รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๒๖ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
------------------------------
ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนะครับ ขออนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตาม ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๒๔ จะให้ปรึกษาหารือท่านละ ๒ นาที ท่านแรก เชิญท่านปรีติ เจริญศิลป์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ปรีติ เจริญศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี วันนี้มีเรื่องมาหารือ ท่านประธาน ๔ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ปัญหาคนงานต่างด้าว ตอนนี้เข้ามาแย่งงานคนไทยที่จังหวัด นนทบุรีครับ โดยหลายพื้นที่มีการมาทำอาชีพสงวนที่เขาสงวนไว้ให้คนไทยก็คืองานเร่ขาย สินค้า ได้แก่ มีการมาขายไอศกรีม ลูกชิ้นทอด ผลไม้ จำนวนมาก ได้สอบถามไปและ ตรวจสอบไปปรากฏว่าเป็นชาวอินเดียจำนวนมาก อยากให้กระทรวงแรงงานและตำรวจ ตรวจคนเข้าเมืองเข้ามาตรวจสอบด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาเกี่ยวกับนิติบุคคลหมู่บ้านมณีรินทร์ สไลด์ถัดไปครับ เนื่องจากผมได้เข้าไปสังเกตการณ์ตามที่ลูกบ้านได้เชิญไปในการประชุมคณะกรรมการ หมู่บ้านประจำปีครับ ปรากฏว่าก็ได้มีทั้งฝ่ายปกครอง มีตำรวจ และมีเทศบาลได้เข้ามา สังเกตการณ์ด้วย ปัญหาคือลูกบ้านต้องการความชัดเจนในสถานะของคณะกรรมการหมู่บ้าน ชุดปัจจุบันว่าได้จดทะเบียนโดยถูกต้องหรือไม่ และข้อที่ ๒ ก็ต้องการความชัดเจนว่า การดำเนินการของนิติบุคคลหมู่บ้านเป็นไปตามข้อบังคับที่ได้จดทะเบียนไว้หรือไม่ เรื่องนี้ จึงอยากฝากกรมที่ดินและสำนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรีในฐานะกำกับดูแล พ.ร.บ. จัดสรร ที่ดินเข้ามาลงตรวจสอบช่วยกันแก้ปัญหาครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ปัญหาการรับส่งนักเรียนของโรงเรียนนนทบุรีวิทยาลัยที่ตอนเช้า และตอนเย็นจะมีการจอดรถบริเวณทางโค้งกลับรถใกล้กับหมู่บ้านคาซ่า แกรนด์ ซึ่งเป็นพื้นที่ ใต้สะพานซึ่งเป็นพื้นที่ของกรมทางหลวงชนบท ซึ่งเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและเกิดปัญหาจราจร ด้วยครับ จึงอยากให้ทางสำนักบำรุงทาง กรมทางหลวงชนบท ช่วยปรับปรุงพื้นที่ว่างเปล่า เพื่อนำมาใช้ประโยชน์และเพื่อแก้ปัญหาความปลอดภัยแล้วก็ปัญหาการจราจรให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ปัญหาพื้นผิวถนนแจ้งวัฒนะที่ตำบลปากเกร็ด เนื่องจากรถไฟฟ้า ได้เปิดใช้งานมาประมาณ ๔ เดือนแล้ว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๖ ปัจจุบันถนนก็ยัง ไม่เรียบและมีปัญหา Footpath พังอยู่ โดยเฉพาะในช่วงร้านสุกี้ตี๋น้อยจนถึงสถานีรถไฟฟ้า เลี่ยงเมืองปากเกร็ด จึงอยากให้กรมทางหลวงและ รฟม. ช่วยลงมาแก้ไขปัญหานี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านมุกดาวรรณ เลื่องสีนิล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรด้วยความเคารพอย่างสูงนะคะ ดิฉัน มุกดาวรรณ เลื่องสีนิล สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต ๘ พรรคภูมิใจไทยค่ะ วันนี้ดิฉันขอหารือ ท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเรื่องของปัญหาน้ำแล้งดังนี้นะคะ🔗
๑. ที่หมู่ที่ ๑๔ บ้านควนเย็น ตำบลนาบอน อำเภอนาบอน จากภาพสไลด์ ดิฉันลงพื้นที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา น่าใจหายนะคะท่านประธาน ต้นน้ำเป็นเทือกเขาหลวง น้ำเยอะแยะมากมาย แต่ก็ใช้ท่อส่งน้ำลงมาอย่างแบบธรรมชาติมาสู่แท็งก์ปูนเก่า ๆ หลายปี มากแล้วนะคะ แล้วก็ดึงน้ำในส่วนนี้ลงไปได้แค่ไม่กี่หลังคาเรือน ในหมู่บ้านนี้ หมู่ที่ ๑๔ มีประชาชนอยู่ ๖๘ หลังคาเรือนเดือดร้อนน้ำ ภาพข้างบนที่เห็นเป็นโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนะคะ หลายปีได้ส่ง แท็งก์น้ำลงมาให้ ผู้ใหญ่บ้านต้องไปตักน้ำ ดึงน้ำแล้วก็ใส่รถยนต์มาใส่ในแท็งก์แห่งนี้ และให้ชาวบ้านได้มาเอาน้ำที่นี่ไปใช้ นี่คือเป็นพระบารมีที่ได้อาศัยน้ำของท่านในแท็งก์นี้ ต้องขอบคุณท่านผู้ใหญ่บ้านที่รับผิดชอบนะคะ อันนี้ก็ต้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยลง ไปดูแลด้วยนะคะที่อำเภอนาบอน🔗
๒. หมู่ที่ ๕ ตำบลนากะชะ อำเภอฉวาง สภาพฝายน้ำล้น ต้นน้ำก็เทือกเขาหลวง เหมือนกัน ด้านบนมีน้ำเยอะแยะมากมายที่ขังอยู่ แต่สภาพเขื่อนที่เห็นไม่ได้ใช้งาน แล้วก็ไม่เห็นร่องรอยในการบริหารจัดการน้ำเลย ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปดูด่วน เพราะว่าภาษีประชาชนนำไปสร้างแล้วก็แตกหักไม่มีการบูรณะเลยนะคะ🔗
๓. พื้นที่ หมู่ที่ ๖ อ่างเก็บน้ำทุ่งกระจูดบ้านไทรเลียบ ตำบลนากะชะ อำเภอฉวาง ในส่วนนี้เป็นแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์เก็บน้ำได้นับ ๑๐๐ ไร่ ท่านประธาน ที่ทุ่งกระจูดซึ่งในขณะนี้ชาวบ้านกำลังเดือดร้อนมาก แต่ไม่มีร่องรอยในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อไปสู่หมู่บ้านเลยนะคะ🔗
๔. ปัญหาน้ำแล้งที่ หมู่ที่ ๙ ตำบลสวนขัน อำเภอช้างกลาง ทั้ง ๒ ฝั่ง กับตำบลละอาย อำเภอฉวาง หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๙ ตรงนี้ขอให้ท่านประธานได้ดูเขื่อนซึ่งมี การซ่อมสร้าง เมื่อปี ๒๕๖๖ ได้ลงงบประมาณไป ๓๓ ล้านบาท จากการบอกเล่าของ ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลตำบลสวนขัน ซึ่งไปซ่อมสร้างท่อส่งน้ำ ปลายน้ำแต่ต้นเหตุน้ำไม่ได้เข้าไปดูแล ท่านประธานค่ะ ที่เห็นเป็นท่อภาพวง ๆ ข้างล่าง อันนั้นคือดิฉันไปพอดีได้มีพนักงานของกรมชลประทานได้มาซ่อม ซึ่งน้ำไม่ไหลมันมีอยู่ ๒ ช่อง ช่องหนึ่งถ่ายน้ำไปที่ตำบลละอาย อีกช่องหนึ่งมาตำบลสวนขัน แต่เนื่องจากเขาบอก ว่าท่อรั่วก็มาซ่อมทำเป็นกาลักน้ำ อันนี้ดิฉันเห็นแล้วอีกช่องหนึ่งก็อุดรูเอาไว้กับกระสอบปูน อีกช่องหนึ่งเอาตะแกรงกันใบไม้เอาไว้ที่กำลังซ่อมอยู่ แค่จุ่มลงไปกาลักน้ำให้น้ำเต็มก็ทำไป วันต่อวันภาษาใต้พื้นบ้านเขาเรียกว่า ซ่อมแบบสกเส็กค่ะ สกเส็กคือเหลาะแหละ ไม่เป็นชิ้นเป็นอันทำพอผ่านไปทีลวก ๆ ไม่มีความรับผิดชอบ อันนี้ก็ขอนำเรียนส่งไปยัง กรมชลประทานด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณท่านประธานด้วยความเคารพค่ะ🔗
ต่อไปท่านกฤดิทัช แสงธนโยธิน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กฤดิทัช แสงธนโยธิน สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคใหม่ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือ ท่านประธาน ๑ เรื่องครับ เกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ร้องเรียนมาเกี่ยวกับ เรื่องโคกระบือที่มีราคาตกต่ำ โคกระบือไล่ทุ่งซึ่งพี่น้องประชาชนได้มีการเลี้ยงเป็นอาชีพหลัก และอาชีพเสริมในเขตภาคเหนือตอนล่าง ตอนนี้มีการลักลอบนำโคนำกระบือจากประเทศ เพื่อนบ้านเข้ามา โดยเฉพาะที่อำเภอแม่สอดมีการลักลอบนำเข้ามาโดยเจ้าหน้าที่มีการรู้เห็น เป็นใจ แล้วก็ทำให้เกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนที่มีอาชีพในการเลี้ยงโคกระบือ ซึ่งทำให้ ราคาโคกระบือที่พี่น้องเกษตรกรเลี้ยงอันนี้อยู่ราคากิโลกรัมละประมาณ ๔๐-๕๐ บาทเท่านั้น แต่ว่าราคาที่ขายเนื้อเขียงประมาณ ๒๒๐ บาท ซึ่งราคาไม่ลดลงเลย ปัญหาก็คือว่าการที่ เจ้าหน้าที่มีการปล่อยปละละเลยให้มีการนำโคกระบือจากต่างประเทศเข้ามา โดยที่ไม่ได้มี การตรวจโรคหรือมีกักกันให้มันถูกต้องตามกฎหมายส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกับพี่น้อง ประชาชนนะครับ เพราะว่าวันนี้พี่น้องประชาชนขาดทุนต่อการเลี้ยงโคกระบือต่อ ๑ ตัว หลายหมื่นบาทครับ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมอยากจะขอ ฝากกราบเรียนท่านประธานให้นำปัญหานี้แจ้งไปยังหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกรมปศุสัตว์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือหน่วยงานที่อยู่ตามแนวชายแดนห้ามให้มีการลักลอบการนำเข้า โคกระบือเข้ามาภายในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนที่มีอาชีพเสริม ปัจจุบันต้นทุนต่าง ๆ นี้มันเกิดความลำบากยากเข็ญ แต่ว่ายังมีการซ้ำเติมด้วยการนำ โคกระบือจากต่างประเทศเข้ามา ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน🔗
แต่อีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับโรงงานแปรรูปฮาลาลที่จังหวัดชุมพร ซึ่งตรงนี้ รัฐเคยไปส่งเสริมสนับสนุนให้มีการทำแปรรูปโคฮาลาลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ปัจจุบันนี้ ขาดทั้งเงินทุน ขาดทั้งงบประมาณที่จะเข้าไปส่งเสริมสนับสนุน มีท่านรัฐมนตรีไปดูแล แต่ก็กลับไม่ได้มีการแก้ไข หรือส่งเสริมเงินทุนให้กับพี่น้องที่เลี้ยงโคขุน เพราะฉะนั้นฝาก เรื่องนี้ไปยังท่านประธานไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้กำชับแล้วก็ส่งเสริมนโยบายเพื่อพี่น้อง ประชาชนที่เลี้ยงโคขุนได้รับความบรรเทาเบาบางจากปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเกษม อุประ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม อุประ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอนำความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ ถึงนายกรัฐมนตรีท่านเศรษฐา ทวีสิน เรื่องปัญหายาเสพติด ซึ่งขณะนี้ระบาดทั่วทั้งแผ่นดินเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า คนบ้าเต็มบ้านเต็มเมืองก็อยากจะ ฝากเพราะว่าเดี๋ยวนี้ลูกหลานเราติดยาทำร้ายพ่อแม่ ทำร้ายผู้ปกครองมีข่าวกันทุกวันนะครับ บางบ้านผู้ปกครองอยู่บ้านไม่ได้ เพราะว่าลูกหลานติดยาบ้าอาละวาด อันนี้อยากจะฝาก เพื่อหาทางแก้ไข แล้วก็ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อมาดูแล เรื่องนี้ทั้งฝ่ายดูแลเรื่องป้องกัน เรื่องปราบปรามและการบำบัดรักษานะครับ ถ้าหากว่าคนที่ ทำดีเราก็ทะนุบำรุงและในส่วนที่เนื้อร้ายหรือนิ้วไหนไม่ดี เราก็ควรที่จะตัดทิ้งนะครับ ผมขอให้กำลังใจท่านนายกรัฐมนตรีมั่นใจว่าท่านแก้ไขปัญหานี้ได้🔗
เรื่องที่ ๒ นั่นก็คือฝากถึงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในเรื่องของ ปัญหาเรื่องแก๊ง Call Center ซึ่งขณะนี้ระบาดหนักทั้งโทรศัพท์ Messenger อะไรต่าง ๆ มีปัญหาวุ่นวายไปหมด ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนถูกดูดเงินออกจากบัญชีก็อยากจะฝาก ท่านรัฐมนตรีประเสริฐ ได้ดูแลได้กำกับเรื่องนี้นะครับ เพราะว่าบางทีเรารับโทรศัพท์ ก็ถูก Scan เสียงไปทำธุรกรรมการเงินซึ่งเดือดร้อนมาก อันนี้ขอกราบเรียนฝากให้ท่านแก้ไข ปัญหานี้ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านก็จะเป็นวีรบุรุษในหัวใจของคนยากคนจน และเป็นเทวดาในหัวใจของคนที่ได้รับความเดือดร้อน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเฉลิมชัย กุลาเลิศ ท่านเฉลิมชัยยังไม่มานะครับ ต่อไปท่านพรชัย ศรีสุริยันโยธิน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พรชัย ศรีสุริยันโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๗ จังหวัดบุรีรัมย์ เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม ท่านประธานครับ ผมได้รับการประสานจากท่านนายกทั้ง ๓ ตำบล ๒ อำเภอ🔗
เรื่องภัยแล้ง คลองทรัพย์พระองค์ เป็นคลองโบราณอยู่กับพี่น้องมาหลาย ๆ ท่าน ไม่ทราบว่าเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ระยะทาง ประมาณ ๒๐ กิโลเมตร คลองเส้นนี้ดังในภาพ เดี๋ยวนี้สภาพถ้ามองแล้วแทบจะมองไม่ออก เลยว่านี่คือคลอง แล้วเป็นคลองโบราณด้วยได้รับการขุดลอกมาเมื่อประมาณสัก ๔๐ ปีที่แล้ว ถ้าย้อนหลังไปตั้งแต่สมัยได้ขุดมือซ่อมแซมก็ตั้งแต่สมัยท่านคึกฤทธิ์ ปราโมช ท่านประธาน ผ่านมากี่ปีแล้ว คลองเส้นนี้เริ่มจากตำบลโคกมะม่วง บ้านเริงทรัพย์ หมู่ที่ ๑๘ ของอำเภอ ปะคำ ไปถึงตำบลไทยเจริญ หมู่ที่ ๑๓ แล้วก็ยาวไปถึงอำเภอนางรอง หมู่ที่ ๑๑ ของตำบล สรรพยา ท่านประธานครับ น้ำคือปัจจัยของชีวิตเดี๋ยวนี้หน้าแล้ง แล้วพี่น้องบ้านเราใช้น้ำ ในการประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรม อุปโภค บริโภค แต่การดูแลของรัฐบาลที่ผ่านมา ยังไม่เข้าถึงพี่น้องจริง ๆ กราบเรียนท่านประธานฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าสมควร ที่จะขุดลอกคลองทรัพย์พระองค์ให้มันอยู่ในสภาพคงเดิม อย่างน้อยที่สุดให้มันมีที่เก็บกักน้ำ แล้วการขุด ขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็ กรมชลประทานด้วยว่าให้มีความลึกอย่างน้อยที่สุดสัก ๓-๔ เมตร ขอให้รีบดำเนินการ ให้พี่น้องบ้านผมด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปิยรัฐ จงเทพ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปิยรัฐ จงเทพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตพระโขนง เขตบางนา พรรคก้าวไกล กรุงเทพมหานครครับ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๑ เรื่องด้วยกันครับ เป็นเรื่อง สำคัญที่ในพื้นที่ของกระผมเองนะครับ ซึ่งขณะนี้มีปัญหาบริเวณโครงการก่อสร้าง ปรับปรุง พื้นผิวคันถนนและริมถนน รวมถึงผิวการจราจรบริเวณเส้นทางรถไฟสายเก่าปากน้ำ จากช่วงทางเข้าคลังน้ำมัน ปตท. ไปจนถึงสิ้นสุดเขตกรุงเทพมหานครซึ่งครอบคลุมพื้นที่ ทั้งเขตพระโขนงและเขตบางนาของผม ด้วยงบประมาณก่อสร้าง ๑๑๖ ล้านบาท ภายใต้วงเงินนี้ของโครงการกรุงเทพมหานคร สำนักการโยธาธิการและผังเมืองเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งสัญญานี้ได้มีการก่อสร้างตามสัญญา วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ และจะสิ้นสุดโครงการ ในวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๗ แต่ปัจจุบันนี้โครงการยังไม่ได้เริ่มต้นเลยครับ นอกจากมีป้ายโครงการตั้งขึ้นมา ผมไป สอบถามทราบว่ามีบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ ๒ บริษัทได้ทำหนังสือขอระงับโครงการนี้ผ่านไป ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งหน่วยงานนี้จะเป็น ผู้ที่อนุมัติปิด-เปิดการจราจรให้มีการก่อสร้างถนนเส้นนี้ได้ ปรากฏว่าตอนนี้ตำรวจไม่กล้า ปิดการจราจรครับแล้วก็ให้มีการไปทำสำรวจความเห็นกันใหม่ จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลว่า โครงการนี้จะถูกระงับไป หรือไม่ได้มีการก่อสร้างบำรุงรักษาเส้นทางถนน ซึ่งสูญเสีย การจราจรไปพอสมควรจากรถบรรทุกที่วิ่งส่งกันในพื้นที่บริเวณนี้นะครับ จึงขอสอบถามไป หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นกองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักการโยธาธิการและ ผังเมือง กรุงเทพมหานคร ๓ เรื่องด้วยกันครับ🔗
๑. อยากทราบว่าหลักเกณฑ์การกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการทำการสำรวจ สัดส่วนผู้มีส่วนได้เสียของกลุ่มโครงการนี้มีเป้าหมายอย่างไร🔗
๒. อยากทราบว่าได้มีการดำเนินการตามแผนเพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึง การสำรวจนี้ทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียมหรือไม่ และตามหลักเกณฑ์ที่ท่านดำเนินการมา🔗
๓. เป็นห่วงและกังวลจริง ๆ ครับท่านประธานว่าจะมีการใช้ผลประโยชน์ ทั้งทางตรงและทางอ้อมเข้าไปจูงใจให้ประชาชนที่มีส่วนได้เสียนั้นโหวตไปในทิศทางเดียวกัน กับที่ตนต้องการนะครับท่านประธาน จึงฝากเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสรวีย์ ศุภปณิตา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสรวีย์ ศุภปณิตา สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๑ พรรคก้าวไกลครับ ผู้แทนชาวลุ่มน้ำเจ้าพระยา ขอปรึกษาหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่ใช้บริการธนาคาร ฝากธนาคารและคู่ธนาคารทั้ง ๒ ฝ่ายเดือดร้อนทั้งคู่ ขอภาพสไลด์ที่ ๑ ครับ🔗
อัตราดอกเบี้ยธนาคารตอนนี้สำหรับ เงินฝากได้เพียงร้อยละ ๐.๓ สตางค์เท่านั้นเอง หรือต่อปีร้อยละ ๓๐ สตางค์ ซึ่งมันต่ำมาก ยกตัวอย่างผู้ที่เก็บออมเงินทั้งชีวิตมา หลังชราเกษียณไปแล้วไม่มีอาชีพอะไรหวังจะเอา ดอกเบี้ยมาใช้จ่ายดำรงชีวิต กินใช้ไม่พอครับ ได้ดอกเบี้ยเพียงปีละ ๑๕,๐๐๐ บาท เฉลี่ยแล้ว เดือนละ ๑,๒๕๐ บาท หักภาษีอีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง ๑,๐๐๐ บาทเศษ ๆ ไม่พอกิน ไม่พอใช้กับยุคค่าครองชีพสูงในยุคนี้ ยากลำบากมากครับ ค่าดำรงชีพแพงแต่เงินไม่พอใช้ ต่อมาพี่น้องประชาชนที่มีเงินฝากต่ำ ๕ ล้านบาท ซึ่งเป็นคนส่วนมากของประชาชนลำบาก กว่านั้นอีกครับ ลำบากยิ่งกว่าและต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก ต้องนำเงินออมที่เก็บออมได้มาใช้ เนื่องจากดอกเบี้ยได้เดือนละไม่ถึง ๑,๐๐๐ บาท ต้องนำเงินออมมาใช้จนถึงวันตายไป มรดกไม่มีแจกทายาทเพราะต้องใช้หมด ภาพสไลด์ที่ ๒ เป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ธนาคารคิด ดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าปกติ ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๘.๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปี กรณีนี้ลูกค้า ชั้นดีแต่ถ้าเป็นลูกค้าที่ผิดนัดก็จะต้องกู้ต่อไปไม่ได้และโดนปรับในอัตราดอกเบี้ย ๑๐ กว่า เปอร์เซ็นต์ต่อปีซึ่งสูงมากครับ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่างจากดอกเบี้ยเงินกู้ถึง ๒๕ เท่า เอา ๗.๕ หรือ ๘.๕ มาหารด้วย ๐.๓ เท่ากับ ๒,๕๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ช่องว่างระหว่าง ดอกเบี้ยเงินฝากกับดอกเบี้ยเงินกู้ถึง ๒,๕๐๐ เปอร์เซ็นต์ นี่เป็นความเหลื่อมล้ำที่ธนาคาร ได้รับประโยชน์จากกำไรดอกเบี้ยอย่างมากมหาศาลครับ ในปี ๒๕๖๖ ธนาคารพาณิชย์ แต่ละแห่งในประเทศไทยกำไรแห่งละหลายหมื่นล้านบาท รวมเป็นกำไรทั้งสิ้นทั้งระบบ หลายแสนล้านบาทครับ คนชราที่เกษียณแล้วเก็บออมเงินมาไม่มีใช้ครับ ส่วนผู้ประกอบการ SMEs ถึงรากหญ้าถึงผู้ประกอบการชั้นกลางไม่สามารถทำอาชีพได้ ต้องเสียดอกเบี้ยในอัตรา ที่สูง ธนาคารพาณิชย์กำไรส่วนต่างเหลื่อมล้ำถึง ๒,๕๐๐ เปอร์เซ็นต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย ทำอะไรอยู่ ขอไปยังท่านประธานสภาผ่านไปยังผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยครับ ท่านอยู่ดีมีสุข รายได้ของท่านปีละหลายสิบล้านบาท แต่ท่านปล่อยให้ธนาคารพาณิชย์เอาเปรียบพี่น้องประชาชน กินส่วนต่างของดอกเบี้ยถึง ๒,๕๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทำกำไรปีละหลายหมื่นล้านบาทต่อแห่ง รวมกันแล้วหลายแสนล้านบาท ท่านผู้ว่าการธนาคารครับ ขอให้ท่านหาหนทางลดช่องว่างส่วนต่างนี้ลง คืนกำไรให้แก่พี่น้อง ประชาชน เมื่อคืนกำไรให้แก่พี่น้องประชาชน ขอความอนุเคราะห์จากท่านผู้ว่าการธนาคาร แห่งประเทศไทยครับ เมื่อท่านทำสำเร็จเป็นพระคุณแก่พี่น้องประชาชนอย่างมากเลยครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านผกามาศ เจริญพันธ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ดิฉันมีประเด็นหารือผ่านท่านประธานไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ๑ เรื่องค่ะ ดิฉันได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนบ้านบัลลังก์ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลท่าตูม อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ โดยบ้านบัลลังก์ หมู่ที่ ๑๐ นั้นเป็นหมู่บ้านที่ติดกับแม่น้ำมูล ประกอบกับพื้นที่นั้นโดยมากจะเป็นที่ดินผสมทราย ซึ่งในทุก ๆ ปีในฤดูฝนเมื่อมีกระแสน้ำ หลากมาตามลำน้ำ ทำให้พื้นที่โดยเฉพาะจุดโค้งน้ำนั้นมักจะโดนน้ำกัดเซาะ ทำให้พี่น้อง ประชาชนต้องใช้เศษคอนกรีตมาถมตามตลิ่งเพื่อลดการกัดเซาะ ในบางจุดนั้นตลิ่งถูกน้ำ กัดเซาะกินเข้ามาในพื้นที่ถึง ๑๕ เมตรค่ะ โดยมีแนวพื้นที่เสียหายจากโรงเรียนบ้านบัลลังก์ ถึงวัดบ้านบัลลังก์ ประมาณ ๕๐๐ เมตร และจากวัดบ้านบัลลังก์ถึงเครื่องสูบน้ำตลอด แนวตลิ่ง ถูกนำส่งเข้ามาประมาณ ๔๐๐ เมตร โดยมีประชาชนที่ใช้บริการจากสถานที่ทั้ง ๒ ที่นี้มีทั้งประชาชนจากบ้านบัลลังก์และบ้านยางน้อย รวมแล้วมีกว่า ๒๗๐ หลังคาเรือน ดิฉันจึงขอหารือผ่านท่านประธานไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้เร่งสำรวจออกแบบ ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง พร้อมจัดสรรงบประมาณเพื่อลดความเดือดร้อนของพ่อแม่ พี่น้องประชาชนก่อนที่น้ำจะกัดเซาะไปถึงบ้านเรือนของราษฎร ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไป ท่านบุญเลิศ แสงพันธุ์ เชิญ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอ พระสมุทรเจดีย์ อำเภอพระประแดง เฉพาะตำบลบางจาก พรรคก้าวไกล วันนี้ผมมีเรื่อง ปรึกษาหารือท่านประธานหารือครับท่านประธาน ๕ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ในพื้นที่ซอยกระทิงแดง ในคลองบางปลากด ในซอยกระทิงแดง มีหมู่บ้านจัดสรร ๓๐ กว่าโครงการ ซึ่งในวันหยุดวันเสาร์ วันอาทิตย์ บ่อยครั้งน้ำจะไหลอ่อน ล่าช้านะครับ จึงฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การประปานครหลวง ไปช่วยดำเนินการอาจจะมี การเพิ่มแรงดันให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ในพื้นที่ หมู่ที่ ๑๑ ตำบล แหลมฟ้าผ่า ไม่มีน้ำประปาใช้นะครับ ทุกวันนี้ยังต้องใช้น้ำบาดาลอยู่นะครับ ก็เลยต้อง ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะหาแนวทางแก้ไขเพื่อพ่อแม่พี่น้องตำบลแหลมฟ้าผ่า หมู่ที่ ๑๑ จะได้มีน้ำประปาใช้🔗
เรื่องที่ ๓ ปัญหาน้ำไหลตกจากบนทางด่วนกาญจนาภิเษก สุขสวัสดิ์-บางพลี บริเวณหน้าอู่รถเมล์ ปอ ๑๓๘ ในเขตเทศบาลเมืองลัดหลวง อำเภอพระประแดง ท่านประธานครับ น้ำไหลตกจากบนทางด่วนมีความแรงค่อนข้างอันตราย โดยเฉพาะกับผู้ใช้ รถจักรยานยนต์ ผมจึงให้ท่านประธานช่วยสั่งการไปยังการทางพิเศษเร่งแก้ไขปัญหานี้ ก่อนฤดูฝนที่จะมาถึงด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ในวัดคู่สร้าง ตำบลในคลองบางปลากด ที่มีการสร้างอาคารสถาน โดยใช้งบประมาณจากภาษีประชาชน อันนี้ก็ตั้งหลายปีแล้วครับ แต่ปัจจุบันไม่ได้ใช้ ประโยชน์มีสภาพทรุดโทรม อยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางปรับปรุงแก้ไข ร่วมกันเพื่อสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง🔗
เรื่องที่ ๕ ท่าเรือเก่า สะพานข้ามป้อมผีเสื้อสมุทรจะแล้วเสร็จกี่โมงครับ เพราะผมได้มีการติดตาม กรมเจ้าท่าแจ้งว่า อบจ. ยังไม่ได้ส่งเอกสารครบ เมื่อไรจะ ส่งครบครับ🔗
เรื่องที่ ๖ ความเดือดร้อนของชุมชนบ้านเอื้ออาทร (หมอบาง) อาจจะ มีกระบวนการการทุจริตในบ้านเอื้ออาทร ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ด้วยครับ ถึงแม้ตอนนี้น้ำจะไหลแล้วแต่โครงสร้างภายในมีทั้งหนี้สิน ค่าน้ำ ค่าประปา ค่าขยะ ค่าบริหารงาน ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไป ท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ขอนำเรียนท่านประธานในเรื่องของปากท้องของพี่น้องเกษตรกรนะครับ โดยเฉพาะ ในเรื่องของราคาหมูตกต่ำ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการฟาร์มหมูขนาดเล็ก ในจังหวัดชุมพร แล้วเรื่องนี้เพื่อนสมาชิกหลายคนหลายท่าน โดยเฉพาะ ท่านดอกเตอร์ ปรเมษฐ์ จินา ได้หารือกับพ่อแม่พี่น้อง ได้หารือกับท่านประธานสภาในเรื่องของการแก้ไข ปัญหาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว เราพรรครวมไทยสร้างชาติตระหนักถึงความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการเลี้ยงหมู ตอนนี้ราคาหมูพี่น้องชาวเกษตรกร ต้องแบกภาระขาดทุนกิโลกรัมละ ๑๐ บาท ถึง ๒๐ บาท ในช่วงนี้หมูหน้าฟาร์มเหลือราคาแค่ ๕๘ บาท ๕๖ บาท อย่างนี้พี่น้องชาวเกษตรกรยืนไม่ได้ หรอกครับ เพราะฉะนั้นแล้วปัญหาดังกล่าวเป็นความซับซ้อน แล้วก็ปัญหาที่ต้องบูรณาการ ร่วมกันของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ ท่านควบคุมกันให้เต็มที่ในเรื่องของการที่นำหมูเถื่อนเข้ามา และแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ชาวเกษตรกรด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็เป็นเรื่องของการเพาะเลี้ยงอีกเหมือนกันนะครับ โดยเฉพาะราคา โคตกต่ำ เป็นราคาโคที่ตกต่ำมาเป็นปีแล้วครับ จากโคที่มีราคากิโลกรัมละ ๗๐-๘๐ บาท ตอนนี้ทำให้ราคานั้นตกต่ำเป็นอย่างมาก ทำให้พี่น้องที่ประกอบการเลี้ยงโคแบกภาระ ยังไม่กล้าขายกันและไม่มีผู้มาซื้อ เพราะฉะนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวง พาณิชย์เข้าไปดูแลควบคุมและแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องที่ประกอบการเรื่องของโคนมด้วย แล้วก็โคเนื้อ โคขุน ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านภิญโญ ท่าน สท. เทศบาลนาชะอัง เพราะฉะนั้นแล้วก็ความเดือดร้อนตรงนี้ผมเชื่อว่าไม่ได้เกิดแค่พี่น้องชาวจังหวัดชุมพร หรอกครับ แต่เป็นการเกิดขึ้นกับพี่น้องทั่วทั้งประเทศ เพราะผมนั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ ได้รับฟังในเรื่องของการร้องเรียนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชน🔗
เรื่องสุดท้าย ในเรื่องของพืชผลทางการเกษตร ตอนนี้ราคายางดีครับ แต่ในช่วงดีในราคายางที่ใบร่วงหมดแล้ว ทำให้พี่น้องสวนยางตัดไม่ได้ เพราะฉะนั้นแล้ว ราคาดี แต่ราคาพืชผลทางเกษตรอีกตัวหนึ่งที่เป็นปัจจัยทำให้การเลี้ยงปากเลี้ยงท้องพี่น้อง โดยเฉพาะพี่น้องผู้สูงอายุ ราคาหมากตกต่ำเป็นอย่างมาก ๒-๓ ปีที่ผ่านมาขายไม่ได้เลย จากราคากิโลกรัมละ ๗๐ บาท เหลือกิโลกรัมละ ๑๐ กว่าบาท ๒๐ บาท เพราะฉะนั้นตอนนี้ ไม่มีพ่อค้าที่จะซื้อ ก็ขอนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่าการที่หมากราคา ตกต่ำนั้นทำให้ผู้สูงอายุคนที่ดูแลครอบครัว คนที่ดูแลลูกหลานอยู่ที่บ้านขาดรายได้เป็น อย่างมาก ก็ขอนำเรียนท่านประธานครับถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดูแลเรื่องนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปท่านสุภาพร สลับศรี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน สุภาพร สลับศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร เขต ๑ พรรคไทยสร้างไทย ยโสธรเมืองบั้งไฟโก้ แตงโมหวาน หมอนขวานผ้าขิด แหล่งผลิต ข้าวหอมมะลิ และมีอาหารที่ขึ้นชื่อนั่นก็คือลาบยโส วันนี้ดิฉันมีข้อหารือนำเรียนผ่าน ท่านประธานสภา ๒ เรื่องด้วยกันนะคะ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องอาคารโรงอาหารของ โรงเรียนป่าติ้ววิทยาเก่าชำรุดทรุดโทรม โรงเรียนป่าติ้ววิทยาเป็นโรงเรียนประจำอำเภอ รองรับลูกหลานที่มาศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๖ ณ ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียน ประมาณ ๗๑๑ คน มีจำนวนบุคลากร ครู อาจารย์ ประมาณ ๔๖ ท่าน เดิมอาคารโรงอาหาร ปัจจุบันได้รับการก่อสร้างจากเงินบริจาคของพี่น้องประชาชน ปัจจุบันมีสภาพเก่าชำรุด ทรุดโทรมดังภาพประกอบค่ะ ของบประมาณทุกปีแต่ก็ตกทุกปี ทางคณะผู้บริหารของ โรงเรียน ขออนุญาตเอ่ยนามไม่เสียหาย ท่านพิสิฐ พรมโสภา และคณะพี่น้องชาวอำเภอ ป่าติ้วได้ร้องเรียนผ่านดิฉัน ขอความเมตตาจากรัฐบาล รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ โปรดสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างอาคารโรงอาหารดังกล่าวเพื่อให้ลูกหลานเรียนอย่าง ปลอดภัยและเรียนอย่างมีความสุข🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ดิฉันได้รับการประสานงานข้อร้องเรียนจากคณะกรรมการ หมู่บ้าน คณะกรรมการชุมชน ในพื้นที่จังหวัดยโสธร เรื่องขอความเมตตาจากรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย เรื่องขอค่าตอบแทนหรือค่าเบี้ยเลี้ยงในการ ปฏิบัติงาน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ คณะกรรมการหมู่บ้าน ๑ หมู่บ้านจะมีจำนวนประมาณ ๑๒ คน มีหน้าที่ให้คำปรึกษาช่วยเหลือแก่ผู้ใหญ่บ้าน ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของ ทางราชการ ร่วมทำแผนพัฒนาหมู่บ้านที่นายอำเภอและผู้ใหญ่บ้านมอบหมาย และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเปรียบเสมือนผู้ปิดทองหลังพระ มีบัตรประจำตัว มีเครื่องแต่งกาย ตามกฎหมาย แต่ไม่มีอย่างเดียวก็คือเงินเดือนและค่าตอบแทน ดังนั้นดิฉันจึงขอความเมตตาจากรัฐบาล จากท่านนายกรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย โปรดเมตตาพิจารณาให้ค่าตอบแทน ค่าเบี้ยเลี้ยง ในการปฏิบัติหน้าที่ให้คณะกรรมการหมู่บ้านและคณะกรรมการชุมชน กราบขอบคุณ ท่านประธานมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปิยะนุช ยินดีสุข เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปิยะนุช ยินดีสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากอำเภอประทาย อําเภอลําทะเมนชัย อำเภอเมืองยาง อำเภอโนนแดง จังหวัดนครราชสีมา เขต ๗ พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันมีเพียง ๓ ประเด็นที่จะหารือกับท่านประธานนะคะ ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียน จากท่านชยกฤต ยินดีสุข นายกเทศมนตรีตำบลหนองบัววงนะคะ เนื่องด้วยเมื่อปี ๒๕๖๕ อำเภอลําทะเมนชัย ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน MULAN และพายุ NORU ที่ทำให้เกิด ความเสียหายอย่างมากกับถนนเส้นนี้ดังที่เห็นในรูปค่ะ เมื่อน้ำมาน้ำจะท่วมตัดถนนขาด ถนนพังเสียหายค่ะ ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานไปยังกรมส่งเสริม ปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการ ก่อสร้างถนน คสล. จากข้างร้านกิจกลเฮงถึง ปตท. บ้านหนองบัวใหญ่ ตําบลขุย อําเภอ ลําทะเมนชัย ซึ่งทางท่านนายกเทศมนตรีเองได้ยื่นขอรับการสนับสนุนไปนานแล้ว แต่ยังไม่ เคยได้รับงบประมาณค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้ลงพื้นที่พร้อมท่านนายกจันทร์เพ็ญ ประสาททอง นายก อบต. กระทุ่มราย เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๖ ที่ผ่านมาเกิดเหตุด่วนอุทกภัยส่งผลให้ถนน เส้นนี้ บ้านสี่เหลี่ยม หมู่ที่ ๑ ตำบลกระทุ่มรายเชื่อมบ้านนางรำ หมู่ ๑ ตำบลนางรำ น้ำพัด ถนนขาดได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ประชาชนทั้ง ๒ ตำบลไม่สามารถสัญจรไปมาได้เลย ดิฉันจึงขอฝากกรมชลประทานให้เร่งจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสะพาน คสล. ที่จุดดังกล่าว เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ ตำบลอย่างเร่งด่วนที่สุดค่ะ🔗
เรื่องสุดท้าย จากภาพที่เห็นนี่คือลำห้วยดู่มีสภาพตื้นเขินมาก ประกอบกับ มีสิ่งกีดขวางการระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก ส่งผลทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมนะคะ บริเวณ ด้านท้ายของลำห้วยคือบริเวณโรงเรียนบ้านเขว้าวิทยาค่ะ เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของโรงเรียน และพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากค่ะ ดิฉันจึงขอฝากท่านประธาน ไปยังกรมชลประทานให้เร่งพิจารณาขุดลอกลำห้วยดู่จุดบ้านเขว้า หมู่ที่ ๓ ตำบลกระทุ่มราย อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต อำเภอถลาง ตำบลกะทู้ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวภูเก็ต มาปรึกษาหารือท่าน ประธาน ดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ถนน ๔๐๓๑ เส้นเทพกระษัตรี-ในยาง ตำบลสาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ตมืดมิดมาเป็น ๑๐ ปีแล้วครับ บริเวณนั้นเป็นชุมชนมีผู้สัญจรไปมาเป็น จำนวนมาก โดยเฉพาะปัจจุบันพี่น้องใช้เป็นทางเลี่ยงการจราจรติดขัดฝากไปยังกระทรวง คมนาคม เร่งติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างให้พี่น้องประชาชนเพื่อความปลอดภัยด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ น้ำประปาบริเวณ หมู่ที่ ๑ ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัด ภูเก็ต หมู่บ้านดวงกมลและหมู่บ้านบริเวณหลังโรงพยาบาลถลาง น้ำไม่ไหลต้องซื้อน้ำจาก รถน้ำใช้ครั้งละ ๓๐๐ บาท โดยต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่าเดือนละ ๑,๒๐๐ บาท สำหรับ การใช้น้ำอุปโภคบริโภค ฝากไปยังการประปาส่วนภูมิภาคและเทศบาลตำบลเทพกระษัตรี ร่วมกันดูแลประชาชนให้มีน้ำสะอาดใช้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ศาลเจ้าแม่หลักเมือง เมืองใหม่ปัจจุบันมืดมากครับ ไม่สวยงาม ฝากไปยังกระทรวงวัฒนธรรมติดตั้งไฟเพื่อความสวยงามและความยิ่งใหญ่ของศาลหลักเมือง จังหวัดภูเก็ตด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ผิวการจราจรบริเวณถนนเทพกระษัตรี ๔๐๒ จากศูนย์ย่อยมูลนิธิ กุศลธรรมเมืองใหม่ไปจนถึงสามแยกทางเข้าสนามบินนานาชาติภูเก็ต เวลาฝนตก ผิวการจราจรลื่นมาก ขอให้กระทรวงคมนาคมปรับปรุงซ่อมแซมให้แล้วเสร็จโดยไวด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๕ ถนนทางออกจากสนามบินนานาชาติ จังหวัดภูเก็ต ชั้น ๒ ฝั่งขาออก ฝั่งอาคารต่างประเทศสู่ถนนหลัก ปัจจุบันมีโครงการก่อสร้างค้างอยู่ ส่งผลให้มี รถที่ออกจากสนามบินต้องรอกลับรถจำนวนมาก จนการจราจรติดขัดไปอาคารภายใน ประเทศไม่สะดวก ฝากไปยังกระทรวงคมนาคม เร่งต่อขยายให้เสร็จสมบูรณ์ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านราชิต สุดพุ่ม🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายราชิต สุดพุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบด้วยเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ตำบลปากนคร ตำบลท่าไร่ ตำบลบางจาก และตำบลท่าเรือ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ที่ผ่านมา กระผมได้มีโอกาสได้ปรึกษาหารือกับท่านนายกบำรุง เลขจิตร นายก อบต. บางจาก ท่านจรัสศรี ฮั่นตระกูล นายก อบต. ท่าไร่ ท่านอนันต์ วัฒนะจำนงค์ รองนายก อบต. ท่าเรือ รวมทั้งสมาชิก อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้ง ๓ ตำบล และส่วนราชการที่รับผิดชอบครับ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครศรีธรรมราช โครงการส่งน้ำบำรุงรักษาปากพนังล่าง ในเรื่องโอกาสที่จะเกิดวิกฤติภัยแล้ง มาตรการป้องกันและแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ทั้ง ๓ ตำบลได้อย่างไร พื้นที่ทั้ง ๓ ตำบล ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนาข้าว สวนปาล์ม ปลูกส้มโอทับทิมสยามครับ แต่พื้นที่อยู่ติดกับชายทะเล เมื่อถึงฤดูแล้งน้ำเค็ม จะหนุนสูงรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่เพาะปลูก ทำไมพืชผลพี่น้องเกษตรกรเสียหาย ดังนั้นมีมติที่จะ ทำร่วมกันดังนี้ครับ🔗
ประการที่ ๑ เร่งปิดประตูระบายน้ำ ท่อระบายน้ำที่สำคัญ ๔ จุด ได้แก่ ท่อระบายน้ำบางพุทรา ท่อระบายน้ำบางใหญ่ ท่อระบายน้ำบางหลวง และท่อระบายน้ำ แพรกน้ำเค็ม โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครศรีธรรมราช เป็นผู้รับผิดชอบ🔗
ประการที่ ๒ ให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครศรีธรรมราชได้สำรวจและ ซ่อมแซมประตูระบายน้ำที่เหลือทั้งหมด🔗
ประการที่ ๓ ให้สำนักงานชลประทานที่ ๑๕ ทำการขุดลอกและกำจัดวัชพืช ในคูคลองซึ่งมีจำนวนมาก ให้พี่น้องเกษตรกรได้ใช้น้ำอุปโภคในฤดูแล้งนี้ จึงเรียนมายัง ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมชลประทาน สำนักชลประทานที่ ๑๕ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครศรีธรรมราช โครงการส่งน้ำและ บำรุงรักษาปากพนังล่าง ได้กำชับติดตามแก้ปัญหาตามมติที่ประชุมร่วมกันเพื่อแก้ปัญหา ให้กับเกษตรกรและพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพรเทพ ศิริโรจนกุล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพรเทพ ศิริโรจนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๖ พรรคเพื่อไทย ได้แก่ อำเภอบ้านเหลื่อม อำเภอขามสะแกแสง อำเภอพระทองคำ และอำเภอคง วันนี้ผมขอเป็นตัวแทนท่าน สส. พรรคเพื่อไทยโคราชทั้ง ๑๒ ท่าน ในฐานะ สอบเขตในพื้นที่นะครับ เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ที่ผ่านมาทาง AIPH ได้ประกาศให้ประเทศไทย ได้รับสิทธิการเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก “โคราช เอ็กซ์โป 2029” ขนาด A1 ซึ่งจะจัดที่โคกหนองรังกา ตำบลเทพาลัย อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมานะครับ จัดขึ้น ระหว่างวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๗๒ ถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๗๓ ระยะเวลากว่า ๑๑๐ วัน บนพื้นที่กว่า ๖๗๘ ไร่ ซึ่งวันนี้ผมเองก็ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พี่น้อง ประชาชน คนไทยทุกคนที่ได้ร่วมมือร่วมแรงร่วมใจ Present งาน จัดงาน เตรียมงาน จนพวกเราได้รับข่าวดีกันในวันนี้นะครับ ผมเชื่อว่านี่จะเป็นข่าวดีที่ไม่ใช่เฉพาะพี่น้อง ชาวโคราชที่ดีใจ แต่จะเป็นพี่น้องคนไทยทั้งประเทศที่จะได้เป็นเจ้าภาพจัดงานที่ยิ่งใหญ่ ในครั้งนี้นะครับ เพราะจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยและยังเป็นการส่งเสริม ให้เกิดการท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย ซึ่งเป้าหมายของการจัดงาน ในครั้งนี้ก็คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมงานกว่า ๔ ล้านคน และทำให้ เงินสะพัดกว่า ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเพิ่มมูลค่า GDP ให้กับประเทศไทยสูงถึง ๙,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ สร้างงานมากกว่า ๓๖,๐๐๐ อัตรา ท่านประธานครับ ๕ ปีข้างหน้าจากนี้ ดูเหมือนจะนาน แต่มันไม่นานเลยครับ พวกเราต้องเตรียมความพร้อมในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นระบบขนส่ง การเดินทาง ระบบสาธารณูปโภค สาธารณสุข ความปลอดภัย และด้านอื่น ๆ อีกหลายด้านเลยครับ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามา อย่างมากมาย ผมจึงขอฝากไปยังท่านเศรษฐา ทวีสิน ท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ทุกท่านนะครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ช่วยกันพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อรองรับมหกรรม พืชสวนโลกที่จะจัดขึ้นที่อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมาของเราครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอวยพรศรี เชาวลิต เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อวยพรศรี เชาวลิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต ๙ พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ วันนี้ดิฉันมีข้อหารือกับท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นเรื่องความเดือดร้อนของคุณครูและนักเรียนในโรงเรียนวัดใหม่ ไทยเจริญ อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราชค่ะ โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพ มีการเรียนการสอนฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ตั้งแต่ ระดับชั้นเตรียมอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ในปัจจุบันมีนักเรียนในโรงเรียนกว่า ๖๐๐ คน และมีแนวโน้มที่จะมีนักเรียนเพิ่มขึ้นในปีการศึกษาต่อไป แต่ดิฉันได้รับข้อร้องเรียน จากพ่อแม่ผู้ปกครอง และผู้อำนวยการโรงเรียนวัดใหม่ไทยเจริญว่าตั้งแต่ ปี ๒๕๖๓ ทางโรงเรียนจำเป็นต้องปิดใช้อาคารเรียนไป ๑ หลัง เนื่องจากอาคารดังกล่าว เป็นอาคาร เรียน ๒ ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ มีสภาพเก่าและทรุดโทรม🔗
ดังในภาพที่สไลด์ค่ะ ท่านประธาน ดิฉันเกรงว่าเสี่ยงในการทรุดตัวและร่วงหล่นลงมาทับนักเรียนและคุณครูได้ จึงย้ายเด็กนักเรียนมาทำการเรียนการสอนเพียงตึกเดียว ซึ่งมีห้องเรียนที่เป็นสภาพแออัด ท่านประธานคะ ที่ผ่านมาทางโรงเรียนได้เสนอโครงการของบประมาณไปยังต้นสังกัด ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๕ และขอต่อเนื่องมาทุกปี แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด และเกรงว่า การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะล่าช้า เพราะในปีการศึกษาหน้าจากจำนวนนักเรียนที่มาสมัคร เพิ่มมากขึ้น คาดว่าจะต้องอาศัยโรงธรรมของวัดเป็นห้องเรียนชั่วคราว เพราะมีห้องเรียน ที่ไม่เพียงพอ🔗
สุดท้ายนี้ ดิฉันขอฝากไปยังกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งจัดสรรงบประมาณ สำหรับอาคารเรียนหลังใหม่ให้กับเด็กนักเรียน เพื่อสนับสนุนให้ นักเรียนได้เรียนโรงเรียนดีที่มีคุณภาพใกล้บ้าน ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และลดความ เหลื่อมล้ำในการศึกษา ไม่ต้องเดินทางไกลไปเรียนในตัวจังหวัดหลายกิโลเมตร ท่านประธานคะ ดิฉันหวังว่าเสียงของดิฉันที่หารือในวันนี้ ดังไปถึงกระทรวงศึกษาธิการนะคะ ขอขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไป ท่านอนุรัตน์ ตันบรรจง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผม อนุรัตน์ ตันบรรจง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๒ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ขอหารือ กับท่านประธาน ๓ เรื่อง ครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือผมได้รับการร้องเรียนจากพ่อแม่พี่น้องในตําบลภูซาง อําเภอภูซาง เกี่ยวกับถนนสาย ทล.๑๐๙๓ ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่มีด่านติดกับ สปป. ลาว คือด่านบ้านฮวก และในด่านบ้านฮวกนั้น พอเราขับรถลงมาครับท่านประธาน เราจะเจอ น้ำตกภูซาง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดพะเยาเป็นแหล่งน้ำตกน้ำอุ่นแห่งแรก และแห่งเดียวของจังหวัดพะเยา ปัจจุบันมีรถขนหินที่ใช้ในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง เป็นจำนวนมาก ผ่านด่านและผ่านอุทยานแห่งชาติภูซาง และหินนั้นได้ตกบนถนน ทำให้ พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนนั้น เกิดความเดือดร้อนอย่างยิ่งครับท่านประธาน ซึ่งงบประมาณในการบำรุงซ่อมทางของถนนสาย ๑๐๙๓ นั้น งบประมาณ ๕ ปีนี้จะต้องใช้ งบประมาณในการซ่อมสร้างกว่า ๑๐๐ ล้านบาท ผมอยากจะหารือกับท่านประธานว่าการที่ ปล่อยให้รถบรรทุกหนักผ่านด่านมา ผ่านอุทยานแห่งชาติ ผ่านน้ำตกภูซาง ซึ่งมีความสูงของ ชั้นหินปูนนี้กว่า ๒๕ เมตร อาจจะเกิดการถล่มได้ในอนาคตครับท่านประธาน จึงอยากขอให้ กระทรวงคมนาคม ได้พิจารณาหาเส้นทางเลี่ยงเมือง เพื่อไม่ให้ผ่านกรมอุทยานแห่งชาติ ภูซางครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมขอปรึกษาเรื่องของกางเกงครับ ซึ่งเป็นกางเกงลายช้าง ซึ่งปัจจุบันนี้ รัฐบาลได้สนับสนุนเกี่ยวกับสินค้า Soft Power แต่ปัจจุบันนี้กางเกงลายช้างนั้น ได้ถูกผลิตจากแหล่งผลิตเป็นแหล่งผลิตจากประเทศที่เป็นยักษ์ใหญ่ อยากจะให้กระทรวง พาณิชย์นั้น ได้ทบทวนและอยากให้สินค้าที่เป็นกางเกงลายช้างเราเป็น Soft Power ที่ผลิตในประเทศไทย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายสามารถ เอมแสง นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลเนินศาลา ให้ช่วยประสานงานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗
จากเดิมที่ชลประทานได้เคย สร้างท่อสูบน้ำมาจากเขื่อนวังร่มเกล้า แต่ยังไม่ครอบคลุมทั้ง ๔ หมู่บ้าน มี ๔ หมู่บ้าน บ้านเนินศาลา บ้านท่ารวก บ้านเนินไร่ และบ้านเขาถ้ำพระ จำนวน ๔๐๐ ครัวเรือน หรือ ๑,๒๐๐ คน มีพื้นที่ประมาณ ๒๑,๐๘๖ ไร่ พี่น้องในตำบลส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ เกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ โดยอาศัยแหล่งน้ำจากเขื่อนวังร่มเกล้าช่วยให้ทำการเกษตรได้ ทุกภาคส่วน ในตำบลเนินศาลาต่างเห็นพร้องกันให้ชลประทานจังหวัดนครสวรรค์สนับสนุน วางท่อส่งน้ำระยะทาง ๒,๐๓๐ เมตร เพื่อจัดสรรน้ำจากเขื่อนวังร่มเกล้าให้กับพี่น้อง ประชาชนได้มีน้ำทำนา ทำไร่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการประสานงานจาก ร้อยตำรวจตรี ดอกเตอร์วิรัช โตอิ้ม นายกเทศมนตรีตำบลท่าน้ำอ้อยม่วงหัก ได้ประสานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ ผู้รับผิดชอบหลักถนนเลียบคลองส่งน้ำชลประทานของบ้านเหล็ก หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ ตำบลม่วงหักให้ดำเนินการก่อสร้างถนนที่ได้มาตรฐานตามคำร้องจากประชาชนในพื้นที่ ไม่ได้รับความสะดวกในการขนส่งพืชผลทางการเกษตรและการสัญจรไปมา โดยเฉพาะในช่วง ฤดูฝนจะมีสภาพเป็นหลุมบ่อ ทำให้เกิดความเดือดร้อนไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างถาวร เทศบาลตำบลท่าน้ำอ้อยม่วงหัก จึงขอความอนุเคราะห์ ประสานโครงการส่งน้ำบำรุงรักษามโนรมย์ให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนต่อไปด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิคม บุญวิเศษ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมขอนำเรื่องเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้ลงพื้นที่รับเรื่องราว ร้องทุกข์จากนายก อบต. และราษฎรตำบลหนองใหญ่ อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด เรื่องขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร เนื่องจากลำห้วยสมสนุกเก็บกักน้ำ ไม่เต็มประสิทธิภาพ เพราะมีสภาพตื้นเขิน ทำให้ปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการเกษตรในพื้นที่ อีกทั้งปริมาณน้ำที่สะสมนั้นเป็นช่วงหน้าแล้ง น้ำแห้งท่านประธานครับ อีกทั้งมีสะพาน ที่คับแคบการสัญจรถนนชำรุด แล้วก็ในเวลากลางคืนไม่มีแสงสว่าง ทำให้เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง จึงขอหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการขุดลอก ลำห้วยสมสนุก และขยายสะพานติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องทุกข์จากนายสมศักดิ์ รันทอง และชาวบ้าน เกษตรกรบ้านดอนหวาย หมู่ที่ ๑๗ ตำบลดงลิง อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ เรื่องต้อง แบกรับภาระดอกเบี้ยธนาคาร ธ.ก.ส. ซึ่งเป็นธนาคารของรัฐนะครับท่านประธาน ผู้กู้รายใหม่ ธนาคาร ธ.ก.ส. นี้ อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ให้ดอกเบี้ยร้อยละ ๙.๒๒๕ ต่อปี ซึ่งเป็นดอกเบี้ยที่สูงกว่าธนาคารทั่ว ๆ ไป โดยธนาคารแจ้งว่าผู้กู้รายใหม่มีความเสี่ยงนะครับ แล้วค่อย ๆ ลดดอกเบี้ยลงไป ร้อยละ ๐.๗ ต่อปี ๔ ปี ต้องแบกรับดอกเบี้ยที่สูง พอ ๔ ปีแล้ว ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ ๖.๙๗๕ ต่อปี ฉะนั้นธนาคาร ธ.ก.ส. เป็นธนาคารของรัฐที่ช่วยเหลือ เกษตรกรอยู่แล้ว ทำไมต้องมาเก็บดอกเบี้ยในราคาที่สูง ไม่ใช่เพียง ธ.ก.ส. ครับท่านประธาน ธนาคารทั่วไปเช่นกันครับ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้มันห่างกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากมาก จึงฝากไป ยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยลดดอกเบี้ยให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทรงยศ รามสูต เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ อยากจะให้มี การปรับหลักเกณฑ์ของโรงเรียนในพื้นที่ลักษณะพิเศษที่เราเน้นเฉพาะพื้นที่ทุรกันดาร น่าจะมีโอกาสปรับปรุงให้โรงเรียนที่เขามีความโดดเด่นในบางเรื่อง จากนโยบายของรัฐที่ให้โรงเรียนมัธยมไปนิเทศงานดึงเด็กเข้ามา แล้วก็มีเรือนพักนอนให้เด็ก เข้ามา แล้วก็อุดหนุนค่าใช้จ่ายวันละ ๖๐ บาท เดือนละ ๙,๖๐๐ บาท โรงเรียนในพื้นราบ หลาย ๆ ที่ก็ไปดึงมา ปรากฏว่าปีที่แล้วกระทรวงศึกษาธิการมีแนวนโยบายให้เฉพาะโรงเรียน ในพื้นที่ทุรกันดาร โรงเรียนบนดอย โรงเรียนในพื้นราบเขาก็เสียโอกาส สมัยประชุมที่แล้ว ผมก็หารือไปทีหนึ่งแล้วแต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ กระทรวงศึกษาธิการตัดงบตรงนี้ อย่างปี ที่แล้วโรงเรียนน่านประชาอุทิศก็มีนักเรียน ม. ๔ ๕๙ คน โดนตัดหมดเลย ม. ๕ ๒๘ คน ม. ๖ ๓๖ คน ต้องเอา ๒ ม. นี้มาดูแล ม. ๔ นะครับ แล้วก็ชาวบ้าน หลวงพ่อช่วยกัน พอปีหน้าตัด ม. ๔ ม. ๕ จะไม่ได้แล้ว จะเหลือแต่ ม. ๖ ๒๘ คนจะมาดูแล เพราะฉะนั้น ผมก็อยากจะฝากให้ปรับหลักเกณฑ์ตรงนี้ครับ ไม่อย่างนั้นโรงเรียน ๑,๐๐๐ กว่าโรงโดนตัด หรืออาจจะให้มีคณะกรรมการมาพิจารณาดูแลได้ โดยเฉพาะโรงเรียนน่านประชาอุทิศ อยากให้ดูเรื่องผลสัมฤทธิ์ เด็กที่จบออกไปเข้ามหาวิทยาลัยได้ส่วนใหญ่ ได้เป็นอาจารย์ ในมหาวิทยาลัย แล้วก็มีหลาย ๆ พื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนนี้มีทักษะด้านการกีฬา โดยเฉพาะฟลอร์บอลได้ Champ ระดับเอเชีย ระดับประเทศก็ได้รอง Champ โลกทั้งชาย ทั้งหญิง ไม่ว่าจะเป็นสวีเดน เช็ก ฟินแลนด์หลายประเทศ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้รัฐ ได้พิจารณา เพราะเด็กเขาอยากจะมาเรียนที่นี่เพราะว่าเป็นโครงการช้างเผือกเขาจะได้ เข้ามหาวิทยาลัยต่อได้ เพราะฉะนั้นถ้ารัฐได้มีการปรับปรุง อาจจะไม่ต้องสนับสนุนทั้ง ๑,๐๐๐ โรงก็ได้ แต่โรงไหนที่มีความโดดเด่นน่าจะมีการดูแล เพราะฉะนั้นอยากให้มีการปรับ หลักเกณฑ์ อย่าให้มีการตัดอนาคตของเด็กเพื่อความสะดวกของรัฐ ฉะนั้นผมอยากจะให้ทาง กระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาปรับหลักเกณฑ์ของโรงเรียนที่จะมีโอกาสได้โควตาของ โรงเรียนพักนอน เด็กเขาอยู่ที่ไหนเขาน่าจะเขียนได้ในโรงเรียนที่ดี ที่เขาพร้อมนะครับ ฝากรัฐไปพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านวรวิทย์ บารู เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ เขต ๑ จังหวัดปัตตานีครับ ช่วงนี้เป็นการเดินทาง โดยเครื่องบินในราคาสูงมาก ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องที่ใช้การโดยสารโดยรถไฟครับ🔗
เนื่องจากว่าหลักเกณฑ์ของ การเปลี่ยนตั๋วเดินทางมันเพิ่มขึ้นจากเดิมสูงมากเลยทีเดียว ทำให้เกิดความเดือดร้อน เพราะว่าการเดินทางบางครั้งมันจำเป็นต้องมีการเลื่อนการเดินทาง พอเลื่อนการเดินทาง ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้น อย่าลืมว่าการเดินทางโดยรถไฟนี้เป็นการเดินทางของพี่น้อง ประชาชนที่หาเช้ากินค่ำ แล้วนอกจากนั้นได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่า ทางใต้อยากจะให้มีรถไฟที่มีความสะอาด รวดเร็ว ตรงเวลา เช่น ขบวนรถไฟที่ ๓๓ และ ๓๒ นอกจากนั้นฝากท่านรัฐมนตรีว่าควรที่จะเพิ่มรถไฟขบวนที่เรียกว่า ทักษิณารัถย์ เพิ่มขึ้นไปอีกเพราะว่าให้ประโยชน์มาก ๆ ในช่วงที่การเดินทางโดยเครื่องบินราคาสูงมาก ผู้คนก็หันมาใช้การเดินทางโดยรถไฟ ทั้ง ๒ เรื่อง คือหลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าการเปลี่ยน ตั๋วเดินทาง ค่าซื้อตั๋ว ถ้าหากมีการแลกเปลี่ยนมันสูงขึ้นนั้นอยากจะให้ลดลง และอันที่ ๒ ก็คืออยากให้เพิ่มขบวนรถทักษิณารัถย์ไม่เพียงแค่หาดใหญ่เท่านั้น น่าที่จะเพิ่มไปถึง สุไหงโก-ลก เพราะว่าการเดินทางถ้าข้างบนจากหาดใหญ่ขึ้นมารถไฟขนสินค้า แต่ถ้าหากว่า จากหาดใหญ่ลงไป ๓ จังหวัดก็จะเป็นการเดินทางที่พี่น้องประชาชนใช้การเดินทางรถไฟ ซึ่งจะมีมาก นอกจากนั้นถ้าเราดูแล้วที่ปิดเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อระหว่างมาเลเซียกับไทย ที่สุไหงโก-ลก น่าที่จะพิจารณาหาทางเปิดเพื่อให้วงจรการท่องเที่ยวตามที่นายกรัฐมนตรี ต้องการในการ Boom การท่องเที่ยวแถวนั้นให้เพิ่มขึ้นก็น่าจะพิจารณาด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวบ้านห้วยทราย ตำบลนาแขม อำเภอเมือง จังหวัดเลยครับ โดยเฉพาะพี่น้องชาวบ้านห้วยทรายทั้ง ๓ หมู่ คือหมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๙ ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากกรณีของน้ำอุปโภคและบริโภค ขาดแคลน โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้งน้ำไม่มีเลยครับ ต้องไปอาศัยองค์การบริหารส่วนตำบล นาแขม นำรถน้ำมาส่งหรือปกครองของอำเภอเมืองเลยเอารถน้ำมาส่งให้กับพี่น้องประชาชน ได้ใช้ประโยชน์ ตรงนี้เป็นความเดือดร้อนที่แสนสาหัสจริง ๆ ครับมีความจำเป็นต้องขอให้ ท่านประธานได้ประสานไปยังในส่วนของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ช่วยกรุณาจัดส่งหน่วยขุดเจาะบาดาลไปช่วยพี่น้องชาวบ้าน ห้วยทราย ตำบลนาแขมด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของถนนเพื่อการเกษตร สายจากบ้านส้าน ตำบลน้ำหมาน อำเภอเมือง จังหวัดเลย ไปบ้านตูบโกบ ตำบลกกดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเลย ซึ่งเป็นถนน เพื่อการเกษตร แล้วก็เป็นถนนเชื่อมระหว่างตำบล ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่า สภาพปัจจุบันเป็นถนนลูกรัง แล้วถ้าหากมีช่วงน้ำ ช่วงฤดูฝนก็จะเกิดปัญหาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะบริเวณที่มีห้วยไหลผ่านถนนก็จะขาด จึงขอความกรุณาท่านประธานได้ประสาน ไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้กรุณาจัดสรรงบเงินอุดหนุน เฉพาะกิจให้กับ อบต. กกดู่ ในการสร้างท่อซีเมนต์ แล้วก็ทำสะพานข้ามลำห้วย แล้วก็จัดสรร งบประมาณให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำหมานในการสร้างถนนคอนกรีต เพื่อให้พี่น้อง ประชาชนทั้ง ๒ ตำบล ได้สัญจรได้อย่างสะดวกครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล จากพี่น้องชาวเขตบางบอน เขตบางขุนเทียนครับ วันนี้ จะขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกัน เป็นเรื่องใหญ่ ๆ ที่พี่น้องประชาชนเฝ้าติดตามอยู่ นะครับ🔗
เรื่องแรก ถนนพระราม ๒ หลังจากทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ได้ลงพื้นที่ไปก็มีการเร่งดำเนินการครับ แต่เป็นการเร่งดำเนินการในวันที่ ท่านรัฐมนตรีไป และหลังจากท่านรัฐมนตรีกลับก็ยังไม่ได้มีการเร่งแต่ประการใด และคาดว่า ถ้าเกิดปล่อยไว้อย่างนี้ ท่านรัฐมนตรีจะผิดคำพูดกับพี่น้องประชาชนว่าจะเสร็จภายในสิ้นปี แล้วอีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของ Plant ปูน ที่เป็น Plant ปูนที่จะใช้ซีเมนต์ของโครงการถนน พระราม ๒ ทั้งหมด วันนี้ยังส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน เมื่อเกิดการเร่งโครงการขึ้นมา ทำให้อัตรารถขนส่งอิฐ หิน ปูน ทราย ที่ผ่านเข้าทางชุมชนนั้นเป็นวิกฤติอย่างหนักของพี่น้อง ประชาชน อยากให้ได้คำนึงถึงเรื่องนี้ด้วยนะครับ นี่คือเรื่องที่ ๑ ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ โรงพยาบาลผู้สูงอายุเป็นโรงพยาบาลในสังกัดของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ แต่วันนี้มีปัญหาในหลาย ๆ ด้านด้วยกัน ไม่ว่าในด้านของ ผู้ที่ไปใช้บริการ เนื่องจากว่ากฎเกณฑ์ หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ต้องไปหน่วยบริการทางการแพทย์ ปฐมภูมิก่อน ก็คือต้องไปรักษาที่อนามัยก่อน แล้วก็ส่งตัวมาที่โรงพยาบาลผู้สูงอายุ ซึ่งทำให้ พี่น้องประชาชนที่ต้องไปใช้บริการนั้นยากลำบาก เพราะต้องออกไปถึงปากซอยก่อน เพื่อไป คลินิกแล้วก็ได้รับไปส่งตัว แล้วกลับเข้ามาในซอยเพื่อจะเข้ามาโรงพยาบาลผู้สูงอายุ ซึ่งมันทับซ้อนกับพี่น้องประชาชนที่ใช้บริการ ส่วนผู้ให้บริการมีวิกฤตก็คือ เรื่องของกรอบ กฎหมายต่าง ๆ ที่ไม่สามารถจ้างบุคลากรเพิ่มได้ หรืออัตราค่าจ้างไม่สามารถจ้างบุคลากร ที่มั่นคงได้ เพราะฉะนั้นคนที่เข้ามา เข้ามาแล้วก็ออกไป เพราะฉะนั้นเรื่องนี้กรุงเทพมหานคร ควรหันมาใส่ใจและแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนครับ🔗
เรื่องสุดท้าย เรื่องปัญหาคนงานอิตาเลียนไทยครับ คนงานที่จังหวัดสระบุรี ๒,๓๓๘ คน กรุงเทพมหานคร ๑,๐๐๐ คน จังหวัดปทุมธานี ๒๕๘ คน และจังหวัดระยอง ๑,๐๕๐ คน รวมทั้งสิ้น ๔,๖๔๖ คน กำลังรอเงินช่วยเหลืออยู่นะครับ เพราะเขาทำงานแล้ว ไม่ได้ค่าแรง อยากให้เข้าไปช่วยบริหารจัดการ และกระทรวงแรงงานช่วยติดตามประเด็นนี้ อย่างเร่งด่วนให้จ่ายค่าแรงภายในสิ้นเดือนนี้ให้ได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอับดุลอายี สาแม็ง เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชาติ เขต ๓ จังหวัดยะลา อำเภอกรงปินัง อำเภอบันนังสตา อำเภอธารโต และอำเภอเบตง ผมจะหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ🔗
เนื่องจากว่าอีก ๒ เดือนข้างหน้า ทางรัฐบาลก็จะมีการประกาศเป็น One Map ในเขตพื้นที่ป่าหลาย ๆ ชนิดมารวมเป็นหนึ่ง เดียว ผมจะหารือในเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องเดิมก็คือตั้งแต่ ปี ๒๔๙๙ ก็มีการย้ายคนจาก ป่าฮาลาบาลา ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัย ๓ หมู่บ้าน หมู่บ้านระแงะ หมู่บ้านฮาวุส หมู่บ้านมาแฮ ซึ่งขึ้นอยู่กับตำบลฮาลา ตอนนั้นตำบลฮาลาก็ขึ้นกับตำบลยะรม ก็มีการย้ายคนประมาณสัก ๔๐๐ คน ไปอยู่ตามเขตของริมถนนแถว กม.๓๘ กม.๓๖ และ กม.๓๒ กม.๒๗ แล้วก็ บอกว่ามีการย้ายพื้นที่ตรงนี้ เนื่องจากว่าจะมีการปราบปรามคอมมิวนิสต์ในเขตของ ป่าฮาลาบาลาเดิม เมื่อมีการปราบคอมมิวนิสต์เสร็จก็จะย้ายคนพวกนี้กลับไปที่เดิม สรุปว่า จนถึงวันนี้ยังไม่มีโอกาสได้ย้ายกลับไปถิ่นฐาน แถมยังมีการประกาศเป็นเขตป่า ซึ่งชาวบ้าน ก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปอยู่ในพื้นที่ ก็อยากจะให้ท่านประธานประสานไปหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องนะครับ อยากจะให้คนเหล่านี้กลับไปที่ทำกินเดิมก็คือในเขตป่าฮาลาบาลา นั่นเรื่องที่ ๑ นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากว่าในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีเหตุการณ์ ใช้กฎหมาย กฎกระทรวงหลาย ๆ อย่าง มีปัญหากับคน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้🔗
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการบรรจุแก๊สหุงต้มของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการที่จะใช้ถังหลาย ๆ ประเภทเพื่อป้องกันความมั่นคง การดำเนินการปราบปรามของทาง ราชการ ก็มีการที่จะปรับปรุงแก้ไขถังเหล็กให้มันเป็นถังพลาสติก ซึ่ง ณ ขณะนี้ก็มีปัญหา เป็นอย่างมาก ในการดูแลเรื่องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนน้อยมาก อยากจะฝาก ให้ท่านประธานช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะทำงานพัฒนาระบบบันทึกคำพยาน ด้วยภาพและเสียงในห้องพิจารณาคดี จากสำนักงานศาลยุติธรรม สภาผู้แทนราษฎรยินดี ต้อนรับนะครับ ต่อไปท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๕ พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันได้รับการประสานงานจาก นางสกีนา ปาทาน นายกองค์การ ส่วนตำบลซับสมอทอด อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ ขอความอนุเคราะห์ ท่านประธานช่วยแจ้งให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้โปรด จัดสรรงบประมาณเพื่อการซ่อมแซมถนน ๒ เส้น ดังนี้นะคะ🔗
เนื่องจากเป็นภารกิจที่เกินศักยภาพของ อบต. ซับสมอทอด ที่ไม่สามารถ จะหางบประมาณมาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในการใช้เส้นทาง ๒ เส้นทาง ดังกล่าวนี้ เพื่อทำกิจกรรมไปมาหาสู่ และโดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่จะใช้เส้นทางไปโรงเรียน เพราะมันเป็นเส้นทางซึ่งเป็นสายในของหมู่บ้าน เราไม่ต้องการขึ้นถนนสายใหญ่ เป็นอันตราย เป็นอย่างยิ่ง ๒ เส้นทางที่ว่านี้คือรหัส พช-ถ.๔๐-๐๐๒ สายหินดาดน้อยถึงบ้านซับตะเคียน ที่หมู่ ๖ บ้านหินดาดน้อย ตำบลซับสมอทอด ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร อีกเส้นหนึ่ง พช-ถ.๔๐-๐๐๓ สายซับสาริกาถึงซับตะเคียน หมู่ ๘ บ้านซับตะเคียน ตำบลซับสมอทอด ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตรเศษเช่นกัน ก็ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาเป็นการเร่งด่วนหน่อยค่ะ เพราะว่าเท่าที่ดูกรมส่งเสริมเอง สนับสนุนงบประมาณไปที่ท้องถิ่นไม่ค่อยพอกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน🔗
ดิฉันขอประชาสัมพันธ์นิดหนึ่งนะคะ เนื่องจากในวันที่ ๒๐ มีนาคม เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ดิฉันในนามของรักษาการประธานชมรมสมาชิกรัฐสภาสตรีไทย เราจะมี การคัดเลือกคณะผู้บริหารในวันเวลาดังกล่าว ก็ขอเรียนเชิญสมาชิกสตรีจากทั้ง สส. และ สว. ๑๐๐ กว่าชีวิต ในการที่จะไปช่วยกันบริหารองค์กรผู้หญิงของเราที่ทำงานในรัฐสภาแห่งนี้ ในวันที่กล่าวมาข้างต้น หนังสือเชิญออกให้แล้ว วันที่ ๒๐ เดือนนี้ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ที่ชั้น B1 เขต ๑ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปรเมษฐ์ จินา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๕ สส. นักพัฒนาแบบการมีส่วนร่วม ก็มีข้อเสนอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนะครับ🔗
เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนและมีหนังสือเอกสารต่าง ๆ จากชมรม นักวิชาการสาธารณสุขแห่งประเทศไทย โดยคุณริซกี สาร๊ะ เลขาธิการชมรม เขาอยากจะให้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย สืบเนื่องจากว่า ณ ปัจจุบันโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลส่วนหนึ่ง ๑ ใน ๓ ของจำนวนทั้งหมดก็ถ่ายโอน ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด แต่ว่าในส่วนของนักวิชาการสาธารณสุข เขามี พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๕๖ ปัจจุบันก็เข้าปีที่ ๑๑ แต่ว่าในเรื่อง ของกระบวนการดำเนินงานค่อนข้างที่จะล่าช้า ในการปรับเปลี่ยนจากตำแหน่งนักวิชาการ สาธารณสุข เป็นนักสาธารณสุข ซึ่งผลที่ตามมาก็คือในเรื่องของความก้าวหน้า แล้วก็ในเรื่อง ของสิทธิ แล้วก็ในเรื่องของค่าตอบแทนต่าง ๆ อันนี้ก็ขอนำเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย ช่วยดูแลแล้วก็ติดตามความก้าวหน้าตรงนี้ ให้ทันเหตุการณ์ด้วยนะครับ แล้วก็อีกส่วนหนึ่งที่เขาฝากมาก็คงจะเป็นเรื่องของการปรับเข้าสู่ ตำแหน่งระดับชำนาญการพิเศษ ซึ่งก็จะมี ๒ แนวทาง แนวทางแรกก็เป็นแบบปกติตาม สายงาน แนวทางที่ ๒ ก็คือการทำผลงานทางวิชาการ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ทาง กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็กระทรวงมหาดไทยช่วยดูแลตรงนี้ให้ด้วย เป็นปีที่ ๑๑ แล้วครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คงจะเป็นเรื่องที่เป็นมหากาพย์เช่นกัน เรื่องของถนนสาย ๔๑๕ จากบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานีถึงจังหวัดพังงาพบว่า มีการก่อสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ชาวบ้านเดือดร้อน เนื่องจากว่าเขาขยายจาก ๒ ช่องทางเป็น ๔ ช่องทาง แล้วก็ ตรงกลาง ก็ขูดออก และข้าง ๆ ก็ไปเปิดใหม่ ทีนี้ชาวบ้านแล้วก็หน่วยงานที่อยู่ ๒ ข้างทาง เขาก็ เดือดร้อนนะครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ทางกรมทางหลวงช่วยเร่งรัด ดำเนินการตรงนี้ให้ด้วย คนที่ไม่อยู่ในพื้นที่ก็อาจจะไม่รู้ เหมือนเป็นข้าราชการเช้า เย็น จะต้องใช้ทางเข้าบ้านเข้าที่ทำงาน แล้วก็ในวันพรุ่งนี้ก็ขอให้ทางกรมทางหลวงแจ้งหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบถนนสาย ๔๑๕ ช่วงดังกล่าว ให้ไปประชุมที่เทศบาลตำบล คลองชะอุ่น เพื่อหาทางออกร่วมกัน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอิทธิพล ชลธราศิริ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อิทธิพล ชลธราศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานดังนี้ครับ ขอสไลด์ขึ้นเลยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผู้อำนวยการโรงเรียนและ คณะครูโรงเรียนบ้านบึงเนียมบึงใคร่นุ่นท่าหิน ตำบลบึงเนียม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ฝากให้ผมติดตามสอบถามถึงการของบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ ที่ใช้ทดแทนหลังเดิมที่ชำรุดและรื้อถอนไปแล้ว ปัจจุบันนักเรียนต้องมาเรียนรวมกันในอาคาร อเนกประสงค์ ใช้เพียงกระดานเป็นผนังกั้นห้อง และเวลาเรียนก็จะส่งเสียงดังรบกวนกันครับ นักเรียนก็ไม่มีสมาธิที่จะเรียนเป็นแบบนี้มานานกว่า ๒ ปีแล้วครับ จึงเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังกระทรวงศึกษาธิการช่วยพิจารณาช่วยเหลือเร่งด่วนด้วยครับ สงสารทั้งคุณครูและ นักเรียนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผู้ใหญ่บ้านและพี่น้องประชาชนหมู่บ้านสีหราช ตำบลแดงใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น แจ้งร้องเรียนถึงปัญหาน้ำท่วมในหมู่บ้านช่วงฤดูฝน กลางหมู่บ้านจะมีร่องระบายน้ำขนาดใหญ่ผ่านกลางหมู่บ้านครับ แล้วก็ปลายทางของ ท่อระบายน้ำเป็นเพียงท่อขนาดเล็กทำให้ระบายไม่ทันในช่วงฤดูฝน ก็ส่งผลให้น้ำเอ่อท่วม ในหมู่บ้านและบริเวณท่อระบายน้ำ มีน้ำกัดเซาะถนนจนพังเสียหายครับ แม้ปัจจุบันจะได้รับ การซ่อมแซมถนนแล้ว แต่ขนาดท่อยังเท่าเดิม พี่น้องประชาชนยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับถนนเส้น ดังกล่าวครับ เมื่อเกิดน้ำท่วมอีกรอบ ระบายไม่ทันก็จะทำให้ถนนพังเสียหายเช่นเคยครับ และสิ่งที่สำคัญปัจจุบันมีการถมดินบริเวณรอบ ๆ จนทำให้ไม่มีทางน้ำไหลครับ ทำให้น้ำจาก ท่อระบายน้ำจากหมู่บ้านไหลไปยังที่เอกชนได้รับความเสียหาย แล้วก็เกิดข้อพิพาท ปัจจุบันครับ ประชาชนกว่า ๑๗๐ หลังคาเรือนต้องช่วยกันออกเงิน เพื่อเช่าพื้นที่แปลงดังกล่าว เป็นบริเวณรับน้ำปีละ ๓๐,๐๐๐ บาท จึงเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังกระทรวงมหาดไทยถึงองค์การบริหารส่วนตำบลแดงใหญ่ ให้เร่งรัดแก้ไขปัญหาตาม กรอบหน้าที่โดยเร็วที่สุดครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ประชาชนบ้านหนองไผ่ ซอยศรีประพล หมู่ที่ ๑๔ ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ถนนและที่อยู่อาศัยบริเวณรอบบึงหนองไผ่เกิด ปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนเอ่อท่วมจากบึงหนองไผ่ เนื่องจากปัจจุบันบริเวณดังกล่าวมี บ้านจัดสรรเกิดขึ้นรอบบึงทำท่อระบายน้ำลงในบึง เวลาฝนตกหนักน้ำระบายออกไม่ทัน น้ำก็เอ่อท่วมบริเวณซอยศรีประพลครับ จึงเรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย ถึงเทศบาลเมืองศิลาให้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อหาทางระบายน้ำออกจากบึงหนองไผ่ ให้ทันในช่วงฤดูฝนก่อนฤดูฝนที่กำลังจะมานี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านวีระพล จิตสัมฤทธิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม วีระพล จิตสัมฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๖ พรรคเพื่อไทย ขอหารือต่อท่านประธานดังนี้ครับ🔗
เรื่องแรก ได้รับหนังสือร้องเรียนจาก ผู้ใหญ่บ้านในเขตพื้นที่ตำบลห้วยสำราญ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ มีบ้านคะนา หมู่ที่ ๔ ผู้ใหญ่วาน บุละ บ้านเสลา หมู่ที่ ๕ ผู้ใหญ่จำรัตน์ ครบสุวรรณ์ บ้านนาก๊อก หมู่ที่ ๖ ผู้ใหญ่ บุญชู คำมาศ บ้านนาก๊อกตะวันออก หมู่ที่ ๗ ผู้ใหญ่กฤษณะ เบ็ญพันธ์ บ้านขนุนตาหวัง ผู้ใหญ่สำเริง คำสุข ทั้ง ๕ หมู่ได้มีหนังสือถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอขุขันธ์ เรื่อง ขอขยายเขตการไฟฟ้าเพื่อการเกษตรและปศุสัตว์ ปรากฏว่าขอไปทั้งหมด ๓ ครั้ง เป็นเวลา ๖ ปีก็ยังไม่ได้ครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายพูล เทียมจิตร สมาชิก อบต. ห้วยสำราญ ขอให้มีการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างบนทางหลวงชนบท ทช.สก.๔๐๔๗ บริเวณ สามแยกไปบ้านอังกุลซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งเวลาค่ำคืน🔗
เรื่องที่ ๓ ทาง อบต. ได้มีหนังสือถึงทางหลวงชนบทจังหวัดศรีสะเกษ ขอสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างสะพานคอนกรีตท้องถิ่น มี อบต. หัวเสือ ตำบลหัวเสือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ขอสะพานบ้านวังเย็น อบต. โคกเพชร อำเภอขุขันธ์ จังหวัด ศรีสะเกษ ขอ ๓ แห่งครับ ขอสะพานข้ามห้วยลุงจวน หมู่ที่ ๘ บ้านตระมูง เกาะบึงโบราณ ฝั่งทิศใต้ บ้านเปียมตะลวก หมู่ ๒ เกาะบึงโบราณฝั่งทิศตะวันตก บ้านสุขเกษม หมู่ ๑๑ ครับ จึงขอให้ท่านประธานประสานไปยังกระทรวงคมนาคม โดยท่านรัฐมนตรีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้สั่งการเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบทได้สำรวจ ออกแบบ และช่วยจัดสรรงบประมาณครับ ขออนุญาตท่านประธานส่งเป็นเอกสารเพิ่มเติมด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล เขต ๖ จังหวัดชลบุรี ตัวแทนพี่น้องชาวบางพระ อำเภอศรีราชา เทศบาลสุรศักดิ์ ตำบลทุ่งสุขลา และอำเภอ เกาะสีชังค่ะ ท่านประธานคะ เมื่อวันที่ ๖ กันยายน ปี ๒๕๖๖ กฤษฎิ์ได้ปรึกษาหารือเกี่ยวกับ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในอำเภอศรีราชา ในวันนี้ต้องขอขอบคุณเทศบาลสุรศักดิ์ ที่ได้ทำการแก้ไข ขยายทางน้ำเริ่มตั้งแต่บ่อก๊อกเรื่อยมาจนถึงหมู่บ้านเหนือลิขิตตลอดแนว และมีการวางท่อขนาดใหญ่ค่ะ เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมากฤษฎิ์ได้ลงสำรวจพื้นที่ ยังมีลำราง ในบางส่วนที่ยังไม่ได้มีการขุดลอก และมีเศษขยะมากมาย ดังนั้นจึงขอให้ท่านนายอำเภอ ศรีราชา เทศบาลสุรศักดิ์ และเทศบาลศรีราชา ขุดลอกลำรางในจุดที่ยังไม่ได้มีการแก้ไข เพื่อเตรียมพร้อมไม่ให้เกิดน้ำท่วมซ้ำซากอีกต่อไป จึงขอฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยช่วยดำเนินการสั่งการเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านศนิวาร บัวบาน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ศนิวาร บัวบาน ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดตาก บ้านดิฉันไม่มีทะเลค่ะท่านประธาน แต่วันนี้ดิฉันจะขอหารือท่านประธาน เกี่ยวกับวิกฤตของทรัพยากรทางทะเล เมื่อไม่กี่วันมานี้ค่ะเราทราบข่าวอันน่าสลดใจว่าเราพบ พะยูนไทยผอมตายเพิ่มอีก ๑ ตัว ปีที่แล้วเรามีพะยูน ๑๙๔ ตัว ปีนี้เหลือ ๓๖ ตัว เต่าทะเล จาก ๑๗๔ ตัว เหลือ ๓๘ ตัว สัตว์ทะเลหายากเริ่มลดน้อยลงทุกปีค่ะท่านประธาน สาเหตุหลัก ๆ นอกจากเรื่องของประมงผิดกฎหมาย ความมักง่าย อุบัติเหตุต่าง ๆ ที่เกิดจาก การพัฒนาที่ไม่มีการวางแผนและไม่รอบคอบแล้วยังมีสาเหตุเนื่องมาจากอุณหภูมิของ น้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น และขยะทะเลที่ไปติดที่ดินทำให้ดินขาดออกซิเจนเกิดสาร Sulfites ส่งผลให้หญ้าทะเลตายอีกด้วยค่ะ หญ้าทะเลเป็นอาหารสำคัญของสัตว์ทะเล ไม่ว่าจะเป็นพะยูนหรือเต่า และยังเป็นที่อยู่อาศัย ของสัตว์ทะเลอื่น ๆ หากหญ้าทะเลลดน้อยลงจะส่งผลกระทบให้ระบบนิเวศทางทะเล เสียสมดุล สัตว์ทะเลย้ายถิ่นฐานอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจอาจทำให้อาหารทะเลมีราคาที่แพงขึ้น ด้วยค่ะ ดิฉันจึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งวันนี้จริง ๆ แล้วดิฉันตั้งใจจะตั้งกระทู้ถามด้วยวาจานะคะ เนื่องจากเป็น เรื่องที่เร่งด่วนมาก แต่ไม่แน่ใจว่าท่านน่าจะติดภารกิจ จึงต้องเปลี่ยนเป็นปรึกษาหารือแทน ขอให้ท่านช่วยเร่งจัดการผลกระทบจากน้ำทะเลเดือดนี้ ซึ่งนับเป็นภัยคุกคามที่ยากต่อ การควบคุมทั้งทำให้หญ้าตาย พะยูนย้ายถิ่น ปะการังฟอกขาว ไหนจะ Plankton Bloom อีกก่อนที่ทะเลไทยจะไม่เหลือพืชและสัตว์น้ำอีกต่อไป ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทิพา ปวีณาเสถียร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ทิพา ปวีณาเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขต ๑ พรรคก้าวไกลค่ะ ดิฉันมีเรื่องหารือกับท่านประธานอยู่ ๔ เรื่องดังนี้นะคะ🔗
เรื่องแรก คือเรื่องของฝุ่นพิษ PM2.5 ที่สร้างผลกระทบสร้างปัญหาให้กับคนจังหวัดลำปางทั้งจังหวัด จากการเผาป่าในช่วงสัปดาห์ ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพและทัศนวิสัยที่ย่ำแย่ต่อการจราจรของประชาชนนะคะ แม้ว่าทางจังหวัด นำโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและภาคส่วนหลาย ๆ ส่วนที่มีส่วนในการ จัดการกับด้านไฟป่า มีมาตรการและให้คำแนะนำกับประชาชนถึงปัญหาในการเผา ผลกระทบ แต่ปัญหานี้ยังไม่หมดไป ดิฉันอยากจะเรียกร้องให้ทางภาครัฐและหน่วยงาน ทางราชการพิจารณามาตรการฉุกเฉินยกระดับการปฏิบัติการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในช่วงสถานการณ์วิกฤตนี้อย่างเร่งด่วนค่ะท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องปัญหาด้านน้ำประปาไม่ไหล เนื่องจากการปิดระบบ เพื่อซ่อมบำรุงอย่างบ่อยครั้งในเขตอำเภอเมืองและอำเภอห้างฉัตรที่อยู่ในการดูแล ของการประปาส่วนภูมิภาคและระบบประปาหมู่บ้าน จากแผนที่การประปาส่วนภูมิภาค จังหวัดลำปางดังกล่าวจะแสดงถึงข้อมูลของการซ่อมบำรุงท่อประปาหลายจุด ซึ่งพบว่า ท่อประเภท PVC นั้นซ่อมบ่อยที่สุดและซ่อมซ้ำจุดเดิมหลายครั้งในรอบ ๒ เดือน ส่งผล กระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ไม่มีน้ำดื่ม น้ำกิน น้ำใช้ ทั้งบ้านเรือนและร้านค้า จึงขอให้ ท่านประธานช่วยประสานงานไปยังการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดลำปาง ให้บริหารจัดการ แก้ปัญหาเรื่องนี้ให้กับประชาชนด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ปัญหาของระบบประปาหมู่บ้านในเขตอำเภอห้างฉัตรหลายหมู่บ้าน พบปัญหาน้ำประปาไหลเบา ปัญหาคุณภาพน้ำที่มีสีขุ่นมีค่าสนิมเยอะเกินค่ามาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อการอุปโภคและบริโภคของประชาชน ดิฉันขอให้ท่านประธานช่วย ประสานงานไปยังผู้บริหารท้องถิ่นในพื้นที่เขต ๑ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล อบต. ที่มีระบบประปาหมู่บ้านอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานนั้น ๆ ส่งเจ้าหน้าที่หรือว่าผู้เชี่ยวชาญเรื่องระบบประปาหมู่บ้านไปกำกับดูแลให้ความรู้และแก้ไข ปัญหานี้ให้กับประชาชนด้วยค่ะ🔗
เรื่องสุดท้ายค่ะท่านประธาน เรื่องของการเกิดอุบัติเหตุบนถนนเส้นทาง หน้าวัดศรีบุญโยงจนถึงโรงเรียนเคนเน็ตแม็คเคนซีหรือว่าถนนจามเทวี บ่อยครั้ง เกิดรถจักรยานยนต์แฉลบ เนื่องจากบริเวณถนนตรงนี้ชำรุดเป็นเส้นทางที่ยาวมากและเกิด การทรุดตัวของถนน เบื้องต้นได้ประสานงานไปยังเทศบาลนครที่รับผิดชอบในพื้นที่นี้ เพื่อสอบถามถึงการซ่อมแซมปรับปรุงพื้นที่นี้ คุณสุรพล ตันสุวรรณ รองนายกเทศมนตรี เทศบาลนครลำปาง ได้ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันได้ทำเรื่องงบกู้ในการปรับปรุงซ่อมแซมผ่านแล้ว รอดำเนินการในงบประมาณปี ๒๕๖๖-๒๕๖๗ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการด่วน ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต ๕ พรรคก้าวไกล ดิฉันขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ เขื่อนกันตลิ่ง ปากคลองพลาพังเสียหาย พื้นที่ชายทะเลตรงนี้เป็นพื้นที่สาธารณะที่ชาวประมง แล้วก็ ประชาชนใช้ร่วมกัน รวมถึงเป็นจุดแวะพักของนักท่องเที่ยวด้วยค่ะ นอกเหนือจากจะทำให้ ทัศนียภาพไม่สวยงามแล้ว ในช่วงฤดูฝนหากฝนตกหนักน้ำจากคลองด้านบนมีจำนวนมาก ก็จะล้นมาที่พื้นที่ชายหาด รวมถึงหากเกิดพายุคลื่นลมแรงก็จะยิ่งทำให้เขื่อนเสียหายมากขึ้น ดิฉันได้เข้าหารือทางเทศบาลตำบลพลาแล้ว ได้รับข้อมูลว่าเทศบาลขาดบุคลากรทาง ด้านการออกแบบและงบประมาณในการบูรณะ จึงเรียนมายังท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดสรรงบประมาณซ่อมแซมก่อนที่จะเกิดความเสียหายมากกว่านี้🔗
เรื่องที่ ๒ สี่แยกอันตราย สี่แยกซอย ๕ สาย ๑๑ ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอ นิคมพัฒนา จังหวัดระยอง ชาวบ้านตำบลนิคมพัฒนาร้องทุกข์ให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงว่า สี่แยกนี้ยังไม่มีสัญญาณไฟจราจรเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง สถิติการเกิดอุบัติเหตุโดยสถานีตำรวจ อำเภอนิคมพัฒนาที่ไม่รวมอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ พบว่าในปี ๒๕๖๖ เกิดเหตุการณ์ทั้งสิ้น ๔๔ ครั้ง บาดเจ็บ ๓๘ ราย และในปี ๒๕๖๗ ระยะ ๒ เดือน รวม ๓ ครั้ง บาดเจ็บ ๖ ราย เสียชีวิต ๑ ราย คำว่า อุบัติเหตุ เราไม่สามารถคาดการณ์ความเสียหาย ความรุนแรง ในทรัพย์สินหรือชีวิตได้ล่วงหน้า ทางที่ดีเราควรจะมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงให้ได้มาก ที่สุด จึงเรียนหารือผ่านท่านประธานไปยังแขวงทางหลวงชนบท จังหวัดระยอง เพื่อเร่งรัด หาแนวทางแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณไฟจราจร หรือมาตรการอื่นเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะ ทำให้ประชาชนต้องเสียทรัพย์สิน เสียเวลาและอาจถึงกับเสียบุคคลอันเป็นที่รักที่ไม่อาจ ซ่อมแซมได้ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปท่านรุ่งโรจน์ ทองศรี ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ รุ่งโรจน์ ทองศรี ผู้แทนเซราะกราว จังหวัดบุรีรัมย์ ซมกราว สวัสดี แม่อาวบองปะโคน กรุบตูคะเนียนะบาท แซมไซกุนะกุได สวัสดีครับพี่น้องบ้านเฮา เสื้อสวย ๆ ที่ผมใส่วันนี้ผ้าภูอัคนี อำเภอ เฉลิมพระเกียรติของดีของจังหวัดบุรีรัมย์ ขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องสู่การแก้ไขครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องฝนแล้งและอากาศร้อนสุด ๆ ปีนี้แล้งจริง ๆ ตั้งแต่ปีใหม่มา ฝนไม่ตกเลย จนชาวบ้านเริ่มแห่นางแมวและจุดบั้งไฟแล้วครับ ทั้ง ๆ ที่เป็นประเพณีเดือนหก ขอฝนเทียมจากกรมฝนหลวงในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอบ้านกรวด อำเภอละหานทราย อำเภอโนนดินแดง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอปะคำ ที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำ ขอขุดลอก แหล่งน้ำกรมชลประทานห้วยซับ ห้วยเสว บ้านสายตรี ๑๖ หนองบ้านตะลุมปุ้ก ตำบล หนองไม้งาม อ่างห้วยเมฆา อ่างห้วยตาเขียว ตำบลบึงเจริญ หนองบ้านปากช่อง ตำบล หนองแวง คลองบ้านโคกกะปุ้ก ตำบลละหานทราย อ่างเบนเฮอร์ ตำบลตาเป้กและ คลองลำปะเทียในพื้นที่ของอำเภอละหานทราย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอขยายเขตไฟฟ้าแรงสูงยิงตรงจากบ้านตาจงไปบ้านหนองมดแดง เพราะไฟตกมาก ๆ ชาวบ้านเดือดร้อนจริง ๆ🔗
เรื่องที่ ๓ ย้ำ เรื่องช่องตะโก บนถนน ๓๔๘ รู้ว่าอยู่ในเขตมรดกโลกกำลังทำ EIA รอบสุดท้าย แต่ ๓-๔ วันที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุใหญ่รถพ่วงตกถนน ๒ คัน รถเล็กอีก ๒ คัน ช่วยเร่งมือให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๔ เรื่องยกฐานะจุดผ่อนปรนชายแดนช่องสายตะกูให้ใช้บัตรผ่านแดน และเป็นด่านถาวร และขอขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ในปี ๒๕๖๘ ตั้งงบ EIA ๕ ล้านบาท และเปิดจุดผ่อนปรนที่หลักเขตแดน ๒๗ ช่องตากิ่ว อำเภอละหานทราย🔗
เรื่องที่ ๕ ขอขยายถนน ๔ เลน สาย ๒๒๔ ถนนบ้านกรวด-ละหานทราย สาย ๒๑๒๐ ละหานทราย-โนนดินแดง สาย ๒๑๑๗ แยกตะโก-ตาเป้ก สาย ๓๔๘ โนนดินแดง-หนองเสม็ด-ช่องตะโก ผู้แทนเซราะกราว รุ่งโรจน์ ทองศรี ซมดะเบลอย ออยเบลิว บันแต้กนะบาด นะโมพุทธายะ จงฝนตก จงฝนตก จงฝนตก โอมเพี้ยง🔗
ต่อไปท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมอยู่ ๑ เรื่องนะครับ เรื่องการปรับปรุง เส้นทาง ทางหลวงหมายเลข ๒๐๕ เส้นทางระหว่างอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ไปยังอำเภอ แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน นะครับ เส้นทางนี้มีระยะทางประมาณ ๒๓๐ กิโลเมตร เป็นเส้นทาง ๔ ช่องจราจรถึงแค่อำเภอ แม่ระมาดประมาณ ๓๐ กิโลเมตร อีก ๒๐๐ กิโลเมตรเป็นเส้นทางแค่ ๒ เลน และบางแห่ง คับแคบมากนะครับ เป็นทางหลวงจริงนะครับ แต่บางแห่งกว้างแค่ ๖ เมตร ไหล่ทางก็ไม่มี เส้นทางนี้นะครับเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่าง ๒ จังหวัด แล้วระหว่างเส้นทางผ่าน ๓ อำเภอ ของจังหวัดตาก ประชาชนที่อยู่ตามข้างทาง ๒ ข้างทางที่จะมาใช้บริการในตัวเมือง ไม่ว่าจะ เป็นอำเภอท่าสองยาง อำเภอแม่ระมาด ต้องใช้เส้นทางนี้ทั้งหมด ทุกวันมีอุบัติเหตุ บางอุบัติเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียใจมาก ที่ผ่านมากรมทางหลวงก็ได้มี การปรับปรุง แต่ยอดเงินน้อยมาก เพราะเส้นทางน้ำมันยาวก็อยากจะให้ทางหลวงปรับปรุง บางจุดนะครับ ที่ไหนมันคับแคบก็ขยาย ที่ไหนเป็นแหล่งชุมชนก็ทำ ๔ เลน เบื้องต้น ขอประมาณนี้ก่อนนะครับขอให้ตั้งงบประมาณ เพราะเส้นทางนี้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่าง ๒ จังหวัด คนจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะเพื่อนสมาชิกผม ท่าน สส. ปกรณ์ จีนาคำ บางครั้งก็ได้มาใช้บริการที่อำเภอแม่สอดขึ้นเครื่องมาประชุมที่กรุงเทพมหานคร แล้วก็พี่น้อง แม่ฮ่องสอนก็ได้มาใช้บริการของอำเภอแม่สอด และที่สำคัญเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่มี ทิวทัศน์ที่สวยงาม มีภูเขาสูง ระหว่างทางไปจนถึงจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีแหล่งท่องเที่ยว จำนวนมาก นักท่องเที่ยวนิยมในการที่จะมาออก Trip มาบริจาคสิ่งของให้พี่น้องชาว ปกาเกอะญอ ชนพื้นเมืองในพื้นที่ตลอดปี ฉะนั้นถ้าเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่มีความสมบูรณ์ มีมาตรฐานของกรมทางหลวงจะทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาแล้วและทำให้เศรษฐกิจ ทั้งจังหวัดตาก ทั้งจังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมไปถึงอำเภอปายอ้อมมายังจังหวัดเชียงใหม่ หรือจะออกอำเภอฮอด อำเภอจอมทองไปจังหวัดเชียงใหม่จะสะดวกขึ้นและทำให้มี นักท่องเที่ยวเศรษฐกิจดีขึ้น ฝากด้วยนะครับ ก็ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่าน ณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช สส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยครับ วันนี้ขอหารือ ท่านประธานเกี่ยวกับกีฬาสนุกเกอร์นะครับ โดยสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทยนั้น ได้มีการผลิตนักกีฬาที่เป็นนักสนุกเกอร์ นักบิลเลียด แล้วก็คว้า Champ ให้กับประเทศไทย มาจำนวนหลายท่าน🔗
ท่านประธานทราบไหมครับว่า ถ้าพูดถึงกีฬาสนุกเกอร์นั้น เป็นไปไม่ได้ที่เราจะไม่พูดถึงเรื่องไม้คิว โดยไม้คิวที่ได้รับการนิยม จากทั่วโลกที่สุดในขณะนี้ก็คือช่างจากประเทศไทยครับ เพราะว่าของเรามีความประณีต แล้วก็มีความสวยงาม โดยทั่วโลกนั้นให้การยอมรับในคุณภาพของไม้สนุกเกอร์จากประเทศไทย อุตสาหกรรมกีฬาดังกล่าวมีมูลค่าการส่งออกรวมกันปีละหลายร้อยล้านบาท นี่ก็สามารถที่จะ เป็นหนึ่งใน Soft Power ของประเทศไทยได้นะครับ วงการสนุกเกอร์ของประเทศไทยกำลัง ไปได้สวยครับ โดยยุทธศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ ความตั้งใจที่เด็ดเดี่ยว แต่ปัญหามันติดอยู่ตรงนี้ครับ ท่านประธาน ติดอยู่ตรงที่ว่าเรายังมีติดระเบียบข้อบังคับที่เป็นอุปสรรคของการพัฒนา ที่สำคัญ ถึงแม้ว่านักกีฬาสนุกเกอร์จะสามารถสร้าง Champ มากมาย แต่เราก็ยังติด ข้อระเบียบตรงที่ว่าสถานที่ฝึกซ้อมของเยาวชนครับท่านประธาน เด็กอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี จะไม่สามารถซ้อมหรือเล่นสนุกเกอร์ได้อย่างอิสระ นักกีฬาต้องการที่จะมีเวทีในการฝึกซ้อม ได้อย่างอิสระครับ แล้วก็ผมได้ทราบที่ผ่านมาว่าทางสมาคมได้มีการยื่นเรื่องปลดล็อก พ.ร.บ. สนุกเกอร์ออกจากการพนัน ผ่านทางสภามาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ผมก็ยินดี เป็นอย่างมากจริง ๆ ครับท่านประธาน ในเมื่อ พ.ร.บ. สนุกเกอร์กำลังจะออกจากการพนันแล้ว เราจึงต้องเตรียมความพร้อมทั้งทางด้านสถานที่ ด้านกำหนดการพื้นที่พิเศษให้มีการกำหนด สำหรับเยาวชนว่าซ้อมตรงไหนอย่างไรนะครับ เพื่อให้นักกีฬาเยาวชนผู้ที่มีความสนใจ สามารถเข้ามาเล่นสนุกเกอร์ได้ครับ เราทุกคนอยากเห็นนักกีฬาไทยไปสู่ระดับโลก หวังว่า การหารือของผมในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำ Maximum Break ของวงการ สนุกเกอร์ไทยครับ🔗
ขออีก ๑ เรื่องครับท่านประธาน พอดีเพื่อนสมาชิกของผมในจังหวัด สมุทรปราการ คุณแพรวพรรณ พุกพิบูลย์ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ เกี่ยวกับป้องกัน สาธารณภัยและลดความเสียหายที่เกิดขึ้นของพี่น้องประชาชน ตามสไลด์ครับท่านประธาน เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีน้ำทะเลหนุนในพื้นที่จังหวัด สมุทรปราการ ทำให้มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งอย่างที่เราเห็นในสไลด์นะครับ ดังนั้นเพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน เบื้องต้นผมทราบว่ากระทรวง DE และ กสทช. กำลังดำเนินการจัดทำระบบแจ้งเตือนภัย ฉุกเฉินผ่านทางข้อความไปอย่างมือถือของพี่น้องประชาชน ซึ่งระบบนี้มีการทดสอบไป บ้างแล้ว จึงอยากฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งผลักดันระบบแจ้งเตือน ดังกล่าวให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านอดิพงษ์ ฐิติพิทยา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๓ อำเภอกระสัง อำเภอห้วยราช ตำบลป่าชัน ตำบลโคกขมิ้น อำเภอพลับพลาชัย พรรคภูมิใจไทย กระผมขออนุญาตปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนใน ๒ ประเด็น ดังต่อไปนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ กระผมได้รับแจ้งจาก ท่านเอกภาพ สุขสังวรณ์ นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลสูงเนิน ว่าในปัจจุบันนั้นใกล้เข้าสู่หน้าแล้งแล้ว ชาวบ้าน หมู่ที่ ๑๖ บ้านอังกรวง ตำบลสูงเนิน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากไม่มี น้ำในการอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ จึงขอความอนุเคราะห์สนับสนุนก่อสร้างระบบประปา แบบผิวดินขนาดกลาง โดยใช้แหล่งน้ำจากแก้มลิงของห้วยจะเมิง และห้วยจะเนียง มีความลึกประมาณ ๖ เมตร กว้าง ๑๕๐ เมตร ยาว ๓๐๐ เมตร จึงขอนำเรียนไปยัง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรด ให้ความช่วยเหลือจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างประปาหมู่บ้าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ให้แก่พี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ กระผมได้รับแจ้งจาก ท่านพิทยา ยุวดีนิเวศ นายกเทศมนตรี ตำบลสองชั้น ว่าขณะนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในเส้นทางสัญจรไปมา ทางหลวง ชนบท หมายเลข บร.ถ.๑-๐๐๓๓ สายบ้านสองชั้น-บ้านปราสาท ช่วงบ้านหนองปุ่น มีระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตร ซึ่งเป็นถนนที่ใช้สัญจรไปมาระหว่างตำบลสองชั้น และตำบลสูงเนิน ได้มีประชาชนใช้สัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีไฟฟ้า ส่องสว่างในถนนสายดังกล่าว เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน จึงขอนำเรียนไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้โปรดให้การช่วยเหลือจัดสรรงบประมาณเพื่อติดตั้งไฟส่องสว่าง ถนนสายดังกล่าวเพื่อลดอุบัติเหตุและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี เขตสะพานสูง วันนี้ขออนุญาตหารือประมาณ ๒ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการก่อสร้างถนน ตอนนี้ไม่ใช่พื้นที่ กทม. นะครับ เป็นพื้นที่ที่เกือบทุกที่เหมือนจะได้งบมาพร้อม ๆ กัน มีการก่อสร้าง โดยเฉพาะบ้าน อ.เอท แถวเขตมีนบุรีหลายซอยนะครับ ถนนร่มเกล้า ถนนรามคำแหง ถนนลาดพร้าว ทุกถนนเลย ตอนนี้ โดยเฉพาะซอยเล็ก ๆ มีการสร้างทางกันอย่างจริงจัง ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นคือน่าจะเป็น เรื่องของทางโยธาธิการที่ได้มีการก่อสร้าง อ.เอท ไม่ได้ติดใจเรื่องการก่อสร้างนะครับ เป็นสิ่งที่ดี แต่อยากที่จะให้มี Timeline หรือเวลาในการสร้างควรที่จะเสร็จสิ้น เพราะบางที ผู้รับเหมาก็อาจจะรับเหมาหลายที่ ต้องวนกันไปสร้างบ้าง ไปหลาย ๆ ที่อาจจะทำให้มี การเสร็จล่าช้า มีพี่น้องหลายท่านบอก อ.เอท มาว่าการเดินทางเข้าบ้านนั้นมันลำบากจริง ๆ อย่างไรก็ฝากท่านประธานไปยังโยธาธิการของ กทม. ด้วยนะครับ🔗
อีกเรื่องครับ เป็นของพี่น้องของ อ.เอท เองนะครับ จากพี่น้องชาวปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เขาฝาก อ.เอท มาว่ารถเมล์ครับท่านประธาน ตอนนี้รถเมล์ตอนเช้าที่จะให้ น้อง ๆ ลูก ๆ ของพวกเราไปเรียนหนังสือของชาวปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี มีน้อยมากจริง ๆ ก็อยากจะฝากไปยังกรมการขนส่งทางบกครับ อย่างไรเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่เราเคยพูด กันแล้วว่าเรามีการปรับรถไฟฟ้าลงทุนมหาศาลแล้ว ทำไมเรื่อง Feeder รถเมล์ถึงยังมีน้อย ทำให้น้อง ๆ ของเราบางท่านบางคนไปเรียนสาย คุณครูก็ไปโรงเรียนสายเช่นกันนะครับ ฉะนั้น ๒ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยากจะฝากท่านประธาน ไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือ ๑. เรื่องเกี่ยวกับการสร้างถนนโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ของ กทม. ควรจะเสร็จตามเวลาที่กำหนด ๒. เรื่องของรถเมล์ที่ยังขาดอยู่อย่างหลายอัตรา เลยนะครับ อยากจะให้เอางบประมาณส่วนนี้ไปเสริมให้กับพี่น้องของพวกเราให้ใช้รถเมล์ ได้อย่างสะดวกขึ้น แล้วก็เขาเรียกว่าเดินทางที่คล่องแคล่วขึ้นนะครับ อย่างไรก็ฝาก ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ Respect🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกมาลงชื่อประชุมจำนวน ๒๙๑ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ ท่านสมาชิกครับกระทู้ถามห้องแยกเฉพาะก็ดำเนินการอยู่ควบคู่ไปกับกระทู้ในห้องใหญ่🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑. นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
กระทู้ถามสดด้วยวาจา ท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ถาม ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีมาพร้อมแล้ว เชิญท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย กระผมขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ท่านให้เกียรติสภาผู้แทนราษฎร และได้เสียสละเวลาอันมีค่าของท่านมาตอบกระทู้ถามสดของกระผมในเรื่องปศุสัตว์ ซึ่งพี่น้องเกษตรกรร้องเรียนกันมามาก ฝากมาถามท่านรัฐมนตรี เพราะว่าการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ หลายปีที่ผ่านมาพืชผล การเกษตร การปศุสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ ราคาตกต่ำ ขายขาดทุน รายได้ลดน้อยลง กลับกันรายจ่ายเพิ่มมากขึ้น สินค้าของกิน ของใช้ ปุ๋ย น้ำมัน ไฟฟ้า น้ำ ราคาแพงขึ้น แต่ราคาวัวควาย สัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ถูกมาก เมื่อวานตลาดวัวควาย ตลาดสัตว์เลี้ยง วัวราคาเหลือตัวละ ๓,๕๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท ซึ่งก่อนนี้เคยขายได้ตัวละ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ บาท ชาวไร่ชาวนา พี่น้องเกษตรรอความหวังจากทางท่านรัฐมนตรีไชยา แล้วก็ความหวังจากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน ที่ท่านขยันไปเปิดตลาด ต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้มีการส่งออกอีกมากมาย แล้วก็ต้องขอขอบพระคุณรัฐบาลชุดนี้และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้ทำให้ราคายางแผ่นราคาทะลุกิโลกรัมละ ๙๐ บาทขึ้นไป ตามตลาดต่าง ๆ เมื่อปีที่แล้ว ๒ ปีก่อน ๕๐ บาท ๖๐ บาท ตอนนี้ ๙๐.๐๙ บาท นั่นคือ ราคาสูงมากเป็นประวัติการณ์ในรอบ ๗ ปีครับ ส่วนยางก้อนถ้วยก็กิโลกรัมละ ๓๒ บาท เมื่อปีที่แล้ว ๒ ปีก่อนราคากิโลกรัมละ ๑๘ บาท ๒๐ บาทเต็มที่ แต่ปีนี้พี่น้องเกษตรกร ของเราขายได้กิโลกรัมละ ๓๒ บาท ซึ่งทำให้พี่น้องเกษตรกรของเราภาคภูมิใจรัฐบาล ชุดนี้มาก และราคาข้าวเปลือกหอมมะลิก็ไม่น้อยหน้าครับ ที่ผ่านมาตันละ ๘,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐ บาท เมื่อวานนี้ราคาเพิ่มขึ้นเป็น ๑๕,๑๐๐ บาทต่อตัน สูงสุดถึง ๑๕,๘๓๐ บาท ต่อตัน ราคาข้าวเปลือกรายวัน ณ ตลาดกลางและตลาดสำคัญ วันที่ ๑๓ มีนาคม ที่ผ่านมา แล้วก็นอกจากราคาข้าวเปลือกจะขึ้นทุกภาค ทุกท้องที่แล้ว ทุกจังหวัดแล้ว ส่วนราคาวัว ควายเมื่อวานนี้ตามตลาดวัว ตลาดควายต่าง ๆ ยังราคาตกต่ำอยู่ ตัวผอม ๆ เล็กก็ราคาตัวละ ๓,๕๐๐ บาท ตัวใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็ ๒๐,๐๐๐ บาทต่อตัว เมื่อหลายปีก่อนสมัยรัฐบาล พรรคเพื่อไทยราคาตัวละ ๕๐,๐๐๐ บาท ๖๐,๐๐๐ บาท ก็เลยอยากฝากให้ท่านรัฐมนตรี ได้เร่งดำเนินการ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรของเรา พี่น้องปศุสัตว์ เพราะว่าตามที่นโยบายของพรรค เพื่อไทยที่มีนโยบายแจกโค วัว ๑๐๐,๐๐๐ ครอบครัว แจกครอบครัวละ ๒-๓ ตัว ให้กับ พี่น้องเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ ปลอดดอกเบี้ย ไม่มีดอกเบี้ยและมีการอบรมสัตวบาลอาสา ให้ความรู้แก่เกษตรกร และถ้าพี่น้องเกษตรกรเราได้เลี้ยงวัวเลี้ยงควายได้สำเร็จแล้ว จะต่อยอดเพิ่มจาก ๑๐๐,๐๐๐ ครอบครัว เป็น ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ครอบครัว และจะมี การส่งออกไปขายต่างประเทศปีละ ๑ ล้านตัว ซึ่งจะทำให้ราคาวัว ควายต่าง ๆ เพิ่มเป็น ๓ เท่า ฝากทางท่านรัฐมนตรีได้เตรียมโครงการนี้นโยบายเรื่องนี้ ได้มีการส่งออกทางเรือ มีสถานที่กักกันสัตว์ กักกันโรค ริมแม่น้ำที่ตรงข้ามกับต่างประเทศริมทะเล เมื่อมั่นใจว่า วัว ควาย สัตว์เลี้ยงไม่เป็นโรคติดต่อ ไม่มีสารเร่งเนื้อแดง ก็นำวัวควาย สัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ไปขายต่างประเทศ ราคาวัว ควาย สัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ก็จะเพิ่มเป็นจากตัวละ ๓,๕๐๐ บาท ตัวละ ๑๐,๐๐๐ บาท เพิ่มเป็น ๕๐,๐๐๐ บาท ๖๐,๐๐๐ บาท พี่น้องเกษตรกรของเราก็จะ ได้ร่ำรวยไม่มีหนี้สิน แล้วก็ต้องฝากทางท่านรัฐมนตรีไชยา ได้เร่งปราบวัวเถื่อน เพราะที่ ผ่านมาได้ปราบหมูเถื่อนได้ดีมากแล้ว ยางพาราเถื่อน ซึ่งทำให้ยางพาราราคาสูงขึ้นเห็นได้ อย่างชัดเจน อย่างเช่น วัวเนื้อสดบรรจุเป็นกล่องที่นำเข้าแบบผิดกฎหมายจากประเทศ บราซิล จากประเทศอินเดีย ถ้าเราปราบวัวเถื่อนได้นะครับท่านรัฐมนตรีก็จะทำให้วัว ในประเทศของเราราคาสูงขึ้นเป็น ๓ เท่า และวัวเป็น ๆ ที่เป็นตัวนะครับ ที่นำเข้าแบบผิด กฎหมายลักลอบเข้ามาจากประเทศพม่าเข้ามาที่ประเทศไทยผ่านด่านทางด้านจังหวัดตาก จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นวัวเถื่อนนำเข้า แล้วก็ส่งออกผิดกฎหมาย ส่งออกไปที่จากจังหวัด นครนายก ไปจังหวัดสระแก้วผ่านด่านอรัญประเทศเป็นรถพ่วง ๑ พ่วง เสียเงินใต้โต๊ะ เสียเงินที่จะต้องจ่ายเจ้าหน้าที่เขา ๑๒๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ พ่วง นั่นคืออยากให้รัฐบาลได้ เร่งปราบได้จัดการวัวเถื่อนที่ส่งออกไปด่านอรัญประเทศไปปอยเปต แล้วก็ไปสู่ประเทศ กัมพูชาและไปต่างประเทศนะครับ ถ้าเราปราบได้วัว ควาย สัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ก็จะเพิ่มเป็น ๓ เท่า ตัวละ ๕๐,๐๐๐ บาท ๖๐,๐๐๐ บาท พี่น้องเกษตรกรของเราก็มีความสุขครับ ผมจึงมี คำถาม ถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านไชยา พรหมา ว่าขณะนี้ราคาวัวภายในประเทศราคาตกต่ำ มีแนวทางแก้ไขอย่างไร ในการช่วยเหลือ เกษตรกร กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ได้รับมอบหมายมาตอบกระทู้ด้วยวาจา โดยเฉพาะประเด็นของท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม ท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ก่อนอื่นนั้นต้องขอ ขอบคุณท่านนะครับ ที่ท่านได้ให้ความสนใจต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ก็ถือว่า เป็นความโชคดีของพี่น้องชาวจังหวัดนครพนม ที่มีตัวแทนที่มีคุณภาพและมีความห่วงใย ต่อความเดือดร้อนของพี่น้องเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของทางด้านปศุสัตว์ในฐานะ ที่ผมเป็นรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกรมปศุสัตว์ ขอเรียนให้ท่านทราบว่าประเด็นคำถาม แล้วก็สิ่งที่ท่านได้อภิปรายต่อสภาแห่งนี้นั้นเป็นความรู้สึกที่ไม่แตกต่างจากท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในหลาย ๆ จังหวัด ซึ่งขณะนี้ต้องยอมรับว่าพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรได้รับประสบปัญหาในเรื่องของ สินค้าทางด้านปศุสัตว์ราคาตกต่ำอย่างมาก ไม่เฉพาะในเรื่องของวัวมีชีวิต วันนี้ยังกระทบไป ยังผู้เลี้ยงสุกร ผู้เลี้ยงวัวเนื้อ ผู้เลี้ยงวัวนม แล้วก็ผู้เลี้ยงแพะ ซึ่งประสบปัญหาเช่นกัน ปัญหา ส่วนหนึ่งก็คือปัญหาอย่างที่ท่านได้อภิปรายไปแล้ว นั่นก็คือเรื่องของในระยะเวลาที่ผ่านมานั้น มีการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะสินค้าทางด้านปศุสัตว์ อย่างที่เราทราบว่ามี การทะลักเข้ามาของเนื้อเถื่อน ไม่ว่าจะเป็นหมูเถื่อน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเถื่อน ซึ่งในขณะนี้ตั้งแต่ ผมได้รับตำแหน่งแล้วก็รับผิดชอบบริหารราชการมาได้ประมาณ ๕ เดือนเศษนี้ เราได้ทำ สงครามในการปราบปรามสินค้าทางด้านการเกษตรทุกชนิด เราได้รับมอบหมายตามนโยบาย ของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน และภายใต้กำกับดูแลของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เราได้บูรณาการของ หน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการที่จะทำ สงครามในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะสินค้าทางด้านการเกษตรทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นทางด้านปศุสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านพืช ไม่ว่าจะเป็นทางด้านสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ ทางด้านประมงด้วยกัน จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมานั้นเราสามารถปราบปราม ยกตัวอย่างเช่น เรื่องหมูเถื่อนเราสามารถที่จะสาวไปถึงผู้ที่เป็นนายทุน เป็นผู้ประกอบการ เป็นผู้นำเข้า ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในขณะนี้เราได้ดำเนินการซึ่งพ้นหน้าที่ของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ไปแล้ว นั่นก็คือว่าได้นำไปสู่ของการดำเนินคดี ซึ่งอยู่ในกระบวนการยุติธรรม อยู่ในความรับผิดชอบซึ่งเป็นคดีของ DSI ซึ่งในขณะนี้ก็อยู่ในกระบวนการที่เกี่ยวข้อง ก็คือในเรื่องของการสืบสวนสอบสวนแล้วก็จะทำเรื่องนี้ให้กระจ่างต่อไป เรื่องนี้ไม่ได้เงียบ นอกจากเรื่องหมูแล้วก็ยังมีเรื่องเนื้อเถื่อนอย่างที่ท่านได้กราบเรียนแล้ว เราต้องการอยากจะ ปราบปรามเรื่องนี้ เพราะว่านี่คือต้นตอของปัญหาที่ทำให้กลไกราคาและกลไกตลาด มันบิดเบี้ยว ปัญหาแรกที่เราต้องขจัดให้ได้นั่นก็คือการทะลักเข้ามาของสินค้าเหล่านี้ที่มันเกิด การทุ่มตลาดทำให้กลไกตลาดเสียหาย วันนี้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยนั้น ได้รับความเดือดร้อนมาก นอกจากราคาไม่ดีขึ้นแล้วยังประสบปัญหาในเรื่องของต้นทุน การผลิต เดี๋ยวผมจะอธิบายต่อไปว่าต้นทุนการผลิตนี่ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการ ต่าง ๆ โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรรายย่อยประสบปัญหา ผมจะนำเรียนกับคำถามแรก ที่ท่านสมาชิกท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม ท่านถามว่าราคาวัวตกต่ำในขณะนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ มีมาตรการอย่างไร ขอเรียนให้ท่านทราบว่าในขณะนี้เรามีตัวเลข โดยเฉพาะการบริโภค เนื้อสัตว์ภายในประเทศโดยเฉพาะเนื้อวัว ตัวเลขของการบริโภคภายในว่าสถิติที่ผ่านมานั้นที่ เป็นเนื้อสัตว์ เนื้อสัตว์ที่ชำแหละบริโภคภายในประเทศ ปีหนึ่งประมาณ ๑.๒ ล้านตัวต่อปี ในขณะที่เราผลิตได้เฉลี่ยแล้วก็คือ ๑.๖ ล้านตัวต่อปี มัน Over Supply อยู่ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ตัวต่อปี ในขณะที่เราส่งออกไปต่างประเทศ ที่ผ่านมานั้นเราประสบปัญหา อย่างมาก นั่นก็คือเราไม่สามารถที่จะกระจายโคมีชีวิตไปยังต่างประเทศได้ ด้วยข้อจำกัดที่ว่า ๑. เราถูกประเทศคู่ค้าโดยเฉพาะประเทศที่มีกำลังซื้อ กำลังซื้ออย่างมากในขณะนี้ก็คือ ประเทศจีน ต้องยอมรับว่าเขามีกำลังซื้ออันมหาศาล ต่อมาก็คือประเทศเวียดนาม แล้วก็ ประเทศมาเลเซีย การเปิดตลาดของเรานั้นเราถูกข้อจำกัดในเรื่องของการถูกกล่าวหาว่า เราเป็นประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรคปากเปื่อยเท้าเปื่อยในสัตว์มากที่สุด อันนี้คือ กำแพงที่ทำให้เราติดขัดในเรื่องของการส่งออก วันนี้กรมปศุสัตว์ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ ปัญหานี้ ผมไม่ได้นิ่งนอนใจในฐานะที่ผมเป็นรัฐมนตรีกำกับดูแล เราได้ทำงานร่วมมือกันกับ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ โดยมีท่านรองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรม เวชยชัย นั่งเป็นประธาน เพื่อที่จะให้เกิดกลไกในการบูรณาการในการแก้ไขปัญหา วันนี้กรมปศุสัตว์ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกรมปศุสัตว์กำกับดูแลนั้น เราได้มี การประสานงานเพื่อที่จะเตรียมการให้เกิดการ เขาเรียกว่า ศูนย์ในการกักกันโรค เพื่อที่จะให้ประเทศคู่ค้าของเรานั้น มีความเชื่อมั่นว่าสินค้าทางด้านปศุสัตว์ของไทยนั้น เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดโรค ปลอดภัย โดยเฉพาะโรคปากเปื่อยเท้าเปื่อย🔗
อันที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการใช้สารเร่งเนื้อแดง ซึ่งเป็นปัญหาอุปสรรค อย่างมาก วันนี้เราถูกกีดกันจากประเทศจีน จากประเทศเวียดนาม ว่าไม่สามารถที่จะส่ง สินค้าเหล่านี้นำเข้าได้ วันนี้เราเตรียมตัวในการเจรจา โดยให้ทางกระทรวงต่างประเทศ เราต้องใช้ทูตทางด้านต่างประเทศ ทูตพาณิชย์ของกระทรวงพาณิชย์ในการเจรจา โดยกรมปศุสัตว์นั้นได้ขอความร่วมมือไปยังประเทศคู่ค้าเหล่านี้ว่าประเทศไทยมีการเตรียม ความพร้อมในการที่จะทำให้การส่งออกทางด้านโคไปยังต่างประเทศจีนก็ดี ประเทศ เวียดนามก็ดีนั้น ปลอดโรคปลอดภัย เรามีการจัดตั้งศูนย์กักกันโรค เพื่อการส่งออก ในขณะนี้ กรมปศุสัตว์ได้เตรียมพื้นที่ไว้ทั่วทุกภูมิภาค อย่างภาคเหนือก็มีที่จังหวัดเชียงราย ด่านเชียงแสน ซึ่งผมจะเดินทางไปตรวจราชการและไปดูการเตรียมความพร้อม ในวันที่ ๑๗ ที่จะถึงนี้ ที่ด่านเชียงแสน ศูนย์ภาคเหนืออยู่ที่จังหวัดเชียงราย ภาคอีสานนั้นอยู่ที่จังหวัดนครพนม แล้วก็จังหวัดมุกดาหาร ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดสระแก้ว ภาคใต้ ในขณะนี้อยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพราะฉะนั้นในขณะนี้การเตรียมความพร้อมนั้นก็คือว่า เราจะมีศูนย์กักกันโรค เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรคปากเปื่อยเท้าเปื่อย ในขณะเดียวกันกรมปศุสัตว์ก็มีการเตรียมในการที่จะทำวัคซีนด้วยตัวของกรมปศุสัตว์เอง ซึ่งขณะนี้เรามีศูนย์ในการผลิตวัคซีนของเรา แต่ว่าความต้องการและปริมาณมันไม่เพียงพอ ต่อโรคที่เกิดขึ้น ในขณะนี้ผมได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์นั้นได้ทำการศึกษาความเป็นไปได้ ในการที่จะจัดตั้งที่เรียกว่า เป็นศูนย์ผลิตวัคซีน ซึ่งมีศักยภาพและได้รับมาตรฐานเป็น มาตรฐานสากล ซึ่งในขณะนี้เราผลิตได้ท่านประธานครับ เราผลิตได้ แต่ว่าเราไม่สามารถ ที่จะเป็นโรงงานที่มาตรฐานสากลได้ นั่นหมายความว่าเราใช้ภายในประเทศก็จริง แต่ว่าความต้องการที่ผมได้วางแผนไว้ในฐานะที่กำกับดูแลนั้นเราต้องการอยากจะให้ ประเทศไทยนั้นเป็นศูนย์หรือว่าเป็น Hub ของวัคซีนทางด้านปศุสัตว์ เราสามารถที่จะให้ ความร่วมมือไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพราะวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่าการลักลอบสินค้าเข้ามา จากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทางประเทศเพื่อนบ้านนั้นที่ทะลักเข้ามาของโคเนื้อทั้งหลาย ตามชายแดนนั้น เรารับประกันไม่ได้ว่าสินค้าเหล่านี้มันปลอดโรคปลอดภัย และจะส่งผลต่อ การส่งออกของประเทศอย่างมาก ในขณะนี้กรมปศุสัตว์ได้เตรียมตัวแล้วว่าถ้าผลของ การเจรจาของประเทศคู่ค้า เช่น ประเทศจีนวันนี้เราได้เชิญเขา ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เรานะครับ ท่านประธานครับ ปัญหาอยู่ที่ประเทศคู่ค้าว่าเขาเชื่อมั่นว่าเราสามารถที่จะทำศูนย์ปลอดโรค ปลอดภัยได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นประเทศคู่ค้าจะเป็นคนออก Guarantee รับรอง วันนี้เราส่ง หนังสือไปยังประเทศจีนผ่านกระบวนการต่าง ๆ หมดแล้ว โดยใช้กระทรวงการต่างประเทศ ในการเจรจาเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการเตรียมความพร้อมของไทยนั้น เราเชิญให้จีน ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบที่เรียกว่า หน่วยงาน GACC ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับ การนำเข้าสินค้าทางด้านอาหารของจีนได้มาตรวจฟาร์มในประเทศ แล้วก็ออกใบรับรอง ในขั้นตอนนี้เรากำลังเตรียมการ ผมคิดว่าถ้าสามารถนำไปสู่กระบวนการดังกล่าวนี้อย่างที่ ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ไปเยือนประเทศจีนแล้วก็มีการเจรจาในเรื่องนี้ เราสามารถ เปิดตลาดที่จีนได้ ผมเชื่อว่าจะทำให้ตลาดทางด้านสินค้าทางด้านปศุสัตว์มันจะขับเคลื่อน มันจะโตขึ้นแล้วมันจะมีกำลังซื้อมากขึ้น อันที่ ๒ ในขณะนี้เราเจรจากับประเทศเวียดนาม เราจะเป็นการส่งออกทางเรือครั้งแรกท่านประธานครับ ในขณะนี้เรามี Order จากประเทศ เวียดนามนั้นเดือนละ ๒,๐๐๐ ตัว ในขณะเดียวกัน ประเทศเวียดนามก็ต้องออกใบรับรอง สุขภาพสัตว์ของประเทศเวียดนามนั้นว่าฟาร์มในประเทศไทยที่เราดำเนินการในขณะนี้ อยู่ตามชายแดนอย่างอยู่ที่เชียงแสน อยู่ที่จังหวัดมุกดาหาร อยู่ที่จังหวัดนครพนม อยู่ที่จังหวัด สุรินทร์ ด่านช่องจอมอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว แล้วก็อยู่ที่จังหวัดเพชรบุรี แล้วก็จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์นั้น สามารถที่จะเป็นศูนย์กักกันโรคปศุสัตว์ส่งออกได้ ปลอดโรคปลอดภัย ปลอดจากสารเร่งเนื้อแดง ถ้าเขามีความเชื่อมั่นอย่างนี้ตลาดวัวควายในประเทศก็จะ กระเตื้องขึ้น ส่งไปสู่ของราคามันก็ขยับขึ้นเป็นเงาตามตัวอย่างที่ท่านสมาชิกได้นำเรียนในที่ประชุมแล้ว ว่าในขณะนี้ทางกรมปศุสัตว์เองก็อยู่ในกระบวนการที่เรากำลังเร่งรัดที่จะทำให้เกิดมรรคผล ในการที่จะทำงานให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อขยับราคาให้สินค้าทางด้านปศุสัตว์ มีการขยับตัวมากขึ้น ผมขออนุญาตที่จะตอบคำถามท่านสมาชิกคำถามแรกเพียงเท่านี้ ก่อนครับ ประเด็นต่อไปนั้นผมจะขออนุญาตนำเรียนท่านในโอกาสต่อไปครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม คำถามที่ ๒ ขอกราบเรียน ถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่ากรมปศุสัตว์มีแนวทาง ในการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคระบาดด้านปศุสัตว์ มีแผนดำเนินการ อย่างไรบ้าง โดยเฉพาะสถานการณ์โรค Anthrax ที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านในขณะนี้ กราบขอบพระคุณครับ🔗
เดี๋ยวขออนุญาตท่านรัฐมนตรีก่อนนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะอาจารย์ เจ้าหน้าที่และนักศึกษาสาขาวิชารัฐศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนิสิตภาควิชาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพมหานคร ยินดีต้อนรับนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอตอบคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านดอกเตอร์ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สส. จังหวัดนครพนม ประเด็นที่ท่านได้ถามว่าถ้าหากทาง กรมปศุสัตว์นั้นมีแผนดำเนินการอย่างไร ในกรณีการป้องกันโรคระบาดสัตว์ โดยเฉพาะ โรคปากเปื่อย เท้าเปื่อย โรค Anthrax และโรค Lumpy Skin และโรค Lumpy Skin ซึ่งถือว่าเป็นโรคที่เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชนผู้เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสุกร ไม่ว่าจะเป็น เลี้ยงโค ทั้งโคเนื้อโคนม แล้วก็แพะด้วยเช่นกัน เพราะว่าปัญหาดังกล่าวนี้มันเกิดขึ้นแทบทุกปี ในขณะนี้ ต้องเรียนให้ท่านทราบว่าทางกรมปศุสัตว์นั้นอย่างที่ผมได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่นี้ แล้วว่าเรามีโรงงานวัคซีน เรามีการนำเข้าวัคซีนส่วนหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น โรค Lumpy Skin ในปีที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ในการระบาดของโรค Lumpy Skin นั้นเราต้องการใช้วัคซีนในการ แก้ไขปัญหานี้ ๗ ล้านโดส ในขณะเดียวกันโรงงานที่ปากช่องเรานี้ ของกรมปศุสัตว์นี้ เราผลิตตามขีดความสามารถได้เพียง ๑.๕ ล้านโดสเท่านั้นเอง ทุกอย่างนั้นมีการนำเข้ามา นี่ยกตัวอย่างแค่โรค Lump Skin เรามีการวางแผนว่าโรงงานของเราในขณะนี้เราไม่ต้องการ ที่อยากจะใช้เงินลงทุนของงบประมาณของแผ่นดิน ผมได้มอบนโยบายให้กรมปศุสัตว์ในการ ที่จะพัฒนาแล้วยืนบนขาของตัวเองให้ได้ โดยการให้หาทางเลือกที่จะยืนบนขาของตัวเอง โดยมีปัจจัยอยู่ ๓ ปัจจัยด้วยกัน ๑. ก็คือไม่กระทบต่องบประมาณของแผ่นดิน ๒. มีวัคซีนที่ มีคุณภาพและได้มาตรฐานเพียงพอ และ ๓. สามารถที่จะนำส่วนเกินของวัคซีนที่เราผลิตได้ จากโรงงานที่เราจะเกิดขึ้นในขณะนี้สามารถที่จะจำหน่ายไปยังต่างประเทศ ในประเทศ ในภูมิภาคนี้ หรือเราต้องการอยากจะเป็น Hub ของศูนย์วัคซีนของภูมิภาคนี้ทางด้านปศุสัตว์ ต้องยอมรับนะครับว่า มนุษย์เองเวลาเกิดโรคขึ้นมาแล้วเรายังต้องมีวัคซีนมนุษย์ยังพูดได้ ยังอธิบายได้ แต่สัตว์มันอธิบายไม่ได้ มันพูดไม่ได้ เพราะฉะนั้นการเตรียมความพร้อม จึงมีความจำเป็นอย่างมากเรามีโรงงานในขณะนี้ที่ปากช่อง ท่านประธานทราบไหมครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทราบไหมว่าเราสร้างมา ๙๐ ปีแล้ว ในขณะที่เทคโนโลยีวันนี้ มันเปลี่ยนไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นการที่เราจะใช้งบประมาณในการเติมเข้าไปเพื่อจะพัฒนา โรงงานวัคซีนของเรานั้น ผมคิดว่าวันนี้เราเติมเข้าไปเท่าไร ในขณะนี้ผลิตได้นี้ก็ยังไม่ได้ มาตรฐานนะครับ ที่เรียกว่ามาตรฐาน GMP ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลขององค์การอนามัยสัตว์ โลก ซึ่งเราจะต้องทำมาตรฐานให้ได้ในขณะนี้เราผลิตได้ แต่เราไม่ได้รับมาตรฐานถึงขนาดนั้น เพราะฉะนั้นมั่นใจแค่ไหนว่าถ้าสมมุติว่าเรามีวัคซีนที่ยังไม่มีคุณภาพ หรือมีคุณภาพยังไม่ได้ มาตรฐานสากลนั้นประเทศที่เป็นคู่ค้า อย่างที่ผมได้นำเรียนไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นประเทศเวียดนาม หรือประเทศมาเลเซียก็ดี สินค้าปศุสัตว์ที่ส่งออกนั้นเขาตั้งกำแพงเราเรื่องของเรามี โรคปากเปื่อย เท้าเปื่อย ซึ่งวันนี้ท่านทราบไหมว่าเราส่งออกในปีที่ผ่านมานั้นเลยครับเราแทบ ส่งออกไม่ได้เลย ตัวเลขการบริโภคภายในประเทศ ๑.๒ ล้านตัวต่อปี ในขณะที่เราผลิตได้ เฉลี่ยแล้วก็คือ ๑.๖ ล้านตัวต่อปี เราส่งออกต่างประเทศได้เพียง ๘๐,๐๐๐ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นความต้องการตลาดดังกล่าวนี้ยังมีความต้องการอย่างมากอยู่ เพราะฉะนั้น เรากำลังพัฒนาสถาบันวัคซีนของทางด้านกรมปศุสัตว์โดยมีเงื่อนไขว่าอาจจะให้เอกชน หรืออาจจะร่วมทุนภาครัฐและเอกชน ซึ่งในขณะนี้เราให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำการศึกษาวิจัยความเป็นไปได้ ความคุ้มทุนของการพัฒนาสถาบันวัคซีนของกรมปศุสัตว์ อยู่ในขณะนี้ ซึ่งเป็นการเตรียมแผนในการที่จะผลิตวัคซีนให้มีความเพียงพอต่อการแพร่ ระบาดของโรคที่เกิดขึ้นกับสัตว์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ปีก สัตว์เคี้ยวเอื้อง แล้วก็หมู เห็ด เป็ด ไก่ ทุกอย่าง แม้กระทั่งแพะด้วยทั้งหมดเลย ซึ่งขณะนี้ทางกรมปศุสัตว์เองเรากำลัง พัฒนาทางด้านโรงงานวัคซีนของเราให้มีมาตรฐานสากลอยู่ในขณะนี้ครับ คิดว่าถ้าหากว่า เราสามารถทำได้ สิ่งที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติกังวลนั้นก็จะหายไป แล้วก็จะส่งผลต่อสินค้า ทางด้านปศุสัตว์ที่มีคุณภาพ ปลอดโรค ปลอดภัยต่อผู้บริโภคต่อไปครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย คำถามที่ ๓ ผมขอฝากทางท่านรัฐมนตรีได้ปราบวัวเถื่อนอย่างจริงจัง เพราะว่า วัวเถื่อนนำเข้ามาจากจังหวัดตาก จังหวัดแม่ฮ่องสอน แล้วก็ไปส่งออกจากจังหวัดนครนายก จังหวัดสระแก้ว ผ่านด่านอรัญประเทศไปปอยเปต ประเทศกัมพูชา ซึ่งแต่ละ ๑ พ่วง ๑ รถบรรทุกเสียใต้โต๊ะ เสียเงินทุจริตคอร์รัปชัน ๑๒๐,๐๐๐ บาท ถ้าท่านรัฐมนตรีได้ช่วย ปราบในเรื่องนี้ก็จะทำให้วัว ควายสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ราคาเพิ่มขึ้นเป็น ๓ เท่าตามนโยบาย พรรคเพื่อไทยของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน และกระผมขอขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ท่านจะไป เยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครพนม มี ๔ อำเภอ อำเภอนาหว้า อำเภอนาทม อำเภอศรีสงคราม และอำเภอบ้านแพง ในเดือนหน้าเดือนเมษายนนี้เพื่อรับฟังปัญหา ความเดือดร้อนต่าง ๆ และได้แก้ไขปัญหาเรื่องปศุสัตว์ เรื่องสัตว์เลี้ยง เรื่องระบบน้ำ ระบบชลประทานให้กับพี่น้องประชาชนของเราซึ่งขาดแคลนน้ำกิน น้ำใช้ น้ำเพื่อการเกษตร และราคาพืชผลบางชนิดยังตกต่ำอยู่ แล้วก็ดีขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้ามีน้ำเพื่อการเกษตร ระบบชลประทานที่ดีก็จะทำให้พี่น้องเกษตรกรได้ร่ำรวย ไม่จนดักดานต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ขอฝากไปจะตอบนิดหน่อยไหม🔗
นิดเดียวครับ ขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาไม่เกิน ๑ นาทีครับ ท่านที่เคารพ ผม ไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สส. จังหวัดนครพนม ที่ท่านมีความห่วงใยและข้อกังวล ข้อเสนอ ของท่านนั้นทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ ในขณะนี้ก็ดำเนินการอยู่ในการ ป้องกันและปราบปราม แต่ว่าเราทำงานร่วมกันกับทุกภาคส่วนครับ ทั้งฝ่ายความมั่นคง ทางจังหวัด ทางตำรวจภูธรในพื้นที่ตามตะเข็บชายแดนทั้งหมดในการปราบปราม ตลอดจน เราเข้มงวด ขันน็อตเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ของเรานั้นจะต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการ เข้าไปดำเนินการในการที่ทำให้การกระทำลักลอบเข้ามาอย่างที่ท่านได้นำเรียนไปแล้วนี้ รับข้อเสนอของท่าน แล้วก็เราจะตระหนักเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญกระทบต่อเศรษฐกิจ ของประเทศครับ ขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ให้ความสนใจและห่วงใยต่อ การทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
กราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ อย่างไร ๑๒๐,๐๐๐ บาท ก็ต้องไปบอกรายละเอียดรัฐมนตรี🔗
๒. นายประมวล พงศ์ถาวราเดช เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
กระทู้ถามสดด้วยวาจา ท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถาม เรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ นะครับ เชิญท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช ถามคำถามแรก เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานสภาไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ซึ่งได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการมาตอบกระทู้ผมวันนี้ สืบเนื่องจาก พี่น้องประชาชน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ รวมถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดเพชรบุรี รวมเป็น ๑๖ จังหวัด ซึ่งใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม ทางหลวงหมายเลข ๔ เพียงเส้นทางเดียว ในการสัญจรดำเนินการเพื่อเดินทางผ่านทั้ง ๑๖ จังหวัด ที่ผมกล่าวมาแล้วข้างต้น ซึ่งไม่มี ถนนสายสำรอง ถ้าเกิดเหตุการณ์วิกฤต ไม่ว่าน้ำท่วมหรือเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ พี่น้องประชาชน ที่ใช้เส้นทางดังกล่าวไม่มีเส้นทางคู่ขนานที่จะแก้ปัญหาการสัญจรให้พี่น้องประชาชน เหลือเพียงถนนในหมู่บ้านถนนเล็ก ๆ ซึ่งใช้สัญจรในหมู่บ้าน ในตำบล ในอำเภอ เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเวลาเกิดวิกฤตต่าง ๆ ดังที่เคยปรากฏมาในอดีต ไม่ว่าการที่พี่น้อง ประชาชนปิดถนนหรือเกิดน้ำท่วม เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรี ผมขอเรียนถามสั้น ๆ ดังต่อไปนี้🔗
ตามที่แผนงานดังกล่าว ซึ่งจะสร้างถนนคู่ขนาน ระหว่างสามแยกวังมะนาว ไปออกปากท่อ แล้วไปออกอำเภอ หนองหญ้าปล้อง ไปออกแก่งกระจาน และไปออกหนองพลับ อำเภอหัวหิน ซึ่งจะเป็นคู่ขนาน กับทางหลวงหมายเลข ๔ คือทางหลวงเพชรเกษม ทางกระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวง มีแผนการก่อสร้างอย่างไร และมีการดำเนินการไปกี่ช่วง กี่ตอนแล้ว ผมกราบเรียน ท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องจากท่านติดภารกิจต้องเดินทางไปประชุมต่างประเทศร่วมกับท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ดิฉันขอขอบพระคุณกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ ที่ท่านเอง ได้ใส่ใจแล้วก็ได้ติดตามถามไถ่โครงการนี้มาตลอด นับตั้งแต่ท่านได้กลับเข้ามาสู่ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ คำถามแรกของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระทรวงคมนาคมเอง ได้ตระหนักถึงเส้นทางที่ลงไปสู่ภาคใต้ของประเทศ สืบเนื่องจากปัจจุบันนี้เส้นทางสู่ภาคใต้ มีเป็นจำนวนมาก🔗
ดิฉันขอเริ่ม คำถามจากช่วงของปากท่อจังหวัดราชบุรีที่บริเวณแยกวังมะนาวถึงแยกปฐมพร จังหวัด ชุมพร ซึ่งต้องใช้เส้นทางหลวง หมายเลข ๔ หรือว่าถนนเพชรเกษมเป็นหลัก แล้วก็เป็นเพียง เส้นทางเดียวด้วยนะคะ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงกรุงเทพมหานครถึงปากท่อ ซึ่งเป็นเส้นทาง ที่มีทางเลือก เส้นทางนี้ก็เปรียบเสมือนเส้นทางที่เป็นคอขวดนะคะ เส้นทางเพชรเกษมผ่านไป ที่จังหวัดนครปฐมกับพระราม ๒ ประกอบกับช่วงของถนนเพชรเกษมนะคะ ที่ช่วงจากแยกวัง มะนาวลงไปมีปริมาณรถที่มีความหนาแน่นสูงเป็นอย่างมาก ประมาณ ๒๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ คัน ตลอดวัน ยิ่งช่วงวันหยุดยาว ๆ ทำให้ปัญหาการจราจรในเส้นทางดังกล่าวติดขัดเป็น อย่างมากค่ะ ดิฉันได้โชว์สไลด์ที่ ๓ ถึงแผนเส้นทางที่ท่านสมาชิกได้ถามถึงเส้นทางคู่ขนานกับ ถนนเพชรเกษมนะคะ เนื่องจากเส้นทางดังกล่าว โดยกรมทางหลวงมีแผนงานที่จะพัฒนา เส้นทางดังกล่าว ที่กราบเรียนว่าสู่ภาคใต้ แล้วก็เป็นเส้นทางต่อเนื่องสอดรับกับโครงการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองก็คือ หมายเลข ๘ สายนครปฐม-ปากท่อ-ชะอำ หรือเราเรียกว่า M8 และทางหลวงพิเศษ หมายเลข ๘๒ ช่วงของสายบางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว-ปากท่อ หรือเราเรียกว่า M82 เพื่อรองรับปริมาณสู่เส้นทางพื้นที่ภาคใต้ของประเทศที่มีความเจริญเติบโตขึ้นมาอย่าง ต่อเนื่องพร้อมกับเป็นแผนพัฒนาเส้นทางคู่ขนานในระยะแรก ดิฉันขออธิบายเป็น ๓ ช่วงดังนี้🔗
ช่วงที่ ๑ เป็นช่วงของการก่อสร้างปรับปรุง ทล.๓๒๐๖ ช่วงบ้านห้วยยางโทน ถึงบ้านห้วยศาลาที่อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี หรือทางหลวงหมายเลข ๓๕๑๐ ช่วงบ้านห้วยศาลาถึงปากท่อ ยาวไปจนถึงหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี รวมระยะทาง ทั้งสิ้น ๒๒ กิโลเมตรโดยประมาณ เส้นทางดังกล่าวเป็นทางขนาน ๔ ช่องจราจร เราได้ งบประมาณในการก่อสร้าง ในปี ๒๕๖๖ วงเงินก่อสร้าง ๑,๓๐๐ ล้านบาท และขณะนี้อยู่ใน ระหว่างก่อสร้างนะคะ ต้องขอประทานโทษเรื่องของการเดินทางที่ไม่สะดวกต่อพี่น้อง ประชาชนคนไทยที่ใช้เส้นทางสัญจรไปมาในเส้นทางนี้ด้วยนะคะ ขณะนี้มีความก้าวหน้า ประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งล่าช้ากว่าแผนประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ สาเหตุที่ล่าช้าสืบเนื่องจาก ต้องมีการย้ายระบบสาธารณูปโภค เช่น เรื่องของเสาไฟฟ้า เรื่องของระบบประปา คาดว่า โครงการนี้จะดำเนินการแล้วเสร็จประมาณปี ๒๕๖๙🔗
ช่วงที่ ๒ ที่ขึ้นหมายเลขที่ ๒ เป็นการปรับปรุงก่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๓๕๑๐ ระหว่างอำเภอหนองหญ้าปล้องไปจนถึงบ้านทุ่งเคล็ด จังหวัดเพชรบุรี ระยะทาง ทั้งสิ้น ๑๒ กิโลเมตร เป็นทาง ๔ ช่องจราจร คาดว่างบประมาณในเส้นทางดังกล่าวเราได้ เตรียมตั้งในงบประมาณปี ๒๕๖๘ มีวงเงินก่อสร้าง ๗๒๐ ล้านบาท🔗
ช่วงที่ ๓ ที่หมายเลขที่ ๓ เป็นการก่อสร้างเป็นทางแนวใหม่ ระยะทางทั้งสิ้น ๑๕ กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะเชื่อมกับวังมะนาวไปยังเส้น ทล.๓๒๐๖ บริเวณ ห้วยยางโทน โดยมีจุดเริ่มต้นในช่วงที่ ๑ รวมทั้งปรับปรุงทางแยกต่างระดับที่วังมะนาว ซึ่งบริเวณทางแยกต่างระดับทางแคบ ซึ่งปัจจุบันได้มีการสำรวจออกแบบรายละเอียด แล้วก็ ศึกษา EIA เสร็จเรียบร้อยแล้ว ดังรายงานของ EIA อยู่ในระหว่างการพิจารณาของ คณะผู้ชำนาญการ หากได้รับความเห็นชอบเราจะเสนอ พ.ร.ก. ในเรื่องของการดำเนินจัดการ กรรมสิทธิ์ที่ดิน และเสนอขอรับงบประมาณในขั้นตอนต่อไป วงเงินการก่อสร้างทั้งสิ้น ในเส้นทางดังกล่าวเป็นวงเงินทั้งสิ้น ๓,๙๐๐ ล้านบาท เป็นทางที่จะสร้างเป็นทางถนน แนวใหม่ เป็นวงเงินทั้งสิ้น ๒,๔๐๐ ล้านบาท แล้วก็เป็นทางแยกต่างระดับอีก ๑,๕๐๐ ล้านบาท🔗
ต่อมาสำหรับเส้นทาง ทล.๓๕๑๐ ช่วงที่เหลือจากอำเภอท่ายางไปจนถึง จังหวัดเพชรบุรี ที่จะเชื่อมต่อไปยังอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จะมีระยะทาง ที่เหลือ ๔๐ กิโลเมตร เราจะดำเนินการในการที่จะสร้าง แล้วก็ดำเนินการในการที่จะจัดสรร งบประมาณในโอกาสต่อไปค่ะท่านประธาน นี่คือช่วงของการเตรียมการก่อสร้างในคำถามที่ ท่านสมาชิกได้ถามใน ๓ ช่วงนะคะ ก็เป็นคำถามแรกของท่านสมาชิกค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปคำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช ขอถามท่านรัฐมนตรีต่อโดยผ่านท่านประธานนะครับ ซึ่งในแผน ของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม จะดำเนินการศึกษาสำรวจออกแบบเพื่อแก้ปัญหา ถนนเพชรเกษมหรือถนนหมายเลข ๔ ตรงนี้ จากตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน ซึ่งท่าน รัฐมนตรีได้ชี้แจงและอธิบายให้ท่านสมาชิกได้รับทราบแล้ว แต่ผมกราบเรียนถาม ท่านประธานไปที่รัฐมนตรีต่อว่าช่วงหนองพลับ อำเภอหัวหิน ผ่านปราณบุรี ซึ่งตามแผน ของกรมทางหลวงจะไปสิ้นสุดที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อยู่ในแผน การศึกษาหรือดำเนินการของกรมทางหลวงหรือเปล่าครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ขออนุญาตท่านรัฐมนตรีก่อนนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครู นักเรียนโรงเรียนประชานุเคราะห์ ๓๘ จังหวัดระนอง สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามที่ ๒ นะครับ🔗
ขอขอบคุณค่ะ ท่านประธานตอบคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์นะคะ ในคำถามที่ ๒ ในแผนการดำเนินงานจะเห็นว่าปัจจุบันกระทรวง คมนาคมภายใต้การดำเนินงานของท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และภายใต้การบริหารงาน ของท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลในการที่จะ พัฒนาการสร้างเครือข่ายทุกรูปแบบให้เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ ทั้งการขนส่งทางราง ทั้งการขนส่งทางน้ำ การขนส่งทางบก และการขนส่งทางอากาศ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็น โครงข่ายทางหลวงระหว่างเมืองสู่พื้นที่ภาคใต้ ก็จะมีการเชื่อมโยงระบบขนส่งอย่างที่ดิฉันได้ นำเรียนสักครู่นะคะ ว่าทั้งสนามบิน ทั้งท่าเรือ ทั้งสถานีรถไฟที่จะต้องทำให้ความเจริญนี้ ผ่านไปทางจังหวัดนครปฐม จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดราชบุรี จังหวัด เพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเดินทางไปสู่ภาคใต้ตอนล่างทั้งฝั่งอ่าวไทย ฝั่งทะเล อันดามัน แล้วเชื่อมเข้าสู่แหล่งชุมชน รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ กระทรวงคมนาคมอยู่ใน ระหว่างของการศึกษาแผนแนวทางเลือกค่ะ ว่าเราจะดำเนินการไปเส้นทางไหนเพื่อไป พิจารณาถึงสภาพแวดล้อมข้อเท็จจริง แล้วก็บริบทต่าง ๆ ของพื้นที่อาจจะเปลี่ยนไป เนื่องจากปัจจุบันนี้ความเจริญเข้าไปสู่แหล่งชุมชนเป็นจำนวนมาก ประกอบกับการพัฒนา โครงข่ายพื้นที่ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง และระบบราง หรือว่า MR-MAP ดำเนินการ แล้วเสร็จ ซึ่งจะเป็นการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง แล้วก็ระบบรางไปพร้อม ๆ กัน จึงทำให้จะต้องคิดแล้วก็ทบทวนในเรื่องของการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ พี่น้องประชาชน แล้วก็เกิดประสิทธิภาพโดยเฉพาะลดผลกระทบในเรื่องของการเวนคืน และลดในเรื่องของความแตกแยก การแบ่งแยกของพื้นที่ในชุมชนเมืองด้วยเช่นกันนะคะ ก็ขออนุญาตนำเรียนเรื่องของแนวเส้นทาง Motorway ที่ลงสู่ภาคใต้หรือว่า M8 ก็จะอยู่ ช่วงของชุมพร-ชะอำ แล้วก็จะพาดผ่านในแนวทางเส้นที่ใกล้เคียงกัน ที่ดิฉันปักหมุด ให้เห็น แล้วก็เป็นเส้นทางสีส้มนะคะ ก็จะผ่านไปที่อำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี อำเภอ บางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพราะฉะนั้นในเส้นทางดังกล่าวจึงมีความจำเป็นที่ต้อง ทบทวนการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงแผ่นดินข้างต้นให้สอดคล้องกับการพัฒนา Motorway เช่นเดียวกันค่ะ ซึ่งเส้นทางดังกล่าวก็จะเป็นเส้นทางที่จะต้องใช้ร่วมกัน แล้วก็พยายามที่จะ ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องที่อยู่ในชุมชนเขตเมือง ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมเองก็พยายาม ที่จะเร่งรัดการพัฒนาโครงข่ายนี้โดยเร็ว ส่วนข้อมูลจะ Update อย่างไร มีความก้าวหน้า เพียงใด ดิฉันขออนุญาตที่จะมา Update ให้กับท่านสมาชิกในที่ประชุมแห่งนี้ต่อท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติอีกครั้งหนึ่งค่ะ นี่คือคำถามที่ ๒ ที่ท่านสมาชิกได้ถามขึ้นมา ขอบพระคุณ ในคำถามที่ ๒ ค่ะ🔗
ท่านประมวลมีอะไรจะฝากไหมครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเข้าใจครับที่ท่านรัฐมนตรีตอบเมื่อสักครู่นี้ คือ Motorway M8 ซึ่งเป็น โครงการเครือข่ายพิเศษระหว่างเมือง ซึ่งตามแผนเราต้องเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ แต่ทาง กระทรวงคมนาคมได้ศึกษาสำรวจแล้ว จากนครชัยศรีเป็น Motorway คือ M8 ที่ท่านรัฐมนตรี ตอบเมื่อสักครู่ จนไปถึงอำเภอท่ายาง คือชะอำ อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ผมคิดว่า กระทรวงคมนาคมตั้งงบประมาณไว้เพื่อดำเนินการก่อสร้าง เพราะช่วงนี้ได้ศึกษาออกแบบ แล้วลงไปสำรวจเพื่อดำเนินการก่อสร้าง ช่วงจังหวัดนครปฐมจากอำเภอนครชัยศรีจนไปถึง อำเภอท่ายาง-ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ส่วนช่วงที่ ๒ ระหว่างชะอำ-เพชรบุรีไปจนถึงจังหวัด ชุมพร ผมคิดว่าถ้ากระทรวงคมนาคมดำเนินการ เลือกด้าน Motorway ทางหลวงพิเศษ ระหว่างเมือง ถ้ารีบดำเนินการก่อสร้าง ผมคิดว่าเป็นผลดีให้พี่น้องประชาชนใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ เพราะเมื่อไปถึงแยกปฐมพรแล้วเราสามารถเลี้ยวขวาไปจังหวัดระนอง ไปจังหวัดตรัง ไปจังหวัดกระบี่ ไปจังหวัดพังงา แล้วก็ตรงไปจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปจังหวัด นครศรีธรรมราช ไปจังหวัดพัทลุง ไปอำเภอหาดใหญ่ ไปจังหวัดสงขลา และไป ๓-๔ จังหวัด ภาคใต้ได้ เพราะฉะนั้นผมเรียนฝากท่านรัฐมนตรีว่าให้รีบดำเนินการจัดสรรงบประมาณไปทั้ง ๒ เส้น ทั้งทางหลวงหมายเลข ๔ คือเพชรเกษม ซึ่งเลี้ยวขวาไปทางจังหวัดระนอง แล้วไปเจอ กันที่สี่แยกสายเอเชียที่จังหวัดพัทลุง แล้วก็ไปหาดใหญ่ แล้วก็ไป ๓-๔ จังหวัดภาคใต้ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธาน ไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าให้รีบดำเนินการตั้งงบประมาณเพื่อจัดสรรทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง จุดแรกคือจากนครปฐมไปอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ส่วนจุดที่ ๒ จากอำเภอท่ายางไป จังหวัดชุมพร ขอให้รีบจัดการเพื่อพี่น้องประชาชนทั้ง ๑๔ จังหวัดภาคใต้ และ ๒ จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดเพชรบุรีด้วย🔗
สุดท้าย ผมเรียนประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่า วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ เดือนนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมืองของภาคใต้ รวมทั้งจังหวัดเพชรบุรี จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ด้วย จะรวมกันแถลงข่าวเพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนในการสัญจรไปมา ไม่ว่าถนนคู่ขนาน หมายเลข ๔ หรือการสร้าง Motorway ที่ผมกล่าวมาแล้วข้างต้น และหลังจากนั้นจะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมต่อไป ขอบพระคุณท่านประธานและท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างสูงครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีจะให้ความมั่นใจอีกนิดหน่อยได้ไหม เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ คำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในเรื่องของโครงการ จากจังหวัดนครปฐมไปถึงอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ดิฉันขอเท้าความแล้วก็นำเรียนถึง แผนงานของโครงข่ายปรับปรุงทางหลวง สาย ทล.๓๒๐๖ แล้วก็ ทล.๓๕๑๐ ที่เรามีแผนงาน ที่จะพัฒนาทางหลวงระหว่าง ๒ เส้นทางนี้ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่จะเป็นทางเลือกให้กับ พี่น้องประชาชน ซึ่งเริ่มจากสายหมายเลข ๘ บ้านแพ้ว-พระราม ๒ ต่อเนื่องไปที่ M82 อยู่ใน ระหว่างก่อสร้าง แล้วก็ระยะทางอีก ๔๗ กิโลเมตร ซึ่งเป็นทางยกระดับขนาด ๖ ช่องจราจร ซึ่งเป็นทางเดิมก็คือเขตของถนนพระราม ๒ วงเงินลงทุน ๕๓,๒๐๐ ล้านบาท ขณะนี้อยู่ใน ระหว่างการทำแผนโครงการที่จะรอก่อนขออนุมัติโครงการ ซึ่งเป็นโครงการที่ท่านสมาชิก ได้พูดนำเสนอไปเมื่ออสักครู่นะคะ ซึ่งระยะทางทั้งหมดนี้ ระยะทางแรกช่วงแรกก็คือ ๑๐๙ กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ ๔ จังหวัดค่ะท่านประธาน จังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี จังหวัด สมุทรสงคราม แล้วก็จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการออกแบบรายละเอียดทำ EIA เสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ ได้ผ่านการพิจารณาของ คชก. แล้วนะคะ ปัจจุบันการขออนุมัติ ดำเนินโครงการก่อสร้างดังกล่าวก็จะขอได้ระยะทางการก่อสร้างช่วงแรกเพียงแค่ ๖๑ กิโลเมตร ซึ่งอยู่ในเล่มของงบประมาณขาวแดงในปี ๒๕๖๗ ขอความร่วมมือสมาชิกได้โหวตผ่าน ในงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ ด้วยนะคะ ในวงเงินเบื้องต้นก็เป็นเรื่องของการเวนคืนงานโยธา งานระบบ งบประมาณ ๔๓,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพคะ จะเห็นว่างบประมาณ ใด ๆ นอกจากเราได้เตรียมการในการงบประมาณโครงการก่อสร้างแล้ว ในเรื่องของเงิน เวนคืนก็มีจำนวนมากเช่นกันค่ะ เพราะขณะนี้เมืองมีการขยายตัว การเวนคืนที่ดินจึงมีมูลค่า สูงไปตามความเจริญของชุมชนของเมืองเช่นเดียวกันค่ะ หากโครงการนี้ได้อนุมัติตามแผน ก็จะสามารถสร้างความเจริญให้กับท่านสมาชิกที่ได้นำเรียนถึงการพัฒนาในโครงข่ายของ ภาคใต้ค่ะ ส่วนถนนโครงการสายชะอำ-ชุมพร คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างในปี ๒๕๖๙ เราจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างเส้นทางดังกล่าวนี้ ๔ ปีนะคะ ก็อยู่ในช่วงปี ๒๕๖๙ ถึงปี ๒๕๗๓ ก็ยังอยู่ในช่วงของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติดำรงตำแหน่งอยู่นะคะ ก็จะถือเป็น ผลงานของท่านเช่นเดียวกันในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แล้วก็จะเปิดให้มีการทดลองใช้ในปี ๒๕๗๔ แล้วก็จะสามารถเปิดใช้ภายในปี ๒๕๗๔ แล้วก็ สามารถอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนค่ะ ในระยะทางดังกล่าวมีทั้งหมด ๓๓๗ กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ทั้งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แล้วก็จังหวัดชุมพรค่ะ ซึ่งถ้าได้ ดำเนินการพื้นที่ และศึกษาความเหมาะสมแล้วก็จะเสร็จอยู่ในกรอบของโครงการขนาดใหญ่ ทั้ง MR แล้วก็ทั้งโครงการของ MR-MAP ซึ่งถ้าเราได้รับอนุมัติงบประมาณดังกล่าวนะคะ การก่อสร้างก็จะเร็วขึ้น แล้วก็เป็นไปตามแผนที่กระทรวงคมนาคมวางไว้ค่ะ ท่านประธาน ที่เคารพคะ ถ้าถนน ๒ สายนี้เราได้รับการพัฒนาและยกระดับการขนส่งไปสู่พื้นที่ภาคใต้ เพิ่มระดับของการแข่งขันในระบบ Logistics ของประเทศ รวมทั้งเป็นเส้นทางเลือกของพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางไปสู่อนุภูมิภาค ไปสู่แหล่ง ท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก็จะเป็นผลงานอีกผลงานหนึ่งของกระทรวงคมนาคม ที่เราจะได้มีการเพิ่มขีดความสามารถ เพิ่มการแข่งขัน แล้วก็โดยเฉพาะกรมทางหลวง เรามีนโยบาย มีวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนาโครงข่ายทางหลวงที่สะดวกและปลอดภัย เชื่อมโยง โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แล้วก็ให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ค่ะ ต้องถือโอกาส ขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์อีกครั้งหนึ่งที่ได้ให้โอกาสของ กระทรวงคมนาคมได้ลุกขึ้นมาตอบคำถามของท่านสมาชิก และได้มีโอกาสได้ชี้แจงผลงานว่า วันนี้กระทรวงคมนาคมได้มีการพัฒนาโครงข่าย แล้วก็เตรียมการที่จะทำ MR-MAP ไปสู่ ความเจริญของพี่น้องประชาชนในภาคใต้อย่างไร ขอขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ🔗
ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านประมวลอย่าลืมอภิปราย ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท วันที่ ๒๐ วันที่ ๒๑ วันที่ ๒๒ ขอบคุณครับ🔗
๓. นางสาวนิตยา มีศรี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
กระทู้ถามสดด้วยวาจา ท่านนิตยา มีศรี ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากในวันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดภารกิจไม่สามารถตอบกระทู้ถามได้นะครับ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ถ้าท่านนิตยา มีศรี ยังคงประสงค์ที่จะตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาอยู่ ก็ให้เสนอใหม่ในคราวต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๙ นะครับ🔗
ขออนุญาตหารือสักครู่ได้ไหมคะ ท่านประธาน🔗
เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นิตยา มีศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๕ ท่านประธานคะ ดิฉันทราบมาจากเพื่อนสมาชิกว่าท่านรัฐมนตรีช่วยก็เดินทางมาสภานะคะ มาตอบกระทู้ ห้องแยกเฉพาะด้วยนะคะท่านประธาน แต่ดิฉันไม่ทราบว่าท่านติดอะไรถึงไม่สามารถ ที่จะขึ้นมาตอบกระทู้ดิฉันยังสภาแห่งนี้ได้นะคะ เพราะกระทู้ถามของดิฉันมันเกี่ยวกับ เรื่องของปัญหาบ่อขยะแพรกษาใหม่ และที่ล่าสุดที่เกิดปัญหามานี้นะคะ บ่อขยะแห่งนี้ เกิดไฟไหม้ขึ้น ไฟไหม้ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ว่ามันเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งแล้ว ถ้าเห็น ภาพที่เพื่อนสมาชิกช่วยดิฉันชูนี่ คือถือว่าเป็นปัญหาค่อนข้างใหญ่ในจังหวัดสมุทรปราการเลย เพราะว่าหลังจากที่ไฟดับลงมันก็จะเกิดมลพิษทางอากาศ เช่น PM1.0 หรือ PM2.5 ขึ้น ที่ปกคลุมไปทั่วทั้งจังหวัดสมุทรปราการเลย ฝุ่นมลพิษพวกนี้มันมีสารก่อมะเร็งด้วยนะคะ ท่านประธาน ก็ฝากถึงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ฝากประเด็นนี้กลับไปด้วยนะคะท่าน แล้วก็ บ่อขยะแพรกษาใหม่แห่งนี้มันไม่ใช่มีแค่ไฟไหม้เมื่อวันจันทร์อย่างเดียว พี่น้องประชาชน ทนทุกข์ทรมานเกี่ยวกับเรื่องกลิ่นเอย เรื่องอะไรเอยมานานแสนนานเป็นสิบ ๆ ปีแล้วนะคะ ท่านประธาน แล้วถ้าจะพูดอีกเรื่องหนึ่งก็คือปัญหาบ่อขยะแพรกษาใหม่นี้สไลด์ลงไปทับ ของคลองสาธารณะอีกต่างหาก แล้วก็มีผู้เชี่ยวชาญห้อง Lab สุ่มเอาน้ำไปตรวจก็พบ สารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชนด้วยนะคะ ท่านประธาน อย่างไรฝาก ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ผมจะประสานท่านรัฐมนตรีนะครับ ถ้าท่านรัฐมนตรีไปได้ก็ให้ท่านไปลงพื้นที่หรือไม่ ก็ส่งตัวแทนไปพบท่าน สส. นะ🔗
ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
เชิญครับ ท่านมีอะไรครับ🔗
เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ ในฐานะวิปฝ่ายค้านจะเรียนขอปรึกษาท่านประธาน เกี่ยวกับเรื่องก่อนที่จะเข้ากระทู้ทั่วไป ขอปรึกษาท่านประธานเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างที่ เพื่อนสมาชิกของดิฉันได้กล่าวไปแล้วว่าเมื่อเวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกา โดยประมาณนะคะ ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มาตอบกระทู้ที่ห้องด้านล่าง ดิฉันไม่เข้าใจว่าสภาแห่งนี้มันกว้างขวางใหญ่โตไปใช่ไหมคะ ท่านถึงขึ้นมาตอบกระทู้ ในห้องแห่งนี้ไม่ถูกค่ะ เราแต่งตั้งรัฐมนตรีมาเพื่อตัดสินใจเรื่องสำคัญ ๆ ของประเทศ แต่กับแค่กระทู้สดแค่นี้ท่านยังขึ้นมาตอบไม่ได้ ดิฉันผิดหวังแทนประชาชนจริง ๆ ค่ะ ท่านประธาน ขอบคุณค่ะ🔗
คือท่านรัฐมนตรีได้มีหนังสือว่าท่านติดภารกิจ ภารกิจของรัฐมนตรีบางทีมันเป็นเวลานะครับ อาจมาได้ ๑๐ นาที ๒๐ นาที ต้องไปธุระสำคัญที่นัดหมายไว้นะครับ ก็ไม่เป็นอะไรเดี๋ยวผม ประสานท่านรัฐมนตรีให้ลงพื้นที่กับท่าน สส. หรือไม่ก็ส่งตัวแทนไปแก้ปัญหานะครับ เดี๋ยวช่วยดูให้ครับ ก็จบกระทู้ถามสดนะครับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑. เรื่อง ปัญหาการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงในเขตดอนเมือง ของนายเอกราช อุดมอำนวย ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ท่านรัฐมนตรีมาพร้อมแล้วนะครับ เชิญท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ต้องขอบพระคุณที่ท่านรัฐมนตรีใส่ใจความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มาตอบกระทู้ของผมในวันนี้นะครับ🔗
ก่อนอื่นผมขออนุญาตให้ ท่านประธานได้ดูความยากลำบากของพ่อเฒ่า แม่เฒ่าผู้เปราะบางที่ต้องประสบความ เดือดร้อนในแต่ละวันก่อนนะครับ เผื่อท่านจะเห็นภาพความจริงว่าตอนนี้ขณะนี้บ้านมั่นคง ในเขตดอนเมืองที่ดำเนินโครงการอยู่ ภาพที่ออกมาสวยหรู แต่ว่ามันมีปัญหาที่จะต้องช่วยกัน ในกรณีนี้เป็นภาพแรก ผม Sensor เอาไว้ให้ดูให้เห็นนะครับว่าไปลงพื้นที่มานี้ มี ๒ ตายาย ท่านนี้ครับ มีอาการป่วยติดเตียงเป็นผลมาจากโรคเส้นเลือดในสมอง แล้วก็คุณยายมีอายุมาก แล้วก็มีอาการป่วยอยู่บ่อยครั้ง ทั้งบ้านท่านประธานครับ ดูแลอยู่กัน ๒ คน ไม่มีบุตรหลาน หากมองถึงพื้นฐานง่าย ๆ แน่นอนรายได้ของครอบครัว คุณตาป่วยติดเตียงก็ประกอบอาชีพ ไม่ได้ คุณยายอาจจะขายของชำได้เล็ก ๆ แต่ว่าบ้านเดิมที่อยู่ก็กำลังจะถูกไล่รื้อโดยโครงการ ในนามว่า บ้านมั่นคง แต่ว่าอย่าว่าแต่ผ่อนบ้านเลยครับท่านประธาน รายได้ ๒ ท่าน เมื่อรวมกันเอาเบี้ยผู้สูงอายุมายังไม่พ้น ๓,๐๐๐ บาทเลยนะครับ หากท่านคิดว่าจะเอาเงิน จากไหนที่จะมาเข้าร่วมโครงการ แล้วก็อย่าบอกว่าโครงการเขาจะมีบ้านให้กับผู้เปราะบาง ซึ่งในความเป็นจริงจากการได้ไปสอบถามกับสหกรณ์ต่าง ๆ และสมาชิกสหกรณ์ก็พบว่า บางโครงการมีบ้านกลางที่ให้สำหรับผู้เปราะบางเพียง ๑ หลัง ๒ หลัง ๓ หลัง แล้วแต่พื้นที่ ชุมชนหนึ่งมีผู้เปราะบางเท่าไร มันไม่เคยถูกการสำรวจอย่างแท้จริง แล้วก็ถูกทอดทิ้งไป บางรายต้องกลายเป็นคนเร่ร่อนไปนอนข้างสะพาน ตอนนี้มีคนที่ถูกฟ้องดำเนินคดีคือเข้าไป ร่วมโครงการแล้วนะครับ แล้วปรากฏว่าผ่อนต่อไม่ได้ สหกรณ์ก็ต้องฟ้อง แล้วก็ถูกขับไล่ ออกจากพื้นที่ อย่างนี้อยากทราบครับท่านประธานว่า ท่านรัฐมนตรีจะแก้ปัญหาบ้านกลาง ที่กำลังจะสร้างแต่ละสหกรณ์ชุมชนจะเอางบประมาณจากไหน อย่างไร แล้วก็ชุมชนต่าง ๆ เขาต้องแบกรับภาระในการผ่อนแทนภาครัฐ ซึ่งเดิมมันเหมือนว่าผู้เปราะบางรัฐก็ดูแล สนับสนุนใช่ไหมครับ โครงการต่าง ๆ แต่ตอนนี้เหมือนไปผลักให้กับสหกรณ์ไปรับผิดชอบ ในส่วนนี้ ดังนั้นผมจึงอยากจะสอบถามรายละเอียดครับว่า ท่านรัฐมนตรีจะช่วยเหลือ กลุ่มเปราะบางทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ยากไร้ที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ แล้วก็เป็น ผู้ที่กำลังถูกไล่รื้อจากโครงการนี้อย่างไร นี่คือคำถามแรกครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นะครับ ขออนุญาตตอบกระทู้ของท่านสมาชิกนะครับ ท่านเอกราช อุดมอำนวย ขออภัยที่เอ่ยนาม กรณีเกี่ยวกับเรื่องบ้านมั่นคงในเขตดอนเมือง ตามที่ท่าน สส. ได้กล่าวมาเมื่อสักครู่ ท่านประธานครับ การร่วมโครงการของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. ภายใต้ โครงการบ้านมั่นคงในแต่ละหลังนั้นจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐนั้นครัวเรือนละประมาณ ๑๔๗,๐๐๐ บาท ใน ๑๔๗,๐๐๐ บาท จะแบ่งเป็นงบสำหรับก่อสร้างสาธารณูปโภคส่วนกลาง ของชุมชนอยู่ประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาท และอีกส่วนหนึ่งอีก ๙๗,๐๐๐ บาทนั้น จะเป็นงบสำหรับอุดหนุนแล้วก็ช่วยเหลือสำหรับ ก่อสร้างของสมาชิกแต่ละท่าน ๆ ตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวเมื่อสักครู่นะครับ การออกแบบ บ้านนั้นก็จะมีเป็น ๓ รูปแบบที่ท่านสมาชิกได้พูดมาถูกต้องครับ มีบ้านกลางที่เป็นบ้าน ชั้นเดียวสำหรับคนที่ไม่สามารถประกอบอาชีพใด ๆ ได้ แล้วก็จริงอย่างที่ท่านสมาชิก พูดครับว่า อย่างเช่นในชุมชนเปรมประชาสมบูรณ์ที่มีจำนวนครัวเรือนอยู่ทั้งหมด ๑๒๔ หลังนั้น จาก ๑๒๔ หลัง มีบ้านกลางอยู่หลังเดียวนะครับ แล้วก็มีบ้านชั้นเดียวอีก ๑ หลัง แล้วที่เหลือก็จะเป็นบ้าน ๒ ชั้น ต้องเรียนว่าการที่ผู้ด้อยโอกาสหรือผู้เปราะบาง ผู้สูงอายุ รวมถึงคนพิการนั้นรายจ่ายของบ้านกลาง รวมถึงค่าก่อสร้างนั้น ต้องเรียกว่าคงไม่ใช่ เป็นการผลักภาระไปให้พี่น้องในชุมชนครับ แต่ว่าทุก ๆ หลังที่อยู่ในชุมชนนั้น เงินส่วนหนึ่ง จะมาจากภาครัฐอย่างที่ผมได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ ๑๔๗,๐๐๐ บาทนั้น ๕๐,๐๐๐ บาท ทำส่วนกลาง และอีก ๙๗,๐๐๐ บาทนั้น จะสนับสนุนพี่น้องประชาชน ทีนี้บ้านกลางนั้น จะเป็นส่วนที่ภาครัฐก็สนับสนุนเช่นกัน แต่พี่น้องในชุมชนนั้นจะต้องมาช่วยแบ่งเบาภาระ ในส่วนตรงนี้นะครับ เพราะว่างบประมาณของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนนั้นคือการสร้าง ให้กับชุมชนมีความเข้มแข็งขึ้นและมีส่วนร่วมในการที่จะทำให้ชุมชนนั้นมีที่พักอาศัยต่าง ๆ ในกรณีของคุณตา คุณยายที่ได้กล่าวเมื่อสักครู่ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่แน่ใจว่าได้มีการทำงาน เกี่ยวกับเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุแล้วหรือยังนะครับ ถ้าหากยังไม่มีผมก็ขออนุญาตจะให้ทาง เจ้าหน้าที่ประสานกับท่าน สส. ในการที่จะลงไปขอรายละเอียดของคุณตา คุณยายทั้ง ๒ คน แล้วจะได้มีเบี้ยของผู้สูงอายุนะครับ แล้วก็ถ้าหากว่ามีข้อจำกัดอย่างอื่น อย่างเช่น มีความ พิการอะไรต่าง ๆ นั้น ก็จะติดต่อดูว่ามีเบี้ยสนับสนุนใดให้กับคุณตา คุณยาย ๒ ท่านนี้ ได้เพิ่มเติมบ้าง ในกรณีของสำหรับผู้สูงอายุท่านอื่น หรือคนพิการอื่นที่อยู่ในชุมชน ผมเอง ก็จะขอให้ทางเจ้าหน้าที่ติดต่อกับท่านสมาชิกลงไปในพื้นที่ว่ามีข้อจำกัดหรือว่าทางกระทรวง พม. จะสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง แต่ในกรณีของสำหรับบ้านพักของบ้านมั่นคงที่ พอช. รับผิดชอบนั้น เป็นสิ่งที่พี่น้องในชุมชนได้ทำข้อตกลงกันเอาไว้ว่าถ้ามีผู้ที่ต้องการ ความช่วยเหลือและไม่สามารถที่จะหารายได้ได้ สมาชิกทุกคนจะเป็นคนแบกรับไว้ ไม่ว่าจะ เป็นค่าเช่าบ้าน รวมไปถึงค่าก่อสร้าง ค่าน้ำ ค่าไฟต่าง ๆ เมื่อเข้าอยู่แล้วนะครับ ดังนั้นการที่ จะมีคนเพิ่มขึ้นในส่วนของบ้านกลางอย่างไร จำนวนเท่าไรนั้นพี่น้องที่อยู่ในชุมชนก็คงจะต้อง มีความเห็นชอบด้วยเช่นกัน แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นเองในส่วนของกระทรวง พม. นอกจากสถาบัน พัฒนาองค์กรชุมชนแล้ว เรายังมีหน่วยงานที่พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็น กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หรือกรมการพัฒนาและส่งเสริมกิจการคนพิการ กรมกิจการ ผู้สูงอายุ หรือแม้แต่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และท้ายที่สุดถ้าหากว่ายังมีเรื่อง เดือดร้อนจริง ๆ ยังนึกไม่ออกนะครับ จะทำอย่างไรกระทรวง พม. เรามีศูนย์ ศรส. ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชนภายใต้ Hotline ๑๓๐๐ โทรหาพวกเราได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมงนะครับ และเราจะส่งทีมงานหน่วยเคลื่อนที่เร็วไปยังชุมชนต่าง ๆ เพื่อดูว่าปัญหา เบื้องต้นมีอย่างไร ถ้าหากว่าขาดเหลือสิ่งของหรือว่าที่พักอาศัยอย่างไรนั้น เราจะแก้ปัญหา เฉพาะหน้าให้ได้ก่อนภายใน ๒๔ ชั่วโมงและจะดูว่าจะมีงบประมาณส่วนใดมา Support หรือว่าสนับสนุนพี่น้องที่มีความต้องการมากขึ้น เป็นพี่น้องคนพิการ หรือว่ายังเป็น ผู้ยากไร้อยู่ ในส่วนของผู้สูงอายุครับท่านประธาน ต้องขออนุญาตเรียนไปยังท่านสมาชิกว่า ก็ต้องดูอีกว่าผู้สูงอายุนั้นมีศักยภาพในการที่จะประกอบสัมมาอาชีพอะไรได้หรือไม่ หรือว่า ยังมีกำลังวังชาอยู่หรือไม่ ถ้ายังมีอยู่เราจะสามารถส่งเสริมศักยภาพ หาอาชีพต่าง ๆ ให้เพื่อให้ผู้สูงอายุเหล่านั้นสามารถมีกิจกรรม แล้วก็ทำให้เป็นผู้สูงอายุที่ติดสังคมแทนที่จะ เป็นผู้สูงอายุที่ติดบ้านหรือติดเตียง แต่ว่าในกรณีของคุณตา คุณยาย ๒ ท่านที่เป็นตัวอย่างนี้ เดี๋ยวทางกระทรวง พม. จะขออนุญาตเข้าไปติดต่อ แล้วก็ดูว่ามีสิ่งใดที่เราสามารถสนับสนุน เพิ่มเติมได้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านเอกราชครับ🔗
ขอบคุณสำหรับคำตอบ ท่านรัฐมนตรีนะครับ แต่ว่าแบบนี้ครับท่านประธาน ก็คือเท่าที่ผมได้ฟังมาก็คือท่านรัฐมนตรี ก็พยายามอธิบายว่ากลไกของกระทรวง พม. ก็มีทั้งกรมต่าง ๆ ในการดูแล ซึ่งตรงนี้ผมเข้าใจ ดีว่ามันก็จะมีผู้ที่รับผิดชอบในงานด้านต่าง ๆ แต่ว่าที่กระทู้ผมถามในวันนี้ เนื่องจากว่ากลไกที่มีอยู่มันบิดเบี้ยวและมันไม่สะท้อนภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นครับ ผมอยากชวนท่านรัฐมนตรีลงไปดูกับผมหน่อย ริมคลองเปรมประชากรที่กำลังถูกไล่รื้อ มีคนที่เดือดร้อน ที่เขาไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ผมถามว่าจะปล่อยให้เขาเป็นคนเร่ร่อน ไม่มีที่อยู่หรืออย่างไรครับ แล้วก็กรณีอย่างที่ท่านรัฐมนตรียกตัวอย่างมาว่ากรณีของ ชุมชนเปรมประชาสมบูรณ์อย่างนี้ ๑๒๔ หลัง มีบ้านกลางแค่ ๑ หลัง แบบนี้มันคือมันไม่ใช่ การแก้ปัญหานะครับ ดังนั้นผมจึงคิดว่าอยากจะให้ท่านมีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมว่าบรรดา คนจนเมืองที่ถูกไล่รื้อจากโครงการของรัฐ แล้วไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ท่านจะ แก้ปัญหาอย่างไรนะครับ นอกจากนี้ครับท่านประธาน ผมก็รับฟังพี่น้องประชาชนมาทั้ง ๒ กลุ่ม เหมือนคำถามแรกที่ผมได้ถามไปเป็นคำถามของคนที่เขาไม่สามารถเข้าร่วม โครงการได้ คือกลุ่มเปราะบาง และคำถามที่ ๒ ที่ผมกำลังจะถามท่านรัฐมนตรี ก็คือเรื่องของ ผู้ที่เข้าร่วมโครงการแล้วเขาก็ประสบปัญหาเหมือนกัน ปัญหาที่เขาต้องเผชิญนั้นก็คือว่า ดอกเบี้ยที่เขาแบกรับของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ซึ่งเป็นภาระหนี้สินถึงร้อยละ ๔ ของค่าบ้านทั้งหมด แล้วในส่วนของบ้านนี้นะครับ ไม่รวมดอกเบี้ยของสหกรณ์ด้วยอีก ประมาณร้อยละ ๒ รวมแล้วรับภาระดอกเบี้ยรวมกันประมาณร้อยละ ๖ ถ้าพี่น้องประชาชน ได้ไปกู้ธนาคารทั่วไปก็จะทราบนะครับ อัตราดอกเบี้ยบ้านซึ่งจะอยู่ราว ๆ นี้ละครับ คำถาม คือแล้วนี่คือการช่วยเหลือที่แท้จริงจากภาครัฐสำหรับคนจนจริง ๆ หรือไม่ ท่านประธานครับ ผมคำนวณมานะครับ หากราคาบ้านเป็นไปตามเอกสารประชาสัมพันธ์ของ พอช. จะอยู่ที่ ประมาณ ๔๖๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเมื่อคำนวณดอกเบี้ยร้อยละ ๖ และเป็นระยะเวลาที่ปรับ ๓๐ ปีนี้ ราคาบ้านเมื่อรวมกันแล้วต่อหลัง ประมาณ ๗๙๐,๐๐๐ บาท แล้วก็กรรมาธิการการ พัฒนาเศรษฐกิจ ได้เรียกทาง พอช. มาตอบ ในชั้นกรรมาธิการก็บอกว่าร้อยละ ๔ ที่เก็บไปจะ ไปใช้ในการบริหารองค์กร คือเก็บดอกเบี้ยไปบริหารองค์กรของรัฐ ท่านรัฐมนตรีทราบเรื่อง ไหม มันสามารถปรับลดได้ไหมครับ แล้วก็ที่เขาผ่อนไปแล้วจะทำอย่างไร คำถามก็คือว่าที่ พอช. บอกว่าไม่สามารถปรับลดได้ ท่านรัฐมนตรีพอจะมีแนวทางไหมครับ ที่จะอุดหนุนภาระ ต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนในส่วนนี้ แล้วก็แนวทางที่จะช่วยเหลือสำหรับคนที่เขาไม่สามารถ เข้าร่วมโครงการได้จริง ๆ ท่านบอกว่าให้ชุมชนสำรวจกันเอง วันนี้ท่านลงไปกับผม ได้เลยที่คลองเปรมประชากร มันทำแบบนั้นไม่ได้ ขอรัฐมนตรีช่วยตอบหน่อยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ขออนุญาตตอบ กระทู้ถามของท่านสมาชิกเพิ่มเติมนะครับ ของท่านเอกราช ไม่ต้องขอครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ ๙ โมงเช้า ผมจะไปลงพื้นที่คลองเปรมประชากรตลอดเส้นทางครับท่าน สส. ไปกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็ จะไปดูว่ามีข้อจำกัดหรือว่าข้อที่จะต้องไปพัฒนาเพิ่มเติมอย่างไร ทีนี้ในส่วนของดอกเบี้ย ที่ท่านสมาชิกได้กล่าวเมื่อสักครู่ บอกว่าเอาเงินดอกเบี้ยไปบริหารองค์กรก็คงต้องทำอย่างนั้น ครับท่านประธาน ในเมื่อองค์กรไม่ได้งบประมาณจากรัฐบาล องค์กรนี้นะครับท่านประธาน ไม่ใช่เรียกว่าเป็นหน่วยราชการระดับกรม หรือรัฐวิสาหกิจแต่เป็นองค์การมหาชน แล้วแต่ละ ปีนั้นอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกว่า สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนนั้น ไม่ได้รับ เงินในการบริหารหน่วยงานนะครับ ดังนั้นแน่นอนสถาบัน พอช. นั้นมีเงินเก็บอยู่ เคยมีท่าน สมาชิกบางท่านตั้งข้อสังเกต แต่ว่าเงินเหล่านี้ก็เป็นกองทุนที่จะเอาไว้ปล่อยให้กู้ยืมกับพี่น้อง ประชาชนนะครับ แล้วก็เงินดอกเบี้ย ๔ เปอร์เซ็นต์ที่ได้มีการเก็บนั้น ต้องบอกว่าที่ผ่านมาตั้งแต่มีการคืน ดอกเบี้ยให้กับทางพี่น้องประชาชนด้วย ๔ เปอร์เซ็นต์นั้นบางครั้งถ้าหากว่าผลประกอบการ ของสหกรณ์หรือว่าของ พอช. นั้น สามารถดำเนินการได้เราก็จะคืนดอกเบี้ยให้ประมาณ เกือบ ๑ เปอร์เซ็นต์ให้กับทางสหกรณ์ ฉะนั้นจาก ๔ เปอร์เซ็นต์มันก็จะเหลือ ๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ดอกเบี้ยนั้นได้กำหนดมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ช่วง ๔ ปีที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้มีการขยับ หรือปรับตัวดอกเบี้ยใด ๆ แต่ว่าอยากจะขอฝากว่าแต่ละองค์กรนั้นก็จะต้องมีการบริหาร จัดการองค์กร สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนนั้นก็เป็นอีกหนึ่งในองค์กรที่มีเครือข่ายอยู่ ทั่วประเทศ แล้วก็มีเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปทำงานในทุก ๆ พื้นที่ เราเองอยากจะช่วยพี่น้อง ประชาชนครับ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นบางพื้นที่ยังมีข้อจำกัด อย่างเช่นในพื้นที่คลองเปรมประชากร นั้นเป็นพื้นที่ที่เราจะต้องเอาพี่น้องประชาชนที่อยู่ติดริมคลองนั้นขึ้นมาอยู่บนบก เพื่อไม่ได้จะ รุกล้ำในพื้นที่คลอง และเมื่อนำมาอยู่บนที่ตรงฝั่งคลองแล้วพื้นที่จะต้องขยายขึ้นครับ เพราะว่าบางบ้านอยู่กัน ๗ คน ๘ คน พื้นที่แน่นอนบางครั้งจะไม่พอ ในขณะนี้ทาง พอช. เอง ก็เร่งหาพื้นที่ในการที่จะให้พี่น้องประชาชนนั้นสามารถขยับขยายไปอยู่ในพื้นที่อื่น ๆ ได้ เพราะว่าบางครั้งผมเองได้เรียกข้อมูลมาดูว่าจากพื้นที่เดิมมีอยู่สมมุติ ๕๐ หลังคาเรือน แต่พอขยายขึ้นมาบนบกแล้วจาก ๕๐ หลังคาเรือนขยายเป็น ๗๐ หลังคาเรือนหรือ ๘๐ หลังคาเรือน เพราะว่าจำนวนประชากรในแต่ละครัวเรือนนั้นเยอะเกินไป ดังนั้นทาง พอช. เองก็กำลังเร่งหาพื้นที่เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นราชพัสดุหรือว่าพื้นที่ต่าง ๆ ของหน่วยงาน ต่าง ๆ และขออนุญาตใช้เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนจะได้มีบ้านพักอาศัย สำหรับกรณีที่ พี่น้องกลุ่มเปราะบางที่ยังไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ อันนี้ขอรับเป็นการบ้านครับว่าจะทำ อย่างไร เพราะว่าในการทำงานหาที่พักอาศัยให้กับพี่น้องประชาชนนั้นทางกระทรวง พม. เราเอง โดยลำพังคงจะไม่สามารถดำเนินการได้เพียงหน่วยงานเดียว ก็จะขอรับเป็น ข้อการบ้านนะครับว่า จะสามารถประสานงานกับหน่วยงานใดที่หาทั้งที่ เพราะว่าส่วนที่ สำคัญในการที่จะปลูกบ้านต้องหาที่ให้ได้เสียก่อน กระทรวง พม. ก็มีพื้นที่อยู่ ณ ระดับหนึ่ง แต่การที่จะหางบประมาณมาเพิ่มเติมนั้นเดี๋ยวก็คงจะต้องขอสนับสนุนงบประมาณจากทาง สำนักงบประมาณต่อไป แต่ว่าเรื่องดอกเบี้ยถ้าหากว่าลดได้ผมเองก็อยากจะขอลด ๔ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าด้วยสถานการณ์ในขณะนี้ถ้าหากว่าลดค่าใช้จ่ายของ พอช. ลงจะไปดูว่า จะลดอย่างไร และจะสามารถทำให้ดอกเบี้ยลดได้อย่างไรบ้าง เพราะว่า ๒ เปอร์เซ็นต์ ของสหกรณ์ก็คงจะไปลดของพี่น้องที่อยู่ในสหกรณ์ไม่ได้ เพราะว่าเป็นผลประกอบการของ สหกรณ์เอง แต่ ๔ เปอร์เซ็นต์ของ พอช. ในขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนที่ พอช. ต้องใช้บริหาร จัดการการทำงานขององค์กร ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณนะครับ เป็นอันสิ้นสุดนะครับ ท่านเอกราชมีอะไรอีกไหมครับ🔗
ขอสั้น ๆ ได้ไหมครับ ท่านประธาน🔗
ท่านมีไม่เกิน ๓ นาที แล้วก็ขอไม่ให้เป็นคำถามนะครับ🔗
ก็ขอฝากท่านรัฐมนตรี นะครับ เนื่องจากพื้นที่คนจนเมือง คนต่างจังหวัด ถ้าไม่มีที่อยู่อาศัยก็ยังเก็บพืชผักริมทาง ยังเอาตัวรอดได้ในชีวิตประจำวัน แต่สำหรับคนจนเมืองถ้าไม่มีคือไม่มี ต้องนอนใต้สะพานลอย อย่างเดียว นี่คือสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วน จริง ๆ ไม่ใช่ เฉพาะในเขตดอนเมือง ก็มีเขตอื่น ๆ ด้วยนะครับ แล้วก็อยากฝากถึงท่านรัฐมนตรีเผอิญ ทราบเรื่องว่าท่านรัฐมนตรีจะมาตอบ ท่าน สส. รอมฎอน ปันจอร์ ก็ฝากมาที่ตำบลบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ก็มีโครงการที่ประชาชนเข้าร่วมในบ้านมั่นคงนี่ละครับ แต่ว่าตอนนี้เขารอเงินอนุมัติ ๑๐ เปอร์เซ็นต์อยู่ แต่ว่ารอมานานแล้วครับ แล้วก็มีคนทยอย ไหลออกไปเรื่อย ๆ แล้วครับ ก็คือออมกันไม่ไหว แล้วก็คนทยอยออก อย่างไรฝากท่านรัฐมนตรี แก้ปัญหาด้วยนะครับ อย่างไรเดี๋ยวจะติดตามท่านรัฐมนตรีพรุ่งนี้นะครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขออนุญาตอีกทีได้ไหมครับ ที่ไหนของปัตตานีครับท่านประธาน🔗
ตำบลบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี🔗
อย่างไรเดี๋ยวสมาชิกเอาข้อมูลมาที่หน้าบัลลังก์ก็ได้ จะได้ประสานไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ขอบคุณท่านรัฐมนตรีมากครับ ผมเข้าสู่ ๑.๒.๒ นะครับ🔗
๒. เรื่อง ความต้องการพืชสำหรับเป็นอาหารสัตว์ นางฐิติมา ฉายแสง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านไชยา พรหมา เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ครับ ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีให้เกียรติอยู่ที่บัลลังก์แล้วนะครับ ขอเชิญ ท่านฐิติมา ฉายแสง ใช้สิทธิในการถามครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่บรรจุกระทู้ทั่วไป เรื่องความต้องการพืช อาหารสัตว์ ให้กับดิฉันมาพูดในวันนี้ แล้วก็กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านไชยา พรหมา ที่สละเวลาแล้วก็ยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นอันดี ที่จะมาตอบคำถามของดิฉัน เรื่องอาหารสัตว์ค่ะท่านประธาน อาหารสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น ปศุสัตว์หรือประมงก็ล้วนแล้วแต่จะต้องใช้พืชในการที่จะมาทำเป็นอาหาร และพืชที่เรานำมา ใช้นั้น ส่วนใหญ่ก็จะพูดกันถึงถั่วเหลืองข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ดิฉันไม่อยากที่จะไปไกลมากมาย เพราะว่าเวลามีแค่นี้นะคะ มันก็คงจะมีทั้งคาร์โบไฮเดรต ทั้งโปรตีนอะไรก็แล้วแต่ก็อยาก จะพูด ถั่วเหลืองกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์🔗
โดยเฉพาะตัวถั่วเหลือง เขาจะปลูกกัน แบบนี้ หน้าตามันเป็นแบบนี้นะคะ ที่โชว์ภาพเพราะว่ามีคนบอกว่าหน้าตาเป็นอย่างไร ท่านประธาน นี่คือสัตว์ที่กินกันอยู่นะคะ ข้าวโพดผ่านไปเลยนะคะ ผ่านไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะ ถั่วเหลืองเป็นพืชที่มีคุณประโยชน์มากมายเพราะว่ามีโปรตีนสูงมาก โดยที่มีโปรตีนสูงมาก แล้วก็มีประโยชน์หลายอย่างทั้งคนเองเอาไปทำน้ำเต้าหู้ ทำอะไรเยอะแยะไปหมดเลย น้ำมัน ถั่วเหลืองเต็มไปหมด คนกิน สัตว์ก็กินใช่ไหม ปลูกถั่วเหลืองทำให้ดินดีด้วยท่านประธาน ซึ่งเราก็รู้กันอยู่ตรงนี้นะคะ ทีนี้การปลูกถั่วเหลืองท่านประธานค่ะ การปลูกถั่วเหลืองในอดีต ปี ๒๕๓๐ เราปลูกอยู่ ๑.๘ ล้านไร่ ผลผลิต ๔๐๐,๐๐๐ ตันประมาณนี้ พอมาปี ๒๕๖๕ จาก ๑.๘ ล้านไร่ เป็น ๘๕,๐๐๐ ไร่ ผลผลิตจาก ๔๐๐,๐๐๐ ตัน เหลือ ๒๓,๐๐๐ ตัน แล้วพอ ปี ๒๕๖๖ ลดลงมาอีกเหลือ ๗๖,๐๐๐ ไร่ แล้วก็เหลือปริมาณผลผลิตแค่ ๒๐,๐๐๐ จาก ๔๐๐,๐๐๐ ตัน ๔๐๐,๐๐๐ ตันก็ไม่พออยู่แล้ว เพราะความต้องการของตลาด ๕.๘ ล้านตัน ทำไมผลผลิตของประเทศมันตกต่ำลงไปเรื่อย ๆ แบบนี้นี่คือคำถาม ที่ถามไปเรื่อย ๆ นะคะ ท่านประธาน ชวนคุยแล้วก็ถามเรื่อย ๆ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการผลิต สินค้าที่ใช้ถั่วเหลืองเป็นวัตถุดิบ อย่างที่บอกตอนต้น น้ำมันถั่วเหลือง นมถั่วเหลือง เต้าหู้ ซอสถั่วหลือง อาหารสัตว์อะไรก็แล้วแต่ จึงมีความจำเป็นในการที่จะต้องนำเข้าปริมาณ ที่สูงถึง ๕.๘ ล้านตัน ซึ่งราคาดันถูกกว่าในประเทศอีกท่านประธาน อันนี้คือยิ่งน่าสงสัย ใหญ่เลย จนทำให้เกษตรกรนั้นก็ลด แล้วก็เลิกปลูก จนเหลืออย่างที่ดิฉันบอก เรานำเข้า จากไหน เรานำเข้าจากบราซิล ๗๐ เปอร์เซ็นต์ สหรัฐอเมริกา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ มีอาร์เจนตินา อะไรนิดหน่อยอะไรก็ว่าไป เราพึ่งพาการนำเข้าถั่วเหลืองจากต่างประเทศเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มันมากเกินไปจนถือว่าประเทศไทยขาดความมั่นคงทางอาหาร ท่านประธานลองคิดดูว่า ถ้าบราซิล สหรัฐอเมริกา อาร์เจนตินาอะไรก็แล้วแต่แล้วเกิดปัญหาดินฟ้าอากาศ เกิดปัญหา สงครามผลิตไม่ได้ ขึ้นราคามาก ๆ ก็ดี ค่าเงินบาทของไทยอ่อนมาก ๆ ก็ดี กระทบต้นทุนการ ผลิตอาหารสัตว์ทันที เราไปฝากชีวิตไว้กับเขา เราไปฝากชีวิตไว้กับเขาจริง ๆ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นความต้องการ ๕.๘ ล้านตัน ผลิตได้เอง ๒๐,๐๐๐ ตัน ประเทศไทยไม่คิดจะหา หนทางในการพึ่งพาตัวเองบ้างหรือ นี่คือคำถามที่ดิฉันอยากจะถาม ฉะนั้นท่านประธาน ทราบไหมคะว่า EU ได้ประกาศกฎหมาย ออกมาเป็นสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า คำถาม ในภาพนี้บอกว่าไทยพร้อมแค่ไหนรับมือมาตรการ EUDR ซึ่งย่อมาจาก EU Deforestation Regulation เมื่อ EU เตรียมแบนสินค้าเข้าข่ายทำลายป่า เขามีผลบังคับ วันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๖ แต่มีผลในทางปฏิบัติ วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๗ อีกไม่กี่เดือนนี้มีผลปฏิบัติแล้ว สินค้า ๗ ชนิด ท่านคะ โค โกโก้ กาแฟ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ถั่วเหลือง และไม้ มีถั่วเหลืองอยู่ในนั้นด้วย ท่านต้องไม่ทำลายป่า ต้องถูกกฎหมาย ทีนี้ท่าน ไปซื้อจากบราซิล ท่านรู้หรือเปล่าว่าบราซิล Greenpeace บอกว่าอะไรเมื่อ ๔ ปีที่แล้ว ประเทศบราซิลเผาป่า Amazon ทำทุ่งเลี้ยงสัตว์และปลูกพืชถั่วเหลือง ปัญหามันมาแล้วค่ะ ปัญหามันมาแล้ว คำถามจึงถามว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีแนวทางในการเพิ่มผลผลิต ถั่วเหลืองเพื่อใช้ในการเป็นอาหารคน อาหารสัตว์ โดยให้การสนับสนุนเกษตรกรอย่างไร และเมื่อไรจะเริ่มโครงการอย่างเป็นรูปธรรม คือเป็นไปได้หรือไม่ที่กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์จะหันมาเอาจริงเอาจังกับพืชอาหารสัตว์ถั่วเหลือง ท่านจะรื้อฟื้นให้มีการผลิต ถั่วเหลืองให้มากขึ้นเพื่อทดแทนการนำเข้าได้หรือไม่ ท่านมีนโยบายมาตรการและวิธีการ อย่างไร คำถามที่ ๑ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ได้มอบหมายให้มาตอบกระทู้ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา ต้องขอขอบคุณท่านฐิติมาที่ท่านได้ให้ ความสนใจ แล้วก็มีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะพี่น้องที่ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งผลิตอาหารอันสำคัญ แล้วก็เป็นต้นทุนของวัตถุดิบที่มีความสำคัญ อย่างมาก เพราะฉะนั้นปัญหาที่ท่านได้นำเรียนในที่ประชุมแห่งนี้ ผมในฐานะที่เป็นรัฐมนตรี กำกับดูแลกรมปศุสัตว์ ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอง ให้ความสำคัญอย่างมาก เราทราบดีว่าพี่น้องเกษตรกรที่ประสบปัญหา ไม่ว่าเป็นการเลี้ยง ปศุสัตว์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นหมู ไม่ว่าจะเป็นวัว ไม่ว่าจะเป็นแพะ ประสบปัญหานั่นก็คือ แบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ถึงแม้ว่าราคาจะขยับขึ้นแล้วก็ตามนะครับ มีสินค้าบางตัวขยับ ขึ้นแต่ว่าต้นทุนการผลิตมันก็ไล่ตาม หักกลบลบกันแล้วรายได้สุทธิแทบจะไม่เหลือเลย ปัญหานี้คือปัญหาที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความกังวลอย่างมาก และเป็นปัญหา เดียวกันกับที่ท่านสมาชิกท่านฐิติมาได้ให้ความห่วงใยในการตั้งคำถามเรื่องนี้ ต้นทุน อาหารสัตว์ของเรานั้นต้องยอมรับว่าเรามีความต้องการต้นทุนอาหารสัตว์นั้นประมาณ ๒๐ ล้านตันต่อปี แต่ว่าเราสามารถที่จะผลิตได้เพียง ๘ ล้านตันต่อปีเท่านั้นเอง เรานำเข้า ทั้งหมด นำเข้าสินค้าที่เป็นต้นทุนวัตถุดิบ ๑๒ ล้านตันต่อปี เพราะฉะนั้นอันนี้ต้องยอมรับว่า เราต้องพึ่งพา โดยเฉพาะภาคธุรกิจซึ่งถือว่าวันนี้เกษตรกรเองส่วนใหญ่แล้วต้องพึ่งพาสินค้า ที่เป็นต้นทุนอาหารสัตว์ที่สำเร็จรูปจากภาคธุรกิจ ภาคการเกษตรทั้งนั้น กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์มีนโยบาย เราบูรณาการร่วมกันในการที่จะพัฒนาแล้วให้เกษตรกรนั้นยืนบนขา ของตนเองได้ เราให้กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย กรมปศุสัตว์ ในการที่จะบูรณาการร่วมกันในการที่จะทำอย่างไรที่จะพัฒนาให้พี่น้อง เกษตรกรนั้นสามารถที่จะหาพืชที่เป็นต้นทุนอาหารสัตว์นั้นมาชดเชยการนำเข้าจาก ต่างประเทศ วันนี้ต้นทุนอาหารสัตว์ส่วนใหญ่แล้ววัตถุดิบที่นำเข้ามานั้น ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด ไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลือง เราต้องนำเข้าจากต่างประเทศทั้งนั้นเลย ข้าวโพดเรามีความต้องการ ที่สำหรับเลี้ยงอาหารสัตว์นั้น ๘ ล้านตันต่อปี เราผลิตได้ภายในประเทศนั้นเพียง ๔ ล้านตัน ต่อปี แสดงว่านั่นคือเรานำเข้ามาอีกประมาณครึ่งหนึ่งเลยด้วยซ้ำไป ในขณะที่ถั่วเหลือง เองนั้น ต้องยอมรับว่าถั่วเหลืองนั้นเรานำเมล็ดถั่วเหลือง ๓.๕ ล้านตัน แล้วก็กากถั่วเหลือง ประมาณ ๓ ล้านตัน เฉลี่ยแล้วประมาณ ๖.๕ ล้านตัน ตัวเลขใกล้เคียงกับที่ท่านฐิติมา ได้พูดว่า ทำไมเราถึงไม่สามารถที่จะผลิตถั่วเหลืองเองได้ อันนี้ต้องยอมรับว่าในการส่งเสริม การผลิตพืชทดแทนดังกล่าวนั้น เราคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ว่า ๑. ต้นทุนการผลิต แล้วผลิต มาแล้วต้นทุนกับที่เรานำเข้ามา แล้วก็ราคาซื้อขายนั้นจะต้องไม่แตกต่างจากการนำเข้าจากต่างประเทศ สิ่งสำคัญที่สุดนั้น ก็คือผลผลิตต่อไร่เหล่านั้นมีประสิทธิภาพ มีขีดความสามารถในการผลิตนั้น ยังไม่มี ความสามารถเพียงพอ เปรียบเทียบกับนำเข้าจากต่างประเทศแล้วมีราคาถูกกว่า อันนี้ คือตัวเลขจากสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยได้ให้ข้อมูลมา แล้วทางกรมวิชาการเกษตรเองก็ดี กรมส่งเสริมการเกษตรเองก็ดี เราทำการส่งเสริมเพื่อจะเพิ่มพื้นที่การผลิตโดยเฉพาะ ส่งเสริมในเรื่องของพืชโปรตีนก็คือถั่วเหลือง เรามีการนำร่องอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในการ ผลิตสายพันธุ์ถั่วเหลือง ซึ่งมีขีดความสามารถในการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ แต่เฉลี่ยแล้ว เราสามารถที่จะผลิตได้ในขณะนี้ ผลผลิตต่อไร่เราได้แค่เพียง ๒๒๐ กิโลกรัมต่อไร่ นี่คือขีดความสามารถเราต้องใช้น้ำ เราต้องใช้ปุ๋ย เราต้องใช้ศักยภาพทั้งหลายในการพัฒนา เพื่อจะให้ผลผลิตนั้นเพิ่มมากขึ้น มีแปลงทดลองอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่นั้น ปรากฏว่า เราสามารถผลิตเต็มที่ให้ปุ๋ย ให้น้ำ ผลผลิตต่อไร่นั้นขยับมาจาก ๒๒๐ กิโลกรัมต่อไร่ ขึ้นมาเพียง ๓๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ และไม่เกิน ๔๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ ในขณะที่นำเข้าจาก ต่างประเทศ ประเทศที่นำเข้านั้น ผลผลิตต่อไร่เขาถึง ๖๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ ราคาจำหน่าย ภายในประเทศนั้น ๒๒ บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่นำเข้ามานั้นเพียง ๑๘ บาทเท่านั้นเอง หรือไม่เกิน ๒๐ บาท เพราะฉะนั้นอันนี้คือสาเหตุหนึ่งที่ผลผลิตต่อไร่เราต่ำ🔗
อันที่ ๒ ก็คือการนำเข้ามานั้น ถูกกว่า ถามว่าเราสามารถที่จะหาพืชตัวอื่น สามารถที่จะทดแทนได้หรือไม่ ในขณะนี้เราได้ให้กรมวิชาการเกษตร มีงานวิจัยหลายเรื่อง ของกรมวิชาการเกษตรที่สามารถที่จะปลูกพืชทดแทนได้ ยกตัวอย่างเช่น มันสำปะหลัง ใบมันสำปะหลัง ถ้าสมมุติว่าเป็นใบสดนั้น มันจะมีสารไซยาไนด์เป็นอันตรายทั้งคนทั้งสัตว์ แต่ถ้าเกิดว่าเอาใบมันสำปะหลังมาสับ แล้วก็หมัก ๒๑ วัน มันจะกลายเป็นโปรตีนชั้นดี และมีสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ของโปรตีนใกล้เคียงกับถั่วเหลือง ถึงแม้ว่าจะไม่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หรือเทียบเท่ากับถั่วเหลืองไม่ได้ แต่ว่าสามารถที่จะทดแทนกันได้ สิ่งเหล่านี้เราให้ กรมวิชาการเกษตรนั้น เผยแพร่ให้กับพี่น้องเกษตรกร เผยแพร่ให้กับเกษตรกรว่านี่คือ องค์ความรู้อย่างหนึ่งที่สามารถที่จะลดพื้นที่ สามารถที่จะหาพืชตัวอื่นมาทดแทนการนำ เข้าได้ ในขณะนี้เราก็ได้ดำเนินการในส่วนที่เราได้รับผิดชอบอยู่ในขณะนี้ ก็คือบูรณาการ ร่วมกันกับทุกภาคส่วน ในการที่จะเพิ่มพื้นที่ในการเพาะปลูก ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน ที่จะต้องขยายแหล่งน้ำ จัดหาแหล่งน้ำในการที่จะช่วยให้การทำการเกษตรของพี่น้อง เกษตรกรในการที่จะเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรนั้น สามารถที่จะทดแทนการนำเข้าได้ ในขณะนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองก็ดำเนินการเร่งรัด แล้วก็ดำเนินการ อย่างเร่งด่วนอยู่ในขณะนี้ ขออนุญาตที่จะตอบคำถาม ๆ แรกก่อนครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านฐิติมา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้ฟังท่านรัฐมนตรีเข้าใจเลยว่าเป็นคำตอบที่ดิฉันก็ได้ยินมาอยู่เรื่อย ๆ ได้ยินว่าท่านพูดถึงเรื่องของที่จังหวัดเชียงใหม่ได้ทดลอง ขอภาพด้วยค่ะ🔗
ภาพแม่แตงโมเดลค่ะ อันนี้คือรัฐบาลนี้ ได้พยายามที่จะทำเรื่องด้านการเกษตร คือยกระดับพืชเกษตรถั่วเหลืองไทย ซึ่งเป็นพืชที่อย่างเราทราบกันอยู่ว่ามีโปรตีนสูงอย่างที่เราพูดตั้งแต่ต้น ภาพต่อไปค่ะ ท่านรัฐมนตรีธรรมนัส ท่านได้ไปเปิดงานนวัตกรรมเสริมแกร่งถั่วเหลือง เพิ่มรายได้เกษตรกร แล้วดิฉันใช้ คำว่า แม่แตงโมเดล แล้วกัน เพราะว่าท่านไปทำกันอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ใช้พันธุ์เชียงใหม่อะไรอย่างนี้นะคะ ซึ่งถือว่าเป็นการผลักดันให้อำเภอแม่แตง เป็นพื้นที่ นำร่องปลูกถั่วเหลืองแทนการปลูกข้าว สร้างรายได้ที่มากขึ้น ตอบสนองความต้องการ ของตลาด อันนี้ก็พูดไว้ แล้วเขาก็บอกว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ศึกษาวิเคราะห์ วิจัย นำเทคโนโลยีน นวัตกรรมตามนโยบายของรัฐบาล มาส่งเสริมการผลิตถั่วเหลือง ให้ได้ผลผลิตต่อไร่ เช่น ต้องเตรียมดิน ต้องปรับปรุงสภาพดิน ต้องพัฒนาเมล็ดพันธุ์ที่ดี ดูแลที่ดี ถั่วเหลืองนี้เป็นพืชที่สามารถไปปลูกอยู่กับข้าวหลังจากที่จบข้าวได้ สมมุติว่าปลูกข้าวนาปี มันเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อยก็ไปปลูกต่อได้ใช่ไหมคะ แล้วก็ถ้าปรังก็จะปลูก สมมุติว่านาปรังทำ ๓ ครั้ง ๒ ครั้งก็ไปปลูกข้าวครั้งที่เหลือไม่ค่อยมีก็ปลูกถั่ว นี่คือหลักคิด แต่ปรากฏว่า พี่น้องชาวนาเขาไม่เข้าใจ ดิฉันไปถามเขาแล้วปลูกถั่วเหลืองสิ ทำไมไม่ปลูก ชาวนาเขาบอก ว่าไม่รู้เรื่อง เขาไม่รู้จัก เขาทำได้แต่ข้าวอย่างเดียว ทีนี้ที่เมื่อสักครู่ดิฉันพูดตั้งแต่ต้นว่า EUDR EU เขาตั้งกฎหมายขึ้นมาแล้วห้าม เขาจะไม่ซื้อสินค้าที่มาจากการทำลายป่า ปรากฏว่า ประเทศบราซิลอย่างที่ดิฉันพูดไว้ตั้งแต่ต้นดันเป็นประเทศที่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ทำลายป่า แล้วท่านก็ซื้อถั่วเหลืองจากประเทศบราซิลถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ พึ่งพาเขาอย่างหนัก เราจะไม่ พึ่งพาและเราจะกลับมาพึ่งประเทศไทย สมมุติว่าถั่วเหลืองยังคงอยู่ในระบบไม่ได้เป็น มันสำปะหลังอย่างที่ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้ ที่ท่านรัฐมนตรีพูดเรายังคงต้องถั่วเหลือง เพราะคำว่า ถั่วเหลืองยังคงพอจะได้ยิน พอจะเข้าใจบ้าง แต่วิธีการปลูกอย่างไรกรมส่งเสริม การเกษตรอะไรนี้ยังไม่ค่อยได้ให้ความเข้าใจกับพี่น้องชาวนา พี่น้องประชาชน พื้นที่ของเรา เยอะเราปลูกข้าวเยอะ สมมุติว่าเราเร่งระดมในการที่จะให้ความรู้กับพี่น้องเกษตรกรชาวนา ว่าถ้าปลูกถั่วเหลืองเราจะได้มีเมล็ดพันธุ์ เพราะว่าคำถามของดิฉันอยากจะถามไปถึงว่า ท่านมีปัญหาเมล็ดพันธุ์ด้วยไม่ใช่หรือ เท่าที่ได้ยินในคณะกรรมาธิการงบประมาณที่ดิฉัน เป็นอยู่นี้ ได้ยินว่ามีปัญหาเรื่องเมล็ดพันธุ์มันไม่พอ แม่แตงโมเดลที่ทำขึ้นมานี้ปลูกกันแค่ไหน อย่างไร ท่านตอบหน่อยได้ไหม และผลผลิตท่านบอกว่า ๒๒๐ ก็มาเป็น ๓๐๐ ในขณะที่ ประเทศอื่นที่นำเข้าก็ปลูกได้ตั้ง ๖๐๐ ดินเขาดี ของเราประเทศไทย ถ้าไม่ปลูกถั่วเพื่อจะมา ทำให้มันดินดี มันก็เป็นอยู่แบบนี้ ผลผลิตก็ได้แต่ ๒๐๐-๓๐๐ อยู่แค่นี้ไป แล้วเมื่อไรจะได้ ผลผลิตที่ดี เมล็ดพันธุ์ก็ไม่มี สมมุติว่าเรามีเมล็ดพันธุ์โดยทำวิธีอะไร ดิฉันเสนอว่าทำไม ไม่เริ่มทำในการที่รัฐบาลสนับสนุนเกษตรกร ไม่ว่าท่านจะสนับสนุนจะปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ เครื่องมือทางการเกษตรอะไรก็แล้วแต่ อุดหนุนราคาทำให้เขาปลูกให้เรา จ้างเขาปลูก ๆ จนได้เมล็ดพันธุ์ เอาเมล็ดพันธุ์ที่ได้นั้นมาระดมปลูก ๆ เพื่อขยายและทำความเข้าใจกับ ชาวนา ชาวนาก็ยังไม่รู้เรื่อง เขาไม่มีเครื่องมือการเกษตร ฝ่ายเกษตรของท่าน ไม่ว่าจะ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตรอะไรก็แล้วแต่ ไม่เห็นพูดถั่วเหลือง งบประมาณ ปี ๒๕๖๗ ไม่พูดเรื่องถั่วเหลืองเลย ในขณะที่เรากำลังโดน EU เดือนธันวาคม ๒๕๖๗ นี้ ท่านรัฐมนตรีท่านโดนแล้วปัญหามาแล้ว สมมุติว่าพูดข้าวโพดด้วย เกิดเขาบอกว่าต่อไปเขาตั้ง กฎหมายขึ้นมาว่าจะไม่ซื้อสินค้าที่มาจากการเผาทำลายป่า เผาด้วยนะ เกิดมลพิษ เกิด PM อย่างนั้นอย่างนี้ ปรากฏว่าไม่ต้องมีสินค้าผลิตอาหารสัตว์แล้ว ถั่วเหลืองก็โดน ข้าวโพดก็โดน เราปลูกไม่ได้มีความต้องการ ๒๐ ตัน ท่านบอกว่าเราทำได้แค่ ๔-๕ ตันอะไรก็แล้วแต่ ขาดเยอะมาก มันต้องระดมแล้ว ระดมหาวิธีการในการที่จะพึ่งตนเองให้ได้ เราไปพึ่งเขา เหมือนตอนประเทศยูเครนเกิดปัญหา ปุ๋ยแพงมากเลย เป็นเพราะว่าเราไปพึ่งเขา เราไม่เคย คิดจะทำเพื่อตัวเราเอง นี่คือสิ่งที่จึงอยากจะถามว่า ทำไมท่านมีปัญหาเมล็ดพันธุ์ ท่านก็ลอง ใน ๒-๓ Crop แรกนี้รัฐบาลใช้วิธีจ้างเกษตรกรทำโน่นนี่ได้ไหม ท่านจะสื่อสารกับพี่น้อง เกษตรกรชาวนาที่ปลูกข้าวเยอะแยะไปหมด แล้วเขาก็เริ่มแพ้ประเทศเวียดนามแล้วนะ แพ้ประเทศกัมพูชาอะไรก็แล้วแต่ ท่านสื่อสารกับเขาได้ไหมในการที่จะปลูก ให้ความรู้อบรม กรมส่งเสริมการเกษตร ปี ๒๕๖๗ งบประมาณ ใช้งบประมาณในการฝึกอบรม ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาทเลยนะท่าน เปิดเล่มสีขาวคาดแดงวันนี้เยอะไปหมดเลย มีถั่วเหลืองบ้างไหม อาจจะ ไม่มีเลยก็ได้ เพราะท่านไม่ตั้งรับ ปัญหามันจะมาเดือนธันวาคมนี้แล้ว ถ้าเกิดท่านโดน Banned ขึ้นมาสินค้าไม่ว่าจะเป็นน้ำมันถั่วเหลืองอะไร ๆ มันโดนเต็มไปหมดเลย เพราะมันนำเข้ามาจากประเทศบราซิล ท่านจะทำอย่างไร ท่านจะส่งเสริมให้เขาปลูกพืชที่ใช้ น้ำน้อย ถั่วเหลืองบำรุงดินกันนี่ ทำได้หรือไม่ อย่างไร นี่คือคำถามที่อยากจะถามท่านว่า เราจะระดมทำกันอย่างไร เพื่อให้เรามีชีวิตรอดกันประเทศไทย ย้ำคำถามแรก ที่เป็นคำถามที่ คนพูดอยู่บ่อย ๆ ว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ทำไมเราถึงต้องนำเข้าพืชเพื่อมา ทำอาหารสัตว์มันเจ็บปวด ตอบให้ได้ค่ะรัฐมนตรี ขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ตอบคำถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ท่านฐิติมา ฉายแสง สำหรับในเรื่องของ การส่งเสริมและทำความเข้าใจให้กับเกษตรกร เราได้ใช้องคาพยพของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ทุกหน่วยงานในขณะนี้ แล้วก็เริ่มต้นในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ที่จะถึงนี้ว่าจากนี้ไป เราต้องส่งสัญญาณให้กับพี่น้องเกษตรกรให้ได้รับทราบอย่างที่ท่านได้นำเรียนแล้วว่าต่อไปนั้น ความต้องการของพืชอาหารสัตว์นั้นมีความต้องการ แล้วก็จะเป็นการลดต้นทุนการผลิตของ พี่น้องเกษตรกรอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด ไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลือง ไม่ว่าจะเป็น มันสำปะหลัง ต้องเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าอาหารสัตว์นั้นมีอยู่ ไม่เฉพาะในเรื่องของถั่วเหลืองอย่างเดียว อาหารสัตว์นั้นไม่ว่าจะเป็นหมู ไม่ว่าจะเป็น สัตว์เคี้ยวเอื้องนั้น มีอาหารอยู่ทั้งอาหารข้น แล้วก็อาหารหยาบ อาหารข้นนั้นจะ ประกอบด้วย ต้นทุนอาหารสัตว์ที่เกี่ยวข้องก็คือข้าวโพด มีถั่วเหลือง มีมันสำปะหลัง ซึ่งในขณะนี้เกษตรกรมีความเคยชินในการที่จะซื้อสินค้าสำเร็จรูปที่มีขายในท้องตลาด แล้วก็เป็นธุรกิจภาคการเกษตร เราพยายามที่จะรณรงค์ให้เกษตรกรนั้นยืนบนขาของตัวเอง ให้ได้ ในเรื่องของการผลิตอาหารหยาบ ในขณะนี้เราได้มีแผนงานในการที่จะให้ความรู้กับ พี่น้องเกษตรกร โดยกรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ หน่วยงานของกระทรวง เกษตรนั้นต้องให้ความรู้ว่าพื้นที่การเพาะปลูกพืชบางตัวนั้นจะต้องใช้น้ำเยอะ ยกตัวอย่างเช่น ข้าว เราใช้น้ำ ๑,๒๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อไร่ ในขณะที่เราปลูกข้าวโพดและปลูกถั่วเหลือง นั้นใช้น้ำเพียง ๖๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อไร่ ดังนั้นราคาก็เป็นปัจจัยหนึ่งในการที่จะทำให้ เกษตรกรนั้นหันมาปลูกพืชอื่นเพื่อตัวแทนเพื่อจะสร้างรายได้ ผมยกตัวอย่างเช่นว่า มีพี่น้อง เกษตรกรในขณะนี้เราพยายามที่จะให้เกษตรกรได้รับทราบว่ามีเกษตรกรบางพื้นที่ในภาค อีสานเจอปัญหาภัยแล้ง แล้วเขาก็ไม่ได้ทำนาเพราะว่าเขาจะต้องต่อสู้กับภัยแล้งโดยตลอด วันนี้เขาไม่ได้ทำนา เขาเอาพื้นที่ที่เคยทำนามาบริหารจัดการด้วยการปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นความต้องการของตลาด นั่นคืออาหารหยาบ ผมพูดถึงอาหารหยาบว่าในขณะนี้ ความต้องการของทางด้านปศุสัตว์นั้น เรื่องอาหารหยาบนั้นเป็นปัจจัยหลักสามารถที่จะ ส่งเสริมให้เกษตรกรนั้นสามารถที่จะช่วยเหลือตนเองได้ อาหารหยาบนั้นเรามีพันธุ์ที่สำหรับ ส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปปลูกในการถ่ายทอดให้กับพี่น้องเกษตรกรนั้น ในปีหนึ่งสามารถ ที่จะปลูกได้ถึง ๘ Crop ด้วยกัน ค่าเฉลี่ยต่อไร่เปรียบเทียบกับการทำนาแล้วการปลูกหญ้า เลี้ยงสัตว์อาจจะมีผลประกอบการ หรือว่าอาจจะมีรายได้มากกว่าการทำนาด้วยซ้ำไป อันนี้ มีตัวอย่าง แล้วก็มีหลักฐานยืนยันว่ามีพี่น้องเกษตรกรนั้นเป็นคนให้ข้อมูลกับทางสื่อมวลชน แล้วก็พี่น้องประชาชนทั่วไปว่าเขาสามารถที่จะยืนหยัดด้วยตัวเองได้ อันที่ ๒ ก็คืออาหารข้น อย่างที่ได้นำเรียนแล้วว่าข้าวโพดเองนั้นเรามีความต้องการ ๘ ล้านตันต่อปี ขณะที่ในประเทศ เราผลิตได้เพียง ๔ ล้านตันต่อปี ถั่วเหลืองก็เช่นกันครับ วันนี้อย่างที่ท่านได้นำเรียนว่า แม่แตงโมเดล ก็คือแปลงทดลองของอำเภอแม่แตง ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ในการปลูกถั่วเหลือง ซึ่งขณะนี้มีพี่น้องเกษตรกรยังปลูกถั่วเหลืองอยู่ แล้วเป็นพื้นที่ที่ได้รับการส่งเสริม แต่ว่าด้วย ปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาก็ดี ไม่ว่าจะเรื่องของระบบชลประทานก็ดี ในเรื่องของ ผลผลิตแล้วเปรียบเทียบกับที่จะขายได้ ในขณะที่เกิดการนำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นราคาที่ถูกกว่านี่ เกิดการ Dump ตลาด เกิดการทุ่มตลาด ทำให้พี่น้องเกษตรกรเองก็แบกรับภาระเรื่องราคาไม่ไหว เพราะว่านำเข้า มามันถูกกว่าภายในประเทศ มันก็ทำให้พื้นที่โดยเฉพาะอำเภอแม่แตงจากที่เคยมีการปลูก ถั่วเหลืองจำนวนมาก วันนี้ก็ลดลงอย่างที่ท่านได้นำเรียนแล้ว ปัจจัยที่สำคัญอย่างนี้ เราก็ ทำงานร่วมกันกับกระทรวงพาณิชย์ว่าเราจะต้องกำหนดทิศทางให้ชัดเจนว่า ถ้าหากเราจะ ดูแลและส่งเสริมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีหน้าที่ในการส่งเสริมในการผลิต ในขณะที่ ราคาและการจำหน่ายนั้นกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ที่กำกับดูแล หลายหน่วยงาน หลายแห่ง หลายคณะกรรมการเรามีบอร์ดที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องของอาหารสัตว์ เขาเรียกว่า คณะกรรมการรักษาเสถียรภาพราคา ดูในเรื่องของราคาจำหน่ายดูในเรื่องของต้นทุน การผลิต ซึ่งการทำงานร่วมกันของทั้ง ๒ กระทรวงนั้น ได้คำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ว่า ถ้าหากว่า เราส่งเสริมแล้ว เปรียบเทียบราคาผลผลิตจากการนำเข้าราคาในท้องตลาดแล้ว ต้นทุน การผลิตกับการนำเข้ามาแล้วหักกลบลบกันแล้วอาจจะถูกกว่า อันนี้ก็เป็นปัจจัย เพราะเรา ต้องปกป้องพี่น้องเกษตรกรที่เป็นผู้ผลิตภายในประเทศเช่นกัน อันนี้คือเป็นปัญหาที่จะต้อง เป็นปัญหาในเชิงระบบที่เราจะต้องดำเนินการในการแก้ไขต่อไป🔗
ในขณะนี้กระทรวงการเกษตรและสหกรณ์เอง ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ นั้น เรามีแผนการในการที่จะทำความเข้าใจให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างเต็มที่ว่า ต่อไปในการ ปรับพื้นที่ในการผลิตอาหารสัตว์นั้นเป็นสิ่งที่มีความเป็นและยังเป็นความต้องการของตลาด ที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศอยู่ ในขณะนี้นะครับงบประมาณที่เราได้มา จากการพิจารณาของทางสภาผู้แทนราษฎรนั้น ก็จะได้ดำเนินการเร่งรัดและส่งเสริม และทำความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนให้มากยิ่งขึ้น และให้เข้าใจถึงบทบาทและความ จำเป็นในการที่จะขยายพื้นที่การเพาะปลูกตามที่ท่านสมาชิกได้นำเรียนในที่ประชุมแล้ว ต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เรียนท่านฐิติมาครับ ตอนนี้เราใช้เวลาเกินมาพอสมควรแล้วนะครับ จะขอสรุป สุดท้ายนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอพูดนิดเดียวค่ะท่านประธาน ไม่รบกวนเวลาเยอะแล้วนะคะ คือดิฉันอยากจะฝาก ท่านรัฐมนตรีว่าคงต้องเอาจริงเอาจังนะคะ เอาจริงเอาจังมาก ๆ เลย เพราะเราแพ้ทุก ประเทศที่อยู่เพื่อนบ้านด้วย ประเทศไทยเราเองการสื่อสารด้วยกันเองก็ยังไม่ค่อยมีนะคะ ตัวดิฉันเคยไปเยี่ยมกรมปศุสัตว์ เชื่อไหมคะ ว่าอาหารหยาบของท่าน หญ้านี่ สำนักพัฒนา อาหารสัตว์ที่ท่านมีอยู่ทั่วประเทศ ปลูกหญ้าประเทศเวียดนามเขามี Sprinkler กันแล้ว ประเทศไทยยังรอฟ้ารอฝนอยู่เลย ดิฉันก็ถามว่าแล้วทำไมใช้โซลาเซลล์ไม่ได้หรือ เพราะว่า เวลาเรารดน้ำก็ตอนกลางวัน ใช้โซลาเซลล์ประหยัด ไฟฟ้าไม่ต้องอย่างนั้นอย่างนี้ เขาก็ได้แต่ยิ้มค่ะท่าน ก็เอาเป็นว่าท่านก็ต้องพัฒนาภายในกันเองด้วยนะคะ แล้วก็สื่อสาร กับพี่น้องประชาชนให้ได้ แล้วก็ระแวดระวังว่าเราพึ่งพิงคนอื่นมากเกินไปก็ไม่ได้เช่นกันด้วย ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
นิดเดียวครับท่านประธาน🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขอแก้ไขนะครับ เมื่อสักครู่นี้ผมให้ข้อมูลผิดพลาด การใช้น้ำในการทำนานั้น ๑,๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ ไม่ใช่ ๑,๒๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรนะครับ แล้วก็การปลูก ถั่วเหลือง แล้วก็ข้าวโพดนั้นก็คือ ๖๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ ขอบคุณท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ท่านฐิติมา ฉายแสง กรมปศุสัตว์นั้นเรามีศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ อยู่ ๓๒ แห่ง แล้วเราก็มี Feed Center ที่ทำการผลิตอาหารสัตว์ที่สมบูรณ์แบบ ๑๔ แห่ง ทั่วประเทศ เรากำลังทำเป็น Model ในการที่จะเป็นต้นแบบให้กับสหกรณ์การเกษตร แล้วกับพี่น้องเกษตรกรที่เป็นวิสาหกิจชุมชน ในการที่จะผลิตแล้วสามารถนำจำหน่าย แล้วเอาเป็นต้นแบบในการที่จะไปผลิตในหน่วยงานของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นวิสาหกิจชุมชน ซึ่งขณะนี้เราได้ดำเนินการเร่งรัด เพื่อจะเป็นต้นแบบ เพื่อจะให้ พี่น้องเกษตรกรนั้น ๆ ลดการพึ่งพาภาคธุรกิจ ภาคการเกษตรอย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ เราได้ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ แล้วก็เจ้าของกระทู้ด้วยนะครับ🔗
๓. เรื่อง ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองพนัสนิคมจังหวัด ชลบุรี ก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ถามโดยท่านอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนครับ ซึ่งท่านอยู่ที่บัลลังก์แล้วนะครับ ขอเชิญ ท่านอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ใช้สิทธิในการถามครับ🔗
พระพนัสบดีคู่บ้าน จักสานคู่เมือง ลือเลื่องบุญกลางบ้าน ตำนานพระรถเมรี ศักดิ์ศรีเมืองสะอาด เก่งกาจการทายโจ๊ก กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชลบุรี เขตอำเภอพนัสนิคม อำเภอเกาะจันทร์ วันนี้ต้องขอตั้ง กระทู้ถามท่านประธานสภาผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านรัฐมนตรี มนพร เจริญศรี ก็ถือว่าเป็นรัฐมนตรีที่ขยันที่สุดและเก่งที่สุดและเป็นรัฐมนตรีที่อยู่ในดวงใจ ผมมาโดยตลอด ก็คงไม่ใช้เวลาที่มากมายเนื่องจากท่านรัฐมนตรีนั้นมีความเป็นห่วงเป็นใย แล้วก็ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศไทย เรื่องความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง ทางเบี่ยงอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรีนั้นเป็นเมืองเก่าครับ อายุประมาณ ๑๒๖ ปี ชาวบ้านตั้งถิ่นฐานอยู่ ๒ ข้างทางและทำการค้าขาย ไม่สามารถที่จะ ขยายถนนในเมืองได้ และมีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น อำเภอพนัสนิคมเป็น อำเภอหนึ่งของจังหวัดชลบุรี มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๒๐ ท้องถิ่น ๑๕๘ หมู่บ้าน มีเนื้อที่ประมาณ ๔๕๐ ตารางกิโลเมตร อยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดชลบุรีประมาณ ๒๒ กิโลเมตร พื้นที่ทางทิศเหนือติดอำเภอแปลงยาว ติดอำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ทางทิศตะวันออกติดอำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ทางทิศใต้ติดอำเภอบ่อทองและ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ทางทิศตะวันตกติดอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี อำเภอ พนัสนิคมเป็นอำเภอพื้นที่ที่อยู่ในเขตระเบียงเศรษฐกิจทางภาคตะวันออกหรือ EEC ประกอบด้วย จังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทราและจังหวัดระยอง เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าหรือ Logistic จากสนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือแหลมฉบังและเขตอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในจังหวัด ชลบุรีและฉะเชิงเทรา จังหวัดระยอง การขนส่งสินค้าไปยังชายแดนยังจังหวัดสระแก้ว เขตเมืองพนัสนิคมมีสภาพปัญหา ๑. ถนนทุกสายต้องผ่านอำเภอเมืองพนัสนิคม ๒. มีสถานศึกษาขนาดใหญ่ ๔ แห่ง ๒.๑ มีโรงเรียนพนัสพิทยาคาร มีจำนวนนักเรียน ๓,๑๑๘ คน ๒.๒ โรงเรียนพนัสศึกษาลัย มีนักเรียน ๓,๓๔๗ คน ๒.๓ โรงเรียน วัฒนานุศาสน์ มีนักเรียน ๒,๕๙๐ คน ๒.๔ โรงเรียนบุญญวิทยาคาร มีนักเรียน ๑,๐๗๘ คน ๒.๕ ยังมีโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองพนัสนิคมอีก ๔ แห่ง มีนักเรียนอีกประมาณ ๒,๓๐๐ คน รวมนักเรียนในเขตอำเภอพนัสนิคม จำนวน ๑๒,๔๓๓ คน จากข้อมูลต่าง ๆ ทำให้ เมืองพนัสนิคมเกิดปัญหาทางด้านการจราจรอย่างรุนแรง ในช่วงเวลาก่อนโรงเรียนเข้าและ หลังโรงเรียนเลิก ผู้ปกครองนั้นจะต้องรับส่งบุตรหลานของตนเอง และยังมีรถขนส่งสินค้า ทางการเกษตรหรือ Logistic ต่าง ๆ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจะต้องผ่านทางเส้นนี้เส้นเดียว คือกลางอำเภอพนัสนิคม ดังนั้นปัญหาการจราจรของอำเภอพนัสนิคมทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ทุกวัน การแก้ปัญหาในปัจจุบันนะครับ ถนนทุกสายของอำเภอพนัสนิคมนั้นบังคับให้เดินรถทางเดียว แต่ก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหา นี้ได้เป็นเวลายาวนาน ทางการแก้ไขปัญหาระยะยาวจะต้องดำเนินการก่อสร้างทางเลี่ยงเมือง ตามแผนของกรมทางหลวงอย่างเร่งด่วน ขออนุญาตเปิดคลิปครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรี จากคลิปนี้พี่น้องประชาชนนั้นเกิดความสับสนว่า ปี ๒๕๖๖ นั้นจะดำเนินการ ก่อสร้างถนนเลี่ยงเมือง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี และมีอดีตนักการเมืองคนหนึ่ง ได้ Post ลงใน Social ว่า โครงการถนนเลี่ยงเมืองอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรีนั้น ได้ยกเลิกไปแล้วนะครับ เกิดความสับสนให้พี่น้องประชาชน วันนี้ผมจะถามคำถาม ๒ คำถาม ผ่านท่านประธานสภาไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ🔗
คำถามที่ ๑ โครงการถนนเลี่ยงเมือง อำเภอพนัสนิคม ดำเนินการถึงขั้นตอน ไหนแล้วครับ และคลิปดังกล่าวพร้อมมีอดีตนักการเมือง Post ว่า ยกเลิกถนนเลี่ยงเมือง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรีนั้นจริงหรือไม่ครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องจากท่านติดภารกิจในการเดินทางไปต่างประเทศกับท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ท่านจึงได้มอบหมายให้ดิฉันมาตอบกระทู้จากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เป็นกระทู้ของ ท่านอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี จากพรรคเพื่อไทย ต้องขอขอบคุณคำถามของท่านสมาชิกอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ได้กล่าวชมเชยดิฉันนะคะ ต้องกราบขอบพระคุณค่ะ แต่ว่าในความเป็นจริงท่านสมาชิกก็เช่นเดียวกันค่ะ ตั้งแต่วันที่ ท่านได้รับตำแหน่ง แล้วก็ท่านได้มีการประชุมในพรรคเพื่อไทยเอง ท่านก็เป็นห่วงเป็นใย กับโครงการนี้ แล้วก็ติดตามถามไถ่มาตลอดนะคะ จากคำถามแรกของท่านสมาชิก ดิฉันขออนุญาตได้ฉายสไลด์ว่า โครงการนี้มีการยกเลิกหรือไม่ จริง ๆ โครงการนี้ไม่มี การยกเลิกแต่อย่างใดนะคะ🔗
ขอภาพแรก ของสภาพโดยทั่วไปของอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก หรือเราเรียกว่า EEC ซึ่ง EEC เป็นการลงทุนในภาคของอุตสาหกรรมและ การท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลจากครั้งที่แล้วเชื่อมต่อมาที่ รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน แล้วก็ส่งผลให้มีการเติบโตทั้งการเดินทาง แล้วก็การผลิตสินค้าในพื้นที่อย่างรวดเร็ว แน่นอนค่ะ เมื่อความเจริญเกิดขึ้นมา นั่นก็คือ ปัญหาการจราจรที่มีการติดขัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตอำเภอพนัสนิคม ซึ่งเป็นชุมชน ที่มีความหนาแน่น แล้วก็ทางด้านกายภาพไม่สามารถที่จะก่อสร้างขยายเส้นทางการจราจร ดังกล่าวให้กับพี่น้องประชาชนในส่วนของพื้นที่อำเภอดังกล่าว โดยเฉพาะการจราจรที่อยู่บน ทางหลวงสายหลักนะคะ ที่ผ่านมาที่อำเภอพนัสนิคมเรียกว่า ทางหลวงหมายเลข ๓๑๕ และทางหลวง หมายเลข ๓๔๙ ซึ่งมีการจราจรหนาแน่นมาก โดยเฉพาะทางหลวง หมายเลข ๓๑๕ มีรถที่ใช้สัญจรไปมา ประมาณ ๙๐,๐๐๐ ต่อวัน สัดส่วนรถบรรทุกหนักซึ่งอยู่ในพื้นที่ของเขตอุตสาหกรรม ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ หันกลับมาดูในทางหลวง หมายเลข ๓๔๙ มีปริมาณรถที่ใช้สัญจร ไปมาประมาณ ๒๕,๐๐๐ คันต่อวัน มีสัดส่วนรถบรรทุกที่ใช้บรรทุกหนัก ขนส่งสินค้า ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกัน ซึ่งทางหลวงดังกล่าวเป็นทางหลวง ๔ ช่องจราจร ซึ่งในภาพเต็มแล้ว ไม่สามารถที่จะขยายไปในบริเวณ ๒ ข้างทางได้เลยค่ะ🔗
มาดูสภาพการจราจรค่ะ การจราจรในเขตพนัสนิคม ปัจจุบันนี้การเดินทาง ไปมาใช้เส้นทางหลักก็คือเส้นทางสาย ๓๑๕ ดูสภาพการจราจรค่ะ ท่านประธานคะ ซึ่งในวัน ธรรมดาแล้วก็ชั่วโมงเร่งด่วนอย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ ช่วงเช้าและช่วงเย็น การจราจรติดขัดมาก รวมถึงในช่วงเทศกาลต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนต้องเดินทางสัญจร ไปมากลับภูมิลำเนา แล้วก็เดินทางเข้าสู่ตัวกรุงเทพมหานคร ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้มี แนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างนี้ค่ะว่า ในการแก้ไขปัญหาในช่วงแรกเราจะสนับสนุนในการ เดินทางที่จะส่งเสริมมิติของทางด้านเศรษฐกิจ แล้วก็ทางด้านสังคมของพื้นที่นะคะ โดยเรา จะมีเส้นทางที่เป็น ๓ เส้นทางออกมา นั่นคือเส้นทางแรกค่ะ เป็นเส้นทางเลี่ยงเมือง ซึ่งเส้นทางเลี่ยงเมืองเป็นวงแหวนรอบเมืองพนัสนิคม เป็นช่องทางที่มีขนาด ๔ ช่องจราจร ระยะทางทั้งสิ้น ๔๑ กิโลเมตร เพื่อรองรับการเดินทางที่ไม่ต้องเดินทางเข้าตัวเมืองพนัสนิคม ให้สามารถเดินทางผ่านพื้นที่ได้โดยใช้เส้นทางเลี่ยงเมืองแทนค่ะท่านประธาน และเส้นทาง ดังกล่าวจะเชื่อมโยงไปที่นิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ที่จังหวัดชลบุรีเช่นกันค่ะ เช่น นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง รวมถึงเชื่อมโยงกับทางหลวง หมายเลข ๓๓๑ อำเภอบ้านบึง ผ่านไปที่อำเภอพนัสนิคม เพื่อที่จะเดินทางไปสู่ภูมิภาคของ ภาคอีสาน ทั้งนี้เพื่อลดการจราจรที่ติดขัด ลดระยะเวลาการเดินทาง รวมถึงลดระยะเวลา ต้นทุน งบประมาณที่ใช้ในการรขนส่งภาคอุตสาหกรรม ไปสู่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ไปสู่นิคมอุตสาหกรรมที่แหลมฉบัง หรือว่านิคมอุตสาหกรรม EEC ซึ่งปัจจุบันเราก็มี ความก้าวหน้า แล้วก็มีความพร้อมในการก่อสร้าง ในปี ๒๕๖๔ กรมทางหลวงได้สำรวจ ออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในปี ๒๕๖๔ ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเราได้มีการประเมิน EIA เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติด้วย เช่นกัน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการเวนคืนที่ดินในส่วนของทางเลี่ยงเมืองทางตอนใต้ คือเส้นทางเลี่ยงเมืองที่ ๑ เราจะมีการเตรียมความพร้อมในการที่จะขอรับงบประมาณในปี ต่อไปค่ะ มาดูแผนงานค่ะ เรากำหนดแผนงานดำเนินการไว้อยู่ ๓ ระยะ คือ ระยะที่ ๑ ระยะที่ ๒ แล้วก็ระยะที่ ๓ เพื่อให้ท่านสมาชิกได้เข้าใจแล้วก็มีคำอธิบายต่อพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ของท่าน โดยในระยะแรกมาดูเราเตรียมการ ปี ๒๕๖๙ จะขอรับการจัดสรร งบประมาณทางเลี่ยงเมืองใน Zone ใต้เป็นอันดับแรก ทางด้านใต้นะคะ ซึ่งมีวงเงินก่อสร้าง ทั้งสิ้น ๒,๑๐๐ ล้านบาท ระยะทาง ๑๙ กิโลเมตร โดยโครงการดังกล่าว เส้นทางดังกล่าว จะเป็นทางเชื่อมระหว่างหมายเลข ๓๑๕ ตรงที่ถนนศุขประยูร บริเวณพื้นที่ตำบลมาบโป่ง อำเภอพานทอง แนวเส้นทางดังกล่าวจะมุ่งไปสู่ทางทิศใต้ตัดกับทางหลวง หมายเลข ๓๔๙ ก็คือที่อำเภอพนัสนิคมไปถึงหนองชาก เชื่อมต่อไปที่ทางหลวงชนบทหมายเลข ชบ.๓๑๐๔ บริเวณหมู่บ้านน้ำซับ ตำบลนาวังหิน อำเภอพนัสนิคม ทั้งนี้เพื่อเป็นเส้นทางหนึ่งที่ลด การจราจรเข้าสู่ตัวอำเภอพนัสนิคม โดยขณะนี้มีค่าเวนคืนที่ดินสำหรับเส้นทางเลี่ยงเมือง ดังกล่าวเป็นวงเงิน ๔๒๐ ล้านบาทค่ะ คาดว่าเราจะใช้เวลาก่อสร้าง ๓ ปี ในช่วงระหว่าง ปี ๒๕๖๙ ถึงปี ๒๕๗๑ โดยจะมีการ ก่อสร้างให้แล้วเสร็จในปี ๒๕๗๑ นี่คือระยะแรกก็คงจะอยู่ในสมัยที่ท่านยังคงดำรงตำแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็จะถือเป็นหนึ่งผลงานที่ท่านได้ผลักดันให้กับพี่น้องประชาชน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ต่อไปค่ะ🔗
หันกลับมาดูในแผนงานระยะที่ ๒ ก็จะมีการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองทาง ด้านทิศตะวันตก หลังจากไปทางด้านทิศใต้แล้วก็จะมาทางทิศตะวันตกไปในคราวเดียวกัน ซึ่งการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองทางทิศตะวันตกมีระยะทางทั้งสิ้น ๑๐ กิโลเมตร จะเชื่อมต่อกับ ทางหลวง หมายเลข ๓๑๕ ด้านตะวันตก แล้วก็ด้านทิศเหนือของตัวอำเภอพนัสนิคม ซึ่งในด้าน ทิศตะวันตกมีวงเงินก่อสร้างทั้งสิ้น ๓,๒๘๐ ล้านบาท แล้วมีค่าเวนคืน ๖๘๐ ล้านบาท ในเบื้องต้นแผนการดำเนินการ ระยะที่ ๒ จะเริ่มต้นที่ปี ๒๕๗๐ ถึง ปี ๒๕๗๒🔗
มาดูแผนงานเริ่มระยะที่ ๓ ซึ่งจะอยู่ทางด้านทิศตะวันออกค่ะ ทางด้าน ทิศตะวันออกเรามีแผนการก่อสร้างระยะทางทั้งสิ้น ๑๒ กิโลเมตร เชื่อมระหว่างทางหลวง หมายเลข ๓๑๕ ซึ่งเป็นทางด้านทิศเหนือของตัวอำเภอพนัสนิคมไปที่ตลาดต้นโพธิ์ ที่ตำบลวัดหลวง เชื่อมกับทางหลวงชนบทสาย ๓๑๐๔ ที่หมู่บ้านน้ำซับ ซึ่งเส้นทางดังกล่าว ก็จะอยู่ในแผนงาน ระยะที่ ๓ ในฝั่งของทิศตะวันออกของอำเภอพนัสนิคม ซึ่งจะมีวงเงิน ก่อสร้างทั้งสิ้น ๑,๖๕๐ ล้านบาท มีค่าเวนคืน ๔๑๐ ล้านบาท แผนการดำเนินการเบื้องต้น คาดว่าจะดำเนินการในทิศตะวันออกในระหว่างปี ๒๕๗๑ ถึง ปี ๒๕๗๓ ท่านประธานคะ ทั้งหมดจะมี ๓ แผน ในแผนระยะที่ ๑ แผนระยะที่ ๒ แผนระยะที่ ๓ ถ้าผลการ ดำเนินการในระยะแรกซึ่งเป็นทางเลี่ยงเมืองทางด้านใต้มีความพร้อมในการจัดการกรรมสิทธิ์ ที่ดินเรียบร้อยแล้ว ก็จะเร่งรัดดำเนินการในแผนระยะที่ ๒ แล้วก็แผนระยะที่ ๓ ตามแผนงาน ของกระทรวงคมนาคมต่อไปค่ะ ขอตอบคำถามแรกของท่านสมาชิกค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านอนันต์ในรอบที่ ๒ นะครับ แต่ว่าท่านใช้เวลาไป ๗ นาที ผมขอ ไม่ให้เกิน ๑๕ นาทีนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคเพื่อไทย เขตอำเภอ พนัสนิคมและอำเภอเกาะจันทร์ ที่จริงแล้วคำถามที่ ๒ ผมแทบจะไม่ต้องถามครับ ท่านรัฐมนตรีท่านตอบเรียบร้อยแล้ว ก็ฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีที่ให้ ความกระจ่างกับพี่น้องประชาชนในการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองสายอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี พี่น้องชาวอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่ตอบได้กระจ่าง ในปี ๒๕๗๐ ถึง ปี ๒๕๗๒ นั้นจะมีการก่อสร้างหนึ่งช่วง ทีแรกผมจะถามว่า เราจะสามารถสร้างช่วงใดช่วงหนึ่งได้หรือไม่ภายในรัฐบาลนี้ แต่ท่านก็ได้ตอบเรียบร้อยแล้ว ก็ฝากขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชลบุรีและพี่น้องชาวอำเภอพนัสนิคม ทุกท่านนะครับ ก็ขอขอบคุณอีกครั้งครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉันขอขอบคุณท่านสมาชิกนะคะ แต่ว่าโครงการต่าง ๆ ก็ไม่เพียงแต่ว่าจะต้องราบรื่นไปทุกอย่าง เนื่องจากยังมีปัญหาแล้วก็อุปสรรค ซึ่งท่านสมาชิก ได้ตั้งคำถามอยู่ในคำถามของกระทู้ทั่วไปเอง ดิฉันก็ขออนุญาตนำเรียนถึงปัญหาและอุปสรรค เพื่อท่านสมาชิกจะได้ไปประสานงานความพร้อมของพื้นที่ ขณะเดียวกันถึงแม้ว่า กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้บรรจุแผนปฏิบัติการโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องของ สาธารณูปโภคในเขตของ EEC แต่ว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณสูงมาก ซึ่งโครงการสำคัญเราก็ทราบว่างบประมาณของประเทศไทยมีจำกัด แต่เราก็จะจัดลำดับ ความสำคัญของโครงการเหล่านั้นไว้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการทางเลี่ยงเมืองไปสู่จังหวัด ฉะเชิงเทรา หรือว่าโครงการใด ๆ ที่มีความสำคัญในเวลาเดียวกันนะคะ เหมือนกับช่วงเช้า ที่ดิฉันได้ตอบกระทู้สดของท่านสมาชิกจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรื่องของการทำถนน ไปสู่ R-MAP นะคะ เช่นเดียวกันโครงการสร้างทางเลี่ยงเมืองพนัสนิคมจะเป็นวงแหวนที่ครบสมบูรณ์ในอนาคต โดยรวมทั้ง ๓ แผน เราจะใช้งบประมาณถึง ๘,๕๔๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้าง ๗,๐๓๐ ล้านบาท และเป็นค่าเวนคืน ๑,๕๑๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพค่ะ เวลาโครงการที่สำคัญ ๆ ที่จะต้องพาดผ่านตัวเมือง เนื่องจากพื้นที่ของจังหวัดชลบุรีเป็น พื้นที่ที่มีมูลค่าที่ดินสูง จึงทำให้มีค่าเวนคืนที่ดินของพี่น้องประชาชนสูงไปเช่นเดียวกันค่ะ ถึงแม้ว่างบประมาณจะมีจำกัด แต่เราก็จะพยายามที่จะผลักดันโครงการนี้ให้เป็นไปตาม แผนงาน โดยมีการวางแผนงานโครงการอย่างรัดกุม แล้วก็สอดคล้องกัน จึงมีการแบ่งงาน โครงการออกมาเป็นส่วน ๆ อย่างที่ดิฉันนำเรียนว่า ระยะที่ ๑ ระยะที่ ๒ แล้วก็ระยะที่ ๓ ซึ่งขณะนี้บางส่วนอยู่ในเรื่องของการ พ.ร.บ. เวนคืนก็เมื่อทำตามแผนงานดังกล่าว ประสบผลสำเร็จไปแล้ว ศักยภาพของจังหวัดชลบุรี ศักยภาพของพื้นที่ตะวันออกก็จะมี การพัฒนาโครงข่ายของคมนาคมให้พี่น้องประชาชนใช้สัญจรไปมา พัฒนาโครงข่ายคมนาคม ทางด้านการขนส่ง รวมทั้งอำเภอพนัสนิคมก็จะเป็นเป้าหมายในการสร้างความเจริญให้กับ พี่น้องประชาชนของจังหวัดชลบุรีต่อไปค่ะ ท่านประธานที่เคารพค่ะ เมื่อช่วงประมาณ ปี ๒๕๖๖ ที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ท่านได้ เดินทางไปตรวจราชการในพื้นที่ของ EEC ท่านก็ได้กำชับเรื่องของโครงการดังกล่าว แล้วก็ ขอให้เร่งรัด เพราะว่าถ้าโครงการดังกล่าวได้ประสบความสำเร็จแล้วทุกมิติของคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมิติทางบก มิติทางราง มิติทางน้ำ แล้วก็มิติทางอากาศก็จะสร้าง ความเจริญให้กับพื้นที่ภูมิภาคในฝั่งของตะวันออก แล้วก็สนับสนุนการก่อสร้างให้กับ โครงการ EEC ซึ่งขณะนี้เป็นความหวังที่นักลงทุนทั่วโลกได้ให้ความสนใจในการที่ ท่านนายกรัฐมนตรีไป Road Show ที่ต่างประเทศในโครงการดังกล่าว ดิฉันเชื่อมั่นว่า หลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางจากต่างประเทศกลับมาก็คงจะมีข่าวดีให้กับพี่น้อง ประชาชนคนไทย ไม่ว่าเรื่องของการเชื้อเชิญนักลงทุนเดินทางมาจากต่างประเทศ ไม่ว่า ท่านเองจะเป็น Salesman VIP ที่นำสินค้าของพี่น้องประชาชนไปให้ทั่วโลกได้เห็น ไม่ว่า จะเป็นเรื่องของการนำผลผลิตที่ท่านได้เดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดนครพนม จังหวัดสกลนครในภาคอีสาน นำผ้าขาวม้าขึ้นมาเป็นที่ประจักษ์ให้กับทั่วโลก นอกจากนั้น ก็ยังมีสินค้าอื่น ๆ ดิฉันเชื่อมั่นว่าจากการที่นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปต่างประเทศ รวมทั้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ นำเรื่องของโครงการ Land Bridge ไป Road Show ในขณะนี้ก็คงจะนำความเจริญ นำความหวัง นำเรื่องของเทคโนโลยีการลงทุนใหม่ ๆ มาให้ พี่น้องประชาชนคนไทย ดิฉันขอขอบคุณคำถามของท่านสมาชิกนะคะ ท่านอนันต์ที่ทำให้ ดิฉันได้มีโอกาสได้พูดถึงการทำงานของกระทรวงคมนาคม ได้มีโอกาสถึงความตั้งใจของ ท่านนายกรัฐมนตรีที่จะพัฒนาศักยภาพของประเทศไทยในทุกมิติค่ะ ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ ก็เป็นอันเสร็จสิ้น กระทู้ถามที่ ๑.๒.๓ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีมากนะครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ได้ดำเนินการถามและตอบที่ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะบนบริเวณชั้น ๑ แล้วครับ🔗
ขณะนี้ ที่ห้องประชุมใหญ่การปรึกษาหารือได้จบลงไปแล้ว ก็จะเริ่มกระทู้ถามทั้งในห้องประชุมใหญ่ และห้องของเราคือกระทู้ถามแยกเฉพาะ ก่อนที่จะดำเนินการถามและตอบกระทู้ถามแยก เฉพาะ ผมอยากจะขอชี้แจงให้ที่ประชุมทราบ🔗
๑. การถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะแต่ละกระทู้ให้ถามและตอบได้ ไม่เกิน ๒ ครั้ง ต้องถามและตอบภายใน ๒๐ นาที ก็คือทั้งผู้ถามก็ใช้เวลา ๑๐ นาที ผู้ตอบคือ ท่านรัฐมนตรีก็ใช้เวลา ๑๐ นาท ก็ ๒๐ นาที จะพอดี เพราะฉะนั้นถ้าท่านต้องถาม ๒ ครั้ง ก็แบ่งเวลาให้ดี🔗
๒. กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ได้รับการอนุญาตให้มีการอนุญาตให้ประชาชน เข้ารับฟังได้ และขอความร่วมมือผู้ที่ได้รับอนุญาตกรุณาปฏิบัติตามระเบียบของสภา ผู้แทนราษฎร ว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุม พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ และข้อ ๕ ซึ่งกำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตต้องรักษามารยาทประพฤติตนให้เหมาะสม อยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจาหรือปรบมือหรือ กระทำสิ่งใด ๆ อันเป็นการรบกวนหรือขัดขวางการประชุม และห้ามใช้เครื่องมือวัสดุหรือ อุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง และกระทำใด ๆ ที่จะมีการรบกวน ก็เรียนให้ที่ประชุมทราบ🔗
สำหรับกระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้ ผมเห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการถามและ ตอบกระทู้ของผู้ตั้งกระทู้ถาม และของรัฐมนตรี ผมขออนุญาตจะสลับลำดับการถามและ ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้🔗
ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑๘๔ ของว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ อยู่ในระเบียบวาระที่ ๑.๓.๔🔗
ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑๘๖ ของคุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ อยู่ในระเบียบวาระที่ ๑.๓.๖🔗
ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑๘๕ ของคุณประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ซึ่ง อยู่ในระเบียบวาระที่ ๑.๓.๕🔗
ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑๖๘ ของคุณภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ อยู่ในระเบียบวาระที่ ๑.๓.๑ ซึ่งกระทู้นี้ทราบว่าจะมีการเลื่อน🔗
ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑๘๒ ของคุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ อยู่ในระเบียบวาระที่ ๑.๓.๒🔗
ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑๘๗ ของคุณประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ อยู่ในระเบียบวาระที่ ๑.๓.๓🔗
ซึ่งขอเลื่อนในลำดับหลัง ๓ เรื่อง ที่ไว้ตอนหลังเพราะว่าเป็นการขอเลื่อน แจ้งไว้ให้ทราบ ถ้าหากว่าผู้ถามไม่ขัดข้องก็จะขอดำเนินการตามนี้ เอากระทู้ถามที่ ท่านรัฐมนตรีมาตอบ ก็ดำเนินการตาม ๓ วาระแรก ส่วนกระทู้ถามลำดับที่ ๔ ลำดับที่ ๕ และลำดับที่ ๖ ก็บรรจุเหมือนกันแต่แจ้งให้ทราบก่อน ถ้าท่านอยู่ท่านสามารถจะแสดง ความเห็นได้บ้างเล็กน้อย ถ้าไม่อยู่ก็ไม่เป็นอะไร ถือว่าข้ามไป เพราะว่าท่านรัฐมนตรี ที่ไม่ได้มา ท่านแจ้งไว้แล้วว่าจะมาในวันไหน ก็มารับทราบได้ ถ้าไม่มีผู้ใดขัดข้องเป็นไป ตามนี้นะครับ ต่อไปเป็นการดำเนินการกระทู้แรก🔗
๑. เรื่อง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไม่ขยายเขตไฟฟ้าและความล่าช้า ในการประกาศให้เป็นที่ดิน ภายใต้พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่า ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดภารกิจที่สำคัญ จึงมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็ได้มาถึงแล้ว ในการนี้เพื่อประโยชน์ของการตอบกระทู้แยกเฉพาะ ผมขออนุญาตให้ผู้แทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสนับสนุนให้ข้อมูลในการตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ๑. นายขวัญชัย อรัญเวช ผู้อำนวยการสำนักจัดการที่ดินของรัฐ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ๒. นายณัฐวุฒิ สิริแสงสว่าง ผู้อำนวยการกองโครงการ ฝ่ายวางแผนระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แล้วในการนี้ก็มีประชาชนขออนุญาตเข้าร่วม ฟังด้วย ๒ ท่าน ๑. นางสาวมลฑกาล ขำตรี ๒. นางสาวนัจกร อินทพงษ์ ซึ่งผมอนุญาตให้ นั่งฟังได้นะครับ ขอเชิญ ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๑ พรรคก้าวไกล ก่อนที่จะเข้าสู่กระทู้ ผมต้องขอกราบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ท่านได้กรุณามาตอบกระทู้ผมนี้เป็นครั้งที่ ๒ แล้ว ครั้งแรกเกี่ยวกับเรื่องผู้ว่า CEO แล้วก็จังหวัดนำร่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้ง ต้องขอบพระคุณท่านนะครับ วันนี้ท่านก็มาตอบกระทู้ผมครั้งที่ ๒ แล้ว วันนี้หัวข้อกระทู้ที่ผม จะถามไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็คือเรื่องของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไม่ขยายเขตไฟฟ้า และความล่าช้าในการที่จะปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ผมขอตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดังนี้🔗
ด้วยประชาชน ชุมชนปลากะตัก ชุมชนแหลมตุ๊กแก ชุมชนโรงโฟม ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลรัษฎา จังหวัดภูเก็ต ชุมชนบ้านสะปำ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบล เกาะแก้ว จังหวัดภูเก็ต และชุมชนที่ ๕ ชุมชนชาวเลราไวย์ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ตำบลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ทั้ง ๕ ชุมชน กำลังได้รับความเดือดร้อนจากการที่ต้องพ่วงไฟฟ้าจากเอกชน และเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องจ่ายค่าไฟในอัตราที่แพงกว่าอัตราบ้านเรือนปกติตามอัตราที่ กำหนดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาเหตุคืออะไรครับ ก็คือเนื่องจากประชาชนทั้ง ๕ ชุมชน แล้วก็ยังมีอีกหลาย ๆ ชุมชน ในจังหวัดภูเก็ต ต่างก็อาศัยอยู่ในที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ หรือที่ เรียกกันว่าเอกสารสิทธิไม่สมบูรณ์ ประชาชนที่อยู่ในทั้ง ๕ ตำบลที่ผมกล่าว แจ้งให้ ท่านประธานไปเมื่อสักครู่นี้ จริง ๆ แล้ว เขาเหล่านั้นได้อยู่อาศัย พำนักอาศัยอยู่ในทั้ง ๕ ชุมชนนี้มาเป็นระยะเวลาหลาย ๑๐ ปีแล้ว ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย รุ่นพ่อ รุ่นแม่จนถึงรุ่นลูก ประชาชนทั้ง ๕ ชุมชน เคยได้ร้องไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จนกระทั่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ทำการรับรองสิทธิในที่อยู่อาศัยขั้นพื้นฐานคืออะไร ก็คือทะเบียนชั่วคราว แต่เมื่อประชาชนทั้ง ๕ ชุมชน นำทะเบียนบ้านชั่วคราวไปติดต่อที่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพื่อขอติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า เพื่อขอให้มีการขยายเขตไฟฟ้าไปยังทั้ง ๕ ชุมชนดังกล่าว กลับได้รับคำตอบว่าอะไรครับ ได้รับคำตอบจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่า เอกสารสิทธิที่ดินไม่มีมาแสดงทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไม่สามารถขยายเขตไฟฟ้า และไม่สามารถติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าให้กับทั้ง ๕ ชุมชนดังกล่าวได้ ทั้ง ๆ ที่ทั้ง ๕ ชุมชนนะครับ ท่านประธานอยู่ในระหว่างรอการประกาศให้เป็นพื้นที่ภายใต้พระราชบัญญัติคณะกรรมการ นโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือที่เราเรียกกันว่าโครงการ คทช. นั่นเอง ซึ่ง พ.ร.บ. ดังกล่าว พุทธศักราช ๒๕๖๔ มาตรา ๑๐ (๔) ประชาชนได้ร้องเรียนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็หลายครั้งก็ได้รับคำตอบเช่นเดียวกันกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่า เอกสารสิทธิไม่สมบูรณ์ ผมจึงขอเรียนถามว่า🔗
ข้อ ๑ ว่าภาครัฐมีมาตรการในการพิจารณาการขยายเขตไฟฟ้าเข้าไปยังทั้ง ๕ ชุมชนหรือไม่ และจะมีการขยายเขตไฟฟ้าเข้าไปเมื่อใด ขอทราบรายละเอียด🔗
ข้อ ๒ รัฐบาลจะสามารถเร่งรัดประกาศให้พื้นที่ทั้ง ๕ ชุมชน เป็นพื้นที่ คทช. หรือกระทั่งว่าจะสามารถยกระดับให้เป็นพื้นที่โฉนดชุมชนได้หรือไม่อย่างไร ขอทราบ รายละเอียด🔗
ข้อ ๓ ซึ่งเป็นคำถามรอบแรก ผมขอถามว่ารัฐบาลจะสามารถมีคำสั่ง ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเร่งรัดการขยายเขตไฟฟ้าพร้อมกับติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าให้กับชาวบ้าน ทั้ง ๕ ชุมชนได้เมื่อไร อย่างไร ขอทราบรายละเอียด ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายแทนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล จังหวัดภูเก็ต เขตการเลือกตั้งที่ ๑ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานถึงสมาชิกว่า เรื่องที่ท่านได้กรุณา ถามก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ แล้วก็เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ต้องขอชื่นชม จริง ๆ ที่ท่านได้ทำหน้าที่ของการเป็นผู้แทนราษฎรด้วยดีเสมอมา แล้วก็อย่างที่ท่านได้ กราบเรียนท่านประธาน ว่าผมก็ได้มีโอกาสตอบกระทู้ถามท่านหลายรอบ นี่เป็นรอบที่ ๒ สำหรับข้อกังวล ข้อห่วงใยที่ท่านได้ให้ความกรุณาถาม เรื่องของการขยายเขตไฟฟ้าในชุมชน ๕ ชุมชนอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าใน ๕ ชุมชนนั้น ประกอบด้วยชุมชนแหลมตุ๊กแก ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งชุมชนดังกล่าว มีลักษณะที่ดินเป็นที่ดินของเอกชน ในระหว่างนี้อยู่ระหว่างมีกรณีพิพาทปัญหากันอยู่ ประชาชนไม่มีเอกสารสิทธิและทะเบียนบ้านประกอบการขอใช้ไฟ และไม่อยู่ในโครงการ จัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลที่เรียกว่า คทช. ปัจจุบันมีใช้บางส่วน จากโครงการก่อสร้างบ้านที่อยู่อาศัยหลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิ แล้วบางส่วนก็ใช้วิธีการ ในการต่อพ่วงไฟจากพื้นที่ใกล้เคียง🔗
ชุมชนที่ ๒ เป็นชุมชนปลากะตักพัฒนา ก็อยู่ในตำบลและอำเภอ จังหวัด เดียวกัน ลักษณะที่ดินเป็นที่ดิน น.ส.ล. หรือเรียกว่าหนังสือสำคัญที่หลวง ประชาชน ไม่มีเอกสารสิทธิที่ดินประกอบการขอใช้ไฟฟ้า พื้นที่ดังกล่าวไม่อยู่ในโครงการจัดที่ดินทำกิน ให้กับชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ที่เรียกว่า คทช. ปัจจุบันประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ก็จะใช้ การต่อพ่วงไฟจากพื้นที่ใกล้เคียงเช่นเดียวกัน🔗
ชุมชนที่ ๓ เป็นชุมชนโรงโฟม ตำบลรัษฎา จังหวัดภูเก็ต เช่นเดียวกัน ลักษณะ ที่ดินเป็นพื้นที่ป่าไม้ป่าชายเลน ประชาชนไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินประกอบการ ขอใช้ไฟ และพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในโครงการที่ดินทำกินในชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เขาใช้ประโยชน์ในที่ดิน ปัจจุบันเขาใช้วิธีการในการต่อพ่วงไฟใช้ ก็เหมือนกับ ๒ ชุมชนที่ผ่านมา🔗
ชุมชนที่ ๔ ชุมชนบ้านสะปำ ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ลักษณะที่ดินเป็นพื้นที่ป่าชายเลนเช่นเดียวกัน ซึ่งได้รับอนุญาตเข้าทำประโยชน์ตามโครงการ จัดที่ดินทำกินให้กับชุมชนตามนโยบายรัฐบาล คทช. ปัจจุบันบางส่วนขอใช้ไฟฟ้าจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้ว แต่บางส่วนอยู่ระหว่างการยื่นคำร้องขอขยายเขตการไฟฟ้าอยู่ เรื่องนี้องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้ว แจ้งความประสงค์จะสนับสนุนงบประมาณในการ ขยายเขตไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านในปี ๒๕๖๗🔗
ชุมชนที่ ๕ เป็นชุมชนชาวเลราไวย์ ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัด ภูเก็ต ลักษณะที่ดินเป็นที่ดินเอกชนมีปัญหา อยู่ในกรณีพิพาทเช่นเดียวกัน ประชาชน ไม่มีเอกสารสิทธิหรือหนังสือยินยอมขอใช้ไฟประกอบในการขอใช้ไฟ และไม่อยู่ในโครงการ จัดที่ดินทำกินตามนโยบายรัฐบาล ที่เรียกว่า คทช. ทำให้ปัจจุบันนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ ก็ต้องพ่วงไฟใช้กับพื้นที่ใกล้เคียงเช่นเดียวกัน🔗
ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าจากข้อมูลที่ได้กราบเรียน ท่านประธานเบื้องต้น แล้วก็ประกอบกับรัฐมนตรี มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๔๖ และระเบียบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ว่าด้วยการขอใช้ไฟและบริการ พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙/๑๔/.๒ การขอไฟในพื้นที่ของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน หรือพื้นที่ผู้อาศัย ไม่มีสิทธิครอบครองตามกฎหมาย ผู้ขอใช้ไฟจะต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าของพื้นที่เป็น ลายลักษณ์อักษร อันนี้เป็นข้อความสำคัญในมติ ครม. เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๔๖ แล้วก็ ส่วนราชการทุกส่วนก็นำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด อันนี้เป็นเงื่อนไขในมติ ครม. ในการ กำหนดให้ส่วนราชการทุกส่วนดำเนินการ เพราะฉะนั้นพื้นที่ทั้ง ๕ ชุมชนนี้ ประเด็นอยู่ที่ว่า ผู้ใช้ไฟคนที่อยู่นี้ บางชุมชนก็จะมีเรื่องของบ้านเลขที่ถาวร แล้วก็มีชั่วคราวก็มี แต่เงื่อนไข คือว่าต้องให้เจ้าของพื้นที่นี้ต้องมีหนังสือยินยอม แล้วก็นำหนังสือยินยอมนี้ไปขอการติดตั้งไฟ กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพราะฉะนั้นถ้าหากชุมชนไหนไม่มีข้อมูล ไม่มีรายละเอียดครบ หลักเกณฑ์ครบ มันก็ทำให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเองก็ไม่สามารถที่จะต่อไฟให้ใช้ได้ เพราะเป็นไปตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๔๖ นั่นเป็นคำตอบ ข้อ ๑ ครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญ ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ถามเป็นครั้งที่ ๒ ท่านมีเวลาเหลืออีก ๖ นาที ๔๕ วินาที เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๑ พรรคก้าวไกล แล้วก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ตอบคำถาม ในรอบที่ ๑🔗
ในรอบที่ ๒ นี้ ก่อนจะเข้าสู่เป็นคำถาม ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธาน อย่างนี้ว่า หลังจากที่ผมได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว ผมได้มีหนังสือ ลงวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๖ ไปยังใครครับ ไปยังสำนักผู้ตรวจการ แผ่นดินและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่องที่ผมได้ส่งหนังสือไป คือเรื่องการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไม่เคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ไม่เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญที่ว่าไว้ว่า เรื่องเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และไม่เลือกปฏิบัติ อันนี้รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนครับ ผมได้ทำหนังสือขอให้บ้านพักอาศัยที่ถือ ทะเบียนบ้านชั่วคราว สามารถขอใช้การไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ ในอัตราค่าไฟ เดียวกันกับบ้านเรือนทั่ว ๆ ไปครับท่านประธาน ขอสไลน์แผ่นที่ ๑ ครับ🔗
ต่อมาผมได้รับรายงาน ผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน หลังจากที่ผมทำหนังสือไปแล้ว สำนักงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มีหนังสือออกมาเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ว่าการจัดสรรที่ดินเพื่อยู่อาศัยและการจัดระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้แก่ประชาชน ในชุมชนทั้ง ๒๐ ชุมชน จังหวัดภูเก็ต รวมถึง ๕ ชุมชน ในกระทู้ของผมในวันนี้ยังคงปรากฎ การละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อประชาชน นี่คือสิ่งที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ ระบุไว้ชัดเจน ผมถึงได้ติดตามคณะรัฐมนตรี เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ที่ตอบกระทู้ผมในรอบแรก พูดถึงมติ ครม. เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๔๖ แต่ผมมีข้อมูลและหลักฐานที่จะปรากฏต่อหน้าท่านประธานในตอนนี้ก็คืออะไรครับ ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาเมื่อ ๒ เดือนกว่าที่แล้วนี้ เองครับ มีมติให้แก้ไขระเบียบการใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาสำหรับผู้ที่มีทะเบียนบ้านชั่วคราว ให้ใช้น้ำประปาและไฟฟ้าในอัตราปกติเหมือนกับบ้านเรือนทั่ว ๆ ไป อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ที่ผ่านมาไม่นานนี้เองนะครับ ต่อมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้เอง วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ หลังจากที่มีมติ ครม. ดังกล่าวในเดือนมกราคม ผมได้เข้าพบ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดภูเก็ต เพื่อสอบถามถึงการปฏิบัติตามมติ ครม. กลับได้รับคำตอบว่าอย่างไรครับท่านประธาน กลับได้รับคำตอบว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดภูเก็ต ยังไม่ทราบถึงมติ ครม. ดังกล่าวเลย เมื่อยังไม่ทราบการไฟฟ้าก็ไม่สามารถ ที่จะแก้ไขระเบียบใด ๆ ได้ และกระทั่งในเรื่องของโครงการ คทช. การขอใช้ไฟ สุดท้าย การไฟฟ้าก็บอกว่ายังต้องขออนุมัติจาก คทช. จังหวัด ผมจึงขออนุญาตก่อนจะเข้าสู่คำถาม นิดเดียวสั้น ๆ ครับท่านประธาน ชุมชนแหลมตุ๊กแกที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้ตอบกระทู้ผม ขอเรียนเพิ่มเติมอย่างนี้ว่า จริงอยู่ครับ มีคดีพิพาท ระหว่างเอกชนและชาวบ้านแหลมตุ๊กแกซึ่งเป็นชาวเลอูรักลาโวย นามสกุล ประมงกิจ ทั้งชุมชนต่อสู้คดีกับเอกชนที่ถูกเอกชนฟ้องไล่รื้อจนถึงศาลฎีกา กระทั่งสุดท้ายศาลฎีกามี คำสั่งยกฟ้อง โดยสั้น ๆ นะครับ ได้วินิจฉัยว่าชาวบ้านอยู่มาก่อนที่จะมีการออกเอกสารสิทธิ ของเอกชน ชาวบ้านมีสิทธิในที่อยู่อาศัยอยู่ สามารถที่จะครอบครองในที่อยู่อาศัยดังกล่าว ในชุมชนแหลมตุ๊กแกได้ อันนี้เป็นข้อมูลผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี เพราะเป็น ข้อมูลที่สำคัญมาก แต่ผมไปที่ชุมชนแห่งนี้ทีไร ก็ได้รับเสียงโหวกเหวกโวยวายจากชาวบ้านว่า ท่าน สส. ชนะคดีมาก็ตั้งนานแล้วเป็นปีแล้ว ทำไมถึงยังไม่ได้ไฟสักทีหนึ่ง ทำไมจะต้องจ่ายไฟ หน่วยละไม่ต่ำกว่า ๑๐ บาท ๑๑ บาท ๑๒ บาท นี่คือความอัดอั้นของพี่น้องประชาชนแหลม ตุ๊กแก ส่วนชาวเลราไวย์ที่ท่านบอกว่าไม่ได้อยู่ใน คทช. และอีก ๔ ชุมชน หรือบางชุมชน ที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกว่าไม่ได้อยู่ในโครงการ คทช. ก็อยาก ให้ย้อนไปดูสไลด์เมื่อสักครู่ของผมตามมติ ครม. วันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๗ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวไว้ชัดเจนเลยว่ามีทะเบียนชั่วคราวก็ขอใช้ไฟ ใช้น้ำประปาได้ในอัตราปกติ ขอให้ท่าน ได้ช่วยตามในเรื่องนี้ด้วยนะครับ และเข้าสู่คำถามสุดท้ายแล้วครับ จากทั้งหมดที่ผมได้กล่าว มานี้และรวมถึงคำตอบที่ผมฟังแล้วก็รับไม่ได้เหมือนกันจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคภูเก็ต ที่ว่ายังไม่รู้เรื่องเลยมติ ครม. แล้วก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไขระเบียบการใช้ไฟฟ้าได้อย่างไร หากไม่มีคำสั่งใด ๆ จากคณะรัฐมนตรีมายังการไฟฟ้า เพราะฉะนั้นแล้วผมขอถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผ่านท่านประธาน ดังนี้ ว่ารัฐบาลจะยังคงละเมิดสิทธิ มนุษยชนของชาวบ้านอย่างนี้ต่อไปจนถึงเมื่อไร ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ผมขออนุญาตผ่านท่านประธานถึงท่านสมาชิก ผมเรียนว่ารัฐบาลเอง ไม่ได้ละเมิด เนื่องจากว่ามันมีมติ ครม. ดังกล่าว ทุกส่วนราชการทั้งหลายนี้ต้องถือปฏิบัติ อันนี้เป็นแนวทาง ก็มีการหารือกันหลายครั้ง แต่ว่าทุกคนก็มีแนวทางเห็นใจ ประชาชนที่มี พื้นที่อยู่อาศัย แล้วก็ไม่มีไฟฟ้าใช้เป็นเรื่องที่เป็นความสำคัญ เราก็พยายามหาแนวทาง ในการที่จะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการที่ประชาชนได้มีการใช้ประโยชน์ เรื่องการใช้ไฟ ผมเรียนท่านประธานถึงท่านสมาชิกว่าเราก็มีความกังวลอยู่เรื่องหนึ่ง คือเรื่อง ของการที่จะมีการส่งเสริมให้ผู้คนไปบุกรุกที่ต่าง ๆ นี้ อันนี้เป็นความกังวล แต่จริง ๆ ความกังวลนี้ท่านรัฐมนตรีเองท่านก็ได้เอาเรื่องนี้เข้าที่ประชุมใน ครม. ตามที่ท่านสมาชิก ได้กล่าวถึงในเรื่องของมติ ครม. ในวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๗ ก็เป็นเพียงมติหนึ่งที่จะหา แนวทางในการที่จะทำให้ประชาชนที่มีประเด็นปัญหาเรื่องของที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ ไม่มีทะเบียนบ้าน มีทะเบียนชั่วคราว แล้วก็มีกรณีพิพาทเรื่องของที่ดินที่จะนำไปสู่การที่ ไม่มีหนังสือรับรองในการที่จะไปขอใช้ไฟได้ ก็เป็นเรื่องที่เป็นความตั้งใจของรัฐบาล มีการนำเรื่องนี้เข้า ครม. แล้วก็ให้ ครม. กำหนดแนวทาง ที่จะให้ สคทช. ไปหาแนวทาง ในการที่จะทำอย่างไรที่จะให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยังไม่ได้มีการผ่อนผันมติ ครม. ผมก็พยายามอ่านมติ ครม. อยู่เสมอว่าถ้าทำมติ ครม. อย่างนี้ ทุกส่วนราชการก็สามารถ ที่จะดำเนินการให้ประชาชนใช้ไฟได้ เป็นการผ่อนผันมติ ครม. วันที่ ๘ เมษายน ๒๕๔๖ แต่ความจริง ไม่ใช่ เป็นเรื่องที่ให้ สคร. ไปหาแนวทางจัดทำอย่างไรให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ที่มีปัญหาดังกล่าวนี้ สามารถได้มีไฟฟ้าใช้ในเบื้องต้น โดยกำหนดพื้นที่นำร่องไว้ที่ ๒ จังหวัด คือจังหวัดแม่ฮ่องสอนกับจังหวัดกาญจนบุรี เป็นเหมือนตัวอย่างก่อนว่าถ้าจะทำในพื้นที่ ที่มีปัญหาอย่างนี้ มีแนวทางวิธีการอย่างไร แล้วไม่มีผลกระทบต่อการประชาชนอย่างไร แล้วก็อาจจะมีผลต่อเนื่องปัญหาเรื่องการบุกรุกอย่างไร แล้วค่อยนำแนวทางนี้กลับมาสู่การ ประชุม ครม. อีกครั้งหนึ่ง อันนี้เป็นแนวทางนะครับ ซึ่งการประชุม ครม. เมื่อวันที่ ๑๒ ที่ผ่านมาก็มีการนำเรื่องนี้เข้า แล้วก็มีการกำหนดให้ สคร. ร่วมกับกระทรวงกลาโหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดแนวทางเพื่อจะให้ประชาชน อาศัยอยู่ในที่ดินของรัฐได้โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงผู้ที่อยู่ระหว่างการพิสูจน์สิทธิ สามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคทั้งไฟฟ้าและประปาได้เป็นการชั่วคราว อันนี้ผมเรียนเบื้องต้น ก่อนว่ารัฐบาลเองก็ให้ความสำคัญ ผมเรียนยืนยันว่ารัฐบาลไม่ไปละเมิดสิทธิ แต่ว่าสิทธิ ของประชาชนก็ต้องเป็นสิทธิตามกฎหมายที่มีกฎหมายรองรับด้วยนะครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณทั้งผู้ถาม และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมขอฝากประเด็นไปถึงรัฐมนตรีนิดหน่อย คือฝากเรื่องพ่วงใช้นี้ ประเด็นคือชาวบ้านใช้อยู่แล้วไฟฟ้า ส่วนจะมีสิทธิที่อยู่เรื่องอะไร ก็แล้วแต่ แต่ปัญหาก็คือว่าค่าไฟฟ้ามันแพง ถ้าเผื่อชั่วคราวระหว่างที่รัฐบาล ผมเข้าใจรัฐบาล คงจะหาทางที่จะให้มีมาตรฐานในการใช้ไฟฟ้า แต่ในช่วงนี้ที่เป็นความเดือดร้อนว่าไฟฟ้า มันแพงกว่าคนอื่นอยู่ ๒ เท่า หรือ ๓ เท่า ถ้าเผื่อไปลดให้มันเท่ากับผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป ส่วนมาตรการจะมีมิเตอร์หรืออะไรต่ออะไรนั้น ผมว่าตามมาความเดือดร้อนของประชาชน ผู้ยากไร้ตรงนี้จะลดลงไป อันนี้ฝากท่านรัฐมนตรีด้วย และฝากรัฐบาลด้วย เพราะว่ามันหลาย พื้นที่ที่เดือดร้อน ขอบคุณท่าน สส. สมชาติ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง มหาดไทย ต่อไปนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตพอดีมีเวลาเหลืออยู่ประมาณสักนิดเดียวครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ🔗
ขอเรียน ตามที่ท่านประธานว่า ในชุมชนทั้ง ๕ ชุมชนนี้ ในขณะนี้ก็อยู่ในระหว่างดำเนินการที่จะไปทำ ให้ประชาชนสามารถมีสิทธิอยู่ที่เป็นโครงการ คทช. ก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการอยู่นะครับ ไม่ได้หมายความว่าจะนิ่งนอนใจในการดำเนินการ ส่วนเรื่องของเรื่องกระแสไฟฟ้านี้ ผมเรียนท่านประธานถึงท่านสมาชิกก็เป็นเรื่องที่เห็นตรงกัน ความจริงแล้วคนที่อยู่ในพื้นที่ ที่ต้องใช้ไฟแบบมิเตอร์ชั่วคราวก็ต้องให้ได้สิทธิเรื่องของการคิดค่ากระแสไฟฟ้าเท่ากับ มิเตอร์ปกติ อันนี้ก็รับท่านประธานในการดำเนินการต่อไป ขอบคุณครับ🔗
อันนี้ก็เป็น ข่าวดี ขอบคุณไฟฟ้าด้วยนะครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑.๓.๖ ครับ🔗
๒. เรื่อง การทบทวนนโยบายการดำเนินการโครงการก่อสร้างเขื่อน กันคลื่น โครงสร้างแข็งบริเวณชายหาดทั่วประเทศไทย นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
แต่เนื่องจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจ ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๑ แล้วก็เพื่อประโยชน์ของการตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะนี้ ผมจะอนุญาตให้ผู้แทนของหน่วยงานเข้าร่วมให้การสนับสนุน ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ ๑. นายรถพร ระภาเพศ วิศวกรชำนาญการพิเศษ สำนักสนับสนุนและพัฒนาตามผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ๒. นางสาวเยาวลักษณ์ จรัสเอี่ยม นักวิชาการสิ่งแวดล้อม สำนักงานสนับสนุนและพัฒนา ตามผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย และอนุญาตให้ประชาชน เข้าร่วมฟัง ๒ ท่าน คือ ๑. นางสาวมลฑกาล ขำตรี และนางสาวนัจกร อินทพงษ์ ขอเชิญ คุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล คนจังหวัดกระบี่ครับ วันนี้ผมมาตั้งกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งวันนี้ได้รับเกียรติท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านทรงศักดิ์ ได้มาตอบแทน ซึ่งผมเข้าใจว่าท่านจะเป็นผู้หนึ่งที่จะดูแลกรมโยธาธิการ และผังเมือง ซึ่งกระทู้ของผมได้ส่งเป็นเอกสารเรียบร้อยแล้ว ก็คือขอให้เรื่องการทบทวน นโยบายการดำเนินงานโครงการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่น โครงสร้างแข็งบริเวณชายหาด ทั่วประเทศไทย ซึ่งผมเป็นสมาชิกสมัยที่สอง ชุดที่ ๒๖ เรื่องเขื่อนกันคลื่นนี้ถูกพูดถึงตั้งแต่ สมัยชุดที่ ๒๕ สมัยที่แล้ว โดยทั้ง สส. รัฐบาลและ สส. ฝ่ายค้านในยุคนั้นเห็นความสำคัญว่า โครงการโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ตั้งงบประมาณหลักหลายพันล้านบาทติดต่อกันมา หลายปี และมีการยกเว้น EIA จนกระทั่งมีการระบาดของการสร้างเขื่อนทั่วประเทศไทย ผลก็คือสร้างความเสียหายให้กับชายหาด บางพื้นที่ไม่มีชายหาดเหลืออยู่เลย เหลือแต่บันได กันคลื่นเหมือนกับอ่างเก็บน้ำ แล้วก็มีตะไคร่น้ำลื่น แล้วก็ทำให้พี่น้องประชาชนบริเวณไปใช้ พื้นที่ อย่างเช่น ที่อ่างประจวบนี้ก็ลื่นหัวฟาดพื้นบาดเจ็บเกิดขึ้นมากนะครับ เพราะฉะนั้น เหตุผลของการตั้งกระทู้ของผมก็อยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบว่าการที่กรมโยธาธิการ และผังเมืองนี้ยังมีแผนงานก่อสร้างโครงการตั้งเขื่อนกันคลื่นขึ้นมาอีกนี้ ซึ่งสภาพเดิมที่ ผ่านมา เราเห็นแล้วว่ากรมโยธาธิการและผังนี้สร้างเขื่อนแล้วเกิดความเสียหาย เกิดผล กระทบ ซึ่งมีรายงานวิชาการของนักวิชาการที่ทำเรื่องนี้มานานหลายปี รวมทั้งรายงาน ผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา คลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่ง และการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อสมัยชุดที่ ๒๕ วันนี้ผมมาฝากท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ไปด้วยว่า รายงาน ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ว่าท่านซึ่งเป็นเจ้ากระทรวงจะได้สั่งการไปยังกรมโยธาธิการและ ผังเมืองว่าควรหยุดโครงการนี้หรือไม่ เพราะสร้างผลกระทบมากมาย ขอภาพด้วยนะครับ🔗
ภาพที่ท่านเห็นนี้ก็จะเห็น ว่าที่หาดม่วงงาม อดีตรองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง คุณพงษ์นรา รับปากผมว่าจะไป รื้อออก นี่ภาพเมื่อปลายปีที่แล้วนะครับ โครงสร้างแข็งที่ตั้งโดยงบประมาณของกรมโยธาธิการ และผังเมืองที่หาดม่วงงาม จังหวัดสงขลา ปรากฏว่าชาวบ้านออกมาประท้วงไม่เห็นด้วย เพราะทำให้ชายหาดเขาหายไปเหมือนที่ชายหาดมหาราชนะครับ ปรากฏว่าพอสร้างเสร็จ เวลาช่วงคลื่นมากระทบนี้ไม่ได้ป้องกันชายหาดหรอกครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัด สงขลา มีพี่น้องประชาชนออกมาป้องกันชายหาดของหน้าบ้านเขา แล้วก็ท่านรองอธิบดี ท่านนั้นก็อยู่ในคณะกรรมาธิการกับผมก็รับปากว่าจะให้มีการรื้อ แต่ปรากฏว่าปัจจุบัน เหล็กโผล่ไปใช้ประโยชน์ไม่ได้เลย วันนี้ต้องฝากท่านรัฐมนตรีแล้วครับว่าสั่งการไปยัง กรมโยธาธิการและผังเมือง แล้วก็ต้องฝากท่านรัฐมนตรีด้วยว่าอย่าเชื่อข้าราชการประจำ มากนัก เพราะว่าเขานี่หาได้มีความรู้จริงจังไม่ แล้วก็ผมมีข้อสังเกตหลายอย่างในการตั้งกระทู้ ของผมนะครับ นี่ไม่ใช่เป็นการอภิปรายนะครับ เป็นการใช้ข้อบังคับที่ถูกต้อง เพราะว่าสาเหตุ ของการตั้งกระทู้นี้มันเกิดความเสียหายทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี ไล่จนมาถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดสงขลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี หรือฝั่งทะเลอันดามัน บ้านผม จังหวัดระนอง จังหวัดพังงา ที่เขาหลักก็เหมือนกันครับท่านประธาน หรือแม้กระทั่ง จังหวัดกระบี่บ้านผม จังหวัดตรังด้วยนะครับ แล้วก็ไล่ไปถึงจังหวัดสตูล เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เป็นระบาด แล้วเราก็มีการเรียกร้องว่าของเดิมนี้ให้มีการยกเลิก EIA เราก็รณรงค์ให้มีการทำ EIA ก่อนทำโครงสร้างแข็งขึ้นมา จนกระทั่งปัจจุบันล่าสุดของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีก ๑ โครงการที่ดูแลเรื่องนี้ เขาก็จะรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมา อาจจะเป็นที่ เรียกว่า Check List อะไรก็ตามเพื่อป้องกันไม่ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองได้สร้างเขื่อน กันคลื่น โครงสร้างแข็งชายหาด ซึ่งผลนี้เกิดขึ้นทั่วประเทศมาแล้วดังภาพที่ผมนำเสนอ นะครับ จะเห็นได้ว่าภาพที่หาดมหาราช จังหวัดสงขลา ช่วงน้ำขึ้นแรง ๆ เห็นไหมครับ ซัดขึ้นมาแล้วบริเวณถนนก็พังหมดครับ ซึ่งข้ออ้างที่กรมโยธาธิการและผังเมือง มักจะอ้างเสมอ เนื่องจากว่ามีการกัดเซาะชายฝั่งและทำให้เกิดการพังทลายของถนน ริมชายหาด ผมก็ต้องย้อนถามแล้วว่าเราไปรุกรานธรรมชาติหรือเปล่า การสร้างถนน ที่ผ่านมาไปสร้างบนสันทรายชายหาด วันนี้นักวิชาการของกรมโยธาธิการและผังเมืองมา ท่านต้องอ่านรายงานวิชาการของกระทรวงอื่นด้วย เพราะฉะนั้นต้องฝากท่านรัฐมนตรีว่า เดิมนี้มีการสร้างถนนบนสันทรายชายหาด ไม่ให้ชายหาดมีการบริหารโดยน้ำขึ้นน้ำลง ชายหาดก็มีการไหลเข้าไหลออกครับท่านประธาน ตามฤดูกาล เพราะฉะนั้นผมจึงมีคำถามถึง ท่านรัฐมนตรีนะครับ เพราะผมเชื่อว่าท่านมีความกล้าหาญกว่ารัฐมนตรีท่านก่อน ซึ่งผมเคยตั้งกระทู้ห้องเฉพาะมาแล้วสำหรับเรื่องนี้ในรัฐมนตรีคนก่อน แล้วก็หาได้รับคำตอบ แล้วก็ไม่มีการแก้ไขสิ่งที่พวกผมตั้งกระทู้เลย เพราะฉะนั้นวันนี้ผมเชื่อว่าท่านมีความกล้าหาญ ที่จะแก้ไขกระทู้ของผม ก็คือ คำถามแรกท่านมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาในเรื่องดังกล่าว โดยการทบทวนนโยบายก่อสร้างเขื่อนโครงสร้างแข็งบริเวณชายหาดในหลายพื้นที่ของ ประเทศไทยหรือไม่ เมื่อใด อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาตอบกระทู้ถามท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ท่านเป็นสมาชิก ผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล แบบบัญชีรายชื่อ แล้วท่านก็แจ้งที่ประชุมว่าเป็นคนจังหวัดกระบี่ ก็เป็นพื้นที่ที่มีทะเลเยอะ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเบื้องต้นอย่างนี้ว่าปัญหาเรื่อง การกัดเซาะพื้นที่ชายทะเลนี้มันเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ที่ผ่านมาก็มี อปท. ผู้แทน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากมายก็มีการร้องขอมาที่จะให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งเป็นกรมที่อยู่ในกระทรวงมหาดไทยลงไปแก้ปัญหาตามความต้องการของประชาชน อันนี้ เบื้องต้นก่อนนะครับ แล้วก็ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าชายฝั่งทะเลประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลนี้มี ๒๓ จังหวัด มีความยาวรวมประมาณ ๓,๑๕๑.๑๓ กิโลเมตร จำแนกเป็นชายฝั่งด้านอ่าวไทยมีความยาวประมาณ ๒,๐๓๙.๗๘ กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ ๑๗ จังหวัด ๘๒๓.๐๖ กิโลเมตร แล้วก็ชายฝั่งด้านทะเลอันดามันนี้มีความยาวประมาณ ๑,๑๑๑.๓๕ กิโลเมตร ครอบคลุม พื้นที่ ๖ จังหวัด จากข้อมูลการกัดเซาะชายฝั่งทะเลประเทศไทยตั้งแต่ปี ๒๐๐๐ จนถึงปี ๒๕๖๕ นี้พบว่าพื้นที่ชายฝั่งประเทศไทยประสบปัญหาการกัดเซาะระยะทาง โดยเป็นพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอยู่ที่ ๖๙.๗๔ กิโลเมตร และเป็นพื้นที่ที่แก้ไขแล้ว ๗๕๓.๓๒ กิโลเมตร ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ที่ดำเนินการแก้ไขโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง อันนี้ผมย้ำท่านประธานและท่านสมาชิกเป็นพื้นที่ที่ได้รับการแก้ไขโดยกรมโยธาธิการและ ผังเมือง ในปีงบประมาณ ๒๕๓๓-๒๕๖๖ จำนวน ๑๓๘ โครงการ ความยาวรวม ๘๖.๙๕ กิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ ๑๑.๙ ของพื้นที่ที่กัดเซาะทั้งหมด โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการโครงการกัดเซาะนี้ก็เป็นเพียง ๑๑.๙ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองที่เป็นงานที่กรมโยธาธิการ และผังเมืองรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว🔗
สำหรับเรื่องนโยบายในการแก้ไขปัญหานี้ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานและสมาชิกว่าความจริงก็เป็นนโยบาย ซึ่งกรมเองก็พยายามสำรวจตรวจสอบดู อยู่ตลอดเวลาว่าสิ่งที่ดำเนินการไปนั้นมีผลกระทบกับประชาชนหรือไม่ อย่างไร สำหรับ กรมโยธาธิการและผังเมืองเองนี้ไม่ได้มีนโยบายเพียงแต่ทำโครงสร้างแข็งหรือมาตรการ สีเทาอย่างเดียว กรมโยธาธิการและผังเมืองยังมีมาตรการสีขาวเป็นไปตาม พระราชบัญญัติกฎหมายผังเมือง ซึ่งมีการกำหนดการใช้ประโยชน์ในที่ดินและกำหนด ระยะถอยร่นของผังเมือง โดยบริเวณชายฝั่งทะเลและมาตรการด้านผังเมือง มีการบังคับใช้ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ปี ๒๕๒๒ ซึ่งกำหนดให้อาคารที่ก่อสร้างในพื้นที่แหล่งน้ำ สาธารณะขนาดใหญ่นี้ เช่น บึง ทะเลสาบ หรือทะเลจะต้องถอยร่นออกจากพื้นที่ประมาณ ๑๒ เมตร ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่เป็นมาตรการหนึ่งที่กรมโยธาธิการและผังเมืองเองก็ทำ ยกเว้นแต่เป็นพื้นที่ซึ่งมีการสำรวจแล้วว่าเป็นพื้นที่ที่มีการกัดเซาะอย่างรุนแรง ก็จำเป็นที่ กรมโยธาธิการและผังเมืองเองก็จำเป็นจะต้องใช้มาตรการ เขาเรียกว่าเป็นสีเทา สีเทานี้ หมายความว่าเป็นมาตการที่มิชอบนะครับ เป็นสีที่กำหนดว่ามีสีขาว มีสีเขียว มีสีเทา ถ้าสีเทาหมายความว่าเป็นมาตรการที่แก้ไขปัญหาเรื่องการกัดเซาะที่เป็นแบบรุนแรง จำเป็นต้องใช้แบบที่ต้องดำเนินการ อย่างเช่น เขื่อนคอนกรีตขั้นบันได หรือเขื่อนหินใหญ่ เรียงเป็นระดับ ๆ ไป ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะพื้นที่ที่ต้องใช้ในการแก้ไขในการดำเนินการ🔗
สำหรับเดิมผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่า การทำ เขื่อนของกรมโยธาธิการและผังเมืองเองนี้ เมื่อก่อนอาจจะไม่ต้องจัดทำรายงานประเมินผล กระทบสิ่งแวดล้อมตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวในที่ประชุม แต่ว่าในปัจจุบันนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ มากรมโยธาธิการและผังเมืองเองก็ต้องดำเนินการจัดทำ EIA ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นไปตามที่มีการประกาศโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนด เรื่องโครงการ กิจการหรือการดำเนินการซึ่งจะต้องทำรายงานการประเมินผล EIA แต่อย่างใด ก็แล้วแต่ในช่วงเดิม ๆ นั้นถึงแม้ว่าจะไม่มีการให้ทำ EIA แต่ว่าก่อนการดำเนินการทุกครั้ง กรมโยธาธิการและผังเมืองเองก็มีการศึกษาเหมือน EIA เบื้องต้น เป็นตัวกำหนดในการที่จะ ไปควบคุมการก่อสร้างและมีการประเมินผลกระทบในกรณีที่มีการสร้างเสร็จแล้ว อันนั้น ก็เป็นงานที่กรมโยธาธิการและผังเมืองก็ดำเนินการมาตามแนวทางที่กำหนด แต่เรียน ท่านประธานว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ มานี้ กรมโยธาธิการและผังเมืองยังไม่ได้ตั้งงบประมาณ ก่อสร้างเขื่อนป้องกันริมทะเลแต่อย่างใดเลย ตั้งแต่มีการกำหนดให้ต้องทำ EIA เนื่องจากอยู่ ระหว่างการดำเนินการจัดทำ EIA แล้วก็ประกอบคำขออนุญาตในโครงการ ซึ่งในปัจจุบันนี้ ยังไม่มีโครงการไหนที่ได้รับการพิจารณางบประมาณเลย แต่ว่าอยู่ในขั้นตอนที่ดำเนินการ ก่อสร้างอยู่นี้เป็นเรื่องโครงการเก่าทำมาแล้ว ซึ่งต้องทำต่อไป เพราะว่ามันมีผลผูกพัน เรื่องของสัญญา เพราะว่างบประมาณของกรมโยธาธิการและผังเมืองนี้ส่วนใหญ่ก็จะเป็น โครงการซึ่งต้องทำเป็นงบผูกพันกัน ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังอยู่ในปี ๒๕๖๗ ๔๕ โครงการ ความยาวประมาณ ๑๘.๗ กิโลเมตร ซึ่งก็จะต้องทำต่อไปนะครับ🔗
ขอเชิญ คุณประเสริฐพงษ์ ถามเป็นครั้งที่ ๒ ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตถามคำถามครั้งที่ ๒ ซึ่งสามารถ ถามได้หลายคำถามนะครับแต่ละครั้ง ผมขอบคุณที่ท่านตอบนะครับ ได้รายละเอียดแล้วก็ เข้าใจว่าท่านก็คงจะทำการบ้านได้ความรู้มาพอสมควร แต่ว่าท่านยังไม่ได้ตอบผมว่าที่ หาดม่วงงามที่จังหวัดสงขลานี้ ท่านจะสั่งให้รื้อถอนหรือไม่ อะไร อย่างไร เพราะมีเหล็กโผล่ อยู่นะครับ แล้วก็ประชาชนยังไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่และอันตรายมาก ๆ ถ้าเหล็กโผล่ตรงนั้น และไม่ใช่มีที่นั่นที่เดียว ยังมีอีกหลายที่ฝากเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการ และผังเมืองด้วยนะครับ วันนี้อธิบดี รองอธิบดี ไม่มีความกล้าหาญมาตามรัฐมนตรีเลย ผมขอตำหนินะครับ เพราะฉะนั้นผมขอบคุณที่ท่านรัฐมนตรีตอบ และผมเชื่อว่าท่านมี ความกล้าหาญกว่าท่านรัฐมนตรีคนที่แล้วแน่นอน ขอบคุณที่ท่านบอกว่ามีโครงการต่อเนื่อง แล้วก็โครงการใหม่ที่จะทำ EIA แต่ว่าอย่างไรเสียงบผูกพันนี้ก็สามารถยกเลิกได้ ถ้ามัน ก่อให้เกิดความเสียหายแบบที่ภาพเกิดเป็นปัจจุบันครับท่านประธาน ภาพที่เกิดปัจจุบันนี้ เห็นชัดว่ามันสร้างความเสียหาย และต้องมีการทบทวนสัญญากับเอกชน ท่านจะมาอ้างว่า วันนี้ทำสัญญาแล้วยกเลิกไม่ได้ ไม่ใช่หรอกครับ เราเป็นรัฐบาล เราเป็นผู้ว่าจ้าง ถ้าจ้างแล้ว มันสร้างความเสียหายกับพื้นที่ท่านจะจ้างทำไมครับ นี่ครับป้าย ช่วยย้อนกลับไปที่ป้าย นิดหนึ่งครับ กรมโยธาธิการและผังเมือง และย้อนไปที่หาดสนกระซิบที่จังหวัดระยองสิครับ นี่ครับ โผล่แบบนี้แล้วคาราคาซังเอาไว้สัญญาก็หมดแล้ว แต่ปรากฏว่ายังไม่มีการแก้ไข นั่นหมายความว่าระบบราชการภายใต้การควบคุมกำกับของท่านรัฐมนตรีช่วยหละหลวม ผมฝากกำชับด้วยว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ภาคประชาชนเขาคาดหวังว่ารัฐบาลนี้จะแก้ไข ปัญหาโดยกวดขันสั่งการไปที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนะครับ คำถามของผม ครั้งที่ ๒ ผมคิดว่าผมจะต้องถามรัฐมนตรีว่าแม้วันนี้เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผมเอามาเสนอจะเกิดก่อน ท่านรัฐมนตรีมาบริหารก็จริง แต่ผมเชื่อว่าท่านมีอำนาจสั่งการแก้ไข เพราะว่าการรับฟัง ความคิดเห็นของบริษัทที่กรมโยธาธิการและผังเมืองไปว่าจ้างที่ปรึกษาแจ้งข้อมูลไม่ครบ ที่ผ่านมาปรากฏว่าเอาข้อมูลผิด ๆ ใส่ในเอกสารครับ แล้วเราจับได้ ปรากฏว่ามีข้อมูล ของคนที่มาตอบคำถามความคิดเห็นประชาคมคือ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กครับ น่าเกลียดมาก ท่านประธาน หลอกคนทั้งประเทศ แล้วเรื่องนี้กรมโยธาธิการและผังเมืองไม่เคยยอมรับเลย แล้วฝากเจ้าหน้าที่ด้วยวันนี้ ผมเชื่อว่าท่านเป็นข้าราชการสายพันธุ์ใหม่ แล้วก็จะต้องเติบโต ไปเป็นรองอธิบดี อธิบดี ผมเชื่อว่าท่านจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ คำถามครั้งที่ ๒ ของผมก็คือว่า กรณีการก่อสร้างเขื่อนชายหาดของกรมโยธาธิการและผังเมืองนี้อาจมีบริษัทที่หปรึกษาของ กรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นบริษัทเดิม ๆ ผู้เชี่ยวชาญเดิม ๆ หน้าเดิม ๆ ครับท่านประธาน เหตุใดจึงไม่มีบริษัทที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านชายฝั่งที่อื่นเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง เป็นอย่างไร ท่านให้รายละเอียดได้ไหม ทำไม มันมีข้อสงสัยครับท่านประธาน เวลาพวกผม เปิดดูเล่มงบประมาณ ปรากฏว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเยอะมากใช้งบประมาณภาษีประชาชน จ้างบริษัทที่ปรึกษาผ่านกรมโยธาธิการและผังเมืองนี้หลายร้อยล้านบาทต่อปี และพอเรา ไปย้อนหลังดูปรากฎกว่าเป็นบริษัทเดิม ๆ ครับ ที่ปรึกษาก็หน้าเดิม ๆ แล้วคนก็หน้าเดิม ๆ เวลาไปทำประชาพิจารณ์ก็หลอกข้อมูลกัน ผมต้องฝากว่าท่านรัฐมนตรีจะแก้ไขปัญหานี้ ได้อย่างไร เพราะว่ามันทำให้เห็นว่าความล้มเหลวของการบริหารของภาครัฐโดยเฉพาะ ในเรื่องหลักธรรมาภิบาลนี้ล้มเหลว และผมจึงมีความคาดหวังว่าท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ซึ่งท่านเข้าใจว่ามีมาตรการสีเทา สีขาว เรื่องของการแก้ไขปัญหาชายฝั่งนี้มันมีหลายวิธี แสดงว่าท่านเข้าใจ แต่อย่างไรผมต้องฝากรายงานฉบับนี้ไปให้ท่านด้วย แล้วก็คงจะต้องถึงมือ เจ้าหน้าที่ แล้วก็ไปสรุปให้ท่านฟังอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านตอบคำถามว่ามี พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร ต้องมีระยะถอยร่น ๑๒ เมตร ผมยกตัวอย่างให้ฟังครับรัฐมนตรี ผ่านท่าน ประธานครับ ที่เขาหลัก จังหวัดพังงา ติดชายหาดเลยครับ ไม่มีระยะถอยร่นไปอนุญาตเขาได้ อย่างไร กรณีไม่มีระยะถอยร่นมีเหตุการณ์กรณีของเอกชนแบบนี้ไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ รายครับ ท่านประธาน ฝากท่านรัฐมนตรีไปแก้ไขเรื่องนี้ด้วย คำถามก็ขอให้ท่านช่วยตอบด้วยว่า เรื่องบริษัทที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญนี้มาหน้าเดิม ๆ ขอทราบรายละเอียดว่าท่านจะแก้ปัญหานี้ ได้อย่างไร ทำไมถึงยังมีหน้าเดิม ๆ อยู่ แล้วก็ข้อมูลเวลาทำประชาพิจารณ์ยังไปหลอก ชาวบ้านอยู่แบบเดิม แล้วเราก็จับได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอายต่อหน่วยราชการที่ทำงานเรื่องนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาต พอดีมีภาพที่ขึ้นจอนี้เป็นเรื่องที่เหมือนว่ากรมโยธาธิการ และผังเมืองจะทำไม่แล้วเสร็จ มีเหล็กโผล่นี้มันน่ากลัวอันตราย แต่ว่าขออนุญาต ท่านประธานว่าน่าจะเป็นที่หาดม่วงงามครับ ผมว่าเป็นเข้าใจนะครับ น่าจะเป็นเรื่องถูก ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราว ทำให้ผู้รับจ้างนี้ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จไปตามสัญญา อันนี้เป็นตามคำสั่งของศาล ส่วนอีกเรื่องที่หนึ่งจะเป็นภาพของช่วงมรสุมนี้ผมว่ามันก็เป็น ความเข้าใจตรงกัน ในช่วงที่มีเกิดมรสุมนี้อาจจะมีเรื่องของลมพายุ เรื่องของคลื่นทะเลรุนแรง ประมาณอย่างนี้ก็อาจจะเป็นภาพ แต่ว่าในที่สุดนี้ก็มีโอกาสลงไปดูเหมือนกันว่าในช่วงที่ ลมสงบแล้วทรายมันก็จะมาอยู่ในที่เดิม ก็เป็นลักษณะที่ไม่เห็นลักษณะโครงที่เหลืออยู่ อันนี้ ก็เรียนท่านประธานเบื้องต้นนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่จะรับข้อสังเกตท่านนะครับ ไม่ว่าจะเรื่องของผลการศึกษา เพื่อจะให้ทางกรมนี้ไปดูเป็นข้อมูลในการนำเสนอ ไม่ว่าจะ เรื่องของการไปรับฟังความคิดเห็นที่ท่านให้ความกังวลว่าคนที่มานี้อาจจะเป็นคนที่ ไม่เกี่ยวข้องเลยประมาณอย่างนั้น อันนี้ก็เป็นข้อมูลที่เดี๋ยวจะรับไป แล้วก็สั่งการให้ กรมดำเนินการให้เกิดความรอบคอบมากยิ่งขึ้นนะครับ🔗
สำหรับคำถาม ที่ท่านให้ความกรุณาถามเรื่องของบริษัทที่ปรึกษานี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองนี้ออกแบบเขื่อน ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลนี้ต้องใช้ความรู้ในสหวิชา เช่น สมุทรศาสตร์ วิศวกรรม ชายฝั่งด้านธรณีวิทยา ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านสิ่งแวดล้อม แล้วกรมเองก็ได้มีการจัดจ้าง บริษัทที่ปรึกษานี้เพื่อทำการออกแบบนี้ก็เป็นไปตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยการคัดเลือกบริษัท อันนี้เป็นวิธีการคัดเลือกจากบริษัท ซึ่งต้องขึ้นทะเบียนกับศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษาไทยในสาขา ที่เกี่ยวข้อง และต้องอยูในระบบการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ซึ่งจะต้อง พิจารณาคุณสมบัติที่ปรึกษาที่มีบุคลากรที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้าน สมุทรศาสตร์ วิศวกรรมชายฝั่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อดำเนินการไปตามคุณสมบัติดังกล่าว อันนี้ผมเรียนเบื้องต้น ก่อนว่ามันมีหลักเกณฑ์ที่กำหนด คงไม่มีใครที่จะสามารถดำเนินการไปชี้นำแล้วก็ไปกำหนด บริษัทมาดำเนินการตามโครงการของรัฐได้ แล้วก็ยังมีกำหนดคุณสมบัติเบื้องต้นอย่างน้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนิติบุคคลตามกฎหมายซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย โดยวัตถุประสงค์ ในการให้บริการออกแบบงานก่อสร้างหรือเป็นสถาบันทางการศึกษา ข้อที่ ๑ นะครับ ข้อที่ ๒ ไม่เป็นผู้มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนผู้ละทิ้งงานราชการ และไม่เคยปรากฏเป็นผู้มีเจตนา หลีกเลี่ยงการชำระภาษีอากร ข้อที่ ๓ ขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาไทยไว้กับศูนย์ข้อมูล ที่ปรึกษากระทรวงการคลัง โดยแสดงหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่ดำเนินการจดทะเบียน ในสาขาที่มีความเชี่ยวชาญด้านสาขาที่เกี่ยวข้องกับโครงการด้วย ข้อที่ ๔ เป็นผู้มีความ ชำนาญ มีประสบการณ์และมีผลงานที่เกี่ยวข้องกับผลงานการศึกษาสิ่งแวดล้อมของโครงการ ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทางทะเล หรือโครงการทางทะเล ดำเนินการมาแล้วไม่เกิน ระยะเวลา ๑๐ ปี นับแต่วันที่มีการยื่นข้อเสนอและมีมูลค่าการก่อสร้างงานไม่ต่ำกว่า ๔ ล้านบาท อันนี้เป็นข้อมูล แต่ว่าเป็นรายละเอียดนะครับ ถ้าจะอ่านทั้งหมดจะใช้เวลา แล้วก็ต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถประสบการณ์และผลงานในสาขาต่าง ๆ มีองค์ประกอบของการประกอบบุคลากรด้านสาขาเข้าร่วมการเสนองาน อันนี้เป็นเงื่อนไขที่ ต้องประกาศแล้วก็บริษัทที่ปรึกษาทั้งหลายก็ทราบดีว่าเขาต้องกำหนดอยู่ในเงื่อนไขดังกล่าว เพราะมันเป็นเรื่องประโยชน์ในการที่จะดำเนินการในการปรึกษา ออกแบบในการดำเนินการ ตามโครงการป้องกันการกัดเซาะสิ่งที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ว่าผมเรียนท่านประธาน เพิ่มเติมว่าต้องเป็นผู้มีสิทธิทำรายการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้รับอนุญาตจาก สำนักงานนโยบายและแผนงานทรัพยากรสิ่งแวดล้อมด้วย อันนี้เป็นข้อที่ ๖ แต่ว่าอย่างไร ก็แล้วแต่สำหรับบุคลากรสาขาสมุทรศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ชายฝั่งเป็นสาขาที่ขาดแคลน คือว่ามีน้อย เพราะฉะนั้นเวลาการหาบริษัทต้องการที่มีคุณสมบัติอย่างนี้มันก็จะมีจำนวน จำกัด ก็เลยเป็นประเด็นที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงว่าทุกครั้งที่มีการหาบริษัทที่ปรึกษาก็จะเป็น บริษัทเดิม ๆ แต่ว่าบริษัทเดิม ๆ นั้นก็เป็นบริษัทที่มีคุณสมบัติครบตามที่ราชการกำหนด ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการครับ เชิญท่านประเสริฐพงษ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ มีเวลานิดหนึ่งก็ขออนุญาตแลกเปลี่ยนข้อมูลกับท่านรัฐมนตรี เพิ่มเติมนะครับ ขอบคุณที่ท่านตอบว่าเรื่องหาดม่วงงามอยู่ที่ศาล แต่ว่าภาพที่ผมนำมาโชว์ เหล็กโผล่ก็ยังมีที่จังหวัดระยองนะครับ มีที่จังหวัดระยองด้วยต้องฝากท่าน ทีนี้เรื่องทราย กลับที่เดิมคงไม่เถียงท่านหรอกครับ ว่ามันจะกลับมากน้อยแค่ไหน หรือว่าไม่กลับนี้ เพราะว่า ข้อมูลยืนยันในเอกสารนี้ มีรวมทั้งภาพข้อเท็จจริงที่ผมนำเสนอก็มีอยู่นะครับ แล้วก็ทำไม ผมถึงนำเสนอเรื่องนี้ เพราะผมคิดว่าแนวทางการแก้ไขโดยการใช้รั้วดักทรายไม้ไผ่ของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เขากำลังทำอยู่นี้มันใช้ได้ดี ได้ผล แล้วก็ใช้งบประมาณได้น้อยกว่า ถูกกว่าด้วยซ้ำนะครับ แล้วก็ขออนุญาตพาดพิงไปถึงที่ ปรึกษาที่ผมตั้งกระทู้และท่านตอบว่าเข้าเงื่อนไข ๑ ๒ ๓ ๔ แต่ว่าจริง ๆ แล้วผมก็แทบจะมี รายชื่อด้วยซ้ำ ดอกเตอร์เชิด ๆ วงศ์ ๆ ที่ได้ซ้ำ ๆ อยู่บ่อย ๆ แล้วผมก็ฝากท่านไปดูด้วยว่าคน หรือบริษัทเดิม ๆ ที่ได้ซ้ำนี้เขาไปกินข้าวบ่อยไหม กับอธิบดีหรือรองอธิบดี เขาไปกินข้าวกัน บ่อย ๆ ไหม เขานัดเจอกันไวน์กินข้างนอกบ่อย ๆ ไหม ผมฝากท่านดูเรื่องนี้ด้วย เพราะฉะนั้น ข้อสงสัยของภาคประชาชนจะได้หายสงสัยเสียทีหนึ่งว่าเกิดอะไรขึ้นในกรมโยธาธิการและ ผังเมือง ขอบพระคุณมากครับ และเดี๋ยวผมขออนุญาตมอบหนังสือนี้ให้กับท่านรัฐมนตรี ได้เลยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เชิญมอบได้เลยครับ ขอขอบคุณ คุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยมากครับ ต่อไปก็จะเป็นกระทู้ถามที่ ๑.๓.๕🔗
๓. เรื่อง แนวทางการแก้ปัญหาการขาดแคลนครูและการจ้าง ครูอัตราจ้าง โดยมีค่าตอบแทนที่ไม่เหมาะสมของ นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เป็นผู้ตอบกระทู้ถามนี้แทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถาม ผมจะอนุญาตให้ผู้ที่มาให้ การสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามนี้ ๒ ท่าน คือ ๑. คุณพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ๒. คุณธนากร เปรมพลอย นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ พิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ และขออนุญาต ให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังกระทู้ถามนี้ได้ครับ คือคุณขวัญประชา ธรรมศิลป์ ขอเชิญ คุณประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี เขต ๗ วันนี้ผมขอเป็นตัวแทนของครูอาจารย์ นักเรียน แล้วก็ผู้ปกครอง ประชาชนทุกท่านในการที่จะมาแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน🔗
เรื่องที่ผมจะสอบถามถ้าท่านเล่นสื่อ Social บ่อย ๆ ท่านอาจจะเคยเห็น ประกาศรับสมัครครู วุฒิปริญญาตรี เงินเดือน ๖,๐๐๐ บาท อันนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็คือปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยของเราตอนนี้ ซึ่งผมอยากจะแก้ไขปัญหานี้ให้ยั่งยืน ต้องฝากผ่านท่านประธานเรียนถามถึงท่านรัฐมนตรี ต้องขอบคุณที่มาตอบคำถามในวันนี้ ปัญหาของเราก็คือว่าถ้าเกิดเรานับจำนวนของนักเรียนก็มีอยู่ประมาณ ๖.๕ ล้านคน ถ้านับจำนวนคุณครู ก็มี ๓๔๐,๐๐๐ คน ซึ่งเปรียบเทียบแล้วก็คือครู ๕.๒ คนต่อนักเรียน ๑๐๐ คน ก็เป็นเกณฑ์ที่ถือว่าพอเพียง UNESCO กำหนดมาว่าอย่างต่ำ ๔ คน แต่ของเรา ๕.๒ คน แต่ปัญหาก็คือว่าอะไร ก็คือว่าครูนี้ไปกระจุกอยู่ในตัวเมือง ใคร ๆ ก็อยากมาทำงาน ในเมืองเพราะว่างานต่างจังหวัดนี้งานเยอะ เงินเดือนน้อย ต้องทำงานหลายหน้าที่ ทำให้ครูอัตราจ้างหรือว่าครูที่บรรจุใหม่พออยู่ได้ปี ๒ ปีมีโอกาสก็จะย้ายเข้าเมืองกันหมด อันนี้ก็เลยกลายเป็นว่าปัญหาก็ขาดแคลนคุณครูในถิ่นทุรกันดาร แล้วก็ในชนบทหรือว่า แม้แต่โรงเรียนเล็ก ๆ ในปริมณฑลเองก็ตาม ในจังหวัดปทุมธานีนี้ก็ขาดแคลนคุณครูนะครับ โดยทั่วไปแล้วชั้นมัธยมก็จะต้องการครูน้อยกว่าชั้นประถม โรงเรียนใหญ่ก็ต้องการครูน้อย กว่าโรงเรียนเล็ก อย่างเช่น ผมเคยไปบริจาคของที่โรงเรียนในดอยผ้าห่มปก ตรงนั้นนักเรียน ทั้งโรงเรียนมีแค่ ๘๐ คนเท่านั้น ก็มีตั้งแต่อนุบาลถึง ป. ๖ คุณครูก็มีอยู่แค่ ๒-๓ คนเท่านั้น ลองจินตนาการมีชั้นเรียนตั้งแต่อนุบาลถึง ป. ๖ นี้ ๗-๘ ชั้น แต่มีครูแค่ ๒-๓ คน เพราะฉะนั้น เวลาสอนนี้เขาก็ต้องนำนักเรียน ป. ๒ ป. ๓ มารวมกัน หรือว่า ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ มารวมกัน แล้วก็สอนทีเดียว ซึ่งหนังสือเรียนมันก็ต่างกันแล้ว ทีนี้คือปัญหาว่าการที่ครูขาดแคลน ก็เกิดปัญหาว่าการเรียนการสอนก็ไม่ได้มีคุณภาพนะครับ พิสูจน์ได้จากอะไรครับ จาก PISA คะแนนมีวิจัยกันมา โรงเรียนที่ขาดแคลนคุณครูอย่างแบบขาดแคลนมาก ๆ นี้ คะแนน PISA ของเด็กนักเรียนจะต่ำทุกสาขาวิชาเลยที่สอบออกมา อันนี้มีการวิจัยออกมาแล้ว เพราะฉะนั้น ผมก็อยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าเราจะมีการแก้ปัญหาตรงนี้ อย่างยั่งยืนได้อย่างไร เพราะว่าเราอยากแก้ปัญหากันจริง ๆ ไม่อย่างนั้นทุกปีเราจะเจออย่างนี้ แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าเมื่อขาดแคลนครูนี้เขาทำอย่างไร ก็คือโรงเรียนต้องออกผ้าป่ากันเอง ระดมทุนจากครูที่มีอยู่ จากผู้ใหญ่บ้านบ้าง จากชาวบ้านบ้าง เพื่อมาจ้างครูอัตรา ๖,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นอัตราจ้างถึงได้ต่ำขนาดนั้น ก็อยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าเราจะมีการ แก้ปัญหาอย่างยั่งยืนได้อย่างไร ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่าน พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ให้มาตอบคำถามกระทู้แยกเฉพาะในครั้งนี้ จากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เนื่องจากจริง ๆ แล้ว วันนี้ ท่านรัฐมนตรีติดภารกิจ จริง ๆ แล้วสำคัญไปกว่านั้นคือ คำถามที่ท่านสมาชิกถามนั้น เป็นคำถามที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระผมโดยตรง ก็จะนำเรียน ๒ ประเด็น แต่จริง ๆ แล้วถ้าท่านรัฐมนตรีไม่ติดภารกิจ ท่านก็จะมานะครับ แต่เนื่องจากคำถามก็ เกี่ยวโยงกับผมโดยตรง ที่ท่านสมาชิกถามในการแก้ปัญหาการขาดแคลน คุณครูในโรงเรียนขนาดเล็กอย่างยั่งยืน นั่นคือสรุปประเด็นที่ท่านจะถามนะครับ ขอนำเรียน อย่างนี้ที่ท่านได้กล่าวมาทั้งหมดนั้นคือความจริงที่ปรากฏจริง ๆ การขาดแคลนของโรงเรียน ขนาดเล็กนั้นเป็นปัญหาที่สำคัญ แล้วก็มีผลกระทบจริงกับคะแนน PISA ที่เป็นตัววัด ความสามารถของเด็กนักเรียนอย่างหนีไม่พ้น ซึ่งแน่นอนปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียน ขนาดเล็กนั้น กระทรวงศึกษาธิการพยายามหลาย ๆ วิธีทางที่จะแก้ปัญหาการขาดแคลนใน โรงเรียนขนาดเล็กให้หมดปัญหาไป แต่แน่นอนด้วยข้อจำกัดของกระทรวงเอง คำว่า โรงเรียน ขนาดเล็ก ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อจะผ่านไปยังท่านสมาชิกที่ตั้งคำถาม และ อยากจะผ่านไปถึงผู้ที่รับฟังด้วยครับ คำจำกัดความในที่นี้ของโรงเรียนเล็กนั่นคือ หมายถึง โรงเรียนที่มีขนาดนักเรียนต่ำกว่า ๑๒๐ คนลงมา นั่นจะเป็นคำจำกัดความของ กระทรวงศึกษาธิการที่ให้ไว้กับโรงเรียนขนาดเล็ก และแน่นอนเด็กนักเรียนที่ต่ำกว่า ๑๒๐ คน ในโรงเรียนนั้น ๆ ที่อยู่โรงเรียนขนาดเล็ก นั่นคือปัญหายิ่งใหญ่ที่จะมีผล เรื่องของ การขาดแคลนบุคลากรในการศึกษา โดยเฉพาะครูผู้สอนที่ท่านจะได้ยินว่าครูไม่ครบชั้น ครูเอกไม่ตรงวิชาก็ตาม อันนั้นคือปัญหาที่กระทรวงพยายามแก้ปัญหา แต่เรื่องนี้ มันเป็นปัญหาที่สืบเนื่องมาจากคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำกับกำลังคน นโยบายกำลังคนภาครัฐหรือ คปร. ที่เรารู้จักกันดี มีเงื่อนไขอย่างนี้ถ้าเป็นโรงเรียนต่ำกว่า ๑๒๐ คน เดี๋ยวผมสรุปให้สั้น ๆ เลยว่า เราไม่สามารถจัดอัตรากำลังคืนกลับไปให้โรงเรียน เหล่านั้นได้ ถ้าโรงเรียนเหล่านั้นเกษียณ คุณครูเกษียณ เคยมี ๕ คน เกษียณเหลือ ๔ คน เขาก็จะไม่ได้รับการจัดสรรกำลังคนเหล่านั้นไปเลย อันนี้คือเรื่องสำคัญเลย แน่นอนโรงเรียน ขนาดเล็กจะแยกหลายประเภท ถ้าเป็นโรงเรียนพื้นที่เฉพาะก็คืออยู่ตามเกาะแก่ง อยู่ตามพื้นที่พิเศษ อย่างเช่น พื้นที่ห่างไกล อันนี้เราจัดสรรคืนได้ แต่โรงเรียนส่วนใหญ่ ที่อยู่ในพื้นที่ปกตินี้ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียน ที่เด็กต่ำกว่า ๑๒๐ คน แล้วเราไม่สามารถจัดคืนอัตรากำลังไปได้ นั่นคือปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ๆ แล้วก็เป็นที่มาของ การจ้างครูที่เรียกว่า ครูอัตราจ้าง เมื่อกระทรวงจัดอัตราราชการคืนไปไม่ได้ แล้วโรงเรียน ก็หาวิธีออกโดยการจัดทอดผ้าป่า ระดมทุนเพื่อจะหาครูมาสอนให้ครบชั้นหรือให้ครบวิชา ที่โรงเรียนนั้นขาดแคลน ก็เกิดที่มาว่าอัตราการจ้างไม่สอดรับกับค่าแรงขั้นต่ำ อันนี้จะนำ เรียนนะครับ แต่นั่นแน่นอนถ้าเป็นของกระทรวงจ้างเองในฐานะที่ชื่อว่าครูอัตราจ้างใน ตำแหน่งนั้น กระทรวง ๑๕,๐๐๐ บาทแน่นอน ไม่ผิดกฎหมายใด ๆ แต่ถ้าโรงเรียน จ้างเองโดยเงินบริหารจัดการของโรงเรียน จะมีหลาย ๆ โรงเรียนอย่างตามข่าว ๙,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐ บาท หรือกี่พันที่ต่ำกว่าวุฒิปริญญาตรี แล้วก็ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ อันนั้นคือปัญหา ที่เกิดขึ้น แล้วกระทรวงพยายามแก้ แน่นอนแนวทางแก้ปัญหาของกระทรวงเองก็พยายาม ที่จะจัดสรรครูอัตราจ้าง ในตำแหน่งพนักงานข้าราชการ ในตำแหน่งครูอัตราจ้างทดแทน คืนไป แต่แน่นอน ๒๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียนที่ขาดแคลน เรามี ๑๐,๐๐๐ กว่าอัตรา ก็ให้ได้ ไม่เพียงพอ ที่จะคืนไปสู่โรงเรียนที่ขาดแคลนในตำแหน่งครูผู้สอน หรือบุคลากรฝ่ายสนับสนุน ในโรงเรียนนั้น ๆ ซึ่งโรงเรียนเหล่านั้นก็จะไปจ้างเอง แล้วก็เกิดปัญหาอย่างที่กล่าว แต่ทาง เขตพื้นที่การศึกษา แล้วก็กระทรวงศึกษาธิการก็ให้แนวทางว่าขอความร่วมมือว่าพยายาม พิจารณาให้สอดคล้องกับค่าแรงขั้นต่ำ แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัด การทอดผ้าป่า การระดมทุน ก็ตามของแต่ละโรงเรียน ก็เกิดปัญหาว่าไม่สามารถ Cover จะจ้างได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ส่วนใหญ่แล้ว อันนี้ผมเรียนท่านสมาชิกด้วยความจริงว่าตามข่าวนี้จริงครับ เปิดรับสมัคร ตามอัตราเท่านั้น แต่คนที่ยอมจะมาทำส่วนหนึ่งต้องสมัครใจ ไม่มีใครบังคับแล้วมาทำ เขาสมัครใจ ๑. อาจจะด้วยเป็นจิตอาสาอยากมาช่วยลูกหลานอันนั้นเรื่องหนึ่ง ๒. อาจจะ เป็นเรื่องของใกล้บ้าน แล้วก็อยากจะทำงานใกล้บ้าน โดยรับอัตราที่ไม่ได้ถูกกฎหมาย แต่เป็นการยินยอมที่จะรับ แต่ก็สามารถดำรงชีวิตได้ก็ตาม หรือมุ่งหวังในความก้าวหน้า เพราะครูอัตราจ้างเหล่านั้นจะมีสิทธิพิเศษ เมื่อเข้าไปสอนให้กับโรงเรียนได้แล้ว ๓ ปี จะสามารถสอบเป็นข้าราชการได้เขาเรียกว่า ว ๑๖ หรือว่าสอบภายใน ก็คือครูเหล่านี้เท่านั้น ที่จะมีโอกาส แต่เขาก็ยังมีโอกาสไปสอบ การเปิดสอบทั่วไป คือรับบุคคลทั่วไป อันนั้นก็เป็น ประเด็นหนึ่ง แต่สิ่งที่หลาย ๆ คน อยากที่เป็นก็เนื่องจาก ว ๑๖ ก็คือความเจริญก้าวหน้า ในอาชีพ การที่จะเป็นข้าราชการโดยการเปิดสอบเฉพาะภายใน ที่ครูอัตราจ้าง ๓ ปีขึ้นไป แต่ละพื้นที่ แน่นอนอันนั้นเป็นเรื่องหนึ่งที่เราต้องแก้ปัญหา การแก้ปัญหาของกระทรวง แน่นอน คปร. เป็นองค์กรสำคัญที่กำกับการ โดยทำให้โรงเรียนขนาดเล็กต่ำกว่า ๑๒๐ คน เราไม่สามารถคืนอัตราครูข้าราชการกลับไปได้เลย แต่เราพยายามลดภาระครู ตอนนี้ ท่านทราบไหมว่าครู ไม่ว่าโรงเรียนใหญ่ โรงเรียนเล็ก นักการภารโรงที่ขาดแคลนก็เช่นกัน ด้วย พ.ร.บ. การปรับอัตรากำลังให้พนักงานเขาเรียกว่าลูกจ้างประจำหมดไป นักการภารโรง เป็นส่วนหนึ่งของอัตราลูกจ้างประจำที่จะต้องหมดไป หมดแล้วจะไม่ได้คืน โรงเรียนต่าง ๆ ที่เคยมีอัตรานักการภารโรงทั่วทุกโรงเรียนทั้งประเทศเกษียณแล้วหมดคืนไม่ได้ ๆ แต่วันนี้กระทรวงศึกษาธิการกำลังทำเรื่องของบกลางจากท่านนายกรัฐมนตรี คืนนักการภารโรง ๑๔,๐๐๐ กว่าอัตรา ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ นี้ ที่จะเริ่มจ้าง วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ก็คือโรงเรียนเปิดเทอม ๆ ใหม่นี้ หวังว่าจะได้งบกลาง เพื่อจะไปจ้างนักการภารโรง แล้วก็ของบปี ๒๕๖๘ เพื่อจะจ้างตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ ยาวไปถึง วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘ แล้วปีต่อ ๆ ไป เราจะจ้างทุกปีครับ เพื่ออะไรนักการ ภารโรงเป็นอัตราหนึ่งที่สำคัญที่จะไปลดภาระครู เฉพาะครูไม่ครบชั้นก็แย่แล้ว ครูเอกไม่ตรง วิชาก็แย่แล้ว ยังต้องมาทำงานล้างห้องน้ำ ตัดต้นไม้ หรือดูแลเรื่องต่าง ๆ ในโรงเรียนอย่าง ไม่ใช่เนื้องานที่สำคัญของครูที่จะต้องทำ ครูก็ต้องทำ ครูธุรการก็อีกเรื่องหนึ่ง แน่นอนท่าน ปารมีเองก็เป็นห่วงตอนตั้งกระทู้ถามสดผมเมื่อช่วงนั้นว่า ภาระของครูผู้สอนมันเยอะ นอกจากนักการภารโรงแล้วยังต้องทำเรื่องของครูธุรการ วันนี้เองการจัดการเบื้องต้นที่จะ ให้เขตทำ หมายถึงว่าทำงานธุรการ ทำงานพัสดุแทนโรงเรียนขนาดเล็กที่ต่ำกว่า ๑๒๐ คน ด้วยความสมัครใจ ตอนนี้เขตทำอยู่ แต่โรงเรียนไหนไม่สะดวกเขาก็ยังทำอยู่ แต่ถ้าโรงเรียน ไหนสะดวกและสมัครใจเขตจะทำให้ เพื่อลดภาระครู ครูก็น้อยอยู่แล้ว แต่ยังต้องมี เนื้องานอื่นที่ไม่ใช่เกี่ยวกับการสอนโดยตรง กระทรวงก็พยายามแก้ปัญหาตรงนั้น เพื่อจะขอ งบประมาณเพิ่มเติมเพื่อจะจ้างคืนนักการภารโรงให้ครบทุกโรงเรียน ตอนนี้ทราบว่าขาดอยู่ ๖,๐๐๐ กว่าอัตราทั่วประเทศ อันนั้นก็เป็นเรื่องหนึ่ง แล้วเรื่องที่สำคัญที่สุด คือตอนนี้เรา กำลังพยายามทำการเจรจากับ คปร. เพื่ออะไรครับ เพื่อจะได้คืนอัตราข้าราชการให้กับ โรงเรียนที่โดนล็อกไว้ว่าต่ำกว่า ๑๒๐ คน ในพื้นที่ปกติคืนเขาไม่ได้ เราอยากคืนครับ เพื่อจะ ให้เขาไปบริหารจัดการ ไม่ว่าจะระดับผู้อำนวยการโรงเรียน ครูผู้สอน อันนี้เราอยากจะทำ แล้วเรากำลังเจรจาอยู่ หวังว่าจะทำได้ ถ้าทำได้มันจะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนได้ เบื้องต้นขอ อนุญาตตอบคำถามแรกก่อนครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี ตอบก็เผื่อผู้ถามจะได้ถาม แล้วก็เผื่อให้ท่านรัฐมนตรีตอบบ้างก็ดี ของท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ก็เหลือเวลา ๖ นาที ๔๗ วินาที เชิญถามได้ครับ🔗
ขอบคุณมากนะครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ก็ขอบคุณมาก ๆ นะครับ ที่มาตอบคำถามได้กระจ่างมากว่า ปัญหาคืออะไร แล้วเราก็จะร่วมกันแก้ปัญหา อย่างไรเรื่องของนักการภารโรงก็ใช่เป็นปัญหาหนึ่งที่ผมก็ได้ทราบมา โรงเรียนบึงบา อยู่ในอำเภอหนองเสือ นักเรียนประมาณ ๒๐๐ คน ผมได้ไปคุยกับ ผอ. ท่านก็บอกว่าวันเสาร์ วันอาทิตย์ ท่านก็ต้องมาตัดต้นไม้เอง ผอ. อันนี้ระดับ ผอ. เพราะว่าครูก็ไม่พอ ภารโรง ก็อย่างที่ท่านบอก พอเกษียณไปหรือว่าลาออกไปอย่างนี้ก็หมดเลย ก็เลยทำให้เกิดปัญหา แต่ก็ได้ทราบว่าจะมีการคืนภารโรงให้กับโรงเรียน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ดี ทำให้ภาระครูน้อยลง เพราะน่าจะมีปัญหาเรื่องครูเวรถูกล่วงละเมิดใช่ไหมครับ คราวที่แล้วที่เป็นประเด็นใหญ่ ๆ เลยเมื่อประมาณ ๒ เดือนที่แล้ว ทำให้เกิดการต้องคืนภารโรงกลับมา ซึ่งตรงนี้เหมือนกับเรา วัวหายแล้วล้อมคอกมากกว่า แต่อย่างไรก็ตามก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่เราได้ไปถึงตรงนั้น ทีนี้ผมก็อยากจะสอบถามเพิ่มเติมในเรื่องของที่บอกว่าโรงเรียนขนาดเล็กนักเรียนน้อยกว่า ๑๒๐ คน ก็ยังไม่สามารถคืนครูได้ เหตุผลตรงนี้เราจะหาวิธีแก้กันอย่างไรบ้าง ก็อย่างเช่น ถ้าเกิดเป็นลักษณะการสร้างแรงจูงใจให้กับทางครูหรือว่าการที่จะพยายามผลักดัน คนในพื้นที่ให้ขึ้นมาเป็นครู โดยการหาแรงจูงใจอะไรสักอย่าง เมื่อเขาอยู่บ้านเกิดอยู่แล้ว เราก็ไปฝึกอบรมเขาเพื่อให้เขาได้มาเป็นครู หรือว่าอีกอย่างหนึ่งถ้าเกิดว่ามีการจ้างในอัตรา ที่ต่ำกว่าทาง สพฐ. จะมีงบในการเพิ่มให้กับทางโรงเรียนหรือเปล่า สมมุติว่าเขาจ้างอยู่ ๖,๐๐๐ บาท เราอาจจะไปเพิ่มให้สัก ๗,๐๐๐ บาทอะไรอย่างนี้ เพื่อให้ครูอยู่ได้ ตรงนี้อาจจะ ต้องเป็นเรื่องของการของบเพิ่ม แต่ไม่จำเป็นจะต้องเป็นครูประจำ ซึ่งก็ช่วยแบ่งเบาภาระ ให้กับทางโรงเรียนด้วย อันนี้ก็อาจจะเป็นข้อเสนอแนะว่าเราทำแบบนี้ได้ไหม แล้วก็อาจจะ ต้องของบเพิ่มเท่าไรอะไรอย่างนี้ ผมว่า สพฐ. น่าจะมีข้อมูลว่าเราขาดแคลนครูเท่าไร ตัวเลขของผมอาจจะเยอะเกินไปหรือเปล่าไม่แน่ใจ เพราะว่าเป็นข้อมูลที่ผมค้นหามาว่า สพฐ. จริง ๆ แล้วต้องการประมาณ ๓๙๐,๐๐๐ คน แต่ว่ามีครูอยู่ประมาณ ๓๔๐,๐๐๐ กว่าคน ก็ขาดแคลนประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าคน ไม่ทราบว่าตัวเลขนี้ถูกต้องหรือเปล่า ก็อยากจะขอ ทราบข้อมูลด้วย จริง ๆ ข้อที่ ๒ นี้ ท่านได้ตอบไปแล้ว เรื่องค่าแรงที่ต่ำกว่าเกณฑ์ สวนทางกับค่าครองชีพ ท่านได้ตอบไปแล้ว ก็อยากเป็นข้อแนะนำเพิ่มเติมมากกว่า ว่าสิ่งที่ผมเสนอไปนี้ทำได้หรือเปล่า แล้วเราจะแก้ปัญหากันให้ยั่งยืนได้อย่างไร อาจจะต้องของบเพิ่ม เพราะว่าการศึกษานี้เป็นเรื่องสำคัญสำหรับประเทศชาติ ในการพัฒนาบุคลากรอยู่แล้ว ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตตอบ แล้วก็รับข้อเสนอแนะนะครับ ขออนุญาตให้ ข้อมูลเพิ่มเติมว่าโรงเรียนที่ครูไม่ครบเกณฑ์นั้นประมาณ ๑๐,๑๓๒ โรงเรียน จำนวนอัตราครู ที่ขาดจริง ๆ ตัวเลขที่ชัดเจนที่กระทรวงศึกษาธิการสำรวจก็คือ ๒๒,๓๘๙ อัตรา ซึ่งข้อเสนอแนะของท่าน สส. ที่เสนอมาว่าการพิจารณามีโอกาสไหมครูที่ได้รับเงิน ไม่สอดรับกับค่าแรงขั้นต่ำ สพฐ. จะสนับสนุน อันนี้ผมขออนุญาตรับเรื่องนี้ไปพูดคุย แต่อัตรา ครูอัตราจ้างนี้ จริง ๆ แล้ว ๑๗,๐๐๐ กว่าตำแหน่ง เราได้รับมาจากการจัดสรร เราก็จัดสรร อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน แล้วก็เรื่องของการที่จะแก้ปัญหาระยะยาว ผมขอเสริมอีกนิดหนึ่ง DLTV ตอนนี้ก็เป็นหน้าที่หนึ่งที่จะเป็นครูตู้ที่จะไปกับคุณครูโรงเรียนที่ครูไม่ครบชั้น หรือเอก ไม่ตรงวิชา และกระทรวงศึกษาธิการกำลังทำอันนี้ กำลังขออนุญาตที่จะนำเรียนว่า Anywhere Anytime เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา โดยการใช้ Platform ใช้เทคโนโลยี คืออีก หน่อยคุณครูทุกคนจะอยู่ใน Cloud แล้วก็อยู่ใน Platform แน่นอนเมื่อคุณครูเก่ง ๆ ทุกเอก ไม่ว่าจะโรงเรียนสวนกุหลาบ โรงเรียนเตรียมอุดม ก็จะเข้าไปอยู่ใน Platform เรา เมื่อน้อง ๆ นักเรียนที่อยู่โรงเรียนต่างจังหวัด อยากจะเข้าไปเรียนกับคุณครูคนใด ในวิชาใด ในระดับ ชั้นไหน สามารถเลือกเข้าไปเรียนได้ โดย Platform Anywhere Anytime ตอนนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้ของบประมาณไปแล้ว แล้วได้ผ่าน ครม. เห็นชอบ เพื่อจะจัดสรร งบประมาณตั้งแต่ปี ๒๕๖๘ จนถึงปี ๒๕๗๒ ในการทำ Anywhere Anytime คือจะมาตอบ ปัญหา ตอบโจทย์เรื่องครูไม่ครบชั้นก็จะมีครูทุกชั้น ครูไม่ตรงวิชาก็จะสามารถเข้าได้ ขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านประสิทธิ์ที่ตั้งกระทู้ถาม ผมอยากให้ สส. ทุกท่าน ตั้งกระทู้ถามเยอะ ๆ หารือในสภาเยอะ ๆ เกี่ยวกับกระทรวงเรา นั่นคือปัญหาร่วมกัน ถ้าท่านยิ่งพูด ท่านยิ่งตั้งกระทู้ มันจะเป็นสิ่งที่ช่วยผมด้วย กระทรวงได้ขับเคลื่อนผลักดัน ในการช่วยกันแก้ปัญหาการศึกษาอย่างจริงจัง ช่วยกันพูดครับ เป็นสิ่งที่ดีครับ ขอบพระคุณ ที่ตั้งคำถาม ขอบคุณครับ🔗
ขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็ขอบคุณท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ที่ได้ ตั้งถามและตอบกระทู้ที่มีประโยชน์อย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๑.๓.๑🔗
๔. เรื่อง การสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมชุมชนอย่างยั่งยืนใน พื้นที่ อำเภอสันป่าตอง นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีหนังสือ แจ้งว่ากระทู้ถามอันนี้ขอเลื่อนไปก่อน เนื่องจากท่านรัฐมนตรีติดภารกิจเดินทางไปราชการ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๔ มีนาคม ๒๕๖๗ ขอเลื่อนไป วันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๗ กระทู้ถามต่อไป กระทู้ถามที่ ๑.๓.๒🔗
๕. เรื่อง แผนงานและการตั้งงบประมาณเพื่อสนับสนุนเครื่องมือ ทางการแพทย์และบรรจุบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ที่ขาดแคลน นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงสาธารณสุข ได้มีหนังสือแจ้งว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขติดราชการ เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ ๑๒-๑๖ มีนาคม ๒๕๖๗จึงขอเลื่อนตอบกระทู้ถามนี้ ไปเป็น วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๗ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ ต่อไปกระทู้ถามที่ ๑๘๓🔗
๖. เรื่อง ขอทราบแนวทางการแก้ไขการเกิดโรคไตเพิ่มขึ้นจากการบริโภค ใบกระท่อมของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อันนี้ก็เช่นเดียวกัน ท่านรัฐมนตรีติดราชการ ไปประเทศญี่ปุ่น ไม่สามารถมาตอบได้ ขอเลื่อนตอบไปเป็น วันพฤหัสบดีที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๗ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง🔗
ขอบคุณทุกท่านครับ สำหรับวันนี้จบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ขออนุญาตปิดการประชุมครับ🔗
เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษา ที่ประชุมเพื่อขอนำระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุมและระเบียบวาระที่ ๗.๑ และระเบียบวาระที่ ๗.๓ คณะกรรมาธิการขอขยายระยะเวลาพิจารณาขึ้นมาพิจารณาก่อน ใช้เวลาไม่มากครับ สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ขออนุญาตดำเนินการตามนี้🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๑ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง) จำนวน ๔ ครั้ง ครั้งที่ ๒๒ วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๖ ครั้งที่ ๒๓ วันพุธที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๖ ครั้งที่ ๒๔ วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๖ และ ครั้งที่ ๒๕ (เป็นพิเศษ) คือวันศุกร์ที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๖ ได้วางรายงานการประชุมให้กับ สมาชิกได้ตรวจดูก่อนที่จะเสนอให้สภารับรองแล้วครับ เมื่อไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่าง อื่นถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๔ ครั้งดังกล่าว🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
๑. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุม กำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ขอขยายระยะเวลาพิจารณาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๗ ครับ ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ มีหนังสือแจ้งว่า มีความจำเป็นต้องขยายกรอบการพิจารณาออกไป ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๗ เป็นการขอขยายในครั้งที่ ๒ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมาธิการครับ มีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหม ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลา การพิจารณาศึกษาออกไปอีก ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ ออกไปอีก ๙๐ วันครับ🔗
๒. คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหายาสูบ และยาเส้นราคาตกต่ำออกไปอีก ๖๐ วันครับ นับตั้งแต่วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๗ มีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีผมขอถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการ ขยายเวลาการศึกษาออกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ ครับ🔗
๓. คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทาง การส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๗ ซึ่งเป็นการขอขยายในครั้งที่ ๒ สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหม ถ้าไม่มีผมถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาการพิจารณาศึกษาออกไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ ครับ🔗
ขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ วาระที่เลื่อนขึ้นมาก่อนก็พิจารณาเสร็จแล้วครับ ผมก็เข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุมครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๑. รับทราบรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ ๑๕๙/๒๕๖๖ ด้วยสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เสนอรายงานผลการตรวจสอบ การละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ ๑๕๙/๒๕๖๖ เรื่องร้องเรียนกรณีเด็กที่ออกมาใช้เสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพในการชุมนุมถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและบุคลากร ทางการศึกษาข่มขู่คุกคามใช้ความรุนแรงรวมทั้งใช้วิธีต่าง ๆ เพื่อปราบปรามการแสดงออก ของเด็กในระหว่างปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔ และเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและ คุ้มครองสิทธิมนุษยชน ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบครับ ตามมาตรา ๒๔๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา ๒๖ (๓) ประกอบมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ รายละเอียดได้แจก ให้กับสมาชิกแล้วนะครับ🔗
มีสมาชิกที่มีประเด็นจะอภิปรายซักถามนะครับ ตอนนี้ฝ่ายค้าน ๓ ท่าน ฝ่ายรัฐบาล ๓ ท่าน ผมขออนุญาตเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ต่อที่ประชุมครับ ขอเชิญผู้มีรายชื่อต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๒. นายภาณุวัฒน์ ทองสุข ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้านสิทธิมนุษยชน ๓. นายนฤนาท คุ้มไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนัก คุ้มครองสิทธิมนุษยชน ๒ ๔. นายชานนท์ ชลพันธ์ นักวิชาการสิทธิมนุษยชนชำนาญการ เมื่อพร้อมแล้วขอเชิญท่านผู้ชี้แจงได้สรุปรายงานให้กับทางสภาผู้แทนราษฎรทราบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน รายงานการตรวจสอบชิ้นนี้ของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นรายงานที่ทาง Amnesty International ประเทศไทยเป็นผู้ร้อง แล้วก็ทางคณะกรรมการก็ได้แสวงหาข้อเท็จจริงจากทางผู้ร้อง แล้วก็ได้เชิญหน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็บุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล และได้มีการ พิจารณาประกอบกับข้อกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน หลังจากนั้นก็มีข้อเสนอแนะ แล้วก็ความเห็นในเรื่องเกี่ยวกับการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพ ในการชุมนุมของเด็กและเยาวชนนะครับ ประเด็นที่สำคัญ ๆ ผมขออนุญาตนำเรียน ที่ประชุม ประเด็นแรก ก็คือเรื่องเกี่ยวกับการจับกุมเด็กที่ออกมาใช้เสรีภาพในการแสดงออก แล้วก็เสรีภาพในการชุมนุม เราก็พบว่าในช่วงระหว่าง ปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔ มีการใช้กำลังเข้า จับกุมเด็กด้วยความรุนแรงเกินกว่าเหตุเป็นจำนวนมากนะครับ แล้วก็บางรายไม่ได้รับ การแจ้งสิทธิในระหว่างการจับกุม พบว่ามีการใช้สายรัดข้อมือเด็กด้วยสายรัดพลาสติก ระหว่างการควบคุมตัวนะครับหรือที่เรียกว่า Cable Tie แล้วก็ส่วนใหญ่แล้วทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจอาจจะไม่ได้ระมัดระวังเพียงพอในการตรวจสอบว่าผู้ถูกจับกุมเป็นบุคคลที่มีอายุ ต่ำกว่า ๑๘ ปี หรือไม่ อย่างไร ทำให้มีการควบคุมตัวรวมกับทางผู้ใหญ่ อันนี้ก็เป็น ข้อเท็จจริงที่เราพบ ส่วนข้อเสนอแนะก็มีข้อเสนอแนะให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการใช้กำลังจับกุม ผู้ชุมนุมให้ตรวจสอบก่อนในเบื้องต้นเท่าที่สามารถจะกระทำได้ว่าผู้ที่ถูกจับกุมมีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปีหรือไม่ แล้วก็การจับกุมเด็กและเยาวชนก็จะต้องทำโดยละมุนละม่อม คำนึงถึงศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ แล้วก็ได้สัดส่วนกับพฤติการณ์ของผู้ที่ถูกจับกุมด้วยนะครับ นอกจากนั้น ก็จะต้องงดเว้นการใช้เครื่องพันธนาการกับเด็กและเยาวชนระหว่างการจับกุมและระหว่าง ควบคุมตัว แล้วก็ต้องแยกที่คุมขังระหว่างเด็กเยาวชนกับผู้ที่ถูกจับกุมที่เป็นผู้ใหญ่ ทางการตรวจสอบก็ยังพบด้วยว่ามีเด็กถูกดำเนินคดี ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ถึง มกราคม ๒๕๖๖ รวม ๓๐๓ คน จาก ๑๔๗ คดี ซึ่งข้อมูลตรงนี้ก็จะสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับทาง ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน ข้อเสนอแนะของทาง กสม. มีข้อเสนอแนะต่อสภา ผู้แทนราษฎรด้วย ก็จะเป็นข้อเสนอแนะให้เร่งศึกษาข้อมูลและข้อเท็จจริงในรายละเอียด เกี่ยวกับสถานการณ์ของเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดี อันเป็นผลมาจากการใช้เสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นการแสดงออกและเสรีภาพในการชุมนุม เพื่อที่จะตรากฎหมายยุติ การดำเนินคดีกับเด็กและเยาวชน รวมทั้งการนิรโทษกรรมให้กับเด็กและเยาวชนที่ถูก กล่าวหาว่ากระทำความผิดตามกฎหมายในช่วงเวลาดังกล่าวด้วยนะครับ ก็เป็นข้อเสนอ หลัก ๆ ในรายงานการตรวจสอบครั้งนี้ครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเป็นการอภิปรายซักถามจากทางสภานะครับ ขอเชิญท่านแรกจาก ฝ่ายค้าน เชิญท่านร่มธรรม ขำนุรักษ์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขออภิปรายให้ความเห็นในวาระรับทราบรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ ๑๕๙/๒๕๖๖ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งรายงานนี้ก็เกิดขึ้นจากเรื่อง ร้องเรียนในการให้มีการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีที่เด็กออกมาใช้เสรีภาพ ในการชุมนุมและแสดงความคิดเห็น ในช่วงปี ๒๕๖๓-๒๕๖๕ ว่าถูกเจ้าหน้าที่ข่มขู่และ ใช้ความรุนแรงด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อปราบปรามการแสดงออกของเด็ก โดยทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่คุ้มครองส่งเสริม และตรวจสอบประเด็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และที่สำคัญครับ คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ ได้ทำหน้าที่เสนอแนะแนวทาง นโยบายและการปรับปรุงกฎหมายต่อ รัฐสภาแห่งนี้และต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนนะครับ ผมก็ต้องขอเริ่มต้นด้วยการชื่นชมการทำงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ได้ ทำงานอย่างตรงไปตรงมา เท่าทันเหตุการณ์ มีการให้ความรู้ในด้านสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ รับเรื่องร้องเรียน ตรวจสอบ แสวงหาข้อเท็จจริง และมีข้อเสนอแนะหลากหลายประเด็น ต่อหน่วยงานรัฐบาล โดยทางคณะกรรมการก็ได้ให้ความเห็นถึงความเป็นธรรมด้านสิทธิ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิของผู้บริโภค สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี สิทธิชุมชน และสำหรับประเด็น ในวันนี้ก็คือสิทธิด้านการชุมนุมและสิทธิเด็ก ท่านประธานครับ เราทราบกันดีว่าในช่วง ปี ๒๕๖๓ มีการชุมนุม มีการเคลื่อนไหวของนักเรียน นักศึกษา เยาวชน อย่างกว้างขวาง ซึ่งสาเหตุก็เกิดจากหลายประเด็นทั้งความไม่พอใจในด้านการเมือง ความไม่พอใจในด้าน รัฐธรรมนูญ ไม่พอใจในรัฐบาล ประกอบกับปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาระบบการศึกษา และสาเหตุอื่น ๆ ประกอบกันจนเป็นความเคลื่อนไหวดังกล่าวขึ้นมา ซึ่งการชุมนุมดังกล่าว เริ่มต้นจากสถานศึกษาและยกระดับการชุมนุมไปยังสถานที่ต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดควบคู่ไปกับการรณรงค์ในโลก Online โดยกลุ่มผู้ชุมนุมก็มีข้อเรียกร้อง ในหลายประเด็นต่อรัฐบาล ที่ผมคิดว่าแม้เราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย จะชอบหรือไม่ชอบ กับการชุมนุมครั้งนี้ แต่เราก็ต้องยอมรับครับว่านี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงที่มาจากความรู้สึก นึกคิดของเยาวชนหลายส่วน ที่คาดหวังกับปัจจุบันและอนาคตที่พวกเขาอยากจะเห็น รัฐบาลในขณะนั้นก็ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงเทพมหานคร มีการควบคุม ฝูงชน มีการสลายการชุมนุมด้วยวิธีต่าง ๆ และมีการจับกุมดำเนินคดีต่อผู้ชุมนุม ที่สังคมได้ ตั้งคำถามครับ ว่ามีการกระทำและการใช้ความรุนแรงที่เกินกว่าเหตุหรือมีการละเมิดสิทธิ มนุษยชนต่อเด็กหรือไม่ จึงเป็นที่มาของรายงานฉบับนี้ของทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ทางด้านรัฐสภาแห่งนี้เองในขณะนั้นก็ได้มีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อหา ทางออกให้ประเทศจากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง โดยได้มีการอภิปรายของ เพื่อนสมาชิกหลายต่อหลายท่าน สำหรับรายงานเล่มนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชนในด้านสิทธิพลเมือง สิทธิทางการเมือง และสิทธิเด็กในการชุมนุมในปี ๒๕๖๓ โดยพบว่าการจับกุมเด็กมีการใช้ความรุนแรง มีการ คุกคามเด็ก และชี้ว่าการกระทำเหล่านี้เป็นการละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก กระผมก็เห็น ด้วยกับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในหลายประการด้วยกันครับ🔗
ประการที่ ๑ รัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ควรจะเปิดพื้นที่ เปิดเวที เปิดช่องทาง ให้เยาวชน นักศึกษา และประชาชนทุกกลุ่มได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ในทุก ๆ ประเด็นต่อรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐ ซึ่งอีกทางหนึ่งก็จะเป็นพื้นที่ที่รัฐบาลและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ชี้แจง จะได้สร้างความเข้าใจต่อประชาชนในประเด็นต่าง ๆ ด้วย🔗
ประการที่ ๒ คือผมคิดว่ารัฐต้องมีวิธีการที่เหมาะสมในการปฏิบัติต่อเด็กและ เยาวชนในพื้นที่ชุมนุมให้มีการคัดกรองพื้นที่ให้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย และการควบคุมฝูงชน ของเจ้าหน้าที่ควรเป็นไปตามหลักสากลให้มีความเหมาะสมและคำนึงถึงมิติของเด็กด้วย🔗
ประการที่ ๓ ผมคิดว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องคำนึงถึงสิทธิเด็ก จากการชุมนุมโดยสันติ ในด้านการจับกุมเด็กต้องให้ความเป็นธรรมในด้านกระบวนการ ยุติธรรมให้สอดคล้องกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพในการชุมนุม ท่านประธานที่เคารพครับ การชุมนุมด้านการเมืองของเยาวชน นักศึกษา ตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบันสะท้อนให้เห็นแล้วครับว่าปัญหาของประเทศเกิดขึ้นในหลาย ๆ ช่วง โดยจะมี การชุมนุมของนักศึกษา เยาวชน ในช่วงนั้น ๆ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดจากปัญหาที่ทับถม กดดัน กดทับประชาชนจนเกิดปะทุขึ้นมา จนหลายต่อหลายครั้งนำไปสู่ความรุนแรงที่ควบคุมไม่ได้ สิ่งที่ผมคิดว่าเราต้องยืนยันก็คือว่าประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การแสดงออก และมีเสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าเราได้บทเรียน มามากมายจากการชุมนุมด้านการเมืองตลอดที่ผ่านมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องที่ว่าการใช้ความรุนแรงไม่เคยแก้ไขปัญหาได้เลยครับ เพียงแต่จะทำให้เกิดความเสียหายและความสูญเสียเพียงเท่านั้น และอีกบทเรียนที่สำคัญ ก็คือว่าเราในฐานะนักการเมือง นักบริหาร ผู้นำในประเทศนี้ควรรับฟังครับ ควรเรียนรู้จาก บทเรียนความขัดแย้งทางการเมืองในอดีต และควรเปลี่ยนแปลง และพัฒนาประเทศ ทั้งในด้านการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ ปากท้องเพื่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ที่ดีขึ้นภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข🔗
สุดท้ายนี้ครับ ผมก็หวังว่ารายงานเรื่องการชุมนุมของเด็กและเยาวชนฉบับนี้ ทั้งได้ข้อมูลการตรวจสอบ รวมถึงข้อเสนอแนะและแนวทางจะเป็นส่วนสำคัญที่เราพิจารณา ในสภาแห่งนี้และจะนำไปสู่การสร้างความเข้าใจ และส่งเสริมสิทธิพลเมือง สิทธิทางการเมือง สิทธิเด็กในการใช้เสรีภาพในการแสดงออก แสดงความคิดเห็นในประเทศไทยต่อไป แล้วผมก็ขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ดำเนินการเพื่อส่งเสริม และคุ้มครอง สิทธิด้านต่าง ๆ ของประชาชนอย่างเป็นธรรมและตรงไปตรงมาต่อไป การทำงานของ คณะกรรมการในการให้ความรู้ ความเข้าใจด้านสิทธิต่าง ๆ และให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล และหน่วยงานของรัฐจะเป็นการสร้างสังคมให้มีความยุติธรรม และทำให้ประชาชนมีสิทธิ และเสรีภาพมากขึ้นได้ เพราะสิทธิมนุษยชนคือสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของทุกคน ที่เท่าเทียมกันครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านธีระชัย แสนแก้ว🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมใคร่ขออนุญาตในการที่จะอภิปรายรับทราบรายงานผลการตรวจสอบ การละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ ๑๕๙/๒๕๖๖ ที่คณะกรรมการสิทธิได้นำเสนอในวันนี้🔗
อยากขอเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ในกระบวนการต่อสู้ นิสิต นักศึกษา นักเรียน มันเป็นการต่อสู้ที่ประวัติศาสตร์ทางการเมือง มายาวนาน แต่ประวัติศาสตร์ทางการเมืองมายาวนานนั้น มันก็แตกต่างกันไปจนถึงปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็น วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ซึ่งเราต่อสู้กับเผด็จการ ซึ่งสืบทอดมายาวนาน แล้วก็ วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ นี่ก็ต่อสู้กับเผด็จการ ทรราชที่จะกลับมาประเทศไทย ก็ขบวนการ เริ่มต้นจากนิสิต นักเรียน อันนั้นคือการต่อสู้ระบบเผด็จการจริง ๆ จนถึงพฤษภาทมิฬ ๒๕๓๔ เราก็มีการต่อสู้กับเผด็จการที่เขายึดอำนาจตอนนั้นจากระบอบประชาธิปไตย ก็เริ่มต้นจาก สถาบันมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกัน จนมาเรื่อย ๆ จนถึงขั้นที่คณะกรรมการสิทธิที่ได้ ศึกษาพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องมีการร้องเรียนของคณะจนมาถึงประเด็นตรงนี้ ท่านประธานครับในรายงานฉบับนี้ที่ผมได้อ่านมีข้อเสนอให้หน่วยงานต่าง ๆ ปฏิบัติการดังนี้ ซึ่งกระผมเห็นด้วย🔗
ข้อที่ ๑ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ ความระมัดระวังอย่างยิ่งต่อการใช้กำลังจับกุมผู้ชุมนุมต้องมีความเหมาะสม และพอ สมควรแก่เหตุกับพฤติการณ์ของผู้ถูกจับกุม และให้ปฏิบัติต่อผู้ถูกจับกุมซึ่งเป็นเด็กอย่างมี ความเหมาะสม🔗
ข้อที่ ๒ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจงดเว้น ในการใช้เครื่องพันธนาการในการจับกุมเด็ก ทั้งในขณะที่จับกุมและระหว่างการควบคุมตัว เพื่อให้ปฏิบัติสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและ ครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ รวมถึงอนุสัญญาว่าด้วย สิทธิเด็ก🔗
ข้อที่ ๓ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ งดเว้นการเข้าไปติดตาม สอดส่อง สอบถามข้อมูล พูดคุยในลักษณะที่เป็นการข่มขู่ตักเตือน หรือวิพากษ์วิจารณ์ในการกระทำ เป็นเหตุให้สิทธิเสรีภาพของผู้ชุมนุม ห้ามตำรวจเข้าไปรบกวนพื้นที่ชีวิตส่วนตัวของพี่น้อง ประชาชนจนเกินกว่าเหตุ ๓ เรื่องนี้กระผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งนะครับ ท่านประธานครับ เพราะประเทศเราเป็น ประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แล้วรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ก็ให้การรับรองสิทธิเสรีภาพในการออกมาชุมนุมอย่างสงบสันติของพี่น้องประชาชน อย่างเต็มที่ เพราะกระผมเชื่อว่าเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบไม่ใช่เรื่องเฉพาะบางวัฒนธรรม บางสถานที่ หรือบางเวลาเท่านั้นครับ แต่เรื่องเสรีภาพและการชุมนุมเป็นมรดกของ มนุษยชาติ เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติของมนุษย์ และเป็นความจำเป็นที่มนุษย์สามารถ รวมตัวกันเพื่อตอบสนองผลประโยชน์ของตนได้ครับ มันจะมีศัพท์เมื่อก่อนที่ไหนมีการกดขี่ ที่นั้นมีการต่อสู้ ท่านประธานครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่เสรีภาพในการชุมนุมเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพี่น้อง ประชาชนทุกคน และเป็นรัฐธรรมนูญที่ของเราได้รับรองการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ เป็นการดูแลสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน คนอื่นที่ไม่ได้เข้าร่วมชุมนุมด้วย เพื่อเป็น การป้องกันพวกเขาถูกละเมิด ที่เป็นหลักการสำคัญครับ แล้วประเทศที่เป็นประชาธิปไตย จะต้องดูแลเรื่องสิทธิเสรีภาพ ไม่ว่าท่านจะเข้าร่วมชุมนุมหรือไม่ ไม่ว่าท่านจะมีความคิดเห็น แตกต่างหรือไม่ พี่น้องประชาชนต้องได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายเช่นเดียวกันครับ ท่านประธานครับ ประเทศเราบอกว่าเป็นประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย และประชาธิปไตยเบ่งบานเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างประเทศที่พัฒนาแล้วประเทศ อังกฤษ เยอรมัน เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส หรือแม้กระทั่งสหรัฐอเมริกาทุกประเทศต่างก็มีกฎหมาย คุ้มครองและรับรองสิทธิเสรีภาพของผู้ไม่ได้ร่วมชุมนุมเช่นเดียวกันครับ คือทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพ อยู่เฉย ๆ ก็สิทธิเสรีภาพของเขาในการที่จะอยู่เฉย ๆ เพราะเราปกครองระบอบ ประชาธิปไตย ผมกล่าวเบื้องต้นเราสู้กับเผด็จการ เผด็จการกดหัวเรา จนหนีหัวซุกหัวซุน แต่ ณ วันนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่มันจะมาแบบไหนผมจะไม่เอ่ยอ้างถึง เพราะมันหลายฉบับ เหลือเกิน ประเทศเหล่านี้ต่างก็มีกฎหมายบอกว่าคุณสามารถชุมนุมได้ แต่คุณต้องไปรบกวน ผู้อื่น คุณจะต้องใช้สิทธิเสรีภาพโดยสงบ และคุณห้ามมาชุมนุมในสถานที่ราชการ ต้องห่างจากที่พักอาศัยบุคคล เช่น บ้านนายกรัฐมนตรี บ้านประธานาธิบดี บ้านประธานศาล ท่านประธานเคยไปสหรัฐอเมริกาไหมครับ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทำเนียบขาวเขาจะให้ จัดสถานที่ชุมนุมต่างหาก ห่างไปประมาณ ถ้าผมดูด้วยตาประมาณ ๕๐๐ เมตร ไม่ได้มา เข้าใกล้เลยครับ นั่นที่ผมอยากจะขอกราบเรียนว่าเขาจัดสถานที่อย่างเหมาะสม แม้แต่การห้ามชุมนุมบนถนนสาธารณะที่จะให้คนอื่นเขาเดือดร้อนในการใช้ชีวิตประจำวัน นี่คือตัวอย่างกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้เห็นต่าง และผู้ไม่ได้ร่วมชุมนุมครับ ขออีกนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ เราดีกันแล้วครับท่านประธานครับ ขอนิดเดียวครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาเดือนที่แล้วสภาก็อภิปรายเรื่อง การขัดขวางขบวนการสมเด็จฯ ก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ที่พวกเราคนไทยต่างเคารพ รักนับถือ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผ่านมากลุ่มผู้ชุมนุมบางกลุ่มก็อ้างว่าอยู่ฝั่ง ประชาธิปไตย สิ่งที่เขาอ้างเสมอ เรียกร้องหาประชาธิปไตย และสิ่งที่เขาเรียกร้องเสรีภาพ ต่าง ๆ นานา จนไม่เคารพสิทธิของผู้อื่น บางกลุ่ม เช่น กลุ่มทะลุวัง ก็ได้ชุมนุมขัดขวางและ สร้างความเดือดร้อน กลุ่มทะลุแก๊สที่ถูกจับไป ทางตำรวจก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าอายุเท่าไรอะไร อย่างไร นี่เป็นการย่ำศักดิ์ศรีของมนุษย์ของคนอื่นตลอด ดังที่เป็นข่าวนะครับ ทั้งบุกบ้าน คนอื่น บุกทำลายพรรค บุกไปชี้หน้าด่าผู้ใหญ่ ขว้างปาสิ่งของ ทำร้ายร่างกาย ด่าทอคนอื่น เหมือนคนเสียสติอย่างที่พวกเราเห็นเหมือนกัน อย่างที่ได้เกิดขึ้น กระผมเชื่อว่าเราต่างดูแล้ว ดูให้เห็นผมก็ไม่สบายใจครับ ท่านประธานครับ บางกลุ่มเรียกร้องโน่นนี่นั่นต่าง ๆ นานา เรียกสิทธิเสรีภาพของตนเอง เป็นฝ่ายเดียว แต่บางกลุ่มพวกนี้ละเมิดสิทธิของคนอื่นอยู่ตลอดเวลา บางครั้งเรียกร้อง เข้าห้องเรียนอ้างว่าสิทธิจะต้องเข้ารับการศึกษา แต่ไม่ต้องแต่งชุดนักเรียนก็มีครับ ก็เป็นข่าว ผมเอาข่าวมาเล่าให้ฟังเป็นการย้ำเตือน คนพวกนี้อ้างสิทธิเสรีภาพของตนเอง และขอเลือก ที่จะเข้าโรงเรียนบางวิชาก็ได้ ไม่เรียนเป็นบางวิชาก็ได้ แล้วเขาเลือกกิจกรรมที่อยากจะทำ บางครั้งก็แต่งชุดนักเรียนไม่ได้บ้าง ไม่ต้องแต่งชุดบ้าง ไปชุมนุมดันใส่ชุดนักเรียนไปก็มีครับ แล้วเข้าแถวเคารพธงชาติก็ไม่ได้ เคารพธงชาติไม่ได้มันจะเป็นจะตายครับ เพียงแต่ชู ๓ นิ้ว เรื่องนี้ถูกต้องแล้วท่านประธานครับ ตัวเองมีเงินค่าเทอม จ่ายค่าเทอมฉันก็เข้าไปเรียนได้ โดยไม่อยู่ในกฎกติกา ท่านประธานที่เคารพอย่างสูงครับ กระผมขอยกตัวอย่างวันเสาร์ ที่ผ่านมา นักเรียนไปสมัครสอบมัธยมศึกษา ๑๐,๐๐๐ กว่าคน เตรียมอุดมศึกษาครับ ที่กระผมอยากพูดเรื่องนี้การศึกษาเป็นสิทธิที่ครอบครัวลูกหลานต่าง ๆ อยากจะได้โรงเรียน ดัง ๆ เตรียมอุดมศึกษาสอบเป็น ๑๐,๐๐๐ คน รับไม่กี่คน จังหวัดอุดรธานี อยากจะเข้า อุดรพิทยานุกูลครับ สมัครหลายพัน คน เอา ๑๒๐ คน อยากไปเรียน แล้วเขาพร้อม แต่งชุด แล้วพร้อมที่จะไปเรียน ลูกตาสีตาสาบ้านนอกบ้านนา เขาก็ต้องไปเรียน แล้วยังมี ลูก ๆ หลาน ๆ น่ารักอีก พวกเขาไม่มีโอกาสได้เข้า มีความเห็นต่าง แล้วไม่มีโอกาสได้เข้าไป เขาพร้อมที่จะปฏิบัติกฎเกณฑ์กติกาของโรงเรียน แต่ไม่สามารถที่จะเข้าโรงเรียนได้ เราน่า เห็นใจพวกนั้นมากกว่า กระผมจึงขอให้ลูกหลานที่เคยมีพฤติกรรมอย่างนี้ จะอยู่ในคุกหรืออยู่ นอกคุกก็ดี ผมเห็นใจนะ เพราะว่าเราใช้ตรงนั้นอยู่แล้ว เราเคารพอยากจะให้นิรโทษกรรม เขาด้วย ให้เขาเคารพกติกาโรงเรียน กลับเนื้อกลับตัวกลับใจ หนูเข้ามาเรียนหนังสือเพื่อที่จะ เป็นคนดีของครอบครัว ให้พ่อให้แม่มีความสบายใจ และกลายเป็นผู้ชุมนุมแล้วถูกจับ อย่าไป ละเมิดสิทธิของคนอื่น และถ้ามีใครอยู่เบื้องหลังก็ให้เลิกอยู่เบื้องหลังเสีย เป็นนักการเมือง ก็ให้เข้ามาอยู่ในสภามาคุยกันอยู่สภา ให้เลิกพฤติกรรมเหล่านี้ สุดท้ายท่านประธานครับ กระผมขอฝากท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ท่านมาดูแลลูกหลานกลุ่มนี้ด้วย ให้ท่านได้เข้ามาดูแลพี่น้องประชาชนที่ถูกละเมิดด้วย และมีการออกไปอบรม ไปประชุม ไปอะไรตามมหาวิทยาลัย ตามโรงเรียนอะไรต่าง ๆ เพื่อที่จะให้เขาได้รู้จักสิทธิ รู้จักสิทธิ ของตนเองแต่ไม่รู้จักสิทธิของคนอื่น ท่านครับ กระผมไม่อยากให้ท่านเพิกเฉย ขอให้ดูแล สิทธิเสรีภาพของพวกเขาเหล่านั้นด้วย ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านสหัสวัต คุ้มคง ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และท่าน ผู้ชี้แจงครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคก้าวไกล ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่อง สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง อันเกี่ยวเนื่องกับสิทธิเด็ก กรณีขอให้ตรวจสอบ การละเมิดสิทธิเด็ก ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และสิทธิเสรีภาพในการ ชุมนุม จากรายงานฉบับนี้ ผมถือว่าเป็นรายงานที่ดีมาก ๆ แต่อาจจะมีบางประเด็นที่ ท่านอาจจะตกหล่นไป แล้วผมอยากจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจาก รายงานฉบับนี้หน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จะได้ดำเนินการตามแนวทางที่ทาง กสม. ได้แนะนำไว้ เพราะนี่คือเรื่องสำคัญมาก ๆ ที่เราจะยืนยันสิทธิมนุษยชนและหลักการ สากลในการดูแลสิทธิเสรีภาพของเยาวชนครับ🔗
ประเด็นแรก ที่ผมอยากจะกล่าวถึง คือประเด็นการจับกุมคุมขังเยาวชนที่มี อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนมาก ในรายงานได้เขียนไว้ชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเด็กและเยาวชน โดยไม่ได้มีการแยกไว้ มีการใช้สายรัดข้อมือพลาสติก รัดไว้และไม่ได้มีการสอบถามหรือแยกให้ชัดเจนว่า ใครเป็นผู้เยาว์หรือไม่ ประเด็นนี้ เป็นประเด็นใหญ่ สำหรับการแยกเด็กออกไป มากไปกว่านั้นประเด็นนี้ผมอยากจะเพิ่มเติม ในเรื่องนี้คือมีเด็กและเยาวชนจำนวนมากที่หลังจากถูกจับแล้วนำไปควบคุมตัว ไม่ว่าจะเป็นที่ สถานีตำรวจหรือที่ใด ๆ ก็ตาม หลายคนไม่สามารถติดต่อผู้ปกครองได้ โดยเฉพาะในกรณี กลุ่มทะลุแก๊สบริเวณดินแดง ที่เด็กจำนวนมากเป็นเยาวชน บางครั้งก็ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ หรือพ่อแม่ก็ทำงานอยู่ต่างที่ ต่างถิ่นด้วยสภาวะเศรษฐกิจครับ แทนที่เด็กเหล่านี้จะได้ขึ้นศาลในวันต่อมาเลย แล้วได้รับการปล่อยตัวกลับบ้าน เด็กจำนวนหนึ่ง ต้องถูกจับกุมคุมขังไว้ล่วงหน้า เพราะยังติดต่อผู้ปกครองไม่ได้ ทำให้เด็กต้องสูญเสียอิสรภาพ นานขึ้น ถูกจับกุมคุมขังไว้ต่อซึ่งขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน ผมอยากจะเพิ่มเติมเรื่องนี้ให้มี สหวิชาชีพเข้ามาดูแลเรื่องนี้ในอนาคต หรือหากมีการจับกุมใด ๆ ที่ไม่สามารถติดต่อ ผู้ปกครองได้ควรจะต้องให้ พม. เข้ามาช่วยเหลือดูแลทันที แทนที่จะให้อยู่กับตำรวจครับ🔗
ประเด็นต่อมา คือประเด็นการข่มขู่คุกคามในสถานศึกษา รวมถึงที่บ้านครับ โดยรายงานระบุไว้ชัดเจนว่ากรณีแบบนี้เกิดขึ้นกว่า ๑๐๐ กรณี และมากไปกว่านั้นเรื่อง น่าเกลียดเรื่องหนึ่งที่ตำรวจไทยมักทำ คือการข่มขู่คุกคามด้วยข้ออ้างว่าไปเยี่ยม ผมเข้าใจว่า เพื่อนสมาชิกหลายท่านที่นั่งอยู่ในห้องนี้ก็คงเคยโดนมาแล้ว ไม่ว่าท่านจะอยู่ฝากฝั่งไหน ตัวผมเองก็โดนกระทำแบบนี้จากบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเฝ้าหน้าบ้าน มาติดตามมาถ่ายรูป นี่คือการคุกคามละเมิดสิทธิอย่างชัดเจนครับ ตำรวจมีหน้าที่อะไร ไปเยี่ยมบ้านเยาวชน หรือนักกิจกรรมครับ เพื่อนพี่น้องผมหลายคนที่เคยโดนก็ชอบมาเล่า ให้ฟัง แล้วก็ถามตำรวจเลยมาทำไม มาเยี่ยมทำไม เป็นญาติฝ่ายไหน ข้อเสนอของผมคือเลิก วิธีการแบบนี้ได้แล้วครับ จะไปไหน มาไหน หาใครก็ทำให้มันดี ๆ ครับ ไม่ใช่อ้างว่าไปเยี่ยม แต่ก็ไปเฝ้าทั้งวัน ไปตามถ่ายรูปติดตามเหมือนเยาวชนเหล่านี้เป็นอาชญากร นอกจากทำกับ เยาวชนโดยตรงแล้ว ยังมีการกดดัน ข่มขู่ไปที่ตัวผู้ปกครองของเด็กเหล่านี้อีก เลิกนะครับ พฤติกรรมแบบนี้ ไม่ใช่เฉพาะกับเยาวชนนะครับ กับใครก็ควรเลิก ผมอยากจะให้ทาง กสม. เพิ่มข้อเสนอเรื่องนี้เพิ่มเติมเข้าไปด้วยครับ และอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ให้ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินงานนี้อย่างเคร่งครัดครับ และประเด็น ที่สำคัญที่หายไปจากเรื่องนี้ แล้วผมอยากให้มีการติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง คือกรณีของ วาฤทธิ์ สมน้อย เยาวชนอายุ ๑๕ ปีที่ถูกยิงบริเวณหน้า สน. ดินแดง ในวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๔ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ ตอนนี้ผ่านไป ๒ ปีกว่ายังไม่ มีใครออกมารับผิดชอบกรณีนี้เลย นี่คือเหตุการณ์ที่ชัดเจน โดนยิงเสียชีวิตหน้าสถานีตำรวจ ปัจจุบันก็ไม่มีอะไรคืบหน้า ทำอะไรกันอยู่ครับ นี่ถ้าเป็นบุตรหลานของท่านเรื่องจะเงียบแบบ นี้ไหมครับ ถ้านี่เป็นบุตรหลานของผู้มีอำนาจเรื่องก็คงไม่เงียบแบบนี้ ผมอยากจะขอไว้อาลัย แล้วขอเรียกร้องความเป็นยุติธรรมให้กับเหยื่อเยาวชนคนนี้ และต้องการทั้งแนวทางการ สืบสวนความคืบหน้าของคดี และที่สำคัญครับกระบวนการหาผู้กระทำผิดในคดีนี้ อยากให้เรื่องนี้ถูกนำมาใส่ในรายงานของ กสม. ด้วยครับ สุดท้ายครับ ผมขอยืนยันแบบนี้ว่า การชุมนุม ตามหลักการประชาธิปไตยนั้นทำที่ไหนก็ได้ ไม่มีขอบเขต ไม่ใช่ว่าใกล้บ้าน ผู้มีอำนาจไม่ได้ ไม่ใช่ว่าทำเนียบไม่ได้ครับ ในประเทศที่เจริญแล้วอาจจะมีพื้นที่ที่จัดสรรไว้ เพื่อการชุมนุม แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นสิทธิที่จะชุมนุมนอกสถานที่เหล่านั้น แล้วที่สำคัญเรามักจะ ได้ยินอยู่เสมอว่ามีการบอกว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง มีคนอยู่เบื้องหลังคอยชักนำความคิดของ เยาวชน ท่านครับ เยาวชนยุคนี้ฉลาดนะครับ ติดตามข่าวสาร Active กันมาก ๆ สนใจการเมือง กันมาก ๆ ผมไม่เชื่อว่าจะมีใครอยู่หลังเยาวชนและชักนำความคิดของเยาวชนได้ รวมถึงแม้การแสดงออกของเยาวชนบางครั้งอาจจะเป็นสิ่งที่พวกเราไม่พอใจ รัฐอาจจะไม่ ชอบใจ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องพึงระลึกถึงการรับมือของรัฐก็ต้องได้สัดส่วนกับสิ่งที่เยาวชนทำ เช่นกัน ผมขอฝากเรื่องนี้ทางผู้ชี้แจงให้มีการใส่เรื่องเหล่านี้ลงในรายงาน แล้วยืนยันครับว่า เยาวชนคืออนาคตของชาติ เราต้องปกป้องดูแลสิทธิของเยาวชนทุกกลุ่มบนหลักการของ ประชาธิปไตยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับครูและนักเรียนโรงเรียนวัดเจริญสุขาราม อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงครามนะครับ แล้วก็อีกกลุ่มหนึ่งผมยังไม่ได้ชื่อมานะครับ ยินดีต้อนรับเช่นกันนะครับ ต่อไปขอเชิญ ท่านเทิดชาติ ชัยพงษ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ต่อกรณีของการรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เมื่อปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔ ปีนี้ ปี ๒๕๖๗ เพิ่งได้รับรายงาน ก็เห็นด้วยกับการทำงานของ ท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งมีหน้าที่โดยตรงตามรัฐธรรมนูญ ผมก็เชื่อว่า ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ผ่านมาอีก ๒ ปี ปีนี้ ปี ๒๕๖๗ เพิ่งได้รับรายงาน อันนี้ก็เป็น ประเด็นสำคัญครับ การทำงานเรื่องของสิทธิมนุษยชนนั้นเป็นการกระทบทั้งร่างกายจิตใจ การทำงานที่รวดเร็ว ทันการณ์ แก้ไขปัญหาสถานการณ์ได้ทันการณ์นั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ อันนี้ก็ถือว่าเป็นองค์กรแห่งความหวัง องค์กรหลักตามรัฐธรรมนูญที่ท่านต้องมีหน้าที่ในการ ได้รับฟังปัญหาการกระทบสิทธิของมนุษยชนในประเทศไทยของประชาชนคนไทย พี่น้อง ประชาชนครับ คำว่า สิทธิมนุษยชน นั้น มนุษยชนมี ๒ คำ คือคำว่า มนุษย์ กับ สิทธิ มนุษย์นั้น แปลว่าผู้มีใจสูง เพราะฉะนั้นการดำเนินการใด ๆ ก็ตามภายใต้สติ สมาธิ ปัญญา อย่างผู้มีจิตใจสูงส่งและเกิดการกระทบสิทธิอันซึ่งเป็นอำนาจอันชอบธรรมนั้นจะได้รับ การเยียวยาแก้ไข อันนี้เป็นหลักการ เพราะฉะนั้นเรื่องอะไรก็ตามถ้ากระทำโดยเหตุผล ที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่ควรจะปกป้องคุ้มครอง เพราะฉะนั้นสิทธิมนุษยชนจึงเป็นสิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนที่ควรจะได้รับอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม เป็นศักดิ์ศรี ของความเป็นมนุษย์ เป็นหลักประกันสำคัญของความเป็นมนุษย์ เป็นอารยธรรมของโลก มนุษย์ แต่สิทธิมนุษยชนนั้นถูกนำไปใช้ในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมือง หรือเศรษฐกิจระหว่างประเทศอันนี้ก็กระทบ อย่างไรก็ตามเมื่อได้รับผลกระทบต่าง ๆ เหล่านั้น องค์กรหลักตามรัฐธรรมนูญจึงเป็นองค์กรสำคัญที่เป็นความหวังและเป็นที่พึ่ง ของทุกคน จึงต้องมีหน้าที่รับข้อร้องเรียนต่าง ๆ และแก้ไขปัญหาโดยเร็ว ซึ่งก็ถือว่าเป็น การปกป้องสิทธิและหน้าที่ของบุคคล สิทธินั้นเป็นเรื่องที่ควรมี หน้าที่นั้นเป็นเรื่องที่ เราจะต้องกระทำต่อคนอื่นอย่างเป็นธรรม อย่างเสมอภาคเท่าเทียม และคำนึงถึงความเป็น ผู้มีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ด้วยกัน เพราะฉะนั้นเขาจึงเรียกว่าให้ดูใจเขาใจเรา ตามรัฐธรรมนูญนั้นประเทศไทยได้ให้สิทธิขั้นพื้นฐานของคนไทยตามรัฐธรรมนูญ ๑๐ ข้อ สิทธิเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็น สิทธิในการสื่อสารก็เป็นหลักหนึ่งตามรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน ปัญหาการละเมิดสิทธิ มนุษยชนนั้นเป็น ๒ ประเด็นหลักครับ ประเด็นแรก คือการถูกละเมิดสิทธิ ประเด็นที่ ๒ คือ การไปละเมิดสิทธิของผู้อื่น การถูกละเมิดสิทธินั้นอาจจะถูกละเมิดโดยรัฐ อย่างเช่น เกษตรกรถูกละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน เรื่องของปัญหาหนี้สิน เรื่องปัญหาการทุจริต เรื่องของ การได้รับผลกระทบจากโครงการภาครัฐ หรือการใช้บริการภาครัฐต่าง ๆ สิทธิในการที่จะมี ปัจจัยในการผลิต เหล่านี้ก็ถือเป็นสิทธิเช่นเดียวกัน ส่วนสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กที่เป็น ประเด็นที่ท่านได้รายงาน ต่อสภาในวันนี้เป็นเรื่องของการชุมนุมของเด็ก ผมเองนั้นเคยไป ดูแล แต่ก็มี ๒ คำถามในใจ คำถามแรก คือเราเป็นผู้ใหญ่อยากไปดูแลเด็กที่อยากออกมา ชุมนุมเรียกร้องสิทธิของตนเอง คำถามที่ ๒ คือก้าวร้าวเกินไปหรือไม่ เกินเหตุไปหรือเปล่า กระทบสิทธิคนอื่นบ้างไหม สิ่งเหล่านี้มันเป็น ๒ ทาง เพราะฉะนั้นนี่คือสิทธิเรื่องของการ ชุมนุมตามรายงานตรงนี้เรื่องทางการเมือง ผมไม่รู้ว่าใครชวนเด็กออกไป แต่ที่แน่ ๆ สิทธิ ของเด็กนั้นมีอยู่ ๔ ประการด้วยกัน ประการแรก คือสิทธิในการมีชีวิตรอด ประการที่ ๒ สิทธิในการได้รับการปกป้องคุ้มครอง ประการที่ ๓ คือสิทธิในการได้รับการพัฒนา เรื่องของการศึกษาที่เท่าเทียม การเลี้ยงดู ที่เท่าเทียม และสิทธิในการมีส่วนร่วม นี่คือสิทธิของเด็ก ที่ผ่านมาก็มีการกระทบสิทธิของเด็ก ไม่ว่าจะในสถานศึกษา เด็กกับครู ครูกับเด็ก หรือเด็กกับเด็ก หรือเด็กกับผู้ใหญ่ในสังคม ล้วนแล้วแต่เป็นกรณีที่ได้รับการกระทบสิทธิทั้งนั้น ในเรื่องของการชุมนุมทางการเมืองนั้น ก็เห็นใจทั้ง ๒ ฝ่าย ไม่ว่าผู้ที่จะเรียกร้องสิทธิ ในการที่ออกไปแสดงความเห็นในสาธารณะ ที่เป็นประโยชน์ โดยไม่กระทบสิทธิต่อคนอื่น แล้วอีกฝ่ายหนึ่งก็เห็นใจเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ที่ต้องมีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ไม่ให้เกิดปัญหา ไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ไม่ให้เด็กได้รับผลกระทบจากบุคคลที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ไม่รู้ แต่ก็เห็นใจเขาเหล่านั้น ดังนั้น ฝ่ายที่เข้าไปให้มีการชุมนุมของเด็กนั้น เราก็เห็นใจว่าก็เป็นเครื่องมือหนึ่ง แต่อย่างไร ก็ตามเหมาะสมหรือไม่ ไม่ทราบได้ ผมเองนั้นก็เห็นใจทั้ง ๒ ฝ่ายเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่อยากเห็นความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม ทั้งชีวิต ทรัพย์สิน หรือการถูกลิดรอนสิทธิทั้งหมด เราก็ไม่อยากเห็นเช่นเดียวกัน ไม่เกิดขึ้นได้ไหมในสังคมไทย สังคมที่เราเป็นเมืองพุทธศาสนา สังคมที่มีการนับถือศาสนาอย่างสร้างสรรค์ในทุกศาสนา ที่ต้องการให้คนเป็นคนดี ในกรณีของเด็กตรงนี้กระทรวงศึกษาธิการซึ่งมีหน้าที่หลัก ในการ ที่จะบ่มเพาะ สืบสาน อนุรักษ์ จรรโลง สร้างสรรค์เด็กเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นสำนัก ปลัดกระทรวง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา หรือแม้แต่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือสำนักงาน ส่งเสริมการเรียนรู้ ต้องมีระบบที่สร้างความปลอดภัยให้เด็กในสถานศึกษา ต้องมีเวทีให้เขา ได้แสดงออกในสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์ภายใต้การควบคุมดูแล เป็น Coach จาก ครูบาอาจารย์ที่จะมาดูแลในการที่จะให้เด็กได้แสดงออกในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์ มีพื้นที่ให้เขา ไม่ว่าเป็นพื้นที่ในการแสดงออกทางความคิดเห็นทางการเมือง การมีส่วนร่วม ต่าง ๆ การสันทนาการ การนันทนาการต่าง ๆ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเวทีที่ต้องการให้เด็ก ได้แสดงออกทั้งนั้น เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดเด็กต้องได้รับความปลอดภัยจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นทางสังคม ทางฝ่ายบ้านเมืองที่มีหน้าที่รักษาความสงบบ้านเมืองของเจ้าหน้าที่ ของกระทรวงที่เกี่ยวข้องล้วนแล้วแต่เป็นหน้าที่สำคัญของผู้ใหญ่ครับ เพราะฉะนั้นกิจกรรม เหล่านี้ผ่านสภานักเรียน กิจกรรมนักเรียนที่จะเกิดขึ้นในสถานศึกษา ดังนั้นเราต้องมีกลไก ป้องกันไม่ให้เด็กได้ออกนอกโรงเรียนไปชุมนุมเกินกว่าเหตุและถูกดำเนินคดี เพราะฉะนั้น เราต้องให้ได้แสดงออกทั้งในและนอกสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์ และรับฟังความเห็นเขา อย่างเต็มที่ แนวทางกลไกสำคัญของการที่จะปกป้องสิทธิก็คือ การสร้างวัฒนธรรมทางสังคม ที่เคารพสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ การปฏิบัติหน้าที่ทางสังคมที่ถูกต้องชอบธรรม ตามกฎหมาย ต่างฝ่ายต่างเคารพกฎหมาย เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน มีหน้าที่อย่างถูกต้อง ชอบธรรม เป็นธรรม ยุติธรรม มีการสร้างภูมิคุ้มครองสิทธิด้วยกฎศีลธรรม ปฏิบัติตาม หลักธรรมของแต่ละศาสนา การคุ้มครองสิทธิโดยกฎของสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานพัฒนาคน พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ล้วนแล้วแต่มีหน้าที่สำคัญทั้งหมด สรุปครับ ท่านประธาน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เจ็บปวด ผมเชื่อว่าทุกฝ่ายไม่อยากให้เกิดขึ้นคนที่มีลูกมีหลาน คนที่มีลูกศิษย์ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดแล้ว ต้องรีบเยียวยาแก้ไขโดยเร่งด่วน ให้ปัญหาเหล่านั้นลดทอนลงไป ให้เขาได้มีพื้นที่ ได้มีเวที ให้บ้านเมืองสงบสุข เป็นกลไกตามระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญเราต้องสร้างกลไกป้องกันไม่ให้เด็กเป็นเครื่องมือทางการเมืองและแก้ไข ปัญหาโดยเร็ว ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านธิษะณา ชุณหะวัณ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สส. แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน เขตสาทร และเขตราชเทวีค่ะ วันนี้ดิฉันมาพูดรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิ มนุษยชน ที่ ๑๕๙/๒๕๖๖ โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนค่ะ จากรายงานเรื่องที่ผ่านมา เหตุที่เป็นรายงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมที่เป็นเยาวชนในการชุมนุม นับตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ เป็นต้นมา ปัญหาการปราบปรามผู้ชุมนุมโดยรัฐนั้นมีการตั้งคำถามอยู่ หลายครั้งหลายคราค่ะ ขออนุญาตสไลด์ขึ้นค่ะ ว่ามีความเหมาะสมในหลักการการใช้กำลัง และหลักการการป้องกันตนเองโดยชอบด้วยกฎหมาย ฝ่ายโสตค่ะ สไลด์ไม่ขึ้นได้ยินดิฉัน หรือเปล่าคะ🔗
สักครู่ นะครับ เดี๋ยวหยุดเวลาให้ก่อนก็ได้ครับ พอดีสไลด์ของท่านยังไม่ได้ผ่านการรับรองอนุมัติ นะครับ🔗
ส่งไป ๑ ชั่วโมงก่อนหน้านี้ นะคะ🔗
ก็แค่แจ้งขั้นตอนให้ทราบครับ ท่านจะให้คนอื่นอภิปรายก่อนไหมครับ หรือจะใช้สิทธิอภิปราย เลยครับ🔗
จริง ๆ ทางทีมงานที่ทำมา ก็อาจจะเสียใจที่ไม่ได้ขึ้นสไลด์ แต่ก็ไม่เป็นอะไรอภิปรายได้ค่ะ น่าเสียดายนะคะ เพราะว่า ภาพก็เป็นภาพเหตุการณ์การชุมนุมที่เป็นภาพจริงที่แสดงถึงความรุนแรงของภาครัฐที่กระทำ ต่อประชาชนนะคะ🔗
ท่านธิษะณาครับ คือผมปรึกษาอย่างนี้ครับ ถ้าการอภิปรายของท่านจะสมบูรณ์ ผมจะได้ เรียกสมาชิกท่านอื่นมาอภิปรายก่อน แล้วท่านก็เข้าคิวต่อจากนั้น ดีไหมครับ🔗
โอเคค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ผมขอไปที่ท่านชลธิชานะครับ แล้วก็ฝ่ายเจ้าหน้าที่นะครับ เดี๋ยวช่วยดูสไลด์ ของท่านธิษะณา ให้มีการตรวจสอบให้เรียบร้อยนะครับ เชิญท่านชลธิชาครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคก้าวไกล ดิฉันขอ ร่วมอภิปรายรายงานการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อกรณีเยาวชนที่ออกมาใช้สิทธิ เสรีภาพในการชุมนุม ซึ่งก่อนอื่นดิฉันต้องขอชื่นชมต่อรายงานการตรวจสอบการละเมิดสิทธิ มนุษยชนของทางก็ กสม. เป็นอย่างยิ่งค่ะ ก่อนอื่นดิฉันขอเชิญชวนพวกเรานึกภาพตาม กันไปค่ะ หากลูกของเรากำลังมีความเครียดจากการสอบเข้า ม. ๔ แล้วเราก็พูดกับลูกของเรา ก่อนออกจากบ้านในเช้าวันหนึ่งว่า ตั้งใจเรียนนะลูก ขยันอ่านหนังสือนะ จะได้สอบผ่านขึ้น ชั้น ม. ๔ ได้ เราพูดไปโดยที่เราไม่รู้เลยว่า ณ วันนี้ลูกของเรากำลังเผชิญกับอะไรบ้าง วิชาที่ลูกของเรากำลังเรียนอยู่นั้นเตรียมพร้อมให้เขาเผชิญกับโลกใบนี้มากน้อยแค่ไหน หรือความเป็นไปของโลกใบนี้ทำให้เขามีมุมมองต่อสังคมที่เขาอยู่อย่างไรบ้าง ครูและเพื่อน เป็นสังคมที่ปลอดภัยทั้งทางกายและจิตใจให้กับลูกของเราหรือเปล่า และกฎระเบียบของ โรงเรียนเป็นบรรทัดฐานที่จะช่วยขัดเกลาให้ลูกของเราได้อยู่ร่วมกับเพื่อนมนุษย์คนอื่น โดยเคารพถึงหลักสิทธิมนุษยชน แล้วก็เคารพถึงหลักความหลากหลายของมนุษย์ซึ่งกัน และกันหรือไม่ ดิฉันขอชื่นชมผู้ปกครองหลายท่านที่อาจจะรับรู้ว่าลูกของท่านกำลังเผชิญ กับอะไรอยู่ แล้วก็ยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกของท่านได้แสดงออก แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่จะ เกิดขึ้นกับทุกบ้าน ลูกของใครบางคนกำลังถูกดำเนินคดีอาญาร้ายแรง ซึ่งมีโทษจำคุก ๓-๑๕ ปี จากการแสดงมุมมองต่อประเทศที่เขากำลังใช้ชีวิตอยู่ ลูกของใครบางคนถูกตำรวจ รัดข้อมือด้วยสายรัดพลาสติก และจับขึ้นรถตำรวจด้วยความรุนแรงระหว่างที่เขาเข้าร่วม ชุมนุมทางการเมืองบนท้องถนน และเป็นเรื่องน่าเศร้านะคะ ลูกของใครคนหนึ่งค่ะ ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างเข้าร่วมชุมนุม ทางการเมืองในขณะที่เขามีอายุแค่เพียง ๑๕ ปีเท่านั้น และยิ่งน่าเศร้าซ้ำเข้าไปอีกค่ะ เมื่อกระบวนการยุติธรรมที่มีต่อคดีนี้กลับเดินไปอย่างล่าช้า แน่นอนค่ะ ดิฉันกำลังพูดถึง คดีของน้องวาฤทธิ์ สมน้อย ที่ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณหน้า สน. ดินแดง ในช่วงที่ผ่านมา การที่ลูกของพวกเราหลายคนออกมาชุมนุมบนท้องถนนนะคะ ก็เพราะเขาต้องการส่งสาร บางอย่างถึงผู้ใหญ่ที่กำลังตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ แทนพวกเขา และวันนี้คนอายุไม่ถึง ๒๐ ปี เขาเองต่างก็ต้องการที่จะมีส่วนร่วมในการออกแบบอนาคตของพวกเขาทั้งสิ้น และสิ่งที่ผู้ใหญ่อย่างพวกเราควรหยุดทำได้แล้ว ก็คือหยุดบอกเด็กให้เลิกยุ่งการเมืองได้แล้ว ให้กลับไปเรียนหนังสือ เพราะเรื่องการเมืองคือเรื่องของพวกเขาเช่นเดียวกัน หยุดร่วมมือ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเข้าไปคุกคามนักเรียนในโรงเรียน หรือแม้กระทั่งในครอบครัว ในบ้านของพวกท่านเอง หยุดแปะป้ายชังชาติ ไม่รักสถาบัน แล้วตัดสิทธิเรียนต่อของเด็ก ของเยาวชนบางคน หยุดใช้กฎหมายปิดกั้นพวกเขาไม่ให้ส่งเสียงเรียกร้องในสิ่งที่พวกเขา กำลังสนใจ หรือกำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านั้น หยุดจับกุมโดยไม่มีหมายจับ แล้วยังทำร้าย ร่างกายเด็ก ๆ เหล่านั้นในระหว่างการจับกุมตัว แถมในหลาย ๆ กรณีนะคะ ก็คือไม่ให้เด็ก และเยาวชนเหล่านั้นได้พบกับผู้ปกครองและทนายความ และสุดท้ายค่ะ หยุดอคติที่ว่า เด็กที่ ออกมาชุมนุมบนท้องถนนเท่ากับเด็กที่ไม่รักดี และเด็กที่ก้าวร้าว หากครอบครัวคือ บ้านหลังแรกสำหรับเด็ก ประเทศหลังนี้ก็คงจะเป็นบ้านที่เป็นหลังที่กว้างใหญ่สำหรับพวกเขา เช่นเดียวกัน ในทีแรกเดิมทีดิฉันตั้งใจว่า ในการอภิปรายครั้งนี้ดิฉันจะเอ่ยถึงรายงานของ ผู้รายงานพิเศษ ว่าด้วยสถานการณ์ของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรี สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งในรายงานฉบับนี้นะคะ ก็ได้มี การพูดถึงการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมของเด็กและเยาวชนในประเทศไทย แต่วันนี้ ดิฉันกลับมองว่า เราไม่จำเป็นที่จะต้องรอฟังเสียงจากคนข้างนอกแค่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะในรายงานของ กสม. ฉบับนี้ก็ได้ระบุถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นต่อการรับมือ การชุมนุมของเยาวชนของรัฐไทยไว้อย่างชัดเจน ซึ่งดิฉันขอชื่นชมจากใจจริง หากเราต้องการ ให้เด็กและเยาวชน ลูกหลานของเราออกแบบบ้านหลังนี้ในวิถีที่สร้างสรรค์ แล้วก็ปลอดภัย สำหรับทุกคน เรามีแนวทางมากมายค่ะในการช่วยกันแก้ไขปัญหา และที่สำคัญค่ะ แนวทาง ต่าง ๆ เหล่านั้นจะต้องไม่กลับไปใช้วิธีการแบบเดิมเหมือนช่วง ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ดังที่รายงานของ กสม. ฉบับนี้ได้ให้คำแนะนำที่ดีไว้หลายประการด้วยกัน🔗
ประการแรก ที่ดิฉันคิดว่าสำคัญอย่างมาก ณ วันนี้ทางรัฐสภาของเรากำลังมี คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญหลายด้านค่ะ และดิฉันขอสนับสนุนให้ทางคณะกรรมาธิการ นำรายงานของ กสม. และรายงานของผู้ร้องไปพิจารณาร่วมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่ะ กับข้อเสนอของ กสม. ในรายงานฉบับนี้ ในการให้นิรโทษกรรมแก่เยาวชนที่ออกมา แสดงความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งมีเยาวชนกว่า ๒๘๖ คน ที่กำลังถูกดำเนินคดีอาญาอยู่ การนิรโทษกรรมเป็นเพียงหมุดหมายหนึ่งเท่านั้นค่ะ แต่เราควรจะมองการนิรโทษกรรม ไม่ใช่แค่เพียงการยุติคดีเท่านั้น แต่ควรจะมองไปถึงกระบวนการสร้างความเข้าใจร่วมกัน หาแนวทาง หาทางออกร่วมกันของทุกฝ่าย และที่สำคัญค่ะ คือการรวมไปถึงการเยียวยาเด็ก และเยาวชนที่ถูกละเมิดสิทธิ ซึ่งในรายงานของ กสม. ก็มีการระบุเรื่องนี้เช่นเดียวกันนะคะ แต่น่าเสียดายค่ะ ที่ยังขาดรายละเอียดที่ลงลึกไปมากกว่านี้นะคะว่า แล้วเราจะมีกระบวนการ ของการเยียวยาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ถูกละเมิดสิทธิอย่างไรได้บ้าง อีกข้อเสนอหนึ่งที่สำคัญ คือข้อเสนอให้ทบทวนแนวปฏิบัติ และวิธีการที่เหมาะสมในการปฏิบัติต่อเด็กในที่ ชุมนุม การจัดอบรม คฝ. ให้ปฏิบัติสอดคล้องกับหลักสากล การทบทวนแนวทางการควบคุม ตัวเยาวชน และการงดเว้นการใส่เครื่องพันธนาการ หรือแม้กระทั่งการทบทวนนโยบาย ของสถาบันการศึกษาที่จะต้องมีหลักประกันค่ะว่า จะไม่ให้มีการคุกคามเยาวชนและ การเคารพถึงสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองของเยาวชน ในพื้นที่ สถาบันการศึกษา ซึ่งล้วนแต่เป็นข้อเสนอแนะที่อยู่ในรายงานของ กสม. ฉบับนี้ที่มีต่อ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวง ยุติธรรม และอีกหนึ่งหน่วยงานที่สำคัญ คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเรื่องที่ดิฉันอยากจะเห็นความคืบหน้าจากหน่วยงานของรัฐเหล่านี้ว่าหลังจากที่ได้รับ ข้อร้องเรียน หรือว่าข้อเสนอแนะจาก กสม. ไปแล้วท่านมีแนวทางในการปรับเปลี่ยน แนวนโยบายของท่านอย่างไรบ้าง ดิฉันเชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่ได้เห็นด้วยกับการออกมา ชุมนุมของนักเรียน หรือแม้กระทั่งบางคนเองอาจจะมองว่าเป็นเรื่องการแสดงออกของเด็ก และเยาวชนในที่ชุมนุมนั้นก้าวร้าวแล้วก็ไม่น่ารัก แต่ดิฉันอยากขอย้ำในที่นี้ว่าการชุมนุม บนท้องถนนสามารถทำได้ โดย พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะซึ่งประเทศไทยเราบังคับใช้อยู่ก็ได้ให้ อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจร เพื่อให้สิทธิในการชุมนุม บนท้องถนนของประชาชนและสิทธิในการเดินทางของประชาชนท่านอื่นสามารถทำไปพร้อม ๆ กันได้ อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญนะคะ การชุมนุมในสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ของ สถานที่ราชการ หรือว่าในบริเวณใกล้ทำเนียบรัฐบาล หรือว่ารัฐสภา สถานที่ในการชุมนุม ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญในการสื่อสารข้อเรียกร้องของพวกเขา และสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่อย่างใด แต่เป็นสิ่งที่หลักสากลเขาก็พูดถึงกันมาแล้วนะคะ และแม้แต่การแสดงออก บางอย่างของเด็กที่หลายท่านเองอาจจะกังวล หรือมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าพึงพอใจ แต่ท่านก็ ต้องคำนึงถึงด้วยเช่นเดียวกันว่า แล้ววิธีการรับมือของรัฐไทยที่กำลังทำกันอยู่ หรือวิธีการที่ ผู้ใหญ่ที่ชอบอ้างกันว่ามีวุฒิภาวะกันนักหนานั้น กำลังกระทำต่อเยาวชนนั้นได้สัดส่วนแล้ว หรือไม่ เหมาะสมแล้วหรือเปล่า และมีความจำเป็นหรือไม่ อย่างไร ดิฉันขอสนับสนุน ข้อเสนอแนะของ กสม. ที่ว่า เราควรจะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับเหตุการณ์การชุมนุมของเด็กและเยาวชน เราจะได้ยินเสียงของพวกเขาที่ชัดเจนและ ลึกซึ้งมากขึ้นว่าอะไรคือสิ่งที่เป็นตัวผลักดันให้พวกเขาออกมาชุมนุมเสี่ยงชีวิตบนท้องถนน เราจะได้ยินเสียงของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังเผชิญทั้งแรงกดดันจากผู้บังคับบัญชาและ สถานการณ์ตรงหน้า เราจะได้ยินเสียงของกระทรวง พม. ว่าสหวิชาชีพจะมีบทบาทสำคัญ ในการช่วยคุ้มครองสิทธิของเด็กและเยาวชนในพื้นที่การชุมนุมอย่างไรได้บ้าง และที่สำคัญค่ะ เรายังอยากจะได้ยินเสียงของกระทรวงศึกษาธิการว่า แล้วหลักสูตรของเราที่ใช้กันอยู่นั้น มีความเหมาะสมกับยุคสมัยและจะช่วยส่งเสริมให้เยาวชนของเราสามารถใช้สิทธิและ เสรีภาพในการแสดงออกได้มากน้อยเพียงใด จริง ๆ แล้วหลังจากที่ดิฉันได้รับฟัง แล้วก็ได้ อ่านตัวรายงานของ กสม. ฉบับนี้แล้วนะคะ ที่เข้ามาตรวจสอบการละเมิดสิทธิ โจทย์ต่อไป ที่สำคัญที่ดิฉันคิดว่าอาจจะเป็นโจทย์อีกอันหนึ่งที่สำคัญของรัฐสภาไทยเช่นเดียวกันก็คือว่า ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ทาง กสม. ได้มีต่อหน่วยงานต่าง ๆ นั้นจะมีความคืบหน้าและ ทางหน่วยงานต่าง ๆ ที่รับข้อเสนอแนะต่าง ๆ เหล่านั้นไปจะปรับใช้อย่างไรได้บ้าง จะมีความ คืบหน้าอย่างไรได้บ้าง ซึ่งเรื่องเหล่านี้ดิฉันคิดว่ารัฐสภาควรจะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยให้กับเด็ก และเยาวชนของพวกเราได้หาทางออก แล้วก็หาแนวทางร่วมกันในอนาคต ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านนิพนธ์ คนขยัน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายรับทราบรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้นำมาให้รับทราบ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราก็ได้ลงรายละเอียดมากมายพอสมควร วันนี้ ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าเด็กและเยาวชน ฟังชื่อนะครับ เด็กและเยาวชน ขนาดผู้ใหญ่ อาวุโสแล้วบางครั้งก็ยังเหมือนเด็ก ดังนั้นวันนี้ฝากท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ วันนี้ที่ท่านได้สรุปมา ผมไม่ขอพูดซ้ำ แต่อยากฝากข้อเสนอแนะว่าวันนี้จะทำ อย่างไรให้เด็กและเยาวชนนั้นได้รับการคุ้มครองสิทธิ ผมคิดของผมนะครับท่านประธาน ในการแสดงออกต่าง ๆ นั้นก็ต้องคำนึงถึงสิทธิคนอื่น ขออนุญาตเท้าความเดิมนิดหนึ่งท่านประธานครับ หลายท่านหรือว่าเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ท่านผู้ฟัง ท่านประชาชนที่อยู่ทางบ้านก็เคยแสดงออก ผมก็เคยแสดงออก ครับท่านประธาน ไม่ตอนเป็นเด็กหรอก เป็นเด็กเรื่องของนักเรียน การแสดงออกเพื่อสิ่งที่ เราคิดว่าเราต้องการสิ่งนี้ ท้ายที่สุดครับท่านประธาน ผมก็โดนเหมือนกันครับ โดนรถทหาร มารับเอาที่บ้านตั้งแต่ยังไม่สว่างครับ อันนั้นคือสิทธิ มันน่าจะครอบคลุมไปทั้งหมด วันนี้ เยาวชนซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของชาติ เด็กและเยาวชนน่าจะเขียนกรอบให้สิทธิเขา แต่ไม่ให้ มากกว่านะครับ ให้สิทธิให้เต็มที่ แต่ต้องคำนึงถึงสิทธิผู้อื่น เห็นไหมครับท่านประธานวันนี้ แก๊งเด็กแว้นรุ่นน้องรุ่นพี่ล่อกันเสียนัวเลย นี่คือเด็ก แต่ถ้าเราไม่กำกับในกรอบกติกา ผมก็เชื่อมั่นว่าวันนี้การอยู่ร่วมกันก็ลำบาก ดังนั้นวันนี้ฝากท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติครับ ไปพิจารณาว่ากรอบที่จะเดินต่อไปเรื่องการชุมนุมเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ที่ไม่ชอบธรรมจัดตรงไหน เวทีไหน ก็ฝากท่าน ผมไม่ขัดข้องครับ แต่ขัดข้องว่าวันนี้ทุกคน ต้องให้สิทธิเสมอภาค แต่อย่าไปรบกวนสิทธิของคนอื่น อันนี้แนวคิดผมครับ วันนี้ สิทธิของประชาชน ท่านประธานขอออกนอกกรอบแต่ในกรอบ วันนี้เวลาประชาชนไป ติดต่อราชการต่าง ๆ ไปนั่งรอตั้งแต่แปดโมง เก้าโมง บ่ายสามยังไม่ได้ใช้สิทธิตามอำนาจ หน้าที่ที่ประชาชนไปรับบริการในสถานที่ราชการต่าง ๆ อันนี้ก็ฝากท่านกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ ฝากไปด้วยนะครับว่าสิทธิของมนุษย์มันน่าจะเดินให้ทั่วถึงนะ ท่านประธานครับ ฝากท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเอารวบเลยทั้งเด็ก เยาวชน เรื่องชุมนุม ท่านก็ไปเอากรอบมาว่าจะชุมนุมอย่างไร ต่อไปสิทธิการชุมนุม แต่สิทธิชุมนุมนี้ อย่าไปก้าวล่วงคนอื่น ก็ฝากท่านนะครับ แล้ววันนี้ผมเชื่อมั่นว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรทุกท่าน แล้วพี่น้องร่วมชาติทุกคน ไม่อยากเห็นหรอกครับ ไม่อยากเห็นลูกหลาน เราวันนี้ไปติดคุกติดตะรางนะครับ โดยเฉพาะสังคมวันนี้ถ้าไม่แก้นะครับท่านกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติท่านประธานครับ เพราะมันเปรียบเทียบชัดเจนหลายประเด็น บางครั้ง โทษหนักฟังข่าวแล้วน่าตกใจ แต่ไม่นานครับ ติดคุกไม่กี่วัน กี่เดือนไปแล้ว อย่างนี้มันทำให้ ข้อเปรียบเทียบในสังคมวันนี้มันถึงวุ่นวายครับ ดังนั้นฝากท่านกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ให้สิทธิกับทุกคนที่เป็นคนไทยในชาติ แม้แต่ต่างชาติมาอยู่ในประเทศเราก็ให้สิทธิ ตามระเบียบกติกากฎหมายนะครับ เห็นไหมภาคใต้วันนี้จังหวัดภูเก็ต ขออนุญาตไม่อยาก ซ้ำเติมครับ ใช้สิทธิมากเกินไปไปรบกวนถึงคนไทยเขาอีก วันนี้มันไม่ได้ครับท่านประธาน ยุคนี้ยุคที่บ้านเมืองเราต้องเดินหน้าไปร่วมกันแล้ว จะทำอย่างไรให้ชาติบ้านเมืองมีการพัฒนา ให้เจริญรุ่งเรือง ทุกท่านที่มาอยู่สภาแห่งนี้ ก็ขออนุญาตนะครับ อย่างข้าง ๆ ผมท่านอดิศร เพียงเกษ ก็เคยเป็นฝ่ายค้าน เคยเป็นฝ่ายรัฐบาล เคยเข้าป่าเป็นคอมมิวนิสต์ ขอโทษนะครับ ท่านดอกเตอร์ แต่วันนี้เราต้องหันหน้ามาร่วมกันจะทำอย่างไรให้ชาติบ้านเมืองเราเดินได้ ให้ลูกหลานเรามีอนาคตที่ดี ไม่ต้องทะเลาะเบาะแว้งกัน แต่วันนี้ทำไมถึงทะเลาะเบาะแว้ง ก็อย่างที่กราบเรียนนะครับว่า คนเรามันเลือกเกิดไม่ได้เคยพูดหลายครั้งท่านประธาน แต่เมื่อมันเลือกเกิดไม่ได้แล้ว เกิดมาแล้วจะทำอย่างไรให้อยู่สังคมแห่งนี้อย่างมีความสุข ก็ขอกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ไปพิจารณา ผมเชื่อมั่นว่าคณะชุดนี้ทุกท่านยอมรับเพื่อความสงบสุขของคนในชาติ และเพื่อลูกหลาน ของเราจะได้มีอนาคตที่สดใส อย่างวันนี้ติดคุกติดตะรางเพราะเดินขบวน เพราะเสนอ อยากได้เรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ที่ลูกหลานเราคิด เราก็มาหาทางออกกันว่าในอนาคตเราจะออกอย่างไรให้บ้านเมืองเราเดินได้ ต้องขอ กราบขอบพระคุณท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินะครับ ที่ทำรายงานฉบับนี้ มาให้สภาผู้แทนราษฎรเราได้รับทราบนะครับ ทั้งข้อที่สรุปมาดีหลายข้อ แล้วฝากให้ท่านไป พิจารณาต่อว่า ต่อไปนี้เมืองไทยเราจะมีความสงบสุข อยู่อย่างมีความสุขครับท่านประธาน กราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านธิษะณา ชุณหะวัณ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร เขต ๒ พรรคก้าวไกลค่ะ🔗
วันนี้ดิฉันมาอภิปราย รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ ๑๕๙/๒๕๖๖ โดยคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ จากรายงานเรื่องที่ผ่านมาที่เป็นรายงานเกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรง ในปัญหาการปราบปรามผู้ชุมนุมโดยรัฐ มีการตั้งคำถามอยู่หลายครั้งหลายคราว่า เหมาะสมตามหลักการใช้กำลังหรือหลักสากลหรือไม่ ตามหลักการการใช้กำลังสากลของ สหประชาชาติมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้นะคะ ๑. ต้องเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงหรือ Immediacy และมีความจำเป็นอย่างมากในการปกป้องตนเองหรือผู้อื่นจากภัยอันตราย ต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย ทรัพย์สิน หรือสิทธิเสรีภาพอย่างหนึ่งอย่างใดที่เรียกว่า Absolute Necessity และ ๓. การได้สัดส่วนเหมาะสม หรือ Proportionality ซึ่งระบุไว้ในหลักการ การใช้กำลังตามคู่มือการใช้อาวุธแบบ Non Lethal Weapons หรือว่าอาวุธที่ไม่ทำให้ถึง ขั้นเสียชีวิตนะครับ ของสหประชาชาติตามหลักสากลต่อผู้ชุมนุมหรือไม่ ซึ่งผู้มาชุมนุม โดยสงบหลายครั้งหลายคนได้รับบาดเจ็บจนถึงขั้นเสียชีวิตอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ไปก่อนหน้านี้ หรือหลายคนถึงขั้นทุพพลภาพจากเจ้าหน้าที่รัฐในการชุมนุม ในปี ๒๕๖๓ เป็นจำนวนมาก เช่นกรณี คุณพายุ บุญโสภณ หรือพายุ ดาวดินค่ะ และกรณีที่ ๒ ก็คือ คุณธนัตถ์ ธนากิจอำนวย ทั้ง ๒ คนสูญเสียดวงตาจากการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่รัฐ และที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวถึงก่อนหน้านี้ เด็กวัย ๑๕ ปีเท่านั้น คุณวาฤทธิ์ สมน้อย ถูกกระสุนจริงไม่ใช่กระสุนยางด้วยนะคะ ยิงเข้าที่ท้ายทอยตอนเข้าร่วมชุมนุมที่หน้า สน. ดินแดง นอกจากนั้นอีกท่านหนึ่ง คุณมานะ หงษ์ทอง ไม่ได้เป็นผู้ร่วมชุมนุม แต่เป็นผู้ที่ ผ่านมาในที่เกิดเหตุ คุณมานะ หงษ์ทอง วัย ๖๔ ปี ถูกลูกหลงจากกระสุนยางยิงเข้าที่ศีรษะ และเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งหลายกรณีได้มีการตั้งคำถามว่าเกิดจากการพยายามควบคุม การชุมนุม โดยใช้วิธีการยกระดับการสลายการชุมนุมที่รุนแรง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ไม่เป็น สัดส่วน หรือเป็นไปตามขั้นตอนที่เหมาะสม โดยผู้บาดเจ็บนั้นจากการใช้กระบอง กระสุนยาง แก๊สน้ำตาที่ใช้ในระยะเผาขน เล็งที่ศีรษะที่ดวงตาและบริเวณที่อาจเกิดอันตราย ต่อชีวิตและเป็นทุพพลภาพได้ ซึ่งเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าได้และสุ่มเสี่ยงอย่างมากที่จะ ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงค่ะ ในกรณีที่ดิฉันได้เอ่ยมาก่อนหน้านี้ หลายครั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่สามารถที่จะควบคุมอารมณ์จากการยั่วยุของผู้ชุมนุมได้และตอบโต้ด้วยอาวุธที่ครบมือ อย่างไม่ได้คำนึงถึงหลักการป้องกันตนเองโดยชอบด้วยกฎหมาย และหลักการการใช้อาวุธ ที่ไม่ถึงตายหรือ Non Lethal Weapons แบบสากลในการควบคุมเหตุที่ได้เกิดจาก การกระทบกระทั่งจนเป็นเหตุที่นำไปสู่การใช้ความรุนแรงเข้าควบคุมผู้ชุมนุมโดยไร้เหตุผล และความอดทนอดกลั้น ดิฉันไม่ทราบว่าส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองสามารถควบคุม เจ้าหน้าที่ของท่านได้หรือไม่ หรือมีกระบวนการการแก้ไขข้อบกพร่อง ณ จุดนี้อย่างไร อะไรคือความรับผิดชอบทางกฎหมายของเจ้าหน้าที่เหล่านี้ที่ได้สร้างความเสียหาย อะไรคือ Accountability หากในอนาคตไม่สามารถควบคุมได้เป็นสิ่งที่อันตรายอย่างมากต่อ ความปลอดภัยของประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ เป็นเสรีภาพที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างที่ทุกท่านทราบดีอยู่แล้วนะคะ และความสุ่มเสี่ยง ต่อการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่ได้สัดส่วนในการควบคุมการชุมนุมที่อาจจะเกิดขึ้น ในอนาคต ดิฉันเป็นห่วงทั้ง ๒ ฝ่ายค่ะ คือทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ และทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมเอง เพราะหากมีการใช้กำลังโดยบ่อยครั้งแบบนี้นะคะ เราก็อาจจะคาดคะเนได้ว่าครั้งหน้าที่มี การชุมนุม เจ้าหน้าที่รัฐก็อาจจะตอบโต้ด้วยความรุนแรงนะคะ เพราะฉะนั้นก็จะทำให้ไม่มีใครกล้ามาเรียกร้องเพื่อเสรีภาพ เพื่อสิทธิมนุษยชนและสิทธิ อย่างหนึ่งอย่างใดนะคะ จากการสลายการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่รัฐหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา มีการจับกุมประชาชน หรือผู้ชุมนุมในพื้นที่ชุมนุมด้วยวิธีการที่รุนแรง ซึ่งหนึ่งในกลุ่มที่ถูก จับกุมเป็นเยาวชนที่ได้ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและปฏิบัติเฉกเช่นคนอื่น ๆ โดยไม่ได้แยกปฏิบัติ และมิได้เป็นไปตามกระบวนการที่เหมาะสมต่อเยาวชน ซึ่งเป็นความเท่าเทียมเพียงเรื่องเดียว ที่พวกเขาจะได้ โดยข้อมูลอ้างอิงจากรายงานของ Amnesty เหตุการณ์การชุมนุมในช่วง ปี ๒๕๖๓-๒๕๖๕ มีเยาวชนจำนวนมากที่เข้าร่วมการชุมนุมเมื่อเปรียบเทียบกับการชุมนุม ประท้วงที่ผ่าน ๆ มานะคะ ซึ่งดิฉันคิดว่าจริง ๆ แล้วพวกเขาเหล่านี้หลาย ๆ คนก็อยากให้ ประเทศดีขึ้น อยากให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย หรือเป็นสภาวะความกดดันทางเศรษฐกิจ ช่วงโควิดเช่นเดียวกัน ณ ช่วงเวลานั้นที่พวกเขาถูกกดทับจึงทำให้มีการออกมาชุมนุม เพราะนั่นคืออนาคตของพวกเขา แม้ว่าบางกรณีเยาวชนเองก็มีท่าทีที่อาจจะตอบโต้จาก เจ้าหน้าที่รัฐ แต่ว่ามันไม่ได้สัดส่วนเลยกับการกระทำที่เขาทำกลับมาสู่เยาวชนของ พวกเรา ทางเจ้าหน้าที่รัฐไม่ควรปฏิบัติต่อเขาในลักษณะที่เกินขอบเขตโดยเฉพาะในฐานะ ที่พวกเขาเหล่านั้นยังเป็นเด็กและเยาวชน อาทิเช่น ในช่วงเวลาที่เข้าจับกุมเป็นเยาวชน โดยการใช้สายรัดข้อมือ ซึ่งเยาวชนบางคนถูกทุบตีด้วยกระบอง การมัดมือเป็นเวลานานหรือ กักขังรวมกับผู้ชุมนุมอื่น ๆ อย่างไม่แตกต่างจากผู้ชุมนุมที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว โดยบางคนมีอาการ บาดเจ็บ แต่ไม่ได้ถูกเข้าสู่กระบวนการรักษาในระยะเวลาที่เหมาะสมจากที่ดิฉันได้กล่าวไป ดูเหมือนกระบวนการที่เหมาะสมต่อเยาวชนนั้นจะมิได้ถูกหยิบยกนำมาใช้เลยแม้แต่น้อย กลายเป็นว่าเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติต่อพวกเขาโดยไม่คิดว่าพวกเขาเป็นเพียงเยาวชนคนหนึ่ง ที่ผ่านมามันคือความโหดร้ายที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำต่อเยาวชน นี่ไม่นับกับการที่จับกุมเกิน เวลาที่เยาวชนจะสามารถที่จะจับกุมก่อนที่จะมีหมายได้นะคะ ไม่เกิน ๒๔ ชั่วโมง บางคน โดนจับกุมเกิน ๔๘ ชั่วโมงไปอีกนะคะ ซึ่งมากกว่าผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ก็ไม่สามารถที่จะจับกุมเกิน ๔๘ ชั่วโมงได้แล้ว เราอย่าลืมว่าเขาสามารถแสดงออกทางการเมืองได้เช่นเดียวกัน ถึงแม้จะ เป็นเยาวชน และถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองอยู่หลายครั้ง ด้วยความที่บางคนยังมีความเชื่อว่า การเมืองเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ หรือด้วยเหตุผลอันหนึ่งอันใดก็ตาม ในความจริงเยาวชนก็มีสิทธิ เฉกเช่นประชาชนทุกคนในประเทศนี้ตามหลักการประชาธิปไตย ว่าด้วยอนุสัญญาว่าด้วย สิทธิเด็ก ซึ่งประเทศไทยก็เป็นภาคีและมีพันธกรณีที่เราต้องปฏิบัติตาม โดยมีการกำหนด รับรองสิทธิเด็กไว้ในการกระทำใด ๆ ทั้งปวงที่เกี่ยวกับเด็กและต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ สูงสุดของเด็กค่ะ เด็กมีสิทธิที่จะได้รับการช่วยเหลือจากกระบวนการยุติธรรมและมีลักษณะ เฉพาะตัว คือในทุกขั้นตอนตั้งแต่การให้ปากคำ ตลอดจนถึงการพิจารณาคดี ต้องถือ ประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ สำหรับเด็กที่ถูกพรากจากครอบครัวจะต้องได้รับ การคุ้มครองดูแลอย่างเหมาะสมตามภูมิหลังทางชาติพันธุ์ ภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของเด็ก และจะต้องได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากผู้ใหญ่ หรือในประเทศของเราเอง อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กเรายังมีพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งมีลักษณะ ที่สอดคล้องกันและการปฏิบัติต่อเด็ก ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ๆ ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุด ของเด็กเป็นสำคัญค่ะ🔗
เรื่องการควบคุมหรือการสร้างความหวาดกลัวต่อเยาวชนตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ เป็นต้นมามีเหตุการณ์ในลักษณะที่ดูเหมือนเป็นการคุกคามเยาวชน ไม่ว่าจะเข้าไปใน เคหสถาน พื้นที่สาธารณะ เข้าไปคุกคามในสถานที่เรียนนะคะ ซึ่งควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยของ เยาวชนทุกคนค่ะ เนื่องจากในรายงานผู้ร้องมีกว่า ๑๐๐ กรณี ที่มีการแสดงออกโดยขัดขวาง สั่งห้าม ข่มขู่ ยึดทรัพย์สินของเด็กนักเรียน การใช้ถ้อยคำรุนแรง การยึดอุปกรณ์มือถือ เครื่องมือสื่อสาร และทรัพย์สิน ถึงแม้ว่าการอนุญาตให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้ามากดดันหรือเข้าไป ติดตามภายในโรงเรียน ต้องย้ำนะคะว่าภายในโรงเรียน ซึ่งในที่นี้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะ เป็นในหรือนอกเครื่องแบบ แต่พฤติกรรมเช่นนี้เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจที่ตามไปถ่ายรูป เยาวชน รวมทั้งกดดันผู้บริหารสถานศึกษาไม่ให้จัดกิจกรรม ซึ่งเป็นเสรีภาพของพวกเขา อยู่แล้ว หรือกดดันครอบครัวผู้ปกครองของนักเคลื่อนไหวไม่ให้จัดกิจกรรมในลักษณะต่าง ๆ ติดตามเยาวชนไปในพื้นที่ต่าง ๆ สร้างบรรยากาศที่ไม่ปลอดภัยและกระอักกระอ่วนเป็น อย่างมาก เป็นการละเมิดอนุสัญญาสิทธิเด็กนะคะ ดิฉันอยากเรียกร้องถึงเจ้าหน้าที่รัฐทั้งหลายที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ให้ควรยุติการปฏิบัติ การกระทำเหล่านี้โดยสิ้นเชิงค่ะ และการใช้อำนาจที่เกินขอบเขตของทุกท่าน ถ้าท่านพูดว่า ประเทศนี้เป็นประชาธิปไตยไม่ได้ปกครองแบบเผด็จการ การกระทำเหล่านี้จะต้องยุติลงค่ะ และไม่ควรเกิดขึ้นอีกในอนาคต ท่านประธานคะ ดิฉันได้พูดเรื่องนี้ตอนแรกและมีเพื่อน สมาชิกได้กล่าวถึงนะคะ ในรูปคือคุณวาฤทธิ์ สมน้อย เยาวชนที่อายุ ๑๕ ปี ที่ถูกยิงในบริเวณ สน. ดินแดง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส จนกระทั่งเสียชีวิต ถูกยิงด้วยกระสุนจริง ที่บริเวณลำคอ เป็นสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนเป็นอย่างยิ่งในการกระทำของเจ้าหน้าที่ถ้าเป็น เจ้าหน้าที่รัฐจริง เพราะขณะนี้ก็ยังจับตัวผู้ร้ายไม่ได้ เรายังไม่รู้เลยว่าใครยิงวาฤทธิ์ จนกระทั่ง ว่า Hashtag ใครยิงวาฤทธิ์ ขึ้นสูงสุดทุกครั้งที่เป็นวันครบรอบวันเสียชีวิตของน้อง และนอนโคม่าในโรงพยาบาลอยู่หลายเดือนด้วยนะคะ ก่อนที่จะเสียชีวิต ณ เวลานี้ ดิฉันไม่ทราบว่าคดีความไปถึงไหนแล้ว และครอบครัวของผู้สูญเสียได้รับความเป็นธรรมบ้าง แล้วหรือยังต่อการสูญเสียลูกหลานอันเป็นที่รักยิ่งค่ะ ดิฉันมิอาจทราบได้ว่าเหตุการณ์ความ สูญเสียครั้งนี้เกิดขึ้นด้วยฝีมือของใคร หลายคนตั้งคำถามมากมาย บางคนก็พูดว่าอาจเป็นมือ ที่สามที่เข้าไปค่ะท่าน แต่ดิฉันอยากให้สังเกตว่ามีการปิดไฟ สน. ปิดไฟโรงพักในขณะที่ เหตุเกิดขึ้น ในทางที่หาการป้องกันในอนาคต ไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ความรุนแรงต่อเยาวชนและเหตุการณ์นี้ควรจะเป็นบทเรียนที่เราทุกคนหา มาตรการป้องกันในอนาคต เพื่อไม่ให้เกิดลักษณะนี้ซ้ำ ไม่ว่าจะเมื่อไรค่ะท่านประธาน โดยสรุปแล้วดิฉันขออนุญาตเน้นย้ำไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ประเด็นแรก คือการปฏิบัติต่อ เยาวชนในพื้นที่ชุมนุมควรเป็นไปตามกระบวนการที่เหมาะสมต่อเยาวชน มิใช่การปฏิบัติต่อ เยาวชนในพื้นที่ชุมนุมลักษณะเดียวกันกับผู้ชุมนุมอื่น ๆ ที่เป็นผู้ใหญ่นะคะ และประเด็นที่ ๒ คือเรื่องมาตรการป้องกันต่าง ๆ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเยาวชนในพื้นที่ชุมนุม ควรมีการพูดคุยกันอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำขึ้นอีกนะคะ โดยเฉพาะควรมี มาตรการป้องกันในมือที่สาม ในการที่เข้ามาพื้นที่ชุมนุมในช่วงที่กำลังจับกุม เพราะดิฉัน เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ไม่รู้ว่าในหรือนอกเครื่องแบบก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ในพื้นที่ชุมนุมต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ดิฉันเรียกร้องคงไม่เกินมือพวกท่านหรอกใช่ไหมคะ และสุดท้าย คือการกดดัน ติดตาม หรือคุกคามเยาวชนในพื้นที่สาธารณะ รวมถึงในสถานศึกษา ในบ้านพักค่ะ เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เกินขอบเขตของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะเราเป็นประเทศ เป็นประชาธิปไตยไม่ควรมีพฤติกรรมลักษณะนี้กับเยาวชนที่ออกมาแสดงออกถึงสิทธิของ ตนเองและเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองที่ปกป้องและคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิเด็ก ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญ ท่านอดิศร เพียงเกษ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคเพื่อไทย ผมขอขอบคุณทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ วันนี้ท่านได้แสดงความกล้าหาญของท่าน ถ้าจำไม่ผิดคนที่แถลงคน แรกเลยคงจะชื่อวสันต์ ภัยหลีกลี้ ชัดเจนครับ เราอยู่ในยุคเดียวกัน วันนี้เราจะครบ องค์ประกอบนะครับ ผมว่าน่าจะมีตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตัวแทนจาก กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มานั่งด้วย เพราะว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับสำนักงานปลัดกระทรวง หรือกระทรวงศึกษาธิการ ตกเป็นจำเลยโดยการกล่าวหา โดยการสอบสวนสืบสวนจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำหนังสือตอบบอกว่าไม่ได้คุกคาม มีการอบรมตำรวจ ที่มาดูแลการชุมนุมอย่างดี แต่วันนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตีฝ่ายเดียว ชกฝ่ายเดียว ผมเห็นด้วยในการกระทำต่อเด็ก ต้องมีวิธีการที่ทำต่อเด็กจริง ๆ ในรายงานนี้เด็กอายุเพียง ๑๒ ปี ถูกจับกุมคุมขัง ในรายงานเด็กอายุเพียง ๑๒ ปีถูกจับกุมคุมขังครับ ๑๕ ปีถูกจับกุมคุม ขังครับ อายุเหล่านี้วิธีที่จะจับกุมคุมขังเขามันแตกต่างกัน จากเด็ก ๑๘ ปี จากคนอายุ ๒๐ ปี ใช้วิธีพิจารณาความอาญาอย่างอื่นจับโดยละมุนละม่อม คนอายุ ๑๒ ปีตำรวจไปตั้งข้อหาเขา มาตรา ๑๑๒ เวลาชุมนุมผมติดตามที่สามเหลี่ยมดินแดง ผมนึกว่าเป็นสงครามจรยุทธ์ เย็นนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นที่สามเหลี่ยมดินแดง มีระเบิดไหม มีความรุนแรงอะไรหรือเปล่า มีเยาวชน ยุวชน ขี่มอเตอร์ไซค์มาหรือเปล่า มีตู้คอนเทนเนอร์หรือเปล่า วันนี้เรียกร้องอะไร ยุวชนชุมนุมที่สามเหลี่ยมดินแดงที่เป็น Case Study ข้อเรียกร้องเด็กเขาก็น่าสนใจนะครับ ซึ่งผู้ใหญ่บางคนเห็นด้วยแต่พูดไม่ได้ บอกว่าคนใหญ่คนโตมีหน้ามีตาในบ้านในเมือง เมื่อเกษียณอายุแล้วก็ยังไม่ออกจากที่พักในส่วนราชการ ข้อหาที่ยุวชนเขาเสนอผมก็ติดตาม เอ๊ะ มันก็จริงของเด็ก ไม่ว่ากองทัพเรือ กองทัพบก กองทัพอากาศ เกษียณอายุก็ยังมีบ้านอยู่ ใหญ่โตมโหฬาร เขาก็ขับไล่ แล้วก็ไปจับเด็ก ผมอายุขนาดนี้ อายุ ๑๕ ปี อายุ ๑๒ ปีคือ ลูกครับ อายุ ๑๒ ปีเขาจะมีความรอบคอบทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ แต่วิธีการที่จะไปจับกุม ลูกหลานเหล่านี้ ผมเป็นทนายความด้วย บางสถานีตำรวจจับกุมคุมขังเด็กทำเหมือนจับกุม คุมขังผู้ใหญ่ ไม่มีสหวิชาชีพ ไม่มีห้องสอบสวน ทำเหมือนกับเป็นผู้ใหญ่ ผลักเด็กไปสู่ บ้านเมตตา สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่พร้อมเรื่องนี้เลย หรือมัวแต่แย่งตำแหน่งที่จะเป็น ผบ.ตร. ต่อไป กรรมการสิทธิบอกว่า ๖๐ วันคุณต้องตอบมา ผมเลยบอกว่าวันนี้ถ้ามีตำรวจ มาโต้กับกรรมการสิทธิยอมรับไหมว่าคุณจับกุมคุมขังการชุมนุมคุณเอาเฉพาะตำรวจให้ได้ ผลงานว่าจับอย่างนั้นจับอย่างนี้ ตำรวจเป็นจำเลยครับ คนที่มาในการชุมนุมก็เป็นลูกหลาน เรานี่ล่ะครับ พลตำรวจเอาตำรวจตระเวนชายแดนมาดูแลการปราบ Mob มันยากครับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติวันนี้ดูทีวีทำไหมล่ะครับ ท่านจะเอาบทสรุปของกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ ไปปฏิบัติไหมในการจับกุมคุมขังเด็ก ท่านได้มีบุคลากรในการที่จะป้องกัน และไม่ให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น ไปพันธนาการด้วยสายพลาสติกของเด็ก เขาให้จับโดยละมุน ละม่อม เราอยู่ในสหประชาชาติ เราอยู่ในสายตาของโลก ท่านประธานครับ กล้าหาญ ชาญชัยอีกเรื่องหนึ่งของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็คือมาตรการหรือแนวทางในการ ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ในหน้า ๒๐ นะครับ ๑. ให้สภาผู้แทนราษฎรที่นี่ ท่านเสนอให้ สภาผู้แทนราษฎร เร่งดำเนินการศึกษาข้อมูลและข้อเท็จจริงในรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ ของเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดี อันเป็นผลมาจากการใช้เสรีภาพในการแสดง ความคิดเห็น การแสดงออก และเสรีภาพในการชุมนุมตั้งแต่ ปี ๒๕๖๓ เป็นต้นมา เพื่อตรากฎหมายยุติการดำเนินคดีกับเด็กและเยาวชน รวมทั้งการนิรโทษกรรมให้แก่เด็กและ เยาวชนที่ถูกกล่าวหาว่า กระทำความผิดตามกฎหมายในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อให้มี การปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ไม่เป็นภาระกับเด็กจนเกินสมควร รวมถึงมีการคำนึงถึงการปกป้อง คุ้มครองสิทธิสวัสดิภาพ และประโยชน์สูงสุดของเด็กตาม พันธกรณีของรัฐที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ให้สภานี่คือท่านสั่งสภานะครับ ผมกำลังจะปฏิบัติตามท่าน เดี๋ยวนี้กำลังจะออกกฎหมายนิรโทษกรรม เถียงกันอยู่ว่า เด็กอายุ ๑๒ ปีไปโดน ๑๑๒ อายุ ๑๕ ปี อายุ ๑๘ ปีไปโดนโดยไม่รู้เรื่องรู้ราว เป็นผ้าขาว เราจะนิรโทษให้เขาหรือเปล่า รุ่นพวกผม ผมอายุ ๑๒ ปีมาก่อน เป็นเยาวชนมาก่อน เหมือน ลูกเราครับ ลูกเราทำผิดอย่างไรก็ลูกเรา ทำอย่างไรถึงจะประคับประคองให้เขาเป็นเยาวชน เป็นคนไทยที่จะพัฒนาประเทศชาติต่อไป ท่านประธานครับ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อยากเป็นยักษ์ที่มีกระบอง ผมถามให้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คุณวสันต์ ลองตอบสิว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติตอบท่านมาอย่างไรบ้าง สำนักงานปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการตอบมาอย่างไร ผมเคยไปอยู่ที่นั่น เหมือนงูแลบลิ้นครับ ๒ ปีกว่า ผมไปให้ Slogan ว่า ครูคือนักประชาธิปไตย ไปจัดทำตำรา ๖ ตุลาคม ๑๔ ตุลาคม ขบวนการเสรีไทย สร้างประชาธิปไตยในกระทรวงศึกษาธิการ แต่ว่าในการชุมนุมที่ สามเหลี่ยมดินแดง หรือมีตู้ Container มีการผูกโบว์ขาว มันพัฒนาไปแต่ละด้านครับ เด็กเขาก็คิดอีกอย่างหนึ่ง เราอย่ามองว่าเขาผิด อย่างไรเขาก็คือลูกของเรา เราเป็นผู้ใหญ่ ต้องหาแนวทางให้เด็กเดินต่อไป เพื่อจะดูแลประเทศชาติต่อไป ผมให้กำลังใจนะครับ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เที่ยวนี้ท่านกล้าหาญมาก ท่านบังอาจสั่งสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งไม่ทราบว่าผู้แทนราษฎรเห็นตรงกันหรือเปล่า ท่านกล้าจริง ๆ แต่ไม่ทราบว่า พวกเราจะ ปฏิบัติตามท่านหรือไม่ ให้กำลังใจนะครับ นอกจากศึกษาที่สามเหลี่ยมดินแดง ท่านเคยศึกษา คนตาย ๙๙ ศพที่กรุงเทพมหานครไหมครับ ชุมนุมของคนเสื้อแดง การชุมนุมในกรณีอื่น ๆ โดยเฉพาะพวกเราชุมนุมกันปีที่อยู่แยกผ่านฟ้า แยกราชประสงค์ คนตายอยู่ข้าง ๆ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านได้ตั้งคณะกรรมการ มีการสอบสวนแบบนี้หรือไม่ มีจดหมายลงไปรษณีย์ไปให้ท่านสอบสวนหรือไม่ หรือสอบสวนเฉพาะกรณีของสามเหลี่ยมดินแดง เท่านั้นเอง จนป่านนี้ฆาตกรฆ่าคน ๙๙ ศพยังลอยนวลอยู่ครับ กรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาตินอนหลับหรือนอนตื่นครับ ฝากไว้ด้วย จึงขออนุญาตชมเชย ขอให้กรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติเป็นยักษ์ที่มีกระบอง ทวงถามตำรวจ ทวงถามสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ นิรโทษเอาอย่างไร จะยกเลิกโทษต่าง ๆ ที่ลูกหลานเรา อายุ ๑๒-๑๕ ปีให้เขาเป็นคนที่มีหลัก มีแก่นในการเดินทางต่อไปอย่างไร จึงขออนุญาตโดยสาร และทักทายคุณวสันต์ ภัยหลีกลี้ จากข้างล่างไปสู่ข้างบนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอนนี้จะขอปิดการลงรายชื่อผู้อภิปรายนะครับ ขอเชิญ ๒ ท่านสุดท้ายนะครับ เชิญท่านเชตวัน เตือประโคน ตามด้วยท่านสุเทพ อู่อ้น มีท่านไชยามพวานด้วยครับ เดี๋ยวผม Update รายชื่อสักครู่ ขออภัยครับ ผมอ่านข้ามไป เป็นท่านไชยามพวานก่อน ตามด้วยท่านเชตวัน เตือประโคน และท่านสุเทพ อู่อ้น ขออภัยครับ🔗
ขอบคุณมากครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปูอัด ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร เขตจอมทอง ยกเว้นแขวงบางขุนเทียน และแขวงบางขุนเทียนเฉพาะแขวงท่าข้าม พรรคไทยก้าวหน้าครับ เรื่องนี้ก็ต้องพูดจริง ๆ ครับท่านประธาน ต้องขอชื่นชมจริง ๆ ครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพราะว่ามีข้อหนึ่งที่ผมตั้งคำถามมาโดยตลอดก็คือ เรื่องของพื้นที่ปลอดภัย วันนี้ท่านเขียนว่า ควรจัดให้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นจากเด็กที่ เข้าร่วมการชุมนุม โดยมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมด้วย เพื่อแสวงหาทางออกร่วม และเปิดพื้นที่ในการใช้สิทธิเสรีภาพ ปราศจากความรุนแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ท่านประธานครับ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะว่าเราไม่มีพื้นที่ปลอดภัย วันนี้ก็เลยมีการตั้ง คำถามมากมายครับ ไม่ว่าจะเป็นวันนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๖๗ เรามีเยาวชนที่ ถูกดำเนินคดีไม่น้อยกว่า ๒๘๖ คน ถ้าแยกเป็นอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี ๔๓ คน อายุ ๑๕-๑๘ ปี อีก ๒๔๓ คน และถ้ารวมในคดีอาญา มาตรา ๑๑๒ เยาวชนที่อายุต่ำกว่า ๑๕ ปี ถูกดำเนินคดี ไปแล้ว ๒๐ รายกับ ๒๓ คดี ด้วยเหตุผลที่เราพูดกันอย่างนี้ครับท่านประธานว่า เราไม่มีพื้นที่ ปลอดภัยเลย วันนี้ผมตั้งใจจะมาพูดในส่วนของการ Inside ที่ผมก็มีน้อง ๆ ที่ถูกดำเนินคดี ในคดีอาญา มาตรา ๑๑๒ หรือแม้กระทั่งเป็นนักรณรงค์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานเชื่อไหมครับ น้องตอนนั้น เด็กอายุ ๑๕ ปี ถูกดำเนินคดีอาญา มาตรา ๑๑๒ แล้วหลังจากนั้นเวลากลับบ้าน ท่านประธานรู้ไหมครับเขาเจออะไรบ้าง เขาจะมีคำหนึ่ง ที่พูดกับผมเสมอคือ วันนี้ตำรวจสืบสวนโทรมาหาแล้วครับพี่ปูอัด มันเป็นแบบนี้ วันนี้ ตำรวจสืบสวนถามว่าอยู่ไหน ทำอะไรอยู่ อยู่ที่ไหนบ้าง คือตามยิ่งกว่าผู้ปกครองของเขา ตามถึงขนาดปัจจุบันก็ยังตามอยู่ ตามจนสนิทชิดเชื้อจนเหมือนเป็นพี่เป็นน้องกันเลย ตอนปัจจุบันนี้ ตำรวจสืบสวนเหล่านี้ยังคงตามติดน้อง ๆ ตั้งแต่อายุ ๑๕ ปี ๑๖ ปี ๑๗ ปี ๑๘ ปีมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แล้ววันนี้ก็ยังเป็นแบบนี้อยู่ หรือแม้กระทั่งที่เป็นเด็ก ๆ ที่ไปรณรงค์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานทราบไหมครับ เขาไปแจกแค่ใบปลิว วันนี้ จริง ๆ ตำรวจต้องมาด้วยนะ เพราะเขาคืออีก ๑ คนที่เป็นคู่ขัดแย้งในเรื่องนี้ แต่วันนี้ไม่มีใคร มาเลย ตำรวจเข้าไปคุกคามเขา แค่แจกใบปลิวก็ถามว่า ทำอะไรอยู่ เอากระดาษมาดูสิ เอาบัตรประชาชนมาดูหน่อย แล้วก็ไล่เขา เก็บโต๊ะ เก็บเก้าอี้เขาขึ้นรถตำรวจไป อายุเขาก็ ไม่ถึง ๑๘ ปี แต่เขาก็แค่อยากแสดงสิทธิเสรีภาพ เขาแค่พยายามอยากจะมีประเทศในฝัน ของเขา ประเทศที่เขาเชื่อแบบนั้น แต่สิทธิเสรีภาพแบบนั้นในอดีตที่ผ่านมาเป็นแค่เพียง วาทกรรม ต้องพูดกันตรง ๆ เพราะแค่ออกไปข้างหน้านี้ครับท่านประธาน พื้นที่เวทีในอดีต ช่วงปี ๒๕๖๓-๖๔๖๔ แค่มายืนนิดหนึ่งก็โดน พ.ร.ก. ฉุกเฉินแล้ว มีคดีอยู่ เพราะฉะนั้น มันชัดเจนแล้วครับว่า วันนี้ผมต้องชื่นชมครับ เรื่องนี้ผมอยากให้ท่านทำจริง ๆ ในเรื่อง การสร้างพื้นที่ปลอดภัย แล้วมาพูดถึงในส่วนของกลุ่มทะลุแก๊สนิดหนึ่งครับ ในตอนนั้น ก็มีการต้องใช้คำว่า ออกมาท้องถนนกันจำนวนมาก แล้วเคยมีเหตุการณ์หนึ่ง ถ้าเราย้อนกลับ ไปดูว่ามีเด็กตกจากฝ้าลงมา วันนี้ตำรวจไม่อยู่อีกแล้ว เขานี่คู่ขัดแย้งเลย ไล่เด็กจนเด็ก เขากลัว ต้องวิ่งหนี วิ่งหนี วิ่งหนี แล้วทะลุฝ้าเพดานลงมาจนต้องเข้าโรงพยาบาล ทำกับเขา เหมือนไม่ใช่คน เขาแค่พยายามอยากจะตะโกนอยากจะบอก ก็เพราะว่าเขาไม่มีพื้นที่ ปลอดภัยเลยครับท่านประธาน เขาแค่อยากจะบอกว่า เขาอยากจะเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ แบบนี้ เขามีความคิดแบบนี้ แต่ผู้ใหญ่บางคนที่บ้านอยู่ใกล้ ๆ ดินแดงไม่เคยให้เขาพูดเลย เพราะฉะนั้นท้ายที่สุด ผมคาดหวังจริง ๆ ว่า อย่าให้สิทธิเสรีภาพเป็นเพียงแค่วาทกรรม แต่รัฐต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการแสดงออกให้ได้อย่างแท้จริง และท้ายที่สุดเรื่องของ พ.ร.บ. นิรโทษกรรมให้กับคดีอาญา มาตรา ๑๑๒ นั้นต้องทำให้กับทุก ๆ คน ขอบคุณมาก ครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านเชตวัน เตือประโคน ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาลเมือง คูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเมืองลาดสวาย ผมขอร่วมอภิปรายผลการตรวจสอบ การละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีเด็กที่ออกมาใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเสรีภาพ ในการชุมนุม ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุคลากรทางการศึกษาข่มขู่คุกคาม ใช้ความรุนแรง รวมทั้ง ใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อปราบปรามการแสดงออกของเด็ก ในปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๖๔ ครับ ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณ และชื่นชมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ได้ไปทำการ ตรวจสอบเรื่องนี้และมีรายงานเล่มนี้ออกมา ขอบคุณ Amnesty ครับ ที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ ต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน จนได้ทำการร้องเรื่องนี้ต่อ กสม. ท่านประธานครับ ผลการ ตรวจสอบเล่มนี้ก็ออกมาแล้ว และก็ชัดเจนในการแสดงความเห็นเรื่องของการชุมนุมของเด็ก ในช่วงปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ นั้นว่า มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้น และก็น่าตกใจเป็น อย่างยิ่งครับว่า องค์กรหรือบุคลากรที่เป็นผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการทำข่มขู่ คุกคามใช้ความรุนแรง หรืออีกสารพัดวิธีการนั้น เป็นองค์กร เป็นบุคลากรที่เมื่อเด็กได้ยินแล้วควรที่จะรู้สึกปลอดภัย ตำรวจอย่างนี้ ครูอย่างนี้ นี่ควรเป็น สิ่งที่เด็กได้ยินชื่อเสียงเรียงนามแล้วควรจะเป็นที่พึ่งพิง ควรจะเป็นที่ปลอดภัยของพวกเขา ไม่ใช่หรือ แล้วทำไมมันกลับตาลปัตรไปหมดครับ สำหรับการอภิปรายในครั้งนี้ครับ ท่านประธาน ผมขอพูดถึงในส่วนของตำรวจ ท่านประธานจำได้ไหมครับ ในการชุมนุม ครั้งหนึ่งของเยาวชน มีเหตุการณ์ปราบปรามผู้ชุมนุมเกิดขึ้น สื่อมวลชนสามารถบันทึกคลิป วิดีโอได้ในช่วงที่เจ้าหน้าที่กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน หรือ คฝ. พูดกับสื่อว่า ขอพวกพี่สนุกหน่อยมันเต็มที่แล้ว เคยได้ยินไหมครับท่านประธาน ขอให้พวกพี่สนุกหน่อย มันเต็มที่แล้ว พร้อมกับไล่สื่อมวลชนให้กลับบ้าน แล้วจากนั้นก็กรูกันไปสลายการชุมนุมกัน อย่างสนุกมือจริง ๆ เรื่องนี้เป็นข่าวใหญ่โต เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง แต่ทว่าสิ่งที่ เกิดขึ้นก็คือเจ้าหน้าที่ก็ยังคงปฏิบัติการสลายการชุมนุมอย่างรุนแรง อย่างละเมิดสิทธิ มนุษยชน ละเมิดสิทธิเด็กต่อไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผู้ถูกร้องบอกว่า มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ชุมนุมทั้งการฝึกทบทวน และฝึกผู้ที่ไม่เคย ผ่านการฝึกอบรม รวมทั้งกำหนดแนวทางการปฏิบัติงาน ดูแลการชุมนุมสาธารณะด้วยการ จัดทำคู่มือปฏิบัติการดูแลการชุมนุมสาธารณะตาม พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดูแลการชุมนุมสาธารณะในห้วงเวลาที่ผ่านมาด้วย ในรายงานนี้ ท่านบอก นี่ฝึกอบรมแล้วหรือครับ ฝึกอบรม คฝ. กันแบบไหนผลถึงได้ออกมาเป็นแบบนี้ คุณวาฤทธิ์ สมน้อย อายุ ๑๕ ปี จากจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดไปแล้ว ผู้ชุมนุมคนนี้ถูกยิงเสียชีวิตที่ สน. ดินแดง คุณสายน้ำอายุ ๑๗ ปี ถูกยิงด้วยกระสุนยาง ๒ ครั้ง ขณะกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ชุมนุม ผู้ประท้วงรายอื่นที่บาดเจ็บระหว่างปฏิบัติการของ ตำรวจนี่ฝึกอบรมแล้วหรือครับ ยิงคนที่เข้าไปช่วยผู้ได้รับบาดเจ็บ และไม่ใช่แค่ครั้งเดียวครับ ยิงถึง ๒ ครั้ง คุณสายน้ำเล่าให้ฟังครับว่า หลังจากที่ถูกยิงเขาพยายามที่จะวิ่งหนี แต่ตำรวจ ควบคุมฝูงชนเข้ามาดักหน้าดักหลัง จับเขากดลงไปที่พื้น ถูกเตะ และใช้อะไรไม่รู้ที่เป็น ของแข็งคล้ายกระบองทุบตีเขา ค้นตัวเขาไปทั่ว และจากนั้นก็เอาสาย Cable Tie มามัดมือ ยังมีเด็กอายุ ๑๒ ปี ที่เข้าร่วมชุมนุมบริเวณแยกดินแดงถูกจับกุมโดยที่เจ้าหน้าที่ใช้กุญแจมือ พลาสติก หรือ Cable Tie พันธนาการควบคุมตัว ฝึกอบรม คฝ. กันแบบไหนไม่ทราบครับ ไม่ทราบหรือครับว่า มาตรา ๖๙ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดี เยาวชนและครอบครัว หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่า ศาลเยาวชนนั้น ห้ามมิให้ใช้เครื่องพันธนาการ ในการจับกุมเด็ก และสาย Cable Tie นี้ มีคนที่เคยโดน เขาบอกว่ามันรัดแน่น เจ็บและ ทรมานมาก ๆ นี่แค่เรื่องการสลายชุมนุมการจับกุมนะครับ ในส่วนของเด็กที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ยังมีกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐคอยติดตามสอดส่องไปจนถึงบ้าน เด็กอายุ ๑๖ ปีคนหนึ่ง ถูกตามอยู่เป็นเดือนเลย ๑ เดือนเต็ม ๆ เลย ท่านประธานครับ ทีนี้พอเรามาดูในส่วนของ ข้อกล่าวหาที่ดำเนินคดีกับเด็ก ซึ่งแค่ออกมาใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แค่ออกมา ชุมนุมนะครับ มีคดีอะไรบ้างครับ ฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ที่ประกาศตอนช่วงโควิด แล้วก็ ลากยาวครอบคลุมมาถึงเรื่องของการชุมนุมของเยาวชนด้วย มีความผิดตาม ป. อาญา ม. ๑๑๖ ยุยง ปลุกปั่น และก็มีมากมายอีกเช่นกันครับ ที่โดนข้อกล่าวหาความผิดตาม ป. อาญา มาตรา ๑๑๒ เด็กอายุต่ำกว่า ๑๘ ปีโดนคดี ม. ๑๑๒ ครับ นี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจ มากกับการใช้ข้อกล่าวหานี้กับเด็ก ซึ่งจากการสังเกตการณ์ในช่วงตลอด ๒ ปีที่มีการชุมนุม ของ Amnesty นั้น มีการนำคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์มาใช้จัดการผู้ชุมนุมประท้วง รวมถึง เด็กเพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะเน้นย้ำว่า นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ ประเทศไทยที่ใช้กฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์กับเด็กครับ นี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าภาคภูมิใจ นะครับท่านประธาน และในรายงานการตรวจสอบฉบับนี้ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ท่านเองก็มีมติว่าประเด็นการดำเนินคดีอาญากับเด็ก เนื่องจากการแสดงออก และการชุมนุมเห็นว่า ไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งผมขอขยายความต่อจากประโยคของท่าน ตามความเข้าใจของผมนะครับ แล้วท่านอาจจะ ตอบผมด้วยแล้วกันว่า ตามความเข้าใจของผม คดีอาญาทุกคดีรวมถึงความผิดเกี่ยวกับ ป. อาญา มาตรา ๑๑๒ ด้วยใช่หรือไม่ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎรของเราก็ควรได้มาศึกษามติของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในเรื่องนี้ และที่สำคัญครับ ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ที่คาดว่าจะมีการพิจารณา เพื่อออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไปนั้น ควรจะครอบคลุมถึง ความผิด ป. อาญา มาตรา ๑๑๒ ด้วย เพราะเขาถูกใช้เป็นข้อกล่าวหาดำเนินคดีในการชุมนุม กับเด็กและเยาวชนที่ผ่านมา ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสุเทพ ผมขอสลับไปที่ฝ่ายรัฐบาลก่อนนะครับ ขอเชิญท่านจาตุรนต์ ฉายแสง ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง ผมเพิ่งเสนอชื่อไปแล้วเข้าใจว่าจะพูดท้าย ๆ กว่านี้ ขออนุญาต ท่านประธานข้ามผมไปก่อน🔗
ได้ครับ ของท่านสุเทพจะเป็นท่านสุดท้ายของฝ่ายค้านแล้วนะครับ แล้วก็จะกลับมาที่ท่านจาตุรนต์ เชิญท่านสุเทพครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เครือข่าย แรงงาน วันนี้ขออนุญาตท่านประธานพูดถึงการรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ เกี่ยวกับเรื่องของที่มีการดำเนินการกับเรื่องของน้อง ๆ เยาวชนที่เกี่ยวกับการ รวมตัวในการที่จะใช้สิทธิเสรีภาพต่าง ๆ ในส่วนหนึ่งผมขออนุญาตลงไปถึงในส่วนของ พี่น้องผู้ใช้แรงงาน ผู้นำแรงงาน ซึ่งก็มีการออกมาร่วมในการใช้สิทธิ ในเรื่องของการรวมตัว นำเสนอปัญหาต่าง ๆ ตามที่รัฐธรรมนูญให้สิทธิไว้ จะเห็นได้ชัดเจน พี่น้องผู้นำแรงงาน ผู้ใช้แรงงานหลายท่านถูกดำเนินคดีในเรื่องของการมาใช้สิทธิต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้ก็มีคดีความอยู่ จำนวนมาก คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเอง ก็ควรที่จะลงไปดูแลในส่วนของพี่น้อง แรงงานที่มีการใช้สิทธิเรื่องนี้ด้วย ผมขออนุญาตต่อนิดหนึ่งครับท่านประธาน เมื่อคุยเรื่องของ แรงงานแล้ว ก็อยากจะฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่องของการจ้างงาน ขณะนี้มีปัญหามากมายที่เกิดขึ้นในการจ้างงาน ผมได้ดูรายงาน เรื่องการจ้างงานต่าง ๆ ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็ยังมีในเรื่องของการจ้าง ประเภทเหมาช่วง เหมาบริการ ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของการจ้างงาน ซึ่งเรื่องนี้ผมได้มีอภิปราย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมาในสมัยที่แล้ว ๔ ปีติดต่อกัน ในสมัยนี้ก็อีกเช่นเดิม ยังไม่เห็นมีการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องการจ้างในระบบราชการ การจ้างเหมาช่วง เหมาบริการ แล้วก็ในรายงานก็ยังมีเรื่องของงบประมาณที่ตั้งกันไว้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ละครับ นั่นก็คือความมั่นคงของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ดังนั้นพอเรามีการกดทับในเรื่องของสิทธิก็ออกไป ต่อสู้ร่วมกับพี่น้องเยาวชนต่าง ๆ ในเรื่องสิทธิและเสรีภาพ ผลักดันเรื่องกฎหมาย แม้กระทั่ง เรื่องของการไม่ได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งก็มีปัญหามากมาย อยู่ในขณะนี้ มีการปิดกิจการ เลิกจ้าง ไม่จ่ายค่าชดเชย แม้กระทั่งกระทรวงแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานออกคำสั่งแล้ว ก็ยังไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย สิ่งเหล่านี้ ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติควรที่จะลงไปดูแลด้วยเช่นกัน นอกเหนือจาก รายงานที่มีตรงนี้ ผมจึงขออนุญาตฝากท่านประธานไปถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ และเรื่องที่อยากเห็นในเรื่องการคุ้มครองเกี่ยวกับเรื่องการขยายสิทธิการรวมตัว ขณะนี้กฎหมายที่จะล้อกับรัฐธรรมนูญ โดยรัฐธรรมนูญเขียนไว้ ให้ประชาชนมีสิทธิรวมตัวกัน เป็นสมาคม เป็นสหกรณ์ เป็นสหภาพแรงงาน แต่ตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ กฎหมายเรื่องของการ รวมตัวเป็นสหภาพแรงงาน ขณะนี้มีการรวมตัวได้เพียง ๑ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ เท่านั้นเอง แล้วสิทธิเหล่านี้ของพี่น้องแรงงานไม่สามารถรวมตัวกันได้ เนื่องจากเงื่อนไขกฎหมาย ไม่เอื้ออำนวยให้ล้อกับอนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๘๗ และฉบับที่ ๙๘ ซึ่งประเทศไทยก็เข้าร่วม มากกว่า ๑๐๐ ปี ยังไม่มีการเข้าถึงอนุสัญญา ฉบับที่ ๘๗ และฉบับที่ ๙๘ อนุสัญญา ฉบับที่ ๘๗ ว่าด้วยเรื่องสิทธิการรวมตัว อนุสัญญาฉบับที่ ๙๘ ว่าด้วยเรื่องการเจรจาต่อรอง ถึงทำให้ปัญหาพี่น้องแรงงาน ซึ่งขณะนี้ถ้าอยู่ในระบบ ๑๐ กว่าล้านคน ยังไม่มีสิทธิ การรวมตัว รวมทั้งพี่น้องแรงงานนอกระบบ มอเตอร์ไซค์วิน แท็กซี่ หาบเร่ แผงลอย ชาวไร่ ชาวนา เกษตรกร และงานในสมัยใหม่คืองานเป็น Platform Rider นวดต่าง ๆ ซึ่งขาดโอกาส ในสิทธิการรวมตัว จะเห็นได้ว่าปัญหาเหล่านี้เมื่อมีปัญหา ไม่ว่า Rider มีการรวมตัวกัน เพื่อที่จะเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ก็ถูกกีดกันด้วยเรื่องกฎหมาย การรวมตัวบนท้องถนน ต้องขออนุญาตต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติควรที่จะลงไปดูเรื่อง ของตัวบทกฎหมายที่กีดกันสิทธิการรวมตัวกันของพี่น้องแรงงานด้วย นี่คือสิ่งที่อยากจะ ฝากกับท่านประธาน และสะท้อนไปถึงเรื่องของความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น เห็นได้ชัดเจน อีกประเด็นหนึ่ง พี่น้องแรงงานที่มีการติดตามในเรื่องของการเมือง พรรคการเมืองมีการ หาเสียงเรื่องของค่าจ้าง เรื่องของการจะจัดระบบสวัสดิการต่าง ๆ ให้กับพี่น้องแรงงาน ซึ่งเรื่องนี้เป็นการหาเสียงจนให้พี่น้องแรงงานได้มีการออกไปใช้สิทธิในการเลือกตั้ง แต่ผ่านมา ระบบการหาเสียงกับพี่น้องแรงงานไว้ไม่ถูกนำไปปฏิบัติจริง และมีการกดทับในหลาย ๆ เรื่อง แม้กระทั่งเรื่องของการที่จะเพิ่มประชากร ซึ่งขณะนี้ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติคงทราบดีว่า ประเทศไทยเราเข้าสู่วัยผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ วัยทำงานน้อยลง วัยแรกเกิดน้อยลง สิทธิการลาต่าง ๆ ยังไม่ขยายให้เกิดการที่จะมีการขยายเรื่องการมีบุตร🔗
สุดท้ายอีกเรื่องสำคัญเลยนะครับ วันนี้ประเทศไทยเราต้องประกาศดัง ๆ ว่า เราจะขาดพี่น้องแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะ ๓-๔ สัญชาติที่มาใช้กำลังแรงงานในประเทศไทย ที่กฎหมายไทยเรียกว่า แรงงานต่างด้าว ขณะนี้โดนคุกคามอย่างหนักในเรื่องของการที่มี การเรียกรับผลประโยชน์ในการที่จะใช้ช่องทางฉ้อฉล ซึ่งผมเชื่อได้ว่าข้อมูลเหล่านี้เราได้ มีการสะท้อนผ่านไปคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสายแรงงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนำเสนอเป็นเอกสาร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดการอบรมข้อมูล ซึ่งสื่อสารไปในเรื่องสิทธิที่โดนกระทำ และพี่น้องคนไทยที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ก็มีปัญหา อย่างเห็นได้ชัดเจนการที่คนไทยไปเก็บผลไม้ Berry ที่ประเทศสวีเดน และประเทศ ฟินแลนด์ก็ถูกเอารัดเอาเปรียบ ทั้ง ๒ เคสนี้เข้าข่ายการค้ามนุษย์ ซึ่งผมต้องการฝาก ท่านประธานไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า ถ้าขณะนี้คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติได้ทำการรายงาน เรื่องของการรวมตัวของเยาวชนแล้วก็ฝากไปถึง การรวมตัวของพี่น้องประชาชนชั้นแรงงาน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ด้วย รวมทั้งพี่น้องแรงงาน ข้ามชาติที่เราจำเป็นต้องใช้เขาในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศไทยให้ได้รับการคุ้มครอง ดูแลจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วยครับ🔗
ขอเชิญ ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ รับทราบ การแจ้งผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ความจริงเดิมทีก็คิดว่ามีท่านสมาชิกจากพรรคเพื่อไทยหลายท่านได้พูดไปแล้ว ก็คิดว่าอาจจะ ไม่น่าจะต้องพูดอะไรอีก แต่ว่าหลังจากที่ได้ฟังการอภิปราย และได้อ่านรายงานก็มีความรู้สึกว่า ควรจะพูดเรื่องที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อไป ทั้งต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนอื่นก็กราบเรียนว่า รายงานนี้เรื่องที่เสนอต่อสภา ผู้แทนราษฎรของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับนี้ถือว่าน่าจะเป็นฉบับที่นับได้ว่า เป็นประวัติศาสตร์ เป็นฉบับประวัติศาสตร์เพราะว่าเป็นความก้าวหน้าอย่างมากของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ผมพูดนี้ไม่ได้หมายถึงเป็นความก้าวหน้าของคณะ ชุดนี้เท่านั้น แต่หมายถึงว่าในการทำงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ผ่าน ๆ มาก็น่าจะหลายชุดแล้ว โดยเฉพาะทำงานกันในช่วงที่บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย ประชาชนไม่มีสิทธิเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนมักไม่ค่อยได้รับการคุ้มครอง คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติของประเทศไทยเรา ทำงานต่ำกว่ามาตรฐานสากลมาโดยตลอด ไม่เป็นที่ยอมรับของสากล ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติระดับที่เป็นทวีปก็ดี ระดับโลกก็ดี ครั้งนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสามารถจะเสนอผลการตรวจสอบ และทำความเห็นมาได้อย่างตรงไปตรงมา เป็นการเคารพต่อหลักการสิทธิชุมชน เป็นการ เคารพต่อสิทธิของเด็กตามอนุสัญญา และตามกฎหมายของประเทศไทยเราเอง อันนี้ก็ต้อง ขอแสดงความชื่นชมต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไว้ในโอกาสนี้🔗
ท่านประธานครับ เนื่องจากผมใช้เวลาเพียงสั้น ๆ ด้วย ก็จะไม่ยกตัวอย่าง หรือกรณีที่เกิดขึ้นที่นำมาประกอบรายงานนี้อีกแล้ว เพราะว่าในรายงานนี้มีความสมบูรณ์ อย่างมาก คือท่านได้รายงานให้เห็นว่ามีผู้มาร้องว่า มีการละเมิดสิทธิเด็ก มีการจับกุม ดำเนินคดีต่อเด็กจำนวนมาก โดยองค์กรที่มาเสนอข้อเท็จจริง ท่านก็รายงานว่ามีองค์กรอะไร มารายงานบ้าง มีโครงการ Shine in Mob โครงการ Mob Data Thailand มีรายงานของ iLaw มีรายงานของศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน ท่านก็เล่าไปตามที่เขาเล่ามา ข้อเท็จจริง เหล่านี้ถ้าลงท้ายแล้ว ถ้าท่านจะบอกว่า ข้อมูลเหล่านี้ก็ฟังมาแล้ว แต่เห็นเป็นอีกอย่างหนึ่ง เราก็จะรู้สึกว่าอันนั้นก็จะเหมือนคณะกรรมการเมื่อหลาย ๆ ปีก่อนอาจจะทำอย่างนั้นได้ แต่ว่าท่านได้ทำความเห็น ซึ่งความเห็นของคณะกรรมการ ข้อค้นพบของคณะกรรมการ ก็เท่ากับว่า ยืนยันว่าข้อร้องเรียนของหน่วยงานต่าง ๆ ข้อค้นพบของหน่วยงานที่เขาทำงาน ด้านสิทธิมนุษยชน หรือสิทธิของเด็ก มีข้อเท็จจริงที่เป็นความจริงเป็นจำนวนมาก ท่านมี ความเห็นเรื่องการใช้เครื่องมือควบคุมฝูงชน หลายกรณีไม่ปฏิบัติตามหลักการการใช้ เครื่องมือควบคุมฝูงชน หลายกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังเกินกว่าเหตุในการจับกุมผู้ชุมนุม ที่เป็นเด็ก การจับกุมผู้ชุมนุมที่เป็นเด็ก หลายกรณีพบการใช้สายรัดพลาสติก ซึ่งหลายท่าน พูดเพิ่มเติมไปแล้วด้วย พบการควบคุมเด็กปะปนรวมกับผู้ใหญ่ ไม่แยกพื้นที่ พบการควบคุมเด็กที่เข้าร่วมการชุมนุม หลายกรณี เช่น การติดตามการใช้ชีวิตประจำวัน การถูกสืบค้นประวัติและการนำไปเผยแพร่ บนสื่อสังคม Online ความเห็นเหล่านี้เป็นความเห็นที่เป็นการยืนยันว่าที่เราได้ยินมา ที่เด็ก มาร้องเรียนบ้าง องค์กรต่าง ๆ ร้องเรียน ท่านก็พบ มีการแสวงหาข้อเท็จจริงของพนักงาน เจ้าหน้าที่ ก็พบปัญหาอย่างมาก เสร็จแล้วสุดท้ายครับ การแสวงหาข้อเท็จจริงเหล่านี้ นอกจากพบเรื่องของตำรวจ ผู้เกี่ยวข้องแล้วก็ยังมีการพบปัญหาที่เกิดในส่วนที่เป็น สถานศึกษา ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งในรายงานนี้อาจจะบอกว่า ทางศูนย์ความปลอดภัย ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการก็บอกว่า ไม่ค่อยมีคนมาร้องเรียน แต่ถ้าดูจริง ๆ จากรายงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการร้องเรียนของเด็กที่ร้องเรียน ต่อภายนอก คือไม่ได้ร้องเรียนโดยตรงต่อศูนย์ความปลอดภัยของกระทรวงศึกษาธิการ ก็ยัง พบว่า มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพของเด็กอยู่เป็นจำนวนมาก ก็ยังดีที่กระทรวงศึกษาธิการ มีหนังสือสั่งการไปเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้สถานศึกษาอาจจะลดพฤติกรรมหรือหาทางป้องกัน ไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิเสรีภาพลงมาบ้าง และที่สำคัญครับท่านประธาน ผมขอเวลาอีก นิดเดียวก็คือว่า สิ่งที่จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ก็คือข้อเสนอที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติได้เสนอเป็นนโยบาย เป็นแนวทางมาตรการ ซึ่งท่านเสนอต่อทั้งสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ เสนอต่อทั้งกระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็ยังมีเสนอมาตรการมายังสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ รายละเอียดผมคงไม่กล่าวแล้วนะครับ เวลาก็เหลือจำกัดมากแล้ว ข้อเสนอต่าง ๆ เหล่านี้จะเกิดผลเป็นจริงหรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎรก็คงจะต้องช่วยติดตาม เพราะว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีเรื่องที่ต้องไปปรับปรุงมากมาย และท่านก็ได้กรุณา ทำเป็นข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมชัดเจน จะทำตามหรือไม่ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญว่าเด็ก ๆ จะได้รับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพหรือไม่ กระทรวงศึกษาธิการจะไปทบทวน จะไปเพิ่ม มาตรการหรือไม่ ก็เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะว่าการละเมิดสิทธิเสรีภาพของเด็กใน สถานศึกษานี้เกิดขึ้นมากจริง ๆ ดังที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้ค้นพบแล้ว นอกจากนั้นยังมีการเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเร่งดำเนินการศึกษาข้อมูล และข้อเท็จจริง ในรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ของเด็กและเยาวชนอันเป็นผลจากการใช้เสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพในการชุมนุม เพื่อที่จะมีการนำไปพิจารณาเกี่ยวกับ การทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านประธานที่เคารพครับ สมาชิกบางท่านอภิปรายในวันนี้ ส่วนใหญ่แล้วก็เห็นปัญหา แล้วก็เห็นดีกับข้อเสนอของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ บางท่านอาจจะพูดด้วยความเป็นห่วงบ้านเมือง บางท่านอาจจะพูดแล้วโยงไปถึงข้อหาที่เด็ก ถูกตั้งบ้าง พฤติกรรมของเด็กบ้าง แล้วก็อาจจะรู้สึกว่า พฤติกรรมอย่างนี้คนฟังเร็ว ๆ อาจจะ รู้สึกว่าถ้ามีพฤติกรรมอย่างนี้ ก็สมควรจะถูกดำเนินการ แต่ต้องขอบคุณคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ ท่านไม่ได้มองปัญหาแบบนั้น เขาจะมีพฤติการณ์อย่างไร เขาจะถูก ตั้งข้อหาอะไร ฟังแล้วน่ากลัว ฟังแล้วไม่น่าจะดีต่อบ้านเมือง แต่หลักของท่านคือใครก็ตาม ที่ยังไม่ถูกตัดสินว่ากระทำผิดไปแล้ว ท่านต้องให้การคุ้มครอง ท่านเห็นว่าทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจะต้องให้การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ให้การคุ้มครองให้เขาได้รับความยุติธรรม ในกระบวนการ และโดยเฉพาะเป็นเด็กไม่ควรถูกดำเนินการเกินกว่าเหตุ และไม่ได้สัดส่วน ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมดังที่ผมกล่าวไปแล้ว ก็อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่า สมาชิกบางท่านอาจจะเป็นห่วงในบางแง่มุม แต่สุดท้ายแล้วเรื่องสำคัญที่เราต้องพิจารณาครับ ไม่ว่าเด็กจะไปทำข้อหาอะไร ก็จะมีการ ดำเนินคดีอะไรกันไปตามกฎหมาย เพียงแต่ว่าการดำเนินคดีตามกฎหมายนั้นควรจะ เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ได้รับการคุ้มครองสิทธิ และได้รับความยุติธรรม ตรงนี้ คือเรื่องที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าใจอย่างดี และทำข้อเสนอมาที่เป็น ประโยชน์อย่างมาก ผมจึงขอถือโอกาสนี้ขอบคุณที่ท่านส่งรายงานมายังสภาผู้แทนราษฎร และที่เป็นรายงานที่ดี และจะเป็นประโยชน์ต่อไป และสภาผู้แทนราษฎรก็คงจะร่วมมือ กับท่านในการที่จะติดตามให้ข้อเสนอของท่านที่เสนอไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ถูกนำไปปฏิบัติ จริง ๆ เพื่อที่เราจะได้ลดปัญหาให้น้อยลง การมีความยุติธรรม การคุ้มครองเด็ก ผู้ที่ควรจะ ได้รับการคุ้มครองเกิดขึ้น นั่นละครับจึงจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม เป็นประโยชน์ทำให้สังคม อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข อย่างเป็นปกติสุข ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณมาก คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีอะไรจะชี้แจงเพิ่มเติม เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิก ที่ได้กรุณาให้ความเห็น ได้ให้ข้อสังเกต คำแนะนำ รวมถึงคำชมเชยกับรายงานของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในครั้งนี้นะครับ ก็จะขออนุญาตรับข้อสังเกต คำแนะนำไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปครับ ผมอยากจะขออนุญาตนำเรียนเพิ่มเติม อีกเล็กน้อยครับว่า รายงานการตรวจสอบฉบับนี้ เราเน้นหนักในเรื่องของการชุมนุมของเด็ก และเยาวชน อาจจะไม่ได้ครอบคลุมในบางประเด็น แต่ว่าประเด็นอื่น ๆ ทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้มีการพิจารณา อาจจะแยกต่างหากออกไป ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ คุณวาฤทธิ์ สมน้อย หรือกรณีของคุณมานะ หงษ์ทอง หรือว่าการชุมนุมทางการเมือง ก่อนหน้าโน้นนะครับ🔗
ประการต่อมา อยากจะเรียนนะครับว่า ระหว่างที่ดำเนินการตรวจสอบ โดยให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายนะครับ รับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริง คำชี้แจงจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนะครับ ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็ได้ดำเนินการในเชิงของการแก้ไขปัญหาไปก่อนด้วยนะครับ เนื่องจากว่ากว่าแรงงานจะออก บางทีอาจจะช้าได้ เราก็มีการจัดเวที เพื่อที่จะหาทางออกร่วมกันนะครับ อย่างเวทีที่สำคัญ ก็จะเป็นเวทีเรื่องสิทธิเด็กในสถานการณ์การชุมนุม ซึ่งก็ได้เชิญทั้งภาครัฐ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ได้เชิญทั้งภาคประชาสังคม แล้วก็หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนของภาคประชาสังคม มาร่วมปรึกษาหารือกัน แล้วก็มีข้อเสนอแนะนะครับ ซึ่งข้อเสนอแนะหนึ่งที่สำคัญ ก็คือเรื่อง ของพื้นที่ปลอดภัย แล้วก็หลักประโยชน์สูงสุดของเด็กและเยาวชน นอกจากนั้นก็พยายาม ที่จะมีเวทีในการหาทางออก โดยเฉพาะการชุมนุมที่สามเหลี่ยมดินแดง เราก็ร่วมมือกับมูลนิธิ ผสานวัฒนธรรม แล้วก็ Thai PBS จัดเวทีตรงนี้เพื่อที่จะหาทางออกให้กับสถานการณ์ด้วย นะครับ ระหว่างที่รอผลของรายงานการตรวจสอบชิ้นนี้ออกมา จะขออนุญาตเรียนเพิ่มเติม ครับว่า ในการตรวจสอบเราก็เน้นไปที่ประเด็นที่มีการร้องเรียนเป็นหลักนะครับว่า มีการ ละเมิดสิทธิของเด็กและเยาวชนหรือไม่อย่างไรนะครับ อย่างไรก็ตามโดยหลักการแล้ว เราก็เห็นด้วยกับที่หลายท่านพูดนะครับว่า เวลาเราพูดถึงมิติของสิทธิมนุษยชนก็จะต้องนึกถึง สิทธิในวงกว้าง คือสิทธิของผู้ชุมนุม สิทธิของผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบ แล้วก็สิทธิของ ผู้อื่นด้วย ในบางรายงานเราก็จะมีข้อเสนอแนะไปถึงผู้ที่ชุมนุมโดยตรงด้วยนะครับ🔗
ถัดมาครับ ก็อยากจะขออนุญาตเรียนว่า หลังจากที่รายงานเราออกมาแล้ว ก็ได้มีการเสนอแนะไปยังหน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็มีการติดตามรายงานด้วย ถ้าทางสภา ผู้แทนราษฎรจะกรุณาช่วยติดตามอีกทางก็จะเป็นพระคุณนะครับ จากการติดตามเบื้องต้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งก็ไม่ใช่คู่กรณีกับเรานะครับ เพราะว่าเราให้ความเป็นธรรม กับทุกฝ่ายแล้วก็รับฟัง ทางตำรวจแห่งชาติก็ได้ตอบรับข้อเสนอแนะที่เราได้เสนอไป แล้วก็ได้ มีการกำชับให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนำข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติไปปฏิบัติ แล้วก็ไปแก้ไขเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นในอนาคต เราคุยกับ ทาง พม. ด้วยนะครับ เกี่ยวกับเรื่องการเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ รวมทั้ง กระทรวงศึกษาธิการที่จะเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้กับเด็กและเยาวชน ในส่วนของ กสม. เอง ก็ได้มีการทำวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องคู่มือการชุมนุม แล้วก็อยู่ระหว่างการที่จะเผยแพร่คู่มือ การชุมนุมออกมา เพื่อที่จะเป็นคู่มือให้กับทุกส่วนที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณาแล้วก็ไปปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของตำรวจ ของทางสื่อมวลชน ของทางเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งในส่วนของผู้ชุมนุมเองนะครับ ก็คิดว่าจากปัญหาการชุมนุมที่ผ่าน ๆ มา ผมเชื่อว่า ทุกท่านก็คงเห็นตรงกันว่า เราคงไม่มีใครอยากเห็นการบาดเจ็บหรือสูญเสีย แล้วก็ควรจะมี บทบาทในการที่จะช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น ซึ่งทาง กสม. เองก็พยายามที่จะทำรายงาน ฉบับนี้ให้รวดเร็ว แล้วก็ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แล้วก็ให้ข้อเสนอแนะเป็นข้อเสนอแนะ ในเชิงนโยบายด้วยนะครับ ในเชิงกฎหมาย ในเชิงนโยบาย แล้วก็ในเชิงการแก้ไขปัญหาในเชิง ระบบนะครับ🔗
เรื่องเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมนะครับ ผมคิดว่าท่านจาตุรนต์ ฉายแสง ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้พูดถึงในช่วงท้ายก็ชัดเจนนะครับ คือเราพูดในหลักการ เรื่องการ ดำเนินคดีกับเด็กและเยาวชน บางทีก็จะเป็นการสร้างภาระให้กับเด็กและเยาวชนเกินสมควร แก่เหตุ อย่างไรก็ตามเรื่องความผิดต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องที่จะต้องพิสูจน์กัน แต่ในทางการเมือง เราก็จะเห็นได้ว่าสังคมไทยก็ผ่านการนิรโทษกรรม เพื่อที่จะมีการเยียวยาบาดแผลที่เกิดขึ้น ในอดีตมาอยู่บ้างแล้ว และคราวนี้ผมก็เชื่อว่าสภาแห่งนี้ก็จะเป็นเวทีที่สำคัญในการที่จะแก้ไข ปัญหาในเรื่องการนิรโทษกรรมความขัดแย้งทางการเมือง การชุมนุมทางการเมืองที่มีมา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๙ มาจนถึงปัจจุบันนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ทาง กสม. เองก็มีข้อเสนอแนะ ในเชิงหลักการ เรื่องการนิรโทษกรรมมาที่สภาผู้แทนราษฎร แล้วก็วุฒิสภาเป็นการเฉพาะ เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ด้วยครับ ก็ขออนุญาตนำเรียนที่ประชุมและขออนุญาต กราบขอบพระคุณทุกท่านอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ🔗
กราบขอบพระคุณ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ เมื่อได้มีการชี้แจงและอภิปรายจบแล้ว ไม่มีผู้ใดติดใจ อีกนะครับ ผมก็ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ประทานโทษครับ ท่านจาตุรนต์จะขออภิปรายเพิ่มเติม เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ บังเอิญว่าทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้กล่าวถึงผม ซึ่งไม่ใช่เป็นพาดพิงเสียหายอะไรเลย แต่ว่าเป็นประเด็น ที่ผมคิดว่าควรจะพูดต่อเนื่องเล็กน้อย เพื่อเป็นข้อเสนอไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติด้วยก็คือว่า ท่านได้พูดถึงในข้อ ๔.๕.๒ (๑) ที่เป็นเรื่องที่ผมพูดไปว่า ท่านได้เสนอ มาให้สภาผู้แทนราษฎรเร่งดำเนินการศึกษาข้อมูลและข้อเท็จจริงในรายงานเกี่ยวกับ สถานการณ์ของเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดี โดยย่อ แล้วก็บอกว่า เพื่อตรากฎหมายยุติ การดำเนินคดีกับเด็กและเยาวชน รวมทั้งการนิรโทษกรรมให้เด็กและเยาวชนที่ถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดตามกฎหมายในช่วงเวลาดังกล่าว ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่ท่านทำมาตรงประเด็น เพราะว่าท่านศึกษาเรื่องในช่วงเวลาหนึ่ง แล้วท่านก็เสนอมาว่า อยากให้สภาผู้แทนราษฎร ศึกษา สภาผู้แทนราษฎรก็กำลังมีคณะกรรมการศึกษาเรื่องนิรโทษกรรม แต่ผมอยากจะ ฝากว่า ความจริงในเรื่องที่เกี่ยวกับเด็ก ในเรื่องที่เกี่ยวกับจะยุติการดำเนินคดีกับเด็กและ เยาวชน รวมทั้งนิรโทษกรรม บางทีอาจจะต้องการความกรุณาจากท่านในการศึกษาพิจารณา เรื่องและกรณีต่าง ๆ ที่อยู่นอกช่วงเวลานี้นะครับ เพราะว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่มีการร้อง แต่ว่าเรื่องที่เป็นปัญหามันมีกว้างกว่านี้ ในช่วงเวลาที่กว้างกว่านี้ ซึ่งก็ยังอยู่ในขอบเขตอำนาจ หน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอยู่ดีนะครับ อันนี้ก็จะทำให้เป็นประโยชน์ ต่อการแก้ปัญหาต่อไป และจะเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหมายความว่าสภาผู้แทนราษฎรต่อไปจะพิจารณาดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกันนี้ ก็จะได้นำข้อค้นพบ หรือความเห็นของท่านไปเป็นประโยชน์ต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติจะเพิ่มเติมอะไรไหมครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ก็ขอรับข้อเสนอนะครับ คือจริง ๆ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ตรวจสอบเรื่องการชุมนุมหลายครั้ง หลายกรณีด้วยกันนะครับ ในช่วงการชุมนุมใหญ่ ปี ๒๕๕๓ ก็มีรายงานออกมานะครับ อาจจะออกมาล่าช้าตรงโน้น แต่ว่าก็มีรายงานอยู่ ในช่วงปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ ในช่วงปี ๒๕๖๓ ในช่วงปี ๒๕๖๔ รายงานพวกนี้ก็จะเป็นภาพรวม ภาพใหญ่ เพียงแต่ว่ากรณีนี้จะเป็นเรื่องเด็กและเยาวชน แล้วก็มีข้อเสนอแนะในเชิง นิรโทษกรรมด้วย แต่ว่าทางกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็มีข้อเสนอแนะในเรื่องการ นิรโทษกรรมเป็นการเฉพาะด้วย ลงนามโดยท่านประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ก็มีข้อเสนอในแง่ของหลักการการนิรโทษกรรม อันนี้ก็จะ ขออนุญาตนำเรียนเพื่อที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะได้กรุณาใช้ประกอบการพิจารณา ด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม อดิศร ครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม อดิศร เพียงเกษ ต้องขอกราบขอบพระคุณทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ผมได้ยิน คำพูดว่า กำลังศึกษากรณีชุมนุมปี ๒๕๕๓ ใช่ไหมครับ ไม่ทราบว่าจะเสร็จเมื่อไร จะส่งเข้า สภาเมื่อไร เพราะว่าวิญญาณของผู้เสียสละชีวิตร้องอยู่ทุกวันครับ เรียกร้องหาความยุติธรรม ตาย ๙๙ ศพ โดยหาฆาตกรไม่ได้ ผมว่ามีแต่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเท่านั้นที่จะเป็น ยักษ์ที่มีกระบอง ถ้าทำรายงานแบบรายงานวันนี้ ผมว่างบประมาณขอมาเยอะ ๆ กว่านี้ เลยครับ ทางสภาจะให้ท่านไปทำการวิจัยและการสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ให้มาก ขอกราบ ขอบพระคุณครับ รออยู่นะครับ คนเสื้อแดงรออยู่นะครับ ๙๙ ศพ วิญญาณเขาครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านจะเพิ่มเติม เชิญครับ ได้ครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านอดิศร เพียงเกษ รายงานการชุมนุม ปี ๒๕๕๓ ทาง กสม. ชุดที่ ๒ ได้ออกมาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๖ จะขออนุญาตส่งรายงานมาเพื่อใช้ประกอบ แต่ว่าไม่ได้นำเรียนที่ประชุมใหญ่แห่งนี้ เนื่องจากว่าอาจจะไม่ได้มีข้อเสนอแนะมาที่สภาเหมือนกับกรณีนี้ คือกรณีนี้มีข้อเสนอแนะ มาที่สภาผู้แทนราษฎร เราก็เลยส่งรายงานมาที่สภาแล้วก็มีการบรรจุวาระ แล้วก็มาชี้แจง แต่ว่ารายงานอื่น ๆ จะเสนอตรงไปที่รัฐบาลบ้าง หรือว่าหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม อดิศรครับ ผมขอนิดหนึ่ง🔗
เชิญครับ🔗
ผมขอให้ส่งมาแบบที่สามเหลี่ยม ดินแดงได้ไหมครับ ปี ๒๕๕๓ มันมีการสูญเสีย มีทั้งคนที่เกี่ยวข้องเยอะแยะนะครับ ขอกราบ ขอบพระคุณล่วงหน้านะครับ ที่สภารู้จักที่อยู่ใช่ไหมครับ ส่งมาแบบที่อยู่เดิมนั่นละครับ ขอบคุณครับ🔗
อันนี้หมายความว่า คุณอดิศรจะให้ส่งมาที่สภา แต่ไม่ใช่เป็นการรายงานอย่างข้อเสนอในวันนี้ คือหน่วยงาน ที่ ๑๕๙/๒๕๖๖ เข้าใจตรงกันไหมครับคุณอดิศร🔗
คือถ้าได้มีการอภิปรายอย่างนี้ ก็จะเป็นการสมบูรณ์แบบ🔗
ส่งครับ เมื่อสักครู่ทางกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติบอกว่า รายงานเสร็จแล้ว แต่ก็ส่งไปที่ หน่วยงานโดยตรง ไม่ได้ส่งมาที่สภา อันนี้ทางกรรมการบอกว่า จะส่งมาที่สภาใช่ไหมครับ จะส่งรายงานซึ่งเสร็จแล้ว แต่ไม่ได้แจ้งมาสภาเพื่อให้ที่ประชุมสภารับทราบใช่ไหมครับ เข้าใจตรงกันนะครับ เดี๋ยวจะส่งมา ส่วนว่าทางท่านอดิศรจะเอารายงานนั้นใช้อย่างไร ก็อีกเรื่องหนึ่งนะครับ อยากเสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเสนอมาเพื่อให้ ที่ประชุมรายงานอภิปรายอย่างนี้ ก็แล้วแต่ แต่ขั้นตอนนี้ก็ถือว่าจบรายงานรับทราบผล การตรวจสอบละเมิดสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ ๑๕๙/๒๕๖๖ ถือว่าที่ประชุมนี้รับทราบแล้ว นะครับ ก็ถือว่าจบการประชุมในวาระที่ ๒.๑ ขอบคุณคณะกรรมการทุกท่านครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือ ระหว่างเปลี่ยนระเบียบวาระครับ เรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคก้าวไกล ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ขออนุญาตถาม ท่านประธานสักเล็กน้อยเกี่ยวกับการบรรจุวาระญัตติครับ เพราะว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางผู้นำฝ่ายค้านได้มีการยื่นญัตติไป ๑ ญัตติเป็นญัตติด่วนครับ โดยอาศัยตาม ข้อ ๕๐ และ ข้อ ๕๑ เพราะเห็นว่า เป็นเรื่องเร่งด่วน และเกี่ยวพันกับความสงบเรียบร้อยศีลธรรมอันดี ของประชาชน ความมั่นคงของประเทศ แล้วก็ให้ทางประธานสภาเป็นผู้รับหนังสือ แล้วก็บรรจุเป็นญัตติด่วน แต่ว่าในญัตติดังกล่าวที่เป็นเรื่องของการขอตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อศึกษาการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีตรวจสอบการกระทำของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกรัฐสภาในการดำเนินการทางนิติบัญญัติ ตามคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๓/๒๕๖๗ และคำวินิจฉัยอื่น ๆ ไปเป็นเรื่องเสนอใหม่ที่ ๖.๖ ซึ่งไม่ได้ เข้าไปอยู่ในเรื่องที่เป็นเร่งด่วน แล้วก็ยังไม่มีการชี้แจงกลับมาว่า ทำไมถึงไม่ได้เป็นญัตติด่วน ทั้งที่เป็นเรื่องที่น่าจะเกี่ยวข้อง แล้วก็สัมพันธ์กับการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรทุกคน รวมถึงสมาชิกรัฐสภาด้วย ดังนั้นในวาระนี้ผมเองก็เป็นคนที่ไปร่วมกับทางท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในการยื่นหนังสือกับยื่นญัตตินี้กับทางท่านประธาน จึงอยากจะขอสอบถามทางท่านประธาน ถึงเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนที่จะบรรจุเป็นญัตติด่วน แล้วเหตุใดจึงไม่ได้เป็นญัตติด่วนครับ ท่านประธาน ขอหารือเรื่องนี้ครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เนื่องจากการเสนอญัตติโดยสมาชิกสภานั้น ทางสภาโดยผมได้มอบหมายให้ท่านรองพิเชษฐ์ เป็นผู้พิจารณาบรรจุระเบียบวาระตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งท่านรองพิเชษฐ์ก็ต้องมีคณะกรรมการ กลั่นกรองฝ่ายกฎหมายดูว่า ญัตติที่เสนอมานั้นเข้าเกณฑ์ที่จะเป็นญัตติด่วนได้หรือไม่ อย่างไร เพราะทุกญัตติที่เสนอมาจะบรรจุเป็นด่วนหรือไม่ด่วนนั้น มันมีหลักเกณฑ์ในข้อบังคับอยู่ว่า อะไรจะเป็นเรื่องด่วน อะไรไม่เป็นเรื่องด่วน ส่วนใหญ่สมาชิกเสนอมาก็มักจะขอเป็นเรื่องด่วน แต่ถ้าเป็นเรื่องด่วน ซึ่งมีหลักเกณฑ์อยู่นะครับ ซึ่งฝ่ายกฎหมายต้องประชุมกันแล้วเสนอ ถ้าเป็นเรื่องด่วนก็ต้องบรรจุด่วน แต่ถ้าเสนอมาเป็นเรื่องด่วนแต่ยังไม่เข้าหลักเกณฑ์ เป็นเรื่องด่วน ก็ต้องบรรจุเป็นญัตติปกติทั่วไป เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับ เรียนท่านประธาน ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ พรรคก้าวไกล จังหวัดระยอง ในทางวิปฝ่ายค้าน ในข้อบังคับ ข้อ ๕๑ ระบุว่า ให้เป็นอำนาจของประธานสภาที่จะวินิจฉัยว่าญัตติใดเป็นญัตติด่วนหรือไม่ รับทราบครับ ที่ทางท่านประธานชี้แจง แต่ผมอาจจะลุกขึ้นถามทางท่านพิเชษฐ์อีกครั้งหนึ่งเมื่อท่าน ขึ้นบัลลังก์ แล้วเมื่อวินิจฉัยแล้วให้แจ้งผู้เสนอญัตติทราบ พร้อมด้วยเหตุผลภายใน ๕ วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับญัตติ แต่เรื่องนี้คือผ่านมา ๑ สัปดาห์แล้วครับ แล้วก็เหมือนยังไม่มี ความชัดเจนใด ๆ ทางพวกผมยังไม่ได้รับการตอบรับใด ๆ ในเรื่องนี้นะครับ และที่สำคัญที่ เรายื่นเป็นญัตติด่วน เพราะว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กรครับ และ ในบางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ผมไม่ก้าวล่วงนะครับ เพราะว่าผมเคารพการวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ แต่บางถ้อยคำในการวินิจฉัย เช่นคำว่า นิติบัญญัติโดยชอบ พวกเรา ไม่มีใครรู้หรอกครับว่า โดยชอบมันเป็นอย่างไร เรื่องนี้ถ้าเกิดเราไม่คุยกัน เราทุกคนในสภา แห่งนี้ ทำงานต่อหลังจากนี้อาจจะมีผลผูกพันได้ทั้งสิ้น ดังนั้นการเสนอ มันเป็นการเสนอ เพื่อให้สภาของเราเดินหน้าต่อได้ภายใต้อำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญของเราครับ ผมเคยลุกหารือกับท่านประธานเรื่องนี้แล้ว จริง ๆ วันนี้ เดี๋ยวทางท่านพิเชษฐ์มา ท่านเป็น ผู้รับผิดชอบ ผมก็จะขออนุญาตถามท่านพิเชษฐ์อีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ได้ครับ แต่ว่า ตอนที่คณะกรรมการพร้อมท่านพิเชษฐ์เสนอผ่านผมเพื่อให้กองการประชุมบรรจุนั้นก็ได้ชี้แจง เหตุผล เชิญท่านพิเชษฐ์มาชี้แจงอีกทีหนึ่งก็ได้ครับ ต่อไปครับ ทางเจ้าหน้าที่สำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรบอกว่า ได้แจ้งไปให้ผู้ยื่นแล้วเมื่อวันอังคาร เดี๋ยวตามอีกทีครับ สรุปว่าได้แจ้งไปแล้วว่าทำไมถึงบรรจุเป็นญัตติปกติ ไม่ใช่ญัตติด่วน ได้แจ้งไปแล้วนะครับ วันอังคาร ทางนี้ได้แจ้งไปแล้ว เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญในฐานะวิปฝ่ายค้าน ขอบคุณท่านประธานครับ เดี๋ยวอย่างไรผมรีบขึ้นไป ตรวจสอบตรงนี้ให้อีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าเท่าที่ประสานงาน ผมยังไม่ทราบเรื่องนี้เหมือนกัน ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ🔗
๒. รับทราบรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชีและรายงานการเงินสำหรับ ปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงิน และทรัพย์สิน สำหรับ ปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินนะครับ🔗
ด้วยสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้เสนอรายงานของผู้สอบบัญชี และ รายงานการเงินสำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และรายงานการประเมินผล การใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของสำนักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดินต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๕๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๐ รายละเอียดปรากฏตามเอกสาร ที่ได้วางให้สมาชิกแล้วนะครับ ในการนี้ผมจะอนุญาตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงต่อ ที่ประชุมตามข้อบังคับที่ ๓๑ ขอเชิญผู้มีรายนามต่อไปนี้เข้ามานั่งที่ประชุมได้ครับ ๑. นายอนิรุทธ์ สิงหศิริ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ๒. นางศิริเกษ วาทยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบการเงินและบริหารพัสดุที่ ๑๘ ๓. นางนาตยา ธนิทธิพันธ์ นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการพิเศษ ๔. นางปรียาภา เกื้อสกุล นักวิชาการ ตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการพิเศษ ๕. นางสาววารุณี โกศลศิริกุล นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดิน ชำนาญการพิเศษ ๖. นางสาวเกศิณี โกมลหิรัญ นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการ พิเศษ ๗. นางสาวธยานิษฐ์ จันทรศิริโสภณ นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการ ๘. นางสาวพัชรินทร์ โสภา นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการ ๙. นางสาวศิริพร ใสสะอาด นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการ ๑๐. นางสาวทิพย์สุดา โหลยา นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการ และอีกส่วนหนึ่งจากสำนักงานตรวจการแผ่นดินครับ ๑. นางสาวคมขวัญ กาญจนกุญชร รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ๒. นางสาวสุทัศนา จงสมจิตต์ ผู้อำนวยการส่วน การเงินและบัญชี สำนักบริหารการคลัง ๓. นางสาวกฤติกา ไพรวัลย์ นักวิเคราะห์นโยบาย และแผนชำนาญการ ๔. นางสาวสุนิษา บุญมั่งมี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ๕. นางสาวกังสดาล นิลใบ นักวิชาการเงินการเงินและบัญชีชำนาญการ ๖. นางสาวอุชุกร ก้องพานิชกุล นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ ขอเชิญครับ กรรมการเชิญชี้แจงได้ครับ ทางสำนักงานจะมีอะไรชี้แจงก่อนหรือเปล่าครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุก ๆ ท่าน กระผม นายอนิรุทธ์ สิงหศิริ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และคณะเจ้าหน้าที่สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน ได้รับมอบหมายให้แถลงผลการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีและรายงาน การเงิน สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ซึ่งวันนี้จะมีการแถลงรายงาน ทางการเงินของสำนักงานที่เป็นองค์กรอิสระทั้งหมด ๔ หน่วยงานด้วยกัน หน่วยงานแรก ก็จะเป็นเรื่องของสำนักงานผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน อันนี้ตามมาตรา ๕๔ แห่ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๐ ต่อสภา ผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาทราบต่อไปนะครับ🔗
ลำดับแรกเป็น หน่วยงานที่จะชี้แจง ก็เป็นเรื่องของสำนักงานผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินนะครับ🔗
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๕๔ วรรคสอง ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี ของสำนักงาน โดยให้ทำการตรวจสอบรับรองบัญชีและการเงินทุกประเภทของสำนักงาน รวมทั้งประเมินผลการใช้จ่ายและทรัพย์สินของสำนักงาน โดยแสดงให้เห็นด้วยว่า การใช้จ่าย ดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ประหยัด ได้ผลตามเป้าหมาย มีประสิทธิภาพ และเกิด ผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่าเพียงใด ทั้งให้จัดทำรายงานเสนอผลการสอบบัญชีต่อรัฐสภา และคณะรัฐมนตรีโดยไม่ชักช้า ซึ่งเรื่องนี้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยสำนัก ตรวจสอบการเงินและพัสดุที่ ๑๘ ได้ทำการตรวจสอบรายงานการเงินสำหรับปี สิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และตรวจสอบการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแล้วเสร็จ จึงต้องขอแถลงรายงานผลการตรวจสอบเสนอต่อสภาแห่งนี้ ตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ดังต่อไปนี้🔗
ในส่วนของรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบรายงานการเงินของสำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งประกอบด้วยงบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ งบแสดงผลการ ดำเนินการทางการเงิน และงบแสดงการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สุทธิ ส่วนทุนสำหรับปี สิ้นสุด วันเดียวกัน และหมายเหตุประกอบงบการเงิน รวมทั้งสรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบแล้วมีความเห็นว่า รายงานการเงินดังกล่าว ข้างต้น แสดงฐานะการเงินของสำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ผลการดำเนินการสิ้นสุดวันเดียวกัน มีความถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญ และมาตรฐาน การบัญชีภาครัฐ และนโยบายการบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยไม่มีเงื่อนไข นะครับ ในส่วนของงบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ทรัพย์สินทั้งสิ้น ๑๒๖,๐๙๒,๕๑๘.๖๖ บาท มีหนี้สิน ๑๗,๑๔๒,๒๕๐.๒๒ บาท สินทรัพย์สุทธิ/ส่วนทุน ๑๐๘,๙๕๐,๒๖๘.๔๔ บาท ส่วนงบแสดงผลการดำเนินการทางการเงิน งบแสดงผล การดำเนินงานทางการเงิน รายได้ทั้งสิ้น ๓๒๖,๐๑๕,๒๘๘.๘๖ บาท ส่วนค่าใช้จ่าย ๓๖๕,๙๖๑,๙๘๔.๑๙ บาท ซึ่งมีรายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ ๓๙,๙๔๖,๖๙๕.๓๓ บาท อันนี้ เป็นส่วนของบัญชีและการเงินนะครับ🔗
สำหรับรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ในผลของการ จ่ายเงินและทรัพย์สิน ซึ่งเรามีหัวข้อที่จะประเมินในรายงานนี้ มีทั้งหมดอยู่ ๓ ด้าน ก็คือ ด้านที่ ๑ การประเมินผลการใช้จ่ายเงิน และด้านที่ ๒ ก็คือการประเมินผลการจัดการ ทรัพย์สิน ด้านที่ ๓ การประเมินผลการบริหารโครงการ ผมขออนุญาตแถลงในเรื่องของ ผลการประเมินการใช้จ่ายเงินนะครับ เมื่อเปรียบเทียบคำของบประมาณรายจ่ายกับ งบประมาณที่ได้รับการจัดสรร ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ขอรับจัดสรรเงินอุดหนุนจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ จำนวน ๕๑๗.๖๓ ล้านบาท แต่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพียง ๓๒๔.๑๗ ล้านบาท ได้รับการจัดสรรต่ำกว่าคำของบประมาณเป็นจำนวน ๑๙๓.๔๖ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๕๙.๖๘ ของบประมาณที่ได้รับการจัดสรร ซึ่งปรากฏรายละเอียดตามตารางที่แสดงรายการที่ Scoreboard นะครับ ที่จะแยกออกเป็นทั้งหมด ๓ รายการ🔗
แผนงานที่ ๑ คือแผนงานบุคลากรภาครัฐ คำขอก็อยู่ที่ ๒๘๓.๖ ล้านบาท แต่ได้รับการจัดสรรเพียง ๒๕๐.๕๕ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้จะต่ำกว่าอยู่ประมาณ ๓๓.๐๕ ล้านบาท🔗
แผนงานที่ ๒ คืองานพื้นฐานด้านการปรับสมดุล และพัฒนาระบบการบริหาร จัดการภาครัฐ คำของบประมาณอยู่ที่ ๒๓๐.๕๓ ล้านบาท ส่วนงบประมาณที่ได้รับจัดสรร เพียง ๗๐.๘๔ ล้านบาทแค่นั้นเองนะครับ🔗
แผนงานที่ ๓ งานบูรณาการต่อต้านการทุจริต และประพฤติมิชอบ ของบประมาณ ๓.๕๐ ล้านบาท ได้รับงบประมาณเพียง ๒.๗๘ ล้านบาท ซึ่งโดยภาพรวมแล้ว ก็จะได้รับงบประมาณต่ำกว่าคำของบประมาณอยู่ ๓๒๔.๑๗ ล้านบาท🔗
สำหรับการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและแผน สำนักงานผู้ว่าการตรวจเงิน แผ่นดินได้จัดทำแผนการใช้จ่ายงบประมาณปี ๒๕๖๕ จำนวนเงิน ๔๒๐.๙๘ ล้านบาท ประกอบด้วย ๒ แผน ได้แก่ แผนการใช้จ่ายงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ จำนวน ๓๒๔.๑๗ ล้านบาท และแผนการใช้จ่ายจากเงินเหลือจ่าย จากปีที่แล้ว จำนวน ๖๙.๘๑ ล้านบาท มีผลการใช้จ่ายทั้งสิ้นเป็นจำนวนเงิน ๓๘๖.๕๘ ล้านบาท แล้วมีเงินเหลือจ่ายของงบประมาณ ปี ๒๕๖๕ อยู่ ๓๔.๔๐ ล้านบาท🔗
แผนและผลการจ่ายเงิน แผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรจำนวน ๓๒๔.๑๗ ล้านบาท ตัวนี้เขาก็คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่มีการใช้จ่ายเพียง ๗๗ เปอร์เซ็นต์แค่นั้นเอง มีเงินเหลือจ่ายสมทบจากปีที่แล้ว ๙๖.๘๑ ล้านบาท รวมเป็นงบประมาณทั้งสิ้น ในแผนการ ใช้จ่ายเงิน คือ ๔๒๐.๙๘ ล้านบาท อันนี้เป็นแผน ทีนี้ไปดูผลของการจ่ายเงินนะครับ ผลของ การจ่ายเงินจะต่ำกว่าแผนอยู่เล็กน้อย ก็คือในส่วนของการใช้จ่ายรวมภาระผูกพันทั้งหมด ๓๖๗.๗๗ ล้านบาท และมีการกันเงินไว้ เงินที่กันไว้ที่นำมาใช้จ่ายด้วย กันเงินไว้ด้วย ปี ๒๕๖๕ ๑๘.๘๑ ล้านบาท รวมทั้งสิ้น ๓๘๖.๕๘ ล้านบาท มีเงินเหลือจ่าย ๓๔.๔๐ ล้านบาท จากรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงิน และทรัพย์สินของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน มีข้อสังเกตดังต่อไปนี้ อันนี้เป็นข้อสังเกตจากการตรวจสอบ🔗
ข้อสังเกตที่ ๑ จัดทำคำของบประมาณจำนวน ๕๑๗.๖๓ ล้านบาท แต่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จำนวน ๓๒๔.๑๗ ล้านบาท ได้รับการจัดสรรต่ำกว่า คำของบประมาณ จำนวน ๑๙๓.๔๖ ล้านบาท ผลการใช้จ่าย รวมปี ๒๕๖๕ จำนวนเงิน ๓๑๔.๒๘ ล้านบาทมีงบประมาณที่เหลือจ่ายจาก การจัดสรรอยู่ ๙.๘๙ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๓.๐๕ ของงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร ซึ่งจะเห็นได้ว่า สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับงบประมาณจัดสรรเพียงจำนวน ๓๒๔.๑๗ ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าคำของบประมาณนะครับ ยังมีงบประมาณคงเหลือ จำนวน ๙.๘๙ ล้านบาท ซึ่งหากได้รับการจัดสรรงบประมาณตามคำของบประมาณแล้ว จะทำให้มีงบประมาณคงเหลือสูงถึง ๒๐๓.๓๕ ล้านบาท จะมีเงินเหลือจ่ายค่อนข้างสูง ประมาณ ๒๐๐ กว่าล้านบาท🔗
ข้อสังเกตที่ ๒ ในการจัดทำคำของบประมาณ โดยขอจัดสรรงบประมาณ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ สูงสุด แต่ตามแผนปฏิบัติงานที่สำนักงบประมาณได้ให้ความเห็นชอบ และแผนปฏิบัติงานที่ผู้ตรวจการแผ่นดินให้ความเห็นชอบ จัดสรรงบประมาณยุทธศาสตร์ ที่ ๓ สูงสุด จะเห็นได้ว่ามีการจัดทำแผนงบประมาณไม่สอดคล้องกับคำของบประมาณ🔗
ข้อสังเกตที่ ๓ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ มีการปรับแผนปฏิบัติงาน จำนวนทั้งสิ้น ๕๐ ครั้ง จากการตรวจสอบแผนการใช้จ่ายจากงบประมาณที่ได้รับจัดสรร พบว่า มีวงเงินตามแผนปฏิบัติงานที่ได้รับการจัดสรรสูงกว่าที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จำนวน ๐.๓๑ ล้านบาท อันนี้อาจจะสะท้อนได้ว่า ข้อคลาดเคลื่อนที่เกิดจากการที่มีการ ปรับแผนหลายครั้ง นอกจากนี้แนวทางในการดำเนินการในการปรับแผน กรณีการโอน เปลี่ยนแปลงงาน โครงการ กิจกรรมและงบประมาณภายใต้แผนเดียวกัน (งานประจำ/ โครงการตามยุทธศาสตร์) ของสำนัก/สถาบัน/หน่วย สามารถเปลี่ยนแปลงงาน/โครงการ/ กิจกรรม และงบประมาณดังกล่าว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต้องไม่กระทบกับเป้าหมาย แผนงานเดิม โดยแจ้งให้สำนักนโยบายและแผนทราบแล้วนะครับ เพื่อปรับปรุงข้อมูลในการ ปฏิบัติ และแผนการใช้จ่ายงบประมาณและการบริหารแผนงานและงบประมาณ ไม่มีการ กำหนดอำนาจในการอนุมัติปรับแผนในกรณีดังกล่าวไว้🔗
ข้อสังเกตที่ ๔ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ สำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้กำหนดผลสัมฤทธิ์ และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการใช้จ่ายงบประมาณที่จัดสรร จำนวน ๓๒๔.๑๗ ล้านบาท โดยกำหนดตัวชี้วัดเชิงปริมาณ ร้อยละของความสำเร็จของ การปฏิบัติงาน ด้านการอำนวยความเป็นธรรมให้กับประชาชน ให้มีความรวดเร็วและ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ แต่มีผลการดำเนินงานร้อยละ ๕๔.๐๙ ซึ่งผลการดำเนินงานดังกล่าวเป็นผลจากการใช้จ่ายงบประมาณจากงบประมาณที่ได้รับ จัดสรรและเงินที่เหลือจ่ายสะสม ดังนั้นหากคำนวณผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดเฉพาะจาก งบประมาณที่ได้รับจัดสรรแล้ว จะได้ผลการดำเนินงานต่ำกว่าร้อยละ ๕๔.๐๙🔗
ข้อสังเกตที่ ๕ มีผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด เป้าหมาย🔗
ท่านรองครับ ผมคิดว่าอันนี้มีรายงานให้ท่านสมาชิกแล้ว เอาไว้ตอนถ้าสมาชิกมีข้อสังเกตแล้วก็จะซักถามเพิ่ม ท่านจะได้ตอบตรงนั้นครับ🔗
ได้ครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ท่านสมาชิกซึ่งได้รับรายงานแล้วนะครับ จากรายงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ถ้าจะะมีอะไร ซักถาม จะได้ซักถามกันต่อไปครับ ตอนนี้มีสมาชิกได้ขอยื่นความจำนงจะขออภิปราย ในรายงานฉบับนี้ ๑ ท่านนะครับ คือคุณเทียบจุฑา ขาวขำ ขอให้ใช้เวลา ๗ นาที เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขอร่วมอภิปรายรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและ ทรัพย์สิน สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ท่านประธานคะ ดิฉันเองก็ได้อ่านในรายงาน ก็คงไม่ได้อ่าน ทั้งเล่มนะคะ อ่านในข้อสรุปและข้อสังเกตต่าง ๆ ก็ได้ทราบถึงข้อดำเนินการ ปัญหา อุปสรรค ต่าง ๆ ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ดิฉันได้มาดูในหน้า ๖๒ ข้อ ๓๗ เกี่ยวกับเรื่องการ จัดสรรงบประมาณ เพื่อดำเนินการโครงการของงบประมาณ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๔ ส่วนใหญ่ เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับยุทธศาสตร์ที่ ๒ ซึ่งแผนงบประมาณปี ๒๕๖๖ ก็พบว่าเป็นค่าใช้จ่าย แผนยุทธศาสตร์ที่ ๒ เหมือนกัน มากที่สุดในปี ๒๕๖๖ ดังนั้นดิฉันก็มาดูยุทธศาสตร์ที่ ๓ อีก ก็เพิ่มขึ้น แล้วมีการจัดสรรค่าใช้จ่ายยุทธศาสตร์ที่ ๒ จำนวน ๗ ล้านกว่าบาท ในการจัดสรร งบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ที่ ๑ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ คิดเป็น ๗.๘๙ ร้อยละ ๗ กว่า แต่เนื่องจากข้อมูลนี้ ดิฉันก็มีข้อสังเกตว่า ในการจัดสรรงบประมาณปี ๒๕๖๕ เป็นรายการ ส่วนใหญ่มีปัญหาในการดำเนินการไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ หรือยุทธศาสตร์หรือโครงการที่ กำหนดไว้ จะเห็นว่าข้อมูลนี้มีแต่กันเงินไว้ มีกันเงินไว้ในปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ก็เป็นงาน ประจำ ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ นี้ ดิฉันคิดว่าคงจะดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ถึงกันเงินงบประมาณ ไว้ใช้ในปีถัดไป ก็แสดงให้เห็นว่าตรงนี้น่าจะมีปัญหาในเรื่องข้อจำกัดของเรื่องด้าน งบประมาณก็ดี หรือมีปัญหาเรื่องอัตรากำลังไม่เพียงพอที่จะมาทำงานหลาย ๆ โครงการ หลาย ๆ กิจกรรม หรือเป็นเวลาไม่เพียงพอ ไม่สอดคล้องกัน ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นว่า สิ่งเหล่านี้ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่แจ้งว่า เมื่อสักครู่ท่านก็รายงานมาหลาย ๆ ยุทธศาสตร์ ก็เป็นปัญหาสำคัญ เป็นปัญหาหลัก แต่ขณะเดียวกันไม่สามารถจะดำเนินการ ตามที่แผนกำหนดไว้ ก็จะส่งผลกระทบในการบริหารงบประมาณของสำนักงานตรวจเงิน แผ่นดินดังกล่าว นี่คือปัญหาที่จะบ่งบอกได้ว่า ท่านมีปัญหาในการบริหารงบประมาณ หลายโครงการ หลายงาน ไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ กิจกรรมของท่านนี้เป็นการไม่สิ้นสุด ไม่แล้วเสร็จ ไม่ประสบผลสำเร็จ ผู้ที่จะได้รับผลกระทบในการแก้ปัญหา นำเงินงบประมาณ ไปแก้ปัญหานำไปปฏิบัติ ก็คือพี่น้องประชาชน ดังนั้นท่านประธานคะ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๐ ก็บอกว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่สำคัญคือ ข้อ ๑ ท่านต้องเสนอแนะ ต่อหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ เพื่อให้มีการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่ง หรือขั้นตอนในการปฏิบัติการดำเนินงานต่าง ๆ ให้เป็นแนวทางเดียวกัน ให้ก่อประโยชน์ แล้วก็ให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน และขณะเดียวกัน ในข้อ ๒ คือท่านมีหน้าที่ แสวงหาข้อเท็จจริง เมื่อท่านเห็นว่าพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน ไม่เป็นธรรม ท่านก็ต้องจัดสรรงบประมาณมาแก้ปัญหาแนวทางปฏิบัติให้เกิดความถูกต้อง เกิดการ แก้ปัญหา อย่างน้อยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องทราบต้องรู้ข้อมูลความเป็นจริง ต้องมาแก้ปัญหา ให้กับสิ่งไหนที่ผิด เช่นกฎหมายที่ผิด ระเบียบข้อปฏิบัติที่ผิด สำนักงานท่านต้องชี้แนะ ให้หน่วยงานเร่งรีบในการจัดการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเป็นธรรมนะคะ ท่านประธานคะ ประเด็นนี้ดิฉันถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะการทำงานของ หน่วยงานต่าง ๆ เพราะที่จริงแล้วควรต้องมีไว้เพื่อตอบสนองความต้องการของพี่น้อง ประชาชน แล้วก็มีไว้แก้ปัญหาความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน จึงรวมถึงแก้ปัญหานี้ก็คือ นำเอาการออกกฎหมาย ออกกฎระเบียบ ควรที่จะทำให้พี่น้องประชาชนได้รับการคุ้มครอง สิทธิ ได้รับประโยชน์จากการทำงานของหน่วยงานของรัฐ ดิฉันก็เลยต้องมาย้ำในตารางที่ ๓๗ ข้อ ๖๒ ซึ่งทุกวันนี้จะทราบหรือไม่ว่า พี่น้องประชาชนกลับมาต้องเจอปัญหาเกี่ยวกับขั้นตอน ที่มากมายซ้ำซ้อนกับส่วนราชการกับหน่วยงานของรัฐกับกระทรวง ทบวง กรม โดยเฉพาะ การไม่มีบัตรประชาชน ไล่ไปเอาบัตรประชาชนจากบ้านมา แล้วก็มาตรวจสอบใหม่ มาดำเนินการใหม่ อย่างนี้ดิฉันว่ามันเสียเวลาค่ะ ทำให้พี่น้องประชาชนเบื่อระอาที่จะต้องไป ติดต่อกับหน่วยงานราชการ ดังนั้นทำให้พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่นี้ไม่ค่อยสนใจเอาใจใส่ ดิฉันจึงขอฝากนะคะ พี่น้องประชาชนอยากจะให้ท่านสร้างกฎระเบียบ ให้สร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ขั้นตอนที่ไม่จำเป็นนี้ก็เอาออกไป ปัญหา ต่าง ๆ เกี่ยวกับกฎหมายเยอะแยะ ก็มาปรับใหม่ ดังนั้นดิฉันก็ขอฝากผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ท่านควรจะต้องเสนอแนะให้หน่วยงานของรัฐปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบขั้นตอนต่าง ๆ ให้มันกระชับขึ้น เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้ได้เป็นธรรมมากที่สุด จะได้ไม่เป็นภาระกับพี่น้องประชาชน ในเรื่องนี้พี่น้องประชาชนก็อยากจะเห็นในการปรับปรุง แก้ไขให้มันชัดเจน ดิฉันก็ขอฝากข้อสังเกตในการทำงานกับท่านผู้ตรวจราชการแผ่นดิน หรือท่านรองที่จะต้องไปตามปรับปรุงกฎหมายตามอำนาจของท่าน แล้วท่านจะต้องสร้าง ความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชนในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ดังนั้นดิฉันก็ขอฝากอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าความล่าช้า ความไม่เป็นธรรม ของพี่น้องประชาชน ประชาชนนี้สำคัญค่ะ ดังนั้นก็ขอฝากท่านช่วยดำเนินการแก้ไขข้อสังเกต อันนี้ด้วยนะคะ ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆ ท่านที่มารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เนื่องจากรายงานฉบับนี้มีผู้อภิปรายเพียงท่านเดียว ท่านรองต้องการจะตอบไหมครับ เชิญได้ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติ ขอกราบขอบพระคุณท่านเทียบจุฑา ที่ได้อภิปรายและได้ให้ความสำคัญ กับสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และได้สะท้อนปัญหาข้อเสนอแนะของท่านได้เป็นประโยชน์ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็จะขอน้อมรับกลับไปปรับปรุง และพัฒนางานต่อไป สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งในยุทธศาสตร์ที่ ๒ ของแผนยุทธศาสตร์ของสำนักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดิน ในยุทธศาสตร์ที่ ๒ เราได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการต่าง ๆ เพื่อให้ ประชาชน ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินมีความมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ในการ ประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนสามารถร้องเรียนแก้ไขปัญหาได้ เราก็พยายามใช้งบประมาณ ที่สำนักงบประมาณจัดให้เฉลี่ยไปในยุทธศาสตร์ที่ ๒ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ แล้วในยุทธศาสตร์นี้ก็ได้มีความร่วมมือกับต่างประเทศในการทำ MOU ร่วมกัน ซึ่งสำนักงาน ไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณฉบับนี้นะคะ ก็เลยต้องขอเรียนว่า เราก็พยายามเต็มที่ที่จะ แก้ปัญหาให้กับประชาชน ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานและที่ประชุม ซึ่งข้อเสนอแนะนี้เป็นประโยชน์มาก ส่วนข้อเสนอที่ทาง สตง. ได้เข้าตรวจ แล้วก็ปิดการตรวจ ไปเรียบร้อย ทางเจ้าหน้าที่ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ก็ได้ นำเสนอรายงานให้ผู้บริหาร แล้วก็ผู้ตรวจการแผ่นดินทราบ ซึ่งผู้บริหารได้สั่งการให้ ดำเนินการแก้ไขตามข้อเสนอแนะของ สตง. เรียบร้อยแล้ว ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ที่ประชุม ขอกราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เมื่อไม่มีผู้ใดขอสอบถามเพิ่มเติมอีก ผมก็ถือว่าที่ประชุมนี้รับทราบรายงานของผู้ตรวจสอบ บัญชีและรายงานการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และรายงานการ ประเมินผลการใช้จ่ายเงิน และทรัพย์สินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว ขอบพระคุณทุกท่านครับ ถือว่าวาระที่ ๒.๒ นี้ จบแล้วนะครับ🔗
๓. รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำหรับปี สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ🔗
ด้วยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้เสนอรายงานของผู้สอบบัญชีรายงาน การเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และรายงานประเมินผลการใช้จ่ายเงิน หรือทรัพย์สิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของสำนักงานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติต่อสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา ๑๕๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ดังมีรายละเอียดตามเอกสารที่ได้วางไว้บนโต๊ะให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ ในการนี้ผมจะอนุญาตให้ผู้แทนของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ ขอเชิญผู้แทนของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งเข้าร่วมชี้แจงตาม วาระที่ ๒.๒ อยู่ด้วย และขอเชิญผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ร่วมชี้แจงในที่ประชุมด้วยนะครับ คือ ๑. คุณนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ๒. นางจันทิรา จิตรชื่น ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ๓. นางสาวสุชาวลี คุ้มพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารงานคลัง ๔. นางสาวประสพสุข ทรงผาสุก ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์ ๕. นางสาวอภินัทธ์ พัฒนากรสิตานนท์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพย์สิน ๖. นายบดินทร์ กรีธาธร ผู้อำนวยการสำนักคดี และ ๗. นางสาวปิยพร อุปพงษ์ ผู้รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มกฎหมาย ๒ เชิญผู้ชี้แจงครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริต พุทธศักราช ๒๕๖๑ มาตรา ๑๕๖ วรรคสอง กำหนดให้สำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของสำนักงาน ป.ป.ช. โดยให้ทำการตรวจสอบรับรองบัญชี และการเงินทุกประเภทของสำนักงาน ให้แสดงให้เห็นด้วยว่าการใช้จ่ายเงินดังกล่าว เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ประหยัด ได้ผลตามเป้าหมาย มีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ และความคุ้มค่าเพียงใด แล้วให้รายงานเสนอผลการตรวจสอบบัญชีต่อรัฐสภาโดยไม่ชักช้า ซึ่งเรื่องนี้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยสำนักตรวจสอบการเงินและบริหารพัสดุที่ ๑๘ ได้ทำการตรวจสอบงบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และตรวจสอบประเมินผล การใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของสำนักงาน ป.ป.ช. แล้วเสร็จ จึงต้องรายงานผลการตรวจสอบเสนอรัฐสภาตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ดังต่อไปนี้ ผมขออนุญาตรายงานในส่วนของรายงานผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินนะครับ🔗
สำนักงานการตรวจ เงินแผ่นดินได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่า รายงานการเงินข้างต้นที่แสดงฐานะการเงินของ สำนักงาน ป.ป.ช. ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุด วันเดียวกัน มีความถูกต้องตามสมควรในสาระสำคัญ ตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ และนโยบายการบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด และแสดงความเห็นอย่าง ไม่มีเงื่อนไข สำหรับงบแสดงฐานะการเงิน ทรัพย์สินทั้งสิ้น ๓,๔๑๔,๗๕๒,๐๘๑.๘๙ บาท หนี้สิน ๓๔,๑๓๒,๐๕๕.๒๗ บาท สินทรัพย์สุทธิส่วนทุน ๓,๓๔๐,๖๒๐,๐๖๖.๖๒ บาท สำหรับ ผลการดำเนินการทางด้านการเงินมีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิอยู่ ๑๒๑,๒๓๑,๙๖๑.๕๐ บาท สำหรับตัวเลข ท่านสมาชิกหลายท่านก็คงได้รับทราบแล้วนะครับ แล้วก็ขึ้นที่ Scoreboard ให้ท่านเห็นแล้ว สำหรับการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน มีหัวข้อที่จะต้องประเมิน ก็คือ หัวข้อที่ ๑ การประเมินผลการใช้จ่ายเงิน หัวข้อที่ ๒ การประเมินผลการจัดการ ทรัพย์สิน หัวข้อที่ ๓ การประเมินผลการบริหารโครงการ ข้อ ๔ การประเมินผลการปฏิบัติงาน ข้อ ๕ การตรวจสอบโครงการ การประเมินผลการใช้จ่ายเงิน มีการประเมินผลการจัดทำ งบประมาณ สำนักงาน ป.ป.ช. มีกรอบงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นเงินทั้งสิ้น ๓,๑๖๙.๖๘ ล้านบาท มีแหล่งที่มาดังนี้ ๑. งบประมาณที่ได้รับจัดสรรตาม พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ จำนวน ๒,๕๕๔.๙๘ ล้านบาท ๒. เงินคงเหลือสะสม จำนวน ๕๔๘.๓๗ ล้านบาท ๓. งบกลาง รายการเงินสำรอง จ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน ๖๖.๓๓ ล้านบาท ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. ได้นำมา จัดทำแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ในภาพรวม จำนวนทั้งสิ้น ๓,๑๖๙.๖๘ ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร จำนวน ๑,๖๐๒.๙๕ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๕๐.๕๗ ของแผนค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน จำนวนเงิน ๖๙๙.๒๓ ล้านบาท คิดเป็น ๒๒.๐๖ ของแผน สำหรับค่าครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง จำนวน ๘๖๗.๕๐ ล้านบาท อันนี้ คิดเป็น ๒๗.๓๗ ของแผน สำหรับรายการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำนักงาน ป.ป.ช. มีแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ในภาพรวมจำนวน ๓,๑๖๙.๖๘ ล้านบาท ผลรวมเบิกจ่ายงบประมาณ จำนวน ๒,๐๓๑.๖๔ ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ ๗๒.๙๓ ของแผน มีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีแบบมีหนี้ จำนวน ๕๕๐.๗๗ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๑๗.๓๘ ของแผน มีงบประมาณคงเหลือ จำนวน ๓๐๗.๒๗ ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ ๙.๖๙ ของแผน ในจำนวนนี้เป็นเงินที่กันไว้เบิกเหลื่อมปีแบบมีหนี้ ครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้างสูงถึง ๔๘๙.๖๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๘๘.๘๙ ของเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี แบบมีหนี้ คือเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีของเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร จำนวน ๓๗๑.๙๓ ล้านบาท เงินกันไว้เบิกจ่ายเหลื่อมปีของเงินคงเหลือสะสม จำนวน ๑๑๗.๖๗ ล้านบาท อันนี้เรื่องของ รายละเอียดที่แสดงแผน และผลการจ่ายงบประมาณของปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ซึ่งมีรายละเอียดอยู่ในเอกสารแล้วนะครับ ก็คิดว่าผมจะไม่ลงรายละเอียดในส่วนนี้ ขออนุญาตไปดูรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ทางด้านการเงิน ปีงบประมาณ ๒๕๖๕ สำนักงาน ป.ป.ช. มีรายได้จากการดำเนินงานรวม จำนวน ๒,๘๙๑.๕๗ ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน รวม ๒,๗๗๐.๓๔ ล้านบาท มีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายจำนวน ๑๒๑.๒๓ ล้านบาท โดยรายได้จากการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ จำนวน ๒,๘๙๑.๕๗ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน ๒๔๑.๐๒ ล้านบาท อันนี้คิดเป็นร้อยละ ๙.๐๙ ของ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ และค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน จำนวน ๒,๗๗๐.๓๔ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน ๑๔๗.๖๘ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๕.๖๓ ของปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ทำให้มีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย จำนวน ๑๒๑.๒๓ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน ๙๓.๓๔ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๓๓๔.๖๗ ของปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ในการประเมินผลการใช้จ่ายเงิน และทรัพย์สินในด้านนี้ สตง. ได้ให้ข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ควรเร่งให้มีการ จ่ายเงินงบประมาณให้เป็นไปตามแผนการใช้จ่ายเงินในแต่ละปี เพื่อไม่ให้มีการกันเงินไว้เบิก เหลื่อมปีจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินการตามแผนในปีงบประมาณถัดไป และควรวิเคราะห์ความเสี่ยง ปัญหาอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อให้การปฏิบัติงานตามแผน มีความต่อเนื่อง บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินการ🔗
การประเมินผล ด้านที่ ๒ ก็คือการประเมินผลการจัดการทรัพย์สิน พบว่า🔗
๒.๑ การประเมินผลการจัดทำแผนจัดซื้อจัดจ้างประจำปี สำนักงาน ป.ป.ช. ไม่ได้จัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีในภาพรวมของสำนักงาน แต่มีการประกาศแผน และการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักบริหารทรัพย์สิน และสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค โดยมีการ ประกาศแยกออกจากกัน🔗
๒.๒ การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี สำนักงาน ป.ป.ช. จัดทำรายงาน วิเคราะห์ผลการจัดซื้อจัดจ้าง และการจัดหาพัสดุประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ โดยส่วนกลาง จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลการจัดซื้อจัดจ้าง และการจัดหาพัสดุเฉพาะของสำนักบริหาร ทรัพย์สิน แต่สำนักงาน ป.ป.ช. ภาคจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลการจัดซื้อจัดจ้าง และจัดหา พัสดุของแต่ละภาค ซึ่งมีรูปแบบและการนำเสนอข้อมูลที่แตกต่างกัน🔗
๒.๓ การประเมินผลการบริหารพัสดุ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ สำนักงาน ป.ป.ช. มีครุภัณฑ์สุทธิรวมทั้งสิ้นจำนวน ๑,๙๗๒.๒๔ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ จำนวน ๑๓๕.๖๖ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๗.๓๙ ของปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งประกอบด้วย ๑. ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ สุทธิเพิ่มจากปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ จำนวน ๑๕๐.๐๗ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๘.๔๘ ของปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ข้อ ๒ ทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตนสุทธิลดลงจากปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ จำนวน ๑๔.๔ ล้าน บาท คิดเป็นร้อยละ ๒๑.๗๒ ของปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔🔗
๒.๔ การประเมินผลการควบคุม และการใช้ประโยชน์ สำนักงาน ป.ป.ช. จัดให้มีระบบการควบคุมทรัพย์สิน โดยมีคู่มือบริหารพัสดุและได้ดำเนินการบันทึกทะเบียน ควบคุมของครุภัณฑ์ที่ได้มาก่อนปีประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ในระบบการบริหารจัดการ ทรัพย์สิน โดยบันทึกรายการครุภัณฑ์ที่ได้มาในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓-๒๕๖๕ แล้ว ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการบันทึกครุภัณฑ์ที่ได้มาในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ก็คือจะมีการ บันทึกย้อนหลังกลับไปนะครับ ปัจจุบันก็ยังอยู่ระหว่างการบันทึกของปี ๒๕๖๒ สตง. ได้มีข้อเสนอแนะตามข้อสังเกตที่กล่าวมาข้างต้น ดังนี้นะครับ สำนักงาน ป.ป.ช. ควร พิจารณาให้มีผู้รับผิดชอบในการจัดทำแผนจัดซื้อจัดจ้าง และรายงานการวิเคราะห์ผลการ จัดซื้อจัดจ้าง และการจัดหาพัสดุประจำปีในภาพรวมของสำนักงาน เพื่อให้สามารถมีข้อมูล ในภาพรวมของการวิเคราะห์ผลการจัดซื้อจัดจ้าง และการจัดหาพัสดุเพื่อเป็นเครื่องมือ ที่สามารถนำไปบริหารจัดการให้การจัดซื้อจัดจ้าง การจัดหาพัสดุมีประสิทธิภาพมากขึ้น และ สามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์แนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในภาพรวม ของสำนักงาน ป.ป.ช. ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันการณ์ต่อไป อีกทั้งควรให้ความสำคัญ กับการควบคุม กำกับ และติดตามการบันทึกข้อมูลในทะเบียนควบคุมทรัพย์สินของครุภัณฑ์ ให้ถูกต้องโดยครบถ้วน โดยเร็วนะครับ🔗
ในด้านประเมินการบริหารโครงการ ได้จัดทำแผนการดำเนินโครงการ กิจกรรมในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ จำนวน ๔๓๓ โครงการ โดยมีโครงการกิจกรรม ที่ดำเนินการไม่แล้วเสร็จในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งได้มีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ที่จะต้องนำมาดำเนินการต่ออีกจำนวน ๔๔ โครงการ รวมโครงการกิจกรรมที่ต้องดำเนินการ ให้แล้วเสร็จตามแผนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ จำนวน ๔๗๗ โครงการ เป็นเงิน ๑๘๘.๘๘ ล้านบาท มีผลการเบิกจ่ายรวมเงินกันที่เบิกเหลื่อมปีแบบมีหนี้จำนวน ๑๖๘.๖๖ ล้านบาท ในจำนวนนี้มีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีแบบมีหนี้จำนวน ๒๓.๒๓ ล้านบาท เนื่องจากโครงการที่ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จเป็นไปตามแผนมีจำนวน ๑๑๗ โครงการ🔗
ท่านรองครับ ต้องขออนุญาตว่าอันนี้อยู่ในรายงานอยู่บนโต๊ะของสมาชิกแล้วนะครับ ถ้าเผื่อว่าจะให้สมาชิก มีข้อซักถามเพิ่มเติมค่อยซักถามท่านรองนะครับ จะได้ประหยัดเวลาครับ🔗
กราบขอบพระคุณครับ เชิญครับ🔗
ตอนนี้มีท่าน สมาชิกที่จะขออภิปรายรายงานฉบับนี้ ๑ ท่าน คือท่านนิพนธ์ คนขยัน ขอเชิญครับ ๗ นาทีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตอภิปรายรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ข้อมูลต่าง ๆ ผมไม่ติดใจ ขอบคุณนะครับ แต่วันนี้อยาก มาฝากผ่านท่านประธานถึงท่านรองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินครับ ก่อนอื่นวันนี้หากไม่มี ป.ป.ช. ผู้ที่คิดร้ายในการคิดไม่ดี โดยเฉพาะฟังข่าวทุกวันนี้เห็นไหมครับ ขออนุญาตนะครับ ภูเก็ต ทั้งผู้มีอิทธิพล ไม่มีอิทธิพล รุกล้ำที่ต่าง ๆ และวันนี้ผมเชื่อมั่นว่าในประเทศไทย หลาย ๆ จังหวัดคงมีเช่นตัวอย่างภูเก็ต ดังนั้นก็ขอขอบคุณ โดยเฉพาะวันนี้ ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบชี้มูลความผิดข้าราชการแล้วว่าผิดวินัยร้ายแรง ตามมาตรา ๙๘ พระราชบัญญัติ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ วันนี้ ป.ป.ช. ทำงานมาเหน็ดเหนื่อย ใช้เงินมากทำรายงานวันนี้ แต่พอสั่งการไปผู้บังคับบัญชาในต้นสังกัด ในหัวหน้าหน่วยงาน ที่ลูกน้องทำผิดวินัยร้ายแรงตามมาตรา ๙๘ ที่ผมนำเรียนเมื่อสักครู่ มีผู้บังคับบัญชาบางท่าน ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ดังนั้นฝากท่านประธานผ่านไปหาผู้บังคับบัญชาทุกระดับในประเทศไทย ทำไมถึงว่าอย่างนั้น วันนี้เมื่อตรวจสอบแล้วว่าผิดก็ต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของ ผู้บังคับบัญชาครับ ไม่อย่างนั้นก็ปล่อยให้ข้าราชการบางท่าน บางคน บางหน่วยงาน ที่ สตง. ตรวจสอบแล้วว่าผิดวินัย ทำไมผมมาพูดอีกครั้งหนึ่ง เพราะวันนี้ประเทศไทยเราต้องร่วมด้วยช่วยกัน เห็นไหมครับ ป.ป.ช. ตรวจสอบมาแล้วว่าปีหนึ่ง ประหยัดเงินเป็นหลายหมื่นล้าน ถ้าไม่มีการทุจริตเอาเงินเหล่านี้มาพัฒนาบ้านเมืองมันจะได้ เจริญรุ่งเรือง ยิ่งไปเห็นข่าวภาคใต้ ขอโทษนะครับพี่น้องภาคใต้ จังหวัดภูเก็ตนี่เห็นแล้ว น่าเวทนาครับ อันนี้คือประเทศไทย หลาย ๆ จังหวัดคงมีครับ จังหวัดบึงกาฬบ้านผมก็มี ผู้ที่มีสี มีข้าราชการทำงานแล้วไปทำงานที่มิชอบ เพราะฉะนั้นวันนี้ขอบคุณท่าน ป.ป.ช. จัดการเลยใครที่คิดร้ายต่อแผ่นดิน และฝากผ่านท่านประธานไปอีก ถึงผู้บังคับบัญชาทุกส่วน ที่ลูกน้องของท่านทำผิดแล้ว ที่ ป.ป.ช. ชี้มูลว่า ผิดวินัยร้ายแรงแล้ว แต่ผู้บังคับบัญชายังนิ่ง เฉยอยู่นี่ ดึงกันไปดึงกันมา ดึงกันมาดึงกันไปอยู่นี่ มันไม่ได้ครับ ยุคนี้ไม่ได้แล้ว มันต้องให้เป็น เหมือนที่ชาวบ้านเขาพูดนะท่านประธานว่า เมื่อไรหนอประชาชนจะได้เป็นใหญ่ ในแผ่นดิน เวลาไปร้องเรียนหน่วยงานของรัฐบางหน่วยงาน บางพื้นที่ร้องเรียนแล้วร้องอีก ร้องแล้วร้องอีก ดังนั้นวันนี้ก็ไม่อยากให้มีอีกต่อไปในประเทศไทยโดยเฉพาะข้าราชการนะครับ ผมพูดแล้วพูดอีกตลอด อย่างยาบ้านี่ ท่านประธานครับ วันนี้มันก็ยังมีอีก ท่านนายกรัฐมนตรี เอาจริงเอาจัง ฉะนั้นวันนี้ ป.ป.ช. ชี้มูลไปแล้วว่า ตามมาตรา ๙๘ หัวหน้างานต่าง ๆ ผู้บังคับบัญชาต่าง ๆ ต้องทำตามด้วย ไม่อย่างนั้นมันจะปราบกันได้อย่างไรครับ ส่วนรายงาน ที่ท่านเสนอมา ผมไม่ติดใจครับท่านรองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ขอบคุณด้วย วันนี้จะได้ ประหยัดเงินของชาติ ท่านทำมาแล้วดีแล้วส่งไปหน่วยงานที่รับผิดชอบแล้วเฉยอยู่นี่ ต่อไปผม จะเอ่ยชื่ออีกหลาย ๆ จังหวัดที่เฉย ๆ นี่ครั้งก่อนเอ่ยไปแล้วขออนุญาตครับ จังหวัดตรัง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตรังครั้งก่อนนะครับ ไม่ใช่ครั้งนี้ ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยก็สั่ง ด่วนไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาพูดในสภาครับว่า ท่านมีหน้าที่ รับผิดชอบลูกน้องท่านอยู่แล้ว เพราะ สตง. ส่งเรื่องไปแล้ว ก็กราบขอบพระคุณผ่าน ท่านประธานไปคณะรองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และคณะที่นำรายงานมาให้สภาทราบ วันนี้ครับ ขอบคุณแล้วก็ทำหน้าที่ต่อไป ถ้าจังหวัดไหน หน่วยงานไหน ท่านสั่งไปแล้ว ไม่ปฏิบัติก็คงจะว่ากันอีกต่อไป กราบขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนดอนเมือง พรรคก้าวไกลครับท่านประธาน ต้องขอบคุณนะครับ สำหรับท่านประธาน ที่บรรจุรายงานของผู้สอบบัญชี แล้วก็รายงานทางการเงินของคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งเป็นปี ๒๕๖๕ ผมคงไม่ได้ใช้เวลา Comment เยอะนะครับ ท่านประธาน เพราะเนื่องจากว่าเป็นรายงานเก่าที่เรารวบรวมนะครับ แต่ว่าผมมีข้อสังเกต จากรายงานทั้ง ๒ เล่มนี้อยู่ ๒-๓ ประเด็นครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าการจัดทำบัญชีในส่วนของงบประมาณของปี ๒๕๖๕ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับเงินอุดหนุนประมาณ ๒,๕๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก ปี ๒๕๖๔ ซึ่งประมาณ ๒,๓๐๐ กว่าล้านบาท นี่ผมอธิบายกลม ๆ แล้วก็ส่วนของงบบุคลากรเหมือน ตัวเลขจะมากขึ้น แต่ว่าเมื่อคำนวณเป็นสัดส่วนก็จะลดลงนะครับ ก็คือประมาณร้อยละ ๕๐ กว่าหน่อย ๆ นั่นเองนะครับ นี่ก็คือสิ่งที่กังวลว่า ระหว่างภารกิจของหน่วยงานกับบุคลากร มันสัมพันธ์ไปด้วยกันไหม เพราะว่าสุดท้ายจะไปเหมือนของกระทรวงกลาโหม ที่งบบุคลากร เพิ่มมากจนเกินไป สุดท้ายไม่เหลือในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์หรือว่าสิ่งสำคัญ งบดำเนินงาน อื่น ๆ มันก็จะน้อยลงแบบนี้ครับ แต่ว่าถ้ามันตอบโจทย์เรื่องประสิทธิภาพตรงนี้ก็ไม่ติดใจ🔗
อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือเรื่องของการเบิกจ่ายงบ ก็เห็นว่าลักษณะของ ป.ป.ช. ก็จะมีงบค้างจ่าย ซึ่งก็มีอยู่ไม่กี่โครงการ แต่ก็สงสัยเหมือนกันว่าเหตุใด จึงมีงบค้างจ่าย จำนวนหนึ่งเลยทีเดียวนะครับ แล้วก็การที่มีงบค้างจ่ายทาง ป.ป.ช. ก็จะต้องทำให้ไปประสบ ปัญหาในเรื่องของการกันเงินงบประมาณไว้ เพราะว่างบที่ท่านขออย่าง ปี ๒๕๖๕ ท่านต้อง เอางบกลางต้องไปขอเพิ่มมาสำหรับการจัดสรรบุคลากร แต่ว่าอีกส่วนหนึ่งท่านก็มีเงิน อีกก้อนหนึ่งที่ท่านตั้งเอาไว้ก็เลยงงว่า ทำไมมันถึงเกิดปัญหาลักษณะแบบนี้ คือมันไม่สามารถ ที่จะเอางบประมาณในหน่วยงานนี้มาใช้ได้ กลับต้องไปของบกลางฉุกเฉินและจำเป็นมา ตั้งจ่ายบุคลากร อันนี้แสดงให้เห็นว่าแผนงานของบุคลากรของแต่ละปี มันตั้งไปไม่พอใช่ไหม แต่ผมไม่แน่ใจว่าในปี ๒๕๖๗ ที่จะถึง แล้วก็งบปี ๒๕๖๘ ท่านตั้งเป็นอย่างไรก็ท้วงติงเอาไว้ ใน ๒ ประเด็นนี้ว่า หากจะตั้งก็ไม่ใช่ว่าตั้งน้อย ๆ แล้วพอถึงเวลาก็คือต้องไปของบกลาง มาใช้แบบนี้ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่มันนอกเหนือแผน มันก็ทำให้เกิดการประเมินผลที่ไม่มี ประสิทธิภาพในหน้า ๓๗ ในส่วนของรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินนะครับ ก็คือจากตารางที่ ๒๑ ก็จะเห็นว่าภายใต้แผนโครงการพื้นฐานจำนวน ๔ โครงการ ๒ ล้านกว่าบาท มีการใช้งบเหลื่อมปี ๖ โครงการ แล้วก็อยู่ระหว่างดำเนินโครงการ ๑ อัน โครงการประเภท ที่มันเหลื่อมข้ามปีแบบนี้ จริง ๆ ก็อยากทราบเหมือนกันว่ามันไปติดค้างตรงไหนนะครับ เพราะว่าการเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐก็มีความจำเป็นที่เราจะต้องช่วยกันล้างท่อ ก็พูดให้ เข้าใจ อันที่ ๒ ก็คือโครงการภายใต้แผนบูรณาการมี ๔๒๖ โครงการ ก็ประมาณ ๑๖๕ ล้านบาท ซึ่งก็มีการยกเลิกตามมติ ป.ป.ช. ไป ๑ โครงการ ประมาณล้านกว่าบาท ก็คือเป็นโครงการ อนุวัติตามอนุสัญญาประชาชาติการต่อต้านการทุจริต UNCAC กรณีการรับสินบน อันนี้ก็เลย ไม่แน่ใจว่าท่านยกเลิกแล้ว ไม่ทำแล้ว หรือว่าไปตั้งโครงการใหม่หรือประสบปัญหาอย่างไร อันนี้ก็อยากจะทราบนะครับ ข้อประเด็นที่จะท้วงติงก็มีประมาณนี้ ส่วนโครงการในการจัด ไม่ว่าจะเป็นโครงการต้านการทุจริต กลไกสหยุทธ์เฉพาะพื้นที่เสี่ยงต่อการทุจริต หรือว่า TAC ของสำนักสื่อสารองค์กร ซึ่งได้รับการจัดสรรไป ๔ ล้านบาท ไม่มีการเบิกจ่ายแต่ว่ามีการเบิก เหลื่อมปีนะครับ ๓,๖๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็มาใช้ในปี ๒๕๖๖ ประมาณ ๓,๖๐๐,๐๐๐ บาท ก็เหมือนกันครับ ประมาณร้อยละ ๙๒.๘ ของวงเงินโครงการ เรื่องของการใช้เงินก็มีปัญหา ประมาณนี้ของ ป.ป.ช. ก็คือ🔗
อันที่ ๑ ถ้าเป็นเรื่องของงบประมาณบุคลากรถ้าท่านตั้งไม่พอดี ท่านก็ต้องไป ขอเพิ่มมันก็เลยเป็นปัญหาว่า ทำให้ถูกมองว่าแผนของการตั้งงบประมาณไม่ได้วางแผนไว้ ล่วงหน้าหรืออย่างไร🔗
อันที่ ๒ คือโครงการที่ดำเนินการอย่างที่ผมอภิปรายมา มันมีโครงการที่ พอทำแล้วก็หยุด หรือโครงการที่จะต้องทำต่อแต่ว่าเบิกงบไม่เต็ม มันก็เลยถึงข้อพิจารณา ตรงนี้นะครับ แต่ว่าโอเคท่านก็จะมีเหตุผล แต่ว่าผมก็ตั้งเป็นข้อสังเกตว่าตรงนี้ที่ติดใจ นิดหนึ่งนะครับ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ต่าง ๆ นะครับ แล้วก็ไม่ติดใจเล่มรายงาน ๒ เล่มนี้นะครับ แต่ก็อยากทำให้ทาง ป.ป.ช. ได้นำข้อเสนอแนะ ข้อ Comment ไปเป็นข้อสังเกตต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
มีสมาชิก ๒ ท่าน ซึ่งทั้ง ๒ ท่าน ฝากเป็นข้อสังเกตไปยัง ป.ป.ช. นะครับ ไปเกี่ยวกับผู้ตรวจเงิน ท่าน ป.ป.ช. จะตอบไหมครับ หรือว่าทางนี้จะตอบแทน เป็นข้อสังเกตครับ ไม่มีการท้วงติงรายงาน ทั้ง ๒ ฉบับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานผู้แทนราษฎร เรียนท่านสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร ผม นิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก่อนอื่นขอกราบ ขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องข้อเสนอแนะนะครับ เกี่ยวกับเรื่องที่ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่าน สส. นิพนธ์ คนขยัน ได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องการปฏิบัติของ ทางผู้บังคับบัญชากรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติชี้มูลความผิดไป ความจริง ป.ป.ช. เองเราก็พยายามกำกับดูแล เมื่อมีมติส่งไปแล้วเราก็จะมีการสอบถาม แล้วก็ให้เขารายงาน ผลการดำเนินการกลับมา บางครั้งทางผู้บังคับบัญชาอาจจะมีการไปดำเนินการสอบสวน ได้มีการตั้งกรรมการขึ้นมานะครับ หรือมีการร้องขอความเป็นธรรมเข้ามา ทำให้มีการ ดำเนินการที่อาจจะช้าไปบ้างไม่เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนดว่าต้องแจ้งเรามาภายใน ๓๐ วัน อันนี้ก็เป็นกลไกอันหนึ่งซึ่งได้รับไปนะครับ ส่วนสำหรับที่จังหวัดตรัง ผมขออนุญาต ตรวจสอบก่อน🔗
สำหรับข้อเสนอแนะของท่านเอกราช อุดมอำนวย ผมขออนุญาตชี้แจงอย่าง นี้ ในการจัดทำงบประมาณปี ๒๕๕๕ เราก็ได้รับเพิ่มมาประมาณสัก ๙ เปอร์เซ็นต์ ในเรื่อง บุคลากรอันนี้ยอมรับนะครับว่ามันมีปัญหาในทางปฏิบัติระหว่างเส้นทางที่มีการใช้จ่ายเงิน งบประมาณ เนื่องจากข้าราชการของเราได้มีการปรับอัตราเงินเดือนเพิ่มตามระเบียบใหม่ ขึ้นมา ซึ่งระเบียบออกมาก็เท่ากับเขามีสิทธิได้รับเงินค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น ทำให้อาจจะมีเงิน วงเงินที่เราขอไปแล้วไม่ได้จัดสรรมานะครับ อันนี้ก็ต้องขอแปรญัตติเพิ่มเติมนะครับ ซึ่งปัจจุบันนี้เราก็จะมีแปรเพิ่ม ในปี ๒๕๖๖ แต่ปี ๒๕๖๗ นี้เราเต็มที่แล้วครับ ก็มีการ ปรับปรุงแก้ไขในเรื่องนี้ ก็คือได้มีการตรวจสอบรายละเอียด แล้วก็ได้มีการวางแผนการ จัดอัตรากำลัง การเลื่อนระดับของข้าราชการของทางเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. นอกจากนี้เกี่ยวกับ เรื่องงบที่มีการผูกพัน หรือมีการดำเนินการล่าช้าส่วนใหญ่ จะเป็นเรื่องการปลูกสร้าง หรือ ก่อสร้างอาคารสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ทางด้านประชาชน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ต้องเดินทางเข้ามาในส่วนกลาง ป.ป.ช. ก็ได้รับ ความอนุเคราะห์จากทางสภานะครับ อนุมัติเงินงบประมาณในปีงบประมาณเกือบ ๑๐ จังหวัด แต่เหตุมันเกิดที่ว่ามีสถานการณ์โควิดขึ้นมามันขาดแคลนคน บางจังหวัดเอง นะครับ ปรากฏว่ามีการทิ้งงานโดยผู้รับจ้าง ขาดสภาพคล่องทำให้เราต้องมีการดำเนินการ ปรับแก้ไขสัญญาหาผู้รับจ้างใหม่ ซึ่งหายากพอสมควร อย่างเช่นที่จังหวัดนครสวรรค์นะครับ เพราะว่าเมื่อเขาสร้างไปแล้วค้างอยู่นี้ต้องมีการคำนวณ และมันจะต้องใช้งบเท่าไร เป็นเหตุ ให้ผู้รับจ้างไม่ค่อยเข้ามา เพราะเขาต้องไปนั่งเริ่มต่อเติมเพิ่มเติมขึ้นมา อันนี้เขาไม่ค่อย รับครับ เราก็พยายามหาผู้รับจ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เพราะว่าเขาจะสะดวกมาก สำหรับโครงการที่มีการค้างยกเลิกนะครับ ก็คือเรื่องการจัดทำโครงการกฎหมาย เนื่องจากว่า ในตอนที่เราเสนอไป เราก็ได้มีการการดำเนินการจัดยกร่างกฎหมาย ก็คือน่าจะเป็น Anti SLAPP Law ปรากฏว่ามีการดำเนินการแล้วเสร็จก่อนหน้านั้นนะครับ ก็ต้องขอชี้แจง อย่างนี้ จริง ๆ ไม่ได้มีการใช้เงินงบประมาณ ส่วนโครงการประชาสัมพันธ์เป็นเรื่องเกี่ยวกับ เรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ไปได้อีก ๑ โครงการ เป็นโครงการที่เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงใน Security ของทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งอันนี้ยอมรับนะครับว่าการจัดซื้อจัดจ้าง ได้ดำเนินการภายในปีงบประมาณ แต่อาจจะมีการส่งมอบงานล่าช้า ต้องมีการกันเงินไว้เบิก เหลื่อมปี ซึ่งทาง ป.ป.ช. เอง วันนี้กรรมาธิการก็ได้พิจารณาเรื่องงบประมาณไปให้ เราก็ได้มีการเตรียม ความพร้อมแล้วครับ เราบอกว่าวันนี้ทุกอย่างต้องมีการปรับปรุงแก้ไข มีการตั้งคณะทำงาน ขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อสร้างที่จะต้องมีการดำเนินการจัดจ้างให้แล้วเสร็จนะ ภายหลังจากทางสภาได้อนุมัติงบประมาณ แล้วออกมาเป็นพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่าย ประจำปี ๒๕๖๗ พอดีอันนี้เป็นงบ ปี ๒๕๖๕ ซึ่งอาจจะขลุกขลักไปบ้าง ก็ต้องกราบ ขอประทานโทษท่านด้วยครับ ขออนุญาตชี้แจงเพียงเท่านี้ครับขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เลขาธิการ ป.ป.ช. ครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผมนิพนธ์ คนขยัน ท่านเลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดินครับ ป.ป.ช. ครั้งนั้นจบแล้วครับ ครั้งก่อนที่ผมพูด ในสภามันจบแล้ว เพราะท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ออกแล้ว ท่านไม่ต้องตาม เดี๋ยวท่านผู้ว่าราชการจังหวัดใหม่จะตกใจนะครับ จบแล้ว แต่ที่ผมฝากวันนี้เรื่องประเด็นแบบ จังหวัดภูเก็ตที่ออกที่โฉนดอะไรต่าง ๆ ดังนั้นก็ฝากภาพรวมทั้งประเทศ จังหวัดไหน ที่มีการร้องเรียนแล้วก็ ถ้ามีการทำผิดแล้วไม่อยากให้หัวหน้าหน่วยงานนั้น ๆ โดยเฉพาะ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็คุมทั้งจังหวัด แต่ไปมีบางหน่วยงานที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่มีอำนาจ คือฝากว่าต่อไปนี้ถ้ามี ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดแล้ว ท่านผู้บังคับบัญชาทั้งหลาย โปรดปฏิบัติตาม แค่นั้นละ ที่ผมพูด เพื่อให้บ้านเมืองจะได้เดินเร็ว ๆ ครับท่านเลขาธิการ ป.ป.ช. ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณนิพนธ์ครับ เมื่อไม่มีผู้อภิปรายเพิ่มเติมแล้ว ผมถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานของ ผู้ตรวจสอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และ รายงานการประเมินการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินสำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติแล้วนะครับ ก็จบ ในระเบียบวาระที่ ๒.๓ ขอบคุณครับ สำหรับ ป.ป.ช. ที่มาชี้แจงครับ🔗
๔. รับทราบรายงาน ของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับปี สิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินสำหรับปี สิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งนะครับ ซึ่งก็ขอ เชิญผู้แทนจากคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะเข้าชี้แจงเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้นะครับ ๑. นายเกรียงไกร พานดอกไม้ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ๒. นางโกศิญา วิริยะนันทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ ๓. นางสาวขวัญสุรางค์ ขำแจง ผู้อำนวยการสำนักการคลัง ๔. นายเนติ บูรณสถิตย์พร รองผู้อำนวยการสำนักการคลัง ๕. นางจารุวรรณ กลีบกำไร รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด สิงห์บุรี รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัสดุ ๖. นางสาวธนณัท อิษฏประเสริฐ นักวิชาการการเงินและบัญชีชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี ต่อไป ก็ขอเชิญสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินชี้แจง ผมว่าก็คงจะเอาเฉพาะประเด็นข้อสังเกตที่สำคัญ เพราะว่ารายงานได้มีให้กับท่านสมาชิกแล้ว ก็จะให้ท่านสมาชิก ได้อภิปรายต่อ ถ้าไม่มีอะไร เราก็จะได้รับรอง เชิญครับ🔗
กราบขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานและสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๖๕ วรรคสอง ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นผู้สอบบัญชีของสำนักงาน กกต. โดยให้ทำการตรวจสอบรับรองบัญชีและเงินทุนทุกประเภทของสำนักงาน รวมทั้งประเมินผล การใช้จ่ายและทรัพย์สินของสำนักงาน โดยแสดงให้เห็นด้วยว่าการใช้จ่ายเงินดังกล่าว เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ประหยัด ได้ผลตามเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพ เกิดผลสัมฤทธิ์ และความคุ้มค่าเพียงใด และให้รายงานเสนอผลการตรวจสอบบัญชีต่อรัฐสภาและ คณะรัฐมนตรีโดยไม่ชักช้า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินโดยสำนักตรวจสอบการเงินและ บริการพัสดุที่ ๑๘ ได้ตรวจสอบรายงานการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และตรวจสอบการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของสำนักงาน กกต. แล้วเสร็จ จึงขอชี้แจงแถลงผลการตรวจสอบดังต่อไปนี้นะครับ🔗
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเห็นว่ารายงานการเงินข้างต้นแสดงฐานะ การเงินของสำนักงาน กกต. ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และผลการดำเนินงานสำหรับปี สิ้นสุดวันเดียวกัน มีความถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญและมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ และนโยบายการบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด แล้วก็แสดงความเห็นอย่างไม่มี เงื่อนไข สำหรับทรัพย์สินอะไรต่าง ๆ ทรัพย์สิน หนี้สิน รายละเอียดแสดงฐานะทางการเงิน ได้ปรากฏรายละเอียดอยู่ในรายงานแล้ว ก็หวังว่าท่านสมาชิกคงได้เห็นแล้วนะครับ ทีนี้ ในส่วนการประเมินผลการใช้จ่ายและทรัพย์สินมีหัวข้อประเมินอยู่ ๔ ด้าน คือการประเมินผล การใช้จ่ายเงิน ๒. การประเมินผลการจัดการทรัพย์สิน ๓. การประเมินผลการบริหาร โครงการตามแผนการปฏิบัติประจำปี ๔. การประเมินผลการปฏิบัติงานตามเป้าหมาย ผลสัมฤทธิ์และตัวชี้วัดของงบประมาณที่ได้รับจัดสรร อันนี้ผมจะขออนุญาตไปถึงข้อสังเกต นะครับ ข้อสังเกตจากการตรวจสอบรายงานผลการประเมินค่าใช้จ่ายและทรัพย์สินของ กกต. มีข้อสังเกตอยู่บางประการ🔗
ประการที่ ๑ การใช้จ่ายเงินตามแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีเงินเหลือจ่ายเป็นจำนวนมาก คือเงินเหลือจ่ายมีจำนวน ๒๒๖.๗๔ ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ ๕๐.๗๔ ของแผนทั้งหมด แต่ไม่ติดตามสาเหตุไว้เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงและพัฒนา กระบวนการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเป้าหมายในโอกาสต่อไป ทั้งนี้สำนักงาน กกต. ก็ได้ มีการติดตามสาเหตุดังกล่าวเมื่อหลังจากที่ สตง. สอบถามข้อมูล แล้วได้ชี้แจงข้อมูลแล้ว เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ว่าการดังกล่าวเกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา โควิด-๑๙ ที่กลับมาระบาดอีกครั้ง และผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่ประสงค์ ยื่นบัญชีรายรับรายจ่ายตามนโยบายที่ให้เจ้าหน้าที่ออกไปรับยื่นในพื้นที่แต่ละอำเภอ จึงทำให้ต้องปรับแผนการดำเนินการกิจกรรมให้เหมาะสม ประกอบกับสำนักงาน กกต. วางแผนการใช้จ่ายเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการสืบสวนหรือไต่สวน โดยอ้างอิงจากสิทธิคำร้อง สำนวนของการเลือกตั้งที่ผ่านมา แต่ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ มีคำร้องและสำนวนลดลง เป็นจำนวนมาก จึงส่งผลให้การเบิกจ่ายเงินมีจำนวนน้อยกว่างบประมาณที่ตั้งไว้🔗
ประการที่ ๒ สำนักงาน กกต. ใช้จ่ายเงินตามแผนการใช้จ่ายงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการโครงการตาม แผนปฏิบัติการ โดยมีเงินเหลือจ่ายจำนวนมากเช่นกันนะครับคือจำนวน ๑๔๗.๑๓ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๕๐.๗๖ ของแผนนะครับ เนื่องจากไม่สามารถดำเนินโครงการได้ตาม เป้าหมายเป็นจำนวนมากนะครับ โดยในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ มีแผนดำเนินโครงการจำนวน ๒๙ โครงการ ดำเนินการแล้วเสร็จเพียง ๑๔ โครงการยกเลิกหรือไม่ได้ดำเนินการ ๒ โครงการ และยกไปดำเนินการในปีถัดไป ๑๓ โครงการ รวมโครงการที่ไม่สามารถ ดำเนินการให้แล้วเสร็จตามเป้าหมาย ๑๕ โครงการ คิดเป็นร้อยละ ๕๑.๗๒ ของจำนวน โครงการตามแผนปฏิบัติการทั้งหมด🔗
อันนี้ก็จะมีข้อเสนอแนะจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินนะครับ มีข้อเสนอแนะว่าสำนักงาน กกต. อาจพิจารณาทบทวนการติดตามแผนและประเมินผลการ ใช้จ่ายเงินและการดำเนินการโครงการ อย่างเช่นการรายงานผลการดำเนินการในกรณีที่ ไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายเป็นรายไตรมาส พร้อมทั้งระบุปัญหาอุปสรรคและ แนวทางการแก้ไขไปด้วย ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการควบคุมกำกับติดตามการดำเนินการ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายในปีงบประมาณตามแผนที่ ได้ตั้งไว้ และนำข้อมูลไปปรับปรุงและพัฒนาขบวนการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย ในโอกาสต่อไป🔗
สำหรับด้านประเมินการจัดการทรัพย์สินของ กกต. ซึ่งมีแผนการจัดซื้อจัดจ้าง ของสำนักงานส่วนกลางจำนวน ๔๑.๙๕ ล้านบาท (ไม่มีแผนจัดซื้อจัดจ้างของสำนักงาน กกต. ในส่วนภูมิภาคนี้ให้ตรวจสอบ) อันนี้ก็ปรากฏรายละเอียดให้แผนดังนี้นะครับ ตรงนี้ ข้อมูลในตารางประเมินการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของ กกต. ก็ได้รายงานรายละเอียดไว้ ในรายงานแล้วนะครับ ก็หวังว่าสมาชิกผู้ทรงเกียรติผมคงได้เห็นแล้ว จากการประเมิน การใช้จ่ายและทรัพย์สินในด้านนี้ สตง. ก็มีข้อสังเกตดังนี้ ก็คือว่าสำนักงาน กกต. ส่วนกลาง ไม่สามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและลงนามในสัญญาได้ตามเป้าหมายนะครับ เช่นตัวอย่าง ที่พบก็คือแผนการจัดซื้อจัดจ้างคาดว่าจะลงนามในสัญญาได้ภายในเดือนมกราคม ๒๕๖๕ แต่ดำเนินการได้ภายในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๕ อันนี้เป็นตัวอย่างครับที่เราพบ มีจำนวนทั้งสิ้น ๓๓ รายการ โดยสำนักงาน กกต. ชี้แจงว่ามีสาเหตุเนื่องจากการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ของฝ่ายพัสดุมีปริมาณงานจำนวนมาก ประกอบกับในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ คณะกรรมการ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างต้องปฏิบัติภารกิจในการดำเนินการควบคุมและจัดการ เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น รวมทั้งเตรียมความพร้อมสำหรับ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย จึงทำให้ขบวนการจัดซื้อจัดจ้างล่าช้าและไม่ สามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้ตามแผนที่กำหนดไว้นะครับ จากข้อสังเกตที่ ๒ สำนักงาน กกต. ไม่มีแผน และรายงานผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ของส่วนภูมิภาคให้ตรวจสอบ อันนี้ที่ตรวจเพียงวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ยังอยู่ระหว่าง การจัดทำรายงานเสนอเลขาธิการคณะกรรมการเลือกตั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการติดตาม ควบคุมและรายงานผลการจัดทำแผน และผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักงาน กกต. มีความล่าช้า ไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์เพื่อการควบคุมกำกับและติดตามการดำเนินงาน ให้เป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้องและเป้าหมายที่กำหนด เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายใน ปีงบประมาณตามที่วางแผนเอาไว้ครับ กรณีนี้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็ได้มี ข้อเสนอแนะ อยู่ ๒ ประการ ก็คือว่าสำนักงาน กกต. ควรพิจารณาจัดทำแผนการจัดซื้อ จัดจ้างให้เหมาะสมกับอัตรากำลังที่สามารถปฏิบัติงานได้จริง โดยคำนึงถึงการดำเนินการ ให้ได้ผลตามเป้าหมาย ตามภารกิจและหน้าที่ของสำนักงาน กกต. อย่างมีประสิทธิภาพ ในโอกาสต่อไป ข้อเสนอประการที่ ๒ สำนักงาน กกต. อาจจะพิจารณาทบทวนแนวทาง การติดตาม และประเมินผลการจัดทำแผนและรายงานการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น การกำหนดระยะเวลาดำเนินการในการจัดทำและรวบรวมแผน และรายงานผลการจัดซื้อ จัดจ้างประจำปี หรือการรายงานผลการดำเนินการในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการได้ ตามเป้าหมายเป็นรายไตรมาส พร้อมทั้งระบุปัญหาอุปสรรคและแนวทางแก้ไขไว้ด้วย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมกำกับและติดตามการดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมาย ที่กำหนด เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายในปีงบประมาณตามที่ได้วางแผนไว้นะครับ🔗
ท่านรองครับ ผมว่ารายงานอันนี้ซึ่งอยู่บนโต๊ะของสมาชิกแล้ว เดี๋ยวให้ท่านสมาชิกได้อภิปรายก่อนครับ แล้วท่านค่อยตอบอีกครั้งหนึ่งนะครับ🔗
ขอบพระคุณครับ🔗
ในรายงานฉบับนี้ มีผู้ที่จะขออภิปราย ๓ ท่าน ผมจะเรียกสลับตามลำดับจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านครับ ท่านแรกขอเชิญคุณนิพนธ์ คนขยัน ๗ นาที เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผมนิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตรับทราบรายงานบัญชีของ กกต. ในรายงานผมไม่ติดใจครับ แต่เพียงผมอยากฝากผ่านท่านประธานไปถึงท่าน กกต. อยากฝากอย่างนี้ครับ เวลาเลือกตั้ง วันนี้มันมีไม่เหมือนกันครับ มันหมดวาระ อบต. เทศบาล อบจ. สส. อนาคตอาจจะมี การเลือก สว. ในห้วงที่ไม่มีการเลือกตั้งผมอยากให้ทาง กกต. ถ้างบประมาณไม่มีการเสนอมา เพราะอะไรครับ เพราะผมอยากให้ กกต. ไปอธิบายให้พี่น้องประชาชน อาจจะอำเภอหนึ่ง จุดหนึ่ง ไม่ใช่ว่าถึงวันจะรับสมัครเลือกตั้งอย่างผู้แทนราษฎรเมื่อสักครู่ท่านประธาน ท่าน กกต. ก็ต้องเชิญผู้สมัครทั้งหมดไปรับฟังการสมัครว่าข้อผิด ข้อไม่ผิด ข้อผิด ข้ออะไร ต่าง ๆ สำคัญคือชาวบ้านครับท่านประธานที่เคารพ ผมอยากให้ทาง กกต. ในห้วงไม่มี การเลือกตั้งอาจจะจัดตอนไหนก็ได้ ผ่านท่านนายอำเภอหรือว่าท่านจะไปจัดเวทีเอง หรือจะ ไปร่วมกำนัน ผู้ใหญ่ ตอนการประชุมประจำเดือนก็แล้วแต่ท่าน สำคัญคืออยากให้พี่น้อง ประชาชนเข้าใจในการเลือกตั้ง การเลือกตั้งมันเข้าใจครับ เข้าใจในการว่าวันนี้บางคน บางท่านขอไปเป็นหัวคะแนน ดังที่เราเห็นข่าวไม่ได้ซ้ำเติมกันนะครับ พอสุดท้ายนี้ผมเห็น หลายที่ คนที่เอาเงินไปแจกไม่ใช่ผู้สมัครนะครับ ผู้ที่ไปแจกเงินโดนมีคดีอาญา โทษจำคุก พอสุดท้ายชาวบ้านบอกผมโดนคดี โดนทำไมล่ะ ก็ตามข่าวนั่นล่ะ ไปแจกเงิน เขาก็ปฏิเสธ แต่การตัดสินมันจบ ดังนั้นผู้แจกคือตัวแทนหรือหัวคะแนนท่านประธานครับ ติดคุก ผมถึง อยากให้ กกต. เอาช่วงว่างที่ผมกราบเรียน ตอนนี้ก็ได้ พี่น้องประชาชนทั้งหลายการเลือกตั้ง อะไรก็แล้วแต่ที่จะมีเกิดขึ้น อย่าเด็ดขาดอามิสสินจ้างมันผิดกฎหมายนั้นกฎหมายนี้ ติดคุก เท่านั้นเท่านี้ สำคัญครับ ผู้แทนก็จะสบายใจ หรือนายก อบต. เทศบาล อบจ. ก็สบายใจ พอชาวบ้านรู้ว่ามันผิดกฎหมายเขาก็จะได้ไม่ทำครับ ดังนั้นฝากแค่นี้ละครับท่านประธาน ผ่านไปยัง กกต. ถ้าบอกว่างบประมาณไม่มี ผมเชื่อมั่นว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนทุกท่านคงจะ เห็นด้วยในตรงนี้ เพราะไม่อยากให้พี่น้องในพื้นที่โดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ สุดท้ายต้องติดคุก มันไม่อยากให้ตรงนี้เกิดครับ ขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานไปถึงคณะกรรมการ กกต. ส่วนรายงานไม่ติดใจครับ อยากฝากข้อเสนอว่าต่อไปนี้ อย่างที่ผมกราบเรียนว่า จัดเวทีหน่อย ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือจะไปจัดเวทีของท่าน ก็แล้วแต่ท่านนะครับ ก็ขออนุญาตฝากข้อเสนอแนะอันนี้ ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญ คุณเอกราช อุดมอำนวย ครับ🔗
ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผมจอจาน เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ผู้แทนคนดอนเมือง พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ก็สำหรับรายงานการ ตรวจสอบบัญชีและการเงินของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เล่มนี้ก็ไม่ติดใจอะไรนะครับ ก็คือเท่าที่อ่านดูแล้ว กกต. มีเงินเหลือจ่ายสะสม มาทำแผนในปีงบประมาณประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๓,๕๐๐ ล้านบาท แต่ว่าที่เป็นข้อสังเกตหนักหน่วงเลยทีเดียว ซึ่งสอดคล้องกับท่านผู้แทนจากสำนักงาน ท่านอนิรุทธ์ขออภัยที่เอ่ยนามได้อภิปรายไป เมื่อสักครู่ตอนที่พูดถึงรายงาน กกต. อ่านแล้วพอดูตามถ้อยแถลงก็ตกใจมากครับ ท่านประธาน เพราะว่าการประเมินผลการดำเนินงานของ กกต. ไม่สัมฤทธิ์ผลเลย ไม่ว่าจะเป็น ด้านการเบิกจ่ายงบประมาณ ส่วนใหญ่พอมาดูร้อยละ ๕๐ ร้อยละ ๒๐ ไม่รู้มันติดขัดอะไร คือเหมือนว่าท่านทำโครงการเอาไว้ แต่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีศักยภาพในการที่จะทำได้จริง ตามแผน ตามเป้าหมายนั้นเลย ดังนั้นแล้วเท่านั้นไม่พอ ผมเข้าใจว่า สำนักงานตรวจเงิน แผ่นดินท่านก็มีมารยาท ท่านก็อุตส่าห์แบบว่าเตือนแบบตรงไปตรงมา ผ่าน ๒-๓ หน้าสุดท้าย ในเรื่องที่ท่านได้อภิปรายไป ซึ่งท่านไม่ใช่เพิ่งพูดปีนี้นะครับ มันมีโน้ตมาแล้วว่า ปี ๒๕๖๔ ก็เป็นแบบนี้ เป็นลักษณะการทำโครงการที่เป็นแบบนี้ เบิกจ่ายได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ บ้าง ๕๐ เปอร์เซ็นต์บ้างไม่เป็นไปตามแผนบ้าง ผมยกตัวอย่างนะครับท่านประธาน หน้า ๕๐ ตารางที่ ๑๗ รายงานการประเมินผลการจ่ายเงินและทรัพย์สิน ณ สิ้นสุด ปี ๒๕๖๔ ผู้ตรวจการเขาก็เคย Comment ไปแล้ว ในเรื่องของการจัดทำแผนและผลการจัดซื้อจัดจ้าง ในภาพรวม สุดท้ายก็ไม่มี มีทำอยู่ ๒ อัน กระมังครับ ที่ กกต. ทำสำเร็จ ยุติเรื่องไปแล้วคือ ประเมินผลงวดปี ๒๕๖๕ สำนักงาน กกต. ดำเนินการตามข้อเสนอแนะแล้ว ก็คือเป็นเรื่อง ของการที่ไม่สามารถดำเนินการจัดอบรมสัมมนาได้ กกต. ก็เลยไปจัด Online ที่เหลือแทบจะ ไม่สำเร็จเลย ท่านประธาน สำเร็จอยู่เรื่องเดียวไวมากที่ทำได้ ถ้าพูดไปก็จะเลยขอบเขต แต่แซวนิดหนึ่ง คือไวมาก คือไปยื่นยุบก้าวไกล แต่เรื่องอย่างนี้ แผนงานไม่สำเร็จ ท่านประธานครับ ดังนั้นผมจึงตั้งข้อสังเกตแบบนี้ครับท่านประธาน ก็คือการที่ กกต. จัดทำแผนงบประมาณประจำปี โดยต่อไปนี้ ก็คือมันขาดเรื่องระยะเวลา เป้าหมาย ผมก็ฝากสมาชิก เพื่อนสมาชิกที่เป็นงบประมาณ ถ้าท่านที่เป็นกรรมาธิการก็ต้องดูพิจารณา ตัดงบของ กกต. ให้มีความเหมาะสมครับ ถ้าท่านเขียนแผนมาในการดำเนินการ ต่าง ๆ ท่านทำได้จริงแค่ร้อยละ ๕๐ แบบนี้ ท่านเขียนมาร้อยละ ๕๐ พอ หรือการ เบิกจ่ายเงินต่าง ๆ นี้ คือดูแล้วนักสอบบัญชีเขาคงปวดหัว เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมจะขอทิ้งท้ายไว้แบบนี้ว่าหวังว่าในรายงานปีหน้า ปี ๒๕๖๖ ที่จะเข้าสภาในวาระต่อ ๆ ไป คงจะไม่เกิดลักษณะแบบนี้อีก ผมขอ Comment เอาไว้ตรงนี้ว่าหน่วยงาน กกต. ได้รับ งบประมาณเยอะมากทั้งแผนบุคลากร โครงการดำเนินการ แต่ทำไม่สำเร็จ ไม่บรรลุผลเลย ฝากด้วยนะครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสุดท้าย ขอเชิญ ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตําบลลําไพลของอําเภอเทพา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ก็ถือว่าเป็นการตรวจสอบหน่วยรับงบประมาณอีกช่องทางหนึ่ง คณะกรรมการ การเลือกตั้งก็เกิดจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง จัดตั้งตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๑ ๒๖ ปีแล้วครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายก็ได้กำหนดว่า กกต. ต้องเข้ามาแถลงต่อสภาในการปฏิบัติงาน และ สตง. ต้องยื่นตรวจสอบ ๒ หน่วย เพราะฉะนั้นอำนาจของ กกต. ที่จะมีอำนาจ ๓ ประการ จริง ๆ แล้วอำนาจ กกต. มีเยอะมากตามที่ พ.ร.บ. ได้กำหนด แต่ผมขอสรุปเป็น ๓ ประเด็นหลัก ๆ คือ ๑. อำนาจในการจัดการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่น ระดับชาติ ๒. ก็คืออำนาจในการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัย สุดท้ายก็คืออำนาจออกระเบียบข้อบังคับ ของ กกต. นี่ก็คือเป็นข้อสรุป ๓ ข้อสั้น ๆ ในภารกิจของ กกต. ท่านประธานครับ กกต. เป็นองค์กรอิสระ แต่เป็นอีก ๑ องค์กรที่ใช้อำนาจ ๓ อำนาจในหน่วยงานเดียวกัน ก็คือ อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจตุลาการ เพราะฉะนั้นวันนี้งบประมาณทั้งหมด ที่ กกต. ได้รับมันมีความสำคัญ การบริหารเหมือนที่ผมบอกว่า ก็คือ กกต. บริหารในการ จัดการเลือกตั้งครับท่านประธาน และ กกต. เป็นนิติบัญญัติ ก็คือออกกฎหมาย ข้อระเบียบ ข้อบังคับได้ และสุดท้าย กกต. ตัดสินใบเหลือง ใบแดง นี่ก็คือเป็นองค์กรอิสระที่มีอำนาจมาก เพราะฉะนั้นประเด็นที่เราจะพูดในวันนี้ ประเด็นที่ ๑ รายงานของผู้สอบบัญชี และรายงาน การเงินของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเล่มสีฟ้าครับ สตง. มีความเห็นว่าอย่างไร บอกว่าได้ตรวจสอบรายงานการเงินของ กกต. ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ รายงานการเงิน ของ กกต. ถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญ ตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบาย การบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด ท่านประธานครับ วันนี้หน่วยรับงบประมาณ ทุกหน่วยไม่มีโอกาสมาชี้แจงในสภา หน่วยรับงบประมาณทุกหน่วยโดนตรวจสอบจาก สตง. แบบละเอียดยิบครับ มีหลายหน่วยงานโดนตรวจสอบ มีหลายหน่วยงานโดนดำเนินคดี แต่วันนี้โชคดีของ กกต. เพราะ สตง. ได้มายืนยันเป็นเอกสารว่า ถูกต้อง สรุป สตง. ให้ กกต. ไฟเขียวในการใช้งบประมาณปี ๒๕๖๖ โดยไม่มีเหตุข้อสงสัย จบไปครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน สีชมพู เขาเรียกว่า รายงานการประเมินผล การใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินสำนักงาน กกต. สิ้นปี วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ มันคนละ ประเด็น สตง. ให้ความเห็นอย่างไรเล่มนี้ การใช้จ่ายของ กกต. และทรัพย์สินเขาบอกว่า ๑. เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ๒. ประหยัด ๓. ได้ผลตามเป้าหมาย ๔. มีประสิทธิภาพ ๕. เกิดผลสัมฤทธิ์ สรุปว่าคุ้มค่าเพียงใดคำตอบอยู่ที่ กกต. ท่านประธานครับ งบประมาณ ได้รับการจัดสรรปี ๒๕๖๕ มันเป็นปีย้อนก่อนที่จะมีสภาชุดนี้ แต่บังเอิญผมโชคดี รอบที่แล้ว ผมก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมาธิการงบประมาณ ปรากฏว่า กกต. ได้รับจัดสรรงบประมาณปี ๒๕๖๕ ๑,๗๐๗ ล้านบาท ไปใช้ในแผนกของ บุคลากร ๑,๓๙๖ ล้านบาท แผนพื้นฐานด้านความมั่นคง ๒๔๑ ล้านบาท และที่สำคัญครับ แผนพัฒนาและเสริมสร้างการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น พระประมุข ๖๙.๙๕ ล้านบาทกลม ๆ ครับ ๗๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นผมเองอยากจะขอให้ คณะกรรมการการเลือกตั้งพัฒนาแผนในการเสริมสร้างการพัฒนาการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เห็นไหมครับ งบนิดเดียวเองครับ แต่มันเป็นหัวใจหลัก หัวใจสำคัญครับท่านประธาน พอ ๆ กับการเลือกตั้ง นี่ก็คือสิ่งที่ กกต. ต้องวางแผนในระยะยาวในการกำหนดงบประมาณ ในการส่งเสริมประชาธิปไตยให้กับประชาชนรากหญ้า เพราะฉะนั้นข้อเสนอของผมเอง นะครับ ฝากไปยังท่านคณะกรรมการการเลือกตั้งและ สตง. ที่อยู่ในห้องนี้ให้เพิ่มงบประมาณ ส่วนนี้ และเพิ่มหลักสูตรให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงระบบการเลือกตั้งและการพัฒนาการเมือง การพัฒนาหลักสูตร พตส. ที่ผมกำลังศึกษาอยู่วันนี้มันต้องทำในเชิงรุกเรื่องของการพัฒนา การเมืองและการเลือกตั้งและจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้กับหลักสูตร สุดท้ายผมเอง ขอเป็นกำลังใจให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะอะไรครับ สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อันใกล้ก็คือการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ต้องใช้งบประมาณ ต้องใช้การวินิจฉัย ต้องใช้การ สอบสวน นี่คือภารกิจอันยิ่งใหญ่ของท่านที่รออยู่ข้างหน้า เพราะฉะนั้นในการจัดการเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา ที่จะถึงนี้ฝากว่าให้มีความบริสุทธิ์ยุติธรรมนะครับ ถือว่าเป็นการเลือกตั้ง รูปแบบใหม่ที่จะมีวุฒิสภาทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายและเลือกองค์กรอิสระ ก็ฝากไปยัง กกต. ทุก ๆ ท่านนะครับ เราก็ขอเป็นกำลังใจในการทำงานเพื่อประชาธิปไตย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญครับสำหรับผู้ชี้แจงต้องการจะตอบคำถามหรือจะชี้แจงได้ครับ เชิญ กกต. ชี้แจงครับ ทาง กกต. ขอรับข้อสังเกตที่มีผู้อภิปรายทั้ง ๓ ท่านนะครับ ก็ถือว่าไม่มีผู้อภิปรายแล้วนะครับ ผมถือว่าที่ประชุมนี้รับทราบรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชีและรายงานเงินสำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้วนะครับ สำหรับวาระที่ ๒.๔ ทางผู้ตรวจการแผ่นดินยังต้องอยู่ต่ออีกวาระหนึ่ง สำหรับ กกต. ขอขอบคุณครับ🔗
๕. รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ🔗
ด้วยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้เสนอรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชีและ รายงานการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และรายงานการประเมินผล การใช้จ่ายและทรัพย์สินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของสำนักงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อรับทราบตามมาตรา ๕๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่วางให้สมาชิกแล้วนะครับ สำหรับ ผู้ที่จะมาชี้แจงเพิ่มเติมจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เชิญครับ ๑. นายภาณุวัฒน์ ทองสุข ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านสิทธิมนุษยชน ๒. นายศรุติพงศ์ จิราดิษพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง ๓. นางศริยาภรณ์ สุภาวรธรรม หัวหน้ากลุ่มงานการคลัง ๔. นางสาวสุกัญญา ต้นสายเพชร หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายและ ยุทธศาสตร์ ขอเชิญสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ชี้แจง ในเบื้องต้นผมอยากจะใช้เวลา เพื่อการประหยัดคือ รายงานที่มีอยู่บนโต๊ะท่านคงไม่ต้องชี้แจงสมาชิก อาจจะเอาเฉพาะ ข้อสังเกตที่สำคัญ หลังจากนั้นก็จะให้สมาชิกได้อภิปรายนะครับ อันนี้ก็เป็นวาระสุดท้าย ของการรับทราบรายงาน เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธาน และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินได้ทำการตรวจสอบรายงาน และประเมินการใช้จ่ายทรัพย์สิน สำหรับ ปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทั้งนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๕๘ วรรคสอง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยสำนักตรวจสอบ การเงินและพัสดุ บริหารพัสดุที่ ๑๘ ได้ตรวจสอบรายงานการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และตรวจสอบการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำหรับ ปีเดียวกัน ของสำนักงาน กสม. แล้วเสร็จ จึงต้องรายงานผลการตรวจสอบเสนอต่อรัฐสภา ตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ซึ่งผลการตรวจสอบรายงานการเงินดังกล่าว แสดงฐานะ การเงินของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และผลการดำเนินการสำหรับปีสิ้นสุดวันเดียวกัน มีความถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญ ตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ และนโยบายการบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยแสดงความเห็นอย่างไม่มีเงื่อนไข ซึ่งจากการตรวจสอบกรณีดังกล่าวข้างต้น ได้พบ ข้อสังเกตบางประการ ซึ่งจะได้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาตินะครับ มีอยู่ประมาณ ๒ ข้อสังเกต ก็คือเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณ สำหรับโครงการยุทธศาสตร์ ตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ มีการ เบิกจ่ายได้ร้อยละ ๔๘.๗๒ ซึ่งไม่เป็นไปตามแผนงบประมาณที่วางไว้ และมีการกันเงินไว้เบิก เหลื่อมปี จำนวน ๑๙.๔๒ ล้านบาท เนื่องจากต้องดำเนินการและใช้จ่ายงบประมาณของ ปีก่อน ซึ่งกันไว้เบิกเหลื่อมปีจำนวน ๒๑.๘๘ ล้านบาท ทำให้การบริหารงบประมาณประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ล่าช้า ส่งผลให้เมื่อสิ้นปีงบประมาณต้องมีการกันเงินไปเบิกจ่าย ในปีถัดไปอย่างต่อเนื่องทุกปี🔗
ข้อสังเกตประการที่ ๒ แผนงานบุคลากรภาครัฐ มีเงินบำเหน็จตอบแทน กสม. จำนวน ๑.๑๓ ล้านบาท คงเหลือทั้งจำนวน เนื่องจากในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ไม่มี กสม. พ้นจากตำแหน่ง และในงวดปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ไม่ได้รับจัดสรร งบประมาณสำหรับเงินบำเหน็จดังกล่าวนี้แล้ว สำหรับข้อเสนอแนะในการใช้จ่ายเงินและ ทรัพย์สินของสำนักงาน กสม. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้นำเสนอข้อเสนอแนะดังนี้ ในการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี ควรจัดลำดับความสำคัญและสอดคล้องกับ เหตุผลความจำเป็น พร้อมทั้งประมาณการค่าใช้จ่ายของโครงการ กิจกรรมที่ต้องการ ดำเนินการตามความจำเป็นและเหมาะสมกับ ประการที่ ๒ ควรควบคุมกำกับดูแล เร่งรัด การดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี และในการวางแผนงบประมาณประจำปี ให้พิจารณาถึงศักยภาพของการดำเนินงานของ หน่วยงานด้วย และการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีของปีก่อนที่จะต้องดำเนินการต่อ รวมถึง ให้พิจารณาผลการใช้จ่ายงบประมาณจากข้อมูลในอดีตที่ผ่านมาเป็นเกณฑ์ประกอบ การพิจารณาถึงศักยภาพและความสามารถในการใช้จ่ายเงิน🔗
สำหรับด้านการประเมินการจัดการทรัพย์สินจะมีรายละเอียดปรากฏอยู่ใน รายงาน อยู่ในตารางข้อมูลที่ทาง สตง. ได้ทำรายงานนำเสนอสภาไปแล้วนะครับ สำหรับ กรณีนี้จะมีข้อสังเกตอยู่บางประการก็คือว่า การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในไตรมาสที่ ๔ สูงเป็นอันดับ ๒ รองจากไตรมาสที่ ๑ ถึงแม้ผลการใช้จ่ายงบประมาณจะเกิดขึ้นแล้ว แต่การ ดำเนินการให้สัมฤทธิ์ผลมีความเสี่ยงที่อาจไม่สามารถดำเนินการจัดหาทรัพย์สิน หรือบริหาร สัญญาให้สัมฤทธิ์ผลได้ทันในปีงบประมาณ ในประเด็นนี้ก็มีข้อเสนอแนะว่า ควรกำหนด มาตรการให้สำนักงานต่าง ๆ ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณแจ้งรายการความต้องการครุภัณฑ์ หรืออื่น ๆ ที่ต้องการการจัดซื้อจัดจ้างให้กลุ่มงานพัสดุรวบรวมและจัดทำแผนการจัดซื้อจัด จ้างประจำปีอย่างครบถ้วนตามกำหนดเวลา ความต้องการใช้งาน และจัดให้มีการควบคุมให้ มีการปฏิบัติตามแผนที่กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างและการเบิกจ่าย งบประมาณเป็นไปตามแผนที่กำหนด ประกอบกับมีแนวทางการปฏิบัติ การเตรียมการจัดซื้อ จัดจ้างของคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ ซึ่งอันนี้ทางคณะกรรมการบริหารในเรื่องการจัดการพัสดุก็ควรจะดำเนินการตามหนังสือด่วน ที่สุดของ กค (วจ ๐๔๐๕.๒/ว ๓๗๑) ลงวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๒ เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ด้วยนะครับ🔗
สำหรับการประเมินบริหารโครงการตามแผนปฏิบัติประจำปี มีงบประมาณ สำหรับการดำเนินการโครงการ จำนวน ๔๐ โครงการ เป็นเงินจำนวน ๓๘ ล้านบาทครับ ระหว่างปีงบประมาณมีการปรับแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยบรรจุ โครงการเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ จำนวน ๑๓ โครงการ ยุบรวมโครงการ จำนวน ๑ โครงการ และยกเลิกโครงการ จำนวน ๓ โครงการ ส่งผลให้มีแผนงานโครงการเชิงยุทธศาสตร์ หลังปรับแผน จำนวน ๔๙ โครงการ มีงบประมาณเพิ่มเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น ๔๐.๘๙ ล้านบาท ซึ่งมีผลปฏิบัติการตามรายละเอียดที่ปรากฏในรายงานการทดสอบที่อยู่ในมือท่านแล้ว นะครับ สำหรับกรณีนี้ก็มีข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับการประเมินการใช้จ่ายเงินและ ทรัพย์สิน🔗
ข้อสังเกตประการที่ ๑ มีการยกเลิกโครงการ จำนวน ๒ โครงการ ประกอบด้วย ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ ประชาสัมพันธ์รูปแบบใหม่ และโครงการปรับปรุง ห้องประชุมสำนักงาน กสม. โดยโครงการดังกล่าววางแผนดำเนินการในไตรมาสที่ ๓ และ ไตรมาสที่ ๔ ซึ่งขณะนั้นสำนักงาน กสม. มีโครงการ งานที่จำเป็นจะต้องใช้งบประมาณ จึงได้ปรับแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ และได้ยกเลิกทั้ง ๒ โครงการ นำงบประมาณมาจัดสรรให้กับโครงการที่มีความจำเป็นและมีแผนการดำเนินงานก่อน🔗
ข้อสังเกตประการที่ ๒ โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาองค์กร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ เลื่อนไปดำเนินการในปีถัดไป แต่ตามแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ กสม. ไม่มีมติบรรจุโครงการดังกล่าวไว้ในแผน เนื่องจาก งบประมาณไม่เพียงพอ จึงพิจารณาอนุมัติแผนโครงการโดยคำนึงถึงความสำคัญจำเป็น เร่งด่วนก่อน🔗
ข้อสังเกตประการที่ ๓ โครงการวิจัย จำนวน ๓ โครงการ ที่ได้รับเงินอุดหนุน จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม รวมเป็นเงิน ๑ ล้านบาท มีเงินคงเหลือทั้งจำนวน เนื่องจากจำนวนบุคลากรและภาระงานของผู้รับผิดชอบงานวิจัยของ สำนักงาน กสม. ไม่สอดคล้องกัน โดยมีบุคลากรปฏิบัติงานเพียง ๒ คน ซึ่งต้องดำเนิน โครงการวิจัยของปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ด้วย จึงทำให้โครงการวิจัยของปีงบประมาณ ๒๕๖๕ เป็นเพียงขั้นตอนการเตรียมการเท่านั้น🔗
ข้อสังเกตประการที่ ๔ โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูล ด้านสิทธิมนุษยชนมีความล่าช้ากว่าเป้าหมายที่กำหนด🔗
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็ได้เสนอข้อเสนอแนะไว้ในรายงาน สรุปได้ ดังนี้นะครับ🔗
๑. สำนักงาน กสม. ควรควบคุมกำกับดูแลเร่งรัดการดำเนินโครงการเชิง ยุทธศาสตร์ให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีที่กำหนดไว้🔗
๒. การวางแผนงบประมาณประจำปีให้พิจารณาถึงศักยภาพการดำเนินงาน ความสำคัญ จำเป็นเร่งด่วนของสำนักงาน กสม. และเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีของงวดปีที่ ต้องการดำเนินการต่อ รวมถึงกรณีการจ้างดำเนินโครงการ ควรกำหนดมาตรการให้ สำนักงานต่าง ๆ แจ้งรายการที่ต้องการจัดซื้อจัดจ้างให้กลุ่มงานพัสดุรวบรวม และจัดทำ แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีตามกำหนดเวลาความต้องการในการใช้งาน และจัดให้มีการ ควบคุมให้มีการปฏิบัติตามแผนที่กำหนดอย่างเคร่งครัด รวมถึงการพิจารณาผลการใช้จ่าย งบประมาณ จากข้อมูลในอดีตที่ผ่านมาเป็นหลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณาถึงศักยภาพ และความสามารถในการดำเนินโครงการด้วย🔗
การประเมินผลการปฏิบัติงานตามเป้าหมายผลิตผลและตัวชี้วัดของเงิน งบประมาณที่ได้รับจัดสรร ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ซึ่งในรายละเอียดอะไรต่าง ๆ ก็มี ข้อสังเกตปรากฏไว้ในรายงานแล้ว ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกขออภิปราย ๑ ท่าน เชิญครับ ท่านประเสริฐพงษ์🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขออนุญาตอภิปรายรายงานการประเมินผล การใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งผมคิดว่ารูปเล่มที่ท่านนำเสนอ รวมทั้งที่ท่านสรุปข้อสังเกต เป็นรูปแบบของการทำงานที่เหมือนกับเป็น Routine นะครับ ผมอยากให้การทำงานเชิงรุก เช่น จะต้องมีข้อเสนอแนะมากกว่านี้ ในเรื่องของผลสัมฤทธิ์ ของตัวยุทธศาสตร์กับโครงการ หรือแม้กระทั่งท่านน่าจะมีข้อเสนอไปถึง กสม. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในเรื่องของการจัดทำยุทธศาสตร์ หรือว่าโครงการ ต่าง ๆ ที่มีผลต่อสังคมไทย ในแง่การปฏิบัติของส่วนราชการต่อภาคประชาชน ไม่ว่าจะเป็น ยุทธศาสตร์โครงการที่ กสม. วางไว้ เพื่อเผยแพร่เรื่องสิทธิมนุษยชนในหน่วยทหาร ซึ่งมีการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนปรากฏบ่อย ๆ และที่รุนแรงที่สุดคือการฉีกรัฐธรรมนูญ แล้วก็ทำให้เกิด การรัฐประหาร แล้วก็อีกอันหนึ่ง ผมคิดว่าคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หลายครั้งนะครับ เวลาท่านมาเสนอรายงานเรื่องยุทธศาสตร์การตรวจในปีต่อไป บางครั้งผมก็ไม่มีโอกาส ได้เข้ามา เพราะว่าพลาดเรื่องการติดการประชุมกรรมาธิการ หลายปีที่ผมเห็นว่า ท่านล้วงลึกไป แม้กระทั่งการตรวจเงินแผ่นดินของท่านจะไปตรวจเรื่องแผนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งผมคิดว่าบางครั้งมันก็เหมือนกับเป็นการก้าวล่วงพอสมควร แต่ไม่เป็นอะไรครับ ท่านทำ มาแล้ว แต่อนาคตผมคิดว่า ถ้าท่านเคยวางยุทธศาสตร์เรื่องการตรวจเงินขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ล้วงลึกไปถึงขนาดจะไปดูเรื่องแผนปฏิบัติงานของเขาว่า ควรตั้งงบประมาณ อะไรแบบไหน ไม่เหมาะสม แทนที่จะไปดูเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ มากมายหรือไม่ ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็เป็นความสำคัญที่จะมาสะท้อนให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้สะท้อนไปที่ กสม. มีข้อสังเกตเพิ่มขึ้นด้วยนะครับว่า การทำงานของ กสม. โครงการ เสริมสร้างความรู้อะไรต่าง ๆ ให้แก่เยาวชน ซึ่งตั้งงบไว้ประมาณแค่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท เรื่องจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องโครงการที่ผมกล่าวถึงว่า ทำไม กสม. ถึงไม่มีโอกาสที่จะ ตั้งโครงการเข้าไปให้ความรู้กับหน่วยงานอย่างทหารเป็นต้น หรือแม้กระทั่งการไปร่วมงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มากขึ้น เพื่อจะได้รู้ว่า ประเทศนี้เน้นเรื่องการกระจายอำนาจ เน้นเรื่องการพัฒนาประเทศมากกว่าที่จะมีการ รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง เพราะวันนี้เรามาไกลแล้วครับว่า ประเทศชาติของเรา ต้องกระจายอำนาจไปที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างไร และควรร่วมมือกับองค์กรอิสระ อย่างไร ทั้ง สตง. หรือ กสม. ที่ว่าควรจะมีระบบของการเชื่อมโยงกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น วันนี้ผมแทบไม่เห็นเลยว่าโครงการยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ที่ กสม. เอามาวางไว้ และทาง สตง. ได้เข้าไปตรวจ ท่านไม่มีข้อสังเกตพวกนี้เลย แปลว่าท่านลืม แปลว่าท่าน ไม่เห็นความสำคัญ ท่านอยู่กรุงเทพมหานคร ท่านอาจจะไม่ทราบว่าคนต่างจังหวัดเขาเผชิญ ปัญหาอะไร แต่ผมเชื่อว่าบรรพบุรุษของท่านมาจากต่างจังหวัดครับ ผมอยากให้ท่านเน้น ประเด็นเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เรียบร้อยนะครับ ท่านตอบนิดหน่อยก็ได้ครับ🔗
ต้องขอขอบพระคุณ ท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ท่าน สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ได้กรุณาให้ ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงาน ในการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งผม และคณะในนามของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินก็ขอน้อมรับไว้เพื่อไปดำเนินการต่อ กราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับปี สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แล้วนะครับ ขอบคุณท่านผู้แทนหน่วยงานทุกท่านครับ ขอบคุณครับ ท่านมีอะไรครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาต หารือสักเล็กน้อยก่อนจะเข้าสู่วาระถัดไป เรื่องญัตตินะครับ เรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคก้าวไกล ในฐานะ วิปฝ่ายค้าน ผมได้ลุกขึ้นหารือกับทางท่านประธานสภาเกี่ยวกับกรณีของการบรรจุญัตติด่วน หรือไม่ด่วน ซึ่งทางท่านประธานได้กล่าวว่าจะให้ผมถามกับทางท่านพิเชษฐ์ เพราะว่า เป็นผู้รับผิดชอบในการบรรจุญัตติด่วนหรือไม่ด่วน แล้วผมก็ได้รับหนังสือเกี่ยวกับกรณี การเสนอญัตติด่วนของทางท่านผู้นำฝ่ายค้านที่ตอนนี้บรรจุเป็นเรื่องเสนอใหม่ที่ ๖.๖ กรณี ญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการใช้อำนาจของ ศาลรัฐธรรมนูญ กรณีตรวจสอบการกระทำของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกรัฐสภา ในการดำเนินการทางนิติบัญญัติตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๓/๒๕๖๗ และคำวินิจฉัย อื่น ๆ ซึ่งเมื่อยื่นไป ตอนนี้ผมก็ได้หนังสือตอบกลับมาแล้วครับ เป็นตอบกลับวันที่ ๑๒ แต่เนื้อหาการตอบกลับ และชี้แจงเหตุผลตามรายละเอียดไม่ได้ระบุอะไรเลยครับ เพียงแต่ ระบุว่า ญัตติดังกล่าวไม่เป็นญัตติด่วน เนื่องจากไม่เข้าลักษณะญัตติด่วนตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๕๐ ทีนี้ในข้อ ๕๐ ที่เขียนไว้ว่า ในกรณีที่เป็น ประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน หรือมีความจำเป็นรีบด่วนที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยหรือ ศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือความมั่นคงของประเทศ ไม่ว่าจะในทางเศรษฐกิจหรือ ในทางใด ๆ ก็ตาม หรือในเหตุจะขจัดใด ๆ ที่จะกระทบกระเทือนต่อเสรีภาพของประชาชน อย่างร้ายแรง จะเสนอญัตติด่วนเพื่อให้สภาพิจารณาเป็นการด่วนก็ได้ ทีนี้ครับท่านประธาน ผมเข้าใจว่า ในสภาของเรานี้จะมี Track ที่เป็นช่องทางการเสนอญัตติด่วน ซึ่งตอนนี้ ผมไม่เห็นว่าช่องทางญัตติด่วนดังกล่าวของสภาเป็นอย่างไร หรือเกณฑ์ในการที่จะพิจารณา ซึ่งถ้าเกิดพิจารณาตามข้อบังคับ ข้อ ๕๐ การที่สภาของเราจะต้องมาตีความคำว่า การนำเสนอกฎหมายหรือการกระทำโดยนิติบัญญัติโดยชอบ ซึ่งเราทุกคนตรงนี้ไม่สามารถ ตีความกันได้นะครับ ถ้าเรายังไม่ได้ทำการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา หรืออย่างน้อย ต้องพูดคุยกันในสภาว่า นิติบัญญัติโดยชอบคืออะไร หรือแม้แต่คำตัดสิน ซึ่งผมย้ำอีกครั้ง ผมไม่ได้ก้าวล่วงคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ แต่คำตัดสินผูกพันทุกองค์กร ถ้าคำตัดสิน ผูกพันทุกองค์กร คำว่า นิติบัญญัติโดยชอบคืออะไร ไปแล้วอย่างหนึ่ง คำถามคือต่อไป ถ้าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าเป็นหมวดเกี่ยวกับความมั่นคง หรือมีการเสนอกฎหมาย ที่เกี่ยวกับความมั่นคงและมีการรณรงค์ หรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือสถานการณ์ชายแดน คำถามคือความมั่นคงต่าง ๆ กฎหมายต่าง ๆ ที่ถ้ามีพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง เสนอเพื่อจะพิจารณาในสภา มันเป็นนิติบัญญัติโดยชอบหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมกังวล เป็นอย่างยิ่งว่า ถ้าเรื่องนี้ยังไม่ด่วน แล้วเหตุผลที่ได้รับมาว่าไม่ด่วน เพราะว่าไม่เข้ากับ แนวทางนี้ การทำงานของเราอาจจะมีปัญหาได้ในอนาคต โอเคเราคงไม่อาจจะถอนญัตตินี้ เข้าไปเสนอเพื่อพิจารณาใหม่ว่า ด่วนหรือไม่ แต่ผมอยากจะขออนุญาตรับฟังเหตุผลจาก ท่านประธานจริง ๆ ครับว่า เหตุใดเรื่องที่เกี่ยวกับพวกเราทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ถึงไม่ใช่ เรื่องด่วน เพราะเราต้องทำหน้าที่นี้ทุกวัน อย่างน้อยก็วันพุธ วันพฤหัสบดี จึงขอรับทราบ เหตุผลจากทางท่านประธานจริง ๆ ครับเรื่องนี้ ขอบคุณมากครับ🔗
ผมขอถามท่านอีกครั้งหนึ่งว่า มันด่วนอย่างไร🔗
เรียนท่านประธานครับ ตามข้อ ๕๐ เรื่องการพิจารณากฎหมาย เสนอกฎหมาย และตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๓/๒๕๖๗ ที่ศาลได้พิจารณาไป แล้วก็มีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว ได้ผูกพันไปถึงว่า การเสนอกฎหมายต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ต้องทำตามกระบวนการนิติบัญญัติโดยชอบ เราทุกคน ตรงนี้ยังหาเหตุผลของคำว่า นิติบัญญัติโดยชอบไม่ได้ แต่เราต้องปฏิบัติหน้าที่ตาม กระบวนการนิติบัญญัติในฐานะผู้ทำหน้าที่นิติบัญญัติครับท่านประธาน ผมเลยรู้สึกว่า การทำงานตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เอาเป็นว่าตั้งแต่มีการพิจารณาตัดสินวินิจฉัย โดยศาลรัฐธรรมนูญ ผูกพันเราไปแล้วครับ และถ้าเราไม่ตีความเพื่อยืนยันว่า นี่คืออำนาจ หน้าที่ของเราในการออกกฎหมาย ตรากฎหมาย แก้กฎหมาย เราทำงานกันต่อไปหลังจากนี้ ถ้ามีคนไปร้องเป็นพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือเป็นสมาชิกท่านใดท่านหนึ่งอาจจะผูกพัน เกิดปัญหาได้ อย่างน้อยเราต้องมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันเรื่องนี้ครับ ผมเลยคิดว่า เป็นเรื่องด่วน เพราะมันผูกพันเราตั้งแต่วันที่ตัดสินครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ คืออย่างนี้นะครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านได้เสนอญัตติด่วน เรื่องขอให้สภา ผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ญัตติ เพื่อศึกษาโน่นศึกษานี่ ในสภาถือว่าไม่ใช่เรื่องด่วน การศึกษาต้องใช้เวลา ต้องใช้องค์ประกอบ หลายอย่าง ดังนั้นเรื่องด่วน ถ้าตามข้อบังคับ ข้อ ๕๐ ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์สำคัญ ของแผ่นดิน ที่ท่านอ่านมานี้ก็ถูกต้อง แต่ว่าญัตติที่ท่านหัวหน้าพรรคได้เสนอมานี้ เป็นการศึกษานะครับ แล้วท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ตั้งกรรมการเพื่อที่จะ ตรวจสอบ แล้วก็พิจารณาเรื่องนี้ ก็มีมติว่าไม่ใช่เรื่องด่วนนะครับ เพราะฉะนั้นกรรมการ ที่ปรึกษาของท่านประธานสภาท่านพิจารณามาอย่างนี้ ก็ถือว่าไม่ด่วนนะครับ แต่ถ้าเป็น เรื่องด่วน ต้องไม่ใช่เรื่องที่จะศึกษา เป็นเรื่องที่เกิดขึ้น เช่น สึนามิ เกิดแผ่นดินไหว อันนี้ก็คือ เรื่องด่วนที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของแผ่นดิน แต่ท่านเสนอญัตติเพื่อให้ศึกษา กรรมการ เขาพิจารณาว่า ไม่เป็นเรื่องด่วนนะครับ เชิญท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก เขตมีนบุรี เขตลาดกระบัง ขออนุญาตด้วยความเคารพท่านประธานนะครับ จากท่านชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ซึ่งสมาชิกของพรรคก้าวไกลที่ได้กรุณาให้ท่านประธานที่เคารพได้กรุณาอธิบาย เรื่องเหตุผลว่า เหตุใดญัตติที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนั้นไม่ได้รับบรรจุเป็น ญัตติด่วน ตัวกระผมเองได้ดูข้อบังคับ ข้อ ๕๐ เขาเขียนว่า ในกรณีที่เกี่ยวกับประโยชน์สำคัญ ของแผ่นดิน หรือมีความจำเป็นรีบด่วนในอันที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ของประชาชน หรือความมั่นคงของประเทศ ไม่ว่าทางเศรษฐกิจหรือทางใด ๆ ก็ตาม หรือ อันนี้สำคัญนะครับ หรือ ในอันที่ขจัดเหตุใด ๆ ที่กระทบกระเทือนต่อสิทธิเสรีภาพของ ประชาชนอย่างร้ายแรง กรณีสำคัญตรงนี้คือว่า กรณีหรือในอันที่จะขจัดเหตุใด ๆ ที่กระทบกระเทือนต่อเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง จะเสนอญัตติด่วนเพื่อให้สภา พิจารณาเป็นการด่วนก็ได้ ซึ่งญัตติด่วนนั้นมิได้มีการบัญญัติไว้ข้อบังคับใดว่า จะต้องเป็น ญัตติด่วนที่ถามคำถามต่อรัฐบาล หรือญัตติด่วนที่ต้องศึกษา ไม่ได้แยกครับ ถ้าศึกษาแล้ว ไม่ด่วน ไม่ได้แยกครับ แต่สาระสำคัญคือขจัดเหตุใด ๆ ที่กระทบกระเทือนต่อเสรีภาพของ ประชาชนอย่างร้ายแรง การที่ผู้นำฝ่ายค้านของสภาผู้แทนราษฎรนี้ได้เสนอญัตติที่ว่าการใช้ อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญมีการก้าวล่วงอำนาจนิติบัญญัติหรือไม่ นั่นก็คือการเสนอกฎหมาย ตรงนี้เราควรที่จะศึกษา นั่นคือกระทบต่อเสรีภาพนะครับ สส. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นตัวแทนของประชาชน เสรีภาพของประชาชนนั้น ส่งผ่านตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นคือมันเข้าเป็นองค์ประกอบอย่างชัดแจ้งว่า มันจะขจัดเหตุที่จะกระทบกระเทือนต่อเสรีภาพ เราจำเป็นที่จะต้องศึกษาอย่างเร่งด่วน แล้วถ้าปล่อยไป มีคิวไปอีก ๓๙ คิว หมดสมัยประชุมนี้ก็ยังไม่ได้เข้า แล้วถามว่า มันจะเกิดประโยชน์อะไรบ้าง ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของเราเป็น สส. เราเป็นอำนาจนิติบัญญัติ โดยปกติตามการปกครองระบอบประชาธิปไตยมันจะต้องมีการ ตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหารและอำนาจตุลาการ ตอนนี้อำนาจ นิติบัญญัติ ถ้าเกิดว่าถูกอำนาจที่ใช้อำนาจตุลาการมาบอกว่า ห้ามเสนอกฎหมาย ทั้งที่ไม่มี กฎหมายบัญญัติว่า ข้อห้ามกฎหมายนั้นเป็นอย่างไร นี่ถือว่าจะกระทบหรือไม่ อย่างไร เรา ต้องมานั่งพิจารณาในส่วนอำนาจเพื่อปกป้องอำนาจของเรา ดังนั้นไม่ด่วนนะครับ แต่ผมดูแล้วองค์ประกอบของมาตรา ๕๐ นั้นด่วน แต่ในส่วนของตัวคำตอบที่ท่านเขียนมา ที่ท่านอาพัทธ์ สุขะนันท์ ขออนุญาตเอ่ยนาม เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเขียนมา ไม่มีระบุว่า ไม่ด่วนเพราะอะไร แต่องค์ประกอบที่ผมได้อ่านให้ท่านประธานได้ฟังนั้น มันเข้าเหตุของญัตติด่วนได้ครับท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ🔗
ผมชี้แจงอีกครั้งหนึ่งนะครับ ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานไม่สามารถที่จะใช้ ดุลพินิจของตัวเองที่จะมาตัดสินเรื่องญัตติต่าง ๆ ทางสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งกรรมการ เพื่อพิจารณาญัตติต่าง ๆ แล้วก็พระราชบัญญัติต่าง ๆ โดยมีท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานของคณะกรรมการ เชิญครับ🔗
จริง ๆ ผมยกมือ ก็อยากให้ท่าน พูดให้เสร็จก่อน เดี๋ยวผมจะขออนุญาตอภิปรายนิดหนึ่ง เชิญครับ🔗
ท่านอย่าเพิ่งยกมือสิครับ ผมก็สะดุดนะ เอาอย่างนี้นะครับ คือคณะกรรมการมีมติเป็น เอกฉันท์นะครับว่า ผู้เสนอญัตตินี้ต้องการเสนอเพื่อนำไปศึกษาและนำไปสู่การแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญในอนาคตนะครับ ไม่มีความจำเป็นรีบด่วนที่จะต้องมีการแก้ไขปัญหาและไม่ใช่ กรณีที่รอการพิจารณา แล้วจะเกิดผลกระทบกระเทือนต่อเสรีภาพของประชาชนอย่าง ร้ายแรง จึงไม่ใช่ญัตติด่วนตามข้อบังคับ ข้อ ๕๐ อันนี้เป็นการวินิจฉัย แล้วก็เป็นมติเอกฉันท์ ของคณะกรรมการ ถ้าเป็นอย่างนี้ ถ้าท่านไม่เห็นด้วยกับมตินี้ก็แล้วแต่ท่านว่าจะดำเนินการ อย่างไรก็แล้วแต่ท่าน ผมก็มีอยู่แค่นี้ละ เชิญครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ ด้วยความเคารพ ในความเห็นของท่านประธานและความเห็นของกรรมการ ผมขออนุญาตกราบเรียน ด้วยความเคารพ ในเรื่องของหลักการนะครับ ตัวแทนอำนาจ ซึ่งใช้อำนาจแทนประชาชน คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในส่วนของกรรมการ ผมไม่ทราบว่าเป็นตัวแทนของประชาชน หรือไม่ แต่คณะกรรมการที่บอกว่าเป็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อาจจะเป็นประธาน ก็ได้นะครับ อันนั้นล้วนเป็นแต่ข้าราชการประจำ ข้าราชการประจำนั้นคือฝ่ายกฎหมาย เติบโตมาจากฝ่ายประจำ ไม่ได้มีอำนาจประชาชนรองรับ แต่อำนาจเหล่านั้นสามารถ เป็นอำนาจที่ไปยับยั้งอำนาจในการเสนอญัตติของอำนาจจากประชาชนได้หรือครับ ผมมองว่า ตรงนี้น่าจะคลาดเคลื่อน หรือแม้กระทั่งอำนาจของประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือประธาน รัฐสภาซึ่งมาจากประชาชน จะมายับยั้งอำนาจการเสนอญัตติได้หรือครับ ความด่วน ไม่ด่วน มันอยู่ที่ว่ามันเข้าองค์ประกอบหรือไม่ แต่ถ้าดูประกอบแล้วตีความ ใช้อำนาจที่เป็นกรรมการ ที่ไม่ใช่มาจากประชาชนมาขจัดอำนาจจากประชาชน ผมคิดว่าอันนี้อาจจะยังคลาดเคลื่อนต่อ หลักประชาธิปไตยนะครับท่านประธาน ดังนั้นอยากจะให้ท่านประธานได้กรุณาทบทวน อีกสักครั้งได้หรือไม่ หรือไม่ก็ให้เหตุผลที่มาจากหนังสือที่ตอบจากผู้นำฝ่ายค้านมา ผมเชื่อว่าน่าจะดูแล้วมันน่าจะชอบธรรมมากกว่านะครับ ผมอยากจะให้ท่านลองทบทวน ดูนะครับ สุดแล้วแต่ท่านจะกรุณาแล้วกันครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตก่อนที่ ท่านประธานจะตอบสักนิดหนึ่งครับ🔗
เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคก้าวไกล ที่ผมลุกขึ้น ผมก็ทราบดีว่า คงเปลี่ยนอะไรที่มีการตัดสินใจไปแล้วไม่ได้ แต่ว่าอย่างน้อย ๆ ในเอกสารที่มีการชี้แจง กลับมาอันนี้มันสั้น แล้วไม่ได้ตอบรายละเอียด รวมถึงไม่ได้ทำให้บางวาระ ถ้าเรารู้สึกว่า บางเรื่องต่อให้เป็นเรื่องของการศึกษาที่น่าจะศึกษาแบบด่วนได้ของสภาผู้แทนราษฎรของเรา ที่จะศึกษาอะไร เราควรจะมีช่องทางที่อธิบายให้พวกเราในฐานะสมาชิกผู้เสนอไปยัง กรรมการที่คัดสรรรับทราบว่า เราเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาอย่างด่วนจริง ๆ เพราะ มันผูกพันการทำงานของเรา หรือในวาระอื่นใด ๆ ก็ตาม ดังนั้นอย่างน้อย ๆ หลังจากนี้ ก็อาจจะรบกวนท่านประธานลองหารือกับทางคณะกรรมการที่คัดสรรญัตติเพื่อจะอธิบายให้ อย่างชัดเจนมากขึ้นว่า เหตุใดเราถึงให้เป็นเรื่องด่วนได้ เหตุใดถึงให้เป็นเรื่องด่วนไม่ได้ เพราะ เมื่อเราไม่สามารถชี้แจงคำตอบที่เราสงสัยได้อย่างหมดข้อสงสัย ถึงเวลาเราก็ต้องลุกขึ้นมา หารือกันแบบนี้ ซึ่งก็จะทำให้การเดินงานของสภาเราเป็นไปได้โดยช้าลง ที่ผมลุกขึ้นหารือกับ ท่านประธาน เพราะท่านประธานทำหน้าที่นี้ แล้วผมหวังดีกับงานนิติบัญญัติจริง ๆ วันนี้ ประชาชนคาดหวังกับงานสภาของเรามาก ๆ สภาของเราออกกฎหมาย สภาของเรา ทำตามหน้าที่ วันหนึ่งเมื่อเราทำหน้าที่ของเรา แล้วมีคนบอกว่า เราทำหน้าที่อันไม่ใช่ นิติบัญญัติโดยชอบ ผูกพันครับท่านประธาน และเราเองควรจะหาทางออกจากเรื่องนี้ เพื่อทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญของเรา ผมเป็นห่วงงานของเราและเป็นห่วงขอบเขตอำนาจการ ทำหน้าที่ของเราในฐานะสมาชิกสภาทุกคนจริง ๆ ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านประเสริฐพงษ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขออนุญาตเสริมนิดเดียวครับ ผมคิดว่า การพิจารณาที่มีหนังสือตอบมาที่พรรคก้าวไกลอาศัยอำนาจคณะกรรมการ แล้วก็เป็น ข้าราชการประจำ ซึ่งในยุคสมัย สภาชุดที่ ๒๕ ที่ผ่านมา ผมจะบอกความบกพร่องของ ข้าราชการฝ่ายรัฐสภา โดยเฉพาะนักกฎหมาย คุณนาถะเอง หลังจากที่ผมแถลงข่าวข้างล่าง ท่านก็ขึ้นมาแถลงข่าวหักล้างว่า สิ่งที่ผมยื่นศาลรัฐธรรมนูญไม่ถูกต้อง แต่ข้อเท็จจริงคือ ถูกต้องทั้งหมดนะครับ นั่นหมายความว่ามือกฎหมายที่ท่านมีอยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ ไม่ได้แม่น กฎหมายจริง ผมไม่เชื่อครับ เพราะฉะนั้นอยากให้ท่านช่วยทบทวนด้วยนะครับว่า อย่าเชื่อ ข้าราชการทั้งหมดนะครับ เพราะสิ่งที่เขานำเสนอท่านอาจจะไม่ถูกต้องก็ได้ เพราะที่ผ่านมา ทำมาแล้วนะครับ และผิดพลาดมาแล้วด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมเข้าใจดีว่า เป็นอำนาจของท่านประธานสภาในการวินิจฉัยอันนี้ เพียงแต่ว่าอยากจะขอแนวทาง ในทางปฏิบัติต่อไป ในประเด็นเรื่องนี้ถ้าเรามาดูในข้อ ๕๐ ของข้อบังคับ ในกรณีที่เกี่ยวกับ ประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน ผมขอเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ถ้าเราไปดูในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑ ได้กำหนดไว้ชัดว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล แสดงว่าจะเป็น การแบ่งแยกอำนาจ การใช้อำนาจที่ชัดเจน ผมขอเรียนถามท่านประธานสภา ผมฟังเหมือน ท่านประธานสภาบอกว่า ต่อไปถ้าเป็นกรณีที่ศึกษาจะไม่ถือเรื่องเป็นการด่วน แสดงว่าถ้ามี คำว่า ขอให้ศึกษา แสดงว่าไม่เป็นการด่วน เพราะฉะนั้นแสดงว่าไม่ได้ดูเนื้อหา ในนั้น เพียงแต่ว่ามีคำว่า ขอให้ศึกษา คณะกรรมการก็พิจารณาแล้วว่า ไม่ใช่เป็นการด่วน ต่อไปถ้าไม่มีคำว่า ศึกษาขอให้สภาพิจารณาเลย จะถือเป็นเรื่องด่วนใช่ไหมครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
คือถ้าท่านระบุมาเป็นอย่างอื่นนะครับ ถ้าไม่ใช่การศึกษา เป็นการสืบสวน ตรวจสอบอย่างนี้ ก็ถือว่าไปก้าวล่วงอำนาจตุลาการเขานะครับ ทีนี้ถ้าศึกษาเราสามารถที่จะทำได้ ถ้าท่านคิดว่า มันสั้นไป เดี๋ยวจะให้คณะกรรมการได้อธิบายให้ละเอียดมากขึ้นอย่างเร่งด่วน คิดว่า เป็นอาทิตย์หน้า ท่านลองอ่านข้อบังคับ ข้อ ๕๑ มันเป็นอำนาจของท่านประธานนะครับ เดี๋ยวจะให้เขาเอารายละเอียดมาในอาทิตย์หน้า เพื่อจะอธิบายพวกเรานะครับ ผมก็เข้าใจ เห็นใจนะครับ ให้หารือพอสมควรแล้วครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม นิคม ขออนุญาตครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เมื่อวานผมได้ยกมือ แต่ท่านไม่เห็น ก็เลยปิดประชุมก่อน ท่านประธานครับ ผมหารืออย่างนี้ครับ มันมีร่างพระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทัศน์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่นำเสนอโดยท่านอดิศร เพียงเกษ กับคณะ ซึ่งเป็นร่างที่ ผู้ประกอบการวิทยุภาคประชาชน เขาเฝ้ารอที่จะให้เข้าสภาโดยด่วน เนื่องจากว่า เขามีความจำเป็นครับท่านประธาน ในเดือนเมษายนนี้ กสทช. จะนำคลื่นความถี่กลับ เพื่อที่จะมีการประมูล กลุ่มวิทยุภาคประชาชนเขาเดือดร้อนครับท่านประธาน ถ้ามีการ ประมูล นายทุนก็จะได้คลื่นไปทั้งหมดเลย จึงอยากให้เลื่อนร่างนี้ขึ้นมาโดยเร่งด่วนครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ถ้าเป็นเรื่องเร่งด่วนนะครับ ซึ่งเห็นด้วยกันทั้งสภา ทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลว่าจะสายเกินไป อย่างนี้ ท่านนิคมก็หารือกับท่านประธานวิปรัฐบาลนะครับ หารือกับทางวิปฝ่ายค้าน ว่าจะหยิบยกขึ้นมาก่อนได้ไหม ก็ไปคุยก่อน คุยนอกรอบกับท่านประธาน นั่งอยู่ตรงนี้ครับ เชิญครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา🔗
๕.๑ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตาม ผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาช้างป่า และศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ เป็นผู้เสนอ🔗
จากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ผ่านมา ที่ประชุมได้เห็นชอบให้รวม ระเบียบวาระที่ ๕.๑ ถึงระเบียบวาระที่ ๕.๓ เพื่อนำญัตติทั้ง ๓ ฉบับ มาพิจารณาพร้อมกัน โดยผู้เสนอได้แถลงเหตุผลตามลำดับเสร็จสิ้นแล้ว จากนั้นประธานของที่ประชุมได้สั่ง ปิดการประชุม ก็คือผมได้สั่งปิดการประชุม เพื่อพิจารณาต่อในการประชุมคราวถัดไป ดังนั้น วันนี้ขอให้ดำเนินการต่อนะครับ ซึ่งมีท่านสมาชิกได้มาลงชื่อ จำนวน ๑๔ ท่าน ท่านแรก เชิญท่านนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล ตามด้วยท่านญาณธิชา บัวเผื่อน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอปักธงชัย และอำเภอวังน้ำเขียว วันนี้ผมขออนุญาตร่วมอภิปรายในญัตติ เรื่องของช้างป่าครับ ซึ่งช้างถือว่าเป็นสัตว์ประจำชาติของประเทศไทย แล้วก็เป็นสัตว์ที่อยู่ คู่บ้านคู่เมืองกับประเทศไทยมาแต่ช้านาน มันเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เช่น เวลาเราไปเที่ยวอุทยาน เราไปเที่ยวป่า เราพบเห็นช้าง เราสัมผัสเห็นความน่ารัก แล้วเรารู้ และสัมผัสได้ถึงธรรมชาติอย่างแท้จริงครับ ข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่าจากปริมาณช้าง เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว เมื่อเทียบเท่ากับปัจจุบันนี้ เราจะพบว่าปริมาณช้างป่าเพิ่มขึ้นเกือบ ๒ เท่า เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วมีช้างประมาณ ๒,๐๐๐ ตัว เป็นช้างป่า ปัจจุบันมีช้างประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าตัว ขออนุญาตถ้าเกิดฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ นำสไลด์ขึ้นได้ ช่วยนำสไลด์ขึ้นให้ดูด้วยนะครับ🔗
แต่เราก็ต้องยอมรับว่า พื้นที่ป่า ที่เป็นเหมือนบ้าน เหมือนเป็นที่อยู่อาศัยของช้างเหล่านี้ ที่อยู่ตามเขตป่าหรืออุทยาน หลาย ๆ ที่ยังไม่เกิดความชัดเจนครับท่านประธาน ยกตัวอย่าง เช่นแนวเขตอุทยานแห่งชาติ ทับลาน ที่ประกาศมาเมื่อปี ๒๕๒๔ นี้ เราจะเห็นได้ว่า แนวเขตของอุทยานแห่งชาติอันนี้ ได้กินอำเภอวังน้ำเขียวไปเกือบจะครึ่งอำเภอ ครอบไปทั้งวัด โรงเรียน สถานที่ราชการ บ้านเรือนของพี่น้องประชาชน แล้วก็ยังมีข้อพิพาทกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันนี้ก็ยัง หาความชัดเจนไม่ได้ เรื่องแนวเขตนี่อยู่ตรงไหนกันแน่ แต่สิ่งที่ชัดเจนและแน่ชัด คือพื้นที่ป่า ในปัจจุบันนี้ลดน้อยลงทุก ๆ วัน เราอาจจะดูได้จากพื้นที่ที่เป็น Google Map หรือว่าพื้นที่ ภาพถ่ายจากดาวเทียม ซึ่งปัจจัยและผลกระทบมีหลาย ๆ อย่าง อย่างเช่นไฟป่า หรือว่าจะ เป็นภาวะ EL Nino ซึ่งเกิดขึ้นมา และทำให้แหล่งอาหารของช้างถูกทำลายลง ซึ่งปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะถูกฟื้นฟูด้วย ธรรมชาติด้วยตัวของเขาเองครับ แต่อีกสาเหตุหนึ่งที่สำคัญครับท่านประธาน ก็คือการบุกรุก ป่าของคนบางกลุ่มครับ ที่ดินบางพื้นที่ที่เราคิดว่าไม่สามารถจะออกเอกสารสิทธิได้ ปัจจุบัน มีหลาย ๆ ที่มีเอกสารสิทธิถือครอง ไม่ว่าจะเป็น ส.ป.ก. น.ส. ๓ หรือเป็นโฉนดก็แล้วแต่ ซึ่งที่ผ่านมาผมเคยเห็นว่า มี ส.ป.ก. บางพื้นที่ครอบภูเขา บางพื้นที่ก็ยังมีให้เห็นนะครับ มันบ่งบอกให้เห็นถึงว่า ธรรมชาติของช้างที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นในปัจจุบันมันสวนทางกับป่า ซึ่งเป็นเหมือนบ้านและแหล่งอาหารของช้าง ซึ่งช้างตัวหนึ่งจะต้องกินอาหารประมาณ ๒๐๐-๔๐๐ กิโลกรัม ถือว่าเป็นจำนวนที่เยอะมาก ๆ นะครับ สภาวะที่แห้งแล้งบวกกับพื้นที่ ป่าที่ลดลง ส่งผลโดยตรงกับอาหารของช้างที่อยู่ในป่า จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องธรรมชาติ ที่ช้างจะต้องออกมาหากิน คือช้างก็เป็นสิ่งมีชีวิตทั่วไปครับ ต้องการน้ำ ต้องการอาหาร เพื่อดำรงชีพ เมื่อไรก็แล้วแต่ที่อาหารที่อยู่ในป่าไม่เพียงพอ เขาก็จำเป็นที่จะต้องออกมา ข้างนอกเพื่อหาอาหารเพื่อประทังชีวิตครับ เพราะว่าในป่าสมัยก่อนอุดมสมบูรณ์ สมัยนี้ พื้นที่ป่าถูกทำลายลดน้อยหายลงไปเรื่อย ๆ ครับ จากสถิติ ในช่วงที่ผ่านมาประมาณ ๒๐ ปี เราจะเห็นได้ว่ามีรายงานว่า ช้างได้ทำร้ายประชาชนนับหลายร้อยเคส แล้วก็มีหลาย ๆ เคสที่เสียชีวิต อย่างในช่วงที่ผ่านมาในพื้นที่ของอำเภอวังน้ำเขียวเอง ชุดอาสาสมัครผลักดันช้าง ที่อยู่ที่บ้านคลองทรายก็ถูกช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิต ปัญหาช้างที่อยู่ตามแนวเขตอุทยาน ต่าง ๆ เป็นปัญหาที่พบเห็นเป็นประจำนะครับ ไม่ว่าจะเป็นตำบลไทยสามัคคี ตำบลอุดมทรัพย์ ตำบลวังหมี ของอำเภอวังน้ำเขียวเองที่เจอช้างทีละ ๒๐-๓๐ ตัว ถือว่าเป็นเรื่องปกติครับ ท่านประธาน แต่ในปัจจุบันนี้ต้องบอกว่า ช้างบางเชือกได้หลงฝูงออกมา จากในพื้นที่ที่เป็น เขตป่า ได้เข้าไปอยู่ในเขตเมือง อย่างในพื้นที่ของอำเภอปักธงชัยของกระผมไม่เคยมีช้าง มาก่อน ๓๐-๔๐ ปี แต่ปัจจุบันนี้มีช้างอยู่เชือกหนึ่ง ผมได้รับรายงานตั้งแต่วันแรก ๆ ที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับว่า มีช้างที่ตำบลระเริง หลุดมาจากเขาของอำเภอปากช่อง ทุกวันนี้ช้างตัวนี้เดินทางผ่านตำบลตะขบ ผ่านมาที่ตำบลลำนางแก้ว แล้วก็ใช้ชีวิตอยู่ที่ ตำบลลำนางแก้ว ซึ่งเป็นแหล่งที่พี่น้องประชาชนเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตร รวมถึงผลไม้เป็นจำนวนมากนะครับ ผมสันนิษฐานว่าช้างตัวนี้เป็นช้างตัวเดียวกันกับที่ผม เคยหารือในสภาแห่งนี้เมื่อประมาณอาทิตย์ที่แล้ว ช้างตัวนี้ก็ยังอยู่เป็นตัวเดิม เพิ่มเติมคือทุก วันนี้น้องได้เรียกเพื่อนมาอยู่เป็นเพื่อน ทุกวันนี้มีประมาณ ๓ ตัว ซึ่งมีพร้อมทั้งแหล่งอาหาร แล้วก็น้ำดื่ม บริโภคน้ำในเขื่อนอย่างสะดวกสบาย ถือว่าเป็นแหล่งที่เหมาะสมกับการอยู่ ของช้างมาก ๆ แต่ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณนั้นไม่ได้คุ้นชิน แล้วก็ไม่เคยเจอปัญหาเรื่องช้างมาก่อน ในวันแรกที่ผมได้มีโอกาสได้ลงพื้นที่พี่น้องได้เล่าให้ฟังว่า เปิดประตูบ้านออกมาเจอช้าง ตัวใหญ่ ร้องแปร๋นอยู่หน้าบ้าน ชาวบ้านทำอะไรไม่ถูกครับ เข้าบ้านปิดประตูรอให้ช้างไป แล้วก็ช้างตัวนี้ก็วนเวียนกินอาหารอยู่ในตำบลแถวนั้น ผมถามว่า คุณยายครับคุณยาย จะทำอย่างไรเวลาช้างมา ก็หลบอยู่แต่ในบ้าน ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ภาวนาว่าวันหนึ่งจะให้ช้าง ช่วยไปหากินที่อื่น แต่ไปหากินที่อื่นก็ไปหากินไม่ได้ครับ ไม่ไปไร่ฉันก็ไปไร่เธอ มันก็มีอยู่แค่นี้ เดินผ่านไร่ใคร ก็คือใครเขาก็ไม่ชอบ เพราะว่าช้างตัวหนึ่งทั้งกิน แล้วก็ทำลายพืชผล ทางการเกษตร อย่างต้นขนุนอย่างนี้ครับ บางครั้งกินอย่างเดียวไม่พอ ก็มีการทำลายต้น ทำลายพืชผลทางการเกษตรจำนวนมากทุกครั้งที่เขาได้เดินผ่านแปลงต่าง ๆ เพราะฉะนั้น ผมมองว่า วันนี้ปัญหาช้างทวีความรุนแรงขึ้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าช้างมีจำนวนเพิ่ม มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสวนทางกับปริมาณป่าที่เรามีในตอนนี้ครับท่านประธาน สุดท้ายนี้ ผมเห็นใจพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากช้างทุก ๆ ท่าน แล้วก็คิดว่าในวันนี้เป็น โอกาสที่ดีแล้วละครับ ที่เราจะต้องมีมาตรการในการแก้ไขปัญหาช้างระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านญาณธิชา บัวเผื่อน เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกล ดิฉัน จะขออภิปรายในญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ติดตามผลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาช้างป่า และศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่า อย่างยั่งยืนค่ะ ท่านประธานคะวันนี้ดิฉันคงไม่ต้องอธิบายถึงความเดือดร้อนทนทุกข์ทรมาน ของพี่น้องประชาชนที่ประสบกับปัญหาช้างป่าอีกต่อไปแล้ว แต่ว่าดิฉันจะขอย้ำนิดหนึ่งค่ะ ท่านประธาน เกี่ยวกับสถิติในเรื่องของผู้ที่เสียชีวิตจากการถูกช้างป่าทำร้าย เอาเฉพาะแค่ปีนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคมจนถึงวันที่ ๑๓ มีนาคม เมื่อวานนี้ที่เป็นวันช้างไทย มีคนตาย จากการถูกช้างทำร้ายไปแล้ว ๑๓ ราย บาดเจ็บ ๑ ราย แล้วก็ช้างตาย ๔ ตัว ถ้าพูดถึงเฉพาะ แค่ป่าตะวันออกมีคนตายไปแล้ว ๗ ศพ นั่นหมายความว่า ทุก ๆ ๑๐ วันมีคนถูกช้างทำร้าย ตายในป่าตะวันออก ๑ คน ทุก ๆ ๑๐ วันต่อ ๑ คน ท่านประธานค่ะดิฉันคงไม่พูดถึงความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แต่วันนี้จะขอพูดในประเด็นที่คนที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มี ปัญหาเรื่องช้างป่า ยังไม่ค่อยเข้าใจนะคะ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องของการที่มีคำพูดว่า คนบุกรุกป่า คนบุกรุกพื้นที่ของช้าง ช้างก็เลยออกมาทำร้ายคนจนตาย ท่านประธานคะ คำพูดนี้เป็นมายาคตินะคะ ณ วันนี้ ปัญหาช้างป่า มันไม่ใช่คนบุกรุกพื้นที่ป่าอีกต่อไปแล้ว อย่างเช่นพื้นที่ในตำบลหนองตาคง ไม่เคยมีช้างป่าออกมาทำร้ายคน ไม่เคยมีช้างป่าออกมา แต่ว่าเพิ่งจะมีปัญหานี้เมื่อ ๒ เดือนที่ ผ่านมาค่ะ เมื่อประมาณเดือนที่แล้ว มีคุณป้าท่านหนึ่งอายุ ๗๐ กว่าปี ถูกช้างป่าทำร้าย ที่ตำบลหนองตาคง นอกจากนี้ที่ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน ก็เพิ่งจะมีช้างป่าเข้ามา เมื่อประมาณ ๑ ปีที่ผ่านมาเท่านั้นเองค่ะ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่คนไปบุกรุกพื้นที่ช้าง อีกพื้นที่หนึ่ง ดิฉันเพิ่งไปลงพื้นที่มาเมื่อ ๓ อาทิตย์ที่ผ่านมา ก็คือที่หมู่บ้านทุ่งนางครวญ ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี คุณป้า คุณยาย คุณตาคุณยาย อายุ ประมาณ ๗๐ กว่าปี เล่าให้ดิฉันฟังว่า เพิ่งจะมีช้างเข้ามาในพื้นที่ของเขา เพิ่งเคยเห็นช้าง เมื่อ ๒ เดือนที่ผ่านมา แล้วก็เข้ามาทำลายพืชผลทางการเกษตร มะพร้าวจำนวน ๑๔๐ ต้น พังราบเป็นหน้ากลองนะคะ ดังนั้นย้ำอีกครั้งว่า ไม่ใช่คนบุกรุกพื้นที่ช้าง ตรงนี้ก็ขอให้เข้าใจ ตรงกันด้วยนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ มีองคมนตรีบางท่าน หรือว่ามีข้าราชการบางคนลงไปในพื้นที่ ที่มีปัญหาเรื่องช้างป่า แล้วลงไปพูดว่า คนต้องปรับตัวอยู่ร่วมกับช้างให้ได้ ท่านประธานคะ คำพูดนี้เมื่อท่านลงพูดไปในพื้นที่ทำให้ชาวบ้านเจ็บช้ำน้ำใจนะคะ เพราะฉะนั้นหมายความว่า ท่านไม่ได้เข้าใจปัญหาเรื่องช้างป่าอย่างแท้จริงเลย เพราะฉะนั้นดิฉันขอร้องนะคะว่า เมื่อท่านลงไปในพื้นที่ที่มีปัญหาช้างป่า อย่าพูดเลยว่า ให้คนต้องปรับตัวอยู่ร่วมกับช้างป่า ให้ได้ เพราะมันอยู่ไม่ได้ค่ะท่านประธาน ถ้าใครพูดว่า อยู่ได้ ดิฉันขอเชิญชวนให้ลงไปอยู่ใน พื้นที่ช้างป่าโดยที่ไม่ต้องมีคนดูแลสัก ๗ วัน สัก ๒ อาทิตย์ ท่านจะรู้ว่าอยู่ได้หรืออยู่ไม่ได้ ดิฉันยืนยันว่า คนอยู่ร่วมกับช้างได้ แต่ว่าต้องอยู่กันคนละพื้นที่ คนต้องอยู่ส่วนคน ช้างต้องอยู่ ในพื้นที่ป่า ต้องอยู่ในพื้นที่ของช้าง นอกจากนี้นะคะท่านประธาน วันนี้ดิฉันคาดหวังว่าดิฉัน จะได้เจอหน้า จะได้พบกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วันนี้เราพูดกันถึงเรื่อง ญัตติปัญหาช้างป่า ท่านควรที่จะมีหัวจิตหัวใจ ท่านควรที่จะมีน้ำใจ มานั่งฟังปัญหาเรื่องช้างป่า แต่ดิฉันไม่เห็นเลยค่ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งกระทู้ถามท่าน เรื่องช้างป่า ท่านก็ไม่มาตอบ หมายความว่าอย่างไรนะคะ วันนี้ดิฉันขอประกาศตามหา ตัวท่านในที่สภาแห่งนี้นะคะ ขอให้ท่านสนใจปัญหาของพี่น้องประชาชน หรือว่าท่าน ไม่มีความเชื่อมโยงกับพี่น้องประชาชน หรือว่าเพราะท่านไม่ได้เป็น สส. ท่านก็เลยมี ความเชื่อมโยงกับปัญหาในพื้นที่น้อย วันนี้ดิฉันมีข้อเสนอแนะ มีอยู่ทั้งหมด ๔ ประเด็นนะคะ🔗
เรื่องแรก ดิฉันขอให้เพิ่มเงินชดเชยเยียวยาให้เหมาะสมให้มากขึ้น กับสถานการณ์ที่เป็นจริง โดยปัจจุบันนี้ใช้หลักเกณฑ์การชดเชยเยียวยาตามระเบียบ กระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งมันจ่ายเงินได้น้อยมาก ตายจ่าย ๒๙,๗๐๐ บาท ถ้าเป็นหัวหน้าครอบครัว คูณ ๒ นะคะ ไม้ยืนต้น ผลไม้ไร่ละ ๔,๐๔๘ บาท โดยต้องมีเงื่อนไขว่า เสียหายโดยสิ้นเชิงด้วย ซึ่งมันไม่สะท้อนกับความเป็นจริงค่ะ เพราะว่าช้างเขาไม่ได้ทำลายจนเสียหายโดยสิ้นเชิง บางทีหักไปครึ่งต้น ผลไม้มันก็ให้ผลตามจริงไม่ได้แล้ว ดิฉันขอเสนอให้แยกภัยจากช้างออก จากสาธารณภัยอื่น ๆ แล้วกำหนดกฎระเบียบชดเชยเยียวยาขึ้นใหม่ เนื่องจาก ความเสียหายจากช้างไม่เหมือนกับภัยอื่น ๆ นะคะ ไม่ได้ทำลายจนเสียหายโดยสิ้นเชิง แล้วก็ ให้อ้างอิงกับการจ่ายเงินค่าชดเชยเยียวยาตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการ พลังงาน เรื่องบัญชีราคาต้นไม้และพืชผล พ.ศ. ๒๕๖๖ แล้วก็ขอให้กรมบัญชีกลางช่วย กำหนดกฎระเบียบกฎเกณฑ์เรื่องนี้ให้ด้วยค่ะ🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของการสนับสนุนอาสาผลักดันช้าง กองทุนสนับสนุนอาสา ผลักดันช้าง ศูนย์ละ ๕๐,๐๐๐ บาท ต้องตั้งทุกปีจนกว่าปัญหาเรื่องช้างจะหมดไปนะคะ ต้องมี Drone ให้กับอาสาผลักดันช้าง เพราะว่าจะช่วยทำให้เขา Safe ชีวิต แล้วก็ปลอดภัย มากขึ้น ต้องมีประกันให้กับอาสาผลักดันช้าง เพราะว่ามันเป็นงานที่เสี่ยงภัยค่ะ🔗
ประเด็นที่ ๓ ดิฉันสนับสนุนให้มีการควบคุมปริมาณช้างค่ะ วันนี้เราคงไม่ต้อง เถียงกันแล้วว่า ช้างมีจำนวนมากหรือมีจำนวนน้อยนะคะ แต่ดิฉันคิดว่าเมื่อช้างออกมาสร้าง ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่ามากหรือน้อยก็ต้องแก้ไขปัญหานี้นะคะ วัคซีนควบคุม กำเนิดช้างป่า ชื่อ Spyvax เคยทดลองในช้างบ้านในต่างประเทศแล้วได้ผลนะคะ แต่ว่า ตอนนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กำลังศึกษา ทดลอง แต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. ให้นำวัคซีนนี้เข้ามาทดลองเลย ก็ขอให้ อย. ดูแลเรื่องนี้ด้วยนะคะ🔗
ประเด็นที่ ๔ เรื่องการแยกคนออกจากช้าง ขอให้ทำความร่วมมือกับท้องถิ่น ในแต่ละพื้นที่ ท่านจะทำคูกันช้าง แนวกั้นช้างแบบไหน ให้ทำความร่วมมือกับคนในพื้นที่ เพื่อที่จะหาแนวทางคูกันช้างที่เหมาะสม หากเรื่องนี้ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ดิฉันขอเตือนเลยค่ะท่านประธานว่า ช้างจะตายมากกว่านี้ คนจะตายมากกว่านี้แน่นอน ดิฉันไม่อยากเห็นเป็นอย่างนั้นค่ะ หากจะอนุรักษ์ช้างให้ไปอนุรักษ์ในป่าอนุรักษ์ค่ะ ไม่ใช่ อนุรักษ์ในสวนผลไม้ของชาวบ้านค่ะ ดิฉันจึงสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญติดตาม ผลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหา และศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน เพราะดิฉันไม่ต้องการเห็นช้างตายและคนตายไปมากกว่านี้แล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปอีก ๒ ท่าน ท่านแรก ท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา อำเภอปากช่อง พรรคเพื่อไทย ผมต้องขอกราบขอบพระคุณทางพรรคเพื่อไทยที่ให้ผมมีโอกาสอภิปราย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาช้างป่า ท่านประธานครับผมนำเรียนว่า ช้างป่านั้นออกนอก เขตป่าอนุรักษ์ สร้างความเดือดร้อน เป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนเป็น อย่างยิ่ง ช้างกินพืชผลทางการเกษตรเสียหาย ทำร้ายร่างกาย ทำลายทรัพย์สิน ท่านประธานครับ ทุกวันนี้ไม่มีหน่วยงานใดที่จะคอยประสานอย่างจริงจัง ตลอดทั้งค่ำคืนช้างออกจากนอกเขต ป่าอนุรักษ์ ก็ถูกรถเฉี่ยวชน บาดเจ็บเสียชีวิตทั้งคนทั้งรถ ทั้งคนขับรถ ทั้งช้าง ปัญหาต่าง ๆ นั้น ได้แพร่กระจายไปเหมือนเพื่อนสมาชิกที่ห่วงใยพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง ตลอดทั้งอำเภอวังน้ำเขียว อำเภอปากช่อง บ้านผมก็เฉกเช่นเดียวกัน เดือดร้อนไม่แพ้กัน ท่านประธานครับ ผู้แทนราษฎรได้เสนอญัตติ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาช้างป่าและศึกษา แนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน มีท่าน สส. ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ท่าน สส. สฤษดิ์ บุตรเนียร ท่าน สส.ศักดิ์ชาย ตันเจริญ ขออภัยที่เอ่ยนาม ไม่เสียหาย ร่วมกันเสนอญัตติตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาช้างป่าและศึกษาแนวทางแก้ไข ปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน ผมต้องขอแสดงความชื่นชมยินดีนะครับที่ท่านนั้น เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชน แต่ญัตติดังกล่าว ผมเป็นผู้หนึ่งที่อยู่ในคณะกรรมาธิการ อยู่ในเล่มนี้ ท่านประธานครับ ศึกษา มาอย่างรอบคอบ พิจารณาศึกษาปัญหาช้างป่าเสร็จสิ้นกระบวนความ ผมเป็นผู้แทน สมัยที่แล้ว คือชุดที่ ๒๕ เคยมีการประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่ ๒ เป็นพิเศษ เคยได้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหาทางแก้ไขปัญหา เสนอโดย ท่าน สส. นายแพทย์ บัญญัติ เจตนจันทร์ เป็นผู้เสนอ แล้วยังมีญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาหาทางแก้ไขช้างป่าบุกรุกที่ทำกินของประชาชน เสนอโดย ท่าน สส. พรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ เป็นผู้เสนอ จากนั้นยังมีญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาช้างป่าบุกรุกที่ทำกิน และสร้างความเสียหายในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน โดยอดีต สส. จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ อดีต สส. อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เป็นผู้เสนอ ยังมีญัตติ หลายเรื่องราว เนื้อเดียวกัน วัตถุประสงค์คือต้องการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ผมไม่ขอกล่าวในรายละเอียด เพราะเวลาผมน้อย ผู้เสนอ เช่น ท่านจารึก ศรีอ่อน ท่านสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ท่านสุชาติ อุสาหะ เป็นต้น มีตั้งคณะกรรมาธิการแล้ว ยังมีอนุกรรมาธิการอีก ๓ อนุกรรมาธิการด้วยกัน อนุกรรมาธิการแรก อนุกรรมาธิการศึกษาการส่งเสริมความสมดุล ของนิเวศในเขตป่าอนุรักษ์ ผมเป็นคนหนึ่งที่ทำงานในคณะนี้ ต่อมามีคณะอนุกรรมาธิการ ศึกษาป้องกันแก้ไขปัญหาช้างบุกรุกที่ทำกินของพี่น้องประชาชน อนุกรรมาธิการที่ ๓ คือ อนุกรรมาธิการศึกษาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและระเบียบเป็นอุปสรรค ในการแก้ไข ปัญหาช้าง ระยะเวลาพิจารณาศึกษา ๙๐ วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ถึงวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ขอขยายเวลา ๒ ครั้ง ๙๐ วัน รวมทั้งสิ้น ๒๗๐ วัน เท่ากับ ๙ เดือน เกือบจะปี ท่านประธานครับ การลงพื้นที่เพื่อพิจารณาศึกษาหาทางแก้ไขปัญหาที่จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง และอีกหลายจังหวัด รวมทั้งวังน้ำเขียว เพื่อนสมาชิก ท่านนรเสฎฐ์ก็ได้กล่าวไปแล้ว ตลอดทั้งปากช่องก็เฉกเช่นเดียวกันเดือดร้อน ท่านประธานครับ การลงพื้นที่นั้นผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก ศอ.บต. ได้มาร่วมใจกัน เพราะว่าการที่จะแก้ปัญหาช้างนั้น เป็นปัญหาใหญ่กระทบต่อ ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ผมมีภาพความจำที่ผมไปที่จังหวัดระยอง วันที่ คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาช้างป่าไปลงพื้นที่ มีชายท่านหนึ่งได้ตะโกนบอกว่า ศึกษาแล้วก็ ศึกษาอีก จะเอาอย่างไร พ่อแม่ก็ตายอยู่ที่วัด เขาไม่อยากได้พวงหรีด เขาไม่อยากได้เงิน ค่าทำศพเพียงน้อยนิด อยากจะได้กรรมาธิการที่ศึกษาแล้วไปดูแลแก้ไขปัญหาให้กับเขา ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งหลายทั้งมวลนั้น ตอนนี้ศึกษาไปแล้ว ผมถือไปก็ถือมา อ่านแล้ว ก็อ่านอีก ก็ยังไม่ได้ปรับใช้เลย พี่น้องประชาชนคนเขาใหญ่บ้านผมได้บอกว่า ได้ตอแหล กับเขาหรือเปล่า ศึกษาแล้วก็ศึกษาอีก ไม่รู้จะศึกษาเป็นอย่างไร เพราะช้างวิ่งอยู่ทุกวัน วันนี้ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ก็มีมาร้องกับท่านประธาน ท่านศักดินัย นุ่มหนู ก็เดือดร้อนทุกจังหวัด มีปัญหาทุกที่ ผมจึงนำเรียนท่านประธานว่า ฉบับนี้มีข้อสังเกตครบ บริบูรณ์ เนื้อหาละเอียดถี่ถ้วน ผมไม่เห็นด้วยให้การตั้งกรรมาธิการครั้งนี้ มันเสียเงิน โดยเปล่าประโยชน์ แต่เอาละด้วยความเคารพเสียงข้างมาก ถ้าจะให้ตั้ง ก็ไม่ว่ากันนะครับ ผมเคารพเสียงข้างมาก แต่อยากจะใช้เล่มนี้เป็นหลักในการพิจารณา เพื่อที่จะได้รายละเอียด เพิ่มเติมจากที่ท่านศึกษาใหม่ ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ชีวิตมันสุ่มเสี่ยงนะครับ ไม่ว่าจะเป็นโคราชหรือที่ไหนก็ตาม ผมต้องขอกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกอีกครั้งหนึ่ง ที่ท่านได้เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชน เพราะเรามาจากการเลือกตั้ง ผมก็เหมือนกันครับ พรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน ก็หวังใจว่าท่านศึกษาครั้งนี้ ก็ขอให้ใช้เล่มนี้เป็นแนวทาง ในการพิจารณาศึกษาต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพงศธร ศรเพชรนรินทร์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พงศธร ศรเพชรนรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขตอำเภอแกลง อำเภอ เขาชะเมา จากพรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ช้างเป็นปัญหาของจังหวัดระยองครับ และ เป็นปัญหาในอีกหลาย ๆ จังหวัด หลายภูมิภาคเป็นความทุกข์ ความเจ็บปวดของประชาชน ที่ต้องอยู่อย่างหวาดกลัวในพื้นที่ที่จะต้องเผชิญหน้ากับช้างป่าที่ออกมาหากินในไร่ ในสวน ในพื้นที่ทำมาหากินของพี่น้องประชาชน ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง ขอพูดแทนชาวระยองที่เดือดร้อนเรื่องนี้ขอโฟกัส ขอพูดแทนพี่น้องภาคตะวันออกครับ เพราะภาคตะวันออกของเรานี้ ปัญหาเรื่องนี้หนักจริง ๆ ครับ และเป็นเรื่องที่สะเทือนใจ มากครับ ท่านประธานครับ มีเหตุการณ์หนึ่งที่ผมจำไม่ลืมครับ ที่อำเภอเขาชะเมา เคยมี คุณป้าท่านหนึ่ง ถูกช้างทำร้ายเสียชีวิตในสวนของตัวเอง ในพื้นที่ที่มีโฉนด ลูกของเขาชื่อว่า น้องตองครับ เขาเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่แม่โดนทำร้ายเสียชีวิตให้ผมฟังทั้งน้ำตา นี่ไม่ใช่ กรณีเดียว มีอีกหลายครอบครัวที่ต้องเสียทั้งเลือด เนื้อ เสียชีวิต และเสียน้ำตาครับ เรื่องนี้ จึงเป็นเรื่องที่ควรจะให้ความสำคัญกันได้แล้ว ควรจะมาแก้ไขกันอย่างจริงจัง เพราะว่า ความเจ็บปวดของพ่อแม่พี่น้องที่ต้องเผชิญปัญหาเรื่องนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เสียชีวิต เสียน้ำตา แต่ยังโดนกระหน่ำซ้ำด้วยข้อหาที่ว่า ไปบุกรุกที่ทำมาหากินของช้างหรือเปล่าจึงเสียชีวิต ทั้ง ๆ ที่ส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่นะครับ ดังกรณีเคสที่ผมกล่าวถึงเมื่อสักครู่ อยู่ในบ้านของตัวเอง ที่มีโฉนดอยู่ทำกินมานานหลายสิบปี ดังนั้นความเจ็บปวดเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่เราจะต้องมา คลี่คลาย แก้ไขความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนให้ได้ โดยเฉพาะภาคตะวันออกของผม เมื่อสักครู่คุณญาณธิชาก็ได้กล่าวไปแล้วนะครับ ลองดูสิครับนี่แค่ ๒ เดือนแรกของปี ๒๕๖๗ ๒ เดือนเศษ ๆ ผู้เสียชีวิตไปแล้วทั้งหมด ๑๓ ราย ลองหารดูครับ ตกเดือนละกี่ราย ใน ๑๓ รายนี้ เป็นภาคตะวันออก ๗ ราย ภาคเราหนักมากนะครับ ถ้าย้อนไปปี ๒๕๕๕ ถึงปัจจุบัน มีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งหมด ๒๑๑ ราย คนตายไป ๒๐๐ กว่าคนนะครับ ประเทศนี้ จะไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่แบบนี้ ไม่ได้นะครับ และใน ๒๐๐ กว่าคนนี้ เป็นภาคตะวันออกเกินครึ่ง สูงถึง ๑๑๖ ราย ทำไมภาคตะวันออกถึงสูงขนาดนี้ครับ ในพื้นที่ป่าตะวันออกมีการสำรวจ ทางวิชาการแล้วว่า สามารถรับช้างได้ประมาณ ๓๑๓ ตัว แต่ปัจจุบันมีช้างมากกว่า ๖๐๐ ตัวบวก ๆ ออกมาหากินในพื้นที่ที่ทำกินของพี่น้องประชาชนทุกเมื่อเชื่อวัน ปัญหาหนักหนาขณะนี้ เราจะปล่อยให้หยดเลือดและคราบน้ำตาประชาชนรอบป่าตะวันออก ไหลนองไปจนถึงเมื่อไรครับ มาช่วยกันหยุดเลือด หยุดน้ำตาประชาชนในภาคตะวันออก และภูมิภาคอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบแบบเดียวกันเสียที การแก้ปัญหาคงไม่ลงลึกครับ เพราะ เดี๋ยวเราจะได้ตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษากัน แต่ว่าหลักการที่ชัด ๆ ก็คือเราต้องแยกช้างกับคน ออกจากกันให้ได้ ผมเจ็บปวดทุกครั้งครับ เมื่อสักครู่ สส. พรรคก้าวไกลของเรา คุณญาณธิชา ก็พูดไปแล้วว่า มีบางคนบอกว่าช้างกับคนต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ คนต้องอยู่ร่วมกับช้างให้ได้ พูดแบบนี้มันเจ็บปวดนะครับ พี่น้องที่ต้องเผชิญความทุกข์ เผชิญความเสี่ยงทุกวัน เจ็บปวด กับเรื่องนี้ ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องแก้ไขตั้งแต่วิธีคิด ช้างกับคนอยู่ด้วยกันไม่ได้ครับ ต้องแยกออกจากกันให้ได้ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและความปลอดภัยในชีวิต ของช้างเอง เรื่องนี้ ปัญหานี้ในระดับปฏิบัติการ ในระดับกรมอุทยาน ผมก็ได้ไปติดตามพูดคุย ก็ทราบดีว่า อุทยานเองก็มีนโยบายที่จะแก้ไขในเรื่องนี้อย่างจริงจังครับ มีการวางแผน ที่เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับที่ภาคประชาชนต้องการให้แก้ไข เสนองบไปแล้วด้วยครับ ปี ๒๕๖๗ เสนอไป ๗๐๐ กว่าล้านบาท แต่ได้มาแค่ ๓๐๐ กว่าล้านบาท ปัญหานี้ผมคิดว่า สำนักงบประมาณน่าจะต้องมาพูดคุยกับกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นนี้อย่างละเอียดครับ ผมเข้าใจดีครับว่า คำของบประมาณที่ขอไปอาจจะได้ไม่ครบ เพราะว่าทั้งประเทศต้องแก้ไข หลายเรื่อง แต่เราต้องจัดลำดับความสำคัญให้ได้ว่า เรื่องไหนสำคัญมากน้อยเพียงใด เรื่องนี้ สำคัญกับชีวิตประชาชนนะครับ ยิ่งแก้ช้าประชาชนก็ยิ่งเสี่ยงที่จะเสียชีวิตทุกเมื่อเชื่อวัน ดังนั้นต้องจัดลำดับความสำคัญให้ได้ ให้งบประมาณเพียงพอในการแก้ไขปัญหา ตามที่ระดับ ปฏิบัติการที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชขอไปครับ ซึ่งเราจะต้องติดตามว่า งบปี ๒๕๖๘ คำของบประมาณของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชทำไว้แล้ว ๑,๗๐๐ ล้านบาท เราจะได้ติดตามกันครับว่า สำนักงบจะอนุมัติงบประมาณมาเท่าไร ซึ่งเรื่องนี้แน่นอนว่าจะต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลด้วยว่า นโยบายของรัฐบาลนั้น มีความจริงจัง จริงใจแค่ไหนที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ โดยเฉพาะคนที่หาตัวยากที่สุดคือ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ทราบดีว่าเป็นใคร และเราก็ไม่ค่อยจะเจอท่านเลย ไม่ทราบว่า ท่านเห็นความทุกข์ร้อนของประชาชนหรือไม่ ดังนั้นการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ จึงมีความจำเป็นที่เราจะต้องติดตามงบประมาณมาให้ผู้ปฏิบัติงานได้ใช้แก้ไขปัญหาอย่าง เต็มเม็ดเต็มหน่วย จะต้องติดตามให้รัฐบาลเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้เสียที เพื่อที่เราจะได้ คลี่คลายความทุกข์ หยุดการไหลนองของเลือดเนื้อ และน้ำตาของประชาชนเสียที ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรวงศ์ วรปัญญา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๕ อำเภอท่าหลวง อำเภอลำสนธิ และอำเภอชัยบาดาล วันนี้ขออนุญาตอภิปรายญัตติ เรื่อง ขอให้สภา ผู้แทนราษฎร แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามผลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหา ช้างป่า และศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน แน่นอนครับท่านประธาน วันนี้เห็นหน้าผม ไม่ได้มาพูดเรื่องปัญหาลิงภายในจังหวัดลพบุรีครับ แต่ว่าวันนี้มาเป็นตัวแทน พี่น้องประชาชน รวมถึงตัวแทน สส. ทุกท่านที่ได้รับผลกระทบ หรือแม้แต่พี่น้องจังหวัด ข้างเคียง จังหวัดผมเองก็มีพื้นที่ที่ติดกับโคราชนะครับ ขอใช้ชื่อสั้น ๆ ก็เป็นของท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นี่ละครับ ท่านเป็นคนโคราช แล้วก็ได้ฟังท่าน ไม่ใช่แค่อภิปรายแต่ว่าฟังปัญหา จากพี่น้องประชาชนที่เกริ่นมาถึงท่าน มีผู้เสียชีวิต มีผู้ถูกทำร้าย วันนี้ปัญหาช้างเป็นปัญหา ใหญ่ เรื่องลิงก็เช่นกันครับ เป็นสัตว์เหมือนกันทั้งคู่ วันนี้คนต้องเรียนรู้ ไม่ใช่ว่าต้องอยู่ร่วมกับ สัตว์เพียงอย่างเดียว แต่ถามว่าเรียนรู้นี้ต้องร่วมกันแก้ไขอย่างบูรณาการ ย้อนไปวันที่ผมเอง ยื่นญัตติ เรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องลิง ก็ไม่มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเกิดขึ้นนะครับ ผมไม่ได้ติดค้าง ไม่ได้ติดใจอะไรทั้งนั้นนะครับ ที่ไม่ได้มีการตั้งขึ้น เพราะยังมีการดำเนินการ อยู่ผ่านคณะอนุกรรมาธิการ แต่วันนี้ผมเองก็อยากจะให้มีความชัดเจนในการที่เราจะแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา ถามว่าตั้งมาท่านจะศึกษาอะไรต่ออีกครับ ท่านเห็นเอกสาร ที่ท่าน สส. ศิรสิทธิ์ก็ได้ชูขึ้นมาอยู่ มันจะเป็นการเปลืองงบประมาณไหม อันนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าท่านตั้งกันขึ้นมาแล้ว ก็ขอให้ศึกษาไม่ใช่เรื่องเดิมที่ศึกษากันไปก่อนหน้านี้ ขอให้ได้นำ สิ่งที่ถูกศึกษาแล้วมาต่อยอด เพื่อที่ได้เร่งทำการแก้ไข ย้อนไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมก็ฟังท่านผู้ เสนอญัตตินะครับ ท่านชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ก็เป็น สส. ที่มีโอกาสได้พูดคุยกัน แล้วก็ มีปะทะกันในสภาบ้าง แต่วันนี้เป็นปัญหาพี่น้องประชาชนครับ ต้องร่วมมือกันแก้ไขนะครับ แต่ในระหว่างที่ยื่นญัตติหลายเรื่องที่ท่านผู้อภิปรายได้นำเสนอเป็นเรื่องที่ดีครับ แต่ได้ มีการศึกษาไว้แล้วบ้าง ผมเชื่อว่าเรามีคณะทำงานที่พร้อม แล้วก็จะใช้เวลาในการแก้ไข ไม่ได้ต้องเป็นระยะเวลานานเท่าไร🔗
ทีนี้ย้อนกลับมาในเรื่องของการที่จะต้องอยู่ร่วมกัน ใช่ครับ มันอาจจะมีคำพูด ที่ว่า ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกัน แต่คำว่า แบบบูรณาการ เราจะอยู่กันแบบไหน วันนี้มีการ คัดแยก ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเรื่องลิง ก็คือมีการพูดถึงลิงเมืองกับลิงป่า วันนี้ก็เหมือนกัน มีช้างป่าที่มาอยู่ในเมือง ท่านจะแก้ไขเรื่องนี้โดยการที่ท่านจะแบ่งแยกอย่างไร จริงอยู่ครับว่า ช้างป่าเป็นสัตว์สงวน เป็นสัตว์ประจำชาติเราก็ว่าได้ วันก่อนก็เป็นวันช้างไทย ถ้าทุกท่าน ติดตามข่าว แต่วันนี้การแยกไม่ใช่การแก้ปัญหานะครับ การที่จะแก้ปัญหาได้ เราไปดูกัน ให้ดีครับ บางพื้นที่ก็อ้างว่าเป็นพื้นที่ที่ช้างอยู่มาก่อน บางพื้นที่ก็อ้างว่า เป็นพื้นที่ที่พี่น้อง ประชาชนอยู่มาก่อน ผมอยากให้เราเข้ามาหาทางออกร่วมกันมากกว่าว่า ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทุกอย่างมันต้องสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้🔗
สุดท้ายนี้ครับ ผมอยากให้บรรยากาศในสภาหรือแม้แต่ในโลกภายนอกเอง เป็นไปอย่างเข้าใจโดยถูกต้อง ครั้งที่มีการลงมติเรื่องการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเรื่องการ แก้ปัญหาเรื่องลิง ผมมีความไม่สบายใจเพราะว่ามีการถูกนำไปพาดพิงภายนอกสภาว่า รัฐบาลไม่ต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องสัตว์ เรื่องการแก้ปัญหาเรื่องลิงภายในจังหวัดลพบุรี ผมเชื่อว่าวันนี้จะมีการลงมติหรือไม่มีการลงมติ หรือว่ามีความเห็นพ้องในการที่จะแต่งตั้ง กรรมาธิการวิสามัญในการแก้ปัญหาเรื่องช้าง ผมอยากให้เราเอาการเมืองออกจากการ แก้ปัญหาเรื่องสัตว์ เพื่อที่จะได้อยู่ร่วมกันกับคน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปรัชญาวรรณ ไชยสืบ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ พรรคก้าวไกล ในฐานะที่ดิฉันเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่าทุกอำเภอ วันนี้ดิฉันตั้งใจมากค่ะ ที่จะไม่ใช่แค่ร่วมอภิปรายในญัตตินี้ แต่จะขอเป็นตัวแทนส่งเสียง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ตั้งแต่วันแรกที่ดิฉันมีโอกาสทำหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ปรึกษาหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในสภาแห่งนี้ เรื่องที่ดิฉันหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นแรก ๆ ก็หนีไม่พ้นปัญหาช้างป่า พื้นที่ของดิฉัน อำเภอท่าใหม่ อำเภอนายายอาม อำเภอแก่งหางแมว และอำเภอเขาคิชฌกูฏ ได้รับ ผลกระทบจากปัญหาช้างป่าทุกอำเภอค่ะท่านประธาน ๑๐ กว่าปีมานี้พี่น้องประชาชน ต้องเผชิญกับความเสี่ยงทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เผชิญกับความหวาดระแวงที่ไม่รู้ว่าตัวเอง จะโดนช้างป่าทำร้ายเมื่อไร และมีอีกหลายครอบครัว ที่เขาต้องสูญเสียคนที่เขารักไป วันนี้ ดิฉันจะมายืนยันเกี่ยวกับมายาคติที่บอกว่า คนไปบุกรุกป่าหรือเปล่า🔗
ท่านประธานคะ นี่คือภาพของ กลุ่มป่าตะวันออกหรือที่เรียกว่า ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด ซึ่งเป็นกลุ่มป่าที่มีปัญหาช้างรุนแรง มากที่สุด ภาพซ้ายคือภาพในปี ๒๕๔๓ ส่วนทางด้านขวามือคือภาพในปี ๒๕๖๕ ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบันที่มีปัญหาช้างป่ารุนแรงในทุกวันนี้ ทุกท่านจะเห็นได้ว่า สภาพของพื้นที่ ป่าตะวันออกแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลย หลายท่านที่เคยสงสัยว่า สาเหตุที่ปัญหา ช้างป่าในภาคตะวันออกทวีความรุนแรงมากขนาดนี้ เป็นเพราะพี่น้องประชาชนไปบุกรุกป่า บุกรุกที่อยู่อาศัยของช้างป่าหรือไม่ ดิฉันคิดว่าภาพนี้คงเป็นคำตอบให้กับทุกท่านได้นะคะ แม้แต่หน่วยงานราชการเองก็ยอมรับว่า ที่ปัญหาช้างป่าทวีความรุนแรงเป็นเพราะจำนวน ประชากรช้างในกลุ่มป่าตะวันออกเพิ่มมากขึ้น ตัวเลขในปี ๒๕๔๑ ภาคตะวันออกพบช้างแค่ ๑๔๐ ตัว ปัจจุบันอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไป ๕๐๐ ตัว ๖๐๐ ตัว ตัวเลขไหนก็ยืนยันว่า ป่าไม่เพียงพอที่จะรองรับช้างแล้ว แน่นอนค่ะ เมื่อป่าไม่เพียงพอที่จะ รองรับช้าง ก็ทำให้ช้างออกมาหากินในพื้นที่ของพี่น้องประชาชนบ่อยขึ้น บ่อยครั้งขนาดไหน ท่านประธานลองดูภาพนี้ค่ะ เท่าที่มีการบันทึกภัยที่เกิดจากช้างในจังหวัดจันทบุรี ยังไม่รวม กับจำนวนที่ช้างออกมานอกพื้นที่ ประมาณ ๑๐ ปีย้อนหลัง เกิดภัยจากช้างไปแล้วกว่า ๗๐๐ ครั้ง อำเภอแก่งหางแมว อำเภอเดียวเกือบ ๕๐๐ ครั้งแล้ว และหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ จากช้างป่ามีมากถึง ๑๑๘ หมู่บ้าน ทุกท่านคงได้เห็นตำแหน่งสีแดง ๆ นั่นคือตำแหน่งที่พบ ช้างออกหากินค่ะ ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่ป่าตะวันออกโอบล้อมพื้นที่แบบนี้ ดิฉันกังวล เหลือเกินว่า ถ้ายังไม่มีการแก้ปัญหาช้างอย่างเอาจริงเอาจัง ความเสียหายและความรุนแรง ที่คนกับช้างเผชิญหน้ากันจะมากขนาดไหน ท่านประธานคะ เมื่อช้างออกหากินในพื้นที่ ของพี่น้องประชาชนมากขึ้น ก็หนีไม่พ้นความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน เราเห็นกัน ตามหน้าข่าวครั้งแล้วครั้งเล่า และตัวเลขที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายไป ก็ยืนยันว่าสถิตินี้ มีแนวโน้มที่จะเห็นความสูญเสียเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ดิฉันขอฝากผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรี ถ้าท่านไม่อยากตอบกระทู้ของเพื่อนสมาชิก หรือไม่อยากตอบกระทู้ที่ดิฉัน ยื่นถามไปตั้งแต่เดือนกันยายน ก็ไม่เป็นอะไรค่ะ แต่ท่านช่วยตอบคำถามที่มันค้างอยู่ในใจ ของครอบครัวผู้สูญเสียได้ไหมคะว่า ชีวิตของพวกเขามีค่าหรือเปล่า และถ้าเป็นไปได้ ท่านรัฐมนตรีลองไปเฝ้าช้างดูค่ะ ไปเดินตามช้างกับอาสาผลักดันช้าง ท่านจะได้รู้ว่า มันลำบากขนาดไหน การเดินตามช้างในตอนกลางคืน เดินตามไปตามมา ช้างหาย ต้องแกะรอยกันใหม่ เสี่ยงที่จะถูกช้างวกกลับมาทำร้าย ท่านรู้ไหมคะว่า ชุดอาสาผลักดันช้าง กลางวันเขาต้องทำงานเลี้ยงชีพ กลางคืนต้องเดินออกไปตามช้าง ได้กลับบ้านนอนไม่ต่ำกว่า เที่ยงคืน บางคืนเดินตามช้างจนถึงตีห้า ถึง ๖ โมงเช้าก็มีมาแล้ว ค่าอุปกรณ์ ค่าหัวไฟ ค่าน้ำมัน ค่าอาหาร พวกเขาจ่ายกันเองค่ะ ท่านประธานคะ ในฐานะที่พวกเราเป็นตัวแทน ของประชาชน เราอย่าปล่อยให้พี่น้องประชาชนกลุ่มอาสาผลักดันช้างต้องแก้ปัญหา และเผชิญความเสี่ยงกันเอง โดยที่เหมือนกับว่ารัฐไม่ได้ให้ความสำคัญอีกต่อไปเลยค่ะ มันถึงเวลาแล้วหรือยังที่รัฐบาลจะต้องเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ แน่นอนค่ะว่าการแก้ปัญหา ช้างป่ามีหลายอย่างที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป ไม่ว่าจะเป็นการทำแนวป้องกันช้างป่า จะเรียกว่าคูกันช้าง รั้วกันช้างหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่เรื่องนี้สำคัญค่ะ เพราะเราต้องแยกคน ออกจากช้าง ช้างอยู่ส่วนช้าง คนอยู่ส่วนคน ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลา แต่อย่างน้อยที่สุดในตอนนี้ภาครัฐ และหน่วยงานท้องถิ่นต้องสนับสนุนชุดอาสาผลักดันช้าง ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สวัสดิการของพวกเขาสำคัญ ค่าอุปกรณ์ ค่าครุภัณฑ์ ค่าน้ำมัน รวมไปถึงค่าประกันชีวิต สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการและจำเป็น ขณะเดียวกัน การปรับหลักเกณฑ์การชดเชยเยียวยาให้เหมาะสมและรวดเร็ว จะต้องทำอย่างเร่งด่วน ทุเรียนในพื้นที่ดิฉัน ทุเรียนที่ให้ผลผลิตเต็มที่ แน่นอนค่ะต้นหนึ่งหลักหมื่นบาท แต่ได้รับการ เยียวยาแค่ ๔,๐๐๐ กว่าบาทต่อไร่เท่านั้น อย่างไรก็ไม่คุ้ม ชีวิตของพี่น้องประชาชนก็ต้อง ไม่ใช่แค่หลัก ๑๐,๐๐๐ บาทค่ะ ดีขึ้นมาหน่อย ตอนนี้อุทยานพยายามที่จะเพิ่มเงินเยียวยา ไปเป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาท นอกจากเงินเยียวยาแล้วนะคะ สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างที่ดิฉันได้กล่าว มาข้างต้นก็คือ การควบคุมประชากรช้าง จำเป็นต้องมีการควบคุมประชากรช้างให้มีความ เหมาะสมกับพื้นที่ที่ป่าจะรองรับได้ และไม่ใช่ปล่อยให้ช้างล้นป่าเหมือนทุกวันนี้ ดิฉันในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจาก ช้างป่า หวังว่ากรรมาธิการชุดนี้จะเป็นพื้นที่ที่ทำให้ทุกฝ่ายได้มาทำงานอย่างเอาจริงเอาจัง ในการแก้ปัญหาช้างป่า ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ถ้ายังซ้ำ ๆ กัน ก็ลดเวลาหน่อยก็ได้นะครับ ถ้าสัก ๕ นาทีได้ก็ดี เพราะว่า มีเยอะเหลือเกิน แล้วเราจะได้ตั้งกรรมาธิการไปศึกษาร่วมกัน เชิญท่านวรายุทธ ทองสุข เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวรายุทธ ทองสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี พรรคก้าวไกล เขต ๑ วันนี้ ผมจะขอร่วมอภิปรายสนับสนุน ญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ติดตามผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาช้างป่า และศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาช้างป่า อย่างยั่งยืนตามที่เพื่อน ๆ สมาชิกร่วมกันเสนอเข้ามาถึง ๓ ญัตติ ท่านประธานครับ พอเรา จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาช้างป่าในครั้งนี้ ก็มี พี่น้องประชาชนถามผมทุกครั้งที่ลงพื้นที่นะครับว่า ๓ ปีก่อนสภาผู้แทนราษฎรของเราก็เคย ศึกษาประเด็นนี้ไปแล้ว จะศึกษาให้ซ้ำซ้อนอีกทำไม บ้างก็ว่าท่านผู้แทนจะประวิงเวลา อีกหรือเปล่า ทำไมถึงช้านัก พอฟังแล้วก็รู้ครับว่าประชาชนเขาตั้งความหวังครับ ท่านประธาน เขาติดตามดูพวกเราอยู่ ดังนั้นการตั้งกรรมาธิการช้างป่าในครั้งนี้ เราจำเป็น จะต้องต่อยอดจากครั้งที่แล้ว รวมทั้งขยายขอบเขตการศึกษาให้ครอบคลุมในทุกมิติ เพื่อให้ เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ตัวผมเองในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พี่น้องในพื้นที่ประสบปัญหาช้างป่าเช่นเดียวกับเพื่อนสมาชิก สส. ภาคตะวันออกของพรรคก้าวไกล มีข้อเสนอเบื้องต้นเพื่อให้คณะกรรมาธิการชุดช้างป่า ชุดใหม่นี้นำไปเพื่อพิจารณา🔗
๑. การสร้างเครื่องกีดขวางหรือ Barrier หรือคูกันช้าง ซึ่งเดิมมีข้อเสนอให้ สร้างรอบพื้นที่ป่า ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากมาย ผมจึงอยากเสนอว่า ในการศึกษา ครั้งต่อไป เราจำเป็นจะต้องศึกษารายละเอียดว่า คูกันช้างที่เคยดำเนินการไปก่อนหน้านี้ ประสบความสำเร็จในการกั้นช้างมากน้อยเพียงใด ผมเคยลงไปในหลายพื้นที่ก็พบว่า คูหลายแห่งพังทลายลงจากการกัดเซาะของน้ำ หรือบ้างก็ถูกช้างป่าทำลายครับท่านประธาน ซึ่งนั่นแปลว่าท้ายที่สุดแล้ว มันไม่สามารถป้องกันช้างได้เลย หรือถ้าจำเป็นจะต้องสร้าง อาจจะต้องมาดูกันว่าในแต่ละพื้นที่ ควรจะใช้คูกันช้างแบบใดที่เหมาะสมกับสภาพภูมิศาสตร์ ของพื้นที่นั้น ๆ🔗
๒. การนำเทคโนโลยีมาใช้ในระบบเตือนภัยช้างป่า ผมคิดว่า ในปัจจุบันโลก เรามีเทคโนโลยีและศักยภาพมากมายจากการใช้เครื่องมือต่าง ๆ เราอาจจะต้องเชิญ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยเทคโนโลยีและ นวัตกรรมมาช่วยกันออกแบบระบบเตือนภัย ในกรณีที่ช้างป่าบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ทำมาหากิน ของพี่น้องประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมรับมือล่วงหน้าครับ เช่น ถ้าพี่น้องประชาชน กำลังกรีดยางอยู่ แล้วมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือหอกระจายเสียงว่า ตอนนี้ช้างอยู่จุดไหนแล้ว ก็จะทำให้พี่น้องประชาชนได้เตรียมหลบภัยได้ทันท่วงที อย่างน้อย ก็น่าจะลดความเสียหายจากชีวิตได้ครับท่านประธาน ขณะเดียวกันนี่ก็อาจจะเป็นการพลิก วิกฤติให้เป็นโอกาสให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัยได้ เพราะถ้าจะเอาเทคโนโลยี เข้ามา รัฐบาลก็จำเป็นจะต้องวางโครงสร้างพื้นฐานเช่น ไฟฟ้า สัญญาณอินเทอร์เน็ต หรือ โทรศัพท์ให้มีความพร้อม และความเสถียร ซึ่งเหล่านี้ก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ที่มีความมั่นคงในชีวิต และสามารถต่อยอดโอกาสให้กับตัวเองได้มากยิ่งขึ้น🔗
๓. ต้องศึกษาเรียนรู้การแก้ไขปัญหาจากต่างประเทศ เพราะปัญหาช้างป่า ไม่ได้เกิดที่ประเทศไทยเท่านั้นนะครับ ในต่างประเทศ เช่น ประเทศในแถบแอฟริกา หรือประเทศอินเดียก็เจอปัญหานี้เหมือนกัน ที่ประเทศอินเดียมีนักศึกษาวิศวกรรม เขาคิดค้นอุปกรณ์ขยายเสียงขนาดเบาไปติดตั้งกับ Drone เพื่อใช้เปิดเสียงผึ้ง เสียงสิงโต เพื่อทำให้ช้างกลัว ไม่กล้าเข้าไปทำลายพืชผลทาง การเกษตร หรือเข้ามาในเขตชุมชนของพี่น้องประชาชน ผมไม่แน่ใจครับว่าสุดท้ายเรื่องนี้ จะประสบความสำเร็จแค่ไหน แต่ไม่ว่าอย่างไรเราก็ควรจะต้องศึกษาเอาไว้ด้วยครับ ท่านประธาน หรือที่ทวีปแอฟริกา ประเทศซิมบับเวและประเทศบอตสวานา มีการอนุญาต ให้เปิดล่าช้าง เพื่อลดปัญหาช้างป่าบุกรุกทำลายพื้นที่เกษตรกรรมและทำร้ายประชาชน เสียชีวิต ผมไม่ได้บอกหรือว่าไม่ได้สนับสนุนให้ประเทศไทยเรามีการล่าช้างนะครับ ช้างในบริบทของประเทศไทยไม่เหมือนที่อื่น แต่ถ้าเป็นสิ่งที่เคยเกิดบนโลกใบนี้ และถ้าเราจะ ทำรายงานนี้ให้สมบูรณ์ ก็จำเป็นจะต้องศึกษาผลกระทบที่เกิดจากนโยบายที่ประเทศเหล่านี้ ได้นำไปใช้กัน🔗
ท่านประธานครับ สุดท้ายครับเรื่องที่สำคัญที่สุดส่งผลกระทบต่อจิตใจของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่รอยต่อตะวันออก คือใครจะต้องรับผิดชอบกับการแก้ไขปัญหา ช้างป่า ปัญหาช้างป่าส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในหลายจังหวัด และปัญหาก็กระทบ ต่อประชาชนในหลายมิติ ตั้งแต่การดูแลช้างให้อยู่ในป่า การป้องกันไม่ให้ช้างเข้ามาบุกรุก พื้นที่ของประชาชน การควบคุมประชากรช้าง การเยียวยาความเสียหายจากชีวิตและ ทรัพย์สิน การสร้างระบบเตือนภัย การสำรวจและเก็บข้อมูลต่าง ๆ เป็นต้น ท่านประธานครับ ความเดือดร้อน อัดอั้น เจ็บปวดหัวใจที่เรื้อรังมานานของพี่น้องประชาชน การพยายามแก้ไข แต่ยังไม่คืบหน้าสักที อย่าให้พี่น้องประชาชนต้องร่วมกันสู้ครับ ร่วมกันเผชิญปัญหาอย่างโดดเดี่ยว อีกต่อไปเลยครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตร่วมอภิปรายญัตติปัญหาช้างป่า หลายท่านถามผมว่า จังหวัด บึงกาฬก็มีช้างป่าหรือ ท่านประธานครับ รายละเอียดต่าง ๆ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้พูดไปหลายท่านแล้ว เพียงผมอยากสะท้อน ให้เห็นว่า วันนี้จังหวัดบึงกาฬบ้านผมก็มีปัญหาช้างป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวอยู่ใน อำเภอเซกา เชื่อมกับบุ่งคล้า ทุกปีครับ มีข่าวว่าช้างเตะแล้วตายก็มี ไม่ตายก็มีครับ ดังนั้น วันนี้เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้ร่วมอภิปราย เพื่อเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนเรื่องช้างป่า อย่างจังหวัดบึงกาฬ หลังจากอาหารหน้าฝนมันหมด มันก็ลงมาตีนเขาครับท่านประธาน ลงมาแล้วมันทำอะไรกับสวนเพื่อนชาวบ้านทั้งหลาย สวนเกษตรกร ก็ธรรมชาติของช้างครับ มันเห็นมันก็กิน และอย่างที่ผมกราบเรียนว่า บางท่านคราวซวยถูกช้างเตะตาย ดังนั้นวันนี้เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่จะป้องกันอย่างไร ให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ติดแนวเขตของช้าง อย่างจังหวัดบึงกาฬบ้านผม เขตรักษาพันธุ์ สัตว์ป่าภูวัว บอกชัดเจนนะครับสัตว์ป่า ช้างก็เป็นสัตว์ป่า มีมากพอสมควรครับท่านประธาน ดังนั้นวันนี้ก็เห็นด้วยอย่างยิ่งครับท่านประธาน ที่เพื่อนสมาชิกเดือดร้อน จังหวัดบึงกาฬ บ้านผมก็เดือดร้อน เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นด้วยอย่างไร ผมก็เอาด้วยครับ เพราะความเดือดร้อนของพี่น้องบึงกาฬที่อยู่ติดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวก็เดือดร้อนครับ ก็ขออนุญาตร่วมอภิปรายเพียงแค่นี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านนิติพล ผิวเหมาะ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิติพล ผิวเหมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิ ๗ นาทีครับท่านประธาน ไม่ได้พูดถึงปัญหา พูดถึงข้อเสนอแนะ อย่างเดียวครับ ผมขอใช้เวทีแห่งนี้ในการพูดถึงความสำคัญของการมีช้างป่าในเขตป่านะครับ วันนี้เป็นการอภิปราย วันนี้ต้องขีดเส้นแบบนี้เลยครับ ขีดเส้น เส้นใหญ่ ๆ เอาไว้เลยว่า ผมพูดถึงช้างป่าต้องอยู่ในเขตป่าเท่านั้น วิธีการมีแบบนี้ครับท่านประธาน สรุปง่าย ๆ ความสำคัญของการมีช้างป่าในเขตป่าด้วย ๓ ช ครับ🔗
ช ตัวแรกตัวครับ ช่วยคนครับ การมีช้างป่าอยู่ในเขตป่าช่วยคนได้อย่างไร โครงการที่ทำมาแล้วในหลายปีแล้วตั้งแต่ตอนประมาณปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ก่อนที่จะเป็น สส. ในครั้งที่แล้วในสมัยที่แล้ว วิธีการผลักดันให้ช้างกลับเข้าไปอยู่ในเขตป่า สิ่งที่ผมทำ ร่วมกับมูลนิธิภาคประชาสังคมต่าง ๆ คือเราใช้วิธีเอาอาหารพวกผักผลไม้ต่าง ๆ ที่ตกเกรดแล้ว จากการที่ขายเอามาวางเพื่อล่อช้างกลับเข้าเขตป่า แต่การทำงานแบบนี้ต้องเป็นการตกลงกัน ระหว่างท้องถิ่นและผู้ที่มีประสบการณ์ในกระบวนการที่จะสามารถเอาอาหารไปวางในพื้นที่ได้ เป็นการทำงานร่วมกันครับ กำหนดไว้แน่นอนแล้วว่า ถ้าเข้ามาในเขตตรงนี้ นี่คือพื้นที่ที่ ปลอดภัย เป็นพื้นที่ที่ไม่ถูกช้างทำร้าย แล้วก็ไม่ใกล้ชิดกับบ้านของพี่น้องประชาชน เอาเงิน จากไหนไปซื้อครับ นี่คือเงินงบประมาณที่เอกชนรวมกันมา แล้วท่านประธานลองนึกภาพ ครับ ใช้เงินวันหนึ่ง ๒๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท ซื้อสินค้าการเกษตรที่ตกเกรดของพี่น้อง ประชาชน นี่คือการช่วยคน ๒๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาททุกวัน ๆ ซื้อจนกระทั่งในพื้นที่นั้น เขาไม่มีสินค้าเกษตรเหลือ ต้องไปซื้อในพื้นที่อื่น นี่คือช่วยคนตรง ๆ อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญครับ คือการช่วยคนที่สำคัญเลย ก็คือเราพูดถึงการช่วยเหลือการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจาก เรื่องช้างป่า แล้วเป็นโครงการที่ทำมาแล้วนั่นเรียกว่าโครงการ ATM ช้างครับท่านประธาน เพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปรายไปแล้วว่า มันต้องเสียหายอย่างเด็ดขาดขนาดไหนกว่า จะได้รับเงินชดเชย สิ่งที่เราทำครับ เสียหายเท่าไรจ่ายจริงตามนั้น ขอเพียงแค่ว่ามีหลักฐาน มีรูปถ่ายมาพิสูจน์ได้ รับเงินเต็ม ๆ ไปเลย แต่นี่คือการทำของภาคเอกชนกับภาคมูลนิธิที่เขา ทำกันมา การมีช้างป่าอยู่ในเขตป่า ช ที่ ๑ คือช่วยคน🔗
ช ตัวที่ ๒ ช่วยป่า ช่วยป่าอย่างไร ผมอภิปรายไปแล้วนะครับว่า งบประมาณ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือกรมป่าไม้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทำไมผมต้องพูด ๒ กรมนี้ เพราะว่าช้างเขาไม่รู้หรอกครับว่า อันนี้ คือพื้นที่กรมป่าไม้ อันนี้คือพื้นที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ช้างเขาก็เดิน ไปทั่วหมดนั่นละ มันก็เลยมีความจำเป็นที่จะต้องมีการสร้างบ้านของช้างให้อยู่ในป่า นั่นก็คือ การปลูกต้นไม้ ทำมาตลอดหลายปีครับ งบประมาณตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๖๗ ผมไล่ดู งบประมาณมาไม่ต่ำกว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี แล้วสิ่งที่ปรากฏคืออะไรครับ ในพื้นที่ป่า ถามว่ามันมีป่าที่อุดมสมบูรณ์ให้กับช้างไปอยู่ได้ไหม ไม่มีครับ ในแผนที่ทางอากาศหรือว่า ดูจากที่สูงดูลงมา มันอาจจะเห็นว่าเป็นสีเขียวเต็มไปหมด แต่สิ่งที่ปรากฏครับ คือเขาเอา ต้นสีเสียดแก่น ที่ผมเคยอภิปรายไปแล้วว่า มันมีหนามแหลมคมมากเลยครับท่านประธาน ไปปลูกอยู่ในเขตป่า อย่าว่าแต่ให้ช้างเดินเข้าไปเลยครับ ตุ๊กแกจะเดินลอดเข้าไปจากต้นไม้ อีกต้นหนึ่งไปสู่ต้นหนึ่ง ยังต้องระวังว่าหนามจะมาเกี่ยวหลังเลย อย่าหวังว่าจะให้ช้างป่า เดินกลับเข้าไปในป่าได้ มันมีศัพท์เทคนิคทางภาษาอังกฤษ เขาเรียกว่า REDD Upgrade ขึ้นมาหน่อยเป็น REDD Plus ที่มีการพูดถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คือความสำคัญที่ต้องมีป่าให้มันอุดมสมบูรณ์ แต่พิสูจน์มาแล้วหลาย ๑๐ ปีครับว่า การปลูกป่า ไม่แก้ไข ไม่สามารถทำให้ป่ามันอุดมสมบูรณ์ได้ เพราะมีการเลือกไม้ที่ผิดประเภท แล้วไม่มี การบำรุงรักษาป่า ทีนี้โลกก็วิวัฒนาการถัดไปครับ มันก็มีงานวิจัยแล้วบอกว่า ถ้าการปลูกป่า แล้วมันไม่สามารถทำให้ป่ามันอุดมสมบูรณ์ขึ้นมาได้ ความหลากหลายทางชีวภาพมันไม่มี เพราะฉะนั้นก็ต้องกลับเข้ามาอยู่ว่าป่าที่เรามีอยู่ตอนนี้มีสิ่งมีชีวิตอะไรบ้างที่ทำให้ป่ามัน อุดมสมบูรณ์ และมีการเพิ่มความหลากหลายตามธรรมชาติได้ด้วย บนบกนั่นก็คือช้าง ขอคลิปขึ้นด้วยครับ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์🔗
ก็ต้องขอบคุณทางมูลนิธิอนุรักษ์ช้าง และสิ่งแวดล้อมที่ได้ให้คลิปนี้มา ท่านประธานลองดูครับ เพื่อนสมาชิกลองดูครับ นี่คือ ความสำคัญของการที่ต้องมีช้างป่าในป่านะครับ ผมย้ำไว้อย่างนี้เลย นี่ครับ ช้างเวลาเขา เดินเข้าป่าไปครับ เขาก็จะแหวกต้นไม้ แหวกอะไรต่าง ๆ และเกี่ยวกิ่งไม้ เกี่ยวเมล็ดพันธุ์พืช ต่าง ๆ เขาก็กิน พอกินเสร็จปุ๊บเขาก็ถ่ายออกมา พอถ่ายออกมามันก็เป็นการกระจายพื้นที่ป่า ที่มีอยู่แล้วให้มันกระจายเพิ่มพื้นที่ เพิ่มพื้นที่ไปเรื่อย ๆ นี่คือความสำคัญของการที่ต้องมี ช้างป่าอยู่ในเขตป่า🔗
ช ตัวที่ ๓ ความสำคัญที่ต้องมีช้างป่าในเขตป่า ช ที่ ๓ คือช่วยชาติ ช่วยชาติ อย่างไรครับ งบประมาณประจำปีของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกผมก็ได้บอกไปแล้วนะครับ มีหลักร้อยล้านบาทใช่ไหมครับ เพื่อเอามา แก้ไขปัญหาช้างป่า แล้วในขณะเดียวกันปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาทที่ใช้ในการปลูกป่า ปลูกป่า แล้วไม่ประสบความสำเร็จ มันก็เลยทำให้ช้างไม่สามารถกลับเข้าไปอยู่ในป่าได้ เพราะมันไม่มี ป่าให้เขาอยู่ พอไม่ได้อยู่ในป่า ในป่ามันอยู่ไม่ได้ นี่ครับ เขาก็ต้องไปอยู่จังหวัดระยอง ไปอยู่ จังหวัดจันทบุรี ในพื้นที่ภาคตะวันออกหลาย ๆ พื้นที่หลาย ๆ จังหวัด รวมไปถึงจังหวัด เชียงใหม่ ทางเหนือก็เหมือนกันครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเราสามารถแก้ไข เรื่องงบประมาณประจำปีได้ โดยวิธีการอะไรครับ คาร์บอนเครติดครับ จากคลิปที่ ท่านประธานได้เห็นไปเมื่อสักครู่ ผมได้บอกไปแล้วว่า มันมีงานวิจัยที่รองรับจากต่างประเทศ อยู่แล้วว่า การมีช้างป่าอยู่ในเขตป่าสามารถเพิ่มพื้นที่ของป่า ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้ป่ามีความหลากหลายทางชีวภาพ แล้วสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนได้ การดูดซับ ก๊าซคาร์บอนแบบนี้เป็นการลดโลกร้อน พอลดโลกร้อนสิ่งที่ตามมาก็คือประเทศไทยสามารถ มี คาร์บอนเครติดที่สะสมขึ้นได้ แล้วงานวิจัยเล่มนี้ก็บอกมาแล้วว่า ช้างป่า ๑ ตัว เขาตีเป็น มูลค่าออกมา เขามีสูตรคำนวณมาให้เรียบร้อยครับ มีสูตรคำนวณมาให้เรียบร้อยแล้วเขาก็ ตีมูลค่าออกมาว่า การที่มีความสำคัญที่จะต้องมีช้างป่าอยู่ในเขตป่า ๑ ตัวสามารถได้ งบประมาณถึง ๑.๗ ล้าน U.S. Dollar ท่านลองคูณไปครับ คูณกับจำนวนช้างป่าที่มีอยู่ใน ประเทศไทย คูณ ๑.๗ ล้าน U.S. Dollar ไป นั่นคือเงินงบประมาณที่สามารถเอามาสนับสนุน เรื่องการดูแลช้างป่า ดูแลป่า ดูแลพี่น้องที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากเรื่อง ช้างป่านะครับ🔗
นี่คือ ๓ ช ที่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องช้างป่า แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชน และในขณะเดียวกัน สรุปสุดท้าย ๑๐ วินาทีครับท่านประทาน กรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ สามารถเริ่มโครงการนี้ได้เลย โดยกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านสามารถเริ่มโครงการนี้ได้เลย เพราะอะไรครับ ในป่าตะวันออกมีพื้นที่ที่หมดสัญญาเช่าแล้ว ตอนนี้ประมาณ ๓,๗๐๐ ไร่ สามารถเอาเป็น โครงการที่เริ่มให้ช้างป่าเข้าไปอยู่บริเวณเขตนั้นได้ แล้วให้ช้างป่าช่วยในการเพิ่มพื้นที่ป่า แล้วไปสามารถ Claim เป็น คาร์บอนเครติดมีเงินงบประมาณสนับสนุนได้ นี่คือความสำคัญที่ ต้องมีช้างป่าในเขตป่า ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ลองใช้ความสามารถ เหลือ ๖ นาที เพราะมันเยอะ เดี๋ยวสรุปอีกนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคเพื่อไทย ขอเวลา คงไม่ถึง ๕ นาทีครับท่านประธาน ก็คงจะซ้ำ ๆ กัน เดี๋ยวพี่น้องประชาชนตลอดจน ท่านประธานจะถามว่า เอ๊ะ ผมอยู่จังหวัดชลบุรี ทำไมมีช้าง คิดว่ามีแต่ทะเล วันนั้น สภาเกษตรกรจังหวัดชลบุรีประมาณ ๓๐ ท่าน ได้มายื่นหนังสือกับประธานคณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์🔗
ในเรื่องปัญหาเรื่องช้างบุกรุกไปทำ พืชผลทางการเกษตรเสียหายครับ ปัญหาเรื่องช้างในภาคตะวันออกนั้นมีมาเยอะ โดยเฉพาะ จังหวัดชลบุรีนั้นมีมาหลาย ๑๐ ปี ยังไม่มีทางแก้ไขได้ ปัญหาก็จะมีอยู่ที่ ๓-๔ อำเภอของผมคือ อำเภอหนองใหญ่ อำเภอบ่อทอง อำเภอเกาะจันทร์และอำเภอพนัสนิคม อำเภอบ้านบึง เป็นบางส่วน การแก้ไขปัญหาแม้แต่สถาบันนั้นก็ยังลงมามีความเป็นห่วงใย และตั้งมูลนิธิ พัชรสุธาคชานุรักษ์ที่จะช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาเรื่องช้างอย่างเป็นรูปธรรม โดยเอาบูรณาการร่วมกัน ไม่ว่าภาครัฐภาคเอกชน โดยเฉพาะในกรรมาธิการชุดที่แล้วนั้น ก็ศึกษาปัญหาในเรื่องช้าง โดยหลักตามภูมิศาสตร์ ผมอยากจะให้มีแนวทางการแก้ไข ในความคิดของผมนะครับ🔗
๑. อยากจะให้รัฐบาลประกาศเรื่องช้างเป็นวาระแห่งชาติ คือทุกหน่วย ราชการนั้นต้องมาบูรณาการร่วมกัน🔗
๒. การแก้ไขหรือการเยียวยาในเรื่องพืชผลหรือผู้ที่เสียชีวิต ถ้าเรื่องพืชผล อยากจะให้เรื่องการเยียวยา ออกค่าเสียหายเหมือนกับการเวนคืนที่ดินหรือการเวนคืนพืชผล ทางการเกษตรของกรมชลประทาน🔗
๓. เรื่องอาสาสมัครผลักดันช้างนั้น สมควรที่จะต้องมีสวัสดิการดูแลพวกเขา ทุกวันนี้เขาต้องหาอาหารเอง ค่าน้ำมันเอง ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นต้องออกเอง ตอนนี้รัฐต้องมา ดูแลแก้ไขให้เขานะครับ🔗
๔. อยากจะให้การควบคุมช้าง โดยการฉีดยาทำหมัน เหมือนกับที่ ประเทศเยอรมันที่เขาทำกัน อย่าคิดว่าวัคซีนนั้นเราเพิ่งทดลองมาไม่กี่เดือนหรือกี่ปี เราฉีด เรื่องโควิดที่ฉีดกันทั่วประเทศไทย ผมมองว่าไม่ถึงปีเรายังกล้าฉีดเลย ตรงนี้น่าจะทดลอง มาใช้กับช้างครับ🔗
๕. มีพื้นที่ ๆ หนึ่งติดกับพื้นที่จังหวัดชลบุรี อาจจะเป็นพื้นที่ป่าไม้ หรือ ส.ป.ก. ทราบข่าวว่ามีบริษัทของเอกชนอยู่บริษัทหนึ่ง เช่าเป็นเวลาหลายสิบปี มีเนื้อที่ ประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าไร่ ทราบข่าวว่าตอนนี้ยังไม่ต่อสัญญานะครับ ป่าไม้น่าจะเอาคืน แล้วก็ทำที่จำกัดให้ช้างเข้ามาอยู่ในนี้ คืออาจจะขุดคูกันช้าง หรือถ้าเป็นสมัยสงคราม เขาเรียก คูเวต หมายถึงว่ารถถังวิ่งไปปุ๊บไม่สามารถที่จะข้ามได้ ถ้าคูกันช้างนี้ก็จะทำด่านปูน เฉลี่ย ๔๕ องศา สูงประมาณสัก ๔-๕ เมตร อย่างในรูปครับ แล้วก็ปลูกพืชผลให้ช้างเข้าไปกิน แล้วก็ทำเป็นเมืองท่องเที่ยว หรือแหล่งท่องเที่ยวก็ได้ครับ ฝากรัฐบาล แล้วก็ต้องมีการหา งบประมาณมาสนับสนุนในการทำอย่างเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต ๑ พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันขอร่วมอภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาช้างป่า และศึกษา แนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน ท่านประธานคะ ปัญหาจำนวนของช้างป่า ที่เพิ่มขึ้นปีละประมาณ ๘.๒ เปอร์เซ็นต์ แต่การขยายพื้นที่ป่าไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย ดิฉันจะขอ ไม่ลงรายละเอียดว่า ทำไมเราปลูกป่ากันทุกปี ๆ แต่จำนวนผืนป่ากลับลดลง ในเมื่อผืนป่านี้ ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างที่ตั้งใจ ดิฉันก็จะขอลงรายละเอียดในประเด็นเรื่องว่า การทำอย่างไรไม่ให้ ช้างป่าเพิ่มขึ้นเกินขอบเขตป่า ซึ่งอาจจะเป็นวิธีที่สามารถทำได้ในตอนนี้ค่ะ คำถามที่ดิฉัน ได้ยินบ่อยมาก ๆ นะคะ นั่นก็คือทำไมไม่ทำหมันช้าง เหมือนกับที่เราทำหมันหมา ทำหมันแมว ก็เพราะว่าเราอุ้มช้างไม่ได้ค่ะ ไม่เหมือนอุ้มหมาอุ้มแมวนะคะท่านประธาน การทำหมันช้าง ไม่ว่าจะเป็นช้างเพศใดก็จะมีความยุ่งยาก ซับซ้อนมากทั้ง ๒ เพศเลยค่ะ เพราะอวัยวะที่จะต้องทำหมันของทั้ง ๒ เพศจะอยู่ลึกเข้าไปภายในตัวช้าง ต้องอาศัย การผ่าตัด การวางยาสลบให้กับช้างก็อันตรายเช่นกัน เพราะจะทำให้ช้างล้มตัวลง แบบที่เขา ไม่สามารถควบคุมท่าทางเองได้ ซึ่งถ้าเขาล้มแบบนั้นก็อาจจะทำให้ทับอวัยวะภายในของเขาจนตายได้เหมือนกัน การให้ ยาซึมอันตรายน้อยกว่าก็จริงนะคะ แต่การผ่าตัดในท่าที่ช้างเขายืน ก็จะต้องมีอุปกรณ์ ยกพยุง มีระบบค้ำยันที่แข็งแรง ซึ่งเป็นไปได้ยากมากที่จะทำเช่นนั้นในเขตป่า ทางเลือก ที่ผ่านมาจึงเป็นเพียงการใช้ความรู้ภูมิปัญญาของควาญช้าง นั่นก็คือการใช้พืชสมุนไพร บางชนิดเพื่อช่วยลดความกำหนัดของช้างเพศผู้ลงไป เมื่อการทำหมันช้างไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด วัคซีนคุมกำเนิดช้างที่มีประสิทธิภาพ จึงได้มีการขออนุญาตโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยื่นขออนุญาตขึ้นทะเบียนวัคซีนคุมกำเนิดช้าง จากคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ไปเมื่อ ๑ ปีก่อน โดยการนำเข้าจากประเทศ เยอรมนี เป็นวัคซีนชื่อ Spyvax มีการใช้งานแล้วในประเทศแถบแอฟริกา ราคาเข็มละ ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท สามารถคุมกำเนิดได้ ๗ ปี ใช้กับช้างเพศเมียที่ผ่านการมีลูก มาแล้ว ๑ ตัวขึ้นไป เมื่อได้รับอนุญาตก็สามารถนำวัคซีนนี้มาทดลองใช้กับช้างต่อไป เพื่อแก้ปัญหาต่อไปได้ แต่สุดท้ายค่ะท่านประธาน วัคซีนคุมกำเนิดช้างก็ดูเหมือนจะถูก คุมกำเนิดเสียเองนะคะ เพราะว่าผ่านไป ๑ ปีแล้ว วัคซีนที่ดูเหมือนจะเป็นความหวังก็ยัง ไม่ผ่าน อย. และกรมปศุสัตว์สักทีค่ะ ดิฉันไม่แน่ใจว่าติดปัญหาที่ตรงไหนนะคะ ดังนั้นดิฉัน จึงขอสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการชุดนี้ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาการนำเข้าวัคซีน ทลายกำแพงที่ทำให้การคุมกำเนิดช้างไม่เกิดขึ้นเสียที อย่าลืมนะคะว่า จำนวนช้างเพิ่มขึ้น ทุกปี ถ้าเราไม่รีบ และเราไม่เริ่มทำอะไรสักอย่างเพื่อให้อัตราการเกิดของช้างลดลง อัตรา การตายของคนที่ถูกช้างเหยียบอาจจะเป็นตัวชี้วัดความล้มเหลวของเรื่องนี้ แม้เราจะเคย มีการศึกษาเรื่องนี้มาแล้วก็ตาม ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านฐิติมา ฉายแสง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ ขอภาพด้วยนะคะ🔗
ท่านประธานที่เคารพคะ วันนี้เรา พูดถึงญัตติแก้ไขปัญหาช้างป่า ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญมากนะคะ ดิฉันเป็นกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งวันนี้เรามีประชุมกัน เรื่องเกี่ยวกับการแก้ปัญหาช้างป่า พี่น้องเกษตรกรมากันเยอะเลย มาร้องเรียน ก็ทราบอยู่ค่ะว่ามาจากเรื่องอะไร อย่างไร มีความเป็นมาอย่างไร เราต้องยอมรับว่าตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ ที่มีการให้สัมปทานการทำป่าไม้ ป่าถูกทำลายเต็มไปหมด ภาพนี้เราเห็นกันเป็นประจำ เวลาดิฉันเดินทางอย่างสมมุติจะไป จังหวัดเพชรบูรณ์อย่างนี้ ก็จะเจอภูเขาเป็นแบบนี้ ทีนี้การทำลายป่ามันคือการบุกรุกของ พี่น้องประชาชน ต้องยอมรับนะคะว่ามันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ จะไม่ให้พูดไม่ได้ ก็มีแบบนี้ ดิฉันอยากจะชวนคุยอย่างนี้ว่า ในอดีตคนทำลายป่าจริง ๆ และทำให้ป่าเสื่อมโทรม ป่าเสื่อมโทรม ช้างซึ่งก็อยู่ในป่าเขาก็ขาดอาหาร พอขาดอาหารช้างเขาก็ต้องออกจากป่า นี่เป็นปกติมาก ออกมาเพราะมันเห็นว่าพืชผลทางการเกษตรอยู่รอบ ๆ ด้วยซ้ำ เพราะพี่น้อง ประชาชนไปได้ที่ทางอะไรก็แล้วแต่ ทำลายพืชผล เราพยายามแก้ไขผลักดันช้างป่า พยายาม ใช้งบประมาณกันมากมาย ก็ยังคงทำลายทำร้ายทรัพย์สินพี่น้องประชาชน วนเวียนกันอยู่ อย่างนี้ตลอด อยากจะชวนฉีกแนวออกไป ซึ่งคล้ายหรือเหมือนกันกับท่านสมาชิก ท่านนิติพล ผิวเหมาะ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เราต้องมาดูวิธีการของคนอื่นที่เขามีกันบ้างแล้วนะคะว่า เราจะทำอย่างไรให้มันได้เงิน ในกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ที่พูดจากัน มีแต่ คนบ่นว่า อยากได้เงินค่าชดเชยโน่น ชดเชยนี่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก็ไม่มีเงิน บ่นเรื่องไม่มีเงินตลอด แล้วจะมีเงินกัน ตอนไหนล่ะ ในเมื่อช้างมันเยอะขึ้น ๆ ช้างขณะนี้ในภาคตะวันออกมี ๘๓๗ ตัว ปี ๒๕๗๐ จะเพิ่มเป็น ๑,๐๕๙ ตัว ปี ๒๕๗๔ จะเพิ่มเป็น ๑,๕๐๐ ตัว ในขณะที่ป่าตรงนั้นรองรับได้แค่ ๓๐๐ กว่าตัว นี่คือปัญหา อยากจะชวนคุยว่า มีหน่วยงานอย่าง IMF ที่เรารู้จักกันนี่ละค่ะ กองทุนการเงินระหว่างประเทศเขามีโครงการ โครงการของเขา เขาบอกไว้ว่าเขาศึกษา เขาวิจัย เขาบอกว่าตัวช้างเอง อย่างที่คุณนิติพลนำเสนอภาพนะคะว่า ช้างเดินเข้าไปในป่า เขาเดินเข้าไป เขาทำงานเป็นวิศวกรสร้างป่าเหมือนที่คุณสฤษดิ์ บุตรเนียร จากปราจีนบุรี ได้เคยพูดไว้นะคะว่า เป็นวิศวกรสร้างป่า เขาลิดใบไม้ ลิดกิ่ง แล้วเขาก็เหยียบย่ำต้นไม้ เล็ก ๆ ทำให้แสงสว่างมันส่องลงมา ตัวเขามีประโยชน์อย่างยิ่ง เป็นผู้สร้างป่า เขาขี้ออกมา เกิดต้นไม้ขึ้นมา นี่คือการสร้างป่า ต้นไม้โตขึ้น ๆ ก็จับคาร์บอน ก็เป็นคาร์บอนเครดิต ช้างมีประโยชน์อย่างนี้นี่เอง ภาพนี้จึงบอกว่า ตัวช้างนั้นทำหน้าที่แบบนั้น ทำให้เกิดคาร์บอนเครดิตได้มูลค่า ๑.๗๕ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๖๐ ล้านบาท ถ้าประเทศไทยมี ๔,๐๐๐ ตัว เอาคูณเข้าไป ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าทำโครงการเข้าไป จะมีเงินเข้ามา ไม่ใช่ว่ามาขอกันเพียง ๖๐๐-๗๐๐ ล้านบาท ใช้กันที ๑๐ ล้านบาท กี่หมื่นบาท ไปซ่อมบ้าน ไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว มาช่วยกันเอาเงินนั้น เขาไม่ได้ให้ทีเดียวหรอก ประเทศที่เป็น ประเทศอุตสาหกรรม เขาต้องการซื้อคาร์บอนเครดิตเขาก็จะให้เงินมา ก็ Matching กันระหว่าง IMF จัดการนี่ละค่ะ เสร็จแล้วเอาเงินมาซื้อพืชผลทางการเกษตรของพี่น้อง ประชาชนเอาไปให้ในป่า วันนี้ดิฉันคุยกับ ผอ. อุทยาน ท่านบอกว่า Idea นี้น่าสนใจมาก และการซื้อพืชผักผลไม้ของพี่น้องประชาชนเอาไปให้ช้าง ก็ไม่ได้ยาก และไม่ได้น่ากลัวอะไร เอาไป เอาไปเลี้ยงเขา เลี้ยงเขาให้เขาอยู่ในป่า ให้เขาเป็นผู้สร้างป่า เป็นวิศวกรสร้างป่า นั่นเอง เมื่อทำกันแบบนี้ แต่วิธีการคงจะต้องมีอีกเยอะนะคะ ผู้ที่รู้ก็ทำกันไป แต่แนวคิดของ ดิฉันเองเป็นแบบนี้ว่า มันน่าสนใจนะที่ทาง IMF เขาต้องการอนุรักษ์ช้าง เราอนุรักษ์ช้าง เราไม่อยากให้ช้างออกข้างนอก ทำลายบ้าน ทำลายพืชผลทางการเกษตร มาฆ่าคน เราไม่อยาก เราอยากให้เขาอยู่ในป่า เราก็ต้องไปอำนวยให้เขาอยู่ในป่า แต่การที่จะสร้างรั้ว ต่าง ๆ นานา ดิฉันเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจนักหรอกนะคะว่า ลงทุนจะไปสร้างรั้วใหญ่ ๆ โต ๆ ๕๐๐ กว่ากิโลเมตรเพื่อให้ช้างอยู่ในนั้นแล้วไม่มีอาหาร เขาก็อยู่ไม่ได้ ไม่เข้าใจ เราเอาอาหาร ไปให้เขา เมื่อช้างได้สร้างป่า ป่าก็อุดมสมบูรณ์ เมื่อป่าอุดมสมบูรณ์ เขาก็อยู่ในพื้นที่ป่า ของเขา มีน้ำเพียงพอ เขาอยู่ในป่าของเขา ช้างกลับเข้าป่า นี่คือวนเวียนกันอยู่แบบนี้ละคะ แต่ขอให้มีเงิน เพราะฉะนั้นถ้ามีโครงการแบบนี้ ทำสิคะกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช ท่านทำเข้าไป รัฐบาลทำเข้าไป ประเทศกาบองทำแล้วนะคะ ประเทศกาบองได้เงิน มาชดใช้หนี้แล้ว ประเทศศรีลังกากำลังจะทำ ทำไมประเทศไทยไม่ทำ ในเมื่อประเทศไทย มีศักยภาพ มีป่า มีช้าง จับ ๒ อย่างได้หลายเด้งเลยนะคะ ลดโลกร้อน ได้ป่า ได้คาร์บอนเครดิต ไม่ทำร้ายประชาชน ไม่ทำลายพืชผลทางการเกษตร แล้วก็เกษตรกรก็ปลูกพืชมีรายได้ มีหลายทางเลยท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรำพูล ตันติวณิชชานนท์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๙ พรรคไทยสร้างไทย ดิฉันขอร่วมอภิปรายสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามผลการดำเนินงาน แก้ไขปัญหาช้างป่า และศึกษา แนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืนค่ะ🔗
ท่านประธานค่ะ จากเพื่อน สมาชิกได้อภิปรายไป จะเห็นว่าหลายจังหวัดที่มีพื้นที่บริเวณติดกับเขตอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และผืนป่า ประสบปัญหาการบุกรุกของช้างป่าเข้ามาหาคน ช้างป่า ออกมาหากินนอกพื้นที่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ตามเอกสารดิฉันเห็นเพื่อนสมาชิกศึกษามา ช้างป่าของท่านจะมีอยู่ ๕ กลุ่ม กลุ่มป่าตะวันตก กลุ่มป่าตะวันออก กลุ่มป่าดงพญาเย็น เขาใหญ่ กลุ่มป่าภูเขียวน้ำหนาว กลุ่มป่าแก่งกระจาน ดิฉันขอเพิ่มอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งในเอกสาร ไม่มี ก็คือเป็นป่า ๒ แผ่นดิน เป็นกลุ่มที่ ๖ ก็คือไทยกับลาว พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีก็มี ช้างป่า ซึ่งเป็นช้าง ๒ แผ่นดิน ไทยกับลาว ช้างป่าของจังหวัดอุบลราชธานีจะอาศัยอยู่ แนวเขตของเขตอนุรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบุณฑริก-ยอดมน ครอบคลุมไป ๕ ตำบล ได้แก่ ตำบลช่องเม็ก ตำบลโนนก่อของอำเภอสิรินธร ตำบลคอแลน ตำบลโพนงาม ตำบลห้วยข่า ของอำเภอบุณฑริก ตามตะเข็บชายแดนไทย-ลาว ช้างส่วนมากจะอาศัยอยู่ในประเทศไทย ประมาณ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือไปไหน เวลาชาวบ้านออกมาขับไล่ เขาก็จะหนีข้ามไป ฝั่งลาว พอกลางคืนเขาก็จะออกมาหากินในฝั่งไทยตามหมู่บ้านต่าง ๆ ไปตามหมู่บ้าน ไปบ้านคน ไปขุดคุ้ยหาอาหาร แต่ก่อนจะออกมากลางคืน เช้าตรู่ก็กลับเข้าป่า แต่เดี๋ยวนี้ช้างรู้สึกจะ อดมาก ไม่มีอาหารกิน ไม่มีอาหารกินก็เลยออกมากลางวัน ออกมาดูบ้านเรือนชาวบ้าน กลางวัน บ้านหลังไหนมีคนอยู่เขาก็จะเดินหนี หลังไหนไม่มีคนอาศัยอยู่ เขาก็จะเข้าไป รื้อบ้านหาอาหารกิน อันนี้ก็คือช้างที่จังหวัดอุบลราชธานีอยู่ที่เขต ๙ ทำลายสวนยางพารา ไร่มันสำปะหลัง สวนกล้วย แล้วก็สวนอ้อย พืชผักสวนครัว ข้าวสาร นาข้าวของชาวบ้าน ทำลายบ้านเรือน ทุกวันนี้ยังมีอยู่นะคะ ออกมาจนไปถึงเขื่อนสิรินธร ไม่มีน้ำกินลงไปที่ น้ำเขื่อนเลยค่ะ ก็แสดงว่าบนภูเขาแหล่งน้ำขาดแคลนไม่มีน้ำกิน ก็ขอฝากว่าช้างตัวหนึ่ง กินอาหารมากนะคะ ประมาณ ๒๐๐ กิโลกรัม ถึง ๔๐๐ กิโลกรัม ถ้าเขาไม่มีอาหารเขาก็ต้อง ลงมาหาชาวบ้าน ลงมาหากินในหมู่บ้าน ชาวบ้านก็จะมีกล้วย มีมะม่วง มีข้าวโพด มีอ้อย สงสัยว่า ช้างติดรสชาติอาหารของชาวบ้าน ไม่ยอมกลับเข้าป่า เพราะฉะนั้นกรมอุทยาน แห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ต้องรีบหาทางแก้ไขอย่างยั่งยืนเรื่องช้างป่า ทำอย่างไรคะ พัฒนาแหล่งน้ำ สร้างแหล่งอาหาร โดยเฉพาะหน้าแล้งตามชนบท หน้าแล้งจะไม่มีแหล่งน้ำเลย เพราะฉะนั้นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชต้องรีบหาทางแก้ไขพัฒนา แหล่งน้ำ สร้างแหล่งอาหารให้ช้าง ปลูกทุ่งหญ้า แล้วก็ทำโป่งเทียมให้เพียงพอเพื่อจะดึง ช้างป่าออกจากหมู่บ้านให้คืนสู่ป่าไปนะคะ ส่วนการชดเชยเยียวยาของพี่น้องชาว อำเภอบุณฑริกกับอำเภอสิรินธร ชดเชยเยียวยาให้ความเป็นธรรมน้อยมากค่ะ อัตราการ เยียวยาน่าจะให้ชดเชยประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของความเสียหาย อย่าให้ชาวบ้านรู้สึกว่า โดนทอดทิ้ง ปล่อยให้ช่วยเหลือตนเอง นำไปสู่ความรุนแรง บางครั้งอาจจะพลาดพลั้งถึง ช้างตายได้นะคะ เพราะฉะนั้นก็ขอฝากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ควรตั้ง งบประมาณในการจัดตั้งชุดเฝ้าระวังในการผลักช้างป่า และครอบคลุมทุกพื้นที่ให้เหมาะสม และเพียงพอตามที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายมา ควรมีระเบียบด้วยนะคะ ระเบียบและการ เยียวยาที่ชัดเจน ให้ความเป็นธรรมเหมาะสมกับความเป็นจริง ด้านราคา มูลค่าความเสียหาย รัฐบาลก็ควรให้อำนาจและงบประมาณ ทั้งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้เพียงพอ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง อบต. และเทศบาลบริหารจัดการช่วยเหลือ ประชาชนเบื้องต้น ไม่ใช่ผลักภาระให้ชาวบ้านหรือคนตัวเล็กสู้และอดทน อดตายมากกว่านี้ นะคะท่านประธาน สุดท้ายดิฉันขอสนับสนุนญัตติ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาช้างป่า และศึกษา แนวทางแก้ไขปัญหาช้างอย่างยั่งยืน ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อสถานการณ์ปัญหาช้างป่า ไม่ใช่เพิ่งเกิดวันนี้ครับ กาลเวลาและยุคสมัยเปลี่ยน ปัญหา ก็เปลี่ยน ท่านประธานครับ ใครจะไปคิดครับว่า ๑๙ ปีที่แล้ว พระเอกหนังเรื่องต้มยำกุ้ง ที่นำแสดงโดย จา พนม ยีรัมย์ เคยมีประโยคทองในหนังต้มยำกุ้งว่า ช้างกูอยู่ไหน ช้างกูอยู่ไหน ใครจะไปคิดครับ ๑๙ ปีผ่านไป วันนี้ไม่ได้ถามนะครับว่า ช้างกูอยู่ไหน แต่ตั้งคำถามใหม่ว่า ช้างมาจากไหน ทำไมมาเยอะเสียเหลือเกิน ช้างเราแบ่งเป็น ๒ ประเภท คือช้างบ้านกับ ช้างป่า ช้างบ้านไม่ใช่ปัญหาที่เรามาถกแถลงกันในวันนี้ครับ เพราะว่าช้างบ้านดูแลโดย กระทรวงมหาดไทย ก็มีที่อยู่ชัดเจน ช้างบ้านก็อยู่ในปางช้าง แต่ช้างป่าตรงนี้ละครับเป็น ปัญหา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราพยายามจะแก้ แต่บางทีเราแก้แบบตาบอดคลำช้าง ไม่ได้จัดลำดับความสำคัญของปัญหาแล้วแก้ทีละขั้นตอน ทีนี้กาลเวลาเปลี่ยน ปัญหาช้างเป็น ปัญหาใหญ่ เพราะว่าช้างนั้นพัฒนาและขยายตัวจาก ๒,๘๐๐ กว่าตัว กลายเป็น ๔,๔๒๒ ตัว แล้วกระจายในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ๙๓ แห่ง ผมต้องกราบเรียนว่า วันนี้การอภิปรายของผมนั้น ต้องวางเส้นเรื่องให้ดี ต้องสร้างจุดสมดุล ต้องมีดุลยภาพ เพราะถ้าเอียงไปทางฝ่ายนักอนุรักษ์ นักสิ่งแวดล้อม อีกฝ่ายหนึ่งก็จะบอกว่า อย่าโลกสวย ลองมาเป็นพี่น้องเกษตรกร ลองมาเป็น พี่น้องประชาชนที่ถูกช้างป่าไล่กระทืบทุกวันแล้วจะรู้สึก ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ดังนั้น ผมต้องอภิปรายและวางเส้นเรื่องอย่างมีดุลยภาพ สิ่งที่เราจะต้องมองต่อไปก็คือว่าวันนี้เหตุที่ ช้างป่ามาสร้างโลกใบที่สอง กับโลกของมนุษย์นั้น มันเกิดจากหลายปัญหาด้วยกัน ตัวเลข สำคัญที่นอกเหนือจากจำนวนประชากรช้างป่าจะขยายตัวอย่างรวดเร็วนั้น มันมีคำถาม สำคัญที่เราต้องถาม ๑. ก็คือว่าวันนี้ช้างป่าเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ ช้างเพิ่ม แต่ป่าลด อาหารลด จึงเป็นประเด็นที่ ๒ เมื่อในป่าอาหารลด ถึงเวลาที่ช้างป่าจะบุก บ้านเรือนประชาชน จะบุกเรือกสวนไร่นาเพื่ออะไรครับ เพื่อหาอาหารประทังชีวิต บางครั้ง ช้างป่าลงมาเจออะไรกินหมดครับ เขาครัวพี่น้องประชาชนพี่น้องเกษตรกร ไม่แยก ไม่เลือก แล้วครับว่า ไปจะกินผงชูรส หรือว่าไปเผลอกินผง Collagen เข้าไป เพราะว่าช้างป่าหิวโหย อาหารในป่าลด ไม่เพียงพอ🔗
ประการที่ ๓ การขยายตัวของชุมชนมาพร้อมกับปัญหาป่าลด นี่เป็นปัญหา สำคัญนะครับ วันนี้เราตั้งคำถามว่าเราอาจจะบอกว่าป่ารุกคน หรือคนรุกป่า ช้างเลี้ยงคน หรือคนเลี้ยงช้าง ตกลงเราอยู่ร่วมกันได้หรือไม่ ผมยังยืนยันว่าเราอยู่ร่วมกันได้ แต่ต้องอยู่ แบบแยกส่วน ต้องอยู่แบบต่างคนต่างอยู่ มีโลกของตัวเอง ไม่ต้องมีโลกใบที่สองร่วมกัน ปัญหาสำคัญที่เราต้องมองต่อไปก็คือว่า วันนี้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เราต้องแก้ ระยะกระชั้นชิด ระยะที่เห็นผลเร็วต้องทำ ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือการจัดทำพื้นที่รองรับช้างป่า หรือทำ Zoning ที่พูดนี้ไม่ได้หมายความว่าเอา Zoning มาอยู่กับบ้านเรือน หรือใกล้กับเรือกสวนไร่นา ก็อยู่บนเขานั่นละ อยู่บนป่านั่นละ แต่จัด Zoning เพราะว่าช้างนั้นมีการเคลื่อนที่อยู่ ตลอดเวลา แล้วเมื่อจัดพื้นที่รองรับเรียบร้อยจะต้องจัดหาอาหารไปให้เพียงพอหรือเหมาะสม กับช้างป่า เรื่องที่ ๒ การจัดตั้งศูนย์ปรับพฤติกรรมช้างป่า เพราะว่าช้างนั้นเป็นสัตว์ที่จะ สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ แน่นอนครับเรื่องนี้แม้เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ระยะเร่งด่วน แต่ก็ต้องทำและต้องทำอย่างมีนัยสำคัญ นี่ยังไม่ได้พูดถึงนโยบายของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมที่จะไปทำแนวกั้นช้างป่า ซึ่งผมอภิปรายไว้ในเวทีอภิปรายงบประมาณ ผมมองเห็นปัญหาเรียบร้อยนะครับ แล้วก็บอกว่าเราน่าจะมีทางออก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สภาแห่งนี้ ผมเชื่อว่าเมื่อเราหันหน้าเข้าหากัน ความสร้างสรรค์จะบังเกิด เราคงไม่ใช่หันหน้า เข้าหากันแบบช้างเครื่องดื่มบางประเภท หันมาเจอกันแล้วต่างฝ่ายต่างเมา วันนี้ผมเชื่อว่า จุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาช้างป่านั้น มันมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ และผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้ เราจะได้ร่วมด้วยช่วยกันในการถกแถลง เราไม่มองย้อนกลับไปว่าสภาแห่งนี้เคยตั้ง กรรมาธิการวิสามัญมาศึกษาแล้ว สุดท้ายก็ไฟไหม้ฟางวูบหายไปไม่เกิดผลอะไร ชีวิตต้องมี ความหวัง และผมเชื่อมั่นนะครับว่ากรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นมานั้นเราจะสามารถ แก้ปัญหาช้างป่าบนความเชื่อที่ว่า ทุกปัญหาต้องมีทางออก ถ้าไม่มีทางออกก็ออกตรงทางเข้า คือย้อนกลับไปแก้ปัญหาที่ต้นทางของปัญหา ซึ่งเชื่อว่าแก้ได้ครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุน เรามาคุยกันเรื่องการแก้ไขปัญหานี้ ท่านประธานครับ ต้องย้อนกลับไปอย่างนี้ครับว่าตั้งแต่ ครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสพูดในสภา ตอนนั้นยังอยู่ TOT อยู่เลย ก็คือครั้งแรกที่ผมได้หารือ ผมขอหารือเรื่องช้างป่าที่อำเภอภูหลวง ในเขตเลือกตั้งผมมี ๕ อำเภอ อำเภอวังสะพุง อำเภอภูหลวง อำเภอภูกระดึง อำเภอผาขาว อำเภอหนองหิน ตอนนี้รอดอยู่อำเภอเดียว ที่ยังไม่มีปัญหาเรื่องช้าง ตอนแรกเริ่มที่อำเภอภูหลวง ไปที่อำเภอภูกระดึงไปที่อำเภอผาขาว ไปที่อำเภอหนองหิน ตอนนี้ปัญหาเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะในพื้นที่ในบริเวณที่มีพื้นที่ติดกับ อุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชอีกแล้ว ไม่เพียงแค่อุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช แต่ตอนนี้ปริมาณของช้างในพื้นที่ป่ามันไม่สมดุลกันเป็นอย่างมาก ทำให้ในพื้นที่ที่เคยเป็น พื้นที่อยู่อาศัยของช้างป่ามีจำนวนแออัดมากเกินไป ทำให้ช้างนั้นต้องเดินทางไปในหลาย อำเภอในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง แล้วสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้น เพราะอะไร ต้องย้อนกลับไปอย่างนี้ครับท่านประธานว่าจริง ๆ แล้วปัญหานี้มีการพูดคุยกัน มาหลายครั้งแล้ว ตามที่ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ได้พูดในสภาแห่งนี้ว่าเราเคยมีการ ตั้งเรื่องนี้ มีการคุยเรื่องนี้ในสภาหลายยุคหลายสมัย มีการทำการศึกษาหลายครั้ง แต่สิ่งที่ เกิดขึ้นคือผลสัมฤทธิ์มันยังไม่เกิดครับท่านประธาน ปัญหาเหล่านี้มันเกิดขึ้น เพราะว่าทุกครั้ง ที่เรามีการศึกษา กระบวนการในการผลักดันให้เกิดเรื่องที่จะเปลี่ยนแปลง หรือเราจะช่วย ประชาชนได้อย่างไรมันยังไม่เห็นผลสักที ปัญหาเหล่านี้มันจึงยังอยู่ การดูแลประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ ประชาชนที่โดนช้างมาทำลาย ไม่ว่าจะเป็นพืชผลที่เขาได้ปลูกไว้ หรือว่า ทรัพย์สินต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกระต๊อบ หรือแม้แต่โอ่ง ในพื้นที่ที่เขา ทำการเกษตรต่าง ๆ เหล่านี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าภาครัฐเองจะช่วยเหลือประชาชน ได้อย่างไร ทำให้ปัญหามันก็คาราคาซังมาโดยตลอด🔗
เรื่องต่อมาก็คือการสนับสนุนครับ ไม่ใช่การสนับสนุนจากหน่วยงานนะครับ ผมหมายถึงการสนับสนุนคนที่ทำหน้าที่นี้ ต้องบอกอย่างนี้ว่าในปัจจุบันนั้น เจ้าหน้าที่ หน่วยงาน เจ้าหน้าที่กระทรวงไม่เพียงพอในการแก้ไขปัญหานี้ ในพื้นที่ของผมเจ้าหน้าที่ของ กรมเองที่มาช่วย คือเป็นนักวิชาการที่จะมาช่วยดูว่าช้างเดินมาจากพื้นที่ไหนไปพื้นที่ไหน ตอนนี้กำลังจะเข้าที่อำเภอใดของจังหวัดใดของพื้นที่ใด แต่คนที่จะต้องผลักดันหรือ ขับไล่ช้างออกจากพื้นที่ชุมชน ส่วนใหญ่แล้วเป็นอาสาแทบทั้งสิ้น และเป็นอาสาที่ขอรับ ความช่วยเหลือจากหน่วยงาน แต่ก็ไม่ค่อยจะได้รับความช่วยเหลือ เขาไม่ได้ขอเป็นเงิน ด้วยซ้ำนะครับท่านประธาน บางทีเขาขอแค่ว่าขอบัตรประจำตัวเขาได้ไหม เวลาเขา ไปทำงาน เวลาเจอตำรวจ เพราะบางทีต้องไปเฝ้าช้างตอนกลางคืนในป่าในเขา หลายครั้งเขาโดนจับ ตำรวจนึกว่าเป็นโจรหรือว่าเป็นใครมารอปล้นชาวบ้าน เขาแค่ขอบัตร เพื่อที่จะได้บอกว่า เขามารักษาความปลอดภัยเพื่อเฝ้าระวังช้างเท่านั้นเองครับ ก็ยากมาก ที่จะได้รับการสนับสนุน ตรงนี้ผมอยากฝาก อันนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะใช้งบประมาณตรงไหนเลย เป็นแค่เรื่องที่ถ้าหน่วยงานนี้ช่วย ชาวบ้านเขาก็สามารถทำหน้าที่ตรงนี้ได้อย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ควรจะเป็นหน้าที่ของภาคประชาชนหรืออาสาสมัคร มันควรจะเป็น หน่วยงานที่เราได้รับงบประมาณจากสภาแห่งนี้ จากรัฐบาลที่ต้องเข้ามาช่วยแก้ไขและดูแล ปัญหาเหล่านี้ให้กับประชาชน🔗
เรื่องต่อมา ก็คือประเทศเรามีมาตรการหลายอันนะครับ แต่เรามองผิด ไปอย่างหนึ่งคือทุกครั้งที่มีการศึกษา เรามักจะหาแต่ว่าเราจะใช้วิธีการใดที่ใช้ได้ในทุกพื้นที่ เหมือนกันหมด ซึ่งก็ต้องบอกตามตรงว่าปัญหาแต่ละพื้นที่มันไม่เหมือนกัน ช้างในจังหวัดผม ช้างในภาคอีสาน ช้างในภาคใต้ ช้างในภาคตะวันออกมีลักษณะนิสัย มีพฤติกรรมที่ แตกต่างกัน ท่านไม่สามารถที่จะบอกว่า ขุดคลองกันช้างให้หมดทุกพื้นที่ที่มีช้างแล้วมันจะ แก้ปัญหาได้ ไม่มีทางครับ ไม่ว่าจะเป็นรั้วไฟฟ้าเอง หรือโครงการอาหารช้างเอง มันก็มีวิธีการ ที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ซึ่งตรงนี้ผมหวังว่าเราจะสามารถทำ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการ หรือผู้ที่สามารถให้คำตอบได้ว่าในแต่ละพื้นที่เราควรจะแก้ปัญหาอย่างไร ให้ช้างและคน กระทบกระทั่งกันน้อยที่สุด ช้างและคนอยู่ร่วมกันได้ แต่ไม่ควรจะมาเจอกัน🔗
เรื่องสุดท้ายครับ อันนี้ต้องฝากเป็นประเด็นว่า เราจะทำอย่างไรต่อไป มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านบอกว่า จริง ๆ แล้วการควบคุมปริมาณช้างป่ามีหลายวิธี แต่หลาย วิธีนั้นก็ยังต้องรอการพิสูจน์ต่อไปว่าจะได้ผลหรือไม่ วัคซีนในการทำหมันต่าง ๆ มีผลกระทบ ระยะยาวมากน้อยขนาดไหน หรือทำไมยังไม่ได้รับการรับรองต่าง ๆ นานา ก็เป็นเรื่องที่เรา อยากได้คำตอบเช่นกัน แต่โจทย์ที่ต้องฝากไว้ก็คือเราจะจัดการกับปริมาณของช้างป่า ได้อย่างไร ณ ตอนนี้ทุกคนบอกว่าช้างป่ามีจำนวนลดน้อยลงเรื่อย ๆ แต่ผมต้องบอกว่า จากประสบการณ์ในพื้นที่ของผมเอง และจากผู้ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นท่านนายก ท่านกำนันที่อยู่ในพื้นที่ภูหลวงที่ทำการขับไล่ช้างให้ชาวบ้าน ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน เพิ่มทุกปี แล้วเพิ่มในอัตราส่วนที่น่ากลัวมาก เพราะฉะนั้นเรื่องนี้คือเรื่องที่ผมอยากจะฝาก คณะกรรมาธิการไว้ว่า ช่วยหาคำตอบ หาวิธีการ เพื่อที่เราจะได้แก้ไขปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน เราไม่ต้องการที่จะกำจัดให้ใครสักฝั่งหนึ่ง ไม่ว่าจะคนหรือช้างให้หายไป แต่เราต้องการที่จะ อยู่ด้วยกันได้โดยไม่สร้างปัญหาให้กันและกันครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวุฒิพงศ์ ทองเหลา เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนากล้า ในวันนี้ ผมขอร่วมอภิปรายในญัตติการดำเนินงานแก้ไขปัญหาช้าง และศึกษาแนวทางการแก้ไข ปัญหาช้างอย่างยั่งยืน ท่านประธานที่เคารพครับ จังหวัดปราจีนบุรีเองก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่ง ที่ประสบปัญหาเรื่องช้างมายาวนาน โดยผู้เสนอญัตติแก้ปัญหาช้างป่า ท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร และท่านศักดิ์ชาย ตันเจริญ ขออนุญาตเอ่ยนาม มิเสียหายนะครับ โดยทั้ง ๒ ท่านนี้เองก็เป็น พื้นที่ติดต่อกับเขตรับผิดชอบของผม ดังนั้นแล้วปัญหาจึงไม่แตกต่างกัน ย้อนกลับไปเมื่อ ๓ ปีที่แล้ว ก่อนผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเฝ้าติดตามปัญหาในสภาเรื่องช้าง เห็นการถกเถียงเรื่องของการขุดคูคลอง ผมได้ยินเรื่องของแนวความคิดการสร้างรั้วไฟฟ้า การเพาะปลูกแหล่งอาหารให้ช้างถอยกลับเข้าป่า หรือแม้กระทั่งการทำหมันช้างเพื่อ คุมกำเนิดช้าง วันนี้ได้มีโอกาสเข้าร่วมอภิปรายครับ ผมจึงพยายามค้นหาข้อมูล ขออนุญาต ใช้สไลด์ครับ🔗
ผมจึงค้นหาข้อมูลจากหลายแหล่ง จนมาพบวิธีการที่เรียบง่าย ภายใต้ชื่อ Project “The Elephants and Bees Project” ซึ่ง เป็นงานวิจัยของดอกเตอร์ลูซี่ คิง (Lucy King) ที่นำมาใช้แก้ปัญหาช้างในประเทศเคนยา จนเธอได้รับรางวัล ซึ่งเรียกว่างานวิจัยเปลี่ยนโลก ที่สามารถช่วยเหลือคนชาวเคนยา และคน ในทวีปแอฟริกาที่ต้องเผชิญกับปัญหาช้างป่า ซึ่งทำลายชีวิตและทรัพย์สินรวมถึง บุกรุกที่ทำกินของมนุษย์ ไม่แตกต่างจากประเทศไทย ดอกเตอร์ลูซี่ คิง (Lucy King) เธอ ไม่ได้มีทุนวิจัยและประเทศเคนยาอย่างที่เราทราบดีครับ ไม่ได้มีเงินงบประมาณจากภาครัฐ จะเข้ามาแก้ไขปัญหาในเรื่องช้างป่าที่มีอยู่ล้นประเทศ คำถามก็คือเธอแก้ปัญหานี้อย่างไร และใช้วิธีการใด โดย Keyword ทั้งหมดอยู่ที่ประโยคนี้ ครับท่านประธาน ไม่เปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการบังคับในทันที แต่ใช้ธรรมชาติช่วยเปลี่ยน พฤติกรรม ขยายความต่อเป็นคำตอบในสไลด์ถัดไปครับ ในภาพนี้เองเราจะเห็นในประเทศ เคนยาจะมีกล่องที่เป็นลังเก่า ๆ เลี้ยงผึ้งภายใน ซึ่งเป็นคำตอบว่า ธรรมชาติที่กล่าวก็คือผึ้ง ผึ้งตัวเล็ก ๆ นี่ละครับ แต่ช้างกลัวมาก ไม่เห็นตัว ได้ยินเสียงก็ไม่ชอบแล้วครับ ขออนุญาต เปิดวิดีโอคลิปสั้น ๆ สัก ๒๐ วินาทีให้เห็นภาพประกอบครับ🔗
อันนี้เราจะเห็นว่าช้างกำลังเดินเข้าไป หากินในแหล่งอาหารตอนกลางคืน เราจะเห็นตู้ที่เก็บผึ้ง แล้วก็รางน้ำหวานของผึ้ง ช้างถอย นะครับ แล้วช้างตัวนี้พยายามที่จะชนเข้าไป แล้วก็มีลังที่เก็บผึ้ง ที่เพาะเลี้ยงผึ้ง สรุปว่า ต้องหนีครับ อันนี้เราเห็นเหตุการณ์ง่าย ๆ จากการที่ไม่ต้องลงทุน ชาวบ้านที่ดูคลิปนี้แล้ว ผมอภิปรายในวันนี้สามารถที่จะลองทำด้วยตัวเอง เพื่อปกป้องแนวเขตชุมชนแล้วก็พื้นที่ เพาะปลูกของตัวเองได้ เพราะว่าเรายังไม่รู้ข้อสรุปว่าหลังจากตั้งกรรมาธิการวิสามัญแล้ว จะใช้เวลา อีกยาวนานเท่าไร ถึงตรงนี้เอง ขอสไลด์ถัดไปเมื่อสักครู่ครับ เราจะเห็นว่าการ เลี้ยงผึ้งในแนวกำแพงป้องกันชุมชน หรือพื้นที่เกษตรกรสำคัญ ผู้เลี้ยงหรือชาวบ้านอาจมี รายได้เพิ่มมาจากการขายน้ำผึ้ง ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ทางอ้อม อย่างตัวนี้ที่ชาวเคนยาถือ เขาก็เขียนว่า Elephant Friendly รายได้พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส นำผลิตภัณฑ์จากผึ้ง นำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในอนาคต ก่อนสรุปครับ ตามที่ผมได้กล่าว มานี้ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาในระยะสั้น โดยชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบ อาจจะทำ แนวกันผึ้งได้ทันที ซึ่งผมเหลืออีกแค่ ๒ สไลด์ครับ แต่ในสิ่งที่รัฐบาลและกรรมาธิการวิสามัญ ยังต้องทำคือศึกษาพฤติกรรมช้างในระยะยาว ซึ่งที่ผ่านมา ๓ ปีก่อนหน้านี้ ช้างไม่เคย เดินออกจากป่าฤาไน จังหวัดฉะเชิงเทรามาถึงจังหวัดปราจีนบุรี แต่ปัจจุบันข้ามทางหลวง ๓๕๙ ที่จะเชื่อมไปจังหวัดสระแก้วมายังจังหวัดปราจีนบุรี เข้าใกล้เขตนิคมอุตสาหกรรมแล้ว ผมจึง อยากเสนอให้เห็นนวัตกรรมจากอาจารย์มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ที่พยายามควักทุนของตัวเอง เพื่อหวังที่จะช่วยปัญหานี้🔗
ขอสไลด์ถัดไปเลยครับ ตัวนี้เป็นอุปกรณ์ที่เรียกว่า Hardware เป็นสร้อย คล้องช้าง สามารถที่จะอยู่ด้วยตัวเองโดยการใช้แบตเตอรี่และรับแสงแดดได้ถึง ๒ ปี ต้นทุนต่อชิ้นประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาท ถ้าช้างมี ๑๐๐ โขลง คูณเข้าไปที่ช้างที่เป็นผู้นำโขลง ๑๐๐ เชือกก็ใช้เงินประมาณ ๕ ล้านบาทเท่านั้นเอง ซึ่งส่วนที่ผมกล่าวมานี้มันจะทำให้เรา เชื่อมโยงไปต่อในเรื่องของ Software ในหน้าต่อไป ซึ่งเป็นสไลด์สุดท้ายของผม เราไม่ใช่ GPS จับว่าช้างอยู่ที่ไหน แต่เราต้องดูย้อนได้ว่าในแต่ละปีที่เราสูญเสียไป ช้างเดินถึงอำเภอ อะไร แล้วกำลังเข้ามาในเขตชุมชนมากแค่ไหน ถึงแม้เราจะทดลองเรื่องกำแพง หรือคูกันช้าง หรือรั้วไฟฟ้า หรือการเอาอาหารให้ช้างกลับไปยังป่า เราจำเป็นต้องมีอุปกรณ์นี้เพื่อจะ ได้รู้ว่า พฤติกรรมช้างมันเป็นอย่างที่เราแก้ไขปัญหาไปจริงไหม ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรีได้มีการ พัฒนาขึ้น ถึงจะเป็น Demo ก็ตามครับ แต่ว่ามันมีการใช้ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ส่วนตำบลเนินหอม ของจังหวัดปราจีนบุรีแล้ว ท่านประธานครับทั้งหมดที่ผมได้กล่าวมานี้ ก็หวังว่าทางกรรมาธิการวิสามัญที่กำลังจะตั้งขึ้นชุดนี้จะนำข้อมูลที่ผมได้ร่วมอภิปรายไป ศึกษาและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนที่กำลังเดือดร้อน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านสุดท้าย ท่านอับดุลอายี สาแม็ง เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๓ เขตพื้นที่อำเภอ กรงปินัง อำเภอบันนังสตา อำเภอธารโต และอำเภอเบตง พอพูดถึงเรื่องช้าง ผมก็เคยได้ หารือในสภาแห่งนี้ ๒ ครั้งเกี่ยวกับปัญหาช้างได้ทำลายทรัพย์สิน พืชผลทางการเกษตร ของพี่น้องประชาชน แต่ว่าโดยภาพทั่ว ๆ ไปก็มีการพูดคุยถึงช้างในเขตพื้นที่ของจังหวัดยะลา โดยเฉพาะในเขต พื้นที่ ๒-๓ อำเภอที่กล่าวถึงเมื่อสักครู่นี้นะครับว่า ก็เกิดการพูดคุยได้น้อยมาก เนื่องจากว่า ส่วนใหญ่เราจะพูดในส่วนของภาคกลาง แล้วก็ส่วนทางภาคใต้อาจจะบอกว่า ช้างมันมีน้อย แต่ว่าจริง ๆ แล้วมันก็เกิดขึ้นมานานแล้ว ช้างซึ่งอยู่ในเขตของป่าบาราฮาราแล้วลงมาทำลาย พืชสวนของพี่น้องประชาชนแถวหมู่บ้านสันติ ตำบลคอกช้าง ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ครั้งหนึ่งผมเข้าไปในพื้นที่หมู่บ้านว่า จะไปพูดคุยเรื่องของปัญหาพืชผลเสียหาย ของพี่น้องประชาชน เนื่องจากการทำลายล้างของช้างป่า ก็ได้รับการตอบของชาวบ้านว่า ถ้าหากว่าจะมาจ่ายแค่ ๒๐๐ บาทต่อต้นของทุเรียนที่เสียหาย ก็อย่ามาคุยกันเลย นี่ก็ แสดงว่าที่ผ่านมา เนื่องจากว่าช้างก็มี พ.ร.บ. คุ้มครองช้างเป็นการเฉพาะ แต่ในขณะเดียวกัน พืชผลทางการเกษตรที่ถูกทำลายโดยช้างนั้น ก็ดูแลโดยเกษตร ซึ่งจริง ๆ แล้ว เมื่อสักครู่ ผมก็ได้ยินท่านสมาชิกพูดถึงว่า พืชผลทางการเกษตรเสียหาย โดยเฉพาะต้นทุเรียน สวนทุเรียนก็จ่ายเป็นไร่ ไร่ละ ๔,๐๐๐ บาท ตกต่อต้นประมาณ ๒๐๐ บาท อย่างนี้ก็ถูก ชาวบ้านก็ต่อว่ามาว่า เราไม่ได้ Update ในเรื่องของข้อมูลพืชผลทางการเกษตรที่เสียหาย ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ในเขตพื้นที่ตั้งแต่อำเภอธารโต อำเภอเบตง ก็ประเมินความ เสียหายที่เกิดจากช้างประมาณสัก ๑๐๐ ล้านบาท แต่ว่าเราก็ไปพูดคุยกับกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขาบอกว่าไม่มีเงินที่จะเยียวยาชดเชยให้กับพี่น้องประชาชน ที่ได้รับการทำลายเนื่องจากช้าง แต่ว่าถ้าเราไปคุยกับเกษตร ก็อย่างที่พูดถึงก็จ่ายแค่ ๒๐๐ บาทต่อต้น จริง ๆ แล้วท่านประธานก็น่าจะทราบดีว่าทุเรียนเฉลี่ยต่อต้นมีผลผลิต ประมาณสัก ๒๐,๐๐๐ บาทต่อปี ทีนี้ว่าต่อ ๑ ไร่ ก็ตกประมาณสักเกือบ ๆ ๑ ล้านบาท หรือว่า ๘๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป แต่มาชดเชยเยียวยาแค่ ๔,๐๐๐ บาท อย่างนี้ชาวบ้าน ก็อาจจะรับไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันทางราชการก็อาจจะต้องมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง รูปแบบหรือวิธีการที่จะมาดูแลเยียวยาพืชผลเสียหายเนื่องจากช้างนะครับ วันนี้ช้างที่เขต ในพื้นที่ของอำเภอเบตง จังหวัดยะลานั้น มันมีช้างอยู่ ๒ ประเภท ช้างประเภทที่ ๑ ก็มาจาก ทางป่าบาราฮารา ซึ่งอยู่ในเขตแดนของประเทศไทย ช้างอีกกลุ่มหนึ่งก็เป็นช่างที่มาจากพื้นที่ ของประเทศมาเลเซีย เข้ามาทางเขตแดนของอำเภอเบตง แล้วก็มาทำลายล้างพื้นที่พืชผล ทางการเกษตรของพี่น้องประชาชน เราก็เห็นว่าน่าจะมีแนวทางในการที่จะแก้ปัญหาเรื่อง ช้างได้อยู่นะครับว่า วันนี้ถ้ามีการพูดคุยตามญัตติ ผมก็ขอนำเสนอสนับสนุนในเรื่องของ ญัตตินี้ว่า อาจจะต้องมีคณะกรรมาธิการที่จะต้องมาดูแล แล้วก็อยากจะเสนอในที่ตรงนี้ว่า ช้างที่ออกมาทำลายล้าง ทำลายพื้นที่ของพี่น้องประชาชน ทำลายพืชสวนของพี่น้อง ประชาชน เนื่องจากว่าอาหารการกินอาจจะไม่เพียงพอในการที่จะดำรงชีวิตอยู่ ถ้าอย่างนั้น จะต้องออกมาหากินข้างนอกมาเจอพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะทุเรียนก็อาจจะทำลาย แล้วก็อาจจะเก็บกินและทำลายค่อนข้างมาก ฉะนั้นเราคิดว่า ในวิธีการหนึ่งก็อาจจะต้องใช้ พื้นที่เดิมที่เขาเคยอยู่ และอาจจะต้องไปลงทุน และอาจจะต้องตั้งงบประมาณในการที่จะ ปลูกพืชผลทางเกษตรอย่างอื่น เพื่อเป็นอาหารช้าง อย่างเช่น พวกฟักทอง พวกป่าไผ่หรือ อะไรเหล่านี้ เป็นต้น อาจจะต้องไปปลูกชดเชยให้เขา แล้วก็ให้เขามีกิน อย่างนี้เป็นต้น น่าจะ เป็นวิธีการหนึ่งที่จะให้ช้างกลับไปอยู่ป่า ครั้งที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ในเขตอำเภอธารโต ก็มีการเสียชีวิตไป ๑ ราย เนื่องจากว่าช้างไปทำลายชีวิตของพี่น้องประชาชน ๑ ราย อยู่ต่อมาทางเจ้าหน้าที่อุทยานเขาบอกว่า ชาวบ้านไม่มีความรู้ จะไปไล่ต้อนช้างให้ไปสู่ป่า ไม่ได้ ต้องมีความรู้เสียก่อน อีก ๑ สัปดาห์ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานก็เข้าไปใน พื้นที่ พยายามที่จะต้อนช้างออกไป สุดท้ายเจ้าหน้าที่เองก็โดนช้างทำร้ายเช่นกัน แสดงว่า เหล่านี้ก็จะต้องเพิ่มความรู้ในเรื่องของวิธีการที่จะต้องไล่ต้อนช้างออกไปจากพื้นที่ อันนี้ วิธีการเบื้องต้น แต่ต่อไปในอนาคตสิ่งสำคัญที่สุดก็ต้องหาอาหารชดเชยให้กับช้าง แล้วก็ อาจจะต้องตั้งงบประมาณเป็นการเฉพาะเพื่อที่จะปลูกพืชผลทางการเกษตรเพื่อให้ช้าง ได้มีกินในที่อยู่เดิมที่เขาอยู่นะครับ ก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ขออนุญาตหารือท่านผู้เสนอญัตตินะครับ มีอยู่ ๓ ท่านที่จะต้องสรุปใช่ไหมครับ ตอนนี้เวลา ๑๙.๒๑ นาฬิกาแล้ว ขอท่านสรุปคนละ ๑๐ นาทีได้ไหม เพราะว่าเราพูดกันมา เยอะแล้วนะครับ เชิญท่านชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ท่านแรก เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคก้าวไกล อำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง อำเภอวังจันทร์ ในฐานะผู้เสนอญัตติขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน ผมขอขอบคุณ เพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้ร่วมอภิปราย แนะนำข้อเสนอเกี่ยวกับปัญหาช้างป่าที่เกิดขึ้น ทั่วประเทศ และนับวันเราก็ได้ยินได้ฟังแล้วว่า ยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ก่อนอื่น ผมขอชี้แจงในกรณีที่เพื่อนสมาชิกมีข้อสงสัยนะครับ🔗
ท่านแรกคือท่านศิรสิทธิ์นะครับ ผมทราบดีว่า เรื่องช้างป่าเคยมีการตั้ง กรรมาธิการศึกษาไว้แล้ว ๑ ครั้ง แล้วก็ผมได้อ่านรายงาน รวมถึงรายงานของอนุกรรมาธิการ ที่แยกเป็น ๓ อนุกรรมาธิการเรียบร้อยแล้ว ในแนวทางหลาย ๆ แนวทาง ในข้อเสนอและ ข้อศึกษา ผมเห็นด้วยและคิดว่าคงไม่ต้องศึกษาซ้ำในข้อเสนอนี้ดีอยู่แล้ว แต่ด้วยช่วงเวลาที่ เปลี่ยนไปและปัญหาที่ยังคงทวีความรุนแรง ผมก็คิดว่าจะเปิดแนวทางการศึกษาที่จำเป็นต้อง เพิ่มเติม โดยเฉพาะในวาระของการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน แล้วก็จะนำแนวทางการศึกษา ไปต่อยอดให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น หลายกรรมาธิการเราก็มีการตั้งซ้ำหลายครั้ง เพื่อศึกษาให้ดีขึ้น กว่าเดิม เช่น กรรมาธิการคาสิโน เป็นต้น เราก็ทำได้ครั้งนี้จะทำให้ดีกว่าเดิมด้วยการต่อยอด ของเดิมของท่านนะครับ🔗
ส่วนในกรณีของท่านวรวงศ์ วรปัญญา ผมเข้าใจกรอบเรื่องระยะเวลาที่มี ข้อกังวล ผมก็ไม่อยากให้นานครับ เพราะว่าถ้าเกิดเรายิ่งนาน ชาวบ้านก็ยิ่งรอคำตอบจาก การศึกษาของสภาของเรา ซึ่งก็คงไม่เป็นการดี ยิ่งนานไปผมก็คิดว่าคงจะมีความสูญเสีย ทั้งคนและช้างเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ผมเคยพูดเรื่องช้างป่าตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่มีแค่การอภิปราย รายงานที่เป็นรายงานของกรรมการยุทธศาสตร์ชาติว่า มีปัญหาอยู่ตรงไหนบ้างเป็นครั้งแรก วันนั้นผมอภิปรายถามไว้ว่า จะต้องให้อีกกี่ศพเราถึงจะได้ศึกษาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ก็เพิ่มมา หลายศพมาก ๆ ผมก็ไม่อยากให้ศพเพิ่มขึ้นระหว่างที่ผมกำลังศึกษาเช่นกันนะครับ จะพยายามให้มากที่สุด แล้วก็จะพยายามจบการศึกษาตามกรอบเวลาให้ได้ ผมจะพยายาม อย่างยิ่งครับ โดยผมหวังว่ากรรมาธิการวิสามัญที่จะเกิดขึ้นนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่เราจะได้เริ่ม เอาปัญหาช้างป่ามาวางบนโต๊ะ แล้วก็ร่วมแก้ไขปัญหาร่วมกันในทุกมิติอย่างจริงจังที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการทำป่าให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของช้าง การหาทางในการควบคุม ประชากรช้าง การหาเทคโนโลยีเตือนภัยที่ลดการปะทะกันระหว่างคนกับช้าง ไปจนถึง การกระจายอำนาจเพื่อเพิ่มศักยภาพท้องถิ่นในการดูแลประชาชน ชดเชยเยียวยา รวมถึงเรา จะได้เริ่มพูดคุยและตั้งคำถามให้ชัดเจนถึงมายาคติที่ว่า ช้างอยู่ร่วมกับคนได้ เราต้องมองให้เจอ ต้นตอว่า ปัญหาที่ว่ามีการบุกรุก ใครบุกรุกใคร เป็นจริงหรือไม่ และที่สำคัญเราจะได้เริ่ม พากันศึกษาสักทีว่าช้างป่าไม่ได้น่ารักเหมือนช้างเลี้ยง ช้างทุกตัวที่เห็นอยู่นี้ไม่ได้เป็นน้องที่ น่ารักอย่างที่เราเข้าใจ สุดท้ายนะครับท่านประธาน ด้วยใจที่มุ่งหวังจะแก้ปัญหาช้างป่า อย่างจริงจัง และที่สำคัญประเทศของเรามีช้างเป็นสัตว์ประจำชาติ เราต้องไม่ให้สัตว์ ประจำชาติกับประชาชนเจ้าของอำนาจสูงสุดของประเทศต้องกระทบกระทั่งกันจนถึงแก่ชีวิต และเกิดเป็นข้อขัดแย้งต่อไปแบบนี้ ช้างเป็นของประเทศ รัฐบาลในฐานะผู้ดูแลประเทศก็คือ ผู้ดูแลช้าง และการดูแลช้างให้ดีก็คือหน้าที่ของรัฐบาล กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ที่กำลัง จะตั้งขึ้น จะรวบรวมทุกข้อมูลที่จำเป็นในการสร้างแนวทางที่เหมาะสมจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันมีที่มาจากประชาชนทุกคน เพื่อนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหามอบให้กับรัฐบาลให้ได้ ผมขอเป็นตัวแทนประชาชนผู้ได้รับความสูญเสีย ได้รับความเดือดร้อนจากช้างป่า ทุกครัวเรือน ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านอีกครั้ง ที่ช่วยกันสนับสนุนญัตตินี้ ให้สภา ผู้แทนราษฎรของเราตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน เรื่องนี้เราทำ ไม่ใช่เป็นเรื่อง Agenda ทางการเมือง ไม่ใช่เป็นเรื่องของพรรค ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาทะเลาะ ขัดแย้ง เราเอาปัญหาของพี่น้องประชาชนมาแก้ร่วมกันในวันนี้ ผมเชื่อว่าการทำงานร่วมกัน ของเราในครั้งนี้ จะทำให้พี่น้องผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่า ได้นอนหลับเต็มอิ่ม พืชผล การเกษตรอยู่ครบสมบูรณ์ ไม่ต้องมีใครสูญเสียคนที่รักไปจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับช้างป่า อีกต่อไปนะครับ ขอบคุณทุกท่านครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร จะสรุปไหมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สส. นักพัฒนา แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน ผมจะขอสรุป ดังที่ท่านประธานบอก สรุปสั้น ๆ นะครับ ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่านครับ ทุกพรรคเลย ที่เห็นความสำคัญ แล้วก็บอกว่าช้างมันเป็นปัญหาอย่างไรบ้าง ทุกคนเห็นด้วยกันทั้งหมดครับ ที่เราจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามผลการดำเนินงาน ในการแก้ไขปัญหาช้างป่า และแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน🔗
วันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ผมอยากจะ เห็นการปฏิบัติอย่างจริงจัง ท่านดิเรก จอมทอง ก็ยังฝากข้อความมาถึงผมบอกว่า ทุกวันนี้ มันเป็นวิกฤติศรัทธาเกิดขึ้นแล้ว เพราะเรามีแต่แผนงาน มีการประชุม แต่หน้างานมันน้อยไป จากการวิจัย การศึกษาของคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาช้างป่าของ สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ เราศึกษากันมามากนะครับ ทั้งการแก้ไขปัญหาระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เราพูดแล้วทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประมาณ ๒๐ ท่าน ก็ได้ ให้ความคิดความเห็นในการที่จะแก้ปัญหาอยู่แล้วนะครับ มีผู้รู้ต่าง ๆ ก็บอกผม บอกว่า น่าจะจัดการช้าง เพราะช้างเป็นปัญหาที่เราเห็น ๆ กันอยู่แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องศึกษามากนัก เหมือนที่ท่านบอกว่า ก็ไม่น่าจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แต่เชื่อเถอะครับว่า กรรมาธิการ ชุดนี้เราคงจะไม่พูดย้ำคิดย้ำทำกันอยู่ เราจะพยายามทำในสิ่งใหม่ ๆ มีช่องทางกันว่า อะไรที่ เป็นวิกฤต เป็นโอกาสบ้าง อย่างวันนี้เรามาพูดกันที่เรื่องของคาร์บอนเครดิต ช้างป่า ป่าอนุรักษ์ ก็ไม่เชื่อว่าความสัมพันธ์ต่าง ๆ เหมือนผมอภิปรายไปเมื่อตอนเปิดประเด็นญัตติ ว่า ๓ อย่างมันมาพบเจอกันได้อย่างไร มันเป็นเรื่องของคาร์บอนเครดิต ลดโลกร้อน Climate Change และวันนี้เราไม่หาโอกาสที่จะทำให้ อย่างไรก็ตามผมอยากกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ น่าจะให้งบพวกผมไปดูประเทศกาบอง แล้วเผลอ ๆ จะเหมือนกับ ที่ท่านที่ฐิติมา ฉายแสง ท่านบอกว่า ถ้าเรามีงบ มีทุนล่ะ มันเป็นต้นเหตุของการแก้ปัญหา ทั้งปวง แล้วก็ท่านนิติพล ผิวเหมาะ ท่านก็บอกเหมือนกันว่า เราได้ศึกษาเราได้ไปรับฟัง ความเห็นกันมาหลาย ๆ ปีมานี้นะครับ ก็ถึงอยากจะฝากท่านประธานสภาที่เคารพไปยัง รัฐบาล เพราะวันนี้ ทางท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ ๖ ธันวาคมแล้ว ที่จะลงนาม แต่งตั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านพลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการ แล้วท่านก็ได้ตั้งชุดทำงานแล้วครับ ชุดทำงานที่จะขับเคลื่อนการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน เรามีคณะทำงาน เรามีชุดปฏิบัติการ ที่จะทำงานอยู่แล้ว เหลือแต่ว่าจะลงมือทำเมื่อไร เพราะทุก ๆ อย่างครับ การประชุม รายงานมันก็อยู่บนกระดาษ อย่างวันนี้ก็เหมือนกันครับ เรามีคณะกรรมาธิการประชุมกัน ในเรื่องของเกษตร ก็มาร้องความเดือดร้อน ผมก็ไม่อยากจะร้องต่อไปหรอกครับ เพราะเรา เชื่อว่าเราอยากลงมือทำงาน และให้ประสบความสำเร็จ ทุกแนวความคิด ทุกประเด็นที่ท่าน นำเสนอในวันนี้ ผมจะนำไปเข้าสู่คณะกรรมาธิการที่จะแก้ไขปัญหา หลักสำคัญ ๆ ก็คือ เราทำอย่างไรที่จะเร่งลงมือปฏิบัติให้เร็วที่สุด ถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญ เพราะเมื่อวานนี้ วันที่ ๑๓ มีนาคม ก็เป็นวันช้างไทย สงครามช้างก็เกิดขึ้นแล้ว วันนี้ช้างตายอีกแล้ว มีคนยิงช้าง ช้างสีดอ มีอีกเชือกนะครับที่ถูกยิงตาย แล้วเมื่อไรล่ะครับ ที่จะหยุดปัญหาตรงนี้ อีกหน่อยคนก็ยิงช้าง ฆ่าช้าง ช้างก็มาเหยียบคนตาย ปัญหาเหล่านี้ มันก็จะวนเวียนกันอยู่อย่างนี้ แล้วก็จะมาเป็นญัตติที่จะนำเสนอต่อสภาเพื่อให้แก้ไข ผมว่าควรที่จะกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ มีการบูรณาการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มันเป็นปัญหาของทุกกรมนะครับ ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถ้าท่านบูรณาการจริง ๆ ผมเชื่อเหลือเกินว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่เป็นปัญหากันอยู่นี้ มันจะต้องแก้ลงได้ ถ้าเริ่มลงมือปฏิบัติลงมือทำ ประเด็นมันอยู่ที่ว่า มีแต่การประชุมและรายงาน สุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ภาคประชาชนไม่ว่า จะเป็นผู้นำเครือข่าย ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่าก็ได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญอยู่แล้ว ที่ท่านก็บอกนะครับ ลงมือปฏิบัติเถอะครับ Success Never Finish by Mouth ความสำเร็จ ไม่ได้อยู่ที่การประชุม ความสำเร็จมันอยู่ที่การลงมือปฏิบัติ แล้วก็ขอให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ ที่จะตั้งขึ้นมา เราจะใช้เวลาที่จำกัดและนำเสนอและรายงานด่วนที่สุด เพราะเราถือว่าปัญหา ช้างกับคนเป็นวาระแห่งชาติแล้วที่จะสร้างความเดือดร้อน ต้องขอกราบขอบพระคุณทุก ๆ ท่านครับที่อยู่กันจนดึก ผมต้องขอโทษด้วยที่ต้องอภิปรายสรุป แต่ก็พยายามใช้เวลาที่สั้น ที่สุดครับ ขอขอบคุณท่านประธานสภาที่เคารพครับ🔗
คณะกรรมาธิการวิสามัญ ปี ๒๕๖๗ เรามีงบให้คณะกรรมาธิการวิสามัญวิสามัญไปดูงาน ต่างประเทศที่จะเป็นประโยชน์ มีงบอยู่จำนวนหนึ่ง ก็ลองพิจารณากันดูนะครับ ไปดูช้าง ที่ประเทศกาบองใช่ไหมครับ🔗
ครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ ผมจะพยายามไปศึกษาที่ประเทศกาบอง แล้วนำมาอภิปรายต่อ เราจะได้เห็นว่ามันจริง หรือไม่จริง มิฉะนั้นแล้วมันจะเป็นแค่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ผมจะมาตอบครับว่ามันจริง หรือเป็นอย่างไรครับ ขอกราบขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านศักดิ์ชาย ตันเจริญ อยู่ไหมครับ ท่านศักดิ์ชายรอเป็นกรรมาธิการ อย่างเดียวนะครับ ก็ถือว่าจบการอภิปรายนะครับ ญัตตินี้ผู้เสนอขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญ มีสมาชิกอภิปรายไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นผมขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ในการถามว่า จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ไม่มีนะครับ ไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็น อย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมลงมติเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณานะครับ เชิญท่านสมาชิกกำหนดจำนวนกรรมาธิการครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวนกรรมาธิการ ๒๕ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ที่ประชุมกำหนดให้กรรมาธิการ ๒๕ ท่าน สัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๖ ท่าน สัดส่วนของกรรมาธิการแต่ละพรรคการเมือง ๑๙ ท่าน ท่านรัฐมนตรีอยู่ไหมครับ สัดส่วนคณะรัฐมนตรี มีใครจะเสนอครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ได้รับมอบหมายให้เสนอ รายชื่อในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๖ ท่าน ๑. นายเผด็จ ลายทอง ๒. นายประภาส ภิญโญชีพ ๓. นางปนัดดา ภู่เจริญศิลป์ ๔. นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ๕. นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ ๖. นายปรเมษฐ์ จินา🔗
ผู้รับรองไม่ต้องครับ ดังนั้นสัดส่วนของแต่ละพรรคการเมือง พรรคก้าวไกล ๖ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๕ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๒ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๑ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน เชิญพรรคก้าวไกลครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคก้าวไกลดังนี้ ๑. นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ๒. นางสาวปรัชญาวรรณ ไชยสืบ ๓. นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ๔. นายตาล วรรณกูล ๕. รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์โอราฬ ถิ่นบางเตียว ๖. ดอกเตอร์พิเชฐ นุ่นโต ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๕ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๕ คน ๑. นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ๒. นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ๓. นายประภูศักดิ์ จินตะเวช ๔. นายไพรินทร์ หนูมาก ๕. นางสาวพัชศวรรณ ทิพย์สาคร ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน ๑. สส. ปกรณ์ มุ่งเจริญพร จังหวัดสุรินทร์ ๒. สส. รุ่งโรจน์ ทองศรี จังหวัดบุรีรัมย์ ๓. สส. พรชัย ศรีสุริยันโยธิน จังหวัดบุรีรัมย์ ขอบคุณครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๒ ท่านครับ🔗
ท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๒ ท่านค่ะ ๑. นายอับดุลอายี สาแม็ง ๒. นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรครวมไทยสร้างชาติครับ🔗
ท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน ๑ คนค่ะ ร้อยตำรวจตรี ดำเนิน คำแก้ว ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอชื่อ กรรมาธิการวิสามัญในนามของพรรคประชาธิปัตย์ นายดิเรก จอมทอง ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทยค่ะ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่านค่ะ นายอาชวิทธิ์ เจิงกลิ่นจันทน์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตาม ผลการดำเนินงานและศึกษา แนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน รวมทั้งมาตรการ เยียวยาความเสียหายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จำนวน ๒๕ คน ๑. นายเผด็จ ลายทอง ๒. นายประภาส ภิญโญชีพ ๓. นางปนัดดา ภู่เจริญศิลป์ ๔. นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ๕. นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ ๖. นายปรเมษฐ์ จินา ๗. นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ๘. นางสาวปรัชญาวรรณ ไชยสืบ ๙. นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ๑๐. นายตาล วรรณกูล ๑๑. รองศาสตราจารย์โอฬาร ถิ่นบางเตียว ๑๒. นายพิเชฐ นุ่นโต ๑๓. นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ๑๔. นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ๑๕. นายประภูศักดิ์ จินตะเวช ๑๖. นายไพรินทร์ หนูมาก ๑๗. นางสาวพัชรศวรรณ ทิพย์สาคร ๑๘. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ๑๙. นายรุ่งโรจน์ ทองศรี ๒๐. นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน ๒๑. นายอับดุลอายี สาแม็ง ๒๒. นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล ๒๓. ร้อยตำรวจตรี ดำเนิน คำแก้ว ๒๔. นายดิเรก จอมทอง และ ๒๕. นายอาชวิทธิ์ เจิงกลิ่นจันทน์🔗
กำหนดระยะเวลาในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ ๙๐ วัน ขอผู้รับรองครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๕.๒ และ ๕.๓ เราพิจารณารวมกับระเบียบวาระที่ ๕.๑ แล้วนะครับ วันนี้ก็ได้เวลาพอสมควรแล้ว ขอปิดประชุมครับ🔗