รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพุธที่ ๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๖
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
------------------------------
ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนะครับ อนุญาตให้สมาชิกได้หารือ ฝ่ายรัฐบาล ๒๒ ท่าน ฝ่ายค้าน ๑๕ ท่าน ตอนนี้ก็ใช้เวลาแค่ ๒ นาที ขอให้ท่านปรับเนื้อหาให้ได้ ๒ นาทีครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ ก่อนเพื่อนสมาชิก จะเริ่มหารือขอปรึกษากับท่านประธานครับ🔗
ชื่ออะไรครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอปรึกษากับท่านประธานครับ ขอให้ ท่านประธานแจ้งเลื่อนการประชุมกลุ่มมิตรภาพออกไปก่อนครับ เนื่องจากในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งเพื่อนสมาชิกและทางเจ้าหน้าที่เองได้ให้ข้อมูลถึงปัญหาบางประการที่เกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีเพื่อนสมาชิกจำนวนมากที่แจ้งว่า ตนยังไม่ทราบว่ามีการประชุม เพราะว่าไม่ได้รับการแจ้ง และเพื่อนสมาชิกอีกหลาย ๆ ท่านแจ้งว่ากลุ่มที่ตนได้สมัครไปนั้น ชื่อไปอยู่ผิดกลุ่มทำให้ไม่ได้รับแจ้งในการเชิญประชุม ซึ่งต่อมาทำให้เพื่อนสมาชิกที่สมัครไป ผิดกลุ่ม หรือว่าชื่อไปอยู่ผิดกลุ่มต้องทำการลาออก ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ประสานมาว่า การลาออกเกิดขึ้นเยอะ เจ้าหน้าที่ก็เกรงว่าจะมีความผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นการบันทึก การประชุมหรือในการประชุมเอง เพราะฉะนั้นจึงอยากขอให้ท่านประธานเลื่อนการประชุม กลุ่มมิตรภาพออกไปก่อน แล้วให้ทางเจ้าหน้าที่และสมาชิกรวมถึง Whip ทั้ง ๒ ฝ่ายได้คุยกัน ถึงหลักการว่าเราจะทำกันอย่างไร เพื่อให้เราสามารถใช้กลไกกลุ่มมิตรภาพนี้ให้มีประสิทธิภาพ มากที่สุด ซึ่งผมก็ได้ประสานงานกับทาง Whip ทั้ง ๒ ฝ่ายแล้ว แล้วทั้ง ๒ ฝ่ายก็เห็นด้วย ให้เลื่อนออกไปก่อน แล้วเดี๋ยวเราจะคุยกันอีกครั้งหนึ่งครับ🔗
ท่านอื่นมีความเห็นไหมครับ ถ้าไม่มีความเห็นนะครับ คือเรื่องของกลุ่มมิตรภาพก็เนื่องจากว่า เราได้งดการประชุมเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว วันพุธ วันพฤหัสบดี เราเหนื่อยจากการแถลงนโยบาย แล้วก็งดการประชุม เรื่องของกลุ่มมิตรภาพตอนนี้มีผู้สมัครเข้ากลุ่มมิตรภาพ ๑๕๐ กว่าท่าน เหลืออีก ๓๕๐ ท่านที่ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกกลุ่มมิตรภาพ ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่าน ท่านเลือกได้ ๕ กลุ่ม มี ๗๕ กลุ่ม ท่านชอบประเทศไหนอยากจะมีความสัมพันธ์ อยากจะเรียนรู้ อยากจะเชื่อมโยงกับประเทศต่าง ๆ ใน ๗๕ ประเทศนี้ ก็ขอให้ท่านเลือก ที่จะเข้ากลุ่ม ท่านเลือกได้ ๕ กลุ่ม วันนี้ก็ขอให้ท่านไปสมัครเข้ากลุ่มมิตรภาพ แล้วก็ขอให้ Whip ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลได้หารือกันเพื่อให้เกิดความยุติธรรม เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย แล้วก็ไม่ใช่ว่ามีปัญหา ก็ไม่อยากให้มีปัญหาในสภาของเราก็ลองคุยกัน เดี๋ยวผมจะเรียน ให้ท่านประธานวันมูหะมัดนอร์ได้รับทราบเรื่องนี้ เดี๋ยวจะเรียนท่านประธานนะครับ ก็ให้ Whip ไปคุยกันก่อน ทางเจ้าหน้าที่กลุ่มมิตรภาพอย่างไรก็ประสานงานกับ Whip ฝ่ายค้าน Whip รัฐบาล แล้วก็หารือกันนะครับ เชิญครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทย การเข้ากลุ่มมิตรภาพนั้นเป็นการรวมกลุ่มกันเพื่อที่จะไปเชื่อมโยงต่อประเทศที่เกี่ยวข้อง กับประเทศไทย เพราะฉะนั้นการที่เราลงชื่อในแต่ละกลุ่มมิตรภาพใน ๕ กลุ่มแล้ว ผมเห็นว่า เราควรจะอยู่ในกลุ่มที่เราลงชื่อไว้ในการเข้าร่วมประชุมแต่ละครั้ง เพราะฉะนั้นการที่จะต้อง ไปลงชื่อในหน้าห้องประชุมเพื่อเพิ่มชื่อในแต่ละกลุ่มมิตรภาพอีก หลังจากนั้นกลับมา แล้วก็ถอนชื่อนี้ผมเห็นว่าไม่สมควร เห็นควรจะเป็นชื่อตามที่สมาชิกได้เลือกไว้ใน ๕ ประเทศ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอให้ทาง Whip ฝ่ายค้าน Whip รัฐบาล แล้วก็ทางเจ้าหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร ได้หารือกันแล้วก็เรียนท่านประธานรัฐสภา ฝากด้วยนะครับ หารือ ๓ ท่านแรกนะครับ ท่านแรก คือท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ท่านที่ ๒ คือท่านตวงทิพย์ จินตะเวช ท่านที่ ๓ คือท่านวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ เชิญท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอนำปัญหาภายในพื้นที่มาหารือ ท่านประธาน🔗
เรื่องแรก ไฟส่องสว่างบริเวณแยกมไหสวรรย์ดับหลายจุด🔗
เรื่องที่ ๒ ถนนขรุขระบริเวณหน้าตลาดสำเหร่ ฝากการรถไฟฟ้าช่วยแก้ไขด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ ถนนคับแคบบริเวณหน้าวัดสุทธาวาส เทอดไท ๒๓ ฝาก กทม. พิจารณาเวนคืนขยายถนนด้วย🔗
เรื่องที่ ๔ ตากสิน ซอย ๓๔ บริเวณศาลเจ้าโกวบ๊อ ขอสัญญาณไฟข้ามถนน เนื่องจากทางมีอุโมงค์ทำให้สร้างสะพานลอยไม่ได้🔗
เรื่องที่ ๕ ตรวจสอบความถูกต้องในการเปิดใช้อาคารคอนโดมิเนียมดาวตก ข้างวัดเศวตฉัตรวรวิหาร ยังชดเชยความเสียหายจากประชาชนไม่เสร็จ แต่ก็เปิดแล้วนะครับ🔗
เรื่องที่ ๖ ปัญหาการจราจรติดขัดเส้นถนนตากสินจากการก่อสร้างรถไฟฟ้า สายสีม่วง🔗
เรื่องที่ ๗ ปัญหาเรื่องโต๊ะสนุกเกอร์เปิดเกินเวลา ซอยเจริญรัก ๑๖/๑ ทั้งยังขายสุราเกิน จอดรถกีดขวางอีก🔗
เรื่องที่ ๘ ฝากเรื่องถึงจราจรกลางกำหนดพื้นที่ที่ห้ามจอดบริเวณถนนเจริญนครใหม่ ด้วยนะครับ ชาวบ้านหากินลำบากมาก🔗
เรื่องที่ ๙ คุณขจรศักดิ์ ราษฎรที่อาศัยอยู่ที่ท่าดินแดงร้องเรียนการจัดพื้นที่ ห้ามจอดบริเวณถนนท่าดินแดง ถนนสาย Street Food อยากให้จัดใหม่ ชาวบ้านเดือดร้อน เช่นกันครับ🔗
เรื่องที่ ๑๐ ขอให้มีการสร้างหลังคาสะพานลอยบริเวณปากซอยโรงเรียน วัดบางปะกอกให้เด็กนักเรียนได้ใช้ด้วย🔗
เรื่องที่ ๑๑ ปรับปรุงถนนจอมทองบูรณะ ใต้ทางด่วนเฉลิมมหานคร พื้นผิวขรุขระ แล้วก็ทำความสะอาดฝุ่นพื้นผิวถนนจากการก่อสร้างด้วย ฝนตกถนนลื่นมากครับ🔗
เรื่องที่ ๑๒ ปัญหาการจราจรติดขัดเส้นจอมทอง ราษฎร์บูรณะ สุขสวัสดิ์ กว่าจะออกจากหมู่บ้านไปวัดบางปะกอกได้ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๑๓ ปรับปรุงอำนวยความสะดวกการทำบัตรประชาชนให้ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียงตามบ้านด้วย ฝากกระทรวงมหาดไทยด้วย🔗
เรื่องที่ ๑๔ ขอให้จัดกำลังสายตรวจเพิ่มไม่เพียงพอบริเวณเขตธนบุรี ฝากสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านตวงทิพย์ จินตะเวช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน ตวงทิพย์ จินตะเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องอำเภอเดชอุดม ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ของดิฉัน🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องไฟสัญญาณจราจรแยกบ้านหนองยาว หรือเรียกกันว่าแยกวัดใจ แยกบ้านหนองยาวนี้อยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอเดชอุดมมากนัก จึงทำให้มีรถสัญจรไปมามากมาย เนื่องจากเป็นทางเชื่อมจากหลายตำบลหลายอำเภอเพื่อมุ่งตรงเข้าสู่ตัวอำเภอเดชอุดม แต่เนื่องจากไม่มีไฟสัญญาณจราจรทำให้การขับรถข้ามผ่านทางแต่ละครั้งเป็นไปได้อย่าง ยากลำบาก บ่อยครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ เมื่ออ้างอิงจากสถิติโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช อำเภอเดชอุดม นับตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๖ จนถึงปัจจุบันมีผู้บาดเจ็บและเกิดอุบัติเหตุแล้ว ๔ ราย แต่โชคดีปีนี้ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ดิฉันต้องขอชื่นชมหมวดทางหลวงเดชอุดมที่มีการติดตั้ง ไฟกระพริบ มีการติดตั้ง Barrier เพื่อแก้ไขปัญหาชั่วคราว แต่ว่ายังคงติดขัดทางด้าน งบประมาณอยู่ ดิฉันกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้ได้มีการผลักดันเร่งรัดพิจารณาโครงการก่อสร้างไฟสัญญาณจราจร แยกบ้านหนองยาวนี้อย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อป้องกันปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อน ของพ่อแม่พี่น้องด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องถนนสาย อบ.๒๐๕๕ เส้นทางเข้าบ้านนาเจริญเชื่อมโรงน้ำแข็ง กรณ์เดช สภาพถนนเส้นนี้ชำรุดเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดทั้งสาย ระยะทางยาวประมาณ ๔.๕ กิโลเมตร พ่อแม่พี่น้องที่สัญจรไปมาเดินทางด้วยความยากลำบาก ลูกหลานที่ไปเรียนหนังสือ ลำบากมาก ดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการเร่งรัด พิจารณาจัดสรรงบประมาณอย่างเร่งด่วนที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้อง เนื่องจากเป็นปัญหาที่คั่งค้าง สะสม และเรื้อรังมานานหลายปีแล้ว กราบขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๑ พรรคเพื่อไทย🔗
เรื่องที่ ๑ กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายกำพล จันทบ และสมาชิก องค์การบริหารส่วนตำบล ท่านชฎาพร ส่งเสริม ว่าอ่างเก็บน้ำกุดโงผนังดินทลายเพราะน้ำป่า ไหลหลากเข้าพื้นที่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นอ่างเก็บน้ำที่พี่น้องประชาชนใช้ในการเกษตร และปศุสัตว์ ผมได้สอบถามเบื้องต้นไปถึงท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบ่อ ท่านพินิจ ส่งเสริม ได้ทราบว่าทางองค์การบริหารส่วนตำบลไม่มีงบเพื่อจะมาซ่อมแซม ผนังดินดังกล่าว ฝากท่านประธานถึงกรมชลประทานและกรมเจ้าท่าเพื่อจะแก้ไขปัญหา ให้พี่น้องประชาชน เพราะอ่างเก็บน้ำดังกล่าวถ้าเกิดถึงหน้าแล้งแล้วพี่น้องประชาชน จะไม่มีน้ำใช้🔗
เรื่องที่ ๒ อุบลราชธานีในขณะนี้แม่น้ำมูลกำลังท่วมบ่าเข้าในชุมชนในเขตเทศบาล นครอุบลราชธานี กระผมและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลต่าง ๆ ได้ปรึกษาหารือกันแล้วว่า วันนี้เรากลัวน้ำจะท่วมขังเหมือนมหาอุทกภัย ปี ๒๕๖๕ ซึ่งเป็นบทเรียนที่ทำให้รัฐบาลที่แล้ว ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถดูแลพี่น้องได้ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมพร้อม การเตือนภัย การหายานพาหนะขนของและเตรียมที่พักอาศัย ให้พี่น้องประชาชน วันนี้ผมได้ปรึกษาหารือกับท่านนายกเทศบาลนครอุบลราชธานี ท่านพิทยา ชัยสงคราม เราขอให้ทางรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยให้อุบลราชธานี เป็นวาระของชาติเพื่อจะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้ยั่งยืน แต่วันนี้โชคดีครับ เราได้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านเกรียง กัลป์ตินันท์ ลงพื้นที่วันนี้เพื่อจะไปประชุมกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานี ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเฉลิมชัย กุลาเลิศ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม เฉลิมชัย กุลาเลิศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล กทม. ห้วยขวาง วังทองหลาง วันนี้จะมาหารือในเรื่องว่าคดีผิดนัดชำระหนี้ค่าใช้จ่ายส่วนกลางของคอนโดมิเนียม แดน ลิฟวิ่ง รัชดา-ประชาอุทิศ🔗
ก่อนอื่นจะต้องขอกล่าวถึงว่า คอนโดมิเนียม แดน ลิฟวิ่ง รัชดา-ประชาอุทิศ ถูกสร้างโดยบริษัท กรีฑา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด สร้างเมื่อปี ๒๕๕๘ แต่เมื่อประมาณปี ๒๕๕๙ ทาง ปปง. ได้ทำการยึดทรัพย์ในคดีจำนำข้าว เพราะว่าทางบริษัท กรีฑา พร็อพเพอร์ตี้ ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และนางกิ่งแก้ว ลิมปิสุข ทำให้ ห้องถูกอายัดไป ๗๐๑ ห้อง แล้วก็ ๑๐ โครงการนะครับ หลังจากนั้นระหว่างที่อายัดทรัพย์ ทาง ปปง. ได้ตั้งบริษัท ทรัพย์สินทร์ 54 จำกัด มาจัดการบริหารปล่อยเช่าให้บุคคลทั่วไป เพื่อนำมาชำระค่าส่วนกลาง แล้วก็ต่อมาในปี ๒๕๖๕ คดีถึงที่สุดทาง ปปง. ได้ทำการยึดทรัพย์ แล้วก็ส่งต่อให้กรมธนารักษ์ ปัญหาก็คือในเดือนมกราคม ๒๕๖๖ ทางกรมธนารักษ์ ไม่ได้ทำการชำระค่าส่วนกลาง ทำให้เกิดปัญหาที่เช่าเสื่อมโทรมต่าง ๆ ความคืบหน้าล่าสุด จากการนัดไกล่เกลี่ยกรมธนารักษ์เสนอจ่ายแค่ ๔ ล้านบาท โดยให้เหตุผลว่าทรัพย์เพิ่งตกมา เป็นของกรมธนารักษ์ ทางกรมจะจ่ายเฉพาะในช่วงเวลาที่ทรัพย์เป็นของตน แต่ตาม พ.ร.บ. อาคารชุด ปี ๒๕๒๒ ไม่สามารถขอลดค่าส่วนกลางได้ ตอนนี้ค้างค่าชำระเป็นจำนวนเงิน ถึง ๑๔๕ ล้านบาท ตอนนี้คดีอยู่ในชั้นศาลจะไกล่เกลี่ยกันอีกในช่วงมกราคม แต่ปัญหา ของชาวบ้านคือค่าส่วนกลางที่เหลืออยู่จะมีเพียงพอต่อการใช้จ่ายถึงแค่เดือนตุลาคม ๒๕๖๖ นี้ เท่านั้น จึงอยากให้ทางกรมธนารักษ์ได้เข้ามาไกล่เกลี่ยให้เร็วขึ้น เพื่อที่ว่าค่าใช้จ่ายส่วนกลาง จะพอเพียงกับการใช้จ่ายของปีนี้นะครับ อย่างไรก็ขอฝากทางกรมธนารักษ์ผ่านไปยัง ท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ อีก ๓ ท่าน ท่านแรก ท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร ท่านที่ ๒ ท่านธิษะณา ชุณหะวัณ ท่านที่ ๓ ท่านวีระพล จิตสัมฤทธิ์ เชิญท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สส. นักพัฒนาแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทย🔗
วันนี้ผมขอปรึกษาหารือในเรื่อง การขาดแคลนน้ำประปาซึ่งได้รับจากนายวิมล อุปราช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๔ ผ่านมายัง ท่านนายกกฤษดากร สุริยะวงศ์ เรื่องน้ำประปาซึ่งได้แจ้งนำเสนอไว้ตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว เรื่องของการขยายเขตน้ำประปาจากถนน ๓๐๔ ถึงวัดหนองช้างลง หมู่ที่ ๔ ตำบลกบินทร์บุรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ขอให้ขยายเพื่อให้ประชาชนได้ใช้น้ำประปา ซึ่งเรา ได้นำเสนอมาแล้วครับ🔗
เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องมาจากการขอขยายเขตน้ำประปาจากถนน ๓๐๔ เข้ามายัง บ้านคลองกลาง บ้านชำโสม แต่ขณะนี้ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอกบินทร์บุรี อยากจะขอ ความอนุเคราะห์ผ่านมายังท่านนายกประยูร สมโภชน์ เพื่อจะขยายเขตต่อไปอีกจากบ้านชำโสม ด้วยความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ต้องการน้ำประปา เนื่องจากว่าพอฤดูแล้งแล้วน้ำที่เป็น แหล่งน้ำดิบนั้นขาดไม่สามารถที่จะใช้ประโยชน์ได้ จึงขอเรียนมาครับ🔗
เรื่องที่ ๓ จากโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งขาดครูผู้สอนเป็นจำนวนมาก ดังนั้น โรงเรียนบ้านนาคลองกลาง ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอกบินทร์บุรี โดยการรวมจากวัดก็คือ โรงเรียน ชาวบ้าน และประชาชนทั่ว ๆ ไปได้ร่วมกันเพื่อที่จะนำเงินมาใช้ในการสร้างโรงเรียน และสนับสนุนในการที่จะใช้เป็นเงินจ้างคุณครูจึงจัดทอดผ้าป่าครับ จึงจะนำเสนอขอให้ประชาชน โดยทั่วไปที่มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันบริจาค เพื่ออนุเคราะห์ให้โรงเรียนขนาดเล็ก ๆ ได้อยู่สอน ต่อไป เพื่อประโยชน์กับประชาชนในเขตตำบลเขาไม้แก้ว หมู่ที่ ๑ ขอกราบขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธิษะณา ชุณหะวัณ ครับ🔗
สวัสดีค่ะท่านประธาน ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สส. กรุงเทพมหานคร เขต ๒ พรรคก้าวไกล🔗
ประเด็นที่ ๑ เป็นประเด็นเร่งด่วนที่ดิฉันต้องการจะปรึกษาเกี่ยวกับกรณี รื้อถอนของโครงการ The One Bangkok ในชุมชนพัฒนาบ่อนไก่และชุมชนกุหลาบแดง ชุมชนหลังวัดปทุมวนาราม มีประชาชนกว่า ๑,๐๐๐ ครัวเรือนกำลังจะถูกลอยแพไม่ให้มี ที่อยู่อาศัย และไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม โดยสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ต้องขอบพระคุณที่ให้ที่ดิน ๓ ไร่จะสร้างเป็นอาคาร ๕ ชั้น ซึ่งตอนนี้ยังไม่เห็นแบบแผน ที่ชัดเจน คนเหล่านี้คือทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญ เป็นแรงงานในตัวเมือง ทำอาชีพรับจ้าง ทั่วไป เป็นแม่บ้าน เป็น รปภ. ตามห้างสรรพสินค้าชื่อดังในเขตปทุมวัน ชาวบ้านรอ อย่างมีความหวังเกี่ยวกับราคาเช่าซื้อที่ได้ยินมาว่าจะต้องผ่อนเดือนละ ๗,๐๐๐ บาท ซึ่งสูงเกินไปสำหรับชาวบ้านที่มีรายได้น้อย ตกลงจะให้ชาวบ้านจ่ายราคาเช่าซื้อเท่าไร ชาวบ้านไม่ไหวในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้เป็นไปไม่ได้ค่ะ ฝากถึง พอช. และท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวง พม. ไปพูดคุยให้ราคาถูกลง ขยายเวลาในการผ่อนดอกเบี้ยพิเศษ ราคาเข้าถึงได้ สำหรับชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำ เนื่องจาก The One Bangkok ผู้ซื้อที่ดินทรัพย์สินไป กำลังจะรื้อถอนที่อยู่ของชาวบ้าน มากกว่า ๑,๐๐๐ ครัวเรือนที่ยังต้องการแรงงาน อีกมาก เช่นเป็นแม่บ้าน รปภ. สามารถให้ประโยชน์กับโครงการ The One Bangkok ได้ค่ะ🔗
ประเด็นที่ ๒ คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องจากที่ดินดังกล่าว เป็นของ รฟท. มี ๑,๖๐๐ ครัวเรือนที่จะได้รับผลกระทบจากการรื้อถอน เช่น ชุมชนรถไฟ ย่านราชเทวี พอช. ร่วมกับการออมของชาวบ้านจัดสรรที่ดินตรงหมอเหล็งกับสวนราชเทวีภิรมย์ รองรับได้เพียง ๒๑๘ ครัวเรือน แต่มีทั้งหมด ๓๐๐ กว่าครัวเรือนที่จะไม่มีที่อยู่อาศัย ๓๑๕ ครัวเรือน อย่างไรก็ดียังมีพื้นที่ว่างอยู่ ๕๐๐ ไร่ตรงที่ดินริมบึงมักกะสัน ซึ่งทาง การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ทำสัญญาเช่ากับ CP ไปแล้ว ๒๐๐ ไร่ เหลืออีก ๓๐๐ ไร่ ดิฉันหวังว่าทาง รฟท. ทางท่านรัฐมนตรีจะจัดสรรที่ดินตรงนั้น ซึ่งเป็นที่ดินริมบึงมักกะสัน มาให้กับประชาชนพี่น้องคนจนเมืองที่คอยทำงานรับใช้พวกท่าน และทำงานรับใช้คนชนชั้นกลาง ในเมืองที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของตัวเองค่ะ ดิฉันไม่เคยขัดข้องถ้าจะมีนโยบายที่จะทำให้ ประเทศพัฒนาขึ้น อย่างเช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง EEC ๓ สนามบินที่จะต้องรื้อถอน ที่อยู่ของชาวบ้าน แต่ท่านควรจะแก้ไขปัญหาของคนในพื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อคุณภาพชีวิต ที่ดีของประชาชนในทุกชนชั้น ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวีระพล จิตสัมฤทธิ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม วีระพล จิตสัมฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๖ พรรคเพื่อไทย ขอหารือต่อท่านประธาน ๕ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากนายสันติ จันทเสน สมาชิกองค์การ บริหารส่วนตำบลกฤษณา แจ้งว่านายจักรกฤษ เคารพ อยู่บ้านสวัสดี ตำบลกฤษณา อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นผู้ป่วยพิการทางสมองตั้งแต่กำเนิด มีเนื้องอก และถุงน้ำใต้ตาขนาดใหญ่ เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็น สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง อยู่คนเดียวตามลำพัง บ้านที่อยู่อาศัยก็ผุพังต้องอาศัยวัดเป็นที่พักพิง จึงขอให้ท่านประธาน ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือต่อไปครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างข้างทาง บนทางหลวงชนบท ศก.๓๒๐๓ ช่วงบ้านบุตาด หมู่ที่ ๑๓ ตำบลกฤษณา อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งสายทางนี้ ก็มีหน่วยงานราชการ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน ศูนย์เด็ก อบต. รพ.สต. ในยามค่ำคืนนั้นมืดสนิท เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอให้กรมทางหลวงชนบทช่วยเร่งติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ทางหลวงชนบท ศก.๓๐๑๖ สายบ้านบิง-ไพรบึง เป็นถนนเชื่อม ระหว่าง ๒ อำเภอ คืออำเภอขุขันธ์ แล้วก็อำเภอไพรบึง ผ่านตำบลตะเคียน ตำบลลมศักดิ์ ตำบลไพรบึง มีรถบรรทุกวิ่งผ่านทำให้ผิวทางขรุขระแตกร่อน ได้มีชาวบ้านร้องขอไฟฟ้า ส่องสว่างบริเวณสี่แยกบ้านโพนและบ้านตาเสก🔗
เรื่องที่ ๔ ถนนสายบ้านคันนา ตำบลห้วยสำราญ ไปยังบ้านโสน ตำบลโสน อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ สภาพยังคงเป็นถนนดินลูกรัง ผิวทางขรุขระ ช่วงหน้าฝนนั้น จะมีน้ำขัง และบริเวณโดยรอบนั้นเป็นถนนคอนกรีตเกือบหมดแล้ว จึงขอให้ท่านประธาน ประสานไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ช่วยจัดสรรงบประมาณแก้ไขให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๕ ถนนลาดยางขององค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ สายบ้านกลาง-บ้านหนองกาด ตำบลลมศักดิ์ อำเภอขุขันธ์ ไปบ้านปุดเนียม ตำบลสำโรงพลัน อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ ถนนสายนี้ผ่านการซ่อมแซมปะหลุมมาหลายครั้ง หมดสภาพ จากการเป็นถนนลาดยางต้องบูรณะปรับปรุงผิวทางใหม่ และขออนุญาตท่านประธานส่งเป็น เอกสารด้วย ขอบคุณครับ🔗
ท่านวีระพลครับ เรื่องบ้านผู้ยากไร้อย่างไรเดี๋ยวมาติดต่อผมได้นะครับ ต่อไปท่านชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๖ พรรคก้าวไกล ขอปรึกษาหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอสามพราน ผ่านท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการของโรงพยาบาลสามพราน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนในสถานการณ์ปัจจุบัน🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดสรรงบประมาณโครงการ ยกระดับหลังคาและปรับปรุงทางเดินเท้านักท่องเที่ยว บริเวณตลาดริมน้ำดอนหวาย หมู่ที่ ๕ ตำบลบางกระทึก เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในการท่องเที่ยวตลาดน้ำดอนหวาย🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้กรมทางหลวงเร่งพิจารณาจัดสรรงบประมาณโครงการ ก่อสร้างสะพานข้ามแยกขนาด ๔ ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข ๔ หรือถนนเพชรเกษม ช่วงแยกวัดเทียนดัดและแยกซอยวัดโรมัน เพื่อปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัด ในชั่วโมงเร่งด่วน🔗
เรื่องที่ ๔ สัญญาณไฟจราจรบริเวณสี่แยกหน้าวัดเทียนดัด ตำบลบ้านใหม่ ไม่สามารถใช้งานได้เป็นเวลานานหลายปีแล้ว จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดสรร งบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว🔗
เรื่องที่ ๕ พี่น้องประชาชนได้ฝากให้กระผมช่วยเร่งรัดติดตามงานโครงการ ปรับปรุงพร้อมพัฒนาถนนทางหลวงหมายเลข ๓๓๑๖ ช่วงพื้นที่ตำบลทรงคนอง จึงขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังแขวงทางหลวงสมุทรสาครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๖ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดสรรงบประมาณโครงการ ป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่หมู่ที่ ๕ ตำบลบางเตย เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนต่อไป🔗
เรื่องที่ ๗ ทางเท้าตั้งแต่ช่วงโลตัสศาลายาจนถึงซอยบางเตย ๒ มีสภาพชำรุด และผิวทางด้านซ้ายของถนนมีลักษณะเป็นแอ่งยาว เมื่อฝนตกจะเกิดน้ำท่วมขัง จึงขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังแขวงทางหลวงสมุทรสาครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหา ดังกล่าวโดยเร็ว🔗
เรื่องที่ ๘ น้ำในคลองนา ตำบลท่าข้าม ได้เน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นเป็นเวลานาน หลายปีแล้ว ประชาชนในพื้นที่อยากได้คลองธรรมชาติกลับคืนสู่ท้องถิ่น จึงขอฝากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านแรก ท่านอมรเทพ สมหมาย ท่านที่ ๒ ท่านภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ ท่านที่ ๓ ท่านพูนศักดิ์ จันทร์จำปี เชิญท่านอมรเทพ สมหมาย ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอมรเทพ สมหมาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๕ อำเภอขุนหาญ อำเภอภูสิงห์ เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๖ ได้มีโอกาสเดินทางเข้าสู่อำเภอภูสิงห์ ไปเป็นประธานเปิด การแข่งขันกีฬาห้วยตึ๊กชูเกมส์ ได้รับการร้องเรียนจากท่านผู้อำนวยการ คณะครูบาอาจารย์ ท่านผู้ใหญ่ ตลอดจนพี่น้องประชาชนของบ้านโคกใหญ่ และขณะเดินทางได้รับเสียงกระซิบ จากพี่น้องประชาชนของบ้านโคกใหญ่ว่ากำนันมาแล้ว สิ่งสำคัญก็คือถนนหนทางของเรา เสียหายอย่างมากครับ ขอฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือถนนภายในโรงเรียน บ้านทุ่งหลวงถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะผ่านไปสู่ช่องสะงำ ผ่านวัดไพรพัฒนา เป็นที่สักการะ หลวงปู่สรวงของพวกเรา นี่คือสิ่งสำคัญถนนลำบากมากครับท่านประธาน ฝากท่านประธานไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากนางวิรัตน์ วรงค์ ซึ่งเป็นข้าราชการ ที่เกษียณอายุราชการไป ท่านได้เก็บเงินส่วนหนึ่งจากการที่เกษียณราชการเพื่อนำเงิน ส่วนหนึ่งเป็นทุนการศึกษาให้ลูกให้หลานเป็นสิ่งสำคัญก็คือเก็บเงินเพื่อปลูกทุเรียน ที่อร่อยที่สุดของประเทศไทย มีมิจฉาชีพโทรศัพท์บอกว่ามาจากกรมบัญชีกลางให้กดเงิน ตามที่ต้องการ ต้องขอบคุณท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ขอบคุณครับ🔗
ถ้าเกิดยังไม่จบกระบวนความก็พูดต่อได้นะครับ เพราะว่าก็จะได้บันทึกไว้ให้มันจบสิ้น ก็ไม่เป็นไร นิดหน่อยนะครับ อย่างไรถ้าเกิดหมดเวลาแล้วก็ยังต่อเนื่องนิดหน่อยได้ เพราะว่า จะได้จับใจความได้ ต่อไปท่านภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวจังหวัดพิจิตรอยู่ ๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรก เรื่องการท่องเที่ยวในจังหวัดพิจิตร จังหวัดพิจิตรไม่ใช่เมืองหลัก ไม่ใช่เมืองรอง และไม่ใช่เมืองผ่าน เป็นจังหวัดที่ต้องตั้งใจมา ปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยว ในจังหวัดพิจิตร ๗๐๐,๐๐๐ คนเทียบกับจังหวัดที่อยู่ติดกัน พิษณุโลก ๒,๖๐๐,๐๐๐ คน เพชรบูรณ์ ๒,๒๐๐,๐๐๐ คน สุโขทัย ๑ ล้านคน เดือนสิงหาคมที่ผ่านมาของทุกปี จะมีการจัดการแข่งขันเรือยาวหลายสนาม ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยว ๑๐๐,๐๐๐ คน และสร้างรายได้กว่า ๑๐๐ ล้านบาท สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่ วัดท่าหลวง วัดบางคลาน วัดโพธิ์ประทับช้าง บึงสีไฟ ผมจะขอฝากท่านประธานไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดพิจิตรด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เด็กป่วยในสถานศึกษา เด็กเล็กป่วยในโรงเรียนเป็นจำนวนมาก โรงเรียนปิด โรงพยาบาลเตียงเต็ม ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดพิจิตร หรือในกรุงเทพมหานคร หรือทั่วประเทศไทย ปัจจุบันนี้โรคที่พบบ่อย ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ RSV มือ เท้า ปาก Rotavirus หรือแม้กระทั่งโควิด ซึ่งบางรายมีอาการหนักและต้องนอนโรงพยาบาลกัน หลายวัน ผมจะขอฝากท่านประธานไปยังกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ ช่วยออกมาตรการป้องกันโรคติดต่อในสถานศึกษาเป็นการด่วนด้วยครับ โดยเฉพาะการเก็บ สถิติข้อมูลเด็กป่วยต่อพื้นที่หรือต่อสถานศึกษาเพื่อนำมาใช้ในการป้องกันในปีต่อ ๆ ไป🔗
เรื่องสุดท้าย เรื่องมาตรฐานอุตสาหกรรมไทยสินค้าที่ผลิตในประเทศ โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องมีตรา มอก. แต่สินค้าที่มาจากต่างประเทศต้นทุนถูกกว่า ผลิตในประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการไทยทำธุรกิจลำบาก ที่น่ากลัวก็คืออุปกรณ์ไฟฟ้า ที่นำเข้ามาไม่ได้มาตรฐานทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรบ่อยครั้ง ผมจะขอฝากท่านประธาน นำเรียนไปยังกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อหามาตรการป้องกันสินค้า ที่ไม่ได้มาตรฐานเข้ามาขาย ในประเทศด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพูนศักดิ์ จันทร์จำปี เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม พูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ขอหารือท่านประธาน ๒ ประเด็น🔗
ประเด็นแรก เรื่องของการมีส่วนร่วมของชุมชนในโครงการประเภทต่าง ๆ ในวันที่ ๗ กันยายนที่ผ่านมามีผู้คัดค้านโครงการในระหว่างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อประกอบการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ๒ โครงการที่มายื่น คือ🔗
๑. โครงการผลิตไฟฟ้าชีวมวลจากชานอ้อยที่อำเภอปทุมรัตน์ จังหวัดร้อยเอ็ด🔗
๒. โรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก🔗
ทั้ง ๒ โครงการนี้พบว่ามีการพยายามตัดประชาชนผู้ที่มีส่วนเสีย ขอย้ำว่า ส่วนเสียนะครับ ไม่ใช่ส่วนได้ ตัดประชาชนผู้ที่มีส่วนเสียออกจากการมีส่วนร่วมของชุมชน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้แก่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้พิจารณาทบทวนและพิจารณาปรับปรุงกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ต่อโครงการต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และรักษาสิทธิของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียต่อไป🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของการจัดสรรงบประมาณในการจัดการแหล่งท่องเที่ยว ในพื้นที่ของอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เชียงคานเป็น ๑ ใน ๒ แห่งของประเทศเท่านั้น ที่ได้รับรางวัล ๑๐๐ สถานที่ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งจัดโดย Global Sustainable Tourism Council ในปี ๒๕๖๓ ซึ่งในการรักษารางวัลนี้ไว้ต้องเพิ่ม Degree หรือเพิ่มความเข้มข้น ในการจัดการสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น ประกอบกับนักท่องเที่ยวมีจำนวนถึง ๕๕๐,๐๐๐ คนต่อปี ในขณะที่ประชากรมีเพียง ๕,๕๐๐ คนต่อปีแสดงให้เห็นว่าการจัดสรรงบประมาณแบบเดิม ๆ ไม่เหมาะสมกับเมืองท่องเที่ยวอย่างเชียงคาน ดังนั้นในระยะเร่งด่วนนี้ผมมีข้อเสนออยากจะให้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเทศบาลเชียงคานในการปรับปรุง ดังนี้🔗
๑. ก็คือการขอใช้ที่ดินราชพัสดุ แปลงที่ ๘๑๓ ซึ่งเป็นของกรมธนารักษ์ ภายใต้การดูแลของกรมการปกครองเพื่อจัดทำที่จอดรถขนาดใหญ่🔗
๒. ก็คือขออนุมัติผู้ว่าราชการจังหวัดเลยจัดซื้อรถเก็บขยะเพิ่มเติมในฤดู ท่องเที่ยวซึ่งมีปริมาณขยะมากขึ้นไปกว่าเดิม ๔-๕ เท่า🔗
๓. ก็คือเรื่องของประปาไหลอ่อนอยากจะให้การประปาส่วนภูมิภาค ช่วยจัดสรรงบประมาณ เพื่อขยายกำลังการผลิตและจัดเปลี่ยนท่อส่งโดยเร่งด่วน ปัญหา เหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไขเป็นเวลานาน และเป็นการดีถ้าหากได้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ จังหวัด เพื่อให้ท้องถิ่นจัดสรรงบประมาณให้ตรงใจและตรงจุดได้ด้วยตนเอง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ อีก ๓ ท่านต่อไปนะครับ ท่านที่ ๑ ท่านชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ท่านที่ ๒ ท่านวรรณิดา นพสิทธิ์ ท่านที่ ๓ ท่านวิชัย สุดสวาท เชิญท่านชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๕ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตเรียนชี้แจงในเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ดังนี้🔗
ปัญหาการจราจรคับคั่งอันเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทำให้เกิด การสูญเสียทั้งชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน บนถนนสายกำแพงใต้-บ้านเลือก หรือถนนเพชรเกษมสายเก่า ทางหลวงหมายเลข ๓๕๒๖ ซึ่งมีตำบลที่เชื่อมต่อกัน ๓ ตำบล ระหว่างตำบลบ้านเลือก ตำบลบ้านฆ้อง และตำบลบ้านสิงห์ ถนนสายดังกล่าวตลอด ๒ ฝั่งทาง เป็นที่ตั้งของทั้งโรงงานอุตสาหกรรม โกดังเก็บสินค้า วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม ร้านสะดวกซื้อ และอื่น ๆ เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นเส้นทางที่ใช้เดินทางไปยังโรงเรียน โพธาวัฒนาเสนี ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ในเขตอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี จากข้อมูลที่ได้รับ จากแขวงการทางโพธารามพบว่ามียานพาหนะที่สัญจรผ่านไปมาตลอดเส้นทาง เฉลี่ยวันละ ประมาณ ๓๐,๐๐๐ คัน และเกิดอุบัติเหตุ ๑๕๐ ครั้ง ถึง ๑๘๐ ครั้งต่อปีสาเหตุที่ทำให้เกิด อุบัติเหตุก็สืบเนื่องมาจากถนนที่ยังเป็น ๒ ช่องทางจราจร และยังตั้งอยู่ใจกลางแหล่งชุมชน ที่หนาแน่น และยังมีทางแยกร่วมหลายจุดตลอดเส้นทาง ในความยาว ๔.๗ กิโลเมตร ด้วยความเดือดร้อนดังกล่าวจึงขออนุญาตเรียนฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้โปรดพิจารณาแก้ไขดำเนินการขยายถนนให้เป็น ๔ ช่องจราจร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน จึงขออนุญาตกราบเรียนมาด้วยความเคารพ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรรณิดา นพสิทธิ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาววรรณิดา นพสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล เขต ๒ อำเภอเมือง ชลบุรี มีเรื่องหารือกับท่านประธานอยู่ ๔ ประเด็น ๖ เรื่อง🔗
ประเด็นที่ ๑ การจราจรในพื้นที่เมือง ๑. จราจรถนนพระยาสัจจา โรงเรียน ชลราษฎรอำรุง เนื่องจากมีโครงการก่อสร้างต่อเนื่องใช้ถนนได้ Lane เดียวทำให้จราจรติดขัด ในช่วงเวลาเร่งด่วน ๒. จราจรถนนบริเวณโดยรอบศาลากลางจังหวัดชลบุรี ถนนพระยาสัจจา ถนนวชิรปราการ เนื่องจากมีโรงเรียน ส่วนราชการ โรงพยาบาล เนื่องจากพื้นที่แออัด ๓. ถนนเลียบชายทะเล บริเวณซอยท่าเรือพีทุกวันเสาร์ ช่วงเวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกาเป็นต้นไป ทำให้จราจรติดขัดต่อเนื่องเนื่องจากมีถนนคนเดิน ดิฉันสนับสนุนการค้าขายของชาวบ้าน ในพื้นที่เป็นอย่างมาก แต่ดิฉันขอเสนอแนะการจัดระเบียบสำหรับการจราจรเพื่อให้ นักท่องเที่ยวเดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้น🔗
ประเด็นที่ ๒ ความปลอดภัยบนท้องถนนบริเวณปากซอยบ้านสวนซอย ๑๑ มีรถสัญจรเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีถนนเลี่ยงเมืองเชื่อมกับ อำเภอเมือง มีทั้งรถบัส รถใหญ่ รถสิบล้อ และยังมีช่วงเวลาเร่งด่วนที่พนักงานโรงงาน เลิกงาน แต่มีเพียงช่องทางให้คนข้ามถนนเท่านั้น ไม่มีทางม้าลายหรือสะพานลอย ดิฉันกังวล กับอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น🔗
เรื่องที่ ๔ ความปลอดภัยในชุมชน มีประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองชลบุรี หลายรายประสบปัญหาอุบัติเหตุหรือเหตุร้ายในพื้นที่ ต้องการหลักฐานจากกล้องวงจรปิด แต่ไม่สามารถดูได้เนื่องจากสอบถามเทศบาลแจ้งว่ากล้องเสีย หากต่อไปกล้องวงจรปิด ยังคงชำรุดเสียหายประชาชนจะไม่สามารถเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ และความปลอดภัยในพื้นที่ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลสร้างความไว้วางใจ ให้กับประชาชนในพื้นที่โดยเร็ว ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอหารือ ท่านประธานสัก ๔ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านสุรเชษฐ์ ไทยสวี นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลเขาทะลุ ในเรื่องของขอความอนุเคราะห์ให้ติดตามโครงการก่อสร้างวงเวียน บริเวณชุมชนสี่แยกเขาทะลุ ด้วยตำบลเขาทะลุดำเนินการขอก่อสร้างวงเวียนเชื่อมโยงกับ ถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๔๑๓๙ เขาทะลุ-เขาปีบ ถนนทางหลวงท้องถิ่น ชพ.๒๕๐๑ สายคลองโตน-บ้านน้ำฉา ถนนทางหลวงชนบทสาย ชพ.๔๐๑๔ สายเขาทะลุ-เขาค่าย เชื่อมกับถนนทางหลวงชนบท ระนอง ๕๐๑๑ สายระนอง-บางแก้ว เพราะตรงนั้นเป็นที่ชุมชน ขนาดใหญ่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในเรื่องของการแก้ไข ปัญหาและในการก่อสร้างด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านสุรเชษฐ์ ไทยสวี นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลเขาทะลุ เรื่องการขอไฟถนนเพื่อเป็นแสงสว่างให้กับพี่น้องประชาชน ในบริเวณของโรงเรียนบ้านห้วยกลาง ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านสายัณห์ พรหมน้อย รองนายกองค์การ บริหารส่วนตำบลวิสัยใต้ ท่านธีรยุทธ์ สมศรี กำนันตำบลวิสัยใต้ ผู้ใหญ่บ้านกิตติกร ชาญนคร ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๘ ตำบลวิสัยใต้ เรื่องขอโครงการในเรื่องของการแก้ไขปัญหาประปาหมู่บ้าน ได้ทำเรื่องขอโครงการ เสนอโครงการมาที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในการใช้งบประมาณ งบประมาณในการก่อสร้างประปาขนาดใหญ่ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วย🔗
เรื่องที่ ๔ เป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะพี่น้องชาวภาคใต้นะครับ ในเรื่องของโครงการ Landbridge ที่ทางรัฐบาลชุดที่แล้วโดยท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งใจที่จะให้เป็นโครงการที่แก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ และด้านขนส่งสินค้าของภาคใต้ โดยเฉพาะในโครงการ Landbridge ท่าเรือน้ำลึกระหว่างจังหวัดชุมพรกับจังหวัดระนอง ซึ่งเป็นโครงการที่ได้ศึกษาในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงขนส่งระหว่างอ่าวไทยกับอันดามัน เพราะฉะนั้นก็ขอนำเรียนท่านประธานฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีได้ดูแลเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรี ที่มีส่วนเกี่ยวข้องดูแลเรื่องนี้ เพราะพรรครวมไทยสร้างชาติเองนั้นตระหนักว่าปัญหาอย่างนี้ ถ้าเกิดขึ้นในชุมชน และในภาคของภาคใต้โดยส่วนรวมแล้วจะได้แก้ไขปัญหาในเรื่องราคา ผลผลิตตกต่ำ ในเรื่องของการขนถ่ายสินค้าตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไปถึงใต้สุดของ ประเทศไทย เพราะฉะนั้นก็ขอนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ฝากถึง ท่านเศรษฐา ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ดำเนินการเรื่องนี้ ให้กับพี่น้องประชาชนคนภาคใต้ด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ จันตาเรือง ท่านกิตติ กิตติธรกุล ท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช เชิญท่านว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ จันตาเรือง เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อรพรรณ จันตาเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๖ คนอำเภอเชียงดาว เวียงแหง พร้าว ไชยปราการ วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะหารือท่านประธานนะคะ ขอ Slide ด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ คือเรื่อง ถนนสาย ๑๑๗๘ ถนนเส้นนี้เป็นถนนเส้นระหว่างอำเภอเวียงแหงไปจนถึงหมู่บ้านแกน้อย ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่ใช้ขนส่งพืชผลทางการเกษตร แต่ท่านประธานลองดูนะคะ นี่มันถนนอุกกาบาตหรือว่าอย่างไรกันแน่หลบไปทางไหน ไม่ได้เลยนะคะ ก็เลยจะเรียนท่านประธานฝากไปยังกระทรวงคมนาคมช่วยสนับสนุนงบประมาณ ในการจัดสรร ในการซ่อมสร้างถนนเส้นนี้ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติเหมือนกับถนนเส้นอื่น ด้วยนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องไฟฟ้าดับบ่อยของอำเภอเวียงแหงและอำเภอพร้าว พี่น้องอำเภอพร้าวฝากดิฉันมาบอกว่า ๑ วัน ดับ ๔-๕ ครั้งต่อ ๑ วัน บางครั้งดับยาว ๑-๒ วัน ต่อ ๑ ครั้ง ลองคิดย้อนคืนมาถ้าเป็นพื้นที่ของเราในรัฐสภาลองดับประมาณสัก ๑ ชั่วโมง รัฐสภาของเราจะว้าวุ่นขนาดไหนคะ จึงเรียนท่านประธานฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยสนับสนุนสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยสำหรับ ๒ อำเภอนี้เพื่อให้คุณภาพชีวิตและการประกอบ อาชีพของพี่น้องอำเภอพร้าวและอำเภอเวียงแหง สามารถใช้งานได้ตามปกติด้วยนะคะ🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องความเดือดร้อนการใช้บริการของโรงพยาบาลในอำเภอชายแดน ซึ่งโรงพยาบาลของบ้านดิฉันขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ และยังไม่พอนะคะ ผู้มาใช้บริการ มีจำนวนมากจนรับไม่ไหว ดิฉันจึงอยากจะเรียนท่านประธานฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขลงมาดูพื้นที่ในพื้นที่ชายแดนด้วยนะคะ และช่วยสนับสนุนงบประมาณ ในด้านของบุคลากรและคุณภาพชีวิตของพี่น้องที่อยู่ชายแดนด้วยค่ะ พี่น้องของดิฉันฝากมา บอกว่าถึงเราจะอยู่ไกลแต่เราก็มีหัวใจนะคะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านกิตติ กิตติธรกุล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายกิตติ กิตติธรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องที่สำคัญในวันนี้ครับ🔗
เรื่องแรก วันนี้พี่น้องชาวกระบี่ที่เจ็บไข้ได้ป่วย ที่ต้องรอการรักษาการผ่าตัดวันละกว่า ๕๐ ราย แต่ห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลมีแค่เพียง ๖ ห้องเท่านั้น และยังมีพี่น้องของเราอีกหลายคน รวมถึงลูกหลานของเราที่ต้องนอนพัก รักษาตัวอยู่บริเวณทางเดินนอกห้องพัก เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะสถานที่ไม่เพียงพอ ผมเห็นลูกหลานของเรานอนตบยุง ตากลมอยู่นอกห้อง นอกบริเวณระเบียงทางเดิน เพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ หากว่าภาพที่ท่านเห็นอยู่ในขณะนี้เป็นญาติพี่น้องคนสนิทของท่าน ท่านจะรู้สึกอย่างไร หากผู้ป่วยที่นอนทรมานรอการผ่าตัดคือพ่อแม่พี่น้องของเรา อีกทั้งจังหวัดกระบี่เราเป็นเมืองท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นไม่ใช่แค่พี่น้องชาวกระบี่เท่านั้น ที่ต้องใช้โรงพยาบาลกระบี่แห่งนี้ แต่ยังมีนักท่องเที่ยวนานาประเทศที่มาท่องเที่ยว ยังจังหวัดกระบี่ต้องมาใช้บริการเช่นเดียวกันครับ ภาพเหล่านี้จึงเป็นภาพสะท้อนของ ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นต่อการท่องเที่ยว ผมมุ่งหวังที่จะเห็นคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้อง ประชาชน ได้รับการรักษาที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย และสะดวกรวดเร็วขึ้น จึงอยากเรียกร้อง ต่อท่านประธานสภาที่เคารพผ่านไปยังกระทรวงสาธารณสุขเพื่อพิจารณาเร่งจัดสรรงบประมาณ การก่อสร้างอาคารบำบัดรักษาโดยด่วนที่สุด เพื่อลดการสูญเสียของชีวิต ลดระยะเวลา การรอคอยการผ่าตัด ลดความแออัด และเพิ่มประสิทธิภาพให้บริการแก่พี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ท่าเทียบเรือเกาะพีพีและเขื่อนกันการกัดเซาะชายฝั่ง ท่านประธานครับ เกาะพีพีเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับต้น ๆ ของโลกที่สร้างชื่อเสียงและรายได้มหาศาลให้กับ ประเทศชาติ แต่ปัจจุบันสภาพท่าเทียบเรือและเขื่อนได้ชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ เกิดอุบัติเหตุต่อนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอยู่บ่อยครั้ง ท่าเทียบเรือเป็นพื้นที่ และหน้าตาในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก แต่อย่างไรก็ตามสภาพความเสื่อมโทรม ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาขาดการบูรณาการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของการท่องเที่ยวเสื่อมลง จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงคมนาคม กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งรัดแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวในพื้นที่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปลูกมะพร้าวมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งผลผลิต ตอนนี้น้อย แต่ราคาก็ไม่ได้ขยับสูงขึ้น ผลผลิตมะพร้าว ผลละ ๖-๘ บาท สาเหตุที่ราคา ไม่ขยับสูงขึ้น คือผู้ประกอบการได้นำมะพร้าวต่างประเทศเข้ามาที่ท่าเรือคลองเตยและท่าเรือ แหลมฉบัง เพราะฉะนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคามะพร้าวไม่ขยับสูงขึ้น ผมจึงกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะกรมการค้าภายใน ได้ดำเนินการประสานงานกับผู้ประกอบการขอความร่วมมือขอให้ผู้ประกอบการชะลอ การนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรจะได้มีราคามะพร้าวขยับสูงขึ้น โดยราคาไม่ต่ำกว่า ๑๐ บาท ผมกราบเรียนท่านประธานไปถึงนายกรัฐมนตรีให้รีบสั่งการ โดยเร่งด่วน เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้เพียงพอต่อการครองชีพ🔗
เรื่องที่ ๒ ตามนโยบายของรัฐบาลที่จะออกเอกสารสิทธิในพี่น้องเกษตรกร ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในที่ ส.ป.ก. ซึ่งสามารถที่จะดำเนินการได้ เพราะพื้นที่ ส.ป.ก. เดี๋ยวนี้ เป็นพื้นที่ชุมชนเมือง ส่วนพื้นที่ในนิคมสหกรณ์ทั่วประเทศ ๑๓ นิคม ๑๔ ป่า เป็นนโยบายของ รัฐบาลที่จะออกเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินให้พี่น้องเกษตรกรซึ่งอยู่ในพื้นที่นิคม โดยการออก พ.ร.บ. จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ ในเขตนิคมสหกรณ์ทั่วประเทศ เพื่อออกโฉนด ให้พี่น้องประชาชน ซึ่งนิคมสหกรณ์ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ชุมชนเมือง มีอำเภอ มีโรงเรียน มีโรงพัก มีสถานที่สำคัญและมีถนนตัดผ่าน เพราะฉะนั้นไม่ใช่เป็นป่าแล้ว เดี๋ยวนี้เป็นชุมชนเมือง อย่างเช่นนิคมสหกรณ์บางสะพาน ซึ่งมีพื้นที่ถนนเพชรเกษมตัดผ่านเป็นระยะทางประมาณ เกือบ ๒๐๐ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการ นโยบายที่ดินแห่งชาติดำเนินการสั่งการโดยเร่งด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านองอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม องอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๑๑ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตนำเสนอปัญหาความเดือดร้อน และความต้องการของพี่น้องประชาชนในเขต อำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮด และอำเภอชนบท🔗
โครงการที่ ๑ โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก บ้านดอนนาแพง ตำบลบ้านลาน ถึงบ้านโนนทอง ตำบลหินตั้ง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เชื่อมต่อ ๒ ตำบล🔗
โครงการที่ ๒ โครงการก่อสร้างทั้งคู่ขนาน ทางหลวงหมายเลข ๒ ถนนมิตรภาพ กรมทางหลวง ระหว่างสามแยกตำบลโคกสำราญ ผ่านโรงพยาบาลสิรินธรถึง อบต. โนนสมบูรณ์ อำเภอบ้านแฮด ถนนคู่ขนานดังกล่าวนี้จะช่วยลดอุบัติเหตุได้อย่างมาก เนื่องจากเป็นถนน ที่พี่น้องประชาชนมาใช้บริการที่โรงพยาบาลสิรินธรเป็นจำนวนมาก นายกเทศมนตรี ตำบลโคกสำราญ และ อบต. โนนสมบูรณ์ขอมาครับ🔗
โครงการที่ ๓ โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กบ้านหนองแวงไร่ บ้านหนองแวงโอง โครงการนี้นายกเทศมนตรีรัตนชัย วิชัย ร้องขอมาครับ🔗
โครงการที่ ๔ โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตบ้านหนองแวงโอง ตำบลในเมือง อำเภอบ้านไผ่ ถึงบ้านขอนสัก ตำบลหนองแซง อำเภอบ้านแฮด ถนนเส้นดังกล่าวเป็นถนน ที่สำคัญมาก เพราะใช้สำหรับขนถ่ายสินค้าทางการเกษตรของอำเภอทั้ง ๒ อำเภอ🔗
โครงการที่ ๕ โครงการขยายช่องจราจรทางหลวง หมายเลข ๒๑๙๙ กรมทางหลวง จากช่วงบริเวณบ้านนาดอกไม้ บ้านนาขามเปี้ย บ้านดอนข่า ตำบลชนบท อำเภอชนบท จาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร หรือขยายช่องจราจรให้กว้างขึ้น พร้อมติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างเพื่อลดอุบัติเหตุ ปัจจุบันเป็นลักษณะคอขวดอันตรายมากครับ🔗
โครงการที่ ๖ โครงการถนนลาดยางบ้านแคนเหนือ-บ้านหนองคูณ ตำบลแคนเหนือ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ถนนเส้นดังกล่าวได้รับการดูแลจากองค์การ บริหารส่วนจังหวัดมาเป็นอย่างดีทุกปี แต่เนื่องจากว่าเป็นถนนที่รองรับการใช้งานอย่างหนัก และเป็นเส้นทางสายหลักของพี่น้องชาวตำบลแคนเหนือ🔗
โครงการที่สำคัญมาก ๆ ก็คือโครงการที่เป็นถนนการโอนถ่ายหน้าโรงพยาบาล บ้านไผ่จากคณะกรรมการการกระจายอำนาจที่ผมได้หารือในครั้งที่แล้ว ก็ฝากท่านประธาน ถึงคณะกรรมการกระจายอำนาจชุดใหญ่ด้วยว่าสามารถที่จะโอนถ่ายได้หรือไม่ หรือโอนถ่าย ได้เมื่อไร ผมจะได้ประสานโครงการถึงหน่วยงานต้นสังกัดได้ พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ผม รอคำตอบอยู่ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ อีก ๓ ท่านต่อไปนะครับ ท่านแรก ท่านสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ ท่านที่ ๒ ท่านจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ ท่านที่ ๓ ท่านณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ เชิญท่านสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๒๒ ของชาวสวนหลวง ประเวศ หนองบอน พรรคก้าวไกล ขอหารือผ่านท่านประธานสภา ไปยัง สปสช. ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในประเด็นที่ สปสช. มีคำสั่งยกเลิกสิทธิบัตรทองของโรงพยาบาลเอกชน ๙ แห่ง ซึ่งมีผลแล้วเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้สิทธิ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน ๓ โรงพยาบาลที่มีพ่อแม่พี่น้องชาวสวนหลวง ชาวประเวศ และชาวหนองบอนของผม ใช้สิทธิรักษาเป็นจำนวนมาก อันได้แก่ โรงพยาบาลเพชรเวช โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา และโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ซึ่งจากประกาศยกเลิกดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการใช้สิทธิ ของประชาชน เช่นผู้ที่เคยมีสิทธิเข้ารับรักษาที่โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา เขตสวนหลวง กลับส่งต่อไปยังโรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลสิรินธร ซึ่งแต่ละโรงพยาบาล ใช้เวลาเดินทางไม่ต่ำกว่า ๔๐ นาที ถ้าในเวลาเร่งด่วนอาจใช้เวลาถึง ๒ ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มเปราะบางและผู้สูงอายุ ดังนั้น สปสช. จึงควรมีมาตรการในการหาโรงพยาบาลรองรับ เน้นย้ำว่าเป็นโรงพยาบาลที่มีคุณภาพ อยู่ใกล้บ้าน เพื่อให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนเข้ารับ การรักษาได้ง่าย ไม่ควรผลักภาระให้กับประชาชน ทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และการแบกรับความเสี่ยงที่อาจเกิดการสูญเสียระหว่างทาง ในกรณีเกิด Case ผู้ป่วยหนัก ผู้ป่วยวิกฤติ อย่าให้วินาทีชีวิตของประชาชนแขวนไว้กับการส่งต่อไปมาที่ติดด้วยเรื่องของระบบ หรือกระดาษส่งตัวเพียง ๑ แผ่น มากไปกว่าความหวังที่อยากจะมีลมหายใจอยู่ต่อของ ประชาชน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๓ อำเภอโพธาราม อำเภอจอมบึง พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ปัญหาการจราจรคับคั่ง ถนนสายบ้านเลือก-หนองตากยา หรือถนนทางหลวง หมายเลข ๓๐๙๐ เป็นถนนที่เริ่มต้น จากตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ถึงตำบลหนองตากยา อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ตรวจสอบจากหมวดทางหลวงโพธารามทราบว่าปริมาณการจราจร ในพื้นที่ดังกล่าวมีรถเข้าออกเฉลี่ยวันละ ๑๖,๐๐๐ คันต่อวัน เหตุที่การจราจรคับคั่งเป็นถนน ที่เชื่อมไปยังจังหวัดกาญจนบุรี เชื่อมไปยังอำเภอบ้านโป่ง และอำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี พิจารณาแล้วจะเห็นว่าถนนดังกล่าวเป็นถนนสายหลักในพื้นที่ แต่ถนนดังกล่าว มีเพียง ๒ ช่องจราจรไปกลับ เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุก่อให้เกิดความเสียหายในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินอยู่บ่อยครั้ง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรคับคั่ง ขอให้ขยายถนน สายบ้านเลือก-หนองตากยา หรือทางหลวง หมายเลข ๓๐๙๐ จาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจรไปกลับ โดยขยายระหว่างกิโลเมตรที่ ๘ ตำบลท่าชุมพล อำเภอโพธาราม ถึงกิโลเมตรที่ ๑๘ ตำบลนางแก้ว อำเภอโพธาราม รวม ๑๑ กิโลเมตร จึงขออนุญาต กราบเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อดำเนินการต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ประเวศ สะพานสูง พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ผมเรื่องที่จะปรึกษาหารือกับท่านประธาน ทั้งหมดประมาณ ๔ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องของ สถานีรถไฟฟ้า สถานี Airport Rail Link บ้านทับช้าง สถานีนี้เป็นสถานีที่ไม่มีระบบขนส่ง สาธารณะให้บริการ ไม่มีรถสองแถว ไม่มีอะไรทั้งสิ้นครับ ทำให้พี่น้องประชาชนไม่สามารถ ที่จะเดินทางมายังสถานี แล้วก็เดินทางกลับบ้านได้อย่างสะดวก จึงขอให้ทางท่านประธาน ส่งเรื่องให้กับกรมการขนส่งทางบกดำเนินการออกใบอนุญาตให้มีระบบระบบขนส่งสาธารณะ ในพื้นที่บริเวณดังกล่าวด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่สถานที่เดียวกันก็คือสถานีบ้านทับช้าง บริเวณนี้เป็นบริเวณ ที่ถนนผุพังมาก จึงขอให้ในส่วนนี้ทางกรรมการชุมชนทับช้างล่างฝั่งธน ขอให้ทางการรถไฟ แห่งประเทศไทยช่วยมาดำเนินการดูแลรักษาด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในพื้นที่จุดกลับรถบริเวณถนนกาญจนาภิเษก บริเวณตรงที่เป็นซอยนักกีฬาแหลมทอง ๔๐ ตรงข้ามกับกาญจนาภิเษก ๒๕ ในส่วนนี้ เป็นบริเวณที่เป็นจุดกลับรถที่มีลักษณะของความโกลาหลวุ่นวาย ลักษณะทางกายภาพ ไม่เหมาะสม คับแคบ แล้วก็ต้องมีการสวนทางกัน บางครั้งสวนกันไม่ได้นะครับ จึงขอให้ ทางกรมทางหลวงดำเนินการปรับปรุงรูปแบบของการทำจุดกลับรถ รวมไปถึงการที่ให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ดำเนินการในการที่จะควบคุมดูแลในส่วนของการจัดการจราจรด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๔ เป็นเรื่องที่ทางกรรมการชุมชนอ่อนนุช ๔๐ ไร่ ได้ฝากมานะครับ เป็นเรื่องบ่อบำบัดน้ำเสียในพื้นที่บริเวณนี้ไม่ได้รับการดูแลรักษามาแล้วเป็น ๑๐ ปี ในส่วนนี้ จึงขอให้กับทางการเคหะแห่งชาติได้เข้ามาดูแลรักษาด้วย ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังสังคมใหม่🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากคณะกรรมการหมู่บ้านบ้านตึ๊ด หมู่ที่ ๑๐ ตำบลพระพุทธบาท อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน ให้ติดตามโครงการขุดลอก อ่างเก็บน้ำห้วยผวน หมู่ที่ ๑๐ ตำบลพระพุทธบาท อำเภอเชียงกลาง ซึ่งโครงการนี้สำนักงาน ชลประทานได้ทำการขุดลอกมาเมื่อปี ๒๕๔๘ บัดนี้ร่วม ๒๐ ปีแล้วครับ แล้วอ่างเก็บน้ำ ก็ตื้นเขินโดยไม่สามารถที่จะเก็บน้ำ ทางส่งน้ำ ดิน ตะกอนอะไรก็กลบหมด พี่น้องประชาชน ชาวไร่ชาวนาเดือดร้อนมาประมาณ ๕ ปีแล้วยังไม่ได้รับการแก้ไข และขุดลอกให้กับทาง พี่น้องประชาชน เขาเลยมอบให้ผมมาติดต่อประสานงานผ่านท่านประธานสภาไปถึงกรมชลประทาน ให้นำงบประมาณมาขุดลอกให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการประสานงานจากนายกเทศมนตรี ตำบลพระพุทธบาท อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน ให้ติดตามกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเกี่ยวกับการขอ โครงการปรับปรุงถนนคอนกรีตโดยการเสริม Asphaltic Concrete หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ และบ้านบ้านตึ๊ด หมู่ที่ ๑๐ ตำบลพระพุทธบาท จึงได้ส่งโครงการนี้ไปให้กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นไป เมื่อปี ๒๕๖๕ แล้วก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึงกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น🔗
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับโครงการจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ให้ติดตามโครงการที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ถนนคอนกรีต หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ จำนวน ๔ สาย ก็ขอฝากท่านประธานไปถึงกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นให้ด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ อีก ๓ ท่านต่อไปนะครับ ท่านองค์การ ชัยบุตร ท่านสรัสนันท์ อรรณนพพร ท่านณัฐพงษ์ สุมโนธรรม เชิญท่านองค์การ ชัยบุตร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตหารือ ท่านประธาน ดังนี้🔗
กระผมได้รับข้อร้องเรียนจากนายศราวุธ หอมพรมมา พรรคก้าวไกล และพี่น้อง ในเขตอำเภอน้ำโสม อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี กรณีที่อยู่อาศัยของชาวบ้านไม่มีเอกสารสิทธิ ในที่ทำกิน เขาอยู่มาหลายชั่วอายุคนแล้วแต่ยังไม่มีเอกสารใด ๆ เลย ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย และกรมที่ดินได้เร่งรัดจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับ ชาวบ้านด้วย🔗
กระผมได้รับข้อร้องเรียนจาก ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลบางไทรใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร กรณีที่มีบริษัทเอกชน ยื่นขอสัมปทานเหมืองหินในเขตภูเต่า บ้านหนองหอย ตำบลบางไทรใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ระงับยับยั้งโครงการนี้ด้วย เพราะว่าอยู่ใกล้ชุมชน อยู่ใกล้สถานที่ราชการสำคัญ และสภาพสิ่งแวดล้อมก็ไม่ดี จากกรณีที่ฝนฟ้าได้ตกมาหลายวันในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น ภาคอีสาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ทำให้พื้นที่หลายพื้นที่น้ำท่วมขัง พืชผล ทางการเกษตรเสียหาย ตลอดจนปศุสัตว์เกิดโรค และถนนหนทางถูกตัดขาด ฝากท่านประธาน ไปยังนายกรัฐมนตรี และ ครม. ได้พิจารณาหามาตรการแก้ไขเยียวยาเร่งด่วน เพราะเป็น ความเดือดร้อนของชาวบ้าน🔗
เรื่องต่อไป ผมขออนุญาตส่งเอกสารประกอบการหารือที่ผมหารือยังไม่หมด ประมาณ ๑๕ เรื่องด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
คือถ้าหารือไม่หมดอาทิตย์ต่อไปค่อยหารือนะครับ ต่อไปท่านสรัสนันท์ อรรณนพพร🔗
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๙ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือทั้งหมด ๕ เรื่อง ดังนี้🔗
เรื่องแรก ฝากถึงกระทรวงสาธารณสุขเพื่อของบประมาณลงทุนตามแผน งบประมาณประจำปี ๒๕๖๗ ให้กับโรงพยาบาลพล วงเงิน ๑๐๖,๖๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งโรงพยาบาลนี้มีผู้ป่วยเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก ครอบคลุมหลายอำเภอของ จังหวัดขอนแก่น Zone ใต้ และหลาย ๆ อำเภอ จากจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดบุรีรัมย์ หลายปีที่ผ่านมาไม่เคยได้รับงบประมาณเพื่อขยายการรองรับผู้ป่วยเลย ทำให้ผู้ป่วยต้องนอน ตามระเบียง บางครั้งลามไปถึงอาคารที่จอดรถ จึงใคร่ขอความกรุณามา ณ ที่นี้ด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ พี่น้องตำบลท่าวัด อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น ขาดแคลน แหล่งน้ำที่สะอาดสำหรับการอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะบ้านหนองแวงท่าวัด ที่มีน้ำประปา เป็นสีดำ สกปรก และมีกลิ่นเน่าเหม็นอยู่เป็นประจำ จึงอยากให้มีการจัดสรรงบประมาณ โครงการขุดลอกหนองน้ำเพื่อคลายความเดือดร้อน🔗
เรื่องที่ ๓ อีก ๑ ปัญหาใหญ่ของพี่น้องบ้านหนองแวงท่าวัด ตำบลท่าวัด อำเภอแวงน้อย คืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งทุกอาทิตย์บนถนนบ่อตะครอง-โคกสี ตรงทางโค้ง ป้อมยาม ทำให้บ้านเรือนของประชาชนบริเวณนั้นได้รับความเสียหายอยู่เป็นประจำ เนื่องจาก ทางโค้งไม่รับกับการเข้าโค้ง ไม่มีป้ายเตือนระวัง ไม่มีไฟส่องสว่างในช่วงเวลากลางคืน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปแก้ไขอย่างเร่งด่วน🔗
เรื่องที่ ๔ ตำบลท่านางแมว อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น ได้รับผลกระทบ จากน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่มีแหล่งน้ำเพื่อกักเก็บสำหรับการเกษตร เนื่องจากฝายกั้นน้ำพังทลายในฤดูน้ำหลาก จึงอยากของบประมาณก่อสร้างฝายคอนกรีต กั้นลำน้ำชี ท่าวังกระทะ บ้านโนนเขวา หมู่ที่ ๑๐🔗
เรื่องที่ ๕ พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างบ้านหนองแดง ตำบลใหม่นาเพียง อำเภอแวงใหญ่ และบ้านโสกกระหนวน ตำบลก้านเหลือง อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น มีหลายครอบครัวไม่มีไฟฟ้าใช้ อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ การไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคเร่งเข้าไปเชื่อมต่อไฟเพื่ออำนวยความเป็นอยู่ให้พี่น้องประชาชน ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณัฐพงษ์ สุมโนธรรม เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต จังหวัดสมุทรสาคร พรรคก้าวไกล วันนี้อยากจะมาปรึกษาหารือท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ท่านรู้หรือไม่ว่าตลอดเส้นทางทั้งขาเข้าและขาออกบนถนนพระราม ๒ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร มีปัญหาเรื่องไฟส่องสว่าง กลางคืนมืดมากเนื่องจากเสาไฟ High Mast ถูกรื้อไปเพราะมีการสร้างทางยกระดับพระราม ๒ และในช่วงกลางคืนประชาชนจะถูกให้มาใช้ทางคู่ขนาน ก็เข้าใจได้นะครับ แต่ตลอดเส้นทาง ไฟส่องสว่างมีน้อยมาก โคมไฟที่ติดตามเสาไฟฟ้าต่าง ๆ ก็มีน้อยมาก สร้างความเสี่ยง และอันตรายให้กับประชาชนเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน รวมถึงในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน ระหว่างการก่อสร้างทางยกระดับพระราม ๒ น้ำบนผิวจราจรระบายไม่ทัน ล่าสุดก็ทำรถติด เป็นชั่วโมงเลยครับท่านประธาน ประชาชนเดือดร้อนกันมากไปทำงานกันไม่ทัน เพราะแต่เดิม ช่องทางถนนพระราม ๒ เป็นรูปตัว V ใช้ในการระบายน้ำ แต่ปัจจุบันถูกใช้เป็นพื้นที่สร้างทาง ยกระดับพระราม ๒ การจะระบายน้ำบนพื้นผิวถนนได้ ที่ผ่านมาเลยต้องใช้เครื่องสูบน้ำ เพื่อสูบลงไปคลองสาขาต่าง ๆ แต่ปัจจุบันคลองตื้นเขิน มีอะไรขวางทางน้ำก็จะระบายไม่ได้ ทำให้น้ำตกค้างอยู่บนผิวจราจรแบบที่ผ่านมา ผมได้ยินมาว่าเจ้าหน้าที่หน้างานมีความรู้ ความสามารถ เขารู้วิธีการแก้ไขแต่ติดอุปสรรคบางด้าน ผมเลยไม่แน่ใจว่าท่านรัฐมนตรี ท่านรู้หรือไม่ครับว่าการจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ต้องทำอย่างไร แต่ผมเข้าใจดีด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า ท่านเข้าใจ ท่านรู้ดี แต่อาจจะติดขัดในการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน เพราะฉะนั้นผมเลยฝาก ท่านประธานผ่านไปทางท่านรัฐมนตรี และผู้บริหารหน่วยงานทั้งหมดช่วยทำงานบูรณาการ ในการแก้ไขปัญหา เพราะถนนพระราม ๒ ไม่ใช่แค่คนสมุทรสาครเท่านั้นในการที่ใช้สัญจร แต่ประชาชนจำนวนมากก็ใช้สัญจรนะครับ แต่ถ้าหากท่านสั่งการแก้ไขไปแล้วแต่ผมอาจจะไม่รู้ เพราะฉะนั้นช่วยตอบมาเป็นหนังสือหน่อยนะครับ แล้วหากท่านมีหนังสือสั่งการไปแล้ว รบกวนส่ง Copy มาทางท่านประธานมาถึงผมหน่อยนะครับ เผื่อท่านลืมสื่อสารกับประชาชน ผมจะได้ไปสื่อสารต่อให้นะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านนิคม บุญวิเศษ ท่านเชตวัน เตือประโคน ท่านอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ เชิญท่านนิคม บุญวิเศษ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องตำบลดงเย็น อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี หนองบ่อเด้าสภาพตื้นเขิน ขาดงบประมาณในการขุดลอก ผมลงพื้นที่ตรวจสอบ กับนายกอัครฉัตร ปรากฏว่าในช่วงหน้าแล้งไม่มีน้ำทำการเกษตร พื้นที่ทำนา ๒,๕๐๐ ไร่ ไม่มีน้ำ พอช่วงหน้าฝนน้ำก็ท่วม ท่านประธานครับ น้ำท่วมนาชาวบ้าน ๒,๕๐๐ ไร่ ท่วมนา ยังไม่พอ ยังเอ่อล้นออกมาท่วมถนนสัญจรทำให้ถนนขาดไม่สามารถสัญจรได้ นี่คือพิกัด ของหนองบ่อเด้า จำนวน ๑๒๕ ไร่ ขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้งบประมาณเพียงพอในการขุดลอก และทำคันคลอง แล้วก็ขอเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่สูบน้ำให้กับชาวบ้านด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวตำบลดงแสนสุข หมู่ที่ ๓ ตำบลดงเย็น อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ก็เป็นพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน ก็คือหนองกุดจับ ขาดงบประมาณในการขุดลอก นี่คือหนองกุดจับซึ่งมีพื้นที่จำนวน ๑๙๒ ไร่ ขาดงบประมาณ ในการขุดลอก ช่วงหน้าแล้งก็จะแห้งแล้งแบบนี้ แต่พอหน้าฝน ฝนตกลงมาก็เอ่อล้นท่วมไร่นา ชาวบ้านประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าไร่ ขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนโดยด่วนด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเชตวัน เตือประโคน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาลเมืองคูคต เมืองลำสามแก้ว และเมืองลาดสวาย มีเรื่องจะปรึกษาหารือฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง🔗
เรื่องที่ ๑ เริ่มที่ความเดือดร้อนของประชาชนที่ใช้ถนนพหลโยธินช่องทาง คู่ขนานสัญจรตั้งแต่บริเวณหน้าตลาดสี่มุมเมือง ผ่านหน้าหมู่บ้านสิวลี ผ่านหน้าชุมชน วัดประยูรธรรมาราม ผ่านหน้าซอยวิเชียรไปจนถึงปากทางเมืองเอก ได้รับความเดือดร้อนจาก โครงการขุดเจาะที่ไม่จบไม่สิ้นของกรมทางหลวง ฝากถึงท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมช่วยแก้ปัญหาให้ด้วย เพราะสภาพปัจจุบันนี้หน้าแล้งเป็นหลุมเป็นบ่อ เหมือนไว้ทดสอบช่วงล่างของรถ ขณะที่หน้าฝนน้ำท่วมขังเหมือนไว้ทดสอบความคงทน ของเครื่องยนต์ในการกันน้ำ🔗
เรื่องที่ ๒ ฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เทศบาลเมืองลาดสวายมีโครงการที่จะสร้างสะพานข้ามคลอง ๓ เพื่อให้ประชาชนได้สัญจร อย่างสะดวก เชื่อมระหว่างถนนโชติเวชกับถนนขจรเนติยุทธ ประชาชนจะได้ใช้เส้นทางสัญจร ได้อย่างสะดวก แต่ปัญหาก็คือว่ามีงบประมาณในการก่อสร้างแต่ไม่มีอำนาจ เพราะว่าต้องไป ขออนุญาตทั้งทางกรมชลประทานซึ่งเป็นเจ้าของคลอง ต้องไปขออนุญาตทั้งกรมธนารักษ์ เพราะเป็นที่ราชพัสดุ ก็ฝากถึงกระทรวงมหาดไทยกระจายอำนาจแล้วก็ให้ท้องถิ่นได้มีหน้าที่ ในการจัดทำบริการสาธารณะเพื่อประชาชนตรงนี้🔗
เรื่องสุดท้าย ฝากถึงท่านสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านมีนโยบายที่จะพัฒนาร่วมกันปฏิรูปกองทัพนำที่ที่ไม่จำเป็นของกองทัพมาใช้ประโยชน์ สำหรับสนามกอล์ฟธูปะเตมีย์บริเวณแยกปากทางลำลูกกา ๖๒๕ ไร่ มีเพียงแค่นายพลไม่กี่คน ที่ใช้ประโยชน์ มีเพียงแค่คนรวยไม่กี่คนที่ได้ใช้ประโยชน์ แต่ประชาชนคนคูคต ลำสามแก้ว ลาดสวาย สายไหม ดอนเมือง รังสิตที่อยู่ตรงนั้นหลายแสนคนไม่มีพื้นที่ออกกำลังกาย ปัจจุบันนี้ต้องวิ่งริมถนน ปั่นจักรยานริมถนน เสี่ยงที่จะถูกรถชน ฝากท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วย เอาที่ที่ไม่จำเป็นของกองทัพมาให้ประชาชน ใช้ประโยชน์ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องจะปรึกษาหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาจราจรติดขัด ของพี่น้องชาวกาญจนบุรี ท่านประธานครับ จังหวัดกาญจนบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยว มาทั่วสารทิศ แล้วก็มีสถิติสูงถึง ๑๐ ล้านคนต่อปี ซึ่งเป็นอันดับ ๓ ของประเทศไทยโดยเฉพาะ ในช่วงวันเสาร์ วันอาทิตย์จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางเข้ามาในจังหวัดกาญจนบุรี โดยใช้พื้นที่เส้นทางหลักในการเดินทางเข้าสู่กาญจนบุรีตั้งแต่ถนนแสงชูโต ถนน Bypass เลี่ยงเมือง ถนนอู่ทอง-กาญจนบุรี ถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค ถนนกาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์ มีปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนสายหลักไปสู่แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เนื่องจากความหนาแน่น ของผู้ใช้ถนนโดยเฉพาะการเดินทางทางถนนของเส้นอู่ทอง-กาญจนบุรี วิ่งตรงไปสี่แยกวังสารภี หมู่ที่ ๙ ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี บริเวณแยกวังสารภีการจราจรติดขัด เป็นจำนวนมาก กระทบต่อการใช้เส้นทางจราจรสัญจรของพี่น้องประชาชน อีกจุดหนึ่ง ที่เป็นปัญหาเช่นเดียวกัน คือสี่แยกแก่งเสี้ยน ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี จำนวนรถที่วิ่งเข้ามาบนถนน Bypass และถนนแสงชูโต เพื่อเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยว น้ำตกไทรโยค น้ำตกเอราวัณ การจราจรติดขัดเป็นจำนวนมากครับท่านประธาน และบางวัน ก็มีรถที่ติดยาวนาน ๒-๓ กิโลเมตร จึงเห็นควรที่จะมีการปรับปรุงเส้นทางสายดังกล่าว เพื่อรองรับการขยายตัว และการเดินทางของ Motorway สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ที่จะเปิดใช้ ในเร็ว ๆ นี้ และเพื่อเป็นการช่วยแก้ปัญหาระยะสั้นและระยะยาว จึงขอเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมได้ช่วยเร่งดำเนินการสนับสนุนงบประมาณ ของสี่แยกวังสารภี สี่แยกแก่งเสี้ยนตามความเหมาะสม เพื่อช่วยระบายรถในเส้นทางหลัก ก่อน Motorway สายบางใหญ่-กาญจนบุรี จะเปิดใช้ในปลายปีนี้เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัด ในจังหวัดกาญจนบุรี ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านหรั่ง ธุระพล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม หรั่ง ธุระพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดอุดรธานี พรรคไทยสร้างไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องที่จะนำหารือท่านประธานอยู่ ๑ เรื่อง ๒ ประเด็นครับ🔗
ประเด็นแรก ปัญหาในการออกเอกสารสิทธิในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ทำกิน หรือที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ของผมยังมีจำนวนมากที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ ไม่มีหลักฐานเป็นโฉนดที่ดินหรือเป็น น.ส. ๓ ก คงเป็นที่ดินว่างเปล่าและเป็นหัวไร่ปลายนา ราษฎรไม่สามารถนำที่ดินดังกล่าวไปทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ เช่น การซื้อขาย การจดจำนอง ทำไม่ได้เลย ดังนั้นจึงขอให้หน่วยงานผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้เข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหา เร่งด่วนให้ราษฎรได้มีสิทธิการครอบครองที่ดินเพื่อเป็นประโยชน์ในการทำธุรกรรมต่อไป🔗
ประเด็นที่ ๒ ปัญหาบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดอุดรธานี สาขาเพ็ญและสร้างคอม ไม่เพียงพอต่อการติดต่อขอรับบริการจากประชาชน ซึ่งอำเภอเพ็ญ และอำเภอสร้างคอมใช้สำนักงานสาขาเดียวกัน โดยอำเภอเพ็ญมีพื้นที่ ๙๐๘ ตารางกิโลเมตร อำเภอสร้างคอมมี ๒๘๗ ตารางกิโลเมตร รวมทั้ง ๒ อำเภอ มี ๑,๑๙๕ ตารางกิโลเมตร รวมหมู่บ้านทั้ง ๒ อำเภอ ๒๑๘ หมู่บ้าน จึงทำให้เกิดปัญหาล่าช้าทุก ๆ ด้านในการติดต่อ ราชการ การจดจำนองที่ดินไม่ว่าจะเป็นการจำนองที่ดิน การแบ่งแยกที่ดิน การรังวัดที่ดิน ต้องใช้เวลา ๓-๕ เดือนถึงจะแล้วเสร็จในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นปัญหาต่อเนื่องกันมายาวนาน ดังนั้นจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาแก้ไขปัญหาต่อไปโดยเร่งด่วน เพิ่มบุคลากร เข้าไป เช่น เจ้าหน้าที่รังวัดเพื่อให้สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ล่าช้าให้รวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เรื่องนี้จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รีบเข้าไปแก้ไขโดยเร่งด่วนด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านแรกท่านทศพร เสรีรักษ์ ท่านที่ ๒ ท่านธานินท์ นวลวัฒน์ ท่านที่ ๓ ท่านปกรณ์ จีนาคำ เชิญท่านทศพร เสรีรักษ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่🔗
เรื่องแรก ก็คือเรื่องอ่างเก็บน้ำแม่แคมที่ตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ อ่างเก็บน้ำนี้ริเริ่มมาตั้งแต่สมัย ๒๐ ปีที่แล้วที่ท่านทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี คู่มากับอ่างแม่สาย อ่างแม่สายตอนนี้เสร็จไปนานแล้ว อ่างแม่แคมก็ยังกระยึกกระยักอยู่ ยังไม่เสร็จสักที ท่านประธานช่วยเร่งทางชลประทานให้ด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ จังหวัดแพร่มีศักยภาพในการท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง มีม่อฮ่อม มีไม้สัก มีพระลอ มีพระธาตุช่อแฮ มีแพะเมืองผี แต่ตอนนี้เมืองแพร่ไม่มีเครื่องบินไปลง คนจะไปเที่ยวแพร่ต้องไปลงเครื่องบินที่น่าน ที่ลำปาง ที่เชียงใหม่ เป็นอะไรที่ลำบากมาก ท่านก็ช่วยแจ้งกระทรวงคมนาคมด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ถนนชลประทานหลาย ๆ เส้นในจังหวัดแพร่ประชาชนใช้สัญจรเยอะ แต่ขาดเรื่องไฟส่องสว่างทางคมนาคมก็คงต้องเข้ามาช่วยดูแลด้วย🔗
เรื่องที่ ๔ เป็นเรื่องในกรุงเทพฯ นี่เอง แยกประชานุกูลจากวงศ์สว่างไปรัชโยธิน มีการแบ่ง Lane ที่ไม่เหมาะสม เคยติดต่อไปที่ สน. ประชาชื่นแล้ว สน. ก็บอกว่าทาง กทม. ทำป้ายผิด แต่แก้ป้ายข้างบนมันยาก แก้ลูกศรข้างล่างง่ายกว่า ก็เลยแบ่ง Lane ไม่ถูกต้องสักที ก็คงต้องประสานไปยัง สน. ประชาชื่น และ กทม. ด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องของพวกเราเองในสภาผู้แทนราษฎร เรื่องที่ท่านประธาน มีดำริแล้วเรื่องอาหารที่กินกันไม่หมด ท่านทราบไหมว่าโลกนี้มีขยะอาหารปีละ ๑,๓๐๐ ล้านตัน เมืองไทยปีละ ๑๗ ล้านตัน คนไทยสร้างขยะคนละ ๒๕๔ กิโลกรัมต่อปีต่อวัน แล้วก็สร้าง ที่สภานี่นับไม่ถ้วน วันที่มีการประชุมแล้วคนเหลือน้อยที่สุดวันนั้น สส. เหลือประชุมอยู่ไม่ถึง ๓๐ คน อาหารเหลือบานเบอะเลย ผมจึงขอเสนอให้ ๑. ยังคงเลี้ยงอาหารต่อไป แต่งดมื้อเย็น หรือ ๒. สส. สว. จ่ายเงินกันเองโดยมีการสั่งอาหารล่วงหน้า ๑ หรือ ๒ สัปดาห์ จะได้รู้ว่า ใครจะทานหรือใครไม่ทาน หรือ ๓. ยกเลิกการเลี้ยงอาหาร สส. สว. ไปเลย เอางบประมาณ ส่วนนี้ปีละเป็น ๑๐๐ ล้านบาทไปเพิ่มอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียนทั่วประเทศก็จะเป็น ประโยชน์อย่างมาก ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธานินท์ นวลวัฒน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม ธานินท์ นวลวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๗ วันนี้ผมมีเรื่องจะหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพ่อแม่พี่น้องชาวอำเภอบ้านนาที่ประสบ ปัญหาความเดือดร้อน เนื่องจากบริเวณถนนสายเอเชีย ๔๑ บริเวณรอยต่อตำบลนาใต้ ตำบลท่าเรือ หลักกิโลเมตรที่ ๑๙๒ ไม่มีจุดกลับรถ ซึ่งมีระยะทางห่างไปกลับอย่างน้อย ๑๐ กิโลเมตร เนื่องจากถนน ๔ เลนทำให้พ่อแม่พี่น้องราษฎรที่ใช้ถนนสัญจรไปมา จากตำบลท่าเรือ ตำบลทรัพย์ทวี ตำบลนาใต้ เข้าสู่ตลาดบ้านนาได้รับความเดือดร้อน และยังมีผิวจราจรชำรุดหนักเป็นระยะทางประมาณ ๑๐ กิโลเมตร กลัวจะเกิดอุบัติเหตุ กับพ่อแม่พี่น้องที่สัญจรไปมา ผมอยากนำเรียนท่านประธานไปยังกรมทางหลวงให้สนับสนุน งบประมาณให้จัดการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่พี่น้องด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาความตื้นเขินของคลองในเขตอำเภอกาญจนดิษฐ์ โดยเฉพาะ ตำบลท่าทองใหม่ ตำบลตะเคียนทอง ตำบลกะแดะ และตำบลพลายวาส จนเกิดเป็นสันเป็นดอน ส่งผลให้พ่อแม่พี่น้องที่ใช้เรือไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เป็นเหตุให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน ที่ทำการประมงซึ่งเป็นอาชีพหลักของเขาได้รับความเดือดร้อน ผมจึงนำเรียนท่านประธาน โดยเฉพาะกรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขปัญหาให้เป็นระยะยาวด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายยุทธพงษ์ อรุณคง นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลทุ่งกง ท่านมีนโยบายและแผนงานดำเนินงานด้านการศึกษาพัฒนาเด็ก และเยาวชนในเขตพื้นที่ในการออกกำลังกายและเล่นกีฬา แต่ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณ ในพื้นที่ดำเนินการไม่เพียงพอ จึงไม่สามารถดำเนินการได้ และจากการตรวจสอบสภาพพื้นที่แล้ว โรงเรียนบ่อโฉลก ตำบลทุ่งกง อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้หยุดทำ การเรียนการสอนตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๐ สภาพอาคารยังชำรุดไม่สามารถใช้ประโยชน์เต็มได้ หน่วยงานที่รับผิดชอบคือสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต ๑ และได้เล็งเห็น ถึงความสำคัญดังกล่าว ไปใช้ประโยชน์ตามแผนงานพัฒนาภารกิจต่าง ๆ ของท้องถิ่น ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปกรณ์ จีนาคำ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ปกรณ์ จีนาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมมีเรื่องหารือปัญหาเร่งด่วนของพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ๒-๓ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรก ในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมานั้นได้เกิดน้ำป่าไหลหลาก รุนแรง เข้าท่วมหมู่บ้านต่าง ๆ ในเขตอำเภอเมืองและอำเภอปายของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า ๕๐๐ หลังคาเรือน มีผู้เสียชีวิต ๑ ราย พื้นที่การเกษตร เสียหายกว่า ๒,๐๐๐ ไร่ สัตว์เลี้ยงกว่า ๒๐๐ ตัวที่ตาย รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รวมถึง เครื่องมือการเกษตรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ถนนและสะพานเสียหายกว่า ๒๐ สาย สะพานซู-ตอง-เป้ ซึ่งเป็นสถานท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้น ก็ได้เสียหายอย่างหนัก เบื้องต้นนั้นท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าไปแก้ปัญหาช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันนั้นยังขาดงบประมาณในการบูรณะ ซ่อมแซมถนน สะพาน อาคารเรียนที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงยังขาดงบประมาณ ในการจัดซื้อเครื่องมือ เครื่องจักร ในการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่นรถน้ำ จึงขอฝากท่านประธานถึงผู้บริหารได้ดูแลและเร่งแก้ปัญหาช่วยเหลือทางทั้งพื้นที่ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ นั้นขอติดตามโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยม่วงก๋อนในพื้นที่อำเภอปาย โครงการนี้ได้ริเริ่มศึกษาออกแบบและขอใช้พื้นที่มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๕ กรมชลประทานประกาศเริ่มโครงการก่อสร้าง งบประมาณกว่า ๕๐๐ ล้านบาท กว่า ๑๗ ปีที่พี่น้องประชาชนได้รอคอย แต่ปัจจุบันนี้ยังไม่สามารถที่จะลงมือก่อสร้างได้ เนื่องจากยังต้องรอประกาศอนุญาตใช้พื้นที่ป่าจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงขอฝากท่านประธานถึงผู้บริหารได้ช่วยติดตามเร่งรัดประกาศปลดล็อกการใช้พื้นที่ ป่าดังกล่าวด้วย🔗
สุดท้าย กระผมขอฝากท่านประธานช่วยติดตามผลการหารือ เรื่องการขาดแคลน บุคลากรทางการแพทย์ และการออกหนังสือรับรองสิทธิในการใช้ที่ดิน หรือ คทช. ที่ผมได้ หารือไว้เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคมที่ผ่านมา ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจากผมได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวโพดและสมาคมการค้าพืชไร่ เรื่องข้าวโพดราคาตกต่ำลงเรื่อย ๆ การนำเข้า วัตถุดิบทดแทนจากต่างประเทศมีผลกระทบโดยตรงกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ๕๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน🔗
ส่วนที่มีผลกระทบทางอ้อม เช่น ชาวนาควรจะขายข้าวเปลือกได้เพิ่มอย่างน้อยตันละ ๕๐๐-๗๐๐ บาท เกษตรกรที่เลี้ยงหมู ไก่ เป็ด ที่เรียกว่า ฟาร์มหรือเกษตรกรรายย่อยไม่สามารถเข้าถึงวัตถุดิบที่มีราคาถูก ข้าวสาลี มีมาตรการ ๓ ต่อ ๑ ในการนำเข้ารัฐมีการควบคุมข้าวบาร์เลย์ DDGS หรือกากข้าวโพด ข้าวบด ข้าวโพดโม่ รำสกัดอัดแท่ง ไม่มีมาตรการควบคุมการนำเข้า ความต้องการใช้ข้าวโพด ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ๘ ล้านตัน ผลผลิตในประเทศมี ๕ ล้านตัน ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมราคาข้าวโพดจึงตกต่ำทั้งที่วัตถุดิบไม่พอต่อความต้องการในประเทศ พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายกันหลายครั้งแล้วเรื่องราคาข้าวโพดตกต่ำ ไม่ใช่พวกเราพูดขึ้นมาลอย ๆ ไม่มีเหตุไม่มีผล ยิ่งพูดราคาข้าวโพดยิ่งลงเรื่อย ๆ ถ้าสินค้า ล้นตลาด ราคาตกต่ำก็เป็นเรื่องของ Demand Supply แต่ปัจจุบันสินค้าขาดตลาด ราคาก็ยังคงตกต่ำเรื่อย ๆ บิดเบี้ยวกลไกตลาดมีอะไรแทรกแซง ดังนั้นวิธีการแก้ปัญหา คือรัฐบาลควรนำมาตรการเดิม หรือกลับมาใช้โดยกำหนดกำแพงภาษี หรือเรียกกันว่า ภาษีปกป้องเกษตรกรที่ ๒๗ เปอร์เซ็นต์ดังที่เคยทำมาในอดีต ควรสนับสนุนให้อุตสาหกรรม อาหารสัตว์นำวัตถุดิบในประเทศ หรือหมวดคาร์โบไฮเดรตทดแทนกันได้โดยไม่ต้องพึ่งพา วัตถุดิบทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ การนำเข้าทำให้มีผลกระทบกับเสถียรภาพ ราคาพืชผลทางการเกษตร เช่น ข้าวเปลือก มันสำปะหลัง ข้าวโพด สนับสนุนให้เกษตรกร ปลูกพืช GMO เพราะปัจจุบันสินค้าวัตถุดิบทดแทนที่นำเข้าเป็นพืชตัดแต่งพันธุกรรมทั้งสิ้น เช่น ข้าวโพด ข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี กากถั่วเหลือง หรือ DDGS ฝากท่านประธานสภา นำปัญหาที่เกิดขึ้นส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รีบแก้ไขปัญหานี้โดยด่วนนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
อีก ๔ ท่านสุดท้าย ท่านแรก ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ท่านที่ ๒ ท่านสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส ท่านที่ ๓ ท่านนรากร นาเมืองรักษ์ ท่านที่ ๔ ท่านสุภาพร กำเนิดผล เชิญท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมมีเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนมากราบเรียนท่านประธาน ๑ เรื่อง ก็คือเรื่องของถนนชำรุดเสียหาย แต่ว่าถนนดังกล่าวนั้นได้มีการถ่ายโอนภารกิจไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับผิดชอบ แล้วก็ดูแล ซึ่งปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีงบประมาณไม่เพียงพอ จึงขอให้ทาง กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้พิจารณางบอุดหนุนให้กับ หน่วยงาน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีทั้งหมด ๑๑ สายทาง ดังต่อไปนี้🔗
สายแรก ขอให้ปรับปรุงผิวการจราจร ถนนสายบ้านหนองแก หมู่ที่ ๕ ตำบลหนองกบ อำเภอบ้านโป่ง🔗
สายที่ ๒ ขอให้ปรับปรุงถนนผิวการจราจรหน้าสถานีรถไฟบ้านโป่ง ตั้งแต่ หลักเขตที่ ๕ ถึงหน้าวิทยาลัยเทคโนโลยีบ้านโป่งบริหารธุรกิจ🔗
สายที่ ๓ ก็คือถนนสายลาดยางคลองชลประทาน ๓ ขวา ๕ ซ้าย หมู่ที่ ๑๐ ตำบลกรับใหญ่🔗
สายที่ ๔ ปรับปรุงถนนซอยเทศบาลกระจับ ๘ แยก ๒ เชื่อมซอยเทศบาล กระจับ ๑๒ ตำบลหนองอ้อ อยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลกระจับ🔗
สายที่ ๕ ขอให้ปรับปรุงถนนสายหลังโรงเรียนวัดอริยวงศาราม หมู่ที่ ๓ ตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอบ้านโป่ง🔗
สายที่ ๖ ขอให้ปรับปรุงถนนสายบ้านเจริญธรรม หมู่ที่ ๓ ตำบลเขาขลุง ถึงบ้านมาบแค หมู่ที่ ๑๕ ตำบลหนองปลาหมอ🔗
สายที่ ๗ ขอให้ปรับปรุงถนนสายข้างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล หนองไก่ขัน ตำบลเขาขลุง หมู่ที่ ๑๕🔗
สายที่ ๘ ขอให้ปรับปรุงถนนเลียบคลองชลประทาน ตั้งแต่สี่แยกหัวโป่ง ผ่านสี่แยกหนองปลาดุก ผ่านแยกหนองกบถึงแยกหนองสาระนัง หมู่ที่ ๑๕ ตำบลหนองกบ🔗
สายที่ ๙ ขอให้ปรับปรุงถนนสายริมน้ำ หมู่ที่ ๓ บ้านวัดโพธิ์บัลลังก์ ถึงหมู่ที่ ๔ บ้านคู ตำบลคุ้งพยอม เชื่อมหมู่ที่ ๑ ตำบลเบิกไพรครับ🔗
สายที่ ๑๐ ขอให้ปรับปรุงถนนสายซอย ๕ หมู่ที่ ๓ ถึงสะพานข้ามคลองท่าผา บางแก้ว🔗
สายที่ ๑๑ ปรับปรุงถนนซอย ๑ หมู่ที่ ๑๖ ตำบลปากแรต เชื่อมหมู่ที่ ๑๔ ตำบลหนองกบ อำเภอบ้านโป่ง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดปัตตานี อำเภอยะหริ่งและอำเภอมายอ ขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันนี้ผมขอหารือต่อท่าน ๒ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรก ขอขยายช่องทางถนน ทางหลวงหมายเลข ๔๐๖๑ ช่วงรอยต่อตำบลเกาะจันทร์ จนถึงรอยต่อระหว่างตำบลสะกำ ปัจจุบันสภาพถนนมีเพียง ๒ ช่องทางจราจร ถนนค่อนข้างคับแคบทำให้การจราจรไปมา ไม่สะดวก ซึ่งถนนเส้นนี้มีการใช้งานปริมาณรถค่อนข้างมาก ถนนผ่านหน่วยงานของรัฐ หลายหน่วยงาน เช่น ที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจ โรงพยาบาล อีกทั้งยังมีชุมชนที่อยู่อาศัย บริเวณถนนเส้นนี้อย่างหนาแน่น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลจะทำให้จราจรแออัดและเกิด อุบัติเหตุบ่อยครั้ง ถนนเส้นนี้ได้รับการเวนคืนที่ดินประมาณ ๒๐ กว่าปีมาแล้ว แต่ยังไม่ได้เปิด เป็น ๔ ช่องทางจราจร ทำให้ไม่สะดวกในการจราจรได้🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ ทาง อบต. ตะโละกาโปร์ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี มีนโยบายพัฒนาชายหาดตะโละกาโปร์ ซึ่งปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัด แต่ไม่สามารถขยายหรือพัฒนาเพิ่มเติมได้เนื่องจากมีข้อจำกัด และทาง อบต. ตะโละกาโปร์ ได้รับการถ่ายโอนทางหลวงริมชายหาดตะโละกาโปร์มาแล้วเป็นระยะ ๘.๙ กิโลเมตร จากแขวงการทางจังหวัดปัตตานี เพื่อที่จะนำไปพัฒนาเส้นทางให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่หลังจากรับการถ่ายโอนมาแล้วไม่นานได้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง จนทำให้ ถนนขาดเป็นช่วง ๆ หลังจากทาง อบต. ตาโละกาโปร์ ได้ทำการซ่อมแซมเป็นประจำทุกปี แต่ไม่อาจหยุดยั้งภัยธรรมชาติได้ ทั้งนี้ อบต. ไม่มีงบประมาณในการจะซ่อมแซมปรับปรุงให้ดี ได้เช่นเดิม จึงพยายามขอรับการสนับสนุน แต่ไม่เคยได้รับงบประมาณจัดสรรจากหน่วยงานใด เข้ามาดูแล ทั้งนี้ผมขอฝากท่านประธานเรื่องนี้ด้วย ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนรากร นาเมืองรักษ์ เชิญครับ ถ้าท่านนรากรยังไม่มา เชิญท่านสุภาพร กำเนิดผล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพดิฉัน นางสาวสุภาพร กำเนิดผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๖ จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันมีเรื่องสำคัญต้องหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของดิฉันโดยเร่งด่วน🔗
เนื่องจากพื้นที่ของดิฉันมีด่านสะเดา หรือด่านนอกเป็นเส้นทางสำคัญการค้าชายแดนระหว่างประเทศ สามารถสร้างมูลค่า ให้ประเทศไทยปีละหลายแสนล้านบาท วันนี้ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายสาธิต ลิ่ววัฒนะโชตินันท์ นายกเทศมนตรีตำบลสำนักขาม ดอกเตอร์สิทธิพงศ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่สงขลา และพี่น้องประชาชนทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ เป็นจำนวนมาก มีปัญหาในเรื่องของการจราจรติดขัด มีความแออัดอย่างมาก บางวันในพื้นที่ ของดิฉันนักท่องเที่ยวที่เข้ามามีทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ต้องมาติดอยู่บริเวณด่าน ไม่สามารถกลับประเทศได้ทำให้การค้าขายของประเทศไทยล่มสลาย ขาดรายได้เข้าประเทศ อย่างมหาศาล เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ารัฐบาลควรจะต้องหันมาดูแลเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนที่สุด ปัญหาเหล่านี้ ดิฉันได้พูดไปแล้วในสมัยที่แล้วแต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข เพราะฉะนั้นดิฉันอยากเสนอ แนวทางว่าต้องให้รถขนส่งสินค้าจอดบนทางหลวงให้น้อยที่สุด จัดพื้นที่ให้มีการออกเอกสาร ผ่านด่านให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว รถนักท่องเที่ยวต้องลดขั้นตอนด้านเอกสารให้มากที่สุด และที่สำคัญ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาได้ของบประมาณจากสำนักงบประมาณทุกปีเพื่อเร่ง งบประมาณ ๑๘๑ ล้านบาท รัฐบาลควรเปิดใช้ด่านสะเดาแห่งใหม่ให้เร็วที่สุด และผลักดัน งบประมาณในพื้นที่ ๒ กิโลเมตร ดิฉันคิดว่าหากรัฐบาลให้ความสำคัญประเทศของเราจะสร้าง มูลค่ามหาศาลและสร้างความผาสุกให้กับประชาชนได้อย่างยั่งยืน กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ จบการหารือนะครับ🔗
เรียนท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุมจำนวน ๓๒๐ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอญัตติเปลี่ยนระเบียบวาระ การประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) ขอเปลี่ยนระเบียบวาระที่ ๕.๒ ขึ้นมาแทนระเบียบวาระที่ ๕.๑ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีท่านใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ต่อการเปลี่ยนระเบียบวาระของท่านศรัณย์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ผมขอชี้แจงอย่างนี้นะครับ ในครั้งที่แล้วเคยมีการขอเปลี่ยน ระเบียบวาระแบบนี้มาแล้ว โดยเพื่อนสมาชิกจากพรรคก้าวไกลเองก็เคยเป็นญัตติในการขอให้มี การทำประชามตินะครับ ซึ่งสิ่งที่ผมกังวลก็คือในครั้งนั้นมีการลุกขึ้นมาพูดว่าการเปลี่ยนญัตติ แบบนี้เป็นการแซงคิวเพื่อน ซึ่งผมต้องขอยืนยัน แล้วต้องขอยืนยันว่าสิ่งที่ท่านศรัณย์ทำนั้น เป็นไปตามข้อบังคับทุกประการไม่ได้เป็นการแซงคิวเพื่อนแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องสำคัญ ที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน และควรที่จะต้องพิจารณาทันทีภายในวันนี้ ในเรื่องนี้ผมไม่ได้มีปัญหา ไม่ได้ขัดข้อง ไม่ได้มีการขอลงมติแต่อย่างใด แต่ขอให้มีการบันทึก เอาไว้เท่านั้นว่าเรื่องนี้เป็นไปตามข้อบังคับ เป็นไปตามปกติหากมีการตกลงกันมาแล้วครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตเสริมนิดหนึ่งครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ก็อย่างที่ท่านเพื่อนสมาชิกท่านปกรณ์วุฒิ ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้กล่าวว่าเรามีการคุยกัน ใน Whip ทั้ง ๒ ฝ่ายว่าเราพยายามที่จะไม่เปลี่ยนแปลงญัตติถ้าไม่จำเป็น แล้วเราก็พยายาม ที่จะไม่ทำให้ญัตติของเพื่อนสมาชิกถูกแซง ในกรณีของการเปลี่ยนระเบียบวาระในวันนี้ ผมได้มีการคุยกับเพื่อนสมาชิกที่เป็นผู้เสนอญัตติที่ ๕.๑ แล้ว ท่านเพื่อนสมาชิกก็เห็นด้วยว่า สำคัญ และดูจากญัตติที่ ๕.๒ ที่มีเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านยื่นญัตติในลักษณะเดียวกัน ก็เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญและไม่ได้มีการแทรกคิวเพื่อนสมาชิกในญัตติอื่น ๆ ก็เลยเรียนเพื่อบันทึกไว้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ไม่มีปัญหานะครับ เนื่องจากสมาชิกได้เสนอขอเปลี่ยนวาระตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) โดยขอนำญัตติตามระเบียบวาระเรื่องค้างพิจารณาที่ ๕.๒ ซึ่งเป็นญัตติเกี่ยวกับการแก้ไข ปัญหาภัยแล้ง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากปรากฏการณ์ EI Nino ขึ้นมา พิจารณาก่อน ไม่มีท่านใดขัดข้องนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม จำนวน ๒ เรื่อง🔗
๒.๑ รับทราบประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไป ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง🔗
ตามที่นายทรงศักดิ์ ทองศรี ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๖ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ ของรัฐธรรมนูญนั้น ประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงได้มีประกาศสภาผู้แทนราษฎรประกาศ ให้ผู้มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ตามมาตรา ๑๐๕ ของรัฐธรรมนูญ คือนายชลัฐ รัชกิจประการ ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ ๔ ขึ้นมาแทน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามมาตรา ๑๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย🔗
เนื่องจากมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๑๕ กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องปฏิญาณตน ในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกก่อนเข้ารับหน้าที่ ขอเชิญท่านชลัฐ รัชกิจประการ กรุณายืนขึ้นและกล่าวคำปฏิญาณตนโดยผมจะเป็นผู้กล่าวนำ และโปรดระบุชื่อของท่าน ในตอนต้น ว่าตามผมนะครับ🔗
“ข้าพเจ้า ชลัฐ รัชกิจประการ ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และจะปฏิบัติ ตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”🔗
ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบันเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้ ๔๙๘ ท่าน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งก็คือ ๒๔๙ ท่าน🔗
๒.๒ รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณารับทราบรายงานจำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้🔗
๒.๒.๑ ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๒ วันอังคารที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๖ ได้รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕🔗
๒.๒.๒ ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๑ วันจันทร์ที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๖ ได้รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๕ ของศาลรัฐธรรมนูญ จึงขอแจ้งต่อที่ประชุม🔗
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต นิดหนึ่งครับ ผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย ขออนุญาตเรียนถาม ท่านประธานนิดหนึ่งครับ วาระเพื่อทราบ ๒.๑.๑ และ ๒.๑.๒ ความหมายของผมก็คือ วาระพวกนี้หมายถึงว่าได้มีการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปแล้วใช่ไหมครับ ถึงไปถึงวุฒิสภา เพราะว่ามันอภิปรายไม่ได้ความหมายคืออย่างไรครับ อยากจะให้เขียนวาระ ให้ชัดเจนท่านประธานครับ ใช่ไหมครับ🔗
คืออย่างนี้นะครับ เรื่องรับทราบนี้ตามความพร้อมของหน่วยงานนะครับ หน่วยงานพร้อม ที่จะเสนอรายงานต่อที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎร หรือต่อวุฒิสภาก็ได้ ต่างคนต่างรับทราบ แล้วจะเข้าที่นี่ก่อนหรือเข้าที่โน่นก่อนก็ได้นะครับ ซึ่งถ้าเข้าที่เรา เราก็จะไปรับทราบที่โน่นด้วย แจ้งที่โน่นนะครับ ถ้าเข้าที่โน่นก็มาแจ้งนี่ ก็คือเป็นการแจ้งให้ทราบว่าขณะนี้เรื่องไหน ผ่านวุฒิสภาบ้าง เรื่องไหนผ่านสภาผู้แทนราษฎรบ้าง เรื่องรับทราบนะครับ เข้าใจนะครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานเพิ่มเติม นิดหนึ่งครับ แล้วมันต่างกับวาระที่ ๒.๒ ๒.๓ ๒.๔ ไล่เลียงไปจนถึง ๒.๙ ได้อย่างไรครับ ต่างกันอย่างไรครับ คือผมอธิบายไม่ถูกเวลาจะอภิปรายครับ🔗
คืออันนั้นเขาแจ้งให้เราว่าเขารับทราบแล้วนะ ๒ เรื่องนี้ แต่ตอนนี้เป็นเรื่องรับทราบที่เขา เอามาให้เรารับทราบ ให้สภาผู้แทนราษฎรรับทราบในวาระต่อไปนี้นะครับ ที่เขาจะมาชี้แจง ต่อเรา เข้าใจนะครับ ถ้าไม่เข้าใจเดี๋ยวมาถามนอกรอบนะครับ🔗
เรียนท่านสมาชิกการพิจารณาเรื่องประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมตามระเบียบ ต่อไปซึ่งเป็นการพิจารณารับทราบรายงานหน่วยงานต่าง ๆ ที่ตามกฎหมายกำหนดไว้ ผมเห็นว่าเพื่อให้การพิจารณาเรื่องดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นจึงจะมี การปรับเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมไปจากเดิมโดยเฉพาะในการประชุมวันนี้นะครับ จะได้ให้เจ้าหน้าที่ประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะเข้ามาชี้แจงเพื่อจะทราบล่วงหน้า และเตรียมความพร้อมเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมแล้ว แต่เนื่องจากข้อบังคับ ข้อ ๒๘ ได้กำหนด ให้ต้องดำเนินการพิจารณาตามลำดับระเบียบวาระการประชุมที่จัดไว้ เว้นแต่ที่ประชุม จะลงมติเป็นอย่างอื่น ดังนั้นสำหรับการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๒ ในวันนี้ขอปรึกษา ที่ประชุมเพื่อขอเปลี่ยนวาระการประชุม โดยนำเรื่องรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชี และรายงานการเงิน และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงิน และทรัพย์สินของกองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน สำหรับปีสิ้นสุดในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ตามระเบียบวาระที่ ๒.๗ ขึ้นพิจารณาก่อน ภายหลังจากการจบการพิจารณาเรื่องดังกล่าว แล้วจะเป็นการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา จะมีสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
๒.๗ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน และรายงาน การประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๖ รับทราบรายงานผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน และรายงานการประเมินผล การใช้จ่ายเงินทรัพย์สินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน สำหรับปีสิ้นสุด ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ตามที่กระทรวงคมนาคมได้เสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อรับทราบตามมาตรา ๑๐/๒ วาระ ๔ แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ รายละเอียด ปรากฏตามเอกสารที่จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกในห้องประชุมแล้ว🔗
เนื่องจากว่ามีท่านสมาชิกได้ติดใจที่จะอภิปรายและซักถาม จำนวน ๑๙ ท่าน ดังนั้นในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง ต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญท่านที่มีรายนามต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง🔗
๑. นายบัญญัติ คันทา รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก🔗
๒. นางบุศรา วงศ์กำแหง ที่ปรึกษาด้านการเงินและบัญชี🔗
๓. นายสุรเชษฐ คล้ายแจ้ง ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานงานทะเบียนและภาษีรถ🔗
๔. นางสาวฐิฏิมา นิวาศะบุตร ผู้อำนวยการสำนักบริหารการคลังและรายได้🔗
๕. นายสมพงษ์ ผิวทอง หัวหน้าสำนักงานกองทุนเพื่อความปลอดภัย🔗
ในการใช้รถใช้ถนน🔗
๖. นางสาวนิตยา สุวรรณราชัย นักวิชาการขนส่งชำนาญการพิเศษ🔗
๗. นางอภิรดี ไพจิตร นักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการ🔗
๘. นายธนพัต จันต๊ะ นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ🔗
เชิญท่านเข้าประจำที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านจะชี้แจงก่อนหรือว่าให้ท่านสมาชิก ได้อภิปรายก่อน ท่านขออนุญาตเกริ่นนำสัก ๕ นาที เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายบัญญัติ คันธา รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ฝ่ายบริหาร ใคร่ขอกราบเรียนรายงานงบการเงินของกองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ดังนี้🔗
ที่มาของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนนั้นเกิดขึ้นจาก การจัดสรรเลขทะเบียนที่มีปัญหาว่ามีการเลือกปฏิบัติต่าง ๆ นานา ทางกรมการขนส่งทางบก และทางผู้บริหารกระทรวงคมนาคมในช่วงปี ๒๕๔๖ นั้นก็เห็นว่าสมควรที่จะนำเลขทะเบียนต่าง ๆ มาจัดดำเนินการให้เกิดความเหมาะสม ให้กระจายได้อย่างถ้วนทั่ว จึงได้มีการเสนอกฎหมาย ขึ้นมา ก็คือพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒) พุทธศักราช ๒๕๔๖ มีสาระสำคัญว่า ให้อธิบดี กรมการขนส่งทางบกนำเลขทะเบียนรถซึ่งเป็นที่ต้องการและเป็นที่นิยมตามที่กฎกระทรวง กำหนดออกประมูลเป็นการทั่วไป แล้วก็ให้นำเงินรายได้ที่ได้จากการประมูลหมายเลข ทะเบียนรถนี้ไปจัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่ง ซึ่งตามกฎหมายเรียกว่า กองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนสนับสนุน ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนนและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอันเกิดจากการใช้รถใช้ถนน โดยมีผู้บริหาร ของกองทุนประกอบด้วย ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานกรรมการ นอกจากนั้น ก็มีผู้แทนของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมบัญชีกลาง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร และผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรี แต่งตั้งจำนวน ๒ คนเป็นกรรมการ แล้วก็อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นกรรมการและเลขานุการ ทั้งนี้ การจัดสรรค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการใช้เงินของกองทุนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งก็ได้มีการออกกฎกระทรวงมารองรับให้ใช้จ่ายเงิน ใน ๔ พันธกิจ ประกอบด้วย🔗
พันธกิจแรก เป็นการช่วยเหลืออุดหนุนเงินเพื่อใช้จ่าย เพื่อการลดอุบัติเหตุ ตามโครงการหรือแผนงานด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของกรมการขนส่งทางบก🔗
พันธกิจที่ ๒ เป็นเงินเพื่อสนับสนุนค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ อันเนื่องมาจาก การใช้รถใช้ถนน นอกเหนือจากที่ได้รับสินไหมทดแทนจากการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พุทธศักราช ๒๕๓๕🔗
พันธกิจที่ ๓ ให้เป็นทุนสนับสนุนการศึกษาวิจัยด้านความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน🔗
พันธกิจที่ ๔ สนับสนุนและส่งเสริมเป็นทุนในการบริหารจัดการในการประมูล หมายเลขทะเบียน การบริหารงานต่าง ๆ ตามพันธกิจของกองทุน🔗
ทั้งนี้ทั้งนั้น การดำเนินงานต่าง ๆ ของกองทุนนอกจากกรมการขนส่งทางบก จะดำเนินการจัดทำงบประมาณรายรับ รายจ่ายเรียบร้อยแล้วกฎหมายก็ได้กำหนดให้มีหน้าที่ ที่จะต้องส่งงบการเงินให้แก่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีภายใน ๑๒๐ วัน นับตั้งแต่สิ้นปีบัญชี เมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบรายงานการเงินบัญชี เรียบร้อยแล้ว ก็ต้องมีหน้าที่รายงานต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา แล้วก็นำงบการเงินตรงนี้ ที่ได้ผ่านการรับรอง และผ่านกระบวนการที่ผมได้กราบเรียนเมื่อสักครู่แล้วลงประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา วันนี้จึงเป็นที่มาที่ทางกระผมได้มากราบเรียนต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ในปี ๒๕๖๔ งบการเงินของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนที่ปรากฏตาม รายงานของผู้สอบบัญชีปรากฏว่ามีเงินสด เงินฝากธนาคาร และเงินฝากคลัง ๕,๘๐๐ ล้านบาท โดยประมาณ และมีบัญชีลูกหนี้สุทธิอยู่ที่ ๒๕๕ ล้านบาท อย่างไรก็ตามสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินก็ได้ให้การรับรองงบการเงินประจำปี ๒๕๖๔ ว่าเป็นไปตามเกณฑ์ ตามหลักการ ที่กำหนดโดยไม่มีเงื่อนไข แต่อย่างไรก็ตามก็ได้ให้ข้อสังเกตในการดำเนินการ เพื่อเป็นประโยชน์ของกองทุนเอง ได้แก่ การเร่งรัดหนี้สินต่าง ๆ ที่มีผู้ประมูลหมายเลขทะเบียน ได้ไปแล้วยังค้างชำระอยู่ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกก็ได้นำข้อสังเกตดังกล่าวมาวางหลักเกณฑ์ ตั้งแต่การกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประมูล ถ้าหากผู้นั้นเป็นผู้ที่ไม่ได้ชำระค่าหมายเลข เราก็จะตัดสิทธิผู้นั้นไม่ให้เข้าร่วมการประมูลในคราวต่อไป นอกจากไม่เข้าร่วมในนามตัวเอง แล้วยังตัดสิทธิไม่ให้เป็นผู้รับมอบอำนาจในการประมูลด้วย นอกจากนี้เราก็ได้เพิ่ม หลักประกันต่าง ๆ ซึ่งหมายเลขทะเบียนที่มีอยู่มีอยู่ ๓ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ ผมขออนุญาต ยกตัวอย่างว่าจากเดิมที่เราเคยให้วางหลักประกันที่ ๓๐,๐๐๐ บาท ก็เพิ่มเป็น ๕๐,๐๐๐ บาท กลุ่มที่ ๒ มีการกำหนดให้วางหลักประกันอยู่ที่ ๑๐,๐๐๐ บาท แล้วก็เพิ่มให้เป็น ๒๐,๐๐๐ บาท และกลุ่มที่ ๓ ๓,๐๐๐ บาทก็เพิ่มเป็น ๕,๐๐๐ บาท นอกจากนี้เราก็ได้ปรับลดระยะเวลา ในการชำระหนี้ค่าหมายเลขทะเบียน จากเดิมกำหนดให้ชำระภายใน ๓๐ วัน หลังจาก ที่ประมูลเสร็จสิ้น เราก็ลดลงเป็นต้องชำระภายใน ๗ วัน ในอัตรา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก่อน ส่วนหลักเกณฑ์เก่าลำดับถัดมาก็จะมีการผ่อนเวลาให้ ๙๐ วัน แต่หลักเกณฑ์ใหม่ต้องชำระ ส่วนที่เหลือภายใน ๓๐ วัน ไม่อย่างนั้นก็จะถูกตัดสิทธิ อันนี้ก็เป็นมาตรการที่ควบคุมกำกับ วางหลักเกณฑ์ในการปรับลดระยะเวลาการชำระหมายเลขทะเบียน ถ้าไม่ชำระภายในกำหนด เราก็จะนำเลขนั้นออกไปประมูลใหม่ นอกจากนี้ในการติดตามทวงถามหนี้ โดยที่ผ่านมา ก็จะใช้วิธีการฟ้องร้อง ซึ่งเป็นวิธีการที่ต้องใช้ระยะเวลานาน กรมการขนส่งทางบก กองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนก็ได้เพิ่มวิธีการไกล่เกลี่ย ซึ่งเป็นวิธีการที่ตามกฎหมายใหม่ ที่ออกมา รวมทั้งเป็นวิธีการที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งด้วย เป็นผลให้จำนวนหนี้ที่ค้างชำระ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับ ในปี ๒๕๖๑ ซึ่งเป็นปีที่ ก่อนรายงานฉบับนี้จะออกเรามีหนี้ค้างอยู่ ๒,๕๐๐ ล้านบาท อย่างไรก็ตามเราก็ได้นำ ข้อสังเกตของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน รวมทั้งข้อสังเกตของสมาชิกรัฐสภาที่มีความห่วงใย และปรารถนาดีกับทางกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เป็นผลให้ในปี ๒๕๖๒ หนี้ลดจาก ๒,๕๐๐ ล้านบาท เหลือ ๒,๑๐๐ ล้านบาท และปี ๒๕๖๓ เหลือ ๑,๕๐๐ ล้านบาท สุดท้ายปี ๒๕๖๔ ขณะที่ปี ๒๕๖๔ เป็นปีตามรายงานงบการเงิน เหลือ ๘๔๘ ล้านบาท ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะมีอันหนี้เก่าที่เรา Clear ไป แล้วก็มีที่เกิดจากการประมูลใหม่ด้วย อันนี้ก็เป็น ข้อสังเกตในเบื้องต้นของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งกรมการขนส่งทางบกก็ได้นำไป ดำเนินการแก้ไข ในเบื้องต้นผมขออนุญาตกราบเรียนต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในเบื้องต้นเท่านี้ก่อนครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมาชิกอภิปรายนะครับ ท่านร่มธรรม ขำนุรักษ์ ท่านที่ ๒ ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ท่านที่ ๓ ท่านปรเมษฐ์ จินา เชิญท่านร่มธรรม ขำนุรักษ์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขออภิปราย ให้ความเห็นในวาระรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ท่านประธานครับ หนึ่งในสาเหตุที่คร่า ชีวิตคนไทยมากที่สุดในแต่ละปี คืออุบัติเหตุบนท้องถนน และถือเป็นหนึ่งในสาเหตุการตาย ที่สูงที่สุดเพียงหนึ่งเดียวที่ไม่ได้เกิดจากปัญหาด้านสุขภาพ โดยข้อมูลจาก TDRI เผยให้เห็นว่า ในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน เฉลี่ยประมาณ ๑๙,๐๐๐ คนต่อปี หรือเสียชีวิตประมาณ ๕๐ คนต่อวัน เฉพาะในปี ๒๕๖๖ นี้ข้อมูลจาก Thai RSC ชี้ให้เห็นว่า จนถึงวันนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า ๑๐,๐๐๐ คน และบาดเจ็บกว่า ๕๗๐,๐๐๐ คน และมีข่าว ที่น่าสะเทือนใจอยู่แทบทุกวัน นอกจากนี้ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนส่วนใหญ่ ๗๖ เปอร์เซ็นต์ เป็นเพศชาย ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ขับรถประเภทมอเตอร์ไซค์ สำหรับสาเหตุ ส่วนใหญ่คือขับรถเร็วเกินกำหนด เมาแล้วขับ คน รถ สัตว์ตัดหน้ากระชั้นชิด ความประมาท ไปจนถึงการก่อสร้างบนท้องถนน และสาเหตุความบกพร่องจากตัวรถ เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็น เรื่องที่น่ากังวลในระดับโลก จากรายงานขององค์การอนามัยโลกในปี ๒๕๖๑ เผยว่าประเทศไทย มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดเป็นอันดับ ๙ ของโลก และครอง Champ การตายจากมอเตอร์ไซค์เป็นอันดับหนึ่งของโลกอีกด้วย นอกจากนี้ประเทศไทยยังติดอันดับที่ ๑๒ ของประเทศที่ไปเที่ยวแล้วเสี่ยงตายมากที่สุดจาก ๕๐ ประเทศท่องเที่ยวของโลก จากดัชนี Travel Safety Index ซึ่ง ๑ ในสาเหตุที่ทำให้เราติดอันดับนี้ก็คืออุบัติเหตุบนท้องถนน ท่านประธานครับ ที่ผมต้องลุกขึ้นพูดในวันนี้ก็เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนนส่งผลให้เกิด การสูญเสียทรัพยากรที่สำคัญของชาติ ในจังหวัดพัทลุงปีนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า ๘๐ คน บาดเจ็บกว่า ๓,๐๐๐ คน โดยผมต้องการเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งแก้ไขให้ตรงจุด ท่านประธานครับ อันที่จริงแล้วผมคิดว่ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนหรือ กปถ. มีจุดประสงค์อันดีที่นำเลขทะเบียนสวยมาเปิดประมูลจนเกิดรายได้ปีละกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท โดยได้นำเงินจากการประมูลดังกล่าวนี้มาสนับสนุนงานด้านความปลอดภัยบนท้องถนน และช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผมและพี่น้องประชาชนมีความคาดหวังว่ากองทุนนี้จะช่วยลด อุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด เพราะมีผู้บริหารกองทุนจากหลายกระทรวงที่สำคัญ และมีจุดประสงค์ อันดีเพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย แต่ความเป็นจริงที่ปรากฏพบว่าทั้งผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บก็ยังเพิ่มขึ้นโดยในปี ๒๕๖๔ มีผู้เสียชีวิตประมาณ ๑๓,๐๐๐ คน และปี ๒๕๖๕ มีผู้เสียชีวิตประมาณ ๑๕,๐๐๐ คน ผมจึงไม่แน่ใจว่าคณะกรรมการบริหารกองทุน ประสบความสำเร็จหรือไม่ในการทำหน้าที่ แล้วก็พอจะสรุปได้ว่าปัจจุบันนี้ประเทศของเรา ก็ยังไม่มีทั้งความปลอดภัย ทั้งการใช้รถและใช้ถนน ท่านประธานที่เคารพครับ จากรายงาน ปี ๒๕๖๔ นี้ผมมีข้อสอบถามและข้อเสนอแนะผ่านท่านประธานไปยังผู้ชี้แจง ดังนี้🔗
๑. เมื่อดูงบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงินของ กปถ. ในปี ๒๕๖๔ พบว่า รายได้ของกองทุนนี้อยู่ที่ ๑,๓๐๐ ล้านบาท ขณะที่รายจ่ายของกองทุนคือ ๑,๖๐๐ ล้านบาท ประกอบกับการเงินในปี ๒๕๖๒ ถึงปี ๒๕๖๔ พบว่าค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้รวมมาโดยตลอด ผมจึงคิดว่า กปถ. ยังไม่สามารถบริหารค่าใช้จ่ายรวมได้อย่างเหมาะสม จึงขอสอบถามว่า ท่านจะทำอย่างไรเพื่อลดค่าใช้จ่าย มิฉะนั้นกองทุนนี้ก็จะไม่มีความสำคัญอะไรเลยครับ🔗
๒. สำหรับโครงการตามพันธกิจที่ ๑ คือเงินช่วยเหลืออุดหนุนเพื่อลดอุบัติเหตุ ทางถนน ผมคิดว่าตรงนี้มีการจัดสรรงบประมาณจำนวนมากในปี ๒๕๖๔ คือ ๑๒๐ โครงการ หรือ ๑,๗๒๐ ล้านบาท อยากทราบว่าโครงการเหล่านี้มีประสิทธิภาพหรือไม่ครับ เพราะเท่าที่ ปรากฏคืออุบัติเหตุและการเสียชีวิตก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ผมคิดว่ากองทุนต้องเลือกโครงการ ที่มั่นใจว่าจะช่วยลดอุบัติเหตุได้จริงครับ ไม่ใช่ทำแบบซ้ำ ๆ คือติดป้าย Vinyl รูปผู้ว่า หรือนายอำเภอที่ใส่หมวกกันน็อกพร้อมข้อความรณรงค์ติดไว้ตามแยกข้างทางครับ กองทุน ควรทุ่มงบประมาณไปที่การป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเฉพาะจุดที่เกิด อุบัติเหตุบ่อยครั้งและควรมีโครงการที่เป็นรูปธรรม เช่น การแจกหมวกกันน็อก การตรวจ Check สภาพรถยนต์ การติดตั้งไฟส่องสว่าง ไฟจราจร หรืออุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันบริเวณ ทางแยก เป็นต้น🔗
อีกเรื่องที่สำคัญในตอนนี้ คืออุบัติเหตุจากการก่อสร้างบนถนนที่เป็นข่าวอยู่ บ่อยครั้ง ขอให้ทางกองทุนได้ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ด้วย นอกจากนี้ท่านประธาน เมื่อผมดูในช่องทางสื่อสาร Online ของกองทุนแล้ว ดูเหมือนว่ามีงานหลักแค่การประมูล ป้ายทะเบียนรถเพียงเท่านั้นครับ แต่แท้จริงแล้วอีกงานหลักของกองทุนนี้คือต้องรณรงค์ เรื่องนี้อย่างจริงจังจนให้เป็นวัฒนธรรม ต้องทำให้คนไทยทุกคนมีวินัยในการใช้รถใช้ถนน อย่างมีสติ เคารพกฎหมายและให้เกียรติผู้ร่วมใช้ถนนโดยใช้ช่องทางประชาสัมพันธ์ ของ กปถ. ให้เกิดประโยชน์ที่สุดครับ🔗
๓. สำหรับโครงการทำตามพันธกิจที่ ๒ คือเงินค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ เนื่องจากการประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน ทราบว่าในปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๖๔ ไม่ได้มี การอนุมัติจัดสรรเงินตามโครงการเลย โดยตามรายงานระบุว่าได้เคยเกิดปัญหาทุจริต ในการส่งมอบอุปกรณ์ให้ผู้พิการ อยากทราบว่าขณะนี้ได้ดำเนินการอย่างไรบ้างครับ เพราะผมคิดว่าอุปกรณ์ตรงนี้มีความจำเป็นในการช่วยเหลือพี่น้องผู้พิการ และไม่ควรมีใคร มาทุจริตในเรื่องเช่นนี้🔗
๔. สำหรับโครงการตามพันธกิจที่ ๓ ด้านค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการศึกษา วิจัยเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน อยากทราบว่าได้มีการศึกษาอะไรที่สำคัญบ้างครับ เพราะผมคิดว่าเราน่าจะเอาองค์ความรู้เหล่านี้มาปรับใช้เพื่อลดอุบัติเหตุได้ อีกทั้งยังควรมี การศึกษาที่นำตัวอย่างจากต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน มาปรับใช้กับบ้านเราอีกด้วยครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่อยากให้ศึกษา ก็คือเรื่องของการก่อสร้างถนนที่ล่าช้าว่า เราจะทำให้ก่อสร้างรวดเร็วขึ้นได้อย่างไร ผมขอยกตัวอย่างการปรับปรุงซ่อมแซมถนน ที่ล่าช้าเป็นอย่างมากในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ไฟฟ้าส่องสว่างก็ไม่มีทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทำลายเศรษฐกิจร้านค้า และปั๊มน้ำมันตลอดเส้นทางของการก่อสร้าง จนถึงขั้นต้องปิดกิจการ ไปจำนวนมากแล้วครับ โดยถือเป็นการปรับปรุงก่อสร้างที่ไม่มีวันจบสิ้นซึ่งคนพัทลุงทนไม่ได้แล้ว กับความล่าช้านี้🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวันหนึ่งประเทศของเราจะมี ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมากกว่านี้ ควรจะมีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด ประชาชนควรปลอดจากความเสี่ยงในการใช้ชีวิตจากโครงการก่อสร้างบนท้องถนน เมืองที่เราอยู่ก็ควรจะมีรถสาธารณะที่ครอบคลุม ควรจะเป็นเมืองที่เดินได้และคนที่เดินอยู่ ข้างทางข้างถนน และข้ามทางม้าลายก็ควรจะมีความปลอดภัยในชีวิต แต่ความเป็นจริง ที่ปรากฏขึ้นในประเทศเราตอนนี้ทุก ๆ ๑ ชั่วโมงจะมีคนตาย ๒ คนจากอุบัติเหตุทางถนน ขณะที่ผมพูดอยู่นี้ก็อาจกำลังมีรถชนกัน หรือคนเดินถนนถูกรถชนก็เป็นได้ครับ โดยเมื่อวานนี้ วันที่ ๑๙ กันยายน มีผู้เสียชีวิตจำนวน ๓๔ คน บาดเจ็บ ๑,๙๔๐ คน วันนี้จะเป็นเท่าไร แล้วพรุ่งนี้ละครับจะเท่าไร หากเราไม่แก้ไขปัญหานี้ ผมจึงขอนำเรียนข้อคำถามและข้อเสนอแนะทั้งหมดนี้ผ่านท่านประธานไปยังผู้ชี้แจง เพื่อบริหารและใช้เงินของกองทุนนี้ให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริงเพื่อสร้างความปลอดภัย บนท้องถนน ลดอุบัติเหตุ และลดการสูญเสีย สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน การใช้เงินจาก กองทุนนี้ต้องมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนและประเทศชาติ ไม่ใช่มีไว้เพื่อแก้ไข ปัญหาของผู้บริหารกองทุน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลลำไพลของอำเภอเทพา ท่านประธานครับ วันเสาร์ วันอาทิตย์ ปกติ สส. จะลงพื้นที่ เมื่อวันที่ ๑๗ วันอาทิตย์ ผมก็ได้มีโอกาสนะครับ ขอ Slide หน่อยครับ🔗
สภากาแฟ ปรากฏว่าสภากาแฟ ที่น่าสนใจพูดเรื่องอะไรครับ ความปลอดภัยทางถนน เพราะฉะนั้นวันนี้สมาชิกหลายคน บอกว่าเสนอ สส. ไปดูเรื่องความปลอดภัยหน่อย ผมก็ถือว่าได้โอกาสในวันนี้ ท่านประธานครับ นอกจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาบอกว่าต้องรับผิดชอบในเรื่องความปลอดภัย เทศบาล อบต. ตำรวจที่มานั่ง เขาบอกว่าต้องกวดขันในเรื่องของกฎหมายจราจร สิ่งที่สำคัญครับ ผู้ปกครอง ต้องกวดขันบุตรหลานของท่าน เพราะฉะนั้นนี่ก็คือข้อสรุปทั้งหมด โชคดีวันนี้ผมได้อภิปราย ก็เลยฝากเจ้าหน้าที่ของกองทุนว่าวงกาแฟธรรมดาเขายังพูดถึงเรื่องนี้ครับท่านประธาน สรุปวันนี้ผลที่ไปพูดมาว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบกองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ทรัพย์สินกองทุนมี ๖,๑๒๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๔ รายได้ส่วนใหญ่มาจากการประมูลทะเบียน ๑,๒๙๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น เรื่องงบดุล ปี ๒๕๖๔ ผมจะไม่ลงในรายละเอียด แต่สิ่งที่น่าสนใจครับ รายงานการประเมิน ของผู้ตรวจเงินแผ่นดิน อันนี้น่าสนใจมาก🔗
ข้อ ๑ เรื่องการเร่งรัดชำระหนี้จากลูกหนี้เลขทะเบียนประมูล ท่านประธาน รู้ไหมครับว่า ๑. ลูกหนี้ประมูล ทะเบียนที่ไปยื่นประมูลกันมีลูกหนี้ค้างจำนวนมาก ๒. ต้องปรับปรุงระบบข้อมูลของลูกหนี้ให้ Update ๓. ทบทวนวิธีการทวงหนี้เพื่อประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นนี่ก็คือเป็นรายได้หลักในเรื่องของการประมูล🔗
ข้อ ๒ เรื่องอนุมัติโครงการ แต่ทำไม่ได้ครบทุกโครงการ ในปี ๒๕๖๔ ปรากฏว่า กองทุนอนุมัติกรอบไปเท่าไรครับ ๒,๙๐๐ ล้านบาท ๑๔๑ โครงการ แต่โครงการที่อนุมัติ ทำได้เท่าไรครับ ๒,๑๖๘ ล้านบาท คิดเป็น ๗๔.๗๙ เปอร์เซ็นต์ มีส่วนที่เหลืออยู่อีกเท่าไรครับ ๗๐๐ กว่าล้านบาทครับท่านประธาน ที่เงินยังไม่ได้ใช้ไป ๗๓๑ ล้านบาท คิดเป็น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ถือว่าเป็นตัวเลขค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นกองทุนต้องทบทวนหลักเกณฑ์ในกรอบเรื่องเวลา ในการพิจารณางบประมาณให้เหมาะสม ให้มีประสิทธิภาพ ถ้าเป็นการของบประมาณประจำปี ถ้าท่านใช้วิธีการแบบนี้บริหาร ของบประมาณประจำปีจากสภาผู้แทนราษฎร ท่านโดนตัดงบครับ เพราะอะไรครับ เพราะโครงการท่านไม่ได้ทำเยอะมาก เงินเหลือเยอะมาก แต่โชคดีท่านได้เงิน จากการประมูลป้าย🔗
ข้อ ๓ ประสิทธิภาพบริหารโครงการ จ่ายเงินอนุมัติโครงการค่อนข้างน้อยครับ โครงการที่ดำเนินการไปในปี ๒๕๖๔ ก็คือ ๒๐๔ โครงการ แค่ ๕๙.๖๕ เปอร์เซ็นต์ ผมอาจจะไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุโควิดด้วยหรือเปล่า ท่านช่วยชี้แจงด้วย และโครงการ ที่ยังไม่เสร็จในปีงบประมาณก็คืออีก ๑๒๗ โครงการ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ และโครงงการที่ยกเลิก ๑๑ โครงการ ๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านจะเห็นว่าบรรดาโครงการ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทำได้แค่ ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือยังไม่ได้ทำ และมีการยกเลิกโครงการ🔗
เพราะฉะนั้นประสิทธิผล ประสิทธิภาพที่กล่าวมาทั้งหมดคือตัวชี้วัดของตัวเลข ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจากการใช้ถนนน้อยลง นี่ก็คือเป้าหมายของกองทุนที่ท่านตั้งขึ้นมา เพราะฉะนั้นเรามาดูตัวเลขสถิติเจ็บ ตายบนถนนประเทศไทย ในรอบ ๑๐ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ จนถึงปี ๒๕๖๖ ปรากฏว่ามีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนปีละประมาณ ๑๙,๗๓๓ คน เกือบ ๒๐,๐๐๐ คน ในระยะเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นกลุ่มเสี่ยงที่ทางกองทุนต้องไปดูในรายละเอียดว่า กลุ่มเสี่ยงที่สามารถเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตมีกี่กลุ่มครับ กลุ่มแรก ก็คือผู้ขับขี่จักรยานยนต์ อันนี้ชัดเจนครับ เป็นเปอร์เซ็นต์ที่เสียชีวิตสูงมาก ๗๔.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็คือคนใช้มอเตอร์ไซค์ กลุ่มที่ ๒ เป็นกลุ่มที่แปลก อันนี้คือตัวเลขจาก TDRI ครับ ผู้สูงวัย ปรากฏว่าผู้สูงวัยเสียชีวิต จากอุบัติเหตุ ๑ ใน ๕ ของผู้เสียชีวิตทั้งประเทศครับถือว่าค่อนข้างสูง และกลุ่มสุดท้าย คือคนเดินเท้า เดินอยู่ข้างถนนดี ๆ ตายครับท่านประธาน กลุ่มนี้เสียชีวิตท่านรู้ไหมครับ ๓๒.๙๙ เกือบ ๓๓ คนต่อเดือน เฉลี่ยวันหนึ่ง ๑ คน ๑ วันผ่านไปคนเดินอยู่ข้างถนนตายครับ ท่านประธาน นี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องของอุบัติเหตุ เพราะฉะนั้นอยากให้กองทุนต้องไป ดำเนินการไปแก้ให้ตรงจุด ๓ จุดที่ผมได้กล่าวไว้เมื่อสักครู่ เพราะฉะนั้นในปี ๒๕๗๐ เรามีเป้าหมายให้ผู้เสียชีวิตลดน้อยลงเหลือเท่าไรครับ ๑๒ คน ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน หรือว่าให้เหลือ ๘,๐๐๐ กว่าคน ตามยุทธศาสตร์ของชาติ เพราะฉะนั้นเป้าหมายในปี ๒๕๖๔ ผู้เสียชีวิตท่านตั้งไว้เท่าไรครับ ๒๕ คน ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน มีผู้เสียชีวิต ๑๖,๔๙๗ คน นี่คือตั้งไว้นะครับ ปรากฏว่าพอถึงเวลาจริงตายเพิ่มครับ มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด ๒๕.๙ ท่านตั้งไว้ ๒๕ แต่มีผู้เสียชีวิตจริง ๆ ๒๕.๙ เกือบ ๑ คน ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ เสียชีวิตไป เท่าไรครับ ๑๖,๙๕๗ คน เกินมาตรฐานครับ เกินมาเท่าไรครับ ๔๖๓ คน นี่คือสิ่งที่ ท่านตั้งเป้าหมายไว้ เพราะฉะนั้นสุดท้ายขอเป็นกำลังใจให้กับกองทุนอนุมัติโครงการ ให้ทั่วถึงนะครับ เข้าไปยังกลุ่มเป้าหมายเสี่ยงอุบัติเหตุและการจัดเก็บรายได้จากการประมูลป้าย ขอให้ท่านรีบไปดำเนินการให้เข้าเป้า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะนี่คือรายได้หลักของพวกท่าน ก็ขอฝากไว้โอกาสนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปรเมษฐ์ จินา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ และผู้เข้าร่วมชี้แจงของกองทุนเพื่อความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนน ที่เคารพครับ ผม ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนอื่นก็ต้อง ขอแนะนำในเรื่องของรายงานก่อนครับ เนื่องจากว่าจากการที่ได้เข้ามาร่วมประชุม หลาย ๆ หน่วยงานที่เข้ามาร่วมชี้แจงก็จะมีเอกสารทำนองนี้นะครับ ก็เคยเสนอผ่าน ท่านประธานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ว่าถ้าเป็นไปได้อยากจะได้รายงานของปี ๒๕๖๔ และปี ๒๕๖๕ ซึ่งจะได้ดูว่าผลการดำเนินงานดีขึ้นหรือลดลง เราจะได้มีแนวโน้ม ในการแนะนำว่าจะทำอย่างไรให้มันดีขึ้นนะครับ เพราะไม่ว่ากองทุนอะไรก็แล้วแต่ เงินทุกบาททุกสตางค์ก็เป็นเงินของแผ่นดิน เพราะฉะนั้นเมื่อมีโอกาสเข้ามาดูข้อมูลตรงนี้ ก็อยากจะเสนอในภาพรวม เพราะว่าเท่าที่ผ่านมาแต่ละกองทุนส่วนมากก็จะมีหน่วยงาน ที่รับผิดชอบหลัก ๆ เราขาดการบูรณาการ อย่างเช่นกองทุนตัวนี้ก็เช่นกัน ถ้าเป็นไปได้ มีหลายหน่วยงานที่จะทำในเรื่องของงบประมาณ ที่จะทำในเรื่องของโครงการวิจัย ที่จะทำ ในเรื่องของการดูแลผู้ที่ประสบเหตุจากอุบัติเหตุบนท้องถนน เป็นผู้พิการ หรือว่าในส่วนของ หน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หน่วยงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัด แล้วก็หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขเองก็จะมีการดูแลประเภทนี้อยู่ เราอาจจะให้ ทางกรมการขนส่งทางบกเป็นเจ้าภาพ แต่ว่าต้องเชิญหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาดูมุมมองในเรื่อง ของการพัฒนา การเขียนโครงการต่าง ๆ ด้วยนะครับ เพราะว่าบางครั้งผู้ที่ทำงานด้านขนส่ง มาตลอดชีวิตของการทำงาน หรือว่าการรับราชการก็อาจจะมีมุมมองแบบเดียว ถ้าเราสามารถจะทำให้หน่วยงานอื่น ๆ เข้ามาร่วมพิจารณากลั่นกรองโครงการก่อนที่จะอนุมัติ ก็จะเป็นการดี แล้วก็อยากจะตั้งข้อสังเกตโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ว่าหน่วยงานใด ๆ เวลามีรายรับ มีรายจ่าย แล้วก็ส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายเยอะก็จะเป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายในเรื่องของที่ปรึกษา ยกตัวอย่างหน่วยงานของท่านก็เช่นกัน ท่านมีรายได้ในปี ๒๕๖๔ จากการประมูลเลขสวย ๑,๒๙๐ ล้านบาท เป็นค่าจ้างที่ปรึกษาเกือบครึ่งหนึ่ง ๕๗๕ ล้านบาท แล้วก็เป็นค่าใช้จ่าย โอนเงินระหว่างกรมอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ดี ท่านดูได้เอกสารหน้า ๗ ของรายงานการประชุม เล่มนี้นะครับ แล้วก็มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพราะฉะนั้นก็มองว่าถ้าเป็นธุรกิจในการดำเนินงาน ท่านได้รับเงินมา ๑,๒๙๐ ล้านบาทไม่นับบุญเก่าที่สั่งสมกันมาจากปีอื่น ๆ นะครับ ท่านติดลบ ไปถึง ๓๖๔ ล้านบาท อันนี้ก็เป็นสิ่งที่น่าที่จะต้องช่วยกันดูเพื่อให้การดำเนินงานกองทุนนี้ เดินได้อย่างยั่งยืน ในส่วนของวัตถุประสงค์จริง ๆ แล้วเราต้องให้เงินทุกบาททุกสตางค์ ส่งถึงมือประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมมีโอกาสลงไปในพื้นที่ แล้วก็ลงไปเยี่ยมเยือน คนที่ได้รับผลในเรื่องของอุบัติเหตุแล้วก็เป็นผู้พิการ อนาคตเขากำลังรุ่ง อนาคตเขาเป็นกำลังสำคัญ ของสังคม แต่ว่าพอโดนอุบัติเหตุต้องเป็นผู้ป่วยติดเตียง ต้องเป็นผู้ป่วยที่นั่งรถเข็นอยู่ตลอดเวลา บางครั้งมันก็เป็นกลไกระบบราชการของประเทศนี้ที่ทำอะไรก็แบบฉาบฉวย ผมอยากให้มี การดูแลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เมื่อเราเข้าไปเยี่ยมแต่ละ Case พบว่าช่วงใหม่ ๆ ก็มี หลายหน่วยงาน หิวแสงบ้าง หรือว่าต้องการผลงานบ้าง แต่หลังจากนั้นเวลา สส. ลงไปพื้นที่ ไม่มีหน่วยงานไหนลงไปติดตามอย่างยั่งยืน บางครั้งก็ต้องควักกระเป๋าไปเปลี่ยนรถเข็นให้เขา ควักกระเป๋าไปในเรื่องของ Pampers ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง อันนี้ก็อยากจะให้ใช้กองทุนนี้ ให้เป็นประโยชน์ ส่วนอื่นที่อยากจะขอเป็นข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ไปปรับปรุงในส่วนของ ปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ซึ่งจะเริ่มเดือนหน้าแล้ว ถ้าเป็นไปได้ ๒ ท่านที่นำเสนอมาเมื่อสักครู่ ก็เป็นข้อมูลที่ค่อนข้างจะชัดเจนว่าทำอย่างไรให้มันตอบโจทย์ ยกตัวอย่าง ณ วันนี้ถ้าโครงการ ที่ท่านสามารถที่จะทำได้ เป็นต้นว่าในเรื่องของเครื่องหมายจราจรในส่วนของพื้นที่ชนบท พื้นที่ท่องเที่ยวก็อาจจะต้องมีสัญลักษณ์การจราจรให้เพิ่มขึ้น หรือว่าในพื้นที่ที่มีโรงพยาบาล ประจำอำเภออยู่ในบริเวณถนนหลัก วันไหนที่มีอุบัติเหตุท่านก็อาจจะมีการสนับสนุน งบประมาณในเรื่องของการมีไฟสัญญาณเตือนก่อนถึงโรงพยาบาล ๑๐๐-๒๐๐ เมตร วันนี้ มีอุบัติเหตุ ให้มีการขึ้นป้ายว่าระมัดระวังนะครับ แล้วก็อีกส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า ยุคปัจจุบันสมัยใหม่เราใช้ GPS ในการนำทางเยอะ แต่ว่าในส่วนของพื้นที่ชนบทก็น่าจะต้องมี ป้ายสัญญาณจราจรเตือน เพราะว่าตอนนี้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเขาก็พยายามที่จะเข้าไป ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ หรือว่าในพื้นที่ที่เป็น Soft Power ในส่วนของแต่ละพื้นที่ อันนี้ก็เป็นเรื่อง ที่อยากจะให้ทำเพิ่มเติมในเรื่องของโครงการ🔗
อีกส่วนหนึ่งก็อยากจะให้ทำเรื่องของการสนับสนุนในพื้นที่ ถ้าเป็นไปได้ ส่วนที่เป็นสะพาน ตอนนี้ผมเข้าเยี่ยมพื้นที่มีเยอะแยะมากมาย งบประมาณขององค์การ บริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล เขาขยายถนนแต่ว่าสะพาน ไม่ได้ขยาย เพราะฉะนั้นก็จะมีถนนใหญ่แล้วก็สะพานแคบ บางครั้งคนที่ไปกรีดยาง ตอนกลางคืนเขาก็จะไปชนกับหัวสะพาน แล้วก็จะมีอุบัติเหตุอาจจะถึงชีวิตด้วย เพราะฉะนั้น เป็นเรื่องที่น่าจะทุ่มเทงบประมาณให้กับในเรื่องของชีวิตเป็นหลัก แม้ว่ามันคำนวณเป็นราคาไม่ได้ ชีวิตเป็นสิ่งที่มีค่าไม่สามารถจะตีราคาได้ เพราะฉะนั้นงบประมาณที่ท่านได้รับในส่วนของ การดำเนินกิจกรรมในเรื่องของการบริหารจัดการ หรือว่าเรื่องของการสนับสนุนโครงการ หรือว่าในเรื่องของการวิจัยก็อยากจะให้มีสถาบันการศึกษา มีตัวแทนของพื้นที่แล้วก็มี ตัวแทนของหน่วยงานต่าง ๆ เข้าไปพิจารณากลั่นกรอง แล้วท่านก็จะได้โครงการที่ตอบโจทย์ ประชาชน อาจจะต้องลดค่าจ้างที่ปรึกษามาสักหน่อยแล้วก็เก็บข้อมูล ท่าน Lecture ในวันนี้ เก็บข้อมูลจากที่เพื่อน สส. ของเราได้นำเสนอแบบ Bottom Up ที่เก็บข้อมูลมาจากพื้นที่ แล้วท่านก็คงจะต้องทำโครงการที่จะนำเสนอเพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาโอกาสต่อไป ขอขอบพระคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักศึกษากลุ่มโครงการเผยแพร่วิชานิติศาสตร์ ศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยินดีต้อนรับนะครับ อีก ๓ ท่าน ต่อไปท่านเอกราช อุดมอำนวย แล้วก็ท่านรวี เล็กอุทัย ท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญท่านเอกราช อุดมอำนวย ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณที่หน่วยงานนี้ได้ให้เกียรติสภาแล้วก็นำรายงานของผู้สอบบัญชี รายงานการเงินของกองทุนประจำปี ๒๕๖๔ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร กองทุนนี้มีรายได้รวมกว่า ๑,๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากการประมูลทะเบียนรถยนต์ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค แต่ว่ามีรายจ่ายกว่า ๑,๖๐๐ กว่าล้านบาท ทำให้สถานะ ของกองทุนอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วคือติดลบ ติดลบเพราะอะไรครับ โครงการ ที่ท่านทำหลาย ๆ โครงการมีปัญหาและอุปสรรคหลายอย่าง ผมอ่านรายงานมาหลายเล่ม ของหน่วยงานไม่เคยเจอ สตง. Comment หรือว่าติดหมายเหตุข้อเสนอแนะเยอะ เท่ากองทุนนี้มาก่อน อย่างโครงการบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบตรวจสอบรถทั่วประเทศ เพื่อรักษามาตรฐาน และตรวจสอบสภาพรถในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างล่าช้า ทำให้ต้องมี การปรับแผนโครงการลดจำนวนงวดงานลง ก็ไปส่งผลต่อระยะเวลาในการบำรุงรักษา และซ่อมแซมลดลง รวมถึงระบบการตรวจสอบรถที่ไม่ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซม อย่างต่อเนื่องก็อาจจะส่งผลต่อความเสียหายได้ หรืออย่างโครงการที่เป็นโครงการยอดฮิตเลย ที่ท่านทำทุกปี คือโครงการรณรงค์การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางท้องถนนในช่วงเทศกาล สำคัญ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ มีการเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ก็มีงบประมาณคงเหลือส่งคืนกองทุนจำนวนมาก ตัวชี้วัดก็ไม่ครอบคลุมกับวัตถุประสงค์ ของโครงการ ทำให้ไม่สามารถที่จะวัดประสิทธิผลของโครงการในการลดอุบัติเหตุ ได้อย่างเหมาะสม วงเงินอย่างที่ท่านใช้โครงการนี้ ๖๖.๙๙ ล้านบาท เกือบ ๖๗ ล้านบาท เบิกจ่ายได้แค่ร้อยละ ๖๓ แต่ว่าเมื่อเทียบกับสถิติการเกิดอุบัติเหตุมีผู้ประสบอุบัติเหตุ และเสียชีวิตเพิ่มขึ้น นั่นแสดงว่าการดำเนินโครงการป้องกันและลดอุบัติเหตุของท่าน ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะท่านไม่สามารถที่จะคุมการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างแน่นอน แต่ท่าน ไม่สามารถมีผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ในการช่วยให้สอดคล้องกับกองทุนนี้ได้ในการเพิ่ม ความปลอดภัยกับผู้ใช้ถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แผนการใช้จ่ายก็ไม่ครอบคลุม กิจกรรม ในการดำเนินโครงการต้องส่งคืนก็เสียโอกาสในการนำเงินไปใช้ในโครงการอื่น ๆ มากทีเดียว ฝากท่านทบทวนวัตถุประสงค์และตัวชี้วัดโครงการต่าง ๆ ก่อนอย่างเหมาะสม และให้ดำเนินการ อย่างรอบคอบ หรืออย่างการประชาสัมพันธ์กองทุนการประมูลเลขในภาพรวมใช้ ๙๓.๒๗ ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาจากปี ๒๕๖๓ เพิ่มกระโดดขึ้นมาอย่างสูงอย่างมีนัยสำคัญเลย เพราะฉะนั้นการดำเนินงานของท่านก็ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ตารางกิจกรรมต่าง ๆ ก็ควรจะปิดโครงการเช่นเดียวกับพันธกิจอื่น ๆ และประเมินผลความเสี่ยงในการดำเนิน โครงการอย่างต่อเนื่องแท้จริงด้วย ผมเห็นด้วยกับ สตง. ที่ได้ติดตามแนวทางการแก้ไข เพื่อลดช่องว่างข้อผิดพลาดในเรื่องของการจัดซื้ออุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการจากอุบัติเหตุ ท่านเคยรายงานการประเมินผลในการใช้จ่ายและทรัพย์สินของกองทุนปี ๒๕๖๒ ท่านกำหนดมาตรการในการป้องกันหลายสาเหตุ เช่น เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับ การจัดซื้ออุปกรณ์ของผู้พิการไม่มีความคุ้นเคย มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอุปกรณ์ ความช่วยเหลือผู้พิการไม่เพียงพอที่จะกำหนดลักษณะที่จะจัดซื้อ แล้วก็เรื่องของทักษะ ประสบการณ์ ความระมัดระวังรอบคอบในการตรวจรับอุปกรณ์ ที่ผู้ขาย ผู้ประกอบการจัดส่งให้ แล้วก็ล่าช้าด้วย อยากจะสอบถามท่านว่าปัจจุบันนี้ ในการช่วยเหลือผู้พิการท่านใช้ชื่อว่า โครงการค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการอันเนื่องมาจาก การประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนนที่นอกเหนือจากสินไหมตาม พ.ร.บ. ยังไม่สามารถ ดำเนินการต่อเนื่องกันได้ ๓ รอบปีงบประมาณ คือเขามีความทุกข์จากการใช้ท้องถนน แล้วท่านยังไม่สามารถที่จะดำเนินการใช้จ่ายได้ ท่านไปออกระเบียบครับ ผมไปเห็นท่าน มีความพยายามในปี ๒๕๖๔ ประมาณ ๓๐ พฤศจิกายน เรื่องของหลักเกณฑ์วิธีการจ่ายเงิน เป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการในการใช้รถใช้ถนน แต่อยากจะทราบครับ ผมถาม เป็นกระบอกเสียงแทนผู้พิการหลาย ๆ ท่านที่ประสบอุบัติเหตุจากท้องถนนว่าท่านได้ติดตาม ใส่ใจในเรื่องของการดูแลมากน้อยเพียงใด เพราะผู้เหล่านั้นก็คือเหยื่อที่เกิดอุบัติเหตุทางท้องถนน มีกว่า ๒,๐๕๗ ราย แล้วก็ยังมีคำขอการใช้อุปกรณ์กว่า ๑,๓๐๐ ราย ไม่ทราบว่าท่านได้ อนุมัติเร่งรัดไปถึงไหน รวมถึงผู้พิการที่ไม่สามารถติดต่อได้อีก ๔๐๐ กว่าราย อยากให้ท่าน ทำงานเชิงรุกครับ ที่ท่านไปอนุมัติการทำ OT ของโครงการบางโครงการ การจัดจ้างบุคลากร บางครั้งท่านอาจจะต้องลองปรับแบบที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอ อาจจะต้องประสานกับ หน่วยงานท้องถิ่นในการติดตาม เพราะเขาเหล่านี้ถูกทอดทิ้ง สุดท้ายนะครับ ในฐานะที่ ผมอ่านรายงานมาหลายเรื่อง ๒๔ โครงการ ๑ กิจกรรม ในปี ๒๕๖๔ ผมให้ท่าน ๑ ดาว จาก ๕ ดาว เหลือเชื่อนะครับ แผน PR ของท่านอย่างที่บอกเอาไว้จาก ๙.๓๔ ล้านบาท เพิ่มมาในปี ๒๕๖๔ เป็น ๔๙ ล้านบาท มี ๑ โครงการที่ยังเป็นห่วงเหลือเกินคือเรื่องของ ผู้พิการที่ผมอยากจะฝากเน้นย้ำว่าขอให้ท่านติดตามและใช้จ่ายอย่างเหมาะสม สุดท้าย ผมอยากให้ท่านทำวัตถุประสงค์ของโครงการต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน อย่าให้ประชาชนเห็นกองทุนนี้แล้วอธิบายกันง่าย ๆ ว่าเป็นแค่ กองทุนเลขสวยเลยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณรวี เล็กอุทัย แล้วก็ตามด้วยคุณนิพนธ์ คนขยัน เชิญคุณรวีครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ผมมีประเด็นที่ต้องการร่วมอภิปรายสำหรับรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน ของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ อยู่ทั้งหมด ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ ด้วยกันครับท่านประธาน ขอ Slide ขึ้นด้วยนะครับ🔗
โดยประเด็นแรก เป็นมาตรการเร่งรัด การชำระหนี้ที่ค้างเป็นระยะเวลานานและมีมูลค่ารวมที่สูง และในส่วนของประเด็นที่ ๒ ก็คือการบริหารโครงการเพื่อให้ดำเนินการเป็นไปตามพันธกิจ🔗
ท่านประธานครับ ประเด็นแรกนั้นสำหรับมาตรการเร่งรัดการชำระหนี้ จากลูกหนี้ที่ค้างเป็นระยะเวลานานและมีมูลค่ารวมที่สูงนั้น ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ต้องให้ ความสำคัญและจัดการให้แล้วเสร็จครับ เพราะช่องทางเข้าของเงินกองทุนนี้มีรายได้หลัก จากการประมูลของเลขทะเบียนรถ ซึ่งปี ๆ หนึ่งมีมูลค่าเกินกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่สถานการณ์ตามที่ปรากฏของปีบัญชีพุทธศักราช ๒๕๖๓ พบว่ามีจำนวนมูลหนี้รวมกัน ๑,๕๐๐ ล้านบาท ถึงแม้ว่าในปี ๒๕๖๔ มูลหนี้เหล่านั้นจะลดลงเหลือ ๘๔๘.๔๓ ล้านบาท ตามที่ท่านผู้ชี้แจงได้กล่าวไป แต่สิ่งสำคัญมากกว่านั้นคือลูกหนี้ที่ค้างชำระค่าหมายเลข ทะเบียนรถนั้นยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยในปี ๒๕๖๔ ซึ่งลูกหนี้กลุ่มใหญ่นั้นมีการค้างชำระ เกินกว่า ๖๐๐ วัน เป็นจำนวนกว่า ๕๕๔.๑๙ ล้านบาท ซึ่งทางกองทุนได้มีการตั้งเป็น เผื่อหนี้สงสัยจะสูญทั้งหมด หรือคาดว่าจะเก็บหนี้ไม่ได้นั่นเอง ในประเด็นนี้ผมขอเรียนถามผ่านท่านประธานไปยังผู้ชี้แจงว่า เนื่องจากรายงานฉบับนี้ เป็นของปี ๒๕๖๔ แต่ตอนนี้เป็นปี ๒๕๖๖ แล้ว ผมจึงอยากทราบสถานการณ์ของลูกหนี้ ปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร มีจำนวนเพิ่มขึ้นหรือลดลงกี่ราย และมีมูลหนี้รวมกันเป็นจำนวนเท่าไร และในเรื่องของการบริหารจัดการมูลหนี้ท่านมีแนวทางการดำเนินงานอย่างไร เพื่อให้ได้รับเงิน กลับคืนมาเร็วที่สุด และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการค้างชำระหนี้เช่นนี้อีกในอนาคต🔗
สำหรับประเด็นการอนุมัติโครงการเพื่อนำไปดำเนินการตามพันธกิจ สิ่งที่น่าสังเกตก็คือในช่วงงบประมาณปี ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๖๔ นั้นทางกองทุนไม่ได้มีการอนุมัติ โครงการเต็มกรอบวงเงิน ยกเว้นในพันธกิจที่ ๔ ซึ่งเป็นพันธกิจที่เกี่ยวกับการจัดประมูล หมายเลขทะเบียนรถ ส่งผลให้มีวงเงินงบประมาณคงเหลือที่ไม่ได้ใช้ในแต่ละปีเป็นจำนวนเงิน กว่า ๓๐๐-๑,๕๐๐ ล้านบาท ผลลัพธ์ก็คือทาง กปถ. ดำเนินโครงการแล้วเสร็จเพียง ๖๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น หรือ ๒๐๔ โครงการ โดยจำนวนโครงการที่ไม่แล้วเสร็จมีกว่า ๑๒๗ โครงการหรือคิดเป็น ๓๗ เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังมีการยกเลิกโครงการ ๑๑ โครงการ ซึ่งเป็นโครงการที่มีการอนุมัติในปี ๒๕๖๔ และปีก่อนหน้าที่ยกมาดำเนินการครับ ที่น่ากังวล และเป็นคำถามนั่นก็คือเมื่อพิจารณาการดำเนินการของโครงการ โดยเฉพาะโครงการ ที่ไม่แล้วเสร็จ ผมพบว่าโครงการที่ได้รับการอนุมัติในปี ๒๕๖๔ นั้น และดำเนินการไม่แล้วเสร็จ โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการที่อยู่ในพันธกิจที่ ๑ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนนโดยตรง ซึ่งผมเห็นว่าเป็นพันธกิจที่ต้องให้ความสำคัญและต้องดำเนินการให้เกิดผล อย่างมากที่สุดครับ แต่ปรากฏว่ากลับมีถึง ๓๕ โครงการ หรือคิดเป็นกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของโครงการที่ดำเนินการไม่แล้วเสร็จ และยิ่งไปกว่านั้นโครงการที่ยกเลิกส่งเงินคืนมีจำนวน ๑๐ โครงการนั้นก็เป็นโครงการในพันธกิจที่ ๑ ทั้งหมด และยังเป็นโครงการที่เกี่ยวกับ การเสริมสร้างความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียนในหลายจังหวัด เช่น เชียงราย พระนครศรีอยุธยา มุกดาหาร และตราด ผมจึงอยากสอบถามถึงสาเหตุที่ต้องยกเลิก โครงการเหล่านี้ครับ เพราะถ้าดูจากชื่อของแต่ละโครงการแล้วล้วนแต่มีความสำคัญ ต่อความปลอดภัยบนท้องถนนของน้อง ๆ เด็กนักเรียนทั้งสิ้น นี่จึงเป็นสาเหตุแล้วก็เป็น ข้อกังวลที่อยากจะฝากเป็นคำถามไปยังกองทุนครับว่า ทาง กปถ. ท่านมีแนวทางอย่างไร ในการบริหารจัดการโครงการให้สามารถตอบสนองต่อทุกพันธกิจของกองทุน โดยเฉพาะ พันธกิจที่ ๑ เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตผู้ใช้รถใช้ถนนได้ และเมื่ออนุมัติ โครงการแล้วทำไมถึงยังมีการยกเลิกและส่งคืนเงิน และทำไมถึงเป็นโครงการที่อยู่ในพันธกิจที่ ๑ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนรับส่งของน้อง ๆ นักเรียนเท่านั้น🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน ผมเชื่อว่ากองทุนนี้มีส่วนสำคัญในการช่วยดูแล ป้องกันในการใช้รถใช้ถนนในประเทศไทยของเราให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ยิ่งเมื่อดู สถิติแนวโน้มในเรื่องของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนของประเทศไทย ในช่วงปี พุทธศักราช ๒๕๕๕-๒๕๖๔ จะพบว่าตลอด ๑๐ ปีที่ผ่านมานั้นแนวโน้มไม่ได้มีการลดลง อย่างที่ควรจะเป็น โดยในปี ๒๕๖๔ ยังคงมีผู้เสียชีวิตเกือบ ๑๗,๐๐๐ ราย ผมจึงหวังว่า การบริหารและการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพของกองทุนจะเป็นกลไกสำคัญที่สามารถ นำงบประมาณมาสร้างความรู้ วางมาตรการกลไก และปลูกฝังการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย เพื่อส่งผลให้พี่น้องประชาชนคนไทยของเรามีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณนิพนธ์ คนขยัน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายนิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ฟังการรายงานของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ปี ๒๕๖๔ เพื่อน ๆ สมาชิกได้นำเรียนหลายประเด็น ผมจะขอยกสัก ๒-๓ ประเด็น และเป็นข้อเสนอแนะด้วย เรื่องเงินกองทุนเก็บไม่ได้อันนั้นเพื่อนสมาชิกพูดไปแล้ว แต่ผม อยากเสนอนะครับ ผมอ่านตรงนี้ติดใจไม่สบายใจท่านประธานครับ การบริหารโครงการ และการใช้จ่ายโครงการได้รับเงินอุดหนุนจัดสรร อันนี้การรายงานของผู้สอบบัญชี มีประสิทธิภาพค่อนข้างน้อยท่านประธานครับ อันนี้ติดใจนิดหนึ่ง🔗
ประเด็นต่อมา วันนี้อุบัติเหตุเพื่อนสมาชิกบอกว่าเกิดจากคนรุ่นอายุน้อยกว่า ไปหามาก อายุรุ่นน้อยเยาวชนมากที่สุด และผู้อาวุโส เยาวชนนี่ครับ แล้วผมเห็นอีกโครงการหนึ่ง ของท่านที่เขียนไว้เป็นกิจกรรมโครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ในช่วงเทศกาล สงกรานต์ ปีใหม่ เข้าพรรษา ผมดูตัวเลขเงินในนี้ ๖๖.๙๙ ล้านบาท ใช้ไปแค่ ๔๒.๒๗ ล้านบาท คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ร้อยละ ๖๓.๑๐ ที่ใช้ไป คงเหลือ ๒๔.๗๒ ล้านบาท คิดเป็น ๓๖.๙๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ตอนช่วงเทศกาลอย่างที่กราบเรียนว่าจะมีข่าวโดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ อุบัติเหตุมาก แต่เงินตรงนี้ใช้ไม่หมด ดังนั้นการแก้ปัญหาลดอุบัติในช่วงเทศกาลดังที่เราทราบ อยากฝากท่านประธานไปถึงคณะกรรมการ ตัวอื่นไม่ติดใจเท่าไรครับ แต่ตัวนี้ปีหนึ่งตายมากมาย บาดเจ็บต้องใช้ให้หมดครับ ผมอยากเสนอว่าวันนี้การบูรณาการ เช่น ปกครอง ตำรวจ ท้องถิ่น และกองทุนไปบูรณาการกันได้ไหม อย่างวันนี้เวลาหน้าเทศกาลเห็นฝ่ายปกครอง ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายท้องถิ่น อปพร. ตั้งด่านสกัดกันเพียบ ฝากท่านตรงนี้ครับ บูรณาการกัน และสิ่งสำคัญที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้ว่า อุปกรณ์ในการช่วยเหลือผู้ประสบ อุบัติเหตุ ระเบียบบอกว่าติดขัดที่เพื่อนสมาชิกพูด วันนี้ท่านต้องไปดูว่าจะทำอย่างไร ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างจะได้คล่องตัว โดยเฉพาะบุคคลเหล่านั้นเป็นคนพิการอยู่แล้วครับ เมื่อเป็นคนพิการจะเดินเหินก็ลำบากอยู่แล้ว ยังมาติดขัดการจัดซื้อจัดจ้างระเบียบต่าง ๆ ขอความกรุณาเถอะครับ หาผู้เชี่ยวชาญด้านนี้มาสงเคราะห์ดูแลคนพิการให้ทันท่วงทีเถอะ แล้วโดยเฉพาะบุคคลพิการนะครับ ผมคิดว่าถ้าบูรณาการกันแล้วภาคีเครือข่าย ปกครอง ท้องถิ่นร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาจะทราบดีว่าบุคคลเหล่านี้ที่พิการในหมู่บ้าน ตำบลเขา ให้นายอำเภอขึ้นทะเบียนเลยยังได้ครับ ให้นายก อบต. เทศบาล ขึ้นทะเบียนกันเลยยังได้ ที่เขามีอุบัติเหตุ ฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการที่ใช้เงินกองทุนเหล่านี้ครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมมองดูแล้วว่า โครงการเสริมสร้างความรู้ด้านจราจร ในเด็กปฐมวัย เพื่อสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ชัดเจนครับ เด็กปฐมวัยกับ เพื่อนสมาชิกรายงานว่าเยาวชนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตมากที่สุด ผมอยากฝากท่านประธาน ผ่านไปยังคณะกรรมการกองทุนก็ต่างกันอีกครับ ต้องบูรณาการให้องค์กรต่าง ๆ ที่ผมนำเรียน เมื่อสักครู่นี้ร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาให้ความรู้เด็ก วันนี้ก็คงจะสภาพคล้าย ๆ กันครับ เวลาเด็กเยาวชนวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ บางครั้งอยากเลี้ยวอัตโนมัติทันที ๙๐ องศา ก็ทำให้ เกิดอุบัติเหตุได้ครับนี่คือสิ่งหนึ่งที่เด็กอาจจะไม่เข้าใจหรือเด็กอาจจะประมาท ดังนั้นโครงการนี้ เห็นด้วย แต่ฝากท่านว่าต้องให้มีการจัดอบรมโครงการนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะจะเป็น การป้องกันให้เด็กตั้งสติ ได้ความรู้ และท้ายที่สุดอุบัติเหตุก็จะลดน้อยลง🔗
สิ่งสำคัญประการสุดท้ายที่ฝากครับ OK เงินได้มาจากเงินป้ายทะเบียน แต่สิ่งสำคัญในเป้าหมายของโครงการนี้คือลดอุบัติเหตุให้พี่น้องบาดเจ็บล้มตายให้ได้น้อยที่สุด ดังเจตนารมณ์ของโครงการ ก็ขอสนับสนุนและให้กำลังใจครับ แต่อย่างไรก็ดีโครงการที่ จำเป็นเร่งด่วนพยายามใช้ให้รวดเร็วเพื่อเป็นการป้องกัน อย่างที่ผมยกตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้ อุบัติเหตุในเทศกาลสงกรานต์ เข้าพรรษา และปีใหม่ เราเห็นทุกปีครับ เทศกาลสงกรานต์ รายงานอุบัติเหตุกันทุกวัน แต่ ณ วันนี้โครงการใช้เงินตัวนี้อยากให้ไปร่วมบูรณาการ ทุกภาคส่วนดังที่ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เชิญครับ คุณประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ถ้ายังไม่พร้อมขอเชิญ ท่านต่อไปนะครับ ขอเชิญคุณศรีโสภา โกฏคำลือ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ ขออภิปรายรายงานผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ แน่นอนค่ะท่านประธาน ก่อนอื่นดิฉันขอกล่าวถึงที่มากองทุนนี้ โดยผู้ที่เป็นคนต้นคิด เรื่องการประมูลเลขสวย คือนายปิยะพันธ์ จัมปาสุต อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ต้องขออภัย ที่เอ่ยนามถึง ซึ่งท่านเป็นผู้นำแนวคิดการประมูลเลขสวย ซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยม ในประชาชนทั่วไปมาใช้กับกิจการการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม การนำรายได้ ที่ได้มาจากการประมูลเลขมาเป็นกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กปถ. ดิฉันจะอภิปรายต่อไปนี้มีอยู่ ๔ ประเด็นค่ะท่านประธาน🔗
ประเด็นแรก ดิฉันสงสัยเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การบันทึกค่าหนี้สงสัยจะสูญของ ทางกองทุนค่ะ ซึ่งหมายถึงเงินที่ผู้ประมูลเลขทะเบียนได้แต่ไม่มาชำระ ตามข้อมูลในรายงาน หน้า ๑๖ หมายเหตุที่ ๔.๖ หมายเหตุย่อย ๔.๖.๑ ข้อมูลระบุว่าหากระยะเวลาชำระเกิน ๓๐ วัน แต่ไม่ถึง ๑๘๐ วัน ใช้อัตราเทียบร้อยละของลูกหนี้คงค้างเพื่อบันทึกเป็นค่าหนี้สงสัย จะสูญเพียงร้อยละ ๕ แต่เมื่อพ้น ๑๘๐ วัน แต่ไม่เกิน ๖๐๐ วัน อัตราดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ ๒๕ แต่เมื่อพ้นไป ๖๐๐ วัน จึงจะเพิ่มเป็นร้อยละ ๑๐๐ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือว่า หากผู้ประมูลไม่สามารถชำระหนี้ภายใน ๖๐๐ วันก็จะสันนิษฐานว่าเป็นลูกหนี้ที่สูญแน่นอน ประเด็นนี้ละค่ะที่ดิฉันตั้งคำถามและสงสัยมาก ๆ กับการบันทึกเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของ ทางกองทุนได้ใช้สถิติในอดีตมารองรับบ้างไหมคะ เป็นอัตราที่เหมาะสมแล้วหรือยัง เพราะว่า ดิฉันสงสัยว่ามันเป็นไปได้ไหมคะ ที่ทางกองทุนจะกำหนดอัตราเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นลำดับ ขั้นตอนที่ละเอียดกว่านี้ เช่นการที่ลูกหนี้ประมูลเลขทะเบียนได้ แต่ไม่มาชำระภายใน ๓๐ วัน แต่ยังไม่เกิน ๙๐ วัน อาจจะบันทึกเป็นหนี้เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ ๕ ได้ แต่เมื่อเกิน ๙๐ วัน หรือ ๓ เดือนแล้วควรเพิ่มเป็นร้อยละ ๒๕ ได้หรือไม่ หรือว่าเกิน ๑๘๐ วัน หรือ ๖ เดือน จึงจะเพิ่มเป็นร้อยละ ๕๐ แต่เมื่อเกิน ๓๖๐ วัน หรือประมาณ ๑ ปี ซึ่งโอกาสเก็บหนี้ ก็น่าจะน้อยมาก ๆ เลยนะคะ ซึ่งเพิ่มอัตราเป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยได้หรือเปล่า เหตุใด ทำไมเราต้องรอถึง ๖๐๐ วัน แล้วที่ผ่านมามีลูกหนี้สักกี่คนที่ผ่านไปแล้ว ๑ ปีแล้วยังมาชำระหนี้อยู่ จึงอยากให้กองทุนช่วยชี้แจงประเด็นนี้ด้วยนะคะ🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันสงสัยทางกองทุนมีหลักเกณฑ์ หรือมีวิธีการติดตามทวงหนี้ อย่างไรบ้าง แล้วที่ผ่านมาสามารถติดตามทวงหนี้ได้ผลลัพธ์มากน้อยเพียงใด อยากให้อธิบาย วิธีการติดตามทวงหนี้โดยละเอียดด้วยค่ะ นอกจากนี้อยากทราบว่ากรณีผู้ที่ประมูลแต่ไม่ชำระ จนทางกองทุนต้องตัดเป็นหนี้สูญ ทางกองทุนได้มีการขึ้นบัญชีดำส่วนบุคคลกับคนเหล่านั้น หรือไม่ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดความเสียหายของการประมูลเกิดขึ้น และที่ผ่านมาบุคคลที่เคย ขึ้นบัญชีดำมีมากน้อยเพียงใด อยากให้ช่วยชี้แจงด้วยค่ะ🔗
ประเด็นที่ ๓ ตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา และเงื่อนไขการประมูลเลขทะเบียน ซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยม ของประชาชน สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน ๗ คน ปี ๒๕๖๔ มีการกำหนดวิธีการประมูล Internet โดยสามารถเสนอราคาล่วงหน้าแบบ Maximum Bid หรือเรียกกันง่าย ๆ ก็คือ การกำหนดราคาประมูลสูงสุดไว้ก่อน แล้วให้ระบบดำเนินการประมูลเสมือนว่ามีผู้ประมูล เข้าร่วมด้วยตัวเอง ดิฉันจึงอยากทราบว่ามีผู้ประมูลเข้าร่วมประมูลวิธีนี้มากน้อยขนาดไหน และอัตราการประมูลมากกว่าการประมูลทาง Internet แบบปกติ รวมทั้งการประมูลด้วยวาจา หรือเรียกว่าเคาะไม้ คือการเข้าร่วมประมูลโดยสถานที่จริงด้วยตัวเองเปรียบเทียบกันแล้ว เป็นอย่างไร ขอให้ช่วยชี้แจงด้วยค่ะ🔗
ประเด็นสุดท้าย อย่างที่มีท่านสมาชิกหลาย ๆ คนได้กล่าวถึงนะคะ รายงาน ฉบับนี้ในหน้าของบทสรุปผู้บริหารในหัวข้อ ความเสี่ยงในการอนุมัติโครงการเพื่อให้เงินช่วยเหลือ เงินอุดหนุน หรือค่าใช้จ่ายมาดำเนินพันธกิจต่าง ๆ ไม่เต็มตามรอบวงเงินงบประมาณ ซึ่งในรายงานได้ชี้แจงว่าวงเงินงบประมาณคงเหลือที่ไม่ได้ใช้ในแต่ละปีมีจำนวนถึง ๓๐๐-๑,๕๐๐ ล้านบาท ดิฉันมีความเห็นว่าด้วยจำนวนเงินที่คงเหลือสูงขนาดนี้ ซึ่งการใช้ วงเงินในการอนุมัติโครงการต่าง ๆ สวนทางกับจำนวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนน ทั้งประเทศที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๖๔ ตามรายงานการวิเคราะห์สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนน ของกระทรวงคมนาคม ปี ๒๕๖๔ แค่เฉพาะจังหวัดเชียงใหม่นั้นก็ยังมีอัตราเกิดอุบัติเหตุ สูงถึง ๑๓,๒๑๕ ราย โดยจำนวนตัวเลขนี้เป็นข้อมูลมาจากผู้ประสบภัยที่ใช้สิทธิตาม พ.ร.บ. ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในปี ๒๕๖๔ ดิฉันจึงอยากฝากถามถึงผู้บริหารของกองทุน ช่วยตรวจสอบการใช้อนุมัติโครงการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นว่ามีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด แม้ว่าแต่ละท่านจะพิจารณาการใช้กองทุนนี้กระจายถึงทุกภาคส่วน หรือบูรณาการทำงาน ร่วมกับหน่วยงานอื่นมากขึ้น ดิฉันศรีโสภาขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณวิรัช พิมพะนิตย์ ถ้ายังไม่พร้อมผมจะขอเชิญทางฝ่ายค้านนะครับ คุณชลธานี เชื้อน้อย🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชลธานี เชื้อน้อย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขต ๓ พรรคก้าวไกล อำเภอเมือง อำเภอแม่ทะ และอำเภอแม่เมาะ ขอเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง ผู้ชี้แจงกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ขออภิปรายและตั้งข้อสังเกตถึง การประมูลหมายเลขทะเบียนรถกลุ่มเลขสวย ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าการประมูล หมายเลขทะเบียนรถเป็นความสนใจเฉพาะกลุ่ม และเป็นกลุ่มผู้มีศักยภาพ แต่จากตัวเลข รายงานการเงินกลุ่มลูกหนี้ค่าหมายเลขทะเบียนรถค้างชำระเกือบ ๘๕๐ ล้านบาท หนี้สะสม รวมระยะเวลาเกิน ๑๐ ปี แต่ที่น่าสนใจก็คือค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสูงเกือบ ๖๐๐ ล้านบาท หนี้สงสัยจะสูญคือการไม่ได้ชำระมูลหนี้เกิน ๖๐๐ วัน หรือเกือบ ๒ ปีเป็นต้นไป นี่คือ ความเสียหายต่อรัฐ ทั้งที่ตามกฎก็คือการขอผัดผ่อนการชำระได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง ครั้งละ ๓๐ วัน ตีรวม ๆ แล้วก็คือ ๙๐ วัน หรือ ๓ เดือน แต่เหตุใดถึงมี Case ที่หลุดไปเกิน ๖๐๐ วัน หรือมากกว่า ๒ ปี และตามรายงานนี่คือหนี้สะสมตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ นี่คือความหละหลวม ของระบบ หรือความประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่ครับ ขอตั้งข้อสังเกตในประเด็นนี้ว่า ระบบหรือหน่วยงานเคยมีการบันทึกหรือไม่ หรือมีกฎที่ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ยังคงมีหนี้ค้างชำระ มาประมูลใหม่ และเนื่องจากกฎเกณฑ์ในการขอผ่อนผันครั้งละ ๓๐ วัน คนหนึ่งไม่เกิน ๒ ครั้ง เพราะฉะนั้นหนี้ควรจะถูกชำระใน ๙๐ วัน แต่เหตุไฉนถึงมีตัวเลข ๖๐๐ ล้านบาทนี้ ขึ้นมาได้ และขอสอบถามว่าด้วยช่องทางในการอนุญาตนี้อาจจะเป็นการเปิดช่องทางให้มี การเปิดธุรกิจประมูลเลขหมายแบบจับเสือมือเปล่าหรือไม่ ก็คือไปลงชื่อในงานประมูล วางหลักทรัพย์ขั้นต่ำแต่ยังไม่ชำระ นำป้ายเหล่านี้มาขายทอดตลาดในสังคม Online หรือในกลุ่มผู้นิยมป้ายประมูล และเหตุใดเมื่อกฎบอกว่าผัดผ่อนได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง แต่มี Case ที่เกินไปจากกรอบเวลาจำนวนมาก ซึ่งผมเองก็เคยเข้าร่วมประมูลหลาย ๆ ครั้ง และผู้ชนะ การประมูลก็คือคนหน้าเดิม ๆ แต่ผมก็ไม่เคยเห็นคนกลุ่มเหล่านี้นำป้ายประมูลเหล่านี้ ออกมาใช้ แต่กลับนำเอามาขายในช่องทาง Online คนกลุ่มนี้หรือเปล่าครับที่เป็นเหตุ เป็นต้นตอของหนี้สงสัยจะสูญ และพวกนี้คือความเสียหายต่อรัฐนะครับ อยากให้กองทุน พิจารณาการวางหลักประกันในการประมูลเทียบเคียงจากปีงบประมาณที่ผ่านมา เนื่องจากเวลาประมูลจะแบ่งเป็น ๒-๓ กลุ่มตามความสวยงามของเลขหมายนะครับ แต่ละกลุ่มหมายเลขมีการวางหลักประกันที่ต่างกัน เช่นเลข Double แบบ ๕๘๘๕ ๓๖๖๓ ทำนองนี้จะวางหลักประกันที่ ๒,๐๐๐ บาท เป็นไปได้หรือไม่ แต่ในกลุ่มอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น เลขตอง เลขเรียงจะวางหลักประกัน ๕,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท เป็นไปได้หรือไม่ที่หลักการ วางเกณฑ์ ก็คืออย่างเช่นเมื่อปีงบประมาณที่ผ่านมา กลุ่ม ก มี ๑๐ ป้าย ปีก่อนเลขในกลุ่มนี้ ประมูลได้ ๑ ล้านบาท เราก็จะเฉลี่ยตกที่ป้ายละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท อย่างน้อยต้องวางเงิน ประกันเกินกึ่งหนึ่งก็คือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับรัฐ การจ่าย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ภายใน ๗ วันหลังการประมูลจบยังเป็นความเสี่ยงอย่างมาก เพราะอย่างที่ กล่าวข้างต้นการประมูลหมายเลขสวยเป็นที่นิยมของกลุ่มผู้มีศักยภาพ เพราะฉะนั้นคนกลุ่มนี้ พร้อมที่จะจ่ายอยู่แล้วครับ แต่คนที่แฝงเข้ามาเพื่อใช้ประโยชน์จากช่องทางการผัดผ่อนเหล่านี้ อาจเป็นต้นเหตุของหนี้สงสัยจะสูญครับ และเคยมีการดำเนินการตรวจสอบต่อเจ้าหน้าที่ หรือไม่ว่ามีการเอื้อผลประโยชน์หรือไม่ หากท่านกลับไปดูในรายงานปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ๕ จังหวัดที่มียอดค้างชำระป้ายทะเบียนคือ ๕ จังหวัดเดิม และจังหวัดที่มีมูลหนี้ ค้างมากที่สุดก็เป็นจังหวัดเดิมครับ มีอัตราการชำระอยู่ที่ร้อย ๕-๖ ต่อปี ผมว่าตัวเลขนี้ น่าสนใจนะครับ ควรจะนำมาประกอบในรายงานถึงสาเหตุที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำ ๆ ๓ ปีซ้อนอย่างที่เรียนแต่แรกครับ เพราะนี่คือความเสียหายต่อรัฐ ซึ่งงบประมาณเหล่านี้ เราจะนำงบประมาณเหล่านี้ไปในการรณรงค์ หรือนำไปต่อยอดเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณวิรัช พิมพะนิตย์ และต่อด้วยคุณจิรัชยา สัพโส เชิญครับคุณวิรัช🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร กระผม วิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ ก่อนอื่นก็ต้องบอกว่ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนเป็นกองทุนที่ดี แล้วก็มีประโยชน์ แต่วันหนึ่งที่มีการประมูลหมายเลขทะเบียนที่หาเงินเข้ากองทุน ก็เป็นการประมูล เพื่อเอาเงินเข้ามา แต่ว่าก็มีเหมือนที่เพื่อนสมาชิกพูดคือมีคนค้างบ้าง ก็ด้วยภาวะเศรษฐกิจนะครับ ถึงจะค้างอย่างไรก็ตามที่รู้คือเขามาประมูลใหม่ แล้วขาดรายได้อย่างไรก็คงให้ฟ้องร้อง เอาตามนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมอยากจะพูดถึงคนพิการ เพราะว่าคนพิการ ที่เกิดจากท้องถนนตาม Slide นะครับ🔗
คนพิการพวกนี้เมื่อเขาพิการเสร็จแล้ว บางทีกองทุนให้เฉพาะรถเข็นอย่างเดียวมันก็ไม่คุ้ม การที่ผมได้เดินออกหาเสียงตามต่างอำเภอ ต่างจังหวัด ผมไปเห็นสภาพคนพิการเหล่านี้ที่พ่อแม่จะต้องมานั่งประคบประหงมดูแล ผมบอกว่ากองทุนน่าจะมีอะไรที่จะดูแลเขาให้มากกว่านี้ นี่ครับท่านประธานวันนั้นผมเป็นคนที่ พาคนพิการไปที่รถไฟฟ้า เนื่องจากเขามาร้องเรียนว่ารถไฟฟ้ามีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทุกอย่างที่คนทำได้ แต่คนพิการเหมือนจะมีทางให้เขาขึ้น แต่ไม่มีลิฟต์ขึ้น มีบันไดขึ้น เขาขึ้นลำบากครับ ผมอยากให้กองทุนมาช่วยตัวนี้ด้วย อยากให้กองทุนมาทำตัวไหนที่มันเอื้ออำนวยให้เขา ได้สามารถจะใช้ชีวิตอย่างคนปกติได้ ดูสิครับ คนพิการที่อยู่ใน Slide เขาเป็นคนที่สามารถ จะดำเนินการได้ หลายคนเป็นอาจารย์สอนหนังสือ หลายคนเป็นผู้มีความรู้ในระดับชาติ บ้านเมือง ผมจึงกราบเรียนว่าสิ่งต่าง ๆ ที่พวกเขาควรจะได้รับอย่างที่มีประสิทธิภาพ วันนี้ อุบัติเหตุต่าง ๆ กองทุนต้องมาทำเรื่องอบรมแล้วก็ปราบปราม มอเตอร์ไซค์ที่ติดไฟแดง ท่านเห็นไหมครับ พอไฟแดงปุ๊บมอเตอร์ไซค์ก็ไปก่อนแล้วก็เกิดอุบัติเหตุ พวกนี้จะต้องปรับ ให้สูง ๆ แต่ว่าสำหรับคนบ้านนอกที่มีรถต่าง ๆ วันนี้ท่านรองอธิบดีและคณะกรมการขนส่ง ทางบกมา กฎหมายที่บอกว่าคนบ้านนอกไม่สามารถนั่งใน Cab ได้ ผมว่ามันเอาเปรียบ คนบ้านนอกหน่อยนะครับ เพราะอะไรรู้ไหม คนต่างจังหวัดซื้อรถกระบะมาคันหนึ่ง รถ Cab เขาต้องนั่ง ไม่ใช่ให้ลูกไปนั่งอยู่กับกระบะท้ายครับ เพราะฉะนั้นวันนี้กฎหมายอันไหนที่ มันล้าสมัย หรือมันทันสมัยจนเกินกว่าเหตุก็พยายามแก้ไขให้หน่อยครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้ผู้พิการยังคอยอยู่นะครับ แล้วอีกอย่างหนึ่งคือเงินกองทุนที่ประมูล อยู่จังหวัดใดขอให้โอกาสจังหวัดนั้นได้ใช้บ้าง ไม่ใช่ว่าเงินกองทุนพอประมูลเสร็จก็เอามาใช้อยู่ แต่ในจังหวัดที่เจริญแล้ว หรือจังหวัดที่มีความสามารถที่จะเอาเงินไป อย่างบางจังหวัด ตั้งแต่เป็นกองทุนมาไม่เคยมีเงินไปถึงเลย อย่างจังหวัดผมสมัยก่อนเคยได้อยู่ครั้งหนึ่ง แต่วันนี้ ก็หายไปหมดแล้วไม่ได้มีโอกาส ผมดูในรายละเอียดของบัญชี ท่านเอาเงินกองทุนไปอบรม อะไรต่าง ๆ ทีละ ๒๕๐ ล้านบาท ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาท แต่ว่าเงินของคนจนที่จะมาทำ เพื่อให้เขาได้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือประชาชน อสม. ที่เขาจะได้อบรมเกี่ยวกับการที่จะไป ดูแลคนใช้รถใช้ถนน ตำรวจจราจรตามต่างจังหวัด ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เราจะต้องกระจายกองทุนนี้ออกไปให้ทุกจังหวัดด้วย ผมกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพผ่านไปถึงท่านอธิบดีจิรุตม์ ท่านรองบัญญัติ และทีมงานทุกคน ผมอยู่กับท่านมา ๔ ปี ด้วยความเคารพ ด้วยความผูกพัน ผมเห็นกรมการขนส่งทางบกทำงานอย่างมากมาย เรื่องมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เรื่องแท็กซี่ สิ่งไหนที่จะเป็นเรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสาร ผมอยากให้กองทุนเข้าไปช่วยตัวนี้ด้วย ไม่ใช่ว่ากองทุนจะไปทำแต่เรื่องที่ไม่ได้สัมผัสกับคนตรง ๆ บางทีการอบรมก็เป็นเรื่องที่ดี แต่อบรมแล้วได้ใช้หรือเปล่า ผมอยากฝากท่านประธานผ่านไปถึง กรมการขนส่งทางบก ช่วยดูแลคนตั้งแต่รากหญ้าจนถึงคนปัจจุบัน อีกอย่างหนึ่งด้วยความที่ ผมบอกว่าวันนี้เราก็มีข่าวดี เพราะว่า Hopewell เราไม่ต้องเสียเงิน ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ถึงจะต่างจากประเด็นแต่ว่าผมดีใจกับการกระทำที่สามารถจะทำต่อไปเพื่อจะได้ทำให้เป็น ถนนหนทางต่อไป ขอบคุณทางกรมการขนส่งทางบก ขอบคุณท่านประธานที่เคารพที่ได้ให้โอกาส มาพูดเรื่องนี้ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณจิรัชยา สัพโส และคนต่อไปคุณรภัสสรณ์ นิยะโมสถ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจิรัชยา สัพโส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย วันนี้ ต้องขอขอบคุณหน่วยงานกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน สำหรับรายงาน ปี ๒๕๖๔ ดิฉันเห็นด้วยกับหลายโครงการตามจุดประสงค์ของกองทุนที่นำเงินจากการประมูล ป้ายทะเบียนรถยนต์นำมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยบนท้องถนน และรณรงค์ส่งเสริมด้าน ความปลอดภัยจากการใช้รถใช้ถนน แต่บทสรุปจากรายงานการตรวจสอบและข้อเสนอแนะ จากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ให้ข้อมูลในเรื่องของการเร่งรัดชำระหนี้จากลูกหนี้ ค่าป้ายทะเบียนรถยนต์ที่ไม่สามารถชำระค่าประมูลได้ในเวลาตามที่กำหนด ทำให้ไม่สามารถวัด ประสิทธิภาพการบริหารจัดการหนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม และความเสี่ยงจากการอนุมัติโครงการ เพื่อให้เงินช่วยเหลือพันธกิจต่าง ๆ ไม่เต็มตามกรอบวงเงิน เช่นในปี ๒๕๖๔ แผนกรอบวงเงิน ในอยู่ที่ ๒,๙๐๐ ล้านบาท แต่มีการอนุมัติใช้เงินจริงอยู่ที่ ๒,๑๖๘ ล้านบาท ซึ่งในรายงาน ก็เสนอให้มีการทบทวนหลักเกณฑ์ในการกำหนดงบประมาณให้เป็นไปตามแบบแผน เนื่องจาก การบริหารโครงการและการใช้จ่ายเงินยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ ต้องมีการปรับปรุง หลักเกณฑ์ รวมทั้งบุคลากรที่ดำเนินงานด้วย เพื่อไม่ให้ก่อเกิดความเสียโอกาสในการนำ งบประมาณตรงส่วนนี้ไปใช้ในโครงการอื่น หลังจากที่ดิฉันได้พิจารณารายงานข้อเสนอ จากทาง สตง. พบว่ามีการตรวจสอบเฉพาะเรื่องของงบการเงิน แต่ยังไม่ครอบคลุมถึง ในเรื่องรายละเอียดโครงการต่าง ๆ ที่กองทุนจัดทำขึ้น วันนี้ดิฉันในฐานะตัวแทนของ ฝ่ายนิติบัญญัติอาจจะไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในการสั่งการโครงการต่าง ๆ ให้กับกองทุน แต่วันนี้ดิฉันขออนุญาตเสนอแนวทางให้กับกองทุนเพื่อประโยชน์ต่อผู้ขับขี่บนท้องถนนทุกท่าน ในอนาคตค่ะ ตามวัตถุประสงค์ของกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามโครงการต่าง ๆ ที่ได้แจ้งในรายงานดิฉันไม่ได้ติดใจใด ๆ แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของการส่งเสริม ด้านความปลอดภัย ซึ่งถ้าหากเราดูสถิติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บในปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๔ ในประเทศไทยจำนวนตัวเลขนี้ไม่ลดลงเลย โดยประเด็นสำคัญคือเรื่องของการป้องกัน อุบัติเหตุจากความผิดพลาดของมนุษย์ หรือที่เราเรียกกันว่า Human Error เพราะสิ่งนี้ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตบนท้องถนนอันดับหนึ่งของโลก ซึ่ง ณ ปัจจุบันเราก็มีหลากหลายวิธีการ หลากหลายเทคโนโลยีที่เข้ามาป้องกันความผิดพลาดในส่วนนี้ ขออนุญาตยกตัวอย่างนะคะ อย่างประเทศญี่ปุ่นมีการเก็บข้อมูลทำวิจัย จุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อย ๆ รวมถึงสาเหตุของ การเกิดอุบัติเหตุ เช่นจุดที่รถจะต้องชะลอเกิดอุบัติเหตุบ่อยก็แก้ปัญหาด้วยการทาสีแดง บนท้องถนน เพื่อเป็นการเตือนว่าจุดนี้ต้องมีการชะลอรถ ก็สามารถลดจำนวนรถที่ไม่ชะลอ จากเดิม ๕๔ เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง ๒๔ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นถ้าหากเรามีการเก็บข้อมูล อุบัติเหตุที่แม่นยำก็จะสามารถช่วยป้องกันสาเหตุของอุบัติเหตุได้ส่วนหนึ่ง🔗
และสิ่งสุดท้ายในวันนี้ที่ดิฉันอยากเสนอในการป้องกัน Human Error คือการปลูกจิตสำนึกด้านความปลอดภัย การรณรงค์ที่ผ่านมาของกองทุนนี้เราจะเน้นใช้ มาตรการในช่วงของเทศกาลอย่าง ๗ วันอันตรายช่วงปีใหม่ ช่วงสงกรานต์ ดิฉันอยากเสนอแนะ ให้ทางกองทุนได้ปรับเปลี่ยนจากเดิมที่เป้าหมายของเราคือผู้ขับขี่รถยนต์ หรือผู้ขับขี่ จักรยานยนต์ให้เน้นไปปลูกจิตสำนึกให้กับเด็กตั้งแต่รุ่นประถมศึกษาอย่างที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านได้กล่าวถึง ให้มีการสนับสนุนงบประมาณโครงการมากขึ้นผ่านไปยังสถานศึกษา ให้เยาวชนมีจิตสำนึกรับทราบทั้งวินัยการขับขี่รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่ได้รับใบขับขี่ ตั้งแต่อายุ ๑๕ ปี อีกทั้งยังช่วยปลูกฝังให้คนไทยมีความรับผิดชอบต่อเพื่อนร่วมทาง ตั้งแต่วัยเยาว์ จึงจะถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุค่ะ เพราะหลายสิ่งหลายอย่างดิฉันเชื่อว่า กองทุนทำมาหมดแล้ว หลังจากพิจารณาจากรายงานในการรณรงค์ให้ความรู้ด้านการขับขี่ แต่วันนี้ดิฉันเสนอให้ลองปรับเปลี่ยนโดยเริ่มจากเด็ก ๆ ถึงแม้ว่าวิธีนี้จะใช้เวลานานและเป็นแผน ระยะยาว แต่หากเราทำควบคู่กันไปกับสิ่งที่กองทุนทำอยู่ ณ ปัจจุบัน ดิฉันเชื่อว่าจะเกิด ประโยชน์สูงสุด และเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนกับทางกองทุนและผู้ขับขี่ทุกท่าน ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณรภัสสรณ์ นิยะโมสถ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รภัสสรณ์ นิยะโมสถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง ดิฉันขอร่วมอภิปราย กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน จากรายงานที่ได้รับมาดิฉันพบถึงการใช้จ่าย ของเงินกองทุน ๒ รายการที่เป็นที่สนใจของดิฉัน หมายเหตุแรกหมายเหตุที่ ๑๘ เรื่องค่าจ้าง เหมาบริการและค่าจ้างที่ปรึกษา ซึ่งตรงนี้เป็นเงินค่าใช้จ่ายกว่า ๕๗๕ ล้านบาท หรือคิดเป็น ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เลยนะคะ ในรายงานได้ชี้แจงว่าส่วนใหญ่ ๕๓๒ ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่าย ในการจ้างผลิต และเผยแพร่งานประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับข่าวสารและการส่งเสริมด้านความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนนะคะ แต่เมื่อดิฉันได้พิจารณาจากรายงานวิเคราะห์สถานการณ์อุบัติเหตุ ทางถนนและรถยนต์ของกระทรวงคมนาคม ปี ๒๕๖๕ พบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น จากปี ๒๕๖๔ เพิ่มขึ้นจาก ๑๖,๙๕๗ ราย เป็น ๑๗,๓๗๙ ราย เพิ่มขึ้น ๔๒๒ ราย ถ้าเรานำเงินงบประมาณของกองทุนที่นำมาใช้กับการประชาสัมพันธ์ในการใช้รถใช้ถนน อย่างปลอดภัยแล้วเอามาเทียบกับจำนวนผู้เสียชีวิต ก็เป็นที่กังวลนะคะท่านประธานว่า ประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณของกองทุนมันเหมาะสมและได้ประสิทธิภาพจริงหรือไม่🔗
ข้อสังเกตต่อไปอยู่ที่หมายเหตุ ๒๑ ด้านค่าใช้จ่ายอื่น ดิฉันพบว่ามีการโอนเงิน ให้กับหน่วยงานอื่น ๕๔๙ ล้านบาท เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน ซึ่งดิฉันไม่เห็นในรายละเอียดตรงนี้นะคะ ก็อยากสอบถามผ่าน ท่านประธานไปยังผู้มาชี้แจงด้วยค่ะว่าขอให้ชี้แจงในรายละเอียดดังกล่าว และจากการใช้ ค่าใช้จ่ายของกองทุนในปี ๒๕๖๔ เราจะพบด้วยว่าจำนวนผู้เสียชีวิตไม่ได้ลดลงเลย มันจะเป็นไปได้หรือไม่ถ้าเกิดทางกองทุนได้มีการปรับปรุงและแก้ไขวัตถุประสงค์การใช้เงิน ของกองทุน ดิฉันจะขออนุญาตเสนอดังนี้นะคะ เช่นให้หน่วยงานของรัฐ อย่างองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถทำโครงการขึ้นมาในการลดอุบัติเหตุ เช่น ถนนในท้องถิ่น ที่ อบต. เทศบาลได้ดูแลอยู่ ทำไฟจราจร ไฟกระพริบในบริเวณแยกที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ขึ้นมา หรือการสนับสนุนงบประมาณไปให้กับมูลนิธิอาสาต่าง ๆ ซึ่งพวกเราทราบกันดีอยู่แล้วว่า มูลนิธิกู้ภัยต่าง ๆ มักจะเป็นหน่วยงานแรก ๆ ที่เข้าไปถึงสถานที่เกิดเหตุก่อน แต่เรากลับพบว่า หน่วยงานมูลนิธิต่าง ๆ เหล่านี้ยังต้องมีการทำผ้าป่าเพื่อเปิดรับบริจาค เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ ในการช่วยเหลือหรือยังชีพฉุกเฉินเหล่านี้ ก็ขอให้คณะกรรมการได้ลองนำข้อเสนอของดิฉัน ไปพิจารณาดู เผื่อว่าการแก้ไขวัตถุประสงค์ในการอนุมัติใช้งบประมาณตรงนี้จะสามารถช่วยเหลือ ให้อัตราการเสียชีวิตบนท้องถนนได้ลดลงจริง ๆ เสียที ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณพิมพ์พิชชา ไชยศุภกิจเจริญ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์พิชชา ไชยศุภกิจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานเปิด Slide นะคะ🔗
ในวาระรับทราบการรายงาน กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ปี ๒๕๖๔ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เป็นกองทุนที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการจัดหาอุปกรณ์ ในการอำนวยความสะดวกให้กับ ผู้พิการจากรายได้การจัดกิจกรรม การประมูลทะเบียนรถเลขสวย ซึ่งการช่วยเหลือจะเป็นไป ตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก ดิฉันจึงขอแสดงความคิดเห็น ดังนี้🔗
ปี ๒๕๖๖ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการใช้รถใช้ถนนมากถึง ๕๗๑,๓๙๔ ราย โดยเกิดจากการขี่รถจักรยานยนต์มากที่สุด ๔๕๑,๔๐๒ ราย คิดเป็นร้อยละ ๗๙ จากการขับขี่ รถยนต์ ๔๕,๗๑๑ ราย คิดเป็นร้อยละ ๘ และสาเหตุอื่น ๆ อีก ๗๔,๒๘๑ ราย คิดเป็นร้อยละ ๑๓ และมีผู้บาดเจ็บเมื่อวานนี้มากถึง ๘๓๔ ราย ท่านประธานคะ อุบัติเหตุบนท้องถนนก่อให้เกิด การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ก่อให้เกิดความพิการและส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ของผู้ประสบภัยและครอบครัวเป็นอย่างมาก ดิฉันขอแสดงความชื่นชมเจตนารมณ์ที่ดี ของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนที่ได้ช่วยเหลือสนับสนุนผู้ประสบภัย โดยการจัดหาอุปกรณ์ จำนวน ๙ รายการ ซึ่งได้แก่ เครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ เตียงผู้ป่วย แขนเทียม ขาเทียม โลหะดามขา รถสามล้อโยก รถเข็น และรถเข็นไฟฟ้า ซึ่งวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งยังพบว่ายังมีผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือน้อยมาก ในปี ๒๕๖๔ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวนทั้งสิ้น ๔,๖๘๓ ราย แต่มีผู้ขอรับบริการเพียง ๙๔๔ ราย คิดเป็นร้อยละ ๒๐ ของทั้งหมด ดิฉันขอเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังผู้บริหารกองทุนว่า ผู้ประสบอุบัติเหตุอีกร้อยละ ๘๐ นั้น ทางกองทุนได้ทำการสำรวจหรือไม่ว่าเป็นเพราะเหตุใด เขาถึงไม่ยื่นคำขอรับการช่วยเหลือ เพราะจากเล่มรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานกองทุน เพื่อความปลอดภัย ในปี ๒๕๖๔ กปถ. มีเงินรายได้จากการประมูล และรายได้อื่น ๆ ถึง ๑,๓๐๐ ล้านบาท แต่ถูกไปใช้ดำเนินการรณรงค์เพื่อความปลอดภัยในท้องถนนเพียง ๕๒๕ ล้านบาท ซึ่งดิฉันอยากทราบว่าจำนวนเงินดังกล่าวสามารถเพิ่มขึ้นได้ไหมคะ ท่านประธาน เพื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของผู้ประมูลเลขสวยที่ต้องการทำบุญทำกุศล ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก ดิฉันมีข้อเสนอแนะ ดังนี้🔗
ข้อแรก ส่งเสริมศักยภาพการบริหารกองทุนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่นมี Website LINE Official หรือ Call Center เพื่อให้ติดต่อกับผู้ประสบภัยได้ง่ายยิ่งขึ้น🔗
ข้อ ๒ สร้างความรู้ความเข้าใจในการใช้รถใช้ถนนกับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป เช่น อบรมหรือประชุมชี้แจงกิจกรรมการประกวดการแข่งขันผลิตสื่อ นวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน🔗
ข้อ ๓ บูรณาการความร่วมมือกับกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานต่าง ๆ ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ อย่างเป็นระบบ ตลอดจนประสานและเตือนภัยด้วยเครื่องหมายจราจร ไฟฟ้าส่องสว่าง อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และขอให้ช่วยเพิ่มระบบ ความช่วยเหลือแบบฉุกเฉินกับผู้ประสบภัยโดยด่วน🔗
อีกข้อสังเกตหนึ่งที่ดิฉันรู้สึกเป็นห่วงพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมากค่ะ ท่านประธาน คือการเปิดรับการลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือที่ไม่สามารถขอได้ตลอดเวลา ดิฉันจึงขอเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังผู้บริหารกองทุนว่า ในปี ๒๕๖๖ ดิฉันทราบมาว่า ยังไม่มีการเปิดรับคำขอ ดังนั้นดิฉันจึงอยากทราบว่าจะมีการเปิดรับคำขออีกเมื่อไร อย่างไร อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ ดิฉันขอเสนอแนะผ่านท่านประธานไปยังกองทุนให้มีการเปิด ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือได้ตลอดเวลาค่ะท่านประธาน เนื่องจากอุบัติเหตุสามารถ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และผู้ประสบภัยก็มีความต้องการที่จะได้รับการช่วยเหลือในทันที โดยไม่ต้องรอให้มีการเปิดรับลงทะเบียน ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ได้รับเชิญจากกรมการขนส่งทางบก ให้ไปมอบรถเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ดิฉันมีความประทับใจเป็นอย่างมาก แล้วก็เห็นถึง คุณค่าและประโยชน์ของกองทุนนี้เป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน🔗
สุดท้ายนี้ก็ขอฝากให้พี่น้องประชาชนใช้รถใช้ถนนกันอย่างระมัดระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ เพราะว่าเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและเกิดขึ้นได้เสมอค่ะ ถนนไม่เพียงแต่จะเป็นเส้นทางสัญจรของคนทั่วไป แต่ยังเป็นแหล่งที่ทำมาหากินของใคร ๆ อีกหลายคน ดังนั้นอย่าปล่อยให้อุบัติเหตุกลายเป็นมัจจุราชที่จะมาพรากชีวิตและทรัพย์สิน ของเรา เราต้องร่วมกันสร้างถนนที่ปลอดภัยเพื่อให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณเทียบจุฑา ขาวขำ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอร่วมอภิปรายรายงานของผู้สอบบัญชี และรายงานการเงินกองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของปี ๒๕๖๔🔗
ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับทราบและได้อ่าน ข้อมูลในรายงานฉบับนี้ ในรายงานของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนนี้ กองทุนนี้จัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งเป็นกองทุนในการส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน กองทุนนี้มีรายได้มาจากการนำเลขทะเบียนรถสวย ๆ เอามาประมูลกัน เช่น เลขตอง เลขเดี่ยว หรือเลข ๑ ๖ ๘ นำมาประมูลในแต่ละจังหวัด ดิฉันขอยกตัวอย่าง ของจังหวัดอุดรธานี รายได้จากการประมูลหมายเลขสวยในปี ๒๕๖๔ ได้ประมาณ ๑๘,๓๐๐,๐๐๐ บาทค่ะท่านประธาน กองทุนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในกิจกรรม ด้านสังคมและด้านรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน ช่วยเหลือผู้พิการที่ได้รับอุบัติเหตุ บนท้องถนน พูดง่าย ๆ ก็คือดูแลศักยภาพการเดินทางสัญจรบนท้องถนนตามหลักการ ของกองทุน เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุกับพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก แต่กองทุนนี้ พี่น้องประชาชนไม่ค่อยทราบว่ามีกองทุนที่จะเข้ามาช่วยเหลือพวกเขาในเรื่องของ การรักษาพยาบาล ในเรื่องขาเทียม และเกิดอุบัติเหตุขึ้น แขนหัก ขาหัก ได้ขาเทียม ได้นั่งรถเข็น ดิฉันคิดว่ากองทุนนี้เป็นกองทุนที่ดีก็ขอเป็นกำลังใจและสนับสนุนนะคะ แต่ยังขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดี เพราะพี่น้องในต่างจังหวัดเขาไม่ค่อยทราบ ไม่ทราบจริง ๆ การประชาสัมพันธ์นี้ดิฉันคิดว่ามันน้อยเหลือเกิน ในเรื่องนี้คงจะขอฝากคณะกรรมการ ของกองทุนให้ท่านได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ หรือขยายช่องทางการประชาสัมพันธ์ ให้พี่น้องประชาชนต่างจังหวัดหลาย ๆ ช่องทาง กว่าเขาจะรู้ว่าได้รับสิทธิเขาหมดเงินไป ไม่รู้จะเท่าไร กู้เงินยืมเงินมาก็มาก ดอกเบี้ยก็แพง ดิฉันมาดูในหน้า ๒๕ ถึงหน้า ๒๙ โครงการต่าง ๆ ในการรณรงค์ของกองทุนนี้ ดิฉันตั้งข้อสังเกตในเรื่องของการเผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ จะเป็นเรื่องของการอบรมให้ความรู้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าถึงง่าย ดิฉันพบว่าในจังหวัดอุดรธานี ดิฉันขอยกตัวอย่างจังหวัดอุดรธานีมีเพียงแค่ ๖ โครงการนะคะ ท่านประธาน ๖ โครงการต่างจากรายได้ของจังหวัดอุดรธานี หาเงินเข้ากองทุนได้ ๑๓ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๔ เพราะฉะนั้นโครงการนี้ดิฉันขอตั้งข้อสังเกตในปี ๒๕๖๔ ในหน้า ๒๗ โครงการที่ ๑๗ คือโครงการสารคดีโทรทัศน์ ๑ นาที ของกองทุนส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ซึ่งเป็นงบประมาณถึง ๘,๗๙๐,๐๐๐ บาท ก็ ๘ ล้านกว่าบาทนะคะ ท่านประธานคะดิฉันลอง เข้าไปดูรายการนี้ก็คงจะต้องขอฝากทางกองทุนย้ำอีกครั้งหนึ่งว่ากองทุนนี้ต้องเพิ่มช่องทาง ให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงง่าย ให้เหมือนกับทันสมัย ให้ทันกับเหตุการณ์ ทันกับยุค ยิง Ads ยิง Facebook หรือว่ายิงโฆษณาเหมือนกับพวก Shopee Lazada เพื่อให้พี่น้องประชาชน เข้าถึงได้เร็ว เพราะเดี๋ยวนี้พี่น้องประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีดูผ่านโทรศัพท์มือถือกันเป็น จำนวนมากค่ะ🔗
อีกประเด็นหนึ่งค่ะท่านประธาน ดิฉันเคลือบแคลงสงสัยเกี่ยวกับเรื่องลูกหนี้ ค่าหมายเลขทะเบียนรถอยู่ในหน้า ๑๘ ค่ะท่านประธาน ในรายงานบอกว่าท่านมีลูกหนี้ ค่าหมายเลขทะเบียนรถนั่งส่วนบุคคลไม่เกิน ๗ คน ในปี ๒๕๖๓ ถึง ๑,๔๗๙ ล้านบาท และปี ๒๕๖๔ มีหนี้อีก ๗๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานคะ เงินทำไมคงค้างเยอะเหลือเกิน ดิฉันตั้งข้อสังเกต เพราะเก็บเงินจากการประมูลมาจากพี่น้องประชาชนที่ประมูลเลขสวย ก็มีรายได้เยอะ ดังนั้นดิฉันก็ขอนำเสนอข้อเสนอแนะว่าในการบริหารจัดการ หรือการป้องกัน ลดอุบัติเหตุแต่ละจังหวัด แต่ละภูมิภาค ดิฉันยกตัวอย่างของจังหวัดอุดรธานีนะคะ เป้าหมาย เขาบอกว่าไม่ให้เสียชีวิต ๒๐๐ กว่าคน ในปี ๒๕๖๔ แต่ผลออกมา ๓๐๐ กว่าคน เพราะฉะนั้น โครงการนี้ กองทุนนี้ ดิฉันขออนุญาตนำเสนอว่า ๑. ขอให้รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้มาก ให้ประชาชนเข้าถึง และ ๒. ขอเสนอแนะในการบริหารความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ในส่วนภูมิภาคขอให้สอดคล้องกับพื้นที่บริบทของแต่ละจังหวัด หากเป็นไปได้ในแต่ละ ปีงบประมาณประสงค์ในกองทุนนี้ให้จัดสรรเงินของแต่ละจังหวัดเข้าไปบริหารจัดการ โครงการตามแผนงานให้มันสอดคล้องความต้องการของแต่ละจังหวัด และได้ดำเนินการ อย่างรวดเร็วให้ทันสถานการณ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณฐากร ตัณฑสิทธิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย ท่านประธานครับ กระผมมีข้อเสนอแนะในการที่จะ อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ดังนี้🔗
เรื่องแรก อยากจะมีคำถามสอบถามว่าเงินที่ค้างชำระในการประมูลเลข ทะเบียนสวยนี่นะครับ ๘๔๘.๘ ล้านบาท ในการตรวจงบในปี ๒๕๖๔ ผมเรียนถามอย่างนี้ว่า ในส่วนนี้ก่อนที่เขาจะเอาทะเบียนรถนำไปใช้งาน เขาจะต้องชำระเรากี่เปอร์เซ็นต์ครับ แล้วก็ หลักเกณฑ์เราปรับปรุงได้ไหมว่าการที่จะไม่ให้เขานำเลขทะเบียนรถเอาไปใช้ก่อน เราจะต้อง มีการวาง Bank Guarantee ก็คือหนังสือค้ำประกันจากธนาคารนั่นละครับ ปัจจุบันนี้ มันเหมือนกับว่าเราประมูล ผมเห็นประกาศในสื่อมวลชนต่าง ๆ ที่ออกมาบอกว่าจังหวัดนี้ มีการประมูลเลขได้เลขทะเบียนสวยนี่นะครับ ได้เงินวันนี้ ๒๐ ล้านบาท ทุกคนก็เฮดีใจ แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วค้างชำระอยู่ ๘๐๐ กว่าล้านบาท แต่ผมไม่รู้ว่าถึงปี ๒๕๖๖ ในปัจจุบันนี้ ค้างชำระเท่าไร เราจะเรียกการประมูลอย่างนี้ว่าประมูลเลขสวยทิพย์ มันจะกลายเป็นเรื่องที่ ไม่ได้เงินเข้ากองทุนจริง เพราะฉะนั้นเราจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร จัดการหมายถึงผมมองว่า น่าจะให้มีการนำ Bank Guarantee มาวางก่อนที่จะนำทะเบียนเลขสวยออกไปใช้งาน ถ้าเกิดว่าเขายังค้างชำระอยู่เรามีมาตรการอย่างไรในการที่จะเอาเลขดังกล่าวนี้กลับมา ประมูลคืนเพื่อที่จะนำเงินส่งกองทุนอีกครั้งหนึ่ง ตรงนี้เราจะมีมาตรการอย่างไรในการที่จะ ดำเนินการ ผมไม่อยากให้เราใช้มาตรการภายหลังในการบังคับ เราน่าจะมีมาตรการ ในการดำเนินการก่อน ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้บริหารอย่างนี้ว่าประมูลเลขสวย ของการประมูลหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ครับท่านประธาน เราไปเลียนแบบกรมการขนส่ง ทางบกมา ขณะที่ผมเป็นเลขาธิการ กสทช. ประมูลเลขสวยคนที่นำเงินมาจะต้องมี Bank Guarantee มาเอาเลขประมูลสวยจากเรา ประมูลครั้งหนึ่งได้เลขไป ๒๐ ล้านบาท ๑๘ ล้านบาท จ่าย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่จะต้องนำ Bank Guarantee ของรัฐหรือว่าธนาคารมาวางค้ำประกันไว้ ถ้าเกิดว่าภายในระยะเวลากี่วันไม่นำมา ถือว่าคุณจ่ายเงินค่าเงินแรกเข้า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ฟรี เพราะฉะนั้นเราก็นำเลขข้อมูลนั้นมาประมูลใหม่ แต่ผมไม่ทราบว่ากระบวนการในการทำ ของกรมการขนส่งทางบกดำเนินการอย่างไร เพราะว่ามีการค้างชำระต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น จนกระทั่งไปถึงการฟ้องร้องดำเนินคดีนี้ไม่น่าจะปล่อยไปถึงขั้นตอนนั้น น่าจะเป็นขั้นตอน ในการป้องกันในการที่จะดำเนินการในส่วนนี้🔗
ในเรื่องที่ ๒ อยากจะฝากเรียนว่าเงินที่ใช้ในการรณรงค์ในช่วงลดความเสียหาย ในการใช้รถใช้ถนนที่เกิดขึ้น เรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมดูสถิติเรามาดูช่วง ๗ วันอันตราย ช่วง ๗ วันอันตราย ปี ๒๕๖๓ มีผู้เสียชีวิต ๑๙๗ คน เราดูง่าย ๆ ปี ๒๕๖๔ มีผู้เสียชีวิต ๔๑๙ คน ปี ๒๕๖๕ มีผู้เสียชีวิต ๔๓๑ คน เฉพาะช่วง ๗ วันอันตราย ปัจจุบันปี ๒๕๖๖ ที่เพิ่งผ่านไปเสียชีวิตไป ๔๕๙ คน ในขณะเดียวกันเราใช้เงินในการรณรงค์ในการใช้รถใช้ถนน ๕๐๐ กว่าล้านบาท เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ปี ๒๕๖๕-๒๕๖๖ ผมยังไม่ทราบว่าเราใช้เงิน ในการรณรงค์ในส่วนนี้เพิ่มขึ้นเท่าไร อยากจะฝากเรียนว่าสถิติของการใช้เงินกับสถิติของ การใช้รถใช้ถนนที่จะลดอุบัติเหตุต่าง ๆ น่าจะมีความสัมพันธ์กันว่าเราใช้เงินเยอะขนาดนี้ ควรที่จะมีสถิติในการที่ใช้ ควรจะต้องลดอุบัติเหตุต่าง ๆ ได้ลง ตรงนี้อยากจะฝากทาง กรมการขนส่งทางบกเอง ฝากไปถึงท่านประธานเรียนทางกองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนว่าถ้าท่านใช้เงินขนาดนี้ ในขณะเดียวกันสถิติในช่วง ๗ วันอันตรายต่าง ๆ ที่มาเปรียบเทียบแล้วยังสูงอยู่ เราจะมีมาตรการอย่างไรในการที่จะปรับปรุงแก้ไขตรงนี้ เพื่อให้ดำเนินการในส่วนนี้ได้ ก็ขออนุญาตฝากเรียนท่านประธานไปถึงทางกองทุนด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณฐิติมา ฉายแสง แล้วตามด้วยคุณนพดล ปัทมะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ดิฉันขออนุญาตอภิปรายถึงกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประจำปี ๒๕๖๔ ท่านประธานคะ กองทุนนี้เป็นกองทุนที่มีประโยชน์มากแล้วก็มีมานานแล้วด้วย คือตั้งแต่ ปี ๒๕๔๖ จนถึงปีนี้ก็ ๒๐ ปีแล้ว ใครจะบอกว่ากองทุนนี้ไม่ได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ดิฉันก็คงต้องบอกว่าคงจะผิด เพราะว่าดิฉันเองตอนสมัยที่เป็นเลขานุการ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านชัชชาติ สิทธิพันธ์ ดิฉันก็ได้จัดทำโครงการนำร่อง Pilot Project เรื่องพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการในการเดินทางสำหรับผู้พิการ แล้วก็กองทุนนี้ ที่มีส่วนร่วมช่วยในกลุ่มของเราที่เป็นกระทรวงคมนาคม ท่านได้ช่วยแน่นอน พวกเราคำนึงถึง ความเท่าเทียมกันแล้วก็ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนพิการว่าเขาต้องการที่จะทำอะไรต่ออะไร ด้วยตัวของเขาเอง เขาต้องการจะซื้อตั๋วด้วยตัวเอง ตั๋วรถไฟเราก็ทำ Counter ให้ต่ำลง มนุษย์ล้อต้องการขึ้นไปบนอาคารเราก็ทำ Ramp ให้เขา เราทำที่จับยึดในห้องน้ำ ยกตัวอย่างค่ะ กองทุนนี้เป็นกองทุนที่เข้ามาช่วยเหลือได้ดีมาก ทีนี้จนกระทั่งเรามี Slogan ด้วยคำว่าสะดวก ปลอดภัย คมนาคมยุคใหม่ใส่ใจคนพิการ เรามี Slogan กันแบบนี้เลย ไม่รู้ว่าท่านผู้มาชี้แจง ท่านหรือเปล่า ทันใช่ไหมคะ พยักหน้าเลย ขอบพระคุณท่านมากเลย แต่ดิฉันชื่นชมท่าน พร้อมกับการท้วงติงนะคะ ท้วงติงอะไร ท้วงติงว่าท่านมีมาแล้ว ๒๐ ปี ท่านยังคงศึกษาอยู่นั่น เช่นศึกษาอะไร ท่านยังคงศึกษาเรื่องจุดตัดรถไฟ ยกตัวอย่างค่ะ ซึ่งมันมีเยอะเหลือเกิน ท่านทราบไหมว่าฉะเชิงเทราเองนี้เมื่อปี ๒๕๖๓ รถไฟชนกับรถบัสไปทอดกฐิน ๑๘ ศพ แล้วก็เมื่อต้นเดือนสิงหาคมก็ยังมีอีก ๘ ศพ เพราะฉะนั้นท่านยังคงศึกษาอยู่นั่นมันไม่ไหวแล้ว มันจำเป็นต้องทำอะไรบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เกิดประโยชน์มากขึ้น จากศักยภาพของท่าน แล้วก็ดิฉันอยากจะถามว่าทำไมท่านมีมา ๒๐ ปี ท่านรณรงค์ ท่านมีการประชาสัมพันธ์ ท่านทำอะไรเต็มไปหมดเลยเพื่อให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนน แต่ท่านทราบไหมว่า นักปั่นจักรยานรอบโลกที่มีชื่อเสียงมาก ปั่นมาแล้ว ๕ ทวีป ปั่นมาแล้ว ๒๕๐,๐๐๐ กิโลเมตร มาเสียชีวิตเอาตรงเมืองไทยนี่ละค่ะ แล้วไม่ใช่เจ้าเดียวนะคะ มีทั้งคู่สามีภรรยาอีก ก็มาเสียชีวิตเอาตรงที่ฉะเชิงเทรานี่ละค่ะ นั่นหมายความว่าอะไร หมายความว่าถนนของเรา มันไม่ปลอดภัย ถนนของเราหรือคนที่ขับขี่ยังไม่ได้ใส่ใจเพียงพอหรือเปล่า ท่านจะต้องรณรงค์ มากขึ้นเพราะว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เราต้องการให้มีชื่อเสียงเรื่องการท่องเที่ยว แล้วถ้าเกิดว่าเขาไปลือกันมากมายว่ามาเมืองไทยแล้วไม่ปลอดภัยแบบนี้ใครเขาจะมาล่ะคะ นอกจากนั้นแล้วท่านทราบไหมว่าทางม้าลายที่พวกเราข้าม ๆ กันอยู่ นักเรียนข้าม ๆ กันอยู่นั้น เวลาที่เราไปเจอะเจอจริง ๆ เราจะพบว่าคนขับรถ ขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าทางม้าลาย ในขณะเดียวกันปริ๊นแตรใส่กับคนข้ามทางม้าลาย อย่างนี้หมายความว่าอะไร หมายความว่า เรายังให้ความรู้ ให้การตระหนักรู้ ให้จิตสำนึกของคนไทยยังไม่พอหรือเปล่า นี่ต้องฝาก กองทุน นอกจากนั้นแล้วดิฉันไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศแคนาดาที่ดิฉันจะไปบ่อยหน่อย เพราะว่าลูก ๆ อยู่ที่นั่นนะคะ ดิฉันขับรถเองตอนกลางคืนท่านทราบไหมว่าป้ายจราจร ของเขามันเด่นชัดเสียมากกว่าเราหลายเท่าเลยค่ะท่านประธาน แสงสะท้อนของป้ายเขา เวลาดิฉันขับรถกลางคืนเหมือนเราตื่นตระหนกอยู่ตลอดเวลาว่า Speed Limit หรือความเร็ว ของรถจะต้องเท่านั้น ขับไปเราก็ดูหน้าจอของเราไปว่าเราเลยหรือเปล่า ขับไปอีกเจออีกแล้ว เจอบ่อยมาก แล้วแสงสะท้อนมันทำให้เราตื่นตัวตลอดเวลา จะทิ้งโค้ง จะอะไรก็แล้วแต่ เราขับด้วยความระมัดระวัง นั่นหมายความว่าเขาจัดระบบของเขาได้ดี แต่เมืองไทยปรากฏว่า ถนนเส้นก็เลอะเลือน เกิดอุบัติเหตุง่าย ป้ายจราจรก็ไม่มี ท่านลองขับไปบนถนนรามอินทรา ท่านจะพบว่าเราขับอยู่ ขับปุ๊บเราจะเจอ Barrier มากั้น กั้นโดยไม่มีแสงใด ๆ มาบอกเราเลยว่า มันมี Barrier กั้นอยู่ ถามว่าเราจะทำอย่างไร เราต้องให้ความรู้ประชาชน เราต้องให้ความรู้ ผู้รับเหมาด้วยหรือเปล่าคะ เพื่อให้เขาเข้าใจว่าการที่เขาทำแบบนั้นมันอันตราย นี่ยกตัวอย่าง เพราะฉะนั้นกองทุนนี้ดิฉันอยากเสนอแนะอย่างนี้ว่าท่านสามารถเป็นผู้ประสานที่ดีได้ ท่านสามารถใช้งบประมาณของท่านตามที่ สส. ท่านอื่น ๆ ได้พูดคุยว่าเขาขอโน่นขอนี่ ท่านก็ช่วยได้ เพราะท่านทำเงินได้ ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ ล้านบาทด้วยซ้ำ โดยเฉพาะ ปี ๒๕๖๕ ท่านทำจากป้ายทะเบียนรถได้เป็น ๒,๐๐๐ ล้านบาทเลยถูกไหมคะ เพราะฉะนั้น เงินของท่านก็คงมีเพียงพอในการที่จะมาช่วยเหลือ แต่การให้ความรู้ความเข้าใจมันคงยัง ไม่พอ เพราะว่าการตระหนักรู้ของคนยังเมาเหล้าขับรถกันอยู่ ถึงแม้ว่าอาจจะขับไม่เร็ว ขับช้าก็ยังเกิดอุบัติเหตุ นี่เราเจอะเจอกันเยอะ เป็นผู้ประสานที่ดีสิคะ ทำโครงการนำร่อง อย่างที่เราเคยทำกันตอนสมัย ปี ๒๕๕๖ ที่ดิฉันเป็นเลขานุการท่านรัฐมนตรีชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตอนนั้นสิคะ เราทำโครงการนำร่องมาให้เขารู้ เขาเห็น เขาเข้าใจ ฝากด้วยนะคะ ท่านผู้มาชี้แจง ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณนพดล ปัทมะ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นพดล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตร่วมกับสมาชิกท่านอื่น ๆ ในการอภิปรายในประเด็น ที่ค่อนข้างสำคัญสำหรับตัวกระผมเองนะครับ ในฐานะที่เป็นคนสนใจเรื่องความปลอดภัย ในการใช้ถนนมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าวันนี้จะเป็นรายงานเกี่ยวกับเรื่องของการใช้เงินก็ตาม แต่ผมเห็นว่าสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายเรื่องการเงินไปแล้ว ก็เลยจะคุยในแง่ของงาน สักนิดหน่อย ถ้าเราดูการตายบนท้องถนนหรือการบาดเจ็บ เราลองมาดูเรื่องของสถิติทั่วโลก สักนิดหนึ่งดีไหมว่าประเทศไทยอยู่ในตำแหน่งไหนของโลก ลองดู Slide หมายเลข ๓ ครับ🔗
ท่านประธานครับ แม้ว่ามีความพยายาม อย่างต่อเนื่องในการที่จะควบคุมความเสียหายจากการเกิดอุบัติเหตุประเทศไทยเราสถิติ ค่อนข้างล่าสุดขององค์การอนามัยโลกก็ยังอยู่ลำดับที่ ๕ ของโลก ความสูญเสียค่อนข้างมาก ทั่วโลกเราติดลำดับ Top 5 ถ้าดูใน ASEAN นะครับ เราอยู่ลำดับ ๑ ความเสียหายจาก อุบัติเหตุบนท้องถนน เดี๋ยวผมจะกราบเรียนท่านประธานต่อไปว่าเสียหายในชีวิต เสียหาย ของบาดเจ็บร่างกาย แล้วก็เสียหายในเชิงเศรษฐศาสตร์มากแค่ไหน ลำดับ ๑ ชัดเจนครับ คน ๑๐๐,๐๐๐ คน คนไทยจะเสียชีวิตประมาณ ๓๒.๗ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็จะได้เชื่อมโยง กับท่านว่าการใช้เงินของท่านมันเกาถูกที่คันหรือไม่ มันจะต้องปรับในการรณรงค์ประเด็นใดบ้าง ผมขออนุญาตมาดูสาเหตุนิดหนึ่งในแง่ของการเกิดอุบัติเหตุ ต่อไปครับ ถ้าเราดูทั่วโลก ทางด้านซ้ายมือของตัวกระผมเอง การเกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์กับจักรยานยนต์ ๒๘-๒๙ เปอร์เซ็นต์ ใกล้เคียงกันมากนะครับ ห่างกันประมาณเปอร์เซ็นต์เดียว แต่ถ้าดูสถิติของประเทศไทย ในด้านขวามือ ท่านประธานครับ จักรยานยนต์อย่างที่เพื่อนสมาชิกบางท่านได้กราบเรียนไปแล้ว ๗๔.๔ เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุจากจักรยานยนต์ รถยนต์มีเพียงประมาณ ๑๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ทีนี้เราลองมาดูครับ แม้ว่าในช่วงโควิดการเกิดอุบัติเหตุอาจจะ ลดลงบ้างนะครับ แต่แนวโน้มหลังโควิดเมื่อมีการเดินทางมากขึ้นก็จะมีอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น มาดูตัวเลขล่าสุดนิดหนึ่ง ๑๐ ปีที่ผ่านมาถ้าเราดูสถิติการเสียชีวิต ถ้าตัวเลขกลม ๆ เฉลี่ย ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๖๕ จะเสียชีวิตเฉลี่ยประมาณปีละ ๒๐,๐๐๐ เฉลี่ยประมาณ ๒๐,๐๐๐ นะครับ Trend มีแนวโน้มลดลง แล้วผมหวังว่าจะลดลงต่อเนื่องนะครับ อันนี้คือ การเสียชีวิตประมาณ ๑๙,๗๓๓ คนต่อปี ทีนี้อุบัติเหตุไม่ใช่เฉพาะเสียชีวิตอย่างเดียว มันมีคนพิการด้วย หรือบาดเจ็บสาหัสด้วย ถ้าดูเรื่องของบาดเจ็บสาหัสจะมีคนเฉลี่ยประมาณ ๒๔๐,๐๔๔ คนต่อปี บางคนขาขาดบ้าง พิการบ้าง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ อันนี้คือตัวเลข ของคนเสียชีวิตและคนบาดเจ็บ ซึ่งแนวโน้มลดลงบ้างนะครับ แล้วผมให้กำลังใจท่านกองทุน ถ้าเรารณรงค์อย่างต่อเนื่องเราจะช่วย Safe ชีวิต แล้วก็ทั้งครอบครัว ญาติมิตรเขาค่อนข้างเยอะ แล้วก็ความเสียหายทางเศรษฐกิจค่อนข้างเยอะนะครับ ทีนี้มาต่อเนื่องครับท่านประธาน ท่านวางเป้าหมายว่าปี ๒๕๗๐ ปี ๒๕๗๐ ประชาชนคนไทย อาจจะมีค่าแรงขั้นต่ำ อาจจะได้ ๖๐๐ นะครับ สำหรับท่านคือปี ๒๕๗๐ ท่านตั้งเป้าไว้ว่า จะให้คนตายลดลงประมาณ ๑๒ คนจาก ๑๐๐,๐๐๐ คน ลดลงค่อนข้างเยอะนะครับ เป็นเป้าหมายที่น่าชื่นชมแล้วก็อยากจะให้ท่านทำให้ได้ รวมทั้งรัฐบาลด้วยนะครับ ไม่ใช่ภารกิจงาน ของท่านอย่างเดียว จาก ๒๐,๐๐๐ คนก็คงจะเหลือประมาณ ๘,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งก็คงจะช่วยให้ ความเศร้าโศกของญาติมิตรได้ลดน้อยลง และความสูญเสียทางเศรษฐกิจก็จะลดน้อยลงด้วย🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ มาดูเรื่องของตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์ หรือ Economic Loss สักนิดหนึ่งครับ ความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน ปี ๒๕๖๔ ผมมีตัวเลขปี ๒๕๖๔ เอามาแลกเปลี่ยนกับท่านประธานครับ เสียชีวิตนี่เราสูญเสียประมาณ ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท บาดเจ็บทั้งหมดประมาณ ๕๕,๐๐๐ ล้านบาท ผู้พิการซึ่งมีความสูญเสีย ทางการเงินประมาณ ๕๖,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ปีเดียวนะครับ รวมทั้งหมดก็ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลองมาดูในรอบ ๕ ปีที่ผ่านมาผมมีตัวเลขจากหน่วยงานของรัฐ ไม่ต้องพูดถึงว่ามาจากไหน แต่เป็นตัวเลขที่อ้างอิงได้ ตรวจสอบหมดแล้วครับ ตัวเลขที่ผม เอามากล่าวในสภา ปี ๒๕๖๐-๒๕๖๔ เสียชีวิตนี่มันมี Economic Loss หรือความสูญเสีย ทางการเงิน ทางเศรษฐกิจ ซึ่งแน่นอนคนตาย ๑ คนมันประเมินค่าไม่ได้อยู่แล้ว แต่เรา เทียบเคียงในแง่ของ Earning Capacity หรือความสามารถในการหารายได้ การจุนเจือ ครอบครัว ความสูญเสีย เขามีวิธีการคิดนะครับ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๕ ปี บาดเจ็บประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผู้พิการประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่เกือบจะเท่า Digital Wallet ใช้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้ ๕ ปี เป็นเรื่องสูญเสียซึ่งไม่ควรจะต้องสูญเสีย ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท🔗
ท่านประธานครับผมขออนุญาต ถ้าเรามีทุกข์ เรามาดูสาเหตุแห่งทุกข์ หรือแนวทางในการแก้ไขสักนิดหนึ่ง ผมแลกเปลี่ยนกับท่านประธานอย่างนี้ครับ สาเหตุ การเกิดอุบัติเหตุในประเทศไทย ตัวเลขจากกระทรวงคมนาคม วันนี้โชคดีที่ท่านรองอธิบดี มาอยู่ด้วย ๗๘ เปอร์เซ็นต์ ท่านไปรณรงค์เมาแล้วขับ เมาแล้วขับ ๓ เปอร์เซ็นต์ หลับใน ๔ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขที่สำคัญที่สุดคืออะไรครับ ๗๘ เปอร์เซ็นต์ก็คือการใช้ความเร็วเกินกำหนด หรือภาษาอังกฤษใช้คำว่า Speeding การใช้ความเร็วเกินกำหนด ท่านประธานที่เคารพครับ ๗๘ เปอร์เซ็นต์ สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในประเทศไทยเกิดจากการใช้ความเร็วเกินกำหนด เพราะฉะนั้นผมอยากจะวิงวอนท่านครับ ผมเห็นการรณรงค์ดื่มไม่ขับ เมาไม่ขับเยอะแยะ ผมขอต่ออีกนิดเดียวครับท่านประธาน ท่านต้องเน้นการรณรงค์การห้ามใช้ความเร็ว เพราะมันเป็นสาเหตุหลักในการที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ มาดูประเด็นเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งครับ มีการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยนักวิจัยเข้าใจว่าเป็นชาวมาเลเซีย ปัจจัยเกิดจาก บุคคลประมาณ ๙๓ เปอร์เซ็นต์ ปัจจัยเกิดจากพื้นผิวการจราจร สัญญาณไฟ ประมาณ ๓๔ เปอร์เซ็นต์ ปัจจัยทางรถยนต์ประมาณ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นตัวเลขลักษณะเหล่านี้ ท้ายที่สุดมันก็เกิดจากคนเป็นส่วนใหญ่ คือรถยนต์ความเร็วอยู่ที่เราขับ ถูกต้องไหมครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าความเร็ว ๗๘ เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องที่ขอฝากท่านด้วย ท่านรองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกมีความจำเป็นที่จะต้องไปใส่ใจ🔗
ประเด็นสุดท้าย ผมขออนุญาตฝากนิดหนึ่งครับ ผมมีข้อเสนอแนะนิดหนึ่ง เวลาไม่มีแล้วครับ ขอเป็นประเด็นสุดท้ายฝากไว้ให้ทางกองทุน ท่านประธานครับ มันมี ๕ ประเด็น ที่เราจำเป็นจะต้องดำเนินการ🔗
ประเด็นแรก ก็คือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดนี่จำเป็นต้องมีครับ ท่านประธานเห็นไหมครับ บางพื้นที่เขตกวดขันวินัยจราจร มันไม่ต้องมีเขตกวดขันครับ มันต้องกวดขันทั้งประเทศ เป็นต้น🔗
ประเด็นที่ ๒ พวกถนน สัญญาณไฟ Application แจ้งปัญหา หลาย ๆ คน พูดไปแล้ว ผมผ่านเลยนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ เรื่องของการติดตั้งเครื่องจำกัดความเร็วในรถขนาดใหญ่ ถ้าท่านไปสหภาพยุโรปเขาให้ติดตั้งเครื่องจำกัดความเร็วในรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Articulatory รถโดยสารขนาดใหญ่ คนขับจะขับเร็วเท่าไรก็ตาม แต่เหยียบไม่เกิน ๘๐ หรือ ๙๐ แล้วแต่เราจะมีกฎหมาย เพราะว่าอะไรครับ เพราะเมื่อมีความสูญเสียแล้ว มันเสียหายเยอะครับ ทุกครั้งที่เรานั่งรถจากหมอชิต นั่งรถจากสถานีขนส่ง ชีวิตเราอยู่ในมือ ของ พขร. เพราะฉะนั้นเราต้องติดตั้งเครื่องจำกัดความเร็ว ผมเคยเสนอแล้วเดี๋ยวก็จะเสนอ รัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง หลายประเทศในยุโรปทำแล้วครับ🔗
ประเด็นที่ ๔ คือเรื่องของวัฒนธรรมการเคารพกฎหมาย บ้านเราผมเห็น ประจำครับ สมองไหลในวงการแรงงานนี้เกิดขึ้น แต่สมองไหลบนถนนนี่เจอประจำนะครับ โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่ขี่มอเตอร์ไซค์น่าเศร้ามากท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้ จำเป็นที่จะต้องรณรงค์ในเรื่องหมวกกันน็อกเห็นกันเกร่อไม่ค่อยใช้ไม่ค่อยทำ🔗
ประเด็นสุดท้ายคือวัฒนธรรมในการสร้างความปลอดภัย อันนี้จำเป็น การรณรงค์การสร้างจิตสำนึกมีความจำเป็น แล้วฝากท่านกองทุนเป็นภารกิจจำเป็นของท่าน ท่านประธานครับ ถ้าวันนี้การอภิปรายของพวกเราจะช่วยให้ชีวิตคนไทยไม่ตายสักคนหนึ่ง ในวันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ก็ขอให้กำลังใจกองทุนนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ครับ🔗
ท่านประธานคะ ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ เขตสายไหม พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นต้องขอบคุณผู้ชี้แจงทุกท่านที่เดินทางมาให้เกียรติสภา แห่งนี้ของเรา จริง ๆ แล้วเรื่องสถิติหลาย ๆ ท่านอาจจะพูดไปแล้วนะคะ ก่อนหน้าจะมาเป็น สส. เคยไปทำงานอยู่กับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคมาก่อนค่ะ แล้วก็ทำงานเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถสาธารณะ ก็เลยทราบว่ามันมีสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุเป็น ๓ เรื่องหลัก ๆ ก็คือ ถนน รถ และคน อย่างที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้ชี้แจงไปแล้วนะคะ ซึ่งจริง ๆ อยากจะชวนท่านผู้ชี้แจง ได้ติดตามใน Page หนึ่งชื่อ Page ศูนย์ อปพร. เขตสายไหม เฉพาะเมื่อวานวันเดียว มีอุบัติเหตุบนท้องถนนในเขตสายไหม ๖ เคส ในเวลาไล่เลี่ยกัน และในจุดที่ใกล้ ๆ กันด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นนอกจากปัญหาในเรื่องของคนแล้วปัญหาของถนนก็สำคัญ หรือว่าปัญหาอื่น ๆ ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุนั้น ๆ ก็คือเช่นในเขตสายไหมอุบัติเหตุส่วนใหญ่ที่หลาย ๆ คน จะว่าคุ้นชินก็ไม่ควรจะชินก็คือในเรื่องน้ำของรถขยะที่ไหลลงมาบนท้องถนน แล้วก็ถนนลื่น รถล้มหัวฟาดกันตลอดเวลา หรือว่าจะเป็นดินที่หล่นมาจากรถบรรทุกจริง ๆ สาเหตุของ อุบัติเหตุมันมีปัจจัยอื่น ๆ อีกหลายเรื่อง เลยอยากเสนอแนะทางองค์กรของท่านว่าเวลาทำงาน อยากให้มีการบูรณาการกับองค์กรอื่น ๆ ด้วย เพราะว่าเรื่องรถดินไม่ใช่แค่เขตสายไหม อีกหลาย ๆ เขตข้างเคียงก็เกิดปัญหา พอดินในรถบรรทุกมันหล่นลงมาก็เกิดอุบัติเหตุ บาง Case นี่เสียชีวิตเลยนะคะ หรืออีกอันหนึ่งที่สำคัญนอกจากเรื่องของรถขยะ เรื่องของดิน ที่หล่นจากรถบรรทุกนะคะ อีกเรื่องก็คือเป็นเรื่องของการที่มีไฟฟ้าสว่างไม่เพียงพอ สายไหม เฉพาะเส้นสุขาภิบาล ๕ น่าเศร้ามาก ๆ ก็คือเจอทุกปัญหาเลยทั้งรถขยะ น้ำจากรถขยะ หนีจากน้ำรถขยะมาก็เจอดินจากรถบรรทุก เท่านั้นไม่พอตอนเวลากลางคืนไฟก็ไม่เพียงพอ ถ้ามีโอกาสได้ทำงานแบบบูรณาการกับองค์กรอื่น ๆ ก็อยากเสนอแนะเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน เรื่องแบบถ้าจุดไหนที่มันมีอุบัติเหตุบ่อยจริง ๆ เช่นสุขาภิบาล ๕ ทุกวันค่ะ เสียชีวิต บาดเจ็บ กันทุกวัน อาจจะไปดูสาเหตุแล้วทำงานใช้งบประมาณในการบูรณาการทำงานร่วมกัน ทำงานกับ กทม. หรือทำงานกับการไฟฟ้า ปัญหาก็คือว่าไฟมันน้อยมาก ๆ แล้วก็มีปัญหา เรื่องการปักเสาพาดสายทำให้ไฟไม่เพียงพอในบริเวณถนนด้วย แล้วก็พอเวลามันดับ ก็เกิดอุบัติเหตุทุกครั้ง ก็เลยอยากฝากเรื่องนี้ค่ะว่าจริง ๆ เห็นโครงการที่ท่านชี้แจงมา ประมาณ ๑๙ โครงการ ๒๐ กว่าโครงการก็สำคัญทุกโครงการ แต่อยากให้เพิ่มเรื่อง การบูรณาการกับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริงด้วย ไม่อยากเห็นคนเสียชีวิต หรือคนบาดเจ็บทุกวันนี้แบบนี้ค่ะ ฝากไว้แค่นี้นะคะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปก็เป็น ๒ ท่านสุดท้ายนะครับ จะให้ผู้มาชี้แจงได้ตอบต่อไปครับ ท่านแรก ท่านธีระชัย แสนแก้ว ท่านสุดท้ายคือท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เชิญครับ คุณธีระชัย แสนแก้ว ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอขอบคุณที่มีกองทุนนี้มาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นตัวเสริมอย่างดีที่สุด แต่ในขณะเดียวกันที่ผมได้อ่านดู ตามรายงานที่ท่านรายงานปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๔ นั้น มันก็มีข้อที่จะต้องเสนอแนะในบางประการ กระผมเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่องที่เราเก็บเงินรายได้ ซึ่งเป็นการประมูลล้วน ๆ แล้วก็เป็นหนี้สินที่ไม่สามารถเก็บกับผู้ประมูลได้ เป็นห่วงเรื่องนี้ เพราะว่าบางปีเก็บเงินได้ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท คือประมูลได้ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่มีเงินหนี้ ๖๐๐ กว่าล้านบาทอย่างนี้ หลาย ๆ ท่านก็คงจะเห็นตัวเลขในรายงานอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ท่านจะมีวิธีการอย่างไรในการที่จะไปทวงถามหนี้พวกนี้ได้ ผมคิดว่ามันมีขบวนการ ในกรมการขนส่งทางบก ถ้าไม่มีท่านก็ตอบให้ผมได้ทราบด้วยว่าขบวนการเพื่อที่จะเปิดการ ประมูลแล้วก็จะมีคนไปประมูลมากำตัวเลขไว้เยอะ ๆ แล้วเอามาขายต่อ แล้วพอขายต่อไม่ได้ ก็จะเป็นหนี้เป็นสิน เพราะเขาถือว่าเขาได้มีการประมูลไปแล้ว อันนี้คือเป็นประเด็นที่ผม อยากจะเอาข้อเท็จจริงบางเรื่องที่ได้เห็นมา และในขณะเดียวกันในประเทศไทยถ้าเป็นสถิติ ก็ถือว่าเป็นผู้ประสบอุบัติเหตุมากที่สุด ไม่รู้มันเป็นอะไรครับ มันรถเยอะ หรือมันถนนไม่ดี หรือว่ามันขับขี่ไม่ได้ หรืออะไรก็ไม่รู้ ถ้าดูใน ASEAN ก็เป็นอันดับ ๒ ของโลกนะครับ อันดับสูงสุดของ ASEAN อันนี้ต้องอ่านเลยนะครับ เสียชีวิตอุบัติเหตุบนถนนสูงเป็นอันดับ ๒ ของโลก เท่ากับประเทศเรามีคนตายเพราะอุบัติเหตุทางถนน ๔๔ คนต่อ ๑๐๐,๐๐๐ คน และอุบัติเหตุมีมากขนาดนี้มันจะมีเงินดูแลเพียงพอหรือ และเป็นหนี้เป็นสินเรียกเก็บไม่ได้ อันนี้เป็นเป็นห่วงประชาชนทุกระดับ แล้วผมอ่านรายงานหน้า ข ข้อ ๓ ว่าการบริหารโครงการ และใช้จ่ายเงินโครงการที่ได้รับการอนุมัติจัดสรรประสิทธิภาพค่อนข้างน้อย อันนี้ผู้ตรวจที่ เขารายงานมานะครับ แต่ผมเห็นว่าท่านต้องเปลี่ยนคำว่า ประสิทธิภาพค่อนข้างน้อย เป็นคำว่า ประสิทธิภาพค่อนข้างน้อยมาก ๆ จนถึงขั้นสอบตกเลยนะครับท่านประธาน เพราะว่าจากการรายงานโครงการที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จปี ๒๕๖๔ จำนวน ๒๐๔ โครงการ คิดเป็น ๕๙.๖๕ คือไม่ถึงร้อยละ ๖๐ ถ้าเรียนหนังสือคือสอบตกไม่ถึง ๖๐ เรียกว่า สอบตกนะครับ แล้วยังมีอีกว่าโครงการที่ไม่แล้วเสร็จ ปี ๒๕๖๔ ๑๒๗ โครงการ คิดเป็น ร้อยละ ๓๗ และถึงขนาดต้องยกเลิกโครงการอีก ๑๑ โครงการ คิดเป็นร้อยละ ๓ ของโครงการที่ไม่สามารถ และผลการดำเนินงานของโครงการทั้งหมดนี้ผมคิดว่ามันสอบตกแล้ว สอบตกอีก ไม่ได้ว่าท่านนะครับ ท่านต้องไปปรับปรุงเท่านั้นละ พอท่านเก็บเงินทวงถาม เงินประมูลไม่ได้ไม่เพียงพอโครงการต่าง ๆ คิดว่าจะทำไม่มีเงินจ่าย ไม่มีเงินที่ต้องจัดซื้อจัดจ้าง ผลเสียกระทบต่อพี่น้องประชาชน หรือโครงการที่ทำแล้วไม่มีเงินไปจ่ายเขา หรือจัดซื้อจัดจ้างไปแล้ว ภาคเอกชนที่ไปช่วย หรือจะทำอะไร ประชาสัมพันธ์โน่นนี่นั่น อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าทำไม่ทัน ก็จะมีปัญหานะครับ เดี๋ยวก็ต้องไปถูกฟ้องร้องกันโน่นนี่นั่น ท่านต้องวิเคราะห์จำนวนเงิน งบประมาณด้วยในการที่จะทำโครงการ วิเคราะห์งบประมาณ วิเคราะห์รายได้ที่จัดเก็บว่า มีเพียงพอหรือไม่ โครงการที่มีข้อผูกพันระยะยาวจะต้องมีการแบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ ท่านจะต้องมี เงินงบประมาณพอที่จะชำระหรือไม่ นี่ละครับกระผมเป็นห่วงเหลือเกินว่าท่านจะถูกเอกชน ฟ้องเอาเวลามันอย่างนี้ ด้วยความเป็นห่วงเพราะถือว่าพวกกัน สส. กับทางฝ่ายบริหาร เพราะในเมื่อท่านเอาเข้ามาพวกเราก็ต้องมีข้อเสนอแนะอย่างนี้🔗
ประเด็นสุดท้ายท่านประธานครับ ประเด็นปัญหาเกี่ยวกับขบวนการฟอกเงิน ทางการประมูลรถผมเป็นห่วงเรื่องนี้ เพราะอะไร มันมีที่ไหน ๕๐ ล้านบาท ตัวเลขตัวเดียว ไม่ได้ว่าเขา เจ้าสัวทั้งหลายไม่เห็นไปประมูลเลย แต่ผมก็เลยเป็นห่วงบางคนลงข่าว เมื่อต้นปีที่แล้วนี่เอง ๕๐ ล้านบาท ถ้าตัวเลขดี ๆ อย่างนี้มันก็ดีละ แต่ท่านต้องดูนะครับว่าเดี๋ยวนี้มันมีการค้ายาเสพติด พนัน Online ค้ายาเสพติด ช่องทางประมูลหมายเลขสวย ๆ มันเอามาช่องทางนี้ท่านต้องดูด้วย แล้วก็ประสานงานกับพวกนั้น ทรัพย์สินที่ถูกกฎหมาย ยักย้ายถ่ายเทมาอยู่ที่ตรงจุดนี้ มันก็เป็นความผิดเพื่อที่จะฟอกเงิน ท่านต้องตรวจสอบดูว่าภูมิหลังมันเป็นอย่างไร มันลูกเจ้าสัว มันรวยมาขนาดไหน มันถึงได้มีเงินมาประมูลมากถึงขนาดนี้ จริง ๆ เราอยากได้นะครับ เพียงแต่ว่าสงสัยเท่านั้นเอง พวกกระทำความผิดพวกนี้ เพราะว่ายาบ้ามันเยอะเหลือเกิน ขนาดพูดเรื่องขนส่งผมยังพูดเรื่องยาบ้า พูดเรื่องยาเสพติดเลย ซึ่งรัฐบาลชุดนี้เผาไปแล้วนะครับ ยาบ้าส่วนหนึ่ง ๒๐,๐๐๐ กว่าตัน เมื่อ ๒-๓ วันก่อนที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปเป็นประธานเอง แล้ววิธีการฟอกเงินที่สกปรก เงินสีดำได้จากการกระทำความผิดวิธีการใหม่ ๆ อยู่ตลอดครับ มันมีวิธีการที่สอดแทรกเรื่อย ๆ พวกอย่างนี้นะครับ กระผมขอฝากกรมการขนส่งทางบก ทราบว่าท่านรองมาด้วยนะครับ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดมาตรการป้องกัน อุดช่องว่างเกี่ยวกับการประมูลหมายเลขสวย ๆ ไม่ให้พวกค้ายา พวกพนัน Website Online พวกนี้รวยเร็วครับ แล้วก็ย้ายไปเรื่อย ๆ เข้ามาร่วมพวกสีเทาต่าง ๆ เข้ามาร่วมประมูล ท่านต้อง Check ท่านต้องคัดกรองผู้เข้ามาประมูลว่ามีเส้นทางการเงินผิดปกติหรือไม่ อย่างไร ใกล้จะจบแล้วนะครับ เขาได้เอาเงินมาจากเส้นทางไหน ทำประกอบธุรกิจโดยสุจริตหรือไม่ อย่างไร ที่มาประมูลเยอะ ๆ อย่างเงิน ๑-๒ ล้านบาทผมรู้สึกว่าเยอะแล้ว แต่อันนี้ ๕๐ ล้านบาทมันเกินขอบเขต ไม่ได้อิจฉาตาร้อนคนมีเงินนะครับ เพียงแต่ว่ามันแปลก เท่านั้นเอง ได้ขี่รถคันที่มีหมายเลขดี ๆ ก็สงสัยว่ามันจะไม่ประสบอุบัติเหตุกระมัง เพราะว่า มันหมายเรียกดี ๆ ถ้าขับเร็ว ๆ มันก็ตายเป็นเหมือนกันนะครับ หมายเลขไหนที่ประมูลเงิน ที่สูงจนผิดปกติท่านต้องตรวจสอบอย่างเคร่งครัดนะครับ เพราะปัญหายาเสพติดจะถูกแก้ไข ให้หมดไปในเร็ววันนี้ของรัฐบาลชุดนี้ ถ้าทุกหน่วยงานไม่สามารถที่จะกันให้ได้หมด ไม่สามารถที่จะ ยึดทรัพย์ได้ มันก็จะเป็นอย่างนี้นะครับ ผมขอให้ท่านเป็นส่วนหนึ่งในการตัดท่อน้ำเลี้ยง ของพวกนี้ และยังส่งเสริมและสนับสนุนพวกท่านเพื่อที่จะดำเนินการในการหาสตางค์เข้ามา อยู่ในจุดนี้เพื่อที่จะดูแลพี่น้องประชาชนให้ได้ ขอพูดแต่เพียงเท่านี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ครับ🔗
ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน หรือ กปถ. ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าผมนั้นอ่านรายงาน กปถ. รู้ ดูรายงาน กปถ. เป็น แล้วก็ติดตามการดำเนินการในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีเพื่อนสมาชิก หลายท่านลงไปในรายละเอียดของเรื่องงบการเงิน แต่ผมอยากจะพูดในมิติของเนื้องาน และผลสัมฤทธิ์ของงาน รวมถึงความคุ้มค่าของเม็ดเงินแต่ละโครงการที่ย้อนคืนกลับมา เป็นการส่งเสริม เสริมสร้างความรู้ในการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ คนไทยอย่างไร ท่านประธานครับ อุบัติเหตุไม่ใช่เคราะห์กรรม อุบัติเหตุสามารถป้องกันได้ นอกเหนือจากการที่ออกรถวันแรกแล้วให้หลวงพ่อเจิม เราสามารถทำได้มากกว่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กปถ. ซึ่งต้องใช้คำว่าไม่ว่าจะเป็นมิติงบประมาณ บุคลากร ทรัพยากร อื่น ๆ นั้นมีความพร้อมสูงมาก แต่ด้วยความเคารพครับ เราคงไม่สามารถจะโยนทุกอย่าง ที่เรียกว่าเป็นความล้มเหลวไปให้กับ กปถ. ทั้งหมดได้ เพราะมีหลายกระทรวง หลายหน่วยงาน หลายองค์กรที่มีบทบาทภารกิจหน้าที่ในการส่งเสริม เสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ที่ผมต้องพูดอย่างนี้เพื่อจะขอชื่นชมในวาระแรกว่าการดำเนินการที่ผ่านมาของ กปถ. นั้น ก็ถือว่ามาถูกทาง แต่ท่านยังสามารถไปได้ไกลกว่านี้อีก และไม่อยากให้ท่านไปดูสถิติ แล้วก็ไปวิเคราะห์ไปประเมินว่าผลสัมฤทธิ์ ของการรณรงค์เพื่อการสร้างความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนไม่ประสบความสำเร็จ ผมคิดว่าหลายโครงการนั้นก็เป็นโครงการที่จับต้องและวัดผลได้ ถือว่ามาถูกทางนะครับ เพราะถ้าเราไปตีทุกอย่างเป็นความล้มเหลวหมด ทีนี้ กปถ. ก็ว้าวุ่นเลยครับ ไม่อยากให้ กปถ. ว้าวุ่น ก็ต้องเรียนว่าหลายเรื่องท่านเดินมาถูกทาง แต่สถิติมันหลอกกันไม่ได้ โรคตายคาถนน ทำให้คนไทยอายุสั้นลง และมีการสูญเสียทางเศรษฐกิจเฉียด ๑ ล้านล้านบาท ในช่วง ๕ ปี ที่ผ่านมาคนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ๙๖,๒๓๐ รายตัวเลขแต่ละสำนักแต่ละองค์กร ที่รวบรวมมาอาจจะแตกต่างบ้างนะครับ เฉลี่ยปีละ ๑๙,๒๔๖ ราย สถิติยังบอกเราอีกครับว่า เป็นชายมากกว่าหญิง ในอัตราส่วน ๓.๗ ต่อ ๑ ส่วนใหญ่ผู้เสียชีวิตอยู่ในช่วงอายุระหว่าง ๑๕-๑๙ ปี คิดเป็น ๑๑.๓๗ เปอร์เซ็นต์ และช่วงที่ ๒ ครับ ๒๐-๒๔ ปี คิดเป็น ๑๑.๐๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ในจำนวนนี้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์เกิดขึ้นในกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์หรือว่า รถมอเตอร์ไซค์ เทคโนโลยีก้าวไกลสังคมไทยต้องก้าวทันครับท่านประธาน เรามีข้อมูล ที่เรียกว่าเป็น Big Data และสามารถนำไปสู่การวิเคราะห์ได้ไม่ยากว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ มันเกิดขึ้นในกลุ่มของผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์หรือรถจักรยานยนต์ แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว ภาพรวมความสูญเสีย ความเสียหายทางเศรษฐกิจเฉียด ๑ ล้านล้านบาท ผมไปต่อครับ จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ณ วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๕ ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ชี้ว่าผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ๑.๓๕ ล้านคนต่อปี หรือทุก ๆ ๑ ชั่วโมงจะมีผู้เสียชีวิตบนท้องถนน ประมาณ ๑๕๕ คน แต่ที่ผมกราบเรียนครับ ผมอ่านรายงาน กปถ. รู้ ดูรายงาน กปถ. เป็น หลายเรื่องท่านเดินมาถูกทางครับ แต่ผมมีข้อห่วงใยปนไปพร้อม ๆ กับข้อสังเกตการณ์ สัก ๕ ประการ ท่านประธานที่เคารพครับ🔗
ประการที่ ๑ วันนี้เราไม่ได้ประสบปัญหาในเรื่องของ Channel หรือช่องทาง ในการสื่อสารกับพี่น้องประชาชน มี Platform มี Application มากมาย แต่ปัญหาคือ เราจะมี Content หรือมีสารัตถะที่สำคัญในการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม สร้างจิตสำนึก สร้างวินัยจราจรได้อย่างไร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย ท่านฐิติมาบอก นักปั่นจักรยานระดับโลก ปั่นที่ไหนไม่ตายมาตายประเทศไทย เราต้องคิดแล้วครับว่า เราจะสร้างจิตสำนึกสร้างวินัยจราจรให้เกิดขึ้นทั้งประเทศของเราได้อย่างไร หลายเรื่องนะครับ นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินมาในประเทศไทยตกใจครับ ไปเห็นข้อความรณรงค์เขียนว่า ขยะในมือท่านลงถังเถอะครับ ตกใจอย่างไร เขาถามว่านี่คนไทยไม่รู้หรือครับว่าขยะในมือคุณ ต้องไปลงถัง เฉกเช่นเดียวกันวันนี้หลายเรื่องเราก็คงจะต้องไปรณรงค์กัน ในเรื่องของการสร้าง วินัยจราจร🔗
ประการที่ ๒ เราต้องนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดอุบัติเหตุ ใช้ Big Data มาประเมินผล ต้องเลิกแล้วโครงการลักษณะประเภทวูบวาบไฟไหม้ฟาง ประกาศทีก็ว้าวุ่น ไปทั้งประเทศ เช่น นโยบาย ๗ วันอันตราย จริง ๆ ไม่ได้อันตรายเฉพาะ ๗ วัน มันอันตราย ทุกวัน ซึ่งเราจะต้องมีการประเมินผลและมีการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการลดอุบัติเหตุ🔗
ประการที่ ๓ เราต้องพัฒนาระบบถนนหนทาง ระบบไฟจราจร เครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ เมื่อเรามีเครื่องมือดี มีอุปกรณ์ดี อุบัติเหตุลดได้แน่นอน🔗
ประการที่ ๔ เราต้องพัฒนาตัวชี้วัดและความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณ แต่ละโครงการ โครงการใดที่มันสามารถไปได้ไกลกว่านี้ หรือมีผลสัมฤทธิ์ ผลสำเร็จมากกว่านี้ ทำต่อครับ แต่ถ้าโครงการใดที่ไม่ประสบผลสำเร็จเราต้องพร้อมที่จะมาปรับตัวชี้วัด และศึกษา ความคุ้มค่า ถ้าไม่คุ้มค่าเราต้องกล้ายุติโครงการ🔗
ข้อ ๕ ต้องสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ให้เป็นวาระประชาชน ให้เป็นวาระแห่งชาติ นอกเหนือจากจะผลักภาระไปให้กับ กปถ. แต่เพียงผู้เดียว กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านผู้ชี้แจง จะชี้แจงประเด็นไหนเพิ่ม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายบัญญัติ คันธา รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ฝ่ายบริหาร ขออนุญาต ขอบคุณในคำแนะนำและข้อสังเกตต่าง ๆ แล้วก็น้อมรับในกำลังใจที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้ให้คำแนะนำกับกรมการขนส่งทางบกและกองทุนเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตามในสิ่งที่ ท่านต้องการคำตอบหรือมีข้อสงสัย ผมจะขออนุญาตกราบเรียนเป็นลำดับต่อไปนี้นะครับ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการที่ปรากฏตามรายงานว่า ในปี ๒๕๖๔ นั้นยังไม่ได้มีการมอบ สืบเนื่องมาจากว่ากรมการขนส่งทางบก ในพันธกิจที่ ๒ ที่เกี่ยวข้องกับการมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการที่เราได้ดำเนินการมาตั้งแต่หลายปีก่อน ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ นั้นปรากฏว่าช่วงหนึ่งได้เกิดมีภาคเอกชนที่มาเอารัดเอาเปรียบพี่น้อง ผู้ประสบภัยแล้วก็พิการ ทำให้มีการตรวจสอบพบว่าสินค้าอุปกรณ์ที่เอามาให้ไม่เป็นไปตาม มาตรฐาน ไม่เป็นไปตามข้อตกลง ซึ่งทางหน่วยตรวจสอบก็ได้ให้คำแนะนำนะครับว่า ถ้ากรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการเองน่าจะไม่เหมาะสม ก็เลยให้ไปหาวิธีการที่จะให้มี ผู้เชี่ยวชาญมาดำเนินการเป็นที่ปรึกษาหรือว่าดำเนินการในเรื่องคุณภาพอุปกรณ์ช่วยเหลือ ผู้พิการ จนกระทั่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่มีมติ Board ของ กปถ. รับตรงนี้ว่ามอบหมายให้ กรมการขนส่งทางบกมาดำเนินการ เมื่อผมได้มารับผิดชอบในส่วนนี้ในปลายปี ๒๕๖๔ เดือนสิงหาคม นโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เห็นควรที่กระทรวงคมนาคมและกระทรวงสาธารณสุข จะบูรณาการร่วมกันในการยกระดับการมอบอุปกรณ์ผู้พิการให้มีมาตรฐาน สาระสำคัญก็คือ กรมการขนส่งทางบกเป็นผู้รับเปิดรับคำขอพี่น้องที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนนและพิการ แล้วก็ตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เมื่อตรวจสอบแล้วเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ได้ ครบถ้วนแล้วก็ส่งให้โรงพยาบาลประจำจังหวัด ให้นายแพทย์เป็นผู้ตรวจความเหมาะสม ของอุปกรณ์ แล้วก็สภาพร่างกายที่พิการว่าอุปกรณ์นั้นเหมาะสมกับการใช้หรือเปล่า เมื่อโรงพยาบาลและคุณหมอได้ตรวจเสร็จแล้วก็ส่งเรื่องมาที่กรมการขนส่งทางบก เข้าคณะอนุกรรมการที่มีหน้าที่อนุมัติเงินเกี่ยวกับอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ เมื่อคณะอนุกรรมการ อนุมัติแล้วเราก็จะโอนเงินไปให้โรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศที่อยู่ในเครือข่าย อุปกรณ์ ที่จัดซื้อนั้นมีมาตรฐานเนื่องจากว่าคุณหมอได้วินิจฉัยแล้ว ส่วนราคาก็เป็นราคาที่มาตรฐาน เช่นกัน โดยอุปกรณ์ต่าง ๆ จะต้องมีมาตรฐานตาม Spec ของสถาบันสิรินธร หรือราคากลาง เป็นไปตามกรมบัญชีกลาง อันนี้เป็นมาตรฐาน ถ้าไม่มีในบัญชีก็สามารถที่จะปฏิบัติตาม ระเบียบการจัดซื้อของกระทรวงการคลังในการเทียบมาตรฐานของราคาครับ ในที่สุดเราก็ได้ทำ MOU ร่วมกันกับกระทรวงสาธารณสุข ประมาณวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ เป็นนิมิตหมายที่ดีว่า พี่น้องผู้พิการจะได้รับมาตรฐานอุปกรณ์ที่ดีผ่านการวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เราสามารถ ล้างคำขอที่ค้างอยู่ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ เรียบร้อยภายในปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ เราก็ได้เปิดรับคำขอไปเรียบร้อยแล้ว อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติ แล้วก็ ส่งเงินไปให้โรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อจัดซื้อจัดจ้าง แล้วก็มอบอุปกรณ์ผู้พิการให้กับพี่น้อง ในปี ๒๕๖๗ นี้กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนก็ได้เปิดรับคำขอช่วยเหลือ เป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ จนถึงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๖ เพื่อเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ให้กับพี่น้อง อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ขออนุญาตกราบเรียนว่า ทุกอย่างที่เป็นปัญหาในอดีตแล้วปรากฏในรายงานของปี ๒๕๖๔ กรมการขนส่งทางบก ได้คลี่คลายตามขั้นตอนของกฎหมาย แล้วก็ข้อแนะนำของผู้ตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และต่อไปทุก ๆ ปีก็จะมีการมอบอุปกรณ์ผู้พิการ เปิดรับคำขอในช่วงเทศกาลก่อนปีใหม่ อันนี้ก็จะเป็นของขวัญให้กับพี่น้องประชาชน หรือถ้าไม่สะดวกจะไม่รอในช่วงที่เปิดรับคำขอ ก็สามารถไปยื่นรอไว้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศได้ อันนี้เราก็สามารถรับไว้ก่อนได้ แล้วก็จะดำเนินการในช่วงขั้นตอนตามที่เปิดในรอบปกติ สาเหตุที่มีจำนวนผู้มาขอรับ จำนวนไม่มากก็เนื่องจากอีกส่วนหนึ่งก็คือ เนื่องจากว่ามีหน่วยงานภาครัฐอีกหลายหน่วย อีก ๒-๓ หน่วยที่เปิดให้สิทธิอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ ก็ได้แก่ สปสช. กรมบัญชีกลาง ดำเนินการผ่านโรงพยาบาล รวมทั้งสำนักงานประกันสังคมก็ได้ให้สิทธิตรงนี้ด้วย ทุกวันนี้ คำขอเราตั้งงบประมาณไว้ประมาณปีละ ๑๐๐ ล้านบาท สำหรับเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือ ผู้พิการนี้ งบเรามีพี่น้องมาขอใช้ไม่หมดนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็จะได้เร่งประสานประชาสัมพันธ์ ให้มีการนำมายื่นขอใช้ให้มีจำนวนมากที่สุด🔗
สำหรับประเด็นต่อไป เรื่องการเร่งรัดชำระหนี้ซึ่งเป็นข้อห่วงใยของท่านสมาชิก ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ในช่วงแรกผมได้กราบเรียนไปแล้วว่าเราได้มี ขั้นตอนอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามอาจจะมีข้อความไม่ชัดเจน ไม่ครบถ้วน ผมขออนุญาต กราบเรียนซ้ำอีกทีหนึ่งนะครับ ตั้งแต่ตั้งกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ เรามีรายได้สะสมอยู่ที่ประมาณ ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันเป็นหนี้สะสม อยู่ที่ ๙๔๘ ล้านบาท แต่เป็นหนี้ค้างจริง ๆ อยู่ที่ ๕๐๔ ล้านบาท คิดเป็นเงิน ๒.๓๗ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ขออนุญาตกราบเรียนตรงนี้ก่อนนะครับ แล้วก็วิธีการที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้เราไม่ได้ให้ ป้ายทะเบียนไปจดทะเบียนก่อนจนกว่าจะชำระหมายเลขทะเบียนได้ครบถ้วน ถ้าชำระ ไม่ครบ หรือไม่ชำระเลยก็ยึดแล้วก็ออกประมูลใหม่ เพราะฉะนั้นในข้อห่วงใยตรงนี้ก็อยากจะ กราบเรียนเพื่อความเข้าใจนะครับ มาตรการที่เราเพิ่มเติมเข้าไปในช่วงหลังตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ เป็นต้นมามีการกำหนดคุณสมบัติผู้เข้าร่วมประมูลก็คือ ถ้าผิดนัดชำระหนี้เลขทะเบียนที่ ประมูลไปแล้วจะถูกตัดสิทธิ ตัดสิทธิเป็นผู้ประมูลอย่างเดียวไม่พอนะครับ จะตัดสิทธิไปถึง การเป็นผู้รับมอบอำนาจด้วย เพื่อป้องกันการเป็นตัวแทนที่ไม่มีนิติกรรมอำพราง🔗
ต่อไปเราเพิ่มหลักประกันตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาแนะนำ เพิ่มขึ้นประมาณเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วแต่ละเลขเราไปหาค่าเฉลี่ยแล้วหลักประกัน จะอยู่ประมาณ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ของตัวเลขที่มีผู้ชนะการประมูลนะครับ นอกจากนั้น เราก็ได้ปรับลดระยะเวลาการชำระค่าหมายเลขนะครับ เดิมเราให้เวลา ๓๐ วันมาชำระ แต่เราได้ปรับหลักเกณฑ์ใหม่ เมื่อชนะแล้วมีหลักประกันอยู่ในมือของกรมการขนส่งทางบกแล้ว ไม่พอต้องมาชำระ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ภายใน ๗ วัน และหลังจากนั้นอีก ๒๐ วันถัดมาท่านต้องมา ชำระอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นว่าเราเร่งรัดกำชับ แล้วเวลาที่เหลืออีก ๒ เดือนถ้าไม่พร้อม เราก็ให้เวลาคุณขยายไปได้อีก ๒ ครั้ง แต่ไม่ได้ให้ขยายไปฟรี ๆ คุณต้องเพิ่มหลักประกันอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ รวมแล้วก็เป็น ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นเหตุผลที่ผู้ประมูลแล้วส่วนใหญ่จะไม่ทิ้งหมายเลขทะเบียน เพราะว่าเรามีกระบวนการ ขั้นตอนในการวางหลักประกันที่เพิ่มสูงขึ้น แล้วก็เพิ่มขึ้นทุกขณะที่มาร้องขอ ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เกิดความยืดหยุ่นว่าในเมื่อสภาวะโควิดอะไรต่าง ๆ อาจจะมีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ก็จำเป็นที่จะต้องมีการยืดหยุ่น แต่ยืดหยุ่นที่มีกฎเกณฑ์ แล้วก็รักษาผลประโยชน์ของกองทุน จากการดำเนินการดังกล่าวเป็นผลให้หนี้ที่ค้างมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ประมาณ ๒,๕๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๒ ลดลงเหลือ ๒,๑๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๓ ลดลงเหลือ ๑,๕๐๐ ล้านบาท และปี ๒๕๖๔ ลดลงเหลือ ๘๔๘ ล้านบาท ตามที่ปรากฏในรายงาน และผมขออนุญาต กราบเรียนว่าในปีปัจจุบัน ณ วันที่ ๓๑ สิงหาคม เหลือเพียง ๕๒๗ ล้านบาท อันนี้ก็ขออนุญาต กราบเรียนเพื่อความเข้าใจ แล้วก็ให้ท่านได้สบายใจกับพวกเรานะครับ สำหรับหนี้ที่ค้าง บางจังหวัดที่ปรากฏในรายงานท้าย ๆ ทางกรมการขนส่งทางบกก็ได้เร่งรัดทุกเดือน มีการประชุมทุกเดือน แล้วจังหวัดดังกล่าวก็มีอัตราการขยับขึ้นมาสูงขึ้นอย่างเป็นที่น่าพอใจ🔗
อีกประเด็นหนึ่ง ประเด็นถัดมาก็เป็นเรื่องที่ผมอยากจะกราบเรียนในเรื่องว่า กองทุนมีประสิทธิภาพต่ำ เราน้อมรับความเป็นจริงครับ สิ่งที่ท่านพูดได้กล่าวเป็นคำแนะนำ ที่มีคุณค่า เพื่อเราจะได้นำไปปรับปรุงตัวเองนะครับ แต่อยากจะกราบเรียนว่ากองทุนนี้ เป็นกองทุนที่มีแต่ทุน แต่คนที่ใช้ทุนตรงนี้เป็นหน่วยงานที่ได้รับทุนแล้วไปบริหารโครงการ แต่อย่างไรก็ตามเราก็มีขั้นตอนในการบริหารโครงการต่าง ๆ ดังนี้🔗
ช่วงแรกของแต่ละปีเราก็จะกำหนดให้มีการเปิดรับคำขอให้สำนักงานขนส่ง จังหวัดต่าง ๆ ให้หน่วยงานภายนอกที่จะทำงานเกี่ยวกับด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ได้มาขอโครงการ แล้วเราก็จะปิดรับในช่วงเดือนพฤษภาคม แล้วก็จะนำโครงการต่าง ๆ นี้ มาตั้งเป็นแผน แล้วก็นำแผนตรงนี้เข้าไปเสนอต่อ Board กองทุนเพื่อรับการอนุมัตินะครับ เมื่อได้รับการอนุมัติแล้วก็จะดำเนินการโอนเงินให้หน่วยงานที่ยื่นคำขอมาได้ดำเนินการ ผมยกตัวอย่างเช่นหน่วยงานภายนอก อย่างเช่นของจังหวัดฉะเชิงเทราที่มีปัญหาเรื่องรถไฟ ไปชนรถบัสตรงทางข้ามรถไฟที่เป็นทางข้ามชั่วคราว อันนี้ทางกองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนก็ได้สนับสนุนเพื่อที่จะทำถนนทางข้ามที่เป็นถาวร รวมทั้งเครื่องกั้น อาณัติสัญญาณ อันนี้ก็อยู่ในกรอบในแผนงานของแต่ละปีเปิดกว้างที่จะให้หน่วยงานอื่น เข้ามานำเงินไปดูแลความปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชน เมื่อมีแผนงานเรียบร้อยแล้ว เราก็จะมีการกลั่นกรองโครงการ เราก็จะเชิญผู้ที่ขออนุมัติเงินมาชี้แจง เอาร่าง TOR มาดู ต่าง ๆ นานา หลังจากนั้นโอนเงินไป คนที่ได้รับเงินไปต้องทำงานให้คืบหน้า ถ้าไม่คืบหน้า ภายใน ๔ เดือนยกเลิกโครงการ แต่ว่าในช่วงรายงานของปี ๒๕๖๔ นั้น เป็นช่วงที่ สถานการณ์โควิด โครงการต่าง ๆ ไม่สามารถออกหน่วยได้ครับ โดยเฉพาะโครงการที่ทำ น้อง ๆ เยาวชนต่าง ๆ ไม่สามารถออกได้ เป็นเหตุให้โครงการต่าง ๆ สะดุดไม่บรรลุผล ตามที่ปรากฏในรายงาน ถ้ามีความคืบหน้าตลอดเราก็จะประชุมติดตามทุก ๒ เดือน กำกับดูแลมีอนุกรรมการกำกับตรวจสอบและติดตามประเมินผลโครงการ อันนี้จะเรียกประชุม ผู้รับทุนที่มีปัญหา หมายถึงว่าเราก็จัด Rating ว่าโครงการไหนสีเขียวเราก็จะไม่เชิญ โครงการไหนสีเหลืองก็จะเชิญเพื่อมาเตือน แล้วโครงการไหนสีแดงนี้ก็จะกำชับเน้นหนักเลย อันนี้เป็นระบบการควบคุม ความห่วงใยในเรื่องประสิทธิภาพต่ำทางกรมการขนส่งทางบก น้อมรับที่จะไปดำเนินการเพิ่มเติมครับ🔗
ปัญหาต่อไปเรื่องข้อสงสัยทำไมรายจ่ายมากกว่ารายรับ ผมขออนุญาต กราบเรียนว่ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมีวิธีการดำเนินการที่ไม่ใช่ลักษณะ การประกอบการ แต่เป็นการให้ทุนสนับสนุนเป็นทุนหมุนเวียนเพื่อนำรายได้จากการประมูล หมายเลขทะเบียนรถไปสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพราะฉะนั้นรายจ่ายก็คือ อย่างที่ผมได้กราบเรียนตั้งแต่ตอนต้นว่าเราจะมีสำรวจโครงการ แล้วก็ทำแผนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นรายจ่ายในเมื่อวาระของการเกิดอุบัติเหตุเป็นวาระแห่งชาติ เราไม่สามารถที่จะลด ค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้ ทุกโครงการที่ขอมาเมื่อเป็นประโยชน์และผ่านการอนุมัติกับ Board แล้ว ก็จะต้องดำเนินการ ส่วนรายรับเราก็จะสำรวจไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดต่าง ๆ ที่จะมี การจัดประมูลหมายเลขทะเบียนรถภายในแผนการประมูลในปีนั้น ๆ ว่าจะมีรายได้เท่าไร เมื่อดำเนินการไปรายจ่ายอาจจะมีมากอย่างที่ผมกราบเรียนว่าไม่สามารถลดภารกิจลงได้ แต่อย่างไรก็ตามกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนเป็นกองทุนที่มีเงินสะสมอยู่ ในปี ๒๕๖๔ ก็ประมาณ ๕,๖๐๐ ล้านบาท เราสะสมได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นเอง ขณะที่เรา มีรายรับน้อยกว่ารายจ่ายที่กำหนดไว้ ในปีที่ผ่านมากองทุนเพื่อความปลอดภัยก็ยังมีเงิน สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดตามพระราชกฤษฎีกา พระราชกฤษฎีกานี้ชื่อพระราชกฤษฎีกา การกำหนดกำไรสะสมสูงสุด และการนำเงินทุนหรือกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียนส่งคลัง เป็นรายได้แผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นกฎหมายใหม่ ปี ๒๕๖๔ เงินที่เรามีเกินนี้เราก็ต้อง ส่งคืนให้กับกระทรวงการคลังประมาณ ๑,๑๗๐ ล้านบาท ส่วนในอดีต ปี ๒๕๖๓ ส่งคืน ๓๒๗ ล้านบาท ปี ๒๕๖๑ ส่งคืน ๑,๐๗๓ ล้านบาท ผมจึงอยากกราบเรียนว่าสถานะ เงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมีความเข้มแข็ง เป็นกองทุนที่ไม่มีเงิน สนับสนุน เงินประเดิมจากรัฐบาล ไม่มีเงินอุดหนุนประจำปีจากรัฐบาลแต่อย่างใด แต่ก็สามารถ ยืนอยู่แล้วก็ดำเนินการตามโครงการที่ได้รับอนุมัติจาก Board กปถ. แล้วก็ยังมีเงินคืนให้กับ กระทรวงการคลังได้อีก อันนี้เป็นเรื่องที่ขออนุญาตกราบเรียนนะครับ🔗
ท่านรองอธิบดีครับ ผมอยากให้ได้สรุปเลยนะครับ เพราะว่ามีประเด็นอื่นที่ต้องพิจารณาต่อไปอีกมาก เชิญครับ ท่านเอาประเด็นที่สำคัญและจำเป็นเท่านั้นครับ🔗
ประเด็นที่สำคัญ ผมขออนุญาตอีกประเด็นเดียวว่าเงินที่ใช้ไปได้ผลหรือเปล่า ผมอยากกราบเรียนว่างบประมาณ ประจำปีของกองทุน กปถ. ปีหนึ่งประมาณ ๒,๕๐๐ ล้านบาท เราได้ไปเน้นรณรงค์ จริง ๆ เรามีความรับผิดชอบร่วมกันกับตัวชี้วัดอื่น ๆ คือผู้เสียชีวิตในรถเก๋ง รถตู้ รถ Pickup อันนี้เป็น KPI ร่วมกันทุกหน่วย แต่ในส่วนที่เรารับผิดชอบโดยตรงคือรถโดยสารสาธารณะ เมื่อเราอัดฉีดงบประมาณไปในเรื่องการควบคุมความเร็วของรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งก่อนหน้านั้นก่อนปี ๒๕๖๐ จำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ประมาณ ๓๕๐ รายต่อปี แต่ว่าเราได้ทำ การควบคุมการเดินรถตั้งแต่ตรวจสภาพรถ การปล่อยรถออกจากสถานี ตรวจวัดแอลกอฮอล์ แล้วก็ควบคุมความเร็วด้วย GPS เป็นผล แล้วก็ในระหว่างทางถ้าผ่าน Checking Point ซึ่งเป็นจุดที่มีการตรวจสอบเรียกคนขับรถมาเข้าจุดจอด ก็มี Check แอลกอฮอล์อีกนะครับ ห้ามทำงานเกินชั่วโมง ปรากฏผลอย่างนี้ครับว่ายอดผู้เสียชีวิตลดลงเป็น ๒๓๐ ราย ในปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ เหลือ ๑๘๐ ราย ปี ๒๕๖๓ เหลือ ๙๙ ราย ปี ๒๕๖๔ เหลือ ๖๒ ราย ก็เท่ากับว่าลดลง ประมาณ ๒๕๐ ราย มูลค่าที่ TDRI หรือว่ากรมทางหลวงได้ประเมินไว้ว่ามูลค่าชีวิตของ ผู้เสียชีวิตประมาณ ๑๐ ล้านบาทต่อคน ๒๕๐ คูณด้วย ๑๐ ล้านบาท ก็เท่ากับประมาณ ๒,๕๐๐ ล้านบาท แสดงว่างบประมาณที่เราอัดฉีดลงไปมีคุณค่าแล้วก็ได้ผล แต่เราก็ยังห่วงใย ในเรื่องผู้เสียชีวิตจากการขับขี่รถตามพระราชบัญญัติรถยนต์อยู่ ก็คงจะต้องร่วมทำงาน กับหน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็จะน้อมนำข้อสังเกตแล้วก็ความห่วงใย ความปรารถนาดี ของสภาผู้แทนราษฎรไปปฏิบัติเพื่อให้บังเกิดผลดีตามนโยบายของรัฐบาลต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกครับ ถ้าไม่มีผู้ใดขอซักถามเพิ่มเติมแล้ว ถือว่าที่ประชุมนี้ได้รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชี และรายงานการเงิน และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของกองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ แล้วครับ ขอขอบคุณท่านรองอธิบดีและผู้แทนของหน่วยงานทุกท่านนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี🔗
คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จะขอหารือนะครับ ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๕ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสใช้เวลาหารือสั้น ๆ ครับ ท่านประธานครับ เมื่อเช้าผมได้มีการหารือกับตัวแทน Whip ฝั่งรัฐบาล ท่านศรันย์ ขออนุญาตเอ่ยนาม กับท่านปกรณ์วุฒิที่เป็นตัวแทน Whip พรรคร่วมฝ่ายค้าน เกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบวาระ การพิจารณาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรานะครับท่านประธาน ที่ผมจำเป็น จะต้องหารือในวันนี้ เพราะว่าจริง ๆ การประชุมวันนี้เพิ่งมีการบรรจุเรื่องที่เสนอใหม่ ก็คือ เรื่องที่ ๖.๑-๖.๔ เป็นเรื่องของการพิจารณาข้อบังคับการประชุมของเราที่เสนอจาก สส. ๖.๑-๖.๔ เป็นเรื่องของ พ.ร.บ. ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอจากภาคประชาชน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของชนเผ่าพื้นเมือง กับการควบคุมแอลกอฮอล์ ทีนี้ถ้าสืบย้อนไปครับท่านประธาน ตั้งแต่การประชุม ครั้งที่ ๒ ของสภาชุดเรา ในวันพุธที่ ๑๒ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๖ ตอนนั้น มีการเสนอการประชุมว่าเราจะประชุมสัปดาห์ละ ๓ วัน หรือ ๒ วัน ซึ่งโดยสรุปสุดท้าย เราได้ข้อสรุปตรงกันว่าจะใช้สูตร ๒ บวก ๑ ความหมายก็คือถ้ามีวาระในการค้างพิจารณา ที่เป็นกฎหมายที่เสนอโดย สส. หรือว่ากฎหมายที่เสนอโดยภาคประชาชน จะให้เป็นอำนาจ ของท่านประธาน หรือเป็นข้อตกลงของ Whip ร่วมทั้ง ๒ ฝ่ายว่าจะพิจารณาไปในทางใดว่า เราจะเปิดเพิ่มอีก ๑ วันเป็น Track พิเศษหรือเปล่า วันนี้ก็เลยเป็นที่มาที่ตัวแทน Whip ทั้ง ๒ ฝ่ายให้ผมช่วยหารือกับท่านประธานว่า ถ้าท่านประธานจะกรุณามีดำริเปิดเพิ่มอีก ๑ วัน ในสัปดาห์หน้า เพื่อที่เราหยิบร่างกฎหมายของประชาชนขึ้นมาพิจารณาก่อน หรือจะให้ เป็นที่ปรึกษาหารือกันของ Whip ร่วมทั้ง ๒ ฝ่ายก็ได้ คือจะขอนำเรียนท่านประธานไว้ เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ Whip ทั้ง ๒ ฝ่ายที่จะหารือกันว่าเราควรจะเพิ่มวันประชุมเท่าที่จำเป็นและเร่งด่วน เพราะมี กฎหมายค้างอยู่ อันนี้ก็เห็นด้วย ความจริงผมตั้งใจจะเชิญ Whip ทั้ง ๒ ฝ่ายมาหารือ เรื่องนี้อยู่แล้ว ท่านหารือก็ดีแล้วครับ ก็จะดำเนินการตามที่ท่านหารือนะครับ รายละเอียด ก็จะชี้แจงเพิ่มเติม เราอาจจะต้องเพิ่มขึ้นอีกวันเป็นกรณีพิเศษ เพราะว่าเราอยากจะทำงาน ให้เยอะ ๆ ให้กับประชาชนนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา เนื่องจากที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบ ให้มีการเปลี่ยนระเบียบวาระตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) ให้นำญัตติตามระเบียบวาระที่ค้างอยู่ ที่ ๕.๒ ซึ่งเป็นญัตติเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิศาสตร์ และปรากฏการณ์ของ El Nino ขึ้นมาพิจารณาก่อน ผมจึงขอดำเนินการประชุมตามมติ ดังกล่าวนี้นะครับ🔗
๕.๒ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ติดตาม ตรวจสอบ และนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจากปรากฏการณ์ เอลนิญโญ (El Nino) การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่มีผลกระทบต่อการขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค การเกษตร และผลกระทบต่อเนื่องอื่น ๆ (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นผู้เสนอ)🔗
แต่เนื่องจากญัตติในทำนองเดียวกันนี้ มีผู้เสนอไว้หลายท่าน ซึ่งมีทั้งหมด ๙ ฉบับ ผมจะขออ่านญัตติที่มีผู้เสนอทั้ง ๙ ฉบับนั้นมาเพื่อรับทราบ แล้วจะหารือต่อไป ในภายหลัง🔗
๑. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา การกำหนดแผนป้องกันและมาตรการการแก้ไขปัญหาภัยแล้งพื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดลพบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง (นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เป็นผู้เสนอ) ตามระเบียบวาระที่ ๕.๕🔗
๒. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่มาอย่างต่อเนื่องและเพิ่มความรุนแรงขึ้นจากสภาพภูมิอากาศ อุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้น (นายสฤษดิ์ บุตรเนียร เป็นผู้เสนอ) ตามระเบียบวาระที่ ๕.๑๐🔗
๓. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาตรวจสอบ กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนิญโญ (El Nino) (นายวิชัย สุดสวาสดิ์ เป็นผู้เสนอ) ตามระเบียบวาระที่ ๕.๑๑🔗
๔. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษา ตรวจสอบและกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศที่เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนิญโญ (El Nino) (นายนิติพล ผิวเหมาะ เป็นผู้เสนอ) ตามระเบียบวาระที่ ๕.๑๒🔗
๕. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง การคาดการณ์ผลกระทบและแนวทาง การปรับตัวและรับมือ (นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ เป็นผู้เสนอ) ตามระเบียบวาระที่ ๕.๑๓🔗
๖. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และน้ำแล้ง (นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ เป็นผู้เสนอ) ตามระเบียบวาระที่ ๕.๑๔🔗
๗. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรร่วมกันพิจารณาหามาตรการแก้ไข ปัญหาภัยแล้ง (นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล เป็นผู้เสนอ) ตามระเบียบวาระที่ ๕.๑๙🔗
๘. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษา และกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศที่เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนิญโญ (El Nino) (นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้เสนอ) ตามระเบียบวาระที่ ๖.๑๙🔗
๙. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี ๒๕๖๖-๒๕๖๗ (นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ เป็นผู้เสนอ) ตามระเบียบวาระที่ ๖.๒๐🔗
ซึ่งผมเห็นว่าญัตติทั้ง ๑๐ ญัตตินี้เป็นเรื่องทำนองเดียวกันสามารถจะมารวม พิจารณาพร้อมกันได้ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) จึงจะขอหารือ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็น เป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่านำเอาญัตติทั้ง ๓ ญัตตินี้ มาพิจารณารวมกันครับ ขอเชิญคุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นผู้เสนอท่านแรก แล้วก็จะ เรียงลำดับตามที่ผมได้อ่านรายชื่อญัตติไปแล้ว หลังจากนั้นแล้วก็จะให้ผู้ที่อภิปรายได้ อภิปรายตามต่อไปครับ เชิญครับ คุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กระผมพยายามจะให้อยู่ในกรอบเวลาที่ท่านประธานกำหนด แต่อาจจะเลยไปเล็กน้อย ก็ต้องขออนุญาตท่านประธานไว้ล่วงหน้า กระผมขอเสนอญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามตรวจสอบนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจากปรากฏการณ์ El Nino การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่มีผลกระทบต่อ การขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค การเกษตร และผลกระทบต่อเรื่องอื่น ๆ เช่น ไฟป่า ฝุ่น PM2.5 เป็นต้น ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตออกตัวไว้ก่อนว่ากระผม ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ แต่ด้วยความห่วงใยในฐานะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากพื้นที่เกษตรกรรมเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา นาข้าว เป็นพื้นที่ทุ่งรับน้ำเจ้าเจ็ด ทุ่งรับน้ำโพธิ์พระยา อำเภอบางปลาม้า และอำเภอสองพี่น้อง แต่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง การขาดแคลนรายได้ การขาดแคลนอาชีพโดยเฉพาะชาวนา ปีหน้าคาดว่าราคาข้าวเปลือก จะสูงขึ้นถึง ๑๔,๐๐๐ บาทต่อตัน ดังนั้นกระผมจึงขอแบ่งหัวข้อการอภิปรายของผมออก เป็น ๓ รู้ด้วยกัน รู้แรก ผมรู้ได้อย่างไร รู้ที่ ๒ รัฐบาลรู้แล้วทำอะไร หัวข้อที่ ๓ สุดท้าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรู้แล้วช่วยอย่างไร🔗
รู้แรก ผมรู้ได้อย่างไร องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก WMO World Meteorological Organization และกรมอุตุนิยมวิทยาของไทยได้แจ้งเตือนเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะเกิด El Nino รุนแรงนานหลายปี สหประชาชาติประกาศว่าขณะนี้สิ้นสุดยุคภาวะโลกร้อนแล้ว หรือ Global Warming แต่โลกกำลังเข้าสู่ยุคโลกเดือดพล่านหรือ Global Boiling เดือดพล่านจริง ๆ ครับ แผ่นดินไหวโมร็อกโกเสียชีวิตมากกว่า ๒,๗๐๐ ราย บ้านเรือน เสียหายจำนวนมากมาย น้ำท่วมเขื่อนแตกที่ลิเบียเสียชีวิตมากกว่า ๑๑,๐๐๐ ราย สูญหาย อีกนับหมื่นราย น้ำท่วมรุนแรงทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นจีน เวียดนาม สเปน ไฟป่า ปะการังฟอกขาว PM 2.5 เหล่านี้คือปรากฏการณ์ที่เตือนเราแล้วครับ เหล่าคณะวิจัยและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับการบริหารจัดการน้ำและภูมิอากาศยืนยันไทยกำลังเผชิญกับภาวะ El Nino อีกครั้งหนึ่ง ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดอกเตอร์ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ ทางทะเล กล่าวว่า El Nino แรงสุดนับแต่นี้ไป ๑๘ กันยายน ๒๕๖๖ จนถึงสิ้นปีลากยาวไป ถึงเดือนมีนาคม รองศาสตราจารย์ดอกเตอร์เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์เปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศกล่าวว่า พวกเราต้องอยู่กับ El Nino อีกอย่างน้อย ๕ ปี นี่ทำให้เรารู้แล้วว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ🔗
รู้ที่ ๒ รัฐบาลรู้แล้วทำอะไร ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ มีรัฐมนตรีท่านหนึ่งจากรัฐบาลที่แล้ว ไม่เอ่ยนามไม่ได้ครับ ท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา รู้ล่วงหน้าว่าภัยแล้งมันจะเกิดขึ้น ท่านทำโครงการน้ำบาดาลถังเขียว ๑๕,๐๐๐ โครงการ ทำโครงการส่งน้ำบาดาลระยะไกลเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ทำนาเปียกสลับแห้งเพื่อขาย Carbon Credit เหล่านี้เป็นส่วนที่จะช่วยประหยัดน้ำได้ คณะรัฐมนตรีรู้แล้วหรือยัง รู้แล้วครับท่านประธาน นายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายเมื่อวันจันทร์ที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๖ หลังจากที่ผมยื่นญัตติเรื่องนี้ ๒ เดือนเศษ ท่านเขียนไว้ในนโยบายอย่างนี้ว่า สภาวะอากาศ สุดขั้ว Extreme Weather ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ El Nino ได้สร้างความเสี่ยงให้กับพี่น้อง เกษตรกรไทยจำนวนมาก รัฐบาลจะต้องเตรียมความพร้อมรับมือเพื่อลดผลกระทบที่รุนแรง ต่อเศรษฐกิจและผลกระทบวิถีชีวิตประชาชน รัฐบาลรู้แล้วว่าจะต้องทำอะไร รัฐมนตรีรู้ไหม โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ร้อยเอก ธรรมนัสรู้แล้วครับ ทราบมาว่าท่านตั้งคณะกรรมการประสานงานฉุกเฉินเรื่องนี้ ไว้แล้ว ถามว่าหน่วยงานรู้ไหม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงโดยเฉพาะกรมชลประทาน ดอกเตอร์ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีจะช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มากทีเดียว ท่านเตรียมการไว้แล้วครับ ท่านรู้ว่าปีนี้ค่าเฉลี่ยฝนตกลดลง น้ำในเขื่อนน้อยลง ท่านกำหนดมาตรการ ๒ ด้านด้วยกัน ด้านอุปทาน หรือ Supply Side ท่านจะบริหารน้ำ แบบปราณีต วางแผนจัดการน้ำต่อเนื่อง ๒ ปี แผนการจัดเก็บน้ำในเขื่อนในแก้มลิง จังหวัด อำเภอ ท้องถิ่น ครัวเรือนต่าง ๆ ควรทำอย่างไรบ้าง ด้านอุปสงค์ หรือด้าน Demand Side จะวางแผนการปลูกพืชเพื่อใช้น้ำน้อยอย่างไร มาตรการ ๓ R Reduce Reuse Recycle เพื่อประหยัดกักเก็บน้ำ ท่านประธานครับ ขณะนี้ฝนตกทั่วประเทศมีหลายจังหวัดคาดว่า ประมาณสัก ๑๘ จังหวัดน้ำท่วม อย่าปล่อยน้ำไปหมดครับ อีกไม่กี่เดือนจะไม่มีน้ำไว้ใช้แล้ว จะวางแผนอย่างไร กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์วางแผน ทำฝนหลวง ถ้าไม่รีบทำช่วงนี้จะไม่มีเมฆให้ทำฝนหลวงได้ ต้องรีบทำครับกรมฝนหลวง และการบินเกษตร🔗
รู้ที่ ๓ สุดท้ายครับท่านประธาน รู้แล้วช่วยอย่างไร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รู้แล้วจะช่วยเรื่องนี้ได้อย่างไร ท่านประธานได้กรุณาอ่านญัตติเมื่อสักครู่ไปแล้วนะครับ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยื่นญัตติเดียวกันนี้ถึง ๑๐ ญัตติด้วยกัน ทุกพรรคการเมือง พยายามจะมาช่วย ช่วยอย่างไรครับ โดยการเสนอให้สภาแห่งนี้ตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อมาดูแลช่วยเหลือ ติดตามตรวจสอบการดำเนินการแก้ไขปัญหาของภาครัฐ รวมทั้ง หาแนวทางเพื่อจะเสนอต่อรัฐบาลว่าควรจะดำเนินการอะไรบ้าง เพราะเรารู้ เราสัมผัส เราอยู่ในพื้นที่จะทำอย่างไรให้ครอบคลุมได้มากที่สุด ผมยกตัวอย่างในพื้นที่ผม ทุ่งเจ้าเจ็ด กับทุ่งโพธิ์พระยาในอำเภอบางปลาม้าและอำเภอสองพี่น้อง ๒ ปีที่แล้วน้ำท่วมทั้ง ๒ ปี ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ มาปี ๒๕๖๖ ได้ผลผลิตดีครับ ราคาข้าวดี ชาวนาลืมตาอ้าปากได้ ถ้าปีนี้น้ำน้อย น้ำไม่เข้าทุ่ง ให้เขาทำได้เลยไหม ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม ปกติน้ำท่วม นาปรังเริ่มเลยเพราะน้ำยังพอมี หรือจะให้เขาไปเริ่มเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ตามปกติ ถ้าให้เขาเลือกปกติมีน้ำให้เขาไหม เหล่านี้ต้องมีการพิจารณาร่วมกันครับท่านประธาน กล่าวโดยสรุปครับ ภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นนี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และชีวิตความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชน นโยบายของรัฐบาลหลายนโยบายจะไม่ประสบความสำเร็จ ยกตัวอย่างเช่น พักชำระหนี้เกษตรกร ๓ ปี เงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท การเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายใน ๔ ปี ฝุ่นควัน PM2.5 เป็นวาระแห่งชาติ นโยบายอย่างนี้ จะไม่สำเร็จเลยถ้าไม่ให้ความดูแลเอาใจใส่เรื่อง El Nino เรื่องภัยแล้งอย่างเอาจริงเอาจัง รวมทั้งศูนย์วิจัยกสิกรไทยก็บอกว่าเราจะกระทบถึง ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท เหล่านี้นะครับ เพราะฉะนั้นการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล ต่อรัฐบาล ต่อพี่น้องประชาชน ดังนั้นจึงขอให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านกรุณาสนับสนุนญัตตินี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เนื่องจากญัตตินี้มีผู้เสนอถึง ๑๐ ท่าน แล้วก็ผู้ขอยื่นอภิปรายในขณะนี้มีประมาณ ๔๖ ท่านแล้ว เพราะฉะนั้นผมเลยอยากจะขอความกรุณาเราได้แบ่งเวลากัน สำหรับผู้เสนอทั้ง ๑๐ ท่าน ก็อยากจะขอให้ใช้เวลาไม่เกิน ๑๐ นาที สำหรับผู้สนับสนุนญัตติอีกประมาณ ๕๐ ท่านนั้น ขอใช้เวลา ๗ นาที จะได้แบ่ง ๆ กันใช้เวลาของสภาให้มีประโยชน์ครับ ต่อไปขอเชิญคุณมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตอ่านญัตตินะคะ เรื่อง ขอเสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาการกำหนดแผนป้องกันและมาตรการแก้ไขปัญหาภัยแล้งพื้นที่เกษตรกรรม ในจังหวัดลพบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง ตามที่องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกองค์การหนึ่งของสหประชาชาติ ได้ประมาณการว่าภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๖ มีโอกาสร้อยละ ๖๐ ที่จะเกิดปรากฏการณ์ El Nino ซึ่งเกิดจากกระแสลมมีกำลังอ่อนและเปลี่ยนทิศทางพัดจากด้านตะวันออกของ มหาสมุทรแปซิฟิกไปด้านตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้กระแสน้ำอุ่นไหลไปยัง ทวีปอเมริกาใต้แทน ด้วยเหตุนี้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย จึงขาดฝน และเกิดความแห้งแล้ง แต่ชายฝั่งของทวีปอเมริกาใต้กลับมีฝนตกเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่าปรากฏการณ์ El Nino ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายนนี้ ปริมาณน้ำฝนรวมทั้งประเทศในช่วงฤดูฝนจะน้อยกว่าปี ๒๕๖๕ และจะน้อยกว่าค่าปกติ ประมาณร้อยละ ๕ ปีที่แล้วสูงกว่าค่าปกติร้อยละ ๑๔ จะส่งผลให้ทั้งประเทศเกิดฝนตกน้อย กว่าปกติ ทำให้เกิดปัญหาน้ำแล้งในพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะบริเวณนอกเขตชลประทาน อาจเกิดการขาดแคลนน้ำใช้สำหรับทำการเกษตร รวมทั้งพื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดลพบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง จำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องกำหนดแผนป้องกันและมาตรการ แก้ไขปัญหาภัยแล้งโดยเฝ้าระวัง ติดตาม และประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ เพื่อนำข้อมูล มาวิเคราะห์และปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ ในแต่ละพื้นที่ และเร่งเก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุด โครงการชลประทานทุกแห่งต้องปฏิบัติ ตามมาตรการบริหารจัดการน้ำฤดูฝน ปี ๒๕๖๖ ที่กรมชลประทานกำหนด ควบคู่ไปกับ การปฏิบัติตามมาตรการรองรับฤดูฝนปี ๒๕๖๖ ที่กองอำนวยการแห่งน้ำกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาในเรื่องการกำหนดแผนป้องกัน และมาตรการแก้ไขปัญหาภัยแล้งพื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดลพบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ปัญหาภัยแล้งเกิดจาก ปรากฏการณ์ El Nino เป็นเรื่องที่ไม่สามารถจะควบคุมได้ แต่ว่าเราต้องหาวิธีรับมือ เพราะว่าจะมีผลกระทบมากเกินไป ซึ่งในขณะนี้เกษตรกรไม่ว่าจะปลูกข้าวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลังและอ้อยล้วนที่จะได้รับผลกระทบทุก ๆ สถานการณ์ ขณะที่เราเสนอญัตตินี้กัน หลาย ๆ พื้นที่ฝนตก น้ำท่วม อย่าง สส. แนน สส. อุบลราชธานี ตอนนี้ก็จะต้องไปรับมือกับ น้ำจะท่วมแล้ว แต่พอหันกลับมาทางภาคกลางลพบุรีฝนตก แต่ก่อนหน้านี้เมื่อสัก ๒ เดือน ที่ผ่านมามันเกิดภาวะน้ำน้อยคือจะเป็นภัยแล้ง ชาวนาที่ปลูกข้าวต้องแย่งน้ำกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น เขาบอกว่ามีผลมาจาก El Nino พื้นที่ที่ทำการเกษตรของจังหวัดลพบุรีนอกจากจะรอฝนแล้ว เรายังใช้น้ำในคลองชัยนาท-ป่าสักเป็นหลัก ซึ่งมีประตูน้ำมโนรมย์แบ่งน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรม มีคลองที่แยกตามตำบลต่าง ๆ ตรงนี้ขอ Slide นิดหนึ่งนะคะ ไม่ทราบห้องโสตส่ง Slide มาหรือเปล่า ไม่มี จริง ๆ ส่งไปแล้วนะคะท่านประธาน เพราะว่า เห็นมี Message บอกว่าให้ส่งก่อน ๑ ชั่วโมง จริง ๆ แล้ว สส. ที่อภิปรายก็ส่งมาแล้วตั้งแต่ เมื่อเช้า ไม่ทราบลืมหรือเปล่า🔗
เดี๋ยวห้องโสต ช่วยเพิ่มเติมให้ ถ้ามีเมื่อไรก็แจ้งมา ขอให้ท่านมัลลิกาอภิปรายไปพลาง ๆ ก่อนนะครับ🔗
ขอบพระคุณค่ะ อยากจะเรียน ให้ทราบนะคะเพราะว่าปัญหาที่เราต้องเจอคือหว่านไปแล้วและมันไม่มีน้ำ พื้นนาแห้งแล้ง ข้าวกำลังจะโตก็เสียผลผลิตไป ถ้าตามบ้านเขาก็บอกว่ายืนต้นตายแล้ว ทีนี้แต่ละคลอง อันนี้ เป็นสภาพที่ถ่ายมาจากของจริง ภาพนี้เล็กมาก เมื่อเช้าดูยังใหญ่กว่านี้ จริง ๆ อันนี้มันเป็น เส้นทางน้ำ ถ้ามองอย่างนี้อาจจะไม่ค่อยชัด คือลพบุรีนี่เรารับน้ำจากทางแม่น้ำเจ้าพระยา และเราก็มีประตูน้ำมโนรมย์ น้ำก็มาจากนครสวรรค์แล้วก็ผ่านคลองชัยนาท-ป่าสักส่วนหนึ่ง แล้วก็อีกเส้นหนึ่งไปทางพระนครศรีอยุธยาก็จะใช้น้ำ ๒ อำเภอ ทั้งอำเภอบ้านหมี่แล้วก็อำเภอท่าวุ้ง ทีนี้เวลาน้ำน้อยประตูน้ำมโนรมย์ก็จะต้องเปิดใช้สถานีสูบน้ำแต่ถ้าเกิดเวลาน้ำเยอะ ก็ไม่เป็นไร ทีนี้พอเวลาน้ำน้อยปัญหาคือมันต้องแบ่งกัน คือทางนครสวรรค์ก็ต้องใช้ พิจิตร ก็ต้องใช้ และเราลงมาชัยนาท ลพบุรี ต่อจากลพบุรีเป็นอ่างทองหรือว่าเป็นพระนครศรีอยุธยา พื้นที่แถวนี้เป็นพื้นที่ลุ่มใช้สำหรับทำนากันทั้งนั้นเลย ทีนี้พอถามว่าแก้ปัญหาอย่างไร แก้ปัญหาก็คือจะต้องมาจัดว่าจังหวัดไหนเอาน้ำไปเท่าไร พอไหม ซึ่งปัญหาพวกนี้เกิดขึ้นทุกปี อย่างเมื่อสักครู่ที่ท่านณัฐวุฒิบอกว่าฝนตกช่วยเก็บน้ำไว้หน่อย อันนี้เป็นวิธีการบริหารจัดการ จริง ๆ แล้วก็บอกว่าผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยที่บอกว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเกษตร เขาประเมินกันไว้บอกว่า ๑๘๐ ประเทศทั่วโลกจะเจอกับความเสี่ยง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุด ปรากฏว่าประเทศไทยอยู่อันดับที่ ๙ ซึ่งเป็นอันดับต้น ๆ ที่จะต้องเผชิญกับ El Nino ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๖ ยาวไปถึงปี ๒๕๖๘ น้ำจะน้อยไม่เพียงพอในการเพาะปลูก แล้วก็แต่ละคลอง ก็จะไม่มีน้ำ อันนี้เป็นเส้นทางน้ำเขียนให้ดู แต่ทีนี้อาจจะมองไม่ค่อยชัด ต้องฝากเอาไว้กับทาง กรมชลประทานบอกว่าหลาย ๆ คลองความยาวของคลองยาวมาก บางคลอง ยาว ๑๗ กิโลเมตร บางคลองยาว ๒๐ กว่ากิโลเมตร ทีนี้ปัญหาคือชาวนาที่อยู่ท้าย ๆ น้ำ จะได้น้ำไม่พอในการทำการเกษตร เพราะว่าทางต้น ๆ เขาก็สูบน้ำไปก่อน แล้วเรื่องพวกนี้ ทางกรมชลประทานมาจัดการน้ำให้แต่ไม่สามารถที่จะมาบอกให้ชาวนาว่าคุณทำแล้ว คุณรอเพื่อนก่อนได้ไหม คุณทำไปแล้ว ๑ ครั้ง คุณให้คนที่ยังไม่ได้ทำเก็บเกี่ยวก่อน ซึ่งตรงนี้ ก็พูดไม่ได้ท่านประธานชาวนาเห็นน้ำมันเป็นชีวิต เห็นน้ำปุ๊บทำนาทันที เพราะอะไร ยิ่งทุกวันนี้ราคาข้าว ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๑,๕๐๐ บาท ซึ่งก่อนหน้านี้เวลาข้าวไม่ดี ราคาแพง แต่เวลาข้าวดีราคาข้าวก็จะถูก เพราะฉะนั้นวันนี้เป็นสิ่งที่เขาเรียกว่าเหมือนเป็นแรงดึงดูด ที่จะให้ชาวนาลงทุนอยากได้ราคาดี ๆ แต่ในขณะที่น้ำไม่สามารถที่จะเอาไปให้ชาวนา สำหรับใช้ในการทำนาได้มากพอ ทีนี้ที่บอกไม่ใช่ว่ากรมชลประทานเขาไม่ทำอะไร เขาก็ทำ อย่างที่อธิบายไปแล้วว่ามีการบริหารจัดการน้ำว่าตำบลนี้อาจจะเปิดน้ำ ๓ วัน ตำบลนี้หยุด ตำบลนี้เปิด ๔ วันเอามาช่วยกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่มาพูดกันในวันนี้อยากจะให้พวกเราที่เป็น ตัวแทนของพี่น้องประชาชนในหลาย ๆ จังหวัด ตั้งคณะกรรมาธิการเอามาศึกษาเรื่องนี้ อย่างจริงจัง จริง ๆ สมัยที่แล้ว ก็เหมือนกับมีการศึกษาเหมือนกัน แต่ว่าพอผลการศึกษานี้ ไม่ได้เอาลงไปใช้จริงจัง ณ วันนี้เขาเรียกว่าหน้าสิ่วหน้าขวานมากท่านประธาน น้ำแล้งแบบนี้ ก็ต้องหาวิธีการที่กักเก็บน้ำ เราอาจจะต้องมีพื้นที่สำหรับทำอ่างเก็บน้ำใหม่ วันนี้ก็เลยต้องมา ขอเสนอญัตติเพื่อที่จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวจังหวัดลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณมากครับ เชิญท่านผู้เสนอญัตติท่านถัดไป ท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สส. นักพัฒนาแก้ปัญหาปากท้องประชาชนของ จังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้กระผม ก็ได้มีโอกาสที่จะยื่นญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่มาอย่างต่อเนื่องและเพิ่มความรุนแรงจากสภาพภูมิอากาศ และอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ด้วยเหตุผลที่ประเทศไทยอยากจะกล่าวโดยสรุปว่าปัจจุบัน ประเทศไทยเราประสบปัญหาภัยแล้งมาอย่างต่อเนื่องทุกภาคของประเทศ สร้างความเสียหาย ให้กับทางด้านเศรษฐกิจสังคมและขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ทางด้านการเกษตร ทั้งการเลี้ยงสัตว์การเกษตรที่ต้องพึ่งพาน้ำจากธรรมชาติ ประกอบกับการกักเก็บน้ำตามเขื่อน ก็ไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค ทั้งภาคเกษตร ที่กรมอุตุนิยมวิทยาก็บอกว่าคงจะต้องเกิด El Nino ซึ่งทำให้เกิดความขาดแคลนถูกกระทบจากภัยแล้ง สภาพภูมิอากาศของโลกก็สูง โดยรวมแล้วก็ต้องมีการแก้ปัญหาที่ว่าทั้ง ๑๐ ญัตตินี้ซึ่งทุกคนก็เห็นความเห็นพ้องต้องกันว่า เราจะต้องมาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จริง ๆ แล้วไม่ต้องเกิด El Nino หรอก มันแล้งมา ไม่รู้จะกี่ปีกี่ชาติแล้ว เพราะเนื่องจากเราใช้ทรัพยากรอย่างมากมาย มนุษย์เกิดขึ้นมาก ใช้กันอย่างไม่บันยะบันยังจนมีคำพูดกันบอกว่า One World One Destination โลกที่ต้อง ร่วมชะตากรรมเดียวกัน โลกจะต้องร้อยเรียงเป็นเรื่องเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม ภูมิศาสตร์ รัฐศาสตร์หรือแม้แต่ธรรมชาติ เราใช้ทรัพยากรจนเราไม่สามารถจะแบ่งโลกใบนี้ เป็นประเทศได้หรอกครับโดยเฉพาะธรรมชาติ จนต้องมีการประชุม ไม่ว่าจะ COP26 COP27 แล้ววันนี้ เราจะก้าวต่อไปที่ COP28 ซึ่งประชาคมโลกก็เห็นการเปลี่ยนแปลงของ สภาพภูมิอากาศ วิกฤติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตรงนี้ก็เกิดจากมนุษย์ทั้งนั้น ดังนั้นวันนี้ผมเองก่อนหน้านี้ตลอดเวลาเป็นปี ๆ มาก็ได้ลงพื้นที่ เห็นถึงความจำเป็น โดยเฉพาะในช่วง EI Nino ระบบฝนได้ลดลงไปถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้ววันที่รัฐบาลนี้ แถลงนโยบายไปเมื่อวันที่ ๑๑-๑๒ ยังบอกเราว่าเราจะมองเรื่องคุณภาพชีวิต ทรัพยากร สิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของประเทศชาติ ต้องมีการทำอย่างไรที่จะคืนความสมบูรณ์ ให้กับดินให้กับน้ำสู่ธรรมชาติ เราจะมีการวางแผนกันอย่างไร🔗
พรรคภูมิใจไทยเองก็ให้ความสำคัญกับ เรื่องน้ำ จะให้ประชาชนบริโภคน้ำสะอาด มีน้ำประปาดื่มที่สะอาดก็เป็นเรื่องของความห่วงใย คุณภาพชีวิตของประชาชนนี้ละครับ แต่วิกฤติครั้งนี้บางทีเราก็ต้องมาร่วมมือกันครับ ร่วมมือกัน ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมก็ได้ทำงานร่วมกัน ได้ศึกษาหาความรู้ร่วมกันกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น สถาบันน้ำ ทรัพยากรน้ำใต้ดินขอมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งได้พูดพบปะพูดจาอยู่ตลอดเวลา กับท่านดอกเตอร์โพยม สราภิรมย์ ดอกเตอร์เกวรี พลเกิ้น ท่านเจ้าของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น นายกเถี้ยว พันชำนาญ กำนันธนกร สุริยธนธร แล้วก็เห็นสมควรว่าการทำงานแก้ไขต่าง ๆ เหล่านี้ได้มีการร่วมมือ ซึ่งถือว่าบริษัทที่ให้ความร่วมมือกับ บริษัท ที.ซี. ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด ซึ่งทำ CSR เข้ามาร่วมกัน จัดทำโครงการพัฒนาและจัดการน้ำ อย่างยั่งยืนด้วยการเติมน้ำใต้ดิน ซึ่งถ้ามีการศึกษาวิจัยตลอดเวลาเพื่อจะให้ตำบลนนทรี ของอำเภอกบินทร์บุรีเป็นชุมชนต้นแบบในการเติมน้ำด้วยหลักการและเหตุผลอย่างถูกต้อง ซึ่งผมเห็นเหลือเกินว่าจากการทำงานตรงนี้ต้องมีการวิจัยอย่างดีคือองค์ความรู้ เพราะแต่ละ สถานที่นั้นเป็นเรื่องใหญ่มาก ไม่มีทางเลยว่าจะใช้ข้อมูลความรู้อย่างเดียวกัน เพราะฉะนั้น ข้อมูลพื้นฐานต้องมีความสำคัญมาก ซึ่งผมก็ได้ศึกษาร่วมกันกับมหาวิทยาลัยนี้และท่านมา บรรยายให้ฟังถึงพาลงปฏิบัติกันอยู่ที่ถือว่าได้รับความรู้อย่างมากทีเดียว แล้วก็ให้ความรู้กัน บอกว่าเราต้องสร้างเครือข่าย จริง ๆ เลยต้องมีความร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือคนที่มีส่วนร่วมในการใช้ทรัพยากรด้วย ต้องมีการทำวิจัย สิ่งเหล่านี้ มีความสำคัญมาก เวลาเราปฏิบัติงานแล้วจะเห็นเลยว่าถ้าสังคมหรือภาคประชาชนไม่ให้ ความร่วมมือแล้วก็ยากนักที่จะประสบความสำเร็จได้ ต้องทันต่อการเปลี่ยนแปลงและใช้ นวัตกรรมต่าง ๆ แล้วแผนงานเหล่านี้ต้องสร้างองค์ความรู้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะที่ผม เห็นแล้วว่าแผนงานที่มีคนทำในที่เล็ก ๆ ที่ชุมชน ตำบล ไม่ใช่เพียงแต่นโยบายของกระทรวง หรือกรมเท่านั้น ทุกภาคส่วนต้องมาระดมกำลังแนวทางตรงนี้เราก็ได้ลงมือปฏิบัติแล้วได้ เห็นว่าองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่นำมาเสนอกับรัฐบาลกับเสนอผ่านท่านประธานที่เคารพ หรืออยากจะระดมกำลัง ผมเองในฐานะที่เป็น สส. ต่างจังหวัด เห็นความทุกข์ยากของ ประชาชน หน้าแล้ง หน้าฝนน้ำท่วมบ้านผมทุกปีครับโดยเฉพาะในชุมชนทางเข้าบ้าน เข้าตลาดเก่านี่เห็นหน้าน้ำมาก็ท่วมแล้ว พอถึงฤดูแล้งน้ำก็ไม่มีจะกินต้องเข็นน้ำ อบต. ทุกที่ ก็ต้องขนน้ำไปให้ประชาชน แล้วยังมีสถาบันอีกที่หนึ่ง สถาบันน้ำนิเทศศาสนคุณ ของหลวงพ่อสมาน สิริปัญโญ ซึ่งผมก็นำความรู้ของท่าน ร่วมมือกับชาวบ้านไปทำจริง ๆ จนเห็นนวัตกรรมเหมือนกันว่ามันเป็นนวัตกรรมการจัดการน้ำ ทุกสิ่งถ้าไม่ลงมือปฏิบัติแล้วก็ ไปเห็นถึงปัญหา แล้วโดยเฉพาะประชาชนทุกวันนี้ดูใน YouTube แล้วก็ทำตาม บางที เอายางรถยนต์ใส่กันเข้าไปบ้าง เอาขวดน้ำพลาสติก นักวิชาการก็บอกมันไม่ได้ มันผิด และอะไรคือสิ่งที่ถูกล่ะครับ บอกว่าใส่อะไรก็ได้เขาก็ใส่กัน ผมก็พยายามทำทุกที่ละครับ วันนี้ เราก็เริ่มต้นที่ตำบลเขาไม้แก้ว หมู่ที่ ๑ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทั้งผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้าน ขุดกัน ใหญ่เลย เป็นธนาคารน้ำระบบปิด บ่อเล็ก ๆ เป็นร้อย ๆ บ่อทั่วหมู่บ้าน น้ำก็ไหลมาจริง ๆ ผมถึง เห็นว่าการปฏิบัติครั้งนี้ผมถึงอยากจะเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องทุก ๆ ท่านถ้าสนใจ อีกที่หนึ่ง ตำบลวังดาลร่วมกับผู้ใหญ่ก็เช่นเดียวกันปลูกหญ้าแฝก ขุดธนาคารน้ำใต้ดินแบบปิด เขาก็บอกว่าเวลาฝนตกเราก็ไม่เก็บแล้วเวลาหน้าแล้งก็โหยหากัน เวลาทำมาหากินได้ อย่างเช่นทุกวันนี้เยาวชนต่าง ๆ ก็ไม่ยอมเก็บเงิน ถึงเวลาจะใช้เงินมันก็ไม่มี น้ำก็เช่นเดียวกัน เขาบอกมันตกตรงไหนก็ให้มันอยู่ตรงนั้นเสีย แต่สิ่งที่ต้องการได้รับความรู้คือภาครัฐจะต้องจัดองค์ความรู้ จริง ๆ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ก็มีความรู้อย่างมากมาย แต่ความรู้ของท่านถ้าอยู่ในกระทรวงแล้วมันจะถึงชาวบ้านไหม อย่างวันนี้ก็เช่นเดียวกันปัญหามันก็เกิดขึ้นอยู่เหมือนกันมากมายไปหมด กระจายอำนาจ ไปให้ อบต. ทำ กระจายตั้ง ๑๐๐ อย่างโครงการภารกิจต่าง ๆ แต่เรื่องน้ำ อบต. มันใหญ่ เกินกว่าระดับขององค์การบริหารส่วนตำบลจะรับมือได้ ผมอยากจะเรียนว่าหน่วยงาน ที่สำคัญ ๆ อย่างเช่นกรมทรัพยากรน้ำหรือกระทรวงควรจะมาบูรณาการตั้งหน่วยงาน ที่สามารถจะประสานได้ ให้ความรู้ ให้ความกระจ่าง หรือแม้แต่วันนี้ไม่ใช่เฉพาะแค่น้ำครับ ดิน น้ำ ถ้าดินดีน้ำมีต้นไม้มันก็เกิด เมื่อต้นไม้เกิดมันก็แก้ปัญหาไม่ว่าจะเป็น Carbon Credit ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Net Zero ไม่ว่าจะเป็นสภาพภูมิอากาศเดี๋ยวมันก็แก้กันไปในตัวเอง โดยธรรมชาติและมีการต่อเนื่องเป็น Domino แต่ขณะวันนี้เราพูดกันแต่เรื่องใหญ่ ๆ ผมเชื่อเหลือเกินว่าถ้ารัฐบาลหรือพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคิดในเรื่องใหญ่ ๆ ในขณะนี้มันเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก ซึ่งไม่มีใครหรอกจะแก้ปัญหาได้ด้วยตัวของมันเอง ถ้าหากว่าเรารณรงค์จากหมู่บ้านทั้งประเทศไทย ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน ๘,๐๐๐ ตำบล ๘๐๐ อำเภอ ๗๖-๗๗ จังหวัดให้ความรู้ ถ้าจะพัฒนาประเทศเราต้องพัฒนาที่หมู่บ้าน ถ้าจะพัฒนาหมู่บ้าน ต้องให้ความรู้กับคนในหมู่บ้าน แล้วการให้ความรู้กับคนในหมู่บ้านนี่ละครับ เป็นสิ่งที่จะเป็น การแก้ปัญหาของประเทศชาติอย่างดี ดังนั้นผมถึงกราบเรียนเชิญชวนแล้วขอร้อง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านในสภาแห่งนี้มาร่วมกันลงมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แก้ไขปัญหาภัยแล้งร่วมกัน แล้วได้ไปถกปัญหานำเสนอแนะกับทางรัฐบาลและให้ประชาชน ได้ร่วมกัน ผมเชื่อเหลือเกินว่าภาคประชาชน ภาคสังคมที่ควรจะลงมือและภาครัฐบาล คงจะประสบความสำเร็จและนำพาประเทศชาติให้สำเร็จตามนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไว้ ขอกราบขอบพระคุณอย่างมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ในส่วนของ Slide ถ้ามีภาพบุคคลภายนอกในเชิงบวกผมก็คิดว่าอาจจะลอง พิจารณาได้ไม่ต้อง Sensor เวลาที่ท่านสฤษดิ์อ้างถึงหลายท่านที่มีคุณูปการจะได้เห็นหน้า ค่าตาท่านด้วย ต่อไปขอเชิญท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ ด้วยประเทศไทยเข้าสู่ภาวะภัยแล้งจากการเปลี่ยนแปลงของภาพบรรยากาศที่เกิดขึ้นจาก ปรากฏการณ์ El Nino ตามประกาศขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลกและกรมอุตุนิยมวิทยา ประเทศไทย ซึ่งคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเป็นระยะเวลา ยาวนานต่อเนื่องไปจนถึงปี ๒๕๗๐ และจะทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำทั้งอุปโภคบริโภค ในภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้อง ชาวเกษตรกรที่จำเป็นจะต้องใช้น้ำเพื่อทำการเกษตร ปัญหาภัยแล้งดังกล่าวทำให้เกิดปัญหา ในด้านอื่น ในด้านการขยายตัวเกิดขึ้น เช่น ปัญหาไฟป่า ปัญหาสัตว์ป่าขาดแคลนน้ำ แหล่งน้ำในการดำรงชีวิต ดังนั้นกระผมจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา ตรวจสอบ กำหนดแนวทางในการแก้ไข ปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่จะเกิดขึ้นปรากฏการณ์ El Nino ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ จากสภาวะการเปลี่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศที่ผ่านมา โดยเฉพาะในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ต้นปีที่ผ่านมา ปัญหาภัยแล้งเกิดปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นโดยเฉพาะทั่วทั้งประเทศ ปัญหาการขาดแคลนน้ำ เกิดขึ้นในสภาวะที่พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะน้ำอุปโภคบริโภค น้ำที่ใช้ในครัวเรือโดยเฉพาะ ในเรื่องของประปาส่วนภูมิภาค ประปาของท้องถิ่น แล้วก็ประปาหมู่บ้านต่าง ๆ เกิดการขาดแคลนน้ำ อย่างหนัก เกิดภัยพิบัติในโครงการเรื่องการขาดแคลนน้ำ ดังนั้นวันนี้กับญัตตินี้ถือว่า เรามาถูกทางเพราะว่าความตั้งใจที่จะให้หน่วยงานภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราต้องมาทำงานแบบบูรณาการร่วมกันเพื่อหาแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ในการแก้ไขปัญหาในเรื่องภัยแล้งอย่างเป็น รูปธรรม ออกมาสำรวจและศึกษาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับ พี่น้องชาวจังหวัดชุมพรที่ผ่านมา โดยเฉพาะเป็นพื้นที่ที่ผมเองนั้นได้ดูแล ผมเชื่อว่าพี่น้อง ชาวเกษตรกรและพี่น้องที่ใช้น้ำอุปโภคบริโภคเดือดร้อนกันอย่างสูง โดยเฉพาะในช่วงของ ภัยแล้งทั้งหมด ที่ผ่านมาโดยเฉพาะพี่น้องชาวเกษตรกร พี่น้องชาวสวนทุเรียนได้รับอิทธิพล จากภัยแล้ง ทำให้เกิดภาวะของการขาดแคลนน้ำถึงขนาดต้องรบราทะเลาะกันในหมู่ชุมชนเอง ในเรื่องการแย่งน้ำเกิดขึ้น พี่น้องประชาชนเกษตรกรต้องใช้รถบรรทุกบรรทุกน้ำเพื่อเอาไปลง ในอ่างเก็บน้ำของตัวเองซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ในการแก้ไขปัญหาในพืชเกษตรกรรม ของเขา ในสวนทุเรียนของเขา แล้วก็ยังมีปัญหาในเรื่องของธรรมชาติในการหนุนของน้ำทะเล เป็นน้ำเค็มเกิดขึ้น ทำให้เจาะน้ำบาดาลแล้วเอามาใช้กับพืชสวนเกษตรไม่ได้ ทุเรียนยืนตาย หลายแปลงหลายต้น ทำให้พี่น้องชาวเกษตรกรพี่น้องชาวสวนทุเรียน ชาวสวนผลไม้ สิ้นเนื้อประดาตัวมาตลอด ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมเองนั้นใคร่ขอนำเรียน ท่านประธานฝากถึงหน่วยงานทุกหน่วยงานที่มีส่วนร่วม แล้วก็มีส่วนป้องกันและแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องชาวเกษตรกร ปัญหามันเกิดขึ้นแล้วครับ แล้วก็ยังมีการคาดการณ์ที่จะเกิดขึ้นอีก ในเดือนหน้านี้เองเดือนตุลาคมจนไปถึงประมาณเดือนมีนาคม นั่นคือปัญหาหลักที่พี่น้อง ชาวเกษตรกรโดยเฉพาะพี่น้องชาวภาคใต้จะได้รับอิทธิพลในน้ำหนุนคือน้ำเค็มขึ้นมา แทนที่น้ำจืด ทำให้การเกษตรนั้นล้มหายตายจากไปเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้ ญัตติอันนี้เข้าไปแล้วขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงที่รับผิดชอบ กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลอย่าได้นิ่งเฉย เรามาทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน กับคนที่รู้ปัญหา คนที่เข้าใจปัญหา และนำมาซึ่งการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวเกษตรกร โดยเฉพาะกรมทรัพยากรน้ำบาดาลต้องตั้งใจในเรื่องของการสำรวจและหาจุดที่จะทำน้ำประปา เพื่อการเกษตรให้กับพี่น้องชาวจังหวัดชุมพร ให้กับพี่น้องทั่วประเทศในเรื่องของการทำการเกษตร เพราะฉะนั้นแล้วไม่ใช่เป็นผลกระทบแต่จังหวัดชุมพรอย่างเดียว จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า ซึ่งเป็นเกาะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ณ ปัจจุบันนี้ต้องซื้อน้ำ ไปใช้จากบนฝั่ง แล้วก็เอาไปให้กับนักท่องเที่ยวใช้ในการรับผิดชอบในเรื่องของชีวิต ในเรื่องของคนที่ไปท่องเที่ยวที่เกาะ เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งนี้เป็นปัญหาหลัก เป็นปัญหา ที่ร้ายแรง เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นรอการแก้ไขปัญหาอย่างสิ้นเชิง แล้วก็ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพราะฉะนั้นผมเองในฐานะที่เป็นผู้ยื่นญัตติใคร่ขอนำเรียนท่านประธานนะครับ ฝากวิงวอน ถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในเรื่องของกรมชลประทาน อยากจะให้ออกไปสำรวจ หาแนวทางในเรื่องการแก้ไขปัญหา ยกตัวอย่างเหมือนจังหวัดชุมพร แนวทางในการแก้ไข ปัญหาก็คือ ๑. อยากจะให้เกิดเขื่อนท่าแซะ โดยเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะมีการศึกษา หาแนวทางออกแบบเรียบร้อย แต่ไม่ทราบว่าไปติดตัวไหนอยู่ ไม่ทราบว่าติดหน่วยงานไหน อยู่ ณ ปัจจุบันก็เลยมีการไม่ก่อสร้างเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นแล้วชาวจังหวัดชุมพรเรียกร้องให้กรมชลประทานออกไปสำรวจและหาแนวทาง ในการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ให้กับจังหวัดชุมพร โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอสวีต้องมี อ่างเก็บน้ำ อำเภอหลังสวนต้องมีอ่างเก็บน้ำ อำเภอพะโต๊ะ อำเภอละแม อำเภอทุ่งตะโก เพราะฉะนั้นก็ขอฝากนำเรียนท่านประธานฝากถึงหน่วยงานทุกหน่วยงาน แล้วก็วันนี้ ในการยื่นญัตติเราตั้งใจที่จะให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแล้วก็หาแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาร่วมกันกับกระทรวงที่รับผิดชอบ ไม่ใช่ว่าตั้งเป็นคณะกรรมาธิการศึกษาแล้ว เอามาแล้ว มาพูดมาคุยก็ปล่อยให้พี่น้องประชาชนคนที่เดือดร้อนประสบปัญหากันต่อไป การแก้ไขปัญหาในเรื่องของอ่างเก็บน้ำไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็กขนาดใหญ่เรายังแก้ไขปัญหา ในเรื่องของน้ำหลาก ในเรื่องของน้ำท่วมที่บางครั้งนี้ฝนตกนิดหน่อยน้ำก็ท่วม เพราะน้ำ พัดผ่านเร็วลงสู่ทะเลหมด ไม่มีน้ำกักเก็บไว้ให้กับพี่น้องชาวเกษตรกร นั่นคือปัญหาแล้วก็เป็น ส่วนหนึ่งที่มีหน่วยงานรองรับอยู่แล้ว หน่วยงานนั้นจำเป็นที่จะต้องดำเนินการในเรื่องของ การแก้ไขปัญหา และในเรื่องของหน่วยงานนั้นจำเป็นที่จะต้องไปทำงานบูรณาการกับท้องที่ ท้องถิ่นและทุกหน่วยงานทุกกระทรวง อย่าไม่ตกใจ อย่าไม่ตื่นตัว ผมบอกว่าเรื่องนี้เป็นปัญหา กระทบในด้านเศรษฐกิจ เป็นปัญหากระทบในเรื่องของปากท้องของพี่น้องประชาชน ถ้าปล่อยให้ภัยแล้งเกิดขึ้นอย่างน้อย ๆ พี่น้องชาวเกษตรกรล้มทั้งยืนแน่นอนผมก็ขอฝาก ท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ🔗
สิ่งที่พวกเราได้ยื่นญัตติ และผมก็ดีใจที่เพื่อนสมาชิกทั้งหมดเห็นด้วยกับญัตติ เรื่องนี้ แล้วก็ได้แจ้งชื่อเข้ามาร่วมอภิปรายร่วม ๕๐ ท่าน เพราะได้เล็งเห็นแล้วว่าสภาแห่งนี้ มีจิตใจที่อยากจะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้เรามาทำงานโดยไม่ต้องคิดว่า เราเป็นฝ่ายรัฐบาล เราเป็นฝ่ายค้าน แต่เราตั้งใจอย่างน้อยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ชาวเกษตรกรก่อน แก้ไขปัญหาที่เขาคาดการณ์แล้วตรงกับการคาดการณ์ตลอด สิ่งนี้ผมถือว่า พรรครวมไทยสร้างชาติตั้งใจที่จะดำเนินการเรื่องนี้เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวเกษตรกร ให้กับพี่น้องที่ใช้น้ำอุปโภคบริโภค ให้กับพี่น้องที่ต้องซื้อน้ำอาบ ซื้อน้ำใช้ในครัวเรือน ให้แค่พี่น้องประชาชนซื้อน้ำกินเถอะครับ อย่าต้องซื้อน้ำไปอาบ ซื้อน้ำไปซักผ้ากัน โดยเฉพาะการประปาส่วนภูมิภาคที่ผ่านมาขาดแคลนน้ำอย่างมาก ในพื้นที่ผมน้ำเค็มหนุนสูง จนไม่สามารถทำการประปาได้ พี่น้องในเขตเทศบาลเมือง เทศบาลหลังสวน เทศบาลสวี หนักหนาสากรรจ์ตลอดนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สะท้อนวันนี้ผมเชื่อว่าจะได้รับในเรื่องของ การแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องในระยะยาวต่อไป สิ่งที่เกิดวันนี้ผมขอนำเรียนท่านประธาน และนำเรียนไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนสมาชิก เรามาร่วมกันตั้งเป็นคณะกรรมาธิการ ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาศึกษาแนวทางในเรื่องของ El Nino ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เมื่อครู่นี้ท่านยืนประท้วงหรือเปล่า ไม่ใช่นะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เมื่อสักครู่นี้ผมฟังที่ท่านประธานพูดเรื่องการ Blur หน้า ผมไม่เข้าใจว่ารูปที่ขึ้นที่ Blur หน้า เป็นเพราะเหตุใด เพราะว่าการที่ทำกิจกรรมชาวบ้านหรือผู้ที่ สส. นำเสนอส่วนมากจะเป็น คนที่ทำความดีให้กับสังคม ทีนี้ชาวบ้านเขาสงสัยว่าผมเป็นคนไป Blur เขาหรือเปล่า ดังนั้น ผมจึงกราบเรียนว่าที่ผมส่งไปที่ฝ่ายโสตเขาก็เตือนเหมือนกันบอกว่าท่านรองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่สอง เป็นคนสั่ง ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง เป็นคนสั่ง ให้ Blur หรืออย่างไร ไม่ทราบรอง ๑ หรือรอง ๒ ผมจึงอยากกราบเรียนถามว่าการที่ขึ้นรูป หรือมีกฎเกณฑ์กติกาไหมว่าเราควรจะนำเสนอได้ไหมหรือไม่ได้ก็ควรจะแจ้งให้ทราบครับ เพื่อครั้งต่อไปผมจะได้ไม่ลงรูปเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาใด ๆ กราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ในเรื่องของการตรวจ Slide แล้วก็เอกสารที่ใช้ในการอภิปรายเป็นหน้าที่ ของท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง หรือถ้าผมทำหน้าที่แทนก็จะมีโอกาสได้ พิจารณาบ้าง แต่โดยหลักเกณฑ์ทั่วไปก็คือเรื่องของการไม่พาดพิงบุคคลภายนอกใช่ไหมครับ แต่ทีนี้ผมก็เห็นด้วยกับทางท่านสฤษดิ์นะครับว่า ถ้าเกิดเป็นในเชิงบวก แล้วก็เป็นการให้ เครดิตกับคนที่ทำงานร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่จำเป็นที่จะต้อง Blur หน้าหรือว่า Sensor นะครับ อย่างไรเดี๋ยวผมจะหารือกับทางท่านประธาน แล้วก็ท่านรองประธาน เพื่อวางกรอบแนวทางให้ชัดเจนขึ้น แล้วก็แจ้งสมาชิกทุกคนทราบ ขอบคุณครับ ต่อไป ขอเชิญท่านนิติพลครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิติพล ผิวเหมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เครือข่ายภาคเหนือ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตนำเสนอญัตติโดยการอ่านผ่านไปสู่ท่านประธานก่อนนะครับ🔗
ด้วยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกได้ออกมาประกาศเตือนถึงปรากฏการณ์ El Nino ซึ่งเริ่มเห็นผลกระทบตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แล้วจะเพิ่มความรุนแรงถึงขั้น รุนแรงมากในเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ในปี ๒๕๖๖ ที่ฝนจะตกน้อยจนเกิดภาวะแห้งแล้ง จากนั้น El Nino จะลากยาวไปจนถึงเมษายนในปี ๒๕๖๗ ซึ่งจะส่งผลกระทบได้เกิดภัยแล้ง ไปจนถึงปี ๒๕๖๘ กระทบในส่วนของภาคการเกษตร รวมไปถึงภาคเศรษฐกิจทั้งหมดของ ประเทศ และอาจทำให้ประเทศไทยประสบภัยแล้งรุนแรงมากขึ้นจะทำให้เกิดปัญหา การขาดแคลนน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคและภาคการเกษตร รวมถึงทำให้เกิดการเกิด ปัญหา PM2.5 และไฟป่าตามมา ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะขอชี้แจงในที่ประชุมสภา ถัดไปครับ โดยในการอภิปรายของผมก็สามารถสรุปได้ใน ๑ ประโยคก็คือว่านโยบายไม่ชัด สภาผู้แทนราษฎรของเราจึงต้องมาทำ ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานแบบนี้ อย่างที่ทราบ กันดีว่าปรากฏการณ์ El Nino ส่งผลกระทบในการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภูมิภาค ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วยก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน นอกจากปัญหา ภัยแล้งที่ประเทศไทยประสบจาก El Nino ไม่ได้กระทบต่อเฉพาะภาคการเกษตรเท่านั้น แต่ต้องบอกว่ากระทบกับทุกชีวิตในประเทศไทยเป็นอย่างมาก ผมจะอภิปรายในประเด็น ที่ไม่ซ้ำกับใน ๑๐ ญัตติที่นำเสนอมาและจะพยายามไม่ให้ซ้ำ คาดเดาว่าจะไม่ให้ซ้ำกับ เพื่อน ๆ สมาชิกอีก ๔๐-๕๐ คนที่ลงชื่อในการอภิปรายนะครับ โดยผมจะแบ่งการอภิปราย เป็น ๒ ส่วนดังนี้นะครับ🔗
ในส่วนแรกนั่นคือจะเป็นการอภิปรายในส่วนของผลกระทบที่มาจาก ต่างประเทศนะครับ🔗
และส่วนที่ ๒ คือผลกระทบในประเทศ เริ่มจากส่วนแรกก่อนนะครับ ผลกระทบที่มาจากต่างประเทศ ผมเอาเฉพาะเริ่มจากตัวผลกระทบจาก El Nino ก่อน ปรากฏการณ์นี้ทำให้เกิดไฟป่าในประเทศในแถบ ASEAN โดยเฉพาะเพื่อนบ้านเราครับ ติดตามข่าวมาโดยตลอดนั่นก็คือประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบก็คือมลพิษ ข้ามแดนก่อให้เกิดปัญหาเรื่องอากาศเลวร้าย อากาศบริสุทธิ์ของประเทศไทยก็ต้องบอกว่า ได้รับผลกระทบจากเรื่อง El Nino จากไฟป่าในอินโดนีเซีย ในด้านสุขภาพคืออะไรครับ ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องระบบทางเดินหายใจ ปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจ และปัญหาหลอดเลือด และรวมไปถึงถามเพื่อนที่เป็นแพทย์หลายท่านก็บอกว่าปัจจุบันเจอโรคที่ยังไม่สามารถหาได้ ก็ปรากฏขึ้น ในขณะเดียวกันในภาคการท่องเที่ยว รวมไปถึงภาคการคมนาคม ฝุ่นควันหนา ก็มีอุบัติเหตุได้กล่าวรายงานมาอยู่เรื่อย ๆ เราเห็นจากข่าวใน TV ในวิทยุต่าง ๆ อยู่ ตลอดเวลาเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางถนน ต้องบอกว่าถ้าท่านผู้ฟังที่มีอายุประมาณไล่เลี่ยกับผม ประมาณ ๔๐ ปีบวกลบ ในช่วงอายุเท่านี้เราเจอปัญหาที่เกี่ยวกับ El Nino หนัก ๆ แล้ว ๒ ครั้ง ครั้งแรกย้อนกลับไปเมื่อตอนปี ๒๕๒๕ ผมเพิ่งเกิด แล้วก็อีกครั้งหนึ่งก็คือประมาณสัก ช่วงผมขึ้น ม. ปลายในช่วงปี ๒๕๔๐ ปัญหาไฟป่าในอินโดนีเซียตอนนั้นก็คือว่าปกคลุม ในประเทศแล้วก็เคลื่อนย้ายมาสู่ในประเทศในแถบประเทศไทย ปัญหาด้านสุขภาพตรงนี้ ชัดเจนอยู่แล้วว่ามีผลกระทบเกี่ยวกับเรื่องสภาพทางเดินหายใจที่ผมได้นำกล่าวไป แต่มันมี ตัวเลขที่น่าสนใจแบบนี้ครับท่านประธาน ต้องบอกว่าในประเทศใน Zone Asia ของเรา ทุ่มทรัพยากร ทุกประเทศเลยทุ่มทรัพยากรในการพัฒนาคนที่จะมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้เดินไปข้างหน้า แต่ว่าในช่วงที่ผ่านมาเรียกว่าประชากรวัยสำคัญกำลังแข็งแรงเสียชีวิตไป ประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ คน เจ็บป่วยอีกประมาณ ๗๕,๐๐๐ คนที่ได้รับผลกระทบจากเรื่อง ไฟป่า ทุกข์ทรมานเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจจากการสูดควันพิษ ไฟนี่ต้องบอกว่าเกิด กลุ่มควันหมอกขนาดใหญ่ใช้เวลาไม่นานในการเคลื่อนย้ายจากประเทศหนึ่งไปสู่ประเทศหนึ่ง อธิบายภาพให้เห็นชัด ๆ แบบนี้ ตอนเช้าไฟไหม้ที่ประเทศอินโดนีเซีย หลังจากนั้นไม่นานผ่านมาเข้าสิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ แล้วก็เข้าประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์แล้วก็เข้าประเทศไทย เอาให้ชัดยิ่งขึ้นตอนเช้าไฟป่า ไหม้ที่อินโดนีเซีย ตอนเย็นพี่น้องทางภาคใต้ของเรากำลังขี่มอเตอร์ไซค์ ข้างหนึ่งก็บิดคันเร่ง อีกข้างหนึ่งก็ถือกรงนกไปด้วย เขากะไปจิบกาแฟกันพูดคุยกันเสวนาการเมืองการรับฟังปัญหา แต่แทนที่จะได้นั่งฟังเสียงนกกลายเป็นต้องมานั่งฟังเสียงจามเสียงไอกัน แล้วก็พร้อมกับ เข้านอนในเวลากลางคืนในคืนนั้น แล้วก็ดมไฟป่าจากอินโดนีเซียที่ไหม้ตอนเช้าที่อินโดนีเซีย แล้วก็สูดดมควันไฟป่าที่ประเทศไทยในตอนกลางคืนนะครับ ไฟป่า ต้องบอกว่ามันมี ปรากฏการณ์ที่สำคัญในปี ๒๕๖๓ ตอนนั้นมีไฟป่าครั้งใหญ่ที่ประเทศอินโดนีเซีย ก็ปล่อยทั้ง ฝุ่นควัน อะไรเข้ามามหาศาลมากมายเต็มไปหมด มีเหตุการณ์ที่สำคัญอยู่ ๒ เหตุการณ์ เมื่อสักครู่นี้ผมพูดเฉพาะ El Nino ไปแล้ว เหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งที่สำคัญก็คือ ปรากฏการณ์ Indian Ocean Dipole หรือเรียกว่า IOD สรุปสั้น ๆ ง่าย ๆ ก็คือเหตุการณ์นี้ คือการเปลี่ยนอุณหภูมิของบริเวณผิวน้ำ ส่วนด้านที่จะร้อนมันไม่ร้อน ส่วนด้านที่มันจะเย็น มันไม่เย็น มันสลับขั้วกันขอ Slide ขึ้นด้วยครับ🔗
ดูจากรูปนี้ ขออนุญาตอธิบาย เผื่อไปนิดหนึ่ง ว่าสำหรับพี่น้องที่ฟังทางวิทยุอาจจะมองไม่เห็นภาพ จินตนาการว่าท่านยืนอยู่ หน้าทะเล ขวามือของท่านคือประเทศไทย ซ้ายมือของท่านคือทวีปแอฟริกา โดยปกติซ้ายมือ ของเราอากาศมันน่าจะออกร้อน ๆ กว่า เย็น ๆ กว่านะครับ แต่พอสภาพมันเปลี่ยนกันครับ พอประเทศไทยของเราซึ่งอยู่ด้านขวามือซึ่งโดยปกติมันมีความร้อนมันมีความชื้น มันก็จะมี การทำให้ผิวน้ำระเหยกลายเป็นไอแล้วก่อเป็นเมฆหมอกตกมาได้ แต่สภาพมันเปลี่ยนกัน ทางฝั่งขวาที่เป็นประเทศไทยกลายเป็นว่าปกติฝนตก มันไม่ตกครับมันก็กลายเป็นแล้ง ทางด้านฝั่งซ้ายทั้งที่จริง ๆ ควรจะแล้ง พอน้ำทะเลมันร้อนมันก็มีฝนเกิดขึ้นเยอะมาก อากาศ มันสลับขั้วกันไปหมด แล้วในปี ๒๕๖๖ ในทางองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกก็ได้มีการแจ้งเตือน ว่าในช่วงหลังของปี ๒๕๖๖ นี้จะเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้คือเหตุการณ์ IOD ก็จะกลับมา อีกเช่นเดียวกันส่งผลกระทบที่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง ในขณะเดียวกันสำนักอุตุนิยมวิทยา สภาพอากาศวิทยาและธรณีฟิสิกส์ของประเทศอินโดนีเซีย ก็แจ้งไว้ว่าร้อยละ ๖๓ เปอร์เซ็นต์ ของประเทศอินโดนีเซียจะมีปัญหาเรื่องเข้าสู่แล้ง แล้วก็คาดว่าจะเกิดภัยแล้งรุนแรง มากกว่า ๓ ปีที่ผ่านมา พร้อมกับไฟป่าที่จะหนักกว่า ๓ ปีที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน ก็ได้มีการวิจัย ต่อแล้วก็พบว่าไฟป่าอินโดนีเซียเกิดขึ้น ๗ ใน ๑๐ ของประเทศในแถบอาเซียนที่ได้รับ ผลกระทบจากบริเวณไฟป่าที่อินโดนีเซียประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศนั้น แล้วแบบนี้ ส่งผลคือภาคใต้ของเราก็ได้รับควันไฟป่าจากประเทศอินโดนีเซีย ทางภาคเหนือบ้านของผม บ้านของท่านประธานเช่นเดียวกัน เราก็จะเจอไฟป่ารวมถึงการเผาในภาคการเกษตรข้ามมา จากต่างประเทศด้วยเช่นกัน นี่ก็เป็นข้อกังวลในส่วนของประเด็นที่ ๑ ครับ🔗
ในส่วนของประเด็นที่ ๒ ผลกระทบภายในประเทศที่ไม่ซ้ำกับประเด็นของ ผู้อภิปรายท่านอื่น ๆ ก็คือผมเลือกที่จะพูดอภิปรายในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องสัตว์ เพราะว่า เขาพูดไม่ได้ วันนี้ผมก็จะมาอภิปรายแล้วก็นำเสนอในสภาแทนพวกเขาครับ El Nino กระทบ ถึงช้างซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของประเทศไทย ผมแบ่งตัวเลขกลม ๆ แบบนี้ ช้างในประเทศไทย มีอยู่ประมาณ ๗,๐๐๐ ตัว ครึ่งหนึ่งเป็นช้างป่า ครึ่งหนึ่งเป็นช้างบ้านก็แล้วกัน ทำไมช้างป่า ต้องออกจากป่า เหตุผลก็เพราะว่าพื้นที่ในป่าไม่มีน้ำแล้ว ตอนนี้ช้างป่าก็ต้องเดินออกจากป่า มาเรื่อย ๆ เรื่องนี้อภิปรายกันมาตั้งแต่สภาสมัยที่แล้ว พอสภาสมัยนี้ตั้งแต่เปิดสภามา ผมเห็นเพื่อนสมาชิกของเราหลายท่านก็ได้อภิปรายในประเด็นเรื่องช้างป่ากันมา อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา สิ่งที่ต้องทำครับ แต่ว่าเป็นหน้าที่ที่รัฐต้องทำ เพราะเอกชนทำไม่ได้ นั่นก็คือการเพิ่มแหล่งน้ำในเขตป่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องที่ทำ ในส่วนถัดไป ที่น่ากังวลอีกเช่นกันครับ เมื่อครู่นี้ผมพูดถึงช้างป่าไปแล้วและนี่คือชาวบ้าน ในภาพนี้ผมถ่าย เมื่อตอนปี ๒๕๖๓ เป็นช้างที่อยู่ในธุรกิจท่องเที่ยวก็ไม่มีน้ำ น้ำไม่พอ เหมือนที่ผมได้พูดไป เมื่อสักครู่นี้ปี ๒๕๖๓ มีเหตุการณ์ที่สำคัญก็คือมีทั้งปรากฏการณ์ El Nino ที่รุนแรง บวกกับปรากฏการณ์ IOD ซึ่งก็คือน้ำ อุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่เปลี่ยนแปลงไป แล้วมันจะ เกิดขึ้นอีกในปี ๒๕๖๖ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือการเพิ่มแหล่งน้ำให้กับ ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีสัตว์เข้ามาเกี่ยวข้อง ๒ เรื่องนี้เป็น ๒ เรื่องที่มีความสำคัญ เป็นอย่างยิ่งที่เป็นผลกระทบโดยตรงจากปรากฏการณ์ El Nino แล้วปรากฏการณ์ IOD ที่จะเกิดขึ้นพร้อมกันใน ๒ เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในปี ๒๕๖๖ นี้ โดยสรุปในวันนี้ครับประธาน ก็ต้องกราบเรียนกับเพื่อนสมาชิกทุกท่านพร้อมด้วยเหตุผลจำเป็นที่ได้อภิปรายไปว่า มีความจำเป็นจริง ๆ ที่เราจะก็ต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะมาช่วยกัน พิจารณาหาเหตุ หาวิธีการแก้ไขต่าง ๆ ในการรับมือกับปัญหา El Nino ที่จะเกิดขึ้น ขอบพระคุณมากท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณมากครับ สมาชิกครับตอนนี้เรามีผู้เยี่ยมชมเป็นพี่น้องประชาชนจากจังหวัดพิษณุโลก ๖๐ ท่านอยู่ด้านบน ยินดีต้อนรับนะครับ ผู้เสนอญัตติต่อไปจะเป็นท่านร่มธรรม ขำนุรักษ์ จะเป็นญัตติในทำนองเดียวกันทั้ง ๒ ญัตติเลย ท่านร่มธรรมจะใช้เวลา ๑๐ นาทีไหมครับ หรือว่าจะขอเพิ่มเวลาครับ🔗
ท่านประธานครับขออนุญาตไม่เกิน ๒๐ นาทีได้ไหมครับ เพราะเป็น ๒ ญัตติครับ🔗
ได้ครับ อนุญาตครับ เรียนเชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขอเสนอญัตติ ๒ ญัตติที่เป็นเรื่องในประเด็นคล้ายกันคือ🔗
๑. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง การคาดการณ์ผลกระทบ และแนวทางการปรับตัวและรับมือ🔗
๒. เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำแล้ง และส่งผลการพิจารณาให้รัฐบาลไปดำเนินการ โดยในญัตติที่ ๒ นี้ กระผมไม่ติดใจหากสภา จะส่งผลนี้ให้คณะกรรมาธิการพิจารณาต่อไป🔗
สำหรับรายละเอียดของญัตติทั้ง ๒ ญัตตินี้ ได้ปรากฏตามเอกสารที่ทางสภา ได้แจกจ่ายให้กับเพื่อนสมาชิกเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ กระผมจึงขออนุญาตใช้เวลานี้ ในการอภิปรายประกอบทั้ง ๒ ญัตติในคราวเดียวกัน🔗
ลำดับแรก ผมขอขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุญัตตินี้ของผมและคณะ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา เพราะภัยทางสภาพภูมิอากาศ El Nino และภัยแล้ง เป็นเรื่องที่สำคัญที่ต้องแก้ไขและรับมืออย่างเร่งด่วนทั่วประเทศ และทราบว่ามีเพื่อนสมาชิก อีกหลายท่านได้เสนอญัตติที่คล้ายคลึงกัน และมีหลายท่านที่อาจจะอภิปรายสนับสนุนญัตติ เหล่านี้ ท่านประธานครับ หนึ่งในวิกฤติที่ใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติที่เราจะต้องเผชิญก็คือ ภาวะโลกร้อน สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงหรือ Climate Change ซึ่งวิกฤติเหล่านี้เกิดจาก การปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมหาศาล🔗
ขออนุญาตสมาชิกครับ มีผู้ประท้วงครับ🔗
ท่านประธานคะ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ไม่ได้ประท้วง เพียงแต่ว่าคือขออนุญาตน้องเพราะว่าถ้าเกิดสมมุติว่าเราทำ เหตุการณ์แบบนี้เราเสนอญัตติคล้ายกัน ๒ ญัตติ และในขณะที่ผู้อภิปรายท่านอื่นได้ ๑๐ นาที แต่พอมีคนที่เสนอญัตติที่คล้ายกัน ๒ ญัตติและได้ ๒๐ นาที ต่อไปจะเป็น บรรทัดฐานของการที่ใครก็เสนอเป็นญัตติที่คล้าย ๆ กัน อันนี้ต้องให้ท่านประธานวินิจฉัย ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ก็ทางท่านร่มธรรมบอกไม่เกิน ๒๐ นาที ถ้าอย่างไรช่วยประหยัดเวลาด้วย ถ้าเกิดเนื้อหาที่ซ้ำซ้อนกันก็สามารถอภิปรายในคราวเดียว🔗
ไม่ใช่ท่านประธาน คือทุกคน ที่เสนอญัตติจะได้เวลาในการอภิปรายไม่เกิน ๑๐ นาที ถ้าอย่างนั้นต่อไปหลาย ๆ ท่านเสนอ ๓ ญัตติที่คล้ายกันก็จะได้ ๓๐ นาที อันนี้คิดว่าท่านประธานต้องวินิจฉัยใหม่ อย่างไร ก็แล้วแต่ก็ต้องอยู่ในกำหนด ๑๐ นาทีค่ะ🔗
ในการพิจารณาระยะเวลาในการอภิปรายแต่ละญัตติเป็นการพิจารณาแบบเป็นคราว ๆ ไป ปกติแล้วผู้เสนอญัตติก็จะได้เวลาค่อนข้างมากเพื่ออภิปรายได้เต็มที่ แต่เนื่องจากมีญัตติ ในทำนองเดียวกันจำนวนมาก คราวนี้ผมขอวินิจฉัยว่าแนวทางที่ผมให้กับทางท่านร่มธรรม ก็เป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้วครับ อย่างไรขอทางท่านร่มธรรมได้ช่วยประหยัดเวลาด้วย ไม่เกิน ๒๐ นาทีนะครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ชี้แจงอย่างนี้ครับ ญัตติแรกของผมเป็นญัตติเพื่อเสนอตั้งคณะกรรมาธิการ เรื่องสภาพภูมิอากาศ เปลี่ยนแปลง หรือ Climate Change ส่วนญัตติที่ ๒ เป็นญัตติเกี่ยวกับเรื่องน้ำแล้งและภัยแล้ง อันนี้จะขอให้รัฐบาลดำเนินการซึ่งเป็น ๒ ญัตติ ที่มีความคล้ายคลึงกัน แต่ว่าสภานี้ ได้พิจารณาให้เข้าในคราวเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมจึงมีความจำเป็นที่ต้องใช้เวลา เพราะ ๒ ญัตตินี้จำเป็น เป็นเรื่องที่เป็นเร่งด่วนของพี่น้องประชาชนและในระดับประเทศ จึงขออนุญาตเพื่อนสมาชิกแล้วก็ท่านประธานว่าจะใช้เวลาอย่างคุ้มค่าที่สุดครับท่านประธาน🔗
ท่านประธานครับ วิกฤติของสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงเกิดจากการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกอย่างมหาศาลจากกิจกรรมต่าง ๆ ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจาก ยุคอุตสาหกรรมเป็นต้นมา ทั้งจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง การผลิตไฟฟ้า การคมนาคมขนส่ง การสร้างของเสีย เป็นต้น โดยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเราได้เพิ่มสูงขึ้นมา อย่างต่อเนื่อง ขณะประเทศไทยเราก็ปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่เป็นอันดับ ๑๙ ของโลก ซึ่งภาคส่วนที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญคือภาคพลังงาน ๖๙ เปอร์เซ็นต์ ภาคเกษตร ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ภาคอุตสาหกรรม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ และของเสีย ๔.๔ เปอร์เซ็นต์ ที่ผมต้องพูด ในส่วนนี้ก็เพื่อที่จะให้เห็นว่าเราจะต้องแก้ไขปัญหาที่จุดไหน โดยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่สูงขึ้นนี้สวนทางกับพื้นที่ป่าไม้หรือธรรมชาติ ทั้งบนบก ชายฝั่ง และในทะเล ที่ทำหน้าที่ ดูดซับก๊าซเหล่านี้ที่ลดน้อยลงไปจากการใช้ทรัพยากรเกินขนาด โดยปัจจุบันพื้นที่ป่าของโลก เหลืออยู่ประมาณ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ดินทั้งหมด สำหรับพื้นที่ป่าธรรมชาติของไทย ในปี ๒๕๖๕ อยู่ที่ประมาณ ๓๑.๕๙ เปอร์เซ็นต์ ขณะปัญหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนก็พบเพิ่มขึ้น เป็น ๒ เท่าของปีก่อนหน้า อีกทั้งในดัชนี Environmental Performance Index พบว่า คุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยในปี ๒๕๖๕ ตกไปอยู่ในอันดับที่ ๑๐๘ จากทั้งหมด ๑๘๐ ประเทศทั่วโลก ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้โลกของเราได้ร้อนขึ้นแล้วอย่างน้อย ๑.๑ องศาเซลเซียส จากระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม อีกทั้งองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ยังเปิดเผยว่าในช่วง ๘ ปีที่ผ่านมานี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ถึงปี ๒๕๖๕ เป็นช่วง ๘ ปีที่ร้อนที่สุด ในรอบ ๑๗๓ ปี สำหรับปีนี้เองก็ถือว่าเป็นปีที่น่ากังวล โดยหน่วยงานติดตามการเปลี่ยนแปลง ของสภาพภูมิอากาศของสหภาพยุโรป หรือ Copernicus Climate Change Service หรือ C3S ก็ได้เตือนว่าปี ๒๕๖๖ นี้อาจจะเป็น ๑ ในปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่การบันทึกมา แต่ท่านประธานครับ โลกไม่เพียงร้อนขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวนยิ่งขึ้นอีกด้วย และนี่ไม่ใช่เรื่อง ที่ไกลตัวอีกต่อไป โดยปรากฏการณ์ที่ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนแล้ว เช่น อากาศที่ร้อนขึ้น คลื่นความร้อน ความแห้งแล้งและไฟป่าไปจนถึงน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และอุ่นขึ้น ปะการังฟอกขาวในประเทศไทย พายุรุนแรง และน้ำท่วมฉับพลัน โดยแม้ว่า เราจะไม่ได้เป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด แต่ประชาชนคนไทยกลับเป็น หนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศมากที่สุด โดยข้อมูลจากดัชนีความเสี่ยง ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Risk Index เผยว่าไทยอยู่ในอันดับที่ ๙ ของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศมากที่สุดในช่วง ค.ศ. ๒๐๐๐-๒๐๑๙🔗
สำหรับภัยแล้งและน้ำแล้งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวลของประเทศไทย เพราะทำให้ประชาชนขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตร และน้ำ เพื่ออุตสาหกรรม ประกอบกับปรากฏการณ์ El Nino ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ก็เพิ่ม ความเสี่ยงผลกระทบอย่างมากต่อพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ สำหรับ ในปีนี้เองและในระยะนี้เป็นที่ชัดเจนแล้ว โดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO ประกาศเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่าเรากำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ El Nino โดย El Nino จะลากยาวไปถึงปีหน้า ขณะภัยแล้งจาก El Nino นี้อาจจะเกิดต่อเนื่องไปอีก ๑๕ ปี สำหรับปรากฏการณ์ El Nino นั้นยังปรากฏเด่นชัดมากขึ้นจากฝนที่ตกน้อยลง ในจังหวัดพัทลุง ภาคใต้และหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อีกทั้งกรมชลประทานก็ได้ออกมา แจ้งเตือนเรื่องปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่หลายแห่งว่าอาจจะไม่เพียงพอต่อ การใช้งานในภาคการเกษตรและการอุปโภคบริโภคของพี่น้องประชาชน ปรากฏการณ์นี้ สร้างความกังวลในภาคเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก อาจทำให้เกิดการสูญเสียมาก นับแสนล้านบาท โดยเฉพาะการขาดแคลนน้ำทั้งภาคการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นส่วนที่ ซ้ำเติมปัญหาปากท้องและความยากจนของพี่น้องประชาชน และสร้างความกังวลว่าอาจจะ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งหมดนี้ดูเป็นเรื่องที่น่ากังวล แต่ภัยทางสภาพภูมิอากาศ จะไม่หยุดเพียงเท่านี้ โดยคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้เตือนว่าโลกของเรากำลังร้อนขึ้นต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นเกิน ๑.๕-๒ องศาเซลเซียส จากระดับยุคอุตสาหกรรมภายในศตวรรษนี้ และสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นก็อาจจะเกิดและอาจจะ ได้เห็นครับ นอกจากนี้ครับท่านประธาน เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทางท่านอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ ก็ได้เตือนว่ายุคของภาวะโลกร้อนได้สิ้นสุดลงแล้ว และเรา ได้เข้าสู่ยุคโลกเดือดเป็นที่เรียบร้อย และท่านยังได้เรียกร้องให้ผู้นำโลกเร่งลงมือแก้ไขปัญหา เพื่อหลีกเลี่ยงภัยพิบัติที่อาจเลวร้ายมากกว่านี้ ที่ผมพูดมาทั้งหมดก็เพื่อให้เห็นภาพว่า โลกของเรากำลังเผชิญกับอะไร แล้วก็เพื่อที่จะให้เห็นว่าเรายังสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ และต้องทำอย่างเร่งด่วน โดยที่ผ่านมาทั่วโลกได้ให้ความสำคัญและมีความร่วมมือ และเป้าหมายในระดับโลกที่หลากหลาย เช่น ความตกลง Paris เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้โลกร้อน เกิน ๑.๕-๒ องศาเซลเซียส เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยการลงมือแก้ไขปัญหา สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงหรือ Climate Action สำหรับในประเทศไทย รัฐบาลที่ผ่านมา ก็ได้มีการตั้งเป้าหมายในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ในปี ค.ศ. ๒๐๕๐ และสุทธิ เป็น ๐ ในปี ๒๐๖๕ อย่างไรก็ตามนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ทั้งเรื่องสภาพภูมิอากาศ และการบริหารจัดการน้ำก็เป็นคำพูดกว้าง ๆ ไม่มีตัวชี้วัด ไม่มีแผนหรือกรอบเวลาที่ชัดเจน ถูกประเมินโดยองค์กรวิชาการระหว่างประเทศหรือ Climate Action Tracker จัดว่าเราอยู่ ในกลุ่มประเทศที่มีนโยบายลดโลกร้อนที่แย่ที่สุดในโลก ขออนุญาตเปลี่ยน Slide ด้วยครับ🔗
ประกอบกับนโยบายของรัฐบาล ชุดปัจจุบันนี้ก็เหมือนเช่นเดิม ไม่มีแผน ไม่มีนโยบาย ไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจน ผมจึงไม่มั่นใจ ว่าประเด็นที่เร่งด่วนเช่นนี้จะได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว ผมจึงต้องลุกขึ้นพูดและเสนอญัตติ ในวันนี้ก็เพื่อให้เห็นสถานการณ์ปัญหาสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่เราเองต้องเร่ง แก้ไขและควรให้เป็นวาระแห่งชาติที่ประกอบด้วย ๒ มิติหลัก ในการแก้ไขต้องดำเนินการ ไปพร้อม ๆ กันคือการบรรเทาและแก้ไขปัญหาหรือที่เรียกว่า Mitigation และการปรับตัว รับมือกับสภาพภูมิอากาศที่อาจรุนแรงขึ้นหรือเรียกว่า Adaptation สำหรับการบรรเทา หรือ Mitigation เราจะต้องมีแผนและแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สุทธิ เป็น ๐ หรือ Net Zero ที่ชัดเจนและทะเยอทะยานจะต้องฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวเพื่อดูดซับ ก๊าซเรือนกระจก ซึ่งต้องมีการผลักดันจากหลายกระทรวง เช่น กระทรวงพลังงานเราต้องเร่ง เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดลดการใช้พลังงานที่ปล่อยมลพิษสูง กระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งผลักดัน ยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำ ประกอบกับการส่งเสริมการใช้รถสาธารณะ ที่ครอบคลุมทุกพื้นที่เพื่อลดมลพิษและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะต้องสนับสนุนการทำเกษตร ปศุสัตว์ ประมงที่ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตรกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องสนับสนุนสินค้าและบริการที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ สร้างรายได้ ให้พี่น้องประชาชนจากโอกาสใหม่ ๆ ในธุรกิจสีเขียว นอกจากนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานในสังกัดจะต้องเร่งฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวและทรัพยากรธรรมชาติ ต้องเร่งให้เกิดกลไกในการควบคุมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ต้นตอ ควบคุม และกำจัดขยะอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น🔗
สำหรับด้านต่อไป ด้านการปรับตัวและรับมือกับภัยด้านสภาพภูมิอากาศ ที่อาจเกิดขึ้นหรือ Adaptation เป็นส่วนที่ประเทศเราให้ความสำคัญน้อย แต่เป็นส่วนที่ สำคัญในการป้องกันผลกระทบต่อประชาชน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการดังนี้ เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะต้องมีการคาดการณ์ว่าประเทศของเรา จะได้รับผลกระทบเพียงใดหากโลกของเราร้อนขึ้น ๑.๕-๒ องศาเซลเซียส อีกทั้งยังควรจะมี แนวทางที่ชัดเจนในการรับมือปรับตัวกับภัยทางสภาพภูมิอากาศและเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนได้นำไปปรับใช้เพื่อป้องกันผลกระทบอันตราย ที่อาจจะเกิดขึ้น🔗
-๗๒/๑ เช่น อาจจะเกิดปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงขึ้นหรืออาจจะเกิดปัญหาระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมชายฝั่ง เป็นต้น กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องไปดูว่า มีพื้นที่ไหนที่เสี่ยงต่อภัยทางสภาพ เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและเร่งป้องกัน ก่อนที่จะเกิดขึ้นเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน นอกจากนี้หน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะต้องเร่งประเมิน ความเสี่ยงของสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นยาวนานกว่าปกติ พร้อมทั้งวางแผน การกักเก็บน้ำ จัดการน้ำอย่างเป็นระบบทั่วประเทศ ทั้งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตรและน้ำเพื่ออุตสาหกรรม เพื่อให้เพียงพอต่อปริมาณการใช้ ทั้งปัญหา แหล่งต้นน้ำ แหล่งกักเก็บน้ำ คลองส่งน้ำและการระบายน้ำ เพราะประเทศไทยของเรา มีภัยพิบัติทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งอยู่ตลอดเวลา ประกอบกับปรากฏการณ์ El Nino และ La Nina และสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงที่จะส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน อย่างมากหากไม่มีการวางแผนให้ดี🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ จากที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าปัญหา ภาวะโลกร้อน สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำเป็นเรื่อง ใกล้ตัว เป็นเรื่องเร่งด่วนและเป็นเรื่องของทุกคน ผมในฐานะประชาชนที่คอยผลักดัน ประเด็นนี้มาโดยตลอดเข้าใจดีว่าทุก ๆ ภาคส่วน ทุก ๆ คนมีความสำคัญที่จะนำไปสู่ การเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งภาคประชาชนที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ในการผลักดันผลิตภัณฑ์ สินค้า บริการที่ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญ ที่สุดคือผมคาดหวังว่าภาครัฐ ภาคการเมืองจะให้ความสนใจในเรื่องนี้อย่างจริงจัง และนำเป้าหมายต่าง ๆ ไปสู่การปฏิบัติ และจากที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าการแก้ไข ปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงนั้นมีความเกี่ยวข้องกับทุก ๆ คนและทุก ๆ ภาคส่วน ที่จะต้องทำงานกันอย่างบูรณาการ วันนี้ผมจึงขอเสนอญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ เปลี่ยนแปลง คาดการณ์ผลกระทบและแนวทางการปรับตัวรับมือและญัตติเรื่องขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำแล้ง เพื่อให้คณะกรรมาธิการนำผล การศึกษาไปสู่การแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ แก้ไขปัญหาภัยแล้ง แก้ไขปัญหา การขาดแคลนน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต่อไป โดยคณะกรรมาธิการนี้ ควรศึกษาทั้งประเด็น El Nino คือภัยแล้งที่เป็นเรื่องที่เร่งด่วนในไม่กี่ปีข้างหน้า พร้อมกันนี้ ยังควรที่จะศึกษารวมไปถึงการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงโดยรวมอย่างเป็น ระบบ ในอนาคตหากเราไม่แก้ไขอะไรเลยอุณหภูมิของโลกเราในบางพื้นที่อาจร้อน เกินอยู่อาศัย ร้อนและแล้งเกินการทำการเกษตร พื้นที่เหน็บหนาวของโลกอาจละลาย จนระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงไป ระดับน้ำทะเลอาจสูงขึ้นจนหลายพื้นที่ริมชายฝั่งจมน้ำก็เป็นได้🔗
ท้ายที่สุดนี้ปัญหาภาวะโลกร้อนและสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงเกิดจาก น้ำมือของพวกเรา เพราะฉะนั้นเราเท่านั้นที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ และปัญหานี้รอไม่ได้ เราจะต้องลงมือตอนนี้เพื่อพี่น้องประชาชนและลูกหลานของเราในอนาคต ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านบัญชา เดชเจริญศิริกุล ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม บัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคท้องที่ไทย ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้ ญัตติของผมได้เข้ามาสู่สภานี้ เมืองนครสวรรค์ เมืองสี่แคว แห่มังกร พักผ่อนบึงบอระเพ็ด ปลารสเด็ดปากน้ำโพ ทุกท่านคงได้ยินคำนี้บ่อย ๆ ในญัตติเรื่องภัยแล้งหรือข้อมูลเชิงลึก ผมคงไม่ขอพูดถึงเพราะว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้นำเรียนในที่ประชุมแห่งนี้ไปหลายท่านแล้ว ผมขออนุญาตพูดไปถึงการแก้ไขปัญหาในเรื่องภัยแล้งในเรื่องต่อไปขอ ขอ Slide ด้วยครับ🔗
ที่ผ่านมาญัตตินี้ได้เสนอ มานานแต่ได้ถูกเลื่อนมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่การปลูกผลผลิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยทั่วไป ทั้งประเทศที่ฝนขาดช่วงแล้วทำให้พี่น้องประชาชนเกษตรกรที่ทำนาไถนากัน หว่านข้าวกัน ๒ รอบ ๓ รอบจนจะหมดทุนแล้ว ทุกวันนี้ก็ต้องขอบคุณกรมฝนหลวงที่ทำฝนเทียม ทั่วประเทศให้ผลผลิตของพี่น้องประชาชนในหลาย ๆ จังหวัดทั่วประเทศได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมา ถึงแม้ผลจะไม่สมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่ายังดี ยังพอแก้ไขแล้วก็ได้บรรเทาปัญหาต่อไป ในภาพอันนี้คือไร่อ้อยในพื้นที่ของจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ ส่วนใหญ่ขาดน้ำกันทั้งหมด ตอนหลังนี้ก็เริ่มฟื้นคืนมาจนเขียว แต่ว่าผลผลิตก็ไม่ดีแน่นอน ในเน้นในเรื่องของอ้อย นี่ก็เป็นพืชผลทางการเกษตร เป็นไร่ข้าวโพดที่เห็นอยู่นี้ก็ถือว่า ไม่ได้กินแล้วในข้าวโพด ก็คือพี่น้องเกษตรกรต้องตัดเอาไปให้วัวกินแทน ก็รอในปีต่อไปที่จะ ทำผลผลิตใหม่ บางพื้นที่ก็ยังได้กิน อันนี้ก็เป็นพื้นที่ของต้นข้าวโพดเหมือนกันในต่างจังหวัด ที่ผ่านมาเป็นแบบนี้ ไร่มัน ไร่ข้าวโพด ไร่อ้อย ส่วนใหญ่หลายที่แม้แต่นาข้าวที่เห็นที่ผ่านมา ก็ถือว่ายังโชคดีดินฟ้าอากาศได้อำนวย ฝนฟ้าได้ตกลงมาในพื้นที่หลายจังหวัดทั่วประเทศ จนเห็นเป็นข่าวบางที่มีน้ำท่วมเป็นบางพื้นที่อันนี้เป็นบึงบอระเพ็ดที่จังหวัดนครสวรรค์ ที่น้ำเหลืออยู่นิดเดียวในพื้นที่ ๑๓๐,๐๐๐ กว่าไร่ เหลือพื้นที่พื้นน้ำอยู่ไม่กี่พันไร่ อันนี้ก็ยังต้อง มีการปรับปรุงแล้วก็ต้องมีการแก้ไข ต้องมีการเสนอของบประมาณไปในหลาย ๆ หน่วยงาน ที่จะต้องมาดำเนินการในบึงบอระเพ็ด ตอนนี้ถือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงนั้นได้คุยกัน ตกลงทำสัญญาประชาคมผู้ใช้น้ำในรอบ ๆ บึงเป็นที่เรียบร้อย ณ บัดนี้เหลือแต่การพัฒนาต่อ ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาของจังหวัดนครสวรรค์ บึงบอระเพ็ดเรียกเป็นบึงระดับประเทศ แต่ว่ามีอายุถึง ๙๖ ปีจนถึงวันนี้ซึ่งการพัฒนาที่ผ่านมานี้ก็ถือว่ายังไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งตอนนี้มีการเสนองบประมาณไป แต่ก็ยังไม่มีงบประมาณที่จะเข้ามา ก็ขอรัฐบาลใหม่ ที่เพิ่งดำเนินงานนี้ในเรื่องของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่จะต้องระดมงบก็ไปพัฒนาบึงบอระเพ็ดนี้ด้วย เพราะอยู่ในแผนพัฒนา ๒๐ ปีของยุทธศาสตร์ชาติเหมือนกัน เป็นสิ่งที่ควรทำที่สุด ของประเทศไทย ส่วนหนึ่งก็อยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ แล้วก็ในหลาย ๆ จังหวัด โดยเฉพาะ ในพื้นที่รอบ ๆ บึงตรงนี้ตอนนี้ที่ของบประมาณมา ๔ จุดก็คือทำ Deep Pull Deep Pull นี้ ก็จะสามารถเก็บน้ำเพิ่มได้ หลุมหนึ่งประมาณ ๓ ล้านคิว ๔ หลุมก็ได้ประมาณ ๑๐ กว่าล้านคิว หลังจากฝนฟ้าที่จะตกเข้ามาหรือในฤดูนี้แล้วก็คงยังไม่เพียงพอ อย่างไรก็ยังต้องขอสนับสนุน งบประมาณจากกรมฝนหลวงและการบินเกษตรต่อที่ผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งการบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรที่บิน ณ ปัจจุบันก็ยังไม่เพียงพอสำหรับเดือนตุลาคม เพื่อเป็นการแก้ปัญหาของทั้งประเทศเลย เพราะว่าน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ณ ตอนนี้ยังอยู่ใน เกณฑ์ต่ำยังไม่เพียงพอที่จะสามารถใช้อุปโภคและบริโภคได้เลย ส่วนเรื่องการเกษตรค่อนข้าง ลำบากหลังจากนี้ฤดูจากนี้ไปก็คงเริ่มยากจริง ๆ แล้วอีกส่วนหนึ่งของบึงบอระเพ็ดที่ต้องการ พัฒนาก็คือการขุดคลองตะกอนเหมือนวงแหวนรอบเมือง คือเป็นขุดคลองรอบบึง เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรที่อยู่รอบ ๆ สามารถใช้น้ำรอบบึงในการทำการเกษตรได้เพียงพอ เลยทีเดียว ก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว ไม่ใช่ว่าเฉพาะที่จังหวัดนครสวรรค์แห่งเดียว ในหลาย ๆ ที่ในประเทศไทยยังมีแหล่งน้ำอีกมากมายที่ยังต้องทำอ่างเก็บน้ำสำหรับในฤดู ที่จะเกิด El Nino ๒-๓ ปีข้างหน้านี้ก็จะแล้งมากกว่าเดิม อย่างไรก็ขอฝากกรมฝนหลวง และการบินเกษตรอย่าเพิ่งทิ้งตอนนี้ไป เพราะว่าความชื้นในอากาศตอนนี้ก็ถือได้ว่า ประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการทำฝนเทียมประกอบกับบรรยากาศของธรรมชาติจริง ๆ ก็ยังจะสามารถทำให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลเพื่อเก็บกักน้ำต่อได้อีก ๒-๓ ปี อย่างไรก็ขอขอบพระคุณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอให้ทั้ง ๓ กระทรวงนี้ได้อนุมัติงบประมาณไปที่ บึงบอระเพ็ดเพื่อพัฒนาให้พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ของจังหวัดนครสวรรค์แล้วก็ในที่อื่น ทั่วประเทศได้มีมีน้ำกินน้ำใช้กันอย่างเพียงพอนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญผู้เสนอญัตติต่อไป ท่านเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมขอเสนอญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาและกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศที่เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ El Nino🔗
ท่านประธานครับ วันนี้เนื่องด้วย ความกังวลแล้วความร้อนใจกับภัยร้ายแรงที่กำลังสร้างความสูญเสียมหาศาลต่อประเทศชาติ ของเราในทุกมิตินั่นคือปรากฏการณ์ El Nino ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาที่องค์การอุตินิยมวิทยาโลก หรือที่เราเรียกว่า WMO ได้คาดการสถานการณ์ El Nino จะเกิดขึ้นภายในปีนี้และจะเริ่ม ตั้งแต่กลางปี ๒๕๖๖ และมีแนวโน้มว่าจะเห็นผลกระทบได้ชัดเจนที่สุดในปี ๒๕๖๗ ไม่ว่า จะเป็นความร้อนที่สูงขึ้น สภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง ฝนที่ตกหนัก ความแห้งแล้ง ซึ่งทาง WMO ได้ประกาศว่าโลกของเราควรเตรียมรับมือให้พร้อมกับผลกระทบจากภัยพิบัติ ที่จะตามมา ท่านประธานครับ มีสิ่งหนึ่งที่ท่านเลขาธิการสหประชาชาติได้กล่าวว่ายุคโลกร้อน ได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่เรากำลังเข้าสู่ยุคโลกเดือด หมายความว่าอะไร หมายความว่าก่อนหน้านี้ รุ่นพ่อของเรา รุ่นพวกเรา เราเจอกับภาวะโลกร้อนครับ แต่ต่อไปนี้ลูกของเรา หลานของเรา ประชากรโลกทั้งหมดกำลังเจอกับสถานการณ์ภาวะโรคเดือน แล้วเขายังบอกอีกว่า เรื่องสภาพอากาศสุดขั้วจะกลายเป็นเรื่องปกติใหม่หรือที่เราเคยเรียกว่า New Normal แสดงว่าเราต้องใช้ชีวิตอยู่กับมัน เราต้องปรับเปลี่ยน ปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้อยู่คงรอดครับ ไม่ต้องไปที่ไหนไกล ที่ประเทศไทยของเรา ที่จังหวัดตากเมื่อเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีอุณหภูมิสูงถึง ๔๔.๖ องศา ถือว่าร้อนเป็นปรากฏการณ์ ท่านประธานครับ ผมอยากให้ ทุกท่านดู Slide ข้างบน ตัวเลข ๖๖ เปอร์เซ็นต์ที่อุณหภูมิเฉลี่ยพื้นผิวโลกต่อปีตั้งแต่ ปี ๒๕๖๖ จนถึงปี ๒๕๗๐ จะสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมมากกว่า ๑.๕ องศาเซลเซียส และจะกินเวลาอย่างน้อย ๑ ปี และยังมีความเป็นไปได้อีก ๙๘ เปอร์เซ็นต์ที่อย่างน้อย ๑ ใน ๕ ปีข้างหน้า และโดยช่วง ๕ ปีโดยรวมจะเป็นช่วงที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ผมขอยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างกรณีไฟป่าฮาวายที่สร้างความเสียหายร้ายแรงที่สุด ของประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นผู้คนสูญหาย สูญเสียชีวิต ทรัพย์สินเงินทอง บ้านพักอาศัย และคาดว่าต้องใช้งบประมาณกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในการฟื้นฟู แล้วเมื่อไม่นานอีก ๑ ตัวอย่างที่ประเทศลิเบียเกิดฝนตกอย่างหนักทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ วันนี้เราทราบดีอยู่แล้วว่าความสูญเสียมากมายมหาศาลขนาดไหนครับ แต่สิ่งที่สำคัญ จากเหตุการณ์นี้ Doctor Bill Hare CEO ของสถาบันวิเคราะห์ภูมิอากาศของโลกระบุไว้ ชัดเจนว่าภัยพิบัติในลิเบียจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าไม่มีฝนตกหนักที่เกิดสภาวะโลกเดือด ท่านประธานครับ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเรื่องภูมิอากาศกับสถานการณ์ต่าง ๆ กำลังยากลำบาก มากขึ้นกับการที่เราจะต้องรับมือ ท่านครับ เวลาเกิดปรากฏการณ์ El Nino ผลกระทบ จะเกิดขึ้นเกือบทั้งโลก จากในภาพเราจะมี Zone สีเขียวกับ Zone สีเหลือง แน่นอน ใน Zone สีเขียวเป็นพื้นที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำมากหรือพื้นที่เปียก ส่วนประเทศไทย ของเราก็จะเป็น Zone ในพื้นที่ที่แห้ง ในเรื่องของอุณหภูมิประเทศไทยก็หนีไม่พ้น เราถูก จัดอยู่ในประเทศที่อุณหภูมิจะสูงขึ้น ส่วนในเรื่องของฝน แน่นอนประเทศไทยของเราก็จะมี ปริมาณน้ำฝนที่น้อยลง แสดงว่าจะแล้งมากขึ้น ทุกท่านครับ เพื่อนสมาชิกครับ จากข้อมูล ทั้งวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และสถิติทั้งหลายทั้งปวงที่ผมได้พูดมา El Nino มาแน่ และมีแนวโน้มจะหนักมาก หากประเทศของเรายังไม่เริ่มขยับตัว ยังไม่เตรียมตัวที่จะรับมือ จะไม่ทันการณ์ครับท่านประธาน เพราะ El Nino ครั้งนี้จะลากยาว ๓-๔ ปี ภัยแล้งที่กำลังจะเกิดขึ้นแน่นอนหนีไม่พ้นคือเรื่อง เกษตรกร ผมบอกเลยวันนี้จะกระทบกับเกษตรกร ๑๒ ล้านคน และหากผลผลิตทางการเกษตร ต้องมีต้นทุนที่สูงขึ้นจากภัยแล้ง แน่นอนจะกระทบต่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศไทย วันนี้ ใครก็ไม่อยากให้มะนาวแพง ผักแพง หรือราคาอาหารตามสั่งพุ่งสูงขึ้นแน่นอน มาถึง สถานการณ์ในประเทศไทย ข้อมูลแรกจากศูนย์วิจัยวิศวกรน้ำและโครงสร้างพื้นฐาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ได้เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำฝน ของปี ๒๕๖๘ จะเป็นปีที่แล้งที่สุดตั้งแต่ ๒๐ ปีที่ผ่านมา โดยคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำฝน เพียงแค่ ๘๐๐ มิลลิเมตร และจะมีน้ำไหลเข้าอ่างเพียงประมาณแค่ ๗,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร และยังมีข้อมูลระบุอีกว่าแนวโน้มในอีก ๕ ปีข้างหน้าลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะต้องเผชิญกับ ความผันผวนของปริมาณน้ำที่มีโอกาสจะแล้งต่อเนื่อง และเกิดภัยแล้งหนักในปี ๒๕๖๘ ที่ผ่านมาตัวผมเองและทีมงานก็มีโอกาสได้ร่วมงานกับทาง GISTDA สำนักงานพัฒนา เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อจะหาแนวทางป้องกัน ไปขอความรู้เพื่อจะได้ ทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ จากข้อมูลของทาง GISTDA ได้เปิดเผยให้เห็นว่าประเทศไทย กำลังจะเจอกับภัยแล้งและฝนตกน้อยลงทั่วทุกพื้นที่ และพบพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังภัยแล้ง สูงสุดใน ๒๔ จังหวัด ๖๗ อำเภอ และ ๕ จังหวัดที่กำลังจะได้รับผลกระทบมากที่สุด คือนครสวรรค์ เชียงใหม่ ชัยนาท ลำพูน และอุทัยธานี เป็นสาเหตุที่วันนี้ผมต้องมายื่นญัตติ ครับท่านประธาน ผมเป็น สส.บ้านนอก ทีนี้ก็ลำบากครับ ว้าวุ่นกันเลยทีเดียว ประเทศไทย ของเราจะมีผลกระทบ ๒ เรื่องหลัก ๆ🔗
เรื่องแรกคือเรื่องภาคการเกษตร วันนี้พี่น้องเกษตรกรอยู่ด้วยความหวัง หวังที่ ๑ หวังว่าราคาพืชผลปีนี้จะได้ดีมีราคาสูง ราคาปุ๋ย ราคาน้ำมัน ราคายา จะมีราคา ที่ถูกลง พอปลูกไปแล้วก็หวังที่ ๒ หวังว่าพืชผลทางการเกษตรจะสำเร็จลุล่วงไปได้จะมี น้ำเพียงพอ ชลประทานปล่อยน้ำ หรือฝนจะตก แต่ถ้าเกิดภัยแล้งมาเป็นอย่างไร หวังสุดท้าย หวังตายแน่ครับ เพราะว่าข้าวเอย พืชผลทางการเกษตรเอยอยู่ไม่ได้ครับท่านประธาน ทีนี้ ต้องมานั่งหวัง หวังเงินเยียวยา อยากให้รัฐบาลรีบออก อยากให้รีบจ่ายเพื่อจะเอาสตางค์ ไปใช้หนี้ จากข้อมูลที่ผมได้มา ผมขอเรียกร้องไปทางรัฐบาลว่าวันนี้ภาคการเกษตรหนัก จริง ๆ ท่านไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องราคา วันนี้ปลูกให้รอดก่อน ให้เก็บเกี่ยวให้ได้ก่อน และการแก้ปัญหาก็วนอยู่ Loop เดิม เริ่มจากสำรวจก่อนเลย ไปทีละหมู่สองหมู่ ทีละตำบล มันไม่ทันการณ์จริง ๆ วันนี้เรามีข้อมูลจากทุกภาคส่วน จะอวกาศ จะบนฟ้า จะใต้ดิน เรารู้ ข้อมูลหมด เป็นไปได้ไหมขีดไปเลย กำหนดไปเลย พื้นที่นอกเขตชลประทานที่กำลังจะเกิด ภัยแล้งชาวบ้านไม่ต้องปลูกเดี๋ยวรัฐให้เงินเลยไม่ต้องเยียวยาเลย ให้ก่อนที่จะต้องเยียวยา พี่น้องเกษตรกรจะได้นำเงินส่วนนี้ไปประกอบอาชีพอื่นเลี้ยงปากท้องในภาวะภัยแล้ง วันนี้ ภาครัฐต้องคิดใหม่ทำใหม่ ไม่อย่างนั้นเราก็วนอยู่ Loop เดิม ปลูก แล้ง ตาย เยียวยา กลับมาใหม่ วันนี้มันโลกเดือดแล้วครับ และอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นนโยบายรัฐบาล ผมต้อง กราบขอบคุณแทนพี่น้องเกษตรกรทุกคนเรื่องการพักหนี้ แต่ก็อยากให้เร็วอีกนิดหนึ่ง🔗
อย่างที่ ๒ เรื่องน้ำอุปโภคปัญหาคืออะไรครับ เมื่อภัยแล้งเข้ามาพี่น้องชาวบ้าน เมื่อน้ำประปาหมู่บ้านไม่ไหล ไม่มี ต้องซื้อครับท่านประธาน และท่านทราบไหมครับว่าราคา สูงขึ้นหลายสิบเท่าตัว จากคิวละ ๗ บาทไปคิวละ ๑๒๐ บาท ท่านคิดดูแล้วกันว่าสิ่งนี้ พี่น้องประชาชนต้องแบกรับต้นทุนขนาดไหน ผมเองมีโอกาสลงไปในพื้นที่ตำบลหนึ่ง ในจังหวัดอุทัยธานี เป็นพื้นที่ที่อยู่สุดชายขอบและเป็นพื้นที่ที่แล้ง ผมเห็นเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว พื้นที่นี้แล้งมากและมีปัญหาเรื่องน้ำประปามาก ผมก็คิดสิ่งที่ทำมาเพื่อเป็นบรรทัดฐาน และจะเอาไปใช้กับตำบลอื่น ๆ ในจังหวัดอุทัยธานี วันนี้ผมขอข้อมูลจากทุกหมู่บ้าน ทุกประปาทุกตัว ในตำบลตลุกดู่ ถ้าเกิดภัยแล้งตัวไหน จะไม่มี ตัวไหนไม่สามารถจะจ่ายน้ำให้กับพี่น้องประชาชนได้แล้วผมก็รวบรวมมา มันมี ประปาผิวดินกับประปาบาดาล ส่วนผิวดินวันนี้ตรงไหนที่ทำได้เราต้องรีบขยาย เราต้องรีบ หาแหล่งน้ำเพิ่มเพื่อมาผลิตส่งให้พี่น้องประชาชน และยังมีประปาบาดาล วันนี้ที่ไหล ท่านก็ต้องไปเป่า ท่านจะไปทำอย่างไร แต่ท่านต้องไปทำ วันนี้ถ้ารัฐฟังผมพูด ฟังพี่น้อง เพื่อนสมาชิกทั้งหมดในห้องนี้พูดท่านต้องลงไปทำเดี๋ยวนี้ครับ ไม่อย่างนั้นไม่ทันครับ ไม่ทัน จริง ๆ ท่านประธานครับ🔗
สุดท้ายแล้ว ขออนุญาตเลยเวลานิดหนึ่งท่านประธาน ปรากฏการณ์ El Nino ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ ต่อคุณภาพชีวิตประชาชน สูญเสียรายได้ ในภาคเกษตรกรรมและภาคเศรษฐกิจโดยรวมทั้งประเทศ วันนี้เราสูญเสียงบประมาณ กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไปไม่รู้เท่าไรแล้วกับการเยียวยาก็ไม่รู้อีกเท่าไร วันนี้ผมขอ เรียกร้องให้รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่อย่างนั้นไม่รอด ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ก่อน สถานการณ์โควิดมาจากหนักที่กลายเป็นเบาได้ก็เพราะว่าเราใช้กฎระเบียบของสถานการณ์ ฉุกเฉินเข้าไปแก้ไข เข้าไปข้ามกฎเกณฑ์บางอย่าง เข้าไปตัดทอนขั้นตอนบางอย่างเพื่อเร่ง แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้ถ้าประเทศของเราอยู่ได้ประชาชนก็จะรอดครับ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลในการดำเนินงาน แล้วผมบอกเลยสิ่งนี้แน่นอนเป็นวิกฤติแต่มันก็เป็นโอกาส ถ้าเราเตรียมตัวดีภาคการเกษตรก็ดี เราจะขึ้นมายืนเป็นแนวหน้าของโลก ถ้าเราแก้ สถานการณ์นี้ได้อย่างตรงจุดและฉับไว ขอบคุณท่านประธานที่เคารพ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ตอนนี้มีผู้เข้าชม ๑ ท่านนะครับ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก สหราชอาณาจักร Mr. Daniel Joseph Garden Welcome ผู้เสนอญัตติท่านสุดท้าย คือท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ เนื่องจากข้อบังคับ ข้อ ๖๔ ได้บอกว่าญัตติใดที่ถึงวาระที่ประชุม ประชุมแต่ผู้เสนอญัตติไม่อยู่แล้วก็ไม่ได้มีการมอบหมายแทนจะถือว่าญัตตินั้นเป็นอันตกไป เพราะฉะนั้นญัตติของท่านศักดิ์ดาก็ถือเป็นอันตกไปตามข้อบังคับครับ ผู้เสนอญัตติ ทั้ง ๑๐ ฉบับก็ได้เสนอครบถ้วนแล้ว ต่อไปจะเป็นการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกนะครับ ขอเชิญลำดับที่ ๑ ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ พร้อมไหมครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอไป ที่ท่านปรเมษฐ์ จินา ก่อนครับ ทุกท่านครับตอนนี้ผู้เสนอญัตติเสนอครบถ้วนแล้วต่อไป เป็นการอภิปรายตามที่ส่งรายชื่อมาตอนนี้ สำหรับฝ่ายค้าน ท่านแรกจะเป็นท่านสมชาติ เตชถาวรเจริญ ตามด้วย ท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล แล้วก็ของทางฝ่ายรัฐบาล ท่านแรก จะเป็นท่านปรเมษฐ์ จินา และท่านอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ๔ ท่านนี้มีท่านใดอยู่ไหมครับ อย่างนั้นผมขอเชิญท่านเลาฟั้งก่อนนะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ขอ Slide ด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑๖ เดือนกันยายนที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีได้เดินทางลงพื้นที่ไปที่จังหวัด เชียงใหม่และได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำ ซึ่งเป็นการลงพื้นที่ทันที ภายหลังจากที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว ก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดีที่ทางท่าน นายกรัฐมนตรีใส่ใจต่อปัญหาภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงและยาวนานอันเนื่องมาจาก ปรากฏการณ์ EI Nino ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป อย่างไรก็แล้วแต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในระหว่าง ที่ท่านนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ในครั้งนี้แล้วก็เป็นสิ่งที่น่ากังวลก็คือมีการนำเสนอแนวทาง แล้วก็โครงการในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงและยาวนานครั้งนี้ที่หน่วยงานรัฐ และกรมชลประทานได้เสนอต่อทางท่านนายกรัฐมนตรีไปนั้นก็หลายส่วนเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง ว่าถูกต้องหรือไม่ และจะมีใครถือเอาวิกฤติภัยแล้งครั้งนี้ โดยเฉพาะความเดือดร้อนของ ชาวนาภาคกลางเป็นตัวประกันในการสร้างความชอบธรรมและสร้างอำนาจต่อรองให้แก่ โครงการใหญ่ ๆ ที่ซุกซ่อนปัญหาข้อสงสัยและผลประโยชน์ทับซ้อนเอาไว้ โดยที่เกษตรกร คนชนบทไม่ได้อยู่ในสมการ ผมไม่ได้เพียงแค่ตั้งข้อสงสัยลอย ๆ เพราะในระหว่าง ที่ท่านนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่กรมชลประทานก็เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ ในการจัดการน้ำได้ถือโอกาสเสนอให้มีการผลักดันโครงการผันน้ำยวมลงเขื่อนภูมิพล ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่มีมูลค่าในการลงทุนมากถึง ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยอ้างว่า หากทำโครงการนี้เสร็จก็จะสามารถผันน้ำลงได้ปีละ ๑,๘๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งโครงการ เป็นลักษณะแบบนี้ที่ผ่านมามีการพยายามผลักดันอยู่ ๓ โครงการด้วยกัน แล้วก็เป็นโครงการ ที่นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และชาวบ้านในพื้นที่เขาออกมาคัดค้าน เนื่องจากเห็นว่า เป็นโครงการที่ไม่คุ้มทุน ไม่ตอบโจทย์ปัญหา และกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม ผมเรียนอย่างนี้ผมสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งรัดดำเนินโครงการต่าง ๆ อย่างรอบคอบรอบด้าน เพื่อรับมือกับปัญหาภัยแล้งแต่ว่าต้องเป็นโครงการที่เป็นธรรมและเป็นประโยชน์ต่อ ประชาชนจริง ๆ และที่สำคัญจะต้องไม่นำไปสู่การแย่งชิงน้ำระหว่างคนต้นน้ำกับคนท้ายน้ำ คนที่มีอำนาจต่อรองสูงกับคนที่มีอำนาจต่อรองต่ำ🔗
ท่านประธานครับ แม้ในภาวะวิกฤติก็เกิดปัญหาน้ำไม่พอใช้อยู่แล้วโดยเฉพาะ ในพื้นที่ชนบทในหน้าแล้งก็จะเจอทั้งปัญหาน้ำกินน้ำใช้ในครัวเรือนไม่เพียงพอ รวมทั้งน้ำเพื่อการเกษตรโดยรวมก็ไม่เพียงพออยู่แล้ว จากการศึกษาข้อมูลของกรมชลประทาน ก็พบว่าข้อมูลที่น่าสนใจซึ่งเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาน้ำ และผมคิดว่าจำเป็นต้องมา ทำความเข้าใจกับสังคมไทย ประเทศไทยมีพื้นที่ลุ่มน้ำทั้งหมด ๒๕ ลุ่มน้ำหลักแล้วก็ ๒๕๔ ลุ่มน้ำสาขา ปริมาณน้ำท่าทั่วประเทศเฉลี่ยปีละ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณความต้องการใช้น้ำทั้งประเทศ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรหรือร้อยละ ๗๑ แต่ระบบชลประทานของประเทศไทยมีศักยภาพในการจัดเก็บเพียงแค่ ๗๕,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเพียงร้อยละ ๓๖ ของปริมาณน้ำทั้งหมด เมื่อดูข้อมูลการจำแนกภาคส่วนที่ใช้น้ำของประเทศไทย แล้วเราจะพบว่าการใช้น้ำเพื่อการเกษตรมีปริมาณมากที่สุดก็คือ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ใน Slide ก็คือช่องสีน้ำเงินก็เท่ากับ ๗๗ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณความต้องการใช้น้ำทั้งหมด แต่เมื่อถามว่าในการบริหารจัดการน้ำรัฐให้ความสำคัญกับการจัดสรรน้ำให้แก่ภาคการเกษตร มากน้อยเพียงใด เมื่อมาดูข้อมูลพื้นที่ชลประทานของประเทศไทยแล้วพบว่าพื้นที่ เกษตรกรรมที่อยู่ในเขตชลประทานนี่มีเพียง ๒๒ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลืออีก ๗๘ เปอร์เซ็นต์ เป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่นอกเขตชลประทาน ซึ่งหมายความว่าเกษตรกรต้องพึ่งพาฝนฟ้า และโชคชะตาด้วยตัวเอง เมื่อ Zoom ลงไปดูรายละเอียดในเชิงพื้นที่มากขึ้นจะพบว่าพื้นที่ เกษตรกรรมของประชาชนที่อยู่บนพื้นที่สูงโดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในเขตป่ามีระบบชลประทาน ของรัฐน้อยมากและไม่ได้รับการพัฒนามานานแล้ว โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่บนพื้นที่สูงของกลุ่มชาติพันธุ์แทบจะไม่มีโครงการชลประทานเข้าไป สนับสนุนเลย ประเทศไทยมีพื้นที่กิจกรรมที่อยู่ในเขตป่าและไม่มีเอกสารสิทธิรวมกันมากถึง ๑๖.๙ ล้านไร่ หรือ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เกษตรกรรมของประเทศไทย มีประชากรที่ได้รับ ความเดือดร้อนไม่น้อยกว่า ๕ ล้านคน ที่ดินเหล่านี้เมื่อไม่มีเอกสารสิทธิอยู่ในเขตป่า จึงไม่ได้รับการพัฒนาแล้วก็ไม่ได้รับการจัดทำโครงการเกี่ยวกับชลประทานใด ๆ เกษตรกร ก็ต้องช่วยเหลือตัวเองแทบจะทั้งหมด หากแต่สาเหตุที่น้ำเพื่อการเกษตรไม่เพียงพอ รวมทั้ง การทำโครงการเกี่ยวกับน้ำของไทยก็ล่าช้าและไม่ตอบโจทย์ปัญหา มีสาเหตุใหญ่ ๆ อยู่ ๔-๕ ประการ🔗
ประการที่ ๑ ก็คือรัฐเน้นทำแต่โครงการขนาดใหญ่แล้วก็ลงทุนสูง ซึ่งเมื่อ โครงการเหล่านี้ไปลงที่ไหนก็จะมีคนได้รับผลกระทบจำนวนมากและคนก็จะคัดค้าน แล้วที่สำคัญก็คือว่าโครงการสำหรับเกษตรกรในชนบทไม่ได้รับการอนุญาตให้สร้างได้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในเขตป่า ไม่มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นจริง แล้วก็มีการละเลย ต่อการจัดการน้ำต้นทุนที่มีอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่รัฐสภาแห่งนี้จะต้องตระหนัก ก็คือว่าแม้ในภาวะปกติที่เราไม่ได้เข้าสู่วิกฤติ El Nino น้ำก็ไม่เพียงพออยู่แล้ว เมื่อเข้าสู่วิกฤติ El Nino เป็นที่น่าเชื่อได้ว่าปัญหาน้ำจะวิกฤติมากกว่านี้ ถ้าไม่มีการจัดการระบบชลประทาน ที่ดีพอ อย่างไรก็แล้วแต่ในการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤติ El Nino ก็จะต้อง ไม่นำเอาวิกฤติครั้งนี้ไปเป็นข้ออ้างสร้างความชอบธรรมในการผลักดันโครงการขนาดใหญ่ ของบางคนที่ไม่ตอบโจทย์ปัญหาได้ ก็ขอนำเสนอแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านปรเมษฐ์ จินา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา สมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็คงจะกล่าว ในส่วนที่ยังตกหล่นหรือว่าจากประสบการณ์ เนื่องจากว่าข้อมูลด้านวิชาการต่าง ๆ หลายพรรค แล้วก็เพื่อน ๆ หลายท่านก็ได้นำเสนอเป็น PowerPoint พอที่จะมองเห็น ปรากฏการณ์ El Nino จากภาพรวมในระดับโลกแล้วก็ลงสู่ในระดับประเทศ แล้วก็ลงสู่ ในระดับพื้นที่ จริง ๆ แล้วในเรื่องที่เราจะได้ร่วมกันพิจารณาแล้วก็ช่วยกันขันนอต แล้วก็ช่วยกันเสนอก็คงจะมีหลายปัจจัยเช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่ว่าในส่วนของปรากฏการณ์ El Nino จะทำให้กระทบต่อในเรื่องของอุณหภูมิ กระทบในเรื่องของบรรยากาศของโลก แต่ปัจจัยทางอ้อมที่มาเกี่ยวข้องก็มีหลายปัจจัยเช่นกัน แล้วก็จากประสบการณ์ในพื้นที่ ยกตัวอย่างในเรื่องของแหล่งน้ำ ยกตัวอย่างในเรื่องของสัตว์ป่าที่ต้องอพยพมาหากินในพื้นที่ ที่ชาวบ้านเขาทำแปลงเกษตรบางครั้งก็ทำลายทรัพย์สิน บางครั้งก็ถึงขนาดไล่ทำลาย ยานพาหนะแล้วก็ในส่วนของบ้านเรือนด้วย อันนี้ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่เกิดขึ้น ทีนี้เป็นไปได้ไหม ว่าในส่วนของการเสนอทางออกต่าง ๆ ที่พวกเราได้นำเสนอให้มีการทำงานกันเอาจริงเอาจัง สักอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนปัจจุบันกระทบทั้งนั้น ไม่ว่าจะจับไปตรงไหน ก็จะมีใต้โต๊ะ มีในเรื่องของการทำงานแบบที่ไม่ได้คำนึงถึงประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นถ้าเราช่วยกันกำหนดแล้วก็แจ้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ เริ่มตั้งแต่ ในระดับประเทศของเรา คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำแห่งชาติก็คงจะต้องมีการปฏิรูป มีการรื้อระบบแล้วก็ทำอย่างไร แล้วก็ทำมาถึงขั้นตอนไหน ณ วันนี้สิ่งดี ๆ ที่พี่น้องสมาชิกเรา เสนอไปเมื่อสักครู่ก็ได้เอามาต่อยอด เป็นต้นว่าในเรื่องของการที่จะตั้งคณะกรรมการบริหาร จัดการน้ำ ซึ่งจะเป็นรูปแบบไหนก็แล้วแต่ บางแห่งเขาก็จะมีสายน้ำหรือแหล่งน้ำที่เป็นลำธาร เป็นแม่น้ำ เป็นลำคลอง อันนั้นก็จะต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำได้ แต่ว่าในส่วนที่เป็นแหล่งน้ำที่อยู่นิ่ง เช่น เป็นสระ เป็นบึง เป็นหนอง หรือว่าบางพื้นที่ก็จะมีขุมเหมือง อันนี้ก็จะต้องมีการบริหารจัดการรอบลุ่มน้ำตรงนี้ เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะจากการลงในพื้นที่ ในช่วงแล้ง แม้ว่าจะไม่มีปรากฎการณ์ El Nino ก็พบว่ามีสงครามการแย่งน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ จังหวัดชุมพรและจังหวัดสุราษฎร์ธานี และพื้นที่ทางใต้ที่ปัจจุบันทางสภาการเกษตรหรือว่า หน่วยงานต่าง ๆ หรือว่าปัจจัยด้านการตลาดเองที่ทำให้ประชาชนหรือว่าเกษตรกร เขาเปลี่ยนแปลงวิถีของเขาจากทำเรื่องของสวนยางพารา สวนผลไม้ แล้วก็ที่สำคัญการตลาด และราคาทำให้เขาอยากปลูกทุเรียนกันเยอะ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ เมื่อคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำแห่งชาติ แล้วก็ร่นลงไปดูกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ทำในส่วนของกรมชลประทานที่รับผิดชอบมองว่ามีหลายโครงการ บางโครงการลงทุนเป็น พันล้านบาท แต่ว่ายังไม่สามารถที่จะใช้งานได้ ส่งมอบงานกันเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าอุปสรรค ในเรื่องของการดำเนินงาน ง่าย ๆ นิดเดียวในเรื่องของการตั้งเครื่องสูบน้ำ แต่ว่าเครื่องสูบน้ำ ไม่สามารถทำงานได้ แต่แหล่งชลประทานที่ทำเป็นคลองชลประทานทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นอนุสรณ์สถานหรือว่าเป็นอนุสาวรีย์ ถ้าเราสามารถจะระดับประเทศลงไปในระดับ กระทรวงแล้วหลังจากนั้นก็ไปดูว่าแต่ละหน่วยงานต้องทำอะไรกันบ้าง หรือว่าในส่วนของ วิชาการถ้าเรื่องของการเติมน้ำลงใต้ดินเพื่อเตรียมความพร้อมในส่วนของการสูบน้ำบาดาล ขึ้นมาหรือว่าในส่วนของการเจาะบ่อน้ำตื้น สิ่งหนึ่งที่อยากจะเสนอผ่านท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือในเรื่องขององค์บริหารส่วนจังหวัดหรือว่าเทศบาลเขาก็จะมี โครงการที่จะจัดซื้อรถเพื่อที่จะเจาะบ่อน้ำตื้นเจาะบ่อบาดาล แต่ติดขัดในเรื่องของอำนาจ ติดขัดในเรื่องข้อกฎหมายต่าง ๆ บางครั้งก็ตั้งเรื่องมาเป็นปีไม่สามารถจะดำเนินการจัดซื้อได้ เพราะฉะนั้นในเมื่อพวกเราทุกคนเห็นความสำคัญแล้วก็ตระหนักในเรื่องของภัยแล้ง ที่จะเกิดขึ้นในโอกาสข้างหน้านี้ได้ก็คงจะต้องมีการอำนวยความสะดวก หรือว่า กระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็คงจะต้องมีการไปปรับแก้ระเบียบ ให้เขาสามารถที่จะดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็สะดวกให้ทันกับเหตุการณ์ อันนี้ก็เป็น อีกข้อเสนอแนะหนึ่งที่จะทำให้การแก้ปัญหาภัยแล้งหรือว่าการแก้ปัญหาในเรื่องของ ผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเกษตร ผลกระทบต่อความมั่นคงทางรายได้ ผลกระทบต่อ ความมั่นคงทางด้านสุขภาพ แล้วก็ผลกระทบทางความมั่นคงทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเมื่อตอนต้นบางท่านก็ได้นำเสนอไปแล้วว่าภัยแล้งไม่ใช่มีผลกระทบ เฉพาะในส่วนของการเกษตรหรือว่าแหล่งน้ำอย่างเดียว เรื่องของสุขภาพที่ผ่านมาเราก็คงจะ ได้ประสบพบเจอกันแล้ว ในส่วนของโรคอุบัติใหม่ที่มันเกิดขึ้นมาจากการเปลี่ยนแปลงของ บรรยากาศ แล้วก็ส่วนหนึ่งก็คือผลกระทบที่ไม่ต้องคิดสมการหลายชั้น เช่น ยกตัวอย่าง ไฟไหม้ประเทศเพื่อนบ้านแล้วก็ควันมาสู่ประเทศไทย คนที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือที่เขาเรียกว่า COPD ก็ทรมานมากพอสมควร ที่เขาจะต้องไปนอนครอบแล้วก็ให้ ออกซิเจนในส่วนของโรงพยาบาล ถ้ามาไม่ทัน ถ้าเราอยู่ในพื้นที่เราก็จะเห็นว่าคนที่หายใจไม่ออก มันอึดอัดแล้วก็มันลำบากมาก อันนี้ก็เป็นผลกระทบส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นในส่วนของการเปลี่ยนแปลง ในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ทุกภาคส่วนที่จะต้องมานั่งคุยกัน แล้วก็มาเอาจริงเอาจัง กันสักทีในเรื่องของการแก้ปัญหาในครั้งนี้ ก็อยากฝากเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้นั่งคุยกันตั้งแต่วันนี้ แล้วก็ทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหา ในปีถัดไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านสมชาติ เตชถาวรเจริญ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๑ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมจะขออภิปรายญัตติด่วนตั้งคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ภัยแล้งของจังหวัดภูเก็ตเกิดขึ้นครั้งล่าสุดคือช่วง Lockdown COVID-19 เมื่อราวเดือนเมษายน ปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา อ่างเก็บน้ำทั้ง ๓ แห่งในจังหวัดภูเก็ตมีปริมาณน้ำแห้งขอด ทั้ง ๆ ที่เป็น ช่วง Lockdown ที่จะทำให้ประชาชนต้องอยู่แต่ในบ้าน และไม่มีนักท่องเที่ยวแม้แต่ สักคนเดียว แต่ประชาชนในตำบลรัษฎาและตำบลเกาะแก้วกลับประสบปัญหาน้ำประปา ไม่ไหลทั้งตำบล ชาวบ้านต้องจ่ายเงินไปในการซื้อน้ำจากรถเอกชนในราคาแพง ประชาชน เดือดร้อนมากจนต้องออกมาประท้วงผู้ว่าราชการจังหวัด นอกจากนี้ยังมีอีกหลายพื้นที่ ที่การประปาส่วนภูมิภาคยังขยายเขตบริการเข้าไปไม่ถึงโดยให้เหตุผลว่าทำไมมีงบประมาณ ในการขยายเขตบริการ ขอ Slide แผ่นที่ ๑ ครับ🔗
จังหวัดภูเก็ตมีปริมาณ ความต้องการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและเพื่อการท่องเที่ยวเฉลี่ย ๒๒๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวัน หรือประมาณ ๘๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยคาดว่าจะมีปริมาณการใช้น้ำสูงถึง ๑๑๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ในปี ๒๕๗๕ สภาพน้ำท่า บนเกาะภูเก็ตมีปริมาณเฉลี่ย ๔๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แต่มีแหล่งเก็บกักน้ำไว้ได้เพียง ความจุรวม ๔๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ช่วงหน้าฝนเกิดน้ำท่วมในตัวเมืองและทางหลวง น้ำส่วนใหญ่จะถูกทิ้งลงทะเลเนื่องจากอ่างเก็บน้ำในภูเก็ตไม่มีแม่น้ำสายหลักไหลเข้ามา เติมเต็มเหมือนกับเขื่อนในภาคกลาง ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง ๓ แห่งมีปริมาณน้ำรวม ๑๑.๕๓ ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ ๕๓.๗ ของความจุอ่างเก็บน้ำ เมื่อเปรียบเทียบกับ ช่วงเดียวกันของปี ๒๕๖๕ พบว่าปริมาณน้ำในปัจจุบันมีปริมาณน้อยกว่าปี ๒๕๖๕ ถึง ๕ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ ๒๓ ข้อมูล ณ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๕ มีปริมาณน้ำ ๑๖.๑๘ ล้านลูกบาศก์เมตร จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าความต้องการ ใช้น้ำในปี ๒๕๖๖ มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับสถานการณ์ของ El Nino ทำให้ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่มีปริมาณ น้อยกว่าปกติ และอาจจะเกิดโอกาสฝนทิ้งช่วง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ จังหวัดภูเก็ตได้🔗
อีกประเด็นหนึ่งคืออัตราการสูญเสียของน้ำประปาหรือ Non-Revenue Water ของการประปานครหลวงในเดือนตุลาคม ๒๕๖๕ อยู่ที่ ๔๖.๔๖ เปอร์เซ็นต์ ส่วนการประปาส่วนภูมิภาคสาขาภูเก็ตอยู่ที่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับการประปาที่มี ประสิทธิภาพในต่างประเทศ เช่น มะนิลาซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศฟิลิปปินส์เคยมีอัตรา สูญเสียของน้ำประปาอยู่ที่ ๖๓ เปอร์เซ็นต์ เมื่อปี ๒๕๔๐ ได้กลายเป็นความท้าทาย อย่างยิ่งใหญ่ของรัฐบาลฟิลิปปินส์จนสามารถแก้ไขให้เหลือเพียง ๑๒.๖๙ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๖๕ ส่วนประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสิงคโปร์ มีอัตราสูญเสียน้ำเพียง ๘ เปอร์เซ็นต์ ค่าการสูญเสียน้ำนี้ทำให้พ่อแม่พี่น้องต้องจ่ายค่าน้ำแพง จากความไม่มีประสิทธิภาพของ การประปานี้เองทำให้น้ำประปาถูกทิ้งไปฟรี ๆ ในระบบโครงข่าย ๓๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ มีผลทำให้แรงดันปล่อยน้ำปลายท่อน้ำตก น้ำประปาไม่สะอาด หรือน้ำประปาที่อยู่ปลายท่อ ส่งไหลบ้าง ไม่ไหลบ้าง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำในหน้าแล้ง ขอฝากให้ กระทรวงมหาดไทยกำหนดเรื่องความครอบคลุมของพื้นที่บริการและอัตราสูญเสียน้ำให้เป็น ตัวชี้วัดหรือ KPI ของการประปานครหลวง หรือการประปาส่วนภูมิภาค เพื่อให้ความสูญเสีย ลดลงต่ำกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์เหมือนกับประเทศที่พัฒนาแล้ว🔗
โครงการก่อสร้างปรับปรุงการขยายประปาส่วนภูมิภาคสาขาพังงา-ภูเก็ต เพื่อผลิตน้ำประปาจากจังหวัดพังงาส่งจ่ายมายังจังหวัดภูเก็ต โครงการดังกล่าวหากแล้วเสร็จ จะสามารถเพิ่มศักยภาพการประปาให้รองรับความต้องการใช้น้ำของทั้งภาคครัวเรือน และภาคอุตสาหกรรม หรือภาคเศรษฐกิจ ตลอดจนจะเป็นการบรรเทาปัญหาการขาดแคลน น้ำประปาสำหรับอุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง ระยะแรก งบประมาณ ๓,๒๖๙,๘๗๐,๐๐๐ บาท ดำเนินการโดยการประปาส่วนภูมิภาค เริ่มโครงการภายใต้กรอบงบประมาณปี ๒๕๖๗ จะแล้วเสร็จในแผนงานปี ๒๕๗๐ แต่ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี ๒๕๖๗ จนถึงวันนี้ ยังไม่ได้เริ่มการพิจารณาเลย พระราชบัญญัติงบประมาณมีผลทำให้โครงการน้ำประปาจากพลังงานนี้เกิดความล่าช้า ส่งผลให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตอาจจะต้องเดือดร้อนกับปัญหาภัยแล้ง ที่กำลังจะมาถึง ฉะนั้นผมขอให้รัฐบาลเร่งรัดร่างพระราชบัญญัติงบประมาณด้วยครับ🔗
โครงการท่อส่งน้ำจากเขื่อนรัชชประภามายังเกาะภูเก็ต เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำ อย่างยั่งยืนบนเกาะภูเก็ต ด้วยการวางท่อจากเขื่อนรัชชประภาเป็นระยะทาง ๑๘๕ กิโลเมตร โครงการนี้เริ่มศึกษามาตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ แล้วก็เงียบไปดังเช่นโครงการโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ในจังหวัดภูเก็ตที่ศึกษากันเป็น ๒๐-๓๐ ปีก็ยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงสักที อ่างเก็บน้ำทั้ง ๓ แห่ง ในจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ อ่างเก็บน้ำบางวาด และอ่างเก็บน้ำ คลองกระทะ จะถูกนำไปผลิตน้ำประปาเพื่ออุปโภคและบริโภคในจังหวัดภูเก็ต ในช่วงฤดูแล้ง จะมีปริมาณน้ำเหลือน้อยอาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ สุดท้ายนี้ขอฝากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเริ่มทำการศึกษาโครงการอ่างเก็บน้ำแห่งที่ ๔ เพื่อให้จังหวัดภูเก็ตมีน้ำไว้สำหรับ อุปโภคบริโภคในระยะยาวสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว แต่ก่อนที่จะมีโครงการ ก่อสร้างที่ต้องใช้เวลาระยะเวลานั้นยังมีสิ่งที่สามารถทำได้แบบ Quick Win ที่แทบจะไม่ต้อง ใช้เงินงบประมาณเลย ได้แก่ ประการที่ ๑ รณรงค์ให้ประชาชนประหยัดการใช้น้ำ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ แปรงฟัน ล้างจาน ซักผ้า ประการที่ ๒ รณรงค์ ให้นักท่องเที่ยวช่วยกันประหยัดน้ำ เช่น การใช้ผ้าเช็ดตัวผ้าปูเตียงซ้ำ ๆ กันในกรณีที่อยู่ หลาย ๆวัน ประการที่ ๓ ส่งเสริมให้มีการ Recycle น้ำในภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม ตัวอย่างในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ชลบุรีและระยองที่ช่วยประหยัดน้ำด้วยการบำบัด น้ำเสียมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพได้ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ประการสุดท้ายประการที่ ๔ ภาครัฐ ควรทำโครงการสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ ๑-๕ ดาวเหมือนกับอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อกระตุ้นให้ผู้ผลิต แข่งขันกันออกแบบสุขภัณฑ์เพื่อประหยัดน้ำ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านอัคร ทองใจสด ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอัคร ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ท่านประธานครับ มนุษย์เราเป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำลายในเวลาเดียวกัน ตั้งแต่ปีศตวรรษที่ ๑๘ ในช่วงของ การปฏิวัติอุตสาหกรรมจนถึงวันนี้เราได้ปล่อยคาร์บอนแล้วกว่า ๓๗ ล้านล้านตัน และยังมี แนวโน้มที่จะสูงขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ ในการอภิปรายครั้งนี้ผมจึงขอแสดงจุดยืนว่าผมขอสนับสนุน การจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญครั้งนี้ด้วยเหตุผลและสาเหตุดังต่อไปนี้ ความเจริญของเรา ไม่ว่าจะด้านเศรษฐกิจและสังคมต่างแลกมาด้วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไม่ว่าจะเป็น คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน หรือว่าไนตรัส ออกไซด์ ซึ่งไปทำลายชั้นบรรยากาศและเป็น สาเหตุหลักในการเกิดภาวะโลกร้อน ความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่มากเกินไป แล้วก็ทำให้เกิด ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่ง El Nino ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักจากภาวะโลกร้อนเช่นกัน ซึ่งกระทบทั้งโลกเราและประเทศเราด้วยกัน El Nino เกิดจากภาวะโลกร้อนทำให้อุณหภูมิ ของน้ำทะเลนั้นสูงขึ้นจนทำให้กระแสลมพัดฝนทางบ้านเราออกไปจนทำให้เกิดฝนทิ้งช่วง ในส่วนของผลกระทบจาก El Nino ต่อประเทศไทยนั้นจากข้อมูลของ GISTDA ในปี ๒๕๖๖ พบว่าหลายพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งปริมาณน้ำในแหล่งน้ำขนาดเล็กต่ำกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ และเกิดขึ้นใน ๕๒๘ อำเภอของประเทศไทย ซึ่งในบ้านผมเมื่อเดือนที่แล้ว ทั้งอำเภอวิเชียรบุรีและอำเภอศรีเทพน้ำอุปโภคบริโภคต่างไม่มีใช้ น้ำในแม่น้ำป่าสักแทบจะ เดินข้ามได้ พืชผลทางการเกษตรเสียหาย ประชาชนไม่มีน้ำใช้ในการอาบน้ำ แต่พอมาเดือนนี้ สภาพอากาศแปรปรวนเป็นอย่างมากจนทำให้เกิดฝนตกหนักประมาณ ๒๐๐ มิลลิเมตร ต่อชั่วโมงทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งไม่กี่วันก่อนด้วยความเสียใจเป็นอย่างยิ่งมีคนเสียชีวิต จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ตำบลยางสาวเมื่อ ๓ วันที่แล้ว ผมก็ขอแสดงความเสียใจกับเขาด้วย แล้วก็ทำให้พืชผลทางการเกษตรของตำบลภูน้ำหยดและตำบลข้างเคียงเสียหายเนื่องจาก น้ำมากเกินไป ในปัจจุบันพื้นที่แหล่งน้ำหลายแห่งเริ่มตื้นเขินแห้งขอดเกษตรกรได้รับ ผลกระทบ นอกจากนี้ก็ยังส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางด้านอาหาร ผลกระทบทางด้าน เศรษฐกิจ การผลิตพลังงานและไฟฟ้าพลังน้ำ ปัญหาระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากไฟป่า หรือ PM2.5 และผลกระทบต่อการประมงชายฝั่ง🔗
สำหรับแนวทางแก้ปัญหา รัฐบาลไทยจำเป็นต้องปรับตัวและพัฒนากลยุทธ์ เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ El Nino ในครั้งนี้ซึ่งอาจจะทวีความรุนแรงขึ้นต่อไปในอนาคตดังนี้🔗
๑. การสนับสนุนพลังงานทดแทน การใช้พลังงานหมุนเวียนไม่ว่าจะเป็น พลังงานแสงอาทิตย์พลังงานลม และพลังงานน้ำ รวมไปถึงการสนับสนุนให้ภาคเอกชน และครัวเรือนเห็นถึงประโยชน์และหันมาใช้พลังงานเหล่านี้แทน🔗
๒. การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม โดยการเพิ่มการลงทุนในการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีสะอาด การจัดเก็บพลังงานและการดักจับคาร์บอน CCS เพื่อเร่ง การเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ🔗
๓. การปลูกป่าและอนุรักษ์ โดยการสนับสนุนการปลูกต้นไม้ ปลูกป่าไม้ เพิ่มขึ้นเพื่อลดคาร์บอนและป้องกันแหล่งที่อยู่อาศัยทางธรรมชาติ🔗
๔. การพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก และขนาดกลาง เพื่อให้ ครอบคลุมทุกพื้นที่ และการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ🔗
สุดท้ายนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดและเราควรให้ความรู้และสนับสนุนเรื่องนี้ คือเรื่อง Carbon Credit ซึ่งกำลังเป็นหนึ่งในวาระสำคัญของโลกในปัจจุบัน มันไม่ใช่ ทางเลือกแต่มันเป็นทางรอด และสิ่งที่เราต้องการเนื่องจากห่วงโซ่อุปทานของภาคเอกชน มีความเชื่อมโยงกันทั้งหมด การลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยในวันนี้เป็นเพียง ภาคสมัครใจ ไม่มีกฎเกณฑ์ใด ๆ ในการบังคับ ซึ่งถ้าเราไม่มีการปรับต่างประเทศก็จะกดดัน ฉะนั้นการปรับไปสู่การใช้ Carbon Credit และภาคบังคับใช้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ประเทศเราควรทำ เนื่องจากคู่ค้าต่างประเทศตระหนักถึง Carbon Footprint ที่เขากำลังให้ความสำคัญกัน ในส่วนของประเทศไทยเองนั้นนอกจากภาครัฐจะหาหนทางส่งเสริมแล้วยังมีองค์กรอื่น ๆ ที่พยายามสนับสนุนการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าว ตัวอย่างเช่น มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งจัดทำโครงการคุณดูแลป่าเราดูแลคุณเริ่มในปี ๒๕๖๔ เปลี่ยนการขยายที่ดินทำกิน เพื่อการเกษตรให้เป็นการดูแลป่า โดยต้องเริ่มจากการสร้างแหล่งรายได้ที่มั่นคงให้ชุมชน และ Carbon Credit ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยให้ชุมชนปกป้องผืนป่าและสร้างรายได้ ที่มั่นคงให้กับชุมชนได้ สำหรับโครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ทั้งภาครัฐที่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ในการลดก๊าซเรือนกระจก ภาคเอกชนที่ให้ทุนสนับสนุน โครงการ ภาคชุมชนเป็นกำลังสำคัญในการดูแลป่า โครงการนี้จะสามารถสร้างรายได้ ให้ชุมชนจากการขาย Carbon Credit ภาคเอกชนจะสนับสนุนเงินทุนสำหรับกิจกรรมพัฒนา การจัดการป่าไม้พร้อมบ่มเพาะความคิดริเริ่มทำธุรกิจในท้องที่แทนการจ่ายเงินเพื่อซื้อ Carbon Credit เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ดีโครงการของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงปัจจุบันครอบคลุม ๔๙ ชุมชน มีพื้นที่ป่ามากกว่า ๕๐,๐๐๐ ไร่ เบื้องต้นมีเป้าหมายจะขยายการดูแลป่า และการกักเก็บคาร์บอนที่ ๑ ล้านไร่ ก็ขอให้ท่านนำเรื่องนี้การจัดเก็บ Carbon Credit นี้ไปใช้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคก้าวไกล จากชาวอยุธยาและบางบาล ท่านประธานครับ วันนี้ขอมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทาง การแก้ปัญหาภัยแล้งจากปรากฏการณ์ El Nino ในพื้นที่ลุ่มต่ำราบลุ่มแม่น้ำภาคกลาง และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันภาคกลางและประเทศไทยได้รับผลกระทบจาก El Nino เยอะมาก ซึ่งทำให้เกิดทั้งภัยแล้งและผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร ทั่วภาคกลาง ทั้งการใช้เชื้อเพลิงและพลังงานหลายรูปแบบที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นผ่านภาคครัวเรือน และภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งยังมีต้นทุนด้านการขนส่งทางน้ำที่เพิ่มขึ้นด้วย จึงขอนำข้อมูล ความเป็นจริงในอยุธยามาชี้แจงและฝากเตือนไปถึงรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมด ๓ ประการด้วยกันครับ🔗
ประการที่ ๑ ผลกระทบ จากภัยแล้งด้านเศรษฐกิจ เพราะ El Nino เป็นเรื่องของน้ำลด ลมร้อน ในปัจจุบันพื้นที่ภาคกลาง จึงคงขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรในหลายพื้นที่ ยกตัวอย่างเช่นที่อยุธยาบ้านผม อีกทั้งต้นทุน ในการเลี้ยงสัตว์ก็มีโอกาสที่ราคาจะสูงขึ้นด้วย สืบเนื่องมาจากราคาข้าวโพดและกากถั่วเหลือง ที่สูงขึ้น รวมถึงปัจจัยอีกหลายอย่างก็สูงขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งยังมีโรงไฟฟ้าที่ใช้น้ำ ในการปั่นกระแสไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก หากว่าน้ำในเขื่อนมีจำนวนน้อยก็มีความเสี่ยง ที่การผลิตไฟฟ้าจะลดลงด้วย🔗
ประการที่ ๒ ต้องเรียนอย่างตรงไปตรงมาผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรี ว่าที่ผ่านมารัฐบาลมีประสิทธิภาพในการบริหารและจัดการน้ำที่ต่ำมาก ผมขอพาทุกท่าน ไปที่อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำเภอซึ่งมีข่าวน้ำท่วมให้ชาวไทยได้ฟังกันแทบ ทุกปี แต่ปีนี้เป็นอย่างในภาพเลยครับท่านประธาน จะเห็นได้ว่าน้ำที่อยู่ในลำคลองน้อยมาก จากภาพประตูน้ำบางบาล ตำบลไทรน้อยที่จะเห็นมาตรวัดระดับน้ำ จะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำ ยังคงอยู่ในระดับที่น้อยมากหากเทียบจากรอยคราบน้ำในปีก่อน ๆ รวมไปถึงคลอง อีกหลายสาย เช่น คลองบางบาล คลองบางหลวง คลองมโนราห์ซึ่งมีผักตบชวาเต็มไปหมด น้ำในคลองแทบจะไม่มีเมื่อเทียบกับระดับของตลิ่ง ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ประชาชน ชาวพระนครศรีอยุธยาต้องตื่นตระหนกกับประกาศของสำนักงานชลประทานที่ ๑๒ ที่แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังน้ำท่วมในตำบลบ้านกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ ซึ่งทำให้พี่น้องในอำเภอบางบาลพื้นที่รับผิดชอบของผมก็เกิดความวิตกกังวล ที่จะได้รับผลกระทบไปด้วย🔗
ประการที่ ๓ ขณะนี้มีการก่อสร้างขุดคลองบางบาล-บางไทรหรือชื่อเล่นว่า เจ้าพระยา ๒ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นั่นส่งผลกระทบหลายอย่างต่อประชาชนเลย ไม่ว่าจะเป็นการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนในจุดเดิม ไฟแสงสว่างไม่เพียงพอในเวลากลางคืน ปัญหาที่ส่งผลให้น้ำกร่อยหรือน้ำเค็มในพื้นที่อำเภอบางไทร ส่งผลให้ผลผลิตการเกษตร เสียหายเยอะแยะมากมาย🔗
และสุดท้ายเป็นข้อกังวลที่พรรคก้าวไกลเราติดตามตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วครับ นั่นคือบ่อขยะบางบาลขนาดใหญ่นั้นตั้งอยู่ห่างจากโครงการก่อสร้างขุดคลองออกไปเพียง ไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น แล้วแบบนี้จะมีการจัดการอย่างไรเพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต🔗
จากทั้งหมดที่ได้เรียบเรียงมาก็ขอฝากคำถามจากชาวพระนครศรีอยุธยาไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการธรรมนัส พรหมเผ่า ขออนุญาตเอ่ยนาม และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ว่านี่เรากำลังอยู่ในโลกคู่ขนานหรือเปล่า เรากำลังเจอกับภัยแล้งจาก El Nino แต่ทำไมวันนี้ เรายังต้องเจอเรื่องน้ำท่วมทั้งในอีสานและในพระนครศรีอยุธยาอยู่ หรือเพราะว่าที่ผ่านมานั้น การบริหารจัดการน้ำนั้นไร้ประสิทธิภาพและผิดพลาดมาโดยตลอดหรือเปล่า🔗
คำถามต่อไป ทำไมถึงยังไม่ปล่อยน้ำเข้าไปเลี้ยงระดับน้ำในลำคลอง เพื่อป้องกันตลิ่งทรุดและรักษาระบบนิเวศไว้ครับ🔗
คำถามสุดท้าย ทำไมล่ะครับถึงไม่ยอมผันน้ำให้เข้าทุ่งรับน้ำเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ ในยามแล้งและให้กับเกษตรกรที่มีความจำเป็น🔗
สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ผมขอเตือนเลยว่าอย่าให้รู้ว่าการปล่อยน้ำ มาเยอะขนาดนี้เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการเดินเรือสินค้าของกลุ่มทุนใดหรือไม่ ทั้งหมดนี้เป็น คำถามที่ชาวอยุธยาต้องทนทุกข์กับน้ำท่วมทุกปีได้ฝากผมมายังรัฐสภาแห่งนี้เพื่อแก้ปัญหา ให้กับประชาชนโดยด่วน และการทำงานของท่านก็ต้องตอบให้ชัดเจนว่ารัฐบาลของท่าน กำลังจัดการน้ำเพื่อเกษตรกร เพื่อประชาชนคนเล็กคนน้อยหรือเอื้อต่อนายทุนกันแน่ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทบทวนการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ และได้โปรดแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้มีศักยภาพเพียงพอที่จะบริหาร และจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสำหรับผม ผมเชื่อว่าทุกท่านทำได้ครับ และในปีนี้ อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ และอำเภอบางบาลของผมน้ำจะไม่ท่วมแน่นอน ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านนิพนธ์ คนขยัน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๓ จังหวัดบึงกาฬ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ญัตติตั้งคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาเรื่องภัยแล้งและปัญหา จากปรากฏการณ์ EL Nino เพื่อน ๆ สมาชิกได้นำเรียนหลายปัญหาแต่ละโครงการต่าง ๆ ผมก็จะนำเรียนปัญหาในพื้นที่เพื่อการเตรียมรับระยะสั้น ระยะยาวที่ภัยแล้งจะมา ท่านประธานครับ โครงการระยะสั้น เพื่อไม่ให้เสียเวลาครับ วันนี้มีลำห้วยหนองคลองบึง ถ้าลำห้วยตื้นเขินก็ขุดลอก หลังจากขุดลอกเสร็จก็ต้องสร้างฝายชะลอน้ำไม่ให้น้ำไหลไปหมด วันนี้ขออนุญาตเอ่ยนามท่านผู้หนึ่งครับ ท่านดอกเตอร์สังศิต พิริยะรังสรรค์ ท่านเป็น ประธานแก้ปัญหาความยากจนและเหลื่อมล้ำทางสังคมของสมาชิกวุฒิสภา ท่านได้ศึกษา และทำฝายดินซีเมนต์ อันนี้คือแก้ระยะสั้น ให้ อบต. เทศบาลดำเนินการได้เลย เพียงแต่ รัฐบาลจัดสรรงบประมาณลงไปเตรียมแก้ปัญหาระยะสั้น วันนี้ทางพรรคเพื่อไทยก็ได้ศึกษา โครงการนี้ แล้วก็จะเอาเป็นตัวอย่างแก้ปัญหาระยะสั้น สร้างฝายดิน Soil Cement ที่ผม กราบเรียนนะครับ อันนี้สามารถทำได้รวดเร็วทันใจ ประหยัดงบประมาณด้วย อันนี้ระยะสั้น ระยะยาวครับ วันนี้รัฐบาลเตรียมแผนน้ำอย่างที่ท่านได้ฟัง ได้ยินหลาย ๆ ท่านแล้วว่ารัฐบาล ทุกรัฐบาลก็มา ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนั้นระยะยาว จะสร้างเขื่อน อ่างเก็บน้ำ อันนั้นก็ว่ากันไป แต่อย่างไรก็ดีน้ำเป็นปัญหาสำคัญ วันนี้ท่านจะได้ฟังตลอดว่าอีสานมีทั้งแล้ง ทั้งท่วม ดังนั้นเราต้องป้องกันให้มีน้ำตลอด อย่างวันนี้ท่านประธานที่เคารพครับ บ้านผม จังหวัดบึงกาฬ ติดกับจังหวัดสกลนคร มีแม่น้ำสงครามขวางกั้น หน้าแล้งท่านประธานครับ บางจุดเดินข้ามได้เลย แต่หน้านี้ไปดูสิ เต็ม ล้นตลิ่ง วันนี้น้ำหลากเต็มที่ หน้าแล้งแทบไม่มี บางจุดก็ต้องไปกั้นประตูปิดเปิดน้ำ แม่น้ำสงครามไม่ต้องสร้างเขื่อน ทำประตูปิดเปิดน้ำ เป็นช่วง ๆ ๔ กิโลเมตร ๕ กิโลเมตร อันนี้คือแนวแก้ปัญหาไม่ยาวนานเกินไป เตรียมรับ EL Nino ส่วนอีกปัญหาหนึ่งที่หน่วยงานต่าง ๆ ยกตัวอย่าง ไม่ได้ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯพณฯ รัฐมนตรี ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านเพิ่งมารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า วันนี้กรมชลประทานที่มีโครงการอยู่แล้ว ที่สร้างไปแล้ว ใช้ไม่ได้ ฝากท่านรัฐมนตรีครับ ฝากรัฐบาลให้ไปตรวจสอบแก้ไขเสีย เพราะเท่าที่ผมทราบ มีมากมายหลายโครงการ ในบึงกาฬบ้านผมก็มีเป็นเกือบ ๑๐ โครงการ ไปแก้ปัญหา ให้มันใช้ได้ สูบน้ำได้ตามเป้าหมาย ตามวัตถุประสงค์ อันนี้ก็ฝาก ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตรวจสอบ แก้ไข เตรียมป้องกันปัญหาภัยแล้งในอนาคต🔗
อีกประการหนึ่งท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้หลายท่านได้พูดว่าน้ำใต้ดิน มีมาก ตรงไหนสร้างเขื่อนได้ สร้าง ในอนาคต แต่ระยะยาว ตรงไหนสร้างฝายดินซีเมนต์ คอนกรีต สร้าง อันนี้ระยะสั้น แต่สำคัญอีกอันหนึ่ง ใช้เวลาไม่นาน คือโครงการเจาะน้ำใต้ดิน ทั้งอุปโภคบริโภค และที่สำคัญฝากผ่านท่านประธานไปผู้รับผิดชอบ ถ้าเจาะแล้วใช้พลังงาน แสงอาทิตย์ดีไหม ผมว่าดีครับท่านประธานเพราะประหยัดไฟฟ้า ประหยัดต้นทุน ในการเกษตรและพี่น้องก็ได้ใช้น้ำจากพลังงานแสงอาทิตย์ อันนี้ก็เป็นโครงการเร่งด่วนได้ครับ ไม่ต้องใช้เวลาเป็นปี เปลี่ยนรัฐบาลเอาละเตรียมการก็เตรียมการงบประมาณในคิวจะถึง ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ นี้ อันนี้คือปัญหาเอาน้ำใต้ดินที่มีอยู่มาใช้ให้ได้มากที่สุดนะครับ🔗
และสุดท้ายครับท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้โครงการสูบน้ำที่กรมชลประทานทำ ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปดูได้ไหมว่าเปลี่ยนจากไฟฟ้า มาเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ได้ไหม ถ้าได้จะดีครับท่านประธาน ไม่ต้องไปจ่ายค่าไฟฟ้า ประหยัดค่าไฟฟ้าและพี่น้องก็จะลดต้นทุนตรงนี้ ดังนั้นวันนี้ผมขอนำเรียนการแก้ปัญหา ภัยแล้งและเตรียมการป้องกัน El Nino ที่จะเข้ามาสู่ประเทศไทยดังที่กราบเรียน ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ เชิญท่านศนิวาร บัวบาน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ศนิวาร บัวบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดตากค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันนั่งฟังเพื่อนสมาชิกอภิปรายกันในญัตติ El Nino แนวทางการแก้ปัญหาภัยแล้งจากปรากฏการณ์ El Nino ซึ่งเป็นการรวมหลาย ๆ ญัตติ รวมถึงญัตติเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยนะคะ ดิฉันก็จะขอเริ่มต้น การอภิปรายเกี่ยวกับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหา El Nino ก่อน ท่านประธานที่เคารพคะ ทุกวันนี้อุณหภูมิโลกของเราสูงขึ้น ๑ องศาเซลเซียส ก็ส่งผลให้เกิดภาวะภัยแล้งขั้นรุนแรง ขาดน้ำ ขาดแคลนอาหารแล้วก็ผลผลิตต่าง ๆ ลดลง จากหนังสือ Six Degrees ระบุว่า หากอุณหภูมิสูงขึ้นถึง ๓ องศาเซลเซียส นอกจากจะส่งผลให้เกิดภาวะภัยแล้งขั้นรุนแรงแล้ว ยังส่งผลให้ El Nino เกิดขึ้นบ่อยเป็นปกติธรรมดา ตามสถิติแล้ว El Nino เป็นปรากฏการณ์ ตามธรรมชาติที่จะเกิดเวียนทุก ๆ ๒-๗ ปี แต่ด้วยภาวะโลกร้อนหรือว่าผลกระทบจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นจะส่งผลให้ El Nino นั้นเกิดถี่ขึ้นแล้วก็จะส่งผล ให้ภาวะภัยแล้งยาวนานขึ้นแล้วก็รุนแรงขึ้นด้วย เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปถึงผลกระทบจาก เรื่องภัยแล้งกันไปแล้ว ดิฉันก็ขอจะตั้งข้อสังเกตว่าที่เราเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญนี้ ดิฉันได้ไปทำการสืบค้นข้อมูลในระบบสารสนเทศด้านนิติบัญญัติของสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรพบว่าตั้งแต่สภาชุดที่ ๑๘ จนถึงสภาชุดปัจจุบัน คือชุดที่ ๒๖ ผ่านมาแล้ว ๘ ชุด ได้ตั้งญัตติเกี่ยวกับภัยแล้งรวมทั้งหมด ๘๗ ญัตติ นั่นคือเราอภิปรายเรื่องแนวทาง การแก้ปัญหาภัยแล้งมากันทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ แผนบริหารการจัดการน้ำ เราก็มี ทั้งของกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล แล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมากมายนะคะหากแต่ว่าพื้นที่แล้งซ้ำซากอย่างไรก็ยังแล้งซ้ำซากอยู่อย่างนั้น ที่ผ่านมาเมื่อไม่นานมานี้ SDG Summit ที่เพิ่งจัดขึ้นที่นิวยอร์กได้เน้นย้ำค่ะท่านประธานว่า ประเทศจำเป็นต้องเร่งดำเนินการจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการเพื่อรับประกัน ความพร้อมในการจัดการน้ำและสุขาภิบาลอย่างยั่งยืนสำหรับทุกคน ด้วยเหตุนี้ดิฉันจึง เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนญัตตินี้เพราะว่าพวกเราได้ตระหนักดีถึงผลกระทบของปัญหา ภัยแล้งซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วน แล้วก็พ่อแม่พี่น้องประชาชนเราก็ประสบปัญหากันอย่างถ้วนหน้า หากแต่ดิฉันขอตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการบริหารจัดการน้ำในปัจจุบันที่ส่งผลให้การบริหาร จัดการน้ำของไทยยังไม่มีประสิทธิภาพแล้วก็ยังไม่มีความยั่งยืนเท่าที่ควร เป็นการแก้ปัญหา เฉพาะหน้าเป็นครั้ง ๆ ไป ดิฉันค้นพบว่าปัญหาหลัก ๆ เกิดจากปัญหาในเชิงโครงสร้าง แล้วก็เป็นปัญหาในเชิงนโยบาย ขอ Slide ด้วยค่ะ🔗
ประเทศไทยเรามีกฎหมาย เกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ เรามีพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ มีการควบคุมการใช้น้ำ ของประเทศ ได้ระบุองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กนช. คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ คณะกรรมการลุ่มน้ำ องค์กรผู้ใช้น้ำ ศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ ยิ่งไปกว่านั้นในมาตรา ๒๔ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ระบุว่า ให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจจัดตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บัญชาการ จากมาตรานี้ดิฉันก็เห็นว่าคล้าย ๆ กับการรวมอำนาจสู่ศูนย์กลาง ก็อาจจะส่งผลให้ การเตรียมพร้อมรับมือที่ไม่ทันท่วงที แล้วก็ไม่มีประสิทธิภาพอย่างเพียงพอ นอกจากนั้น เรายังมีแผนต่าง ๆ มากมายจากหลากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นแผนแม่บท ๑๙ ที่ระบุ อยู่ในยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี แผนฉบับที่ ๑๓ หน้า ๕ ของสภาพัฒน์ หมุดหมายที่ ๑๑ เรื่องทรัพยากรน้ำ แผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ๒๐ ปีของกรมทรัพยากรน้ำ แผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำโดย สทนช. และอีกมากมายหลายแผน แต่ว่าเราก็ยัง กักเก็บน้ำได้ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ ดังเช่นเพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกลเราได้อภิปราย ไปก่อนหน้านี้ คือแผนเหล่านี้ดิฉันก็ทราบได้ว่าเป็นแผนแบบกว้าง ๆ ก็จะเป็นการดีหากเรา นำเอาเรื่องการวิเคราะห์สถานการณ์แล้วก็การประเมินความเสี่ยง แล้วก็ความเปราะบาง ทางด้านภูมิอากาศในการจัดทำแผนด้วย นอกจากนั้นในปัญหาเชิงนโยบาย ดิฉันจะขอ นำเสนอใน ๓ ส ส ส ส🔗
ส แรกก็คือการสร้างฝายในลำธาร ดิฉันยอมรับว่าการสร้างฝายเป็นวิธีหนึ่ง ที่ใช้กักเก็บน้ำมาเป็นเวลานานแล้วแต่หลาย ๆ ที่ยังมีการสร้างฝายที่ผิดวิธีอยู่ ยังใช้ กระสอบทรายมากั้นขวางทางน้ำ ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป Micro Plastic เกิดขึ้น แล้วอีกอย่าง ก็ทำให้เปลี่ยนแปลงระบบนิเวศในพื้นที่ดิฉันก็จะเสนอว่าการสร้างฝายในลำธารควรถูกพื้นที่ คือควรเป็นพื้นที่เกษตรกรรมแล้วก็พื้นที่เสื่อมโทรมที่ไม่มีน้ำไหล วัสดุควรเป็นวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่หรือก้อนหิน เป็นต้น🔗
ส ที่ ๒ สร้างโครงการขนาดใหญ่ พรรคก้าวไกลเราสนับสนุนการพัฒนา แหล่งเก็บน้ำขนาดเล็กโดยกระจายไปครอบคลุมให้ทั่วพื้นที่ เดี๋ยวนี้ด้วยภาวการณ์เปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศท่านจะแน่ใจได้อย่างไรว่าฝนจะตกเหนือเขื่อน เพราะที่ผ่านมา ณ ตอนนี้ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำในอ่างน้อยกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนภูมิพลก็มีปริมาณน้ำ น้อยกว่าครึ่งเช่นกัน อาจจะเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าก็ได้ ส ที่ ๓ การสร้างระบบน้ำใต้ดิน ถ้าเกิดท่านมีการสร้างระบบน้ำใต้ดินที่ผิดวิธี ใช้ยางรถยนต์ ใช้ขวดพลาสติกลงไปก็อาจจะ ปนเปื้อนต่อน้ำบาดาลได้🔗
ท้ายที่สุดอันนี้เป็นข้อเสนอแนะตามที่ดิฉันได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ สิ่งที่ดิฉัน อยากฝากไว้ก่อนจบการอภิปราย เราจะเผชิญกับปรากฏการณ์ El Nino La Nina ที่ถี่ขึ้น สภาพอากาศจะแปรปรวนยากที่จะคาดการณ์ หากคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ ได้ถูกจัดตั้งขึ้นดิฉันก็หวังว่าประเด็นการแก้ปัญหาภัยพิบัติแล้วก็ภัยแล้งจะไม่สิ้นสภาพไปตาม คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ก็หวังว่าเราจะมีการแก้ปัญหาที่มีความยั่งยืน มีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะเตรียมพร้อมรับปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนี้ต่อไป ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านธีระชัย แสนแก้ว ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผม ขอเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณผู้เสนอญัตติทั้ง ๑๐ ท่านที่ให้โอกาส ปรากฎการณ์ El Nino เป็นปรากฏการณ์ที่หลายหลายคนร่ำลือกันเหลือเกินก็คงจะเป็นจริง แต่แม่ใหญ่มีแม่ใหญ่มา ตาสีตาสาบ้านผมนี่เขาก็ไม่รู้ว่า El Nino คืออะไร เราต้องอธิบายว่า มันจะมีความแห้งแล้ง ในภาคอีสานของผมเกิดมาสมัยก่อนดินแยกแตกระแหง แม้กระทั่ง นักร้องต้องไปร้องเพลงไม่ว่าจะเป็นทุ่งกุลาร้องไห้อะไรต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นประวัติศาสตร์ ช่วงหลังมาอีสานของผมท่วมครับ ท่วมอย่างไร นี่ก็เป็นปรากฏการณ์ El Nino เหมือนกัน เพราะว่ามันท่วม ท่วมก็คือฝนตกระยะสั้น ๆ แต่สามารถทำให้ท่วมได้ และท่วมไม่กี่วัน ก็แล้งน้ำแห้งไปโดยธรรมชาติของมัน นี่ละครับคือวิธีการ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ ในอีก ๒ ปีข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นปี ๒๕๖๗-๒๕๖๘ ผมเชื่อมั่นว่ามันจะเป็นผลกระทบ อย่างมาก ผมไม่อยากได้ยินว่าในประเทศไทยจะได้เจอปรากฏการณ์เหล่านี้ทั้งหมด ท่านสมาชิกไม่ว่าจะอยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาก็กลัวว่าจะไม่มีน้ำ เราน่ากลัวจริง ๆ ณ วันนี้ ผมไม่อยากได้ยินกลอนว่า ในนาบ่มีน้ำ ในดินซ้ำมีแต่ทราย น้ำตาที่หล่นลงดิน นี่ก็คือ สงสารอีสานสิ้นต้องต่อสู้ด้วย ๒ แขน ท่านครับ แม่ใหญ่สีแม่ใหญ่มีบอกว่าปรากฏการณ์ เห็ดระโงก ท่านประธานรู้ไหม เห็ดระโงกถ้าเกิดว่ามันแห้งแล้งไม่มีทางที่เราจะไปหา ธรรมชาติที่สามารถหาไปใช้ในชีวิตประจำวัน ไปบริโภคในชีวิตประจำวัน หาเห็ด หาปู หาปลา หาอะไรต่าง ๆ ไม่มีเลยครับ เพราะฉะนั้นผลกระทบต่าง ๆ มันจะเกิดขึ้น ปี ๒๕๖๗-๒๕๖๘ นี้เศรษฐกิจของเราที่ผมเคยกล่าวไป ข้าว อ้อย มัน ยาง เจอหมด เพราะว่า อย่างกรณีข้าวอย่าไปถามหาข้าวนาปีและนาปรังเลยเพราะไม่มีน้ำก็ทำไม่ได้ มันสำปะหลัง อ้อย ปาล์ม ยางพารา ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทุกอย่างจะเจอหมด ที่ว่าตัวเลข ๔๘,๐๐๐ ล้าน ผมว่าเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้าน เพราะเราส่งออกพืชเศรษฐกิจเหล่านี้ออกไปต่างประเทศ แต่ไม่คิดว่าถึงแม้ว่ามันจะเป็นอย่างไรทั่วโลกแต่เราก็สามารถแก้ได้ แต่ต้องเอาเป็นวาระ El Nino เลย ต้องเป็นวาระ El Nino เหมือนที่เราพูดในสภาวันนี้ เกษตรกรได้รับผลกระทบ หนักเป็นกลุ่ม ๆ แล้วสุดท้ายพอเกษตรกรมีปัญหาทุกอย่างก็ตามมาด้วยราคาพืชผล ทางการเกษตรก็ไม่มี เพราะไม่มีอะไรจะขาย เงินทองก็ไม่มี พ่อค้าแม่ค้าขายปลีกก็จะเจอไปด้วย เพราะว่าไม่มีของขาย ขายก็ไม่ได้เพราะว่ากำลังซื้อไม่มีก็จะมีปัญหา นี่คือปรากฏการณ์ เห็ดระโงกครับ ท่านประธานครับ ก็จะมีผลกระทบถึงอุตสาหกรรมด้วย วัตถุดิบไม่มีแล้ว จะไปต่อยอดได้อย่างไรกับอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปริมาณลดลง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปรับปรุง รวมถึงอาหารฟางก้อน หรือแม้กระทั่งเจอไปหมดคนเลี้ยงสัตว์ ก็จะเจอไปด้วย และกลุ่มเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมเครื่องดื่มก็จะมีปัญหา พอไม่มีอ้อยมันก็ไม่มี น้ำตาล พอไม่มีน้ำตาลมันก็จะมีปัญหาราคาก็จะสูงขึ้น ทุกอย่างก็จะเรียงคิวกันซื้อ เพราะฉะนั้นมันก็แพงขึ้น ไม่มีรายได้เข้ามา ทุกอย่างแพงขึ้น ปรากฏการณ์นี้น่ากลัวมาก แล้วกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่ไปสร้างนิคมอุตสาหกรรมเยอะแยะไปหมดมันจะต้องใช้น้ำ ถ้าน้ำไม่เพียงพอก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอุตสาหกรรมเราด้วย เรื่องไฟฟ้าด้วย น้ำไม่มี ไฟฟ้าก็จะไม่มี ผู้ประกอบการเรื่องนี้ก็จะมีปัญหาอีก ท่านประธานครับ คณะกรรมการร่วม ภาคเอกชน ๓ สถาบัน คาดการณ์ความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเสียหาย GDP ๓๖,๐๐๐ ล้านบาทในภัยแล้งครั้งนี้ ผมว่ามันน้อยไป GDP ก็จะลดลง อุตสาหกรรมติดลบ ๕.๙๔ เช่นเดียวกับปี ๒๕๕๔ นี่คือเพียงตัวอย่างบางส่วนที่มีผลกระทบ ผมอยากจะขอเสนอแนะรัฐบาลเร่งเตรียมรับมือได้เลย ปรากฏการณ์ El Nino ครั้งนี้ อย่างเร่งด่วนนะครับ เพราะว่า El Nino มันไม่ใช่ของธรรมดา ๆ ทั่วไป หรือเหมือน El Nino ครั้งก่อน ๆ แต่มันเป็น El Nino Super El Nino แล้วนะครับ ผมขอเสนอแนะดังนี้ กรมชลประทานต้องพิจารณาศักยภาพการกักเก็บน้ำ แหล่งเก็บน้ำเยอะ ๆ ที่มีอยู่ในขณะนี้ สามารถเก็บกักน้ำฝนที่หลงมาแล้วมันไหลทิ้งไปเราจะทำอย่างไร ทั้งขุดลอก ซ่อมแซม เอาวัชพืช แล้วบูรณาการระหว่างกรมชลประทานกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่ว่ากรมชลประทานจะไปขุดลอกแล้วก็ไปเจอเขาเรียกว่าเขตนักลาก ท่านรู้ไหมเขตนักลากก็ไปอยู่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เวลาจะทำไป ก็ผิดกฎหมายครับ นั้นคือเป็นเรื่องของจะต้องบูรณาการกันใช้มติคณะรัฐมนตรีบอกว่า เป็นวาระที่จะต้องทำร่วมกันแล้ว ที่กักเก็บน้ำมีเยอะแยะ แต่เราไม่บูรณาการกันเอง เราไม่ทำกันเอง ถึงเวลาก็ไปโฆษณา โฆษณาว่าจะทำตรงนั้นตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ ทำออกแบบแบบแผนไว้แล้ว แต่ไม่มีเงินลงไป เอาเงินไปทำอย่างอื่นหมด ณ วันนี้ต้องทำเรื่อง แหล่งน้ำเป็นตัวตั้ง ก็ผมบอกแล้วอย่างไรว่าพืชเศรษฐกิจประเทศไทยมันเลี้ยงโลกได้ ถ้าไม่มีน้ำแล้วเราจะทำอะไร ของดี ๆ ทั้งนั้นที่ผมจะเล่าให้ฟัง อย่างน้อยเพื่อไม่ให้เสียเวลา พรรคพวกผมขอตัดตอนมาเลยว่า ผมขอให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรปฏิบัติการ ฝนหลวงเสียก่อนในช่วงที่มันจะแล้ง ตอนนี้ไม่ต้องใช้ฝนหลวง มันจะท่วมต่อ ณ เวลานี้ ๒-๓ วันนี้ เดี๋ยวอีกประมาณสักอาทิตย์หนึ่งเราก็ค่อยว่ากัน เดี๋ยวนี้เตรียมถุงยังชีพเท่านั้นวันนี้ เพื่อให้ปริมาณน้ำ คือให้ฝนหลวงบินเหนืออ่างแล้วให้ฝนตกลงมากักเก็บในช่วงเดือนตุลาคม ใกล้แล้วเดือนตุลาคม ที่เขาบอกว่าเดือนตุลาคม เพื่อที่เราจะเตรียมน้ำใช้ในอีก ๒-๓ ปี ข้างหน้า และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำรวจ เขาสำรวจไว้อยู่แล้ว ผลักดันงบประมาณ เอาไปให้เขา แหล่งเก็บน้ำเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มันเป็นแหล่งธรรมชาติให้เขาได้ดำเนินการ ในการจัดการ เป็นการช่วยเหลือทางกรมชลประทาน อันใหญ่ ๆ กรมชลประทานเข้าไปทำ ทรัพยากรธรรมชาติเข้าไปทำ และขอให้กระทรวงการคลังกำหนดนโยบายด้วยว่าในเมื่อ พี่น้องเจอปรากฏการณ์ El Nino แล้วต้องเตรียมการไว้ด้วย เกี่ยวกับเรื่องภัยแล้ง สินเชื่อด่วน ฉุกเฉินอะไร ลักษณะต้องฟื้นฟูชีวิต ต้องเตรียมตั้งแต่เดี๋ยวนี้ก่อนที่จะเกิดเหตุจริง ๆ นะครับ ชำระหนี้ พักชำระหนี้เงินต้น สนับสนุนเงินออกผลิตภัณฑ์ที่จะเพาะปลูกไม่ต้องใช้น้ำเยอะ ให้กรมส่งเสริมการเกษตรไปจัดการในเรื่องนี้ เอานักวิจัยออกมา กรมวิชาการเกษตรเอาไป จัดการเรื่องว่าเราจะปลูกพืชอะไรในช่วงรองรับ El Nino นี้ที่จะใช้น้ำน้อย ๆ เพื่อที่จะให้ เขาได้มีรายได้เกิดขึ้น กระผมขออภิปรายเท่านี้ กระผมขอสนับสนุนญัตติทั้ง ๑๐ ฉบับ ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไขปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจาก ปรากฏการณ์ El Nino เพื่อให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูและแก้ปัญหา ความทุกข์ร้อนของพี่น้องเกษตรกรในครั้งนี้ครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ครับ🔗
เรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต ๑ พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันขอร่วมอภิปรายสนับสนุนให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณำติดตามตรวจสอบและนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญ หาภัยแล้ง อันเนื่องมาจากปรากฏการณ์ El Nino การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีผลกระทบ ต่อการขาดแคลนน้ำภาคการเกษตรและผลกระทบต่อเนื่องอื่น ๆ ขอ Slide ด้วยนะคะ🔗
จากการพยากรณ์ ของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงครึ่งหลังของปี ๒๕๖๖ ไปจนถึงกลางปี ๒๕๖๗ ประเทศไทย อาจจะได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ El Nino ซึ่งมีแนวโน้มจะเป็นปรากฏการณ์ El Nino ครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ ๗๓ ปี โดยปริมาณน้ำฝนจะต่ำกว่าค่าปกติตั้งแต่ช่วง เดือนสิงหาคม และจะส่งผลกระทบรุนแรงในช่วงเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนมกราคม ปี ๒๕๖๗ ในกรณีที่รุนแรงกว่านั้นปรากฏการณ์ El Nino ในรอบนี้อาจจะลากยาวไปจนถึง ช่วงกลางปี ๒๕๖๘ ส่งผลให้เกิดปัญหาภัยแล้งครั้งใหญ่ เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำ อย่างรุนแรง ส่งผลกระทบไปสู่ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งหมดด้วย มีข้อมูลทางสถิติชุดที่ดิฉันเคยไปค้นเจอมา อยากให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ทุก ๆ ท่านได้ดูกราฟนี้ไปพร้อม ๆ กัน กราฟแสดงดัชนี SOI ที่เป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงการเกิด ภาวะ El Nino เป็นดัชนีแสดงความแปรปรวนของอากาศซีกโลกใต้ซึ่งหากมีค่าติดลบ จะมีความเสี่ยงในการเกิด El Nino ในช่วง ๓-๖ เดือนข้างหน้า จากกราฟจะเห็นได้ว่า ทุก ๆ ครั้งที่เกิดภาวะ El Nino จะส่งผลกระทบทำให้ GDP ภาคการเกษตรลดลงดังกราฟ แสดงความเชื่อมโยงกัน จะเห็นว่าในปี ๒๕๔๓ GDP ลดลงร้อยละ ๐.๕ ปี ๒๕๔๗ ลดลง ร้อยละ ๑.๑ ปี ๒๕๕๘ ลดลงร้อยละ ๖.๕ ปี ๒๕๖๒ ลดลงร้อยละ ๓.๓ และในปีนี้ ปี ๒๕๖๖ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรมีการปรับลดการคาดการณ์ GDP ภาคการเกษตร ไว้ว่าจะลดลงเหลือเพียงร้อยละ ๑.๕-๒.๕ จากเดิมที่เคยประเมินไว้ถึงร้อยละ ๓ ปฏิเสธไม่ได้ เลยว่าภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือภาคเกษตรกรรม ยกตัวอย่างข้อมูลของ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ได้ประเมินตลาดส่งออกข้าว ที่ต้องจับตาความต่อเนื่องในปี ๒๕๖๗ ที่อาจมีปัญหาปริมาณน้ำไม่เพียงพอจากปรากฏการณ์ El Nino และการเข้าสู่ปรากฏการณ์ El Nino ในช่วงครึ่งหลังของปีซึ่งเป็นช่วงที่ต้นข้าวต้องการน้ำมากขึ้น หลังจากที่เริ่มปลูก ไปแล้วในเดือนพฤษภาคม จนกระทั่งถึงฤดูเก็บเกี่ยวอาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าวนาปี โดยคาดว่าหาก El Nino ไม่รุนแรงนัก ผลผลิตข้าวนาปีในปี ๒๕๖๖ อาจลดลงราว ๔.๑-๖ เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นจำนวนประมาณ ๒๕ ล้านตัน เมื่อรวมกับผลผลิตข้าวนาปรัง ที่ ๗.๖ ล้านตัน และมองต่อไปในปี ๒๕๖๗ El Nino อาจลากยาวเป็นความเสี่ยงต่อผลผลิต ข้าวทั้งนาปรังและนาปีให้ลดลงได้ และหากดูจากข้อมูลการบริหารจัดการน้ำสำหรับ พื้นที่การเกษตรของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดอื่น ๆ ในช่วงปี ๒๕๖๒-๒๕๖๓ ปีที่เกิดปรากฏการณ์ El Nino ครั้งล่าสุด ตอนนั้นมีการคาดการณ์ว่าจะเกิดมีการปลูกพืช ในช่วงฤดูแล้งประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ มีการจัดสรรน้ำให้ภาคการเกษตร ๗๒๒ ล้านลูกบาศก์เมตร และในปี ๒๕๖๕-๒๕๖๖ มีการคาดการณ์ว่าจะมีการปลูกพืชในฤดูแล้งสูงถึงกว่า ๑ ล้านไร่ สูงกว่าปี ๒๕๖๒-๒๕๖๓ เป็นจำนวนกว่า ๓๐๐ เปอร์เซ็นต์หรือ ๓ เท่าตัว แต่การจัดสรรน้ำ ไปยังภาคการเกษตรมีเพียงแค่ ๑,๔๑๖ ล้านลูกบาศก์เมตรซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง ๒ เท่าตัว คิดเป็น การจัดการน้ำให้พื้นที่การเกษตรต่อไร่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นการวางแผนบริหารจัดการน้ำ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนในช่วงเวลานั้น หลาย ๆ พื้นที่อาจจะต้องเผชิญกับ ระดับน้ำในเขื่อนที่อยู่ในระดับน้อยกว่าปกติ จนทำให้ผลผลิตต่อไร่ลดลง รวมไปถึงพืช อื่น ๆ ด้วย เช่น ทุเรียน มะม่วง มันสำปะหลัง และอ้อย เป็นต้น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเกิดภัยพิบัติอะไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาไม่สามารถแก้ไขได้สักครั้งก็คือปัญหา ความล่าช้าของระบบราชการไทย เราจะได้ยินอยู่บ่อยครั้งว่าทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม น้ำแล้ง หรือภัยพิบัติอื่นใดมักจะมีการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติที่ล่าช้า ส่งผลกระทบไปถึงพี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกร ทำให้ได้รับการเยียวยาล่าช้า ไหนจะเป็น เรื่องระเบียบหรือหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ยุ่งยากมากมาย จำนวนเงินเยียวยาที่ไม่เหมาะสมกับ ความเสียหายจริง รัฐควรมีการวางแผนเตรียมการในการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบได้อย่างทันท่วงที มิฉะนั้นแล้วสิ่งที่ตามมาก็คง หนีไม่พ้นเกษตรกรไทยต้องเป็นหนี้ กู้หนี้ยืมสินทั้งในระบบและนอกระบบ จากที่จนอยู่แล้วก็ ยิ่งจนลงไปอีกไม่มีวันได้ลืมตาอ้าปากได้ แต่หากเราได้มีการศึกษาเพื่อเตรียมการรับมือที่เรา คาดการณ์ได้อยู่แล้วจากการพยากรณ์ปรากฏการณ์ El Nino ที่ทั่วโลกใช้ตรงกันจะทำให้ เราสามารถวางแผนบริหารจัดการป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ลดการบาดเจ็บ ทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะกับพี่น้องเกษตรกรที่ต้องพึ่งดิน ฟ้า อากาศ ในการทำมาหาเลี้ยงชีพ อย่าให้พวกเขาต้องเจ็บและจนไปมากกว่านี้เลยนะคะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปเป็นท่านวชิราภรณ์ กาญจนะ แล้วก็หลังจากที่ท่านวชิราภรณ์ อภิปรายเสร็จแล้วจะปิดการลงชื่อเพื่ออภิปราย เชิญครับ ท่านวชิราภรณ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่เล็งเห็นถึง ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้กับพี่น้องประชาชนของเรา ภัยแล้งในแต่ละปี จะสร้างความเสียหายให้กับพี่น้องเกษตรกรของเราเป็นอย่างมากและส่งผลกระทบต่อ ระบบเศรษฐกิจ สังคม ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคใต้ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีของดิฉัน พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่กว่าร้อยละ ๗๐ จะประกอบอาชีพ เกษตรกรรมซึ่งรายได้ส่วนใหญ่ของจังหวัดก็จะมาจากภาคการเกษตร และเป็นรายได้หลัก ในการขับเคลื่อนธุรกิจในส่วนอื่น ๆ ของจังหวัดด้วย ดังนั้นถ้าช่วงใดที่ชาวบ้านสามารถ เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ดีหรือขายได้ราคาดี ช่วงนั้นเศรษฐกิจในภาพรวมของจังหวัดก็จะดี ตามไปด้วย แต่ถ้าช่วงใดการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้น้อยหรือขายไม่ได้ราคาช่วงนั้นเศรษฐกิจ ในภาพรวมก็จะซบเซา ดังนั้นจึงถือได้ว่าอาชีพเกษตรกรรมมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ ในภาพรวมของจังหวัดดิฉันเป็นอย่างมาก ทุกวันนี้พี่น้องประชาชนของดิฉันกำลังลำบาก ขาดรายได้ พืชผลทางการเกษตรได้รับผลผลิตไม่ดีเนื่องจากปัญหาภัยแล้ง เพราะพอเข้าช่วง หน้าแล้งพี่น้องเกษตรกรจะประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้และน้ำทางด้าน การเกษตรอย่างรุนแรง แต่ในทางกลับกันในช่วงหน้าฝนฤดูน้ำหลาก ในพื้นที่ของดิฉัน กลับต้องมาประสบกับปัญหาน้ำท่วม น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน พืชผลทางการเกษตร ของชาวบ้าน ไร่นาของชาวบ้านได้รับความเสียหาย ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้น วนเวียนซ้ำซากทุก ๆ ปี สาเหตุหลัก ๆ มาจากเหตุผล ๔ ประการด้วยกันก็คือ🔗
๑. แหล่งกักเก็บน้ำไม่ว่าจะเป็นอ่างเก็บน้ำ แก้มลิง และฝายมีไม่เพียงพอ🔗
๒. แหล่งกักเก็บน้ำที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นอ่างเก็บน้ำ แก้มลิง และฝาย ส่วนใหญ่ มีสภาพชำรุดเสียหาย หลายแห่งใช้การไม่ได้🔗
๓. บางแห่งมีแหล่งกักเก็บน้ำค่ะ แต่ไม่มีระบบชลประทานที่จะกระจายน้ำ ส่งไปให้พี่น้องเกษตรกรได้ใช้อย่างทั่วถึง🔗
ประการสุดท้าย ลำคลองต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ก็มีสภาพตื้นเขินไม่สามารถ ที่จะกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ปัญหาเหล่านี้ ดิฉันเคยนำเข้าหารือในสภาเมื่อสมัยประชุมสภา ครั้งที่แล้วมาหลายครั้งทำหนังสือถึงรัฐมนตรีที่รับผิดชอบมาหลายหน โดยดิฉันขอให้มี การจัดสร้างแหล่งกักเก็บน้ำไม่ว่าจะเป็นอ่างเก็บน้ำ แก้มลิง ฝาย ในพื้นที่ที่ขาดแคลน ๖ โครงการ ขอให้มีการซ่อมแซมฝาย เขื่อน อ่างเก็บน้ำ ที่มีสภาพชำรุดอีก ๖ โครงการ รวมไปถึงขอให้มีการจัดสร้างสถานีสูบน้ำและระบบส่งน้ำอีก ๖ โครงการ และสุดท้ายขอให้มี การขุดลอกลำคลองที่สภาพตื้นเขินอีก ๑๗ โครงการ ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอเวียงสระ อำเภอบ้านนาสาร และอำเภอเคียนซา ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของดิฉัน แต่ท่านประธาน ทราบไหมคะว่าโครงการที่ดิฉันได้นำเรียนท่านประธานไปนั้นไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ดิฉันจึงอยากฝากแล้วก็ขอไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกภาคส่วนโปรดให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ด้วย เพราะว่าเป็นผลกระทบต่อ ความเป็นอยู่และความอยู่รอดของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรของเรา กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านชุติมา คชพันธ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากภาคใต้จังหวัดพัทลุง ท่านประธานคะ ภัยแล้งถือเป็นหนึ่งในวิกฤติที่สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างมาก สามารถส่งผลกระทบไปยังทุกภาคส่วนที่สำคัญของประเทศโดยเฉพาะภาคการเกษตร เนื่องจาก ๓ ใน ๔ ของการใช้น้ำในประเทศไทยคือการใช้เพื่อการเกษตร การเป็นเกษตรกร ในประเทศนี้ช่างลำบากยากเย็นเหลือเกินค่ะ ต้องดิ้นรน ต้องช่วยเหลือตัวเอง ต้องดูแลตัวเอง เจอปัญหาเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก เราเจอแต่คำว่า ยั่งยืน มั่งคั่ง มั่นคง แต่คำนั้นไม่เคยเกิดขึ้นจริง เป็นความยั่งยืนที่ไม่เคยยั่งยืนจริง ๆ จากรุ่นสู่รุ่น รุ่นแล้วรุ่นเล่าที่เกษตรกรต้องช่วยเหลือ ตัวเอง จากวันนั้นถึงวันนี้ปัญหาเดิม ๆ ก็เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ภัยแล้งก็เช่นกัน ภัยแล้ง ก็เกิดขึ้นแล้วเกิดขึ้นอีกอยู่แบบนั้นเราจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปถึงเมื่อไร เราจะแก้ปัญหา ได้เมื่อไร มันเป็นไปได้ทุกปี ภัยแล้ง น้ำท่วม ภัยแล้ง น้ำท่วม มันก็วนอยู่แบบนี้ทุกปีควรจะ แก้ปัญหากันจริงจังสักที เราไม่สามารถพูดได้เลยว่าเรื่องลม ฟ้า อากาศ เรื่องลมฝน เราแก้ ไม่ได้หรอก เรากำหนดไม่ได้ ทำได้ เราแก้ได้ ถ้าเรามีการบริหารจัดการอย่างจริงจัง มีการบริหารที่วางแผนอย่างดีและ Implement จริง ๆ ทำจริง ๆ ดิฉันเห็นด้วยมาก ๆ เลย กับญัตตินี้แล้วก็เห็นด้วยที่จะมีคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้นมาเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหา อย่างจริงจังจากที่ดิฉันศึกษาข้อมูลมาพบว่าผลกระทบจาก EI Nino เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ทั่วโลกสูญเสียรายได้ประมาณ ๕.๗ ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และประเทศไทยสูญเสีย ประมาณไม่ต่ำกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนะคะ ในความเป็นจริงอาจจะมากกว่านั้นถ้าเราลงไป ลึก ๆ จริง ๆ นั่นแปลว่าโลกร้อน EI Nino ที่มันเกิดขึ้นนี่มันทำลายเศรษฐกิจไทยมากกว่า ที่คิด วัตถุดิบขาดแคลน ต้นทุนสูงขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทยที่เราเป็นประเทศเกษตรกรรม แน่นอนย่อมได้รับผลกระทบแน่นอน ดิฉันจะให้ดูตัวอย่างที่เกิดขึ้นในภาคใต้🔗
นี่คือสถานการณ์ในภาคใต้ ที่อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ที่เขาค่าย ท่านจะเห็น เพื่อนสมาชิกจะเห็นว่ามีรถถังเยอะแยะเลย นี่คือชาวบ้านเรียกว่ารถถัง เพราะว่ามันคือถังจริง ๆ ท้ายรถนี่ท่านจะเห็นเลยว่าบรรทุกถัง เต็มไปหมดเลย นี่คือบรรทุกน้ำ ท่านดูภาพซ้ายมือนี่คือฝายที่มันแห้งเลย แห้งสนิทเลย ก็ต้องใช้รถบรรทุกน้ำจากแหล่งน้ำที่มีน้ำขนน้ำตรงนี้ไปอีกจุดหนึ่ง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของน้ำที่ขนนี้ คือใช้ในการเกษตรไปรดน้ำในสวนในไร่นาของเขาอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์คือเพื่อใช้ในบ้าน ในครัวเรือน นี่คือที่จังหวัดชุมพรที่เราประสบกันอยู่ที่พี่น้องเกษตรกรเราประสบ บางท่าน อาจจะบอกว่าภาคใต้ดูเหมือนจะมีทะเล ๒ ข้างน่าฝนตกชุกตลอดทั้งปี แต่ในความเป็นจริงยัง มีบางพื้นที่ที่แห้งแล้งไม่มีน้ำเลยอย่างภาพที่ให้ดูเมื่อสักครู่นี้ นี่อีกเป็นตัวอย่างในจังหวัดชุมพร เช่นกัน พืชสวน พืชไร่ อย่างสวนทุเรียนอย่างนี้บางสวนยืนต้นตายเลย แห้งแล้งแบบนี้เลย คือไม่มีน้ำเลย นี่คือภาคใต้แท้ ๆ ดิฉันไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าภาคอื่นจะรุนแรงขนาด ไหน ต่อไปให้ดูที่จังหวัดอื่น ต่อมาคือจังหวัดพัทลุงเช่นเดียวกันพบปัญหาเดียวกันเลยได้คุย กับพี่น้องชาวสวนยาง ครั้งที่แล้วดิฉันอภิปรายเรื่องยางพาราไปแล้ว พี่น้องชาวสวนยางของดิฉันเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เจอปัญหา EI Nino อีก ก็คือว่าน้ำยางจะกรีดยางก็กรีดแทบไม่ออก เพราะว่าน้ำยางพารา มีน้อยมากฝนไม่ตก บางคนก็ต้องหยุดไปทำอย่างอื่น ซึ่งก็เขาบอกว่ามันไม่ค่อยคุ้มค่าเหนื่อย แต่ในความเป็นจริงแล้วยางพาราบางคนมีอาชีพยางพาราเป็นหลักนั่นคือทั้งชีวิตของเขา เพราะฉะนั้นเรื่อง EI Nino ไม่ใช่เรื่องเล็กเลยค่ะ เรื่องภัยแล้งไม่ใช่เรื่องเล็ก น้ำในคลองแห้ง อย่างในรูปน้ำอุปโภคก็ไม่พอใช้ บางครั้งมีการกั้นประตูระบายน้ำชาวบ้านเองไม่ว่าจะเป็น ชุมพรหรือพัทลุงบางครั้งก็เลยต้องมีข้อพิพาทกันโดยที่ไม่จำเป็น เพราะเราต้องแย่งแหล่งน้ำกัน กรีดยางพาราก็ไม่ได้แล้ว รายได้ก็น้อย เศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ก็ไม่มีสตางค์ที่จะไป ซื้อของ เพราะฉะนั้นในพื้นที่ก็จะเงียบเหงาไม่มีการจับจ่ายใช้สอยหนี้ครัวเรือนก็ยิ่งสูงมากขึ้น มันกระทบไปหมดเลย เพราะฉะนั้นเรื่อง El Nino ไม่ได้กระทบแค่เกษตรกรแต่มันกระทบ เศรษฐกิจฐานรากทั้งระบบเลย🔗
ต่อไปเป็นข้อเสนอแนะของดิฉันเองที่ดิฉันอยากจะเสนอก็คืออยากจะให้มี การปรับโครงสร้าง Thai Water Plan ดิฉันพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องมาหลาย ๆ คน รวมถึง ที่เป็นคณะกรรมการหรือคนที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน รวมถึงหน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดทราบมาว่าองค์กรที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในประเทศไทยมีทั้งหมด ๓๘ องค์กร คำถามคือเรามีมากขนาดนี้แล้วทำไมยังแก้ปัญหาไม่ได้ น้ำท่วม ภัยแล้งซ้ำซาก อยู่แบบนี้ทุกปีเลย ทีนี้ Thai Water Plan บางครั้งก็เป็นคอขวด อยากจะทำอะไรบางอย่าง ในท้องถิ่นก็ทำไม่ได้ต้องรอการบริหารจัดการ ต้องรอการอนุมัติจากข้างบนคือปรับโครงสร้าง เถอะค่ะ ไม่ควรจะปล่อยให้เป็นแบบนี้อีกแล้วถ้าจะแก้ท่านปัญหานี้อย่างจริงจังนะคะ🔗
ต่อมาดิฉันเสนอว่ากรมอุตุนิยมวิทยาให้มีการพยากรณ์อากาศนำเสนอ แผนล่วงหน้าสัก ๑-๓ เดือน แล้วก็ส่งผลนี้ให้กับ อปท. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ทราบทุก ๆ ๒ สัปดาห์เพื่อช่วยลดความเสียหายในช่วงฤดูแล้ง ฤดูฝน เขาเองจะได้รู้ด้วยว่า จะล่าช้า ฝนจะทิ้งช่วงในช่วงไหนเป็นรายตำบล🔗
ข้อเสนอแนะถัดไปก็คือขอให้มีการกระจายอำนาจอย่างจริงจัง เราจะมี คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจแล้ว ดิฉันขอฝากเรื่องนี้ด้วยช่วยกันผลักดันให้จริงจังให้เกิดขึ้นจริง กระจายอำนาจ กระจายงบประมาณให้การจัดการน้ำในชุมชนและเกษตรกรรมได้ผลจริง ๆ ให้ทันสถานการณ์ ให้ทันท่วงที ให้ทันกับการกักเก็บน้ำเพิ่มเติมในช่วงฤดูฝน และไว้ใช้สำหรับ พื้นที่เกษตรที่มีความเสี่ยงต่อการขาดน้ำโดยเฉพาะในฤดูกาลถัดไป🔗
ข้อเสนอแนะต่อไป การประปา ดิฉันขอฝากตอนนี้มีโครงการประปาหมู่บ้าน ก็จะมีปัญหาเยอะมากเลยเนื่องจากน้ำไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นขอให้มีการบริหารจัดการ อย่างเป็นแบบแผนที่มันเป็นระบบระเบียบมากกว่าที่ผ่านมา เตรียมความพร้อมหาแหล่งน้ำดิบ เพื่อเตรียมไว้สำหรับในฤดูกาลหน้า ช่วงนี้เป็นหน้าฝนแล้วก็บริหารจัดการกันให้ดี ๆ ปรับปรุง คุณภาพระบบน้ำประปา น้ำประปาหมู่บ้านหรือน้ำประปาภูเขาก็ตามที่มีอยู่สำรองให้ดี ๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำที่จะขาดแคลนในฤดูแล้งปีถัดไป🔗
สำหรับในการบริหารจัดการน้ำ ดิฉันมองว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับประเทศไทย แล้วที่ผ่านมาประเทศเราก็ทำงานกันแบบลูบหน้าปะจมูก ดิฉันขอให้คณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ทำงานและวางแผนกันแล้วก็ Implement ไปใช้ได้จริง ๆ ไม่อยากให้เป็น แบบที่ผ่านมาที่เราเกิดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่รู้กี่ครั้งแล้ว อย่างที่เพื่อนสมาชิกบอกไปแล้วว่า ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ น่าจะประมาณ ๘๕ ครั้งแล้วก็ยังไม่ได้ผลนะคะ เพราะฉะนั้นขอให้ครั้งนี้ เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้ผลจริงและช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรของเราได้จริง ๆ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขออภิปรายสนับสนุนญัตติแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง จากปรากฏการณ์ El Nino ท่านประธานครับ ปกติไม่มีปรากฏการณ์ El Nino ประเทศไทย ก็มีปัญหาเรื่องภัยแล้งเป็นประจำทุกปีนะครับ เดี๋ยวก็น้ำท่วม เดี๋ยวก็ภัยแล้ง นี่คือปัญหา ในการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบของประเทศไทยมีปัญหามาตลอด ปรากฏการณ์ El Nino เป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลตอนกลาง และตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก มีการสูงขึ้นจากค่ามาตรฐาน ๐.๕ องศาเซลเซียสขึ้นไป ซึ่งปรากฏการณ์นี้ถ้าเกิดขึ้นจะทำให้ เกิดปัญหาภัยแล้งในประเทศที่อยู่ฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งในอดีตเกิดขึ้นมาแล้ว ๕ ครั้ง แล้วครั้งสุดท้ายที่เกิดกับประเทศไทยคือปี ๒๕๕๘-๒๕๕๙ ครั้งนี้เป็น ครั้งที่ ๖ ปกติ ไม่มี El Nino เราก็เดือดร้อนเรื่องฝนตก น้ำท่วม และภัยแล้งทุกปี แต่ปีนี้ถือว่าต้องรับกับ ปัญหานี้หนักหน่วงยิ่งขึ้น ภาคอีสานกระทบมากที่สุด เพราะอะไรครับ เพราะภาคอีสาน ต้นทุนน้ำอีสานต่ำอยู่แล้ว เรามีพื้นที่ชลประทานต่ำที่สุดในประเทศไทยคือ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ นี่ละครับคือความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเรื่องของน้ำก็ทำให้เกิดเรื่องของรายได้ของ คนอีสานต่ำกว่าทุกภาคในประเทศไทย มหาสารคามบ้านผม ท่านไชยวัฒนา ติณรัตน์ ก็เช่นกันครับ ผลของ El Nino กระทบกับอีสาน มหาสารคามของเรามากกว่าที่อื่น แต่ท่านประธานครับ รัฐบาลปัจจุบันที่เพิ่งเข้ามาก็เป็นความหวังครับว่าท่านนายกเศรษฐา ที่ให้นโยบายเรื่องของการเพิ่มพื้นที่ชลประทานขึ้นอีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเราก็ตั้งความหวังว่า การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบของรัฐบาลปัจจุบันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว แต่การแก้ปัญหาต่าง ๆ ในระยะสั้น ในระยะเฉพาะหน้าจะต้องเตรียมการให้ดี การแก้ไข ปัญหาอย่างหนึ่งที่ต้องทำ แล้วก็ต้องให้กรมชลประทานได้รับงบประมาณถือว่าเป็นวาระ แห่งชาติ เพราะอะไรครับเพราะน้ำคือชีวิต แล้วเราก็เจอเรื่องของภัยแล้ง เรื่องของน้ำท่วม คือฝนตกมาเยอะ ๆ น้ำก็ไหลทิ้งเก็บน้ำไม่ได้ หน้าแล้งก็เกิดภัยแล้ง ก็เสียเงินทั้งน้ำท่วม ทั้งภัยแล้งเป็นประจำ แล้วเรื่อง Mega Project เรื่องน้ำถือเป็นความจำเป็น เป็นพื้นฐาน ที่จะต้องทำให้ประเทศไทยมีปัญหาน้ำไม่เพียงพอ สำหรับมหาสารคามของผม ห้วย หนองต่าง ๆ เก็บได้น้อยมากครับ ห้วยคะคาง ห้วยโคกกอก แก่งเลิงจานตื้นเขินมาก ฝนตกมาเก็บน้ำได้แค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ไหลทิ้ง แม่น้ำชีก็เช่นกัน แม่น้ำชี ตอนนี้มาจากเขื่อนอุบลรัตน์ มหาสารคารเป็นจังหวัดที่รับน้ำจากแม่น้ำชีจากเขื่อนอุบลรัตน์ แล้วอีกทางหนึ่งก็มาจากทางจังหวัดชัยภูมิ สังเกตในช่วงหน้าฝนเราเป็นที่เจอกันของ ทั้ง ๒ ส่วน ก็คือเขื่อนอุบลรัตน์กับจากชัยภูมิ น้ำจะมาเจอกันที่มหาสารคาม แล้วก็จะมาท่วมที่นี่ ฉะนั้นแล้วตอนนี้ในเขตอำเภอโกสุมพิสัยก็มีการท่วมแล้ว ท่านประธานปีนี้ฝนตกเดือนหนึ่ง ที่ผ่านมาปรากฏว่าตกใต้เขื่อน เหนือเขื่อนน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ตอนนี้ยังแค่ ๔๙ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนอุบลรัตน์มีพื้นที่รับน้ำ ๒,๔๓๑ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ตอนนี้มีน้ำเพียง ๑,๑๙๕ ลูกบาศก์เมตร คือประมาณครึ่งหนึ่ง แล้วปีนี้จะต้องรับกับปัญหาของภาวะภัยแล้ง ต่อไป ซึ่งการแก้ปัญหาภัยแล้งนี่ผมก็อยากแนะนำทางรัฐบาลว่า ๑. ก็ต้องสร้างพื้นที่รับน้ำ ให้มากขึ้น โครงการต่าง ๆ Mega Project ต่าง ๆ มีความจำเป็นที่ต้องทำ ๒. เขื่อนต่าง ๆ ตามแม่น้ำสายหลักจะต้องสร้างเขื่อนเพื่อจะชะลอน้ำ แล้วเก็บกักน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น ผมยกตัวอย่างจังหวัดมหาสารคามของผมแม่น้ำชีไหลพาดผ่านมหาสารคาม เรามีเขื่อน ๒ เขื่อนที่พอจะกักเก็บน้ำได้ เขื่อนมหาสารคามอันแรก แล้วก็ไหลไปก็จะเป็นเขื่อนวังยาง หรือฝายวังยาง ซึ่งทั้ง ๒ ส่วนนี้ห่างกัน ๑๒๕ กิโลเมตร มีระดับน้ำสูงต่ำต่างกันประมาณ ๑๐ เมตร หรือ ๙.๘ เมตร ซึ่งถ้าเรามีเขื่อนที่อยู่ระหว่าง ๒ เขื่อนนี้ก็ทำให้มีการกักเก็บน้ำ เพิ่มขึ้น ซึ่งอันนี้ผมช่วงที่เป็นกรรมาธิการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบในสภาครั้งที่แล้ว ก็เห็นความสำคัญของการสร้างเขื่อนเพื่อจะทำให้เราสามารถจะกักเก็บน้ำได้มากขึ้นในช่วงที่ น้ำหลากเพื่อจะเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฝนแล้ง ซึ่งผมก็ได้เสนอบรรจุเขื่อนระหว่าง ๒ เขื่อนนี้ เข้าในแผนของ สทนช. ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในบริเวณแถวตำบลแก้งแก หรือตำบลท่าสองคอน ของอำเภอเมือง ก็หวังว่าทาง สทนช. จะผลักดันเรื่องนี้ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น การแก้ปัญหา อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องน้ำใต้ดิน และสำคัญที่สุดก็คือแผนการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบจะต้อง เอามาทำให้เร่งด่วนแล้วก็ต้องทำให้เป็น Mega Project ของประเทศ ท่านประธานครับ รัฐบาลปัจจุบันท่านเศรษฐา ทวีสิน เป็นความหวังของเกษตรกร เป็นความหวังของคนไทย เป็นรัฐบาลที่ประกาศว่าจะทำให้พื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้น ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเชื่อว่า ท่านทำได้นะครับ แล้วก็รายได้เกษตรกรจะเพิ่มขึ้นอีก ๓ เท่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น อยากฝากรัฐบาล เอาเรื่องน้ำเป็นวาระแห่งชาติ เอางบประมาณต่าง ๆ มาบริหารจัดการน้ำให้รวดเร็ว แล้วก็ทำ ให้เกิดภาวะฝนแล้ง ภาวะน้ำท่วมให้หายไปจากประเทศไทย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดระยอง อำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง อำเภอวังจันทร์ วันนี้ขอร่วมอภิปรายญัตติสนับสนุนการตั้ง คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาภัยแล้งจากปรากฏการณ์ El Nino ของประเทศไทยครับ🔗
ท่านประธานครับ ในสถานการณ์ ภัยแล้งที่กำลังจะมาถึงหลังจากนี้ ผมขอเล่าย้อนกลับไปจนถึงเหตุการณ์ภัยแล้งที่ประเทศไทย เคยประสบตั้งแต่ตอนปี ๒๕๕๓ กับปี ๒๕๖๓ ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นของภัยแล้ง เกิดขึ้นนี่มันไม่ได้กระทบแค่กับภาคเกษตรกรรม แต่กระทบไปถึงภาคครัวเรือน และภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเมื่อภาวะน้ำแล้งครั้งนั้นเกิดขึ้นจริง ๆ มันมาจากการบริหารจัดการ แผนการจัดการน้ำที่ไม่ประสบผลสำเร็จ และครั้งนี้ผมมีความกังวลเป็นอย่างยิ่งว่า ถ้าเกิดยังอยู่ในภาวะแบบเดิม ใช้ข้อมูลที่ดูแล้วน่าจะพอใช้ได้เหมือนเดิมอาจจะเข้าสู่ภาวะ ภัยแล้งซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ในเขตเลือกตั้งของผมเป็นเขตเลือกตั้งที่ ๔ ของจังหวัดระยอง มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพ ทั้งอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลและอ่างเก็บน้ำประแสร์ แต่เมื่อภาวะภัยแล้งมาถึงจริง ๆ ที่ผ่านมาเคยมีปรากฏการณ์ที่อ่างเก็บน้ำประแสร์ ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของจังหวัดระยองในการหล่อเลี้ยงทุกภาคส่วนมีน้ำเหลือเพียง ๗ เปอร์เซ็นต์มาแล้ว ซึ่งผลที่เกิดขึ้นก็คือทั้งภาวะแย่งชิงน้ำ แล้วก็พืชผลทางการเกษตร ที่ปลูกแล้วไม่มีน้ำไปหล่อเลี้ยง ผลที่ตามมาก็คือเมื่อพืชผลการเกษตรลดลง สิ่งที่เกิดขึ้น ตามมาคือเมื่อพืชผลการเกษตรไม่สามารถส่งไปผลิตเป็นสิ่งต่าง ๆ ได้ ราคาของสินค้า ก็เพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นภัยแล้งครั้งนี้ไม่ได้กระทบแค่ภาคเกษตรกร เรื่องนี้กระทบไปถึงทุกประตูบ้าน ของพี่น้องประชาชนทุกคน และมีการคาดการณ์ว่าวิกฤติ El Nino ครั้งนี้อาจจะแล้งยาวนาน กว่าที่ผ่านมาหลายเท่า ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ รอบนี้ผมอยากทราบข้อมูลจาก ทุกหน่วยงานที่มีที่ใช้เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งครับ การบริหารจัดการน้ำก็เป็นสิ่งสำคัญ ฐานข้อมูลของการบริหารจัดการน้ำจนถึงทุกวันนี้ เท่าที่ดูมีหลายหน่วยงานมาก ที่มีแผนการบริหารจัดการน้ำ ๓๘ หน่วยงาน คำถามคือ ๓๘ หน่วยงานนี้ พี่น้องประชาชน จะเชื่อข้อมูลจากหน่วยงานใดบ้าง ในปีเดียวกันตัวเลขของอ่างต่าง ๆ ต่างหน่วยงาน ก็ตัวเลขต่างกัน พี่น้องประชาชนจะไปวางแผนการรับมือภัยแล้งของตัวเองทั้งภาคเกษตร และภาคครัวเรือนอย่างไร ในเมื่อหน่วยงานต่าง ๆ อย่างที่เห็นก็มีอยู่เยอะขณะนี้ ทำไมเรา ถึงไม่มีแผนการจัดการน้ำภาคชลประทานของรัฐที่สามารถดูได้ง่าย ๆ ประชาชนเข้าถึง ใช้เพื่อวางแผนรับมือวิกฤติได้ด้วยตัวเองมากกว่านี้ครับ🔗
ทีนี้พอย้อนไปดูแผนการจัดการภัยแล้งที่เคยเจอแบบจริง ๆ ตัวเลขเคยมี การชี้แจงไว้ในหน่วยงานต่าง ๆ ว่าปีนี้เราสำรองน้ำไว้เท่านี้ ปีหน้าน่าจะพอเอาอยู่ครับ อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤติภัยแล้ง ตอนปี ๒๕๕๒ บอกว่าปี ๒๕๕๓ เอาอยู่ ปี ๒๕๕๓ มาจริง ๆ เอาไม่อยู่ครับ ตอนปี ๒๕๖๒ ก็บอกว่าเอาอยู่ครับพอจัดการได้ พอปี ๒๕๖๓ มาจริง ๆ เอาไม่อยู่ น้ำ ๗ เปอร์เซ็นต์ก็เพราะปี ๒๕๖๓ น่าจะเอาอยู่ แล้วก็เอาไม่อยู่นี่ละครับ กลายเป็นว่าสุดท้ายหน่วยงานต่าง ๆ ก็เลยต้องใช้วิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าใช้รถขน ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นก็คืออะไรครับ มันสะท้อนการบริหารจัดการที่ล้มเหลวของภาครัฐ กลายเป็นหน้าเป็นตาว่าการบริหารจัดการและฐานข้อมูลของภาครัฐที่มีอยู่มันสะท้อน ออกมาเลยว่าเราทำไม่ได้ แล้วประชาชนจะเชื่อมั่นข้อมูลจากภาครัฐได้อย่างไร🔗
เรื่องถัดมาคือสถานการณ์การแบ่งปันน้ำของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคครัวเรือน ทั้งภาคเกษตรกรรม ทั้งภาคอุตสาหกรรม เรารู้กันดีครับว่าจริง ๆ แล้ว Priority แรกต้องให้ ภาคครัวเรือนก่อน แต่พอถึงเวลาจริง ๆ ตัวเลขการจัดสรรน้ำไม่มีใครตอบได้ว่าจริง ๆ เป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ เพราะถึงเวลากระทบกันจริง ๆ ภาคครัวเรือนก็กระทบ แต่เหมือน ภาคอุตสาหกรรมจะกระทบน้อยกว่าทั้งที่อยู่ Priority ถัดจากภาคประชาชน แล้วก็ ภาคเกษตรกรรม เรื่องนี้เราต้องให้ความสำคัญจริง ๆ ว่าทุกภาคส่วนเมื่อถึงเวลาเดือดร้อน ก็เดือดร้อนเท่า ๆ กัน และพี่น้องประชาชนเดือดร้อนเป็นวงกว้างมากกว่า เรื่องนี้ ควรจะมีแผนการบริหารจัดการอย่างจริงจัง ผมเพิ่งได้ไปลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำมาเพื่อ Check ปริมาณน้ำตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมาที่จังหวัดระยอง อ่างเก็บน้ำประแสร์เป็นเส้นเลือดหลัก ตามที่ผมกล่าวไว้ตอนแรก ที่อำเภอวังวังจันทร์ เท่าที่คุยกับหน่วยงานกรมชลประทาน ก็แจ้งว่าพอจะรับมือไหวต่อให้แล้งปี ปีหน้า และปีถัดไป แต่ก็ย้อนกลับไปที่ผมเคยกล่าว ไว้ตอนแรก ถ้าเกิดคราวที่ผ่านมา ๒ ครั้งที่แล้งหนัก ๆ ก็พูดแบบนี้ครั้งนี้ตกลงจะเป็นอย่างไร ผมอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลให้ความสำคัญไปลงพื้นที่จริง ๆ ว่าน้ำในอ่าง จริง ๆ แล้วพอที่จะรับมือได้จริงหรือไม่ เพราะว่าตอนนี้ในพื้นที่แจ้งว่าวัดที่เคยจมอยู่ใต้ อ่างเก็บน้ำประแสร์ตอนนี้โผล่ขึ้นมาแล้วนะครับ🔗
ถัดมาคือพื้นที่ที่ลำเลียงน้ำไปยังพื้นที่ภาคการเกษตร รอบ ๆ อ่างเก็บน้ำประแสร์ จะมีอ่างเก็บน้ำหนองคมบาง ผมเพิ่งไปมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน ที่อ้างนี้ปริมาณน้ำลดลงไปเยอะ มากจนจะถึงก้นอยู่แล้ว และทางน้ำที่ต่อจากอ่างเก็บน้ำประแสร์มาจนถึงที่อ่างเก็บน้ำ หนองคมบางของอำเภอวังจันทร์ ซึ่งกินพื้นที่ ๒ ตำบลทำทั้งชลประทาน แล้วก็ทำ ทั้งการเกษตร ตอนนี้ถ้าเกิดน้ำลดลงไปจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ อ่างนี้ที่เห็นน้ำเหลืออยู่แค่นี้ มันจะลดลงไปแล้วเส้นทางน้ำก็ไม่สามารถสูบน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำที่มีได้ ปัญหาเหล่านี้กำลัง จะเกิดขึ้นทั่วทั้งภาคตะวันออกหรือไม่🔗
ถัดมาเป็นประเด็นที่ผมก็มีความกังวล เพราะนอกจากคนจะได้รับผลกระทบ จากเรื่องนี้แล้วมีเรื่องสัตว์ป่าที่อยู่ในเขตป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด เรื่องนี้ภัยแล้งไม่ใช่กระทบ แต่คนครับ ถ้าภัยแล้งเกิดขึ้นจริงรอบนี้ช้างป่าที่แหล่งอาหารและแหล่งน้ำก็ไม่ค่อยจะเพียงพอ อยู่แล้วเขาก็จะออกมาจากป่า ทีนี้ปัญหาภัยแล้งจะทำให้คนกับสัตว์กระทบกระทั่งกัน เกิดความสูญเสียขึ้นอีกหรือไม่ เรื่องนี้เป็นข้อกังวลอย่างยิ่ง เพราะว่าตัวเลขการออกจากป่า ยิ่งแล้งยิ่งออกเยอะ และครั้งนี้ถ้าแล้งหนักกว่าเดิมสัตว์จะออกจากป่ามาเท่าไร และในทางกลับกันรั้ว ช้างเขาออกตามรูที่ผมชี้เข้าออกถูกเพราะว่าเขาสื่อสารกัน แต่สัตว์อื่น ๆ ที่อยู่ในป่า คำถามคือถ้าเกิดแล้งแล้วเขาจะออกจากป่ามาบ้าง แล้วออกไม่ได้ติดอยู่กับตำรวจ อันนี้ คำถามคือจะเกิดความสูญเสียทางชีวภาพมากแค่ไหน เมื่อแหล่งน้ำในป่า ซึ่งเราไม่รู้ ด้วยว่าในอุทยานตอนนี้ปริมาณน้ำเป็นอย่างไรบ้าง เรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ก็ต้องมาช่วยกันดูแล เพราะถ้าเกิดสัตว์จะออกจากป่าบางส่วนออกได้แล้วกระทบประชาชน บางส่วนออกไม่ได้แล้วอดน้ำ อดอาหารตายในป่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลอีก ๑ เรื่อง ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ก็ต้องมาช่วยกันนะครับ เพราะว่าสถานการณ์นี้อย่างที่บอก ไม่ได้กระทบแค่ภาคทุกภาคของคน แต่กระทบไปถึงสัตว์ป่าด้วย🔗
สุดท้าย ข้อเสนอต่อญัตตินี้ของผมในการสนับสนุนนะครับ ผมอยากให้ภาครัฐ ทำแผนเก็บข้อมูลกลางการบริหารจัดการน้ำทั้งข้อมูลที่มีคู่สัญญาสถิติต่าง ๆ ที่ใช้น้ำของ หน่วยงานรัฐ เพื่อทำข้อมูลให้ประชาชนเข้าถึงได้ และรับรู้ร่วมกันเพื่อวางแผนร่วมกันทั้งแผน ของประชาชน และภาครัฐเองก็รู้ว่าต้องใช้ข้อมูลฐานไหนในการแก้ปัญหา เรื่องนี้อย่างที่ผม ได้กล่าวไปตอนต้นนะครับ ถ้าภัยพิบัติเหล่านี้ไม่ถูกรวบรวมเป็นฐานข้อมูลเพื่อแก้ปัญหา ออกมาได้อย่างจริงจังปัญหาความเหลื่อมล้ำการแย่งชิงน้ำ ความขัดแย้งตามมาแน่นอน และความเหลื่อมล้ำความขัดแย้งต่าง ๆ สามารถลดลงได้ด้วยการช่วยกันทำฐานข้อมูลที่ดี และบริหารจัดการอย่างเป็นธรรมความเหลื่อมล้ำและปัญหาก็จะลดลง ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายญัตติเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้งจาก ปรากฏการณ์ El Nino การเกิดปรากฏการณ์ El Nino ทำให้เกิดภัยแล้งพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก สำหรับในประเทศไทยปรากฏการณ์ El Nino มักเกิดแบบ El Nino Basin Wide Warm ที่ทำให้อุณหภูมิสูงกว่าปกติจะเกิดความแล้งขาดแคลนน้ำมากที่สุด ๔-๕ ปีที่จะเกิดขึ้นจะสร้าง ความเสียหายต่อพืชเกษตร ข้าวจะมีมูลค่าความเสียหายเกือบร้อยละ ๘๐ ในภาคการเกษตร ทั้งหมดจะเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการปลูกข้าวใช้น้ำมากก็จะทำให้ พี่น้องเกษตรกรพี่น้องที่ปลูกข้าวขาดทุนมากขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรีนายเศรษฐา ทวีสิน ท่านจึงเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างมาก เพราะในอีก ๔-๕ ปีนี้จะขาดแคลนน้ำอย่างมากมาย ท่านนายกรัฐมนตรีจึงได้มีข้อแนะนำให้พี่น้องเกษตรกรของเราปลูกถั่วเหลือง เพราะต่างประเทศ ต้องการสั่งซื้อถั่วเหลืองจำนวนมาก การปลูกถั่วเหลืองเพราะเป็นพืชอายุระยะสั้น ปัจจุบันเป็นพืชที่นิยมนำมาปลูกหลังจากการเก็บเกี่ยวข้าวได้หรือปลูกทดแทนนาปรังได้ เนื่องจากเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย ช่วยตัดวงจรของแมลงในการปลูกข้าว ช่วยปรับปรุงดินให้ดิน มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นนะครับ จึงขอให้หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงานได้มีการจัดการน้ำ ต้องทุ่มเททำระบบชลประทานให้พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ น้ำตามลำห้วย หรือแม่น้ำ ต่าง ๆ ซึ่งมีแม่น้ำโขง ชีมูล แม่น้ำสงคราม แม่น้ำอูน โดยเฉพาะในพื้นที่ของผม จังหวัดนครพนมมีแม่น้ำ มีลำห้วยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะหน้าฝนนี้น้ำจะท่วมกินพื้นที่ หลายหมื่นตารางเมตร ส่วนหน้าแล้งก็แห้งแล้ง จึงขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้สร้างประตูระบายน้ำ ประตูปิดกั้นน้ำไว้ในหน้าแล้ง และเปิดประตูน้ำในฤดูฝน นั่นคือสิ่งที่ฝากรัฐบาลชุดนี้ ได้ทำระบบน้ำ ระบบชลประทาน ประตูเปิดปิดน้ำให้กับพี่น้องเกษตรกรของเรา เสร็จแล้ว สิ่งที่ต้องมีก็ต้องมีคลองระบายน้ำที่เราจะนำน้ำจากแม่น้ำต่าง ๆ จากลำห้วยต่าง ๆ ไปให้ พี่น้องเกษตรกรของเรา สิ่งสำคัญที่สุดในแต่ละพื้นที่มีหนองน้ำ มีแหล่งเก็บน้ำต่าง ๆ ปัจจุบันนี้โดยเฉพาะในพื้นที่ของผมจังหวัดนครพนมตื้นเขินขาดการขุดลอกมานาน🔗
จากในภาพท่านประธานจะเห็นได้ จะตื้นเขิน มีผักตบชวา มีวัชพืชเต็มไปหมด นั่นคือสิ่งที่ทางภาคอีสานได้ขาดการขุดลอก หนองน้ำ จึงขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ หนองน้ำที่เรามีอยู่จำนวนมาก แล้วก็การลงทุน ก็ถูกใช้เงินงบประมาณไม่มาก ต้องขุดลอกหนองน้ำให้กับพี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกร ของเรา ถ้าขุดลอกหนองน้ำแล้วพี่น้องเกษตรกรก็จะมีน้ำใช้ตลอดปีไม่แห้งแล้งนะครับ🔗
และเรื่องต่อมา โดยเฉพาะพื้นที่ที่ห่างไกลยิ่งไกลตัวจังหวัด ไกลเทศบาล ออกไปพี่น้องของเราก็ยากจนมากขึ้น ถนนหนทาง น้ำ ไฟ ประปาไปไม่ถึง หนองน้ำก็ไม่มี นั่นคืออยากให้กรมพัฒนาที่ดิน หมอดินไปขุดสระในไร่นาให้พี่น้องของเรานะครับ ขุดสระไป อาจจะครึ่งไร่ ๑ ไร่ หรือ ๒ ไร่ ก็จะมีน้ำใช้ตลอดปี ไม่แห้งแล้ง ยิ่งหน้าฝนไม่ต้องพูดถึงท่วม ส่วนหน้าแล้งน้ำจะเต็มสระเต็มหนองน้ำตลอด นั่นก็คือฝากกรมพัฒนาที่ดินได้ไปขุดสระ ในไร่นา ที่ผ่านมาท่านดีมากแล้ว ต่อไปทำให้กับพี่น้องเกษตรกรของเราที่อยู่ในไร่สวน ที่ห่างไกลออกไปให้มากขึ้น เพราะในเขตเทศบาล หรืออยู่ในจังหวัด ท่านประธานดูง่าย ๆ เวลาเราขึ้นเครื่องบินไปมองลงมาใกล้กรุงเทพมหานคร ใกล้จังหวัด ใกล้อำเภอนะครับ หนองน้ำเต็มไปหมด แต่หมู่บ้านที่อยู่ห่างไกล มีป่า มีแต่เขา มีแต่ต้นไม้ ไม่มีหนองน้ำเลย นั่นคือสิ่งที่อยากฝากท่านประธานได้ช่วยกระตุ้นทางรัฐบาล ได้ช่วยพี่น้องเกษตรกรของเรา แค่นี้ยังไม่พอครับ ถ้าเราขุดสระในไร่นาเสร็จแล้วเราต้องมีสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าส่งน้ำทางท่อ ให้กับพี่น้องของเรา เพราะว่าหลายที่มีแม่น้ำ มีลำห้วย มีหนองน้ำ ของเราขาดสถานีสูบน้ำ ด้วยไฟฟ้า หรือการก่อสร้างไปหลายร้อยล้านระบบชลประทานสร้างเสร็จก็ใช้งานไม่ได้ นั่นคือเป็นปัญหา แต่ละที่พี่น้องประชาชนของเราร้องเรียนมา ก็อยากให้หน่วยงานภาครัฐ ได้ติดตาม เมื่อสร้างเสร็จแล้วใช้ได้ผลไหม ใช้ได้ครบปริมาณ หรือพี่น้องประชาชนของเรา ในพื้นที่ไหน แม้กระทั่งที่อยู่ใกล้ ๆ ระบบชลประทานยังไม่มีน้ำ นั่นคือสิ่งที่เป็นปัญหา แต่โชคดีพี่น้องประชาชนแจ้งผมมานะครับ ผมก็รีบแจ้งทางกรมชลประทาน แจ้งวันเสาร์ วันอาทิตย์พี่น้องชลประทาน ข้าราชการ หน่วยงานต่าง ๆ ก็รีบไปช่วยพี่น้องประชาชน ของเรา นั่นคือต้องขอขอบพระคุณเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน🔗
สุดท้ายท่านประธานอยากให้มีการพัฒนาพื้นที่ห่างไกลก่อน พื้นที่อยู่ใกล้ เมืองหลวงหรือใกล้ตัวจังหวัด เพราะว่าพี่น้องของเราเดือดร้อนมาก ถ้าเราพัฒนาให้ พี่น้องที่อยู่ห่างไกลเขามีการเกษตรที่ดี มีรายได้ที่ดีก็จะช่วยกันพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว หรือเราเลียนแบบต่างประเทศ เขาใช้วิธีพัฒนาที่ห่างไกล ไม่ใช่พัฒนาแต่ในเมืองหลวง อยู่ในตัวจังหวัด ตัวอำเภอ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปอีก ๓ ท่าน ท่านแรก ท่านมานพ คีรีภูวดล คนที่ ๒ ท่านพลากร พิมพะนิตย์ ท่านที่ ๓ ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เชิญท่านมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนสมาชิกจากพรรคก้าวไกล คุณนิติพล ผิวเหมาะ ที่เสนอญัตตินี้พร้อมกับอีก ๑๐ ญัตติที่ฝ่ายวิชาการได้นำเสนอไว้ ผมได้อ่าน อย่างละเอียดครับท่านประธาน ผมคิดว่าฝ่ายวิชาการได้วิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องของที่มาที่ไป แล้วก็ผลกระทบต่าง ๆ ทั้งในทางวิชาการ ข้อมูลจากต่างประเทศในประเทศและมีสถิติ เรื่องนี้ผมคิดว่าผมจะไม่ลงรายละเอียดแล้ว ผมอยากเสนอแนะเพื่อที่จะเป็นแนวทางให้ คณะกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นนี้ได้ดำเนินการในการทำงานต่อไป ความคาดหวังของผมครับ ท่านประธาน ว่าคณะกรรมาธิการที่จะดูแลเรื่องปัญหาภัยแล้งที่เราเรียกว่า El Nino ผมว่า พูดในจังหวะที่น้ำกำลังจะมาผมว่าดีท่านประธานครับ ที่บ้านผมในที่เชียงใหม่ฝนตกไม่หยุดเลย น้ำป่าก็ไหลหลาก แล้วผมเข้าใจว่าอีกไม่นานเดี๋ยวน้ำก็จะลงมาที่ภาคกลาง ไม่รู้ว่าน้ำจะมา อย่างไร เราก็จะได้รู้ว่าน้ำที่มันอยู่ในหน้าฝนในฤดูน้ำหลาก เราจะเก็บมาแก้ปัญหาใน หน้าแล้งอย่างไร เพราะฉะนั้นความคาดหวังของผมคือว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่จะเกิดขึ้นมา ผมคาดหวังว่าท่านจะต้องมีแผนแม่บทที่จะชี้แนะว่าประเทศไทยจะแก้ปัญหาเรื่องภัยแล้ง อย่างไร ทุกมิติเลยนะครับท่านประธาน ต้องมีแผนแม่บทในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ว่า สภาชุดหน้า ชุดที่ ๒๗ ชุดที่ ๒๘ ก็มาตั้งเรื่องภัยแล้งอีก ผมคิดว่าไม่ควรจะตั้งคณะกรรมาธิการ ซ้ำซากและเรื่องเดิม ๆ แบบนี้ ความคาดหวังของผม ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้น ในรอบนี้ จะต้องดูทั้งระบบ ทั้งเรื่องมิติ องค์ความรู้ มิติเรื่องรูปแบบและกลไกข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นท่านประธานครับ ทีนี้เพื่อให้กรรมาธิการได้เห็นภาพ ผมจะพาท่านประธาน มาดูตัวอย่างว่าการจัดการแก้ปัญหากรณีเรื่องน้ำแล้งในพื้นที่สูงอย่างไร ผมอยากชวน ท่านประธานไปดูพื้นที่ตัวอย่างที่อำเภอแม่แจ่ม หรือเราเรียกว่า แม่วากโมเดล อยู่ที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ คือพื้นที่สูงหลายท่านก็นึกภาพไม่ออกว่าจะเอาน้ำที่ไหนในการบริหาร อย่างในรูปนี้ครับ ทั้งหมดที่ผมจะนำเสนอชาวบ้านเขาใช้คำว่า ระบบการบริหารจัดการน้ำ แบบบ่อพวง ครับท่านประธาน เป็นบ่อพวง รูปต่อไปเราเรียกว่า บ่อแม่ บ่อแม่ก็แล้วแต่ว่า พื้นที่เขาจะมีศักยภาพที่จะสร้างได้ขนาดไหนต้องขึ้นอยู่กับบริบทของพื้นที่ และที่สำคัญคือ เขามีน้ำต้นทุนเท่าไรที่จะเอามา หลังจากนั้นก็คือว่าเขาจะกระจายไปในพื้นที่ที่มี ความลาดเอียงลงไปเราเรียกว่า บ่อลูก ภาพต่อขึ้นเลยครับ บ่อลูกก็จะกระจายไป อย่างกรณีตัวอย่างนี้ บ่อแม่สามารถที่จะกระจายให้บอกลูกอยู่ที่ประมาณ ๑,๒๐๐ ไร่ ท่านประธานครับ อันนี้คือตัวอย่างที่เกิดขึ้นในรูปแบบในพื้นที่สูงที่มีปัญหาเรื่องภัยแล้ง โจทย์สำคัญอย่างนี้ท่านประธานครับ Model ที่ผมได้นำเสนอกรณีแม่วากโมเดลนี้ มันไม่ได้มาจากนโยบายของรัฐบาล ไม่ได้มาจากงบประมาณของส่วนราชการ แต่เป็น ความตั้งใจที่พี่น้องประชาชนพยายามหารูปแบบวิธีการแก้ปัญหาเกิดจากการระดม การแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ช่วยกันระดมทุน ขอความร่วมมือบริษัทเอกชน ส่วนราชการบางส่วนก็เอื้ออำนวย หน่วยงาน องค์กรภาคี ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการส่วนเล็ก ๆ ในพื้นที่ เช่น อบต. โครงการพัฒนาเกษตรที่สูง มีบริษัทเอกชนต่าง ๆ เข้ามาสนับสนุนงาน แล้วก็ที่สำคัญคือก็ช่วยกันขุด ใครมีจอบ มีเสียม มีอุปกรณ์อะไรก็ช่วยกันซื้ออุปกรณ์ และวางแผน อันนี้รูปแบบที่ผมคิดว่าเป็นตัวอย่างความพยายามที่มันจะนำไปสู่การแก้ปัญหา ซึ่งสำคัญ ที่สุดผมคิดว่าที่จะนำไปสู่ข้อเสนอของผมในการให้คณะกรรมาธิการช่วยพิจารณาครับ ท่านประธาน ประเด็นสำคัญผมคิดว่าคณะกรรมาธิการจะต้องพิจารณาเรื่องสำคัญ🔗
เรื่องแรก ก็คือว่าท่านจะต้องเอาพื้นที่เป็นพระเอก อะไรก็ตามแต่ กรณี เรื่องน้ำขาด น้ำแล้ง น้ำแห้ง น้ำท่วม มันไม่ได้มาท่วมที่สภานะครับท่านประธาน มันไม่ได้ มาท่วมที่กรมชลประทาน มันไม่ได้มาท่วมที่กรุงเทพฯ ไม่ได้ไม่ให้แล้งที่กรุงเทพฯ นะครับ เพราะนั่นคือการเอาพื้นที่เป็นตัวตั้งให้กลไกในพื้นที่ที่เขามีรูปองค์กรในลักษณะของ คณะกรรมการก็ดี การดึงการมีส่วนร่วมจากส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่ก็ดี เป็นคนตัดสินใจว่า เขาจะแก้ปัญหาในรูปแบบภัยแล้งในพื้นที่ของเขาแบบไหน อันนี้เรื่องสำคัญนะครับ ที่ผมพยายามจะใช้มาตลอดคือว่าเอาพื้นที่เป็นตัวตั้งนะครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ ผมคิดว่าอันนี้คณะกรรมาธิการต้องไปดูด้วยครับ ผมคิดว่าเรื่องภัยแล้ง มันจะไปเกี่ยวข้องกัน คือมันจะเกี่ยวข้องเรื่องรูปแบบการใช้ที่ดินครับท่านประธาน พื้นที่ ที่แล้งอยู่แล้วเราจำเป็นจะต้องไปกำหนดพืชที่เหมาะสม ในพื้นที่สูงผมคิดว่าพืชหนาวก็ดี อะไรพวกนี้ที่ต้องใช้น้ำหน้าแล้งควรจะลดนะครับ เรามีความพยายามที่จะเสนอว่ามีโครงการ ของรัฐบาลด้วยว่าสร้างป่า สร้างรายได้ พื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทย ไม่ว่าปิง วัง ยม น่าน ทั้งหมด ในอดีตเคยถูกสัมปทานหมดเลยครับท่านประธาน บริษัทต่างประเทศ บริษัทในประเทศ คือมันมีความเหมาะสมในการสร้างป่าที่จะนำไปขายและส่งออก แต่วันนี้เรามีกฎหมายห้าม ไม่ให้ปลูก แล้วผมถามว่าตอนที่เราไปสัมปทานเราตัดต้นไม้ป่านี้มันผิดตรงไหน เพราะนั่นคือ รูปแบบที่จะต้องคิดว่าการปลูกป่าแล้วก็ทำให้อุตสาหกรรมป่าไม้ในพื้นที่เหล่านี้ พืชเหล่านี้จะ ใช้น้ำน้อยลง ซึ่งเรามีตัวอย่างนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ครับท่านประธาน ผมคิดว่าเรื่องนี้จำเป็นมาก ๆ ก็คือเรื่องของระเบียบ กติกาต่าง ๆ หลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ พื้นที่ประชาชนคิดได้ ส่วนราชการก็อยากจะเอาด้วย แต่ว่าไปติดที่ระเบียบหมดเลย อบต. เทศบาล จังหวัด อยากจะทำ แต่ระเบียบอันนี้ก็ทำไม่ได้ งบมาแล้วก็ทำไม่ได้ อันนี้คณะกรรมาธิการจะต้องไปดูว่าอุปสรรคที่เป็นข้อจำกัดในทางนโยบาย ในทางระเบียบมันมีอะไรบ้าง ท่านจะต้องไปทำเป็นข้อเสนอที่อยู่ในแผนแม่บท เป็นข้อเสนอ ในการปลดล็อกให้อุปสรรคเหล่านี้มันหายไป🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน พรรคก้าวไกลก็มีข้อเสนอว่าตอนนั้นนโยบายเรา ก็คือเราจะสนับสนุนท้องถิ่น เช่น อบต. เทศบาล อย่างน้อย ๑๐ ล้านบาท อย่างน้อยนะครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นก็คือนโยบายนี้พรรครัฐบาลก็เอาไปได้ สนับสนุนให้ท้องถิ่นเขามี งบประมาณ มีอิสรภาพในการแก้ปัญหาให้ตัวเอง พรรคก้าวไกลยินดีที่จะให้นำโยบายนี้ไปใช้ เพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพลากร พิมพะนิตย์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพลากร พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ จากที่ท่านสมาชิกได้เสนอญัตติเพื่อขอแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากปรากฏการณ์ EL Nino ซึ่งจะส่งผลกระทบ เป็นวงกว้างในประเทศไทยและทั่วโลก🔗
ท่านประธานครับ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ในพื้นที่ของกระผมต้องยอมรับว่ามีฝนตกต่อเนื่องหลายวัน ทำให้ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำ สาธารณะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ซึ่งรองรับน้ำจากหลายสาย ในขณะที่จากสถานการณ์ฝนตกชุก ทำให้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ทางการเกษตรหลายหมื่นไร่ ซึ่งเป็นช่วงที่ข้าวกำลังอุ้มท้องเพื่อรอเก็บเกี่ยวผลผลิตรับความเสียหาย พี่น้องประชาชน บ้านเรือนหลายหลังคาเรือนได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมอย่างเฉียบพลัน จากที่เห็น ในภาพครับท่านประธาน เป็นพื้นที่น้ำท่วมในเขตพื้นที่ของผมที่อำเภอยางตลาด ซึ่งประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบได้บอกกับกระผมว่าปีนี้น้ำมาในปริมาณมากกว่าปกติ ซึ่งเขื่อนลำปาว รองรับน้ำได้จากหลายจังหวัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางเขื่อนลำปาวได้เปิดประตูระบายน้ำ ๔ บาน เพื่อระบายน้ำของเขื่อนลำปาว ซึ่งสามารถรองรับน้ำได้อีกประมาณ ๙ เปอร์เซ็นต์ของความจุ ของเขื่อน ท่านประธานครับ นี่คือข้อดีของเขื่อนที่จะสำรองน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง เป็นผลดีที่จังหวัดกาฬสินธุ์มีเขื่อนดินขนาดใหญ่ แต่ยังไม่เพียงพอครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัด ครับท่านประธาน แน่นอนครับท่านประธานมีพื้นที่นอกเขตบริการส่งน้ำของเขื่อนลำปาว ที่จะได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ El Nino ทั้งที่มีปริมาณน้ำฝนตกชุกอย่างหนาแน่น ในเขตพื้นที่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ครบทุกอำเภอ ท่านประธานครับ เวลาน้ำมาน้ำก็ท่วม เกษตรกรไม่มีพื้นที่เป็นแก้มลิงเพื่อจะเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง แหล่งน้ำธรรมชาติตื้นเขิน ขาดงบประมาณลงไปดูแล ดังนั้นหากจะมีการรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เห็นด้วยอย่างยิ่งครับที่จะมีการศึกษาที่จะรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว กระผมจะชี้ให้เห็น ถึงตัวเลขที่ยกตัวอย่างง่าย ๆ เฉพาะในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์มีอ่างเก็บน้ำ ขนาดใหญ่คือเขื่อนลำปาว ๑ แห่ง เก็บน้ำขนาดกลาง ๑๗ แห่ง อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ๒๗๐ แห่ง อ่างเก็บน้ำตามพระราชดำริอีก ๒๑ แห่ง ท่านประธานครับ รวมทั้งหมดแล้วไม่ว่าจะเป็น อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก และตามพระราชดำริรวมกัน ๓๐๙ แห่ง ยังไม่รวมหนองน้ำสาธารณะ ห้วย หนอง คลอง บึง เมื่อถึงฤดูน้ำหลากเห็นได้ชัดตามที่ ผมกราบเรียนท่านประธานไปว่าน้ำท่วม แต่เวลาฤดูแล้งน้ำไม่เพียงพอต่อพี่น้องประชาชน แล้ง ล่ม ท่วมซ้ำซาก ความล้มเหลวของการบริหารจัดการน้ำเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำซาก สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย มีให้เห็นอย่างชินตา ตลอดระยะเวลา ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาครับท่านประธานได้พยายามหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุย ทุกรัฐบาล แต่ยังไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม จริง ๆ แล้วน้ำท่วม น้ำแล้ง ทุกอย่างต้องถามตรงนี้ว่าการแก้ไขปัญหาติดขัดที่อะไรครับ เป็นเหมือนภาพจำ เป็นละคร เรื่องเดิมที่ฉายซ้ำทุกปี หลัก ๆ เลยครับปัญหาเกิดจากการบริหารจัดการน้ำที่ล้มเหลว ประเด็นแรก ขาดเอกภาพในการบริหารจัดการน้ำระดับนโยบาย ระดับปฏิบัติงาน ขาดข้อมูล ในการวางแผนการตัดสินใจ การสั่งการ กฎหมายและแม่บท และองค์กรที่กำกับดูแล ในภาพรวมการบริหารและจัดการ ท่านประธานครับ ทรัพยากรน้ำในระบบกลายเป็น อุปสรรคที่ทำให้สังคมไทยไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และหลังเกิดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ มันจึงทำให้เห็นภาพที่ต้องจำทนและจำใจอยู่กับมัน ไม่ต้องถามถึงเรื่องความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ประหนึ่งว่าสังคมไทยแห่งนี้ขาดความรู้ ในการเรียนรู้การเก็บรับบทเรียนเพื่อพัฒนาโดยปริยาย ท่านประธานครับ ทุกสิ่งทุกภาคส่วน ต้องร่วมกันทบทวน ปรับปรุง กระบวนการการบริหารจัดการน้ำให้มีความเหมาะสม กับปัจจุบัน ด้วยแนวคิดของนโยบายที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงและสามารถ ปฏิบัติได้โดยอาศัยข้อมูล ความรอบรู้และสติปัญญาของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่เข้าใจรากเหง้า ของปัญหา ถึงเวลาแล้วครับท่านประธานที่จะต้องมีการศึกษาอย่างจริงจัง มีการบูรณาการ ทุกภาคส่วนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติไปได้ครับ ควรมีคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ กำหนดกรอบ นโยบายและแผนงานให้มุ่งเน้นไปสู่การแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ำและสร้างโอกาส ให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงทรัพยากรน้ำอย่างเหมาะสม ผมจึงเห็นด้วยกับผู้เสนอแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์ El Nino ให้ครอบคลุม ทุกมิติ เร่งด่วนเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมคิดว่าคงไม่ต้องมาพูดอธิบายอะไรมากเกี่ยวกับปรากฏการณ์ El Nino ผมคิดว่าตอนนี้ประชาชนจำนวนมากก็รู้อยู่แล้ว เอาว่าสรุปสั้น ๆ ครับว่าปรากฏการณ์ El Nino นี้จะทำให้ปัญหาภัยแล้งที่เป็นทุกข์ระทมอยู่แล้วนี่ก็อาจจะหนักหนาสากรรจ์ หรือแล้งอยู่แล้วก็แล้งหนักขึ้น เมื่อวันที่ ๑๕-๑๗ กันยายนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสได้ไปพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ สส. ญาณธิชา บัวเผื่อน ขออนุญาตที่เอ่ยนาม เชื่อไหมครับท่านประธาน จังหวะที่ ผมได้ไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ในตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอโป่งน้ำร้อน ก็มีชาวบ้าน เล่าให้ฟังว่าภัยแล้งที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ทำให้น้ำไม่มี แต่ปัญหาช้างป่าในพื้นที่ ที่ประชาชนหรือเกษตรกรไม่เคยเจอตอนนี้เจอช้างแล้ว เรื่องนี้ผมคิดว่าผมอยากจะสะท้อน ให้กับประชาชนทั้งประเทศรับรู้ว่าปัญหาช้างป่าในพื้นที่สำคัญอย่างจังหวัดจันทบุรี ที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำในการผลิตผลไม้เพื่อการส่งออกเพื่อเศรษฐกิจไทย ตอนนี้ก็ได้รับผลกระทบ จากปัญหาช้างป่าอย่างหนัก คนเมืองที่ร้องเพลงช้าง ช้าง ช้าง น้องเคยเห็นช้างหรือเปล่า คนจันทบุรี ถ้าเจอช้างเมื่อไรร้องเพลงไม่ออกได้แต่ร้องไห้ ตอนนี้ช้างป่าสร้างผลกระทบกับ เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้อยู่หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน ลำไย มังคุด เรียกว่าผลไม้ ทุกชนิด คราวนี้ปัญหาเป็นอย่างนี้ครับ ปัญหาของช้างป่าเวลาที่เขาเข้ามาทำลายสวนผลไม้ ของเกษตรกรที่จังหวัดจันทบุรี ทุกอย่างราบเป็นหน้ากลอง ยิ่งกว่าถูกไฟไหม้ คืออย่างนั้น ปัญหาของช้างป่าเทียบเท่ากับสวนไฟไหม้ทั้งสวน คราวนี้ปัญหาเกิดอะไรขึ้น คราวนี้ การชดเชยเยียวยาปัจจุบันการชดเชยเยียวยาจะจ่ายเงินชดเชยเยียวยาอัตราก็น้อยนิดอยู่แล้ว ปัญหาคือสวนตรงนั้นจะต้องเสียหายแบบสิ้นเชิงอีก ท่านประธานครับ ถ้าเกิดเคยไปเยี่ยม สวนก็รู้ดี อย่างลำไยถ้าเกิดหักไปครึ่งต้นกิ่งพังทลาย แต่ไม่ตายทั้งต้นไม่ได้รับการชดเชย และผมตั้งคำถามว่าแล้วประชาชน เกษตรกร ชาวบ้าน ประชาชนที่อยู่ในจังหวัดจันทบุรี ระยอง และจังหวัดอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่าเขาจะรู้สึกอย่างไร ศูนย์อาสาเฝ้าระวัง ช้างป่าก็ได้รับงบประมาณน้อยนิด ๕๐,๐๐๐ บาทต่อปี จะทำอะไรทีก็ยังต้องมีภาระงาน ธุรการงานเอกสารเต็มไปหมดนี่คืองานอาสาสมัครนะครับ แต่ต้องไปบังคับเขาทำโน่นทำนี่ เขาก็เสี่ยงว่าจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายจากการทำเอกสารที่ผิดพลาดหรือเปล่า นี่ก็เป็นความกังวล ที่ช้ำไปกว่านั้น ถ้าเกิดปรากฏว่าชาวบ้านเขาป้องกันตัวเอง เกษตรกร เขาป้องกันตัวเอง เขาทำรั้วไฟฟ้า แล้วปรากฏว่าช้างป่าตัวใดตัวหนึ่งปะเหมาะเคราะห์ร้าย มาถูกช็อตจนเสียชีวิต ชาวบ้านโดนปรับเป็นล้าน ๑ ล้านบาท จำคุกด้วยไม่เกิน ๑๐ ปี เขาแค่ ต้องการปกป้องสวนของเขาที่เป็นแหล่งทำมาหากินที่เขาได้เลี้ยงดูตัวเอง เลี้ยงดูครอบครัว ช้างตายปรับเป็นล้าน หัวหน้าครอบครัวติดคุก ผมอุทานในใจว่าเกิดอะไรขึ้นครับ แต่ในขณะเดียวกันอาสาสมัครผลักดันช้างหรือประชาชนในพื้นที่ปะเหมาะเคราะห์ร้าย เหมือนกันถูกช้างป่าเหยียบตาย ผมถามตรงนี้เลย ผมมองไปที่ตรงนี้เลย ถูกช้างป่าเหยียบตาย ถ้าเป็นประชาชนเงินชดเชยเยียวยา ๒๙,๐๐๐ บาท ถ้าเป็นหัวหน้าครอบครัว ๒ เท่า ๕๘,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ จะให้ประชาชนเขารู้สึกอย่างไร เรามักจะบอกว่าเราต้อง ทำให้การอนุรักษ์ช้างกับประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลซึ่งผมเห็นด้วย แต่ตอนนี้งบประมาณ ให้กับศูนย์เฝ้าระวังช้างก็เป็นแค่นี้ การชดเชยเยียวยาก็ต้องให้พังราบเป็นหน้ากลองถึงจะจ่าย แล้วก็จ่ายเงินน้อยนิด ประชาชนตายจ่ายแค่หลักหมื่น เผลอพลาดไปทำช้างตายจำคุก ๑๐ ปี ปรับเป็นล้าน ถ้ารัฐบาลไม่เข้าไปแก้ไขเรื่องนี้อย่างจริงจัง ความเจ็บช้ำน้ำใจของเกษตรกร และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า พ่อเขาตายจากช้าง ญาติเขาตายจากช้าง แล้วรัฐบาล ไม่เหลียวแล มองปัญหาเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก แล้วก็กล่อมหัวพวกเขาว่าต้องอนุรักษ์ช้าง แต่ไม่อนุรักษ์ชีวิตของประชาชนในพื้นที่แล้วเขาจะอยู่อย่างไร ไม่ต้องพูดถึงมาตรการคูกันช้าง ที่ไม่ได้ผล ไม่ต้องพูดถึงมาตรการเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ได้ผล วันนี้ประชาชนในพื้นที่เขาต้องการ การศึกษาอย่างจริงจังว่าปริมาณช้างป่ามีอยู่เท่าไร มีนักวิชาการเสนอมากมายว่าให้ติดตั้ง GPS แต่ก็ปรากฏว่าไม่เคยทำอย่างจริงจัง มีนักวิชาการอีกหลายคน ผมว่าเป็นส่วนใหญ่เลยว่าจะต้อง เร่งพัฒนาแหล่งอาหาร แหล่งน้ำให้กับช้างป่า ถ้าเขามีแหล่งอาหาร มีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ เขาก็ไม่จำเป็นต้องมารุกรานพื้นที่ของชาวสวนและเกษตรกร แต่ก็ไม่เคยทำ ทำแต่คูกันช้าง ช้างเหยียบทีคูก็พัง แต่คูกันช้างมันดีอย่างหนึ่งมันเบิกทำใหม่ได้ทุกปี ตกลงแล้วคูกันช้าง นี่มันกั้นช้างป่าหรือมันอำนวยเงินทอนให้กับเจ้าหน้าที่กันแน่ ประชาชนที่จันทบุรีเขาก็ฝากถาม นับจากนี้ท่านประธานครับ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ที่ศึกษาผลกระทบจาก ปรากฏการณ์ El Nino ซึ่งเป็นปัญหาภัยแล้งจะศึกษาเพิ่มเติมไปถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจาก ช้างป่าและหาแนวทางในการจัดการกับปัญหาช้างป่าอย่างสร้างสรรค์ที่ทำให้การอนุรักษ์ ช้างป่าสามารถเคียงคู่ไปกับการดูแลเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่าด้วย ศูนย์เฝ้าระวังช้างป่าอาสาสมัครก็ควรได้รับการดูแล และที่สำคัญที่สุดจริงจังกับเรื่องช้างป่า ได้แล้ว ที่คนจันทบุรีเวลาได้ยินเพลงนี้ช้าง ช้าง ช้าง น้องเคยเห็นช้างหรือเปล่า อย่าร้อง ให้เขาฟังครับ ร้องปุ๊บเขาจะร้องไห้ทันที ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปอีก ๓ ท่าน ท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ท่านณรงเดช อุฬารกุล ท่านอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ เชิญท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ ประเทศไทยของเรามีปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งติดต่อกันมาเป็นเวลานานแล้ว แต่เดิมเราอาจจะคิดว่าการเกิดน้ำท่วมหรือน้ำแล้งนั้น เป็นเหตุการณ์ผิดปกตินาน ๆ ทีถึงเกิดขึ้นครั้งหนึ่ง แต่ด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาการ การตรวจสอบ การตรวจวัด และการแลกเปลี่ยนข้อมูลของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกทำให้ ณ วันนี้เราพูดได้ด้วยความเชื่อมั่นว่าปรากฏการณ์น้ำท่วมน้ำแล้ง อากาศร้อนอากาศเย็น หรือที่เรียกกันว่าปรากฏการณ์ La Nina หรือ El Nino เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปกติ มาช้านานในโลกใบนี้ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวมีความรุนแรงขึ้นเมื่อมีการกระทำของมนุษย์ ที่ไปกระทบกระเทือนต่อสมดุลของธรรมชาติ ดังนั้นอาจจะกล่าวได้ว่านอกจากเราจะมี เรื่องของการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล กล่าวคือมีฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว แล้วเรายังมี อีกตัวหนึ่งที่เราจะต้องอยู่ให้ได้ก็คือปรากฏการณ์ El Nino ปรากฏการณ์ La Nina หรือที่เรียกว่า ENSO เป็นวัฏจักร El Nino Southern Oscillation เป็นปรากฏการณ์ ที่จะเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ประเทศเราจะเป็นอย่างนี้เรื่อย ๆ ประเทศอื่น ๆ ในโลกก็จะเป็น เช่นเดียวกัน แล้วปรากฏการณ์ El Nino โดยทั่วไปเราก็จะบอกว่ามันมีลักษณะพิเศษ ถ้าพูด ให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ El Nino ก็จะมีปัญหาเรื่องอุณหภูมิสูงขึ้นแล้วก็แล้ง โดยเฉพาะ ถ้าในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือเอเชียกลาง เช่น ประเทศไทยหรืออินเดีย ลักษณะพิเศษเวลาเกิด El Nino ก็คืออุณหภูมิจะสูงขึ้นแล้วก็เกิดการแล้ง แต่ว่าไม่ได้แล้ง ทั่วโลก ถ้าในอเมริกาใต้ แปซิฟิกฝั่งตะวันตก จะพบว่าในขณะที่ประเทศไทยเกิด ความแห้งแล้งนั้น ประเทศทางฝั่งแปซิฟิกฝั่งตะวันตกนั้นกลับมีปัญหาน้ำท่วม ทั้งนี้เนื่องจากมันมีการแปรปรวนของอุณหภูมิของน้ำทะเล มีการเปลี่ยนแปลงไปของลมการค้า หรือเรียกว่าลมค้า หรือ Trade Wind ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของ กระแสน้ำอุ่นที่แทนที่จะมีการเคลื่อนไหวจากตะวันตกมาตะวันออกก็ไม่เคลื่อนไหว ทำให้เกิด ความแปรปรวนนะครับ เพราะฉะนั้นประเทศไทยจะต้องอยู่กับวัฏจักรอย่างนี้ให้ได้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีระบบที่สามารถจัดการเก็บกักน้ำในช่วงที่มีการน้ำท่วม และนำมาใช้ ในช่วงที่มีการน้ำแล้ง เป็นสิ่งที่เราจะต้องทำและต้องทำให้เป็นระบบที่เป็นโครงสร้างถาวร ที่จะรับมือกับวัฏจักรอันนี้ให้ได้ วัฏจักรอันนี้มีปัญหาก็คือเราไม่ทราบว่าเวลาเกิดวัฏจักรอันนี้ ความรุนแรงจะเป็นเท่าไร เรารู้ว่ามันจะเกิดขึ้น อย่างเช่นในครั้งนี้เรารู้ว่าจะเกิดขึ้น อเมริกา ประกาศก่อน ต่อมาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาประเทศออสเตรเลียก็ประกาศว่าเกิดปรากฏการณ์ El Nino ประเทศไทยก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นเดียวกัน แต่ที่เราไม่รู้คือปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้น เป็นเวลา ๙ เดือน ๑๒ เดือน หรือนานกว่านั้น แต่ไม่ว่าจะเป็น ๙ เดือน ๑๒ เดือน หรือนานกว่านั้นประเทศไทย รัฐบาลไทยจะต้องเตรียมรับมือเหตุการณ์อันนั้น ซึ่งผมเชื่อว่า ถ้าหากเกิดขึ้นเพียง ๑ ปี ด้วยระบบปัจจุบันที่เรามีอยู่ก็คงรับมือได้ไม่ยากนัก แต่ก็ต้องเผื่อใจว่า ถ้าปรากฏการณ์นี้ เกิดขึ้นนานกว่า ๑ ปีเราจะป้องกันปัญหาได้อย่างไร ช่วงนี้ทราบว่า ในหลายจังหวัดมีน้ำเกิน ก็เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องเก็บกักน้ำส่วนเกินนั้นไว้ รวมทั้ง จะต้องเตรียมพร้อมที่จะใช้น้ำใต้ดิน หรือที่เรียกว่า Ground Water เอามาใช้ในกรณีที่ ปริมาณน้ำที่ต้องใช้เกิดไม่เพียงพอขึ้นมา รวมทั้งต้องวางแผนในเรื่องของการปลูกพืช ที่ใช้น้ำน้อยลง ถ้าหากมีความจำเป็นนะครับ ก็เป็นสิ่งที่ภาครัฐต้องเตรียมพร้อมที่จะรับมือ แล้วผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะมีการตั้งขึ้นนั้นจะได้มีการวางแผน ที่จะรับมือปรากฏการณ์ ENSO หรือ El Nino สลับกับ La Nina มันจะเกิดขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศของเราจะมีวิธีการที่รับมือกับเหตุการณ์นี้อย่างมั่นคงถาวร ไม่เช่นนั้นเราก็อาจจะเกิดปัญหาเช่นที่ประเทศอินเดียเคยเกิดขึ้นในปี ๒๐๑๖ หรือเมื่อประมาณ ๗ ปีที่แล้ว เกิดปัญหาข้าวยากหมากแพง ขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรงในประเทศอินเดีย ทำให้เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาประมาณ ๑-๒ เดือนที่ผ่านมาประเทศอินเดียถึงกับประกาศว่า ห้ามมิให้มีการส่งออกข้าว ทำให้ราคาข้าวขึ้นเป็นการทั่วไปนะครับ นั่นก็คือความรุนแรง ของเหตุการณ์ El Nino ในครั้งนี้ ก็ขออนุญาตฝากความกังวลจากท่านประธานไปถึง ทางรัฐบาลว่า El Nino ในครั้งนี้อาจจะรุนแรงมากกว่า ๑ ปี เพราะฉะนั้นการวางแผนป้องกัน จะต้องป้องกันไม่เพียงแต่ปี ๒๕๖๗ เท่านั้น แต่จะต้องเผื่อไปถึงปี ๒๕๖๘ ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณรงเดช อุฬารกุล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ณรงเดช อุฬารกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ๑๐ ปีที่ผ่านมาประเทศไทยเผชิญกับ ความแปรปรวนของสถานการณ์ฝนตกค่อนข้างสูง น้ำฝนมีมากกว่าปกติและน้อยกว่าปกติ สลับกันถี่มากขึ้น ในปี ๒๕๕๔ ประเทศไทยมีน้ำฝนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่หลังจากนั้น เพียง ๒ ปีก็เกิดภัยแล้งรุนแรงต่อเนื่องระหว่างปี ๒๕๕๗ ถึงปี ๒๕๕๘ เพราะมีฝนตกน้อย คือลดลง ๑๔.๗๓ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ความแปรปรวนของสภาพอากาศเช่นนี้ทั้ง El Nino และ La Nina แสดงให้เห็นว่า รัฐต้องเปลี่ยนแปลงการรับมือจากโครงสร้างหรือการก่อสร้างขนาดใหญ่ เป็นมาตรการต่าง ๆ ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วตามสถานการณ์ ปัจจุบันปัญหามีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากภาคการเกษตรก็มีความต้องการน้ำเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันภัยแล้งที่อาจจะ เกิดขึ้นในขณะที่พื้นที่ที่เป็นเมือง ถึงแม้ต้องสำรองน้ำใช้เพื่อการอุปโภคและการบริโภค แต่ก็มีความกังวลกับการเก็บกักน้ำปริมาณมากที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย หากมีฝนตกลงมา อย่างต่อเนื่อง🔗
จากรายงานการติดตามการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ฤดูฝนปี ๒๕๖๖ ครั้งที่ ๑๒ โดยกองบริหารจัดการลุ่มน้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ คาดการณ์ว่า ประเทศไทยเข้าสู่ปรากฏการณ์ El Nino ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๖๖ ไปจนถึงเดือนเมษายน ๒๕๖๗ จึงมีมติให้คาดการณ์ฝนรายเดือนในกรณีค่าต่ำสุด เพื่อนำเอามาใช้ในการวางแผน การบริหารจัดการน้ำในปี ๒๕๖๖-๒๕๖๗ โดยคาดการณ์ว่าจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ๓๕ แห่ง เมื่อสิ้นสุดฤดูฝนจะมีอ่างเก็บน้ำที่อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังน้ำน้อยจำนวน ๑๓ อ่าง และมีอ่างเก็บน้ำที่คาดว่าอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังน้ำอย่างมาก ๓ อ่าง การบริหารวิกฤติภัยแล้ง อย่างไม่ระมัดระวังนำไปสู่สถานการณ์น้ำท่วม จากการคาดการณ์ดังกล่าวทำให้อ่างเก็บน้ำ หลายแห่งเก็บน้ำจนเต็มความสามารถ หนองหารมีปริมาณน้ำ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนน้ำพุงมีปริมาณน้ำ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนน้ำอูนมีปริมาณน้ำ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนลำปาวมีปริมาณน้ำ ๙๓ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนสิรินธรมีปริมาณน้ำ ๘๓ เปอร์เซ็นต์ โดยลุ่มน้ำโขงมีปริมาณน้ำจัดเก็บในแหล่งน้ำขนาดกลาง ๘๖ อ่าง ปริมาณ ๑๑๕ เปอร์เซ็นต์ ของความจุ ถ้าตามรูปก็จะเป็นจุดที่เป็นสีแดงจะเห็นว่าจุดสีแดงกระจายตัวในลุ่มน้ำโขง🔗
ล่าสุดเมื่อวานนี้ที่จังหวัดสกลนคร ขอ Slide ถัดไปครับ จังหวัดสกลนคร เคยประสบอุทกภัยในปี ๒๕๖๐ เนื่องจากพายุเซินกาทำให้น้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างในเขต เทศบาลนครสกลนคร เหตุการณ์ครั้งนั้นก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน ทำให้จังหวัดสกลนครได้มีการวางแผนรับมือน้ำท่วม เป็นอย่างดี เมื่อปีที่แล้วเดือนสิงหาคม ๒๕๖๕ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครได้ให้สัมภาษณ์ว่า จากบทเรียนมหันตภัยน้ำท่วมใหญ่ปี ๒๕๖๐ สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงกว่า ๑๐ อำเภอ จึงมีการทบทวนถอดบทเรียนว่าจะทำอย่างไรไม่ให้น้ำท่วมซ้ำซากอีก เราได้รับ งบประมาณจากรัฐบาลซึ่งเป็นโครงการที่ใหญ่มาก เป็นโครงการประตูระบายน้ำลำน้ำพุง ลำน้ำก่ำ งบประมาณ ๑,๗๖๐ ล้านบาท ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว ๗๐ เปอร์เซ็นต์ และคาดว่า จะแล้วเสร็จในปี ๒๕๖๙ ซึ่งโครงการนี้มีความสำคัญอย่างไร ก็คือเป็นการระบายน้ำ จากลำน้ำพุงลงน้ำก่ำโดยไม่ต้องเข้าหนองหาร ในกรณีที่สถานการณ์วิกฤติของหนองหาร เราจะมีประตูปิดกั้นไม่ให้น้ำไหลลงหนองหารซึ่งแต่เดิมไม่มี เราจะมีทางช้างเผือกที่จะระบายน้ำ ลงน้ำก่ำโดยไม่ต้องเข้าหนองหาร ท่านประธานครับ ปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้ก่อสร้างแล้ว เสร็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ตามรูปภาพนะครับ🔗
ขอ Slide หน้าถัดไปครับ นี่คือรูปเมื่อวานนี้ท่วมไหม วิกฤติไหม โครงการ ที่ใหญ่มากช่วยได้ไหม แล้วสาเหตุมาจากอะไร เมื่อไปดูโค้งปฏิบัติการอ่างเก็บน้ำ หรือรู้ Rule Curve ของหนองหารจะพบว่าเส้นสีม่วงตำแหน่งที่มีดาวนะครับ ปริมาณระดับน้ำ ของหนองหารมีการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาอันสั้น รูปถัดไปเห็นไหมครับว่า ขยับขึ้นภายในวันเดียว เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่มากขึ้น ที่ตกจนท่วมอำเภอเต่างอย เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายนที่ผ่านมาส่งผลให้ระดับน้ำในหนองหารสูงเกินเส้น Upper Rule Curve จากเอกสารจัดทำโค้งปฏิบัติการอ่างเก็บน้ำโดยกรมชลประทานกล่าวว่า Upper Rule Curve คือระดับน้ำตอนบนที่กำหนดไว้เป็นมาตรฐานของอ่างเก็บน้ำในแต่ละเดือน จำเป็นต้องรักษาระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำไม่ให้มีระดับน้ำสูงเกินกว่าระดับควบคุมตอนบน ทั้งนี้เพื่อสำรองปริมาตรน้ำที่อยู่ระดับควบคุมตอนบนกับระดับเก็บกักสูงสุดไว้สำหรับป้องกัน น้ำท่วมครับ จากรูปเกินไหมครับ มันเลยท่วมครับ ถึงแม้ ๖ ปีที่ผ่านมาจังหวัดสกลนคร จะมีการเตรียมการอย่างดีมีการวางแผนก่อสร้างใช้งบประมาณไปเป็นพันล้านบาท ก็ยังไม่สามารถรับมือกับสภาพอากาศที่วิกฤติที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้ การบริหารจัดการน้ำ ที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถตอบสนองต่อภาคการเกษตรและบริหารความเสี่ยงจากน้ำท่วม ได้ดีพอ ผมเห็นว่าสถานการณ์สภาพอากาศวิกฤติเป็นสถานการณ์เร่งด่วนและมีเหตุให้พี่น้อง ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างจึงเห็นควรให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น เพื่อทำการพิจารณาศึกษาตรวจสอบ และดำเนินแนวทางแก้ไขปัญหาตามที่คุณนิติพล ผิวเหมาะ ผู้ยื่นญัตติจากพรรคก้าวไกลได้เสนอ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๗ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้กระผมจะขออภิปรายญัตติเรื่องผลกระทบของ El Nino และขอแจ้งให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านทราบว่าวันนี้เราได้รับเกียรติจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรี ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งท่านได้มานั่งฟังพวกเราอภิปรายเพื่อนำสิ่งที่พี่น้อง สส. สะท้อนในวันนี้นำไปเป็นนโยบาย และแผน เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องของผลกระทบจาก El Nino ตรงนี้ก็ต้อง ขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรี ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นอย่างสูงครับ ขอ Slide ด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับผลกระทบของ El Nino ก็จะมีทั้งเรื่องภัยแล้ง เรื่องน้ำท่วม เรื่องพายุรุนแรงซึ่งส่งผลให้เกิดสภาวะการขาดแคลนของ อาหารและน้ำ ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนด้านล่างเราก็จะ เห็นปัญหาของ El Nino ผลกระทบก็จะมีเรื่องการขาดแคลนน้ำ เรื่องของปัญหาเรื่องเกษตร ที่ปลูกข้าวลำบาก เรื่องความมั่นคงด้านอาหาร ซึ่งส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ การผลิตพลังงาน และไฟฟ้าพลังน้ำ รวมถึงผลที่ตามมาด้านสุขภาพ ด้านสิ่งแวดล้อม เพราะ El Nino เอง ก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาเรื่องภัยแล้งบางครั้งจึงทำให้เกิดไฟป่า ผมจึงมีแนวทางการบริหารจัดการ ตรงนี้ก็ต้องฝากท่านประธานนำเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับด้านภัยแล้ง และผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน🔗
๑. เนื่องจากงบประมาณปี ๒๕๖๗ มีแนวโน้มจะล่าช้า ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ อาจจะมีการใช้งบกลางที่ท่านนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องคือเรื่องของ El Nino อย่างเร่งด่วน🔗
๒. ระดมสรรพกำลังเครื่องไม้เครื่องมือของทุกหน่วยงานเข้าไปแก้ไขปัญหา ภัยแล้งทั้งรถขุด รถ Backhoe รถเจาะน้ำบาดาล รถน้ำ เครื่องสูบน้ำที่สำคัญต้องมี การติดตามผ่านระบบเพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบว่า ขณะนี้ทาง เครื่องไม้เครื่องมือส่งไปในพื้นที่ไหนบ้างเพื่อสามารถติดตามและตรวจสอบได้🔗
๓. กระทรวงมหาดไทยควรส่งเสริม จัดสรร อนุมัติให้ท้องถิ่น อบต.เทศบาล มีเครื่องไม้เครื่องมือที่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องรถขุด รถเจาะน้ำบาดาล เพราะลำพัง การรองบอุดหนุนจากรัฐบาลจะไม่ทันการณ์🔗
๔. กรมชลประทานควรเร่งศึกษาการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อศึกษาว่าพื้นที่ไหนควรลงทุนอะไรบ้าง ตรงไหนควรทำประตูน้ำ ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหา เรื่องน้ำให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยท่านรัฐมนตรีธรรมนัส พรหมเผ่า ได้มีแนวคิดดังกล่าวแล้ว และหาก อบต. และเทศบาลมีเครื่องไม้เครื่องมือที่เพียงพอก็จะแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องรอรัฐอนุมัติงบอุดหนุน สามารถแก้ปัญหาได้ทันทีเพียงแค่จ้างพนักงานขับรถ และเบิกจ่ายค่าน้ำมัน🔗
ต่อมาครับ เรื่องของน้ำบาดาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ท่านกำกับดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ท่านสามารถนำน้ำบาดาลขึ้นมาผ่านโครงการต่าง ๆ ได้นะครับ ไม่ว่าจะเป็น โครงการน้ำดื่มริมทาง โครงการกระจายน้ำระยะไกล โครงการน้ำบาดาลชุมชน🔗
สุดท้ายครับ เรื่องของการบริหารจัดการน้ำ ผมมองว่าเอกชนควรจะมีส่วนร่วม ในเรื่องของโครงการน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการขุด ผลิต และจำหน่ายน้ำประปาให้ประชาชน ทั้งนี้ เพื่อลดงบประมาณการลงทุนจากภาครัฐนะครับ🔗
Slide ถัดไปครับ หน้านี้ก็จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของการบริหารจัดการปัญหา ของสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นผลกระทบจาก EI Nino เมื่อสักครู่ได้เรียนให้ท่านประธานทราบ เรื่อง EI Nino ก็จะมีปัญหาเรื่องของไฟป่าด้วย ดังนั้นเรื่องการจัดหาเครื่องกรองฝุ่น ให้กับสถานที่ต่าง ๆ เช่น โรงเรียนและโรงพยาบาล เรื่องนี้ก็จะเป็นเรื่องที่ควรดำเนินการ อย่างเร่งด่วนนะครับ🔗
๒. ควรจัดตั้งศูนย์ฉุกเฉินเพื่อดับไฟป่าโดยจัดสรรให้มีเครื่องไม้เครื่องมือ ที่เพียงพอ ซึ่งปัจจุบันภารกิจดังกล่าวหลายพื้นที่ได้มีการถ่ายโอนไปยังท้องถิ่นเช่น อบต. ยกตัวอย่าง เช่น จังหวัดชัยภูมิในเขตของผมก็คือ อบต. ห้วยไร่ ซึ่งทางป่าไม้ก็ได้ถ่ายโอน ภารกิจเรื่องการดับไฟป่าในพื้นที่ป่าห้วยไร่ให้กับ อบต. ห้วยไร่ไปแล้ว ดังนั้นพอป่าไม้ไม่มีงบ อบต. ก็ไม่มีงบเช่นกันครับ ดังนั้นเรื่องการจัดตั้งศูนย์ควรจะมีการจัดตั้งศูนย์ร่วมกันระหว่าง อบต. และป่าไม้ และที่สำคัญควรจะจัดสรรเครื่องไม้เครื่องมือให้เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็น รถดับเพลิง หรือเครื่องเป่าลม หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ🔗
ถัดมาก็ควรจะมีการออกกฎระเบียบ เช่น พ.ร.บ. อากาศสะอาด หรือการจัดเก็บภาษี การปลดปล่อยคาร์บอนที่เป็นธรรม รวมถึงการยกระดับตลาด Carbon Credit ให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้น🔗
ถัดมาก็ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เช่น Solar Cell ระดับครัวเรือน รถไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านมาตรการภาษีและเงินอุดหนุน ซึ่งตรงนี้ก็จะลดเรื่อง ของสภาวะโลกร้อนนะครับ🔗
สุดท้ายผมมองว่าควรจะต้องส่งเสริมให้เอกชนลงทุนในนวัตกรรมการจัดเก็บ พลังงาน ไม่ว่าจะเป็น Storage System รวมถึงการดักจับกับเก็บคาร์บอน หรือ Carbon Capture System นะครับ🔗
สุดท้ายผมขอฝากท่านประธานนะครับ จังหวัดชัยภูมิในพื้นที่ที่ผมรับผิดชอบ จะมีอำเภอแก้งคร้อ อำเภอคอนสวรรค์ อำเภอเมือง เฉพาะตำบลซับสีทอง และท่าหินโงม พื้นที่ดังกล่าวถึงแม้จะติดแม่น้ำชี แต่ที่ผ่านมาพบเจอแต่สภาวะน้ำท่วมซ้ำซาก แล้งซ้ำซาก ในช่วงน้ำหลากไม่เคยกักเก็บน้ำได้ และในช่วงฤดูแล้งต้องวิ่งขนน้ำกันจนประชาชนว้าวุ่นกัน หมดแล้ว ผมขอฝากท่านประธานนำเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ท่าน พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ท่านรัฐมนตรีธรรมนัส พรหมเผ่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรม เวชยชัย ให้ช่วยเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องของน้ำแบบเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านแรกท่านองค์การ ชัยบุตร ท่านที่ ๒ ท่านประภาพร ทองปากน้ำ ท่านที่ ๓ ท่านศักดินัย นุ่มหนู เชิญท่านองค์การ ชัยบุตร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นต้อง ขอบคุณท่านเจ้าของญัตติทั้ง ๑๐ ญัตตินะครับท่านประธาน ที่ได้เห็นความสำคัญ ในเรื่องผลกระทบทั้ง EI Nino La Nina ถ้าพูดอย่างนี้ชาวบ้านจะไม่ค่อยเข้าใจนะครับ ชาวบ้านผมแถวภาคอีสานจะไม่เข้าใจ ถ้าบอกว่ามันแล้งและมันท่วมชาวบ้านก็จะเข้าใจ ผมเข้าใจว่าศัพท์ภาษาอังกฤษต่างประเทศนี่มันมีทั้งแล้ง ทั้งท่วม เข้าใจว่ามันจะเริ่มแถว มหาสมุทรใต้ ๆ อะไรก็ไม่รู้นะครับ Slide ผมมีหรือยังเจ้าหน้าที่โสตเอามาดูสิ ไม่เคยทำ Slide สักทีเป็นผู้แทนมา ๑ สมัยแล้ว สมัยที่ ๒ ก็เริ่มมี Slide มา ผมมีประเด็นหนึ่งที่จะหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ที่ท่านได้มานั่งฟังอยู่ตรงนี้ก็คือใต้ดินเราก็มีปัญหาท่านประธาน น้ำใต้ดิน เราก็มีปัญหา ประเด็นคือกลุ่มบริษัทผลิตน้ำขนาดใหญ่ของประเทศเริ่มขยายกิจการสาขา ออกไปทั่วประเทศแล้วไปเริ่มตั้งอยู่ต่างจังหวัด แล้วก็มีการขุดน้ำที่ลึกลงไปใต้ผิวดินเกินกว่า ชาวบ้านที่จะขุดได้ ตรงนี้ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่จะทำให้น้ำใต้ดินเราไม่พอใช้ ในขณะที่น้ำบนดินเอง เราก็ยังไม่สามารถที่จะเก็บกักได้คือยังไม่ประสบความสำเร็จในการที่จะรักษาน้ำบนผิวดิน ได้เลย ตั้งแต่มีระบบระบบชลประทานเป็นต้นมา ๔๐-๕๐ ปียังไม่สามารถที่จะรักษาน้ำ ทำไมผมถึงพูดอย่างนี้ ถ้าน้ำมามันก็หลาก มันก็ล้น มันก็เกินแล้วก็ลงทะเลลงแม่น้ำไป พอหน้าแล้งน้ำก็ไม่มี น้ำก็ไม่พอนะครับ รัฐบาลก็ประกาศว่าปีนี้น้ำน้อยข้าวนาปรัง ไม่จำเป็นอย่าทำ ภาคกลางก็ไป ๔ รอบเฉพาะปลูกข้าว ภาคอีสานก็ ๒ รอบในเขตพื้นที่ ชลประทาน มันห้ามเขาไม่ได้ท่านประธาน ถ้าไม่ทำเขาก็ไม่มีเงินใช้หนี้ ส่วนหนึ่งเขาก็เช่านาแล้ว จำเป็นต้องทำ ขาดทุนหรือได้กำไรอีกเรื่องหนึ่งไปตายเอาดาบหน้า ฉะนั้นปัญหา EI Nino มันแก้ยาก แต่ถ้าจะแก้ง่ายโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลหลาย ๆ คน หลาย ๆ รัฐมนตรีที่ผ่านมา อย่างชุดที่แล้วก็มีดำริในเรื่องลุ่มน้ำทั่วประเทศ ท่านประธานก็เป็นหนึ่งในลุ่มน้ำทั่วประเทศ ที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการดูเรื่องนี้ โดยเฉพาะโขง-เลย-ชี-มูล ของอีสานที่จะจัดการบริหารน้ำ ขนาดใหญ่เข้าสภาแล้วหลายท่านไม่เอาด้วยไม่เห็นด้วย ก็เลยตกไปทุกลุ่มน้ำตั้งแต่เหนือจรดใต้ ผมคิดว่าตัวนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะนำกลับมาใช้ ไม่ได้เชียร์ ท่านนะครับ แต่มันจำเป็นที่โครงการเก่า ๆ ที่ดี ๆ ที่ศึกษาแล้วมาทบทวนได้ไหม หรือคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะเข้าไปนั่งชุดใหม่นี้ไม่รู้ว่าจะใช้เวลากี่วัน กี่เดือน กี่ปีที่ ท่านจะศึกษา ดูพวกนี้กลับมาก่อนได้ไหม ที่มันมีข้อมูลที่ชัดเจนและพอจะเป็นแนวทาง ในการปฏิบัติและแก้ปัญหาให้พี่น้อง ถ้าเราแก้ตรงนี้ไม่ได้ ปัญหาเกษตรกรหรือปัญหา ประชาชนเรื่องน้ำ บ้านผมบางหมู่บ้านน้ำไม่พอกิน ไม่มีน้ำกินไม่มีน้ำอาบ อย่างที่ สส. หลายท่านได้เคยหารือ โดยเฉพาะภาคอีสานนะครับ และภาคเกษตรที่อยู่อีสานจำเป็น ต้องใช้น้ำมากเลย ระบบชลประทานก็ยังไม่สามารถที่จะควบคุมน้ำตามปริมาณ หรือดูแลทั้งระบบได้ อันนี้คือปัญหาใหญ่หลวงมากของประเทศไทย ฝากรัฐบาล ฝากท่านนายกรัฐมนตรีได้ดูแลเรื่องนี้ให้ภาคเกษตรด้วย ถ้าเกษตรไม่มีน้ำ ข้าวของก็ไม่สมบูรณ์ ผลผลิตก็ไม่มีคุณภาพ เอาไปขายก็ไม่ได้ราคาปัญหาที่ตามมาคือหนี้สิน นี่คือปัญหา ของเกษตรกร ถ้าจะดู Slide มันมีความเสี่ยงในด้านเกษตร รองลงมาก็คือด้านบริการ น้ำเป็นปัจจัยหลักนะครับ ถ้าเราไม่มีน้ำเราจะแก้ปัญหาประชาชนและพี่น้องเกษตรกร อย่างไร ผมถามต่อไปว่ารัฐบาลจะรับมืออย่างไร ๑-๒ ปีข้างหน้านี้ฝากเป็นปัญหาของรัฐบาล ด้วยนะครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านประภาพร ทองปากน้ำ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ทั่วโลกและประเทศไทยกำลังประสบ ผลกระทบจากปรากฏการณ์ EI Nino ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่ทั่วโลกมีภูมิอากาศ ของโลกที่แปรปรวน มีอากาศร้อนจัด หนาวจัด มีการเริ่มฤดูฝนที่ล่าช้าหลายพื้นที่ ประสบปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง ซึ่งจังหวัดสุโขทัยของดิฉันก็เป็นอีก ๑ จังหวัดที่ได้รับ ผลกระทบจากสถานการณ์นี้ค่ะ จังหวัดสุโขทัยจัดอยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่าง แต่กลับมี ภูมิอากาศที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดในประเทศทำสถิติติดต่อกันนานหลายปี และปัจจุบันยังประสบ ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งในช่วงเวลาที่ติดต่อกันอีกด้วยค่ะ ดิฉันขอยกตัวอย่าง เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคมที่ผ่านมาดิฉันได้ทำเรื่องขอทำฝนเทียมหรือฝนหลวงให้กับประชาชนในเขตพื้นที่ เนื่องจากได้รับข้อร้องเรียนจากพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ที่ได้ลงแปลงปลูกข้าวว่า ฝนแล้ง ทิ้งช่วงส่งผลให้ข้าวที่ปลูกกว่าแสนไร่ม้านน้ำค่ะ แต่ผ่านมาไม่ถึง ๑ เดือนปรากฏว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันส่งผลให้จังหวัดสุโขทัยในวันนี้มีน้ำท่วมขัง บ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรของพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนหลายตำบล จากที่ดิฉันได้รับรายงานสถานการณ์สาธารณภัยจาก ปภ. เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายนที่ผ่านมา พบว่ามีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ๕ อำเภอ ๑๑ ตำบล ๓๔ หมู่บ้าน ทั้งอำเภอศรีสำโรง อำเภอศรีสัชนาลัย อำเภอกงไกรลาศ อำเภอคีรีมาศ และอำเภอบ้านด่านลานหอย โดยแนวโน้มสถานการณ์ในภาพรวมขณะนี้ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในหลายพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้นายอำเภอและฝ่ายปกครอง องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นร่วมกันติดตามตรวจสอบจุดเสี่ยงและแจ้งเตือนเพื่อป้องกันน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด แต่ในอ่างเก็บน้ำแม่มอกของอำเภอทุ่งเสลี่ยมกลับมีปริมาณสำรองน้ำไม่ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ จังหวัดเดียวกันบางอำเภอน้ำท่วม บางอำเภอน้ำแล้ง นี่จึงทำให้เห็นได้ว่าปัญหาจาก ปรากฏการณ์ El Nino ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อพี่น้องประชาชนและพี่น้องเกษตรกร ทั้งประเทศ ดังนั้นดิฉันจึงเห็นสมควรให้รัฐสภาแห่งนี้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหา เรื่องภัยแล้งและปัญหาจากปรากฏการณ์ El Nino และดิฉันขอฝากข้อเสนอแนะรวมถึง มาตรการเร่งด่วนผ่านท่านประธาน ไปยังคณะกรรมาธิการที่กำลังจะตั้งขึ้น รวมถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อรับมือและ เพื่อให้ช่วยกันเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังนี้ค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ เร่งรัดหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณให้รีบก่อสร้าง ซ่อมแซม ฝายชะลอน้ำและงานขุดลอกเพิ่มความจุแหล่งน้ำให้รวดเร็วและทั่วถึงทุกพื้นที่🔗
เรื่องที่ ๒ การขุดเจาะบ่อบาดาลและการซ่อมแซม รวมถึงเพิ่มปริมาณพื้นที่ สำรองน้ำในพื้นที่ที่คาดว่าจะมีปริมาณฝนน้อยผิดปกติ🔗
เรื่องที่ ๓ วางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาครัฐ อาทิเช่น กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ เกษตรจังหวัด ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สามารถ จัดการน้ำเพื่อการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งจะเป็นการช่วยลดผลกระทบปรากฏการณ์ ทางธรรมชาตินี้ และเป็นแนวทางที่จะดูแลปัญหาของพ่อแม่พี่น้องและเกษตรกรทั้งประเทศ ที่จะได้รับปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรที่ปลูกไว้ เสียหาย🔗
ประการที่ ๔ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการสำรวจความเสียหาย เพื่อนำไปสู่การเยียวยาและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบต่อไป เพราะนั่นจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้พี่น้องเกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนความเสียหาย ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้และปัญหาเหล่านี้ จะส่งผลกระทบถึงเงินในกระเป๋าของพี่น้องเกษตรกรที่จะต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพิ่มเติมมาแก้ไข ปัญหา ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปท่านศักดินัย นุ่มหนู ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ผมขอมีส่วนร่วม ในญัตติอันสำคัญนี้ครับ ด้วยเหตุผลที่ว่าผมเป็นผู้แทนที่มาจากพื้นที่ทางการเกษตร ก็คือจังหวัดตราด แล้วก็รายได้ส่วนใหญ่ของพี่น้องชาวตราดก็มาจากภาคเกษตรทั้งนั้น ทั้งยางพารา ทั้งผลไม้ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สร้างเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องชาวตราดมายาวนาน และปัจจัยสำคัญก็คือเรื่องของน้ำ หากว่า ขาดน้ำนี่เกษตรกรก็ขาดใจเลย ผมขอ Slide ที่ ๑ ด้วยนะครับ🔗
ความสำคัญและความจำเป็นที่จำเป็นจะต้อง มีการวางแผนรับมือต่อสถานการณ์ El Nino อันนี้ผมก็เลยคิดว่าจะไม่อภิปราย ในเชิงหลักการหรือหลักคิดอะไร เพียงแต่บอกให้เห็นถึงว่าในพื้นที่ของจังหวัดตราดนั้น มันมีความจำเป็นต่อสถานการณ์ที่มันจะเกิดขึ้นนี้อย่างไร เราจะเห็นว่าในส่วนของปริมาณ ข้อมูลในเรื่องของผลผลิต ผมดูข้อมูลย้อนหลังมา ๕ ปีด้วยกันตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ อย่างกรณี ทุเรียน ปี ๒๕๖๑ เรามีผลผลิตอยู่ที่ ๓๘,๙๕๑ ตัน และในปี ๒๕๖๕ มันเพิ่มขึ้นมาถึง ๘๖,๓๓๖ ตัน และปี ๒๕๖๖ เพิ่มเป็น ๙๐,๐๐๐ ตัน ทุเรียน มังคุดก็เพิ่มขึ้นมาในทุก ๆ ปี ตลอดระยะเวลาของแต่ละปี เงาะปี ๒๕๖๑ จาก ๗๖,๑๘๑ ตัน มาเป็น ๑๐๐,๐๐๐ กว่าตัน นี่คือทั้งเงาะ ทั้งมังคุดต่าง ๆ เป็นรายได้ของพี่น้องชาวตราดที่มีพื้นที่ในการเพาะปลูก แล้วก็ ได้ผลผลิต สร้างรายได้ให้กับพี่น้องชาวตราดมาเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอ Slide ที่ ๒ ด้วยครับ พื้นที่เพาะปลูกในปัจจุบันนี้จะเห็นนะครับว่าเรามีทุเรียน ตอนนี้ที่มีพื้นที่เพาะปลูกเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ มังคุด ๓๐,๐๐๐ ไร่เกือบ ๔๐,๐๐๐ ไร่แล้ว ๓๙,๐๐๐ กว่าไร่ มีเงาะอยู่ที่ ๔๘,๐๐๐ ไร่ ลองกองอีกประมาณ ๓,๐๐๐ ไร่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่สร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวตราดนะครับ เรามีพื้นที่ชลประทาน ที่ครอบคลุมประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ แต่มีพื้นที่ทางการเกษตรมีถึง ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ พื้นที่ในการเพาะปลูก ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ พื้นที่ชลประทานมีอยู่ที่ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ เรามีอ่างเก็บน้ำ ขนาดกลาง ๗ แห่งด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันนี้มีปริมาณบรรจุที่ ๑๘๕ ล้านกว่าลูกบาศก์เมตร ตอนนี้มีปริมาณน้ำที่บรรจุเต็มแล้ว ก็ถือว่ามีครบตามความสามารถของความจุ น้ำในอ่าง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่เรามีน้ำเต็มในปริมาณอ่างทั้งหมดของจังหวัดตราดที่มี การที่จะบริหารจัดการน้ำทำให้เราวางแผนได้ว่าเริ่มมีน้ำแล้วจะบริหารจัดการอย่างไร ไม่ใช่ไปบริหารจัดการเอาตอนที่มันแล้งแล้วไม่มีน้ำ มันไม่มีน้ำให้บริหารนะครับ เพราะฉะนั้น ผมถือว่าเรามีน้ำแล้วตอนนี้ต้องมาวางแผน เมื่อสถานการณ์ข้างหน้าเรารู้ว่ามันจะต้องเกิด ภยันตรายจริง ๆ ที่มันจะเข้ามามันก็เหมือนกับการที่เราซักซ้อมมีแผนการหนีไฟ ซักซ้อมสึนามิก็ดี ซักซ้อมแผ่นดินไหว เพราะฉะนั้นก็ต้องมีการซักซ้อมเตรียมความพร้อม ของทุกภาคส่วนที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องภัยแล้ง ภยันตรายที่มันร้ายแรงมาก ๆ มันจะต้องมีการวางแผนรับมืออย่างไร เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ถึงจะบอกว่าใครมันต้อง ทำอะไรบ้าง มีบทบาทและภารกิจสำคัญต่อสถานการณ์นี้ใครต้องทำอะไรบ้าง🔗
อันแรกเลยนะครับ ถ้าในตัวของพี่น้องเกษตรกรเองที่เคยให้น้ำต้องมีความรู้ เกี่ยวกับเรื่องพืช ใครจะเป็นคนให้ความรู้ต่อพี่น้องเกษตรกรซึ่งเรามีกรมวิชาการเกษตรอยู่แล้ว ก็ต้องให้ความรู้นะครับว่าพืชแต่ละต้นนั้นต้องการน้ำเท่าไร ทุเรียนต้นหนึ่งต้องการใช้น้ำ เท่าไร อายุของมันขนาดนี้เพื่อที่เราจะได้ไม่ใช้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดไปอย่างฟุ่มเฟือย และสูญเปล่า เกษตรกรเองอาจจะต้องมีพื้นที่ การเพิ่มพื้นที่ นั่นก็หมายความว่าที่จะต้องมีพื้นที่เก็บกักน้ำ ซึ่งบางทีมันก็ต้องใช้เงินทุน อาจจะต้องมีการสนับสนุนเงินทุน หรือว่าแก้ไขระเบียบบางข้อ เหมือนกันครับท่านประธาน อย่างเช่น ส.ป.ก. ก็ดีบางทีขุดแล้วก็ย้ายดินไม่ได้ การที่ต้องมี การปรับแก้ระเบียบบางเรื่องเพื่อที่จะให้พี่น้องเกษตรกรสามารถที่จะมีน้ำ ซึ่งมันมี ความจำเป็น นี่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขเรื่องนี้ หน่วยงาน ของภาครัฐ ผมคิดว่าหน่วยงานภาครัฐเองก็ต้องปรับตัวนะครับ เราจะบอกว่าตอนนี้เรามีน้ำ เยอะแล้วก็บริหารจัดการเดิม ๆ ไม่ได้ เพราะว่าพื้นที่การเพาะปลูกนั้นมันเพิ่มมากขึ้นจริง ๆ และสถานการณ์ภัยแล้งมันทำให้การระเหยของน้ำจะรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น ที่จังหวัดตราดผมเจาะจงอย่างนี้ครับว่า อ่างเก็บน้ำที่ผมเคยนำเสนอหารือต่อสภา ทั้งในสภา ทั้งในคณะกรรมาธิการก็ดี นำเสนอต่อ ครม. ด้วยว่าอ่างเก็บน้ำที่มีความสำคัญ มีความจำเป็น ต้องเร่งรัดให้เร็วขึ้น ไม่ใช่ยาวนานอย่างที่เคยเป็นนะครับ อย่างเช่นอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ ที่อำเภอเขาสมิง ก็พูดกันมานานแล้วผมก็พูดย้ำไว้แล้วนะครับว่าวันนี้อาจจะต้องสร้างให้เร็วขึ้น แล้วก็อ่างเก็บน้ำวังตาสังข์ ซึ่งตามโครงการบอกว่าอาจจะปี ๒๕๗๐-๒๕๗๑ เร็วขึ้น มากกว่านี้ได้ไหมครับ เมื่อมันมีความจำเป็น มีความสำคัญต่อพี่น้องเกษตรกร แล้วมันเป็น ลมหายใจของเขาว่าเขาจะมีรายได้ เขาจะใช้ชีวิต เขาจะส่งต่ออนาคตให้ลูกหลานเขาได้ มันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจัดสรรงบประมาณ ผมก็ฝากเรื่องนี้ไปถึงรัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐาด้วยครับว่า การที่จะจัดสรรงบประมาณในการที่จะเร่งรัดผลักดัน ในการสร้างอ่าง สร้างฝายต่าง ๆ ให้งบสนับสนุนกับทางพื้นที่ท้องถิ่นให้เขามีกำลังในการที่จะ ไปบริหารจัดการในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่นะครับ🔗
สุดท้ายผมจึงขอสนับสนุนให้สภาผู้แทนราษฎรมีการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญในการที่จะศึกษา ติดตาม ตรวจสอบ และนำเสนอในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในครั้งนี้ มีความเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปอีก ๓ ท่านนะครับ ท่านแรก ท่านณัฐจิรา อิ่มวิเศษ ท่านที่ ๒ ท่านปรัชญาวรรณ ไชยสืบ ท่านที่ ๓ ท่านพรรณสิริ กุลนาถศิริ เชิญท่านณัฐจิรา อิ่มวิเศษ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวณัฐจิรา อิ่มวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ตามที่องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกและกรมอุตุนิยมวิทยาไทยได้ออกมาแจ้งว่าในปีนี้ จะเกิดปรากฏการณ์ El Nino ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้อุณหภูมิ โลกสูงขึ้น โดยผลกระทบที่ประเทศไทยได้รับก็คือการเกิดปัญหาฝนทิ้งช่วง การขาดแคลนน้ำ ภาวะแห้งแล้ง และจากการที่ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมการเกิดภาวะแห้งแล้ง ย่อมส่งผลต่อการเกษตรที่จำเป็นต้องพึ่งพาแหล่งน้ำจากธรรมชาติ และจังหวัดนครราชสีมา หรือโคราชถือว่าเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีประชากรทำการเกษตรจำนวนมาก โดยมีพื้นที่ เกษตรกรรมอยู่ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ถ้าหากเกิดภาวะขาดแคลนน้ำย่อมจะ ส่งผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจสังคมเป็นอย่างมาก แม้ว่าในปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝน มาแล้วประมาณ ๔ เดือน แต่จากข้อมูลของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำพบว่าปริมาณฝน สะสมตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ถึง ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๖ มีปริมาณน้ำ ๕๕๐ มิลลิเมตร ซึ่งน้อยกว่าปกติอยู่ประมาณ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้เขื่อนขนาดใหญ่ทั่วประเทศมีปริมาณ น้ำไหลลงเขื่อนสะสมในช่วง ๔ เดือนนี้มีปริมาณไม่สูง โดยปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนสะสมของ ๔ เขื่อนหลักมีเพียง ๒,๖๖๔ ล้านลูกบาศก์เมตร ถือว่าน้อยที่สุดในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมาค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓ ที่ประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้ง อย่างรุนแรงและเมื่อมาดูปริมาณน้ำฝนในจังหวัดนครราชสีมาข้อมูลวันนี้เลย ๒๐ กันยายน ๒๕๖๖ พบว่ามีปริมาณฝนตกสะสมเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี ๕๘๗ มิลลิเมตร หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ๕๖ เปอร์เซ็นต์ และปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำของจังหวัดนครราชสีมามีน้ำสะสมตั้งแต่ ต้นปีเพียง ๒๑ เปอร์เซ็นต์ของน้ำท่าเฉลี่ยต่อปีค่ะ โดยในปัจจุบันนะคะปริมาณน้ำในอ่าง เก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางของจังหวัดนครราชสีมามีปริมาณน้ำเพียง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ โดยมีปริมาณน้ำที่สามารถใช้ได้เพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำในจังหวัดนครราชสีมากำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤติ และน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีปริมาณน้ำที่ใช้การได้ไม่ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าขณะนี้จะอยู่ ในช่วงฤดูฝนแต่ปริมาณน้ำฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ฝนตกก็จริงแต่ปริมาณน้ำที่กักเก็บ ไม่เพิ่มขึ้นเลย ทำให้ภาพรวมในจังหวัดมีน้ำใช้น้อยมากค่ะ โดยในปัจจุบันอ่างเก็บน้ำ ในจังหวัดนครราชสีมามีอยู่ ๗ แห่ง ที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ โดยหนึ่งในอ่างเก็บน้ำ ที่มีปริมาณน้ำไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ คืออ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง ตำบลบัลลังก์ อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา เป็นอ่างเก็บน้ำที่อยู่ในเขตพื้นที่ของดิฉันเองค่ะ เพราะว่าอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่างมีพื้นที่ชลประทานจำนวน ๒๑,๗๑๔ ไร่ แต่ปริมาณ น้ำในปัจจุบันเหลืออยู่แค่ ๒๘.๗๘ เปอร์เซ็นต์จากความจุ แต่เป็นน้ำใช้งานได้แค่ ๒๕.๖๙ เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร และที่ผ่านมาพืชผลทางการเกษตรเสียหายเป็นจำนวนมาก เนื่องจากขาดน้ำในการเพาะปลูก ไม่ว่าจะเป็นทั้งอำเภอสูงเนิน อำเภอข้ามทะเลสอ อำเภอโนนไทย พี่น้องประชาชนได้รับ ผลกระทบอย่างมาก ตอนนี้ปลูกอะไรก็รอแต่ฝนน่าเห็นอกเห็นใจประชาชนมากเลยค่ะ เพราะเขาได้ลงทุนเพื่อผลผลิตแต่กลับไม่มีน้ำทำการเกษตรที่เพียงพอ นี่ถือเป็นสัญญาณ เตือนว่าประเทศไทยเริ่มประสบกับภาวะขาดแคลนน้ำ เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ลดลง เกิดปัญหาฝนทิ้งช่วงอันเป็นผลมาจากปรากฏการณ์ El Nino และจะทวีความรุนแรง มากขึ้นทุกปี อยากให้ประเทศไทยมีแผนงานในการบริหารจัดการน้ำที่ดี เพราะจากข้อมูล สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ที่ได้รายงานสถานการณ์ในปี ๒๕๖๖ ค่อนข้างน่าเป็นห่วง และแตกต่างจากปี ๒๕๖๕ โดยเมื่อไม่นานเราสามารถพบเห็นได้ว่าผลกระทบปรากฏการณ์ El Nino ได้ส่งผลให้ประเทศอินเดียที่ถือครองสัดส่วนการส่งออกข้าวถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ในเดือนสิงหาคมที่ต้องประสบกับภาวะความแห้งแล้งอันเป็นประวัติการณ์ เนื่องจาก ปริมาณน้ำฝนที่ลดลงกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ประเทศอินเดียมีการประกาศควบคุม การส่งออกข้าวทำให้ราคาข้าวในตลาดสูงขึ้นในรอบ ๑๕ ปี นี่ถือเป็นอีก ๑ ผลกระทบจาก ปรากฏการณ์ El Nino จากผลกระทบปริมาณของผลผลิตทางการเกษตรแล้วยังก่อให้เกิด ภาวะขาดแคลนอาหารอีกด้วยค่ะ ในขณะเดียวกันผลผลิตทางการเกษตรในประเทศไทย ก็จะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะความแห้งแล้งเช่นกันค่ะ จากที่ดิฉันเป็นลูกหลาน คนอีสาน ลูกหลานคนโคราชตั้งแต่เด็กจนโตเห็นภาคอีสานได้รับผลกระทบถึงภัยแล้ง ทุกปีเลยค่ะ ฉะนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือในปัญหาภัยแล้งต่อไป เราจำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องปรับแนวทางในการบริหารน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค การเกษตร และอุตสาหกรรม เพื่อเตรียมพร้อมมาตรการรองรับฤดูแล้งให้เหมาะสมกับสถานการณ์น้ำ ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการแสวงหาแหล่งน้ำ การนำเทคโนโลยีในการกักเก็บน้ำ ด้วยเหตุนี้ การตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อพิจารณาศึกษา ติดตาม ตรวจสอบ และนำเสนอแนวทาง การแก้ไขปัญหา และผลกระทบอันเนื่องมาจากปรากฏการณ์ El Nino ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ และมีความจำเป็นอย่างยิ่งค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปรัชญาวรรณ ไชยสืบ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันขอร่วมอภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหา ภัยแล้งจากปรากฏการณ์ El Nino เหตุผลก็เพราะว่าภัยแล้งในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อ ภาคตะวันออกโดยเฉพาะจันทบุรี ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะมีมูลค่าความเสียหายมากที่สุดค่ะ ทำไมจันทบุรีจึงมีความเสี่ยงมากที่สุดในภาคตะวันออก เพราะเหตุผลนี้ค่ะท่านประธาน พื้นที่กว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจังหวัดจันทบุรีเป็นพื้นที่การเกษตร อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีว่า ภาคการเกษตรเป็นภาคที่เปราะบางมากที่สุดถ้าต้องเผชิญกับปัญหาภัยแล้ง จากปรากฏการณ์ El Nino ครั้งนี้ค่ะ โดยส่วนใหญ่ในจันทบุรีการเกษตรของพวกเรา คือการเกษตรแบบไม้ยืนต้น ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นที่มีมูลค่าสูงคือทุเรียน ซึ่งหมายความว่าถ้าเกิดความเสียหายมูลค่า ความเสียหายมันจะไม่ใช่เฉพาะเม็ดเงินอย่างเดียวเท่านั้น แต่รวมถึงมูลค่าความเสียหายที่เป็นต้นทุน ทางด้านเวลาที่เกษตรกรต้องแบกรับภาระด้วยค่ะ แล้วถ้าลองไปดูมูลค่าการส่งออกผลไม้ในประเทศไทยจะพบว่าจังหวัดจันทบุรีมีมูลค่า มากที่สุดในการส่งออกผลไม้ ดังนั้นแล้วรายได้ส่วนใหญ่ของประชาชนในจันทบุรีรายได้ ส่วนใหญ่ของจังหวัดมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นรายได้มาจากการทำสวนผลไม้ ดังนั้นน้ำ ที่เป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญจึงมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตต่อชีวิตของพ่อแม่พี่น้องชาวจันทบุรี อย่างมาก ทีนี้เราลองมาดูสถานการณ์น้ำปัจจุบันในจังหวัดว่าเป็นอย่างไรบ้าง จากข้อมูล รายงานของจังหวัดจันทบุรีมีพื้นที่ชลประทานเพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่การเกษตร เท่านั้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี้เป็นตัวเลขที่สวนทางกับยุทธศาสตร์จังหวัด เป็นตัวเลขที่สวนทางกับ เศรษฐกิจในจังหวัดอย่างมาก เพราะว่าเศรษฐกิจหลักส่วนใหญ่ของพ่อแม่พี่น้องในจันทบุรี คือการมีรายได้จากสวนผลไม้ ชาวสวนส่วนใหญ่ที่อยู่นอกเขตชลประทานจะต้องมี การดำเนินการจัดการน้ำเอง มีการขุดสระในพื้นที่เอามาใช้ในพื้นที่บ้าง ส่วนชาวสวนรายเล็ก ๆ ที่มีกำลังไม่มากพอก็จะอาศัยแหล่งน้ำจากชุมชน แหล่งน้ำสาธารณะ คลองต่าง ๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ชาวสวนในจันทบุรีต้องพึ่งพาฝนฟ้าอากาศเป็นหลัก สถานการณ์ภัยแล้ง ที่เราเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ในภาวะปัจจุบันการขาดแคลนปัญหาน้ำในพื้นที่ยังเจอ อย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทั้งน้ำเพื่อการเกษตรและน้ำประปา หลายหมู่บ้าน ในจังหวัดจันทบุรีขาดน้ำไหลวันเว้นวัน บางหมู่บ้านไม่มีน้ำประปาใช้มานานหลายปีแล้วค่ะ ท่านประธาน นี่คือสถานการณ์ในสภาวะปกติที่พวกเราเผชิญอยู่ แล้วยิ่งถ้ามีปรากฏการณ์ El Nino มาซ้ำเติม ดิฉันก็ไม่อยากคิดว่า ถ้าชาวบ้านต้องเจอกับการที่มีน้ำใช้สัปดาห์ เว้นสัปดาห์จะเป็นอย่างไร ท้องถิ่นก็คงไม่ต้องทำงานแล้วเพราะว่าต้องเตรียมรถส่งน้ำให้กับ ชาวบ้านในพื้นที่อย่างเดียวก็คงหมดเวลาแล้ว สิ่งที่ดิฉันยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าจันทบุรี เรามีการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพมากเพียงพอแล้วหรือยัง เพราะว่าในช่วง ฤดูแล้งเราขาดน้ำแต่ว่าในช่วงที่เป็นฤดูน้ำหลากเราเจอกับปัญหาน้ำท่วมบ้านเรือน น้ำท่วม ชุมชน น้ำท่วมพื้นที่การเกษตรเป็นประจำ ปริมาณน้ำท่าเฉพาะลุ่มน้ำวังโตนดเรามีปริมาณน้ำ อยู่ที่ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ถึงแม้ว่าเราจะมีอ่างเก็บน้ำในพื้นที่แต่ว่า ก็ยังมีน้ำมากกว่า ๗๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรที่ไหลลงทะเลตามลำคลองไปโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งในพื้นที่มีผู้นำชุมชนมีหน่วยงานท้องถิ่นได้ประสานมาอย่างดิฉันว่าอยากจะดำเนินการ ขุดสระน้ำเพื่อเป็นแหล่งน้ำให้กับเกษตรกรในพื้นที่บ้าง อยากจะดำเนินการมีระบบท่อส่งน้ำ จากอ่างเก็บน้ำบ้าง แต่ว่าน่าเสียดายที่ปัญหาในท้องถิ่นเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขภายใน ท้องถิ่นได้เอง เพราะว่าอะไรคะ เพราะว่าท้องถิ่นยังขาดอำนาจและขาดงบประมาณ ในการดำเนินการ ดิฉันคิดว่าภาครัฐควรจะมีการกระจายอำนาจและสนับสนุนจัดสรร งบประมาณเพื่อที่ให้ท้องถิ่นมีความคล่องตัวในการแก้ไขปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่ มากกว่านี้ค่ะ ไม่ว่าท้องถิ่นเขาอยากจะไปขุดสระน้ำเพิ่ม หรืออยากจะทำระบบท่อส่งน้ำ หรืออะไร ชุมชนจะร่วมกันออกแบบได้ดีที่สุด ที่ดิฉันกล่าวมาทั้งหมดจันทบุรีเป็นเพียงแค่ ตัวอย่างของจังหวัด จังหวัดเดียวเท่านั้นที่จำเป็นต้องมีการวางแผนการจัดการปัญหาภัยแล้ง มีการวางแผนบริหารการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบมากขึ้นกว่านี้ ก่อนที่จะต้องเผชิญกับ ภัยธรรมชาติ หรือว่าปรากฏการณ์อื่น ๆ ที่รุนแรงมากขึ้นในอนาคต ยังมีอีกหลายพื้นที่ ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว🔗
สุดท้ายนะคะท่านประธานในภาพรวม ดิฉันไปเจอข้อมูลจากงานวิจัย ที่น่าสนใจมากค่ะ ซึ่งในรายงานคาดการณ์ว่าผลกระทบในภาคการเกษตรที่เกิดจากปัญหา ภัยแล้ง จากปรากฏการณ์ El Nino ครั้งนี้อาจสูงถึง ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลข ที่ไม่น้อย แต่ว่าถ้ายังไม่มีการดำเนินการวางแผนแก้ไขปัญหาตัวเลขอาจจะสูงไปถึง ๒.๘๕ ล้านล้านบาท นี่เป็นการคาดการณ์ความเสียหายสะสมตั้งแต่วันนี้จนถึง ๒๕ ปีข้างหน้า ตัวเลข ๒.๘๕ ล้านล้านบาทใกล้เคียงกับงบประมาณแผ่นดินแล้ว ดังนั้นจำเป็นอย่างมาก ที่เราจะต้องมีคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ กระทรวงที่เกี่ยวข้อง กรมต่าง ๆ มาร่วมกันวางแผนหาแนวทางแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้กับพ่อแม่พี่น้องอย่างจริงจัง ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพรรณสิริ กุลนาถศิริ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งในการเสนอญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ติดตาม ตรวจสอบ และพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากปรากฏการณ์ ธรรมชาติ El Nino การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสภาพภูมิอากาศที่มีผลกระทบต่อการ ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค การเกษตร และผลกระทบอื่น ๆ🔗
ด้วยสถานการณ์ปัญหาที่องค์การ อุตุนิยมวิทยาโลก WMO ได้เตือนรัฐบาลทุกประเทศเลยว่าเราพร้อมที่จะต้องรับมือกับ สถานการณ์สภาพอากาศแบบสุดขั้ว โดยเรื่องของการเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิของอากาศ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ลมร้อนและอากาศที่เคลื่อนไปทำให้ฝนตกหนักในฝั่งตะวันตก ไม่ว่า จะเป็นอเมริกา อเมริกาใต้ และเหลือความร้อนสุดขั้วไว้ในแถบเอเชีย ในอินโดนีเซีย และในส่วนของออสเตรเลีย ไทยเราก็ไม่รอดจากปัญหานี้ค่ะ การคาดการณ์สถานการณ์ ที่รุนแรง อุณหภูมิของน้ำก็เป็นค่าชี้วัดอย่างหนึ่ง โดยเฉลี่ยว่า ๓ เดือนที่ผ่านมาอุณหภูมิ ของน้ำสูงขึ้นตั้งแต่ ๑.๓ องศาเซลเซียส จนถึงเดือนกันยายนนี้ ถึง ๒.๐ องศาเซลเซียส นั่นคือ วิกฤติที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง ร้อนแล้งนี้จะเกิดต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี และคาดว่าถึง กลางปีหน้าทีเดียว โดยการคาดการณ์นี้ทำให้แหล่งน้ำในประเทศไทยเหลือปริมาณน้ำใช้ สำหรับการเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภคลดน้อยลงอันน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ในสถานการณ์ ของจังหวัดสุโขทัย โดยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสุโขทัย พบว่าพื้นที่จะขาดแคลนน้ำ อุปโภคบริโภคเป็นจำนวนถึง ๗ อำเภอ ๑๘ ตำบล ๑๐๓ หมู่บ้าน พื้นที่จะขาดแคลนน้ำ เพื่อการเกษตรเป็นจำนวนทั้ง ๙ อำเภอของจังหวัดสุโขทัย ใน ๖๗ ตำบล มากกว่า ๓๐๐ หมู่บ้าน ดิฉันเชื่อว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น วิกฤตินี้เกิดขึ้นทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย จากเหตุการณ์และความน่าวิตกในครั้งนี้ การตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง ดิฉันเสนอประเด็นที่จะนำไปสู่การพิจารณาศึกษา ๔ เรื่อง ด้วยกัน🔗
เรื่องที่ ๑ ในเรื่องของการดำเนินงานของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรมนี้ก่อตั้งเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๖ ซึ่งตรงกับ วันวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย กรมนี้มีงบประมาณเริ่มต้นที่ ๓๗๕.๓๘ ล้านบาท เราเรียก สั้น ๆ ว่ากรมลดโลกร้อน กรมนี้จะมีการกำหนดยุทธศาสตร์ นโยบาย ภารกิจ ในการขับเคลื่อนการทำงานอย่างไร ดิฉันขอเรียนเสนอไว้ว่าขอให้กรมนี้ขับเคลื่อนการทำงาน ในลักษณะของแผนงานแบบบูรณาการ ตั้งแต่การจัดตั้งงบประมาณ ดิฉันเคยเป็น คณะกรรมาธิการวิสามัญแผนบูรณาการ ซึ่งมีมากกว่า ๑๐ แผน การบูรณาการ ในกระบวนการทำงานของบ้านเรายังพบว่าไม่มีการบูรณาการอย่างแท้จริง ดิฉันมั่นใจว่า ถ้ากรมที่เกิดใหม่นี้ได้ขับเคลื่อน ก็จะทำให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น โดยขอให้ทำความร่วมมืออย่างบูรณาการกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในส่วนของการกำกับ ติดตาม แล้วก็ประเมินผล มีการวิจัย พัฒนากลไก เทคโนโลยีสีเขียว การยึดโยงกับ กฎหมายอากาศสะอาด การขับเคลื่อนกองทุนสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้กับการเพิ่มพื้นที่ป่า กรมวิชาการเกษตรกับการปลูกพืชพันธุ์ไม้ที่ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้เป็นอย่างดี เครือข่ายด้านการบริหารจัดการน้ำ หน่วยงานด้านภูมิอากาศ GISTDA ตลอดจน คณะกรรมการกลุ่มลุ่มน้ำ ก็ควรจะได้มีการบูรณาการกัน ก็ฝากให้กรมลดโลกร้อนนี้ เป็นเหมือนกับแม่บูรณาการ เป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อน เพื่อให้การใช้งบประมาณนั้น บรรลุวัตถุประสงค์และมีประสิทธิภาพ มีความคุ้มค่ามากที่สุดค่ะ🔗
ในประเด็นที่ ๒ ขอฝากในเรื่องของการสร้างพื้นที่เข้มแข็ง เช่นจังหวัด ลดโลกร้อน จังหวัดลดคาร์บอน จังหวัดสะอาด ซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็ได้ขับเคลื่อนกันมา อย่างต่อเนื่อง การสร้างพื้นที่ต้นแบบ ลดมลพิษ ท้องถิ่นเข้มแข็งควรจะได้ร่วมมือกัน การหาพื้นที่ต้นแบบ แล้วขยายผลไปยังทุกจังหวัดน่าจะเป็นเรื่องที่ดี และลดเวลาในการทำงานร่วมกันค่ะ ในส่วนของการขับเคลื่อนนี้นั้นกรมลดโลกร้อนได้ให้แนวทางไว้ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของภาคี ภายใต้แผนปฏิบัติงานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับประเทศ ดังนั้นการกำหนด ประเด็นและแนวทางแก้ไขอย่างมีส่วนร่วมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งค่ะ🔗
ประเด็นที่ ๓ ขอฝากในเรื่องของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ สังคม แห่งการตื่นรู้ ลดการใช้เชื้อเพลิงจากสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ก๊าซ Methane ถ่านหิน ปิโตรเลียม ลดพลาสติก ลดน้ำมันเชื้อเพลิง ใช้พลังงานทดแทนพลังน้ำ พลังแสงอาทิตย์ พลังลมให้มากที่สุด ตรงนี้ก็ฝากไว้ในเรื่องของกระบวนการที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ครอบคลุมภาคประชาชน องค์กร และหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคส่วนของการศึกษาและการเรียนรู้ค่ะ🔗
ในประเด็นที่ ๔ ประเด็นที่ท้าทายกับการขับเคลื่อนของไทยในเวทีโลก ภายใต้โจทย์ที่ท้าทายในฐานะสมาชิกอนุสัญญาแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่เราได้มีส่วนร่วมเรื่อยมาเรียกว่าโครงการนี้ หรือนโยบายนี้ การประชุม COP ในหน่วยของอนุสัญญา ไทยเราได้ประกาศตัวและท้าทายไว้ว่า ไทยเราจะก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ใน ปี ๒๐๕๐ คืออีก ๒๗ ปีค่ะ และในขณะเดียวกันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิจะเป็น ๐ ในปี ๒๐๖๕ คืออีก ๔๐ ปี ช้าไปไหมคะ แต่ไทยเราก็ได้ประกาศร่วมนโยบายนี้ไปเรียบร้อยแล้ว ใน COP ของการประชุม ทั้งปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ เรายังยืนยันว่า เราจะช่วยกันควบคุมอุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้น ไม่ให้เกิน ๑.๕ องศาเซลเซียสในปี ๒๐๓๐ ภายใต้อนุสัญญา Paris Agreement โจทย์ท้าทายนี้ ดิฉันจึงเห็นว่าสมควรอย่างยิ่งที่เราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะได้ลงมติร่วมกัน ในการตั้งคณะกรรมาธิการ ผลของการศึกษาพิจารณาจะนำไปสู่ความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน และเป็นส่วนของการขับเคลื่อนให้รัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน นำข้อมูลจากสมาชิกสภาแห่งนี้ไปใช้ในการกำหนดนโยบายและการวางแผน ปฏิบัติการอย่างเต็มประสิทธิภาพยิ่งค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสาธิต ทวีผล ครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สาธิต ทวีผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมขอขอบคุณเจ้าของญัตติทั้ง ๑๐ ญัตติ และขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนญัตติ ของเพื่อนสมาชิกในเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากำหนด แผนป้องกันและมาตรการการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่เกษตรกรรม ในจังหวัดลพบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงโดยใช้เวลาไม่นานครับท่านประธาน หากแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วน ๆ ของจังหวัดลพบุรี ขอ Slide ด้วยครับ ท่านประธานครับ ในส่วนเนื้อหาการอภิปรายนั้นผมจะขอเน้นไปในพื้นที่เขต ๒ ของ จังหวัดลพบุรี ส่วนพื้นที่อื่นเดี๋ยวจะมีเพื่อนสมาชิกต่าง ๆ ได้มาร่วมอภิปรายสนับสนุนต่อไป จังหวัดลพบุรีมีเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งเป็นเขื่อนดินที่มีขนาดใหญ่มีความจุ ๗๕๖ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่พี่น้องประชาชนในจังหวัดลพบุรีมีโอกาสในการใช้น้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในปริมาณ ที่น้อยกว่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำจึงทำให้การใช้น้ำต้องสูบน้ำขึ้นมาเก็บ ไปยังบ่อพักน้ำ ซึ่งปัจจุบันนี้มีอยู่ ๒ บ่อ แล้วปล่อยน้ำจากบ่อพักลงสู่ของ MC1 และคลอง MC2 เพื่อส่งต่อไปยังคลอง R และคลอง L และปล่อยลงสู่คลองไส้ไก่สายต่าง ๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้น้ำในการทำเกษตรกรรม ฟังดูก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรใช่ไหมครับ แต่จากการลงพื้นที่สำรวจของผมและทีมงานพร้อมด้วยชาวบ้านพบว่าคลอง R คลอง L และคลองไส้ไก่สายต่าง ๆ ที่รับน้ำจากคลอง MC1 คลอง MC2 ซึ่งเป็นคลอง Main หลัก เนื่องจากคลองต่าง ๆ ที่เป็นสายย่อยเกิดการตื้นเขินเนื่องจากมีดิน Slide ลงไปปิด ทำให้ คลองเหล่านั้นตันและไม่สามารถที่จะจ่ายน้ำได้ ประกอบกับไม่มีหน่วยงานที่จะเข้ามาดูแล บำรุงรักษา ผมเห็นสมควรว่าเราในฐานะผู้แทนราษฎรควรใส่ใจในการแก้ไขปัญหาของ พี่น้องประชาชน ผมในนามผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๒ เห็นชอบตามญัตติ ของเพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ในจังหวัดลพบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้ปัญหาได้รับการแก้ไข ได้รับการศึกษาอย่างเป็น ระบบกับพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้เราคุยกันเรื่องประเด็นปัญหาของ El Nino ซึ่งเป็นการคาดการณ์ว่า ในช่วงประมาณ ๔-๕ ปีข้างหน้าเราจะประสบปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรง วันนี้เป็น โอกาสดีที่สภาเราได้มีโอกาสเสนอญัตติเพื่อนำไปสู่แนวทางในการตั้งคณะกรรมาธิการแล้วก็แก้ไข ปัญหา ผมจะขอพูดถึงสถานการณ์ในภาคเหนือ ซึ่งใน ปิง วัง ยม น่าน แม่น้ำยมเป็นแม่น้ำ สายเดียวที่ยังไม่มีเขื่อนกั้นลำน้ำ เราเคยพูดถึงเขื่อนแก่งเสือเต้นแต่ก็ไม่เกิด จนกระทั่ง ผ่านไปหรือหลายสิบปีที่ผ่านมา แม่น้ำยมก็ไม่เคยมีเขื่อนกั้นลำน้ำได้เลย ท่านประธานครับ โดยสถานการณ์ผมอยากเรียนท่านประธานว่าแม่น้ำยมอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดแพร่ และจากแพร่ต่อไปถึงสุโขทัยเป็นพื้นที่ลาดชันมากจากเทือกเขาสูงแล้วก็ลงต่ำ ทุกปีจะได้ยินเสียง บอกว่าน้ำท่วมก็มาจากแพร่นั่นเอง แพร่ก็ไปท่วมสุโขทัยเกิดอุทกภัยหนัก จากสุโขทัย ก็ไปพิษณุโลก ไปพิจิตร นครสวรรค์ หรือแม้แต่ที่มาท่วมกรุงเทพฯ ที่เราเรียกว่าน้ำเหนือ ทุกปีเป็นอย่างนี้มาตลอด หลายสิบปีมาเราจะเจอปัญหานี้มาตลอด วันนี้ผมขออนุญาตพูดถึง แนวทางที่ควรต้องปฏิบัติแล้วก็สามารถทำได้จริงเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ผมอยากขออนุญาต เรียนท่านประธานว่าจริง ๆ จังหวัดแพร่และพะเยาถือเป็นต้นน้ำของลำน้ำยม ปี ๆ หนึ่งมีน้ำ ไหลผ่านแพร่เข้าประมาณปีละ ๒,๔๘๕ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วอย่างไรครับ น้ำมวลนี้ ไหลผ่านแพร่ในช่วงหน้าฝน เป็นอุทกภัยใหญ่ครับ ใหญ่ทั้งแพร่ ทั้งสุโขทัย ทั้งพิษณุโลก เป็นอุทกภัยใหญ่ต้องแก้ปัญหาทุกปี ทางสุโขทัยก็ไปทำเขื่อนกั้นลำน้ำ เขื่อนป้องกันตลิ่งพัง ทำแบบนี้ตลอดทั้งเส้น ยาวมาตั้งแต่เหนือจรดภาคกลางจนไปถึงกรุงเทพฯ มีเขื่อนป้องกัน ตลิ่งพังหมด สูญเสียงบประมาณมหาศาล ต้องเรียนท่านประธานว่าแพร่มีแม่น้ำสาขาหลัก ๑๖ สาขา และเป็นสาขาย่อยอีก ๔๘ สาขา มวลน้ำทั้งหมดเวลาตกในหน้าฝนไหลลงโครมเดียวลงแม่น้ำยมกลายเป็นมวลน้ำขนาดใหญ่ ท่วมเต็มไปหมด ผมอยากขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าจริง ๆ แล้ว ถ้าหากว่า เรามีการวางแผนที่ดี ถ้าเราไปดูภาคเหนือเราจะเห็นว่าภูมิประเทศของภาคเหนือ เป็นภูเขาน้อยใหญ่กระจายเต็มภาคเหนือเลย ภูเขาเหล่านี้บางพื้นที่เราก็มีการทำอ่างเก็บน้ำ ขนาดเล็กอยู่บ้างกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ แต่ปริมาณน้ำน้อยมาก ทั้งจังหวัดอาจจะอยู่ประมาณสัก ๑๘๕ ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้นเอง เป็นปริมาณน้ำที่ไม่ได้ซับมวลน้ำขนาดใหญ่เอาไว้เลย สิ่งที่ควรดำเนินการ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการ ที่จะตั้งขึ้นไปถึงกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ หรือสำนักงานทรัพยากรน้ำ แห่งชาติ วันนี้ถ้าเราจะบริหารน้ำหรือแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลในช่วงต่อไป เราควรจะต้องมองว่าใช้ภูเขาที่มีอยู่ตรงนั้นให้เป็นประโยชน์ เรากั้นร่องเขา ปิดร่องเขาเล็ก ๆ ทำกระจายไปหมด กักเก็บน้ำทั้งแพร่ ทั้งพะเยา หรือภาคเหนือกักเก็บน้ำไว้บนร่องเขา หรือที่เราเรียกว่าเราทำอ่างบนดอย เราก็สามารถทำให้อ่างเหล่านั้นกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ หน้าฝนไม่ต้องมีมวลน้ำขนาดใหญ่เป็นอุทกภัย หน้าแล้งมีน้ำจะค่อย ๆ ทยอยกระจายใช้ ตลอดทั้งปี ก็จะได้ประโยชน์ตั้งแต่พะเยา แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก จะได้ประโยชน์อย่างยิ่ง นี่คือสิ่งที่อยากเห็น ไม่ใช่ว่าไปแก้ปัญหานี่หน้าฝนก็อุทกภัย หน้าแล้งก็แล้งซ้ำซาก สิ่งนี้คือ สิ่งที่อยากจะเห็นเกิดขึ้น วันนี้เวลาเราจัดการงบประมาณในเรื่องของน้ำแล้วจะกระจายไป ในทุก ๆ จังหวัด กระจายไปทั่วกัน แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้แก้ปัญหา แต่ถ้าเรากักเก็บน้ำ ไว้ด้านบนของภาคเหนือไม่ปล่อยลงมาเป็นมวลน้ำขนาดใหญ่ปัญหาอุทกภัยจะไม่เกิดขึ้น จริง ๆ พวกเขื่อนต่าง ๆ ก็เหมือนกันก็คือการกั้นร่องเขาเท่านั้นเองแต่เป็นการกั้นร่องเขา ขนาดใหญ่กักเก็บน้ำจำนวนมาก แต่ว่าถ้าหากเราทำเขื่อนแก่งเสือเต้นไม่ได้ เราทำเขื่อน กั้นลำน้ำยมไม่ได้ สิ่งที่ควรทำคือทำอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กกระจายตัวให้ทั่วทั้งจังหวัด แล้วก็ทำ คลองส่งน้ำส่งน้ำไปใช้ทางการเกษตร แบบนี้ได้ประโยชน์ทั้งการป้องกันอุทกภัย แล้วก็ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้มีน้ำใช้ได้ตลอดทั้งปี สิ่งนี้คือสิ่งที่ควรทำ อยากเรียน ท่านประธานว่าเรื่องนี้เป็นการตัดสินใจที่รัฐบาลต้องตัดสินใจ เป็นการตัดสินใจที่หน่วยงาน ที่รับผิดชอบเรื่องน้ำต้องตัดสินใจ ลองเอาภาพรวมทั้งหมดมาดูดี ๆ เราก็จะสามารถแก้ไข ปัญหาอุทกภัยในลำน้ำยมได้ ไม่ใช่แก้ปัญหาเหมือนอย่างที่ผ่านมาในอดีตมันไม่มีทางแก้ได้ หรอกครับ แล้วเราก็จะเจอปัญหาสุโขทัย พิษณุโลกบอกน้ำแพร่มาแล้ว น้ำเหนือมาแล้ว แล้วก็ท่วมทุกปี แล้วก็มาถึงกรุงเทพมหานคร สิ่งนี้อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ทบทวน แล้วก็แก้ไขดำเนินการ จริง ๆ ถ้าจะรอบอกว่าเดี๋ยวให้ออกแบบขอ EIA ขออนุญาตกรมป่าไม้ ขออนุญาตอุทยานแล้วค่อยทำเขื่อนหรือทำอ่างเก็บน้ำ ๕ ปีก็ไม่เสร็จ ๑๐ ปีก็ไม่เสร็จ หลายสิบปีก็ไม่เคยทำได้ จริง ๆ ผมอยากเห็นว่าจัดเครื่องจักร กรมชลประทานหรือหน่วยงาน หรือจังหวัดจัดงบประมาณซื้อรถ Backhoe เข้าไปเลย แล้วก็ให้ภารกิจขออนุญาตปั๊บ กั้นร่องเขาเลยจะสามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ ปัญหาภัยแล้ง ปัญหา El Nino ก็จะลดลง แล้วก็ไฟป่าที่เคยเกิดขึ้นมามากก็จะหายไป อันนี้คือสิ่งที่อยากฝากท่านประธานผ่านไปถึง การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ฝากไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ ทาง สทนช. สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ผมคิดว่าสิ่งนี้ คือสิ่งที่แก้ไขปัญหาที่ทำได้จริง แล้วอยากให้มีการตัดสินใจดำเนินการจริง ๆ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสหัสวัต คุ้มคง ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดชลบุรี พรรคก้าวไกล เรื่องที่ผมอยากจะชวนทุกท่าน มาดูคือปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้น และจริง ๆ ตอนนี้ก็เกิดขึ้นแล้วในพื้นที่ภาคตะวันออกครับ ขอ Slide ด้วยครับ🔗
ตั้งแต่เด็กตั้งแต่ผมจำความได้จนถึงวันนี้ น้ำประปาพื้นที่บ้านผมมันไม่เคยดีเลย ไม่เคยมีคุณภาพครับ ทั้งขุ่นทั้งคาว มีกลิ่น บางที น้ำก็ไหลเบามาก น้ำใช้แทบจะไม่ได้ครับ แต่เป็นน้ำที่ทุกคนต้องเอามาอาบ ใช้ล้างหน้า แปรงฟัน บางวันก็ไม่ไหล แล้วถามว่าชอบไม่ไหลวันไหน มันชอบไม่ไหลวันอาทิตย์ ทั้งที่ วันอาทิตย์นี้เป็นวันหยุดของพี่น้องประชาชนที่จะได้ซักผ้า ล้างจาน ทำโน่นทำนี่ แต่น้ำจะไหล ปกติเสมอในวันธรรมดาให้ภาคอุตสาหกรรมใช้ เลิกเสียทีเถอะพฤติกรรมแบบนี้ที่เอาน้ำ ไปให้ภาคอุตสาหกรรมก่อนประชาชน แล้วตอนนี้อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ได้อภิปรายไว้ตอนนี้ภัยแล้งเป็นปัญหาใหญ่ และจะเป็นปัญหาต่อไปเรื่อย ๆ นะครับ ในภาคตะวันออกครับ ผมอยากจะชวนท่านประธานฝากไปยังเพื่อนสมาชิกดูดัชนี ความแห้งแล้งในภาคตะวันออก สีเขียวคือพื้นที่ที่ไม่ค่อยแล้ง สีส้ม ๆ แดง ๆ น้ำตาล ๆ นี่คือ ยิ่งเข้มยิ่งแล้ง ถ้าแต่ละปีเราจะเห็นเลยว่าสถานการณ์แล้งในภาคตะวันออกนั้นรุนแรง มาก ๆ ครับ และปัญหายิ่งหนักขึ้นอีกเมื่อมีการเกิดขึ้นของ EEC ปัญหาที่ใหญ่ตอนนี้คือ การแย่งน้ำกันระหว่างภาคครัวเรือน ภาคเกษตรกร และภาคอุตสาหกรรม ตอนนี้การใช้น้ำ ในภาคตะวันออกมีน้ำหนักอยู่ที่ภาคอุตสาหกรรม เราเข้าใจว่าภาคอุตสาหกรรมเป็นภาค ที่มีความสำคัญและมีขนาดใหญ่จำเป็นต้องใช้น้ำจำนวนมาก แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ภาคเกษตรก็สำคัญไม่แพ้กันนะครับ เกษตรของภาคตะวันออกคือเกษตรมูลค่าสูง มีทั้ง ทุเรียน มีมังคุด ไปจนถึงการปลูกข้าว เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะขาดไม่ได้เป็น Soft Power ของไทย ตอนนี้การใช้น้ำในภาคอุตสาหกรรมคุกคามภาคเกษตรกรรมอย่างมาก ทีนี้เรามาดู ปริมาณน้ำต้นทุนและความต้องการใช้น้ำของภาคตะวันออกเรา ตอนนี้ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ที่ประมาณ ๒,๘๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ในขณะที่ความต้องการ การใช้น้ำของภาคตะวันออกอยู่ที่ ๔,๑๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร สูงกว่าปริมาณน้ำต้นทุนถึง ๑,๓๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วทุกวันนี้การแก้ไขปัญหาของเราคืออะไร สร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่ม เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน โดยคาดหวังว่าเราจะมีน้ำมาให้เก็บ แต่ถ้าเราดูจากผู้อภิปราย ที่ผ่านมาหลาย ๆ ท่านก็ได้ครับ ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาก็มีแนวโน้มที่จะทำให้เราไม่ได้น้ำ อย่างเพียงพอ แล้วเราทำอะไรต่อ ตอนนี้เราในบางพื้นที่แก้ไขปัญหาโดยการใช้น้ำบาดาล ก็อย่างที่ทราบน้ำบาดาลอาจจะบรรเทาปัญหาในระยะสั้นได้ แต่ระยะยาวเราก็ทราบดีว่า น้ำบาดาลอาจจะส่งผลกระทบมากมาย เราทำอะไรอีกในภาคตะวันออก เรามีการผันน้ำ จากแม่น้ำต่าง ๆ เข้ามา เช่น แม่น้ำบางปะกงผันเข้ามาใช้ในอ่างเก็บน้ำ แต่ก็เช่นกันการผันน้ำ ก่อให้เกิดปริมาณน้ำจืดในแม่น้ำบางปะกงลดลง แล้วเกิดน้ำทะเลหนุน ทำให้เกิดปัญหา สิ่งแวดล้อมตามมามากมาย ความหลากหลายทางชีวภาพที่ลดลงและพันธุ์สัตว์น้ำที่หายไป ตามมาครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้นอกจากจะเกิดการแย่งชิงทรัพยากรน้ำ เพราะว่า น้ำไม่เพียงพอแล้ว จริง ๆ แล้วยังเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ อย่างที่ เห็นใน Slide เลย ทำไมพระราชบัญญัติฉบับนี้ถึงเป็นปัญหาครับ ง่าย ๆ พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ให้อำนาจกับสิ่งที่เรียกว่าคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ข้าราชการต่าง ๆ เป็นกรรมการเต็มไปหมด แต่ไม่มีประชาชนอยู่ในนั้นเลย อำนาจ ของกรรมการชุดนี้มีมากเกินไปครับ ตาม Slide เอาแค่อำนาจของคณะกรรมการชุดนี้ ตามมาตรา ๑๗ ของ พ.ร.บ. นี้มีเยอะแยะมากมายประมาณ ๑๘ เรื่อง สรุปให้ง่าย ๆ สั้น ๆ น้ำที่ควรจะเป็นทรัพยากรของทุกคนสามารถจัดสรรกันเองได้ในพื้นที่ กลับถูกผูกขาด การจัดการไว้ที่ กนช. หรือพูดง่าย ๆ ว่าน้ำทั้งประเทศจะถูกจัดสรรอย่างไร กลับตกอยู่ในมือ คนกลุ่มเดียว และถึงแม้จะมีเรื่องพื้นที่จะมีคณะกรรมการลุ่มน้ำ แต่คณะกรรมการลุ่มน้ำก็มี สัดส่วนของราชการเยอะมาก และเยอะกว่าผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำอีก ทำให้การกระจายอำนาจ ด้านชลประทานไม่เกิดขึ้นครับ และไม่มีใครมีอำนาจเพียงพอที่จะเห็นแย้งกับ กนช. ได้ ดังนั้นเราอาจจะต้องมีการทบทวนพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำกันอีกครั้งหนึ่ง และนอกจากนี้ปัญหา พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกมาโดยยึดโยงให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ที่ตามบริบทกฎหมายนี้ออกมาไม่ได้มีการพูดถึงหรือคำนึงถึงภาวะ El Nino ที่เรากำลังพูดถึง ในขณะนี้เลย🔗
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน การใช้ทรัพยากรน้ำตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ แบ่งเป็น ๓ ประเภท คือ ๑. การใช้เพื่อการดำรงชีพในครัวเรือน การเกษตร ๒. ใช้เพื่อ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การผลิตไฟฟ้า การประปา และกิจการอื่น ๆ และ ๓. คือการใช้น้ำ เพื่อกิจการขนาดใหญ่ที่ใช้น้ำปริมาณมาก โดยต้องเรียงลำดับการใช้เป็น ๑ ๒ ๓ ตามที่ผมพูดไปครับ แต่ตามข้อมูลที่ผมนำเสนอไปนั้นจะเห็นได้ชัดเลยครับว่าไม่ได้เรียงไป ตามอย่างนั้นแน่นอนครับ🔗
และสุดท้ายครับท่านประธาน ผมมีข้อเสนออีกอย่างหนึ่งคืออยากเสนอ ให้มีการออกกฎหมายเพื่อจะให้มีการบังคับให้โรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ต้องใช้น้ำเป็นจำนวนมาก ให้มีการ Recycle น้ำอย่างเป็น ระบบ จะเป็นการร่วมกันของโรงงานหรือเจ้าของนิคม หรือลงทุนแบบไหนก็แล้วแต่เลยครับ แต่ต้องให้มีการบังคับให้มีครับ และโรง Recycle น้ำเหล่านี้จะต้องถูกตรวจสอบได้แบบ Real Time ว่าเปิดทำงานอยู่ เพราะปัจจุบันแค่ระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานยังมีการแอบปิด ไม่ยอมเดินเครื่องอยู่เลยครับ จะเปิดก็ต่อเมื่อมีคนมาตรวจเท่านั้น และต้องมีมาตรการ ให้โรงงานเหล่านี้ลดการใช้น้ำจากแหล่งน้ำภายนอกลงอย่างเป็นระบบ เพื่อให้พี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ได้มีน้ำไว้ใช้เป็นอันดับแรกก่อนครับ🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน ผมขอสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ และฝากถึงท่านที่จะเข้ามาเป็นกรรมาธิการนะครับ ฝากข้อเสนอ ของผมด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวัชระพล ขาวขำ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากกรณีปัญหาภัยแล้งที่เราคุยกันมาทั้งวันนะครับ ถามว่า ปัญหาภัยแล้งเป็นปัญหาใหญ่ไหม ก็เป็นปัญหาที่เราพยายามแก้กันมานาน แต่ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าภายใต้ปัญหาภัยแล้ง ณ ขณะนี้ที่เรานั่งประชุมกันอยู่ตอนนี้ ที่บ้านผม จังหวัดอุดรธานีน้ำท่วมครับ ท่วมจากการบริหารจัดการน้ำ ท่วมจากฝีมือมนุษย์ ไม่ได้ท่วม จากภัยธรรมชาติใด ๆ ทั้งสิ้น น้ำท่วมตอนนี้กินบริเวณพื้นที่ไป ๒ อำเภอของจังหวัดอุดรธานี ในอำเภอเมือง ตำบลเชียงยืน ตำบลหมูม่น ตำบลนากว้าง แล้วก็ลามไปจนถึงอำเภอกุดจับ ตำบลเชียงเพ็ง สถานการณ์ในจังหวัดอุดรธานีขณะนี้เป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างจะเลวร้าย ขึ้นเรื่อย ๆ เพราะว่าตอนนี้การปล่อยน้ำจากเขื่อน ปล่อยมาปริมาณค่อนข้างมาก แล้วก็ ตอนนี้ยังบริหารจัดการไม่ได้นะครับ โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาผมได้ออกช่วยเหลือชาวบ้าน เบื้องต้นกับผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นท่านนายอำเภอ ท่านนายก อบต. เชียงยืน ท่านนายก อบต. เชียงเพ็ง ก็เข้าไปดูแลชาวบ้านเบื้องต้น แต่ก็สามารถแก้ไขได้เพียงแค่ ชั่วคราว แล้วก็แค่เบื้องต้นเท่านั้นครับ🔗
โดยสถานการณ์ขณะนี้ประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้ คือเขื่อนใหญ่ในจังหวัดอุดรธานี การบริหารจัดการน้ำของเขื่อนใหญ่ไม่สามารถรองรับน้ำได้ ซึ่งน้ำตอนนี้เขาเรียกว่าเขื่อนห้วยหลวงกำลังจะแตกแล้ว ทางกรมชลประทานก็เลยต้อง ตัดสินใจปล่อยน้ำแบบเร่งด่วน ทำให้น้ำในจังหวัดอุดรธานีท่วมกินพื้นที่ไป ๒ อำเภอ ผมก็เป็นหนึ่งในประชาชนชาวอุดรธานีซึ่งได้รับผลกระทบเช่นกันครับ จะเรียกได้ว่าตอนนี้ ผมเป็นผู้ประสบภัยเลยก็ได้ เพราะว่าตอนนี้ที่บ้านผมน้ำได้ท่วมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อเช้า ก็ได้รับการติดต่อจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ติดต่อจากนายอำเภอ ติดต่อจาก ปภ. ว่า บ้านท่าน สส. ไหวไหม ท่านต้องการถุงยังชีพไหม ผมก็ได้ตอบไปทันทีเลยว่าไม่เป็นไรครับ ให้พี่น้องชาวจังหวัดอุดรธานีก่อน เนื่องจากน้ำท่วมครั้งนี้มันเป็นการบริหารจัดการน้ำ จากมนุษย์ ดังนั้นผมก็คงจะต้องขอวิงวอนฝากท่านประธานมีอยู่ ๒-๓ ประเด็น🔗
ประเด็นที่ ๑ การบริหารจัดการน้ำโดยกรมชลประทาน ถ้าท่านทราบว่า เขื่อนนี้น้ำเยอะ แล้วก็สามารถระบายได้ ทำไมท่านไม่ปล่อยตั้งแต่แรก ทำไมท่านต้องรอให้ สถานการณ์น้ำวิกฤติแล้วถึงปล่อย ถามว่าปล่อยเวลานี้ชาวบ้าน เดือดร้อนมากนะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วในช่วงที่เราประสบปัญหาภัยแล้งช่วงสัก ๓-๔ เดือนที่แล้วสามารถปล่อยได้ แต่ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมท่านไม่ปล่อย หรือว่าชาวบ้านในจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นเกษตรกรไม่คู่ควรกับการได้รับน้ำในการทำเกษตร ผมว่ายังไม่เข้าใจปัญหานี้เช่นกัน ก็ฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลบริหารจัดการน้ำซึ่งเป็นหัวใจหลักในการทำ การเกษตรแล้วก็เป็นสายน้ำที่หล่อเลี้ยง ชาวจังหวัดอุดรธานีครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ในฐานะตัวแทนพี่น้องชาวอุดรธานีที่ตอนนี้ประสบภัย กันเป็นวงกว้างมากกว่า ๑,๐๐๐ หลังคาเรือนละครับ ก็อยากวิงวอนฝากท่านประธาน ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน ผมเข้าใจครับ ญัตตินี้ ผมเห็นด้วยแล้วผมสนับสนุนทุกช่องทางแล้วก็กราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ที่เสนอญัตตินี้ ผมเห็นด้วยโดยบริสุทธิ์ใจเลย แต่ว่าสถานการณ์ขณะนี้ญัตตินี้กว่าจะตั้ง คณะกรรมาธิการเสร็จแล้ว กว่าจะคุยกันกว่าจะแก้ปัญหาเสร็จผมว่าไม่ทันแล้วครับท่านประธาน ในระยะยาวเราสามารถบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพได้ แต่ผมขอฝากวิงวอนในระยะสั้น ช่วยเหลือพี่น้องชาวอุดรธานีก่อน ตอนนี้ลำบากมากน้ำท่วมเป็นวงกว้างแล้ว อย่างน้อยที่สุด ปิดประตูเขื่อนห้วยหลวงก่อนเพื่อให้ชะลอน้ำไม่ท่วมเป็นบริเวณกว้างก็ยังดี วันนี้ตัวแทนของ ชาวอุดรธานีมาวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฝากไปยังท่านประธานขอเป็นความหวังครับ หวังว่าวันพรุ่งนี้ตื่นมาบ้านผมน้ำจะลดลงบ้างสักนิดก็ยังดี แล้วก็พี่น้องชาวอุดรธานี จะได้หายใจหายคอได้สัก ๒-๓ วันก็ยังดีกราบขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีก็อยู่แถวนี้ ก็คงได้รับฟังการอภิปรายของท่านคิดว่าท่านรัฐมนตรีคงเร่งแก้ไข ปัญหานี้นะครับ เหลืออีก ๑๙ ท่าน วันนี้เราประชุมกันมาพอสมควรแล้ว เอาไว้ต่อพรุ่งนี้นะครับ วันนี้ขอปิดประชุมครับ🔗