รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๓๐ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
------------------------------
สมาชิกทุกท่านครับ ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะอนุญาตให้หารือ ตามลำดับรายชื่อและเวลาที่ยื่นไว้ โดยขอให้ท่านใช้เวลาท่านละ ๒ นาทีนะครับ ท่านแรก ขอเชิญคุณเกียรติคุณ ต้นยาง แล้วถัดต่อไปคุณคอซีย์ มามุ ก็เตรียมตัวได้ เชิญคุณเกียรติคุณครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายเกียรติคุณ ต้นยาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๗ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมมีเรื่องที่จะหารือกับท่านประธานจำนวน ๕ เรื่อง ขอภาพสไลด์ด้วยครับ🔗
เรื่องแรกเป็นเรื่องความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนตำบลพิมลราช อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ถนนเส้นบ้านกล้วย-ไทรน้อย ถนนเส้นนี้ไม่มีสัญญาณไฟจราจรทางตรง ทางร่วม ทางแยก ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แล้วล่าสุดที่ผ่านมาเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ มีน้องนักเรียน ม. ๕ ต้องเสียชีวิตจาก อุบัติเหตุเส้นนี้ จึงขอให้ท่านประธานได้โปรดประสานแจ้งไปยังแขวงการทางนนทบุรีและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการแก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางการจราจร ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๑๕ ถนนเส้นบางกรวย-ไทรน้อย ถนนเส้นนี้พื้นผิวการจราจร ทางม้าลายไม่ชัดเจน เลือนรางนะครับ จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แล้วล่าสุดนี้มีบุคลากร ทางการแพทย์ประสบอุบัติเหตุจนกระทั่งสูญเสียชีวิตไป จึงขอให้ท่านประธานได้โปรด ประสานแจ้งไปยังแขวงการทางนนทบุรี เทศบาลเมืองใหม่ บางบัวทอง และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ใช้ถนนสัญจรไปมา ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๑๕ บางกรวย-ไทรน้อย เนื่องจากถนนเส้นนี้ตลอดเส้นเลย ตั้งแต่ตำบลบางบัวทอง-ตำบลไทรน้อย ฝาท่อระบายน้ำปิดไม่สนิท จึงทำให้พี่น้องประชาชน ไม่สามารถใช้ถนนเลนซ้ายได้ ต้องมาใช้เลนขวาทำให้การจราจรติดขัดและประสบอุบัติเหตุ จึงขอให้ท่านประธานได้โปรดประสานไปยังแขวงการทางนนทบุรี เทศบาลเมืองใหม่ บางบัวทอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหานะครับ🔗
เรื่องต่อไปเป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องทางหมู่บ้านมิตรประชาวิลล่า ๑๕ ถนนหมายเลข ๓๒๑๕ ทางกลับรถเป็นหลุมเป็นบ่อทำให้เกิดอุบัติเหตุ ขอให้ท่านประธาน ได้โปรดประสานไปยังแขวงการทางนนทบุรีเพื่อแก้ปัญหาด้วยนะครับ🔗
เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องของวินัยการจราจร ถนนหมายเลข ๓๒๑๕ มีการ ขับรถจักรยานยนต์ย้อนศรเป็นจำนวนมากทำให้เกิดอุบัติเหตุ จึงขอให้ท่านประธานประสาน ไปยังแขวงการทางนนทบุรี สถานีตำรวจ สภ. ไทรน้อย สถานีตำรวจ สภ. บางบัวทอง เพื่อกวดขันวินัยการจราจรไม่ให้ขับย้อนศร ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณคอซีย์ มามุ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคอซีย์ มามุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี เขต ๒ อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอหนองจิก พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมมีประเด็นหารือเกี่ยวกับความสำคัญทางด้านศาสนา ผมเป็น สส. ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งถือได้ว่าเมืองปัตตานีมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ มาอย่างยาวนาน🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ การดูดวงจันทร์ เพื่อกำหนดวันถือศีลอดในเดือนรอมฎอน หรือการกำหนดวันอีดิลฟิฏร์ ซึ่งเป็นวันเฉลิมฉลอง หลังจากการถือศีลอด ในการไปประกอบแสวงบุญพิธีฮัจญ์เป็นความสำคัญต่อพี่น้องที่นับถือ ศาสนาอิสลาม กระผมจึงมีข้อหารือต่อท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณา การก่อสร้างหอดูดาวในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ ส่วนราชการก็คงทราบแล้วว่าจังหวัดปัตตานีมีศักยภาพด้านการพัฒนา การก่อสร้างหอดูดาว เพื่อดูดวงจันทร์ที่มีความสำคัญด้านศาสนา ด้านการเรียนรู้ ความสำคัญเมืองประวัติศาสตร์ ด้านพหุวัฒนธรรมและเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ล้วนเป็นเจตนารมณ์ที่นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญต่อการพัฒนา กระผมจึงขอนำเรียนต่อท่านประธานสภาเพื่อยกระดับ การพัฒนาพื้นที่จังหวัดปัตตานีไปสู่ความสำเร็จ จึงขอเสนอให้พาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้พิจารณาพื้นที่เขาควนลังงา ตำบลทรายขาว เพื่อก่อสร้างหอดูดาว พื้นที่ดังกล่าวได้มี นักดาราศาสตร์ลงพื้นที่สำรวจ ซึ่งหลายฝ่ายเห็นว่าเป็นพื้นที่เหมาะสมที่จะเป็นจุดดูพระจันทร์ เสี้ยวแรก ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ก็ได้กำหนดให้ เขาควนลังงาเป็นพื้นที่หนึ่งดูดวงจันทร์ และพื้นที่ดังกล่าวยังมีความเชื่อมโยงแหล่งพื้นที่ท่องเที่ยว ที่สำคัญประกอบด้วย วัดช้างให้ วัดทรายขาว น้ำตกทรายขาว ตลาดเก่า ๑๐๐ ปีนาประดู่ มัสยิด ๓๐๐ ปี และยังเป็นพื้นที่ที่มีการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ รวมถึงเป็นดินแดนทุเรียนที่อร่อย กระผมจึงขอหารือต่อท่านประธานสภา เพื่อผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณา พัฒนาพื้นที่เขาควนลังงาให้กับจังหวัดปัตตานี เพื่อยกระดับความสำคัญของเมืองปัตตานี เป็นลำดับต่อไป จึงนำเรียนต่อท่านประธานสภาด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๙ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตปรึกษาหารือทั้งหมด ๔ ประเด็น ดังนี้ ขออนุญาตสไลด์ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ คือปัญหาเรื่องของ หลังคาเชื่อมระหว่างสถานี MRT สวนจตุจักร และ BTS หมอชิต ก็เป็นปัญหา Classic ของเมืองไทยที่ออกแบบมาผิดพลาด ไม่มีการทำการเชื่อมโยงภายในสถานีให้เรียบร้อย ทำให้คนต้องเดินออกมาจากสถานีตากฝนเพื่อไปเปลี่ยนสายนะครับ ล่าสุดทาง กทม. แจ้งว่า จะมีการสร้างหลังคา แต่ก็พูดแบบนี้มาค่อนข้างนานแล้ว แต่เนื่องจากว่า กทม. ติดปัญหา เรื่องของการแก้ไขแบบ เลยบอกให้ประชาชนทนรอต่อไปก่อนครับ ผมคิดว่าอาจจะไม่ใช่ คำตอบที่ถูกต้องนะครับ ก็ต้องฝากทาง กทม. ให้รีบแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยการติดตั้ง เต็นท์ชั่วคราวมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของศาลารอรถเมล์ของกรมทางหลวง ตอนนี้ต้องบอกว่า กทม. มีการใช้ศาลารูปแบบรุ่นใหม่แล้วนะครับ มีไฟส่องสว่าง มีจอ มีป้ายบอกทางอย่างดี แต่เนื่องจากว่าถนนบางเส้นนั้นเป็นของถนนของกรมทางหลวง อย่างเช่น รามอินทรา แจ้งวัฒนะ วิภาวดี ก็ทำให้ กทม. ไม่สามารถเข้าไปเปลี่ยนศาลาเป็นรูปแบบใหม่ได้ ประชาชน ก็ต้องทนใช้รูปแบบเก่าอยู่ ผมก็ฝากกรมทางหลวงดำเนินการแก้ไขเป็นรูปแบบใหม่ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นปัญหาเรื่องของศาลารอรถเมล์เหมือนกันครับ แต่เป็นเรื่องของ ศาลารอรถเมล์แบบชั่วคราว ในหลายพื้นที่เราก็จะเห็นศาลาชั่วคราวก็คือเป็นเต็นท์เขียว หรือบางพื้นที่ก็จะเห็นว่ามีป้าย แต่ว่าไม่มีศาลา ไม่มีเต็นท์เลยนะครับ สาเหตุหนึ่งเนื่องจากว่า มีเรื่องของร้านค้าในบริเวณดังกล่าวนั้น ก็คือร้านเขาโดนบังทำให้มียอดขายตก ก็เลยมีการ ไปร้องเรียนกับกรมขนส่งทางบกก็ดี หรือว่าไปวิ่งเต้นต่าง ๆ ก็ดี ทำให้ไม่สามารถที่จะติดตั้ง เรื่องของศาลาได้ ตรงนี้ก็น่าเห็นใจนะครับ ก็อยากให้ทางกรุงเทพมหานครกับกระทรวง คมนาคมลองปรึกษากันดูว่าจะหาทางแก้ไข มีการออกระเบียบในการจ่ายชดเชยเยียวยา อย่างไรได้บ้าง แต่ในส่วนของการทำศาลาก็ต้องแจ้งหน่วยงานว่ายังต้องดำเนินการต่อไป เพราะเราไม่สามารถใช้ประโยชน์ของบุคคลอยู่เหนือประโยชน์ของสาธารณะได้นะครับ🔗
เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องที่จอดรถบริเวณสถานีรถไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สายสีม่วงที่กำลังสร้างอยู่ หรือว่าสายสีเขียวต่อขยาย หรือสายสีแดงที่มีการพยายามที่จะ อนุมัติแล้วก็ผลักดันต่อไป ตรงนี้ก็ควรวางแผนให้ครบ Loop โดยมีการทำเรื่องของที่จอดรถ ให้เพียงพอ เพราะว่าถ้าเกิดมีสถานีแต่ไม่มีที่จอดรถมันก็จะมีคนขึ้นน้อย อย่างไรผมก็ฝาก หน่วยงานต่าง ๆ ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณซาการียา สะอิ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ประกอบไปด้วยอำเภอระแง อำเภอจะแนะ อำเภอสุคิริน พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารืออยู่ ๓ ประเด็นนะครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือช่วงนี้เป็นช่วงเดือนถือศีลอดของพี่น้องมุสลิม อีกไม่กี่วัน ก็จะเป็นวันสำคัญของพี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลามคือวันตรุษอีดิลฟิฏร์ และต่อไปก็จะเป็น วันตรุษอีดิลอัฎฮา ฝากท่านประธานไปยังกระทรวง อว. ขอให้ทางมหาวิทยาลัยให้นักศึกษา สามารถหยุดเรียนและสอบเพื่อไปประกอบศาสนกิจในวันดังกล่าว โดยไม่ถือว่าเป็นการ ขาดเรียนหรือขาดสอบนะครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ เมื่อวานได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้าน นายอัยยุบ สาแม บ้านไอร์กรอส หมู่ที่ ๖ ตำบลจะแนะ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส แจ้งว่ามีลูกบ้าน นายมะนาวาวี มามะ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ได้พลัดตกจากรถไฟเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๖ ในเวลาประมาณ ๑๐.๑๐ นาฬิกา โดยมีการบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจภูธรท่าชนะ จนถึงวันนี้ครอบครัวผู้เสียชีวิตยังไม่ได้รับการเยียวยาอะไรเลยครับท่านประธาน ซึ่งครอบครัว ลำบาก ผู้ตายก็ยังเป็นกำลังหลักของครอบครัว ฝากท่านประธานไปยัง สภ. ท่าชนะ และการรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม ช่วยเร่งเยียวยาเคสนี้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องสุดท้ายเป็นปัญหาที่ดินที่ไม่มีหน่วยงานไหนมารับผิดชอบ หรือเรียกว่า แนวเขตเส้นทแยง ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสซึ่งประกอบไปด้วยหลายอำเภอด้วยกันนะครับ ที่เป็นพื้นที่ที่ดินที่ไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบ เช่น อำเภอจะแนะ อำเภอสุคิริน อำเภอศรีสาคร อำเภอรือเสาะ อำเภอระแงะ ซึ่งเบื้องต้นได้มีการกันพื้นที่สำหรับป่าและอุทยานไว้แล้ว ๙๘,๕๙๓ ไร่ เหลืออีก ๔๖๙,๙๓๗ ไร่ เป็นพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือเป็นพื้นที่เขตเส้นทแยง ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ช่วยเร่งคืนพื้นที่ ให้กับคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. เพื่อให้ คทช. มอบให้กรมที่ดินจัดสรร ที่ดินให้กับชาวบ้าน เนื่องจากชาวบ้านอยู่มาเป็น ๑๐๐ ปี มีทั้งสุสาน มีทั้งกุโบร์ มัสยิด วัด ซึ่งก่อนจะออกประกาศต่าง ๆ อีกครับท่านประธาน ชาวบ้านจะได้ครองสิทธิสักทีนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณอภิชา เลิศพชรกมล ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ อภิชา เลิศพชรกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวอำเภอโชคชัยที่จะขอคัดค้านการก่อสร้าง โรงไฟฟ้าด้วยขยะ🔗
ท่านประธานครับ ผมเองไม่เชื่อ นะครับว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะที่จะเป็นระบบแบบปิดนั้น จะไม่เกิดมลพิษ ในพื้นที่ในเขตอำเภอโชคชัย ท่านประธานครับ อำเภอโชคชัยนั้นอยู่ติดกับลำน้ำมูลที่จะ ก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ผมเชื่อว่ามลพิษที่จะเกิดขึ้นนั้นจะส่งผลต่อทั้งระบบอากาศและ ทางน้ำ ทางอากาศนั้นเมื่อปล่อยมลพิษออกไป เมื่อเกิดการเผาผลาญแล้วมันก็จะมีมลพิษ ขึ้นมาทางอากาศ และอากาศที่พวกเราสูดดมเข้าไปผมก็เชื่อว่าจะเป็นปัญหาต่อระบบ ทางเดินหายใจของพี่น้องชาวอำเภอโชคชัย มันจะนำผลไปสู่เด็กในครรภ์ ซึ่งผมเชื่อว่าทั้งหมดนี้ จะก่อให้เกิดมะเร็งในอนาคต ถ้าผลกระทบทางน้ำนั่นหมายถึงว่าของเสียจะต้องลงสู่ลำน้ำมูล ซึ่งเป็นลำน้ำหลักของอำเภอโชคชัยและของคนโคราช วันนี้ถ้าเกิดของเสียไหลลงสู่ลำน้ำมูล ซึ่งลำน้ำมูลนั้นจะต้องไหลไปที่ตำบลท่าอ่าง ตำบลละลมใหม่พัฒนา ตำบลด่านเกวียน และตำบลหนองยาง ตำบลพระพุทธ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ นั่นหมายความว่าคนอำเภอเมือง ที่จะสูบน้ำจากลำน้ำมูลเข้าไปใช้เป็นประปาของเทศบาล แล้วก็ประปาภูมิภาคของ อำเภอเฉลิมพระเกียรตินั้นก็ต้องใช้น้ำจากลำน้ำมูล และลำน้ำมูลนั้นก็เอาไปทำน้ำประปา น้ำประปานี้ฆ่าได้เฉพาะเชื้อโรคแบคทีเรีย แต่ไม่สามารถที่จะกลั่นกรองเรื่องของสารพิษได้ เพราะฉะนั้นคนโชคชัย คนโคราช ที่ใช้น้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภค ผมก็เชื่อว่าจะเกิด ผลกระทบทางสุขภาพ นั่นหมายถึงมะเร็งจะเกิดขึ้น ดังนั้นจึงอยากจะฝากส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องช่วยกลับไปทบทวนนะครับว่า เราจะต้องมาทบทวนว่าการจะอนุญาตให้มี การก่อสร้างระบบไฟฟ้านั้นมันจะมีความสำคัญอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดผลที่ได้รับก็คือ องค์การบริหารส่วนตำบลโชคชัย ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่อาจจะได้รับเงินงบประมาณที่ไฟฟ้า ให้อุดหนุนประมาณ ๓ ล้านบาท แล้วองค์การบริหารส่วนตำบลกระโทก เทศบาลตำบลท่าเยี่ยม หรือเทศบาลตำบลท่าอ่าง อาจจะได้รับเงินชดเชยตรงนี้ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี แต่ทั้งหมดนี้มันก็ไม่ได้คุ้มค่ากับสุขภาพของพี่น้องชาวอำเภอโชคชัย จึงอยากจะให้ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลองกลับไปทบทวน แล้วก็ช่วยเหลือพี่น้องชาวโชคชัย และผมก็เป็น ส่วนหนึ่งที่ขอคัดค้านการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าด้วยพลังงานขยะ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณภูริวรรธก์ ใจสำราญ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ภูริวรรธก์ ใจสำราญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางเขน เขตสายไหม เขตลาดพร้าว🔗
เรื่องแรก คือกรณีทางด่วน ขั้นที่ ๓ สายเหนือ แล้วส่วนต่อขยาย N1 ยาวตั้งแต่ถนนงามวงศ์วานไปจรดถนนประเสริฐมนูกิจ เพื่อเชื่อมต่อกับทางด่วนยกระดับ N2 โครงการนี้ล่าสุดถูกออกแบบมาเป็นอุโมงค์ที่ลึกลงไป ๒ ระดับ คือตั้งแต่ระดับ ๒๐ เมตร แล้วก็ระดับที่ ๔๖ เมตร ลอดใต้คลองสำคัญในพื้นที่ครับ โครงการนี้ครั้งแรกออกแบบมาเป็นทางยกระดับ แต่ก็มีประเด็นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แย้งเอาไว้ แล้วสุดท้ายเปลี่ยนมาเป็นการออกแบบแบบอุโมงค์ ซึ่งโครงการนี้มูลค่าสูง จากเดิม ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท มาเป็น ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ต้อง ถูกเวนคืนไปถึง ๓๖๕ แปลง หรือเกือบ ๒๐๐ หลังคาเรือนเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ การมีทางด่วนนั้นช่วยเพิ่มโครงข่ายในการคมนาคมเป็นเรื่องที่สมควร แต่ว่าที่ผ่านมา การรับฟังความคิดเห็นทั้ง ๒ ครั้ง รวมถึงกลุ่มย่อยนั้นก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ตั้งแต่ ความปลอดภัยในระหว่างการก่อสร้างความปลอดภัยของการใช้อุโมงค์ ผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะค่าเวนคืน รู้แปลงรู้เนื้อที่ที่โดน แต่ก็ไม่ทราบความชัดเจนถึงมูลค่า การเวนคืนที่แน่นอน ฝากการทางพิเศษแห่งประเทศไทยดำเนินการจัดประชุมให้ผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียทั้งหมดชี้แจงต่อประชาชน หรือในอีกทางเราอาจจะ Save ค่าส่วนต่างกว่า ๒๘,๐๐๐ ล้านบาทเหล่านั้น มาซื้อรถโดยสารประจำทางพัฒนาเครือข่ายระบบขนส่งมวลชนด้วย ก็จะเป็นประโยชน์ที่เพิ่มมากกว่านะครับ🔗
ต่อมาเป็นเรื่องที่ผมปรึกษาหารือกับท่านตั้งแต่สมัยแรกเลยครับ ก็คือการเผาไหม้ บนพื้นที่ดินขนาดใหญ่ นี่กำลังจะครบปีแล้ว แต่ปัญหาเดิมก็กำลังจะวนกลับมาอีก เราเคย ขอให้ที่ดินเหล่านี้ที่เป็นเจ้าของที่ ที่ดินเอกชนนายทุนขนาดใหญ่ตรงหลังหมู่บ้านเสนานิเวศน์ และหมู่บ้านอารียาเข้ามาคุย แต่ก็ไร้วี่แววใด ๆ กรมควบคุมมลพิษกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม หรือกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยหรือสำนักงานเขตอะไรก็แล้วแต่ ตอนนี้ บูรณาการช่วยกันสักทีครับ การมีคันดินกั้นไฟไม่ช่วยป้องกันให้เกิดการเผาไหม้ ชาวบ้านที่อยู่ แถวนั้น ต้องดมกลิ่นควันไปอีกนานเท่าไรครับ🔗
สุดท้ายครับ ยังอยู่กับเรื่องปัญหามลพิษ ล่าสุดเรานัดหมายกับโรงขยะสายไหม พบว่ากลิ่นเหม็นนี้เกิดจากโรงขยะแบบระบบปิด ทราบว่างบประมาณในการจัดการ ของเอกชนหมดก่อนสัญญาจะสิ้นสุดด้วยซ้ำ ถ้ามันเป็นแบบนี้แล้วสำนักงานสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ควรจัดสรรงบประมาณแล้วก็แก้ไขปัญหานี้ให้จบ ๆ ไป ไม่ใช่เดินดูแล้ว ออกมา แล้วก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ อำเภอนครหลวง อำเภอบางปะหัน อำเภอมหาราช อำเภอบ้านแพรก และอำเภอท่าเรือ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมมีปัญหามาปรึกษาหารือกับท่านประธาน ๑ ประเด็นด้วยกันครับ🔗
กรณีปัญหาสภาพแวดล้อม และมลภาวะที่เกิดจากท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ ลานเก็บสินค้าและคลังสินค้าประเภทถ่านหิน ปูน ปุ๋ย และแป้งมัน ริมแม่น้ำป่าสัก อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีผู้ประกอบการ มากกว่า ๕๐ ราย มูลค่าปีละกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก่อให้เกิดปัญหาความเดือดร้อน กับประชาชน ซึ่งผมได้เคยหารือต่อท่านประธานเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ยังไม่ได้มีคำตอบจากผู้เกี่ยวข้อง ผู้เดือดร้อน จึงได้ร้องเรียนไปยังคณะกรรมาธิการ การที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้พิจารณา คณะกรรมาธิการได้เชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้เดือดร้อนมาให้ข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ และคณะกรรมาธิการได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๗ ได้มีการประชุมกับตัวแทนของผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หน่วยราชการ ที่เกี่ยวข้องและผู้ร้องเรียน สรุปปัญหาได้ดังนี้ ๑. ปัญหาฝุ่นละอองของถ่านหิน ปูน ปุ๋ย แป้ง ๒. วัสดุและน้ำเสีย ปนเปื้อนลงแหล่งน้ำ ๓. ตลิ่งพังทลายและเรือชนตลิ่ง ๔. การจอดเรือซ้อนลำกีดขวาง การสัญจรทางน้ำ ๕. มลพิษทางเสียง การเดินเรือและการสั่งงาน ๖. การปลูกสร้างรุกล้ำแม่น้ำ ๗. กรมเจ้าท่าอนุญาตท่าเทียบเรือไม่เกิน ๕๐๐ ตันกรอส แต่เรือที่เทียบท่าน้ำหนักเกินกำหนด ๘. ถนนพังเสียหาย เนื่องจากรถบรรทุกสินค้าน้ำหนักเกิน ๙. ประชาชนเจ็บป่วยเป็นโรค ทางเดินหายใจจากฝุ่นละออง ๑๐. ราคาทรัพย์สินเสื่อมค่า บ้านเรือนและโรงเรียนถูกทิ้งร้าง ๑๑. หน่วยราชการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลปกครอง🔗
ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน ประธานคณะกรรมาธิการจึงขอให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาและแก้ไขปัญหา โดยบูรณาการระหว่างหน่วยราชการ ผู้เกี่ยวข้อง และให้ผู้เดือดร้อนเข้าเป็นกรรมการด้วย โดยให้แจ้งผลต่อคณะกรรมาธิการ ภายใน ๓๐ วัน แต่ขณะนี้เวลาผ่านมา ๒ เดือนกว่าแล้ว ยังไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยเร่งรัดทางผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้ดำเนินการ โดยเร่งด่วนด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณเรืองวิทย์ คูณวัฒนาพงษ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเรืองวิทย์ คูณวัฒนาพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย เขต ๗ อำเภอปราสาท อำเภอลำดวนครับ🔗
วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือ ท่านประธาน โดยการร้องเรียนจาก ท่านสุวรรณ สีแสงสว่าง นายก อบต. โคกสะอาด ท่านอุดม ทองคำ นายก อบต. หนองใหญ่ เรื่องการขุดลอกอ่างเก็บน้ำบ้านตายัวะ เพิ่มเติมบริเวณข้างวัดป่าคลองธรรม ในพื้นที่บ้านลังโกม หมู่ที่ ๖ ตำบลหนองใหญ่ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ อ่างเก็บน้ำบ้านตายัวะ ตั้งอยู่ระหว่างวัดโคกโบสถ์พื้นที่ บ้านตายัวะ หมู่ที่ ๕ และวัดป่าคลองธรรม บ้านลังโกม หมู่ที่ ๖ ตำบลหนองใหญ่ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ โดยอ่างเก็บน้ำแห่งนี้เชื่อมต่อระหว่าง ๒ ตำบล โดยมีสะพาน ตรงหลักกิโลเมตรที่ สร.ถ.๑๐๑๒๕ กม.๒ เป็นตัวเชื่อมระหว่างตำบลโคกสะอาด ตำบลหนองใหญ่ เอาไว้กักเก็บน้ำใช้เพื่อการเกษตรของพี่น้องประชาชน บริเวณรอบและพื้นที่ใกล้เคียง สภาพปัญหาปัจจุบันมีปริมาณน้ำดิบที่พี่น้องประชาชนใช้ยังไม่เพียงพอ หากปีใดเกิดฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วงจะขาดน้ำเพื่อใช้ในการเกษตรครับ🔗
แนวทางการแก้ปัญหา ขุดลอกอ่างเก็บน้ำบ้านตายัวะเพิ่มเติมในส่วนที่เหลือ บริเวณข้างวัดป่าคลองธรรม บ้านลังโกม หมู่ที่ ๖ ตำบลหนองใหญ่ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตรต่อไป ผมก็ฝาก ท่านประธานครับ พื้นที่บ้านผมจะมีน้ำก็ต่อเมื่อมีฝนตกมา อ่างเก็บน้ำจำเป็นและสำคัญ สำหรับการใช้ทางการเกษตรและอุปโภคบริโภค ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอเชิญคุณวรโชติ สุคนธ์ขจร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ อย่างสูง ผม นายวรโชติ สุคนธ์ขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้อันดับแรกต้องขออนุญาตกราบขอบพระคุณรัฐบาลผ่านท่านประธานสภาไปนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องต่าง ๆ ที่ทางรัฐบาลได้ดูแลพี่น้องประชาชนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ดี กระทรวงคมนาคมก็ดี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ทุก ๆ กระทรวงที่ได้ดูแลพี่น้องประชาชน แต่ว่าก็ยังมีอีกหลายเรื่องครับท่านประธาน ที่ยังไม่ได้รับการดูแล🔗
ผมขออนุญาตเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนะครับ เราเพิ่งพิจารณางบประมาณ ปี ๒๕๖๗ ผ่านไป ก็ยังไม่ได้นะครับ ปี ๒๕๖๘ ที่จะถึงนี้ ผมอยากฝากรัฐบาลโดยท่านเศรษฐา ทวีสิน แล้วก็รัฐมนตรีทุกท่าน คณะรัฐมนตรีช่วยดูแลเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุท่านละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่จำกัดอายุนะครับ ทุกช่วงน่าจะได้รับเท่ากัน เพราะว่าเศรษฐกิจแบบนี้น่าจะได้รับการดูแล แล้วก็ใส่ใจผู้สูงอายุและพี่น้องประชาชน🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธานสภา บัตรประชารัฐวันนี้เป็นนโยบายของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทั้ง ๒ เรื่อง เราจะก้าวข้ามความยากจน โดยการเพิ่มเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ แล้วก็บัตรประชารัฐให้ได้เป็น ๗๐๐ บาท เพื่อพี่น้องประชาชนจะได้มีความสุข เพิ่มขึ้นในปีต่อไป🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะฝาก เรื่องฝนหลวงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะว่าเดี๋ยวฤดูแล้งที่กำลังจะผ่านเข้ามาผมว่ามันจะสาหัส แล้วฝนทิ้งช่วงพอดี เกษตรกร ก็กำลังทำพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะเดือนเมษายน พฤษภาคม มิถุนายน ต้องการฝน อย่างมาก อย่างไรกราบฝากท่านประธานสภาถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลพี่น้อง จังหวัดเพชรบูรณ์และทุก ๆ จังหวัดให้มีฝน เพื่อเกษตรจะได้ดีขึ้นลืมตาอ้าปากได้ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณเฉลิมพงศ์ แสงดี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคก้าวไกล ผมขอนำเรื่องความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนมาหารือต่อสภา เพื่อให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้แก้ไขดังต่อไปนี้ครับ🔗
เรื่องแรก ปัญหาน้ำแล้งในจังหวัดภูเก็ต ทวีความรุนแรง เขื่อนเก็บน้ำบางวาดและอ่างเก็บน้ำคลองกระทะมีปริมาณน้ำสำรอง เพียง ๓๐ วันเท่านั้น นำไปสู่วิกฤติภัยแล้งในเดือนเมษายนที่กำลังจะมาถึงนี้ เพื่อบรรเทา ความเดือดร้อน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเจรจาขอซื้อน้ำจากภาคเอกชนและ กรมป่าไม้โดยเร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนมีน้ำประปาใช้สำหรับอุปโภคบริโภค หากไม่มีการ แก้ไขอย่างเร่งด่วนอาจจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชนและภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจภูเก็ต ฝากท่านประธานหารือไปยังการประปาส่วนภูมิภาคครับ🔗
เรื่องที่ ๒ อุบัติเหตุบนท้องถนนในจังหวัดภูเก็ตพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติ สาเหตุหลักจากการขับขี่มอเตอร์ไซค์ขับขี่ประมาท และนักท่องเที่ยวบางราย ไม่คุ้นชินกับสภาพถนน ส่งผลต่อความปลอดภัยและภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยว จึงขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งออกมาตรการป้องกันและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อแก้ไข ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน ฝากท่านประธานหารือไปยังกระทรวงมหาดไทยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ธุรกิจเช่ามอเตอร์ไซค์หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต กำลังถูกนายทุน ต่างชาติแทรกแซงผ่าน Nominee สร้างปัญหาต่อผู้ประกอบการไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเข้มงวดตรวจสอบใบอนุญาต หากปล่อยผ่านไว้นาน ท้องถิ่นและเศรษฐกิจภาพลักษณ์ การท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตจะเสียหายครับ ฝากท่านประธานหารือไปยังสำนักงานพาณิชย์ จังหวัดภูเก็ตครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ท่ามกลางสถานการณ์ตั๋วเครื่องบินราคาแพงในขณะนี้ ชาวภูเก็ต อยากให้นำโครงการเส้นทางรถไฟ ภูเก็ต-พังงา-สุราษฎร์ธานี กลับมาศึกษาใหม่ เพิ่มทางเลือก การเดินทางให้กับชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยว นอกจากนี้เพื่อนของผม คุณปกรณ์ อารีกุล ฝากมาบอกว่าคนนครศรีธรรมราชเสนอให้รถไฟขบวนรถเร็ว ๑๗๓-๑๗๔ กรุงเทพ-นครศรีธรรมราช กลับมาทำการวิ่งรถอีกครั้ง พร้อมทั้งเพิ่ม Bogie ให้กับรถด่วนขบวนที่ ๘๕-๘๖ เพื่อรองรับผู้ใช้บริการที่หนาแน่น ถ้าทำได้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในภาคใต้ ฝากท่านประธานหารือไปยังกระทรวงคมนาคม ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณวีรนันท์ ฮวดศรี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนขอนแก่น ตำบลในเมือง ตำบลเมืองเก่า ตำบลพระลับ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้นำปัญหาของพี่น้องประชาชนมาปรึกษาหารือ กับท่านประธานดังนี้🔗
ปัญหาแรกเรื่องของน้ำท่วมซ้ำซาก ที่ซอยเมตตาหรือว่ากลางเมืองซอย ๕ ซอยเมตตา ๑ กับซอยเมตตา ๒/๖ ซึ่งบริเวณดังกล่าว เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำรับน้ำจากหลายชุมชน ไม่ว่าจะเป็นชุมชนหลังสนามกีฬา ๒ ชุมชน ๙๕ ก้าวหน้านคร แล้วก็บ้านโนนตุ่น ซึ่งพี่น้องประชาชนอยากได้ท่อระบายน้ำที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม เนื่องจากท่อเดิมมีขนาดเพียงแค่ ๐.๖ เมตร แล้วก็อยากให้ผันน้ำจากชุมชนลงโดยตรง ที่บึงแก่นนคร เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก บริเวณนี้ไม่ว่าจะตกน้อย ตกมาก น้ำก็ท่วมขัง นี่ที่เห็นอยู่เป็นตัวอย่างที่น้ำท่วมขังนะครับ ไม่ว่าจะตกมาก ตกน้อย ก็ขังแบบนี้ครับ ท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ผมเคยหารือไปแล้วเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาครับ เรื่องของถนนเจนจบทิศหรือว่าถนนเส้นกลางเมือง ที่มีปัญหาเรื่องไฟฟ้าไม่ส่องสว่าง มืดมิดสนิทเป็นเวลาแสนนานแล้วนะครับ ระหว่างที่หารือไปผมทราบว่าหน่วยงานราชการ ได้หารือร่วมทั้ง ๓ หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลตำบลเมืองเก่า การรถไฟแห่งประเทศไทย และแขวงทางหลวงที่ ๑ ขอนแก่น เพื่อหารือแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้กับพี่น้องประชาชน เนื่องจาก เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งและเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเรื่อง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทน ราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม เขต ๑🔗
กระผมขออภิปรายหารือความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ในความรับผิดชอบของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรียกสั้น ๆ ว่ากระทรวง DE เนื่องด้วยพี่น้องประชาชนเดือดร้อนไปทั่วประเทศ ร้องเรียนมามาก กระผมและทุกท่านจะได้รับโทรศัพท์จากแก๊ง Call Center โทรศัพท์หลอกลวงแอบอ้าง โทรมาจาก TikTok หรือจากหน่วยงานอื่น ๆ หรือมีข้อความตัวอย่างจากภาพสไลด์ฉายขึ้นจอ ส่งมาจากหมายเลขโทรศัพท์ ๐๙ ๖๐๒๔ ๕๕๒๓ ซึ่งเป็นหมายเลขโทรศัพท์ที่หลอกลวงแอบอ้าง ส่งพัสดุมาจากบริษัท Flash ข้อมูลพัสดุ ไม่ชัดเจน ให้กดเข้าไปใน Link ยืนยัน หรือบางข้อความแจ้งว่ามีโบนัส มีเงินให้ ๑,๐๐๐ บาท ให้กดเข้าไปใน Website แล้วกรอกข้อความ ถ้าพี่น้องประชาชนใครหลงเชื่อกรอกข้อมูล ใน Website เงินในบัญชีมีเท่าไร ก็จะถูกดูด ถูกถอนไปหมด จึงขอให้กระทรวง DE ได้รับแจ้ง ผ่านโทรศัพท์ ๑๔๔๑ และ Line ID:@police1441 และขอกราบเรียนท่านประธานได้ให้ สถานีวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา ทีวีช่อง ๑๐ ซึ่งพี่น้องของเราติดตามชมการถ่ายทอดสดกันมาก ได้เผยแพร่ เพราะตอนนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนกันมาก ที่ถูกหลอกลวงโอนเงินไป แล้วก็ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง DE ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง ที่กระทรวงได้ยึดทรัพย์ ยึดเงิน ทรัพย์สิน บ้าน ที่ดิน ของแก๊ง Call Center ได้ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาค่ะ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สมาชิกผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกลค่ะ ก็จะขอหารือท่านประธาน ผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่องด้วยกันค่ะ🔗
เรื่องแรก ก็คือเกี่ยวกับการแชร์ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ของ Application หาคู่ของบริษัทแห่งหนึ่งนะคะ ข้อความดังกล่าวนั้นพูดถึงของอร่อยนครราชสีมา แล้วก็ต่อด้วยข้อความที่มีลักษณะส่อไปในทางเพศ แล้วก็มีความเกี่ยวข้องกับเพศหญิง ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๒ ระบุว่าการโฆษณา จะต้องไม่ใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือใช้ข้อความที่อาจจะเกิดผลเสียต่อสังคม และส่วนรวม ทั้งนี้ไม่ว่าข้อความดังกล่าวนั้นจะเป็นอะไร แต่ว่ามันส่งผลต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ อย่างกว้างขวาง จึงอยากจะเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็สำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภคได้ชี้แจงกับธัญเป็นหนังสือนะคะว่า ข้อความดังกล่าวนั้นได้ผ่านกระบวนการ อย่างถูกต้องหรือไม่ และท่านมีความคิดเห็นอย่างไรที่จะทำให้โฆษณานั้น ไม่ลดทอนคุณค่า ของคนในสังคมค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ อย่างที่เราทราบกันนะคะ ก็อยากจะเรียนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่สามารถจะแก้ไขปัญหาได้ เนื่องจากกฎหมายรับรองเพศและคำนำหน้านามนั้นได้ตกไป เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่จากการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๒๖ และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๔๒ ธัญก็พบว่าจริง ๆ แล้วใน อนุกรรมาธิการต่าง ๆ ข้อกำหนดของบัตรประชาชนนั้นกำหนดเพียงแค่ว่ามีรูปถ่ายของผู้ถือ ปฏิบัติ เลขประจำตัวแต่ไม่มีคำนำหน้าเพศ ซึ่งธัญคิดว่าก็สามารถแก้ไขที่กฎกระทรวงได้ ให้บัตรประชาชนนั้นสามารถที่จะระบุคำนำหน้าหรือไม่ระบุก็ได้ เหมือนกับที่เราจะระบุ ศาสนาหรือระบุอาชีพหรือระบุ Group เลือดที่จะระบุได้หรือไม่ก็ได้ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณนิยม วิวรรธนดิฐกุล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นิยม วิวรรธนดิฐกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เขต ๒ พรรคเพื่อไทยครับ ขอหารือประธานในเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องปัญหาภัยแล้งที่จังหวัดแพร่ ตอนนี้มีความรุนแรงกว่าทุกปีมาก ก็ต้องขอขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไชยา พรหมา และกรมฝนหลวงที่ได้ไปทำฝนเทียม แต่ปรากฏว่าความชื้นสัมพัทธ์ไม่พอ ส่วนใหญ่ ฝนก็ไม่ค่อยตกนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของฝาย Soil Cement ที่เรามีประเด็นกัน ก็ยังคงเป็นเรื่องที่คงจะมีความจำเป็นกับจังหวัดแพร่ ซึ่งมีแม่น้ำยมไหลผ่าน แต่ไม่มีเขื่อน และไม่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เพราะฉะนั้นฝายเหล่านี้ก็คงจะขอให้ทางรัฐบาลนำไปพิจารณา แล้วก็จัดงบประมาณ แล้วขอเรียนเชิญท่าน สส. ที่ยังไม่เคยเห็นฝาย Soil Cement นะครับ แต่ก็อภิปรายได้นะครับ ได้ไปเยี่ยมที่จังหวัดแพร่ก็จะมีรถนำท่านไปชมฝายต่าง ๆ ที่มีอายุ ๒-๓ ปี ที่มีความคงทนแล้วก็ใช้ได้อยู่ กั้นทั้งแม่น้ำยมและแม่น้ำสาขา เรียนเรียนเชิญทุกท่าน ที่สนใจเลยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องหมูราคาตกต่ำ อันนี้ก็ฝากนะครับว่าตอนนี้ ๕๘-๖๐ บาท ต่อกิโลกรัม ผู้เลี้ยงก็ขาดทุน ก็คงต้องช่วยกันปราบหมูเถื่อนและอาจจะต้องชะลอการ ระบายหมูออกจากห้องเย็น เพื่อพยุงราคาให้พี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงหมูพออยู่ได้นะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องขอติดตั้งไฟส่องสว่างครับ อันนี้ของกรมทางหลวงบนถนน สายหลักสาย ๑๐๑ จากแพร่ไปน่าน ช่วงระหว่าง อบต. ตำหนักธรรม อำเภอหนองม่วงไข่ จังหวัดแพร่ ไปถึงคลองชลประทานแม่ยางตาล อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ ประมาณ ๒ กิโลเมตร ซึ่งเกิดอุบัติเหตุค่อนข้างจะบ่อยครั้ง เพื่อความปลอดภัยของพี่น้อง ก็ขอฝากทาง กรมทางหลวงช่วยดำเนินการ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณวิลดา อินฉัตร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิลดา อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๗ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะหารือท่านประธานดังนี้นะคะ🔗
ดิฉันได้รับหนังสือร้องเรียนจาก นายวุฒินัย ทุมมา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมสวัสดิ์ อำเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ ถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ประชาชนเกิดการขาดแคลนแหล่งน้ำ เพื่อการอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตรอย่างหนัก ส่งผลให้ตำบลพรหมสวัสดิ์ มีภาวะแห้งแล้งเป็นอย่างยิ่ง มีพื้นที่ทั้งหมด ๓๙ ตารางกิโลเมตร พื้นที่ทั่วไปก็จะเป็นที่ราบลุ่ม มีเส้นทางน้ำไหลผ่านคือห้วยจังเอิญและห้วยทา ต้นกำเนิดก็จะมาจากเขาพนมดงรัก ผ่านอำเภอขุนหาญมาถึงไพรบึง ผ่านมาถึงพรหมสวัสดิ์ อำเภอพยุห์ แล้วก็จะไหลลงสู่ ห้วยขะยุง จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งทั้ง ๒ ห้วยนี้ยังเป็นที่รับน้ำอีกด้วยนะคะ ปัจจุบันมีสภาพ ปัญหาตื้นเขินและเต็มไปด้วยวัชพืชและผักตบชวาปกคลุมเต็มพื้นที่ ไม่สามารถกักเก็บน้ำ ไว้ในช่วงฤดูแล้งนี้ได้ ก็จะเกิดปัญหาขึ้นมากมาย ความเสียหายก็จะเกิดต่อเกษตรกร ทุก ๆ ปี เกษตรกรก็จะหมดเนื้อประดาตัว เป็นหนี้สินจากการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ที่ไม่มีน้ำ หากปัญหานี้ได้รับการแก้ไข ประชาชนในพื้นที่ก็จะได้รับประโยชน์ ๑. ตำบลพรหมสวัสดิ์ อำเภอพยุห์ ๒๒๓ ครัวเรือน ตำบลตำแย อำเภอพยุห์ ๒๔๔ ครัวเรือน และตำบลสุขสวัสดิ์ อำเภอไพรบึงอีก ๔๕๗ ครัวเรือน รวม ๓ ตำบล ๙๒๔ ครัวเรือน ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อต้นปี ๒๕๖๖ ทางชลประทานจังหวัดศรีสะเกษก็ได้เข้ามาสำรวจพื้นที่ เสนอแนวทางแก้ไขใช้งบประมาณ ประมาณ ๖๐ ล้านบาท ดิฉันในฐานะ สส. ของพื้นที่ จึงขอหารือท่านประธานสภาถึงปัญหา ดังกล่าว เรียนผ่านท่านประธานสภาเพื่อติดตามโครงการและขอรับการสนับสนุนงบประมาณ จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยเร่งด่วนนะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอเชิญคุณจำลอง ภูนวนทา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม จำลอง ภูนวนทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เรื่องที่ทำกินการกำหนด เขตป่าสงวนของกรมป่าไม้ มีหมู่บ้านแห่งหนึ่งตามภาพสไลด์ครับท่านประธาน ประมาณ ๓๐๐ ครัวเรือน รอบ ๆ ภาพที่เห็นนี้คือเป็นบ้าน เป็นหมู่บ้าน และรอบ ๆ เป็นสวนปาล์ม ทำไร่มัน ไร่อ้อย ทำนา พี่น้องเกษตรกรประกอบอาชีพมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๑ ผมเห็นแล้วครับ ท่านประธาน ก็น่าจะประมาณ ๕๐ กว่าปีแล้ว แต่ว่าวันนี้กรมป่าไม้ได้กำหนดเป็นป่าต้นน้ำ ผมก็เข้าไปสังเกตและไปถ่ายภาพออกมาได้อย่างนี้ครับท่านประธาน ผมไม่รู้ว่ามันเป็น ป่าต้นน้ำตรงไหน เพราะตรงนี้เป็นที่ราบเชิงเขาครับ เพราะฉะนั้นผมฝากกราบเรียน ท่านประธานไปยังผู้มีอำนาจรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้พิจารณาดำเนินการ ไม่ใช่เฉพาะที่ บ้านทรายทอง ตำบลดงมูลนะครับท่านประธาน ตำบลโคกเครือ ตำบลนาตาล อำเภอท่าคันโท อำเภอห้วยเม็ก ตำบลทรายทอง ตำบลพิมูล ล้วนแต่เจอปัญหาแบบนี้ครับท่านประธาน แล้วผมอยู่ในพื้นที่มา แล้วก็สังเกตและคิดเสมอว่าวันหนึ่งถ้าหากมีโอกาสได้เข้าสู่สภา อันทรงเกียรติแห่งนี้จะผลักดันให้พี่น้องได้มีที่ทำกิน ให้พี่น้องได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ให้พี่น้องมีเอกสารสิทธิอย่างทั่วถึงครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปัจจุบันนี้มีความยุ่งยากในการรูดบัตร เนื่องจากต้อง Scan ใบหน้าครับท่านประธาน ผมจึงขอฝากท่านประธานกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลว่า ได้โปรดดำเนินการเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้รูดง่ายขึ้น เพื่อความสะดวกสบายให้กับพี่น้องประชาชน จึงฝากกราบเรียนผ่านท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรไปยังรัฐบาลด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณตรัยวรรธน์ อิ่มใจ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ตรัยวรรธน์ อิ่มใจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมุทรปราการ เขต ๘ พื้นที่ อำเภอบางบ่อ อำเภอบางเสาธง พรรคก้าวไกล🔗
กระผมขอนำปัญหาความเดือดร้อน ในพื้นที่มาปรึกษาหารือกับท่านประธานดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ปัญหาการไม่บังคับใช้กฎหมายจราจรและการกวดขันวินัยจราจร บนถนนเทพารักษ์ หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๖๘ กิโลเมตรที่ ๒๑-๒๒ อำเภอบางเสาธง ทั้งขาเข้าและขาออก โดยปัญหาการไม่บังคับใช้กฎหมายจราจร ส่งผลให้ ประชาชนกระทำผิดจนเคยชินและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยการกระทำผิดดังกล่าว ได้แก่ ขายของริม Footpath ทางเท้า ขายของบนผิวจราจรใกล้จุดกลับรถและทางม้าลาย มีการขับรถย้อนศรทำให้พื้นถนนคับแคบ ก่อให้เกิดการจราจรหนาแน่น ทำให้เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง และเสี่ยงต่ออันตรายผู้ใช้รถใช้ถนน เรียนท่านประธานผ่านไปยังสถานีตำรวจภูธร บางเสาธง กรมทางหลวง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้บังคับใช้กฎหมายและกวดขันวินัย จราจรด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาสายไฟและสายสื่อสารรกรุงรัง ติดตั้งไม่เรียบร้อย ปัญหานี้ แทบจะเกิดทั้งจังหวัดสมุทรปราการหรือทั้งประเทศก็ว่าได้ครับ สายดังกล่าวมีทั้งสายเก่า ที่ใช้การไม่ได้ และสายที่ใช้งานอยู่มีสภาพไม่เป็นระเบียบ ก่อให้เกิดปัจจัยเสี่ยงอันตราย จากความร้อนของสายไฟต่อพี่น้องประชาชน บดบังทัศนียภาพของพื้นที่ดังกล่าว เรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน กสทช. การไฟฟ้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญ คุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทยครับ ขอหารือท่านประธานในโอกาสนี้ ๒ เรื่องด้วยกัน เนื่องจากว่าที่จังหวัดกระบี่มีปัญหาในเรื่อง ของการขาดน้ำประปาจากน้ำดิบ เนื่องจากภัยแล้งก่อให้เกิดภาวะในเรื่องของน้ำดื่มน้ำใช้ ในส่วนของประปาภูมิภาคไม่เพียงพอ จังหวัดกระบี่เป็นจังหวัดท่องเที่ยวมีจำนวนเกาะ มากกว่า ๑๓๐ เกาะ ๑๐ เกาะเป็นเกาะที่ทำรายได้ให้การท่องเที่ยวมากทีเดียว โดยเฉพาะ เกาะพีพี เกาะลันตา เป็นเกาะที่ทำรายให้การท่องเที่ยวมาก ประปาในจังหวัดกระบี่ เรามีประปาภูมิภาคใช้ไม่เกิน ๒๖ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นปัญหาน้ำดิบตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายนเป็นต้นไป ก็มีการงดการจ่ายน้ำ เพื่อที่จะแบ่งปันให้พี่น้องประชาชน ส่วนนี้ ก็กราบเรียนท่านประธานฝากไปยังการประปาส่วนภูมิภาคของกระทรวงมหาดไทย ให้ช่วยดูแลในเรื่องของภัยแล้งด้วย เมื่อเกิดภัยแล้ง ท่านประธานครับ ในจังหวัดกระบี่ เกิดไฟป่ามา ๒ รอบ เมื่อประมาณวันที่ ๒๐ กว่า ที่อำเภอเมืองก็ไหม้ภูเขา ตำบลเขาทอง หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ เขาปากเบน เขาหน้าหมี เนื้อที่ประมาณ ๑๐๐ กว่าไร่ ในขณะเดียวกัน ไหม้ที่เกาะลันตา ตำบลเกาะลันตาน้อย ในหมู่ที่ ๑ ซึ่งตรงนี้เป็นไฟไหม้ที่น่าสงสัย เนื่องจากว่า ต้นเสม็ดขาวถูกชาวบ้านไปโค่น และเมื่อต้นไม้มันตายไฟป่าก็จะไหม้ นี่ไหม้ไป ๒,๓๐๐ ไร่ เป็นที่ของอุทยาน ส่วนนี้ต้องฝาก ผอ. สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๑๒ และผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยว่า ไฟป่าเราเสียดาย พื้นที่แหล่งท่องเที่ยวถูกไฟป่าไหม้ไปถึง ๒,๓๐๐ ไร่ ที่เกิดความเสียหายและผลกระทบ ต่ออากาศกับนักท่องเที่ยวด้วย กราบขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณทิสรัตน์ เลาหพล ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ผู้แทนชาวบางแค หนองแขม พรรคก้าวไกลค่ะ วันนี้ดิฉันขอนำความเดือดร้อนในการเดินทาง ของประชาชนในพื้นที่ปรึกษาหารือ ๔ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรก ไฟส่องสว่างตั้งแต่ สี่แยกทศกัณฑ์ พุทธมณฑลสาย ๒ ไปจนถึงสะพานข้ามคลองบางแวกดับอีกแล้วค่ะ ดับแล้วดับอีก ปัญหานี้ดิฉันเคยหารือไปแล้ว ๒ รอบ วันนี้ดิฉันก็จะขอความคืบหน้าอีกครั้ง กับทางสำนักการโยธา กทม. ขอให้เร่งแก้ไขด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาจราจรในพื้นที่หมู่บ้านเศรษฐกิจ ถนนในหมู่บ้านนี้มีเพียงแค่ ๒ เลนเท่านั้น เหมาะสำหรับรถยนต์โดยทั่วไป ไม่เหมาะกับรถบรรทุก ๖ ล้อ ดิฉันเคยเข้าไป ปรึกษากับทาง สน. และสำนักงานเขตเกี่ยวกับการติดตั้งป้ายเตือนห้ามรถหกล้อวิ่งเข้ามา ในถนนเส้นนี้แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ค่ะ ขอฝากไปยังสำนักการจราจร และขนส่ง กทม. แก้ไขด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ระบบขนส่งมวลชนหรือ Feeder เนื่องจากในพื้นที่บางแค หนองแขมนี้ เป็นที่อยู่อาศัยมีซอยเป็นจำนวนมาก มีเพียงแค่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถกระป๋องและรถสองแถว เท่านั้นที่คอยขนส่งประชาชนในพื้นที่ ซึ่งตอนนี้ยังไม่เพียงพอ ไม่ทั่วถึงและเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ส่วนรถเมล์หมู่บ้านเศรษฐกิจเอง ก็มีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับถนนแคบขนาด ๒ เลน จึงขอฝาก ไปยังกรมการขนส่งทางบกหาทางแก้ไข เพื่อรองรับประชากรในพื้นที่ค่ะ🔗
เรื่องที่ ๔ โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วง บางแค-พุทธมณฑล สาย ๔ ประชาชนในพื้นที่ ประชาชนที่สัญจรบนถนนเพชรเกษมนี้เข้ามาถามดิฉันบ่อยครั้ง เรื่องโครงการ เห็นว่ามีการศึกษาแนวทางเส้นทางเบื้องต้น ตำแหน่งแห่งสถานีและจัดทำ รายงาน EIA ผ่านตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ แล้ว จนถึงตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ จึงขอฝากไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมช่วยแจ้งความคืบหน้านี้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษดิ์ บุตรเนียร สส. นักพัฒนา แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้มีเรื่องที่จะปรึกษาหารือ เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนในเขตอำเภอกบินทร์บุรี ๒ เรื่องครับ🔗
๑. ขอเร่งติดตามการคืนพื้นที่ราชพัสดุ เพื่อใช้เป็นพื้นที่สาธารณะขององค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัด ปราจีนบุรี เนื่องจาก อบต. กบินทร์ ได้ส่งเรื่องขออนุญาตใช้พื้นที่ราชพัสดุเพื่อดำเนินการ ในโครงการศูนย์ออกกำลังกาย สนามกีฬา โรงรถ เพื่อปลูกสมุนไพรให้กับประชาชน ในเขตพื้นที่ราชพัสดุ แปลง ๑๗๘๔๕ เนื้อที่ ๗ ไร่ ๑ งาน ๗๕ ตารางวา ที่ตั้งอยู่ที่บ้านทุ่งแฝก หมู่ที่ ๒ ตำบลกบินทร์ อำเภอกบินทร์บุรี ซึ่งตอนนี้เกษตรอำเภอกบินทร์บุรีได้รับ การใช้ประโยชน์อยู่ แต่ขณะนี้ อบต. กบินทร์ ได้ขออนุเคราะห์จากเขตเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อขอให้คืนไปยังสำนักงานกรมธนารักษ์พื้นที่ปราจีนบุรี เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ ด้วยเหตุนี้จึงกราบเรียนมายังท่านประธานสภาประสานงานไปยัง หน่วยงานของเกษตรจังหวัดปราจีนบุรีและกรมธนารักษ์ ได้เร่งพิจารณาส่งคืนที่ราชพัสดุ เพื่อ อบต. จะได้ใช้ประโยชน์ต่อไปครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอความอนุเคราะห์งบประมาณในการเปลี่ยนหอถังน้ำสูงบริเวณ วัดเก่า บ้านหนองม่วง หมู่ที่ ๗ ตำบลเมืองเก่า อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เนื่องจาก ได้รับคำร้องเรียนจากชาวบ้านในเขต จากกำนันสัญญา จันทร์แวว กำนันตำบลเมืองเก่า ในปัญหาหอน้ำสูงนี้ได้ชำรุดทรุดโทรม แล้วตอนนี้ก็เอียงเข้าสู่บ้านชาวบ้าน เนื่องจากหอน้ำนี้ ได้ใช้มาเป็นเวลายาวนาน แล้วพื้นก็ผุ น็อตชำรุด พื้นฐานน้ำซึมออกมาอยู่ตลอดเวลา จนไม่สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ จึงกราบเรียนมายังท่านประธานสภาผ่านไปยัง กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรน้ำ ได้โปรดอนุเคราะห์จัดงบประมาณมา เพื่อให้ประชาชนจะได้พ้นอันตราย และประชาชน จะได้รับการอุปโภคบริโภคต่อไป ขอกราบขอบคุณมากครับ🔗
ขอเชิญคุณกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล เขต ๖ จังหวัดชลบุรี ตัวแทนพี่น้องชาวบางพระ ศรีราชา ทุ่งสุขลา และเกาะสีชังค่ะ วันนี้กฤษฎิ์มีเรื่องปรึกษาหารือ ท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
เรื่องปัญหาน้ำประปา ในเขต ๖ ดังนี้ค่ะ ตำบลบางพระ ตำบลทุ่งสุขลา เทศบาลนครแหลมฉบังนั้น มีปัญหาน้ำประปา หยุดไหลบ่อยหลายครั้ง แล้วก็มีน้ำขุ่นและมีตะกอน ส่วนในอำเภอศรีราชาสุรศักดิ์นั้น น้ำประปาจะหยุดไหลบ่อยหลายครั้ง แต่ที่เดือดร้อนที่สุดจะเป็นเกาะสีชัง เพราะว่าในเกาะสีชัง ประชากรจำนวนทั้งหมด ๒,๒๐๐ กว่าหลังคาเรือน และมีโรงแรม Brand ใหญ่อยู่บนเกาะ อีก ๒ Brand และยังรวมถึง Resort จำนวนมากที่อยู่บนเกาะ นับมาถึงปัจจุบันนี้ตั้งแต่มี เกาะสีชังมา ยังไม่มีน้ำประปาใช้ ดังนั้นกฤษฎิ์อยากจะร้องขอให้ทางรัฐมนตรีว่าการ ช่วยวางท่อประปาจากศรีราชาตรงช่วงเกาะลอยไปถึงเกาะสีชังระยะทาง ๑๔ กิโลเมตร ช่วยของบประมาณในการวางท่อดังกล่าวด้วย ซึ่งในวันนี้กฤษฎิ์ได้ปรึกษาหารือกับทาง การประปาส่วนภูมิภาคแล้วว่า ทุกวันนี้การประปาส่วนภูมิภาคพร้อมที่จะบริการน้ำถึงวันละ ๑๐,๐๐๐ คิว ได้สบาย ๆ เลยนะคะ ดังนั้นรบกวนขอท่านปรึกษาหารือไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยช่วยดำเนินการวางท่อให้ด้วย ขอบคุณมากค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณประดิษฐ์ สังขจาย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ประดิษฐ์ สังขจาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๕ พรรคภูมิใจไทย น้ำไหล ไฟสว่าง ทางสะดวก สิ่งเหล่านี้คือความหวังของพ่อแม่ พี่น้องประชาชนที่มีต่อผู้แทนราษฎร🔗
วันนี้กระผมจะขอนำปัญหา ในพื้นที่หารือท่านประธานดังนี้ ถนนหมายเลข ๓๔๕๔ เสนา-ผักไห่ จากแยกอำเภอเสนา จนถึงสี่แยกหน้าโคก อำเภอผักไห่ ระยะทาง ๑๙ กิโลเมตร ถนนเส้นนี้เป็นถนนเส้นหลัก ในการใช้สัญจรไปมาของพ่อแม่พี่น้องชาวอำเภอเสนาและอำเภอผักไห่ อีกทั้งยังเป็นถนน ที่สามารถเดินทางสู่จังหวัดสุพรรณบุรี สู่จังหวัดอ่างทอง และเดินทางสู่ยังถนนสายเอเชีย ได้อีกด้วย ที่ผ่านมาถนนเส้นนี้ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย บางจุดนั้นเป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นคลื่น ประชาชนที่สัญจรไปมาได้รับความเดือดร้อน กระผมจึงขอหารือท่านประธาน ผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้ช่วยจัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงแก้ไข ผิวจราจรที่ชำรุดเสียหายให้ตลอดทั้งเส้นทาง พร้อมติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างเพิ่มในจุดต่าง ๆ ที่ยังไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ผมได้รับการแจ้งจากกำนันดิเรก ภู่สว่าง กำนันตำบลท่าดินแดง เกี่ยวกับถนนเส้น ๓๔๕๔ เส้นนี้ บริเวณพื้นที่ หมู่ที่ ๘ ตำบลท่าดินแดง กม. ที่ ๑๐๐ ถึง กม.ที่ ๑๐๑ บริเวณจุดนี้มักจะมีอุบัติเหตุรถยนต์แหกโค้งตกข้างทางอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจาก ตรงนี้เป็นช่วงโค้ง จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้ช่วยจัดสรรงบประมาณในการติดตั้ง Guard Lane และเพิ่มไฟฟ้าส่องสว่างในจุดนี้ พร้อมทั้งติดตั้งป้ายเตือนทางโค้งระวังอุบัติเหตุในจุดดังกล่าวด้วย เพื่อจะได้ช่วยลดการเกิด อุบัติเหตุ เพิ่มความปลอดภัยให้กับพี่น้องที่สัญจรไปมาบนถนนเส้นนี้ ถนนเส้น ๓๔๕๔ เส้นนี้ เป็นถนนที่ผมนำปัญหานั้นเข้ามาสู่สภาหลายครั้ง วันนี้หวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าเสียงที่ผม นำมาสะท้อนในสภาผู้แทนราษฎร จะทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของผมได้รับการแก้ไข อย่างเร่งด่วน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดระยอง อำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง อำเภอวังจันทร์ วันนี้ขอหารือผ่านท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ครับ🔗
เรื่องแรก ผมเคยหารือไปแล้ว ๑ ครั้ง แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา เป็นความเดือดร้อนของประชาชน หมู่ที่ ๑ ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านค่าย มีโรงแปรรูปไม้ตั้งอยู่ใกล้ชุมชน เสียงเครื่องจักรดังทั้งกลางวัน กลางคืน ชาวบ้านนอนกันไม่ได้ แจ้งไปหลายหน่วยงานไม่ได้รับการแก้ไข ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้วยนะครับ ปัญหานี้จะครบปีอยู่แล้ว🔗
เรื่องที่ ๒ ฝายน้ำล้นคลอรุ้ง หมู่ที่ ๔ ตำบลชากบก ที่ทำการอำเภอบ้านค่าย ได้สร้างไว้ สร้างเสร็จเดือนธันวาคม ๒๕๖๓ ผ่านไป ๒ ปี ตอนนี้ฝายผังเสียแล้ว ชาวบ้าน แจ้งไปหลายที่ไม่ได้รับการเหลียวแล ตอนนี้ฝายปูนกลายเป็นซากขวางทางน้ำ ฝากแก้ไขด้วย ฝายนี่ขยันสร้างกันจริง ๆ เลย🔗
เรื่องที่ ๓ สี่แยกชะวึก-บ้านห้วงหิน ตำบลชากบก เป็นถนนองค์การ บริหารส่วนจังหวัดระยอง แยกนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นทางตรงยาว รถมาเร็ว ตรงแยกมีจุดบดบังวิสัยทัศน์ ต้องเสี่ยงโผล่ออกมาเกือบครึ่งคันถึงจะเห็นรถซ้ายขวา ฝาก อบจ. ระยองแก้ไขด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ขอให้ทางแขวงทางหลวงระยอง ทบทวนเรื่องเพิ่มจุดกลับรถให้กับ ถนนหมายเลข ๓๔๗๑ สายตำบลบางบุตร-ตำบลชุมแสง บริเวณวัดเนินสว่าง ผมได้ข้อมูลมาว่า กรมทางหลวงใช้เวลาพิจารณาแล้วว่าไม่สามารถเปิดทาง U-Turn เพิ่มได้ เนื่องจากเหตุผล และความปลอดภัย แต่ทุกวันนี้พอจุดกลับรถไกลออกไป ๔ กิโลเมตร ชาวบ้านก็เลยต้องใช้ วิธีย้อนศรเอา เลยไม่ปลอดภัยกว่าเดิม อย่างไรทบทวนแก้ไขนะครับ🔗
เรื่องที่ ๕ ถนนหมายเลข ๓๔๗๑ เส้นเดิมครับจุดนี้ปัญหาเยอะ บริเวณ คลองยายเมืองจากการทำถนนเสร็จ ก็ไม่แน่ใจว่าทำระบบระบายน้ำแบบไหน เพราะฝนตกทีไร น้ำกระแทกแทงเข้าที่ชาวบ้าน พืชผลทางการเกษตรเสียหาย ถ้าไม่รีบแก้ไข ชาวบ้านบริเวณนั้น กลัวว่าที่ดินจะโดนน้ำแทงหายเป็นไร่ ๆ หาคนรับผิดชอบก็ไม่ได้🔗
เรื่องที่ ๖ รับแจ้งจากคุณนภณัฐ ระพีวงศ์กุล ถนนเทศบาล ๒ ใกล้หมู่บ้าน เบญญาภา ปลวกแดง ตำบลตาสิทธิ์ เส้นนี้เป็นเส้นหลักจากปลวกแดงไปนิคมเหมราช Eastern Seaboard มีปัญหาไฟดับยาวกว่า ๑ กิโลเมตร ดับมาหลายเดือนแล้ว ไม่ได้รับการ แก้ไข อุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลด้วยนะครับ🔗
เรื่อง ๗ รับแจ้งจากคุณอรชุมา บุญธรรม ว่าถนนเส้นรอบอ่างเก็บน้ำดอกกราย เชื่อมต่อระหว่างตำบลมาบยางพร หมู่ที่ ๕ และตำบลแม่น้ำคู้ หมู่ที่ ๗ เป็นหลุมเป็นบ่อ เหมือนวิ่งบนผิวดาวอังคาร น่าเสียดายนะครับ อ่างเก็บน้ำดอกกรายเป็นสถานที่สวยงาม เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ พัฒนาดี ๆ อาจจะเป็นที่ท่องเที่ยวได้เลย แต่โดนปล่อยทิ้งขว้าง ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่แบบนี้ ไม่รู้ใครขนอะไรผ่านถนนถึงได้พัง ท่านประธานหลายเรื่อง ที่ผมหารือไปเป็นเรื่องที่ผมหารือรอบ ๒ แล้ว ฝากทุกหน่วยงานรับหนังสือจากสภา แล้วเร่งแก้ไขด้วยนะครับ ชาวบ้านเดือดร้อน ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณกานสินี โอภาสรังสรรค์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขออนุญาตใช้เวลาของสภาสักเล็กน้อย เพื่อนำความเดือดร้อนของชาวบ้านผู้หากินเลี้ยงชีพ ด้วยการทำประมงชายฝั่งบริเวณทะเล อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี🔗
ขอเรียนท่านประธานว่า อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่ทะเลที่สมบูรณ์ทางนิเวศ โดยเฉพาะหอยนางรม และหอยแครงที่เกิดจากอ่าวบ้านดอนแห่งนี้ จะเติบโตเร็ว ตัวสวย เนื้ออร่อย เป็นที่กล่าวขาน เลื่องลือมายาวนาน โดยเฉพาะหอยแครง เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญที่หล่อเลี้ยงชีวิตครอบครัว ชาวบ้านบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล ด้วยการจับหอยแครงตามธรรมชาติด้วยดีตลอดมา แต่บัดนี้สถานการณ์เหล่านั้นได้กลับกลายเป็นความขัดแย้ง แย่งชิงพื้นที่เลี้ยงหอยรุกราน ถึงขั้นรบราฆ่าฟันกัน ดังปรากฏข่าวใหญ่ระยะ ๓-๔ ปีเป็นต้นมา สืบจากมูลเหตุดังนี้ค่ะ🔗
เมื่อความต้องการหอยแครงเพิ่มมากขึ้น แต่พื้นที่ที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงมีน้อย ประกอบกับการกำหนดเขตแนวในทะเลไม่เสถียรเหมือนบนบก จึงทำให้การจับจองพื้นที่ เลี้ยงหอยมีการทับซ้อนกัน อีกทั้งใครมีอิทธิพลเหนือกว่าก็มีโอกาสได้ครอบครองพื้นที่ก่อน และมากกว่า ส่วนที่ด้อยกว่าก็ได้พื้นที่น้อย หรือไม่มีโอกาสได้ครอบครองพื้นที่เลยค่ะ จึงก่อให้เกิดปัญหาเข้าใจผิด หรือรุกล้ำ แก่งแย่ง ขัดแย้งกัน ถึงขั้นมีการขับไล่ ข่มขู่ ทำร้ายฆ่าฟัน ดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาได้มีองค์กรภาครัฐหลายหน่วยงานร่วมแก้ไขปัญหาเหล่านี้ แต่ดิฉันได้รับแจ้งจากชาวบ้านหรือผู้เลี้ยงหอยแครงในท้องถิ่นว่า จากที่ภาครัฐได้จัดสรร พื้นที่ทะเลประมาณ ๑๒,๐๐๐ ไร่ แต่ก็ยังมีปัญหาไม่พอกับความต้องการ เหตุเพราะว่าเดี๋ยวนี้ ได้มีบุคคลต่างถิ่นเข้ามาเลี้ยงหอยแครง ที่มีอิทธิพลในการรวบรวมพื้นที่เลี้ยงหอยแครงรายละ มาก ๆ ในลักษณะนายทุนที่ใช้ Nominee หลายคนมารับสิทธิและมอบให้นายทุนใหญ่ จนทำให้ชาวบ้านดั้งเดิมไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ และขาดโอกาสได้รับจัดสรรพื้นที่ทำมาหากิน ดังนั้นดิฉันจึงขอกราบเรียนผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปถึงผู้เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบ แก้ไขและจัดสรรพื้นที่ให้กับราษฎรผู้ด้อยโอกาส ได้รับการจัดสรรพื้นที่ทำกินอย่างทั่วถึง อีกทั้งพิจารณาหาหนทางให้ชาวบ้านผู้เลี้ยงหอยแครงได้มีสถานที่พักเฝ้าดูแล มิให้หอยแครง ที่เลี้ยงไว้ถูกขโมยด้วยค่ะ ท้ายนี้ดิฉันขอกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาเป็นอย่างสูง ที่ให้โอกาสใช้สภาแห่งนี้ ส่งผ่านความเดือดร้อนของประชาชนชาวสุราษฎร์ธานี ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณสุพัชรี ธรรมเพชร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือกับท่านประธานค่ะ🔗
ดิฉันได้รับการประสานงานจาก ท่านผู้อำนวยการพรเพ็ญ แปวประเสริฐ ซึ่งเป็นท่านผู้อำนวยการโรงเรียนพัทลุง พร้อมทั้ง คณะครู นักเรียนของโรงเรียนพัทลุงค่ะ ในเรื่องของความจำเป็นที่จะของบประมาณในการ ก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาความขาดแคลนห้องเรียนตามเกณฑ์มาตรฐาน ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งตอนนี้โรงเรียนพัทลุงยังขาดห้องเรียนอยู่เป็นจำนวน ๓๒ ห้องเรียน และมีอาคารที่ชำรุดจำเป็นจะต้องรื้อถอนอีก ๑ หลังค่ะทางโรงเรียนพัทลุงเราเป็นโรงเรียน ระดับมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษประจำจังหวัดพัทลุง มีนักเรียนเกือบ ๓,๐๐๐ คน เป็นโรงเรียนที่ผลิตนักเรียนที่มีคุณภาพ เป็นโรงเรียนที่ผลิตนักปกครอง นักธุรกิจ นักการเมือง รวมทั้งทุกสายอาชีพ และเป็นโรงเรียนที่ผลิตคนที่มีคุณภาพและดูแลสังคมต่อไป รวมถึงดิฉัน ก็จบจากโรงเรียนนี้ด้วยค่ะ ฉะนั้นถ้าตามเกณฑ์มาตรฐานของโรงเรียนแล้ว ควรจะมีห้องเรียน อยู่เป็นจำนวน ๑๐๙ ห้อง ตอนนี้ยังมีไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนนักเรียนของเรา ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ของบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ นี้ค่ะ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องของการขาดแคลน ห้องเรียนให้กับเด็กนักเรียน แล้วก็จัดการเรียนการสอนให้เกิดประโยชน์กับนักเรียนให้มากที่สุด ขอกราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมมีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตอำเภอโป่ง และโครงการที่อยากจะให้รัฐบาล ได้เร่งรัดพัฒนา ๓ เรื่อง มากราบเรียนท่านประธานเพื่อประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบ พิจารณาดำเนินการครับ🔗
เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนจากตำรวจชั้นผู้น้อย โรงพักในเขตจังหวัดราชบุรี ว่าค่าเช่าบ้านระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่สามารถที่จะเบิกจ่ายให้กับ ตำรวจชั้นผู้น้อยที่มีพื้นที่ภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด แต่ถ้าเลือกที่จะมาลงในโรงพักที่ตนเอง ต้องการได้ ไม่สามารถที่จะเบิกค่าเช่าบ้านได้ ฉะนั้นตรงนี้เป็นความเดือดร้อนของตำรวจ ชั้นผู้น้อยที่มีรายได้ไม่ค่อยเพียงพอต่อการดำรงชีพอยู่แล้ว ซึ่งค่าเช่าบ้านเป็นสิ่งที่ทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือรัฐควรจะดูแลผู้ปฏิบัติหน้าที่ ก็เลยขออนุญาตให้ประธาน ได้ประสานให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทบทวนกฎระเบียบดังกล่าว เพื่อให้ตำรวจ ชั้นผู้น้อยสามารถเบิกค่าเช่าบ้านได้🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมทางหลวงได้ทำโครงการต่อเนื่องครับ เนื่องจากผม ได้เคยทำโครงการถนน ๔ ช่องจราจรเป็นกระทู้แรก ในสมัยรัฐบาลท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มารับปากดำเนินการ ปัจจุบันนี้ โครงการถนน ๔ เลน จากตำบลเบิกไพร อำเภอบ้านโป่ง มาที่ตำบลหนองปลาหมอ ตอนนี้กำลังก่อสร้างอยู่ ซึ่งก็เป็นที่ดีใจต่อพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่งเป็นอย่างมาก ซึ่งถนนเส้นนี้ พี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่งรอคอยมาเป็นระยะเวลาหลายสิบปี ตอนนี้กำลังก่อสร้างอยู่จาก ตำบลเบิกไพรมาตำบลหนองปลาหมอ ฉะนั้นก็ขอให้ท่านประธานได้ให้ทางกระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงได้ทำโครงการต่อเนื่อง จากตำบลหนองปลาหมอผ่านที่ตำบลเขาขลุง ไปออกที่ตำบลท่าม่วง ก็จะได้เป็นถนน ๔ เลนตลอดสาย เพื่อลดอุบัติเหตุให้กับพี่น้อง ประชาชนชาวอำเภอบ้านโป่งด้วยครับ เลยขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณเกรียงไกร กิตติธเนศวร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงไกร กิตติธเนศวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก เขต ๒ พรรคเพื่อไทย🔗
วันนี้ผมขอมาปรึกษาหารือ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดนครนายกทั้ง ๔ อำเภอ เกี่ยวกับการรับบริการ ในโรงพยาบาลนครนายกที่ไม่สะดวกสบาย แออัด และล่าช้าในการให้บริการ พร้อมทั้ง อุปกรณ์การแพทย์ที่ไม่ทันสมัย รวมทั้งถนนหนทางภายในโรงพยาบาลมีความชำรุดทรุดโทรม ผมจึงขอแบ่งปัญหาเป็นประเด็นใหญ่ ๆ ๒ ประเด็นด้วยกันครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ปัญหาภายในโรงพยาบาล คือโรงพยาบาลนครนายกเป็นโรงพยาบาล จังหวัดขนาด ๓๒๐ เตียง มีผู้ป่วยนอกเฉลี่ยวันละ ๑,๓๕๙ คน มีผู้ป่วยในเฉลี่ยวันละ ๒๙๐ คน ซึ่งถือว่าเป็นโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยมารับบริการมากกว่าศักยภาพความรับผิดชอบของ โรงพยาบาล เนื่องจากมีจำนวนแพทย์ ๕๔ คน จากกรอบ ๘๕ คน ขาดถึง ๓๑ คน มีพยาบาล จำนวน ๒๙๙ คน จากกรอบ ๔๘๒ คน ซึ่งขาดถึง ๑๘๓ คน จึงมีบุคลากรทางการแพทย์ ที่ไม่เพียงพอต่อการให้บริการของประชาชนในขณะนี้ ประกอบกับเครื่องมือทางการแพทย์ ที่ไม่เชื่อมโยงกันและล้าสมัยมาก จึงให้บริการประชาชนไม่ได้ประสิทธิภาพตามที่ประชาชนต้องการ🔗
ประเด็นที่ ๒ ปัญหาที่ประชาชนได้รับ ปัญหาเรื่องเวลาต้องรอคอยการรักษา นานเกินไปและแออัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรอรับยา ค่าเฉลี่ยผู้ป่วยนอกต้องใช้เวลา อยู่ในโรงพยาบาลไม่ต่ำกว่า ๓-๔ ชั่วโมง ถือว่ารอนานมากครับ ปัญหาเรื่องความสะดวกสบาย สถานที่จอดรถในโรงพยาบาลไม่เพียงพอต่อผู้มารับบริการการรักษาและสภาพผิวจราจร ในโรงพยาบาลนั้นมีความชำรุดเสียหาย ไม่ได้ซ่อมแซมเป็นระยะเวลานาน ผมจึงขอฝาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านท่านประธาน แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในการบริการ ให้สอดคล้องกับความต้องการของทางโรงพยาบาลและประชาชนดังต่อไปนี้ ข้อที่ ๑ จัดหา เครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย สามารถเชื่อมต่อไปยังระบบจัดเก็บข้อมูลกลางของโรงพยาบาลได้ เพื่อลดภาระงาน เนื่องจากบุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ และแพทย์สามารถเข้าถึง ข้อมูลได้ทุกที่ ทุกเวลา แก้ไขปัญหาด้านบุคลากร และลดระยะเวลาการรอคอยของผู้ป่วย อีกด้วยครับ ข้อที่ ๒ ปรับปรุงแก้ไขผิวจราจรในโรงพยาบาล เพื่อความสะดวกสบายของ ประชาชนที่มารับบริการ🔗
สุดท้ายนี้เวลาเป็นสิ่งสำคัญ ผมไม่อยากเห็นพี่น้องประชาชนต้องมาเสียเวลา ในโรงพยาบาล จนเสียโอกาสในการประกอบอาชีพและดูแลครอบครัว จึงขอฝากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยพิจารณาแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน ขอบพระคุณมากครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะนักศึกษา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเข้ามาสังเกตการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรที่ชั้น ๓ ในครั้งนี้ครับ ต่อไปขอเชิญคุณวิชัย สุดสวาสดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมขอนำเรียนท่านประธานนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ปัญหาของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ตำบลวิสัยใต้ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ท่านเจิมศักดิ์ ชื่นเกาะสมุย ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๙ ตำบลวิสัยใต้ เรื่องโครงการอาคารอัดน้ำของกรมชลประทาน ก่อสร้าง ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ณ ปัจจุบันนี้น้ำไม่พอใช้และเกิดการรั่วไหล พื้นที่ตื้นเขินเป็นอย่างมาก ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมชลประทานเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาสัก ท่านสุจิตรา อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลครน ท่านบุญชวน กายสะอาด รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวิสัยใต้ ท่านสายัณห์ พรหมน้อย เรื่องของโรงสูบน้ำ ระบบไฟฟ้าของกรมชลประทานได้สร้างมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ แล้วก็ใช้การไม่ได้เลยครับ เพราะฉะนั้นแล้วใช้งบประมาณ ประมาณ ๒๔ ล้านบาทเศษ ใช้การไม่ได้นาน แล้วก็ให้เข้าไป แก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนนะครับ เพราะถ่ายโอนภารกิจมาให้กับองค์การบริหารส่วนตำบล ทำให้องค์การบริหารส่วนตำบลนั้น ไม่มีเงินที่จะไปดูแลเยียวยาและแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน ตั้งแต่ก่อสร้างมาเป็นมหากาพย์ โครงการนี้ไม่ได้ใช้งานเลยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับเรื่องฝากจากท่าน สส. สุพล จุลใส พรรครวมไทยสร้างชาติ เขต ๓ จังหวัดชุมพร ในเรื่องของปัญหาทางแยกทางจราจร โดยเฉพาะแยกวังตะกอ ที่มีไฟเหลือง ไฟแดง ที่ใช้เป็นกฎจราจรให้กับพี่น้องประชาชน แต่ไม่มีตัวเลขบอกระยะเวลา เพราะฉะนั้นแล้วเกิดอุบัติเหตุมากมาย แล้วแยกหลังสวนได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากพี่น้อง ประชาชนในเขตอำเภอหลังสวนอย่างมาก ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วย อยากให้ไฟแดงนั้นมีตัวเลขบอก ไม่อย่างนั้นแล้วรถจะใช้ความเร็วสูง เพราะถนนเส้นนี้ เป็นถนนสายเอเชีย ๔๑ แล้วก็เป็นถนนเส้นหลักเส้นเดียวของพี่น้องชาวภาคใต้🔗
แล้วเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวอำเภอหลังสวนอีกเรื่องหนึ่ง จากสี่แยก อำเภอหลังสวนไปอำเภอละแม สู่อำเภอท่าชนะ อำเภอไชยา ในช่วงระหว่างทางขาล่องใต้ ถนนสายเอเชีย ๔๑ นั้น เป็นถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่เดินทาง สัญจรไปมาภาคใต้ได้รับเรื่องร้องเรียนตรงนี้มาตลอดเวลา ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม รีบแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยด่วนนะครับ ผมขอนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
ขอเชิญคุณณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดเชียงใหม่ เขต ๓ อำเภอสันกำแพง อำเภอแม่ออน อำเภอดอยสะเก็ด วันนี้ผมปรึกษาหารือผ่านท่านประธาน ๓ เรื่อง สไลด์มาได้เลยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมจะพาท่านประธาน ไปที่ตำบลห้วยทราย อำเภอสันกำแพงครับ ที่นี่มีฟาร์มไก่ขนาดใหญ่ชื่อดังระดับประเทศ ฟาร์มไก่แห่งนี้ประชาชนที่อยู่โดยรอบรัศมี ๑ กิโลเมตร ประสบปัญหาเหม็นขี้ไก่ครับ ๔ ปีที่ผ่านมา ฟาร์มไก่แห่งนี้เปลี่ยนวิธีการจัดการกับขี้ไก่ นำมาผลิตเป็น Biogas แต่ระบบไม่เพียบพร้อม ทุกวันนี้ก็ยังคงเหม็นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา ๔ ปี หน่วยงาน ในพื้นที่เทศบาล อำเภอ ก็ไปตรวจสอบหลายรอบ แต่ไปตอนกลางวันครับ แต่กลิ่นมา ตอนกลางคืน ก็เลยอยากจะนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังอีก ๔ หน่วยงาน ในระดับจังหวัด สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่และ สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงใหม่ อันนั้นคือเรื่องที่ ๑🔗
เรื่องที่ ๒ ผมพาท่านประธานไปที่ตำบลต้นเปา ปัญหาสายไฟรกรุงรังเป็นเรื่องปกติ เกิดขึ้นทุกที่ แต่ที่นี่ไฟไหม้สายไฟบ่อยมากนะครับ เมื่อปีที่ผ่านมาเทศบาล อำเภอ การไฟฟ้า ก็บูรณาการร่วมกันในการจัดระเบียบไปแล้ว ๑ ครั้ง แต่ว่าผลยังไม่เป็นที่น่าพอใจของพี่น้อง ประชาชน ก็นำเรียนผ่านท่านประธานไปยังทั้งอำเภอสันกำแพง เทศบาลเมืองต้นเปา และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดเชียงใหม่นะครับ🔗
เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนบ้านป่าสักน้อย ตำบลแม่ปูคา อำเภอสันกำแพง เช่นเดียวกัน เรื่องเรียบง่ายครับ คณะกรรมการสหกรณ์โกงเงิน สมาชิก ที่รู้เรื่องก็ไปลาออก แต่เมื่อลาออกแล้วทางคณะกรรมการที่นัดวันกัน เพื่อจะนำเงินมาคืนให้ กลับไม่นำเงินมาคืนครับ เรื่องนี้ผ่านมา ๑ ปี ไปแจ้งความต่าง ๆ นานาเรียบร้อย แต่คดีไม่คืบ ก็ขอฝากผ่านท่านประธานเน้นย้ำไปยังที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการตำรวจภูธร เชียงใหม่ ให้เร่งรัด ติดตาม ตรวจสอบคดีดังกล่าว ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณรวี เล็กอุทัย ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ผมขอปรึกษาหารือในประเด็นปัญหาความเดือดร้อนเรื่องถนนหนทางที่ใช้ในการสัญจร ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ๓ ประเด็นดังนี้ครับท่านประธาน🔗
ประเด็นแรก ผมได้รับเรื่องจากท่านเวช อ่อนวงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลด่านแม่คำมัน อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๖ และหมู่ที่ ๘ ตำบลด่านแม่คำมัน ซึ่งมีพี่น้อง ได้รับความเดือดร้อนจากการได้รับผลกระทบของเส้นทางถนนที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรม ไม่พร้อมใช้งาน สายบ้านด่านแม่คำมัน-บ้านห้วยช้าง ซึ่งเป็นทางสัญจรหลักของพี่น้อง ทั้ง ๓ หมู่บ้านนี้ โดยเส้นทางนี้หากได้รับการแก้ไขปัญหาจะสามารถเป็นเส้นทางสัญจรหลัก สำหรับการส่งพืชผลทางการเกษตร เพื่อลดเวลาในการเดินทางและช่วยลดอุบัติเหตุ บนท้องถนนได้อีกด้วยครับ🔗
ประเด็นถัดมา ทางท่านดำเนิน นันเขียว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำอ่าง อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ แจ้งให้ผมทราบถึงประเด็นปัญหาของพี่น้อง หมู่ที่ ๗ ตำบลน้ำอ่าง อำเภอตรอน กับปัญหาของการสัญจรที่ไม่สะดวกเช่นเดียวกัน บริเวณเส้นทาง ๑๒๑๔ บ้านน้ำอ่าง ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทุก ๆ เดือนจะมีการจัดงาน ตลาดท่าน้ำไท-ยวน น้ำอ่าง ในวัดไชยมงคลอยู่เป็นประจำ ซึ่งส่งผลให้มีผู้ใช้เส้นทางดังกล่าวนี้ เป็นจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการแก้ไข โดยขอให้มีการขยายไหล่ทาง แล้วก่อสร้างถนนเลียบคลองตรอนวัดไชยมงคล เพื่อประโยชน์ทั้งในแง่ของการสัญจร อีกทั้งจะมีส่วนสำคัญในการช่วยยกระดับเศรษฐกิจชุมชนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่🔗
ประเด็นสุดท้าย ผมได้รับแจ้งจากท่านอรุณ ทองพับ นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับแก้ไขปัญหา ในเรื่องของถนนในหมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๕ และหมู่ที่ ๖ ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบกว่า ๕,๐๐๐ ชีวิต ที่บ้านนาอิน ติดขัดในเรื่องของการสัญจรบนถนนสาย อต.ถ.๔๑-๐๐๘ สายหนองกระโดน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นถนนเส้นทางหลักในการขนส่งทางการเกษตรเช่นเดียวกัน🔗
ท่านประธานครับ จากทั้ง ๓ กรณีที่ผมได้กล่าวไป ทางท้องถิ่นยังไม่สามารถ ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงได้ เนื่องจากติดขัดทางด้านงบประมาณ ดังนั้นผมจึงขอเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย โปรดช่วยสนับสนุน งบประมาณไปยัง อบต. ทั้ง ๓ แห่งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางถนนทั้ง ๓ กรณี ดังกล่าวด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังสังคมใหม่ ท่านประธานครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจาก นายพูลเพิ่ม ปุกคำ เลขานุการ นายกเทศมนตรีตำบลเมืองนะ ขอให้ติดตามโครงการสนามกีฬาที่กรมพลศึกษา กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ทางหน่วยงานทั้ง ๓ หน่วยงาน ได้ทำโครงการของบประมาณไปที่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คือเทศบาลท่าข้าม อำเภอฮอด โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๐ อำเภอแม่แจ่ม และที่ว่าการอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นโครงการส่งเสริม ให้ประชาชนทั้ง ๓ อำเภอ ได้ออกกำลังกายสร้างเสริมพลานามัยที่ดี จึงได้ของบประมาณ จากกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็อยากจะขอให้ทางกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาได้จัดสรรงบประมาณให้ทั้ง ๓ หน่วยงานด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนผู้ที่ใช้สนามบินดอนเมือง เพราะว่าที่ผ่านมานี้ ส่วนมากรถแท็กซี่จะไปส่งผู้โดยสารที่สนามบินดอนเมือง ชั้น ๓ ตอนนี้ ทางสนามบินดอนเมืองได้ปรับปรุงให้รถแท็กซี่มาลงที่ชั้น ๒ ก็มีทางเลื่อนลงไป แล้วผู้โดยสาร ก็มีลูกเล็กเด็กแดง แล้วก็มีกระเป๋าพะรุงพะรังต้องลงจากชั้น ๓ ลงไปชั้น ๒ จากชั้น ๒ ต้องขึ้นลิฟต์ไปชั้น ๓ อีก ก็อยากจะให้ทางสนามบินดอนเมืองได้ปรับปรุงหน่อยครับ ฝากให้กระทรวงคมนาคมด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคเพื่อไทย เขต ๕ วันนี้ต้องขอหารือท่านประธานสภา ๓ เรื่อง🔗
ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องที่ ๑ นั้น ผมได้รับการร้องเรียนจาก ท่านวัลลภ คำสิงห์ กำนันตำบลนาวังหิน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เนื่องจากชลบุรีนั้นมีการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรม ทางด้านอุตสาหกรรมนั้นมีโรงงานอุตสาหกรรมขึ้นเป็นจำนวนมาก ทั้งเปิดดำเนินการแล้ว และกำลังดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่ตำบลนาวังหิน หมู่ที่ ๕ จังหวัดชลบุรี ส่งผลกระทบให้กับพี่น้องประชาชนในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเรื่องกลิ่น เรื่องเสียง พี่น้องประชาชนฝากร้องเรียนถึงท่านประธานสภา ทำหนังสือถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมจังหวัด กระทรวงอุตสาหกรรม ให้ลงไปดูและ หาทางออกและทางแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนชาวตำบลนาวังหินโดยเร่งด่วน🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจาก นายวีระชัย บริบูรณ์ รองนายก องค์การบริหารส่วนตำบลนามะตูม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ในเรื่องถนนทรุดตัว สืบเนื่องมาจากการประปาส่วนภูมิภาคนั้นได้ขุดวางท่อประปาในซอย ๕ ตำบลนามะตูม จึงฝากท่านประธานทำเรื่องถึงการประปาส่วนภูมิภาค อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ช่วยดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน เนื่องจาก อบต. ได้ทำเรื่องถึงการประปาหลายสิบครั้งแล้ว ก็ยังไม่ดำเนินการแก้ไข🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจาก ท่านภัทรพงศ์ ละมั่งทอง ธรรมาภิบาล จังหวัดชลบุรี เรื่องรถดิน รถพ่วง ที่วิ่งผ่านเข้าสู่อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ตำบลสระสี่เหลี่ยม ตำบลหนองเหียง ตำบลนาวังหิน เข้าสู่อำเภอพนัสนิคม ทำให้เกิดรถติดเป็นจำนวนมาก และรถที่วิ่งดินนั้นไม่ได้คลุมผ้าใบทำให้เกิดฝุ่นละอองฟุ้ง ทำให้พี่น้องประชาชนนั้นเกิดความ กระทบกระเทือนทางด้านการหายใจ จึงฝากท่านประธานสภาทำเรื่องถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าสถานีตำรวจภูธรพนัสนิคมและกรมทางหลวงให้เข้าดำเนินการแก้ไข เนื่องจาก รถบรรทุกนั้นอาจจะบรรทุกน้ำหนักเกิน ขอขอบคุณท่านประธานสภาที่เคารพครับ🔗
ขอเชิญ คุณสุไลมาน บือแนปีแน🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุไลมาน บือแนปีแน ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ วันนี้มีเรื่องหารือกับท่านประธานอยู่เรื่องเดียวครับ🔗
นั่นก็คือเรื่องปัญหาน้ำท่วม ในเขตเทศบาลเมืองสะเตงนอก ซึ่งเป็นปัญหาหลักปัญหาสำคัญของคนในพื้นที่ ซึ่งได้รับผลกระทบกับคนหลายพันหลังคาเรือนด้วยกัน ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจาก การเจริญเติบโตของเมืองสะเตงนอกเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้การบริหารจัดการน้ำ ในเขตพื้นที่ไม่ทันกับการเจริญเติบโตของเมือง และงบประมาณที่อุดหนุนให้กับทางท้องถิ่น ก็ไม่เพียงพอในการที่จะบริหารจัดการปัญหาเหล่านี้ ผมเองก็มีโอกาสได้หารือผ่านสภาแห่งนี้ มาแล้ว ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณทางโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดยะลาเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ลงพื้นที่ พร้อมกับท้องถิ่นและผู้ใหญ่บ้านเพื่อที่จะไปสำรวจออกแบบ เพื่อที่จะแก้ปัญหาให้กับ คนในพื้นที่สะเตงนอก ซึ่งปีนี้ต้องขอบคุณทางรัฐบาลที่ได้จัดสรรงบประมาณในการทำระบบ ระบายน้ำ ซึ่งหลาย ๆ โครงการก็จะเป็นการปรับปรุงซ่อมแซมถนนอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โครงการปรับปรุงระบบระบายน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมบริเวณชุมชนรักสมาน หมู่ที่ ๓ สะเตงนอก ปรับปรุงระบบระบายน้ำบริเวณอนามัยสะเตงนอก โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณ ชุมชนตะโล๊ะหะลอ ชุมชนเบอร์เส้ง และชุมชนบ้านลาโจ๊ะ ซึ่งเป็นงบประมาณผูกพัน รวมหลายร้อยกว่าล้านบาท ซึ่งผมก็คาดหวังจำเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการเหล่านี้จะช่วย แก้ปัญหาในช่วงของน้ำท่วมในระดับหนึ่งครับท่านประธาน ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็ยังไม่เพียงพอ แล้วก็ไม่ครอบคลุม ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณ ชุมชนอัลนูรซึ่งมีมัสยิด มีมัรกัสยะลาซึ่งเป็นจุดสำคัญ เป็นจุดรวมตัวของกลุ่มดะวะห์ตับลีฆ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางด้านจิตวิญญาณของคนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นชุมชนอัลนูร ชุมชน รักสมาน เวลาฝนตกมันก็จะมีน้ำท่วมขัง ฉะนั้นแล้ววันนี้ผมจึงอยากให้ท่านประธานมีหนังสือ ไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อได้ดำเนินการก่อสร้างระบบระบายน้ำเชื่อมต่อกับชุมชน อัลนูร ชุมชนรักสมาน เพื่อผันน้ำไปยังชุมชนบาโร๊ะส่งต่อไปยังบึงแบเมาะ แล้วก็ทำการสูบ ลงสู่แม่น้ำปัตตานีต่อไป เพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนให้กับพี่น้องในพื้นที่เขตสะเตงนอก ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณเกษม อุประ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เกษม อุประ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอนำปัญหาความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้🔗
ปัญหาที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนจากนายกประยูร พาเลิศ และรองประภาส เทศบาลตำบลหนองแวงใต้ ถึงปัญหาความเดือดร้อนถนนสายบ้านกุดเรือคำไปบ้านโพนสว่าง ซึ่งมีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ฝากถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ช่วยดูแลด้วย🔗
ปัญหาที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องบ้านหนองทุ่ม ตำบลดงหม้อทอง อำเภอบ้านม่วง เนื่องจากทางสายบ้านหนองทุ่มไปบ้านขี้เหล็กมีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นอย่างมาก ได้รับความเดือดร้อน อยากจะฝากถึงนายก อบจ. สกลนคร และองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นได้หาทางแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วย🔗
ปัญหาที่ ๓ ก็คือปัญหาเรื่องภัยแล้ง ได้รับการร้องทุกข์จากผู้ใหญ่บ้าน บ้านนาบัวพัฒนาว่าหมู่บ้านขาดแคลนน้ำประปาไม่เพียงพอ ฝากถึงรัฐบาล ฝากถึงกรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งดูแลเรื่องนี้อยู่ได้ช่วยแก้ไขปัญหา สร้างประปาหมู่บ้านเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้อง ประชาชน เพราะขณะนี้เดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากสภาพฝนแล้งน้ำประปาไม่เพียงพอ แล้วก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนในเรื่องเกี่ยวกับการป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝายต่าง ๆ ก็ดี จะได้ทำให้น้ำในบริเวณนั้นมีเพียงพอไม่ขาดแคลน ไม่กระทบกระเทือนถึงระบบน้ำประปาหมู่บ้าน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลูกในบ้าน ว่านในสวน คนจังหวัดมุกดาหาร ท่านประธานที่เคารพครับ🔗
ผมอยากจะ Highlight การหารือของผมในวันนี้ว่า อนุสรณ์ทวงถามสนามบินมุกดาหาร ตกลงจะได้ใช้กี่โมง ท่านประธานครับ เรามีโอกาสได้สัมผัสและได้รับประโยชน์จากการทำงานของนายกรัฐมนตรี คนที่ ๓๐ ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ที่ทำงานไม่รู้จักเหน็ด ไม่รู้จักเหนื่อย ไม่มีวันหยุด ไม่มีเสาร์ อาทิตย์ แต่เรายังไม่มีโอกาสได้ใช้ประโยชน์จากสนามบินท่าอากาศยาน แห่งที่ ๓๐ ของประเทศไทยคือสนามบินมุกดาหาร ผมเรียนอย่างนี้ว่าบางครั้งนอกเหนือจาก การอยากฟังซ้ำคำที่เธอบอกรัก เราก็อยากฟังซ้ำถึงความคืบหน้าของการก่อสร้างโครงการ สนามบินจากกรมท่าอากาศยาน และผมเรียนว่าผมเชื่อมั่นรัฐบาลเชื่อมั่นรัฐมนตรี The Sun สุริยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีมนพร รัฐมนตรีสุรพงษ์ แต่อยากให้ กรมท่าอากาศยานได้ชี้แจงและสื่อสารบ่อย ๆ อย่าแผ่ว อย่าเงียบไปครับ คนมุกดาหารรออยู่ มุกดาหารนั้นไม่ใช่ทางผ่านครับ แต่เราคือปลายทางแห่งความสุข เราคือเมืองชายแดน ที่มีศักยภาพ มุกดาหารเมืองพญานาค ๓ แผ่นดิน แต่ว่าระบบ Logistics คมนาคมขนส่ง ของเรามีแค่ ๒ ทาง คือทางน้ำและทางบก ดังนั้นวันนี้ผมมาทวงถามอีก ๑ ช่องทาง ระบบขนส่ง Logistics คือทางอากาศ วันนี้เงิน Digital กำลังจะหมุนไป Soft Power กำลังจะเข้ามา ทำให้เงินสะพัด คนมุกดาหารและคนไทยร้อนใจครับ ดังนั้นผมจึงขอหารือผ่านท่านประธาน ไปยังกรมท่าอากาศยานว่า ช่วยติดปีกให้คนมุกดาหารเพิ่มโอกาสให้คนมุกดาหารได้มี ศักยภาพในการแข่งขัน อย่าให้คนมุกดาหารรอเก้อ อนุสรณ์จึงถามว่าสนามบินมุกดาหาร จะได้ใช้กี่โมง กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านสุดท้าย คุณปรัชญาวรรณ ไชยสืบ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาค่ะ ดิฉัน ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ พรรคก้าวไกลค่ะ🔗
วันนี้ดิฉันมีเรื่องอยากจะ ปรึกษาหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผ่านทางสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ เรื่องสะพานท่าเทียบเรือชำรุด จำนวน ๒ แห่ง แห่งแรกสะพานท่าเทียบเรือประมงเจ้าหลาว บริเวณหมู่ที่ ๕ ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ และแห่งที่ ๒ สะพานท่าเทียบเรือประมง ปากน้ำกระแจะ บริเวณหมู่ที่ ๑ ตำบลกระแจะ อำเภอนายายอาม ทั้ง ๒ แห่ง เกิดการชำรุด เสียหาย ปูนแตกทรุดตัวมีรอยร้าวที่เกิดจากแรงกระแทกของคลื่น จนตอนนี้เสาสะพาน ถูกน้ำทะเลเซาะกร่อนจะเหลือแต่โครงเหล็กแล้วค่ะ จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เร่งดำเนินการซ่อมแซมหรือว่าจะรื้อถอน แล้วสร้างใหม่ก็ยิ่งดี เพราะไม่รู้ว่าจะถล่มลงมาวันไหนนะคะ🔗
เรื่องถัดไป ขอให้เร่งรัดการโอนถ่ายกิจการประปาที่บ้านท่าใต้ หมู่ที่ ๕ ตำบลตะกาดเง้า เนื่องจากดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ว่ามีปัญหา เรื่องน้ำประปาขุ่นเป็นเวลานาน ซึ่งประปาแห่งนี้เป็นกิจการประปาหมู่บ้าน แต่ว่าไม่สามารถ บริหารจัดการได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำ แล้วน้ำมีสีขุ่นข้น ดังในภาพเลยนะคะ แม้แต่จะเอามาซักผ้าชาวบ้านก็ยังไม่กล้าใช้ค่ะท่านประธาน ทางท้องถิ่น ขอโอนถ่ายกิจการประปาไปให้การประปาส่วนภูมิภาคดูแลต่อ แต่ว่าตอนนี้อยู่ระหว่าง รอการอนุมัติ จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาคช่วยเร่งรัด ดำเนินการโอนถ่ายกิจการประปาแห่งนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
เรียนท่านสมาชิก ทุกท่านครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อเข้าประชุมจำนวน ๓๑๘ ท่านแล้ว ครบองค์ประชุมครับ ผมจึงขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
๑. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
ขอเชิญคณะกรรมาธิการวิสามัญกรุณาเข้าประจำที่ครับ ท่านสมาชิกครับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการพิจารณาในวาระที่ ๒ ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่ ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วก็เรียงตามลำดับมาตราจนจบนะครับ ในร่างฉบับนี้ไม่มีสมาชิกท่านใด เสนอคำแปรญัตติ ดังนั้นผมก็จะให้กรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ได้อภิปราย ส่วนสมาชิก จะอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำหรือข้อความที่คณะกรรมาธิการได้แก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น เมื่อคณะกรรมาธิการได้ตอบชี้แจงจนจบแล้ว ก็มีจะการลงมติในแต่ละมาตราไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๑ ซึ่งการลงมตินั้นก็ต้องให้มีสมาชิกอยู่ในที่ประชุมครบองค์ประชุมนะครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการจะมีอะไรชี้แจงก่อนไหม เชิญครับ🔗
ท่านประธาน สภาที่เคารพครับ ผม ดนุพร ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมขออนุญาต ท่านประธานไม่นานครับ เพื่อที่จะชี้แจงกับสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติแห่งนี้ครับว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ในมาตรา ๔ ได้กล่าวถึงศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ โดยใจความว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค ของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะเข้าร่วมโหวตในวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ นะครับว่า การแก้ไข กฎหมายฉบับนี้เราทำเพื่อคนไทยทุกคน ซึ่งที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ นั้น ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งได้เสนอเข้ามาในสภาแห่งนี้ทั้งหมด ๔ ฉบับครับ ซึ่งฉบับแรกนั้นเป็นฉบับของคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ฉบับที่ ๒ เป็นร่างของคุณธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ เป็นผู้เสนอ ฉบับที่ ๓ เป็นร่างของคุณสรรเพชญ บุญญามณี เป็นผู้เสนอ และฉบับที่ ๔ เป็นร่างของคุณอรรณว์ ชุมาพร กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๑๑,๖๑๑ ท่าน เป็นผู้เสนอ และแน่นอนครับ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ นั้น สภาแห่งนี้มีมติที่จะรับหลักการ โดยการพิจารณาเราจะใช้ร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นร่างหลัก ในการพิจารณา ท่านประธานได้แจ้งกับที่ประชุมไปแล้วว่าเรามีกำหนดการแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน ซึ่งครบกำหนดแล้วเมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๗ ปรากฏว่าไม่มีสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรท่านใดได้ยื่นคำแปรญัตติครับ🔗
ผมเรียนว่ากรรมาธิการวิสามัญที่ได้ตั้งขึ้น ณ วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ นั้น เราประชุมครั้งแรกในวันพุธที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๗ และครั้งสุดท้ายในวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๗ เราใช้เวลาในการประชุมตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายที่ตรวจร่างการประชุมนั้น เราใช้เวลาทั้งหมด ๑๒ ครั้ง ซึ่งก็อยู่ในระยะเวลาที่ทาง สส. ทางหลายพรรคการเมืองก็ได้แจ้ง กับพี่น้องประชาชนที่รอคอยและคาดหวังกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ว่าจะใช้เวลาให้เร็วที่สุด ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญของพวกเรานั้นได้พิจารณา โดยใช้เวลาประมาณสัก ๒ เดือนครึ่ง ซึ่งเราได้พิจารณาเริ่มต้นด้วยชื่อร่าง คำปรารภ และพิจารณาเรียงลำดับรายมาตราจนจบร่าง ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด ๖๘ มาตรา ซึ่งผมเรียนนะครับว่าสรุปคร่าว ๆ มีอยู่ ๓ ประเด็น ที่ผมจะขอทางสภาผู้แทนราษฎรนั้นได้สรุปคร่าว ๆ ให้หลาย ๆ ท่านได้รับทราบว่าประเด็นที่ กรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาแล้ว และสรุปเป็นข้อมาง่าย ๆ คือประมาณ ๓ ข้อครับ🔗
ข้อแรก คณะกรรมาธิการเห็นว่าบทบัญญัติในบางมาตราของพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มีการใช้ถ้อยคำไม่สอดคล้องกับบริบทของสังคมในปัจจุบัน จึงมีการปรับถ้อยคำ ให้มีความเหมาะสมเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศ🔗
ข้อที่ ๒ คณะกรรมาธิการเห็นว่าเกณฑ์อายุขั้นต่ำในการหมั้นและการสมรส ของบุคคลควรกำหนดไว้ที่อายุ ๑๘ ปีบริบูรณ์ เพื่อให้ผู้ที่จะทำการหมั้นหรือสมรสมีอายุ พ้นจากความเป็นเด็ก และเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายภายในประเทศที่มีบทบัญญัติ เกี่ยวข้องกับเด็ก รวมทั้งหลักการคุ้มครองสิทธิเด็กในการป้องกันปัญหาการแต่งงานในวัยเด็ก กับการบังคับให้เด็กแต่งงาน และแน่นอนครับ ประเด็นที่ผมพูดมาทั้งหมดนั้นมันจะไปเชื่อมกับ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนฉบับอื่นที่ทาง ประเทศไทยนั้นเป็นภาคีอยู่🔗
ข้อที่ ๓ คณะกรรมาธิการได้เพิ่มบทบัญญัติขึ้นใหม่จำนวน ๑ มาตรา เพื่อกำหนดให้คู่สมรสที่ก่อตั้งครอบครัวตามประมวลกฎหมายฉบับนี้ มีสิทธิ หน้าที่และ สถานะทางกฎหมายตามกฎหมายอื่น ที่ได้กำหนดไว้ให้แก่สามีภริยา หรือสามีภรรยาในทันที ซึ่งจะเป็นการลดภาระให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ในการทบทวนและแก้ไขกฎหมาย ที่มีอยู่ในความรับผิดชอบครับ อย่างไรก็ตามในกรณีที่กฎหมายฉบับใดกำหนดสิทธิ หน้าที่ สถานะทางกฎหมาย หรือเรื่องอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับสามีภริยา หรือสามีภรรยาไว้แตกต่างกัน หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องยังคงต้องดำเนินการทบทวนกฎหมายดังกล่าวให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗
นอกจากนี้กรรมาธิการได้มีการตั้งข้อสังเกต เพื่อให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง พิจารณาปรับปรุงกฎหมายในความรับผิดชอบของตัวเอง ให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อวันนี้เราจะได้ส่งให้กับ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป และก่อนที่จะเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ผมขอเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังท่าน สส. ทุก ๆ ท่าน รวมทั้งส่งต่อไปยัง พี่น้องประชาชนว่ากฎหมายฉบับนี้เราแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อทุกคนในประเทศไทย เพราะว่า หลังจากที่ได้มีการผ่านวาระที่ ๑ ไปแล้ว เราเองก็ได้ฟังเสียงรอบด้าน แล้วก็มีการพูดคุยว่า กฎหมายฉบับนี้ทำเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดของผม ที่เป็นประธาน และทุก ๆ ท่านเราพิจารณาด้วยความรอบคอบ และขอยืนยันครับว่า กฎหมายฉบับนี้ชายหญิงทั่วไปท่านเคยได้รับสิทธิอย่างไร ท่านจะไม่เสียสิทธิแม้แต่น้อย สิทธิของท่านในทางกฎหมายยังเท่าเดิมทุกประการ และในทางเดียวกันครับ กฎหมายฉบับนี้ จะคุ้มครองคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งก็แล้วแต่ทุกท่านจะเรียกว่าเป็น LGBT เป็นผู้ชายข้ามเพศ ผู้หญิงข้ามเพศหรืออะไรก็ตาม แต่วันนี้ทุกสังคมไม่ว่าประเทศไทยหรือต่างประเทศ ผมเชื่อว่า ทุกคน ณ ที่นี้รวมถึงพี่น้องประชาชนทางบ้านทราบดีครับว่าเราไม่ได้มีเพียงแค่เพศชาย เพศหญิงอีกต่อไปแล้ว มีคนกลุ่มหนึ่งที่อาจจะเกิดมาเป็นเพศชายหรือเพศหญิงเขาเลือกเกิด ไม่ได้ครับ แต่คนเหล่านี้เขาเลือกที่จะเป็นตามสิ่งที่เขาต้องการ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ เราต้องการที่จะคืนสิทธิให้คนกลุ่มนี้ เราไม่ได้ให้สิทธิเขาครับ เป็นสิทธิเบื้องต้นที่คนกลุ่มนี้ แล้วแต่ท่านจะเรียก เขาเสียสิทธินี้ สิทธิที่ผมพูดข้างต้น แน่นอนครับ เป็นสิทธิของ การรักษาพยาบาล การลดหย่อนภาษีต่าง ๆ การเสียภาษีที่ผมได้เรียนไปแล้ว รวมถึงการเซ็น ยินยอมให้เข้าสู่กระบวนการรักษาพยาบาล คนเหล่านี้เขาไม่เคยได้สิทธิแบบนี้ ดังนั้นการแก้ไข กฎหมายฉบับนี้เป็นการคืนสิทธิ และทุกพรรคการเมืองเมื่อตอนหาเสียงเลือกตั้งเราก็เคยบอก กันครับว่า เราอยากจะทำให้สังคมนี้เป็นสังคมที่เท่าเทียมกัน เราจะลดความเหลื่อมล้ำ ในสังคมของประเทศไทย🔗
ดังนั้นผมขอเรียนท่านประธานผ่านไปยัง สส. รวมทั้งผ่านไปยังพี่น้อง ประชาชนครับว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความเท่าเทียม และพวกเรา เข้าใจกันดี กฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่ยาที่จะรักษาได้ทุกโรค แต่อย่างน้อยเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในการที่จะสร้างความเท่าเทียมกันในสังคมไทย วันนี้ฝากท่าน สส. ทุกท่านครับ เชิญชวนทุกท่าน มาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เราจะเป็นประเทศที่ ๓ ในภูมิภาคเอเชีย ที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม เราจะเป็นประเทศแรกในภูมิภาค Southeast Asia ครับ และเราจะภาคภูมิใจในเวทีโลกครับว่า ประเทศไทยวันนี้เห็นความสำคัญของความเหลื่อมล้ำ ในสังคม เห็นความสำคัญของความเหลื่อมล้ำทางเพศ อย่างที่ผมได้เรียนไปแล้วครับ คนเหล่านี้เลือกเกิดไม่ได้ เขาเลือกที่จะเป็น เป็นสิทธิของเขาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทุกประการ ดังนั้นเชิญชวนทุกท่านให้ร่วมพิจารณากับคณะกรรมาธิการ ๖๘ มาตรา เข้าใจว่า อาจจะค่อนข้างเยอะ แต่ว่ามีการปรับแก้ไม่มากนักถ้าท่านได้ฟัง รวมทั้งแน่นอนครับ ในการ ประชุมกรรมาธิการวิสามัญเองมีบางมาตราที่เราไม่สามารถมีความเห็นที่ตรงกันในการ พิจารณา มีผู้สงวนคำแปรญัตติแค่ประมาณ ๑๔ มาตราเท่านั้นเอง ก็ขอให้ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรนั้นได้พิจารณาไปพร้อม ๆ กันทั้งสภา และหวังว่าวันนี้พวกเราในฐานะ ตัวแทนของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศจะร่วมสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไทย ผมเรียนท่านประธานครับ บัดนี้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว โดยใช้ระยะเวลาประมาณ ๒ เดือนครึ่ง ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร และ สส. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่จะเข้าร่วมกันพิจารณาในวาระต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ต่อไปผมขอเชิญท่านเลขาธิการดำเนินการต่อไปครับ🔗
ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕ มีการแก้ไข🔗
เนื่องจากมาตรานี้ คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข สมาชิกท่านใดจะขออภิปรายบ้าง เชิญครับ เชิญคุณธีระชัย แสนแก้ว ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมใคร่ขออนุญาตอภิปรายร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือที่เราเรียกว่า กฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งผมอภิปรายสนับสนุนมาโดยตลอด ในมาตรา ๕ มาตรา ๑๓ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๖๖/๑ ไปในคราวเดียวกันเลยครับท่านประธาน และกระผมเห็นด้วย กับคณะกรรมาธิการแก้ไขด้วยเหตุผลดังนี้ครับท่านประธาน🔗
ประเด็นแรก ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการทุกท่านเลยนะครับ ที่ท่านมีความตั้งใจในการยกร่างฉบับนี้อย่างรวดเร็ว ทันอกทันใจ ใช้เวลาไม่นาน ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นที่จับตาของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการแก้ไข กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยการกำหนดให้บุคคล ๒ คน ไม่ว่าจะเป็นเพศเดียวกันก็ตาม หรือต่างเพศก็ตาม สามารถหมั้นหรือสมรสกันได้ มีการแก้ไขเพียงคำว่า ชาย หญิง สามี ภริยา และสามีภรรยา มาเป็นคำว่า บุคคล คู่หมั้น ผู้รับหมั้น และคู่สมรส เพื่อให้เกิดความ ครอบคลุมคู่หมั้น คู่สมรส ในทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นบุคคลเพศเดียวกันหรือบุคคลต่างเพศให้ถือว่า เป็นการรับรองทางกฎหมายครับท่านประธาน และมีการเพิ่มสาเหตุในการฟ้องหย่า และการเรียกค่าทดแทนครอบคลุม ในกรณีที่คู่หมั้นหรือคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปนอกใจ และไปมีสัมพันธ์กับคนอื่น คู่สมรสก็จะได้รับรองทางกฎหมายฉบับนี้ในการเรียกค่าทดแทน🔗
ประเด็นที่ ๒ ในมาตรา ๕ และมาตรา ๑๓ มีการแก้ไขอายุครับท่านประธาน จากเมื่อก่อนอายุเพียง ๑๗ ปี ก็สามารถทำการหมั้นและทำการสมรสกันได้แล้ว แต่กฎหมาย ฉบับนี้ให้เพิ่มเป็น ๑๘ ปี ถึงจะสามารถหมั้นและสมรสได้ เพราะต้องการให้เกิดความสอดคล้อง กับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซึ่งอนุสัญญาฉบับนี้เป็นการกำหนดสิทธิเด็กในทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ ทางสังคม ทางสุขภาพ และทางวัฒนธรรมของเด็ก แล้วก็นิยามว่า เด็ก คือมนุษย์ใด ๆ ที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ดังนั้นคณะกรรมาธิการชุดนี้แก้ไขโดยการเพิ่มอายุ ๑๗ ปี มาเป็น ๑๘ ปี กระผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน เพราะการที่สหประชาชาติ กำหนดให้อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กคือการกำหนดเกณฑ์สากลครับ การใช้อายุ ๑๘ ปีนี้ เป็นเกณฑ์ที่คั่นระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ ถ้าอายุไม่ถึง ๑๘ ปี ก็ถือว่ายังเป็นเด็กอยู่ ถ้าอายุถึง ๑๘ ปีแล้ว ก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่ ถึงแม้ว่ายุคนี้สมัยนี้เด็กมันโตเกินวัยครับ บางครั้งบางคราว เราก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กอายุ ๑๕ ปี มันก็เหมือนอายุ ๑๘ ปี เพราะฉะนั้นในเมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว การใช้เกณฑ์ ๑๘ ปี ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีนะครับท่าน ตรงที่เราจะกำหนดการตัดสินใจ จะจดทะเบียนสมรสที่จะก่อร่างสร้างตัวเป็นครอบครัว ก็ควรบรรลุนิติภาวะหรืออยู่ในสภาวะ ที่พ้นเด็กแล้ว เพื่อให้สถาบันครอบครัวมีความมั่นคงและสร้างอนาคตต่อไปในภายภาคหน้าได้ นี่เป็นแนวความคิดที่นำเสนอโดยการแก้ไขกฎหมายมันจะได้แยกแยะได้ถูก🔗
ประเด็นที่ ๓ เมื่อเรามีการแก้กฎหมายฉบับนี้เรียบร้อยแล้ว มีหลายท่าน ที่มีความเป็นห่วงนะครับว่า เราจะต้องแก้กฎหมายต่าง ๆ นับร้อยฉบับ เพื่อให้กฎหมาย สมรสเท่าเทียมนี้มีผลบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ ไปด้วย แต่กระผมมีความคิดว่าเพียงเราแก้ มาตรา ๑๔๔๘ มาตรานี้เพียงมาตราเดียว ก็เป็นหัวใจหลักและยังเป็นเงื่อนไขในกฎหมาย อีกหลายฉบับ พอพวกเขาจดทะเบียนสมรสกันแล้วก็ชอบด้วยกฎหมายที่จะทำให้สิทธิและ ประโยชน์ต่าง ๆ ในทางกฎหมายฉบับอื่นติดตามมาด้วยทันทีครับท่านประธาน ดังนั้นกระผม ไม่อยากจะให้พี่น้องประชาชนเป็นกังวลนะครับว่า สิทธิประโยชน์ในทางกฎหมายอื่น ๆ ว่าจะไม่ตามมาหรือต้องแก้ไขกฎหมายฉบับอื่น ๆ อีกยาวนานเป็นการแก้กฎหมาย เพราะการแก้กฎหมาย มาตรา ๑๔๔๘ นี้ก็ถือว่าเป็นการรับรองแล้วว่าทุกท่านตัดสินใจ ในการจดทะเบียนสมรสแล้ว จะต้องได้รับการรับรองและคุ้มครอง และจะต้องได้ สิทธิประโยชน์ทางกฎหมายอื่น ๆ ตามไปด้วย ที่กำหนดเรื่องสมรสไว้แล้ว🔗
สุดท้ายกระผมขอแสดงความยินดีกับพี่น้องประชาชนทุกคนนะครับว่า การที่พวกท่านต่อสู้ในเรื่องสมรสเท่าเทียมในเพศเดียวกันตั้งแต่ ๒๒ ปีที่แล้ว ผมจำได้ว่า เมื่อปี ๒๕๔๔ สมัยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร มีการเริ่มแนวความคิดนี้ ตั้งแต่วันนั้นครับ ผมเป็น สส. สมัยแรกผมจำได้ครับ กระแสสังคมไม่เห็นด้วยในช่วงนั้น และในวันนั้นสังคมก็ไม่พร้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขนบธรรมเนียม ประเพณี เรื่องศาสนา เรื่องอะไรต่าง ๆ ข้ออ้างมากมาย ตอนนั้นกระแสสังคมไม่เหมือนทุกวันนี้ แล้ววันนี้กระแสสังคม มีความต้องการให้พี่น้องประชาชน ในความต้องการสิทธิมนุษยชนในเรื่องสมรสเท่าเทียม คนเพศเดียวกันได้เปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว กฎหมายฉบับนี้จะทำให้การยอมรับและ คุณค่าของความเป็นคน และเห็นคุณค่าของความรักความหลากหลาย ซึ่งจะช่วยสร้างให้ สถาบันครอบครัวมีความเข้มแข็ง ทำให้สังคมพวกเราสงบสุข ลดปัญหาความขัดแย้ง และเป็นการวางรากฐานสังคมไทยของเรามีความมั่นคงยั่งยืนต่อไป กระผมขอสนับสนุน กฎหมายฉบับนี้ตามมาตราที่ผมได้กล่าวไว้เบื้องต้น ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณมากครับ มีท่านใดจะอภิปรายอีกไหมครับ ถ้าไม่มีผู้ใดอภิปราย เนื่องจากมาตรานี้มีการแก้ไข ผมจึงจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ครับ ผมขอเชิญให้ท่านสมาชิกเข้ามาในห้องแล้วก็กดปุ่มแสดงตนก่อนครับ🔗
ท่านที่เข้ามา ในห้องประชุมแล้ว กรุณาเสียบบัตรและกดแสดงตนด้วยนะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ๔๗๕ แสดงตนครับ🔗
๔๗๕ แสดงตนครับ เจ้าหน้าที่ช่วยจดด้วยนะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ๓๒๔ แสดงตนครับ🔗
ท่านบอกเลขที่ ชัด ๆ หน่อย เจ้าหน้าที่จะได้จด ช่วยบอกอีกทีครับ🔗
๓๒๔ วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ครับ🔗
ท่านประธานครับ ๑๙๕ แสดงตนครับ🔗
๑๙๕ แสดงตน เจ้าหน้าที่จดนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๐๑๖ กาญจน์ ตั้งปอง แสดงตนครับ🔗
แสดงตนครับ เจ้าหน้าที่จดนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๒๙๐ ยอดชาย แสดงตนครับ🔗
๓๒๒ วรรณิดา แสดงตนค่ะ🔗
เจ้าหน้าที่จดนะครับ กำลังเดินเข้ามาอีกหลายท่านครับ เมื่อเข้ามาแล้วก็เสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน เทียบจุฑา ขาวขำ ๑๕๖ ขอแสดงตนค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
๑๕๖ แสดงตนครับ🔗
กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ๔๔๘ แสดงตนครับ🔗
๔๔๘ แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๓๒๔ ได้บัตรแล้วครับ เดี๋ยวจะเสียบบัตรแทนครับ🔗
ครับ ที่เข้ามาแล้ว มีท่านใดยังไม่กดปุ่มแสดงตนบ้าง ไม่มีแล้วนะครับ ขอให้เจ้าหน้าที่แสดงคะแนนด้วย แล้วที่หน้าบัลลังก์ช่วยเอาผู้ที่แสดงตนโดยเสียงมาด้วยครับ ขอคะแนนข้างหน้าบัลลังก์ด้วยครับ🔗
เรียนท่านประธาน ๑๔๔ แสดงตนครับ🔗
ครับ🔗
ท่านประธานครับ วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ๓๒๗ ขอแสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๐๒ สรวีย์ แสดงตนครับ🔗
๑๔๖ แสดงตนครับท่านประธาน🔗
ครับ ผมขอปิด การแสดงตนครับ มีผู้เข้าแสดงตนที่เสียบบัตร ๓๕๐ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ๑๗๗ แสดงตนครับ กราบขออภัยครับ🔗
อันนี้บันทึกไว้นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๓๒ แสดงตนครับท่านประธาน🔗
ท่านประธาน ๒๒๑ แสดงตนครับ🔗
ครับ เจ้าหน้าที่จะได้ บันทึกไว้ แต่ผมได้ปิดการแสดงตนแล้ว ไม่เป็นอะไรครับ เพราะว่าขณะนี้มีองค์ประชุมทั้งหมด ๓๖๓ ครับ ๓๕๐ บวก ๑๓ ถือว่าครบองค์ประชุมครับ ๓๖๓ นะครับ🔗
ผมก็จะขอถามมติ นะครับว่าท่านจะเห็นชอบกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ครับ ก่อนที่จะลงคะแนน ขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ🔗
ขอให้ท่าน ได้แสดงตนอีกครั้งหนึ่งครับ🔗
ท่านประธานครับ วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ๓๒๗ ครับ🔗
๓๒๗ แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย คือเมื่อสักครู่ท่านประธานบอกว่าให้แสดงตนอีกครั้ง พอดีเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็เข้าใจว่าแสดงตนอีกครั้ง นี่หมายถึงเมื่อสักครู่นี้ล้างใหม่ หรือว่าอย่างไร ก็ขอท่านประธานให้ความชัดเจนหน่อยครับ ว่านี่คือโหวตแล้วใช่ไหมครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ผมสับสนเอง ตอนนี้โหวตได้เลยครับ ถือว่าที่ประชุมครบแล้วนะครับ ๓๖๓ เสียง ที่ลงมติไป เมื่อสักครู่ ต่อไปนี้ก็ขอให้สมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนว่าจะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่แก้ไข ร่างมาตรา ๕ หรือไม่ ท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการคือเห็นด้วยกับร่างเดิม โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย และท่านใดที่ต้องการงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงมติได้ครับ🔗
ท่านประธานครับ วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ๓๒๗ เห็นด้วยครับ🔗
๓๒๗ เห็นด้วยครับ ท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนนบ้างครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานคะ ๐๒๕ เห็นด้วยค่ะ🔗
๐๒๕ เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๒๙ เห็นด้วยครับ🔗
๔๒๙ เห็นด้วยครับ มีท่านใดอีกไหมครับ ถ้าไม่มีแล้วก็ขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลคะแนน ด้วยนะครับ ผลของการลงคะแนน เห็นด้วย ๓๖๗ บวก ๓ เป็น ๓๗๐ ไม่เห็นด้วย ๑ งดออกเสียง ๓ ไม่ลงคะแนน ๑๑ นะครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
สหัสวัต คุ้มคง ครับ เมื่อสักครู่ผมไม่ได้ยินเสียง เรียกลงคะแนนนะครับ ก็เลยไม่ได้โหวตครับ🔗
บันทึกไว้ก็แล้วกัน🔗
ผมเห็นด้วยครับ🔗
ท่านเห็นด้วย นะครับ🔗
ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ เห็นด้วยครับ ท่านประธานบันทึกไว้หน่อยครับ🔗
บันทึกไว้นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ๐๗๕ เห็นด้วยครับ🔗
เห็นด้วยนะครับ ก็บันทึกไว้นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม พลากร พิมพะนิตย์ ๒๔๔ ไม่ได้ยินเสียงเรียกโหวตเหมือนกันครับท่านประธาน เห็นด้วยครับ🔗
เห็นด้วยนะครับ บันทึกไว้นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วิรัช พิมพะนิตย์ ๓๔๔ เห็นด้วยครับ🔗
เห็นด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานคะ ณัฐจิรา อิ่มวิเศษ ๑๒๔ เห็นด้วยค่ะ🔗
เห็นด้วยนะครับ บันทึกไว้นะครับ🔗
ขออนุญาตค่ะท่านประธาน พนิดา มงคลสวัสดิ์ ๒๓๗ เห็นด้วยค่ะ🔗
๒๓๗ เห็นด้วยนะครับ🔗
เรียนท่านประธาน ยอดชาย จากเมืองพัทยา เห็นด้วยครับ🔗
เห็นด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ภูริวรรธก์ ใจสำราญ ๒๘๑ เห็นด้วยครับ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ สนอง เทพอักษรณรงค์ ๓๘๔ เห็นด้วยครับ🔗
เห็นด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๐๕๙ เห็นด้วยครับ จริง ๆ ผมกดแล้วเห็นด้วย แต่ผมไม่ทราบว่าต้องลุกขึ้นบอกเห็นด้วยอีกทีหรือเปล่านะครับ🔗
ไม่เป็นอะไรครับ บันทึกไว้หมดแล้วนะครับ ที่ประชุมนี้เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ เนื่องจากเมื่อสักครู่นี้ คะแนนมีช่องผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนถึง ๑๑ คน แล้วเพื่อนสมาชิกหลายท่านยืนยันว่า ไม่ได้ยินเสียงท่านประธาน ผมคิดว่าเพื่อความเป็นธรรมต่อทุกท่าน มันอาจจะเกิด ความผิดพลาดกันได้ ผมขออนุญาต ขออยากให้มีการลงคะแนนใหม่ในมาตรานี้ครับ ท่านประธาน🔗
ความจริงก็ลงคะแนน เรียบร้อยแล้ว สำหรับผู้ที่ไม่ได้ลงคะแนน และภายหลังเข้ามาได้แจ้ง ซึ่งบันทึกไว้แล้ว ชื่อท่านก็จะปรากฏในบันทึกรายงานการประชุมครับ สามารถจะดูได้ว่าท่านเห็นด้วย กับการแก้ไข🔗
ท่านประธาน ผม ณัฐวุฒิ ครับ ผมขออนุญาตท่านประธาน ขอทบทวนดุลพินิจของท่านประธานอีกครั้งได้ไหมครับ เนื่องจากว่าเป็นกฎหมายสำคัญ แล้วการถูกบันทึกว่าลงหรือไม่ลง ซึ่งอาจจะเกิด Error จากเทคนิคหรือเสียงที่ไม่ได้ยิน มันเป็นความผิดพลาดที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดครับ ฉะนั้นเพื่อความเป็นธรรม ตอนนี้ทุกท่านพร้อมได้ยินเสียงทุกคนตรงกันแล้ว อยากจะขอล้าง สักรอบหนึ่ง แล้วก็ลงคะแนนใหม่ในมาตรานี้ครับท่านประธาน ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ🔗
ก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร แต่ว่าลงคะแนนใหม่ก็หารืออีกครั้งว่า จะต้องไปตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ก็ไม่มีใคร ลุกขึ้นไป จะตรวจสอบองค์ประชุมอีกสักครั้งไหม แล้วก็ลงคะแนนใหม่ผมก็ยินดีครับ เพื่อความชัดเจน ไม่มีปัญหาอะไร คุณณัฐวุฒิเห็นเป็นอย่างไร จะต้องตรวจสอบองค์ประชุม🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดอุทัยธานี คืออย่างนี้ครับ ข้างหลังไม่ค่อยได้ยินครับ🔗
ไม่ค่อยได้ยินหรือครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเราก็จะล้างใหม่นะครับ ถ้าจะล้างใหม่ก็ล้างใหม่ตั้งแต่เรื่องขององค์ประชุม เลยนะครับ เพื่อจะได้ไม่แตกต่างกันเรื่องคะแนน ขอทำความเข้าใจอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า ในมาตรา ๕ นี้ เราจะมีการลงคะแนนอีกครั้งหนึ่งว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของ คณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนที่จะลงคะแนนผมขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกสักครั้งหนึ่งครับ กรุณากดปุ่มแสดงตนด้วยนะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ครับ เมื่อสักครู่ก็ได้มีเพื่อนสมาชิกบางท่านได้เดินออกจากห้องประชุม ไปแล้ว ก็ขออนุญาตท่านประธานให้สัญญาณออดอีกสักรอบหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิก ที่เพิ่งออกไปข้างนอก ขอความกรุณาเข้ามาอีกครั้งหนึ่งครับ จะลงมติอีกครั้งหนึ่งครับ เราได้ล้างผลคะแนนที่ผ่านไปแล้วนะครับ เชิญครับ ขอความกรุณาเข้ามาอีกครั้งหนึ่งครับ กำลังเดินเข้ามาแล้วครับ เราจะล้างใหม่ตั้งแต่องค์ประชุมนะครับ ขอให้ท่านกดปุ่มแสดงตน ก่อนครับ จะตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ🔗
มีท่านใด ยังไม่แสดงตนครับ ขอให้เจ้าหน้าที่ได้แสดงคะแนนต่อที่ประชุมครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ๑๔๕ ทรงศักดิ์ รายงานตัวครับ🔗
๑๔๕ นะครับ มีท่านใดยังไม่ได้แสดงตนบ้างครับ🔗
๑๗๗ แสดงตนครับ🔗
๑๗๗ แสดงตนครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ยอดชาย ๒๙๐ แสดงตนครับ🔗
แสดงตน ๓ ท่านแล้วนะครับ🔗
๐๐๖ แสดงตนครับ🔗
แสดงตน เป็น ๔ ท่านนะครับ ไม่มีแล้วนะครับ ก็ปิดการแสดงตนนะครับ ตอนนี้เข้ามาแสดงตน ๓๗๖ บวก ๔ เป็น ๓๘๑ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม🔗
ผมก็จะขอพูด ให้ชัดอีกครั้งหนึ่ง เผื่อข้างหลังไม่ได้ยินนะครับ จะมีการลงมติว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไข ของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ กรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดต้องการงดออกเสียง กรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ทุกท่านคงชัดเจนนะครับ ถ้าชัดเจนก็กรุณาลงคะแนนด้วยนะครับ🔗
ท่านผู้ใด ยังไม่ได้ลงคะแนนบ้างครับ หรือเครื่องลงคะแนนมีปัญหากรุณาบอกด้วยนะครับ ไม่มีนะครับ ปิดการลงคะแนน ก็ให้เจ้าหน้าที่แสดงผลคะแนนครับ มีผู้มาลงมติ ๓๘๙ เห็นด้วย ๓๘๕ ไม่เห็นด้วย ๑ งดออกเสียง ๓🔗
ท่านประธานครับ ๒๓๓ เมื่อสักครู่กดไปเป็นปุ่มสีส้ม เป็นไม่ลงคะแนน ก็ขอเปลี่ยนเป็นเห็นด้วยนะครับ แต่ผมกดไปแล้ว มันขึ้นเขียวแล้วล่ะครับ🔗
ขอแก้ไขได้ครับ บอกชื่อ หมายเลขด้วยครับ จะได้ตรง🔗
พงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ พรรคก้าวไกล หมายเลข ๒๓๓🔗
เมื่อสักครู่นี้ กดผิดใช่ไหมครับ กดไปไม่เห็นด้วย แต่ตอนนี้ท่านขอเห็นด้วยนะครับ🔗
กดไปงดออกเสียงครับ แล้วก็กดเปลี่ยนใหม่ เป็นเห็นด้วยครับ🔗
ได้ครับ บันทึกไว้ครับ ไปตรวจสอบอีกทีครับ ถือว่ามาตรา ๕ นี้ที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ ต่อไปเชิญเลขาธิการดำเนินการต่อครับ🔗
มาตรา ๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๓ มีการแก้ไข🔗
เนื่องจากมาตรานี้ เป็นมาตราคลุมแก้ไข มาตรา ๑๔๔๘ ถึงมาตรา ๑๔๕๐ ซึ่งในรายละเอียดแต่ละมาตราต่างกัน ดังนั้นเพื่อให้การพิจารณาและลงมติเป็นไปด้วยความรอบคอบ ผมขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๗๘ วรรคสอง ขอให้แยกประเด็นการพิจารณาในมาตรา ๑๓ นี้ ตามที่ได้ชี้แจง แล้วก็จะ ให้มีการพิจารณาและลงมติในลำดับของมาตราย่อยที่ปรากฏในมาตรา ๑๓ โดยบทบัญญัติ ของมาตราคลุม ที่คลุมไปถึงถือว่าคณะกรรมาธิการเห็นด้วยกับการที่ไม่มีการแก้ไขนะครับ ถ้าไม่เห็นเป็นอย่างอื่นก็ขอดำเนินการตามนี้นะครับ เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการครับ จะเริ่มตั้งแต่มาตรา ๑๔๔๘ ซึ่งเป็นมาตราคลุมที่มีการแก้ไขแล้วก็มีคณะกรรมาธิการ แสดงความคิดเห็น ถือว่าดำเนินการตามนี้นะครับ คณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นจะขอ อภิปรายก็เชิญได้ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ ตามที่ท่านประธานกรรมาธิการ สส. ดนุพร ปุณณกันต์ ได้นำเรียนครับว่า การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ว่าด้วยสมรสเท่าเทียมในวันนี้สำคัญยิ่ง มิใช่เฉพาะต่อ พี่น้อง LGBT ผู้มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทยเท่านั้น แต่หมายรวมถึงพี่น้อง ที่อยู่ในเอเชีย หมายรวมถึงแม้กระทั่งประชาคมโลก ดังเช่นกรณีที่มีการประชุมสมัชชา สหภาพรัฐสภา หรือ IPU 148 ก็มีเสียงปรบมือดังกึกก้อง เมื่อทราบว่าจะมีการผ่าน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ในวันนี้ เป็นต้น🔗
สำหรับกรณีของมาตรา ๑๓ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๔๔๘ นั้น ในส่วนของผมได้สงวนความเห็นไว้ในประเด็นที่เกี่ยวข้องด้วยกันทั้งหมด ๒ ประการด้วยกัน แต่ก่อนที่จะเข้าด้วยเหตุและผลทั้ง ๒ ประการว่า ผมมีเหตุผลความจำเป็นใด ๆ ในการสงวน ผมต้องขออนุญาตนำเรียนเบื้องต้นครับว่า เรื่องของมาตรา ๑๔๔๘ ซึ่งถือเป็นหัวใจของ การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับนี้นั้น มีเงื่อนไขที่จะต้องพิจารณาอยู่ทั้งหมด ๓ ประการด้วยกัน🔗
ประการที่ ๑ ก็คือว่าจะต้องมาพิจารณากันว่า ใครเป็นผู้มีสิทธิหรือเป็น ผู้ทรงสิทธิที่จะดำเนินการสมรส ซึ่งแน่นอนครับ ในอดีตที่ผ่านมาเป็นแต่เพียงเพศที่เกิดขึ้น โดยกำเนิดที่เป็นชายและหญิงเท่านั้น และร่างหลักไม่ว่าจะเป็นของ ครม. และเพื่อนสมาชิก ทุกพรรคการเมืองเห็นตรงกันว่าต้องเปลี่ยนเป็นบุคคลทั้ง ๒ ฝ่าย🔗
ประการที่ ๒ คือเงื่อนอายุของการสมรสครับว่า ในอดีตที่ผ่านมานั้นมีการกำหนด เงื่อนอายุการสมรสมาโดยตลอดว่า บุคคลที่จะทำการสมรสกันได้นั้นต้องอยู่ที่อายุ ๑๗ ปีบริบูรณ์ ขึ้นไป แน่นอนครับ ในร่างที่มาทั้งหมด ๕ ร่างนั้นอาจจะมีความไม่เหมือนกันเสียทีเดียว ในแง่ของการแก้ไขเรื่องอายุ แต่ท้ายที่สุดกรรมาธิการทั้งหมดมีฉันทามติเห็นตรงกันว่า ถึงคราวที่จะต้องปรับแก้อายุจาก ๑๗ ปีนั้น เป็น ๑๘ ปี🔗
ประการที่ ๓ ที่เป็นเงื่อนไขสำคัญ เพราะเป็นเหตุที่มีข้อยกเว้นว่าในกรณีของ บุคคลที่อายุต่ำกว่า ๑๗ ปี ในอดีตที่ผ่านมาหรือกำลังจะต่ำกว่า ๑๘ ปี ตามร่างพระราชบัญญัติ ที่มีการแก้ไขในวันนี้นั้นอาจจะทำการสมรสกันได้ หากเกิดขึ้นบนเงื่อนไขที่มีการขออนุญาต ต่อศาล และศาลเห็นว่ามีเหตุอันสมควร🔗
ท่านประธานครับ โดยความดังกล่าวผมขออนุญาตที่จะปรับแก้ตัดข้อความ ตอนท้ายของมาตรา ๑๔๔๘ ตัดตั้งแต่คำว่า แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรศาลอาจอนุญาต ให้ทำการสมรสกันได้ ด้วยเหตุผลและความจำเป็นทั้งหมด ๔ ประการ ดังนี้🔗
ประการที่ ๑ การแต่งงานในวัยเด็กหรือที่เรียกว่า Child Early and Forced Marriage นั้น ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรงต่อเด็กอายุที่ต่ำกว่า ๑๘ ปี แน่นอนครับ ท่านอาจจะบอกว่าเด็กเหล่านี้มีวุฒิภาวะ เด็กเหล่านี้สามารถแสดงออก มีเจตจำนง มีพัฒนาการ แต่การแสดงออกเจตจำนงทั้งหมดนั้นท่านจะมั่นใจและยืนยัน ได้อย่างไรว่านั่นคือเจตจำนงที่แท้จริงของเด็กครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่าทั่วโลกนี้ มีกรณีของเด็กที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี อยู่ในเงื่อนไขการแต่งงานในวัยนี้ หรือถูกบังคับให้แต่งงาน เป็นจำนวนถึง ๑ ใน ๕ ของเด็กทั่วโลก มีเด็กอย่างน้อย ๑๒ คนต่อปี ที่เข้าเงื่อนไข การแต่งงานมีอายุที่ต่ำกว่า ๑๘ ปี และทุก ๆ นาทีที่เรากำลังยืนพูดอยู่ในขณะนี้มีเด็ก ถึง ๒๘ คนทั่วโลกที่กำลังจะแต่งงาน เรื่องเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่งครับ แน่นอน ท่านอาจจะตั้งคำถามว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยด้วยหรือไม่ ผมก็ต้องนำเรียนว่า มีข้อเท็จจริงโดยเฉพาะข้อเท็จจริงที่อยู่ในรายงาน Sustainable Development Goal หรือ SDG ข้อ ๕.๓.๑ ยืนยันข้อเท็จจริงครับว่า มีเด็กอย่างน้อยที่สุดที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ถึงร้อยละ ๑๗ ที่แต่งงานในวัยนี้ และในบรรดาเด็กที่แต่งงานนั้นมีถึงร้อยละ ๖ ที่ต่ำกว่า ๑๕ ปี นี่คือเรื่องใหญ่ที่เราไม่อาจปล่อยปละละเลยได้ครับ🔗
ประการที่ ๒ การแต่งงานวัยเด็กนั้นจะส่งผลกระทบต่อสิ่งที่สำคัญหลายประการ ด้วยกันครับ ผลกระทบที่สำคัญอย่างยิ่งคือผลกระทบต่อพัฒนาการหรือการเจริญเติบโต ของเด็ก แน่นอนครับ อาจจะมาพูดกันยากว่าเราแบ่งพัฒนาการเด็กออกเป็นกี่ช่วงวัย ออกเป็นกี่แบบ จะใช้ทฤษฎีของใครในการแบ่ง จะเป็นอิริกสัน (Ericson) จะเป็นโคลเบิร์ก (Kohlberg) จะเป็นปียาแฌ (Piaget) หรืออย่างใดก็แล้วแต่ แต่ท้ายที่สุดนั้นเราพบว่าการแต่งงาน ย่อมส่งผลกระทบต่อความเจริญเติบโตของเด็ก ย่อมทำให้เด็กต้องหยุดจากการศึกษา ย่อมทำให้เด็กต้องไม่อาจพัฒนาในแง่ของการฝึกอาชีพได้ ย่อมทำให้เด็กต้องตั้งครรภ์ก่อนวัย อันสมควร และอาจจะนำไปสู่ปัญหาการเลี้ยงดูเด็กที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่ควรจะเป็น แน่นอนครับ นี่คือความจน ความลำบากซ้ำซ้อนในวัยเด็ก และการแต่งงานในวัยเด็กนั้น มีตัวเลขชัดเจนแน่นอนว่าหลายคู่ที่มีการแต่งงานนั้น ต้องจบชีวิตการแต่งงานโดยในวัยที่ยังไม่ สมควรที่จะจบชีวิตของการแต่งงานหรือการดำรงชีวิตคู่ แน่นอนท่านอาจจะมีข้อถกเถียงว่า ในวัยผู้ใหญ่ก็มีการหย่าไม่น้อยไปกว่ากัน แต่ในวัยเด็กนั้นนำไปสู่พัฒนาการหรือผลกระทบ หรือเส้นทางทางสังคมที่ยุ่งยาก ยากลำบากกว่ากรณีของความเป็นผู้ใหญ่ครับ🔗
ประการที่ ๓ ประเทศไทยรับพันธกรณีระหว่างประเทศหลายฉบับ ไม่ว่าจะเป็น กรณีของ CRC ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ UPR ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ CEDAW หรือแม้กระทั่ง SDG กลไกของ UPR หรือคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาตินี้ คณะมนตรี สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติที่ประเทศไทยกำลังขอจะไปเป็นหนึ่งใน Member หรือกรรมาธิการในคณะมนตรีนั้นมีข้อเสนอต่อประเทศไทย และประเทศไทยได้ให้ คำมั่นสัญญาว่า เราจะมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสมรสในวัยเด็ก ผมยกตัวอย่าง บางประเทศที่มีข้อเสนอต่อประเทศไทย เช่น กรณีของประเทศเซียร์ราลีโอนที่บอกว่า Ensure that the Minimum Age of Marriage is 18 for Both Boys and Girls หมายความว่า เขาต้องการให้ทุกระบบในสังคมนั้น หยุดยั้งการแต่งงานในวัยเด็กโดยทันที ไม่ว่าจะเป็น เด็กชายหรือเด็กหญิง ติมอร์-เลสเตก็เช่นเดียวกันครับ มีข้อเสนอต่อประเทศไทยต้องยุติ การบังคับให้เด็กที่มีเพศสัมพันธ์ หรือกระทำชำเราตามเงื่อนไขของกฎหมายอาญานั้น สมรสกันได้ ซึ่งประเด็นหลังนั้นประเทศไทยได้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ วรรคท้ายไปแล้ว แต่คำมั่นต่อกรณีการสมรสในวัยเด็กนั้นยังไม่หมดไป นี่เป็นคำมั่นที่ประเทศไทยไปสัญญาไว้เอง ว่าจะดำเนินการในปี ๒๕๕๙-๒๕๖๓ แต่นี่ปี ๒๕๖๗ เราจะไม่ถือโอกาสนี้ในการแก้ไขตรงนี้หรือครับ🔗
ประการที่ ๔ เป็นประการสุดท้าย ผมเข้าใจและตระหนักดีครับว่าขณะนี้ เรากำลังเดินหน้าการแก้ไขเรื่องอายุ เรากำลังพิจารณาว่าการแก้ไขสิ่งที่ผมพูดนั้นเกินกว่า หลักการหรือไม่ ซึ่งผมยืนยันว่าไม่เกินต่อหลักการของการแก้ไข แต่มันเป็นเรื่องยากที่เรา จะบอกว่าการแก้ไขครั้งนี้ ถ้าไม่เดินหน้าต่อนั้นจะส่งผลกระทบอย่างไร ท่านอาจจะบอกว่า ท่านไว้วางใจต่อศาล ท่านอาจจะบอกว่าท่านไว้วางใจต่อดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาว่า อะไรเรียกว่าเหตุอันสมควรที่จะนำไปสู่การสมรส ผมไม่ปฏิเสธครับว่าศาลก็ต้องดูข้อเท็จจริง ในแต่ละราย แต่ท่านจะมั่นใจได้อย่างไรว่ากระบวนการยุติธรรมนั้นได้ข้อเท็จจริงอย่างสมบูรณ์ เพียงพอที่จะอนุญาตให้เด็กสมรสกัน ท่านจะมั่นใจได้อย่างไรว่าการจะสมรสของเด็ก ที่เอ่ยปากว่าฉันยินดีที่จะสมรสกันนั้น มิได้เกิดขึ้นจากการบอกหรือบังคับของคนที่อยู่ รอบตัวเด็ก ท่านจะมั่นใจได้อย่างไรว่าระบบความเชื่อของสังคมไทย แม้กระทั่งการละเมิด ทางเพศ ละครที่ผลิตซ้ำว่าเมื่อคุณถูกละเมิดทางเพศแล้ว คุณก็ควรจะรักคนที่ละเมิดทางเพศ ต่อคุณ หรือแต่งงานต่อคนที่ข่มขืนกระทำชำเราคุณ แล้วคุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ระบบความเชื่อแบบนี้ยังมีอยู่และไม่ส่งผลต่อการใช้ดุลพินิจของศาล ฉะนั้นด้วยเหตุผล ที่ผมได้นำเรียนทั้ง ๔ ประการ ผมคิดว่าหากไม่อาศัยหมุดหมายนี้ ซึ่งเป็นหมุดหมายอันสำคัญยิ่ง ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ที่ผมได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขเพื่อความเสมอภาคทางเพศที่พวกเรา พูดถึงกัน ผมขอยืนยันครับว่าถ้าท่านนึกถึงหลักการที่เรียกว่า The Best Interest of the Child หรือประโยชน์สูงสุดของเด็กต้องมาก่อนจริง นี่คือวินาทีและการลงมติที่สำคัญที่สุดอีกครั้งหนึ่ง ที่อยากให้รับข้อเสนอของผมในการปรับแก้ และข้อเสนอของผมในการปรับแก้นั้นไม่ได้มี ผลกระทบต่อกฎหมายใด ซ้ำไปกว่านั้นยังเป็นการสนับสนุนต่อข้อพันธสัญญาระหว่าง ประเทศ และเป็นการสนับสนุนต่อการเติบโตของเด็ก ๆ ทุกคนที่พวกเราจะมีส่วนในการ กำหนดชีวิตของเขาอย่างแท้จริง ผมขออนุญาตยืนยันข้อสงวนนี้ และขอให้มีการลงมติ ในสภาแห่งนี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญ พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในกรณีมาตรา ๑๓ เรื่องการสมรสตั้งแต่ ๑๘ ปีขึ้นไป ในส่วนของตรงนี้ ผมไม่ค่อยเห็นด้วยครับ เหตุที่ไม่เห็นด้วย เพราะหลักการของศาสนาเราถือเป็นหลัก การที่จะสมรสถึงอายุต่ำกว่านั้นก็ดี ถึงมากกว่านั้นก็ดี เราต้องมีวะลีย์ วะลีย์ก็คือผู้ปกครอง อนุญาต การใช้ในเรื่องการสมรสต้องผู้ปกครองอนุญาต ดุลพินิจของผู้ปกครองเข้ามา เกี่ยวข้องด้วย แล้วตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ๑,๔๐๐ กว่าปีแล้ว ไม่มีเหตุการณ์อะไรต่าง ๆ ไม่เคยมีปัญหาอะไรต่าง ๆ ผมถึงไม่เห็นด้วยกับผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ตั้งแต่ ๑๘ ปีขึ้นไป ก็ขอขอบคุณครับเราต้องยึดในเรื่องของหลักการศาสนาด้วยครับ เรื่องสมรสเท่าเทียม ก็เช่นเดียวกัน ขอขอบคุณครับ🔗
คณะกรรมาธิการ จะชี้แจงไหม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จิตรพรต พัฒนสิน กรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ ต้องขออนุญาตนำเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในประเด็นเรื่องของการคงไว้ซึ่งเหตุยกเว้นว่า ในกรณีเหตุอันสมควรศาลอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนได้นั้น จริง ๆ แล้วผมเรียนอย่างนี้ ครับว่า ทุกท่านในที่นี้คงไม่อยากเห็นภาพแม่วัยใสเช่นเดียวกันนะครับ แต่ว่าด้วยบริบท ของสังคมไม่ว่าในประเทศไทยหรือในต่างประเทศก็มีในลักษณะนี้เช่นกัน การแก้ไขโดยการ บังคับเด็กอายุตั้งแต่ ๑๘ ปี ถึงจะสมรสได้นั้นมันมีหลายวิธีครับ โดยไม่จำเป็นต้องมีกฎหมาย อาจจะเป็นในเรื่องของการให้ความรู้ ให้ได้ตระหนักถึงสิ่งที่มันอาจจะเกิดขึ้น ในปัญหา ที่จะเกิดขึ้นถ้าตัวเองยังไม่พร้อม แต่การมีเหตุอันสมควรที่ให้ศาลสามารถพิจารณา ให้ทำการสมรสก่อนอายุ ๑๘ ปีได้นั้น ต้องขออนุญาตเรียนว่าจริง ๆ ในเรื่องของการสมรสนี้ ไม่ใช่จะเป็นเฉพาะเรื่องการแต่งงานเพียงอย่างเดียว แต่ว่ายังรวมถึงสิทธิที่จะเกิดขึ้นภายหลัง การสมรสด้วย ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการก่อตั้งครอบครัว การบรรลุนิติภาวะด้วยเหตุ แห่งการสมรส นอกจากนี้ท่านประธานครับ คำว่า ในกรณีมีเหตุอันสมควรนี้ เป็นเหตุพิเศษ ที่ให้อำนาจศาลที่จะใช้ดุลพินิจในการตรวจสอบหรือกลั่นกรอง เหตุอันสมควรมันเป็นเรื่อง ของการยกเว้น เพราะฉะนั้นคนที่จะมาศาลเพื่อขอให้ศาลได้พิจารณาให้ทำการสมรส ศาลก็ต้องตระหนัก แล้วก็โดยบนผลประโยชน์สูงสุดของเด็กครับ ในชั้นการพิจารณา ของกรรมาธิการ จริง ๆ จากสถิติที่ผ่านมาที่มีข้อมูลนั้น ๑๐ ปีที่ผ่านมามีเพียง ๖ กรณีเท่านั้น ที่ศาลจะอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนเกณฑ์อายุ เพราะฉะนั้นโดยปกติหรือว่าโดยการ พิจารณาของศาลนะครับ ศาลจะดูทั้งความพร้อมของตัวเด็กเอง ความพร้อมของครอบครัว แล้วก็เหตุอื่นด้วย เพราะฉะนั้นการกำหนดเหตุยกเว้นเอาไว้ตามที่ทางกรรมาธิการเสียงข้างมาก เห็นประโยชน์ในส่วนนี้ เพราะว่ามันเป็นเรื่องของการใช้สิทธิทางศาล หากเราไปตัด ในส่วนท้ายออก อันนั้นเท่ากับว่าเราตัดสิทธิของบุคคลดังกล่าวเช่นกัน จึงเห็นว่า ความในตอนท้ายที่คงเอาไว้ ที่ให้ศาลสามารถใช้ดุลพินิจหรือว่าตรวจสอบได้นั้น น่าจะเป็น ประโยชน์และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่เด็ก ผมขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมในประเด็นว่ากรณีของ การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาในเรื่องข่มขืน ซึ่งกำหนดเกณฑ์อายุเด็ก ๑๘ ปีนั้น กรณีนั้น เป็นเรื่องของการกระทำความผิดทางอาญา ซึ่งอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นในเรื่องของ การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งในครั้งนี้ ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ คณะกรรมาธิการครับ ถ้าไม่มีการอภิปรายแล้ว ผมก็จะถามความเห็นของที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับการแก้ไขในมาตรา ๑๔๔๘ หรือไม่นะครับ🔗
ก่อนที่จะ ขอความเห็นว่าควรจะมีการแก้ไขหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้ามาในห้องประชุม เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ท่านที่เข้ามาแล้วกรุณากดปุ่มแสดงตนด้วยนะครับ🔗
ท่านสมาชิก ท่านใดที่เข้ามาแล้วยังไม่ได้กดปุ่มแสดงตนครับ แสดงตนทุกท่านแล้วนะครับ กดปุ่มแสดงตน หมดแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยนะครับ มีผู้อยู่ห้องประชุม ๓๘๘ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปผมก็จะถาม มติต่อไปว่า ท่านเห็นสมควรจะมีการแก้ไขหรือไม่นะครับ ท่านสมาชิกผู้ใดเห็นว่า ควรให้มีการแก้ไข กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรมีการแก้ไข กรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดต้องการงดออกเสียง กรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนได้ครับ🔗
สมาชิกท่านใด ยังไม่ได้ลงคะแนนบ้างครับ ไม่มีนะครับ ลงคะแนนหมดแล้วนะครับ กรุณาแสดงผลคะแนน ด้วยนะครับ จำนวนผู้มาลงคะแนน ๓๙๑ เห็นด้วยให้มีการแก้ไข ๓๘๕ ไม่เห็นด้วย ๒ งดออกเสียง ๔ ไม่ลงคะแนน ไม่มี🔗
ต่อไปผมก็ต้อง ถามต่อไปว่าเมื่อมีการแก้ไข ท่านจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ขอสงวนความเห็นนะครับ ก่อนจะลงมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอท่านได้กรุณาแสดงตนครับ ท่านเสียบบัตรแล้ว ก็แสดงตนอีกครั้งหนึ่งนะครับ มีผู้ใดยังไม่แสดงตนครับ กรุณาแสดงตนอีกครั้งหนึ่งนะครับ🔗
ท่านประธานคะ กดออด นิดหนึ่งไหมคะ กดออดแสดงตนค่ะ🔗
เข้ามาทุกท่าน แล้วนะครับ เข้ามาทุกท่านก็เสียบบัตรแสดงตนเลยครับ🔗
แสดงตน ทุกท่านแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงคะแนนครับ มีผู้เข้าร่วมแสดงตนแล้ว ๓๙๑ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมครับ🔗
ผมก็จะขอมติ จากที่ประชุมนะครับว่า ท่านจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือจะเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ขอสงวนความเห็น ท่านที่เห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างมาก กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่สงวนคำแปรญัตติ กรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดต้องการงดออกเสียง กรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านลงมติได้ครับ🔗
ท่านผู้ใด ยังไม่ลงมติครับ ลงมติกันหมดแล้วนะครับ ขอให้เจ้าหน้าที่แสดงคะแนนด้วยครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๘๕ ท่าน เห็นด้วย ๒๓๙ ไม่เห็นด้วย ๑๔๑ งดออกเสียง ๓ ไม่ลงคะแนน ๓ ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ🔗
เชิญเลขาธิการ ต่อครับ🔗
มาตรา ๑๔๔๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๔๕๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๙ มีการแก้ไข🔗
มาตรา ๔๙ มีการแก้ไขนะครับ ท่านสมาชิกสามารถจะอภิปรายได้ในข้อความที่คณะกรรมาธิการแก้ไข เชิญครับ ถ้าหากว่าไม่มีสมาชิกท่านใดขออภิปราย ต่อไปผมก็จะถามจากที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับที่คณะกรรมาธิการมีการแก้ไขหรือไม่นะครับ ก่อนที่จะลงมติ ผมขอตรวจสอบ องค์ประชุมนะครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกเข้ามาในห้องอีกครั้งหนึ่งเพื่อจะลงมติครับ เมื่อเข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตร กดปุ่มแสดงตนด้วยนะครับ🔗
มีสมาชิกท่านใด ยังไม่ได้กดปุ่มแสดงตนไหม แสดงตนทุกท่านแล้วนะครับ ขอให้เจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยครับ ขณะนี้มีผู้แสดงตนในห้องประชุม ๓๖๘ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ผมก็จะถามต่อไปว่า ท่านผู้ใดจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่นะครับ ถ้าท่านเห็นด้วย กับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรแก้ไข กรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดต้องการงดออกเสียง กรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนได้ครับ🔗
มีท่านใดยัง ไม่ลงคะแนนบ้างครับ ลงคะแนนครบถ้วนแล้วนะครับ ขอให้เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวน ผู้ลงมติ ๓๘๒ เห็นด้วย ๓๗๑ ไม่เห็นด้วย ๑ งดออกเสียง ๕ ไม่ลงคะแนน ๕🔗
ถือว่าที่ประชุมนี้ เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการนะครับ ต่อไปเชิญเลขาธิการดำเนินการต่อครับ🔗
มาตรา ๕๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๙ ไม่มีการแก้ไข🔗
เนื่องจาก ในมาตรานี้คณะกรรมาธิการไม่ได้แก้ไขและไม่ได้เพิ่มมาตราใหม่ แต่เนื่องจากมีคณะกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น และเพิ่มมาตรา ๕๙/๑ ถึงมาตรา ๕๙/๘ ดังนั้นในส่วนนี้ก็จะเป็น การอภิปราย และพิจารณาการลงมติตามคำสงวนความเห็นที่ขอให้เพิ่มมาตราใหม่ขึ้นเท่านั้น โดยจะเริ่มจากคำสงวนความเห็นขอเพิ่มเป็นมาตรา ๕๙/๑ ขอเชิญคณะกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นได้อภิปรายครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพและสวัสดี ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านค่ะ ดิฉัน ภาคภูมิ พันธวงค์ หรือว่าปาหนัน ในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย วันนี้มาในนามของตัวแทนภาคประชาชนในชั้นกรรมาธิการ พวกเรานั้นได้ขอให้เสนอเพิ่มคำว่า บุพการีลำดับแรก ลงไปในร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดิฉันอยากจะสื่อสารถึง ทุก ๆ ท่านค่ะ ทุกท่านเคยส่งลูกส่งหลานของตัวเองไปโรงเรียนไหมคะ ทุกท่านเคยยิ้ม เปรมปรีดิ์เมื่อเห็นพวกเขานั้นมีพัฒนาการการเติบโตไหมคะ ดิฉันและเพื่อน ๆ กรรมาธิการ ภาคประชาชน เราเล็งเห็นว่าคู่รักเพศหลากหลายเราสมควรที่จะได้รับการเติมเต็มสิทธิ การเลี้ยงดูระหว่างคู่สมรสและบุตร🔗
สิ่งที่กรรมาธิการสงวนความคิดเห็นว่าด้วย คำว่า บุพการีลำดับแรก เรากำลัง ต่อสู้เพื่อพ่อพ่อ แม่แม่ พ่อ-บุพการี แม่-บุพการี บุพการี-บุพการี หรือคู่สมรสที่เขานิยามตน ด้วยอัตลักษณ์ทางเพศที่หลากหลาย เช่น ครอบครัว Queer หรือว่าครอบครัว Non-binary ปัจจุบันร่างหลักยังคงซึ่งไว้คำว่า บิดา มารดา โดยไม่เพิ่มคำว่า บุพการีลำดับแรก เพื่อคุ้มครองสิทธิของพวกเขา ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว ๑. มันไม่ได้ลิดรอนสิทธิชายหญิง แต่อย่างใด แต่เราขอขยายให้สิทธิการจัดตั้งครอบครัวนั้นรองรับความเป็นครอบครัว ที่สมบูรณ์ หรือว่า Full Family ที่พวกเขานั้นถูกลิดรอนสิทธิมาอย่างเสมอ และ ๒. ข้อกังวล บนพื้นฐานของความกลัวที่ว่าจะกระทบกฎหมาย ๕๐ กว่ามาตรา ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว การขอแก้ไข ป.พ.พ. นั้นเป็นหัวใจหลักและเป็นกฎหมายหลัก และกฎหมายรองนั้นจะต้อง แก้ไขอยู่แล้ว นี่คือการให้เกียรติว่าด้วยอัตลักษณ์ทางเพศของครอบครัวที่หลากหลาย และเรามองว่าการใช้คำว่า บิดา มารดา โดยทิ้งพวกเขาไว้ข้างหลังนั้น มันคือเรื่องที่ผิดปกติ และพวกเรากรรมาธิการภาคประชาชนได้สื่อสารเรื่องนี้มาโดยตลอด ภายใต้กรอบเวลา ๖๐ วัน ของชั้นกรรมาธิการวิสามัญ แม้ว่าภาคประชาชนจะมีถึง ๑ ใน ๓ ของกรรมาธิการวิสามัญ สมรสเท่าเทียม แต่วันนี้พวกเราถือว่าเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและ สส. ทุก ๆ ท่าน ในที่นี้ที่ทุก ๆ ท่านมีลูก มีหลาน บางท่านอาจจะเป็นคุณพ่อมือใหม่ คุณแม่มือใหม่ ลูกกำลังโต ลูกกำลังเรียนจบ หรือเรียนจบนานแล้วส่งเสียตัวเองได้ ทุกท่านในที่นี้ในฐานะ สส. พวกท่านภูมิใจในลูกหลานของตัวเองใช่ไหมคะ ครอบครัว เพศหลากหลายเขาก็ภูมิใจในบุตรหลานของเขาเช่นเดียวกัน เราจึงต้องการให้ สส. ทั้งหมดนี้ ได้เข้าถึง แล้วก็ให้โอกาสสิทธิการจัดตั้งครอบครัวของคู่สมรสเพศหลากหลาย ดิฉันทราบดีว่า การโหวตนี้มีแนวโน้มไปในทางการเป็นวิปหรือการเป็นมารยาททางการเมือง แต่นี่คือ การโหวตเพื่อยืนยันการมีอยู่ของคู่สมรสเพศหลากหลายทุกคน การโหวตนี้จะมีความหมาย กับชุมชน LGBTQI มากค่ะ เพราะเป็นสิ่งที่ประชาชนนั้นขึ้นมาสื่อสารกับพวกท่านโดยตรง โดยที่เรานั้นไม่ได้มีโอกาสพบท่านง่าย ๆ เลย การโหวตครั้งนี้คู่สมรส LGBTQI ทุกคน จะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เนื่องด้วยคำว่า บิดาและมารดา ยังคงทิ้งพวกเขาไว้ข้างหลังอยู่ และการยกมือครั้งนี้มันคือประวัติศาสตร์ในการผลักดันสมรสเท่าเทียม ให้มันเท่าเทียม อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่คำพูดที่สวยหรู นี่คือการมาแสดงความจริงและความเป็นธรรมค่ะ พวกเราไม่ได้มาขอความเมตตา แต่นี่คือการมาพูดเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ ให้พวกท่านมองเห็นถึงคู่สมรสเพศหลากหลาย ที่เขายังคงไม่ถูกรองรับสถานะทางกฎหมาย แล้วก็ยังคงถูกไม่รองรับสถานะทางกฎหมายต่อไป ต่อแล้วต่ออีก เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้ดิฉัน และเพื่อน ๆ กรรมาธิการภาคประชาชนจึงขอให้เพิ่ม โดยใช้คำว่า บุพการีลำดับแรก เพื่อความเป็นกลางทางเพศ และเคารพครอบครัวเพศหลากหลายทุก ๆ อัตลักษณ์ โดยไม่ได้ไปกระทบสิทธิคำว่า บิดา มารดา แต่อย่างใด ขอบคุณค่ะ🔗
ในมาตรา ๕๙/๑ มีกรรมาธิการท่านใดจะขออภิปรายเพิ่มเติมไหม เชิญครับ🔗
ดิฉัน ณชเล บุญญาภิสมภาร คณะกรรมาธิการ เป็นตัวแทนสัดส่วนของภาคประชาชนค่ะ ประเทศไทยมีคนข้ามเพศ ๓๑๔,๘๐๘ คน ตัวเลขนี้ดิฉันไม่ได้อุปโลกน์ขึ้นมานะคะ แต่เป็นตัวเลขที่กระทรวงสาธารณสุข ใช้ในการทำงานกับคนข้ามเพศ ๓๑๔,๘๐๘ คน คนที่มีความหลากหลายทางเพศไม่ใช่มีแค่ คนข้ามเพศค่ะ ยังมีกลุ่มชายรักชาย หรือ Gay กลุ่มหญิงรักหญิง หรือ Lesbian กลุ่มคน ที่รักได้ทั้ง ๒ เพศ หรือ Bisexual กลุ่มคนที่เป็น Intersex กลุ่มคนที่เป็น Non-binary กลุ่มคนที่เป็น Queer และกลุ่มต่าง ๆ อีกมากมายที่ดิฉันไม่สามารถพูดได้ทั้งหมด แน่นอนค่ะ วันนี้เรากำลังพูดถึงสิทธิของคนที่มากกว่า ๓๑๔,๘๐๘ คน ดิฉันรู้สึกภูมิใจ แล้วก็ขอขอบคุณ รัฐสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ให้โอกาสประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้มาเป็นตัวแทน ของประชาชนทุกคน และได้บอกเล่าชุดประสบการณ์นี้ให้กับทุกท่านในที่นี้ค่ะ ทุกท่าน เห็นดิฉันใช่ไหมคะ แน่นอนว่าทุกท่านเห็นดิฉันในเวลานี้ การถูกเห็นแต่ถูกจำกัดสิทธิ คือความเจ็บปวด การถูกเห็นแต่ถูกจำกัดสิทธิ ทำให้คนจำนวนมากชินชากับความอยุติธรรม และความไม่เท่าเทียมค่ะ ฉะนั้นสิ่งที่เราทำในวันนี้คือการได้เห็นคนทุกคนและได้ทำให้ คนทุกคนในสังคมไทยได้มีสิทธิเท่าเทียม และวันนี้ในฐานะตัวแทนของภาคประชาชน เราได้สงวนมาตรา ในมาตรา ๕๙ มาตรา ๖๑ มาตรา ๖๒ และมาตรา ๖๖ โดยมีหลักการสำคัญ คือการทำให้คนที่เป็นคนที่มีความหลากหลายทางเพศสามารถกำหนดเจตจำนงในการใช้ชีวิต ได้ด้วยตนเอง โดยการใช้คำที่มีความเป็นกลางทางเพศค่ะ🔗
คำที่มีความเป็นกลางทางเพศคืออะไร ขอยกตัวอย่าง อย่างนี้ค่ะ เราไม่เรียกว่า บุรุษไปรษณีย์อีกต่อไป แต่ปัจจุบันเราใช้คำว่า พนักงานไปรษณีย์ เราไม่ได้ใช้คำว่า นายตำรวจ อีกต่อไป แต่ ณ ปัจจุบันเราใช้คำว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่นเดียวกันนี้เราจึงใช้คำว่า คู่สมรส เช่นเดียวกันนี้ภาคประชาชนจึงขอใช้คำว่า บุพการีลำดับแรก ที่เพิ่มเติมมาจากคำว่า บิดา มารดา ทุกท่านคะ หากเราถูกเห็นในฐานะคู่สมรสตามร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมนี้ ทำไมละคะ ที่เราจะไม่ถูกเห็นในฐานะบุพการีผู้มีความสามารถในการเลี้ยงดูบุตรหรือ รับบุตรบุญธรรม การรับบุตรบุญธรรมของคู่สมรสที่มีความหลากหลายทางเพศสามารถ ทำได้จริง และมีตัวอย่างมากมายค่ะ ซึ่งวันนี้เพื่อน ๆ ของดิฉันในฐานะภาคประชาชน จะได้มาบอกเล่าประสบการณ์ในมาตราที่เกี่ยวข้อง แพทย์หญิงจิราภรณ์ อรุณากูร จากคลินิก เพศหลากหลาย โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ทำการ Review งานวิจัยเพื่อเปรียบเทียบระหว่าง บุพการีที่เป็นบุพการีคู่สมรสเพศเดียวกันกับบุพการีที่เป็นคู่สมรสต่างเพศค่ะ ในงานวิจัยนี้ สิ่งที่เขาพบในงานวิจัยคือ ในด้านของความรู้สึกไม่มีอะไรแตกต่างค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ความรัก ความผูกพัน รวมถึงการถูกเลี้ยงด้วยครอบครัวเพศหลากหลาย เด็กที่เติบโตมา ในครอบครัวเพศหลากหลาย ตั้งแต่เด็กจนโตเป็นวัยรุ่นไม่ได้มีความรู้สึกแตกต่างจากเด็ก ที่เติบโตมาในครอบครัวของคู่สมรสต่างเพศ เด็กเหล่านี้ไม่ได้มีแนวโน้มที่จะเติบโตมาเป็น คนที่มีความหลากหลายทางเพศ ตามความเชื่อว่าเด็กจะเลียนแบบคนที่มีความหลากหลาย ทางเพศ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง🔗
ฉะนั้นดิฉันอยากจะให้ทุกท่านช่วยพิจารณาค่ะ ตั้งแต่มาตรานี้เป็นต้นไป โดยการมองเห็นคนทุกคนอย่างเท่าเทียม หลักการสำคัญในการพิจารณากฎหมายนี้ ทุกครั้ง ที่เราใช้เวลาในการพิจารณากฎหมายร่วมกับคณะกรรมาธิการจากฝั่งรัฐบาล ความเชื่อหนึ่ง ที่ดิฉันเชื่อและใช้ในการพิจารณาคือ ความเชื่อในหลักการสิทธิมนุษยชนที่ว่าเราทุกคน สามารถกำหนดชีวิตของเราเองได้ โดยการใช้หลักการ Self Determination หรือ การกำหนดชีวิตตามเจตจำนงของเราเองในฐานะมนุษย์ที่มีความเท่าเทียม ดังนั้นดิฉันขอฝาก รัฐสภาและตัวแทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณามาตรานี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไป ท่านกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ท่านปลายฟ้า เคียวกะ โชติรัตน์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน และสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ปลายฟ้า เคียวกะ โชติรัตน์ เยาวชน Non-binary อายุ ๑๘ ปี และกรรมาธิการสมรสเท่าเทียมภาคประชาชนค่ะ ขอยืนยันความสำคัญ ของการมีคำว่า บุพการีลำดับแรก ในกฎหมายฉบับนี้ค่ะ กฎหมายนี้ไม่เพียงแต่เป็นการอนุญาต ให้บุคคลทุกเพศสมรสได้ แต่เป็นประตูเปิดโอกาสให้บุคคล LGBTQIAN+ สร้างครอบครัว และมีการยอมรับในกฎหมายด้วยศักดิ์ศรีและความเป็นธรรมทางเพศค่ะ ไร้ตัวตน ในครอบครัว ถูกปฏิเสธอัตลักษณ์และเพศวิถีจากบุคคลในครอบครัว ไร้ตัวตนในสังคม ถูกรังแก ล้อเลียน ถูกกระทำรุนแรง เหตุผลแค่เพียงเป็นบุคคล LGBTQIAN+ ไร้ตัวตน ในกฎหมายบทบัญญัติทางกฎหมายที่ยังคงยึดติดคำแบบ ๒ เพศ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ ในสังคมไทยปัจจุบัน เนื่องจากกฎหมายปัจจุบันในประเทศไทยประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ ยังระบุไว้เพียงบิดาและมารดาให้ครอบครัวเพศหลากหลายไร้ตัวตนในกฎหมายไทย บริบทของสังคมเปลี่ยนไปแล้วกับการเคลื่อนไหวของสังคม และถึงเวลาที่กฎหมายจะต้อง ตามทันกับสังคมแล้วค่ะ ในฐานะเยาวชน Non-binary อายุ ๑๘ ปี และประชาชนคนหนึ่ง ดิฉันกลัวที่เราจะไม่มีทางเลือกในอนาคตค่ะ แต่วันนี้ดิฉันได้ยืนอยู่และพูดในรัฐสภาแห่งนี้ ดิฉันหวังว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านจะเห็นความสำคัญ และโอบรับตัวตนของพวกเรา ที่เป็น LGBTQIAN+ ค่ะ ถึงเวลาแล้วที่จะ Reimagine สังคมที่เราจะสร้างได้ และคืนสิทธิ ศักดิ์ศรีให้กับบุคคล LGBTQIAN+ การเดินทางของสมรสเท่าเทียมพร้อมกับประชาชน มาไกลแล้ว มาไกลกว่าสิ่งที่หลายคนคิดไว้ค่ะ ตอนนี้ทั้งประเทศและทั่วโลกกำลังจับตา และมองอยู่ค่ะ ตอนนี้พวกเรากำลังเขียนกฎหมายในประวัติศาสตร์ไทย ประวัติศาสตร์ ที่จะเปลี่ยนสังคมไทยไปตลอดเวลาค่ะ แล้วหลังจากนี้ต่อไปดิฉันเชื่อว่านิยามของครอบครัว จะเปลี่ยนไปตลอดเวลา และสังคมเราจะเดินทางไปสู่สังคมที่มีความเป็นธรรมทางเพศ และทุกคนจะมีตัวตนในครอบครัว สังคม กฎหมาย และประเทศนี้จะเป็นประเทศที่จะได้ ขับเคลื่อนด้วยความรัก ความยอมรับ และความเป็นธรรม ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศิริทาทา นิลพฤกษ์ กรรมาธิการ เชิญครับ🔗
สวัสดีค่ะ ท่านประธาน เพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศิริทาทา นิลพฤกษ์ ทาทานะคะ กรรมาธิการวิสามัญ ภาคประชาชน อย่างที่เพื่อนดิฉันเรียนกล่าวค่ะว่าสังคมตอนนี้มันนอกเหนือจาก Binary คือชายและหญิง สิ่งสำคัญนั้นภายใต้กฎหมายเดียวกันสมรสเท่าเทียม ป.พ.พ. ๑๔๔๘ ที่มีการแก้ไขในเรื่องคู่สมรส มันยังไม่ได้เปลี่ยนกรอบชายและหญิง ซึ่งมันยังกำหนด คำว่า บิดาและมารดา อยู่ นั่นหมายความว่าในกรณีใด ๆ เองก็ตาม หญิง ๆ ชาย ๆ ครอบครัวหญิงหญิง ครอบครัวชายชาย ครอบครัวลุงป้า ครอบครัวป้าป้า ที่เขายังไม่ได้นิยาม หรือนิยามตัวเองว่าบิดาหรือมารดา เขายังมีเจตจำนงที่อยากจะให้ลูกของเขาเรียกเป็นอย่างอื่น อาทิเช่น บุพการีลำดับแรกที่พวกเราพยายามเสนอมาโดยตลอด นั่นหมายความว่าเวลา เขาไปโรงเรียน เขาก็จะไม่ถูกตั้งคำถามจากโรงเรียนว่าคนไหนคือบิดา คนไหนคือมารดา นั่นหมายความว่าเวลาเขามีงานวันแม่ ไม่มีใครตั้งคำถามว่าคนไหนคือมารดา หรือบิดา มาแทนแม่หรือไม่ ฉะนั้นบุพการีลำดับแรก จึงเป็นเหตุสมควรแล้วที่จะต้องเปลี่ยนแปลงในมาตรา ๑๔๔๘ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือสมรสเท่าเทียม การคุ้มครองบุตรเช่นกัน อย่างเพื่อน กรรมาธิการได้เรียนกล่าวไปแล้ว การรับบุตรบุญธรรมเข้ามาเลี้ยง ท่านลองจินตนาการว่า วันใดวันหนึ่งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเสียชีวิต เช่น ครอบครัวหญิงรักหญิง ทันใดนั้นเองกฎหมาย ครอบคลุมเฉพาะมารดาผู้ให้กำเนิด แล้วถ้าสมมุติว่ามารดาผู้ให้กำเนิดนั้นเกิดเหตุอะไรขึ้นมา ไม่สามารถรับเลี้ยงต่อได้ คุณว่าบุตรหรือลูกที่เขารับมาเป็นบุตรบุญธรรมนั้นจะเกิดอะไรขึ้นคะ สถานสงเคราะห์เด็กจะเป็นผู้รับเลี้ยงต่อ นั่นหมายความว่าสิทธิหน้าที่ดูแลบุตรของกลุ่มเพศ หลากหลายนั้นจะไม่มีสิทธิอะไรเลย นอกเสียจากว่าถ้าสมมุติว่าเราจะต้องนิยามคำว่า บิดา หรือมารดา แล้วถ้าเกิดมันไม่มีคำเหล่านั้นละ แล้วใครคือบิดาหรือมารดา เพื่อน ๆ ทุกท่าน ลองตั้งจินตนาการแล้วมองภาพกันนะคะ ภาพที่ผ่านมาเราถูกสังคมบอกว่าบิดาคือหัวหน้า ครอบครัว มารดาเป็นผู้รับเลี้ยงบุตร ทำงานบ้าน นั่นหมายความว่าถ้าบุพการีลำดับแรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหล่านี้เห็นด้วย นั่นหมายความว่าคุณเปิดโอกาสเปิดอนาคต เปิดสร้างครอบครัวให้กับกลุ่มเพศหลากหลายอย่างแท้จริง ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไป ท่านฉันทลักษณ์ รักษาอยู่ เชิญครับ🔗
สวัสดีท่านประธาน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะคะ ดิฉัน ฉันทลักษณ์ รักษาอยู่ กรรมาธิการ ภาคประชาชนค่ะ วันนี้อยากจะมาพูดในเรื่องว่าทำไมเราถึงใส่คำว่า บุพการี ในกฎหมาย ฉบับนี้นะคะ ซึ่งการใส่คำว่า บุพการี ในกฎหมายนี้ก็มีอาจารย์นาดา ไชยจิตต์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้อธิบายไว้ให้เข้าใจดีมากค่ะ ที่เราต้องใส่คำนี้ไว้ในกฎหมายสมรส เท่าเทียม ก็เพราะว่ามันคือกฎหมายสมรสเท่าเทียมนั่นเองค่ะ ชื่อกฎหมายสมรสเท่าเทียม เราแก้มันเพื่อให้ได้ความเท่าเทียมอย่างแท้จริง เพื่อให้คนหลากหลายทางเพศ เพื่อให้เพื่อน ๆ LGBT สามารถที่จะสมรสตามกฎหมายได้เช่นเดียวกับคู่ต่างเพศ โดยหัวใจหลักที่เราต้องการ แก้ก็คือ มาตรา ๑๑๔๘ ที่เปลี่ยนจากการสมรสจะทำได้ระหว่างชายกับหญิงเท่านั้น ให้มาเป็นระหว่างบุคคลกับบุคคล เพื่อจะได้ขยาย โอบอุ้ม คุ้มครองคนอื่น ๆ เพศอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ชายหรือหญิง เป็นคำกลาง ๆ เป็นคำที่มีความเป็นกลางทางเพศและเป็นคำที่มี ในภาษากฎหมาย มันเป็นหลักการเดียวกันที่เราเปลี่ยนจากคำว่า หญิง ชาย มาเป็นบุคคล แล้วก็เปลี่ยนจากคำว่า สามี ภรรยา มาเป็น คู่สมรส เพราะว่ามันเป็นคำที่มีความเป็นกลาง ทางเพศนั่นเอง และด้วยหลักการเดียวกันนี้คือ คำว่า บุพการี ก็คือที่เราต้องการเปลี่ยน เพราะว่าในความสัมพันธ์หรือในการก่อตั้งครอบครัวของคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ของ LGBTของเพศหลากหลายต่าง ๆ มันไม่ได้มีแค่คน ๒ คน หรือคู่สมรสเท่านั้นค่ะ มันมีบุตรเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าจะเป็นบุตรบุญธรรมที่รับเลี้ยงมาหรือว่าในฐานะผู้กำเนิดเอง คำว่า บุพการี ก็คือคำที่เป็นกลางทางเพศ และเป็นคำที่มีอยู่ในภาษากฎหมายเช่นกันค่ะ แล้วก็ยังเป็นคำที่เคารพตัวตนของคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นคนรัก เพศเดียวกัน คนข้ามเพศ คน Non-binary ที่ไม่ได้นิยามตัวเองว่าเป็นเพศหญิงหรือชาย และที่สำคัญมันสำคัญสำหรับคู่รักต่างเพศหรือเพศคู่ชายหญิงด้วยค่ะ โดยเฉพาะถ้าเขา อยากให้ลูก ๆ ได้เรียนรู้ถึงความจำกลางทางเพศ ไม่จำเป็นต้องจำกัดสถานะบทบาททางเพศ ตามเพศกำเนิดที่เกิดมา แล้วก็ยังเป็น Trend การเลี้ยงลูกที่กำลังเป็นที่นิยมในโลกสมัยใหม่ ด้วยนะคะ การเลี้ยงลูกให้มีความเป็นกลางทางเพศ🔗
แล้วความสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า มันเป็นคำที่เคารพสิทธิมนุษยชน เป็นคำที่สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ เป็นคำที่ทำให้การก่อตั้งครอบครัวของคนหลากหลาย ทางเพศ ของคนเพศหลากหลายเกิดขึ้นได้จริง ๆ และเป็นคำที่จะทำให้คำว่า สมรสเท่าเทียม ที่เรากำลังแก้ไขกันอยู่นี้มีความเท่าเทียมจริง ๆ ค่ะ เป็นคำที่ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับคำว่า บิดา มารดา ซึ่งอย่างไรมันก็ยังคงมีอยู่สำหรับพ่อแม่คู่รักต่างเพศ เราเพียงแต่เติมคำนี้เข้าไปต่อจาก คำว่า บิดา มารดา เพื่อให้มันมีความเท่าเทียมอย่างแท้จริงเท่านั้นเองค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย สัดส่วนพรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ การเดินทางของ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมกว่าจะมาถึงวันนี้ นอกจาก พรรคอนาคตใหม่ที่เริ่มต้นนโยบาย จนมาถึงพรรคก้าวไกลที่ยังสานต่อมาถึงปัจจุบันแล้ว ยังมีกลุ่มคนสำคัญ กลุ่มคนที่ต่อสู้และทำงานเรื่องนี้มาอย่างยาวนานก็คือภาคประชาชน และภาคประชาสังคมที่อยู่รอบ ๆ ผมตรงนี้ครับ พวกเขาต่อสู้มาเป็นเวลาหลายสิบปี เพื่อสมรสเท่าเทียม ดังนั้นในวันนี้ผมจึงอยากลุกขึ้นมาอภิปรายสนับสนุนสิ่งที่ภาคประชาชนเสนอ ในเรื่องของสิทธิในการก่อตั้งครอบครัวของ LGBT ซึ่งถูกต้องตามหลักการ ก้าวหน้า เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและไม่ลิดรอนสิทธิใครครับ ท่านประธานครับ ผมได้สงวน คำแปรญัตติให้เพิ่มมาตรา ๕๙/๑ ถึงมาตรา ๕๙/๘ และมาตรา ๖๑/๑ มาตรา ๖๑/๒ และ มาตรา ๖๖/๒ และแก้ไขมาตรา ๖๑ รวมทั้งหมด ๑๒ มาตรา โดยมีสาระสำคัญเดียวกันคือ การเพิ่มคำว่า บุพการีลำดับแรก ครับ สิ่งที่ผมขอนั้นไม่ได้มีอะไรซับซ้อน นอกจากเป็นการ รับรองสิทธิในการสร้างครอบครัวของ LGBT และเปลี่ยนคำที่ระบุเพศที่คำเป็นกลางทางเพศ แต่หลายฝ่ายอาจจะมีความกังวลคำว่า บุพการี จะรวมไปถึงปู่ย่าตายาย ทวดด้วย เพราะคำ คำนี้มีความหมายทางกฎหมายอยู่แล้ว ผมจึงระบุเจาะจงว่าเป็นบุพการีลำดับแรก ซึ่งก็คือ บิดา มารดาเท่านั้น ท่านประธานครับ ที่ผ่านมากฎหมายไทยโดยเฉพาะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ เรื่องครอบครัว ถูกสร้างมาบนระบบ ๒ เพศ ทำให้มีการใช้คำที่ระบุเพศชาย และเพศหญิงเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นคำว่า สามี ภรรยา หรือ บิดา มารดา ซึ่งการใช้ คำแบบนี้ทำให้เพศอื่นที่ไม่ได้อยู่ในระบบ ๒ เพศ ถูกละเลยและถูกกีดกันออกไป ทำให้ไม่ได้รับ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพเท่าที่ควร และไม่ใช่แค่ LGBT นะครับ เพราะแม้แต่ผู้หญิงก็ถูกกดขี่ จากการเขียนกฎหมายแบบนี้ ยกตัวอย่างมาตรานี้ก็ได้ครับ มาตรา ๑๕๖๑ เดิมเขียนเพียงแค่ว่า บุตรมีสิทธิใช้ชื่อสกุลของบิดา จะมีสิทธิใช้สกุลของมารดาเมื่อไม่มีบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย เท่านั้น🔗
การใช้คำเป็นกลางทางเพศที่ผมกับภาคประชาชนกำลังพูดอยู่นี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เลยครับ แต่เป็นหลักการที่ต่างประเทศทำมาเป็น ๑๐ ปีแล้ว เราตามหลังเขาด้วยซ้ำไปครับ อย่างในสหราชอาณาจักร ก็มีนโยบายให้ความสำคัญกับการใช้ความเป็นกลางทางเพศ ในกฎหมายตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ แล้ว และมีแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการด้วยครับ อย่างคำว่า บุพการี ที่เรากำลังพิจารณากันอยู่นี้ใน Children Act หรือ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กก็มีการใช้ คำเป็นกลางทางเพศอย่าง Parent แทน และแม้จะมีการใช้คำว่า Father Mother อยู่บ้าง ก็เป็นเพียงการใช้อธิบายเท่านั้น ซึ่งการใช้คำแบบนี้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เพราะนอกจากจะทำให้กฎหมายโอบรับความหลากหลาย และควบคุมคนที่จำนวนกว้างขึ้นแล้ว ยังเป็นการสร้างความตระหนักในสังคม เห็นได้ชัดเลยครับว่าจากการที่ภาคเอกชนเองก็มีการ ใช้คำเป็นกลางทางเพศในเอกสารต่าง ๆ มากขึ้นไปด้วย และไม่ใช่แค่สหราชอาณาจักรนะครับ แต่ในประเทศอื่นอย่างประเทศสเปนและประเทศแคนาดา ก็เลือกใช้คำว่า Parent เช่นกัน ที่สำคัญไปกว่านั้นการเพิ่มคำว่า บุพการีลำดับแรก เข้าไป มันส่งผลต่อการรับรองสิทธิในการ สร้างครอบครัวของ LGBT รัฐบาลก็พูดอยู่เสมอครับว่าเด็กเกิดน้อยเป็นวาระแห่งชาติ แล้วทำไมกับคนที่เขามีความพร้อมและศักยภาพจะดูแลบุตร เรากลับไม่ส่งเสริมเขาละครับ ผมเข้าใจครับว่าบางท่านอาจจะกังวลว่าการเติบโตในครอบครัว LGBT จะส่งผลกระทบต่อเด็ก แต่จากการวิจัยของระดับนานาชาติยืนยันแล้วครับว่า อัตลักษณ์ทางเพศและรสนิยมทางเพศ ของผู้ปกครองไม่ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก แต่พัฒนาการของเด็กขึ้นอยู่กับกระบวนการ ศึกษาและวิธีการเลี้ยงดูต่างหากครับ และจากการศึกษาเรื่องสุขภาพเด็กในครอบครัว เพศเดียวกันในประเทศออสเตรเลีย ยังระบุอีกว่าเด็กที่เติบโตในครอบครัวต่างเพศและ ครอบครัว LGBT ไม่ได้มีความแตกต่างกันในเรื่องการใช้ยาเสพติด การกระทำผิดกฎหมาย การมีปัญหาในโรงเรียน หรือแม้แต่ตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรมอย่างคะแนนนะครับ ก็ไม่ได้มี ความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสมาคมจิตวิทยาของประเทศออสเตรเลียก็ได้ยืนยัน ข้อเท็จจริงนี้นะครับว่า สิ่งที่กระทบต่อเด็กอย่างแท้จริงก็คือการไม่ได้รับการยอมรับและการ ถูกเลือกปฏิบัติทางกฎหมายต่างหากครับ ท่านประธานครับ เรื่องสิทธิในการสร้างครอบครัวนี้ เป็นเรื่องที่นานาชาติตระหนักและให้ความสำคัญอย่างมาก เมื่อปลายปี ๒๕๖๔ ศาลสิทธิ มนุษยชนยุโรปได้ตัดสินว่าประเทศในยุโรปทั้งหมดจะต้องให้การรับรองสิทธิของผู้ปกครอง LGBT โดยให้ระบุในสูติบัตรเด็ก โดยคดีนี้นอกจากศาลจะคำนึงถึงสิทธิในการสร้างครอบครัวแล้ว ศาลยังมองถึงสิทธิประโยชน์ของเด็กอีกด้วย เพราะการไม่รับรองทำให้เด็กถูกจำกัดสิทธิ ในการศึกษา การรักษาพยาบาล รวมถึงการเดินทางออกนอกประเทศ🔗
ท่านประธานครับ ผมเข้าใจดีครับว่าการเพิ่มคำว่า บุพการีลำดับแรก เข้าไป ในวันนี้ยังจะไม่สามารถส่งผลให้คู่รัก LGBT สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเจริญพันธุ์ ทางการแพทย์และสามารถสร้างครอบครัวได้สมบูรณ์ทันที แต่การแก้ไขวันนี้จะเป็น จุดเริ่มต้นที่สำคัญ และเป็นแนวทางในการแก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยี เจริญพันธุ์ทางการแพทย์ต่อไป ซึ่งก็มีการชี้แจงในกรรมาธิการนะครับว่าหน่วยงานนั้น ได้ร่างไว้แล้ว เพียงแต่รอทิศทางกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่จะออกมาเท่านั้น ดังนั้นการเพิ่ม คำว่า บุพการีลำดับแรก เข้าไป มันไม่ใช่เป็นเพียงการเพิ่มถ้อยคำ แต่มันเป็นการยืนยัน หลักการว่าประเทศไทยนั้นเคารพความเท่าเทียมทางเพศ และรับรองสิทธิในการก่อตั้ง ครอบครัวของ LGBT รวมถึงจะเป็นแนวทางสำคัญในการเขียนกฎหมาย โดยใช้คำที่เป็นกลาง ทางเพศต่อไปในอนาคตด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมเข้าใจดีว่าวันนี้อาจจะยังมีการติดขัดเรื่องกระบวนการ ต่าง ๆ และยังมีกฎหมายบางส่วนที่อาจจะต้องแก้ไขเพิ่มเติม แต่ถ้าหากพวกท่านเห็นด้วย ในหลักการเรื่องการสร้างครอบครัวของ LGBT และนอกจากนี้ในที่ประชุมกรรมาธิการเอง ผมเห็นว่าหลายฝ่ายก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพียงแต่กังวลในเรื่องของเวลาในการพิจารณา วันนี้อยู่ที่ท่านเลือกที่จะยืนยันสิทธิให้พวกเขา และให้พวกเขามีตัวตนในสังคม มีตัวตน ในครอบครัว มีตัวตนในกฎหมาย แล้วค่อยไปแก้ไขเพิ่มเติม หรือท่านจะเลือกว่าให้เขารอไปก่อน ให้พวกท่านไปแก้ก่อน แล้วค่อยกลับมายืนยันสิทธิให้พวกเขา หากท่านเลือกอย่างหลัง ผมอยากให้มีการบันทึกไว้ครับว่าวันนี้เรามีการพูดเรื่องนี้กันในสภา แล้วอยากให้รัฐบาลและ พรรคการเมืองที่เห็นด้วยกับหลักการในเรื่องนี้ ลุกขึ้นมาให้สัญญากับประชาชนครับ ให้สัญญากับภาคประชาชนที่อยู่ตรงนี้ แล้วให้สัญญากับประชาชนทั้งประเทศชาว LGBT ว่า จะดำเนินการแก้ไขคำว่า บุพการี และ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีเจริญพันธุ์ ทางการแพทย์อย่างจริงจังและเร็วที่สุด ทำให้ LGBT ได้รับสิทธิในการสร้างครอบครัว อย่างสมบูรณ์ ขอบคุณครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะอธิการบดี รองอธิการบดี อาจารย์ผู้ควบคุมและนิสิต นักศึกษา หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยพิชญบัณฑิต อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับครับ ต่อไปกรรมาธิการ ท่านนัยนา สุภาพึ่ง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานและสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ ท่านในห้องนี้นะคะ ดิฉัน นัยนา สุภาพึ่ง กรรมาธิการภาคประชาชน และเป็นกรรมาธิการในห้องประชุม ๒ เดือนที่ผ่านมา ที่เป็นผู้อาวุโสสูงสุด คืออยากจะ เรียนทุกท่านว่าสิ่งที่ดิฉันพูดต่อไปนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่ค่ะ แต่เป็นปัญหาของประเทศนี้ที่สะสมมา เป็นเวลานาน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับปัจจุบันที่ใช้กันอยู่นี้ มีอายุเป็นร้อยปี ดิฉันเรียนหนังสือจบมาเกือบ ๔๐ ปีแล้วนะคะ แล้วสิ่งที่เป็นภาระในชีวิตของดิฉันตลอดมา ในฐานะนักกฎหมายที่ต่อสู้เรื่องความเสมอภาคเท่าเทียมระหว่างเพศหญิงและชายมาตลอด ชีวิตก็คือการต้องมาแก้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เลือกปฏิบัติกับพลเมือง ให้มีสถานะที่เท่าเทียมกัน แต่อย่างไรก็ตามก็ยังไม่เท่าเทียมกันอยู่ดีค่ะ และใน ๑๐ ปีหลัง ที่ผ่านมานี้ ดิฉันต้องยอมรับว่าการเป็นนักกฎหมายที่ต่อสู้เรื่องสิทธิเท่าเทียม สิทธิมนุษยชน ในฐานะอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดแรก มีสิ่งที่เราเลือกปฏิบัติกระทำต่อ เพื่อนมนุษย์ที่เป็นพลเมืองในประเทศนี้โดยไม่รู้ตัว ทำให้เขาเป็นทุกข์เดือดร้อนต่อหน้ากฎหมาย โดยไม่รู้ตัวกันทุกเมื่อเชื่อวัน และดิฉันยืนยันว่าใน ๒ เดือนที่ผ่านมาที่อยู่ในกรรมาธิการ ดิฉันก็พบว่าผู้บังคับใช้กฎหมายก็ละเมิดด้วยคำพูด ด้วยวิธีคิด ด้วยตัวหนังสือ ต่อพลเมือง หลากหลายเพศทุกครั้งที่มีการประชุมกัน แล้วพวกเราก็จะต้อง พวกเราในที่นี้หมายถึงพี่น้อง หลากหลายเพศ และรวมทั้งดิฉันเองด้วยนะคะ หลังจากที่ตื่นรู้ในเรื่องสิทธิความหลากหลาย ทางเพศ ก็พบว่ามันมีความทุกข์มากที่เราเห็นเพื่อนของเรา นักกฎหมายที่มีความรู้จบเนติบัณฑิต จบปริญญาเอก และเป็นผู้ที่จะตัดสินใจออกกฎหมายในประเทศนี้ ยังคงออกกฎหมาย ที่เลือกปฏิบัติ แล้วก็สร้างความทุกข์ต่อพลเมืองประเทศไทยกันอยู่ต่อไป🔗
สิ่งที่ดิฉันอยากจะชี้ตรงนี้ อยากจะบอกว่าสมรสนี้นะคะ เท่าเทียมจริง ๆ ค่ะ เพราะเราใช้คำว่า บุคคล แทนคำว่า หญิงชาย แล้ว เราใช้คำว่า คู่สมรส แทนคำว่า สามี ภรรยา แล้ว แต่พอมาถึงหมวดบิดามารดาและบุตร มิได้มีการแตะต้องเลย ซึ่งมันเป็นเรื่อง แปลกมากนะคะว่า การเสนอให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในหมวดเรื่อง สมรสเท่าเทียมนี้เราจะยังใช้สมรสเท่าเทียมอยู่ได้ไหม เพราะเหตุว่าครอบครัวทุกครอบครัว ก็จะต้องมีสมาชิกในครอบครัวใช่ไหมคะ🔗
โดยหลักการและเหตุผลของรัฐบาล ดิฉันเห็นว่าเป็นหลักการและเหตุผล ที่น่าชื่นชมมาก แล้วต้องบอกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ทำงานกับรัฐบาล ทำงานกับสมาชิก และเจ้าหน้าที่ในรัฐสภาแห่งนี้ ในการที่พยายามให้ร่างกฎหมายของภาคประชาชนได้เข้ามาสู่ การพิจารณา แล้วก็ผ่านวาระแรก โดยทุกท่าน ๓๐๐ กว่าเสียงนี้ยอมรับ แล้วในที่สุดก็บอกว่า ๔ ร่างนี้ รวมทั้งร่างของภาคประชาชนเป็นร่างที่จะต้องได้รับการพิจารณาในกรรมาธิการด้วย แต่ว่าในกรรมาธิการสิ่งที่พวกเราสงวนเอาไว้ก็คือ สิ่งที่จะต้องทำให้การก่อตั้งครอบครัว เท่าเทียมกันจริง ๆ ไม่ได้ถูกพูดถึงและถูกปฏิเสธทั้งหมด จึงเป็นที่มาของข้อสงวนที่เราจะต้อง สงวนหลายมาตรามากนะคะ ดิฉันอยากจะเรียนพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าเรายังต้อง อภิปรายต่อไปอีกหลายมาตรา เพื่อที่จะชี้ให้เห็นว่าในหลักการและเหตุผลที่ใช้คำว่า ให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัว คือเราให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัวเราจึงต้องมี การเสนอให้แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับนี้ โดยมีการใช้คำว่า สถาบัน ครอบครัวเป็นหน่วยสำคัญในการพัฒนาสังคม การส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน และการก่อตั้งครอบครัวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำกัดเฉพาะความสัมพันธ์ หญิงชายที่ไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน เหตุใดครอบครัวเพศหลากหลาย เมื่อแก้ไขแล้ว ซึ่งต้องขอขอบคุณมาก ๆ ที่แก้ไขคำว่า หญิงชาย เป็น บุคคล สามีภรรยา เป็น คู่สมรส แล้ว🔗
ตั้งคำถามว่าเมื่อเรามีลูกเราก็ต้องไปแจ้งเกิดนะคะ น้องที่เป็นคนข้ามเพศ Trans Man Trans Woman คือหญิงข้ามเพศ ชายเพศ Non-binary หญิงรักหญิง ชายรักชาย อีกมากมายที่เขามีลูกนะคะ เขาจะไปแจ้งเกิดลูกเขา แล้วใส่ในช่องสูติบัตรว่า บิดามารดาหรือคะ ดิฉันคิดว่ากฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นกฎหมายหลักของประเทศ เป็นธงนำในการที่จะต้องให้กฎหมายภายในประเทศนี้ในระดับรองคือ พระราชบัญญัติ กฎกระทรวงใด ๆ ก็แล้วแต่ จะต้องปฏิบัติตาม ไม่ใช่ให้กฎหมายลำดับรองไปแก้ก่อน แล้วประมวลกฎหมายแพ่งถึงจะแก้ตาม อันนี้คือสิ่งที่ท่านได้ฟังในห้องประชุมมา ซึ่งไม่น่าจะ เป็นเช่นนั้นนะคะ อยากจะเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นนักกฎหมายทั้งหลายว่า เหตุผลว่าขอให้กฎหมายอื่นแก้ก่อน แล้วค่อยแก้ในหมวดเรื่องบิดามารดากับบุตรให้มัน สอดคล้องกันนี้ มันรับฟังได้ไหม เพราะฉะนั้นอยากจะขอให้ท่านพิจารณาในหมวดเรื่องบิดา มารดากับบุตร นับตั้งแต่มาตรา ๕๙/๑ นี้เป็นต้นไปเลยนะคะ โดยเฉพาะมาตรา ๕๙/๑ ดิฉันอยากจะบอกว่าให้บุตรใช้นามสกุลของบิดา แล้วถามว่าคุณณชเลเป็นผู้หญิงข้ามเพศ และคู่สมรสของคุณณชเลเป็นผู้ชายข้ามเพศ มีคำตอบไหมคะว่าบุตรของณชเลและคู่สมรส ของคุณณชเลจะใช้นามสกุลของใคร จะปล่อยให้เป็นภาระของเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ในสำนักงานเขตที่ว่าการอำเภอไปพิจารณาหรือคะ ดิฉันจำได้ว่าเมื่อ ๒-๓ เดือนก่อน ยืนอยู่ที่นี่ ดิฉันไม่อยากเห็นเลยค่ะว่า เมื่อมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีสมรสเท่าเทียมแล้ว ยังมีข้าราชการ นักกฎหมายใหญ่ยิ่งในประเทศนี้ ยังคงเลือกปฏิบัติ ยังคงบังคับใช้กฎหมาย ยังคงใช้กฎหมายละเมิดสิทธิประชาชนอยู่ เราไม่อยากเห็นแบบนั้นอีกไปแล้วค่ะ เพราะว่า รัฐบาลได้แสดงเจตจำนงชัดเจนนะคะ จำได้ว่าพรรคของท่านประกาศชัดเจนว่าเราจะไม่ทิ้งใคร ไว้ข้างหลัง แล้ววันที่พบกับท่านนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล ท่านยืนยันค่ะว่ากฎหมาย สมรสเท่าเทียมนี้ ต้องเท่าเทียมจริง ๆ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดในที่ประชุมนี้ จึงไม่เห็นความสำคัญ ของเรื่องนี้ แต่จริง ๆ แล้วถ้าจะว่าไป ดิฉันคิดว่าพลเมืองเพศหลากหลายที่นำเสนอเลือดเนื้อ ชีวิตของตัวเองออกมาแต่ละคน ได้สั่นสะเทือนความคิดความรู้สึกของท่านไม่มากก็น้อย แต่ดิฉันสังเกตเห็นว่า ใด ๆ ก็ตามเมื่อมีการแก้ไขกฎหมายนี้ ในสถาบันนิติบัญญัติจะให้ ความสำคัญกับหน่วยราชการที่มีหน้าที่นำกฎหมายไปปฏิบัติใช้ ถ้าหากว่ากฎหมายสามารถ ปฏิบัติใช้ได้ในหน่วยงานราชการ เขาจะเสนอให้แก้ไขเข้ามาในนิติบัญญัติทำไมคะ🔗
เพราะฉะนั้นดิฉันตั้งข้อสังเกตในที่ประชุมกรรมาธิการนี้นะคะ เมื่อยอมรับว่า มันเป็นปัญหา ถ้าไม่แก้ไขคำว่า ความสัมพันธ์บิดามารดากับบุตร ให้มันสอดคล้องกับ สามีภรรยาที่แก้ไขไปแล้วว่าเป็นคู่สมรส กลายเป็นว่ากฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่สมรสเท่าเทียม แล้วนะคะ เป็นกฎหมายที่รับรองสิทธิให้เพศหลากหลายสมรสกันได้ แต่ไม่รับรองครอบครัว ของคู่สมรสเพศหลากหลาย อยากให้ประชาชนที่ฟังอยู่ข้างนอกเวลานี้ได้เข้าใจนะคะว่า ถ้ากฎหมายสมรสเท่าเทียมไม่ได้มีคำว่า บุพการีลำดับแรก อยู่ นั่นหมายความว่าท่านสมรสกันได้ เท่านั้นค่ะ ท่านไม่ได้รับการคุ้มครองสิทธิของครอบครัวเพศหลากหลาย ยกตัวอย่างนะคะ ถ้าหากว่าคุณณชเลมีคู่และมีบุตรนะคะ ขอโทษนะคะเรื่องแบบนี้เขาจะไม่ยกตัวอย่างกัน แต่ต้องยกตัวอย่าง ปรากฏว่าคุณณชเลไปเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต นี่คือการละเมิดใช่ไหมคะ จะต้องมีการชดใช้ค่าเสียหายในมูลละเมิดกับบุคคลภายนอกที่มาทำละเมิด โดยบอกว่า บิดามารดาขาดไร้อุปการะ แต่คุณณชเลไม่ใช่บิดาและไม่ใช่มารดา ถ้าหากว่ากรณีที่เขา เป็นผู้ชายข้ามเพศ เขาบอกว่าเขาไม่ใช่มารดา สถานะก็ไม่ใช่ด้วย เพราะฉะนั้นกฎหมาย จะตีความว่าอย่างไร ว่าบุตรของเขาที่ต้องสูญเสียบุพการีของเขาไป สูญเสียคนในครอบครัว ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญ เป็นบุคคลที่เลี้ยงดูอุ้มชูเขามา ให้ชีวิตเขามา เขาจะเรียกค่าเสียหาย ในฐานะขาดไร้อุปการะจากใครคะ อันนี้เป็นตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนนะคะว่าการที่ ไม่ได้มีถ้อยคำที่ชัดเจนไว้ ทำให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ เมื่อครอบครัวเพศหลากหลายจะต้อง ไปบังคับใช้ ไปคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายอื่น ๆ อันนี้พูดถึงเฉพาะกฎหมายหลักนะคะ อย่างเช่น มูลละเมิดถือว่าเป็นเหตุละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่แท้ที่จริงแล้วมันยังมีกฎหมายลำดับรองอีกเยอะแยะมากมาย เพราะเมื่อสักครู่นี้ คุณณธีภัสร์ได้ยกตัวอย่าง กรณีที่เดินทางไปต่างประเทศ หรือว่าจะต้องมีการไปใช้เอกสาร ประจำตัว ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับทะเบียน🔗
ขออนุญาตสรุปเลยนะครับ เพราะว่าเลยเวลามา ๓ นาทีแล้ว สรุปเลยนะครับ🔗
โดยสรุปนะคะ ดิฉันอยากจะ ชี้ให้เห็นค่ะว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ไม่ได้เคารพการตัดสินใจด้วยตนเองว่า เราจะกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรสของเรากับบุตร คือเรามิได้เป็นบิดามารดา คู่สมรส ที่เขามีลูก เขาควรจะมี Self Determination สิทธิในการกำหนดความสัมพันธ์ในครอบครัว ของเขากับบุตรของเขา ดิฉันมีเพื่อนชายรักชายมานั่งอยู่ในห้องประชุมข้างนอกนะคะ มารออยู่หลายคู่เลยค่ะ เขามีลูกโตแล้วพาไปโรงเรียน ลูกเขาไปถึงโรงเรียน ครูบอกว่า คนนี้เป็นพ่อหรือ คนนี้เป็นลุงหรือ เขาถูกเรียกว่าพ่อกับลุง แต่ว่าเจตจำนงในการเลี้ยงดู ของเขา ไม่ใช่พ่อกับลุงนะคะ คุณรู้ใช่ไหมคะว่าเมื่อเราเลี้ยงเด็กคนหนึ่งในบ้านเรา ไม่มีใคร เป็นลุง เป็นป้า ลุงกับป้ามีบทบาทที่ต่างกันมากเลย แล้วนี่คือเหตุที่ทำให้เกิดความรุนแรง ในครอบครัว ความรุนแรงในโรงเรียน ทำให้เกิดการล้อเลียน มีตัวอย่างของปัญหา การร้องเรียนในโรงเรียนจนครูต้องถูกไล่ออกนะคะ มีคู่ชายรักชายที่เขาไปส่งลูกเขา ในโรงเรียน ครูก็ตัดสินเขาแล้วก็เหยียดเขาว่าเขาเป็นชายรักชาย แล้วก็ถามเด็กในขณะที่ อยู่ในห้องเรียนว่าหนูโตขึ้นหนูจะเป็น Gay ไหม เพราะหนูโตมากับครอบครัวที่เป็น Gay เพราะฉะนั้นการที่เราเห็นความสำคัญของครอบครัว🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สนอง เทพอักษรณรงค์ ขอประท้วงท่านประธานตามข้อ ๙ ครับ ท่านประธานได้ให้เวลา ของผู้อภิปรายได้ล่วงเกินมาพอสมควรแล้ว นี่ก็จะเกินมาอีก ๕ นาทีแล้ว ผมเชื่อแน่ได้ว่า พวกเราได้รับฟังเหตุผลที่นำเสนอในวันนี้ ทุกคนเข้าใจครับ ขอให้ท่านควบคุมการประชุม ให้อยู่ในเวลาด้วยครับ🔗
ขอบคุณครับ ผมวินิจฉัยนะครับ คือท่านภาคประชาชนอาจจะไม่ค่อยเข้าใจในกฎข้อบังคับ เท่าไรนะครับ ผมก็อนุโลม แต่ว่าเกินเวลามาเยอะแล้ว ก็พอสมควรแล้วนะครับ เดี๋ยวให้ คนอื่นเขาพูดบ้าง🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ สรุปแล้วค่ะ จบค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกรรมาธิการตอบครับ มีไหม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร กรรมาธิการเสียงข้างมาก ขอเสนอความเห็นในประเด็น เรื่องบุพการีลำดับแรก ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเข้าใจก่อนว่ากรรมาธิการเสียงข้างมาก ไม่ได้ต่อต้าน หรือโต้แย้งกับความเห็นที่ว่าผู้ปกครองที่เป็นคู่รัก LGBT สามารถเลี้ยงดูเด็ก ให้สามารถเติบโตได้อย่างดี และมีคุณภาพไม่แตกต่างจากพ่อแม่ซึ่งเป็นคู่รักต่างเพศ แต่อย่างไรก็ดี ขณะนี้เรากำลังพิจารณาประเด็นด้านกฎหมายที่จะก่อให้เกิดผลกระทบกับ คนทั้งประเทศ จึงจำเป็นจะต้องพิจารณาประเด็นต่าง ๆ อย่างละเอียดและรอบคอบ ซึ่งคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากมีข้อกังวล ซึ่งในประเด็นการกำหนดเรื่องบุพการีลำดับแรก ในเหตุผลหลายประการ🔗
ประการที่ ๑ ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับเด็ก ดังนั้น การดำเนินการต่าง ๆ จะต้องดำเนินการ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นที่ตั้ง ตามหลัก Best Interests of the Child ซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล อย่างไรก็ดีการตั้งข้อสงวนเรื่องบุพการีลำดับแรก ยังไม่มีผลการศึกษาผลกระทบอย่างเป็น ทางการมารองรับ จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวล ประกอบกับเหตุผลสูงสุดในเรื่องประเด็นบุพการี ลำดับแรก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องบิดา มารดา บุตร บุพการีลำดับแรกยังไม่ได้รับฟัง ความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในมาตรา ๗๗ แห่งรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเราไม่ทราบความเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศต่อประเด็นเรื่องดังกล่าว หากที่ประชุมสภาพิจารณาเห็นชอบตามข้อสงวนของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย อาจทำให้กระบวนการตรากฎหมายฉบับนี้มีข้อขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และอาจทำให้ กฎหมายฉบับนี้ตกไปทั้งฉบับได้ คำว่า บุพการีลำดับแรก เป็นคำใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ในระบบกฎหมายไทย แล้วก็ไม่มีคำนิยามถ้อยคำดังกล่าวไว้ด้วย ดังนั้นการสร้างถ้อยคำ ดังกล่าวขึ้นมาใหม่ จึงทำให้เกิดปัญหาในการตีความว่าบุพการีลำดับแรกคือใคร มีขอบเขต มากน้อยแค่ไหน ในระบบกฎหมายไทยในปัจจุบันมีเพียงคำว่า บุพการี ซึ่งมีคำนิยาม ที่ชัดเจนเกี่ยวกับบุพการีไว้🔗
ในประเด็นที่สำคัญต่อมาคือการบัญญัติศัพท์ใหม่ ในเรื่องของบุพการีลำดับแรก ลงต่อจากคำว่า บิดา มารดา นั้น จะทำให้ส่งผลกระทบกับระบบกฎหมายทั้งหมดของประเทศ โดยเฉพาะกฎหมายที่ให้กำหนดสิทธิของบิดามารดาซึ่งมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งแต่เดิม ณ วันที่ เราแถลงต่อสภาว่า การตราพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียมจะมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมาณ ๔๗ ฉบับ ใน ๔๗ ฉบับนั้นกรรมาธิการส่วนใหญ่ได้ลงมติแล้ว และมีการเพิ่มการให้สิทธิ ตามมาตรา ๖๖ (๑) ได้ร่างไว้แล้ว แต่เนื่องจากถ้าเราเติมคำว่า บุพการีลำดับแรก เข้าไป เราจำเป็นจะต้องไปรื้อกฎหมายที่มีอยู่ ทั้งประเทศไทยที่กำหนดเรื่องของบิดา มารดา เราจะต้องเติมคำว่า บุพการีลำดับแรก ไปทุกฉบับ ซึ่งเรานับจำนวนยังไม่ได้ว่าเป็นเท่าไร แต่เราเชื่อว่ามากกว่าหลายร้อยฉบับ ซึ่งอันนี้จะเป็นผลกระทบที่รุนแรงพอสมควร🔗
ดังนั้นทางกรรมาธิการเสียงข้างมาก จึงไม่สามารถเห็นด้วยกับข้อสงวนของ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ยังเห็นแนวทางของการแก้ปัญหา ดังกล่าว โดยเล็งเห็นว่าปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นสามารถแก้ไขได้ โดยติดตามไปแก้ไขใน กฎหมายฉบับที่จำเป็นจะต้องแก้ไขเพื่อให้รองรับสิทธิต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ กฎหมายการรับบุตรบุญธรรม กฎหมายการแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดจาก อาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ซึ่งจะเป็นการดำเนินการที่ตรงจุดกับที่ ผู้อภิปรายได้แสดงถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และจะไม่เกิดปัญหาที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อ กฎหมาย โดยไม่จำเป็นจะต้องแก้ไขไปใน พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมฉบับนี้ จึงเรียนที่ประชุม ทราบครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการที่สงวนความเห็น เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต เรียนเพิ่มเติมนะครับ🔗
ท่านบอกชื่อด้วย🔗
ผม จิตรพรต พัฒนสิน กรรมาธิการ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิก ณ ที่แห่งนี้นะครับว่า เหตุผลที่ทาง กรรมาธิการเสียงข้างมากไม่เห็นด้วยกับการเสนอแก้ไข โดยการเพิ่มมาตรา ๕๙/๑ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๕๑๖ อย่างนี้ครับ ผมขออนุญาตเรียนว่า จริง ๆ ถ้าเราดูแล้ว ในตัวร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับนี้ เริ่มมาจาก หลักการบนที่ว่าเรื่องของการสมรสเท่าเทียม แต่ว่าในประเด็นที่มีการอภิปรายกันนี้ มันจะเกี่ยวเนื่องไปเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศ ซึ่งจริง ๆ มันมีความใกล้เคียงกัน แต่ว่ามันก็คง ไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสียทีเดียว🔗
ประการที่ ๒ การเพิ่มเติมคำว่า บุพการีลำดับแรก อย่างที่ท่านกรรมาธิการ ท่านเกิดโชค ขออภัยที่เอ่ยนาม ได้อภิปรายเมื่อสักครู่ว่า จริง ๆ เราดูในตัวบทบัญญัตินี้ จะเห็นว่าไม่มีความหมายที่ชัดเจนว่าหมายถึงหรือมีขอบเขตครอบคลุมแค่ไหน ผมเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับว่า ถ้าเราดูในตัวประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๘ กำหนดความหมายของบุพการีเอาไว้ว่า กล่าวคือบุพการี หรือผู้บุพการีกล่าวคือบิดามารดา ปู่ย่าตายาย ทวดก็ดี เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าคำดังกล่าวนี้ กำหนดขอบเขตของคำว่า บุพการี ไว้ค่อนข้างชัดเจน แล้วหากคำว่า บุพการีลำดับแรกตามที่ มีการเสนอให้มีการเพิ่มเติมขึ้นนั้นหมายถึงบิดามารดา เพราะฉะนั้นคำมันก็จะเกิด ความซ้ำซ้อนกันในตัวเนื้อหาของกฎหมาย อย่างไรก็ดีท่านประธานครับ สมมุติว่า ผมขออนุญาตว่า ถ้ามันเป็นกรณีที่วันใดวันหนึ่งคำว่า ปู่ย่าตายาย ท่านอาจจะไม่ชอบกับคำนี้ เรากำลังจะสร้างคำอีกคำขึ้นมา อาจจะเป็นบุพการีลำดับที่ ๒ หรือไม่ หรือคำว่า ทวด อาจจะ ไม่ได้ส่อหรือแสดงให้เห็นแต่ประการใด เราอาจจะสร้างคำใหม่ขึ้นมาเป็นบุพการีลำดับที่ ๓ ซึ่งในตัวโครงสร้างของกฎหมาย ผมคิดว่าคงไม่น่าจะเป็นเช่นนั้นครับท่านประธาน เพราะนั่นก็คือ ทำให้เกิดความซ้ำซ้อน ความไม่ชัดเจน ความลักลั่นของกฎหมายที่จะเป็นปัญหาในทางปฏิบัติ ของผู้ปฏิบัติ หรือผู้ใช้บังคับกฎหมาย หรือผู้อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายในอนาคตได้🔗
ท่านประธานครับ จริง ๆ คำว่า บิดา มารดา บุพการี เฉพาะในประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เท่าที่ตรวจสอบมีคำว่า บิดา มีปรากฏ ๑๐๖ ที่ ในประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งอาจจะไม่ได้ถูกแก้ไขในครั้งนี้ คำว่า มารดา มี ๑๑๒ แห่ง ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แล้วคำว่า บุพการี มีกำหนดเอาไว้อยู่ใน ๘ มาตรา ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ถามว่าในกฎหมายฉบับอื่นเท่าที่ตรวจสอบ ผมขออนุญาตว่า จริง ๆ แล้วได้ตรวจสอบคำว่า บุพการี มีปรากฏในกฎหมายฉบับอื่น อย่างน้อย ๗๗ ฉบับ ซึ่งจะเห็นว่าจริง ๆ ด้วยการเพิ่มนี้แม้เหมือนจะไม่ได้สะท้อนว่ามันจะ เกิดปัญหา แต่จริง ๆ แล้วมันเกิดปัญหาในเชิงของกฎหมาย เพราะมันทำให้เกิดความลักลั่นกัน แล้วก็ไม่แน่ใจว่าบุพการีตรงนั้นจะคือบุพการีลำดับแรกหรือไม่ อันนั้นก็คือประเด็นที่เป็น ข้อห่วงกังวลของกรรมาธิการเสียงข้างมากว่า จริง ๆ ถ้อยคำดังกล่าวจึงไม่สมควรเพิ่มเติม ในการประชุมนะครับท่านประธาน ผมขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมนิดเดียวเพื่อสร้างความเข้าใจ ในเรื่องการเลือกใช้นามสกุล จริง ๆ ถ้าเราดูในมาตรา ๑๕๑๖ เขียนว่าบุตรมีสิทธิใช้ชื่อสกุล ของบิดา มารดา ซึ่งก็มีสิทธิที่จะเลือกใช้นามสกุลได้อยู่แล้ว ว่าประสงค์จะใช้นามสกุล ของบุคคลใด🔗
ประเด็นสุดท้าย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับว่า จริง ๆ แล้ว ในประเด็นข้ออภิปรายของ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่มีการอภิปรายอยู่นั้น ในบางประเด็นได้ถูกเขียนเอาไว้เป็นข้อสังเกต ท้ายรายงาน ปรากฏในท้ายรายงานของร่างรายงานฉบับนี้ ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นยังติดใจไหมครับ ติดใจนะครับ ก็ไม่ต้องอภิปรายแล้วครับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยยังติดใจอยู่ ดังนั้นขอถามมติ จากที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการหรือเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ขอสงวน ความเห็นให้เพิ่มมาตรา ๕๙/๑ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ🔗
ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้วเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนได้เลยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๑๘ แสดงตนครับ🔗
๔๑๘ แสดงตนครับ🔗
๐๘๖ แสดงตนครับ🔗
แสดงตนเรียบร้อยหมดแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ มีจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๓๘๐ ท่าน บวกอีก ๒ เป็น ๓๘๒ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไปเชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ที่ไม่เพิ่มมาตรา ๕๙/๑ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ขอสงวน ความเห็นให้เพิ่มมาตรา ๕๙/๑ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนได้ครับ🔗
ลงคะแนนเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๘๘ ท่าน เห็นด้วย ๒๓๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน งดออกเสียง ๑๔๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน🔗
ก็เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการนะครับ ต่อไปเป็นการพิจารณา คำสงวนความเห็นขอเพิ่มมาตรา ๕๙/๒ เชิญท่านกรรมาธิการที่สงวนความเห็น ท่านภาคภูมิ พันธวงศ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน และสวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะคะ เข้าใจว่าการตัดสินใจเมื่อสักครู่นี้ถือเป็นการเคาะ เรียบร้อยแล้วนะคะว่า อย่างไรแล้วการสงวนความเห็นในฐานะของคำว่า บุพการีลำดับแรก ถือว่ามีแนวโน้มว่าอาจจะเป็นอันตกไป แต่สิ่งที่ดิฉันจะพูดต่อไปนี้จะเป็นการพูดเพื่อให้ ประชาชนรับฟัง และเชื่อว่าเวลาจะอยู่เคียงข้างเรานะคะ🔗
มาตรา ๕๙/๒ มาตรานี้เกี่ยวข้องกับการอุปการะเลี้ยงดูให้การศึกษาและ ให้ความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน การให้การอุปการะบุตรให้มีความรักความอบอุ่นนั้นยังถูกกีดกัน ว่าด้วยบิดามารดาเพียงเท่านั้น ตามสถานะทางกฎหมายยังคงอิงถึงเพศกำเนิด แต่การให้ ความรักความอบอุ่นนั้นมันไม่จำกัดเพศค่ะ คำว่า Love ไม่มี Gender เพราะคำว่า บิดา มารดา ในกฎหมายยังติดอยู่กับกรอบชายหญิง ภาคประชาชนขอยืนยันว่าถ้าจะแก้ ต้องขอแก้ให้ที่สุด ดิฉันมีตัวอย่างคู่รักที่เขาเป็นหญิงข้ามเพศ แล้วเขาอายุ ๔๐ ปี และเขา ได้รับบุตรบุญธรรมมาจากน้องของเขา นั่นหมายความว่าอย่างไรคะ หมายความว่าการแสดงสิทธิ ทางกฎหมายนี้ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนข้ามเพศที่เป็นผู้หญิงข้ามเพศ แต่กฎหมายยังให้เขาเป็น คุณลุงและ Misgender เขา แค่นี้ก่อนละเมิดสิทธิมนุษยชนแล้ว แค่นี้ก็ละเมิดว่าด้วยเพศวิถี อัตลักษณ์ทางเพศ การแสดงออกทางเพศแล้ว สิ่งที่มาตรา ๕๙/๒ เราเสนอไปเราต้องการ การให้สถานะทางกฎหมายเพื่อให้เป็นประโยชน์สูงสุดกับเด็ก ปัจจุบันเด็ก ๆ ที่โตมากับ บุพการีเพศหลากหลายพบได้ทั่วไป แค่ Search ใน Social Media คุณก็เจอแล้ว อย่างเช่น คู่รักทอมกับกะเทย เป็นต้น จากการสำรวจเด็ก ๆ มักจะถูกความรุนแรง โดยการถูกถามว่า พ่อของเธอคือใคร แม่ของเธอคือใคร แต่สิ่งที่จะยับยั้งความรุนแรงนี้ได้ นั่นก็คือการเพิ่มคำกลาง เพื่อให้สิทธิและความเป็นธรรม ทางเพศนั้น รื้อถอนมายาคติระบบ ๒ เพศเกิดขึ้น ซึ่งก็ไม่ต่างจากที่ ป.พ.พ. เสนอไป ที่เปลี่ยน จากชายหญิง เป็น บุคคล สามีภรรยา เป็น คู่สมรส แต่เราแค่ขอเพิ่มเองค่ะ ขอเพิ่มคำว่า บุพการีลำดับแรก ต่อจากบิดามารดาตามที่ร่างหลักได้เสนอไว้ และคุณแม่ท่านนี้ถึงแม้ว่า กฎหมายก็ยังไม่รองรับเขา และถ้าเขาจดทะเบียนสมรส แล้วเขามีบุตรบุญธรรมเขาอาจจะ เป็นบิดา สิ่งที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนนี้ ดิฉันอยากจะให้ทุก ๆ ท่านได้ฟัง แล้วก็เข้าไปในอวัยวะ ส่วนใดส่วนหนึ่งของท่านก็ได้ค่ะ ส่วนหูก็ได้ค่ะว่าการให้ความรัก ความอบอุ่นของคู่รัก เพศหลากหลาย ไม่ได้ถูกจำกัดกรอบด้วยคำว่า บิดาและมารดา เท่านั้น ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญท่านกรรมาธิการจะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จิตรพรต พัฒนสิน กรรมาธิการเสียงข้างมาก จริง ๆ ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับว่า จริง ๆ ประเด็นในส่วนของมาตรา ๕๙/๒ ก็ยังคงเป็น ประเด็นในเรื่องที่เกี่ยวกับบุพการีลำดับแรก ซึ่งผมได้ชี้แจงและทางกรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้ชี้แจงเหตุผลของการไม่เพิ่มถ้อยคำดังกล่าวไว้ในมาตราก่อนหน้านี้แล้ว ก็ขออนุญาต เรียนท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ยังติดใจไหมครับ ติดใจนะครับ ต่อไปเนื่องจากว่ากรรมาธิการที่ขอสงวน ความเห็นยังคงติดใจคำชี้แจงของกรรมาธิการนะครับ ดังนั้นผมก็ถามมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ไม่เพิ่มมาตรา ๕๙ (๒) หรือเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวน ความเห็นให้เพิ่มเติมมาตรา ๕๙/๒ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุม เชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุมครับครับ🔗
ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้วเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ เชิญครับ🔗
ท่านสุดท้าย เชิญครับ ขอปิดการแสดงตนนะครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๓๘๓ ท่าน ครบองค์ประชุม🔗
ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนน ได้ครับ🔗
ลงคะแนนกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๘๖ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑๓๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี🔗
เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการนะครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาคำสงวนความเห็น ขอเพิ่มมาตรา ๕๙/๓ ไม่มีกรรมาธิการที่สงวนความเห็นแสดงเจตจำนงที่จะอภิปรายนะครับ ติดใจไหมครับ🔗
มีค่ะท่าน🔗
ท่านจะอภิปรายไหมครับ🔗
มีค่ะ🔗
เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ และสวัสดีท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านค่ะ ภาคภูมิ พันธวงค์ ในฐานะตัวแทนประชาชน วันนี้ ถึงแม้ว่าการต่อสู้สิทธิการจัดตั้งครอบครัวอย่างเท่าเทียมอย่างเสมอหน้าจะถูกปฏิเสธไป แต่ดิฉันอยากให้ความเจ็บปวดนี้ดิฉันรับจบคนเดียวค่ะ และขอให้ทุกคนที่เป็นคู่รัก LGBT สู้ต่อ เพราะว่าเรายังมีความหวังอยู่ สำหรับมาตรา ๕๙/๓ เราจะพูดคุยกันในเรื่องของอำนาจ ปกครองบุพการี ปาหนันขอยกตัวอย่างเหตุการณ์จริงของพี่ชายที่ปาหนันรู้จักมานับ ๑๐ ปี เขามีแฟนที่รับหลานแท้ ๆ ตามสถานะทางกฎหมายมาเป็นบุตรบุญธรรม ดิฉันขออนุญาต เล่าเรื่องของพี่เขานะคะ ผมและแฟนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมากกว่า ๑๑ ปี นิยามตัวเองว่า ชายรักชาย เมื่อ ๓ ปีที่แล้ว แฟนได้รับหลานซึ่งเกิดจากน้องสาวที่ไม่สามารถเลี้ยงดูบุตรได้ มาเป็นบุตรบุญธรรม ตอนนั้นหลานอายุ ๒ ขวบ ผมยินดีและเห็นด้วย เพราะเขาอยากมีลูก เหมือนกัน เมื่อไปยื่นขอรับหลานเป็นบุตรบุญธรรมตามกระบวนการทางกฎหมายเราสองรู้อยู่ แล้วว่าเจ้าหน้าที่คงไม่ยอมให้เป็นบุตรบุญธรรมของเราทั้งสอง เพราะเราไม่ใช่เป็นคู่สมรสชาย หญิง แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ แฟนได้ยื่นขอรับหลานเป็นบุตรบุญธรรมของเขาคนเดียว เจ้าหน้าที่ก็อนุมัติ เหตุผลเพราะแฟนมีสถานะเป็นลุงแท้ ๆ ไม่ต้องทดลองเลี้ยงดู หลานซึ่ง ตอนนี้เป็นบุตรของแฟน มาอยู่กับเรา ๒ คน ตั้งแต่อายุ ๒ ขวบ จนถึงตอนนี้อายุ ๕ ขวบแล้ว เรื่องค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ผมเป็นคนดูแลรับส่งโรงเรียน ส่วนแฟนดูแลเรื่องอาหารและ การเป็นอยู่ให้กับเด็ก บุตรของเราเรียกแฟนว่าพ่อและเรียกผมว่าลุง ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ผมก็คือพ่อของเขาคนหนึ่งไม่ใช่หรือครับ ผมเลี้ยงดูเขา ผมรักเขาเหมือนลูก แต่ผมก็เป็นพ่อ ของเขาไม่ได้ เขาเป็นบุพการีไม่ได้ นี่คือตัวอย่างของการไม่ถูกรองรับด้วยคำว่า บุพการี ลำดับแรก สมมุติว่าถ้าคู่สมรสที่มีความผูกพันทางเครือญาติตายไป โอกาสที่บุตรจะถูก เรียกคืนไปสู่บิดามารดาผู้ให้กำเนิด ซึ่งเราไม่รู้ Background เลยว่าบิดามารดาโดยกำเนิดนั้น ได้มีความพร้อมในการเลี้ยงดูบุตรไหม ได้มีปัญหาโอกาสเข้าถึงทางเศรษฐกิจไหม เด็กไม่ได้โต กับพวกเขาเลย ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมทางด้านใดก็ดี แต่พวกเขาคู่รักชายรักชาย คู่รักเพศหลากหลายเขาอยู่ด้วยกัน การไม่ปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยของเด็กตามที่ ร่างหลักนั้นได้เสนอ จึงเปรียบเสมือนกับการผลักภาระคู่สมรสเพศหลากหลายให้รู้สึก สั่นคลอน ไม่มั่นคง และอาจเพิ่มโอกาสในการต่อสู้เพื่อทวงสิทธิถามความชอบธรรมในอำนาจ ปกครองต่อชั้นศาลได้ จึงเป็นที่มาของการสงวนความเห็นค่ะ🔗
เชิญท่านกรรมาธิการแนนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพคะ แนน บุณย์ธิดา สมชัย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมากค่ะ ท่านประธานคะ ก่อนอื่นดิฉัน ต้องขอติงท่านประธานนิดหนึ่งค่ะ เพราะเราอยู่ในวาระที่ ๒ วาระที่ ๒ ของเราก็คือว่า เราสงวนความเห็นหรือเราต้องการแก้อะไร เราก็อภิปรายในส่วนตรงนั้น นี่ประเด็นแรกนะคะ🔗
ประเด็นถัดมาค่ะท่านประธาน สาระสำคัญของการแก้กฎหมายในวันนี้ คือการให้สิทธิสมรสที่เท่าเทียมกันทุกคน ทุกเพศ เพราะฉะนั้นสิทธิต่าง ๆ ที่ตามมา ก็เหมือนคู่สมรสทั่วไปค่ะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่พูดถึงในวันนี้เป็นเรื่องของการให้สิทธิสมรส แล้วก็เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต้องบอกว่า ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอคติที่เกิดจากคำถาม หรือว่าอคติที่เกิดจากการไม่เข้าใจในคำถามต่าง ๆ นานา ที่มีคำถามเกิดขึ้นในวันนี้ต้องบอกว่า ถึงแม้กฎหมายเราจะผ่านไปเรียบร้อยถึงขั้นวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ก็ตามแต่ ถ้าเราไม่ทำ ความเข้าใจกับผู้ที่ไม่เข้าใจ เราไม่สามารถจะใช้กฎหมายในการแก้ไขอคติได้ เพราะฉะนั้น ถึงบอกค่ะ วันนี้กฎหมายที่เราพูดถึงคือสิทธิของการสมรส ซึ่งจะทำให้ทุกคนมีสิทธิ เท่าเทียมกันหลังจากที่กฎหมายนี้ผ่าน ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ยังติดใจไหมครับ ติดใจนะครับ เนื่องจากกรรมาธิการที่สงวนความเห็นยังคงติดใจคำชี้แจง ของกรรมาธิการ ดังนั้นผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ หรือเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นให้เพิ่มมาตรา ๕๙/๓ ขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนนะครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนเลยครับ🔗
ท่านประธานคะ ทิพา ๑๕๒ แสดงตนค่ะ🔗
๑๕๒ แสดงตนครับ แสดงตนกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๓๗๗ ท่าน ครบองค์ประชุม🔗
ต่อไป เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนได้เลยครับ🔗
ขอปิดการลงคะแนนนะครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๘๘ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑๓๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี🔗
เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการนะครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาคำสงวน ความเห็นขอเพิ่มมาตรา ๕๙/๔ เชิญกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น คุณภาคภูมิ พันธวงค์ เชิญครับ🔗
เรียนทุกท่านค่ะ ภาคภูมิ พันธวงค์ ชื่อเล่นชื่อปาหนัน จำชื่อนี้ไว้ให้ดีนะคะ ต่อไปนี้ดิฉันขอสงวนในมาตรา ๕๙/๔ เนื่องด้วย มติของทางภาคประชาชน ดิฉันก็ยังติดใจอยู่กับการสร้างความเข้าใจของสังคมว่าคู่รัก เพศหลากหลายครอบครัวที่เป็น Queer ที่เป็น Non-binary ที่เขาไม่สะดวกใจใช้กรอบ ชายหญิงนี้ เขาจะได้เลือกใช้สิ่งเหล่านี้เมื่อไร แต่เราจะพูดถึงในตัวของมาตรานี้ก่อนนะคะ มาตรา ๕๙/๔ เป็นการติดต่อบุตรตามควรแก่พฤติการณ์ เนื้อหาใจความมันก็ไม่ได้แตกต่าง ไปจากบิดามารดาทั่วไปนะคะ แต่คู่รักเพศหลากหลายที่เขาเป็นพ่อพ่อ แม่แม่ พ่อ-บุพการี แม่-บุพการี หรือบุพการี-บุพการี ที่เราเสนอให้เป็นก้อนเดียวกันว่า บุพการีลำดับแรกนี้ แม้ว่าเขาจะยุติความสัมพันธ์กันหรือแยกกันอยู่ การติดต่อกับบุตรก็เกิดขึ้นได้ตามสมควร แต่กรณีที่คู่สมรสเพศหลากหลายจบความสัมพันธ์ลงไป แล้ววันหนึ่งเด็กอาจจะถูกขอพบ แต่ว่าภายใต้กฎหมายนี้เราระบุถึงคำว่า บิดามารดา เท่านั้น เพราะฉะนั้นสิทธิในคำว่า บุพการีของคู่รัก คู่สมรส เพศหลากหลาย LGBT นี้ก็จะถือว่าไม่มีตัวตนเลย แล้วเรา ก็จะไม่สามารถติดต่อกับบุตรได้ สามารถที่จะ Not be able to contact กับเขาได้ และในฐานะที่ดิฉันเป็นคนเขียนบทความมากับมือ และฟังแพทย์หญิงจิราภรณ์ อรุณากูร ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการวิสามัญสมรสเท่าเทียมนะคะ ดิฉันขออ่านถ้อยคำที่ดิฉันเขียนมา ท่านได้ชี้ให้เห็นว่าการวิจัยการมีบุพการี ครอบครัว LGBTQIANS+ กรณีศึกษาบุพการี Lesbian ในสหรัฐอเมริกา เมื่อเทียบกับบุพการีรักต่างเพศ ให้ความรู้สึกแตกต่างกันอย่างไร คำตอบคือ ไม่แตกต่างด้านความรู้สึกในฐานะบุพการีเลย อาจจะเป็นเรื่องที่ดิฉันและเพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้วในชั้นการอภิปรายนี้ แต่ดิฉันขอพูดซ้ำ เพราะว่าการมอบความรักความผูกพัน รวมถึงเด็กที่ถูกเลี้ยงด้วยครอบครัวเพศหลากหลาย ตั้งแต่เขายังเด็กจนสู่ความเป็นวัยรุ่น อารมณ์ความรู้สึกไม่ได้แตกต่างไปจากครอบครัวที่เป็น คู่รักต่างเพศ Heterosexual แบบชายหญิง และไม่มีแนวโน้มเด็กที่เติบโตเป็น LGBTQI นี้ จะถูกผลิตซ้ำมากขึ้น อย่างที่สังคมนั้นกลัวและหวั่นใจพฤติกรรมเลียนแบบ ทุกอย่างคือความปกติ ของความสัมพันธ์ในครอบครัว งานวิจัยนี้จึงเป็นสิ่งที่วิทยาศาสตร์พูด ไม่ได้พูดลอย ๆ นั่งเทียน พูดขึ้นมาเอง ปัจจุบันเด็ก ๆ ที่โตมากับบุพการีเพศหลากหลายเผชิญการโดนล้อ การเลือกปฏิบัติ และการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องสนับสนุนสิ่งแวดล้อมให้เข้าใจความหลากหลาย ซึ่งท่านสมาชิก ทุก ๆ ท่านในที่นี้ก็คือสิ่งแวดล้อมหนึ่งที่สำคัญ ที่จะให้ความรัก ความปลอดภัยกับพวกเขาได้ มันจะทำให้เด็กที่เติบโตอย่างมีความสุขนั้นช่วยให้เขาได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ใจดีกับตัวเอง สังคมในอนาคต การมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่มีเนื้อหารวมไปถึงคู่รักเพศหลากหลาย ในทุกอัตลักษณ์ทางเพศ จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไข เพื่อให้ครอบคลุมสิทธิ ความเป็นธรรมทางเพศทุกมิติค่ะ🔗
ก็อนุโลมนะครับท่านสมาชิก เพราะว่าภาคประชาชน ก็ให้โอกาสได้อธิบายนิดหน่อยนะครับ แต่ความจริงวาระที่ ๒ เราก็ไม่ค่อยจะอนุญาต แต่ว่าโดยอนุโลมนะครับ ก็เห็นใจกันนะครับ ท่านติดใจไหมครับ ยังติดใจนะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม ขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนนะครับ🔗
ท่านกรรมาธิการครับ ช่วงที่รอนี้ผมขอทำความเข้าใจนะครับว่าท่านแปรญัตติ ท่านต้องพูด ตามในนี้นะครับ ที่จริงแล้วเอาเรื่องมาอ่านมาอธิบายมากไม่ได้นะครับว่า เราขอตัด ขอเพิ่ม และขอเพิ่มมาตรานี้อย่างไรตามในเอกสารนี้ นอกเหนือจากเอกสารมากไม่ได้นะครับ เพราะว่ามันเป็นวาระที่ ๒ แล้ว ก็ทำความเข้าใจกับท่านนะครับ ท่านก็คุยกันในกรรมาธิการ มาเยอะมากแล้ว ทางสมาชิกก็เข้าใจนะครับ อย่างไรถ้าท่านยังติดใจก็ให้อธิบายในขอบเขตนี้ จะเอาจดหมายมาอ่าน ที่จริงแล้วไม่ได้นะครับ ท่านสมาชิกแสดงตนเรียบร้อยหรือยังครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับด้วยความเคารพ ผมขออนุญาต หารือไปทางกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนิดหนึ่ง คือผมเข้าใจเรื่องกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็เข้าใจ ความรู้สึกของท่าน คือมาตรานี้ที่เพิ่มรู้สึกเรื่องส่วนใหญ่ก็คือเรื่องของบุพการีลำดับที่ ๑ ใช่ไหมครับ ถ้าผมเข้าใจผิดกราบขอโทษนะครับ แต่ถ้าเป็นอันนี้เนื่องจากว่าเราก็ได้ฟังเสียง ยืนยันจากกรรมาธิการเสียงข้างมากส่วนใหญ่แล้วว่า มันมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมายหรือ เรื่องอะไรก็ตาม ตรงนี้อาจจะต้องไปแก้ไขในวันข้างหน้าในอนาคต แล้ว สส. ในสภาส่วนใหญ่ ก็จะยกมือตามกรรมาธิการเสียงส่วนมากอยู่แล้ว เป็นไปได้ไหมครับที่กรรมาธิการเสียงส่วนน้อย เมื่อท่านอภิปรายที่ท่านสงวนความเห็นไว้ อาจจะไม่ต้องโหวตแล้ว เพราะว่าโหวตนี้ก็ใช้เวลา แล้ว สส. หลายคนก็อยู่ในห้องกรรมาธิการวิสามัญบ้าง สามัญบ้าง อะไรหลาย ๆ ชุด ก็วิ่งกลับไปกลับมาอยู่อย่างนี้ มันก็จะได้ทำงานผ่านไปอย่างมีประสิทธิภาพนะครับ อันนี้ด้วยความเคารพนะครับ แต่ว่าท่านจะเอาอย่างไรก็สุดแล้วแต่ท่าน ขอบพระคุณ อีกครั้งหนึ่งครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ จากไหนครับ เชิญเลยครับ🔗
ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย โคราช ท่านประธานครับ ผมหารือว่า พ.ร.บ. ทุกฉบับ ที่เข้าสภาแห่งนี้ ผมขอแสดงความคิดเห็นว่ามันเป็นกฎหมายที่สำคัญ เพราะฉะนั้นการที่มี กรรมาธิการหลายห้อง หลายอาคารแล้ววิ่งลงมา ผมเห็นสมควรว่าน่าจะมีการพิจารณา เรื่องนี้นะครับว่าให้งดก่อน เพราะฉะนั้นวิ่งไปวิ่งมาอย่างนี้กฎหมายนี้สำคัญเพื่อที่จะใช้ ประโยชน์ร่วมกันครับ ผมขอหารือท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการครับ คือสภาเรามีภาระเยอะนะครับ คือมาตราที่ท่านขอนี้ ถ้าท่านคิดว่าท่านไม่ติดใจมันก็จะเร็ว แต่ถ้าท่านยังมีการติดใจอย่างนี้ แทนที่เราจะเข้าใจกัน แทนที่เราจะเห็นใจกันมันก็เป็นเรื่องลำบาก อันนี้สภาผู้แทนราษฎรอยากจะให้ท่านได้ตระหนัก ว่าอันไหนที่เป็นเหตุเป็นผลก็ขอให้ใช้นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าเรายังเอาชนะคะคาน มันจะไม่มีผล มันจะทำให้ผลระยะยาวมันไม่ค่อยดี ผมขอความเห็นใจ ขอทำความเข้าใจ กับทุกท่านนะครับ ปิดการแสดงตนนะครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๓๖๕ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
เนื่องจากว่ากรรมาธิการขอสงวนความเห็นยังคงติดใจนะครับ ดังนั้นผมขอถามมติ จากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ หรือเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวน ความเห็นให้เพิ่มมาตรา ๕๙/๔ นะครับ ต่อไปเป็นการลงคะแนน เชิญท่านสมาชิกออกเสียง ลงคะแนนเลยครับ🔗
ลงคะแนนเรียบร้อยแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๘๐ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑๒๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๗ ท่าน🔗
เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการนะครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาคำสงวนที่ มาตรา ๕๙/๕ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยยังติดใจไหม จะอภิปรายไหมครับ ให้พูด ในเอกสารนะครับว่าท่านจะเห็นด้วยอย่างไร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ศิริทาทา นิลพฤกษ์ ภาคประชาชนค่ะ แน่นอนค่ะ มาตรา ๙๕/๕ ก็ยังอยู่ในหมวดของสิ่งที่เรายังเสนอเรื่องบุพการีลำดับแรกต่อไปนะคะ เราก็ยังยืนยันว่าเราจะใส่คำว่า บุพการีลำดับแรก เข้าไปข้างใน เพราะเราเห็นใจความสำคัญ ให้ความสำคัญของการจัดตั้งครอบครัว และเรายังเห็นว่าบุตรจะได้รับประโยชน์สูงสุด จากกฎหมายที่เราพยายามที่จะใส่คำว่า บุพการีลำดับแรก แน่นอนค่ะ เราทราบผลแล้ว เราเห็นพวกท่านอยู่ในสภา ไม่เป็นอะไรค่ะ เพราะสิ่งที่เราจะจัดงานเดือนมิถุนายนนี้ งาน Bangkok Pride เราก็ยังสามารถเรียกร้องในเรื่องของบุพการีลำดับแรก ลงบนถนน ได้อันดับต่อไป แล้วหมุดหมายจากนี้สิทธิประโยชน์ของบุตร สิทธิการจัดตั้งครอบครัว โดยผ่านบุพการีลำดับแรก เราก็ยังจะสื่อสารต่อไป และเราสามารถยิ้มกับภาคประชาชน ยิ้มกับครอบครัวเพศหลากหลายได้ว่า เราเห็นประโยชน์สูงสุดของคำว่า บุพการีลำดับแรก ขอบคุณค่ะ🔗
ยังติดใจใช่ไหมครับ ท่านสมาชิกครับ กรรมาธิการยังติดใจอยู่นะครับ🔗
ท่านประธานค่ะ ภาคประชาชน ไม่ติดใจค่ะ และตัวของดิฉันเองขอขอบพระคุณ คุณหมอทศพร เสรีรักษ์ สส. จังหวัดแพร่ด้วยค่ะ ที่ได้ให้การชี้แจงในเรื่องของการโหวตนะคะ แต่ว่าในการมาครั้งนี้ ถ้าจะมาก็ต้องมาให้คุ้มค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่ดิฉันมาสื่อสารนี้ ดิฉันจะมาสื่อสารสิทธิการจัดตั้งครอบครัวให้กับ ประชาชนทุก ๆ คน แล้วก็คนที่เขากำลังรอสิ่งนี้อยู่ว่า อาจจะต้องรอไปอีกหน่อยนะคะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ก็ต้องขอบคุณท่านกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยนะครับ บอกด้วยความจริงใจเลย พวกผมและชาวพรรคเพื่อไทย แล้วก็ พรรคร่วมทั้งหลายรักและเคารพแล้วก็เข้าใจ แต่ว่าตรงนี้เรื่องนี้อย่างที่เราคุยกันแล้วว่า มาตราที่เพิ่มมานี้ มันเป็นเรื่องของบุพการีลำดับที่ ๑ อันเดียว ที่ตรงนี้ยังมีปัญหาอยู่ แล้วมันก็เหมือนกันทุกมาตรา เพราะฉะนั้นอยากให้ท่านแสดงความคิดเห็นได้เต็มที่เลย เพียงแต่ขออย่างที่ท่านกรุณาอย่างเมื่อสักครู่นี้ ขอบคุณมากเลยที่ว่าไม่ต้องโหวต ก็กราบขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่ง แล้วในโอกาสต่อไปทางผมเองและพรรคยินดีที่จะรับฟัง ความคิดเห็นของท่านอย่างเต็มที่ ในการที่จะแก้ไขและการที่จะสนับสนุนให้มันมีความก้าวหน้า ยิ่งขึ้น เพื่อจะได้ให้กฎหมายทุก ๆ ฉบับสามารถเอื้อต่อ LGBTQ และทุกท่านให้มีการสมรส เท่าเทียมอย่างแท้จริง ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เอาต่อไปเลยนะครับ🔗
เรียนท่านประธานค่ะ ถ้าอย่างนั้น ขอสรุปว่าไม่ต้องโหวต แต่ว่าขอพูดทุกมาตราที่สงวน ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมเกรงว่าท่านประธานจะทำผิดข้อบังคับ ในกรณีพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถึงแม้ว่าไม่มีใครคัดค้าน ท่านประธานก็ต้องโหวตอยู่ดี แต่ก็อาจจะ Save เวลาได้ เห็นด้วยในการที่จะเร่งผลักดันไป แต่ถ้าขัดข้อบังคับแล้ว การพิจารณาจะเป็นโมฆะทันที นะครับท่านประธาน🔗
คือมันไม่มีการแก้ไข แล้วก็ไม่มีผู้ติดใจ เดี๋ยวอย่างไรก็เตือนใหม่นะครับ ต่อไปเป็นการ พิจารณาคำสงวนความเห็นขอเพิ่มมาตรา ๕๙/๖ กรรมาธิการจะพูดอะไรไหมครับ ถ้าไม่มี แล้วก็ไม่ติดใจนะครับ กรรมาธิการไม่ติดใจนะครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาคำสงวนความเห็น เพิ่มในมาตรา ๕๙/๗ นะครับ มาตรา ๕๙/๗ มีกรรมาธิการขออภิปราย เชิญท่านนัยนา สุภาพึ่ง🔗
นัยนา สุภาพึ่ง ขอสงวนความเห็น ในมาตรา ๕๙/๗ นะคะ ในมาตรานี้เป็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการที่เป็นข้อจำกัดนะคะว่า กรณีที่ผู้เยาว์จะต้องมีผู้ปกครอง แล้วผู้ปกครองนั้นเคยเป็นคนที่มีการตั้งข้อจำกัดไว้ว่า ไม่ให้เป็นผู้ปกครอง อย่างเช่นเคยมีคดีความกัน เพราะฉะนั้นในมาตรานี้พอพูดถึงบิดา มารดา หรือบุคคลที่เคยเป็นคนที่มีข้อจำกัดหรือข้อห้ามไม่ให้เป็นผู้ปกครอง ถ้ามีเฉพาะ คำว่า บิดามารดา อยู่ ไม่มีคำว่า บุพการี มันก็จะเป็นปัญหาในทางปฏิบัติต่อครอบครัว ของเพศหลากหลายที่ดูแลบุตรร่วมกัน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราต้องการให้ใช้คำที่เป็นกลาง ที่จะได้บันทึกถึงครอบครัวเพศหลากหลายทุกคน ที่ต้องการจะยืนยันสถานะความสัมพันธ์ ระหว่างครอบครัวของตนเองกับบุตรของตนเอง เพราะว่าในครอบครัวไม่มีใครจะมากำหนด ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวได้ดีเท่ากับสมาชิกในครอบครัวของตัวเอง🔗
ต่อไปท่านณชเล บุญญาภิสมภาร เชิญครับ🔗
ณชเล บุญญาภิสมภาร ตัวแทน ภาคประชาชนค่ะ ขอสนับสนุนคุณนัยนาเรื่องขอให้ยกเลิก แล้วก็เพิ่มคำว่า บุพการีลำดับแรก เพื่อใช้ในมาตรา ๕๙/๗ จริง ๆ อยากจะเรียนแจ้งทุกท่านค่ะว่า สมรสเท่าเทียมเราเดินทาง มาไกลมากจริง ๆ เราเริ่มการเดินทางเมื่อปี ๒๕๕๕ ค่ะ แล้วเมื่อปี ๒๕๕๕ เราถูกบอกให้รอ ตอนนี้ปี ๒๕๖๗ เรากำลังจะได้สมรสเท่าเทียมอย่างที่เราฝัน แต่ความฝันของเราไม่เป็นจริง ทั้งหมด เพราะว่าพวกเราได้รับสิทธิของการเป็นคู่สมรส แต่เราไม่ได้รับสิทธิของการเป็น บุพการี เราถูกบอกให้รออีกครั้ง และอยากจะฝากบอกพี่น้องประชาชนที่อยู่นอกสภาแห่งนี้ ว่าพวกเราจะไม่หยุดต่อสู้ เพื่อจะได้มาซึ่งสิทธิของการจัดตั้งครอบครัวและการเป็นบุพการี รวมถึงการรับบุตรบุญธรรมด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ไม่ติดใจนะครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาคำสงวนความเห็น ขอเพิ่มมาตรา ๕๙/๘ ไม่มีผู้อภิปรายนะครับ🔗
มีค่ะ🔗
เชิญครับ🔗
นัยนา สุภาพึ่ง ค่ะ ในมาตรา ๕๙/๘ ก็จะเป็นมาตราที่สอดคล้องกับมาตราก่อนหน้านี้คือมาตรา ๕๙/๗ นะคะ คือเป็นการพูดถึง สถานะของบิดามารดาที่เป็นข้อจำกัด ในการที่จะใช้อำนาจในการปกครองบุตร ในกรณีที่ บิดามารดาได้เสียชีวิต เพราะฉะนั้นถ้าหากใช้คำว่า บิดาหรือมารดา เสียชีวิต ในความเป็นจริง ครอบครัวเพศหลากหลายเขาไม่ได้นิยามตัวเองว่าเป็นบิดามารดา เพราะฉะนั้นเมื่อเขา เสียชีวิตเขาก็อยากจะให้ระบุในเอกสารว่าเขาคือบุพการีที่เสียชีวิตไป อย่างในกฎหมาย ของประเทศอังกฤษเขาใช้คำว่า บุพการี ๑ บุพการี ๒ ซึ่งจริง ๆ แล้วมีตัวอย่าง ในหลายประเทศที่ได้มีการใช้คำที่เป็นกลาง แล้วในหลายประเทศที่ไม่ได้มีการใช้คำ ที่เป็นกลางนี้ เขาก็ให้ความสำคัญกับการแก้กฎหมายในหมวดนี้ ด้วยการใช้คำว่า บิดาบิดา หรือมารดามารดา แต่การที่จะใช้คำที่ไม่เป็นกลางแบบนี้คือมันควรจะเคารพสิทธิในการ ตัดสินใจของผู้ที่ก่อตั้งครอบครัว เพราะว่ามันเป็นเรื่องเฉพาะตัวนะคะ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ กฎหมายจะต้องมากำหนดแทนบุคคลที่ต้องการจะก่อตั้งครอบครัว เพราะฉะนั้นโดยสรุปก็คืออยากจะบอกว่า การเสนอให้แก้ทั้งหมดของภาคประชาชนในหมวด เรื่องบิดามารดากับบุตรนี้ เราอยากจะชี้ให้เห็นนะคะว่าเพศหลากหลายนี้มีสิทธิสมรสกันแล้ว ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีสิทธิในการก่อตั้งครอบครัว เพราะการสมรสนั้นคือเจตจำนง ในการก่อตั้งครอบครัวค่ะ การก่อตั้งครอบครัวก็จะต้องมีสมาชิกในครอบครัว และสิ่งสำคัญ ตามเจตนารมณ์ของหลักการและเหตุผลที่กฎหมายฉบับนี้แก้ บรรทัดแรกเลยใช้คำว่า ครอบครัว ไม่ได้ใช้คำว่า คู่สมรส นะคะ เพราะฉะนั้นคำว่า ครอบครัว ถ้าหากว่าในหมวดบิดา มารดากับบุตร ซึ่งเป็นสมาชิกในครอบครัวที่จะต้องกำหนดความสัมพันธ์กันให้มีสถานะ ในครอบครัวร่วมกัน ให้มีสถานะในสังคมร่วมกัน และให้มีสถานะทางกฎหมายร่วมกัน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกำหนดคำที่เป็นกลาง เพื่อที่จะเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความแตกต่างของเพศหลากหลายด้วย ดังนั้นการที่เราไม่ได้มีคำเป็นกลางอยู่ในหมวด ความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว นั่นคือกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ทำให้ครอบครัว เพศหลากหลายไร้ตัวตนในครอบครัว เพราะไม่รู้ว่าเด็กจะต้องเรียกบุพการีว่าลุง เรียกบุพการี ว่าป้ากันไปอีกนานเท่าไร แล้วนั่นคือต้นเหตุของการสร้างความรุนแรงในสังคม ความเข้าใจ ผิด ๆ ในสังคม แล้วในที่สุดกฎหมายฉบับนี้ก็ทำให้บุคคลเพศหลากหลายไร้ตัวตนอยู่ในกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมวดเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวค่ะ🔗
ท่านศิริทาทาไม่ติดใจนะครับ ต่อไปมาตรา ๖๑ มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น เชิญครับ เอามาตรา ๖๐ ก่อนครับ🔗
มาตรา ๖๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๑ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗
มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นจะอภิปรายไหมครับ ไม่มีนะครับ🔗
ณชเล บุญญาภิสมภาร นะคะ เรียนท่านประธาน ดิฉันจะขอพูดทั้ง ๒ มาตรารวมกันนะคะ มาตรา ๖๑/๑ กับมาตรา ๖๑/๒ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกัน มาตรา ๖๑/๑ และมาตรา ๖๑/๒ คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้ขอสงวนความเห็น เพื่อเพิ่มคำว่า บุพการีลำดับแรก เข้าไปในทั้ง ๒ มาตรา มาตรา ๖๑/๑ และมาตรา ๖๑/๒ ดิฉันอยากจะย้อนให้ทุกคนกลับไป มีครั้งหนึ่งที่ศาลเยาวชนได้ตัดสิน กรณีที่คู่รักต่างประเทศได้รับดูแลบุตรบุญธรรมซึ่งเกิดจากคนไทย ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง มีคำสั่งว่าผู้ร้องอุปการะเลี้ยงดูเด็กหญิงด้วยความรักและเอาใจใส่ และถึงแม้ผู้ร้องเป็นคนรัก เพศเดียวกัน แต่มิใช่อุปสรรคที่จะทำให้ผู้ร้องไม่สามารถอุปการะเลี้ยงดูเด็กหญิงให้ได้รับ ความสุขและความอบอุ่นเท่ากับเด็กอื่น ๆ ส่วนผู้คัดค้านมิใช่ภรรยาผู้ร้องทั้งในพฤตินัย และนิตินัย อีกทั้งผู้ร้องกับผู้คัดค้านก็มีภูมิลำเนาอยู่คนละประเทศ หากศาลมีคำสั่งให้ทั้งผู้ร้อง และผู้คัดค้านใช้อำนาจปกครองเด็กหญิงร่วมกัน ย่อมเกิดอุปสรรคในอำนาจปกครองและ การอุปการะเลี้ยงดู ซึ่งจะไม่เป็นผลดีกับเด็กหญิง จากพฤติการณ์ตามที่วินิจฉัยมานะคะ อันนี้คือคำตัดสินของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เหตุผลที่ดิฉันมาพูดในมาตรา ๖๑/๑ และมาตรา ๖๑/๒ เพื่อป้องกันการเกิดกรณีลักลั่นและทำให้เมื่อเรื่องถึงศาลแล้ว ศาลมี แนวทางที่ชัดเจนในการที่จะกำหนดสิทธิให้กับเด็กผู้ถูกอุปการะ เพราะมีคนจำนวนมาก ที่ไม่ได้นิยาม หรือมีเจตจำนงในการใช้ชีวิตเป็นบิดาหรือมารดา แต่ใช้ชีวิตเป็นบุพการีคนหนึ่ง ที่สามารถจะดูแลเลี้ยงเด็กคนหนึ่งได้🔗
อีกประการค่ะ การที่เรามีคำว่า บุพการีลำดับแรก ทำให้สังคมไทยได้เรียนรู้ และทำให้สังคมไทยเดินทางไกลกว่าการมีหน้าที่หรือบทบาทตามเพศที่ถูกกำหนดขึ้น คือผู้หญิงและผู้ชาย มีผู้ชายจำนวนมากนะคะท่านประธานและท่าน สส. ทุกท่าน ผู้ชายจำนวนมากที่เลี้ยงดูลูกอยู่ที่บ้าน ในขณะที่ภรรยาของพวกเขาทำงานและมีรายได้มากกว่า การเพิ่มคำว่า บุพการีลำดับแรก เกี่ยวข้องอย่างไรกับประเด็นนี้ เกี่ยวข้องตรงที่ว่ามันจะทำให้ บทบาทผู้ชาย ผู้หญิงมีความเท่าเทียม ผู้หญิงสามารถทำงานได้ ในขณะเดียวกันผู้ชายสามารถ เลี้ยงลูกได้ ไม่มีแล้วค่ะคำอธิบายที่ว่าบิดาต้องเป็นอย่างไร มารดาต้องเป็นอย่างไร เมื่อเรา ใช้คำว่า บุพการี ซึ่งมีความหมายที่เป็นกลางทางเพศกับทุกมาตราที่ทางภาคประชาชนได้นำเสนอ ไม่เป็นอะไรค่ะ วันนี้พวกเราไม่ติดใจ และ สส. ไม่จำเป็นที่จะต้องโหวตในมาตราที่พวกเราสงวน แต่พวกเราอยากส่งเสียงไปให้ภาคประชาชนที่อยู่นอกสภาแห่งนี้ได้รับทราบว่าพวกเรา จะยังคงทำงาน และหวังว่าประชาชนทุกท่านที่สนับสนุนกฎหมายสมรสเท่าเทียมจะยังคง สนับสนุนพวกเราในการทำงานให้ได้รับสิทธิครอบครัว การเป็นบุพการีและการรับบุตรบุญธรรม ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เนื่องจากมีผู้สงวนความเห็นในมาตรา ๖๑ มาตรา ๖๑/๑ มาตรา ๖๑/๒ ยังมีท่านกรรมาธิการท่านใดจะขออภิปรายไหม ไม่มีแล้วนะครับ แล้วก็ติดใจที่จะลงมติไหมครับ ไม่มีนะครับ ต่อไปครับท่านเลขาธิการ🔗
มาตรา ๖๒ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗
มาตรา ๖๒ มีกรรมาธิการท่านใดติดใจหรือไม่ เชิญครับ🔗
ภาคภูมิ พันธวงค์ ปาหนัน ค่ะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย Minority ดิฉันขออนุญาตอ่านนะคะ ในตัวของร่างถ้าหากไม่มี คำว่า บุพการีลำดับแรก มาตรา ๖๒ จะล้อไปที่มาตรา ๑๕๙๘/๓๘ ของประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ ค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างคู่สมรสหรือระหว่างบิดามารดาย่อมเรียก จากกันได้ เมื่อฝ่ายที่ควรได้รับอุปการะเลี้ยงดูไม่ได้รับอุปการะเลี้ยงดูหรือได้รับการ อุปการะเลี้ยงดูไม่เพียงพอแก่อัตภาพ ค่าอุปการะเลี้ยงดูนี้ศาลอาจให้เพียงใดหรือไม่ให้ก็ได้ โดยคำนึงถึงความสามารถของผู้มีหน้าที่ต้องให้ ฐานะของผู้รับและพฤติการณ์แห่งกรณี ดังจะเห็นได้ว่าถ้ายังคงซึ่งคำว่า บิดามารดา เวลาที่ครอบครัวเพศหลากหลายเขาอาจจะ ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ว่าเราอาจจะพบเห็นในเคสของคนที่เป็นคนที่รักต่างเพศ เวลาพ่อแม่ เลิกรากันแล้วเขาไม่ได้ส่งเสียค่าเลี้ยงดู ดิฉันอยากจะบอกว่าปัญหาเหล่านี้ก็สามารถที่จะ พบได้ในคู่รักเพศหลากหลายด้วยเช่นกัน ถ้าหากว่ายังคงมีคำว่า บิดามารดา อยู่อย่างนี้ มันจะทำให้เกิดโอกาส ในการสูญเสียการเยียวยาแก่ผู้ที่ถูกทอดทิ้งในความสัมพันธ์ ทางครอบครัวได้ เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งนี้มันไม่ใช่แค่สิทธิความหลากหลายทางเพศ มันยังเป็น ในเรื่องของการทวงสิทธิความยุติธรรม แล้วก็ยังสัมพันธ์กับเรื่องปากท้องด้วย อย่างไร ก็แล้วแต่ ถึงแม้ว่าสมรสเท่าเทียมวันนี้จะส่งต่อในวาระถัดไปให้พิจารณาต่ออย่างรวดเร็ว แต่ดิฉันก็อยากจะฝากประเด็นไว้เป็นประเด็นสำคัญว่า ประเด็นของ LGBT สัมพันธ์กับเรื่อง ปากท้องเสมือนกับที่พรรคการเมืองของพวกท่านได้เสนอ และสัมพันธ์กับเรื่องรัฐสวัสดิการ ที่พวกท่านนั้นได้เสนอเช่นเดียวกัน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ท่านไม่ติดใจนะครับ ต่อไปท่านเลขาธิการครับ🔗
มาตรา ๖๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๖/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่🔗
สำหรับมาตรานี้คณะกรรมาธิการได้เพิ่มเฉพาะมาตรา ๖๖/๑ ขึ้นใหม่ แต่เนื่องจาก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นเพิ่มมาตรา ๖๖/๒ ด้วยนะครับ ดังนั้นในมาตรานี้จะเป็นการ พิจารณาและลงมติมาตรา ๖๖/๑ ก่อน จากนั้นจึงจะเป็นการพิจารณาและลงมติมาตรา ๖๖/๒ ตามคำสงวนที่ขอให้เพิ่มมาตราขึ้นใหม่ในลำดับต่อไป เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการ เพิ่มขึ้นใหม่ ดังนั้นผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการเพิ่มมาตรา ๖๖/๑ ขึ้นใหม่ ของคณะกรรมาธิการหรือไม่นะครับ ท่านสมาชิกครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม แล้วก็เสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง จากพรรคก้าวไกลครับ เนื่องจากเมื่อสักครู่ เพื่อนสมาชิกหลายคนวิ่งขึ้นไปที่ห้องกรรมาธิการครับ อยากให้ท่านประธานใช้เวลาสักนิดหนึ่ง แล้วก็สื่อสารฝากเพื่อนสมาชิกด้วยว่าเป็นมาตราท้าย ๆ ที่จะถึงวาระที่ ๓ แล้วนะครับ คาดว่าจะไม่เกินสัก ๑๕ นาที ก็เลยอยากแจ้งท่านประธานว่าอยากให้รอเพื่อนสมาชิก สักครู่หนึ่งครับท่านประธาน หรือกดออดอีกสักครั้งหนึ่งก็ได้ครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้ว กดปุ่มแสดงตนเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ได้รับโทรศัพท์จากสมาชิกที่อยู่ชั้นบน กำลังแย่งกันเข้าลิฟต์ลงมา รออีกสัก ๕ นาทีครับ🔗
ขอบคุณครับ รอครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักเรียน ครู และบุคลากร ทางการศึกษา โรงเรียนวัดวังไทร อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับนะครับ ท่านสมาชิกเข้ามาแล้วกดปุ่มแสดงตนเลยครับ แสดงตนเรียบร้อยแล้ว ขอปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๓๖๙ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปเชิญท่านสมาชิกลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนได้เลยครับ🔗
เรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๗๑ ท่าน เห็นด้วย ๓๖๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุม มีมติเห็นด้วยกับการเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ของคณะกรรมาธิการนะครับ🔗
ต่อไป เป็นการพิจารณาคำสงวนความเห็นขอเพิ่มมาตรา ๖๖/๒ มีกรรมาธิการจะอภิปรายไหมครับ🔗
มีค่ะ🔗
เชิญครับ🔗
นัยนา สุภาพึ่ง กรรมาธิการ ภาคประชาชนค่ะ ที่ขอสงวนความเห็นในมาตรา ๖๖/๒ ไว้นี้ ก็เป็นการสงวนจากที่ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากเสนอให้มีมาตรา ๖๖/๑ เพราะเราพบว่าถ้าไม่มีมาตรานี้ เมื่อมีการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ ก็เป็นเรื่องใหม่ของประเทศนี้ทั้งประเทศนะคะ บรรดาพนักงานข้าราชการทั้งหลายที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ก็อาจจะงงงวยกันอยู่นะคะ ว่ากฎหมายในมือของท่านทั้งหลายนั้นไม่มีคำว่า คู่สมรส ไม่มีคำว่า บุคคล มีแต่ชายหญิง และถึงที่สุดก็มีคำว่า บิดามารดา คือคำว่า ชายหญิง มีบุคคลเข้ามา คำว่า สามีภรรยา มีคำว่า คู่สมรส เข้ามา ก็คงทำให้ท่านหาทางออกได้ แต่น่าเห็นใจค่ะ บรรดาที่ว่าการอำเภอ โรงพัก โรงพยาบาล โรงเรียน ทั้งหลายทั้งปวง ผู้ปฏิบัติงานจะต้องเจอปัญหาเมื่อพบ คำว่า บิดามารดา แล้วบิดามารดาตรงหน้านี้ก็ถูกเรียกว่าพ่อกับลุง หรือเรียกว่าแม่กับป้า แม่กับน้า หรือบุพการีที่สูงขึ้นไปก็ถูกเรียกว่าปู่ปู่ ย่าย่า ซึ่งมีอยู่นะคะ เพราะล่าสุดที่เราจัดงานกันเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์นี้ มีการจดแจ้งการสมรสล่วงหน้าไปก่อน เพราะรู้ว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะผ่านกฎหมายนี้แน่ ๆ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็จัดให้มีการจดแจ้ง ผู้อำนวยการเขตทุกเขตก็มารับการจดแจ้ง เราก็พบว่ามีปู่ปู่ อายุ ๗๐ กว่าปี ย่าย่าอายุ ๗๐ กว่าปี มาจดแจ้งกัน เพราะฉะนั้นหลังจากนี้น่าเห็นใจ ถ้าไม่มี มาตรา ๖๖/๒ บรรดาพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่ถือกฎหมายพระราชบัญญัติกฎกระทรวง ทั้งหลายทั้งปวงก็คงจะลำบากมาก ในการที่จะตัดสินใจที่จะบังคับใช้กฎหมายกับครอบครัว เพศหลากหลาย เพราะฉะนั้นข้อนี้ดิฉันคิดว่าสิ่งที่ภาคประชาชนเสนอเอาไว้นี้ เป็นการช่วยให้ ผู้บังคับใช้กฎหมายนี้จะสามารถดำเนินการให้เกิดความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ให้มีสถานะ ทางกฎหมาย ให้มีสถานะในสังคม ให้มีสถานะในครอบครัวที่เสมอภาคเท่าเทียมกัน อย่างชัดเจนค่ะ🔗
ไม่ติดใจนะครับ🔗
ไม่ติดใจค่ะ🔗
ไม่ติดใจก็เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการต่อครับ🔗
มาตรา ๖๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๘ ไม่มีการแก้ไข🔗
จบการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราแล้ว ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่างเป็นการสรุปอีกครั้ง หนึ่งตามข้อบังคับข้อ ๑๓๒ มีสมาชิกท่านใดจะขอแก้ไขถ้อยคำหรือไม่ ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มี ก็จบการพิจารณาในวาระที่ ๒ นะครับ🔗
ต่อไปเป็นการพิจารณาในวาระที่ ๓ เพื่อให้สภาลงมติว่าจะเห็นด้วย จะเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ โดยไม่มีการอภิปราย ตามข้อบังคับข้อ ๑๓๓ ดังนั้นผมขอถามมติ จากที่ประชุมว่า จะเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ (ฉบับ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนเลยครับ🔗
แสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ ๑๕๐ ทศพรแสดงตนครับ🔗
๑๕๐ แสดงตน บันทึกไว้นะครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๙ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นชอบ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนได้เลยครับ🔗
ทุกท่านลงคะแนนเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลเลยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมกดไม่ทันครับ ขอออกเสียงเห็นด้วย ๔๐๒ สรวีย์ครับ🔗
๔๐๒ บวกไปอีก ๑ นะครับ ท่านได้แสดงตนหรือยังครับ🔗
แสดงตนแล้วครับ🔗
มีจำนวนผู้ลงมติ ๔๑๔ ท่าน เห็นด้วย ๔๐๐ ท่าน บวกอีก ๑ ท่าน เมื่อสักครู่นะครับ เห็นด้วย ๔๐๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน🔗
ท่านประธานครับ ผม วรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๕ พรรคเพื่อไทยครับ เมื่อสักครู่นี้พยายาม กดแล้ว แต่ไม่แน่ใจครับ ผมเห็นด้วยนะครับท่านประธาน🔗
ลองดูนะครับ เดี๋ยวจะซ้ำกันครับ🔗
รบกวน Check นิดหนึ่งครับ🔗
ทางเจ้าหน้าที่ลอง Check ดูนะครับว่าของท่านวรวงศ์ได้กดหรือยังครับ🔗
๓๒๓ ครับ🔗
๓๒๓ ตรวจ Check ด้วยนะครับ ก็เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างพระบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
ตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการ เพื่อให้สภาพิจารณาว่าเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่มี การอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วยผมจะได้ส่งรายงานและข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทราบหรือดำเนินการต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๗ ประกอบ ข้อ ๑๐๕ รายละเอียดของข้อสังเกตปรากฏตามรายงานที่คณะกรรมาธิการได้นำเสนอไปแล้ว ต่อไปผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ท่านสมาชิกแสดงตนอีกครั้งหนึ่งนะครับ🔗
ท่านสมาชิกกลับเข้าห้องหน่อยนะครับ กดปุ่มแสดงตนเลยครับ🔗
เรียบร้อยนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๙๔ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไป เชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนได้เลยครับ🔗
ลงคะแนนเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๐๑ ท่าน เห็นด้วย ๓๙๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๔ ท่าน🔗
เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการครับ เรียบร้อยนะครับ ขอบคุณกรรมาธิการทุกท่านครับ🔗
เรื่องด่วน🔗
- ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๙๒,๙๗๘ คน เป็นผู้เสนอ)🔗
โดยที่ประชุมเห็นชอบให้นำร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันอีก ๔ ฉบับ ขึ้นมาพิจารณารวมกันไป คือ🔗
๑. ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายเจริญ เจริญชัย กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๑๐,๙๔๒ คน เป็นผู้เสนอ)🔗
๒. ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
๓. ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
๔. ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗
ซึ่งร่างของนายธีรภัทร์ นายเจริญ นายเท่าพิภพ เป็นร่างที่คณะรัฐมนตรี รับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ และได้ส่งคืนสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา ส่วนร่างของ คณะรัฐมนตรีได้บรรจุในระเบียบวาระเพิ่มเติมอยู่ในการประชุมพรุ่งนี้แล้ว ซึ่งผมเห็นว่า สามารถนำมาพิจารณาพร้อมกันได้ แต่เนื่องจากข้อบังคับ ข้อ ๒๘ กำหนดให้ที่ประชุม ต้องพิจารณาเฉพาะเรื่องที่มีอยู่ในระเบียบวาระการประชุม และต้องดำเนินการพิจารณา ตามลำดับระเบียบวาระการประชุมที่จัดไว้ เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเป็นอย่างอื่น ดังนั้น ผมจะขอปรึกษาที่ประชุม เพื่อขอนำร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับ มาพิจารณาพร้อมกัน และลงมติในวาระที่ ๑ รวมกันตามข้อบังคับ ข้อ ๒๘ ข้อ ๕๕ (๒) ข้อ ๑๑๗ วรรคสาม จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
สำหรับร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรีที่ได้รับไปพิจารณานั้น คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๗ รับทราบข้อสังเกตและผลการพิจารณา ของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับดังกล่าว และเห็นชอบข้อเสนอแนะตามที่สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้ส่งคืนร่างพระบัญญัติ พร้อมให้แจ้ง ข้อสังเกตและความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมา เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ในวาระที่ ๑ ทั้งนี้ร่างพระบัญญัติดังกล่าวได้เสนอมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ (๑) (๒) และ (๓) โดยคณะรัฐมนตรีได้เสนอรายงานการรับฟัง ความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจาก กฎหมาย เพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายแล้ว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ส่วนร่างของท่านเท่าพิภพ ท่านชนินทร์ สำนักงานไม่ได้จัดให้มีการรับฟัง ความคิดเห็น เนื่องจากเป็นร่างที่มีหลักการทำนองเดียวกันกับร่างที่ได้ดำเนินการรับฟัง ความคิดเห็นแล้ว ตามประกาศของสภาผู้แทนราษฎร เรื่องหลักการและวิธีการรับฟัง ความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ วรรคสอง รายละเอียด ปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ🔗
ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเข้าชื่อเสนอ ร่างพระราชบัญญัติและบุคคลภายนอก ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีเข้าร่วมชี้แจง ต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๓ วรรคสอง และข้อ ๗๖ ตามลำดับนะครับ ดังนั้นผม จึงเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมแถลงหรือชี้แจงในที่ประชุม ผู้แทนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๑. นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ๒. นายชูวิทย์ จันทรส ๓. นายไพศาล ลิ้มสถิตย์ ๔. นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ๕. นายเจริญ เจริญชัย ๖. นางสาวสุวิสุทธิ์ โลหิตนาวี ๗. นางสาวประภาวี เหมทัศน์ ๘. นายศุภพงษ์ พรึงลำภู ๙. นางสาวเขมิกา รัตนกุล และผู้แทนจากกรมควบคุมโรค ๑. นายธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค ๒. นายนิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดี กรมควบคุมโรค ๓. นายนิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ๔. นางสาวสิริกุล วงษ์สิริโสภาคย์ รองผู้อำนวยการสำนักงาน คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ๕. นางสาวชนกธิดา ศิริวัตร รองผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ๖. นางสาวกชมล หงษานุภรักษ์ นิติกรปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เชิญเข้าประจำที่ครับ ต่อไปเชิญนายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ และคณะรัฐมนตรี แถลงหลักการและเหตุผลตามลำดับ เชิญคณะรัฐมนตรีก่อน แล้วก็ท่านชนินทร์ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กระผมขออนุญาตท่านประธานที่จะแถลง หลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแถลงในนามของคณะรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพ ในการแถลงหลักการและเหตุผล กระผมขออนุญาตท่านประธานที่จะ ได้อ่าน เพื่อแถลงหลักการและเหตุผลตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของเราต่อไป หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๕๓ ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ ดังต่อไปนี้🔗
๑. แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสื่อสาร การตลาด และเพิ่มบทนิยามคำว่า ผู้มีปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓)🔗
๒. แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการนโยบาย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คณะกรรมการ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัด และคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรุงเทพมหานคร (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕ มาตรา ๘ (๑) มาตรา ๑๐ (๓) (๔) และ (๕) มาตรา ๑๖ (๑) (๓) (๔) และ (๖) มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๒ (๑) และ (๒) และเพิ่ม มาตรา ๘ (๑/๑) และมาตรา ๑๖ (๓/๑) และ (๘/๑) และมาตรา ๒๒ (๑/๑) (๑/๒) และ (๓/๑))🔗
๓. ปรับปรุงหน้าที่และอำนาจของสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕)🔗
๖๔/๑🔗
๔. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเพื่อให้อำนาจรัฐมนตรีประกาศกำหนดข้อยกเว้น ในสถานที่ราชการที่ให้ขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๗ (๓) และมาตรา ๓๑ (๓))🔗
๕. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเพื่อกำหนดเวลาห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในสถานที่หรือบริเวณที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสถานที่หรือบริเวณที่จัดบริการเพื่อให้ มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อประโยชน์ในทางการค้า (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๒)🔗
๖. เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการโฆษณา (เพิ่มหมวด ๔/๑ มาตรา ๓๒/๑ มาตรา ๓๒/๒ มาตรา ๓๒/๓ มาตรา ๓๒/๔ และมาตรา ๓๒/๕)🔗
๗. แก้ไขเพิ่มเติมชื่อหมวดและแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการบำบัด รักษาหรือฟื้นฟูสภาพผู้ติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้รวมถึงผู้มีปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ (แก้ไขเพิ่มเติมชื่อหมวด ๕ และมาตรา ๓๓)🔗
๘. แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๔)🔗
๙. ยกเลิกบทบัญญัติเรื่องการให้บุคคลที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวก ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ (ยกเลิกมาตรา ๓๖)🔗
๑๐. ปรับปรุงบทกำหนดโทษโดยเพิ่มมาตรการปรับเป็นพินัยและแก้ไข เพิ่มเติมบทกำหนดโทษให้สอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย (เพิ่มหมวด ๖/๑ มาตรา ๓๗/๑ และมาตรา ๓๗/๒ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๔ และเพิ่ม มาตรา ๔๓/๑)🔗
๑๑. ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๕๓ ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ มีเหตุผลประกอบกับการแถลง ดังต่อไปนี้🔗
โดยที่พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ใช้บังคับมา เป็นเวลานาน ได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ และ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ นับถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา ๑๖ ปี ซึ่งมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้รัฐพึงจัดให้มีกฎหมาย เพียงเท่าที่จำเป็น และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจำเป็น หรือไม่สอดคล้องกับ สภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพโดยไม่ชักช้า เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน และดำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงตัวบทกฎหมายต่าง ๆ ได้โดยสะดวกและสามารถเข้าใจกฎหมายได้ง่าย เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง ประกอบกับมาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกา การทบทวนความเหมาะสมของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติให้รัฐมนตรีผู้รักษาการมีหน้าที่จัดให้มีการพิจารณาทบทวนความเหมาะสม ของกฎหมายทุก ๕ ปีที่กฎหมายใช้บังคับ หรือเมื่อเห็นว่าจำเป็นต้องมีการปรับปรุงแก้ไข จึงสมควรที่จะปรับปรุงพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ สมควรปรับปรุงบทนิยาม บทบัญญัติเกี่ยวกับองค์ประกอบ และหน้าที่อำนาจของ คณะกรรมการชุดต่าง ๆ หน้าที่และอำนาจของรัฐมนตรีผู้รักษาการ หน้าที่และอำนาจของ สำนักงาน และหน้าที่และอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมถึงบทบัญญัติที่เกี่ยวกับ การโฆษณา การส่งเสริมและสนับสนุนการบำบัดรักษาหรือฟื้นฟูสภาพผู้ติดเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ หรือผู้มีปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้เหมาะสมกับ สภาพการณ์ในปัจจุบัน🔗
นอกจากนี้สมควรกำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับการกำหนดเวลาห้ามบริโภค เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่หรือบริเวณที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสถานที่ หรือบริเวณที่จัดบริการเพื่อให้มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อประโยชน์ในทางการค้า และบทกำหนดโทษ เพื่อให้มาตรการการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีความครบถ้วน และเป็นเอกภาพ ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งสมควร ยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๕๓ เพื่อรวบรวมบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องไว้ในกฎหมาย ฉบับเดียวกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้🔗
ท่านประธานที่เคารพ จากที่ผมได้แถลงหลักการและเหตุผลต่อท่านประธาน ผ่านไปยังที่ประชุม ผมขออนุญาตเพิ่มเติมที่จะขออภิปรายเพิ่มเติมเล็กน้อย ในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นที่สนใจ มีภาคประชาชน เสนอกฎหมายเข้ามาในสภาแห่งนี้ด้วย แล้วก็อยู่ในขั้นตอนที่จะรับไว้พิจารณาร่วมกัน มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เห็นความสำคัญ ก็เสนอร่างของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้ามา และคณะรัฐมนตรีเองเห็นความสำคัญเรื่องนี้ ก็เสนอร่างในนามของคณะรัฐมนตรีเข้าสู่ การพิจารณา ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า หลักการและเหตุผล ของแต่ละร่างพระราชบัญญัติที่เสนอเข้ามามีความแตกต่างหลากหลายอย่างมาก แต่โดยรวม ความแล้วก็เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม เรื่องของพระราชบัญญัติว่าด้วยการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งฉบับเดิมออกเมื่อปี ๒๕๕๑ ความหลากหลายตรงนี้เอง มันเป็นความสวยงามในระบอบประชาธิปไตย ผมกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก ที่เคารพนะครับ อยากให้ทุกท่านใช้ดุลพินิจของทุกท่านพิจารณา และในวาระที่ ๑ คือ รับหลักการ อยากให้ทุกท่านช่วยรับหลักการทุกฉบับนะครับ ในฐานะที่ผมเป็นรัฐมนตรี อยากให้ทุกท่านช่วยกันรับทุกฉบับ เพื่อส่งต่อเข้าไปสู่ในวาระที่ ๒ ที่เราจะใช้กลไกของ สภาผู้แทนราษฎรของเรา ในการที่จะพิจารณาในรายละเอียดถึงความเหมาะสม ความสมเหตุสมผล เพราะสิ่งที่มีความแตกต่างหลากหลายกันในตรงนี้ มันมีเส้นแบ่งระหว่าง การควบคุม เพื่อดูแลในมิติของสุขภาพ และการใช้กฎหมายในการควบคุมนี้ต้องไม่กระทบ กับการประกอบสัมมาอาชีพ หรือประกอบวิชาชีพของพี่น้องประชาชนที่เกี่ยวข้องเกี่ยวเนื่อง นั่นหมายความว่ามิติสุขภาพกับมิติเศรษฐกิจจะต้องมีความสมดุลกัน เวทีแห่งนี้ล่ะครับ ถ้าทุกท่านเปิดโอกาสให้สมาชิก หรือผู้ที่เสนอตัวร่างพระราชบัญญัติที่มีความหลากหลายมาก เข้ามาร่วมพิจารณาร่วมกัน ผมเชื่อนะครับว่าทุกท่านมีเจตนาดีต่อบ้าน ต่อเมือง ต่อพี่น้อง ประชาชน ต่อมิติโดยรวมของประเทศชาติ ผมเชื่อว่าหลักการที่เรารับมาจะเข้าสู่การพิจารณา ในวาระชั้นของกรรมาธิการที่จะพิจารณาเป็นรายมาตรา นำเอาหลักการเหล่านั้นมาพิจารณา ที่จะหาจุดสมดุลที่สุดระหว่างมิติของทางด้านเศรษฐกิจและมิติของสุขภาพ เพื่อความเป็นไป โดยผาสุกของพี่น้องประชาชนและความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติบ้านเมือง ผมเชื่อมั่น อย่างนั้น🔗
เพราะฉะนั้นฝากท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน ผ่านท่านประธานที่ประชุม ได้กรุณาพิจารณาและรับหลักการทุกฉบับ แล้วส่งต่อเข้าไปสู่การพิจารณาในวาระที่ ๒ ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณาครับ เพราะจะได้เปิดโอกาสให้ พี่น้องภาคประชาชนที่เป็นผู้เสนอตัวร่างพระราชบัญญัติ ได้มีโอกาสไปร่วมพิจารณาด้วย ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิภาคประชาชน กรณีถ้ามีการเสนอกฎหมาย เข้ามาแล้ว มีสิทธิจะเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการพิจารณาในวาระที่ ๒ นี่คือความสวยงาม ของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขระบบรัฐสภาเรา กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ หวังว่าทุกร่างจะได้รับความเห็นชอบรับหลักการในวาระที่ ๑ และส่งต่อให้กรรมาธิการพิจารณาต่อไป กราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก่อนที่ผมจะกล่าวสรุป หลักการและเหตุผลที่เรามีความจำเป็นจะต้องแก้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตแก้ไขข้อความที่มีความผิดพลาดจากการจัดเตรียมเอกสารที่ยื่นต่อ สภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๖ ตำแหน่ง และขอให้บันทึกการแก้ไขนี้ไว้ประกอบการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติในครั้งนี้ครับท่านประธาน🔗
ประเด็นแรก บันทึกหลักการและเหตุผลประกอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในเอกสารหน้า ๒ (๑๐) ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๘ จากข้อ ๔ ขออนุญาตแก้ไขเป็นข้อ ๖ จากความผิดพลาด ในการ Key ข้อมูลครับ ประเด็นเดียวกันในหน้าเดียวกันเรื่องของเหตุผล บรรทัดที่ ๒ จากสุดท้าย จากข้อ ๔ เป็นข้อ ๖ เช่นกันครับ ตำแหน่งที่ ๓ ในส่วนรายละเอียดของ ร่างพระราชบัญญัติ มาตรา ๓ (๒) ประเด็นเดียวกัน แก้ไขจากข้อ ๔ เป็นข้อ ๖ และตำแหน่งที่ ๔ ในหน้าเดียวกัน มาตรา ๔ เป็นบทนิยามเกี่ยวกับผู้มีปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ขอมีการเพิ่มเติมคำเชื่อมที่พิมพ์ตกหล่นจาก หมายความว่าบุคคลที่ได้รับ ผลกระทบ เพิ่มคำว่า จาก เป็น บุคคลที่ได้รับผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสุดท้าย ในบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญท้ายเอกสารในหมวดที่ ๑ เหตุผลและ ความจำเป็นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ ประเด็นเดียวกันครับ ขอปรับแก้ข้อ ๔ เป็น ข้อ ๖ รวมถึงสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติในข้อ ๒.๓ ปรับแก้ข้อ ๔ เป็นข้อ ๖ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ขอกลับมาที่คำสรุปหลักการและเหตุผล ผมขออนุญาต ไม่อ่านเป็นรายละเอียดตามร่างนะครับ เพราะว่าร่างได้มีการส่งมอบให้ที่ประชุมทุกท่าน เรียบร้อยแล้ว ผมขอกล่าวเป็นคำสรุปหลักการและเหตุผลที่เราจำเป็นจะต้องมีการพิจารณา แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับท่านประธาน พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่เราพิจารณากันอยู่คือ การวางกรอบกติกากลางว่าด้วยการซื้อ การจำหน่าย การประชาสัมพันธ์ และการบริโภคสุรา ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับนี้บังคับใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ มีการใช้มาแล้ว กว่า ๑๖ ปี ดังนั้นบทบัญญัติบางประการอาจไม่เหมาะสมกับบริบทในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลง ไปแล้ว ดังนั้นจึงเห็นสมควรให้มีการปรับปรุงข้อกฎหมายบางประการ เพื่อให้การออกมาตรการ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานการณ์ปัจจุบันมีความเหมาะสม โดยควรคำนึงถึง มิติของการควบคุมการจำหน่าย และการบริโภคควบคู่ไปกับผลกระทบทางเศรษฐกิจ และสังคมไปพร้อมกัน🔗
ปัจจุบันสังคมไทยมีความเห็นต่อมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่หลากหลายครับท่านประธาน มีการเคลื่อนไหวจากฝั่งภาคประชาชนทั้ง ๒ ฝั่ง ทั้งฝั่งผู้ที่ อยากให้มีการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น และจากฝั่งที่อยากให้ เปิดเสรีมากขึ้น โดยให้เหตุผลเรื่องสิทธิเสรีภาพและการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผ่านสินค้าประเภทสุราไทย จึงเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติอย่างพวกเราที่จะต้องหาจุดสมดุล อันเป็นที่ยอมรับได้แก่สังคม ในการสร้างข้อบังคับทางกฎหมายที่บังคับใช้ร่วมกัน ผมเอง ในฐานะ สส. หรือว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมมีโอกาสได้คุยกับพี่น้องประชาชน รวมถึงผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับร่างประชาชนทั้ง ๒ ฉบับครับท่านประธาน ทั้งฉบับที่นำเสนอ โดยนายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ภาคประชาชนที่มีใจความที่สะท้อนความกังวลต่อปัญหาเรื่องการ ติดสุราหรือว่าติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้เป็นผลกระทบมาจนถึงปัญหา เรื่องเมาแล้วขับ แล้วก็เป็นประเด็นเรื่องอุบัติเหตุที่สร้างความเสียหายให้กับสังคมไม่น้อยครับ มากไปกว่านั้นยังลุกลามไปถึงปัญหาเรื่องความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาหนี้สินของ ครอบครัวด้วย มาตรการในการควบคุมเพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้จึงมีความจำเป็นและควรจะ ได้รับการพิจารณา แต่ในทางกลับกันครับ ภาคประชาชนอีกร่างหนึ่งที่นำเสนอโดยคุณเจริญ เจริญชัย และผู้มีสิทธิเลือกตั้งอีก ๑๑,๐๐๐ กว่ารายชื่อ ก็มีสาระสำคัญที่ควรพิจารณา ในเรื่องของการเปิดให้มีการขายหรือว่าซื้อและโฆษณาได้มีเสรีมากขึ้น เพื่อสะท้อนการส่งเสริม เศรษฐกิจในระดับชุมชนและเศรษฐกิจในระดับประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและการพัฒนา สินค้าของประเทศไทย ภาคประชาชนทั้ง ๒ ภาค ของท่านธีรภัทร์ คหะวงศ์ มีการล่ารายชื่อ ร่วมกันจนถึง ๙๒,๙๗๘ คน หรือราว ๑๐๐,๐๐๐ คน ดังนั้นก็เป็นภาคประชาชนจำนวนมาก ที่เราควรจะต้องนำมาพิจารณาเช่นกัน เช่นเดียวกันกับของคุณเจริญที่ล่ารายชื่อได้ถึง ๑๐,๙๔๒ คน ทั้ง ๒ ร่าง จึงควรถูกพิจารณาและควรถูกรับหลักการ เพื่อให้ตั้งกรรมาธิการ ร่วมกันในครั้งนี้ครับท่านประธาน🔗
กลับมาที่ร่างของผมในฐานะตัวแทนของพรรคเพื่อไทยเสนอครับ ในอดีต พรรคไทยรักไทยมีนโยบายในการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ผ่านการส่งเสริมให้มีการผลิตสุราแช่ ชนิดสุราผลไม้ สุราแช่พื้นเมืองและสุรากลั่น ซึ่งล้วนแต่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของไทย ที่มีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่ และพรรคเพื่อไทยเองก็ยังคงจุดยืนในนโยบายนี้สืบเนื่องมา มากไปกว่านั้น ปัจจุบันรัฐบาลที่นำโดยท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ยังมีแนวคิดที่จะ ผลักดันส่งเสริมเศรษฐกิจผ่านวัฒนธรรมทางอาหารที่มีเอกลักษณ์ของไทย ซึ่งสุราชุมชนเอง ก็เป็นหนึ่งในกลไกในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร สร้างรายได้เพิ่มให้กับพี่น้องเกษตรกร อีกทั้งยังมีคุณค่าทางวัฒนธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจองค์รวม ให้กับประเทศไทยได้🔗
ดังนั้นเราจึงปฏิเสธไม่ได้ครับว่าวัฒนธรรมการผลิตและบริโภคสุรา เป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับสังคมไทย จึงเป็นความท้าทายของสภาผู้แทนราษฎรของเรา และรัฐบาลในฐานะผู้บริหารประเทศที่ต้องสร้างสมดุล ทั้งในแง่ของการควบคุมที่ควร มีมาตรการป้องกันผลกระทบทางสังคมที่เหมาะสม และการสนับสนุนให้สุราไทยเป็นกลไก ในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ด้วย สำหรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติที่ผมเสนอนี้ ผมขอเสนอสรุปเป็น ๓ ประเด็นหลัก🔗
ประเด็นแรก ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มุ่งให้อำนาจและหน้าที่ในการกำหนด นโยบายเรื่องการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยตรง ซึ่งในเชิงหลักการทั้ง ๒ องค์ประกอบ เป็นผู้ที่ ยึดโยงกับเสียงของพี่น้องประชาชน และเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความต้องการของประชาชน ตลอดจนคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ เพื่อให้เป็นไปตามนั้นจึงมีความจำเป็นจะต้องยกเลิกประกาศ คณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๕๓ ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ ซึ่งมีการกำหนดเงื่อนไขระยะเวลา ในการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๕๘ ในข้อ ๖ ที่ทำให้การออกมาตรการของฝ่ายบริหารขาดความยืดหยุ่น จนอาจไม่เหมาะกับกาลสมัย และแก้ไขให้การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์รวมอยู่ในกฎหมายฉบับเดียวกัน ให้อำนาจรัฐมนตรีเป็นผู้ประกาศ เรื่องเวลา สถานที่ในการขายและบริโภค หรือห้ามขาย และห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรืออาจมอบหมายต่อ ให้หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีหน้าที่รับผิดชอบมีอำนาจในการ ออกประกาศอื่น ๆ ต่อได้ ร่างแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้มีการควบคุมการขายหรือการบริโภค มิใช่พิจารณา จากแค่สถานที่เพียงอย่างเดียวครับท่านประธาน แต่ควรพิจารณาจากความเหมาะสม ของรูปแบบกิจกรรมที่ประกอบด้วย เช่น สนามกีฬาหรือหอประชุมของราชการที่ปัจจุบัน นับเป็นพื้นที่ราชการ และไม่สามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้เลยในทุกกรณี ถึงแม้จะมี การจัดงานส่งเสริมสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้าน งานแข่งขันกีฬา งานมหรสพ หรืองานจัดเลี้ยง ตามประเพณีต่าง ๆ ก็ไม่สามารถขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ จึงจำเป็นจะต้อง มีการแก้ไขให้สามารถทำได้ภายใต้ระเบียบที่ออกโดยรัฐมนตรีเป็นผู้กำหนด หรือให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบสถานที่เหล่านั้นเป็นผู้ให้การอนุญาตเป็นรายกรณีไป🔗
ประเด็นที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะปรับปรุงคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง โดยในส่วนของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้มีอยู่ ๒ ชุด คือคณะกรรมการ นโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ และคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่มีหน้าที่สนับสนุนการทำงานของรัฐบาลและให้ความเห็น และตรวจสอบการติดตาม การดำเนินการตามนโยบาย การแก้ไขนี้มุ่งเน้นที่จะเพิ่มองค์ประกอบในการพิจารณาของ คณะกรรมการให้มีความรอบด้านมากขึ้น จึงมีการเพิ่มเติมกรรมการจากกระทรวง DE หรือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายมาร่วมเป็นองค์ประกอบในทั้ง ๒ คณะกรรมการ🔗
ท่านชนินทร์ครับ รายละเอียดเดี๋ยวเราไปคุยในกรรมาธิการนะครับ เอาย่อ ๆ นะครับ🔗
ได้ครับ สั้น ๆ ครับ ท่านประธาน จบแล้วครับ และเพิ่มเติมตัวแทนของภาคผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามา เป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการนโยบายด้วย เพื่อให้เกิดการรับฟังจากภาคผลิตร่วมด้วย🔗
ประเด็นสุดท้าย เรามีการปรับปรุงข้อกฎหมายเรื่องการโฆษณา โดยระบุไว้ ในระดับพระราชบัญญัติ เพียงว่าการประชาสัมพันธ์ใด ๆ โดยผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ให้กระทำได้เฉพาะการให้ข้อมูลข่าวสารและความรู้เชิงสร้างสรรค์ และไม่ให้ กระทำการอันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณ หรือชักจูงให้ผู้อื่นบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยทางตรงหรือทางอ้อม🔗
ทั้งหมดนี้ครับท่านประธาน เป็นหลักการโดยภาพรวมครับ ไม่ได้ลงรายละเอียด รายมาตรา และผมขอใช้พื้นที่แห่งนี้กล่าวสรุปสุดท้ายว่า ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่บรรจุ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้ามาพิจารณาร่วมกันกับอีกทั้ง ๔ ร่าง และผมขอให้เพื่อนสมาชิก ในที่นี้ทุกท่านร่วมกันพิจารณาถึงสมดุลของการควบคุม และการส่งเสริมการบริโภคและ การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้มีความเหมาะสม และคาดหวังว่าเราจะมีการ รับหลักการทั้ง ๕ ร่าง เพื่อนำไปพิจารณาต่อในชั้นกรรมาธิการ และจะได้ร่างกฎหมาย ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีความรัดกุมมากขึ้น เปิดเสรีมากขึ้นไปพร้อม ๆ กัน ได้พื้นที่ ของความสมดุลในการบริโภค ในการจำหน่าย ในการประชาสัมพันธ์ แล้วก็จะได้เป็นกติกากลาง ที่ได้การยอมรับไปพร้อมกันในสังคม ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปในส่วนของท่านเท่าพิภพที่จะอภิปราย ท่านต้องอภิปรายในประเด็นที่ คณะรัฐมนตรีมีข้อสังเกต และผลการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีที่ขอรับร่างพระราชบัญญัติ ไปพิจารณาก่อนรับหลักการ อภิปรายข้อสังเกตของรัฐมนตรีนะครับ เชิญครับ🔗
ทราบครับ ท่านประธานครับ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ ในฐานะผู้เสนอร่างด้วยแล้ว จริง ๆ ก็จะอภิปรายในความคิดเห็นที่ ครม. ได้ส่งกลับมา ซึ่งอยู่ท้ายเล่มหนา ๆ นะครับ เผื่อเพื่อนสมาชิกไม่เห็น ซึ่งจริง ๆ แล้วผมก็จะอภิปรายตามที่ท่านประธานพูดแน่นอนครับ แล้วจริง ๆ ก็เป็นตัวอย่างที่ดี ไม่เสียเวลามากนะครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ ที่ทาง คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ที่เป็นตัวแทนของ ครม. มาเสนอร่างในวันนี้ แล้วก็ได้กล่าวว่า จะรับไว้ทุกร่าง รวมถึงเพื่อนสมาชิกท่านชนินทร์ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทยด้วยนะครับ ที่ได้ยื่น พ.ร.บ. มายิ่งเยอะยิ่งดีนะครับ ผมคิดว่ายิ่งทำให้หลักการมันมีความหลากหลายมากขึ้น แล้วมุมในวิธีคิดเวลาเราไปทำ กรรมาธิการวาระที่ ๒ มันจะไม่ตัน ซึ่งแต่ละร่างหลักการมาพอ ๆ กัน ผมจะขออภิปราย ในข้อเสนอแนะของรัฐมนตรีนะครับ ซึ่งเป็นหนังสือที่ นร ๐๔๐๓/๒๙๖๗ น่าจะพิมพ์เลขผิด หรือเปล่า ลงวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๗ นะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ประมาณข้อ ๕ ครับท่านประธาน คำถามในประเด็นที่การกำหนดหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการอนุญาตให้ทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ ทำการตลาด Online ต่าง ๆ ซึ่งความเห็นของ ครม. ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งก็คือบอกว่า การกำหนดกฎหมายใด ตามรัฐธรรมนูญแล้วต้องไม่กระทบต่อศักดิ์ศรีและสิทธิมนุษยชน ในการประกอบอาชีพอะไรต่าง ๆ จำกัดสิทธิประชาชนมากเกินไป ซึ่ง พ.ร.บ. นี้ก็มีการ จำกัดสิทธิโดยการโฆษณาไว้อยู่ ซึ่งผมก็ต้องยืนยันครับว่านี่ล่ะครับเป็นสิ่งที่ดีมากที่ ครม. ได้เห็นด้วย ซึ่งถ้าเทียบดูร่างทุกร่างแล้ว ร่างของผมนี้ใกล้เคียงกับความเห็น ครม. สุดเลยครับ ท่านประธาน เพราะให้โฆษณาได้กับบุคคลที่อายุเกินกว่า ๒๐ ปี ก็คือโฆษณาเด็กไม่ได้ อันนี้เราก็ยังให้โฆษณาอยู่ หรือร่างของภาคประชาชนของอาจารย์เจริญที่ให้โฆษณาได้ ซึ่งเขาบอกให้ไปดูประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี มีการส่งเสริมโซจู สาเก อันนี้เห็นด้วยกับ ครม. เป็นอย่างยิ่ง อันนี้คือการแก้ไขในมาตรา ๓๒ ซึ่ง ครม. ให้ความเห็นมาอย่างนี้ แต่อันนี้ ผมท้วงติงไว้นิดหนึ่ง เพราะร่าง ครม. ที่ออกมานี้ตรงกันข้ามเลย ผมก็งงเหมือนกันว่า อันนี้ความเห็น ครม. แล้วอันนั้นมันร่าง ครม. หรือว่าร่างใครกันแน่ เพราะว่ามันไม่เหมือนกันเลย ก็ไม่เป็นอะไรครับ ไปว่ากันในกรรมาธิการ🔗
ข้อ ๖ ครับท่านประธานในข้อสังเกต ขออภิปรายครับ ในการกำหนด รายละเอียดข้อความระบุฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยไม่มีข้อความลักษณะที่เชิญชวน ให้บริโภค อันนี้ผมว่าเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่ง ครม. มีความเห็นว่า คำว่าต้องไม่มีข้อความ ลักษณะเชิญชวนบริโภคอาจส่งผลต่อการพิจารณา โดยการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ที่มีความยุ่งยากไม่ชัดเจน แล้วก็เป็นผลเสียต่อประชาชน ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นประเด็นสำคัญ ในการที่ผมเสนอในการปรับแก้กฎหมายในฉบับของผมนะครับ เห็นด้วยกับ ครม. อีกแล้ว เห็นด้วยอย่างยิ่งเลย แต่ร่าง ครม. มาตรา ๓๒ ห้ามผู้ใดแสดงเครื่องหมาย Logo ผลิตภัณฑ์ สุราต่าง ๆ ไม่ว่าโดยทางตรง ทางอ้อม อันนี้ดุลพินิจนะครับ อันนี้ผมว่าจริง ๆ พอ ๒ ข้อ เริ่มไม่แน่ใจแล้ว ร่าง ครม. จริงหรือเปล่า หรือกรมอะไรกันแน่หรือเปล่า🔗
ข้อ ๗ การยกเลิกการควบคุมวิธีลักษณะการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามมาตรา ๓๐ ใน พ.ร.บ. นี้ อย่างเช่น การใช้เครื่องอัตโนมัติ ความเห็น ครม. ครับ การยกเลิกการควบคุมวิธีลักษณะการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาจส่งผลต่อการบังคับใช้ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คือไม่ได้บอกว่าห้ามทำนะครับ กรณีการใช้เครื่องขายอัตโนมัติจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีที่ใช้ระบุตัวตนผู้ซื้อ เพื่อให้สามารถ ควบคุมการจำหน่ายแอลกอฮอล์ให้ผู้ที่มีอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ขอบคุณ ครม. ครับ ตรงกับผมเป๊ะ ๆ เลยครับ ผมแก้อันนี้เป๊ะเลยครับ แต่ในร่าง พ.ร.บ. ไม่มี งงนะครับ ไม่เป็นอะไรครับ ก็ถือว่าเดี๋ยวไปทำกันในกรรมาธิการวาระที่ ๒ นะครับ ก็ขอบคุณความเห็น ของทาง ครม. แล้วก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สภาแห่งนี้จะเป็นตัวกลางที่เราจะพิสูจน์ได้ว่าเราเป็น พื้นที่ปลอดภัยของทุกคนในการที่เรามาคุยกัน ทั้งภาคประชาชนที่เป็นฝ่ายรณรงค์ที่ทำงาน อย่างแข็งขันนะครับ แล้วก็ทางภาคประชาชนที่เป็นผู้ประกอบการ เป็นคนที่อยากให้ กฎหมายผ่อนคลาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายรัฐบาลและผมฝ่ายค้าน รวมถึงรัฐมนตรี และพี่ ๆ ข้าราชการกรมควบคุมโรคด้วยนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ อย่างไรขอให้ เพื่อนสมาชิกทุกท่านรับทุกร่างและเราจะไปทำให้เต็มที่ในกรรมาธิการวาระที่ ๒ และมาเสนอ ต่อสภาให้ทุกท่านหาจุดสมดุลกันได้อย่างแน่นอน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสมาชิกที่ขออภิปรายนะครับ ท่านแรก ท่านนิพนธ์ คนขยัน ท่านที่ ๒ ท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เชิญท่านนิพนธ์ คนขยัน ก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตร่วมอภิปรายร่าง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่เพื่อนสมาชิกและ ครม. เสนอ ผมจะพูดอยู่ ๒ ประเด็นครับท่านประธาน ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ก็ขอเรียนว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้หากผ่านออกไปใช้แล้ว ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนและทุกคน ก็คงจะได้สบายใจ เหตุผล คนที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ปฏิเสธไม่ได้ สังคมประเทศไทย มีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ แต่คนชอบ เมื่อ พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่าน ท่านประธานครับ ผมเชื่อมั่นว่า ก็สบายใจในเวลาดื่มนะครับ ยกตัวอย่างที่ผมจะนำเรียนเรื่องแก้ไขเพิ่มเติมว่าในสถานที่ ราชการ สาธารณะ ในอดีตใช้ไม่ได้ วันนี้หาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่าน ก็ถือว่างานประเพณีต่าง ๆ นั้น ผู้ที่จัดงานประเพณี การต้อนรับ การเกษียณอะไรต่าง ๆ ก็จะได้สบายใจ อันนี้เห็นด้วย อย่างยิ่งครับท่านประธานที่เคารพ🔗
ส่วนอีกประเด็นอยากฝากเป็นข้อสังเกตนะครับ เพราะมีการนำร่องในการ เปิดสถานบริการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีรายได้ที่ดีส่งเสริมการท่องเที่ยว ก็เห็นด้วยครับ แต่อยากฝากข้อสังเกตนะครับว่า ในเมื่อนำร่องเปิดสถานบริการถึงตีสี่ ก็มีการสำรวจ มีความคิดเห็นต่าง ๆ ว่า เอาล่ะเศรษฐกิจดีในสถานที่เมืองท่องเที่ยว แต่อยากฝาก ท่านประธานครับ เพราะนักดื่ม ดื่มจนถึงตีสี่แล้ว ส่วนจะเริ่มเวลาไหนไม่ทราบครับ แต่อย่างน้อย ๑. ง่วง ๒. เมา เวลาง่วงและเมาบวกกันแล้ว เวลากลับบ้านท่านประธาน ที่เคารพ เกิดอุบัติเหตุมากกว่าไม่เปิดถึงตีสี่ ทำให้พลเมืองดี ประชาชนในช่วงรับอรุณ จะออกไปทำงานเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น ดังนั้นไม่ขัดข้องที่จะเปิดถึงตีสี่ แต่จะวางมาตรการ อย่างไร ไม่ให้พี่น้องประชาชนหรือพลเมืองที่เขาจะสัญจรไปมาในช่วงรุ่งอรุณเกิดอุบัติเหตุ มีทั้งได้ มีทั้งเสีย ได้คือได้เงิน ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่เสียละ ชีวิต ทรัพย์สินของ เพื่อนร่วมมนุษย์ด้วยกัน เราเห็นหลาย ๆ ภาพแล้วไม่อยากซ้ำเติมครับ เกิดอุบัติเหตุจากการ เมาแล้วขับก็มากแล้ว การเมาแล้วง่วงอีก ฝากท่านกรรมาธิการที่จะตั้งกรรมการวิสามัญเรื่องนี้ รับไปพิจารณาว่า เอาล่ะส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมเศรษฐกิจให้มีรายได้ดี เห็นด้วยครับ แต่ฝากประเด็นว่าจะทำอย่างไรจะไม่ให้คนอื่นเดือดร้อน ผมฝากข้อเสนอแค่นี้ครับ ท่านประธาน เพราะหากเกิดอุบัติเหตุแล้วมันเรียกคืนไม่ได้ครับ ขาขาด พิการ หรือตาย ฉะนั้นฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะที่จะรับหลักการ ผมเห็นด้วยทุกฉบับครับ เพียงแต่ ฝากว่าข้อสุดท้ายที่ผมกราบเรียนจะทำอย่างไร กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี เขต ๗ วันนี้ผมก็ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้กลับเข้ามาสภาอีกครั้ง หลังจากที่ ครม. ของเราได้ขอนำไปศึกษา ๖๐ วัน และผมก็ได้ กลับมาอภิปรายเป็นครั้งที่ ๒ ด้วยความหวังว่า สภาของเราจะรับร่างทั้ง ๕ ฉบับ เพื่อนำไป ศึกษาต่อ แล้วก็ผ่านร่างนี้สักที เหตุผลที่ผมให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมของเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ก็เพราะว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่มาก ๆ มีมูลค่าถึง ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี แล้วก็เป็นอุตสาหกรรมที่มีรายใหญ่อยู่ ๒ ราย ที่ครองตลาดถึง ๙๒.๒ เปอร์เซ็นต์ ในที่นี้วันนี้ ผมก็จะมาอภิปรายในส่วนฉบับของ ครม. ที่ได้ส่งเพิ่มเข้ามาในรอบนี้ เนื่องจากว่าผมเห็นด้วย กับการผลิตเหล้า เบียร์ แล้วก็อยากจะส่งเสริมให้กับรายย่อยได้ร่วมกันผลิต แล้วก็สามารถ นำมาจำหน่าย ปัจจุบันนี้ผมไม่ใช่แค่คนปทุมธานี ไม่ใช่แค่คนไทย แต่ผมเป็นส่วนหนึ่ง ของประชากรโลก ทุกวันนี้เราพูดกันถึงเรื่อง Globalization เราสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ของประเทศต่าง ๆ ได้หมด เราจำเป็นต้องเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนกฎหมายเก่า ๆ แล้วก็เปิดรับกฎหมายใหม่ ๆ ที่จะเข้ามา เพราะฉะนั้นในส่วนของการโฆษณาก็เช่นกัน การโฆษณาถ้าเรามีข้อห้าม ข้อจำกัดมากเกินไปมันจะไม่ใช่การส่งเสริม แล้วตลาดต่าง ๆ มันก็จะเติบโตได้ยาก โดยเฉพาะกับรายย่อยที่เพิ่งเป็นหน้าใหม่เข้ามา ถ้าเราจำกัดการโฆษณา มาก ๆ มันจะเกิดปัญหา อย่างปทุมธานีของเราก็จะมีกล้วยหอมทองปทุมธานีที่เป็น สินค้าเกษตรเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือที่เรียกว่า GI ตรงนี้ถ้าเรานำมาผลิตเครื่องดื่ม นำมาต่อยอด ไม่ว่าจะเป็น Craft Beer หรือเหล้า หรือไวน์ ก็จะช่วยส่งเสริมให้สินค้าเกษตร มีอัตลักษณ์ของตัวเอง เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน แล้วก็ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับ เกษตรกรได้มากมาย ทุกวันนี้เราก้าวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีแล้วเกิดอะไรขึ้น เราสูญเสียงาน อาชีพต่าง ๆ จำนวนมาก เมื่อก่อนไปรษณีย์ส่งจดหมาย เดี๋ยวนี้จดหมายแทบไม่มี ส่งพัสดุแทน เมื่อก่อนเรามีโทรเลข เดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่ไม่รู้จักแล้วครับ โทรเลขคืออะไร แค่กด Chat กด LINE กด Messenger ข้อมูลก็ไปถึงกันแล้วนะครับ ไม่ต้องรอกัน ๓ ชั่วโมง ๕ ชั่วโมง อันนี้คือการทดแทนงาน ทดแทนอาชีพ เราจำเป็นต้องปรับตัว การแก้กฎหมายเราต้อง เปิดโอกาสให้มีอาชีพใหม่ ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ ไม่เช่นนั้นคนตกงานจำนวนมาก เกษตรกร ที่ผลิตสินค้าตอนนี้ก็ผลิตสู้หลาย ๆ ประเทศไม่ได้แล้ว ข้าวของเราเคยเป็นข้าวที่ส่งออก เป็นอันดับ ๑ เราก็ถูกแย่งไปแล้ว ถ้าเราไม่เปิดอาชีพต่าง ๆ เข้ามาให้กับเกษตรกร หรือแม้แต่ อาชีพรถยนต์สันดาปเองก็ตาม ที่กำลังได้รับผลกระทบอย่างมาก อันนี้ผมจะยกตัวอย่าง อาชีพต่าง ๆ เพราะฉะนั้นการโฆษณาของ ครม. มาตรา ๓๒ ถ้าเราอ่านดูจะมีการห้ามโฆษณา แม้แต่เป็นน้ำหรือว่าโซดาที่มีแบรนด์ ที่มียี่ห้อเดียวกับเครื่องดื่มก็ห้ามโฆษณา อันนี้ เป็นการจำกัดมากกว่าเดิมเข้าไปอีก แล้วก็มีการจำกัดเวลาอย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดไปแล้ว ให้อำนาจกับ ครม. ในการจำกัดเวลาในการขาย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่บีบมากกว่าสนับสนุน เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยกับการห้ามโฆษณา ควรจะเปิดโอกาสการโฆษณาให้ได้มากที่สุด เราดูจากประเทศต่าง ๆ ก็ได้นะครับ ประเทศที่เขาเจริญแล้ว เราอย่ามองว่าคนไทยเรา ยังไม่มีความรู้เท่าทันคนอื่น เพราะประเทศไทยเราตอนนี้อย่างที่บอกว่าเป็น Globalization คนจบปริญญาตรีเยอะแยะเต็มไปหมด คนจบปริญญาโท ปริญญาเอกก็เยอะแยะเต็มไปหมด เรามีองค์ความรู้มากมาย เรามีสติสัมปชัญญะที่จะตัดสินใจในการดูโฆษณาหรือไม่ดูโฆษณา คนที่อายุ ๒๐ ปีขึ้นไป ก็ควรจะได้รับรู้นะครับ การโฆษณาไม่ควรมีข้อห้ามเต็มไปหมดแบบนี้ อย่างไรก็ตามผมก็ขอให้ในสภารับร่างทั้ง ๕ ฉบับ เพื่อเราจะได้ไปถกกัน ต่อไปในวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ นะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณอลงกต มณีกาศ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์อลงกต มณีกาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม เขต ๓ พรรคภูมิใจไทยครับ ท่านประธานครับ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่สินค้าธรรมดาครับ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี้ เหมือนเป็นใบเบิกทางหรือว่าเป็นตัวนำพาให้กับเยาวชน ให้กับ ลูกหลานที่เพิ่งหัดดื่มไปสู่สารเสพติด ไม่ว่าจะเป็นยาบ้า ยาไอซ์ หรือว่ายาอี แม้กระทั่ง เป็นใบเบิกทางไปสู่บุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าได้ ท่านประธานครับ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แตกต่าง จากสินค้าทั่ว ๆ ไปครับ เพราะว่าเป็นสินค้าที่อันตราย ไม่ใช่สินค้าที่ปลอดภัยแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นแล้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีปัญหาค่อนข้างที่จะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเรื่อง สุขภาพของผู้บริโภคเอง แล้วถ้าควบคุมไม่ดีพอก็จะเกิดปัญหากับทางสังคมได้อีกหลายอย่าง แล้วที่สำคัญก็มีผลกระทบต่อการพัฒนาความยั่งยืนของประเทศชาติ สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีตัวแทนภาคีเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดนครพนมประมาณ ๓๐ กว่าคน เดินทางมา พบผมอยู่ที่สำนักงาน ส่วนใหญ่มาจากอำเภอบ้านแพง มาจากอำเภอนาทมของเขต ท่าน สส. ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ก็ได้มาเล่าให้ผมฟังถึงความทุกข์ลำบากที่ได้รับผลกระทบ จากคนในครัวเรือนที่ติดสุรานะครับ มีแม่บ้านอยู่รายหนึ่งเล่าให้ฟังว่าอยากจะหนีไปบวชชี ไปอยู่วัดแล้วนะครับ เพราะว่าที่บ้านสามีติดเหล้า นอกจากนั้นแล้วลูกชายก็ยังดื่มเหมือนกัน แล้วบ่อยครั้งที่พ่อและลูกชกต่อยกันเป็นประจำ หัวอกของคุณแม่แทบสลาย แม่บ้าน อีกรายหนึ่งก็เล่าให้ฟังว่า สามีตัวเองเวลาเมาทีไรชอบทำร้ายตบตีตัวเองอยู่เป็นประจำ มักจะชวนเพื่อนมาดื่มที่บ้าน บอกกับเพื่อนว่าอยากจะเตะเมียโชว์ให้เพื่อนดูนะครับ อันนี้ล่ะครับ ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวมีอยู่อย่างมาก อีกรายหนึ่งเป็นนายทหาร เกษียณอายุราชการแล้วจากต่างจังหวัดเป็นคนบ้านแพง จังหวัดนครพนม ก็ได้ร่วม คณะเครือข่ายมาด้วย ท่านก็เล่าให้ฟังครับว่าอยากจะกลับมาเกษียณอายุที่บ้านเกิดจังหวัด นครพนมอยู่ที่บ้านแพง เพราะว่าอากาศดีมาก แต่ในความเป็นจริงแล้วพอมาอยู่กับพบว่า ข้าง ๆ บ้านวัยรุ่นดื่มสุราทุกวันส่งเสียงดัง แล้วนอกจากนั้นในวัยรุ่นกลุ่มนี้ก็ยังทั้งค้า แล้วก็ ทั้งเสพยาเสพติด ผู้นำชุมชนก็ไม่กล้าที่จะรายงานทางอำเภอหรือทางจังหวัดนะครับ ขณะเดียวกันบางท่านได้เล่าให้ผมฟังอย่างนี้ครับว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มันเหมือนกับ สารเสพติดที่มันถูกกฎหมายครับ ซึ่งสารเสพติดตัวนี้ถูกต้องตามกฎหมายก็จริงครับ แต่ว่า สร้างความเสียหาย สร้างความหายนะ สร้างผลกระทบในหลาย ๆ มิติ ทุกมิติ ทุกระดับ ทั้งต่อตัวบุคคล ทั้งต่อตัวครอบครัว ต่อสังคม ต่อชุมชน และต่อประเทศชาติครับ เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ยังกระตุ้น หรือเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหลาย ๆ อย่างนะครับ อย่างที่เรา คุ้นเคยกันดีไม่ว่าจะเป็นโรคตับแข็ง หรืออาจจะเป็นตับอักเสบ ไขมันพอกตับ ไขมันเกาะตับ บางครั้งก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุการให้เกิดโรคมะเร็งในหลาย ๆ ที่ หลาย ๆ แห่ง นอกจากนั้นแล้วแอลกอฮอล์ก็ยังทำให้เกิดโรคในเรื่องของหลอดเลือดทางสมอง หรือว่า โรคทางจิตประสาท รวมถึงก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ หรือว่าการทะเลาะวิวาท หรือว่าการก่ออาชญากรรมต่าง ๆ นะครับ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์เป็นอุปสรรคที่สำคัญอย่างยิ่งของการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศนะครับ คนไทยเราเสียชีวิตจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปีหนึ่งประมาณ ๒๖,๐๐๐ คน เฉลี่ยแล้ว ทุก ๒๐ นาที จะมีคนไทยเสียชีวิตจากแอลกอฮอล์ ๑ ราย แล้วจากการศึกษาพฤติกรรมของ เยาวชนในสถานพินิจ ก็พบว่าเด็กและเยาวชนร้อยละ ๔๐.๘ ก่อคดีในระหว่างที่ดื่มสุรา หรือว่าภายใน ๕ ชั่วโมงหลังจากดื่มสุรา ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคดีเกี่ยวกับเรื่องของทำร้าย ร่างกายประมาณ ๕๕.๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เป็นคดีเกี่ยวกับความผิดทางเพศประมาณ ๔๖.๒ เปอร์เซ็นต์🔗
ส่วนข้อมูลจาก สสส. ในปี ๒๕๖๕ มีข้อมูลผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนน ๑๔,๘๕๔ คน เป็นสาเหตุจากการดื่มหรือเมาแล้วขับถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นแล้ว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็ยังเป็นปัจจัยในการกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว ปัจจุบัน ประเทศไทยเรามีพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้ หลาย ๆ ที่ก็บอกว่าดี เพราะว่ามีมาตรการสอดคล้องกับการลดผลกระทบจากเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำกัดสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำกัดช่วงเวลา หรือควบคุมการโฆษณา หรือควบคุมการส่งเสริมการขาย มาตรการควบคุมเมาแล้วขับ หรือมาตรการในด้านของราคา แล้วก็เรื่องของภาษี ซึ่งทั้งหมดเป็นนโยบายที่ทั่วโลก ก็ให้การยอมรับว่าเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพ แต่ในความเป็นจริงแล้วประเทศไทยเรา การบังคับใช้กฎหมายยังไม่ดีพอ ขณะเดียวกันผู้ติดสุราเองมีแทบทุกหมู่บ้าน และที่สำคัญ อายุน้อยลง เมื่อก่อนคนติดสุราหรือสุราเรื้อรัง ๕๐ ปีขึ้น ๖๐ ปีขึ้น ปัจจุบัน ๓๐ กว่าปีเอง อายุน้อยลงเรื่อย ๆ ซึ่งการเปลี่ยนบทบาทของวัฒนธรรมของสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเปลี่ยนจากการยอมรับมันโดยไม่ได้ไตร่ตรองในชีวิตประจำวัน มาเป็นการคำนึงถึง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างรอบคอบมากขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่อย่างนั้นแล้วก็จะเกิด ปัญหาเหมือนในอดีตว่า ครั้งหนึ่งเราเคยเห็นว่าผลิตภัณฑ์จากยาสูบเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย เพราะฉะนั้นแล้วผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งในการที่จะรับร่างกฎหมายทุกฉบับแต่ต้องไม่เป็นการ เอื้อประโยชน์แก่ผู้ผลิตรายใหญ่ แต่กฎหมายฉบับที่จะแก้ไขนี้จะต้องคำนึงถึงสุขภาพ คำนึงถึง ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชน แล้วก็ปกป้องเยาวชนให้มากกว่าคำนึงถึงเรื่อง เศรษฐกิจ คำนึงถึงแต่เรื่องของรายได้ของประเทศอย่างเดียว เพราะฉะนั้นแล้วเห็นด้วยเป็น อย่างยิ่งทุกฉบับครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณองค์การ ชัยบุตร ครับ ถ้ายังไม่อยู่ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวข้ามไปก่อนครับ ขอเชิญ คุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม เขต ๑ กระผมเห็นด้วยกับพระราชบัญญัติควบคุมแอลกอฮอล์ของทุกท่าน เพราะเรา จะปล่อยปละละเลยก็จะทำให้ผลเสียต่อประเทศชาติ ต่อสังคม และเป็นแบบอย่างไม่ดี ต่อลูกหลาน และต้องขอขอบพระคุณภาคประชาชน ภาคีประชาชน กลุ่มหัวใจเพชร หรือกลุ่มคนหัวใจเพชร พี่น้องประชาชนที่ได้รณรงค์ ได้ร้องเรียน และได้ไปขอเข้ายื่นหนังสือ กับผมที่อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ซึ่งพี่น้องชาวอำเภอนาทม อำเภอบ้านแพง อำเภอศรีสงคราม และอำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ทุกท่านมีความเห็นตรงกันหมด ขอให้รัฐบาลได้เคร่งครัด ได้เร่งดำเนินการควบคุมเรื่องแอลกอฮอล์ เรื่องเหล้า เรื่องสุรา เรื่องเบียร์ต่าง ๆ เพราะปัจจุบันลูกหลานของเราตั้งแต่เด็กประถม มัธยม อายุ ๑๐ กว่าปี ตอนนี้เริ่มทดลองกัญชา น้ำกระท่อม ยาบ้า แล้วหลายคนเมาเหล้า เมาสุราไม่ไปโรงเรียน นั่นคือสภาพความเป็นจริงที่เกิดอยู่ในหมู่บ้าน ในชนบท ถ้ารัฐบาลไม่เร่งดำเนินการก็จะเกิด ปัญหาขึ้นอย่างมากมายอีก ขอภาพสไลด์ได้เลยครับ🔗
นั่นคือสิ่งที่ทุกคนเป็นห่วงลูกหลาน เป็นห่วงพี่น้องประชาชน เช่น ภาคีภาคประชาชนและกลุ่มหัวใจเพชร อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม ได้ร่วมกันมาเหมือนท่านนายแพทย์อลงกตได้พูดไป ๓๐ กว่าท่านมาพบ ได้ขอให้เร่งดำเนินการ ได้นำปัญหาความเดือดร้อนชี้แจงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร นั่นเป็นนิมิตหมายที่ดีครับท่านประธาน เพราะทุกคนก็เป็นห่วงลูกหลาน ห่วงประเทศชาติ🔗
เรื่องต่อมาในพื้นที่โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม มีน้ำกระท่อม ยาบ้าและกัญชา แพร่หลาย เป็นเพราะรัฐบาลที่ผ่านมาเปิดเสรีหรืออาจจะไม่เสรี ปัจจุบันนี้ปลูกกันทั่ว คนละ ๑๐ ไร่ ๒๐ ไร่ ๑๐๐ ไร่ นั่นคือทำให้ลูกหลานของเราต้องไปทดลอง ไปเสพ ไปกิน ไปดื่มกัญชา น้ำกระท่อมเต็มไปหมด พี่น้องประชาชนของเราเดือดร้อน ยาบ้ามีมากไม่พอ ยังเอาน้ำกระท่อม เอากัญชามาเพิ่มให้กับพี่น้องประชาชนของเราอีก หลายท่านแม้กระทั่ง ข้าราชการพี่น้องของเราก็ขอเสนอว่า ขอให้ สส. ให้สภาผู้แทนราษฎร ให้พรรคเพื่อไทย และทุกพรรคได้เร่งเสนอกฎหมาย พ.ร.บ. กัญชา กัญชง ไม่เช่นนั้นแล้วลูกหลานของเรา จะเสียคน เสียอนาคตไปหมด นั่นก็ฝากท่านประธานถึงนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เร่งกฎหมายที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต่อคนส่วนมาก ถ้าเรามีกฎหมายดี ๆ เพื่อคนส่วนมากแล้ว ประเทศเราจะพัฒนาก้าวไปได้ไกล มากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นแล้ว การเกิดคดีอาชญากรรม คนกินยาบ้า เมากัญชา ก็จะไปทำร้าย ร่างกาย ไปฆ่าคุณพ่อ คุณแม่ แม้กระทั่งตำรวจก็เอาไม่อยู่ โรงพยาบาล รพ.สต. แพทย์จิตเวช แพทย์ทางโรคจิตก็เอาผู้ป่วยคลุ้มคลั่งไม่อยู่ ตำรวจไปจับก็โดนจอบฟันเข้าที่หน้า นั่นคือสิ่งที่ เป็นปัญหามาก ก็ฝากถึงท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปัจจุบันนี้ในพื้นที่เรียกว่าทั่วประเทศครับท่านรัฐมนตรี สถานบำบัดผู้ติดยาเสพติดไม่พอเพียง อย่างเช่น ใน ๔ อำเภอของผมขาดหมอจิตแพทย์ พยาบาลทางด้านโรคจิต มีศูนย์บำบัดคือ มินิธัญญารักษ์ที่โรงพยาบาลนาหว้าเพียง ๑๐ เตียง มีที่โรงพยาบาลศรีสงครามเพียง ๑๕ เตียง ทั่วจังหวัดนครพนม ๑๒ อำเภอ มีเตียงรักษาคนไข้เพียง ๑,๙๐๐ เตียง รักษาเฉพาะ ผู้ป่วยปกติเตียงก็ไม่พอรักษา นั่นคือขอให้กระทรวงสาธารณสุขได้เพิ่มเตียงรักษาผู้ป่วย ติดยาเสพติดขั้นรุนแรง คลุ้มคลั่งที่จะฆ่าคุณพ่อ คุณแม่ แล้วตำรวจ ทหาร โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายก็เอาไม่อยู่ ผมกราบเรียนนายกรัฐมนตรีขอค่ายทหารได้ดูแลรักษา ค่ายพระยอดเมืองขวาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ก็มีเพียงแค่ ๓๐ เตียง ก็ไม่พอรักษา เฉพาะตำบลนางัว อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม มีผู้ป่วยรุนแรงที่เป็นสีแดงคลุ้มคลั่ง ๒๖ คน โรงพยาบาลนครพนม โรงพยาบาลจิตเวชนครพนม โรงพยาบาลทุกอำเภอ ทั้ง ๑๒ อำเภอ ก็ไม่มีเตียงว่าง นั่นคือเป็นปัญหาที่แท้จริงในพื้นที่ ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทางฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ทุกหน่วยงานพยายามช่วยกันเต็มที่ จึงขอให้ทางรัฐบาล ได้เพิ่มเงินงบประมาณไปดูแลผู้ป่วยด้านจิตเวช และได้เร่งเสนอกฎหมายกัญชง กัญชา เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ไม่เช่นนั้นลูกหลานของเราจะเสียอนาคตมากไปกว่านี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณกรุณพล เทียนสุวรรณ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม กรุณพล เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกลนะครับ ขอร่วมอภิปรายเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครับ ในอันดับแรกเลยก็คงต้องบอกว่า สำหรับตัวผมก็เห็นใจกับผู้ที่ประสบภัยจากผู้เมาแล้วขับ รวมถึงผู้ที่ประสบปัญหาผู้ป่วยเรื้อรังในครอบครัว หรือปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัวจากผู้ที่ ติดสุราเรื้อรังนะครับ แต่สำหรับ พ.ร.บ. ชุดนี้ ผมเองก็มีข้อกังวลใจในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมา จากที่เราดูนี้ผู้แทนส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้แทนจากทาง คณะรัฐมนตรีหรือหน่วยงานราชการ แต่ว่าผู้แทนจากภาคเอกชนก็จะถูกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นมา โดยจะต้องเป็นเอกชนที่ดำเนินกิจการด้านสนับสนุนและรณรงค์ให้มีการลดการบริโภค เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะฉะนั้นนี่ก็คือกลุ่มคนที่ตั้งธงไว้แล้วนะครับว่าไม่เห็นด้วยกับ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการโฆษณา หรือการมีอยู่ของแอลกอฮอล์ในประเทศไทย ผมมองเห็นว่าการที่เราจะรับฟังความเห็นที่แตกต่างได้ จำเป็นที่จะต้องได้รับความเห็น ที่หลากหลาย ทั้งผู้ที่สนับสนุนและผู้ที่เห็นต่าง เพราะฉะนั้นในเรื่องการมีผู้แทนจาก องค์กรเอกชนควรจะมีความหลากหลายมากกว่านี้ เพราะต่อให้มีผู้ที่เป็นผู้ผลิตหรือผู้บริโภค หรือผู้ที่มีปัญหา หรือผู้ที่ได้รับปัญหามาร่วมนี้ ในสัดส่วนแล้วก็คงยังน้อยกว่าตัวแทนจาก ภาครัฐบาลหรือว่าทางข้าราชการนะครับ🔗
อันที่ ๒ ที่ผมกังวลเป็นอย่างมาก นั่นก็คือเรื่องมาตราที่เกี่ยวกับการโฆษณา ซึ่งในเรื่องของการโฆษณาตอนนี้ก็แทบจะไม่ต่างจากเดิมเลย นั่นก็คือมีคำว่า ห้ามให้เห็นถึง คุณประโยชน์ ห้ามผู้ใดแสดงชื่อเครื่องหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อวดอ้างสรรพคุณ ชักจูง ให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม คำนี้ล่ะครับที่มันน่ากังวล เพราะว่าทุกวันนี้เรามีประชาชน ที่ถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ ถ่ายรูปตัวเอง แล้วติดเครื่องหมายของแอลกอฮอล์ หรือไม่ว่าจะเป็น ภาพของการเฉลิมฉลองในวันสำคัญต่าง ๆ ซึ่งพอใช้ดุลยพินิจในการที่จะดำเนินคดี หลายคนถูกดำเนินคดี หลายคนไม่ถูกดำเนินคดี ซึ่งมันมีความลักลั่นของการใช้กฎหมาย หรือแม้แต่หลายคนที่เขียนบรรยาย ทำ Review หรือว่ามีการพูดถึงสรรพคุณของแอลกอฮอล์ หรือแม้แต่งานรื่นเริง หรือแม้แต่การประกวดของสุราในประเภทต่าง ๆ ก็ถูกดำเนินคดี แล้วถูกศาลสั่งปรับเป็นเงินหลายแสนบาททีเดียว ตรงนี้เองผมก็ค่อนข้างสับสนกับนโยบาย ของรัฐบาลเรื่อง Soft Power ที่จะให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จัก แล้วก็จะใช้พลังอ่อนในการที่จะ ทำให้สินค้าไม่ว่าจะเป็น OTOP หรือสินค้าต่าง ๆ ของไทยได้ดังไกลไปสู่ต่างประเทศ แต่ถ้าเรายังคงปิดกั้นการโฆษณา ปิดกั้นการที่จะทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กที่สามารถ ผลิตแอลกอฮอล์ได้ หรือผลิตเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศยังทำไม่ได้ เพราะว่ายังมีกฎหมายตัวนี้คอยปกปิด ที่จะทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กไม่สามารถที่จะมีช่องทางที่จะสู้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ได้ ผมก็กังวลครับว่า Soft Power ที่รัฐบาลหมายมั่นปั้นมือก็คงจะหาทางแห่งการไปถึง ความสำเร็จได้ยากมากทีเดียว รวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งหลายคนก็กังวลเรื่องของ การเมาแล้วขับ เพราะว่าถ้าเกิดทำให้ประชาชนได้เห็นหรือว่าทำให้มีผู้ดื่มรายใหม่เพิ่มมากขึ้น ก็จะส่งผลทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ อย่างที่ผมบอกนะครับว่าผมเห็นใจสำหรับผู้ที่ประสบภัย แต่ว่ามันเป็นคนละเรื่อง เพราะถ้าพูดว่าแอลกอฮอล์คือต้นเหตุของทุกอย่าง เพราะฉะนั้นบนโลกใบนี้มีเยอะแยะเลย เรามีผู้ป่วยเบาหวานจากการกินหวาน ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม น้ำตาลต่าง ๆ ผู้ป่วยเป็นโรคไต ที่กินอาหารรสจัดจากเค็ม หรือผู้ป่วยจากผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอาวุธปืน ทั้ง ๆ ที่ ของเหล่านี้ผู้ผลิตก็มีหน้าที่ในการที่จะผลิต ภาครัฐมีหน้าที่ในการออกระเบียบต่าง ๆ ให้ใช้ สิ่งของต่าง ๆ อย่างเป็นประโยชน์แล้วก็อยู่ในการควบคุม แต่ถ้าผู้ใช้เองต่อให้เราออก กฎหมายใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นแอลกอฮอล์ เป็นน้ำหวาน เป็นอาวุธ หรือแม้แต่เป็นรถยนต์ก็ตาม ที่สามารถเร่งความเร็วได้ ๐-๑๐๐ ในแค่ไม่กี่วินาที ก็สามารถสร้างอันตรายแก่ชีวิตและ ทรัพย์สินของประชาชนได้ เราจึงจำเป็นที่จะต้องออกกฎหมาย🔗
ผมเห็นด้วยนะครับ ทั้ง ๕ ร่าง ที่เราจะรับและเข้าไปสู่กรรมาธิการเพื่อหา ทางออกร่วมกัน แต่ที่ผมกังวลว่าถ้าเรายังมองว่าผู้ร้ายคือแอลกอฮอล์ ผู้ร้ายคือเครื่องดื่ม ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เราจะเดินไปผิดทาง เพราะแน่นอนว่าประเทศไทยมุ่งหวัง รายได้หลักจากการท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวนั้นต่างประเทศเองก็มาเพื่อต้องการสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ อาหาร หรือแม้แต่เครื่องดื่ม หากเราจำกัดการมองเห็น จำกัดการใช้ งบประมาณจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เราจะคิดแต่ภาษีอย่างเดียว โดยที่ลืมไปถึงเม็ดเงิน โฆษณาที่มีหลักหลายแสนล้านที่จะมาจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มที่มีส่วนผสม ของแอลกอฮอล์ และที่สำคัญวงการโฆษณาในประเทศไทยติดอันดับ Top 10 ของโลก ในการที่จะสร้างสรรค์ผลงานโฆษณา และในรายงานเล่มนี้ก็มีตัวอย่างของระเบียบต่าง ๆ ของประเทศต่าง ๆ เกี่ยวกับการโฆษณาแอลกอฮอล์ หลายประเทศให้โฆษณานะครับ แต่ว่าห้ามมีส่วนเกี่ยวข้องกับเด็ก ห้ามจูงใจว่าตัวแอลกอฮอล์สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงจิตใจได้ หรือสร้างความสดชื่นได้ ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าเราให้มีการโฆษณาอย่างมีการควบคุมอย่างพอเหมาะ พอดี ก็จะทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเป็นที่รู้จักได้ แล้วสามารถที่จะเติบโตทั้งใน และต่างประเทศได้ และที่สำคัญการบอกว่าการโฆษณาจะทำให้มีผู้ดื่มรายใหม่เข้ามา ในตลาดเพิ่มมากขึ้น อันนี้ไม่เถียงนะครับ จริงครับ แต่เราควรจะให้ความรู้มากขึ้น ไม่ใช่ปิดกั้น เพราะอย่างเช่นเมื่อก่อนนี้ที่เวลาใครพูดถึงการคุมกำเนิด ถุงยางอนามัยก็จะพูดกันอย่าง กระมิดกระเมี้ยน เพราะเกรงว่ามันจะเป็นเรื่องลามกอนาจาร แต่สุดท้ายแล้วก็เราก็มีเรื่องตลก ที่ว่าคนใส่ถุงยางอนามัยที่นิ้วโป้ง โดยที่ไม่รู้ว่าต้องใส่ที่ไหน แทนที่เราจะให้ความรู้กับเยาวชน จริง ๆ ว่าแอลกอฮอล์มาจากอะไร แล้วเมื่อดื่มไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ต้องดื่มปริมาณเท่าไร แล้วถ้าดื่มมากเกินไปมันเคยมีผลอย่างไรบ้างในอดีต เพื่อให้เยาวชนได้ตระหนักรู้ถึงสุขภาพ และสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการที่เขาดื่มแอลกอฮอล์มากเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหว แทนที่จะ ปิดบัง แทนที่จะเห็นว่ามันเป็นสิ่งไม่ดีแล้วก็ไม่ต้องพูดถึงมัน เพราะฉะนั้นการห้ามในการ สื่อสารแอลกอฮอล์ในช่องทางต่าง ๆ ผมว่ากรรมาธิการก็ควรจะรับข้อนี้ไปพิจารณาเป็นเรื่องหลัก เพื่อที่จะให้เยาวชนของไทยเข้าถึงได้อย่างเข้าใจ และแก้กฎหมายส่วนอื่น ๆ ในการควบคุม และป้องกันครับ ก็หวังว่ากฎหมายฉบับนี้จะทำให้นโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลไม่ว่าจะเป็น Soft Power และผู้ประกอบการรายเล็กได้ลืมตาอ้าปากในประเทศไทย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอเชิญคุณวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตสไลด์ขึ้นด้วยนะคะ🔗
วันนี้ดิฉันจะขออภิปราย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งดิฉันเชื่อว่า มาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี้ จะต้องมีความเหมาะสมตามบริบทปัจจุบัน และครอบคลุมมากขึ้น โดยคำนึงถึงการครอบคลุมที่สร้างโอกาสทางด้านเศรษฐกิจ ดังนั้นร่างของพรรคเพื่อไทยเราเอง จึงมีข้อเสนอการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. แห่งนี้ในหลายประเด็น ด้วยกันค่ะ🔗
ประการแรก เราจะเพิ่มสัดส่วนผู้แทนในคณะกรรมการที่สำคัญถึงมิติ ทางด้านเศรษฐกิจและเหมาะสมกับรัฐบาลปัจจุบัน เพื่อให้เสนอนโยบายมาตรการ การควบคุมคำนึงถึงมิติต่าง ๆ อย่างสมดุล และปฏิเสธไม่ได้ว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มันเป็น ส่วนหนึ่งที่จะเป็นการสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่การผลิต การขาย โดยเฉพาะ วิสาหกิจชุมชนหรือว่าสุราเสรีชุมชน และสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับพี่น้องประชาชน ผ่านทางภูมิปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาค่ะ และที่สำคัญสินค้าการเกษตร ของชาวบ้านพืชผลผลิตการเกษตรก็จะต้องถูกเพิ่มมูลค่า ในการยกมูลค่าวัตถุดิบทาง การเกษตรต่าง ๆ ให้มีมูลค่าและสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนมากขึ้น นอกจากนี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังมีส่วนสำคัญในการท่องเที่ยว ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่า ไม่ว่าจะเป็น การท่องเที่ยวความบันเทิงหรือว่าเทศกาลต่าง ๆ จะดึงดูดนักท่องเที่ยวมาได้ด้วย และแน่นอนว่าการดื่มมันมีข้อเสีย ถ้าเราไม่ระมัดระวัง ในการดื่มมากเกินไปอาจจะเป็น สาเหตุเรื่องปัญหาสุขภาพได้ค่ะ ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการการรับมือ แต่ที่สำคัญมันต้องมี มาตรการการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ถูกต้อง และต้องมีการคำนึงทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านเศรษฐกิจมากขึ้นด้วย แล้วก็มีมิติทางด้านการควบคุมให้เหมาะสมด้วย ดังนั้นเราจึงมี การปรับปรุงโครงสร้างของคณะกรรมการนโยบาย เราจะมาพิจารณาร่วมกันอย่างรอบด้าน เกี่ยวกับนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันนี้🔗
๑. ร่างนี้เราจะเพิ่มกรรมการโดยตำแหน่ง โดยได้แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ดิจิทัล ซึ่งตรงนี้มันก็ตรงกับการโฆษณา Online แล้วก็จะเพิ่มในส่วนของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ก็จะเกี่ยวข้องกับการวิจัย การควบคุม แล้วก็ลดผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์🔗
๒. เราจะเพิ่มสัดส่วนของภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการ ควบคุมเพื่อสร้างสมดุลการควบคุม ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มผู้แทนสมาคมการค้าของผู้ประกอบการ ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มเป็น ๒ ท่าน เพิ่มผู้ทรงคุณวุฒิในการผลิต เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนอีก ๑ ท่าน🔗
๓. เรายังกำหนดให้การควบคุมต้องคำนึงถึงภาพรวมเศรษฐกิจระดับประเทศ และชุมชน และจะต้องฟื้นฟูผู้ที่มีปัญหาจากการบริโภคด้วย🔗
นอกจากนี้เรายังปรับปรุงโครงสร้างและคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ โดยเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสม มากขึ้น🔗
๑. เราจะเพิ่มกรรมการโดยตำแหน่ง นั่นก็คือปลัดกระทรวงดิจิทัล แล้วก็เพิ่ม ส่วนผู้แทนจาก ๓ คน เป็น ๔ คน เพิ่มปลัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ด้วยนะคะ จากทางด้านสุขภาพและสาธารณสุข แล้วก็เพิ่มผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฎหมายด้วย🔗
๒. เราจะปรับบริบทต่าง ๆ ปรับบทบาทของคณะกรรมการการควบคุม ให้เป็นผู้เสนอความเห็นในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการควบคุม เช่น ไม่ว่าจะเป็น เรื่องวิธีการควบคุมเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ ฉลาก หรือว่าข้อความคำเตือนบนฉลาก หรือว่าจะเป็นสถานที่การขาย เวลาการขาย และป้องกันผลกระทบเกี่ยวกับการบำบัดรักษา เกี่ยวกับการฟื้นฟูผู้ที่มีผลกระทบและดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป🔗
ประการที่ ๒ ในมิติสุขภาพเราก็ควรจะมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นเช่นกัน โดยจะต้องมีการกำหนดให้มีมาตรการดูแลผู้ที่มีปัญหาจากการดื่มบริโภคแอลกอฮอล์ค่ะ ดิฉันขออนุญาตยกข้อมูลต่าง ๆ ข้อมูลการศึกษาภาระโรค ปัจจัยเสี่ยงของประชากรไทย ในปีพุทธศักราช ๒๕๖๒ ขึ้นมา เรามาดูกันจากในกราฟว่าปัจจัยอะไรที่ส่งผลกระทบต่อ ประชาชนคนไทยบ้าง ผลการศึกษาว่าอะไรที่ทำให้สุขภาพเสีย ปีที่เสียไปเพราะสุขภาพ ไม่ดีนั้น มันยังเกิดขึ้นจากแอลกอฮอล์เป็นอันดับต้น ๆ โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาระโรค มากที่สุดในเพศชาย อันดับ ๒ ในบล็อกสีน้ำเงิน มันก็คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ที่ ร้อยละ ๑๔ แต่เมื่อชายและหญิงมารวมกัน แอลกอฮอล์อยู่ที่อันดับ ๓ รองจากอันดับ ๑ คือน้ำตาล และอันดับ ๒ ก็คือบุหรี่และยาสูบอยู่ที่ร้อยละ ๙.๘ จากตามที่เห็นในรูป ด้วยเหตุนี้ ในร่างของพรรคเพื่อไทยเองจึงมีการเพิ่มบริบท แล้วก็นิยามต่าง ๆ ผู้ที่มีปัญหาจากการ บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขึ้นมา เพื่อให้มีกลไกทางด้านสาธารณสุขเข้ามาดูแลเพิ่มขึ้น นอกจากนี้คณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องมีการนำเสนอแผนยุทธศาสตร์ หรือแผนปฏิบัติการด้านการควบคุมและการบำบัดรักษา เพื่อฟื้นฟูสภาพผู้ที่ติดเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบด้วย🔗
สุดท้ายนี้ในส่วนของมาตรการควบคุมและการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี้ มันอาจจะมีความเห็นที่แตกต่างกัน แต่ดิฉันเองเห็นว่าเราจะต้องมีการพูดคุยเพิ่มขึ้น ในคณะกรรมาธิการที่กำลังจะจัดตั้งขึ้นมา เพื่อให้พิจารณาในทุกมิติ ซึ่งเป้าหมายของดิฉันเอง เราคิดว่าเราจะต้องสร้างความสมดุลทั้งเศรษฐกิจและการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อเปิดโอกาสทางด้านเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชน ไปพร้อมกับลดผลกระทบจาก การดื่มแอลกอฮอล์ด้วย ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอเชิญ คุณองค์การ ชัยบุตร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล วันนี้ขออนุญาตร่วมอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กระผมเองก็ได้รับข้อร้องเรียนจากเครือข่ายภาคีป้องกันผลกระทบจากเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ของพี่น้องในภาคอีสาน จะไม่พูดก็ไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะว่าแอลกอฮอล์ มันเป็นสารเสพติดชนิดหนึ่งที่มีผลกระทบทุกระดับ ทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นสังคมและชุมชน หรือระดับโลกเองก็เกิดจากแอลกอฮอล์ส่วนหนึ่ง ประชากรโลกตายปีละ ๓.๓ ล้านคน ก็มาจากการดื่มแอลกอฮอล์ ประเทศไทยเราตายปีละ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คน ก็มาจากแอลกอฮอล์ แล้วแอลกอฮอล์ก็เป็นสาเหตุโรคที่มาจาก แอลกอฮอล์ด้วย ไม่ว่าโรคมะเร็ง โรคตับ โรคจิตประสาททั้งหมดนี้ก็ล้วนมาจากแอลกอฮอล์ แล้วส่วนหนึ่งคดีวัยรุ่นก็มาจากลักทรัพย์และคุกคามทางเพศ อันนี้ก็มาจากแอลกอฮอล์🔗
ฉะนั้นแล้วถ้ารัฐบาลที่จะดำเนินการเรื่องหลาย ๆ อย่างที่จะผลักดัน ให้แอลกอฮอล์ได้ถูกกฎหมายและวางจำหน่าย หรือแม้แต่การโฆษณาต่าง ๆ ผมค่อนข้าง ที่จะเป็นห่วง เพราะว่าเปิดกว้างมาก มันมี ๘ ข้อสงสัยของภาคประชาชนที่มีความเห็นต่อ นโยบาย ไม่ว่าจะให้ขายในสถานประกอบการที่ได้รับอนุญาตอย่างเต็มที่ หรือให้ส่งเสริม การดื่มในหน่วยราชการที่มีกิจกรรมต่าง ๆ ในส่วนราชการ อันนี้ก็จะเป็นการโจ๋งครึ่มมาก ไม่มีการกำหนดที่ชัดเจน ไม่ว่ากรรมการต่าง ๆ ที่ผมอ่านคร่าว ๆ นี้ กรรมการระดับจังหวัดเอง ก็ไม่ค่อยใส่ใจ ไม่ว่าจะให้ท่านผู้ว่าเป็นประธานหรือใครเป็นประธาน ปีหนึ่งก็จะประชุมอยู่ ไม่เกิน ๒-๓ รอบ มาตรการการติดตาม การตรวจสอบ หรือแม้แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบ หรือคนที่จะไปดูแลต่าง ๆ นี้ก็ค่อนข้างที่จะมองไม่เห็นว่า ทิศทางนโยบายแอลกอฮอล์ ของประเทศไทยจะไปอย่างไร จะผลักดันอย่างไร เพื่อให้คนไทยดื่มน้อยลง ผมสังเกตอยู่ ภาคอีสาน ทุกวันนี้อีสานคือประเพณีงานบุญ แล้วจะมีหมอลำ มีมหรสพต่าง ๆ ทะเลาะกัน หน้าเวทีอะไรต่าง ๆ กลองยาวก็ตีกัน ไม่ว่าจะแสดงกลางวันหรือกลางคืนก็ใส่กัน เพราะว่าเหล้า เพราะว่าแอลกอฮอล์ เพราะว่าพวกนี้กินแล้วปลุกใจ เป็นนักเลงไม่กลัวใคร ใครใหญ่มาทางนี้ เขาบอกอย่างนี้เลย นี่คือปัญหาหนึ่ง ตำรวจเองก็เอาไม่อยู่ ทหารเอง ก็เอาไม่อยู่ หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีหน้าที่ในการบำบัดก็ไม่ค่อยเป็นผลครับท่านประธาน พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ยังมีผลในการดูแลมากกว่า สังเกตจากสถิติต่าง ๆ ดูย้อนหลังได้ ไม่ว่าจะเป็นงานประเพณีปีใหม่ สงกรานต์ ที่กลับบ้านไป อัตราเกิดอุบัติเหตุหรือการตายก็จะลดลงทุกปี ๆ ถ้า ๘ ข้อ ของรัฐบาลที่ภาคประชาชนห่วงใยนี้ ไม่ได้มาพินิจพิจารณาใหม่หรือคิดให้รอบคอบ ปัญหาในอนาคตผู้ดื่มก็จะอายุน้อยลง ผมเอง มีหลานสาว มีหลานชาย ท่านประธานครับ ผมฟังแล้วผมตกใจ เด็ก ม. ๑ บอกว่าไม่ต้องมาห่วง ลุงไม่ต้องมาห่วง หนูโตแล้ว หนูเป็นผู้ใหญ่ หนูตัดสินใจได้เอง คำนี้ฟังแล้วกระทบกระเทือนมาก แสดงว่าเด็กพวกนี้กำลังจะไปในทางที่ไม่ดีหรือดีก็ไม่รู้ เพราะว่าเขาบอกอย่างนี้ ผมได้ยินแล้ว ผมก็อดเป็นห่วงไม่ได้ นี่คือส่วนหนึ่ง เพราะว่าเด็กพวกนี้จะออกเงินกันซื้อเหล้า เหล้าขาว บ้านผมมันขวดละประมาณ ๑๒๐ บาท ขวดเล็กก็ประมาณไม่เกิน ๗๐ บาท เขาออกเงินกัน คนละ ๒๐ บาท ไปตามงานบุญ ขี่รถเครื่องไปซ้อนสอง ซ้อนสามไป ก็พกเหล้าขวดเล็ก ๆ อันนี้ผมไม่กล้าเอามาโชว์ ผมมีรูปอยู่ ลำบากมากครับท่านประธาน ถ้ารัฐบาลจะทำจริง ๆ ก็ขอให้มีมาตรการที่ภาคประชาชนยอมรับได้ครับท่านประธาน นี่คือส่วนหนึ่งที่ผมได้เห็นเป็นประจักษ์ ลูกหลานผมเองนี่ล่ะครับ มาห่วงหนูทำไม หนูโตแล้ว หนูคิดเอง ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเพิ่งอยู่ ม. ๑ ยังขอเงินพ่อแม่ไปโรงเรียนอยู่ ในส่วนหนึ่งก็เกิด แหล่งมั่วสุมของเด็ก เกิดจากพ่อแม่ไม่ค่อยอยู่บ้าน สาเหตุไม่อยู่บ้าน เพราะไม่มีอาชีพ ในหมู่บ้าน ก็ต้องมากรุงเทพฯ และปล่อยให้เยาวชนคนรุ่นใหม่อยู่กับปู่ กับย่า พออยู่กับปู่ กับย่า ย่าก็เอาไม่ได้ ก็ไปกับเพื่อน ส่วนมากก็จะไปกับเพื่อนและไปกินกัน ผมไม่ยกตัวอย่าง อื่นไกล ผมก็มีหลานอยู่ทางภาคเหนือเหมือนกัน ก็อยู่กับย่า พ่อแม่เขาอยู่ต่างจังหวัด อยากได้เงินก็ให้ ก็โทรศัพท์บอกพ่อแม่ว่าคืนนี้หนูจะไม่ไป แต่พอลับหลังก็ไป ท่านประธาน นี่คือข้อเท็จจริง พ่อแม่ทุกวันนี้เลี้ยงลูก เลี้ยงบุตรหลานธิดาค่อนข้างที่จะลำบาก เพราะว่า พ่อแม่อยู่ที่หนึ่ง ลูกอยู่ที่หนึ่ง ฉะนั้นแล้วแอลกอฮอล์ก็เข้ามามีส่วนหนึ่งที่จะนำพาเยาวชน คนรุ่นใหม่ไปในทางที่ไม่ดี ก่อนที่รัฐบาลจะได้มีความเห็นต่าง ๆ นะครับ ขอให้คิดเสียว่า ข้อห่วงใยของพี่น้องภาคประชาชน ๘ ข้อ ที่เขาตั้งข้อสังเกตมาผ่านผมนี้ ผมคงไม่อ่าน เพราะว่าภาคประชาชนก็อยู่ตรงบัลลังก์แล้วว่า ๘ ข้อที่ท่านได้เสนอมานี้ หวังว่ารัฐบาลจะเอา เข้าไปพิจารณาในกรรมาธิการ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญ คุณจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ ผมรู้สึกยินดีที่ทาง ครม. และ เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ร่วมกันยื่นร่างพระราชบัญญัติ เพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ถือได้ว่า จนถึงปัจจุบันนี้ น่าจะเป็นกฎหมายที่มีลักษณะไม่ทันต่อเหตุการณ์ครับ ประกอบกับการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์นั้นมีกฎหมาย มีกฎกระทรวง มีคำสั่งหัวหน้าคณะปฏิวัติ หัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติหลายฉบับกระจัดกระจายกัน จึงเป็นนิมิตหมายอันดีที่พวกเราจะได้ สังคายนากฎหมาย และพยายามทำให้กฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาอยู่รวมกัน เพื่อที่ทางเจ้าหน้าที่ก็ปฏิบัติง่าย ทางประชาชนที่จะต้องทำตามกฎหมาย ก็ปฏิบัติง่ายเช่นเดียวกัน เนื่องจากเพื่อนสมาชิกได้มีการอภิปรายไปหลายประเด็นนะครับ ผมก็จะพยายามอภิปรายในประเด็นที่ไม่ซ้ำกับท่านอื่นนะครับ ผมขออนุญาตชื่นชมร่างของ ท่าน สส. ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ และคณะ ที่มีความพยายามที่จะแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็มีความชื่นชมที่ท่านมีความตั้งใจนะครับ แล้วก็อยากจะขออนุญาตปรับปรุงแก้ไขบางส่วน เพื่อให้ร่างฉบับนี้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในมาตรา ๓ ของร่างพระราชบัญญัตินี้บอกว่าขอให้ยกเลิก (๑) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๕๓ ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ ซึ่งผมเห็นด้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ เนื่องจากประกาศก็ออกมาในปี ๒๕๑๕ โดยคำสั่งคณะปฏิวัติก็คงไม่ได้พิจารณาสอบถาม ความเห็นของประชาชนอย่างรอบคอบนะครับ (๒) ให้ยกเลิก ข้อ ๔ ของคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ผมขอแก้ไขเล็กน้อยนะครับ ก็คือเป็นข้อ ๔ และข้อ ๖ ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ตัดคำว่า เรียบร้อย ออกนะครับ กล่าวคือใน (๒) ก็ขอเพิ่มข้อ ๔ และข้อ ๖ ๒ ข้อ เนื่องจากข้อ ๔ ของคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบนี้เป็นเรื่องของสถานบริการ และสถานที่ ประกอบกิจการคล้ายสถานบริการ ได้แก่ Nightclub Pub Bar ต่าง ๆ ส่วนในข้อ ๖ ของ คำสั่งดังกล่าวก็จะเป็นเรื่องของสถานที่ขายแอลกอฮอล์ ถ้าจะยกเลิกให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ก็ยกเลิกทั้งข้อ ๔ และข้อ ๖ ด้วย ก็จะสมบูรณ์ยิ่งขึ้นครับ ก็คงจะสั้น ๆ ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณยอดชาย พึ่งพร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายยอดชาย พึ่งพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี ผู้แทนเมืองพัทยา ผู้แทนเมืองท่องเที่ยว พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมอภิปรายสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เพื่อนสมาชิกจากพรรคก้าวไกล โดยที่ผมจะขอโฟกัสไปที่มาตรา ๒๘ ของ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่กำหนดห้ามมิให้ผู้ใด ขายเครื่องดื่มในวันหรือเวลาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ สาเหตุที่ผมต้องเห็นด้วยกับการยกเลิกการกำหนดวันและเวลาในการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็เพราะว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นอุปสรรคต่อภาคการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เช่น ห้ามขายสุรา ในเวลาบ่ายสองโมงถึงห้าโมงเย็น คำสั่งนี้มีปัญหาอย่างมากครับ ในเมืองท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวต้องการที่จะหาความสุข ในการมาท่องเที่ยวในประเทศไทยต้องการที่จะดื่ม ต้องการที่จะกิน และคำสั่งที่ว่าวันพระใหญ่ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขอให้ท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกลองนึกภาพตามผมไปช้า ๆ นะครับ สมมุติว่าท่านเป็นนักท่องเที่ยว จากประเทศสิงคโปร์มีวันหยุดสัก ๔ วัน และท่านเลือกประเทศไทย แล้วก็เลือกเมืองพัทยา ในการที่จะมาท่องเที่ยว ไม่ว่าในสัปดาห์นั้นท่านจะทุกข์มาจากปัญหาครอบครัวหรือว่า มีความสุขจากการที่ได้เลื่อนตำแหน่ง ท่านตัดสินใจที่จะเดินทางมา Hangout ใช้ชีวิตสุขสุด ๆ สัก ๔ วัน ในเมืองพัทยาในประเทศไทยของเรา บินตรงมาเลยครับ ลงสุวรรณภูมินั่งแท็กซี่ เหมามากับเพื่อน ๔ คน Check In โรงแรมปั๊บ อาบน้ำ แต่งตัว หวีผมอย่างหล่อ อย่างเท่ห์ เหมารถสองแถว เมืองพัทยาจะมีรถสองแถวเป็นขนส่งสาธารณะ ไปกับเพื่อน ๔ คน มุ่งตรงไปที่ Walking Street อันดับโลกนะครับ Walking Street เมืองพัทยาต้องไปเจอ ไฟที่ปิดเงียบสนิทมืดมิดราวประหนึ่งเป็นเมืองร้าง นั่นมาจากคำว่า วันพระใหญ่ สถานบันเทิง ห้ามขายสุรา ต้องปิด ในวันนั้นพวกเราเป็นนักท่องเที่ยวทั้ง ๔ คน เตรียมเงินไปคนละประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาท อยากจะเอามาใช้จ่าย วันนั้นเราขาดโอกาสที่จะได้เงิน ๔ คนนี้ ถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท ในทางกลับกันผู้ประกอบการยังต้องจ่ายค่าเช่าที่แสนมหาโหด ค่าเช่าไม่พอนะครับ ยังมี ค่าแป๊ะเจี๊ยะ ยังมีค่าไฟฟ้าที่ต้องแช่ผัก แช่หมู แช่เครื่องดื่ม ยังมีค่าแรงพนักงานที่ยังต้องจ่าย เต็มเดือน ซ้ำร้ายไปกว่านั้นยังมีพี่น้องแรงงานที่ต้อง Run ชีวิตตัวเองในแต่ละวันด้วย Tip จากนักท่องเที่ยว เพื่อที่จะได้มีเงิน Tip ไปให้ลูกในเช้าวันรุ่งขึ้นไปโรงเรียน แต่ต้องมาไม่มี รายได้กับคำว่า วันพระห้ามขายสุรา ผมจึงมองว่าคำสั่งนี้เป็นอุปสรรคต่อบ้านผมเมืองพัทยา เป็นอย่างยิ่ง เป็นอุปสรรคต่อพี่น้องผู้ประกอบการเป็นอย่างยิ่ง ถ้าอย่างไรคำสั่งนี้เลิกได้ก็เลิก นะครับ ดังนั้นสั้น ๆ นะครับ ผมในฐานะผู้แทนของพี่น้องชาวพัทยา ผู้แทนของพี่น้อง ผู้ประกอบการจากเมืองพัทยาที่ส่งผมมานั่งตรงนี้ จึงเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ ของท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้แทนจากพรรคก้าวไกล ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณอำนาจ วิลาวัลย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ อำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ผมขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เนื่องจากผมได้รับหนังสือคัดค้านการผ่านร่างพระราชบัญญัติการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จากภาคีป้องกันลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภปค. ด้วยความห่วงใย เกรงว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนจะเข้าสู่เส้นทาง นักดื่มมากเพิ่มขึ้น ทางภาคีป้องกันและลดผลกระทบจากการดื่มสุราได้ทำการรณรงค์มาหลายปี ได้ช่วยเหลือคนติดเหล้าให้เลิกเหล้า ได้คืนความสุขให้กับครอบครัวผู้ที่เคยติดเหล้า ให้เด็ก ได้กลับมาใช้ชีวิตแบบมีความสุขกับครอบครัว เนื่องจากร่าง พ.ร.บ. บางฉบับที่นำเสนอ กำลังจะส่งเสริมให้มีการค้าขายสุราได้ง่ายขึ้น ส่งเสริมให้มีการดื่มมากขึ้น ส่งเสริมให้มีการ ผลิตสุรามากขึ้น หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่น ๆ มากเพิ่มขึ้น โดยเอาหลักคิด เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องการช่วยเหลือให้มีผู้ผลิตสุรารายย่อย เพื่อหวังจะมีการแบ่งปันกับผู้ผลิต รายใหญ่🔗
ผมคิดว่าเราต้องคิดดูให้ดีนะครับว่า การส่งเสริมที่เราคิดว่าจะส่งเสริมให้ ทางผู้ประกอบการรายเล็กเข้าไปแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ มันจะมีผลอย่างไร มันจะส่งเสริมได้ไหม เราจะสามารถต่อสู้กับทุนใหญ่ได้ไหม หรือว่าจะเป็นการส่งเสริม ให้รายใหญ่ขายดีมากเพิ่มขึ้น เพราะใน พ.ร.บ. ร่างบางฉบับนี้จัดให้มีการโฆษณา ในสื่อ Online ได้ มีการโฆษณาในทีวี หรือว่าสื่อ Online ต่าง ๆ ได้โดยเสรี แล้วก็สามารถผลิต สามารถดื่มที่ไหนก็ได้ในที่สาธารณะ ในโรงเรียน ในสถานที่ราชการต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ผมมองว่าการที่เราจะส่งเสริมสุราพื้นบ้านให้แข่งขันกับสุรา Brand ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในท้องตลาด คิดว่าเป็นเรื่องที่จะประสบความสำเร็จยาก🔗
จึงฝากทางผู้คิดว่าจะส่งเสริมให้ผู้ผลิตรายย่อย ได้ไปแข่งขันกับผู้ผลิตรายใหญ่ ให้คิดทบทวนให้ดีนะครับ ทบทวนให้ดีว่ามันจะมีผลดีหรือว่าผลเสียอย่างไร ผมยังมองไม่เห็น ประโยชน์อะไรจาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ว่าจะมีประโยชน์แก่ประเทศชาติหรือประชาชน เมื่อวานทางกลุ่มภาคีเครือข่ายก็เข้าไปพบผม ผมก็ได้ชี้แจงให้กับทางกลุ่มทราบว่าวันนี้ ทางรัฐสภาจะมีการพิจารณา พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพื่อให้ตั้งกรรมาธิการ แล้วก็เอาไปพิจารณา ในวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ตั้งกรรมาธิการเพื่อไปพิจารณาในข้อสงสัย ข้อที่เราคิดเห็นไม่ตรงกัน แล้วก็พิจารณาในข้อวิตกกังวลของพี่น้องประชาชนที่เห็นต่าง ผมต้องขอฝากทาง ท่านกรรมาธิการที่จะแต่งตั้งขึ้นในอนาคตนะครับว่า ให้ท่านได้พิจารณาผลดี ผลเสีย ผลกระทบ และสิ่งต่าง ๆ ที่ตามมาในอนาคต ถ้า พ.ร.บ. ควบคุมแอลกอฮอล์ฉบับนี้บังคับใช้ ผมขอฝากอนาคตของประเทศ และอนาคตของเด็กไทยทุกคนไว้กับคณะกรรมาธิการ ที่จะตั้งขึ้นไปพิจารณาให้ดีถึงผลดี ผลเสีย ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศ อย่าให้ไปถึงกับมีสุราเสรี เลยครับ🔗
อันนี้เป็นรูปภาพที่ทางภาคีเครือข่าย ที่เข้าไปพบผมนะครับ แล้วก็มีรูปของการรณรงค์ เดี๋ยวทางห้องโสตเปิดภาพไปเลยครับ เปิดไล่ไปเลยครับ อันนี้คนหัวใจเพชรครับ เลิกเหล้าตลอดชีวิต เขาทำกันมานานครับ ท่านประธาน ภาคีเครือข่ายทำกันมาต่อเนื่องหลายปี แล้วก็ประสบผลสำเร็จอย่างต่อเนื่อง อยู่ดี ๆ วันหนึ่งสภาแห่งนี้มาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมให้มีการดื่มเพิ่มขึ้น ให้มีการขายมากขึ้น อันนี้ผมว่าทางสภาเราน่าจะคิดให้ดี ตระหนักให้ดีให้คิดถึงผลร้าย ผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ อย่าหวังเพียงแต่ว่าเอาใจนักดื่มหรือว่าคิดแต่จะหาเสียง ในสภานะครับ คิดถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักครับ กราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณร่มธรรม ขำนุรักษ์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขออนุญาตอภิปรายให้ความเห็นต่อ ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เข้าพิจารณาพร้อมกันทุกฉบับในวันนี้ครับ ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ มีการบังคับใช้มาเป็นเวลานาน ปัจจุบันในสังคมมีการถกเถียงกันถึงบทบัญญัติบางส่วน ที่ไม่เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยสามารถแบ่งความเห็นของประชาชนในสังคมกว้าง ๆ ได้เป็น ๒ ส่วน🔗
ส่วนหนึ่งมีความเห็นว่าพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ มีการจำกัดสิทธิของประชาชนและผู้ประกอบการที่มากเกินไป โดยอยากให้มี การผ่อนปรนกฎหมายให้เป็นไปตามหลักสากล ทางด้านการโฆษณา สถานที่ขาย เวลาการขายและบทลงโทษ เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางมิติด้านเศรษฐกิจ ทั้งต่อผู้ประกอบการ รายเล็ก รายใหญ่ ลดการผูกขาด ส่งเสริมธุรกิจรายเล็ก รายย่อยในชุมชน🔗
แต่อีกส่วนหนึ่งอยากให้มีการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ครอบคลุม และรัดกุมมากยิ่งขึ้น โดยมีความกังวลถึงผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อสังคม ต่อประชาชน เด็กและเยาวชน ทั้งในมิติด้านสุขภาพ ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และด้านอื่น ๆ ที่เป็นผลจากการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเมื่อวานนี้เองครับท่านประธาน ผมเองก็ได้รับหนังสือจากภาคประชาชนเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ที่มีความกังวลต่อ ร่าง พ.ร.บ. และข้อเสนอแนะของรัฐบาล และร่าง พ.ร.บ. บางฉบับต่อการแก้ไขกฎหมาย ฉบับนี้นะครับ🔗
ซึ่งทั้งหมดนี้ครับท่านประธาน ผมคิดว่าพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ที่เข้าพิจารณาพร้อมกันทั้ง ๕ ฉบับในวันนี้ เป็นตัวแทนของประชาชนทั้ง ๒ ส่วน ทั้ง ๒ ชุดความคิด ที่เราเองในฐานะสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะของผู้แทนของประชาชน ทุกคนต้องหาจุดตรงกลางและจุดลงตัวให้เจอครับ โดยคำถามที่สำคัญที่ผมคิดว่าเราทุกคน ต้องพิจารณาก็คือว่า จะทำอย่างไรให้เกิดความสมดุลที่เหมาะสมระหว่างการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ เพื่อปกป้องผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนกับสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชนและผู้ประกอบการ จะทำอย่างไรให้ร่าง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เกิดความสมดุลระหว่างผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจให้ได้ ท่านประธานครับ เมื่อผม ได้อ่านร่าง พ.ร.บ. ทุกฉบับแล้วครับ พบว่ามีความแตกต่างที่สามารถแบ่งได้เป็น ๒ ส่วน ดังที่ผมได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว โดยมีประเด็นหลัก ๆ ที่ผมคิดว่าเราจะต้องพิจารณาดังต่อไปนี้🔗
ประเด็นที่ ๑ คืออำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นกลไกในการขับเคลื่อนงานด้านการควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ละร่างมีความต้องการที่จะปรับปรุงอำนาจหน้าที่โครงสร้างของ คณะกรรมการที่มีความแตกต่างกันออกไป บางร่างต้องการที่จะยกเลิกระบบคณะกรรมการ เนื่องจากความกังวลต่อขอบเขตอำนาจและการใช้ดุลพินิจวินิจฉัยในเรื่องต่าง ๆ บางร่างมีการปรับปรุงองค์ประกอบต่าง ๆ และอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่า กลไกของคณะกรรมการที่จะต้องปรับปรุง คือต้องปรับปรุงแล้วให้ภาคประชาชนผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุด🔗
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องของการจำกัดการขาย สถานที่และการกำหนดวัน และเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ละร่างมีความแตกต่างอยู่ค่อนข้างพอสมควร บางร่างต้องการยกเลิกการกำหนดเวลาห้ามขาย บางร่างมีการยกเว้นสถานที่ ที่เดิมได้มีการ ห้ามขายไว้ ให้สามารถขายได้ เช่น การห้ามขายในสถานที่ราชการ สวนสาธารณะหรือ สถานศึกษา ยกเว้นมีข้อยกเว้นในสโมสรงานจัดเลี้ยงที่ได้รับอนุญาตเป็นต้น ประเด็นนี้ เราต้องพิจารณาให้รอบคอบครับ โดยเฉพาะต้องมีการรับฟังความคิดเห็น คำนึงถึงผลกระทบ ต่อสังคมที่อาจตามมาเป็นสำคัญ🔗
ประเด็นที่ ๓ คือการโฆษณาและการแสดงสินค้า แต่ละร่างกฎหมาย มีความแตกต่างในเรื่องการควบคุมการโฆษณาที่มีความเหมาะสม บางร่างมีการผ่อนปรน ให้โฆษณาได้ แต่ต้องจำกัดไม่ให้บุคคลอายุต่ำกว่า ๒๐ ปีเข้าถึง บางร่างห้ามโฆษณา อย่างเข้มงวด บางร่างห้ามบุคคลแสดง Logo หรือชื่อของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บางร่าง มีเพียงความประสงค์ที่อยากจะให้บุคคลทั่วไป บุคคลธรรมดา สามารถ Post รูปเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ได้โดยไม่มีความผิด ประเด็นเหล่านี้ผมคิดว่าเราจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ ถึงความจำเป็นในการควบคุมโฆษณาและการประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ต้องคำนึงถึงเยาวชนและประชาชน แต่ในทางเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของ ประชาชนและผู้ประกอบการที่พึงมี ซึ่งต้องไม่บีบรัดกับสิทธิของประชาชนมากจนเกินไป นอกจากนี้ก็มีประเด็นอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณา ที่ต้องพิจารณาเช่นกัน เช่น การกำหนด บทลงโทษให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น🔗
ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกฉบับ ที่เข้าพิจารณาพร้อมกันในวันนี้ มีจุดประสงค์เพื่อให้มีการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่สามารถบังคับใช้ได้จริง เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และสามารถป้องกันการเกิดปัญหา และผลกระทบจากเครื่องดื่มเหล่านี้ได้จริง แต่ก็มีความเห็นและมุมมองที่แตกต่างกัน อย่างชัดเจนครับ โดยหาก พ.ร.บ. ทั้ง ๕ ฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบในหลักการ ผมก็ขอให้ คณะกรรมาธิการที่จะจัดตั้งขึ้นมาที่จะประกอบไปด้วยเพื่อนสมาชิก ตัวแทนของคณะรัฐมนตรี หน่วยงานและภาคประชาชน จะได้ร่วมกันพิจารณาความแตกต่างของประเด็นที่ผมกล่าวไป ข้างต้นนี้อย่างถี่ถ้วนและรอบคอบ และที่สำคัญผมคิดว่าคณะกรรมาธิการและสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องตอบคำถามกับสังคมให้ได้ครับ ว่าร่างพระราชบัญญัติควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เกิดขึ้นจะสร้างความสมดุลระหว่าง การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและผู้ประกอบการ ได้อย่างไร จะลดผลกระทบทางด้านสังคมและเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นตามมาจากกฎหมาย ฉบับนี้ได้อย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เนื่องจากขณะนี้ มีผู้ที่จะขออภิปรายอีก ๑๐ ท่าน จากพรรคร่วมฝ่ายค้านเหลือ ๒ ท่าน ฝ่ายรัฐบาล ๘ ท่าน ผมจึงจะขออนุญาตอย่างนี้ครับว่า ให้อภิปรายฝ่ายรัฐบาล ๒ ท่าน แล้วก็จะมาที่ฝ่ายค้าน ๑ ท่าน เพื่อจำนวนจะได้สมดุลกัน ต่อไปขอเชิญคุณเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังสังคมใหม่ ท่านประธานครับ ผมขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีเสนอ เพราะว่าสภาพสังคมในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ มีหลายประเด็นที่ล้าสมัย ไม่เหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน และร่างพระราชบัญญัติควบคุมแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีเสนอ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเดิมให้ทันสมัยสามารถปรับใช้กับสังคม ปัจจุบันได้เป็นอย่างดี และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ที่มีขึ้น เพื่อควบคุมและลดปริมาณการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของพี่น้อง ประชาชน ลดปัญหาด้านสุขภาพ ครอบครัว ความรุนแรง อุบัติเหตุ รวมถึงไม่ให้เด็กและ เยาวชนเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ง่าย ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับนี้ ผมมีข้อสังเกต เพิ่มเติมอยู่ ๒ ประเด็น ดังนี้🔗
ประเด็นที่ ๑ เราควรยกเลิกเรื่องกำหนดวันหรือเวลาการจำหน่ายเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ และทำให้สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แทนในวันหรือเวลาใดก็ได้ เพราะจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ใช่เรื่องผิด สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญจริง ๆ คือการทำให้กฎหมายที่เรามีอยู่หลาย ๆ ฉบับ ที่กำหนดบทลงโทษต่าง ๆ เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นพวกเมาแล้วขับ เมาแล้วสร้างความเดือดร้อน ทำให้กฎหมายพวกนี้สามารถบังคับใช้ได้จริง ๆ และมีโทษที่เหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นกว่าการกำหนดวันหรือเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องการห้ามโฆษณา ผมเห็นว่าเราควรผ่อนคลายการโฆษณา ในเรื่องของสุราพื้นบ้าน เพื่อให้ประชาชนได้รู้จักและเข้าถึงสุราพื้นบ้านได้มากขึ้น เป็นการ ส่งเสริมอาชีพให้แก่พี่น้องประชาชน สร้างรายได้ และสามารถช่วยให้พี่น้องประชาชน แต่ละชุมชนหาเลี้ยงชีพได้ อีกทั้งรัฐบาลควรให้การสนับสนุนหรือส่งเสริมการโฆษณา สุราพื้นบ้าน เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำระหว่างพี่น้องชาวบ้านกับกลุ่มนายทุน อีกทั้งสุราพื้นบ้านแต่ละจังหวัดนี้ ผมมองว่าเป็น Soft Power ที่ช่วยส่งเสริมในเรื่อง การท่องเที่ยวได้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนหลักการของร่างพระราชบัญญัติควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อให้มีการแก้ไขมาตรการการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ให้มีความเหมาะสมตามบริบทกับปัจจุบันมากขึ้น จากที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย เกี่ยวกับการแก้ไขเรื่องโครงสร้างการทำงานของคณะกรรมการให้คำนึงรอบด้านมากขึ้น รวมถึงอภิปรายในประเด็นปัญหาด้านสุขภาพของพี่น้องประชาชนแล้ว ดิฉันขออภิปราย เพิ่มเติมในมิติทางด้านเศรษฐกิจ คงปฏิเสธกันไม่ได้นะคะว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่ง ของการสร้างรายได้ หรือการกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่การผลิตผ่านกระบวนการต่าง ๆ ไปจนถึงการขาย โดยเฉพาะรายย่อยหรือสุราชุมชน ซึ่งสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้พี่น้องประชาชนนับร้อยนับพันคน ผ่านภูมิปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ได้ รวมถึงยังเป็นโอกาสในการใช้วัตถุดิบทางการเกษตรในการมาผลิต ถือเป็นการยกระดับ เพิ่มมูลค่าของสินค้าทางการเกษตรของพี่น้องประชาชน นโยบายและมาตรการการควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ควรคำนึงถึงโอกาสทางเศรษฐกิจให้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงการควบคุม ซึ่งการควบคุมมีประสิทธิภาพเพื่อเตรียมรับ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เช่นกัน ดิฉันจึงสนับสนุนให้มีการทบทวน สาระของกฎหมายนี้ เพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างมิติด้านสุขภาพและมิติด้านการกระตุ้น เศรษฐกิจ ดังนั้นร่างกฎหมายนี้จึงมีการปรับปรุงการควบคุมการขาย การดื่ม ซึ่งเกี่ยวกับ สถานที่ วัน เวลา ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการอนุญาตให้พื้นที่เหล่านั้น ได้ใช้ ศักยภาพในพื้นที่ในทางเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ ร่างนี้จะยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๕๓ และคำสั่งคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๕๘ ข้อ ๖ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรง กับ วัน เวลา สถานที่ รวมถึงการขายเพื่อปลดล็อกเงื่อนไขทางกฎหมายก่อน🔗
ส่วนในประเด็นเกี่ยวกับเวลาขาย ร่างกฎหมายของพรรคเพื่อไทยได้มีการ กำหนดไว้ให้ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับมาตรา ๒๘ ที่เกี่ยวข้องกับเวลาว่า ประกาศดังกล่าว จะกำหนดเงื่อนไขหรือข้อยกเว้นใด ๆ เพื่อลดผลกระทบต่อภาคธุรกิจหรือท่องเที่ยวไว้ด้วยก็ได้ นอกจากนี้จะมีการแก้ไขผ่อนคลายเงื่อนไขที่ปิดกั้นไม่ให้ใช้สถานที่ต่าง ๆ ที่มีศักยภาพ ในเชิงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้สามารถทำได้คล่องตัวขึ้น ดิฉันขอยกตัวอย่าง เช่น ในกฎหมายเดิมมีการห้ามขายและห้ามบริโภคภายในสถานที่ราชการ ซึ่งก็เข้าใจได้ ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าสถานที่ราชการเป็นพื้นที่ทำงานราชการ ให้บริการประชาชน และเป็นพื้นที่ที่ประชาชนจะมาติดต่อในเรื่องของราชการ ก็ไม่ควรจะมีการดื่มจนมึนเมา แต่สถานที่ราชการนั้นตีความไปจนถึงสนามกีฬาของราชการ ซึ่งหลาย ๆ ครั้งก็อาจจะมี การจัดงานรื่นเริงหรือการจัดกีฬา ปฏิเสธไม่ได้ว่าปกติก็มีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อยู่แล้วในพื้นที่ลักษณะเดียวกันของเอกชน และยังตีความไปถึงหอประชุมพื้นที่สาธารณะ ที่ดูแลโดยภาครัฐ ซึ่งดิฉันเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวหลายแห่งนี้สามารถนำไปใช้จัดเลี้ยง สามารถ นำไปใช้การจัดงานมหรสพได้ โดยไม่ต้องให้ภาครัฐไปเช่าที่อื่น🔗
ดังนั้นในร่างนี้แม้จะห้ามขายและห้ามบริโภคแอลกอฮอล์ในสถานที่ราชการ แต่เราก็มีข้อยกเว้น โดยยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เป็นที่ส่วนบุคคล หรือสโมสร หรือกรณี ที่มีการจัดเลี้ยง งานบุญ งานบวช งานแต่ง หรืองานต่าง ๆ ที่เป็นงานมหรสพ หรือรวมไปถึง การแข่งขันกีฬาที่ได้รับการอนุญาตจากหน่วยงานที่รับผิดชอบแล้ว สำหรับสวนสาธารณะ ก็เช่นเดียวกันค่ะ ไม่ใช่ว่าใครจะสามารถมาดื่มมากินก็ได้ แต่หากมีกรณีที่มีการจัดงานมหรสพ งานเลี้ยงต่าง ๆ การแข่งขันกีฬา หน่วยงานที่รับผิดชอบในสวนสาธารณะนั้น ๆ ก็สามารถ อนุญาตให้เป็นครั้งคราวได้ การแก้ไขในส่วนนี้จึงเป็นการกระจายอำนาจให้หน่วยงาน สามารถใช้ศักยภาพในพื้นที่ของหน่วยงานได้อย่างเต็มที่ และพื้นที่ของจังหวัด พื้นที่ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล อบต. ก็จะสามารถจัดงานรื่นเริงได้มากขึ้น สร้างการ กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามแต่ก็ยังคงต้องมีการควบคุมตามกฎหมายปกติ สำหรับประเด็นเกี่ยวกับการขายด้วยวิธีต่าง ๆ เราก็ยังได้คิดเผื่อแล้ว ให้แก้ไขจากเดิม ที่ไม่สามารถขายผ่านเครื่องขายอัตโนมัติได้ ก็ให้สามารถทำได้ ในกรณีที่เครื่องยืนยัน ตัวผู้ซื้อได้ หมายความว่าถ้าตรวจสอบอายุตามเกณฑ์ได้ก็สามารถซื้อได้ การแก้ไขนี้เป็นการ แก้ไขเพื่อรองรับเทคโนโลยีในอนาคตค่ะ🔗
สุดท้ายนี้ถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นโอกาสมหาศาลของพี่น้องประชาชน แต่ดิฉันก็ไม่ลืม และเห็นว่ารัฐบาลจำเป็นต้องมีการดูแลป้องกันการดื่มที่เป็นอันตราย ต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน ดิฉันเชื่อมั่นและมั่นใจว่ารัฐบาลจะมีมาตรการที่เข้มข้นและ มีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการดื่มโดยเยาวชนที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ หรือการดื่มมากเกินไปที่จะส่งผลต่อสุขภาพ หรือรวมไปถึงการเมาแล้วขับที่จะเกิดอุบัติเหตุ ที่ก่อให้เกิดความสูญเสีย🔗
แต่ในอีกด้านหนึ่งจุดยืนของดิฉันในฐานะของผู้แทนราษฎร ผู้แทนของพี่น้อง ประชาชน คือเราต้องช่วยกันลดอุปสรรคทางด้านของกฎหมายเพื่อปลดปล่อยศักยภาพ ของสุราชุมชน เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต ยกระดับสินค้าทางการเกษตรของพี่น้องประชาชน สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชน เมื่อเรามองย้อนกลับไปในอดีต เมื่อไม่นานมานี้ที่รัฐบาลนำโดยพรรคไทยรักไทย ก็เคยผลักดันนโยบายสุราชุมชน ซึ่งเป็น โอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ทางเศรษฐกิจจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะสำหรับ รายย่อย สำหรับวิสาหกิจชุมชนทำได้มาแล้ว ดังนั้นในหลายประเด็นที่ยังเป็นข้อถกเถียงกัน ว่าจะส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ดิฉันคิดว่าเราต้องมีการพูดคุยมากขึ้นในชั้นของ กรรมาธิการ โดยเฉพาะในส่วนของมาตรการควบคุมและโทษของการโฆษณาเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ เพื่อพิจารณาให้ถี่ถ้วนในทุกมิติ ดิฉันขอยืนยันว่าเป้าหมายของเราคือจะต้อง สร้างสมดุลทั้งทางด้านของเศรษฐกิจ และส่วนของการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชนไปพร้อม ๆ กับการลดปัญหาที่จะเกิด ผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณรักชนก ศรีนอก ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ผู้แทนจากชาวบางบอน จอมทอง และหนองแขม พรรคก้าวไกล ขอร่วม อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของ ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ด้วยความเคารพนะคะ ดิฉันว่าอันดับแรกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ต้องเลิกกระมิดกระเมี้ยนกันก่อน แน่นอนว่าเราต้องมีมาตรการในการควบคุมผลกระทบ ที่เกิดขึ้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เราต้องเลิกค่ะ เลิกมองว่า เหล้า เบียร์ เป็นสิ่งไม่ดีที่ต้องต่อต้าน เลิกทำราวกับว่าสิ่งนี้เป็นตัวร้ายตัวเดียว ในสังคมที่ต้องอี๋กัน ดิฉันว่าเราต้องมา Balance กันว่าเราจะบังคับใช้กฎหมายให้กับคนที่ สร้างความเดือดร้อนรำคาญ แล้วก็มองในเรื่องของการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ทลายทุน ผูกขาดไปด้วย ดิฉันอยากให้มองในแง่มุมเชิงเศรษฐกิจค่ะ ถ้าเราอยากจะแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตร อย่างยั่งยืน ลองกอง ลำไย มังคุด มะม่วง ลิ้นจี่ มันมีวันหมดอายุ ถ้าท่านนำมาใส่ขวด บรรจุเป็นเบียร์ขาย เราสามารถยืดได้ทั้งอายุและเพิ่มมูลค่าของพืชผลทางการเกษตรเหล่านี้ ได้ด้วยนะคะ ดิฉันว่าเราต้องเอามาเพิ่มมูลค่าแบบนี้ พวกเราสามารถช่วยกันได้ ทำให้มันเป็น การระเบิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ เอา ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ที่อยู่ในธุรกิจเหล้า เบียร์ เหล่านี้มากระจายให้พ่อแม่พี่น้องเกษตรกร แล้วก็กระจายให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ให้ทุกคนได้มาหารส่วนแบ่งทางเศรษฐกิจตรงนี้อย่างเท่าเทียมกัน เวลาท่านแก้ไขปัญหา พืชผลทางการเกษตรกันท่านทำอย่างไร นักการเมืองที่มีทุนทรัพย์ หน้าใหญ่ใจบุญท่านก็ ควักเงินไปช่วยเกษตรกรเป็นครั้งเป็นคราว เป็นคน ๆ ไป ถ่ายรูปว่าได้ช่วยแล้ว เสร็จแล้ว ก็สะบัดตูดหนี ขออภัยค่ะ ถอนคำว่า ตูด ค่ะ หรือมาตรการประกันราคามีกันมาตลอด แต่สิ่งที่ยั่งยืนในการแก้ไขปัญหาเรื่องพืชผลทางการเกษตร คือเอามันมาเพิ่มมูลค่าค่ะท่าน จะมานั่งพูดกันว่ามันไม่ดีอย่างนั้น อย่างนี้ ทำเป็นอี๋ ดิฉันว่ามันย้อนแย้งค่ะ และยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งมาจากพรรคการเมืองที่ส่งเสริมกัญชาเสรี ดิฉันงงนะคะ เป็นประชาชนที่อยู่ทางบ้านดิฉัน ก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่เลยว่า กัญชามันส่งผลร้ายแรงยิ่งกว่าสุราอีก ท่านยังไม่ด่าขนาดนี้เลยนะคะ ดิฉันงงนะคะ🔗
ประเด็นต่อมาดิฉันอยากจะพูดถึงร่างของ ครม. สักนิดหนึ่งนะคะ ร่างของ ครม. ควบคุมการโฆษณาเพิ่มมากขึ้นไปอีก มาตรา ๓๒ ของร่าง ครม. เขียนเอาไว้กว้างมาก ครอบจักรวาล ห้ามโฆษณา ห้ามแสดงชื่อ ห้ามแสดงเครื่องหมาย ห้ามอวดอ้างสรรพคุณ ห้ามชักชวนจูงใจให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม คือถ้าตีความอย่างนี้ ตีอย่างไรก็เข้า ก็เดือดร้อนกันหมด ห้ามผู้ใดสนับสนุนงานแอลกอฮอล์ แล้วงานสุราพื้นบ้าน งาน Craft Beer ของผู้ประกอบการรายย่อยไม่เสียหาย ไม่ตายกันหมดหรือค่ะท่าน ห้ามผู้ใดประชาสัมพันธ์ งานเหล้า งานเบียร์ ท่านมองเห็นผู้ประกอบการตัวเล็กตัวน้อยอยู่ในกฎหมายตรงนี้บ้างไหม ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะทำให้ผู้ประกอบการตัวเล็กตัวน้อย หรือหน้าใหม่ ๆ ในแวดวงสุรา หรือ Craft Beer รายเล็ก เวลาจะเขียน Review อะไรให้สนับสนุนหน่อย ให้เขาได้ลืมตา อ้าปากบ้าง นี่ทำไม่ได้เลยนะคะ มันคือการปิดกั้นโอกาสของผู้ที่จะเติบโตเป็นรายใหม่ ๆ หน้าใหม่ ๆ ในตลาด ร่างเก่าผู้ค้ารายใหม่ก็แทบจะไม่มีโอกาสอยู่แล้ว มาเจอร่างนี้ ที่ควบคุมการโฆษณาเข้าไป เอามือก่ายหน้าผากนะคะ มาดูอัตราโทษในร่างของ ครม. อีก ถ้าผิดมาตรา ๓๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี ปรับไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าเป็น ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี ปรับไม่เกิน ๑ ล้านบาท หนักกว่าของเก่า ที่ปรับ ๕๐,๐๐๐ บาท ท่านบอกว่าอยากจะส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก SMEs ตัวเล็กตัวน้อย แต่พอเป็นเรื่องนี้คือท่านเอาพวกเขาไปไว้ที่ไหน SMEs ตัวเล็กตัวน้อย ผู้ขาย Craft Beer รายเล็กรายน้อยท่านเอาไปไว้ที่ไหน ในร่างของพรรคก้าวไกลเราเลือกที่จะควบคุม แต่ว่ามีเกณฑ์ของอายุเข้ามา มาตรา ๓๒ ห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือแสดงชื่อ หรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า ๒๐ ปี จากการควบคุมสุดโต่ง เหลือให้แค่ควบคุมอย่างมีขอบเขต ดิฉันเชื่อในมาตรการของการควบคุมนะคะ แต่ถ้าท่าน ควบคุมมากเกินไป จนผู้ประกอบการตัวเล็กตัวน้อยหายใจไม่ออกมันก็กระทบเหมือนกัน🔗
ต่อมาการควบคุมเรื่องวันเวลาในการจำหน่าย ร่างของ ครม. Fix อย่างเข้มข้น เมื่อเช้าท่านนายกรัฐมนตรีเพิ่งจะไปเปิดงาน แล้วก็ประกาศว่าอยากจะให้ประเทศไทยเป็น Festival Hub อยากที่จะเชิญชวนนักท่องเที่ยวอะไรเข้ามา ดิฉันเป็นนักท่องเที่ยวดิฉันงง สิ่งที่ท่านส่งเสริมกับสิ่งที่ท่านจำกัด มันค่อนข้างที่จะย้อนแย้งกันมากพอสมควร ไม่รู้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอ่านร่าง พ.ร.บ. นี้แล้วหรือยัง ถ้าท่านอ่านดิฉันว่าท่านตกใจ ในการควบคุมการโฆษณาที่ Fix ขนาดนี้ มันไม่มีเหตุผลใด ๆ ให้ท่านจำกัดช่วงเวลา เพราะว่ามันส่งผลร้ายต่อเศรษฐกิจ ส่งผลต่อนักท่องเที่ยวอย่างที่ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันไปหลายคน แล้วคนที่เขาจะกินท่านจำกัดเวลาอย่างไรเขาก็ซื้อ แล้วก็แช่ตู้เย็นอยู่บ้านกินได้อยู่ดี ดิฉันไม่แน่ใจว่าจะจำกัดไปมากขนาดนั้นทำไม นอกจาก จะควบคุมวันเวลาแล้ว ท่านยังเพิ่มห้ามบริโภคแอลกอฮอล์ในสถานหรือบริเวณที่ขาย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งงนะคะ จาก พ.ร.บ. เดิมที่ทำแค่มีการกำหนดเวลาขายเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ แต่ร่าง ครม. เพิ่มข้อห้ามเวลาในการดื่มแอลกอฮอล์ในร้านรวงด้วย มันจะ Fix อะไรกันไปขนาดนั้น ต่อมาท่านเพิ่มอำนาจให้เจ้าพนักงานสามารถเข้าตรวจร้านเหล้า หลังเวลาทำการได้ ทุกวันนี้เรารู้กันอยู่แล้วว่าส่วยที่เจ้าพนักงานไปเรียกเก็บกับร้านรวงหรือว่า SMEs ที่เป็นผู้ประกอบการตรงนี้ เก็บกันกระหึ่มนะคะ ท่านออกระเบียบแบบนี้มาเปิดช่อง ให้เจ้าพนักงานของรัฐเรียกเก็บส่วยเพิ่มขึ้นอีกได้หรือเปล่า นี่มันเป็นช่องโหว่ช่องใหญ่มาก นะคะท่าน อันเก่ายังไม่ทันแก้ไขปัญหาเลย ท่านเปิดช่องโหว่อันใหม่อีกแล้ว ดิฉันดีใจ ที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันหมดว่าเราให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ถึงแม้ในมิติจะแตกต่างกันไปนะคะ แล้วเป็นหมุดหมายสำคัญที่สังคมเรา สภาเราจะขยับไปข้างหน้า มาพูดคุยกันเรื่องสุรา แอลกอฮอล์ ดิฉันก็ขออภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณซูการ์โน มะทา ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ วันนี้ต้องขออนุญาต ท่านประธานสภาได้อภิปรายร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๕ ฉบับ แต่เป็นการอภิปรายในมิติที่อาจจะไม่สอดคล้องกับเพื่อนสมาชิก ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้หลายท่าน ซึ่งผมเองก็ขึ้นมาอภิปรายเพื่อยืนหยัดในอุดมการณ์ ทางการเมืองของผม และจุดยืนของพรรคประชาชาติว่าพวกเราไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๕ ฉบับ ด้วยเหตุผลที่ผมจะอภิปราย ดังต่อไปนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติ และพี่น้อง ประชาชนที่ติดตามรับชมการถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ซึ่งหลายท่าน ก็ได้เห็นว่าช่วงวันนี้เป็นวันที่ ๑๕-๑๖ ของเดือนรอมฎอน เป็นเรื่องของการทำคุณงามความดี ของพี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลาม หรือพี่น้องมุสลิมทั่วโลกมากกว่า ๑,๕๐๐ ล้านคน วันนี้ใน สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ก็ได้มีการรับกฎหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายที่พรรคประชาชาติ ยืนหยัดเป็นตัวแทนของพี่น้องคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลามว่าเราไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข กฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือสมรสเท่าเทียม มาวันนี้ในวาระญัตติด่วนก็มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เข้ามา ๕ ฉบับ ท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ วันนี้เราพยายามมองในมิติรายได้ของประเทศ แต่เราไม่ได้มอง ในผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ กับเยาวชนคนไทยที่จะเป็น อนาคตของประเทศของเราว่ามีอะไรบ้าง ผมพยายามติดตามการทำงานในฐานะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร การออกกฎหมายต่าง ๆ วันนี้เรายึดโยงอยู่กับความเสรี ทุกอย่างต้องเสรี สุราต้องเสรี กัญชาต้องเสรี กระท่อมต้องเสรี การพนันต้องเสรี วันนี้เสรีเกือบทุกอย่าง จนกระทั่งสภาพสังคมของประเทศกำลังสู่วิกฤติมีปัญหา ผมไม่เชื่อนะครับท่านประธาน ว่าสิ่งที่ผมไม่สามารถที่จะรับหลักการด้วยเหตุผลข้างต้นก็คือว่า ๑. ตามหลักศรัทธาและ หลักการของผม และของพี่น้องคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลามแล้วร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๕ ฉบับ ขัดกับหลักพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งเป็นธรรมนูญชีวิตที่คนมุสลิมหรือพี่น้อง คนไทยที่นับถือศาสนาอิสลามยึดถือมา อันนี้ยังถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด🔗
แต่ที่ผมรู้สึกได้ฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายก็คือ ได้มีกลุ่มตัวแทนคณะเครือข่ายป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลายภูมิภาค ได้ไปเยี่ยมพรรคการเมือง ได้ไปเยี่ยมนักการเมือง เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า เขาไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๗ ได้มีคณะเครือข่ายป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภาคใต้ตอนล่าง ในกลุ่มผู้ที่เป็นตัวแทนไปยื่นหนังสือต่อผมที่บ้านศรียะลา ซึ่งเป็นบ้านของ ท่านประธานรัฐสภาในวันนั้น สิ่งที่เราไม่เชื่อว่าจะมีตัวแทนผู้นำศาสนา ตัวแทนของ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั้ง ๓ จังหวัด ตัวแทนของผู้นำศาสนาที่เป็นอิหม่าม ทั้ง ๓ จังหวัด ตัวแทนของสถาบันการศึกษาปอเนาะทั้ง ๓ จังหวัด และตัวแทนภาคีผู้ปกครอง และข้าราชการที่อยู่ในพื้นที่ หลายส่วนมีข้อกังวลห่วงใยต่อการที่สภาจะรับพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวันนี้ โดยข้อสังเกต ความห่วงใยอย่างเพื่อนสมาชิกได้ให้ข้อสังเกตและความห่วงใยไว้นั้นก็คือว่า วันนี้ผลกระทบ ที่ผมอยากจะเสนอวันนั้น อยู่ในเล่มหนังสือ ๓ ฉบับ คือหนังสือปกขาว เล่มที่ ๑ พูดถึง ความจริงของปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่องสถานการณ์การบริโภค🔗
วันนี้ท่านประธานครับ ถ้าเรามาดูในเรื่องข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า ทำไมผมและ คณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่สามารถจะรับหลักการในร่างพระบัญญัติ ๕ ฉบับได้ วันนี้เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงรายได้ การส่งเสริมการท่องเที่ยว รายได้จากการค้าขาย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ท่านไม่เคยมองว่าผลกระทบวันนี้ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องเยาวชนในอนาคต เยาวชนที่เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีอายุแค่ ๘ ขวบ แล้วกลุ่มส่วนใหญ่ก็จะเป็นเด็กสตรี กลุ่มสตรีเด็กหญิงมีความเสี่ยงที่จะเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ยิ่งเราไปทำการค้าเสรี สุราเสรีต่าง ๆ เหล่านี้ ผมเกรงว่าข้อห่วงใยของพี่น้องประชาชนที่เป็น กลุ่มเครือข่ายภาคีป้องกันผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภาคใต้ตอนล่างที่มายื่นต่อผม ในวันนั้นว่า ข้อห่วงใยทั้งหมดก็คือว่าทำอย่างไรที่เราจะป้องกันไม่ให้แอลกอฮอล์เข้าสู่ครอบครัว เพราะการดื่มสุราแอลกอฮอล์ ถ้าขาดสติสิ่งที่เกิดขึ้นก็จะเป็นปัญหาตามมาอีกมากมาย เมาแล้วขับ ทุก ๆ ปีเรารณรงค์ถึงผู้เสียชีวิตกรณีเมาแล้วขับประเทศไทยเสียหายไปเท่าไรครับ แล้วสุดท้ายความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากคู่มือปกขาว อันนี้ที่ผมจะยื่นที่จะอภิปรายก็คือ สูญเสียทางเศรษฐกิจการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของประเทศไทยในปี ๒๕๖๔ เท่ากับ ๑๖๕,๔๕๐ ล้านบาท ความสูญเสียที่ผลกระทบต่อ GDP และความสูญเสียทั้งหมดนี้มาจากอะไร โรคของผู้ที่ดื่มสุรา ที่ติดสุรา ต้องสูญเสียทางอ้อม จากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร การขาดงานหรือสูญเสียประสิทธิภาพจากการทำงาน เป็นส่วนใหญ่ อันนี้คือปัญหาที่พี่น้องประชาชนกลุ่มเครือข่ายภาคีป้องกันผลกระทบจาก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้ไปยื่นกับเพื่อนสมาชิกเกือบทุกภูมิภาคของประเทศ ผมในฐานะ ที่เป็นตัวแทนของพี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลาม ผมไม่สามารถรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๕ ฉบับได้ ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณณณัฏฐ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายณณัฏฐ์ หงส์ชูเวช สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้ ขอร่วมอภิปรายญัตติร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก่อนอื่นขอเรียนว่าผมเห็นด้วยกับหลักการของร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๕ ฉบับนี้ ถึงแม้บางฉบับ ปลดล็อกแบบ Free Style บางฉบับก็ควบคุมแบบเข้มงวดเกินไป จนจะทำอะไรก็ดูยาก ไปหมด แต่แน่นอนครับท่านประธาน วันนี้พวกเราสามารถใช้พื้นที่ของสภาแห่งนี้มาร่วม พูดคุยกัน เพื่อหาความเห็นที่ตรงกันและเป็นที่ยอมรับของสังคมครับ🔗
วันนี้ผมขอยกตัวอย่างว่าทำไม เราถึงต้องเห็นด้วยให้มีการแก้ไข ข้อแรกเป็นความล้าหลังของพระราชบัญญัติฉบับเดิม ที่ต้องปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัยให้ทันกับโลกปัจจุบันครับท่านประธาน ข้อ ๒ คือ พ.ร.บ. ฉบับนี้จะมีผลต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการสร้างรายได้โดยตรง ผมขอยกตัวอย่างครับ การกำหนดพื้นที่ควบคุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งส่วนนี้มีผลกระทบต่อ เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวจริง ๆ ผมทราบมาว่าในอดีตเรามีความพยายามที่จะจัดกิจกรรม ระดับโลก แต่ไม่สามารถที่จะจัดกิจกรรมได้ เพราะด้วยเหตุผลทั้งด้านเรื่องพื้นที่ ความเหมาะสมที่ผู้จัดงานไม่สามารถที่จะไปใช้ในพื้นที่ของหน่วยงานราชการได้ ผมขอเสนอ อีก ๑ ตัวอย่างเป็นเรื่องของสนามกีฬา ส่วนใหญ่สนามกีฬาของประเทศไทยนั้น ถ้าไม่ตั้งอยู่ ในสถานศึกษา หน่วยงานราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีสนามของเอกชนนั้นเป็นส่วนน้อย ที่มีศักยภาพและความเหมาะสมสามารถที่จะจัดกิจกรรมระดับโลกได้ ในการแข่งขันกีฬาของ ต่างประเทศที่เราจะเห็นการถ่ายทอดสดตามทีวี เราจะเห็นว่าการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามจุดจำหน่าย หรือผู้ที่สะพายถังเครื่องดื่มอยู่ข้างหลัง สามารถเดินขายภายในสนามได้ หรือเขาจะมีสถานที่ที่อำนวยความสะดวกให้กับแฟนกีฬาที่เข้าไปรับชมและเชียร์การแข่งขัน แต่ในประเทศไทยครับท่านประธาน ไม่สามารถทำได้เพราะขัดต่อกฎหมาย เรื่องสถานที่ ห้ามจำหน่าย ห้ามบริโภค ส่วนราชการของเรามีพื้นที่ที่เหมาะสมมากมายครับท่านประธาน แต่ไม่สามารถใช้พื้นที่นั้นได้เต็มศักยภาพ ผมมองว่ามันเสียโอกาส🔗
วันนี้ผมคิดว่าเราอย่าหลอกตัวเองครับ เราต้องมาหาทาง หาจุดร่วมกันให้ได้ ตอนนี้ครับรัฐบาลนำโดยท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน พยายามผลักดันให้มีการจัด กิจกรรมระดับโลกด้านต่าง ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับนักท่องเที่ยว เช่น วันนี้ข่าวเมื่อไม่กี่วัน เราก็จะมีเทศกาลดนตรีระดับโลกหรือ Tomorrowland หรือจะมีเทศกาลดนตรีจากญี่ปุ่น Summer Sonic และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่ออะไรครับ เพื่อส่งเสริมด้านการลงทุน การจ้างงาน เพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบและสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ แม้ว่าหลายคน เคยมองว่าอันนี้มันเป็นความฝันเฟื่อง แต่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านทำให้เห็นแล้วว่า เรามีศักยภาพในการจัดงานที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก แบบนี้ไม่เรียกว่าสุดยอด Salesman ไม่ใช่ Salesman ขายฝันตามที่ถูกกล่าวอ้างแน่นอน ทั้ง ๆ ที่ท่านตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติ โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ผมคิดว่าอันนี้เป็นการเริ่มต้นของการแก้ไขผ่อนคลายกฎระเบียบเหล่านี้ ไม่ใช่แค่พวกเรานะครับ แต่เป็นการสร้างรากฐานที่พร้อมให้ลูกหลานของเราได้มีต้นทุนมากพอ ไว้ต่อสู้กับประเทศต่าง ๆ ผมสนับสนุนให้มีการผ่อนคลายการควบคุมวันเวลาจำหน่าย รวมไปถึงการกำหนดข้อยกเว้นพื้นที่จำหน่าย และการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้มี ความเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของสังคมในปัจจุบัน ผมขอย้ำนะครับว่าให้เหมาะสม กับความเป็นจริงในสังคมปัจจุบัน เพื่อไม่ให้ประเทศไทยของเรานั้นเสียโอกาส รักไม่ยอม เปลี่ยนแปลงนี่ดีนะครับท่านประธาน แต่ถ้ากฎระเบียบไม่ยอมเปลี่ยนแปลงเสียบ้าง ผมว่าประเทศเราจะสู้เขาไหวหรือครับ🔗
ตรงนี้ผมต้องบอกว่าร่างของท่านชนินทร์นั้น มีความครอบคลุมในส่วนพื้นที่ จำหน่าย พื้นที่บริโภค โดยคำนึงถึงหลักเรื่องเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว นี่เป็นส่วนสำคัญครับ ท่านประธาน ถ้าหากเราปลดล็อกตรงส่วนนี้ได้ เราจะช่วยพัฒนาและดึงดูดให้การจัดการ แข่งขันในประเทศไทยนั้นมีสีสันมากยิ่งขึ้น การแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็เหมือนเราชงเครื่องดื่ม ครับท่านประธาน เข้มไปดื่มเต็มที่ปลดล็อกทุกอย่าง ไม่ควบคุมอะไรเลยก็เมาเร็วขาดสติ ตื่นมาก็ Hang ครับ ถ้าดื่มแต่น้ำเปล่าควบคุมมันทุกอย่าง ประเทศไทยก็เสียโอกาสขาดสีสัน ของแบบนี้ครับท่านประธาน เราต้องให้มีความพอดี ๆ ถึงจะกลมกล่อม ทุกภาคส่วนถูกใจ พอใจ สามารถสนุกสนานเต็มที่ไปด้วยกัน เพื่อไม่ให้มีใครได้เมาจนหมดสติหรือเบื่อ จนกลับบ้านก่อน เพื่อความรอบคอบในการแก้ไขผมจึงขอรับหลักการของร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๕ ฉบับครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ตอนนี้มีผู้ที่ขอ อภิปรายอีก ๗ ท่านนะครับ ผมขอให้เวลาสำหรับผู้ที่จะมาเพิ่มเติมรายชื่อได้แค่อีก ๕ นาที เราก็จะปิดรายชื่อ เพราะวันนี้อภิปรายผมอยากให้ได้ลงมติใน พ.ร.บ. นี้ แล้วก็จะได้ อีกสักฉบับหนึ่งซึ่งค้างมาก็คือ พ.ร.บ. เรื่องที่ดิน จะได้พิจารณาทั้ง ๒ ฉบับ ให้จบในวันนี้ได้ ฉะนั้นขอความกรุณาในการอภิปราย ต่อไปฝ่ายค้านท่านสุดท้าย คุณไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม ปูอัด ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตจอมทอง ยกเว้น แขวงบางขุนเทียน และเขตบางขุนเทียนเฉพาะแขวงท่าข้าม พรรคไทยก้าวหน้าครับ ท่านประธาน พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี้ ผมจะพาท่านมาปักหมุดอยู่จุดหนึ่งครับ ในส่วนของมาตรา ๓๒/๒ ในเรื่องของการห้ามโฆษณาผลิตภัณฑ์หรือสิ่งอื่นใดที่เกี่ยวกับ แอลกอฮอล์ ท่านประธานครับ เดี๋ยวผมจะอ่านให้พี่น้องประชาชนได้ฟังช้า ๆ ชัด ๆ ไปกับผม นะครับว่ามาตรา ๓๒/๒ นี้มันว่าอย่างไร คือมาตรา ๓๒/๒ ห้ามผู้ใดโฆษณาผลิตภัณฑ์หรือ สิ่งอื่นใดที่ใช้เครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือมาตัดต่อ ต่อเติมให้เข้าใจได้ว่า หมายถึงการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ท่านประธานครับ ผมอธิบายให้ท่านประธานฟัง และพี่น้องประชาชนฟังช้า ๆ ชัด ๆ ก็คืออะไรที่มันมี Logo ที่เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี้ ห้ามเลยนะ คือห้ามโฆษณาเด็ดขาดเลย ทีนี้ท่านประธานครับ ผมก็ต้องอุทานว่าห้ามโฆษณา จริง ๆ ใช่ไหม วันก่อนผมต้องพาท่านประธานขึ้นไปแถวโคราชนิดหนึ่ง ผมมีมาโชว์ครับ คือผม Screen มาให้เรียบร้อยแล้ว เมื่อวานมีเกี่ยวกับกิจกรรมฟุตบอลเราก็รู้แล้ว เราก็ เชียร์ไทยกันสุดความสามารถ เอกสารที่ผมชูนี้เขียนเหมือนกัน เขียนว่าได้เวลารวมตัว คอบอล พร้อมกับน้องก้านกล้วยอีก ๒ คนด้านข้าง ท่านประธาน ใครเห็นน้องก้านกล้วย ด้านข้าง ๒ คน ก็รู้ว่านี่คือ Brand อะไร เห็นช้า ๆ ชัด ๆ นี้ คอบอล ๖ คนครับท่านประธาน ถ้าเห็น ๖ คนแบบนี้ สุดท้ายสงกรานต์ไม่ต้องห่วงครับ อย่างน้อยต้องมี ๑ ลัง นี่ครับ ท่านประธาน ทำไมเขาทำได้ อันนี้อันที่ ๑ ผมพาท่านประธานลงมาแถวสุวรรณภูมินิดหนึ่ง อันนี้เป็นโฆษณาเกี่ยวกับน้ำแร่สีเขียว ๆ พร้อม Logo ก้านกล้วย ๒ อัน ท่านประธาน น้ำแร่ล่ะครับไม่ต้องอะไร สดชื่นจะตาย ดื่มกันเถอะ ดื่มกันสักลังหนึ่งรับรองสงกรานต์ปีนี้ ยุบยับแน่ ๆ ท่านประธานยังมีอีกอันหนึ่ง ผมต้องตั้งคำถามเหมือนกัน อันนี้ใจกลาง กรุงเทพมหานคร ถ้าหันขวาก็จะเจอท่าน Zebra อันหนึ่ง แต่ว่าด้านขวาจะเขียนว่า สวัสดี นี่ใจกลางกรุงเทพฯ นะครับ แต่ว่ากฎหมายเขียนแล้วว่าห้ามตัดต่อ ห้ามอะไร ผมตั้งคำถาม ว่าเราจะเป็นประเทศที่กลุ่มนายทุนทำได้ แต่รายย่อยเล็ก ๆ ที่พยายามจะต่อเติมสร้างสิ่งที่ เขารักขึ้นมาเป็น Brand ทำไมเขาทำไม่ได้ ถ้าอย่างนี้เขาทำได้นะครับท่านประธาน ผมจะบอกพี่น้องประชาชนแถวจอมทอง แถวอีสานเลย พี่ผลิตน้ำดื่มแร่เลย เอาน้ำดื่มแร่ มาเลย แล้วโฆษณาเลย แล้วเอา Logo พี่แปะ พี่ทำได้เหมือนกัน ถ้าทำไม่ได้พี่เอาอันนี้ ไปแปะโชว์ ท่านประธานประเทศเราจะเป็นแบบนี้จริง ๆ หรือครับ คือผมตั้งคำถามกับ กฎหมายตัวมาตรา ๓๒/๒ ในเมื่อประชาชนทำไม่ได้แล้ว แล้วทำไมกลุ่มนายทุนถึงทำได้ คือผมว่าเราต้องพอกันทีเถอะครับกับประเทศที่จะมีกลุ่มนายทุนไม่กี่กลุ่มทำได้ แต่ประชาชน คนตัวเล็กตัวน้อยไม่สามารถแม้แต่จะทำในสิ่งที่รัฐให้เป็นที่รู้จักได้เลย🔗
เพราะฉะนั้นท้ายที่สุดครับท่านประธาน ผมยืนยันว่าผมผลักดัน พ.ร.บ. ในส่วนของคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร แน่นอน แต่ที่ผมมาพูดในวันนี้เพื่อตั้งคำถามว่าสุดท้ายแล้ว การโฆษณาเครื่องดื่มนี้ก็เป็นสิ่งที่พึงจะทำได้ แต่ก็ต้องตรงไปตรงมา ถ้าบอกว่าประชาชน ทำไม่ได้แล้ว กลุ่มนายทุน ๑ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องทำไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้าอยากจะ สร้างประเทศที่มีอนาคต ประชาชนมีโอกาสในการมีชีวิตที่ดีขึ้น ก็ฝากพี่น้องกรรมาธิการครับ ฝากท่านคณะ ครม. ครับ ฝากเก็บเรื่องนี้ไว้คิดด้วยเถอะครับว่าจะสร้างประเทศแบบไหน อยู่ที่ท่าน อยู่ในมือของท่าน แต่ผมยังคงเชื่อว่าประเทศของเราต้องคนเท่ากัน ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์วรวิทย์ บารู ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อาจารย์วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ เขต ๑ จังหวัดปัตตานีครับ พวกเรา พรรคประชาชาติเปรียบเป็นบุคคลภายนอกเมื่อพูดถึงเรื่องของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นะครับ แต่กับ พ.ร.บ. แอลกอฮอล์นี้แน่นอนพวกเรามีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเราได้รับผลกระทบ จากตรงนั้นแน่นอน ในส่วนนี้ในฐานะที่เป็นผู้แทนของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เราก็ทราบดีนะครับ เป็นพื้นที่ที่เป็นพหุวัฒนธรรม แล้วบุคคลส่วนใหญ่ที่นั่น ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ก็เป็นผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งคนส่วนหนึ่งที่นับถือศาสนาอิสลาม แน่นอนในชีวิตเขาแทบจะไม่คุ้นเคย วิถีการใช้แอลกอฮอล์นี้เขาไม่คุ้นเคย ไม่รู้เลย แต่เรา ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกส่วนหนึ่งของสังคมที่นั่น เขาคุ้นเคยกับเครื่องดื่มที่เมื่อดื่มแล้วเกิดความ มึนเมา อันนี้เราก็ต้องดูความสมดุลในระหว่างตรงนี้ สำหรับผู้ซึ่งไม่คุ้นเคยและโดยทาง ศาสนาแล้วเขาไม่อาจที่จะเป็นผู้บริโภคสิ่งเหล่านั้นได้ ก็ไม่จำเป็นสำหรับเขา แต่แน่นอน เมื่อเราจะออก พ.ร.บ. นี้ เราก็ต้องดูให้ดี ต้องให้ความสมดุลอย่างเต็มที่ เมื่อไม่นานมานี้ ผมก็เช่นเดียวกับท่าน สส. ซูการ์โน ขอกล่าวนามที่ตรงนี้ มีภาคีประชาชนที่ตื่นรู้กับภัย อันเกิดจากเครื่องดื่มที่ก่อให้เกิดความมึนเมา ได้มายื่นหนังสือและแสดงความห่วงใย บุคคลเหล่านี้ไม่ได้แตกต่างจากบุคคลที่ท่านซูการ์โนได้พูดถึง เป็นบุคคลที่เป็นคนพุทธ ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนที่อายุตั้งแต่ ๑๖ ปีขึ้นไปถึง ๒๕ ปี แล้วก็มีคนที่สูงวัยที่เข้ามาด้วย เป็นคนที่ไม่ได้เป็นมุสลิม ส่วนใหญ่ของเขาเป็นพุทธ แล้วก็มีมุสลิมไม่กี่คนที่มาร่วมแสดง ความห่วงใยต่อ พ.ร.บ. สังคมนี้ที่จะให้ความอิสระอย่างที่ว่า ต่อเครื่องดื่มที่จะทำให้สังคมนี้ ไม่อาจที่จะเดินไปตามแนวทางที่ควรจะเป็นได้ แล้วเขาแสดงความห่วงใยต่อ พ.ร.บ. เครื่องดื่มอันนี้ ในประเด็นของสภาพการณ์สังคมที่เป็นจริงในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นที่เขาประสบอยู่ ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นกัญชา กระท่อม หรืออะไรต่าง ๆ ที่เขาประสบอยู่ในสถานการณ์ ปัจจุบัน ที่ก่อให้เกิดบุคคลที่เป็นจิตเวชมากขึ้น แล้วก็มีความรุนแรงที่เกิดขึ้นตลอดมา เป็นสิ่งที่เราห้ามความห่วงใยของเขาไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ โดยทั่วไปแล้วสิ่งที่จะ คุ้มครองสังคมได้ โดยทั่ว ๆ ไปมันจะมี ๒ อย่าง การออกกฎหมายมาคุ้มครองสังคมและ อีกอย่างหนึ่งก็คือหลักคำสอนของศาสนา โดยทางออกกฎหมายในประเทศไทยเราก็ทราบกัน ดีอยู่ว่าเรามีกฎหมายมากมาย กฎหมายที่ดีเยอะแยะ แต่เรามีปัญหาในเรื่องการบังคับใช้ กฎหมาย ในขณะที่เช่นเดียวกันไม่มีศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ที่มีเนื้อหาสาระของคำสอนที่ บ่งบอกไปในทางที่ไม่ดี แต่ปัญหาก็คือผู้ที่นับถือศาสนานั้น ๆ จะปฏิบัติได้ดีเพียงใด ยกเว้น เป็นผู้ซึ่งเดินตามวิถีแห่งศาสนานั้น ๆ กำหนดได้มากน้อยเพียงใด🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนที่เป็น พ.ร.บ. ที่รัฐบาลเสนอมานี้อย่างหนึ่ง ที่อยากจะให้ข้อคิดเห็นตรงนี้ก็คือที่เกี่ยวข้องกับการกำหนด Zoning ถ้าเราดูอย่างผิวเผิน อาจจะไม่มีอะไร แต่เมื่อช่วงที่สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมากมายในทางภาคใต้ เราได้รับรู้กันโดยทั่วไปว่าการระเบิดเกิดขึ้นมากมายในแหล่งที่เป็นแหล่งบันเทิง เพราะฉะนั้น ผมอยากให้รัฐบาลได้สร้างความสมดุลตรงนี้ให้ได้ การออกกฎหมายเพื่อควบคุมมันก็เป็นสิ่งที่ดี รัฐต้องใส่ใจในเรื่องของสิ่งที่จะก่อให้เกิด ที่จะนำมาอันเกิดผลจากการออกกฎหมายอันนั้น การ Zoning สถานที่แหล่งบันเทิงนี้ ผมเข้าใจว่าพวกเราที่คุ้นชิน ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน NGO ที่ทำงานในทางภาคใต้ ก็ได้เสนอมากมายในเรื่องของการ Zoning บริเวณที่เป็น Entertainment Area นี้ แต่ก็ไม่ค่อยได้รับการสนใจเท่าไร เพราะฉะนั้นในสิ่งเหล่านี้ก็อยาก ที่จะให้ทางรัฐบาลที่จะออกกฎหมายอันนี้ ถ้าในหลายประเทศกำหนดอายุ อย่างเช่น บางประเทศ ห้ามขาดเลยนะครับว่าการปลีกย่อย ถ้าหากว่าไม่ใช่มุสลิมก็โอเค ผ่อนให้ แต่ถ้าหากว่าเป็น มุสลิมเขาบังคับอย่างชัดเจนนะครับว่าซื้อขายไม่ได้และดื่มไม่ได้ เข้าถึงไม่ได้ อย่างเช่น ที่ประเทศบรูไน🔗
นอกจากนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนที่สภาพการณ์ของประเทศไทย ที่กำลังเผชิญกับปัญหาที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยติดยาเสพติด และก่อให้เกิดสภาพการณ์ ที่เป็นความรุนแรงต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ถ้าเราออกกฎหมายมาไม่ดีก็จะเป็นการเพิ่มอีกอันหนึ่ง ในการที่จะทำให้นักดื่ม แล้วก็ก่อให้เกิดปัญหาตามมา ถ้าเราสังเกตดี ๆ ในพื้นที่ที่ผมกล่าว เมื่อสักครู่ ในทุกมหกรรมที่ใหญ่ ๆ ของชาติมักจะไม่มีจำนวนเปอร์เซ็นต์ของการเมาแล้วขับ ในช่วงของมหกรรม ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสงกรานต์ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ จะมีจำนวนน้อยมาก ถ้าเราดูสถิติ ถ้าเผื่อจะย้อนหลังเป็น ๑๐ ปีก็ได้ ก็จะไม่มีสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นผมอยากจะปิดท้ายด้วยสิ่งที่จะเตือนพวกเราทุกคนว่า เราจงอดทนกับความขมขื่น ของสัจธรรม และจงอย่าหลงใหลกับสิ่งที่เป็นอบายมุขทั้งปวง ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญคุณศรัณย์ ทิมสุวรรณ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายเสริมและเห็นด้วยในทุกร่าง ที่ได้รับการพิจารณาในวันนี้ ท่านประธานครับ ประเด็นที่เราพูดคุยกันในสภาในขณะนี้ สิ่งที่เราเห็นตรงกัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่ต้องการให้สนับสนุนอย่างจริงจังหรือฝ่ายที่ต้องการ ให้ควบคุมอย่างรัดกุมนั้น ทุกคนเห็นเหมือนกันคือกฎหมายนี้จำเป็นต้องมีการแก้ไข ต้องมีการปรับปรุง เพราะฉะนั้นผมจะบอกว่าตลอดเวลาที่เราฟังมาอาจจะสังเกตเห็นได้ว่า บางท่านก็บอกว่าควรจะต้องส่งเสริมอย่างไร เราขาดโอกาสอย่างไร มันจำกัดโอกาสของ ภาคประชาชนอย่างไรในการที่จะส่งเสริมธุรกิจนี้ แต่อีกมุมหนึ่งเราก็ต้องยอมรับเช่นกันว่า โอกาสที่เราบอกที่จะส่งเสริมนั้นมันก็มาพร้อมกับความเสี่ยง ซึ่งก็ต้องบอกว่าประเทศไทยเอง ก็เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงเรื่องความเสี่ยงนี้ติดอันดับโลกเช่นกัน ปัญหาบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุต่าง ๆ ปัญหาเมาแล้วขับ นี่ก็เป็นสาเหตุใหญ่สาเหตุหลักอย่างหนึ่ง ที่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรามีปัญหา เพราะฉะนั้นการแก้ไขในครั้งนี้ ผมก็หวังว่าทั้ง ๒ ฝั่ง เราไม่จำเป็นต้องเลือกว่าเราจะควบคุมให้เข้มแข็งมากขึ้น หรือจะส่งเสริมให้มากที่สุด เราสามารถทำได้ทั้ง ๒ อย่าง เพราะว่าหลักของเรานั้น คือเราจะต้องทำให้มันสมดุลกัน ให้ได้มากที่สุด ถ้าเราต้องการส่งเสริมให้เต็มศักยภาพ ให้ประชาชนทุกคน ให้ SMEs มีโอกาส ต่อสู้ เราก็ต้องยอมรับเช่นกันว่าความรับผิดชอบที่ตามมาก็ต้องสูงเช่นเดียวกัน ผมได้ยิน เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดว่าในต่างประเทศมันไม่มีการจำกัด จะขายตอนไหน จะขายวันไหน จะกินตรงไหนทำได้ แต่เราก็ต้องอย่าลืมครับว่าในประเทศเรานั้น การบังคับใช้กฎหมาย ข้อบังคับต่าง ๆ เราไม่สามารถทำได้แบบในต่างประเทศ🔗
ไม่กี่วันก่อนครับท่านประธาน มีภาคประชาชนมายื่นหนังสือที่พรรคเพื่อไทย ผมได้มีโอกาสรับฟังประสบการณ์ ความคิดเห็นข้อมูลต่าง ๆ ของภาคประชาชน และทำให้เรา ทราบว่าในปัจจุบันที่บางครั้งหลายคนจะคิดว่าเราควบคุมธุรกิจนี้มาก มากจนเกินไปนั้น จริง ๆ แล้ว ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุหรือความรุนแรง ที่เกิดขึ้นจากการเมาสุรานั้น แทบไม่มีกฎหมายใดเลยที่จะช่วยเขาหรือปกป้องเขาได้ ตามที่ควรจะได้ ประชาชนหลาย ๆ คนผู้ประสบเหตุต้องสูญเสียสมาชิก ต้องสูญเสียเสาหลัก ของครอบครัว ในทางกฎหมายเขาสามารถต่อสู้ได้ เขาสามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้ แต่สุดท้ายเมื่อชนะออกมาแล้ว สิ่งที่ได้ก็เพียงกระดาษแผ่นหนึ่งที่มีเลขเขียนไว้ ไม่สามารถ ช่วยเหลือคุณภาพชีวิตที่เขาต้องสูญเสียไปได้ โอกาสต่าง ๆ คนที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะ สูญเสียคนในครอบครัว สูญเสียบ้าน สูญเสียทรัพย์สินใด ๆ ยากมากครับท่านประธาน ที่จะสามารถเยียวยาคนเหล่านี้ได้ ถ้าเราไม่สามารถให้คำตอบกับคนที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ ได้อย่างชัดเจนว่าเราจะช่วยเหลือพวกเขา เราจะป้องกันชุมชนของพวกเราได้อย่างไร เราก็ ไม่ควรมีสิทธิที่จะบอกว่าเราจะส่งเสริมในทุกด้าน เพื่อให้ธุรกิจนี้ไปได้ดีที่สุด เพราะฉะนั้น เราต้องทำไปคู่กันครับ ผมไม่ได้บอกว่าเราไม่ควรส่งเสริม เราควรต้องส่งเสริม แต่การส่งเสริม ของเรานั้น จะต้องไม่เปิดให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบกับประชาชนมากกว่าที่มีอยู่ ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นผมจึงมองว่าทุกร่างที่เสนอเข้ามา เสนอเข้ามาเพื่อจุดประสงค์ ที่แตกต่างกัน ล้วนแต่เป็นจุดประสงค์ที่ดีและถูกต้องทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายต้องการที่จะ ควบคุมและทำให้ชัดเจน หรือฝ่ายที่ต้องการที่จะทำให้ธุรกิจนี้เข้าถึงศักยภาพ แต่เราต้อง เข้าใจทั้ง ๒ ฝั่ง ถ้าเราไม่สามารถบอกกับประชาชนได้ว่าเรามีวิธีการที่เตรียมพร้อม ถ้าเราจะ เปิดให้ขายเหล้าได้ทุกวัน เรามีมาตรการพร้อมที่จะรับมือกับคนเมาที่จะไม่อยู่บนท้องถนน ถ้าเราไม่สามารถพูดอย่างนั้นได้ ผมว่าเราก็ไม่ควรที่จะบอกได้ว่าเหล้ากินเมื่อไรก็ได้ ขายที่ไหน ก็ได้🔗
เพราะฉะนั้นอันนี้คือสิ่งที่ต้องฝากให้กรรมาธิการ ที่ผมเชื่อว่าจะต้องมี ความคิดเห็นที่มีความแตกต่างกัน แต่ผมก็เชื่อว่าจะสามารถหาจุดที่เราสามารถทำงาน ร่วมกันได้ เพราะฉะนั้นในวันนี้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่เราฟังมาในสภาผมเชื่อว่ากรรมาธิการ ที่จะเข้าไปทำงานรับทราบดี เห็นถึงข้อจำกัด ได้รับฟังประสบการณ์ต่าง ๆ ได้รับฟังข้อมูลต่าง ๆ แล้วจะสามารถทำให้ร่างนี้ออกมาเป็นร่างที่เหมาะสมได้ ผมก็ต้องฝากพวกเราทุกคนครับ ไม่ว่าเราจะมองมุมใด เราอาจจะอยากให้ประเทศเราส่งเสริมธุรกิจนี้ให้ได้มากที่สุด ทำให้คน แข่งขันได้มากที่สุด ก็จงอย่าลืมครับว่าสิ่งที่ตามมาเราอาจจะพูดกันว่าธุรกิจนี้สร้างเม็ดเงิน สร้างรายได้เท่าไร แต่เราก็ต้องอย่าลืมอีกมุมหนึ่งว่ามันสร้างผลกระทบให้คนมากน้อยเท่าไร เช่นเดียวกัน ชีวิต ๑ ชีวิตที่ต้องเสียไปจะต้องใช้เงินเท่าไร จะต้องมีมูลค่าเท่าไรในการที่จะ เยียวยา ผมไม่อยากให้เราโฟกัสไปเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แน่นอนครับว่าการกำหนด หลาย ๆ อย่างมันก็อาจจะไม่มีเหตุผล เพียงแต่การที่เราจะปรับเปลี่ยนอะไร เราก็ต้องคำนึง ถึงสิ่งที่จะตามมา เราไม่สามารถมองได้แต่ว่าด้านที่มีประโยชน์มันจะสร้างเม็ดเงินเข้ามามากขึ้น นักท่องเที่ยวจะเข้ามามากขึ้น อันนั้นเป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ถ้าเข้ามามากขึ้นเราไม่สามารถ รับผลกระทบที่เกิดได้ ถ้ากลายเป็นว่านักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น แต่โดนคนเมาแล้วขับ ชนตายไปหลายคน มันดีกับประเทศแน่หรือ🔗
เพราะฉะนั้นผมก็อยากฝากทั้งหมดนี้ให้กรรมาธิการที่จะเข้าไปทำงาน ดูให้รอบด้าน ผมเชื่อว่าเราตรงกันแล้วครับ เราเห็นตรงกันว่ามันจะต้องถึงเวลาที่เรา จะปรับปรุงกฎหมายนี้ แต่เช่นเดียวกันเราจะมองมุมใดมุมหนึ่งไม่ได้ ผมก็ขอฝาก ท่านกรรมาธิการที่จะมีการตั้งด้วยประเด็นเหล่านี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอสัตหีบ เขต ๑๐ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้ผมได้มีโอกาส อภิปราย ผมขออนุญาตเป็นข้อสังเกตในร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้งเพื่อหนุนเศรษฐกิจก็ดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันเป็นเรื่องผมไม่อยากจะใช้ คำว่า เป็น พ.ร.บ. เสรี หรือ พ.ร.บ. ควบคุม ผมไม่พูดถึงเรื่องของ พ.ร.บ. แห่งความปลอดภัย ในชีวิตของพี่น้อง ทั้งเงินในกระเป๋า ความปลอดภัยเงินในกระเป๋า ความปลอดภัยของชีวิต ครอบครัวของพี่น้องคนไทย รวมถึงบุตรหลานของเรา ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้ว การอภิปรายนี้ผมก็ไม่ได้ตั้งใจ พอดีมีเครือข่ายแกนนำเยาวชนนักรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยง ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นเยาวชนในภาคตะวันออกได้ยื่นหนังสือมาที่ผมครับท่านประธาน แสดงความห่วงใยว่า พ.ร.บ. ที่กำลังจะออกไปนั้นมีผลกระทบกับ พ.ร.บ. ปี ๒๕๕๑ อย่างไร ผมยกตัวอย่างครับท่านประธาน จากองค์การอนามัยโลก Global Status Report and Alcohol and Health 2018 ท่านประธานครับ เขาบอกว่าแอลกอฮอล์สร้างความเจ็บป่วย ต่อโรคต่าง ๆ ทั้งหมด ๒๓๐ ประเภท ไม่เพียงเท่านั้นครับท่านประธาน ตั้งเป็นข้อสังเกต กรณีการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ในเรื่องของความปลอดภัยในสุขภาพและชีวิต ของพี่น้องคนไทยโดยเฉพาะเยาวชน ปัจจุบันประชากรโลกเสียชีวิตจากการดื่มแอลกอฮอล์ ๓.๓ ล้านคนต่อปี ท่านประธานทราบไหมครับว่าคนไทยเสียชีวิตจากการดื่มแอลกอฮอล์ ปีละประมาณ ๒๖,๐๐๐ คน เฉลี่ยแล้วทุก ๆ ๒๐ นาทีครับท่านประธาน ขออนุญาตย้ำ ทุก ๆ ๒๐ นาที จะมีคนไทยผู้เสียชีวิตจากการดื่มแอลกอฮอล์จากโรคอะไรบ้างครับ อาจจะเป็นโรคมะเร็ง อาจจะเป็นโรคหลอดเลือดและหัวใจ โรคตับแข็ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เกิดผลกระทบขึ้นจากการดื่มแอลกอฮอล์ ในกรณีที่มีการเข้าถึงได้ง่ายขึ้นมันจะเริ่มจาก เยาวชนเรานี่ล่ะครับ ไม่เพียงแค่นั้นครับท่านประธาน จากพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ประเทศไทยมีแนวโน้มผู้ดื่มแอลกอฮอล์เด็กที่อายุ ๑๕ ปีขึ้นไป ลดลง ดื่ม ๑๘ ล้านคน ปี ๒๕๕๐ ข้อมูลล่าสุดปี ๒๕๖๔ ที่ทางแกนนำเยาวชนภาคตะวันออก ให้ผมมานี้ ปี ๒๕๕๐ ดื่ม ๑๘ ล้านคน หรือ ๓๐.๐๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ปี ๒๕๕๔ พบว่าคนไทย อายุ ๑๕ ปีขึ้นไป ดื่มเพียง ๑๕.๙ ล้านคนต่อปี เยาวชนดื่มลดลงจาก พ.ร.บ. ปี ๒๕๕๑ ตรงนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ในชั้นกรรมาธิการว่า เมื่อรับหลักการไปแล้วหรือไม่รับอย่างไร เป็นสิ่งที่ จะต้องกังวลว่าเยาวชนจะเข้าถึง หรือแม้กระทั่งคนในครอบครัวจะเข้าถึงการซื้อขายสุรา อย่างไร และทั้งนี้ทั้งนั้นในสถานพินิจครับท่านประธาน ข้อมูลสถานพินิจด้วยนะครับ การศึกษาพฤติกรรมความผิดของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจ ปี ๒๕๕๐ พบว่าเด็กและ เยาวชน ร้อยละ ๔๐.๘ ก่อคดีระหว่างดื่ม หรือภายใน ๕ ชั่วโมงหลังดื่มสุรา ส่วนใหญ่เป็นคดี อะไร คดีที่เกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ๕๕.๙ เปอร์เซ็นต์ และคดีที่เกี่ยวกับเพศ ๔๖.๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคดีทั้ง ๒ อย่างนี้เป็นคดีอาญาและมีผลกระทบต่อสังคมไทยเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น อดีตหรือปัจจุบัน และอนาคตครับ🔗
อันนี้คือสิ่งที่ผมบอกท่านประธานว่า เราจำเป็นจะต้องคำนึงถึงเศรษฐกิจด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของนายทุนเขาบอกว่าห้ามโฆษณา ท่านประธานครับ สมมุติผมทำธุรกิจ สุราเสรีงบ ๑ ล้านบาท เราจะไปสู้โฆษณากับผู้ทำสุรางบ ๑,๐๐๐ ล้านบาทได้อย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราเห็นควรห้ามโฆษณาหรือไม่ ทางเครือข่ายเยาวชนหรือว่าทาง เยาวชนที่รณรงค์แนะนำมาว่าอย่างนี้ครับ ทำไมเราไม่อนุญาตแล้วค่อยให้โฆษณาครับ ทำไมเราไม่ตรวจเขาก่อนละครับว่า บริษัทนี้ถึงแม้จะเป็นบริษัทเล็ก กลาง ใหญ่ อย่างนี้ เขาเรียกว่าลดความเหลื่อมล้ำครับท่านประธาน🔗
สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมขอให้เป็นข้อสังเกตให้ทางกรรมาธิการไปพิจารณาด้วย สิ่งสำคัญอย่างมาก ทั้งนี้ทั้งนั้นเครือข่ายของเยาวชนซึ่งเขาประชุมกันอยู่ทุกปี เยาวชนของ ภาคตะวันออกเรา ก็จะฝากทางท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการด้วยว่า เขาตั้งเป็น ข้อสังเกตแก้ไขนี้ ต้องมีหลักการอยู่ ๕ เรื่องครับท่านประธาน🔗
๑. เรื่องแรกต้องไม่เอื้อผู้ประกอบการใหญ่ อย่างเช่นเรื่องโฆษณา ผมเชื่อ อย่างยิ่ง ถ้ามีปล่อยให้โฆษณา อย่างไรกลุ่มทุนเล็กก็สู้กลุ่มทุนใหญ่ไม่ได้ ในการโฆษณาก็จะมี ลูกล่อลูกชนเข้าไปนะครับ🔗
๒. การเข้าถึงและคุ้มครองเด็กและเยาวชน อันนี้สำคัญมากครับ โดยเฉพาะ เรื่องการบังคับใช้กฎหมายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง🔗
๓. ต้องไม่เพิ่มการบริโภค ถูกต้องนะครับ จากสถิติที่ผมบอกแล้ว ๒๖,๐๐๐ คนต่อปี ๒๐ นาทีมีคนตาย คนไทยเสียชีวิต ๑ คน จากการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะฉะนั้นเราควรจะต้องเพิ่มการดื่มสุราหรือไม่ อย่างไร อันนี้ตั้งเป็นข้อสังเกตครับ🔗
๔. ต้องไม่เพิ่มผลกระทบ ตามสถิติขององค์กรอนามัยโลกด้วย และของ คนไทยด้วย สัดส่วนการเกิดอุบัติเหตุจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง ๗ วันอันตรายที่ผ่านมานี้ ลดลงเมื่อพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑🔗
เพราะฉะนั้นผมจะบอกท่านประธานว่าต้องไม่เพิ่มผลกระทบอย่างไร การเยียวยา ก็สำคัญเช่นกัน ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุที่ได้รับจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องเป็น ผู้รับผิดชอบ การฟ้องคดีแพ่งมันทำให้เกิดความล่าช้า เราจะต้องมีคดีการคุ้มครองผู้บริโภคด้วย หรือไม่อย่างไร อันนี้คือสิ่งที่เครือข่ายแกนนำเยาวชนนักรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยงภาคตะวันออก ได้แนะนำเรามา ผ่านทางผมไปสู่ท่านประธานสภาและพี่น้องเพื่อนสมาชิกผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน จึงบอกท่านประธานว่าผมจะไม่ใช้คำว่า เป็น พ.ร.บ. สุราเสรีหรือสุราควบคุม ผมขออนุญาตใช้คำว่า อยากให้ พ.ร.บ. นี้เป็นความปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องคนไทย และปลอดภัยกับเงินในกระเป๋าของพี่น้องคนไทยในเรื่องของการท่องเที่ยว ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ครับ ถ้าอย่างนั้นก็จะเหลือท่านสุดท้ายอีก ๑ ท่าน ผมก็อยากให้ เจ้าของญัตติได้เตรียมที่จะสรุปในวาระโอกาสต่อไป คุณวัชระพล ขาวขำ เป็นท่านสุดท้าย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบพระคุณทุก ๆ ท่านที่เสนอร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เข้ามาให้สภาพิจารณาวันนี้ โดยก่อนอื่น ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตออกตัวก่อนครับ ว่าผมเคยเป็นคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ หนักมาก ถ้าตามร่างของท่านชนินทร์ มาตรา ๔ ผมถือว่าเป็นผู้มีปัญหาจากการบริโภค เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลยก็ว่าได้ครับท่านประธาน แต่ปัจจุบันครับท่านประธาน ผมเลิกดื่ม แอลกอฮอล์มาเป็นเวลา ๔ ปีกว่าแล้วครับ ซึ่งมันไม่ได้มีผลดีต่อสุขภาพอย่างเดียวนะครับ ท่านประธาน ผมสามารถเลิกบุหรี่ได้ด้วย แล้วในปัจจุบันนี้ก็อย่างที่เห็นครับท่านประธาน อ้วนท้วนสมบูรณ์ แล้วกินอะไรก็อร่อยทุกอย่างครับท่านประธาน แต่อย่างไรก็ตามร่างทั้ง ๕ ร่าง ยังมีความแตกต่างหลากหลายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นขวาสุดหรือซ้ายสุด ดังนั้นผมก็คง ต้องฝากท่านกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น ให้พิจารณาอย่างรอบคอบเพราะว่ายังมีหลายประเด็น ที่จะต้องพูดถึงในชั้นกรรมาธิการ โดยวันนี้ผมจะขออนุญาตยกตัวอย่าง เพราะว่าผมเป็น กรรมาธิการวิสามัญสถานบันเทิงด้วยครับ ซึ่งพิจารณาศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกัน การเรียกรับผลประโยชน์ของสถานบันเทิง ซึ่งการพิจารณาของกรรมาธิการชุดนี้มีข้อมูล ที่คาบเกี่ยวกันประมาณ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์เลยก็ว่าได้ครับ ประเด็นสำคัญที่ผมจะยกให้ ท่านประธานทราบมีอยู่ประมาณ ๒-๓ ประเด็น🔗
ประเด็นที่ ๑ ผมจะขอยกตัวอย่างเรื่องวันและเวลาในการขายเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ท่านประธานทราบไหมครับว่าในกรรมาธิการชุดที่ผมเป็นอยู่นี้มีข้อมูล แล้วก็มีหน่วยงานที่มาชี้แจงกับภาคประชาชน ภาคธุรกิจ ความเห็นค่อนข้างหลากหลาย ก็เป็นไปในทิศทางที่เรียกว่าขัดแย้งกันเลยก็ได้ ประเด็นที่สำคัญคือเรื่องวันสำคัญทางศาสนา ทางหน่วยงานราชการหรือภาคประชาชนก็ยังอยากให้คงไว้ เพราะว่าวันสำคัญทางศาสนา มีอยู่แค่ ๕ วันต่อปีเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันข้อมูลที่น่าสนใจจากภาคธุรกิจ ภาคการท่องเที่ยว อยากให้ยกเลิก อยากให้ขายได้ทุกวัน เพราะเขาบอกว่าเขามีลูกค้า ยกตัวอย่างนะครับ ผมกับเพื่อนสมาชิกท่าน สส. ปารเมศ จากกรุงเทพมหานคร ท่านก็บอกว่าผู้ประกอบการ ที่ถนนข้าวสารเขาบอกว่ามีชาวต่างชาติมาเยอะ แล้วมาในวันที่สำคัญทางศาสนา ทีนี้พนักงานก็ไม่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ ท่านทราบไหมครับว่าเขาถามว่าอะไร เขาถามว่าวันนี้เป็นวันอะไร ทำไมไม่ขาย ทางผู้ประกอบการก็ได้ตอบว่าเป็น Buddhist Holiday หรือ Buddha's Birthday อันนี้เขาพูดภาษาแบบง่าย ๆ ทีนี้นักท่องเที่ยวก็ถามต่อว่า Why ทำไมไม่ Celebrate ทำไมไม่เฉลิมฉลองโดยการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทีนี้ผู้ประกอบการ ก็ไปไม่เป็นครับ นี่เป็นข้อมูลที่สำคัญที่น่าสนใจที่เราจะต้องถกกันในชั้นกรรมาธิการครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ อีกตัวอย่างหนึ่งการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ท่านประธาน ทราบไหมครับว่า ในกรรมาธิการวิสามัญสถานบันเทิงยังถกเถียงกันอยู่เลยครับว่า ควรให้ โฆษณาได้ในสถานบันเทิงหรือนอกสถานบันเทิงได้ด้วย ยกตัวอย่าง เช่น ป้ายในสถานบันเทิง โอเคสามารถโฆษณาได้ แต่ถ้าเกิดเป็นหน้าร้าน เป็นหลังคา เป็นประตูร้านควรหรือไม่ อันนี้เรายังไม่ได้พูดไปถึงข้างนอก ตามท้องถนนหรือทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น Social Media หรือว่าทีวี นี่เป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจครับท่านประธาน🔗
ประเด็นที่ ๓ อีกตัวอย่างหนึ่งเรื่องสถานที่ขาย เรื่องสถานที่จำหน่าย แล้วก็ บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ท่านประธานทราบไหมครับว่าปัจจุบันมีสโมสรฟุตบอลอาชีพ ในประเทศไทยจำนวนมาก แล้วก็มีทั้งสโมสรฟุตบอลที่มีสนามเป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นของ เอกชนสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง แต่ก็ยังมีสโมสรฟุตบอลอาชีพที่ยังเช่าใช้สนามของราชการ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นสนามกีฬา องค์การบริหารส่วนจังหวัด สนามกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย เหล่านี้เป็นสนามของราชการหรือเป็นสถานที่ของรัฐ ดังนั้นก็จะมี กฎควบคุมว่าห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ ของรัฐ แต่ในขณะเดียวกันสโมสรฟุตบอลอาชีพเหล่านี้มีผู้สนับสนุนเป็นบริษัทผลิตและ จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งสวนทางกันมาก แล้วในขณะเดียวกันผู้ชมที่คาดหวังที่จะ มาชมกีฬา ในปัจจุบันผมเชื่อว่ามากกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้มาหวังจะชื่นชมกีฬาในการ เป็นเลิศอีกต่อไปแล้ว เรียกได้ว่าขยับไปในทิศทางที่เป็น Sport Entertainment หมดแล้ว ดังนั้นเมื่อ Sport Entertainment เขาก็คาดหวังในการ Entertainment ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกัน ว่าขายได้หรือขายไม่ได้ เพราะว่าหน่วยงานที่เป็นเอกชนคือสโมสรฟุตบอลไปเช่าใช้สถานที่ ของราชการ ในทางหลักการก็ไม่ควรอยู่แล้ว เพราะเป็นสถานที่ราชการ แต่ใน พ.ร.บ. หลายฉบับนี้ก็มีพูดถึงว่าจะยกเว้น จะงดเว้นในการขายในสถานที่ราชการ ซึ่งก็ต้องไปถกกัน ในชั้นกรรมาธิการ🔗
แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมาในอนาคตคงต้องทำงาน อย่างหนัก เพราะว่าถ้าเราตัดสินใจแก้ประเด็นไหน หรือมาตราไหนก็แล้วแต่ จะมีผลกระทบ ต่อวงกว้างแน่นอนครับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องสุขภาพหรือเรื่องความปลอดภัยของชีวิตพี่น้อง ประชาชน ล่าสุดเครือข่ายองค์กรงดเหล้าของจังหวัดอุดรธานีก็ได้มายื่นหนังสือที่ผม ฝากให้ ในอนาคตถ้ามีการตั้งกรรมาธิการก็ขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะว่าเรื่องแอลกอฮอล์ ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ อย่างที่ผมเคยบอกครับ ผมเคยเป็นนักดื่มมาก่อน เรียกว่าดื่มหนักจนไม่เป็น อันทำงานอะไรกันเลยครับ แต่ปัจจุบันนี้ก็ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ก็มีสมาธิมากขึ้น มีการรับรู้ กลิ่น รส รูป เสียงอะไรได้ดีขึ้น ดังนั้นเรื่องแอลกอฮอล์ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นท่านประธานครับ แต่ผมเคยเห็นคนที่ดื่มแอลกอฮอล์มากจนเล่นแล้วเป็นเรื่องครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ให้ท่านผู้เสนอญัตติได้สรุปนะครับ ท่านชนินทร์จะสรุป ไหมครับ เดี๋ยวให้ท่านชนินทร์ก่อน แล้วท่านรัฐมนตรีปิดท้ายนะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ กระผม ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอกล่าว สรุปสั้น ๆ เพียงนิดเดียวครับท่านประธาน ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมกันอภิปรายในวันนี้ ทั้ง ๕ ร่างที่นำเสนอในวันนี้มีความคิดเห็น แล้วก็สะท้อนความต้องการที่แตกต่างกัน ของแต่ละกลุ่มในสังคมครับท่านประธาน เราจะพึงสังเกตได้ว่าแต่ละร่างมีข้อดีและข้อเสีย ของตัวเอง ร่างของผมในฐานะตัวแทนพรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้เป็นร่างที่สมบูรณ์แบบที่สุด ผมก็เห็นควร เห็นชอบและสนับสนุนให้ทุกท่านรับหลักการทั้ง ๕ ร่าง เพื่อนำไปพิจารณา ร่วมกัน และได้มีการถกเถียงกันในชั้นกรรมาธิการ เพื่อวางกรอบกติกาที่เป็นกลางที่สุด ที่สมดุลที่สุดให้สังคมไทยในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีสรุปครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผม ได้สรุปร่างของคณะรัฐมนตรี เป็นร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม โดยสรุปท่านประธานที่เคารพครับ ร่างกฎหมายฉบับนี้ เป็นร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม ร่างของคณะรัฐมนตรีมีหลักการสำคัญทั้งหมด ๑๑ หลักการ แต่โดยรวมแล้วก็จะเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องของบทนิยาม เรื่องของหน้าที่และอำนาจ ของคณะกรรมการ เรื่องของบทบัญญัติที่ว่าด้วยการควบคุม เจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ คือกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชื่อมันชัดมากครับเป็นการควบคุม เพราะฉะนั้น บทบัญญัติที่เขียนไว้ในร่างเดิมก็มุ่งเน้นในมิติของการควบคุม ไม่ให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะมิติสุขภาพและส่งผลกระทบต่อเรื่องของ มิติทางด้านสังคม ทางด้านเศรษฐกิจ อันนั้นเป็นหลักการที่เขียนไว้ในร่างเดิม เพราะฉะนั้น บทบัญญัติที่เราขอแก้ไขเพิ่มเติมก็ยังคงเจตนารมณ์นั้นไว้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมเรื่องของ สถานที่ เรื่องของเวลาที่แก้ไขเพิ่มเติมไป เรื่องของการขาย การโฆษณา การบริโภค ซึ่งเป็นประเด็นที่ทุกท่านได้ให้ความเห็น ก็ขอขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกครับ เท่าที่ฟังท่านสมาชิกทุกท่านได้ลุกขึ้นอภิปราย ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับหลักการนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการเสนอโดยคณะรัฐมนตรี สมาชิกที่เสนอ แล้วก็ร่างของภาคประชาชนอีก ๒ ร่าง ทั้ง ๕ ร่างนี้ ท่านสมาชิกส่วนใหญ่เห็นชอบกับหลักการ เว้นแต่สมาชิกบางท่านอาจจะ มีข้อจำกัดในเรื่องของความเชื่อ ความศรัทธาเรื่องของศาสนา ตรงนี้ก็เป็นสิทธิเสรีภาพ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วฟังทุกท่านเห็นชอบกับหลักการ แล้วหลายท่านเองแม้ระบุว่าจะรับ หลักการเพียงบางร่าง แต่ผมเชื่อนะครับ เท่าที่ฟังเสียงส่วนใหญ่จะรับหลักการทุกร่าง เพื่อนำเอาหลักการของทั้ง ๕ ร่างนี้เข้าไปพิจารณาในชั้นของกรรมาธิการ เพื่อหาทางออก ที่ดีที่สุด ทางออกที่ดีที่สุดผมฟังแล้วผมชื่นใจครับท่านประธาน สมาชิกได้อภิปรายถึงจุดสมดุล มิติของสุขภาพและมิติของด้านเศรษฐกิจ🔗
สมาชิกหลายท่านได้แสดงข้อมูลได้ชัดเจนมากนะครับว่า ในการพิจารณา ในชั้นของกรรมาธิการคงต้องอาศัยข้อมูลข้อเท็จจริงหลักฐานทางวิชาการที่ส่งผลกระทบ ในแต่ละด้านเอามาพิจารณา และผมเองกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ ทางกระทรวงสาธารณสุขเราเองที่มีส่วนหนึ่งในการที่จะดูแลกฎหมายฉบับนี้ ผมเองในฐานะ เป็นประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเอง เป็นประธานคณะกรรมการว่าด้วยกรรมการนโยบายเรื่องควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรามีมติตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นไปศึกษาผลกระทบมิติของสุขภาพ และมิติด้านเศรษฐกิจ เพื่อเป็นคำตอบว่าอะไรเหมาะสมที่สุด เหมาะสมตรงไหน อย่างไร ถ้าท่านกรรมาธิการ จะกรุณานำเอาความคิดเห็น หรือเอาข้อผลการศึกษานั้นมาประกอบกับการพิจารณาก็ถือว่า จะเป็นประโยชน์ยิ่งนะครับ เพราะกรรมการชุดนี้จะเร่งรัดศึกษาให้เสร็จสิ้นภายใน ๓ เดือน ซึ่งก็คาดว่าหลังจากปิดสภากรรมาธิการทำหน้าที่ไป ก่อนที่จะสรุปร่างในเดือนกรกฎาคม ผมคิดว่าผลจากการศึกษานั้นน่าจะทันกับการเสนอมุมมอง เป็นผลการศึกษาที่เรายึดเอาหลัก วิชาการเป็นหลัก ในการที่จะตอบคำถามในทุกมิติ โดยเฉพาะมิติของคำว่า ผลลัพธ์ทางด้าน เศรษฐกิจที่จะคุ้มค่าหรือไม่ ผลลัพธ์ทางมิติสุขภาพที่เกิดขึ้น ผลกระทบที่มีผลกระทบ ด้านสุขภาพที่ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจกับมิติรายรับเศรษฐกิจเอามาถ่วงดุล มาดูความ สมดุลกันว่าอันไหนที่จะเหมาะสมที่สุด ผมเชื่อว่ากรรมาธิการก็จะนำเรื่องนั้นไป ก็ขอบพระคุณ ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ🔗
ในโอกาสสุดท้ายขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่เคารพ ที่จะรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ทั้ง ๕ ร่าง แล้วก็นำเข้าสู่การพิจารณาในชั้นของกรรมาธิการ แล้วผมก็เชื่อว่ากรรมาธิการที่สภาแห่งนี้จะตั้งไปเป็นคณะกรรมการวิสามัญพิจารณา ก็พิจารณาด้วยความรอบคอบ นำเอาข้อสังเกตเอาความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอ ในที่ประชุมแห่งนี้ และทุกท่านจะมีโอกาสได้เสนอคำแปรญัตติอีก ๑๕ วัน เพื่อให้กรรมาธิการ ได้ไปพิจารณาในการที่จะรับความเห็นของทุกท่านเข้าสู่กระบวนการพิจารณา นั่นก็จะเป็น ประโยชน์อย่างยิ่ง ขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพและเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ขอความกรุณาทุกท่านได้ช่วยรับหลักการ เพื่อจะทำให้กฎหมายฉบับนี้สมบูรณ์ที่สุดครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านสมาชิกครับ ต่อไปเราจะลงมติรับหลักการนะครับ ก่อนลงมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๒๐๑ ปกรณ์วุฒิ แสดงตนครับ🔗
๒๐๑ แสดงตนนะครับ เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนได้เลยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ๐๒๙ แสดงตนครับ🔗
๐๒๙ แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ ๒๑๗ แสดงตนครับ🔗
๒๑๗ แสดงตนครับ🔗
ท่านประธาน ๓๖๔ แสดงตนครับ🔗
๓๖๔ แสดงตนครับ แสดงตนกันเรียบร้อยนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าร่วม ประชุม ๓๘๗ บวก ๔ เป็น ๓๙๑ ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปขอถามมติจากที่ประชุมว่า จะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๕ ฉบับหรือไม่ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นว่าควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิก ลงคะแนนเลยครับ🔗
ท่านประธาน ๒๗๑ เห็นด้วยครับ🔗
๒๗๑ เห็นด้วยนะครับ ลงคะแนนกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๐๐ ท่าน เห็นด้วย ๓๘๘ บวก ๑ เป็น ๓๘๙ ไม่เห็นด้วย ๙ งดออกเสียง ๒ ไม่ลงคะแนน ๑🔗
เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๕ ฉบับ ต่อไปเชิญเสนอคณะกรรมาธิการครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวนกรรมาธิการ ๔๒ ท่าน ขอผู้รับรองครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้อง แต่ไม่มีผู้เสนอเป็นอย่างอื่นนะครับ ที่ประชุมกำหนดให้มีกรรมาธิการ จำนวน ๔๒ ท่าน ดังนั้นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๗ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการผู้แทนของ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๑๔ ท่าน สัดส่วนของกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมือง ๒๑ ท่าน ต่อไปเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีจำนวน ๗ ท่าน ดังนี้ ๑. นายแพทย์นิพนธ์ ชินานนท์เวช ๒. นางจิติธาดา ธนะโสภณ ๓. นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ๔. นางสาวศิริพร เอี่ยมธงชัย ๕. นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร ๖. นายแพทย์อลงกต มณีกาศ ๗. นายทวี สุระบาล ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปผู้แทนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ๑๔ ท่าน เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านครับ ผม ธีรภัทร์ คหะวงศ์ ในฐานะตัวแทนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... นะครับ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรที่มีมติรับหลักการในร่างกฎหมายทั้ง ๕ ร่าง เพื่อที่จะไปพิจารณากัน ด้วยข้อมูลหลักการและเหตุผลในชั้นกรรมาธิการต่อไป และโอกาสนี้ขอเสนอรายชื่อผู้แทน ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่จะเป็นตัวแทนกรรมาธิการได้พิจารณาร่างกฎหมายพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... จำนวน ๑๔ ท่าน มีรายชื่อดังต่อไปนี้ ๑. นายเจริญ เจริญชัย ๒. นางสาวสุวิสุทธ์ โลหิตนาวี ๓. นางสาวประภาวี เหมทัศน์ ๔. นายศุภพงษ์ พรึงลำภู ๕. นางสาวเขมิกา รัตนกุล ๖. นายอาทิตย์ ศิวะหรรษาพันธ์ ๗. นายศุภวิชญ์ มุททารัตน์ ๘. นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ๙. นายไพศาล ลิ้มสถิตย์ ๑๐. นายธีระ วัชรปราณี ๑๑. นายชูวิทย์ จันทรส ๑๒. นายเตชาติ์ มีชัย ๑๓. นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ และ ๑๔. นายสุรสิทธิ์ ศิลปงาม ครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคการเมือง พรรคก้าวไกล ๖ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๒ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน ขอเชิญแต่ละพรรคการเมือง เสนอรายชื่อกรรมาธิการตามสัดส่วนตามข้อบังคับข้อ ๙๑ เชิญพรรคก้าวไกลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๑ จากพรรคก้าวไกลครับ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล จำนวน ๖ ท่าน ดังนี้ ๑. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ๒. นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ๓. นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ๔. นายอริย์ธัช ยอดไชยเกียรติ ๕. นายนิธิ ละเอียดดี ๖. นายวรุตม์ บุณฑริก ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ชญาภา สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน ดังนี้ ๑. นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ๒. นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ๓. นางสาวสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ๔. นายเอกสิษฐ์ อัครศักดิ์กีรติ ๕. รองศาสตราจารย์วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ ๖. พลตํารวจเอก อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย กระผมขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วน พรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. นายวรพงษ์ อติการบดี ๒. นายกัลยา เอี่ยวสกุล ๓. นายยรรยง ชุมสังข์ ขอผู้รับรองครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๒ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สส. พรรคพลังประชารัฐครับ ขอเสนอ นายจีรเดช ศรีวิราช และนายอนุรัตน์ ตันบรรจง เป็นกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วน พรรคพลังประชารัฐ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิติศักดิ์ ธรรมเพชร สส. พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเสนอรายชื่อในสัดส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ มี ๒ ท่าน ดังนี้ ๑. นางสาวอุบลวรรณ คงสว่าง ๒. นายพิพิธ รัตนรักษ์ ขอบคุณครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน คือ ท่านยุทธการ รัตนมาศ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศุภโชค ศรีสุขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา กระผมขอเสนอ นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๔๒ ท่าน ๑. นายนิพนธ์ ชินานนท์เวช ๒. นางจิติธาดา ธนะโสภณ ๓. นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ๔.นางสาวศิริพร เอี่ยมธงชัย ๕. นายธงชัย กีรติหัตถยากร ๖. นายอลงกต มณีกาศ ๗. นายทวี สุระบาล ๘. นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ๙. นายไพศาล ลิ้มสถิตย์ ๑๐. นายธีระ วัชรปราณี ๑๑. นายชูวิทย์ จันทรส ๑๒. นายเตชาติ์ มีชัย ๑๓. นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ๑๔. นายสุรสิทธิ์ ศิลปงาม ๑๕. นายเจริญ เจริญชัย ๑๖ นางสาวสุวิสุทธิ์ โลหิตนาวี ๑๗. นางสาวประภาวี เหมทัศน์ ๑๘. นายศุภพงษ์ พรึงลำภู ๑๙. นางสาวเขมิกา รัตนกุล ๒๐. นายอาทิตย์ ศิวะหรรษาพันธ์ ๒๑. นายศุภวิชญ์ มุททารัตน์ ๒๒. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ๒๓. นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ๒๔. นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ๒๕. นายอริย์ธัช ยอดไชยเกียรติ ๒๖. นายนิธิ ละเอียดดี ๒๗. นายวรุตม์ บุณฑริก ๒๘. นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ๒๙. นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ๓๐. นางสาวสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ๓๑. นายเอกสิษฐ์ อัครศักดิ์กีรติ ๓๒. รองศาสตราจารย์วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ ๓๓. พลตำรวจเอก อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ๓๔. นายวรพงษ์ อติการบดี ๓๕. นางกัลยา เอี่ยวสกุล ๓๖. นายยรรยง ชุมสังข์ ๓๗. นายจีรเดช ศรีวิราช ๓๘. นายอนุรัตน์ ตันบรรจง ๓๙. นายพิพิธ รัตนรักษ์ ๔๐. นางสาวอุบลวรรณ คงสว่าง ๔๑. ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ และ ๔๒. นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์🔗
ต่อไปเชิญกำหนดระยะเวลาแปรญัตติครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอระยะเวลาในการแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
๑๕ วัน มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ กรณีมีการรับหลักการแห่งร่างพระบัญญัติมากกว่า ๑ ฉบับ จะใช้ร่างฉบับใดเป็นหลักในการพิจารณาในวาระที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอให้ใช้ร่างของรัฐบาลเป็นร่างหลัก ขอผู้รับรองครับ🔗
ใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลัก ไม่มีผู้ใดขัดข้องนะครับ ต่อไปเรื่องด่วนที่ ๒ และ ๓ พิจารณา ร่วมกับระเบียบวาระที่ ๑ ไปแล้วนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ขออนุญาตเสนอท่านประธานให้ขอบคุณในส่วนของสัดส่วน ภาคประชาชนและทุกภาคส่วนที่ได้เสนอและเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพครับ เรียนเชิญ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณทุกท่านครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา🔗
๑. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายอภิชาติ ศิริสุนทร กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างพระราชบัญญัติมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๒) ซึ่งสำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น และรายงานผลการวิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้ว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการ การรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ รายละเอียดปรากฏตามเอกสาร ที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้ว ขอเชิญท่านอภิชาติ ศิริสุนทร ผู้เสนอญัตติครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ขออนุญาต ท่านประธานเสนอญัตติร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เสนอโดยผมพร้อมคณะ ขออนุญาตท่านประธานอ่านหลักการและเหตุผล เพื่อประกอบการพิจารณาของเพื่อนสมาชิก🔗
เนื่องด้วยประมวลกฎหมายที่ดินที่บังคับใช้ในปัจจุบัน ไม่ได้มีบทบัญญัติ รับรองให้ชุมชนท้องถิ่นเป็นผู้ทรงสิทธิในที่ดิน หรือเป็นผู้มีอำนาจในการบริหารจัดการที่ดิน ส่งผลให้การใช้ประโยชน์ในที่ดินร่วมกัน ไม่ถูกรับรองและไม่เป็นไปตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญ อีกทั้งมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ในการ ถือครองที่ดิน เกิดการกระจุกตัวของที่ดินอยู่ในมือคนกลุ่มน้อย และปล่อยให้ที่ดินรกร้าง ว่างเปล่าไม่มีการทำประโยชน์ ซึ่งจำเป็นต้องมีการปรับปรุงแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นของเงื่อนไขเวลา การทอดทิ้งหรือไม่ทำประโยชน์ในที่ดินของผู้มีกรรมสิทธิ์ตามโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ ซึ่งถือว่าเป็นการสละสิทธิ์ในที่ดินโดยเจตนาและมีระยะเวลานานเกินไป ส่งผลกระทบต่อประโยชน์ที่ควรจะได้รับจากการเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินทรัพยากรธรรมชาติ ในพื้นที่บริเวณดังกล่าว นอกจากนี้การทำให้ที่ดินนั้นเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยตรง ของชุมชนท้องถิ่นและผลประโยชน์โดยรวมของประเทศ ตามประมวลกฎหมายที่ดินที่มีอยู่ ยังมีความล่าช้า ไม่สอดคล้องกับหลักการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นในการบริหารจัดการที่ดิน และทรัพยากรธรรมชาติ รวมไปถึงกระบวนการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ ซึ่งยังมีปัญหาการทับซ้อนกับที่ดินของรัฐ ที่ระบุให้พิจารณาเพียงหลักฐาน ระวางแผนที่รูปถ่ายทางอากาศหรือระวางรูปถ่ายทางอากาศ ซึ่งอาจไม่เพียงพอหรือ ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในระดับพื้นที่ รวมทั้งประวัติศาสตร์การใช้ประโยชน์ในที่ดินของ ชุมชนท้องถิ่น อันส่งผลกระทบต่อการออกโฉนดที่ดินที่คลาดเคลื่อนหรือมิชอบโดยกฎหมาย🔗
ดังนั้นเพื่อให้สามารถจัดสรรที่ดินของรัฐให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน ได้อย่างทั่วถึง จึงสมควรกำหนดให้มีการรับรองสิทธิชุมชนในการใช้ประโยชน์การบริหาร จัดการการดูแลรักษาที่ดิน โดยชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจในการ บริหารจัดการ การใช้ประโยชน์จากที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ที่รับผิดชอบ รวมทั้งปรับปรุงเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดิน และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดิน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ลดภาระที่เกิดขึ้นกับประชาชน โดยไม่จำเป็น และมีความโปร่งใสตรวจสอบการออกโฉนดที่ดินที่คลาดเคลื่อนหรือมิชอบ โดยกฎหมาย จึงจำเป็นต้องมีการแก้ไขตามความในพระราชบัญญัติที่เสนอมาฉบับนี้🔗
ท่านประธานครับ นั่นคือเหตุผลที่ผมได้ยื่นแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก่อนอื่นผมก็ต้องขออนุญาตท่านประธานได้ชี้แจงเพิ่มเติมถึงเหตุผล ถึงเนื้อหา เนื้อความ ในรายละเอียดสัก ๖ ประเด็นครับท่านประธาน🔗
ประเด็นที่ ๑ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๔๓ (๒) ได้มีบัญญัติไว้ว่า บุคคลและชุมชนมีสิทธิในการอนุรักษ์ จัดการ บำรุงและใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน รวมถึงบทบัญญัติอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มาตรา ๒๕ มาตรา ๕๗ และมาตรา ๕๘ กฎหมาย รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ในเรื่องของสิทธิของชุมชน สิทธินี้ไม่ได้ถูกตราไว้ในกฎหมายฉบับรอง ไม่ได้ถูกตราไว้ในกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ ดังนั้นในเมื่อกฎหมายฉบับรอง หรือพระราชบัญญัติไม่มีการตราเรื่องสิทธิชุมชนเอาไว้ จึงจำเป็นนะครับท่านประธาน ชุมชน ท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เขาอยากจะบริหารจัดการที่ดินเกี่ยวกับ เรื่องสิทธิชุมชนให้เขามีอำนาจอนุญาต อนุมัติ เขาไม่มีอำนาจเลยครับ ทั้ง ๆ ที่กฎหมาย รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นในประมวลกฎหมายที่ดินเดิมเขียนเรื่องสิทธิ ไว้แค่ ๒ สิทธิ สิทธิที่ ๑ คือสิทธิของรัฐ เช่น ที่สาธารณประโยชน์ ที่ของป่าไม้ ที่อุทยาน ที่ราชพัสดุ สิทธิที่ ๒ คือสิทธิของเอกชน เช่น โฉนดที่ดินนั่นล่ะครับ แต่สิทธิที่ ๓ ที่บัญญัติไว้ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่เคยมีการเขียนไว้ในกฎหมายชั้นรอง ก็คือ พ.ร.บ. แม้แต่ฉบับเดียว อันนี้ก็ทำให้เกิดชุมชนที่เขาต้องการที่จะบริหารจัดการเรื่องสิทธิชุมชน หรือภาษาของ ภาคประชาสังคมเขาก็เรียกว่าโฉนดชุมชนนั่นล่ะครับ ซึ่งปัจจุบันเป็นแค่ระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรี ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ จึงมี ความจำเป็นที่จะต้องแก้ประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้ เพื่อให้สอดคล้องและไม่ให้ขัดต่อ กฎหมายรัฐธรรมนูญ สำคัญก็คือเพิ่มสิทธิที่ ๓ เรื่องสิทธิชุมชน เพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขามีอำนาจในการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ นี่คือประเด็นแรกที่ผมต้องเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน🔗
ประเด็นถัดมาเรื่องระยะเวลากำหนดการทอดทิ้ง ไม่ทำประโยชน์ในที่ดิน ท่านประธานครับ ในการแก้ไขครั้งนี้เสนอให้ปรับเงื่อนระยะเวลาในการไม่ทำประโยชน์ ซึ่งเดิมทีประมวลกฎหมายฉบับเดิมได้กำหนดระยะเวลาสำหรับผู้ที่ถือครองโฉนด ว่าปล่อย ที่รกร้างว่างเปล่าไว้ ๑๐ ปี ก็สามารถที่จะมีกระบวนการทางศาล ในการที่จะคืนที่ดินให้กับรัฐ อันนี้ผมคิดว่าระยะเวลามันมากไป ไม่เป็นการกระตุ้นให้กับผู้ที่ถือครองที่ดิน ปล่อยให้ที่ดิน รกร้างว่างเปล่าไม่ทำประโยชน์ ดังนั้นผมจึงคิดว่าระยะเวลา ๕ ปีก็เพียงพอ ซึ่งมันก็มีงาน วิจัยรองรับ สำหรับท่านที่ถือ น.ส. ๓ เดิมกำหนดไว้ ๕ ปี อันนี้ก็มีงานวิจัยรองรับครับว่า ปล่อยที่ทิ้งรกร้างว่างเปล่าจำนวนมาก ซึ่งไม่ก่อให้เกิดเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศ ทำให้ประเทศชาติไม่สามารถที่จะเก็บ หรือไม่สามารถที่จะดำเนินการให้เกิดประโยชน์ ในที่ดินที่ปล่อยรกร้างว่างเปล่าได้🔗
ดังนั้นควรที่จะต้องลดเวลา เพื่ออะไรครับ เพื่อกระตุ้นนะครับ ไม่ใช่เป็น การลิดรอนสิทธิแต่อย่างใด ซึ่งเดิมกฎหมายเขียนไว้อยู่แล้ว ดังนั้นเราต้องมีกระบวนการ ในการกระตุ้นให้นำพื้นที่ดินที่ปล่อยรกร้างว่างเปล่า มาทำให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พบว่าที่ดินในประเทศไทยร้อยละ ๖๐ ถือครองโดยคนจำนวนแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ที่มีการถือครองสูงสุดแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ และที่ดิน จำนวนมากเหล่านั้นไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ พบว่ามีการปล่อยให้มีการรกร้าง ว่างเปล่าไม่เต็มศักยภาพของการใช้ประโยชน์ แล้วยังพบอีกว่าที่ดินของประเทศไทยกว่าร้อยละ ๗๐ มีการใช้ประโยชน์ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐ ของพื้นที่ที่ถือครอง หมายความว่าอย่างไรครับท่านประธาน หมายความว่าที่ดินทั้งประเทศ สมมุติว่ามีอยู่ ๑๐๐ ไร่ กว่า ๗๐ ไร่ มีการทำประโยชน์ไม่ถึงครึ่งเท่านั้นเอง มีการทำประโยชน์ ในที่ดินมากกว่าร้อยละ ๕๐ เพียง ๓๐ ไร่เท่านั้น นั่นก็เพราะว่าระยะเวลาที่เราไม่กำหนด มันยาวเกินไป ต้องกระตุ้นครับท่านประธาน มันขาดแรงจูงใจในการใช้ประโยชน์ในที่ดิน เห็นไหมครับ พ.ร.บ. ภาษีออกมาว่าใครปล่อยที่รกร้างว่างเปล่าจะเสียภาษีในอัตราที่มากกว่า ผู้ที่ทำประโยชน์ ก็ปรากฏว่าปลูกกล้วยกันเป็นแถวเลย ไม่รู้ปลูกจริงหรือปลูกหลอก ปลูกแล้วถ่ายรูป อันนี้ก็เป็นอีกมาตรการหนึ่งนะครับท่านประธานที่จะกระตุ้น ผมย้ำนะครับ ไม่ใช่การลิดรอนสิทธิ แต่เป็นการกระตุ้น หากท่านนำพื้นที่ที่ว่างเปล่าไปทำประโยชน์ ท่านก็จะไม่เสียสิทธิแต่อย่างใด ดังนั้นผมคิดว่าระยะเวลาในการปล่อยรกร้างว่างเปล่า นี่ข้อมูลครับท่านประธาน ข้อมูลจากสำนักจัดการที่ดินของรัฐเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ที่ผ่านมานี้เอง เขาบอกว่าที่ดินที่ปล่อยทิ้งร้างไม่ทำประโยชน์ในพื้นที่ อันนี้จังหวัดเดียวนะครับ กรุงเทพมหานครตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ ถึงปัจจุบัน มีมากว่า ๔,๔๑๒ แห่ง หรือคิดเป็นเนื้อที่กว่า ๒๘,๔๖๑ ไร่ ปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ นะครับท่านประธาน นี่เป็นงานวิจัยนะครับ เป็นข้อมูลจาก สำนักงานจัดการที่ดินของรัฐ ดังนั้นผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ถ้าหากสภาแห่งนี้รับรอง ก็จะเป็นการกระตุ้นที่ที่รกร้างว่างเปล่าให้นำมาใช้ประโยชน์ เพื่อเป็นประโยชน์ของ ประเทศชาติโดยรวม🔗
ประเด็นต่อมาครับท่านประธาน เรื่องของการยกเลิกการใช้คำพิพากษา ของศาล เพื่อประกอบการออกโฉนดและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ทำให้พี่น้องประชาชนยุ่งยากมาก ยุ่งยากอย่างไรครับ เพราะพี่น้องประชาชนมี ส.ค. ๑ มี น.ส. ๓ ถ้าใครไม่ได้ไปยื่นก่อนวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ หากไปยื่นหลังนั้นต้องไปใช้ อำนาจศาลในการสั่ง กรมที่ดินถึงจะรับออกโฉนดรังวัดให้ นี่ทำให้พี่น้องประชาชนต้องไปวิ่ง หาทนาย พี่น้องประชาชนต้องไปวิ่งเต้นหาทนายความดี ๆ เพื่อที่จะไปฟ้องร้องต่อศาล เพื่อให้ศาลสั่งว่าท่านทำประโยชน์ต่อเนื่อง ท่านทำประโยชน์ท่านมี ส.ค. ๑ ถูกต้อง มี น.ส. ๓ ถูกต้องจริง สมัยที่ประกาศนั้นผมถามพี่น้องประชาชนเขาไปยื่นไม่ทัน เพราะว่าเขาไม่รู้เรื่อง ไม่รู้หน่วยงานภาครัฐประชาสัมพันธ์อย่างไร อันนั้นผมก็ไม่ทราบ แต่ผมถามส่วนใหญ่ เขาก็ไม่ทราบข้อมูลนี้ เขาเพิ่งทราบจากกรมที่ดินเมื่อเขาไปยื่นว่าต้องไปฟ้องต่อศาล ดังนั้นในประเด็นตรงนี้มันก็จะเป็นภาระของพี่น้องประชาชนที่ถือครอง ส.ค. ๑ และ น.ส. ๓ ก่อนประมวลกฎหมายที่ดินจะบังคับใช้ ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้ก็เลยเสนอว่ายกเลิกมาตรา ๘ ตรงนี้ไปเสีย ไม่ต้องกำหนดเงื่อนไขและระยะเวลา พี่น้องที่อยู่ก่อนประมวลกฎหมายที่ดิน ที่มีใบตราจอง มี ส.ค. ๑ มี น.ส. ๓ สามารถไปยื่นขอออกโฉนดต่อกรมที่ดินได้ สามารถไปขอยื่น เพื่อพิสูจน์สิทธิและออกโฉนดต่อไปได้ ลดขั้นตอน ลดภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน🔗
ประเด็นถัดมาเรื่องการใช้หลักฐานในการออกโฉนดที่ดินและหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ ท่านประธานทราบไหมว่าในประเด็นนี้จากเดิมมีการกำหนดให้การ ขอออกโฉนดและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินคาบเกี่ยว หรือที่ดินที่อยู่ในเขตรัฐ คาบเกี่ยวกับที่ดินของรัฐครับ ที่ดินที่มีข้อพิพาทระหว่างรัฐกับพี่น้องประชาชนว่าใครอยู่ก่อน ใครอยู่หลัง แล้วรัฐมีมาตรการอย่างไร รัฐมีมาตรการในการพิสูจน์สิทธิครับท่านประธาน แต่ที่ผ่านมาเท่าที่ผมเห็นและทราบ เพราะว่าผมดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการ การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องร้องเรียนแบบนี้เข้ามายังคณะกรรมาธิการ การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเยอะมาก ตั้งแต่สมัยที่แล้วและสมัยนี้ เยอะมากจริง ๆ ที่พี่น้องร้องเรียนอยากจะให้กรรมาธิการ อยากจะให้สภาผู้แทนราษฎร ไปบอกกับหน่วยงานของภาครัฐหน่อยว่า การพิสูจน์สิทธิที่ผ่านมาพิสูจน์อย่างไรพี่น้อง ประชาชนก็เสียสิทธิ พิสูจน์อย่างไรก็เป็นการลิดรอนสิทธิ เขาบอกผมอย่างนั้น แล้วผม ก็ไต่สวนหารือกับหน่วยงานต่าง ๆ ตรวจสอบข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างที่ชาวบ้านว่าจริง ๆ เพราะว่าเงื่อนไขในการพิสูจน์สิทธิเขาเอาแค่หลักฐานทางราชการ ส.ค. ๑ ใบตราจอง ที่ทางราชการออกให้ แต่พี่น้องสมัยอดีต สมัยโบราณ สมัยนั้นการประชุมยังตีขอลอ ป๊อกแป๊กอยู่เลยนะครับท่านประธาน สมัยนั้นภาษากลางเขาเรียกเกราะใช่ไหม สมัยนั้น หอกระจายข่าวไม่มีนะครับท่านประธาน การสื่อสารการติดต่อระหว่างพี่น้องประชาชน ในหมู่บ้านกับหน่วยงานของรัฐมันเป็นไปด้วยความยากลำบาก หลายคนก็ไม่ได้มาแจ้ง ส.ค. ๑ หลายคนก็ไม่ได้ไปแจ้งใบตราจอง ดังนั้นเมื่อพิสูจน์สิทธิออกมาเขาไม่มีหลักฐานเหล่านี้ ถึงอย่างไรก็เป็นการพิสูจน์สิทธิเพื่อตัดสิทธิ เพื่อลิดรอนสิทธิของเขา ดังนั้นท่านประธานครับ ในประเด็นนี้ในร่างแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้บอกว่า การใช้หลักฐานที่ทางราชการออกให้ หรือการ ใช้แค่ระวางแผนที่ทางอากาศมันไม่พอ มันต้องเพิ่มหลักฐานอื่นที่เป็นการพิสูจน์ให้แจ้งชัด ได้ว่าชุมชนท้องถิ่นเขาอยู่ก่อนประกาศกฎหมาย หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในการตั้งถิ่นฐาน ของชุมชนต้องหยิบยื่น หยิบยกเข้ามา ประกอบการพิจารณา ไม่อย่างนั้นพี่น้องประชาชน เสียสิทธิครับ หลายที่หลายแห่งเขาบอกเขาอยู่มานาน อยู่ก่อนประมวลกฎหมายที่ดินด้วยซ้ำไป หลายที่หลายแห่งเขาบอกว่าที่ของเขาเขาหักร้างถางพงมาโดยชอบ แล้วอยู่มาตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นย่า รุ่นตา รุ่นยาย เขาเสียสิทธิเพียงแค่ทางราชการไปสร้างเงื่อนไขว่าต้องมี ส.ค. ๑ หรือเอกสาร ที่ทางราชการออกให้ ดังนั้นประเด็นตรงนี้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับแก้ไข จึงเห็นสมควร ที่จะต้องให้มีการเพิ่มข้อมูลหลักฐานร่องรอยการทำประโยชน์ ประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐาน ของชุมชนเข้ามา เพื่อคืนสิทธิให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ในประเด็นต่อมา เหลืออีก ๒ ประเด็นครับท่านประธาน🔗
ประเด็นต่อมาเรื่องการกำหนดให้ผู้มีสิทธิตามประมวลกฎหมายว่าด้วย การปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรที่ได้รับการพิสูจน์สิทธิแล้วว่าไม่ใช่นายทุน ไม่ใช่ผู้มีอำนาจ ทั้งหลาย เป็นเกษตรกรตัวจริง ทำเกษตรจริง ไม่มีที่ดินทำกิน ซึ่งเงื่อนไขในปัจจุบัน เขาไม่สามารถที่จะยกระดับ ส.ป.ก. ให้เป็นสิทธิที่สูงขึ้นได้ เขาก็บอกว่าไปธนาคารก็ไม่ได้ เพราะธนาคารสถาบันทางการเงินไม่รับ รับเฉพาะ ธ.ก.ส. และสหกรณ์เท่านั้น เพราะว่า ธนาคารเขาบอกว่าบังคับคดีก็ไม่ได้ ไม่รู้จะไปยึดกับใคร ชาวบ้านก็บอกว่าทำกินมานาน แล้วมีความมั่นคงก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ไปกู้ ธ.ก.ส. ก็ได้ตามราคาประเมิน แล้วราคาประเมิน ส.ป.ก. ธ.ก.ส. ประเมินมาก็ต่ำ เขามาชี้แจงในกรรมาธิการ รายหนึ่ง ได้ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ซื้อรถอีแต๊กก็ยังไม่ได้เลย ชาวบ้านเขาบอกนะครับ สถาบันการเงินอื่น เขาก็ไม่รับรอง เพราะว่าไม่สามารถบังคับคดีได้ ดังนั้นบางแห่งบางที่ก็เป็นตลาดร้านรวง ส.ป.ก. บางแห่งก็ติดกับที่ว่าการอำเภอนะครับ ที่ว่าการอำเภอบางแห่งก็เป็นเขต ส.ป.ก. ดังนั้นโดยหลักการต้องตราไว้ในพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อรองรับสิทธิของ พี่น้องประชาชนในอนาคต แต่ต้องเป็นพี่น้องประชาชนที่ผ่านกระบวนการพิสูจน์สิทธิ ว่าเป็นเกษตรกรตัวจริงเท่านั้น สำหรับพิสูจน์แล้วว่าเป็นนายทุนต้องเอาคืน เอามาจัดการ ให้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้นท่านประธานครับ ผมจึงได้เสนอให้มีการเพิ่มนำ ส.ป.ก. หรือเขาเรียกว่านำกฎหมายที่ว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร มาเพิ่มเข้าไปในประมวล กฎหมายที่ดิน เดิมทีมีเพิ่มไว้อยู่แล้วในเรื่องของนิคมสหกรณ์หรือสหกรณ์ แต่ตัว ส.ป.ก. นี้ไม่มี ตัว ส.ป.ก. มันไปบัญญัติไว้ในร่างพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๙ และ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๒ ซึ่งผู้ยื่นออกโฉนดได้ ก็คือสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมครับท่านประธาน ประชาชนไม่สามารถที่จะ ยื่นออกโฉนดได้ ถ้าได้ ส.ป.ก. ไปแล้วต้องให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เป็นคนยื่นเท่านั้น ก็เป็นข้อจำกัดอยู่ดี เพราะยื่นไปแล้วก็ยังเป็นกรรมสิทธิ์ของ ส.ป.ก. ถึงแม้เป็นกรรมสิทธิ์ของพี่น้องประชาชน แต่ก็เอาไปเป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงิน ในธนาคารไม่ได้ เพราะว่าถ้าจะเอาคืนต้องคืนให้ ส.ป.ก. เท่านั้น มันก็เป็นข้อจำกัด ดังนั้น ในประเด็นนี้มันไม่ใช่เรื่องใหม่ มันเป็นเรื่องที่เขียนไว้ใน พ.ร.บ. การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม อยู่แล้ว ดังนั้นเพื่อยกระดับสิทธิให้กับพี่น้องประชาชนผู้ที่เขาอยู่อย่างถูกต้องจริง ๆ ให้เขา ลืมตาอ้าปากได้ ให้เขามีกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้ ตามสภาวะการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่มัน เปลี่ยนแปลงไป จึงควรที่จะต้องเพิ่มในประเด็นนี้เข้าไป🔗
ประเด็นสุดท้ายประเด็นที่ ๖ ท่านประธานทราบไหมว่ามีเรื่องที่ออกโฉนดที่ดิน คลาดเคลื่อนจำนวนมากในสังคมไทย จำนวนมากผู้ที่ออกโฉนดคลาดเคลื่อนได้นั้นต้องเป็น คนที่มีสตุ้งสตางค์ ต้องเป็นคนรวยเสียส่วนใหญ่ แต่คนยากคนจนออกยากลำเค็ญแสนเข็ญ เหลือเกิน ดังนั้นการออกโฉนดที่มันคลาดเคลื่อนที่ปรากฏตามข่าว ออกไปทับที่ สาธารณประโยชน์บ้าง ออกไปทับที่ป่าบ้าง เยอะแยะไปหมด ซึ่งมีแต่นายทุนมีสตางค์ทั้งนั้น ผมไม่ได้กล่าวหานายทุนที่ทำถูกต้องนะครับ สำหรับนายทุนที่ไปคบค้าสมาคม ไปจับมือกับ หน่วยงานราชการ แล้วไปออกโฉนดในที่ของรัฐที่ผิดกฎหมาย อันนี้ต้องตำหนิ อันนี้ต้องเอาผิด แต่ท่านประธานทราบไหมว่า การเอาผิดคนเหล่านี้เอาผิดยากเหลือเกิน อ้ายพวก ส.ค. บิน ทั้งหลายเอาผิดยาก เพราะอะไรครับ เพราะว่าหน่วยงานที่ออกโฉนดคลาดเคลื่อนเป็นหน่วยงาน เดียวกันที่ตรวจสอบการออกโฉนดที่ไม่ถูกต้อง เป็นหน่วยงานเดียวกัน ในเมื่อเป็นหน่วยงาน เดียวกัน ท่านประธานลองจินตนาการสิครับ คนทำผิดกับคนที่จะมาตรวจสอบคนทำผิด มันเป็นคนหน่วยงานเดียวกัน มันเป็นคน ๆ เดียวกัน แล้วมันจะตรวจสอบกันอย่างไร กินข้าวด้วยกันทุกวัน ลงลิฟต์เดียวกันทุกเช้า ทุกเย็น ฉลองวันเกิดก็ไปด้วยกัน แล้วจะทำ อย่างไรละท่านประธาน ดังนั้นเพื่อให้เกิดการถ่วงดุล ท่านประธานก็คงเห็นคดีหลายคดี ที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว ก็ตั้งกรรมการตรวจสอบกันเองนั่นล่ะ ยื้อเวลา ตรวจไปตรวจมา ไม่ผิดอีกล่ะ นี่ปรากฏการณ์ที่มันเกิดขึ้นจริง ๆ ในสังคม ดังนั้นผู้ที่ออกโฉนดและผู้ตรวจสอบ ผู้ออกโฉนดไม่ถูกต้อง มันคงจะต้องมีคณะกรรมการที่มีหลากหลายจากหน่วยงาน ไม่ใช่กรมที่ดิน ตั้งกันเองชงกันเอง ถึงแม้ว่าจะมีสัดส่วนของท้องถิ่นเขาอยู่บ้าง แต่ก็เป็นสัดส่วนที่น้อย🔗
ดังนั้นในประเด็นนี้จึงสำคัญ ผมเลยเสนอว่าควรที่จะต้องมีหน่วยงานตรวจสอบ และถ่วงดุลที่มันเป็นกลาง ผมก็ตราไว้ในฉบับแก้ไขของผมนี่ล่ะครับ เพื่อให้มันเกิด ความโปร่งใสและเกิดความเชื่อมั่นกับประชาชน ว่ามันมีหน่วยเป็นกลางที่ปฏิบัติงานโดยชอบ เพื่อตรวจสอบการออกโฉนดโดยมิชอบจริง นี่คือเป็นที่มานะครับท่านประธาน ที่ผมเสนอ ให้มีการแก้ไขรูปคณะกรรมการ ให้กระทรวงยุติธรรม ให้ DSI เข้ามา เขาจะได้มีอำนาจ ในการตรวจสอบจริงเต็มนะครับ ไม่ได้ให้กรมที่ดินตั้งกรรมการขึ้นมาแล้วเตะลูกบอลไปมา ชงเองกินเองอย่างนี้ไม่ถูก ถึงเป็นที่มาของประเด็นในการที่จะตั้งคณะกรรมการที่ถ่วงดุลกัน ขึ้นมา🔗
ก็คงจะครบทุกประเด็นที่ผมอยากจะเสนอรายละเอียด ก็อยากจะขอให้ เพื่อนสมาชิกทั้งหลายพิจารณาครับว่า ในสิ่งที่ผมเสนอไปนั้นท่านเห็นว่าเป็นประโยชน์กับ ประชาชน ก็ขอให้ท่านได้รับรองในวาระที่ ๑ ถ้าหากท่านเห็นว่ายังมีข้อสงสัย ถ้าหากท่าน เห็นว่ายังมีข้อที่อาจจะขัด อาจจะแย้งกับความคิดของท่าน ในชั้นกรรมาธิการเราสามารถ ที่จะถกเถียงและแก้ไขร่วมกันได้ เพื่อให้เป็นสิทธิของประเทศ สิทธิของพี่น้องประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการจัดการที่ดิน เพื่อให้ชุมชนและท้องถิ่นเขาได้มีสิทธิที่ ๓ ในการที่จะจัดการบริหารที่ดินหรือทรัพยากรในท้องถิ่นของพวกเขา ตอบสนองประโยชน์ ท้องถิ่นและตอบสนองประโยชน์ของประเทศ ดังนั้นวันนี้จึงขอฝากเพื่อนสมาชิกให้พิจารณา และอยากจะให้รับหลักการ ได้ข่าวว่าจะมีคนไม่รับหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ ผมได้ข่าวแว่ว ๆ ผมรับรองครับว่ากฎหมายที่เสนอแก้ไขนี้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนโดยรวม เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติทั้งหมด แล้วจะปลดล็อกเรื่องการออกโฉนดในที่ดินที่พี่น้อง ประชาชนอยู่มาก่อนประมวลกฎหมายที่ดิน เพิ่มสิทธิที่ ๓ ขึ้นมา ก็ขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่าน คงไม่รบกวนเวลาของสภามาก ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านมีอะไรครับ🔗
ท่านประธานนิดเดียวครับ ผมทราบว่าท่านประธานจะปิดประชุม แต่ว่าประเด็นที่ผมอยากจะหารือท่านประธานนี้ ผมเข้าใจว่า คือยังจะมีโอกาสได้ประชุมหารือหรืออภิปรายเรื่องนี้ ก็คือเป็นการเปิดสมัยประชุม ครั้งหน้าใช่ไหมครับท่านประธาน คือผมเมื่อสักครู่นี้ผมก็ถามหน้าบัลลังก์ว่าทำไมมีการลงชื่อ น้อยจังเลย แล้วผมทราบว่าจะมีการเปิดประชุมแล้วก็จะปิดเลย ทีนี้อย่างนี้ครับท่านประธาน ผมคิดว่าก็ไม่เป็นอะไร ผมคิดว่าถือว่าเป็นการบ้านของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ที่จะต้องไปกลับไปในช่วงปิดสมัยประชุมนี้ อย่างนี้ครับท่านประธาน ผมเคยอยู่ในคณะกรรมาธิการ วิสามัญเรื่องที่ดิน ปัญหาเรื่องนี้ผมคิดว่าทุกพรรคการเมืองยอมรับว่าเป็นปัญหาทุกเขต ทุก สส. ครับท่านประธาน🔗
เข้าใจครับ เขาพูดมาครึ่งชั่วโมงแล้วนะครับ ผมเข้าใจท่านครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ก็ถือว่าเป็นโอกาสนะครับ แล้วก็คิดที่จะไม่รับเรื่องนี้ ผมคิดว่าก็เป็นโอกาสที่จะกลับทบทวน เรื่องนี้ครับ🔗
มันยังไม่เกิดนะครับ ใจเย็น ๆ ครับ ท่านมีอะไรเชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคก้าวไกล ในฐานะวิปฝ่ายค้านครับ วันนี้มีเพื่อนสมาชิกจากพรรคก้าวไกลบางท่านมาแจ้งว่า ในการลงมติกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ที่ผ่านมาในวันนี้ เหมือนเครื่องลงมติอาจจะมีปัญหา เพราะว่าผลลงคะแนนที่แสดงออกมา ในกระดาษนี้ ไม่ตรงกับการลงคะแนนของเพื่อนสมาชิกครับ เพื่อนสมาชิกก็เลยอยากจะ ขอลุกขึ้นหารือ แล้วทีนี้ผมเองขอหารือผ่านทางท่านประธานไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วยว่า เวลาปิดสมัยประชุมรอบนี้อาจจะรบกวนช่วย Check เรื่องเครื่องโหวต เพราะว่ามันมีผล ในการลงมติ แล้วก็การที่ต้องอธิบายกับสังคมพอสมควร ก็เลยจะขออนุญาตท่านประธาน ใช้เวลาสักเล็กน้อยเท่านั้น ในการให้เพื่อนสมาชิกได้ชี้แจงถึงการลงมติที่ผ่านมา แล้วผลอันนี้ ไม่ตรงกันครับท่านประธาน🔗
มีกี่ท่าน เพราะว่าเดี๋ยวเราต้องดำเนินการต่อ ท่านหารือใช่ไหมครับ🔗
ครับ🔗
เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาค่ะ ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ เนื่องด้วยการลงมติร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือกฎหมาย พ.ร.บ. ที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่าสมรสเท่าเทียมนะคะ ดิฉันได้ลงมติในวาระที่ ๓ เป็นเห็นด้วย แต่ว่าเครื่องลงมติอิเล็กทรอนิกส์นี้บันทึกการประชุม และบันทึกการลงมติของดิฉันเป็นงดออกเสียง ดิฉันและท่าน สส. ภคมน หนุนอนันต์ ที่นั่งอยู่ ข้าง ๆ ดิฉันค่ะ ก็มีปัญหาในเรื่องการลงมติในครั้งนี้ ก็จะขอบันทึกไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ค่ะว่า ดิฉันและท่านภคมน หนุนอนันต์ ลงมติเป็นเห็นด้วย แล้วก็ลงมติเห็นด้วยในตัวร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในครั้งนี้ ขอให้ ท่านประธานตรวจสอบในเรื่องของเครื่องบันทึกตัวเครื่องอิเล็กทรอนิกส์นี้ด้วยค่ะ เพราะดิฉัน เข้าใจว่ามีเพื่อนสมาชิกหลายท่านในที่ประชุมแห่งนี้มีการลงมติ แล้วก็มีการผิดพลาดอย่างนี้ เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากค่ะท่านประธาน ก็อาจจะเรียนท่านประธานให้ช่วยตรวจสอบเครื่องบันทึก อิเล็กทรอนิกส์ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
มีท่านอื่นอีกไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทยครับ ผมก็ไม่แน่ใจในส่วนปัญหาของ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เราก็กำลังจะปิดประชุมแล้วนะครับ หมายถึงเดี๋ยวก็จะมีช่วงเวลา พักเบรกสำหรับประชุมในสมัยหน้า ก็อยากจะฝากเจ้าหน้าที่ช่วย Check นิดหนึ่ง เพราะว่า วันนี้ของผมเองก็มีปัญหาเหมือนกัน แต่สิ่งสำคัญก็อยากได้คำยืนยันจากทางวิปฝ่ายค้าน อีกครั้งหนึ่งนะครับ ว่าวันนี้เกิดจากปัญหาทางอิเล็กทรอนิกส์จริง ๆ นะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
เอาปัญหามาคุยกันก่อน เชิญท่านวิป🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ในฐานะวิปฝ่ายค้าน พรรคก้าวไกลครับ ก็ยืนยันครับว่าเป็นปัญหาของการโหวต ทางอิเล็กทรอนิกส์จริง ๆ เพราะว่าผมเองก็เคยประสบปัญหาการเสียบบัตรแล้วไฟไม่ขึ้น หรือบางครั้งในแถวกลางประมาณตรงนี้ เคยมีการที่ผมลืมบัตรไว้ แล้วมาถึงปุ๊บเจ้าหน้าที่ ก็บอกว่าไม่มีบัตรของผมอยู่ตรงนั้น แล้วก็ไม่ได้เก็บไว้ตรงนั้น ไม่ได้เก็บไว้ตรงจุดเก็บบัตร แล้วผมก็เดินมาเจอบัตรที่ผ่านมา ๑ อาทิตย์ ก็ยังอยู่ที่เดิม ผมคิดว่าอย่างไรก็จะปิดสมัยประชุม อยู่แล้ว ก็เห็นด้วยกับทางวิปรัฐบาลว่าเราควรจะมีการตรวจสอบการใช้งานของเครื่องทั้งหมด ในวาระนี้ เพื่อให้การโหวตของพวกเราในฐานะผู้แทนราษฎรทุกคน ทุกพรรค มีประสิทธิภาพ สูงสุด ไม่ผิดพลาด แล้วก็ต้องใช้เวลาสภาในการอธิบายเรื่องพวกนี้ อย่างไรผมฝาก ท่านประธานผ่านไปยังเจ้าหน้าที่นะครับ เพื่อประโยชน์ของสภาและการทำหน้าที่ร่วมกัน ของเราเองครับ🔗
ทางเจ้าหน้าที่บันทึกไว้นะครับ ที่เป็นปัญหาก็คงจะได้แก้ไข เรื่องเสียงกับเรื่องระบบด้วยนะครับ ท่านมานพครับ ท่านถามวิปนะครับ วันนี้วิปรัฐบาลกับวิปฝ่ายค้านเขาคุยกันแล้ว เราประชุมมา พอสมควรแล้ว วันนี้ขอปิดประชุมครับ ขอบคุณครับ🔗