รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๒๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๑๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
------------------------------
ก่อนเริ่มระเบียบวาระจะมีการหารือตามลำดับนะครับ ขอเชิญท่านแรกเลยนะครับ ท่านสุเทพ อู่อ้น ตามด้วย ท่านโกศล ปัทมะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล มีเรื่องหารือท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องการอพยพของพี่น้องชาวบ้านชาวเมียนมาที่เกิดความไม่สงบ ในประเทศ ซึ่งขณะนี้วัยแรงงานไหลเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมาก จึงอยากให้รัฐบาล ได้มีการแก้ไขอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันการค้ามนุษย์🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องของแรงงานข้ามชาติ ขณะนี้การทำสัญญา MOU จะครบรอบ ๔ ปีในปีนี้ ซึ่งขณะนี้จะให้แรงงานที่กลับไปประเทศต้นทางก็มีปัญหาอย่างที่เรียนให้ทราบ จึงอยากให้กระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศรีบดำเนินการวางแผนแก้ไข เพื่อให้เกิดการทำ MOU ภายในประเทศ🔗
เรื่องที่ ๓ จากสภาพการจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำ ที่ไม่ได้จ่ายค่าจ้างให้กับแรงงาน ข้ามชาติ คือจ่ายต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้น จึงให้กระทรวงแรงงานดำเนินการ ตรวจสอบการจ้างแรงงานด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ในขณะนี้เป็นช่วงของฤดูกาลยื่นข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงาน ที่มีการยื่นต่อนายจ้าง จากการลงพื้นที่จะเห็นได้ว่าขณะนี้สถานประกอบการหลายแห่ง มีการยื่นข้อเรียกร้อง เพื่อขอปรับลดค่าจ้างและสวัสดิการกับสหภาพแรงงาน และจะทำให้ เกิดการพิพาทแรงงานในส่วนของการเจรจาต่อรอง ดังนั้นกระทรวงแรงงานขอให้กำชับ และให้เจ้าหน้าที่ลงไปในพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีการยื่นข้อเรียกร้อง เพื่อทำการติดตามปัญหา เพื่อไม่ให้เกิดการปิดงาน เพื่อไม่ให้เกิดการนัดหยุดงานที่จะทำให้เกิดปัญหาใหญ่ ซึ่งการแก้ไข ปัญหานี้ต้องเกิดจากการที่มีการติดตามปัญหาอย่างจริงจังของภาครัฐ ก็ขอฝากให้ท่านประธาน ไปยังกระทรวงแรงงานรีบดำเนินการด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ ท่านโกศลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๖ ท่านประธานครับ ผมมีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และผมเชื่อว่าความเดือดร้อนเรื่องยาเสพติด จะเป็นปัญหาเกือบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ท่านประธานครับ การแพร่ระบาดยาเสพติด ขณะนี้ถือว่ารุนแรงนะครับ แล้วก็ยาบ้าราคาถูก โดยเฉพาะยาบ้าหาซื้อง่าย ราคาถูก ส่งผลให้ เยาวชนตกเป็นทาสยาเสพติดจำนวนมาก ที่น่าตกใจ ณ ขณะนี้ลามจนไปถึงหัวหน้าครอบครัว ผู้นำท้องถิ่น ท่านประธานครับ ผมอยากจะเห็นรัฐบาลนี้ช่วยกันปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในพื้นที่ ไม่ว่าต้อง Scan เขตชายแดน ไม่ให้ยาเสพติดเข้ามาภายในประเทศ นอกจากนั้นต้องมา Scan ในพื้นที่ ผู้ค้าใครค้าก็จับกุม ผู้เสพต้องเอาไปบำบัดอย่างจริงจัง โดยเฉพาะผมอยากเห็นยาบ้าในพื้นที่ภาคอีสานได้หมดไปภายใน ๑ ปีนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอำเภอบัวใหญ่ อำเภอแก้งสนามนาง อำเภอสีดาและอำเภอบัวลาย ซึ่งเป็นพื้นที่แห้งแล้งที่สุดในจังหวัดนครราชสีมา ขณะนี้ภัยแล้ง กำลังมาเยือน พี่น้องประชาชนขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ผมจึงสะท้อนปัญหาไปให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบ ไม่ว่ากรมชลประทาน ทรัพยากรน้ำ ทรัพยากรน้ำบาดาล หรือว่าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดสรรงบประมาณไปให้ อบต. จัดหาน้ำให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วนด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านนิตยา มีศรี ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นิตยา มีศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๕ พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันขอนำเรื่องราวความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต่อบ่อขยะแพรกษาใหม่ มาปรึกษาหารือต่อท่านประธานค่ะ🔗
ท่านประธานคะ วิดีโอที่ท่านประธาน จะได้เห็นต่อไปในหน้าจอนี้นะคะ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเป็นเหตุการณ์ไฟไหม้ที่บ่อขยะ แพรกษาใหม่ ไฟไหม้ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกนะคะ แต่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งแล้วในช่วงเวลา เกือบ ๓ เดือนมานี้ แต่จริงอยู่ที่ไฟไหม้ครั้งนี้อาจจะใช้เวลาไม่ถึง ๒ ชั่วโมง ก็สามารถควบคุม เพลิงได้แล้ว แต่ปัญหาใหญ่อีกปัญหาหนึ่งก็คือควันที่เกิดจากการเผาไหม้ค่ะ การเผาไหม้ ในอุณหภูมิต่ำแบบนี้จะเกิดกลุ่มควันจำนวนมากลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ เกิดเป็นมลพิษ ทางอากาศอย่าง PM2.5 และที่แย่ไปกว่านั้นสารก่อมะเร็งหรือสาร Dioxin ที่ปะปนไปด้วย ซึ่งในวันนั้นกลุ่มควันเหล่านี้ปกคลุมไปหลายพื้นที่ในจังหวัดสมุทรปราการค่ะท่านประธาน บ่อขยะแพรกษาใหม่แห่งนี้ไม่มีเพียงแค่ปัญหาไฟไหม้อย่างเดียวนะคะ แต่ยังมีอีกหลายปัญหา ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก แล้วดิฉันก็ได้นำปัญหาเหล่านั้น ของบ่อขยะแพรกษาใหม่มาปรึกษาหารือในสภาแห่งนี้หลายต่อหลายครั้งแล้วนะคะ โดยเพื่อ หวังว่าจะให้ผู้มีอำนาจได้เข้ามาดำเนินการแก้ไข แต่ก็กลับนิ่งเฉยค่ะท่านประธาน ในวันนี้ ดิฉันขอฝากคำถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งนะคะ อย่างเทศบาลแพรกษาใหม่ หรือกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นต้นสังกัดจะดำเนินการกับบ่อขยะแพรกษาใหม่นี้อย่างไรคะ และจะรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างไรได้บ้าง🔗
สุดท้ายนี้ค่ะท่านประธาน ในวันอาทิตย์ที่ ๑๗ มีนาคมนี้ จะมีการเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางปลาค่ะ ขอเชิญชวนพี่น้องชาวตำบลบางปลาที่มีสิทธิเลือกตั้ง ทุกท่าน ออกมาใช้อำนาจของท่านกันเยอะ ๆ นะคะ ออกมาใช้สิทธิใช้เสียงที่เป็นของท่าน กำหนดทิศทางของตำบลบางปลาไปด้วยกันค่ะ ขอบคุณนะคะ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานจำนวน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด อุบลราชธานี ท่านกานต์ กัลป์ตินันท์ เรื่องขนส่งอุบลราชธานีมีผู้ใช้บริการวันหนึ่งหลายพันราย แต่ต้องเข้าไปในตัวเมือง ต้องข้ามถนนทางหลวงสาย ๒๓๑ ซึ่งระหว่างแยกดงอู่ผึ้งถึงแยกวนารมย์ การข้ามถนนเป็นระยะทาง ๕๐ กว่าเมตร ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน แล้วก็ตายเป็นรายวัน ครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานถึงทางหลวงให้เร่งทำสะพานลอยให้สำนักงาน ขนส่งจังหวัดอุบลราชธานีด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ที่อำเภอเมืองอุบลราชธานีหลายตำบลน้ำประปาไม่สะอาดและ ไม่เพียงพอในการใช้สอยของพี่น้องประชาชน เรียนท่านประธานถึงการประปาส่วนภูมิภาค เร่งขยายเขตประปาให้ตำบลดังกล่าว ยกตัวอย่าง เช่น ตำบลกุดลาด ตำบลกระโสบ ตำบลขามใหญ่ น้ำมีอยู่ก็ไม่สะอาด เหลืองด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรียนท่านประธานทำหนังสือถึง ป.ป.ช. ครับ มีท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหลายคนมาร้องเรียนกับผม แล้วผมก็ได้ยินข่าวที่พูดกันหลายครั้งครับว่า ในการพิจารณาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีบางรายไม่ได้รับแจ้ง จาก ป.ป.ช. ให้ไปชี้แจงข้อกล่าวหา แต่กลับมีรายชื่อว่าติดคดีอยู่ใน ป.ป.ช. หลายคนครับ เลยไม่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งผิดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ วรรคสอง ผู้ใดที่ไม่ได้ทำ ความผิดถือว่ายังถูกอยู่ครับท่านประธาน ก็กราบเรียนท่านประธานทำหนังสือถึงทาง ป.ป.ช. เพื่อความเป็นธรรมให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ ท่านครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านยุทธการ รัตนมาศ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งที่ ๔ อำเภอชะอวด อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนสอบถามถึง ความเป็นธรรม ความเสมอภาค เรื่องเงินอุดหนุนเฉพาะกิจของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประจำปี ๒๕๖๗ ซึ่งอุดหนุนไปยัง อบต. ทั่วประเทศ โดยเฉพาะจาก ดอกเตอร์องอาจ หนูทองแก้ว นายก อบต. สวนหลวง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และนายวิโรจน์ จันหุณี นายก อบต. ควนหนองหงษ์ อำเภอชะอวด ในส่วนของ อบต. สวนหลวง ไม่ได้รับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ด้านโครงสร้างพื้นฐานมา ๒ ปีติดต่อกัน ในส่วนของ อบต. ควนหนองหงษ์ ได้รับเงินอุดหนุน เฉพาะกิจในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน จำนวน ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาท และยังมีอีกหลายองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งประเทศไทยที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณแบบลักลั่น ไม่เป็นธรรม ไม่มีความเท่าเทียมและไม่มีความเสมอภาค ไม่ทราบว่าใช้หลักเกณฑ์อะไรมาพิจารณา🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศชาติจะเข้มแข็งได้นั้น ท้องถิ่นต้องเข้มแข็งก่อน ประเทศชาติจะมั่นคงได้นั้น ท้องถิ่นต้องเข้มแข็งก่อน งบประมาณส่วนนี้อย่ารวบอำนาจไว้ที่ ส่วนกลางเลยครับ ให้กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น รัฐบาลสมัยพรรคประชาธิปัตย์โดยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ออกกฎหมายจัดตั้ง อบต. เมื่อปี ๒๕๓๗ มาถึงปีนี้ปี ๒๕๖๗ ผ่านมา ๓๐ ปีแล้วครับท่านประธาน การกระจายอำนาจไปยังท้องถิ่นยังไม่ไปถึงไหน งบอุดหนุนเฉพาะกิจจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นควรให้ท้องถิ่นไปบริหารจัดการ ตนเอง เพราะท้องถิ่นมีความรู้ มีความสามารถ มีความพร้อมด้านบุคลากร เรียนท่านประธาน ควรหารือแนวทางไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในปี ๒๕๖๘ ต้องกระจาย อุดหนุนเฉพาะกิจไปยังท้องถิ่นอย่างเท่าเทียม อย่างเป็นธรรม อย่างเสมอภาคและ ในปีต่อ ๆ ไป เงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกอดไว้ ควรโอนไปยัง ท้องถิ่นบริหารจัดการตนเองได้แล้ว ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านบุญแก้ว สมวงศ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบนะครับ ผมได้รับร้องเรียนจากท่านสุวนิช สมเพาะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบากเรือ เนื่องจากถนนสาย ๒๐๘๓ ตอนนี้กำลังก่อสร้าง ยังไม่เสร็จเรียบร้อย แต่พี่น้องประสบปัญหาเรื่องจุดกลับรถระหว่างบ้านดอนผึ้ง บ้านบากเรือ บ้านดงยาง อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร ถนนสายนี้เป็นถนนที่สวยงามมาก พี่น้องชื่นชม แล้วก็ขอขอบคุณกระทรวงคมนาคม แต่มีปัญหานิดหนึ่งก็คือจุดกลับรถระหว่างบ้านดอนผึ้ง นี่ล่ะครับ ถ้าพี่น้องจะไปอำเภอมหาชนะชัย ซึ่งอำเภอตัวเองต้องกลับไปประมาณ ๑,๕๐๐ เมตร ถึงจะกลับรถได้นะครับ แล้วบ้านดงยางถ้าจะไปจังหวัดยโสธรก็ต้องกลับไปอีก ๑,๕๐๐ เมตร ผมก็อยากขอผ่านไปยังท่านประธานนะครับ ขอให้ทางหน่วยงานได้เปิดจุดกลับรถให้กับ พี่น้องประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ตอนนี้พี่น้องชาวจังหวัดยโสธรหลาย ๆ อำเภอได้ประสบปัญหาภัยแล้ง ก็อยากฝากหน่วยงานที่รับผิดชอบ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ แล้วก็กระทรวง มหาดไทย ซึ่งเป็นหัวใจหลักของพี่น้องประชาชนได้จัดสรรงบประมาณเพื่อไปขุดลอก ไม่ว่าจะเป็นบ้านหนองแข้ ตำบลกู่จาน อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร และห้วยสันโดษ ตำบลฟ้าห่วน อำเภอค้อวัง ช่วงนี้ได้กักเก็บน้ำเพื่อจะใช้ประโยชน์ในฤดูแล้ง ขอกราบ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านกาญจน์ ตั้งปอง🔗
เรียนท่านประธานสภา กระผม นายกาญจน์ ตั้งปอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือ ท่านประธานใน ๒ หัวข้อด่วน ๆ ดังนี้ครับ🔗
๑. ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในหมู่ที่ ๒ บ้านเกาะมุกด์ ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคอย่างหนัก ถึงขนาด ปัจจุบันชาวบ้านต้องซื้อน้ำใช้เพื่อความอยู่รอด เพิ่มต้นทุนในการใช้ชีวิต รวมไปถึงพื้นที่ ตลอดแนวชายฝั่ง อย่างหมู่ที่ ๓ บ้านมดตะนอย และหมู่ที่ ๘ บ้านสุไหงบาตู ซึ่งทางด้าน ผู้ใหญ่สุขถวิล พระคง ได้แจ้งถึงปัญหาภัยแล้งซ้ำซากนี้ด้วย ซึ่งทางกระผมได้เคยหารือ ไปในสภาแห่งนี้เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ยิ่งช่วงนี้เข้าสู่เดือนแห่งการถือศีลอดก็จะยิ่งส่งผลกระทบมากขึ้น จึงอยากเรียนท่านประธานสภา ผ่านไปยังกรมน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เร่งแก้ปัญหานี้ โดยด่วนที่สุดนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับแจ้งจาก นายจำเริญ นิลพัน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๙ ตำบลทุ่งกระบือ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคมาหลายปี ทราบว่า ในปัจจุบันทางการประปาส่วนภูมิภาคได้จัดทำโครงการขยายเขตวางท่อ เพื่อแก้ปัญหา แต่ยังขาดงบประมาณในการสนับสนุนโครงการให้แล้วเสร็จ อยากเรียนผ่านท่านประธานสภา ไปยังกระทรวงมหาดไทย ประสานงบประมาณลงไปใช้ให้โครงการนี้แล้วเสร็จ เพื่อให้พี่น้อง บ้านตะเซะได้ใช้น้ำอย่างมีคุณภาพ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านนิพนธ์ คนขยัน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือความเดือดร้อนของพี่น้องที่ลูกหลานติดยาเสพติด (ยาบ้า) วันนี้ทั่วประเทศตามฟังข่าวมีมากมาย ดังนั้นวันนี้ขอฝากข้อหารือผ่านท่านประธานไปถึง นายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน ทำไมถึงฝากหารือเรื่องนี้ครับ ท่านก็เอาจริงจัง จริงใจ สั่งการตลอด แต่ผมทราบจากตำรวจในพื้นที่และหลาย ๆ ท่าน ว่าวันนี้โดยเฉพาะท่านทวี สอดส่อง ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านพูดที่นครพนมที่ผมเคยพูดครั้งก่อนว่า ถ้าตำรวจไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ปราบได้ ดังนั้นวันนี้เสียงหนาหูเหลือเกินว่า ทำไมตำรวจบางคน บางท่าน ถึงไปเก็บส่วย จากยาเสพติด เพราะบางท่านซื้อขายตำแหน่งผู้กำกับ รองผู้กำกับ สารวัตร ถ้าไม่มีการ ซื้อขายตำแหน่งเขาบอกว่าตำรวจสู้ตายครับท่านประธาน ดังนั้นจึงขอฝากท่านถึง ท่านนายกรัฐมนตรี ต่อไปนี้ต้องกำชับเรื่องนี้ ห้ามมีซื้อขายตำแหน่ง ตำรวจดีสนับสนุน ส่งเสริม ตำรวจไม่ดีหากินกับยาบ้านี้จัดการให้เรียบ วันนี้ขอบคุณท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. ครับ พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ ท่านบอกว่าเอาล่ะ วันนี้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาปราบ ข้าราชการชั่วที่หากินกับยาเสพติด ขอบคุณท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. ครับ จะได้ปราบ ข้าราชการชั่ว ๆ ที่หากินกับยาเสพติดให้หมดไปเสียที ส่วนข้าราชการดี ๆ สนับสนุน ส่งเสริม เต็มที่ครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สส.จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขออนุญาตหารือปัญหาของพี่น้องชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจาก สจ. ข้าวต้ม ชื่อว่า ศิษฏ์ตรกล เทวารุทธ และผู้ใหญ่บ้านของตำบลบางโรง อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา และยังมี ท่านนายกนิวัฒน์ เกตุสวัสดิ์ จากเทศบาลคลองแสนแสบ ตำบลบางขนาก อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ให้ทางกรมชลประทานช่วยพิจารณาระบายน้ำจากประตูน้ำชีปะขาว โดยเข้าใจว่าทางกรมชลประทานมีความจำเป็นที่จะต้องบริหารจัดการน้ำในช่วงนี้ เพราะว่า ในจังหวัดฉะเชิงเทรามีน้ำเค็มหนุนก็ดี ส่วนน้ำสำรองก็มีไม่เยอะ อย่างไรก็ดีพี่น้องชาวบางโรง พี่น้องชาวเทศบาลคลองแสนแสบ ยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้น้ำอุปโภคบริโภค เท่าที่ผม ทราบมาก็พยายามลดการทำนาปรัง ก็ช่วยพิจารณาด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากคุณบรรจง อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๗ ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ว่าขณะนี้ในช่วงเย็น ๆ มีความต้องการ ในการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นมากมายในหมู่ที่ ๗ ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอบางน้ำเปรี้ยวครับ ไฟดับ ไฟตกเป็นประจำทำให้เครื่องไฟฟ้าเสียหายอยู่บ่อยครั้ง จึงขอกราบเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย ให้ช่วยเร่งแก้ไขปัญหานี้ให้กับ พี่น้องชาวจังหวัดฉะเชิงเทราด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ผมได้รับการประสานจากท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบล บางโรง คุณไพบูลย์ เมียงมาก และผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบางโรง อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา อยากจะเห็นการขยายเขตประปา เพราะว่าการขยายเขตประปาบริเวณ หมู่ที่ ๖ ตำบลบางโรง บริเวณหน้าวัดวังขอนจะสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการส่งน้ำ ไปยังพี่น้องประชาชนเพื่อการอุปโภคบริโภคได้ จึงขออนุญาตนำเรียนผ่านท่านประธานไปยัง การประปาส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย ให้ช่วยเพิ่มศักยภาพตรงนี้ด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านรำพูล ตันติวณิชชานนท์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๙ พรรคไทยสร้างไทย ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันค่ะ🔗
ท่านประธานคะ ตะวันขึ้น ก่อนใครในสยาม ทิวทัศน์งามภูหินด่างหินสามสี ภูหินด่างอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ภูจองนายอย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามหน้าผาสูงชัน พระลานหินกว้าง มีถ้ำหินเรียงราย หินสีขาว หินสีแดง เป็นจุดชมทิวทัศน์มองเห็นประเทศเพื่อนบ้านคือ สปป. ลาว และกัมพูชา มีนักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปตั้ง Camp นอนนับดูดาวเวลากลางคืน และชมพระอาทิตย์ ขึ้นก่อนใครในสยาม ภูหินด่างได้รับคำชมว่าเป็นภูกระดึงของจังหวัดอุบลราชธานี มีทะเลหมอก ในฤดูหนาว ดิฉันได้รับการร้องขอจาก นายแผน จันทร์เพ็ง กำนันตำบลห้วยข่า นายศิริชัย สรสา ผู้ใหญ่บ้านหนองเม็ก และผู้ใหญ่บ้านทั้ง ๒๓ หมู่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ของตำบลห้วยข่า นายไชยา หาญสมุทร นายก อบต. ห้วยข่า คณะผู้บริหาร สมาชิก อบต. และชาวบ้าน ต้องการงบประมาณก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก จากบ้านหนองเม็กขึ้นไป ภูหินด่างระะยะทาง ๒๐ กิโลเมตร นักท่องเที่ยวเดินทางไปชมความงามลำบากมากค่ะ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว อยากให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่ม ดิฉันขอฝากข้อหารือนี้ให้กับ ท่านประธานถึงอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อธิบดีกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น ท่านสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ วันที่ ๒๐ มีนาคมของทุกปี ซึ่งใกล้จะถึงแล้ว เป็นวัน อสม. แห่งชาติ พี่น้อง อสม. ทั่วประเทศ ๑,๐๗๕,๑๖๓ คน และ อสส. อีก ๑๕,๐๐๐ คน ฝากทวงถามค่ะ อสม. และ อสส. ฝากทวงถามเงินเพิ่มค่าป่วยการจากเดิมเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท เป็นเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท เมื่อไรจะได้คะ ฝากท่านประธานถึงท่านชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญ ท่านณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตประเวศ เขตสะพานสูง พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องที่จะมาปรึกษาหารือ ท่านประธานทั้งหมด ๔ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องของการที่ปัจจุบันทาง สปสช. ได้มีการเปลี่ยนแปลง ในเรื่องของสิทธิบัตรทองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งทำให้พี่น้องประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้จะต้องมีการเข้าไปรักษาในส่วนของ คลินิกปฐมภูมิก่อน ซึ่งก็ทำให้พี่น้องประชาชนจะต้องมีการเปลี่ยนคลินิกหรือว่าเปลี่ยน สถานที่รักษา ซึ่งก็มีผลกระทบในเรื่องของการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงเรื่องของ การบริการที่อาจจะไม่ได้เป็นเหมือนเดิม แล้วคิวก็ยาวนานกว่านะครับ ซึ่งบางครั้งพี่น้อง ประชาชนก็ทนไม่ได้ ถึงขั้นว่าจะต้องควักเงินจ่ายเอง อันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ผมคิดว่า ทาง สปสช. ก็อยากจะให้ช่วยกันในการแก้ปัญหา ก็อาจจะต้องฝากทางท่านประธานไปถึง สปสช. ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของบริเวณถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก ในส่วนนี้พื้นที่ ตั้งแต่ตรงบริเวณแฟลต กทม. เขตประเวศไล่มาจนถึงซอยวัดทุ่งเศรษฐี ก็จะพบว่าตรงนี้ จะมีไฟส่องสว่างที่ไม่เพียงพอ ก็อาจจะฝากทางกรมทางหลวงช่วยกันดูแลรับผิดชอบด้วย ทั้ง ๒ ฝั่งถนนนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของการประปา ก็ไม่น่าเชื่อครับท่านประธานว่าในพื้นที่ กรุงเทพมหานครยังมีพื้นที่ที่เป็นหมู่บ้าน WJ Townhome ก็ยังพบว่ามีปัญหาในเรื่องของ น้ำประปา เนื่องจากว่าทางการประปาแจ้งว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งก็ทำให้ประชาชน ต้องควักเงินจ่ายค่าต่อท่อเอง ๑๔๔,๐๐๐ บาท ก็อาจจะต้องฝากให้กับทางการประปาช่วยมา ดูแลเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกันนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ก็เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนร้องเรียนมาในเรื่องของน้ำเน่าเสีย ในซอยอ่อนนุช ๖๑ ซึ่งคาดว่าเกิดจากการที่โรงงานมีการปล่อยน้ำเสีย ก็อาจจะฝากทาง กรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันดูแลด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านจำลอง ภูนวนทา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม จำลอง ภูนวนทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ🔗
ท่านประธานครับ พรรคพลังประชารัฐ โดยท่านหัวหน้าพรรคมีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชนผู้เดือดร้อนทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะที่กาฬสินธุ์ วันนี้ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องผู้สัญจรไปมาโดยใช้เครื่องบิน ที่ผ่านท่าอากาศยานทั้ง ๒ แห่ง ทั้งดอนเมืองและสุวรรณภูมิ และได้รับการร้องเรียน จากผู้ขับรถแท็กซี่และพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ตามภาพที่ท่านเห็นครับ ท่านประธาน ท่านจะเห็นว่ามันโล่งนะครับ ที่โล่งเพราะว่า รปภ. ถูกคำสั่งจากผู้มีอำนาจ ผู้บังคับบัญชาสั่งบอกว่า ห้ามรถสาธารณะเข้าไปส่งผู้โดยสารที่เคยรับส่งเหมือนในอดีต เป็นมาอย่างนี้ ๓ อาทิตย์แล้ว ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมว่า รปภ. พูดว่าอย่างไรครับ พวกผมมีเลือด มีเนื้อ มีชีวิตจิตใจเหมือนกัน สั่งอย่างกับพวกผมไม่ใช่คน แล้วตลอดระยะเวลา ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมลงสำรวจกับผู้ขับรถแท็กซี่ รถสาธารณะ ท่านประธานครับ เขาบอกว่าที่มีรถจอดอยู่ที่ท่าอากาศยานทั้ง ๒ แห่งนี้ เวลาผู้โดยสารไปนั่งบวก ๕๐ บาทครับ บวก ๕๐ บาทนี้ เขาไม่ได้ Serious นะครับท่านประธาน แต่เมื่อวิ่งไปสักระยะหนึ่งก็ให้ ผู้โดยสารลงแล้วต่อรถคันใหม่ อันนี้เป็นการทำอย่างกับเขาไม่ใช่คนนะครับท่านประธาน และคำที่น่าละอายมากคือ ได้รับการร้องเรียนจากคนต่างชาติที่มีครอบครัวอยู่ที่อีสาน มาลงสนามบินพร้อมกับผมแล้วเขาเล่าให้ฟัง เหตุการณ์อย่างนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นในประเทศไทย ในรัฐมนตรีว่าการที่ชื่อ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมมี ความเป็นห่วงเป็นใย ทางเลือกของพี่น้องประชาชนควรมีทางเลือกที่เหมาะสมและได้รับ ความเป็นธรรม และสะดวกสบายสมกับประเทศไทยที่เรียกว่าสยามเมืองยิ้มครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านธัญธารีย์ สันตพันธุ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๖ พรรคเพื่อไทย ขอหารือปัญหาในพื้นที่อำเภอเขมราฐ อำเภอนาตาล อำเภอโพธิ์ไทร ผ่านท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน ๒ เรื่อง ดังต่อไปนี้🔗
เรื่องที่ ๑ ขอปรึกษาหารือ ผ่านท่านประธานไปยังกรมทางหลวงชนบทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้กรุณาพิจารณา จัดสรรงบประมาณให้ถนนเส้น อบ.๐๓๓ ถนนเชิงลาดสะพานแก่งคันย่ามิตรภาพเสรี บ้านเหล่างาม-บ้านหนองฟานยืน ตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานีด้วยค่ะ เนื่องจากดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า ได้รับความเดือดร้อนจาก การสัญจรไปมาผ่านถนนเส้นดังกล่าวเป็นอย่างมาก แล้วจากการลงพื้นที่ไปตรวจสอบ เมื่อวันที่๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ก็พบว่าถนนเส้นดังกล่าวชำรุดเสียหายมานานแล้ว สภาพถนนก็ชำรุดทรุดโทรม เป็นหลุมเป็นบ่อยาวตลอดทั้งสาย รวมทั้งยางแอสฟัลต์ที่ปูพื้น ก็หลุดร่อนออกจนแทบไม่เหลือ ส่งผลให้หินคลุกจำนวนมากกระจายไปทั่วถนน และด้วยลักษณะ ของหินคลุกที่แข็งและคม จึงทำให้ประชาชนที่สัญจรไปมามีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปยังกรมทางหลวงชนบท และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้กรุณาพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้กับถนนเส้น อบ.๒๑๐๙ บ้านไทรย้อยถึงบ้านดอนบาก ตำบลเขมราฐ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ด้วยค่ะ เนื่องจากถนนเส้นดังกล่าวมีสภาพชำรุดทรุดโทรมตลอดสาย และจากการลงพื้นที่ไปสำรวจ เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๗ ก็พบว่าผิวถนนบริเวณดังกล่าวไม่เหลือสภาพผิวจราจรเดิมแล้ว และหลายจุดเหลือแต่พื้นดิน ทำให้ไม่เหมาะสมกับการใช้สัญจรไปมา นอกจากนั้นเมื่อมีฝนตก ถนนบริเวณดังกล่าวมีสภาพเฉอะแฉะและน้ำท่วมขัง ส่งผลให้ประชาชนที่ใช้ถนนสัญจรไปมา เป็นไปด้วยความยากลำบาก ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ผมขอปรึกษาหารือท่านประธานสภา รวม ๒ เรื่อง ดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้อง ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี เกี่ยวกับอาคารศูนย์จำหน่ายสินค้า และผลิตภัณฑ์ชุมชนอำเภอสุไหงปาดีหรือปาดีคอมเพล็กซ์ที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว แต่ยังไม่สามารถ เข้าไปทำประโยชน์อะไรในพื้นที่อาคารดังกล่าว จากการสอบถามข้อมูลทราบว่าการไม่สามารถ ใช้อาคารดังกล่าว เนื่องจากอาคารดังกล่าวเป็นโครงการของยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัดนราธิวาส วงเงินก่อสร้างกว่า ๒๕ ล้านบาท วัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ ชุมชนของอำเภอสุไหงปาดี เป็นการส่งเสริมและเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้กับ พี่น้องประชาชน ปัจจุบันอาคารดังกล่าวมีแต่ความรกร้างว่างเปล่า และทราบว่าไม่มีหน่วยงานใด ที่จะรับมอบอาคารไว้ในการดูแลของตนเอง เพราะความยุ่งยากในการบริหารจัดการ ถือเป็นภาระให้กับหน่วยงานท้องถิ่นนั้น ๆ จึงปล่อยทิ้งร้างไว้ ส่งผลให้สูญเสียงบประมาณ แผ่นดินโดยเปล่า ผมจึงอยากเรียนต่อท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่รับผิดชอบ ได้เข้ามาแก้ไขเป็นการด่วน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนต่อไป🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้องในเขตเทศบาลตำบลบูเก๊ะตา อำเภอแว้ง เรื่องอาคารตลาดชายแดนริมน้ำและตลาดบูเก๊ะตา ซึ่งตั้งอยู่ตำบลโละจูด ซึ่งได้รับงบประมาณ จากกรมโยธาธิการและผังเมือง เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็ไม่สามารถใช้งานได้เช่นกัน ซึ่งมีในพื้นที่ ของตำบลบูเก๊ะตา ซึ่งเกิดชำรุดทรุดโทรมรกร้างเป็นอย่างมาก จึงเป็นปัญหาที่ไม่สามารถ ดำเนินกิจกรรมอะไรได้ ผมอยากจะฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยประสานงาน เพื่อที่จะให้ได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านณกร ชารีพันธ์ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ณกร ชารีพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชาวมุกดาหาร เขต ๒ พรรคก้าวไกล ขอปรึกษาหารือ ท่านประธานทั้งหมด ๓ เรื่อง ดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ ปัญหาการสร้างถนน เนื่องจากมีการสร้างอ่างเก็บน้ำทำให้ ถนนชำรุดเสียหาย ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๖ ตำบลโนนยาง อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร เนื่องด้วยถนนโรงเรียนบ้านวังนองไปยังบ้านภูเขาทอง ตำบลภูเขาทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ระยะทาง ๓.๘ กิโลเมตร เนื่องจากมีการสร้างอ่างเก็บน้ำ ทำให้น้ำท่วม บริเวณถนน ประชาชนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ จึงอยากให้กรมชลประทานจังหวัดมุกดาหาร ช่วยสำรวจ แล้วก็เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ การขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนในการสร้างวัด ผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากพระผาย จันทะกาโม เจ้าอาวาสวัดป่า ตำบลนาอุดม อำเภอนิคมสร้อย ได้ดำเนินการ จัดตั้งวัดป่าบ้านนาเจริญในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดงบังอี แปลง ๓ ได้ขออนุญาตไปยัง สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๗ แต่ว่าไม่ได้รับความคืบหน้า จึงอยากขอความอนุเคราะห์ ในการเร่งรัดให้ใช้พื้นที่ได้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ปัญหาการเผาป่าในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีไฟป่าบริเวณภูจ้อก้อน้อย ตำบลโนนยาง อำเภอหนองสูง และตำบลบ้านเป้า ไฟลุกลาม เป็นวงกว้าง ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจาก PM2.5 จึงอยากขอฝากไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัด กรมป่าไม้ และสำนักงานป้องกันสาธารณภัย จังหวัดมุกดาหาร ช่วยนำอุปกรณ์ แล้วก็สนับสนุนงบประมาณบูรณาการแก้ไขปัญหาและป้องกันปัญหาไฟป่า ในจังหวัดมุกดาหารด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านเซีย จำปาทอง ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนเครือข่าย ผู้ใช้แรงงาน ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๑ เรื่องครับ เรื่องที่ ๑ ก็คือนายจ้างค้างจ่ายค่าจ้าง ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในกลุ่มลูกจ้าง บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ในหลายจังหวัดได้ชุมนุมทวงเงินค่าจ้างที่นายจ้างค้างจ่ายในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยปรากฏเป็นข่าวเมื่อวันที่ ๘ มีนาคมที่ผ่านมา บริษัท อิตาเลียนไทยฯ ประกอบธุรกิจ รับเหมาก่อสร้าง มีสำนักงานหลายจังหวัด เช่น กรุงเทพมหานคร นครราชสีมา อุดรธานี สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง แล้วก็อีกหลายจังหวัด มีลูกจ้างประมาณ ๒๕,๐๐๐ คน ในนั้นมีแรงงานข้ามชาติประมาณ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ คน บริษัท อิตาเลียนไทยฯ รับงานประมูล จากรัฐเป็นจำนวนมาก ในปี ๒๕๖๔ มากถึง ๑๔ โครงการ มีรายได้ร่วม ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๕ และปี ๒๕๖๖ เป็นคู่สัญญางานก่อสร้างหลายโครงการของภาครัฐ โดยเฉพาะ โครงการสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม และมีรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ ได้ลงนามสัญญาก่อสร้าง โครงการพื้นฐานทั้งหมด ๙ โครงการ วงเงินร่วม ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท🔗
ผมยกตัวอย่าง เช่น โครงการสัญญาสร้างกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ในการลงนามกับ บริษัท ไอทีดี-เนาวรัตน์ฯ เพื่อดำเนินการก่อสร้างทางรถไฟ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ อันนี้มากถึง ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท สัญญาที่ ๒ สัญญาก่อสร้าง กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟสายสีม่วง เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ จำนวน ๓ สัญญา วงเงินมากถึง ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท บริษัทแห่งนี้ ได้กำหนดพันธกิจไว้อย่างสวยหรู เช่น จะรักษาภาพลักษณ์ของความเป็นผู้นำของบริษัท ก่อสร้าง กำหนดวิสัยทัศน์ว่ามุ่งมั่นจะเป็นบริษัทก่อสร้างชั้นนำในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่วันนี้บริษัทแห่งนี้ได้ค้างจ่ายเงินค่าจ้างแรงงาน ทำให้ลูกจ้างได้รับความเดือดร้อน เป็นจำนวนมากจากการที่นายจ้างค้างจ่ายค่าจ้าง ลูกจ้างได้ร้องเรียนมายังพรรคก้าวไกล แล้วบางแห่งยังปรากฏเป็นข่าวชุมนุม เพื่อทวงถามเงินค่าจ้างที่นายจ้างค้างจ่าย ผมจึงขอเรียน ท่านประธานไปยังนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน เร่งดำเนินการตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้น และมีคำสั่งให้จ่ายเงินค่าจ้าง ค้างจ่ายให้กับลูกจ้างอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของลูกจ้างและเพื่อป้องกัน มิให้เกิดปัญหาบานปลายในวงกว้างมากต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กรวีร์ ปริศนานันทกุล พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดอ่างทองครับ มีเรื่องหารือความเดือดร้อน จากชาวบ้านที่จังหวัดอ่างทองถึงกรมโยธาธิการและผังเมืองนะครับ จุดแรกที่ตำบลบางระกำ บริเวณ หมู่ที่ ๒ และหมู่ที่ ๓ ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
จุดนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างเขื่อน ผมได้ไปลงพื้นที่กับท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ท่านนายกทรรศนะ ปานโสภณ กำลังตอกเสาเข็ม แต่ถนนที่อยู่บริเวณริมเขื่อนทรุดทำให้พี่น้องชาวบ้านไม่สามารถที่จะสัญจร ไปมาได้นะครับ จึงอยากจะให้กรมโยธาธิการและผังเมืองได้เข้าไปในการซ่อมแซมชั่วคราว🔗
จุดที่ ๒ อยู่ที่ตำบลหลักฟ้า หมู่ที่ ๑ เหมือนกัน เขื่อนป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำ เจ้าพระยา จุดนี้ผมติดตามผ่านสภาผู้แทนราษฎรหลายปีติดต่อกันครับ ตอนนี้เริ่มลงมือ ก่อสร้าง แต่น่าเสียดายครับ ในการสำรวจออกแบบนั้นยังมีระยะทางที่ขาดช่วงในการ ก่อสร้างอยู่อีกประมาณ ๑๐๐ เมตร ถ้าหากว่าไม่ได้รับงบประมาณอีก ๑๐๐ เมตรนี้ เขื่อนที่ท่านประธานเห็นตอกเสาเข็มไป ๔๐๐ เมตร ก็แทบจะไม่ได้มีประโยชน์ในการป้องกัน น้ำท่วม จึงอยากจะฝากถึงกรมโยธาธิการและผังเมืองช่วยเร่งรัดในการสำรวจออกแบบ เพิ่มเติม และขอรับงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อที่จะขยายเขตให้ตลอดแนวในการสร้างเขื่อน ป้องกันน้ำท่วมให้กับชาวบ้านด้วย🔗
เรื่องต่อไปเรื่องของการจัดเก็บขยะ ได้รับคำร้องเรียนจากลูกบ้านที่ตำบลยางช้าย อำเภอโพธิ์ทอง ว่ายังไม่มีระบบจัดการขยะ ไม่น่าเชื่อครับ หลาย อบต. ในจังหวัดอ่างทอง อบต. เป็นขนาดเล็กไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะไปซื้อรถเก็บขยะ อยากจะให้กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นได้สำรวจทั่วทั้งประเทศเลยว่า มี อบต. ไหนที่ยังไม่มีรถ ยังไม่มีระบบ ในการจัดเก็บขยะ เพื่อที่จะบริการพี่น้องประชาชนให้ดีมากยิ่งขึ้น🔗
เรื่องต่อไปได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องในเขตตำบลโพธิ์รังนก อำเภอโพธิ์ทอง ถึงถนนทางเข้าวัดข่อย ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่ของตำบลโพธิ์รังนก สภาพอย่างที่ท่านประธาน เห็นแล้วนะครับ ชำรุดทรุดโทรม ฝากประสานไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง เพื่อที่จะจัดสรรงบประมาณมาแก้ไขปัญหาซ่อมแซมถนนจุดนี้ให้กับพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านฐิติมา ฉายแสง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สส. ฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ ขออนุญาตปรึกษาหารือ กับท่านประธาน ขอภาพด้วย🔗
เรื่องของสะพานข้ามคลองหลวงแพ่ง ซึ่งเป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างเขตลาดกระบัง กทม. กับหมู่ที่ ๒ ตำบลคลองหลวงแพ่ง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีปัญหา นี่คือภาพก่อนนะคะ ร้าว แล้วตอนนี้ ณ เวลา ๐๑.๓๐ นาฬิกาของวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๗ นั้น ก็ได้ถล่มลงมา ดิฉันเองพยายามหารือ ไปกับท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เมื่อ ๒ ปีก่อนแล้ว เดินทางไปหาท่านที่ทำงาน ในขณะเดียวกัน ดิฉันเป็นกรรมาธิการงบประมาณก็ได้คำตอบจากท่าน หลังจากที่ดิฉันพูดแล้วพูดอีกสำหรับ เรื่องนี้ก่อนที่มันจะถล่ม บอกว่าท่านชัชชาติท่านจะช่วยได้ไหม ท่านก็บอกว่าท่านได้ตั้ง งบประมาณ ปี ๒๕๖๘ ไว้ ซึ่งปี ๒๕๖๘ นั้นถ้าจะสามารถสร้างได้ ก็สร้างในเดือนตุลาคม ปี ๒๕๖๗ แต่ระยะเวลามันนานเหลือเกินค่ะท่านประธาน ในเช้าของวันที่ ๗ ดิฉันได้ประสาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านสุทิน คลังแสง ให้ท่านช่วยมาสร้างสะพานชั่วคราว ให้พี่น้องประชาชนได้ข้ามไปก่อน แต่ท่านบอกท่านไม่มีงบประมาณ ดังนั้นจึงขอความกรุณา อย่างนี้ค่ะว่าจะใช้งบกลางได้ไหม ขอท่านนายกรัฐมนตรี ใช้งบกลางกรณีฉุกเฉินและเร่งด่วน สร้างสะพานให้พี่น้องประชาชน เพราะว่าพี่น้องประชาชนนั้นเสียงบประมาณที่จะต้องไปจ่าย ให้กับนิติบุคคลของหมู่บ้านอื่นมาเป็นระยะเวลาเกือบ ๔ ปีแล้ว เสียเงินกันไปหลายล้านแล้ว ขอตรงนี้นะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ มีประชาชนคือ คุณวีระศักดิ์ ปาแสล๊ะ หมู่ที่ ๒ คลองเปรง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้มาหารือกับดิฉันว่าต้องการไฟทางเพื่อให้แสงสว่างในเวลากลางคืน บนถนนดังต่อไปนี้ ถนนเข้ามัสยิดลาดน้ำขาวใหญ่ของคลองเปรง ถนนหมู่บ้านหน้ามัสยิด ลาดน้ำขาวเล็ก ถนนหลังมัสยิดกลางใหญ่ ถนนหน้าโรงเรียนสุเหร่าคลองใหญ่ เหล่านี้ต้องการ ไฟทางด่วน เพราะมืดมาก แล้วยังมีไฟตกและดับบ่อยด้วย ๑. ซอยหมอนวล หมู่ที่ ๖ คลองเปรง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ๒. ซอยบางขวัญ ๑/๕ ตำบลบางขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ๓. หมู่ที่ ๙ ตำบลคลองหลวงแพ่ง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบมาช่วยเหลือด้วย ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านอรพรรณ จันตาเรือง ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อรพรรณ จันตาเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๖ คนอำเภอเชียงดาว อำเภอเวียงแหง อำเภอพร้าว อำเภอไชยปราการ พรรคก้าวไกลค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน บ้านหัวฝาย หย่อมบ้านแม่ฝางหลวง ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ เรื่องสะพานเข้าหมู่บ้านค่ะท่านประธาน ทรุดชำรุดเสียหายจะพังแล้วค่ะ ล่าสุดดิฉันได้ให้ทีมงานก้าวลงมือทำลงไปในพื้นที่ ไปดูเถอะค่ะ คานสะพานจะหักไม่กี่วันแล้ว พี่น้องประชาชนประสบอุบัติเหตุหลายครั้งหลายหน พืชผลทางการเกษตรก็ไม่สามารถ ไหลผ่านได้ ชาวบ้านจึงแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้วหลายปี แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ดิฉันจึงอยากจะเรียนหารือท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเร่งดำเนินการแก้ไข ก่อนที่สะพานจะขาด และจะทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องการบริหารจัดการเชื้อเพลิง ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ให้มีการควบคุมพื้นที่ในการเผา ๑๑ ป่าอนุรักษ์ ๑๐ ป่าสงวนแห่งชาติ จึงมีคำสั่งจาก จังหวัดเชียงใหม่ เรื่องการกำหนดเขตบริหารจัดการเชื้อเพลิงและเขตควบคุมการเผาของ จังหวัดเชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ตามข้อ ๑ ได้บอกว่าสามารถบริหารจัดการ เชื้อเพลิงทางการเกษตรและพื้นที่ป่าได้ โดยให้ใช้วิธีการจอง การเผา หรือเขาเรียกกันว่าชิงเผา โดยผ่าน Application File D หรือ Burn Check ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม จนถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ตารางนี้นะคะท่านประธาน วันแรกวันที่ ๑ มีนาคม ขอผ่าน Application File D จำนวน ๕๒ แปลง เนื้อที่ ๗,๔๑๑ ไร่ วันที่ ๒ ของเดือนมีนาคม จากการขอผ่าน App Burn Check จำนวน ๔๑ แปลง เนื้อที่ ๕,๙๓๗ ไร่ ท่านประธานคะ การอนุมัติแบบนี้ คือมันใช้ วิธีการใช้พื้นที่จำนวนมาก แล้วท่านประธานดูนะคะว่า ๕,๐๐๐-๗,๐๐๐ กว่าไร่ต่อ ๑ วัน จำนวนฝุ่นควันพิษ PM2.5 จะขนาดไหน เรื่องนี้มันตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลค่ะ แต่ฝุ่น PM2.5 ไม่ได้ลดลงเลยค่ะท่านประธาน ดิฉันจึงอยากจะเรียนท่านประธานไปยัง รัฐบาลช่วยเร่งดำเนินการแก้ไขให้ตอบโจทย์กับคุณภาพชีวิต ไม่ใช่แค่ตอบโจทย์ตามนโยบาย ของตัวเองค่ะ ดังคำที่เปิ้นว่า บ่ดีเอาคนใบ้นำหน้า อย่าเอาคนตาบอดนำทาง วิธีการจัดการ ที่ดีที่สุดก็คือวิธีการจัดการในรูปแบบของพื้นที่ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านสุขสำรวย วันทนียกุล ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสุขสมรวย วันทนียกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรก โรงเรียนอนุบาล อำนาจเจริญ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัด มีนักเรียน ๑,๙๓๙ คน มีอาคารเรียน ๕ หลัง อาคารอเนกประสงค์ ๑ หลัง จากที่ดิฉันได้ลงพื้นที่หารือกับผู้บริหาร ครู ผู้ปกครองและ นักเรียน พบว่าอาคารอเนกประสงค์หลังนี้ได้สร้างตั้งแต่ปี ๒๕๒๙ มีอายุใช้งานมาแล้วถึง ๓๘ ปี มีสภาพเก่าชำรุดต้องซ่อมแซมทุกปี โรงเรียนได้ใช้อาคารดังกล่าวเป็นหอประชุม เป็นสถานที่ จัดการเรียนการสอน แต่ด้วยขณะนี้มีจำนวนนักเรียนมากขึ้น และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น ทุกปีค่ะ ปัจจุบันเด็กนักเรียนได้ใช้อาคารนี้เป็นโรงอาหาร เพื่อเป็นสถานที่รับประทานอาหาร กลางวันด้วยค่ะ และยังเป็นสถานที่ที่เด็กต้องใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ จากความจำเป็นดังกล่าว ทางโรงเรียนได้ขออนุมัติงบประมาณ รายการงบลงทุนที่ดินและสิ่งก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ แบบพิเศษ ใช้งบประมาณ ๒๔ ล้านบาท ดิฉันขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกระทรวงศึกษาธิการให้ช่วยเร่งรัดงบประมาณดังกล่าวให้ด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ใช้ถนน อจ.๓๐๐๗ บ้านโนนเมือง เป็นเส้นทางเชื่อมโยงระหว่าง ๒ อำเภอ คืออำเภอเมืองและอำเภอหัวตะพาน เป็นถนน ๒ ช่องจราจร อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท ปัจจุบันถนนมีความ คับแคบมาก ไม่เพียงพอต่อปริมาณรถที่วิ่ง ประกอบกับถนนดังกล่าวมีสภาพทรุดโทรม จึงได้มีการเสนอของบประมาณซ่อมแซมเป็นระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตร ใช้เงิน ๒๔ ล้านบาท เพื่อให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยแก่ผู้ใช้เส้นทาง ดิฉันก็ขอฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกระทรวงคมนาคมให้ช่วยเร่งรัดงบประมาณให้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณ มากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านวุฒิพงศ์ ทองเหลา ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี อำเภอศรีมหาโพธิ อำเภอประจันตคามและอำเภอนาดี พรรคชาติพัฒนากล้า วันนี้ผมมีเรื่องหารือความเดือดร้อน ในพื้นที่ต่อท่านประธาน ๒ เรื่องปัญหาด้วยกัน ซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างถนน ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
ปัญหาที่ ๑ ปัญหาติดตามโครงการ ก่อสร้างถนน ทล.๓๐๗๙ ถนนเส้นหลักของนิคมอุตสาหกรรม 304 ถนนเส้นนี้เกิดอุบัติเหตุ ขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ผมได้ทราบว่าแผนการก่อสร้างโครงการนี้จากหัวหน้าผู้รับผิดชอบโครงการ ว่าดำเนินการไปตามแผน แต่สำหรับผมแล้วเห็นว่ายังมีความล่าช้าอยู่ แล้วเกรงว่าจะก่อสร้าง ไม่แล้วเสร็จตามกำหนดเวลาที่กำลังจะหมดอายุสัญญาในเดือนพฤษภาคมที่กำลังจะถึงนี้🔗
ปัญหาที่ ๒ ยังอยู่ที่เรื่องปัญหาถนนครับ ถนนทางหลวงหมายเลข ทล.๓๒๙๐ ถนนเส้นนี้เป็นถนนเส้นหลักที่ผ่านกลางอำเภอนาดี แหล่งท่องเที่ยวน้ำตกในจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีน้ำตกแก่งหินเพิงอยู่ที่นั่น ผ่านตำบลหนองกี่ ตำบลสำพันตา และตำบลนาดี ซึ่งผมได้ทราบแผนการก่อสร้างจากหัวหน้าผู้รับผิดชอบโครงการอีกเช่นกัน ว่าการดำเนินการ เป็นไปตามแผน และอีกเช่นเคยครับ ผมก็ยังเห็นว่าโครงการอย่างมีความล่าช้าอยู่ ในเมื่อโครงการจะมีการแล้วเสร็จในอีก ๒-๓ เดือนข้างหน้า ก็เกรงว่าการก่อสร้างจะไม่เสร็จ ตามกำหนดเวลาที่กำลังจะหมดสัญญาในเร็ว ๆ นี้ อย่างไรเสียเพื่อให้ชาวบ้านผู้สัญจร เดินทางไม่เกิดอุบัติเหตุ และได้มีความปลอดภัยจากการใช้ถนนในเส้นทางการสัญจร จึงอยากนำเรียนทั้ง ๒ ปัญหา ฝากท่านประธานช่วยนำหารือถึงหน่วยงานคมนาคม ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านทศพร เสรีรักษ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง คือเรื่องน้ำกับเรื่องไฟ🔗
เรื่องแรกก็เป็นเรื่องของน้ำ จังหวัดแพร่ก็เหมือนกับจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ถึงแม้จะมีแม่น้ำยม แต่ว่าพอถึงฤดูแล้งแม่น้ำยมก็จะแห้ง ก็ต้องทำฝาย ด้วยถุงทรายกั้น แล้วก็ต้องทำกันทุก ๆ ปี🔗
แต่ว่าด้วยความชาญฉลาด ความมีวิสัยทัศน์ ของท่านนายก อบจ. อนุวัธ วงศ์วรรณ พวกเราก็ได้ช่วยกันสร้าง เขาเรียกว่าฝายแกนดินซีเมนต์ อย่างที่เห็นในรูป อันนี้เป็นที่ลำน้ำแม่หล่ายที่บ้านบุญเจริญ ก็สามารถกักเก็บน้ำในลำน้ำยม ทำให้ช่วยการเกษตรได้เยอะ แล้วปีนี้ก็มีความคิดจะทำในอีกหลายจุดในแม่น้ำยม ตามอำเภอต่าง ๆ อย่างเช่น ที่บ้านสบสาย ตำบลสบสาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ หรือว่า แม่น้ำยมในเขตเมืองเอง ที่ได้ทำแล้วก็ทำให้มีน้ำประปาใช้เป็นอย่างดี จึงขอเรียนท่านประธาน ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี กรุณาได้จัดสรรงบประมาณในการช่วยให้สร้างฝายแกนดินซีเมนต์ ไม่เพียงแต่ที่แม่น้ำยมของจังหวัดแพร่ แต่ในลำน้ำต่าง ๆ ทั่วประเทศก็จะช่วยแก้ปัญหา ภัยแล้งได้เยอะ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องไฟ เรื่อง PM2.5 ที่ทำให้เกิดโรคทั้งทางด้านระบบทางเดิน หายใจ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิด PM2.5 ก็คือเรื่องของไฟป่า จังหวัดแพร่มีป่าอยู่ ๒๗ ป่า พื้นที่ป่าประมาณ ๒ ล้านกว่าไร่ ปีที่แล้วมีไฟไหม้ป่าประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าจุด คุณชาตรี สัทธรรมนุวงศ์ คุณสุวิทย์ ฟูคำ หัวหน้าฝ่ายป้องกันรักษาป่า ควบคุมไฟป่า สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๓ จังหวัดแพร่ และหน่วยเหยี่ยวไฟ ทำงานกันอย่างเข้มแข็ง แต่ทำกันไม่หวาดไม่ไหว ขาดทั้งคน ทั้งงบประมาณ ทั้งเครื่องไม้เครื่องมือ ชาวจังหวัดแพร่ก็ได้ช่วยระดมทุนกันเป็นเบื้องต้นซื้อเครื่องเป่าไฟให้ ก็ฝากไปยังทางกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ช่วยจัดคนจัดงบประมาณ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องไฟป่า แล้วก็จะได้แก้ปัญหาเรื่อง PM2.5 ให้แก่พี่น้องทั้งประเทศ🔗
ผมหมดเรื่องหารือแล้ว แต่ขออนุญาตรายงานท่านประธานนิดหนึ่ง เมื่อวานนี้ ท่านอาจารย์รุ่งกานต์ ตติยสุข จาก Dynamic Design ซึ่งเป็นห้องอัดเสียงอันดับ ๑ ของประเทศไทย ก็ได้เข้ามาตรวจวัดเสียงอีกครั้งในห้องประชุมแห่งนี้ แล้วภายในสัปดาห์หน้านี้ ก็คาดว่าจะสรุปผล แล้วก็รายงานได้ท่านประธานได้ทราบถึงวิถีทางที่จะแก้ไขปัญหาเสียง ที่มีปัญหาในห้องประชุมแห่งนี้ ก็เรียนประธานด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณหมอมากครับ แล้วก็ฝากขอบคุณท่านอาจารย์ที่มาช่วยด้วย กราบขอบคุณมาก ๆ เลยครับ ขอเชิญท่านรักชนก ศรีนอก ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ผู้แทนจากชาวบางบอน จอมทอง และหนองแขมค่ะ วันนี้ดิฉัน ขอปรึกษาหารือเรื่องเดียวค่ะ แต่ว่าเป็นปัญหาหลายซอยเหลือเกิน คือเรื่องไฟฟ้าส่องสว่าง ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗
ในพื้นที่การดูแลของดิฉัน มีปัญหาเรื่องไฟส่องสว่างหลายจุด ทั้งที่มีเสาแต่ว่าไม่มีหลอดไฟมาเปลี่ยน แล้วก็ทั้งที่เป็น ถนนสาธารณะแล้ว แต่ว่ายังไม่มีเสาไฟมาตั้ง ประชาชนรอทั้งเสา ทั้งไฟ แล้วก็ชาวบ้าน ต้องใช้ชีวิตอยู่ในความมืดมิด ซึ่งมันก็ทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยว่าจะเกิดอาชญากรรมขึ้น เมื่อไรก็ได้ นี่คือถนนบางบอน ๔ และถนนเอกชน ซึ่งในถนนบางบอน ๔ ที่เป็นรูปแรกกับ รูปที่ ๒ อันนี้ซอยบ้านนายเหลียงเป็นพื้นที่สาธารณะแล้ว แต่ว่าไม่มีเสาไฟ แล้วก็ไม่มีไฟ ชาวบ้านใช้ชีวิตอยู่ในความมืดมิด แล้วรูปถัดมารูปที่ ๓ เป็นถนนเอกชัยค่ะ ซึ่งเป็นเส้นชีวิตหลัก ของชาวเอกชัย-บางบอน โดยเฉพาะ ซอยเอกชัย ๓๐ ซอยเอกชัย ๓๓ ซอยเอกชัย ๓๔ มีประชาชนแจ้งปัญหามาทุกอาทิตย์เลยว่ามีไฟดับบ่อยมาก บริเวณถนนเพชรเกษม ๖๙ และถนนเพชรเกษม ๘๑ เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือและฝั่งใต้ ทั้งซอยหลักและซอยย่อย โดยเฉพาะในซอยมาเจริญ ซอยชูประดิษฐ์ ริมคลองตาปลั่ง มีหลายจุดที่ประชาชนร้องเรียนมา ทุกสัปดาห์แล้วก็รอไฟมาหลายเดือน ไม่มีหลอดไฟมาเปลี่ยนนะคะ🔗
แล้วอีก ๑ จุด คือซอยกำนันแม้น ซึ่งซอยนี้ประชาชนอยู่กันหนาแน่น โดยเฉพาะซอยกำนันแม้น ๑๔ และซอยกำนันแม้น ๒๘ ชาวบ้านเรียกร้องอยากให้เอา หลอดไฟไปเปลี่ยน ก็ได้รับการแจ้งจากเจ้าหน้าที่มีปัญหาเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ดิฉันไม่รู้ว่า หน่วยงานของรัฐจะตีกันอย่างไร แต่ว่าขอให้ยึดผลประโยชน์ของพ่อแม่พี่น้องประชาชน เป็นหลักนะคะ พยายามกระจายหลอดไฟเข้ามาที่เขตพื้นที่บางบอน จอมทอง หนองแขม ของดิฉันหน่อย อย่าให้ต้องทวงกันหลายรอบนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านชูกัน กุลวงษา ครับ ขออนุญาตข้ามนะครับ ขอเชิญท่านปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต ๒ พรรคก้าวไกลค่ะ วันนี้ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องน้ำเน่าเสีย ที่คลองบางแพรกค่ะ คลองบางแพรกมีความยาวประมาณ ๒ กิโลเมตร จากบิ๊กซีติวานนท์ ถึงกรมราชทัณฑ์ น้ำในคลองเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นตลอดทั้งคลอง โดยเฉพาะหลังชุมชนบิ๊กซี น้ำเป็นสีชมพู ดังที่เคยเป็นข่าวมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว มาวันนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขเลยนะคะ ท่านประธานคะ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการได้ส่งนักวิทยาศาสตร์หน่วยเคลื่อนที่เร็ว ได้เก็บน้ำดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์ กำลังขยาย ๖๐๐ เท่าค่ะ สันนิษฐานว่า เป็นแบคทีเรียซัลเฟอร์สีม่วงซึ่งอันตรายมากค่ะ ทางกรมวิทยาศาสตร์บริการยังแนะนำว่า ห้ามนำน้ำดังกล่าวมาอุปโภคบริโภคโดยเด็ดขาด และให้ระวังการสัมผัสน้ำในคลอง หากมีการสัมผัสน้ำ ให้ทำความสะอาดด้วยน้ำและสบู่โดยทันที ท่านประธานคะ หากภาครัฐ มองเห็นว่าเป็นอันตรายแบบนี้ ทำไมไม่รีบแก้ไขปัญหาคะ จะปล่อยให้พี่น้องประชาชน เสี่ยงต่อภัยอันตรายแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนคะ ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้รีบแก้ไขปัญหาโดยด่วนด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ที่เห็นนี้เป็นคลองตานวลอยู่ในเขตเทศบาลเมืองบางกร่าง ดิฉัน และทีมงานได้ไปสำรวจนะคะ เห็นน้ำเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรงค่ะ แล้วจะให้พี่น้อง ที่อยู่ริมคลองอยู่กันแบบไหน เพราะมีผู้สูงอายุที่ต้องอยู่บ้านกันทั้งวันด้วยค่ะ ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ ๖ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม จังหวัดนนทบุรี ช่วยกันประสานงานบูรณาการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องถนน คือถนนนี้อยู่ในซอย ๖๓/๔ ในเขตเทศบาลเมืองบางกร่าง ซอยข้าง ๆ เป็นถนนคอนกรีตหมดแล้ว เหลือแค่ซอยนี้ซอยเดียวที่ยังไม่เป็นถนนคอนกรีต พี่น้องในซอยนี้ฝากดิฉันมาถามว่า เมื่อไรเทศบาลเมืองบางกร่างจะทำเป็นถนนคอนกรีตเสียที ฝากท่านประธานผ่านไปยังเทศบาลเมืองบางกร่างด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านชูกัน กุลวงษา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชูกัน กุลวงษา จังหวัดนครพนม เขต ๔ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษากับ ท่านประธานอยู่ ๒-๓ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ เกี่ยวกับถนนทางหลวง หมายเลข ๒๐๓๓ อำเภอนาแกไปยัง จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นถนนที่พี่น้องประชาชนนั้นได้ใช้สัญจรไปมาคับแคบ การสัญจร ไปมาลำบาก เพราะว่าเป็น ๒ ช่องจราจร จึงอยากขอให้ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ ได้ผ่านงบประมาณเกี่ยวกับการขยายผิวจราจรให้เป็น ๔ ช่องจราจร ให้กับ พี่น้องชาวจังหวัดนครพนม เพราะถนนสายนี้เป็นถนนสายหลักที่จะขนถ่ายสินค้า จากจังหวัด ร้อยเอ็ดก็ดี จังหวัดมหาสารคามก็ดี จังหวัดมุกดาหารก็ดี ซึ่งจะไปยังท่าเรือของ สะพานมิตรภาพ ๓ ของจังหวัดนครพนมไปยัง สปป. ลาว เพราะฉะนั้นก็ขอความกรุณา ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้เห็นใจพี่น้องประชาชน ได้ใช้บริการถนนเส้นนี้ มานานแสนนานเกือบ ๖๐ ปีแล้ว ยังไม่ได้รับการขยายช่องจราจรเป็น ๔ ช่อง โดยเฉพาะแล้ว พี่น้องที่จะเดินทางไปติดต่อราชการจังหวัดนครพนม ซึ่งมีอำเภอเดียวที่ห่างไกลแล้ว ไม่มีถนน ๔ เลน ที่จะไปสู่จังหวัดนครพนมลำบากไปไม่ทันเวลาบ้าง ไปโรงพยาบาลก็ไม่ทันหมอบ้าง อะไรบ้างต่าง ๆ นานาเหล่านี้ ซึ่งเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวนาแกอย่างแสนสาหัส โดยเฉพาะแล้วในพื้นที่ อำเภอนาแกก่อนที่จะไปถึงจังหวัด บางหมู่บ้านก็ ๘๐ กิโลเมตร ในการที่จะต้องไปติดต่อ ราชการต่าง ๆ นานา ก็ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานกรมทางหลวงได้พิจารณาจัดสรร งบประมาณในการที่จะไปขยายถนน ๔ เลน ของอำเภอนาแกไปยังจังหวัดนครพนม ให้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับถนนดิน เชื่อมระหว่างตำบลก้านเหลืองกับ ตำบลบ้านแก้ง ซึ่งพี่น้องตำบลก้านเหลืองนั้นไปทำมาหากิน ทำการเกษตร ปลูกยางพารา ทำไร่ ทำนา อยู่ในเขตตำบลบ้านแก้ง แต่ไม่ได้รับการดูแล เพราะคนอยู่อีกตำบลหนึ่ง พื้นที่ทำกิน อยู่อีกตำบลหนึ่ง ซึ่งเป็นปัญหามาก พอรายงานความเดือดร้อนไปยังนายก อบต. ก้านเหลือง นายก อบต. ก้านเหลืองก็บอกว่าไม่ใช่พื้นที่ของตำบลก้านเหลือง พอรายงานไปยัง อบต. บ้านแก้ง ก็บอกว่าไม่ใช่คนตำบลบ้านแก้ง ก็เลยลำบากในการที่จะพัฒนา ฉะนั้น ก็ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดูแลถนนหนทาง ไฟฟ้า ซึ่งพี่น้องชาวสวนยาง พี่น้องชาวไร่ ชาวนา หลายร้อยครอบครัวนั้นยังรอคอยงบประมาณ แก้ไขตรงนี้ และสุดท้ายก็คือสิ่งที่ปรึกษาหารือท่านประธานไปทุกเรื่อง สมัยก่อนจะมี จดหมายตอบรับมายังผู้ปรึกษา เพื่อที่จะนำไปชี้แจงกับพี่น้องประชาชนว่าได้นำไปพูด นำไปปรึกษาในสภาแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ไม่เห็นมีการส่งจดหมายกลับมาเลยว่าปรึกษาไปแล้ว ไม่ได้ตอบมาว่าผลเป็นอย่างไร อันนี้ก็ขอฝากท่านประธานด้วย ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษดิ์ บุตรเนียร สส. นักพัฒนา แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน วันนี้ผมมีเรื่อง ปรึกษาหารืออยู่ ๒-๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก คือเรื่องถนนบริเวณหน้าโรงเรียนวัดศรีสุวรรณาราม จากตำบลนนทรี อำเภอกบินทร์บุรี ช่วงนี้ถนนเป็นแผลขรุขระจนถึงวัดศรีสุวรรณาราม ระยะทางประมาณ ๕๐๐ กว่าเมตร🔗
เรื่องที่ ๒ คือจากวัดศรีสุวรรณารามถึงเล้าไก่ประมาณ ๑ กิโลเมตร ถนนขรุขระ โดยเฉพาะเหล็กแหลมก็ได้โผล่ขึ้นมา เป็นอันตรายต่อเด็กนักเรียนและผู้สัญจรไปมา ที่จะได้รับอันตราย ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะขี่รถจักรยานยนต์อาจจะทิ่มตำรถ ได้รับความเดือดร้อน🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องดี ๆ ที่กระทรวงศึกษาธิการ นำโดยท่านเพิ่มพูน ชิดชอบ ได้ให้ลดภาระคุณครูโดยเพิ่มอัตราภารโรงให้กับโรงเรียน นี่ก็เป็นเรื่องโรงเรียนเช่นเดียวกัน ให้อัตราภารโรงขึ้นมาถึง ๑๐,๐๐๐ กว่าอัตรา ต่อไปก็คือเพิ่มเงินเดือนคุณครู ก็เป็นเรื่องที่ดี ครูจะได้มีขวัญกำลังใจที่จะทำงาน แล้วก็เรื่องของโรงเรียนขยายโอกาส ม. ๑ ถึง ม. ๓ ได้รับ โครงการอาหารกลางวัน สุดท้ายโรงเรียนเอกชน ซึ่งผู้ปกครองนักเรียนทั้งประเทศไทยก็บอกว่า เด็กอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ ๖ ได้รับเพียง ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แล้วเด็กไทยในระดับนี้ ได้ใช่เด็กไทยไหม จึงกราบเรียนมายังท่านประธานสภาที่เคารพ ผมนายสฤษดิ์ บุตรเนียร เป็น สส. ที่จังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ ผู้ปกครองร้องเรียนมา ในนามของพรรคภูมิใจไทยก็ต้อง ขอกราบขอบพระคุณรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการที่ได้อนุเคราะห์มาแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เด็กไทยตอนนี้ยิ่งลดปริมาณลงไปมาก ดังนั้นเพื่อลดภาระของผู้ปกครองและให้โอกาสกับเด็ก ได้รับประทานอาหารกลางวันด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน อำเภอเมือง อำเภอแม่ทา และ อำเภอบ้านธิ จากพรรคก้าวไกล วันนี้มีเรื่องมาหารือท่านประธานอยู่ทั้งหมด ๔ เรื่อง ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ทุกวันนี้ทางจังหวัดลำพูน ผ่านมา ๒ เดือน จะเห็นว่าสภาพอากาศที่พ่อแม่พี่น้องจังหวัดลำพูน ต้องสูดดม ก็คือเกินมาตรฐานไปทั้งหมดอยู่เกือบ ๒ เดือนแล้วนะครับ แล้วมีแนวโน้ม ที่จะสูงขึ้น ปัญหาเกิดจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง แล้วมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ ดังนั้นจึงจะขอฝากให้ทางท่านนายกรัฐมนตรีที่จะขึ้นไปภาคเหนือ ดูปัญหาฝุ่น PM2.5 นี้ ให้ด้วยนะครับ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งถ้าสามารถแก้ไขปัญหาได้ภายในแค่ ๑ วัน หรือ ๒ วัน🔗
เรื่องที่ ๒ ถนนเลี่ยงเมืองท่าจักร-เหมืองง่า เรื่องนี้ผมหารือในที่สภาแห่งนี้แล้ว ๓ ครั้ง ยังไม่มีการแก้ไขนะครับ ฝากไปที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดลำพูน แล้วแก้ไขไม่ได้ ก็ฝากไว้ที่กรมโยธาธิการและผังเมืองของกระทรวงมหาดไทยเลยนะครับว่า ขอไปดูความปลอดภัยให้กับผู้ใช้เส้นทางดังกล่าวของพ่อแม่พี่น้องจังหวัดลำพูนด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เส้นทางหลวงชนบท หมายเลข ลพ.๒๐๓๑ เส้นทางดังกล่าวพ่อแม่ พี่น้องอำเภอแม่ทาใช้เป็นเส้นทางในการสัญจรผ่านไปที่อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ในบางพื้นที่ยังไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง และเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางหักศอก มีจุดอันตราย อยู่ประมาณ ๒ จุด ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงอยากให้ทางหลวงชนบทเข้าไปติดตั้งไฟฟ้า ส่องสว่างให้เกิดความปลอดภัยในการใช้เส้นทางดังกล่าวด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้ายที่บริเวณชั้น ๕ อาคารรัฐสภาแห่งนี้ มีเจ้าหน้าที่ สส. และ สว. ไปใช้พื้นที่ดังกล่าวในการออกกำลังกายแต่ไม่มีน้ำดื่ม และอุปกรณ์กีฬาเริ่มชำรุดเสียหายแล้ว จึงอยากให้รัฐสภาแห่งนี้สร้างสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่ สส. และ สว. ของเราได้ใช้พื้นที่ ดังกล่าว หน่วยงานอื่นแก้ไขล่าช้า แต่ขอให้รัฐสภาของเราแก้ไขให้โดยด่วนเลยนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม เชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ จังหวัดชัยภูมิ เขต ๖ อำเภอภูเขียวและอำเภอบ้านแท่น พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้ขอนำปัญหาของพี่น้องประชาชนหารือผ่านท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบหลายเรื่องดังนี้ ขอภาพด้วยครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียน จาก นายสำเรียง เชื้ออ่อน อบต. กวางโจน และนางภูมิใจ ปทุมคำ นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลกวางโจน อำเภอภูเขียว ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอภูเขียวได้ขยายเขต ไฟฟ้าเข้าสู่พื้นที่การเกษตรของพี่น้องชาวบ้านหนองกุง หมู่ที่ ๑๔ ตำบลกวางโจน อำเภอภูเขียว🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ขยายเขตไฟฟ้าเพื่อครัวเรือนให้กับ พี่น้องชาวบ้านนามั่ง หมู่ที่ ๔ ตำบลสระพัง อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งทั้ง ๒ เรื่องนี้ ทางชาวบ้านได้ยื่นคำร้องไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอภูเขียวแล้วนะครับ และนอกจาก ๒ กรณีดังกล่าวแล้ว ต้องบอกว่าในพื้นที่อำเภอภูเขียวและอำเภอบ้านแท่นนั้น พี่น้องเดือดร้อนเรื่องการไฟฟ้าสำหรับพื้นที่การเกษตรและการไฟฟ้าครัวเรือน ก็อยากจะให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้จัดสรรงบประมาณลงไปให้กับการไฟฟ้าอำเภอภูเขียว เพื่อแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าวให้กับพี่น้องทั้ง ๒ อำเภอด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ที่บนภาพสไลด์นั่นก็คือ ผมได้รับการร้องเรียนจาก นายพีระพงษ์ สิทธิโคตร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสระพัง ขอให้กรมชลประทานหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้จัดสรรงบประมาณ เพื่อขุดลอกอ่างเก็บน้ำโสกเดือนห้า ซึ่งเป็นชลประทาน ขนาดเล็กที่บ้านดอนหัน หมู่ที่ ๓ ตำบลสระพัง เพราะว่าสภาพปัจจุบันนี้ตื้นเขินมาก พี่น้อง ที่ใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรเดือดร้อนกันเป็นอย่างยิ่ง ถ้าได้รับการขุดลอก ก็จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องได้นะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านนายกเทศมนตรีตำบลบ้านเต่า นายประดิษฐ์ เจริญธรรม กรณีปัญหาความเดือดร้อนการสัญจรไปมา อยากจะให้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดสรรงบประมาณ เพื่อก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก สาย ชย.ถ.๘๘-๐๐๙ เชื่อมบ้านเต่าใต้-บ้านวังหิน ซึ่งปัจจุบันมีสภาพเป็นถนนดิน หากได้รับ เงินอุดหนุนเฉพาะกิจไปดำเนินการก่อสร้างในระยะทาง ๔,๗๐๐ เมตร ก็จะทำให้พี่น้อง สัญจรไปมาระหว่างหมู่บ้านและระหว่างตำบล ได้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ได้นะครับ ก็ขอกราบเรียนในปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคก้าวไกล จากชาวอยุธยาและบางบาลครับ🔗
เรื่องแรกครับ สัปดาห์ที่ผ่านมา มีชาวอยุธยามากมายร้องเรียนว่าเคยเกิดอุบัติเหตุจากการลื่นน้ำขยะครับ ในเมืองอยุธยา ปัจจุบันต้องพบกับกลิ่นเหม็นและจุดทิ้งขยะที่สกปรกอย่างมาก พร้อมด้วยน้ำขยะที่นองอยู่ ตรงนั้นเป็นเวลานาน ส่งผลต่อทั้งสุขภาพจิตและสุขภาพกายของชาวเมืองอยุธยา มิหนำซ้ำ เรายังเป็นเมืองท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อาจจะเห็นเมืองที่เหม็นและสกปรกแบบนี้ อาจจะไม่น่าอภิรมย์เท่าไรครับ จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปถึงกระทรวงมหาดไทยและ หน่วยงานท้องถิ่นได้เร่งแก้ปัญหา โดยมีข้อเสนอดังนี้ เราจำเป็นต้องมีมาตรการอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกับการจัดการขยะเปียก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดน้ำขยะรั่วจากรถขยะ ในระยะแรกขณะนี้มหาดไทย ได้มีนโยบายธนาคารขยะ จึงขอให้ได้พิจารณาการทำธนาคารขยะเปียกในชุมชน ที่จะต้อง ประกอบไปด้วยจุดคัดแยกขยะตามประเภทต่าง ๆ ในชุมชน และจำเป็นต้องใช้รถขยะ ที่แบ่งสีไว้แล้วให้ถูกต้องตามประเภทขยะด้วยครับ ในระยะยาวประการที่ ๑ การคัดแยก ขยะเปียกที่ต้นทางคือทางออกเดียว แถมเรายังสามารถนำเอาขยะเปียกที่มีก๊าซมีเทนไปผลิต เป็นเชื้อเพลิงหรือแปรรูปไปเป็นปุ๋ยให้แก่ชุมชนได้ด้วย ประการที่ ๒ จำเป็นต้องมีมาตรการ การเก็บขยะแบ่งตามประเภทขยะในแต่ละวัน เพื่อให้ประชาชนสะดวกต่อการคัดแยกขยะต่อไป ประการที่ ๓ กระทรวงมหาดไทยควรพิจารณาการผลิตหรือผลักดันถุงขยะแยกสี ตามประเภทขยะ ซึ่งจะสร้างเศรษฐกิจเข้าสู่ท้องถิ่นเพื่อต่อยอดการจัดการขยะในเมืองต่อไป🔗
เรื่องถัดมาผมปรึกษาเรื่องนี้เป็นรอบที่ ๓ แล้วครับ ในขณะนี้มีอากาศร้อน อย่างมาก ทำให้บ่อขยะบางบาล ตำบลมหาพราหมณ์ อำเภอบางบาล มีโอกาสเกิดเพลิงไหม้ สูงมาก ซึ่งเพลิงไหม้ครั้งใหญ่เมื่อปีที่แล้วก็เกิดขึ้นในช่วงนี้ครับ อีกทั้งมีกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้น จากบ่อขยะแพรกษาเมื่อวันก่อนแล้วด้วย แต่ที่บ่อขยะบางบาลยังขาดท่อลำเลียงก๊าซมีเทน และเครื่องกำจัดก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ ผมจึงขอเตือนภัย ด้วยความห่วงใยถึงกระทรวงมหาดไทยให้ได้เร่งแก้ปัญหาจัดสรรงบประมาณเพื่อติดตั้งระบบ นอกจากเรื่องกลิ่นแล้ว คือเรื่องของมลพิษที่เกิดจากไฟไหม้บ่อขยะที่จะส่งผลกระทบร้ายแรง ต่อพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านธานินท์ นวลวัฒน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม ธานินท์ นวลวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่อง🔗
๑. กระผมได้รับเรื่องร้องขอจากพ่อแม่พี่น้องที่ใช้ถนนสัญจรสายสี่แยกหนองสวน ตำบลกะแดะ บรรจบถนนเซาท์เทิร์น บ้านนาปรัง อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่าเส้นทางสายนี้ในช่วงกลางคืนไม่มีแสงสว่างเพียงพอทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง กระผม จึงนำเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งดำเนินการเพิ่มแสงสว่างให้เพียงพอ กับถนนเส้นนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
๒. ผมได้รับเรื่องร้องขอจากประชาชนที่สัญจรจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ว่าด้วยถนนเส้นนี้ในช่วงกลางคืนไม่มีแสงสว่างเพียงพอ ซึ่งเสี่ยงต่อ อุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพื่อความปลอดภัยให้กับพ่อแม่พี่น้องที่ใช้ถนนเส้นนี้ ผมจึงนำเรียน ท่านประธานให้ช่วยเร่งดำเนินการติดตั้งไฟส่องทางโดยด่วน ซึ่งถนนเส้นนี้อยู่ในซอยพิเศษ และตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ จึงนำเรียนท่านประธานเพื่อให้แก้ไขปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องที่ใช้ ถนนเส้นนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
๓. ผมได้รับเรื่องร้องขอจากผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๘ ตำบลป่าร่อน ผู้ใหญ่อะพร เพชรรักษ์ มีการดำเนินการให้ก่อสร้างฝายน้ำล้นจากตำบลป่าร่อน อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื่องจากปัจจุบันคลองย่านยาวมีขนาดกว้างประมาณ ๑๐ เมตร ยาวประมาณ ๒๐ กิโลเมตร มีสภาพตื้นเขิน มีขยะอุดตันไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ ส่งผลกระทบให้ฤดูแล้งทำให้น้ำแห้ง ชาวบ้านไม่มีน้ำกินน้ำใช้ในการเกษตร โดยเฉพาะ ชาวสวนทุเรียนเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ผมจึงนำเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการ และจัดตั้งดำเนินการสร้างฝายน้ำล้นให้กับพ่อแม่พี่น้อง ชาวตำบลป่าร่อนและตำบลช้างซ้าย ขอบคุณครับ🔗
เมื่อสักครู่ ขอโทษด้วยนะครับที่ขัดจังหวะ ขอโทษนะครับ ขอเชิญท่านสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดปัตตานี อำเภอยะหริ่งและอำเภอมายอ ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับหนังสือร้องทุกข์ จากพนักงานธุรการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้มีการทำ หนังสือร้องทุกข์มาว่าลูกจ้างเหมาบริการของโรงเรียนรัฐ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน มีการจ้างงานด้วยอัตราค่าแรงที่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำของประเทศ และไม่ได้รับเงินเสี่ยงภัยในพื้นที่ ทางพนักงานธุรการจึงฝากกระผมร้องทุกข์ผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๔ ข้อด้วยกันนะครับท่านประธาน ๑. ขอให้จัดเงินเสี่ยงภัยให้กับ พนักงานธุรการในพื้นที่ดังกล่าว ๒. ปรับวิธีการจ้าง จากจ้างเหมาบริการเป็นลูกจ้างชั่วคราว มีสิทธิในการประกันสังคมขั้นพื้นฐาน ๓. ปรับค่าจ้างไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ หรือตาม การศึกษาที่ยื่นประกอบตอนรับสมัคร ๔. พิจารณาความมั่นคงในอาชีพธุรการเป็น พนักงานราชการหรือมีสิทธิสอบบรรจุเป็นข้าราชการในกรณีพิเศษ กระผมจึงขอฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมขอร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการก่อสร้าง สะพานลอยหน้าโรงเรียนบ้านโต๊ะตีแตและโรงเรียนจาแปปะมิตรภาพ ตำบลบาโลย อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ซึ่งบริเวณหน้าโรงเรียนทั้ง ๒ โรงเรียน มีเด็กข้ามถนน เป็นจำนวนมาก และผู้ใช้รถใช้ถนนขับมีความเร็วสูงมาก ซึ่งกระผมเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ ไม่ดีกับเด็ก ๆ ซึ่งข้ามถนนบริเวณนี้ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาการสร้างสะพานลอย หน้าโรงเรียนทั้งสองด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมมีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดราชบุรี นำกราบเรียนท่านประธาน เพื่อประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการเร่งด่วนครับ🔗
เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่งว่าถนนเส้น หนองปลาหมอ ตั้งแต่วงเวียนหนองปลาหมอถึงตำบลเขาขลุงที่บ้านสัมมาราม ไฟส่องสว่าง ดับยามค่ำคืน ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เร่งดำเนินการด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมเคยได้ทำกระทู้ถามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับที่ดินว่างเปล่าของ อสร. หรือองค์การผลิตอาหารสำเร็จรูปที่กระทรวงกลาโหมนั้น ได้ดูแลที่ตำบลสวนกล้วย ซึ่งปัจจุบันนี้โครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการแล้ว ผมเลย ขออนุญาตมาติดตามนะครับ🔗
เพราะว่าท่านรัฐมนตรีได้รับปากว่า จะจัดสรรพื้นที่บางส่วนทำเป็นสวนสาธารณะให้กับพี่น้องชาวบ้านโป่งได้ออกกำลังกาย และจัดสันทนาการ จึงขอให้ทางกระทรวงกลาโหมซึ่งกำกับดูแล อสร. ได้ดำเนินการตามที่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมในสมัยนั้นได้รับปากผมในฐานะ สส. ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม ได้เร่ง ดำเนินการปรับปรุงอุโมงค์ลอดใต้รถไฟทางคู่บริเวณ ๔ จุดด้วยกัน ก็คือหลังวัดดอนตูม เชื่อมตำบลสวนกล้วยกับเทศบาลเมืองโป่ง จุดที่ ๒ ตำบลปากแรตเชื่อมระหว่างบ้านโคกหม้อ หมู่ที่ ๙ กับหมู่ที่ ๑๔ หมู่ที่ ๑๕ ของตำบลปากแรต แล้วก็จุดที่ ๓ ที่ตำบลนครชุมน์ และจุดที่ ๔ ที่ตำบลหนองกบ เชื่อมวัดหนองกบกับโรงเรียนวัดหนองกบ ซึ่งเป็นอุโมงค์ลอดใต้ทางรถไฟทางคู่ ซึ่งที่ผ่านมาได้ประชุมแล้วก็ติดตามการติดตั้งเครื่องสูบน้ำแล้วก็ไฟส่องสว่าง ๔ อุโมงค์ ดังกล่าวมาหลายครั้งแล้ว แล้วท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุรพงษ์ ปิยะโชติ ได้ลงไปติดตามด้วยตัวเองหลายครั้งแล้วเหมือนกัน จึงขอให้ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เร่งดำเนินการด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดเพชรบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ดิฉันมีหัวข้อหารือต่อท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง กับการเร่งรัด แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดเพชรบุรี ขออนุญาตนำเรียนหารือ ๒ ประเด็น🔗
เรื่องที่ ๑ จากการลงพื้นที่ที่ได้รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์จากประชาชนที่ได้รับ ความเดือดร้อนจากการใช้ถนนเป็นจำนวนมาก ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้รถใช้ถนนจำนวนมากขึ้น มีประชาชนทั้งภายในและภายนอกพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ที่ใช้ถนน จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง สาเหตุมาจากการไม่มีสัญญาณไฟจราจร ได้แก่ บริเวณถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๑๗๗ เพชรบุรี-หาดเจ้าสำราญ ช่วงระหว่าง ๗+๒๕๐ ซึ่งบริเวณนี้เป็นจุดตัดสี่แยกทางเข้าวัดธรรมรังษี ตำบลหนองพลับ อำเภอเมือง เนื่องจากถนนเส้นดังกล่าวเป็นเส้นทางหลักจากตัวเมืองเพชรบุรี ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ และยังสามารถใช้สัญจรเป็นเส้นทางเลี่ยงเมืองไปยังพื้นที่ ท่องเที่ยวอื่นอีกได้ อีกทั้งยังเป็นทางแยกหลักในการสัญจรเชื่อมไปยังจุดสำคัญหลายแห่ง ทำให้เกิดปัญหาจราจรติดขัดและเกิดอุบัติเหตุ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ในการจราจร จึงขอนำเรียนท่านประธานสภาฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ให้พิจารณาติดตั้งสัญญาณไฟจราจร สัญญาณไฟเขียว ไฟแดงในจุดดังกล่าว เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและลดความสูญเสีย ทรัพย์สินด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ จากการได้รับฟังปัญหาจากผู้นำชุมชนและคนในพื้นที่ตำบลท่าแร้ง ถึงความเดือดร้อนเกี่ยวกับสะพานชำรุดคือ สะพานประชารัฐนิรมิต วัดกุฏิท่าแร้ง อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เนื่องจากสะพานนี้ก่อสร้างมากกว่า ๕๐ ปี มีสภาพชำรุด ทรุดโทรมและเสื่อมสภาพ และเป็นสะพานแคบรถสวนทางกันไม่ได้ สะพานนี้เป็นทางเชื่อม ระหว่างอำเภอเมืองไปยังอำเภอบ้านแหลม ทำให้คนใช้รถสัญจรไปมาตลอดเวลา เกรงว่า จะเกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรีที่มีโครงการจะช่วย ซ่อมแซมและขยายสะพานดังกล่าวแล้ว แต่ติดปัญหาเรื่องการขยายพื้นที่ในการก่อสร้าง จึงขอนำเรียนท่านประธานสภา ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยแก้ไขปัญหาในการ ขยายพื้นที่ในการก่อสร้างสะพานดังกล่าวด้วย ขอขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านเอกราช อุดมอำนวย ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม จ จาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนเขตดอนเมือง พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอหารือในประเด็นความเดือดร้อนของพี่น้องคนดอนเมือง ใน ๓-๔ ประเด็นนะครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือว่าประชาชน จากชุมชน Airport Village ได้มีการมาร้องเรียนว่ามีรถบรรทุกวิ่งผ่านเข้าไปในพื้นที่ ของชุมชน แม้ว่าเขาจะติดป้ายแจ้งเตือนไปแล้ว ก็ยังมีการผ่านเข้าไป ซึ่งกระทบในเรื่องของ สิ่งแวดล้อม แล้วก็พื้นถนนเสียหายอาจจะเป็นอันตรายต่อคนในชุมชนได้ จึงฝากไปยัง ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการที่จะกวดขันและควบคุมการขนส่งรถบรรทุกขนาดใหญ่ไม่ให้สร้าง ผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่นะครับ🔗
ประเด็นต่อมาผมฝากท่านประธานไปยังสำนักงานเขตดอนเมือง ในการควบคุม การทิ้งของเสีย สำนักสิ่งแวดล้อมอยู่ตรงไหนไปดูหน่อย ของเสียที่ลงในคูนายกิม สาย ๓ ภาพที่เห็นจะเห็นว่ามีลักษณะเน่าเสีย แล้วก็เป็นของสะสมทั้งเศษอาหาร น้ำมัน ไขมันต่าง ๆ ที่สะสมเป็นระยะเวลานานนะครับ ท่านประธานลองสังเกตดูนะครับ บางจุดก็มีหนอน เน่าเหม็นด้วยนะครับ นอกจากนี้น้ำที่เน่าเสียตรงนี้ก็ส่งผลไปยังบริเวณสรงประภา ซอย ๑ เขตดอนเมือง ซึ่งทำให้เวลาเปิดใช้งานประตูระบายน้ำนี้ก็ส่งกลิ่นเหม็นมาก อย่างไรฝากกำชับ ไปยังสำนักงานเขตดอนเมือง ดูกวดขันเรื่องการติดตั้งถังดักไขมัน แล้วก็ร้านอาหารตลอดแนว ของคูนายกิมสาย ๓ ด้วยนะครับ🔗
ประเด็นต่อไปนะครับท่านประธาน ก็คือเรื่องของการจราจรบริเวณสรงประภา ยังไม่ได้รับการแก้ไขเลยนะครับ รวมถึงอยากให้ไปกวดขันเรื่องวินัยจราจรด้วยครับ มีประชาชนร้องเรียนมาจำนวนมากนะครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ก็คือว่าผมอยากให้ท่านประธานลองดูครับว่า ตอนนี้มีเยาวชน ที่เร่ร่อนอยู่ในเขตดอนเมือง ผมอยากสะท้อนให้เห็นว่าผมได้รับเรื่องร้องเรียนมาว่าน้องคนนี้ อายุ ๑๗ ปีเท่านั้น ไม่ได้เรียนหนังสือ พ่อแม่หย่าร้าง แล้วก็ต้องเร่ร่อนทำงานหากินนะครับ ก็อยากให้หน่วยงานสังคมสงเคราะห์ต่าง ๆ ลงไปดู แล้วก็กวดขันเรื่องคนเร่ร่อน แล้วก็คนที่ มีปัญหาคนจนเมืองในเขตดอนเมืองด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขอนำเสนอปัญหาทั้งหมด ๓ ประเด็น พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗
ประเด็นที่ ๑ ผ่านท่านประธาน ไปยังการประปาส่วนภูมิภาค จังหวัดพิษณุโลก กระทรวงมหาดไทย เนื่องจากประชาชน ได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคบริเวณ หมู่ที่ ๒ ตำบลบางกระทุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ทั้งหมด ๕ จุด จุดแรกจากสี่แยกคลองกระล่อนถึง บริษัท บิวดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด จุดที่ ๒ จากทางหลวงชนบทถึงท่อลอดคลองหวาย จุดที่ ๓ ซอยบ้านนายจงกล จุดที่ ๔ ซอยบ้านนางอุไร และจุดที่ ๕ ซอยบ้านผู้ช่วย รส สร้อยทอง จึงขอความอนุเคราะห์ขยายเขตประปา เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีน้ำใช้ อุปโภคบริโภคค่ะ🔗
ประเด็นที่ ๒ เรียนผ่านท่านประธานไปยังสำนักชลประทานที่ ๓ กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากบริเวณดังกล่าว หมู่ที่ ๑๐ บ้านวังดาน ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ ทางเข้าวัดกรับพวง หมู่ที่ ๑ ตำบลวังอิทก อำเภอบางระกำ มีระยะทาง ๑,๐๗๕ เมตร ซึ่งเดิมเป็นถนนดินลูกรังและใช้เพื่อเป็นพนังกั้นน้ำท่วมริมแม่น้ำยม ซึ่งปัจจุบัน เป็นถนนลาดยางมีความเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อ เวลาขับรถก็จะมีความโครงเครง แล้วผิวจราจรแตกเสียหายจนมีหญ้าขึ้น พี่น้องประชาชนต้องทนทุกข์ทรมานกับถนนเส้นนี้ มากว่า ๑๕ ปี ซึ่งทางเทศบาลบางระกำเมืองใหม่ได้ทำหนังสือไปที่กรมชลประทาน และได้รับ การตอบกลับมาว่าไม่มีงบประมาณดำเนินการค่ะ ซึ่งถนนดังกล่าวใช้หลายหมู่บ้าน ใช้สำหรับ ขนส่งผลผลิตทางการเกษตร อีกทั้งยังเชื่อมไปถึงอำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร ด้วยนะคะ จึงขอความอนุเคราะห์ให้เร่งแก้ไขถนนเส้นนี้โดยเร่งด่วน เพื่อความสะดวกของ พี่น้องประชาชน🔗
ในประเด็นสุดท้าย ขอผ่านท่านประธานไปยังประเด็นที่ ๓ ค่ะ เนื่องจาก สะพานบางระกำ ข้ามแม่น้ำยมบริเวณบนทางหลวงหมายเลข ๑๐๖๕ หนองกุลา-พิษณุโลก กิโลเมตรที่ ๖๑+๕๔๕ มีความโค้งอันตราย ทำให้เกิดอุบัติเหตุและเฉี่ยวชนบ่อยครั้งทั้งขาไป และขากลับ จึงขอผ่านท่านประธานไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้ปรับปรุง บริเวณดังกล่าวโดยด่วน เพื่อลดอุบัติเหตุและเกิดความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านญาณธิชา บัวเผื่อน🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกลค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาปรึกษาหารือ ในสภาแห่งนี้ ๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องขอให้ช่วยซ่อมแซมท่อใยหินที่แตกชำรุดเสียหายที่บริเวณ หมู่บ้านพังงอน หมู่ที่ ๓ และหมู่บ้านดงจิก หมู่ที่ ๕ ตำบลทับไทร อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ซึ่งชำรุดเสียหายจากการที่ขยายถนนเส้นพังงอน-จางวาง ทำให้ชาวบ้าน ไม่สามารถใช้น้ำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงหน้าแล้ง น้ำเริ่มจะแห้งแล้วนะคะ ถ้าไม่รีบซ่อมแซมก็จะทำให้ชาวบ้านเป็นจำนวนมากไม่มีน้ำใช้ ไม่มีน้ำกิน แล้วก็รวมถึง ไม่มีน้ำใช้เพื่อการเกษตรด้วยค่ะ จึงอยากขอความอนุเคราะห์ไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยสนับสนุนงบประมาณมาแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วนค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องขอให้ช่วยซ่อมแซมท่อส่งน้ำที่อยู่ใต้ถนนบริเวณ หมู่ที่ ๙ บ้านทรัพย์ประเมิน ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีปัญหาน้ำรั่วซึม ส่งผลทำให้กัดเซาะผิวถนน จนผิวถนนพังเป็นหลุมเป็นบ่อขนาดใหญ่ ทำให้ประชาชน ที่ใช้ถนนในบริเวณนั้น เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตและทรัพย์สิน ดิฉันเคยใช้ทางนั้น หลายครั้งค่ะ ขับเพลิน ๆ ไปไม่ทันระวัง ก็ขับตกลงไปในหลุมเลยนะคะ ตึ้ก ๆ แล้วรถ ก็เสียหลักไปเลยนะคะ ตอนนี้ก็ทำได้แค่ตั้งป้ายเตือน ดิฉันจึงอยากขอให้กรมชลประทาน เร่งสนับสนุนงบประมาณมาแก้ไขท่อส่งน้ำบริเวณนี้ด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องที่ขอให้ช่วยแก้ไขเรื่องไฟฟ้าตกที่บริเวณ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ ตำบลฉมัน และหมู่ที่ ๑๑ ตำบลปัถวี อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ชาวบ้านร้องเรียน เป็นจำนวนมากว่าไฟตกจนเครื่องใช้ไฟฟ้าพังไปหลายชนิดแล้วค่ะ โดยเฉพาะช่วงนี้ เป็นช่วงหน้าแล้ง ชาวบ้านก็ใช้ปั๊มน้ำมากขึ้น ไฟก็ตกเพิ่มมากขึ้นค่ะ ขอหารือไปยัง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขามะขาม กระทรวงมหาดไทยด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะอาจารย์และนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ยินดีต้อนรับครับ ต่อไปสมาชิกที่หารือท่านสุดท้าย เชิญท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านดอกเตอร์สุทิน คลังแสง หลังจากที่มีเหตุสะพานถล่มที่บริเวณข้ามคลองหลวงแพ่ง🔗
จากหมู่บ้าน เลคการ์เด้นท์วิลล่า แล้วก็มาพื้นที่เขตลาดกระบัง เช้าวันต่อมาจากการประสานของทาง ท่าน สส. ฐิติมา ก็ได้รับความช่วยเหลือ โดยมีทหารเข้าไปดูในพื้นที่เพื่อที่จะประเมิน สถานการณ์ และในเช้าวันเดียวนั้นก็มีเหตุเพลิงไหม้บ้านที่ชุมชนจัดสรรวัดลาดกระบัง ก็มีทหารได้เข้าไปในพื้นที่เช่นเดียวกัน แต่ติดปัญหาที่ยังไม่มีงบประมาณในการที่จะเข้าไป ทั้งซ่อมสะพาน สร้างสะพานใหม่ แล้วก็ช่วยเหลือในเรื่องของการรื้อโครงสร้างบ้านหลังนี้ น้องที่เป็นเจ้าของบ้านมีฐานะยากจน ดิฉันจึงขอประสานทางท่านสุทินหรือทาง ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้นะคะ ได้โปรดส่งกำลังรวมถึงงบประมาณในการที่จะเข้าไปช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนที่กำลังตกทุกข์ได้ยากอยู่ในขณะนี้ด้วยค่ะ🔗
อีกเรื่องหนึ่งประสานถึงการไฟฟ้านครหลวงค่ะ ได้โปรดออกซ่อมแซม ไฟฟ้าส่องสว่าง ถนนเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ฝั่งขาออกจากเมืองช่วงหน้าปั๊มน้ำมันเชลล์ หน้าปั๊มน้ำมันพีที บริเวณทางกลับรถมืดมาก บริเวณนั้นมีรถใช้เป็นจำนวนมาก แล้วก็ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ถ้าหากมีแสงสว่างที่เพียงพอก็จะลดปัญหาด้านอุบัติเหตุไปได้ค่ะ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ไฟไหม้ขยะที่ประชาชนนำมาทิ้งไว้บริเวณข้างทางถนนกรุงเทพกรีฑา (ตัดใหม่) ไหม้เป็นประจำทุกปี พื้นที่นี้เป็นความดูแลของทางการเคหะแห่งชาติ แต่ยังไม่มี การปรับปรุงหรือการเข้าดูแลพื้นที่ให้มีความปลอดภัยเลย ดิฉันจึงขอประสานถึง ทางการเคหะแห่งชาติได้ช่วยสอดส่อง แล้วก็อย่าให้เกิดปัญหาซ้ำซาก เพราะว่าเหตุไฟไหม้ที่ จุดนี้ แต่ว่าปัญหานั้นลุกลามไปทั่วบริเวณ เพราะว่าสะเก็ดไฟที่ลอยไปในที่ต่าง ๆ ควันไฟ ที่ลอยเข้าบ้านคน ทั้งเกิดปัญหาด้านสุขภาพ แม้จะไม่ได้อยู่ในบริเวณนี้ก็ตาม ดิฉันเห็นว่า เป็นปัญหาใหญ่ แล้วก็ยังเป็นการสร้างมลภาวะให้กับมลพิษในอากาศ PM2.5 ก็เพิ่มมากขึ้นด้วย ฉะนั้นขอให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้โปรดดำเนินการเคร่งครัดในปัญหานี้ด้วย ขอบคุณ ท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณครับ🔗
สมาชิกครับ ตอนนี้มีผู้มาลงชื่อทั้งหมด ๓๐๐ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ ผมขอเปิด การประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ในฐานะตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องจะหารือ และขอคำมั่นจากท่านประธานในการประชุมวันนี้ครับ เนื่องจากว่าในการประชุมวิปฝ่ายค้าน เราเห็นดีครับว่า การพิจารณากฎหมายในวันพุธซึ่งเริ่มมาประมาณ ๑ เดือนเศษ เป็นไปด้วยดี แต่อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาแล้ว เราพบว่าเราจะเหลือวันพุธที่อาจจะมีการประชุมกฎหมายได้ อยู่เพียงแค่ ๒ สัปดาห์เท่านั้น คือสัปดาห์นี้ในวันนี้ และอาจจะเป็นสัปดาห์ปลายเดือนมีนาคม อีกครั้งหนึ่งครับ ซึ่งเมื่อผมพิจารณาจากวาระที่ค้างการพิจารณาครับท่านประธาน วันนี้มีเรื่องเสร็จแล้วก็คือกฎหมาย ป.ป.ท. อันนี้ไม่มีปัญหาครับ ผมว่าเราเดินหน้าได้แน่ ๆ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องที่เข้ามาใหม่ เป็นเรื่องด่วนที่ ครม. ขอเข้ามาก็คือ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... พวกผมก็พร้อมที่จะ พิจารณาครับ แต่ว่าเรื่องถัดมาครับท่านประธาน ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีขอรับไปศึกษาก่อน บัดนี้ก็ครบ ๖๐ วัน มีการส่งกลับเข้ามาเป็นเรื่องด่วน ผมคิดว่าอย่างไรเสียในเมื่อเป็นเรื่องด่วนก็จะต้องพิจารณา จนจบสิ้นกระบวนความครับ แต่ปรากฏว่าบนโต๊ะของพวกเรา ณ ขณะนี้ไม่มีร่างเลยครับ ไม่มีร่างทั้ง ๓ ฉบับ ไม่มีความเห็นคณะรัฐมนตรีเลย ไม่ทราบว่าอย่างไรครับ ตกลงส่งมาแล้ว จริงหรือไม่ ในขณะเดียวกันเราแว่วมานะครับว่ามีการประสานงานไปยังผู้ชี้แจงที่เป็น เจ้าของร่างด้วยซ้ำ บอกว่าวันนี้ไม่ต้องมา ทำแบบนี้ไม่ได้นะครับท่านประธาน ผมคิดว่า เพื่อนสมาชิกเราพร้อมจะเดินหน้าพิจารณากฎหมาย เหลืออีกแค่ ๒ สัปดาห์เองครับ เอากันเต็มที่เลิก ๒ ทุ่ม ผมเชื่อมั่นว่าท่านประธานอยู่ได้ ฉะนั้นอันนี้เป็นประเด็นที่ ๑ ที่จำเป็นต้องหารือครับว่า ตกลงเกิดอะไรขึ้นครับ ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้มันหายไปบนโต๊ะได้อย่างไร แล้วทำไมถึงไปบอกผู้ชี้แจง ไม่ต้องมา กฎหมายนี้สำคัญนะครับ ส่วน ครม. จะทำเสร็จหรือไม่ นั่นเป็นเรื่องของ ครม. ครับ ผมคิดว่านี่เป็นประเด็นที่ ๑ ที่จำเป็นต้องปรึกษาหารือและขอคำมั่นจากท่านประธานครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ เราเหลืออีก ๑ สัปดาห์เท่านั้นนะครับ และเมื่อพิจารณาแล้ว ผมทราบมาว่าขณะนี้การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สมรสเท่าเทียมจะแล้วเสร็จในวันนี้ ผมเองก็เป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย ต้องขอบพระคุณ ท่านประธานกรรมาธิการ สส. ดนุพร ปุณณกันต์ สส. พี่บรู๊คของพวกเรา ท่านทำเต็มที่เลยครับ ฉะนั้นกฎหมายฉบับนั้นน่าจะเข้ามาสัปดาห์สุดท้าย พี่น้องประชาชนทวงถามมานะครับ นี่จดหมายจากเรือนจำนะครับท่านประธาน บอกว่าแล้วกฎหมายความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ที่เรารับหลักการว่าจะยกเลิกโทษทางอาญา น้อง ๆ เรียนนิติศาสตร์หัวเฉียวทราบดี กฎหมายเช็ค ภาษานิติศาสตร์เรียก Mala Prohibita มันน่าจะใกล้แล้วเสร็จเช่นเดียวกัน นี่จดหมาย จากเรือนจำนะครับ เขารอด้วยความหวัง แต่ก็ไม่ทราบว่าตกลงจะเสร็จหรือไม่เสร็จ🔗
แต่อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาทั้งหมดแล้ว พบว่ามีร่างกฎหมายที่รอ การพิจารณาอยู่อีกตั้ง ๑๘ ฉบับครับท่านประธาน ฉะนั้นเรื่องที่หารือก็คือผมคิดว่าอยากจะ ขอคำมั่นนะครับว่าเราเดินกันยาวนิดหนึ่งได้ไหม อย่างน้อยที่สุดวันนี้ก็เดินไปให้จบเรื่องด่วน ถ้าจบเรื่องด่วน จะเข้าประมวลกฎหมายที่ดินท่าน สส. อภิชาติ ศิริสุนทร ก็พร้อมนะครับ แล้วสัปดาห์ที่เหลืออยู่ก็ช่วยกันบริหารจัดการว่า เอากฎหมายที่พี่น้องประชาชนฝากความหวัง มาพิจารณาครับ แต่อย่างไรเบื้องต้นต้องทวงถามท่านประธานครับ ร่างไม่มีเลยครับ บนโต๊ะ หายไปหมดเลย แล้วในขณะเดียวกันประชาชนแจ้งมาว่าเขาได้รับแจ้งว่าไม่ต้องมาสภา ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนสั่งนะครับ แต่ผมคิดว่าแบบนี้ไม่ได้ครับ เรื่องควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะบวก จะลบ เอามาพูดกันในสภา แต่ไม่ใช่ใช้วิธีแบบนี้ ก็ขออนุญาตหารือท่านประธาน ขอเป็นข้อหารือและคำมั่น พวกผมพร้อมเดินหน้าเป็นองค์ประชุมร่วมพิจารณาทุกมาตรา แต่ก็วัดใจกันดูว่า แล้วใครละครับที่ไม่พร้อมจะพิจารณาในวันนี้ ขอหารือท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ครับ เดี๋ยวผมขอเวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนนะครับว่าเรื่องเป็นอย่างไร แล้วก็จะรายงาน ท่านสมาชิกทราบครับ ส่วนเรื่องการบริหารการพิจารณาระเบียบวาระ เดี๋ยวผมจะกราบเรียน ท่านประธานวันมูหะมัดนอร์นะครับ แล้วถ้าเป็นไปได้เราก็อยากจะให้กฎหมายในสมัยประชุม ของเราได้พิจารณาอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ขอบคุณนะครับ ขอเข้าสู่ระเบียบวาระต่อนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
ขอเชิญเปิดสไลด์ด้วยนะครับ🔗
เนื่องจากเราผ่านวันที่เป็น International Women’s Day มาแล้วนะครับ แล้ววันพรุ่งนี้ จะเป็นวันที่เราจัดเสวนา ในเรื่องบทบาทของสมาชิกผู้แทนราษฎรหญิงในรัฐสภาไทย เพื่อผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศและการมีส่วนร่วมทางสังคม จัดในวันพรุ่งนี้ เวลา ๐๘.๓๐-๑๒.๐๐ นาฬิกา ที่ห้องประชุม B1-2 ชั้น B1 งานนี้เป็นงานที่เราจัดโดยได้รับ การสนับสนุนอย่างเป็นทางการ จากสถานทูตออสเตรเลีย UNDP และ UN ด้วยนะครับ ที่เราจะขับเคลื่อน Agenda ของ Sustainable Goals Development ก็คือความเท่าเทียม ทางเพศ และบทบาทผู้นำของสุภาพสตรี อันนี้เชิญทุกเพศสภาพ เพศวิถี ไม่ใช่แค่สุภาพสตรี แต่ว่าท่านใดที่สนใจในเรื่องบทบาทของสตรีเพศ ในการผลักดันความเท่าเทียมกันในสภา ก็เรียนเชิญได้ทั้งสิ้นเลยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
ร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปราม การทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ขอเชิญคณะกรรมาธิการ เข้าประจำที่ครับ และสภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับอีกคณะหนึ่ง คณะนักเรียน ครู โรงเรียน เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ จังหวัดพัทลุง จำนวน ๔๒ ท่าน ยินดีต้อนรับนะครับ แล้วผม ต้องขอโทษคณะกรรมาธิการด้วย ที่ท่านต้องนั่งรอในห้องพยาบาลนะครับ พรรคพลังประชารัฐ ย้ายหรือยังครับ ย้ายแล้วแต่ยังอยู่ห้องผู้ชี้แจงนะครับ ตอนนี้ผู้ชี้แจงเราต้องรอห้องพยาบาล ก็ขอรบกวนจัดการให้เรียบร้อยด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ด้วยความ เคารพนะครับ ท่านประธานพูดอย่างนี้ ผมและพรรคพลังประชารัฐเรารู้สึกได้รับความเสียหาย ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ นะครับ เพราะว่าตอนนี้ได้ประสานกับทุกฝ่าย และทุกฝ่ายเรียบร้อยหมดแล้ว เราก็อยู่ในส่วนของเรา ห้องที่ทางพรรคก้าวไกล ห้องที่ ท่านประธานได้ผลักดันที่จะออกระเบียบมา ตอนนี้ท่านก็สามารถให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน เข้าไปใช้ได้แล้วนะครับ แล้วมีการพูดคุยทุกพรรคแล้วครับท่านประธาน🔗
แต่ท่านยังอยู่ห้องหลังบัลลังก์เหมือนเดิมนะครับ ซึ่งไม่อนุญาตให้พรรคการเมืองใช้ พรรคใดพรรคหนึ่งครับ ต้องเป็นวิปฝ่ายค้านแล้วก็วิปฝ่ายรัฐบาลครับ🔗
ท่านประธานไม่ได้อยู่ในกระบวนการ ตั้งแต่แรก ผมเรียนท่านประธานว่าตอนนี้เราได้พูดคุยกันในระหว่างพรรคการเมืองนะครับ ห้องทั้ง ๔ ห้อง ถูกใช้ตามวัตถุประสงค์ที่มีความจำเป็นทุกห้อง ท่านประธานครับ ด้วยความ เคารพครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมตรวจสอบระเบียบอีกทีหนึ่งนะครับ แต่ผมปล่อยให้ผู้ชี้แจงรอ ในห้องพยาบาลไม่ได้อีกแล้ว อย่างไรเดี๋ยวผมขอเข้าไปจัดระเบียบใหม่นะครับ ในการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นการพิจารณาในวาระที่ ๒ ซึ่งจะพิจารณาเริ่มต้นตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ และเรียงตามลำดับมาตราจนจบร่าง โดยผมจะให้กรรมาธิการที่สงวนความเห็น หรือสมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติไว้ จะอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำหรือข้อความที่มีการแก้ไข ตามข้อบังคับข้อ ๑๓๑ ครับ ในการนี้ได้อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมชี้แจงด้วยนะครับ ขอเชิญประธานกรรมาธิการแถลงครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก่อนอื่นกระผมต้องขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่ง ต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ในฐานะตัวแทน ครม. ที่ได้นำเสนอ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระแรกที่ผ่านมา ที่กระผมจำเป็นที่จะต้องพูดถึงการพิจารณาและการเสนอนั้น เนื่องจากรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปี ๒๕๖๐ มาตรา ๒๓๔ บัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือเราเรียกว่า ป.ป.ช. ก็จะเกิดปัญหา ในหน่วยงานหนึ่งคือ ป.ป.ท. ซึ่งทำหน้าที่ในลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่ไม่มีกฎหมายรองรับ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน และท่านสมาชิกที่ได้มองเห็นปัญหาดังกล่าว ในฐานะที่กระผมทำหน้าที่ร่วมกับทางคณะกรรมาธิการทุกท่าน ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าพวกเราร่วมกันทำงานอย่างเข้มข้นรัดกุม เพื่อจะให้กฎหมายฉบับนี้ออกมา สมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ ซึ่งปรากฏในเอกสารที่นำเรียนท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ไว้แล้ว บัดนี้คณะกรรมาธิการได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่อยู่ในข้อบังคับและกฎหมาย ปรากฏว่ามีผู้แปรญัตติ ๑ ท่าน🔗
ประการที่ ๒ พระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหลักในการพิจารณา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหาร ในการป้องกันและปราบปราม การทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ และแก้ไขเพิ่มเติมทั้งสิ้นจำนวน ๔๔ มาตรา โดยคณะกรรมาธิการ วิสามัญได้มีการแก้ไขในจำนวน ๖ มาตรา🔗
ประการที่ ๓ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหลัก ในการพิจารณานั้น ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญนำร่างบัญญัติของท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และคณะ ซึ่งที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับหลักการในวาระ ๑ มาพิจารณา ประกอบด้วย ทั้งนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญมีข้อสังเกต เพื่อให้คณะกรรมาธิการ ป.ป.ท. และ สำนักงาน ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรทราบหรือควรปฏิบัติ คณะกรรมาธิการ วิสามัญจึงได้บันทึกข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อให้ที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาด้วย กระผมต้องกราบขออภัยท่านประธานและท่านสมาชิกว่า บังเอิญในการจัดพิมพ์ในร่างพระบัญญัติ ในหน้า ๔ มาตรา ๑๗ คณะกรรมาธิการได้แก้ไขในวรรคสาม โดยให้มีการเว้นวรรคก่อนคำว่า และเผยแพร่ให้ประชาชนทราบด้วย ในประเด็นนี้บังเอิญวรรคตอนอาจจะคลาดเคลื่อน กระผมขอนำเรียนว่า เมื่อมันมีถ้อยคำที่ติดต่อกัน ทำให้เกิดตีความในกฎหมายที่แตกต่างกัน จึงขออนุญาตท่านประธานและท่านสมาชิกว่า ในถ้อยคำดังกล่าวนั้นขอวรรคเฉพาะวรรค แต่คงถ้อยคำดังกล่าวนี้ไว้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าคณะกรรมาธิการของพวกเราก็ยินดี ตอบคำถามที่ท่านมีตามขอบข่ายข้อบังคับที่เราใช้บังคับและในการอภิปรายต่อไปครับ ขอขอบคุณท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่านครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับ ขอเชิญเลขาธิการดำเนินการครับ🔗
ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ มีการแก้ไข🔗
เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗
ท่านประธานครับ เนื่องจาก มาตรา ๖ มีการแก้ไข ผมจะขอใช้สิทธิในฐานะสมาชิกครับ🔗
ตอนนี้ ยังไม่มีผู้เข้าชื่ออภิปราย เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ในระหว่างที่ผมขออนุญาตอภิปราย ก็อาจจะต้องรบกวนแจ้งเพื่อนสมาชิก ได้เตรียมความพร้อมในการลงมติด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขออนุญาตท่านประธานในการจะสอบถาม ในมาตรา ๖ ที่มีการแก้ไขข้อความในมาตรา ๑๗ ของตัวกฎหมายแม่บท ที่พูดถึงการให้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ครับ ท่านประธานครับ ทางคณะกรรมาธิการได้มีการปรับแก้เฉพาะกรณีมาตรา ๑๗ (๘) นะครับ แล้วก็ต้องขอบพระคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับ คุณอาที่น่ารักของผม ท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ครับ เพราะว่าเมื่อวานนี้ผมเองเชิญหน่วยงานมาชี้แจง ก็สอบถาม ทาง ป.ป.ท. ว่า ตกลงคำว่า และ ทำไมถึงไม่แยกกัน ซึ่งวันนี้ท่านก็ชี้แจงชัดเจนครับว่า ในมาตรา ๑๗ (๘) นั้น จะต้องมีการแยกคำว่า และ นะครับ ความหมายก็คือว่าเมื่อมีการแยก คำว่า และ ก็คือจะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ที่ต้องจัดทำรายงานประจำปี เสนอต่อคณะรัฐมนตรีและเสนอสภาผู้แทนราษฎร อันนี้ความหมายหลักก่อน เพื่อทราบนะครับ ฉะนั้นคำว่า สภาผู้แทนราษฎร นั้นเป็นคำที่เพิ่มเข้ามา แต่ว่าไม่ใช่คำที่แตกต่างจากเดิม เพราะว่าแต่เดิมนั้นในตัวกฎหมาย มาตรา ๑๗ ก็มีคำนี้อยู่แล้ว ส่วนเมื่อมีคำว่า และ เผยแพร่ ให้ประชาชนทราบด้วย ที่ผมจำเป็นต้องอภิปรายอีกรอบหนึ่งนั้น เพื่อถามความชัดเจนและ ให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ว่าท่านต้องการความหมายแบบใด เมื่อสักครู่ท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ท่านบอกว่าให้แยกคำออกจากกัน เพื่อความชัดเจน นี่ผมเข้าใจครับ แต่สอบถามเพื่อให้มีการบันทึกไว้ว่า การที่ท่านตกลงที่อยากจะให้มีการ แยกคำนั้น ประเด็นเรื่องการเผยแพร่ให้ประชาชนทราบด้วย ตกลงเป็นหน้าที่ของ ครม. ที่รับทราบรายงานและต้องมีการเสนอให้ประชาชน หรือตกลงเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร ที่รับทราบรายงานและต้องมีการเสนอต่อประชาชน หรือเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ก็ต้องถามเพื่อความชัดเจนเพื่อบันทึกเจตนารมณ์ไว้ หน่วยงานที่ดำเนินการเมื่อมีการ ผ่านกฎหมายฉบับนี้ก็จะได้ไปปฏิบัติที่ถูกต้อง ท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านทราบดี อยู่แล้วครับ ในจุดที่ท่านแก้ไขเมื่อสักครู่ แต่ผมถามเพื่อความชัดเจนในการบันทึกไว้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผมต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้มีเกียรติที่ได้ให้การท้วงติงได้สอบถาม ผมทราบจากทางกฤษฎีกาว่า ก็เป็นความเห็นเป็นคำถามของทางวิปฝ่ายค้านในการท้วงติง ในกรณีนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ในเรื่องรายงานต่าง ๆ นั้นก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงาน ที่จะรายงานสภาผู้แทนราษฎรหลายหน่วยงาน แต่ปรากฏว่า ป.ป.ท. ขาดปัจจัยประเด็นนี้ขึ้นไป ถ้าผมจำไม่ผิดผมกราบเรียนท่านประธานว่า ก็มีคณะกรรมาธิการในซีกของฝ่ายค้าน ได้หยิบยกขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมาธิการจากพรรคก้าวไกลหยิบยกขึ้นมา อยากจะให้ มีการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรด้วย รายงานดังกล่าวนี้เป็นรายงานจากหน่วยงานของ ป.ป.ท. ที่จะรายงานสภาผู้แทนราษฎร นั่นประการที่ ๑🔗
ประการที่ ๒ ท่านสมาชิกได้กล่าวถึงว่า คำว่า รายงานให้ประชาชนทราบด้วย เป็นหน้าที่ของใคร ผมต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่า เป็นหน้าที่ของ หน่วยงาน คือ ป.ป.ท. ครับ🔗
ขอบคุณครับ จากการชี้แจงท่านณัฐวุฒิติดใจไหมครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็ถือว่า เป็นความชัดเจนและเป็นการบันทึกเจตนารมณ์ ไม่ใช่ติดใจครับ เห็นชอบและเห็นด้วยกับ ที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้สรุปให้ฟัง ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นจะขอถามมติจาก ที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบ องค์ประชุมครับ🔗
ท่านประธานครับ ทางนี้ครับท่านประธาน🔗
ท่านครับ เดี๋ยวเราลงมติกันเยอะมาก เชิญไปรับบัตรครับ ยังไม่รีบนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ผม วรวงศ์ วรปัญญา ครับ🔗
เชิญท่านวรวงศ์ครับ🔗
ผม วรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทยครับ เมื่อสักครู่ผมพยายามสื่อสารไปทางห้องประชุม ข้างบน มันมีในส่วนของห้องประชุมกรรมาธิการงบประมาณอยู่ แล้วก็เห็นว่ามีโหวตด้วย ขอให้ท่านประธานส่งสัญญาณไปทางข้างบนอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าบางส่วนยังไม่ทราบครับ ผมโทรไปถามแล้ว เขาบอกว่าเขาไม่ทราบครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอนนี้มีไฟแจ้งลงมติตามห้องกรรมาธิการแล้วนะครับ แล้วเดี๋ยวผมกดอีก สักครั้งหนึ่ง เพื่อจะแจ้งทุกท่านว่าจะมีการลงมติ แล้วหลังจากนี้หลังจากมาตรา ๖ ก็จะมี มาตรา ๙ อีกทีหนึ่งที่มีการแก้ไข เพราะฉะนั้นสมาชิกเตรียมตัวนะครับ🔗
เชิญสมาชิกครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ประดิษฐ์ สังขจาย ๒๐๖ แสดงตนครับ🔗
เชิญไปรับบัตร เดี๋ยวเราโหวตกันหลายมาตรานะครับ เชิญสมาชิกเข้าไปรับบัตร แล้วก็ใช้สิทธิ แสดงตน เรามีมาตรา ๖ ที่จะต้องมีการลงมติ แล้วถัดไปเป็นมาตรา ๙ ในเวลาอันสั้นนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๐๑๖ กาญจน์ ตั้งปอง แสดงตนครับ🔗
๐๑๖ นะครับ สมาชิกไปรับบัตรนะครับ ยังไม่ต้องขานชื่อด้วยเสียง เดี๋ยวเราลงมติกันนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๑๕๐ ทศพร แสดงตนครับ🔗
๑๕๐ นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขอให้รอ ห้องประชุมงบประมาณด้วยครับ🔗
รอแน่นอนครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม อดิศร เพียงเกษ ๔๖๑ แสดงตนนะครับ มาแล้วครับ🔗
๔๖๑ ครับ🔗
ท่านประธานคะ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ๒๘๕ แสดงตนค่ะ🔗
๒๘๕ ครับ เชิญท่านอรรถกรครับ🔗
ขอบพระคุณครับ กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ผมอรรถกรนะครับ เผอิญเมื่อสักครู่นี้ได้รับโทรศัพท์ จากเพื่อนสมาชิกที่เขาเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณอยู่ เขาบอกกำลังลงมาครับ ท่านประธานกรุณารอสักนิดเดียวนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ครับ ท่านใดที่เข้ามาแล้วโปรดใช้สิทธิแสดงตนด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ หารือท่านประธานนิดเดียวนะครับ เนื่องจากว่ามันจะเป็นการลงมติที่มีความต่อเนื่อง เดี๋ยวบางครั้งเพื่อนสมาชิกจะเข้าใจว่าลงมติครั้งเดียว แล้วกลับขึ้นไปประชุม อย่างไร ท่านประธานย้ำนิดหนึ่งครับว่าจะเป็นการลงมติต่อเนื่อง ถ้ามีผู้แปรญัตติด้วย รวมแล้วก็เกิน ๑๐ ครั้ง เพื่อจะได้มีการเตรียมตัวครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เรียนท่านสมาชิกนะครับ อันนี้เป็นมาตรา ๖ ที่มีการแก้ไข ซึ่งจะลงมตินะครับ แล้วอีกครั้งหนึ่งจะเป็นมาตรา ๙ ต่อเนื่องกันเลยนะครับ เพราะฉะนั้นสมาชิกที่ประสงค์จะใช้สิทธิ ต้องอยู่ในห้องประชุมก่อนนะครับ แล้วกฎหมายฉบับนี้ผู้อภิปรายไม่ได้เยอะเลยนะครับ เพราะฉะนั้นคิดว่าจะโหวตรัว ๆ เลยนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยู่ในประชุม รักษาองค์ประชุม ไว้นะครับ🔗
๒๐๙ แสดงตนค่ะ🔗
๒๐๙ ครับ🔗
ผม บุญแก้ว สมวงศ์ ๑๙๕ แสดงตนครับ🔗
๑๙๕ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๖๐ แสดงตนครับ🔗
๔๖๐ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๐๒ แสดงตนครับ🔗
๔๐๒ ครับ🔗
ท่านประธานค่ะ ดิฉัน ๐๗๑ ชนก แสดงตนค่ะ🔗
ท่านสมาชิกครับ ไปรับบัตรได้นะครับ ผมยังรออยู่นะครับ เพราะเดี๋ยวต้องใช้ในการลงมติ หลายมติเลยนะครับ เราจะพยายามลงมติโดยการขานชื่อน้อยที่สุดนะครับ เพื่อป้องกัน การผิดพลาดนะครับ🔗
ท่านประธานขออนุญาตค่ะ ๒๓๗ แสดงตนค่ะ🔗
๒๓๗ ครับ🔗
ท่านประธานคะ ขออนุญาตอย่างนี้ได้ไหมคะท่านประธาน เพราะว่าเพื่อนสมาชิกเราวิ่งเข้า วิ่งออกกันมา จากหลายห้อง รบกวนท่านประธานล้างใหม่แล้วก็ลงทีเดียวได้ไหมคะ เดี๋ยวจะมีการสับสนกัน ทั้งมีการพูดด้วยอย่างนี้ค่ะท่านประธาน รบกวนล้างใหม่ดีกว่าค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ยินดีครับ🔗
ท่านประธานคะ ๑๖๙ ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ แสดงตนค่ะ🔗
เดี๋ยวเรา จะมีการนับองค์ประชุมใหม่นะครับ เดี๋ยวขอเจ้าหน้าที่ล้างตามข้อหารือของท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ไปรับบัตร ไปรับบัตรก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวเราจะมีการนับองค์ประชุมใหม่ ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยล้างข้อมูลด้วยนะครับ ส่วนสมาชิกที่เข้ามาแล้วขอความกรุณานั่งนะครับ เพราะตอนนี้ห้องประชุมค่อนข้างวุ่นวาย ขอให้ที่ประชุมนั่งนะครับ แล้วเดี๋ยวเราจะลงมติกัน🔗
ผมขอนับ องค์ประชุมนะครับ ขอเชิญสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนในครั้งนี้ครับ🔗
ท่านประธานคะ ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ๑๖๙ แสดงตนค่ะ🔗
๑๖๙ ครับ เชิญสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนนะครับ มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิไหมครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๕๙ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๓๖๐ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไข โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ให้คงไว้ร่างเดิม โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ครับ🔗
ท่านประธานคะ ๑๖๙ ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ เห็นด้วยค่ะ🔗
๑๖๙ เห็นด้วยนะครับ มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนไหมครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๙๘ เห็นด้วย ๓๙๒ คือ ๓๙๑ บวก ๑ ที่มีการ ขานชื่อนะครับ ไม่เห็นด้วย ๐ งดออกเสียง ๑ ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติ เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการครับ🔗
ขอเชิญ เลขาธิการดำเนินการต่อครับ🔗
มาตรา ๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙ มีการแก้ไข🔗
เนื่องจาก มาตรานี้เป็นมาตราคลุมที่ให้เพิ่มมาตรา ๑๘/๑ ถึงมาตรา ๑๘/๔ ซึ่งมีรายละเอียด แต่ละมาตราแตกต่างกัน และมีคณะกรรมาธิการแก้ไขในการเพิ่มเป็นมาตรา ๑๘/๓ ดังนั้นเพื่อให้การพิจารณาและลงมติเป็นไปอย่างรอบคอบ ผมขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๗๘ วรรคสอง แยกประเด็นพิจารณาและลงมติแต่ละมาตราย่อยตามที่ปรากฏในมาตรา ๙ ตามลำดับ โดยบทบัญญัติของมาตราคลุมถือว่าคณะกรรมาธิการไม่มีการแก้ไขครับ ขอเชิญ เลขาธิการดำเนินการต่อครับ ต่อไปจะเป็นการลงมติในมาตรา ๙ ที่มีการแก้ไข ขอเชิญ สมาชิกใช้สิทธิแสดงตนครับ🔗
ท่านประธานคะ ๓๔๓ แสดงตนค่ะ🔗
มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนไหมครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการแสดงตนครับ เชิญเจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๗๐ ครบองค์ประชุมครับ🔗
เดี๋ยวจะให้ ทางเลขาธิการได้อ่านมาตราย่อย เริ่มตั้งแต่มาตรา ๑๘/๑ เป็นต้นมา เชิญฝ่ายเลขาครับ🔗
มาตรา ๑๘/๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๘/๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๘/๓ มีการแก้ไข🔗
ต่อไป จะเป็นการลงมตินะครับ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดที่เห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียงครับ🔗
มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนไหมครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการลงคะแนน เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๙๒ เห็นด้วย ๓๙๐ ไม่เห็นด้วย ๐ งดออกเสียง ๑ ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการครับ🔗
เชิญฝ่ายเลขาดำเนินการอ่านมาตราต่อไปครับ🔗
มาตรา ๑๘/๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๙/๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๙/๒ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗
เนื่องจากมาตรานี้เป็นมาตราคลุมเหมือนกันครับ ที่ให้เพิ่มมาตรา ๑๙/๑ และมาตรา ๑๙/๒ ซึ่งมีรายละเอียดแต่ละมาตราแตกต่างกัน และมีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นในการเพิ่ม มาตรา ๑๙/๒ ดังนั้นเพื่อให้การพิจารณาลงมติเป็นไปอย่างรอบคอบ ผมขออาศัยอำนาจ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๘ วรรคสอง แยกประเด็นพิจารณาและลงมติแต่ละมาตราย่อยนะครับ ขอเชิญกรรมาธิการที่สงวนความเห็นครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ คณะกรรมาธิการนะครับ ขออนุญาตอภิปรายในส่วนของการสงวนความเห็น มาตรา ๑๙ วรรคสอง ในส่วนมาตรา ๑๙ วรรคสอง เป็นเรื่องอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ซึ่งเดิมและตามร่างนี้นั้น ให้อำนาจคณะกรรมการ ป.ป.ท. ในการมอบหมาย ให้หน่วยงานอื่น ยกตัวอย่าง เช่น ตำรวจหรือฝ่ายปกครองที่จะให้ไปออกหมายจับได้แทน หรือควบคุมตัวได้แทน ออกหมายจับขอศาลที่มีอำนาจได้แทน แต่ในทางการบริหารจัดการนั้น ในฝ่ายตำรวจหรือฝ่ายปกครอง ไม่ใช่เป็นผู้ที่ได้ทำสำนวนโดยตรง ไม่รู้รายละเอียดในส่วน สำนวนคดีว่า ในแต่ละคดีนั้นมีความผิดทางอาญามีข้อหาอะไร เนื้อหาความผิดข้อเท็จจริง อย่างไร ข้อกฎหมายอย่างไร การที่จะมอบให้ทางฝ่ายตำรวจ ซึ่งเป็นหน่วยงานอื่นนอกจาก ป.ป.ช. ป.ป.ท. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ไปออกหมายจับ เขาก็จะไม่รู้ แต่เป็นความรับผิดชอบของ พนักงานตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองด้วยที่จะต้องไปออก ดังนั้นที่ตัวกระผมได้แปรญัตติ ในส่วนวรรคแรกว่า หรือคณะกรรมการ ป.ป.ท. หรือพนักงาน ป.ป.ท. หรือเจ้าหน้าที่ ซึ่งคณะกรรมการมอบหมาย คือเราขีดขอบเขตอำนาจจำกัดเฉพาะเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. หรือเจ้าพนักงาน ป.ป.ท. เท่านั้น ที่ ป.ป.ท. มอบหมาย ก็จะทำให้อยู่ในหน่วยงานตัวเอง และในกรณีนี้ในส่วนของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. และพนักงาน ป.ป.ท. นั้น เป็นหน่วยงานเองอยู่แล้ว ไม่ต้องข้ามหน่วยงาน และรู้เรื่องในส่วนคดีเองอยู่แล้วว่า คดีนั้นมีข้อเท็จจริงอย่างไร ความผิดอย่างไร ออกหมายจับก็จะดีกว่าที่จะไปให้ทางตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองไปออกหมายจับแทน กรณีนี้จึงเห็นควรจะเพิ่มเติมตรงนี้ว่า การจะขอหมายจับนั้นควรจะเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ท. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. เอง🔗
ในส่วนวรรคสองเรื่องการจับกุมหรือควบคุมตัววรรคหนึ่งนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ท. นั้นจะมอบหมายให้พนักงาน ป.ป.ท. หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ดำเนินการแทน โดยจะขอให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจสนับสนุนการดำเนินการแทนด้วยก็ได้ และให้ผู้ได้รับมอบหมายดังกล่าวดำเนินการตามที่ได้มอบหมายโดยเร็ว นั่นหมายความว่า กรณีการจับกุมควบคุมตัวนั้น บางทีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. อาจจะมีกำลังไม่พอก็ได้ กรณีอย่างนี้ ผมคิดว่าก็เป็นธรรมโดยชอบ อาจจะขอช่วยเหลือได้ ซึ่งมันต่างจากกรณีของวรรคแรกนะครับ วรรคแรกคือกรณีการออกหมายจับ มันจะต้องรู้ว่าคดีแต่ละคดีนั้นความผิดทางอาญา มีข้อเท็จจริงอะไร จะไปให้ตำรวจซึ่งไม่รู้เรื่องเลย หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ไม่รู้เรื่องเลย ไปออกหมายจับ ก็ไม่เป็นธรรมกับเขา อีกทั้งในส่วนของตัวงบประมาณ ซึ่ง ป.ป.ท. มีงบประมาณอยู่แล้วในการดำเนินการของตัวเอง แต่ไปเบียดบัง ประทานโทษนะครับ ไปใช้งบประมาณในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายปกครอง ซึ่งทางฝ่ายปกครองตำรวจ เขาโต้แย้งมา และฝากประเด็นนี้ผมมานะครับ🔗
ดังนั้นผมเห็นว่าถ้าทำตามที่แปรญัตติไว้ ก็จะทำให้เกิดความเป็นธรรม ระหว่างหน่วยงาน และการออกหมายจับนั้นจะออกหมายจับโดยผู้ที่รู้จริง นั่นคือ ตัวคณะกรรมการ ป.ป.ท. เจ้าพนักงาน ป.ป.ท. หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ไม่ใช่ไปให้ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือหน่วยงานอื่น ๆ ไปทำแทนนะครับ ขอให้ที่ประชุมได้โปรด แก้ไขตามที่กระผมได้แปรญัตติด้วยครับ🔗
เชิญกรรมาธิการท่านต่อไป ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ในฐานะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นเอาไว้ครับ ในมาตรา ๑๙ ของ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็นการให้อำนาจกับพนักงาน ป.ป.ท. ในการออกหมายจับ แล้วก็ควบคุมตัว ผู้ที่ถูกกล่าวหาเอาไว้ แล้วท่านประธานก็ทราบอยู่ครับว่าปัจจุบันนี้การควบคุมตัว และการจับกุมผู้ที่ถูกกล่าวหา ในมาตรานี้ทางคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้พูดถึงครับว่า ในวรรคสามได้ระบุเอาไว้ว่า เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ในการจับ การควบคุมตัว และการปล่อยตัวชั่วคราว และการดำเนินการของพนักงานอัยการ ให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ท่านประธานครับ สมาชิกแห่งนี้เพื่อน สส. ได้หลงลืมไปไหมครับว่า การจับกุมและควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหา ไม่ได้ใช้แค่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเท่านั้น เราลืมไปหรือเปล่าครับว่าเรามี พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหายมาแล้ว และเป็นกฎหมายที่พวกเราภาคภูมิใจที่สุดในสภาชุดที่แล้ว และหลายท่านก็มีความภาคภูมิใจ สืบเนื่องกันมา กฎหมายฉบับนี้ยังไม่เคยมีการบังคับใช้อย่างจริงจัง และเป็นกฎหมายที่มี คุณูปการในการป้องกันและปกป้องสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ในฐานะผู้เป็นเจ้าของ อำนาจอธิปไตย🔗
ดังนั้นผมจึงเสนออย่างนี้ เราลองมาดูใน พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายกันก่อน และผมก็ขออนุญาตโน้มน้าวให้ กรรมาธิการเสียงข้างมากได้ฟังผมเสียหน่อย เราลองมาดูว่าในมาตรา ๒๒ ท่านเปิด PDF ของ พ.ร.บ. อุ้มหายได้ จะมีการกำหนดให้มีการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่อง ในขณะจับและควบคุม จนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนหรือปล่อยตัวบุคคลดังกล่าวไป นั่นหมายความว่าถ้าเกิดท่านเอาเฉพาะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แล้วพนักงาน ป.ป.ท. กระทำการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แต่หลงลืม ไม่ได้บันทึกภาพและเสียงแบบต่อเนื่อง พนักงาน ป.ป.ท. เองนั่นล่ะที่จะโดนฟ้อง ตาม พ.ร.บ. อุ้มหายครับ ผมถือว่ากฎหมายฉบับนี้ยังไม่รอบคอบเลย และหลงลืม พ.ร.บ. อุ้มหาย ไปได้อย่างไร ทั้งที่นี่คือกฎหมายที่พวกเราภาคภูมิใจที่จะปกป้องสิทธิเสรีภาพของพี่น้อง ประชาชน ยังครับ ในกฎหมายฉบับนี้ในมาตรา ๒๒ ยังระบุไว้อีกครับ ซึ่งพนักงาน ป.ป.ท. ที่จะ ใช้อำนาจเข้าจับกุมควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหาต้องใส่ใจเอาไว้ก็คือ ต้องไม่มีการทรมาน การกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือกระทำการให้บุคคล สูญหาย ถ้าไม่ได้มีการอ้างอิง พ.ร.บ. อุ้มหายลงไปในมาตรานี้ มันจะไม่มีเครื่องย้ำเตือนให้กับ พนักงาน ป.ป.ท. ว่าต้องระวังใส่ใจ ไม่ให้กระทำการใด ๆ ที่เป็นการย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือการกระทำการใด ๆ ที่เป็นการซ้อมทรมาน หรือกระทำการใด ๆ ที่เข้าข่ายลักษณะโหดร้าย ในกรรมาธิการเองก็มีตัวแทนจากกฤษฎีกา คงเข้าใจดีถึงเนื้อหาสาระของ พ.ร.บ. อุ้มหาย เป็นอย่างดี ไม่ต้องให้ผมมาสอนพระสังฆราช ผมก็ตั้งคำถามว่าทำไมมิได้นำพาใส่ใจถึง พ.ร.บ. อุ้มหาย หรือเป็นอย่างไรครับ เพราะกฎหมายฉบับนี้กฤษฎีกาไม่ได้ส่งมา แต่เป็นความ ภาคภูมิใจของสภาผู้แทนราษฎรหรืออย่างไร ถึงทำตัวทำใจเหมือนกับไม่มีกฎหมายฉบับนี้ ไม่คิดที่จะเต็มใจที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หรือวางยาให้พนักงาน ป.ป.ท. ถูกฟ้องร้องในภายหลังกันแน่ หรืออย่างไรครับ หรือจะไม่คิดว่าจะต้องปกป้องสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยแล้วหรืออย่างไร🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๒๓ ของ พ.ร.บ. อุ้มหายยังมีเนื้อหา สาระที่น่าสนใจ จะต้องมีการบันทึกข้อมูลผู้ที่ถูกควบคุมตัวตามรายละเอียดที่ พ.ร.บ. อุ้มหาย กำหนดไว้ด้วย จะจับอย่างเดียว จับดื้อ ๆ บันทึกแบบส่งเดชไม่ได้ มาตรา ๒๔ ญาติของ ผู้ถูกควบคุมตัว ผู้แทน ทนาย มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัว นี่คือเป็นกฎหมายที่ดี ที่ปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่ใช่อยู่ดี ๆ พนักงาน ป.ป.ท. ก็ถืออำนาจไปจับเขา ไปควบคุมตัวเขา แล้วก็อ้างแค่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แล้วหลงลืม พ.ร.บ. อุ้มหาย ทำไมครับ กฎหมายนี้มันผ่านสภาไปแล้ว แล้วมันไม่ศักดิ์สิทธิ์หรืออย่างไรครับ ห้ามพูดถึงกฎหมายฉบับนี้หรืออย่างไร หรืออยากให้การอุ้มหาย การซ้อมทรมานมันยังดำรงอยู่ อยู่ในแดนสนธยา อยู่ในประเทศนี้หรืออย่างไร🔗
ดังนั้นด้วยทั้งหมดทั้งมวล กฎหมายฉบับนี้เป็นความภาคภูมิใจของ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ครั้งหนึ่งห้องประชุมสุริยันแห่งนี้เคยผ่านกฎหมายที่ดีอย่างนี้ มาให้เป็นของขวัญในการปกป้องเสรีภาพให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย ผมจึงเห็นควรว่า ผมวิงวอนไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน เพราะพวกท่านคือผู้แทนราษฎร พวกเราทุกคน มีหน้าที่ในการปกป้องเสรีภาพของพี่น้องประชาชนตาม พ.ร.บ. อุ้มหายที่เราภาคภูมิใจ ผมจึงเสนอให้มีการแก้ไขในมาตรานี้ โดยเติมเข้าไปแค่นิดเดียวครับท่านประธาน เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ในการจับ การควบคุมตัวและ การปล่อยตัวชั่วคราว และการดำเนินการของพนักงานอัยการ ให้นำประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา แล้วผมเติมแค่นี้เอง และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายมาบังคับใช้โดยอนุโลม เพื่อคุ้มครองสิทธิและ การมีชีวิตอยู่ของพี่น้องประชาชนชาวไทยจากการถูกย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การกระทำ อันโหดร้ายและการซ้อมทรมาน และผมขอฝากท่านคณะกรรมาธิการเสียงส่วนมาก ก่อนที่จะกดปุ่ม คิดถึงความภาคภูมิใจที่เราเคยผ่านกฎหมายฉบับนี้ มองไปที่ Facebook ของท่าน มองไปที่ Social Media ของท่าน มองถึงหัวใจของประชาชน มองถึงคนที่ ถูกกระทำการอย่างโหดร้าย มองถึงคนที่เคยถูกอุ้มหายไปทั้งหมด แล้วท่านหายใจลึก ๆ แล้วท่านจะกดปุ่มเห็นด้วยกับผม ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ มีกรรมาธิการจะชี้แจงไหม เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานที่เคารพ กระผม นายวิชญ์พล ฉวีวรรณ กรรมาธิการ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาครับ ขออนุญาต ชี้แจงตัวมาตราที่มีการสงวน ไล่ลำดับตามวรรคนะครับ เพื่อป้องกันการสับสน สำหรับตัวร่าง มาตรา ๑๙/๒ ซึ่งมีการสงวนความเห็นไว้ เริ่มตั้งแต่วรรคแรกนะครับ วรรคแรกของตัวร่าง มาตรา ๑๙/๒ ก็คือในเรื่องของอำนาจการออกหมายจับ หากดูถ้อยคำของผู้ที่มีการสงวน ความเห็น ก็จะเห็นได้ว่ามีการจำกัดกรอบการมอบหมายของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ว่า จะมอบให้ผู้ใดเป็นผู้ใช้อำนาจในการขอออกหมายจับต่อศาล ซึ่งจริง ๆ ในร่างที่ผ่านจาก กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ทางท่านกรรมาธิการเห็นว่ากรรมการ ป.ป.ท. ควรมีดุลพินิจ ที่มีความกว้างขวาง แล้วก็มีความไว้วางใจกับกรรมการ ป.ป.ท. ในการที่จะกำหนดว่า จะมอบหมายให้ผู้ใดดำเนินการไปขอออกหมายจับในประเด็นแรก ก็เลยไม่ได้มีการระบุว่า จำเป็นต้องเป็นเฉพาะแต่เพียงพนักงาน ป.ป.ท. หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. อันนี้สำหรับ ในประเด็นของตัวมาตรา ๑๙/๒ วรรคหนึ่ง ที่มีการสงวนความเห็น🔗
สำหรับประเด็นถัดมา ในส่วนของมาตรา ๑๙/๒ วรรคสอง สำหรับกรณี ที่มีการสงวนความเห็นที่มีการขอแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีการเพิ่มเติมในลักษณะถ้อยคำที่ว่า โดยจะขอให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ มาสนับสนุนการดำเนินการด้วยก็ได้ หากพิจารณาตัวร่างที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการเสียงส่วนใหญ่ในตัวมาตรา ๑๙/๒ วรรคสอง ก็จะเห็นได้ว่าบุคคลที่จะสามารถจับ หรือควบคุมผู้ที่จะหลบหนี หรือผู้ถูกกล่าวหา ที่จะหลบหนี จะมีด้วยกันทั้งหมด ๔ ตำแหน่งด้วยกัน ที่สามารถใช้อำนาจจับกุมหรือควบคุมตัวได้ ในตัวร่างก็จะกำหนด ๔ ตำแหน่ง ก็คือพนักงาน ป.ป.ท. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. พนักงาน ฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ อันนี้จะเป็น ๔ ตำแหน่ง สามารถที่จะจับหรือควบคุมตัวได้ การที่กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ผ่านโดยกำหนดตำแหน่ง ๔ ตำแหน่งนี้ ก็เพื่อให้เกิดความ ยืดหยุ่นในการใช้อำนาจในการจับและควบคุมตัว เนื่องจากว่าที่ผ่านมาพนักงาน ป.ป.ท. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ยังไม่มีความเชี่ยวชาญในการจับหรือควบคุมตัว การที่เปิดตำแหน่ง ๔ ตำแหน่งนี้ เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในช่วงแรกของการที่จะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ป.ป.ท. ตำรวจหรือฝ่ายปกครองในการจับกุมในช่วงแรกก่อน และหาก เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. หรือคณะกรรมการ ป.ป.ท. มีความเชี่ยวชาญในภายหลังก็อาจจะมีการ มอบหมายให้ ๒ ตำแหน่งนั้นเป็นผู้ทำหน้าที่หลักก็ได้ แต่ในช่วงต้นกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ยังคงเห็นว่าควรจะกำหนดให้มี ๔ ตำแหน่งนี้ ในการที่เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการจับและ ควบคุมตัว ไม่ใช่เพียงขอแค่กำลังสนับสนุนเท่านั้นครับ🔗
สำหรับประเด็นสุดท้ายที่มีความสำคัญก็คือ ในส่วนของร่างมาตรา ๑๙/๒ วรรคสาม ในประเด็นของผู้สงวนความเห็น ในประเด็นที่ว่าสมควรที่จะมีการเพิ่มคำว่า พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในความตอนท้ายของมาตรา ๑๙/๒ วรรคสาม หรือไม่ ในประเด็นนี้ ในชั้นกรรมาธิการได้มีการพิจารณาค่อนข้างมากเหมือนกัน อย่างเป็นประเด็นข้อห่วงใย ของท่านผู้สงวนความเห็น แต่เหตุผลที่ไม่ว่าจะเป็นในชั้นกรรมการกฤษฎีกาเองหรือในชั้น กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ระบุเหตุผล หรือระบุตัวกฎหมาย หรือชื่อกฎหมายดังกล่าว ไว้ในวรรคสามของร่างมาตรา ๑๙/๒ ก็เพราะว่าตัว พ.ร.บ. อุ้มหายเอง หากพิจารณาตัวนิยาม ของคำว่า เจ้าหน้าที่ ย่อมหมายความรวมถึงพนักงาน ป.ป.ท. ด้วยอยู่แล้ว เพราะกฎหมาย กำหนดให้พนักงาน ป.ป.ท. มีอำนาจควบคุมตัว เช่นเดียวกับทางท่านสมาชิกที่มีการยกขึ้นมาว่า ตัวมาตรา ๒๒ กำหนดหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งโดยนิยามของในตัวกฎหมายอุ้มหายเอง เจ้าหน้าที่ของรัฐ หมายรวมถึงพนักงาน ป.ป.ท. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ที่มีอำนาจควบคุมตัว ด้วยอยู่แล้ว🔗
ดังนั้นโดยตัวกฎหมายของ พ.ร.บ. อุ้มหายเอง จะเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับ โดยตรง ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับโดยอนุโลม ดังนั้นหากมีการใส่ถ้อยคำดังกล่าวก็อาจจะ ก่อให้เกิดปัญหาการตีความได้ เพราะโดยกฎหมายอุ้มหายเองก็ถือว่าเป็นกฎหมายกลาง ที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. หรือพนักงาน ป.ป.ท. ที่มีอำนาจควบคุมตัวนั้นสามารถที่จะ ดำเนินการได้โดยตรง โดยผลของกฎหมายอุ้มหายนั่นเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีการอนุโลมใช้ และต้องกำหนดไว้ ดังเช่นที่มีการสงวนความเห็นไว้ อันนี้ก็จะเป็น ๓ ประเด็น ที่มีการ ขอสงวนไว้และขอชี้แจง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ กรรมาธิการที่สงวนความเห็นยังติดใจไหมครับ ท่านวิโรจน์และท่านธีรัจชัยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมวิโรจน์ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ ผมยังคงติดใจแล้วผมยืนยันว่า พ.ร.บ. อุ้มหาย มีความสำคัญกับประชาชนอย่างมาก และจำเป็นต้องบันทึกเอาไว้ในกฎหมายฉบับนี้ เพื่อเตือนพนักงาน ป.ป.ท. ว่าอย่าเหิมเกริม ซ้อมทรมาน หรือกระทำการให้ใครสูญหาย ไปจากประเทศนี้อีก ผมยืนยันที่จะโหวตครับ🔗
ของท่านธีรัจชัยละครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมยังติดใจครับ เนื่องจากว่าการที่ คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีพนักงาน ป.ป.ท. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ในการออกหมายจับได้เอง และรู้สำนวนในคดีเองทั้งข้อเท็จจริงและกฎหมาย การจะไปผลักภาระให้ตำรวจหรือ ฝ่ายปกครองที่ไม่รู้สำนวน ไปออกหมายจับ มันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรนะครับ เรื่องอย่างนี้ตำรวจ ก็ไม่อยากจะรับผิดชอบในเรื่องที่ตัวเองไม่รู้ ไม่ได้สอบสวนมาด้วยตัวเอง ฝ่ายปกครอง ก็ไม่อยากจะรับผิดชอบในส่วนที่ตัวเองไม่รู้ แล้วก็ไม่ได้สอบสวนมาเอง การที่ปัดภาระไปให้ หน่วยงานอื่น มันไม่เป็นการสมควร อีกทั้งในส่วนงบประมาณ ป.ป.ท. มีเจ้าหน้าที่ มีพนักงาน ได้จัดจ้างตัวเอง แต่ไปเอากำลังของทางส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น มันเป็นสิ่งที่ไม่สมควร ในเชิงการบริหารจัดการนะครับ🔗
นอกจากนั้นในการจับกุมในส่วน ป.ป.ท. ซึ่งในกฎหมายฉบับนี้ได้เพิ่มอำนาจ มากแล้ว ควรจะมีการพัฒนาในการจับกุมตัวเองขึ้นด้วยนะครับ ส่วนตำรวจและฝ่ายปกครอง ควรเป็นแค่หน่วยงานสนับสนุนเท่านั้น ดังนั้นในส่วนที่ผมแปรญัตตินั้นจะแก้ปัญหาตรงนี้ ทั้งในแง่การบริหาร ในแง่อำนาจ และในแง่ของการที่รู้จริงในการที่จะไปออกหมายจับกุม ในส่วนของผู้กระทำผิด ไม่ใช่ไปปัดให้คนอื่นนะครับ ผมยืนยันว่าการแปรญัตติถูกต้องแล้ว ยืนยันนะครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ แม้ว่ามาตรานี้คณะกรรมาธิการไม่มีการแก้ไข แต่เนื่องจากมีคณะกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น และยังติดใจกับข้อชี้แจงของคณะกรรมาธิการครับ ดังนั้นผมต้องถามมติ จากที่ประชุมครับว่า จะเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ไม่มีการแก้ไข หรือเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ พนม โพธิ์แก้ว ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ มาตราก่อนหน้านี้ ผมได้กดแสดงตนแล้ว ทีนี้ลงมติแล้วไฟไม่ขึ้นครับท่านประธาน แต่รู้ว่าไม่มีผลกับคะแนนอยู่แล้ว แต่อยากให้ท่านประธานบันทึกไว้ว่า ผมอยู่ในห้องประชุมครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ได้ครับ เจ้าหน้าที่บันทึกไว้นะครับ ก็ขอตรวจองค์ประชุมครับ🔗
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน เสียบบัตรและกดปุ่มครับ🔗
มีท่านใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนไหมครับ🔗
๓๙๓ ณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช แสดงตนครับ🔗
๓๙๓ นะครับ เจ้าหน้าที่ครับ หน้าจอผมไม่ขึ้นองค์ประชุมนะครับ รบกวนตรวจสอบด้วยครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยครับ ขอให้ท่านประธานรอสักครู่ครับ เมื่อสักครู่ในช่วงที่ท่านกรรมาธิการสงวนความคิดเห็นนั้น มีเพื่อนสมาชิกบางท่านติด อนุกรรมาธิการอยู่ ก็เลยขอขึ้นไปดูนิดหนึ่ง ถ้ายังต้องโหวตเดี๋ยวอาจจะขอปิดการประชุม คณะอนุกรรมาธิการแล้วเดี๋ยวจะรีบตามลงมา ก็เลยขอให้ท่านประธานรอสักครู่ครับ มีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ระหว่างที่มีการอภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ก็คือเห็นว่าอาจจะมีการ อภิปรายต่อ เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็เลยขอขึ้นไปที่ห้องประชุมก่อน แต่ตอนนี้กำลัง ตามลงมาครับ ขอให้รอสักครู่ครับ🔗
ได้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานนิดเดียวครับว่า เมื่อเช้า ตอนลงมติ จำนวนผู้ลงมติในห้องประชุมตัวเลขสูงกว่าผู้มาประชุมครับ อันนี้ไม่มีผลอะไร ในทางกฎหมายนะครับ ฉะนั้นเข้าใจว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านอาจจะยังไม่ได้เซ็นชื่อประชุม ก็เลยอยากจะย้ำเตือนให้เพื่อนสมาชิกได้เซ็นชื่อประชุมด้วยครับ จะได้ไม่ต้องไปหาผู้รับรอง ทีหลังครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ จริง ๆ เป็นประเด็นที่สำคัญนะครับ แม้ไม่มีผลว่าองค์ประชุมมันไม่สามารถ มีมากไปกว่าสมาชิกที่ลงชื่อที่ด้านหน้าได้ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวเสร็จจากนี้ท่านใดยังไม่ได้ ไปเซ็นชื่อ ก็รบกวนไปเซ็นชื่อด้วยนะครับ ผมคิดว่าเราพอสมควรแล้วนะครับ ขออนุญาต ปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๙๘ บวก ๑ เป็น ๓๙๙ ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไป จะเป็นการถามมติจากที่ประชุม ท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวน ความเห็นโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญสมาชิกลงคะแนนครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม สิทธิพล ๔๑๘ พรรคก้าวไกล ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๑๘ ไม่เห็นด้วยนะครับ มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนไหมครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการลงคะแนน เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๐๕ บวก ๑ เห็นด้วย ๒๖๔ ไม่เห็นด้วย ๑๓๗ บวก ๑ งดออกเสียง ๒ ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ🔗
ขอเชิญ ฝ่ายเลขาต่อครับ🔗
มาตรา ๑๑ มีการแก้ไข🔗
เนื่องจากมาตรานี้เป็นมาตราคลุมที่เพิ่มมาตรา ๒๑/๑ และมาตรา ๒๑/๒ ซึ่งมีรายละเอียด แตกต่างกันและมีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นในมาตราย่อยครับ ดังนั้นเพื่อให้การพิจารณา และลงมติเป็นไปอย่างรอบคอบ จะใช้อำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๗๘ วรรคสอง แยกประเด็น พิจารณาและลงมติในแต่ละมาตราย่อยตามที่ปรากฏในมาตรา ๑๑ ตามลำดับ โดยบทบัญญัติ ของมาตราคลุมถือว่าคณะกรรมาธิการไม่มีการแก้ไข ขอเชิญเลขาธิการอ่านมาตราย่อยครับ🔗
มาตรา ๒๑/๑ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗
ขอเชิญกรรมาธิการที่สงวนความเห็นอภิปราย ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ในฐานะกรรมาธิการนะครับ ท่านประธานครับ ในส่วนของมาตรา ๒๑ ในส่วนวรรคสอง ตัวกระผมได้มีการสงวนความเห็นให้เพิ่มข้อความไว้นะครับว่า ในการ ปฏิบัติหน้าที่และการใช้ดุลพินิจของคณะกรรมการ ป.ป.ท. กรรมการ อนุกรรมการไต่สวน พนักงาน ป.ป.ท. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ในการมีความเห็น มติ คำสั่งในการตรวจสอบไต่สวน หรือการพิจารณาวินิจฉัยชี้มูลตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าได้กระทำไปโดยสุจริต ย่อมได้รับ ความคุ้มครอง อันนี้คือเป็นมาตราที่ทางฝ่ายกรรมาธิการส่วนใหญ่ไม่ได้แก้ไขนะครับ เป็นแบบเดิมครับ กระผมขอแปรญัตติเพิ่มคำว่า เว้นแต่การกระทำโดยประมาทเลินเล่อ อย่างร้ายแรง🔗
สืบเนื่องจากมาตรานี้เป็นบทบัญญัติที่จะคุ้มครองการกระทำของกรรมการ ป.ป.ท. อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด นั่นหมายถึงว่าไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ ไม่มีความผิด ถ้าทุจริตอย่างเดียว แต่การกระทำสุจริตถ้ามีความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงย่อมทำ ความเสียหายให้แก่ผู้เสียหายได้ กรณีอย่างนี้ไม่ได้ควบคุม ดังนั้นถ้าเกิดว่าการกระทำ โดยประมาทเลินเล่อ ไม่ตั้งใจทำงานอย่างจริง ๆ มีความสุจริตอย่างเดียว มันไม่ใช่การกระทำ ที่จะให้เกิดความยุติธรรมและความเป็นธรรมกับทุกคนได้ ดังนั้นถ้าเกิดว่าเราปล่อยไว้แบบนี้ การทำงานก็จะมีความบกพร่องเลินเล่อได้นะครับ ผมจึงเห็นว่าถ้าเราไปปล่อยให้กรรมการ ไม่ใช่เรื่องความดีหรือคนดีนะครับ แต่เป็นเรื่องของการกระทำที่จะต้องมีการตรวจสอบ ในทุกอัน ถ้าการกระทำประมาทเลินเล่ออย่างแรง จะหลีกเลี่ยงการดำเนินคดีแพ่งและ คดีอาญาไม่ได้ ตรงนี้เป็นความรอบคอบของกฎหมาย ผมจึงขอยืนยันนะครับ ซึ่งขอเพิ่ม ข้อความดังที่กล่าวไว้ ยกเว้นแต่การกระทำที่ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ไม่ได้รับความ คุ้มครองตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองในเรื่องนี้ และเพื่อมิให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. นั้นปฏิบัติหน้าที่โดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงครับ🔗
เชิญครับ ท่านบอกชื่อด้วยนะครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม วิชญ์พล ฉวีวรรณ กรรมาธิการครับ ขออนุญาตเรียนชี้แจงประเด็นที่มีการตั้งข้อสงวนไว้ในตัวร่าง มาตรา ๒๑/๑ วรรคสอง สำหรับตัวถ้อยคำที่มีการเพิ่มว่า เว้นแต่การกระทำโดยประมาท เลินเล่ออย่างร้ายแรง ที่มีการเพิ่มเข้ามาในวรรคท้ายของตัววรรคสองของมาตรา ๒๑/๑ ในตัวร่างกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ไม่ได้มีการแก้ไข ก็เนื่องจากว่าตัวถ้อยคำดังกล่าว หากดูความคุ้มครองตามกฎหมายที่จะมีการระบุไว้ในมาตรา ๒๑/๑ วรรคหนึ่ง ที่การคุ้มครอง ตามกฎหมายจะรวมไปถึงการคุ้มครองในคดีแพ่ง คดีอาญา คดีปกครอง ก็จะเห็นได้ว่า หากดูถ้อยคำที่มีการเพิ่มตามข้อสงวน ที่เป็นการเพิ่มคำว่า เว้นแต่กระทำโดยประมาท เลินเล่ออย่างร้ายแรง ถ้อยคำอาจจะก่อให้เกิดปัญหาการตีความในการคุ้มครองความรับผิด ทางอาญาได้ หากเห็นว่าตัวถ้อยคำโดยสภาพของการกระทำโดยประมาทเลินเล่อ อย่างร้ายแรงนี้ เป็นถ้อยคำที่ใช้ในความรับผิดหรือความคุ้มครองทางแพ่งเท่านั้น แต่ว่าไม่ได้รวมถึงคดีอาญา ดังนั้นการใช้ถ้อยคำดังกล่าวก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาลักลั่น ในการตีความได้ เนื่องจากว่าตัวถ้อยคำในลักษณะเดียวกับมาตรา ๒๑/๑ มีการใช้มาแล้ว ในหลายกฎหมายด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๔๑ ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย ป.ป.ช. หรือในกฎหมายว่าด้วยอัยการในมาตรา ๒๒ หรือในกฎหมายจัดตั้ง ศาลปกครองในมาตรา ๓๔/๑ ซึ่งก็ไม่ได้มีการระบุถึงข้อยกเว้น ในกรณีที่เว้นแต่กระทำ โดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไว้ ดังนั้นถ้อยคำดังกล่าวหากมีการเพิ่มเติมตามที่มี การสงวนไว้ ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาการตีความในชั้นศาลได้ครับ🔗
มีท่านอื่นจะให้ความเห็นไหม ไม่มีนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ🔗
มาตรา ๒๑/๒ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗
เชิญท่านกรรมาธิการครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ในฐานะกรรมาธิการ ในส่วนมาตรา ๒๑/๑ นั้น ติดใจครับ ส่วนมาตรา ๒๑/๒ ไม่ติดใจครับ🔗
ต้องโหวตใช่ไหมครับ ทางกรรมาธิการเขาติดใจนะครับ ดังนั้นท่านสมาชิกทุกท่านเสียบบัตร แสดงตนเลยครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ว่าที่พันตรี สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม กรรมาธิการ มาตรา ๒๑/๒ นั้น กรรมาธิการมีการแก้ไขเล็กน้อยนะครับ เนื่องจากว่ามาตรา ๒๑/๒ นั้นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ อย่างยิ่ง เป็นเรื่องของการแต่งตั้งที่ปรึกษาของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ซึ่งก็เหมือนกับว่า ไปช่วยคณะกรรมการ ป.ป.ท. นั้นทำงานมากยิ่งขึ้น🔗
เดี๋ยวก่อนนะครับท่าน โหวตอันนี้ก่อนครับ เดี๋ยวท่านค่อยนำเสนอนะครับ ท่านสมาชิก กดบัตรแสดงตนเลยครับ🔗
ท่านประธานคะ ขออนุญาตหารือสักเล็กน้อยค่ะ ระหว่างที่รอเพื่อน ๆ ค่ะ🔗
เชิญครับ🔗
ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ สส. แบบแบ่งเขต จากพรรคก้าวไกล พอดีมีเสียงสะท้อนมาจากเจ้าหน้าที่สภา เรื่องของสุขอนามัยค่ะ ตอนนี้เริ่มมียุง แมลงสาบและหนูในห้องทำงานเยอะค่ะ เจ้าหน้าที่ ก็เลยฝากมาว่า อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทางด้านนี้ตรวจดูว่าในห้องทำงานในแต่ละส่วน เมื่อวันก่อนลงไปที่ฝ่ายจองตั๋วเครื่องบิน คือเขาไม่ได้บอกมานะคะ แต่ก็ได้ยินว่าในห้อง มียุงเยอะ แล้วก็ตรงห้องทำงานต่าง ๆ ที่เขาต้องแยกไปรับประทานข้าวกัน ก็มีพวก แมลงสาบและหนู อย่างไรฝากท่านประธานช่วยฝากกำชับหน่วยงานที่ดูแลเรื่องความสะอาด ตรวจ Check ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ🔗
ครับ เดี๋ยวจะไปเรียน ผอ. ฝ่ายสถานที่ให้ดำเนินการ ทั้งยุง ทั้งหนูนะครับ เราอยู่ริมน้ำ เราอยู่ติด แม่น้ำเจ้าพระยาก็ทั้งหนู ทั้งยุง ก็ต้องปราบเป็นระยะนะครับ อย่างไรเดี๋ยวจะแจ้งให้ทาง ฝ่ายสถานที่ดำเนินการ ขอบคุณครับ มีท่านใดยังไม่ได้แสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๒ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไป เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ กรุณพล เทียนสุวรรณ ๐๐๖ พรรคก้าวไกล ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๐๐๖ ไม่เห็นด้วยนะครับ🔗
ท่านพิเชษฐ์ครับ ท่านประธานครับ ผม วิสุทธิ์ ไชยณรุณ เห็นด้วยนะครับ🔗
ท่านวิสุทธิ์เลขอะไรครับ🔗
๓๕๐ ครับ🔗
๓๕๐ เห็นด้วยครับ ลงคะแนนเรียบร้อยกันหมดแล้วนะครับ ขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ แสดงผลเลยครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๐๗ ท่าน เห็นด้วย ๒๖๖ บวก ๑ เป็น ๒๖๗ ไม่เห็นด้วย ๑๓๗ บวก ๑ เป็น ๑๓๘ งดออกเสียง ๑ ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติ เห็นด้วยกับเสียงข้างมากครับ🔗
ต่อไป มาตรา ๒๑/๒ มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น เชิญกรรมาธิการที่สงวนความเห็นครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม กรรมาธิการครับ เมื่อสักครู่ ขออนุญาตขออภัยนิดหนึ่ง เข้าใจว่าท่านธีรัจชัยนั้นไม่เสนอโหวต เนื่องจากว่าไม่มีการแก้ไข อันนั้นก็ไม่ติดใจ ผมก็เลยต้องขออนุญาตมาอภิปรายในมาตรา ๒๑/๒ นะครับ ความเป็นจริง ในมาตรา ๒๑/๒ นี้ก็ไม่มีอะไรมากมายนะครับ นอกจากการแต่งตั้งที่ปรึกษา เพราะแต่งตั้ง ที่ปรึกษาของคณะกรรมการ ป.ป.ท. นี้ ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากรรมการนะครับ เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้กรรมการ ป.ป.ท. มีอยู่ ๗ ท่าน ที่ปรึกษาที่เคยมีเดิมก็คือ ๘ ท่าน ประธานรับไป ๒ ท่าน ที่เหลือนั้นเป็นส่วนของกรรมาธิการให้คนละ ๑ ท่าน ไปทำหน้าที่ เป็นที่ปรึกษาช่วยเหลือทาง ป.ป.ท. อัตราเงินเดือนของที่ปรึกษาก็ไม่ได้น้อยนะครับ เพราะตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีนั้นก็ประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าบาทเศษ ๆ ดังนั้น เมื่อมีความสำคัญว่าเป็นผู้ที่ไปทำงานช่วยคณะกรรมการ ป.ป.ท. นะครับ เดิมเราไม่ได้ กำหนดจำนวนเอาไว้ว่าจะเท่าไร หลักเกณฑ์และวิธีการต่าง ๆ เหมือนกันครับ ก็เหมือนกับว่า ตีเช็คเปล่าไปให้กับทาง ป.ป.ท. ไปออกระเบียบหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมา คณะกรรมการ ก็เลยมองกันว่าน่าจะมีหลักมีเกณฑ์อะไรบ้าง ที่จะต้องให้ ป.ป.ท. ไปดำเนินการ ไม่ใช่ไปออก หลักเกณฑ์ว่าจำนวนเท่าไรก็ได้ไม่จำกัด เพราะมีค่าตอบแทนเป็นไปตามที่สำนักนายกรัฐมนตรี กำหนดเอาไว้ประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าบาท คณะกรรมาธิการก็เลยมองเห็นว่าอย่างน้อย ควรจะไม่เกิน ๒ เท่า หรือไม่ก็ไม่เกิน ๑๕ ท่าน ที่ท่านเห็นปรากฏว่ากรรมาธิการเสียงข้างมาก เห็นว่าไม่เกิน ๑๕ ท่าน แล้วแต่ความจำเป็นนั้น เพราะว่าเมื่อปัจจุบัน ป.ป.ท. มี ๗ ท่าน ถ้า ๒ เท่ากับก็ ๑๔ ท่าน อีก ๑ ท่านก็บวกให้ว่า ถ้าประธานจะเอาเป็น ๓ ตำแหน่ง ก็ไปอีก ๑ ท่าน ก็เป็น ๑๕ ท่าน จึงเป็นที่มาของการแก้ไขของคณะกรรมาธิการว่า ขอที่จำนวนไม่เกิน ๑๕ ท่าน แล้วแต่ความจำเป็น ส่วนจะมากน้อยอย่างไรนั้น ให้มันเป็นหลักเกณฑ์วิธีการต่าง ๆ เป็นไปตามที่ ป.ป.ท. กำหนด🔗
ส่วนที่กระผมได้เพิ่มเติมขึ้นมานั้น นอกจากกรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นด้วยแล้ว ที่จะให้แก้ไขเป็นไม่เกิน ๑๕ ท่าน ผมได้เพิ่มเติมขึ้นมาว่าบุคคลที่จะแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานั้น ควรจะเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย อย่างน้อยที่สุดค่าตอบแทน ๔๐,๐๐๐ บาท ที่ทางคณะกรรมการ ป.ป.ท. จะเอาไปใช้คนทำงาน ให้มันเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ หรือถ้าไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย ก็ให้ไปเป็นว่าผ่านประสบการณ์ทางด้านการบริหารราชการแผ่นดินมา เพื่ออย่างน้อยที่สุด คนที่ทาง ป.ป.ท. จะเอาไปทำหน้าที่ในการไปเป็นที่ปรึกษา ไปช่วยงานท่านเป็นหลัก เพราะว่าสามารถที่จะแต่งตั้งที่ปรึกษามาเป็นเจ้าหน้าที่ มาช่วยงานในกฎหมายฉบับนี้ให้เกิดขึ้น จึงมองเห็นว่าควรจะเพิ่มเติม คำว่า ผู้มีความรู้ ความชำนาญ และมีประสบการณ์ ด้านการบริหารราชการ หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารแผ่นดินเข้าไปด้วย เพื่อเปิดโอกาส ให้คนที่ไม่จบปริญญาตรี แต่สามารถผ่านการทำงานในรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ หรือราชการต่าง ๆ เข้ามาไปทำหน้าที่🔗
นั่นคือสิ่งที่ผมเพิ่มเติมขึ้นมาจากกรรมาธิการ เพิ่มขึ้นมาแล้วว่าไม่เกิน ๑๕ ท่าน ก็เพิ่มส่วนนี้เข้าไป เป็นสิ่งที่เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านจะได้ให้ความเห็นชอบ ว่าจะเอาตามร่างซึ่งผมได้สงวนความเห็นเอาไว้ หรือตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้แก้ไข เอาไว้ว่าเพียง ๑๕ ท่าน ที่เหลือนั้นก็เป็นรายละเอียดของคณะกรรมการ ป.ป.ท. จะไปออก หลักเกณฑ์หรือวิธีการรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น นั่นคือสิ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียนครับ🔗
อีกท่านยังติดใจไหมครับท่านอนันตรักษ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ผม นายวิชญ์พล ฉวีวรรณ กรรมาธิการ ขออนุญาตนำเรียนประเด็นขอชี้แจงกรณีที่มีการสงวน ตัวถ้อยคำที่เพิ่มเข้ามาในตัวร่างมาตรา ๒๑/๒ ในความตอนท้ายนะครับ ที่มีการเพิ่มว่า และแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย หรือประสบการณ์ด้านการ บริหารราชการแผ่นดิน ในร่างที่ผ่านจากกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ที่ไม่ได้มีการเพิ่มเติม ถ้อยคำดังกล่าว ก็เนื่องจากว่าในทางคดีทุจริตหรือประพฤติมิชอบมีสาขาคดีหลายคดีด้วยกัน อาจจะต้องมีการตั้งที่ปรึกษาในสาขาความรู้อื่น ๆ อย่างเช่น บัญชีหรือสาขาเทคโนโลยี สารสนเทศก็เป็นได้ ซึ่งการจำกัดเฉพาะเพียงบางสาขาก็อาจจะเป็นการจำกัดกรอบ การที่จะ ตั้งที่ปรึกษาของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ในกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ก็เลยไม่ได้มีการระบุ ตัวคุณสมบัติเบื้องต้นไว้ในการแต่งตั้ง แต่เปิดให้เป็นดุลพินิจของกรรมการ ป.ป.ท. เอง ที่จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขของการแต่งตั้งที่ปรึกษา อันนี้ก็ขออนุญาต ชี้แจงในประเด็นข้อที่มีการตั้งข้อสงวนไว้ในมาตราดังกล่าว ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านผู้สงวนไม่ได้ติดใจนะครับ ถ้าไม่ติดใจก็โหวต เพราะว่ามีการแก้ไขนะครับ ถ้าอย่างนั้น ก็เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม🔗
กดปุ่ม แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ น่าจะพอสมควรแล้วครับ🔗
ครับ ขณะนี้มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๓ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปนะครับ แม้ว่าคณะกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นไม่ติดใจ แต่เนื่องจากว่ามาตรานี้ คณะกรรมาธิการแก้ไข ผมขอถามที่ประชุมนะครับ ว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของ คณะกรรมาธิการหรือไม่ ท่านสมาชิกครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงมติได้เลยครับ🔗
ลงคะแนนกันหมดแล้วนะครับ ขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๑๓ ท่าน เห็นด้วย ๔๐๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๐ งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๓ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยนะครับ🔗
ต่อไปมาตรา ๑๒ เนื่องจากมาตรานี้เป็นมาตราที่คลุมที่แก้ไขหมวด ๒ และแก้ไขมาตรา ๒๓ ถึงมาตรา ๕๐ ซึ่งมีรายละเอียดแต่ละมาตราแตกต่างกัน โดยคณะกรรมาธิการมีการแก้ไข และมีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นการแก้ไขบางมาตรา ดังนั้นเพื่อให้การพิจารณา และลงมติเป็นไปอย่างรอบคอบ ผมขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๗๘ วรรคสอง แยกประเด็นการพิจารณาและลงมติแต่ละมาตราย่อย ตามที่ปรากฏในมาตรา ๑๒ ตามลำดับ โดยบทบัญญัติของมาตราคลุม ถือว่าคณะกรรมาธิการไม่มีการแก้ไขนะครับ เชิญท่านเลขาธิการ ดำเนินการครับ🔗
หมวด ๒ การไต่สวน ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๔ มีการแก้ไข🔗
มีท่านกรรมาธิการสงวนความเห็นอยู่ ๓ ท่าน เชิญท่านแรกเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม เอกชัย เกษมสุขธวัช กรรมาธิการ ในส่วนนี้ได้ทำการสงวนความเห็นเอาไว้ เนื่องจากว่า จากระบบกฎหมายของสำนักงาน ป.ป.ท. นั้น ได้ออกแบบให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. เป็นผู้ที่มีอำนาจในการไต่สวนและวินิจฉัย และมีเลขาธิการ พนักงาน ป.ป.ท. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. เป็นผู้ช่วยในเรื่องของการดำเนินการไต่สวน คณะกรรมการ ป.ป.ท. จะเป็นผู้วางหลัก กฎเกณฑ์ในเรื่องของการไต่สวน จากกรณีดังกล่าวที่มีการขอเพิ่มข้อความในตอนท้าย ทั้งนี้ให้ระบุเหตุผลของการดำเนินการดังกล่าวด้วย ในวรรคสี่นั้นจะเกิดความสับสน แล้วก็เป็นเหตุผลในเรื่องของการตีความในเรื่องของอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ในการวินิจฉัยและชี้มูลคดีได้ ดังนั้นจึงเห็นว่าการที่ระบุเพิ่มเติมเข้ามาจะเกิดผลในเรื่องของ การปฏิบัติ ทั้งนี้จากข้อเท็จจริงในการดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงที่ผ่านมา คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีการวินิจฉัยชี้มูลเป็นเช่นไร จะดำเนินการออกรายงานชี้มูลซึ่งเป็นในส่วนของ คณะกรรมการ ซึ่งเราถือว่าเป็นสิ่งที่ยืนยันอำนาจและหน้าที่ไว้โดยตรง จากที่กล่าวมา ก็เห็นว่าหากระบุเพิ่มเติมอาจเกิดการตีความ ทำให้การดำเนินการไต่สวนนั้นอาจไม่สัมฤทธิ์ผลได้ จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาครับ🔗
มีท่านอื่นไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ที่จะปรึกษาหารือ คล้าย ๆ ประท้วงครับ ผม อดิศร เพียงเกษ ครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม อดิศร เพียงเกษ กลับมาแล้วนะครับ แต่ผมนั่งฟังการประชุมด้วยความเคารพด้วยความตั้งใจ ระบบเสียงที่กรรมาธิการพูดมา ข้างล่างโดยเฉพาะแถวที่ผมนั่งนี้ ฟังไม่ได้เรื่องเลยครับ ผมก็เห็นใจว่ามีหลายทางที่จะแก้ไข แต่วันนี้ถ้าเราปล่อยให้มีการประชุมโดยฟังไม่รู้เรื่องอย่างนี้ เราจะโหวตเสียงอย่างไร เพราะเป็นกฎหมายสำคัญ ผมไม่ได้บอกว่าแก้ไม่ได้ ระบบเสียง เป็นเรื่องสำคัญ เมื่อสักครู่นี้กรรมาธิการท่านลุกขึ้นแถลง ผมฟังไม่รู้เรื่องว่าท่านพูดเรื่องอะไร ไม่ทราบว่าผมลุกขึ้นถูกจังหวะไหม ท่านจาตุรนต์ ท่านสุธรรมก็จะสนับสนุนเรื่องที่ผม อภิปรายนี้ ปรึกษาท่านครับ Serious นะครับ ผมห่างไปหลายเดือน กลับมายังเหมือนเดิม หนักกว่าเดิมอีกครับ หรือว่าผมไม่สบายเฉย ๆ ผมถามทุกคนแล้ว ฟังไม่รู้เรื่องจริง ๆ ครับ จะแก้ไขอย่างไร ในวันนี้ขอปรึกษาครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านหมอทศพรชี้แจงหน่อยครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย เรื่องระบบเสียงมีปัญหาจริงครับ แล้วผมได้เรียนเชิญอาจารย์กานต์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ เป็น Sound Engineer ได้เข้ามา ตรวจสอบ ๒ ครั้งแล้ว ล่าสุดเมื่อวานนี้กำลังวางแผนที่จะแก้ไข เนื่องจากห้องประชุมเรา ออกแบบเป็นโดม เป็นทรงกลม เวลาทุกคนพูดเสียงมันจะไปสะท้อน แล้วก็รวมศูนย์มาตรงกลาง มันตีกันไปหมด กำลังวางแผนที่จะแก้ไขอยู่แล้วครับ แต่ตอนนี้พวกเราจะช่วยกันได้ก็คือว่า เมื่อเข้ามาพิจารณากฎหมายสำคัญ ๆ ตอนที่พวกเราเข้ามาเยอะ ๆ ขอความกรุณาอย่าพูดคุยกัน เพราะว่าทุกคนที่พูดคุยกัน เสียงมันจะกระจายออกไปหมด แล้วก็สะท้อนกลับมา รวมกันตรงกลาง มันทำให้ฟังผู้อภิปราย ฟังท่านประธานไม่รู้เรื่อง ก็ต้องขอความอดกลั้น ผู้แทนพวกเราทุกคนคุยกันทาง Line นะครับ อยู่ในห้องประชุมกรุณาอย่าส่งเสียงคุยกัน แม้แต่เสียงเบา ๆ พอรวมกัน ๔๐๐-๕๐๐ คนแล้ว เสียงมันก้องจนฟังไม่รู้เรื่องครับ แล้วผม ก็จะเร่งอาจารย์กานต์ที่จะประสานงานกับท่านรองประธาน ท่านประธาน ในการเร่งรีบแก้ไข ต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม สุธรรม แสงประทุม ครับ หมอทศพรพูดนี่ ฟังไม่รู้เรื่องเลยนะครับ ไม่ได้ยินเลย แล้วก็ไม่เข้าใจด้วย เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องดำเนินการแล้วครับ เพราะว่ามติต่าง ๆ มีความศักดิ์สิทธิ์ ถ้าประธานปล่อยให้บรรยากาศอย่างนี้ ผมเกรงว่ามันจะไม่ดีต่อกฎหมาย และมีการโต้แย้ง จะเกิดปัญหาในอนาคตนะครับ แล้วมีการประท้วง มีการเสนอหลายครั้งแล้ว งบประมาณ ที่ใช้สร้างสภาแห่งนี้ก็จำนวนไม่น้อย เอามาปรับปรุงเสียงซึ่งเป็นหัวใจ สภาเป็นที่อภิปราย ถกเถียง พูดคุย มีการบันทึกไว้ด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
กรรมาธิการงบประมาณก็เห็นใจสภาหน่อยนะครับ เวลางบสภาเข้าก็ตัดหมดเลยนะครับ ก็ขอบคุณทุกท่านนะครับ ท่านกรรมาธิการพูดใกล้ ๆ ไมโครโฟนหน่อยแล้วกัน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายวิชญ์พล ฉวีวรรณ กรรมาธิการ ที่มีการสงวนความเห็นไว้ในตัวร่างมาตรา ๒๔ วรรคสี่ โดยที่เห็นว่าการเพิ่มถ้อย คำว่า ทั้งนี้ให้ระบุเหตุผลของการดำเนินการดังกล่าวไว้ด้วย เห็นว่าถ้อยคำดังกล่าว ในทางปฏิบัติของทางสำนักงาน ป.ป.ท. มีการปฏิบัติอยู่แล้ว ก็คือปกติ โดยทั่วไป เมื่อมีการไต่สวนแล้วเสร็จ ก็จะมีการส่งสำนวนให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. ซึ่งเป็น ผู้มีอำนาจหน้าที่หลักในการที่จะเห็นชอบตัวสำนวนนั้น หรือไม่เห็นชอบตัวสำนวนนั้น เพื่อส่งกลับให้มีการแก้ไข หรือคณะกรรมการ ป.ป.ท. จะดำเนินการไต่สวนเองก็ได้ ซึ่งโดยสภาพ ในการประชุมเพื่อพิจารณาสำนวนจะต้องมีการระบุไว้ในรายงานการประชุม อยู่แล้วว่า เหตุผลของการเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับสำนวนที่มีการทำมานั้นมีเหตุผลว่า อย่างไร แต่การที่มีการระบุตัวถ้อยคำดังกล่าวแม้จะมีในทางปฏิบัติ แต่เมื่อระบุไว้ในกฎหมาย อาจจะมีความสุ่มเสี่ยง เมื่อไรก็ตามที่ศาลมีการตีความ หรือว่าผู้ถูกกล่าวหาที่ได้รับผลร้าย จากการชี้มูลเห็นว่าตัวสำนวนมีปัญหา และอาจจะใช้ช่องทางดังกล่าวในการชี้ให้เห็นว่า ไม่มีการระบุเหตุผลที่สมควร สำนวนที่มีการชี้มูลความผิดนั้นก็อาจจะเสียไปได้ ในข้อห่วงใยนี้เอง ก็เลยมีการตั้งข้อสงวนเอาไว้ว่า ไม่สมควรที่จะมีการกำหนดถ้อยคำดังกล่าวไว้ เพราะในทาง ปฏิบัติก็มีการระบุไว้ในรายงานการประชุมอยู่แล้ว แต่เมื่อมีการระบุถ้อยคำไว้ในกฎหมาย ก็อาจจะก่อให้เกิดการตีความได้ว่าเป็นขั้นตอนหนึ่งของการทำสำนวนการไต่สวน และอาจมี การหยิบยกขึ้นมาในการโต้แย้ง เพื่อทำให้มติที่มีการชี้มูลผู้กระทำความผิดนั้นเสียไปได้ ในชั้นศาลครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ท่านผู้สงวนท่านสรชาติ เดี๋ยวให้ท่านผู้สงวนก่อนนะครับ แล้วท่านประธานค่อยตอบ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม กรรมาธิการ ความเป็นจริงแล้ว ผมได้ฟังเหตุผลจากท่านเอกชัย ซึ่งเป็นกรรมาธิการ ป.ป.ท. แล้วก็ท่านวิชญ์พล ซึ่งเป็น กรรมาธิการจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มันเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น เป็นเหตุผลที่ฟังได้ ในชั้นคณะกรรมาธิการเราเองเหมือนกันครับ เราก็มีการอภิปรายกันอย่างมากมายมหาศาล แล้วก็มีการโหวตเสียงกัน แพ้ชนะกันเล็กน้อยเท่านั้นเอง ซึ่งความเป็นจริงแล้วผมเชื่อได้ว่า ถ้าคณะกรรมาธิการเข้าเต็มจำนวนนั้น ฝ่ายที่เห็นด้วยกับร่างเดิมนั้นน่าจะกลับมา แต่วันนั้น ผมต้องยอมรับว่าเสียงผ่านไปเกินครึ่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง ทำให้ในการประชุมของ คณะกรรมาธิการ ซึ่งเราเองก็อยากจะเร่งเอาร่างนี้เข้าสู่วาระ ๒ วาระ ๓ ในสภาผู้แทนราษฎร ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีมติแล้วก็โหวตเสียงกัน เมื่อเสียงมันไม่เป็นเอกฉันท์ในที่ประชุมของ คณะกรรมาธิการชนะกันเพียงเล็กน้อย ผมคงไม่เอ่ยว่าชนะเท่าไร แต่เป็นเสียงข้างมาก ที่ไม่เอกฉันท์ วันนี้จึงขออนุญาตจากที่ประชุมครั้งนี้ว่าให้พิจารณาด้วยเหตุด้วยผล ตามที่กรรมาธิการจาก ป.ป.ท. ท่านเอกชัยเสนอมา แล้วก็เหตุผลจากทางกฤษฎีกา ซึ่งได้เห็นข้อเท็จจริงมา เราขออนุญาตที่ประชุมกลับไปที่ร่างเดิมของคณะกรรมาธิการ ขอบคุณท่านกรรมาธิการครับ🔗
ขอบคุณครับ เดี๋ยวขออนุญาตให้ท่านสมาชิกอภิปรายก่อน แล้วค่อยตอบดีไหมครับ อีกท่านเดียว เดี๋ยวค่อยตอบนะครับ เชิญท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นาย จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษครับ ประเด็นที่เกี่ยวกับมาตรานี้ถ้าสรุปประเด็น ที่เป็นสาระสำคัญคร่าว ๆ ก็คือว่า ในการไต่สวนนี้ทางคณะกรรมการ ป.ป.ท. สามารถ ที่จะตั้งเป็นองค์คณะมาไต่สวนก็ได้ หรือจะตั้งเป็นคณะอนุกรรมการมาไต่สวนก็ได้ และเมื่อมีการไต่สวนแล้ว ก็จะส่งสำนวนมาที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. ครับ คณะกรรมการ ป.ป.ท. ท่านก็จะพิจารณา ถ้าหากเห็นว่าสำนวนนั้นมีความครบถ้วนสมบูรณ์ ก็จะรับ สำนวนนั้นไว้พิจารณา แต่ถ้าหากเห็นว่าสำนวนนั้นยังขาดความสมบูรณ์ คณะกรรมการ ก็จะส่งกลับไปให้อนุกรรมการหรือองค์คณะไต่สวนทำการไต่สวนต่อไป สาระสำคัญก็คือส่วนนี้ ที่คณะกรรมาธิการมีการแก้ไขเพิ่มเติมก็คือ แก้ไขเพิ่มเติมว่าการที่จะสั่งให้กลับไปดำเนินการ ไต่สวนเพิ่มเติมหรือไม่ เป็นสิ่งที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. สามารถกระทำได้ และจะต้อง ให้เหตุผลไว้ด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้เกิดความโปร่งใสครับท่านประธาน ซึ่งเรื่องดังกล่าว ตามความเห็นของผมนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนต่ออำนาจในการวินิจฉัยของ คณะกรรมการ ป.ป.ท. แต่อย่างใด ที่ผมกล่าวอย่างนั้นก็เพราะผมเห็นว่าในเรื่องของ การพิพากษาอรรถคดีของศาลนั้น เวลาศาลท่านพิจารณาพิพากษา ประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่งเขียนไว้ชัดเจนครับท่านประธาน บอกว่าในการพิพากษานี้ ต้องพิพากษาให้ครบทุกประเด็น ทุกข้อหา และต้องให้เหตุผลแห่งการวินิจฉัยทั้งปวงไว้ด้วย รวมทั้งคำร้องต่าง ๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายโจทก์หรือจำเลยทำต่อศาลนี้ เวลาศาลท่านจะมีคำสั่ง ว่าจะรับคำร้อง เห็นด้วยตามคำร้องหรือไม่ ศาลก็ต้องให้เหตุผลไว้ด้วย การให้เหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ได้กระทบกระเทือนต่ออำนาจหน้าที่ของผู้พิพากษาในการพิพากษาอรรถคดี ในทำนองเดียวกัน เรื่องดังกล่าวก็ไม่กระทบกระเทือนต่อความเป็นอิสระ และอำนาจของ คณะกรรมการ ป.ป.ท. ในการวินิจฉัยสำนวนต่าง ๆ🔗
เพราะฉะนั้นเหตุผลในส่วนนี้ ผมคิดว่าการเพิ่มข้อความเข้าไปกลับจะทำให้ เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นผลดีมากกว่า และถ้าหากจะเทียบถึงการดำเนินการ ของฝ่ายบริหาร ซึ่งมีพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ก็มีมาตรา ๓๗ ที่สามารถอ้างอิงได้ กล่าวคือถ้าฝ่ายบริหารจะใช้อำนาจและออกคำสั่งเป็นหนังสือ จะต้องมีข้อเท็จจริง จะต้องมีข้อกฎหมายอ้างอิง แล้วก็จะต้องให้มีข้อพิจารณาข้อสนับสนุน ต้องมีการให้เหตุผลในการใช้ดุลยพินิจด้วย ดังนั้นการให้เหตุผลจึงมิใช่เป็นเรื่องที่เสียหาย แต่อย่างใด แต่เป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญและเป็นสิ่งที่ประเทศที่เจริญแล้วประสงค์จะให้เกิด ความโปร่งใสจะต้องดำเนินการ ผมจึงเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากที่จะให้ระบุ คำว่า ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวให้มีการให้เหตุผลไว้ด้วย ผมว่าเป็นสิ่งที่ชอบแล้ว ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ประธานคณะกรรมาธิการ กระผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าผมแยกเป็น ๒ ประเด็น ที่มีกรรมาธิการสงวนความเห็นไว้คือ ประเด็นที่ ๑ ข้อเท็จจริง ประเด็นที่ ๒ ข้อกฎหมาย มีท่านกรรมาธิการท่านหนึ่งได้พูดถึงข้อเท็จจริงว่า กรรมาธิการได้โหวตคะแนนสูสีหรืออะไรกันไปนั้น ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ผมไม่จำเป็นต้องตอบ เพราะเป็นข้อยุติในขั้นกรรมาธิการแล้ว ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของ ข้อกฎหมาย ผมต้องขอบคุณ ท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ที่เหมือนเอาความเห็นของตัวกระผม มีไว้นี้ ท่านอธิบายได้ความชัดเจน ผมเพิ่มเติมท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่าในวรรคสี่ ที่เราเติมเข้ามานั้น ไม่ทำให้อำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ท. เสียไปแต่อย่างใดทั้งสิ้น แต่ในขณะเดียวกันมันเป็นการแสดงออกที่ทำให้เกิดความชัดเจนโปร่งใสในการที่ คณะกรรมการ ป.ป.ท. จะชี้มูลหรือสั่งคดี ผมกราบเรียนท่านประธานว่าคณะกรรมการ ป.ป.ท. นั้นมีอำนาจในการตั้งกรรมการเข้ามาไต่สวน พอไต่สวนเสร็จแล้วเสนอกลับมายัง คณะกรรมการ ป.ป.ท. ในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. จะสั่งให้ไต่สวนเพิ่มเติม ผมไม่ติดใจ ตรงนั้น แต่ถ้าในกรณีหรือไต่สวนใหม่ คือไม่เอาแล้วกับคณะกรรมการชุดแรกที่ตัวเอง แต่งตั้งไป เพราะอาจจะเป็นผลลบกับความคิดเห็นของคณะกรรมการ จึงต้องบัญญัติเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ให้ระบุเหตุผลในการดำเนินการดังกล่าวไว้ด้วย🔗
ท่านประธานครับ ในกรณีที่จะชี้มูลหรือสั่งคดีนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ในการทำงานเฉพาะกรรมการ ป.ป.ท. ก็ไม่สามารถที่จะทำได้ ก็มีอำนาจในการแต่งตั้ง คณะผู้ไต่สวนขึ้นมา เมื่อไม่สอดคล้องกับความเห็นของตัวเอง ก็จะทำให้การทำงานของ คณะกรรมการเสียไป ในการเสียไปในกรณีนี้ก็ยังมีอำนาจในการที่จะสั่งให้ไต่สวนเพิ่มเติมใหม่ หรือไต่สวนใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ แต่เพิ่มเงื่อนไขว่าในกรณีที่คุณจะสั่งคดีนั้น จะต้องระบุเหตุผลดังที่ได้เติมเข้าไปในมาตรา ๒๔ วรรคสี่ ไว้ด้วยครับ🔗
เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ในฐานะกรรมาธิการครับ ในส่วนของมาตรา ๒๔ นี้ ก็คงเป็นเรื่องของการไต่สวน ซึ่งโดยปกติตามหลักแล้ว เลขาธิการ ป.ป.ท. จะตั้งพนักงาน ป.ป.ท. หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. จำนวนไม่น้อยกว่า ๒ คน หรือจะตั้งอนุกรรมการ ป.ป.ท. ขึ้นมาไต่สวน นั่นคือคณะไต่สวน หรืออนุกรรมการที่จะไต่สวนนั้น จะเป็นผู้ที่รู้ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเป็นอย่างดี เพราะว่า เป็นผู้ที่สัมผัสพยานหลักฐานในคดีอย่างโดยตรง ส่วนคณะกรรมการ ป.ป.ท. นั้นเป็นผู้ที่มาดู ตอนท้ายเท่านั้นเอง ไม่ได้สัมผัสข้อเท็จจริงอย่างเดียว🔗
ดังนั้นถ้าเกิดว่ามันมีอยู่ ๒ หลัก หลักแรกก็จะให้อำนาจสูงสุดอยู่ที่ คณะกรรมการ ป.ป.ท. เลย ทุกอย่างนั้นก็ให้สามารถกลับได้หมด จะแก้ไขเพิ่มเติม จะสอบสวนใหม่หรือจะสอบสวนเอง นั่นคือให้ ป.ป.ท. นั้นทำเบ็ดเสร็จเด็ดขาด กรณีอย่างนี้ ยังมีหลายองค์กรในประเทศ องค์กรอิสระหลายองค์กร ซึ่งคณะไต่สวนก็ไต่สวนอีกแบบหนึ่ง คณะใหญ่ก็ไปกลับ แล้วก็สั่งอีกแบบหนึ่ง เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในประเทศมาหลายคณะกรรมการ ในองค์กรอิสระที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ นั่นคือเป็นประเด็นปัญหา คือให้อำนาจสูงสุดอยู่ที่ คณะกรรมการอันเดียว🔗
แต่ในส่วนของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากเขาเห็นว่า ในส่วนของตัว ให้เหตุผล ถ้าจะสั่งเพิ่มเติม ไต่สวนเพิ่มเติม หรือไต่สวนใหม่ทั้งหมด ให้ระบุเหตุผลของการ ดำเนินการอยู่ด้วย นั่นก็คือเพิ่มกระบวนการโปร่งใส ถ้าจะกลับเขา จะให้เพิ่มเติมอะไร ต้องให้เหตุผลไว้ แต่ไม่ใช่ระบุถึงชัดเจนว่าเหตุผลสมควรด้วยนะครับ ตามที่ท่านฝ่ายผู้สงวน ที่สงวนคำแปรญัตติบอกว่าเป็นเหตุผลสมควร ถ้าไม่สมควรจะถูกศาลไปยกฟ้องหรือ ไปทำอะไรก็ได้ อาจจะคลาดเคลื่อนนะครับ เพราะเป็นแค่เหตุผลธรรมดา ไม่ใช่เหตุผลสมควร ดังนั้นจึงไม่เป็นกระบวนการขั้นตอนไปให้ศาลวินิจฉัยได้เลย และไม่เป็นการเพิ่มขั้นตอนอะไรเลย เพียงแต่เพิ่มความโปร่งใสว่าเหตุผลที่จะไต่สวนเพิ่มเติม เหตุผลที่จะไต่สวนใหม่นั้น มีเหตุผลอะไร ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ ก็ทุบเอาเลยนะครับ ซึ่งกรณีอย่างนี้มันอาจจะทำให้ถ้าเกิดว่า สมมุตินะครับ ไม่ได้กล่าวหานะครับ สมมุติว่าคณะกรรมการ ป.ป.ท. มีเหตุการณ์ที่เกิดใบสั่ง จากผู้มีอำนาจเหนือกว่าเข้ามาสั่งบอกว่าคดีนี้อย่าไปทำตามคณะไต่ส่วน เพราะดูแล้วจะเป็น อันตรายต่อตัวเองในเรื่องทุจริตประพฤติมิชอบ ก็ไปทุบแล้วก็เปลี่ยนการสอบสวนใหม่ กรณีนี้ เป็นการช่วยกันได้นะครับ🔗
ดังนั้นสิ่งที่คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่บอกว่า ให้ระบุเหตุผลของการ ดำเนินการดังกล่าวไว้ด้วย สิ่งนี้จะเพิ่มกระบวนการที่จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นด้วยเหตุผล ความชอบธรรม ไม่ใช่ด้วยอำนาจอย่างเดียวนะครับ ดังนั้นผมเห็นว่าในส่วนคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากได้วินิจฉัย ได้แก้ไขนั้น ได้ชอบด้วยกฎหมายและเหตุผลแล้ว ก็จะทำให้ กระบวนการไต่สวนของคณะ ป.ป.ท. นั้นโปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่า ที่จะไม่เพิ่มเติมตรงนี้ครับ🔗
ท่านกรรมาธิการผู้ขอสงวนยังติดใจไหมครับ🔗
ติดใจครับท่าน ผมจะให้โหวตครับ🔗
เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข และมีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นให้คงไว้ ตามร่างเดิม ดังนั้นขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ🔗
๑๕๓ แสดงตนค่ะ🔗
๑๕๓ แสดงตนครับ🔗
เรียนท่านประธาน ๔๑๘ พรรคก้าวไกล แสดงตนครับ🔗
๔๑๘ แสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ สุรชาติ ๔๔๐ แสดงตนครับ🔗
๔๔๐ แสดงตนนะครับ แสดงตนกันหมดแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ มีผู้เข้าร่วม ประชุม ๔๐๕ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิเลยนะครับ🔗
ลงคะแนนเรียบร้อยนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๑๘ ท่าน เห็นด้วย ๔๐๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนน ๑ ท่าน เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการนะครับ🔗
ต่อไป เชิญท่านเลขาธิการครับ🔗
มาตรา ๒๕ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗
เชิญคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็น เชิญท่านธีรัจชัยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ในส่วนของมาตรา ๒๕ บทบัญญัติ ที่บอกว่า มาตรา ๒๕ ห้ามมิให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. รับหรือพิจารณาเรื่องดังต่อไปนี้ นั่นคือบทที่จะห้ามไม่ให้รับเรื่องดังต่อไปนี้ (๕) เรื่องที่ผู้ถูกร้องหรือผู้ถูกกล่าวหาพ้นจาก การเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐก่อนถูกกล่าวหาเกิน ๕ ปี หลักง่าย ๆ ก็คือว่าถ้าพ้นไปแล้วเกิน ๕ ปี ไม่ต้องดำเนินคดี ไม่รับเรื่องของการพิจารณาของ ป.ป.ท. ได้ เรื่องนี้ถ้าเกิดว่ามีตรงนี้ บัญญัติเข้าไปมันก็จะทำให้เกิดความลักลั่นนะครับ ลักลั่นอย่างไรครับ ไม่ว่าจะกระทำความผิด โดยทุจริตต่อหน้าที่หรือประพฤติมิชอบ ก็ต้องงดเว้นการไต่สวนทั้งสิ้น ทั้งนี้ก็เป็นหนทาง ให้ผู้กระทำผิดใช้ช่องทางนี้กระทำผิด แต่ไม่ได้รับการลงโทษ และอาจเป็นช่องทาง ให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. อาศัยเพื่อหาประโยชน์ได้ ประกอบกับเหตุผลที่ว่าก็คือในส่วนที่ว่า ถ้าเกิดเขาพยายามดึงเรื่องให้เกิน ๕ ปี แล้วก็ไม่ไต่สวนหลังจากพ้นตำแหน่งไปแล้ว กรณีอย่างนี้ก็ทำให้คนผิดลอยนวล มาดูตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๘ ได้กำหนด อายุความในการดำเนินคดีอาญา อัตราโทษเป็น ๕ ปี ๑๐ ปี ๑๕ ปี ๒๐ ปี แต่บทบัญญัตินี้ ทุจริตต่อหน้าที่หากเกษียณไป ๕ ปี ก็จะหลุดจากความผิดทันที ไม่ถูกไต่สวนในเรื่องของ ทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบทันที ซึ่งมาตรา ๑๕๗ ประมวลกฎหมายอาญาและ มาตราที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้มีอายุความในการดำเนินคดีทั้งหมด ๑๕-๒๐ ปี กรณีอย่างนี้ ๕ ปีพ้นแล้วหรือครับ แต่บทบัญญัตินี้แสดงว่าข้าราชการแม้ประพฤติผิด โดยทุจริต ประพฤติมิชอบที่เกษียณไป ๕ ปี หาเรื่องไม่เจอพ้นผิดทันที ซึ่งไม่น่าจะถูกต้องด้วยเหตุผล และหลักในทางอาญา ซึ่งในส่วนตรงนี้อายุความทั้งหมด ๑๕-๒๐ ปีนะครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งก็คือ ในส่วนของ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีทุจริตประพฤติมิชอบ พ.ศ. ๒๕๕๙ และ พ.ร.บ. ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ บัญญัติไว้ว่าผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยที่หลบหนี อายุความในการ ดำเนินคดีอาญานั้นไม่มานับ นั่นคือสะดุดหยุดลง นั่นหมายถึงว่าหลบหนีไปอายุความไม่เดิน ย่อมแสดงว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายประสงค์ที่จะป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิด โดยป้องกันการหลบหนี หากหลบหนีออกนอกประเทศความผิดต้องหลบหนีตลอดชีวิต ซึ่งขัดกับหลักกฎหมาย ป.ป.ท. หรือเกษียณอายุไปแล้ว ๕ ปี ก็คือไม่ต้องดำเนินคดีเลย ซึ่งกรณีอย่างนี้มันทำให้เป็นการตัดก่อนอายุความ ซึ่งผมว่าน่าจะคลาดเคลื่อนต่อหลักการ ปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบนะครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าคดีทุจริตต่อหน้าที่ โดยส่วนมากจะได้หลักฐานจากคนใน หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หากข้าราชการที่ทุจริตแม้จะเกษียณอายุไป ส่วนใหญ่จะวางทายาท ตัวเองไว้ ลูกน้องขึ้นมาเป็นตำแหน่งหัวหน้าราชการแทน พออยู่ราชการแทนก็ช่วยกัน ปกปิดหลักฐาน ช่วยกันปกปิดเลย ๕ ปี หลักฐานที่มีอายุความ ๑๕ ปี ๒๐ ปี ไม่ต้องดำเนินคดี ทันทีนะครับ ซึ่งกรณีอย่างนี้เราจะปราบปรามทุจริตได้อย่างไรครับ เป็นข้าราชการก็จบทันทีเลย ดังนั้นเจตนารมณ์คือต้องการปราบปรามทุจริต แต่ไม่ใช่ว่าปล่อยให้ข้าราชการที่เกษียณ ๕ ปี แล้วไม่ต้องถูกดำเนินคดี ตรงนี้ผมเชื่อว่ามันน่าจะคลาดเคลื่อน และผมคิดว่าการตัด มาตรา ๒๕ (๕) ออก ก็จะทำให้กระบวนการในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ถ้าเกิดคงไว้กรณีอย่างนี้เป็นช่องโหว่ทางกฎหมาย อย่างร้ายแรง ที่จะทำให้มีการเปิดช่องในการช่วยเหลือกันและดึงให้ ๕ ปีหลังพ้นตำแหน่งแล้ว ไม่ต้องดำเนินคดี ผมคิดว่าถ้าปล่อยไว้มันไม่เป็นผลดีต่อกระบวนการปราบปรามการทุจริต ไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติและประชาชนเลยครับ ขอยืนยันให้ตัดครับ แปรญัตติครับ🔗
ท่านนิสิตติดใจไหมครับ ท่านนิสิตไม่ติดใจ เชิญกรรมาธิการชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายวิชญ์พล ฉวีวรรรณ กรรมาธิการครับ สำหรับตัวร่างมาตรา ๒๕ ที่มีการกำหนด บทห้ามรับเรื่องไว้พิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ใน (๕) ที่มีการกำหนดตั้งแต่ในชั้น กรรมการกฤษฎีกาที่มีการพิจารณาผ่านมา จนถึงชั้นกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ที่ยังคง (๕) ของมาตรา ๒๕ ที่กำหนดว่า ห้ามมิให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. รับหรือพิจารณาเรื่องดังต่อไปนี้ ก็คือเรื่องที่ผู้ถูกร้องหรือผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก่อนถูกกล่าวหา เกิน ๕ ปี เหตุผลของการที่จะกำหนดว่าเป็นบทตัดว่า หากมีการพ้นจากความเป็นเจ้าหน้าที่ ของรัฐเกิน ๕ ปี เหตุผลแรกก็คือกฎหมายนี้มุ่งที่จะก่อให้เกิดการดำเนินงานที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ หนึ่งในนั้นก็คือการมีงานที่เหมาะสม ระยะเวลา ๕ ปี โดยสภาพพยานหลักฐาน ต่าง ๆ ค่อนข้างหายาก ลดลงตามเวลาที่เพิ่มขึ้น บทตัดของมาตรา ๒๕ (๕) ก็เลยเกิดขึ้น🔗
แต่อย่างไรก็ตามแม้กรรมการ ป.ป.ท. จะถูกห้ามดำเนินการในมาตรา ๒๕ (๕) ก็ตาม แต่ในระบบกฎหมายเอง ถามว่าบุคคลดังกล่าวจะหลุดพ้นจากการตรวจสอบจาก ภาครัฐหรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ เหตุผลก็เพราะว่าในกฎหมาย ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรหลัก ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ได้มีการกำหนดไว้ในมาตรา ๕๕ (๓) ของ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตปี ๒๕๖๑ โดยมีการกำหนดว่า ห้ามมิให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. รับหรือยกเรื่องที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ขึ้นพิจารณา เว้นแต่มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน และคณะกรรมการเห็นว่าเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิด ความเสียหายอย่างร้ายแรง🔗
ใน (๓) กำหนดว่าผู้ถูกร้องหรือผู้ถูกกล่าวหา ที่พ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ ของรัฐเกินกว่า ๕ ปี หากว่าเรื่องดังกล่าวมีพยานหลักฐานชัดเจน และก่อให้เกิดความเสียหาย อย่างร้ายแรง คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังคงสามารถไต่สวนคดีนั้นได้อยู่ครับ แม้ว่า กรรมการ ป.ป.ท. จะไม่ดำเนินการ แต่บุคคลที่กระทำความผิดก็ยังมิได้พ้นจากการตรวจสอบ จากภาครัฐ เพราะในระบบกฎหมายเองก็ยังคงกำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้พิจารณาว่าเรื่องที่เกินกว่า ๕ ปี หากมีพยานหลักฐานชัดเจน และก่อให้เกิดความ เสียหายร้ายแรงแก่ภาครัฐ ป.ป.ช. สมควรที่จะไต่สวนหรือยกคดีขึ้นมา ก็สามารถกระทำได้ เช่นเดียวกัน หากว่าเรามีการแก้ไขตามที่มีการตั้งข้อสงวนโดยตัด (๕) ออก ปัญหาอย่างแรก ที่เกิดขึ้น งานคดีทั้งหมดจะไม่มีบทตัดจากเหตุดังกล่าว และการใช้อำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็จะถูกลดทอนลง และอาจจะก่อให้เกิดปัญหาการตีความของการที่มีองค์กร ๒ องค์กร ใช้อำนาจในการตีความว่าคดีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐพ้นจาก ๕ ปี สมควรที่จะต้อง ดำเนินการหรือไม่ อันนี้ก็เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ร่างที่ผ่านจากคณะกรรมการกฤษฎีกา และร่างที่ผ่านจากกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ยังคง (๕) ของตัวมาตรา ๒๕ ไว้อยู่ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านธีรัจชัยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ กรรมาธิการผู้สงวนความเห็นครับ จากการที่ทางฝ่ายตัวแทนของกรรมาธิการ ซึ่งเป็นตัวแทนจากฝ่ายกฤษฎีกาได้ชี้แจงนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ในเรื่องของถ้าเกิดว่าตัดในส่วน ๕ ปีแล้ว คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็จะสามารถมาพิจารณา ซึ่งเอามาดำเนินคดีได้เหมือนกัน กรณีคดีอย่างนั้นเป็นข้อยกเว้น เป็นคดีที่ต้องมีขั้นตอนกระบวนการ ไม่ใช่คดีทั่วไป คดีของ ป.ป.ท. นั้นเป็นคดีที่ไม่ใช่คดี ที่ใหญ่มากนัก เป็นคดีที่เล็ก แต่ถ้าเกิดว่าเป็นคดีที่มีพยานหลักฐานมาก ๆ เป็นเฉพาะคดี จำนวนปริมาณถ้ามีเยอะ ป.ป.ช. ไม่สามารถรื้อขึ้นมาได้ กรณีอย่างนี้มันจะทำให้คนที่ กระทำผิดนั้นหลุดตะแกรงไปแค่ ๕ ปีเอง สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่ามันไม่ควรจะเกิดขึ้น ควรเป็น กรณีทั่วไป🔗
ประเด็นที่ ๒ ด้วยความเคารพจริง ๆ ในส่วนที่บอกว่าถ้าเกิดว่าเลย ๕ ปีแล้ว คดียังไม่ถูกตัด จริง ๆ แล้วคดีจะถูกตัดนั้นก็คือ เมื่อเลยอายุความก็ถูกตัดโดยอายุความ ๕ ปี ๑๐ ปี คดีความผิดทุจริตโดยประพฤติมิชอบอยู่แล้ว มันก็ถูกตัดโดยอายุความ ทางกฎหมายในคดีอาญา แต่ไม่ควรใช้กฎหมายของ ป.ป.ท. มาตัด ไม่นับไต่สวนแล้ว กรณีอย่างนี้เหมือนเป็นการช่วยหรือไม่ เหมือนเป็นการเอื้อให้กับในส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่จะไม่สุจริต ดึงเวลา ประวิงเวลาให้เลย ๕ ปี แล้วไม่ต้องดำเนินคดีทุจริตตรงนี้ เป็นการ ช่วยให้ลูกน้องที่ถูกเจ้านายสนับสนุนเข้ามาดำรงตำแหน่งแทนตัวเอง ช่วยกันปกปิดหลักฐาน แล้วให้พ้น ๕ ปี แล้วไม่ต้องถูกดำเนินคดี อย่างนี้มันจะทำให้กระบวนการในการปราบทุจริต ของเรานั้นอ่อนแอลงถนัดใจ นั่นก็คือว่าเป็นการใช้ระบบอุปถัมภ์ในการที่จะสร้างความ ไม่ให้ตัวเองต้องรับผิดได้อย่างง่ายดาย เรื่องนี้ผมยืนยันนะครับว่าเราควรที่จะต้องตัด (๕) ของมาตรา ๒๕ นี้ออก มิฉะนั้นประเทศเรานั้นก็จะมีระบบแบบอุปถัมภ์ช่วยกัน แล้วการ ปราบปรามทุจริตของข้าราชการที่ใกล้เกษียณซึ่งใหญ่โต ก็จะไม่ได้ถูกปราบปรามอย่างแท้จริง ขอยืนยันว่าตามคำแปรญัตติให้ตัด (๕) ของมาตรา ๒๕ ออกครับ ยืนยันครับ🔗
ท่านกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นยังติดใจ ดังนั้นก็ต้องโหวตนะครับ แม้ว่ามาตรานี้ คณะกรรมาธิการไม่มีการแก้ไข ผู้สงวนความเห็นยังคงติดใจในคำชี้แจงของคณะกรรมาธิการ ฉะนั้นผมขอถามที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ไม่มีการ แก้ไข หรือเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น ฉะนั้นก่อนลงมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗
ท่านสมาชิกเสียบบัตรแสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานคะ ๔๒๘ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล แสดงตนค่ะ🔗
๔๒๘ แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานคะ ๒๙๘ รักชนก ศรีนอก แสดงตนค่ะ🔗
๒๙๘ แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ ภาควัต ๒๗๗ แสดงตนครับ🔗
๒๗๗ แสดงตนครับ แสดงตนเรียบร้อยแล้ว ผมขอปิดการแสดงตนครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๖ ท่าน เป็นอันว่าที่ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ท่านสมาชิกผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนเลยครับ🔗
ท่านประธานคะ ๔๒๘ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เห็นด้วยค่ะ🔗
๔๒๘ เห็นด้วยครับ ลงคะแนนเรียบร้อยนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ เชิญเจ้าหน้าที่ครับ มีจำนวนผู้ลงมติ ๔๐๙ ท่าน เห็นด้วย ๒๖๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๔๓ ท่าน งดออกเสียง ๐ ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน ก็รวมเป็น ๒๖๕ ท่าน ก็เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการนะครับ🔗
เชิญท่านเลขาธิการครับ🔗
มาตรา ๒๖ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗
ท่านกรรมาธิการที่สงวนความเห็นเชิญครับ ท่านยุทธการครับ ท่านสมาชิกที่สงวนความเห็น มีไหมครับ ถ้าไม่มี ท่านกรรมาธิการจะชี้แจงไหมครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าผู้สงวนไม่ได้ติดใจ ดังนั้นก็เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการต่อไปเลยครับ🔗
มาตรา ๒๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๐ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗
ท่านกรรมาธิการที่สงวนความเห็นเชิญครับ มีไหมครับ ถ้าไม่มี ท่านกรรมาธิการจะชี้แจงไหม ไม่มีนะครับ ถือว่าผู้สงวนไม่ได้ติดใจนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อเลยครับ🔗
มาตรา ๓๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๓ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗
เชิญท่านกรรมาธิการครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ในฐานะกรรมาธิการนะครับ ในส่วนมาตรา ๓๓ ผมได้สงวนความเห็น ในกรณีวรรคท้ายที่บอกว่า ในการไต่สวนคดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิตหรือมีอัตราโทษจำคุก หากผู้ถูกกล่าวหาไม่มีทนายความ ซึ่งเดิมเขียนว่า และต้องร้องขอ ให้สำนักงานต้องจัดหา ทนายความให้สำหรับการดำเนินคดีกับเด็กอายุไม่เกิน ๑๘ ปี ให้เป็นไปตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญากำหนด ผมได้ตัดเรื่องของการร้องขอนะครับ แล้วก็เขียนว่า ต้องจัดหาให้ เนื่องจากว่าในกระบวนการจากการประชุมในชั้นคณะกรรมาธิการ ทางฝ่ายที่ ยืนยันตามร่างเดิมบอกว่า ในส่วนข้าราชการนั้นอาจจะมีสถานะ มีฐานะที่จะต้องหาทนายความได้ แต่ข้าราชการมีทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ชั้นผู้น้อย และไม่ใช่มีฐานะเศรษฐกิจดีทุกคน และข้าราชการไม่ใช่เป็นนักกฎหมายทุกคน ข้าราชการในส่วนที่ไม่ใช่นักกฎหมายก็มีมากมาย ที่ไม่รู้กฎหมายและไม่มีสตางค์ ข้าราชการที่ไม่ใช่คนที่ร่ำรวยนั้นมีมาก🔗
ดังนั้นการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ เมื่อมีกรณีที่เป็นโทษที่ระดับสูงก็คือโทษ ที่มีอัตราโทษประหารชีวิตหรืออัตราโทษจำคุก ถ้าไม่มีทนายความ รัฐจำเป็นที่จะต้องให้เขา ไม่ใช่ขีดจำกัด ตีเหมือนว่าคนที่เป็นข้าราชการนั้นต้องมีฐานะดีทุกคน มีความรู้กฎหมายทุกคน ตรงนี้ผมเชื่อว่าไม่เป็นธรรมนะครับ ดังนั้นผมเลยต้องตัดในส่วนการร้องขอ ไม่จำเป็นต้องร้องขอ และสามารถจัดให้เหมือนกับกรณีเป็นผู้ยากไร้ของทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ กรณีอย่างนี้นะครับ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะสร้างความยุติธรรมให้แก่ข้าราชการที่ถูกกล่าวหา โดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยมีสตางค์ เขาก็หาทนายไม่ได้หรอกครับ ส่วนข้าราชการที่ไม่ค่อยสุจริต ไปทุจริตมีสตางค์เยอะ ๆ มีเงินเยอะ ๆ เขาก็สามารถที่จะหาทนายความได้อยู่แล้ว นี่คือเขา ไม่ต้องการทนายของรัฐอยู่แล้ว ดังนั้นผมยืนยันบอกว่าอยากจะต้องให้จัดหาทนายความ ให้สำหรับผู้ที่มีโทษสูง ประหารชีวิตหรือจำคุกครับ ขอยืนยันตามที่แปรญัตติไว้ครับ ขอให้ ท่านสมาชิกได้โปรดช่วยโหวตให้ด้วยนะครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านนิสิตติดใจไหม ไม่ติดใจนะครับ ท่านกรรมาธิการจะชี้แจงไหม เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม นายวิชญ์พล ฉวีวรรณ กรรมาธิการครับ ขออนุญาตนำเรียนที่มาหรือว่าเหตุผลของร่างกรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่ไม่ได้กำหนดว่า ให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานในการต้องจัดหาทนายความให้ สำหรับกรณีที่มีการไต่สวนคดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิตหรืออัตราโทษจำคุก เหตุผลหนึ่ง อย่างที่ได้นำเรียนครับ มาตราที่เกี่ยวข้องในรัฐธรรมนูญก็คือ มาตรา ๖๘ วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญที่กำหนดว่า รัฐพึงให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายที่จำเป็นและเหมาะสม แก่ผู้ยากไร้หรือผู้ด้อยโอกาสในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม รวมตลอดถึงการจัดหา ทนายความให้ หากพิจารณาตัวมาตรา ๖๘ วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญก็จะเห็นได้ว่า รัฐพึงจะให้ความช่วยเหลือแก่บุคคลผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส ในชั้นการพิจารณาร่างมาตรา ดังกล่าวเอง ในส่วนของมาตรา ๓๓ วรรคห้า ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือชั้นกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ก็ยังคงเห็นด้วยกับหลักการดังกล่าว เนื่องจากว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกดำเนินคดีโดยคณะกรรมการ ป.ป.ท. ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีเงินเดือน มีค่าตอบแทน และมีความสามารถในการที่จัดหาทนายความของตัวเองได้ อย่างที่ได้นำเรียนครับ ข้าราชการบางท่านอาจจะต้องมีการร้องขอแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการที่จะต้องจัดหาทนายความให้ บทบัญญัติดังกล่าวก็เปิดช่องให้สามารถร้องขอได้ แต่แน่นอนโดยส่วนใหญ่ข้าราชการย่อมมีความสามารถ มีรายได้ มีความรู้มากกว่าประชาชน ทั่วไป ดังนั้นตัวกฎหมายมาตรานี้เองก็เลยเปิดช่องให้เพียงเฉพาะแต่กรณีที่ผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐร้องขอเท่านั้น สำนักงานจึงจะมีการจัดหาทนายความให้ เพราะโดยศักยภาพเจ้าหน้าที่ของรัฐเองสามารถหาทนายความความดี ๆ เข้ามาต่อสู้คดี ของตัวเองได้อยู่แล้ว อันนี้ก็เป็นเหตุผลที่มีการคงตามร่างที่ไม่ได้มีการแก้ไขตามผู้สงวนไว้ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกและท่านกรรมาธิการ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ก็ด้วยความเคารพนะครับ ในส่วนของ ข้ออธิบายของทางกรรมาธิการที่เป็นตัวแทนจากคณะกฤษฎีกา มาตรฐานตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ นั้น เป็นมาตรฐานขั้นต่ำของการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่ไม่ใช่ มาตรฐานที่จะต้องต่ำอย่างนั้นตลอดไป มาตรฐานขั้นสูงที่สูงกว่านั้นสามารถทำได้ โดยหลักการของรัฐธรรมนูญ นั่นคือเราคุ้มครองสิทธิเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่จำเป็นที่จะต้อง ร้องขอก็ได้🔗
แต่หลักการควรเป็นอย่างนี้ดีกว่าไหมครับ นั่นก็คือการปฏิเสธ ถ้าข้าราชการ ที่เขาประสงค์หาทนายความที่มีฝีมือที่เขาเชื่อใจ มีสตางค์การจ้าง มีเงินในการจ้างขึ้นมา เขาก็ปฏิเสธในส่วนที่รัฐจัดให้ นั่นคือบรรทัดฐานที่เราคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ที่เป็นข้าราชการ มันมีข้าราชการหลายคนที่ถูกกล่าวหาโดยไม่เป็นธรรม แต่เป็นข้าราชการ ชั้นผู้น้อย แต่ก็ต้องมาร้องขอหรือ ร้องขอต้องมีการอนุญาต อนุมัติว่าได้หรือไม่ได้ ต้องมีการสอบ อีกสารพัด แต่ถ้าเกิดว่าโดยหลักของเราให้เลย แต่คนที่มีฐานะดีเขาปฏิเสธไปเลย กรณีอย่างนี้ จะสามารถคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชนและข้าราชการได้ดีกว่าไหม🔗
ส่วนเหตุผลที่ทางตัวแทนของท่านผู้ชี้แจงทางฝ่ายกฤษฎีกาที่บอกว่าข้าราชการ ส่วนใหญ่น่าจะมีเงินเดือน มีฐานะที่ดีอยู่แล้ว เรื่องนี้อาจจะคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริง ข้าราชการส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยร่ำรวยหรอกครับ ที่มีฐานะไม่ดี มีเงินเดือนบางทีเดือนชนเดือน เราจะมองในมุมของข้าราชการที่มีฐานะรวยคือข้าราชการระดับสูงเท่านั้น และปัญหาของ ข้าราชการระดับสูงคือเขามีเงินในการจ้างอยู่แล้ว🔗
ดังนั้นเรื่องนี้ผมมองในส่วนของมุมกลับก็คือ มองในส่วนมุมของข้าราชการ ที่เป็นชั้นผู้น้อย และถูกกล่าวหาโดยไม่เป็นธรรม เขาไม่ควรจะต้องไปร้องขอ หรือต้องขออนุญาต ขออนุมัติจากใครอีก นั่นคือจัดให้เลย ส่วนข้าราชการระดับสูงนั้นก็ปฏิเสธไปเลย ถ้าเขามี ทนายที่ดีอยู่แล้ว เรื่องนี้ผมเชื่อว่าเป็นการยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน เหนือกว่ารัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐควรจะต้องกระทำ สำหรับผู้ที่ต้องถูกกล่าวหาที่เป็นคดี ระดับสูง ก็คือคดีประหารชีวิตและคดีที่มีโทษจำคุก ยังยืนยันที่จะแปรญัตติ ขอตัดการร้องขอออก ตามนี้นะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไขนะครับ ผมจะถามมติจาก ที่ประชุมว่าจะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ กรณีที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการแก้ไข ผมจึงถามมติจากที่ประชุมต่อไปว่า จะเห็นด้วยกับการแก้ไขตามร่างของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมาก หรือเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นนะครับ ขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนนะครับ ขอถามจากที่ประชุมว่าจะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ก่อนลงมติ ตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกครับ🔗
ท่านประธานคะ ๔๒๗ แสดงตนค่ะ🔗
๔๒๗ แสดงตนนะครับ มาแสดงตนกันหมดหรือยังครับ🔗
ท่านประธานคะ ๔๒๘ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล แสดงตนค่ะ🔗
๔๒๘ นะครับ ขอปิดการแสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานคะ ๐๑๙ แสดงตนค่ะ🔗
๐๑๙ อีกท่านหนึ่ง แสดงตนนะครับ ขอปิดการแสดงตนนะครับ มีผู้มาแสดงตน ๓๙๕ บวก ๓ เป็น ๓๙๘ ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไป ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นควรให้มีการแก้ไข โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควรให้มีการแก้ไขหรือว่าให้คงตามร่างเดิม โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ใช้สิทธิลงคะแนนเลยครับ🔗
ท่านประธานคะ ๔๒๗ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ เห็นด้วยค่ะ🔗
๔๒๗ เห็นด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานคะ ๔๒๘ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เห็นด้วยค่ะ🔗
๔๒๘ เห็นด้วยนะครับ ขอปิดการลงคะแนนเลยนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๐๔ ท่าน เห็นด้วย ๓๙๓ บวก ๒ เป็น ๓๙๕ ไม่เห็นด้วย ๙ งดออกเสียง ๐ ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ก็เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการแก้ไขนะครับ🔗
ต่อไป ผมจะขอถามต่อเลยนะครับ จะเห็นด้วยกับการแก้ไขตามร่างของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุม อีกครั้งหนึ่งนะครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิแสดงตน🔗
ท่านประธานคะ ๔๒๘ แสดงตนค่ะ🔗
๔๒๘ แสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานคะ ๔๒๗ แสดงตนค่ะ🔗
๔๒๗ แสดงตนครับ แสดงตนเรียบร้อยนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๕ ท่าน ก็ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๒๙๐ แสดงตนครับ🔗
๒๙๐ บันทึกไว้นะครับ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวน ความเห็น โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนเลยครับ🔗
ท่านประธานคะ ๔๒๘ เห็นด้วยค่ะ🔗
๔๒๘ เห็นด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานคะ ๔๒๗ เห็นด้วยค่ะ🔗
๔๒๗ เห็นด้วยครับ เรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ มีผู้ลงมติ ๔๑๒ ท่าน เห็นด้วย ๒๖๗ บวก ๒ เป็น ๒๖๙ ไม่เห็นด้วย ๑๔๒ งดออกเสียง ๑ ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ก็ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการนะครับ🔗
เชิญเลขาธิการครับ🔗
มาตรา ๓๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๖ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ🔗
เชิญท่านผู้สงวนคำแปรญัตติ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ มาไหมครับ ถ้าไม่มา แสดงว่าท่านไม่ได้ติดใจ ท่านกรรมาธิการจะมีอะไรชี้แจงไหม ไม่มีนะครับ ผู้แปรญัตติไม่ได้ติดใจ เชิญท่านเลขาธิการ ต่อเลยครับ🔗
มาตรา ๓๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๕ มีการแก้ไข . นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง) : เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วย กับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗
ท่านสมาชิกกดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ🔗
ท่านประธานคะ ๔๒๘ แสดงตนค่ะ🔗
๔๒๘ แสดงตนนะครับ แสดงตนกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตนเลยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๕ ท่าน บวกที่แสดงตนทางไมโครโฟนด้วยนะครับ🔗
ท่านสมาชิกเชิญใช้สิทธิลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ คือคงไว้ตามร่างเดิม โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควร งดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนเลยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๙๘ พรรคก้าวไกล เห็นด้วยครับ🔗
๔๙๘ เห็นด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานคะ ๔๒๘ เห็นด้วยค่ะ🔗
๔๒๘ เห็นด้วยนะครับ🔗
ท่านประธาน ๔๒๐ เห็นด้วยครับ🔗
๔๒๐ เห็นด้วยครับ ขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๐๕ ท่าน เห็นด้วย ๔๐๔ ท่าน แสดงว่ารวมทางไมโครโฟนแล้วใช่ไหมครับ ไม่เห็นด้วย ๐ งด ออกเสียง ๐ ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน ก็เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของ คณะกรรมาธิการนะครับ🔗
เชิญเลขาครับ🔗
มาตรา ๔๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๔ ไม่มีการแก้ไข🔗
สำหรับมาตรานี้คณะกรรมาธิการไม่ได้แก้ไข และไม่ได้เพิ่มมาตราขึ้นใหม่ แต่เนื่องจาก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นเพิ่มมาตรา ๑๔/๑ ดังนั้นในส่วนนี้จะเป็นการพิจารณา และลงมติตามคำสงวนขอเพิ่มมาตรา ๑๔/๑ เท่านั้นนะครับ ท่านกรรมาธิการที่ขอสงวน ความเห็นจะอภิปรายไหมครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย ในฐานะกรรมาธิการที่สงวนความเห็น ในมาตรา ๑๔/๑ เป็นการยกเลิก ความในมาตรา ๕๘ แล้วก็มีการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของการกันพยานนะครับ ซึ่งการกันพยานนี้ เดิมในร่างของ ป.ป.ท. มีอยู่แล้ว แต่ว่าที่สงวนความเห็นเอาไว้นี้ เป็นหลักการ ของการกันพยานเป็นรายแรกนะครับ ซึ่งเป็นหลักการใหม่ที่อยากให้ที่ประชุมเพื่อน สส. แห่งนี้ เห็นความสำคัญของการที่เราต้องการขจัดการทุจริตในแวดวงราชการ จะเกิดความหวาดระแวง ซึ่งกันและกันนะครับ ซึ่งมีการบัญญัติให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. เมื่อมีมติกันพยานเอาไว้แล้ว ก็จะไม่ต้องถูกดำเนินคดีอาญา แล้วบุคคลนั้นก็จะได้รับความช่วยเหลือ ดังนั้นอันนี้ เป็นมาตรการใหม่ที่เชื่อว่าจะสามารถป้องกันและปราบปรามการทุจริตได้นะครับ จึงอยากให้ ที่ประชุมแห่งนี้เห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็น เพื่อที่จะได้นำหลักการนี้ไปช่วย ในการปราบปรามการทุจริตภาครัฐต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านต่อไปเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ในฐานะกรรมาธิการ ในส่วนของมาตรา ๕๘ ที่มีการขอแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งท่านเอกราช อุดมอำนวย ที่กรุณาให้ความเห็นไปเบื้องต้น ในส่วนของมาตรานี้เป็นหลักการที่จะทำให้ คนที่กระทำผิดนั้นมีความระแวงหรือหลักการที่พูดง่าย ๆ ก็คือ คนโกงวงแตก นั่นหมายความว่า คนที่ร่วมกระทำผิดด้วยกัน ถ้าเกิดรู้สึกว่าเกรงกลัวกระทำความผิด ก็รีบมาแจ้งก่อนนะครับ จะได้รับการที่จะกันไว้ไม่ต้องถูกดำเนินคดีได้ กรณีอย่างนี้ทำให้เกิดความระแวงระหว่าง ผู้ร่วมกระทำผิดด้วยกัน เพราะถ้าเกิดว่าเขาไม่ยอม Pack กันแน่น ในส่วนของคนที่กระทำผิด ร่วมกัน Pack เลยนะครับ ร่วมช่วยเหลือกันไปปกปิดทุกอย่าง การที่จะไปเอาผิดของคนที่โกง โดยเฉพาะคนที่เป็นข้าราชการ ถ้าคนที่เป็นเจ้านายที่สั่งลงมา คนที่เป็นลูกน้องช่วยกัน หลักฐานจะถูกทำลายหมด ไม่สามารถทำได้ แต่ถ้าเกิดทุกคนที่โกงหรือแม้กระทั่งคนที่มาร่วม คนที่เป็นเอกชนที่มาร่วมกันกระทำแบบนี้ มาจ่ายทุจริตสินบนในส่วนตรงนี้ขึ้นมา เกิดความ เกรงกลัวขึ้นมาแล้วก็มาแจ้ง หรือคนที่เกรงระแวงว่าเพื่อนที่ร่วมกระทำผิดด้วยกันจะมาแจ้งอีก ก็เกิดระแวง สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและ ประพฤติมิชอบในวงราชการอย่างยิ่ง ดังนั้นผมก็เลยคิดว่าหลักการนี้ ซึ่งท่านเอกราช อุดมอำนวย ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเป็นคนที่เสนอหลักการนี้เข้ามา ก็อยากจะให้เราก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง ก้าวหน้าในการที่จะพัฒนา ในกระบวนการทำให้เกิดความระแวงระหว่างคนที่กระทำผิดด้วยกัน ด้วยการเพิ่มในส่วนของมาตรา ๕๘ นี้ขึ้นไป ตามที่แก้ไขแปรญัตติครับ🔗
ท่านวิโรจน์ติดใจใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมคิดว่าประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านและเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้คงยอมรับในตัวผมบ้างว่า ผมคือหนึ่งในคนที่รู้กลไกและพฤติการณ์ พฤติกรรมของการทุจริตในแวดวงราชการน่าจะดีที่สุดคนหนึ่งในสภาแห่งนี้ การทุจริตและ ประพฤติมิชอบนี้นะครับท่านประธาน มันจะเริ่มจากวงเล็ก ๆ แล้วก็เริ่มจากคนใกล้ชิด แต่จากนั้นเมื่อไรอ้ายโจรพวกนี้ อ้ายโจรสีกากีเหล่านี้ เวลามันได้ปุ๊บ มันจะเริ่มได้ใจ แล้วมัน จะเริ่มขยายวงและมีการจ่าย มีการแบ่งเงินตั้งแต่หัวโต๊ะยันท้ายโต๊ะ ขบวนการมันใหญ่ขึ้น แล้วพอขบวนการมันใหญ่ขึ้นครับท่านประธาน สิ่งที่พวกโจรสีกากีเหล่านี้กลัวที่สุดก็คืออะไรครับ การที่มีคนใดคนหนึ่งปากโป้ง ไปบอก ไปแฉ ไปเปิด ไปเผย แล้วมันก็จะเริ่มเอากลไก ไม่ใช่แค่ ผลประโยชน์ มันจะเริ่มเอาอำนาจหน้าที่ของระดับบังคับบัญชาไปข่มขู่ข้าราชการชั้นผู้น้อย แล้วก็จะข่มขู่ข้าราชการชั้นผู้น้อยว่าถ้าคุณเปิด ผมจะใช้อำนาจหน้าที่เล่นงานคุณก่อน แล้วที่ผ่านมาก็เป็นอย่างนี้มาโดยตลอด ท่านประธานทราบอยู่แล้วว่าประเทศชั้นนำอย่างญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศ เขามีกลไกสำคัญในการจัดการกับปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เพราะเขารู้ พฤติกรรม พฤติการณ์แบบนี้🔗
แล้วเขาทำอย่างไรครับท่านประธาน เขาก็ต้องหาแนวทางในการปกป้อง คนที่ออกมาเปิดเผยเบาะแสการทุจริต เพื่อให้เขาไม่ต้องกังวลว่าจะต้องถูกดำเนินคดีไปด้วย ตราบใดก็ตามถ้าเขายังถูกกฎหมายเล่นงานไปด้วยใครจะกล้าเปิด พอไม่กล้าเปิดคราวนี้ เกิดอะไรขึ้นครับ การที่ระบบข้าราชการหรือ ป.ป.ช. จะเข้าไปล้วงลูกจัดการทลายทั้งรัง มันก็น้อย แล้วสุดท้ายตัวการก็ยังคงอยู่ ที่ตายไป ที่ถูกจับมีแต่ปลาซิวปลาสร้อย ไม่แตกต่าง จากการจับยาเสพติดที่ตัวใหญ่ไม่เคยถูกจับได้ และมันก็สร้างขบวนการในการทุจริต เซาะกร่อนบ่อนทำลายโกงกินประเทศชาติ โกงกินเงินงบประมาณของพี่น้องประชาชนกัน ต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น🔗
กฎหมายฉบับนี้ที่เราขอแก้ไข เราเพิ่มเติมอย่างไรครับท่านประธาน เราเพิ่มเติมว่า ในกรณีที่ขาดหลักฐานพยาน หรือมีหลักฐานพยานที่ไม่เพียงพอที่จะเอาผิดกับตัวการ หรือผู้กระทำความผิดที่เป็นตัวสำคัญ เราอนุญาตให้มีการอายัดหรือกันผู้แจ้งเบาะแสที่เป็น คนแรกเอาไว้เป็นพยานและไม่ต้องถูกดำเนินคดี และมีการปกป้องสิทธิและสวัสดิการต่าง ๆ ให้โอกาสคนที่เคยถูกบังคับให้ต้องโกงให้ออกมาเป็นผู้เปิดเผย เพื่อให้ภาครัฐทำลายวงจร การโกงทั้งหมดแบบถึงรัง เอาให้มันหมดประเทศเสียที แต่สิ่งที่พวกผมกำกับเอาไว้มันรัดกุม มากครับ เพราะหากพยานหลักฐานเพียงพอแล้วผมก็ระบุไว้อีกว่าไม่ได้มีความจำเป็น ที่จะต้องกันใครไว้เป็นพยาน เว้นเสียแต่ว่าผู้แจ้งเบาะแสคนแรกเท่านั้น คือไม่ใช่ใครก็ได้ ให้เป็นช่องว่างในการช่วยเหลือผู้กระทำความผิด อันนี้เขียนไว้รัดกุมมาก และในกรณีที่ หลักฐานเพียงพอแล้วก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องกันใครไว้เป็นพยานอีก นี่ก็รัดกุมระดับหนึ่งแล้ว และที่สำคัญที่สุด จะต้องพิจารณาผู้กระทำความผิดที่มีฐานความผิดน้อยที่สุด และยังล็อกไว้ ขั้นสุดท้ายคืออะไรรู้ไหมครับท่านประธาน ต้องขอความเห็นจากอัยการสูงสุดด้วย ถ้าอัยการ สูงสุดท่านมีความเห็นเป็นอย่างอื่น การกันไว้เป็นพยานก็ไม่ได้ ผมถามจริง ๆ ครับ ถ้าอยากจะ จัดการกับปัญหาทุจริตมันต้องจับแค่ปลาซิวปลาสร้อย หรือมันจะต้องทลายยกรัง ผมว่า สมาชิกแห่งนี้ที่อยู่ภายใต้ห้องประชุมสุริยันแห่งนี้ ที่ได้รับเลือกจากประชาชนชาวไทยให้เป็น ผู้แทน ก็รู้อยู่แล้วว่าเราต้องการทลายขบวนการทุจริตแบบยกรัง เอาให้ตั้งแต่ต้นยันจบ หัวยันหาง มันถึงจะแก้ไขปัญหาทุจริตการคอร์รัปชันได้ ถ้าปล่อยให้หัวยังคงลอยนวล จับแต่ปลาซิว ปลาสร้อยข้าราชการชั้นผู้น้อย สักพักด้วยความโลภและความกลัวก็จะมีข้าราชการชั้นผู้น้อย ตกเป็นเหยื่อข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และนักการเมืองแบบนี้ไม่จบ ไม่สิ้น และวงจรการทุจริตของ ประเทศไทยก็จะอยู่ในวังวนเดิม ดัชนี Corruption Perception Index ที่เราถูกประจาน จากทั่วโลกก็แย่เหมือนเดิม ตั้งแต่ยุคก่อนจนผ่านรัฐประหารมาแล้ว โดยมีคนดีมาปกครอง ประเทศเราจะทำตามสัญญา สุดท้ายดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชันก็แย่เหมือนเดิม ผมเลยหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากฎหมายฉบับนี้จะมีแนวคิด Whistleblower Protection หรือการปกป้องผู้ออกมาเปิดเผยการทุจริต ในแบบที่นานาอารยประเทศมี ผมคิดว่าผู้แทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็เคยศึกษากฎหมายในลักษณะนี้มาโดยตลอด ผมก็แปลกใจว่าในเมื่อท่านมีประสบการณ์ ท่านมีเนื้อหาสาระอยู่แล้ว ทำไมไม่เคยคิดจะเอา หลักการที่สากลประเทศ นานาอารยประเทศที่เขามีดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชันที่ดี ติดระดับโลกมาบรรจุเป็นกฎหมายในประเทศไทย หรือว่าคนโกงที่มันตัวใหญ่อย่างนั้น มันใหญ่กว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาและสั่งการคณะกฤษฎีกาได้ ให้ทำไมต้องเอาเรื่อง Whistleblower Protection หรือการปกป้องผู้ให้เบาะแสการทุจริตมาใส่ไว้ในกฎหมาย ฉบับนี้ ตอบด้วยนะครับ ผมต้องการคำตอบ และผมยืนยันท่านตอบกับ สส. ทั้งหมดเลย เพราะท่านรู้อยู่แล้วว่า Whistleblower Protection เป็นกลไกที่สำคัญมากที่ประเทศญี่ปุ่น และนานาอารยประเทศ ใช้จัดการกับขบวนการการทุจริตแบบถึงลูกถึงคนยกรัง ทำไมครับ ดังนั้นผมยืนยันครับ ไม่มีเหตุผลเลย ผมยืนยันสุดท้ายว่าใส่เข้าไปเถอะครับ ในการปกป้อง พยาน ในการปกป้องคนที่ออกมาเปิดเผยการทุจริตคอร์รัปชัน เราเขียนกฎหมายไว้รัดกุม ครอบคลุมแล้ว การทุจริตคอร์รัปชันจะได้หมดไปจากสารบบประเทศไทยเสียที ไม่อย่างนั้น อย่ามาพูดเรื่องทุจริตกันอีกนะครับ เหม็นขี้ฟันครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการจะชี้แจง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิชญ์พล ฉวีวรรณ กรรมาธิการ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาครับ ผมว่าจริง ๆ ปัญหาที่ทางท่านสมาชิกยกขึ้นมานี้เป็นปัญหาที่เห็นตรงกัน สำหรับวิธีแก้ กฎหมายนี้ ขออนุญาตนำเรียนว่าที่ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือร่างที่ผ่านจาก กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ไม่ได้แก้ไขตัวมาตรา ๕๘ ในหลักการของผู้แจ้งเบาะแสคนแรก อาจจะเป็นเพียงมุมมองของการแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกัน แต่วิธีการผมว่ามันมีอยู่ในตัวร่าง ฉบับนี้ ขออนุญาตนำเรียนเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันว่า การกันบุคคลไว้เป็นพยานแน่นอนว่า ในมาตรา ๕๘ ในกฎหมายปัจจุบันที่ใช้บังคับอยู่ มีประกาศของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ที่ใช้ในการกันบุคคลไว้เป็นพยานอยู่ ซึ่งสาระสำคัญของการกันบุคคลไว้เป็นพยาน ปัจจุบัน มีสาระสำคัญ ๒ ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกก็คือ เจ้าหน้าที่นั้นต้องมีส่วนร่วมในการกระทำ ความผิด ส่วนที่ ๒ ไม่สามารถหาพยานหลักฐานอื่นได้แล้ว จึงจำเป็นต้องกันพยานบุคคลนั้น หรือข้อมูลจากบุคคลนั้นไว้เป็นพยานบุคคล อันนี้เป็นหลักการที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน และในการพิจารณาร่างก็ไม่ได้มีการแก้ไขมาตรา ๕๘ สำหรับหลักการว่าเราจะคุ้มครอง หรือกันพยานให้เพิ่มประสิทธิภาพอย่างไรได้บ้าง คำตอบของร่างฉบับนี้ ไม่ได้ปรากฏ อยู่ในการแก้ไขมาตรา ๕๘ แต่จะถูกปรากฏไว้ในการแก้ไขในมาตรา ๑๔ โดยมีการเพิ่มเติม มาตรา ๕๗/๑ หากท่านสมาชิกได้ดูในตัวร่างนะครับ ในมาตรา ๕๗/๑ ที่มีการเพิ่มเติมเข้ามา จะถูกกำหนดว่า ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพราะถูกผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ทำ ถ้าได้ทำหนังสือโต้แย้งหรือให้ผู้บัญชาทบทวนคำสั่ง หรือให้ยืนยันคำสั่งแล้ว และได้แจ้งให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. ทราบถึงเบาะแส ข้อมูล หรือข้อเท็จจริง ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้กระทำการนั้น ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้น ไม่ต้องได้รับโทษ แน่นอนว่าหากพิจารณาตัวมาตรา ๕๗/๑ ผมว่าหลักการไม่ได้แตกต่างจาก หลักการของทางท่านผู้สงวนความเห็นในการคุ้มครองบุคคลผู้แจ้งเบาะแสคนแรก แต่จะเห็น ได้ว่าตัวมาตรา ๕๗/๑ กำหนดให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นว่าความเป็นคนแรกจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ ได้กระทำแล้วและมีการแจ้งเบาะแสแล้ว ภายใน ๓๐ วัน เขาต้องรีบมาแจ้งทางกรรมการ ป.ป.ท. ถามว่าหลักการนี้เป็นหลักการใหม่หรือไม่ คำตอบคือไม่ แน่นอนว่าตัวหลักการนี้ เกิดขึ้นในกฎหมาย ป.ป.ช. เช่นเดียวกัน ในมาตรา ๑๓๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ ธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กฎหมาย ป.ป.ท. เสริมอาวุธให้กับ ตัว ป.ป.ท. เอง เนื่องจากว่ากฎหมาย ป.ป.ช. ในการแก้ไขไปแล้ว กฎหมายฉบับนี้ก็เลยมีการ แก้ไขในมาตรา ๕๗/๑ โดยในตัวร่างเองก็เลยไม่ได้มีการแตะในส่วนของมาตรา ๕๘ ดังเช่น ผู้สงวนได้มีการยกขึ้นไว้🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่มีการสงวนไว้ว่า ให้อัยการเข้ามาทบทวนหรือคานอำนาจ ในการกันบุคคลไว้เป็นพยาน เหตุผลที่หากมีการแก้ไขตามข้อสงวน ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เป็นการเพิ่มเติมขั้นตอนขึ้นในกระบวนการการไต่สวน หากพิจารณาในตัวร่างฉบับนี้ สาระสำคัญของร่างฉบับนี้พยายามยกระดับการตรวจสอบภาครัฐ โดยให้มีประสิทธิภาพ และความรวดเร็ว ขั้นตอนทั้งหมดจะถูกลดทอนลงเท่าที่จำเป็น แน่นอนว่าการกันบุคคล ไว้เป็นพยานจะเกิดขึ้นในขั้นตอนใดได้บ้าง ขออนุญาตนำเรียนข้อเท็จจริงว่าปัจจุบัน การกันบุคคลไว้เป็นพยานสามารถเกิดขึ้นในชั้นก่อนไต่สวน หลังไต่สวน ซึ่งเป็น ขั้นตอนก่อนที่สำนวนจะถึงอัยการ การเพิ่มขั้นตอนให้อัยการเข้ามาตรวจสอบถ่วงดุล แม้จะเป็นการพิจารณาโดยรอบคอบ แต่แน่นอนมันถูกแลกมาด้วยเวลาที่เพิ่มมากขึ้น วิธีการ ดังกล่าวก็อาจจะทำให้ประสิทธิภาพในการไต่สวนลดลง เหตุผลนี้เองทางกรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่ก็เลยไม่ได้มีการแก้ไขตามที่ผู้สงวนได้ตั้งข้อสงวนไว้ แต่เห็นว่ามาตรา ๕๗/๑ เพียงพอกับหลักการที่มีการคุ้มครองบุคคลที่เป็นผู้แจ้งเบาะแสคนแรก อย่างเช่นผู้สงวนได้ตั้งไว้ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากว่ากรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นยังคงติดใจในคำชี้แจงของ กรรมาธิการ ดังนั้นขอถามมติจากที่ประชุมนะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย เป็นกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นนะครับ ตามร่างมาตรา ๕๗/๑ นี้บอกเอาไว้ เป็นเพียงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดที่ถูกผู้บังคับบัญชาสั่ง นั่นคือเขาถูกอำนาจ ที่ไม่เท่าเทียมกันสั่งให้เขาทำ แต่ร่างที่สงวนความเห็นนี้คือการที่ผู้ที่มีส่วนกระทำความผิด ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจที่เท่ากัน หมายความว่าเขามีส่วนร่วมสำนึกคิดในการที่จะทุจริต แต่เขาเปลี่ยนใจ เขาต้องการที่จะทำลาย นี่คือหลักการของการกันพยานไว้เป็นรายแรก ไม่ใช่ที่ถูกอำนาจที่ไม่เท่าเทียมกันมาสั่งให้กระทำความผิด แล้วถึงเวลาใช้ช่องของกฎหมาย มาแจ้ง นี่คือความแตกต่างกัน ดังนั้นผมยังคิดว่าอยากให้ที่ประชุมแห่งนี้มีหลักการเพิ่มเข้าไป ในการปราบปรามการทุจริต จะทำให้ร่างกฎหมายนี้เป็นสากลและทันสมัยมากขึ้นครับ ขอชี้แจงสั้น ๆ เท่านี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
กรรมาธิการที่สงวนความเห็นยังติดใจอยู่นะครับ🔗
ท่านประธานขออนุญาตครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ กรรมาธิการผู้สงวนความเห็นนะครับ ขออนุญาตให้ความเห็นเพิ่มเติม จากกรณีที่ทางตัวแทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเป็นกรรมาธิการได้ชี้แจงในส่วนของ มาตรา ๕๗ นะครับ มาตรา ๑๗ นี้กำหนดไว้อย่างที่ท่านเอกราช อุดมอำนวย ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่บอกว่าเป็นกรณีถูกผู้บังคับบัญชาสั่ง แล้วอีกส่วนหนึ่งก็คือในเรื่องของระยะเวลา ๓๐ วัน ในกรณีที่มีการกระทำผิดกับผู้มีอำนาจเหนือกว่า ระยะเวลาสั้นขนาด ๓๐ วัน ที่จะให้คนที่ ตัดสินใจที่จะมาแจ้งคนแรกนี้มันอาจจะไม่ง่าย เพราะแค่เดือนเดียวเท่านั้นเอง ดังนั้น ช่องในการที่จะทำให้ข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ไปถูกสั่งหรือถูกใช้อำนาจต่าง ๆ นี้มันสั้นไป แต่ถ้าเกิดว่าใช้หลักการตามมาตรา ๕๘ ตามที่กรรมาธิการที่แปรญัตติเสนอไว้แบบนี้ มันจะทำให้เปิดกว้าง ไม่จำกัดเฉพาะในส่วน ๓๐ วัน มันไม่มีอำนาจในการที่จะมาใช้อำนาจ อำมหิตที่เกรงกลัว เมื่อเขาทบทวนไตร่ตรองดีแล้ว อยากที่จะเปิดเผยเปิดโปงในส่วนนี้ และมีความมั่นใจระดับหนึ่ง เขาก็มาแจ้ง แล้วกันเขาไม่ต้องรับโทษในส่วนนี้ นั่นก็คือจะทำให้ ประสิทธิภาพในการที่จะป้องกันและปราบปรามทุจริตมากขึ้น แล้วทำให้คนโกงนั้นไม่กล้า เกิดความหวาดระแวงกันเองนะครับ และตรงนี้เขาเรียกว่าคนโกงวงแตก และทำให้ในส่วนนี้ ประสิทธิภาพมันสูงขึ้น ผมว่าเรื่องนี้อย่าให้เงื่อนไขของเวลาและเงื่อนไขของการที่จะต้อง เป็นเฉพาะกรณีของผู้มีอำนาจสั่งเท่านั้น มาเป็นข้อขีดคั่นในการปราบปรามทุจริตประพฤติ มิชอบเลยครับ ถึงแม้หลักการกว้าง ๆ จะเหมือนกัน แต่รายละเอียดนั้นมันต่างกัน ผมยังยืนยันที่อยากจะให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้โปรดปักหมุดความคิด ปักหมุดหลักการใหม่ ๆ ในการป้องกันและปราบปรามทุจริตประพฤติมิชอบด้วยการโหวต ในการที่จะให้มีการ เปลี่ยนแปลงแก้ไขตามมาตรา ๕๘ ครับ🔗
ท่านกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นยังยืนยันนะครับ ติดใจอยู่นะครับ ถ้าอย่างนั้นขอถามมติ จากที่ที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ที่ขอสงวนความเห็นให้เพิ่มมาตรา ๑๔/๑ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมครับ🔗
ช่วงที่รอนี้ผมขอแจ้งให้สมาชิกทุกท่าน เราจะเห็นว่าตอนเช้า ๆ จะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มาถ่ายรูปท่านสมาชิกที่หน้าเคาน์เตอร์ลงชื่อ ก็เป็นการบริการให้ท่านสมาชิกได้เก็บรูปภาพไว้ ไปใช้งาน ก็มี File ที่จะไปทำปฏิทินหรือไปใช้งานอื่น ๆ ได้ ก็ไปจนถึงอาทิตย์หน้า พรุ่งนี้ อีก ๑ วัน และอาทิตย์หน้าอีก ๒ วัน ก็ถ่ายรูปเก็บไว้เอาไว้ใช้ประโยชน์ในวันข้างหน้า ก็เป็นบริการของสภานะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๓๙๖ สยาม หัตถสงเคราะห์ แสดงตนครับ🔗
๓๙๖ แสดงตนนะครับ🔗
๑๕๓ แสดงตนค่ะ🔗
๑๕๓ แสดงตนครับ🔗
๔๒๐ แสดงตนครับ🔗
๔๒๐ แสดงตนครับ เจ้าหน้าที่รวมไปด้วยนะครับ แสดงตนกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๙๙ ท่าน ได้รวมผู้ที่แสดงตนทาง ไมโครโฟนแล้วนะครับ🔗
ต่อไป เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการว่าไม่เพิ่ม มาตรา ๑๔/๑ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น คือให้เพิ่มมาตรา ๑๔/๑ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนครับ🔗
๔๒๐ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๒๐ ไม่เห็นด้วย บวกไปเลยนะครับ ขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีผู้เข้าร่วมลงมติ ๔๐๑ ท่าน เห็นด้วย ๒๖๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๔๐ ท่าน งดออกเสียง ๐ ไม่ลงคะแนน ๐ ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการนะครับ🔗
ต่อไป เชิญท่านเลขาธิการครับ🔗
มาตรา ๑๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๖ ไม่มีการแก้ไข🔗
สำหรับ มาตรานี้คณะกรรมาธิการไม่ได้แก้ไขและไม่ได้เพิ่มมาตราขึ้นมาใหม่นะครับ แต่เนื่องจาก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นเพิ่มมาตรา ๑๖/๑ ดังนั้นในส่วนนี้จะเป็นการพิจารณา และลงมติตามคำสงวนของผู้ที่ขอสงวนนะครับ เพิ่มมาตรา ๑๖/๑ เท่านั้นนะครับ เชิญกรรมาธิการที่ขอสงวน ท่านแรกท่านธีรัจชัยติดใจไหมครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ในฐานะกรรมาธิการนะครับ ในส่วนของมาตรา ๑๖/๑ ซึ่งแก้ไขมาตรา ๕๘/๔ กรณีของมาตรานี้เป็นบทต่อเนื่องจากเมื่อสักครู่ มาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๗ นั่นคือเป็นการ ไต่สวนหารายละเอียดจากกรณีของการกันเป็นพยานนะครับ เพื่อจะให้สาวไปถึงคนที่บงการ ตัวใหญ่ นี่คือสาระสำคัญของมาตรานี้เลยนะครับ ถ้าเราลงรายละเอียดแล้วก็สาวไปถึงตัวใหญ่ ได้เมื่อไร นั่นก็หมายความว่าเราจะเอาคนทำผิดที่เป็นต้นตอจริง ๆ ไม่ใช่เอาปลาซิวปลาสร้อย ที่ถูกกล่าวหามานะครับ ดังนั้นมาตรานี้เป็นบทรายละเอียดที่จะต้องกำหนดไว้ เพื่อที่จะให้ ขั้นตอน วิธีการ และโอกาส ข้อเท็จจริง ข้อมูลได้ เป็นการระบุที่ตอกย้ำนะครับ เป็นประโยชน์ ทั้งมาตรา ๕๗ และมาตรา ๕๘ ครับ ไม่ได้เสียหายอะไร ตรงนี้ที่เขียนไว้อยากให้ทางที่ประชุม ได้โปรดสนับสนุนมาตรานี้ด้วยครับ🔗
อีก ๒ ท่าน ท่านวิโรจน์และท่านเอกราชติดใจไหมครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ในฐานะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นครับ เนื่องด้วยมาตรา ๑๖ นี้ มันเกี่ยวพันกับมาตราที่ผ่านมานะครับ ที่เพื่อนสมาชิกได้ลงมติไปแล้วนะครับ แล้วผมเอง ก็เคารพเสียงส่วนใหญ่ในสภาแห่งนี้ครับ ในเมื่อมันเป็นกฎหมายที่มีมาตราที่เกี่ยวข้องกัน ผมขออนุญาตถอนการสงวนความเห็นครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านเอกราชครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย ในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นนะครับ ในมาตรา ๑๖/๑ ก็เป็นบทเกี่ยวเนื่องกับเมื่อสักครู่ แต่ว่ามีใจความของ ๓ บรรทัดสุดท้าย ที่เพิ่มมาในมาตรา ๕๘/๔ คือเรื่องของการสอบสวนผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด เพื่อหาพยานหลักฐานสำคัญ ในคดีอื่น ที่เป็นตรงนี้เพื่อที่รองรับการที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. จะได้นำข้อเท็จจริงต่าง ๆ ไปตั้งต้น ในคดีถัด ๆ ไปได้ จากวงหนึ่งขยายไปสู่อีกวงหนึ่ง ดังนั้นในฐานะผู้สงวนความเห็นก็ยังมี ความอยากจะให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านวางหลักการไปด้วยกัน ว่าอย่างน้อย การที่เราอยากขจัดการทุจริต อยากให้กระบวนการและขั้นตอนมีความละเอียด ในเมื่อเรา ได้ผู้ที่กระทำความผิดมาแล้วตามมาตรา ๕๘ หรือมาตรา ๕๗ ก็ตาม เราก็มาขยายผล ตามมาตรา ๕๘/๔ นี้ เพื่อที่จะให้สามารถที่จะดำเนินคดีได้ในหลาย ๆ วงอื่น ๆ การทุจริต มันจะมีรูปแบบ มีการแกะรอย คล้าย ๆ กันล่ะครับ ถ้าเคยทำในองค์กรหนึ่งมันก็จะมีลักษณะ ร่องรอยที่คล้าย ๆ กัน อย่างเช่น ทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องมือเครื่องใช้เล็ก ๆ สำหรับ ใช้สอยในสำนักงานแบบนี้เป็นต้น จึงคิดว่ายังควรอยากให้เพื่อนสมาชิกเห็นด้วยกับการแก้ไข มาตรานี้ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านกรรมาธิการได้ตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิชญ์พล ฉวีวรรณ กรรมาธิการ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาครับ ขออนุญาตนำเรียนถึงเหตุผลของการไม่ได้มีการเพิ่มเติมมาตรา ๑๘/๔ อย่างเช่นผู้ที่มีการ สงวนไว้ ในมาตรา ๕๘/๔ ที่มีการขอเพิ่มเติมตามข้อสงวนนี้ เป็นประเด็นเกี่ยวเนื่องกับ ข้อสงวนเมื่อสักครู่ที่มีการโหวตไปแล้ว โดยเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย สำหรับเหตุผลว่า มีความจำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีการเพิ่มเติมมาตรา ๕๘/๔ คำตอบก็คือหากดูเนื้อหาของ มาตรา ๕๘/๔ จะเห็นว่าเป็นกระบวนการให้ได้ข้อมูล เพื่อให้สามารถกันบุคคลไว้เป็นพยานได้ ซึ่งขบวนการดังกล่าวอยู่ภายใต้ขบวนการใหญ่ขบวนการหนึ่งก็คือการไต่สวน ซึ่งการไต่สวน ตามกฎหมายฉบับนี้ เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินการปราบปรามการทุจริต ในตัวนิยามเอง กำหนดว่าการไต่สวนหมายความว่าแสวงหา รวบรวม และดำเนินการอื่นใดเพื่อให้ได้มา ซึ่งข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน มาตรา ๒๓ ที่เป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของการไต่สวน ก็กำหนดว่า ในการไต่สวนต้องดำเนินการ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้ถูกกล่าวหา จะเห็นได้ว่าตัวเนื้อหาของการไต่สวน และวิธีการไต่สวนได้ครอบคลุมถึงเนื้อหาของมาตรา ๕๘/๔ ที่มีผู้สงวนตั้งไว้เพื่อขอเพิ่ม ดังนั้นโดยเหตุผลความจำเป็นของการเพิ่มข้อความ ดังเช่นมาตรา ๕๘/๔ ที่มีการสงวนไว้ จึงไม่จำเป็นในชั้นนี้ ขออนุญาตชี้แจงดังนี้ ขอบคุณครับ🔗
ถ้าท่านผู้สงวนไม่ติดใจ เชิญเลขาธิการต่อเลยครับ🔗
มาตรา ๑๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๐ มีการแก้ไข🔗
เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วย กับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗
ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้วกดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ🔗
แสดงตนกันครบหรือยังครับ ที่เดินเข้ามาเชิญครับ แสดงตนเรียบร้อยนะครับ ขอปิดการ แสดงตนครับ มีท่านสมาชิกเข้าร่วมประชุม ๓๙๙ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ให้ท่านใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนเลยครับ🔗
ลงคะแนนเรียบร้อยแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๐๓ ท่าน เห็นด้วย ๔๐๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๐ งดออกเสียง ๐ ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน ก็ถือว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการนะครับ🔗
ต่อไป ท่านเลขาธิการครับ🔗
มาตรา ๒๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๒ ไม่มีการแก้ไข🔗
จบการพิจารณานะครับ เรียงตามลำดับมาตราแล้ว ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่างนะครับ เป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๒ มีสมาชิกท่านใดจะขอแก้ไขถ้อยคำหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีก็จบการพิจารณาในวาระที่ ๒ นะครับ🔗
ต่อไปเป็นการพิจารณาในวาระที่ ๓ เพื่อให้สภาลงมติว่าจะเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ โดยไม่มีการอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๓ ดังนั้น ผมขอถามมติจาก ที่ประชุมว่า จะเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗
ท่านสมาชิกเสียบบัตรแสดงตนเลยครับ🔗
แสดงตนกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตน ท่านสมาชิกครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๔ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ท่านประธานครับ ๒๙๐ ยอดชาย แสดงตนครับ🔗
๒๙๐ บันทึกไว้นะครับ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นชอบ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนเลยครับ🔗
ผม เอกราช ๔๙๘ เห็นด้วยครับ ท่านประธาน🔗
๔๙๘ เห็นด้วย รวมไปเลยนะครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ พริษฐ์ วัชรสินธุ ๒๔๒ เห็นด้วยครับ🔗
๒๔๒ เห็นด้วย รวมเลยครับ สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนนครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลเลยครับ มีผู้ร่วมลงมติ ๔๑๓ ท่าน เห็นด้วยทั้ง ๔๑๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๐ งดออกเสียง ๐ ไม่ลงคะแนนเสียง ๐ เห็นด้วยบวกอีก ๒ ยังไม่รวมใช่ไหมครับ ก็รวมเป็น เห็นด้วย ๔๑๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๐ เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
ต่อไป ตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการ เพื่อให้สภา พิจารณาว่าเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วย ผมจะได้ส่งรายงานและข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทราบหรือดำเนินการต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๗ ประกอบข้อ ๑๐๕ รายละเอียด ของข้อสังเกตปรากฏตามรายงานของคณะกรรมาธิการที่ให้ท่านสมาชิกไว้แล้ว ต่อไปผมจะ ขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งนะครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกเสียบบัตรแสดงตนเลยครับ🔗
แสดงตนหมดแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๗ ท่าน ครบองค์ประชุม🔗
ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนเลยครับ🔗
ลงคะแนนกันหมดแล้วนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวน ผู้ลงมติ ๔๑๑ ท่าน เห็นด้วย ๔๐๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๐ งดออกเสียง ๐ ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการนะครับ🔗
ขอบคุณกรรมาธิการทุกท่านครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วน🔗
ท่านประธานครับ ผมขอหารือ ก่อนเข้าวาระครับ เท่าพิภพครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคก้าวไกล ผมจะหารือครับ เมื่อตอนเช้าครับ ขออนุญาตเอ่ย ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ก็ได้ซักถามไปแล้วครับ เพราะว่าตอนนี้เรากำลังจะเข้าเรื่องด่วนที่ ๑ ใช่ไหมครับ แต่มีเรื่องด่วนที่ ๒ ๓ ๔ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นร่าง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของผมเองที่ทาง ครม. ได้ขอไปพิจารณา ๖๐ วันครับท่านประธาน แต่ตอนนี้ผมก็เลยอยาก ขอความชัดเจนจากท่านประธานครับว่า ร่างฉบับนี้เรื่องด่วนที่ ๒ ๓ ๔ นี้ ซึ่งมีร่างประชาชน ๒ ร่าง วันนี้จะเข้าหรือไม่ เพราะตอนนี้ในที่ประชุมสภาไม่มีเอกสารเกี่ยวกับความเห็นของ ครม. มาวางไว้ แล้วผมก็ไม่แน่ใจครับว่าถ้าพิจารณาแล้ว ผมจะได้ตอบหรือปกป้องร่างของผม อย่างไร ในเมื่อผมไม่เห็นเลยครับว่า ครม. ได้มีความคิดเห็นกลับมาเช่นไร อย่างไรฝากเรียน ท่านประธานช่วยตรวจสอบ แล้วก็ดำเนินการการประชุมให้เป็นไปตามที่ผมได้ซักถาม ด้วยนะครับ🔗
ขอบคุณท่านเท่าพิภพครับ เดี๋ยวจะลองตรวจสอบดู แล้วจะแจ้งให้ท่านทราบนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตอีกนิดหนึ่ง เรื่องเมื่อสักครู่ครับท่านประธาน🔗
เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ในฐานะวิปฝ่ายค้านพรรคก้าวไกลครับ เรื่องที่ทางท่านเท่าพิภพได้มีการหารือว่า ตัวร่างเป็นอย่างไร เมื่อเช้าทางท่านประธานปดิพัทธ์ในฐานะที่ผู้รับผิดชอบในการตอบคำถาม ก็บอกว่าเดี๋ยวจะตามร่างให้ ตอนนี้มาเป็นท่านประธาน อย่างไรลองติดตามกับทางท่านปดิพัทธ์ ได้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง อย่างน้อย ๆ ให้ร่างของทาง ครม. มาให้เพื่อน สส. ได้ดูกันตรงนี้ก่อน ก็ยังดีครับ เพราะความเห็นของร่าง ครม. จริง ๆ ผมเข้าใจว่ามีการส่งให้ทางวิปแล้ว แล้ววันนี้ ทางเพื่อน สส. เองก็อยากเห็นร่างตัวนั้นเหมือนกัน อย่างไรก็ตามให้มีความคืบหน้า สักเล็กน้อย เพราะว่าเราได้รับคำตอบว่าเดี๋ยวจะติดตามร่างมาครั้งหนึ่งแล้วตอนเช้า อย่างไร รบกวนท่านประธานประสานกับท่านรองปดิพัทธ์ แล้วก็เอาร่างมาให้ทางเพื่อนสมาชิก ได้ดูด้วยก็ดีนะครับ แล้วก็เดี๋ยวมาว่ากันต่อในวาระถัดไป ตอนนี้พวกผมพร้อมอยู่ครับ ๒ ทุ่ม ก็อยู่ได้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
เดี๋ยวลองให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดู เพราะว่าผมก็เพิ่งขึ้นมานะครับ เดี๋ยวลองให้เขา ตรวจสอบดู วิปลองประสานกันดูนะครับ🔗
เรื่องด่วน🔗
๑. ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ🔗
ด้วยคณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๑) นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังได้นำเสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็น ของผู้ที่เกี่ยวข้อง และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากกฎหมาย เพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ และรายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้ว ในการนี้ผมได้อนุญาต ให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ เชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงนะครับ ท่านแรก ท่านเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ท่านที่ ๒ ท่านวิทยา นีติธรรม ผู้อำนวยการกองกฎหมาย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ท่านที่ ๓ ท่านศิรสา ไชยหมาน ผู้อำนวยการกองกฎหมายการเงินการคลัง สำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกา เชิญเข้าประจำที่เลยครับ เรียบร้อยนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีแถลงหลักการและ เหตุผลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรี ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติป้องกันและ ปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพ ทำลายล้างสูง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้🔗
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ๒๕๕๙ ดังต่อไปนี้🔗
(๑) กำหนดการห้ามช่วยเหลือทางการเงินแก่บุคคลที่ถูกกำหนดและบทกำหนดโทษ เพิ่มมาตรา ๘/๓ มาตรา ๑๑/๑ และมาตรา ๒๔/๑🔗
(๒) กำหนดผู้มีหน้าที่รายงาน ที่ไม่ต้องกำหนดนโยบายในการประเมินความเสี่ยง เพิ่มมาตรา ๙ วรรคสอง และมาตรา ๑๘ วรรคสอง🔗
(๓) แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การดำเนินการกับทรัพย์สินที่ถูกระงับ การดำเนินการ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๙ และเพิ่มเติม มาตรา ๘/๑ และมาตรา ๘/๒ ใน (๔) แก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่และอำนาจของสำนักงานป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๒๒ (๔) และเพิ่มเติม มาตรา ๒๒ (๕) และมาตรา ๒๒/๑ ใน (๕) แก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษและความผิดที่เปรียบเทียบได้ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๖ และเพิ่มมาตรา ๒๔/๒ ใน (๖) แก้ไข เพิ่มเติมองค์ประกอบความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและฐานสนับสนุน ทางการเงินแก่การแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕ วรรคหนึ่งและวรรคสอง)🔗
เหตุผล โดยที่พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ๒๕๕๙ กำหนด องค์ประกอบความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และฐานสนับสนุนทาง การเงินแก่การแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ครอบคลุมถึงการทำธุรกรรมเล็กน้อย หรือการดำเนินการกิจกรรมทางการเงิน ซึ่งเป็นปกติทางการค้าหรือมีเหตุอันสมควรและ มีโทษทางอาญา อันเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ประกอบกับการกำหนด หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการดำเนินการกับทรัพย์สินที่ถูกระงับ การดำเนินการและบทกำหนดโทษ บางประการยังไม่เหมาะสมกับการกระทำความผิด🔗
นอกจากนี้หน้าที่และอำนาจของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ในการรวบรวมหลักฐานและการดำเนินคดียังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ทำให้เป็นอุปสรรค ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นเพื่อให้ประเทศไทยมีมาตรการป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ขอขอบคุณครับท่านประธาน สผ ๒๕/๒๕๖๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) สาริศา ๕๙/๒🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ มีผู้เสนอตัวที่จะอภิปรายจำนวน ๓ ท่าน ท่านแรก ท่านธิษะณา ชุณหะวัณ ท่านที่ ๒ ท่านนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ท่านที่ ๓ ท่านอนุสรณ์ แก้ววิเชียร เชิญท่านธิษะณา ชุณหะวัณ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สส. แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ พรรคก้าวไกลค่ะ ขออภิปรายเรื่องมติของคณะรัฐมนตรี ที่ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานคะ จากที่ดิฉันได้เห็นในรายงานของการเสนอร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวนี้ มีบางประเด็นและข้อคิดที่อยากจะขอหยิบยกขึ้นมาค่ะ🔗
๑. การสอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่ระบุใน Anti-Money Laundering and Countering Financial Terrorism Financial Action Task Force หรือมติของ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่เรียกว่า UNSC เกี่ยวกับอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง🔗
๒. มาตรฐานสากลนั้นมีความเข้มงวดในสภาวะที่มีภัยการก่อการร้าย แต่ก็ยังมี มาตรการยับยั้งปัญหาการค้าอาวุธและการปกป้องบุคคลจากข้อกล่าวหาที่เป็นเท็จ🔗
๓. ความโปร่งใสของหน่วยงานที่รับผิดชอบและปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่🔗
๔. นิยามของคำว่า ก่อการร้ายและบุคคลที่เกี่ยวข้อง🔗
จริงอยู่ค่ะท่านประธาน ที่ทั่วโลกนั้นให้ความสำคัญกับปัญหานี้ และดิฉัน ก็อยากให้ระวังให้ พ.ร.บ. ไม่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองต่อบุคคล หรือถูกมองว่า เป็นการเข้าข่าย หากเราต้องการที่จะทำให้ประเทศไทยขึ้นไปบนเวทีสากลโลกค่ะ🔗
ในด้านของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แน่นอนว่าต่างประเทศก็ต้อง มองว่าการจัดการของปัญหาการฟอกเงิน และการสนับสนุนการเงินแก่การก่อการร้ายนั้น เป็นเรื่องสำคัญต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศชาติ เพื่อความปลอดภัยภายใน และมิให้มีปัญหาในการขยายข้ามพรมแดนค่ะ ที่ดิฉันอยากกล่าวถึงคือ Anti-Money Laundering and Countering Financial Terrorism หรือ AML/CFT ที่มีนโยบายในการ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ซึ่งก็ถูกนำมาใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการขยับและปรับให้ พ.ร.บ. ดังกล่าวนี้สอดคล้องกับ มาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น แต่เมื่อเราพูดถึงการฟอกเงิน Terrorism Financing หรือ การสนับสนุนให้เงินในการก่อการร้าย ควรเข้าข่ายความผิดร้ายแรงและควรจะต้องวางกรอบ ความผิดให้ชัดเจน หรืออย่างน้อยก็อาจจะให้มีการศึกษา ๒๑ หมวด ของ Financial Action Task Force หรือ FATF ก็น่าจะเหมาะสม และถ้าโยงไปถึงปัญหาเรื่องอาวุธที่มีอานุภาพ ทำลายล้างสูง มติของ UNSC หรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และสนธิสัญญา ระหว่างประเทศก็แนะให้มีการคว่ำบาตรทางการเงินที่จะเป็นทุนต่ออาวุธดังกล่าว ไม่ว่าจะ มาจากช่องทางหรือกลุ่มไหนก็ตาม หากว่าผลกระทบของการฟอกเงินและการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้ายนั้น จะทำให้การไหลเข้าออกทางการเงินระหว่างประเทศ ขาดสมดุล ยิ่งต้องมีการพึ่งพาปัจจัยภายนอก ซึ่งดิฉันหมายถึงนอกประเทศค่ะ ในระดับ นานาชาติจริงอยู่มีเพียงไม่กี่ประเทศที่ไม่ได้รับการยอมรับ ในฐานะประเทศอาวุธอานุภาพ ร้ายแรง🔗
แต่เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของประเทศไทยกับต่างชาติ ยิ่งต้อง มีการไตร่ตรองถึงมาตรการที่จะรับมือและเจรจา โดยคงไว้ซึ่งความมั่นคงและความปลอดภัย ทั้งยังรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้อย่างต่อเนื่องค่ะ ตัวอย่าง เช่น ประเทศมาเลเซีย เครือรัฐออสเตรเลีย ที่ใช้เป็นตัวอย่างในรายงานก็ถือว่าเป็นข้อมูลที่ดีนะคะ แต่ก็ยังมีตัวอย่าง จากนานาประเทศ เช่น ฝรั่งเศส หรือญี่ปุ่น ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้เช่นเดียวกัน เนื่องจาก มุ่งเน้นไปทางการประสานงานระหว่างหน่วยงาน และระหว่างประเทศให้เต็มประสิทธิภาพ โดยมีการแลกเปลี่ยนและคัดกรองข้อมูลให้ชัดเจน ใช้เทคโนโลยีเข้าร่วมและองค์กรอิสระ เข้ามามีส่วนร่วมในการ Monitor ภายในกรอบที่ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนและตามหลักสากล🔗
ในอีกมุมที่สำคัญภายในประเทศอยากให้มีการคำนึงถึงความโปร่งใสของ หน่วยงานที่จะต้องรับผิดชอบและการบูรณาการในการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สนง. ปปง. กระทรวงกลาโหม สำนักสภาความมั่นคง แห่งชาติ รวมไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น การสืบสวนรวบรวมหลักฐานเพื่อพิจารณา ก็ควรเข้าใจและปฏิบัติตามมาตรฐานสากล เช่นเดียวกันค่ะท่านประธาน ยิ่งไปกว่านั้นการสืบสวนเองก็ต้องมีความน่าเชื่อถือ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องยินยอมแสดงหลักฐานในทุกช่องทาง สื่อสารกับสาธารณะ พร้อมข้อมูลที่เที่ยงตรง เพื่อสร้างมาตรฐานให้หน่วยงานและสามารถให้บุคคลเข้าถึงทรัพย์สิน ที่ถูกระงับได้ตามข้อพิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นกรณีระหว่างประเทศ แน่นอนกรณี ในประเทศก็เช่นเดียวกันค่ะ ตามที่ระบุไว้บุคคลที่กำหนดในมาตรา ๖ มาตรา ๗ และ มาตรา ๑๕ หรือบุคคลนอกเหนือจากที่มีความเกี่ยวข้องทางการเงินอยากให้ระบุอย่างชัดเจน ว่ากรองคำนิยามของคำว่า ก่อการร้าย เปลี่ยนเป็นระบุว่าเป็นการกระทำที่เสียหายต่อชีวิต หรือทรัพย์สิน เพื่อไม่ให้คำว่าก่อการร้ายเป็นประเด็นการเมืองทั้งภายในและภายนอก ประเทศ เช่นที่เกิดขึ้นมาแล้วในประเทศไทยและประเด็นที่ถกเถียงระหว่างประเทศ ว่าหมายถึงฝ่ายใดในเวทีต่างประเทศ ซึ่งอาจจะกระทบกับความสัมพันธ์ทางการทูตได้🔗
อย่างไรก็ตามดิฉันก็กังวลถึงข้อระวังอย่างหนึ่ง คือผลกระทบจากโครงสร้าง อำนาจค่ะท่านประธาน ถ้าถอดบทเรียนจากข้อพิพากษาระหว่างประเทศที่ผ่านมา การช่วย รักษาดุลอำนาจระหว่างมหาอำนาจนั้นสำคัญ ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ก็ต้องยอมรับว่ามีข้อตำหนิ เนื่องจากไม่มีตัวแทนหรือ Representative จากภูมิภาคอื่น ที่มีความเกี่ยวโยงกับปัญหาในภูมิภาคเขา มามีบทบาทและมีอำนาจในการตัดสินใจในฐานะ สมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่เพียง ๕ ประเทศ แถม UNSC ยังสามารถให้กำหนดการผ่านมติของที่ประชุมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้ บนฐานการเมืองระหว่างประเทศ ที่อาจจะขัดกับผลประโยชน์ของสมาชิกถาวรท่านอื่น แล้วก็มีการปัดตก อย่างเช่นในกรณีปัดตก Resolution โดยแอลจีเรียที่มีการยื่นไปให้หยุดยิง ในประเทศปาเลสไตน์ กับระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ การปัดตกโดยสหรัฐอเมริกา หรือในกรณีสงครามยูเครนที่รัสเซียโหวตไม่เห็นชอบกับการยุติยิงนะคะ เพราะฉะนั้นแล้ว ประเทศไทยเราควรจะยึดต่อหลักสากลที่ชอบธรรมเป็นที่ตั้งแทน และคงรักษาไว้ เพื่อประโยชน์ของความมั่นคงของประชาชนค่ะ ดังนั้นคำนิยามคำว่า ก่อการร้าย อาจนำไปสู่ ข้อพิพาททางข้อมูล เราเองจึงไม่ควรอ้างอิงตามมุมมองทางการเมือง แต่ให้ยึดกับหลักสิทธิ มนุษยชนและสังคมตามสภาพความเป็นจริงก็น่าจะเหมาะสม มิเช่นนั้นมันจะเป็นการ เปรียบเสมือนกรณีสหรัฐกับปาเลสไตน์ หรือรัสเซียกับยูเครน🔗
อย่างไรก็ดีดิฉันเห็นด้วยในประเด็นความคิดและข้อเสนอจากกรมสนธิสัญญา และกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ โดยที่พิจารณาและมีความเห็นว่าร่าง พ.ร.บ. เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ๒๕๕๙ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการให้อย่างสอดคล้อง ตามข้อมติของ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ เช่น กำหนดให้ บุคคลที่ถูกกำหนดอาจร้องต่อสำนักงาน ปปง. ให้ UNSC หรือคณะมนตรีความมั่นคง แห่งสหประชาชาติ พิจารณาเพิกถอนรายชื่อตามมาตรา ๗ และมาตรา ๑๒ ของ พ.ร.บ. ที่ ๑๔๕๒ ค.ศ. ๒๐๐๒ และข้อมติลงโทษรายประเทศ อาทิ ข้อมติ UNSC ที่ ๑๗๑๘ ค.ศ. ๒๐๐๖ เนื่องจากเป็นการ Double Check หรือว่าเป็นการตรวจสอบถ่วงดุลว่าผู้ต้องหา ที่ถูกขึ้นบัญชี Blacklist ไม่ได้ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง หรือถูกขึ้นบัญชีอย่างไม่ชอบธรรม ในการที่ให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ แต่ควรมีข้อระวังอย่างที่ดิฉันเอ่ยเบื้องต้น ในการรวบอำนาจของยู UNSC หรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งไม่มีความ สมดุล และไม่มีผู้แทนของทุกทวีปในสมาชิกถาวร หรือ P5 Member และเป็นประเทศแค่ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และจีน โดยไม่มีผู้แทนที่มีอำนาจในการปัดตก หรือ Veto ในมติที่ประชุมของ UNSC ที่มาจากทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือทวีปที่เรา อยู่กัน ในแอฟริกาหรือตะวันออกกลางก็ไม่มีผู้แทนนะคะ และดิฉันก็เห็นด้วยว่าการรับฟัง ความคิดเห็น Online นั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่มีข้อกังวลในด้านของการดำเนินการ เนื่องจาก หากต้องมีการยื่นข้อมูลให้ UNSC พิจารณา อาจจะเป็นการล่าช้าและเปิดช่องโหว่ให้มีการ โยกย้ายทรัพย์สินไปต่างประเทศก่อนคำตัดสิน จริงอยู่ที่ว่าบุคคลที่กำหนดให้เข้าถึงทรัพย์สิน ภายใต้เงื่อนไขจำเป็น แต่ก็อยากให้คำนึงถึงกรณีนี้ด้วยค่ะ🔗
ท่านประธานค่ะ สรุปดิฉันคิดว่าพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงนั้น ควรได้รับการพิจารณาให้ถี่ถ้วน โดยคำนึงถึงผลกระทบในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะทางสังคม การเมืองหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มากไปกว่านั้นการที่เราจะปรับให้เข้ากับ เวทีสากลนั้นจำเป็นอย่างมากที่ต้องมีความร่วมมือกันระหว่างประเทศ และองค์กร ที่ไม่แสวงหาผลกำไร ไม่ว่าจะเป็นทั้งในระดับทวิภาคี พหุภาคี และให้ประเทศไทยเดินหน้า อย่างเท่าเทียมกันในเวทีโลก ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนักศึกษาชั้นปีที่ ๔ และอาจารย์ผู้ควบคุม สาขาวิชาสถาปัตยกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปท่านนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณครับท่านประธาน เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดนนทบุรีครับ ขอร่วมอภิปรายถึงร่างพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธ ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จากที่ผมได้อ่านเอกสารฉบับนี้ประกอบ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่ทางคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๒ มาตรา คือมาตรา ๘/๑ การระงับการดำเนินการกับทรัพย์สินตามมาตรา ๘ ที่ระบุว่า ไม่กระทบถึงค่าใช้จ่ายจำเป็นพื้นฐาน โดยบุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา ๗ หรือผู้เป็นเจ้าหนี้ ในค่าใช้จ่ายจำเป็นพื้นฐาน มีสิทธิที่จะดำเนินการกับทรัพย์สินดังกล่าว เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย จำเป็นพื้นฐานได้ ผมขอตั้งคำถามไปยังท่านผู้ชี้แจงนะครับ ผู้เป็นเจ้าหนี้ท่านได้กำหนด ความหมายของคำนี้ว่าอย่างไร ผมอ่านไม่เจอในรายงานฉบับนี้นะครับ🔗
ส่วนความหมายที่ ๒ ค่าใช้จ่ายจำเป็นโดยพื้นฐานคืออะไร มันเป็นการ เปิดช่องว่าง เพื่อให้นำทรัพย์ตัวนั้นไปใช้ประโยชน์อื่นใดหรือไม่ ถึงแม้มาตรา ๘/๒ จะระบุว่า ค่าใช้จ่ายจำเป็นพื้นฐานตามมาตรา ๘/๑ ไว้ทั้งหมด ๘ อนุ การดำเนินการกับทรัพย์สิน เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย หากไม่ได้ระบุความเฉพาะให้ใคร เหมือนอย่าง พ.ร.บ. ของ ปปง. ที่ระบุ ถึงผู้มีส่วนได้เสียในการนำทรัพย์ไปใช้ประโยชน์ อันนี้มันหมายถึงอะไรกัน🔗
อีกประเด็นหนึ่งนะครับท่านประธาน ในมาตรา ๒๒/๑ ระบุว่า เพื่อประโยชน์ ในการกำหนดและเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สำนักงาน มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) คือผมตั้งข้อสังเกตว่าสอบถามหรือเรียกให้ผู้มีหน้าที่ รายงาน ซึ่งเป็นสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบอาชีพส่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ ชี้แจงเป็นหนังสือ หรือบัญชีเอกสาร หรือหลักฐาน เพื่อตรวจสอบหรือประกอบการพิจารณา สอบถามผ่านท่านประธานนะครับว่าคำว่า สถาบันการเงิน นี้ เป็นสถาบันการเงินที่ถูกระบุ ในมาตรา ๓ หรือไม่ ของ พ.ร.บ. ปปง. พ.ศ. ๒๕๔๒ นะครับ และเนื้อความว่าผู้ประกอบ อาชีพที่อยู่ในมาตรา ๑๖ ตามพระราชบัญญัติ ปปง. พ.ศ. ๒๕๔๒ หรือไม่ ไม่เช่นนั้นหากไม่ได้ ระบุมันก็จะกว้างเกินไปและไม่สามารถที่จะเจาะจงได้นะครับ ผมจึงขอฝากตั้งข้อสังเกต ใน ๒ ประเด็นนี้ ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอนุสรณ์ แก้ววิเชียร เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดนนทบุรี พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เบื้องต้นผมขอเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ผมเห็นด้วยในหลักการ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากประเทศไทยในฐานะที่เป็นรัฐภาคีสมาชิกของ สหประชาชาติ จึงมีความเกี่ยวข้องและเข้าไปในการอนุวัตทางการเงินแก่การก่อการร้าย จนต้องนำไปสู่การตรากฎหมายภายในก็คือกฎหมายฉบับนี้ หลักการของกฎหมายฉบับนี้ มีอยู่ใน ๒ ส่วน ก็คือในส่วนของการป้องกันและปราบปราม ในส่วนของการป้องกัน ในตัวกฎหมายระบุถึงการยึด อายัดไว้ โดยเฉพาะในมาตรา ๘ ผมขอตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ครับ ในส่วนของมาตรา ๘/๒ ที่ระบุถึงค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ในยุคปัจจุบันค่าใช้จ่ายพื้นฐานนี้อาจจะ ไม่ได้ระบุอยู่แค่เพียง ค่าอาหาร ค่าเช่า ค่ารักษาพยาบาล ค่าภาษี หรืออื่น ๆ ตามที่ระบุในร่าง และกรอบของวงเงินในการใช้ค่าใช้จ่ายพื้นฐานก็ไม่ได้ถูกระบุไว้ในร่างของกฎหมายในมาตรา ดังกล่าว ไม่ได้ถูกระบุว่าพอสมควรแก่ฐานานุรูปหรือไม่🔗
ประเด็นต่อไป เป็นประเด็นที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งในการปรับปรุงแก้ไข ในมาตรา ๒๕ เพื่อให้สอดรับไม่ให้ขัดหรือแย้งกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๕/๒ (๒) ในความผิดฐานเตรียมการเพื่อก่อการร้าย อันนี้ผมเห็นด้วยนะครับ🔗
ในส่วนสุดท้าย ในส่วนของมาตรา ๒๖ ที่มีการแก้ไขปรับอัตราโทษ ทั้งจำคุก และปรับ เพื่อให้สอดรับกับความเสียหายที่เกิดขึ้น อันนี้ผมเห็นด้วย เพราะเป็นไปตามหลัก ความได้สัดส่วนในโทษทางอาญา แต่ประเด็นที่ผมตั้งข้อสังเกตคือการใช้คำว่า และ กับ หรือ ซึ่งในร่างกฎหมายนี้มีการเปลี่ยนมาใช้คำว่า และ นะครับ ก็อยากจะให้ทางผู้เสนอนำประเด็น ที่ผมอภิปรายวันนี้ไปพิจารณา ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเอกราช อุดมอำนวย ครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธ ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ปัญหาในการที่ผมตั้งข้อสังเกต ที่ลุกขึ้น อภิปรายวันนี้ครับท่านประธาน ผมขออนุญาต ซึ่งแน่นอนว่าคณะมนตรีความมั่นคง แห่งสหประชาชาติ โดยมติคณะมนตรีเขามีเรื่องของการป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินและการก่อการร้ายนะครับ ข้อมติที่ ๑๒๖๗ ข้อมติที่ ๑๓๗๓ ข้อมติที่ ๑๔๕๒ ข้อมติที่ ๑๖๑๗ และข้อมติที่ ๑๙๐๔ นะครับ ก็เลยเป็นที่มาในการออก พระราชบัญญัตินี้ แต่ว่าอย่างไรก็ดีครับท่านประธาน กฎหมายนี้ก็เกิดปัญหาของการบังคับใช้ อยู่หลายประการนะครับ🔗
ประการแรก ก็คือเรื่องของความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในความผิด ฐานสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ก่อการร้ายนะครับ คือว่าในความผิดฐานการเตรียมการ เพื่อก่อการร้ายตามมาตรา ๑๓๕/๒ (๒) ของกฎหมายอาญาเขาบอกว่า ผู้ใดสะสมกำลังอาวุธ หรืออาวุธในการจัดหา หรือรับฝึกการก่อการร้าย การตระเตรียมการอื่นใดหรือการสมคบ เพื่อการก่อการร้าย ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๒-๑๐ ปี ปรับตั้งแต่ ๔๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งกับความผิดฐานการสนับสนุนทางการเงินตามมาตรา ๒๕ ที่ในร่างนี้แก้ไขเข้ามาก็คือ เรื่องของที่กำหนดเอาไว้ก็จะเห็นว่าสัดส่วนของโทษทั้ง ๒ อย่าง แล้วองค์ประกอบภายนอก ของการกระทำความผิดมีลักษณะที่ทับซ้อนกัน ในเรื่องของการจัดหาและรวบรวมทรัพย์สิน เพื่อการก่อการร้าย ซึ่งการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่อง ในความผิด ๒ ฐาน ดังกล่าวข้างต้น มันทำให้อาจจะเกิดลักษณะของการที่ไม่เฉพาะเจาะจง ก็คือกฎหมายอาญาบอกมีโทษหนักกว่า แต่ว่ามาตรา ๒๕ มีโทษที่ลักษณะเบากว่า ปัญหาก็คือว่ามันจะเกิดเรื่องของการต่อรองในการเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่🔗
ประการที่ ๒ ในวรรคเรื่องของการที่มีการจัดรวบรวมทางการเงินและ แพร่ขยายหรือการดำเนินการใด ๆ กิจกรรมใด ๆ ตรงนี้มันค่อนข้างที่กว้างมากนะครับ ผมก็เลยคิดว่าการที่จะเขียนไปเลยว่าการดำเนินการใด ๆ มันจะต้องมีลักษณะความชัดเจน แน่นอน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการตีความบังคับใช้ อย่างไรดีครับท่านประธาน เมื่อรวบรวม ปัญหาของการที่ใช้ในการบังคับกฎหมายฉบับนี้ ผมคิดว่าควรจะบัญญัติไปให้ครอบคลุม ถึงเรื่องของการที่ให้พักพิง การหลบซ่อนต่าง ๆ ด้วย🔗
ประการที่ ๓ เรื่องของบทกำหนดโทษ ซึ่งการก่อการร้ายนี้เป็นปัญหาที่สร้าง ผลกระทบรุนแรงใหญ่หลวง ก็ทำให้เกิดความเสียหาย แน่นอนว่ากฎหมายจะต้องเข้ม เป็นพิเศษ จึงมีข้อเสนอแนะว่าควรจะมีการปรับอัตราโทษให้มีความรุนแรงมากกว่านี้ เพราะว่าเมื่อเทียบกันแล้ว โทษมันมีความไม่สอดคล้องต่อเนื่อง ก็อาจจะทำให้เกิดความลักลั่น ในการบังคับใช้ได้นะครับ🔗
เพราะฉะนั้นผมก็ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ทั้ง ๓ ประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การบังคับใช้บทโทษที่มีความลักลั่นกัน แล้วก็ตัวปัญหานิยามในเรื่องของการดำเนินการ รวบรวมทรัพย์สินด้วยประการใด ๆ ตรงนี้ก็ติดนิดหนึ่งนะครับ แล้วก็เรื่องของบทลงโทษ ที่น้อยจนเกินไปนะครับ แต่ว่าโดยหลักการแล้วแน่นอนว่ากฎหมายฉบับนี้มีความจำเป็น ที่จะต้องถูกไปพิจารณา แล้วก็คิดว่าน่าจะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยสนับสนุนให้ตามมาตรฐานสากล ที่จะได้ไปบังคับต่อไป ก็อภิปรายเพียงเท่านี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านผู้เสนอสรุปนิดหนึ่งนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ ผม เทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ขออนุญาตชี้แจง รวมทั้ง ตอบประเด็นคำถาม กรณีที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สอบถาม อย่างเช่น🔗
ประเด็นของท่านธิษะณา ผมขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า การแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่ได้เป็นการเพิ่มอำนาจ แต่เป็นการแก้ไขให้ผู้ที่ถูกระงับเข้าถึงทรัพย์สิน ที่ถูกระงับได้โดยง่าย การเข้าถึงทรัพย์สินที่ถูกระงับก็คือว่า อย่างเช่น ท่านสามารถที่จะยื่น คำร้องต่อ ปปง. ท่านจำเป็นจะต้องนำเงินที่ถูกเอา Freeze บัญชีไว้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นต้น🔗
ในประเด็นต่อมาที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ที่ท่านนนท์ได้สอบถามนะครับ ประเด็นความว่าผู้เป็นเจ้าหนี้หมายความว่าอย่างไร ก็คือเจ้าหนี้ตามกฎหมาย แล้วก็ค่าใช้จ่ายจำเป็นพื้นฐานต่าง ๆ พวกนี้ ในส่วนนี้ก็อยากจะ เรียนว่ามีความชัดเจนอยู่พอสมควรแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นข้อสังเกตของท่านก็เป็นประโยชน์มาก ๆ ซึ่งเราจะนำไปใช้ในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการต่อไป ในส่วนของสถาบันการเงิน ก็คือ ผู้ประกอบอาชีพตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ นั่นเองนะครับ🔗
ในประเด็นของท่านอนุสรณ์และท่านเอกราช ซึ่งในส่วนนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของโทษสนับสนุนทางการเงิน ข้อสังเกตต่าง ๆ ก็จะขออนุญาตนำไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ก็ถือว่าจบการอภิปรายนะครับ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗
ท่านประธานครับ เนื่องจาก เมื่อสักครู่นี้มีเพื่อนสมาชิกที่รับประทานอาหารอยู่ในห้องจำนวนมากเลยครับ อาจจะขอ ระยะเวลาสักครู่หนึ่ง เพื่อนสมาชิกกำลังเดินมาครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ในฐานะวิปฝ่ายค้าน พรรคก้าวไกลครับ ระหว่างที่รอทางเพื่อนสมาชิกเข้ามา ผมก็ขอหารืออีกครั้งหนึ่งแล้วกันนะครับ เพราะว่าหลังจากการลงมติเรื่องนี้เสร็จ เราก็จะ เข้าสู่วาระที่เป็นเร่งด่วนเรื่องถัดไปก็คือ ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ทาง ครม. ได้รับไปศึกษา แล้วก็ส่งกลับมาแล้วทั้ง ๓ ร่าง รวมถึง ร่างของ ครม. แต่ว่าตอนนี้ยังไม่เห็นเลยนะครับว่าได้ส่งมาให้กับเพื่อนสมาชิก เพื่อเตรียม ดำเนินการต่อหรือยัง เพราะว่าเรื่องนี้ก็อยู่ในวาระการพิจารณาของทางสภาเช่นกันครับ แล้วตอนนี้เวลาก็เพิ่งบ่ายสองหน่อย ๆ เองครับ อย่างไรเรื่องนี้ก็อาจจะต้องเดินหน้า หรืออย่างไร ผมเองก็อยากจะหารือท่านประธาน เพราะว่าตอนนี้เวลาเรายังเหลือเยอะ แล้วในขณะเดียวกันร่างกฎหมายและข้อกฎหมายของเราก็เดินไปได้ค่อนข้างช้ามาก ๆ แล้วยังมีข้อกฎหมายอีกจำนวนมากที่ยังต่อคิวรออยู่ แล้ววันประชุมสภาของเราไหนจะมีเรื่อง งบประมาณ ไหนจะมีเรื่องอื่น ๆ ที่ยังคงค้างอยู่อีกมาก การออกกฎหมายอย่างล่าช้าของสภา ประชาชนจะตำหนิติเตียนเราได้ครับว่า เราเดินหน้าการทำงานด้านนิติบัญญัติได้ช้า🔗
อย่างไรผมก็อยากจะหารือกับท่านประธานว่าเราจะเดินหน้าต่อ รวมถึง ตัวร่างนี้ถ้าเกิดยังมีเวลาให้อ่านน้อยไป ของ ครม. เราอาจจะยังศึกษาพิจารณาได้ไม่ครบถ้วน คือทางวิปเองก็ได้ดูแล้วล่ะครับ อย่างไรก็อยากจะให้ทางท่านประธานเร่งรัดตรงนี้สักนิดหนึ่ง เพราะว่านี่เป็นการลุกขึ้นถามครั้งที่ ๓ ของวันนี้แล้ว แล้ววาระนี้ถ้าเกิดสมมุติว่าลงมติ ตรงนี้เสร็จปุ๊บ ร่างยังไม่มาเราจะดำเนินการต่อกันอย่างไร อย่างไรเรื่องนี้ต้องฝาก ท่านประธานจริง ๆ ครับ ก็ขอหารือแล้วก็ขอรับทราบคำตอบจากท่านประธานด้วยนะครับ เพราะว่า ณ ตอนนี้เราเองก็ต้องรอเพื่อน ๆ อยู่ดีครับ อย่างไรระหว่างรอฝากท่านประธาน เร่งรัดด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานคะ ๑๖๗ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แสดงตนค่ะ🔗
๑๖๗ แสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐครับ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่ากฎหมายฉบับที่เราพิจารณากันอยู่นี้ เผอิญเราได้คาดการณ์ว่าจะใช้เวลามากกว่านี้ แต่ตอนนี้ผู้อภิปรายเพียงแค่ ๔ คน ดังนั้นเอง เพื่อนสมาชิกบางท่านก็เข้าใจผิด นึกว่าจะใช้เวลามากกว่านี้ ตอนนี้ก็กำลังเดินลงมาอยู่ ก็เลยขออนุญาตท่านประธานรอสักนิดหนึ่ง ถ้าเพื่อนมาปุ๊บเราก็ดำเนินการต่อ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ๓๓๓ วันนิวัติ สมบูรณ์ แสดงตนครับ🔗
๓๓๓ นะครับ เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยครับ ๓๓๓ แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ ณัฐวุฒินะครับ ขอหารือท่านประธานสั้น ๆ นิดเดียวครับว่า เมื่อหมดวาระนี้เข้าใจว่าต่อไปก็จะเข้ากฎหมาย ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันนั้นคือเรื่องด่วนนะครับ แล้วก็จะมีอีกวาระที่ค้างการพิจารณา อยู่อีกจำนวนมาก ซึ่งเป็นเรื่องกฎหมายทั้งหมด ก็น่าจะมีการลงมติหลายครั้ง อย่างไรรบกวน ท่านประธานช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ Check ออดตามห้องประชุมต่าง ๆ ด้วยนะครับ แล้ววันนี้ น่าจะอยู่กันยาว ๆ ครับ เพราะว่าเมื่อสักครู่ที่ห้องประชุมกรรมาธิการสมรสเท่าเทียม ซึ่งจะเป็นนัดสุดท้าย ออดเบามากเลยครับ ถ้าไม่ได้เพื่อนสมาชิกจากพรรคเพื่อไทยแจ้ง ซึ่งต้องขอบพระคุณอย่างยิ่ง ผมเกือบไม่ได้ลงมานะครับ วันนี้อยู่กันยาว ก็จะได้เตรียมการกัน สักนิดหนึ่งว่า ถ้าขึ้นไปอีกเดี๋ยวควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อภิปรายเยอะหน่อยก็ได้ครับ เดี๋ยวพวกผมเติมคนอภิปรายให้ เพื่อนจะได้มีเวลาที่จะลงมาลงมติกันครับ อย่างไรรบกวน ท่านประธานช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่กำชับเรื่องออด แล้วก็ช่วยเตือนเพื่อนสมาชิกว่าวันนี้ ลงมติกันอีกเยอะครับ เกือบจะนัดท้าย ๆ แล้วครับ ก็น่าจะทำงานกันอย่างเต็มที่ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับคณะอาจารย์และนิสิตคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ กรุงเทพมหานคร สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ ท่านสมาชิกแสดงตน หมดหรือยังครับ ขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๔ ท่าน บวก ๒ ท่าน เป็น ๔๐๖ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไป ผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนได้เลยครับ ผู้ใดเห็นควร รับหลักการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิได้เลยครับ🔗
ขอปิดการลงคะแนนนะครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๑๘ ท่าน เห็นด้วย ๔๑๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๐ งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นะครับ🔗
เชิญเสนอคณะกรรมาธิการครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวนกรรมาธิการ ๒๔ คน ขอผู้รับรองค่ะ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ🔗
ท่านประธานคะ ขออนุญาตแก้ไขมตินะคะ ขออนุญาตเสนอจำนวนกรรมาธิการ ๓๑ คน ขอผู้รับรอง อีกครั้งหนึ่งค่ะ🔗
มีผู้รับรองถูกต้อง เป็น ๓๑ ท่านนะครับ สัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๗ ท่าน สัดส่วนของ แต่ละพรรคการเมือง ๒๔ ท่าน เชิญท่านคณะรัฐมนตรีเสนอชื่อกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๗ ท่าน ดังนี้ ๑. นายเทพสุ บวรโชติดารา ๒. นายวิทยา นีติธรรม ๓. นางศิรสา ไชยหมาน ๔. นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ๕. ร้อยตำรวจเอกหญิง อัยรดา บำรุงรักษ์ ๖. นายสุชาติ ศรีสังข์ ๗. พลตรี ณกานต์ กลัดสวัสดิ์ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ สัดส่วนของคณะกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมืองนะครับ พรรคก้าวไกล ๗ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๒ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน และพรรคประชาชาติ ๑ ท่าน พรรคก้าวไกล จำนวน ๗ ท่าน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังนี้ สัดส่วนพรรคก้าวไกล ลำดับที่ ๑ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ลำดับที่ ๒ นายสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ ลำดับที่ ๓ นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ลำดับที่ ๔ นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ลำดับที่ ๕ นายอำนาจ ชุณหะนันทน์ ลำดับที่ ๖ นางสาวญาณิศา ไทยสมิง ลำดับที่ ๗ นายณพัทธ์ นรังศิยา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๗ ท่านครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๗ คน ดังนี้ ๑. นายสิงหภณ ดีนาง ๒. นายรัฐ คลังแสง ๓. พลตำรวจตรี ธรรมนูญ มั่นคง ๔. นายดุสิต จันตะเสน ๕. นางสาวปิณฑยา สุกแก้วณรงค์ ๖. พันเอกพิเศษ ธนิต บุตรจินดา ๗. นายธนวรรษ เพ็งดิษฐ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทยครับ ผมขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน ๑. นายกมล กิจกสิวัฒน์ ๒. นายเศรษฐกาล เศรษฐภากรณ์ ๓. พลโท ปริญญา ฉายดิลก ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๒ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอัคร ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การ ก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วน ของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๒ ท่าน ดังนี้ ๑. ท่านกานต์ กิตติอำพน ๒. ท่านพรรษศรณ์ สาครเสถียร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพ ทำลายล้างสูง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๒ ท่าน ๑. นายฤกษ์อารี นานา ๒. นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและ ปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพ ทำลายล้างสูง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน คือ ท่านยุทธการ รัตนมาศ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาชาติครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน คือ นายมูฮำมัดอารีฟีน จะปะกิยา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ขอเชิญเลขาอ่านรายชื่อครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและ การแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๓๑ ท่าน ๑. นายเทพสุ บวรโชติดารา ๒. นายวิทยา นีติธรรม ๓. นางศิรสา ไชยหมาน ๔. นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ๕. ร้อยตำรวจเอกหญิง อัยรดา บำรุงรักษ์ ๖. นายสุชาติ ศรีสังข์ ๗. พลตรี ณกานต์ กลัดสวัสดิ์ ๘. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๙. นายสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ ๑๐. นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ๑๑. นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ๑๒. นายอำนาจ ชุณหะนันทน์ ๑๓. นางสาวญาณิศา ไทยสมิง ๑๔. นายณพัทธ์ นรังศิยา ๑๕. นายสิงหภณ ดีนาง ๑๖. นายรัฐ คลังแสง ๑๗. พลตำรวจตรี ธรรมนูญ มั่นคง ๑๘. นายดุสิต จันตะเสน ๑๙. นางสาวปิณฑยา สุกแก้วณรงค์ ๒๐. พันเอกพิเศษ ธนิต บุตรจินดา ๒๑. นายธนวรรษ เพ็งดิษฐ์ ๒๒. นายกมล กิจกสิวัฒน์ ๒๓. นายเศรษฐกาล เศรษฐภากรณ์ ๒๔. พลโท ปริญญา ฉายดิลก ๒๕. นายกานต์ กิตติอำพน ๒๖. นายพรรษศรณ์ สาครเสถียร ๒๗. นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ ๒๘. นายฤกษ์อารี นานา ๒๙. ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ ๓๐. นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ และ ๓๑. นายมูฮำมัดอารีฟีน จะปะกิยา🔗
ระยะเวลาการแปรญัตติครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอระยะเวลาในการแปรญัตติเป็นเวลา ๑๕ วัน ขอผู้รับรองค่ะ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ก็ถือว่าจบร่างพระราชบัญญัตินะครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้เวลา ๑๔.๓๖ นาฬิกา แต่วาระถัดไป ที่จ่อคิวอยู่เป็นเรื่องด่วนนะครับ ผมย้ำว่าเป็นเรื่องด่วนนะครับ ก็คือร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๓ ร่าง ของภาคประชาชน ๒ ร่าง แล้วก็ของ ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อีก ๑ ร่าง ซึ่งทาง ครม. ได้ขอไปพิจารณาเป็นเวลา ไม่เกิน ๖๐ วัน และได้กลับมาแล้วนะครับ บรรจุเป็นเรื่องด่วน แต่เรากลับไม่มีทั้งเอกสาร ที่วางอยู่ตรงนี้ แล้วก็ดูท่าทางเหมือนว่าจะไม่มีการวางแผนที่จะเข้าวาระนี้มาแล้วตั้งแต่ต้น ผมก็เลยอยากจะถาม อยากจะทราบจริง ๆ ครับ เพราะว่ามันไม่มีการประสานมาจาก ทางวิปรัฐบาลเลยว่าตกลงเรื่องนี้เราจะเอาอย่างไร และผมคิดว่าการปิดประชุมในเวลา ๑๔.๓๗ นาฬิกานี้ ผมว่ามันก็น่าจะเร็วเกินไปครับ ผมต้องการคำอธิบายในเรื่องนี้จริง ๆ ครับ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับวาระวาระถัดไปที่เราควรจะเข้ากันต่อไปครับท่านประธาน🔗
เชิญวิปรัฐบาลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ในฐานะตัวแทนวิปรัฐบาลนะครับ🔗
ประเด็นแรกผมเรียนว่าเข้าใจในความห่วงใยและความตั้งใจของเพื่อนสมาชิก ท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ท่านปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ที่อยากจะเห็นกฎหมายที่พวกเรา ทั้งสภานี้ให้ความสนใจ แต่อย่างไรก็ดีครับ ก่อนหน้านี้ก่อนที่ท่านประธานจะเรียกพวกเรา สมาชิกมาลงมติ ผมได้นำเรียนท่านประธานไปครั้งหนึ่งแล้วว่า วันนี้มันเกิดความคาดหมายขึ้น เนื่องจากว่าเราพิจารณากฎหมายเร็วนะครับ ผมยกตัวอย่างกฎหมายฉบับแรกที่เราพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับ ป.ป.ท. ซึ่งปกติการแก้ไขกฎหมายในวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ นี้ เราจะใช้เวลาอย่างน้อย ๆ ครึ่งวันนะครับ กฎหมายมีทั้งหมด ๒๒ มาตรา แล้วก็มีกฎหมาย ที่ครอบคลุมกับกฎหมายฉบับอื่น ๆ อีกหลายมาตรา ผ่านการพิจารณาของพวกเรา ผ่านเพื่อนสมาชิกนะครับ ปกติมันจะใช้เวลานานกว่านี้ แต่ด้วยความสมัครสมานสามัคคี หรืออะไรก็ตาม ทำให้เราผ่านกฎหมายได้เร็ว อีกฉบับหนึ่งครับ เมื่อสักครู่นี้ที่ทาง สภาผู้แทนราษฎรเพิ่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญไปนะครับ เป็นร่างพระราชบัญญัติป้องกันและ ปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพ ทำลายล้างสูง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งในการประชุมวิปรัฐบาลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เราคาดกันว่า ๒ เรื่องนี้มันจะใช้เวลาพอสมควร เราก็เกรงใจว่าถ้าเราเรียกผู้เสนอมารอ อาจจะเป็นการรอเก้อหรือเปล่า นั่นคือประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่มีความสำคัญมากยิ่งกว่า ที่ผมจะนำเรียนต่อท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพนะครับ ในร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ร่าง ที่นำเสนอโดย คุณธีรภัทร์ คหะวงศ์ ที่นำเสนอโดย คุณเจริญ เจริญชัย และที่นำเสนอโดยคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ที่ผมเคารพ มาก ๆ นะครับ ผมเรียนท่านประธานว่า พอเราอ่านร่างแล้วพวกเรารู้นะครับ ที่ประชุมวิปรัฐบาลเรา ทราบดีครับว่าร่างนี้มันมีความสำคัญ ร่างนี้มันจะมีผลกระทบในหลายมิติ อย่างไรก็ดีตอนนี้ด้วยความเคารพนะครับ เราอยากจะเห็นร่างกฎหมายที่ครอบคลุมทั้ง ด้านพาณิชย์ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องเรียนท่านประธานครับว่าร่างที่เอาใจผู้ค้า ผู้ขายก็เป็นร่างที่ เพื่อนสมาชิกยื่นเข้ามา แต่เราก็ถูกท้วงติงจากหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะหน่วยงานที่ดูแล ทางด้านการสาธารณสุข ดังนั้นผมสรุปท่านประธาน ตอนนี้กฎหมายที่เรามี ๓ ฉบับ ในมือ ในระเบียบวาระนี้ บางฉบับก็หย่อนจนเกินไป บางฉบับก็ตึงจนเกินไป🔗
ดังนั้นเองผมอยากอย่างนี้ครับ ถ้าเราพิจารณาในวันนี้ผมไม่รู้เพื่อนสมาชิก ท่านอื่นคิดอย่างไร แต่ถ้าเป็นผมนี้ ผมอาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องโหวตไม่รับทั้ง ๓ ร่าง ครับท่านประธาน แต่ถ้าเรารออีกนิดเดียว ขอให้ร่างที่มีความเป็นกลางมากกว่านี้เข้ามา ผมเชื่อนะครับว่าพวกเราพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราคุยกันได้ เราก็สามารถรับทุกร่าง ไม่ว่าจะเป็นร่างของภาคประชาชน ไม่ว่าจะเป็นร่างของเพื่อนสมาชิกจากพรรคฝ่ายค้าน พี่เท่าพิภพของผม หรือแม้กระทั่งอาจจะเป็นอีกร่างหนึ่งที่คณะรัฐมนตรีกำลังเร่งแล้วส่งมา ผมเชื่อนะครับว่า การที่เราพิจารณาครบทุกร่างเราช่วยกันผลักดันผ่านไปได้ หาจุดลงตัว ระหว่างเชิงพาณิชย์กับสาธารณสุข🔗
ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ผมจะต้องนำเรียนผ่านท่านประธาน แล้วก็ไปยัง เพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพนะครับ วันนี้ท่านประธานอาจจะตัดสินใจยากนิดหนึ่ง แต่ว่าถ้าเราเดินต่อ ส่วนตัวผมก็อาจจะต้องขอไม่รับทั้ง ๓ ร่าง แต่ใจจริงอยากรับทุกร่าง แล้วเราก็ไปพิจารณารวมกันในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิก คือมันก็เป็นเรื่องด่วนนะครับ แล้วก็เป็นสิ่งที่พวกเราต้องการนะครับ ก็พยายาม อยากจะให้สามัคคีกัน อย่างไรก็ด่วนอยู่แล้วนะครับ ท่านปกรณ์วุฒินิดหนึ่งนะครับ🔗
กำลังจะสามัคคีแล้วครับ ท่านประธาน ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ จากเหตุผลที่ท่านอรรถกรได้แจ้งมา ขออภัย ที่เอ่ยนามนะครับ ผมก็เข้าใจดีนะครับ แล้วก็เข้าใจถึงความเจตนาดีของพรรคร่วมรัฐบาล ในฐานะผู้ทำหน้าที่นิติบัญญัติด้วยกัน แต่ประเด็นคืออย่างนี้ครับท่านประธาน ร่างนี้ถูกส่งกลับไปให้คณะรัฐมนตรีศึกษา ๖๐ วันนะครับ ๖๐ วัน แต่เรากลับยังไม่มี ถ้าคณะรัฐมนตรีเห็นว่าควรจะมีร่างใดที่มาประกบ หรือเนื้อหาที่อยู่ตรงกลางระหว่างแต่ละร่าง ที่แตกต่างกันมันควรอยู่ตรงไหน ผมคิดว่า ๖๐ วัน ก็น่าจะเพียงพอให้เรามีร่างที่ค่อนข้าง ประนีประนอมกันระหว่างแต่ละร่างเข้ามาเห็นได้แล้ว แต่ก็พบว่าไม่ทันนะครับ แล้วก็พูดกัน ตามตรง ผมก็ได้เห็นร่างที่ทางหน่วยงานได้ร่างขึ้นมาแล้ว แล้วก็พบว่ามันไม่ได้มีความ ประนีประนอมอะไรเลยนะครับ ก็เข้าใจดี แล้วก็ทราบดีว่าเนื้อหาในปัจจุบันพรรคร่วมรัฐบาลเอง ก็อาจจะไม่สบายใจด้วยซ้ำ แล้วก็ขอบคุณมากที่ท่านบอกว่าก็อยากจะให้ทุกร่าง ทั้งร่างของ ประชาชนแล้วก็ทั้งร่างของท่านเท่าพิภพได้เข้าไปร่วมพิจารณาด้วย อันดับหนึ่งในฐานะสภา ที่ทำหน้าที่นิติบัญญัติด้วยกัน ผมคิดว่าเราก็ควรจะต้องเร่งรัดเช่นกันครับ เมื่อเรามีมติที่ยอม ให้รัฐมนตรีอุ้มไป ๖๐ วัน ไม่ใช้คำว่า อุ้ม ครับ ขออภัยครับ ขอถอนนะครับ นำไปศึกษาก่อน ๖๐ วัน ผมก็คิดว่า ๖๐ วัน มันก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะต้องทำร่างที่ค่อนข้างสมบูรณ์ แล้วก็กลับเข้ามาให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณากันอีกครั้ง ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผม ก็ต้องบอกตามตรงว่าฝ่ายบริหารทำงานได้ค่อนข้างล่าช้า ก็ต้องฝากที่จะกลับไปหารือกับ ทางฝ่ายบริหารอีกรอบจริง ๆ ในประสิทธิภาพในการทำงานดังกล่าวนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านได้ให้คำมั่นไว้ว่าจะกลับเข้ามาร่วมกัน เราเหลือวันพุธ ที่จะพิจารณากฎหมายเหลือครั้งเดียวคือใน ๒ สัปดาห์ข้างหน้า วันที่ ๒๗ มีนาคม ดังนั้น ผมคิดว่าก็คงต้องใช้เวลาไม่เกิน ๑๐ วันนี้ล่ะครับ เพื่อให้มีมติวิป มติ ครม. แล้วก็นำกลับมา ในวันพุธที่ ๒๗ เพื่อที่เราจะได้รับทุกร่างไปพร้อมกัน แล้วก็ตั้งกรรมาธิการศึกษากฎหมายนี้ ร่วมกันครับ ผมก็ขอคำสัญญาจากทางวิปรัฐบาลอีกรอบหนึ่งครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานวิปรัฐบาล เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ เราเห็นพ้องต้องกันนะครับ วันนี้ระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลได้ทำหน้าที่อย่างรวดเร็ว ในการพิจารณากฎหมายต่าง ๆ และเรื่องที่ทางฝ่ายค้านอยากให้เราเร่งรัด แล้วเราเข้าใจกัน นะครับว่าอยากได้ร่างที่เป็นกลางที่สุด เพื่อประโยชน์สุขของคนที่ได้พิจารณาเรื่องนี้ ไม่สุดโต่งเกินไป แล้วก็เป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ ก็เห็นว่าจะเร่งรัดให้ได้เร็วที่สุด ขอบคุณครับ🔗
คืออย่างไรก็เป็นเรื่องด่วนนะครับ อาทิตย์หน้าเข้าได้ไหม🔗
จะพยายามจนสุดความสามารถครับ🔗
ท่านประธานครับ ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประธานวิปฝ่ายค้านครับ ผมขอคำยืนยันในระยะเวลาอีกครั้งหนึ่งนะครับ แล้วก็คำยืนยัน ในการที่จะให้ทุกร่าง ทั้งร่างประชาชนและร่างพรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่าง ครม. เข้าไปด้วยกัน ผมก็พร้อมจะรับหลักการทุกร่างเช่นกันครับ ขอคำยืนยันอีกครั้งครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านประธานวิปฝ่ายรัฐบาลครับ🔗
ก็คงไม่เกินวันที่ ๒๗ ครับ ถ้าอาทิตย์หน้ามา ก็มาที่วิปรัฐบาลก่อนพิจารณาและส่งกลับไปสภาเข้าบรรจุ พยายามจะ ติดตามให้ เร่งรัดให้เต็มที่ครับ เพราะทุกฝ่ายก็อยากให้กฎหมายนี้ผ่าน ทั้งฝ่ายรัฐบาลและ ฝ่ายค้าน เชื่อว่าเป็นการพิจารณาที่สมเหตุสมผลนะครับ ภายในเดือนนี้ไม่เกินวันที่ ๒๗ ครับ ขอบคุณครับ🔗
ก็เป็นประโยชน์กับประเทศเรานะครับ วันนี้เราประชุมมาพอสมควรแล้ว ขอปิดประชุมครับ🔗