุปเพื่ออธิบายขอกลาวหาเพื่อนสมาชิกอีกฝายหนึ่งตามสมควร ก็ขออนุญาตยืนยัน อีกครั้งหนึ่งวาพรรคเพื่อไทยและเพื่อนสมาชิกที่สนับสนุนวันนี้มีเจตนาบริสุทธิ์ที่อยากจะให การแกไขรัฐธรรมนูญมันสำเร็จ ใหแกไดไมเพียงใหไดแก และเปาหมายเราอยากไดรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมไปใหประชาชน ขอบคุณครับทานประธานครับ🔗
ขอบคุณคุณสุทิน คลังแสง มาก🔗
ทานประธานครับ ผม วิโรจน ลักขณาอดิศร ครับ ขอใชใชสิทธิพาดพิงตามขอบังคับ ขอ ๔๗ สั้น ๆ ครับ🔗
เอาที่พาดพิงที่เสียหาย เทานั้นครับ เชิญครับ🔗
คืออยางนี้ครับ เมื่อสักครูผมไดยินทางทานสุทิน คลังแสง เอยชื่อถึงผมนี่ผมก็เคารพนะครับ เพราะทานก็ถือ วาเปน สส. ที่นาเคารพนับถือในอดีตอยางมากนะครับ คือสิ่งที่ผมตองการคำยืนยันเลย จากพรรคเพื่อไทยก็คือวา หากยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความไปแลว สติปญญาที่ทานวานี่ถาศาล ทานมีคำวินิจฉัยอยางไรก็แลวแต ยังคงมีเสียงตีความอยางนั้นอยางนี้ก็แลวแต ทานยังจะ เดินหนาตอไปไหม สส. ของพรรครวมรัฐบาลจะเห็นดีเห็นดวยกับทานไหม ทานใหคำมั่น ที่สะทอนถึงสติปญญาใหกับเพื่อน ๆ สมาชิกในรัฐสภาแหงนี้ฟงไดไหม ผมตั้งคำถามสุดทาย ครับทานประธาน วันนี้ผมดีใจที่ทานสุทินบอกวาจะตัดหางสุนัขไปยัดปากใครบางคน แตถาเกิดวันนั้นใครบางคนที่วาเอาหางสุนัขมารัดคอทาน ใหผมชวยเอาหางสุนัขนั้นเอาออก จากคอทานครับ แลวเราเดินหนาไปดวยกันได แตวันนี้ผมยืนยันครับ🔗
พอแลวครับ🔗
ความกลาหาญ พวกเรามีสติปญญาครับ ถึงเวลาทานจะไมมีปญญาแมกระทั่งไดแกรัฐธรรมนูญ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ก็เปนอันวา การอภิปรายไดจบสิ้นแลวนะครับ ตอไปจะเปนการลงมติจะใหรัฐสภามีมติสงใหศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) หรือไมนะครับ กอนที่จะลงมติผมขอตรวจสอบองคประชุมนะครับ ขอเชิญ สมาชิกที่อยูขางนอกเขามาเสียบบัตรแสดงตนดวยนะครับ🔗
สมาชิกที่เขามาแลวนะครับ กรุณากดบัตรแสดงตนนะครับ ถาขัดของอยางไรก็กรุณาแจงใหเจาหนาที่ดวยนะครับ🔗
กราบเรียนทานประธานรัฐสภาครับ ผม นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา ลำดับที่ ๑๘๙ ขอแสดงตนครับ🔗
ครับ วุฒิสมาชิก ๑๘๙ แสดงตนนะครับ เจาหนาที่จดดวยนะครับ บางทีผมจดไมทัน รอสักครูนะครับ กำลังเขามา อีกหลายทานนะครับ🔗
ทานประธานครับ ผม วันนิวัติ ๓๓๓ แสดงตนครับ🔗
เชิญครับ ทานสมาชิกที่อยู ขางนอก เชิญครับ🔗
ทานประธานที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา หมายเลข ๐๐๕ รายงานตนครับ🔗
๐๐๕ แสดงตนนะครับ🔗
ทานประธานครับ สุทนต กลาการขาย สมาชิกวุฒิสภา ๑๖๙ แสดงตนครับ🔗
ครับ สว. ๑๖๙ แสดงตน🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพครับ ผม บุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา ๐๗๕ แสดงตนครับ🔗
ครับ สว. ๐๗๕ แสดงตน🔗
กราบเรียนทานประธานรัฐสภา กระผม นายพิพิธ รัตนรักษ สมาชิกลำดับที่ ๒๕๕ แสดงตนครับ🔗
๒๕๕ ครับ เดินเขามาอีกหลายทาน เขามาแลวกรุณากดบัตรแสดงตนเลยนะครับ ทานสมาชิกแสดงตนทุกทานแลวนะครับ ปดการแสดงตนนะครับ เจาหนาที่แสดงผลนะครับ จำนวนผูแสดงตนเขาประชุม ๕๕๔ ทาน บวกอีก ๖ ทานเปน ๕๖๐ ทาน ครบองคประชุมนะครับ🔗
ตอไปผมจะถามมติ จากที่ประชุมวาจะเห็นดวยกับการสงศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยปญหาหนาที่และอำนาจ ของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) หรือไมครับ ถาผูใดเห็นชอบวา ควรสง กรุณากดปุม เห็นดวย🔗
ทานประธานครับ ผม สิริน สงวนสิน พรรคประชาชน ไมเห็นชอบครับ🔗
อยาเพิ่งครับ เดี๋ยวนะครับ ถาทานสมาชิกทานใด🔗
ทานประธานครับ ๐๙๑🔗
ถาทานสมาชิกทานใด เห็นควรสงก็กรุณากดปุม เห็นชอบ ถาทานสมาชิกเห็นวาไมควรสงก็กดปุม ไมเห็นดวย🔗
ทานประธานครับ ผม พิพิธ รัตนรักษ เห็นดวยครับ ๒๕๕ ครับ🔗
ถาทานผูใดเห็นวาควร งดออกเสียงกรุณากดปุม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนไดนะครับ🔗
ทานประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
๐๙๑ ชาดา ไทยเศรษฐ เห็นชอบครับ🔗
ครับ สส. ชาดา ไทยเศรษฐ🔗
กราบเรียนทานประธานรัฐสภา กระผม นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา ลำดับที่ ๑๘๙ งดออกเสียงครับ🔗
๑๘๙ สว. งดออกเสียง เจาหนาที่จดตลอดนะครับ เชิญครับ ทานผูใดยังขัดของในการลงคะแนน กรุณาแจงดวยนะครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สว. ๐๐๕ งดออกเสียงครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพครับ🔗
เดี๋ยว ชา ๆ นิดหนึ่งครับ🔗
กระผม สุทนต กลาการขาย ๑๖๙ งดออกเสียงครับ🔗
งดออกเสียงแลวก็ลงมติ เจาหนาที่จดทันนะครับ เชิญครับ มีสมาชิกทานใดยังไมลงคะแนนบางครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ที่เคารพครับ ผม บุญชอบ สระสมทรัพย สมาชิกวุฒิสภา หมายเลข ๐๗๕ งดออกเสียงครับ🔗
งดออกเสียงอีก ๑ ทานครับ เชิญครับ🔗
ผม เกรียงไกร ๐๒๗ เห็นชอบครับ🔗
เจาหนาที่จดทุกทานแลว ถาไมมีแลวก็ปดการลงคะแนนนะครับ🔗
ทานประธานครับ ๓๖๘ เห็นชอบครับ🔗
ก็บันทึกไวครับเพราะวา เจาหนาที่นับคะแนนแลวนะครับ มีผูมาลงมติทั้งหมด ๕๗๒ ทาน เห็นดวย ๓๐๑ ทานบวกกับ อีก ๓ ทาน เปน ๓๐๔ ทาน ไมเห็นดวย ๑๕๐ ทานบวกอีก ๑ ทานเปน ๑๕๑ ทาน งดออกเสียง ๑๒๐ ทาน ไมลงคะแนน ๑ ทาน ที่ประชุมนี้เห็นดวยใหสงไปใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา วินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ที่ประชุมนี้เห็นวาควรสงตามคะแนนที่ไดแจงใหทราบแลวนะครับ🔗
เปนอันวาวันนี้หมดระเบียบ วาระการประชุมแลว ขอขอบพระคุณทานสมาชิกรัฐสภาทุกทานนะครับ ขอบคุณครับ ขอปดประชุมครับ🔗
เลิกประชุมเวลา ๑๗.๓๖ นาิกา🔗