รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
------------------------------
เชิญนั่งครับ เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิก ได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผม จะให้หารือตามลำดับรายชื่อที่ยื่นมา ขอให้ท่านใช้เวลาท่านละ ๒ นาที ตามลำดับที่จะเรียก ต่อไปนะครับ ท่านแรกขอเชิญท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้ขออนุญาต หารือเกี่ยวกับถนนของกรมทางหลวง ๓ เส้นทาง เพื่อขอให้ท่านประธานได้กรุณาทำหนังสือ ถึงอธิบดีกรมทางหลวงเพื่อชี้แจงหรือดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวอำเภอ สองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ดังนี้ครับ🔗
เส้นทางแรก ถนนมาลัยแมน บริเวณสี่แยกหน้าเทศบาลตำบลทุ่งคอก ซึ่งเป็นถนนกว้าง ๔ เลน มีเกาะกลางถนน เกิดอุบัติเหตุอยู่เป็นประจำ นายกเทศมนตรี วรสิทธิ์ วรกิจธำรงค์ชัย นายกเทศมนตรีได้ทำ หนังสือถึงแขวงทางหลวงที่ ๒ อู่ทอง ให้มาดำเนินการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรเพื่อลด อุบัติเหตุ ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาล และผู้สัญจรไปมา แต่ยังไม่มีผลคืบหน้าทั้งการชี้แจงหรือดำเนินการตามที่ขอไปแต่ประการใด ซึ่งท่าน สส. นพดล มาตรศรี ก็เป็นห่วงเรื่องนี้เช่นเดียวกัน🔗
เส้นทางที่ ๒ ถนนบางลี่-หนองวัลย์เปรียง บริเวณตั้งแต่ตลาดบางลี่ผ่านหน้า โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๑๗ และที่ว่าการอำเภอสองพี่น้อง ไม่มีการลอกท่อ ระบายน้ำทั้ง ๒ ฝั่งมานานแล้ว เป็นผลทำให้เมื่อฝนตกน้ำจะท่วมถนนและบริเวณชุมชน ใจกลางอำเภอ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนอย่างมาก ซึ่งนายกเทศมนตรี ชนิษา วิมลวัฒนา ได้มีความเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะฝาท่อ ถนนก็มีการชำรุดอาจเป็นอันตรายเช่นเดียวกัน🔗
เรื่องสุดท้าย ถนนสาย ๓๔๒๒ จากวัดไผ่โรงวัวถึงที่ว่าการอำเภอสองพี่น้อง บริเวณช่วงระหว่างวัดไผ่โรงวัวถึงโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา ๕ เป็นทางโค้งรูปตัว S เกิดอุบัติเหตุอยู่เป็นประจำ พระครูอนุกูลปัญญากร เจ้าอาวาส และท่านบำรุง เสียงเพราะดี ไวยาวัจกร เป็นห่วงอย่างยิ่งครับ ขอให้ท่านประธานทำหนังสือโดยด่วน ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พงศธร ศรเพชรนรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง อำเภอแกลง อำเภอ เขาชะเมา จากพรรคก้าวไกล วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๑ วาล์วน้ำท่อส่งน้ำของ กรมชลประทานหาย บริเวณระหว่างหมู่ที่ ๗ ตำบลสองสลึง และหมู่ที่ ๕ ตำบลห้วยยาง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถใช้น้ำเพื่อการเกษตรได้ สร้างความ เสียหายให้พื้นที่ชุมชนตำบลสองสลึง ห้วยยาง ชากพง และชากโดน สาเหตุเนื่องจากประตู ควบคุมน้ำที่อยู่ในการดูแลของกรมชลประทานโดนโจรกรรมวาล์วน้ำ กรมชลประทานได้ แจ้งความไว้ที่ สภ.อ. แกลง และ สภ.อ. กร่ำ ตั้งแต่วันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๖ มีการแจ้งความ คืบหน้าจาก สภ.อ. แกลง ล่าสุดวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๖ ว่าจะออกหมายเรียกผู้ต้องหา ๒ ครั้ง หากไม่มาจะออกหมายจับ แต่จนถึงวันนี้คดีความก็ยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่มี หลักฐานและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ยังไม่มีการออกหมายจับแต่อย่างใด เมื่อคดีไม่มีความ คืบหน้าและไม่สามารถปิดคดีได้ ทำให้กรมชลประทานไม่สามารถของบประมาณในการ ซ่อมแซม บำรุงรักษา ตามระเบียบราชการ เพื่อมาช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน ส่งผลให้ชาวบ้านเดือดร้อนหลายชุมชน จึงขอฝากท่านประธานไปยังสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติให้ช่วยเร่งรัดผู้รับผิดชอบคดี ดำเนินการเพื่อที่ทางกรมชลประทานจะได้ขอ งบประมาณมาแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน และฝากประสานไปยังกรมชลประทานว่า พอมีช่องทางแก้ไขปัญหาโดยไม่ต้องรอปิดคดีได้หรือไม่🔗
เรื่องที่ ๒ ขุดภูเขารุกป่า เรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ มีการขุดภูเขา ขนดินในพื้นที่หมู่ ๕ ตำบลชากพง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ในเขตพื้นที่เทศบาล ตำบลสุนทรภู่ จากข้อมูลของชาวบ้านพบว่าพื้นที่นี้เคยเป็นป่าชุมชนและอยู่ในการดูแล ของหน่วยงานทรัพยากรป่าไม้ แต่กลับมีการนำรถ แบคโฮ ขึ้นไปขุดแล้วขนดินออกจากพื้นที่ กันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นทรัพยากรของชาติที่ไม่ควรบุกรุก หรือครอบครอง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและสั่งให้หยุดกระทำการไปแล้ว แต่ก็ยังมีการขุดและขนดินอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเกิดความเสียหาย ชาวบ้านก็เป็นกังวลครับว่าจะเกิดผลกระทบเมื่อมีฝนตกลงมาชะหน้าดิน หน้าดินก็จะไหลลงมา สร้างความเสียหายต่อชาวบ้านได้ ฝากเรียนท่านประธานไปยังกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นให้ช่วยกำกับทางเทศบาลสุนทรภู่ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบในฐานะเจ้าของพื้นที่ และฝากถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ ให้เร่งดำเนินการ ตรวจสอบอย่างแข็งขันเหมือนกรณีเขาใหญ่ด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้ผมขอหารือเรื่องการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพการผลิตและการตลาดให้โคเนื้อสุรินทร์วากิว ท่านประธานครับ ผมได้ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์พูดคุยกับเกษตรกรที่เลี้ยงวัวในจังหวัดสุรินทร์ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่เลี้ยงสายพันธุ์สุรินทร์วากิว ที่ได้ชื่อว่า สุรินทร์วากิว เพราะมี มาตรฐานเนื้อเทียบเคียงกับมาตรฐานญี่ปุ่นครับ กลุ่มเกษตรกรนี้มีการรวมกลุ่มเพื่อพัฒนา สินค้า แล้วก็ขอจดทะเบียน GI เป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เปลี่ยนชื่อจาก สุรินทร์วากิว เป็น สุรินทร์กูว์ ซึ่งหมายความว่าเนื้อวัวจากจังหวัดสุรินทร์ จุดมุ่งหมายก็คือเพื่อเพิ่มมูลค่า แล้วก็สร้างการรับรู้ให้กับนานาชาติครับ ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีการเลี้ยงวัว มากที่สุดในประเทศครับท่านประธาน ปีที่แล้วมีการเลี้ยงวัวถึง ๖๐๐,๐๐๐ ตัว แต่เป็นเนื้อ สายพันธุ์สุรินทร์วากิวเพียงแค่ ๕,๐๐๐ ตัว หรือคิดเป็นไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ข้อจำกัดเกิดจาก การที่เกษตรกรเองไม่รู้ถึงวิธีการ กระบวนการ ไม่เข้าใจ แล้วก็ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่ง เงินทุนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการเลี้ยงได้ครับ ซึ่งถ้าเราสามารถยกระดับตรงนี้ได้ เปลี่ยนจากสายพันธุ์ Brahman ธรรมดาเป็นสายพันธุ์สุรินทร์วากิว เราจะสามารถเพิ่มมูลค่า ให้กับเกษตรกรได้ เนื้อวัวจาก ๓๕๐ บาทต่อกิโลกรัม สามารถเพิ่มเป็น ๓,๐๐๐ บาท ต่อกิโลกรัม หรือสามารถขายวัวได้จากตัวละไม่เท่าไร เพิ่มขึ้นเป็น ๕ เท่าได้ครับท่านประธาน ผมจึงขอหารือ ฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ฝากทางกระทรวงพาณิชย์ ช่วยเร่งรัดกระบวนการขึ้นทะเบียน GI แล้วก็เจรจาหาตลาดเพื่อรองรับสินค้าทั้งในประเทศ และนอกประเทศ ให้เกษตรกรสามารถมีความมั่นใจในการเลี้ยงครับ รวมถึงฝากไปถึง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการส่งเสริมความรู้ สร้างมาตรฐาน แล้วก็การให้เข้าถึง แหล่งเงินทุนกับพี่น้องเกษตรกรคนสุรินทร์ครับ รวมไปถึงการควบคุมการลักลอบนำเข้าวัว จากชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันการทำให้ราคาของเนื้อสายพันธุ์สุรินทร์ ราคาถูกลง🔗
ท้ายที่สุดครับ ผมหวังว่าการหารือของผมจะสามารถทำให้เกษตรกรใน จังหวัดสุรินทร์สามารถยกระดับผลิตภัณฑ์แล้วก็มีรายได้มากขึ้น สอดคล้องกันกับแนวคิด ของท่านเศรษฐา ทวีสิน ที่อยากให้ประเทศไทยในน้ำมีปลา ในนามีข้าวและในกระเป๋าสตางค์ ของพี่น้องประชาชนมีเงินกันครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณชยพล สท้อนดี ครับ ขอข้ามไปก่อน ไปตอนสุดท้ายเลยนะครับ ขอเชิญคุณญาณีนาถ เข็มนาค ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางญาณีนาถ เข็มนาค จังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทยค่ะ ดิฉันมีเรื่องหารือท่านอยู่ ๒ ประเด็น🔗
ประเด็นแรก เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพื่อการเกษตร ปฏิเสธไม่ได้ค่ะท่านประธานว่าน้ำเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของพี่น้องเกษตรกร ดิฉันจึงได้ลงพื้นที่ลำห้วยทม บ้านห้วยทม ลำห้วยคำปะอี บ้านหนองแมงดา ตำบลป่าก่อ อำเภอชานุมาน และบ้านโคกกลาง ตำบลนาเวียง อำเภอเสนางคนิคม🔗
ลงไปพร้อมเจ้าหน้าที่ชลประทาน อำนาจเจริญ ได้พบ สจ. นายก อบต. ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบจากการขาดน้ำเพื่อทำการเกษตร ซึ่งจากการพูดคุยทราบว่าทางชลประทาน อำนาจเจริญได้เสนอโครงการไปแล้ว คืออาคารบังคับน้ำพร้อมขุดลอกห้วยทม อาคาร บังคับน้ำพร้อมขุดลอกห้วยคำปะอี ตำบลป่าก่อ อำเภอชานุมาน สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบส่งน้ำบ้านโคกกลาง ตำบลนาเวียง อำเภอเสนางคนิคม ดิฉันมั่นใจค่ะ ถ้าโครงการ ทั้ง ๓ โครงการดังกล่าวได้รับการจัดสรรงบประมาณจะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาน้ำ เพื่อการเกษตรให้กับพี่น้องอย่างมากมายเป็นวงกว้างและยั่งยืน จึงเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้โปรดเร่งรัดงบประมาณดังกล่าวเพื่อแก้ไขปัญหา ให้พี่น้องอย่างเร่งด่วนต่อไปค่ะ🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องปัญหาความเดือดร้อนในการสัญจรไปมาของพี่น้อง สืบเนื่องจากถนนสายนางบัวไล สอนวงศ์ ภูถ้ำพระ บ้านเหล่าแก้วแมง คำแก้วเมืองเก่า ตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอชานุมาน มีขนาดกว้าง ๕ เมตร ยาว ๔,๐๐๐ เมตร ปัจจุบันถนน เป็นลูกรังชำรุดทรุดโทรม เป็นหลุมเป็นบ่อ เกิดอุบัติเหตุเสียหลักบ่อยครั้ง ถนนเส้นนี้เป็นถนน ที่พี่น้องใช้ขนส่งสินค้าทางการเกษตร และต้องเดินทางเข้าสู่สถานที่ราชการอำเภอชานุมาน และยังไปตัวเมืองอำนาจเจริญ ถนนเส้นนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ อบต. คำเขื่อนแก้ว แต่ยังขาดงบประมาณก่อสร้าง จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยได้จัดสรร งบประมาณเพื่อก่อสร้างหรือซ่อมแซมปรับปรุงถนนดังกล่าวเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ให้พี่น้องต่อไป ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอเชิญคุณสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ ครับ🔗
เรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม สุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตสวนหลวง เขตประเวศ เขตหนองบอน กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกลครับ ผมได้รับร้องเรียนความเดือดร้อนจาก พี่น้องประชาชนในเขตสวนหลวง-ประเวศ (แขวงหนองบอน) ด้วยกัน ๔ เรื่อง ขอหารือกับ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยบรรเทาแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนครับ🔗
ปัญหาที่ ๑ ปัญหาของ ถนนศรีนครินทร์ ๑๖ เป็นประติมากรรมฝาท่อที่กินเลนถนนทุกเลน พร้อมที่จะถล่มลงไปได้ ทุกเวลา ขอให้กรุงเทพมหานครเข้ามาดูแลแก้ไขบริเวณนี้อย่างเร่งด่วน อย่าปล่อยปละละเลย ให้เกิดซ้ำรอยเดิมเช่นเดียวกับบริเวณถนนสุขุมวิทที่ฝาท่อทรุดตัวรถบรรทุกตกลงไป🔗
ปัญหาที่ ๒ ขอทางข้าม ทางม้าลายที่มีสัญญาณไฟคนข้ามให้กับผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วย สามารถข้ามถนนได้อย่างปลอดภัยบริเวณหน้าตลาดบุญเรือง ซอยวัดตะกล่ำ เนื่องจากสะพานลอยที่มีแทบไม่มีคนใช้ เพราะทั้งสูงชัน และบริเวณนี้เป็นจุดรับส่งผู้โดยสาร รถสาธารณะ และเป็นที่ตั้งของศูนย์บริการสาธารณสุขที่ ๕๗ ประชาชนต้องใช้ข้ามถนน จำนวนมากครับ ขอให้กรุงเทพมหานครพิจารณาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ สะท้อนความไม่ปลอดภัยของชีวิตต่อพ่อแม่พี่น้องในเขตประเวศครับ🔗
ปัญหาที่ ๓ ขอให้กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะสำนักงานเขตสวนหลวง บริเวณที่ว่างปากซอยศรีนครินทร์ ๒๔ ให้กวดขันการทิ้งขยะและคนเร่ร่อนเข้าไปอยู่อาศัย ซึ่งเป็นสาเหตุของการลักลอบเผาขยะ บางเดือนเผาถึง ๗-๘ รอบ ทั้งเขม่าควัน เศษฝุ่นละออง กลิ่นสารเคมี ส่งผลกระทบกับประชาชนในละแวกนั้น โดยเฉพาะหมู่บ้านกลางเมือง ขอให้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ มีมาตรการป้องกันอย่างจริงจังในการแก้ไขปัญหานี้ครับ🔗
ข้อ ๔ ปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดจากรถเครนบนถนนอ่อนนุช ตอนกลางคืนเกิดขึ้น ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากความประมาทเลินเล่อ ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยการเข้มงวดกวดขันในเรื่อง ความปลอดภัยให้กับพ่อแม่พี่น้อง รวมถึงกวดขันการตรวจสอบใบขับขี่ให้ถูกประเภท ทั้งนี้ ต้องตระหนักถึงชีวิตและทรัพย์สินของผู้เสียหาย เพราะบางครั้งการสูญเสียก็ไม่สามารถ ประเมินเป็นตัวเลขได้ กราบขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญคุณปทิดา ตันติรัตนานนท์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามแนว ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ขออนุญาตหารือท่านประธานในกรณี ที่มีความพยายามในการใช้พื้นที่ป่าไม้ในการจัดงานในรูปแบบสุรินทร์โมเดล ณ ตลาดอาเซียน ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ระหว่างวันที่ ๑๔-๑๖ มีนาคมนั้น ก่อนอื่นดิฉัน ขอเล่าความเป็นมาของตลาดอาเซียนก่อนค่ะ ตลาดอาเซียนเดิมเป็นของบริษัท จอมคชา จำกัด ชื่อเดิมคือ บริษัท บ้านด่านพัฒนา จำกัด มีการขออนุญาตทำประโยชน์หรืออยู่อาศัย ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายห้วยทับทันแปลงที่ ๓ เนื้อที่ ๑๗๕ ไร่ ตามมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗🔗
ใบอนุญาตออกให้ตั้งแต่วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ซึ่งปัจจุบันนี้ใบอนุญาตหมดอายุแล้ว จากการประชุมสภาสมัยวิสามัญ ครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๗ ของ องค์การบริหารส่วนตำบลด่าน สภามีมติเป็นเอกฉันท์ ไม่เห็นชอบให้กรมป่าไม้อนุญาตให้ บริษัท จอมคชา จำกัด ต่อใบอนุญาตในการทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวน แห่งชาติ เนื่องจากตลาดอาเซียนแห่งนี้อยู่ใต้อ่างเก็บน้ำห้วยด่าน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่มี ความสำคัญ ใช้ประโยชน์ในหลายพื้นที่ หลายตำบล และตลาดแห่งนี้มีการปล่อยน้ำเสีย ตลอดจนสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ลงสู่ลำห้วย ได้รับการร้องเรียนจากผู้นำชุมชนอยู่หลายครั้งก็ไม่ได้ ดำเนินการแก้ไขแต่อย่างใด เมื่อมีการขออนุญาตต่อใบอนุญาตตลาดจากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นแล้ว กลับไม่มีการมาขอต่อใบอนุญาตใหม่อีกครั้ง ใบอนุญาตต้องต่อทุก ๆ ๑ ปี ทั้งยังค้างชำระภาษีโรงเรือน ซึ่งปัจจุบันคือภาษีที่ดินและสิ่งก่อสร้าง แต่ก่อนการหารือในวันนี้ ดิฉันได้ทราบว่ามีการเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดงานไปแล้ว จึงขอขอบคุณไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านภูมิธรรม เวชยชัย ที่ท่านได้เห็นถึงการร้องเรียนของท้องถิ่น และได้ฟังเสียงของประชาชน ท้ายที่สุดดิฉันขอหารือผ่านท่านประธานสภาไปยังรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านรัฐมนตรีพัชรวาท วงษ์สุวรรณ ท่านมีความเข้มงวดในการขอใช้พื้นที่ป่าสงวนมาโดยตลอด ให้ท่านได้ช่วยตรวจสอบว่า วัตถุประสงค์ของการขอใช้ตลาดครั้งนี้ตรงกับความเป็นจริงในการทำตลาดหรือไม่ ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน🔗
ขอเชิญ คุณประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัด ปทุมธานี เขต ๗ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรที่สามแยกลำลูกกาคลอง ๑๒ เป็นทางเข้าตลาดลำไทร เรื่องนี้ผมเคยปรึกษาท่านประธานไปแล้วนะครับ เกิดอุบัติเหตุบ่อย มีคนเสียชีวิตหลายราย เรื่องนี้ก็ได้มีการกันงบไว้แล้วประมาณ ๓ ล้านบาทในการก่อสร้าง แต่ผมก็กังวลว่าจะมีปัญหาว่าจะไม่ได้สร้าง เนื่องจากทราบมาว่าจะมีการสร้างเกาะกลาง ซึ่งจะสร้างเมื่อไรก็ไม่ทราบ ทำให้ต้องรื้อไฟแดงนี้ออกในอนาคต อาจจะทำให้เกิดความ ไม่ชัดเจนในเรื่องนี้ จึงอยากจะเรียนท่านประธานไปถึงนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเกี่ยวเนื่องกับ ๒ หน่วยงาน ทั้งกรมทางหลวงแล้วก็เทศบาล ว่าขอความชัดเจนว่าจะสร้างหรือไม่ เริ่มเมื่อไร แล้วก็ใช้เวลานานเท่าไร จะเสร็จสิ้นจนเปิดใช้เมื่อไร เพราะ ๓ ล้านบาทไม่คุ้มกับชีวิตคน เพียงคนเดียว🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องไฟแดงเหมือนกัน ถนนลำลูกกาเช่นเดียวกัน อยู่ข้าง วัดประชุมราษฎร์ ไฟแดงอันนี้ใช้เวลาสร้าง ๒ ปี แต่เปิดใช้แค่ ๒ เดือน แล้วปิดถาวรจนถึง ทุกวันนี้ เนื่องจากก่อให้เกิดรถติดอยู่ถนนเส้นใน ตรงนี้ผมอยากทราบว่ามีการศึกษากันดีแล้ว แค่ไหน เพราะใช้เวลานานในการก่อสร้าง เสร็จแล้วใช้งานแค่ ๒ เดือนก็ต้องปิด ตรงนี้ อยากหาผู้รับผิดชอบด้วย ขอทราบเหตุผลด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ คือรถบรรทุก รถพ่วงขนดินน้ำหนักเกิน วิ่งฝุ่นตลบ ไม่มีผ้าใบคลุม บางครั้งดินก็หล่น อันนี้เกิดขึ้นที่ถนนลำลูกกา ๓๓๑๒ และถนนเส้นใน ปท.๕๐๓๑ ผ่านหน้า เทศบาล ผ่านหน้า สภ. ลำลูกกา ผ่านวัดแจ้งลำหิน ตรงนี้ผมก็เห็นใจผู้ประกอบการ แต่ก็ต้อง เห็นใจประชาชนด้วย ฝุ่นตลบวิ่งกันตลอดเวลาเลยแล้วก็ทำดินหล่นด้วยเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก🔗
เรื่องที่ ๔ ถนนเลียบคลอง ๑๓ เส้น ปท.๓๐๓๕ แล้วก็เลียบคลอง ๑๔ เส้น ปท.๓๐๑๑ รถพ่วงขนดินอีกเช่นกัน น้ำหนักเกิน วิ่งเร็วมาก ๆ ไม่มี Limit ชีวิตเกินร้อย แบบนี้ไม่ได้นะครับ เพราะว่าอันตรายกับประชาชนมากครับ🔗
เรื่องที่ ๕ เรื่องสุดท้ายสั้น ๆ ไฟทางดับเป็นช่วง ๆ ถนนเลียบคลอง ๑๓ เส้น ปท.๓๐๓๕ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแลด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอเชิญคุณรัชนี พลซื่อ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางรัชนี พลซื่อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐค่ะ วันนี้ดิฉันขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดังนี้ค่ะ ด้วยดิฉันได้รับการหารือจากผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และ สจ. สุราช แวงอุ้ย เรื่องปัญหา การขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค รวมถึงน้ำภาคการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ในฤดูแล้ง และฝน ทิ้งช่วง และปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ในฤดูฝนน้ำก็ท่วมบ้านเรือน ไร่นา ของเกษตรกรที่อาศัยอยู่ ใกล้ลำน้ำยังเป็นประจำทุกปี ทำให้เกิดความเสียหายโดยสิ้นเชิงจำนวนมาก จากเหตุการณ์ น้ำท่วมในฤดูฝนที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า พร้อมส่วนราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ลงพื้นที่อำเภอ โพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อพบปะเยี่ยมเยียน มอบขวัญและกำลังใจ มอบถุงยังชีพให้กับ ผู้ประสบอุทกภัย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้หาแนวทาง ป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากอย่างยั่งยืน ทางสำนักงานก่อสร้างชลประทานที่ ๖ จังหวัดขอนแก่น ได้มีโครงการสร้างประตูระบายน้ำกั้นลำน้ำยัง จุดบ้านกุดก่วง ตำบล วังสามัคคี อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ประตูระบายน้ำขนาดกว้าง ๑๒ เมตร สูง ๑๐ เมตร จำนวน ๖ ช่อง ทำนบดินหลังคันขนาดกว้าง ๘ เมตร สูง ๑๓ เมตร ยาว ๑,๐๐๐ เมตร พร้อมกระจายน้ำทั้ง ๒ ฝั่ง มีการสำรวจออกแบบประมาณราคาพร้อมดำเนินการแล้วค่ะ แต่ยังขาดงบประมาณในการก่อสร้าง วงเงินงบประมาณ ๕๔๙,๕๘๗,๐๐๐ ล้านบาท ผลที่จะ ได้รับจากการก่อสร้างโครงการนี้ คือ ๑. จะแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำภาคการเกษตร เลี้ยงสัตว์ในฤดูแล้งและฝนทิ้งช่วง อีกทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดและแหล่งประมง แหล่งอาหารในพื้นที่ใกล้เคียงให้กับประชาชนได้ดีด้วยค่ะ ๒. ป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วม ซ้ำซากในฤดูฝน ในพื้นที่ตำบลสว่าง ตำบลโคกกกม่วง อำเภอโพนทอง ตำบลนาแซง ตำบล วังหลวง ตำบลภูเงิน ตำบลบึงเกลือ อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ที่อยู่ท้ายฝายค่ะ ดังนั้นดิฉันจึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดดังกล่าวและเร่งรัดจัดงบประมาณ เพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญ ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๑ พรรคก้าวไกล ขอสไลด์แผ่นที่ ๑ ครับ🔗
ท่านประธานคงทราบข่าว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีชาวต่างชาติทำร้ายร่างกายแพทย์หญิงรายหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต ผมได้ เฝ้ามองปัญหานี้ ดูการแก้ไขปัญหานี้ของรัฐบาลตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไปจนถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งท่านได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ ผมกลับพบว่า มีการพูดถึงแต่เรื่องของ Visa ซึ่งเป็นปัญหาที่ปลายเหตุ ท่านประธานทราบหรือไม่ครับว่าต้นเหตุของปัญหาคืออะไร ต้นเหตุก็คือกรมที่ดินสามารถ ออกเอกสารสิทธิจนสามารถครอบคลุมได้ทั้งชายหาด จากภาพคือการออก น.ส.๓ ก. ยกแหลมยามูซึ่งเป็นจุดที่เกิดเหตุ ทำให้ผู้ได้รับสิทธิครอบครองที่ดินเหล่านั้นปิดกั้นทาง เข้า-ออกพื้นที่ลงไปสู่ชายหาด ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้า-ออกชายหาดซึ่งเป็นพื้นที่ สาธารณะได้ ทำให้ในทางปฏิบัติชายหาดเหล่านี้ถูกครอบครองโดยผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ซึ่งครอบคลุมทั้งชายหาด หรือที่เราเรียกกันว่าชายหาดแห่งนี้เป็นชายหาดส่วนตัว การกระทำ ของกรมที่ดินที่ได้กล่าวมานั้นทำให้ในทางปฏิบัติไม่ได้เป็นไปตามหลักการที่ว่าพื้นที่ชายหาด ทั่วทั้งประเทศเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ ไม่สามารถครอบครองเป็นสมบัติส่วนตัวได้ ท่านประธานทราบหรือไม่ครับว่าพื้นที่ชายหาดรอบ ๆ เกาะภูเก็ตแห่งนี้ในอดีตเมื่อ หลายสิบปีก่อนเป็นพื้นที่กินข้าวห่อของคนภูเก็ตท้องถิ่นดั้งเดิม ในวันหยุดจะพาสมาชิก ในครอบครัวไปนั่งปูเสื่อรับประทานอาหารกันตามชายหาด แต่ปัจจุบันนี้การพักผ่อนแบบนี้ เริ่มหดหายไปก็เพราะว่าพื้นที่ชายหาดกลับกลายเป็นพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยว มีการนำร่ม มีการนำเตียงไปวางไว้ตามชายหาด กระทั่งว่ามีการแย่งชิงพื้นที่ชายหาดซึ่งเป็นพื้นที่ สาธารณะด้วยความแนบเนียนและการออกเอกสารสิทธิตามกฎหมาย ขออนุญาตยกตัวอย่าง อีกตัวอย่างให้ท่านประธาน ภาพที่ได้เห็นคือแหลมหงา ตำบลรัษฎา จังหวัดภูเก็ต ในอดีต พื้นที่แห่งนี้ก็เป็นที่พักผ่อนของคนภูเก็ต ถึงขนาด รพช. ทำถนนสาธารณะไปจนถึงชายหาด แต่ปรากฏว่าเอกชนนำรั้วมาปิดกั้นโดยอ้างว่ามีเอกสารสิทธิถูกต้อง คนภูเก็ตที่เคยไปกิน ข้าวห่อบนหาดแห่งนี้ในวัยเด็กวันนี้ไม่สามารถพาลูกหลานเข้าไปได้อีกต่อไป ภาพนี้ ก็เช่นเดียวกันครับ มีการนำรั้วมากั้นหาดน้ำใสจังหวัดภูเก็ต สิ่งเหล่านี้ทำให้คนภูเก็ตต้อง เจ็บช้ำน้ำใจ ถูกหยามหมิ่นศักดิ์ศรีอย่างรุนแรงแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ก็เพราะว่าอีกฝ่ายหนึ่ง อ้างว่ามีเอกสารสิทธิในที่ดินตามกฎหมาย การแก้ไขปัญหาของรัฐบาลตามที่ปรากฏในข่าว เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุครับ ซึ่งผมไม่โทษเจ้าหน้าที่พื้นที่ เพราะว่าเขาเหล่านั้น ไม่ได้มีอำนาจ ผมจึงขอหารือเรื่องนี้ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งท่านควบคุม กรมที่ดิน ท่านสามารถที่จะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้ก็ขอให้ท่านแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ ไปแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แล้วถ้าท่านจะแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเช่นนี้เดี๋ยวก็จะเกิดกรณี Drama ใหม่ ๆ ขึ้นมา จนเจ้าหน้าที่ต้องออกมาเต้นแร้งเต้นกาให้ไปแก้ไขปัญหากันที่ปลายเหตุ เช่นเดิม ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญ คุณเกรียงยศ สุดลาภา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม เกรียงยศ สุดลาภา แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปยังกรุงเทพมหานครแล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
ในปี ๒๕๕๘ กรุงเทพมหานคร ได้มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างแล้วก็สิ่งที่รุกล้ำพื้นที่สาธารณะ และมีการจัดการแก้ไข ปรับปรุง ภูมิทัศน์ ตลอดจนจัดการดูแลความสะอาดของคลองโอ่งอ่าง เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน คงจำกันได้นะครับว่าบริเวณดังกล่าวนี้ทางกรุงเทพมหานครได้ทำเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว ได้มีการ จัดเป็นถนนคนเดิน โครงการพัฒนาคลองโอ่งอ่างได้เกิดขึ้นเพื่อพัฒนาให้เป็นพื้นที่สาธารณะ พัฒนาเพื่อกำจัดคลองที่น้ำดำ เน่าเสีย ให้เป็นน้ำใส เป็นสถานที่ที่ทุกคนได้ใช้ประโยชน์ ร่วมกัน และมีการพัฒนาพื้นที่ ๒ ข้างทาง จนในที่สุดแล้วได้กลายเป็น Landmark แห่งใหม่ ของกรุงเทพมหานคร และหลังจากนั้นเองก็ได้มีการจัดถนนคนเดินทุกวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ เป็นประจำ จากน้ำเน่าเสียก็กลับมาเป็นน้ำใสสะอาด เพราะว่ามีการวางระบบ ท่อระบายน้ำเสียจากบ้านที่อยู่ริมคลอง ณ ปัจจุบันนี้อย่างที่ท่านประธานเห็นในภาพ ได้กลายเป็นพื้นที่ทิ้งร้าง หลังจากนั้นเองก็จะเป็นพื้นที่ของคนจรจัดในกรุงเทพมหานคร เข้ามานอน สร้างความไม่ปลอดภัยให้กับประชาชนในบริเวณเหล่านั้น แล้วผมได้รับการ ร้องเรียนจากผู้ประกอบการ SMEs หลาย ๆ คนที่ได้มีการค้าขายในพื้นที่ดังกล่าวว่า ในปัจจุบันนี้ทางกรุงเทพมหานครไม่ได้ให้ความสำคัญในการจัดกิจกรรมถนนคนเดิน เหมือนในอดีต แล้วก็ทุกครั้งที่ฝนตกลงมาได้มีน้ำเน่าเสียจากท่อระบายน้ำลงในคลอง ทำให้น้ำในคลองเกิดเป็นน้ำดำ น้ำเน่ากลับขึ้นมาอีกครั้ง จึงขอเรียนปรึกษาหารือท่านประธานไปยังหน่วยงานกรุงเทพมหานครว่าเพราะเหตุใด ทำไมถึงไม่มีการพัฒนาหรือจัดกิจกรรมสิ่งดี ๆ เหล่านี้ ซึ่งเราได้รับรางวัลจากต่างประเทศ ให้มันต่อเนื่อง แล้วก็เป็นการสร้างประโยชน์ สร้างความมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ และสร้างรายได้ ไม่มีปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เหล่านั้นครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณแอนศิริ วลัยกนก ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวแอนศิริ วลัยกนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ พรรคก้าวไกล ดิฉันมีเรื่องจะหารือทั้งหมด ๓ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ดิฉันได้ลงพื้นที่ รับฟังปัญหาประชาอุทิศ ๙๐ เป็นชุมชนอาคารสงเคราะห์ที่เกิดปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาท่อรั่ว ท่อตัน ไฟฟ้าดับ หรืออาคารทรุด ซึ่งปัญหาทั้งหมดเกิดจากที่ตัวอาคารและ สาธารณูปโภคขาดการตรวจสอบ ซ่อมแซมเป็นเวลานาน โดยอาคารสงเคราะห์อยู่ในความ ดูแลของสำนักงานการเจ้าหน้าที่ ไม่ได้ขึ้นตรงกับหน่วยงานประจำพื้นที่ เมื่อเกิดปัญหา จะต้องแจ้งไปที่หน่วยงานที่ดูแล ทำให้การแจ้งและดำเนินการซ่อมแซมล่าช้า บางครั้ง ก็ตกหล่นไม่ได้รับการซ่อมแซม จึงฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่ง ดำเนินการแก้ไขให้กับพี่น้องในพื้นที่ด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่ใช้บริการในสวนธนบุรีรมย์ ประสบ ปัญหาที่จอดรถไม่เพียงพอ ซึ่งผู้ใช้บริการโดยส่วนมากเป็นผู้สูงวัย เมื่อต้องไปจอดรถที่ ด้านหน้าสวนธนบุรีรมย์หรือฝั่งตรงข้ามทำให้เกิดความไม่สะดวกในการเดินข้ามถนนหรือเดิน ระยะไกล และยังเพิ่มปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเช้าและช่วงเย็น จึงขอความอนุเคราะห์ ให้มีการขยายพื้นที่ส่วนที่มีที่ว่างและไม่ได้ใช้งานตามที่ระบุในภาพให้เป็นที่จอดรถเพิ่มขึ้น🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องสวนธนบุรีรมย์เช่นเดิม ขอใช้ประโยชน์จากพื้นที่บริเวณ ด้านหน้าเป็นพื้นที่สำหรับปั่นจักรยาน ปัจจุบันพื้นที่ด้านหน้าสวนธนบุรีรมย์ที่ยกสูงขึ้น รวมไปถึงพื้นที่บริเวณด้านหน้าติดกับรั้วของส่วนธนบุรีรมย์ที่เป็นพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ จึงอยาก ให้หน่วยงานพิจารณาปรับพื้นที่ด้านหน้าให้เสมอกับพื้นถนน และปรับพื้นที่ด้านหน้าสวน ธนบุรีรมย์เพื่อใช้เป็นพื้นที่ปั่นจักรยานสำหรับพี่น้องในพื้นที่ ดิฉันจึงอยากฝากท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขและบรรเทาให้กับพี่น้องในพื้นที่ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญคุณคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย วันนี้กระผมขออนุญาตหารือต่อท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ การขอติดตั้งไฟส่องสว่าง ซึ่งผมได้รับเรื่องร้องเรียนและปัญหาของพี่น้องประชาชนในจังหวัดระนองว่ามีถนน หลายเส้นทางที่ก่อสร้างแล้วเสร็จแล้วยังไม่มีไฟส่องสว่าง จึงขอให้มีการติดตั้งไฟส่องสว่าง ให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งอยู่ในถนนความรับผิดชอบของทางหลวงชนบทครับ เส้นทางแรก เป็นเส้นทางทางหลวงหมายเลข ๔๐๐๕ ถึงบางพระใต้ ตำบลบางพระใต้ อำเภอเมือง ถึงอำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง เส้นทางที่ ๒ เป็นแยกทางหลวงหมายเลข ๔ - บ้านทรายอ่อน ตำบล จ.ป.ร. อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง เส้นทางที่ ๓ เป็นแยกทางหลวงหมายเลข ๔ - บ้านวัดควน ตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง จึงขอฝากท่านประธานสภาไปถึง กระทรวงคมนาคมเพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาดำเนินการเรื่องนี้ให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินและชีวิตของพี่น้องประชาชนในการสัญจรไปมาครับ🔗
เรื่องที่ ๒ กระผมขอหารือการขอยกเลิกประกาศแหล่งหินอุตสาหกรรม ในพื้นที่ตำบลในวงเหนือ และตำบลในวงใต้ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ซึ่งก่อนหน้านี้ จังหวัดระนองได้ประกาศให้เป็นแหล่งหินอุตสาหกรรมของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งพี่น้องประชาชนบ้านในวง เครือข่ายคนรักบ้านในวง เมืองในหมอก ไม่อยากให้มี การทำเหมืองหินจึงมีการคัดค้าน ถึงแม้ว่าจะมีการถอนคำขอประทานบัตรออกไปแล้ว ๒ ใบ แต่พี่น้องชาวบ้านในวงก็ยังมีความวิตกกังวลในเรื่องนี้ และยังอยากให้มีการประกาศ ให้ยกเลิกแหล่งหินอุตสาหกรรม เพื่อในอนาคตจะได้ไม่มีการขอประทานบัตรเกิดขึ้นอีก จึงขอให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม ยกเลิกประกาศ แหล่งหินอุตสาหกรรมในพื้นที่ในตำบลในวงเหนือ และตำบลในวงใต้ อำเภอละอุ่น จังหวัด ระนอง เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสิ่งแวดล้อมที่ดี ทั้งมีอาชีพด้าน เกษตรกรที่มั่นคง เพื่ออนาคตลูกหลานของชาวบ้านในวง และเพื่อ Megaproject ของ แลนด์บริดจ์ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญคุณองค์การ ชัยบุตร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์กร ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคก้าวไกล วันนี้ขออนุญาต หารือท่านประธานดังต่อไปนี้ กระผมได้รับข้อร้องเรียนจากผู้ใหญ่สมาน คำลือชัย หมู่ ๑๒ บ้านสามขา ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร🔗
กรณีสะพานข้ามห้วยบางทราย ไปแปลงเกษตรและเชื่อมต่อตำบลโพนทรายชำรุดหนัก ไม่มีหน่วยงานเข้ามาดูแล จนชาวบ้าน ได้ออกแรงกัน ผมไปเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดดำเนินการ โดยขนานใหญ่ด้วยนะครับ🔗
ได้รับข้อร้องเรียนจากนายอภิชิต ถาบุตร อดีตผู้สมัคร สส. พรรคก้าวไกลและ ผู้ใหญ่เทิดศักดิ์ อุ่นวิเศษ ผู้ใหญ่ยุทธศักดิ์ คุณมี หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๖ บ้านดงจำปา ตำบลกุดเรือคำ อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร กรณีนี้ชาวบ้านต้องการให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งรัดจัดสรรหางบประมาณก่อสร้างเมรุมาศให้กับชาวบ้าน ที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้เป็นแบบ โบราณดั้งเดิมอุจาดตามากนะครับ🔗
ได้รับข้อร้องเรียนจากผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่-นครพนม จำนวน ๕ ราย กรณีที่ ๑ มีที่อยู่ในโครงการแต่ไม่มีรายชื่อผู้ได้รับ การเวนคืน กรณีที่ ๒ ก็คือกรณีได้รับค่าเวนคืนที่ไม่ยุติธรรม ฝากการรถไฟได้ตรวจสอบ ข้อเท็จจริงประการใดให้การรถไฟและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดตรวจสอบด้วยนะครับ🔗
ได้รับการประสานงานจากนายสงวน พันธ์ศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล นาอุดม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร กรณีให้ติดตามโครงการฝายห้วยใหญ่ จำนวน ๒ แห่ง ๒ แห่งนี้ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุลตั้งแต่สมัยที่แล้วยังได้รับการแก้ไข ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดจัดสรรงบประมาณด้วยนะครับ🔗
เรื่องต่อไปก็คือเรื่องผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ของภาคอีสานที่ติด Top มาหลายอาทิตย์แล้ว โดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ฝากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดหาทางแก้ไขโดยด่วนด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญคุณอภิชา เลิศพชรกมล ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ อภิชา เลิศพชรกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะเรียนหารือท่านประธาน คือผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ท่านผู้ใหญ่บ้านและสมาชิก อบต. จากหมู่ที่ ๒ บ้านหนองรัง ตำบลแชะ อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา เรื่องสะพานพัง อยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าสะพานแห่งนี้พังตั้งแต่ เมื่อปี ๒๕๕๗ นี่ก็ ๑๐ ปีแล้วที่ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาเยียวยาแล้วก็มาแก้ไข ปรับปรุง ให้มันดีขึ้น🔗
อีกเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องของ หมู่ที่ ๒ ก็คือฝายระบายน้ำพัง อันนี้เช่นกันอยู่ที่หมู่ที่ ๒ แต่ถามว่าภารกิจทั้ง ๒ อันนี้ทาง องค์การบริหารส่วนตำบลแชะได้รับการถ่ายโอนมาจากส่วนราชการ แต่ทีนี้ปัญหาก็คือว่า งบประมาณที่ทางองค์การบริหารส่วนตำบลแชะไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ก็เพราะว่า สะพานนี้ช่างเขาสำรวจแล้วประมาณ ๘ ล้านบาท ส่วนฝายนี้ประมาณ ๒ ล้านบาท ทั้งหมด ประมาณ ๑๐ ล้านบาท องค์การบริหารส่วนตำบลแชะมีงบประมาณในการที่จะพัฒนาของ ทั้งตำบลเลยประมาณ ๓ ล้านกว่าบาทเท่านั้นเอง ดังนั้นจึงอยากจะฝากท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดในฐานะที่เป็นพ่อบ้านพ่อเมืองที่จะมาช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ประชาชน โดยใช้งบพัฒนาจังหวัดหรือว่างบผู้ว่า CEO นี้ ผมก็เชื่อว่าจะแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง ชาวตำบลแชะได้🔗
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องลำน้ำ ซึ่งเป็นสาขาของลำน้ำมูลก็คือลำน้ำแชะ วันนี้ ลำน้ำแชะมีความตื้นเขิน ช่วงบริเวณนี้ถ่ายจากพื้นที่รอยต่อระหว่างตำบลบ้านใหม่กับ ตำบลแชะ อำเภอครบุรี ท่านจะเห็นว่าหญ้าที่เกิดขึ้นมันเป็นดิน อันนี้ลำน้ำแล้วก็มีหญ้า เกิดขึ้นมา ถ้าจากพื้นดินไปถึงคันคลองสูงแค่ ๑.๕๐ เมตรเท่านั้นเอง ช่วงเวลาน้ำหลากมา น้ำท่วมบ้านพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลแล้วก็ในเขตฝั่งตำบลบ้านใหม่ จึงอยากจะให้ทาง กรมเจ้าท่าได้จัดสรรงบประมาณหรือหาเครื่องจักร ซึ่งผมเชื่อว่ากรมเจ้าท่ามีเครื่องจักร อยู่แล้ว ในปี ๒๕๖๗ นี้ช่วยเข้ามาจัดการแก้ไข ปรับปรุงลำน้ำแชะให้กับพี่น้องประชาชน ชาวเมืองครบุรี กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดนนทบุรี อำเภอบางกรวย ตำบลบางไผ่ พรรคก้าวไกลครับ ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ วันนี้ผมนำปัญหา ความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรในอำเภอบางกรวยมาหารือท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องน้ำที่ผมหารือในสภาแห่งนี้ รอบนี้เป็นน้ำที่ ๓ แล้ว น้ำแรกคือปัญหาน้ำท่วม น้ำถัดไปคือปัญหาน้ำเสีย วันนี้ผมนำปัญหาเรื่องน้ำเค็มรุกพื้นที่เกษตรกรมาหารือ ท่านประธานครับ จากสไลด์เป็นรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำจากปัญหาการรุกล้ำ ของน้ำเค็ม จากกองวิจัยพัฒนาและอุทกวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ ในสไลด์ระบุค่าความเค็ม ของน้ำบริเวณสะพานพระรามที่ ๕ ไว้ที่ ๒.๗๕ น้ำบริเวณวัดชะลอในคลองบางกรวยระบุไว้ที่ ๒.๓๔ หมายเหตุอยู่ในขั้นวิกฤติ ขั้นวิกฤติคือมากกว่า ๑.๕ มีข้อสังเกต ค่าความเค็มที่เป็น ปัญหากับเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในอำเภอบางกรวยคืออยู่ที่ ๑.๕ อันนี้ เป็นค่าความเค็มที่ลงรายละเอียดในคลองบ้านจีนของตำบลบางขุนกองและคลองมหาสวัสดิ์ อยู่ที่ ๐.๘๔ และ ๐.๗๗ สไลด์อันนี้เป็นของวันที่ ๕ มีนาคม คลองบ้านจีนเหมือนเดิม คลองมหาสวัสดิ์เหมือนเดิม และคลองบางนา อยู่ในขั้นที่เฝ้าระวังก็คือเกิน ๐.๕ ปัญหา น้ำเค็มนี้เป็นปัญหาใหญ่หลวงของเกษตรกรที่ปลูกทุเรียนและไม้ดอกไม้ประดับในพื้นที่ แนวทางการแก้ปัญหาครับท่านประธาน ผมมีแนวทางมานำเสนออยู่ ๖ แนวทาง🔗
แนวทางแรก คือระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ลงแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อควบคุมความเค็มของน้ำที่สะพานพระพุทธยอดฟ้า ซึ่งปัจจุบัน ไปควบคุมอยู่ที่สถานีสูบน้ำสำแล จังหวัดปทุมธานี🔗
๒. ผันน้ำจากแม่น้ำท่าจีนลงคลองมหาสวัสดิ์ เพื่อผลักดันน้ำเค็ม และใช้ หล่อเลี้ยงพืชสวนในช่วงฤดูแล้ง โดยแม่น้ำท่าจีนสามารถรับน้ำสนับสนุนน้ำจากเขื่อน แม่กลองได้ โดยผันน้ำผ่านทางคลองท่าสารบางปลาและคลองจระเข้สามพัน🔗
๓. สูบน้ำจากคลองน้ำดิบของการประปานครหลวงลงคลองบางโสน เพื่อผลักดันน้ำเค็มในพื้นที่ชั้นในของอำเภอบางกรวย และอำเภอบางใหญ่🔗
๔. ลดราคาค่าน้ำประปาที่ใช้ในการเกษตรกรรมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ของเกษตรกรครับ🔗
๕. ขอให้การประปาจัดตั้งสถานีสูบน้ำเพื่อเกษตรกรโดยการนำรถบรรทุกน้ำ มารับเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนครับ และ🔗
๖. สนับสนุนการจัดเก็บและพัฒนาสถานที่กักเก็บน้ำขนาดเล็ก เช่น ขุดลอก ท้องร่อง ลำกระโดง ลำน้ำคูคลองที่เป็นสาธารณะประโยชน์ จึงขอหารือท่านประธานฝากผ่าน ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าว ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญคุณพิบูลย์ รัชกิจประการ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายพิบูลย์ รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมขอหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน🔗
ช่วงนี้อากาศร้อนและแล้ง ทำให้น้ำกิน น้ำใช้ไม่พอใช้สำหรับประชาชน เคยอภิปรายหารือเรื่องนี้มาแล้วว่าช่วงฤดูฝนน้ำก็ท่วม ช่วงฤดูแล้งน้ำก็ขาดแคลน พี่น้องประชาชนทั้งบนบกและตามเกาะต่าง ๆ เช่น เกาะปูยู เกาะสาหร่าย เกาะหลีเป๊ะ ขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ อยากเสนอให้กรมชลประทานออกแบบ ระบบน้ำที่เกาะหลีเป๊ะ ที่เกาะปูยู และเกาะสาหร่าย เพื่อช่วยเหลือประชาชน อยากเสนอให้ กรมชลประทานให้สร้างอ่างเก็บน้ำคลองช้างที่ตำบลทุ่งนุ้ย และพื้นที่เก็บน้ำแก้มลิงที่ตำบล บ้านควน เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง หน่วยงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบก็คือกรมชลประทาน กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรน้ำ ประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดสตูล กรมทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้ช่วยกันออกแบบและแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๒ เคยหารือเรื่องเวลาเปิด-ปิดด่านวังประจัน อยากจะให้ขยายเวลา เปิด-ปิดจากเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกาเป็นเวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกา ปัจจุบันนักท่องเที่ยวมาเที่ยว จังหวัดสตูลโดยผ่านด่านวังประจันเป็นจำนวนมาก บางครั้งนักท่องเที่ยวอยากจะเที่ยว เมืองสตูลให้ได้นาน ๆ ก็ติดปัญหาว่าด่านวังประจันปิดใช้เวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ทำให้สตูล เสียโอกาสจากนักท่องเที่ยว ไม่ว่าด้านเศรษฐกิจและด้านการท่องเที่ยว ผมจึงอยากจะเสนอ ให้ปิดด่านวังประจันที่เวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกา ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการโรงแรม ผู้ประกอบการรถโดยสาร ร้านอาหาร และผู้ประกอบการร้านค้าว่าตั้งแต่มี ตม. ชั่วคราว ที่เกาะหลีเป๊ะ ไม่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวในเมือง ทำให้ผู้ประกอบการเดือดร้อน ซึ่งผมก็เคย หารือเรื่องนี้มาแล้วเหมือนกันเมื่อ ๒-๓ ปีที่แล้ว ผมจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่า กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร กอ.รมน. และผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ช่วยทบทวนและหาทางแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการ ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
เชิญคุณนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอปักธงชัยและวังน้ำเขียว พรรคเพื่อไทยครับ🔗
ปัญหาเรื่องที่ ๑ ได้รับการ ประสานจากนายมานพ กล้ากระโทก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกไทย เรื่องการ ยื่นขออนุญาตใช้ที่ดิน ซึ่งที่ดินที่นี้เป็นของ ส.ป.ก. จังหวัดนครราชสีมา เพื่อจะได้ก่อสร้างเป็น สำนักงานแห่งใหม่ของ อบต. ซึ่งทาง อบต. เองได้ส่งหนังสือขออนุญาตไปยังหน่วยงาน ก่อนหน้านี้แล้ว แล้วก็ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาก็ได้ทำหนังสือสอบถามความคืบหน้า แต่ก็ยัง ไม่ได้รับการตอบรับแต่อย่างใด จึงอยากจะฝากท่านประธานไป ส.ป.ก. จังหวัดนครราชสีมา ให้ช่วยเร่งดำเนินการพิจารณาอนุมัติด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของกระทิงแล้วก็ช้างที่อยู่ในอำเภอปักธงชัยและอำเภอ วังน้ำเขียว คือปัญหาที่เคยได้หารือในสภาแห่งนี้เรียบร้อยแล้ว วันนี้ต้องบอกว่ากระทิงก็ยัง เป็นจุด ๆ เดิมบริเวณทางหลวงหมายเลข ๓๐๕๒ ที่ได้ออกมาสร้างความเสียหายให้กับพี่น้อง ประชาชนที่สัญจรไปมา แล้วก็เรื่องของช้าง ช้างที่ผมได้หารือไปรอบแล้วในพื้นที่ที่มีปัญหา เรื่องช้างในอำเภอปักธงชัยแห่งนี้ ต้องบอกว่าตั้งแต่สมัยอดีตเราไม่ได้เคยเจอช้างมาก่อน วันนี้ ต้องบอกว่าช้างบางเชือกได้พลัดถิ่นจากป่าสงวน จากอุทยาน มาอยู่ในพื้นที่ที่เขาไม่ควรอยู่ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมอยากจะขออนุญาตฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ปัญหา เรื่องสัตว์ป่าเหล่านี้ด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องสะพานชำรุดเสียหายบริเวณบ้านทุ่งเอื้อง ตำบลบ่อปลาทอง อำเภอปักธงชัย ชาวบ้านหวั่นว่าจะเกิดอันตรายเนื่องจากว่ามีรถที่สัญจรไปมาจำนวนมาก ในช่วงที่ผ่านมาผมเองก็ได้ลงพื้นที่ไปสำรวจกับวิศวกรชำนาญการของกรมชลประทาน แล้วก็ ท่านนายกเทศมนตรีประจำพื้นที่ แต่ก็ยังไม่ทราบถึงเจ้าของสะพานแห่งนี้ที่จะเป็นผู้ที่ ประสานแล้วก็ดูแลรับผิดชอบ วันนี้ก็เลยอยากจะขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังท่านผู้ว่าราชการจังหวัดให้ช่วยแก้ไขปัญหาแล้วก็ติดตามปัญหาให้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณการณิก จันทดา ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน การณิก จันทดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๒ พรรคก้าวไกล วันนี้ ขอหารือกับท่านประธาน ๔ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรก ปัญหาฝายน้ำล้นชำรุด ทรุดโทรม ฝายนี้มีชื่อว่าฝายสันกลาง ตั้งอยู่บนลำน้ำคาว ใช้ประโยชน์ร่วมกันหลายตำบล ได้แก่ ตำบลสันกลาง อำเภอสันกำแพง ตำบลไชยสถาน ตำบลป่าบง อำเภอสารภี ซึ่งทาง ผู้บริหารท้องถิ่นก็ได้ฝากดิฉันมา โดยเฉพาะท่านนายกสุพัฒน์ นาคำ นายกเทศมนตรีตำบล ป่าบง ท่านอยากให้ฝายนี้ได้กลับมาเกิดประโยชน์อีกครั้งหนึ่ง ทั้งพื้นที่เหนือฝายแล้วก็พื้นที่ ท้ายฝาย ตลอดจนแนวลำเหมือง ขอฝากผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ต่อเนื่องจากฝายสันกลางเมื่อสักครู่นี้มันก็จะเป็นลำเหมืองนะคะ เกษตรกรในพื้นที่หมู่ที่ ๔ บ้านป่าบงหลวง และหมู่ที่ ๕ บ้านเทพาราม ตำบลป่าบง อำเภอ สารภี เขาได้รับความเดือดร้อนจากสภาพลำเหมือง ลำเหมืองมีตะกอนทับถม มีวัชพืช ปกคลุมอยู่หนาแน่น เป็นอุปสรรคต่อการส่งน้ำเข้าพื้นที่การเกษตร ขอฝากผ่านท่านประธาน ไปยังกรมชลประทาน สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ให้เกษตรกรในพื้นที่ด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ดิฉันเคยปรึกษาหารือไปแล้ว ถนนหมายเลข ๑๑๘๙ เส้นป่าแดด- บ้านธิ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ ๔ ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๕+๐๑๔ ตั้งอยู่บนบ้านช่างเพี้ยน ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง คนใช้ถนนเส้นนี้ค่อนข้างบ่อย มีสนามกอล์ฟด้วย ทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ แต่ยังไม่มีไฟส่องสว่างค่ะท่านประธาน จึงขอฝากผ่านท่านประธานไปยัง กรมทางหลวงให้ดำเนินการไฟส่องสว่างเพื่อความปลอดภัย🔗
เรื่องสุดท้าย ดิฉันอยากฝากท่านประธานไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสอบถามและติดตามผลการพิจารณางบลงทุนปี ๒๕๖๘ โครงการก่อสร้างขยายตึกผู้ป่วยใน ของโรงพยาบาลสารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เพราะว่าปัจจุบันโรงพยาบาลมีความ คับแคบมาก ๆ ห้องพักผู้ป่วยในมีเพียง ๓๕ เตียงเท่านั้น ไม่เพียงพอต่อจำนวนประชาชน ที่มาใช้บริการ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
เชิญคุณนิคม บุญวิเศษ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้ลงพื้นที่รับเรื่องราว ร้องทุกข์จากนายก อบต. หนองใหญ่ พร้อมราษฎรบ้านโนนลาด หมู่ที่ ๗ อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด แจ้งปัญหาความเดือดร้อนการใช้สะพานข้ามลำห้วยสมสนุกมีสภาพคับแคบ ซึ่งมีรถสัญจรใช้จำนวนมาก ยิ่งในช่วงเวลายามค่ำคืนเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินของราษฎร จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยไปขยายสะพานให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมลงพื้นที่รับเรื่องราวร้องทุกข์จากนายก อบต. หนองใหญ่ บ้านโคกล่าม หมู่ที่ ๑๐ พร้อมราษฎรได้มาแจ้งปัญหากับผม เรื่องการขาดแคลนน้ำในการ อุปโภคบริโภคและการทำการเกษตร เนื่องจากปัจจุบันมีขยายการทำเกษตรออกนอกพื้นที่ เขตชลประทานจึงทำให้น้ำไม่เพียงพอ ยิ่งหน้าแล้งนั้นแหล่งน้ำธรรมชาติเกิดการตื้นเขิน ไม่มีน้ำใช้ จึงขอหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยขุดลอกห้วยปอพาน ให้แก่เกษตรกรอย่างเร่งด่วนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากนายชุมพล ศิริภักดิ์ นายกเทศมนตรี ตำบลดงลิง กำนันตำบลดงลิง และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๑๐ หมู่ที่ ๑๒ และหมู่ที่ ๑๕ ตำบลดงลิง อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมตัวแทน เกษตรกรมาร้องเรียนผมเรื่องภัยแล้ง ตอนนี้ข้าวกำลังยืนต้นตายเนื่องจากว่าเครื่องสูบน้ำ ที่ไปติดตั้งตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ไม่สามารถสูบน้ำให้เกษตรกรได้ เนื่องจากยังไม่มีการรับมอบ เครื่องสูบน้ำอย่างถูกต้องอย่างเป็นทางการ เพราะเทศบาลตำบลดงลิงไม่เซ็นรับมอบ ผมได้นำเรื่องนี้ไปปรึกษาหารือกับนายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านได้ สั่งการอย่างเร่งด่วนให้นายอำเภอและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงมาแก้ไขปัญหาให้สูบน้ำ ให้เกษตรกรอย่างทันท่วงทีครับ แล้วอีกอย่างหนึ่งผมขอหารือท่านประธานว่าปัญหา การขาดแคลนน้ำปัจจุบันนี้มีอย่างกว้างขวางทุกจังหวัดครับ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเร่งประกาศภัยพิบัติภัยแล้งเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรให้ทั่วถึงทุกพื้นที่ด้วย กราบขอบคุณมากครับ🔗
ขอเชิญ คุณกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา กระผม กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขตเลือกตั้ง ที่ ๑ คนปากน้ำโพ พรรคก้าวไกล วันนี้ขอหารือท่านประธานสภาถึง ๓ เรื่อง ขอสไลด์นะครับ🔗
ก่อนอื่นหากย้อนกลับไป ช่วงต้นปีท่านประธานน่าจะจำข่าวนี้ได้ว่าเป็นข่าว Drama เรื่องครูเวร หลังครูเวรสาวอยู่เวร โรงเรียนโดนทำร้ายร่างกาย ข้อเรียกร้องเลิกครูเวรนี้มีมาอย่างยาวนาน แต่ว่าเพิ่งได้รับการ ตอบสนองวันที่ ๒๓ มกราคม โดย ครม. มีมติยกเลิกมติเดิม เรื่อง เวรรักษาการ ตั้งแต่วันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๒ และ สพฐ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มีคำสั่ง ข้อ ๓ เขียนชัดเจนให้ยกเลิกคำสั่งอยู่เวรรักษาการ เพื่อการทำความเข้าใจ คำว่า เวรรักษาการ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงครูเวรอย่างเดียว แต่หมายถึงพนักงานทุกคน ยกเว้น รปภ. ที่มีหน้าที่ รับผิดชอบโดยตรง ผมจึงตั้งข้อสังเกตว่าในเมื่อมีคำสั่งเบอร์นี้แล้วผู้บริหารโรงเรียนหลายโรง ยังกล้าเลี่ยงบาลี ยืนยันว่าสามารถให้ครูอยู่เวรได้ กรณีนี้เป็นเรื่องร้องเรียนมาที่ผมโดยตรง อย่างน้อย ๒ โรงเรียนก็คือโรงเรียนในจังหวัดนครสวรรค์ โรงเรียนแรกหลังได้รับหนังสือจาก สพฐ. โรงเรียนนี้ได้มีคำสั่งยกเลิกการทำเวรรักษาการวันที่ ๒๙ มกราคม แต่ว่ามีคำสั่งแต่งตั้ง บุคลากร ใช้คำว่า ดูแลทรัพย์สินของโรงเรียน วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ แล้วก็บังคับตามสัญญาจ้าง ที่ไม่เป็นธรรม โดยให้ครูอัตราจ้างเข้ามาเป็นเวรรักษาการ ก็คือในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ และตอนปิดภาคเรียน กรณีที่ ๒ อีกโรงเรียนหนึ่งในจังหวัด นครสวรรค์ โรงเรียนนี้ก็ทำเนียนด้วยการติดเพียงประกาศ ไม่มีหัวกระดาษ มีเพียงรายชื่อ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ วัน เจ้าหน้าที่ แล้วก็นักการผู้ดูแล ก็ขอให้ สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ ตรวจสอบเรื่องนี้🔗
เรื่องสุดท้าย ขอให้ดูในเรื่องการติดตั้งสายสื่อสารที่ไม่เป็นระเบียบ หมู่ที่ ๑๔ ตำบลตะคร้อ อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ เคยร้องเรียนไปหลายหน่วยงาน แต่ยังไม่ได้รับ การแก้ไข ขอบคุณครับ🔗
เชิญคุณประภาพร ทองปากน้ำ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๓ พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่อง มาหารือกับท่านประธานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาต่อไป🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินโครงการขุดลอกคลองท่ามักกะสัง เนื่องจากลำคลอง ตื้นเขิน ตั้งแต่บริเวณฝายศรีเสลี่ยมถึงแก้มลิงวังทองแดง ซึ่งรับน้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่มอก ระยะทางประมาณ ๕๐ กิโลเมตร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนกว่า ๔ อำเภอ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งต้องอาศัยน้ำ เป็นปัจจัยหลักในการทำเกษตรและดำรงชีพ โดยที่ผ่านมาประชาชนประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำเมื่อน้ำท่วม ในฤดูน้ำหลากก็ทำให้พี่น้องเกษตรกรประสบปัญหาพืชผล การเกษตรเสียหายจำนวนมากค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเร่งติดตามประกาศ ยกเลิกเขตปฏิรูปที่ดินในพื้นที่อำเภอสวรรคโลก ประกอบด้วย ตำบลวังไม้ขอน ตำบล วังพิณพาทย์ ตำบลย่านยาว ตำบลป่ากุมเกาะและตำบลในเมือง ให้เหลือเฉพาะเขต ดำเนินการ เพื่อให้ประชาชนที่มีที่ดินว่างเปล่ายังไม่ได้ออกเอกสารสิทธิที่ดินสามารถ เข้าร่วมโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินของกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยได้ เนื่องจาก เรื่องนี้ใช้ระยะเวลายาวนานกว่า ๑๐ ปีแล้วค่ะท่านประธาน ดิฉันขอให้ทุกท่านดูที่สไลด์ค่ะ เริ่มตั้งแต่วันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๖ ทาง อบต. วังไม้ขอนได้ยื่นเรื่องผ่าน ส.ป.ก. จังหวัด สุโขทัย ขอยกเลิกพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว โดยให้เหลือเฉพาะเขตดำเนินการ เรื่องยืดเยื้อ ยาวนานจนถึงวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๖ หนังสือจากสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรม ส.ป.ก. พิจารณาขอยกเลิกคำสั่งดังกล่าวไปแล้ว ท่านประธานคะจนถึงวันนี้ ปี ๒๕๖๗ กว่า ๑๐ ปีแล้วก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการดังกล่าว ดิฉันขอฝาก ท่านประธานไปถึงกรม ส.ป.ก. หรือสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้ท่านเร่งรัด ติดตามประกาศยกเลิกเขตปฏิรูปที่ดินในพื้นที่อำเภอสวรรคโลก ให้เหลือเฉพาะเขตดำเนินการ เพื่อนำไปสู่การเดินสำรวจและออกโฉนดที่ดินให้พี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญคุณฤกษ์ อยู่ดี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายฤกษ์ อยู่ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผม มีเรื่องมาหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ท่านกำนันเหิม เขียวมณี กำนันตำบลวังไคร้ อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ได้แจ้งปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่หมู่บ้านหนองหว้า ตำบลวังไคร้ ตั้งอยู่ริมฝั่ง ลำห้วยแม่ประจันต์ ซึ่งปัจจุบันเกิดน้ำกัดเซาะบริเวณสถานที่ตั้งประปาหมู่บ้านและที่ตั้ง เครื่องสูบน้ำ เพื่อทำการเกษตร ทำให้เกิดความเสียหายดังภาพครับ ผมจึงขออนุญาตฝาก ผ่านท่านประธานไปยังสำนักงานโยธาธิการผังเมืองจังหวัดเพชรบุรี ช่วยอนุเคราะห์จัดสรร งบประมาณในการก่อสร้างแนวป้องกันตลิ่งบริเวณลำห้วยแม่ประจันต์ เพื่อบรรเทาความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณดังกล่าว🔗
เรื่องที่ ๒ จากการที่ผมได้เคยร้องขอเรื่องการติดตั้งไฟสัญญาณจราจรไปเมื่อ วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ที่ผ่านมานั้นบริเวณทางหลวงชนบท พบ.๔๐๓๔ เพชรบุรี-ท่ายาง บ้านหนองประดู่ ตำบลท่าคอย อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นจุดตัดทางหลวง บ้านหนองประดู่ถึงบ้านหนองชุมแสง ประชาชนใช้สัญจรไปมาเพื่อหลีกเลี่ยงทางหลวง แผ่นดินหมายเลข ๔ และเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๗ ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิต ถึง ๒ รายด้วยกัน ผมจึงขอให้สำนักแขวงการทางหลวงชนบทจังหวัดเพชรบุรีช่วยเร่งรัด ดำเนินการติดตั้งไฟสัญญาณจราจรในพื้นที่บริเวณดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อลดการสูญเสีย ชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่จะเกิดขึ้นอีกจะเป็นพระคุณอย่างสูงยิ่ง กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญ คุณกฤดิทัช แสงธนโยธิน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน แบบบัญชีรายชื่อ พรรคใหม่ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือ ท่านประธาน ๑ เรื่องครับ🔗
ผมได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนถนนทางหลวง ๒ ฝั่ง ทางหลวงหมายเลข ๓๔๐ บางบัวทอง- ชัยนาท หรือที่ชาวบ้านเขาเรียกว่า บางบัวทอง-สุพรรณบุรี ปัญหาเกิดจากถนนอยู่ระหว่าง การก่อสร้าง พี่น้องประชาชนที่อาศัยสัญจรในบริเวณดังกล่าวนี้ได้รับความเดือดร้อนจากการ ที่ถนนดังกล่าวไม่มีไฟส่องสว่างทาง ตั้งแต่ปลายทางถนนบางบัวทองจนถึงสะพานข้าม คลองเจ็ก ตรงนี้มันมีปัญหาตรงที่ว่าบริเวณถนนมีทั้งหลุมบ่อแล้วก็ไฟส่องสว่างไม่มีทำให้เกิด อุบัติเหตุการจราจร โดยเฉพาะบริเวณสะพานลอยหน้าสุเหร่าอิสลามียะห์ อันนี้พี่น้องประชาชน ที่เป็นพี่น้องชาวมุสลิมที่อยู่ทั้ง ๒ ฝั่งบอกว่าได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่งเลยครับ เพราะว่าไฟส่องสว่างไม่มีแล้วเขาจะต้องเดินทางบริเวณถนนทั้ง ๒ ฝั่ง ทำให้เกิดปัญหา ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และรวมทั้งการเกิดอุบัติเหตุทางจราจร เพราะฉะนั้น ผมจึงขอฝากท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ กรมทางหลวง สังกัดกระทรวงคมนาคม ให้ช่วยจัดการประสานงานเพื่อทำไฟส่องสว่าง บริเวณถนนดังกล่าวให้สะดวกกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ขอบคุณครับ🔗
เชิญคุณจีรเดช ศรีวิราช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พลังประชารัฐ วันนี้ได้นำความกังวลใจของพี่น้องชาวบ้านมาฝากท่านประธานผ่านไปยังธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลและกระทรวงการคลัง🔗
ท่านประธานครับ ธนาคาร ธ.ก.ส. คือที่พึ่ง ด้านการเงินของพี่น้องชาวบ้าน ตลอดจนอำนวยความสะดวกแทบทุกโครงการตามนโยบาย ของรัฐ ทั้งโครงการพักชำระหนี้ เงินสนับสนุนต้นทุนการผลิต โครงการประกันรายได้ เงินเดือนผู้สูงอายุ อสม. เงินกองทุนหมู่บ้าน เงินวิสาหกิจชุมชน สินเชื่อเงินด่วนสร้างงาน สร้างอาชีพอีกสารพัดโครงการ ซึ่งลูกค้าที่ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่อาศัยอยู่ใน ชนบท ท่านประธานครับ ปัจจุบันธนาคาร ธ.ก.ส. มีจำนวนสาขากว่า ๖๐๐ แห่ง เป็นแหล่ง เงินทุนที่สำคัญของพี่น้องเกษตรกรและกลุ่มต่าง ๆ มากกว่า ๔ ล้านครอบครัว ที่ผ่านมา ธนาคารได้ขยายสาขาเข้าไปยังพื้นที่ในระดับตำบลที่ห่างไกล ทำให้พี่น้องเกษตรกรในชนบท ได้รับความสะดวก เข้าถึงบริการได้ง่าย แต่ปัญหาสำคัญในวันนี้คือผู้บริหารของธนาคารได้มี มติยุบเลิกสาขาไปกว่า ๖๐ สาขา และทราบว่าอีกไม่นานจะมีข่าวร้ายตามมาอีกกว่าร้อยแห่ง ไม่น่าเชื่อว่าผู้บริหารของธนาคารเพื่อการเกษตรที่เคียงคู่รู้ค่าประชาชนมาเกือบ ๖๐ ปี ทำไม ถึงมีแนวคิดแบบนี้ มีเหตุผลอะไรที่ต้องยุบเลิก หรือท่านคิดว่าเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย ทำไม ไม่หาวิธีอื่นที่ไม่ส่งผลกระทบสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนคนรากหญ้า ผมไม่คิดเลยว่าความสะดวกสบายของพี่น้องชาวบ้านจะถูกแลกเพื่อหวังผลกำไรขององค์กร ขอถามใจผู้บริหารธนาคารหน่อยครับว่า ธ.ก.ส. ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากไร้ หรือต้องการแสวงหาผลกำไรสูงสุด ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและผู้บริหาร ธนาคาร ได้โปรดกลับไปคิด ไปทบทวนให้ดี จะคิดจะทำอะไรก็ขอให้นึกถึงประโยชน์ของ ผู้ใช้บริการในอันดับแรก ธนาคาร ธ.ก.ส. เป็นหน่วยงานของรัฐ จัดตั้งขึ้นมาเพื่อยกระดับชีวิต ความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกร ดังนั้น ธ.ก.ส. ต้องเป็นความหวัง เป็นที่พึ่งพาให้กับพี่น้อง เกษตรกรอย่างใกล้ชิด ขอบคุณครับ🔗
เชิญคุณยูนัยดี วาบา ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายยูนัยดี วาบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๔ จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธาน ๑ เรื่องครับ🔗
ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องบ้านบาลูกา อำเภอกะพ้อ ว่าในช่วงกลางคืนถนนมืดมากตลอดทั้งสาย ผมได้ลงพื้นที่พร้อมกับกำนันเพาซี ผู้ใหญ่ต่วนซาการียา รองนายก อบต. กะรุบี เลขาอริสมันต์ ปรากฏว่าตั้งแต่แยกบาลูกาไป จนถึงไปรษณีย์กะพ้อถนนมืดมากตลอดทั้งสายประมาณหลายกิโลเมตร จึงขอฝากท่านประธานทำหนังสือไปยังอธิบดีกรมทางหลวง เพื่อขอขยายเขตไฟส่องสว่าง เส้นจราจรหลักทางหลวงแผ่นดินสาย ๔๐๖๐ สามแยกหมู่ที่ ๔ บ้านบาลูกาถึงหน้าไปรษณีย์ กะพ้อ ตำบลกะรุบี อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและรองรับ การขยายตัวของเศรษฐกิจและชุมชน ท่านประธานครับ วันที่ ๑๑ มีนาคมนี้คาดว่าจะเป็น วันแรกของการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนของพี่น้องมุสลิมในประเทศไทยและพี่น้องมุสลิม ทั่วโลก ขอฝากท่านประธานประสานไปยังทุกหน่วยงานให้เร่งสำรวจไฟฟ้าส่องสว่าง แล้วก็ ซ่อมไฟที่เสียเพื่อให้พี่น้องได้เดินทางไปประกอบศาสนกิจในช่วงกลางคืนด้วยความปลอดภัย สุดท้ายนี้ ผมขอดุอาอ์ต่อเอกองค์อัลเลาะห์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลานะครับ ขอให้ท่านประธาน และพี่น้องมุสลิมมีสุขภาพที่แข็งแรง ประกอบศาสนกิจในเดือนรอมฎอนด้วยความสมบูรณ์ อามีน ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญคุณพิพิธ รัตนรักษ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพิพิธ รัตนรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๒ พรรค รวมไทยสร้างชาติ กระผมขออนุญาตหารือท่านประธานสภาสัก ๒ เรื่องครับ🔗
๑. ปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำ น้ำดื่ม น้ำใช้ในพื้นที่เขต ๒ ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งประกอบด้วยอำเภอเกาะสมุย อำเภอ เกาะพะงัน ตำบลเกาะเต่า และอำเภอดอนสัก อำเภอกาญจนดิษฐ์บางส่วน ช่วงนี้ต้องยอมรับ ว่าเป็นช่วงเทศกาล นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมากมาย ปัจจุบันนี้พวกพี่น้อง อำเภอเกาะสมุย เกาะพะงัน ตำบลเกาะเต่าได้ซื้อน้ำ โดยเฉพาะตำบลเกาะเต่านั้นได้ซื้อน้ำ จากจังหวัดชุมพร เป็นความเดือดร้อนร้ายแรง ต้องยอมรับว่าน้ำเป็นปัจจัยหลักที่ใช้ในการ อุปโภคและบริโภคของนักท่องเที่ยวครับ กระผมขอหารือท่านประธานสภาไปยังเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการประปาส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ที่ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว หาแนวทางแก้ไขเพื่อปรับปรุง ต้องยอมรับว่าปัญหานี้ ถือว่าเป็นปัญหาที่เร่งด่วนนะครับ🔗
ปัญหาที่ ๒ คือปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่ของอำเภอเกาะสมุย อำเภอ เกาะพะงัน และตำบลเกาะเต่าด้วยครับ ต้องยอมรับว่าการใช้รถ ใช้ยวดยานพาหนะในพื้นที่ ของอำเภอเกาะสมุยนั้น ในช่วงเวลาเช้าหรือเวลาเย็นการจราจรติดขัดไม่ต่ำกว่าประมาณ ๒ ชั่วโมง ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปต่าง ๆ นั้นเกิดความล่าช้า เกิดอุปสรรคเป็นปัญหา ในเรื่องของการตกเที่ยวเครื่องบิน ตกโดยสารรถยนต์ โดยสารรถไฟ ทำให้เกิดภาพลักษณ์ ที่ไม่ดีกับการท่องเที่ยว กระผมขอรบกวนฝากไปยังท่านประธานสภาและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่ากระทรวงคมนาคม หน่วยงานของกรมการขนส่งในพื้นที่ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่กรมตำรวจ กรุณาช่วยเร่งรีบแก้ไขปัญหา เพราะปัญหานี้ถือว่า เป็นปัญหาที่ทำลายภาพพจน์ให้กับการท่องเที่ยว กระผมขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน สุดท้ายนี้กระผมขอฝากอ่าวไทยไว้ในอ้อมใจของคนไทยทุกท่านด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอเชิญ คุณสุภาพร กำเนิดผล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุภาพร กำเนิดผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต ๖ พรรค ประชาธิปัตย์ค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องสำคัญต้องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะคะ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอคำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับ การเปิดใช้ด่านสะเดาแห่งใหม่และด่านปัจจุบัน นับตั้งแต่การลงพื้นที่ด่านสะเดาของ นายกรัฐมนตรีไทยและท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ วันนั้นประชาชนในพื้นที่ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอคำตอบที่ชัดเจนว่าเปิดใช้ ด่านสะเดาแห่งใหม่เพื่อการขนส่งสินค้าข้ามแดนเท่านั้น ส่วนด่านปัจจุบันคงไว้เพื่อการ เดินทางของนักท่องเที่ยว จนถึงวันนี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ ของนักลงทุนเป็นอย่างมาก พื้นที่หน้าด่านปัจจุบันมีโรงแรม มีชุมชนหนาแน่น หากเปิดใช้ ด่านใหม่และปิดด่านเก่าเท่ากับเป็นการฆ่าเมืองด่านนอกโดยไม่ใยดีค่ะ ฉะนั้นดิฉันขอ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับการเปิดใช้ ด่านสะเดาแห่งใหม่และด่านปัจจุบันด้วยนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องจากข้อมูลสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมพบว่านักท่องเที่ยว ต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย ๒ เดือนแรกของปี ๒๕๖๗ อันดับ ๒ คือมาเลเซีย เกินครึ่ง ของนักท่องเที่ยวมาเลเซียจะเดินทางผ่านด่านสะเดาและด่านปาดังเบซาร์ แต่วันนี้ปัญหา ที่เกิดขึ้นก็คือถนนเชื่อมต่อจากชายแดนมาเลเซียมาสู่ประเทศไทยเข้าสู่เมืองหาดใหญ่ ไม่มีความพร้อม ดิฉันจึงอยากให้รัฐบาลช่วยจัดสรรงบประมาณดูแลถนนทางหลวงหมายเลข ๔ ช่วงหาดใหญ่-สะเดาอย่างเร่งด่วน ดิฉันเชื่อเหลือเกินค่ะการจัดสรรงบประมาณดูแลถนน สายดังกล่าวจะส่งผลดีต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย อย่างแน่นอนค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณวุฒิพงศ์ ทองเหลา ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี อำเภอศรีมหาโพธิ ประจันตคามและนาดี พรรคชาติพัฒนากล้า วันนี้ผมมีเรื่องหารือความเดือดร้อนในพื้นที่ ต่อท่านประธาน ๓ เรื่องปัญหาด้วยกันดังนี้ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
ปัญหาที่ ๑ ไฟฟ้าตก ไฟฟ้าดับบ่อย พื้นที่ตำบลดงกระทงยาม สืบเนื่องมาจากชุมชนมีการขยายตัวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่การปรับปรุงเรื่องของสายส่งแรงสูงและหม้อแปลงไฟฟ้ายังเข้ามาในตำบลอาจยัง ไม่สอดคล้องกับการขยายตัวของตำบลดงกระทงยาม ที่ผ่านมามีปัญหาไฟฟ้าตกและไฟดับ บ่อยครั้ง ส่งผลให้เครื่องใช้ไฟฟ้า ตู้เย็น แอร์ ทีวี ของชาวบ้านในตำบลเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงอยากฝากถึงหน่วยงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเร่งช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน🔗
ปัญหาที่ ๒ ปัญหาศาลารอรถชำรุด พื้นที่ตำบลหนองโพรง ตามทางออก หน้าหมู่บ้าน ผมได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีศาลาชำรุดหลายจุด บริเวณทางหลวง ๓๐๔ หลักกิโลเมตรที่ ๑๒๘-๑๕๒ บางศาลามีที่นั่ง บางศาลาไม่มีหลังคา หรือบางศาลาเอียง เหมือนกำลังจะล้ม อย่างไรเสียผมไม่อยากให้มีข่าวศาลารอรถล้มทับชาวบ้าน จึงฝากรบกวน ให้หน่วยงานช่วยติดตาม🔗
ปัญหาที่ ๓ ปัญหาสุดท้าย ป้ายยินดีต้อนรับเข้าสู่จังหวัดปราจีนบุรี ผู้ที่ขับรถ สัญจรเข้าสู่จังหวัดปราจีนบุรีไม่รู้ว่ามีแหล่งท่องเที่ยวหรืออารยธรรมใดบ้างในจังหวัดเลย เรื่องนี้อาจจะมองดูเล็กน้อย แต่ที่ผ่านมาภาพขาว ๆ ที่เป็นเหมือนหมอกทำให้จังหวัด ปราจีนบุรีสูญเสียโอกาสในการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวมานานเกินกว่า ๕ ปี ผมถาม ไปยังแขวงทางหลวงจังหวัดว่าจะปรับปรุงอย่างไรได้บ้าง จึงได้ทราบว่าเจ้าภาพที่ดูแลป้ายนี้ อยู่ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจังหวัดปราจีนบุรีก็ไม่มีสำนักงานการท่องเที่ยวตั้งอยู่ หากปล่อยปละละเลยเช่นนี้ผมเชื่อว่าท่านโอนโครงการกลับมาให้ทางหลวงปราจีนบุรี รับผิดชอบก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง จึงอยากนำเรียนทั้ง ๓ ปัญหาฝากผ่านท่านประธานช่วย นำข้อหารือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับผู้ช่วย ผู้ดำเนินงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ สส. ถนอมพงศ์ หลีกภัย ครับ ซึ่งกำลังฟังการประชุมอยู่ชั้น ๓ นะครับ ต่อไปขอเชิญคุณอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๗ พรรค พลังประชารัฐ🔗
ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอหารือ ท่านประธานเรื่องผังเมืองจังหวัดชัยภูมิ ผังเมืองเป็นตัวกำหนดทิศทางการพัฒนาและ ความเจริญก้าวหน้าของจังหวัด จากสถิติปัจจุบันตัวเลข GPP ของจังหวัดชัยภูมิอยู่อันดับ รั้งท้ายที่ ๗๐ ของประเทศ ชัยภูมิเรามีรถยนต์แล่นผ่าน จักรยาน สามล้อ มอเตอร์ไซค์ ถ้าท่านประธานนั่งรถไฟไปก็ต้องไปต่อรถยนต์ สาเหตุหลักที่เป็นแบบนี้ผมมาวิเคราะห์ สรุปได้เป็นเพราะเรื่องของผังเมือง ถ้าเราไปดูที่ผังเมืองรวมของจังหวัดชัยภูมิจะเห็นได้ว่า ชัยภูมิเป็นผังสีเขียวทั้งจังหวัด พี่น้องส่วนมากทำแค่อาชีพเกษตรกรเพาะปลูก ทำให้เรามี การปลูกข้าวกว่า ๑.๘ ล้านไร่ ปลูกมันเกือบ ๙๐๐,๐๐๐ ไร่ ปลูกอ้อยราว ๓.๔ แสนไร่ ถือว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำและมีศักยภาพสูงในการเพิ่มมูลค่านะครับท่านประธาน ผมฝันว่าวันหนึ่งจังหวัดของเราจะสามารถมีผังเมืองที่เอื้อต่อการพัฒนามากกว่านี้ เช่น การแปรรูปสินค้าเกษตรพวกอ้อย มันสำปะหลัง เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น น้ำมันเครื่องบิน หรือ Sustainable Aviation Oil ที่เป็นที่ต้องการของทุกสายการบิน หรือการนำไปผลิตไฟฟ้า ชีวมวล ซึ่งเกษตรกรจะสามารถขายพืชผลการเกษตรให้ผู้ผลิตไฟฟ้าชีวมวลในราคาที่มั่นคง ตลอดอายุขัยของโรงไฟฟ้า และเป็นการประกันราคาพืชผลโดยรัฐไม่ต้องออกเงิน แม้แต่บาทเดียว ผมขอฝากท่านประธานนำเรียนไปยังท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐาและ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจของชัยภูมิ โดยการ จัดผังเมืองใหม่ให้เอื้อต่อการลงทุนอุตสาหกรรมมากกว่านี้ โดยผมขอเสนออำเภอแก้งคร้อ ให้เป็นผังเมือง Zone เศรษฐกิจของชัยภูมิ เพราะน้ำไม่เคยท่วม เป็นทางขึ้นเหนือลงใต้ และใกล้สนามบินขอนแก่น สุดท้ายผมขอทิ้งท้ายว่าหากผังเมืองดีทุกอย่างจะตามมาเอง ทั้งการลงทุน ทั้งน้ำ ทั้งถนน ทั้งสนามบิน ทั้งรถไฟ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณนิยม วิวรรธนดิฐกุล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นิยม วิวรรธนดิฐกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทยครับ ขอหารือเรื่องฝายแกนดินซีเมนต์ที่จะช่วยเก็บกักน้ำเพื่อการเกษตร ในพื้นที่นอกเขตชลประทานนะครับ ซึ่งใช้งบประมาณในการก่อสร้างไม่มาก แต่มีความ ทนทาน ดูแลและซ่อมแซมง่าย เราเรียกว่า ถูก ทนและดี ในจังหวัดแพร่ก็มีการสร้างฝาย แกนดินซีเมนต์ใหญ่น้อยก็นับ ๑๐๐ แห่ง ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็เป็นของ อบจ. ซึ่งมีท่านอนุวัธ วงศ์วรรณ เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งท่านก็เพิ่งได้รับปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ สาขานวัตกรรมการจัดการชุมชน จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งหนึ่งในผลงานนี้ก็คือ การสร้างฝายแกนดินซีเมนต์นั่นเอง ที่แพร่ อบจ. ได้สร้างฝายแกนดินซีเมนต์ที่ยาวที่สุด ๑๐๕ เมตรกั้นแม่น้ำยม ซึ่งท่านสามารถจะไปชมได้ ใช้มา ๓ ปีแล้วยังสภาพดี ใช้งานได้ ซึ่งยาวที่สุดนะครับ ถ้าท่านใดสนใจก็ลองไปดู แต่ตอนนี้งบประมาณปี ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา งบประมาณในการสร้างฝายแกนดินซีเมนต์จำนวน ๑,๒๐๐ ล้านบาท ได้ถูกตัดไปทั้งหมด นะครับ จึงหวังว่ารัฐบาลจะได้ช่วยจัดหางบประมาณเพื่อการก่อสร้างในพื้นที่ที่เหมาะสม และจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดในพื้นที่ต้นน้ำ แต่ขาดแคลนน้ำ เช่น จังหวัดแพร่ ซึ่งมีแม่น้ำยมไหลผ่าน แต่ไม่มีเขื่อนหรือแหล่งน้ำขนาดใหญ่ใด ๆ เกิดความแห้งแล้งทุกปี ก็ฝากทางรัฐบาลที่จะช่วยจัดหางบประมาณในการช่วยก่อสร้างในพื้นที่ที่จำเป็นนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอฝากเรื่องทางหลวงสาย ๑๐๑ ของกรมทางหลวงสายแพร่ ไปจังหวัดน่าน ตรงแยกบ้านห้วยแก๊ต ตำบลห้วยโรง อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ ที่จะไป ขุนสถาน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เป็นทางแยกที่อันตราย เป็นทางโค้ง เป็นเนิน ทางประชาชนได้ขอให้ปิดทางแยกและทำ U-turn ตรงบริเวณที่เลย รพ.สต. ห้วยแก๊ต เผื่อย้อนกลับมาเข้าทางแยกจะปลอดภัยกว่าครับ กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ อำเภอยะรัง ทุ่งยางแดง และอำเภอแม่ลาน ท่านประธานครับ ผมขอหารือต่อท่านประธานผ่านท่านนายกรัฐมนตรี🔗
เนื่องจากศูนย์ประสานงานตาดีกา จังหวัดปัตตานีและจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอให้มีการพิจารณาถ่ายโอนอำนาจงบประมาณ ในการจัดการดูแลศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดตาดีกาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นั่นก็คือ อบจ. หรือ อบต. ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้การบริหารมีความคล่องตัว การกระจายอำนาจในพื้นที่ และยกระดับหลักสูตรให้เหมาะสมตามความต้องการในแต่ละ พื้นที่หรือบริบท🔗
ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะฝากอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือขอติดตามอาหาร กลางวันตาดีกาที่ได้งดจ่ายงบประมาณตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา เด็กต้องการทานข้าว ทุกวัน บูเดาะ กือรอ มาแกนาซิ เสาะมอ นะอาลี ทำไมรัฐถึงใจดำแค่บริหารจัดการงบประมาณ เล็กน้อยแค่นี้ ผมหวังว่างบประมาณปี ๒๕๖๗ นี้เมื่อผ่านแล้วขอให้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้เร่งรัดอย่างเร่งด่วน คืนอาหารกลางวันแก่น้อง ๆ ตาดีกาในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอขอบพระคุณครับ สุดท้ายนี้สลามรอมฎอนมูบาร็อกต่อพี่น้องในประเทศไทยและพี่น้อง มุสลิมทั้งโลก ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณคำพอง เทพาคำ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล พี่น้องชาวจำปาดง หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๖ ตำบลกุดเรือคำ อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ประชากรประมาณ ๑,๕๓๙ คน ร้องเรียนผ่านมาทางคุณอภิชาติ ถาบุตร แล้วก็ผู้ใหญ่บ้าน ๒ หมู่บอกว่า ไม่มีฌาปนสถานที่เหมาะสมทำให้เกิดมลภาวะ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ สร้างฌาปนสถานให้ด้วยนะครับ🔗
การออกเอกสารสิทธิโฉนดของตำบลนาเวียง อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร ล่าช้ามานาน ผู้แทนราษฎรหารือมาหลายครั้งแต่ไม่ไปไหน การตั้งวัดศรีอุดร บ้านนาเวียงน้อย ตำบลนาเวียง ก็ไม่คืบหน้า ตอนนี้ก็ได้เพียงบ้านเลขที่ อีกอย่างหนึ่งการออกเอกสารสิทธิ ของโนนคำบอน ที่ดิน ๗,๐๐๐ ไร่ พื้นที่หมู่ที่ ๑๒ หมู่ที่ ๑๕ หมู่ที่ ๑๖ หมู่ที่ ๑๘ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๑๙ ตำบลเขมราฐ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ตอนนี้ราษฎรอาศัยอยู่มา ๘๐ ปีแล้ว แล้วก็มีการดำเนินการตามกระบวนการพิสูจน์สิทธิมาเรียบร้อยแล้ว เหลือขั้นตอนสุดท้ายคือ การออกโฉนด ที่ดินประกาศ น.ส.ล. ตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ ท้องที่ตำบลเปือย อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ ผมหารือมาตั้งแต่สภาชุดที่ ๒๕ ตอนนี้การออกเอกสารสิทธิก็ไม่มี การดำเนินการต่อ ที่ดินก็อยู่ประมาณ ๔,๒๐๐ ไร่ กำนันเขาทวงมาครับ🔗
พี่น้องชาวเกาะมุก ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ขาดแคลนน้ำ เพื่อการอุปโภคบริโภคอย่างหนักครับท่านประธาน พี่น้องต้องซื้อน้ำใช้น้ำกินในราคาแพง จึงขอให้การประปาส่วนภูมิภาคขยายเขตจ่ายน้ำประปาระยะทาง ๓ กิโลเมตร เข้าไปหา พี่น้องเกาะมุกด้วยครับ🔗
ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องชาว อุบลราชธานี ชุมชนบ่อบำบัดที่กำลังถูกขับไล่ออกจากที่อยู่อาศัยวันละ ๓ เวลา ขอให้ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เข้าไปสำรวจหาข้อมูล แล้วก็หาที่อยู่อาศัย ที่เหมาะสมให้กับพี่น้องคนจนเมืองอุบลราชธานีด้วยครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ🔗
ท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนของพี่น้อง ประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานี ๒-๓ เรื่องด้วยกันค่ะ🔗
เรื่องแรก ปัญหาเรื่องวัว เรื่องวัวเป็นเรื่องใหญ่ซึ่งดิฉันได้ใช้สภาแห่งนี้ในการ หารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในหลาย ๆ ครั้งค่ะ วันนี้ดิฉันขอแบ่งแยก เป็น ๒ ประเด็นค่ะ🔗
ประเด็นที่ ๑ คือวัวที่เป็นตัว ปัจจุบันนี้ยังมีสถานการณ์ราคาวัวยังคงย่ำแย่ ยังคงเป็นปัญหาอย่างมาก ซึ่งดิฉันได้พูดหารือไปแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่มีท่าทางที่จะดีขึ้น เลยค่ะ ซึ่งวันนี้ดิฉันก็ยังจะคงเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโค จนกระทั่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีแนวทางหรือมาตรการแก้ไขปัญหานี้ได้ แต่ในขณะนี้ปัจจุบันนี้ ราคาโคที่เป็นตัวราคาถูก แต่เนื้อวัวที่อยู่ที่เขียงกลับราคาสวนทาง ราคาเนื้อที่เขียง ๒๙๐-๓๐๐ บาทเหมือนเดิม วันนี้ดิฉันจึงขออยากฝากท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง กระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน และกรมปศุสัตว์ ช่วยควบคุมราคาเนื้อวัว ให้สอดคล้องกับราคาโคในสภาพปัจจุบันค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากเริ่มเข้าสู่สถานการณ์ภัยแล้ง ดิฉันเป็นกังวลว่าสถานการณ์ ภัยแล้งจะส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรมฝนหลวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยจัดสรรฝนหลวงไปให้พี่น้องเกษตรกร ที่ขณะนี้กำลังรอฟ้ารอฝนเพื่อทำการเพาะปลูก เตรียมที่จะปลูกมันแล้วค่ะ รอฟ้ารอฝน เพื่อทำต้นยางที่กำลังผลิใบตอนนี้ เพื่อจะได้ใส่ปุ๋ยยางและเปิดหน้ายาง กรีดยางหาเลี้ยงชีพ ต่อไปค่ะ🔗
เรื่องสุดท้าย หารือท่านประธานสภาผ่านไปยังกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น ขอให้หยิบยกการพิจารณาค่าตอบแทนให้แก่คณะกรรมการหมู่บ้าน อพปร. ซึ่งเป็น จิตอาสา เป็นผู้เสียสละดูแลความเรียบร้อยของหมู่บ้าน ของชุมชน รับจบทุกงานค่ะ ถึงจะเป็นค่าตอบแทนที่ไม่มากนัก แต่ขอให้พิจารณา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ที่ มีหัวใจเสียสละเพื่อพี่น้องประชาชนค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอเชิญคุณรัชนก สุขประเสริฐ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ ผู้แทนของคนแพรกษา สายบางปู บางปูใหม่ และ ท้ายบ้านใหม่ วันนี้ดิฉันมีเรื่องขอหารือกับท่านประธาน ๑ เรื่อง เป็นเรื่องของปัญหา ค่าชุดนักเรียน เนื่องจากมีผู้ปกครองหลายท่านได้ส่งเสียงร้องเรียนมายังดิฉันว่าราคา ชุดนักเรียนในปัจจุบันแพงมากค่ะ ขอสไลด์ด้วยนะคะ🔗
ดูจากตามสไลด์เราจะเห็นได้ ว่าชุดนักเรียนจะแบ่งเป็นตามลำดับชั้น มีชั้นประถมและชั้นมัธยม ราคาของนักเรียน ๑ ชุด โดยเฉลี่ยแล้วจะตกอยู่ที่ประมาณ ๓๐๐ บาทบวก ไปจนเกือบหลักพัน และหลังจากที่ดิฉัน ได้รับเรื่องร้องเรียน ลองเข้าร้านชุดนักเรียนแล้วก็ลองซื้อจริง ๆ ด้วยค่ะ ปรากฏว่าเป็นที่น่า ตกใจจริง ๆ ค่ะท่านประธาน ราคาชุดนักเรียนชุดหนึ่งตกเกือบ ๑,๐๐๐ บาท เด็กคนไหนตัว เล็กราคาก็จะถูกกว่าเด็กที่ตัวใหญ่กว่า ส่วนเด็กคนไหนที่มีขนาดร่างกายเติบโตกว่าเพื่อน ก็จะต้องราคาตาม Size ค่ะ ลองคิดดูว่าราคาชุดหนึ่ง อย่างในภาพดิฉันซื้อเสื้อ ๑ ตัว ราคา ๓๘๕ บาท กระโปรง ๑ ตัว ราคา ๓๙๕ บาท เข็มขัด ๑ เส้น ๑๔๐ บาท รวมแล้วราคา ๙๒๐ บาท นี่คือราคาชุดนักเรียนชุดเดียวนะคะ แล้วอย่างน้อยเด็กคนหนึ่งจำเป็นจะต้องมี ชุดนักเรียนมากกว่า ๑ ชุด ดิฉันขอส่งเสียงเรียกร้องผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ขอความเห็นใจช่วยควบคุมราคาชุดนักเรียนเพื่อเป็นการลดภาระของ ผู้ปกครองและเพื่อเป็นการช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่เราวาดฝันว่าเขาจะเป็นอนาคตของชาติ กันเถอะค่ะ ช่วงนี้หลาย ๆ โรงเรียนปิดเทอมแล้ว แต่อีกไม่กี่เดือนโรงเรียนก็จะต้องเปิดเทอม อย่าต้องให้มีผู้ปกครองคนไหนต้องแบกครก แบกทีวี แบกอุปกรณ์เครื่องมือทำมาหากินไป โรงรับจำนำกันอีกเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณวันนิวัติ สมบูรณ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วันนิวัติ สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือ ท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนภัยแล้ง ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้ขยายขนาดท่อประปา หมู่ ๕ บ้านหนองหญ้ารังกา ตำบลโพธิ์ชัย อำเภอโคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น ระยะทาง ๑.๒ กิโลเมตร ครั้นจะให้พี่น้องประชาชนรวมเงินกันเพื่อขยายท่อประปา แล้วก็ต่อท่อประปา เอง ใช้เงินราว ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมทรัพยากร น้ำบาดาลครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเช่นเดียวกันได้เจาะบ่อบาดาลเพิ่ม ในบ้านหนองศาลา ตำบลวังหิน อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น บ่อบาดาลจุดนี้ ใช้ดูแลพี่น้องกว่า ๓ ชุมชน ๓ ชุมชน ๒,๐๐๐ กว่ารายที่ใช้บาดาลตรงนี้ แต่มันเกิดปัญหา ตรงที่ว่าเมื่อใช้ไปในปริมาณที่มากแล้ว บ่อบาดาลที่มีอยู่ขนาดเล็กแล้วก็อยู่ในวัดทำให้พื้นดิน บริเวณวัดแล้วก็บริเวณรอบบ่อนี้ทรุด ศาลาวัดทรุด อันนี้เห็นจากภาพท่านเจ้าอาวาสก็มา ชี้จุดเองเลย ได้รับแจ้งจากท่านประธานชุมชน ท่าน ส.อบต. แล้วก็ท่านผู้ใหญ่บ้าน ท่านสตรอง ท่านผู้ใหญ่บ้านได้มาแจ้ง ขอให้ขุดเจาะบ่อบาดาลเพิ่มเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตน้ำบาดาล ให้เพียงพอต่อพี่น้องทั้ง ๒,๐๐๐ ราย ๓ ชุมชนด้วยครับท่านประธาน🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับ เห็นเวลาเหลือ ขอแถม เนื่องจากไปดูบริเวณวัดนี่ละครับ ทำให้เห็นคือบิลค่าไฟของวัด ก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลได้มีนโยบายลดค่าไฟให้กับพี่น้อง ประชาชน ซึ่งเป็นนโยบายที่พี่น้องพึงพอใจครับ แต่ว่าในมุมมองของวัดแล้วก็ค่าไฟฟ้าเพื่อ การเกษตรยังสูงอยู่ ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้ผมขอหารือ ท่านประธานของพี่น้องวงการกีฬาโป๊กเกอร์ในประเทศไทยครับ โดยกีฬาโป๊กเกอร์นั้นได้รับ ความนิยมทั้งในทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และทวีปเอเชีย โดยการจัดการแข่งขันนั้นมีหลาย รายการที่เป็นระดับโลก เช่น World Series Poker European Tour หรือ Asian Poker Tour ถามว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการจัดการแข่งขันไหม ผมเชื่อว่าประเทศไทยเรามีศักยภาพ แต่ว่าก็ยังติดกฎระเบียบบางประการที่ทำให้เราไม่สามารถที่จะจัดการแข่งขันได้ ท่านประธานทราบไหมครับว่าประเทศไทยเรามีนักโป๊กเกอร์ กีฬาโป๊กเกอร์นี้หลายท่านที่เป็น Pro ระดับโลกและไปสร้างชื่อเสียงทำเงินรางวัลให้กับประเทศ เช่น Pro เต็นท์ Pro เต้ หรือ Pro ฟลุ๊ค ภาสกร ที่ล่าสุดเพิ่งไปได้อันดับ ๒ ในรายการ Asian Poker Tour ที่ประเทศไต้หวัน มา ผมต้องขอแสดงความยินดีกับ Pro ฟลุ๊คอีกครั้งนะครับ นอกจากนี้โป๊กเกอร์ก็ยังเป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยมและดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าเวลาเขามา แข่งขันเขาจะมีการจองที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งตรงนี้จะเป็นตัวขับเคลื่อน ที่สำคัญในด้านการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ได้อย่างมหาศาลครับท่านประธาน ผมขอยกตัวอย่างใน Main Event ที่จัดที่ลาสเวกัส ครั้งที่แล้วมีผู้สมัคร ๑๐,๐๐๐ ท่าน มีผู้เข้าร่วมชมการแข่งขันกว่า ๕๐,๐๐๐ คน สร้างรายได้ เป็นพันล้านครับ ผมเข้าใจ ณ วันนี้กีฬาโป๊กเกอร์ยังไม่มีสมาคม และยังคงอยู่ในบัญชี ข ของ พ.ร.บ. การพนัน ปี ๒๔๗๘ รวมถึงตัวผมคิดว่า พ.ร.บ. การพนัน ปี ๒๔๗๘ นั้น บุคคล ในที่นี้ก็ยังไม่เกิดกัน หากปลดล็อกโป๊กเกอร์ได้ก็คงจะดีไม่น้อย ทุกอย่างคงมีการเริ่มต้น ผมจึงอยากฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงมหาดไทย ถึงความเป็นไปได้ในการปลดล็อกการเล่นโป๊กเกอร์ออกจาก พ.ร.บ. การพนัน หรือช่วงเริ่มต้น อาจจะมีกำหนดพื้นที่พิเศษเพื่อให้มีการแข่งขันกันได้อย่างถูกต้อง ถูกกฎหมาย โลกวันนี้ หมุนเร็วเหลือเกินครับ หากเราไม่เริ่มต้นในวันนี้เราจะสูญเสียโอกาส ไม่ว่าจะเป็นระดับ นานาชาติ การพัฒนานักกีฬา รวมถึงด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา หรือ Sport Tourism สุดท้ายนี้เราต้องมาหารือกันว่าประเทศไทยจะหมอบหรือ All-in ขอบคุณครับ🔗
ท่านสุดท้าย ขอเชิญ คุณชยพล สท้อนดี สละสิทธิ์นะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อเข้าประชุม จำนวน ๓๐๑ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม ผมขอเปิดการ ประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ เชิญคุณพริษฐ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ กระผม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ขออนุญาตใช้เวลาหารือกับ ท่านประธานสักเล็กน้อยก่อนที่เราจะดำเนินการตามระเบียบวาระนะครับ ประเด็นที่ผม อยากจะหารือกับท่านประธานเช้านี้คือเรื่องของความคืบหน้าแล้วก็ทางออกเกี่ยวกับเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินที่ถูกเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งความจริงแล้ว ก็เป็นประเด็นที่มีการถูกพูดถึงกันบ้างในการประชุมสภาเมื่อวาน แต่เหตุผลที่ผมจำเป็นต้อง ลุกขึ้นมาหารือท่านประธานในวันนี้เป็นการเฉพาะมีอยู่ ๒ เหตุผลด้วยกันครับ🔗
เดี๋ยว ๆ คุณพริษฐ์ ผมจะอนุญาตให้หารือหลังจากกระทู้ถามเสร็จแล้วนะครับ เพราะผมเข้าใจว่าคงจะหารือ อาจจะมีคนอื่นหารือด้วย เพราะว่าเนื่องจากวันนี้มีกระทู้ถามสด ๓ กระทู้ รัฐมนตรีก็พร้อม จะตอบแล้ว กระทู้ถามปกติ ๗ กระทู้ รัฐมนตรีก็พร้อมตอบ ผมจะอนุญาตให้คุณพริษฐ์หารือ หลังจากกระทู้จบแล้วดีไหมครับ🔗
ไม่ติดใจครับท่านประธาน แต่อยากจะสอบถามสั้น ๆ ว่าท่านประธานจะยังคงทำหน้าที่บนบัลลังก์ต่อไปได้ไหมครับ🔗
ได้ครับ ยินดี ยินดีที่จะให้หารือ และผมยินดีจะตอบให้นะครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปเป็นระเบียบ วาระกระทู้ถาม🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
เรียนท่านสมาชิกว่าสำหรับกระทู้ถามแยกเฉพาะก็จะดำเนินการถามและตอบ ในห้องประชุมแยกเฉพาะในบริเวณ ชั้น ๑ ควบคู่กับการพิจารณากระทู้สดด้วยวาจาและ กระทู้ทั่วไปตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เช่นเดียวกันตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ ต่อไปเป็นกระทู้ถามสด ด้วยวาจานะครับ🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑. นายอภิชาติ ศิริสุนทร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
กระทู้ถามสดด้วยวาจาของคุณอภิชาติ ศิริสุนทร ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งขณะนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมที่จะ ตอบแล้ว ขอเชิญท่านอภิชาติ ศิริสุนทร ครับ ซึ่งผมขอแจ้งว่ากระทู้ถามสดท่านสามารถ จะถามได้ ๓ ครั้ง ถามตอบในเวลา ๓๐ นาที และเป็นกระทู้ที่ถามมาตอบไป ไม่ใช่ญัตติ ซึ่งจะต้องใช้บรรยายมาก บรรยายได้เพียงเล็กน้อยนะครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ก่อนอื่น ต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้อนุญาตให้ผมตั้งกระทู้ถามสด แล้วก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ท่านสละเวลามาให้ความสำคัญกับสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ เพื่อที่จะตอบกระทู้ข้อสงสัยที่ทางผู้แทนราษฎรต้องถามท่านแทนพี่น้องประชาชน ก็ต้องขอบคุณท่านธรรมนัสอย่างยิ่งนะครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมก็อยากจะถาม ท่านรัฐมนตรีในประเด็นที่เป็นข่าวฮือฮา และพี่น้องประชาชนได้สงสัย และผมในฐานะประธาน กรรมาธิการการที่ดินก็ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือ มาชี้แจงข้อเท็จจริง และก็ได้ ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบพื้นที่จริงร่วมกับหน่วยงาน ก็ยังมีหลายประเด็น หลายข้อสงสัย ที่ยัง ไม่ได้คลี่คลายในประเด็นการออก ส.ป.ก. ในเขตพื้นที่ที่ทับซ้อนกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งก็ถือว่าเป็นข้อพิพาท ข้อขัดแย้งระหว่าง ๒ หน่วยงาน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับ ส.ป.ก. ในเรื่องแนวเขตที่ยังไม่ชัดเจน เพราะว่าพื้นที่แห่งนี้ก็คงจะเป็นพื้นที่ ที่มีการประกาศ One Map ไปแล้ว แต่สำหรับในบริเวณเขาใหญ่ยังเป็นข้อถกเถียง ข้อพิพาท ดังนั้น One Map ประกาศเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ จึงมีการยกเว้นพื้นที่เขาใหญ่ ทั้ง ๒ ฝ่ายระหว่างอุทยานและ ส.ป.ก. ก็ต่างถือพระราชกฤษฎีกาคนละฉบับ ทางอุทยาน ก็บอกว่าแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นที่ชัดเจนและถูกต้องว่าเป็น แนวเขตอุทยาน ทาง ส.ป.ก. ก็อ้างว่าแผนที่แนบท้ายประกาศเมื่อปี ๒๕๓๔ ก็ถือว่าเป็นที่ ถูกต้อง ชัดเจนว่าเป็นแนวเขตของ ส.ป.ก. ผมจะไม่เล่าในรายละเอียดมาก เพราะผมคิดว่า ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกก็คงจะติดตามข่าวและรู้รายละเอียดพอสมควร รวมถึงพี่น้อง ประชาชน ผมก็อยากจะเข้าสู่คำถามในครั้ง ๑ หรือรอบแรก ดังนี้🔗
จากการแถลงข่าวของท่านรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อันนี้ก็เป็นที่มาว่าข้อพิพาทไม่จบ ท่านนายกรัฐมนตรีก็มอบหมายให้กรมแผนที่ทหาร ท่านรัฐมนตรีว่าการก็มอบหมายให้กรมแผนที่ทหารได้ลงไปสำรวจตรวจสอบ แล้วท่าน ก็มาชี้แจงเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กรณีที่พิพาทที่ทับซ้อนในที่ดิน ส.ป.ก. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ว่ากรมแผนที่ทหารได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี รายงานผลแนวเขต พื้นที่ทับซ้อนดังกล่าว มีผลว่าการตรวจสอบให้แปลงปฏิรูปที่ดินของ ส.ป.ก. ไม่ทับซ้อน และอยู่นอกแนวเขตของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ท่านรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ในฐานะ ที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมอยากสอบถามท่านว่า ผมอยากรู้ ว่าสถานะทางกฎหมายของรายงานผลการตรวจสอบของกรมแผนที่ทหารว่ามีสถานะ ทางกฎหมายอย่างไร สามารถนำมาใช้ในการตัดสินความขัดแย้งหรือข้อพิพาทเรื่องแนวเขต ได้หรือไม่ สามารถใช้แทนแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาประกาศอุทยานแห่งชาติ ได้หรือไม่ หรือเป็นเพียงความเห็นของกรมแผนที่ทหารเท่านั้น คำถามแรกครับ🔗
ก่อนที่ท่าน รัฐมนตรีจะตอบ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะอาจารย์และนักศึกษาสาขาวิชา รัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครศรีธรรมราช อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งกำลังนั่งฟังการประชุมของเรา บนชั้น ๓ เรียนท่านรัฐมนตรีเชิญตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ ก่อนอื่น ผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านอภิชาติขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ท่านได้ให้ โอกาส ท่านตั้งกระทู้สดถามผมในวันนี้ จริง ๆ แล้วผมก็พยายามที่จะขอเลื่อน เพราะด้วย เหตุผลที่ท่านถามผมข้อ ๑ ว่าเมื่อผมมีการแถลงข่าวที่ผ่านมาถึงเรื่องหนังสือจากกรมแผนที่ ทหารทำรายการถึงท่านนายกกรณีที่ดินที่มีข้อพิพาทนะครับ ท่านถามว่ามีผลที่จะเอาไป บังคับใช้เพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่ดินที่พิพาทได้หรือยัง ผมพยายามที่จะประสานที่จะเลื่อน เพื่อต้องการให้รับรายงานที่ชัดเจน ที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เนื่องจากมันเป็นประเด็น ทางสังคมที่พี่น้องประชาชนและพี่น้องสื่อมวลชนต่างให้ความสนใจ ผมจึงตัดสินใจที่จะ มาตอบกระทู้ในวันนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกท่านอภิชาติที่ให้โอกาสผม ได้มาชี้แจง อยากจะกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และสำนักงานปฏิรูปที่ดิน ก่อนปี ๒๕๔๕ คือหน่วยงานที่กำกับภายใต้การดูแล ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือมีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เท่านั้นเป็นผู้กำหนดนโยบาย แต่หลังจากปี ๒๕๔๕ แล้วแยกตัวออกไปเป็นกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็ถูกจัดตั้งขึ้น ถามว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นมันเกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัด นครราชสีมา จุดเดียวหรือไม่ ไม่ครับ มันเกิดขึ้นทั่วประเทศไทย เนื่องจากว่าหน่วยงานของรัฐ ในแต่ละกระทรวงต่างก็อ้างแผนที่ของตัวเอง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็อ้างว่าเขาก็มีแผนที่ของเขา เขาก็มีแนวเขตของเขา เขาก็มีพระราชกฤษฎีกาปี ๒๕๐๕ ของเขา ถามว่าเขาผิดไหม ไม่ผิดครับ แต่ในขณะเดียวกันสำนักงานปฏิรูปที่ดินที่ก่อตั้ง ปี ๒๕๑๘ ก็มี พ.ร.บ. ของเขา และการที่จะได้ที่ดินที่เป็นที่ดินของรัฐมาจัดสรรให้กับพี่น้อง เกษตรกรได้ทำกินมันไม่ใช่ว่า ส.ป.ก. คิดจะเอามาจัดก็จัดเลย ไม่ใช่ มันมี Process มันมี ขั้นตอน ตั้งแต่คณะกรรมการพัฒนาที่ดินหรือคณะกรรมการจำแนกที่ดิน นำเสนอผ่าน ครม. ครม. เห็นชอบต้องไปออกพระราชกฤษฎีกาเขตปฏิรูปที่ดิน มันมีกฎหมายรองรับ ถามว่าทั้งกรมอุทยานและ ส.ป.ก. ที่ใช้หลักเหตุผล หลักแผนที่แนวเขตของตัวเอง ทั้งคู่ผิดไหม ไม่ผิดครับ มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๐๓ ปี ๒๕๐๔ ปี ๒๕๐๕ พวกเราหลายท่านตรงนี้ ก็ยังไม่เกิด ผมก็ยังไม่เกิดครับ มันเป็นเรื่องที่บรรพบุรุษเราสร้างไว้ แล้วไม่ทำให้มันชัดเจน จนกระทั่งปี ๒๕๓๘ ในสมัยที่ท่านประจวบ ไชยสาส์น เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เห็นว่ากรมป่าไม้และ ส.ป.ก. อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของท่าน ท่านถึงออกถนน แนวเขตกันไฟ Buffer Zone ถนนลาดตระเวน แต่ว่าลืมไปไม่ได้ออกกฎหมายที่ประกาศ เป็นพระราชกฤษฎีกา มันถึงทิ้งให้พวกเราต้องมานั่งเถียงกันทุกวันนี้ กลายเป็นพื้นที่ทับซ้อน ดังนั้นพี่น้องครับผมจะไม่เท้าความเหมือนกันว่าใครถูกใครผิด กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ มีหน้าที่พิทักษ์รักษาป่าไม้ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำ สำนักงานปฏิรูปที่ดิน คุณมีหน้าที่จัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรผู้ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกิน เราต่างคนต่างทำหน้าที่ เพื่อประเทศชาติบ้านเมืองและพี่น้องประชาชน ม็อบที่มาเต็มถนนราชดำเนินทุกวันนี้ เขามาทำอะไรครับ มาเรื่องที่ดิน พี่น้อง P-Move ที่เพิ่งกลับไปนี้เรื่องอะไรครับ ที่ดินครับ ผมและท่านสมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน เราต่างร่วมกันแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน อย่าลืมว่าเราในฐานะที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ผมก็ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด พะเยา บ้านผมศาลากลางยังเป็นพื้นที่ป่าไม้อยู่เลย ขนาดหน่วยราชการยังเถื่อน อาศัยอยู่ ที่ดินเถื่อนอยู่เลย มันต้องปฏิรูป ดังนั้นสิ่งที่ผมกำลังจะบอกว่าการแก้ปัญหาตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ รัฐบาลที่แล้วถึงมีการจัดตั้งอนุกรรมการเพื่อแก้ปัญหา One Land One Law ประเทศไทย เราปกครองโดย One Law คือภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แผนที่ประเทศไทยมีแผนที่เดียว คือ One Land ต้องมี One Law ไม่ใช่ว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็มี แผนที่เขา ส.ป.ก. ก็มีแผนที่เขา ทหารก็มีแผนที่เขา แล้วเมื่อไรมันจะจบครับ ปล่อยให้ พวกเรามานั่งเถียงในสภา ถามว่าขั้นตอนที่ท่านรัฐมนตรีสั่งให้กรมแผนที่ทหารออกมาเป็น กรรมการในการแก้ปัญหา จนมีที่มาที่ไปที่ผมแถลงว่ามันอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน มันไม่จบครับ เพราะต่างฝ่ายต่างก็เถียงกัน ดังนั้นถามว่าเราจะต้องทำอย่างไร มันก็ต้องเข้าสู่ One Land One Law โดยรัฐบาลชุดที่แล้วและรัฐบาลชุดนี้เห็นชอบว่าเอาหน่วยงานนี้เป็นกลาง คือ มอบหมายให้กระทรวงกลาโหมโดยมีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นกรรมการ กลางในการสร้างแผนที่หนึ่งเดียวในประเทศไทย บังคับใช้กับทุกหน่วยงานของรัฐ นั่นคือ One Map อันนั้นขั้นตอนที่กรมแผนที่ทหารรายงานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี มันถูกต้อง หมดขั้นตอนหรือยัง ยังครับ แต่เพียงท่านต้องการให้ ๒ หน่วยงานยุติว่าอย่าทะเลาะกันเลย หันหน้ามาคุยกันเถอะ ต่างฝ่ายต่างก็ทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ต่างฝ่ายต่างก็ทำงาน ในหน้าที่ของตัวเอง เมื่อไม่จบทำอย่างไรครับ ก็ต้องกลับไปมอบให้อนุกรรมการ One Map เดินหน้าต่อรอบเขาใหญ่ จริง ๆ แล้ว ครม. อนุมัติมาแล้ว ๓๓ จังหวัด กำลังจะเข้าอีก ๑๑ จังหวัด เหลืออีก ๓๓ จังหวัด เขาใหญ่เป็นพื้นที่ที่เขายกเว้น เพราะว่าเมื่อออก One Map แล้วมันจะกระทบถึงโฉนดที่ออกไป โฉนดที่ออกไปโดยกรมที่ดิน ซึ่งกรมที่ดินต้อง ชดใช้ค่าเสียหายประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันมีปัญหาเขาถึงเว้นไว้อย่างไรครับ เว้นให้ พวกเราทะเลาะกัน แต่มันเว้นไม่ได้แล้ว มันเป็นประเด็นสังคมแล้ว มันต้องแก้ ดังนั้น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านบอกว่าขอเวลาให้ผม ๒ เดือนในการแก้ปัญหา พื้นที่แนวอุทยานเขาใหญ่ว่ามันเป็นรูปแบบไหน กี่ตารางกิโลเมตร กี่ไร่ เราอดใจรอครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เจ้ากรมแผนที่ลงนามไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีถามว่ามีผลบังคับใช้ยัง ยังครับ ผมตอบชัดเจนครับ ส่วนผมจะขออนุญาต ขยายความนิดหนึ่งว่าอันนั้นเป็นเรื่องกฎหมาย ถามว่าแล้วจะทำอย่างไรต่อ ก่อนที่ จะออกเป็น One Map โดยผ่าน ครม. เห็นชอบโดย ครม. เมื่อวานก็มีการตกลงกันระหว่าง ๒ กระทรวงเรียบร้อยแล้ว จึงเป็นที่มาที่ไปของการบันทึกความร่วมมือระหว่างกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยท่านปลัด ทั้ง ๒ กระทรวงลงบันทึกเป็นข้อตกลงไว้ว่าประเด็นแนวเขตอุทยานเขาใหญ่ ทั้ง ๒ กระทรวง ตกลงให้นำเข้าสู่การพิจารณา เรื่อง แนวเขตที่เป็นที่ดินของคณะกรรมการปรับปรุงแผนที่ แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ ในมาตราส่วน ๑ ต่อ ๔,๐๐๐ หรือที่เราเรียกสั้น ๆ ว่า One Map ที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติหรือคณะอนุกรรมการ ที่ตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาแนวเขตที่ดิน แนวเขตอุทยานเขาใหญ่ ซึ่งขั้นตอนจะต้องเห็นชอบ ครม. เมื่อได้ข้อยุติค่อยมาเจรจากัน แล้วในระหว่างนี้ทำอย่างไรครับ ในระหว่างนี้ทำอย่างไรครับ ก็ต่างฝ่ายต่างถอยคนละก้าว รอ One Map ครับ ในส่วนของสำนักงานปฏิรูปที่ดินทำอะไร ผมสั่งให้เพิกถอน ส.ป.ก. ๔-๐๑ ท่านต้องเข้าใจนะครับ ไม่ใช่โฉนดนะครับ ส.ป.ก. ๔-๐๑ ที่ออกไป ทั้ง ๕ ฉบับ จะให้นาย ก นาย ข ใครก็ตาม เพิกถอนได้หมด แล้วพื้นที่ตรงนี้ คุณห้ามเข้า คุณห้ามยุ่ง อย่าทะเลาะกันในส่วนของ ส.ป.ก. ขณะเดียวกันผมตั้งคณะกรรมการ สอบสวนตั้งแต่หลังจากวันเกิดเหตุไม่กี่วัน และสั่งย้ายข้าราชการกลับมาสู่ส่วนกลางทั้งหมด ทั้ง ๖ นายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผมตั้งคณะกรรมการผมได้ข้อมูลแล้วว่ามันอาจจะมีการออก เอกสารสิทธิประเภท ส.ป.ก. ๔-๐๑ โดยไม่ชอบ ผมจึงมอบหมายให้ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย ดอกเตอร์ธนดลไปร้องทุกข์แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ป.ป.ป. เพราะผมมีความมั่นใจว่า หน่วยงานนี้มีความเป็นธรรม ตงฉิน ผมไม่มั่นใจในลูกน้องผมที่เป็นคณะกรรมการ แล้วให้ ดำเนินคดีครับ สาวถึงใครไม่มีจบแบบรอ ใครผิดว่าตามผิด นอกจากลงวินัยร้ายแรงแล้ว ถูกดำเนินคดี แต่สิ่งสำคัญที่สุดพรุ่งนี้ผมจะให้เลขาธิการ ส.ป.ก. ทำหนังสือถึงเลขาธิการ ปปง. ให้มาร่วมดำเนินคดี ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ยึดทรัพย์สินคืนสู่แผ่นดินให้หมด และขณะเดียวกันพื้นที่ตรงนี้จะต้องรักษาไว้เป็นป่า จะเป็นป่าชุมชนที่ให้พี่น้องในพื้นที่ ร่วมกันรับผิดชอบ หรือจะเป็นป่าอะไรก็แล้วแต่ขึ้นอยู่กับ ๒ กรม มีการคุยกันตามบันทึก ข้อตกลงฉบับที่ลงโดยท่านปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยท่านปลัด จตุพร บุรุษพัฒน์ และปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล และผู้เป็น พยานคืออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายอรรถพล เจริญชันษา และเลขาธิการ ส.ป.ก. คือนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ตกลงตามนี้ ดังนั้นหน้าที่ของปลัด ทั้ง ๒ กระทรวงคุณไปปกครองลูกน้องคุณว่าคุณหยุดพูดกันได้แล้ว เมื่อ ๒ กระทรวงตกลง กันแล้ว แล้วหนังสือฉบับนี้จะต้องนำถึงคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เพื่อนำเสนอ ครม. ว่าเราได้ตกลงอย่างนี้แล้วแก้ปัญหาร่วมกัน ที่ดินมีปัญหาห้ามอะไรทั้งนั้น รักษาเป็นป่า แล้วที่เราจะทำเป็น Buffer Zone หรือกัน Zone ต่อไปในอนาคต ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ เชิญ คุณอภิชาติ ศิริสุนทร ถามได้อีก ๒ ครั้ง ขณะนี้ท่านมีเวลา ๑๐.๑๕ นาที เชิญครับ🔗
ผมถามสั้น ๆ ท่านรัฐมนตรี ตอบยาวเลยนะครับ ก็สรุปคำถามที่ ๑ ท่านบอกว่าความเห็นของกรมแผนที่ทหารยังไม่มีผล ตามกฎหมาย ถูกต้องนะครับ ท่านประธานครับ แน่นอนว่าถ้าหากข้อมูลทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้ง ๒ หน่วยงานไม่ตรงกัน หน่วยงาน ก็มีความเห็นที่แตกต่างและเชื่อข้อมูลของตัวเอง ผมคิดว่าถ้าหาก ๒ หน่วยงานยังยืนกราน อย่างนี้มันก็จะไม่เป็นที่สิ้นสุดโดยแน่แท้ใช่ไหมครับท่านรัฐมนตรี ดังนั้นการดำเนินการก็ควร จะต้องดำเนินการไปตามกรอบระเบียบ กฎหมาย หลักเกณฑ์ ที่ให้ไว้ มิใช่ไปเอากรมแผนที่ ทหารมา Guarantee ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ผมจะไม่ยืดเยื้อนะครับท่านประธาน ผมจะถาม คำถามที่ ๒ เลย แล้วก็ผมมีอยู่ ๓ คำถาม🔗
คำถามที่ ๒ ในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยตรง ท่านทราบหรือได้รับรายงานจาก สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมาหรือไม่ว่ามีการแจ้งเตือนจากอุทยานแห่งชาติ เขาใหญ่ถึงสำนักปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา คัดค้านการปักหมุดของสำนักงานปฏิรูป ที่ดินจังหวัดนครราชสีมาถึง ๒ ครั้ง เมื่อวันที่ ๒๐ และวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ และ นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ สคทช. ยังได้ทำหนังสือ สอบถามไปยังสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมถึงปัญหาแนวเขตในพื้นที่ดังกล่าว อันนี้ก็ ๒ ครั้งเช่นเดียวกัน ในวันที่ ๗ พฤศจิกายนและวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๖ ในช่วงเวลา ๓ เดือนจนเรื่องดังกล่าวเป็นข่าวดังขึ้นมา ท่านไม่ได้รับแจ้งปัญหาที่สำคัญต่อนโยบายหลัก ของท่านจากหน่วยงานราชการที่ท่านกำกับดูแลเลยใช่หรือไม่ แล้วถ้าท่านได้รับรายงานเรื่อง การดำเนินการรังวัด และมอบสิทธิ ส.ป.ก. ในพื้นที่พิพาทระหว่าง ส.ป.ก. กับอุทยานแห่งชาติ เขาใหญ่ ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา อยู่ในระหว่างช่วง ๓ เดือนดังกล่าว ท่านมีการสั่งการอย่างไรบ้าง คำถามที่ ๒ ครับท่านประธาน🔗
ท่านรัฐมนตรี มีเวลาตอบ ๒.๒๘ นาที ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านคงต้องตอบสั้น ๆ หน่อยครับคำถามนี้ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตตอบสั้น ๆ เช่นเดียวกันครับ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ขออนุญาต เท้าความไปถึงวันที่ ๕ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๖ ซึ่งตอนนั้นผมยังไม่ได้เป็นรัฐมนตรี เริ่มมีการ ปักหมุดตรวจสอบแนวเขต ซึ่งเรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ก่อนผมมาดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ Process จนมาถึงการออกเอกสารสิทธิ มันใช้ ระยะเวลาไม่เกิน ๓ เดือน ซึ่งมันเป็นการส่อพิรุธว่ามิชอบอย่างเด็ดขาด ถามว่าผมได้รับ รายงานไหม ผมไม่ได้รับรายงาน ซึ่งเรื่องนี้สิ่งที่ผมจำเป็นต้องสั่งการโดยทันทีว่าคุณมีพิรุธ ผมต้องดำเนินคดีคุณ ผมถึงย้ายทั้งหมด ๖ คนเข้ากรุ แล้วย้ายยังไม่พอนะครับ ให้แจ้ง ดำเนินคดีทั้งวินัยแล้วก็คดีอาญา เพราะฉะนั้นผมไม่ได้นิ่งเฉย ขณะเดียวกันสั่งให้หยุดทั้งหมด คำตอบสั้น ๆ ว่าหลังจากที่เป็นประเด็นผมอยู่พื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ผมรีบบินมาเข้าในพื้นที่ ทันที เข้าใจว่ากำลังทะเลาะกันแรงอยู่ถึงลงไป ไม่มีเจตนาที่จะไปรังแกเพื่อนข้าราชการ กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ซึ่งทั้ง ๒ กระทรวงก็เป็นเจ้ากระทรวงที่มาจากพรรคเดียวกัน และขอยืนยันว่าเราไม่มีข้อพิพาทกันอย่างที่เป็นข่าวตามที่พี่น้องสื่อมวลชนนำเสนอนะครับ ดังนั้นการแก้ปัญหาตรงนี้ ๑. ไม่ได้รับรายงาน คุณไม่รายงานคุณก็ผิดแล้ว ผมถึงต้องสั่งย้าย คุณกลับเข้ากรุทั้งหมด ๒. ดำเนินคดีอาญา ๓. พื้นที่พิพาทห้ามทำอะไรทั้งนั้นตอนนี้ ยกเลิก ให้หมด แล้วมาตกลงตามบันทึกข้อตกลงที่ผมนำเรียนเมื่อสักครู่ครับท่านประธาน ตอบสั้น ๆ ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณอภิชาติ ศิริสุนทร คำถามสุดท้ายนะครับ🔗
ตกลงท่านไม่ได้รับทราบ ผมคิดว่า ต่อไปท่านต้องมีกลไกนะครับ ถ้าท่านเป็นระดับนโยบายไม่รับทราบ ผมคิดว่านโยบายที่ดี ของท่านอาจจะไปเป็นเครื่องไม้เครื่องมือให้กับใครบางคนที่เอื้อผลประโยชน์ต่อเรื่องนโยบาย ของท่านได้🔗
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่เวลาตอบผมยังเหลืออยู่ไหมครับ🔗
เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีใช้เวลาผม ก็ได้ครับ ผมให้เวลาครับ🔗
ขอบคุณมากครับท่านอภิชาติ🔗
ท่านสามารถ จะตอบได้ครับ ท่านเหลือเวลา ๓๗ วินาที เดี๋ยวจะให้ท่านตอบครับ เชิญคุณอภิชาติครับ🔗
แต่ท่านต้องตอบตรงประเด็น ด้วยนะครับ คำถามสุดท้ายเป็นคำถามที่ผมมีเจตนาถึงตัวนโยบายนะครับท่านประธาน นโยบายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับสิทธิเป็นสิ่งที่ดี เป็นหลักการที่ดีที่ถูกต้อง ผมเห็นด้วย โดยหลักการกับท่านรัฐมนตรี แต่หากเป็นปัญหาเช่นกรณีนี้และไม่สามารถจัดการกับ ปัญหาได้ ซึ่งแน่นอนส่งผลกระทบโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือ สร้างความไม่น่าเชื่อถือต่อ พี่น้องประชาชน ต่อพี่น้องเกษตรกร ซึ่งสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมถ้ามองใน กรณีนี้มันเป็นข้อสงสัยเยอะแยะ ในสายตาของประชาชนถ้าหากขาดความเชื่อถือก็จะเป็น เรื่องยากที่จะดำเนินการต่อไปให้สำเร็จทางนโยบายได้ แม้แต่ต่อสถาบันทางการเงินที่ท่าน บอกว่า พอออกโฉนดเพื่อการเกษตรไปแล้วสามารถไปกู้ ไปหยิบไปยืมธนาคารพาณิชย์อื่นได้ ที่ไม่ใช่ ธ.ก.ส. อย่างเดียว ก็จะกลายเป็นความไม่น่าเชื่อถือ ดังนั้นคำถามสุดท้ายผมอยากถาม ท่านว่าท่านมีแนวทางมาตรการอย่างไรในการป้องกันปัญหาดังกล่าว และจะสร้างความ น่าเชื่อถือให้กับสังคมได้อย่างไร และท่านได้รับรายงานหรือไม่ว่าพื้นที่ทับซ้อนระหว่างพื้นที่ ส.ป.ก. กับพื้นที่ป่าอนุรักษ์มีอีกกี่แห่งที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาดังกรณีเขาใหญ่ คำถาม สุดท้ายครับท่านประธาน🔗
ท่านรัฐมนตรี มีเวลาตอบจริง ๆ ก็ ๓๗ วินาที แต่เพื่อประโยชน์ของท่านผู้ถามและผู้ตอบผมจะอนุญาตให้ ท่าน ๑ นาที🔗
กี่นาทีครับ🔗
๑ นาทีครับ🔗
๑ นาทีหรือครับ🔗
ตอบสั้น ๆ ก็ได้🔗
ตอบ ๑ นาทีจะไปตอบอย่างไรครับท่านประธาน🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต หารือท่านประธานด้วยความเคารพครู่เดียวครับ ผม อรรถกร พรรคพลังประชารัฐ🔗
เดี๋ยวอรรถกร ขอโทษครับท่านประธาน คือผมอุตส่าห์ตั้งใจมาตอบคำถามท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือครับ ผมตั้งใจจะตอบคำถามดี ๆ ของท่านประธาน คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะว่าผมก็ทราบว่าท่าน ก็มีความรู้เรื่องที่ดิน ผมตั้งใจจะมาตอบเพื่อให้เกิดสร้างสรรค์ ท่านสังเกตผมทำงานกับ พรรคท่าน ลงพื้นที่ ผมเพิ่งลงสังขละบุรีกับท่านรังสิมันต์ โรม เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ บ้านเมือง ท่านประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ท่านอภิชาตอีกท่านหนึ่ง ผมก็ลงพื้นที่ ดังนั้นให้ผมตอบ ๑ นาทีผมตอบไม่ได้ครับท่านประธาน แค่อ้าปากก็หมดเวลา🔗
ท่านประธานครับ เวลาผม เหลือเยอะ ก็ขอความกรุณาท่านประธานอนุญาตให้ท่านธรรมนัสได้ตอบครับ🔗
ผมเชื่อว่าไม่มีรัฐมนตรีท่านใดที่จะขอเวลาพูดมาก ขอเวลาเดิมมากด้วย เพราะฉะนั้นผม ขออนุญาตโอกาสนี้เพราะว่าท่านถามดี มันเกิดประโยชน์ ขออนุญาตตอบ🔗
ท่านรัฐมนตรีครับ เวลาของท่านผมให้ ๑ นาที แต่ว่าเวลาของคุณอภิชาติท่านอุตส่าห์ให้รัฐมนตรีอีก ๕ นาที ท่านตอบได้ตามสบายครับ🔗
ขอบคุณมากท่านประธานครับ ขอบคุณมากท่านอภิชาติครับ คือผมก่อนจะมาตอบคำถามใคร ผมก็ศึกษาว่าผู้ถามมีองค์ความรู้ไหม แล้วผมก็ได้รับคำตอบจากเพื่อนสมาชิกแล้วก็ประวัติ ของท่านว่าท่านมีความรู้เรื่องที่ดิน ดังนั้นมันเกิดประโยชน์กับท่านครับ ท่านถามผมว่าที่ดิน ที่ทับซ้อนอยู่ในเขตพื้นที่ ส.ป.ก. ยังมีอีกเยอะไหม เยอะมากครับ ปัญหาที่พี่น้องไม่ว่าจะเป็น P-Move สมัชชาประชาชน ๔ ภาค และพี่น้องสมัชชาคนจนที่ถูกดำเนินคดีกว่าหมื่นคดี ก็เป็นเรื่องนี้ที่พวกเราร่วมกันแก้ปัญหา อันนั้นเรามาในฐานะที่เราเป็นสมาชิกรัฐสภา ในฐานะ เป็นฝ่ายนิติบัญญัติเรามาช่วยกันแก้ปัญหา ผมชื่นชมการทำงานนะครับ ดังนั้นผมยินดีที่จะ ตอบให้ชัดเจนว่าสิ่งที่ผมได้รับรายงานช้ามันเป็นความบกพร่องของผมไหม ผมกำกับดูแลสำนักงานปฏิรูปที่ดินพื้นที่ทั้งหมด ๔๐ กว่าล้านไร่ มีเจ้าหน้าที่ที่เป็นปฏิรูปที่ดิน ทั้งหมด ๗๒ จังหวัด เปรียบเสมือนมี ๗๒ โรงพัก โรงพักไหนที่มีผู้กำกับ คุณพาลูกน้อง ไปปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบคุณต้องถูกลงโทษ คุณไม่รายงานผมคุณถูกลงโทษ เช่นเดียวกันมัน เปรียบเสมือนนิ้ว ๑๐ นิ้วเลยครับ นิ้วไหนเน่าเราต้องตัดทิ้ง แต่เราจะเหมาว่าคุณเละทั้งหมด นโยบายที่คุณกำลังทำโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตรของพี่น้องเกษตรกรคุณล้มเหลว เราต้อง กลับไปถามถึงพี่น้องเกษตรกรว่าท่านพึงพอใจกับนโยบายที่เราเปลี่ยน ส.ป.ก. ๔-๐๑ ให้เป็น โฉนดไหม ท่านไปถามได้เลยครับ ถามล้านคนผมอยากทราบว่าปฏิเสธกี่คน เราจะได้เอา ข้อมูลมาศึกษานะครับ ดังนั้นสิ่งที่จะตอบท่านอภิชาตว่าเมื่อทราบว่าที่ดินทับซ้อนจะต้อง ทำอย่างไร มันก็กลับไปสู่คำถามแรกก็คือต้องใช้ One Map แล้ว One Map ที่ถูกต้อง โดยชอบด้วยกฎหมายโดยคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ นำเสนอ ครม. ดังนั้นสิ่งที่ผมกำลังทำแก้ปัญหา ณ เวลานี้ผมตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งผมจะ มอบหมายให้รองเลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ ส่องดูพื้นที่ ทั้งหมดที่เรากำลังจะแปลง ส.ป.ก. ๔-๐๑ ให้เป็นโฉนด เราคัดกรอง เวลานี้เรามีระบบ Digital อยู่แล้ว แต่เราไม่เชื่อคอมพิวเตอร์ เราต้องลงภาคสนาม ผมจึงจะต้องตั้งคณะกรรมการ ตรวจสอบทั้งหมด จำนวนทั้งหมด ๑.๗ ล้านครอบครัวของพี่น้องเกษตรกรที่มีสิทธิถือครอง ทำกินเกิน ๕ ปีที่จะได้รับโฉนด ส.ป.ก. โฉนดเพื่อการเกษตร เราต้องเข้าไปชำแหละเลยว่า ใช่เกษตรกรและทำกินจริงไหม เราในฐานะกำกับ เลขาธิการ ส.ป.ก. คุณต้องทำงาน หนักกว่าเดิม เพื่อสนองและเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ได้รับเอกสารสิทธิ ประเภทโฉนดเพื่อการเกษตร หลายสิ่งหลายอย่างที่ผมกำลังแก้ปัญหา ผมนั่งตั้งแต่เปิดสภา วันนี้ พี่น้องหารือกันนี้ไม่มีเรื่องใดที่ไม่เกี่ยวกับเกษตรเลยครับ เพราะมันเกี่ยวกับคนส่วนใหญ่ คนส่วนใหญ่ของประเทศไทย พี่น้องเกษตรกร ๓๑ ล้านกว่าชีวิต ผู้ใช้แรงงานภาคการเกษตร อีก ๒๑ ล้านกว่าชีวิต คนทั้งหมด ๕๒ ล้านชีวิต ที่พึ่งพาฝากความหวังไว้กับกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่าคิดว่าตัวเองแน่ ต้องฟังเสียงพี่น้องในสภาว่า คุณตั้งกระทู้ถามหรือหารือนี้ต้องทำการบ้าน ในยุคผมไม่มีหรอกครับ สามารถให้พวกท่าน ตรวจสอบได้เลย ท่านกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ท่านอภิชาติอยากจะไปดูงานใน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เชิญเลยครับ ผมต้อนรับเลยนะครับ ท่านอยากไปดูจังหวัดไหน ผมเชิญนะครับ คณะกรรมการอะไรก็ตามในสภานี้ เชิญกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องมา แต่เมื่อวานที่ไม่มาไม่ใช่เลี่ยง เพราะผมต้องการมาตอบเอง แล้วผมไม่ต้องการไปเถียงในห้อง ผมตอบในสภาชัดเจน พี่น้องคนไทยดูทั้งแผ่นดิน ดังนั้นท่านประธานครับ ถามว่าสิ่งที่ผมจะ แก้ปัญหาที่มันเกิดขึ้นผมเชื่อว่าไม่ใช่ที่เขาใหญ่ทีเดียว มันเกิดทุกที่ที่เป็นเขตปฏิรูปที่ดินหรือ ที่ดินของรัฐอีก ๙ หน่วยงาน ดังนั้นมันจะต้องย้อนกลับมาทบทวนถอดบทเรียนเขาใหญ่ว่า มันเกิดอะไรขึ้น ผมสั่งการเป็นนโยบายชัดเจนว่าต่อไปนี้พื้นที่ทับซ้อน ชายแดนระหว่าง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้กับ ส.ป.ก. ห้ามคุณจัดให้เกษตรกร ทำกินเด็ดขาด ปัญหาเรื่องช้างที่พี่น้องถามนี้เป็นเรื่องใหญ่ยังแก้ไม่ได้เลย แล้วคุณไปจัดที่ดิน ให้เกษตรกรทำกินติดเขาใหญ่จิตสำนึกคุณมีไหม มันทำได้ไหม มันควรทำไหม มันไม่ควรทำ คุณปลูกอะไรมา ชาวบ้านปลูกอะไรมา ช้างก็มาทำลาย สัตว์ป่ามาทำลาย แต่ในขณะเดียวกัน พื้นที่ตรงนี้เราสามารถคุมชาวบ้านได้ไหม คุมไม่ได้หรอกครับ อาจจะบุกลุกป่าไม้ ทำลาย ป่าไม้ ทำลายอุทยาน มันไม่ควรจัด จิตสำนึกมันไม่ควรจัด แต่มันเป็นเรื่องในครอบครัวผม ผมต้องไปลงโทษอ้ายคนพวกนี้ คนจัญไรยังมีเยอะ ท่านประธานขอโทษด้วยครับ คำไม่สุภาพ ฉะนั้นข้าราชการที่ชั่ว ๆ อย่างนี้ต้องถูกลงโทษ ลงทัณฑ์ ในยุคผมไม่มี ผมยืนยัน ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้คำพูดคุณชัยวัฒน์ว่า ไม่มีหรอกครับ จบแบบหล่อ ๆ ไม่เขาก็เราต้องผิด เมื่อเรา ผิดเราต้องลงโทษทั้งวินัยและอาญาเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับพี่น้องข้าราชการต่อไป และที่สูงสุดและหนักกว่านั้นคือผมเอา ปปง. มาตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมด เจ้าของ Resort คุณเตรียมตัวไว้เลยว่าสิ่งที่คุณสร้างมาตลอดชีวิตคุณ คุณจะเหลือศูนย์ หรือติดลบ หรือติดคุก ผมไม่เว้นหรอกครับ ช่วงผมเป็นรัฐมนตรีช่วยผมยึดที่ดินจากนายทุนมากี่แปลง และจัดสรรให้พี่น้อง ไม่ว่าจะเป็น P-Move สมัชชาคนจน สมัชชาประชาชน ๔ ภาค กี่จังหวัดแล้ว กระบี่ ชุมพร นครศรีธรรมราช ผมไม่มีเว้นหรอกครับ แล้วผมไม่สนใจ หน้าอินทร์หน้าพรหมด้วยว่าคุณจะเป็นเจ้าสัวหรืออะไร ผมจะเอาคืน เพราะเป็นที่ดินของรัฐ ของหลวง ควรไปมอบให้คนที่เป็นเจ้าของประเทศได้ใช้สิทธิ ได้ทำกิน ทำเป็นที่อยู่อาศัย เจ้าของประเทศใครล่ะครับ ก็พี่น้องประชาชนคนไทย ผู้ยากไร้ ดังนั้นผมขออนุญาตตอบ ยาว ๆ เพียงแค่นี้ แล้วก็ผมขอขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณเพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพ นะครับ และผมชื่นชมคณะกรรมาธิการที่ท่านเป็นประธาน ขอชื่นชมพี่น้องที่เป็นประธาน กรรมาธิการหลาย ๆ คณะที่ได้ทำงานร่วมกับผม ล้วนแล้วแต่มีวัตถุประสงค์เดียวกันคือ ต้องการแก้ปัญหาให้กับบ้านกับเมืองนี้ให้มันอยู่ในกรอบภายใต้กฎหมายและเกิดประโยชน์ สูงสุดกับเจ้าของประเทศคือพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งแผ่นดินกำลังดูว่าสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรในยุคพวกเราเป็นกันนี้ เราไม่ต้องพูดว่าใครเป็นกี่สมัย ที่พวกเราเป็นนี้เราได้ ทำอะไรให้กับบ้านกับเมืองบ้าง เกิดประโยชน์อะไรกับบ้านกับเมืองบ้าง ต้องขอขอบคุณเพื่อน สมาชิกทุกท่านด้วยความเคารพ ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคุณอภิชาติ ศิริสุนทร นะครับ ก็จบ กระทู้ถามที่ ๑.๑ ขอบคุณครับ🔗
ก่อนจะไปกระทู้ถามสดที่ ๒ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะนักเรียน มัธยมตอนปลาย แผนการเรียนภาษาไทย สังคม และครูโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งกำลังฟังการประชุมอยู่ ชั้น ๓ ครับ อีกคณะหนึ่งสภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียน มะนังกาหยี อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งกำลังรับฟังการประชุมชั้น ๓ จุดเดียวกันครับ ขอต้อนรับทั้ง ๒ คณะครับ🔗
๒. นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
กระทู้ถามสดที่ ๑.๑.๒ ของคุณพิมพฤดา ตันจรารักษ์ ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งขณะนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเข้ามาพร้อมที่จะ ตอบแล้วนะครับ ขอเชิญคุณพิมพฤดา ตันจรารักษ์ ถามได้เลยครับ🔗
ท่านประธานสภา ที่เคารพ พิมพฤดา ตันจรารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๓ อำเภอภาชี อำเภออุทัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทยค่ะ ก่อนอื่น ดิฉันก็ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมที่วันนี้ท่านได้ให้ ความสำคัญกับพี่น้องประชาชน โดยมาตอบคำถามด้วยตัวท่านเองค่ะ วันนี้ดิฉันจะขอ ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเกี่ยวกับความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเหตุการณ์นี้ จะเกี่ยวข้องกับพื้นที่อื่น ๆ ต่อไปในอนาคตอีกค่ะ สืบเนื่องจากคืนวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลาประมาณ ๒๒.๒๐ นาฬิกา ได้เกิดเหตุไฟไหม้โกดังเก็บสารเคมีและกาก อุตสาหกรรม ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางชุมชนในพื้นที่หมู่ ๒ ตำบลภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ในระยะรัศมี ๕ กิโลเมตร เนื่องจากสารเคมีดังกล่าวเป็นกากอุตสาหกรรมที่เป็นกรด ขยะสารพิษ สายไฟฟ้าที่ใช้แล้ว และโลหะหนักเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนที่อยู่ใน บริเวณใกล้เคียงได้ รวมถึงพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่กระแสลมจะพัดพาสารพิษเหล่านี้ ไปถึงได้ค่ะท่านประธาน แล้วสารเคมีเหล่านี้ได้มาอยู่ในพื้นที่อำเภอภาชีได้อย่างไร ดิฉันต้องเท้าความย้อนไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี ๒๕๖๖ ท่านนายอำเภอภาชี กำนันตำบล ภาชี และฝ่ายปกครองอำเภอภาชี ได้ตรวจสอบพบว่ามีสารเคมีและกากอุตสาหกรรม ถูกนำมาซุกซ่อนไว้ในโกดังเช่าแห่งหนึ่งที่ตำบลภาชี อีกทั้งที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนที่อาศัย อยู่ในชุมชนบริเวณใกล้เคียงก็ได้ร้องเรียนว่า บนถนนบริเวณหน้าโกดังมีของเหลวสีส้ม ที่มีกลิ่นเหม็นแสบจมูกอยู่บริเวณถนน แล้วก็มีการรั่วซึมผ่านลำรางสาธารณะหน้าโกดัง ไหลปนเปื้อนบริเวณคลองสามขวา ซึ่งเป็นคลองส่งน้ำทางการเกษตร คลองนี้ก็จะผ่านหลาย ตำบลในพื้นที่อำเภอภาชี และอำเภออุทัย ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ทางการเกษตร กระทบที่นา มากกว่า ๑๐,๐๐๐ ไร่ค่ะ แค่ได้ยินแค่นี้ก็น่าใจหายแล้วใช่ไหมคะ และไม่ใช่แค่นั้นนะคะ แปลงนาของชาวบ้านที่อยู่บริเวณติดกับโกดังก็สามารถตรวจวัดค่า PH ได้เท่ากับ ๑-๒ ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดค่ะ ส่งผลให้ข้าวในนาแห้งตาย แล้วก็ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก และเมื่อมีอากาศเย็นหรือฝนตกสารเคมีเหล่านี้ก็จะยิ่งส่งกลิ่นแรง แสบจมูกไปทั่วบริเวณ ประชาชนในพื้นที่บางรายมีอาการผื่นคันขึ้นตามตัว โดยที่ไม่ต้องสัมผัสสารเคมีโดยตรงค่ะ โดยสารเคมีและกากอุตสาหกรรมนี้มีจำนวนมากกว่า ๔,๐๐๐ ตัน และในโกดังยังมีบางส่วน ที่เจ้าหน้าที่เองก็ยังไม่ได้สามารถเข้าไปตรวจเพื่อประเมินจำนวนได้ค่ะ เพราะสารเคมี ในบริเวณนั้นมีกลิ่นแรงมาก เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่สามารถที่จะเข้าไปตรวจสอบเพิ่มเติมได้ ซึ่งสารเคมีเหล่านี้เป็นของกลางที่ถูกอายัดอยู่ระหว่างจะรอนำไปกำจัด แต่ว่าได้มาเกิด เหตุเพลิงไหม้เสียก่อน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่พวกเราหวาดกลัวและไม่ได้อยากให้เกิดมากที่สุด🔗
คำถามแรก ดิฉันขอตั้งคำถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมค่ะ เพื่อให้ท่านได้ตอบคำถาม เพื่อสร้างความเชื่อมั่น สร้างความมั่นใจ ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่ารัฐบาลจะดำเนินการ กับสารเคมีเหล่านี้อย่างไร จะทำการเคลื่อนย้ายสารเคมีที่เป็นอันตรายเหล่านี้ออกไปจาก พื้นที่อำเภอภาชีเพื่อที่จะนำไปกำจัดให้ถูกต้องเมื่อไร และจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัย ที่เข้มงวดอย่างไร ที่ดิฉันต้องตั้งคำถามเช่นนี้เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำค่ะ ไม่ว่าจะพื้นที่อำเภอภาชีหรือพื้นที่อื่น ไม่มีใครอยากให้สารเคมีที่เป็นอันตรายพวกนี้อยู่ ใกล้บ้านตัวเองค่ะ เพราะสารเคมีที่เป็นอันตรายแบบนี้เอาไปไว้ที่ไหนก็ไม่มีใครอยากได้นะคะ ยิ่งมีเหตุการณ์ที่เกิดไฟไหม้เมื่อคืนวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์แล้วด้วย ยิ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่ เกิดความวิตกกังวล หวาดกลัว และเกิดความไม่มั่นใจว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นอีกวันไหน ถ้าสารเคมียังอยู่ในพื้นที่ และการกำจัดสารเคมีนี้ก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วค่ะว่าต้องใช้ งบประมาณสูงในการกำจัด จึงอยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีว่างบประมาณที่จะใช้ในการ กำจัดนี้จะสามารถดำเนินการได้ทันทีเลยหรือไม่ หรือพี่น้องประชาชนจะต้องรอต่อไป จะต้อง รองบประมาณในปีถัดไปหรือเปล่าคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมค่ะ ก่อนอื่นต้องกราบเรียนท่านประธาน ขอบคุณไปยังท่าน สส. พิมพฤดา ตันจรารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นอย่างมากค่ะ ประเด็นที่ท่านกังวลห่วงใยดิฉันขออนุญาตนำเรียนท่านประธานผ่านไปยัง พี่น้องประชาชนที่กำลังรับฟังให้มีความเข้าใจตรงกันก่อนว่าพื้นที่ที่เกิดไฟไหม้ดังกล่าว เป็นโกดังที่ลักลอบในการเก็บกากขยะอุตสาหกรรม ซึ่งเมื่อสักครู่ท่าน สส. ได้นำเรียน ให้ทราบแล้วว่ามันมีการพบมีการรั่วซึม แล้วส่งผลกระทบไปยังพี่น้องประชาชนกว่า ๒๐๐ ครัวเรือนที่อยู่บริเวณรอบ ๆ และพี่น้องประชาชนอีกหลายตำบลที่จะต้องใช้สอย น้ำกิน น้ำใช้ บริเวณดังกล่าวนะคะ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้รับเรื่องร้องเรียนมาจาก ในพื้นที่ ทั้งท่าน สส. แล้วก็ทั้งนายอำเภอ ตลอดจนผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ตั้งแต่วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เป็นต้นมา และหลังจากนั้นมากระทรวงอุตสาหกรรมเอง ทางกรมโรงงาน อุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่ที่อุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ลงพื้นที่กว่าจำนวน ๒๐ ครั้งค่ะ นับตั้งแต่วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ค่ะ ถามว่าลงพื้นที่ไปทำอะไร ลงพื้นที่ไปดูค่ะ แล้วก็ไปตรวจวัดคุณภาพว่าน้ำที่ออกมามันไม่มี คุณภาพแค่ไหน พอเจอมีปัญหาเราก็ต้องไปทำเรื่องเพื่อขอหมายค้นในพื้นที่ เพื่อตรวจยึด อายัดค่ะ และที่สำคัญที่สุดกระบวนการที่เราทำร่วมกันกับทางกองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ บก.ปทส. ที่เราทำงาน ร่วมกัน วันนี้ทางกระทรวงอุตสาหกรรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ บก.ปทส. เราทำไปถึง ขั้นว่าเราทราบแล้วว่าโกดังดังกล่าวรับกากขยะอุตสาหกรรม ของเสียอุตสาหกรรมมาจาก ที่ไหน บริษัทใดที่มาจ้าง ว่าจ้างโกดังดังกล่าว และสามารถสอบกลับไปถึงว่ามีบริษัทใดบ้าง ที่ว่าจ้างบริษัท ๒ บริษัทนี้มาทิ้งและไม่ได้ทำตามกระบวนการนะคะ ปรากฏว่าทั้งข้อมูล พยานหลักฐาน ใช้เวลารวบรวมเกือบ ๑ ปีด้วยกัน กระบวนการอยู่ในขั้นรวบรวมและกำลัง ส่งอัยการที่จะฟ้องแล้วค่ะ ปรากฏว่ารวบรวมเอกสารเสร็จ ทำสำนวนเพื่อส่งอัยการก็เกิดเหตุ ลักลอบเผาพื้นที่ดังกล่าวค่ะ ถ้าจะดูในแผนภาพที่เกิดขึ้นโกดังดังกล่าวมีทั้งหมดประมาณ ๕ โกดัง พื้นที่เกิดเหตุอยู่ที่โกดังที่ ๑ และโกดังที่ ๒ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวหลังจากเกิดเหตุปุ๊บ ทางดิฉันเอง ทางท่านปลัดกระทรวง รวมถึงท่านอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมก็สั่งให้ ทางเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดได้ลงพื้นที่ ที่สำคัญที่สุดลงพื้นที่ไปทำอะไร ลงพื้นที่ ไปเก็บหลักฐาน ไปดูว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น เราก็พบว่าเกิดเหตุลักลอบในการวางเพลิงค่ะ ดิฉัน เข้าใจดีค่ะ คนที่กระทำผิดมักหวาดกลัวว่าจะต้องโดนดำเนินคดี และที่สำคัญมากไป กว่านั้นก็คือต้องจ่าย จ่ายค่ากำจัด เพราะว่ามันมีกระบวนการในการดำเนินการทั้งหมดค่ะ🔗
ทีนี้เหตุเพลิงไหม้โกดังที่โดนลักลอบทั้งหมดก็มีความสูญเสียเกิดขึ้น หลายประการด้วยกัน อย่างแรกเลย เมื่อเข้าพื้นที่เราก็จะเจอว่าข้างในจะมีทั้งกากของเสีย กากมลพิษ กากพิษที่ไม่มีการกำจัดอย่างถูกต้อง เป็นการลักลอบมาวาง มาเก็บไว้ในพื้นที่ ดังกล่าว เมื่อสักครู่ท่าน สส. พิมพฤดา ท่านได้ถามหลายคำถามด้วยกันใน ๑ คำถามนี้ ดิฉัน ขอตอบขมวดในประเด็นเดียวเลยนะคะว่า ท่านกังวลเรื่องของงบประมาณ แล้วก็กังวลเรื่อง ของการจัดการสารเคมี วันนี้ในพื้นที่ดังกล่าวจากการที่ท่าน สส. พิมพฤดาได้ลงพื้นที่กับ คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมของสภาผู้แทนราษฎรประมาณเดือนพฤศจิกายนก็ได้พบ กับทางท่านอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้วก็เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มีการพบปะพูดคุยกัน จนมาถึงการตั้งของบประมาณในปีพุทธศักราช ๒๕๖๗ ค่ะ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ตั้งงบประมาณในการจัดการดูแลพื้นที่ดังกล่าว ยอดจำนวนเงิน ๖,๙๐๐,๐๐๐ บาท ๖,๙๐๐,๐๐๐ บาทถามว่าทำอะไรได้บ้าง ๖,๙๐๐,๐๐๐ บาทนี้ประกอบ ไปด้วย ๒ ส่วนด้วยกันค่ะ ส่วนแรกคือการจัดการพื้นที่ และส่วนที่ ๒ คือการจัดการ กากของเสียที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว การจัดการพื้นที่ วันนี้พอเราลงไปดูในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อสักครู่เราก็จะเจอจุดปัญหาหลายจุดด้วยกัน เพราะว่าโกดังดังกล่าวมีทางที่จะสามารถ เข้าได้หลายทางด้วยกันที่เป็นช่องทางธรรมชาติ เพราะฉะนั้นส่วนแรกต้องเอาไปปิดกั้นพื้นที่ ไม่ให้มีคนสามารถเข้าไปทำการไม่ชอบในพื้นที่ที่เหลือได้ในการจัดการพื้นที่ ตลอดจนการ ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อคอย Monitor ว่ามีใครเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวอีกหรือไม่ ส่วนที่ ๒ มีการจัดการเรื่องของกากขยะ ๒ ส่วนด้วยกัน คือไปดูแลว่าโกดังที่เสียหายทั้ง ๒ ส่วน โกดัง ที่ ๑ โกดังที่ ๒ มีกากของเสียที่มีพิษหรือไม่ แล้วมีกากของเสียที่เป็นวัตถุไวไฟหรือไม่ ต้องจัดการแยกออกมาก่อนนะคะ แยกวัตถุไวไฟออกมา แล้วก็ทำการเอาของที่สามารถ จำหน่ายได้ สามารถแยกส่งต่อได้ก็เอาไปจำหน่าย ไปขาย ก็จะเป็น ๒ ส่วนด้วยกัน ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ในงบ ๖,๙๐๐,๐๐๐ บาทค่ะ ดิฉันทราบดีว่างบประมาณดังกล่าว คงไม่เพียงพอ เพราะเจ้าหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมเราลงเข้าไปดูแล้ว มีการประเมิน มูลค่าเบื้องต้น ต้องใช้คำว่า เบื้องต้น ต้องใช้เงินมากกว่า ๕๐ ล้านบาทค่ะ ดิฉันเข้าใจดีเพราะดิฉันมาจาก สส. พื้นที่เข้าใจท่านพิมพฤดาดีว่าท่านต้องแบกรับความหวัง ของพี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณรอบ ๆ ดังกล่าวอย่างไร ทางกระทรวงอุตสาหกรรมเอง เราไม่ได้นิ่งเฉยนะคะ เรามีการตั้งงบในปี ๒๕๖๘ เพื่อที่จะเยียวยาพื้นที่ดังกล่าวด้วย แต่มัน ต้องครอบคลุมพื้นที่หลายพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และฉะเชิงเทราค่ะ โดยการตั้งงบประมาณไว้อีก ๙๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นอีก ๙๐ ล้านบาทก็จะเห็นใน ปีงบประมาณ ๒๕๖๘ นี่คือคร่าว ๆ ต่อประเด็นที่ท่านห่วงใยนะคะ🔗
แล้วประการสำคัญที่สุดก็คือมาตรการรักษาความปลอดภัยที่บอกไป เมื่อสักครู่ ดิฉันต้องขอบคุณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทำงานเชื่อมกับทางกระทรวง อุตสาหกรรมเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นทางท้องถิ่นเองหรือทาง อบจ. เอง เมื่อเกิดเหตุปุ๊บ เราก็จะเห็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนเข้าไปเยียวยาแล้วก็ดูแลพื้นที่เบื้องต้นค่ะ ดิฉันขอ ตอบประเด็นที่ ๑ ตามนี้ก่อนค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ขอเชิญ คุณพิมพฤดาถามเป็นคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ก็จากที่ท่านรัฐมนตรี ได้ชี้แจงนะคะว่าเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบแล้วพบว่า พบอุปกรณ์และร่องรอย ในการวางเพลิง ซึ่งก็มีมากกว่า ๒๐ จุดค่ะ มีทั้งเผาไหม้แล้วและยังไม่เกิดการเผาไหม้ ซึ่งก็ แปลว่าถ้าอุปกรณ์ที่มาใช้วางเพลิงจุดติดทั้งหมดน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายและอันตราย ต่อพี่น้องประชาชนมากอย่างที่เราคาดการณ์ไม่ถึงเลยค่ะ🔗
ส่วนในคำถามที่ ๒ ดิฉันอยากจะขอถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรมค่ะว่า เนื่องจากบทลงโทษในปัจจุบันอาจจะยังทำให้ผู้ประกอบการไม่เกรงกลัว ทางกระทรวงมีแนวทางที่จะพิจารณาเพิ่มบทลงโทษหรือแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ ครอบคลุมกับปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันหรือไม่ รวมไปถึงเจ้าของสารเคมี เจ้าของโกดังที่ ให้เช่า เพื่อเป็นการป้องปรามให้ผู้ประกอบการหรือบุคคลที่คิดจะกระทำความผิดแบบนี้ ได้เกิดความกลัว ไม่กล้าที่จะทำความผิด เพราะถ้าหากบทลงโทษยังไม่รุนแรงได้สัดส่วนกับ การกระทำความผิดแล้วดิฉันเชื่อว่าเหตุการณ์นี้คงจะไม่ใช่เหตุการณ์สุดท้ายค่ะ และอาจจะ ไม่ได้โชคดีแบบนี้ที่ไม่มีผู้เสียชีวิต เพราะดิฉันยังเชื่อค่ะว่ามีอีกหลายจังหวัดมาก ๆ โดยเฉพาะ ในพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมที่มีการกระทำลักลอบการกระทำความผิดแบบนี้ในลักษณะ คล้ายคลึงกัน🔗
รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมตอบเป็นคำตอบที่ ๒ ครับ ท่านมีเวลาอีก ๗.๓๑ นาที เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมค่ะ ดิฉันอยากจะขอชี้แจงท่านประธานผ่านไปยังพี่น้อง ประชาชนและท่าน สส. พิมพฤดา ให้รับทราบถึงกระบวนการการจัดการกากขยะของเสีย และความรับผิดชอบ ตามสไลด์ที่กำลังจะขึ้นนะคะ🔗
เรื่องของการจัดการวัสดุที่ไม่ได้ใช้แล้วจากโรงงานอุตสาหกรรมเราจะแบ่งทั้งหมดออกเป็น ๓ ส่วน ก็คือโรงงานผู้ที่ก่อให้เกิดกากขยะของเสียก็คือส่วนที่ ๑ ส่วนที่ ๒ ก็คือผู้ขนของเสีย และส่วนที่ ๓ ก็คือโรงงานที่รับกำจัดของเสีย กฎหมายเดิมใครที่ผลิตของเสียแล้วว่าจ้าง บริษัทที่ไปกำจัดก็จะหมดภาระ หมดความรับผิดชอบ แค่จ้างบริษัทที่ไปกำจัดเท่านั้นค่ะ แต่วันนี้เราเห็นแล้วว่ามันมีหลายบริษัทที่ขาดความรับผิดชอบ เราจึงจะต้องเพิ่มกระบวนการ ความรับผิดชอบ จากเดิมบริษัทที่ผลิตกากจะหมดความรับผิดชอบเมื่อตอนว่าจ้างบริษัท ที่ไปรับกำจัด แต่ครั้งนี้บริษัทผู้ผลิตกากต้องรับผิดชอบไปจนถึงขั้นตอนที่โรงงานกำจัด ของเสียสิ้นสุด นั่นหมายความว่าอย่างไรคะ ถ้าดิฉันเปิดโรงงานผลิตอะไรสักอย่าง เกิดกากขยะของเสีย ไปว่าจ้างบริษัท เอ เพื่อมารับกำจัด ดิฉันต้องรับผิดชอบจนกว่า กากขยะของดิฉันเข้าไปสู่กระบวนการอย่างถูกต้องค่ะ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ภาชี มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นค่ะ มันเกิดขึ้นมีความผิดพลาดเนื่องจากว่าบริษัทที่ไปรับกำจัดขยะ ของเสียไปรับขยะจากต้นทางมาแล้วเกิดไม่เอาไปจัดการในด้วยกระบวนการที่ถูกต้อง กลับเอาไปลักลอบเก็บในโกดังไว้ที่อำเภอภาชี ซึ่งตามกระบวนการที่ถูกต้องเราจะต้องเอาผิดจาก ๓ ส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผู้ผลิต เรื่องผู้ขนส่ง และที่สำคัญที่สุดก็คือเจ้าของที่ดินผู้ครอบครอง ที่วันนี้เป็นเจ้าของโกดังที่ปล่อย ให้เช่า ทีนี้กระบวนการที่เราเอาผิดก็มีอย่างแรกเลยคือตัวของโรงงานที่กำจัดกาก เราก็มี การเรียก เชิญ เมื่อเราสอบกลับไปแล้วว่าเจอของบริษัทอะไรบ้างเราก็เชิญมาเพื่อจะเอา กากขยะของบริษัทต่าง ๆ เหล่านั้นกลับไปกำจัด ส่วนที่ ๒ ก็คือผู้ขนส่งของเสียก็ต้อง รับผิดชอบเช่นเดียวกัน จะต้องถูกดำเนินคดีฐานครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยโทษจะสูงถึงอาจจะจำคุก ๒ ปี แล้วก็ปรับ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ที่สำคัญก็ต้อง รับผิดชอบในกระบวนการ ถ้าจะต้องใช้งบอย่างอื่น ๆ ที่ราชการต้องไปจัดการก็ต้อง รับผิดชอบร่วมกัน สำคัญที่สุดคือเจ้าของที่ดิน วันนี้แม้ท่านบอกว่าท่านเป็นโกดังให้เช่า แต่ท่านต้องรับผิดชอบ เพราะท่านให้เช่าแล้วท่านต้องไปดูด้วยว่าเช่าทำอะไร วันนี้พื้นที่ ดังกล่าวเขาไปลักลอบเก็บกากขยะของเสียแล้วมันเกิดวัตถุอันตราย เกิดเหตุขึ้นมา ตัวผู้ครอบครองก็ต้องโดนเหมือนกัน ก็คือต้องโดนดำเนินคดี และที่สำคัญที่สุด ๒ ปีกับ ๒๐๐,๐๐๐ บาทเช่นเดียวกัน สำคัญที่สุดก็คือผู้ที่รับกากขยะไปกำจัดแล้วไม่ทำตาม กระบวนการให้ถูกต้อง วันนี้เราสามารถสอบกลับไปได้แล้วว่าเป็นบริษัทที่ตั้งอยู่อำเภออุทัย ๒ บริษัทด้วยกัน เราก็มีการตักเตือนในช่วงแรก เมื่อตักเตือนแล้วเขาไม่ได้ทำตาม กระบวนการที่ถูกต้อง ไม่เอากากขยะของเสียไปกำจัดตามกระบวนการที่ถูกต้อง วันนี้ทาง กรมโรงงานและกระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งปิดและยึดไม่ให้สามารถดำเนินการต่อไปได้แล้ว ทีนี้วันนี้เรามีการเพิ่มความรับผิดชอบอย่างไรคะ เรามีการปรับกฎหมายค่ะ ด้วยการที่เดิม เราใช้ พ.ร.บ. เมื่อก่อนหน้านี้ วันนี้เรามีการปรับคือเพิ่มโทษจำคุก ให้มีความรู้สึกว่ามีการ เกรงกลัวต่อการกระทำผิดมากขึ้น แล้วก็มีการปรับในอัตราที่สูง ที่สำคัญที่สุดเราขอให้มี อายุความในการดำเนินคดีที่เพิ่มมากขึ้น จากเดิม ๑ ปีเท่านั้น เพื่อก่อให้เกิดความเกรงกลัว แล้วก็ไม่กล้าที่จะกระทำผิดต่อไปค่ะ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมเองก่อนหน้านี้เราเคยขอ เพิ่มโทษเมื่อปี ๒๕๖๒ ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ว่าเราไม่ได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการ กฤษฎีกา นอกจากเพิ่มโทษแล้วเราขอเพิ่มอำนาจในการสั่งการผู้ประกอบการ ก็คือถ้าบริษัทใด ที่กระทำผิดเราขอให้เขาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการแล้ว เราจะขอเข้าไปดูพื้นที่ด้วย ค่ะ ให้เขาฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาเป็นดังเดิมก่อน นี่คือเบื้องต้นค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ🔗
ขอเชิญ คำถามที่ ๓ ครับ🔗
จากเหตุการณ์ ดังกล่าวมีผู้ได้รับผลกระทบรวมประมาณกว่า ๑๐๐ หลังคาเรือน ซึ่งก็คือในบริเวณ จุดเกิดเหตุจนถึงระยะ ๓ กิโลเมตร มีประชากรที่ได้รับผลกระทบมากกว่า ๒๐๐ ราย มีทั้ง ผู้สูงอายุและเด็กที่อายุต่ำกว่า ๑๒ ปี แล้วก็พบผู้มีอาการไม่สบายหลังจากเกิดเหตุไฟไหม้ ก็คือทั้งได้รับกลิ่นเหม็นจากสารเคมี ทำให้แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก รวมถึงเกิดความ วิตกกังวล แต่ทั้งนี้หน่วยงานทางด้านสาธารณสุขก็ได้ดูแลเบื้องต้นไปแล้ว ได้จัดระบบ ส่งต่อผู้ป่วย หรือผู้ที่มีอาการเข้าสู่ระบบการรักษาแล้ว นอกจากนี้ก็ยังมีผลกระทบในด้าน สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะด้านทางอากาศ การปนเปื้อนทางน้ำ หรือการที่สารเคมีซึมลงใต้ผิวดิน ซึ่งจะกระทบต่อผืนดินทำกินของพี่น้องประชาชน ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานานเลยในการฟื้นฟู ระบบสิ่งแวดล้อม จึงอยากจะสอบถามว่าทางรัฐบาลโดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะมีแนวทาง ในการเยียวยาพี่น้องประชาชนในระยะสั้นและระยะยาวอย่างไรบ้างคะ แล้วขอสอบถาม ท่านรัฐมนตรีเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งค่ะ พอดีท่านยังไม่ได้ตอบคำถามตอนคำถามแรกที่ดิฉัน ได้ถามไปว่าทางกระทรวงจะเริ่มนำสารเคมีเหล่านี้ออกไปกำจัดได้เมื่อใดคะ เพราะว่า อยากจะให้ท่านตอบคำถามนี้จริง ๆ เพราะเป็นคำถามที่รู้สึกสร้างความค้างคาใจ สร้างความ ไม่สบายใจให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมากค่ะ แล้วก็ดิฉันเองก็หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าเมื่อ งบประมาณที่ท่านบอก ๙๐ กว่าล้านบาทนี้มา ท่านจะรีบนำมากำจัดสารเคมีเหล่านี้ออกไป จากพื้นที่เราให้เร็วที่สุดค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมตอบครั้งสุดท้าย ท่านมีเวลาประมาณ ๓ นาที เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน สส. พิมพฤดา เมื่อสักครู่เรื่องของการใช้เงินงบประมาณแล้วก็การเข้าไปจัดการเคลียร์พื้นที่ เหมือนที่ นำเรียนไปเมื่อสักครู่ว่าเราได้จัดสรรงบประมาณในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในจำนวนเงิน ๖,๙๐๐,๐๐๐ บาท เราจะขอใช้งบไปพลางก่อน แล้วก็ล่าสุดมีการพูดคุยกัน ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานปกครองท้องถิ่น ปกครองท้องที่แล้วก็ท้องถิ่นมีการพูดคุยกัน กระทรวงอุตสาหกรรมเองเราก็ได้รับการสนับสนุนจากสภาอุตสาหกรรมในการเข้าไปฟื้นฟู เบื้องต้นก่อน แล้วก็เมื่อสักครู่ที่นำเรียนท่านไปว่าเราจะสามารถเข้าไปพื้นที่เสร็จแล้ว สิ่งที่ สำคัญมากไปกว่านั้นเหมือนที่ท่าน สส. พิมพฤดา ท่านได้กังวลก็คือกังวลพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่บริเวณรอบ ๆ ซึ่งรอบ ๆ พื้นที่ดังกล่าวมีกว่า ๒๐๐ ครัวเรือนด้วยกัน เบื้องต้น หลังจากเกิดเหตุ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน ท่านก็บอกว่าให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องเร่งเข้าไปเยียวยาโดยด่วน เมื่อเราเข้าไปในพื้นที่ ต้องนำเรียนท่านประธานเลยว่า เจ้าหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมเราได้ข้าวทานจากท่านนายก อบจ. อยุธยา แล้วก็ท่าน สส. ท่านอุตส่าห์เอาข้าวเอาน้ำไปให้ทางเจ้าหน้าที่รับประทาน ขอบคุณมาก เมื่อลงพื้นที่แล้ว เราก็สั่งรถ Mobile ของกระทรวงอุตสาหกรรมไปวัดเรื่องของคุณภาพอากาศแล้วก็คุณภาพน้ำ เราจะทำอย่างนี้ไปจนกว่ามีการขนส่ง มีการจัดการกากขยะของเสียออกนอกพื้นที่ นี่คือ เบื้องต้นแล้วก็หลังจากวัดปริมาณคุณภาพ เมื่อตรวจสอบแล้วอากาศเองไม่ได้เป็นปัญหา ตัวรถ Mobile ก็พยายามบอกพี่น้องประชาชนว่าวันนี้หลังจากเกิดเหตุเผาไหม้อากาศที่ ออกไปก็ยังไม่ได้กระทบต่อพี่น้องประชาชน แต่หลังจากนี้เราก็จะมีการตรวจวัดคุณภาพน้ำ ไปควบคู่กัน แล้วก็ระยะยาวจริง ๆ สิ่งที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังทำอยู่ก็คือเรื่องของ การตั้งกองทุนอุตสาหกรรม ซึ่งตอนนี้ทำเป็น พ.ร.บ. แล้วก็จะนำเข้าสู่การแก้ไขเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว คือเราจะสามารถเอาเงินดังกล่าวช่วยดูแลแล้วก็เยียวยาพี่น้องประชาชน ที่เกิดผลกระทบจากเหตุดังกล่าว ซึ่งตั้งแต่ดิฉันเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรมก็จะเกิดเหตุพื้นที่แบบนี้อยู่เรื่อย ๆ และที่สำคัญที่สุดทางกรมโรงงานเอง ทางกระทรวงอุตสาหกรรมเองเราก็เห็นถึงช่องว่าง เราก็เห็นถึงปัญหาว่าเวลาเกิดเหตุดังกล่าว สิ่งแรกที่ควรจะเข้าไปก็คือเยียวยาพี่น้องที่อยู่บริเวณรอบ ๆ โรงงานเกิดเหตุ ก็เลยเป็นเหตุ ให้เรามีการตั้งกองทุนอุตสาหกรรมเพื่อใช้สามารถในการสนับสนุนในการป้องกันการ แพร่กระจายมลพิษอย่างเร่งด่วนค่ะ นี่คือมาตรการระยะสั้นและระยะยาวที่จะนำเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่าน สส. พิมพฤดาค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคุณ พิมพฤดา ตันจรารักษ์ ครับ ถือว่าจบกระทู้ ถามที่ ๑.๑.๒ ครับ🔗
๓. นายฐิติกันต์ ฐิติพฤติกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
กระทู้ถามสดด้วยวาจาที่ ๑.๑.๓ ของคุณฐิติกันต์ ฐิติพฤติกุล ถาม นายกรัฐมนตรี ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นผู้มาตอบกระทู้ถามแทนตามข้อบังคับที่ ๑๕๑ ครับ ขอเชิญ คุณ ฐิติกันต์ ฐิติพฤติกุล ถามได้ครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีมาพร้อมที่จะตอบแล้วนะครับ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต อำเภอถลาง ตำบลกระทู้ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ เมื่อคืนวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ได้มีกรณี นักธุรกิจชาวต่างชาติทำร้ายร่างกายคุณหมอธารดาว จันทร์ดำ บริเวณ Villa หรูริมหาดยามู ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต และมีการอ้างถึงนายตำรวจใหญ่ระดับ รองผู้บังคับการ ภาค ๘ และได้มีตำรวจท้องที่ได้มาถึงที่เกิดเหตุพร้อมข่มขู่ว่าที่นั่งอยู่ เป็นการบุกรุก แจ้งว่าความผิดฐานบุกรุกหนักกว่าการทำร้ายร่างกาย คือการบุกรุกจำคุก ๔ ปี แต่การทำร้ายร่างกายนั้นจ่ายค่าปรับก็จบ ท่านประธานครับ ชายคนดังกล่าวได้มีพฤติกรรมกร่าง ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายใด ๆ เช่น การขับรถขวางรถฉุกเฉินและชูนิ้วกลางใส่คนขับรถ พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับ คนขับรถฉุกเฉินที่เพิ่งจะถอนแจ้งความไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ และหลังจากเกิดเหตุจะมีภาพ ที่นายตำรวจระดับรองผู้บังคับการภาค ๘ คนดังกล่าวชนแก้วไวน์กับผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งจะเป็นเหตุผลกับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่ ท่านประธานครับ เช้านี้ได้มีการลงนามอนุมัติ เพิกถอน Visa ไปแล้ว แต่ยังมีข้อสงสัยครับว่าการดำเนินคดีหลังการเพิกถอน Visa นั้น จะเป็นไปอย่างไร เพื่อให้ความเป็นธรรมต่อผู้เสียหายให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม และเป็นธรรม ผมกังวลว่าหากการส่งตัวผู้ต้องหากลับประเทศก่อนการได้รับการลงโทษ หรือให้อยู่ต่อ แต่การดำเนินคดีที่เป็นไปอย่างล่าช้าผู้เสียหายจะรู้สึกอย่างไร หากเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นจริงจะรับผิดชอบอย่างไร เพื่อให้ประชาชนได้มีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม อีกครั้ง พวกเรายินดีต้อนรับนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกครับ แล้วก็ยังเชื่อ อีกว่าทุกคนอยากให้ประเทศไทยมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เท่าเทียม ไม่ว่า จะเป็นคนไทยหรือต่างชาติต้องไม่มีคนใดเป็นอภิสิทธิ์ชน การที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้เปิดศาลากลางให้ผู้ต้องหามาแถลงข่าวขอโทษเหมาะสมหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่สามารถแถลงข่าว ได้ที่สถานีตำรวจหรือที่บ้านพักก็ได้ เราควรที่จะใส่ใจคนในให้มากกว่านี้หรือไม่ครับ ผมเชื่อว่า ภาพที่หลาย ๆ คนอยากเห็นคือการที่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ออกมาปกป้องผู้เสียหายที่โดน ทำร้ายร่างกายมากกว่าเปิดศาลากลางให้คนร้ายไปขอโทษ และที่เราไม่เคยเห็นคือ การออกมาชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ไปที่เกิดเหตุและรองผู้บังคับการภาค ๘ ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ หรือไม่ ได้มีการสนับสนุนให้ท้ายผู้กระทำความผิดหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อความบริสุทธิ์และที่จะพูดถึงไม่ได้เลยคือเรื่องเอกสารสิทธิต่าง ๆ ที่ออกโดยมิชอบ ซึ่งผู้ที่ออกก็โดนดำเนินคดียึดทรัพย์ไปแล้ว การก่อสร้างรวมถึงบันไดที่เป็นต้นเหตุก็มีการ รื้อถอนหลังจากที่มีเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ เพราะว่าเป็นที่สาธารณะ ก็จะเห็นได้ชัดครับว่า บันไดนี้จะสร้างไม่ได้เลย ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงรู้เห็นเป็นใจ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ผู้ต้องหา รายนี้เป็นหนึ่งในอีกหลาย ๆ ราย ไม่ว่าจะคนไทยหรือชาติไหนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ คือการ มาดำเนินธุรกิจไม่ว่าจะถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมายแล้วเลี้ยงดูปูเสื่อข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ ใช้ความสนิทสนมมาเป็นแนวทางแสวงหาผลประโยชน์ หรือใน การข่มเหงรังแกบุคคลอื่นหรือการทำผิดกฎหมายใด ๆ เพื่อผลประโยชน์โดยมักจะอ้าง ความสนิทสนมกับคนที่มีตำแหน่ง ด้วยอาจจะรู้จักกันมานาน เมื่อมีเหตุใด ๆ เกิดขึ้นก็จะใช้ ความสนิทสนมมาบิดเบือนข้อเท็จจริงและหลักกฎหมาย การทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชนจะเกิดขึ้น ไม่ได้เลยหากไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐอำนวยความสะดวกให้ และการอำนวยความสะดวกจะเกิดขึ้น ไม่ได้เลยหากไม่มีผลประโยชน์ ผมมีข้อถามท่านรองนายกรัฐมนตรีดังนี้ครับว่าได้มีการ ตรวจสอบหรือดำเนินการใด ๆ หรือไม่กับการเสียภาษีของธุรกิจปางช้างว่าถูกต้อง ครบถ้วน หรือไม่ ได้มีการตรวจสอบการจดจัดตั้งมูลนิธิเพื่อการอนุรักษ์ช้างที่เกี่ยวข้องหรือไม่ รวมถึง เส้นทางการเงินต่าง ๆ ทั้งการรับบริจาคและค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ ของมูลนิธิ การเช่าบ้าน เดือนละ ๑ ล้านบาท เข้าข่ายการฟอกเงินหรือไม่ มีเส้นทางการเงินไปหล่อเลี้ยงข้าราชการ บางกลุ่มบางก้อนหรือไม่ ประกอบกับพฤติกรรมแบบผู้มีอิทธิพลจะมีการขยายผลเพิ่มเติม ใด ๆ หรือไม่ การออกใบอนุญาตพกปืน ป.๔ จำนวน ๒ กระบอก ออกโดยชอบหรือไม่ การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม การครอบครองที่ดินในกรณีนี้ว่า น.ส. ๓ ฉบับดังกล่าวออกโดยชอบ หรือไม่ รวมไปถึงกรณีอื่น ๆ เช่น การประกาศขายที่ดินติดชายหาดส่วนตัวในพื้นที่อื่น ว่าเจ้าหน้าที่ภาครัฐได้ดำเนินการโดยชอบบ้างหรือไม่ เป็นคำถามแรกครับ🔗
เชิญท่าน รองนายกรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากท่าน นายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามสดของท่าน สส. ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ในเรื่องเกี่ยวกับ ฝรั่งเตะคุณหมอที่ภูเก็ต เป็นภาษาของข้อมูลข่าวสารที่ได้เผยแพร่ออกไปโดยทั่ว ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความห่วงใยในประเด็นกระทู้ดังกล่าวอย่างมาก แต่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปราชการต่างประเทศเป็นระยะเวลาหลายวัน ท่านไปออสเตรเลียแล้วก็จะข้ามไป ยุโรป เยอรมัน ฮอลแลนด์ และอื่น ๆ อีกหลายประเทศ ก็ได้มอบให้ผมได้ทำหน้าที่นี้ แต่อย่างไรก็ตามในการทำงานในส่วนของราชการที่ได้รับเรื่องราวทั้งหลายหรือเรื่องร้องเรียน จากทั้งพี่น้องประชาชน ทั้งสื่อมวลชน หรือในส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นจากข้อเท็จจริงในส่วน ต่าง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสนใจและห่วงใย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดพื้นที่ ท่องเที่ยว ดังจะเห็นว่าในจังหวัดภูเก็ตท่านเดินทางไปหลายครั้ง ทั้ง ๆ ที่ท่านก็พูดอยู่ว่าท่าน ไม่ได้มีผู้แทนราษฎรในพรรคการเมืองที่ท่านสังกัดอยู่เลยในจังหวัดภูเก็ต แต่ท่านก็จะให้ความ เป็นธรรมและให้ความใส่ใจกับทุกภูมิภาค และการพัฒนาในด้านสาธารณูปโภคและพื้นฐาน ต่าง ๆ ในเรื่องการบิน ในเรื่องการลงทุน เรื่องท่องเที่ยว ซึ่งล้วนแล้วแต่มีประเด็นปัญหา ที่จะต้องเกี่ยวข้องหรือแก้ไข อย่างในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตอาจจะเป็นเรื่องของสถานบริการ สถานประกอบการ การจดทะเบียนขออนุญาตอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น ซึ่งในข้อเท็จจริงเราต้อง ยอมรับว่ามีอยู่มากที่ยังไม่ครบถ้วนในประเด็นของกฎหมายในส่วนต่าง ๆ รวมทั้งมีเรื่องนี้เข้า มาก็ทำให้ต้องบอกว่าต้องมีการตรวจสอบกันอย่างละเอียดถี่ถ้วน แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทั้งไทยและชาวต่างชาติเป็นประเด็นที่ ๑ ที่เข้ามาอาศัย อยู่ในประเทศต้องไม่เลือกปฏิบัติ ต้องเท่าเทียมกัน การอำนวยความยุติธรรมก็เช่นกัน ต้องเป็นไปตามกฎหมายและถูกต้อง ซึ่งส่วนราชการจังหวัดภูเก็ตได้ลงพื้นที่พูดคุยกับผู้คน ที่อยู่อาศัยและในแหล่งท่องเที่ยว เพื่อทำความเข้าใจและไม่ให้เกิดความขัดแย้ง ถ้าหากเกิด ความขัดแย้งอาจเป็นน้ำผึ้งหยดหนึ่งที่ทำให้จะเสียหายในเรื่องอื่น ๆ เช่น การท่องเที่ยว ตามมา จึงตระหนักอย่างยิ่งในประเด็นที่ ๑ ตรงนี้นะครับ🔗
ในประเด็นที่ ๒ คู่กรณี นายเดวิด (David) หรือ อูร์ส บีท เฟร์ (Urs Beat Fehr) ชาวสวิตเซอร์แลนด์ได้ยอมรับผิดและกล่าวขอโทษผู้เสียหาย ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ว่าเขาผิดจริง ต้องยืนยันว่าสิ่งที่เขาผิดจริง แต่ว่าการขอโทษแค่นั้นก็ยังไม่เพียงพอหรอก ก็ต้องดำเนินการ แล้วก็อาจจะเป็นเรื่องตัวอย่างให้กับผู้คนทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวต่างชาติที่มาพำนัก อยู่ในประเทศไทยถ้าทำตัวไม่เหมาะสมก็จะถูกพี่น้องประชาชนหรือผู้คนในประเทศของเรา ติดตาม ตรวจสอบ ซึ่งไม่คุ้มค่าในการดำเนินการ แล้วก็จะทำให้ในส่วนของราชการจะต้อง ติดตามและตรวจสอบ🔗
ในประเด็นที่ ๓ ความคืบหน้าด้านคดีทำร้ายร่างกาย ก็คาดว่าจะส่งเรื่องให้ พนักงานอัยการสั่งฟ้องในข้อหาทำร้ายร่างกายได้ในวันนี้ ซึ่งการสอบปากคำผู้เสียหายและ แพทย์ที่ทำการรักษาต่าง ๆ เหล่านั้นก็ให้ข้อมูลโดยครบถ้วน🔗
ในประเด็นที่ ๔ เป็นประเด็นสำคัญนะครับ ซึ่งมีความคืบหน้าไปมากเลยคือ ประเด็นของการเพิกถอน Visa นะครับ การพิจารณาว่าจะเพิกถอน Visa คนต่างชาติต้องมี การพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ซึ่งในขณะนี้จังหวัดภูเก็ตก็ได้ออกคำสั่งแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการ พิจารณากลั่นกรองพฤติการณ์ของคนต่างด้าว เพื่อประกอบการพิจารณาการบังคับใช้ กฎหมายการเพิกถอน Visa ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการนี้ ได้จัดตั้งโดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งคณะกรรมการรักษาความมั่นคง และความสงบเรียบร้อย จังหวัดภูเก็ต ที่ ๑๘๗๘/๒๕๖๗ ลงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ การประชุมครั้งแรก เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นพ้องกันว่าเข้าข่ายสามารถเพิกถอน Visa ได้ และขอให้หน่วยงานยืนยันมาเป็นลายลักษณ์อักษรให้ครบถ้วน และนัดประชุมกันในวันนี้ อีกครั้งหนึ่ง ในขณะเดียวกันท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่รักษาการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ตขอให้พิจารณาเพิกถอน หนังสือของ นายเดวิด (David) หรือ อูร์ส บีท เฟร์ (Urs Beat Fehr) โดยเร่งด่วน และ รายงานผลของการดำเนินการต่าง ๆ ให้ท่านผู้ว่าได้รับทราบด้วย อย่างไรก็ตามนายเดวิด (David) Visa เขาจะหมดอายุในวันที่ ๑๓ มีนาคม และในขณะนี้นายเดวิด (David) ได้รับการ เพิกถอน Visa แล้ว ปัจจุบันมีสถานะเป็นผู้ต้องกัก ก็เหมือน ๆ คล้าย ๆ กับผู้ต้องกักขัง ถูกจำกัดบริเวณ เพื่อรอการส่งกลับประเทศของตัวเอง การเพิกถอน Visa เนื่องจากมี พฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคม ตาม พ.ร.บ. คนเข้าเมือง ๒๕๒๒ มาตรา ๑๒ (๗) ในขณะนี้ รอการส่งกลับ ในส่วนของคดีความนั้นก็คงต้องดำเนินการต่อไป ในส่วนของจำเลยหรือ ขั้นตอนทางกฎหมายก็มีความเกี่ยวข้องถึงขั้นตอนถึงชั้นศาล ในส่วนระยะเวลาตามที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากภูเก็ตห่วงใยว่าจะช้าไป เร็วไป อย่างไรก็อยู่ในขั้นตอนของการ พิจารณาของศาลต่อไปนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๕ ประเด็นที่ท่านได้กล่าวถึงการก่อสร้างที่รุกล้ำพื้นที่ชายหาด สาธารณะและพื้นที่เอกสารสิทธิต่าง ๆ ที่อาจจะออกโดยชอบหรือไม่ชอบก็มีความคืบหน้า ดังนี้นะครับ อำเภอถลาง และเทศบาลตำบลป่าคลอก ตรวจสอบแล้วพบว่าบันไดขั้นที่ ๓ รุกล้ำที่สาธารณะ บริษัท ภูเก็ต เพนนินซูล่า เอสเตท จำกัด เจ้าของโครงการ Villa หรูได้นำ เอาเครื่องจักร มีรถแบคโฮและอื่น ๆ เข้าทำการรื้อถอนบันไดจุดเกิดเหตุออกทั้งหมด รวมถึงรื้อถอนแนวกันคลื่น บันไดไม้และสะพานที่ถูกระบุว่ารุกล้ำพื้นที่สาธารณะออก เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ในส่วนพื้นที่ที่ดินที่ท่านได้สอบถาม ซึ่ง น.ส. ๓ ที่มีปัญหาพบข้อมูล ส.ค. ๑ แต่เดิมมี สค. ๑ อยู่ ๖๓ ไร่ แต่พบว่ามี น.ส. ๓ ที่ออกเกินจำนวนเป็น ๑๐๖ ไร่ ในขณะนี้ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก ที่ดินงอกออกมา ๔๓ ไร่ จังหวัดกำลังทำการ ตรวจสอบ และหน่วยงานอื่นที่จะตามหลังไปช่วยกันตรวจสอบอีก ก็คงไม่ได้จบอยู่แค่ หน่วยงานใดหน่วยหนึ่ง🔗
ประเด็นที่ ๖ ประเด็นการประกอบกิจการปางช้างในพื้นที่ของนายเดวิด (David) ฐานข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมการท่องเที่ยว บริษัท อีเลเฟนท์ แซงชัวรี่ พาร์ค จำกัด ตั้งอยู่ในตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นายเดวิด (David) ผู้ถือ Visa และภรรยาคนไทยเป็นกรรมการ และอีกคนหนึ่งคือนายนิคม จ่าทองคำ มีทุนจด ทะเบียน ๔ ล้านบาท รูปแบบบริษัทเป็นธุรกิจจัดนำเที่ยวและใบอนุญาตกับกรมการท่องเที่ยว สัดส่วนของกรรมการถูกต้อง สัดส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ได้เป็นปัญหา แต่เป็นธุรกิจ Nominee หรือไม่ ต้องมีการตรวจสอบต่อไป หน่วยงานที่ตรวจสอบคงต้องเป็น DSI ปางช้างจดทะเบียน ถูกต้อง มีช้าง ๑๔ เชือก มี Microchip สุขภาพของช้างแข็งแรงสมบูรณ์ดี ดูแลอยู่ในเกณฑ์ดี จากการตรวจสอบของกรมปศุสัตว์ ได้ตรวจสอบเมื่อวันที่ ๔ มีนาคม🔗
ประเด็นที่ ๗ การจัดตั้งมูลนิธิกรีน อีเลเฟนท์ ไวด์ไลฟ์ จดทะเบียนจัดตั้งโดย นายทะเบียนจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๔ สำนักงานตั้งอยู่ที่ ๘๘/๑๐ หมู่ที่ ๒ ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นายเดวิด (David) เป็นประธานกรรมการ วัตถุประสงค์ช่วยเหลือดูแลช้าง ให้ความรู้ควานช้าง เลี้ยงดูช้าง ดำเนินการด้านการกุศล ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องของการดำเนินการมูลนิธิ และตรวจสอบบัญชีรับจ่าย🔗
ประเด็นที่ ๘ การมีและใช้อาวุธของนายเดวิด (David) อยู่ในระหว่างการ ตรวจสอบทะเบียนจากกระทรวงมหาดไทย🔗
ประเด็นที่ ๙ การจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม สำนักงานสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน จังหวัดภูเก็ตตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นแล้วยังไม่พบการกระทำความผิด นอกจากนี้ ในวันที่ ๔ จังหวัดภูเก็ตได้มอบหมายให้ตำรวจและฝ่ายปกครองตรวจสอบบุคคลคนต่างชาติ ในพื้นที่ หากพบว่ามีการประกอบอาชีพผิดกฎหมายหรือมีพฤติกรรมเข้าข่ายผู้มีอิทธิพล เป็นอันธพาลให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัดตามนโยบายของรัฐบาล ในคำถาม ข้อที่ ๑ ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติผมก็ขออนุญาตและได้รวบรวมประเด็นคำตอบเท่านี้ ขอบคุณครับ🔗
เชิญคุณฐิติกันต์ ถามเป็นครั้งที่ ๒ นะครับ🔗
ผมก็เตรียมคำถามของผมมานะครับ แต่รู้สึกว่าท่านจะตอบไม่ตรงคำถามสักเท่าไร ยังไม่ตอบคำถามในช่วงแรกของผมบางคำถาม นะครับ แล้วก็ประเด็นที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสมศักดิ์ได้บอกเองว่าท่านนายกรัฐมนตรี เองก็ใหม่ อดีตท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐาได้ไปลงทุนทำธุรกิจในภูเก็ตมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ครับ บางโครงการนี้ก็มีอายุหลายปีแล้วนะครับ แล้วก็ประเด็นที่เรื่องเกี่ยวกับเรื่องเหมารวม ของชาวต่างชาติจริง ๆ มันไม่เกี่ยวว่าเป็นชาติไหน แต่มันคือการปล่อยปละละเลยให้มี ผู้มีอิทธิพลทั้งในและต่างประเทศอยู่ในจังหวัด มีการเรียกรับผลประโยชน์กับข้าราชการ บางกลุ่ม ท่านไม่คิดจะสอบสวนเรื่องนี้บ้างเลยหรือครับ ผมผิดหวังนะครับ แล้วก็ประเด็นนี้ มันเป็นแค่กรณีตัวอย่าง คดีต่าง ๆ การรุกล้ำที่สาธารณะ คดีเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกาย ประเด็นอย่างนี้เป็นแค่ประเด็นเดียว อยากให้ท่านตรวจสอบไปถึงกรณีอื่น ๆ ด้วยของการ ทำธุรกิจในเชิงเครือข่าย Nominee ในเชิงการรุกล้ำที่สาธารณะ ทั่วทั้งหาดของภูเก็ต ไม่ใช่แค่กรณีนี้กรณีเดียวนะครับ🔗
ก็ขออนุญาตไปคำถามที่ ๒ เลยแล้วกันว่ารัฐบาลจะมีแนวทางอย่างไรที่จะ ป้องกันไม่ให้ผลกระทบเชิงลบต่อจังหวัดภูเก็ตที่มีชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาอยู่ในพื้นที่ ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่เป็นจำนวนมาก หลายคนเข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมาย เป็นผู้มีอิทธิพล มีแก๊งธุรกิจสีเทา จนบางครั้งทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาพักผ่อน ก็รู้สึกไม่ปลอดภัยและได้รับความเดือดร้อนรำคาญ โดยเฉพาะช่วงนี้ในจังหวัดภูเก็ตเอง ผมและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ ทั้งจาก นักท่องเที่ยวและคนไทยว่ามีประเด็นนักท่องเที่ยวต่างชาติบางกลุ่มไปเช่ารถมอเตอร์ไซค์ ขับขี่กันในลักษณะหวาดเสียวก่อความเดือดร้อนรำคาญ ไม่ใส่เสื้อบ้างก็มี ไปโหนเต้น บนรถตุ๊กตุ๊กก็มี เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ท่านจะดำเนินการอย่างไรให้เป็นรูปธรรม ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบ แต่ท่านมีเวลาไม่มากอยากให้ท่านตอบสั้น ๆ หน่อย แต่เวลาของผู้ถามมี เดี๋ยวจะขอเวลาจากของผู้ถามมาให้ท่านรัฐมนตรีตอบ เพื่อประโยชน์ของการตอบกระทู้ ที่สำคัญนี้ ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่าน สส. ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ก็ได้ถามเป็นคำถามโดยรวม ผมต้องเรียนว่าถ้าท่านอยากจะได้ ลงลึกไปเลย ท่านมีหนังสือร้องเรียนเฉพาะเจาะจงไปเลยว่าประเด็นไหนอย่างไร ผมจะช่วย ตรวจสอบให้ท่าน แต่ถ้าท่านพูดกวาดรวมไปทั้งหมด ในขณะนี้ในมุมมองของส่วนราชการ ในมุมมองของประชาชน ในมุมมองต่าง ๆ เหล่านั้นท่านก็เปรียบเสมือนท่านพูดว่ารัฐบาล ไม่ได้ดูแลอะไรต่าง ๆ มันไม่ใช่นะครับ ต้องลงลึกไปเลยว่าท่านลงลึกว่าวันนี้ท่านก็บอกว่ามี Mafia ต่างชาติที่ไหน อะไร อย่างไร ท่านพูดรวม ๆ ไป แล้วมันมีหลักฐานอะไร อย่างไรที่มัน จะไปตรวจสอบได้ ถ้าพูดกวาดรวมไปอย่างนั้นผมว่ามันไม่ได้สร้างสรรค์ ถ้าหากว่าถ้าลงลึก เป็นใครบุคคลใดต่าง ๆ แล้วเขาไม่ตรวจสอบอย่างไรเดี๋ยวผมจะเอาเรื่องดำเนินการให้ ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมว่าเอาให้ชัด ๆ ไปเลยว่าเราตั้งใจอยากจะแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนครับท่านประธาน🔗
เชิญคุณฐิติกันต์ จะเป็นครั้งที่ ๓ เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน คือเพื่อ ในฐานะที่เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องใช้เวลาของสภานี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประเด็นคือท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรี ท่านมีอำนาจหน้าที่ดูแล กำกับ หน่วยงานราชการ ต่าง ๆ ทั่วทั้งประเทศ ปัญหาของจังหวัดภูเก็ตเป็นแค่ปัญหาเล็ก ๆ ที่จังหวัดภูเก็ตเกิดขึ้น ผมเชื่อว่ามันสามารถที่จะร้องเรียนเป็นกรณี ๆ ได้ แต่ในฐานะที่ท่านมีผู้ว่าราชการจังหวัด ทั่วครบทั้งประเทศ มีนายอำเภอทุกอำเภอ ท่านจะไม่ให้ลูกน้องของท่าน ท่านจะไม่ให้ ข้าราชการไปตรวจสอบเองบ้างหรือครับ หรือจะรอให้คนที่ได้รับความเดือดร้อนร้องเรียน และที่สำคัญประชาชนร้องเรียนไปกี่ครั้งท่านได้มีการติดตามตรวจสอบไหมว่ามีเรื่องใดสำเร็จ ไปแล้วบ้าง แค่เรื่องเริ่มต้นเลยครับ แค่ประชาชนจะเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีมีกี่ที่แล้ว ที่สถานีตำรวจไม่รับแจ้งความ ท่านเคยมีข้อมูลเหล่านี้บ้างไหมครับ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ผมจะ นำเรื่องเข้าคณะกรรมาธิการความมั่นคง คณะกรรมาธิการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นท่านในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลงานราชการ ท่านควรมีส่วนช่วยกัน รักษาประเทศไทยให้ปราศจากผู้มีอิทธิพลตามที่ท่านรัฐมนตรีชาดามานั่งข้าง ๆ เป็นเพื่อน ท่านแล้วครับ ให้ตรวจสอบกันหน่อยครับ ไม่อยากให้ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ต่อสายตาคนทั้งโลกนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ คำถามสุดท้าย ว่าท่านจะมีการดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับการ ประพฤติมิชอบ การปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ไม่ใช่เฉพาะ ในจังหวัดภูเก็ต ขอให้เป็นรูปธรรมและมีกรอบการทำงาน มี Timeline ที่ชัดเจนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญท่าน รองนายกรัฐมนตรีครับ🔗
การตรวจสอบผู้มีอิทธิพล ก็โชคดีที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ มาพอดี ท่านกระซิบบอกผมเดี๋ยวจะรับไปดำเนินการให้ แล้วจะไปตรวจที่จังหวัดภูเก็ตตามคำเรียกร้อง ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอีกส่วนหนึ่งผมในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลในส่วนงานของสำนักงาน ปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี เราก็มีศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์บริการภาครัฐเพื่อประชาชน โทร ๑๑๑๑ แล้วผมก็มอบหมายให้ท่านผู้ช่วยรัฐมนตรี คุณธนกฤต จิตอารีรัตน์ ทำหน้าที่ และจะนำเจ้าหน้าที่ DSI ร่วมกับผู้ตรวจราชการในส่วนของหลายกระทรวง และกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการธุรกิจ หรือการบุกรุก ที่สาธารณะ หากพบว่าเป็น Nominee ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย การเป็น Nominee มีโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี โทษปรับ ๑๐๐,๐๐๐-๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็สามารถดำเนินการได้ ถ้าหากว่าต้องการประเด็นอะไรชัดเจนขอให้ชัด ๆ เลยจะดำเนินการให้ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขอประเด็นสั้น ๆ นิดหนึ่ง เวลาเหลือ🔗
เชิญครับ🔗
น่าเสียดายที่วันนี้การต่อสู้ของประชาชน เอาจริงเอาจังกว่าภาครัฐในการจัดการกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างวันนี้ตอนนี้เองก็มีพี่น้อง ชาวจังหวัดภูเก็ตไปที่หาดแหลมหงาที่โดนนายทุนนี้ปิดทางขึ้นลงหาด วันนี้ไปดู Live ได้เลย ประชาชนต้องลุกขึ้นมาต่อสู้กันเองถึงจะมีเจ้าหน้าที่รัฐลงไปดำเนินการ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ที่ผมอยากย้ำให้ท่านช่วยกับประชาชนในการจัดการกับผู้มีอิทธิพลกับผู้ที่มีปัญหาต่าง ๆ แล้วก็ท่านครับ ผมฝากประเด็นที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่งคือการให้เจ้าหน้าที่หน่วยงาน ราชการต่าง ๆ เข้ามาตอบคำถามในคณะกรรมาธิการบ้าง ไม่ใช่ส่งแต่ตัวเล็ก ๆ ตัวน้อย ๆ มา เพราะการจัดการก็จะไม่ได้แก้ปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้น ขอบคุณครับ🔗
ขอขอบคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านจะตอบอีกเชิญท่านรองนากยรัฐมนตรีครับ🔗
ผมต้องขอขอบคุณผู้ถามกระทู้ นะครับ ก็จะดำเนินการให้อย่างเต็มที่ในส่วนนี้ แล้วก็ในส่วนของผู้ช่วยรัฐมนตรีที่ผมกล่าวนาม เมื่อสักครู่นี้ก็จะนำพาคณะไปตรวจสอบให้อย่างลึกซึ้ง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่าน รองนายกรัฐมนตรีและคุณฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล จบกระทู้ที่ถามสดที่ ๑.๑.๓ ต่อไปก็จะเป็น กระทู้ถามทั่วไปนะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ขอนำเข้าสู่กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑. เรื่อง สอบถามการแก้ไขปัญหาการดำเนินคดีความกับพระสงฆ์ ที่ต้องขาดสมณเพศ ในระหว่างดำเนินกระบวนการยุติธรรม นางสาวปวิตรา จิตตกิจ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี🔗
เป็นกระทู้ที่เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๑๔ วันพฤหัสบดี ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถาม เรื่องนี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ติดภารกิจการ ประชาสัมพันธ์งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ กรมประชาสัมพันธ์ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๗ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เชิญท่านปวิตราครับ🔗
เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ปวิตรา จิตตกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นการเลื่อนมากกว่า ๓ ครั้งของท่านรัฐมนตรีพวงเพ็ชร ที่เลื่อนตอบ คำถามกระทู้ถามของดิฉัน ซึ่งที่ผ่านมาไม่กี่วันนี้เราก็มีการแถลงข่าว และท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้มีคำสั่งให้กับรัฐมนตรีทั้งหลายให้มาตอบกระทู้ถามในสภาค่ะ ดิฉันก็ไม่ทราบว่าคำสั่งของ นายกรัฐมนตรีจะยังศักดิ์สิทธิ์อยู่ไหมใน ครม. ชุดนี้ ที่ผ่านมาดิฉันเห็นท่านรัฐมนตรีทำบุญ เข้าวัด ทำแต่บุญค่ะ ดิฉันก็คิดว่ากระทู้ถามดิฉันวันนี้เป็นกระทู้ถามเกี่ยวกับพระสงฆ์องค์เจ้า ซึ่งก็น่าจะทำให้ท่านได้บุญด้วยเหมือนกัน แต่ท่านไม่มาตอบ เลื่อนไปเท่าที่เห็นนี่ก็จะสิ้น สมัยประชุมแล้วค่ะ ทำแบบนี้ดูแล้วเหมือนจงใจไม่ได้จะปกป้องพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง สผ ๒๔/๒๕๖๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) สุทธิกานต์ ๓๘/๓ ดิฉันมีความเสียใจ และดิฉันก็ตั้งตารอที่จะถามกระทู้ท่านนะคะ ดิฉันขอยืนยันตรงนี้ว่าดิฉัน จะตามเอาคำตอบให้ได้ ดิฉันจะให้ที่สุดค่ะ และจะนำคำตอบมาให้กับพี่น้องชาวพุทธ ทั่วประเทศให้ทราบจากคำตอบของท่านรัฐมนตรีพวงเพ็ชรค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ก็เป็นการนัดหมายในการเลื่อนตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันที่ ๒๑ มีนาคม ขอบคุณท่านปวิตราครับ🔗
๒. เรื่อง แนวทางการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนกรณีไม่มีเอกสารสิทธิ ในที่ดินที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน (เขตสงวนทุ่งเลี้ยงสัตว์) ในพื้นที่จังหวัดชุมพร นายวิชัย สุดสวาสดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
เป็นกระทู้ที่เลื่อนมาจากวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ โดยสำนักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน รัฐมนตรีประจำ ตำแหน่งแล้ว ขอเชิญท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ ก่อนอื่นก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ อนุญาตแล้วก็ลงกระทู้ผมในญัตติวันนี้ แล้วก็ขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่สละเวลา อันมีค่า โดยเฉพาะท่านชาดามาตอบด้วยตัวเอง เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ข้อมูลไปพร้อม ๆ กัน ผมเชื่อว่าตอนนี้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะในเขตของจังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดตรัง ที่ติดตามในเรื่องนี้มาตลอดเวลา ต้องจ้องหน้าทีวี เพื่อตั้งใจที่อยากทราบข้อมูลครับ ด้วยสืบเนื่องปัจจุบันมีประชาชนในเขตจังหวัดชุมพร จำนวนมากที่ประสบความเดือดร้อนในกรณีที่ไม่มีเอกสารสิทธิที่ดินในที่ทำกิน นับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๙ เป็นเวลา ๘๐ กว่าปีแล้วที่มีการประกาศเป็นพื้นที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์อยู่ใน เขตจังหวัด โดยเฉพาะในต่างจังหวัดภาคใต้จะมีมากที่สุด เพราะฉะนั้นแล้วในเขตพื้นที่ที่ผม รับผิดชอบ อำเภอเมืองกับอำเภอสวีนั้นเป็นพื้นที่เดียว ๔๕ เปอร์เซ็นต์ที่พี่น้องอยู่ในพื้นที่ ดังกล่าว เพราะฉะนั้นแล้วในการที่อยู่ในพื้นที่ทุ่งเลี้ยงสัตว์อย่างน้อย ๆ ก็เป็นความเหลื่อมล้ำ ทางสังคมที่รัฐบาลหลายรัฐบาลที่ประกาศแล้วอยากจะลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเฉพาะในเรื่องของที่ดินทำกิน คนที่อยู่ในทุ่งเลี้ยงสัตว์ตามสภาพปัจจุบันก็คือ ๑. เขาขอ บ้านเลขที่ไม่ได้ ขอใช้ไฟไม่ได้ ขอใช้น้ำประปาแบบถาวรไม่ได้ เพราะทุกอย่างนั้นก็จะเป็น ชั่วคราวเสียหมด สืบเนื่องอย่างนี้ครับ ผมเองนั้นก็ขอนำเรียนด้วยความเคารพครับ ท่านประธาน อยากจะได้คำตอบจากทางรัฐบาลในเรื่องของการแก้ไขปัญหาตามนโยบาย ที่ดำเนินการออกเอกสารสิทธิที่ดินให้แก่พี่น้องประชาชนครอบครองในเขตทุ่งเลี้ยงสัตว์ ทั้งหมด ว่าจะมีแนวโน้มที่จะออกเอกสารสิทธิที่ดินให้กับพี่น้องประชาชนหรือไม่ เมื่อไร และจะออกให้ทุกพื้นที่หรือเปล่า ขอเป็นคำถามแรกเลยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้มาตอบกระทู้ถามในฐานะที่ดูแลกรมที่ดิน แล้วก็ต้องขอขอบคุณผู้ถามกระทู้ ซึ่งท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ให้ความ เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชน เรียนด้วยความเคารพครับ ที่ท่านถามเขตสงวนทุ่งเลี้ยงสัตว์ นั้นเป็นที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ จึงไม่สามารถออกเอกสารที่ดินได้ตามนัยของกระทรวง คือตาม ข้อกฎหมาย อย่าอ่านมากนักเลยนะครับ มาตรานั้นมาตรานี้ ก็คือว่าไม่สามารถออกเอกสาร ที่ดินตามกฎหมายได้ แต่หากราษฎรได้ครอบครองที่ดินนั้นมาก่อนที่ดินเป็นของรัฐและมีหลักฐานอื่น ๆ เช่น ส.ค. ๑ น.ส. ๓ หรือ น.ส. ๓ ก. ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิในที่ดินตามมาตรการ พิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐ ซึ่งคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐจังหวัด คือ คพร. จังหวัด เพื่อดำเนินการพิสูจน์สิทธิครอบครองที่ดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐ ตามมาตรการ ที่คณะกรรมการที่ดินแห่งชาติได้กำหนดไว้ ก็คงจะเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ที่ถามกระทู้นะครับว่า ก็เป็นลักษณะนี้ก็มีคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิดำเนินการอยู่ แล้วตอนนี้ก็มีกฎหมาย คทช. ซึ่งมาเหนือกว่ากรมที่ดินอีกนะครับ เราก็ต้องมาตั้งอนุกรรมการ แล้วดำเนินการตามพื้นที่ที่มีการร้องขอ ก็คงจะตอบท่านผู้ถามกระทู้เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านวิชัยใช้สิทธิในรอบที่ ๒ ครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธานและ กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีมากที่ได้ตอบกระทู้ข้อแรกไปนะครับ แต่สืบเนื่องจากที่มี ประสบการณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ของจังหวัดชุมพร หลายตำบลเลยที่มีประชาชนอาศัยอยู่ ในพื้นที่ดังกล่าว ตั้งแต่รุ่นสู่รุ่นมาตลอดเวลา แล้วก็ใช้เวลา ๕๐-๖๐ ปีทั้งนั้นนะครับ ยกตัวอย่างโดยเฉพาะตำบลบางหมาก หลายหมู่บ้านที่เป็นปัญหาอย่างนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว โดยเฉพาะมีวัดวาอารามตั้งแต่ผมยังไม่ได้เกิดด้วยซ้ำ วัดยังเป็นสำนักสงฆ์อยู่ ณ ปัจจุบัน เป็นพื้นที่ที่มีสถานที่โดยเฉพาะ สถานที่ของเทศบาล อบต. โรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ไปขอใช้ พื้นที่อยู่ แต่เราไม่สามารถที่จะเอางบประมาณไปลงในสถานที่ ยกตัวอย่างโรงเรียน ครนพิทยาคม อยู่ในเขตทุ่งเลี้ยงสัตว์ แต่เราไม่สามารถที่จะนำเอางบประมาณในเรื่องของ การทำสนามกีฬาขนาดใหญ่ให้กับโรงเรียน ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่และโรงเรียนที่มีนักเรียนเป็น พันคน เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เกรงว่าต่อไปข้างหน้าถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ ผมก็อาศัย รัฐบาลครับ โดยเฉพาะท่านเศรษฐา ทวีสิน เอามาเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องชาวตำบลบางหมาก ตำบลนาทุ่ง ตำบลวังไผ่ ตำบลครน ตำบลวิสัยเหนือ ตำบลวิสัยใต้ ตำบลขุนกระทิง ทุกตำบลในเขตผมมีปัญหาอย่างนี้กันหมดเลย เพราะพี่น้อง ประชาชนโดยสภาพพื้นที่จริง ๆ แล้ว มีต้นมะพร้าวก็อายุ ๖๐-๗๐ ปีมีบ้านเรือนที่เก่าแก่ มีคนตายมาหลายชั่วอายุคนแล้วในพื้นที่ดังกล่าว แต่เราไม่มีเอกสารสิทธิที่ดินให้กับพี่น้อง ประชาชน🔗
คำถามที่ ๒ ก็คือหากรัฐบาลไม่สามารถออกเอกสารสิทธิให้แก่พี่น้อง ประชาชนได้ตามข้อ ๑ นะครับ รัฐบาลมีแนวคิดหรือว่าจะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน กลุ่มดังกล่าวอย่างไร เมื่อไร ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตอธิบายนิดหนึ่งครับว่า พื้นที่ที่มันเป็น ความเจริญแล้วแต่ยังเป็นพื้นที่ป่าสงวนหรือเป็นพื้นที่นั่น อันนั้นก็อีกกรณีหนึ่งนะครับ ซึ่งเป็น เมืองแล้ว อย่างอุทัยธานีนี้ ๓ อำเภอ มีหมดแล้ว เต็มหมดแล้วครับ ทั้งอำเภอทั้งอะไรต่ออะไร แต่ก็ยังเป็นพื้นที่ป่าอะไรก็ตาม มันก็เป็นปัญหาที่ต้องแก้อีกระบบหนึ่ง โดยการใช้ระบบของ กฎหมาย แต่กรณีถ้าเกิดว่าเป็นพื้นที่ทำกินที่ คทช. เขาจะจัดให้ตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งเรียน ด้วยความเคารพนะครับว่ามีมติเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๔๗ เห็นชอบนโยบายจัดการใช้ ประโยชน์ที่ดินของรัฐ โดยให้กระทรวงมหาดไทยซึ่งมอบหมายให้กรมที่ดินนำที่ดิน สาธารณประโยชน์ที่ประชาชนเลิกใช้ประโยชน์แล้วมาร่วมกันจัดระเบียบการถือครองภายใต้ แผนปฏิบัติการที่ดินของรัฐในพื้นที่ที่มีการบุกรุกในที่ดินสาธารณประโยชน์ เพื่อแก้ไขปัญหา ความยากจน โดย คทช. จะจัดให้คนละ ๑๕ ไร่ แล้วต่อมาเมื่อคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๒ พ.ศ. ๒๕๕๘ นั้น อนุมัติหลักจัดการที่ดินชุมชนตามนโยบายของรัฐบาลใน ลักษณะแปลงรวม โดยไม่ให้กรรมสิทธิ์ แต่อนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐเป็นกลุ่ม หรือชุมชนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติกำหนด และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อปี ๒๕๕๙ รับทราบกระบวนการจัดที่ดินชุมชนตามนโยบายของ รัฐบาลในที่ดินสาธารณประโยชน์ กรมที่ดินได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ให้อยู่ภายใต้คณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ คทช. โดยนำที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ประชาชน เลิกใช้ร่วมกันมาจัดระเบียบการถือครองให้แก่ราษฎรเป็นแปลงรวม หรือออกหนังสืออนุญาต ให้แก่ชุมชนที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล หรือรูปแบบสหกรณ์ หรือรูปแบบอื่นที่เหมาะสมตาม สภาพที่เข้าใช้พื้นที่ดินของรัฐ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๙ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ระเบียบของกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการอนุญาตให้ประชาชนใช้ที่ดินของรัฐปี ๒๕๔๗ ส่วนคุณสมบัติและเงื่อนไขในการใช้ประโยชน์ที่ดินนั้น ผู้ได้รับการจัดที่ดินตามที่ คทช. กำหนด ผมขออนุญาตนะครับ ก็คือว่าถ้าเป็นพื้นที่ที่จัดการง่ายที่ประชาชนเลิกใช้แล้วก็จะมา แบ่งให้พี่น้องประชาชนอยู่กันคนละ ๑๕ ไร่ ซึ่ง คทช. ได้ทำไปในหลายพื้นที่แล้ว แต่กรณี ถ้าเป็นพื้นที่ชุมชนก็จะต้องเป็นอีกระบบหนึ่ง เรียนว่าผมก็อยากให้ทางท่าน สส. ทำเรื่อง เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรเพื่อดำเนินการ ผมเข้าใจครับว่าคำตอบผมมันก็เหมือน ไม่ชัดเจน ผมเรียนตรง ๆ เรามาจากนักการเมืองด้วยกันเราเข้าใจ คำตอบที่ตอบมานี้เป็น คำตอบราชการ แต่ถามว่าแล้วจะไปอย่างไรต่อ เพราะท่านเป็น สส. รับผิดชอบอยู่ จะไป อย่างไรต่อให้มันแก้ปัญหาประชาชนได้ อย่าว่าแต่ท่านเลยครับ ผมก็คิดอยู่เหมือนกัน มันก็ จะเป็นลักษณะคือเรื่องแบบนี้มันละเอียดอ่อนนะครับ ทำไม่ดีก็หาว่าเอาแผ่นดินประเทศ ไปอีกแล้ว เอาไปให้เอกชนอีกแล้ว ซึ่งตรงนี้มันมีแง่กฎหมายหลายมุมมองมาก ผมพยายาม จะแก้ไข แล้วก็เรียนว่าในส่วนนี้ท่านทำเรื่องถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเลยครับ เจาะจงไปเลย เรื่องนี้อย่างนี้ แล้วให้จังหวัดส่งไปให้กระทรวง และจะได้ให้ทีมลงไปจัดการแก้ไขมันจะได้ เกิดประโยชน์จริง ๆ ตอบท่านแบบนี้ก็ตอบไปครับ มันก็ไปในอากาศ มันไม่ได้ประโยชน์ แนะนำท่านร้องไปที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงเลยนะครับ ด้วยความเคารพครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านผู้ถามยังพอมีเวลา แต่ไม่อนุญาตให้ถามแล้วนะครับ มีอะไรฝากถึงท่าน รัฐมนตรีได้ครับ🔗
คือจริง ๆ แล้วผมเองก็ดีใจ ท่านรัฐมนตรี ท่านเองก็เข้าใจหัวอกของพี่น้องชาวจังหวัดชุมพร และเข้าใจหัวอกของ สส. เขตทุกคน เพราะฉะนั้นแล้วในกระบวนการในเรื่องของการซักถามในวันนี้ผมเองถามว่าผมพอใจในเรื่อง ของคำตอบของท่านรัฐมนตรีไหม ตอนแรกก็คิดว่าไม่พอใจ แต่มาตอนปลายพอใจเลยครับ เพราะอย่างน้อย ๆ ได้สัมผัสกันจริง ๆ ครับ ในเรื่องของปัญหาที่ผมอยากจะฝากท่านรัฐมนตรี ในสิ่งที่มีปัญหาอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ผมเชื่อว่ามันไม่ใช่แค่ปัญหาในวันนี้ พรุ่งนี้ มันเป็นปัญหา ที่ตกทอดมาตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นตา แล้วมารุ่นหลานอีก แล้ว ณ ปัจจุบันครับ เพราะฉะนั้นแล้ว ในความเดือดร้อนของพี่น้อง โดยเฉพาะพี่น้องที่มีปัญหาอย่างนี้ทุกจังหวัด ใน Zone ภาคใต้ ผมไม่คิดว่าภาคอื่น ๆ จะเป็นเหมือนภาคใต้หรือเปล่า แต่ภาคใต้เป็นปัญหาอย่างนี้จริง ๆ แล้วก็สืบเนื่องในเรื่องของกฎหมายแต่ละตัวที่ออกมามันคลุมเครือแล้วมันสร้างปัญหา ให้ทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องการขอบ้านเลขที่ การขอบ้านเลขที่ ณ ปัจจุบันต้องไปขอจาก อบต. ก่อน อบต. ทำเรื่องแล้วเสนอไปที่อำเภอ เพราะถ้าไม่มีเอกสารสิทธิ์ได้บ้านเลขที่ ชั่วคราว ขอหม้อแปลงไฟฟ้าก็ชั่วคราว เพราะฉะนั้นนั่นคือความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนเลย เพราะฉะนั้นแล้วผมเองผมนำเรียนท่านประธานฝากถึงท่านรัฐมนตรี และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ณ ปัจจุบันนี้กฎหมายของเมืองไทยซ้ำซ้อนแล้วยังไม่เท่า ในเรื่องของการประกาศพื้นที่ซับซ้อนอีก ในเขตตำบลหลายตำบลครับ ป่าชายเลนคร่อม น.ส.๓ คร่อมโฉนดเขา นี่ยังไม่ได้มีการแก้ไขปัญหาเลย เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขอสะท้อนไป นิดหนึ่งว่าในการออกโฉนดพื้นที่แล้วก็ประกาศพื้นที่ควบคุมทำประชาพิจารณ์หน่อยครับ ไม่ใช่ประกาศกันอยู่ในห้องแอร์ แล้วประกาศคลุมทั้งหมู่บ้านเลย ในหมู่บ้านตำบลปากแพรก หมู่ ๑ ๘๐ กว่าครัวเรือน ตอนนี้มีโฉนด มี น.ส.๓ เรียบร้อย แต่ประกาศพื้นที่เป็นป่าชายเลน ไปคร่อมของเขา ตำบลบางหมากก็เหมือนกันครับ หมู่ ๙ หมู่ ๑๑ ประกาศอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นแล้วผมมองว่าในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนผมดีใจที่มีรัฐมนตรี ที่เข้าใจปัญหาอย่างนี้ครับ แล้วเราจะได้นำพาในเรื่องของการแก้ไขปัญหา เรามีรัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชน ผมมีความคาดหวังครับ วันนี้พี่น้องชาวจังหวัดชุมพรที่เฝ้ามองในเรื่องของ การทำงานของสภา ในเรื่องของการทำงานของรัฐบาลน่าจะยิ้มออกนะครับ เพราะมี แนวทางแก้ไขแล้ว อีกไม่กี่วันหนังสือถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และผมจะเอาหนังสือ มาให้กับท่านรัฐมนตรีด้วยส่วนตัวเลย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เป็นอันสิ้นสุดกระทู้ถามทั่วไป ขอบคุณท่านรัฐมนตรี แล้วก็ท่านผู้ถาม มากนะครับ🔗
๓. เรื่อง ปัญหาโรงงานยางพาราของชุมนุมสหกรณ์ กองทุนสวนยาง จังหวัดบึงกาฬ นายนิพนธ์ คนขยัน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์🔗
เป็นกระทู้ที่เลื่อนมาจากการประชุม ครั้งที่ ๒๐ วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ โดยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่าในวันนี้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า ติดภารกิจสำคัญ จึงขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามออกไปเป็นวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๗ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เชิญท่านนิพนธ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้อยาก กราบเรียนผ่านท่านประธานและพี่น้องชาวจังหวัดบึงกาฬที่เคารพรักทุกท่านครับ ที่มี สวนยางพาราล้านกว่าไร่รวมใจกันก่อสร้างชุมนุมสหกรณ์ สร้างโรงงานแห่งนี้ และมีปัญหา ท่านประธานครับ ก็ได้ยื่นกระทู้ถามทั่วไปไว้นานแล้ว ก็กราบเรียนผ่านท่านประธานให้พี่น้อง บึงกาฬรับทราบในกระทู้นี้ด้วยว่า ท่านรัฐมนตรี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำคณะปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยกกระทรวงไปที่ โรงงานแห่งนี้นะครับ พอไปดูแล้วไปถามพี่น้องคนบึงกาฬว่าโรงงานที่ใช้คำว่า โรงงานปัญหา ท่านรัฐมนตรีถามว่าปัญหามีไว้ทำอะไร ไว้แก้ วันนี้ท่านรัฐมนตรียืนยันชัดเจนต่อผมและ ต่อหน้าพี่น้องคนบึงกาฬวันนั้น และผมมาทวงถามว่า รัฐมนตรีครับ กระทู้ที่ผมยื่นถาม ในสภานั้นตกลงวันนี้โรงงานที่ทางชุมนุมเขาต้องการให้คนบึงกาฬเป็นเจ้าของโรงงานแท้จริง ไม่ใช่นายทุนขุนศึก วันนี้รัฐมนตรีท่านธรรมนัส พรหมเผ่า ตอบชัดเจนครับ บอกว่าโรงงาน แห่งนี้ที่มีปัญหา จบปัญหาแล้ว จะดำเนินการตามที่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง กองทุน สวนยางเดิมที่โดนยุบไป วันนี้ฟื้นใหม่ครับ โดยให้สหกรณ์นครตาลเดี่ยวมารับผิดชอบต่อ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ท่านร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่สัญญาลูกผู้ชาย นะครับท่านรัฐมนตรีครับ ว่าวันนี้ท่านจะดำเนินการตรงนี้ให้กับพี่น้องคนบึงกาฬ โดยเฉพาะ เรื่องยางพารา วันนี้ยางพาราราคาดีครับ ก็ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ขอบคุณ ท่านประธานบอร์ด ขอบคุณผู้ว่าการยาง ขอบคุณรองผู้ว่า และขอบคุณรัฐมนตรีธรรมนัส พรหมเผ่า ถ้าราคายางพาราตามที่ท่านรัฐมนตรีและประธานบอร์ดการยาง ผู้ว่าการยาง ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งเป้าไว้ว่า ถ้าราคายางพารา ยางแผ่นรมควันกิโลกรัม ๑๐๐ บาท พี่น้อง เกษตรกรสวนยาง ไม่เฉพาะบึงกาฬครับ ทั่วประเทศมีความสุข ยางอัดก้อน ยางแผ่น ยางอะไรต่าง ๆ จะดีหมด ฉะนั้นวันนี้กระทู้นี้ไม่ติดใจแล้ว เพราะท่านร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันกับพี่น้องบึงกาฬ และยืนยัน กับผมว่าจะทำตามความประสงค์ที่พี่น้องชาวบึงกาฬได้เสนอไว้ทุกประการ และขอกราบ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ผู้ว่าการยาง ประธานบอร์ดการยาง รองผู้ว่าวันนี้ ยางต้องเป็นราคาแน่นอน ถ้านายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีใส่ใจอย่างนี้ครับ กราบขอบพระคุณทุกท่านครับ จบแล้วครับ กระทู้ผม ไม่ต่ออาทิตย์ต่อไปแล้วครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านผู้ตั้งกระทู้ใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๓ ขอถอนกระทู้ออกนะครับ เข้าใจ ตามนี้นะครับท่านนิพนธ์ ถอนกระทู้นะครับ ขอบคุณครับ พอดีท่านยังไม่ได้พูดว่าถอนก็เลย ขอย้ำอีกทีครับ🔗
ครับท่านประธาน ถอนแล้วครับ เพราะว่า ท่านรัฐมนตรีรับปากแล้วครับ จบแล้วครับ🔗
ขอบคุณมากครับ🔗
๔. เรื่อง ปัญหาการจัดการบริหารน้ำในคลองส่งน้ำสายใหญ่ C1 และ คลองซอยสาขาในช่วง กม.๐-กม.๒๕ (ประตูน้ำบ้านจอมทอง) โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา พลายชุมพล สำนักงานชลประทานที่ ๓ พิษณุโลก นายนพพล เหลืองทองนารา เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ติดภารกิจแบบเดียวกับ ของท่านนิพนธ์ครับ ท่านนพพลมีอะไรจะสื่อสารไหมครับ ถ้าไม่มี ก็จะเป็นการเลื่อนตอบ กระทู้ถามออกไปเป็นวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๗ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ครับ🔗
๕. เรื่อง การแก้ไขหลักเกณฑ์การกำหนดให้ที่ดินบริเวณที่เขาหรือ ที่ภูเขาและปริมณฑลที่เขาหรือภูเขา นายทรงยศ รามสูต เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๒๒ วันพฤหัสที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ โดยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือ แจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทนครับ ขอเชิญท่านทรงยศ รามสูต ใช้สิทธิถามในรอบที่ ๑ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอยื่นกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งท่านได้มอบหมาย ให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านรัฐมนตรีชาดามาตอบ เกี่ยวกับการแก้ไข หลักเกณฑ์การกำหนดที่ดินบริเวณที่เขาหรือที่ภูเขา ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ ซึ่งเลื่อน มาจากเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ก็ต้องขอบคุณครับที่ทางฝ่ายท่านรัฐมนตรีได้แจ้งมาว่า ท่านติดภารกิจ ซึ่งก็ได้ทราบว่าเป็นภารกิจอันยิ่งใหญ่ เพราะว่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วได้ ทราบว่าที่วัดท่าซุง อุทัยธานี ได้มีการเปิดโครงการดูแลสุขภาพพระภิกษุสงฆ์และสามเณร เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา โดยมีเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรรมการมหาเถร สมาคมมาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ แล้วก็มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านรัฐมนตรี ชลน่าน และรัฐมนตรีที่ดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รัฐมนตรีพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ไปเซ็น MOU ในการที่จะดูแลพระสงฆ์ที่อาพาธ โครงการกุฏิชีวาภิบาล ซึ่งจะได้ บุญมหากุศล ซึ่งวันนี้ก็หวังว่าจะส่งผลให้กระทู้นี้ท่านรัฐมนตรีจะได้มีโอกาสได้แก้ไขซึ่งจะได้ บุญอันยิ่งใหญ่ในการแก้ไขให้พี่น้องประชาชนในเขตป่านะครับ ในเขตที่เขาจะต้องออกโฉนด คือกระทู้ที่ผมจะถามข้อแรกก็คือว่าแนวทางการแก้ไขหลักเกณฑ์การกำหนดให้ที่ดินบริเวณ ที่เขาหรือที่ภูเขาทำไมถึงต้อง ๔๐ เมตร โดยผมจะขออธิบายถึงที่ไปที่มา แล้วก็ข้อกฎหมาย เพื่อเป็นแนวทางนะครับ คือสืบเนื่องจากตอนที่ช่วงผมรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ผมไปงานศพ แถวบ้านตาลชุม ชาวบ้านมาบอกผมว่าเขามารังวัดออกโฉนด ปรากฏว่าของเขาไม่ได้รับการ ออกโฉนด ผมบอกว่าเอ๊ะทำไมมันเขตป่าอะไรหรือเปล่า เขาบอกไม่ใช่ เป็นที่บ้าน ผมก็บอก เอ๊ะมันอยู่บนเขาไหม บนดอยไหม บนเนินไหม เขาบอกว่าไม่ใช่ มันติด ๆ กันนี่ละ อาจจะติด เนินนิดหน่อย ผมก็บอกว่าหลังเลือกตั้งจะไปถามให้ หลังเลือกตั้งผมก็ไปถามเจ้าหน้าที่ที่ดิน เจ้าหน้าที่ที่ดินก็บอกว่าสาเหตุที่เขาไม่สามารถออกให้ได้มันติดที่แนวทางปฏิบัตินะครับ ซึ่งทางกรมที่ดินเขาได้ออกมาว่าบริเวณตามกฎกระทรวง ถ้าเขาออกให้มันก็จะผิดตามมาตรา ๑๕๗ โดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ ปี ๒๕๓๗ ปี ๒๔๙๗ ข้อ ๑๔ (๒) โดยสาระสำคัญของ ข้อ ๑๔ เขาบอกว่าที่ดินที่จะออกโฉนดที่ดินต้องเป็นที่มันมีองค์ประกอบ ๓ อย่าง เป็นที่ดิน ที่ผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินได้ครอบครอง นี่คือองค์ประกอบที่ ๑ คือได้ครอบครอง และ ๒. ทำประโยชน์ ครอบครองและทำประโยชน์ และสาระสำคัญที่ ๓ คือ และเป็นที่ดิน ที่สามารถออกโฉนดที่ดินได้ตามกฎหมาย คือรัฐมีโครงการที่จะออกที่ดินตรงนั้นให้อยู่แล้ว ให้แก่ราษฎรที่ครอบครองและทำประโยชน์ ไม่ใช่ที่ป่า ที่ภูเขา แต่ปรากฏว่าเขามีบอกว่า เว้นแต่ ใน (๒) ที่ผมเสนอแนวทางปฏิบัติที่อยากให้แก้ไข เขาบอกว่า เว้นแต่ (๒) ที่เขาหรือที่ภูเขา และที่ที่รัฐมนตรีประกาศเขตหวงห้าม ซึ่งอ่านจากตัวบทกฎหมายดูผิวเผิน ว่าก็เห็นด้วยครับ ถ้าเป็นที่เขาหรือที่ภูเขา บนเนินเขา มันไม่น่าจะต้องออกโฉนดได้ แต่ปรากฏว่าผมก็ไปศึกษาดูเขาก็บอกว่า คำว่า ที่เขา ที่ภูเขา ถ้าที่เขาหมายถึงความสูงไม่เกิน ๖๐๐ เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ถ้าเกิน ๖๐๐ เมตรขึ้นไปเขาเรียกว่า ที่ภูเขา อันนี้ไม่สามารถออกโฉนดได้ โดยตีนเขา เขาให้ทาง อบต. ร่วมกับกรมที่ดินมาศึกษา แต่คราวนี้แนวทางปฏิบัติของกรมที่ดินเขา เพิ่มเติมลงไปว่า ในการจะออกโฉนดที่มันติดกับที่เขา ที่ภูเขา ห่างจากตีนเขาไป ๔๐ เมตร เขาจะไม่ออกโฉนดให้เป็นแนวทางปฏิบัติ ซึ่งแนวทางปฏิบัตินี้ก็ตามกฎกระทรวงออกมา ตั้งแต่วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗ ๓๐ ปีแล้ว ผมก็ว่ามันน่าจะต้องมีการแก้ไข ปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีมันก็เกิดขึ้นมา และชาวบ้านที่เขาครอบครองอยู่ตรงนี้มันก็อยู่ติดในที่ราบ ไม่ใช่ ที่เขานะครับ ซึ่งถึงเราจะไม่ออกโฉนดให้เขา เขายังก็ครอบครองทำประโยชน์ เพียงแต่เขา ไม่ได้เอกสารสิทธิ ผมก็เห็นว่าเรื่องนี้มันน่าจะต้องมีการแก้ไขปรับปรุง โดยเฉพาะเรื่องปัญหา เอกสารสิทธิเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ แต่ผมเห็นแล้วเรื่องนี้มันแก้ที่กฎกระทรวง แก้ที่ แนวทางปฏิบัติมันเป็นอำนาจของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อสมัยประชุม ที่แล้วผมได้เสนอญัตติให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้ อาจจะได้แก้ไข เพราะผม คิดว่าถ้าเราตั้งกรรมาธิการขึ้นมาศึกษา พิจารณาสัก ๒-๓ นัดก็น่าจะจบ เพราะว่าปัจจุบัน เทคโนโลยีมันจะมี One Map ก็มี น่าจะหาแนวทางปฏิบัติแก้ไขไม่ยาก แต่เนื่องจากพอเสนอ ญัตติเข้าสู่สภาเมื่อสมัยประชุมที่แล้วเพื่อนสมาชิกก็มีปัญหาเอกสารสิทธิเยอะ เสนอหลายร่าง เข้ามาพิจารณาร่วมกัน ก็เลยกลายเป็นปัญหาใหญ่ ไม่แต่เฉพาะเรื่องที่จะต้องแก้ไขใน กระทรวง หลากหลายประเภท สุดท้ายเรื่องก็กว้างออกไป รัฐบาลรับไปก็เลยไม่สามารถ ที่จะแก้ไขตรงนี้ได้ ผมก็เลยยื่นกระทู้ในครั้งนี้เพื่อที่จะสอบถามท่านรัฐมนตรีถึงแนวทางที่เรา จะปรับปรุงแก้ไข พอดีจังหวะผมเป็นคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ตอนที่กรมที่ดินเข้ามาชี้แจง ผมก็ถามว่าระเบียบข้อนี้ทำไม ถึงได้ร่างขึ้นมาเป็นเพราะอะไร ซึ่งเขาก็ตอบมา ซึ่งอาจจะเป็นแนวทางที่ท่านรัฐมนตรีจะมา ตอบก็ได้ เขาบอกผมว่าสาเหตุที่ออกระเบียบตรงนี้มา เพราะว่าในอดีตมันมีการทุจริต มีการเอื้อประโยชน์ให้นายทุน เพราะว่าพื้นที่ที่มันไม่แน่ใจอยู่ตรงไหนเขาไปออกเอกสารสิทธิ เขาก็เลยออกเป็นแนวทางปฏิบัติเอาไว้ ซึ่งปัจจุบันนี้อย่างที่ผมบอกแนวทางปฏิบัติมันมีมา ๓๐ ปีแล้ว ผมก็เห็นว่าการที่เราจะป้องปรามคนที่เขาทำไม่ถูกต้อง เราก็ไปเอาผิดกับเขาได้ อย่างเมื่อเช้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มาบอกว่าสงสัยในเรื่องของการ ไปออกเอกสาร ส.ป.ก. เขาก็ตั้งกรรมการสอบสวน ที่ตรงไหนมีปัญหาเราไปเพิกถอนได้ แต่ผมเป็นห่วงว่า ที่เราจะป้องปรามคนที่ทำไม่ดีนี้มันจะทำให้ส่งผลต่อคนที่เขาสุจริต ที่เขาครอบครอง ชาวบ้านที่เขาครอบครองกันอยู่ในพื้นที่ราบ เขาจะเสียโอกาสไปด้วยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวบ้านเวลาที่เขาไปออกโฉนด เพื่อนเขาได้ ทำไมเขาไม่ได้ ทั้ง ๆ เป็น ที่ราบประจักษ์ต่อสายตาเจ้าหน้าที่พนักงานที่ดิน ซึ่งกรมที่ดินเขาบอกว่าเขาออกให้ไม่ได้ ถ้าหากออกก็ผิดมาตรา ๑๕๗ ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ทั่วประเทศนะครับ ในแต่ละหมู่บ้าน แต่ละตำบล อาจจะมีไม่มาก เพราะเป็นบริเวณที่ติดกับที่เขา ที่ภูเขา แต่ถ้าทั่วประเทศแต่ละที่เขา ที่ภูเขา ภาคเหนือ จังหวัดอุทัยธานีของท่านประธานก็น่าจะมีหลายลูก ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ จะได้รับอานิสงส์ตรงนี้ ซึ่งการที่จะแก้ไขตรงนี้ไม่ใช่คนที่มีที่ดินอยู่ติดเขาทั้งหมดจะได้ จะต้อง เป็นที่ดินที่จะต้องเข้าตามองค์ประกอบกฎกระทรวง ข้อ ๑๔ คือต้องครอบครองและทำ ประโยชน์ และรัฐมีเจตนาจะออกโฉนดให้แล้ว เพราะฉะนั้นถ้ามีการแก้ไขกฎกติกา ระเบียบ ตรงนี้ อย่างน้อยในอดีตชาวบ้านที่เขาเสียโอกาสตรงนี้ก็สามารถจะยื่นอุทธรณ์ได้ หรือ ชาวบ้านที่เขาอาจจะมาเวลารัฐมีโครงการที่จะไปออกโฉนดก็สามารถดำเนินการได้ ฉะนั้น ข้อแรกก็อยากจะสอบถามว่ามีนโยบายอย่างไรที่จะแก้ไขในเรื่องการออกโฉนด แล้วก็แก้ไข ระเบียบตามกฎกระทรวง ข้อ ๑๔ (๒) แล้วทำไมต้องเป็น ๔๐ เมตรครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ แล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คุณทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทยที่ได้ถามมา ก็อย่างที่ท่านทราบดีนะครับ ปัญหาคือเนื่องจากพื้นที่ภูเขาหรือปริมณฑลรอบภูเขานั้นเป็นที่ดินต้องห้ามตามกฎหมาย ที่ไม่ให้ออกโฉนดที่ดิน แล้วก็ไม่มีหลักฐานชอบด้วยกฎหมายก่อนการหวงห้ามตามกฎ กระทรวง ฉบับที่ ๔๓ การหวงห้ามที่ดินที่เขา เป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณที่หวงห้ามตามมาตรา ๙ แล้วข้อ ๓ ก็มีเรื่องนโยบายป่าไม้แห่งชาติ ซึ่งยังพัน กันอยู่ กำหนดพื้นที่ความลาดชันโดยเฉลี่ย ๓๕ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปไว้บนพื้นที่ป่าโดยไม่ได้รับ อนุญาตให้มีการออกโฉนด การทำประโยชน์ตามกฎหมายนั้นหากไม่มีหลักฐานชอบด้วย กฎหมายก่อนการหวงห้ามจึงเป็นที่ดินต้องห้ามตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ นั้น คือหลักการการทำแผนที่กำหนดเขตที่ภูเขานั้น ผมเรียนว่ามันเป็นเรื่องยาวนานมาพอสมควร หลักเกณฑ์ที่ทำแผนที่ตามกำหนดเขตที่ภูเขานั้นคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๓๘ เห็นชอบกับความเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ป. ก็คือ ป.ป.ช. ในปัจจุบัน ได้พิจารณาร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ผู้ทรงคุณวุฒิในส่วนที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการโต้แย้ง เกี่ยวกับลักษณะของพื้นที่ภูเขา และ ความหมายคำว่า ภูเขา โดยกำหนดนิยามของคำว่า ที่เขา ที่ภูเขา ที่เขา หมายถึง ส่วนของ พื้นที่สูงจากบริเวณรอบ ๆ น้อยกว่า ๖๐๐ เมตร ที่ภูเขา หมายถึง ส่วนของพื้นที่สูงบริเวณ รอบ ๆ ตั้งแต่ ๖๐๐ เมตรขึ้นไป และนำหลักเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้ ประกอบการพิจารณา ก็คือ ๑. ลักษณะและชื่อที่ปรากฏในแผนที่แสดงภูมิประเทศ ของกรมแผนที่ทหารตามมาตราส่วน ๑:๕๐,๐๐๐ ๒. การเรียกร้องของประชาชนในท้องถิ่น ๓. การตรวจสภาพพื้นที่ ๔. โครงสร้างทางธรณีวิทยา ผลการตีความรูปถ่ายทางอากาศ หรือ ภาพจากดาวเทียม โดยมอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดินนำเอาคำนิยามและความหมาย และ หลักเกณฑ์ดังกล่าวข้อใดข้อหนึ่ง หรือหลายข้อดังกล่าวไปกำหนดพื้นที่ภูเขาลงในแผนที่ ภูมิประเทศในอัตราส่วน ๑:๕๐,๐๐๐ ของกรมแผนที่ทหารเพิ่มเติมไปในรายละเอียด การจำแนกที่ดินนะครับ รายงานความเหมาะสมของพื้นที่ดินกับพืชเศรษฐกิจต่าง ๆ เพิ่มเติม เป็นกลุ่มชุดที่ดิน ๖๓ นอกจากนี้กระทรวงมหาดไทยยังเห็นเพิ่มเติมว่าควรให้คำจำกัดความว่า ที่ราบ และที่ราบสูง เพื่อความชัดเจนในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบสภาพ พื้นที่ และในกรณีที่คณะกรรมการมีความเห็นขัดแย้งกับหน่วยงาน ควรนำเสนอให้ คณะกรรมการกลางเป็นผู้ชี้ขาด การดำเนินการนั้นตั้งแต่มติ ครม. เมื่อปี ๒๕๓๘ เป็นต้นมา กรมพัฒนาที่ดินยังไม่ได้มีการจัดทำแผนที่ชุดกลุ่มที่ดินปี ๒๕๖๓ ของประเทศไทย เพื่อใช้ ในการตรวจสอบที่เขา ที่ภูเขา และแจกจ่ายให้หน่วยงานต่าง ๆ เนื่องจากการจำแนกกลุ่ม ชุดดินตามหลักวิชาการ ไม่มีกลุ่มชุดดินที่ ๖๓ และกรมพัฒนาที่ดินก็ขาดแคลนอัตรากำลัง เจ้าหน้าที่ รวมทั้งงบประมาณในการดำเนินการ การตรวจสอบจึงเป็นไปในลักษณะ ครอบคลุมเฉพาะพื้นที่ที่บริเวณต้องการให้ตรวจสอบในรูปแบบวิชาการ ไม่มีการสำรวจ ในพื้นที่จริงจัง เนื่องจากการดำเนินงานตามข้อเสนอของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผ่านมามี ข้อจำกัดดังกล่าว ส่งให้แผนที่ทหารที่จะใช้ตรวจสอบที่ภูเขาและพื้นที่ความลาดชันเกิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ในภาพของทั้งประเทศยังไม่มีความชัดเจน คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงได้มีมติ แต่งตั้งให้อนุกรรมการที่มีองค์ประกอบและหน่วยงานและบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ด้านการทำแผนพื้นที่จากความสูงของประเทศ ด้านแผนที่ใช้ในปัจจุบันในการจัดทำข้อมูล แสดงเขตที่ภูเขาและความลาดชันเกิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ในภาพรวมของประเทศ รวมทั้งจัดการ ข้อเสนอในการบริหารจัดการที่ดินดังกล่าว ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินการนะครับ เรียนท่าน ด้วยความเคารพครับ ปัญหาที่ดินนั้นเรื่องความลาดชันของภูเขาก็เป็นปัญหาหนึ่ง ปัญหา เอกสารสิทธิก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง แต่ปัญหาของเราวันนี้ก็คือการปฏิบัติราชการที่มีกฎหมาย หลายฉบับ มันคร่ำและคร่อมกันจริง ๆ ครับ บางเรื่องทำไปก็จะกลายเป็นอย่างที่ผมกล่าว เมื่อสักครู่ครับ ก็กลายเป็นว่าไปให้ประโยชน์เอกชนหรือเปล่า แต่ถ้าไม่ทำชาวบ้านส่วนหนึ่ง ก็เดือดร้อน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ให้นโยบายว่าอันไหนที่เป็นความ เดือดร้อนต้องรีบทำ แล้วในส่วนที่เป็นปัญหาข้อกฎหมายก็ไปใช้วิธีการทางสภาเสนอเข้ามา แล้วเรียนด้วยความเคารพครับว่าบางทีมันก็มีพันกันหลายกระทรวง หลายกรม ก็ทำให้เรา ต้องประสานงานกันให้ได้ แต่ปัญหาที่ดินทุกคนมองเป็นเผือกร้อนหมดครับท่าน ข้าราชการ ทุกคนมองเป็นเผือกร้อนที่ไม่ค่อยกล้าจับ ผมก็พยายามให้นโยบายว่ามันต้องทำ ทำเพื่อ ประชาชนคงไม่มีใครเขาเอาไปประหารชีวิตหรอกผมก็บอกอย่างนี้ แต่เขาก็บอกโดน มาตรา ๑๕๗ นะ ที่มีร้องเรียนมาก็พยายามที่จะดำเนินการให้นะครับท่าน ก็เป็นไปตามนี้ เพราะตอนนี้คณะ ป.ป.ช. เขานำเรื่องนี้ไปตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาปัญหาแล้วก็หา แนวทางการแก้ปัญหาครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านทรงยศซักถามต่อในรอบที่ ๒ ครับ🔗
คำถามข้อที่ ๒ จากที่ท่านรัฐมนตรีตอบนะครับ ก็ขอบคุณที่ทางรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยก็ใส่ใจเรื่องนี้ ผมก็เลยอยากจะเรียน เสนอแนะท่านรัฐมนตรีว่าเป็นไปได้ไหมที่จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่ง เอา คทช. กรมที่ดิน เอาหลายหน่วยงานเข้ามาดูแล แล้วก็พิจารณาแก้ไขปัญหาในส่วนตรงนี้ คือผมมีแนวความคิด ที่จะเสนอ เราก็เห็นอยู่ว่าปัญหามันเกิดจากที่แนวราบ ๔๐ เมตรติดตีนเขา เราจะเขยิบมาให้ ได้สัก ๒-๓ เมตร ๕ เมตรได้ไหม หรือกรณีที่ ๒ เราสามารถจะเพิ่มระเบียบขึ้นไปได้ไหมว่า เวลาเจ้าหน้าที่ที่ดินไปรังวัดออกสำรวจ กรณีที่ไหนที่เป็นที่ราบแล้วติดตีนเขา ไม่เกิน ๔๐ เมตรที่จะไม่สามารถออกโฉนดได้ เขาสามารถอุทธรณ์ได้ แล้วก็ให้ตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาประกอบด้วย กรมที่ดิน ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอ นายอำเภอ จากป่าไม้ จากท้องที่ ท้องถิ่น เอามาดูว่าตรงนี้ด้วยประจักษ์ต่อสายตามันเป็นที่ราบ ไม่ใช่ ที่หวงห้าม ไม่ใช่บนเนินเขา หรือบนเขา เพราะถ้าเราทำอย่างนี้มันก็เป็นการ Save ด้วย ชาวบ้านก็จะได้ประโยชน์ อย่างน้อยข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่ดิน เขาก็ไม่ต้องกลัวว่าจะผิด มาตรา ๑๕๗ เพราะเป็นในรูปคณะกรรมการพิจารณากันเป็นราย ๆ ไป หรือจะเป็นกรณีที่ ๓ ผสมจาก ๑ กับ ๒ คือว่าเมื่อชาวบ้านอุทธรณ์แล้วในกรณีที่ ๐-๔๐ เมตร เราอาจจะสามารถ ออกได้ ถ้าคณะกรรมการเห็นว่าผ่าน แต่อาจจะมีว่าเว้นไว้สัก ๒-๓ เมตรอะไรอย่างนี้นะครับ ผมก็จะเสนอเป็นแนวทางว่าเป็นไปได้ไหมที่จะตั้งคณะอนุขึ้นมา มาทำงานและศึกษาเรื่องนี้ แล้วก็เพิ่มกฎระเบียบไปอีกสักย่อหน้าหนึ่ง หรือวรรคหนึ่งในการแก้ไขปัญหานี้เพื่อที่จะแก้ไข แล้วก็ Save ทั้งเจ้าหน้าที่แล้วชาวบ้านก็ได้ประโยชน์นะครับ ก็ฝากเรียนถามท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ผมขออนุญาตเล่าให้ฟังนิดหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ เมื่อเดือนที่แล้วมีการจัดกิจกรรม ที่บ้านผม งานบอลลูน ปรากฏว่าพื้นที่มันติดเขาครับ ผมเอารถไปจอด เขาบอกจอดไม่ได้ ผมก็มาเห็นว่าเขาขีดเส้นไว้เลยครับว่า ๔๐ เมตร ห้ามไปแตะต้อง ผมเห็นแล้วผมก็ตลก ไม่ใช่ไม่ตลกนะครับ เรียนด้วยความเคารพว่ามันเป็นพื้นที่ ๔๐ เมตรจริง ๆ แต่มันราบแล้ว มันราบดิ่งเลย แต่ในเมื่อเจ้าหน้าที่ที่เขารับผิดชอบอยู่เขาบอกว่าไม่ได้ ไม่ได้ผมก็ถอยรถ ออกมา เราก็ไม่ไปยุ่งกับเขา แล้วก็คอยบอกให้พี่น้องประชาชนว่าอย่าเข้าไปในพื้นที่นั้น เรียนด้วยความเคารพท่านครับ ผมเห็นด้วยนะครับ ถ้าท่านอยู่คณะกรรมาธิการที่ดิน ท่านตั้ง เลยครับ แล้วเรามาช่วยกันแล้วก็ท่านตั้งคณะอนุกรรมาธิการก็ได้นะครับโดยกลไก คือวันนี้ ท่านก็เอา คทช. มาด้วยครับ คณะกรรมการจัดรูปที่ดินแห่งชาติ ซึ่งอยู่เหนือจากกรมที่ดิน เขาจะรับผิดชอบทั้งหมดแทบทุกเรื่อง คณะกรรมการ คทช. ซึ่งเขาก็มีการประชุมประจำ ท่านก็เชิญเขามาด้วยอยู่ในอนุ แล้วมาทำงานร่วมกันครับ เพราะว่าปัญหาที่ดินมันมีหลาย พื้นที่ บางแห่งก็เมื่อ ๑๐ ปีก่อนบอกว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่ป่า วันนี้มาบอกว่าอยู่ในพื้นที่ป่า เราถอดโฉนดออกไปเขาก็ฟ้อง เราเพิกถอนเอกสารเขาก็ฟ้อง ซึ่งตรงนี้ผมว่าถ้ามันเป็น จากสภาผู้แทนราษฎรก็ดีนะครับ ผมว่ามันเป็นหน้าที่โดยตรง ก็ฝากทางท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรด้วยนะครับว่าตั้งอนุกรรมาธิการ หรือว่าจะเป็นคณะใหญ่ คณะเล็กก็ตาม มาศึกษาเรื่องนี้และทำให้มันจริงจังจากทุกส่วน ซึ่งเราก็อยากจะทำอยู่แล้ว แต่บางครั้ง การทำงานมันผ่านหลายที่หลายกระทรวงก็เอามาอยู่ที่สภานี้ให้มันจบไป ผมสนับสนุน แนวทางนี้ ก็ฝากท่านตั้งแล้วทางกระทรวงมหาดไทยยินดีให้ความร่วมมือในทุกเรื่องแล้วก็ ยินดีที่จะแก้ปัญหา แต่ปัญหาวันนี้มันเป็นปัญหาที่ข้าราชการเขากลัวไปทุกอย่าง เขากลัวกับ กฎหมายมาก เราก็พยายามทำความเข้าใจอย่างที่ผมบอก ถ้าท่านตั้งเป็นคณะกรรมาธิการมา ก็ดีครับ อันนี้ผมเห็นว่าเป็นแนวทางที่น่าจะแก้ไขปัญหาได้ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านทรงยศมีอะไรอีกไหมครับ🔗
คำถามสุดท้าย ขอบคุณที่ท่านรัฐมนตรีใส่ใจ นะครับ🔗
ท่านทรงยศครับ ในข้อบังคับถามได้แค่ ๒ ครั้งครับ อันนี้อาจจะใช้เวลาที่เหลือ🔗
อันนี้ไม่ได้ถามครับ ขอบคุณที่ท่านรัฐมนตรี จะมอบให้กรรมาธิการพิจารณา ก็ยินดีครับจะพิจารณา แต่ฝากไว้นิดหนึ่งว่าในส่วนแรกนั้น เป็นเรื่องของกฎระเบียบภายใน เราไม่มั่นใจว่าฝ่ายนิติบัญญัติจะไปแก้ไขก้าวล่วงกฎระเบียบ ได้แค่ไหนเพียงไร แต่ก็จะรับเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีได้มอบหมายไว้ไปพิจารณาในกรรมาธิการ แล้วก็หวังว่าทางรัฐบาลก็อาจจะตั้งอนุควบคู่กันไปด้วยจะได้พิจารณาแก้ไขปัญหา แต่อย่างไรก็ตาม ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้มาตอบในวันนี้ เพราะท่านเองก็เห็นปัญหาอย่างที่ท่านเอารถไปจอด ๔๐ เมตร ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ขอเข้าสู่กระทู้ถามที่ ๑.๒.๖ ครับ🔗
๖. เรื่อง ขอให้พื้นที่ลุ่มน้ำยมฝั่งขวา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ให้เป็นพื้นที่เขตชลประทาน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยนางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอถอนกระทู้ถาม เรื่องนี้ ดังนั้นจึงเป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๓ กระทู้ถามเรื่องนี้จึงถูกถอนออกไปครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะทำงานในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ของท่าน สส. ฐิติมา ฉายแสง พรรคเพื่อไทย ยินดีต้อนรับนะครับ🔗
๗ กระทู้ถาม เรื่อง ขอทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการส่งตัว ผู้ต้องขังไปรักษานอกเรือนจำ นายรังสิมันต์ โรม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านทวี สอดส่อง เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากในวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีภารกิจเดินทาง ไปราชการ ณ สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ ๖-๑๐ มีนาคม เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือ ในการเจรจาทวิภาคี จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามเป็นวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๗ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ขอเชิญท่านรังสิมันต์ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ เนื่องด้วยที่ต้องถามกระทู้ ในเรื่อง ขอทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษานอกเรือนจำ ซึ่งเป็น กระทู้ถามทั่วไปนั้น เบื้องต้นผมได้รับแจ้งจากทางสภาว่าอาจจะมีการตอบในวันที่ ๔ เมษายน ประเด็นปัญหามันเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน ในวันที่ ๔ เมษายนจะเป็นวันที่ทางฝ่ายค้าน ได้มีการยื่นในเรื่องของการอภิปรายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๒ ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ครับ ที่จะมีการถามกระทู้ในวันที่ ๔ เมษายน และเนื่องจากเรื่องนี้หลังจากที่ผมได้มีการยื่นกระทู้ไป ทางท่านรัฐมนตรีหลังจากได้ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาตอบด้วยตัวเอง ถึงแม้ผม จะเป็นคนถามนายกรัฐมนตรี ก็ได้มีการประสานมาพูดคุยกับท่านรัฐมนตรีด้วยวาจา และเห็น ในการ Post Facebook ของท่านรัฐมนตรีว่าท่านรัฐมนตรีจะมีความพร้อมในการที่จะตอบ คือวันที่ ๒๑ มีนาคม ซึ่งในวันที่ ๒๑ มีนาคมผมก็ทราบครับว่าน่าจะเป็นวันที่จะมีการ อภิปรายเกี่ยวข้องกับงบประมาณ ดังนั้นวันนี้เป็นไปได้น่าจะเป็นวันที่ ๒๘ มีนาคม ซึ่งน่าจะ เป็นวันที่ท่านรัฐมนตรีสะดวก คือผมได้มีการพูดคุยกับท่านรัฐมนตรี ทวี สอดส่อง ท่านได้มี การโทรศัพท์มาแล้วพูดคุย ท่านรัฐมนตรีบอกว่าตั้งแต่วันที่ ๒๑ เป็นต้นไปท่านยินดีที่จะมาตอบ ดังนั้นผมคิดว่าวันที่ ๔ เมษายนไม่น่าจะเป็นไปได้ ดังนั้นจึงขอความกรุณาท่านประธานว่า อาจจะหารือว่าในการตอบกระทู้ของผมขอเป็นวันที่ ๒๘ มีนาคมได้ไหมครับ เพื่อที่ว่าจะได้มี การตอบคำถามตามที่ผมได้มีการยื่นกระทู้ไปก็จะได้มีความชัดเจน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ทางเจ้าหน้าที่ช่วยประสานทั้ง ๒ ฝ่ายด้วยนะครับ ทั้งเจ้าของกระทู้แล้วก็ทาง ท่านรัฐมนตรีนะครับ และถ้าเป็นไปตามที่ท่านรังสิมันต์ได้เสนอก็ยืนยันให้กับท่านสมาชิก ได้ทราบอีกทีนะครับว่าจะขอเลื่อนเป็นวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๗ ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการ นะครับ🔗
๘. เรื่อง ปัญหาการดำเนินงานของกองทุนประกันสังคม นายวรภพ วิริยะโรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน🔗
ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีให้เกียรติประจำที่แล้ว ขอเชิญท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ใช้สิทธิถามในรอบที่ ๑ ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานที่มาตอบกระทู้ด้วยตัวเองในวันนี้ ก็แน่นอนครับประเด็นคำถามของผมก็จะเป็นเรื่องของประกันสังคม แล้วก็เช่นกันครับ เจตนาของการตั้งกระทู้นี้ก็แน่นอนว่าไม่ได้จะมาเอาผิดอะไรท่านรัฐมนตรี เพราะว่ามันเป็น ปัญหาที่หมักหมมมา ๓๐ กว่าปีเช่นกัน แต่เจตนาของผมก็คืออยากจะให้ข้อเท็จจริงได้ กระจ่าง แล้วก็คิดว่าจะเป็นผลงานท่านรัฐมนตรีแน่นอน ถ้าท่านแก้ไขปัญหาระเบิดเวลา ลูกนี้ได้ รัฐมนตรีที่ผ่านมา ๓๐ กว่าปีไม่ยอมแก้ไข ดังนั้นคำถามรอบแรกก็จะเป็นคำถามสั้น ๆ ง่าย ๆ ถามชัด ๆ เลยครับว่าจริง ๆ แล้วข้อมูลที่ว่ากองทุนประกันสังคม มีความเสี่ยงที่จะ ล้มละลายในอีก ๓๐ ปีข้างหน้านี้เป็นข้อมูลจริงหรือไม่ แต่ก่อนที่ท่านรัฐมนตรีจะตอบ ไม่ว่าโพยของทางฝ่ายราชการจะให้ตอบอย่างไร จริง ๆ ผม อยากให้ฝ่ายโสตเอาสไลด์ขึ้นนิดหนึ่งครับ🔗
เพราะว่าตัวผมเองก็ได้ข้อมูลมา จากสำนักงานประกันสังคมเมื่อสมัยที่แล้วเป็นข้อมูลตอนที่ผมได้เป็นกรรมาธิการงบประมาณ ดังนั้นก็อยากจะให้พิจารณาตรงนี้ด้วยว่าเป็นข้อมูลจากประกันสังคมเช่นกัน ที่เปิดเผยมาว่า มีการคำนวณทางคณิตศาสตร์ประกันภัยโดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ILO ของ UN ก็โดยใช้สมมุติฐานความน่าจะเป็นหลักการทางคณิตศาสตร์ได้คำนวณออกมาแล้วว่า ในปี ๒๕๙๗ ก็คือถ้าดูตามกราฟก็จะเห็นว่ากองทุนประกันสังคมนั้นมีความเสี่ยงที่เงินสำรอง จะติดลบในปี ๒๕๙๗ หรือก็คืออีก ๓๐ ปีข้างหน้า ซึ่งความหมายที่ว่ากองทุนประกันสังคม มีความเสี่ยงที่จะล้มละลายในอีก ๓๐ ปีข้างหน้ามันรุนแรงแค่ไหน ผมก็ต้องพูดย้ำอีกครั้งหนึ่ง ในสภาแห่งนี้ เพราะว่ามันหมายความว่าคนที่เกิดปี ๒๕๔๒ หรือก็คืออายุ ๒๕ ปีนี้ จ่ายเงิน เข้าประกันสังคมตลอดชีวิต แต่เมื่อยามเกษียณเขาจะไม่ได้รับเงินคืนสักบาท นี่คือความเสี่ยง ที่จะเกิดขึ้นในอีก ๓๐ ปีข้างหน้าครับ คนที่อายุมากกว่านี้ก็จ่ายประกันสังคมเข้าไปตาม กฎหมาย โดนบังคับจ่าย ก็จะไม่ได้รับเงินคืนยามเกษียณตามที่ได้เคยสัญญากันไว้ ดังนั้น มันจึงเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่ผมต้องมาพูดให้เกิดความกระจ่างว่าข้อมูลนี้มันเป็นความจริง หรือไม่ที่จะมีความเสี่ยงล้มอีก ๓๐ ปีข้างหน้า แล้วก่อนจะไปให้ท่านรัฐมนตรีตอบ ผมขออีก สไลด์หนึ่ง ย้ำอีกทีให้เข้าใจกันง่าย ๆ ว่าจากกฎหมายประกันสังคมปัจจุบัน กฎประกันสังคม ออกแบบไว้ว่าถ้าเป็นเงินพนักงานประจำ เพดานเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท ตอนโดนหัก ทุกเดือนอยู่ ๗๕๐ บาทต่อเดือน มีนายจ้างเข้ามาเติมอีก มีรัฐบาลเข้ามาเติมอีก รวมกันเป็น ๑,๙๑๒.๕๐ บาทต่อเดือน แต่ถ้าเอาเฉพาะสิทธิประโยชน์ของบำนาญชราภาพจะเป็น ๑,๐๕๐ บาทต่อเดือน เพราะว่าที่เหลือคือเรื่องสิทธิประโยชน์เจ็บป่วยแล้วก็ว่างงาน ตาม กฎหมายสิทธิปัจจุบันคือจ่ายขั้นต่ำคือ ๑๕ ปี เมื่อจ่ายครบ ๑๕ ปีสิทธิประโยชน์เบี้ยบำนาญ ชราภาพจะได้ก็คือร้อยละ ๒๐ พูดง่าย ๆ คำนวณออกมาแล้วคือ ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือน ตั้งแต่ อายุเกษียณ ๕๕ ปีไปจนถึงเสียชีวิต ซึ่งอายุค่าเฉลี่ยของเมืองไทยนั้นก็คืออายุ ๗๗ ปี ดังนั้น ถ้าเอาตามที่ประกันสังคมออกแบบไว้ปัจจุบันก็คือจ่าย ๑,๐๕๐ บาทต่อเดือน ๑๕ ปี แต่เมื่อ ยามเกษียณจะได้ ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือนไปอีกประมาณ ๒๒ ปีโดยเฉลี่ยต่อคน อันนี้มัน ออกแบบได้ชัดเจน ผมคิดว่าเด็กที่ไหนก็พอรู้ได้ครับว่ามันไม่ยั่งยืน มันคือการเอาเงินของ คนรุ่นหลังมาจ่ายคนรุ่นก่อน ถ้าไม่ใช่เป็นจากกฎหมายประกันสังคมแถวบ้านผมเขาเรียก แชร์ลูกโซ่ครับ ดังนั้นมันกลับมาที่คำถามแรกครับว่าเอาความจริงมายอมรับ มาคุยกันก่อน ว่าข้อมูลนี้เป็นข้อมูลจริงหรือไม่ที่กองทุนประกันสังคมมีความเสี่ยงที่จะล้มในอีก ๓๐ ปีข้างหน้า คำถามแรกขอเป็นคำถามนี้ก่อน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ จากคำถามข้อแรกที่ท่านสมาชิก ได้ถามว่าจากข้อมูลปัญหาของการทำประกันสังคมจะมีความเสี่ยงที่จะล้มละลายหรือไม่ ตามกราฟก็ไม่ปฏิเสธนะครับ ถ้าหากว่าไม่มีการแก้ไข ไม่มีการแก้ปัญหา ในสิ่งต่าง ๆ ก็ตาม ที่ TDRI หรือ ILO ทำการศึกษาในปี ๒๕๙๗ เราก็จะไม่เข้าสู่จุดสมดุล เราก็จะเป็นช่วงของ หลังจาก ๒๕๙๗ ก็จะเป็นแนวโน้มที่จะต้องบอกว่าถ้าเป็นบัญชีก็คือขาดดุล เราจะต้องมีการ ขาดทุนในทุก ๆ ปี แต่ผมคิดว่าในปัจจุบันนี้ผมขอตอบสั้น ๆ ก่อนนะครับ เพราะจริง ๆ แล้ว ท่านจะถาม ๓ ข้อ ผมจะขออธิบายทีเดียวในข้อที่ ๓ เลยนะครับว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างไร วิธีการเป็นไปขนาดไหน แล้วจะมีการยืดออกไปได้อย่างไร ผมก็ขอแจ้งให้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติผ่านท่านประธานสภาว่าวันนี้เรายังมั่นใจว่ากองทุนประกันสังคมยังไม่มี ความเสี่ยง อย่างไรก็ขอให้ท่านสมาชิกได้เข้าไปดูใน Website ของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งจะมีรายละเอียดอยู่ในนั้น ส่วนรายละเอียดนอกเหนือจากนี้ผมจะขอตอบทีเดียวในข้อ ๓ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เรียนท่านผู้ถามรัฐมนตรี ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๗ เราทำได้ ๒ รอบ แต่ถามรอบ ละกี่คำถามก็แล้วแต่ท่านผู้ถาม อย่างไรเดี๋ยวช่วยกระชับให้เป็นไปตามข้อบังคับนะครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ผมว่าก็ชัดเจนว่าถ้าไม่ทำอะไรเลย ก็คือเป็นความเสี่ยงที่จะล้มในอีก ๓๐ ปีข้างหน้า แต่ว่าในคำถามที่ ๒ ก็จะขออนุญาต อย่างที่ท่านประธานได้เกริ่นไปตาม ข้อบังคับก็จะเหลือเป็นแค่รอบสุดท้ายรอบนี้ แน่นอนครับถ้าอย่างนั้นมันก็จะกลับมาที่คำถาม ต่อมาว่าแล้วนโยบายของท่านรัฐมนตรีจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร แน่นอนครับว่ามันเป็นเรื่องที่ ผมก็ใช้คำว่ามันต้องมีการปฏิรูปประกันสังคม และการปฏิรูปประกันสังคมไม่ได้หมายความ ว่าจะพึงพอใจทุกฝ่าย แต่มันเป็นเพื่อการแก้ไขปัญหาระเบิดเวลาที่กำลังจะเกิดขึ้นครับ ดังนั้น มันมีอันหนึ่งที่ผมก็ต้องขอคำถามเพื่อความชัดเจนจากท่านรัฐมนตรีครับว่าในเมื่อทุกอย่างมัน เริ่มต้นจากความเชื่อมั่น ความไว้วางใจกันระหว่างผู้ประกันตน นายจ้างแล้วก็ภาครัฐด้วย ดังนั้นการเปิดเผยข้อมูลสมมุติฐานต่าง ๆ มันจึงเป็นจุดเริ่มต้นจุดแรก ดังนั้นมันก็เลยกลับมา เป็นคำถาม เดี๋ยวผมจะสรุปให้อีกครั้งหนึ่งว่า สมมุติฐานต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์ประกันภัย เหล่านี้ เมื่อไรประกันสังคมถึงจะมีการเปิดเผยออกมา เพื่อให้สาธารณะเข้าใจตรงกันก่อนว่า ปัจจุบันสาธารณะของกองทุนประกันสังคมเป็นอย่างไร และทำไมมันถึงต้องมีการปฏิรูป เพราะไม่อย่างนั้นมันก็จะเกิดมาเป็นประเด็นว่าแล้วจะมาบังคับให้จ่ายเพิ่มทำไม ไม่อย่างนั้น ก็จะแก้ปัญหานี้ไม่ได้ และเช่นเดียวกันก่อนที่ท่านรัฐมนตรีจะได้อธิบายว่าจะแก้ไขปัญหา อย่างไร จริง ๆ ผมก็อยากให้มีการทบทวน แม้กระทั้งแนวทางในการแก้ไข ซึ่งจริง ๆ ก็คงเป็น คำถามนะครับว่า ทำไมการปฏิรูปประกันสังคมถึงไม่เปลี่ยนไปในรูปแบบที่คล้ายกับ กบข. ก็คือกองทุนบำเหน็จบำนาญของข้าราชการ ก็คือว่าลงทุนเท่าไร ผลตอบแทนเท่าไร ก็เป็นเงิน บำนาญเท่านั้น การออกแบบที่เป็นแบบนี้มันจะยั่งยืนกว่าและไม่เป็นภาระกับคนรุ่นหลัง คือไม่ใช่การออกแบบที่ให้คนรุ่นหลังมาจ่ายคนรุ่นก่อน ด้วยความเสี่ยงที่เป็นอยู่ของภาครัฐ แล้วก็เป็นเรื่องของคนรุ่นต่อไปที่ต้องมาแบกรับความเสี่ยงกัน ซึ่งแน่นอนก็จะมีคำถาม ต่อเนื่องตามมาว่าเป็นนโยบายของท่านรัฐมนตรีแรงงานหรือไม่ ที่ขอความชัดเจนว่า จะยกเลิกการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เพราะมันเป็นเรื่องเดียวกันว่าแล้วใครจะไปเป็น ตัวแทนของลูกจ้างแล้วก็นายจ้าง ในความมั่นใจว่าประกันสังคมนั้นได้มีการบริหารจัดการ เพื่อเป็นประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตนแล้วก็นายจ้างที่จ่ายเงินสะสมเข้าไปทุกเดือน ๆ โดยที่ยังไม่นับว่าถ้าเป็นอย่างที่ท่านได้เคยให้ข่าวไว้ว่า ท่านจะทำให้กองทุนประกันสังคมนั้น เพิ่มการลงทุนความเสี่ยงมากขึ้นเพื่อเพิ่มหมวดตอบแทน เอาแค่เบื้องต้นเลยครับท่านต้องไป กำหนดให้ประกันสังคมเปิดเผยการเปรียบเทียบ Benchmark ว่าปัจจุบันนี้ที่กองทุน ประกันสังคมลงทุนไปได้ดีกว่าสิ่งที่ควรจะเป็นหรือไม่ คำถามก็เลยกลับมาว่าท่านจะเปิดเผย ข้อมูลการเปรียบเทียบตรงนี้เมื่อไร เพราะว่าถ้าเอาแค่สถิติย้อนหลังมาดูประกันสังคม ผลตอบแทนน้อยกว่า กบข. เกือบทุกปีครับ อันนี้เป็นข้อมูลข้อเท็จจริงนะครับ ดังนั้นขอ ทวนสรุปในรอบที่ ๒ ว่าท่านจะแก้ไขปฏิรูปประกันสังคมอย่างไร มีการคำนึงถึงการให้เป็น รูปแบบเดียวกับ กบข. เพื่อความยั่งยืนหรือไม่ จะมีการเปิดเผยสมมุติฐานคณิตศาสตร์ ประกันภัยเพื่อให้ไขข้อข้องใจกับสาธารณชนหรือไม่ เป็นนโยบายของท่านรัฐมนตรีหรือไม่ ที่จะแก้ไขบอร์ดประกันสังคมไม่ให้มีการเลือกตั้ง แล้วก็จะเปิดเผยเรื่องการเปรียบเทียบ ผลตอบแทนของกองทุนประกันสังคมเพื่อความโปร่งใส เพื่อว่าเพิ่มผลตอบแทนการลงทุน ประกันสังคมเมื่อไร ขอความชัดเจนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ก็คิดว่า ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ คงจะถามรวบในข้อที่ ๒ บวกข้อที่ ๓ เลยใช่ไหมครับ เพราะว่าผม จะได้ตอบเสียทีเดียว ก็ขอกราบเรียนท่านประธานสภาอีกครั้งหนึ่งนะครับ การที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้ถามมาผมขอตอบในคำถามที่เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านคง จะไม่ค่อยสบายใจ ก็คือมีการออกมาว่าจะมีการยกเลิกการเลือกตั้งของคณะกรรมการ ประกันสังคม ตรงนี้ผมขอยืนยันนะครับ ซึ่งตัวผมเองก็ได้แถลงข่าวเป็นที่เรียบร้อยไปแล้วว่า การเลือกตั้งของประกันสังคม และสิ่งที่ผมจะนำเข้าไปสู่คณะรัฐมนตรีเป็นผลการศึกษา เมื่อปี ๒๕๖๔ นั่นหมายความว่าอยู่ในภาวะของช่วงของการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถที่จะถอนเรื่องและเพื่อไปทำการศึกษาใหม่ ถ้าหากว่าถอนเรื่อง และไปทำการศึกษาใหม่ก็คงจะใช้เวลาหลังจากนี้ที่จะนำเข้า ครม. ไม่น้อยกว่า ๑ ปี เพราะฉะนั้นผมมีความจำเป็นต้องเอาร่างเดิมเพื่อเข้าไปสู่ ครม. และให้ ครม. พิจารณาและ นำเข้าสู่สภาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตรงนั้นใน ๔๕ มาตรานี้เราก็จะมีส่วนที่เกี่ยวเนื่องและเป็น ข้อกังขาคือเปลี่ยนจากมาตรา ๘ เป็นมาตรา ๓ ซึ่งตรงนี้คณะกรรมการประกันสังคมที่เราได้ มีการเลือกตั้งไปเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคมที่ผ่านมา แล้วผมได้มีการเซ็นรับรองไปเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นผลของคณะกรรมการประกันสังคมทั้งฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง ฝ่ายละ ๗ คน มีผลบังคับใช้เรียบร้อย แต่ตามมาตรา ๘ และมาตรา ๓ คืออันนี้ผมต้อง ขออภัยก่อนว่าการเขียนในขณะนั้นเป็นช่วงของการร่างในช่วงของการแพร่ระบาดของ โควิด-๑๙ เพราะฉะนั้นเขาไม่ได้เติม Wording คำหนึ่ง ซึ่งผมก็คงต้องขอให้สมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่าน ถ้าหากมีการผ่าน ครม. และเข้าสู่สภาก็จะขอแก้ไข Wording ตรงนี้ ในชั้นกรรมาธิการว่า ในเหตุสุดวิสัยหากว่าไม่สามารถมีการเลือกตั้งได้ก็ขอให้รัฐมนตรี ในขณะนั้นตั้งคณะกรรมการเพื่อทำการสรรหาคณะกรรมการประกันสังคมเป็นการชั่วคราว ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง เช่น กรณีเกิดภัยสงครามหรือกรณีของการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ เหมือนที่ผ่านมาเราไม่สามารถเลือกตั้งได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมก็ขอยืนยันนะครับ ขณะนี้ คณะกรรมการประกันสังคมชุดที่มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๖ ขณะนี้ได้มีการ ทำหน้าที่เรียบร้อย ก็ขอยืนยันนะครับ🔗
ส่วนในเรื่องการที่จะขอชี้แจงในเรื่องของกองทุนประกันสังคม ก็ตามที่ท่าน โชว์ในกราฟว่าถ้าหากว่าเราไม่ทำอะไรแล้วเราเก็บตามปกติในเพดานเงินที่ ๑๕,๐๐๐ บาท ผู้ประกันตนจ่าย ๕ เปอร์เซ็นต์ เจ้าของสถานประกอบการ ๕ เปอร์เซ็นต์ รัฐจ่าย ๒.๗๕ เปอร์เซ็นต์ แน่นอนหลังจากปี ๒๕๙๗ ก็จะออกมาตามภาพในกราฟที่ท่านได้โชว์เมื่อสักครู่นี้ แต่ผลตอบแทน ในขณะนี้ผมคิดว่าอยู่ที่ประมาณสัก ๓ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๒ เปอร์เซ็นต์กว่าเกือบ ๓ เปอร์เซ็นต์ เพราะในปี ๒๕๖๖ เรามีดอกผลจากเงินกองทุนได้ถึงประมาณ ๕๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๆ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็ต้องขอยืนยันว่าไม่ถึง ๓ เปอร์เซ็นต์ดี แต่นโยบายของผมหลังจาก ที่ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีเข้ามารับหน้าที่ในฐานะควบคุมดูแลกระทรวง แรงงาน ตัวผมเองได้ตั้งข้อสมมุติฐานและเป็นนโยบายว่าหลังจากปี ๒๕๖๘ ไปเราจะต้องเอา เงินกองทุนไปหาดอกผลให้ได้ไม่น้อยกว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ ในปีนี้เรามั่นใจว่าเราน่าจะทำได้อยู่ ในช่วง ๓ เปอร์เซ็นต์ถึง ๔ เปอร์เซ็นต์ในปี ๒๕๖๗ และหลังจากปี ๒๕๖๘ ไปแล้วเราน่าจะทำ ให้ได้ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือเงื่อนไขข้อแรกที่จะเป็นการยืดชีวิตของกองทุนประกันสังคม🔗
ในส่วนที่ ๒ การที่จะต้องยืดเพดานของการเก็บเงินเข้ากองทุนจาก ๑๕,๐๐๐ บาท ในปี ๒๕๖๘ เรามีความตั้งใจว่าจะนำเสนอขยายเพดานไปที่ ๑๗,๕๐๐ นั่นก็หมายความว่า ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะเป็นการยืด และที่สำคัญที่สุดผมคิดว่าสิ่งที่พวกเราจะต้องหารือกัน ตัวผมเองคงไม่สามารถที่จะทำการได้คนเดียว ผมก็อยากจะให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุก ๆ ท่าน ช่วยกันอภิปรายในสภาแห่งนี้ว่าวันนี้รัฐส่งแค่ ๒.๗๕ เป็นไปได้ไหม ถ้าจะทำให้ ชีวิตกองทุนประกันสังคมได้ยืดชีวิตออกไปจนไม่มีคำว่าสิ้นสุดนี้รัฐควรจะสมทบได้แล้วที่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเงื่อนไขของเวลาการจะนำเงินเข้ามาสมทบเมื่อไร เราคงจะต้องหารือกัน อีกครั้งหนึ่ง แต่ทั้งสิ้นทั้งปวงแน่นอนการที่เป็นการคำนวณตรงนี้ผมจะขอพูดง่าย ๆ ว่าอาจจะ เป็นการหารือในเดือนพฤษภาคม ผมก็จะขอเชิญพรรคการเมืองทุก ๆ พรรคเข้าเสวนา ในเรื่องของกองทุนประกันสังคมว่าเราจะหาทางออกอย่างไรให้เงินกองทุนประกันสังคม มีชีวิตที่ไม่มีคำว่า สิ้นสุด เพราะอะไรครับ เพราะอย่าลืมว่ากองทุนประกันสังคมไม่ใช่เป็น หน้าที่ของกระทรวงแรงงานที่จะไปทำหน้าที่คิดเพียงกระทรวงเดียว หรือสำนักงานประกันสังคม เป็นผู้คิดเพียงอย่างเดียว ผมคิดว่าพวกเราทุกคนต้องช่วยกันคิดอย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้แถลงไว้ว่าเราไม่ใช่เอาเงินอนาคตมาจ่ายให้กับปัจจุบัน ก็คือเอาของคนที่สมทบรุ่นใหม่ มาจ่ายให้กับคนรุ่นเก่าที่เกษียณอายุไปแล้ว โดยเฉพาะที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่ง เราก็คง จะต้องหาวิธีคิดว่าที่ ๖๐ ปีนี้พอไหม หลังจากนี้ไปอีกสัก ๕ ปีเป็นไปได้ไหม เราจะค่อย ๆ ขยับการเกษียณจาก ๖๐ เป็น ๖๑ ๖๒ ๖๓ ๖๔ และ ๖๕ ปี นั่นหมายความว่าเราต้องคิด ทุกวิถีทางในการสร้างกองทุนประกันสังคม แต่ผมก็ต้องเรียนตรง ๆ ก่อนที่ผมจะเข้ามาชี้แจง ในสภาแห่งนี้ ผมก็ได้ถกกับเจ้าหน้าที่ของประกันสังคมว่าพวกคุณคิดในปี ๒๕๙๗ นั่นหมายความว่าถึงจุด Peak สุด และเริ่ม Drop ลงนี้คุณคิดเฉพาะคนที่เกษียณอายุ แต่เมื่อ ถึงปี ๒๕๙๗ แล้วคนที่เกษียณอายุไปแล้วถึงปี ๒๕๙๗ หลังจากนั้นคนเข้ามาเคลม ประกันสังคมจะลดน้อยลง เพราะอีก ๓๐ ปีข้างหน้า เราอย่าเอาฐานของช่วง Peak สุดมา เป็นตัวชดเชย เพราะฉะนั้นอีก ๓๐ ปีคนที่จ่ายเงินในขณะนี้ที่อายุใกล้เคียง ๕๕ ปี อีก ๓๐ ปี ๘๕ ปี ถ้าอายุเฉลี่ยของคนไทยก็คิดว่าคงไม่ได้รับเงินประกันสังคมหรือเบี้ยชราหรือบำเหน็จแล้ว ถึงตอนนั้นผมคิดว่าเราคงจะเอาเงินก้อนสุดท้ายคืนให้เขาไปเป็นที่เรียบร้อย เมื่อเขาจากโลก ใบนี้ไป เพราะฉะนั้นผมก็ขอเชิญชวนก่อนว่าสิ่งต่าง ๆ ก็ขอให้ทุกพรรคการเมือง เราได้ช่วยส่ง นักคณิตศาสตร์ประกันภัยมาช่วยกันหารือและช่วยกันคิดว่าสิ่งที่จะทำการแก้ปัญหาของ กองทุนประกันสังคมอย่างยั่งยืน เราจะแก้ปัญหาในทิศทางใด อย่าต้องให้กระทรวงแรงงาน ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ รับภาระเพียงกระทรวงเดียว เพราะอย่าลืมผู้ใช้แรงงานในประเทศไทย เราที่อยู่ในตามมาตรา ๓๓ ประมาณสัก ๑๒ ล้านคน มาตรา ๓๙ ก็ประมาณสักล้านกว่าคน และในมาตรา ๔๐ อีกประมาณ ๑๑ ล้านคน รวมเบ็ดเสร็จประมาณ ๒๕ ล้านคน เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะให้พวกเราช่วยกันพิจารณาช่วยกันคิด แต่ก็ขอยืนยันว่าทั้งสิ้น ทั้งปวงกองทุนประกันสังคมเราใช่ว่าหมดในปี ๒๕๙๗ แต่ในปี ๒๕๙๗ นั่นหมายความว่า ผลของรายได้กับรายจ่ายจะไปเท่ากันพอดี พอหลังจากปี ๒๕๙๗ ตรงนั้นถึงจะลดขาดทุน ของเงินที่เก็บเข้ามา แต่ในขณะนี้กองทุนประกันสังคมเรามีเงินทุนเมื่อสิ้นปี ๒๕๖๖ เรามี กองทุนอยู่ประมาณ ๒.๔๙๗ ล้านล้านบาท เรามีการใช้จ่ายในปี ๒๕๖๖ จ่ายออกประมาณ ๑.๔๑๓ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นเมื่อหักล้างกันเรายังมีเงินเข้ากองทุนอีก ๑.๕๖๙ ล้านบาท เมื่อปี ๒๕๙๗ เราน่าจะมีเงินกองทุนเกือบ ๆ ๖ ล้านล้านบาท แต่หลังจากนั้นไปอีกกี่สิบปี แน่นอนถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง ชัดเจนครับ สิทธิประโยชน์ของประกันสังคมเราให้เพิ่มขึ้น ทุกปี แต่การเก็บคงที่อย่างไรก็ถึงจุดล้มละลายอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นตัวผมเองก็ไม่อยาก ที่จะแก้ตัวหรืออะไรทั้งสิ้น แต่ในช่วงเดือนพฤษภาคมตัวผมเองก็คงจะขอเชิญชวนในการที่ พวกเราจะต้องมาหารือกันอย่างครบทุกพรรค ขอให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุก ๆ พรรค ช่วยนำเสนอเพื่อมาทำการหารือ และกระทรวงแรงงานเราจะเป็นเจ้าภาพในการจัดสัมมนา ในครั้งนั้น เพื่อหาทางออกให้กับประกันสังคม ตัวผมเองไม่ใช่พระเอก แต่ตัวผมเองก็ไม่ยอมรับ ที่จะเป็นผู้ร้ายว่าเป็นคนที่ทำให้กองทุนประกันสังคมล้มละลาย เพราะฉะนั้นในยุคนี้ สมัยนี้ พวกเราควรจะต้องหาทางออกร่วมกัน ขอบคุณมากครับท่านสมาชิกและท่านประธานครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ขอบคุณทางรัฐมนตรี แล้วก็ท่านผู้ถามนะครับ กราบเรียนท่านสมาชิกครับ ๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะได้ดำเนินการถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ บริเวณชั้น ๑ แล้ว เรียนสมาชิกนะครับ ภาพรวมของการตอบกระทู้ในวันนี้ดีขึ้นเยอะเลย ทั้งกระทู้สด แล้วก็กระทู้ทั่วไป รวมถึงหนังสือตอบกลับของรัฐมนตรีมีรายละเอียดที่ชัดเจนว่าติดภารกิจ อะไร อย่างไรบ้าง อันนี้ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานวิปรัฐบาลที่ได้ประสานงาน แล้วก็ความร่วมมือในการประสานงาน แล้วก็กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีทุกท่านในวันนี้ ด้วยนะครับ🔗
ก่อนที่จะดำเนินการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอชี้แจงในที่ประชุม ให้รับทราบนะครับ การถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะแต่ละกระทู้ให้ถามตอบได้เรื่องละ ไม่เกิน ๒ ครั้ง และต้องถามตอบให้แล้วเสร็จภายใน ๒๐ นาที ตามข้อบังคับสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๗๒ และข้อ ๑๗๓ ประกอบข้อ ๑๖๗ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ได้มี การอนุญาตให้ประชาชน เข้าร่วมรับฟังนะครับ ขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตในการ ปฏิบัติตามระเบียบของสภาผู้แทนราษฎรอนุญาตให้บุคคลภายเข้ารับฟังตามข้อบังคับ ข้อ ๔ และข้อ ๕ นะครับ ผู้ได้รับอนุญาตต้องรักษามารยาทและประพฤติตนให้เหมาะสม อยู่ใน ความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจาส่อเสียดใด ๆ การกระทำ ใด ๆ อันเป็นการรบกวน ขัดขวางการประชุม และห้ามใช้เครื่องมือวัสดุหรืออุปกรณ์สื่อสาร ใด ๆ บันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุมสู่บุคคล ภายนอก ถ้าฝ่าฝืนก็จะเชิญออกจากห้องประชุมนะครับ จึงขอแจ้งให้ทราบ สำหรับการ พิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้ผมเห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการถามตอบกระทู้ถามของ ผู้ตั้งกระทู้ถามและของท่านรัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้🔗
ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑๕๗ นายศาสตรา ศรีปาน🔗
ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑๖๐ นายภัณฑิล น่วมเจิม🔗
ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑๗๓ นางฐิติมา ฉายแสง🔗
ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑๗๙ นายสรรเพชญ บุญญามณี🔗
ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑๘๑ นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมพู🔗
ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ๑๘๐ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์🔗
ไม่มีท่านใดขัดข้องนะครับ ผู้ถามกระทู้ก็เรียงลำดับตามนี้นะครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
๑. เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาคลอง ๓๐ เมตร อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายศาสตรา ศรีปาน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ ๑. นายจิรวัฒน์ ระติสุนทร รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็ ๒. นางสาวมัณฑนา ศิริวรรณ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และได้อนุญาต ให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมในการเข้ารับฟังตอบกระทู้ถามดังนี้ ๑. นายนพดล พลเสน ๒. พลตำรวจโท อภิรัต นิยมการ ๓. พันตำรวจเอก ดวงโชติ สุวรรณจรัส ๔ นางสาวณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ สวัสดีครับ เชิญท่านศาสตรา ศรีปาน ถามคำถามแรกครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานเจ้าหน้าที่ และพี่น้องประชาชนที่อยู่ข้างหลัง ผม ศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ ตำบลคลองอู่ตะเภา จากพรรครวมไทยสร้างชาติครับ วันนี้ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมที่มาตอบกระทู้ด้วยตนเอง เพราะว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในวันนี้ มันเป็นเรื่องที่ใหญ่ และผมก็ได้ติดตามมาเป็นเวลานานครับ นานขนาดไหน ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจะไม่ขออ่านโพย ผมจะไม่ขอใช้สื่อใด ๆ แล้วผมก็จะขอฉีกโพยนี้ และจะ พูดด้วยหัวใจแทนคนหาดใหญ่ทุกคน คลองแห่งนี้เรียกว่าคลอง ๓๐ เมตร ชื่อเต็ม ๆ ชื่อว่า คลองเพิ่มประสิทธิภาพและบำบัดน้ำเสีย โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้งบประมาณมาที่เทศบาลนครหาดใหญ่ มาถึงช่วงเวลาหนึ่งก่อนปี ๒๕๖๒ คลองแห่งนี้ได้ พังลง เกิดปัญหาต่าง ๆ ในชุมชนในเทศบาลนครหาดใหญ่เป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ของน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นถนนสองข้างทางที่เมื่อก่อนพี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่ ใช้สัญจรไปมา วันนี้เมื่อคลองพังถนนเส้นนั้นใช้การไม่ได้เป็นอัมพาต รถติด น้ำก็ท่วม ทุกสิ้นปี พวกเราพี่น้องประชาชนคนหาดใหญ่ต้องแวะวนมาดูคลองแห่งนี้ครับ เพราะน้ำไม่สามารถ ผ่านได้ บางทีเกิดอุบัติเหตุรถตกลงไปหลายคัน พี่น้องประชาชนเดือดร้อน จนมาในสมัย ปี ๒๕๖๒ ครับ ตอนนั้นผมเป็น สส. ใหม่ ๆ ก็ได้ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในสมัยนั้น ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านวราวุธ ศิลปอาชา ท่านก็ได้อนุมัติงบประมาณครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วก่อนหน้านั้นมีกรอบระยะเวลาตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ จนถึงปี ๒๕๖๓ ผมเป็น สส. ใหม่ ๆ สมัยแรกปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ก็ไม่เสร็จครับ ก็ตั้งกระทู้ ถามติดตามทางสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จนมีการอนุมัติงบประมาณจากสำนัก งบประมาณลงไป ๓๙ ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมราว ๙๐ ล้านบาท ทางเทศบาลนครหาดใหญ่ออกเงินเอง ๑๐ ล้านบาท แล้ว ก็มีกองทุนสิ่งแวดล้อมแห่งชาติอีก ๑ ล้านบาท วันนี้จะสร้างใหม่มันไม่พอแล้วครับ ต้องขยาย ขอบเขต เวลาต่าง ๆ ครม. ก็อนุมัติให้ผ่านหลังจากที่ผมได้ติดตามผ่านสภาผู้แทนราษฎร มีการให้งบประมาณเพิ่มเติมอะไรต่าง ๆ นานา วันนี้กรอบระยะเวลาที่ขยายเพิ่มก็ได้ขยาย เพิ่มแล้วครับ เป็นตุลาคม ปี ๒๕๖๕ ต้องเสร็จหลังจากที่ได้รับงบประมาณ แต่ท่านทราบไหม วันนี้ปี ๒๕๖๗ แล้ว ปี ๒๕๖๗ จากกำหนดการที่จะเสร็จคือตุลาคม ๒๕๖๕ มันก็นานเข้าไป อีกครับ สรุปมหากาพย์ภาพยนตร์เรื่องคลอง ๓๐ เมตรก็ยังไม่จบครับ ซึ่งวันนี้พี่น้อง ประชาชนก็ได้รับความเดือดร้อน มีการสร้างหลังจากได้งบประมาณไปแล้วก็หยุด หยุดก็สร้าง สร้างแล้วก็หยุด หยุดแล้วก็สร้างแบบนี้ตลอด ผมก็ไปถามประชาชน ประชาชนบอก สส. เมื่อไรจะเสร็จ ผมเห็น สส. ทำงานอยู่ แต่นี่ทำไมถึงไม่เสร็จ วันนี้มีอุบัติเหตุรถก็ติดเหมือนเดิม มันต้องใช้เวลาเท่าไร ไปถามผู้รับจ้างก็ได้ยินข่าวมา ก็ได้คำตอบว่าวันนี้มันมีในเรื่องของการ ทำเรื่องสายไฟลงดินอยู่ข้าง ๆ ด้วย ในฐานะที่เป็น สส. ผมก็อยากให้หน่วยงานทุกหน่วยงาน บูรณาการร่วมกัน เพื่อที่จะให้คลองนี้เสร็จเร็วที่สุด จนวันนี้ได้ตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะ อีกครั้งหนึ่ง🔗
คำถามที่ ๑ ผมอยากจะถามว่าทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมมีแผนหรือนโยบายในการติดตามเรื่องนี้อย่างไร ในเมื่อท่านเป็นผู้ให้งบประมาณ ไปทางท้องถิ่น นี่คือคำถามที่ ๑ ครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามที่ ๑ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอตอบ กระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้มีเกียรติครับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยงานรับ และเบิกจ่ายงบประมาณให้กับเทศบาลนครหาดใหญ่ในการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ ระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติในการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๙ ได้ดำเนินการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียพร้อมบ่อพักและอาคาร ดักน้ำเสียบริเวณถนนราษฎร์ยินดี ระยะทาง ๒ กิโลเมตร ใน พ.ศ. ๒๕๖๑ มีปัญหาเรื่อง วิธีการก่อสร้าง เนื่องจากการทรุดตัวของถนนและกำแพงดินส่งผลกระทบต่อระบบ สาธารณูปโภคและผิวการจราจรบริเวณถนนราษฎร์ยินดี จึงต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการก่อสร้าง และวงเงินงบประมาณค่าก่อสร้างโครงการ ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ อนุมัติให้เทศบาลนครหาดใหญ่เพิ่มวงเงินก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ รายการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และอนุมัติให้ขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ จากปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙-๒๕๖๑ เป็นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙-๒๕๖๕ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ใน พ.ศ. ๒๕๖๕ มีปัญหาแนวท่อร้อยสายไฟใต้ดินทับซ้อนกับแนวท่อรวบรวมน้ำเสีย ทำให้ เกิดข้อโต้แย้งระหว่างหน่วยงานที่ดำเนินการ และก่อความล่าช้าในการดำเนินโครงการ ตามที่ผู้ตั้งคำถามข้อที่ ๑ ว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีแนวทางแก้ไข ปัญหาอย่างไรบ้าง หน่วยงานรับผิดชอบแต่ละหน่วยที่เกี่ยวข้องมีความขัดแย้งกันจะมี แนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร ขอทราบรายละเอียด🔗
ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยสำนักงานนโยบายและ แผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยู่ในฐานะรับและเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งได้โอน งบประมาณให้กับเทศบาลนครหาดใหญ่แล้ว ดังนั้นจึงเป็นอำนาจของเทศบาลนครหาดใหญ่ ในการบริหารสัญญากับคู่สัญญา ทั้งนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทำหน้าที่ ประสานงานติดตามความก้าวหน้าโครงการให้เป็นไปตามแผนและวัตถุประสงค์ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโครงการดังกล่าวล่าช้าไม่เป็นไปตามกำหนดเวลา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมโดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ส่ง หนังสือลงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ เพื่อติดตามเร่งรัดการดำเนินงานโครงการเพิ่ม ประสิทธิภาพระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เนื่องจากการดำเนินโครงการล่าช้ากว่าแผน พร้อมทั้งให้เทศบาลนครหาดใหญ่รายงาน ความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรค แนวทางแก้ปัญหา รวมทั้งการปรับแผนงานการก่อสร้างด้วย และได้ประสานเทศบาลนครหาดใหญ่ให้ไปหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาความ ขัดแย้งดังกล่าว โดยให้ทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบรูปรายการของโครงการ ให้ดำเนินการ ให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว และให้ส่งแบบที่แก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้วมายังสำนักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบดำเนินการต่อไป หากเทศบาลนครหาดใหญ่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจะดำเนินการดังนี้ ๑. ชะลอการตั้งของบประมาณสำหรับปีถัดไป ๒. ขึ้นบัญชีรายชื่อเทศบาลนครหาดใหญ่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความล่าช้า ในการดำเนินงานโครงการที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อประกอบการพิจารณา ต่อการเสนอเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณในครั้งต่อ ๆ ไปจนกว่าโครงการเดิม จะแล้วเสร็จ และที่สำคัญให้เทศบาลนครหาดใหญ่ดำเนินการ ตามกระบวนการขั้นตอน ในสัญญาเกี่ยวกับค่าปรับ เพื่อเป็นประกันให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามสัญญาให้ถูกต้องและอยู่ ภายในระยะเวลาที่กำหนด🔗
เชิญคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านพัชรวาท วงษ์สุวรรณ ที่ตอบคำถามที่ ๑ แต่ผมเชื่อว่าวันนี้ชาวบ้านถ้าได้ฟังแบบนี้ก็คงใจชื้นขึ้นมาเยอะเลยครับ เพราะว่างบประมาณ ต่าง ๆ ที่ส่งมอบให้กับท้องถิ่นไป ถึงจะมอบไปแล้วมันก็คือภาษีของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นทุกบาททุกสตางค์ที่พี่น้องประชาชนมอบให้กับทางรัฐบาลผมคิดว่ามันก็จะต้อง เป็นความรับผิดชอบของทุกหน่วยงานที่มอบงบประมาณให้กับท้องถิ่นได้ช่วยกันติดตาม และหาทางออกร่วมกัน🔗
คำถามที่ ๒ เป็นคำถามสั้น ๆ แต่เป็นคำถามที่ชาวหาดใหญ่บ้านผม ถามผม มามากที่สุดว่าวันนี้คลอง ๓๐ เมตรหรือคลองเพิ่มประสิทธิภาพและบำบัดน้ำเสียที่ได้รับ งบประมาณมาจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นจะเสร็จเมื่อไร ถ้าเป็น ภาษาวัยรุ่นเขาบอกจะเสร็จกี่โมง นี่คือคำถามที่ ๒ ฝากท่านประธานถึงรัฐมนตรีตอบคำถาม ที่ ๒ ครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
สำหรับคำถามที่ ๒ ที่ถามว่ากระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีแผนและแนวทางการปรับปรุงการพัฒนาคลอง ๓๐ เมตร อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อย่างไร เพื่อใช้เพิ่มการระบายน้ำและบำบัดน้ำเสีย ภายในกำหนดระยะเวลาเมื่อใด ขอทราบรายละเอียดนะครับ เรื่องนี้สำนักงานนโยบายและ แผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ประสานเทศบาลนครหาดใหญ่แล้ว ทราบว่า หากมีการปรับแก้ไขแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว คาดการณ์ว่าโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ทั้งนี้หากผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาไว้ใน สัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับตามกำหนด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอขอบคุณท่านศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรครวมไทย สร้างชาติ ที่ผลักดันโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียเทศบาล หาดใหญ่ และติดตามผลการดำเนินงานโครงการอย่างใกล้ชิด ขอบคุณครับ🔗
มีอะไรฝากท่านรัฐมนตรีเชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรี แล้วก็ พี่น้องประชาชนที่มาร่วมกันฟังในวันนี้นะครับ ต้องขอขอบพระคุณครับรัฐมนตรี แล้วก็ หน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทุกท่านที่หาข้อมูลมา แล้วก็ ผมเชื่อว่างานแบบนี้ที่มันมีปัญหาอยู่ผมว่ามันมีทั่วประเทศไทย เพราะฉะนั้นฝากงานแบบนี้ ที่เป็นปัญหากับพี่น้องประชาชน ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการ เพราะผมเชื่อว่าวันนี้พี่น้องประชาชนรออยู่ แล้วก็ต้องขอบพระคุณท่านอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็หลังจากนี้ผมก็จะติดตามปี ๒๕๖๗ คือปีนี้ แล้วก็จะติดตามไปเรื่อย ๆ บางคนถามว่า สส. ไม่เหนื่อยหรือมาติดตามโครงการนี้มาตั้งนาน นานขนาดไหน นานจนไม่ต้องใช้ Script ตั้งแต่ต้นจนจบผมไม่ได้อ่านแม้แต่นิดเดียว คิดดูว่านานขนาดไหน ทุกตัวเลข ทุกรายละเอียด ทุกตัวอักษร มันซึมไปอยู่ในหัวไปหมดแล้วครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นฝากกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมช่วยจัดการปัญหาให้พี่น้องประชาชนแล้วก็ทุกหน่วยงาน ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านศาสตรา ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณมากครับ🔗
๒. เรื่อง แนวทางการแก้ปัญหาน้ำเสียบริเวณคลองหัวลำโพง ตลาดคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร นายภัณฑิล น่วมเจิม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมได้อนุญาต ให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ๑. นางสาวปรียาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ๒. นายชานัน ติรณะรัต ผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุม มลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผมได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มี ส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถาม ดังนี้ ๑. นายอิทธิ อินทามระ ๒. นายจารุพงศ์ มนูธรรม ๓. นายนพดล พลเสน ๔. พลตำรวจโท อภิรัต นิยมการ ๕. พันตำรวจเอก ดวงโชติ สุวรรณจรัส ๖. นางสาวณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ เชิญท่านภัณฑิล น่วมเจิม ถามคำถามแรก เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรี ท่านพัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ขอตั้งกระทู้ถามในเรื่องของแนวทางการแก้ไข ปัญหาน้ำเสียบริเวณคลองหัวลำโพง ตลาดคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ตามที่ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเรื่องน้ำเน่าเสียในบริเวณคลองหัวลำโพง ตลาดคลองเตย มีการปล่อยไขมันจากตลาดคลองเตยที่เป็นทั้งไขมันจากขี้ไก่ ไขมันจากสัตว์น้ำเค็ม อาหารทะเล ที่ขายกัน ส่งผลให้เกิดกลิ่นน้ำเหม็น ประชาชนที่อยู่อาศัยโดยรอบร้องเรียน รวมถึงประชาชน ที่สัญจรผ่านไปยังสี่แยกคลองเตย ถ้าเผื่อท่านเคยไปที่แถวใกล้ศูนย์สิริกิติ์ขับรถผ่านไป กลิ่นจะเข้ามาในรถเลยครับ เหม็นมากครับ ผมมั่นใจเลยใครเคยไปแถวนั้นได้กลิ่นแน่นอน ท่านผู้ว่าเคยคุยกับผมหลายครั้ง พาท่านทูต พาคนจากต่างประเทศไป ท่านบอกท่านอายมาก ตลาดคลองเตยใหญ่ที่สุด เป็นตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร อยู่บนพื้นที่ของ การท่าเรือ ปัญหานี้มีมายาวนานแก้ไม่หาย เลยขอสอบถามแนวทางในการแก้ไขปัญหา เพราะส่งผลกระทบในวงกว้าง ไม่ใช่แค่ตลาดคลองเตยที่รับน้ำมาจากคลองไผ่สิงโตบริเวณ โรงงานยาสูบ น้ำเข้ามายังไม่เน่ามาก พอผ่านตลาดคลองเตยออกมาวัดค่า BOD ค่าไขมัน โอ้โหคิดว่าเราลงไปไม่เกิน ๒-๓ วินาทีคงตายครับ แล้วน้ำก็ปล่อยลงคลองพระโขนงและ แม่น้ำเจ้าพระยาโดยไม่มีการบำบัดเลยครับ จริง ๆ ก็อยากจะเป็นคำถามที่ ๒ อันนี้ก็พูดดัก ไว้ก่อนเลยว่าอยากให้ไปตรวจสอบบริษัทตลาดคลองเตยหรือบริษัท ลีเกิ้ล เก่าที่รับสัมปทาน จากการท่าเรือว่าได้มีการปฏิบัติตามแนวทางที่ได้ขอสัมปทานไว้หรือไม่ในการฝังถังบำบัด ที่มีขนาดเพียงพอใต้ตลาดคลองเตย รวมถึงบริเวณโดยรอบอาคารพาณิชย์และบนทางเท้า ที่ขายของกัน เทน้ำเสียลงไปโดยไม่รู้เลยว่ามันส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งประเทศ มันออกไป แม่น้ำเจ้าพระยา มันออกไปอ่าวไทย คำถามแรกประมาณนี้ก่อนครับท่าน ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ขอตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้มีเกียรตินะครับ คำถามข้อที่ ๑ ก็คือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีแนวทางวิธีการแก้ไขปัญหาน้ำเสียคลอง หัวลำโพง ตลาดคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร อย่างไร ขอทราบรายละเอียด🔗
คำถามข้อที่ ๑ ก็เนื่องจากการขยายถนนพระรามสี่ทำให้ปัจจุบันคลอง หัวลำโพงปรากฏให้เห็นแค่ช่วงระหว่างตลาดคลองเตยถึงคลองพระโขนงประมาณ ๓,๕๐๐ เมตร ซึ่งอยู่บนถนนกรรมสิทธิ์ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย และอนุญาตให้ สำนักงานระบายน้ำกรุงเทพมหานครใช้เป็นทางระบายน้ำ โดยในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวมี แหล่งกำเนิดน้ำเสียที่สำคัญ ได้แก่ ตลาดคลองเตย ชุมชนโดยรอบจำนวน ๘ ชุมชน และ บ้านเรือนที่ปลูกสร้างรุกลำน้ำลำคลองตลอดแนวลำคลอง ทำให้มีการทิ้งขยะระบายน้ำเสีย และสิ่งปฏิกูลลงสู่คลองหัวลำโพงโดยตรง ส่งผลให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมและเกิดการตื้นเขิน ของคลอง ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยกรมควบคุมมลพิษได้ เข้าร่วมดำเนินการโครงการพัฒนาและฟื้นฟูคลองหัวลำโพง ซึ่งมีกรุงเทพมหานครเป็น หน่วยงานหลัก และได้เลือกคลองดังกล่าวเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย โดยได้เชิญ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและการท่าเรือแห่งประเทศไทยเข้าร่วมด้วย ซึ่งโครงการ พัฒนาและฟื้นฟูคลองหัวลำโพงดังกล่าวกรุงเทพมหานครมีแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย ดังนี้🔗
๑. การทำความสะอาดคลองและเพิ่มการไหลเวียนของน้ำ โดยการเก็บขยะ ในคลองเป็นประจำทุกวัน การขุดลอกคลองหัวลำโพงระยะทางประมาณ ๓,๕๐๐ เมตร และการเพิ่มประสิทธิภาพสถานีสูบน้ำคลองเตย โดยกรุงเทพมหานครเป็นผู้ดำเนินการ และ ได้ดำเนินการแล้ว🔗
๒. การบำบัดน้ำเสีย ได้แก่🔗
๒.๑ การบำบัดน้ำเสีย ณ แหล่งกำเนิด การบำบัดน้ำเสียของตลาด คลองเตยโดยการท่าเรือแห่งประเทศไทยร่วมกับสำนักงานเขตคลองเตย ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการ ออกแบบระบบบำบัดที่เหมาะสม การปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียของศูนย์บริหารสาธารณสุข ๔๑ เขตคลองเตย และสำนักงานเขตคลองเตย โดยกรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างการขอ งบประมาณดำเนินการ🔗
๒.๒ การติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียในคลอง โดยสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทยซึ่งจะใช้ระบบการเติมอากาศโดยอยู่ในขั้นตอนการออกแบบให้เหมาะสม🔗
๒.๓ การจัดทำน้ำเสียในภาพรวมของพื้นที่ดังกล่าว โดยกรุงเทพมหานคร อยู่ระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้างโรงควบคุมคุณภาพน้ำคลองเตย ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการ ถึงปี พ.ศ. ๒๕๗๒ ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการให้เอกชนร่วมลงทุน และดำเนินโครงการ🔗
๓. การปรับปรุงภูมิทัศน์ เพิ่มพื้นที่สีเขียวริมคลอง โดยการปรับปรุงภูมิทัศน์ จะทำร่วมกับการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียในคลอง ซึ่งได้รับฟังความคิดเห็นจากชุมชนรอบ คลองแล้วเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๖ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการและอยู่ระหว่างดำเนินการ🔗
๔. การสร้างจิตสำนึกให้แก่ชุมชน โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมร่วมกับกรุงเทพมหานคร🔗
๔.๑ ได้ดำเนินการ Green Concept เพื่อเสริมสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยรอบ🔗
๔.๒ รวมถึงการดูแลคลองโดยการติดตั้งตาข่ายดักขยะเพื่อป้องกันการโยน ขยะทิ้งลงคลอง🔗
๔.๓ การจะจัดอบรมชุมชนในเรื่องของการจัดการน้ำเสียเบื้องต้น🔗
๔.๔ มอบถังดักไขมันให้แก่ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ โดยใช้งบประมาณ ของกรุงเทพมหานคร และในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะทำ การติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในคลองและแหล่งกำเนิดมลพิษ โดยกรมควบคุมมลพิษ ได้ตรวจสอบคุณภาพน้ำในคลองหัวลำโพงพบว่าอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมาก ถึงแม้ค่าความ สกปรกในปี ๒๕๖๖ จะลดลงจากปี ๒๕๖๕ กรมควบคุมมลพิษจะได้ติดตามและเร่งรัด การปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียของตลาดคลองเตย ทำการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้ง เนื่องจากหากเข้าข่ายเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการระบายน้ำทิ้งและ คุณภาพน้ำทิ้งไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดและไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งได้ ทางกรมควบคุมมลพิษจะนำกฎหมายมาบังคับใช้กับเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิด มลพิษต่อไปครับ🔗
เชิญคำถามที่ ๒ ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ก็น่ายินดีครับ ได้เห็นแนวทางกันหลายข้อเลย แต่ผมก็ยังไม่ค่อยมั่นใจนะครับว่าในเชิงปฏิบัติแล้ว เพราะ ได้ยินเยอะเรื่องขั้นตอนการออกแบบ อย่างตลาดคลองเตยรับสัมปทานมาไม่ใช่เพิ่งปีแรก นะครับ นี่ยังอยู่ในขั้นตอนการออกแบบหรือครับ ผมก็คิดว่าจากที่ผมเคยไปพบผู้บริหาร บริษัท ตลาดคลองเตย เขาบอกว่าเขามีถังบำบัดอยู่ใต้ตลาด ๑ ๒ ๓ ผมก็อยากจะไปขอดู ขอแบบเหมือนกัน ก็อยากจะติดตามไปลงพื้นที่พร้อมกับพวกท่านเลย เพื่อไปดูว่ามันเป็น เงื่อนไขในการที่รับสัมปทาน เพราะมันไม่ใช่แค่หลักสิบหลักร้อยบาท มันเป็นหลักร้อยหลัก พันล้านบาท สัมปทานเขามีหน้าที่ต้องทำผังบำบัดที่ได้ขนาด ไม่ใช่เพิ่งมาอยู่ในขั้นตอนการ ออกแบบ ผมฟังแล้วผมก็แอบตกใจเหมือนกัน เพราะในปี ๒๕๗๒ จะต่อสัมปทานรอบที่ ๒ แล้วนะครับ🔗
คำถามจริง ๆ ก็คือว่า กทม. ของบจะเมื่อไร เพราะผมก็เห็นแล้ว เขาก็มี การปักเสา พยายามจะลอกเก็บขยะ แต่อีกคำถามหนึ่งก็คืออยากจะให้แยกว่าผลกระทบของ น้ำเสียมันมาจากตลาดหรือชุมชน ซึ่งผมมั่นใจปริมาณของไขมันที่ตลาดทิ้งลงมามันมหาศาล มันเยอะมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนชุมชน ถ้าเผื่อท่านไปถามบริษัทตลาดคลองเตยเขาก็อย่างนี้ โทษชุมชนตลอด ชุมชนอย่างมากทิ้งถุงก๊อบแก๊บ ทิ้งขยะลงไป ปริมาณมันน้อยกว่าเยอะ แน่นอนเราก็ต้องรณรงค์ เพราะในเชิงปฏิบัติอยากจะให้ทุกบ้านที่เป็นชุมชนแออัดมีถังบำบัด ดักไขมันมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย มันเป็นต้นทุนถังละ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาท แต่จริง ๆ อยากให้มี การศึกษาเลย พิสูจน์เลย ไม่ต้องมาเถียงกันว่าน้ำเสียไขมันส่วนใหญ่มาจากตลาดคลองเตย ผมกล้าฟันธงครับ แก้ตลาดคลองเตยให้ได้ รับรองน้ำจะดีขึ้นเยอะ ก็ขอถามในเรื่องแผนงาน ที่ชัดเจน ระยะเวลา แล้วก็ขอวิงวอนครับว่าให้ท่านบังคับใช้กฎหมายเพราะเขาเป็นต้นตอ ที่ก่อให้เกิดมลพิษ แล้วส่งผลกระทบในวงกว้างจริง ๆ ขอบคุณมากครับ🔗
ตกลงถามว่าอย่างไร🔗
ผมอยากได้ความมั่นใจครับว่า มันไม่ใช่แค่แผนที่สวยหรู อยากทราบระยะเวลาที่ชัดเจน งบประมาณจะเท่าไร เมื่อไรครับ🔗
เชิญรัฐมนตรีครับ🔗
จากคำถามข้อที่ ๒ หมายถึงอยากขอทราบ รายละเอียดว่าจะเสร็จเมื่อไร อย่างไรนะครับ คือเนื่องจากกรุงเทพมหานครเขาได้เลือกคลอง ดังกล่าวนี้เป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียตามแผนงานในโครงการพัฒนาและฟื้นฟู คลองหัวลำโพง โดยบางกิจกรรมได้ดำเนินการไปแล้ว และบางกิจกรรมอยู่ในระหว่าง ดำเนินการ เช่น การปรับปรุงภูมิทัศน์ร่วมกับการติดตั้งระบบการบำบัดน้ำเสียในคลอง โครงการก่อสร้างโรงควบคุมคุณภาพน้ำคลองเตย ซึ่งทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมได้มอบหมายให้กรมควบคุมมลพิษเข้าร่วมติดตามและการดำเนินงาน และให้ คำแนะนำแก้ไขปัญหาน้ำเสียในคลองอย่างใกล้ชิด การตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษ ซึ่งระบายน้ำลงสู่คลองดังกล่าวให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และจะทำการร่วม บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำแผนดำเนินการและกำหนดกรอบระยะเวลาที่ ชัดเจนต่อไป โดยจะเร่งรัดกรุงเทพมหานครให้รีบดำเนินการให้เร็วที่สุด ตอบได้เท่านี้ละครับ เพราะจะเร่งรัดเต็มที่ครับ🔗
เหลือเวลาอีกสักนิดหนึ่งนะครับ ผมขอเพิ่มเติมนะครับว่าจริง ๆ ตลาดคลองเตยปัจจุบันนี้มันสร้างคร่อมอยู่บนคลองน้ำที่เน่า พวกเรากินอาหารในกรุงเทพฯ ผมมั่นใจเลยมีส่วนประกอบมาจากตลาดคลองเตยแน่นอน มันเพื่อสวัสดิภาพที่ดีของพวกเราทุกคนครับ อย่าปล่อยให้ตลาดคลองเตยมันมาตั้งอยู่ที่ที่มัน เน่าขนาดนั้นครับ มันผิดสุขอนามัยแล้วไม่มีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีเลย ก็วิงวอนจริง ๆ มัน กระทบต่อพวกเราทุกคนที่กินของที่อยู่ในกรุงเทพฯ ของมันมาจากตลาดคลองเตยทั้งนั้น ก็ฝากจริง ๆ ลงทุนทำ Pilot Project ให้มันมีคุณภาพที่ดีและเห็นผลจริง ๆ มันก็เป็นผลงาน ของท่านด้วย เพราะว่ามันก็เป็นอะไรที่มันค้างคามา ๔๐-๕๐ ปีมันก็เน่ามาตลอด ท่านลองขับ ผ่านไปแถวนั้น เดินแป๊บเดียว มันเป็นพิษอยู่แล้วครับ ไม่ต้องใช้วิทยาศาสตร์พิสูจน์ครับ มันเน่ามาก เสื่อมโทรมมากจริงครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ก็ติดต่อท่านรัฐมนตรีให้ทีมงานไปเดินดูร่วมท่าน สส. เดี๋ยวลองคุยนอกรอบกับ ท่านดูนะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ สวัสดีครับ🔗
๓. เรื่อง ความเดือดร้อนของราษฎร ไม่มีน้ำประปาที่มีคุณภาพ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา นางฐิติมา ฉายแสง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่า ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจสำคัญ มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ๑. นายสุรวัฒน์ พลมณี ผู้ช่วยผู้อำนวยการการประปาส่วนภูมิภาค เขต ๑ การประปาส่วนภูมิภาค ๒. นายภูริพัฒน์ ซ้ายคล้าย ผู้อำนวยการกองแผนงานโครงการ ๒ การประปาส่วนภูมิภาค และผมได้อนุญาตให้ประชาชน ผู้มีส่วนร่วมในการเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถาม ๑. นายไพบูลย์ ลายประดิษฐ์ ๒. นางขนิษฐากานต์ น้อยสุวรรณ ๓. นายวีรศักดิ์ ปาแสล๊ะ ๔. นางสาวสุนิสา เอี่ยมตระกูล ๕. นางสาววรัญญา ศรีเหรัญ ๖. นางลัคนา หมัดยูก๊บ เชิญท่านฐิติมา ฉายแสง ถามคำถามที่ ๑ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่บรรจุกระทู้แยกเฉพาะของฐิติมา ฉายแสง นั้นลงในวันนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่พี่น้อง ประชาชนเดือดร้อนมากค่ะ เอาล่ะค่ะเวลาของดิฉันมีอยู่แค่ ๑๐ นาที แต่ว่าเราถามกันได้ หลายคำถามอยู่นะคะ แต่อยากที่จะให้ท่านประธานเห็นภาพหลาย ๆ ภาพในวันนี้หน่อยค่ะ ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีนะคะ คือบ้านท่านประธานก็ดี บ้านท่านรัฐมนตรีก็ดี คงจะมี น้ำประปาใสแจ๋วแบบนี้ใช้ถูกไหมคะ แต่ว่าบ้านพี่น้องประชาชนในเขตของฉะเชิงเทราที่ดิฉัน เป็นตัวแทนอยู่เขาไม่ได้มีน้ำใสแจ๋วแบบนั้น แต่น้ำประปาของเขาซึ่งเป็นน้ำประปาหมู่บ้าน มันไม่ได้คุณภาพเลยค่ะ มันเป็นน้ำประปาที่ขุ่น ต้องรอให้นอนก้นหรือใช้สารส้มในการแกว่ง ให้มันนอนก้น นี่คือชีวิตของพวกเขา ดูวิดีโอนะคะ🔗
นี่คือเครื่องซักผ้าซึ่งเปิดไปแล้วน้ำมันก็ จะดำ มันดำแบบนี้ ถามว่าเขาจะซักผ้าได้อย่างไร เขาจะล้างจานได้อย่างไร เขาจะอาบน้ำได้ อย่างไร เขาจะแปรงฟันได้อย่างไร มันอยู่กันไม่ได้ ภาพต่อไปนี่คือรายชื่อของผู้ที่ต้องการ ประปา เพราะดิฉันเองลงพื้นที่แล้วเราพบว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนขนาดนี้ได้อย่างไร ก็ไปถามเขาว่าท่านต้องการประปาภูมิภาคไหม ในเมื่อท่านใช้ประปาหมู่บ้านแล้วมันเป็น แบบนั้น ต้องการไหม ปรากฏว่าพี่น้องประชาชนต้องการมาก ดิฉันรวบรวมให้เป็นปึกเลยค่ะ ภาพต่อไปคือภาพของพี่น้องประชาชนที่ต้องการเป็นเรื่องแรกเวลาเราลงไป เราจะถาม สารทุกข์สุขดิบเรื่องโน้นเรื่องนี้ ถามเรื่องเกษตรอะไรก็แล้วแต่ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกก็เลยให้ กรอกข้อความ เพราะฉะนั้นก็เลยได้มาเป็นปึกแบบนั้น ภาพต่อไปและนี่คือทาง Social Media ที่พี่น้องประชาชนบอกมาว่าเขาส่งกลับมาหาดิฉันบอกว่าเขาขอน้ำประปา น้ำมัน มีกลิ่นเหม็น มีโคลนปะปน ต้องซื้อน้ำถังกิน ยากลำบาก ไม่ไหว ค่าน้ำถังก็แพงมาก น้ำมีกลิ่น มีตะกอน ท่านประธานคะ เสียดายที่ดิฉันเองมีภาพแต่ไม่สามารถทำงานทัน เพราะเพิ่งส่งให้มา แต่ละวันแต่ละการล้างถังของประปาหมู่บ้านนี้นะคะ ก้นถัง ท่านประธานรู้จักกาละแมไหม คะ นั่นล่ะค่ะ ๒ เดือนล้างทีอย่างนี้ แล้วมันเป็นกาละแม ไม่มีภาพนะคะ แต่ให้ท่าน จินตนาการได้แน่นอน ภาพต่อไปคือการที่พาพี่น้องประชาชนไปที่การประปาของฉะเชิงเทรา ตรงสวนสน ไปประชุมร่วมกันว่าเขาอยากได้ประปาเหลือเกิน มีหลายตำบลมาก ภาพต่อไป เป็นภาพที่สุเหร่าคลองใหญ่ซึ่งพี่น้องประชาชนในวันนี้มาด้วย เขาคือหนึ่งในนี้ที่มาร่วมประชุม กันที่ต้องการประปา และ EEC ซึ่งฉะเชิงเทราเป็นหนึ่งในจังหวัดของ EEC ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง EEC ลงไปแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ถึงแม้ว่าท่านอิหม่ามจะยื่นหนังสือถึง EEC คนกลางที่รับหนังสือนั้นก็ตาม ตำบลติดกันตำบลเกาะไร่ อำเภอบ้านโพธิ์ ก็เช่นเดียวกัน ยื่นหนังสือถึงแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ตามงานอย่างไร EEC ก็ไม่ช่วย ไม่พัฒนา แล้วพวกเรา อยู่ใน EEC แล้วบอกว่าเป็นพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มันพิเศษอย่างไรท่าน คือทุกข์ทรมานพิเศษใช่ไหม ภาพต่อไปคือคุณนิส๊ะคือคนที่มานั่งอยู่ตรงนี้ อยู่แบบอยู่กับ กาละแมค่ะท่านเพียงแต่ไม่ได้ถั่วเข้าไปแค่นั้นเอง ชีวิตของพี่น้องชาวฉะเชิงเทราเรามีปัญหา เรื่องน้ำมาก นี่คือน้ำในคลองที่เคยเกิดขึ้นและกำลังจะแล้ง ขณะนี้ภาพขวานี่คือปัจจุบันค่ะ ปัจจุบันที่น้ำในคลองส่งน้ำมันเป็นแบบนี้ แล้วเราจะเอาน้ำที่ไหนมาทำน้ำประปา เรามีปัญหา แบบนี้มาก ท่านประธานจำเป็นจริง ๆ คือเราจะต้องสูบน้ำกัน แล้วแย่งน้ำกัน เราไม่มีน้ำ น้ำมันไหลไปสมุทรปราการหมด เพราะว่าสมุทรปราการต่ำกว่าเรา แล้วนี่เป็นปัญหาแบบนี้ ประจำ นี่คือภาพที่มันเกิดขึ้นจริง ๆ ไม่ว่าจะเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๖๖ ซึ่งเป็นเดือนที่แล้ง พวกเรารู้อยู่ หรือเดือนมกราคม ปี ๒๕๖๗ ประปาหมู่บ้านมันก็เป็นแบบนี้ อย่างที่ดิฉันย้ำแล้ว ย้ำอีกว่าจะล้างหน้าได้อย่างไร จะอาบน้ำได้อย่างไร เราจะซักผ้าได้อย่างไร ล้างจานได้อย่างไร ถึงแม้มันใสเราก็มีผื่นคันเกิดขึ้น แล้วพิษอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในน้ำคลองที่เอาขึ้นมาทำประปา หมู่บ้านแล้วไม่ดูแลกันมันเป็นแบบนี้ ถึงแม้ตอนนี้ใส ถ้าท่านไปตรวจตอนนี้มันอาจจะใส แต่มันมีผื่น นี่คือความทุกข์ร้อนพี่น้องประชาชน ดิฉันเป็นตัวแทนของประชาชน จำเป็นที่ ต้องมาสู้ให้พวกเขาค่ะ🔗
จึงขอถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านจะช่วยพี่น้องประชาชนให้ได้น้ำที่มีคุณภาพ ได้ไหมเป็นเบื้องต้นก่อนของการแก้ปัญหาน้ำประปาหมู่บ้าน แต่ภาพต่อไปค่ะ เขาต้องการ ประปาภูมิภาคด้วย เพราะว่าประปาหมู่บ้านมันพิสูจน์มา ๒๐ ปีแล้ว ๓๐ ปีแล้ว มันก็ไม่เคยมี อะไรดีขึ้นมาเขาจึงต้องการ และตำบลคลองเปรงทั้งตำบล เป็นตำบลที่ห่างจากสนามบิน สุวรรณภูมิแค่เพียง ๑๘ กิโลเมตร ห่างจากสมุทรปราการแค่เพียง ๕๐ เมตร ห่างจากประปา นครหลวงซึ่งพร้อมจะส่งให้ แต่ไม่มีการขยายเขตแค่นั้นเองหรือ นี่ฉะเชิงเทราหนึ่งใน EEC หรือ เพราะฉะนั้นดังต่อไปนี้ ท่านรัฐมนตรีจะสามารถขยายเขตประปาภูมิภาคให้กับพี่น้อง ประชาชนได้หรือไม่ เมื่อไร อย่างไร ขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ แล้วก็ต้องขอชื่นชมและขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านฐิติมา ฉายแสง ที่มีความเป็นห่วงเป็นใย แต่ผมอยากจะบอกนิดหนึ่งให้ทราบว่า ทั่วประเทศมันเป็นอย่างนี้จริง ๆ แล้วก็ผมเองในฐานะผู้แทนก็รู้ว่ามันเป็นความไม่เท่าเทียม คนในกรุงเทพฯ ใช้น้ำกับคนบ้านนอกใช้น้ำมันคนละคุณภาพกัน อันนี้คือความไม่เท่าเทียม ของสังคมไทยผมพูดได้อย่างนี้เลย ผมเข้ามาดูแลภูมิภาคได้ไม่กี่เดือน ผมบอกตรงว่า เห็นปัญหาแล้วไม่รู้จะพูดอย่างไร ผมเรียนด้วยความเคารพเลยว่าคนไทยต้องมีน้ำใช้ เหมือนกันทั่วประเทศ ผมไม่ได้อยากเป็นพระเอก แต่ผมอยากเริ่มต้น บางครั้งจนผมไปดูว่า เราอยู่กันมาอย่างไร มันมีประปาหมู่บ้าน ประปา อบต. แล้วก็ประปาเทศบาล ประปาเทศบาล คงไม่ต้องพูดถึง เขาค่อนข้างมีคุณภาพอยู่แล้ว แต่ประปาหมู่บ้านนี้หนัก ผมถึงบอกผู้ใหญ่บ้าน ว่าคุณต้องคิดเงินว่าคุณเก็บจำนวนครัวเรือน ๑๐๐ ครัวเรือนคุณเก็บมาเป็นเงินเท่าไร คุณขึ้นกลางหมู่บ้านเลยว่าเป็นเงินเท่านี้แล้วค่าไฟเท่านี้ แล้วบ้านไหนจ่ายมาเท่าไร แล้วคุณ จะอ้างว่าชาวบ้านไม่จ่ายไม่ได้ คุณเป็นผู้บริหาร เป็นผู้ใหญ่บ้าน ผมก็บอกว่าถ้ามันทำแล้ว ขาดทุน ขอขึ้นชาวบ้านเขาไม่ว่าหรอก แต่ปรากฏว่ามันก็เป็นอย่างนี้ทั่วประเทศ ผมเรียน อย่างนี้นะครับว่าเข้ามาปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ งบประมาณมันไม่ทันอะไรเลย แล้วผมเห็น งบประมาณของประปาภูมิภาคแล้วผมจะเป็นลม แล้วสิ่งที่สำคัญ ๑๕ ปีมาไม่เคยขึ้นค่าน้ำ แต่ในกรณีที่ผมได้บอกแล้วว่าปี ๒๕๖๙ ก็ฝากท่าน สส. ด้วยครับ ผมจะทำโครงการที่ว่าใช้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ต้องทำ ทำให้ประปาภูมิภาคมีทุกอำเภอก่อน มีทุก อำเภอโดยการไปผลิตน้ำแล้วเดินท่อ ท้องถิ่นอยากเอามาใช้มาตรงนี้ เราจะไม่ไปขายเองแล้ว ทำแบบง่าย ๆ แต่มันต้องมาตรฐานเท่ากัน ทุกอำเภอต้องเดินไป ท้องถิ่นอยากจะใช้ในราคา เท่านี้ก็ต้องยอมรับ ปัญหาของท้องถิ่นคือ ๑. ไม่ยอมขึ้นราคา กลัวชาวบ้านด่า ส่วนหนึ่ง น้ำสูญเสียเยอะ ทีนี้ถ้าอยากจะใช้ของดีก็นี่ราคาราคาเท่านี้ ก็มาเป็นทางเลือกอีก ทางเลือกหนึ่ง แต่ต้องมีโอกาสทุกอำเภอในประเทศไทย ๘๐๐ กว่าอำเภอนะครับ ผมเรียนว่า ปัญหาที่ท่าน สส. ฐิติมาเจอนั้นอุทัยธานีหนักกว่าท่านอีกครับ อุทัยธานี ๘ อำเภอ มีไม่ถึง อำเภอหรอกครับที่ใช้ประปาภูมิภาค ก็อยากได้ทั้งนั้นนะครับ ผมก็เรียนว่าผมก็ต้องมอง ภาพรวมของประเทศ ฝากไว้ด้วยครับ ในงบประมาณปี ๒๕๖๙ ผมกำลังจะทำเรื่องนี้ ผมไม่ อยากเป็นพระเอก แต่ผมอยากนับหนึ่ง เพราะที่แล้วมาผ่านมาไม่มีใครนับหนึ่งเลย ผมก็บอก ว่าผมจะนับหนึ่ง แล้วคนต่อมาเขานับสอง นับสาม คือมีบันไดขั้นแรก เพราะว่าในความรู้สึกผม ผมในฐานะอยู่อุทัยธานี ผมเห็นทีไรก็ภาคตะวันออก ภาคตะวันออก หมดไปเป็นหมื่นล้าน แล้วครับ เมื่อสักครู่ผมพูดกับผู้ช่วยเขตแล้วบอกว่าภาคตะวันออกหมดไปไม่รู้กี่หมื่นล้านแล้วก็ ยังไม่จบสักที แต่นี่มารู้อ้าวแล้วอย่างแปดริ้วนี่ไม่ใช่ภาคตะวันออกหรือ ผมก็ถามเป็น EEC ด้วย มันหนักหนาจริง ๆ แล้วก็เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมไปกระบี่ พี่น้องชาวเกาะพีพีใช้น้ำลูกบาศก์ละ ๒๕๐ บาท ไม่มีประปาครับ ที่พีพีไม่มีประปา แล้วก็ผู้ประกอบการซื้อจากเอกชนคิวละ ๒๕๐ บาท บ้านเราใช้คิวละ ๑๐ บาท ที่นั่นใช้ ๒๕๐ บาท ผมใช้คำถามว่าแล้วคุณอยู่กันมา อย่างไรประปาครบ ๔๕ ปีแล้ว อยู่กันมาอย่างไร นักการเมืองหรือใครที่รับผิดชอบอยู่กันมา อย่างไร ปล่อยให้แหล่งท่องเที่ยว ชะอำ หัวหิน เหมือนกันหมดผมไปดูมาแล้ว เพราะฉะนั้นในส่วนท้องถิ่นทำก็ไม่พัฒนา ผมก็บอกว่าเราอย่าไปพูดถึงเลยท้องถิ่น เราจะ พัฒนาอย่างไร ผมเรียนว่าในปี ๒๕๖๙ ผมจะทำนะครับ ตอนนี้พยายามศึกษาแล้วก็จะ วางโครงการทำทุกอำเภอในประเทศไทยให้มีทางเลือก ผมถือว่าคนไทยต้องเท่าเทียมกัน คนไทยต้องได้คนละบาทเท่ากัน จะมีคนได้ ๒ บาทผมไม่ว่า ผมบอกว่าวันที่คำพูดของท่าน สส. ฐิติมาผมจะเอาไปพูดในสภาหรือวันที่ผมของบประมาณแล้วไม่ให้ผม ผมจะบอกว่า พวกกรุงเทพ ฯ ใช้น้ำดี บ้านผมใช้น้ำเลวจะทำอย่างไร คำนี้ผมจะเอาไว้พูดวันนั้นจริง ๆ แล้ว ท่านฐิติมาก็มาพูดกับผมเสียก่อน แต่ในส่วนของฉะเชิงเทราซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีอยู่ ๔ สาขา ก็ถือว่าเยอะเลย แล้วก็สภาพที่ท่านเห็นนั้นก็คือว่ามันเป็นของท้องถิ่น ที่ท่านถามมาว่าตำบล คลองเปรงแล้วก็ตำบลบางเตย บางเตยนี้มี ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ และหมู่ที่ ๒ กับ ๑๒ ของ บางขวัญ ฉะเชิงเทรา ในปีงบประมาณนี้รวม ๑๕ ล้านบาทเราได้เสนอให้จังหวัดฉะเชิงเทรา ในส่วนของบรรจุในแผนงบประมาณมี ๒๕๖๗ ๒๕๖๘ แล้วก็ ๒๕๖๙ นี้ก็จะไปเข้าสู่ระบบ แต่ก่อนที่จะเข้าสู่ระบบก็มีงบประมาณที่จะลงในพื้นที่นะครับ ผมเรียนว่าตัวเลขก็มีปีนี้ ๑๕ ล้านบาท แล้วก็จะมีต่ออีก ๕ ล้านบาท ผมต้องขอโทษด้วยครับ เมื่อคืนทานยาไป ตื่นเช้า มายังเมางงจะมาไม่ไหว แล้วกระทรวงมหาดไทยให้ขยายเขตแทนในบริการของประปา หมู่บ้านอีก ๑๐ โครงการ ๕ ล้านบาทในปี ๒๕๖๗ และปี ๒๕๖๘ ๖ โครงการ ๑๕ ล้านบาท ปี ๒๕๖๙ สำรวจออกแบบเรียบร้อยแล้ว ผมว่ายังโชคดีที่ท่านยังได้ ๒๕๖๗ ๒๕๖๘ และ ๒๕๖๙ แบบเสร็จเรียบร้อย อยู่ในระหว่างพร้อมที่จะของบประมาณของที่กระทรวงมหาดไทย มอบให้การประปาส่วนภูมิภาคเข้าไปดำเนินการ ก็เป็นตำบลที่ท่านถามมาทั้งหมด เรียนด้วย ความเคารพครับ ผมตั้งใจและตั้งมั่นกับเรื่องนี้จริง ๆ แล้วก็ในฐานะของ สส. บ้านนอกแล้วก็ เป็นนายกเทศมนตรีที่ดูแลประปามาตลอด ประปาที่อุทัยธานีผมเข้าเป็นนายก เป็นหนี้ค่าไฟ ๕๐ ล้านบาท เละอีรุงตุงนัง ผมให้เพื่อนคนหนึ่งไปเป็นรองนายกเป็นถึงวันนี้ครับ ใครจะมา เป็นนายก คนนี้เป็นรองนายกมาตลอดเวลาเกือบ ๒๐ ปีเพื่อแก้ปัญหาประปาอุทัยธานี แล้วก็ ตอนนี้หนี้สินหมดแล้ว เริ่มที่จะต้องทำเพิ่มอีกแล้ว ผมเรียนว่าประปามันต้องใช้ความใส่ใจ ผมนี่ขึ้นหลังคา คือผมเป็นนายกมาผมทำน้ำประปาเป็น รู้ระบบผลิต อบต. ไหนมีปัญหา ผมปีนขึ้นไปเอง ผมยังน้อยเนื้อต่ำใจว่าคนบ้านเราทำไมใช้น้ำแบบนี้ คนในเมืองผมพูดถึง ขนาดว่าตอนที่ผมเป็นนายกผมออกมาอยู่นอกเขต มานอนนอกเขต ผมยังบอกว่าผมพลาดแล้ว เพราะผมไม่ได้ใช้น้ำประปาในเขต ประปาในเขตไม่ดีผมไม่รู้ ผมต้องให้เขาเอาใส่ขวด ให้ดูทุกวัน เพราะว่าเพื่อจะได้รู้ว่าประปาเป็นอย่างไร ประปาเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ ไม่ได้ใส่ใจ กันแบบปี ครึ่งปี มันต้องใส่ใจกันแทบทุกเดือน ทุกวัน แล้วผมก็ต้องขอชื่นชม ซึ่งท่านได้พูดใน งบประมาณเยอะมากพอสมควรนะครับ ฝากพี่น้องชาวแปดริ้วด้วยนะครับ แต่ตรงนี้ผมเรียน ว่าอย่างที่ต่อไปคือมี ๔ โครงการที่เข้าไปในพื้นที่ที่ท่านฐิติมาได้แจ้งมา เราก็จะไล่ไปเรื่อย ปี ๒๕๖๗ ได้ ๑๐ ได้ประมาณ ๕ ล้านบาท ปี ๒๕๖๘ ได้ ๖ โครงการ ก็คือจะไปเพิ่มพื้นที่ หมู่บ้านพวกนี้นะครับที่ไม่มี ถือว่ายังโชคดีกว่าอุทัยธานี อุทัยธานียังไม่ได้ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีนะคะ ท่านประธานคะฝากบอก ท่านรัฐมนตรีว่าดีใจที่ได้ยินแบบนี้ เราควรจะต้องจัดการเรื่องประปาให้เป็นวาระแห่งชาติ ได้แล้ว เพราะว่าพี่น้องประชาชนทุกหัวระแหงมีปัญหา ทีนี้อย่างนี้ค่ะ ได้ยินว่าท่านจะให้ ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ปี ๒๕๖๙ อะไรก็แล้วแต่ มัน ๕ ล้านบาท ๑๐ ล้านบาท มันเล็กน้อย พูดตรง ๆ ว่าตำบลคลองเปรงตำบลเดียว หมู่ ๑ ถึงหมู่ ๑๒ สำรวจแล้วใช้ ๑๐๐ ล้านบาท นี่มันใช้เยอะ แล้วท่านมาให้ทีละ ๕ ล้าน ๑๐ ล้าน แล้วเมื่อไรจะได้ มันก็จะช้า ท่านประธานคะ มีอยู่วันหนึ่งในสภาผู้แทนราษฎรเรา มีกระทรวงการคลังมารายงานผลการดำเนินงานตาม มาตรา ๑๗ แห่ง พ.ร.บ. บริหารหนี้สาธารณะ ปี ๒๕๔๘ แก้ไขเพิ่มเติม ปีงบประมาณ ๒๕๖๖ อะไรก็แล้วแต่ เอกสารอยู่ในนี้ เนื้อหาในนั้นมันจะมีเรื่องว่าการประปาภูมิภาคนี้แหละเป็น หนึ่งในหน่วยงานที่ขอกู้เงินจนเป็นหนี้สาธารณะนี่แหละ ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะมันมี หน่วยงานไฟฟ้า มีอะไรก็ว่าไปก็ทำ ทีนี้การประปาภูมิภาคเขาขอกู้อยู่ ๒ โครงการ ดูนะคะว่า สาขาอุบลราชธานีเข้ากู้ ๖๔๘.๖๕ ล้านบาท มหาสารคามเขากู้อยู่ ๙๓๖.๘๑ ล้านบาท ดิฉัน สงสัยในวันนั้นทันทีและอภิปรายทันทีว่า อ้าว ทำไมการประปาภูมิภาคมักจะตอบปัญหา กับประชาชน ตอบคำถามกับดิฉันว่าไม่มีงบประมาณ ไม่มีงบประมาณตลอดเวลา แล้วทำไม กู้ได้ นี่คือคำถามที่อยากจะถามว่าในเมื่อท่านกู้ได้แบบนี้ แล้วทำไมท่านทำให้จังหวัดนั้นได้ จังหวัดนี้ได้ ไม่ทำให้อุทัยธานี ไม่ทำให้ฉะเชิงเทรา ซึ่งฉะเชิงเทราเป็นหนึ่งใน EEC ท่าน สามารถบูรณาการงานกับ EEC กับหน่วยงานอะไรก็ไม่รู้ ทำให้ประชาชนสิ ท่านจะกู้เป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านก็ต้องทำ ปล่อยคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชน อยู่แบบนี้ไม่ได้ นี่คือตัวแทนพี่น้องประชาชนต้องสู้ และดิฉันสู้ในกรรมาธิการงบประมาณ ท่านก็พูดแล้วเมื่อสักครู่นี้ เพราะว่าอะไรท่านประธาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเข้ามา ชลประทานเข้ามา สทนช. เข้ามา อะไรไม่รู้เข้ามา ดิฉันบ่นหมดเลย เพราะอะไร เพราะมันต้องให้ทุกคนรู้ และไม่มีใครช่วยนะ ถึงแม้บ่นขนาดนั้นยังไม่มีคนช่วย จนต้องมาสู้วันนี้อีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นฝากถามว่าท่านจะใช้วิธีการกู้เงินเพื่อเป็นหนี้สาธารณะ ก็ได้ทำให้กับพี่น้องประชาชนได้หรือไม่ อย่างไร ขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านรัฐมนตรีครับ เดี๋ยวปี ๒๕๖๙ กู้สัก ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาทมาเลย🔗
คือ อย่างนี้ครับ นี่ส่วนตัว เรื่องกู้อันนี้ผมไม่ทราบ มันเป็นของเก่ามา แต่ในความเห็นผมมันต้อง แบ่งเป็น ๒ ภาค มันเหมือนว่าเรามีสตางค์ จะใช้สตางค์กระเป๋าไหน อย่างในพื้นที่ EEC หรือพื้นที่ที่เป็นเศรษฐกิจ แหล่งท่องเที่ยว พวกนี้ความเร่งด่วนต้องกู้เลย กู้มาแล้วก็ทำตรงนั้น คือชัดเจนเลยว่ากู้มา แล้วในส่วนเงินของประปา ประปาก็มีเงินนะครับ มีรายได้ของตัวเอง ที่ต้องแบ่งให้รับ วันนี้ก็มีบริษัทลูก อีสท์วอเตอร์ ซึ่งเป็นลูกเนรคุณ ผมจำได้ว่าท่านฐิติมา อภิปรายเมื่อผมเป็น สส. สมัยที่ ๒ ท่านพูดถึงอีสท์วอเตอร์ลักน้ำชลประทานใช้ ผมก็ยังฟัง จำได้ แล้วมีภาพพจน์ไม่ดีกับอีสท์วอเตอร์พอสมควร มาถึงวันนี้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ แล้ว มันก็กลายเป็นลูกเนรคุณไปแล้ว จะทำให้ประปาภูมิภาคพัง ผมเรียนว่ามันต้องเป็น ๒ อย่าง ประกอบ คือในส่วนกู้กับในส่วนขอเงินอุดหนุนจากรัฐบาล แล้วก็เงินตัวเองจะทำอะไร มันต้องแบ่งเป็นอย่างนี้ คือผมเรียนด้วยความเคารพครับ ขอสำนักงบประมาณเพิ่มมา ๑,๐๐๐ ล้านบาทนะครับปีนี้ เพิ่งเป็นครั้งแรก ประปาภูมิภาคอยู่มา ๓,๐๐๐ ก็ ๓,๐๐๐ มา ตลอดชาติ ไปชี้แจงเขาก็ให้มา ๑,๐๐๐ ล้านบาท ไม่รู้จะให้ใครครับ ผมเรียนด้วยความเคารพ ครับท่านประธาน เพราะว่าขอมามีแต่ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาทที่ประปาขอมา ผมบอกขอมาทำไม อันนี้ทำไมไม่ใช้เงินตัวเอง คุณจะบริหารองค์กรคุณต้องใช้เงินให้เป็น ผมเป็นนายกเทศมนตรีผมก็เอาตรงนี้ใช้เงินเราทำ ตรงนี้ขอจากรัฐบาล ตรงนี้จะกู้จากเงิน สะสมอะไร มันต้องแบ่งแยกไป ทีนี้เขาก็มากันแบบธรรมดามาก ผมเรียนว่าอันนี้รับปากว่า ต้องทำแน่นอน ผมก็เรียนว่าตั้งใจมาทำเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ผมอยากให้คนไทยเท่าเทียมกัน แล้วทุกจังหวัดเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ดีเฉพาะ EEC หรือดีเฉพาะอุทัยธานี หรือดีเฉพาะบางแห่ง เท่านั้น ผมเรียนด้วยความเคารพ อันนี้เป็นความตั้งมั่นครับ ต้องขอบคุณท่านฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ให้ความห่วงใยแล้วก็ให้ข้อแนะนำ เราต้องทำ แน่นอน อย่างเรื่องกู้ถ้าท่านไม่พูดผมก็ไม่รู้นะครับ เพราะมันตั้งแต่สมัยที่แล้ว ผมก็ว่าอยู่กัน มาได้อย่างไร ด้วยความเคารพครับ🔗
ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน และท่านรัฐมนตรีมากนะคะ ประชาชนคิดว่าคงจะพอใจนะคะ ขอบพระคุณค่ะท่าน🔗
ยังได้งบนะ บ้านผมยังไม่ได้เลย ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านฐิติมาครับ🔗
๔. เรื่อง แก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณแยกน้ำกระจาย จังหวัดสงขลา นายสรรเพชญ บุญญามณี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ท่านที่ ๑ ท่านจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองอธิบดีฝ่ายบำรุงทางกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ท่านที่ ๒ ท่านสมคเน เสมทัพพระ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสงขลาที่ ๑ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม และได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถามในครั้งนี้ ท่านที่ ๑ ว่าที่ร้อยตรี วีระยุทธงามจิตร ท่านที่ ๒ ท่านภัฏ ปภาภัสสร์สกุล ท่านที่ ๓ ท่านณปภัช เสโนฤทธิ์ ท่านที่ ๔ ท่านศิวัช ปัญญารักษ์ เชิญท่านสรรเพชญ บุญญามณี ถามคำถามที่ ๑ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นกระผมต้องกราบขอบพระคุณท่านมนพร เจริญศรี ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ที่ท่านได้สละเวลามาตอบกระทู้ของกระผมในวันนี้ ซึ่งกระผมได้ตั้งกระทู้ถาม ท่านนายกรัฐมนตรีถึงเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณแยกน้ำกระจาย อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา🔗
ท่านประธานครับโดยบริเวณห้าแยก น้ำกระจายนั้น กระผมขอเกริ่นที่มาที่ไปสักเล็กน้อยครับ เพื่อท่านประธานได้เห็นภาพก็คือว่า ได้มีการก่อสร้างตามโครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับห้าแยกน้ำกระจาย ซึ่งเป็นโครงการ ที่กรมทางหลวงได้ดำเนินการก่อสร้างเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรของชุมชนบริเวณบ้านน้ำกระจาย ในพื้นที่ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา อีกทั้งโครงการนี้จะได้เป็นที่รองรับการ เจริญเติบโตของชุมชนเมืองในอนาคตเหมือนที่ท่านได้เห็นดังคลิป โดยปัจจุบันโครงการ ดังกล่าวนั้นตั้งอยู่บริเวณจุดตัดระหว่างทางหลวง ทล.๔๐๗ ทล.๔๐๘ และ ทล.๔๑๔ ซึ่งเป็น ถนนทั้งสามเส้นหลักในการใช้สัญจรไปมาของพี่น้องชาวสงขลาพี่น้องในบริเวณจังหวัด ใกล้เคียงตลอดจนประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนใช้สัญจรเป็นประจำ โดยเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่สำคัญอย่างยิ่งในการใช้คมนาคมในพื้นที่ ประโยชน์ก็คือว่า การจราจรคล่องตัวและในบางครั้งจะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางได้ ซึ่งเป็นผลดีต่อ ผู้สัญจรไปมาเป็นอย่างมาก แต่ภายใต้ข้อดีนี้ก็ยังมีผลที่ตามมาที่พวกเรากังวลกันก็คือ กับพี่น้องประชาชนแล้วก็ผู้ที่สัญจรไปมา คือถนนเส้นนี้เวลาช่วงฤดูฝนหรือว่าเวลาฝนตกหนัก นะครับฝนระบายไม่ทันถนนเส้นนี้มักจะประสบปัญหาจราจรติดขัด โดยเฉพาะเวลาช่วงเลิก เรียนโดยเฉพาะเวลาเลิกงาน อีกทั้งรถโดยสารสาธารณะไม่มีที่จุดจอดรับ-ส่งผู้โดยสารสำคัญ แล้วก็ไม่ได้มีสะพานลอยคนข้ามถนน ประชาชนต้องเสี่ยงอันตรายที่จะข้ามถนนมากกว่า ๖-๘ เลน ซึ่งมี Barrier กั้นอยู่บริเวณดังกล่าว และมีรถยนต์สัญจรไปมาด้วยความเร็วตลอด ระยะเวลานะครับ ท่านประธานลองนึกภาพดูว่าจุดที่อยู่ใจกลางเมืองซึ่งเป็นแยกที่สำคัญมาก อยู่ใกล้กันกับเขาเทียมดา ฝั่งหนึ่งติดกับทะเลสาบสงขลา อีกฝั่งหนึ่งติดกับหาดอ่าวไทย แล้วแยกน้ำกระจายที่มีสะพานข้ามแยกอยู่ตรงกลางนี้ต้องประสบปัญหากับน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะในฤดูฝน ในส่วนใหญ่จะทุกปีแต่ปีนี้ก็ต้องขอชื่นชมทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกรมทางหลวงแขวงที่ ๑ สงขลา ท่านได้สนับสนุนอุปกรณ์ เครื่องไม้ เครื่องมือ แล้วก็ต้องขอบคุณทางกระทรวงคมนาคมที่นำโครงการไปบรรเทาให้กับพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ แต่ท่านประธานครับ สำคัญก็คือว่าสิ่งที่ผมจำเป็นที่จะตั้งกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีในวันนี้ เพราะว่ามันเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จริง ๆ ไม่ใช่แต่รถที่สัญจรไปมา แต่มันกระทบถึงระบบเศรษฐกิจในชุมชน กระทบถึงภาพลักษณ์ เพราะว่าบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นบริเวณที่เป็นทางเข้าเมืองหลักของจังหวัดสงขลา ของอำเภอ เมืองสงขลา ซึ่งอุดมไปด้วยศูนย์ราชการ ประกอบไปด้วยสถานที่การศึกษาต่าง ๆ ประกอบ ไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองเก่าสงขลาเรากำลังจะได้เป็น ส่วนหนึ่งของมรดกโลกนะครับ ที่เรากำลังพัฒนาไปสู่สถานที่ดังกล่าว เพราะฉะนั้นเอง ผมคิดว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหาตรงนี้🔗
กระผมขออนุญาตท่านประธานได้เข้าสู่คำถามในช่วงแรกนะครับ ผมขอ เรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านมีแนวทางหรือนโยบายอย่างไรที่จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ในบริเวณห้าแยกน้ำกระจายนะครับ แล้วก็ท่านมีแนวทาง แก้ปัญหาในการแก้ไขปัญหา จราจรติดขัดอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจุดจอดรับผู้โดยสารปัญหาสะพานลอยในพื้นที่ท่าน มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไร กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมค่ะ วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากทางท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องจากทั้ง ๒ ท่านติดภารกิจในการเดินทางไปประชุมที่ต่างประเทศ ต้องขอบคุณท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านสรรเพชญ บุญญามณี ที่ได้ตั้งคำถาม กระทู้ถามที่เป็นปัญหาแล้วก็เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนที่จังหวัดสงขลาค่ะ🔗
คำถามแรกของท่านสมาชิกว่าปัญหาของที่บริเวณแยกน้ำกระจายที่มีปัญหา เรื่องของน้ำท่วม แล้วก็เรื่องของการสร้างสะพานลอย ซึ่งดิฉันขอแยกประเด็นคำถาม ซึ่งมีทั้ง เรื่องของปัญหาการจราจร น้ำท่วมซ้ำซาก เรื่องของรถโดยสารสาธารณะ เรื่องของการสร้าง สะพานลอยให้ของประชาชนสัญจรไปมา กระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวง ตามที่ท่าน สมาชิกได้พูดสักครู่ว่าบริเวณห้าแยกน้ำกระจายตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัด สงขลา แล้วก็เป็นบริเวณจุดตัดระหว่างทางหลวงหมายเลข ๔๐๗ ขอขึ้นสไลด์ เพื่อให้ ท่านสมาชิกได้เห็นภาพแล้วก็พี่น้องประชาชนได้เห็นภาพค่ะ🔗
เป็น ทางหลวงสาย ๔๐๘ รวมทั้งทางหลวงสาย ๔๑๔ ถนนลพบุรีราเมศวร์ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมระหว่าง อำเภอหาดใหญ่สู่อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ซึ่งสามารถใช้เส้นทางดังกล่าวทั้ง ๒ เส้นทาง ทั้ง ๔๐๗ แล้วก็สาย ๔๑๔ และเป็นจุดเชื่อมโยงไปที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัด ปัตตานี โดยใช้เส้นทางผ่านเส้นทางหมายเลข ๔๐๘ ท่านประธานที่เคารพค่ะ บริเวณแยก น้ำกระจายเป็นจุดแยกที่สำคัญที่เข้าสู่ตัวเมือง ลักษณะกายภาพของบริเวณดังกล่าวพบว่า บริเวณดังกล่าวเป็นที่ราบลุ่มเป็นเชิงเขา เมื่อบริเวณดังกล่าวเป็นที่ราบลุ่มฝนตกทุกปีก็จะเป็น จุดที่น้ำไหลผ่านก็จะเป็นจุดบริเวณที่น้ำไหลผ่านไหลไปสู่ทะเลสาบสงขลา และโดยจะมี คลองน้ำกระจายเป็นเส้นทางระบายน้ำสายหลักและใช้เป็นพื้นที่รับน้ำสู่คลองวงและไหลสู่ ทะเลสาบสงขลาตามลำดับที่ดิฉันได้เห็นภาพ ซึ่งบริเวณแยกน้ำกระจายดังกล่าวก็มีการ พัฒนา ปกติแล้วจากที่เป็นภาพถนนเดิมวันนี้พี่น้องประชาชนเข้ามาอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ก็ทำให้สังคมเมืองมีการปลูกสร้างบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ก็ทำให้สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ ในบางส่วนไปปิดกั้นทางเดินของน้ำที่จะไหลไปสู่ทะเลสาบสงขลา ซึ่งมีระยะห่างประมาณ ๓ กิโลเมตร ซึ่งจะไม่สามารถระบายน้ำไปสู่ทะเลสาบสงขลาได้เลย ก็จะทำให้อาจเกิดปัญหา น้ำท่วมหรือที่พวกเราเรียกว่า น้ำรอระบายค่ะ มาดูสไลด์ที่ ๔ เพื่อจะเห็นภาพชัดเจน การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากโดยกรมทางหลวงได้กำหนดการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวค่ะ มาดูระยะสั้น เราก็จะมีการขุดลอกคลองระบายน้ำทั้งหมด ซึ่งได้ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้วเพื่อให้สามารถระบายน้ำในช่วงระยะสั้นให้น้ำไหลลงไป ไม่มีบริเวณน้ำท่วมขัง หันมาดูระยะกลาง กรมทางหลวงเราขอรับงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ ซึ่งได้ผ่านงบประมาณในชั้นอนุกรรมาธิการไปเรียบร้อยแล้ว ในวงเงิน ๙.๕ ล้านบาท ก็ขอความร่วมมือท่านสมาชิกนะคะว่าขอยกมือผ่านในร่างงบประมาณในวาระที่ ๒ ที่ ๓ ที่จะเข้าสู่สภาในวันที่ ๒๐-๒๒ ในเดือนนี้นะคะ ซึ่งในงบประมาณดังกล่าวก็จะสามารถแก้ไข ปัญหาทั้งระยะสั้นแล้วก็ระยะกลางได้นะคะเพราะว่าไปเราจะสามารถรับปริมาณน้ำ ได้ประมาณ ๒๐๐ มิลลิเมตรต่อวัน แต่ในการแก้ไขปัญหาระยะยาวค่ะท่านประธาน กรมทางหลวงเราเล็งเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่เป็นเขตเมืองแล้วก็มีตัวอย่างที่จะต้องมี การขยาย เรายังคิดว่าเราจะต้องมีการจัดการปัญหาน้ำท่วมอย่างเบ็ดเสร็จ โดยมีการก่อสร้าง Box Culvert ขนาด ๒.๑๐ เมตร คูณ ๒.๑๐ เมตรจำนวน ๒ แถว ความยาวประมาณ ๒๐๐ เมตร ลอดใต้ถนนเพื่อให้น้ำไหลไปสู่คลองนะคะ ซึ่งสามารถเป็นสาขาย่อย ลงไปสู่ทะเลสาบสงขลา โดยแนวทางดังกล่าวก็จะมีช่วงระบายน้ำฝนได้ประมาณ ๒๐๐ มิลลิเมตรต่อวัน พอมาดูข้อมูลย้อนหลังค่ะท่านประธาน ๑๐ ปีย้อนหลัง ปรากฏว่าปริมาณ น้ำฝนที่อยู่บริเวณนี้ ปริมาณอยู่ที่ ๑๖๐-๒๐๐ มิลลิเมตรต่อวัน แต่เมื่อปี ๒๕๖๖ ที่เกิดพายุฝน อย่างหนักที่จังหวัดสงขลา ปรากฏว่ามีปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้นถึง ๔๐๐ มิลลิเมตรต่อวัน ซึ่งทำให้ดังในภาพที่ท่านสมาชิกได้โชว์สักครู่ว่าทำให้บริเวณแยกน้ำกระจาย มีน้ำท่วมขังถึง ๔ ชั่วโมง กรมทางหลวงก็จึงใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่เรามีอยู่ โดยไม่ได้ใช้ งบประมาณไป ระบายน้ำออกภายใน ๔ ชั่วโมงก็สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวในบริเวณแยกน้ำกระจายได้ค่ะ นอกจากนั้นค่ะขออนุญาตเรียนให้ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่า ตรงจุดบริเวณ แยกน้ำกระจายเป็นจุดที่มีการจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก จึงมีการแก้ไขปัญหา โดยมีการ ก่อสร้างทางยกระดับห้าแยกให้สามารถเดินทางสะดวกเข้าสู่ตัวเมืองสงขลาอย่างรวดเร็ว จากสภาพปัจจุบันก็จะเห็นว่าโครงข่ายถนนมีหลายจุด มีแยกสัญญาณไฟต่อเนื่องกันแล้วก็ นอกจากนั้นเมื่อมีแยกไฟแดงในหลาย ๆ จุดแล้ว ในบริเวณดังกล่าวดิฉันโชว์ให้เห็นว่า จากแยกไปจนถึงเส้นทางถนน จากจุดที่ ๑ ไปถึงจุดที่ ๒ มีระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตร เป็นจุดที่ว่าเรียกว่าจุดวิกฤติ ซึ่งเราเรียกว่าแยกสำโรง นอกจากนั้นแล้วทางกรมทางหลวง เราจึงได้มีการก่อสร้างทางแยกระดับบริเวณดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันตัวเมืองสงขลาที่นำเรียนว่า เกิดปัญหาบริเวณแยกสำโรง เราก็ได้มีการก่อสร้างสะพานข้ามทางแยกเรียกว่า Overpass ในพื้นที่เขตทางจำกัด และในสภาพชุมชนที่ประชิดอยู่ทางเขตเมือง รวมแล้วระยะเวลา ก่อสร้างอาจจะมีปัญหาต่อชุมชนเมืองและวิถีการดำรงชีวิตของพี่น้องชาวสงขลา แต่ถึงกระนั้นเราก็ได้มีการพิจารณาการแก้ไขปัญหาการจราจรในรูปแบบอื่น ในงบประมาณ ที่สอดคล้องกับงบประมาณของกรมทางหลวง โดยเรามีการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ หรือว่า AI โดยสัญญาณอัจฉริยะปกติเราก็จะเห็นในต่างประเทศ แต่วันนี้กรมทางหลวง ก็ได้เอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วย เช่นการเชื่อมสัญญาณไฟจราจรนั้นจะต้องมี ความสัมพันธ์กัน เพราะว่าในบริเวณดังกล่าวมีสี่แยกไฟแดงสัญญาณ ไฟจราจรหลายจุด เพื่อให้รถสามารถได้ มีสัญญาณสัมพันธ์กัน แล้วก็ให้รถมีโอกาสรับสัญญาณไฟเขียวอย่าง ต่อเนื่อง ซึ่งเรื่องนี้เราก็ได้รับงบประมาณสัญญาณไฟอัจฉริยะนี้อีกจุดหนึ่ง ในงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ วงเงิน ๑๐,๕๐๐,๐๐๐ บาท ขออนุญาตนำเรียนต่อในสไลด์ที่ ๖ บริเวณจุดจอด รับ-ส่ง ผู้โดยสารที่ท่านสมาชิกได้ถามในคำถามแรกก็อยู่ในเนื้อคำถามนี้ เรื่องของจุดรับ-ส่ง ผู้โดยสาร จะเห็นว่าจุดรับ-ส่ง ผู้โดยสารบริเวณแยกน้ำกระจาย ที่จะต่อรถไปฝั่ง นครศรีธรรมราชแล้วก็อยู่บริเวณทางหลวงสายที่ ๔๐๘ แล้วก็สายที่ ๔๐๗ หรือหน้าไปรษณีย์ พะวง จะทำให้พี่น้องประชาชนได้มีการร้องขอจุดรับ-ส่ง ปกติแล้ว ณ จุดรับ-ส่ง ก่อนจะไปถึง ห้าแยกน้ำกระจายระยะทางประมาณ ๙๕ เมตรอยู่บริเวณหน้าตลาดเบญจพรที่ตำบลพะวง แต่เมื่อเราพิจารณาดูแล้วตามหลักของวิศวกรรมจุดจอดรับ-ส่ง ผู้โดยสารควรจะอยู่ห่างจาก แยกไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ เมตร ในจุดรับ-ส่งดังกล่าว เราจึงไม่สามารถอนุญาตให้มีจุดรับ-ส่งรถ เนื่องจากรถมาด้วยความเร็วแล้วก็จะเกรงว่าจะเกิดอันตรายนะคะ🔗
นอกจากนั้นท่านสมาชิกได้ถามถึงเรื่องของสะพานลอย ในพื้นที่ดังกล่าว มีประชาชนร้องขอเรื่องโครงการก่อสร้างสะพานลอย ขออนุญาตนำเรียนอย่างนี้นะคะว่า กรมทางหลวงนี้ได้ศึกษาความเป็นไปได้ของการก่อสร้างสะพานลอย การก่อสร้างสะพานลอย จะต้องได้รับความยินยอมของพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ ฝั่งนะคะ การก่อสร้างสะพานลอยก็ยัง เกิดปัญหาเมื่อประชาชนไม่ยินยอมก็ไม่สามารถสร้างได้ แต่ในขั้นตอนของการก่อสร้างที่ ไม่มีสะพานลอยแล้ว อย่างที่กราบเรียนแต่แรกว่าเราก็ยังใช้ระบบ AI ก็คือ ระบบของ สัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ เช่น เวลาคนจะข้ามถนนเห็นไหมคะตอนนี้ติดอยู่แล้ว ผู้จะ ข้ามถนนต้องมายืนรอข้ามก็ตรงทางม้าลาย แล้วพี่น้องประชาชนก็ต้องกดปุ่ม เมื่อกดปุ่มแล้ว ก็จะส่งสัญญาณเพื่อรอให้มีสัญญานข้ามก่อน ประชาชนถึงจะสามารถข้ามได้นะคะ ซึ่งวิธีการ เหล่านี้ทางเจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงก็ได้มีโอกาสไปแนะนำ แล้วก็ชี้แจงให้พี่น้องประชาชน เข้าใจ🔗
หมดเวลาแล้ว🔗
นอกจากนั้น เมื่อประชาชนเข้าใจแล้ว เข้าใจว่าวิธีการแบบนี้ เรื่องสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะจะเป็น ประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนค่ะ ขออนุญาตตอบคำถามแรก ขอบคุณค่ะ🔗
คำถามที่ ๒ นะครับ🔗
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ท่านได้กรุณาตอบคำถามแล้วก็ชี้แจงข้อมูลได้ค่อนข้างจะละเอียด ต้องขอชื่นชมท่านรัฐมนตรีแล้วก็ทีมงานที่เก็บข้อมูล เสริมต่อนิดหนึ่งครับท่านประธาน เพราะว่าเนื่องจากยังมีเวลากระผมยังเหลืออยู่ และเดี๋ยวยินดีที่จะให้ท่านรัฐมนตรีได้ใช้เวลา ของกระผมต่อไปนะครับ ส่วนคำถามต่อไปนะครับ กำลังจะเข้าสู่คำถามต่อไปก็คือว่า ในบริเวณที่เราเห็นก็คือเหมือนกับที่ท่านรัฐมนตรีได้นำเรียนว่าพื้นที่โดยรอบนี้มันจะมี เขาเทียมดานะครับ เขาเทียมดาจะเป็นภูเขาหลัก แล้วก็พื้นที่โดยรอบมันจะไม่ท่วมเฉพาะ ห้าแยกน้ำกระจายอย่างเดียว แต่มันจะรวมไปถึงแยกสวนตูล เหมือนที่เราเห็น มีแยก สามกอง รวมไปถึงแยก ปตท. โขนหิน ตรงนี้นะครับ ซึ่งไม่ใช่แยกแต่เป็นที่รับน้ำเหมือนกันรับ แล้วก็ยังมีที่บริเวณแยกสำโรง เพราะฉะนั้นเองตรงนี้เวลาน้ำท่วมทุกหน่วยงานก็พยายาม หาเจ้าภาพที่จะมารับผิดชอบ ผมก็เลยเกิดข้อสงสัยนิดหนึ่งว่า เอ๊ะ ปกติแล้วในเวลาประชาชน เขาถาม เขาก็ถามหาผู้แทน ถามหาท้องถิ่น ถามหาเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนในการรับผิดชอบ ในเรื่องบริเวณดังกล่าว สงขลามีเรื่องเกี่ยวกับน้ำเยอะ มีหน่วยงานหลายหน่วยงาน ทั้งน้ำ บนดิน น้ำใต้ดิน น้ำพุ่งขึ้นบน น้ำลงข้างล่าง แต่ว่ายังแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วม น้ำกระจาย ยังไม่ได้เด็ดขาด ตรงนี้ขอฝากท่านรัฐมนตรีครับ อยากฝากท่านรัฐมนตรีว่าท่านมีแนวทาง ในการบูรณาการในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไร เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาบริเวณน้ำท่วมดังกล่าว🔗
แล้วก็ฝากอีกคำถามหนึ่งก็คือว่าฝากท่านรัฐมนตรีได้ช่วยกรุณาดูในเรื่องของ สัญญาณไฟอัจฉริยะเพราะว่าในปัจจุบันในอนาคตอันใกล้จะมีห้าง ขออนุญาตเอ่ยนาม ห้างแมคโครตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างและกำลังจะเปิดใช้บริการ เข้าใจว่าในช่วงปลายปี หรือว่าต้นปีหน้า ถ้าห้างแม็คโครเกิดขึ้นตรงนั้นห้าแยกมันก็จะมีความซับซ้อนในเรื่อง ของการจราจรมากยิ่งขึ้นนะครับ ฝากท่านผู้ที่เกี่ยวข้องว่าจะทำอย่างไรให้การ Flow ของ การจราจรมันดีขึ้นเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาในอนาคตด้วยครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีครับ คุณท่านประธานครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีมีเวลาครับ เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณ ท่านประธาน ต่อคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกแล้วก็รวบคำถามที่ ๓ เลยนะคะว่า กระทรวงคมนาคมเองเราจะมีการบูรณาการของการแก้ไขปัญหาเรื่องของน้ำท่วมห้าแยก น้ำกระจายอย่างไร ก็ขออนุญาตว่าทุกปัญหาของการทำงานนั้นก็คือไม่เพียงแต่กระทรวง คมนาคมอย่างเดียว เราได้ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วก็บูรณาการด้วยการ เริ่มต้นจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เทศบาลตำบลพะวง เพื่อทำการดูดทราย ภายในท่อระบายน้ำ แล้วก็บ่อพักใต้ทางเท้า และพื้นที่ห้าแยกน้ำกระจาย และขุดลอกคลอง ระบายน้ำข้างทาง ทางหลวงหมายเลข ๔๐๘ ม่วงงามไปถึงทุ่งหวัง ขอภาพสไลด์ค่ะ เพื่อให้ ท่านสมาชิกได้เห็นภาพค่ะ ต่อมาสำนักงานชลประทานที่ ๑๖ ลงพื้นที่ขุดลอกคลองบริเวณ ของการรถไฟหลังสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ที่บ้านโขนหิน นอกนั้นก็เป็นความร่วมมือของ เทศบาลเมืองเขารูปช้าง และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาที่มีการขุดลอกคูระบายน้ำ ในทางหลวงหมายเลข ๔๐๘ แล้วก็ทางหลวงหมายเลข ๔๓๐๙ บริเวณหน้าค่ายทหาร ป. พัน ๕ นอกจากนั้นเทศบาลตำบลพะวงก็มีการขุดลอกคลองระบายน้ำ ขุดลอกร่องกลางที่ถนน ลพบุรีราเมศวร์ รวมทั้งบริเวณแยกน้ำกระจายไปเชื่อมต่อกับรางระบายน้ำคอนกรีตทางหลวง คลองวง นี่คือการแก้ไขปัญหาที่มีการบูรณาการร่วมกันในการแก้ไขปัญหาระยะยาวค่ะ นอกจากนั้นเรายังได้ประสานงานร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง รวมทั้งแขวงทางหลวง สงขลาที่ ๓ ในการก่อสร้างระบบระบายน้ำ และกรมโยธาธิการขณะนี้ได้มีการออกแบบ รางระบายน้ำในถนนสายรองต่าง ๆ เพราะเราทราบว่าการขยายตัวเมืองของจังหวัดสงขลา เป็นไปด้วยความเติบโตทางเศรษฐกิจ แล้วก็เป็นเมืองหลักของเศรษฐกิจใน Zone ของ จังหวัดภาคใต้ นอกจากนั้นการระบายน้ำในถนนสายหลักและถนนสายรองรวมทั้งคลองซอย ต่าง ๆ ก็ได้มีการประสานงานความร่วมมือกับเทศบาลเมืองจังหวัดสงขลา นี่คือภาพรวมของ การแก้ไขปัญหาและบรูณาการค่ะ ต่อจากนั้นในคำถามที่ ๓ ที่ท่านสมาชิกได้ฝากไว้เรื่องของ ไฟอัจฉริยะที่ขณะนี้ห้างแม็คโครอยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ดิฉันขอรับประเด็นความ ห่วงใยแล้วก็ขอฝากของสมาชิกไว้ เดี๋ยวจะให้ทางหลวงจังหวัดสงขลาได้เตรียมการที่จะ ออกแบบในการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรไปพร้อม ๆ กับการก่อสร้างห้างแม็คโคร เมื่อสร้าง เสร็จแล้วเพื่อจะให้พี่น้องประชาชนได้เดินข้ามถนนตรงนั้นให้มีความปลอดภัย ทุก ๆ มิติของ กระทรวงคมนาคมคือ ความปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว ถึงที่หมายค่ะ ก็ต้องขอบคุณคำถาม ของท่านสมาชิกทั้ง ๓ คำถามนะคะ แล้วก็ดิฉันจะนำคำถามเหล่านี้ไปสู่ภาคการปฏิบัติ อย่างเป็นรูปธรรมต่อไปค่ะ ขอบพระคุณท่านประธาน ขอบพระคุณท่านสมาชิกอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณทั้งผู้ถามและท่านรัฐมนตรีนะครับ ไปคุยกันต่อได้นะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
๕. เรื่อง นโยบายการบริหารจัดการและการนำแรงงานข้ามชาติมา ทำงานในประเทศไทยทั้งระบบ นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะได้อนุญาต ให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้นะครับ ท่านที่ ๑ ท่านถิรพัฒน์ เจนิตัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดระบบแรงงานต่างด้าว ชำนาญการพิเศษ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ท่านที่ ๒ ท่านอำนาจ สังข์ศรีแก้ว นักวิชาการแรงงานกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เชิญท่านเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ถามคำถามแรกเลยครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานสภาค่ะ กราบเรียนท่านประธานสภาค่ะ ดิฉัน เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดเชียงใหม่ จากประชาชนชาวเชียงใหม่ เขต ๑ ค่ะ วันนี้ดิฉันได้มี กระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวทั้งระบบอย่างเป็น รูปธรรมค่ะซึ่งท่านวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มาเป็นผู้ตอบกระทู้ ดิฉันมีความยินดีอย่างยิ่งค่ะ เนื่องจาก กระทู้ของดิฉัน มีความเกี่ยวข้องของหลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นกระทรวงต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทยแต่ในเมื่อท่านพิพัฒน์ได้มาตอบกระทู้แทนนายกรัฐมนตรี ดิฉันก็มี ความยินดีค่ะ เพราะว่าท่านก็น่าจะเตรียมข้อมูลต่าง ๆ มาอย่างครบถ้วน ดิฉันขอเท้าความ เรื่องนโยบายจัดการแรงงานต่างด้าวของทางกระทรวงแรงงานสักนิดหนึ่งนะคะ เท้าความ สักนิดหนึ่งค่ะ อย่างที่ทุกท่านได้ทราบกันดีว่าจังหวัดของดิฉันคือจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็น หัวเมืองหลักของภาคเหนือเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจแล้วก็รายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว ซึ่งก็มีความต้องการแรงงานทางด้านกรรมกร แล้วก็แม่บ้าน แล้วก็พนักงานขายของหน้าร้าน เป็นจำนวนมากค่ะ ซึ่งแรงงานของไทยเองก็ไม่เพียงพอ ซึ่งการนำเข้าแรงงานทั้งสัญชาติพม่า ลาว กัมพูชา ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งค่ะ ในการที่จะเข้ามาทำดำเนินกิจการหรือว่ามาทำงาน ในด้านก่อสร้างเป็นกรรมกร หรือเป็นแม่บ้าน ไม่เพียงแค่จังหวัดเชียงใหม่เท่านั้น ดิฉันก็มี ความเป็นห่วงเป็นใยกับจังหวัดต่าง ๆ ในทั้งประเทศไทยเพื่อที่จะพัฒนาให้เศรษฐกิจของเรา เพราะว่าแรงงานเหล่านี้ก็จะเป็นกลไกในการพัฒนาเศรษฐกิจของเราให้เติบโตขึ้นไปได้ค่ะ ดิฉันอยากขออ้างอิงจากพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๐ แล้วก็แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๑ และประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่องกำหนดงานที่ห้าม คนต่างด้าวทำค่ะท่านประธาน ซึ่งงานกรรมกร งานแม่บ้าน แรงงานขายของหน้าร้าน เป็น แรงงานที่ต้องห้ามนำเข้า ยกเว้นทำได้ ๒ แนวทางค่ะท่านประธาน แนวทางแรก ก็คือการ นำเข้าแบบการทำบันทึกข้อตกลงหรือการทำ MOU แนวทางที่ ๒ ก็คือการนำเข้าโดยใช้มติ ครม. วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๕ และ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๖ เพื่อแก้ไขปัญหาแรงงาน ขาดแคลนจากการนำเข้าทั้ง ๒ แนวทางนี้ดิฉันซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประกอบ เคยเป็นหนึ่งใน ผู้ประกอบการที่มีความต้องการแรงงานประเภทที่ได้กล่าวไป แล้วก็ได้รับเรื่องร้องเรียน จากผู้ประกอบการ แล้วก็ Broker นายหน้าที่รับจ้างในการทำใบอนุญาตต่าง ๆ ของแรงงาน เหล่านี้นะคะ ก็มีความเป็นห่วงและมีความห่วงใย เพราะว่าขั้นตอนในการขออนุญาตใบทำงาน มีความยุ่งยากหลายขั้นตอน ซึ่งยุ่งยากหลายขั้นตอนอย่างไรคะท่านประธาน ก็คือ ทางผู้ประกอบการหรือว่า Broker ที่รับจ้างผู้ประกอบการค่ะจะต้องทำ Name List หรือ ความต้องการแรงงานของแต่ละผู้ประกอบการ ณ เวลานั้น เหตุใดจึงไม่ปล่อยไปตามกลไกขอ ตลาดแรงงานที่มีความต้องการ ณ ขณะนั้น กระทรวงแรงงานได้เปิดให้บริการศูนย์ CI หรือ Certificate of Identity เพียงแค่ ๕ แห่ง หรือ ๕ จังหวัด จาก ๗๗ จังหวัดของประเทศไทย ก็มีจังหวัดเชียงใหม่ ชลบุรี ระนอง สมุทรปราการ และสมุทรสาครเพียงเท่านั้น อาจจะ ไม่ครอบคลุมและไม่สามารถแก้ไขปัญหาแรงงานขาดแคลนตามที่นโยบายของกระทรวง แรงงานได้กล่าวไว้ได้นะคะ นอกจากนี้ก็ยังมีความสงสัยแล้วก็กังวลว่าการที่กรรมกรหรืองาน รับใช้ในบ้านหรืองานขายของหน้าร้านนี้เหตุใดจึงเป็นบัญชีรายชื่อที่ห้ามนำเข้าทั้ง ๆ ที่เป็น แรงงานที่มี ความขาดแคลน แล้วก็เป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจของเราเดินหน้าต่อไป ได้และเศรษฐกิจของเราเติบโตค่ะ สิ่งเหล่านี้อาจจะก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันของทุก อาชีพและหลักสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้อาจจะก่อให้เกิดการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ หน่วยงานที่รับผิดชอบค่ะ ดิฉันอยากจะแสดงความห่วงกังวลเหล่านี้ค่ะ ดิฉันจึงอยากจะ ขอถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายการบริหารจัดการ หรือนโยบาย การจัดการแรงงานข้ามชาติและการนำเข้าแรงงานข้ามชาติ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ จากคำถามแรก ก็จะขอชี้แจง ในเรื่องของการที่จะนำแรงงานข้ามชาติเข้ามาสู่ประเทศไทย บอกทางท่านสมาชิกบอกว่า เรามีการเปิดแค่ ๕ จังหวัด จริง ๆ ขอชี้แจงนะครับเราเปิดใน ๘ จังหวัดนะครับ คือเรามี เปิดทางภาคใต้ ๒ จังหวัด ก็คือจังหวัดสงขลากับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในจังหวัดทางภาคกลาง เราเปิดใน ๓ จังหวัด ก็คือ ปทุมธานี ชลบุรี และสมุทรปราการ และสมุทรสาคร แล้วก็ทาง ภาคเหนือเราก็มีเปิดที่นครสวรรค์ กับทางจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งก็จะเป็นศูนย์ แล้วก็เป็น ๓ Mobile ซึ่งการที่เป็นรถ Mobile การที่เราเปิดได้กี่จังหวัดตรงนี้ไม่ใช่เป็นอำนาจของทาง รัฐบาลไทย เป็นอำนาจของรัฐบาลประเทศเมียนมา เขาจะเป็นผู้กำหนดว่าเขาจะเปิดใน กี่จังหวัดและเป็นลักษณะ CI ศูนย์หลักกี่จังหวัด แล้วเป็น Mobile กี่จังหวัด เขาก็เลยกำหนด มาว่าเป็นศูนย์หลัก ๕ จังหวัด ก็คือเป็น Mobile อีก ๓ จังหวัด Mobile ก็คือมีเชียงใหม่ นครสวรรค์ แล้วก็จังหวัดสงขลา ส่วนที่เหลืออีก ๕ จังหวัดก็เป็นศูนย์หลัก ซึ่งการที่ตามมติ ครม. ในอยู่วันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๖ ถึงขณะนี้ ขณะนั้นมีการลงทะเบียนไว้ทั้งหมดประมาณ ๑,๐๔๐,๐๐๐ คน แต่เมื่อสิ้นสุดการแสดงความจำนงในการยืนยันสิทธิตรงนี้ลดเหลือ ประมาณ ๘๑๐,๐๐๐ กว่าคน ส่วนในเรื่องของการนำเข้าในลักษณะของ MOU เราสามารถ นำเข้าได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประเทศเมียนมา ลาวหรือกัมพูชา ซึ่งในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็ยังมีประเทศเวียดนามอีก ๑ ประเทศ ซึ่งผมคิดว่าการนำเข้า MOU ใน ๓ ประเทศ ก็น่าจะง่าย ไม่ยาก เพราะอยู่ในภาวะปกติ ส่วนในประเทศเมียนมาก็น่าจะมีปัญหา เพราะเกิดปัญหาภายในของประเทศเขา การที่ทางบริษัทนายจ้างแจ้งความจำนงขอนำเข้า แรงงานก็ต้องประสานไปทางรัฐบาลในประเทศปลายทางว่าเราต้องการแรงงานประเภทนี้ กี่คน แล้วก็มีการลักษณะเป็นการนำเข้าในลักษณะ MOU ก็ต้องให้ทางรัฐบาลของประเทศ นั้น ๆ เป็นคนส่งมาให้กับทางเรา ซึ่งกรมจัดหางานของกระทรวงแรงงานเราสามารถเปิดรับ ได้ทุกวัน แต่ในเรื่องของศูนย์ CI ขณะนี้อยู่ในช่วงของการที่เปิด เราก็คาดประมาณการว่า การที่เราใช้ศูนย์ CI ตรงนี้ก็เป็นอำนาจของประเทศเมียนมาเพียงประเทศเดียว ซึ่งทาง พวกเราชาวกระทรวงแรงงานเราไม่สามารถที่จะเข้าไปก้าวก่าย หรือเข้าไปยุ่งได้นะครับ เพราะว่าเป็นอำนาจในการพิสูจน์สัญชาติว่าแต่ละคนมีการลงทะเบียนไว้เป็นสัญชาติเมียนมา จริงหรือเปล่า แต่สำหรับอีก ๓ ประเทศนั้นก็คือเป็นการทำลักษณะส่วนมากก็คือถูกต้องอยู่แล้ว เป็น Online บ้าง หรือมี Passport ที่ชัดเจนก็ตรงนั้นไม่มีปัญหา เพราะฉะนั้นในคำถามที่ ๑ ผมก็ขอตอบให้กับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
ข้อคำถามที่ ๒ อีกนิดหนึ่ง เรียนประธานสภาค่ะ ดิฉัน เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี เพราะเหตุใดจึงไม่ให้ อำนาจในการขอใบอนุญาตหรือว่าการพิสูจน์สัญชาติเท่าเทียมกันทุกอาชีพค่ะ ทำไมถึง กำหนดว่าเป็นอาชีพห้ามนำเข้ามีเพียงแค่ ๓ อาชีพ ก็คือ กรรมกร แม่บ้านหรือว่าพนักงาน ขายของหน้าร้านค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
เชิญรัฐมนตรีครับ คำถามที่ ๒ ครับ🔗
ก็จริง ๆ ในเรื่องของอาชีพตรงนี้นะครับ สำหรับอาชีพอื่นผมคิดว่าเป็นแรงงานที่มีทักษะฝีมืออยู่แล้ว เพราะฉะนั้นในเรื่องของ MOU เขาก็นำเข้ามาเป็นปกติ สำหรับอาชีพที่เป็นข้อจำกัดผมคิดว่า มันไม่ได้เป็นข้อจำกัดนะครับ แต่ปัญหาของประเทศไทยเรากับประเทศเมียนมาเรามีพื้นที่ มีชายแดนที่ติดต่อถึง ๒,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร การที่ว่ามีพื้นที่ชายแดนติดต่อกันถึง ๒,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร การที่จะมีเพื่อน ๆ แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเรา โดยเฉพาะเมียนมาเดิน ทางเข้ามาในประเทศไทย เราไม่สามารถที่จะป้องกันได้ครบถ้วน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นก็จะมีแรงงานต่าง ๆ ที่ลักลอบเข้ามาสู่ประเทศไทย เพราะฉะนั้นการที่ว่าเรา จำเป็นต้องมีขอมติรัฐมนตรีในวันที่ ๓ ตุลาคม ก็เป็นสาเหตุ และที่สำคัญไปกว่านั้นวันนี้ ขณะนี้ผมก็ยังเชื่อว่ายังมีอยู่แรงงานเพื่อน ๆ จากประเทศเมียนมาลักลอบเข้าสู่ประเทศไทย ตลอดเวลา เพราะปัญหาของเราก็คืออะไรครับ เราไม่มีเจ้าหน้าที่มากพอที่จะไปดูแล ตามช่องทางธรรมชาติ ซึ่งผมคิดว่าตรงนั้นนี่ ก็คิดว่าท่านสมาชิกซึ่งอยู่จังหวัดเชียงใหม่ก็มี ชายแดนติดประเทศเมียนมาก็คงจะเข้าใจนะครับ กรรมกรและขายของหน้าร้านตรงนี้ เราไม่ได้เป็นอาชีพต้องห้ามนะครับ แต่อาชีพต้องห้ามในลักษณะเหมือนกับว่าเขาเป็นเจ้าของ หาบเร่ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ แขกขายโรตี หรือที่พวกเราคิดว่าอาบังขายถั่วอย่างนี้ อย่างนั้นเขาเรียกว่าเป็นอาชีพต้องห้าม หรืออาชีพต้องห้ามอย่างอื่น เช่น เป็นช่างตัดผม เป็นอะไรพวกนี้ นั่นคืออาชีพต้องห้าม เพราะฉะนั้นอาชีพอย่างอื่น เช่น กรรมกรพวกนี้ ไม่ใช่อาชีพต้องห้าม เพราะฉะนั้นเราถึงไม่ได้มีข้อจำกัดว่าแรงงานเหล่านี้เมื่อเดินทางเข้ามาสู่ ประเทศไทยแล้วเราก็สามารถเอามาขึ้นทะเบียน โดยเฉพาะขณะนี้เราเปิดศูนย์ CI ก็ขอ ทำความเข้าใจกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ซึ่งตัวผมเองก็กำลังคิดว่าเราจะมีแนวทาง อะไรในการที่จะแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งการที่จะแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จตรงนี้ การที่บอก ว่าเราจะป้องกันและนำเพื่อน ๆ แรงงานลักลอบเข้ามาแล้วขึ้นทะเบียน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่กล้าพูดครับ เพราะการที่มีการเข้ามาตลอดเวลาทุกวัน วันนี้เราคิดว่าเราแก้ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่พรุ่งนี้มีเข้ามาใหม่มันก็เกิดปัญหาเดิม ๆ เพราะฉะนั้นตัวผมเองก็คงอาจจะต้อง หารือกับทางหลาย ๆ ภาคส่วน โดยเฉพาะกับทางกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ทางฝ่ายความ มั่นคง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าพวกเราจะรวมกันแก้ปัญหาตรงนี้ได้ อย่างไรนะครับ ถ้าสามารถแก้ปัญหาตรงนี้ได้อย่างไรเมื่อแก้ปัญหาจบแล้ว ที่สำคัญวันนี้ ประเทศไทยเราขาดแคลนแรงงานพวกเราคงทราบดีว่าปัจจุบันนี้ถูกต้องและไม่ถูกต้อง มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทยที่ลงทะเบียนไว้ขณะนี้ คือเดิมไว้แล้วมี ประมาณ ๒,๗๐๐,๐๐๐ ที่ลงทะเบียนใหม่ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ กว่า ก็ตีว่า ๓,๕๐๐,๐๐๐ กว่า แต่ผมประมาณการว่าวันนี้มีแรงงานเพื่อน ๆ บ้านเรา มาทำงานในประเทศไทยไม่น้อยกว่า ๕ ล้านคน ทำไมตัวผมเองถึงอยากจะนำแรงงานเหล่านี้ขึ้นมาทะเบียนที่ถูกต้อง เพราะมัน ก็จะต้องเป็นการเกี่ยวเนื่องของกองทุนประกันสังคม ซึ่งวันนี้ก็ทราบอยู่นะครับว่าคนไทยเรา เข้าสู่สังคมผู้สูงวัย เรามีเด็กที่เกิดใหม่น้อยกว่าคนที่เสียชีวิต เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ตรงนี้ การนำเข้าแรงงานเพื่อนบ้านก็จะเป็นตัวเสริมอีกส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาของกองทุน ประกันสังคม ซึ่งเดี๋ยวอีกสักครู่นี้ผมก็คงจะไปตอบในห้องสภาในเรื่องของประกันสังคม ซึ่งก็เป็นเรื่องของการเกี่ยวเนื่องว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างไร ไม่ให้กองทุนนี้เกิดภาวะล้มละลาย อย่างที่มีการหารือกัน อย่างที่มีการคาดการณ์ ไม่ว่าจะเป็น TDIR หรือ ILO เพราะฉะนั้น ผมก็ขออนุญาตตอบท่านประธานไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านผู้ถามหายสงสัยแล้วนะครับ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณท่าน สส. นะครับ ต่อไปนะครับ🔗
๖. เรื่อง การดำเนินการกรณีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของข้าราชการ ในสังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม🔗
สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีกระทรวง ยุติธรรมมีภารกิจเดินทางไปราชการ ณ สหราชอาณาจักร ทำให้ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๗ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง ก็ขอเลื่อนไปก่อนนะครับ สำหรับวันนี้ก็จบการพิจารณากระทู้ถาม แยกเฉพาะ ขอปิดการประชุมครับ🔗
เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะประชุมพิจารณาตามระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษาที่ประชุม เพื่อนำเรื่องอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ คือคณะกรรมาธิการขอขยายเวลา การพิจารณา และขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงขึ้นมา พิจารณาก่อน จะมีสมาชิกท่านใดขัดข้องไหมครับ ไม่มี ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
๑. คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขอขยาย ระยะเวลาการพิจารณาศึกษา ญัตติ เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน อันเกิดจากลิงออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๗🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ ท่านอภิชาติ ศิริสุนทร ได้มีหนังสือแจ้งว่ายัง ต้องพิจารณาต่อไปอีก ๖๐ วัน ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๗ เป็นการขยายครั้งที่ ๑ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมาธิการ สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาในการพิจารณา🔗
๒. การตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออกนะครับ🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ ท่านศักดินัย นุ่มหนู ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากท่านสกุณา สาระนันท์ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง กรรมาธิการ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเป็นตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งที่ว่างลงไปของ พรรคเพื่อไทย ขอเชิญเสนอกรรมาธิการแทนครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ สามัญแทนตำแหน่งที่ว่างลงในคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ครับ ขอเสนอ ท่านชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ🔗
๓. เรื่องตั้งคณะกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงินแทนตำแหน่งที่ว่างลง🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง เนื่องจากนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ได้ขอลาออก จากตำแหน่งกรรมาธิการ ตำแหน่งที่ว่างลงเป็นกรรมาธิการในส่วนพรรคพลังประชารัฐ ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการครับ🔗
ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สส. พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตเรียนเสนอให้ตั้งกรรมาธิการ คือ คุณอัคร ทองใจสด แทนตำแหน่งที่ว่างลงครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ช่วยกันรับรองด้วยครับ เดี๋ยวผิดข้อบังคับ ขอบคุณครับ ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
๔. ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาคเหนือตอนล่าง ๑ และเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (Northen Economic Corridor : NEC – Creative LANNA) แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่งเพราะลาออก🔗
โดยประธานคณะกรรมาธิการ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง เนื่องจากนายมานพ คีรีภูวดล ได้ขอลาออกจาก ตำแหน่งกรรมาธิการ ตำแหน่งที่ว่างลงเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคก้าวไกล ขอเชิญเสนอ ชื่อกรรมาธิการ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ขอเสนอ นายณัฐพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เป็นผู้แทนตำแหน่งที่ว่างลงครับ ขอบคุณครับ ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ🔗
๕. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แทนตำแหน่งที่ว่างลง🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ นายจักรัตน์ พั้วช่วย ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง เนื่องจากนายภราดร ปริศนานันทกุล ได้ขอลาออกจาก กรรมาธิการ ตำแหน่งที่ว่างลงเป็นสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ขอเชิญเสนอกรรมาธิการครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่างลงในคณะกรรมาธิการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำครับ ขอเสนอ นายไตรเทพ งามกมล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ดำเนินการตามนี้ครับ🔗
๖. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคแทน ตำแหน่งที่ว่างลง🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ นายบุญยิ่ง นิติกาญจนา ได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงเนื่องจากนายไตรเทพ งามกมล ได้ขอลาออกจาก ตำแหน่งกรรมาธิการ ตำแหน่งที่ว่างลงเป็นของสัดส่วนพรรคภูมิใจไทยครับ ขอเชิญเสนอ ชื่อกรรมาธิการครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเลย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงในคณะกรรมาธิการ การคุ้มครองผู้บริโภค นายภราดร ปริศนานันทกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ดำเนินการตามนี้ครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
เรียนท่านสมาชิกครับ สำหรับการพิจารณารับรายงานตามกฎหมายของ หน่วยงานตามระเบียบวาระ ๒.๑ รับทราบรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ๑๕๙/๒๕๖๖ หน่วยงานที่เข้าชี้แจงขออนุญาตเลื่อนชี้แจงดังกล่าวไปก่อน ก็ดำเนินการตามนี้ จะเป็นการเลื่อนออกไปที่วันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๗ ครับ🔗
- รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปราม ยาเสพติด ประจำปีพุทธศักราช พ.ศ. ๒๕๖๕ ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติดประจำปี ๒๕๖๕ ตามที่กระทรวงยุติธรรม เสนอ และได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๑๑/๑ วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ๒๕๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามรายละเอียดที่ปรากฏตามเอกสารที่ จัดวางไว้แล้วนะครับ🔗
เนื่องจากมีสมาชิกที่ลงชื่อเพื่ออภิปรายซักถามนะครับ ผมขออนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญผู้มีรายชื่อต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมครับ ๑. นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ๒. นางสาวจิตติมา อุดมกุศลศรี นิติกรชำนาญการพิเศษ ๓. นางจิตติมา บุญเก็บทอง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ๔. นางสาวจันท์สุดา ตันติวิชญวานิช นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ๕. นายพุฒิพงศ์ ดำรงเผ่า นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ ๖. นายธนาวิช ลิ้มวัฒนา นิติกรชำนาญการ ขอเชิญ ท่านผู้ชี้แจงครับได้สรุปรายงานให้กับที่ประชุมทราบ เรียนเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ขอนำเสนอรายงาน ผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติดประจำปี ๒๕๖๕ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้🔗
๑. ผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๕ ในปี ๒๕๖๕ มีเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ทั่วประเทศ สังกัดตามหน่วยงานระดับกรมและกองบัญชาการจำนวน ๑๗ หน่วยงาน รวม ๗,๒๙๐ นาย มีผลการจับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวน ๑๙๔,๒๐๓ คดี ของกลางยาเสพติดที่สำคัญ เช่น ยาบ้า ๓๓๑ ล้านเม็ด ไอซ์ ๖,๔๕๙ กิโลกรัม เฮโรอีน ๕๔๑ กิโลกรัม โคเคน ๒๕ กิโลกรัม กัญชาแห้ง ๒,๙๔๘ กิโลกรัม และกัญชาสด ๔๕๑ กิโลกรัม สำนักงาน ป.ป.ส. มีการเชื่อมโยงระบบข้อมูลการจับกุมผู้กระทำความผิด คดียาเสพติดกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้สามารถติดตามผลการจับกุมคดียาเสพติด ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานอื่น ๆ อาทิเช่น กรมการปกครองและกรมศุลกากร เป็นต้น ในการดำเนินการมีการขยายผลไปสู่การริบ ทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มีมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้ ๑๑,๐๐๓ ล้านบาท และนำไปสู่การดำเนินคดีข้อหาสมคบ สนับสนุน และช่วยเหลือการกระทำความผิด ตามมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้จำนวน ๒,๑๓๖ ราย ในปี ๒๕๖๕ มีการยกเลิกบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จำนวน ๖ ราย ซึ่งผู้ถูกร้องเรียนมีการ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและเรียกรับเงิน🔗
๒. รายงานผลการปฏิบัติงาน จากการตรวจสอบข้อมูลการรายงานผล ผ่านระบบบริหารจัดการข้อมูลเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พบว่าเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีการรายงาน การปฏิบัติหน้าที่เป็นจำนวน ๒๗,๗๐๔ ครั้ง ทั้งนี้สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีการดำเนินการ เพิ่มเติมข้อมูลการรายงานการปฏิบัติหน้าที่แยกเป็นหน่วยและประเภทของอำนาจหน้าที่ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ปรากฏตามรายงานเอกสารที่นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้🔗
๓. ปัญหาอุปสรรคที่พบ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ผู้ปฏิบัติงานในการดำเนินการ ในการตรวจค้นในเวลากลางคืนตามมาตรา ๑๑/๑ (๑) หรือการใช้อำนาจในการเรียก มีหนังสือเรียกสอบถาม หรือเรียกบุคคล หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานมาให้ถ้อยคำ หรือส่งเอกสารตามมาตรา ๑๑/๑ (๙) พบปัญหาเกิดจากการกระทำการกำหนดระดับของ ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งต้องเป็นระดับผู้กำกับการหรือพันตำรวจเอกขึ้นไป และการควบคุมตัว ผู้ถูกจับ ซึ่งผู้ที่ต้องดำเนินการต้องมียศตั้งแต่พันตำรวจตรีขึ้นไป แต่จากข้อเท็จจริงในการ ปฏิบัติงานการกำหนดระดับดังกล่าวทำให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความยาก และขาด ความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน จึงเสนอขอให้สำนักงาน ป.ป.ส. มีการทบทวนในการกำหนด ระดับดังกล่าว🔗
ข้อ ๒ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้ บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งมีผลบังคับใช้ ได้มีการกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องปฏิบัติ ให้ครบถ้วนในการจับกุมควบคุมตัว โดยผู้บังคับบัญชาของเจ้าพนักงานต้องมีการกำกับดูแล การใช้อำนาจของผู้ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด เป็น ๒ เรื่อง ปัญหาอุปสรรคที่นำเสนอ🔗
สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ขอเสนอแนวทางการแก้ไขในการปฏิบัติงาน ก็คือ🔗
๑. ในการปฏิบัติงานเรื่องของการตรวจค้นในเวลากลางคืนนั้น รวมไปถึงการ ที่จะมีหนังสือสอบถาม หรือเรียกบุคคล หรือเจ้าหน้าที่มาให้ถ้อยคำ และการควบคุมตัวผู้ถูก จับกุมของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. โดยสำนักงาน ป.ป.ส. เห็นว่าเจตนารมณ์นั้นมีการมุ่งเน้นการ ดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ เนื่องจากอำนาจของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เป็น อำนาจพิเศษตามกฎหมายทั่วไป จากกฎหมายทั่วไปซึ่งการดำเนินการต่าง ๆ อาจกระทบ สิทธิเสรีภาพของบุคคล แต่ของสำนักงาน ป.ป.ส. นั้นเป็นอำนาจพิเศษซึ่งกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพของบุคคล ดังนั้นจึงต้องใช้ความระมัดระวังจำเป็นอย่างยิ่งในการที่จะกำหนดระดับ ของผู้มีอำนาจดังกล่าว เพื่อให้เกิดการพิจารณาหรือการใช้ดุลพินิจอย่างละเอียดรอบคอบ โดยใช้ประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ที่จะช่วยป้องกันในกรณีไม่ให้ถูกฟ้องร้องหรือถูก ดำเนินคดีได้🔗
๒. ในเรื่องการใช้อำนาจเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการจับกุมหรือควบคุมตัว ผู้กระทำความผิดนั้นสำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีการแก้ไขระเบียบคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติดว่าด้วยการแต่งตั้งการปฏิบัติหน้าที่และกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในปี ๒๕๖๖ ให้มีความสอดคล้องกับพระราชบัญญัติป้องกันและ ปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ เรียบร้อยแล้ว🔗
ในการนี้สำนักงาน ป.ป.ส. ในฐานะผู้แต่งตั้งและผู้กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ได้มีหนังสือถึงหน่วยงานต้นสังกัด แล้วก็มีการกำชับเน้นย้ำให้ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในสังกัดต่าง ๆ ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัด และเมื่อมีการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวแล้วต้องรายงานผลการดำเนินการผ่าน Website ของ สำนักงาน ป.ป.ส. และผ่านช่องทาง Application บนโทรศัพท์มือถือ ทั้งนี้ก็จะทำให้การ ควบคุมและกำกับติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในการนี้ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนมายังท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อรับทราบรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ประจำปี ๒๕๖๕ ต่อไปครับ🔗
ขอบคุณครับ มีสมาชิกที่ลงชื่อในการอภิปรายซักถาม ฝ่ายรัฐบาล ๑๕ ท่าน ฝ่ายค้าน ๔ ท่าน เพราะฉะนั้นจะเป็นการเรียกฝ่ายรัฐบาล ๓ ฝ่ายค้าน ๑ เพื่อให้เป็นตามข้อบังคับครับ ขอเชิญ ท่านแรก ท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ต่อด้วยท่านชญาภา สินธุไพร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครพนม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย กระผมขอขอบคุณท่านรองเลขาธิการ ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ พนักงาน ป.ป.ส. ทุกท่านที่ให้เกียรติทางสภาผู้แทนราษฎร ได้มารายงานผลการปฏิบัติงาน ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติดประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ ก่อนอื่น ผมขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน ที่ท่านได้สนใจใส่ใจ สั่งการให้ เร่งปราบยาบ้ายาเสพติดและน้ำกระท่อม ซึ่งทำให้พี่น้องประชาชนของเราได้อุ่นใจมากขึ้น และขอขอบพระคุณเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ภาค ๔ ที่รับผิดชอบทางจังหวัดนครพนม แม่ทัพภาคที่ ๒ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ตลอดจนตำรวจ ทหาร ทหารบก ทหารเรือ นรข. ทุกท่านครับที่ได้ช่วยกัน ปราบยาบ้า ยาเสพติดน้ำกระท่อมที่จังหวัดนครพนม จับได้แทบทุกวัน ปัจจุบันนี้ยาบ้าที่ข้าม แม่น้ำโขงมาจากประเทศเพื่อนบ้านต้องหลบเลี่ยงหนีไปเข้าที่จังหวัดอื่น ๆ ผมก็อยากฝาก รัฐบาลและ ป.ป.ส. ต้องปราบทั่วประเทศเพื่อให้ลูกหลานของเราห่างไกลยาเสพติดครับ ตามที่เป็นข่าวพี่น้องเราสับสนว่ายาบ้า ๑ เม็ด ๒ เม็ด หรือครอบครองได้ถึง ๕ เม็ด ไม่จับ นั่นคือทำให้เจ้าหน้าที่หลายคนก็สับสน แต่หลายหน่วยงาน กระทรวงสาธารณสุข สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ป.ป.ส. ทุกท่านก็ได้ออกมาชี้แจงแล้ว🔗
ผู้ค้า ผู้ขาย มีพฤติการณ์ที่เป็นผู้ขาย ผู้ค้ายาบ้า ๑ เม็ดก็จับ เช่น ที่อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ภาพนี้ท่านแม่ทัพภาคที่ ๒ ส่งมาให้ผม แล้วก็มี ๒ เม็ดที่อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนมบ้านเกิดผม ก็จับนะครับ นั่นคือสิ่งที่รัฐบาลต้องปราบผู้ค้า ผู้ขาย ยาบ้า ยาเสพติดให้หมดไปตามนโยบายของพรรค เพื่อไทยของรัฐบาล หลายท่านยังสงสัยว่าไม่จับนั่นไม่ถูกต้องนะครับ และตามตัวเลขที่มี ผู้ติดยาบ้าของกระทรวงสาธารณสุข ที่ติดยาเสพติดทั่วประเทศ ๑,๙๐๐,๐๐๐ คน อาการ ไม่หนัก ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน อาการหนักคลุ้มคลั่งหรือเป็นประเภทสีแดง ประสาทหลอน คิดว่า คนอื่นจะมาฆ่าตัวเอง จะไปฆ่าคนอื่นหรือทำร้ายร่างกายมีอยู่ ๔๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งตัวเลขจะ ต่างจากของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ของกระทรวงสาธารณสุขมีผู้ป่วยสีแดงที่คลุ้มคลั่ง ๔๐๐,๐๐๐ คน ส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีเพียง ๓๒,๐๐๐ คน ฝากท่าน ป.ป.ส. ท่านรองเลขาธิการได้ช่วยตรวจสอบตัวเลขว่ามีผู้ป่วยอาการหนัก อาการคลุ้มคลั่งสีแดง มีจำนวนเท่าไรกันแน่ ตามสายข่าวของตำรวจและ ป.ป.ส. บอกยาบ้ามาจากทางภาคเหนือ มาจากทางภาคใต้ แต่พี่น้องประชาชนในจังหวัดนครพนมได้เสนอความเห็นว่าส่วนมากผลิต ที่ประเทศเพื่อนบ้านและข้ามแม่น้ำโขงมา เมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อนไม่ได้ข้ามที่จังหวัดนครพนม แต่ไปข้ามที่จังหวัดบึงกาฬของท่าน สส. นิพนธ์ คนขยัน ๑๕ กระสอบ กระสอบใหญ่ ๆ ถ้าเป็นข้าวสารก็ประมาณ ๑๐๐ กิโลกรัม บรรทุกรถ Pickup รถกระบะ ๑๕ กระสอบเต็ม ท้ายรถ เต็มใน Cab รวมแล้ว ๖ ล้านเม็ด นั่นคือสิ่งที่หลายคนสงสัยว่าต้องผลิตประเทศ เพื่อนบ้านอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกันแน่นอน แล้วก็ปัจจุบันนี้เราปราบได้มาก จับได้มาก มีการ ยึดทรัพย์ ยึดบ้าน ยึดที่ดิน ยึดรถ แต่ปัญหาที่ตามมาคือเราไม่มีการบำบัด ลูกหลานของเรา ไม่มีการบำบัดผู้ติดยาเสพติด เป็นเพราะรัฐบาลที่ผ่านมาตัดเงินงบประมาณด้านการบำบัด ออกไป ๓ ปีเต็ม ๆ งบประมาณในการบำบัดตัดออกเหลือน้อยมาก ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ๓ ปีที่ผ่านมาลูกหลานของเราที่ติดยาเสพติดไม่ได้รับการบำบัด มีเต็มในหมู่บ้าน ยกตัวอย่างที่ตำบลนางัว อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ซึ่งข้อมูลของทางตำรวจและ ป.ป.ส. ตรงกัน มีผู้ค้า ผู้ขาย ผู้ติดยาเสพติดกันมาก โดยเฉพาะคนที่ป่วยอาการหนัก ที่คลุ้มคลั่ง ประเภทสีแดง ป่วยทางจิตเวชมีถึง ๒๖ คน แต่โรงพยาบาลอำเภอ จังหวัด โรงพยาบาลจิตเวช รพ.สต. แม้กระทั่งศูนย์มินิธัญญารักษ์ก็ไม่มีเตียงที่จะรับผู้ป่วยอาการหนัก อาการคลุ้มคลั่ง ๒๖ คนในตำบลนางัวก็เลยต้องไปรับเพียงแต่ยาที่ รพ.สต. มารับประทานมากินที่บ้าน บางคนอาการคลุ้มคลั่ง ตำรวจไปจับ ตำรวจโดนจอบฟันที่หน้า นั่นเป็นปัญหาให้พี่น้อง ประชาชน ผู้ปกครองและตำรวจเป็นอย่างมาก จึงอยากให้ ป.ป.ส. และทุกหน่วยงานได้เพิ่ม เงินงบประมาณ เงินงบประมาณที่หายไป ๓ ปีเต็ม ๆ ได้กลับมารักษาลูกหลานของเราที่ติด ยาบ้า ยาเสพติดครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านชญาภาครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ชญาภา สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอร่วม อภิปรายรับทราบผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติด ประจำปี ๒๕๖๕ ในฐานะที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายและมีอำนาจในการปราบปรามยาเสพติดค่ะ ท่านประธานคะ จากรายงานฉบับนี้สถิติในการใช้อำนาจของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการ จับกุมและขยายผลมาตรการดำเนินคดีสมคบจำนวนผู้ต้องหาในคดียาเสพติด จำนวนคดีที่มี การจับกุมจากปี ๒๕๖๔ จนถึงปี ๒๕๖๕ มีแนวโน้มลดลงตามลำดับอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็น ที่น่าสังเกตว่าในการรวบรวมสถิติต่าง ๆ เหล่านี้ได้สอดคล้องตามสภาพความเป็นจริงมากน้อย เพียงใด หรือว่าท่านมีอุปสรรคที่เป็นข้อจำกัดของการรวบรวมสถิติเหล่านี้หรือไม่ เพราะสถิติ ตัวเลข แนวโน้มอาจจะดีขึ้นและเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงอาจจะ สวนทางกับความเป็นจริง เพราะที่ดิฉันได้ลงพื้นที่สัมผัสกับพี่น้องประชาชน และจากการ พูดคุยกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากในหลายจังหวัด หลาย ๆ ท่าน พบว่าปัญหายาเสพติด ในประเทศไทยเรามีแนวโน้มที่สูงขึ้นและแพร่ระบาดทั่วทุกพื้นที่ เป็นปัญหาเรื้อรังของ สังคมไทยที่นับวันยิ่งเข้าถึงง่าย หาง่ายและมีราคาถูกค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเยาวชน ที่เข้าไปเกี่ยวข้องมีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ ที่จะนำไปสู่ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาสุขภาพของ ผู้ใช้ยา ตลอดจนผลกระทบทางด้านสภาพเศรษฐกิจ ตลอดจนผลกระทบสู่สังคมไทยอย่าง เป็นวงกว้างค่ะ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรัฐบาลโดยการนำของท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน จึงกำหนดให้ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการเพื่อลดผลกระทบ ที่เกิดขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน เร่งปราบปราม มุ่งเป้าหมายใหญ่รายใหญ่เพื่อไม่ให้ มีการกระจายต่อ เร่งการบำบัดเพื่อเปลี่ยนผู้เสพให้เป็นผู้ป่วย และเพื่อในการตัดวงจรผู้ค้า รายย่อยไม่ให้เกิดการขยายเครือข่ายแล้วก็คืนลูกหลานกลับคืนสู่สังคมค่ะ และในปัจจุบัน มีการประกาศพระราชกิจจานุเบกษากำหนดเกณฑ์การครอบครองสารเสพติดใหม่ ซึ่งเดิมที ในอดีตสมัยรัฐบาลดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร และสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยกำหนด เกณฑ์การครอบครองสารเสพติดไว้จำนวนครอบครองถ้าเกิน ๑๕ เม็ดขึ้นไปถือว่าเป็นผู้ค้า แต่ถ้าไม่เกิน ๑๕ เม็ดถือว่าเป็นผู้เสพที่สามารถเข้ารับการบำบัดได้ค่ะ ซึ่งภายใต้แนวคิดที่จะ พยายามเปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย และครั้งนี้ภายใต้การนำของรัฐบาลพลเรือนชุดใหม่ที่ให้ ความสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดมีการยกระดับให้เข้มข้นยิ่งขึ้น หากมีการครอบครอง สารเสพติดไม่เกิน ๕ เม็ดถือว่าเป็นผู้เสพ แต่ถ้าเกิน ๕ เม็ดขึ้นไปถือว่าเป็นผู้ค้า ซึ่งถ้าหาก มีการครอบครอง หรือแม้แต่นิดเดียวยังมีการเข้าใจผิดที่คลาดเคลื่อนในสังคมว่าครอบครอง ยาเสพติด ๑ เม็ด อาจจะไม่ถูกดำเนินคดี แต่เรียนพี่น้องประชาชนผ่านสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ว่า กฎกระทรวงใหม่นี้เป็นกฎกระทรวงที่ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปของกฎหมาย แต่ว่ามีความ เข้มข้นขึ้น ว่าถึงแม้จะครอบครอง ๑ เม็ด แต่หากมีพฤติการณ์เป็นผู้ค้าก็จะถูกดำเนินคดีตาม กฎหมายอย่างเข้มข้น ไม่มีข้องดเว้น แต่ถ้ามีพฤติการณ์เป็นผู้ค้าก็จะถูกดำเนินคดีอย่าง เข้มข้น เป็นผู้ค้าก็จะถูกดำเนินคดีด้วยการยึดทรัพย์แล้วก็ดำเนินคดีทางกฎหมาย ไม่มีข้อ งดเว้น เพื่อลดปัญหาของการเสพยาเสพติดค่ะ ดังนั้นการที่มีมาตรการที่เข้มข้นนี้คือรัฐบาลให้ความสำคัญในการเดินหน้าปราบปราม ยาเสพติด และที่สำคัญภายใต้แนวคิดเปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วยเพื่อลดปัญหาการกลับไปเสพซ้ำ ดังนั้นกฎหมายที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้ย่อหย่อนไปตามที่สังคมได้มีข้อกังวล อย่างไรก็ดีในฐานะที่ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจในการสืบสวน ปราบปราม และจับกุมกระทำผิด ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด นอกจากการขยายผลในการจับกุมคดีต่าง ๆ แล้วสิ่งสำคัญดิฉันก็ขอ ฝากให้ทำงานอย่างเป็นกระบวนการที่มีการทำงานอย่างบูรณาการร่วมกันในกระทรวง ที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องค่ะดำเนินการให้ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่จะทำให้การทำงานของท่านเองเกิดประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลสูงสุดยิ่งขึ้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งฝ่ายผู้ปฏิบัติงาน และพี่น้องประชาชนเอง เพื่อลดอุปสรรคในการปฏิบัติงานและดิฉันก็ขอเป็นกำลังใจให้ ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกท่านในการทำหน้าที่เดินหน้าปราบปรามยาเสพติด และคืนลูกหลานสู่สังคม สู่อ้อมอกของพ่อแม่อีกครั้งหนึ่งค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ถึง ปีที่ ๖ โรงเรียนศึกษานารี จำนวน ๕๐ ท่าน ยินดีต้อนรับนะครับ ขอเชิญท่านธนกร วังบุญคงชนะ ตามด้วยท่านมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายรับทราบรายงาน ผลการปฏิบัติงานของ ป.ป.ส. ปี ๒๕๖๕ นะครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณแล้วก็ให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ทุกท่าน ในการที่จะทำงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด แม้ว่า ในขณะนี้สถานการณ์ยาเสพติดไม่ได้ลดน้อยลงเลยท่านประธาน วันนี้เราทราบกันดีว่า การลักลอบนำเข้ายาเสพติดส่วนใหญ่แล้วก็มาจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบนนะครับ เนื่องจากว่า มีภูมิประเทศที่เหมาะในการเคลื่อนย้ายลักลอบเข้ามา นอกจากนั้นแล้วในส่วนของ การเชื่อมโยงกับการท่าอากาศยานนานาชาติ ไปรษณียภัณฑ์ต่าง ๆ เหล่านี้มันก็เป็นช่องทาง ที่ทำให้การลักลอบนำเข้ายาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นเฮโรอีน กัญชา ยาบ้าต่าง ๆ ทะลักเข้ามา จำนวนมาก เพราะฉะนั้นแล้วผมคิดว่า ป.ป.ส. เองจะต้องเร่งดำเนินการป้องกันและ ปราบปรามอย่างเต็มที่ วันนี้แม้ว่าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมี การป้องกันอย่างดีแล้ว การใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ แต่ผู้ลักลอบเข้ามาก็มีการปรับยุทธศาสตร์ เช่นเดียวกัน เช่น ใช้ Drone ส่งเข้ามา นอกจากนั้นแล้วล่าสุดต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. สามารถจับคาราวาน Big Bike ได้นะครับ ท่านประธานดูสิครับวันนี้ที่เราเห็น Big Bike คันละ หลายล้าน สุดท้ายก็เป็นกระบวนการลักลอบนำเข้ายาเสพติดเข้ามา เพราะฉะนั้นแล้วผมคิดว่า ตรงนี้ก็จะต้องปรับยุทธวิธีใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนั้นแล้ว ท่านประธานครับ ผมอยากจะสอบถามไปยังท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. ซึ่งวันนี้ท่านไม่ได้มานะครับ ก็ฝากท่านเลขาไปนะครับว่าในส่วนของนโยบายในสมัยท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่มีการปรับเปลี่ยนนโยบายตัดวงจรผู้ค้า นั่นหมายความว่า ในปี ๒๕๖๔ มีประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ได้กำหนดให้แยกคดีอาญาออกจาก คดีแพ่ง นั่นหมายความว่าเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินคดียึดทรัพย์ได้ทันที ตรงนี้ผมไม่แน่ใจว่า ป.ป.ส. ยังมีนโยบายเหล่านี้ทำต่อหรือไม่ ซึ่งถ้ายังไม่มีนโยบายไม่ได้ทำต่อผมอยากจะให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านใหม่ได้ดำเนินการต่อ ท่านประธานทราบไหมครับ ว่าหลังจากที่เรามีนโยบายตรงนี้เราสามารถยึดทรัพย์ได้จำนวนมาก ปี ๒๕๖๓ เรายึดได้มูลค่า ๗๙๑ ล้านบาท แต่พอมีกฎหมายตัวนี้และมีนโยบายตัวนี้สามารถ ที่จะยึดทรัพย์ได้ถึง ๗,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ปี ๒๕๖๕ ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็ปี ๒๕๖๖ สามารถยึดทรัพย์ได้ถึง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นแล้วผมคิดว่า ป.ป.ส. ต้องให้ ความสำคัญในส่วนนี้นะครับ🔗
เรื่องต่อไปท่านประธานครับ ผมเองได้มีโอกาสลงพื้นที่ที่จังหวัดภูเก็ตนะครับ แล้วก็ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของต่างชาติ เข้ามายึดกิจการคนไทย มี Mafia ต่างชาติ Mafia รัสเซีย ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ประชาชนชาวจังหวัด ภูเก็ตสะท้อนมาก็คือว่าวันนี้ยาเสพติดมันเกลื่อนสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้หมดแล้ว เราต้อง ยอมรับรายได้หลักของประเทศนี้มันมาจากการท่องเที่ยว ก่อนโควิดเรามีนักท่องเที่ยว ต่างชาติถึง ๔๐ ล้านคน เงินเข้าประเทศถึง ๒.๗ ล้านล้านบาท และในปี ๒๕๖๖ นักท่องเที่ยว เข้ามา ๒๘.๒ ล้านคน เงินเข้าประเทศถึง ๑.๓ ล้านล้านบาท ปีนี้เกือบ ๗ ล้านคนแล้ว แต่เมื่อ มีปัญหาของยาเสพติด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน ผมต้อง ขอขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ผมได้มีโอกาสนำปัญหาเหล่านี้ไป สะท้อนให้ท่านฟังแล้วท่านก็สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ปัญหาโดยเร่งด่วน วันนี้ผมคิดว่ายาเสพติดมันเกลื่อนเมืองมากนะครับ ทุกรัฐบาลก็จะบอก ว่าให้เป็นวาระแห่งชาติ ผมไม่รู้ว่าชาติไหนถึงจะสามารถแก้ปัญหายาเสพติดได้หมดไปจาก ประเทศไทย เพราะฉะนั้นวันนี้ผมอยากจะให้หน่วยงาน ป.ป.ส. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการเร่งกวาดล้าง โดยเฉพาะในส่วนของชุดเฉพาะกิจของกรมการปกครองที่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีอนุทินเป็นคนดูแลอยู่ ผมเชื่อว่าท่านตรวจไปเถอะครับสถานบันเทิง มันไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างแน่นอนนะครับ วันนี้เยาวชนของชาติติดยาเสพติด เยอะมาก ถ้าเราไม่ได้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด ไม่เอาจริงเอาจัง ผมเชื่อว่าปัญหายาเสพติด มันไม่ได้หมดไปอย่างแน่นอน สุดท้ายผมขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ในการ ดำเนินงาน แล้วผมเชื่อมั่นว่าวันนี้ท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. คนใหม่ท่านเป็นตำรวจที่มีฝีมือ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านได้ดำเนินการสร้างผลงาน แล้วก็แก้ปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ โดยการบูรณาการกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผมเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้จะเบาบางลง แล้วมันสามารถช่วยให้ประเทศไทยของเรามันเดินหน้าไปในทุกมิติ ขอบพระคุณท่านประธาน แล้วก็ขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ทุกท่านด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานอย่างนี้นะครับ ผมอาจจะไม่ได้พูดถึงเล่มรายงานที่ทางหน่วยงานได้ส่งมา ผมเข้าใจว่าผมอยากจะคุยถึงสถานการณ์ปัจจุบันและที่จะเดินไปในภายภาคหน้า เพราะว่า รายงานฉบับนี้เป็นรายงานผลการดำเนินงานในปี ๒๕๖๕ ขณะที่เรากำลังมีเครื่องมือใหม่ก็คือ ประมวลกฎหมายยาเสพติดปี ๒๕๖๖ เรากำลังพูดถึงเรื่องผู้ที่เสพถือว่าเป็นผู้ป่วย ผมว่า ผมอยากจะเรียนเป็นข้อเสนอหรือข้อแลกเปลี่ยนตรงนี้มากกว่า ท่านประธานครับ ก่อนอื่น ผมต้องขอให้กำลังใจทาง ป.ป.ส. ที่เป็นตัวแทนของพวกเราในการที่จะดำเนินการเรื่องภารกิจ เรื่องยาเสพติด ผมคิดว่าเรื่องยาเสพติดมันเป็นเรื่องของความมั่นคงของรัฐ ผมอยู่ใน คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐและกิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป ประเทศ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ท่านประธานครับ ยาเสพติดที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ประเทศไทยและอยู่กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน มันคือสงครามที่ต่อสู้กับพวกเราโดยเราไม่รู้ตัวครับท่านประธาน ท่านประธานลองนึกภาพ นะครับ เยาวชนตั้งแต่อายุ ๑๑ ๑๒ ถึง ๒๐ วันหนึ่งคนเหล่านี้ถ้าหากว่าศักยภาพทางร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นความคิด สมอง ส่วนต่าง ๆ ที่จะต้องใช้เพื่อที่จะสามารถดูแลรักษาพวกเรา มารักษาประเทศ มารักษาผลประโยชน์ มาเป็นตัวแทนของพวกเราที่จะต้องทำงานร่วมกับ ประชาคมโลก บุคคลเหล่านี้ไม่มีศักยภาพพอเพราะสมองถูกทำลาย ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง สำคัญครับ เป็นเรื่องสงครามที่ทำกับพวกเรา แต่เราไม่รู้ว่าตัวตนของผู้ที่ก่อสงคราม ผู้ที่อยู่ เบื้องหลังเป็นใคร สิ่งที่เราเห็นก็คือลูกหลานของเราได้รับผลกระทบ ท่านประธานครับ เพื่อน สส. ของผม ๒ ท่าน ท่านวีรนันท์ ฮวดศรี จังหวัดขอนแก่น เขต ๑ ท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี จังหวัดภูเก็ต เขต ๒ บอกว่าในพื้นที่วันนี้พ่อแม่ผู้ปกครองมาร้องตลอดนะครับว่าวันนี้หาซื้อ ได้ง่ายกว่าซื้อลูกอมอีกครับท่านประธาน เมื่อก่อนนี้อาจจะมีน้อยนะครับ ผู้ค้าอาจจะมีน้อย แต่วันนี้ผมไม่แน่ใจว่ามันค้าขายเสรีได้อย่างไร มีเงินไม่ถึง ๒๐ บาทก็หาซื้อได้ ผมคิดว่า ทั้งหมดที่ผมพูดในช่วงนี้ผมไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นความรับผิดชอบของ ป.ป.ส. ฝ่ายเดียว ในเมื่อเราคิดว่ายาเสพติดมันคือสงครามกับพวกเรา พลเมืองทั้ง ๗๐ กว่าล้านคน ผมคิดว่า ในภารกิจนี้มันไม่ควรจะเป็นภารกิจของ ป.ป.ส. เพียงฝ่ายเดียว มันควรจะยกระดับขึ้นมา โดยเฉพาะรัฐบาลที่ได้ประกาศ โดยเฉพาะพวกเราในสภาผู้แทนราษฎรต้องหาทางเรื่องนี้ครับ มันไม่สามารถที่จะใช้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งรับผิดชอบกับภัยที่เกิดขึ้นกับพวกเรา กับชีวิตของผู้คนทั้ง ๗๐ ล้านคนครับ ผมยกตัวอย่าง ความพยายามที่เกิดขึ้นผมเห็นภาพข่าว ท่านรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมไปทำงานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านคือประเทศลาว กระบวนการทำงานความร่วมมือข้ามประเทศอย่างนี้ผมคิดว่าเป็นกระบวนการเชิงรุกที่มี ความสำคัญมาก เพราะฉะนั้นคือทางทิศตะวันตกครับ ประเทศเพื่อนบ้านของเราเมียนมา วันนี้สถานการณ์ไม่แน่ใจว่าเราจะประสานใครอย่างไร แต่ตะเข็บชายแดนตั้งแต่เชียงราย ไปถึงประจวบคีรีขันธ์ไปถึงระนอง มีกลุ่มกองกำลัง มีรัฐอิสระ เราจำเป็นจะต้องทำงานกับ พวกเขาครับท่านประธาน มีบางกลุ่มที่เราอาจจะคิดว่าอาจจะเป็นกลุ่มที่อยู่เบื้องหลัง อันนี้ เราก็ต้องมียุทธวิธีกลยุทธ์ที่สำคัญ ผมคิดว่ากรณีตัวอย่างเชิงรุกอย่างนี้ เราไม่ควรจะปล่อยให้ เป็นภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เพราะว่ายาเสพติดผมถือว่าเป็นสงครามที่ทำกับ พวกเรา อาชญากรรมยาเสพติดในบางประเทศ องค์กรอาชญากรรมยาเสพติดในบางประเทศ สามารถที่ควบคุมอำนาจรัฐได้เกือบทั้งหมด เราไม่อยากเห็นภาพแบบนี้เกิดขึ้นในประเทศไทย สิ่งสำคัญที่จะเกิดขึ้นกับพวกเรา ในอนาคตพวกเรา เราไม่อยากจะกดดัน เราไม่อยากจะให้ ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบฝ่ายเดียว แต่ท่านเป็นองค์กรหลักที่จะต้องชี้นำ เสนอแนะให้กับ ทุกหน่วยงานนี้ดำเนินการ อันนี้คือประเด็นหลัก ๆ ที่ผมจะได้นำเสนอเบื้องต้น ทีนี้ผมจะ กลับมาเรื่องเนื้อหาที่เกี่ยวข้องตรงนี้ ผมขออนุญาตใช้เวลาสักเล็กน้อย เนื่องจากฝ่ายค้าน ลงชื่อน้อย ท่านประธานครับ เครื่องมือที่เรามีอยู่ตอนนี้ก็คือประมวลกฎหมายยาเสพติด ปี ๒๕๖๖ มีความสำคัญที่ผมคิดว่าทุกคนวันนี้ถกเถียงกัน มันมีความต่างอยู่และมันมีความ เห็นชอบร่วมกันอยู่ โดยเฉพาะเรื่องประมวลกฎหมายยาเสพติด ในมาตรา ๑๖๒ ๑๖๓ ๑๖๔ พูดถึงเรื่องของผู้เสพคือผู้ป่วย ในมาตรา ๑๑๓ ๑๑๗ พูดเรื่องกระบวนการเข้าไปรักษาบำบัด ผมว่าอันนี้เราเห็นตรงกันนะครับ สมัยที่แล้วเราจำได้เราผ่านกฎหมายฉบับนี้ ท่านรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรมสมัยนั้นคือ ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็ขอความร่วมมือเพราะว่าคนเต็มคุกแล้ว ส่วนใหญ่เป็นผู้เสพ เราก็เห็นชอบ ผมคิดว่าอันนี้เรากำลังมาในทางที่ผมคิดว่าเห็นร่วมกันที่จะ ดำเนินการ แต่ปัญหามันเกิดขึ้นครับท่านประธาน ปัญหามันอยู่ตรงนี้ ป.ป.ส. จะต้องเป็นคน หาทางออกคือคนเสนอแนะครับ เราบอกว่าเมื่อผู้เสพกลายเป็นผู้ป่วย ผมเข้าใจว่าทุกคน ก็น่าจะเห็นร่วมกัน แต่ปัญหาในกระบวนการรักษาเวลาไปส่งศาล ศาลก็จะให้ความเห็นบอกว่า ในกฎหมายเขียนว่าถ้าเป็นผู้ป่วยต้องป่วยและไปรักษา การไปรักษาต้องสมัครใจครับ ท่านประธาน ศาลเขาจะลงความเห็นว่าถ้าผู้ป่วยไม่สมัครใจก็จะรอลงอาญาแล้วก็กลับไปสู่ที่บ้าน อันนี้คือ ปัญหา ผมได้ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่คุมประพฤติมาครับท่านประธาน วันนี้ที่ศาลได้ตัดสินแล้วก็ รอลงอาญาส่งกลับบ้าน ไม่เข้าสู่กระบวนการตามเจตนาของกฎหมาย คือผู้เสพเป็นผู้ป่วย วันนี้กลับไปอยู่ในพื้นที่ชุมชน ๔๐๐,๐๐๐ คนท่านประธาน ๔๐๐,๐๐๐ คน ไหนเราบอกว่า เป็นผู้ป่วยอย่างไรครับ ไหนบอกว่าเราจะแก้ปัญหาว่าเราจะไม่เอาคนเล็กคนน้อยไปอยู่ในคุก ไหนว่าเราจะทำให้คนที่ติดยาเสพติดฟื้นฟูร่างกาย วันนี้กระบวนการตรงนี้ผมคิดว่ามีปัญหา ครับท่านประธาน ภารกิจสำคัญที่เกิดขึ้นวันนี้หนักหน่วงมาก โดยเฉพาะกรมคุมประพฤติครับ ไม่ได้มีหน้าที่ในการที่จะฟื้นฟูรักษา แต่ว่าพอศาลได้ตัดสินรอลงอาญาคนเหล่านี้ไม่เข้าสู่ กระบวนการฟื้นฟูรักษา เข้าไปสู่กระบวนการที่จะต้องไปคุมประพฤติ ๔๐๐,๐๐๐ คนทั้งประเทศ ท่านสมาชิกก็ได้คุยเมื่อสักครู่แล้วว่าวันนี้ผู้เสพรอลงอาญากลับไปอยู่ที่บ้าน พฤติกรรมต่าง ๆ วิถีที่เคยอยู่ก็ยังมีปัญหา หลายคนที่ออกมาแล้วกลับไปอยู่ชุมชนอาจจะมีพฤติกรรมที่ส่อ ความรุนแรงกระทำกับพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าเรื่องนี้โดยรวมเจตนารมณ์ของกฎหมาย ผมคิดว่าพวกเราเห็นชอบร่วมกันว่ากรณีที่เป็นผู้เสพเราจัดให้อยู่เป็นผู้ป่วย แต่พอ กระบวนการดำเนินการ ผมคิดว่าถ้ามันติดที่ข้อกฎหมายท่านก็เสนอออกมา ถ้าหากว่า ข้อกฎหมายมันสามารถหาทางออกได้ อาจจะออกเป็นประกาศกระทรวงหรือระเบียบต่าง ๆ ผมคิดว่า ป.ป.ส. จะต้องไปคุยกับศาลครับ ถ้าไม่อย่างนั้นก็คือปัญหาในกฎหมายที่เราคุยกัน อย่างนี้ศาลก็ไม่สามารถจะสั่งให้ไปรักษา เพราะว่าเราเขียนว่า รักษาโดยสมัครใจ พอรักษา โดยสมัครใจผู้ที่เราจับกุมได้ที่ตำรวจส่งศาลก็ไม่สมัครใจก็จะกลับไปอยู่ในชุมชน เป็นหน้าที่ ของคุมประพฤติ อย่างนี้มันจะวนอย่างนี้ครับ ปัญหาที่จะตามมาหมายความว่าคนที่เรา เจตนาจะให้รักษาไม่ได้รักษา ผมคิดว่าถ้าปริมาณมันเยอะขึ้น ๆ มันก็จะเป็นคุกที่มันไม่มีขอบ ตารางที่เราเคยบอกว่าไม่ควรจะอยู่ในคุก วันนี้มันก็จะเป็นคุกอีกแบบหนึ่ง คือภารกิจของ ชุมชน ของหมู่บ้านที่ต้องดูแล โดยสรุปนะครับท่านประธาน ข้อเสนอของผมวันนี้เรามีจำนวน คนประมาณเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ คน ที่ศาลได้สั่งให้รอลงอาญาและกลับไปสู่ชุมชน และเป็น ภาระหนักหน่วงของบางหน่วยงาน เพราะฉะนั้นผมอยากจะนำเรียนท่านประธานไปยัง ป.ป.ส. ว่าต้องหาทางดำเนินการโดยเร่งด่วน ต้องคุยกับศาลยุติธรรม ศาลที่เกี่ยวข้องว่า กระบวนการตรงนี้จะนำไปสู่เจตนาของกฎหมายได้จริง ๆ ก็คือผู้เสพคือผู้ป่วย ขอบคุณมาก ครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่จากสถานทูตอังกฤษประจำ ประเทศไทยนะครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ🔗
ตอนนี้สมาชิกที่มาลงชื่อ ถ้ารวมท่านที่อภิปรายไปแล้วฝ่ายรัฐบาลจะมี ๑๘ ท่าน แล้วก็ฝ่ายค้าน ๖ ท่าน ผมขออนุญาตปิดการลงชื่ออภิปรายนะครับ เพราะเราจะมี อีกหลายญัตติในวันนี้นะครับ ขอเชิญท่านต่อไปครับ ท่านธีระชัย แสนแก้ว🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผมได้อ่าน รายงานรับทราบผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติด ประจำปี ๒๕๖๕ มี ๓ ประเด็นดังนี้ ท่านประธานครับจากการรายงานฉบับนี้เป็นการรายงาน ผลการปฏิบัติตามกฎหมาย ๒ ฉบับ ก็คือพระราชบัญญัติพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ และประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ ในรายงานฉบับนี้วิเคราะห์ถึงแนวโน้ม ยาเสพติด ซึ่งสร้างความกังวลให้กระผมเป็นอย่างมาก และพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ก็คือ ในรายงานสถานการณ์ยาเสพติดมันจะเพิ่มความรุนแรงยิ่งขึ้น หนักยิ่งขึ้นและเป็นภัย ต่อสังคมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะ ๓ สาเหตุที่กระผมอยากจะอภิปรายนะครับ คือ เราจะต้องไม่ละเลย และจะต้องร่วมกันป้องกันแก้ไขปัญหาอย่างนี้นะครับ🔗
สาเหตุแรกก็คือการขยายตัวของอาชญากรยาเสพติดข้ามชาติที่เข้ามา เคลื่อนไหวในประเทศไทย มีการลักลอบนำเข้าและการส่งออกยาเสพติดอย่างมากมาย เครือข่ายพวกนี้เราเห็นอยู่ในสังคมอยู่ทุกวี่ทุกวันครับ ก็จับอยู่ทุกวัน แล้วก็มีหลายกลุ่มเข้ามา ทำธุรกิจในประเทศของเรา ท่านประธานครับท่านสงสัยหรือเปล่าว่ากลุ่มที่มาจากต่างชาติ บางคนร่ำรวย เป็นเจ้าของธุรกิจโน่นนี่นั่นเต็มไปหมดในประเทศไทย บางคนได้รับการอำนวย ความสะดวกจากเจ้าหน้าที่เลวบางคน ในการอำนวยความสะดวกมีการเอารถนำหน้าพวกกลุ่ม สีเทาต่าง ๆ เหล่านี้ละครับ พวกนี้มันรวยเพราะยาเสพติด ค้ามนุษย์ เปิดบ่อน Online เยอะแยะไปหมด เต็มบ้านเต็มเมือง เราก็พูดหลายครั้งเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด ๆ ยาเสพติด เข้ามาทีไรพวกผมก็จะพูดทุกปีนั่นล่ะครับ ก็จะพูดทุกครั้ง ตั้งแต่เปิดสภามา ๒ สมัยก็มี การพูดไม่ต่ำกว่า ๔-๕ ครั้งแล้วครับ แต่ก็ต้องพูด แต่การให้กำลังใจหรือข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่พวกท่านได้กรุณาได้ไปทำมามันก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ🔗
สาเหตุที่ ๒ เกิดจากปัญหาการขยายตัวมีความต้องการยาเสพติดประเภท สังเคราะห์มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเฮโรอีน ยาไอซ์ ผงขาว เพราะตอนนี้ยาเสพติดกลุ่มนี้ ผู้เสพก็คือเป็นอีกชั้นหนึ่งนะครับ ซึ่งมันแพร่ระบาดในวัยรุ่นพวกที่มีเงินมีทองที่มากพวกนี้ แล้วพวกที่ว่าขายก็คุ้มค่าในการที่จะขาย ซึ่งตอนนี้การค้าระหว่างประเทศสะดวก ขนส่งมากมาย ทุกวันนี้การลักลอบลำเลียงยาเสพติดได้ง่ายขึ้น ทางบก ทางเรือ ทางอากาศ หรือแม้กระทั่ง ซื้อกันทาง Online ขนาดยางพารายังข้ามมาหน้าตาเฉย ยางเถื่อน นับประสาอะไรยาเสพติด มันจะเข้ามาไม่ได้ ปะปนกันมาทั้งนั้น อันนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่เราจะต้องดำเนินการกัน ซึ่งรัฐบาลก็พยายามที่จะดำเนินการอยู่นี่ละครับ🔗
อีกสาเหตุหนึ่งก็คือเมื่อเดือนก่อนท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงาน เร่งตรวจสอบปราบปรามเกี่ยวกับเรื่องน้ำกระท่อมครับท่านประธาน น้ำกระท่อมซึ่งอยู่ริมถนน ตามรั้วโรงเรียนเยอะแยะไปหมด ตามชุมชนต่าง ๆ ตั้งแต่อุบลราชธานียันอุดรธานี ตรงจุดนี้ ทางตำรวจถ้าท่านนายกสั่งก็รีบเร่ง จริง ๆ ต้องทำทั้งประเทศ น้ำกระท่อมมันเป็นบ่อเกิด จะขยับจากน้ำกระท่อมไปกัญชา จากกัญชาก็จะขยับเป็นยาบ้า ๆ เพราะว่ายาบ้ามันถูก แล้วรายงานฉบับนี้ก็ประเมินว่าการปลดกัญชาออกจากยาเสพติดประเภท ๕ และการขาย น้ำกระท่อมแพร่หลายจะเกิดผลกระทบทางลบกับพี่น้องประชาชน จากรายงานมันจะเกิด ผลลบ โดยเฉพาะกลุ่มที่น่าห่วงที่สุดคือเด็กนักเรียนและเยาวชน เนื่องจากเหตุทุกวันนี้ น้ำกระท่อมมีการแพร่หลายจริง ๆ คือเราไม่สามารถป้องกันได้เลย เอาไปผสมน้ำ น้ำอะไร ก็ไม่รู้เขาสามารถดื่มกันหน้าตาเฉย ดื่มแล้วมันก็เมา เพราะฉะนั้นมันหาซื้อได้ง่ายจริง ๆ ครับ ซึ่งเท่ากับว่าเป็นสิ่งที่จะเพิ่มจำนวนผู้เสพมากขึ้น แล้วจะเกิดผลกระทบต่อสาธารณสุขด้วย อย่างสูบกัญชา คือกัญชาส่วนหนึ่งที่เราจะต้องคัดเลือกมาเพื่อที่จะไปรักษาคนป่วยคนไข้ ตัวนี้มันก็จะเกิดผลกระทบต่อประเทศ แล้วเกิดผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านด้วย ประเทศ เพื่อนบ้านเขายังไม่ปลดล็อกตรงนี้ กัญชายังผิดกฎหมายอยู่ครับ อันนี้ก็คือประเด็นที่ ๒ ในรายงานฉบับนี้ได้รายงานผลการปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ปี ๒๕๖๕ มีการจับกุมผู้กระทำความผิด ๑๙๐,๐๐๐ คดี ถือว่าเยอะพอสมควร แต่มันต้อง มากกว่านี้ แต่ด้วยบุคลากรหรือเรื่องต่าง ๆ ที่เราบูรณาการในการจัดการเรื่องนี้มันก็ พอสมควรเท่าที่ฟัง ของกลางที่ยึดได้ ได้แก่ ยาบ้า ๓๓๑ ล้านเม็ด ยาไอซ์ ๖,๔๐๐ กิโลกรัม เฮโรอีน ๕๐๐ กิโลกรัม โคเคน ๒๕ กิโลกรัม กัญชาแห้ง ๒,๙๕๐ กิโลกรัม กัญชาสด ๔๕๐ กิโลกรัม อันนี้จากการรายงาน ผมถือว่าใช้ได้อยู่นะครับ แล้วยังขยายผลไปยึดทรัพย์อีกได้ตั้ง ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอชื่นชมคณะของท่านทุกท่าน ในคณะที่มาดำเนินการในเรื่องนี้ด้วยความเอาจริงเอาจัง แต่ท่านประธานครับ กระผมขอตั้ง ข้อสังเกตหน่อยว่า ถ้าเรามองตัวเลขยึดยาเสพติดของกลาง ยึดทรัพย์อะไรอย่างนี้ ผมว่า มันก็ยังไม่เป็นที่สุด ผมก็เลยสงสัยว่าเพราะคิดว่าการปราบยาเสพติดจะได้ผลและมี ประสิทธิภาพดีนั้น ยาบ้ามันจะต้องราคาสูงขึ้น คือหลักเศรษฐศาสตร์ถ้าเราปราบมันได้จริง ๆ ยาบ้ามันก็ต้องราคาสูงขึ้น แต่เดี๋ยวนี้มันหาซื้อง่ายครับ ปราบเท่าไร จับเมื่อวานนี้ก็เยอะแยะ เลยครับ แถบนี้มันหนีจากเหนือมันก็ไปนครพนม ไปฝั่งลาวไปทางโน้น จับเท่าไรก็ไม่หมด เยอะแยะไปหมด เพราะฉะนั้นตัวนี้มัน Demand Supply ครับ ผมอยากจะขอกราบเรียนว่า เดี๋ยวนี้ราคายาบ้า ๑๐ บาทต่อ ๑ เม็ด เพราะฉะนั้นอีกประเด็นหนึ่งนโยบายทางการปราบ ยาเสพติดทั่วโลก ผมอยากจะขอกราบเรียนว่าในช่วงวันที่ ๑๓ หรือ ๑๗ ท่านพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้เดินทางไปประชุมยาเสพติดโลก ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรียที่เป็นการประชุมระดับรัฐมนตรี ถือว่าเป็นการประชุม นานาชาติยาเสพติดที่ใหญ่ที่สุด นอกจากประชุมเต็มคณะแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมต้องกล่าวถ้อยแถลงคู่ขนานกับประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นจีน ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนี เป็นต้น อะไรลักษณะอย่างนี้นะครับ อันนี้รวมจากมูลนิธิตรงนี้ด้วย ช่วงจากประชุมมูลนิธิ โครงการหลวงด้วยนะครับ ผมอยากจะขอกราบเรียนอีกนิดหนึ่ง ขออนุญาตครับ เราอภัย ต่อกันแล้วครับ เพราะฉะนั้นผมขออีกนิดหนึ่งเพราะว่าผมอยากจะถ้อยแถลงว่ายาเสพติดของ โลกนี้ในแต่ละประเทศเขามีการป้องกันและทำสงครามยาเสพติดอย่างไร สมัยดึกดำบรรพ์ ริชาร์ด นิกสัน (Richard Nixon) นำนโยบายสงครามยาเสพติดประกาศใช้กฎหมาย ซึ่งเป็น กฎหมายที่เรียกว่าท้าชนกับปัญหายาเสพติดอย่างเต็มตัว ตัดวงจรอุบาทว์ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น แง่วิทยาศาสตร์อะไรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องการแพทย์ยาเสพติดทะลักเข้ามาจาก เม็กซิโก แล้วก็มีปัญหาระหว่างอเมริกากับเม็กซิโกในตอนนั้น แล้วก็ประเทศฟิลิปปินส์ใหม่ ๆ เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ดูแตร์เต (Duterte) ได้มีการประกาศสงครามซัดผู้ค้ายาเสพติดไป ๗,๐๒๕ คน ก็เห็นผล เห็นผลชั่วคราวครับ ตอนนี้ยาเสพติดก็ยังมีมาเหมือนเดิมของประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศสิงคโปร์ดำเนินการนโยบายในการประกาศทำสงครามอย่างรุนแรง ใครค้ายาเสพติด แขวนคอครับ เอาให้อยู่ แต่ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศเล็ก ๆ มันก็เลยทำได้ง่าย แล้วทีนี้มี โทษประหารชีวิตอะไรต่าง ๆ ป้องกันยาเสพติดเข้าสู่ประเทศได้ง่ายกว่าประเทศอื่น ๆ ครับ อย่างกรณีโปรตุเกสครับ ดำเนินการปราบยาเสพติดแตกต่างจากอเมริกา ต่างจากฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ แต่โปรตุเกสใช้น่าคิดครับท่านครับ การลดทอนความเป็นอาชญากรรมของ ยาเสพติด นโยบายนี้คือเมื่อตำรวจเจอผู้ครอบครองยาเสพติดปริมาณที่น้อยกว่าใช้เสพ ใน ๑๐ วัน อย่างเฮโรอีน ยาอี ยาบ้าไม่เกิน ๑ กรัม หรือโคเคนไม่เกิน ๒ กรัม จะไม่ถูกจับ ซึ่งนโยบายของโปรตุเกสนี้ได้ผลอย่างน่าเชื่อถือ อันนี้ผมก็ศึกษามาครับ ท่านไปดูก็แล้วกันว่า มันได้จริงหรือไม่ ท่านประธานครับ นี่เป็นตัวอย่างนโยบายในการปราบปรามยาเสพติดของ ประเทศต่าง ๆ ครับท่านประธาน และขอฝากให้ท่าน ป.ป.ส. ลองนำบทเรียนต่างประเทศ ที่ผมได้กล่าวมาเบื้องต้นลองมาปรับใช้ บางครั้งบางคราวมันก็จะหาวิธีการซึ่งแต่ละประเทศ มันก็ไม่เหมือนกัน เพราะว่ากับบริบท สภาพแวดล้อมของประเทศของเรามันจะทำอย่างไรได้ กระผมขอให้กำลังใจและชื่นชมคณะท่านที่ได้กล่าวมาเบื้องต้น และขอให้ท่านดำเนินการ แก้ปัญหาอย่างนี้ และยิ่งใหญ่ให้สิ้นซาก และท่านจะต้องทำงานอย่างหนักเพื่อปราบปราม สิ่งเลวร้ายเหล่านี้ที่จะมาทำลายอนาคตลูกหลานของพวกเรา กระผมขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านพลากร พิมพะนิตย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพลากร พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ผมได้ร่วมลงชื่ออภิปรายในเรื่องรับทราบรายงานผลปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ท่านประธานครับ ปัญหายาติดเป็นปัญหาหนึ่งที่ฝังรากลึก ในสังคมไทยมาอย่างยาวนานครับ ทั้งปัญหาผู้เสพ ปัญหาผู้ค้า หรือปัญหาเครือข่าย อาชญากรรมยาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดผลกระทบในสังคมไทย อย่างยาวนาน สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในประเทศค่อนข้างน่ากลัวครับ อย่างที่ทุกท่าน ทราบกันดี ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางการลำเลียงของยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านการลักลอบยาเสพติดในรูปแบบในวิธีการที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย หรือแม้กระทั่งใช้สื่อ สังคม Online เป็นช่องทางในการซื้อขายยาเสพติด ซึ่งในสภาพสังคมปัจจุบันที่ความเจริญ ทางเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้การเข้าถึงยาเสพติดอย่างง่ายดาย ในส่วนนี้เป็นความ น่ากังวลใจไปถึงพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูอาจารย์และทุกคนในสังคมว่าในสักวันหนึ่งลูกหลาน ของเราจะกลายเป็นผู้ป่วย ผู้เสพ หรือผู้ต้องขังเพราะยาเสพติดหรือไม่ จากข้อมูลในรายงาน เล่มนี้พบว่าผู้ผลิตยาเสพติดมีการปรับเปลี่ยนไปใช้สารเคมีตั้งต้นที่ถูกควบคุมน้อยกว่าสารเดิม มาทดแทน ทำให้สถานการณ์ยาเสพติดยังคงดำเนินต่อไป ทั้งการผลิต การค้า ไปจนถึงการ ลักลอบขนยาเสพติดระหว่างประเทศ ในขณะที่ประเทศไทยเองก็เรียกได้ว่าเป็นแหล่งขนส่ง ศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงการค้าปลีกของขบวนการยาเสพติดครับ แม้ตัวเลขการจับกุม จะมากขึ้นเท่าใด แต่ก็ไม่ได้ทำให้ตัวเลขการลักลอบการขนส่งลดลงอย่างที่ควรจะเป็น ยังคงมี เจ้าหน้าที่พนักงานที่อาศัยอำนาจหน้าที่ของตนแสวงหาผลประโยชน์จากอำนาจหน้าที่อยู่ ซึ่งผมเข้าใจดีว่าในคนหมู่มากย่อมมีคนที่ดีและไม่ดีปะปนไป แต่ก็ยังคงคาดหวังว่าในอนาคต คนที่ดีจะช่วยกันทำให้คนที่ไม่ดีหายไปหรือเปลี่ยนแปลงกลับกลายมาเป็นคนดี และร่วมมือ กันทำหน้าที่ของตนเองอย่างถูกต้องตรงไปตรงมา ยกตัวอย่างเช่น ในเขตพื้นที่ของกระผม พี่น้องประชาชนหวาดระแวงไม่กล้านำข้อมูลของผู้ค้ายาเสพติดไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องแจ้งเข้ามาช่องทาง Social ของผมว่ามีผู้ค้ารายนี้ มีผู้เสพรายนี้อยู่ตามชุมชนนี้ ผมก็ได้ ดำเนินการประสานไปยังท่านผู้บัญชาการภาค ๔ วันรุ่งขึ้นได้รับความอนุเคราะห์ ท่าน ผู้บัญชาการภาค ๔ นำกำลังเข้าไปจับกุม อันนี้แสดงให้เห็นว่าพี่น้องประชาชนขาดความ เชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่ของรัฐครับ ในส่วนข้อมูลในการใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่ปรากฏในรายงานเล่มนี้ ผมมีข้อสังเกตในส่วนข้อมูลการใช้อำนาจที่ปรากฏ ในรายงานเล่มนี้มีเพียง ๒๗,๗๐๔ ครั้ง แต่ข้อมูลการจับกุมยึดยาเสพติดของกลางกลับมี มากถึง ๒๐๐,๐๐๐ คดี ทำให้ผมมีข้อสังเกตว่าอาจมีการดำเนินงานที่ไม่ได้รับหรือมีการ บันทึกรายงานผลการดำเนินงานตกหล่นไปจากฐานข้อมูลหรือไม่ ซึ่งผมเข้าใจว่าภาระหน้าที่ ของท่านอาจจะมาก ไม่สามารถรายงานข้อมูลได้ครบถ้วนทุกครั้ง🔗
และอีก ๑ ข้อสังเกต อยากให้ท่านนำไปพิจารณาในอนาคตคือข้อมูลในการใช้ อำนาจในรายงานเล่มนี้มีข้อมูลเพียงว่าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จากหน่วยงานใดใช้อำนาจตาม กฎหมายใดเพียงเท่าใด ซึ่งผมอยากให้ท่านพิจารณาว่าจะเป็นการดีกว่าหรือไม่ หากท่านเพิ่ม ข้อมูลพื้นที่เจ้าพนักงานนั้นใช้อำนาจเพื่อเป็นข้อมูลประกอบให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพื้นที่ใด ในประเทศที่จะต้องเพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติงานของท่าน หรือใช้อำนาจมากน้อย เพียงใด และสัมฤทธิ์ผลจากการใช้อำนาจนั้นอย่างไร แต่ ๑ สิ่งที่น่าชื่นชมเป็นข้อมูลเล็ก ๆ ในรายงานเล่มนี้มีเพียง ๕ บรรทัด นั่นคือข้อมูลการปราบปรามนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ ที่ท่านระบุจากเป้าหมาย ๗๘๓ เครือข่าย ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหา ๔๒๓ คน และยึด ทรัพย์สินมากกว่า ๑,๕๔๐ ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความสำคัญในการทำลายโครงสร้าง เครือข่ายของผู้ค้ายาเสพติดของหน่วยงานของท่าน และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมค่อนข้างดีใจเมื่อได้ อ่านรายงานเล่มนี้พบว่าหน่วยงานอื่น ๆ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ช่วยกันบูรณาการป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติด มีหน่วยงานร่วมกันมากกว่า ๒๘ หน่วยงาน มันสะท้อนให้เห็นว่ารัฐเอง ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจหรือผลักภาระให้ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ หรือพี่น้องประชาชนเพียงฝ่ายเดียว ผมอยากเป็นกำลังใจหนึ่งที่ส่งให้ทุกภาคส่วน ทุ่มเทแรงกายแรงใจร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ในประเทศของเราว่าได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่ดีขึ้น เพื่อให้ลูกหลานของเราปลอดภัย จากยาเสพติด ท้ายนี้ครับท่านประธาน กระผมขออนุญาตยกข้อความจาก Facebook ของ ท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ข้อความที่ว่า ผมขอให้พวกเราทุกคนช่วยกันปลุกชุมชน ให้เข้มแข็ง เปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย และช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดผู้เสพรายใหม่ขึ้นอีก เพื่อจุดหมายสำคัญในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยให้แก่ลูกหลานของเราต่อไปในอนาคตครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านณัฐจิรา อิ่มวิเศษ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวณัฐจิรา อิ่มวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๔ พรรคเพื่อไทย อย่างที่ทราบกันดีว่าปัญหายาเสพติดถือเป็นปัญหาสำคัญระดับ ประเทศ แล้วก็ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญในการดำเนินการแก้ปัญหานี้มาอย่างยาวนาน เพราะว่ายาเสพติดฝังรากลึกของประเทศ แล้วก็ทุกภาคส่วนช่วยกันเพื่อป้องกันและ ปราบปรามในส่วนนี้ จากการรายงานผลการปราบปรามยาเสพติดของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ประจำปี ๒๕๖๕ ดิฉันพบข้อสังเกตจำนวน ๓ ข้อ ดังนี้ ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗
ข้อ ๑ จากการรายงานเกี่ยวกับ สถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบัน ทำให้ประเทศไทยมีสถานการณ์เป็นตลาดหรือเป็นทางผ่าน ของยาเสพติด ไม่ว่าจะมาจากช่องทางธรรมชาติ ทางเพื่อนบ้านเอง หรือช่องทางต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันในข่าวเราเห็นว่ามีการส่งผ่านทางท่าอากาศยานก็มี ทางท่าเรือก็มี หรือว่าจะเป็น ระบบไปรษณีย์ก็มี ระหว่างประเทศ ซึ่งสำคัญเลยอีกช่องทางหนึ่งที่เป็นปัญหา ณ ปัจจุบัน ก็คือช่องทาง Online ซึ่งแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่องทาง Online ในปัจจุบัน มีเยาวชนจำนวนมากที่อยู่ในช่องทางดังกล่าว คือช่องทาง Online เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ ก็เป็นส่วนสำคัญ ซึ่งหน่วยงานมีการวางแผนเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือปัญหา ยาเสพติดในแต่รูปแบบช่องทางต่าง ๆ อย่างไรบ้าง🔗
ข้อสังเกตที่ ๒ จากที่ดิฉันได้อ่านรายงานผล ดิฉันเห็นเพียงผลการปฏิบัติงาน ด้านการปราบปรามยาเสพติดของเจ้าพนักงาน ซึ่งไม่เห็นถึงการรายงานผลทางด้านการ ป้องกันยาเสพติด ดังตารางดังกล่าว ในส่วนนี้ดิฉันเห็นว่าทางหน่วยงานควรมีการรายงานผล ปฏิบัติงานทางด้านการป้องกันยาเสพติดด้วย เพราะในแผนงานและงบประมาณรายจ่ายปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้มีการกำหนดและจัดสรรงบประมาณสำหรับการดำเนินการด้านการป้องกัน ยาเสพติด จึงควรมีการรายงานดำเนินการดังกล่าว ก็คือวิธีป้องกันไว้ด้วย ซึ่งตัวดิฉันเวลาไป ลงพื้นที่ดิฉันก็รู้สึกกังวลใจ เพราะจากการที่อ่านข่าวก็มีค่าเฉลี่ยเยาวชนวัยรุ่นติดยาเสพติด อายุเฉลี่ย ณ ตอนนี้ ๑๒-๑๙ ปี ซึ่งส่งผลร้ายแรงถึงเยาวชนไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งก็รู้สึกกังวล ใจตลอดในการไปลงพื้นที่ พ่อแม่พี่น้องประชาชนไม่ว่าจะอำเภอสูงเนิน อำเภอขามทะเลสอ หรืออำเภอโนนไทย มีปัญหายาเสพติดทุกชุมชน จึงอยากให้ทางหน่วยงานช่วยกันพิจารณา หาแนวทางป้องกันเพิ่มเติมร่วมกัน นอกจากนี้ในเรื่องของการดำเนินงาน ในเรื่องของการ บำบัดผู้ติดยาเสพติด ดิฉันอยากให้มีการรายงานเพิ่มเติมในด้านของการติดตาม ดูแล ช่วยเหลือและบำบัดผู้ติดยาเสพติด ในด้านทางข้อมูลประสิทธิภาพของการบำบัด และใน ส่วนนี้เพื่อให้เป็นการตรวจสอบการปฏิบัติงานในหน้าที่ของการใช้อำนาจของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เป็นไปอย่างครบถ้วนและรอบด้าน จึงควรมีการรายงานผลปฏิบัติงานในทุก ๆ ด้าน🔗
ข้อสังเกตที่ ๓ จากการรายงานการกระทำความผิดของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งเห็นดังในข่าว เรื่องนี้ก็ควรมีการป้องกัน หรือช่วยกำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาต่าง ๆ ในเรื่องของบุคคลที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ขอสไลด์สุดท้ายค่ะ ข่าวล่าสุดเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม เกิดขึ้นที่ทางภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายมากค่ะ ณ ปัจจุบันมี กระดาษเมาค่ะ อันตราย หรือเรียกว่าแสตมป์มรณะ ในส่วนนี้มีสารออกฤทธิ์ก็คือสาร LSD ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ ออกฤทธิ์หลอนประสาทเมื่อหยดลงกระดาษ แล้วก็ แพร่หลายกันอย่างมากเพราะว่าหาซื้อง่าย ซึ่งในส่วนนี้มีลักษณะเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ คล้าย ๆ แสตมป์ อมไว้แล้วออกฤทธิ์นานถึง ๑๒ ชั่วโมง ทำให้ผู้เสพเกิดอาการประสาทหลอน หรือว่าอาจจะเกิดการฆาตกรรมผู้อื่นหรือฆ่าตัวตายในอนาคตได้ค่ะ จึงอยากให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องหรือทาง ป.ป.ส. หาแนวทางหรือวิธีป้องกันเกี่ยวกับแสตมป์มรณะนี้ เพื่อไม่ให้ แพร่ระบาดไปสู่เยาวชนหรือคนไทย เพราะว่าสิ่งดังกล่าวเป็นสิ่งที่มาใหม่ ซึ่งบางทีเยาวชน ไม่ทราบ แล้วช่องทาง Online สมัยนี้หาง่าย ซึ่งดิฉันเองก็เป็นกังวล อยากให้เยาวชนหนีพ้น ยาเสพติด ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านเอกราช อุดมอำนวย ถ้าอย่างนั้นผมประกาศท่านต่อไปเลยนะครับ หลังจากท่านเอกราช อุดมอำนวย จะเป็นท่านนิพนธ์ คนขยัน ครับ🔗
ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง พรรคก้าวไกล ท่านประธานต้องขอบพระคุณนะครับที่ได้เปิดโอกาสให้อ่านรายงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นรายงานย้อนหลังเจาะเวลาหาอดีตในช่วงปี ๒๕๖๕ รายงานเล่มเล็กกะทัดรัด แต่ว่าถ้าเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่น ๆ แล้วก็อ่านยากนิดหนึ่ง แต่ว่า ตรงนี้ไม่เป็นอะไร จากข้อมูลในรายงานการปฏิบัติงานแนวโน้มของสถานการณ์ยาเสพติด เท่าที่ดูในปี ๒๕๖๕ นั้นก็เป็นการขยายตัวของเครือข่ายอาชญากรรมยาเสพติดข้ามชาติ มีการลักลอบขนส่งยาเสพติดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือสากล อากาศยาน ไปรษณีย์ แล้วก็ ยังคงความรุนแรง โดยเฉพาะเรื่องของการลักลอบการนำเข้าในช่วงหลังโควิด-๑๙ แต่ว่า สถานการณ์เรื่องของการปลดกัญชาออกจากยาเสพติดประเภท ๕ นี้ก็ทำให้เกิดผลกระทบ ตามมาด้วย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน นี่คือสิ่งที่เป็นห่วง ขอแสดงความห่วงใยไว้อยู่ ตรงนี้ แล้วก็การควบคุมการจำหน่ายอย่างแพร่หลายนี้นำไปสู่การใช้ยาเสพติดประเภทอื่น ที่รุนแรงกว่า เท่ากับว่ามีการเพิ่มจำนวนผู้ใช้ยาเสพติด ส่งผลต่อระบบสาธารณสุข อีกทั้ง การบำบัดรักษาผู้ที่ป่วยหรือว่าผู้ที่เสพยาเสพติดนี้เราไม่มีระบบที่วางไว้อย่างชัดเจน คือเรามี เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ไปจับ ซึ่งผมเข้าใจดีว่าท่านก็เน้นจับรายใหญ่ใช่ไหมครับ จับรายใหญ่ แล้วรายย่อย ๆ ต้องเข้าไปฟื้นฟูและบำบัด ปัญหาของการฟื้นฟูและบำบัดนี้รัฐไม่มีหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของภาครัฐที่จะดูแลอย่างทั่วถึง หรือภาคเอกชนที่จะเปิดในการ ให้บริการในการเข้าถึงในการบำบัดยาเสพติด อย่างในกรณีของต่างประเทศก็จะเห็นมี การดำเนินการในส่วนนี้ ก็คือการเปิดให้มีการบำบัดที่กว้างขวาง ทำให้ผู้ที่ประสบเป็นผู้ป่วย ในการใช้ยาเสพติดสามารถเข้าถึงการบริการสาธารณสุขได้อย่างดี แล้วก็มีระบบติดตาม ทีนี้ ผมไม่แน่ใจว่าอำนาจของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นี้มีการติดตามเคสของผู้ปฏิบัติมากน้อย แค่ไหน มันก็จะมีกลุ่มเพศวิถี อย่างเช่น กลุ่มที่ใช้ยาเสพติดเป็นประจำก็ต้องการการบำบัด แล้วก็ต้องการการฟื้นฟูทั้งสภาพร่างกาย สภาพจิตใจ ท่านประธานครับ การบำบัดยาเสพติด ในต่างประเทศเขามีแนวทาง ไม่ว่าจะเป็นการบำบัดแบบองค์รวม หรือว่าการบำบัดระยะยาว ในชุมชน ซึ่งอันนี้ ป.ป.ส. ท่านมีหน้าที่อยู่แล้ว นอกจากติดตามจับกุมท่านสามารถทำข้อมูล นำเสนอในการจัดการปัญหายาเสพติดได้ เท่าที่ไปดูในระเบียบและประกาศท่านก็สามารถ เสนอแนะหน่วยงานในการดูแลชุมชนด้วยกัน ตอนนี้การบำบัดแบบครอบครัวก็สำคัญ เพราะฉะนั้นผมก็เลยอยากจะสนับสนุนท่าน ให้กำลังใจหน่วยงานผู้ปฏิบัติว่าอย่าไปท้อแล้วก็อย่าไปมองเป็นเรื่องของตัวบุคคล แต่อยากให้ การบำบัดรักษายาเสพติดเป็นทั้งระบบ หน่วยงาน ป.ป.ส. ดูแลควบคุมการจับกุมรายใหญ่ โดยเฉพาะตะเข็บชายแดนหรือว่าต่าง ๆ ท่านต้องเข้มงวดมากขึ้น🔗
อันที่ ๒ ก็คือการที่ท่านจับรายย่อยได้ ผมไม่วิจารณ์เรื่องบทสันนิษฐาน ในฐานะนักกฎหมายก็คิดว่าตรงนี้ก็จะเป็นการที่จะทำให้ผู้ที่เสพยาเสพติดจริง ๆ จะต้องได้รับ การบำบัด ซึ่งต้องบำบัดจริง ๆ ไม่ใช่แค่ไปรายงานตัวกับศาลแล้วบอกว่าฉันจะเข้าการบำบัด แต่สุดท้ายบำบัดจริงหรือเปล่า บำบัดแล้วหายไหม ตรงนี้ครับมันเหมือนห่วงโซ่ที่ขาดหายไป จึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ว่าถ้าเป็นไปได้ในการจับกุมสถิติที่ท่าน ทำมาก็ดี หรือแม้กระทั่งการกระทำผิดที่ ป.ป.ส. มีข้อมูลอยู่ก็ดีอยากให้ท่านติดตามมากขึ้น คือติดตามผู้ที่เข้ารับการบำบัดว่าสามารถที่จะเข้าถึงแหล่งบำบัดได้มากน้อยเพียงใด และ ประสิทธิภาพหลังจากเข้าถึงแหล่งบำบัดแล้วพอออกมาเป็นอย่างไรเพื่อเก็บวิจัย เพราะว่า สิบกว่าปีที่ผ่านมาเราใช้ไม้แข็ง ปราบปราม จับ เอาไปขังคุก สุดท้ายนักโทษล้นคุกก็ไม่ช่วย แก้ปัญหาอะไร นั่นคือเราใช้ยาแรงมาแล้ว ตอนนี้ประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่ใช้ยาใหม่ ที่มองคนด้วยความเข้าใจ บำบัดรักษา แนวทางการบำบัดรักษาก็ว่ากันไป จำนวนคดีและ ผู้ที่จับกุมลดลง ก็ไม่แน่ใจว่าในส่วนตรงนี้แสดงว่าท่านปราบปรามได้ดีขึ้นหรือเปล่า แต่มัน สวนทางกับที่ประชาชนร้องเรียนมาว่ามีการแพร่ระบาด ดังนั้นแสดงว่ารายใหญ่จริง ๆ ก็ยัง ซ่องสุมอยู่ตามภูมิประเทศต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะฝากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. กำชับ ในการปราบปรามอย่างจริงจังรายใหญ่ให้สิ้นซาก และติดตามผู้ที่เข้าสู่ระบบไม่ให้กลับมา กระทำผิดซ้ำหรือไม่ให้เสพซ้ำ แล้วก็เปลี่ยนวิธีการ ท่านมองผู้ที่เสพเป็นผู้ต้องหา เป็น อาชญากร ให้มองเป็นผู้ป่วย ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะอาจารย์ นักศึกษาจากคณะรัฐประศาสนศาสตร์ จากราชภัฏพิบูลย์สงคราม จังหวัดพิษณุโลก สวัสดีครับ ผม สส. พวกคุณนะครับ เชิญท่าน นิพนธ์ คนขยัน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตร่วมอภิปรายรับทราบรายงานปราบปรามยาเสพติดที่ท่าน เลขาธิการ ป.ป.ส. และคณะได้นำให้รับทราบวันนี้ อ่านดูแล้วขอบคุณ ชื่นชม แต่อยากฝาก ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะครับท่านประธานที่เคารพ วันนี้ก็ถือว่ารัฐบาลเอาจริง ให้กำลังใจ ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ทำไมต้องให้กำลังใจ ตัวเลขที่จับยาบ้าวันนี้ไม่นับพัน นับหมื่นแล้ว เล่นทีละหลักล้านครับ ล่าสุดจังหวัดบึงกาฬ ๖ ล้านเม็ด มีที่อื่นแซงไปแล้วเป็น ๑๐ ล้านเม็ดก็มีแล้ว ก็แสดงว่าเอาจริง แต่อยากฝากข้อสังเกต ท่านประธานที่เคารพผ่านไป ทางท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. ที่มาร่วมรายงานวันนี้ ผมเชื่อมั่นว่าหากยาเสพติดจะหมด ทุกท่าน มีความตั้งใจเอาจริง แต่วันนี้ทุกพื้นที่บ้านผมครับ บ้านอื่นผมไม่ทราบครับท่านประธาน อย่าง ๖ ล้านเม็ดเมื่อสักครู่ ท่านประธานครับ ท่านเลขาธิการครับ คนจังหวัดบึงกาฬก็สงสัยว่า ๑๕ กระสอบ จับได้แต่กระสอบยาบ้า แต่คนค้าวิ่งหนี อันนี้คือข้อสังเกตนะครับชาวบ้านสงสัย และอันที่ ๒ วันนี้เขาเล่ากันมาว่าหากผู้มีสีบางคน ทุกสีนั่นล่ะ บางคน บางหน่วยงานไม่ยุ่ง เกี่ยวกับยาเสพติดมันจะปราบได้ง่ายกว่านี้ อันนี้หนาหูมากครับท่านประธาน ดังนั้นวันนี้ ฝากครับ ว่าเอาล่ะให้กำลังใจท่านนายกรัฐมนตรีและท่านผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ วันนี้ท่านแม่ทัพภาคที่ ๒ กำลังฉะดะที่ภาคอีสาน เหมือนกัน พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ แล้ววันนี้มาอีกท่านหนึ่งที่จะมาร่วมช่วยปราบ ช่วยบำบัด ขออนุญาตเอ่ยนามอีกท่านหนึ่ง พลตำรวจตรี กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผู้บังคับการ ตำรวจตระเวนชายแดนภาค ๒ ถ้าบุคคลที่ผมเอ่ยนามและทุกภาคส่วนร่วมมือกันจริง ผมเชื่อมั่นทุกคนที่ผมเอ่ยเมื่อสักครู่นี้เอาจริงครับ แต่ลูกน้องท่านบางคน บางสี วันนี้ท่านต้อง Scan ให้เต็มที่แล้วครับ สำคัญครับท่านประธาน อันนี้ตำรวจชั้นผู้น้อยเขาบ่นมานะครับ ท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. รางวัลนำจับเขาว่าอย่างนี้ รางวัลนำจับ จับปุ๊บทำเรื่องให้สะดวก เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในการจับแล้ว กว่าจะได้รางวัลนำจับนานเสียเหลือเกิน อันนี้ก็ฝากท่าน เลขาธิการ ป.ป.ส. นำไปพิจารณาก็แล้วกัน อันนี้ตำรวจชั้นผู้ปฏิบัติเขาบอกว่า ถ้าได้รางวัลนำ จับรวดเร็วทันใจสู้ตาย เป็นของขวัญกำลังใจอย่างไรก็ฝากท่านไปพิจารณาก็แล้วกันอันแรก🔗
อันที่ ๒ เป็นไปได้ไหม คนชี้เบาะแส ไหน ๆ มีคนชี้เบาะแสก็จ่ายบ้าง อันนี้ ฝาก ๒ อย่าง สำคัญคือรวดเร็วทันใจ ฉะนั้นวันนี้ผมเชื่อมั่นในรัฐบาล ขออนุญาตอีกท่านหนึ่ง เห็นท่านทำงานแล้วก็ชื่นใจครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เกือบลดยศท่านแล้ว ขอกราบประทานอภัย ท่านก็ทุ่มเต็มที่ ฉะนั้นวันนี้ผมเชื่อมั่น ข้าราชการทุกท่านเต็มที่ แต่ยังมีกิ่งก้านสาขาที่แตกแถวนี้ยังมี ฉะนั้นก็ให้กำลังใจครับ ปราบให้เกลี้ยง ผู้ที่มีสีทั้งหลายหากินกับยาเสพติดนี้ ขออนุญาตเอ่ยคำท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง พูดเองนะครับที่จังหวัดนครพนม ท่านพูดอย่างนี้ครับ ท่านเป็นตำรวจด้วย ตำรวจเก่า วันนี้ท่านบอกว่า หากข้าราชการตำรวจไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ปราบได้แล้ว ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านพูดเองที่จังหวัดนครพนม ท่านดอกเตอร์ภูมิพัฒน์เป็นพยาน Guarantee ถ้าพูดอย่างนี้แล้วเหนื่อยใจไหมครับ ตำรวจดีสนับสนุนส่งเสริม ชมเชย ขอบคุณ ตำรวจชั่ว เลิกได้แล้ว เพราะวันนี้ลูกหลานจะเป็นบ้าตายแล้ว เพราะอะไร เพราะยาเสพติด ดังนั้น ขอบคุณท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. และคณะที่รายงานครับ ไม่ติดใจเรื่องรายงาน แต่ติดใจว่า ต่อไปนี้จะทำอย่างไร ร่วมบูรณาการจับยาบ้าให้ได้ผู้ค้ากันหน่อย อย่างจังหวัดบึงกาฬนี้ติดใจ ผมก็ติดใจ ชาวบ้านก็ติดใจ แล้ววันนี้ต้องขอบคุณอีก ทำไมต้องขอบคุณ หลายท่านก็ถาม เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนทุกท่านคงจะรับหัวอกเดียวกัน โดยเฉพาะจังหวัดบึงกาฬบ้านผม ถามว่าผู้แทนค่ายทหารเมื่อไรจะเปิดโรงพยาบาลมินิธัญญารักษ์ ของท่านรัฐมนตรีเปิดแล้ว มันไม่พอจะเปิดอีกได้เมื่อไร เห็นใจครับวันนี้จังหวัดบึงกาฬนำร่องแล้วครับท่านประธาน ขอบคุณแม่ทัพภาคที่ ๒ เลขาธิการ ป.ป.ส. ผู้ว่าราชการจังหวัด จะใช้ค่าย ตชด. เป็นจุดบำบัด นำร่องเดือนเมษายนนี้ วันที่ ๑๘ มีนาคมนี้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชิญหัวหน้าส่วนทั้งจังหวัด มีท่านแม่ทัพภาค ท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. ท่านผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค ๒ ทุกภาคส่วน และจะขับเคลื่อนเปิดค่ายเอาคนที่ติดยาหนักที่สุด รุ่นคราวพ่อ คราวแม่วันนี้ มันเยอะ รุ่นมองไม่เห็นญาติพี่น้อง เพราะตามันมึนไปหมดแล้วท่านประธานครับ ฉะนั้นวันนี้ ก็กราบขอบพระคุณที่ท่านรายงาน แต่ฝากท้ายสุดว่ารางวัลนำจับเป็นไปได้ รวดเร็วทันใจและ ฝากต่ออีกว่านิ้วไหนไม่ดี สีไหนไม่ดีตัดทิ้งให้หมด กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านณพล เชยคำแหง ขออนุญาตข้ามนะครับ ตามรายชื่อถ้าเป็น ๓ ท่าน จะเป็นท่าน ณพล เชยคำแหง ต่อด้วยท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ๒ ท่าน พร้อมไหมครับ ถ้าไม่พร้อม ผมขอไปที่ท่านชุติมาก่อนได้ไหมครับ เชิญท่านชุติมา คชพันธ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากภาคใต้ค่ะ ดิฉันได้อ่านรายงานเล่มนี้แล้ว ดิฉันรู้สึกว่างบประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทที่เสียไป กับผลงาน ที่ได้มายังไม่น่าพึงพอใจมากนัก ดิฉันไม่ได้ตำหนิเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. นะคะ แต่กำลังพูดถึง คณะกรรมการ ป.ป.ส. ทั้งหมด คณะกรรมการชุดนี้ประกอบไปด้วยรัฐมนตรีหลายกระทรวง ปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยอำนาจและความสามารถของทุกท่านรวมกันน่าจะทำ ได้ดีกว่านี้ เรื่องการนำเข้ายาเสพติดยังคงมีจำนวนมาก จำนวนคดีก็ยังมีมาก ผู้ติดยาก็ยัง มีมาก จะให้ดิฉันพอใจได้อย่างไร ไปจังหวัดไหน สส. ทุกเขตก็ล้วนแต่ต้องรับเรื่องร้องเรียน เรื่องนี้กันแทบทุกวัน วิสัยทัศน์ของสำนักงาน ป.ป.ส. คืออะไรคะ เป็นองค์กรนำในการพัฒนา และขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศและอาเซียน เพื่อสังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติด พี่น้องประชาชนคะ เพื่อนสมาชิกคะ ตอนนี้เรารู้สึกว่า ปลอดภัยแล้วหรือยัง ป.ป.ส. เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๐ จนถึงตอนนี้ ๔๗ ปีแล้วนะคะ มีอะไรที่จับต้องได้ว่าสังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติดแล้ว ดิฉันเห็นยาเสพติดยังล้นเมือง เลยค่ะ แปลความหมายได้ว่าการทำงานของ ป.ป.ส. ล้มเหลวหรือไม่ ภารกิจส่วนใหญ่ที่ทำอยู่ ดูเหมือนจะเน้นไปทางด้านรณรงค์ ให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชน ดิฉันไม่ติดขัดนะคะ ดิฉันไม่มีปัญหากับการรณรงค์ เป็นสิ่งที่ดีและควรจะทำ แต่คำถามก็คือมี KPI หรือมีมาตรวัด ที่สามารถบ่งชี้ได้หรือไม่ว่าการทำงานแบบที่ ป.ป.ส. ทำอยู่ทุกวันนี้มีผลสะท้อนผันแปร โดยตรงในเชิงปราบปรามยาเสพติดหรือทำให้ยาเสพติดลดลงหรือไม่ จำนวนเท่าไร ในส่วน ของการปราบปราม ดิฉันเข้าใจว่าท่านมีการปราบปรามด้วยนอกเหนือจากการรณรงค์ แต่ทาง ป.ป.ส. ได้มีการวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงหรือไม่ ว่าสาเหตุที่แท้จริงของการเสพ ยาเสพติดนั้นที่จริงคืออะไร จะแก้ปัญหานั้นได้อย่างไร ได้มีการ Update ข้อมูลบ่อยแค่ไหน ท่านจริงจังกับการแก้ปัญหานั้นเพียงใด ดิฉันได้อ่านผลการปราบปรามยาเสพติดจาก ป.ป.ส. ย้อนหลัง และจากที่ได้ยินรัฐมนตรีท่านหนึ่งให้สัมภาษณ์บอกว่าตัวเลขผู้ต้องหาในคดี ยาเสพติดในปี ๒๕๖๔ มีจำนวน ๓๕๐,๐๐๐ กว่าคน ปี ๒๕๖๕ ลดลงแล้ว ลดลงเหลือ ๑๐๐,๐๐๐ คน โอ้โห อะไรจะขนาดนั้น และมีแนวโน้มลดลงตามลำดับ ข้อมูลนี้ดิฉันไม่ดีใจ เลยนะคะ ดิฉันไม่ได้ดีใจเลยว่าผู้ต้องหาจะลดน้อยลงจริง ๆ คำถามก็คือใช้วิธีไหนคิดคะ นี่คือ สิ่งที่ดิฉันได้ยิน ดิฉันสงสัยทันที และที่มาของตัวเลขคืออะไร เรื่องความเสียหายจากการ ติดยาเสพติดและเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องเดียวกัน ปัญหายาเสพติดมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยตรง ในแง่ต้นทุนทางเศรษฐกิจและสังคม จากปัญหายาเสพติดในประเทศไทยพบว่ารัฐ จะต้องเสียต้นทุนต่าง ๆ หลายด้าน ในปี ๒๕๖๔ มีการจัดสรรงบประมาณถึง ๖,๐๐๐ กว่า ล้านบาท ในแผนงานบูรณาการป้องกันปราบปรามและบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด ประเทศ ต้องสูญเสียแรงงานในช่วงวัยที่เป็นกำลังสำคัญต่อการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ มูลค่าราว ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเลยนะคะ จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าปัญหายาเสพติดนั้น ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศชาติและทำให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่าง มหาศาล นี่ดิฉันยังไม่ได้พูดถึงคดียาเสพติดที่พบว่าสูงเป็นอันดับหนึ่งของกรมราชทัณฑ์เสมอ และคดียาเสพติดทั่วประเทศในปี ๒๕๖๕ พบว่ามีนักโทษรวมทั้งสิ้นกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ราย ในรายงานของกระทรวงสาธารณสุขก็เช่นเดียวกัน ปีเดียวกันมีผู้เข้ารับการบำบัดรักษา ๑๓๐,๐๐๐ กว่าราย พบว่าร้อยละ ๒๕ เป็นเยาวชนด้วย และอยู่ในช่วงอายุประมาณ ๒๒-๒๕ ปี ก็มี และกว่าร้อยละ ๔๗ มีอายุระหว่าง ๒๕-๓๙ ปี ท่านเห็นอะไรไหมคะ นั่นคือช่วงอายุสำคัญของแรงงานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของ ประเทศเลยนะคะ ทำไมดิฉันต้องพูดเรื่องนี้ คำถามก็คือสิ่งเหล่านี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่า จะเป็นคณะกรรมการ ป.ป.ส. หรือ สำนักงาน ป.ป.ส. เองก็ตาม ดิฉันไม่ทราบว่าท่านได้นำมา คำนึงถึงเพียงใด ถ้ามีดิฉันขอทราบตัวเลขด้วย ถ้าท่านเคยมีสถิติเก็บไว้ ดิฉันทราบว่า คณะกรรมการ ป.ป.ส. ประกอบไปด้วยผู้มีคุณวุฒิมากมาย รัฐมนตรีหลายกระทรวงมา รวมกัน ความสามารถของทุกท่านดิฉันเชื่อว่าน่าจะแก้ปัญหาได้ และน่าจะทำได้ดีกว่าที่ผ่าน มาด้วย ข่าวลือที่เขาพูดกันบ่อย ๆ เวลาที่เราไปไหนมักจะมีคนบอกว่า ยาเสพติดมันจะแก้ได้ อย่างไร ในเมื่อเจ้าหน้าที่หรือคนใหญ่คนโตในประเทศนี้อยู่เบื้องหลังเสียเอง แก้ไม่ได้หรอก ขออย่าให้เป็นจริงเลยค่ะ ขออย่าให้ข่าวลือนั้นเป็นจริง ขออย่าให้เรื่องราวที่พูดกันขำ ๆ นั้น กลายเป็นเรื่องที่กัดกร่อนสังคมต่อไปเลย มันไม่ตลกเลยค่ะ มันไม่ตลกเลย ดิฉันขอฝากเสียง สะท้อนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอฝากเสียงจากประชาชนทุกพื้นที่ที่ดิฉันไปพบมา ขอให้มีการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ประชาชนก็บอบช้ำเต็มที พ่อแม่ต้องแจ้งความจับลูก ตัวเอง ญาติพี่น้องถืออาวุธทำร้ายกันเอง เพราะหลอนไปหมดแล้ว บางคนติดยาเสพติด ก็หลอนแบบหลอนจริง ๆ ก็มาทำร้ายคนในครอบครัว เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานไม่ทัน งานล้นมือ ตอนนี้ Workload นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ไปโรงพยาบาลแล้วค่ะ ส่งไปบำบัดได้ ๗ วันก็ปล่อยออกมา ท่านแก้ไม่ตรงจุดกันหรือเปล่า คนที่มีอาการเสพยาเดินเต็มเมือง ภาษาใต้ บ้านดิฉันเรียกว่า เชือน ตอนนี้เดินเชือนกันทั้งเมืองแล้วค่ะ เราจะสบายใจได้อย่างไร เราจะ ปล่อยให้ลูกหลานเราไปโรงเรียน แล้วพวกเราพ่อแม่มาทำงานอย่างโล่งใจกันได้อย่างไร ในเมื่อเราไม่มีทางรู้เลยว่าลูกเราที่ไปโรงเรียนเดินสวนกับใครบ้าง และคนที่เดินสวนลูก ๆ เรานั้นเป็นผู้เสพยาหรือไม่ ที่ผ่านมารัฐบาลเดินผิดทางหรือไม่ รัฐวางแผนถูกทางจริงหรือเปล่า นี่คือสิ่งที่ประชาชนกังวลและดิฉันก็กังวลเช่นเดียวกัน ปัญหาต่าง ๆ ที่ผ่านมามันเป็นเรื่องที่ ซับซ้อนและทุกท่านก็ล้วนรู้ดีว่ามันเกิดจากอะไร แต่คำถามของดิฉันคือทำไมปัญหานี้ยัง เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ซ้ำแล้วซ้ำอีกตลอดมา เราพูดเรื่องนี้กันมาตั้งกี่ครั้งแล้ว เรามีหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง เรามีคณะกรรมการ ป.ป.ส. เรามีสำนักงาน ป.ป.ส. เราควรจะให้หน่วยงานที่มีอยู่นี้ ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพใช่หรือไม่ ดิฉันขอฝากเป็นข้อท้วงติงไว้นะคะ และสุดท้ายนี้ ที่ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ทุกท่าน ดิฉันเข้าใจว่าท่านทำตามหน้าที่ ก็ขอฝาก ให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องมีกำลังกายกำลังใจที่เข้มแข็งในการดูแลประชาชน ดูแลลูกหลานของพวกเรา ช่วยกันแก้ปัญหายาเสพติดต่อไปเพื่อให้ประเทศไทยปลอดยาเสพติดอย่างแท้จริง ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านณพล เชยคำแหง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายณพล เชยคำแหง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด หนองบัวลำภู นครเขื่อนขันธ์ กาบแก้วบัวบาน เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ผมได้อ่านการ ดำเนินงานและการบูรณาการป้องกันและปราบปราม และการบำบัดรักษาผู้ที่ติดยาเสพติด ของหน่วยงาน ป.ป.ส. ไปแล้ว แล้วก็ขอให้กำลังใจกับทีมงานของ ป.ป.ส. ทุก ๆ ท่านด้วย หน่วยงานของท่านเป็นกำลังหลักในการปราบปรามยาเสพติด มีการคืนคนดีเข้าสู่สังคม หลังจากที่หลงผิดเข้าไปในกระบวนการติดยาเสพติด หน่วยงาน ป.ป.ส. ของท่านดำเนินการ มาก็คืบหน้าไปได้พอสมควรครับ แต่ว่ายังไม่ถูกใจ ยังไม่ทันใจของชาวบ้านในพื้นที่นะครับ ในโครงการยาเสพติดนั้นจะเห็นว่าจากตัวชี้วัดร้อยละ ๕๐ ของเครือข่ายผู้ที่ถูกจับกุมหรือถูก อายัดทรัพย์สินนั้น ถูกยึดดำเนินคดีไปถึงร้อยละ ๕๐ ซึ่งก็เป็นเป้าหมายของการปราบปราม ยาเสพติดให้โทษ ประเภทของอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งจะเห็นว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในพื้นที่ ระดับที่ใกล้กับประชาชนมากที่สุดก็คือหมู่บ้านครับ หมู่บ้านหรือชุมชนซึ่งมีเป้าหมาย อยู่จำนวนถึง ๑๓,๙๔๕ หมู่บ้าน มีการดำเนินการป้องกันปราบปรามยาเสพติด และซ่อมแซม ส่งเสริมผ่านกองทุนต่าง ๆ เช่น กองทุนแม่ของแผ่นดิน หรือแม้แต่การสนับสนุนโครงการ To Be Number One ซึ่งก็เป็นโครงการหนึ่งที่ห่วงใยเยาวชนและเป็นพระราชดำริของ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ก็กำหนดว่าเป็นหนึ่งโดยไม่พึ่ง ยาเสพติด🔗
อันนี้ก็เป็นโครงการที่ดีนะครับ หรือโครงการชุมชนสีขาว ซึ่งมีเกิดขึ้นในแต่ละจังหวัด ผมได้เห็นตัวแบบการปฏิบัติงานผ่าน โครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานท่านเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเป้าประสงค์ที่ชัดเจน แต่ก็มี การตั้งคำถามมามากมายผ่านสังคมออนไลน์หรือสังคมระหว่างในพื้นที่ว่ายาเสพติดเหล่านั้น จะมีกระบวนการปราบปรามมากมาย แต่ทำไมถึงยังมีคดีเกี่ยวกับยาเสพติดให้เห็นอยู่ทุกวัน แล้วก็เกิดความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมขอแชร์ประสบการณ์ของผมนิดหนึ่ง เป็น Story ที่ไม่อยากจะพูดถึง แต่ก็อดที่จะลืมไม่ได้ เป็นภาพที่จารึกอยู่ในสมองน้อย ๆ หัวใจน้อย ๆ ของผมมาตลอด ก็คือความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งในเขตพื้นที่ ของผม เหตุกราดยิง ๓๖ ต่อมาเสียชีวิตอีก ๒ ก็เป็น ๓๘ ศพ ในตำบลอุทัยสวรรค์ อันนั้น ก็เป็นวิกฤติทางสังคมและเรื่องของปัญหายาเสพติดอย่างมาก ผมขออนุญาตนำปัญหาตรงนั้น มาพูดถึงในวันนี้ในเชิงสร้างสรรค์สักหน่อย เพราะว่าเป็นที่ทราบกันดีว่าตอนนั้นก็ดังไปทั้งโลก จังหวัดหนองบัวลำภูเมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ก็ได้มีแนวทางป้องกัน โดยที่หน่วยงาน ป.ป.ส. ของท่านได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการหนองบัวลำภูต้นแบบสีขาวขึ้น ผมเข้าใจว่าเป็นจังหวัดแรก หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น ซึ่งตอนนั้นก็ได้รับความร่วมมือด้วยดีจากท่านปลัดกระทรวง ท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตที่เอ่ยนามครับ ท่านนายแพทย์ โอภาส ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็พ่อเมืองผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดหนองบัวลำภู ท่านสุวิทย์ จันทร์หวร ทั้ง ๓ Party นี้ก็ได้ร่วมกันกำหนดเป็นมาตรการขึ้นมาในจังหวัดตอนนั้น เรียกว่า หนองบัวลำภูต้นแบบจังหวัดสีขาวปลอดยาเสพติด ในระยะเวลาเร่งด่วน ๓ เดือนของ จังหวัดหนองบัวลำภู หลังจากนั้นจากเหตุการณ์ก็ครอบคลุมมาตรการป้องกันปราบปราม บำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพทางสังคมโดยออกเป็นมาตรการขึ้นมา ได้แก่🔗
มาตรการที่ ๑ การแก้ปัญหาด้วยแนวคิด Change for Good โดย ๕ เสือ พาพี่น้องทำความดี ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และคุ้มนะครับ🔗
มาตรการที่ ๒ เราจัดทำตู้ราชสีห์ผ่านระบบ QR Code กระจายทุกหมู่บ้าน ทั้งตลาด ชุมชน สถานที่ราชการในทุกอำเภอ เพื่อประชาชนสำหรับผู้ที่ร้องเรียน ร้องทุกข์ และแจ้งเบาะแสการกระทำผิด🔗
มาตรการที่ ๓ จัดชุมชน จัดชุดกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. รพ.สต. ตำรวจ อาสา ตำรวจ และกรรมการหมู่บ้าน รวมไปถึง อสม. ด้วยที่ผ่านการอบรมแล้ว เข้าไปใกล้ชิดดูแล ผู้ป่วย ซึ่งมีระยะของการเสพไม่มาก ไม่นาน ที่เรียกว่า ชุมชนบำบัด โดยมีทีมผู้พิทักษ์ ทีมชุด นาคาพิทักษ์เข้าระงับเหตุกรณีที่เกิดเหตุคลุ้มคลั่งขึ้นมาได้ทันที เป็นเหตุของส่วนหน้าที่ ใกล้ชิดกับชาวบ้าน🔗
มาตรการที่ ๔ ได้จัดทำ Family Folder ก็คือรวบรวมข้อมูลปัจจัยเพื่อเลิก ยาเสพติด เป็นการช่วยเหลือและเป็นการให้ข้อมูลกับครอบครัว ครอบคลุมทั้งสุขภาพ รายได้ ข้อมูลอื่น ๆ พร้อมทั้งส่งเสริมบทบาทหมู่บ้านของชุมชนที่มีส่วนร่วม ด้วยกองทุนแม่ของ แผ่นดิน ทั้งหมดมี ๒๗๒ กองทุน กองทุนหมู่บ้านยั่งยืนอีก ๖๗ หมู่บ้าน เชื่อไหมครับ ท่านประธานจากการเอกซเรย์ข้อมูลในพื้นที่หลังจากเกิดเหตุนั้นเพียง ๓ เดือน ก็พบว่าในพื้นที่ จังหวัดหนองบัวลำภูมีผู้เสพยาเสพติด ๒,๐๔๔ คน พบว่าเป็นผู้ค้า ๓๘๙ คน มีผู้ป่วยจิตเวช ๓๒๐ คน แล้วก็ได้คัดกรองประชาชนอายุระหว่าง ๑๒-๖๕ ปีในชุมชนพบว่าเป็นผู้เสพถึง ๗๐๑ คน เข้ารับการคัดกรอง จำแนกให้กลุ่มนี้เป็นกลุ่มสีแดงเพื่อที่จะเข้าบำบัดใน โรงพยาบาล ขณะเดียวกันก็ยังมีกลุ่มที่น้อยกว่านี้ซึ่งเราจัดจำแนกว่าเป็นกลุ่มสีเหลือง กลุ่มสีเขียวเหล่านี้ให้บำบัดโดยชุมชนหรือมินิธัญญารักษ์ในพื้นที่ สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิต การเป็นผู้แทนราษฎรของกระผมก็คือผมได้เห็นสังคมมีส่วนร่วมในการแสดงออกในความ ห่วงใยต่อลูกหลาน นั่นก็คือชาว ชรบ. ก็คือจิตอาสาของหมู่บ้าน ซึ่งในเขตของผมมี ชรบ. อย่างน้อยแต่ละหมู่บ้าน ๘-๑๔ คน หน่วยนี้เป็นหน่วยจิตอาสาครับ ป้องกันเฝ้าระวังเหตุเบื้องต้นก่อน สามารถจะประเมินผู้ป่วยได้ แล้วมีวิธีการฝึกในการจัดการ กับผู้ป่วยที่เป็นจิตเวช เช่น ใครคลั่งขึ้นมาก่อนกลุ่มนี้จะเข้าไปจัดการได้ก่อนที่จะมีเหตุ อันตรายเกิดขึ้นครับ🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน ในโอกาสนี้ผมขอใช้เวทีสภาอันทรงเกียรตินี้ชื่นชม หน่วยงานที่บูรณาการทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันต่อต้านปัญหายาเสพติด และผมเชื่อมั่นว่า ทั้ง ป.ป.ส. และรัฐบาลยุคของท่านเศรษฐา ทวีสิน จะสามารถนำพาบ้านเมืองฝ่าวิกฤติของ ยาเสพติดไปได้นะครับ ซึ่งทุกวันนี้เยาวชนของเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีและปลอดภัยห่างไกลจาก ยาเสพติดมากขึ้นแล้ว ผมหวังว่าต่อไปคุณภาพชีวิตจะดีขึ้นแล้วกลับมาเป็นที่รักของพ่อแม่ พี่น้องชุมชนในพื้นที่ต่อไป ผมขอเชิญชวนผู้ที่ติดยาเสพติดทั้งหลายให้กลับมาสร้างอนาคตใหม่ ไปด้วยกัน ท่านคิดผิดแล้วแต่เชื่อเถอะครับว่าสังคมให้อภัยให้ท่านกลับเข้ามา สุดท้ายจริง ๆ ผมขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องและผู้นำชุมชนในแต่ละพื้นที่ทุกคน ผู้บริหารพื้นที่ ผู้บริหารชุมชน มาร่วมใจรณรงค์ครับ ด้วยวิธีกอดบำบัดครับ การกอดไม่ต้องมีการลงทุนอะไรเลยครับ ไม่มี ค่าใช้จ่าย ความหมายของการกอดคือให้ความรักให้ความอบอุ่นกับลูกหลานของท่าน อันนี้ ก็เป็นพื้นฐานเบื้องต้นที่ทุกคนจะทำได้และทำได้เลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เหล่านี้เรารณรงค์ เรื่องแบบนี้ก็จะช่วยให้เยาวชนที่หลงผิดไปแล้วได้กลับมาคิดได้ เพราะพวกเขาเหล่านั้น ขาดความอบอุ่นขาดความรักจากบุคคลรอบข้างครับ สุดท้ายก็ขอให้กำลังใจท่าน ป.ป.ส. คณะทำงานทั้งหมดให้ช่วยกันผลักดันต่อไป ปัญหามันใหญ่โตเหลือเกินครับ แต่วันนี้มันก็มี ช่องทางที่เห็นแล้วว่ามันจะมีการแก้ไขไปในทางที่ดีขึ้นครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ผมได้ลงชื่อร่วมอภิปรายในญัตติของรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เรื่องการปราบปรามยาเสพติด หลังจากที่ผมได้อ่านรายงานฉบับนี้ทำให้ผมเห็นว่า รายงานฉบับนี้มีความสำคัญต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการติดตาม สถานการณ์ความเป็นไปเกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติดนั่นเองครับ ท่านประธานครับ ถ้าพูดถึงภาพรวมของสถานการณ์ยาเสพติดในประเทศไทย ทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า ประเทศไทยอาจไม่ได้เป็นแหล่งผลิตหรือมีการผลิตยาเสพติดมากมายนัก แต่เป็นประเทศ ที่เป็นทางผ่านลักลอบขนยาเสพติดทั้งหลาย โดยมีการลักลอบมากขึ้นในทุก ๆ ปี และจะเกิดขึ้น ที่บริเวณชายแดนของประเทศไทย ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดปทุมธานีเป็นจังหวัดที่มีอัตรา การเกิดคดียาเสพติดที่สูง เนื่องจากจังหวัดปทุมธานีเป็นพื้นที่บริเวณปริมณฑลใกล้กับ กรุงเทพมหานคร จึงเป็นพื้นที่ที่เป็นเส้นทางการลำเลียงสารเสพติดบ่อยครั้ง พื้นที่ที่พบปัญหา ยาเสพติดบ่อยครั้งในจังหวัดปทุมธานีคืออำเภอคลองหลวง อำเภอธัญบุรี เป็นพื้นที่ที่มีอัตรา การเกิดคดียาเสพติดรายสำคัญรายใหญ่มากที่สุด เนื่องจากเป็นการลำเลียงมาจากพื้นที่อื่น และเป็นจุดพักยาเสพติด ไม่เพียงเท่านั้นยังมีการค้าขาย การแพร่ระบาดของยาเสพติด ในกลุ่มประชาชน นักศึกษาจำนวนมาก ซึ่งพื้นที่เหล่านี้จึงจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอำเภอคลองหลวง อำเภอธัญบุรี เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีสถานศึกษา สถานบันเทิง เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่เป็นคดียาเสพติดรายใหญ่รายสำคัญมากที่สุดอีกด้วย ล่าสุดเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๗ ตามที่ปรากฏในข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปราม ยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค ๑ มีการจับกุมผู้กระทำความผิดคดียาเสพติดรายสำคัญใน พื้นที่อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พร้อมของกลางยาบ้า ๕๐ กระสอบ กว่า ๑๐ ล้านเม็ด และเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำโดย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง ร่วมกับฝ่ายปกครองจังหวัดปทุมธานี โดย นายธรรมนูญ แจ่มใส ปลัดจังหวัดปทุมธานี นายรณกร เผ่าวิจารณ์ นายอำเภอธัญบุรี บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จากสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค ๑ นำกำลังเข้าจับกุมสถานบริการคาราโอเกะเถื่อนย่านคลองสอง อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พบว่ามีการแอบแฝงขายยาเสพติดแบบครบวงจรให้แก่ผู้มาใช้บริการ มีการมั่วสุมเสพติดและเปิดให้บริการจนถึงเช้า จากแบบรายงานผลการดำเนินการป้องกัน ปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เดือนมกราคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เพียงเดือนเดียวเองครับ พบว่ามีการจับกุมคดียาเสพติดมากถึง ๒๐๐ คดี ผมจึงอยากฝากไป ถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ป.ป.ส. ท้องถิ่น ฝ่ายปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกส่วน อยากให้ท่าน จริงจัง เข้มงวดในการแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมถึงลงพื้นที่ตรวจสอบสถานบันเทิงที่ลักลอบ เปิดแบบผิดกฎหมายในจังหวัดปทุมธานีเพื่ออนาคตของลูกหลานและประชาชนต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ต่อด้วยท่านภัณฑิล น่วมเจิม นะครับ เชิญ ท่านเลิศศักดิ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขอใช้สิทธิ ในการอภิปรายต่อรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปราม ยาเสพติดประจำปี ๒๕๖๕ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้อ่านรายงานของ ป.ป.ส. ฉบับนี้ ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่ของรายงานก็เป็นเรื่องของที่มาที่ไป แล้วก็อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในส่วนเนื้อหาสำคัญก็คือเรื่องของผลการปฏิบัติงาน ซึ่งก็จะอยู่ในหมวดที่ ๔ ซึ่งเป็น เรื่องของการปฏิบัติงานในปี ๒๕๖๕ ตรงนี้เสียดายครับ ทาง ป.ป.ส. ผู้จัดทำเล่มรายงาน ผมแนะนำว่าน่าจะต้องมีรายงานผลการปฏิบัติงานเชิงเปรียบเทียบ ในเล่มนี้เป็นผลการ ปฏิบัติงานปี ๒๕๖๕ ทำให้เราผู้อ่านไม่สามารถที่จะรู้ได้เลยว่าการปฏิบัติงาน ในปี ๒๕๖๕ ดีขึ้นหรือแย่ลง เมื่อเปรียบเทียบกับผลการปฏิบัติงานในปี ๒๕๖๔ ดังนั้นก็อยากจะขอฝาก เป็นข้อสังเกตไว้ให้กับทาง ป.ป.ส. ในการจัดทำรายงานเพื่อนำส่งสู่สภา แต่อย่างไรก็ตามครับ ในฐานะที่ผมเองเป็นกรรมาธิการในส่วนของกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและ ยาเสพติด ผมมีความอุ่นใจในบางประการครับกับการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงาน ป.ป.ส. ผมยกตัวอย่างเช่น มีเรื่องที่เป็นเรื่องร้องเรียนของพี่น้องประชาชน ร้องเรียนผ่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ของ กทม. แล้วนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ก็คือเรื่องของ ปัญหาชาวต่างชาติผิวสีที่ค้ายาเสพติดอยู่แถวซอยนานา เมื่อเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมกรรมาธิการ กรรมาธิการได้มีข้อสรุปว่าให้ ป.ป.ส. ไปเร่งดำเนินการแก้ปัญหานี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานของ ป.ป.ส. รับเรื่องเข้าไปแล้วก็ไปดำเนินการปฏิบัติงาน ใช้ชื่อของปฏิบัติการว่า นานาอุ่นใจ ซึ่งท่านรองเลขาธิการ ป.ป.ส. ท่านได้มารายงานผลการดำเนินงานให้กับ กรรมาธิการได้ทราบด้วยตัวท่านเองว่าผลการปฏิบัติงานเป็นที่น่าพึงพอใจ มีการจับกุมผู้ที่ เป็นชาวต่างชาติผิวสีที่ค้ายาเสพติด ชาวต่างชาติผิวสีที่อยู่ในเมืองไทยเกินกว่าที่เขาเรียกว่า Overstay อย่างนี้เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ก่อให้เกิดปัญหาการลักลอบค้ายาเสพติดในสถานที่ ท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานคร นี่ประการหนึ่งครับ🔗
อีกประการหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ เรื่องที่ได้รับการ ร้องเรียนเข้ามาแล้วผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าห่วงใยที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง เพราะเป็นประเด็นเรื่อง ของการบำบัดรักษาฟื้นฟูที่ทางสำนักงาน ป.ป.ส. เองตั้งไว้เป็นวัตถุประสงค์หลัก และที่สำคัญ วันนี้พระราชบัญญัติหรือประมวลกฎหมายยาเสพติดที่ผ่านสภาไปเมื่อปี ๒๕๖๔ ก็เป็นการ เน้นย้ำในเรื่องของการบำบัดรักษา แล้วก็ไปแก้กฎหมายให้มันเป็นสากล ดังนั้นความรุนแรง ของการจับกุม หรือความรุนแรงของการลงโทษมันน้อยลงไป เน้นเรื่องของการบำบัดรักษา แต่ปรากฏว่าอย่างนี้ครับ มีเรื่องร้องเรียนเรื่องของผู้เสียชีวิตจากการที่เข้าไปบำบัดรักษาใน สถานฟื้นฟูยาเสพติดที่สถานที่เอกชนแห่งหนึ่งทางภาคใต้ พ่อแม่ผู้ปกครองเห็นว่าลูกติดยา อยากให้ลูกเลิกยา ก็ยอมตัดใจส่งลูกไปบำบัดอยู่ที่สถานบำบัดเอกชนที่ภาคใต้ แต่ด้วย กระบวนการของการบำบัด การตรวจสอบ การควบคุมมาตรฐานของสถานบำบัดแห่งนี้เป็นที่ น่าสงสัยว่ามีมาตรฐานแค่ไหน ปรากฏว่าลูกชายของคุณแม่ที่ส่งลูกไปบำบัดที่ภาคใต้สถานที่ เอกชนแห่งนี้ลูกเสียชีวิตในขณะที่บำบัดรักษายาเสพติด ส่งกลับมาที่กรุงเทพมหานครเป็นร่าง ที่ไม่มีชีวิตแล้ว อะไรอย่างนี้ครับ ผมยังมีข้อสงสัยแล้วก็เป็นข้อสังเกตที่ฝากให้กับในส่วนของ ป.ป.ส. ได้พิจารณาหาวิธีการในการแก้ไขเรื่องนี้เป็นการด่วนด้วย🔗
ประการต่อมาถ้าเราติดตามข่าวสารจะเห็นว่ามีการจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ ๆ เป็นจำนวนมาก ดูเสมือนหนึ่งว่าสถานการณ์ยาเสพติดในบ้านเราน่าจะลดลง แล้วก็อยู่ใน ระดับที่พึงพอใจ แต่ในส่วนของกระผมเองที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในเขตเลือกตั้งครับ ทุกครั้งที่ลงพื้นที่ในเขตพื้นที่บ้านผมคือจังหวัดเลย จะได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชน ในเรื่องของยาเสพติด ลูกหลานติดยาครับ น่าเป็นห่วงครับ สถานการณ์ตอนนี้ในชุมชน ก็มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดเป็นจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน บางคนโทรมาขอ บอกว่าให้ช่วยประสานให้เจ้าหน้าที่มารับลูกตัวเองเอาไปบำบัด เอาไปอยู่ในค่ายทหารเหมือน ที่ทางรัฐบาล ทาง ป.ป.ส. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด พยายาม จะสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจว่าตอนนี้ค่ายทหารพร้อมเปิดรับผู้ที่จะเข้าไปรับการบำบัดแล้ว อย่างนี้ครับก็ประสาน สส. มา ก็น่าเป็นห่วงครับ ด้วยสถานการณ์อย่างนี้ ก็เลยอยากจะ กราบเรียนว่ายังอุ่นใจกับประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด คือ ป.ป.ส. แต่ก็ฝากข้อสังเกตไว้กับทางท่านรองเลขาธิการแล้วก็คณะของ ป.ป.ส. ที่ได้มาชี้แจงในส่วนของรายงานการปฏิบัติงานของพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติด ในครั้งนี้ ด้วยความห่วงใย ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภัณฑิล น่วมเจิม เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนา คลองเตย ก็เพิ่งได้เจอกับ ท่านรองเลขาธิการในกรรมาธิการยาเสพติดนะครับ ก็ขออภิปรายในเวทีใหญ่อีกทีหนึ่ง เพื่อเน้นย้ำถึงปัญหาในเขตพื้นที่ท่องเที่ยวที่เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกได้เอ่ยไปแล้วนะครับ เครือข่ายต่างชาติผิวสี ขายโคเคน ยาไอซ์ ในย่านท่องเที่ยว ก็อยากจะสรุปอีกทีหนึ่งจากที่เรา ได้ประชุมกันไป ๒ ครั้งว่าอยากจะให้เน้นในเรื่องของการแก้ปัญหาที่ต้นทาง เพราะการไป ไล่จับทีละเล็กทีละน้อยมันเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุนะครับ🔗
ขั้นแรก ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตม. ตรวจสอบการเข้าเมือง การแจ้งที่อยู่ ระยะเวลา จุดประสงค์ในการพำนักอยู่ในประเทศไทย และที่มาของเงินเพื่อใช้ในการพำนัก อยู่ในไทย อันนี้ท่านก็ต้องไปประสานทำงานใกล้ชิดกับทาง ตม. อันนี้ผมคงไม่ต้องสอนจระเข้ ว่ายน้ำ ท่านรู้อยู่แล้วนะครับ ใช้เทคโนโลยีในการตรวจจับสินค้าเหล่านี้ โคเคน กับไอซ์ ส่วนใหญ่ ไม่ได้ผลิตในประเทศไทย ผ่านท่าอากาศยาน ผ่านด่านศุลกากรมา ท่านมีเทคโนโลยีในการที่จะตรวจจับได้อยู่แล้ว ก็คือความสม่ำเสมอต่อเนื่องในการทำงานของพนักงานรัฐ คือท่านต้องกวดขัน รวมถึงมีการ ปล่อยปละละเลยของ สน. ท้องที่หรือเปล่า เห็นกันอยู่ชัด ๆ นะครับว่ากลุ่มคนผิวสีไม่ใช่แค่ คน ๒ คนยืนอยู่ทุกหน้าปากซอย เห็นว่าเป็นกิจจะลักษณะเป็นเครือข่ายนะครับ สน. ท้องที่ ปล่อยปละละเลยได้อย่างไร ประชาชนคนธรรมดาเขาก็ถามนะครับว่ามันมีการเรียกรับ ผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่รัฐหรือเปล่า ท่านต้องกวดขันมากกว่านี้ครับ🔗
ประเด็นสุดท้าย ก็มีเพื่อนสมาชิกอภิปรายไปแล้วเหมือนกัน คือประเด็น น้ำกระท่อมผสมยาบ้า ซึ่งแพร่ระบาดในเด็กและเยาวชน ตอนนี้ไปถึงเด็กประถมแล้วนะครับ ประถม ๔ ประถม ๕ ประถม ๖ โรงเรียนผมได้รับร้องเรียนมาว่าต้องตรวจกระติกน้ำว่าน้ำ เป็นน้ำกระท่อมหรือเปล่า รวมถึงขายกันอย่างไม่มีความเกรงใจเจ้าหน้าที่รัฐ เป็น Food Truck บ้าง ขายเป็นแผงตามทางเท้าตามถนนบ้าง ท่านเคยไปตรวจสอบไหมครับ ในรายงาน ท่านคงไม่มี เพราะมันเป็นรูปแบบยาเสพติดแบบใหม่ ซึ่งน้ำกระท่อมเราก็ทราบอยู่ เป็นช่องว่างที่อาจจะไม่ได้ผิดโดยตรง แต่เมื่อผสมยาบ้า ท่านก็ลองไปตรวจสอบดูก็แล้วกัน ที่ขายอยู่ตามถนนมันมีสารอะไรเจือปนบ้าง ไม่ว่าจะ ๔ คูณ ๑๐๐ ที่มียาแก้ไอผสมอยู่ หรือ Amphetamine ยาบ้าที่ผสมอยู่ในน้ำกระท่อม ก็ขอทราบแนวทางในการกวดขันแล้ว สุ่มตรวจ เพราะตอนนี้ระบาดหนักมาก เด็กประถมปลายไม่ไปโรงเรียนแล้วครับ กินน้ำกระท่อม ดื่มน้ำกระท่อม ภาษาชาวบ้านคือหนืดครับ มันก็ลอย ๆ แล้วก็อยู่กันแถวนั้นครับ มันอันตราย ต่อเยาวชน ผมได้รับข้อร้องเรียนเยอะ ก็ขอฝากให้ท่านกวดขันในประเด็นน้ำกระท่อมผสม ยาบ้าด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ อีก ๓ ท่านนะครับจะได้เตรียมตัว ท่านแรก ท่านทินพล ศรีธเรศ ท่านที่ ๒ ท่านวิภาณี ภูคำวงศ์ ท่านที่ ๓ ท่านสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ เชิญท่านทินพล ศรีธเรศ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ทินพล ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ผมเชื่อเหลือเกินครับ วันนี้เชื่อเหลือเกินว่ารายงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ต่อสภาในวันนี้ เป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมากและเป็นประเด็นที่สำคัญที่ประเทศไทย ของเรากำลังเผชิญอยู่อย่างหนักหน่วง นั่นก็คือเรื่องยาเสพติด ผมเองและ สส. พรรคเพื่อไทย ทุกคน ย้ำเลยนะครับว่าทุกคน ไม่ลืมในสิ่งที่เราเคยหาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย ในเรื่องการแก้ปัญหายาเสพติดของประเทศเรา ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน เอง เมื่อครั้งที่ท่านลงพื้นที่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ท่านก็ได้พูด ถึงเรื่องยาเสพติดว่าเราปราบได้เยอะขึ้น จับได้เยอะขึ้น จำนวนยาเสพติดที่เรายึดได้มีมากขึ้น แต่การระบาดในชุมชน ในหมู่บ้านไม่ได้ลดลงเลย เรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ท่านก็ทราบดี จากรายงานที่ท่านนำมารายงานต่อสภาในวันนี้เป็นรายงานประจำปี ๒๕๖๕ ซึ่งย้อนหลังไปปีกว่า ๆ ดูแล้วรายงานฉบับนี้ไม่ได้มีรายละเอียดอะไรมากมาย แต่อ่านแล้ว เข้าใจง่ายแล้วก็กระชับดีนะครับ เนื้อหาที่สำคัญ ๆ ก็มีแผนปฏิบัติการทางด้านการป้องกัน และปราบปราม สถานการณ์ยาเสพติดซึ่งในเนื้อหารายงานฉบับนี้ดีอย่างหนึ่งครับ คือท่านได้ ยอมรับในสถานการณ์ของยาเสพติดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัว ของเครือข่ายยาเสพติดที่เพิ่มขึ้น การส่งยาทางเรือ ทางบก ทางอากาศ หรือทางพัสดุ ไปรษณีย์ ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ ยังคงมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหายาเสพติด ในประเทศยังคงรุนแรง การแพร่กระจายและความต้องการยาเสพติดยังคงมีสูงขึ้น คนวิกลจริตหรือคนบ้าที่เกิดจาก การเสพยาเสพติดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นี่คืออยู่ในรายงานฉบับนี้ซึ่งก็เป็นความจริงอย่างที่เรา ได้เห็นอยู่ในปัจจุบัน การยึดทรัพย์จากกระบวนการค้ายาเสพติดเพิ่มขึ้นเป็นหมื่นกว่าล้านบาท จากเมื่อปี ๒๕๖๔ ๗,๓๐๐ กว่าล้านบาท และการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่พนักงาน ป.ป.ส. ก็ยังมีให้เห็นอยู่จำนวนไม่น้อย การที่ต้องระวางโทษไว้ที่ ๓ เท่าผมว่ายังน้อยไป เพราะท่านเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน การวางโทษไว้ที่ ๓ เท่าผมว่ายังน้อยไป ต้องอย่างน้อย ๓ เท่า อย่างมากจะ ๑๐ เท่าหรือ ๒๐ เท่าก็ว่าไป สำหรับผู้ที่ตั้งใจทำงาน ปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจอันนี้ น่าเห็นใจมาก ตำรวจที่ปราบปรามยาเสพติดออกจากบ้านไปปราบยาไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้าน หรือเปล่า นี่เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจมาก เรื่องรางวัลไม่ว่าจะเป็นผู้ให้เบาะแสทางด้านยาเสพติด อีกส่วนหนึ่งที่ต้องลืมไม่ได้ก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งอกตั้งใจที่จะปราบปรามยาเสพติด อย่างจริงจังแล้วก็อย่างตรงไปตรงมา ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ตั้งใจปราบยาเสพติด เรื่องนี้ เราต้องให้รางวัลกับเขา จังหวัดหนึ่งมีงบประมาณเท่าไร ผมอยากรู้เหมือนกันครับท่าน ป.ป.ส. ที่เคารพครับ รางวัลสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ที่ตั้งใจปราบปรามยาเสพติด มีผลงานที่เห็นเป็น ประจักษ์ชัดเจนเรามีรางวัลให้เขาไหม ถ้าสมมุติว่าจังหวัดหนึ่งมีขีดมีขั้นให้ เพิ่ม ๒ ขั้นให้สัก ๘๐ ตำแหน่งอะไรอย่างนี้นะครับ ก็ให้ตำรวจสักครึ่งหนึ่งเลยผมว่า เขาจะได้มีกำลังใจในการ ปฏิบัติหน้าที่ ท่านประธานครับ ตราบใดที่เรายังปราบยาเสพติดไม่ได้มันก็ทำลายสังคมเรา หนักขึ้น ๆ เรื่อย ๆ หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการปราบยาเสพติดเองนี่ละครับจะตกเป็นจำเลย ของสังคม ท่านประธานเคยได้ยินคำว่า ยาตำรวจ ยาทหาร ยาเจ้าหน้าที่ ผมลงพื้นที่ได้ยิน บ่อยมาก ยาตำรวจ ยาเจ้าหน้าที่ ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง แต่ว่าผู้ค้ายานี้มันก็บอกว่าเป็น ยาตำรวจ น่าเห็นใจมากครับ เราจะทำอย่างไรดีกับเรื่องสิ่งเหล่านี้ เพราะว่าถ้าปราบไม่ได้ ผู้ที่ปราบแล้วปราบไม่ได้จะตกเป็นจำเลยของสังคม ท่านประธานที่เคารพครับ คนที่ตกเป็นทาส ของยาเสพติดเปรียบเสมือนตายทั้งเป็น ดังนั้นคนที่นำยาเสพติดมาสู่ประชาชนมาสู่สังคมเรา ก็เปรียบเสมือนการหยิบยื่นความตายให้กับพี่น้องประชาชน แผนการปฏิบัติการในการ ป้องกัน ปราบปรามยาเสพติดในรายงานฉบับนี้ เราทำกันมาหมดแล้วครับ แต่ทำไมผู้เสพยา ผู้ค้ายา มันยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นั่นแสดงว่ามันไม่เกรงกลัวเลยครับ แต่ผมเชื่อว่าผู้ค้ายา ก็เหมือนกับคนเราทั่วไปนี่ล่ะครับ เกรงกลัวอะไรครับ กลัวความตายครับ ผมไม่ได้บอกว่าให้ เจ้าหน้าที่ไปจัดการฆ่าหรือว่าเอาชีวิตของผู้เสพยานะครับ เราก็ปฏิบัติตามกฎหมายนั่นล่ะครับ แต่ถ้าเราปฏิบัติตามวิธีการของเรานำผู้เสพไปเป็นผู้ป่วย แล้วก็บำบัด แล้วก็ปราบปรามอย่าง จริงจัง ผมว่ายาเสพติดมันจะลดลง ลดลงเรื่อย ๆ และถึงจุด ๆ หนึ่งเมื่อยาเสพติดหายาก ราคา มันสูงขึ้น เดี๋ยวกระบวนการยาเสพติดมันก็หักหลังกันเอง ฆ่ากันเองครับ ผมจะคอยดูเวลานั้น เอาใจช่วยท่านเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ทุกท่านครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปท่านวิภาณี ภูคำวงศ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิภาณี ภูคำวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๘ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขออนุญาตใช้สภาอันทรงเกียรติในการอภิปรายรายงานการปฏิบัติงานของ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติดประจำปี พุทธศักราช ๒๕๖๕ ท่านประธานคะ จากที่ดิฉันได้รับฟังผลจากการรายงานเบื้องต้น ดิฉันได้รับทราบและได้รับรู้ ถึงผลกระทบและแนวทางแก้ไขป้องกันเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาภัย ที่เดือดร้อนที่ส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ในประเทศไทยที่มี เรื้อรังมาตลอดจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ รายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พนักงาน ป.ป.ส. ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงกลไกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการ ดำเนินการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในฐานะผู้บังคับใช้ กฎหมาย รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนราชการในการต่อสู้เอาชนะปัญหา ยาเสพติด เพื่อทำให้ปัญหายาเสพติดลดลงและหมดไป ซึ่งประเด็นที่ดิฉันให้ความสำคัญ และสนใจเป็นในส่วนของแผนปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ในด้าน ของมาตรการการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายซึ่งประกอบไปด้วย ๒ แนวทางค่ะ🔗
แนวทางที่ ๑ แนวทางการสกัดกั้นยาเสพติด ในการสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้มี การลักลอบและนำเข้าจากแหล่งผลิตยาเสพติด และที่สำคัญการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ใน การสืบสวนและสอบสวน🔗
แนวทางที่ ๒ แนวทางการปราบปรามกลุ่มค้ายาเสพติดมุ่งเน้นผู้ค้าและ เครือข่ายการค้า ซึ่งดิฉันให้ความสำคัญด้านนี้เป็นอย่างมากค่ะ เพราะถ้าหากสามารถตัดไฟ ตั้งแต่ต้นลมป้องกันและปราบปรามให้สิ้นซาก นั่นก็คือการตัดวงจรที่เป็นปัญหาเรื้อรังมา อย่างยาวนานค่ะ และซึ่งพื้นที่ของดิฉันโดยเฉพาะอำเภอมัญจาคีรี อำเภอพระยืน และในเขต อำเภอเมือง เป็นปัญหาเรื่องยาเสพติดไม่น้อยกว่าพื้นที่ที่อื่นเลยค่ะ ปัญหาเหล่านี้ส่งผล กระทบไม่ว่าจะเป็นทั้งผู้ค้าและผู้เสพ เด็กและเยาวชน ซึ่งสามารถเข้าถึงในการซื้อยาเสพติด ได้อย่างง่ายดาย ที่ตอนนี้เป็นปัญหารายวันมีการจับกุมทุกวัน ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหา ต่อเนื่อง นำมาสู่ปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านครอบครัว สุขภาพและ การใช้ชีวิต ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาใหญ่ของสังคมที่เรายังคงต้องเผชิญและอยู่กันอย่าง หวาดระแวง จากข้อมูลสถิติในการจับกุมยาเสพติดประจำปี ๒๕๖๕ ยาบ้า ๕๓๐ ล้านเม็ด ไอซ์ ๔,๗๒๗ กิโลกรัม เฮโรอีน ๘๔๙ กิโลกรัม โคเคน ๕๐ กิโลกรัม กัญชาแห้ง ๕,๒๐๐ กิโลกรัม กัญชาสด ๗๕๒ กิโลกรัม พืชกระท่อม ๕๑ กิโลกรัม และยังมีผู้ต้องหา ๔๒๓ คน ยึดทรัพย์สินโดยประมาณ ๑,๕๔๐ ล้านบาท และยังมีการลักลอบส่งไปยังต่างประเทศ พบทั้ง ยาไอซ์ ยาอี Ketamine และกัญชา ถือว่าเป็นจำนวนมากที่ยังคงต้องควบคลุมและจับกุม จากสถิติผลการจับกุมจะเห็นได้ว่า ยาบ้ามีสัดส่วนที่ถูกจับกุมมากที่สุดและคาดว่าจะมากขึ้น เรื่อย ๆ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าปัจจุบันยาบ้าหาได้ง่ายและราคาถูก และดิฉันได้มีโอกาส พูดคุยกับพี่น้องประชาชน เสียงสะท้อนได้บอกว่าราคาถูกจริง ๆ จนน่าตกใจ เม็ดละ ๓ บาท ๕ บาท ๗ บาท หาซื้อได้ทุกที่ ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นช่องทาง Online ใช้ขนส่งเอกชนหรือ ขนส่งสาธารณะ สะดวกทุกช่องทาง ดิฉันจึงมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทางตรงและทางอ้อม ยกตัวอย่างในพื้นที่ของดิฉันมีทั้งผู้เสพและผู้ป่วย ผลกระทบจากการ เสพยาบ้าส่งผลให้ผู้เสพมีอาการคลุ้มคลั่ง เผาบ้าน ตีพ่อตีแม่ ฆ่าพ่อฆ่าแม่ ลักเล็กขโมยน้อย ปัญหาที่เกิดขึ้นประเมินค่าไม่ได้เลยค่ะ ดิฉันได้ลงพื้นที่และพูดคุยได้พบว่าจากปัญหาเล็ก ๆ ส่งผลให้เป็นปัญหาใหญ่ ไม่ได้เดือดร้อนแค่ตนเองยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างเดือดร้อนถึง คนอื่นโดยตรง จากผลการรายงานปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จะเห็นว่ามีการปราบปราม หลากหลายรูปแบบค่ะ ทั้งมาตรการการปราบปรามและใช้กฎหมาย รวมถึงมาตรการ ความร่วมมือระหว่างประเทศ ดิฉันขอเสนอแนวทางเพิ่มเติม แก้ไขปัญหายาเสพติด ขอให้ หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเชิงรุก เข้าถึงประชาชนผู้ที่เผชิญปัญหาโดยตรง บำบัด ผู้ติดยาเสพติดอย่างทั่วถึง เปลี่ยนผู้เสพให้เป็นผู้ป่วย คืนลูกหลานให้กับครอบครัว สนับสนุน ชุมชนเป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหา สร้างพื้นที่ปลอดภัย ร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างถาวร สุดท้ายนี้ยาเสพติดถือว่าเป็นปัญหาระดับชาติ แต่ถ้าหากเราสามารถร่วมกันแก้ไข ปัญหาทั้งภาครัฐและทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้การนำของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย นายกเศรษฐา ทวีสิน ดิฉันเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติดให้ลดลงและหมดไป ได้ค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันขอร่วมอภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงาน ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติดประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ ค่ะ ท่านประธานคะ ประเด็นปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้นในทั่วทุกหัวระแหงในปัจจุบันเป็น ปัญหาใหญ่ของสังคมไทยที่ได้ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และความเป็นปกติสุข ของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน โดยแนวโน้มของการแพร่ระบาดของยาเสพติดท่ามกลาง กระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกในยุคศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งการ เปลี่ยนแปลงในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีที่มี พลวัตสูงและส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในทุกมิติ ตั้งแต่กระบวนการผลิต การลักลอบขนส่ง และรูปแบบการค้า เพราะกลุ่มอาชญากรยาเสพติดมีการปรับตัว ปรับตัว เพื่อหลบหนีการปราบปราม โดยใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย และรวดเร็ว จึงทำให้สารเสพติดในปัจจุบันนี้มีราคาถูกลงและหาง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะ อย่างยิ่งยาบ้าค่ะ ในพื้นที่ของดิฉันซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ติดชายแดนประเทศลาวก็มีปัญหาในการ ลักลอบนำเข้า-ส่งออกยาเสพติดข้ามชายแดนอยู่บ่อยครั้ง ข่าวการจับกุมลักลอบขนส่ง ยาเสพติดทั้งทางบกและทางน้ำตามแนวต่อชายแดนไทย-ลาว ซึ่งมีแม่น้ำโขงกั้นกลาง ๒ ประเทศเกิดขึ้นจนชินตา มีทั้งที่ลักลอบเข้ามาโดยเส้นทางธรรมชาติและซุกซ่อนอำพราง ยาเสพติดตามร่างกายโดยผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองค่ะ อย่างไรก็ตามแม้เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ ทราบกันดีและมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยติดตามเพื่อสกัดปราบปรามและลำเลียงยาเสพติด อยู่ตลอด แต่การลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติไม่มีท่าทีที่จะลดลงเลย มิหนำซ้ำเครือข่าย อาชญากรรมยาเสพติดข้ามชาติยังได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น ๆ และยังลักลอบนำเข้า ส่งออกยาเสพติด ไม่เว้นแต่ละวัน จากที่ดิฉันได้ดูสถิติผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติดในรายงานผลการดำเนินงาน ตามแบบบำบัดรักษาของกระทรวงสาธารณสุขในปี ๒๕๖๕ พบว่ามีผู้เข้ารับการบำบัดทั้งหมด ๑๓๑,๐๔๗ คน ซึ่งจำนวนผู้เข้ารับการบำบัดรักษาแยกตามอายุ แต่ที่ดิฉันตกใจค่ะ คือผู้ที่ ได้รับการบำบัดในขณะนี้ที่เป็นวัยรุ่น ช่วงอายุ ๑๘-๒๔ ปีถือว่าเป็นอนาคตของชาติ มีร้อยละ ๑๘.๓๕ ของทั้งหมดค่ะ หรือจำนวนประมาณ ๒๔,๐๐๐ รายในปัจจุบันเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ จากที่เห็นมากมายขนาดนี้เนื่องจากเพราะตอนนี้ยาเสพติดมีราคาถูกทำให้วัยรุ่นที่ยังไม่มี งานทำสามารถซื้อได้ จับต้องได้ ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชนเกิดขึ้นง่าย และเป็นวงกว้าง ลูกหลานติดยาเสพติดเท่ากับพ่อแม่ตกนรกทั้งเป็น โดยวันนี้จากรายงานผล การปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะเห็นว่ามีมาตรการปราบปรามหลายรูปแบบ ทั้งมาตรการความร่วมมือระหว่างประเทศ การปราบปรามและบังคับใช้กฎหมาย แต่ดิฉัน ขอเสนอแนวทางมาตรการแก้ไขปัญหายาเสพติดเพิ่มเติมค่ะ🔗
ประการแรก คือเปลี่ยนผู้เสพให้เป็นผู้ป่วย บำบัดผู้ติดยาเสพติดอย่างทั่วถึง นำการบำบัดทางจิตวิทยาที่ทันสมัยมาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการกลับไปใช้ ยาเสพติดอีกครั้ง มอบโอกาสให้ผู้เสพที่สมัครใจเป็นผู้ป่วยได้รับการบำบัดโดยไม่มีประวัติ อาชญากรรมติดตัว🔗
ประการที่ ๒ คืนลูกหลานให้ครอบครัว โดยใช้การสื่อสารอย่างเข้าใจ สร้าง จุดมุ่งหมายร่วมกันเพื่อเป็นพลังสำคัญในการหยุดยั้งการกลับไปเสพยาเสพติดซ้ำ โดยใน ระหว่างการบำบัดจะได้รับการส่งเสริมอาชีพเพื่อคืนชีวิต มอบโอกาสให้กับตัวเขาค่ะ🔗
ประการที่ ๓ เสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง สนับสนุนชุมชนเป็นศูนย์กลางในการ แก้ไขปัญหา มุ่งเน้นการสร้างพื้นที่ปลอดภัย สร้างสุขสู่ชุมชน เป็นการปลุกพลเมืองในสังคม ให้ตื่นตัวต่อปัญหา รู้เท่าทันและปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปค่ะ สามารถร่วมกัน แก้ไขปัญหายาเสพติดและสร้างระบบสังคมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะเพื่อดึงคนออกจากวงจร ค้ายาเสพติดอย่างถาวร ท้ายที่สุดไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือจากทั้งตนเอง ผู้เสพ ครอบครัวสังคม ชุมชน หรือภาครัฐ ต่าง ๆ ที่เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะปัญหายาเสพติดถือเป็นปัญหาระดับชาติ เป็นบ่อเกิด ของอาชญากรรม รวมถึงเป็นปัญหาเศรษฐกิจและสังคม อีกทั้งด้วยสถานการณ์ปัญหา การแพร่ระบาดของยาเสพติดที่ทุกประเทศต่างทุ่มเททรัพยากรและงบประมาณในการ ควบคุมปัญหาก็ส่งผลทำให้ประเทศไทยเช่นเดียวกันที่ต้องสูญเสียงบประมาณในการแก้ไข ปัญหาปราบปรามยาเสพติดอย่างมากในทุกวันนี้ หากเราสามารถสร้างสังคมที่ทุกคนมี ส่วนร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกันได้จริง ๆ นั้น ดิฉันเชื่อมั่นว่าลูกหลานเยาวชน จะกลับคืนสู่ครอบครัว ประเทศชาติจะกลับมาสดใสอีกครั้ง ทุกชีวิตมีรอยยิ้มคืนสู่สังคมค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ อีก ๔ ท่าน ท่านจะได้เตรียมตัว ท่านแรกท่านคำพอง เทพาคำ ท่านที่ ๒ ท่าน จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ท่านที่ ๓ ท่านรังสิกร ทิมาตฤกะ ท่านที่ ๔ ท่านบัญชา เดชเจริญศิริกุล เชิญ ท่านคำพอง เทพาคำ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากภาคอีสานครับ ในรายงานฉบับนี้แม้ว่าจะเป็นรายงานของปี ๒๕๖๕ ซึ่งก็มีทั้งเรื่องของ โครงสร้างกลไกการปฏิบัติงาน กฎหมาย ระเบียบ การกำกับดูแลบังคับบัญชา การวาง ยุทธศาสตร์ การจัดทำแผนและการดำเนินการให้ทันกับสถานการณ์ของยาเสพติด แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดที่เป็นรูปธรรม ก็คือที่เป็นความร่วมมือ ระหว่างประเทศ ซึ่งหลัก ๆ ผมเข้าใจว่าก็จะอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน การบังคับใช้กฎหมาย การสกัดกั้นยาเสพติด ป้องกันการลำเลียง การปราบปรามกลุ่มผู้ค้ารายใหญ่ Agent รายย่อย รวมทั้งการค้าปลีก ซึ่งการค้าปลีกนี้จะมีผลสำคัญจากรายงานของการแพร่ระบาดในกลุ่มคน ต่าง ๆ ที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันก็คือมาตรการการป้องกันปัญหายาเสพติด ซึ่งก็ยังคงให้ ความสำคัญ เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสทำงานร่วมกับ ป.ป.ส. เราก็ให้ความสำคัญกับ หน่วยสังคมพื้นฐาน ก็คือชุมชน หมู่บ้าน ครอบครัว และกลุ่มคนในสังคม คือกลุ่มเด็กเยาวชน กลุ่มแรงงานและกลุ่มคนอื่น ๆ ซึ่งแนวทางชุมชนเข้มแข็ง แต่เข้าใจว่าในรายงานนี้จะไม่ระบุ ชัดว่าเป็นชุมชนเข้มแข็ง ครอบครัวมั่นคง ยังคงเป็นกำลังหลักในการต่อสู้เอาชนะปัญหา ยาเสพติด มาตรการการบำบัดรักษายาเสพติดสำหรับผู้ป่วย ผู้เสพถือว่าเป็นผู้ป่วย เป็นเหยื่อ คือเราจะบอกว่าผู้ป่วยหรือว่าผู้เสพนี้ ป่วยเพราะปัญหายาเสพติดอย่างเดียวคงไม่ใช่ เพราะ บางคนสิ่งมอมเมาที่อยู่ในตัวเขา อยู่ในใจเขา อยู่ในสติปัญญาของเขา แบบว่าเอาทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเหล้าขาว ยาบ้า กระท่อม กัญชา แบบว่ามอมเมาตัวเอง เพราะฉะนั้นเรื่องของ ยาเสพติด เรื่องของยาบ้าก็จะเป็นสิ่งหลัก ๆที่จะมอมเมาให้กับผู้ป่วยเหล่านี้ ที่สำคัญก็คือ เรื่องของข้อมูลบุคคล พอมาถึงเรื่องของสถานการณ์ยาเสพติดตามรายงานปี ๒๕๖๕ ยาเสพติดโลก ภูมิภาค เอเชีย ตลอดจนสถานการณ์ในประเทศไทย ความรุนแรงก็มีอย่าง ต่อเนื่อง แล้วก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก็เป็นการยอมรับว่าปัญหายาเสพติดมันเพิ่มขึ้นมันมีปัญหา หนักขึ้นไปเรื่อย ๆ ทั้งในหมู่บ้าน แล้วก็มีผลกับในตำบล ชุมชน ครัวเรือน ความรุนแรงของ ยาเสพติดมันก็ต่อเนื่องทะลุทะลวงเข้าไปถึงในโรงเรียน ในวัด มีพระภิกษุ สามเณรถึงกับสึก ยกวัดก็มีเพราะปัสสาวะสีม่วง สถานีตำรวจก็ไม่เว้นครับท่านประธาน ส่วนการปฏิบัติงาน ก็ขอชื่นชมหน่วยงาน ป.ป.ส. แล้วก็หน่วยงานบูรณาการทุกหน่วยที่ได้สร้างผลงานในการ ป้องกันและปราบปรามอย่างเอาจริงเอาจัง จนเกิดผลงานเป็นที่ประจักษ์ แต่ท่านประธานรู้สึกอย่างผมไหมครับว่าในรายงานนี้มันเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง ล่าสุด การลำเลียงจากภาคอีสานจนทะลุทะลวงเข้ามาถึงจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ แน่ใจหรือครับว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ ดีมันไม่บอกว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรก เพราะฉะนั้นหมายความว่ามีการลำเลียงแบบนี้มาหลายครั้ง แต่เราไม่รู้ สำหรับข้อเสนอแนะ ของผม ยุทธศาสตร์การดำเนินงานของปี ๒๕๖๕ ต่อเนื่องไปจนถึงปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ เรื่อง ของความร่วมมือระหว่างประเทศให้มีความกระชับความร่วมมือให้มากขึ้น ไม่ต้องไป หวาดระแวงเขาทาง สปป. ลาว ขออนุญาตเอ่ยถึงประเทศเพื่อนบ้าน เขาก็ปวดหัวเหมือนกัน วิตกกังวลกับสถานการณ์ยาเสพติดในประเทศเขามาก เขาก็ไม่ได้บอกว่ายาเสพติดไปจาก ประเทศเพื่อนบ้าน ไม่รู้มันมาจากไหนเหมือนกัน เขาก็ไม่อยากระบุนะครับ ประเทศลาว ก็บอกว่ามันมาจากไหน ลูกหลานของเขาความรุนแรงของยาเสพติดทั้งในระดับชุมชน ระดับ พื้นที่เขาก็หนักหนาสาหัส ตำรวจ ทหารเขาก็ยุ่ง รัฐมนตรีก็ปวดหัวเหมือนกันในการที่จะ แก้ไขปัญหายาเสพติด การสกัดกั้นการลำเลียง การข่าว ตาสับปะรดจากเครือข่ายต่าง ๆ อาจจะต้องเอาจริงเอาจัง รื้อฟื้นขึ้นมาในเรื่องของการข่าว ชุมชนเข้มแข็งครอบครัวมั่นคง ก็คงจะต้องสามารถประเมินศักยภาพได้ว่าสามารถต้านทานหรือทำในเชิงรุกเข้าไปสู่ปัญหา ยาเสพติดหรือไม่ มาตรการเหล่านี้มาตรการหนึ่งที่น่าสนใจ ที่ ป.ป.ส. เพิ่งทำเมื่อ ๒ สัปดาห์ ที่แล้ว ซึ่งท่านผู้แทนราษฎรท่านผู้มีเกียรติได้พูดถึงนานาอุ่นใจ มาตรการนี้ทำในเมืองหลวง เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดในกลุ่มคนต่างชาติอย่างที่ว่า น่าจะขยายแนวคิดนี้ไปสู่หัวเมืองอื่น ในชุมชน ตำบล หมู่บ้าน ในครอบครัว สถานศึกษา วัด ส่วนเนื้อในของมาตรการนี้ต้องมี การคิดออกแบบให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ที่สำคัญอย่าลืมหน่วยงานองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กำนันผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ ใกล้ชิดกับครอบครัวกับชุมชนกับลูกกับหลานมาก ให้เขาออกแบบวิธีการที่เขาจะทำให้ ลูกหลานของเขาหรือคนในชุมชนของเขาเป็นปราการสำคัญที่จะไม่ให้ปัญหายาเสพติดทะลุ ทะลวงเข้าไปถึงครอบครัวของเขา ชีวิตของเขา นั่นหมายความว่าในชุมชน หมู่บ้าน ตำบล ก็จะมีโอกาสที่จะแก้ไขปัญหา ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในอีกทางหนึ่ง ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องยาเสพติดเป็นปัญหา สำคัญเป็นวาระแห่งชาติที่ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือสภาแห่งนี้ ตลอดจนประชาชนทั้งประเทศ ก็ปรารถนาที่จะเห็นปัญหายาเสพติดได้รับการแก้ไข พวกเราอยากกลับไปสู่ช่วงปี ๒๕๔๓ ถึงปี ๒๕๔๙ ที่ปัญหายาเสพติดแทบจะไม่มี การหาซื้อยาบ้าหรือยาเสพติดหาซื้อได้ยากมาก ยาบ้าหรือยาม้า ๑ เม็ด ราคาสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำของประชาชน แต่ปัจจุบันนี้จากการลงพื้นที่ แล้วก็ Check ข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่งเราพบว่ายาบ้าหรือยาม้ามีราคาบางแห่งก็ ๓ บาท บางแห่งก็ ๑๐ บาท ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะว่านี่คือการแสดงให้เห็น ว่าปัญหายาเสพติดนั้นไม่ได้ลดลงเลย ถึงแม้หน่วยงานราชการจะบอกว่าจับได้มากขึ้น แต่ถ้า ดูจากราคาก็แสดงให้เห็นว่ายาบ้าหรือยาม้านี้สามารถหาได้โดยทั่วไปแทบทุกตรอก แทบทุก ซอกซอย แต่ก็เสียดายที่เราไม่สามารถจัดการปัญหาอันนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ ท่านประธานครับ จากรายงานของ ป.ป.ส. นี้ซึ่งเป็นรายงานตามมาตรา ๑๑/๑ ของพระราชบัญญัติวิธีพิจารณา คดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ ก็มีตัวเลขบางอย่างที่ผมจะขออนุญาตรายงานต่อท่านประธาน คือในรายงานดังกล่าวนี้บอกว่ามีผู้ต้องหาในคดียาเสพติดในปี ๒๕๖๕ ประมาณ ๒๗๐,๐๐๐ คน คิดเป็นคดี ๒๖๐,๐๐๐ คดีเศษ หรือเฉลี่ยแล้วก็คดีละ ๑ คน นี่คือตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่า การจับยาเสพติดของพวกเรานั้นส่วนใหญ่จับได้เฉพาะรายเล็ก ๆ เท่านั้น ซึ่งตัวเลขนี้ก็ยืนยัน ได้อีกเช่นเดียวกันว่ามีการยึดทรัพย์ประมาณ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท โดยที่เมื่อหารด้วยจำนวน คดีเฉลี่ยแล้วก็ตกแค่ไม่ถึง ๕๐,๐๐๐ บาทต่อคดี ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการจับ ยาเสพติดของพวกเรานั้น หน่วยงานราชการของเรานั้นยังจับได้เฉพาะปลาซิว ปลาสร้อย ปลาตัวใหญ่ ๆ หรือผู้ค้ารายใหญ่ ๆ นั้นจับไม่ได้เลย หรือแม้แต่ในรายงาน ป.ป.ส. ฉบับนี้ได้ เอ่ยอ้างถึงการจับยาเสพติดรายใหญ่ ๒ ครั้งก็เป็นการจับยาเสพติดที่มีการส่งหรือกำลัง จะส่งไปขายต่างประเทศ ไม่ใช่การจับยาเสพติดที่มีการแพร่หลายในประเทศไทย ทำให้ ปัญหายาเสพติดในประเทศไทยแม้แต่จังหวัดศรีสะเกษของผมเองนั้นที่ผมอยู่ก็มีหลายอำเภอ หลายหมู่บ้านที่ประชาชนกว่าครึ่งหมู่บ้านติดยาเสพติด และมีซอยบางซอยที่เราทราบกันดี ว่าในซอยนั้นมีการขายยาเสพติดทั้งซอย แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่าการจัดการยาเสพติด ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร ซึ่งส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะว่ามีความเข้าใจผิดในเรื่องมาตรการของ รัฐบาล มาตรการของรัฐบาลชัดเจน หรือของพรรคเพื่อไทยชัดเจนมากว่าเกินกว่า ๕ เม็ด ถือว่าเป็นผู้ค้าทั้งหมด และจะต้องมีการปราบอย่างจริงจัง ส่วนต่ำกว่า ๕ เม็ดนั้นก็มี ๒ กรณี ถ้าพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่ผู้ค้าเราก็จะถือว่าเป็นผู้เสพแล้วก็บำบัด แต่ถ้าหากมีหลักฐานว่าเป็นผู้ค้า ก็ต้องมีการทำโทษตามกฎหมายบ้านเมืองต่อไป อันนี้อาจจะเป็นความเข้าใจผิดอันหนึ่ง ที่ทำให้มีผู้คนจำนวนมากยังทำการค้าอยู่ เพราะคิดว่าถ้าหากถูกจับได้ก็เอาของกลางใส่เข้าไป ในปากให้เหลือน้อยกว่า ๕ เม็ดแล้วจะกลายเป็นผู้เสพก็พ้นจากปัญหาไป ผมขออนุญาต กลับไปที่รายงานก็แล้วกัน ในรายงานนี้ก็มีข้อมูลที่ดูแล้วก็แปลก ๆ อยู่ เช่น ในหน้า ๓๐ ผมขออนุญาตอ่านก็แล้วกันท่านประธาน มีรายงานว่าสำนักงาน ป.ป.ส. มีรายงานการปฏิบัติ หน้าที่ ๒๗,๐๐๐ ครั้ง แต่ถ้าหากท่านประธานจำได้ก่อนหน้านี้ ป.ป.ส. รายงานว่ามีคดีที่ ป.ป.ส. ไปเกี่ยวข้อง ๑๙๐,๐๐๐ คดี แสดงว่าอีก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคดี ป.ป.ส. เข้าไปเกี่ยวข้อง แต่มิได้มีการทำรายงาน ซึ่งการทำรายงานเป็นสาระสำคัญของอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ส. เนื่องจากมีการระบุไว้อย่างชัดเจนไว้ในมาตรา ๑๑/๑ ในวรรคท้าย ผมขออนุญาตอ่านเพื่อที่ ทาง ป.ป.ส. จะได้ช่วยกันพิจารณา ในวรรคท้ายบอกอย่างนี้ครับ ให้เลขาธิการคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จัดทำรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรานี้เสนอต่อ คณะรัฐมนตรีเพื่อรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี โดยให้รายงานข้อเท็จจริง ปัญหา อุปสรรค ปริมาณการปฏิบัติงานตามงบประมาณและกองทุนประจำปี และผลสัมฤทธิ์ ของการปฏิบัติงานโดยละเอียด ผมขออนุญาตขีดเส้นใต้ การรายงานนี้จะต้องเป็นรายงาน โดยละเอียด แต่จากการที่ผมได้อ่านรายงานฉบับนี้ผมพบว่ามีแค่ตัวเลขแต่ไม่มีรายละเอียด ดังนั้นรายงานฉบับนี้จึงมิได้เป็นไปตามมาตรา ๑๑/๑ วรรคท้าย นอกจากนี้ ในข้อความต่อไป ในวรรคท้ายนี้บอกว่าการรายงานนี้ก็เพื่อให้คณะรัฐมนตรีเสนอรายงานดังกล่าว พร้อมทั้ง ข้อสังเกตของคณะรัฐมนตรีต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา กล่าวคือเมื่อ ป.ป.ส. ทำรายงานต่อคณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีก็จะต้องมีการทำ ข้อสังเกตและนำเสนอต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ แต่ผมก็ไม่เห็นว่าในรายงานหรือว่ามีเอกสาร ประกอบ มีข้อสังเกตของคณะรัฐมนตรีอยู่ในรายงานด้วยแต่อย่างใด ก็เป็นประเด็นที่ ขออนุญาตฝากผ่านท่านประธานไปยัง ป.ป.ส. ว่าอยากให้อ่านวรรคท้ายของมาตรา ๑๑/๑ โดยละเอียดนะครับว่าการทำรายงานของท่านนั้นจะต้องมีการลงรายละเอียดด้วย และ จะต้องให้คณะรัฐมนตรีทำข้อสังเกตมาด้วย เพื่อที่จะให้ถูกต้องเป็นไปตามมาตรา ๑๑/๑ วรรคท้าย ของพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรังสิกร ทิมาตฤกะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม รังสิกร ทิมาตฤกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตท่านประธานที่จะสะท้อนเกี่ยวกับยาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายงานการ ปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ผมขออนุญาตที่จะสะท้อนจากคนที่เป็นผู้แทนราษฎร ที่อยู่ต่างจังหวัด อยู่ขอบชายแดนกัมพูชา อยู่กับพื้นที่พี่น้องประชาชน ปัญหายาเสพติดของ บ้านเรา ประเทศเราขณะนี้ เชื่อได้เลยครับว่าแม้ผู้แทนราษฎรลงพื้นที่ไม่ต้องรับคำร้องเรียน หรอกครับ จะประจักษ์ด้วยสายตา ประจักษ์ด้วยความคิดความอ่านที่มองเห็นมาโดยตลอด ว่าวันนี้คืออะไร ผมอยากจะกล่าวครับว่าเรื่องยาเสพติดสำหรับประเทศไทยบ้านเราแล้ว วันนี้วิกฤติแล้วครับ เป็นวิกฤติที่ไม่เคยปรากฏการณ์มาก่อน ไม่เคยปรากฏมาก่อน วิกฤติ อย่างไรครับ ทุกหย่อมหญ้าแล้วครับ ผมอยากจะตั้งเป็นข้อสังเกต ตั้งข้อสังเกตให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทุกงาน ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ส. ทหาร ตำรวจ ปกครอง ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องลองฟัง เสียงสะท้อนจากผู้แทนราษฎรที่เป็นชาวบ้านสะท้อนให้ฟังว่ามันคืออะไร แน่นอนครับ ยาเสพติดมีหลายประเภท มีหลายอย่าง บางครั้งปนเปยกขึ้นมาหลงประเด็น เรื่องสมุนไพร ก็ตาม อะไรก็ตามขึ้นมา จนจับทิศจับทางกันไม่ถูก เราต้องมองครับว่ายาเสพติดที่แท้จริง ที่ทำลายชาติบ้านเมืองขณะนี้มันคืออะไร มันคือตัวไหน ผมพูดเลยครับ ตัวเดียวที่หนักที่สุด และเป็นตัวที่ทำลายครอบครัว ทำลายพี่น้องประชาชน และจะทำให้ประเทศไทยนั้นเป็น ประเทศที่จะไม่มีโอกาสในอนาคต นั่นคือยาบ้า ผมจะไม่พูดอีกแล้วครับว่ายาเสพติด ผมจะพูดคำว่า ยาบ้า เลยครับ บางครั้งอยากจะถามนิดหนึ่งว่าใครมีความรู้ช่วยบอกผมหน่อย ว่าต้นยาบ้ามันเป็นอย่างไร ปลูกอย่างไร เอามาจากไหน ผมก็เชื่อว่าทุกคนต้องตอบว่า ต้นยาบ้ามันไม่มี เมื่อไม่มีต้นยาบ้า มันคืออะไรครับ มันคือเคมีที่ทำร้ายสมอง ทำลายสมอง ทำทุกเรื่องดังที่เห็นภาพปรากฏออกมาสู่สาธารณชน ผมกล้าพูดเลยครับว่าวันนี้เยาวชน เด็กวัยรุ่น ๑๓ ปี ๑๔ ปี ๑๕ ปี ๑๘ ปี ๒๐ ปี เขาไม่ได้ยกพวกตีกันหรอกครับ แต่วันนี้เขา ยกพวกห้ำหั่นฆ่ากันแล้ว ทั้งดาบ ทั้งมีด ทั้งปืนทุกหย่อมหญ้าครับ รู้ครับว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ป.ป.ส. หน่วยงานบูรณาการอย่างไร ทำงานกันหนักเข้ม ผมเคยฟัง เสียงสะท้อนจากภาคเหนือ ถ้าผมพูดถึงกองกำลังชื่อผิดพลาดกราบอภัยด้วยครับ กองกำลัง ผาเมือง ทำงานจนประสบความสำเร็จ สู้เหนื่อยยากแบบบูรณาการกับ ป.ป.ส. ตำรวจ ปกครอง ถ้าจะบอกว่าวันนี้สถานการณ์มันดีขึ้นไหม เราจะดูจากสถิติโดยการจับไม่ได้ครับ จะดูจากข้อเท็จจริงที่มันปรากฏอยู่ในหมู่บ้าน ในตำบล ในอำเภอนั้น ๆ ว่าคืออะไร นั่นคือ วิกฤติ ถ้าประเทศไทยเราบอกว่าประกาศสงครามกับยาเสพติด ถ้าผมเป็นกรรมการ ผมยกมือเลยครับว่าประเทศไทยแพ้ ยาบ้าชนะ ชนะอย่างไรครับ วันนี้แม้แต่ ป.ป.ส. ก็ต้อง ยอมรับว่าจะมีแต่เหตุการณ์ที่จะเพิ่มความรุนแรง ขยายผล ระบาดทุกสิ่งทุกอย่างครับ นั่นคือปรากฏการณ์ที่บอกว่าสงครามยาบ้า วันนี้ยาบ้าชนะ ถามว่าประเทศไทยของเราเคย ปราบยาบ้าแล้วประสบความสำเร็จไหมจนถึงทุกวันนี้ เคยครับ เราต้องยอมรับความจริงครับ ผมยอมรับความจริง เกือบ ๒๐ ปีที่แล้วมีอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งได้วางนโยบายแบบ ชัดเจนในการปราบปรามยาเสพติด (ยาบ้า) ผมเชื่อว่าผู้ปฏิบัติหน้าที่ ผู้ใต้บังคับบัญชายึดโยง กับผู้บังคับบัญชาเป็นขั้นตอนเป็นระบบ ๆ ผู้บังคับบัญชาสูงสุดยึดโยงกับผู้บริหารประเทศ อดีตมีการสั่งการแบบบูรณาการแบบชัดเจน ถ้าจังหวัดหมายถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าตำรวจ ก็คือผู้บังคับการ ถ้าทหารก็คือผู้บัญชาการมณฑลต่าง ๆ แล้วลงสู่พื้นที่ อำเภอ ท้องถิ่น ปราบแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในขณะนั้น ต้องยอมรับความจริงครับ ต้องยกมาตั้งบนโต๊ะให้ได้ ว่าเรื่องจริงปัจจุบันยามันอ่อนครับ ถ้ายามันไม่อ่อนมันไม่ระบาดขนาดนี้หรอกครับ เพราะยา มันอ่อน แต่ถ้ายามันจะแรง แรงแบบไหน ก็ต้องคิดกันให้ออกครับ เป็นประเด็นฝากเอาไว้ ดังที่ประเทศไทยไม่ใช่ไม่เคยที่จะบริหารประเทศ นำองค์กรทุกองค์กรเดินเข้าไปสู้กับยาบ้า ยาเสพติด จนประสบความสำเร็จในระดับที่สูงในขณะนั้น และวันนี้ระวังครับมันไปไกล เกินกว่าจะเยียวยา คำว่า วิกฤติ สำหรับยาเสพติด สำหรับยาบ้าของประเทศไทยมันขึ้น เพดานสูงมาก หันซ้ายหันขวาเจอหมด ผมพูดในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรอยู่บ้านนอก ไม่มีหลักวิชาการที่จะกล่าวที่จะพูดหรอกครับ มีแต่ข้อเท็จจริงที่จะพูดว่าวันนี้คืออะไร ส่วนราชการที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ส. ทหาร ตำรวจ ปกครอง หรือทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือจับมือกันแบบบูรณาการครับ วันนี้ผมยังไม่เห็นเลยว่าทุกส่วนที่ผม ได้กล่าวเคยคุยกับผู้แทนราษฎรในเขตไหม คุยกับท้องถิ่นไหม คุยกับข้าราชการระดับ แนวหน้าของระดับอำเภอ ระดับจังหวัดไหม ไม่มีครับ ไม่มีเสียงเข้ามาเลยว่าเราจะสู้กับ ยาเสพติด ยาบ้าอย่างไร แต่สิ่งที่มันเห็นก็คือว่าเครือข่ายของยาบ้านั้นระบาด ราคาไม่ทราบ หรอกครับว่าจะอย่างไร แต่ทราบได้อย่างเดียวว่าระบาดหนักมาก เมื่ออนาคตของประเทศ มาถึงวันนี้ วิกฤติถึงวันนี้แล้วเดินไปข้างหน้า แล้วลูกหลานเราล่ะครับ ผมขอ ๑ นาที ป.ป.ส. ก็ตาม ผู้แทนราษฎรก็ตาม ใครก็ตามที่เชื่อว่าครอบครัวของตัวเองนั้นหลุดพ้นจากยาเสพติด ปลอดภัย ดูแลครอบครัวจากยาเสพติดได้ ผมถามนิดหนึ่งว่าท่านมั่นใจหรือครับว่าครอบครัว ของท่าน เมียของท่าน สามีของท่านจะไม่ไปเดินห้าง จะไม่ไปจับจ่ายใช้สอยที่ตลาด ลูกจะ ไม่ไปโรงเรียน มั่นใจหรือครับว่าเอาลูกใส่รถเก๋งแล้วไปโรงเรียนได้ เขามีวิถีชีวิตส่วนตัว คนคลุ้มคลั่งเกิดจากอะไร เกิดจากยาบ้า กินยาบ้ามันไม่ง่วงหรอกครับ มันไม่อารมณ์ดีหรอกครับ แล้ววันหนึ่งเมื่อหวยมันออกกับครอบครัวเรา เราจะไปนั่งเสียดายว่ารู้อย่างนั้นวันนั้นเรา ร่วมมือร่วมแรงทุกภาคส่วน คำว่าพรรคการเมืองไม่มีหรอกครับถึงเรื่องนี้ มันเป็นวาระที่ วิกฤติของชาติจริง ๆ ต้องปราบจริง ๆ ทั้งต้นเหตุถึงปลายเหตุ เว้นไม่ได้สักเรื่องเลย ก่อนที่จะ สายเกินไป หรือมั่นใจว่าลูกเมียไม่ต้องไปเดินห้าง ไม่ต้องไปจ่ายตลาด ไม่ต้องไปเรียนหนังสือ รู้ได้อย่างไรครับว่ายาบ้าไม่อยู่ใต้เตียงของลูกของเรา ขอบคุณท่านประธานครับ ฝากประเด็น ให้ ป.ป.ส. วิเคราะห์เรื่องเหล่านี้ด้วยครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านบัญชา เดชเจริญศิริกุล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพครับ ผม บัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคท้องที่ไทยครับ จากการรายงานปี ๒๕๖๕ ผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติด เท่าที่เห็นในรายงานก็ไม่น้อยเลยทีเดียวนะครับ ก่อนอื่นก็ต้อง ขอชื่นชมในการปฏิบัติหน้าที่ของทุก ๆ หน่วย แล้วก็ท่านผู้ชี้แจงทุกท่านนะครับ แต่นี่ก็เป็น เพียงแค่ส่วนหนึ่ง ส่วนที่ยังจับไม่ได้ก็อีกเยอะแยะมากมาย เพราะว่าในปัจจุบัน ณ ตอนนี้ จับกันทีหนึ่ง ๔ ล้านเม็ด ๖ ล้านเม็ด ๑๐ ล้านเม็ด ผมก็มีเสียงสะท้อนนิดหนึ่งมาจาก เจ้าหน้าที่ผู้ที่ปฏิบัติงานต้องออกไปเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายประกบกับผู้ค้ายา สะกดรอย ดักฟัง โทรศัพท์กว่าจะจับได้ เสี่ยงชีวิต ยิงกันบ้างอะไรกันบ้างนะครับ แต่ก็ยังเป็นห่วงในชีวิตของ พวกเขาอยู่ แล้วเขาก็สะท้อนมาให้เห็นว่าเขาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับรางวัลนำจับ อย่างเมื่อก่อน เขาเอา Amphetamine เข้ม ๆ เม็ดละ ๓ บาท ๒ บาท ๑ บาทในการจับแต่ละครั้งนะครับ แต่สุดท้ายผมไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้รางวัลนำจับเป็นอย่างไร สุดท้ายเหมือนการแบ่งรางวัลกว่าจะถึง ผู้ปฏิบัติงานข้างล่างมันไม่คุ้มกับการเสี่ยงภัยเขาเลยนะครับ ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมปัจจุบันนี้ การนำเข้ายาเสพยาเสพติดมันทำไมเข้ามาแบบง่ายดาย บรรทุกกันแบบไม่ต้องปิดบังอำพราง เลยครับ เข้ามาเต็มไปหมด จะบอกว่าเกิดสงครามรอบ ๆ ประเทศไทย เขาก็เลยขายมา เพื่อจะหาเงินไปซื้ออาวุธ แต่ทำไมมันถึงเข้ามาง่ายดายเหลือเกิน แต่ต้องฝากท่านประธานไป ถึงผู้ปฏิบัติ ผู้ที่ปราบปรามยาเสพติดนะครับว่า ทำไมมันเป็นแบบนี้ หรือกฎหมายเรามันอ่อน เกินไป ท่านลองสังเกตดูมีข้อสังเกตนิดหนึ่ง เมื่อ ๔-๕ ปีที่แล้วเริ่มจาก ๕ เม็ด เป็นปัญหา ๕ เม็ดมา ๕ เม็ดเป็นผู้เสพ พอสืบได้ว่าไม่ได้เป็นผู้ค้าก็คือเป็นผู้เสพ จาก ๕ เม็ดที่ออก กฎหมายมา หลังจากนั้นมา ๕-๖ ปีจนถึงทุกวันนี้ยาบ้าเพิ่มขึ้น ๆ มากมาย ไม่ได้ลดลงเลย ตอนนี้ทั่วทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล พี่น้อง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ มาจับว่ามีผู้ค้าอยู่ในหมู่บ้าน ตำบล ก็แจ้งตำรวจไป พอแจ้งไปก็จับแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวก็ออกมา อีกแล้ววัน ๒ วันก็มาทำหน้าที่เดิม ก็เลยไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐส่วนหนึ่งตั้งใจปราบปราม แต่ก็มี เห็นเป็นข่าวเจ้าหน้าที่รัฐเหมือนกันเป็นผู้ค้าเสียเองที่จับกันที่เป็นข่าว ตอนนี้มันกลายเป็น แบบนี้ไปแล้ว เหมือนกับว่า ๑ สถานีกลายเป็น ๑ หมู่บ้าน มี Agent ขายกันเองโดยทั่วไป หรือเปล่า ผมก็เลยอยากให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จากส่วนกลางลงไปตรวจสอบในพื้นที่ดูบ้างครับ ทั่ว ๆ ประเทศ ๗๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านทั่วประเทศตอนนี้เดือดร้อนมาก ๆ เลยกับยาเสพติด ผู้ที่เสพยาคลั่ง บ้า เพี้ยน เสียสติ บางคนก็จับเอาไปบำบัดได้ ๔-๕ วัน หมอให้กินยาก็หาย แป๊บหนึ่งเดี๋ยวก็กลับมาอีก ไม่ว่าจะตั้งศูนย์อะไรก็แล้วแต่ในการไปบำบัด แล้วทางกระทรวง สาธารณสุขก็ยังไม่ได้ตั้งศูนย์บำบัดรักษาที่เป็นกิจจะลักษณะให้หายขาด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เสียทีเดียว ณ ปัจจุบันนี้มันแพร่ระบาดไปเป็นแบบทั้งประเทศไปแล้วนะครับ เดินไปตรงไหน ก็เจอ ทุกหมู่บ้านทุกตำบลเดี๋ยวนี้มีหมด ตรงนี้เป็นอันตรายกับผู้คนในหมู่บ้านจริง ๆ ท่านจะ สังเกตเห็นเลยว่าแต่ละหมู่บ้าน เดี๋ยวมีหมู่บ้านนั้นคลั่งยา หมู่บ้านนี้คลั่งยา วิ่งกันไปเห็นเป็นข่าว ในสื่อเต็มไปหมดนะครับ สิ่งเหล่านี้ทำอย่างไรมันถึงจะหมดสิ้นไปจากประเทศไทยสักที แต่ ณ ปัจจุบันผมมองดูว่ามันมากขึ้น ๆ มากขึ้นทุกวันจนแทบจะเอาไม่อยู่แล้วนะครับ ก็ฝาก ท่านประธานไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. แล้วสุดท้ายก็ฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ขอให้เอาเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติเลยครับ เอาจริงเอาจังสักครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะชุมชนทั่วประเทศ มีพี่น้อง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่เกือบ ๓๐๐,๐๐๐ คนทุกหมู่บ้าน มีคณะกรรมการหมู่บ้าน มี ชรบ. นะครับ ต้องสร้างชุมชนให้เข้มแข็งทั่วประเทศ ต้องเกิดจากครอบครัว สร้างการรับรู้จากครอบครัวมา หมู่บ้าน มันถึงจะแก้ได้นะครับ ถ้าไม่อย่างนั้นจะทำอะไรต่อไม่ได้เลย ก็ได้แต่ทำ ๆ กันไป แต่ละวัน ๆ เท่านั้นเอง แค่เป็นหน้าที่แต่ละวันเอาผลงานมาโชว์ผลงานกันแล้วก็จบ ต้องการ ผลงานเท่านี้ ๆ วันนี้ เดือนนี้ แค่นี้เอง มันไม่ได้เอาจริงเอาจัง หลังจากนี้ก็ฝากให้เจ้าหน้าที่รัฐ ทุกท่านเอาจริงเอาจังกับเรื่องยาเสพติดสักที เพื่อบุคลากร เพื่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศไทย จะได้อยู่กันแบบสงบสุขครับ กราบขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ อีก ๔ ท่าน ท่านแรก ท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ท่านที่ ๒ ท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ท่านที่ ๓ ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ท่านที่ ๔ ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เชิญท่าน ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี เขต ๗ อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรี และอำเภอหนองเสือ วันนี้ผมก็ขอตั้งข้อสังเกตแล้วก็สอบถาม เกี่ยวกับรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ประจำปี ๒๕๖๕ ก่อนอื่นก็ต้อง ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่เสี่ยงอันตรายในการปราบปรามยาเสพติด แล้วก็มีผลงาน หลายครั้งหลายคราวนะครับ ยาเสพติดในพื้นที่ของผม ลำลูกกา หนองเสือ ธัญบุรี แล้วก็ หลายพื้นที่ในปทุมธานีมีเยอะจริง ๆ ครับท่าน คดีต่าง ๆ เท่าที่ผมรับทราบมาเมื่อวานนี้เอง มีการทลายจุดพักยาบ้า ๑๐ ล้านเม็ด ที่คลองสอง ปทุมธานี ๕ วันที่แล้วก็ทลายคาราโอเกะเถื่อน ที่ค้ายาด้วยที่เลียบคลองรังสิต-ปทุมธานีเช่นกันนะครับ ขายยาเสพติดครบวงจร พนักงาน นั่งเสพยากับลูกค้าจนถึงเช้า เดือนที่แล้วจับยาไอซ์ ๒๔๙ กิโลกรัม ที่คลองหลวง-ปทุมธานี แล้วก็เดือนที่แล้วเช่นกันจับรถขนยาบ้า ๑.๖ ล้านเม็ด ที่มาจากปทุมธานีไปส่งนครศรีธรรมราช ค่าจ้าง ๒๔๐,๐๐๐ บาท ก็น่ายินดีใช่ไหมครับที่จับได้มากมายขนาดนี้ แต่ถ้าท่านกำลังยินดี ท่านกำลังหลงทางครับ ที่ผมว่าหลงทางเพราะอะไร ยิ่งท่านจับได้เยอะ นั่นหมายถึงว่ายาเสพติด ในประเทศมีเยอะครับท่าน ท่านจับได้มากกว่าในอดีตก็หมายถึงว่าปัจจุบันนี้มียาเสพติด มากกว่าในอดีตนะครับ เราอย่าเพิ่งดีใจกับตัวเลขการจับนะครับ ปัญหาของเราก็คือว่าเราจะ ทำอย่างไรให้เราจับได้น้อยลง แล้วยาเสพติดมีน้อยลง ผมซึ่งเป็นผู้แทนของปทุมธานี ก็จะขอ ตั้งข้อสังเกตตามนี้นะครับท่าน จากรายงานของท่านนะครับ สถานการณ์ประเทศไทยเป็น ทางผ่านการลักลอบนำยาเสพติดผ่านชายแดนทางภาคเหนือแล้วก็ผ่านทางแม่น้ำโขงนะครับ ซึ่งเมื่อสักครู่เพื่อน สส. ของผม คุณคำพอง เทพาคำ ก็บอกแล้วว่าทางประเทศเพื่อนบ้าน เราเองก็บอกว่ายาเสพติดไม่ได้มาจากเขา มาจากประเทศอื่นนะครับ ตรงนี้ผมก็อยากจะ ทราบเหมือนกันว่ารายงานอันนี้ถูกต้องจริงแค่ไหน เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าท่านบอกว่า เมื่อท่านทราบว่ายาเสพติดมาจากทางเหนือ มาจากทางแม่น้ำโขง ทำไมเราไม่สามารถ สกัดจับได้ เรามีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอหรือเปล่า เรามีเครื่องมือไม่เพียงพอหรือเปล่า เมื่อมาดู รายงานของท่าน ท่านไม่ได้พูดถึงปัญหาตรงนี้เลยนะครับ ท่านไม่ได้พูดว่างบไม่พอ ไม่ได้บอก เจ้าหน้าที่ไม่พอ ไม่ได้บอกว่าเครื่องมือไม่พอ แล้วทำไมเราถึงจับตรงนี้ไม่ได้ แต่ปัญหา ในรายงานนี้กลับบอกว่าเพราะว่ามีการระบุว่าต้องเป็นตำแหน่งพันตำรวจเอกบ้าง เป็นโน่น เป็นนี่บ้างถึงจะเข้าไปตรวจค้นได้ในยามวิกาล เข้าไปขอใบนำจับอะไรได้บ้าง อยู่ที่ตำแหน่ง ทั้งนั้นเลย ไม่ได้เกี่ยวกับงบประมาณเลย อันนี้น่าแปลกใจมาก ๆ นะครับ รายงานนี้ย้อนแย้ง กันเองหรือเปล่า อันนี้เป็นข้อสังเกตข้อแรกของผม นอกจากนี้ในรายงานก็ยังบอกว่า มีอาชญากรข้ามชาติมาสร้างเครือข่ายมากมาย อันนั้นหมายถึงอะไรครับ ประเทศไทยเป็น สวรรค์ของพ่อค้ายาหรือเปล่า ทำไมเขาถึงเข้ามา อันนี้ประสิทธิภาพของเราเป็นอย่างไรครับ น่าสงสัยจริง ๆ นะครับ เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่เสียดายถ้าเราทำงานได้มีประสิทธิภาพ จะเอาเป็น ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ได้นะครับ ไม่ได้เสียดายเลย ถ้าเกิดว่าเราปราบยาเสพติดได้จริง แต่ปัจจุบันนี้ถ้าท่านฟังจากเพื่อน สส. ของเราทุกท่านไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านเอง ทุกคนมีความเห็นตรงกันนะครับว่า ยาเสพติดมีเกลื่อนเมือง มีเยอะจริง ๆ นะครับท่าน อันนี้จริง ๆ แล้วประสิทธิภาพหรือผลงาน ของ ป.ป.ส. ควรจะเป็นเรื่องของการลดยาเสพติดในประเทศไทย ไม่ใช่ผลงานคือการ ปราบปรามได้เยอะหรือจับได้จำนวนเยอะ เพราะนั่นไม่ใช่ผลงานเลยนะครับ เพื่อน สส. ของ ผมอีกท่านหนึ่งนะครับ🔗
อันนี้ประเด็นที่ ๒ คุณชุติมา คชพันธ์ เมื่อสักครู่ได้อภิปรายไปบอกว่า ได้ยินข่าวลือว่าคนมีสีอยู่เบื้องหลัง จริง ๆ ผมขอแก้ตรงนี้นะครับ มันไม่ใช่ข่าวลือ คนมีสี อยู่เบื้องหลังจริง ๆ ครับ ผมกล้าพูดตรงนี้เลย ทำไมผมถึงกล้าพูด ท่านไปดูข่าวสิครับ หลายข่าวมาก ๆ ที่จับได้ก็มีคนมีสีอยู่เบื้องหลังทั้งนั้น แล้วปัญหาคืออะไร ถ้าเราไม่ยอมรับ ความจริงตรงนี้เราจะแก้ปัญหาได้หรือเปล่า ท่านยอมรับความจริงก่อนนะครับว่าคนมีสี อยู่เบื้องหลัง แล้วคนมีสีนี่แหละอันตรายที่สุด เพราะว่าเขาช่วยเหลือกันเอง เป่าคดีกันเอง เขียนสำนวนอ่อน ออกหมายจับตอนเช้า ถอนหมายจับตอนบ่าย เกิดขึ้นมาแล้วนะครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ อันนี้เป็นไปได้อย่างไรครับ ถ้าท่านไม่ยอมรับความจริงตรงนี้ท่านจะแก้ปัญหา ยาเสพติดได้อย่างไร อย่าเพิ่งหลงทางนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ยาเสพติดที่จับได้แล้วเอาไปไหน อันนี้ผมทราบนะครับ ผม ทราบดีก็ตั้งแต่ชุดจับกุมท่านก็ส่งไปพนักงานสอบสวน ส่งไปตรวจพิสูจน์ ส่งไปเก็บไว้ที่ กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็มีการเผาทำลายปีละครั้งนะครับ แต่ก็มีข่าวลืออีกว่าอันนี้ข่าวลือ นะครับว่ามีการนำยาเสพติดเหล่านี้กลับมาขายโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผมอยากให้ท่านตอบ คำถามตรงนี้เพื่อแก้ข่าวลือของประชาชน แต่ละครั้งที่เราเผายาเสพติดเรามีเจ้าหน้าที่ไป ตรวจพิสูจน์อีกรอบไหมครับว่าอันนี้เป็นยาเสพติดจริง และจำนวนที่เผาก็เท่ากับจำนวน ทั้งหมดที่เราจับได้ในปีนั้น ท่านมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบตรงนี้หรือเปล่านะครับ ในพื้นที่ของผม ลงพื้นที่ทีไรก็เจอแต่เรื่องยาเสพติดยาบ้าเป็นเรื่องหลัก กัญชาเป็นเรื่องอีกเรื่องหนึ่งนะครับ แต่ตอนนี้กัญชาถูกกฎหมายแล้วทำให้ยิ่งมีมากขึ้น ตรงนี้ก็ไม่สามารถจะพูดอะไรได้นะครับ🔗
ส่วนเรื่องโทษเป็นเรื่องที่ดีที่เราระวางโทษ ๓ เท่าสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐแล้วก็ ข้าราชการ อันนี้ขอชื่นชม แต่อย่างที่บอกนะครับ ถ้าคนมีสีทำผิดเสียเองมันมีการช่วยเหลือ กันอยู่นะครับ ในสังคมไทยระบบอุปถัมภ์มีการช่วยเหลือกันอยู่จริง ๆ อันนี้ก็เป็นข้อสังเกต ที่ผมตั้งเป็นคำถามให้ท่านได้ตอบนะครับ ส่วนมีของฝากจากทนายแจมเพื่อน สส. ผม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ เป็นแม่ลูก ๒ แล้วก็เป็นผู้เชี่ยวชาญการดูแลเด็ก ก็ได้ให้ข้อมูลว่า การจะแก้ปัญหายาเสพติดต้องแก้ไขที่บ้าน ต้องให้ความรู้กับลูกตั้งแต่วัย ๐ ขวบ ถึง ๖ ปี เป็นวัยที่สมองกำลังพัฒนาและเราสอนให้เขาอย่ายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดในช่วงนั้นจะแก้ปัญหา ได้ดีที่สุดนะครับ และอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องชุมชนเข้มแข็งที่ สส. คำพอง เทพาคำ ได้เสนอมา ถ้าเราทำให้ชุมชนเราเข้มแข็งก็จะปลอดยาเสพติดได้นะครับ เรื่องของครอบครัวที่อบอุ่น ต้องน่าเสียดายที่เมื่อวาน พ.ร.บ. แรงงาน ของเราถูกคว่ำไปนะครับ เพราะ พ.ร.บ. แรงงาน ของเราจะทำให้ครอบครัวอบอุ่นได้ โดยการให้เวลากับคนใช้แรงงาน คนทำงานให้มีเวลา กับครอบครัวมากขึ้น ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดได้นะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักเรียน ครู โรงเรียนบ้านลาเวง อำเภอศรีสาคร จังหวัด นราธิวาส สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหายาเสพติดนับว่าเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน แล้วก็หนักหนา สาหัสมากนะครับ เป็นมานานแล้วกว่า ๑๐ ปี แต่หลายคนหลายท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ก็ไม่อาจจะ ปฏิเสธได้ว่าครั้งหนึ่งเราเคยมีรัฐบาลที่สามารถปราบปรามยาเสพติดแก้ไขได้ในการบูรณาการ ทำงานร่วมกันของทุกองค์กรทุกภาคส่วนของส่วนราชการได้ผลอย่างชะงัดนะครับ ซึ่งต้อง ขออนุญาตเอ่ยนามว่าสมัยท่านนายกทักษิณ ชินวัตร ได้รับการแซ่ซ้องสรรเสริญ จากพี่น้องประชาชนเป็น Model ในการที่ปราบยาเสพติด แต่วันนี้จากรายงานของพนักงาน ป.ป.ส. ในการรายงานการปราบยาเสพติด ปี ๒๕๖๕ จะเห็นว่าทุกภาคส่วนก็ยังต้องอาศัย ความร่วมมือในการที่จะแก้ไข ไม่ให้ครอบครัวแตกสลาย ไม่ให้เยาวชนลูกหลานซึ่งเป็น นักเรียน นักศึกษาในสถานศึกษาต้องเข้ามาพัวพันกับยาเสพติด ไม่ให้คนที่ทำไร่ ทำนา ทำสวนอ้อย สวนยางพาราต้องใช้ยาเสพติด ไม่ให้ผู้ใช้แรงงานต้องมาอาศัยยาเสพติด แต่สิ่งสำคัญในตรงนี้นะครับ เราจะเห็นว่าการค้ายาเสพติด เขาจะมาตามตะเข็บชายแดน ไม่ว่าจะเป็นสารตั้งต้นที่นำมาผลิตยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เราเคยเห็นว่ามาในรูปแบบ ต่าง ๆ ผู้ค้ายาเสพติดและผู้เสพซึ่งจะรู้จักแหล่งการนำมาของแต่ละคน นอกจากนั้นท่านจะ ได้ยินว่าถ้าจะแก้ไขปัญหายาเสพติดนั้น ท่านจะต้องไปดูถ้าเทียบระดับอำเภอก็ต้องไปดูที่ ผู้กำกับ ไปดูที่นายอำเภอ เพราะเขาจะรู้จักดีว่าใครคือผู้ค้า ใครคือผู้เสพ ซึ่งเราก็เห็นช่วงนี้ จะมีไม้ง่ามมาแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ปลายเหตุ แต่สิ่งที่เรารู้กันว่าใครคือต้นเหตุแห่งปัญหา นี่คือสำคัญนะครับ อย่างเช่น ระดับจังหวัดเราก็มีผู้การ มีผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะทราบว่า ใครคือผู้ค้ารายใหญ่ ฉะนั้นทำไมระดับประเทศเราจะไม่รู้ว่าใครคือผู้ค้ารายใหญ่ ฉะนั้นจะเห็น ว่าการยึดทรัพย์ การปราบยาเสพติดจะต้องมีการยึดทรัพย์ ไม่ให้กล้าที่จะค้ายาเสพติด แม้แต่บางครั้งเราก็ไม่ให้มี ผมต้องบอกว่าไม่ให้มีลมหายใจ เพราะอะไรครับ เพราะพวกนี้ จะทำลายประเทศชาติ สังคม คนในครอบครัวให้มีความแตกแยก ให้มีความแตกสลาย แม้แต่การค้ายาเสพติดจะรายเล็กรายใหญ่ แต่ก็จะไปสู่การสูญเสียสูญสิ้นทั้งหลายทั้งปวง อย่างเช่น คนที่เคยมีพ่อแม่ แล้ววันดีคืนดีก็ไม่รู้ว่าเกิดหลอนขึ้นมาจะเผาบ้านหรือเปล่า เกิดหลอนขึ้นมาแล้วจะฆ่าพ่อแม่ ปู่ย่า ตายายคนใกล้ชิดได้ไหม อันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ทาง ผมอยากฝากทางท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง อยากให้ท่านรัฐบาลนำโดยท่านนายกเศรษฐา ทวีสิน เอาการปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาตินะครับ ทำเรื่องนี้ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เกิดผลสำเร็จ แม้แต่ในพื้นที่การเลือกตั้งของผมที่จังหวัดอุดรธานี ผมลงไปพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น ไร่ นา หรือว่าสวนอ้อย สวนยางพารา ตลอดจนชุมชนต่าง ๆ ก็บอกว่าช่วยปราบยาเสพติดให้ หมดหน่อย ทำอย่างไรก็ได้ไม่เห็นหรือสมัยท่านนายกทักษิณ ทำได้ประสบผลสำเร็จ ทำไมไม่ เอาวิธีการ กระบวนการนั้นมาใช้ในรัฐบาลนี้ อันนี้ก็เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าปัญหายาเสพติด เกิดทุกหย่อมหญ้า เกิดทุกสังคม ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุขต้องออกมาดูแล ไม่ว่าจะ เป็นกระทรวงศึกษาธิการต้องมาแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นปกครองท้องที่ต่าง ๆ จะต้องมาแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งมีมากเหลือเกินครับ ฉะนั้นวันนี้ผมว่ารัฐบาลคงจะมองเห็นหลายสิ่งหลายอย่าง และที่สำคัญก็ต้องให้กำลังใจ คนทำงาน ต้องบูรณาการกันไม่ว่าจะเป็นกระทรวง ทบวง กรม ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ตลอดจนไม่ว่าจะเป็นสาธารณสุข ศึกษาธิการ ทุกกระทรวง ทบวง กรม ต้องมามองเรื่องนี้ว่า เป็นปัญหาใหญ่ที่คนไทยได้รับผลกระทบ จากประเทศเพื่อนบ้านบ้าง แม้เราจะเห็นว่า ประเทศเพื่อนบ้านเองเขาก็มีปัญหาที่จะต้องแก้ไข แต่สิ่งที่คนไทยจะต้องคิดช่วยกันก็คือว่า ทำอย่างไรจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้โดยไม่ให้มียาเสพติดเข้ามา แต่ก็พอที่จะหวังได้ว่า เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. ท่านรองผู้ว่า ท่านผู้กำกับการตลอดจนทหาร ผอ. กอ.รมน. ความมั่นคง อธิบดีกรม คุมประพฤติ ต่าง ๆ ท่านก็ยืนยันว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติด การบำบัดเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ อย่าง ผบ. เรือนจำที่อุดรธานี ท่านปริวรรตน์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านบอกว่ายาเสพติด แก้ปัญหาได้ แต่ถ้าออกไปแล้วสู่สังคมแล้วบริบทสังคมว่าความคุ้นชินเกี่ยวกับชีวิตเดิม ๆ ของ เขาก็จะออกมา ดังนั้นการแก้ปัญหายาเสพติดจะต้องอาศัยทุกสิ่งทุกอย่างและมีความหวังว่า ปัญหายาเสพติดจะได้รับการแก้ไข ทุกหน่วยงานมาร่วมกันบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ สถานศึกษา สาธารณสุข การปกครองท้องถิ่น ราชทัณฑ์ ผู้รับผิดชอบร่วมแรงร่วมใจ กันขจัดภัยอันตรายอันมหันต์นี้ให้สิ้นซากไปจากสังคมประเทศไทยของเราเสียทีในรัฐบาลนี้ ให้ได้นะครับ ผมขอให้กำลังใจรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ให้กำลังใจรัฐบาลนำโดยท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน นำวาระแห่งชาติเพื่อปราบปรามยาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากผืนแผ่นดินไทย ให้เป็นของขวัญแก่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ ขออนุญาตท่านประธานขออภิปราย เรื่องประกอบรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติด แต่ปรากฏว่ารายงานที่อยู่ในมือผมนะครับ รู้สึกข้อมูล มันล้าสมัยไปหน่อย เนื่องจากว่าเป็น พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งตอนนี้ ๒๕๖๗ แล้ว ที่จริงแล้ว เรื่องยาเสพติดเราฟังมาร่วมหลายชั่วโมงแล้วนะครับ ก็เป็นที่ประจักษ์ยอมรับว่าปัญหา ยาเสพติดนั้นในประเทศไทยมีทุกหย่อมหญ้า ไม่ต้องดูอะไรนะครับ เราดูในเรื่องของสถิติ ในเรื่องของการจับกุมก็เพิ่มขึ้นทุกวัน ในจำนวนยาบ้า ในจำนวนของการยึดทรัพย์ แต่ที่จริง แล้วผมไม่ได้ดีใจนะครับที่ว่าจับยาบ้าได้ครั้งละล็อตใหญ่ ๆ ยึดทรัพย์ได้ครั้งละมากมาย ที่จริงแล้วเราต้องดูด้วยว่าการแก้ปัญหาในเรื่องของยาเสพติดนั้นยิ่งจับแต่ปรากฏว่าสถิติ ในหมู่บ้านมันยิ่งเพิ่ม ในขณะเดียวกันผมมาดูในรายงานฉบับนี้ที่อยู่ในมือ นี่เรื่องใหญ่ ระดับประเทศนะครับ แต่รายงานเล่มก็ไม่ค่อยโตนะครับ บทสรุปทั้งหมดมีอยู่มีทั้งหมด ๖ ส่วน แต่ที่จริงแล้วผมอยากดูในเรื่องของผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของพนักงาน ป.ป.ส. หรือว่าผลผลลัพธ์ ผลสัมฤทธิ์ แล้วก็ในวิธีการแก้ปัญหาอุปสรรคการดำเนินการ แก้ปัญหา ผมดูแล้วเนื้อหาในเอกสารนี้น้อยมากนะครับ ที่จริงแล้วตัวอย่างในประเทศไทย มีหลายที่ที่ทำได้สำเร็จ วันนี้ผมต้องขออนุญาตชื่นชม พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ นิดหนึ่งครับ ต้องเอ่ยชื่อท่านในฐานะท่านเป็นเลขาธิการ ป.ป.ส. ท่านกำลังปฏิบัติหน้าที่ ทางใต้ในโครงการ Quick Win ต้องทำทั่วประเทศ ๑๐๐ ตำบล ก็พยายามทำให้สำเร็จนะครับ โดยเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราชของท่าน สส. มุกดา กับท่าน สส. คฑา วันนี้ไปลงทำที่ อำเภอเมือง อำเภอทุ่งสง แล้วก็ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เขาทำกันมานานแล้ว แล้วก็ ได้ผลสัมฤทธิ์มากเลยแต่ไม่ค่อยขยายผล ต้องชื่นชมท่านนายกพงศกร อบต. รางจรเข้ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อันนี้ก็ทำสำเร็จมาก็ไม่ค่อยได้เป็นการขยายผล เอาตัวอย่างมาทำต่อ อย่างกรณีที่ Model จังหวัดระนอง สส. เอ เกาะสินไห ที่หมู่บ้านไปตรวจดูฉี่ม่วงเกือบ ทั้งหมดเลย ๘๐-๙๐ คน นี่ทำได้ผล ถ้าในกรณีเจ้าหน้าที่รัฐ เราให้อำนาจไปเจ้าหน้าที่รัฐเอา จริงเอาจัง ท่านประธานครับ วันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนี่ถือว่าเป็นเจ้าเมือง แต่ในขณะเดียวกัน คำสั่งของหัวหน้าในส่วนของการดูแลรักษายาเสพติดจังหวัด มีคำสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นหัวหน้าปฏิบัติงาน ในส่วนของอำเภอสั่งให้นายอำเภอเป็น นี่คือหนังสือที่สั่งการ แต่ว่าใน แนวทางการปฏิบัติจริงและในส่วนของงบประมาณยังไม่มี ยังไม่มีนะครับ งบประมาณกับการ ปฏิบัติจริงยังไม่มี เพราะฉะนั้นในเรื่องของนโยบายเรื่องนี้ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นวิธีการในเรื่องของยาเสพติดผมไม่อยากจะให้โฟกัสไปให้มันสะเปะสะปะในเรื่อง ของประเภทยาเสพติด ในสมัยที่ท่านนายกทักษิณนะครับ เอ่ยชื่อได้เนื่องจากว่าถือว่าเป็น หนี้บุญคุณในเรื่องของการแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติดที่ประสบความสำเร็จที่สุด ในขณะนั้น โฟกัสไปที่ยาบ้าอย่างเดียวครับ ยาบ้านี่พูดได้ชัดเจนเลยว่านี่เป็นพระเอกของยาเสพติด วันนี้ ประเทศไทยถ้าสงครามต้องสงครามกับยาบ้า อย่าไปสงครามกับยาสมุนไพร เอาทาง การเมืองมาทำให้ไขว้เขว สงครามกับยาบ้าประกาศไปเลย วันนี้เข้าไปทุกหย่อมหญ้า ตรงไหน ที่มีองค์กรชุมชน ไม่ว่าจะเป็นวัด เป็นโรงเรียน มัสยิด มีทุกแห่งนะครับ อะไรที่เป็นมั่วสุม ท่านประธานครับ วันนี้บ้านผมอย่าเพิ่งจับไปได้เมื่อเดือนที่แล้ว อำเภอลำทับ ๒๔๐,๐๐๐ กว่าเม็ด ที่จริงแล้วเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงกับจังหวัดนครศรีธรรมราช เวลาเขา Pack เดี๋ยวนี้ เขาซื้อถุงพลาสติกขายดีนะครับท่านประธาน Pack ละ ๕ เม็ด ๕ เม็ดนะครับ เพื่อที่จะ ขายปลีก เอาไปขาย ๕ เม็ด ๑๐๐ นะครับ คนขายเขาเรียกนักบิน ตอนแรกได้ยินก็คิดว่า นักบินขาด แต่ที่ไหนได้ในพื้นที่นักบินเต็มเลย นักบินนี่ไม่ใช่ขับเครื่องบินนะครับ แต่ขับ มอเตอร์ไซค์ ๕ เม็ด ๑๐๐ หัก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ๕ เม็ด ๑๐๐ หัก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๕ เม็ด คูณ ๑๐ คน นักบินมีฝูงละ ๑๐ นะครับ ๑ เที่ยว ได้ ๕๐ เม็ด นักบิน ๑๐ คน ทำงานอีก ๑๐ เที่ยว ทำงานเป็น ๕๐ เอา ๕๐ คูณ ๑๐ เที่ยว เป็น ๕๐๐ เม็ด วันละ ๕๐๐ เม็ดในหมู่บ้าน มีเพียงนักบิน ๑๐ คนแค่นั้นเอง วันนี้เราจะเห็นได้ว่าในเรื่องของ ราชทัณฑ์ เรือนจำ ยาเสพติดก็เต็มหมดแล้ว วันนี้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นนักโทษยาเสพติด ผมยังสนับสนุนในส่วนของราชทัณฑ์ ให้เอกชนสร้างเรือนจำแล้วก็เอาประเภทผู้ติดยาเสพติด แล้วก็อยู่ในระหว่างคดีฟ้องร้องเอามาขังรวม แล้วก็ไปพัฒนา อย่าให้ไปสะเปะสะปะปนกัน อันนี้ก็ถือว่าเป็นข้อเสนอแนะในส่วนของ ป.ป.ส.🔗
อีกเรื่องครับท่านประธาน วันนี้นโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่เราไป บำบัดกันที่อำเภอครับ ไม่ค่อยได้ผลเนื่องจากว่าขาดงบประมาณ เพราะฉะนั้นจากผู้ค้า ผู้เสพ จากผู้เสพสมัครใจไปรักษาก็ไปรู้จักกันเป็นกลุ่ม ๖๐-๗๐ คน ออกมาเป็นเครือข่ายยิ่งใหญ่เลย ผมอยากเสนอ ป.ป.ส. ได้ประสานไปยังกองทัพ แต่ละจังหวัดเขาจะมีส่วนของทหาร ส่งไปที่ ให้ของทหารฝึกน่าจะดีกว่านะครับ โดยการจัดสรรงบประมาณไป🔗
สุดท้ายก่อนจะหมดเวลาผมอยากจะให้ ป.ป.ส. ในรายงานต่อไป ที่จริงแล้ว น่าจะเป็น ปีนี้ ๒๕๖๗ น่าจะเป็นรายงาน อนาคตล่วงหน้าว่าปี ๒๕๖๘ ทิศทางในเรื่องของ การแก้ปัญหาของยาเสพติดจะเป็นอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นในปัญหาในรายงานผมอยากเห็น ผลลัพธ์และตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ และต้นแบบในเรื่องขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น ท้องที่ หรือว่าในส่วนของจังหวัดที่เขาจับมือกันประสานระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่าย ปกครอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่ แล้วเขาทำให้สำเร็จ ได้อย่างไร เอาตรงนี้มาเป็น Model ๓ วัน ๕ วันไปตรวจ ๓ วัน ๕ วันไปตรวจ ไม่มีเหลือครับ เพราะฉะนั้นก็ขอฝากนะครับว่าเรามาอภิปรายในเรื่องของรายงาน ที่จริงแล้ววัตถุประสงค์ เราไม่ได้ไปดูในรายงานมากมายหรอกครับ แต่เราเอาข้อเท็จจริงมาจากการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ช่วงหาเสียงเราไปเจอชาวบ้านฟ้องว่าตรงนี้มีกลุ่มค้ายาเสพติด ปรากฏว่าเราไปแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ไปปราบปราม ไม่สำเร็จหรอกครับ วันนี้เป็น สส. มา ๕ ปีแล้ว สมัยที่สอง ในหน่วยที่เขาแจ้งยังมีอยู่เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นความเคยชินแล้วก็ ประเทศไทยเรามีกันจนว่ามันอยู่คู่กับประเทศไทยแล้ว มันมีความรู้สึกว่ามันต้องยอมรับและ อยู่กับมันให้ได้ ซึ่งในความเป็นจริงสิ่งเหล่านี้ถ้าเราไม่รีบแก้ไขวันสิ้นในเรื่องของกำลังของชาติ ในเรื่องของการที่จะพัฒนาแผ่นดินในประเทศไทยเรานั้นมันน่าเป็นห่วงมากครับ ขอบคุณ มากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน วันนี้เรื่องยาเสพติดนี้เป็นเรื่องใหญ่ หลายปีที่ผ่านมาเราปล่อยปละละเลยให้มีการระบาด ของยาเสพติดทั่วประเทศ ผู้แทนกลับไปในพื้นที่ก็ได้รับการบอกกล่าวจากพี่น้องประชาชนว่า หนักหนาสาหัส เป็นเรื่องที่ทุกข์ใจ บางคนมีขโมยในบ้านก็ไม่กล้าไปแจ้งความเพราะเป็น ลูกหลาน พ่อแม่เสียทรัพย์สิน มีการฆ่า ทำร้ายร่างกายญาติพี่น้อง พ่อแม่ถูกลูกทำร้าย เผาบ้าน เกิดปัญหาสารพัดที่พวกเราได้เห็น ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี้มีความทุกข์ใจ เป็นอย่างยิ่ง มีความกลุ้มใจเหมือนพี่น้องประชาชนครับ เพราะทุกข์ของประชาชนคือ ทุกข์ของผู้แทน ความเดือดร้อนมันเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า แต่ยังดีนะครับ พอเรามาเป็น รัฐบาลพวกเราได้รับปัญหาต่าง ๆ จากพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ พวกเราก็เอามาบอก ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน ในพรรคมีการประชุมเราก็บอกท่านแทบทุกอาทิตย์ จนขณะนี้ก็ยังดีใจที่มีการปราบปรามรายใหญ่จับได้วันละหลาย ๆ ล้านเม็ด เป็น ๑๐ ล้านเม็ด ก็มีเมื่อวาน ๕ ล้านเม็ดก็มี ในด้านชายแดนก็มีการปราบปรามอย่างเต็มที่ ถ้าทำอย่างนี้ปัญหา ผู้ค้ารายใหญ่ก็น่าจะหมดไป ก็ต้องทุ่มเทนะครับ ต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ พี่น้อง ป.ป.ส. บช.ปส. และให้กำลังใจท่านครับ เอาให้เกลี้ยงแผ่นดินสักทีหนึ่ง เพราะเรื่องนี้เป็น เรื่องใหญ่ ถ้าเราปล่อยให้ลูกหลาน พี่น้องประชาชน มั่วสุมอยู่กับยาเสพติดอย่างนี้ ในหมู่บ้าน บางคนบอกว่า ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ติดยา เราปล่อยอย่างนี้ต่อไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นขอ เรียกร้องไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าฝ่ายปกครอง พี่น้อง ทหาร ตำรวจ ทุกฝ่าย ขอให้ทุ่มเท สติปัญญา สรรพกำลังทั้งหลาย ช่วยกันกำจัดภัยร้ายนี้ออกจากประเทศชาติเราให้ได้ ผมจะ บอกท่านวันนี้คณะ ป.ป.ส. มา ต้องพูดกับท่านเลยนะครับ การจับกุมบอกท่านให้ไปบอก ตำรวจ ระบบโควตาเลิกเสียทีเถอะครับ บางโรงพักให้จับเดือนละ ๓๐ ราย พอจับครบหยุด ทันทีครับ ไม่จับต่อแล้ว เพราะว่าเดือนหน้าไม่มีส่งไปที่กองกำกับการที่จังหวัด เพราะฉะนั้น ก็เหมือนกับการเลี้ยงไข้ ถ้าจับหมดก็ไม่ได้ จริง ๆ ถ้าจับให้หมดผมถามตำรวจว่าเดือนเดียว เกลี้ยงครับในอำเภอต่าง ๆ แต่ระบบโควตาเป็นปัญหา ถ้าจับหมดเดือนหน้าไม่มีส่ง ปัญหา ก็เกิดขึ้น ก็ปล่อยให้มีการเสพตลอด ตำรวจก็ต้องรักษาไว้ ถ้าจับหมดไม่มีส่งเดือนหน้า ไปส่ง จังหวัดไม่ครบ ๓๐ ราย สมมุติยกตัวอย่างเช่นนี้ ก็ต้องปล่อยให้มีการระบาดเพิ่มขึ้น ๆ วัยรุ่น เข้ามายังไม่เสพก็ได้เสพ เพราะคนขายก็ยังอยู่ คนที่ยังเป็นตัวแพร่ระบาดก็ยังมี ท่านในฐานะ ที่เป็น ป.ป.ส. กรุณาได้พูดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผมอภิปรายนี้อยู่ ยกเลิกเสียที ระบบโควตา เลิกเถอะ จับก็จับให้มันหมดทั้งอำเภอ ทั้งจังหวัด ทั้งประเทศ อย่าไปสะสมไว้ เลี้ยงไข้อย่างนี้ ไม่ถูกต้อง วันนี้ต้องมาขอบอกให้ท่านได้รับทราบ แล้วอีกอย่างหนึ่งนะครับ ต้องเล่าเลยนะ ๔๐ ผมได้ ยินตำรวจชั้นผู้น้อยโวยวายมา อย่าเอาเลยครับปราบปรามก็ปราบปราม อันนี้น่าจะต้อง สนับสนุน และสิ่งสำคัญที่สุดในเวลาน้อย ๆ ผมบอกว่าท่านต้องสนับสนุนเครื่องไม้เครื่องมือ ในการปราบปรามให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกโรงพักเขามี อย่างเช่นกล้อง Infrared กล้อง Night Vision ต้องมีให้เขาครับ GPS ที่ติดตามต้องมี และสิ่งสำคัญในขณะนี้ผมฟังจาก บช.ปส. พี่น้องตำรวจปราบปรามยาเสพติดบอกมาว่าเครื่องที่ท่านให้มามันล้าสมัย เมื่อก่อนมี ๒ เครื่อง มัน 2G นะครับ วันนี้จะดักฟังโทรศัพท์จากผู้ค้ายาเขาไปหา 5G ไม่ทันสมัย ไม่รู้ว่ากรรมาธิการ งบประมาณจัดสรรให้ไหม มันไม่ใช่ให้ประเทศเรามี ๒ เรื่อง มันต้องมี ๒๐-๓๐ เครื่อง เพื่อดักฟังผู้ค้ายา เอาจริงเอาจังในสิ่งที่ผมบอกมาทั้งหมดนะครับ ถ้าท่านแก้ไขผมเชื่อมั่นว่า การปราบปรามยาเสพติดจะแก้ไขได้นะครับท่านไปดูระบบที่ผมย้ำอีกครั้งนะครับ การจับกุม ระบบโควตา ขั้นปราบปรามยาเสพติด ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องตำรวจ ที่ทำ หน้าที่อย่างจริงจังที่เขาเป็นหน่วยปราบจริง ๆ แต่ไม่ใช่ว่าเป็นเสมียนตราก็ได้ อันนี้ไม่ยุติธรรม ความยุติธรรมไม่เกิด การแก้ปัญหาไม่มีทางสำเร็จ สิ่งนี้ท่านต้องตอบผมให้ได้นะครับ ท่านจะต้องแก้ไข ถ้าท่านแก้ไขได้พี่น้องตำรวจจะทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ยิ่งกว่านี้นะครับ ขอฝากเป็นตัวแทนพี่น้องตำรวจทั่วประเทศด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสุดท้ายนะครับก่อนที่ทาง ป.ป.ส. จะสรุป เชิญท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหายาเสพติดถ้าแก้ง่าย ป่านนี้ทุกประเทศในโลกก็คงแก้ได้ สำเร็จ แต่เพราะว่าปัญหายาเสพติดมันซับซ้อนมันไม่สามารถแก้ได้ง่าย ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้อง ขอกราบเรียนก็คือว่าหลังจากที่ผมได้อ่านรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติดประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ผมรู้สึกโล่งใจและรู้สึกมีความหวัง ผมเชื่อ ครับว่าแนวทางที่ท่านได้ดำเนินการตลอดระยะเวลาช่วงที่ผ่านมานั้น เราน่าจะเดินมาถูกทาง แต่เส้นทางนี้ยังอีกยาวไกล ผมได้อ่านรายงาน ผมให้ท่านก่อนเลยครับว่าท่านผ่านแน่นอน ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหายาเสพติดนั้นเป็นปัญหาที่ท้าทายทุกประเทศทุกรัฐบาล เป็นหนึ่งในปัญหาสังคมที่รุนแรงระดับโลก แม้ว่าในปัจจุบันนี้เราจะมีเทคโนโลยีมากมาย มี มาตรการ มีนโยบายเพื่อป้องกันและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพก็คือ ว่าทั่วโลกนั้นเรามีวิวัฒนาการตามติด แต่ยาเสพติดก็หนีเราไป ถ้าเปรียบเทียบเป็นงานแข่ง เรือยาวก็ต้องบอกว่า ป.ป.ส. จี้ จี้ จี้ ป.ป.ส. จี้ ยาเสพติดหนี หนี หนี ถ้า ป.ป.ส. จี้ไปเรื่อย ๆ ผมเชื่อว่าเราทันอย่างแน่นอนครับ ผมไปดูข้อมูลของ World Drug Report 2022 ของ สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ เขาพบว่าผู้ติดยาเสพติด มีอายุน้อยลงและแนวโน้มอายุจะน้อยลงเรื่อย ๆ และที่น่าตกใจชนิดที่เห็นแล้วต้องอุทานว่า อุต๊ะ คือปริมาณยาที่เสพของคนที่อายุน้อยมากกว่าผู้เสพที่เป็นผู้ใหญ่ นั่นแปลว่าสัญญาณนี้ มันทำให้ทั่วโลกต้องหันกลับมาเฝ้าระวังว่าแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดนั้น เราจะยกระดับได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอ่านรายงานบอกว่าสถิติคดีและการ จับกุมเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ มีแนวโน้มลดลง นี่สบายใจครับ แล้วผมก็ เชื่อว่า ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ลดแล้ว ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ก็ลดไปอีก ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ ก็จะลดลงไปอีก และอีกสักวันเราก็จะลดลงไปเรื่อย ๆ จากรายงานนี้ผมเห็นและตั้งข้อสังเกต ว่าประชาชนชาวไทยเวลาติดตามข่าวเรารู้สึกมีความหวังกับการที่ ป.ป.ส. ไป Collab กับ หน่วยงานอื่น เช่น ป.ป.ส. Collab กับ ปปง. ป.ป.ส. ไป Collab กับตำรวจ และไปดูพาดหัวข่าว ทลายรังผู้ค้ายาเสพติดข้ามชาติ เป็นการจับแบบ Big Lot เราดูแล้วเราก็สบายใจ หรือแม้แต่ ชื่อยุทธการบอกว่ายุทธการเด็ดปีกผู้ค้ายาเสพติด เราอ่านแล้วเราก็มีความหวัง แต่คนไทย ที่เป็นกองเชียร์นี้เวลาเห็น ป.ป.ส. ไป Collab กับหน่วยงานอย่างอื่นแล้ว เราบอกว่าเอาอีก เอาอีก จะเอาอีกครับ และก็จับไปเรื่อยจนกว่าจะไม่ต้องจับ เราไปดูครับว่าถ้าเราจะประเมิน ผลสัมฤทธิ์ในงานปราบปรามยาเสพติดนั้นมันน่าจะมี ๔ หมวดใหญ่ ๆ🔗
หมวดแรก เป็นเรื่องของการป้องกันและปราบปราม ผมเรียนว่าเรื่องนี้ต้องมี ดุลยภาพ ผมอยากเห็นข่าวว่า ป.ป.ส. Collab หรือร่วมมือกับ ปปง. ยึดทรัพย์ จับจริง แล้วส่งสัญญาณว่าใครที่เข้าสู่กระบวนการค้ายาเสพติด เมื่อไรก็ตามที่คนถูกจับทรัพย์สิน ศฤงคาร บ้านช่องโอ่อ่า คฤหาสน์ใหญ่โต รถ Super Car คุณจะถูกยึดหายวับไปกับตา นอกเหนือจากเราพยายามสร้างโครงข่ายโครงสร้างทางสังคม บ้าน วัด โรงเรียน ให้ทุกคนใช้ ความรักใช้ความอบอุ่นเป็นตัวคัดกรอง แต่ถ้าเรายกระดับว่าบัดนี้ ป.ป.ส. ปปง. เขาเอาจริงเอาจัง เขาสานต่องานรัฐบาลเศรษฐาในการยกระดับยึดทรัพย์จับจริงสำหรับผู้ค้ายาเสพติด🔗
หมวดที่ ๒ เป็นหมวดงานสกัดกั้น คือการ Seal แนวเขตตะเข็บชายแดน วันนี้หมดเวลาที่เราจะไปชี้ว่าประเทศโน้นเป็นต้นทาง ประเทศนั้นเป็นแหล่งผลิต ประเทศนั้น เป็นเส้นทางการลำเลียงครับ เราต้องหันมาร่วมด้วยช่วยกัน และบูรณาการร่วมกัน เราต้อง เข้มแข็งพร้อม ๆ กับเพื่อนบ้านก็ต้องเข้มแข็งไปพร้อมกัน🔗
หมวดที่ ๓ งานความร่วมมือระหว่างประเทศ ต้องขอชื่นชมรัฐบาลนี้ว่าตลอด ระยะเวลาที่เขาทำงานมาไปประเทศไหนก็ไปขอความร่วมมือ ไปประเทศไหนก็ไปคุยทวิภาคี ไตรภาคีเพื่อที่จะร่วมด้วยช่วยกันในการสร้างความร่วมมือในการป้องกันยาเสพติด🔗
หมวดที่ ๔ งานบำบัดรักษา รัฐบาลนี้ประกาศชัดเจนว่าถ้าเป็นผู้ค้า ๑ เม็ด ถ้าค้าติดคุกแน่นอนครับ แต่ถ้าไม่เกิน ๕ เม็ดและไม่มีพฤติการณ์เป็นผู้ค้า เป็นผู้เสพ แบบนี้ ต้องนำมาบำบัด ผมต้องเรียนว่ากระทรวงสาธารณสุขต้องบูรณาการร่วมกับ ป.ป.ส. และ กระทรวงยุติธรรม และสร้างวัฒนธรรมว่าเราเห็นคนในครอบครัวในชุมชนที่มีพฤติกรรมเป็น ผู้เสพยาต้องนำไปบำบัด ที่สำคัญผมคิดว่าเป็นสัญญาณที่ดีมากที่นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ไปนั่งหัวโต๊ะในการประชุมร่วมกับ ป.ป.ส. ในการประกาศว่าจากนี้ไป ๑ ปี การปราบปราม ยาบ้า ยาเสพติด ต้องลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ค้าต้องถูกลงโทษต้องถูกยึดทรัพย์ ผู้เสพต้องถูก บำบัด และผู้เสพถูกมองเป็นผู้ป่วย สังคมไทยเราเรียนรู้เรื่องของการต่อต้านปราบปราม ยาเสพติดมาร่วมกัน มีคำขวัญมากมาย เช่น ยาเสพติดจะหมดไป หากคนไทยช่วยกันต่อต้าน เสพยาบ้าเท่ากับฆ่าตัวเอง ยาเสพติดเป็นภัยต่อชีวิต เป็นพิษต่อครอบครัว รักชีวิต รักครอบครัว อย่ามัวหลงเสพยา ท้ายที่สุดผมขอให้กำลังใจ กับ ป.ป.ส. และหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง สู้ต่อไป ให้กำลังใจครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรองเลขาธิการ ป.ป.ส. ชี้แจง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ที่ร่วมอภิปรายรายงานผลการ ปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติด ในปี ๒๕๖๕ รายงานฉบับนี้ ก็เป็นรายงานการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่ต้องดำเนินการในเรื่องของ มาตรการ ในเรื่องของการค้น การจับ การยึดทรัพย์สิน เรื่องการดำเนินการเกี่ยวกับการออก หนังสือเรียก หรือเชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาให้ข้อมูลต่าง ๆ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งมีอยู่ ๗,๐๐๐ กว่าราย ตามที่กระผมได้กราบเรียนไปแล้ว จากคำถาม ที่ท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลายได้สอบถามมา ผมขออนุญาตนำเรียนที่สำคัญ ๆ ในเรื่องของ ตัวเลขผู้เสพหรือผู้ติดยาเสพติด ที่เป็นกลุ่มสีแดงหรือกลุ่มจิตเวชในขณะนี้ ที่มีความจำเป็น เร่งด่วนที่เราต้องดำเนินการ จากการดำเนินการเอกซเรย์ของตำรวจ แล้วก็การดำเนินการ ของกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงยุติธรรมนั้น เราพบตัวเลขของกลุ่มที่เรียกว่าเป็น กลุ่มสีแดงแล้วกัน ที่จำเป็นเร่งด่วนที่ต้องนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดโดยเร่งด่วน ก็มีอยู่ ๖,๐๐๐ รายเศษ ซึ่งขณะนี้เราได้ดำเนินการนำเข้าสู่กระบวนการบำบัด ๔,๐๐๐ เศษ เรียกว่า เป็นเป้าหมายเร่งด่วน ๔,๐๐๐ เศษ เราดำเนินการหมดแล้ว แล้วก็มีบางส่วนเราหาตัวไม่เจอ ในส่วนของกลุ่มสีเหลืองที่เฝ้าระวังก็ ๒๕,๐๐๐ กว่าราย เรียกว่าอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ที่จะเข้าสู่กระบวนการบำบัดให้หมดสิ้นไป ในส่วนของสถานพยาบาลมีท่านผู้ทรงเกียรติ สอบถามว่าสถานบำบัดรักษามีความเพียงพอหรือไม่อย่างไร แล้วก็มีประสิทธิภาพอย่างไร ในส่วนของสถานบำบัดรักษาหรือสถานพยาบาล เรามีอยู่ ๒ ส่วน คือสถานพยาบาลยาเสพติด กับสถานฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ในสถานพยาบาลก็เรียกว่าเป็นโรงพยาบาล ไม่ว่าเป็น โรงพยาบาลของรัฐ หรือโรงพยาบาลเอกชน เรามีอยู่ประมาณ ๑,๐๘๑ แห่ง แล้วก็มีศูนย์ ฟื้นฟูที่เรียกว่าเป็นของส่วนราชการ รวมถึงเอกชนด้วย อีก ๑๓๔ แห่ง อันนี้ก็เป็นศูนย์ที่จะรับ ในเรื่องการบำบัด ส่วนประสิทธิภาพในการดำเนินการ คณะกรรมการบำบัดรักษาของ กระทรวงสาธารณสุขจะเป็นคนดูแลในเรื่องของโปรแกรม ในการดำเนินการทั้งหมด ในส่วน ถัดมาที่ท่านได้กรุณาให้ข้อมูล ได้ให้คำแนะนำเป็นข้อคำถามด้วยว่าการขยายผลจับกุมสมคบ สนับสนุน หรือยึดทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เรามีการดำเนินการต่อเนื่องจาก รัฐบาลที่แล้วหรือไม่อย่างไร และยังถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอยู่หรือไม่ ต้องขอกราบเรียนว่า ในเรื่องการจับกุมแล้วขยายผลไปสู่นายทุน หรือตัวการที่อยู่เบื้องหลังการกระทำความผิดนั้น สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือฝ่ายปกครอง แล้วก็ ปปง. ดำเนินการทั้งตัวคน ผู้เกี่ยวข้องร่วมกระทำความผิด รวมไปถึงเรื่องการยึดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งหมด โดยเฉพาะรายใหญ่ ๆ ปีนี้เราก็ดำเนินการได้รายใหญ่ ๆ จำนวนมากอยู่นะครับ ในเรื่องของความร่วมมือกับทางหน่วยงาน การบูรณาการหน่วยงาน ในเรื่องการปราบปรามทั้งหมด ๒๘ หน่วยงาน วันนี้เราบูรณาการร่วมกันในการที่จะ ดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุก ๆ มาตรการ การแก้ไขปัญหาของคนที่มีการลักลอบ จำหน่ายยาเสพใหม่ ๆ Online มีการดำเนินการอย่างไรบ้าง ต้องเรียนว่าในเรื่องของการสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดใน Online ตาม Page ต่าง ๆ นี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ก็มีการเฝ้าระวัง เรียกว่ากลุ่มงานของการตรวจสอบบุคคลจาก Social Media ต่าง ๆ เรามีการดำเนินการมีวางแผนดำเนินการอยู่ มีการพิสูจน์ทราบด้วยเครื่องมือ พิเศษต่าง ๆ แล้วก็บูรณาการกับบริษัทขนส่งที่ไปส่งต่อยาเสพติดที่มีการขายทาง Online แล้วก็ขอภาพ ขอความร่วมมือเรื่องของภาพ CCTV หรือการดำเนินการอะไรต่าง ๆ รายชื่อ ผู้ส่งของยาเสพติดด้วยที่เราดำเนินการอยู่🔗
เรื่องเจ้าหน้าที่รัฐเป็นเรื่องที่สำคัญ เราตระหนักในเรื่องนี้เป็นสำคัญ ที่กฎหมายนี้ให้ลงโทษ ๓ เท่า นอกจากนั้นในขณะนี้ทั้งทางท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็ทาง ท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. ก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยเฉพาะกับทางผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติก็ให้ความสำคัญเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ในกรณีที่มีการกระทำความผิดหรือพบว่า มีการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด มีการถูกจับกุม หรือมีข้อมูลต่าง ๆ ก็จะดำเนินการร่วมกัน ถ้าถูก จับกุมตอนนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติบอกว่าให้ออกจากราชการไว้ก่อน ในระหว่างการ ดำเนินการทางวินัย แล้วก็ดำเนินการทางคดีอาญาอย่างเด็ดขาด แหล่งผลิตยาบ้าในขณะนี้ เราต้องเรียนว่าแหล่งผลิตของยาบ้าที่เราตรวจสอบจากข้อมูลการสืบสวนของเรา หรือการ ดำเนินการกับ หน่วยงานต่างประเทศที่เรามีความร่วมมือร่วมกัน เราก็ยังพบว่าแหล่งผลิตยา เสพติดส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในเกือบทั้งหมดเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ก็อยู่ในพื้นที่ของรัฐฉาน รัฐฉานเหนือ รัฐฉานใต้ รวมถึงมีกลุ่มเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่อีกด้วย ก็คือกลุ่มว้า กลุ่มมูเซอ แล้วก็ กลุ่มอาข่าเหล่านี้ก็เป็นแหล่งผลิตที่สำคัญ ในภูมิภาคของเราเรียกว่าในสามเหลี่ยมทองคำและ ในขณะเดียวกันเราก็ยังดูอยู่เฝ้าระวังว่าจะมีการตั้งหรือมีแหล่งผลิต อาจจะเป็นแหล่งผลิต ที่ไม่ใหญ่มากในพื้นที่ของอีกประเทศหนึ่งที่เป็นเพื่อนบ้านของเรา เราก็ยังเฝ้าระวัง แล้วก็ ร่วมมือกับทางประเทศต่าง ๆ เหล่านี้ในการที่จะติดตามอยู่ด้วย ถามว่ายาเสพติดจับแล้วไปไหน เรามีการตั้งคณะกรรมการทำลายหรือไม่ ต้องกราบเรียนว่ายาเสพติดที่ผ่านมาก็ตามที่ท่านได้ กล่าวว่าจากส่งพนักงานสอบสวน ส่งไปตรวจพิสูจน์ แล้วก็ส่งไปรักษาที่ อย. แล้วก็ดำเนินการ ทำลาย ปีที่ผ่านมาทางนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐาได้สั่งการให้มีการ Set Zero ในเรื่องของ ยาเสพติดที่เก็บรักษาไว้ที่กระทรวงสาธารณสุข ก็มีการดำเนินการทำลายเรียกว่า Set Zero กันเลยทีเดียว ปีนี้ ๒ ครั้ง ๒๕๒ ตัน ก็หมดจากคลังยาเสพติดของกระทรวงสาธารณสุข เพราะฉะนั้นการที่จะมาวนขายหรือที่เป็นข้อครหานี้ ก็ยืนยันว่าไม่ปรากฏในเรื่องเหล่านี้ ในการดำเนินการทำลายก็จะมีคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบชั่งน้ำหนัก แล้วก็ควบคุมดูแล ตั้งแต่การขนจากคลังไปสู่เตาเผาที่จังหวัดสมุทรปราการ แล้วก็ดำเนินการทำลาย ป.ป.ส. เอง เพิ่งได้รับมอบหมายให้เป็นคลังเก็บยาเสพติดในส่วนที่ ป.ป.ส. รับผิดชอบในการตรวจ ปีนี้ก็ ทำลายไป ๔๒ ตัน เราเชิญผู้แทนจากชาวบ้าน เครือข่าย อสม. เครือข่ายกองทุนแม่ของ แผ่นดิน รวมทั้งสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ แล้วก็แขกทูตานุทูตต่างประเทศ เข้ามา รับชมหรือเข้ามาเป็นสักขีพยานในการดำเนินการของเราด้วย🔗
เรื่องของเงินรางวัลที่ท่านสอบถามว่าการจับกุมผู้กระทำความผิด การให้ ข้อมูลเบาะแส ถามว่ามีเงินรางวัลหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลมีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีให้เงิน รางวัลอยู่ ในขณะนี้เม็ดละ ๕๐ สตางค์ซึ่งดูว่าไม่มากแต่ก็อยู่ในระหว่างการที่จะปรับปรุงท่าน รัฐมนตรีก็สั่งให้ไปดูเพื่อให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันที่ท่านเป็นห่วงเป็นใย ในเรื่องขั้นพิเศษหรือโควตาต่าง ๆ ที่มอบให้กับทางผู้ที่ทำงานด้านยาเสพติด ที่ผ่านมาไม่ว่า จะเป็นทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนี้ ก็ปีนี้ก็ตามที่ท่านได้ ตั้งข้อสังเกต ป.ป.ส. ก็จะขอรับไปดำเนินการให้เกิดความยุติธรรม แล้วก็เกิดความกระจายไป ยังหน่วยงานหรือบุคคลที่รับผิดชอบหรือร่วมในการสืบสวนปราบปรามยาเสพติดให้ได้อย่าง แท้จริง ก็ขออนุญาตที่จะรับตรงนี้ไปเพื่อจะไปดำเนินการให้เป็นธรรมตามที่ท่านได้ตั้ง ข้อสังเกตไว้ครับ🔗
สุดท้ายในเรื่องของข้อสังเกตที่ท่านได้กรุณานำเรียนหรือว่าแจ้งให้ทาง ป.ป.ส. รับไปดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ แล้วก็ไปวิเคราะห์พิจารณา ในเรื่องของการที่จะให้ ป.ป.ส. ไป พูดคุยกับสำนักงานศาลยุติธรรมกรณีของตำรวจที่จับแล้วส่งศาล แต่คนเหล่านี้ไม่ได้เข้าสู่ กระบวนการบำบัด ไปใช้เงื่อนไขของกรมคุมประพฤติ ตรงนี้ก็จะรับข้อสังเกตไปพิจารณา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะสำนักงานศาลยุติธรรม การนำบทเรียนจาก ต่างประเทศมาปรับใช้ ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาผู้เสพ ผู้ติด การดำเนินการเพิ่มข้อมูล ต่าง ๆ ในเอกสารหรือรายงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่ควรจะต้องมีข้อมูลในเชิง เปรียบเทียบต่าง ๆ ก็จะขอรับไปทั้งหมดในส่วนเหล่านี้ นอกจากนี้ก็ยังจะเรียนว่าการ สนับสนุนเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ตามที่ท่านเป็นห่วงแล้วก็ ป.ป.ส. น่าจะดำเนินการในเรื่องนี้ แล้วก็ร่วมกับทางผู้ที่เกี่ยวข้องเขามีเครื่องไม้เครื่องมือในการที่จะใช้ในการปราบปรามหรือ สืบสวนปราบปรามต่าง ๆ ก็ขออนุญาตรับข้อสังเกตของทุกท่านไปดำเนินการทั้งหมดครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ก็จบรายงานนะครับ ต้องขอบคุณตัวแทนของหน่วยงาน ขอบคุณมากครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
รายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่อง ญัตติพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาและ การพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำทะเลสาบอื่น ๆ อย่างยั่งยืน ซึ่งคณะกรรมาธิการ การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาเสร็จแล้ว🔗
เชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ บุคคลภายนอก เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ วรรคสอง เชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วม ชี้แจงในที่ประชุม ๑. นายธิวัชร์ ดำแก้ว นักวิชาการอิสระ อนุกรรมาธิการ ๒. นายปกรณ์ อารีกุล นักวิชาการอิสระ อนุกรรมาธิการ ๓. นายพุฒิพงศ์ ลุ่ยจิ๋ว นักวิชาการอิสระ อนุกรรมาธิการ พร้อมแล้วนะครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาติ ศิริสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาต ท่านประธาน ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๒ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๖ ได้พิจารณาญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาลุ่มน้ำ ทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำทะเลสาบอื่น ๆ อย่างยั่งยืน โดย นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ เป็นผู้เสนอ และมีมติให้กรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาญัตติดังกล่าวตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๐ นั้น บัดนี้กรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาศึกษาญัตติดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว จึงขอนำเสนอรายงานผลการศึกษาต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร ดังนี้🔗
คณะกรรมาธิการได้จัดทำรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่อง ญัตติพิจารณา ศึกษาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำทะเลสาบอื่น ๆ อย่างยั่งยืน ภายใต้ข้อจำกัดของเวลาในการพิจารณา จึงได้ใช้พื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เป็นกรณีศึกษาและเป็นไปตามข้อเสนอของผู้เสนอญัตติในสภาผู้แทนราษฎร ปรากฏผล การศึกษาโดยสรุปดังนี้🔗
สภาพปัญหาลุ่มน้ำ ทะเลสาบสงขลา สาเหตุสำคัญเกิดจากการที่หน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่มีหลายหน่วยงาน แต่ไม่ได้มีการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ โดยไม่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาและพัฒนา ในองค์รวมอย่างเป็นระบบ และภาคประชาสังคมไม่มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการและ พัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเท่าที่ควร กล่าวคือมีปัญหาการบริหารจัดการลุ่มน้ำพื้นที่ไม่มี ประสิทธิภาพ และพัฒนา และแก้ไขปัญหาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาในเชิงนโยบายที่ล้มเหลว🔗
การบริหารจัดการลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลามีหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการลุ่มน้ำจำนวนมากถึง ๓๕ หน่วยงาน จาก ๘ กระทรวง และสำนักนายกรัฐมนตรีมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนถึง ๑๗ ฉบับ สำหรับกระทรวง ที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากที่สุดคือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจำนวน ๙ หน่วยงาน รองลงมาคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำนวน ๘ หน่วยงาน ทั้งนี้หน่วยงาน ที่นับว่ามีบทบาทสำคัญคือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เนื่องจากมีประกาศ เป็นพื้นที่อนุรักษ์ในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาหลายแห่ง ได้แก่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขา บรรทัด และอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า🔗
นอกจากหน่วยงานของรัฐดังกล่าวแล้ว ในภาคส่วนของพี่น้องประชาชนหรือ ภาคประชาชน ที่ผ่านมามีการรวมตัวขององค์กรชุมชนเครือข่ายภาคประชาสังคมและ นักวิชาการในนามของสภาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา โดยมีบทบาทเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไข ปัญหาและพัฒนาลุ่มน้ำ ทั้งการปฏิบัติการในพื้นที่และการร่วมกำหนดแผนและนโยบายต่าง ๆ ด้วยการจัดทำธรรมนูญน้ำทะเลสาบสงขลา เพื่อเป็นแนวนโยบายของชุมชน เพื่อนำไปสู่การ พัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืน🔗
ท่านประธานครับ การพิจารณาศึกษาพบว่าลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลามีปัญหา สำคัญในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกฎหมายที่ใช้ ในพื้นที่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของทะเลสาบสงขลาขาดความชัดเจน มีหน่วยงาน ราชการและมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาจำนวนมาก จึงทำให้ขาดประสิทธิภาพและความเป็นเอกภาพในการบริหารจัดการ จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า การบริหารจัดการลุ่มน้ำแบบบูรณาการในปัจจุบัน เน้นให้ความสำคัญในการบริหารจัดการ น้ำเป็นหลัก ขาดการแก้ไขปัญหาและพัฒนาลุ่มน้ำในด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะด้านทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีการบูรณาการในด้านอื่น ๆ เท่าที่ควร ดังนั้นกรรมาธิการจึงมีข้อสังเกตไปยังหน่วยงานต่าง ๆ คือสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงาน ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน กรมประมง กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักงาน นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช องค์การจัดการน้ำเสีย ท่านประธานครับ ผมใคร่ขออนุญาตท่านประธานได้อนุญาตให้คณะ อนุกรรมาธิการได้ชี้แจงรายละเอียด ซึ่งทางคณะอนุกรรมาธิการได้แบ่งประเด็นกันรับผิดชอบ เรียบร้อยแล้ว ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ ท่านประธานครับ คณะอนุกรรมาธิการได้ดำเนิน การศึกษาโดยวิธีการศึกษาเชิงคุณภาพ ด้วยการศึกษารวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับการแก้ไข ปัญหาและการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำทะเลสาบอื่น ๆ อย่างยั่งยืน รวมทั้ง การบังคับใช้กฎหมายต่าง ๆ จากการประชุมร่วมกับหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการลงพื้นที่ศึกษาดูงานเพื่อนำข้อมูลที่ได้รับมาวิเคราะห์จัดทำแนวทางและ ข้อเสนอแนะเพื่อการแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งจัดทำรายงานเสนอคณะกรรมาธิการ ตลอดจน ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมาธิการหรือประธานคณะกรรมาธิการมอบหมาย โดยที่ ประเทศไทยมีลุ่มน้ำหลักทั้งสิ้น ๒๒ ลุ่มน้ำ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกากำหนดลุ่มน้ำ พุทธศักราช ๒๕๖๔ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๑ ที่ระบุว่า เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ให้มีการกำหนด ลุ่มน้ำโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ทั้งนี้ให้คำนึงถึงสภาพอุทกวิทยา สภาพภูมิศาสตร์ ระบบ นิเวศ การตั้งถิ่นฐาน การผังเมือง ผังน้ำและเขตการปกครองด้วย โดยพระราชกฤษฎีกา กำหนดลุ่มน้ำ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ คณะอนุกรรมาธิการดำเนินการภายใต้ข้อจำกัดของเวลาที่กำหนด จึงได้ใช้พื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาตามมาตรา ๒๓ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดลุ่มน้ำ พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นกรณีศึกษา ในการพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาลุ่ม น้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำทะเลสาบอื่น ๆ อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ ผู้เสนอญัตติ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการลุ่มน้ำในทะเลสาบสงขลาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การพัฒนาด้านประมงอย่างยั่งยืนและการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เป็น ๑ ใน ๒๒ ลุ่มน้ำหลัก โดยเป็นลุ่มน้ำแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีระบบทะเลสาบแบบ Lagoon ขนาดใหญ่ เป็นแอ่งรองรับน้ำจืดที่ไหลมาจากเทือกเขา ผ่านลำคลองต่าง ๆ และมี ทางออกสู่ทะเลอ่าวไทย มีน้ำเค็มจากทะเลไหลเข้ามาผสมผสานด้วย จึงมีระบบนิเวศที่ หลากหลาย ขนาดพื้นที่ลุ่มน้ำ ๑๑,๙๙๑.๓๖ ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของ จังหวัดสงขลาและจังหวัดพัทลุง และบางส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราชรวมไปถึงจังหวัด ยะลา โดยปริมาณและสภาพน้ำในทะเลสาบขึ้นอยู่กับน้ำจืดที่ไหลลงมาและน้ำเค็มจากทะเล หนุนเข้ามา ทั้งนี้ฤดูน้ำหลากจะมีน้ำจืดไหลลงสู่ทะเลสาบในปริมาณมาก จึงผลักดันน้ำเค็ม ออกสู่ทะเลอ่าวไทย ในช่วงนั้นน้ำในทะเลสาบจะขุ่นและเป็นน้ำจืด แต่เมื่อถึงช่วงฤดูแล้งมี ปริมาณน้ำจืดไหลลงสู่ทะเลสาบมีน้อย ส่งผลให้น้ำเค็มไหลเข้ามาแทนที่ ส่งผลให้น้ำใน ทะเลสาบเป็นน้ำกร่อย ทำให้ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเป็นแหล่งที่มีระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์ ไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด เป็นแหล่งสร้างอาหาร สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็น สำคัญ และสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอีกด้วย แต่ในปัจจุบันจากการเปลี่ยนแปลง สภาพพื้นที่ลุ่มน้ำอย่างรวดเร็ว เนื่องจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ส่งผล กระทบให้ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลามีปัญหาที่หลากหลาย อาทิ ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและ ความหลากหลายทางชีวภาพที่ลดลง ปัญหาความเสื่อมโทรมของป่าต้นน้ำและป่าพรุ ปัญหา การตื้นเขิน ปัญหามลพิษน้ำเสีย ปัญหาวัชพืชและสายพันธุ์รุกรานต่างถิ่น ปัญหาการประมง เกินศักยภาพและผิดกฎหมาย ปัญหาการลดลงของสัตว์น้ำและโลมาอิรวดี ปัญหาการเผาและการบุกรุกพื้นที่ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน และปัญหา ด้านการบริหารจัดการน้ำเป็นต้น ทำให้ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาแห่งนี้มีสภาพเสื่อมโทรม ซึ่งจากการพิจารณาศึกษาพบว่า สาเหตุสำคัญเกิดจากการที่หน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่มี หลายหน่วยงาน แต่ไม่ได้มีการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ โดยไม่มีแนวทางในการแก้ไข ปัญหาและพัฒนาองค์รวมอย่างเป็นระบบ และภาคประชาสังคมไม่มีส่วนร่วมในการบริหาร จัดการ และการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเท่าที่ควร กล่าวคือมีปัญหาการบริหาร จัดการลุ่มน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาและแก้ปัญหาเรื่องน้ำทะเลสาบสงขลาในเชิง นโยบายล้มเหลว อนึ่ง ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำทะเลสาบอื่น ๆ ในประเทศอีกหลาย แห่งกำลังอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม และนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาอย่างเร่งด่วน ดังนั้นการแก้ไขปัญหา และการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาอย่างเร่งด่วนเป็นระบบและยั่งยืน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนควรร่วมกันดำเนินแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ มีการ จัดสรรงบประมาณและบุคลากรให้เพียงพอ เพื่อให้เกิดความพร้อมในการทำงาน ประเด็น สำคัญคือการฟื้นฟูทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมอย่างเร่งด่วนไปพร้อมกับ การปรับเปลี่ยนแนวคิดในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มน้ำ เน้นการมีส่วนร่วม โดยภาครัฐ และต้องมีบทบาทหลักในการดำเนินงานร่วมกับประชาชน ในการพัฒนาและต่อยอดจากฐานท่องเที่ยวเดิม โดยการดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวพื้นที่ใหม่ ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาให้น้อยที่สุด ส่งเสริมให้เกิดการ เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์แก่ชุมชน รวมไปถึงการสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาต่อไป ทั้งนี้หากมีการแก้ไข ปัญหาและพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำทะเลสาบอื่นทั่วประเทศ ให้อยู่ในสภาพ สมบูรณ์อย่างจริงจังและยั่งยืน ด้วยการบูรณาการของหน่วยงานที่รับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ ก็จะเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้มี การพัฒนาในด้านต่าง ๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น การพัฒนาด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม และ ทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาด้านการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การพัฒนา ด้านการประมงอย่างยั่งยืน และการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวเป็นต้น นอกจากนั้นการแก้ปัญหา และการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบต่าง ๆ ดังกล่าวก็จะยังนำมาซึ่งการมีคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่ดีขึ้น ทั้งในด้านชีวิต ความเป็นอยู่และการสร้างเสริมอาชีพอีกด้วยครับ ก็ขออนุญาตประธาน เชิญท่านอนุกรรมาธิการอื่นช่วยร่วมกันนำเสนอข้อมูลต่อไปครับ🔗
ตกลงมีกี่อนุครับ ท่านประธาน อีก ๑ อนุ แต่หลายท่าน กระชับหน่อยนะครับ เชิญท่านต่อไป เลยครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พุฒิพงศ์ ลุ่ยจิ๋ว ในฐานะอนุกรรมาธิการ ขอนำเสนอรายงานผลการศึกษาในส่วนข้อเสนอแนะ แนวทางแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานของภาครัฐ ซึ่งมีข้อเสนอแนะจาก ๘ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้🔗
หน่วยงานที่ ๑ คณะกรรมการลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา สำนักทรัพยากรน้ำ แห่งชาติได้สรุปสภาพปัญหาที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และแนวทางแก้ไขปัญหา จำแนกตาม ยุทธศาสตร์ได้ ๕ ด้าน ดังต่อไปนี้ ด้านที่ ๑ การจัดการน้ำอุปโภค บริโภคต้องมีการสนับสนุน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำระบบประปาให้มีประสิทธิภาพ บริหารจัดการน้ำในพื้นที่ อย่างเป็นระบบมี KPI เพื่อติดตามผลงานอย่างชัดเจน ด้านที่ ๒ การสร้างความมั่นคงของน้ำ ในภาคการผลิต เช่น การขุดลอกร่องน้ำ และชายฝั่ง การสำรวจปริมาณน้ำต้นทุนในพื้นที่ การจัดทำระบบผันน้ำไปยัง Zone ชายฝั่งทะเล การจัดหาแหล่งน้ำสำรอง อาทิ ประปาภูเขา ด้านที่ ๓ การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย จัดให้มีการขุดลอกปากอ่าว ขุดลอกคลองเทพา สร้างพื้นที่ชะลอน้ำ สร้างพื้นที่แก้มลิง สร้างท่อระบายน้ำ กำจัดวัชพืชและขุดลอกคลอง ด้านที่ ๔ การจัดการคุณภาพน้ำ และอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ต้องมีการกำหนดให้มีการบำบัด น้ำเสียจากภาคเกษตรและอุตสาหกรรมก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ ปรับปรุงและเพิ่ม ประสิทธิภาพระบบบำบัดที่มีอยู่ พัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียในชุมชน ส่งเสริมการปลูกต้นน้ำ และรักษาฟื้นฟูอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ที่ถูกบุกรุก มีการขุดลอกทะเลสาบสงขลาทั้งระบบ และ ยกเลิกสัมปทานการดูดทรายในลำคลอง และยกเลิกสัมปทานเฉพาะพื้นที่ ด้านที่ ๕ ด้านการ บริหารจัดการ ควรจัดทำธรรมนูญลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ปรับปรุงแผนรับมือน้ำแล้ง น้ำท่วม จัดตั้งสถาบันพัฒนาทะเลสาบสงขลา สภาประชาชนลุ่มน้ำ🔗
หน่วยงานที่ ๒ กรมประมงได้เสนอแนะ การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ให้ศูนย์อำนวยการรักษา ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ศรชล. ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ ของชาติทางทะเล พุทธศักราช ๒๕๖๒ มาตรา ๒๗🔗
หน่วยงานที่ ๓ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย เห็นควรกำหนดพื้นที่ ใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพในพื้นที่ทะเลน้อยและพื้นที่โดยรอบ โดยการแบ่งพื้นที่ ให้ชัดเจนเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งในการใช้ทรัพยากร เห็นควรกำจัดพืชต่างถิ่นรุกราน ออกจากพื้นที่ทะเลน้อยและพื้นที่โดยรอบ เห็นควรบูรณาการหน่วยงานและภาคเอกชน จัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ทะเลน้อยอย่างมีระบบ🔗
หน่วยงานที่ ๔ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา มี ๒ ข้อเสนอแนะที่สำคัญ ข้อเสนอแนะที่ ๑ เนื่องจากสภาพพื้นที่ทะเลสาบสงขลามีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ บางพื้นที่ มีลักษณะเป็นคอขวดระบายน้ำออกไม่ได้ การระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยบริเวณแหลมสนอ่อน ได้ช้าเนื่องจากระยะทางไกลและมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ เช่น โพงพางหรือเครื่องมือการประมง ที่เสื่อมสภาพหมดอายุ ดังนั้นควรส่งเสริมให้มีมาตรการหรือออกกฎระเบียบทางกฎหมาย ข้อเสนอแนะที่ ๒ พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบหรือที่ประชาชนในพื้นที่เรียกขานกัน ในนามอุทยานนกน้ำคูขุด เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติสามารถรองรับ นักท่องเที่ยวได้ทั้งภายในและต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นอุทยานนกน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย สามารถพัฒนาศักยภาพมัคคุเทศก์ท้องถิ่นควบคู่กับการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม คาบสมุทรสทิงพระ เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ปัจจุบันยังขาดงบประมาณในการสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ ทางธรรมชาติ🔗
หน่วยงานที่ ๕ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจรากฐานชีวภาพ ได้เสนอให้มี การส่งเสริมสนับสนุน และดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพเพื่อสร้างรายได้ ลดรายจ่าย สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชน🔗
หน่วยงานที่ ๖ องค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. เห็นควรให้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่าง ยั่งยืนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเพื่อให้เกิดการดำเนินตามแผนยุทธศาสตร์พื้นที่พิเศษ เห็นควร ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งหน่วยงานกลางขึ้นเพื่อมีอำนาจเต็มในการกำกับดูแลทะเลสาบสงขลา เห็นควรให้องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนกลับไปอยู่ ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี เห็นควรให้มีกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ เพื่อภารกิจในการคุ้มครอง อนุรักษ์ ดูแล และจัดการพื้นที่ทะเลสาบสงขลาที่มีลักษณะพิเศษ แบบ Lagoon🔗
หน่วยงานที่ ๗ จังหวัดพัทลุง เห็นควรให้ซื้อเครื่องจักรกลเพื่อกำจัดพืชต่างถิ่น รุกรานชนิดหยั่งรากลึก เช่น ต้นโกง ผักกระฉูด และพืชลอยน้ำ เห็นควรให้มีการบังคับใช้ เทศบัญญัติ ข้อบัญญัติเรื่องการติดตั้งบ่อดักไขมันบำบัดน้ำเสียในอาคาร จะมีผลบังคับใช้กับ อาคาร เห็นควรให้แก้ปัญหาที่ดินให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษา ดำเนินการตรวจสอบแนวเขต สถานะของที่ดินและจำนวนราษฎรที่เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว ดำเนินการ สอบสวนข้อเท็จจริงตามแนวของระเบียบกระทรวงมหาดไทย🔗
หน่วยงานที่ ๘ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ ๑๔ สุราษฎร์ธานี และสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ ๑๖ สงขลา กรมควบคุมมลพิษ ได้เสนอว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรมีการสร้างเสริมจิตสำนึก และ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ในการอนุรักษ์แหล่งน้ำ ตลอดจนพิจารณา ในเรื่องของการสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย ควรมีการเสริมสร้างศักยภาพ อปท. ในส่วนของการ ฟื้นฟู ปรับปรุงคุณภาพแหล่งน้ำผิวดิน เพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมมือในการจัดการคุณภาพ แหล่งน้ำผิวดินให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้นครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
มีท่านต่อไปไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ปกรณ์ อารีกุล ในฐานะอนุกรรมาธิการครับ ขออนุญาตนำเสนอข้อเสนอแนะแนว ทางการแก้ไขปัญหาจากพี่น้องภาคประชาชนในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา ๓ จังหวัด ก็คือ สงขลา พัทลุง แล้วก็นครศรีธรรมราชครับ ในส่วนของข้อเสนอจากพี่น้องภาคประชาชน ในจังหวัดสงขลา ก็ได้แก่เรื่องของการที่ขอให้รัฐได้มีการทบทวนนโยบายการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานที่เสี่ยงต่อการทำลายระบบนิเวศลุ่มน้ำและชุมชน การขอให้มีการขุดคลองธรรมชาติ เปิดคลองธรรมชาติเชื่อมระหว่างทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทย เพื่อฟื้นระบบทะเลสาบ ๓ น้ำ และนำความอุดมสมบูรณ์กลับคืนมา การเพิ่มมาตรการป้องกันการทำงานเชิงรุกในการ เฝ้าระวัง การปล่อยมลพิษ การบุกรุกป่าต้นน้ำและการทำประมงผิดกฎหมายในพื้นที่ การดำเนินการจัดตั้งองค์กรหรือสถาบันพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเป็นการเฉพาะ และ สุดท้ายการมีพระราชบัญญัติลุ่มน้ำเป็นกรอบในการพัฒนาในภาพรวมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ🔗
ในส่วนของพี่น้องภาคประชาชน จังหวัดพัทลุงได้มีการเสนอให้พิจารณาศึกษาแนวทางการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำบริเวณลุ่ม น้ำทะเลสาบสงขลาอย่างเร่งด่วน ได้เสนอให้มีการจัดซื้อเครื่องจักรกลสำหรับการใช้ในการ กำจัดขยะตามโครงการกำจัดวัชพืช ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ตรงกันกับทางหน่วยงานของภาครัฐ ได้เสนอให้มีหน่วยงานกลางและคณะกรรมการระดับนโยบาย ซึ่งประกอบด้วยผู้มีส่วน เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทำหน้าที่บูรณาการ การจัดการ การพัฒนา การบังคับใช้กฎหมาย ในส่วน ของพี่น้องภาคประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งถือว่าเป็นจังหวัดพื้นที่ส่วนบนสุดของลุ่ม น้ำทะเลสาบสงขลา เป็นลมหายใจ เป็นการรักน้ำของทะเลสาบสงขลา ได้เสนอให้มีการ ทดลองเปิดประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิที่บริเวณอำเภอปากพนัง เนื่องจากประตูน้ำ ดังกล่าวหลังจากที่มีการก่อสร้างขึ้นนั้นได้ส่งผลต่อระบบนิเวศน้ำที่ไหลไปจากป่าพรุควนเคร็ง จะไปถูกปิดอยู่อย่างน้อยปีละ ๙ เดือนที่นั่น ทำให้ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่ป่าพรุควนเคร็ง เปลี่ยนแปลงไป หลังจากที่เปิดประตูน้ำที่นั่นแล้วก็เสนอให้มีการปิดประตูน้ำคลองแพรกเมือง เพื่อที่จะเก็บน้ำจืดให้พี่น้องประชาชนที่ต้องการจะใช้น้ำจืดในบริเวณอำเภอเชียรใหญ่และ อำเภอหัวไทร ได้สามารถมีน้ำจืดได้ใช้ทำการเกษตร🔗
สุดท้ายครับ พี่น้องภาคประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราชเสนอให้มีการตั้ง คณะกรรมการศึกษาเชิงนโยบาย เพื่อเก็บข้อมูลผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการเปิดและปิดประตูน้ำ เพื่อจะได้เป็นผลการศึกษาไว้ใช้เปิด-ปิดประตูน้ำในระยะยาวต่อไป องค์กรสุดท้ายครับ ท่านประธาน สภาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาได้เสนอให้ภาครัฐควรมีการทบทวนนโยบาย การพัฒนาที่มีความเสี่ยงต่อการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งควรเร่งรัด ดำเนินการจัดตั้งองค์กรหรือสถาบันพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเหมือนที่เคยมีมาในอดีต ในสมัยช่วงปี ๒๕๔๕ นั้น ได้มีคณะกรรมการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งถือว่าสามารถ ที่จะบูรณาการหน่วยงานทุกหน่วยงานในพื้นที่ได้แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างสมบูรณ์ แล้วก็มีอำนาจในการสั่งการหน่วยงานต่าง ๆ ก็ต้องขอขอบพระคุณวันนี้ที่สภาได้ให้โอกาส ความเห็นของพี่น้องภาคประชาชนในนครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุงครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เหลืออีกกี่ท่านครับ อีกท่านเดียวนะครับ เพราะว่ามีรายละเอียดอยู่ในนี้แล้วเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ แล้วก็เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ผม ธิวัชร์ ดำแก้ว ในฐานะรองประธานอนุกรรมาธิการ คนที่สอง ในส่วนของผมเป็นส่วนของข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการ และก็ข้อสังเกตต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมจะสรุปเป็นข้อสังเกต ที่สำคัญของกรรมาธิการดังต่อไปนี้นะครับ🔗
ในฐานะ ที่เป็นคนต้นน้ำเป็นคนที่อยู่ในต้นน้ำทะเลสาบสงขลา ประเด็นสำคัญที่สุดของข้อสังเกตของ กรรมาธิการก็คือ การบริหารจัดการน้ำ พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ ๒๕๖๑ ตั้งแต่มีการใช้มา ๖ ปี ก็ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา เพราะฉะนั้นข้อสังเกตที่สำคัญของคณะกรรมาธิการก็คือ ต้องปรับปรุงแก้ไขตัวกฎหมาย พระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการที่จะให้ความสำคัญต่อพื้นที่เป็นตัวตั้งในการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ต่อมาการลดลงของการบริหารจัดการน้ำ ปัญหาของการบริหาร จัดการน้ำนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการสร้างกับโครงสร้างอำนาจให้เกิดการจัดการแล้วก็จัด ความสำคัญให้การบริหารจัดการน้ำกลับไปอยู่ที่ตัวประชาชนที่อยู่ในพื้นที่มากที่สุด ต่อมา ด้านมลพิษ ต้นกำเนิดของมลพิษในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเป็นที่ รองรับน้ำจากทุกลุ่มน้ำในบริเวณนั้น เพราะฉะนั้นปัญหาสำคัญที่กรรมาธิการได้สังเกต ก็คือ แม้องค์การบริหารจัดการน้ำเสียจะมีงบประมาณเข้าไปสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ศักยภาพที่จะรองรับระบบจัดการน้ำเสียขององค์การจัดการน้ำเสีย ท้องถิ่นไม่สามารถไป รับผิดชอบตรงนี้ได้นะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องมีการเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไป Support องค์การจัดการน้ำเสีย เข้าไป Support องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้จัดการ ต้นกำเนิดมลพิษของทะเลสาบสงขลาได้นะครับ แล้วก็ ๒ ข้อสุดท้าย ข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการคือ ต้องตระหนักเสมอว่าการบริหารจัดการทะเลสาบสงขลา ต้องวางอยู่ใน ข้อเท็จจริงที่ว่าทะเลสาบสงขลาไม่ใช่ทะเลสาบ เป็นระบบนิเวศแบบ Lagoon นะครับ ระบบ นิเวศแบบ Lagoon คือมีน้ำไหลเข้าไหลออก เพราะฉะนั้นนโยบายหรือการจัดการน้ำใด ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับทะเลสาบสงขลา ต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ข้อนี้นะครับ การสร้างโครงสร้างใหญ่โครงสร้างแข็งหรือว่าการสร้างระบบจัดการน้ำที่ผิดธรรมชาติ จะส่งผลให้เกิดการใช้ประโยชน์ไม่ได้นะครับ แล้วก็ต้องใช้งบประมาณไปซ่อมแซมโครงสร้าง ขนาดใหญ่ในทะเลสาบสงขลานะครับ เพราะฉะนั้นทางกรรมาธิการก็จะมีข้อเสนอว่าเห็นควร ที่จะให้มีการยกร่างพระราชบัญญัติพื้นที่ชุ่มน้ำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในคราวต่อไปด้วยนะครับ อีก ๒ ข้อสุดท้าย เป็นข้อเสนอและข้อสังเกตต่อสำนักนายกรัฐมนตรี ก็คือต้องการกำหนดให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. จัดทำการประเมิน สิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เพื่อที่จะเป็นแผนแม่บทใหญ่ ในการนำแผนชลประทานต่าง ๆ เข้าไปกำกับดูแลแผนชลประทานต่าง ๆ เพราะว่าพื้นที่ บริเวณนี้มีความอ่อนไหวด้านระบบนิเวศ แล้วก็ต่อมานั้นก็คือการพิจารณาตั้งคณะกรรมการ พัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเพื่อศึกษาและทบทวนกลไกการกระจายอำนาจบูรณาการ เพื่อ บริหารจัดการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา โดยมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เคยทำมาแล้ว แล้วก็ถูกคืนอำนาจกลับไปในช่วงการประกาศใช้ พ.ร.บ. น้ำแห่งชาติ ปี ๒๕๖๑ อีกข้อหนึ่งสุดท้ายครับท่านประธาน ก็คือกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นกรมใหม่เพิ่งตั้งเป็นกรมใหม่ล่าสุดของประเทศไทย ทางคณะกรรมาธิการมีข้อสังเกต และข้อเสนอว่า พื้นที่ทะเลสาบสงขลาอ่อนไหวทางนิเวศ แต่ไม่มีงานศึกษาหรือการศึกษาที่ดี พอที่จะรองรับการจัดทำนโยบายในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีผลต่อพื้นที่ ทะเลสาบสงขลา เพราะฉะนั้นก็เป็นข้อสังเกตสำคัญที่คณะกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตไว้ ในการศึกษาครั้งนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เพราะว่าเดี๋ยวท่านต้องตอบสมาชิกที่อภิปรายนะครับ มีท่านสมาชิกที่ขอลงชื่อ อภิปรายตอนนี้มีอยู่ ๔ ท่านนะครับ เชิญท่านศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ก่อนนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์🔗
จากญัตติพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาและ การพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำทะเลสาบอื่น ๆ อย่างยั่งยืนของคณะกรรมาธิการ ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร โดยมี สส. ร่มธรรม ขำนุรักษ์ และคณะเป็นผู้ร่วมเสนอ ผมได้อ่านรายงานแล้วครับ ผมเห็นด้วยและสนับสนุนญัตตินี้จำเป็นอย่างยิ่งครับแต่จะมี ข้อเสนอเพิ่มเติมประมาณ ๓ ประเด็นครับท่านประธาน ที่อยากจะฝากถึงกรรมาธิการผ่านไป ยังรัฐบาลให้ร่วมพิจารณาดังนี้ครับ🔗
ข้อที่ ๑ อยากให้กำหนดพื้นที่ทะเลสาบสงขลาให้มีการแบ่งแยกเป็น Zoning เรียกได้ว่าแบ่งแยกเป็น Zone ไข่ขาว ไข่แดง ตามสไลด์เลยครับท่านประธาน วันนี้เรา แบ่งแยกไม่จำเป็นแค่เฉพาะในทะเลสาบสงขลาครับ แต่เป็นทุกทะเลสาบ เราแบ่งแยกไข่ขาว ไข่ขาวคือจากชายฝั่งยาวไปจนถึงทะเล อาจจะประมาณ ๑๐๐ เมตร ๑๕๐ เมตร เป็นต้น เราอาจจะแบ่งเป็นพื้นที่อนุบาลสัตว์น้ำ เพื่อที่ให้สัตว์น้ำ สัตว์ทะเลได้มีพื้นที่เติบโต เป็นทรัพยากรที่ดีของเราในอนาคตและเป็นพื้นที่ไข่แดงครับท่านประธาน ไข่แดงเป็นที่จับ สัตว์น้ำสำหรับพี่น้องชาวประมง ผมเชื่อว่าถ้าเราแบ่ง Zoning นี้ได้จะสามารถมีพื้นที่อนุรักษ์ พันธุ์สัตว์ป่าเพิ่มมากขึ้น พี่น้องประมงสามารถหาปลาได้มากขึ้น ท่านประธานครับต้อง ปรึกษาหารือกับหน่วยงานในพื้นที่ให้ประสานกับพี่น้องประชาชน เพื่อบ่งบอกถึงแนวทางใน การแบ่ง Zoning ให้ชัดเจน รวมไปถึงให้รัฐบาลกำหนดขอบเขตให้ชัดเจน บริเวณโดยรอบ ลุ่มน้ำทะเลสาบ ตรงไหนจับปลาได้ ตรงไหนห้ามจับปลา🔗
ข้อที่ ๒ เนื่องจากทะเลสาบสงขลามีชื่อเสียงเป็นหาดที่สวยงาม วันนี้ผมอยาก แนะนำอยากเชิญชวนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ชวนล่องใต้ไปเที่ยวทะเล ไปเที่ยว สงขลาบ้านผมครับ สงขลาบ้านผมนอกจากเป็นทะเลสาบสวยงามแล้ว วันนี้สงขลาเป็นเมือง ๓ น้ำที่มีชื่อเสียง ประกอบไปด้วย น้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย ท่านประธานทราบไหมครับสงขลา มีสัตว์น้ำขึ้นชื่อมากเหลือเกิน เช่น ปลากะพง ๓ น้ำ เป็นที่มีชื่อเสียงมากดังมาถึงคลองแห บ้านผมด้วยซ้ำไป ปลาท่องเที่ยวเป็นปลาที่ประจำฤดูฝนครับท่านประธาน พี่น้องชาวอำเภอ ควนเนียงมักจะขายดิบขายดีช่วงที่เป็นฤดูฝน ที่สำคัญที่ขาดไม่ได้คือปลาขี้ตัง สิ่งเหล่านี้ สามารถนำเป็น Soft Power ให้รัฐบาลนำร่องได้เลยว่าจังหวัดสงขลามีปลาที่ขึ้นชื่อตาม Season ครับท่านประธาน ผมเชื่อว่าสามารถทำเป็น Soft Power แล้วทุกท่านสามารถไป เยี่ยมไปชม ถ้าใครไปสงขลาแล้วไม่ได้ทาน ๓ สิ่งนี้ผมเชื่ออย่างมาไม่ถึง นี่ยังไม่นับปลามิหลัง ที่เป็นที่ขึ้นชื่อของพี่น้องชาวจังหวัดสงขลา แต่ใด ๆ ก็ตามครับ ผมเชื่อว่าถ้ารัฐและหน่วยงาน เอกชนต้องประสานมือประสานงานร่วมกันเพื่อยกระดับและส่งเสริมการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ให้นักท่องเที่ยวได้มาชมและเรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนพี่น้องทะเลสาบสงขลา มากกว่าที่คนจะรู้จัก Soft Power จังหวัดสงขลาแล้ว ผมเชื่อว่าคนจะรู้จักลุ่มน้ำทะเลสาบ สงขลา ได้มากกว่านี้ครับ🔗
ข้อที่ ๓ ในเมื่อเราพูดถึงแนวทางอนุรักษ์ พูดถึงเสน่ห์ของลุ่มน้ำทะเลสาบ สงขลาแล้ว เรามีอาณาจักรที่กว้างใหญ่ไพศาลครับ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุงและจังหวัดสงขลาบ้านของกระผม ท่านประธานครับพี่น้องในการทำประมง อาศัยการใช้เครื่องมือ ๓ ชนิดนี้ครับ เป็น ๓ ชนิดหลักของพี่น้องชาวประมง ซึ่งเป็นภูมิปัญญา ของชาวบ้านตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน แต่ผมขออธิบายคร่าว ๆ ครับว่าแต่ละอย่างเป็น อย่างไร ท่านประธานครับลองดูไซนั่ง ไซนั่งเป็นเครื่องมือจับสัตว์น้ำครับที่มีมากที่สุดในลุ่มน้ำ ทะเลสาบสงขลา เพราะมีประสิทธิภาพในการจับสัตว์น้ำและกุ้ง ไซหนอนครับท่านประธาน เป็นลักษณะเป็นรอบพันด้วยอวน ขนาดตาประมาณ ๑ เซนติเมตร ความยาวแล้วกำหนด ส่วนจะใช้วางดักจับสัตว์น้ำบนพื้นที่ท้องทะเล ซึ่งมันสะดวกครับท่านประธานเพราะว่าย้าย ง่ายและดูแลรักษาง่ายครับ ส่วนข้อต่อมาเป็นโพงพาง โพงพางเป็นเครื่องมือประมงที่ใช้อวน ลักษณะคล้ายถุง มีการปักไม้กว้างยาว ๕-๘ เมตร มีปากอวนกว้างปักยึดติดกับดิน เครื่องมือ ประเภทนี้ใช้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันครับ อาศัยการไหลเวียนของน้ำ พาสัตว์น้ำเข้าไปอยู่ใน อวน เป็นรูปถุง ดังนั้นจึงพบมากที่มีกระแสน้ำไหลหรือน้ำวน เช่น จะพบในปากทางเชื่อมทะเลสาบสงขลาหรือทะเลนอก ท่านประธานครับ ๓ อย่างที่ผม อธิบายให้ฟัง จะเห็นได้ว่าเครื่องมือทำมาหากินทั้ง ๓ ชนิดนี้ มีสืบทอดกันมาตั้งแต่ รุ่นสู่รุ่น แน่นอนครับ ย้อนกลับไปเมื่อ ๑๐๐ ปีที่แล้ว ไม่มีใครทราบหรอกครับ ว่าเครื่องมือ เหล่านี้จะถูกหรือผิดกฎหมายในอนาคต เพราะเขาสืบทอดทำประมงกันมา แต่พอปัจจุบัน หลังจาก ๒๑ เมษายน ๒๕๕๘ จากการที่มี พ.ร.บ. ประมง ทำให้พี่น้องที่ครอบครองเครื่องมือ เหล่านี้กลายเป็นคนที่มีความผิดเกิดขึ้น ถ้าเราเปรียบเทียบ เราเกิดมีที่ดินอยู่ในกรมป่าไม้ เราอยู่ก่อนที่ผมจะออกเราเป็นคนที่ถูกต้องครับ แต่วันนี้เราทำมาหากินพี่น้องทำมาหากินใน ประมง แน่นอนครับ ประมงที่เข้าไปทำเป็นพื้นที่ทะเล ผิดก็จริงครับ แต่เราเคยมีใครไป เยียวยา ไปดูแล ไปคุยกับเขาบ้าง ไม่มีครับ เพราะฉะนั้นจะผิดตรงไหนครับถ้าวันนี้พี่น้อง ประมงเขาต้องการให้คนมาเยียวยาเขา มาดูแลเขา มารับทราบความเดือดร้อนของเขา ผมเชื่อว่าหลายอย่างมีถูกมีผิด แต่ถ้าวันนี้ทั้งภาครัฐและเอกชนรวมถึงพี่น้องประมง หารือ ร่วมกันกำหนดแนวทางให้ไปในทิศทางเดียวกัน ผมเชื่อว่าสิ่งที่ตามมาในอนาคตไม่ว่าจะเป็น ปัญหาของการจับกุมของพี่น้องที่ต้องถูกสั่งรื้อถอนเครื่องมือทำมาหากิน จนอาจจะยุติเบา บางลงได้ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้ำที่เราอนุรักษ์และเรามีทรัพยากรทางธรรมชาติที่ให้มา ไม่ว่า จะเป็นมูลค่าและคุณค่าที่ประเมินไม่ได้ ก็จะกลับคืนสู่พี่น้องชาวประมงและลูกหลานเขา แต่พี่น้องประมงและท้องถิ่นรวมถึงทรัพยากร จะมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่ สัตว์น้ำ แต่เป็นปากท้องของพี่น้องชาวประมง ท่านประธานเห็นภาพนี้ไหมครับ ๑ ภาพ ล้านความหมาย วันนี้เราอาจจะเปรียบเทียบคนตกปลาเป็นพี่น้องชาวประมง เปรียบเทียบ ปลาเป็นสัตว์น้ำ วันนี้เราเห็นมนุษย์ เห็นว่าพ่อกำลังหาอาหารเลี้ยงลูก สัตว์น้ำก็เหมือนกันครับ ถ้าเราไม่อนุรักษ์ไม่ดูแลสัตว์น้ำชนิดเล็ก ๆ ต่อไปครับ ลูกหลานเราก็ไม่สามารถจับปลาได้ เพราะฉะนั้นบางครั้งบางเรื่องไม่มีใครถูก ไม่มีใครผิด แต่ต่างฝ่ายต่างทำเพื่อความอยู่รอดครับ ท่านประธาน ผมเคยไปประสบเหตุกับพี่น้องที่คูเต่า บางคนมีเครื่องมือทำมาหากินมาหลาย ๑๐ ปี หลาย ๒๐ ปี พอมาวันหนึ่งรัฐกำหนดว่าเป็นเครื่องมือผิดกฎหมาย เขาก็ไม่สามารถทำ มาหากินได้ ตอนโควิดยิ่งแย่ครับท่านประธาน ผมลงไปยังพื้นที่ บางคนหาเงินได้ไม่ถึงวันละ ๓๐๐-๔๐๐ บาท แต่กลับเอาเงินนั้นไปซื้อน้ำ เพราะว่า ๆ ที่ผู้สมัคร สส. จะมา สส. จะมา ผู้นำท้องถิ่นจะมา เขาอยากเลี้ยงน้ำเพื่อให้มานั่งฟังปัญหาของเขาครับ บางคนเครื่องมือถูก จับโดนปรับเรียกค่าไถ่เป็นแสน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ชาวบ้านธรรมดาตาดำ ๆ ไม่มีเงินหรอกครับ ก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินจากเพื่อนบ้านมา พอได้เครื่องมือกลับมาแล้วจะกลับไปทำมาหากิน ถูกจับรอบ ๒ ก็มีแต่จนกับเจ๊งครับท่านประธาน เพราะไม่สามารถกลับไปทำมาหากินได้ หนี้เหล่านั้นก็ยังใช้ไม่หมด หนี้ที่จะก่อเพิ่มก็ไม่เครดิต ถ้าเราเริ่มจากศูนย์ว่ายากแล้วครับ ท่านประธาน เริ่มจากการติดลบยากกว่ามากครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมเปรียบเสมือน บุรุษไปรษณีย์ นำสารนำปัญหาของพี่น้องประชาชนมาถ่ายทอดไปยังสภาให้ทุกคนได้ยิน สุดท้ายแล้วแต่ครับ ว่าสุดท้ายปัญหาเหล่านี้จะได้รับการแก้ไขหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับฝาก คณะกรรมาธิการรวมถึงรัฐบาลไปดูแลแก้ไขต่อไป🔗
สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน ในห้วงเวลาที่ผ่านมา จังหวัดสงขลาของผม มีการบูรณาการทุกภาคส่วนครับ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน เพื่อรื้อถอนเครื่องมือประมง ประเภทโพงพางหรือสิ่งของผิดกฎหมายออกจากแนวเขตร่องน้ำทะเลสาบสงขลา ตั้งแต่ บริเวณหัวพญานาคไปยังท่าเทียบเรือประมงใหม่หรือท่าสะอ้าน ระยะทางกว้าง ๓๐๐ เมตร ยาว ๕,๐๐๐ เมตร แน่นอนครับ มีชาวบ้านเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ชาวบ้านหลายท่าน ทำมาหากินอยู่กับลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาจากอดีตมายังรุ่นสู่รุ่น ไม่ได้มีอาชีพอื่นรองรับครับ ทำประมงอย่างเดียว แน่นอนครับ เขาได้รับความเดือดร้อน ได้รับการเสียหาย แล้วชาวบ้าน ตาดำ ๆ ทำอย่างไร ก็ต้องไปหารือ ชาวบ้านบางท่านมายื่นหนังสือหารือผ่านท่าน สส. เดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ทบทวน ตรวจสอบศึกษาแนวทางเยียวยาและความเป็นธรรมให้กับพี่น้องชาวประมง เพื่อให้กระทบกับทุกฝ่ายน้อยที่สุด ผมย้ำนะครับว่าทบทวน เมื่อสักครู่กรรมาธิการก็บอกว่า มีการทบทวน แต่มีที่ปรึกษาสมาคมบางคน ผมขออนุญาตเรียกว่า หิวแสง พยายามปลุกปั่น บิดเบือนข้อเท็จจริง ไปบอกว่า สส. หยุดให้รื้อถอน ซึ่งเป็นความเท็จครับ และเป็นความเท็จ ที่ใช้ไม่ได้ ไม่ได้สั่งให้ยุติรื้อถอนแต่อย่างใด แต่ขอให้ศึกษาครับ เราเป็นคนกลางครับ เราต้องการให้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐเอง เอกชนเอง ประชาชนเอง ต้องการให้ผลกระทบ ต่อทุกฝ่ายน้อยที่สุด แต่ใด ๆ ก็ตามสุดท้ายนี้ผมก็แค่อยากจะฝากครับ ฝากข้อเท็จจริงทั้งหมด นี้เพื่อให้เข้าใจในทิศทางเดียวกันด้วยถ้อยคำแถลงและข้อเสนอที่ชัดเจนผ่านตัวบรรจงเต็ม บรรทัด ให้บรรจงชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง และอย่าพยายามบรรจงบิดเบือนข้อเท็จจริงเหล่านี้ อีกเลยครับท่านประธาน ไม่มีประโยชน์ครับ เอาเวลาหาแสงไปหาเสียงครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ พอดีว่ามีอยู่ ๔ ท่าน ทีนี้เหลือ ๓ ท่านสุดท้าย ท่านแรก ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ แล้วตามด้วยท่านเดชอิศม์ ขาวทอง แล้วก็ท่านศนิวาร บัวบาน เชิญท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอ นาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลลำไพลของอำเภอเทพา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมเป็นเด็กสงขลาครับ วันนี้ถ้าไม่ได้ลุกขึ้นมาอภิปรายถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ วันนี้กรรมาธิการ ได้ลุกขึ้นชี้แจง ผมเองอยากให้กรรมาธิการที่นั่งอยู่หยิบหนังสือเล่มนี้เปิดไปพร้อมกับผมครับ ผมหยิบหนังสือฉบับนี้ไปเปิดหน้าแรก บทสรุปผู้บริหาร เจออะไรครับ เจอว่าอย่างไรครับ เจอว่าลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเป็น ๑ ใน ๒๒ ลุ่ม มีพื้นที่น้ำเค็มไหลออกจึงเป็นระบบนิเวศ หลากหลาย ขนาดพื้นที่ ๑๑,๙๙๑.๓๖ ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัด สงขลา จังหวัดพัทลุง และบางส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ Highlight ไม่ได้อยู่ ตรงนั้นครับ มันอยู่ที่จังหวัดยะลาครับ ผมเองเป็นเด็กสงขลา จังหวัดยะลาไม่ได้อยู่ในลุ่มน้ำ ทะเลสาบสงขลาครับ อาจจะเป็นการพิมพ์ผิด เจตนาผิด แต่เมื่อสักครู่ท่านลุกขึ้นชี้แจงบอก ว่าจังหวัดยะลา เพราะฉะนั้นเอกสารฉบับนี้เปิดมาหน้าแรกมันก็ผิดตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้น ฝากไปยังกรรมาธิการว่านี่คือหัวใจหลัก พื้นที่ศึกษา พื้นที่เฉพาะ มีเอกสารชัดเจน และท่าน ลุกขึ้นชี้แจง โดยเฉพาะประธานอนุกรรมาธิการบอกว่าจังหวัดยะลา เราไม่ว่ากันครับ ทีนี้ครับ ตัวเลขที่ผมบอกเมื่อสักครู่ ๑๑,๙๙๑.๓๖ ตารางกิโลเมตร นี่คือข้อมูลที่ท่านอ้างอิง ตามผมมา ไปเปิดหน้าไหนครับ ไปเปิดหน้าที่ ๑๐ ปรากฏว่ารายละเอียดของจังหวัดลุ่มน้ำในทะเลสาบ สงขลา รวม ๑๑,๙๙๑.๕๗ ครับ มันคลาดเคลื่อนกันเท่าไรครับ ไม่เยอะครับ แต่วันนี้เอกสาร ฉบับนี้เป็นเอกสารอ้างอิงในการศึกษา เป็นเอกสารอ้างอิงให้กับสภาแห่งนี้ ชื่อ ตัวเลขผิด แค่จุด เพราะฉะนั้นฝากไปยังกรรมาธิการใหญ่และอนุกรรมาธิการ นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ก่อนที่ผมจะลงในรายละเอียด วันนี้มีการอ้างอิง เมื่อสักครู่ก็ผมว่าท่านไปดูตัวเลขให้ชัดเจน โดยเฉพาะในพื้นที่ของพวกผม ๓ จังหวัดชายแดนไม่ได้อยู่ในลุ่มทะเลสาบสงขลา แต่อยู่ใน ลุ่มฝั่งภาคใต้ตะวันออกตอนล่าง ลำดับที่ ๒๑ ท่านประธานครับในจังหวัดสงขลาของผมดูภาพรวมครับท่านประธาน น่าจะติด พื้นที่ลุ่มทั้งหมดครับ ไม่ใช่ครับ ในพื้นที่จังหวัดสงขลาเรามีทั้งหมด ๑๖ อำเภอ แต่ ๔ อำเภอ บ้านผม อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย เป็นรอยต่อระหว่าง จังหวัดยะลา-ปัตตานี เรามีลุ่มน้ำของตัวเองครับ เรามีสายน้ำของตัวเองที่นาทวีของผม อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง เรามีคลองนาทวีไปออกที่เทพา สะบ้าย้อย อุทยานแห่งชาติ สันกาลาคีรีเราไปออกที่เทพา เพราะฉะนั้นแยกให้ออกระหว่างสงขลากับ ๔ อำเภอ วันนี้ผม ก็เลยอยากจะฝากว่าลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ท่านชี้แจงว่ามี ๓๕ หน่วยที่เกี่ยวข้อง ๘ กระทรวง และสำนักนายกกฎหมายทั้งหมด ๑๗ ฉบับ ที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้นครับ ๓๕ หน่วยงาน ศักยภาพในการดูแลพื้นที่ทะเลสาบสงขลามันไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรเลย เพราะฉะนั้น หน่วยงานหลักที่เราต้องพูดถึง ก็คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมี ๙ หน่วย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มี ๘ หน่วย และมีภาคประชาสังคม นี่คือข้อมูลพวกท่านได้ ชี้แจงกับพวกผม ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แต่ประสิทธิภาพประสิทธิผลหน่วยงานเหล่านี้ มันไม่ได้เกิดมรรคผลกับพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาบ้านผมเลย ท่านประธานครับเราดู ภาพรวมแล้วทะเลสาบสงขลามันอาจจะเป็นก้อน เป็นแอ่งกระทะเหมือนที่ท่านพูด แต่จริง ๆ แล้วท่านไปศึกษามา ท่านบอกมี ๔ ก้อน ถูกต้องครับ เขาเรียกว่า ก้อนที่ ๑ ก้อนทะเลน้อย มีพื้นที่ประมาณ ๒๗ ตารางกิโลเมตร น้ำลึกประมาณ ๑-๒ เมตร บางช่วงน้ำเหลือประมาณ ครึ่งเมตรในช่วงฤดูน้ำแล้ง ๒. ทะเลสาบตอนบนหรือว่าทะเลหลวง ๓๗๓ ตารางกิโลเมตร ตัวนี้เฉลี่ย ๒ เมตรกว่า เช่นกันในช่วงที่น้ำลดที่สุดก็ประมาณเกือบ ๑ เมตร ๓. ทะเลสาบ ตอนล่าง ตอนกลางพื้นที่ ๓๖๐ ตารางกิโลเมตร แต่ Highlight ที่สุดครับท่านประธานใครไป สงขลาก็จะเห็น ก็คือทะเลสาบตอนล่าง (ทะเลสาบสงขลาหรือว่าเกาะยอ) ครับ ทะเลสาบ เชื่อมต่อระหว่างอ่าวไทยเป็นปากอ่าว มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๑๘๓ ตารางกิโลเมตร ความลึก เท่าไรครับ ๑.๒ เมตร ถือว่าเป็นความลึกที่ต่ำสุด เพราะเป็นพื้นที่ปากอ่าวของทะเลสาบ สงขลา ท่านประธานครับปัญหาที่มากที่สุดโดยเฉพาะปัญหาเครื่องมือประมงมันมากมาย มหาศาลขนาดไหน ผมเองไปเปิดเอกสารฉบับนี้ นี่คือสิ่งที่สำคัญ ทำไมต้องอ้างอิง ทำไมต้อง พูดถึง เพราะท่านไปศึกษามาแล้ว แต่สิ่งที่อยากจะให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกที่ยัง ไม่เปิดอ่านว่าสิ่งที่เราตกใจมากที่สุดมันเกิดอะไรขึ้นครับ ปรากฏว่าในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบ สงขลามีอุปกรณ์จับปลา ๑. ข่าย ๑๕๑,๕๕๙ อัน ๒. มีเบ็ด เบ็ดราว เบ็ดปกติ ๑๓๐,๓๗๒ อัน มีไซนั่ง ๒๗,๐๐๐ มีโพงพาง ๒,๐๐๐ กว่า มีไซนอน ๑๖๔,๐๐๐ แล้วก็มีไซกุ้งนา ๕๕,๐๐๐ ท่านประธานขอเวลานิดนะครับ สรุปแล้วท่านประธานรู้ไหมครับ เป็นการศึกษาปี ๒๕๕๕ ใช้เวลา ๑ ปี มีอุปกรณ์อยู่ในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ๕๓๗,๔๓๑ อัน สัตว์น้ำที่ไหนครับ ท่านประธานจะมีชีวิตรอด และเป็นการทำลายวงจรชีวิตของสัตว์น้ำ เพราะฉะนั้นข้อสังเกต ของกรรมาธิการการบริหารจัดการน้ำลุ่มทะเลสาบสงขลา ท่านเสนอมาหลายด้าน เห็นด้วย ไหมครับ เห็นด้วย แต่ผมอยากให้กรรมาธิการลงในรายละเอียดในเชิงปฏิบัติ ข้อสังเกตของ ท่านดีครับ แต่เป็นแค่ข้อสังเกต ทำอย่างไร แก้ปัญหาอย่างไร ในข้อสังเกตผมยกแค่ ๓ ตัวอย่าง🔗
ข้อที่ ๑ ด้านความตื้นเขินของลุ่มน้ำ กรรมาธิการบอกว่าพิจารณาศึกษาการ ขุดร่องน้ำทะเลสาบ นี่คือข้อสังเกตของท่าน ท่านก็ไม่ได้บอกว่าจะขุดจากไหนไปไหนใช้พื้นที่ กี่คิว ดินที่ได้เอาไปทำอะไร หน่วยงานไหนต้องดำเนินการและงบประมาณในการขุดลอกจาก หน่วยไหน เพราะฉะนั้นการศึกษาของท่านมันจะเป็นลายแทงในการของบประมาณในการ แก้ปัญหาของจังหวัด ของกระทรวงต่าง ๆ🔗
ข้อที่ ๒ ในเรื่องของมลพิษน้ำเสียครับท่านประธาน เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิก อนุกรรมาธิการ ต้นน้ำที่จังหวัดสงขลาก็คือสะเดา ท่านประธานรู้ไหมครับในพื้นที่สงขลา โดยเฉพาะที่เกาะยอน้ำเสียจากสะเดา จากหาดใหญ่ จากรัตภูมิ จากอีกหลายอำเภอ ไปรวมกันอยู่ที่นั่นหมดเลย เพราะฉะนั้นโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน้ำเสียท่านมีวิธีการแก้ไข อย่างไร ณ วันนี้มีการร้องเรียนหน่วยงานต่าง ๆ มากมายเรื่องโรงงานปล่อยน้ำเสีย🔗
ข้อที่ ๓ ด้านการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย การประมงเกินศักยภาพ ท่านประธานครับ สมัยก่อนผู้ว่าราชการจังหวัดใช้เงินในการเยียวยาให้รื้อหมดครับ ปรากฏว่า รื้อไม่กี่ปีมันกลับมา เพราะว่าอุปกรณ์เหล่านี้มันมีเท้าเดินได้มันกลับมาที่เดิมครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นกรรมาธิการต้องบอกให้ชัดว่ากระบวนการในการดำเนินการกับ อุปกรณ์ประมงเหล่านี้ต้องเรียกประชุมหน่วยงานภาครัฐ ชาวประมงพื้นบ้าน และ ผู้ประกอบการประมง กรรมาธิการต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ ๓ ประเด็นที่ผมกล่าวไป เมื่อสักครู่ให้มากกว่าเดิม เพราะมันเป็นปัญหาใหญ่ เป็นปัญหาที่เรื้อรังมาอย่างยาวนาน🔗
สุดท้าย ผมเองและเพื่อนสมาชิก สส. จากจังหวัดสงขลาบอกว่าฝาก ท่านณัฏฐ์ชนนอภิปรายแทนพวกเราว่าขอเป็นกำลังใจ ผมอาจจะใช้คำพูดรุนแรง กระแทก ความรู้สึกของกรรมาธิการ แต่ขอให้กรรมาธิการชุดนี้แก้ปัญหาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาแบบ ยั่งยืน วันนี้ถ้าผมไม่ลุกขึ้นอภิปราย ไม่ท้วงติง เสนอแนะ พี่น้องชาวสงขลากำลังอภิปรายอยู่ บอกว่าทำไม สส. ไม่ลุกขึ้นมาอภิปราย เพราะฉะนั้นความหวังของพวกเราชาวสงขลาอยู่ที่ พวกท่านส่วนหนึ่ง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเดชอิศม์ ขาวทอง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เดชอิศม์ ขาวทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ จาก รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ญัตติพิจารณาศึกษาการแก้ไขพัฒนาและการพัฒนา ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และลุ่มน้ำทะเลสาบอื่น ๆ อย่างยั่งยืน ของคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเสนอญัตติโดยนายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง ท่านประธานครับผมเห็นด้วยกับรายงาน ของกรรมาธิการชุดนี้ครับ แต่เพื่อความสมบูรณ์ชัดเจนของรายงานฉบับนี้ ผมจึงมีข้อสังเกต มีข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับบริบทในการแก้ไขปัญหาและพัฒนา ทะเลสาบสงขลานั้น เราจะมองแค่ตัวทะเลสาบสงขลาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ต้องมองอย่างละเอียด น้ำทุกหยดที่ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา แม่น้ำ ลำคลองทุกสายที่ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา เราต้องมองตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ คือทะเลสาบสงขลา ในอดีต เมื่อ ๓๐-๔๐ ปีที่ผ่านมา ทุกแม่น้ำลำคลองที่ไหลลงสู่ทะเลสาบ สงขลาน้ำสะอาดครับ รุ่นปู่ย่าตายายผมไปทำไร่ทำนาไม่ต้องพกพาน้ำจากบ้านไปดื่ม ดื่มใน แม่น้ำลำคลองได้เลย แต่มาวันนี้ครับ ขออนุญาตสไลด์ด้วยครับ🔗
มีโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาอยู่รอบ ๆ ลุ่มน้ำทะเลสาบมากมาย ผมยกตัวอย่างคลองอู่ตะเภา ซึ่งอยู่ในจังหวัดสงขลาบ้านผม มีโรงงานอุตสาหกรรมมาอยู่ผมเชื่อว่าทั้ง ๒ ฝั่งคลองไม่น้อยกว่า ๒๐๐ โรงงานอุตสาหกรรม โรงงานอุตสาหกรรมที่ดี มีครับ โรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่ดี มีครับ โรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่ดี วันดีคืนดีแอบถ่ายเทน้ำเสียลงสู่คลองอู่ตะเภา ผลที่ตามมา ปลาตายตลอดทั้งคลอง ที่ร้ายกว่านั้น ก่อนที่น้ำจะไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา พี่น้องประชาชน เอาน้ำเหล่านี้ไปทำน้ำประปา ทำน้ำกิน น้ำใช้ น้ำอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตร ในเมื่อน้ำ ที่มีสารพิษเข้าสู่ร่างกายพี่น้องประชาชนทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน พี่น้องบ้านผมเป็นโรคมะเร็ง มากขึ้น ๆ พี่น้องบ้านผมตายด้วยโรคมะเร็งมากขึ้นทุกวัน บางคลองครับท่านประธาน บาง คลองมีลักลอบดูดทรายก็คิดว่าเป็นทรายเถื่อนแน่นอนครับ ผลของการดูดทรายก็จะมีน้ำที่ เป็นโคลนเป็นตม น้ำเหล่านี้สุดท้ายก็ลงสู่ทะเลสาบสงขลา เพราะฉะนั้นทะเลสาบสงขลา มีน้ำ จากโคลนจากตมต่าง ๆ ลงไป น้ำสารพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมก็ลงไป ผลที่ตามมาคือ🔗
ข้อที่ ๑ ทะเลสาบสงขลาน้ำจะตื้นเขินขึ้นเรื่อย ๆ ผมเชื่อเหลือเกินว่าถ้าเราไม่ คิดแก้ไขตั้งแต่วันนี้ ทะเลสาบสงขลาในอนาคต อาจจะเป็นทะเลโคลนทะเลตมก็เป็นได้🔗
ข้อที่ ๒ เมื่อสารพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมลงสู่แม่น้ำลำคลอง ลงสู่ ทะเลสาบสงขลา สัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลาตายไปเรื่อย ๆ ปริมาณสัตว์น้ำลดลง ๆ หลาย ชนิดตอนนี้สูญพันธุ์ และ🔗
ข้อที่ ๓ รอบขอบทะเลสาบสงขลา ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสงขลา เมื่อก่อนไม่ค่อยมีน้ำท่วมหรอกครับ พอทะเลสาบสงขลาตื้น น้ำจะไหลออกสู่อ่าวไทยไม่สะดวก เพราะฉะนั้นชายขอบทะเลสาบน้ำท่วมเร็วมาก วันนี้ ๓ จังหวัด น้ำท่วมปีละ ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง ๔ ครั้ง เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าถึงเวลาแล้ว เราต้องทวงคืนเอกราชทางสิ่งแวดล้อมให้กับพี่น้องลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ถึงเวลาแล้วที่เรา ต้องทวงคืนเอกราชให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย ผมเลยมี ๓ ทางเลือก ๓ ทางออกคือ🔗
ข้อที่ ๑ เราต้องปรับปรุงกฎหมายที่โรงงานอุตสาหกรรมสร้างความเสียหาย ให้กับท้องถิ่น ให้กับสิ่งแวดล้อม ความเสียหายที่โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน้ำเสีย ถ้าคิดมูลค่าความเสียหาย ผมคิดว่าไม่ต่ำกว่าครั้งละ ๑๐ ล้านบาท แต่วันนี้อุตสาหกรรม จังหวัด ปรับโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยน้ำเสีย ๒๐๐,๐๐๐ บาท มันไม่คุ้มค่าเลยกับ ความเสียหายที่เกิดขึ้น สำหรับผมอยากให้ปรับโรงงานเหล่านั้นอย่างน้อย ๑๐ ล้านบาท แล้วควรจะมีโทษทางอาญาด้วย🔗
ข้อที่ ๒ อยากสร้างจิตสำนึกให้กับพี่น้องประชาชนรอบทะเลสาบสงขลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม ให้อนุรักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมส่งมอบ สิ่งแวดล้อมที่ดี ๆ ให้กับรุ่นลูก รุ่นหลาน รุ่นเหลน และรุ่นต่อ ๆ ไป🔗
ข้อที่ ๓ ผมอยากเสนอรัฐบาลให้ขุดลอกร่องน้ำกลางทะเลสาบสงขลา ขุดตั้งแต่หัวพญานาค ที่อำเภอเมืองสงขลา ขุดไปจนถึงทะเลน้อยที่จังหวัดพัทลุง ซึ่งมีระยะทางประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร ขุดให้กว้างสัก ๑๒๐ เมตร ลึกสัก ๔ เมตร เพื่อให้ ท่านประธานได้เข้าใจ ผมจะขอเรียกร่องน้ำนี้ว่าเส้นเลือดใหญ่ หลังจากนั้นเราขุดลอกร่องน้ำ ขนาดเล็กเชื่อมระหว่างเส้นเลือดใหญ่ ไปเชื่อมกับคลองต่าง ๆ แม่น้ำต่าง ๆ ที่ไหลลงสู่ ทะเลสาบสงขลา เรียกว่า เส้นเลือดฝอย ท่านประธานครับถ้าเราทำได้ ทะเลสาบสงขลา จะมีประโยชน์อย่างน้อย ๓ อย่าง คือ🔗
ข้อที่ ๑ เราสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมใน ๓ จังหวัดได้เลย น้ำท่วมที่จังหวัด นครศรีธรรมราช ที่จังหวัดพัทลุง ที่จังหวัดสงขลา เพราะว่าในช่วงน้ำหลากช่วงน้ำท่วม น้ำก็ไหล ไปสู่แม่น้ำลำคลองต่าง ๆ ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาผ่านเส้นเลือดฝอยเข้าสู่เส้นเลือดใหญ่ ออกสู่อ่าวไทยผ่านน่านน้ำสากล ข้อที่ ๑ แก้ปัญหาน้ำท่วมได้🔗
ข้อที่ ๒ เมื่อน้ำในทะเลสาบสงขลาไหลออกสู่น่านน้ำสากลได้สะดวก ตะกอนดินที่อยู่ที่ก้นทะเลสาบ สารพิษต่าง ๆ ที่มาจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ตกตะกอนอยู่ ก้นทะเลสาบสามารถไหลออกสู่น่านน้ำสากลได้ง่าย ผลที่ตามมาน้ำในทะเลสาบสงขลา จะต้องสะอาดขึ้น เมื่อน้ำในทะเลสาบสงขลาสะอาดขึ้น การขยายพันธุ์สัตว์น้ำในทะเลสาบ สงขลา ก็จะสะดวกมากยิ่งขึ้น ขยายพันธุ์ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญผมอยากให้เว้น พื้นที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ เป็นพื้นที่ฟาร์มทะเล เราสร้างฟาร์มทะเลรอบทะเลสาบสงขลา ตั้งแต่ ชายฝั่งไปในทะเลสาบสงขลาสัก ๓๐๐ เมตร ๔๐๐ เมตร เป็นพื้นที่อนุรักษ์แล้วให้กรมประมง ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกุ้งหอยปูปลาลงไปทุก ๓ เดือน ผมเชื่อว่าถ้าเราทำได้ทะเลสาบสงขลาจะ กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน🔗
ข้อที่ ๓ ที่เราได้แถมกลับมาคือ การท่องเที่ยว ต่อไปนี้เรือที่มาจากอ่าวไทย สามารถเข้ามานั้นในทะเลสาบสงขลาได้โดยผ่านเส้นเลือดใหญ่เข้าสู่เส้นเลือดฝอยไปสู่คลอง ต่าง ๆ แล้วผมเชื่อว่าทะเลสาบสงขลาจะเป็นที่ต้องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกได้อย่างแน่นอน แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมมีทั้งคนที่เห็นด้วยและคนที่ไม่เห็นด้วย ย่อมกระทบกับชุมชน ย่อมกระทบกับกลุ่มอาชีพต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมขอเสนอแนะว่า เราต้องเชิญกลุ่มต่าง ๆ ที่มีส่วนได้เสียในทะเลสาบสงขลามาร่วมเจรจาปรึกษาหารือหาทาง ออกร่วมกัน เราอย่าหักด้ามพร้าด้วยหัวเข่า เพราะทุกคนคือคนไทย ทุกคนต้องเลี้ยง ครอบครัว ทุกคนก็มีชีวิต ผมมั่นใจว่าชุมชนท้องถิ่นเป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศ ถ้าเรา ไม่มีชุมชนไม่มีท้องถิ่นเราก็ไม่มีประเทศครับ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าถ้าเราทำได้ทะเลสาบ สงขลาต้องกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง และที่สำคัญทะเลสาบสงขลาต้องเป็น แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของโลกอย่างแน่นอน ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศนิวาร บัวบาน ตามด้วยท่านชุติมา คชพันธ์ ท่านเจษฎา ดนตรีเสนาะ เชิญท่านศนิวาร บัวบาน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ศนิวาร บัวบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ ดิฉันเป็นอีก ๑ คนที่เคยไปเยือนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาอยู่หลายครั้ง ยิ่งพื้นที่ทะเลน้อยเคยไปเห็นตั้งแต่ทะเลน้อยเต็มไปด้วยดอกบัวแดง แต่ทุกวันนี้ค่ะ ท่านประธานทุ่งทะเลน้อยเต็มไปด้วยวัชพืชทั้งผักตบชวา จอกหูหนูยักษ์ ทั้งที่ในพื้นที่ได้มี การใช้งบจำนวนมากในตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถาวร เนื่องจากหลายปัจจัยด้วยกันค่ะท่านประธาน ทั้งขาดความต่อเนื่องการบูรณาการ ความร่วมมือของหน่วยงานรัฐและเอกชน รวมไปถึงปัญหาและกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เป็น อุปสรรคอยู่ในทุกวันนี้ ดิฉันเชื่อว่าหลาย ๆ พื้นที่ของเพื่อน สส. ก็ประสบปัญหาไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัชพืช น้ำเน่าเสีย น้ำตื้นเขินเมื่อย้อนกลับไปดูรากของปัญหาก็คือ ส่วนใหญ่หลัก ๆ แล้วมาจากเรื่องของโครงการพัฒนา เป็นสาเหตุหลักเลยที่ทำให้ สภาพแวดล้อมเดิมเปลี่ยนแปลงไป ประตูกั้นน้ำทะเลที่สร้างขึ้นจำนวนมากตามที่ท่าน อนุกรรมาธิการได้นำเสนอไป จากเดิมที่มีการไหลวนของน้ำในลุ่มน้ำตามธรรมชาติ ช่วงฤดูน้ำหลากก็จะพัดพาตะกอน ออกไปกองกันที่ปากแม่น้ำ ในทางกลับกันขณะช่วงที่น้ำทะเลหนุนตะกอนเหล่านั้นก็จะ หายไปค่ะ น้ำเค็มก็ช่วยทำลายวัชพืชไม่ให้ตายสะสมกันจนทำให้น้ำตื้นเขิน แต่จากการ บริหารจัดการเปิดปิดประตูระบายน้ำที่ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนและระบบนิเวศ ที่เปลี่ยนไป เมื่อไม่มีกระแสน้ำตะกอนดินทับถมทำให้น้ำตื้นเขิน น้ำทิ้งจากอุตสาหกรรม ท้องถิ่นก่อให้วัชพืชเผยแพร่ ทำให้เต็มไปด้วยวัชพืชทั้งผักตบชวาแล้วก็จอกหูหนูยักษ์ค่ะ น้ำเน่าเสีย ปลาตาย ระบบนิเวศเสียสมดุลจนอาจทำให้พืชพื้นถิ่น เช่น บัวแดงสูญพันธุ์ ได้อีกค่ะท่านประธาน ดังนั้นถ้าเราจะต้องแก้ปัญหาที่ต้นตอ เริ่มจากการตรวจสอบบำบัดน้ำ เสียจากแหล่งกำเนิดก่อนที่จะปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ หารือค่ะเพื่อหาทางออกร่วมกันระหว่าง ผู้ใช้น้ำ แล้วก็ศึกษาการเปิดปิดประตูน้ำให้สัมพันธ์กับช่วงเวลาน้ำทะเลหนุน ให้ธรรมชาติได้ บำบัดตัวเองเพื่อรักษาสมดุล จะได้ไม่ต้องเสียงบประมาณไปกับการกำจัดวัชพืชที่ไม่มีที่สิ้นสุด ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเป็นเพียงแค่ตัวอย่างหนึ่งในหลาย ๆ พื้นที่ชุ่มน้ำในประเทศไทย ที่ประสบปัญหาในการบริหารจัดการ อาทิเช่น บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ ทำให้จังหวัด สูญเสียรายได้อันมหาศาลจากการท่องเที่ยว นอกจากนี้ผลกระทบจากกิจกรรมพัฒนาของ มนุษย์แล้ว ในพื้นที่ยังมีความเสี่ยงต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีกด้วย ทุกท่านทราบดีว่าทุกวันนี้ภาวะโลกร้อนยิ่งวิกฤติขึ้นทุกวันนะคะ ในพื้นที่ประสบปัญหาเรื่อง อุณหภูมิน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ ระดับน้ำทะเลก็เพิ่มสูงขึ้น กระแสน้ำซัดทำให้เกิดการกัดเซาะตลิ่ง ทำให้แผ่นดินได้สูญเสียพื้นที่ไปอีก นอกจากนั้น ทรัพยากรที่เสื่อมโทรม ระบบนิเวศที่เสียสมดุลยังส่งผลต่อความมั่นคงทางด้านอาหารและ ชีวิตชุมชนในอนาคตอีก หากเราไม่มีการควบคุมและบริหารจัดการที่ดีพอ ดังนั้นเราควรเริ่ม เสียแต่วันนี้ ควรมีการแก้ปัญหาทั้งในเชิงโครงสร้างและเชิงประเด็นตามที่ท่านอนุกรรมาธิการ ได้นำเสนอไปในเบื้องต้น มีการบริหารจัดการที่อิงกับธรรมชาติหรือที่เราเรียกว่า Nature Base Solution เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การเริ่มกระบวนการ จนกระทั่งถึงการตัดสินใจ ที่สำคัญท้องถิ่นเองควรมีแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ เพื่อลดความเสี่ยง ความสูญเสีย แล้วก็ความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ขอบคุณ ค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชุติมา คชพันธ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลจากภาคใต้ จังหวัดพัทลุงค่ะ ดิฉันเป็นคนพัทลุง เกิดที่จังหวัดพัทลุง แล้วก็มีความผูกพันกับทะเลสาบ สงขลามาก ๆ ดิฉันไปทั้งจังหวัดพัทลุง จังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วก็จังหวัดสงขลา เป็นวิถี ชีวิตที่เราเห็นมาตลอดเวลานะคะ เมื่อวันหนึ่งที่เราพบว่าทะเลสาบสงขลามันเสื่อมโทรมลง ในฐานะคนพัทลุงย่อมเข้าใจเป็นธรรมดานะคะ ดิฉันได้อ่านรายงานเล่มนี้แล้วก็รู้สึกชื่นชม มาก ๆ ขอขอบคุณอนุกรรมาธิการทุกท่าน ในฐานะที่เป็นผู้แทนคนพัทลุง เป็น สส. บัญชี รายชื่อที่มาจากภาคใต้ ชื่นชมในรายงานฉบับนี้และมีสาระสำคัญที่ดิฉันเชื่อว่าน่าจะแก้ปัญหา ได้จริง ๆ ทะเลสาบสงขลาในปัจจุบันนี้เสื่อมโทรมเกินที่ธรรมชาติจะเยียวยาตัวเองได้แล้ว เราทุกคนจึงต้องช่วยกันดูแล ต้องแก้ปัญหาร่วมกัน เป็นหุ้นส่วนกันในการดูแลพื้นที่ชุ่มน้ำ แห่งนี้ ทะเลสาบสงขลาไม่ใช่แค่ทะเลสาบค่ะ แต่คือความมั่นคงของชุมชนที่อยู่รอบ ๆ เป็นความมั่นคงทางอาหารด้วยสัตว์น้ำที่มีมากมายอุดมสมบูรณ์ เป็นความมั่นคง ทางวัฒนธรรมด้วยท้องถิ่นรอบ ๆ มีศิลปวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนานหลายร้อยปี เป็นความมั่นคงทางด้านจิตใจด้วยวิถีชีวิตที่ร้อยรัดผู้คนทั้ง ๓ จังหวัดที่อยู่รอบ ๆ ทะเลสาบไว้ ด้วยกัน แต่ปัญหารอบ ๆ ทะเลสาบขณะนี้มีมากมายเหลือเกินค่ะ ดิฉันดีใจที่ได้เห็นแนวทาง แก้ปัญหาอย่างชัดเจนในเอกสารชุดนี้ ในส่วนของทะเลน้อยนั้นวัชพืชมีมากมายเหลือเกินเป็น ปัญหาใหญ่ วัชพืชที่ทะเลน้อยไม่ใช่แค่วัชพืชนะคะ มันคือปัญหาที่ใหญ่เหลือเกิน เราต้องรีบ แก้ไขค่ะ เนื่องจากมีผลกระทบในทางเศรษฐกิจมากมาย สถานที่ท่องเที่ยวที่เคยเป็นที่โด่งดัง ไปทั่วโลก ดอกบัวที่เคยมีอยู่เต็มทะเลสาบ นกน้ำที่เคยบินกันให้เต็มท้องฟ้า หายไปแทบ ไม่เหลือแล้วค่ะ แทนที่ด้วยผักตบชวาหนู จอกหูหนู รายได้จากการท่องเที่ยวหายไปอย่าง ประเมินค่าไม่ได้ ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวจากมาเลเซียอยากจะมาดูดอกบัวที่สวยงามแต่ก็ไม่ได้อย่างที่หวัง ดิฉัน ในฐานะผู้แทนคนพัทลุงได้นำเรื่องนี้มาพูดในสภาทุกครั้งที่มีโอกาส เพื่อให้ทุกฝ่ายรีบ แก้ปัญหานี้โดยเร็ว แล้วหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานครั้งนี้จะช่วยแก้ปัญหาที่ต้นตอได้ ขอให้ คณะรัฐมนตรีอ่านรายงานฉบับนี้อย่างตั้งใจนะคะ ขอให้รีบสั่งการให้เกิดการแก้ปัญหาตาม ข้อเสนอแนะในเล่มนี้โดยเร็ว โลมาอิรวดีจำนวนน้อยลงอย่างที่ท่านเคยทราบว่ามีแค่ ๑๔ ตัว ล่าสุดค่ะท่าน ตายไปอีก ๑ ตัวแล้วนะคะ เศร้ามาก ๆ เลย เหลือ ๑๓ ตัวแล้ว นี่คือล่าสุดเลย ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น ก็กำลังสืบสวนกันอยู่นะคะ เป็นเรื่องน่าเศร้าถ้าเราไม่ได้แก้ปัญหาเรา อาจจะไม่เหลืออีกเลยนะคะ การขยายพันธุ์ปลาที่มีหลากหลายชนิดต้องดูแลให้มีจำนวนมาก ขึ้นค่ะ ทะเลสาบสงขลาไม่ใช่แค่แหล่งชีวิตของสัตว์น้ำ นกน้ำ หรือควายทะเลที่อาศัยอยู่ใน ทะเลสาบเท่านั้น แต่คือแหล่งอาหาร แหล่งชีวิตของผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ทั้งพัทลุง นครศรีธรรมราช และสงขลาด้วย การเปิดประตูระบายน้ำเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากจะร้องขอเลยนะคะ ขอให้รีบทำเพราะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ดิฉันอยากจะฝากไปยังนายกรัฐมนตรี ไปยัง รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ท่านรีบดำเนินการเถอะค่ะ กรมชลประทานรีบทำเถอะค่ะ ท่านผิดพลาด มา ๕๐ ปีแล้ว ที่เรากักไว้แบบนั้น น้ำไม่ได้ Flow ไม่ได้ไหลเลย ระบบนิเวศเราเสียไปหมดแล้ว นอกจากเรื่องระบบนิเวศแล้วเวลาที่พัทลุงน้ำท่วม การเปิดประตูระบายน้ำจะทำให้น้ำไหล จากทะเลสาบออกสู่อ่าวไทยได้เร็วขึ้น ท่านรู้ไหมคะว่าพี่น้องชาวพัทลุงในฝั่งอำเภอเขาชัยสน หรือแม้กระทั่งอำเภอเมืองพัทลุงที่อยู่รอบ ๆ ทะเลสาบ พี่น้องของเราต้องจมน้ำอยู่เป็นเดือน ๆ เราอยู่แบบนี้กันมาหลายสิบปีแล้วค่ะ ดิฉันลงพื้นที่มาดิฉันเจอปัญหานี้ เราไม่ควรจะปล่อยให้ เป็นแบบนี้อีกต่อไป การมีน้ำไหลเวียนระหว่างทะเลสาบแล้วก็อ่าวไทยจะช่วยให้น้ำไหล ได้เร็วขึ้นและทำให้ระบบนิเวศดีขึ้น สมบูรณ์ขึ้น อาจจะทำให้โลมาอิรวดีขยายพันธุ์ได้ดีขึ้น ก็ได้นะคะ นี่ก็เป็นข้อสันนิษฐานหนึ่ง เราควรจะต้องรีบแก้ปัญหาโดยไว🔗
เพราะฉะนั้นอีกปัญหาหนึ่งที่ดิฉันอยากจะให้ท่านรีบแก้คือ ตอนนี้ยังไม่มี คณะกรรมาธิการหรือคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจังที่ตั้งโดยคณะรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นขอให้มีการตั้งคณะกรรมการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาอย่างที่มีอยู่ในเล่มนี้ ที่เสนอแนะไว้ ขอให้มีการตั้งขึ้นโดยเร็วและขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ปัญหา ทุกอย่างได้รับการแก้ไขทันท่วงทีและรวดเร็วนะคะ🔗
สุดท้ายนี้ดิฉันขอให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทำงานอย่างจริงจังค่ะ ดูแล ทะเลสาบสงขลา ดูแลระบบนิเวศให้อยู่คู่กับพวกเรา พี่น้องทั้ง ๓ จังหวัดเขาพยายามอย่างยิ่ง ภายใต้หน้าที่ที่เขามีอยู่ แต่ผู้มีอำนาจในประเทศนี้ท่านทำอะไรอยู่ ดิฉันขอเรียกร้องแทนคน ทั้ง ๓ จังหวัด ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการ แล้วก็รีบแก้ปัญหาตามเรื่องนี้ โดยไว้ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเจษฎา ดนตรีเสนาะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจษฎา ดนตรีเสนาะ ครับ สมาชิกผู้แทนราษฎรปทุมธานี เขต ๒ พรรคก้าวไกล คนปทุมลุ่มน้ำเจ้าพระยาครับ ขออนุญาตขอสไลด์ด้วยครับ🔗
วันนี้ผมขออนุญาตร่วมอภิปราย สนับสนุนรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ญัตติพิจารณาการศึกษาการแก้ไขปัญหาและ การพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำทะเลสาบอื่น ๆ อย่างยั่งยืนนะครับ รายงาน เล่มนี้ผมขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ได้ทำเล่มรายงานออกมาอย่างมีประสิทธิภาพนะครับ แต่เล่มรายงานนี้ ที่ผมอ่านดูเป็นเล่มรายงานที่ครบถ้วนสมบูรณ์ดีครับ เพียงแต่ว่าเป็น ประมวลกฎหมายที่ขาดเจตนาหลังตัวบทครับท่านประธาน ทำไมผมถึงพูดว่าเป็นกฎหมาย ที่ขาดเจตนาหลังตัวบท เพราะว่ามันขาดภาพกว้าง ๆ ของนโยบายในการแก้ไขปัญหา ด้านต่าง ๆ ครับประธาน ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง เช่น อย่างเช่นปัญหาน้ำแล้งนี้เราต้องมี เป้าหมายก่อนครับว่า พื้นที่ป่าเราจะเอาพื้นที่ป่าหรือจะเอาพื้นที่กักเก็บน้ำ พื้นที่ป่า กี่เปอร์เซ็นต์ พื้นที่กักเก็บน้ำกี่เปอร์เซ็นต์ เราต้องดูก่อนครับ แต่อันนี้ไม่มีนะครับ น้ำท่วมเราจะอยู่ เราจะสู้หรือเราจะหนี ต้องมีตัวนี้ครับท่านประธาน เพราะไม่อย่างนั้น นโยบายมันออกมาไม่ได้ อยู่มันก็จะออกนโยบายมารูปแบบหนึ่ง สู้เราก็จะมีนโยบายอีกแบบหนึ่ง หนีเราก็จะมีนโยบายอีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นหากเรามีเจตนาหลังตัวบทหรือนโยบายรวม ๆ ของการบริหาร เราก็จะสามารถเดินได้ตรง เดินได้แม่น ประหยัดงบประมาณ ประหยัดเวลา ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง เราจะเข้าร่วมกับธรรมชาติหรือเราจะต่อต้าน หากเราเข้าร่วมเราก็ จะมีนโยบายที่อยู่กับธรรมชาติ หากเราต่อต้านเราก็ต้องออกนโยบายที่สร้างโครงสร้างแข็ง สร้างโครงสร้างอ่อนมาเพื่อให้เราอยู่ได้ แต่มันจะเป็นการต่อต้านกับธรรมชาติ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่ผมอยากจะมาชวนเพื่อนสมาชิกและฝากท่านประธานไปยังรัฐบาล ว่านโยบายเงาเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นมากในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องของน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม น้ำเค็ม น้ำแล้ง น้ำเสีย ล้วนต้องใช้นโยบายเงาทั้งสิ้น เพื่ออะไรครับ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับงบประมาณ บุคลากร แล้วก็เวลา เพราะฉะนั้นผมถึงขึ้น สไลด์ว่า ทะเลสาบสงขลาร่วมฟื้นคืนลมหายใจ หน่วยงานรัฐต้องไร้พรมแดน ที่ผมพูดเช่นนี้ เพราะว่าการบริหารจัดการน้ำหรือทรัพยากรน้ำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมากมายเหลือเกิน หลายสิบหน่วยงาน แล้วก็ยากเหลือเกินถ้าหากต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างใช้งบ ต่างคนต่างใช้คน ไม่มีทางสำเร็จครับ ผมอยู่ในกรรมาธิการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ผมเห็นเลยว่าหากเรา ไม่ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ นโยบายด้านน้ำของประเทศเราก็จะเป็นเช่นนี้ไปอีก หลายสิบปีครับ ลุ่มน้ำทะเลสาบประกอบด้วย ๖ จังหวัด ข้อมูลอันนี้อาจจะมีการคลาดเคลื่อน นะครับ ก็คือ ๓๕ หน่วยงาน ๘ กระทรวง ลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด ๑๖ จังหวัด ๑๖ จังหวัด ยังไม่นับรวมหน่วยงานท้องถิ่น กี่ตำบล กี่เทศบาล หากต่างคนต่างทำปัญหาน้ำท่วมของลุ่ม น้ำเจ้าพระยาไม่มีทางสำเร็จได้ครับ เราต้องร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา เพราะว่าน้ำไหลจาก ที่สูงลงที่ต่ำ จากภาคเหนือลงภาคกลางออกอ่าวไทย มันไม่มีทางหยุดที่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องทำกับการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเค็ม น้ำเสีย เราจะต้องร่วมมือกัน หน่วยงาน สทนช. กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากร น้ำบาดาล จะต้องร่วมมือกัน จะด้วย MOU ก็ดี ข้อตกลงร่วมกันก็ดี หรือประสานงานกัน ภายในภายนอกก็ดี จะต้องร่วมมือกัน ไม่อย่างนั้นไม่มีทางแก้ไขปัญหา เพราะว่า ๑ ลุ่มน้ำ กินหลายจังหวัด และแต่ละจังหวัดจะสะเปะสะปะไม่ได้ ผมยกตัวอย่างเช่น คุ้งบางกะเจ้ามี ๖ ตำบล คุ้งบางกะเจ้าต้องการน้ำจืด แต่ทิศตะวันตกเปิดน้ำเค็มเข้าทิศตะวันออกไปเปิดให้ น้ำจืดเข้า น้ำเค็มมันก็เข้าอยู่ที่เกาะ มันก็ไม่ออกไป พอไม่ออกไปก็ทำให้ดินเค็ม ดินเค็มก็ ปลูกพืชไม่ได้ พอปลูกพืชไม่ได้ แต่ภาษีที่ดินเก็บเท่าเดิมครับ มันจึงเป็นปัญหาที่วนเวียนอยู่ เช่นนี้ จึงเป็นแนวทางที่ผมจะนำเสนอคือ หน่วยงานรัฐต้องไร้พรมแดน ทุกหน่วยงานต้อง บูรณาการร่วมกัน คำว่า บูรณาการร่วมกัน มีอยู่ในกฎหมายหลายฉบับในหลายโครงการ แต่มันไม่ได้บูรณาการจริง ๆ หากมันบูรณาการจริง ๆ ประเทศไทยไปได้ไกลกว่านี้ ไปได้เร็ว กว่านี้แน่นอน ต้องระดมผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ เข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหา ใช้งบประมาณ อย่างมีประสิทธิภาพ และสุดท้ายที่สำคัญที่สุด นอกจากหน่วยงานราชการร่วมมือกันแล้ว ต้องให้ภาคประชาชนมี ส่วนร่วมในการตัดสินในการตัดสินใจในการทำนโยบายหรือโครงการต่าง ๆ ด้วย เพราะรัฐ ไม่สามารถตัดเสื้อ Size เดียว แล้วให้ประชาชนทุกคนในประเทศนี้ใส่ได้ ความต้องการของ แต่ละภูมิภาค ความต้องการแต่ละลุ่มน้ำไม่เหมือนกัน หน่วยงาน สทนช. กรมชลประทาน จะต้องลงไปดูแลพื้นที่เพื่อพูดคุยกับประชาชน แล้วก็ทราบความต้องการของเขา แล้วก็นำ ความต้องการของเขามาออกแบบเพื่อให้ได้เสื้อที่ใส่พอดีกับทุก ๆ คน อย่างไรผมขออนุญาต ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานรัฐบาลด้วยนะครับว่า ต้องให้หน่วยงานร่วมมือกันเพื่อแก้ไข ปัญหาให้กับประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ🔗
มีท่านสมาชิกนะครับ ขอเป็นท่านสุดท้าย ๕ นาทีนะครับ ท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคก้าวไกล วันนี้ต้อง ขอขอบคุณท่านประธานครับที่กรุณาให้ผมเป็นคนสุดท้ายในการอภิปรายใช้เวลา ๕ นาที ที่กรุณาให้ผมได้ร่วมอภิปรายสนับสนุนรายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติลุ่มน้ำทะเลสาบ สงขลาไทยลากูนอย่างยั่งยืน ของคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาทำการศึกษา โดยมีท่าน สส. ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อนสมาชิกจากจังหวัดผม ท่านประธานครับก่อนอื่น ต้องขอชมเชยท่านประธานอนุกรรมาธิการครับ และคณะผู้จัดทำรายงานฉบับนี้ ซึ่งได้รับ มอบหมายจากสภาผู้แทนราษฎรให้เอาญัตติที่สภาเห็นชอบไปศึกษา ไปลงพื้นที่แล้วสรุปมา เป็นรายงานเพื่อนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลามีพื้นที่คาบเกี่ยวกับ ๓ จังหวัดในภาคใต้ คือจังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง และจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งนับเอา จำนวนพี่น้องประชาชนพื้นที่ ๓ จังหวัดดังกล่าว ก็เรียกว่าพี่น้องประชาชนเกือบครึ่งหนึ่ง ของภาคใต้ ดังนั้นประเด็นที่ผมคิดว่าควรให้ความสำคัญ และก็ชื่นชมท่านคณะกรรมาธิการ ทุกท่าน ที่นำมาบรรจุไว้ในรายงานนั้นก็คือข้อเสนอจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็น ส่วนหนึ่งและผู้สูญเสียโดยตรงจากการฟังการรายงานก็พบว่า ข้อเสนอจากภาคประชาชน และหน่วยงานรัฐนั้นหลายประเด็นเห็นสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ท่านประธานครับ ประเด็นที่สอดคล้องกัน และผมอยากเน้นย้ำคือเรื่องอำนาจในการจัดการน้ำ เพราะปัญหา ที่ผ่านมาอำนาจในการจัดการน้ำรวมศูนย์ไว้ที่ราชการ การอนุมัติโครงการต่าง ๆ จึงถูกคิด ถูกสั่งมาจากส่วนกลาง นึกจะสร้างประตูระบายน้ำก็สร้าง พอสร้างเสร็จแล้ว นึกจะปิดก็ปิด พอปิดประตูน้ำแล้วส่งผลกระทบต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ขอให้เปิดก็ไม่เปิด เพราะการตัดสินใจอยู่ในระบบราชการ ปัญหาเหล่านี้ในรายงานฉบับนี้บอกว่า ต้องมีการ ทดลองเปิดประตูน้ำเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศรอบทะเลสาบสงขลา ซึ่งถือเป็นข้อเสนอจาก ภาคประชาชน และหน่วยงานรัฐ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีครับท่านประธาน🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน ประเด็นที่ผมอภิปรายเพื่อให้เห็นชอบกับรายงาน ฉบับนี้ นั่นคือการกระจายอำนาจให้หน่วยงานในพื้นที่สามารถตัดสินใจในการบูรณาการ แก้ไขปัญหาต่าง ๆ รวมทั้งมีอำนาจในการตัดสินใจ ใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาได้เอง ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธานจะสรุปสั้น ๆ ไหมครับ เพราะว่าเห็นด้วยกันหมดแล้ว ท่านสั้น ๆ นะครับ เพราะทุกคนก็เห็นด้วยกับท่านหมด แล้วก็ตั้งข้อสังเกต เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอนุกรรมาธิการครับ กระผมขออนุญาตใช้เวลาในการตอบข้อสังเกตข้อสงสัยของ เพื่อนสมาชิกทุกท่านเกี่ยวกับรายงาน เรื่องการแก้ไขปัญหาและพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา อย่างยั่งยืน ของคณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับ ลำดับแรกก็ต้องขอขอบคุณทางคณะกรรมาธิการ ทางอนุกรรมาธิการ แล้วก็เพื่อนสมาชิกทุก ท่านที่ได้ให้ความสนใจ ให้ความสำคัญกับปัญหาในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำอื่น ๆ ต้องขอเรียนว่าผมในฐานะที่เป็นผู้เสนอญัตตินี้ก็มีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำอื่น ๆ มีปัญหามากมายที่เกิดขึ้น ตามที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ลดลง ปัญหาน้ำเสีย ปัญหาการตื้นเขิน ปัญหาการประมง การใช้ทรัพยากรเกินขนาด ไปจนถึงปัญหาอื่น ๆ คำถามและสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมคิดว่าเราควรจะคำนึงก็คือจะทำอย่างไรให้เกิดการใช้ ประโยชน์แล้วก็สมดุลกับการอนุรักษ์ให้ได้นะครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ที่จะตอบ ข้อสังเกต ข้อคำถามของเพื่อนสมาชิกครับ จากท่านศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ก็ขอขอบคุณท่านที่ได้ อภิปรายให้ความเห็น ให้ข้อเสนอแนะครับ ท่านได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง ๓ แนวทาง ไม่ว่าจะ เป็นด้านการ Zoning การ Zoning พื้นที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ทะเลสาบ ประเด็นที่ ๒ คือท่านชี้ว่า เราควรจะให้ความสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ประเด็นที่ ๓ ก็คือท่านได้ พูดถึงเรื่องของการกำหนดทิศทางการประมง ซึ่งผมเข้าใจดีครับว่าท่านเป็น สส. ในพื้นที่ ก็ย่อมเข้าใจความเดือดร้อน ความต้องการของพี่น้องประชาชน ซึ่งผมคิดว่าความเห็น ของท่านก็ตรงกับข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตของทางคณะกรรมาธิการที่อยู่ในเล่มนี้ครับ ก็ขอขอบคุณท่านที่ได้ให้ข้อเสนอแนะกับทางคณะกรรมาธิการครับ🔗
ท่านที่ ๒ ที่ได้อภิปรายก็คือท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ก็เป็น สส. อีกท่านที่อยู่ ในพื้นที่ครับ ท่านก็เข้าใจปัญหาเป็นอย่างดี ขอตอบข้อสงสัยของท่านในประเด็นเรื่องของ ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาที่ครอบคลุมไปยังพื้นที่จังหวัดยะลาและจังหวัดอื่น ๆ ที่ใกล้เคียง ต้องขอเรียนกับท่านว่าข้อมูลตรงนี้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกากำหนดลุ่มน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตาม พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้แบ่งลุ่มน้ำของประเทศไทยเป็น ๒๒ ลุ่มน้ำหลักนะครับ ซึ่งลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาก็เป็นหนึ่งในลุ่มน้ำนั้น หากท่านได้ดูในหน้า ๑๐ นั่นจะเป็นตาราง ที่จะแสดงถึงพื้นที่ที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาครอบคลุม ต้องเรียนกับท่านสมาชิกว่าการเป็น ลุ่มน้ำเราอาจจะไม่ได้พูดถึงแค่ส่วนที่เป็นทะเลสาบสงขลาที่เป็นตัวทะเลเพียงอย่างเดียว แต่เรามองถึงลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาต้องมองทางพระราชกฤษฎีกากำหนดลุ่มน้ำได้กำหนด ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่บนเทือกเขาที่อยู่ติดในพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง จังหวัดตรัง นครศรีธรรมราช บางส่วนของสตูล แล้วก็ดูทั้งหมดตั้งแต่ป่าต้นน้ำ สายน้ำ ลำคลองต่าง ๆ ไปจนถึงในบริเวณพื้นที่ของทะเลสาบสงขลานะครับ ก็ขอเรียนกับท่านว่า นี่เป็นการกำหนดตามพระราชกฤษฎีกากำหนดลุ่มน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๔ นะครับ🔗
สำหรับประเด็นเรื่องของข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ ๑๑,๙๙๑ ตารางกิโลเมตร แล้วก็อาจจะมีข้อมูลที่แตกต่างกัน ส่วนนี้ข้อมูลทั้ง ๒ ตัวเลขมาจากหน่วยงานเดียวกันก็คือ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เดี๋ยวผมจะขอให้ทางเพื่อนสมาชิกอีกท่านหนี่งหลังจากนี้ได้ ชี้แจงความแตกต่าง ความคลาดเคลื่อนของตัวเลขตรงนี้ แต่ขอเรียนกับเพื่อนสมาชิกว่า เป็นข้อมูลที่มาจากหน่วยงานเดียวกัน ซึ่งเราไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงตัวเลขที่หน่วยงาน ได้ชี้แจงหรือให้ข้อมูลเรามาได้ แม้ว่าตัวเลขจะมีความแตกต่างกันก็ตาม แล้วก็ขอขอบคุณ ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ที่ได้มีข้อสังเกตอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตื้นเขิน เรื่องของ มลพิษน้ำเสีย ผมคิดว่าข้อเสนอแนะของท่านก็จะได้ให้กรรมาธิการได้รับไว้ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านที่ ๓ ท่านเดชอิศม์ ขาวทอง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จาก จังหวัดสงขลานะครับ ท่านเองก็เป็นคนที่พยายามผลักดันเรื่องของการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ทะเล ๆ สาบสงขลามาอย่างยาวนาน แล้วท่านเองก็เป็นคนที่เข้าใจปัญหาความเดือดร้อน ในพื้นที่ของพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ แล้วก็ท่านได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาน้ำเสีย ปัญหา การตื้นเขินที่เกิดขึ้น ซึ่งพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน ท่านก็ได้มีข้อเสนอแนะว่า เราควรที่จะสร้างจิตสำนึก ควรจะมีการจัดสรรงบประมาณในการขุดลอกร่องน้ำในพื้นที่ ทะเลสาบสงขลา ส่วนนี้ตรงกับข้อเสนอแนะของทางคณะกรรมาธิการที่เราอยากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้ไปศึกษาว่าการขุดลอกร่องน้ำในพื้นที่นี้ควรจะมีแนวทางการขุดลอกอย่างไร ซึ่งก็อยู่ในรายงานเล่มนี้นะครับ นอกจากนั้นท่านก็ได้ชี้ว่าการขุดลอกในพื้นที่จะทำให้เกิดผลดี ผลประโยชน์หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แล้วก็ทำให้มีการ อนุรักษ์สัตว์น้ำมากยิ่งขึ้น แล้วก็ทำให้เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ขอบคุณท่านเดชอิศม์ ขาวทอง นะครับ🔗
นอกจากนี้ก็ยังมีข้อมูลจากท่านศนิวาร บัวบาน ซึ่งท่านเองก็เป็นที่ปรึกษา ของอนุกรรมาธิการแล้วท่านก็เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญ แล้วก็สนใจด้านสิ่งแวดล้อม ท่านได้ให้ข้อมูล เกี่ยวกับเรื่องของวัชพืช เรื่องของสายพันธุ์รุกรานต่างถิ่นที่อยู่ในทะเลสาบสงขลา ซึ่งผม เห็นด้วยครับว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาที่ใหญ่ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น สายพันธุ์วัชพืชต่าง ๆ ที่อยู่ในทะเลสาบสงขลา หรือว่าสายพันธุ์สัตว์น้ำต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบ ทั้งสิ้นต่อทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่🔗
ต่อมาเป็นข้อเสนอแนะจากท่านชุติมา คชพันธ์ ที่สะท้อนให้เห็นถึง ความสำคัญ แล้วท่านก็ได้ชี้ให้เห็นปัญหาหลาย ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ท่านเองก็เป็นคน ที่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาอย่างยาวนานครับ🔗
นอกจากนี้ก็เป็นข้อเสนอจากท่านเจษฎา มนตรีเสนาะ ครับ ท่านก็เป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำเข้าใจเรื่องน้ำเป็นอย่างดี ท่านก็ชี้ให้เห็นว่าเราควรจะต้องมีนโยบาย ที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องการจัดการน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม น้ำเค็ม และน้ำแล้ง ซึ่งต้องสะท้อน มาจากความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ แล้วก็ควรจะมีนโยบายการจัดการ แต่ละลุ่มน้ำที่แตกต่างกันครับ ก็ขอขอบคุณทางท่านเจษฎา ผมคิดว่าข้อเสนอแนะนี้ทาง คณะกรรมาธิการจะได้รับไว้ที่จะไปศึกษาเพิ่มเติมนะครับ🔗
ท่านสุดท้ายที่ได้อภิปรายท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดภูเก็ตนะครับ ท่านก็ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำ แล้วก็ท่านก็ได้ชี้ว่าข้อเสนอแนะจากประชาชนนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ปัญหาการจัดการน้ำ ที่เกิดขึ้นปัจจุบันเกิดจากภาครัฐที่มีโครงการมีนโยบายต่าง ๆ ที่ไม่เข้าใจพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ แล้วท่านก็ได้เสนอข้อมูลเกี่ยวกับการกระจายอำนาจครับ ก็ขอขอบคุณข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตจากเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับ แล้วก็ผมขออนุญาตใช้โอกาสตรงนี้ที่จะขอบคุณ ท่านประธานนะครับ ขอบคุณทางสภาผู้แทนราษฎร อนุกรรมาธิการ ที่ปรึกษา เจ้าหน้าที่ แล้วก็ไปจนถึงนักวิชาการ มูลนิธิ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ทำให้เกิดรายงานเล่มนี้ขึ้นมา ผมคิดว่ารายงานเล่มนี้มีข้อเสนอแนะและข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่เราหวังว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะรับไปพิจารณา เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำอื่น ๆ อย่างยั่งยืนต่อไป ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
พอสมควรแล้วนะครับ เดี๋ยวข้อแก้ไขคือท่านสามารถที่จะเอาความจริงออกมาได้ไหม คือถ้าเรายังหาความจริงไม่ได้ก็ต้องไปถามหน่วยงานแล้วค่อยมาทำใบแทรก สั้น ๆ นะครับ เพราะมีเพื่อนรอ🔗
เพื่อปกป้องความถูกต้องของรายงาน ตัวเลขไม่ผิดนะครับ ตัวเลขที่อยู่ในตัวเลขที่อยู่ในบทสรุปผู้บริหารได้ชี้แจงรายละเอียดไว้ ในหน้า ๑๐ ตัวเลขที่ต่างกัน ๐.๒๓ นี่คือตามพระราชกฤษฎีกาประกาศแนวเขตลุ่มน้ำนะครับ ก็คือที่ห่างกัน ๐.๐๓ ตัวเลขไม่ได้รวมเกาะนะครับ ตัวเลขที่เป็น ๕๙ รวมเกาะ ผมขอชี้แจงไว้ นะครับ รายงานไม่ได้ผิด ผมอดหลับอดนอนทำมาครับ ขอบคุณครับ🔗
เรียบร้อยนะครับ จากการที่เราได้รับฟังการอภิปรายของท่านสมาชิกนะครับ ซึ่งความเห็น ไปในทิศทางเดียวกันนะครับ คือว่าเห็นด้วยกับรายงานข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ซึ่งก็ไม่มีผู้ใดคัดค้าน ดังนั้นผมก็ขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามที่ประชุมว่าจะมี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่นหรือไม่ครับ ไม่มีท่านใดคัดค้านนะครับ หากไม่มีท่านใดเห็นเป็น อย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบรายงานและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ และข้อ ๑๐๕ ประกอบ ข้อ ๘๘ ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบด้วยนะครับ ขอบคุณ มากครับท่านกรรมาธิการครับ ขอบคุณครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา🔗
๕.๑ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตาม ผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาช้างป่าและศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ เป็นผู้เสนอ🔗
เนื่องจากมีญัตติทำนองเดียวกันอีก ๒ ฉบับ คือญัตติ เรื่อง ขอให้สภา ผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาช้างป่าและ ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน นายสฤษดิ์ บุตรเนียร เป็นผู้เสนอ🔗
ญัตติที่ ๒ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ศึกษาแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่ทำกินของประชาชน และมาตรการเยียวยาความเสียหาย ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ เป็นผู้เสนอ🔗
ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องทำนองเดียวกันสามารถที่จะรวมระเบียบวาระการประชุม เพื่อนำมาพิจารณาและลงมติพร้อมกันได้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) และ (๔) จะมีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ผมขอดำเนินการ ตามนี้ เชิญผู้เสนอ แถลงเหตุผลตามลำดับ ท่านที่ ๑ ท่านชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ท่านที่ ๒ ท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร ท่านที่ ๓ ท่านศักดิ์ชาย ตันเจริญ เชิญท่านชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดระยอง อำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง อำเภอวังจันทร์ ผมขอเสนอ ญัตติให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ครับ🔗
โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดที่มีพื้นที่อนุรักษ์ ๕ กลุ่มป่าหลัก ได้แก่ กลุ่มป่าตะวันออก กลุ่มป่าตะวันตกกลุ่มป่าแก่งกระจาน กลุ่มป่า ภูเขียว-น้ำหนาว กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ตั้งแต่มีการเริ่มการประชุมสภาชุดนี้มีเพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมืองได้ปรึกษาหารือปัญหาเรื่องช้างป่าในสภาแห่งนี้ มาแล้วทั้งหมด ๑๑ ครั้ง จากทุกภาคของประเทศไทยนั่นหมายความว่าปัญหานี้ เป็นปัญหา ระดับประเทศไปแล้วครับ ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าแบ่งเป็นหลายระดับ ตั้งแต่ ระดับเบา ๆ เช่น ช้างบุกเข้ามากินพืชผลการเกษตรของเกษตรกร ระดับปานกลางคือช้างบุก บ้านเรือนทำลายข้าวของ ไปจนถึงระดับรุนแรงคือเสียชีวิตทั้งคนและช้าง จากสถิติของศูนย์ แก้ไขปัญหาช้างป่าและสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่าในปี ๒๕๖๖ ช้างป่าออกจากป่ากว่า ๑๓,๐๕๕ ครั้ง สร้างความเสียหายให้กับคน ทั้งหมด ๑,๙๙๕ ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ ๒๙ รายเสียชีวิต ๒๑ ราย ช้างป่าตายไป ๒๔ ตัว และเมื่อ รวมตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๖๖ มีความขัดแย้งที่ทำให้คนบาดเจ็บ ๑๘๙ ราย เสียชีวิต ๒๐๗ ราย ช้างป่าตายไปแล้ว ๑๙๐ ตัว เปิดปีนี้มา ปี ๒๕๖๗ ๒ เดือนเท่านั้นครับตายไปแล้ว ๑๓ คน สาเหตุของความขัดแย้งมาจากพื้นที่หากินที่เหมาะสมของช้างป่าลดน้อยลง ทำให้ ช้างป่าเลือกที่จะออกมาหากินในพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่ชุมชนรอบ ๆ ป่าแทน รวมถึง ช้างเองก็ติดใจอาหารของคนแล้วครับ ช้างป่าตะวันออกเดี๋ยวนี้ไม่กินโป่งเพื่อเพิ่มแร่ธาตุแล้วครับ ช้างบางตัวกินกาแฟ Three In One กินปลาร้า กินผงชูรสเป็นแล้วครับ แล้วทำไมพื้นที่หากินที่เหมาะสมช้างป่าถึงน้อยลง หลายท่านอาจคิดว่าเป็นเพราะชาวบ้านบุก รุกพื้นที่ป่าแน่ ๆ เลย แนวคิดนี้อาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมดนะครับ เพราะว่าถ้าเกิดเราพูดกัน ตรง ๆ เมื่อ ๑๐๐ ปีที่แล้วช้างป่าก็หากินอยู่แถวสาทร รังสิต ปทุมธานี แถว ๆ สภาแห่งนี้ เมื่อก่อนก็มีช้างอยู่ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ เหตุผลในการที่ผมขอให้สภา ผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืนคงต้อง เล่าย้อนไปเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๕ ขณะนั้นผมได้ข่าวว่ามีช้างเหยียบคนตายที่อำเภอ วังจันทร์ และช้างตัวดังกล่าวกำลังเดินเข้ามาในพื้นที่อำเภอปลวกแดง ในข่าวระบุชื่อ เจ้าหน้าที่เอาไว้ด้วย ผมจึงติดต่อไปขอร่วมสังเกตการณ์พูดคุยและรับฟังปัญหาที่ศาลา อเนกประสงค์ในอำเภอบ้านค่าย พวกเราใช้เวลาพูดคุยกันตั้งแต่ ๔ ทุ่มจนถึงตีสี่ของอีกวัน ทำให้ผมรับรู้ถึงปัญหาที่เจ้าหน้าที่ชุดผลักดันช้างต้องเจอ วิธีการติดตาม การจับช้างว่ามันจับ ยากอย่างไร ผมจึงขออาสาสมัครช่วยจับช้างที่สันนิษฐานว่าเหยียบคนตายตัวนี้ด้วยจะได้ เข้าใจปัญหาจากหน้างาน ปรากฏว่าหลังจากนั้นช่วงบ่าย ๆ ของวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๖ เจ้าหน้าที่ก็โทรมาแจ้งผม ระบุพิกัดของช้างตัวดังกล่าวได้แล้วจึงชักชวนให้ผมไปร่วมจับช้างที่ อำเภอปลวกแดง ริมอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ที่เรียกว่าแทบจะใจกลางเมือง ห่างจากเขต นิคมอุตสาหกรรมไม่กี่กิโลเมตรเมื่อเวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา จากการเข้าร่วมจับช้างในวันนั้นทำ ให้ผมรู้ว่าในการจับช้างป่าแต่ละครั้งยากลำบากขนาดไหน🔗
ข้อที่ ๑ ภารกิจจับช้างแต่ละครั้งใช้คน ๑๕๐-๒๐๐ คนในการจับช้าง มีสัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่อุทยานและอาสาสมัครในการขนย้ายช้าง กระบวนการจับช้าง จะเริ่มต้นที่การระบุสถานที่ของช้างด้วยโดรนจับความร้อน จากนั้นส่งเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ ไปยิงยาซึมโดยต้องไปพร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานคอยคุ้มกัน ยิงยาซึมต้องกะปริมาณให้เหมาะสม กับน้ำหนักของช้างป่า ถ้าน้อยไปช้างก็จะไม่ซึม ถ้ามากไปช้างก็จะเสียชีวิต ซึ่งการจะ กะน้ำหนักข้างยากมากนะครับ เพราะเราจับช้างขึ้นตาชั่งไม่ได้ครับท่านประธาน ก็เลยต้องยิง ทีละน้อย ยิงทีหนึ่งช้างก็วิ่งมุดเข้าแนวป่าหายไปทีต้องคอยไล่ตาม และต้องวางกำลัง เจ้าหน้าที่ล้อมช้างไว้ไม่ให้เตลิดลงน้ำ เพราะถ้าช้างโดนยาซึมแล้วไปลงในน้ำช้างตายครับ ต้องยิงยาคลาย เดี๋ยวช้างตายอีก คนที่กันช้างไม่ให้เตลิดออกนอกแนวก็อันตรายครับ ถ้าช้าง วิ่งเข้าใส่ก็ถึงชีวิตเหมือนกัน ผมจำได้ว่าวันนั้นใช้ยาซึมไป ๗ เข็ม ยิงกันจนมืดกว่าช้างจะสงบ พอจะเข้าไปถึงตัวช้างได้ หลังจากที่ช้างซึมแล้วเจ้าหน้าที่อุทยานพร้อมด้วยอาสาสมัครจะใช้ ไม้ไผ่ในการดันตัวช้างไม่ล้มครับ ขั้นตอนนี้ก็ต้องระวัง เพราะถ้าช้างล้มช้างก็จะบาดเจ็บหรือ เสียชีวิตเช่นกัน และอันนี้คือปลอกคอช้างที่คล้าย ๆ กับที่ทางอุทยานใช้ เดี๋ยวผมจะมีตัวอย่าง ให้ดูนะครับ น้ำหนักเยอะมากเป็น ๑๐ กิโลกรัม ต้องวัดขนาดคอของช้างแล้วก็ใช้เลื่อยตัด ให้พอดีเพื่อจะติดตั้งไว้กับตัวของช้างเพื่อติดตามช้างให้ได้ ซึ่งตัวอุปกรณ์ชุดนี้เดี๋ยวผมจะเล่า ต่อหลังจากนี้นะครับ พอเข้าสู่ขั้นตอนการขนย้ายก็ไม่ง่าย นึกภาพตามนะครับ เราจับหมา จับแมวกว่าจะไล่ตามจับก็ยากอยู่แล้ว แต่นั่นเรายังอุ้มได้นะครับ แต่นี่ช้างหนักหลายตัน จะยกไปอย่างไร ก็ต้องใช้รถย้ายช้างที่ทำมาเฉพาะ เพราะต้องทำโครงสร้างพยุงช้างที่ซึมไม่ให้ เซไปเซมาตอนรถเคลื่อนที่ ปัจจุบันทั้งประเทศมีอยู่ ๑ คันถ้วน ได้มาจากกองทัพเรือแล้วเอา มาดัดแปลงให้เหมาะสม มีรถแล้วอย่างไรต่อครับ รถขนช้างตรงทางขึ้นสูงกว่าพื้น เราไม่ สามารถยกช้างหนักหลายตันขึ้นรถได้ ก็ต้องใช้วิธีการเอารถขุดดิน ขุดหลุมแล้วถอยลงไป ในหลุม ให้ความสูงของรถเสมอกับปากหลุมแล้วค่อย ๆ ลากขาช้างขึ้นไปยืนบนรถ ในภาพ ตามที่เห็นนะครับ ผมเป็นอาสาชักลากช้างที่ขาหน้าซ้าย เจ้าหน้าที่จะให้สัญญาณดึงขา ทีละขาเพื่อให้ช้างเคลื่อนเข้ามา ขาหน้าใช้ข้างละ ๕๐-๗๐ คน ขาหลังใช้ข้างละ ๕-๑๐ คน รวมทั้ง ๔ ขาใช้คน ๑๕๐-๒๐๐ คน ขึ้นอยู่ขนาดตัวช้างที่มีตั้งแต่ ๓-๗ ตัน ไม่รวมเจ้าหน้าที่ อื่น ๆ จากนั้นเราเดินทางเอาช้างไปปล่อย ระหว่างนั้นต้องมีสัตวแพทย์ประกบอยู่กับช้าง ที่หลังรถเพื่อเพิ่มอย่าซึม คอยทำให้ช้างไม่ตื่นตลอดการเดินทาง ซึ่งเหตุการณ์ช้างตื่นจนต้อง เพิ่มจะซึมแล้วจะฆ่าเจ้าหน้าที่หลังรถก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เจ้าหน้าที่เพิ่มยาซึมไปเสร็จปุ๊บ🔗
ขออนุญาตครับ คือมันเป็นรายละเอียดมากไป จริง ๆ แล้วท่านต้องเสนอหลักการและเหตุผล ถ้าเราพูดรายละเอียดมากไป คือว่ามันมากไป ช่วยกระชับนะครับ เพราะว่ายังมีเพื่อนรออยู่ เดี๋ยวเราจะไม่จบ🔗
ครับท่านประธาน รับทราบ ผมจะ พยายามเร่ง แต่ผมลองทดสอบดูแล้วในการอภิปรายไม่เกินเวลาที่กำหนด จะพยายามให้เร็ว ที่สุดครับ ตอนนี้เป็นช่วงของปัญหาแล้วครับ เพราะถ้าเกิดไม่เข้าใจปัญหาทั้งหมดอาจจะยาก ผมขออนุญาตต่อเลยนะครับ คือถ้าเกิดทางตื่นระหว่างที่อยู่บนรถเพิ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้ว พอเพิ่มยาซึมช้างตายครับ ช้างตายเกิดอะไรขึ้นครับ เจ้าหน้าที่โดนคดีครับ เพราะขนย้ายช้าง ที่สันนิษฐานว่าฆ่าคนออกจากพื้นที่ ทุกขั้นตอนรวมกันโดยสรุปใช้เวลา ๑๐ ชั่วโมง ใช้เงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ตั้งแต่ค่าอาหารอาสาสมัคร ค่าเช่ารถขุด ค่าน้ำมันรถขนส่งช้างป่า ปลอกคอ ติดตามช้างที่ราคาปาเข้าไป ๒๐๐,๐๐๐ บาท แจ้งเตือนก็ไม่ Real Time อายุการใช้งานก็สั้น ใช้ได้ ๒ ปีครับ รวม ๆ แล้ว เสียเงินครั้งละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ในการย้ายทั้ง ๑ ครั้ง ที่น่าเศร้า ไปกว่านั้นนะครับ ช้างที่ยากลำบากย้ายไปขณะนี้ ไม่กี่สัปดาห์กลับมาที่เดิมครับ จากสถิติ ก่อนหน้านี้ที่ผมบอกไปคือช้างออกจากป่า ๑๓,๐๐๐ ครั้ง ในปี ๒๕๖๖ การขนย้าย ๑ ครั้ง ใช้เงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าเอาตัวเลขมาคูณกันตลอดปี ๒๕๖๖ เท่ากับใช้งบไป ๓.๙ พันล้าน ถ้าเราจะใช้การย้ายช้างทั้งหมด ซึ่งผมคูณกันเฉย ๆ ความเป็นจริงการย้ายช้างที่ผมเล่าไป ต้องเป็นช้างเดี่ยว ๆ ถ้าเป็นช้างฝูงย้ายไม่ได้นะครับ เพราะช้างฝูงก็จะมายืนเฝ้าช้างตัวที่ซึม นั่นหมายความว่าการย้ายช้างที่ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ คงไม่ทำ คำถามคือ ๑๓,๐๐๐ ครั้ง ที่ช้างออกมา ประชาชนเอาช้างออกจากพื้นที่ได้อย่างไร ขอแนะนำให้รู้จักกับชุดผลักดันช้าง ชุดผลักดันช้างคือเจ้าหน้าที่กรมอุทยานในปี ๒๕๖๖ ที่ผ่านมากลุ่มป่าตะวันออกมีทั้งหมด ๑๕ ชุด ปฏิบัติการ ๑ ชุดมี ๕ คน รวมแล้วทั้งภาคตะวันออกมีคนที่สามารถผลักดันช้างได้ ตามภารกิจหน้าที่ ๗๕ คน รวมถึงงบประมาณในการสนับสนุนก็มาจากการจัดสรรที่เอามา จากอุทยานเพื่อทำงานร่วมกันกับอาสาสมัครที่เป็นชาวบ้านในพื้นที่ ด้วยชุดอาสาสมัครที่มี จำนวนน้อย ชุดผลักดันก็น้อย ทำงานในพื้นที่ที่กว้างมาก ๆ ภายในงบประมาณที่มีจำกัด ทำให้การทำงานของชุดผลักดันช้างมีความล่าช้า หลายครั้งช้างมาจนกลับไปแล้วชุดผลักดัน ก็ยังมาไม่ถึงชาวบ้านต้องไล่ช้างกันเอง แล้วชาวบ้านไล่ช้างไล่ไปไหนครับ ไล่ก็ต้องเอาไป หมู่บ้านข้าง ๆ หลายทีก็เลยเป็นการไล่ไปหมู่บ้านข้าง ๆ แล้วชาวบ้านก็ทะเลาะกันว่าเธอ ไล่ช้างมาหมู่บ้านฉันทำไม กลายเป็นปัญหาคนกับคนซ้อนกันเข้าไปอีก บางทีหมู่บ้านเขาจะ ยิงกันอยู่แล้วครับ เพราะช้างเขาที่ไหนความเสียหายเกิดขึ้นที่นั่น ไล่กันไปไล่กันมา นวัตกรรม กั้นช้างไม่ให้ออกจากป่าก็เลยเกิดขึ้น ก็คือคูกั้นช้างและรั้วกันช้าง ด้วยมโนทัศน์ทำนองที่ว่า เมื่อช้างออกจากป่ามาเยอะเราก็สร้างรั้วล้อมป่าไว้เลยสิ แต่จากการศึกษาของกรรมาธิการ ชุดที่แล้วพบว่าถ้าจะขุดคูกั้นช้างพร้อมรั้วล้อม ๕ ป่ากลุ่มหลัก ระยะทางทั้งหมด ๑,๒๓๕ กิโลเมตร ใช้งบประมาณกิโลเมตรละ ๔.๕ ล้านบาท หมายความว่าต้องใช้งบประมาณครั้ง เดียวในการล้อมรั้วช้าง ๕.๕ พันล้านบาท ครั้งเดียวนะครับท่านประธาน แค่คิดจะทำถนน ๑,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรทีเดียวก็ยากเหลือเกินแล้ว นี่ทำในป่า คำถามคือทำไมต้องครั้งเดียว เพราะถ้าทยอยทำช้างก็ออกจากป่า ผ่านช่องทางที่เรายังไม่ได้ทำ ที่ผ่านมาคูกั้นช้างบางจุด ไม่แข็งแรงพอแป๊บเดียวพัง กลายเป็น Slider ช้างอย่างที่เห็นในภาพ ไหนจะต้องเตรียมงบไว้ ซ่อมบำรุง ให้ทันท่วงที ไม่อย่างนั้นช้างก็ออกจากรูได้ ช้างที่อยู่นอกเขตป่าอยู่แล้วจะทำ อย่างไรครับกลับเข้าป่าก็ไม่ได้ ไล่กันไปไล่กันมา รั้วก็ไม่มี ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง จึงยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ความเสียหายเรื่องผลผลิตทางการเกษตรก็ยากเย็น คนทำอ้อย ทำปาล์ม ทำผลไม้ ช้างบุกมาทีเสียหายกันมาก การจะได้รับการเยียวยาแต่เดิม ต้องรอการประกาศเขตภัยพิบัติ ซึ่งต้องรอผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบไปเขียนขอเยียวยาเอา บางคนก็ขอไม่ได้ เพราะเขาเช่าที่ทำการเกษตร ต้องให้ เจ้าของที่ไปขอให้ บางคนทำทุเรียน ช้างบุกมากินทุเรียนหายทั้งสวน โค่นทุเรียนตายไปหลาย ต้นชดเชยเยียวยาไม่กี่บาทหมดเนื้อหมดตัวกันหลายต่อหลายคน การพยายามสร้างแหล่ง อาหารบนเขาเพื่อให้ช้างป่าก็ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมของช้างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เพราะ พยายามปลูกอาหารช้างบนเขา ช้างไม่ขึ้นไปกินหรอกครับ เพราะช้างไม่ชอบขึ้นเขา ช้างเป็น สัตว์น้ำหนักมากไม่ชอบปีนเข้าที่สูงชัน เปลืองพลังงานครับ ช้างอยู่ในพื้นที่ราบโล่ง เป็นที่ที่ ชอบของช้าง เข้าป่ารกก็ไม่ได้เพราะตาช้างอยู่ด้านข้าง โดนกิ่งไม้เกี่ยวก็บาดเจ็บ ดังนั้นพืช อาหารช้างที่โปรยบนเขาก็เสร็จเก้ง เสร็จกวาง เสร็จกระทิงหมด แล้วการปลูกป่าในที่โล่งให้ เป็นป่าทึบให้หมด ช้างก็กลับเข้าป่าไปก็ไม่ชอบอีก ก็เลยกลายเป็นว่าเราต้องมาทบทวน แนวทางกันแล้วว่าการพยายามจะปลูกป่าให้ทึบแก้ปัญหาเรื่องช้างออกจากป่าได้จริงหรือไม่ ทีนี้พอป่าทึบช้างก็เลยออกมาหากินบนพื้นที่ราบ เดินเล่นกันอยู่ในที่ร่ม ที่มีทางเดินสะดวก ซึ่งคือที่ไหน สวนปาล์มครับ สวนยางครับ ที่มีร่มเงา บางทีก็ใช้เป็นที่พักนอนกลางคืน นี่เลย เป็นสาเหตุว่าทำไมคนออกไปตัดยางในสวนตัวเอง บางทีไปเจอช้างเข้าตอนมืด ๆ ไม่รู้ตัวครับ โดนช้างทำร้ายเสียชีวิตในสวนของตัวเองหลายต่อหลายครั้ง ส่งผลให้ชาวบ้านต้องมากรีดยาง ตอนกลางวันเพื่อหลบช้างป่า ซึ่งคนทำยางพาราแบบผมครับ บ้านผมทำยาง ตัดยาง ตอนกลางวันนะครับ ไม่มีน้ำยางออกหรอกครับ รายได้ก็เสียไปอีก ไปกรีดกลางคืนเสี่ยงตาย กรีดกลางวันเสียรายได้ ทำไมการเป็นประชาชนในเขตที่มีช้างป่ารอบ ๆ มันถึงได้ใช้ชีวิต ลำบากขนาดนี้ ใครจะมาแก้ปัญหาเหล่านี้ได้บ้าง ที่ผ่านมามีมูลนิธิบางมูลนิธิเข้ามามีบทบาท เช่น มูลนิธิป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด ที่เข้ามาช่วยทำแนวกั้นช้าง หรือมูลนิธิพัชรสุธาคชานุรักษ์ ที่เข้ามาช่วยมีบทบาทแก้ปัญหาบางด้าน ผมเข้าใจในความพยายามว่ามีความปรารถนาดี ระหว่างคนกับช้าง อยากให้คนกับช้างอยู่ร่วมกันได้ ตามยุทธศาสตร์ชาติที่เขียนมาได้อย่างไร ให้คนกับสัตว์ป่าอยู่ร่วมกันได้ บทพิสูจน์ตัวเลขที่ผมเอ่ยไปตอนต้นก็บอกแล้วครับ ว่ามันไม่ได้ตายกันทั้งคนทั้งช้าง โดยเฉพาะเขตที่คนกับช้างต้องอยู่ร่วมกัน ผมจะพาไปดู ตัวอย่างที่ท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่นี่มีท่อหลบภัยสำหรับหลบช้างอยู่กลางหมู่บ้าน ข้าง ๆ ศาลาอเนกประสงค์ คำถามครับ ทำที่หลบภัยขนาดนี้นี่อยู่ในยุคอะไรครับ มีสงคราม หรือครับ แล้วนอกจากนั้นมูลนิธิคชานุรักษ์ยังทำหนังสือเรียนเพื่อสอนเด็กให้อยู่ร่วมกับช้าง อย่างมีความสุข มันจะสุขตรงไหนครับ พ่อแม่เด็กโดนช้างเหยียบตายไปตั้งกี่คนแล้ว จะให้คน อยู่ร่วมกับสัตว์ป่าแบบช้างป่าได้อย่างไรครับท่านประธาน เราต้องคุยกันอย่างจริงจังว่า มายาคติที่ว่าช้างเป็นสัตว์น่ารัก ใจดี ไม่ดุร้าย ไม่มีพิษไม่มีภัย อันนั้นมันช้างเลี้ยงหรือช้างที่ ฝึกมา ไม่ใช่ช้างป่า นึกภาพง่าย ๆ นะครับ หมาก็มีหมาป่า หมาบ้าน หมาจร ซึ่งหมาแต่ละ อย่างเราก็รู้ว่าไม่เหมือนกันแบบนั้นนั่นล่ะครับ สุดท้ายเพราะยุทธศาสตร์ชาติและการ ดำเนินงานแบบที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมายาคติว่าสัตว์ป่าน่ารักแบบนี้ ก็เลยพยายามทำให้ช้าง กับคนอยู่ร่วมกันให้ได้ ทำหลุมหลบภัยทำอะไรก็ทำไป แล้วสุดท้ายก็กระทบกระทั่งกัน มีความเสียหายเกิดขึ้นทั้งชีวิต ทรัพย์สิน ทั้งคน ทั้งช้าง ระบบเยียวยาของรัฐที่กล่าวไว้ ก่อนหน้าก็ยังน้อยเกินไป เมื่อปี ๒๕๖๖ กรณีของชาวบ้าน ชาววังจันทร์ จังหวัดระยอง เสาหลักของครอบครัวถูกช้างเหยียบเสียชีวิต ได้เงินชดเชยเยียวยา ๔๕,๐๐๐ บาท ปัจจุบัน แม้จะเพิ่มหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบให้มากขึ้น โดยได้รับเงินจาก ๓ หน่วยงาน และ ๑ มูลนิธิ รวม ๆ แล้วถ้าเสียชีวิตจากการถูกช้างเหยียบตายจะได้เงินทั้งสิ้น ๒๕๐,๐๐๐ บาท แต่ก็ยังไม่สามารถเทียบได้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับครอบครัว ๆ หนึ่ง อีกกรณีหนึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานถูกช้างเหยียบตายในสวนของตัวเองครับ ได้เงินเยียวยาเพียง หยิบมือจากรัฐ พอเพื่อนบ้านทราบข่าวว่าสามีที่เป็นเจ้าหน้าที่อุทยานถูกช้างเหยียบตาย ภรรยาและลูกถูกสังคมชี้นิ้วลงทัณฑ์ว่าสามีเธอบุกรุกป่าใช่ไหมทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่อุทยาน ท่านประธานครับ ลูกเสียพ่อ ครอบครัวเสียเสาหลัก สังคมตีตราบาปซ้ำเข้าไปอีกทั้งที่สวนที่ เขาทำมาหากินที่ช้างบุกมาเป็นพื้นที่ที่รัฐจัดสรรให้พวกเขาทำมาหากิน รัฐให้พวกเขาเสียภาษี เขาก็เสียภาษีทุกปี ไม่ได้รุกล้ำป่าหรือทำอะไรนอกเหนือกฎหมาย สิ่งที่เป็นของแถมจาก ความตายคือตราบาปที่เกิดขึ้นจากสังคมและมายาคติเรื่องคนรุกที่ป่ามันเป็นธรรมตรงไหนครับ ในใบมรณบัตรของเขายังไม่เขียนว่าเขาตายเพราะช้างเลยครับ ยอมรับกันไม่ได้หรือ เขียนว่า ตายเพราะโดนของแข็งกระแทก ดูสิ่งที่เกิดขึ้นครับท่านประธาน การชดเชยเยียวยากับพืชผล การเกษตรก็ไม่ได้คุ้มกับความเสียหายอย่างที่ผมกล่าวไปข้างต้น เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่พืชตายเสียหายไม่เกิน ๓๐ ไร่ พืชยืนต้น กระทรวงมหาดไทยให้ไร่ละ ๔,๐๔๘ บาท ข้าวไร่ละ ๑,๓๔๐ บาท พืชไร่ ๆละ ๑,๙๘๐ บาท แต่มีข้อแม้คือเงินเยียวยาจะได้กรณีที่ ช้างกินหมดทั้งไร่ ถ้ากินเป็นหย่อม ๆ ไม่สามารถรับเงินเยียวยาได้ แล้วผู้จะเบิกได้ต้องเป็น ผู้เบิกที่มีเอกสารสิทธิ ผู้เสียหายถ้าเป็นผู้เช่าทำอะไรไม่ได้เลยครับ ความเหลื่อมล้ำของ การเยียวยามันจะมากขนาดไหน ท่านประธาน ถ้าจะแก้ความขัดแย้งของคนกับช้างอย่างเป็น รูปธรรมและยั่งยืน จำเป็นต้องใช้ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เราสามารถเริ่มต้นจาก เทคโนโลยีในการระบุตำแหน่งของช้างและระบบการแจ้งเตือนที่เป็นจริงได้ ใช้งานได้ในราคา ไม่แพง เพื่อแจ้งว่าช้างเข้าใกล้คุณแล้ว และคุณกำลังตกอยู่ในอันตราย รัฐควรจะช่วยพัฒนา และนำมาใช้งานจริงให้ได้ เพราะการทำให้ชาวบ้านรู้ว่าช้างอยู่ไหน ทำให้ชาวบ้านสามารถ หลีกเลี่ยงอันตรายได้ เมื่อปลายปีที่แล้วผมได้พบกับคุณธนดล วังวิจิตร นักเรียนอายุ ๑๗ ปี นักประดิษฐ์ที่ผลิตแบตเตอรี่สำหรับปลอกคอช้าง ข้อเสนอที่สามารถ Charge ไฟเองได้จาก การเดิน ทำให้ไม่ต้องใช้แค่ ๒ ปี แต่สามารถ Charge ได้เรื่อย ๆ ผมคุยกับคุณธนดลแล้ว พูดคุยถึงปลอกคอช้างที่ทางรัฐใช้อยู่ ใส่อุปกรณ์แจ้งเตือนให้ชาวบ้านรู้ได้ไหมถ้าเกิดเขาอยู่ ในสวน คุณธนดลรับทราบ ใช้เวลา ๒ สัปดาห์ได้สิ่งประดิษฐ์ที่อยู่ข้าง ๆ ผมอันนี้อีกครั้งหนึ่ง ครับท่านประธาน รบกวน Pan กล้องมาทางนี้ด้วยนะครับ พร้อมกับอุปกรณ์แจ้งเตือนพี่น้อง ประชาชนที่สามารถ Alert ได้ทันทีที่ปลอกคอที่มีช้างตัวที่ติดอยู่นี้เดินทางมาใกล้ ๆ ตัวนี้ จะแจ้งเตือนประชาชน คือในสวนในป่าบางทีสัญญาณโทรศัพท์ไปไม่ถึงครับ อันนี้ก็น่าจะพอ ช่วยได้ สิ่งประดิษฐ์นี้ใช้คลื่น LoRa ที่เป็นคลื่นไร้สาย สามารถควบคุมพื้นที่ได้กว้างไกล พอควร ส่งสัญญาณได้ตลอดเวลา ส่งข้อมูลในแต่ละครั้งใช้พลังงานไม่เยอะมาก การติด ปลอกคอช้างอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ถ้ายังไม่มีเทคโนโลยีที่ดีกว่าเดิมและแทนที่ สิ่งที่หน่วยงานใช้อยู่ อันนี้ก็ดีกว่าอุปกรณ์รุ่นเดิมที่ติดแล้วใช้งานไม่ได้จริง รุ่นใหม่อันนี้ราคา ถูกลง อายุการใช้งานมากขึ้นหลายเท่า สามารถแจ้งเตือนประชาชนได้จากการเข้าใกล้ของ ช้างที่ติดปลอกคอตรงไปยังประชาชนผ่านเครื่องมืออันนี้ที่จะช่วยลดการสูญเสียได้เป็น จำนวนมาก ระบบถัดมาคือการใช้กล้อง AI คอยดักถ่ายช้างพร้อมระบบ AI ประมวลผล พอกล้องเจอช้างกล้องก็จะส่งข้อมูลไปยังมือถือประชาชนเพื่อให้ประชาชนออกห่างจาก พื้นที่เสี่ยง เป็นอีกหนึ่งในแนวทางที่ใช้ในการทั้งช่วยผลักดันแล้วก็ช่วยในการแจ้งเตือน เพราะช้างเป็นสัตว์ที่เดินในแนวทางเส้นเดิม ๆ ครับ สามารถวางกล้อง AI ดักถ่ายช้างได้จาก แผนของนักวิจัยที่มีอยู่มากมาย ต่อมาคือการต้องกระจายอำนาจเพื่อให้ท้องถิ่นสามารถ จ่ายเงินชดเชย จ้างหน่วยผลักดันช้าง ซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับป้องกันและผลักดันช้างดังที่ ผมเสนอไว้ตรงนี้ด้วยตัวท้องถิ่นเองจากที่เป็นการสนับสนุนช่วยผลักดันท่านที่มีอยู่ ตอนนี้ ถ้าเกิดยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนของรัฐบาล จริง ๆ แล้วกระจายอำนาจให้ทาง อบจ. หรือให้ตั้ง กองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคอยทำการดูแลเรื่องนี้ก็ได้ แต่ด้วยกรอบ การกระจายอำนาจที่ยังไม่มากพอ ยังทำอะไรได้ไม่มากนัก ในวันที่อัตราการเพิ่มขึ้นของ ช้างป่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เอาที่ป่าตะวันออกในเขตผม ช้างมีอยู่ประมาณ ๖๐๐ ตัว อัตราการเพิ่มขึ้นเกิดและตายลบกันอยู่ที่ ๘.๒ เปอร์เซ็นต์ต่อปี คำนวณเร็ว ๆ ๑๐ ปีข้างหน้า พื้นที่ป่าตะวันออกรองรับช้างได้อยู่แค่ประมาณ ๓๐๐-๕๐๐ ตัว ถ้าเพิ่มขึ้นอัตรา ๘.๒ เปอร์เซ็นต์ต่อปี จะมีช้างมากกว่า ๑,๐๐๐ ตัว ในป่าตะวันออก ขณะนี้มาตรการคุมปริมาณช้าง เราแทบคุยเรื่องนี้กันไม่ได้เลยครับ เพราะ ช้างถูกมองว่าเป็นสัตว์น่ารัก เป็นสัตว์ประจำชาติ อย่าไปแตะต้องเรื่องช้าง ทั้งที่แนวทางนี้ ที่ทำอยู่ทำให้ปัญหาคนกับช้างปะทะกันและตายตลอด ๑๐ ปีที่ผ่านมาพุ่งสูงไปถึงฝั่งเกือบ ๒๐๐ การคุมกำเนิดช้างเองทำอย่างไรได้บ้าง ทำหมันลืมไปได้เลยนะครับ เพราะทำไม่ได้จริง การผ่าตัดลงไปที่อวัยวะสืบพันธุ์ของสัตว์ใหญ่ขนาดนี้แทบเป็นไปไม่ได้ วัคซีนที่วิจัยกันอยู่ ข้อจำกัดมากในทางทฤษฎีเข็ม ๑ คุมกำเนิดได้ประมาณ ๗ ปี แถมใช้ได้แค่กับช้างตัวเมีย แล้วช้างตัวเมียอยู่กันเป็นฝูงจะเข้าไปคุมกำเนิดอย่างไรครับ แล้วจะ Track ช้างตัวที่ถูก คุมกำเนิดอย่างไร เรื่องนี้ยากมากครับ ยกเว้นการยิงยาคุมช้างจะพ่วงอุปกรณ์ติดตามตัวเข้า ไปด้วย ซึ่งทำอย่างไรอีก ท่านประธานครับจากที่ผมอภิปรายมาทั้งหมดถึงเวลาแล้วที่สภา แห่งนี้ต้องมาต่อยอดแนวทางศึกษาเพื่อหาคำตอบให้กับสังคม เพราะแนวทางที่เคยทำมาและ แนวศึกษาที่มียังไม่มากพอ เอาแค่ปลอกคอช้างรุ่นใหม่ที่วางอยู่ตรงนี้ก็เป็นเอกชนทำร่วมกับผม และมีพื้นที่ EECi ในวังจันทร์วัลเลย์ช่วย Sandbox ให้ว่าได้ผลมากน้อยเพียงใด แต่สภาของ เราในฐานะศูนย์รวมผู้แทนราษฎรจะต้องมาร่วมกันอภิปรายปัญหาศึกษาแนวทางว่ารัฐบาล ต้องทำอะไรต่อบ้าง มันต้องมากกว่าปล่อยให้มูลนิธิมาอาสาช่วยกันเอง มันต้องมากกว่า ผนังดาดที่ต่อให้ล้อมป่าทั้งหมด ช้างจำนวนมากตอนนี้ก็อยู่นอกป่า และเพิ่มกำลังปริมาณ อย่างหนักจนไม่สามารถควบคุมได้ มันต้องมากกว่าการที่ให้ประชาชนหาวิธีรับมือกันเอง เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน และที่สำคัญได้เวลาใช้คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้กำลังจะ ตั้งขึ้นมาคุยกันได้แล้วครับว่ากฎหมายข้อใดบ้างต้องแก้เพื่อแก้ปัญหาทั้งหมด เพื่อปกป้องชีวิต ของประชาชนและช้างป่า ที่สำคัญที่สุดได้เวลายอมรับกันแล้วครับว่าคนกับช้างอยู่ด้วยกัน ไม่ได้จริง ๆ ผมจึงขอให้ทุกท่านช่วยกันสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา ปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน เพื่อช่วยกันแก้ปัญหา ยุติการตายของคนที่ทั้งรักช้างและคนได้รับ ผลกระทบจากช้าง ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษดิ์ บุตรเนียร🔗
ขออนุญาตท่านสฤษดิ์ ท่านพูดหลักการและเหตุผลก่อน แล้วค่อยอธิบายนะ🔗
ผม สฤษดิ์ บุตรเนียร สส. นักพัฒนา แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้ผมขออภิปรายในญัตติของเรื่องปัญหาขอตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญติดตามผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาช้างป่า และการศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาช้าง ป่าอย่างยั่งยืน ที่จะติดตามตามเล่มที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไขไปแล้วของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ตามหลักการและเหตุผลที่พอจะสรุปได้ตามสมควรว่า จากที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาช้างป่าในชุดที่ ๒๕ ได้ศึกษาไว้เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ช้างป่าได้ออกมาจากพื้นที่เขตป่าอนุรักษ์บุกรุกทำลายทรัพย์สิน ร่างกาย ของประชาชนจนถึงแก่ความตายเกิดขึ้นทุกปีทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากพื้นที่ โดยรอบนั้น ผืนป่าเป็นพื้นที่เกษตรกรที่ชาวบ้านได้ทำการเพาะปลูกและมีแหล่งน้ำ ช้างก็ได้ ออกมาหากินอย่างที่ตามที่ท่านผู้อภิปรายญัตติที่ผ่านไปนะครับ ก็ได้บอกว่าช้างก็ได้มา ชื่นชมอาหารอย่างอื่นก็ไม่ยอมกลับป่า หากินอยู่ในเขตพื้นที่ชาวบ้านเกษตรกรอยู่ ทำให้ ประชาชนในพื้นที่โดยทั่วไป คุณได้รับความเดือดร้อนจากความเสียหายและชีวิต ดังนั้นจาก การศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าวนี้ก็ได้ดำเนินการแล้วได้หาแนวทาง ได้วาง แนวทางไว้หลาย ๆ ทาง ครับ ขอเปิดสไลด์ด้วยนะครับ🔗
ในการที่ได้เสนอแนวทาง เช่นเรื่อง ประสิทธิภาพในการที่จะสร้างแนวป้องกันช้างในจำนวนงบประมาณ หรือแนวทาง การกระจายอำนาจในการสนับสนุนหรือชุดผลักดันให้ช้างกลับไปสู่พื้นที่ของป่าธรรมชาติ ได้มีการส่งเสริมให้กรมการปกครองท้องถิ่นเยียวยาอย่างมีความเหมาะสม หรือแนวทางใน การใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อแจ้งเตือนให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันการฟื้นฟูสภาพป่าให้ เหมาะสมกับความเป็นที่อยู่อาศัยของช้าง และสร้างแหล่งอาหาร การสร้างรั้วผลักดันเข้าสู่ ป่านั้น หรือการบริหารจัดการซึ่งมีหน่วยงานรับผิดชอบเป็นเจ้าภาพ หน่วยงานไหนครับ เพราะมีทุก ๆ ฝ่ายจนไม่มีการบูรณาการร่วมกัน ดังนั้นผมจึงมีข้อเสนอแนะว่าควรจะมีการนำ ญัตตินี้ขึ้นมาติดตามของการแก้ไขที่ให้เป็นรูปธรรมเกิดขึ้น แต่ก่อนที่จะพูดถึงญัตติหรือ การให้เหตุผลนั้นผมอยากจะให้ความสำคัญและความเป็นมาของช้างสักหน่อยครับว่า ในประเทศไทยเราโดยปกติแล้วมีความสัมพันธ์กับช้างมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัย กรุงศรีอยุธยาแล้ว เรามีการให้บรรดาศักดิ์ของช้างทิ่ง พระเจ้าพระยาไชยานุภาพเป็นสัตว์ อย่างเดียวที่ได้รับถึงบรรดาศักดิ์ โดยในสมัยนั้นสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้รบทัพจับศึก จนกระทั่งต่อสู้กับประเทศพม่ากับพระมหาอุปราชช้าจนกอบกู้ประเทศชาติได้ แม้แต่ในสมัย กรุงรัตนโกสินทร์ก็เช่นเดียวกัน เราเอาช้างเผือกไว้บนธงชาติแดง ในรัชกาลที่ ๕ ก็เช่นเดียวกัน ท่านประพาสสิงคโปร์และอินโดนีเซีย ก็ได้มอบช้างสัมฤทธิ์ให้เป็นทูตสัมพันธไมตรี จนตราบชั่วของรัฐบาลในสมัยปี ๒๕๔๑ นี่ รัฐบาลได้ประกาศวันที่ ๑๓ ในอาทิตย์หน้านี้ เป็นวันช้างไทย จะเห็นว่าความผูกพันของคนกับสังคมช้างไทยเป็นมาโดยตลอด แม้แต่ความ เชื่อถือเครื่องรางของขลัง เรามีการลอดท้องช้างที่เลี้ยงช้างบ้าน แม้แต่งาช้าง แม้แต่ปัจจุบัน ก็จะมีคนเสนอให้เป็น Soft Power นุ่งกางเกงช้างบ้าง ในประเทศไทยเรามีการดูดโดดเด่น ในเรื่องของการท่องเที่ยวช้าง แม้แต่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ทำการวิจัยบอกว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเชียงใหม่ก็อยากมาชมช้าง นำเงินท่องเที่ยวเข้า มาถึงปีละ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท เรามีจุดแข็งครับไม่ว่าจะมวยไทย อาหารไทยแล้วยังมีช้างอยู่ อีก แต่ ๑๐ ปี ๒๐ ปีมานี้มันเกิดอะไรขึ้นมา เนื่องจากประชาชนต้องทำมาหากิน ถางป่าเข้าไป ทำไร่ไถ่สวน ช้างเองก็เพิ่มปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมาก การเกิดสงครามช้างกับคนก็เกิดขึ้น มีการทั้งบุกรุกทั้งช้างออกมาหากิน อย่างนี้ครับปัญหาก็เกิดขึ้น เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็มีการ นำเสนอมาโดยตลอดให้ราชการหรือรัฐบาลเอง แต่เพียงแต่ราชการหรือรัฐบาลอาจจะใส่ใจ น้อยไปหน่อยหรือสนใจน้อยไปหน่อย อำนาจหน้าที่ต่าง ๆ หรือขาดความจริงใจในการจะ แก้ปัญหาจนเกิดความทุกข์ความยากให้กับประชาชนมาโดยตลอด ท่านสร้างเขื่อนกั้นตลิ่งได้ ทั้ง ๆ ที่เขื่อนก็ไม่ได้ฆ่าคนตายเท่าไร ทุ่มเงินไปเป็นพัน ๆ ล้าน แต่ท่านทำไมไม่ทุ่มเงินที่จะมา สร้างคูกั้นช้าง ป้องกันความบาดเจ็บความเสียหายที่จะเกิดอย่างนี้ ท่านไม่มองถึงภัยพิบัติเลย ที่เกิดกับคนและช้าง จนทุกวันนี้จะเห็นได้ว่าเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม ตำบลวังท่าช้าง ตำบลเขาไม้แก้วในเขตที่ผมดูแลอยู่ ท่านทราบไหมครับว่ามีช้างอยู่ ๓๐-๔๐ เชือก ประชาชน ได้หลับได้นอนกันล่ะครับ คณะอาสาสมัครวิ่งตั้งแต่เช้าจรดเย็นไม่มีโอกาสหรอกครับจะโงหัว โงหาง ช้างก็กระจายไป ๓ เชือก ๔ เชือกตลอดเส้นทางเลยครับ ตลอดเวลา จนชาวบ้าน บอกผมว่าท่าน สส. ไปบอกท่านรัฐบาลหน่อยเถอะ ถ้าไม่มีงบประมาณซื้อตู้ Container เก่า ๆ มาตั้งได้ไหมครับ เป็นคูเป็นกำแพงกั้น แล้วเอาดินใส่ สูงสัก ๓ เมตร แล้วก็ปลูกต้นไม้ ดันหลังไว้เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน ความคิดอันนี้ก็นำเสนอโดยท่านรององอาจ ท่านรองนายก องค์การบริหารส่วนตำบลเป็นชุดสำรวจทางด้านโดรนกับคณะ ซึ่งไม่รู้จะทำ อย่างไรกันและประชาชนแทบจะไม่ได้หลับได้นอนกัน ผมจะนำเสนอว่าผมเดือดร้อนขนาด ไหน ผมเป็น สส. สมัยที่แล้วอภิปรายไปแล้วปี ๒๕๖๔ ๒ ครั้งปี ๒๕๖๕ ก็ ๒ ครั้งปี ๒๕๖๖ ก็ ๒ ครั้ง ก็พูดแต่โอดครวญนำเสนอผ่านท่านประธานสภาที่เคารพ ผ่านไปยังกระทรวงที่ รับผิดชอบหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ ประชาชนเดือดร้อน ซึ่งเมื่อสักครู่นี้น้อง ๆ สส. ก็ได้คร่ำครวญความเดือดร้อนไปแล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้คน กับช้างมาอยู่ร่วมกัน มันจะไปอยู่รวมกันได้อย่างไรครับ ช้างก็ควรอยู่ในป่าอนุรักษ์ คนก็อยู่ใน พื้นที่ทำมาหากินนั้น แล้วช้างโดยเฉพาะของผมนี้ ทั้ง ๓ ท่าน ที่อภิปรายอยู่ในเขตเดียวกัน คือเขตเข้าป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด ปราจีนบุรียังไม่ได้อยู่ในเขตเขารอยต่อ ๕ จังหวัด แต่นี่เป็น ของแถมอยู่ชาย โดยเฉพาะอำเภอกบินทร์บุรีที่บ้านผมอยู่ โดยเฉพาะครั้งสุดท้ายเป็นที่ น่าอเนจอนาถมาก ท่านประธานที่เคารพ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ช้างได้เหยียบนายวัลลภ ศรีกอง แล้วที่น่าอเนจอนาถมากกว่านั้น นายวัลลภ ก็ชื่อพ่อผมอีกต่างหาก ผมไปงานศพแล้ว วันนั้นอยากจะร้องไห้ ตายก็ตาย ไม่รู้จะบอกว่าอย่างไรแล้ว แล้วนายวัลลภ ศรีกอง ไม่ใช่ตาย ไกลนะครับ ตายอยู่ชายบ้านนั่นละ แล้วบ้านนายวัลลภก็ห่างจากบ้านผมอีก ๔-๕ กิโลเมตร อีกวันไม่นานครับ มันก็คงมาเหยียบผมตายอยู่แถว ๆ ที่บ้านผม แล้วอย่างนี้ประชาชน ร้องห่มร้องไห้ หน่วยราชการทั้งท่านนายอำเภอ หน่วยราชการป่าไม้ก็ไปครับ ไปแล้วก็แสดง ความเสียใจเอาหรีดไปมอบ แล้วก็มอบเงินนิดหน่อยให้ เหมือนกับค่าทำศพ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เรื่องเหล่านี้ผมเจอมาจนบ่อย บ่อย บ่อย บ่อย บ่อย แล้วเมื่อไรจะจบสักทีหนึ่ง เรื่องเหล่านี้ ท่านจะไม่สงสารหรือ เพียงแต่ว่าวันนี้ช้างมันเหยียบคนจน คนไม่มีอันจะกิน เอาเงินยื่นไปให้ ๕๐,๐๐๐ บาท ๑๐๐,๐๐๐ บาท จบ วันหนึ่งผมว่าผมก็บอกลูกบอกเต้า ถ้ามันมาเหยียบพ่อตายเมื่อไร อย่างไรอย่าจบเถอะลูก เอาศพไปวางไว้ที่กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็ไม่ต้องเอาไปเผาหรอก มันเจ็บปวดจริง ๆ ครับ สำหรับคนจน ช้างในเขตอนุรักษ์ของป่ารอยต่อ ตอนนี้ช้างทั้งประเทศไทยมีอยู่มี ๔,๐๐๐ ตัว เขาเรียกเป็น ตัว ๆ เมื่อก่อนนี้ ถ้าช้างบ้านเขาเรียกเป็นเชือก ๕ ปีมานี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒-๒๖๖๖ ตาย เสียชีวิตไป ตัวเลขนี้คงจะคลาดเคลื่อนกันบ้าง แต่ก็เป็นหลัก ๑๐๐ บาดเจ็บก็เป็นหลัก ๑๐๐ ส่วนในปี ๒๕๖๖ ท่านดู ปี ๒๕๖๖ ตัวเลขของผู้อภิปรายบางคนก็อาจจะคลาดเคลื่อนกันบ้าง แน่นอน แต่อันนี้ผมจะดูว่าวันนี้ปี ๒๕๖๖ ก็ตายไปแล้ว ๒๑ คน บาดเจ็บไป ๒๙ คน ส่วนปี ๒๕๖๗ ยังไม่ต้องไปคำนวณถึงหรอกครับ แต่วันนี้จากสงครามช้างเอย จากเหตุการณ์ ที่เกิดความเจ็บปวดกับประชาชนโดยทั่วไปเอย วันนี้ผมก็พยายามกับชุดของกรรมาธิการ วิสามัญชุดแก้ภัยแล้งหรือ EI Nino ได้ร่วมมือกันกับท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ท่านเป็นประธาน คณะกรรมาธิการเรื่องของภัยแล้ง เราได้เดินทางไปเชียงใหม่ดูการแก้ปัญหาเหมือนกัน ได้ไปเยี่ยมฟาร์มของคุณแสงเดือน ชัยเลิศ ที่เป็นประธานอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม ที่เชียงใหม่ ก็ไปเห็นเหมือนกันว่าเขาทำอย่างไรกันบ้าง แล้วมาดูจากรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญ เรื่องพิจารณาแก้ไขปัญหาช้างป่าเล่มนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ฉะนั้น ท่านเสนอ ท่านกำชับอยู่เหมือนกัน ก็เหมือนท่านผู้อภิปรายก่อนหน้านี้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะ ให้ช้างกับคนมาอยู่ด้วยกัน ช้างก็ควรอยู่ในป่าเขตอนุรักษ์ คนทำมาหากิน แต่ทำอย่างไร จะไม่ให้เกิดปัญหาหรือการทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้น ทั้งที่เราก็ได้มีความรักช้างอยู่เหมือนกัน แต่ความรักนี้มันก็ต้องมีเส้นแบ่ง ช้างเขาไม่รู้ คนก็ต้องตายไปอยู่เรื่อย ๆ จะทำอย่างไรดีครับ จากข้อเสนอของคณะกรรมาธิการชุดที่แล้ว เราก็บอกว่าถ้าเร่งด่วนก็ควรจะ🔗
๑. เฝ้าระวัง สร้างแหล่งอาหารน้ำให้เพียงพอหรืออาหารให้เพียงพอ สร้าง Barrier กั้นช้าง เพื่อให้มีการป้องกันไว้หรือออกกฎหมายระเบียบให้เคร่งครัดโดยรีบด่วนด้วย🔗
๒. ส่วนความยั่งยืนก็เช่นเดียวกันครับ ก็บอกว่าควบคุมปริมาณช้าง ซึ่งการ ทำหมันก็เป็นเรื่องยากที่จะเป็นไปได้ เรื่องที่จะทำแหล่งท่องเที่ยวอันนี้ก็เป็นเรื่องยั่งยืน ที่จะต้องทำ ถ้ากั้นคูแล้วเราก็สามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือจัดเป็นพาหนะที่จะเร่งด่วนใน การป้องกันครับ แต่ในหน้า ๔๗๙ ของหนังสือเล่มนี้ ที่คณะกรรมาธิการที่ยืนไว้ ผมก็มาติด ประเด็นอยู่ตรง ข้อ ๑๘ ตรงหน้า ๑๗๙ ของข้อเสนอแนะของกรรมาธิการที่บอกว่า ที่จะเสนอแนะในเรื่องของรัฐควรพิจารณาผลักดันการเสริมรายได้จากการขายคาร์บอน เครดิต โดยประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมกันบริหารจัดการกองทุนจากทรัพยากรที่มีอยู่เช่น ป่าอนุรักษ์และช้างป่า นอกเหนือจากการร่วมมือของโครงการ REDD Plus ที่องค์การบริหาร จัดการก๊าซเรือนกระจกองค์การมหาชนที่ทำอยู่ในปัจจุบัน เช่นกรณีของสถาบันฝึกอบรม กองทุน IMF ประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ชั้นนำของโลก ได้ทำการ คำนวณมูลค่าของช้างที่ส่งผลต่อระบบนิเวศป่าไม้ออกไปเป็นมูลค่าทางการเงินรูปแบบของ คาร์บอนเครดิตได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลกจากประเทศกระบองแอฟริกา ซึ่งเป็นคำอธิบาย ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการว่าช้าง ๑ ตัวนี้สามารถกระตุ้นต้นไม้ในป่าสามารถ ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้น แล้วถ้าหากประเทศไทยละครับ ทุกคำแนะนำทุกคำ เสนอแนะ ทุกคำตั้งข้อสังเกตที่สามารถที่จะให้คณะกรรมาธิการสถาบันฝึกอบรมกองทุน ระหว่างประเทศ เพื่อกำหนดมูลค่าของช้างไทยที่มีผลต่อคาร์บอนเครดิตในระบบนิเวศของ ป่าไม้ไทยย่อมจะก่อให้เกิดรายได้หรือเป็นรูปธรรม และก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งในการ อนุรักษ์ช้างและป่าไม้อย่างยั่งยืน สามารถนำเงินกองทุนที่จะมาแก้ไขปัญหาช้างป่าได้ ผมสนใจตรงนี้ ผมอยากกราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมถึงรัฐบาล อะไรที่ยังมองว่าเป็นไปไม่ได้ แม้แต่ช่องแสงบนปลายอุโมงค์ สักนิดเดียว หากเป็นไปได้ท่านศึกษาหน่อยไม่ได้หรือ เขาก็บอกว่าที่ประเทศกาบองประเทศ แอฟริกามันจำเป็นหรือไม่เป็น เราเสียงบประมาณไปดูงานกันทั่วโลกเรายังไปเลย แต่ตรงนี้ ทำไมไม่ไปครับ ศรีลังกาเอย เขาบอกช้างเป็นวิศวกรสิ่งแวดล้อมธรรมชาติสร้างมา แล้วช้าง สามารถที่จะเก็บคาร์บอนได้ด้วยมูลค่าถึงตัวละ ๑.๗๕ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ๖๐ ล้านบาท ตรงนี้ถ้าเรามีทุนทรัพย์ เรามีกองทุน โดยรัฐบาลค่อยสร้างท่านคูกั้นช้างด้วยงบประมาณไป ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้านบาทก็บอกไม่มี แล้วตอนนี้กองทุนมีเงินที่ช้างสามารถจะหาได้เอง ทำได้เองนี่ท่านจะไม่สนใจบ้าง ในนามของผมเอง แล้วโดยเฉพาะในวันนี้ท่านเห็นว่า ยุทธศาสตร์ชาติก็คือการสร้างความเจริญเติบโตบนพื้นฐานคุณภาพชีวิตและเป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อมเป็นยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญก็พูดไว้ ซึ่งน่าจะสอดคล้อง กับ APEC ปี ๒๕๒๓ แล้วก็พูดเรื่องเศรษฐกิจบนพื้นฐานของ BCG นั่นคือเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนแล้วเศรษฐกิจสีเขียวเห็นไหมครับ มันเป็นเรื่องสอดคล้องเรื่องคาร์บอน เครดิต ลดโลกร้อนแม้แต่ COP26 จนถึง COP27 COP28 นี้ เมื่อปี ๒๕๖๔ ที่เมือง Glasgow ท่านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้ไปกล่าวสุนทรพจน์แล้วบอกว่า ปี ๒๕๕๐ เราต้องบรรลุให้เป็นคาร์บอน แล้วปี ๒๕๖๐ เราจะต้องปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็น ๐ มาตรการเหล่านี้เป็นเทรนด์ของโลกอยู่แล้วแม้แต่การประชุมที่ผ่าน ๆ ไปที่ท่านเศรษฐา ไปที่ เมือง Davos ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เรื่องของ World Economic Forum เขาก็พูดกันอยู่ ๒ ตัวคือ ๑. Digital ๒. Green คือการลดโลกร้อน ผมกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไป ยังรัฐบาล ผ่านไปยังกระทรวงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สนใจหน่อยได้ไหม ในเมื่อคาร์บอนเรา ลดปริมาณเป็นเทรนด์ใหม่ของโลกเลยว่าทำอย่างไรถึงจะลดปริมาณคาร์บอนให้ลดลงมาได้ อีกทั้งตลาดคาร์บอนก็เป็นตัวกลางในการจัดขึ้นเพื่อเป้าหมายในการลดคาร์บอนหรือ ก๊าซเรือนกระจก โดยนำสินค้าที่เราเรียกว่า คาร์บอนเครดิตมาแลกเปลี่ยนซื้อขายอย่างเป็น ทางการ เป็นที่ยอมรับอยู่แล้วว่าเรื่องคาร์บอนเครดิตเรามีการซื้อขาย เราต้องการที่ทั่วโลกลด วันนี้ประเทศไทยครับ เราจะไปแข่งกับสหรัฐอเมริกาในการส่งไปยานอวกาศหรือ เราต้องนับ ๑ ถึง ล้านเราไปแข่งสร้างรถ EV กับจีนอย่างนั้นหรือ เราจะทำอะไรที่เป็นจุดเด่นวันนี้เรามี จุดเด่นครับ วันนี้ประเทศไทยโดยเฉพาะอาเซียนเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่มีช้างถึง ๔,๐๐๐ เชือก เป็นอันดับ ๓ ของเอเชียรองจากประเทศอินเดียและประเทศศรีลังกาในสิ่ง เหล่านี้ ถ้าเราหยิบช้างขึ้นมาแล้วเป็นจุดเด่น แน่นอนเราคงไม่ได้ให้อยู่ร่วมกันหรอก แต่ถ้ามี กองทุนสนับสนุน แม้แต่องค์การสหประชาชาติยังบอกเลยว่าจะมีกองทุนที่จะสนับสนุน ให้กับประเทศที่กำลังพัฒนา ได้ลดหนี้หรือมีเงินสนับสนุนดังนี้แล้ว ผมอยากกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังรัฐบาล ผ่านไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหันมา สนใจได้ไหม อย่ามองเสียงจิ้งจกที่ร้องทักสิครับ นิด ๆ หน่อย ๆ ท่านรู้ไหมว่าเขาเสนอแนะไว้ เป็นรูปเล่ม เดี๋ยวมันจะมีการวิจัยที่วางไว้แล้ววันนี้ฟาบิโร (Fabiro) นักวิจัยระดับโลกก็ได้ ออกมาแล้วว่าเรื่องคาร์บอนเครดิตกับช้างมีนัยสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ ไสยศาสตร์ครับ เป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่งกราบเรียนว่าหากเราประสบความสำเร็จตรงนี้แล้วนี่ ประเทศไทยเรา ช้างในอดีตที่ผมเกริ่นไว้ตั้งแต่แรกว่าได้กอบกู้เป็นประเทศเอกราชจากพม่าได้ วันนี้ช้างอาจจะกอบกู้ให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการลดคาร์บอน เครดิตหรือทำให้ก๊าซเรือนกระจกได้อยู่ในมาตรการที่ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ปราศรัยไว้ เมื่อปี ๒๕๒๓ ที่เมือง Glasgow สุดท้ายผมอยากจะกราบเรียนท่านว่าสมควรแล้วที่จะตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามผลการดำเนินงาน เพราะผมเห็นว่าเล่มนี้ที่กล่าวรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไขนี้ได้บอกมาตรการ แนวทางในการแก้ไขอย่าง ละเอียดแล้ว เราควรจะนำมาว่าทำไหม เป็นอย่างไรบ้างอย่างดีที่สุดครับ ขอกราขอบพระคุณ มากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศักดิ์ชาย ตันเจริญ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมขอมาอภิปรายเรื่องปัญหาช้างป่ากับประชาชน จากการสำรวจจำนวนช้างป่า ในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ที่ได้รับข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พบว่า มีประชากรช้างป่าในประเทศประมาณ ๙,๑๔๑ ตัว แบ่งเป็นช้างบ้าน ๔,๗๑๙ เชือก และช้างป่า ๔,๔๒๒ ตัว นับว่าสัดส่วนระหว่างช้างบ้านกับช้างป่ามีจำนวนใกล้เคียงกัน พื้นที่ป่าอนุรักษ์ ทั้งในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จำนวน ๙๓ แห่ง และ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติบางแห่งมีพื้นที่เป็นแหล่งอาศัยของช้างป่ารวมทั้งสิ้นประมาณ ๕๒,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร🔗
โดยกลุ่มป่าที่มีจำนวนช้างป่ามาก ที่สุดและมีปัญหาช้างป่ามากที่สุดในประเทศ ประกอบด้วย ๕ กลุ่มป่า คือกลุ่มป่าตะวันตก กลุ่มป่าตะวันออก กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ กลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว และกลุ่มป่า แก่งกระจาน โดยพบว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีอัตราเพิ่มขึ้นของจำนวนช้างป่าอย่างรวดเร็ว ประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ทำให้เกิดปัญหาช้างป่าออกจากพื้นที่เขตป่าอนุรักมารุกล้ำ ทำลายพืชผลการเกษตร ที่อยู่อาศัยของประชาชนได้รับความเสียหาย ประชาชนได้รับ บาดเจ็บเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต และปัญหายังทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจาก ความเสียหายทางตรงที่เกิดขึ้นแล้วยังมีผลกระทบทางอ้อมอีกด้วย เช่น การสูญเสียโอกาส ในการสร้างรายได้จากการประกอบอาชีพและความเสียหายด้านจิตใจ พี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาช้างป่าไม่ได้รับการชดเชยเยียวยาเป็นธรรม อัตราการเยียวยา ไม่สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และไม่ครอบคลุมทั่วถึง หน่วยงานภาครัฐยังไม่ สามารถเข้ามาแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกับ ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของประเทศชาติ กระผมเห็นว่าปัญหาดังกล่าวควรได้รับการ แก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างต่อไป ดังนั้นกระผมจึงขอเสนอ ญัตติด่วนมาเพื่อให้สภาได้พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเรื่องปัญหา ช้างป่าต่อ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดนั้นกระผมขอกราบเรียนต่อไปนี้🔗
พื้นที่ที่พบช้างป่าในประเทศไทยครอบคลุมพื้นที่ ๒๗ จังหวัด แบ่งเป็น ๕ กลุ่มป่า ประกอบไปด้วยกลุ่มที่ ๑ คือกลุ่มป่าตะวันตกซึ่งมี ๖ จังหวัด ได้แก่ ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี กลุ่มที่ ๒ ป่าตะวันออก มี ๕ จังหวัด ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ระยอง ชลบุรี สระแก้ว และตราด กลุ่มที่ ๓ ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ มี ๖ จังหวัด นครราชสีมา สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้วและบุรีรัมย์ กลุ่มที่ ๔ ป่าภูเขียว-น้ำหนาว ๗ จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิและลพบุรี กลุ่มสุดท้ายกลุ่มแก่งกระจาน ๓ จังหวัด ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจำนวนช้าง มีเพิ่มขึ้นประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์ทุกปี ในขณะที่พื้นที่ป่าแหล่งอาศัยและที่หากินในป่า มีแนวโน้มลดลงสวนทางกันทุกปี ทำให้ช้างป่าออกจากพื้นที่อยู่อาศัยมาหากินในเขตชุมชน ก่อให้เกิดปัญหากระทบกระเทือนระหว่างช้างป่ากับประชาชนอยู่อาศัยใกล้เคียงอย่าง ต่อเนื่องตลอดมา🔗
โดยพบว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๔-๒๕๖๖ มีสถิติปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ อุทยานอนุรักษ์รวมทั้งสิ้น ๓๗,๑๓๕ ครั้ง เฉลี่ยปีละ ๑๒,๓๗๘ ครั้ง มีการบุกรุกพื้นที่ทำลาย เกษตรจำนวน ๓,๓๗๙ ครั้ง มีช้างป่าสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินประมาณ ๔๙๘ ครั้ง แล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๕-๒๕๖๗ มีช้างป่าทำร้ายประชาชนบาดเจ็บจำนวน ๑๙๔ ราย เสียชีวิต จำนวน ๒๑๘ รายรวมทั้งประเทศ โดยจากสถิติพบว่าสัดส่วนที่มากที่สุด จากกลุ่มป่า ภาคตะวันออกจะมีผู้บาดเจ็บมากถึง ๑๕๐ ราย และผู้เสียชีวิตก็มี ๑๔๗ ราย นับว่าเป็น จำนวนเกินครึ่งของทุกกลุ่มป่าทั้งประเทศร่วมกันครับ แต่ปัจจุบันที่ประชาชนโดนทำร้ายหรือ เสียชีวิตเริ่มจะนับเป็นรายวันแล้วนะครับ แม้ว่าจะมี พ.ร.บ. ช้างป่าบัญญัติขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อแก้ไขปัญหา โดยประกาศใช้ในปี ๒๕๖๔ แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ใน พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว บัญญัติให้เรื่องโทษที่ประชาชนกระทำต่อช้าง บางครั้งอาจจะเป็น ความจำใจต้องป้องกันตนเอง ไม่ว่าโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการเกิด อุบัติเหตุ ยกตัวอย่าง ประชาชนขับรถไปชนช้างในหมู่บ้านตัวเองในที่อยู่อาศัย หรือการใช้ อาวุธป้องกันตนเอง ทรัพย์สินและพืชผล ทำให้ช้างป่าได้รับบาดเจ็บล้มตายโดยไม่ได้เจตนา ในทางกฎหมายแล้วนับว่าได้กระทำผิด มีโทษตาม พ.ร.บ. สำหรับรักษาช้างป่า มาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ ที่ว่าผู้ใดทำร้ายหรือฆ่าช้างป่าโดยวิธีใด ๆ ก็ตามมีความผิด แต่ประชาชน ก็ควรได้รับความคุ้มครองจากช้างป่าเช่นกัน แม้ปัญหาที่เกิดขึ้นจะเกิดขึ้นจากสัญชาตญาณ ของสัตว์ป่า แต่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนก็ควรจะได้รับความคุ้มครองเช่นกัน ปัญหานี้จึงสมควรได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาปราศรัยในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ นอกจาก เพื่อแสวงหาหนทางแก้ไขปัญหากระทบกระทั่งกันระหว่างช้างป่ากับประชาชนแล้ว เรื่องนี้ ยังเป็นเรื่องเกี่ยวกับช้างที่ถือว่าเป็นสัตว์สำคัญของประเทศ เพราะประเทศไทยเรามีช้างเป็น สัตว์สำคัญของประเทศชาติมาแต่โบราณ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์การกอบกู้ชาติบ้านเมือง อีกทั้ง เป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของป่าและระบบนิเวศซึ่งสภาแห่งนี้ได้พิจารณา ปัญหานี้มาหลายครั้งแล้ว แต่สภาพปัญหาก็ยังคงอยู่ และประชาชนก็ยังได้รับความเดือดร้อน อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นสภาแห่งนี้จึงควรได้พิจารณาหนทางแก้ไขในลักษณะของการบริหาร จัดการอย่างบูรณาการ เพื่อจะได้ยุติปัญหาเหล่านี้ได้อย่างสิ้นเชิงเสียทีครับ โดยแนวทางแก้ไข ที่เคยได้ดำเนินการมาในอดีต เช่น การเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่และงบประมาณในการดูแล ช้างป่าก็ยังไม่เพียงพอเช่นกัน เพราะว่าจำนวนช้างป่ามีเพิ่มขึ้นทุกปี การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการแก้ไขปัญหาช้างป่า ยังไม่เป็นระบบ ไม่สามารถมาบูรณาการให้ หน่วยงานรัฐหรือเอกชนสามารถใช้งานในการแก้ไขปัญหาได้อย่างเต็มที่ ที่จะทำให้ช้างไม่ต้อง ออกมาจากป่ามาหากินในชุมชน อย่างเช่นที่อยู่ในปัจจุบัน ถ้าจัดระบบเฝ้าระวังเตือนภัยช้างป่า หรือที่เรียกกันว่า Early Warning System ก็มีเพียงไม่กี่ที่เท่านั้นที่ยังทดลองใช้อยู่ คือกลุ่ม อุทยานแห่งชาติกุยบุรีกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอ่างฤาไน ในส่วนการติดตั้งวิทยุติดตามตัวก็ ติดตั้งได้เพียง ๕๐ ตัว จากจำนวนช้างป่าเกือบ ๕,๐๐๐ ตัว การสร้างรั้วไฟฟ้ากันช้างก็ยังมี การจัดสร้างเพียง ๓ ที่ ซึ่งตัวผมเองก็ได้ลงพื้นที่ที่ฉะเชิงเทราด้วยตนเอง แล้วได้ไปพบว่า ปัญหาของรั้วไฟฟ้าก็มีอยู่ คือบางจุดไม่มีไฟเลยครับ แล้วก็ได้โดนช้างทำลายรั้ว พอผมได้ถาม เจ้าหน้าที่ว่าทำไมไม่มีไฟ ผมก็โดนเขาตอบมาแบบงง ๆ ก็คือว่าค่าไฟมันแพงครับ นอกจากนั้นก็ยังเป็นการใช้การก่อสร้างรั้วกันช้าง การก่อสร้างคูกันช้าง แต่ก็ไม่สามารถแก้ไข เรื่องช้างป่าบุกรุกพื้นที่ทำกินของประชาชนได้อย่างถาวร ในขณะที่การสร้างแนวกันรั้วเพื่อ ป้องกันช้างมาบุกรุกที่ดินประชาชน ก็ยังเป็นปัญหาว่ารั้วเหล่านั้นไม่สามารถป้องกันช้าง บุกรุกได้ เพราะต้องใช้ Barrier ที่มีขนาดใหญ่ แข็งแรง มีราคาแพง ดังนั้นแนวคิดการใช้รั้ว ที่มีอาจจะใช้กันช้างได้ แต่ในทางกลับกันสามารถป้องกันคนไม่ให้บุกรุกในที่เขตหากินและ ที่อยู่อาศัยของช้างป่า ส่วนการป้องกันช้างป่าไม่ให้ออกจากป่านั้น แนวรั้วที่ดีที่สุดคือ การสร้างแหล่งอาหารในป่าให้เพียงพอ การฟื้นฟูเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำในเขตป่าอนุรักษ์ เนื่องจากช้างป่าต่อ ๑ ตัวมีความต้องการน้ำเฉลี่ยวันละ ๒๕๐ ลิตรต่อวัน ต้องการอาหาร เฉลี่ยประมาณ ๑๗๐ กิโลกรัมต่อวัน ในปัจจุบันปริมาณน้ำและอาหารในพื้นที่อนุรักษ์ มีไม่เพียงพอต่อความต้องการของช้างป่า ทำให้ช้างป่าต้องออกมาหากินนอกเขต ถ้าเกิดเรา เอาช้างกลับไปอยู่ในป่าได้ ช้างป่าก็จะเป็นกลไกหนึ่งในการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศในป่าได้ ซึ่งเมื่อช้างได้กินอาหารก็จะขับถ่ายเมล็ดพันธุ์ให้กระจายยังพื้นที่ป่ารอบ ๆ และเป็นปุ๋ยให้ ต้นไม้ต่าง ๆ ได้เติบโต เมื่อเรามีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์แล้ว ป่าไม้นั้นก็จะช่วยควบคุมสภาพ อากาศให้เหมาะสม เป็นแหล่งดูดซับและกักเก็บคาร์บอน สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ และเสริมสร้างความสมดุลทางธรรมชาติ ลดการเกิดไฟป่าที่ทำให้เกิดฝุ่นมลพิษ PM2.5 การบริหารจัดการช้างป่าที่ดีอาจเป็น Soft Power ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยว ประเทศไทยเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากทั่วโลกรู้จักช้างไทยดีอยู่แล้ว ดังเห็นจาก Soft Power กางเกงช้าง หรือไม่ก็เห็นจากนักท่องเที่ยวที่เวลามาเมืองไทยเราจะเห็นตาม Social ที่เขาได้ ขึ้นไปทางเหนือ ที่ไปถ่ายรูปช้างหรือว่าไปอยุธยาหรือไปทางใต้ ทะเล ซึ่งในเรื่องของช้างป่า ท่านลองพิจารณาเปรียบเทียบดูนะครับ การจัดทัวร์ชมเที่ยวดูสัตว์ป่าซาฟารีในแถบแอฟริกา ซึ่งมีภูมิประเทศแห้งแล้ง ไม่อำนวยความสะดวก แต่ก็สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก ไปดูได้ ด้วยค่าใช้จ่ายที่สูง ในขณะที่ประเทศไทยมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนครบครัน หากสามารถดึงดูดให้คนมาดูช้างหรือสัตว์ป่าในประเทศไทยได้ เช่น มาดูช้างที่เขาใหญ่ ซึ่งเรา มีโขลงช้างหลายโขลง แต่ละโขลงมีจำนวนหลายสิบตัว ก็น่าจะทำความตื่นตาตื่นใจให้กับ นักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย นอกเหนือจากการมาชมช้างบ้านหรือศูนย์ฝึกช้างแบบเดิม ๆ แต่ทั้งนี้ การที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาช้างป่าให้สำเร็จลุล่วงได้ต้องยอมรับว่าไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย และจำเป็นที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมทั้งความรู้ ความเข้าใจกับประชาชน ที่อยู่รายรอบ อีกทั้งจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีทั้งในด้านข้อมูลข่าวสารและการระวังป้องกัน เพื่อมาใช้ในการบริหารจัดการ ประกอบกับปัจจุบันปัญหาช้างป่าบุกรุกที่ทำกินของประชาชน ถือว่าเป็นปัญหาที่เร่งด่วน และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องได้รับการร่วมมือช่วยเหลือ จากทุกหน่วยงาน ทุก ๆ องค์กร เราจำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความชำนาญและมีความรู้เป็น จำนวนมาก รวมทั้งเราควรหานวัตกรรมการแก้ไขปัญหาใหม่ ๆ มาใช้ เพราะฉะนั้นจากข้อมูล ทั้งหมดที่ผมได้อภิปรายนำเสนอต่อเพื่อนสมาชิกผ่านท่านประธานสภา จะเห็นความจำเป็นที่ สภาแห่งนี้สมควรแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อทำการพิจารณาศึกษาแนวทางการ บริหารจัดการช้างป่าอย่างยั่งยืน เพื่อป้องกันมิให้ช้างป่าก่อความเสียหายให้กับประชาชน และแสวงหาหนทางที่จะทำให้คนและช้างสามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข กระผม จึงใคร่ขอความสนับสนุนจากท่านสมาชิกแต่ละจังหวัด ที่พี่น้องประชาชนของท่านได้รับ ผลกระทบจากปัญหาเหล่านี้เข้ามาร่วมระดมความคิด หาแนวทางการแก้ไขปัญหานี้ให้เสร็จ สิ้นกันต่อไป และขอฝากผ่านท่านประธาน ขอให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาเรื่องนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ การอภิปรายก็เอาไว้ครั้งหน้านะครับ วันนี้เราประชุมกันมาพอสมควรแล้ว ขอปิดประชุมครับ🔗