รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๖ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๑๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
------------------------------
ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมจะอนุญาตให้มีการหารือตามลำดับแล้วก็ตามข้อบังคับ นะครับ ก็ขอเชิญเลยครับ ท่านแรกท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร พร้อมไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สส. นักพัฒนา แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทยครับ🔗
วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือในปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชนในเขตเทศบาลตำบลกบินทร์ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัด ปราจีนบุรีครับ ได้ร้องทุกข์ผ่านมายังท่านนายกเทศมนตรีรังสรรค์ บุตรเนียร🔗
เรื่องไฟส่องสว่างไม่ติดมาเป็นระยะเวลานานในถนนทางหลวงเส้น ๓๓ ถนนสุวรรณศร กิโลเมตรที่ ๑๙๘ ไปยังทางเข้าเทศบาลตำบลกบินทร์ได้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เป็นอันตรายต่อประชาชนสัญจรไปมานะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ทำหนังสือไปยังแขวง การทางหลวงจังหวัดปราจีนบุรีแล้ว ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่จะแก้ไขปัญหากับประชาชน โดยทั่วไป ดังนั้นจึงกราบเรียนมายังท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยบรรเทา ความเดือดร้อนนี้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ไฟส่องสว่างที่ไม่ติดตลอดเส้นทางโดยเฉพาะเส้นทาง ๓๓๐๔ ฉะเชิงเทรา เป็นเส้นทาง Highway Main หลักบริเวณของหน้าร้าน Ceramic Center ไปจนถึงโรงพยาบาลกบินทร์บุรีเป็นบริเวณที่มียานพาหนะเป็นจำนวนมากจึงทำให้เกิด อันตรายบ่อยครั้งครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งในหมู่ที่ ๙ บ้านท่าขี้เหล็ก ตำบลกบินทร์ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับร้องเรียนจาก นายกฤษฎากรณ์ สุริยวงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลว่า บริเวณหมู่ที่ ๙ ตำบล บ้านท่าขี้เหล็กได้เกิดความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งพัง ถนนทรุด เสียหายเป็น อันตรายต่อความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะบ้าน ๒๐ หลังได้ทรุดพังลงไปในบริเวณ น้ำหลากช่วงเดือนกันยายน แต่ อบต. กบินทร์บุรี ก็มีเพียงแต่ได้เอาดินไปถม แต่พอน้ำหลาก มาอีกก็เกิดการทรุดโทรมอีก จึงขอกราบเรียนไปยังท่านประธานสภาที่เคารพไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยบรรเทาความเดือดร้อน จัดสรรงบประมาณในการที่จะบรรเทา ความเดือดร้อนของประชาชนนะครับ ขอกราบขอบคุณมากครับ🔗
ขอบพระคุณครับ เชิญท่านสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สส.บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ๓-๔ ปัญหาที่จะกราบเรียนท่านประธานเดือดร้อนทั้งนั้น🔗
เรื่องแรก ก็คือการตั้งอำเภอเป็นอำเภอที่ ๑๐ ของจังหวัดยโสธร ประกอบไป ด้วยตำบลทุ่งมน ตำบลย่อ ตำบลโพนทัน ตำบลสงเปือย ตำบลกุดกุง แล้วก็พ่วงมาอีกคือ ตำบลหนองคูของอำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ผู้ที่ดูแลก็คือกรมการปกครอง กระทรวง มหาดไทยครับ อันนี้พี่น้องอยากแยกอำเภอเพื่อการพัฒนาครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องพี่น้องรังสิตเดือดร้อนประมาณ ๔๐ ครอบครัว ผู้ทำให้ เดือดร้อนคือกรมทางหลวงท่านประธานครับ ไปตัดน้ำตัดไฟให้พี่น้องย้ายออก แต่ไม่มีพื้นที่ จะให้ไปค้าขาย เพราะฉะนั้นให้กรมทางหลวงกลับมาดูแลหน่อย น้ำไฟไปตัดเขา ให้กลับคืน มาหน่อยนะครับ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องไฟฟ้า ไฟฟ้าที่ขอมานานแล้ว ตั้งแต่สภาชุดที่ ๒๕ ก็คือไฟฟ้าบ้านหนองคู ตำบลหนองคู อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ขอมา นานแล้วท่านประธานที่เคารพครับ อีกอันหนึ่งก็คือไฟฟ้าของจังหวัดชัยภูมิ วัดถ้ำวัวแดง ท่านประธานที่เคารพครับ นี่ก็ขอมาระยะทางแค่ ๒๐๐ เมตรเท่านั้นนะครับ ผู้รับผิดชอบ คือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ก็คือเรื่อง โครงการ ๓๐ บาท เป็นโครงการที่ดีมากท่านประธาน ที่เคารพครับ แต่ว่าโรงพยาบาลอำเภอรับคนป่วย ๓๐ บาทแล้วย้ายคนป่วยเป็นที่โรงพยาบาล จังหวัดนะครับ คนร้องก็คือ อบต. สมพงษ์ คือย้ายจากหนองเสือไปที่โรงพยาบาลปทุมธานี พี่น้องไปก็เดือดร้อนท่านประธานครับ ไม่มีเตียง ไม่มีที่อยู่ แออัดกันเลยครับ เหมือนกับย้าย พี่น้องไปเดือดร้อน บางรายเสียชีวิตเลยนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านวิทวัส ติชะวาณิชย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๕ วันนี้ครับท่านประธานผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ หัวข้อด้วยกันครับ🔗
เรื่องแรก เรื่องปัญหาสายสื่อสารครับ ผมทราบดีครับว่าทางสำนักงาน กสทช. ได้มีการออกแผนการจัดระเบียบสายสื่อสารออกมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ แต่ปัญหา ณ ตอนนี้คือ ตามชุมชนแออัดและบางสถานที่ที่ควรได้รับการแก้ไขแต่ไม่อยู่ในแผนงานครับ ต่อมาครับคือ ซอยรามอินทรา ขอสไลด์ครับ🔗
จะมีตัวอย่าง ขอภาพซอย รามอินทรา ๔๖/๑ แยก ๑ รามอินทรา ๘๓ เสรีไทย ๙ และชุมชนสมหวัง จากภาพที่ ท่านเห็นคือจุดที่เสี่ยงต่อเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนโดยรอบ ผมไม่อยากเห็นข่าวเหตุการณ์เพลิงไหม้สายสื่อสารที่จะทำให้เกิดความสูญเสียอีก เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้วัวหายแล้วค่อยล้อมคอกครับ🔗
ถัดมา คือภาพที่ผมและทีมงานได้มีการแจ้งเรื่องเตือนผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Traffy Fondue สำนักงานเขตและ Line Official ของทาง กสทช. แต่ก็ยังไม่ได้ รับการแก้ไขใด ๆ สรุปได้ว่าโยนกันไปโยนกันมา ไฟไหม้อีกรอบแน่นอนครับท่านประธาน ผมขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาวิธีการแก้ไขปัญหาสำหรับชุมชนที่ไม่ได้อยู่ในแผนงาน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยครับ🔗
ปัญหาสุดท้ายครับท่านประธาน คือเรื่องไฟถนนและไฟป้ายรถเมล์สาธารณะดับ ภาพด้านซ้ายมือคือ กม.๘ อยู่หน้าคอนโดมิเนียมลุมพินี และภาพด้านขวามือคือถนนนวมินทร์ ตั้งแต่ซอย ๗๐ ที่มีทั้งดับทั้งติดสำหรับไฟ และมีการแจ้งเรื่องไปตั้งแต่วันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๖ สไลด์สุดท้ายคือภาพปัจจุบันที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ผมขอความอนุเคราะห์จาก ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครช่วยหาสาเหตุว่าเหตุใดการแก้ไขนี้ถึงล่าช้า มีเจ้าหน้าที่ เพียงพอหรือไม่ หรือเพราะเหตุผลใด เพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านวุฒิพงศ์ ทองเหลา ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนากล้า ในวันนี้ผม มีประเด็นปัญหาในจังหวัดปราจีนบุรีมานำเรียนต่อท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันดังนี้ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
ปัญหาที่หนึ่ง ๓ โรงเรียนในพื้นที่ จังหวัดปราจีนบุรีมีปัญหาเรื่องของหน้าโรงเรียนขาดสะพานลอย ได้แก่ โรงเรียนศรีมหาโพธิ อำเภอศรีมหาโพธิ โรงเรียนบ้านทุ่งประพาส อำเภอศรีมหาโพธิ และโรงเรียนบ้านทับลาน อำเภอนาดี ซึ่งทั้ง ๓ โรงเรียนนี้เคยเกิดอุบัติเหตุใหญ่เมื่อประมาณ ๔-๕ ปีที่แล้วคุณครู เสียชีวิตและในปัจจุบันยังเสียงเกิดอุบัติเหตุในทุกวันตอนเช้าและตอนเย็น🔗
ปัญหาเรื่องที่ ๒ สไลด์ถัดไปครับ ถนนระหว่างบ้านคลองทรายถึงบ้านบุสูง ระยะทางเพียง ๒.๘ กิโลเมตร แต่จะเห็นว่าสภาพถนนเหมือนอุกกาบาตครับ ถนนเส้นนี้ มีการก่อสร้างมายาวนานแล้วแต่ว่าในระยะเวลา ๑๐ ปีย้อนหลังมีแต่การซ่อม ยังไม่มี การปรับปรุงพัฒนา ทั้งเรื่องของถนนและไฟส่องสว่าง🔗
ปัญหาเรื่องที่ ๓ ปัญหาสุดท้ายครับ เรื่องของผิวถนนชำรุด เราจะเห็นว่า จากภาพจะเห็นการวางแนวท่อระบายน้ำ ในพื้นที่ดังกล่าวเองเป็นพื้นที่ประจันตคาม เป็นถนนสายหัตถกรรม จังหวัดปราจีนบุรี เป็นถนนสายเศรษฐกิจที่จะมีการขายของจักสาน มีการก่อสร้างวางท่อระบายน้ำในบริเวณระยะทาง ๑ กิโลเมตร หลังจากมีการก่อสร้าง วางท่อระบายน้ำตามภาพแล้วรถที่จอดสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก และจะเห็น บริเวณไหล่ทางระยะทางประมาณ ๑.๕ เมตร มีการปะผุและซ่อมก่อนถึงบริเวณรางน้ำ จึงฝากเรียนท่านประธานเพื่อแก้ไขปัญหา แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยรับผิดชอบ ดำเนินการด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ เป็นการขอให้ทบทวนคำสั่ง ทั้งกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของกระทรวงพาณิชย์เป็นการทบทวน หนังสือ เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๖ ในเรื่องการนำเข้าสิ่งประดิษฐ์จากประเทศ เพื่อนบ้านเมียนมา จากเดิมไม่ต้องมีใบ C/O ตอนนี้กระทรวงพาณิชย์ประกาศให้มีใบ C/O คือการรับรองไม้พื้นถิ่น ซึ่งเป็นไปได้ยากสำหรับของจังหวัดตากที่จะขอจากประเทศเมียนมา เนื่องจากสถานการณ์ของประเทศเพื่อนบ้านไม่ค่อยจะมั่นคง ทำให้เราการนำเข้าของ สิ่งประดิษฐ์จากไม้ยากมาก ขอฝากกระทรวงพาณิชย์ทบทวนเรื่องนี้ด้วยนะครับ อาจจะเป็น การแก้ไขเฉพาะหน้าไปก่อนโดยการใช้หนังสือฉบับเดิมเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วก่อนจะทำให้การค้า ชายแดนจะคึกคักอีกครั้งในเรื่องไม้สิ่งประดิษฐ์🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมปศุสัตว์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทบทวนคำสั่ง การห้ามนำเข้าโคกระบือจากประเทศเมียนมา ฉบับนี้เป็นฉบับที่ ๔ แล้ว ต่อมาครั้งละ ๓ เดือน นี่ปาไปเดือนที่ ๑๑ แล้วนะครับ ไม่มีการนำเข้าโค กระบือจากประเทศเมียนมา ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ได้เรียกผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นคนนำเข้า กลุ่มเลี้ยงโค ในประเทศหรือคนส่งออกต่างประเทศมาพูดคุยกันน่าจะหาข้อสรุปได้แล้วนะครับ ขอให้ท่าน รีบยกเลิกการประกาศการนำเข้าโค กระบือ เพื่อให้การค้าชายแดนเหมือนกันจะได้กลับมา คึกคักอีกครั้งหนึ่ง วิถีชีวิตของคนแม่สอดคนตาก แล้วก็คนที่อยู่ชายแดนพม่าจะได้กลับมา คึกคักอีกครั้ง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านสุขสมรวย วันทนียกุล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสุขสมรวย วันทนียกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันเป็นตัวแทนชาวจังหวัดอำนาจเจริญ มานำเสนอที่ประชุมสภา แห่งนี้ ในเรื่องที่มีความสำคัญและเป็นเสียงเรียกร้องของประชาชนในพื้นที่ที่มีมานานแล้ว ท่านประธานคะ อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยานเป็นอ่างเก็บน้ำตามธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อ ประชาชนและชาวเกษตรกรในจังหวัดอำนาจเจริญ เราใช้อุปโภคบริโภคและการเกษตร อ่างเก็บน้ำมีเนื้อที่ ๙๕ ไร่ ๒๘ ตารางวา ยังคงมีผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีทิวทัศน์รอบอ่าง ที่ร่มรื่นและสวยงาม ชาวจังหวัดอำนาจเจริญ จึงได้ร่วมกับหน่วยงานราชการจัดทำโครงการที่ ชื่อว่า โครงการปรับปรุงสวนสาธารณะ อ่างเก็บน้ำสวนพุทธอุทยาน เพื่อให้เป็นสถานที่ ในการสันทนาการพักผ่อนหย่อนใจ รวมทั้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดอำนาจเจริญ โครงการจะประกอบด้วย ๑. งานสร้างทางเดินริมน้ำ ทางวิ่งและจักรยาน ๒. งานสร้าง เขื่อนป้องกันตลิ่งและงานภูมิทัศน์ ๓. งานปรับปรุงห้องน้ำและสิ่งก่อสร้างเดิมใช้งบประมาณ โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ในวงเงิน ๑๕๗ ล้านบาท เป็นงบผูกพัน ๓ ปี โครงการนี้ ถือเป็นความต้องการและความร่วมมือระหว่างประชาชนและหน่วยงานราชการที่เราจะ ร่วมกันให้จังหวัดอำนาจเจริญเป็นเมืองที่น่าอยู่และส่งผลดีในด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ยังจะทำให้เกิดพื้นที่สันทนาการควบคู่ไปกับการอนุรักษ์พื้นที่สีเขียว ยังสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติด้านการเติบโตคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดิฉันจึงขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดให้เกิดโครงการนี้ให้กับชาวอำนาจเจริญ ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี เขต ๗ อำเภอธัญบุรี อำเภอหนองเสือ แล้วก็อำเภอลำลูกกา ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
ปัญหาของอำเภอลำลูกกาตอนนี้ ก็คือเรื่องฝุ่นพิษ ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย เมื่อวันที่ ๘ มกราคม อากาศมีปัญหา มาก ๆ เลย แล้ววันนี้ก็อยู่อันดับที่ ๓ คลิปต่อไป อันนี้ปัญหาเกิดจากอะไร ลองดูนะครับ เป็นการเผานาอันนี้ถ่ายจากชั้น ๒ ของหมู่บ้าน เผากันติด ๆ กันอย่างนี้เลย แล้วก็อากาศเป็น อย่างนี้ ซึ่งทำให้มีปัญหาตามมาตรา ๒๒๐ ผู้ที่เผา แล้วทำให้น่าจะเกิดอันตรายนี้ มีโทษจำคุก ไม่เกิน ๗ ปี ปรับไม่เกิน ๑๔๐,๐๐๐ บาท แต่ปรากฏว่าไม่เคยมีการปรับจริงหรือว่าจำคุกจริง ทำให้เกิดปัญหาอย่างนี้เต็มไปหมดในพื้นที่ภาคกลาง แล้วก็อำเภอลำลูกกา แล้วรวมไปถึง กรุงเทพมหานครด้วย อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาทั้งเกษตรกร แล้วก็ผู้ที่อยู่อาศัยอยู่ร่วมกัน🔗
เรื่อง ๒ ก็คือปัญหาของรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ดูสภาพการวิ่งถนนตรงนี้ เป็นถนนเลียบคลอง ถนนเล็ก ๆ เท่านั้นเอง แต่รถบรรทุกดิน รถพ่วงวิ่งขนาดนี้ อบต. ซ่อมเท่าไรก็ไม่อยู่พังขนาดนี้ รถวิ่งไม่ได้ เวลาซ่อมก็ปิดถนนกัน ๒ เดือน ๓ เดือนเลย ประชาชนเดือดร้อน🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของการโฆษณา สไลด์ถัดไปการหลอกโฆษณาว่าเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจ อันนี้จะเป็นการปลอมว่าเป็นตำรวจรับแจ้งความ Online แล้วก็มี การโฆษณาบนสื่อ Social ขนาดใหญ่ ประชาชนเดือดร้อนอยู่แล้ว ถูกหลอกเงินถูกแก๊ง Call Center หลอกเงิน พอ Search ขึ้นมาปุ๊บก็จะมาเจอแจ้งความ Online แบบนี้ โดนหลอก ซ้ำซ้อนไปอีกมีคนถูกหลอกอย่างนี้เยอะ สื่อ Social ปล่อยให้โฆษณาได้อย่างไร อยากให้ กระทรวง DE เชิญเจ้าของสื่อ Social ขนาดใหญ่ แล้วก็มาพูดคุยกัน เรื่องแบบนี้แก้ไขได้ง่าย มากเลย ยุคนี้เรามี AI แล้ว ใช้ให้เป็นประโยชน์ ตรวจจับได้ไม่ยากเลย หรือแม้แต่ให้คน ช่วยกัน Report ก็ได้ อยากให้ท่านประธานดูแลเรื่องนี้ด้วย แล้วก็ถ้าเกิดว่าท่านไม่มีข้อมูล มาติดต่อผมได้ ผมจบทาง IT มา ผมช่วยได้เยอะเลยตรงนี้ อยากให้จัดการให้เรียบร้อยด้วย ท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขต ๓ พรรคประชาธิปัตย์🔗
ผมได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนบ้านหินกอง หมู่ที่ ๒ ตำบลพงศ์ประศาสน์ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากผู้นำ อบต. ท่านสุวัช สุขย้อย ท่านอดีตผู้ใหญ่บ้าน มังกร อยู่ร่ม และท่านชนิจ คำสุรินทร์ เนื่องจากรถไฟรางคู่ได้เปิดดำเนินการวิ่งไปยังจังหวัดชุมพร จากกรุงเทพมหานคร แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนคือการรถไฟแห่งประเทศไทย ปิดทางข้ามรางรถไฟ แต่สร้างสะพานลอยข้ามเพื่อให้คนเดินและให้มอเตอร์ไซค์วิ่งยังไม่เสร็จ เรียบร้อย จึงสร้างปัญหาให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่จะไปวัด ไปโรงเรียน เดินสัญจร ไปมาผ่านลำบาก โดยเฉพาะต้องไป U-Turn ห่างจากสถานที่ดังกล่าวประมาณ ๕ กิโลเมตร ต่อครั้ง เพราะฉะนั้นผมอยากให้การรถไฟแห่งประเทศไทยดำเนินการก่อสร้างสะพานข้าม คนเดินและให้มอเตอร์ไซค์ผ่านโดยเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ดังกล่าว🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องการแก้ไขภัยแล้ง จากงบประมาณปี ๒๕๖๗ นี้ไม่มีการเพิ่ม งบประมาณการทำฝนเทียม ซึ่งมีงบประมาณอยู่ประมาณ ๓๐๐ ล้านบาทเศษ เพราะฉะนั้น ผมอยากให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ดำเนินการเพิ่มงบประมาณเพื่อแก้ไขสถานการณ์ล่วงหน้าเตรียมพร้อมให้เพิ่มงบประมาณ ในการทำฝนหลวง โดยเฉพาะในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งช่วงนี้เราก็เริ่มแล้งแล้วน้ำก็เริ่ม ขาดในบางพื้นที่ เพราะฉะนั้นอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีใช้งบหลวงนี้ไปเพิ่มในการทำ ฝนหลวงให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งตามสถานการณ์ที่จะเกิด El Nino ซึ่งถึงทำให้ประเทศไทยมีปัญหาในการเพาะปลูกหรือในการเลี้ยงชีพ น้ำอุปโภค บริโภค ผมขอกราบเรียนท่านประธานไปถึงรัฐบาลด้วย ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านพิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม พิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมได้นำปัญหาในพื้นที่มาปรึกษาหารือกับท่านประธานเพื่อประสาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว🔗
เมื่อวันอังคารที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ที่น่าตกใจเป็นอย่างมาก นั่นคือล้อของรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ร่วงหล่นลงมาระหว่างที่รถไฟฟ้ากำลังเคลื่อนที่และมีผู้โดยสารอยู่บนขบวนรถดังกล่าว โชคดีมากครับ ที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ เพียงแต่ไฟหน้าของรถแท็กซี่ ที่อยู่ด้านล่างได้รับความเสียหาย เจ้าของรถแท็กซี่คันดังกล่าวรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาผมได้นำเรียนปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้างรถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง นำเรียนต่อท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ เรื่องหลักเลยก็คือ การคืนพื้นผิวจราจรที่ล่าช้าของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง การนำ Barrier มาปิดช่องทาง จราจรตั้งแต่สี่แยกเทพารักษ์จนถึงสี่แยกลาซาล ถนนศรีนครินทร์ทำให้ประชาชนผู้สัญจร เส้นทางดังกล่าวได้รับผลกระทบเป็นเวลายาวนานหลายปีแล้วครับ ต่อมามีจุดเจาะ Footpath และถนนเข้าซอยต่าง ๆ เพื่อติดตั้งเสาไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณ Footpath แนวเส้นถนนเทพารักษ์ฝั่งขาออกสำโรง ซึ่งปัจจุบันเสาไฟฟ้าส่องสว่างได้ติดตั้งแล้วเสร็จ แต่ไม่มีการดำเนินการคืนพื้นผิว Footpath ที่ขุดเจาะทิ้งไว้ มีประชาชนผู้สัญจรได้รับ ผลกระทบ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายจากถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อครับ🔗
สุดท้ายนี้ ผมขอนำเรียนท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องการ คำนึงถึงความปลอดภัยและตรวจสอบสภาพรถไฟฟ้าว่าพร้อมในการเดินรถหรือไม่ ต่อมาคือ เร่งซ่อมแซมพื้นถนนและเร่งดำเนินการคืนพื้นผิวจราจรให้เร็วที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหารถติด ในช่วงเวลาที่เร่งด่วน คืนความปกติให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนตลอดแนวเส้นรถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลืองนี้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านอวยพรศรี เชาวลิต ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อวยพรศรี เชาวลิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้รับการ ร้องเรียนจากพี่น้องชาวตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ ถึงปัญหาความเดือดร้อนไม่มีไฟฟ้าใช้ มานานกว่าสิบปีแล้วค่ะ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ ๒ รอยต่อกับหมู่ที่ ๓ ตำบลกรุงชิง ซึ่งห่างจากตัวเมืองจังหวัดก็ประมาณ ๗๐ กว่ากิโลเมตร มีพี่น้องประชาชนอาศัยอยู่ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ครัวเรือน ชาวบ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ ส่วนใหญ่แล้วพี่น้องทำอาชีพเกี่ยวกับการเกษตรค่ะ พี่น้องประชาชนต้องรวมตัวกันเองโดยการติดตั้งไฟฟ้า โซลาเซลล์ แต่ในช่วงเย็นมีการ ใช้ไฟฟ้าพร้อม ๆ กันหลาย ๆ ครัวเรือนทำให้ไฟฟ้าไม่เสถียร ไฟฟ้าตกซึ่งอันตรายต่อพี่น้อง ประชาชนค่ะ ดิฉันจึงหารือในเรื่องนี้ ซึ่งมีทั้งเด็ก นักเรียน คนพิการ ผู้สูงอายุไม่สะดวก ในการใช้ชีวิตประจำวัน ดิฉันจึงขอหารือท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคเร่งช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วนด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาความล่าช้าการก่อสร้างไฟฟ้าพลังน้ำ ชุมชนบ้านวังลุง ตำบลทอนหงส์ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นโครงการกรมพัฒนาพลังงาน ทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๔ นับเป็นเวลา ก็ประมาณ ๑๒ ปีกว่าแล้ว ด้วยงบประมาณ ๒๒,๗๐๐,๐๐๐ บาท พี่น้องชาวอำเภอพรหมคีรี ฝากดิฉันว่าช่วยเร่งผลักดันโครงการดังกล่าวด้วยค่ะ เพื่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และค่าเสียโอกาสของพี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วนด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านปิยชาติ รุจิพรวศิน ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ปิยชาติ รุจิพรวศิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๒ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขอนำปัญหาของพี่น้องชาวโคราช เขต ๒ มาหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ปัญหาการลักลอบเผารายวันแทบทุกพื้นที่ในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งตอนนี้เผากันหนักมาก สร้างมลพิษ ทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนมากมาย และเป็นเรื่องที่ดีที่สภาจะมีการคุยเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง แต่เบื้องต้นผมอยากฝาก ท่านประธานไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาสั่งระงับการเผาในที่โล่งชั่วคราว และใช้มาตรการทาง กฎหมายมาลงโทษผู้ที่ลักลอบเผาในจังหวัดนครราชสีมาอย่างจริงจัง เพราะทุกครั้งที่มี การลักลอบการเผามีประชาชน ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาไฟริมถนนเลียบทางรถไฟตลอดเส้นหลัง อบต. บ้านเกาะ ไปจนถึงฝั่งตำบลตลาดมืดมาก ไฟติดไม่ครบทุกดวง รวมไปถึงถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ จึงอยากฝากท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย ช่วยพิจารณาซ่อมแซมถนนและทำให้ไฟริมถนนติดทุกดวงเพื่อพี่น้องชาวตำบลบางเกาะ ตำบลตลาด รวมถึงตำบลใกล้เคียงจะได้ขับขี่รถได้อย่างสะดวกและปลอดภัยด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ปัญหาถนนตำบลพะเนา หมู่ ๘ บริเวณสะพานข้ามลำตะคองใหม่ ไปเชื่อมกับตำบลมะเริง ถนนเป็นลูกรังสัญจรลำบาก โดยเฉพาะเวลาหน้าฝนมีน้ำท่วมขัง ประชาชนในตำบลพะเนาส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรยิ่งทำให้พวกเขาขับขี่รถลำบาก มากยิ่งขึ้น จึงอยากฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยพิจารณาซ่อมแซมถนน เส้นนี้เพื่อพี่น้องชาวตำบลพะเนาด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านสังคม แดงโชติ ขออนุญาตข้ามก่อนนะครับ เชิญท่านมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่า พื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมได้รับการประสานงานกับท่านนายกตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ท่านพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ บอกว่าให้ สส. ช่วยติดตามหน่อยครับ🔗
กรณีเรื่องสิทธิประโยชน์ในการ เข้าถึงบริการสาธารณะ ไฟฟ้า ถนน ประปา อันนี้เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๕๖ เลย ครับท่านประธาน ประเด็นอย่างนี้ครับ คือเมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ที่ผ่านมานี้ประชาชน ผู้นำท้องถิ่น ได้ยื่นหนังสือไปถึงนายกรัฐมนตรี แล้ววันที่ ๑๘ ธันวาคม ที่ผ่านมาก็ไปยื่น หนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีก แล้วก็ที่ผ่านมาก็ไปยื่นที่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยอีก แล้วก็มีเอกสารไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านประธานครับ จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่ป่า ประมาณ ๘๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วพี่น้องชาติพันธุ์มีอยู่ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งปัญหาสำคัญของ พี่น้องเหล่านี้ครับ ทุกอย่างในการพัฒนาโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานบริการสาธารณะที่เป็น หน้าที่ของท้องถิ่น ไม่สามารถที่จะเข้าไปดำเนินการได้ เพราะนั่นคืองบประมาณทุกปีที่ดำเนินการ ไม่ว่า หน่วยรับงบประมาณส่วนไหน เวลาจะเข้าไปดำเนินการในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้อง ยากที่จะเข้าถึงการพัฒนา เพราะฉะนั้นก็คือสิ่งที่เขาทำหนังสือไปถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ทุกคนนะครับ เขาบอกว่าช่วยหาทางในการผ่อนปรน ถ้าอย่างนั้นก็คือว่าหลาย อบต. บอกว่า อย่างนี้ไม่ต้องมี อบต. ไม่ต้องมีนายกรัฐมนตรีก็ได้ เพราะว่าทำงานแล้วโดนชาวบ้านด่า ไม่สามารถที่จะเข้าไปพัฒนาพื้นที่เหล่านี้ได้ เพราะฉะนั้น ๑. เรื่องนี้คำถามก็คือว่า นายกรัฐมนตรีได้รับหนังสือหรือยัง ๒. รัฐมนตรีที่รับหนังสือนี้เอาเข้าไปสู่ ครม. หรือยัง ถ้าเอาเข้าแล้วอยู่ในขั้นตอนไหน โปรดชี้แจงให้กับผู้นำท้องถิ่นของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ด้วยครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านฉลาด ขามช่วง ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ฉลาด ขามช่วง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธานดังต่อไปนี้🔗
เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนจาก นายสวาท ราษฎร์ภักดี ราษฎรบ้านม่วงน้ำ ตำบลปาฝา อำเภอจังหาร ท่านเป็นตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำจากเขื่อนวังยางคลองส่งน้ำ ระบบกระจายน้ำ เป็นตัวแทนกลุ่มเกษตรกร Zone ที่ ๑ Zone ที่ ๒ Zone ที่ ๓ ว่าได้รับ ความเดือดร้อนจากการใช้น้ำ จะต้องจ่ายค่าน้ำไร่ละ ๕๖๐ บาท ทำให้พี่น้องเกษตรกร จำนวน ๑๐,๐๐๐ กว่าไร่ ได้รับความเดือดร้อน เพราะเป็นต้นทุนอย่างหนึ่งในการผลิต จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลดค่าน้ำจากไร่ละ ๕๖๐ บาท เป็นไร่ละไม่เกิน ๑๐๐ บาท หรืองดเก็บเลยเลยนะครับ เพราะปีที่แล้วน้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าวด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมชลประทานก่อสร้างสถานีสูบน้ำในพื้นที่อำเภอโพธิ์ชัย จากฝายร้อยเอ็ด ซึ่งฝั่งอำเภอโพธิ์ชัยนั้นได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างฝายมานาน แต่ไม่มี ระบบกระจายน้ำ จึงขอให้กรมชลประทานได้ช่วยก่อสร้างด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้กรมทางหลวงช่วยก่อตั้งปรับปรุงถนนเส้นทางคมนาคม เชื่อมต่อจาก ๒๓๒๗ เทศบาลชัยวารีไปที่บ้านนาคำเชื่อมถนนสายหมายเลข ๑๒ เพื่อเป็น เส้นทางจราจรขนถ่ายสินค้าการเกษตรให้กับพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ขอให้กรมโยธาธิการและผังเมืองก่อสร้างเขื่อนริมตลิ่งที่ หมู่บ้านดินดำ ตำบลดินดำ อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด ที่วัดราษฎร์วารี บ้านท่าลาด ตำบลม่วงลาด อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด ที่บ้านคุยค้อ ตำบลดินดำ อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด และที่บ้านหนองแก่ง ตำบลพลับพลา อำเภอเชียงขวัญ เพื่อแก้ไข ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านสมชาติ เตชถาวรเจริญ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๑ พรรคก้าวไกล ขอสไลด์แผ่นที่ ๑ ครับ🔗
ทุ่นสึนามิหมายเลข ๒๓๔๖๑ ซึ่งเป็นทุ่นเดียวในทะเลอันดามันได้หยุดทำงานไปตั้งแต่วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๖ เวลาสองทุ่ม ต้องไปใช้งานทุ่นหมายเลข ๒๓๔๐๑ ที่อยู่กลางมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งไกลจาก ชายฝั่งประเทศไทย ขณะนี้ผ่านมา ๕ เดือนแล้ว ขอคำชี้แจงจากกระทรวงมหาดไทยว่าทุ่นที่ ทะเลอันดามันจะกลับมาใช้งานได้อีกเมื่อไร สามารถติดตั้ง ๒ ทุ่นในทะเลอันดามันเพื่อสำรอง ได้หรือไม่🔗
สไลด์แผ่นที่ ๒ วันที่ ๒ ธันวาคมมีผู้ขับรถ Application รย ๑๘ ซึ่งเป็น รถรับจ้างที่ถูกกฎหมาย แต่ไม่ถูกใจ คิวรถรับจ้างเจ้าถิ่น ถูกทำร้ายร่างกายจนปอดรั่ว อาการสาหัสที่ มายา บีช คลับ จังหวัดภูเก็ต อีก ๑๐ วันถัดมา ก็เกิดเหตุการณ์ คิวรถรับจ้าง บุกต่อยผู้ขับรถ Application ภายในโรงแรมพูลแมนต่อหน้านักท่องเที่ยวอีก มันไม่ดีแน่ครับ ถ้าหากมีคลิปความรุนแรงเช่นนี้เป็น Viral ออกไปทั่วโลก จะทำให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยง การมาเที่ยวไทยหรือหลีกเลี่ยงการใช้บริการคิวรถรับจ้าง จึงขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทย ที่มีรัฐมนตรีบอกว่าจะจัดการผู้มีอิทธิพล เข้ามาป้องกันเหตุเช่นนี้ เกิดซ้ำในอนาคต ควรทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องใหญ่จัดการให้จบ ไม่ใช่ให้ประชาชนต้องมาคอย ลุ้นว่าจะเกิดเรื่องอีกครั้งเมื่อไร เพราะความปลอดภัยคือหัวใจของการท่องเที่ยว🔗
ขอสไลด์แผ่นที่ ๓ ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่องกำหนดคุณลักษณะ และระบบการทำงานของระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับรถยนต์รับจ้าง ผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๔ ข้อ ๑๒ (๕) ค ระบุให้รถที่บริการใน Application ต้องเป็น รย ๑๘ แต่ในความเป็นจริงรถเถื่อนที่ไม่ใช่ รย ๑๘ ก็สามารถให้บริการผ่าน Application ที่ได้รับการรับรองจากกฎหมายนี้ จึงขอให้กรมการขนส่งทางบกบังคับใช้กฎหมายที่ตัวเอง เขียนขึ้นด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้ายขอสไลด์แผ่นที่ ๔ มีโครงการห้างค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่ ขนาด ๘,๘๒๐ ตารางเมตร ตรงข้ามตลาดสดเทศบาลนครภูเก็ตได้รับอนุญาตก่อสร้างแล้ว แต่ในจังหวัดภูเก็ตมีกฎกระทรวงห้ามก่อสร้างอาคารบางชนิดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อที่ ๒ (๑) ระบุห้ามสร้างห้างค้าปลีก ค้าส่ง ขนาดเกินกว่า ๓๐๐ ตารางเมตร ในพื้นที่นี้ จึงขอหารือไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองว่า ใบอนุญาตนี้ถูกต้องตาม กฎกระทรวงหรือไม่ รวมถึงมีการเลี่ยงกฎหมายโดยการขออนุญาตเป็นสำนักงานหรือไม่ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านธัญธารีย์ สันตพันธุ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๖ พรรคเพื่อไทย ขอหารือปัญหาในพื้นที่อำเภอเขมราฐ อำเภอนาตาล อำเภอโพธิ์ไทร ผ่านท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๔ เรื่องค่ะ ขอสไลด์ด้วยนะคะ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอติดตาม ความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๖ เนื่องจากได้รับทราบ ว่าโครงการดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการเจรจาสัดส่วนค่าก่อสร้างของแต่ละประเทศ เพื่อเป็น การติดตามความคืบหน้าของโครงการ จึงขอสอบถามไปยังกระทรวงคมนาคมและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องว่าขั้นตอนถัดไปมีแผนจะดำเนินการอย่างไรบ้าง🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมทางหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กรุณาติดตั้ง สัญญาณไฟจราจรบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๕๐ บริเวณสามแยกเมืองใหม่ ตำบลเขมราฐ อำเภอเขมราฐ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นถนนเส้นหลักที่ประชาชนใช้สัญจร เข้ามาในตัวอำเภอ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาล โรงเรียน สถานีตำรวจ หน่วยงานราชการ และธนาคารหลายแห่ง ทำให้มีรถสัญจรไปมาเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ทำให้ประชาชน มีความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนน🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรุณาดำเนินการ ปราบปรามและแก้ไขยาเสพติดในพื้นที่อำเภอเขมราฐ อำเภอนาตาล อำเภอโพธิ์ไทร เนื่องจากได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ว่าขณะนี้มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดเป็น จำนวนมากแถบชนบท ประชาชนจึงต้องการให้เข้ามาดำเนินการปราบปรามและนำตัวผู้เสพ ไปบำบัด🔗
เรื่องที่ ๔ ขอให้กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา หาแนวทางในการช่วยลดภาระของข้าราชการในพื้นที่อำเภอเขมราฐ อำเภอนาตาล อำเภอโพธิ์ไทร ที่ต้องเดินทางไปติดต่อธนาคารกรุงไทยที่ต่างอำเภอ เนื่องจากทั้ง ๓ อำเภอ ไม่มีสาขาของธนาคารกรุงไทย ทำให้ข้าราชการต้องการที่จะทำธุรกรรมการเงินต้องเดินทาง ไปใช้บริการที่สาขาต่างอำเภอที่มีระยะทางไกล ส่งผลให้มีภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านสังคม แดงโชติ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องมาหารือกับท่านประธาน ๑ เรื่องครับ เรื่องการจราจรติดขัด หลายแห่งในอำเภอปราณบุรี สาเหตุมาจากเส้นทางคมนาคมขนส่งที่มีอยู่รับรองไม่เพียงพอ โดยเฉพาะบนถนนทางหลวงหมายเลข ๔ ที่เป็นเส้นทางหลักผ่านตัวเมืองปราณบุรี เพื่อแก้ปัญหาการจราจรอย่างยั่งยืน อยากให้กรมทางหลวงชนบทเร่งพิจารณาโครงการ ก่อสร้างถนนสาย ง ผังเมืองรวมชุมชนปราณบุรีหรือถนนเลี่ยงเมืองปราณบุรี โดยมีจุดเริ่มต้น บริเวณสามแยกต่างระดับทางหลวงหมายเลข ๓๗ ตัดผ่านแม่น้ำปราณบุรีและตัดผ่าน ทางหลวงชนบท หมายเลข ตข ๑๐๓๖ มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกจนสิ้นสุดโครงการ ระยะทางยาว ๑๔ กิโลเมตร บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ ซึ่งกรมทางหลวงชนบท ได้สำรวจออกแบบไว้หลายปีแล้ว แต่ยังไม่มีการจัดสรรงบประมาณลงมา จึงขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมช่วยพิจารณาสนับสนุนแก้ปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่และพี่น้องประชาชนที่สัญจรผ่าน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ พีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผม มีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือสภาแห่งนี้หลายเรื่องครับ ขออนุญาต เอาเท่าที่เวลามีนะครับ🔗
เรื่องแรก เรื่องราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ราคาตกต่ำ ผมทราบดีครับว่าในการ เพาะปลูกข้าวโพดมันขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง เบื้องต้นอาจจะเป็นพื้นที่เพาะปลูกไม่เหมาะสม อยู่นอกเขตชลประทาน ต้องอาศัยฝนฟ้าเพียงอย่างเดียว ปรากฏภัยแล้ง แล้วมันมีปัจจัยอื่น อีกครับ เรื่องการนำเข้าข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้าน เรื่องการนำเข้าข้าวสาลีจากประเทศ เพื่อนบ้านทำให้ราคาข้าวโพดตกต่ำ อยากจะขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการ ที่เกี่ยวข้อง หามาตรการช่วยเหลือให้พี่น้องชาวไร่ข้าวโพดได้มีต้นทุนที่ต่ำลง หรือจำกัด การนำเข้าข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือพืชทดแทนอื่นจากประเทศเพื่อนบ้าน🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของน้ำในการทำนาครับ พี่น้องชาวนาที่อยู่ในเขต ชลประทาน วันนี้แจ้งเข้ามาที่ผมปีละหลายรอบ เรื่องแรกคือน้ำไม่พอเพียงในการทำนา จริง ๆ แล้วอาชีพของเขา อาชีพหลักก็คือทำนา จะไปห้ามเขาทำนาเลยมันก็คงลำบาก และด้วยราคาข้าวที่พออยู่ได้ในขณะนี้ ทำให้หลาย ๆ พื้นที่เกิดการแย่งน้ำกัน แล้วเขาก็มี อาชีพเดียวครับเป็นรายได้หลักของพวกเขา ทีนี้ปัญหาคือเวลาผมแจ้งไปยังกรมชลประทาน มันมีข้อจำกัดเรื่องการจะเปิดปิดบานระบาย การจะเพิ่มปริมาณน้ำมันขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ จัดการน้ำ ผมก็อยากให้สภาแห่งนี้ช่วยหาวิธีการช่วยเหลือ🔗
อีกเรื่องครับ เป็นเรื่องหอมหัวใหญ่ เนื่องจากว่ามีผู้นำเข้าเมล็ดพันธุ์ หอมหัวใหญ่ไม่กี่ราย แล้วก็มีโควตาพ่อค้าคนกลางไม่เพียงพอ ทำให้พ่อค้าคนกลางนำมาขาย ในราคาที่สูงขึ้น ก็อยากให้มีการเพิ่มโควตาให้กับเกษตรกรที่ปลูกหอมหัวใหญ่ ขอบพระคุณ มากครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านกิตติภณ ปานพรหมมาศ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม อำเภอบางเลน อำเภอดอนตูม อำเภอกำแพงแสน ตำบลสระพัฒนา และตำบลห้วยม่วง พรรคก้าวไกลครับ🔗
วันนี้ก็ขอปรึกษาหารือ ท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดนครปฐมครับ ก็เป็นการติดตาม จากเรื่องที่เคยหารือไปแล้วทั้งหมด ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก เรื่องถนนเส้น ๓๒๙๖ ที่ผมเคยได้ปรึกษาหารือไปเมื่อหลายเดือนก่อน ปัจจุบันนี้ก็มีรายการดังไปถ่ายทำ แล้วก็เรียกว่า โค้งอาถรรพ์ โค้งอันตราย ซึ่งเป็นแค่เพียง ๑ จุด ก็อยากฝากเรียนท่านประธานไปถึงอธิบดีกรมทางหลวงให้แก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็น การดึงแผนเพื่อมาขยับขยายถนนให้สมบูรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหารวมถึงการแก้ไขปัญหาเฉพาะ จุดที่ควรจะเร่งดำเนินการนะครับ เพราะว่าพ่อแม่พี่น้องได้รับผลกระทบกันเป็นจำนวนมาก เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาให้พ่อแม่พี่น้องใช้ถนนอย่างปลอดภัย ทั้งชาวบางเลนและชาวดอนตูม🔗
เรื่องที่ ๒ ก็เป็นเรื่องของถนนเช่นกันนะครับ เช่น เป็นถนนไฟทางหลวง เส้น ๓๔๖ ก็ดับตลอดทั้งเส้นตั้งแต่ช่วงบางเลนถึงแยกนพวงศ์เลยนะครับ ก็ ๙ กิโลเมตร ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ไม่ว่าจะมีการประชุมกันจากหลายภาคส่วนแล้วก็ยังแก้ไขไม่ได้ จากการลักลอบขโมยสายไฟก็ส่วนหนึ่ง แต่ก็มีการแก้ไขบางส่วนแล้วครับ แต่ยังไม่ได้แก้ไข อย่างยั่งยืนก็มีการดับอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าเส้นนี้เป็นเส้นที่พี่น้องสัญจรไปมาเป็น จำนวนมาก ทั้งมีผู้ที่ต้องเดินทางผ่านจังหวัดนครปฐมก็ต้องผ่านเส้นนี้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขอขอบคุณนะครับ ครั้งที่ผ่านมาทางแขวงทางหลวงนครปฐมก็ได้แก้ไขปัญหาในโซนที่เป็น ตำบลบางเลนมุ่งหน้าที่ตำบลไผ่หูช้าง บางส่วนได้แก้ไขแล้วนะครับ ก็เรียนท่านประธานไปยัง อธิบดีกรมทางหลวงให้แก้ไขปัญหาเพื่อพ่อแม่พี่น้องชาวนครปฐมได้ใช้ถนนที่ดี แล้วก็มีไฟ ที่สว่าง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านนิกร โสมกลาง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นิกร โสมกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขต อำเภอพิมายและอำเภอชุมพวง ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ พี่น้องบ้านประสุขชัย หมู่ที่ ๑๙ ตำบลประสุข อำเภอชุมพวง มีความเดือดร้อนเรื่องน้ำประปา น้ำอุปโภคน้ำบริโภค ปัจจุบันต้องใช้น้ำประปาร่วมกับ บ้านโนนยาง ทำให้ปริมาณน้ำไม่เพียงพอกับการใช้ในชีวิตประจำวัน ได้รับความเดือดร้อน มาเป็นระยะเวลานานครับ ผมจึงอยากขอฝากท่านประธานไปยังกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมช่วยลงไปดูลงไปสำรวจและพิจารณางบประมาณก่อสร้าง ประปาผิวดินสำหรับพี่น้อง ๕๐๐-๗๐๐ หลังคาเรือนที่บ้านประสุขชัยด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ โรงพยาบาลพิมาย สังกัดกระทรวงสาธารณสุขได้ ได้รับการ ยกระดับเป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาด M 1 ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ รองรับผู้ป่วยจาก ๗ อำเภอ กว่า ๕๐๐,๐๐๐ คน ปัจจุบันมีการพัฒนาและขยายการบริการเป็นจำนวนมาก การสนับสนุน เครื่องมือต่าง ๆ ก็ต้องใช้เพิ่มขึ้นทำให้พื้นที่ไม่เพียงพอ และอาคารต่าง ๆ ก็มีอายุมากกว่า ๔๐ ปี เมื่อก่อนมีขนาด ๓๐ เตียง ปัจจุบันเป็น ๒๐๐ เตียง ทำให้พื้นที่ไม่เพียงพอจึงขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารอุบัติเหตุ ๖ ชั้น จากกระทรวงสาธารณสุขไปทุกปี แต่ไม่เคยได้รับการเหลียวแล แล้วก็ไม่เคยได้รับ การพิจารณาจากสำนักงานเขตสุขภาพที่ ๙ เลยครับ ซึ่งผมอยากจะขอฝากท่านประธานไป ยังกระทรวงสาธารณสุขช่วยพิจารณางบประมาณก่อสร้างอาคารตึกอุบัติเหตุ ๖ ชั้น ในปี ๒๕๕๘ ด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ ที่ตำบลดงใหญ่ อำเภอพิมาย มีสะพาน คอนกรีตที่สำคัญมากที่เชื่อมต่อระหว่างตำบลดงใหญ่กับตำบลโบสถ์เป็นทางลัดให้พี่น้อง จากอีกหลายตำบลสามารถเดินทางไปอำเภอชุมพวง อำเภอลำทะเมนชัยได้อย่างรวดเร็ว ก่อสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ ผมอายุได้ ๒ ขวบครับ ปัจจุบันมีสภาพทรุดโทรมมาก อันตรายมาก บางครั้งคอสะพานก็ขาด ผมจึงอยากขอฝากท่านประธานไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ช่วยพิจารณาลงไปดู ลงไปสำรวจความเดือดร้อนของพี่น้องอำเภอพิมาย ด้วยครับ ท้องถิ่นไม่มีงบประมาณดำเนินการเองหรอกครับ อยากให้ท่านช่วยไปดูแล้วจะได้ รู้ว่าขับผ่านแต่ละครั้งมันเสียวแค่ไหนครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านจรัส คุ้มไข่น้ำ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๘ พรรคก้าวไกล ขออนุญาต หารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวชุมชนบ้านภูไทร หมู่ที่ ๕ ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ปัญหาได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างถนน สาย รย. ๒๐๑๕ ที่มีระยะทางการก่อสร้าง ๑๑.๔๖ กิโลเมตร โดยเริ่มสัญญาตั้งแต่วันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๒ และสิ้นสุดสัญญาคือ วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ระยะเวลาตามสัญญา ๙๐๐ วัน แต่ผู้รับเหมาโครงการนี้ไม่สามารถดำเนินงานให้แล้วเสร็จตามสัญญาได้ โดยอ้างอิงประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินและมาตรา ๑๐๒ ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ ๒๕๖๐ จึงได้รับการขยายสัญญาถึง ๒ ครั้ง ครั้งแรกคือขยายสัญญาไปถึง วันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๕ และครั้งที่ ๒ ขยายสัญญาไปสิ้นสุด วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ซึ่งเหลือระยะเวลาการก่อสร้างเพียงแค่ ๔ เดือนเท่านั้น คาดว่าคงจะดำเนินการก่อสร้าง ไม่แล้วเสร็จอีกตามเคยครับท่านประธาน พี่น้องประชาชนต่างได้รับความเดือดร้อนกับ สภาพถนนที่ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ เต็มไปด้วยฝุ่นละออง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ดังนั้นกระผมจึงขออนุญาตฝากท่านประธานผ่าน ไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้พิจารณาเร่งรัดติดตามปัญหาการก่อสร้างถนน สายดังกล่าวให้แล้วเสร็จตามสัญญาเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย ครับ🔗
กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย🔗
ผมขอขอบคุณทาง กรมชลประทานเรื่องสร้างอาคารบังคับน้ำใช้ตัวที่ ๑ แม่น้ำปิง จังหวัดนครสวรรค์ เนื่องด้วย เกษตรกรตำบลบ้านแก่ง ตำบลหนองกระโดน ตำบลวัดไทรย์ ตำบลเขาดิน ตำบาลหนองกรด มีเนื้อที่ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ไร่ ทำนา ทำไร่ ทำสวน ได้รับความเดือดร้อนมาเกือบ ๓๐ ปี เวลาเกิดภัยแล้งต้องไปหาแหล่งน้ำที่ไกลถึง ๒๐ กิโลเมตรในพื้นที่อำเภอบรรพตพิสัยและ คลองกระท้อน ต่อมา ๑๐ ปีย้อนหลังได้เกิดโครงการอาคารบังคับน้ำแม่น้ำปิงที่จะนำ น้ำบังคับเข้าคลองเขาดินเพื่อส่งจ่ายให้กับคลองท่าขนมจีน ตำบลอื่น ๆ และตำบลใกล้เคียง แต่ที่ผ่านมาอาคารบังคับน้ำได้ใช้ประโยชน์น้อยมาก ซึ่งในช่วงน้ำหลากช่วงเดือนสิงหาคม เดือนกันยายนทุกปีทำให้อาคารบังคับน้ำตัวนี้ขาดชำรุดเสียหายไม่สามารถบังคับน้ำไหลเข้า คลองเขาดินได้ ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน ต้องหาเครื่องสูบน้ำในบึงเขาดินและเหมืองไฟฟ้า เกษตรกรต้องออกค่าใช้จ่ายเอง ปัจจุบันอาคารบังคับน้ำตัวที่ ๑ แม่น้ำปิงกำลังก่อสร้าง ปรับปรุงให้มั่นคงถาวรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรในระยะยาวต่อไปครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๖ องค์การบริหารส่วนตำบล นครสวรรค์ตกได้ยื่นหนังสือถึงผม เรื่อง ขอความอนุเคราะห์เสนอพิจารณาปรับเพิ่มอัตรา ค่าจ้างพนักงานทั่วไปขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามประกาศคณะกรรมการกลาง พนักงานส่วนตำบล เรื่อง มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับพนักงานจ้าง ฉบับที่ ๔ ประกาศเมื่อ วันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๘ ให้ปรับปรุงอัตราค่าตอบแทนพนักงานจ้าง ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๗ กำหนดให้พนักงานแจ้งทั่วไปขององค์การบริหารส่วนตำบลได้รับ อัตราค่าตอบแทนพนักงานจ้างอัตราเดือนละไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท ฉบับที่ ๒ พนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างและค่าตอบแทนพนักงานจ้างองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเพิ่ม เดิมไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท ให้ได้รับเป็น ๑๐,๐๐๐ บาทนั้น ท่านประธานครับ ในปัจจุบันค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ มีผลกระทบสินค้าอุปโภคและบริโภคและบริการต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพมีการปรับ ราคาสูงขึ้น ประกอบกับประกาศข้างต้นได้บังคับใช้มาเป็นระยะเวลา ๑๐ กว่าปีแล้ว ซึ่งไม่สอดคล้อง กับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ จึงขอความอนุเคราะห์ ผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านศักดินัย นุ่มหนู ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ขอหารือท่านประธาน ในเรื่องสำคัญ ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องของโครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว ที่อำเภอเกาะช้าง ซึ่งเป็นโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อที่จะไว้ใช้เพื่อการประปา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แล้วก็เรื่องของการเกษตร ซึ่งมันมีความสำคัญมากสำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
แต่ว่าโครงการนี้ท่านประธานครับ มันก็ มีการทำ ๆ แล้วก็หยุด ๆ ไป มีการทำที่ไม่ต่อเนื่อง มีปัญหาในเรื่องการก่อสร้าง ในปัจจุบันนี้ ก็คือว่าประเด็นในเรื่องของการส่งมอบที่ดิน การส่งมอบที่ดินก็ต้องให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทำการส่งมอบที่ดินให้กับผู้ที่เข้ารับจ้างนะครับ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็อยู่ใน ระหว่างของการดำเนินการ แต่ว่ามันมีการก่อสร้างไปแล้วครับ ครม. ก็มีมติเห็นชอบไปแล้ว ในหลักการว่าให้มีการเพิกถอน เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็กำลังมีการ ก่อสร้างอยู่ครับท่านประธาน ซึ่งเดินหน้าไปแล้ว แต่ว่าก็ยังมีการติดขัดกันในบางเรื่องแน่ ๆ ในเรื่องของระเบียบราชการ ผมก็อยากที่จะให้ทางคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเห็นชอบ แล้วก็ เร่งรัดในเรื่องของโครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าวนี้โดยเร่งด่วน เพราะว่าถ้าล่าช้าออกไปจะ ส่งผลต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดหรือที่เกาะช้างนี้ได้ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับใบรับรอง GMP ครับ ตอนนี้ก็ใกล้ที่จะเข้าสู่ ฤดูกาลเก็บเกี่ยวอีกไม่ช้าที่จะมีการส่งผลไม้ของภาคตะวันออกไปยังต่างประเทศ แล้วตลาดใหญ่ ของเราก็คือประเทศจีนครับ ทีนี้ประเทศจีนเขามีข้อกำหนดที่สำคัญไว้ว่าผลไม้ที่นำเข้า ประเทศจีนต้องมาจากแปลงปลูกที่มีการรับรองมาตรฐาน GMP แล้วก็มาจากโรงคัดบรรจุ ที่ได้รับรองมาตรฐาน GMP แล้วก็มีการรับรองการขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตพืชหรือ DOA จากกรมวิชาการเกษตร ซึ่งทั้งหมดต้องมีการขึ้นทะเบียนจากทางการจีนด้วย ซึ่งปัจจุบันนี้ ปัญหาก็คือว่า GMP นั้นมีไว้ไม่เพียงพอ มีปัญหาเรื่องของการสวมสิทธิทั้ง GMP DOA นะครับ ก็อยากให้กรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินการในการที่ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพในการที่จะ ให้มีการทำใบรับรอง GMP DOA ควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้การส่งออกผลไม้ของ ภาคตะวันออกที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยครับ ขอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมวิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมขอหารือท่านประธานด้วยกัน ๒ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือเรื่องการเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงที่ได้รับผลกระทบ จากโครงการนำเรือออกนอกระบบนะครับ ท่านประธานครับ วันนี้พี่น้องชาวประมง ที่เข้าระบบไว้แล้วโดยเฉพาะช่วงรัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้จ่ายมาแล้ว ๒ ครั้ง แต่ครั้งนี้ระยะเวลานานพอสมควรแล้วที่ยังไม่ได้จ่ายเงินชดเชยให้กับพี่น้องชาวประมง ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวประมง ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพรนะครับ ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
เรือที่จอดอยู่ต้องเสียค่าในเรื่องของการจอด และเสียค่าในเรื่องการดูแลนะครับ บางลำนั้นจมลงไปแล้วยังไม่ได้รับเงินเยียวยา พี่น้อง ประชาชนเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมประมง สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยดูแลและเยียวยาแก้ไขปัญหา และบอกถึงความชัดเจน ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยว่าจะได้รับเมื่อไรนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ผมเองนั้นหารือในสภา ๒ ครั้งแล้วนะครับ ในเรื่องของ การขอใช้พื้นที่ของกรม ในเรื่องของการตัดสร้างสะพานข้ามตำบลวิสัยใต้กับตำบลปากแพรก ในคลองสวีเฒ่า ได้ขออนุญาตจากกระทรวงหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับในเรื่องของ ความชัดเจนขึ้นมา โดยเฉพาะอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งนะครับ รอท่าน คนเดียว รอลายเซ็นท่านคนเดียว จนงบประมาณที่ล่วงเลยมาถึงปี ๒๕๖๖ นั้น ตกเป็นเงิน สะสมขององค์กรบริหารส่วนจังหวัดชุมพรเรียบร้อย โดยท่านนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัดชุมพรฝากมาหารือกับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และขอความชัดเจน จากกระทรวงนิดหนึ่งนะครับว่าเมื่อไรที่จะอนุญาตให้เราดำเนินการในเรื่องของการก่อสร้าง ให้อนุญาตในเรื่องของการใช้พื้นที่ ก็ขอความชัดเจนอย่างมากครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน รภัสสรณ์ นิยะโมสถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง วันนี้ดิฉันมีเรื่องมาหารือ ท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันค่ะ🔗
เรื่องแรก ฝายแม่แสลมหลวง บ้านปางอ้า หมู่ ๔ ตำบลเวียงมอก อำเภอเถิน ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยน้ำท่วมเมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนในพื้นที่ ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำทำการเกษตรนะคะ อีกทั้งกระแสน้ำที่เปลี่ยน เส้นทางจากการชำรุดของฝายนี้ ได้กัดเซาะรุกล้ำที่ดินของชาวบ้านฝายนี้อยู่ในความรับผิดชอบ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงฝากเรียนถามผ่านท่านประธานไปถึงความ คืบหน้าในการซ่อมแซมฝายด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ สะพานข้ามแม่น้ำแม่ยาว บ้านทุ่งขามใต้ หมู่ ๙ ตำบลใหม่พัฒนา อำเภอเกาะคา ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมเช่นเดียวกันค่ะ ตอนนี้ทาง อบต. ใหม่พัฒนา ได้เร่งแก้ไขเฉพาะหน้าโดยการนำกระสอบทรายและไม้มาเรียงเป็นสะพานชั่วคราว แต่ก็ยัง ความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่จะต้องใช้สะพานแห่งนี้สัญจรเข้าหมู่บ้าน เดิมสะพานแห่งนี้ สร้างจากงบของกรมการปกครอง ดิฉันจึงอยากสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึง ความคืบหน้าในโครงการนี้🔗
และเรื่องสุดท้าย โครงการขอขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตรของพี่น้อง บ้านเหล่ายาว หมู่ ๔ ตำบลเสริมกลาง อำเภอเสริมงาม ที่ได้ทำเรื่องกับ กฟภ. เกาะคาไว้ ขอกันไปตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับความคืบหน้า ทาง กฟภ. เกาะคา ได้ให้เหตุผลว่าเป็นโครงการที่การไฟฟ้าไม่ได้ลงทุนเอง ต้องขอสนับสนุนงบจากกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ดิฉันจึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ถึงความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรำพูล ตันติวณิชชานนท์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๙ ซึ่งประกอบด้วยอำเภอนาจะหลวย อำเภอบุณฑริก อำเภอสิรินธร เฉพาะตำบลโนนก่อ พรรคไทยสร้างไทย ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง ดังนี้ค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากท่านกำนันตำบลนาโพธิ์ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านดอนเจริญ หมู่ ๑๑ ตำบลนาโพธิ์ คณะครูโรงเรียนนาโพธิ์วิทยา ผู้ปกครองว่าได้รับ ความเดือดร้อนจากการใช้ถนนของกรมทางหลวงหมายเลข ๒๑๗๒ ซึ่งจากบ้านดอนจิก มาบ้านโนนเลียง ช่วงบ้านดอนเจริญถึงหน้าโรงเรียนนาโพธิ์วิทยา กลางคืนมืดมากค่ะ แล้วเกิดอุบัติเหตุบ่อย สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินหลายครั้ง ชาวบ้านต้องการไฟส่องสว่าง ประมาณ ๒๐ ต้นค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากท่านกำนันจรรยา พลจันทร์ กำนันตำบลโนนก่อ ผู้ใหญ่สมัย คงยืน ผู้ใหญ่บ้านห้วยเดื่อ สมาชิกสภาองค์การบริหาร ส่วนตำบลโนนก่อและชาวบ้าน ได้รับความเดือดร้อนจากการใช้ถนนทางหลวง หมายเลข ๒๓๙๖ ช่องเม็ก-หนองแสง ซึ่งเป็นช่วงบ้านห้วยเดื่อ ตำบลโนนก่อ กลางคืน มืดมากและมีรถ ๑๘ ล้อพ่วงวิ่งผ่าน เพราะว่าเป็นถนนชายแดนติดกับ สปป. ลาว และมีรถ ๑๘ ล้อพ่วงวิ่งผ่าน เพราะว่าเป็นถนนชายแดนติดกับ สปป. ลาว เกิดอุบัติเหตุบ่อย ชาวบ้านต้องการไฟส่องสว่าง ๓๐ ต้น🔗
เรื่องที่ ๓ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านตูม อำเภอนาจะหลวย ได้รับความเดือดร้อนจากการใช้ ถนนของทางหลวงชนบทสาย อบ. ๔๐๓๙ ถนนมืดมากค่ะ ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งสูญเสีย ชีวิตและทรัพย์สิน ต้องการไฟส่องสว่าง ๒ จุด จุดที่ ๑ กิโลเมตรที่ ๒๘ ถึงกิโลเมตรที่ ๒๙ สะพานข้ามห้วยปูนบ้านโนนแดง หมู่ ๘ ถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน บ้านโนนแดง ตำบลบ้านตูม จุดที่ ๒ กิโลเมตรที่ ๓๒ ถึงกิโลเมตรที่ ๓๕+๕๐๐ บ้านดอนเจริญ หมู่ ๑๖ ถึงสะพานบ้านคำบอน หมู่ ๓ ตำบลบ้านตูม อำเภอนาจะหลวย ดิฉันขอฝากท่านประธาน ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านซูการ์โน มะทา ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสายบุรีว่า ในช่วงวันที่ ๒๔-๒๘ นั้น เกิดอุทกภัย ครั้งยิ่งใหญ่ในรอบ ๕๐ ปี🔗
แล้วก็ปริมาณน้ำในครั้งนั้น ประมาณ ๖๕๑ มิลลิเมตร ซึ่งมากกว่าน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ตอนนั้นแค่ ๓๘๑ มิลลิเมตร เท่านั้น ดังนั้นความเสียหายกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลบาลอ ตำบลกายูบอเกาะ ตำบลอาซ่อง ตำบลท่าธง ตำบลเกะรอ ก็มีความเสียหายมาก ขณะนี้น้ำลด สิ่งที่พี่น้อง ประชาชนอยากเรียกร้องก็คืออยากให้นายกรัฐมนตรีได้จัดตั้งคณะทำงานลงไปสำรวจ ความเสียหาย แล้วก็จัดสรรงบประมาณไปแก้ปัญหาเยียวยากับพี่น้องประชาชน ที่บ้านเรือน เสียหาย ทรัพย์สินเสียหาย โรงเรียนเสียหาย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล เสียหาย เรื่องแรกก็อยากฝากผ่านท่านประธานไปถึงนายกรัฐมนตรีว่าขอให้เร่งเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ ทั้ง ๓ จังหวัด คือจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัด นราธิวาสด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ คนไทยสามารถใส่ชุดไทย จัดกิจกรรมรวมกลุ่มได้ คนจีนสามารถ ใส่ชุดจีนจัดกลุ่มกิจกรรมตามประเพณีได้ ชาวม้งสามารถที่จะใส่ชุดประจำชาติของชาวม้ง ร่วมกิจการของชาวม้งได้ แต่เปอร์มูดอ มลายูปัตตานีใส่ชุดมลายูโดนหมายจับ ผมและ พรรคประชาชาติขอเรียกร้องไปถึงรัฐบาลขอความเป็นธรรมให้กับเหล่าเยาวชนที่ถูกกระทำ โดยฝ่ายความมั่นคง อย่างไรที่สุดพรรคประชาชาติขอยืนหยัดเคียงข้างกับเยาวชน ที่อนุรักษ์วัฒนธรรมของมลายูปัตตานีครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านเอกราช อุดมอำนวย ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอนำเสนอความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในเขตดอนเมือง มาปรึกษาหารือท่านประธานดังนี้ครับ ในวันเด็กที่จะถึงนี้ ก็ฝากไปถึงกองทัพอากาศ และวิทยุการบินในการดูแลการโชว์ทางอากาศการแสดงการบิน ด้วยเครื่องบิน F16 ผมเป็นห่วงเรื่องการคล่องตัวทางการจราจรทางอากาศ แล้วก็วิธีการปฏิบัติ รองรับด้านความปลอดภัย🔗
ส่วนประเด็นปัญหาพื้นที่ ในเขตดอนเมืองมีจุดเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบริเวณหน้าสำนักงานเขตดอนเมือง มีการตั้ง Barrier กีดขวางการจราจร ซึ่งในตอนกลางคืนก็จะทำให้มองไม่เห็น แล้วก็เสี่ยงต่อการเกิด อุบัติเหตุ การเฉี่ยวชนต่าง ๆ แล้วก็อุปกรณ์จราจรดังกล่าวชำรุดทรุดโทรม แล้วนอกจากนี้ ยังมีการซ่อมแซมไปจนถึงถนนเลียบคูนายกิมสาย ๑ แต่ว่าป้ายเตือนต่าง ๆ กรวยต่าง ๆ ไม่ชัดเจน มองไม่เห็นในเวลากลางคืน แล้วก็ไม่มีแสงไฟส่องสว่าง ไม่มีแถบสะท้อนเพื่อช่วย ในการมองเห็น ก็ประชาชนฝากมาว่าบริเวณหน้าวัดดอนเมืองจนถึงจุดสิ้นสุดก็ไม่มีการติด ป้ายประกาศ🔗
นอกจากนี้นะครับยังฝากไปถึง สน. ดอนเมืองและเทศกิจ ในการดูแลปัญหา การจราจรที่ติดขัด อันเกิดจากการจอดรถบริเวณถนน เพื่อขายของบริเวณถนนสรงประภา ซึ่งในชั่วโมงเร่งด่วนรถติดมากเลยทีเดียวครับท่านประธาน แม้ว่าจะร้องเรียนไปหลายครั้งแล้ว ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงฝากให้ท่านประธานช่วยกำชับวินัยจราจรอย่างเคร่งครัด🔗
ปัญหาต่อมาก็คือปัญหาเส้นจราจรในซอยสรงประภา ๓๐ เส้นถนนไม่ชัดเจน อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ประกอบกับซอยดังกล่าวนี้มีรถบรรทุกสัญจร แล้วเป็นซอยแคบ จึงฝากไปยังสำนักงานเขตและสำนักจราจรเร่งแก้ปัญหาเส้นจราจร และไฟส่องสว่าง และกำชับการดูแลการสัญจรของรถบรรทุกภายในซอยดังกล่าวโดยเร็วนะ เพื่อความปลอดภัย ของพี่น้องประชาชนนะครับ🔗
ในประเด็นต่อมา ผมฝากท่านประธานไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการแก้ไข ปัญหาสายไฟ และสายสื่อสารที่ได้รับร้องเรียนจากประชาชนในซอยสรงประภา ๒๖ มีสายร่วงหล่น แล้วก็การจัดการสายที่พันกัน เก็บไม่เรียบร้อยนะครับ และอยากฝาก เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ก็คือเรื่องบริเวณสี่แยกนาวง มีการใช้ไฟแบบแยกวัดใจ ก็เสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ดิฉัน ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นดิฉันขอแสดงความยินดีกับพี่น้องประชาชน จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดแพร่ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดนราธิวาส ที่รัฐบาลได้ Kick Off โครงการ ๓๐ บาท PRO บัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ เข้าสู่การบริการ Telemedicine แบบเต็ม รูปแบบ เมื่อวันที่ ๗ มกราคมที่ผ่านมา ขอสไลด์เลยค่ะ🔗
ประเด็นที่ดิฉันจะหารือ ในวันนี้เป็นข้อกังวลที่ สส. ฐิติมา ฉายแสง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ฝากมา จากการที่ได้ลงพื้นที่ และพบว่าผู้สูงวัยหลายท่านไม่มีฟันปลอมในการเคี้ยวอาหาร ซึ่งการรักษาทางทันตกรรม เพื่อการบดเคี้ยวอยู่ในสิทธิประกันของ ๓๐ บาท แต่เนื่องจากการรักษาทางทันตกรรมยังมี คิวที่ยาว การที่ปัจจุบันรัฐบาลได้ Kick Off โครงการ ๓๐ บาท PRO โดยเฉพาะ Telemedicine การรักษาทันตกรรมจะสามารถจะรุกไปยังพื้นที่ที่ผู้สูงวัยหรือว่าเป็นพื้นที่กันดารได้มากขึ้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เป็นโอกาสของพี่น้องประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงการบริการทางทันตกรรม ดิฉันจะขอใช้คำว่า Teledentistry ทราบว่าทางสภาทันตแพทย์ได้มีการกำหนด การบริการ Teledentistry เป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีตัวอย่างของคณะทันตแพทย์จุฬา คณบดี ศาสตราจารย์ ทันตแพทย์ ดอกเตอร์พรชัย จันศิษย์ยานนท์ ได้ทำ Model การใช้ Teledentistry สู่ชุมชน ขอคลิปนะคะ🔗
ซึ่งการที่จะทำให้ Teledentistry สมบูรณ์จะต้องมีอุปกรณ์ เช่น เครื่อง X-ray หรือเครื่อง Scan สภาพฟัน ที่สามารถเคลื่อนที่ได้ รวมทั้งรถ Mobile ในการทำการรักษาทางทันตกรรม ท้ายนี้ดิฉัน ขอฝากทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในเรื่อง Teledentistry เพื่อให้ การเข้าถึงของประชาชนในการรักษาทันตกรรมมากขึ้น ที่สำคัญสุขภาพช่องปากที่ดีจะนำสู่ สุขภาพที่ดีของพี่น้องประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณอามินทร์ มะยูโซ๊ะ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพและ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สมาชิสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส เขต ๒ อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอตากใบ จากพรรคพลังประชารัฐ วันนี้ ผมมีเรื่องหารือผ่านท่านประธานด้วยกัน ๒ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องที่กำลังได้รับความสนใจ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนจังหวัดชายแดนใต้ ไม่ว่าจะเป็น สส. ใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ รวมถึงตัว ท่านประธานเองเหมือนกัน คือเรื่องที่มีการประกาศว่าจะมีการยกเลิกเที่ยวบินนราธิวาส-สุวรรณภูมิ ในปลายเดือนมีนาคมนี้ จะทำให้เหลือเที่ยวบินเพียง ๑ เที่ยวบิน ท่านประธานครับ ท่านรู้ไหมว่า นี่เป็นเรื่องใหญ่ของพี่น้องจังหวัดชายแดนใต้ การยกเลิกเที่ยวบินส่งผลกระทบต่าง ๆ นานา ที่จริงเรื่องที่ผมเตรียมมาวันนี้คือเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับค่าโดยสารแล้วก็การเพิ่มเที่ยวบินนะครับ แต่เมื่อวานมีการประกาศยกเลิกเที่ยวบิน กระผมรู้สึกเป็นกังวลอย่างยิ่งถ้าเรื่องนี้ได้เกิดขึ้น จริง ๆ เพราะเสมือนพี่น้องจังหวัดชายแดนใต้เป็นพลเมืองชั้นสองที่ไม่มีสิทธิได้รับการเดินทาง ที่สะดวกรวดเร็วอย่างเช่นจังหวัดอื่น ๆ หน้าช่วงเทศกาลก็ไม่เคยมีการเพิ่มเที่ยวบินนะครับ หน้าท่องเที่ยวก็ไม่เคยมีการเพิ่มเที่ยวบิน แม้ในบางครั้งราคาค่าตั๋วการเดินทางเปรียบเสมือน โดนโจรปล้น แต่พี่น้องจังหวัดชายแดนใต้ก็ยังฝืนใจและจำยอม กระผมจึงอยากจะบอกกล่าวผ่านไป ยังท่านประธานไปถึงกรมท่าอากาศยานภายใต้กระทรวงคมนาคมพิจารณาถึงระบบเศรษฐกิจ โอกาสของพี่น้องจังหวัดชายแดนใต้ขออย่ายกเลิกเที่ยวบิน และเพิ่มเที่ยวบินในช่วงเทศกาล ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ จากเหตุการณ์อุทกภัยที่ผ่านมาในพื้นที่ภาคใต้ ผมขออนุญาตพูดถึง ในส่วนของอำเภอเมืองสุไหงโก-ลก บ้านของผม ปีนี้กรมชลประทาน โยธาธิการและผังเมือง ท้องถิ่น ที่ได้รับผิดชอบดำเนินการป้องกัน แก้ไข ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นที่น่าพอใจ มีการนำบทเรียนที่ผ่านมา มาปรับใช้และป้องกันได้อย่างเหมาะสม ทำให้อำเภอสุไหงโก-ลก ปลอดภัย แต่ยังมีข้อกังวลที่ผมกังวลอยู่ก็คือทางรั้วมีรอยร้าวแล้วก็มีน้ำซึม อยากจะให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลังจากที่น้ำลดเข้าไปตรวจสอบ แล้วก็ดำเนินการแก้ไขเพื่อป้องกันเหตุ ที่อาจจะเกิดขึ้นในภายในภายหน้าครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณศรีโสภา โกฏคำลือ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย อำเภอฮอด อำเภออมก๋อย อำเภอดอยเต่า และอำเภอแม่แจ่ม🔗
เนื่องด้วยว่าดิฉันได้รับหนังสือ ร้องเรียนจากนายเสงี่ยม ใจรินทร์ กำนันตำบลมืดกา ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ โดยเป็นผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาจราจรทางหลวง หมายเลข ๑๑๐๓ ตอน พระบาทตะเมาะ-ฮอด ซึ่งเป็นเส้นทางหลวงที่เชื่อมต่อจังหวัด ลำพูน-เชียงใหม่ ไปยังแม่ฮ่องสอนค่ะท่านประธาน โดยเส้นทางนี้เริ่มต้นที่ตำบลแม่ตืน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เชื่อมต่อไปยังอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ค่ะ และสามารถเดินทาง ไปยังอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ เส้นทางนี้มีความสัมพันธ์ในการขนส่งสินค้า และสามารถเดินทางไปจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนไปยังกรุงเทพมหานครได้ค่ะ รวมเป็นเส้นทาง ที่สามารถขนส่งพืชผลทางการเกษตรและเป็นเส้นทางที่สามารถท่องเที่ยวทางธรรมชาติได้ ปัจจุบันเส้นทางนี้มีความคับแคบและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ส่งผลให้เกิดความเสียหาย ต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้อง ตลอดจนเสียหายทางมูลค่าเศรษฐกิจเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นค่ะ ท่านประธาน เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจึงอยากจะขอให้กรมทางหลวง ได้ดูแล แล้วก็ขออนุมัติงบไปยังทางหลวงหมายเลข ๑๑๐๓ ตอน พระบาทตะเมาะ-ฮอด เพื่อให้ประชาชนเดินทางปลอดภัยและลดอุบัติเหตุเกิดขึ้นในอนาคตค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณวิทยา แก้วภราดัย ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม วิทยา แก้วภราดัย โครงการพระราชดำริในการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังเป็นโครงการแรก ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ดำริคิดที่จะแบ่งแผ่นดินระหว่างน้ำจืดกับน้ำเค็ม จากลุ่มน้ำ ปากพนังในพื้นที่ ๖ อำเภอ ที่อยู่ในสภาพยากจนพลิกกลับไปเป็นพื้นที่ของการเกษตรที่ได้ผล โครงการนี้ปิดประตูระบายน้ำมา ๒๐ ปีแล้วครับ ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิเป็น ประตูที่แบ่งเขตน้ำจืดกับน้ำเค็ม เป็นโครงการที่จะสามารถเก็บน้ำจืดไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง และก็ใช้ลำรางธรรมชาติระบายน้ำไม่ให้ท่วมขังฤดูฝน แต่มาถึง ๒๐ กว่าปีครับปรากฏว่า โครงการพระราชดำรินี้กรมชลประทานไม่เคยขุดลอกแม่น้ำปากพนังเลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ จำเป็นวันนี้ที่ต้องพูดเรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็คือ สิ่งที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำเป็นต้องรีบเร่งโครงการขุดลอกร่องน้ำแม่น้ำปากพนังทั้งสาย เพื่อเก็บน้ำและใช้ระบายน้ำในฤดูน้ำหลาก และใช้น้ำในฤดูแล้ง ไม่มีทางอื่น ตรงลอกผักตบชวา แล้วก็ขุดดินให้ลึกขึ้นเพื่อเก็บรักษาระดับน้ำ🔗
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน เป็นเรื่องที่ใกล้กับตัวเรามากในการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็คือเรื่องราคาตั๋วเครื่องบิน ซึ่งวันนี้ท่านประธานก็จะรู้สึกว่าราคา ตั๋วเครื่องบินประชาชนร้องเรียนเรามาก ตั๋วเครื่องบิน Low Cost ราคาแพงขึ้นเรื่อย ๆ ระดับ ราคา ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท เป็นเรื่องปกติ ผมเพิ่งทราบว่าระยะทางจากนครศรีธรรมราช มากรุงเทพมหานคร ผมนั่งใช้สิทธิ สส. มา ผมขึ้นเครื่องบินเที่ยว ๔,๐๐๐ กว่าบาท เพราะผม ถูกปรับ วันจองตั๋วจอง ๒ รอบ กลายเป็นชื่อคนเดียวจอง ๒ ครั้ง ผมก็โดนปรับก็ต้องจ่ายเงิน เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องฝากครับท่านประธานช่วยดูราคาตั๋วเครื่องบินจากที่บ้านเราตรงนี้เลย ในสภาว่าเราจ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน Low Cost ให้กับผู้แทนราษฎรเที่ยวละเท่าไร เพราะตรงนี้ มันสะท้อนราคาไปถึงประชาชนทั้งหมด เพราะฉะนั้นถ้าฝากท่านประธานถ้าท่านรื้อได้ว่า เราจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินเท่าไร แล้วฝากไปยังกระทรวงคมนาคมด้วยครับว่า กรมการบิน พลเรือน ไปดูราคาตั๋วเครื่องบินด้วยวันนี้มันแพงมากครับ จำเป็นที่จะต้องหาทางลดลงนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณศักดา วิเชียรศิลป์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต ๔ พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้มีเรื่องหารือ ๓ เรื่อง ท่านประธานครับ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๑ รัฐบาล สมัยนั้นก่อสร้างโรงงานกระดาษขึ้นมา แล้วประกาศพระราชกฤษฎีกาพื้นที่ประมาณ ๓ ล้านไร่เศษ ซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีส่วนใหญ่ครับ อีกส่วนหนึ่งก็อยู่ที่จังหวัดราชบุรี เพื่อที่จะสงวนหวงห้ามไม้ไผ่ไว้เข้าโรงงานกระดาษเพื่อผลิตเป็นเยื่อกระดาษ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
แต่วันนี้โรงงานกระดาษได้ปิดกิจการ ลงมาประมาณสัก ๕๐ ปีแล้วท่านประธานครับ พื้นที่สภาพที่ประกาศไว้เพื่อให้สงวนหวงห้าม ไม้ไผ่วันนี้เป็นชุมชนเมืองครับ อีกส่วนหนึ่งก็เป็นไร่อ้อย ไร่มันของประชาชน แต่วันนี้ประกาศ พระราชกฤษฎีกาก็ยังคงอยู่นะครับ วันนี้การเป็นอยู่ของประชาชนยากลำบากครับ อยากให้ ท่านประธานประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะทำอย่างไรตรงนี้เมื่อหมดวัตถุประสงค์ ของการใช้ประโยชน์ของทางราชการแล้ว จะทำอย่างไรให้ประชาชนอยู่อย่างมั่นคงครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับแจ้งจากนายอภิชาติ สืบศักดิ์ นายกเทศมนตรี บ้านห้วยกระเจา ว่าสี่แยกดงตาอินทร์เป็นสี่แยกที่มีประสบอุบัติเหตุหลายครั้ง อยากให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปติดไฟส่องสว่างให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับแจ้งจาก นายธีระพงศ์ กันสุด นายก อบต. ตำบลสมเด็จเจริญ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ว่าถนนสายม่วงเฒ่าไปยังอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรีไม่มีไฟส่องสว่าง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปติดไฟส่องสว่างให้ด้วย ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณณัฐจิรา อิ่มวิเศษ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวณัฐจิรา อิ่มวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน จำนวน ๓ เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องปัญหา ของพี่น้องประชาชนในอำเภอสูงเนิน อำเภอขามทะเลสอ และอำเภอโนนไทย ๗ ตำบล🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้รับเรื่องจาก ท่านนายก อบต. ตำบลหนองสรวง นางสมคิด เมธาวิรัตน์ ว่าบริเวณหน้าโรงเรียนหนองสรวง ดังรูปนะคะ เป็นถนน ๔ เลน และเชื่อมระหว่างอำเภอ ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีรถสัญจรไปมา จำนวนมาก และช่วงเย็นหรือช่วงเช้าที่น้อง ๆ นักเรียนข้ามถนน คือเกิดอุบัติเหตุบ่อยค่ะ ซึ่งบริเวณนี้จะมีช่วงโค้ง บางทีรถขับมาไม่เห็นก็คือขับด้วยความเร็ว และเกิดอุบัติเหตุบ่อย ดิฉันจึงขอความอนุเคราะห์จากกรมทางหลวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาเรื่อง งบประมาณสร้างสะพานลอยบริเวณหน้าโรงเรียนเพื่อลดอุบัติเหตุ เพื่ออำนวยความสะดวก ให้น้อง ๆ และนักเรียนประชาชนตำบลหนองสรวง อำเภอขามทะเลสอด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เช่นเดียวกันกับเรื่องที่ ๑ บริเวณดังกล่าวดังรูปตามสไลด์นะคะ คือจุดหน้าโรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ อำเภอโนนไทย ซึ่งได้รับเรื่องจากท่าน ผอ. คุณครู และน้อง ๆ นักเรียนว่าช่วงเช้าและช่วงเย็นมีรถสัญจรผ่านไปมาจำนวนมาก เพราะว่า จุดบริเวณดังกล่าวเป็นจุดเชื่อมไปอีกจังหวัดหนึ่งด้วยค่ะ แล้วก็มีรถสัญจรผ่านไปเยอะมาก เพราะเป็นเส้นทางเข้าอำเภอเมือง และโรงเรียนโนนไทยมีนักเรียนจำนวน ๑,๕๐๐ คน มีคุณครูอีก ๑๐๐ คน เพราะฉะนั้นในช่วงเย็นมีนักเรียนข้ามถนนจำนวนมาก ซึ่งเกิดอุบัติเหตุ บ่อยเช่นกันค่ะ จึงขอความอนุเคราะห์กรมทางหลวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา งบประมาณในการสร้างสะพานลอยบริเวณหน้าโรงเรียนเพื่อน้อง ๆ นักเรียน แล้วก็ ประชาชนชาวโนนไทยด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ตรงนี้จุดกลับรถบริเวณนวนคร ทางหลวงหมายเลข ๒ ตอน ไร่โคกสูง-โคกกรวด ที่ กม.๑๒๓ บริเวณดังกล่าวเป็นอุตสาหกรรมนวนคร ซึ่งมีพนักงานอยู่ ในนวนคร ๑๐,๕๐๐ คน ซึ่งตอนเย็นจุดกลับรถเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก เพราะว่าถนนมิตรภาพ เส้นนี้เป็นทางเข้าสู่ตัวเมืองนครราชสีมาและถนนมิตรภาพรถวิ่งเร็วค่ะเพราะฉะนั้นจุดนี้ เป็นอุบัติเหตุบ่อยมากทุกเดือนเลยค่ะ จึงขอให้กรมทางหลวงพิจารณางบประมาณในการ สร้างสะพานหรือจุดกลับรถเพื่อลดอุบัติเหตุให้พ่อแม่พี่น้องชาวอำเภอสูงเนิน แล้วก็พ่อแม่ พี่น้องหรือพนักงานในนวนครด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณวันนิวัติ สมบูรณ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วันนิวัติ สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือ ท่านประธานทั้งหมด ๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ขอให้ทางกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้กรุณาจัดสรรงบประมาณให้แก่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อดำเนินการปรับปรุง ซ่อมแซมถนนเชื่อมตำบล ซึ่งเชื่อมระหว่างบ้านโสกนาดี ตำบลบ้านโคก อำเภอโคกโพธิ์ไชย เชื่อมไปยังบ้านโนนงาม ตำบลนาแพง อำเภอโคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น เช่นเดียวกันครับ ระยะทางจริง ๆ ๔ กิโลเมตร แต่ว่าช่วงที่พังช่วงที่ชำรุด ๒ กิโลเมตร พี่น้องประชาชนเดือดร้อน มากว่า ๒๐ ปีแล้ว🔗
เรื่องที่ ๒ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเช่นกันครับ ขอให้ช่วยจัดสรร งบประมาณให้ดูแลองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่เพื่อดำเนินการซ่อมแซมถนน เชื่อมตำบลเหมือนกัน เชื่อมตั้งแต่ทางเข้าบ้านหินตั้ง ตำบลซับสมบูรณ์ ตรงบริเวณถนน หมายเลข ๒๒๙ เชื่อมไปจนถึงทางหลวงชนบท เส้น ขก.๓๐๕๕ แยกโรงเรียนบ้านหนองหญ้ารังกา ตำบลโพธิ์ไชย อำเภอโคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น ระยะทาง ๓.๖ กิโลเมตร🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องความเดือดร้อนเกี่ยวกับน้ำ ท่านประธานครับ ขอให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง สำนักงานชลประทานที่ ๖ กรมชลประทาน ที่จังหวัดขอนแก่น และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้บูรณาการแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้นกับบริเวณ สถานีสูบน้ำที่อำเภอชนบท ระบบสูบน้ำสาย MC2 สถานีสูบน้ำ P1 เขื่อนชนบท ตำบลวังแสง พี่น้อง ๖ หมู่บ้าน ใช้ร่วมกัน ปัจจุบันมีไฟฟ้าไม่เพียงพอ สร้างมาหลายปีแล้ว แต่ว่าใช้ เครื่องสูบน้ำได้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงาน ๒ หน่วยงานนี้ ให้ได้บูรณาการแก้ไขปัญหาร่วมกันเพื่อพี่น้องทั้ง ๖ ตำบล กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอสไลด์ที่ ๑ ด้วยครับ🔗
ผมขอหารือท่านประธาน ผ่านไปยังกรมทางหลวงเกี่ยวกับวิกฤติรถติดทางแยกต่างระดับฉิมพลี พี่น้องประชาชนที่อยู่ ย่านพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ได้ร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องรถติดช่วงเวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๑๙.๐๐ นาฬิกา มีรถติดเป็นจำนวนมาก เป็นรถที่มาจากพุทธมณฑลนครปฐม ผ่านตลาดสดธนบุรี มุ่งหน้าสู่ถนนกาญจนาภิเษกเพื่อเดินทางไปยังบางบัวทอง ประตูน้ำ พระอินทร์ รวมทั้งมีรถที่มาจากปิ่นเกล้า บางแค พระรามที่ ๒ มาร่วมกัน ทำให้การจราจร หนาแน่น ติดขัดเป็นจำนวนมาก ระยะทาง ๓-๕ กิโลเมตร มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว และยังมี รถที่มาจากบางบัวทองมุ่งหน้าพุทธมณฑล เพื่อจะเดินทางไปจังหวัดนครปฐมตรงบริเวณ ก่อนถึงโรงพยาบาลธนบุรี ๒ และยังมีรถจากปิ่นเกล้า จากบางแค จากพระราม ๒ มาร่วมกัน ทำให้การจราจรติดขัดเป็นจำนวนมาก ไม่เคยได้รับการแก้ไขจากกรมทางหลวง และไม่เคยมี เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก ผมขอเสนอให้กรมทางหลวงได้สร้างทางยกระดับข้ามทาง แยกต่างระดับฉิมพลี ตั้งแต่สมาคมชาวใต้ถึงแยกเข้าถนนพระราม ๕ เพื่อเป็นการแก้ ปัญหาการจราจรอย่างถาวร ทั้งนี้เพื่อขอให้ขยายทางยกระดับจากพุทธมณฑลสาย ๓ ถึงพุทธมณฑลสาย ๕ ด้วยในระหว่างนี้ และเพื่อเป็นการแก้ปัญหาความหนาแน่นของ การจราจรเบื้องต้น ก็ขอให้มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก คอยดูแลเวลาเดินรถ และให้ เจ้าหน้าที่ได้จำกัดเวลาเดินรถของรถบรรทุก ตั้งแต่ ๖ ล้อ ๑๐ ล้อ รถพ่วง รถ Trailer เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ตั้งแต่เวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๙.๐๐ นาฬิกาเป็นเวลา ๒ ชั่วโมง ตั้งแต่พุทธมณฑลสาย ๔ ถึงทางแยกกาญจนาภิเษกทั้งขาเข้าและขาออก โดยรถสามารถ ใช้ทางเส้นทางเลี่ยงเมืองได้ ไปที่ถนนบางเลน-ปทุมธานี และถนนพระรามที่ ๒ ผมก็ฝาก ท่านประธานถึงกรมทางหลวงด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณแนน บุณย์ธิดา สมชัย ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดอุบลราชธานี วันนี้ดิฉันมีเรื่องได้รับการร้องเรียนจากท่านนายกเทศบาล ประสิทธิ์ บุญแก้ว นายกเทศบาลตำบลท่าช้าง อำเภอสว่างวีระวงศ์ และท่าน ส.ท. นันทภรณ์ สัญจรโคกสูง เป็นเรื่องที่ต้องมาพูดในสภา🔗
เนื่องจากว่าตำบลท่าช้างนี้ เป็นตำบลที่อยู่ระหว่างกลางของทางหลวงหมายเลข ๒๑๗ ซึ่งเป็นเส้นสัญจรหลักใน Zone ที่จะไปถึงด่านช่องเม็กข้ามไปประเทศลาว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นบริเวณนี้ตั้งแต่หลักกิโลเมตรที่ ๒๔ ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๒๘ เริ่มจากแถวศูนย์พัฒนาที่ดินบริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน PT ไปถึง หลักกิโลเมตรที่ ๑๘ ก็คือหน้าสำนักงานวิจัยและพัฒนา เขต ๔ ค่ะ ๔ กิโลเมตรท่านประธาน เป็นเขต ๔ กิโลเมตรที่มีอุบัติเหตุเยอะที่สุดและบ่อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นทั้งช่วงกลางวัน และกลางคืน เนื่องจากสภาพของพื้นผิวจราจรเป็นสภาพที่เป็นทั้งเนินและเป็นทั้งโค้ง และที่สำคัญที่สุดช่วงเวลากลางคืนบริเวณนี้ไม่มีไฟ เราจะมีไฟแค่จุดทางเข้าหมู่บ้านหลัก ๆ แค่ ๒ ที่ ก็คือที่แรกจะเป็นทางเข้าของบริเวณบ้านท่าช้างใหญ่ ท่าช้างใหญ่น้อยบริเวณ หน้าโรงเรียนบ้านท่าช้าง กับอีกจุดหนึ่งนี้ก็คือเป็นทางเข้าของหมู่บ้านคำโพธิ์โคกก่อง ซึ่งเส้นนี้จะทะลุไปถึงตำบลนาดี อำเภอนาเยียได้ แต่ ๒ บริเวณนี้เป็นทางเข้าหลักก็จริง แต่มีไฟส่องสว่างเพียงแค่เท่าที่เห็นในรูปนี้จุดละ ๕ ดวง ๖ ดวงเพียงเท่านั้น และที่เหลือ ระยะทาง ๔ กิโลเมตรนี้ซึ่งระยะทาง ๔ กิโลเมตรที่ดิฉันบอกถึงมีทั้งท่าทราย มีทั้งโรงงาน ขนาดใหญ่ที่มีรถบรรทุกรถพ่วงนี้เข้าออกจากหมู่บ้าน เข้าออกจากซอยมาถนนใหญ่เป็นประจำ แล้วก็เกิดอุบัติเหตุเป็นประจำ เพราะฉะนั้นก็อยากฝากให้ทางหลวงรบกวนช่วยดูในเรื่องของ ป้ายสัญญาณจราจร และระบบไฟฟ้าส่องสว่างทางค่ะ เพราะว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นทุกครั้งก็คือ ได้ลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกครั้งเลย มีแต่อุบัติเหตุขนาดใหญ่ ล่าสุดก็คือเป็นรถบรรทุกพ่วง พุ่งเข้าชนกับรถบัสที่มีผู้คนสัญจรไปมา เพราะฉะนั้นก็ฝากให้ทางหลวงได้ช่วยดูการจราจร บริเวณนี้จำเป็นอย่างยิ่งด้วยค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ต่อไปท่านสุดท้าย คุณรักชนก ศรีนอก เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากชาวเขตบางบอน เขตจอมทอง เขตหนองแขมค่ะ ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธาน ๖ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ ผู้ป่วยโรคจิตเวช โดยเฉพาะที่เกิดจากการเสพยาเสพติดจะส่งตัวไป บำบัดที่โรงพยาบาลมีความยากลำบากมาก พอได้รับการบำบัดนี้ ระยะเวลาในการบำบัด เยียวยาก็สั้นเกินไป ยังไม่ทันหายก็ถูกปล่อยตัวกลับมาเป็นภัยต่อตนเอง เป็นภัยต่อสังคม ขอให้กระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการในการดูแลที่เข้มงวดรัดกุมมากกว่านี้🔗
เรื่องที่ ๒ โรงเรียนเลิศหล้า ถนนกาญจนาภิเษกและโรงเรียนกรพิทักษ์ศึกษา ถนนบางบอน ๓ ผู้ปกครองจอดรถแช่หน้าโรงเรียน ทำให้การจราจรติดขัดเป็นระยะเวลานาน ขอให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนร่วมกับสำนักจราจรเข้าหารือกับ ทั้ง ๒ โรงเรียนนี้หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ท่านอื่น ๆ บนเส้นการจราจรนี้🔗
เรื่องที่ ๓ ปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองภาษีเจริญส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้าน เป็นระยะเวลานานกระทบต่อการใช้ชีวิตของพ่อแม่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะบริเวณ หน้าตลาดวัดหนองแขม ขอให้องค์การจัดการน้ำเสียและร่วมกับสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานครหารือแนวทางในการแก้ไขทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาวค่ะ🔗
เรื่องที่ ๔ ปัญหาสุนัข แมวจรจัดในกรุงเทพมหานครเป็นปัญหาที่เรื้อรังกับ พ่อแม่พี่น้องประชาชน ขอให้มีการจัดการบริการทำหมันหมา แมวให้ทั่วถึงทุกพื้นที่ในจำนวน ที่มากเพียงพอค่ะ🔗
เรื่องที่ ๕ ตลาดปลาที่แยกบางบอน ๓ ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้าน บริเวณ โดยรอบรัศมีหลายร้อยเมตร ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบว่าทำผิดระเบียบ หรือไม่🔗
เรื่องที่ ๖ สำคัญมากค่ะท่านประธาน การยุติการตั้งครรภ์หรือการทำแท้ง กฎหมายสามารถรองรับให้ทำได้แล้วโดยอายุครรภ์ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์และแม่ที่มีปัญหา ทางด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ แต่ปัญหาในกรุงเทพมหานคร คือโรงพยาบาลรัฐไม่รับเคสค่ะ เพราะว่าแพทย์กังวลเรื่องทางศาสนา แล้วก็อยากให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ให้กับ บุคลากรทางการแพทย์ แล้วก็มีมาตรการในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพราะว่าการที่ไม่ได้ยุติ การตั้งครรภ์ในระยะเวลาที่กำหนดให้มีผลกับคนที่เป็นแม่อย่างมากค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ เรียนท่านสมาชิกทุกท่าน ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อเข้าประชุม จำนวน ๒๗๔ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไป ท่านณัฐวุฒิ เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ในฐานะตัวแทนวิปฝ่ายค้านครับ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะเข้าสู่ ระเบียบวาระการประชุมซึ่งผมมั่นใจว่าเพื่อนสมาชิกเราทำงานกันเต็มที่ครับ แต่ผมมี ๒ เรื่อง สำคัญที่จำเป็นต้องนำเรียนท่านประธานก่อนครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เมื่อเราพิจารณาวาระการประชุมก็จะมีทั้งกระทู้ถามสด ๒ วัน ด้วยกัน คือวันนี้กับวันพรุ่งนี้ แล้วก็ที่เรารับทราบกันดีก็คือว่าวันนี้ก็จะมีกฎหมายของ ภาคประชาชนเข้ามาอย่างน้อยที่สุด ๑ เรื่อง แล้วก็พวกนี้ก็เป็นเรื่องกระทู้ถาม แต่ว่าเมื่อคืน ประมาณสักสามทุ่มเศษมี SMS ส่งมาถึงผมครับ บอกว่ามีการเปลี่ยนวาระการประชุมเป็น วันที่ ๑๑ ก็คือในวันพฤหัสบดีนั้นจะมีร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดเพื่อประชาชน พ.ศ. .... ของรัฐบาลเข้ามา พอผมอ่านเนื้อหารายละเอียดก็เห็นด้วยครับ แล้วก็พิจารณา ไล่เลียงกันมาเพราะว่าเรามีรูปธรรมของเอกสารจากวิปรัฐบาลบอกว่า ขอเถอะครับ เรื่องอากาศสะอาดจำเป็น วันนี้จังหวัดอ่างทองขึ้นอันดับ ๒ นะครับ บ้านผมเมื่อวานก็ อันดับ ๑ แต่ว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน เมื่อดูรายละเอียดทั้งหมดแล้วพบว่าจริง ๆ แล้ว ร่างที่จะพิจารณาพรุ่งนี้มีเพียง ๔ ร่าง ในขณะที่วิปรัฐบาลบอกมี ๖ ร่าง ในขณะที่พวกผม โดยการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญที่ Website สภาเปิดทั้งหมด มีทั้งหมด ๗ ร่างด้วยกัน ผมก็ต้องถามท่านประธานว่าตกลงตัวเลขที่มันไม่เท่ากัน มันเพราะอะไร ผมไปอ่านรายละเอียดก็พบว่ากรณีของ ๗ ร่างนั้นจะประกอบไปด้วย ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ของนายกรัฐมนตรี ร่างของ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล พ.ร.บ. อากาศสะอาดเพื่อประชาชน พ.ศ. .... ร่างของพรรคเพื่อไทย เรียกว่า อากาศสะอาดเพื่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน แล้วก็ร่างภาคประชาชน อีก ๓ ร่างนี้ เท่าที่ผมไปดูมาก็จะมีร่างของทางพรรคพลังประชารัฐ เสนอโดยท่านตรีนุช เทียนทอง รุ่นพี่ โรงเรียนผมครับ ร่างของพรรคประชาธิปัตย์ที่เสนอโดย คุณร่มธรรม ขำนุรักษ์ แล้วก็ ร่าง พ.ร.บ. ที่เราเรียกกันย่อ ๆ ว่า ฝุ่นพิษและการจัดการมลพิษข้ามพรมแดน ที่เสนอ โดย สส. ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ต้องถามท่านประธานว่า ๓ ฉบับนี้ก็เปิดรับฟังความคิดเห็นไป แล้วเหมือนกัน ความคิดเห็นก็หลากหลายมากเลยครับ สนับสนุนกันมา แล้วหลักการเป็น แบบเดียวกันเลยครับ ทราบมาว่าท่านประธานก็ส่งไปที่ ครม. แล้ว ครม. ก็น่าจะส่งไปที่ กฤษฎีกาและเอาเข้าจริง ๆ แล้วมันอยู่ที่หลักการครับท่านประธาน ท่านประธานจำได้ไหม ผมยกตัวอย่างเปรียบเทียบง่าย ๆ ให้ท่านประธานเห็นก่อนจะตอบว่า ๑. ร่างของ ครม. ทางโน้นบอกว่าพรรคก้าวไกลเพิ่งส่งไปอ่านไม่ทัน วันที่ ๕ มกราคม แต่ ครม. ส่งไหม ท่านประธาน วันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๗ เองฝ่ายเลขานุการท่านประธานยังอ่านท่านเลย ยังบรรจุเมื่อคืน ๓ ทุ่มทันเลย ยังพิจารณาพรุ่งนี้ท่านเลย แต่ทำไมทีร่างพรรคก้าวไกลไม่ทัน ไม่เซ็น ตกลงมันเป็นปัญหาอย่างไรกันแน่ครับ ฉะนั้นต้องขอความชัดเจนจากท่านประธานว่า เกิดอะไรขึ้น มาดี ๆ ๗ ร่าง ครม. ส่งมาเหลือแค่ ๔ วิปรัฐบาลบอก ๖ แล้วของพรรคก้าวไกล หายไปไหน เกิดอะไรขึ้น นี่ต้องการตัดตอนพรรคก้าวไกลอีกแล้วหรือครับ กฎหมายแบบนี้ หลักการคล้ายกันครับ อย่าไปลงรายละเอียด รายละเอียดก็เหมือนกัน สมัยที่แล้ว ท่านประธานจำได้ไหมครับ พ.ร.บ. คู่ชีวิตกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์สมรส เท่าเทียมประกบกันไม่ได้ด้วยซ้ำ ยังประกบกันได้เลย ผมก็เลยตั้งคำถามไว้ก่อนเพื่อให้ การประชุมพรุ่งนี้สมบูรณ์ นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ ขออนุญาตนำเรียน คลาดกับท่านประธาน ไม่เจอท่านประธาน หลายสัปดาห์ ผมเสนอมาโดยตลอดว่าจริง ๆ แล้วท่านประธานก็เคยรับปากว่า คุณณัฐวุฒิ ถ้าวันหนึ่งมีกฎหมายประชาชน มีกฎหมาย สส. เข้ามามากก็อยากจะแยกวันประชุมให้ชัด เราจะได้พิจารณา อันนี้มั่วไปหมดครับ เตรียมมาอีกแบบหนึ่งจากจังหวัดอ่างทอง เอกสาร อากาศสะอาดไม่ได้เอามา อยู่ดี ๆ เมื่อวานมี SMS ก็ต้องไปเตรียมอีกแบบหนึ่ง และขณะนี้ผมนับดูคร่าว ๆ ในวาระการประชุมนี่ ไม่นับ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่จะเข้าวันนี้นะครับ มีร่างกฎหมายของภาคประชาชนและ สส. ที่ค้างการพิจารณาทั้งหมด ๑๖ ร่างครับท่านประธาน ๑๖ ร่าง พ.ร.บ. ผมคิดว่าเพียงพอแล้วที่จำเป็นที่จะต้องมีการ กำหนดวันประชุมเรื่องกฎหมายให้ชัดเจน กรรมาธิการสามัญ กรรมาธิการงบประมาณ จะได้ตั้งตัวถูกด้วยว่าจะประชุมกันแบบใด อย่างไร แล้วหากผมคิดว่ามีเหตุจำเป็นมากกว่า นั้น น่าจะนัดประชุมคณะกรรมการร่วมครับท่านประธาน เพราะว่าวันนี้มีผู้นำฝ่ายค้าน คุณชัยธวัช ตุลาธน ผมคิดว่าท่านประธานเซ็นแกร๊กเดียวตั้งคณะกรรมการร่วมกันระหว่างวิป ฝ่ายค้าน รัฐบาลคุยกันได้ครับ อาจจะกำหนดวันประชุมเพิ่มขึ้นมาอีกสัก ๑ วันก็ได้ครับ เราจะได้เดินหน้าพิจารณากฎหมายของ สส. ทุกพรรค ไม่ใช่แค่ของพรรคก้าวไกล แล้วก็ กฎหมายของภาคประชาชนที่ค้างอยู่เป็นจำนวนมาก ผมคิดว่านี่เป็นประเด็นสำคัญที่จะทำให้ สภาเราสง่างามและคนมาเที่ยววันเด็กเยอะขึ้นครับ แต่เอาประเด็นแรกก่อนครับว่า พ.ร.บ. อากาศสะอาดนี้ เกิดอะไร อย่างไรขึ้น อากาศมันเริ่มไม่สะอาดมาตั้งแต่ต้นแล้วหรือครับท่าน ประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณณัฐวุฒิ บัวประทุม มากครับ เรื่องแรกเรื่องอากาศสะอาดนะครับ ผมจะขอไปตรวจสอบ กับฝ่ายที่เกี่ยวข้องการประชุม แต่แนวทางก็ควรจะเป็นอย่างที่คุณณัฐวุฒิเสนอ ถ้า พ.ร.บ. ใด ที่เป็นหลักการเหมือนกัน ก็ควรจะเสนอในคราวเดียวกัน เพราะถ้าเสนออันหนึ่งจำนวนหนึ่ง รับไปแล้ว อีกอันหนึ่งเสนอเข้ามามันจะไม่สะดวกในการจะพิจารณา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ก็รับไว้จะไปตรวจสอบ แล้วในทางความเป็นไปได้อย่างที่คุณณัฐวุฒิพูดนั้นก็ตรงกัน เดี๋ยวเรา จะไปดูแลในเรื่องนี้🔗
ประการที่ ๒ เรื่องกฎหมายของภาคประชาชน ในสมัยประชุมนี้มีจำนวน มากขึ้น เราผ่านไปแล้ว ๑ ร่าง แล้ววันนี้ก็เข้ามาอีก ๑ ร่าง แล้วส่วนที่เหลือก็จะต้องหารือกับ วิปทั้ง ๒ ฝ่าย แล้วเดี๋ยวผมจะตั้งคณะทำงานวิปร่วมฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านของสภาผู้แทน ราษฎร เพื่อเราจะได้พิจารณาเรื่องอื่น ๆ อีกต่อไป ขอบคุณคุณณัฐวุฒินะครับ🔗
นิดเดียวครับท่านประธาน ต้องขอบพระคุณท่านประธานแทนพี่น้องชาวอ่างทองบ้านผมด้วยครับ ฝุ่นพิษขึ้นอันดับ ๑ ทุกวัน พี่น้องลำบากครับ ขอบพระคุณท่านประธานมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกทุกท่านครับ🔗
ท่านประธานนิดเดียวครับ🔗
เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะวิปฝ่ายค้านครับ สั้น ๆ นิดเดียวครับท่านประธาน เพื่อเพิ่มเติมให้ครบถ้วนนะครับ อยากจะเรียนว่ามันเป็นแบบนี้ หลายครั้งที่ร่างกฎหมายของพรรค โดยเฉพาะจากฝ่ายค้านนะครับ เมื่อเสนอไปแล้วมันเป็น ร่างการเงิน พอมันไม่ได้รับคำรับรอง คำอธิบายบางทีมันไม่มา หรือบางทีมาช้ามากนะครับ ว่ามันติดสาเหตุอะไร ดังนั้นสิ่งที่อยากจะขอร้องจริง ๆ คือคำอธิบาย คำชี้แจง จริง ๆ ผมก็ แปลกใจนะครับ คือไม่ต้องอะไรมากครับท่านประธาน ไม่ต้องรอให้ท่านไปตรวจสอบ อะไรเลย ก็อยู่กันตรงนี้ครับ รัฐบาลจะไม่ชี้แจง จะไม่พูดอะไรเลยหรือครับ คือสุดท้ายก็จะ ตีมึนทำเป็นเหมือนไม่รู้อะไร รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีรับรองอะไรก็ว่ากันไป ตกลงท่าน อยู่กันคนละพรรคหรือครับ ดังนั้นสิ่งที่เราต้องการก็คือว่ากฎหมายที่มันมีร่างหลักการ เดียวกันมันควรจะพิจารณาไปด้วยกัน เรามีตัวอย่างนะครับ กฎหมายดี ๆ ที่เคยถูกพิจารณา ไปพร้อม ๆ กัน แล้วก็เป็นกฎหมายที่ถูกชื่นชมอย่างมาก ตัวอย่าง เช่น ร่าง พ.ร.บ. ป้องกัน การอุ้มหายและซ้อมทรมาน ก็พิจารณาไปพร้อม ๆ กันก็ไม่มีปัญหาอะไร วันนั้นพรรคของ ท่านประธานเป็นพรรคฝ่ายค้านก็พิจารณา ก็มีการยื่นร่างกฎหมายนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ในเวลานั้นเป็นพรรครัฐบาลก็ยื่นร่างกฎหมายนี้ มีร่างของ ครม. เข้ามาก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร แต่พอมาเป็นเรื่องแบบนี้ ท่านต้องการมาเลือกปฏิบัติเห็นว่าเป็นร่างของพรรคฝ่ายค้าน จะไม่นำเข้าสู่การพิจารณาของสภา ทำแบบนี้มันได้อะไรขึ้นมา ก็ฝากด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ก็รับปากแล้วก็ จะช่วยประสานงานให้ในรายละเอียดต่อไปว่าร่างที่ยังไม่ได้เข้ามาสู่การพิจารณาจะทำ อย่างไร เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนจากเมืองสุรินทร์ครับ บังเอิญจะขอหารือกับ ท่านประธาน แล้วก็ส่ง Message ไปยังท่านผู้แทนรูปหล่อทั้ง ๒ ท่านครับ บังเอิญกฎหมาย ฉบับนี้มันมีทั้งหมด ๗ ฉบับ ด้วยความเคารพท่านประธานนะครับ บังเอิญมันเป็นกฎหมาย ที่เกี่ยวกับการเงินทั้งนั้น ซึ่งรัฐธรรมนูญก็เขียนไว้ชัดเจนว่ากฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน ต้องได้รับคำรับรองจากท่านนายกรัฐมนตรี แน่นอนครับท่านประธานที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีกว่าจะเซ็นกฎหมายเข้าสู่สภาแต่ละฉบับต้องถามกฤษฎีกา ต้องถามฝ่ายที่ เกี่ยวข้องกับด้านกฎหมายเพื่อความรอบคอบ แล้วให้มันเดินไปถูกต้องบังเอิญใน ๔ ฉบับแรก ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเซ็นมานั้น ได้ส่งไปก่อนหน้านี้แล้ว แล้วก็มี ๓ ฉบับ ทำเนียบเพิ่งได้รับ พอทำเนียบเพิ่งได้รับนี่ ท่านประธานครับมันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ รับปั๊บเซ็นทันที แม้กระทั่งว่าผมเองเขาส่งอะไรมาเลยกว่าผมจะเซ็นให้ ผมก็ต้องขออ่านก่อน ศึกษาก่อน ประธานก็เช่นกัน ฉะนั้นก็ต้องกราบยืนยันไปว่า ๓ ฉบับนี้รัฐบาลยังไม่ได้เซ็นมานะครับ ก็เนื่องจากว่าเขาเพิ่ง ได้รับ แต่ผมไม่อยากที่จะไปเอ่ยว่าเป็นของใครที่จะทำให้เสียหายกันเพราะไม่อยากให้มันเกิด ความเสียหายซึ่งกันและกัน ไม่อยากมาเอาความดีกับเรื่องเหล่านี้ครับ ก็เลยขอกราบเรียน ท่านประธานว่าตอนนี้พวกผมเองก็กำลังประสานครับ ไม่ใช่ไม่ร้อนใจนะครับ กฎหมายที่จะ เข้ามาในสภาที่มันเป็นประโยชน์กับบ้านกับเมือง โดยเฉพาะ PM2.5 นี้ หรือกฎหมาย เรื่องอากาศสะอาด เพราะมันมีรายละเอียดปลีกย่อยของมันเยอะมาก ก็ร้อนใจอยู่นะครับ ก็อยากให้กฎหมายฉบับนี้มันผ่าน ได้ตั้งกรรมาธิการให้เรียบร้อยสักทีหนึ่ง แต่เราก็อยาก ให้มันสมบูรณ์เท่านั้นเองครับท่านประธาน ก็กราบเรียนท่านประธานไว้เป็นเบื้องต้นก่อน ถ้าอย่างไรเสียเดี๋ยวจะลุกขึ้นมาชี้แจงอีกครั้ง กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณ คุณครูมานิตย์มากครับ ยังไม่เป็นอะไร เดี๋ยวเราจะติดตามแล้วก็จะสอบถามให้ เพื่อที่จะ ได้ดำเนินการ เชิญคุณรังสิมันต์ครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คือถ้าท่านฟังจากท่าน ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ฟังแบบนี้ผมสบายใจนะครับ ถ้ามีการประสานจริงผมไม่มีปัญหานะครับ ถ้าเกิดว่ามีคำอธิบาย มีคำชี้แจง แล้วบอกกับพวกเราว่าตอนนี้ท่านอยู่ในขั้นตอนไหน แต่ถ้าเกิดว่าจะอ้างในเรื่องของเงื่อนเวลาว่าเราช้าหรืออะไรต่าง ๆ ประทานโทษนะครับ งบประมาณล่าสุดนี้เป็นอย่างไรครับ เรามีเวลาเท่าไรในการพิจารณา แล้วผมอยากจะยก นิดเดียวนะครับท่านประธาน คือร่างกฎหมายฉบับนี้เนื้อหาสาระมันก็ไม่ได้ยาวขนาดนั้น แล้วมันก็เป็นหลักการเดียวกัน ดังนั้นผมอยากจะขอร้องว่าถ้าเราต้องการสร้างบรรยากาศ ของการทำงานร่วมกัน ถือแบบที่ท่านคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ผมคิดว่าแบบนี้เป็นแนวทางที่ดี ก็จะรอคำตอบว่าสุดท้ายจะมีความคืบหน้าในเรื่องนี้อย่างไร ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณมาก เดี๋ยวผมจะรับไปประสานเอง ผมจะรับไปประสานทั้ง ๒ ฝ่ายว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร แต่อย่างที่ผมว่าถ้าหากไม่มีความขัดข้องในเรื่องข้อกฎหมายก็อยากจะเรียนให้รัฐบาลว่า ถ้าเป็นหลักการเดียวกันแล้วเอามาพิจารณารวมกันเสียทีเดียวมันจะได้จบ ไม่ต้องค้างอยู่ แล้วก็ถ้ามีรายละเอียดที่ไม่ตรง ต้องการแก้ไข เราจะให้คณะกรรมาธิการพิจารณาแก้ไข แต่อันนี้ทั้งหมดมันอยู่ที่ขั้นตอนต่าง ๆ เดี๋ยวผมจะรับไปประสานงานครับ เพื่อให้การประชุม ในเรื่องนี้ในวันพรุ่งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เชิญคุณปกรณ์วุฒิครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านครับ ก็ขอขอบคุณท่านครูมานิตย์ที่ขึ้นมาชี้แจง เรื่องกรณีดังกล่าว แต่ผมต้องเรียนแบบนี้ครับ ผมคิดว่าข้อกล่าวอ้างที่บอกว่ามีความล่าช้า อันที่จริงผมก็ยอมรับนะครับว่า ๓ ร่าง ณ ตอนนี้ยังไม่ได้บรรจุก็เพิ่งส่งไปจริง ๆ แต่ข้อเท็จจริง ก็คือตอนนี้มาถึงมือท่านนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว แค่ท่านนายกรัฐมนตรีเซ็นรับรอง มันก็สามารถที่จะเข้ามาพิจารณาในวันพรุ่งนี้พร้อมกันได้แล้ว ผมยกตัวอย่างแบบนี้เลยครับ เอาง่าย ๆ เลยครับว่าร่าง พ.ร.บ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ของ ครม. เราได้เห็นกันครั้งแรกคือในวิปฝ่ายค้านเมื่อวาน แล้วยังมีการพิมพ์ผิดอยู่เลยครับท่านประธาน เรามีเวลาอ่านอยู่ ๒ วัน อันนี้ก็เรียกว่าเร็วมากนะครับ นี่เรียกว่า ครม. ช้าหรือเปล่าครับ ของผมส่งไปก็สัปดาห์ที่แล้ว เร็วกว่าของ ครม. ที่ผมได้อ่านเสียด้วยซ้ำนะครับ ผมคิดว่าเรื่อง เวลามันพูดคุยแล้วก็หารือกันได้ มีการประสานกันได้ ผมยกตัวอย่างตอน พ.ร.บ. ที่เกี่ยวกับ ป.ป.ท. ท่านประธานก็ยังกรุณาให้ร่างของพรรคก้าวไกลที่เพิ่งยื่นไปไม่นานเขาประกบ แล้วก็ พิจารณาร่วมกันได้เพื่อความราบรื่นครับ อย่างที่ท่าน สส. รังสิมันต์และท่านณัฐวุฒิบอกว่า ถ้ากลับเข้ามาอีกครั้ง ถ้าไม่ทันประกบครั้งนี้แล้วกลับเข้ามาอีกครั้ง ท่านประธานก็บอกเองว่า มันจะมีความยุ่งยาก และหลักการก็เป็นหลักการที่เป็นหลักการเดียวกัน รายละเอียดอาจจะ มีความแตกต่างกันบ้าง แต่ผมคิดว่ามันจะมีประโยชน์มากถ้าจะเข้าพิจารณาพร้อมกันทีเดียว ถ้าไม่เช่นนั้นถ้าท่านนายกรัฐมนตรีรับรองมาทีหลัง แล้วเข้ามาพิจารณาแยกกันมีปัญหา แน่นอนครับ และถ้าท่านรัฐมนตรีจะไม่รับรอง ท่านรัฐมนตรีจะไม่รับรองด้วยสาเหตุ อะไรครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีจะไม่รับรองด้วยสาเหตุว่ามันซ้ำซ้อน ถ้ามันซ้ำซ้อนทำไม ไม่เข้ามาพร้อมกันทีเดียว เพื่อพิจารณาไปพร้อมกัน ผมต้องขอความกรุณาวิปรัฐบาล ช่วยประสาน ครม. แล้วก็ให้เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนจริง ๆ เพราะเราจะพิจารณากันพรุ่งนี้แล้ว ผมโอเคแล้วนะครับ ที่จะพูดว่าแซงคิวก็ไม่ได้ แต่มากัน แบบเร่งด่วนแบบนี้ ๒ วัน ผมก็โอเคที่ร่างกฎหมายมันมีประโยชน์ ก็เข้ามาพิจารณา เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แต่ถ้าท่านจะบอกว่าของท่านเข้ามาเร่งด่วนได้ แต่ของเรา ส่งช้าเอง ไม่เซ็น ผมว่าแบบนี้ไม่สมเหตุสมผลครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมาก ผมคิดว่าเรื่องนี้เราได้อภิปรายกันพอสมควร🔗
ท่านประธานนิดเดียวครับ จริง ๆ ไม่ให้ สภาเสียเวลา🔗
ได้ครับ คุณครูมานิตย์ เชิญครับ🔗
ผม ครูมานิตย์ ก็อยากให้ท่านประธาน วิปฝ่ายค้าน ท่านปกรณ์วุฒิแล้วก็ท่านโรม ท่านณัฐวุฒินะครับ วันนี้อย่างไรผมจะพยายาม เอาคำตอบมาให้ได้ เพราะว่าเมื่อวานตอนเย็นผมก็ได้สอบถามอยู่ว่าเรื่องนี้อย่างไร ถ้าจะนำมาพิจารณาแล้ว นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ ให้ครบทั้ง ๗ ฉบับ เพราะจะได้ ทำงานเร็วขึ้น เพราะตั้งกรรมาธิการครับกฎหมายฉบับนี้ ก็อยากให้มันสมบูรณ์ ก็อยากให้ ท่าน สส. ทั้ง ๓ ท่านรอนิดเดียวนะครับ อย่างไรวันนี้จะประสานให้เรียบร้อย จะได้คำตอบ โดยเฉพาะทั้ง ๓ ท่านนี้ผมก็สนิทสนมหมดครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณครูมานิตย์และวิปฝ่ายรัฐบาลครับ คิดว่าคงไม่มีปัญหาแล้วนะครับ เพราะว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ควรจะดำเนินการพร้อมกัน ส่วนเรื่องอื่นเดี๋ยวรายละเอียดค่อยว่ากัน เชิญครับ ท่านมีอะไร ถ้าเรื่องนี้คุณวิโรจน์นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ก็ต้องขอบคุณท่านครูมานิตย์ วิปรัฐบาลตัวจริงนะครับ อย่างนี้ครับ ผมหวังเป็นอย่างยิ่ง สรุปวันพรุ่งนี้น่าจะสมานฉันท์นะครับ ตัวร่างพระราชบัญญัติฝุ่นพิษ และมลพิษข้ามพรมแดนของพรรคก้าวไกลน่าจะได้พิจารณาร่วมกันเพื่อประสิทธิภาพ แล้วก็ไม่อย่างนั้นมันจะเกิดปัญหาตามมาภายหลัง อย่างไรก็ฝากครูมานิตย์นะครับ ท่านประธานวิปรัฐบาลตัวจริงให้ช่วยประสานงาน แล้ววันพรุ่งนี้บรรยากาศคงจะราบรื่น ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณทุกฝ่าย นะครับ คิดว่าวันพรุ่งนี้คงจะเรียบร้อยเพราะเป็นเรื่องประโยชน์ของประชาชน และเป็น ปัญหาวิกฤติของประเทศ ทุกอย่างอยากจะให้แก้ไข เดี๋ยวก็จะได้ประสานกันให้เกิด ความเรียบร้อยมากที่สุดนะครับ ขณะนี้มีคณะครูและนักเรียนโรงเรียนลำไพลศานติวิทย์ อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา มาเข้าชมการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับทุกท่านนะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะดำเนินการพิจารณาตามระเบียบวาระต่อไป ผมจะขอหารือจากที่ประชุมเพื่อนำเรื่องของการขอขยายระยะเวลาของคณะกรรมาธิการ ตามระเบียบวาระ ๗.๓ และยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระขึ้นมาพิจารณาก่อน เพราะว่า เป็นเรื่องที่ใช้เวลาไม่มาก และคณะกรรมาธิการจะได้ดำเนินการต่อไปนะครับ ถ้าไม่มีผู้ใด เห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
๗.๓ คณะกรรมาธิการการแรงงาน ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาแรงงาน ออกไปอีก ๙๐ วันนับตั้งแต่ วันที่ ๑๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๗🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ คุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ได้มีหนังสือแจ้งว่า การพิจารณาการศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาแรงงานมีประเด็นที่ต้องศึกษารายละเอียด และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อให้การพิจารณาศึกษาเป็นไปด้วย ความรอบคอบ จึงขออนุญาตขยายเวลาการพิจารณาศึกษาญัตตินี้ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๗ เป็นต้นไปนะครับ ขอขยายเวลา ๙๐ วันนะครับ ไม่มีผู้ใด เห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบกับการขอขยายเวลาของคณะกรรมาธิการ🔗
เรื่องที่ยังไม่ได้บรรจุอยู่ในระเบียบวาระ แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการขยายเวลา ผมขออนุญาตนำมาพิจารณาตอนนี้เลย คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไข ปัญหายาสูบ ยาเส้นราคาตกต่ำออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๗🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ คุณณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า เพื่อให้การพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ปัญหายาสูบและยาเส้นราคาตกต่ำเป็นไปด้วย ความรอบคอบ บรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้เกษตรกร มีแนวทางในการประกอบอาชีพ ที่เหมาะสมและยั่งยืนในอนาคต จึงขอขยายเวลาการศึกษาพิจารณาญัตตินี้ออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๗ เป็นต้นไป ไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่า ที่ประชุมนี้เห็นชอบให้คณะกรรมาธิการไปดำเนินการต่ออีก ๖๐ วัน🔗
ต่อไป คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์และผู้มีความหลากหลายทางเพศขอขยายเวลาศึกษาญัตติพิจารณาการแก้ไข ปัญหาดูแลเด็ก เยาวชนและความมั่นคงของสถาบันครอบครัวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๗🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ คุณพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ ได้มีหนังสือ แจ้งว่า ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการดูแลเด็ก เยาวชนและความมั่นคงของสถาบันครอบครัว ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาอีกเป็นจำนวนมาก เกี่ยวข้องกับหน่วยงานหลายหน่วยงาน จึงจำเป็นต้องรับทราบข้อมูลรอบด้าน จึงขอขยายเวลาการศึกษาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๗ เป็นต้นไป เพื่อประโยชน์ในการศึกษาของคณะกรรมาธิการ ไม่มี ผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมนี้อนุญาตให้มีการขยายการพิจารณาออกไป ๙๐ วัน🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา จำนวน ๒ เรื่อง🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้แจ้งว่า ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณา รับทราบรายงานดังนี้🔗
๑. ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๖ รับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวมของ กองทุนหมุนเวียนประจำปีบัญชี ๒๕๖๓ และประจำปีบัญชี ๒๕๖๔ ตามที่คณะกรรมการ นโยบายการบริหารทุนหมุนเวียนเสนอ🔗
๒. ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันอังคารที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๖ ที่ประชุมได้รับทราบรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชี และรายงานการเงินกองทุนจัดปฏิรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ จึงเรียนมาให้ที่ประชุมรับทราบครับ🔗
๒.๒ รับทราบรายงานการสร้างระบบประกันสุขภาพแห่งชาติประจำปี ๒๕๖๕🔗
๒.๓ รับทราบรายงานการเงินสำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ของกองทุน หลักประกันสุขภาพ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ🔗
๒.๔ รับทราบรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชีและรายงานการเงินของกองทุน สงเคราะห์เกษตรกร สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ทั้ง ๒ หน่วยงานขออนุญาต เลื่อนพิจารณาออกไปก่อนครับ จึงเรียนมาให้ที่ประชุมรับทราบนะครับ🔗
ต่อไป🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานประชุม วันนี้ไม่มีนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว เป็นรายงาน ผลการศึกษา เรื่อง การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ซึ่งคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำงบประมาณและติดตามการบริหารงบประมาณ ได้พิจารณาเสร็จแล้ว ก็ขอเชิญคณะกรรมการเข้าประจำที่นะครับ ก็อยากจะเรียน ท่านสมาชิกและท่านผู้เกียรติทุกท่านว่ารายงานฉบับนี้ก็อย่าไปสับสนกับรายงานของ กรรมาธิการงบประมาณ ๒๕๖๗ ซึ่งกำลังพิจารณาอยู่ อันนี้เป็นรายงานการศึกษาของ คณะกรรมาธิการ ซึ่งเป็นกรรมาธิการสามัญเป็นคณะกรรมาธิการการศึกษาจัดทำ ติดตาม การบริหารงบประมาณ ซึ่งได้พิจารณาเสร็จไปแล้วนะครับคนละงบประมาณ คนละ คณะกรรมการงบประมาณที่กำลังพิจารณาอยู่ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันนะครับ ขอเชิญ คณะกรรมการเข้าประจำที่นะครับ🔗
เห็นท่านประธาน บอกจะมีผู้เข้ามาชี้แจงเพิ่มเติม เชิญท่านอ่านรายชื่อผู้ที่จะมาชี้แจงเพิ่มเติมด้วยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมกราบขออนุญาต ท่านประธานที่จะนำ ท่านกมลวัฒน์ มนูญภัทราชัย อนุกรรมาธิการ และท่านธีระยุทธ บุญโชติ ที่ปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการ ผู้ที่จัดทำเล่มรายงานฉบับนี้เข้ามาร่วมชี้แจง ด้วยนะครับ🔗
เชิญเลยครับ ทั้ง ๒ ท่าน อนุญาตให้มาร่วมชี้แจงได้ครับ ต่อไปขอเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้แถลงครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงนะครับ เดี๋ยวผมจะขอชี้แจงเพื่อนสมาชิกสั้น ๆ คิดว่าจะไม่ได้เป็นการรบกวน เวลาในสภามากนักนะครับ โดยการที่จะขอเปิดด้วยการที่เชิญให้ท่านวรภพ ในการนำเสนอ ตัวเล่มรายงานฉบับนี้ในฐานะที่เป็นประธานอนุกรรมาธิการชุดนี้นะครับ แล้วหลังจากที่ ท่านวรภพ ได้นำเสนอเสร็จแล้วจะขออนุญาตนำเรียนต่อท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่า ผมอาจจะขอกล่าวสรุปปิดเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นบางอย่างที่ผมคิดว่าเป็นหัวใจสำคัญที่ เราจะช่วยกันผลักดัน ในการส่งต่อถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญที่กำลังพิจารณางบประมาณ ปี ๒๕๖๗ นี้อยู่ด้วย ดังนั้นผมอาจจะขออนุญาตท่านประธานให้ทางท่านวรภพ ได้นำชี้แจง เลยนะครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลนะครับ ในนามของ ประธานอนุกรรมาธิการศึกษาคำของบประมาณประจำปี ๒๕๖๗ วัตถุประสงค์ของการจัดทำ รายงานฉบับนี้ที่มานำเสนอต่อสภาจริง ๆ ก็ตั้งใจอยากจะให้รายงานนี้เข้าสู่สภาก่อนที่ งบประมาณประจำปี ๒๕๖๗ เข้านะครับ🔗
เหตุผลเพราะว่าในนี้ก็ได้มี การรวบรวมคำของบประมาณที่จะมานำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ด้วยนะครับ เหตุผลหนึ่งก็คือว่าในการประชุมสภาเมื่อทาง ครม. ได้จัดส่งร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ประจำปีเข้าสู่สภานะครับ ที่ผ่านมาเราจะไม่เห็นคำของบประมาณก็คือเราจะเห็นเฉพาะ ร่างงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ก็เลยเป็นที่มาของการตั้ง อนุกรรมาธิการศึกษาคำขอฉบับนี้ขึ้นมา ซึ่งในคำขอก็เผื่อถ้าท่านสมาชิกท่านใดสนใจ ก็สามารถ Scan QR Code ๒ อันนี้ได้นะครับ ด้านซ้ายจะเป็นคำของบประมาณที่หน่วยรับ งบประมาณส่งเข้ามา ส่วนด้านขวาก็จะเป็นคำของบประมาณที่มีการประมวลผลในรูปแบบ ที่เป็น Machine Readable Format หรือว่าเป็นใน Google Sheets ที่จัดทำโดยภาค ประชาสังคม WeVis นะครับ เหตุผลที่คำของบประมาณจะมาช่วยการทำงานของเรา ก็เพราะว่าถ้าเราได้ดูคำของบประมาณเราจะพบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จริง ๆ แล้วเขาได้ ยื่นคำของบประมาณที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนจำนวนมากเข้ามาพิจารณาให้กับ การจัดสรรนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพิสูจน์สิทธิที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การป้องกันฝุ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอุดหนุนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสวัสดิการต่าง ๆ จริง ๆ แล้วคำของบประมาณเหล่านี้ได้ถูกยื่นคำขอเข้ามาที่สำนักงบประมาณหรือเรียกว่า คำของบประมาณขาขึ้น แต่ที่ผ่านมาด้วยความที่เราไม่เห็นชุดข้อมูลนี้ทำให้ว่าบางที เราตั้งข้อสงสัยว่าทำไมงบประมาณดี ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนนี่ถึงไม่เห็นในร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี การที่เรามีข้อมูลคำของบประมาณประกอบจะทำให้ การทำงานของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มีข้อมูลที่สามารถพิจารณาได้รอบคอบมากขึ้นว่า ในเมื่อคำของบประมาณที่มีประโยชน์เข้ามา ได้รับการจัดสรรอะไรบ้าง อะไรที่ไม่ได้ รับคำขอใดที่ไม่ได้รับการจัดสรรนะครับ ก็เลยเป็นที่มาของวัตถุประสงค์แรกของการตั้ง อนุกรรมาธิการชุดนี้นะครับ🔗
วัตถุประสงค์ที่ ๒ ก็คืออยากจะศึกษากระบวนการจัดทำงบประมาณประจำปี เพื่อตั้งเป็นข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ เพื่อให้กระบวนการทำงบประมาณประจำปีของ ประเทศไทยนี้มีการพัฒนา มีการปรับปรุงขึ้นไปให้เหมาะสมขึ้นมานะครับ ก็เลยเป็นที่มา ของการทำรายงานฉบับนี้ ดังนั้นจริง ๆ ในรายงานเล่มนี้ก็จะมีรวบรวมข้อสังเกต ๒๒ ข้อ แต่ว่าเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้นะครับ ก็ขออนุญาตรวบรวม แล้วก็ สรุปมาเป็น ๖ ประเด็นสั้น ๆ ให้เพื่อนสมาชิกได้พิจารณาร่วมกันประเด็นแรกเลยนะครับ🔗
ประเด็นแรก ก็คือที่อยากตั้งเป็นข้อสังเกตก็คือว่ากรอบในการจัดทำ งบประมาณประจำปี ปัจจุบันยังไม่ได้มีการกำหนดกรอบเพดานการยื่นคำของบประมาณ ก็จะพบว่าหน่วยรับงบประมาณเองจำนวนมากก็จะยื่นคำของบประมาณรวมกันมาแล้ว ๕.๘ ล้านล้านบาท ซึ่งจะต้องถือว่าเป็นจำนวนที่เยอะมากเมื่อเทียบกับงบประมาณประจำปี ๓.๔๘ ล้านล้านบาท นั่นหมายถึงว่าการพิจารณาจัดสรรงบประมาณนี่ จะต้องมีการปรับลด งบประมาณเกือบ ๒ ล้านล้านบาท ในระยะเวลาเพียงแค่ ๒ เดือน ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นโจทย์ ที่ท้าทายอย่างมากที่ฝ่ายบริหารเองจะสามารถพิจารณาได้รอบคอบ ดังนั้นสิ่งที่อยากจะตั้ง เป็นข้อสังเกตในประเด็นแรก ก็คือว่าบางทีเราควรจะมีการกำหนดกรอบเพดานของคำขอ งบประมาณ โดยที่ยึดตามเป็นแผนแม่บทของระดับชาติไปเลย ถ้าจะใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๑๓) ที่มี ๑๓ หมุดหมาย หรือแม้กระทั่งจะบอกว่าจะใช้ แผนแม่บท ๒๓ แผนแม่บทของยุทธศาสตร์ชาติก็ยังได้ เหตุผลก็คือว่าให้ในแผนแม่บท ที่จะต้องมีการพิจารณาร่วมกันเป็นแผนบูรณาการ แล้วก็กำหนดกรอบเพดานขึ้นมานะครับ เพราะผมคิดว่าถ้าเราไม่กำหนดกรอบงบประมาณ สำหรับการพัฒนาประเทศในแต่ละด้าน ก็เป็นการยากที่จะตั้งเป้าหมายได้สอดคล้องกับทิศทางของประเทศนี้ที่เราจะบรรลุนะครับ ดังนั้นการกำหนดกรอบงบประมาณ ข้อดีอย่างหนึ่งก็คือเราจะได้กำหนดทบทวนว่าเป้าหมาย ของการพัฒนาประเทศได้สอดคล้องกับงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรได้จริงนะครับ แล้วก็ อ้างเหตุผลที่ ๒ ก็คือว่าหน่วยรับงบประมาณก็จะได้ทราบล่วงหน้าว่าในแต่ละการพัฒนา แต่ละประเด็นจะมีกรอบคำของบประมาณเท่าไร ทำให้การยื่นคำขอเข้ามามีการพิจารณา ทบทวนให้รอบคอบว่าโครงการใดจำเป็นในการบรรลุเป้าหมายระดับชาติหรือโครงการใด ที่จะสมควรมีการปรับลด เพราะว่าอาจจะไม่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาระดับชาติต่อไป🔗
ประเด็นที่ ๒ นอกจากถัดจากเรื่องกรอบคำของบประมาณของแผน บูรณาการตามแผนแม่บทระดับชาติ ซึ่งแน่นอนมันจะหมายถึงว่าต้องลดแผนยุทธศาสตร์ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับแผ่นบูรณาการลง ดังนั้นในช่วงถัดมานะครับ ก็คือช่วงเดือนพฤศจิกายน หรือเดือนธันวาคม สิ่งที่ผมตั้งเป็นข้อสังเกตเพื่อพิจารณาให้ปรับปรุงนะครับ ก็คือว่าหน่วยรับ งบประมาณก็ควรจะต้องยื่นคำของบประมาณสำหรับแผนบูรณาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง สำหรับแผนระดับชาติ ๆ เริ่มตั้งแต่เดือน ๑๑ ก็คือเดือนพฤศจิกายนเพื่อให้เดือนธันวาคม หน่วยงานเจ้าภาพแผนบูรณาการสามารถทบทวนแผนแม่บทระดับชาติเพื่อให้สอดคล้องกับ งบประมาณที่เกิดขึ้นในแต่ละปีได้นะครับ แต่ถ้าเป็นในส่วนของงบประมาณของจังหวัด หรือว่ากลุ่มจังหวัด ผมคิดว่ามันมีความจำเป็นที่ว่าในส่วนของโครงการคำขอที่เกี่ยวข้อง ในรายพื้นที่ ก็คือในรายจังหวัดเป็นการดีที่จะมีการมากางเป็นแผนงานจังหวัดเพื่อให้ พิจารณาร่วมกัน เพียงแต่ว่าปัจจุบันนี้ควรจะเพิ่มบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระดับจังหวัด ก็คือ อบจ. ควรจะเป็นเจ้าภาพในการกำหนดแผนพัฒนาจังหวัดแทนที่ เพราะว่าเป็นท้องถิ่นที่มีความเข้าใจพื้นที่ได้ดี แล้วก็เหมาะสมกว่าสามารถตัดสินใจได้ว่า โครงการที่ส่วนราชการเสนอเข้ามาในพื้นที่จังหวัดนั้น ๆ สอดคล้องกับความต้องการ ของประชาชนในพื้นที่หรือไม่ มีความซ้ำซ้อนหรือไม่ อันนี้จะทำให้เกิดการบูรณาการได้จริง ของโครงการที่เกิดขึ้นในแต่ละจังหวัดนะครับ และที่รับผิดรับชอบโดยนายก อบต. ที่เลือกมา จากพี่น้องประชาชนนะครับ อันนี้ก็จะเป็นประเด็นที่ ๒ ส่วนกลุ่มจังหวัดแน่นอนครับ ด้วยความที่เป็นงบที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงของหลายจังหวัด อันนี้ก็ยังคงรับผิดชอบ โดยราชการส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทยหรือสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติเหมือนเดิมผมคิดว่ายังมีความเหมาะสมครบถ้วนอยู่แล้วนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ที่ขออนุญาตตั้งเป็นข้อสังเกตสำหรับการจัดทำงบประมาณ ก็คือว่าเมื่อหน่วยรับงบประมาณยื่นคำขอแผ่นบูรณาการในเดือนพฤศจิกายน หน่วยงาน เจ้าภาพทบทวนแผนดูเดือนธันวาคมนะครับ ทั้งแผนบูรณาการแล้วก็แผนจังหวัดก็จะยื่นเข้า มาอยู่สำนักงบประมาณเดือนมกราคม ส่วนที่เหลือคือหน่วยรับงบประมาณต่าง ๆ ก็จะยื่นแผนคำของบประมาณแผนงานพื้นฐาน หรือแผนงานบุคลากรเข้ามาที่สำนัก งบประมาณ เดือนมกราคม ซึ่งแผนงานพื้นฐานก็คือเป็นแผนงานที่มีกฎหมายกำหนด กำหนด ภารกิจไว้ว่าหน่วยงานต่าง ๆ จะต้องปฏิบัติอะไรบ้าง ซึ่งแน่นอนวัตถุประสงค์ก็คือว่าเราก็จะ ได้แยกแผนงานบูรณาการที่เป็นเรื่องของการพัฒนา กับแผนงานตามภารกิจที่มีกฎหมาย กำหนดเป็นแผนงานพื้นฐานเข้ามานะครับ แน่นอนข้อมูลที่จะต้องเกี่ยวข้องก็คือ ถ้าเราดู งบประมาณปัจจุบันนี้ เราก็จะเห็นว่ามีคำขอ ไม่ว่าจะเป็นอาคาร บุคลากร ยานพาหนะ น้ำมันเชื้อเพลิงต่าง ๆ แต่ข้อมูลคำของบประมาณที่จะสามารถพิจารณาอนุมัติจัดสรรได้ จริง ๆ สิ่งที่เราขาดไปก็คือรายการสินทรัพย์ของหน่วยรับงบประมาณต่าง ๆ ที่มีว่าปัจจุบันนี้ มีอาคารมากน้อยเพียงใดแล้วของหน่วยต่าง ๆ มีความจำเป็นหรือไม่ บุคลากรตอนนี้ มีความจำเป็นมากน้อยขนาดไหน น้ำมัน ยานพาหนะมีอยู่แล้วกี่คัน มีความจำเป็นที่ต้องมา ขอรับจัดสรรเพิ่ม เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามแผนงานพื้นฐานที่กำหนดไว้ได้ แล้วก็แน่นอน เช่นเดียวกันครับ หน่วยงานเจ้าภาพที่ควรจะมาพิจารณาในส่วนของแผนงานพื้นฐานเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพ กระผมคิดว่าในส่วนตรงนี้ ก.พ.ร. น่าจะเหมาะสมที่สุด ส่วนแผนงานบุคลากร ก็จะมี ก.พ. ที่เข้า ควรจะเป็นเจ้าภาพดูว่าแผนงานพื้นฐานกับแผนงานบุคลากร สามารถให้ เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างไรได้บ้าง แน่นอนครับ กฎหมายที่ไม่มีความจำเป็นแล้วก็ควรจะ มีการทบทวนหรือที่เรียกว่า Regulatory Guillotine ก็คือประเมินผลสัมฤทธิ์ความสำเร็จ ของกฎหมาย ถ้าเราประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายมีการลดกฎหมายที่ไม่จำเป็นลง แน่นอน มันหมายถึงงบประมาณแผนงานพื้นฐานที่จะลดลง แล้วก็หมายถึงงบประมาณที่จะ สามารถไปเพิ่มตรงแผนงานบูรณาการแทนที่ได้ แล้วก็เช่นเดียวกันครับถ้าเกิดว่า บุคลากร ต่าง ๆ หรือหน่วยงานใดที่อาจจะไม่มีความจำเป็น หรือความเหมาะสมในบริบทปัจจุบันแล้ว ก็ต้องมีการทบทวนแผนงานโครงสร้างบุคลากรของรัฐควบคู่กันไปด้วยนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๔ เมื่อคำของบประมาณไม่ว่าจะเป็นแผนบูรณาการ แผนพื้นฐาน จังหวัด และกลุ่มจังหวัด แล้วก็แผนงานบุคลากรเข้าสู่สำนักงบประมาณ ก็จะไปสู่การจัดทำ งบประมาณแบบฐานศูนย์ ก็คือการยึดว่าโครงการงบประมาณคำของบประมาณใดเป็น ประโยชน์ แล้วก็คุ้มค่าที่สุด ซึ่งแน่นอนครับ ความคุ้มค่าก็คือการที่ว่าเราวัดผลลัพธ์ ที่เกิดขึ้นของการใช้งบประมาณหารด้วยทรัพยากร คืองบประมาณที่ใช้ลงไป โครงการใด ที่ได้ผลลัพธ์มากที่สุดจากการใช้งบประมาณน้อยที่สุด ก็ควรจะได้รับการจัดสรร พูดง่าย ๆ คือว่าถ้าแผนงานบูรณาการก็ต้องไปที่การ Maximize ก็คือทำอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์สูงที่สุด แต่งบประมาณให้น้อยที่สุดนะครับ แต่ถ้าเป็นแผนงานพื้นฐาน แน่นอนครับ ก็คือทำอย่างไร ให้ปฏิบัติตามภารกิจตามกฎหมายได้ แต่ในขณะเดียวกันใช้ทรัพยากรได้ต่ำที่สุด ก็จะเป็น เรื่องของประสิทธิภาพ โครงการใดที่สามารถบรรลุเป้าหมายตรงนี้ก็จะได้รับการจัดสรร ซึ่งนั่นหมายถึงก็จะเกิดโครงการใหม่ ๆ ที่จะต้องมาเป็นโครงการนำร่องเพื่อมาวัดผลนะครับ ถ้าเกิดว่ามีผลลัพธ์ที่ดีกว่าโครงการเดิม ก็ควรจะมีการขยายผลเพื่อไปทดแทนโครงการเดิม ที่อาจจะมีความคุ้มค่าน้อยกว่า อันนี้ก็จะเป็นหลักการของการทำ Zero-Based Budgeting หรืองบประมาณฐานศูนย์นะครับ ซึ่งแน่นอนหน่วยงานที่จะต้องมารับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยกัน ก็ควรจะต้องมีการบูรณาการร่วมกันนะครับ ที่ว่าไม่ใช่แค่สำนักงบประมาณแต่เพียง หน่วยเดียวในการพิจารณาจัดสรรตรงนี้ ก็ควรจะต้องมีทั้งสำนักงบประมาณ ทั้งสภา พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก.พ.ร. ก.พ. แล้วก็สภาความมั่นคงแห่งชาติเข้ามา พิจารณาจัดสรรงบประมาณตรงนี้ด้วยถึงจะทำให้บรรลุเป้าหมายการจัดทำงบประมาณ แบบฐานศูนย์ที่ครอบคลุมมิติทุกด้านนะครับ ในภาพสุดท้ายก็จะเป็น Flow สุดท้ายว่านี่คือ กระบวนการงบประมาณที่ตั้งข้อสังเกตในประเด็นนี้นะครับ🔗
แล้วก็ประเด็นสุดท้าย ก็คือการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งการมี ส่วนร่วมของประชาชน ก็คือหนีไม่พ้นที่ว่าถ้าเราแบ่งว่าหน่วยงานบริหารกับหน่วยงาน ปฏิบัติการ หน้าที่ของหน่วยงานบริหารแน่นอน อันดับแรกก็คือการกำหนดเป้าหมาย แล้วก็ แผนงาน ซึ่งปัจจุบันก็มีในระบบ eMENSCR รองรับอยู่แล้ว หน่วยดำเนินการก็จะเป็น คนยื่นคำของบประมาณตามเป้าหมายแผนงานระดับชาติเข้ามาในระบบ e-Budgeting ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นฝ่ายบริหารที่เป็นคนจัดสรรงบประมาณ เมื่อจัดสรรงบประมาณเสร็จแล้ว หน่วยงานดำเนินการก็จะไปจัดซื้อจัดจ้าง เบิกจ่าย แล้วก็มีการวัดผลว่าผลลัพธ์ของ การเบิกจ่าย หรือจัดซื้อจัดจ้างของโครงการงบประมาณต่าง ๆ เป็นอย่างไร ซึ่งในระบบ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนี้ก็คือ eMENSCR หรือ e-Budgeting e-GP GFMIS แล้วก็ BB EvMIS ในส่วนของการติดตามวัดผลนะครับ ถ้าเราต้องการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้ง ๕ ข้อมูลในระบบนี้ก็ควรจะต้องมีการเชื่อมโยงกัน แล้วก็เปิดเผยออกมาให้ประชาชนสามารถวิเคราะห์ ตรวจสอบได้ง่ายนะครับ แล้วก็ขั้นตอน สุดท้ายก็คือการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนโดยตรงว่าในเรื่องของแม้กระทั่งเป้าหมาย ระดับชาติ งบประมาณ คำของบประมาณ การจัดสรรงบประมาณ แล้วก็การวัดผล ประชาชนคิดเห็นอย่างไร เพื่อให้เกิดการปรับปรุงกระบวนการจัดทำงบประมาณนำไปสู่ งบประมาณฉบับที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุดนะครับ ก็จะเป็นข้อสังเกตประเด็น สุดท้ายที่ในรายงานฉบับนี้ได้ตั้งข้อสังเกตไว้นะครับ ก็เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเพื่อนสมาชิก ก็ขออนุญาตสรุปเป็นประเด็นสั้น ๆ ของรายงานฉบับนี้เพียงเท่านี้ แล้วก็อาจจะขออนุญาตให้ ท่านประธานได้กล่าวสรุปปิดท้าย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณ คณะกรรมาธิการครับ เชิญครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกครับ ผมคิดว่าจะใช้เวลาต่อจากท่านวรภพ ไม่เกิน ๑๐ นาที เดี๋ยวฝ่าย โสตทัศนูปกรณ์ ถ้าพร้อมแล้วสามารถนำสไลด์ขึ้นได้เลยนะครับ เดี๋ยววันนี้ผมจะขออนุญาต นำรายงานต่อจากท่านวรภพในภาพรวม แล้วก็ข้อสังเกตบางอย่างที่ผมคิดว่าเป็นประเด็น สำคัญที่ควรจะต้องส่งถึงกรรมาธิการวิสามัญที่กำลังพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี ๖๗ ปีนี้อยู่นะครับ แล้วก็สุดท้ายก็จะมารับฟังความคิดเห็นจากเพื่อนสมาชิกทุกท่าน🔗
เพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ก็ขออนุญาตนำเรียนผ่านท่านประธานไปครับว่าตามที่ท่านวรภพ ได้กล่าวว่าวัตถุประสงค์ ที่สำคัญก็คือในเรื่องของการสร้างความโปร่งใส แล้วก็สร้างการมีส่วนร่วมของพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนนะครับ ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาในคณะกรรมาธิการสามัญชุดนี้พวกเราเองก็ได้ จัดงานสัมมนางานหนึ่งที่ชื่อว่า งานสืบงบ ๖๗ ซึ่งเรานำผลลัพธ์ที่ได้จากการเปิดเผยข้อมูล งบประมาณในรูปแบบที่นำไปวิเคราะห์ต่อได้ง่าย ลองให้ประชาชนเข้ามาที่สภาแห่งนี้เลย มาลองให้เขามาวิเคราะห์งบประมาณกันดูว่าในฐานะประชาชนคนธรรมดาทั่วไปที่ไม่เคย เข้าใจกระบวนการหรือเรื่องงบประมาณมาก่อน แต่ถ้าเรามีการเปิดเผยข้อมูลงบประมาณ ที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายเขาจะสามารถวิเคราะห์ รับรู้ รับทราบ การจัดสรรงบประมาณ ซึ่งเป็นเงินภาษีของพวกเขาทุกคนอย่างไรบ้าง ผมมีตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ มาไม่กี่ข้อครับ เรียกว่ามาอวดให้เพื่อนสมาชิกทุกคนดูว่า อยากให้พวกเราภูมิใจไปด้วยกันว่าอันนี้คือผลงาน ของภาคประชาชนจริง ๆ นะครับ🔗
ตัวอย่างอย่างแรก ในตัวอย่างผลงานของงานสืบงบ ๖๗ อันนี้ที่ทุกท่านเห็น เป็นรูปแผนที่ประเทศไทยคือการวิเคราะห์งบประมาณในมิติพื้นที่ ผมอยากจะเน้นย้ำ ความสำคัญนิดหนึ่งตรงนี้ครับท่านประธาน คือข้อมูลงบประมาณในปัจจุบันที่เราเห็นในเล่ม ขาวคาดแดงยังไม่มีการระบุงบประมาณทุกบาททุกสตางค์ว่าไปลงพื้นที่ที่จังหวัดไหนบ้าง ส่วนมากถ้าจะมีการระบุ จะระบุเป็นคำพรรณนาโวหารไว้อยู่ในรายละเอียดรายการ ซึ่งมี เฉพาะในส่วนของงบลงทุน ภาคประชาชนที่มาในวันนั้นเขาสามารถที่จะพูดง่าย ๆ คือพัฒนา ต่อยอดเขียน Code เล็ก ๆ น้อย ๆ ในการไปจับว่างบประมาณในส่วนของงบลงทุนสามารถ ไปลงที่จังหวัดไหนบ้าง แล้ว Plot ออกมาในแผนที่เพื่อให้เห็นการกระจุกหรือกระจายตัว ของงบประมาณ ในแผนที่ที่ทุกท่านเห็นคือในเรื่องของการกระจายตัวของงบประมาณ ด้านการศึกษาครับ อันนี้ผมก็คิดว่าเป็นมุมมองที่น่าสนใจ แล้วพวกเขาใช้เวลากันแค่ ไม่กี่ชั่วโมงในวันนั้นวันเดียวที่ทำผลงานแบบนี้ออกมาได้🔗
ตัวอย่างอย่างที่ ๒ ที่ผมคิดว่าน่าสนใจเช่นเดียวกันก็คือในเรื่องของ ความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษา ท่านประธานครับ สไลด์ด้านซ้ายมือที่เห็นเป็น Chart แท่ง ยาว ๆ นั่นก็คืองบประมาณที่ได้ในแต่ละมหาวิทยาลัย จะเห็นว่ายังมีการกระจุกตัวของ เงินอุดหนุนของงบที่ลงไปในการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่กระจุกตัวอยู่ในมหาวิทยาลัยชั้นนำ ของประเทศอยู่ รวมถึงงบประมาณในการปฏิรูประบบราชการที่รัฐบาลแถลงไว้ว่าจะมุ่งหน้าสู่ การเป็นรัฐบาล Digital ก็จะเห็นว่ายังมีการจัดสรรงบประมาณที่ในบางด้านที่จำเป็นต่อ การพัฒนารัฐบาล Digital ยังจัดสรรไว้ไม่เพียงพอ อันนี้เป็นตัวอย่างที่ภาคประชาชน ได้วิเคราะห์มาในวันนั้นวันเดียวนะครับ🔗
ตัวอย่างสุดท้าย อีกอันหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจเช่นเดียวกัน อันนี้เป็นกลุ่มของ งบด้านงานวิจัยครับ หลาย ๆ คนที่มาก็ทำงานอยู่ในกระทรวงหรือว่าหน่วยงานต่าง ๆ ที่พูดง่าย ๆ คืออยู่ในด้านของงานวิจัยของภาครัฐอยู่แล้ว แล้วเขาเองก็พยายามที่จะมา เปิดเล่มงบประมาณดูครับท่านประธาน แล้วก็พบว่าในเล่มงบประมาณถ้าโจทย์ของเขาคือ อยากจะดูว่าการจัดสรรงบประมาณในปีนี้รัฐบาลกำลังจะพุ่งเป้าทิศทางในงานวิจัยของประเทศ ไปทางใด อย่างเช่น ในด้านอุตสาหกรรมอาหาร Future Food ในด้านของอุตสาหกรรม ทางด้านอวกาศต่าง ๆ นานา ปรากฏว่าไม่เห็น สาเหตุที่ไม่เห็นเพราะว่าส่วนใหญ่เป็น งบอุดหนุนลงไปกองทุน ววน. ซึ่งไม่สามารถดูในรายละเอียดได้ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ภาคประชาชนได้เข้ามาศึกษาใช้เวลาเพียงแค่ ๕-๖ ชั่วโมง เพียงแค่ วันเดียวนะครับ ผมแค่พยายามจะชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าจริง ๆ เรื่องของการเปิดเผยข้อมูล งบประมาณให้มีความโปร่งใสและวิเคราะห์ต่อได้ง่าย ถ้าเราทำได้อย่างดีเพียงพอ การวิเคราะห์งบประมาณในปีถัด ๆ ไปจะมีประสิทธิภาพมากกว่านี้เยอะ เพราะขนาด ประชาชนทั่วไปที่ไม่เคยเข้าใจเรื่องงบประมาณมาก่อน เพียงแค่เราแจก File Excel ให้เขา และตั้งโจทย์ ช่วยเขาตั้งโจทย์ภายในวันเดียว ๕-๖ ชั่วโมง เขาก็สามารถวิเคราะห์งบประมาณ ออกมาในลักษณะนี้ได้ อีกส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่าอยากจะเชิญชวนเพื่อนสมาชิกทุกคนลองเปิด เข้าไปศึกษา ก็คือในเรื่องของผลการศึกษาที่อยู่ในเล่มรายงานฉบับนี้ครับ ท่านวรภพอาจจะ ยังไม่ได้นำเสนอเพราะว่าเผื่อเวลาให้ผมเป็นคนพูดเองนะครับ ถ้าท่านเปิดไปในเล่มรายงาน ฉบับนี้จะเห็นว่ามีการเขียนแผนภาพในเรื่องของกระบวนการใช้เงินภาษีของพี่น้อง ประชาชนอยู่ จริง ๆ ที่พวกเราโฟกัสกันมาก ๆ ในสภาก็คือในกระบวนการอนุมัติ แต่อย่าลืม ว่าการใช้เงินภาษีของพี่น้องประชาชนเริ่มตั้งแต่การทบทวน การจัดทำคำขอ การอนุมัติ การเบิกจ่ายและการติดตามผล ซึ่งทุกท่านจะเห็นว่ามีขั้นตอนหลายขั้นมาก สิ่งที่พวกเรา พยายามจะผลักดันก็คือทำให้เพื่อนสมาชิกทุกคน รวมถึงประชาชนทุกคน สื่อมวลชนทุกคน และภาครัฐเองที่มีหลายร้อยหน่วยงานหลายพันหน่วยงานนะครับ เห็นกระบวนการในการใช้ เงินภาษีของพี่น้องประชาชนตรงกัน อันนี้ก็ขอบคุณทางภาคประชาสังคม EvMIS ที่เข้ามา ช่วยในการวาดแผนภาพให้เข้าใจแบบนี้ออกมาได้ง่ายขึ้น ซึ่งทุกท่านก็สามารถที่จะ Scan QR Code แล้วก็เข้าไปสู่ Zoom In Zoom Out ดูได้มันจะมีรายละเอียดใน Detail ทุก ๆ อย่าง ว่ากระบวนการใช้เงินภาษีของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างไรนะครับ ขออนุญาตกล่าวสรุป นิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ผมในฐานะประธานกรรมาธิการชุดนี้เองสิ่งที่พวกเรามี ความมุ่งมั่นตั้งใจเป็นอย่างยิ่ง ก็คือในการที่จะเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกระบวนการใช้เงินภาษี ของพี่น้องประชาชนใหม่ ซึ่งแน่นอนที่สุดในการอภิปรายงบประมาณวาระที่ ๑ ที่ผ่านมา ผมเองได้ส่งข้อเรียกร้องไปยังฝ่ายบริหาร ในขณะเดียวกันตัวของผมเองและพวกเราเองก็ทำ การปฏิรูปตัวเองไปเช่นเดียวกันครับ สิ่งที่พวกเราได้ทำการปฏิรูปไปแล้ว ๑ อย่าง อันนี้ นำเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ผมคิดว่าเป็นผลงานของสภาผู้แทนราษฎรเราทุกคน ก็คือในการปฏิรูปกระบวนการ การทำงานภายในกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตาม การบริหารงบประมาณใหม่ครับท่านประธาน ชื่อกรรมาธิการเองก็บอกนะครับว่า เป็นกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามบริหารการใช้งบประมาณนะครับ สิ่งที่พวกเรา ทำที่ทุกท่านได้เห็นท่านวรภพได้นำเรียนชี้แจง ต้องขออนุญาตชื่นชมท่านวรภพครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม เพราะว่าคนนี้ประชุมอนุกรรมาธิการ ๓ วันต่อสัปดาห์ในช่วง ๓ เดือน ที่ผ่านมาคือทำงานหนักมาก เพราะว่าพวกเราต้องการที่จะลงไปศึกษาการจัดทำงบปี ๒๕๖๗ เพื่อที่จะได้เล่มรายงานฉบับนี้ เข้าให้ทันงบประมาณปี ๒๕๖๗ ที่พวกเราเพิ่งอภิปราย วาระที่ ๑ ไปเร็ว ๆ นี้เอง อันนี้ก็เป็นความพยายามที่พวกเราพยายามที่จะทำงานไปข้างหน้า คือการติดตามงบประมาณมันเป็นการทำงานย้อนหลัง พูดง่าย ๆ คือไปดูว่าการใช้เงินภาษี ของพี่น้องประชาชนมีตรงไหนเหมาะ ไม่เหมาะ แต่ในขณะเดียวกันเราก็พยายามจะศึกษา การจัดทำคือทำไปข้างหน้าด้วยนะครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าไม่ได้ต้องการมานำเสนอ เพื่อต้องการจะมาชื่นชมตัวเองนะครับ แต่ว่าพยายามจะบอกเพื่อนสมาชิกทุกคนจริง ๆ ว่าเราพยายามจะวางตรงนี้ไว้เป็นหลักในปีงบประมาณถัด ๆ ไป ไม่ว่าใครจะมาเป็นประธาน กรรมาธิการชุดนี้ครับ ผมอยากจะให้สภาผู้แทนราษฎรของเรานี้เวลาพิจารณางบประมาณ อย่าไปโฟกัสแค่เรื่องของวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี สามัญชุดนี้เอง ก็มีความหมายในการศึกษาการจัดทำงบประมาณไปล่วงหน้าด้วยควบคู่กับฝ่ายบริหาร เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ยินดีครับอยากจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากเพื่อนสมาชิกทุกคน ถ้ามี ข้อสงสัยอย่างไรก็พร้อมที่จะตอบข้อซักถามทุกประการครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณประธาน คณะกรรมาธิการครับ ขณะนี้มีผู้แจ้งความประสงค์จะขออภิปราย ๓ ท่าน ผมจะให้สลับกัน ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลครับ ท่านแรกขอเชิญ ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๗ นาทีนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ที่ลุกขึ้นมาแลกเปลี่ยนรายงานของการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำ และติดตามการบริหารงบประมาณ ด้วยความเคารพต่อท่านประธาน ผมได้ศึกษาซึ่งใช้เวลาไม่นานมากนักก็พูดจากหัวใจจริง ๆ ว่าชื่นชม ชื่นชมทั้งคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในฐานะประธานกรรมาธิการ และชื่นชม คุณวรภพ วิริยะโรจน์ ที่เป็นประธานอนุกรรมาธิการ ในการจัดทำดูเสมือนว่าน่าจะเป็น ครั้งแรกที่ได้สอบถามภาคประชาชนให้มีส่วนรู้ถึงแม้นว่าจะไม่มากมายนัก ก็ถือว่าอย่างน้อย ๆ ก็เป็นข้อมูลในระดับหนึ่ง ท่านประธานครับ ผมได้เปิดดูตั้งแต่บทนำ ตั้งแต่บทแรกซึ่งเป็น บทนำซึ่งมีข้อปลีกย่อยอีกหลายข้อ แล้วก็บทที่ ๒ การรวบรวมข้อมูลกระบวนการจัดทำ งบประมาณรายจ่ายประจำปี ไม่ว่าจะเป็นการทบทวน การวางแผน การใช้งบประมาณก็ดี การจัดทำงบประมาณก็ดี การอนุมัติงบประมาณก็ดี ล้วนแต่ค่อนข้างจะเป็นประโยชน์ให้กับ บ้านเมือง แล้วล้วนที่จะเป็นประโยชน์ให้กับการจัดทำงบประมาณในปีถัดไป อันนี้ต้องขอ ชมเชยและขอบคุณไว้ที่ได้ทำเรื่องนี้บันทึกไว้ในสภาในวันนี้ แล้วก็เป็นคณะกรรมาธิการ คณะแรกของชุดนี้ก็ว่าได้ที่มีอนุกรรมาธิการแล้วได้ทำรายงานขึ้นมาชี้แจง ผมตั้งใจแล้วก็ สนใจเพราะว่าเห็นว่าคณะจัดทั้งหลายนั้นเป็นคนรุ่นใหม่ อยากเห็นวิธีคิด วิธีการทำงาน ก็ไม่เสียทีนะครับ ชื่นชมจริง ๆ ก็ไปดูอีกบริบทหนึ่งท่านประธานครับ ผมจะคร่าว ๆ นะครับ เพราะว่ามีผู้อภิปรายท่านอื่นบ้าง เพียงแต่ว่าถ้าให้ดูจริง ๆ ผมก็อยากจะตั้งข้อสังเกตนิดเดียว ก็คือข้อสังเกตในบทที่ ๔ ซึ่งเป็นข้อสังเกตของข้อสังเกตของผม ในเรื่องของการตั้ง อนุกรรมาธิการ การตั้งอนุกรรมาธิการถ้าพูดถึงตามหลักการแล้วก็ไม่ได้เป็นติง อนุกรรมาธิการที่เสนอมา ในข้อ ๒ ว่าให้มีทั้งหมด ๖ ด้าน ตามยุทธศาสตร์การจัดสรร งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗ หรือปีหน้าก็จะเป็นปี ๒๕๖๘ ซึ่งท่านได้ให้ ครอบคลุมถึง ๖ ยุทธศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ๒. ยุทธศาสตร์ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ๓. ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ๔. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ๕. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตและคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ๖. ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐและรายจ่าย ค่าดำเนินการภาครัฐ ซึ่งตั้งแต่วันที่ ๓ ถึงวันที่ ๕ ในสภาแห่งนี้ก็พิจารณาเรื่องงบประมาณ ๓ ล้านล้านกว่าบาทนะครับ เราก็ได้อภิปรายและพิจารณาอยู่ในกรอบของ ๖ ยุทธศาสตร์นี้ แต่อยากจะเปิดโอกาสให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่เราแต่งตั้งเข้าไปนั่งพิจารณา ผมไม่ได้ เป็นกรรมาธิการวิสามัญของงบประมาณนะครับ เพียงแต่ว่าอยากจะเปิดโอกาส สมมุติว่า เขาอยากจะขยายจาก ๖ ด้าน เผื่อเพิ่มเป็นด้านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรืออะไร ก็แล้วแต่ เพื่อให้มันขยายภาพขึ้น ให้มันรวดเร็วขึ้นต่อการพิจารณา หรือจะตั้งอนุกรรมาธิการ สัก ๓ คณะ เพื่อความรวดเร็วฉับไว ผมอยากให้ตรงนี้มันเป็นความกว้างของคณะกรรมาธิการ ได้มีโอกาส แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ท่านประธานครับ ผมเคารพในการทำนะครับ ก็เห็นด้วย เพียงแต่ ยกข้อสังเกตมาตั้งข้อสังเกตอีกว่าควรจะเปิดโอกาสให้กับคณะกรรมาธิการวิสามัญที่เขา อาจจะไปขยายยุทธศาสตร์นะครับ เพิ่มขึ้นกับการตั้งอนุกรรมาธิการ เพราะอนุกรรมาธิการ ที่ตั้งนั้นก็ส่วนใหญ่เป็นผู้แทนราษฎรของพวกเราเกือบทุกพรรค ในการทำรายงานชิ้นนี้ ก็เหมือนกันท่านประธานที่เคารพครับ ก็มาจากผู้แทนของเราทุกพรรค แต่ว่าท่านประธาน กรรมาธิการ ท่านณัฐพงษ์เป็นหลักนะครับ แล้วก็มีท่านประธานอนุกรรมาธิการท่านวรภพ เป็นหลัก ฉะนั้นท้ายที่สุดอยากสรุปว่าข้อสังเกตของข้อสังเกต แต่ไม่ได้เถียงนะครับ ท่านก็เขียนมาสมบูรณ์ แต่ว่าผมอยากเปิดช่องไว้นิดหนึ่งว่าถ้าเกิดว่าเวลาในการประชุม ๑๐๕ วัน มันไม่พอตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเขาอาจจะขอเพิ่มตั้งอีกสักคณะ ๒ คณะ อนุกรรมาธิการ ผมก็คิดว่าไม่น่าจะเสียหาย ฉะนั้นในภาพรวมท่านประธานที่เคารพ ผมรับการทำรายงานฉบับนี้ทั้งข้อสังเกต ทั้งรายงาน แล้วก็ขอชื่นชมด้วยครับท่านประธาน ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ ครูมานิตย์ครับ ต่อไปขอเชิญ คุณจุลพงศ์ อยู่เกษ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตในเรื่องเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี ผมเอง ก่อนมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็เป็นผู้บริหารองค์กรเอกชนขนาดใหญ่เกี่ยวข้องกับ การจัดทำงบประมาณจำนวนมาก แต่แน่นอนการจัดทำงบประมาณของภาครัฐนั้น ย่อมมี ความซับซ้อนมากกว่าภาคเอกชน แล้วมีมติที่จะต้องพิจารณาหลายแง่มุม ข้อสังเกต ประการแรกที่ผมจะขอตั้งข้อสังเกตในจำนวน ๓ ข้อสังเกต ในเรื่องข้อมูล ข้อมูลของหน่วย รับงบประมาณ ผมสังเกตว่าการพิจารณางบประมาณของเราเวลาอ่านแล้ว มันจะเริ่มต้นด้วย ข้อสงสัยหรือไม่ค่อยเชื่อในตัวเลขที่หน่วยรับงบประมาณให้มา ซึ่งแน่นอนภาษาอังกฤษ เขาเรียก Garbage In Garbage Out เพราะฉะนั้นจะเป็นไปได้ไหมว่าสภาเราจะพิจารณาให้ มีองค์กร ที่ผมไม่ใช้คำว่า องค์กรอิสระ แต่มีอำนาจในการเรียกข้อมูลจากหน่วยราชการ ต่าง ๆ มาประกอบ ครั้นจะอาศัยจากอำนาจของกรรมาธิการงบประมาณหรือกรรมาธิการ ของสภา ศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ตัดสินไว้ เมื่อปี ๒๕๖๓ หรือปี ๒๕๖๔ ถ้าผมจำไม่ผิดว่า กรรมาธิการสภานั้น ไม่มีอำนาจบังคับในการให้หน่วยราชการส่งข้อมูล ตัวที่ ๒ ในเรื่อง ตัวชี้วัด ผมเห็นในเรื่องงบประมาณขอมา ยกตัวอย่างเช่น การจัดอบรม ตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ คือจำนวนครั้งในการจัดอบรม ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่เลยนะครับ เพราะหากกำหนดไว้แบบนี้ หน่วยราชการก็จะแข่งกันจัดอบรมให้มากขึ้น โดยไม่รู้ว่าผลสัมฤทธิ์เป็นอย่างไร ข้อเสนอ ผมอยากจะเสนอให้หน่วยรับงบประมาณเสนอตัวชี้วัด พร้อมเหตุผลว่าทำไมจึงใช้ตัวชี้วัด อันนั้นเป็นตัวกำหนด ถ้าย้อนกลับไป เช่น หน่วยรับงบประมาณใช้ตัวชี้วัดจำนวนครั้งในการ อบรมเป็นตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ หน่วยรับงบประมาณนั้น ต้องให้เหตุผลด้วยว่าเพราะเหตุใด และสภามีอำนาจที่จะให้แก้ไขตัวชี้วัดของหน่วยรับงบประมาณด้วย ข้อสังเกตประการที่ ๓ ข้อสังเกตสุดท้ายในเรื่องการหารายได้ เรื่องนี้มีในรายงานของท่าน ในข้อ ๑๒ เรื่องบทสรุป ผู้บริหารก็คือ เรื่องขอให้สภาพิจารณาที่มาของแหล่งรายได้ได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น กรณี ภาษีมูลค่าเพิ่มกำหนดไว้ ๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วที่ฐาน ๑.๘ ล้านบาทต่อปี มีการศึกษาว่าหาก เพิ่มฐานเป็น ๓.๕ ล้านบาทต่อปี โดยคงภาษีที่ ๗ เปอร์เซ็นต์ไว้รัฐสามารถจะเก็บภาษีจาก ภาษีมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น แม้กระทั่งคงที่ไว้ที่ ๗ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นในการจัดทำ งบประมาณ ผมเสนอให้พิจารณาเรื่องการหารายได้เข้ามาด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส. จากจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ ผมขออนุญาตท่านประธานในการอภิปรายเพื่อให้ความเห็นต่อ ร่างรายงานผลการศึกษา เรื่องการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ก่อนอื่นเลย เมื่อสักครู่นี้ เพื่อนสมาชิกท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ก็ได้อภิปรายในประเด็นที่ผมค่อนข้างที่จะ เห็นไปในทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ดีครับท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่ารายงานฉบับนี้ที่อยู่ในมือผมนี้ไม่มีปก ไม่ได้เย็บรูปเล่ม แต่เป็นรายงานที่ล้ำค่า เป็นรายงานที่ผมเชื่อว่าค่าใช้จ่ายที่ใช้ไปให้กับ อนุกรรมาธิการนี้คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ เพราะว่าเนื้อหาต่าง ๆ ผมต้องเรียนท่านประธานครับ ว่า ไม่ว่าใครพอมาอ่านพอมาศึกษาแล้ว ผมเชื่อว่าร้อยทั้งร้อยก็จะเห็นด้วยเกือบแทบ ทุกประเด็น ส่วนตัวผมชื่นชมจริง ๆ ผมชื่นชมทั้งท่านประธานคณะกรรมาธิการสามัญของ พวกเรา ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ซึ่งจากที่ได้รู้จักและทำงานร่วมกับท่านทั้งสองมา ปีนี้เข้าสู่ปีที่ ๕ ผมทราบดีว่า ๒ ท่านนี้ เป็นตัวแทนจากพรรคทั้งพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกลไปทำหน้าที่ในห้อง กรรมาธิการวิสามัญงบประมาณอยู่เป็นประจำ เพราะฉะนั้น ๒ ท่านนี้ก็จะเป็นบุคคลอีก ๒ ท่านที่รู้ถึงเรื่องแนวทางในการพิจารณางบประมาณของประเทศไทยของเรา รู้ในเรื่องของ ข้อบกพร่องต่าง ๆ ในเรื่องของกระบวนการในการพิจารณา จึงได้มีความตั้งใจที่จะจัดทำ รายงานฉบับนี้ เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานบอกว่าไม่ได้ชมตัวเอง ท่านไม่ต้องชมตัวเองครับ ผมและครูมานิตย์และผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกอีก ๔๐๐ กว่าคน เราชื่นชมท่านด้วยความตั้งใจ และรายงานฉบับนี้ อย่างที่ผมบอกไปว่าพออ่านแล้วมันล้ำค่า มันมีคุณค่าพึงที่จะนำไปใช้ต่อ นะครับ🔗
ในส่วนของประเด็นที่น่าสนใจ เมื่อสักครู่นี้ผมได้คุยกับท่าน สส. กระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ สส. จังหวัดหนองคาย ของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่ง สส. กระแสร์ นั่งอยู่ข้างหน้าผม ท่านก็บอกท่านอยู่ในกระบวนการในการรับรองรายงานที่อนุกรรมาธิการ ส่งมายังกรรมาธิการสามัญของท่าน พอท่านกระแสร์บอกอย่างนี้ผมก็จะพยายามค้าน ให้น้อยที่สุด เพราะฉะนั้นกระแสร์ถือว่าเป็นตัวแทนของพรรคพลังประชารัฐเข้าไปทำหน้าที่ ในคณะกรรมาธิการสามัญติดตามงบประมาณ ผมไล่เลียงตั้งแต่แรก ผมต้องเรียนว่ามี หลายส่วนที่ต้องบอกว่าน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นข้อสังเกตที่ท่านนั้นอยากจะให้สภาของเรานี้ ส่งรายงานฉบับนี้ไปยังคณะรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้อสังเกตในการพิจารณาปรับลด งบประมาณที่ไม่จำเป็นหรือว่างบประมาณที่เป็นไขมันส่วนเกินที่เราใช้คำติดปากกันในห้อง งบประมาณ เรื่องนี้เป็นประเด็นที่สำคัญ หรือแม้แต่จะเป็นเรื่องของการให้ความสำคัญในการ จัดทำแผนและเป้าหมายระดับชาติ เพราะต้องยอมรับครับท่านประธาน ในหลาย ๆ ครั้ง ถึงแม้ว่าเราจะอนุมัติงบประมาณเพิ่มขึ้น ๆ ทุกปี แต่บางครั้งงบประมาณนั้นอาจจะไม่ได้ ตอบโจทย์เป้าหมายในระดับประเทศ ไม่ได้วางกรอบในระดับชาติว่าประเทศไทยเราจะ มุ่งหน้าไปทางไหน ดังนั้นในข้อสังเกตนี้จึงเป็นข้อสังเกตที่มีความสำคัญ เพื่อที่จะทำให้เรานั้น สามารถบรรลุไปตามยุทธศาสตร์ของชาติในแต่ละเวลานั้น ๆ ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ อย่างที่ ท่านครูมานิตย์ได้บอก ถ้าดูคร่าว ๆ ในสารบัญนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทบทวนหรือว่า การวางแผนงบประมาณก็ดี การจัดทำงบประมาณ การอนุมัติวิธีต่าง ๆ ผมว่าเล่มนี้ก็ได้ให้ ข้อเสนอแนะที่ดีกับพวกเรา ซึ่งไม่ใช่เฉพาะปีนี้ผมเชื่อว่าปีหน้าหรือปีถัด ๆ ไปก็จะมีเพื่อน สมาชิกที่อยู่ในห้องใหญ่เข้าไปเป็นตัวแทนของเราในห้องงบประมาณ ดังนั้นเองการศึกษา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ🔗
ประเด็นที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่ง ก็จะอยู่ในส่วนของข้อสังเกตที่ทาง กรรมาธิการตั้งเป้าที่จะส่งไปยังห้องกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณ ซึ่งขณะนี้เพื่อนสมาชิก ของเรา ๗๒ ท่านก็อยู่บนชั้น ๔ กำลังพิจารณางบประมาณอยู่ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงาน ฉบับนี้จะไปถึงมือเพื่อนสมาชิกทุกคน ไม่ว่าจะเป็น ๑ ๒ ๓ ๔ ที่ท่านวางไว้ กำหนดรูปแบบ ในการนำเสนอ แน่นอนครับ ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่ผ่านมาท่านใช้วิธีการนำเสนอ ในรูปแบบใหม่ ๆ เมื่อสักครู่นี้ท่านก็ได้ความช่วยเหลือจากภาคประชาชนในการที่จะใช้ ผมไม่แน่ใจจะเรียกอะไร ใช้โปรแกรมมาวิเคราะห์งบประมาณในการกระจุกตัวกระจายตัว นี่คือสิ่งที่เราน่าจะนำไปประยุกต์ใช้ในห้องงบประมาณ บางครั้งการที่จะต้องไปค้นหนังสือ เป็นลัง ๆ ใช้เวลานานครับท่านประธาน แต่ว่าถ้าใช้วิธีนี้มันก็ช่วยย่นระยะเวลา ไม่แน่ใจว่า ปีหน้าพรรคก้าวไกลอาจจะต้องการเวลาในการเตรียมอ่านงบประมาณน้อยลงหรือเปล่า ก็เป็นไปได้ เพราะว่าตอนนี้ท่านมีเครื่องไม้เครื่องมือที่ต้องบอกว่าทันสมัยยิ่งขึ้นแล้ว🔗
เรื่องที่ ๒ ข้อสังเกตที่ท่านต้องการที่จะมอบให้กับทางกรรมาธิการ คือเสนอ ให้ตั้งอนุกรรมาธิการงบประมาณตามยุทธศาสตร์ เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นที่ถกเถียงครับ เพราะว่าต้องเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าที่ผ่านมา เราอาจจะไม่ได้ใช้การแบ่ง อนุงบประมาณตามยุทธศาสตร์สักเท่าไรนัก แต่ผมเรียนอย่างนี้ว่าการแบ่งตามยุทธศาสตร์ ก็จะช่วยให้พวกเรานั้นสามารถทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ดีผมเรียนว่าเรื่องนี้มันยังมี ปัจจัยอื่น ๆ อีกหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งอนุกรรมาธิการให้ทุกอย่างนั้นสามารถ พิจารณางบประมาณให้มันเสร็จทันเวลาที่ห้องใหญ่กำหนด ถ้าสมมุติว่ายุทธศาสตร์ที่ ๑ มีกรอบเงินงบประมาณมาก ยุทธศาสตร์ที่ ๖ มีกรอบเงินงบประมาณน้อย ผมอาจจะขอเวลา อีกสักนิดหนึ่งครับท่านประธาน เรื่องนี้เผอิญคนอภิปรายน้อย ขอบพระคุณท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ แน่นอนครับ กรอบงบประมาณเยอะก็จะใช้เวลาเยอะ ใช้เวลานานกว่า กรอบเงินงบประมาณน้อยก็จะใช้เวลาสั้นกว่า แต่อย่างไรก็ดีครับท่านประธาน อนุกรรมาธิการ ไม่ว่าท่านจะตั้งกี่คณะก็ตาม อนุกรรมาธิการงบประมาณ ๕ คณะ ๖ คณะ ๗ คณะ ๘ คณะ ผมเชื่อว่าอนุกรรมาธิการทุกคณะมีความจำเป็นที่จะต้องประสานกันโดยตลอด เพื่อให้ การพิจารณางบประมาณในห้องอนุกรรมาธิการเสร็จในเวลาไล่เลี่ยกัน พออนุกรรมาธิการ งบประมาณเสร็จในเวลาไล่เลี่ยกัน ห้องงบประมาณห้องใหญ่ถึงจะเชิญอนุกรรมาธิการ ทุกคณะเข้ามาชี้แจงในเวลาไล่เลี่ยกันเหมือนกัน ดังนั้นที่ผ่านมาผมเชื่อว่าห้องกรรมาธิการ งบประมาณเขาก็จะแบ่งตามภารกิจ แต่ว่าจะจำกัดตัวเงินงบประมาณ กรอบงบประมาณ แต่ละห้องให้มีความใกล้เคียงกัน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าข้อสังเกตของท่านกรรมาธิการ เป็นข้อสังเกตที่มีความตั้งใจที่ดี เมื่อสักครู่นี้ท่านก็บอกว่าเรากำลังปฏิรูปพวกเราอยู่ ไดโนเสาร์เมื่อก่อนไม่ปฏิรูปตัวเองก็สูญพันธุ์ แต่ว่าการปฏิรูปหรือการเปลี่ยนแปลงก็ต้อง ใช้เวลา ผมเรียนท่านประธานว่าในเมื่อเราทั้งหมด ๔๙๙ คน หรือ ๕๐๐ คนในวันศุกร์ที่แล้ว เราได้มอบฉันทานุมัติของพวกเราทุกคนไปยังกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณ ทั้งหมด ๗๒ ท่านแล้ว เรามอบความไว้วางใจให้กับพวกเขาเถอะครับ ให้พวกเขาไปเลือกวิธี ที่จะพิจารณาเอง ให้พวกเขาไปเลือกวิธีที่จะแบ่งอนุกรรมาธิการในแต่ละห้องด้วยตัว ของพวกเขาเอง ซึ่งผมเชื่อว่าห้องงบประมาณห้องใหญ่จะแบ่งอนุกรรมาธิการอย่างไร อีกไม่กี่อาทิตย์พวกเราทุกคนคงได้รู้ได้ทราบกัน🔗
เรื่องที่ ๓ มติที่กำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณานะครับ ซึ่งต้องเรียนว่า ผมก็มีโอกาสได้เป็นกรรมาธิการงบมาหลายปี ก็จะมีการพูดคุย มีการอภิปรายเพื่อกำหนด กรอบอยู่แล้ว ในรายงานฉบับนี้คงจะเป็นรายงานที่ไปเสริมเขา แต่อย่างไรดีครับ ผมสรุป สุดท้าย ท้ายสุดเลยครับ รายงานฉบับนี้เป็นรายงานที่ล้ำค่า ผมเห็นด้วยเกือบจะทุกประการ แต่อย่างไรก็ดี ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้คงไม่สามารถที่จะนำไปใช้ในการมัดมือ กรรมาธิการงบประมาณทั้งหมด ๗๒ ท่าน ให้เดินตามท่านประธานณัฐวุฒิ ให้เดินตามท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ได้ทั้งหมด แต่ผมเชื่อนะครับ ด้วยวุฒิภาวะของกรรมาธิการทั้งหมด ๗๒ ท่าน ที่พวกเราส่งกันไปนี้เขาก็จะนำรายงานฉบับนี้ไปประกอบการพิจารณาของเขา ชื่นชม จริง ๆ ครับ ชื่นชมจริง ๆ ผมส่วนตัวนะครับ แล้วก็พรรคพลังประชารัฐก็คิดว่าพวกเรายินดี ที่จะรับรายงานและข้อสังเกตฉบับนี้ครับ แต่ขอให้ข้อสังเกตของผมนิดเดียวไปไว้เป็น ข้อสังเกตในข้อสังเกตของท่านกรรมาธิการก็แล้วกันครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะนักเรียนและครูโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายมัธยม) เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานครครับ ต่อไปขอเชิญท่านฐากร ตัณฑสิทธิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทยครับ ก่อนอื่น ต้องขออนุญาตชื่นชมคณะกรรมาธิการในการจัดทำการศึกษาและติดตามงบประมาณของ สภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้นะครับ มีข้อสังเกตต่าง ๆ หลายประเด็นที่ดีมาก ก็ต้องขอชื่นชม แต่สิ่งที่ผมจะนำเรียนเพิ่มเติมนะครับท่านประธาน วันนี้ในการพิจารณางบประมาณของเรา ที่ผ่านมาเมื่อวันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ ผมมองประเด็นนี้ครับว่าวันนี้ถึงเวลาหรือยังครับ ว่าเราจะมีการจัดทำงบประมาณที่เราเรียกกันว่า งบประมาณแบบ ๒ ปีครับท่านประธาน ผมอยากจะเสนอครับ ตอนนี้เราทำงบประมาณแบบปีต่อปี ถึงเวลาหรือยังครับว่าเราอยากจะ ทำงบประมาณแบบ ๒ ปี ๑ ครั้ง อยากจะเอายุทธศาสตร์ต่าง ๆ ของสภาผู้แทนราษฎร ความจำเป็นของพี่น้องประชาชนมาลงได้หรือยังครับ เพราะว่าตอนนี้กระบวนการในการ จัดทำงบประมาณท่านประธานครับ ใช้เวลามากจริง ๆ ถ้าเราจะทำงบประมาณแบบประเทศ อื่นเขา หลาย ๆ ประเทศเขาทำงบประมาณแบบที่เราเรียกกันว่า ๒ ปี หมายถึงว่า ๑ ครั้ง ทำงบประมาณรายจ่าย ๒ ปีติดต่อกันเลย ซึ่งตรงนี้จะทำให้การจัดทำงบประมาณของเรา เป็นไปในแง่ที่สร้างสรรค์ แล้วก็สามารถที่จะกำหนดกรอบนโยบายต่าง ๆ ของประเทศ ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น แผนยุทธศาสตร์ต่าง ๆ จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ผมอยากจะ เสนอแนะเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะครับ สิ่งที่ท่านเสนอแนะมาต่าง ๆ ดีมากอยู่แล้ว แล้วโดยเฉพาะ เรื่องการจัดทำ File ต่าง ๆ ว่าจะต้องจัดทำรายละเอียดส่งกับทางคณะ หมายถึงว่าส่งกับทาง สส. ในการที่จะอภิปรายต่าง ๆ ที่ผ่านมาทำในรูปแบบต่าง ๆ ออกมาทั้งหมดเห็นด้วยครับ เพียงแต่ว่าอยากจะเสนอแนะในประเด็นนี้เพิ่มเติมว่าถึงเวลาหรือยังที่ประเทศไทย จะต้องจัดทำงบประมาณในลักษณะที่เป็น ๒ ปีต่อครั้งได้หรือยังครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานเป็นอย่างยิ่งครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ขอเชิญคณะกรรมาธิการได้ตอบคำถาม เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ครับ สมาชิกผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานกรรมาธิการสามัญชุดนี้นะครับ ก็กราบ ขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับ ข้อกังวลจากท่านครูมานิตย์กับท่านอรรถกร ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ จริง ๆ เราเห็นตรงกัน เรารับทราบเป็นอย่างดีว่าข้อสังเกตจาก คณะกรรมาธิการสามัญไม่สามารถที่จะมีผลผูกมัดได้ เพียงแต่ว่าให้เป็นเพียงแค่ข้อเสนอแนะ จากการที่เราไปศึกษาในช่วง ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา ซึ่งถ้าสังเกตจากในเล่มรายงานก็เกือบ ทุกข้อเลยล่ะครับ จริง ๆ ทุกข้อเลยที่เราเขียนว่าควรจะปฏิบัติอย่างไร ไม่ได้เป็นข้อผูกมัด ที่กรรมาธิการเราจะอาศัยมติสภาไปสั่งให้หน่วยงานอื่น ๆ ที่เขามีอำนาจหน้าที่โดยตรง ที่จะต้องมีผลผูกมัดตามที่เรามีความคิดเห็น ดังนั้นอันนี้ก็อยากจะนำเรียนให้เพื่อนสมาชิก ทุกท่านสบายใจครับ เสริมประเด็นจากท่านครูมานิตย์เพียงเล็กน้อยครับ ผมคิดว่าอาจจะ เรียกว่าข้อบกพร่องในการจัดทำข้อสังเกตของพวกเราเองก็ได้ ที่อาจจะเขียนได้ไม่ชัดเจน เพียงพอ จริง ๆ เจตนาของเราคือการที่จะเปลี่ยนรูปแบบการตั้งอนุกรรมาธิการ จากเดิม ที่เราพิจารณาตามของที่ซื้อ อย่างเช่น ไปแบ่งตามอนุกรรมาธิการ ICT ไปแบ่งตาม อนุกรรมาธิการสิ่งก่อสร้างไปแบ่งตามอนุกรรมาธิการการจัดอบรมสัมมนา เปลี่ยนรูปแบบ ไปเป็นการวิเคราะห์ตามยุทธศาสตร์การจัดสรร ซึ่งแน่นอนที่สุดครับ ความหมายของการที่ บอกว่าไปเปลี่ยนเป็นอนุกรรมาธิการตามยุทธศาสตร์การจัดสรรนี้ เรายังสามารถที่จะมี อนุกรรมาธิการท้องถิ่นหรืออนุกรรมาธิการอื่น ๆ ที่ตั้งควบคู่กันได้ อันนี้ก็อยากจะให้เกิด ความเข้าใจตรงกัน แล้วก็ในเรื่องของการพิจารณาเองผมคิดว่าจะทำให้เกิดประสิทธิภาพ เพิ่มขึ้น ก็คือในเรื่องที่ว่าของเดิม ๑ โครงการ สมมุติว่าในโครงการนั้นมีทั้งการสร้างตึก ซื้อคอมพิวเตอร์เท่ากับว่าหน่วยงานเจ้าของโครงการนี้ ๑ โครงการต้องเข้าชี้แจงหลาย อนุกรรมาธิการมาก แต่ว่าถ้าเราเปลี่ยนรูปแบบใหม่จากการที่ตั้งตามของที่ซื้อมาเปลี่ยนตาม อนุกรรมาธิการยุทธศาสตร์การจัดสรรนี้ ๑ โครงการจะเข้าชี้แจงเพียงแค่ ๑ ห้อง อนุกรรมาธิการเท่านั้น อันนี้ก็คิดว่าน่าจะเป็นข้อเสนอที่ส่งต่อให้กรรมาธิการวิสามัญทุกท่าน ไปลองพิจารณาปรับใช้ดู ในส่วนข้อสังเกตของท่านจุลพงศ์ อันนี้ก็ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง จริง ๆ ก็จะค่อนข้างสอดคล้องครับ ในเรื่องของสิ่งที่ผมอยากจะเชิญชวนท่านสมาชิกทุกคน ช่วยกันผลักดัน ก็คือในเรื่องของการยกระดับสถานะของสำนักงบประมาณของรัฐสภา หรือที่เราเรียกสั้น ๆ ว่า PBO ครับ ที่เพื่อนสมาชิกเองบอกว่าแล้วเราจะเชื่อถือข้อมูลที่ทางหน่วยงานทางฝ่ายบริหาร ส่งเข้ามาของบประมาณกับสภาได้มากน้อยขนาดไหน ที่ท่านใช้คำว่า ขยะเข้ามา ขยะก็ออกไป อันนี้ผมก็คิดว่าพวกเราเห็นสอดคล้องตรงกัน แล้วก็คิดว่า PBO ถ้าเขามีอำนาจ หน้าที่ในการช่วยวิเคราะห์งบประมาณเราตั้งแต่ต้นกระบวนการในการจัดทำงบประมาณหรือ การวิเคราะห์ข้อมูลคำขอเข้ามา ก็คิดว่าเราเองก็จะมีอีกหน่วยงานหนึ่งที่อยู่นอกฝ่ายบริหาร พูดง่าย ๆ คือยืนยัน แล้วก็ให้ข้อมูลกับเพื่อนสมาชิกทุกคนได้ว่าข้อมูลคำขอตรงไหน ที่เหมาะสม ไม่เหมาะสม เชื่อถือได้มากน้อยขนาดไหนนะครับ🔗
ในส่วนสุดท้ายของท่านฐากร ขออนุญาตเอ่ยนามเช่นเดียวกันนะครับ ก็คิดว่า ข้อเสนอในการที่จะลองจัดทำงบประมาณล่วงหน้า ๒ ปี เดี๋ยวอย่างไรผมขออนุญาตรับไป ศึกษาเพิ่มเติมในรายละเอียดในคณะกรรมาธิการสามัญชุดนี้นะครับ ส่วนข้อสังเกตอื่น ๆ ผมคิดว่าอาจจะไม่รบกวนเวลาสภามาอ่านให้ฟังนะครับ ก็คิดว่าอยู่ในเล่มรายงานและ เพื่อนสมาชิกทุกท่านเองก่อนที่จะให้ข้อสังเกตของข้อสังเกตกับพวกเรา ทุกท่านก็น่าจะได้ ศึกษามาเป็นอย่างดีแล้ว อย่างไรวันนี้ขออนุญาตกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ผ่านท่านประธานไปนะครับ ก็ขอให้พวกเราช่วยกันวิเคราะห์งบประมาณในปีงบประมาณนี้ และปีต่อ ๆ ไปอย่างคุ้มค่าเงินภาษีของพี่น้องประชาชนที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณประธาน กรรมาธิการและคณะกรรมาธิการมาก อย่างที่พูดไว้อันนี้เป็นเรื่องใหม่ เป็นรายงานเพื่อที่จะ ทำให้การดำเนินการงบประมาณของประเทศมีประโยชน์และคุ้มค่าขึ้น รายงานฉบับนี้ ก็ทำด้วยความพยายามของคณะกรรมาธิการ ต้องขอขอบคุณครับ ถ้าไม่มีผู้ใดขออภิปรายแล้ว ผมก็ถือว่าจบการอภิปรายรายงานการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ของคณะกรรมาธิการศึกษาจัดทำและติดตามงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร เรื่องนี้เราก็คงจะต้องถามมติจากที่ประชุมของสภาว่าจะเห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ด้วย หรือไม่ ถ้าเห็นด้วยเราก็ไม่สามารถจะไปบังคับหน่วยงานใด เราก็จะส่งไปให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง คือรัฐบาล สำนักงบประมาณ คณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งกำลังพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ๒๕๖๗ อยู่ขณะนี้ รวมทั้งสำนักงบประมาณของรัฐสภา และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ด้วยนะครับ ก็ส่งไปเพื่อที่จะรับไปพิจารณา ส่วนที่ว่าจะดำเนินการ ขณะใดนั้นเป็นประโยชน์ เขาก็จะได้รับไปพิจารณาตามความเห็นของหน่วยงานต่อไปนะครับ ส่วนข้อสังเกตก็เช่นเดียวกัน คุณณัฐพงษ์ได้ชี้แจงแล้ว ไม่ได้เป็นภาระผูกพันที่จะต้องให้ คณะกรรมาธิการหรือรัฐบาลจะต้องไปจัดตั้งคณะกรรมาธิการในรูปแบบนี้ แต่ถ้าเห็นด้วย ก็ปรับปรุงแก้ไขตามที่เสนอมา ผมคิดว่าถ้าของดีทุกคนคงจะเอาไปรวบรวมแล้วปรับปรุง เปลี่ยนแปลงได้ เพราะว่าทุกคนก็อยากทำให้เกิดความสำเร็จนะครับ ผมจึงเห็นว่าจากการฟัง อภิปรายและการชี้แจงแล้ว ท่านสมาชิกเห็นด้วยเป็นในทิศทางเดียวกันว่ารายงานฉบับนี้ มีประโยชน์ และข้อสังเกตก็ไม่ได้มีผลที่จะไปเกิดขัดข้องในการปฏิบัติงานของผู้ใด ถ้าเห็น ตรงกัน ผมก็ขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่ารับหลักการ ของรายงานฉบับนี้ส่งไปให้รัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานต่อไป ซึ่งสำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนจะดำเนินการต่อไปนะครับ ส่วนข้อสังเกตก็เช่นเดียวกัน ก็ต้องขอเสนอ ในที่ประชุมโดยไม่ต้องมีการอภิปรายแล้วนะครับ ถ้าไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็จะส่ง ข้อสังเกตนี้พร้อมกับรายงานไปให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ก็ไม่มีผู้ใดเห็นเป็น อย่างอื่นนะครับ ก็ขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๘๘ คือไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมนี้ เห็นด้วยที่จะส่งข้อสังเกตนี้ไปพร้อมกับรายงานของคณะกรรมาธิการไปให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนะครับ ขอบคุณท่านสมาชิก ขอบคุณท่านประธานกรรมาธิการมากครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา🔗
๕.๑ ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วยนายธีรภัทร์ คหะวงศ์ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๙๒,๗๙๘ ท่าน เป็นผู้เสนอ พระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ🔗
ตามที่นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้เสนอร่าง พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๓) และได้ขอให้บรรจุ ระเบียบวาระการประชุม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว แต่สภายังไม่ได้ให้ ความเห็นชอบใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ และคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ก็ไม่ได้เสนอเพื่อยืนยันที่จะ เอาพระราชบัญญัติฉบับนี้ภายในกำหนดเวลา เนื่องจากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้านะครับ ตามมาตรา ๑๔๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ผู้เสนอจึงมีหนังสือขอยืนยันเพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติ การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๔ ทั้งนี้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัด ให้มีการรับฟังความคิดเห็น และจัดทำสรุปผลการรับฟังความคิดเห็น วิเคราะห์ผลกระทบ ที่เกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๗๗ ข้อบังคับ ข้อ ๑๑๓ รายละเอียดได้วางไว้ให้สมาชิกบนที่ประชุมของแต่ละท่านแล้วนะครับ การพิจารณาร่าง บัญญัติฉบับนี้เป็นการพิจารณาในวาระที่ ๑ เพื่อให้สภาลงมติจะรับหลักการ หรือไม่รับ หลักการ โดยในการประชุมนี้ก็จะอนุญาตให้ผู้แทนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เสนอ พระราชบัญญัติฉบับนี้เข้ามาชี้แจงในห้องประชุมนี้ได้ ผมจึงขอเชิญผู้ที่มีรายชื่อต่อไปนี้เข้ามา ชี้แจงพระราชบัญญัติฉบับนี้ ๑. นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ๒. นายธีระ วัชรปราณี ๓. นายชูวิทย์ จันทรส ๔. นายไพศาล ลิ้มสถิตย์ ๕. นายเจษฎา แย้มสบาย🔗
อันดับต่อไปผมจะขอเชิญผู้เสนอได้แถลงหลักการและเหตุผลของ พระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ เคารพทุกท่าน กระผม นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ พร้อมคณะขอนำเสนอและชี้แจงหลักการ ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน ๙๒,๙๗๘ คน เป็นผู้เสนอ โดยที่พระราชบัญญัติควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พุทธศักราช ๒๕๕๑ มีบทบัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสมกับ สภาวการณ์ในปัจจุบัน มีการโฆษณาแฝงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสินค้าอื่นเพื่อเลี่ยงกฎหมาย โดยเฉพาะธุรกิจผู้ผลิตจำหน่ายนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขนาดใหญ่ อีกทั้งด้วย ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้มีการพัฒนาสื่อในรูปแบบใหม่ ประกอบกับมี กรณีปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย ข้อจำกัดเรื่องอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับจังหวัด คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กรุงเทพมหานคร และอำนาจหน้าที่ของ สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งอำนาจหน้าที่ของพนักงาน เจ้าหน้าที่ ซึ่งมีข้อจำกัดหลายประการ มีการออกใบอนุญาตขายสุราเป็นจำนวนมาก โดยที่ภาครัฐไม่มีนโยบายการจำกัดการออกใบอนุญาต ทำให้ไม่สามารถบรรลุเจตนารมณ์ ในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลเสียต่อสุขภาพของ ประชาชน ส่งผลลบด้านเศรษฐกิจและสังคมจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสังคม จึงจำเป็นที่จะต้องมีการทบทวนมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่รัดกุมที่จะคุ้มครอง ประชาชน เด็กและเยาวชน มีการจัดประชุมสมัชชาเครือข่ายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้ภาคประชาชนสามารถยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีมาตรการคุ้มครอง การบริโภค ผู้บริโภคและประชาชนเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดประเภทและหน้าที่ ของผู้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันและลดผลกระทบจากการบริโภค เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กำหนดให้คดีฟ้องเรียกค่าเสียหายของผู้ได้รับความเสียหายจากผู้ขับขี่ หรือควบคุมยานพาหนะที่บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผู้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ ฝ่าฝืนเป็นคดีผู้บริโภค ยกเลิกบทลงโทษทางอาญาในบางกรณี โดยบัญญัติเป็นโทษทาง ปกครองและการทำงานบริการสังคม หรือสาธารณประโยชน์แทน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ตราเป็นพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗
โอกาสต่อไปขออนุญาตท่านประธานได้เชิญคุณธีระ วัชรปราณี พูดถึงข้อมูล สถานการณ์ ปัญหาและผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่านครับ กระผม นายธีระ วัชรปราณี ในฐานะ ๑ ในผู้ลงชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมขอนำเสนอข้อมูล เพื่อประกอบการพิจารณาอย่างน้อย ๓ หัวข้อนะครับ หัวข้อแรก เรื่องปัญหาและผลกระทบ จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หัวข้อที่ ๒ เรื่องของพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ นี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไรและเกิดผลอย่างไร หัวข้อที่ ๓ เรื่องความท้าทาย ในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในอนาคต ทั้งนี้ผมอยากจะขอกราบเรียนท่านประธาน ใช้เวลาประมาณสัก ๒๕ นาที ไม่เกินนั้นที่จะนำเสนอข้อมูลชุดนี้ครับ🔗
เนื่องจากพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บังคับใช้มาแล้ว ๑๕ ปี ถึงเวลาที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ เดือนหน้าก็จะครบรอบ ๑๖ ปี วาระในการแก้ไขนี้เราจะไปทางไหน เพราะว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นเป็นสินค้าที่ไม่ธรรมดา🔗
เรามาดูเรื่องผลกระทบที่สำคัญก็คือผลกระทบจากการศึกษา ในประเทศ อังกฤษพบว่าการศึกษาสารเสพติดหลายประเภท เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสารเสพติดที่ ถูกกฎหมาย โดยการศึกษาผลกระทบต่อบุคคลที่เป็นผู้ใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วก็อีก อันหนึ่งก็คือการศึกษาผลกระทบต่อผู้อื่น จะเห็นว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นอยู่ในอันดับ แรกเลย แท่งกราฟสีแดงจะเป็นการแสดงให้เห็นว่าผลกระทบต่อผู้อื่นมีจำนวนสูงมาก เกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ผลกระทบที่มีต่อตัวเองรวมแล้วประมาณ ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูง แสดงให้เห็นว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นมีความเป็นอันตรายในตัวมันเอง แล้วก็ที่สำคัญ ก็คือมันอยู่ทั่วไปครับ เหตุที่มีปัจจัยสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีอันตรายที่สูง เพราะว่ามีขายอยู่ทั่วไป การเข้าถึงได้ง่าย การศึกษานี้เป็นตัวชี้ให้เห็นที่สำคัญ🔗
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี้ทำให้เกิดความสูญเสียต่อประชาชน ๓ ล้านคนต่อปี คิดเป็นเวลาประมาณ ๑๐ วินาทีจะมีผู้เสียชีวิต ๑ คน โรคที่สำคัญที่พวกเราเป็นห่วงกันก็คือ โรค NCDs มีประชากรที่เสียชีวิตจากโรค NCDs เกินครึ่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ตัวอย่างเช่น โรคเกี่ยวกับตับ ทางเดินอาหาร เกี่ยวกับสมอง ความดัน เบาหวาน โรคตับต่าง ๆ ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าราย และ ณ ปัจจุบันนี้มะเร็งได้พิสูจน์แล้วนะครับ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลอย่างน้อย ๗ ชนิด สำหรับคนไทยเองเรามีผู้เสียชีวิตโดยเฉลี่ย แต่ละปีประมาณสัก ๒๐,๐๐๐ ราย เฉลี่ยวันละประมาณ ๖๐ คน อันนี้คืออันตรายที่เกี่ยวข้อง กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และทำให้มีผู้เสียชีวิต🔗
ถัดไปนะครับ มีการศึกษาแล้วก็เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก ๒ ชิ้นสำคัญ ชิ้นแรก ก็คือว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคและการบาดเจ็บ ๒๐๐ กว่าชนิด แล้วก็ที่สำคัญการศึกษาล่าสุดตีพิมพ์ในนิตยสารทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับ ระบุชัดเจนนะครับว่าไม่มีระดับปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ที่ปลอดภัย การที่มีการพูดถึง เรื่องดื่มอย่างรับผิดชอบหรือดื่มอย่างพอประมาณมีความเสี่ยง ทางการแพทย์แล้วก็ทาง การวิจัย ทางวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาแล้วนะครับ คำถามก็คือว่าแล้วเหตุหรือจุดที่ทำให้เกิด ปัญหาฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เกิดปัญหาอะไรบ้าง จะเห็นว่ามีความสัมพันธ์หลายอย่างนะครับ อันที่ ๑ ก็คือฤทธิ์ของความเมา เมื่อท่านดื่มเข้าไปแล้วจะทำให้ขาดความยับยั้งชั่งใจนะครับ อันที่ ๒ ก็คือความเป็นพิษอย่างที่ผมเรียนก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ที่ได้เรียนไปแล้วนะครับ อันที่ ๓ คือทำให้เกิดเสพติดขึ้นมา ภาวะเสพติดนี้ก็นำไปสู่ปัญหาที่ตามมา ทั้ง ๓ อย่างนี้ เป็นการทำงานของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีผลต่อร่างกายของเราและมีผลต่อสังคมนะครับ เรากำลังพูดถึงคนไทย กลับมาที่คนไทยนะครับ จากที่ดูจากเส้นกราฟจะเห็นว่าสำนักงาน สถิติแห่งชาติสำรวจต่อเนื่องกันมาหลายปี ในปีล่าสุด ปี ๒๕๖๔ เรามีนักดื่มอยู่ประมาณสัก ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเทียบเป็นประชากรก็ประมาณเกือบ ๑๖ ล้านคน โดยใช้ลักษณะคือ ดื่มอย่างน้อย ๑ ครั้ง ใน ๑๒ เดือน ดังนั้นเราจะเห็นว่าประมาณ ๑ ใน ๓ เท่านั้นเอง ที่ประชากรอายุ ๑๕ ปีขึ้นไปที่ดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนใหญ่นี้ไม่ได้ดื่มนะครับ ถ้าเจาะเข้าไปแยก เป็นประเภทดื่มครั้งคราวกับดื่มประจำ เราจะเห็นว่าส่วนใหญ่เราจะเป็นการดื่มครั้งคราว คือมากกว่า ๑ สัปดาห์ต่อครั้ง แต่ว่าการดื่มประจำประมาณเกือบ ๗ ล้านคน ดื่มประจำ จะก่อให้เกิดปัญหาสะสมระยะยาวนะครับ แล้วก็ที่สำคัญถ้าเราแยกไปอีกประเภทหนึ่งก็คือ ดื่มหนักกับทุกวัน ซึ่งตรงนี้จะเกิดปัญหาที่ว่าถ้าดื่มหนักก็จะเกิดปัญหาเรื่องการเฉียบพลัน แล้วก็ถ้าดื่มทุกวันจะเป็นภาวะการติดสุรา ๒ ส่วนนี้อย่างถ้าดื่มหนักก็อย่างน้อย ๕ หน่วย ดื่มมาตรฐาน ๕ หน่วยดื่มมาตรฐาน ถ้าท่านเทียบง่าย ๆ ก็คือเบียร์ ๑ กระป๋อง นี่เรียก ๑ หน่วยมาตรฐาน ถ้าเป็นพวกสุราสี สุราขาวก็ ๒ ฝา ที่ว่า ๑ หน่วยมาตรฐาน ถ้าท่าน ดื่มหนัก ๑ ครั้ง ๕ กระป๋องเบียร์ขึ้นไปเรียกว่าดื่มหนัก อันนี้จะนำไปสู่ปัญหาผลกระทบ ที่เฉียบพลัน คือการเมาขาดสติต่าง ๆ อันนี้ก็ชี้ให้เห็นว่าบ้านเราประเทศเราเองการดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นประชากรโดยรวมเป็นอย่างไร แล้วก็ทิศทางแนวโน้มจะเห็นว่า ย้อนหลังไป ปี ๒๕๔๖ เราดื่มประมาณสัก ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ๓๓ เปอร์เซ็นต์นะครับ ณ เวลานี้ เราอยู่ประมาณสัก ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ท่านดูจากเส้นสีน้ำเงินตรงกลาง นั่นคือ ปี ๒๕๕๑ เป็นปีที่เรามี พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ช่วยทำให้การเพิ่มจำนวนการดื่มของ บ้านเราไม่ได้สูงขึ้นนะครับ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างที่เป็นประโยชน์อีกอันหนึ่ง อยากไปดู อีกนิดหนึ่งก็คือเรื่องของข้อมูลทางสาธารณสุขเรียกว่าปีแห่งการสูญเสียสุขภาวะ ก็คือผู้ที่ เสียชีวิตก่อนวัยอันควร แอลกอฮอล์นี่อยู่ในระดับ ๓ ที่มีผลทำให้เราขาดบุคลากรหรือ เราสูญเสียบุคลากรที่จำเป็นในการพัฒนาประเทศต่อไปนะครับ🔗
ถัดไปเราพูดถึงภัยบุคคลอื่นบ้าง การศึกษาพบว่าบ้านเรา ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์รู้สึกไม่ ปลอดภัยในที่สาธารณะที่มาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ๔๓ เปอร์เซ็นต์ มาจากการถูกคุกคาม ในที่สาธารณะ หรือแม้แต่ในที่ส่วนบุคคลจากผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ อันที่ ๓ คือได้รับเหตุต่าง ๆ จากคนดื่มแอลกอฮอล์หรือประสบการโดยสารหรือคนขับรถที่ดื่มแอลกอฮอล์ แล้วก็ อันที่ ๔ เป็นการถูกทำร้ายร่างกาย ถูกผลัก โดนข่มขู่ โดนทำร้ายหรือถูกคุกคามทางเพศ อันนี้ ก็คือสิ่งที่ประชาชนของเรารู้สึกไม่ปลอดภัยต่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์🔗
อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของเด็ก เยาวชน ซึ่ง ณ เวลานี้รัฐบาลเองก็พยายามที่จะ ส่งเสริมให้เด็กเกิดมากขึ้นนะครับ แต่ ณ เวลานี้ที่เด็กอยู่ในสังคมอยู่แล้วได้รับผลกระทบ อย่างน้อย ๓ ล้านคน ที่อยู่ในครอบครัวที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันนี้คือสิ่งที่พวกเรา จะต้องให้ความสำคัญและดูแล มาดูเรื่องผู้หญิง ทุกวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ทุกวันที่ ๘ มีนาคม เราพูดถึงการรณรงค์ยุติความรุนแรงในผู้หญิงและเด็ก เราพบว่ามูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ก็สำรวจทุกปี พบว่าอย่างน้อย ๑ ใน ๓ ที่ผู้หญิงเราได้รับผลกระทบแล้วแรงจูงใจที่สำคัญ ก็มาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั่นเองนะครับ มาดูมาตรการในการแก้ไขนะครับ เรามี แผนการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนหรือ Sustainable Development Goals นี่นะครับ เราพบว่าประเทศไทยเราได้นำเอาหลักการนี้เข้ามาใช้ โดยผ่านแผนปฏิบัติการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับชาตินะครับ ซึ่งเป็นระยะที่ ๒ ของปี ๒๕๖๕-๒๕๗๐ เป้าหมายก็คือการควบคุมการเพิ่มปริมาณแอลกอฮอล์ในสังคมนะครับ เราก็มีทิศทาง รัฐบาลมีทิศทาง รัฐบาลมีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหานี้นะครับ และที่สำคัญเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาให้ท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับ ก็คือเรื่องของ การพัฒนาที่ยั่งยืนมีเป้าหมายอยู่ ๑๗ เป้าหมาย ๑๗ เป้าหมายนี้นะครับ การศึกษา โดยองค์กรระหว่างประเทศ MOVENDI International พบว่าอย่างน้อย ๑๓ เป้าหมาย ที่ส่งผลกระทบเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่สำคัญอันหนึ่งการศึกษาองค์การอนามัย โลกใช้ชื่อภาษาไทย จ่ายน้อยแต่ช่วยรักษาชีวิต เป็นชื่อหนังสือที่ออกมาไม่นานนี้นะครับ พบว่าถ้าลงทุน 1 USD ผลตอบแทนจากการลงทุนนั้นประมาณ 8.32 USD ฉะนั้น ๓๕ บาท จะได้กลับคืนมาหลายพันบาท ซึ่งการรับรองนี้นะครับ เป็นการรับรองจากองค์การระหว่าง ประเทศยืนยันครับว่าการลงทุนควบคุมปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะบุหรี่ แอลกอฮอล์และ สารเสพติดต่าง ๆ นี้มีผลดีต่อสังคม🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ย้อนหลังไปปี ๒๕๓๕ เรามีการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและ การสูบบุหรี่ เราจะเห็นสำคัญเลยนะครับว่าอัตราการสูบบุหรี่ก็ดี หรือพื้นที่สาธารณะ ในการสูบบุหรี่เปลี่ยนแปลงไป สังคมไทยเราเป็นแนวหน้าในการควบคุมการสูบบุหรี่ แล้วทำไมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีปัญหาต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวถึงยังไม่มีการควบคุมที่ ชัดเจน นี่คือคำถามแรกที่เราตั้งกันขึ้นมา อย่างไรก็ตามรัฐบาลในยุคที่ผ่านมา ผมคิดว่า ตรงจุดนี้สำคัญก็คือมีการพยายามที่จะแก้ไขต่าง ๆ แต่ก็เป็นระดับมติ ครม. อย่างเช่น กรณีปี ๒๕๔๔ ก็พูดถึงเรื่องของสินค้า OTOP ใช่ไหมครับ แล้วก็พยายามที่จะเปิดให้เกิด การผลิตในระดับชุมชนมากขึ้น อันนี้ก็เป็นอันหนึ่งที่เปิดเสรีขึ้นในระดับชุมชน แต่ผลกระทบ ตามมาอื่น ๆ ตามมา ปี ๒๕๔๖ เราพูดถึงผลกระทบจากอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับนี่นะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีในยุคนั้นก็หยิบเรื่องนี้ขึ้นมา แล้วเป็นประเด็นในการที่จะหาทางแก้ไข ปัญหา ดังนั้นรูปแบบในการแก้ไขปัญหานี้มันเริ่มขึ้นมาระดับหนึ่งแล้ว ตั้งแต่ยุครัฐบาล ไทยรักไทย ปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ ก็พยายามที่จะใช้อำนาจในศูนย์อำนวยการความปลอดภัย ทางถนนในการดำเนินการเรื่องนี้นะครับ ทั้งการควบคุมโฆษณา การจำกัดการโฆษณา ในพื้นที่นอกสถานศึกษาต่าง ๆ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นมาระดับพัฒนาเป็น พ.ร.บ. ควบคุม ปี ๒๕๔๘ พวกเรา แล้วกับทางราชการก็เลยพูดคุยกันน่าจะมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมมากกว่าที่จะเป็น แค่มติแต่ก็เกิดเหตุทางการเมืองนะครับ มีการยึดอำนาจ ในวันที่ ๑๙ กันยายน เราก็ต้องไป หยุดตรงนั้นไป ปี ๒๕๔๙ มีรัฐบาลเข้ามาใหม่ พวกเราก็ร่วมกับทางรัฐบาลเพื่อที่จะเสนอ เรื่องนี้เข้ามาในสภา ซึ่งรัฐมนตรี นายแพทย์มงคล ณ สงขลา ณ เวลานั้นก็ได้เห็นชอบกับ แนวทางนี้และเสนอเข้ามา ดังนั้นจะเห็นว่า พ.ร.บ. ควบคุมแอลกอฮอล์ ปี ๒๕๕๑ ไม่ได้ เกิดขึ้นโดยเจตนาทางการเมืองอะไร แต่เกิดขึ้นจากผลกระทบอย่างที่ผมได้เรียนมาแล้ว ไม่ว่าจะรัฐบาลไหนเมื่อเห็นปัญหานี้ก็ต้องแก้ไขนะครับ ในระหว่างการพิจารณาในตอนนั้น เรียกว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พวกเราในฐานะภาคประชาสังคมก็ร่วมที่จะเข้ามาสนับสนุน เพราะว่ากฎหมายที่จะมาควบคุมผลประโยชน์จากธุรกิจขนาดใหญ่ มันก็มีผลตอบโต้กลับมา เราก็มีกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะสนับสนุนกฎหมายนี้ มีการรวบรวมรายชื่อถึง ๑๓ ล้านรายชื่อ ทั่วประเทศในการที่จะสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ โดยจากทุก ๆ ฝ่าย ทุก ๆ องค์กร ทุก ๆ ภาคส่วนมีส่วนร่วมใน พ.ร.บ. ควบคุมแอลกอฮอล์ จนเกือบสิ้นปี ๒๕๕๐ ร่างกฎหมายฉบับนี้ ก็อยู่ในขั้นที่ลูกผีลูกคนแล้วกันท่านครับ ก็คือทางฝั่งผู้ที่เสียผลประโยชน์ก็พยายามต่อรอง ทางเราก็คิดว่าอย่างน้อยเรามีกฎหมายฉบับนี้ สุดท้ายสภานิติบัญญัติแห่งชาติในขณะนั้น ก็ให้ผ่าน แล้วก็ประกาศใช้ ท่านครับ หลังจากที่ได้ประกาศใช้แล้ว ผมคิดว่ากระทรวง สาธารณสุขและที่สำคัญที่ผมยกขึ้นมาคือกระทรวงมหาดไทย ณ เวลานั้นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยคือ ท่านชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็หยิบเอาเรื่องนี้ขึ้นมา โดยเฉพาะเรื่องงานประเพณีซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยดูแลอยู่ ทางกระทรวงมหาดไทยดูแลเฉพาะงานกาชาด ก็ยกเอาประเด็นเรื่องงานกาชาด เพราะจัด ในสถานที่ราชการอยู่แล้วนะครับ มาเป็นนโยบายให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. แอลกอฮอล์ หรือแม้แต่งานประเพณีที่ไม่ได้อยู่ในสถานที่ราชการแต่พื้นที่สาธารณะ อย่างเช่น ประเพณี การแข่งเรือที่จังหวัดน่าน อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ก่อนหน้านั้นก่อนหน้าที่มี พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เราจะเห็น Sponsor จากธุรกิจแอลกอฮอล์มีป้าย ในภาพที่ผมคาดไว้ก็คือเป็นจุดที่ธุรกิจแอลกอฮอล์ใช้ Logo ของตัวเอง หรือแม้แต่ ๒ ฝั่งแม่น้ำก็มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นับได้ประมาณ ๑๔๐ แห่ง อันนี้ก่อนมีกฎหมายนะครับ ซึ่งพูดง่าย ๆ ก็คือเดินไปหา ๕ ก้าว ก็สามารถ ซื้อเบียร์ ซื้อเหล้าได้ เราก็จะเห็นเด็ก เห็นผู้หญิง เห็นการดื่มแอลกอฮอล์เต็มไปหมด อันนี้ ก็เป็นการทำงานที่จากทุก ๆ ฝ่ายนะครับ จากทางผู้ว่าราชการจังหวัด จากทางสมาคม เรือแข่ง จากหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มาแก้ไขปัญหานี้ จนเราสามารถที่จะ เปลี่ยนโดยการไม่รับ Sponsor จากธุรกิจแอลกอฮอล์ โดยใช้ พ.ร.บ. ควบคุมแอลกอฮอล์ ช่วย สถิติของปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ลดลงจะเห็นภาพนี้จากโรงพยาบาลน่านนะ ครับ เก็บสำรวจในปี ๒๕๔๙ ที่เริ่มต้นด้วยการรณรงค์ แล้วพอมีกฎหมาย สถิติต่าง ๆ นี้ก็ ลดลงอย่างชัดเจนจนถึงปัจจุบันนี้ หรือแม้แต่อีกงานหนึ่งที่ยกตัวอย่าง จังหวัดสุรินทร์ งาน ช้างถือว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งใช้สถานที่ราชการในการจัด แล้วเมื่อมี กฎหมาย พ.ร.บ. ควบคุมแอลกอฮอล์ก็สามารถที่จะช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ก็ไม่สามารถขาย หรือดื่มได้ในงาน🔗
ต่อไปนะครับ มีเคสที่สำคัญในปี ๒๕๕๗ คือเคสที่เยาวชนหญิงอายุ ๑๓ ปี เท่านั้นเอง เดินทางโดยรถไฟไปทางภาคใต้ แล้วก็ประสบเหตุมีคนร้ายเป็นคนที่อยู่ บนรถไฟได้เมา โดยข่าวก็คือว่าดื่มเบียร์แล้วก็ใช้ยาบ้า ทำร้ายแล้วก็โยนน้องออกมาจาก รถไฟ เป็นข่าวสะเทือนใจของคนทั้งประเทศนะครับ นั่นคือจุดสำคัญที่เรามีประกาศ สำนักนายกรัฐมนตรีที่ว่าด้วยเรื่องของการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วก็ห้ามดื่ม แอลกอฮอล์บนสถานที่ คือบนรถไฟแล้วก็ชานชาลาก็เป็นประโยชน์ที่เราสามารถปกป้องไม่ให้ เกิดเคสแบบน้องเยาวชนคนนี้อีก เพราะว่ามี พ.ร.บ. ควบคุมนี้นะครับ🔗
ต่อมานี่คือรายใหญ่ ก็คือกรณีที่ได้รายใหญ่ ๒ ราย ทำกิจการขายเบียร์สด โดยการกดเครื่องอนุมัติผ่านร้านสะดวกซื้อ นั่นแปลว่าอะไร แปลว่าเป็นการเข้าถึงได้โดยง่าย เด็กเยาวชนก็สามารถ และการควบคุมก็ยากขึ้นในการในการที่จะควบคุมไม่ให้เกิด การกระจายตัวของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นะครับ ทางฝ่ายภาคประชาสังคมและทางรัฐบาล ก็เห็นชอบที่จะออกประกาศเพิ่มเติมขึ้นมา ผมอยากจะไปเร็ว ๆ อีกสัก ๒ ประเด็นที่สำคัญ ก็คือเรื่องของอายุ การขายให้กับเด็กอายุไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปี เราพบว่าการสำรวจโดยเอกสาร สุขภาพคนไทย ปี ๒๕๖๖ โดยส่วนใหญ่แล้วไม่พบเห็นการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับ เด็ก ๒๐ ปี ส่วนเรื่องการโฆษณา การโฆษณาทางตรงก็พบว่าคนส่วนใหญ่ไม่เห็นนะครับ แต่เด็กเยาวชนเห็น นี่ก็เป็นตัวที่ชี้ให้เห็นจากงานวิจัย มาถึงเรื่องของแนวโน้มบ้างนะครับ มี พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วทำให้เกิดการลดผู้ดื่มได้หรือไม่นะครับ ก็คือถ้าเรา ไม่มี พ.ร.บ. แอลกอฮอล์ ปริมาณแอลกอฮอล์ต่อหัวประชากร เรียกว่าหน่วยลิตรแอลกอฮอล์ บริสุทธิ์ต่อประชากรจะเพิ่มขึ้นตามสีแดงนะครับ อาจจะไปถึง ๑๐ ลิตร แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ต่อคนต่อปี แต่มี พ.ร.บ. แอลกอฮอล์แล้วสามารถที่ช่วยยับยั้งไม่ให้เพิ่มสูงขึ้น ณ เวลานี้ ประมาณ ๗ ลิตร แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ต่อคนต่อปีนะครับ🔗
ประเด็นสุดท้าย คือความท้าทายในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตอนที่ เรามี พ.ร.บ. แอลกอฮอล์เดิม ช่องทางการสื่อสารเป็นสื่อโทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ ณ เวลานี้ เปลี่ยนไปมีช่องทางเป็นสื่อ Digital เดิมลูกค้าส่วนใหญ่เป็นวัยผู้ใหญ่ ปัจจุบันนี้ลูกค้า เป็นผู้หญิงและเด็กมากขึ้น เดิมมีผู้ผลิต ผู้จำหน่ายรายใหญ่ แล้วก็ชุมชน ณ เวลานี้นอกจาก ผู้ผลิตรายใหญ่ ชุมชนแล้วยังมีรายย่อยและรายกลางขึ้นมาอีกด้วย สิ่งสำคัญเจตนารมณ์ ของการแก้ไขก็คือ ทำอย่างไรหัวใจสำคัญโฆษณาแฝงที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ จะมีการควบคุม ได้อย่างไร นี่คือความท้าทาย ตัวอย่าง จริง ๆ พ.ร.บ. ควบคุมแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ สามารถที่จะโฆษณาได้ โดยการยกเว้นให้โฆษณาเชิงสร้างสรรค์สังคมปรากฏได้เฉพาะ Logo และมีข้อความคำเตือน ปรากฏจะเป็นภาพอยู่ทางซ้ายมือของพวกเราก็คือจะต้องมีข้อความ คำเตือนประกอบในการโฆษณา ดังที่ตัวอย่าง เบียร์เป็นเหตุให้ Sex เสื่อมได้ ต้องมี ไม่ว่าจะ โฆษณาอะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องอยู่ภายใต้แนวทางที่ว่าการสร้างสรรค์สังคม แต่สิ่งที่ธุรกิจขนาดใหญ่ทำ ณ เวลานี้ก็คือสลับครับ ก็คือแทนที่จะเอาตัวหนังสือเป็นสีขาว ก็เป็นสีม่วง พื้นหลังจากสีม่วงก็เป็นสีขาว แล้วก็เอาไปติดในสินค้าอื่น ๆ เช่น น้ำ ในขนม ในเสื้อ ในโซดา เรียกว่าเป็นการโฆษณาแฝงนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น หรือแม้แต่ Promotion ใน พ.ร.บ. ควบคุมแอลกอฮอล์นั้นมีการกำหนดที่จะไม่ให้มีการลด แลก แจก แถม แต่ก็ยังมี การละเลยละเมิดอันนี้ล่าสุดที่มีการตรวจพบ ประเด็นก็คือว่าทำไม Promotion มีผลต่อ การเพิ่มการดื่ม ท่านสังเกตนะครับว่า ๓ ขวดจะมีโอกาสชิงโชคลุ้นส่วนลดไป ๒๐ บาท หรือ ๕ บาท หรือซื้อเบียร์ ๔ กระป๋องก็จะมีโอกาสได้ชิงโชคมีเงินรางวัลส่วนลดเหล่านี้ แปลว่าอะไร แปลว่าแทนที่เราตั้งใจจะไปซื้อ ๑ ขวด เราเห็น Promotion นี้เราก็ต้องซื้อ ๓ ขวด และ ๓ ขวดนั้นอย่างไรก็ต้องกิน ต้องดื่ม นี่คือสิ่งที่ Promotion มีผลมากต่อการเพิ่ม ปริมาณการดื่มและการเพิ่มยอดขายของธุรกิจ ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องมีกฎหมาย ในการควบคุมนี้นะครับ หรือแม้แต่ใน Online เราก็จะเห็น Promotion Online ไม่ว่าจะ เป็นคำว่า Buffet ก็คือซื้อตั๋วเข้าไปแล้วก็ไปดื่ม เบียร์ Buffet คือดื่มไม่อั้น อันนี้ก็เป็นตัวอย่าง ของการเพิ่มปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์นะครับ สิ่งที่ผมอยากจะยืนยันว่าเด็กเยาวชนมีผล มากต่อการรับรู้รับทราบการโฆษณาการตลาดของธุรกิจแอลกอฮอล์ ดังนั้นการโฆษณาและ การส่งเสริมการขายจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องปกป้อง เพราะเด็ก เยาวชน นั้นการวิจัย ด้านสมองก็ดี เอาสมองมาศึกษา ก็เห็นว่าถ้าเด็กดูกิจกรรมการตลาดของธุรกิจแอลกอฮอล์ แล้วสมองก็ตอบสนองต่อการที่จะชื่นชมแล้วก็ต้องการยอมรับ ดังนั้นก็คือสิ่งที่พวกเรากังวล ว่าแล้วถ้าเราจะแก้ไข พ.ร.บ. แอลกอฮอล์เราจะไปทิศทางไหน🔗
มาดูอีกสไลด์สุดท้ายก็คือเรื่องของความชุกของนักดื่ม เราเห็นตัวเลขย้อนหลัง ถ้าดูที่แท่งกราฟ ปี ๒๕๕๔ ถึง ปี ๒๕๖๔ ตัวเลขที่เป็นตัวสีเขียวเข้มจะเห็นว่าตัวนั้นเป็น ผู้หญิง ผู้หญิงจาก ๑.๗ เปอร์เซ็นต์ เป็นนักดื่มหน้าใหม่ นักดื่มหน้าใหม่ความหมายก็คือว่า เมื่อไปที่สำรวจย้อนหลัง ๓ ปีเขาดื่มครั้งแรก จะเห็นว่าปี ๒๕๖๔ เพิ่มขึ้นไป ๗.๒ เปอร์เซ็นต์ เป็นครั้งแรกที่นักดื่มหน้าใหม่เป็นผู้หญิงที่มากกว่าผู้ชายในปีล่าสุดในปี ๒๕๖๔ นี้ ดังนั้นนี่คือ สิ่งที่คำว่าหน้าใหม่โดยส่วนใหญ่ก็คืออายุ ๑๕-๒๔ ปีที่มีสัดส่วนของการเป็นนักดื่ม หน้าใหม่สูง นี่คือสิ่งที่พวกเราคิดว่าเราจะช่วยกันปกป้อง แล้วก็ดูแลประชาชนได้อย่างไรครับ🔗
สุดท้ายเป็นคำสรุปคำชี้แจงของทางผมนะครับ ก็คือการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์นั้นอนาคตข้างหน้าจะเป็นรูปแบบไหนก็แล้วแต่ แต่จะต้องไม่เพิ่มจำนวนผู้ดื่ม และจะต้องลดผลกระทบที่ตามมา อันนั้นคือหัวใจสำคัญ เป็นเป้าหมาย เป็นเป้าประสงค์ของ การที่รัฐสภาแห่งนี้จะต้องรับไปพิจารณานะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรามีกฎหมายภาษีสรรพสามิต โดยทางกระทรวงการคลัง ดูแลอยู่ พูดถึงเรื่องการผลิต ซึ่ง ณ เวลานี้ก็สามารถที่จะทำได้ง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตามครับ ถ้าผลิตแล้วจะต้องนำออกมาขายต้องผ่าน พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครับ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นตอนนี้มีจุดที่เราต้องช่วยกันแก้คือการโฆษณาแฝง เพราะฉะนั้นผมฝากประเด็นนี้สำหรับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อที่จะพิจารณา🔗
ประเด็นที่ ๓ กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นจะมีประสิทธิภาพ ต้องไม่เอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจฝ่ายใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้เพื่อเอื้อฝ่ายหนึ่ง แล้วฝ่ายหนึ่ง ก็ได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น การแก้เอื้อฝ่ายหนึ่ง แต่ฝ่ายที่เราคิดว่าจะช่วยไม่ให้เขาขยายตัวมากขึ้น พูดตรง ๆ ก็คือรายใหญ่กลับได้ประโยชน์มากขึ้น อันนี้คือโจทย์สำคัญว่าถ้าเราใช้ทิศทางนี้ แทนที่จะช่วยลดผลกระทบ ลดจำนวนการดื่ม ไม่เพิ่มจำนวนการดื่ม เราจะได้ผลตรงข้าม สุดท้ายมาตรการที่มีประสิทธิภาพในกฎหมายฉบับนี้ก็คือเรื่องการควบคุม การเข้าถึงทาง กายภาพ ซื้อง่ายขายง่าย จำกัดสถานที่ จำกัดบุคคล อายุ วัน เวลา คือหัวใจสำคัญและ ที่สำคัญก็คือการควบคุมการโฆษณาและการส่งเสริมการขาย เป็นการควบคุมการเข้าถึงทาง จิตใจและอารมณ์ ก็เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาสำหรับสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านประธาน ขออนุญาตที่จะเชิญอีกท่านหนึ่งนะครับ คุณไพศาล ลิ้มสถิตย์🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ผมก็ขออนุญาตใช้ เวลาโดยไม่มากแล้วกันนะครับ จะสรุปในเรื่องของสาระสำคัญที่เป็นหลักการของร่าง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับประชาชน โดยเจตนารมณ์ของตัว พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ก็จะระบุไว้ในกฎหมายอย่างชัดเจนว่าเป็น พ.ร.บ. ที่ทำในเรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน แล้วก็เพื่อที่จะลดปัญหาที่เกิดจากผลกระทบจาก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบทางสังคม เศรษฐกิจ แล้วก็ปัญหาในด้าน สุขภาพ แล้วก็จะลดในเรื่องของอันตรายที่เกิดจากร่างกาย อุบัติเหตุ ความรุนแรง อาชญากรรมต่าง ๆ ขออนุญาตเพิ่มเติมแล้วกันว่าสาเหตุที่เรื่องนี้มีความสำคัญโดยในระดับ สากลคือ องค์การอนามัยโลกเองหรือ World Health Organization เองได้มีการเน้น ในเรื่องนี้ก็ถือว่าออกมาตรการอยู่ทั้งหมด ๕ เรื่องด้วยกันซึ่งถือเป็นมาตรการสำคัญ ถ้าเกิด เรามาดูวิเคราะห์แล้วเราจะพบว่าในมาตรการทั้ง ๕ มีอยู่ประมาณสัก ๓ มาตรการที่อยู่ใน พ.ร.บ. ควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาตรการแรก ก็คือในเรื่องของการจำกัดการเข้าถึง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาตรการที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการเข้าถึงการบำบัดฟื้นฟู มาตรการที่ ๓ ก็คือในเรื่องของการควบคุมหรือจำกัดในเรื่องของการโฆษณาส่งเสริมการขาย ทั้ง ๓ มาตรการนี้ก็จะเป็นมาตรการที่ปรากฏอยู่ใน พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สาเหตุที่องค์การอนามัยโลกได้เน้นย้ำในเรื่องนี้ เพราะว่าทั่วโลกมีประชากรที่ต้องเสียชีวิตจาก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรค การบาดเจ็บต่าง ๆ ปีละ ๓ ล้านคน ในประเทศ ไทยเองก็มีประมาณเกือบ ๒๐,๐๐๐ คน นอกจากนี้เองหลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า องค์การอนามัยโลกได้ศึกษาวิจัยแล้วพบว่าแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุของความยากจน แล้วก็ ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อในเรื่องของเด็กและเยาวชน แล้วก็ยังทำให้เกิดปัญหา ความเหลื่อมล้ำในสังคมด้วย แอลกอฮอล์จะไปเกี่ยวข้องอย่างไร ถ้าเกิดว่าเด็ก เยาวชน หรือว่าคนในครอบครัวนั้นมีคนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือเป็นผู้ติดเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ แล้วเด็กก็ใช้แอลกอฮอล์ตั้งแต่เด็กก็จะส่งผลต่อในเรื่องของพัฒนาการทางสมอง เขาเองก็จะไม่ตั้งใจเรียนนะครับ แล้วก็มีแนวโน้มที่จะทำให้ในอนาคตต่อไปนี้ในเรื่องของ หน้าที่การงานต่าง ๆ เองก็จะไม่สามารถที่จะเข้าไปสู่คนที่มีรายได้ที่สามารถที่จะเลี้ยงชีพได้ ก็จะทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของความเหลื่อมล้ำในสังคมนะครับ เราจะเห็นว่ากลุ่มประชากร ที่เป็นชนชั้นแรงงานหรือว่ากลุ่มเปราะบางกลุ่มนะครับ ที่ใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากก็จะ ประสบปัญหาเหล่านี้นะครับ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เองถ้าเกิดว่าเรามีมาตรการที่เหมาะสม ก็สามารถที่จะทำให้เกิดแรงงานในเรื่องของแรงงานที่มีฝีมือ แล้วก็ทำให้ลดต้นทุนทาง ด้านเศรษฐกิจได้ด้วยนะครับ🔗
ประการแรก ผมขออนุญาตให้เนื้อหาสรุปเนื้อหาสำคัญ ในหัวข้อแรกก็คือ ในเรื่องของ ร่าง พ.ร.บ. นี้จะมีเรื่องของการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยมี การจัดให้มีการประชุมสมัชชาเครือข่ายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับจังหวัดหรือ ในระดับภูมิภาคนะครับ เพื่อเป็นกลไกในการติดตามในเรื่องการประเมินผล นโยบาย แล้วก็ การปฏิบัติตามกฎหมายของการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ ผมเองในฐานะที่เป็น กรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ก็จะทราบสภาพปัญหาในส่วนกลาง แล้วก็ ในจังหวัดต่าง ๆ ก็ทราบว่าในพื้นที่เองคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในจังหวัดเองมีบางจังหวัดที่ขาดการประชุมในบางปีหรือว่ามีการประชุมนาน ๆ ครั้ง ซึ่งก็ทำ ให้การดำเนินงานในเรื่องของการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในจังหวัดนั้น ๆ ขาดความ ต่อเนื่อง ในเรื่องนี้ก็จะโยงไปถึงในหัวข้อที่ ๒🔗
ประการที่ ๒ ในเรื่องของการปรับปรุงในเรื่องขององค์ประกอบบางส่วน แล้วก็อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับจังหวัด โดยในตัวร่างฉบับนี้เองก็จะมีอำนาจกำหนดในเรื่องของการติดตามประเมินผล แล้วก็ การปรับปรุงประสิทธิภาพของตัวคณะกรรมการควบคุมแอลกอฮอล์จังหวัดด้วยนะครับ โดยมีการจัดทำในเรื่องของแผนปฏิบัติการประจำปี โดยเป็นแผนการมีส่วนร่วมของ ภาคประชาชน แล้วก็ภาคเอกชนอะไรต่าง ๆ ด้วย ซึ่งอันนี้จะเป็นการทำงานในเชิงรุก แล้วก็ จะมีการกำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อยปีละ ๓ ครั้ง ซึ่งคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์จังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเอง ก็น่าจะต้องทำงานอย่าง Active หรือว่าเชิงรุกมากขึ้น🔗
ประการที่ ๓ ก็คือในเรื่องของการปรับปรุงมาตรการในการควบคุมแอลกอฮอล์ ในปัจจุบันนี้ใน พ.ร.บ. ควบคุมแอลกอฮอล์จะเป็นระบบการห้ามไม่ให้มีการโฆษณา ยกเว้น แต่กรณีที่เข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดนะครับ อย่างไรก็ดีเราก็คิดว่ามาตรการดังกล่าวเอง ก็อาจจะมีจุดอ่อนบางประการนะครับ แล้วก็อาจจะมีปัญหาในเรื่องการตีความกฎหมายได้ เราจึงเสนอว่าอยากจะให้มีการควบคุมการโฆษณาในรูปแบบของการขออนุญาตก่อน การโฆษณา โดยผู้ขออนุญาตเองก็จะต้องมีการยื่นคำขอแล้วก็ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ แต่อาจจะมีข้อห้ามบางประการที่ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาได้ เช่น สื่อที่เข้าถึงกลุ่มเด็ก เยาวชนหรือว่าสื่อ Online ต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ก็จะสอดคล้องกับ แนวทางปฏิบัติของต่างประเทศ กฎหมายต่างประเทศก็จะบัญญัติลักษณะนี้เช่นกัน นอกจากนี้เองเราก็ยังผ่อนคลายในเรื่องบทลงโทษด้วย เราจะมีบทลงโทษที่จำแนกตาม ประเภทของผู้ฝ่าฝืน คือไม่ได้เหมารวมว่าถ้าเป็นผู้กระทำความผิดในเรื่องของการห้าม โฆษณาแล้ว จะใช้โทษอัตราโทษเดียวกัน แต่เราจะมีการแยกจัดเป็นกลุ่มผู้ประกอบการ กลุ่มผู้รับจ้างโฆษณา แล้วก็ประชาชนทั่วไปนะครับ ในกรณีที่เป็นประชาชนทั่วไปเองก็จะมี โทษที่ค่อนข้างน้อย มีการปรับอัตราโทษลงมานะครับ ในส่วนของมาตรา ๓๒ ซึ่งเป็นมาตรา สำคัญในเรื่องของการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เอง ก็ถือว่าเป็นกฎหมายที่สอดคล้องกับ บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทย ในเรื่องของการจำกัดสิทธิเสรีภาพ เพราะว่ามีเหตุผลในเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็อันนี้ก็สามารถทำได้โดยมีแนว คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๒/๔ ปี ๒๕๕๕🔗
ประการที่ ๔ ที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับการโฆษณาเหมือนกันก็คือเราจะมี การควบคุมโฆษณาแฝงของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปัจจุบันนี้ทุนใหญ่ ๆ ที่เป็นผู้ประกอบการ รายใหญ่จะได้เปรียบผู้ประกอบการรายย่อยก็คือจะมีการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านสินค้าอื่นที่มีการจดทะเบียนเป็นสินค้าที่ไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น น้ำดื่มน้ำแร่ แล้วก็เครื่องหมายการค้าเหล่านั้นเองก็จะมีความคล้ายคลึงกัน ดังนั้นเองเราก็คิดว่ามาตรการ ที่เหมาะสมก็คือมีการห้ามในเรื่องของการไม่ให้มีการโฆษณาในเรื่องของโฆษณาแฝง ลักษณะนี้นะครับ🔗
ประการที่ ๕ ที่คิดว่ามีความสำคัญก็คือในเรื่องของการควบคุมในเรื่องของ การให้ทุนสนับสนุนหรือกิจกรรม CSR ซึ่งอาจจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เราอนุญาตให้ทำได้ในบางกรณี แล้วก็อนุญาตให้มีการบริจาค การช่วยเหลือตามมนุษยธรรม ได้ในกรณีที่เกิดสาธารณภัยอย่างร้ายแรง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่อนุญาตให้มีการเผยแพร่หรือว่า ประชาสัมพันธ์กิจกรรมเหล่านี้🔗
ประการที่ ๖ ก็คือประเด็นที่เป็นเรื่องใหม่ที่เราจะอยู่ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็คือการกำหนดหน้าที่ของผู้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะมีการแบ่งประเภทของผู้ขาย ออกเป็นประเภทร้านที่ดื่มที่ร้านกับประเภทที่ซื้อกลับไปนะครับ ซึ่งอันนี้ก็จะสอดคล้องกับ แนวทางในต่างประเทศที่มีการกำกับดูแล ในกรณีจากปัญหาที่เราพบว่าในปัจจุบันเอง ผู้ที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย เราไม่ต้องมีใบอนุญาตหรือ License อันนี้จะแตกต่างกันในต่างประเทศ ถ้าเป็นประเทศที่เขา พัฒนาแล้ว ผู้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็น Bartender ก็ดี พวกบริกรก็ดี คนเสิร์ฟ ต่าง ๆ ก็ต้องมีใบอนุญาตด้วย แต่ว่าในเมื่อกฎหมายเรายังไปไม่ถึงขนาดนั้น เราก็ใช้มาตรการ ในเรื่องของการกำหนดหน้าที่ของผู้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แทน เช่น จะต้องคอยดูแลไม่ให้ มีการทะเลาะวิวาทก่อความวุ่นวาย หรือว่าไม่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้มี การมึนเมา อันนี้ก็จะส่งผลดีว่าเป็นมาตรการที่เป็นมาตรการทางกฎหมาย ก็จะเป็น การป้องกันว่าไม่ให้คนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นไปขับขี่รถยนต์ แล้วก็ประสบอุบัติเหตุ อันนี้ก็จะเป็นมาตรการที่มีความเป็นรูปธรรม ส่วนโทษอันนี้ก็จะเป็นโทษทางปกครอง เช่น การระงับ หรือเพิกถอนใบอนุญาตเป็นการชั่วคราว🔗
ประการที่ ๗ ในเรื่องของการเพิ่มในเรื่องของสิทธิในเรื่องของการฟ้องคดี ทางแพ่ง ค่าเสียหายทางแพ่งของผู้เสียหายจากอุบัติเหตุ ของผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในปัจจุบันนี้ผู้ที่ต้องเสียชีวิต พิการ บาดเจ็บ จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เอง จากผู้ที่ขับขี่ รถยนต์ยานพาหนะต่าง ๆ หรือมอเตอร์ไซค์จะต้องเป็นผู้ที่ไปฟ้องคดีอาญาหรือคดีแพ่งเอง ซึ่งอันนี้จะทำให้เกิดภาระกับประชาชนในการที่เขาจะต้องไปจ้างทนายความ จะต้องไป ขึ้นศาลต่าง ๆ เราก็เลยคิดว่าควรที่จะกำหนดให้เป็นสิทธิของผู้บริโภค ที่ได้รับความเสียหาย ให้ถือเป็นคดีผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค แล้วก็อาจจะให้มี คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สมาคมหรือมูลนิธิที่คณะกรรมการคุ้มครองบริโภครับรอง สามารถฟ้องคดีแทนได้ด้วย อันนี้ก็จะเป็นประโยชน์ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างคดีที่ สะเทือนใจก็คือคดีของการ์ตูน น้องการ์ตูนเหตุเกิดเมื่อประมาณเกือบ ๑๐ ปี มาแล้ว เมื่อประมาณ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๗ น้องการ์ตูนตอนนั้นอายุประมาณ ๕ ขวบ คุณแม่ ทางครอบครัวก็เป็นร้านขายสเต๊ก แล้วก็ถูกคนขับรถที่ดื่มแล้วขับมาชนที่ร้าน ก็ทำให้ คุณพ่อของน้องการ์ตูนเสียชีวิต ส่วนน้องการ์ตูนเองก็ต้องบาดเจ็บสาหัส แล้วก็ต้องเข้ารับ การรักษา โดยวิธีโรงพยาบาลต้องผ่าตัดสะโพกหลุด ปัจจุบันนี้เป็นผู้ป่วยติดเตียง แล้วก็ มีอาการที่สมองถูกกระทบกระเทือนทำให้ตาบอด ๒ ข้าง อันนี้ผมคิดว่าถ้าเรามีกฎหมายที่จะ ไปช่วยเยียวยากลุ่มผู้ที่เสียหายพวกนี้ได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี เพราะปัจจุบันนี้แม่ของน้องการ์ตูน แจ้งว่าแม้ว่าศาลจะตัดสินให้ผู้ขับขี่ต้องชดใช้เงิน🔗
ขออนุญาตท่านกระชับ เพราะว่าเดี๋ยวสมาชิกจะอภิปรายในรายละเอียด เดี๋ยวเราค่อยว่ากัน นะครับ🔗
ได้ครับท่านประธาน จะจบแล้วครับ ศาลตัดสินจำคุก ๒ ปี แต่ว่าลดโทษ เหลือ ๑ ปี ชดใช้ ๖ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าผู้ขับขี่ที่เป็นจำเลย ไม่ยอมชดใช้เงิน ก็ทำให้คดี ที่จะบังคับคดี ๑๐ ปี จะหมดแล้วในปีนี้ อันนี้ก็เป็นประเด็นปัญหาว่าประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบไม่ได้รับการเยียวยา🔗
ประการที่ ๘ ก็คือในเรื่องการปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วก็มีการปรับเปลี่ยนโทษ จากโทษอาญาเป็นโทษทางปกครองในบางกรณีแล้วก็เพื่อที่จะ ลดภาระในกระบวนการยุติธรรม แล้วก็มีในเรื่องของให้ผู้ฝ่าฝืนทำบริการทางสังคม สาธารณประโยชน์แทนการลงโทษทางอาญา ก็มีเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกประสงค์จะอภิปรายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านแรก ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ท่านที่ ๒ ท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ท่านที่ ๓ ท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ เชิญท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางปะกอก พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมว่าเป็นเรื่องน่ายินดีแล้วก็รอกันมานาน ในสำหรับร่างพระราชบัญญัติควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ที่เตรียมจะเข้า เตรียมจะไม่เข้าอยู่นี่นะครับ แล้วก็ รวมถึงจริง ๆ แล้วผมเองก็เป็นผู้ที่ยื่นร่างอีกร่าง ๑ ด้วย ก่อนอื่นขออนุญาตในฐานะที่ทำงาน กับทางเรื่องนี้มา ทั้งสุราก้าวหน้าเอง รวมถึงเรื่องนี้ด้วย ผมว่า พ.ร.บ. อันนี้ก็เป็นหนึ่งในความ ฝันที่ผมอยากจะแก้ไขให้มันดีขึ้น แล้วก็ Balance ขึ้น เพราะว่าถ้าไม่มี พ.ร.บ. อันนี้เลย นโยบายที่ทั้งทางพรรคก้าวไกลหรือพรรครัฐบาลและร่วมรัฐบาลได้โฆษณาไว้นี้มันจะ ไม่เกิดขึ้น เรื่องการทำสุราชุมชนอะไรต่าง ๆ ถ้ากฎหมายนี้มันยังแข็งมากเกินไปก็จะไม่เกิดขึ้น อย่างการโฆษณาเอย อะไรเอย เป็นต้น ซึ่งเดี๋ยวรายละเอียดผมว่าในร่าง ๒ นี้จะเห็นภาพ ชัดขึ้น วันนี้ด้วยความเคารพครับท่านประธาน ก็ทางท่านธีรภัทร์ ท่านธีระ ท่านไพศาล แล้วก็ท่านพี่อั๋นนะครับ จริง ๆ ได้ให้โอกาสผมในการเข้าไปพูดคุยหลายครั้ง รวมถึงเครือข่าย ของพี่ ๆ ด้วย ผมชื่นชมเครือข่ายนี้ทำงานกันอย่างแข็งขัน แล้วก็มีเครือข่ายอยู่ทั้งประเทศเลย ในร่างนี้ผมได้อ่านแล้วประเด็นที่ผมสนับสนุนจริง ๆ ก็คือเรื่องของการที่ให้มีการประชุม สมัชชาระดับจังหวัดในเครือข่ายรณรงค์นี้ แน่นอนครับ ผมไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการมี ส่วนร่วมของประชาชนนี้มันเป็น DNA ที่พรรคก้าวไกลพยายามผลักดัน รวมถึงที่ผู้ชี้แจงได้มา พูดเมื่อสักครู่นี้ผมว่าไม่มีใครปฏิเสธได้ใช่ไหมครับว่า เหล้านี้มันไม่ดี ก็จริงครับ เหล้าไม่ดี แต่ก็เคยคุยกันหลายครั้งว่าถ้าเหล้าไม่ดีจริง เพราะฉะนั้นคุณหมอในกระทรวงไม่ออก กฎหมายว่าห้ามผลิตเหล้าในประเทศนี้เลย ซึ่งมันก็เป็นไปไม่ได้นะครับ เรียนท่านประธานครับ นี่คือความจริงครับ บางอย่างมันไม่ดีเราก็ต้องอยู่กับมัน แต่เราอยู่กับมันอย่างไร ตอนนี้ก็มี ๓ ร่างด้วยกัน ร่างนี้ผมอาจจะตั้งชื่อร่างของฝ่ายรณรงค์ที่หลายคนก็บอกว่าเป็นร่างที่เข้มข้นขึ้น คือผมก็ต้องอธิบายเพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกลของผมในการประชุมหลายครั้งว่า ร่างนี้ ไม่ได้เข้มข้นเลยครับ เพราะมันเข้มกว่านี้ไปไม่ได้แล้ว ร่างปัจจุบันมันก็เข้มกว่านี้ได้ยาก แล้วครับร่างนี้เป็นร่างที่ให้สิทธิกับประชาชนมากขึ้น ซึ่งในหลายอย่างเราเห็นต่างกันเยอะ ในหลายอย่างในหลักการเราเห็นร่วมกัน แตกต่างกันแค่ถ้อยความทางกฎหมาย ผมจะ ยกตัวอย่างสั้น ๆ อย่างเรื่องของการโฆษณา เป็นต้น ปัจจุบันอย่างที่ท่านผู้ชี้แจงได้กล่าว มาว่าโฆษณาได้ถ้าตามเงื่อนไข ผมยืนยันในความเป็นจริงนี้ผมไม่เคยเห็นใครโฆษณาได้เลย ซ้ำร้ายการบังคับใช้กฎหมายนี้ในการตีความของสำนักงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ข้าราชการก็ยังใช้อำนาจเกินกว่าเจตนารมณ์ของกฎหมาย อย่างเช่น ไปไล่จับคนที่ Post Facebook หรือใครที่ไป Promote เอาง่าย ๆ ครับท่านประธาน ก็รู้จักดีอย่างท่านรอง ประธานของเราก็โดนคดีนี้ไปด้วย ทั้งที่ก็แค่อยากจะ Post ถึงเบียร์ จังหวัดจุด จุด จุด ผมไม่กล้าพูดเดี๋ยวผมก็โดนอีกใช่ไหม ซึ่งมันแปลกมากในประเทศนี้เรื่องอย่างนี้ถ้าคนอยากจะ พูดถึงว่าแอลกอฮอล์ที่เป็นความภูมิใจของจังหวัดเขา หรือพูดคุยกับเพื่อนเขา Post ใน Facebook ส่วนตัว คนธรรมดาไม่ได้ขายของไม่ได้เป็นดารา แต่ต้องโดนจับเพราะ Post รูปเบียร์มันเกินไปไหมครับ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอยู่ไหน มันแปลกครับ มีเคส คนหนึ่ง เห็นผู้ชี้แจงชอบยกเคส ผมยกเคสหนึ่งให้ก็ได้ มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งทำงานอยู่ที่ สมุยไปทำงานโรงแรม ช่วงระหว่างตอนโควิดนี้โรงแรมกำลังแย่ครับ ซ้ำร้ายน้องคนนี้ซวยมาก โดนข้อหา Post รูปเบียร์ใน Instagram ส่วนตัวแล้วก็มี Hashtag อะไรก็ตาม ซึ่งทาง สำนักงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี้ก็บอกว่าอันนี้คุณเป็น Influencer Promote เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บางทีเขาก็เห็น Hashtag เขาก็ใส่ ๆ ไปอะไรเยอะหรือเปล่า มันไม่ได้ อะไร ผมก็ให้การช่วยเหลือโดยให้ผู้ช่วยผมไปเป็นทนาย แล้วก็ติดตามอันนี้แล้วก็อีกหลาย ๆ อัน น้องเขาไม่ได้โดนคดีที่สมุยนะครับ น้องเขาต้องบินมาจากสมุยเพื่อมาที่นนทบุรีตรงสำนักงาน ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาเจรจาต่าง ๆ สุดท้ายโดนปรับ ๕๐,๐๐๐ บาท คนเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท กำลังตกงาน โควิด เสียค่าเครื่องบิน สายการบินก็มีสายการบินเดียว แพง ๆ นะครับ แล้วผมเคยคุยกับคนที่ร่างกฎหมายนี้ครับในมาตรานี้ เขาไม่มีเจตนาที่จะเป็น อย่างนี้เลย สุดท้ายเรื่องนี้มันมีปัญหา ๒ อย่าง ปัญหาเรื่องข้อกฎหมายกับปัญหาเรื่อง การบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งนี่คือปัญหาของ พ.ร.บ. นี้ ปัญหาใหญ่อีกอันหนึ่งของ พ.ร.บ. นี้ก็คือ การบังคับใช้กฎหมายครับ ทุกท่านผมเข้าใจเลยฝ่ายรณรงค์นี่ คิดว่ามันต้องทำให้ดีกว่านี้ คือผมว่าเป็นมันถูกต้องครับ มันเป็นเป้าหมายของท่าน ผมไม่ขัดเลย แต่พอเรา มาดูกฎหมาย ห้ามเด็กที่อายุต่ำกว่า ๒๐ ปีกิน ห้ามขายที่วัด ห้ามขายที่โรงเรียน ห้ามขาย วันพระ ห้ามขายเวลาโน้นเวลานี้ ห้าม ห้าม ห้าม ห้ามขาย Online บางทีมันเยอะไปหมด จนหลงลืมไปว่าสุดท้ายเป้าหมายของมันคืออะไร คือบีบบังคับให้ยากที่สุด จำกัดสิทธิให้มาก ที่สุด หรือให้คนกินน้อยลง หรือไม่ให้เด็กกิน กฎหมายที่ดีถ้ามันเยอะเกินไปมันจะขาด ความศักดิ์สิทธิ์ของมันครับ สังเกตไหมตอนที่เราอยู่ในรัฐบาลรัฐประหาร ห้ามโน้น ห้ามนี่ ห้ามนั่น สุดท้ายคนรู้สึกกับตัวเองไหมครับว่าเราควรจะทำตามกฎหมายมันก็เยอะเกินไปหมด จะเอาเด็ก ๒๐ ปีห้ามกินก็เอาอันเดียวครับ บางครั้งมันอาจจะห้ามขายเด็กนี่ ผมก็เถียงนะ ทำไมคุณไม่ให้ขาย Online ล่ะ ขาย Online ดีกว่า กินอยู่บ้านไม่เมาแล้วขับ เขาบอก ขาย Online เดี๋ยวเด็กไปซื้อไม่ดูหน้า ผมเถียงใจขาดดิ้นว่าการขาย Online มันทำให้ คุณสามารถตรวจว่าไม่ใช่เด็กซื้อได้มากกว่าการขายตามร้านขายของชำด้วยซ้ำหรือเปล่า มีระบบอะไรครับ ยืนยันตัวตนเหมือนแบงก์ KYC โน่นนี่นั่นทำไปเถอะครับ คุณจะให้ Grab ไปส่งก็ Scan เดินหน้า ตอนคุณส่งก็ปิด Job ว่าเป็นคนเดียวกันหรือเปล่า เทคโนโลยีมันทำ ได้ครับ ถ้าห้ามขายร้านชำแล้วขาย Online อย่างเดียว แล้วเด็กซื้อไม่ได้ จริง ๆ แล้วมันควร จะเป็นแนวทางนี้มากกว่าหรือเปล่าถ้าอยากให้ทำจริง ๆ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้นะครับ ท่านประธาน ผมขออนุญาตเลยเวลานิดหนึ่ง สุดท้ายผมขอทิ้งท้ายนะครับว่าจริง ๆ แล้วผมและ พรรคก้าวไกลไม่มีปัญหากับร่างนี้ แล้วก็ยืนยันว่า จริง ๆ แล้วสภาแห่งนี้ควรจะเอาทั้ง ๓ ร่าง มาพิจารณาในวาระเดียวกัน ไม่ใช่แยกกันอย่างนี้ ผมก็งงเหมือนกันครับ ถ้าผ่านไป ๒ ร่าง ทั้ง ๒ วาระนี้แล้วจะทำงานกันอย่างไร กลับมาแล้วอย่างไร คือไม่เข้าใจ คืออย่างนี้ใคร โหวตก่อนก็เสียเปรียบสิ โหวตวันนี้ถ้าสมมุติวาระที่ ๓ ร่างของท่านธีรภัทร์และประชาชน ๙๐,๐๐๐ คน เสนอมานี้ผ่าน แล้วอีกสัปดาห์หนึ่งร่างของผมและทางคณะของอาจารย์เจริญ เข้าโหวตผ่าน แต่ว่าร่างนี้คือใช้อยู่สัปดาห์เดียวเองนะ คือผมอยากทราบ สภาต้องใช้คำตอบ นี้ครับ ว่าถ้าผ่านไปทั้ง ๒ ร่างนี้ควรจะรวมมาเป็นคณะกรรมาธิการเดียวกันหรือไม่ แล้วผม ยืนยันนะครับว่า คือผมได้ยินข้ออ้างว่าร่างนี้มันความขัดแย้งของ ๒ กลุ่ม คุณอย่ากลัว ความขัดแย้งครับ เราเป็นสภาผู้แทนราษฎร เราเกิดขึ้นเพราะเราต้องการแก้ไขความขัดแย้ง มันเป็นที่ที่คนมาเถียงกันครับ เราโดนจ่ายเงินมาเถียงกันครับ แล้วทำไมเราจะไม่ต้องเถียงกัน ด้วยเหตุนี้ผมยืนยันในหลักการว่าให้ร่างนี้ ร่าง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ของนายธีรภัทรและประชาชน รวมถึงพูดล่วงหน้าเลยนะครับ ของผมเอง และของคณะ นายเจริญ เจริญชัย และประชาชนผ่านทั้ง ๓ ร่าง และเราไปเถียงกัน ในคณะกรรมาธิการครับ จงใช้ระบบรัฐสภา จงเชื่อมั่นในประชาธิปไตยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านเท่าพิภพน่าจะไปถามวิป ผมก็งง ๆ เหมือนกัน ต้องถามวิปดู ต่อไป ท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตแสดงความเห็นนะครับว่า ผมเห็นด้วยกับการที่ ประชาชนคนไทยจะบริโภคสุราต่อบุคคลน้อยลง คือให้ลดลง แต่จะห้ามไม่ให้บริโภคก็คง เป็นไปไม่ได้นะครับ เพราะว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล แล้วการบริโภคสุราในปริมาณที่ไม่เกิน สมควรไม่ได้เป็นผลเสียต่อสุขภาพแต่อย่างใด สำหรับร่างพระราชบัญญัติของนายธีรภัทร์ และประชาชน ก็มีการลงรายละเอียดค่อนข้างมากครับ ยกตัวอย่างเช่น ในมาตรา ๒๙ ที่พูดถึงบุคคลที่ถูกห้ามไม่ให้มีการขายท่านก็ได้เพิ่มขึ้นมาอีก ๒ ส่วน ก็คือมีการเพิ่ม การห้าม ขายสุราให้กับบุคคลที่เป็นสตรีที่มีครรภ์หรือผู้ที่ติดสุรา เพิ่มเติมจากบุคคลที่มีอายุน้อยกว่า ๒๐ ปีบริบูรณ์ หรือผู้ที่มึนเมาครองสติไม่ได้ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องดีครับที่มีการห้ามอย่างนั้น แต่สาระสำคัญของการควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์ที่แท้จริงนั้นอาจจะไม่สามารถที่จะทำได้ โดยการใช้ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ แต่เพียงอย่างเดียว ในการ ควบคุมนั้นพระบัญญัติ พ.ศ. ๒๕๕๑ ก็มีการควบคุมไว้อยู่ในหมวด ๔ ตั้งแต่มาตรา ๒๖ ถึงมาตรา ๓๒ ควบคุมตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ขาย แล้วก็ผู้โฆษณา แต่การจะควบคุมการดื่ม สุราหรือแอลกอฮอล์ที่ได้ผลที่แท้จริงนั้น จะต้องเป็นการควบคุมที่ผู้บริโภคครับ ทำอย่างไร จะให้ประชาชนคนไทยบริโภคสุราในปริมาณที่ลดลง นั่นคือเป้าหมายที่แท้จริงของ การควบคุมการดื่มสุรา การควบคุมผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ขาย หรือผู้โฆษณานั้นก็เป็นแต่เพียง การแก้ไขปัญหาที่เปลือกนอกที่มิได้เป็นการแก้ไขปัญหาที่รากเหง้าของปัญหา การแก้ไข รากเหง้าของปัญหานี้จะต้องแก้ไขที่การทำความเข้าใจกับประชาชน ซึ่งเป็นผู้บริโภค หากประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคได้เข้าใจถึงข้อดี ข้อเสียของการดื่มสุราและแอลกอฮอล์แล้ว และทำให้ประชาชนมีความตระหนักรู้ มีความรับผิดชอบในการควบคุมตนเองหรือบุคคล ในครอบครัว ให้มีการดื่มสุราหรือเสพสุราแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น จึงจะทำ ให้การควบคุมเรื่องของแอลกอฮอล์หรือสุราได้ผลอย่างแท้จริงครับท่านประธาน ผมขอ อนุญาตยกตัวอย่างมาตรการการควบคุมที่ไม่สามารถลดการบริโภคสิ่งเสพติดมึนเมานะครับ ตัวอย่างที่ผมจะยกตัวอย่างก็คือ เรื่องของบุหรี่ครับ กรมสรรพสามิตและกระทรวง สาธารณสุขในรัฐบาลที่แล้ว ได้มีการออกมาตรการขึ้นภาษีสรรพสามิต ทั้งนี้เพื่อที่จะให้มี การบริโภคบุหรี่ในปริมาณที่ลดลง แต่ผลปรากฏว่าเราก็ทราบดีมีการขึ้นภาษีสรรพสามิต ๒ รอบ ใน พ.ศ. ๒๕๖๐ ครั้งหนึ่ง ใน พ.ศ. ๒๕๖๔ ครั้งหนึ่ง ผลที่ได้คืออะไรครับท่านประธาน การยาสูบแห่งประเทศไทยมียอดขายลดลงเป็นอย่างมาก ผลประกอบการที่เคยได้กำไรปีละ หลายพันล้านบาท ก็กลายเป็นเหลือประมาณ ๑๐๐-๒๐๐ ล้านบาท ผลประกอบการ ลดลงมาก แล้วการบริโภคบุหรี่ก็ไม่ได้ลดลงครับท่านประธาน กลายเป็นว่าเมื่อไม่มี การบริโภคบุหรี่ในประเทศที่ผลิตโดยการยาสูบแห่งประเทศไทย ก็ไปบริโภคบุหรี่ต่างประเทศ หรือบุหรี่เถื่อน ในทำนองเดียวกันครับท่านประธาน การควบคุมการดื่มสุราโดยการออก มาตรการต่าง ๆ ได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้ผลอย่างแท้จริงครับ เพราะว่าสุดท้ายแล้วก็ต้อง ไปแก้ที่การตระหนักรู้ของประชาชน ในข้อดีและข้อเสียทำให้ประชาชนคนไทยมีวินัย มีความรับผิดชอบในการบริโภคสุราและ แอลกอฮอล์อย่างมีสติ อันนี้จึงจะเป็นสาระสำคัญ การออกมาตรการการควบคุมหลาย ๆ ครั้ง มันก็ทำให้เกิดความลักลั่นกัน เช่น การบอกว่าห้ามขายหรือห้ามบริโภคสุราในสถานศึกษา แต่ในทางปฏิบัติแล้วเมื่อมีการจัดงานคืนสู่เหย้าหรืองานอะไรต่าง ๆ ก็มีการบริโภคสุรา ในสถานศึกษาเช่นเดียวกันนะครับ เราก็พบกันโดยทั่วไป หรือการกำหนดว่าไม่ให้มีการขาย สุราโดยกำหนดระยะห่างจากสถานศึกษา ปรากฏว่าก็มีการขายสุราเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่า ก็มีการอนุโลมให้ร้านที่เคยขายอยู่ก่อนสามารถขายได้ หรือมีข้อยกเว้นต่าง ๆ ก็ปรากฏว่า มาตรการต่าง ๆ ก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควรนะครับท่านประธาน ก็ขออนุญาตฝากไปถึงผู้ที่จะได้ พิจารณาเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาโดยกรรมาธิการวิสามัญหรือจะเป็นการพิจารณา โดยกรรมาธิการสามัญหรือโดยวิธีใด ๆ ก็แล้วแต่ ว่าการควบคุมการดื่มสุราและแอลกอฮอล์ ที่ได้ผลที่แท้จริงนั้นคือการควบคุมพฤติการณ์ของผู้บริโภคสุรา จึงจะได้ผลที่แท้จริง ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรีและเขตสะพานสูง วันนี้ขอร่วมอภิปรายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. ควบคุม เครื่องดื่มสุรานะครับ ใน Model วันนี้ขอเป็น Model แอลกอฮอล์นะครับ ALCOHOL A ตัวแรกก็คือเรื่องของ Authority แปลว่าอำนาจ ในทีนี้เรากำลังพูดถึงอำนาจของใครครับ ของคณะกรรมาธิการควบคุมการดูแลเกี่ยวกับการกำกับเครื่องดื่มที่เป็นแอลกอฮอล์ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจค่อนข้างที่จะ Unlimited หรือล้นมาก ๆ จริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องออกแบบฉลาก การควบคุมเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ Packaging แสดงความเห็นหรือส่งข้อมูล ต่าง ๆ ไปให้คณะรัฐมนตรี ดังนั้นชุดนี้มีอำนาจที่ค่อนข้างจะล้นฟ้าจริง ๆ เพราะฉะนั้น เราจะทำอย่างไรให้อำนาจเหล่านี้กลับมาสู่พี่น้องประชาชนมากขึ้นกว่าเดิม นี่คือตัว A ที่หนึ่ง🔗
ต่อมาตัว L นะครับ L ในที่นี้คือกฎหมายครับ หลายท่านครับ ผู้ชี้แจงก็ได้พูด แล้วนะครับว่ากฎหมายของเราในการควบคุม พ.ร.บ. มีตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ก็กว่า ๑๖-๑๗ ปีแล้ว มันเป็นอะไรที่เก่ามากครับ เรื่องของความล้าสมัย เรื่องของค่าปรับ อำนาจที่ซ้ำซ้อนกันหลาย หน่วยงาน ดังนั้นตรงนี้เป็นจุดที่ดีจริง ๆ ที่เราจะกำจัดจุดนี้ เพราะสิ่งที่เราต้องการก็คือ เจอจับ ปรับให้จริงนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นการปรับกฎหมายที่เหมาะสมกับปัจจุบันครับ🔗
ต่อมาเป็นตัว C นะครับ C ในที่นี้คืออะไรครับ C ก็คือ Communication Marketing หรือการสื่อสารการตลาด แน่นอนครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการโฆษณา เราจะทำ อย่างไรดีให้การโฆษณามันไม่ต้องมีการแฝงอีกต่อไป ทำอย่างไรให้คนที่เป็นตัวเล็กตัวน้อย หรือผู้ประกอบการรายย่อยได้มีโอกาสที่จะทำให้พวกเขานั้นมีโอกาสในการทำธุรกิจที่สร้าง โอกาสให้กับประเทศชาติได้มากขึ้นกว่านี้ เพราะฉะนั้นตัวนี้การสื่อสาร เดี๋ยวพี่น้อง หลาย ๆ คน เพื่อน อ.เอท อีกหลายท่านก็จะมาช่วยกันอภิปรายเรื่องนี้ด้วย🔗
ต่อมาเป็นตัว O ครับ O ในที่นี้หมายถึงอะไรครับ อ.เอท จะขออนุญาตใช้ คำว่า Obligation แปลว่าเกณฑ์ต่าง ๆ หรือกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เรามีขึ้นมา สุดท้ายแล้วเกณฑ์ หรือระเบียบที่เรามีขึ้นมาก็ยังโดนแหกครับ ง่าย ๆ เราจะไปซื้อร้านโชห่วยเล็ก ๆ อ.เอท ก็อยู่บ้านแถวหมู่บ้าน อ.เอท นะครับ บางทีเด็ก ๆ เราก็ให้ลูก ๆ หลาน ๆ เรา ๔-๕ ขวบ ไปเดินซื้อเบียร์ก็ยังได้ ดังนั้นตรงนี้บางครั้งเรามีกฎแล้ว เรามีระเบียบแล้ว แบบที่ ท่านเท่าพิภพพูดครับ กฎหมายมีแต่การบังคับใช้ยังค่อนข้างที่จะหละหลวมจริง ๆ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้เรื่องของเกณฑ์ต่าง ๆ มันเป็นสิ่งที่เราพึงปฏิบัติ แล้วก็ควรปฏิบัติ เพราะมันคือกฎหมายนะครับ🔗
ต่อมาตัว H นะครับ เราไป A L C O ต่อไปเป็นตัว H ครับ H ในที่นี้คือ Halt แปลว่า ห้าม ขออนุญาตขยายความครับ ห้ามในที่นี้คือห้ามที่ไหนบ้าง เช่น โรงเรียน เพราะจะมีวงเล็บครับ โรงเรียนเฉพาะ เว้นแต่เป็นสถานที่ที่อยู่ ถูกไหมครับ หรือเป็นที่พัก อาศัยของคุณครูต่าง ๆ ตรงนี้ถ้าเป็นโรงเรียนไม่ต้องเว้นครับ ไม่ต้องดื่มกันไปเลย โรงพยาบาล ถูกไหมครับ ไม่ต้องดื่มกันไปเลยหรือสถานที่ราชการที่ไม่ควรจะมีการดื่มเป็นอย่างยิ่ง และที่ อ.เอท เห็นสำคัญครับ ก็คือเรื่องของสวนสาธารณะ บางท่านวิ่งไปดื่มไป อันนี้ก็เป็น สิ่งที่เราควรที่จะใช้กฎหมายตรงนี้มาห้ามปรามมาจัดการ พูดง่าย ๆ ครับ เจอจับ ปรับจริง อันนี้ขออนุญาตฝากไว้ก็คือตัวที่ H หรือการห้ามตามสถานที่ราชการต่าง ๆ ต่อมาอีก ๒ ตัว ตัว O นะครับ O ในที่นี้ อ.เอท ขอใช้คำว่า Open Opportunity รวมไปถึง Online Communication ด้วย ฉะนั้นหลาย O นะครับ มีอยู่ 3 O ติดเลย ก็หมายถึงการเปิดโอกาส ให้กับคนที่อยากจะที่จะทำธุรกิจธุรกรรม SMEs ธุรกิจรายย่อยต่าง ๆ ให้เขาได้มีโอกาสที่จะ สร้างโอกาสให้กับตัวเขาเองนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุราก้าวหน้าต่าง ๆ หรืออะไร ก็ตามแต่ เราห้ามไม่ได้ เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกก็ได้บอกไปแล้วว่าสุดท้ายแล้วก็ห้ามไม่ได้ ถูกไหมครับ เราจะส่งเสริมอย่างไรให้ถูกวิธี เพราะสุดท้ายตรงนี้มันไม่ใช่แค่ควบคุมนะครับ มันจะกลายเป็นเครื่องมือ เห็นไหมครับ จากควบคุมกลายเป็นเครื่องมือของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ที่จะเอามาทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่ง ในเรื่องของการทำธุรกิจธุรกรรม ฉะนั้นตรงนี้ขอให้เปิดเป็น โอกาสสำหรับคนทุกคนที่จะเข้าถึงธุรกิจธุรกรรมโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ SMEs ด้านเกี่ยวกับ ศิลปะด้านนี้ด้วย อ.เอท ถือว่าคำว่า Open Opportunity หรือเหล้าเบียร์ บางครั้งนี้ ถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่งเลย คล้าย ๆ กับ Soft Power ก็ว่าได้ เป็นศิลปะที่ทำไมครับ ด้านการเครื่องดื่มเป็นศิลปะที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มที่ท่านจะเห็นว่าบางครั้งที่ขวดเบียร์ ขวดไวน์จะมี เขาเรียกว่าการวาดภาพต่าง ๆ ศิลปะ มีรูปยักษ์บ้าง รูปอะไรบ้างอันนี้เห็นไหม ก็เป็นเรื่องของ Fine Art ศิลปะอย่างหนึ่ง เอาละครับ เราดำเนินมาถึงตัวสุดท้ายแล้ว ตัวสุดท้ายที่ อ.เอท จะกล่าวถึงก็คือตัว L นะครับ ALCOHOL ตัวสุดท้ายในที่นี้ก็คือคำว่า License เมื่อสักครู่นี้ผู้ชี้แจงได้อธิบายมาชัดเจนครับว่าเราก่อนที่จะขายได้ บางคนยังไม่มี License ถูกไหมครับ บางคนบอกว่าจะเป็น Bartender ก็ไม่มี อ.เอท เราก็เคยแอบไปอยู่ ต่างประเทศมา ทุกอาชีพครับ แม้กระทั่งแม่ค้าที่จะออกมาขายของ จะมาผัดข้าวผัด จะขาย ข้าวผัดหรือจะขายบะหมี่หน้าบ้านต้องขอ License แต่บ้านเราก็ไม่มี ถูกไหมครับ หรือบางครั้งมีก็เยอะเกินไปครับ เช่น ร้านที่ขายของมี License อ.เอท ไปอ่านดูในข้อมูลของ Digital ที่เป็น Government มีเป็น ๔๐๐,๐๐๐ กว่า License คือมีเยอะมากจนไม่รู้จะจำกัด กันอย่างไรแล้ว ถูกไหมครับ ทีนี้พอมีเยอะแทนที่เราจำกัด แทนที่เรามี License จะขาย ก็กลับกลายเป็นปัญหาก็ยังมีอยู่อีก แสดงว่าคนที่มี License ก็ไม่ได้ทำตามสิ่งที่เขาขอมา ไม่ได้ทำตามกฎระเบียบของกฎหมายที่เรามีไว้ ที่พึงที่จะควรทำและควรที่จะทำ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เลยสรุปออกมาเป็น Model แอลกอฮอล์ว่าเราควรมีการปรับ มีการเปลี่ยนเพื่อให้ประเทศชาติไม่เหมือนเดิมแล้ว และสุดท้ายนี้ครับ อ.เอท อยากที่จะเห็น กฎหมายที่ทันสมัย เพื่อประเทศชาติและชาติไทยที่ไม่เหมือนเดิม และชาติไทยก้าวหน้า ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด มหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขออภิปรายเกี่ยวกับเรื่อง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งมีการนำเสนอทั้ง ๓ ร่างนะครับ ท่านประธานครับ เรื่องแอลกอฮอล์ทุกคนก็รู้ว่ามันมีอันตรายอย่างไร ส่วนประโยชน์ก็คือเรื่องของการสร้าง ความสนุก การสร้างรายได้ แล้วก็การสร้างงานต่าง ๆ ส่วนข้อเสียก็คือแอลกอฮอล์ทำให้ เสียสุขภาพ ถ้าดื่มเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังไม่เท่าไร ถ้าดื่มมาก ๆ ก็อาจจะถึงขั้น Alcoholism แล้วก็เป็นผลเสียอีกหลายด้าน ท่านประธานครับ พ.ร.บ. ควบคุมแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ บังคับใช้มา ๑๕ ปี มุ่งมั่นที่จะทำการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากการจำหน่าย การบริโภคและการโฆษณาต่าง ๆ ซึ่งผมก็มีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับเป็นนายกเทศมนตรีที่ จังหวัดมหาสารคาม ช่วงที่เป็นนายกเทศมนตรีก็ทำงานร่วมกับทาง สสส. ทำงานเกี่ยวกับ ประชาสังคม เกี่ยวกับการที่จะทำให้งานต่าง ๆ มีความสุขความสำเร็จ เช่น งานลอยกระทง สมัยก่อนบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็เป็น Sponsor แล้วก็มีงบประมาณมาสนับสนุนงาน ร้านค้าก็ชอบ แล้วก็มีความเชื่อว่าพอมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วจะทำให้การค้าขายดีขึ้น แต่ปรากฏว่าพอผมเข้าไปเป็นนายกเทศบาลก็ได้ไปเปลี่ยน แล้วก็ประชุมกันว่าเราจะทำเป็น ลอยกระทงปลอดเหล้า ซึ่งมีจุดมุ่งหมายคือว่าแต่ก่อนลอยกระทงทีไรคนเมาเต็มไปหมดเลย เรียกว่านอนเรี่ยราดด้วย ก็มี แล้วก็เกิดการทะเลาะวิวาท แล้วก็เกิดอุบัติเหตุ พวกความรุนแรง เรื่องยิงกันตายอะไร ต่าง ๆ ซึ่งพอปรากฏว่าเรามาจัดลอยกระทงปลอดเหล้า ปรากฏว่าร้านค้าบอกว่าขายของ ดีขึ้น ประชาชนมาร่วมงานมีความปลอดภัยขึ้น ดูงานแล้วเรียกว่าดูดีขึ้น ประชาชนรู้สึก ปลอดภัย ไม่มีการทะเลาะวิวาท ไม่มีคนเมามานอนเรี่ยราดตามท้องถนน ซึ่งนี่ก็คือสิ่งที่บอก ว่าสังคมของเราเรื่องของแอลกอฮอล์ก็เป็นอันตรายอย่างหนึ่ง ฝ่ายธุรกิจก็พยายามจะขายให้ ได้เยอะ ฝ่ายควบคุมก็พยายามจะทำให้คนไม่ดื่มแอลกอฮอล์จนเกิดความรุนแรงต่อสังคม และต่อตัวเองนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๗ ประเภทที่แอลกอฮอล์ได้เกิดอันตราย ไม่ว่าจะเป็น การบาดเจ็บ อาชญากรรม การทำลายสิ่งแวดล้อม การทำลายครอบครัว บางครอบครัว พ่อดื่มเหล้า ทะเลาะวิวาทกับแม่ก็เกิดครอบครัวแตกแยกขึ้นมา ทั้งเรื่องการทำลายสังคม ทำลายเศรษฐกิจ เรื่องของการกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งเรื่องของแอลกอฮอล์มีเรื่อง ต่าง ๆ ที่เราคิดว่าเป็นข้อเสียมากมายที่ทำให้สังคมเกิดความเชื่อ ฝ่ายโฆษณาก็บอกความเชื่อ ดื่มแอลกอฮอล์แล้วสนุก คนก็คิดว่าดื่มแอลกอฮอล์แล้วสนุก ท่านประธานครับ ในอดีต โกวเล้งซึ่งเป็นกวีนิพนธ์ชาวจีนแต่งหนังสือกำลังภายในเยอะ ส่วนใหญ่จะบอกว่ากินเหล้า แล้วสนุก เขาบอกว่าโกวเล้งตายจาก Alcoholism อายุ ๔๘ ปี โกวเล้งบอกว่าไม่ชอบดื่ม แอลกอฮอล์หรอกครับ แต่ชอบบรรยากาศในวงเหล้า ซึ่งอันนี้ล่ะครับคือการเชื่อที่ผิด ๆ ซึ่งการสนุกได้ไร้แอลกอฮอล์จะเป็นประโยชน์ที่มากกว่า เราสูญเสียอีกมากมายนะครับ เกี่ยวกับเรื่องความเชื่อที่ผิด ๆ ว่าแอลกอฮอล์แล้วถึงจะมีความสุขมีความสนุก เราสนุกได้ ไร้แอลกอฮอล์ ซึ่ง พ.ร.บ. นี้ เป็นการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งมาปรับปรุงในปี ๒๕๕๑ ซึ่งในปัจจุบันก็มีการเปลี่ยนแปลงของสังคมวัฒนธรรมเยอะ ของผมนี่นะครับชาวบ้านแต่ก่อน งานศพ งานบวช งานบุญ กินเหล้าทะเลาะวิวาท ตอนนี้ลดลงเยอะ งานศพ งานบวช งานบุญ ในจังหวัดมหาสารคาม โดยเฉพาะในเขตเทศบาลไม่มีการเลี้ยงแอลกอฮอล์ คนเลี้ยงก็รู้สึกว่า สบายใจ ไม่ต้องมีการทะเลาะวิวาท แล้วก็เป็นสังคมที่มีความสุขว่าคนมางานไม่ต้องต่อว่า เจ้าภาพว่าทำไมขี้เหนียวจัง ไม่เอาเหล้ามาให้กิน แต่ตอนนี้มันเป็นเรื่องของภาพลักษณ์ว่า เราไม่เลี้ยงแอลกอฮอล์ก็ถือว่าเป็นภาพลักษณ์ที่ดี แล้วก็เป็นการรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งจุดต่าง ๆ ของสังคมไทยจะต้องมีการปรับเปลี่ยน ถ้าเราไม่ควบคุมเรื่องของแอลกอฮอล์ ให้อยู่ในความพอดีสังคมไทยก็จะเกิดเรื่องของการใช้แอลกอฮอล์ที่ไม่มีการควบคุม แล้วก็ เกิดการสูญเสียต่าง ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ความปลอดภัยสาธารณะ เรื่องของการทะเลาะวิวาท เรื่องของอุบัติเหตุ เรื่องของการทำร้าย เยาวชน เพราะว่าเกิดความยับยั้งชั่งใจที่ลดลง บางคนก็ไปมีการล่วงละเมิดทางเพศ มีการใช้ ยาเสพติด มีการล่อลวง ในเรื่องของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่พอบริโภคเข้าไปก็เกิดการขาด การยับยั้งชั่งใจ แล้วก็สังคมแล้วก็เสียหาย แล้วเรื่องของการควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญ แล้วก็ต้องมีการควบคุมให้เหมาะสม ผมจึงเห็นด้วยที่จะมีการปรับเปลี่ยนกฎหมายนี้ให้เกิดความเหมาะสม ทั้งด้านการต่อต้าน เรื่องของการควบคุมอย่างรอบคอบ คำนึงถึงผลดี ผลเสีย แล้วก็อยากให้ที่ประชุมแห่งนี้ มอบหมายให้ทางรัฐบาล ให้ทางท่านรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขไปศึกษาและพิจารณา แล้วก็นำมาเสนอต่อสภาเพื่อจะพิจารณาต่อไป ก็ขออนุญาตว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลเสีย ที่ต้องควบคุมให้เกิดความเหมาะสม ประชาชน สังคม และเยาวชน ต้องการการควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์กับประเทศและสังคมต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ อีก ๒ ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านสหัสวัต คุ้มคง ท่านธิษะณา ชุณหะวัณ นะครับ เชิญท่านสหัสวัต คุ้มคง เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคก้าวไกลครับ ขอร่วม อภิปรายถึงหลักการของร่างพระบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดย คุณธีรภัทร์ คหะวงศ์ และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งนะครับ🔗
อันดับแรก หลังจากที่ผมอ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็เห็นด้วย ในหลายเรื่องครับ แต่ก็รู้สึกไม่สบายใจที่ผมไม่สบายใจนั้นเพราะรู้สึกว่าหลักการและเหตุผล บางอย่างของพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นอาจสร้างความเข้าใจผิดต่อประชาชนและมองผู้ที่ดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นตัวร้าย โดยไม่ได้มองสภาพความเป็นจริงหรือมุ่งที่จะแก้ไขต้นตอ ของปัญหาที่แท้จริง แต่กลับมาสร้างภาระให้กับผู้ดื่มและผู้ประกอบการแทนครับ ทำไมผมถึงพูดอย่างนั้นครับ ผมอยากจะชวนทุกท่านมาดูตรงนี้ครับ ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
ผมขอเริ่มจากปัญหา Classic ของประเทศ เราก่อนครับ คือปัญหาเมาแล้วขับครับ ในหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ระบุว่าเพื่อประโยชน์ของสาธารณะอย่างอื่น เช่น การป้องกันหรือลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิด อุบัติเหตุ ผมไม่ปฏิเสธครับว่าปัญหาเมาแล้วขับเป็นปัญหาใหญ่มากที่ต้องได้รับการแก้ไข แต่คำถามที่สำคัญตรงนี้ครับว่าเราจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ท่านจะบอกว่าให้คนดื่มเหล้า ได้ยากขึ้น ผมมองอีกอย่างหนึ่งครับ มาดูสถิติกันนะครับ จากตารางผมใช้ข้อมูลขององค์การ อนามัยโลกหรือ WHO ถ้าดูจากสถิติจะพบว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่บริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์เฉลี่ย อันดับที่ ๖๔ ของโลก หรือคิดเป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ประมาณ ๘.๓ ลิตร ต่อปีครับ ในขณะที่ประเทศที่ดื่มหนักที่สุดในโลกคือเอสโตเนียประมาณ ๑๖.๙ ลิตรต่อคน ต่อปีครับ มาดูประเทศอื่น ๆ ที่มีชื่อเสียงเรื่องสุรา เช่น เจ้าแห่งเบียร์อย่างประเทศเยอรมนี อยู่อันดับ ๕ ๑๓.๔ ลิตรนะครับ เมืองไวน์อย่างประเทศฝรั่งเศสอยู่อันดับ ๑๑ ๑๒.๖ ลิตร เข้ามาไกลหน่อยในเอเชียประเทศเกาหลีใต้เมือง Soju ๑๐.๒ ลิตร ประเทศญี่ปุ่นเมืองสาเก ใกล้กับเราอยู่ที่อันดับ ๗๑ หรือประมาณ ๘ ลิตรต่อคนต่อปี คราวนี้มาดูสถิติที่เราชอบพูดกัน คือสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนครับ จากรายงานของ WHO เหมือนกันประเทศไทย มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดในเอเชีย ๓๒.๗ คนต่อแสนคน หรือ ๒๒,๐๐๐ กว่าคนต่อปีครับ ในขณะที่ประเทศอื่นที่ดื่มหนักกว่าเรา แล้วมีชื่อเสียง ด้านแอลกอฮอล์ที่ยกตัวอย่างมา ประเทศเอสโตเนีย ๗ ต่อแสนคน ประเทศเยอรมนี ๓.๗ ต่อแสนคน ประเทศฝรั่งเศส ๕ ต่อแสนคน ประเทศเกาหลีใต้ ๕.๓ คนต่อแสนคน ประเทศ ญี่ปุ่น ๒.๕ ต่อแสนคน หรือก็แค่หลักพันคนต่อปีเท่านั้นเองครับ ประเทศเรากระโดดสูงมาก ถ้าตามสถิตินี้ แล้วถ้ามาดูอีกช่องหนึ่งคืออัตราการเสียชีวิตอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกี่ยวข้อง กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครับ ประเทศเอสโตเนีย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ประเทศเยอรมนีอยู่ที่ ๗ เปอร์เซ็นต์ ประเทศฝรั่งเศส ๒๙ เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าไทยครับ ประเทศเกาหลีใต้ ๑๑.๒ เปอร์เซ็นต์ ประเทศญี่ปุ่น ๕.๖ เปอร์เซ็นต์ แล้วประเทศไทย ๑๔.๑ เปอร์เซ็นต์ครับ ก็ยังถือว่าสูงกว่าประเทศอื่น ๆ นอกจากประเทศฝรั่งเศส ตัวเลขเหล่านี้บอกอะไรได้บ้างครับ🔗
ข้อแรก ประเทศเราไม่ได้ดื่มหนักอย่างที่หลายคนเข้าใจครับ🔗
ข้อ ๒. ประเทศไทยมีอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงกว่าประเทศอื่นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้ง ๆ ที่ดื่มน้อยกว่า🔗
ข้อ ๓. ประเทศไทยมีอัตราอุบัติเหตุที่สัมพันธ์กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จัดว่า อยู่ในระดับปานกลางครับ แล้วถ้าเราไปดูรายงานเต็มจะพบว่าหลายประเทศนี้มากกว่า เราครับ ประเทศไทยจะเน้นหนักในช่วงเทศกาลนะครับ ที่ผมยกมาไม่ได้บอกว่าเมาแล้วขับ ไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นปัญหาที่ต้องแก้ครับ แต่จะแก้ด้วยวิธีไหนครับ คำตอบง่าย ๆ ถ้าไปดู อัตราของฐานข้อมูลของประเทศเหล่านี้นะครับ สิ่งที่ประเทศเหล่านี้แตกต่างจากเราคือ มีขนส่งสาธารณะ จากสถิติเราจะเห็นเลยครับว่าจริง ๆ แล้วปัญหาหลักของเราอยู่ที่ท้องถนน สิ่งสำคัญคือเราจะต้องมีขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงง่าย ถูก ปลอดภัย ที่จะพาคนกลับบ้าน อย่างปลอดภัยครับ ไม่ใช่ปล่อยให้เมาแล้วขับครับ ย้ำนะครับ การปราบปรามการเมาแล้วขับ เป็นเรื่องที่ดีและต้องทำกันจริง ๆ จัง ๆ ครับ แต่ขนส่งสาธารณะก็ต้องปรับปรุงและเข้าถึงง่าย เช่นกันนะครับ ในประเทศญี่ปุ่น ในประเทศเยอรมนี เราจะเห็นประเทศเหล่าคนดื่ม หนักมากครับ แล้วก็จะเห็นภาพคนเมาหลับอยู่บนรถไฟฟ้าเต็มไปหมดเลยครับเป็นเรื่องปกติ นี่ต่างหากคือทางแก้ครับ🔗
ประเด็นต่อมา คือเรื่องการโฆษณาและการห้ามขายในรูปแบบ Electronics หรือ Online ครับ ผมเองก็ไม่มั่นใจว่าหลักการข้อนี้นั้นจะย้อนแย้งกับข้อข้างบนหรือเปล่า เพราะต้องการการลดการเมาแล้วขับ แต่ไม่อนุญาตให้สั่งมากินที่บ้าน ผมไม่เข้าใจครับว่า การสั่งไม่ดื่มที่บ้านนี้จะเป็นปัญหาอย่างไรนะครับ นอกจากว่ากลัวเยาวชนจะเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าเราสามารถออกแบบให้มีระบบยืนยันตัวตน ยืนยันด้วยบัตรประชาชน หรืออะไรก็ได้ครับ เรื่องนี้ไม่ควรจะเป็นปัญหาเลย🔗
ประเด็นสุดท้ายครับ คือประเด็นเรื่องของการโฆษณา ผมไม่เข้าใจไม่แน่ใจว่า การห้ามหรือจำกัดการโฆษณาจะยับยั้งให้คนไม่อยากดื่มสุราได้ครับ หรือทำให้เยาวชนไม่รู้จัก เหล้า เบียร์ได้ครับ มันห้ามไม่ได้หรอกครับตอนนี้ท่านใช้อินเทอร์เน็ตก็เห็นครับ เห็นโฆษณา แล้วครับ ต่อให้เราใช้ Internet Explorer ที่ช้า ๆ Search ใน Yahoo เราเห็นว่าเหล้าเบียร์ เป็นแบบไหน ยี่ห้อไหนเด่นดัง การห้ามโฆษณาไม่ได้ทำให้นายทุนขนาดใหญ่ที่มีสายป่าน ได้รับผลกระทบเลยครับ แต่กระทบกับผู้ผลิตรายย่อยที่เขาจะไม่สามารถโชว์ผลิตภัณฑ์ เหล่านี้ให้กับทุกคนได้ครับ เราได้ข่าวกันตลอดว่าเหล้า เบียร์ไทยได้รับรางวัลจากการประกวด ระดับโลก แต่พอถามว่ายี่ห้อไหนชนะ เราตอบไม่ได้เลยครับ เพราะเราไม่รู้ว่าของดี ๆ ของเรา คืออะไรครับ แล้วก็จะวนอยู่กับเบียร์ เหล้าของนายทุนใหญ่อยู่แบบนี้ รายย่อยตาย รายใหญ่ ยิ้มเพราะติดตลาดไปแล้ว นี่ยังไม่นับว่ารายย่อยของไทยจำนวนมากผลิตในไทยไม่ได้ เพราะยังไม่มี พ.ร.บ. สุราก้าวหน้าที่จะมาปลดล็อกการผลิตทำให้ต้นทุนเขาสูงกว่านายทุน ขนาดใหญ่ ขายแพงกว่า แล้วยังไม่มีช่องทางในการโฆษณาอีกหรือครับ นี่เรียกว่าเป็นการทำ ให้เศรษฐกิจเสียหายอย่างยิ่งครับ เราต้องเข้าใจก่อนว่าการดื่มสุราและสุราเป็นวัฒนธรรม ที่อยู่คู่กับมนุษยชาติมานับพัน ๆ ปีครับ ก่อนมีศาสนาหลาย ๆ ศาสนาเกิดขึ้นด้วยซ้ำครับ การกินดื่มเป็นเรื่องปกติครับ หลายประเทศทั่วโลกชื่นชมสุราของตัวเอง มีการโฆษณา Promote จนมีรายได้มหาศาลให้กับประเทศตัวเองครับ เยอรมนีสร้างงานจากอุตสาหกรรม เบียร์ได้เกือบประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ตำแหน่ง แล้วรายได้หมุนเวียนกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านยูโร เก็บภาษีได้ปีละ ๖,๕๐๐ ล้านยูโร ปีที่แล้วฝรั่งเศสนับเฉพาะยอดส่งออกไวน์ก็ทำรายได้เข้า ประเทศถึง ๑๗,๒๐๐ ล้านยูโรครับ หรือในปีก่อนญี่ปุ่นเองก็ต้องออกมาตรการเพื่อให้คนดื่ม แอลกอฮอล์มากขึ้นเพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมและเพิ่มภาษีเข้ารัฐครับ เกาหลีใต้เฉพาะ Soju ส่งออกทะลุ ๑๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐแล้วนะครับ ก็คงไม่ต้องอธิบายความสำเร็จของชาติ เหล่านี้นะครับ ทั้งเยอรมัน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งเกาหลีใต้ครับ ถ้าเราพูดถึง Soju เมื่อ ๑๑ ปี ๒๐ ปีที่แล้วก็คงไม่มีใครรู้จักครับ แต่พอมาทุกวันนี้ครับ แทบจะทุกร้านมี Soju ขายนะครับ เขาทำเรื่องนี้ได้อย่างไรครับ ก็ผ่านโฆษณาผ่าน Soft Power เหล่านี้ครับ ที่ทำให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ จากที่ผมอภิปรายไปทั้งหมดข้อสรุปดังนี้ครับ ปัญหาเมา แล้วขับต้องแก้ที่ต้นตอครับ คือขนส่งสาธารณะที่ดีครับ ๒. การโฆษณาเป็นเรื่องที่ควรจะ ทำได้และในบางกรณี โดยเฉพาะกับผู้ผลิตรายย่อย รัฐควรสนับสนุนให้มีการโฆษณาสินค้า ด้วยซ้ำนะครับ สุดท้ายครับผมอยากจะฝากว่าสุราไม่ใช่ของพิเศษหรอกครับ แต่แน่นอนมันก็ ไม่ได้เลวร้ายไปทั้งหมด อยากให้เราทำความเข้าใจกันไหมครับในเชิงวัฒนธรรม วิถีชีวิต เศรษฐกิจนะครับ แล้วก็เรื่องหนึ่งครับ คือผมคิดว่าวัฒนธรรมการดื่มมันถูกปรับเปลี่ยนได้ครับ เป็นสิ่งที่ปลูกฝังได้ การดื่มอย่างมีความรับผิดชอบเป็นสิ่งที่เราสามารถสั่งสอนและเลี้ยงดู กันได้ การปลูกฝังการดื่มให้มีอารยะครับ เป็นทางแก้ที่ดีที่สุดครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครู นักเรียนโรงเรียนบ้านโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาสครับ จำนวน ๓๗ ท่าน สภายินดีต้อนรับนะครับ ต่อไป ท่านสุดท้าย ท่านธิษะณา ชุณหะวัณ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๒ พรรคก้าวไกลค่ะ🔗
จากที่ดิฉันได้พิจารณา เนื้อหาของพระราชบัญญัติการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่พี่น้องประชาชนได้ลงชื่อเข้า มานะคะ แล้วพบว่ามีเนื้อหาบางส่วนที่ควรจะพิจารณาแก้ไขและปรับปรุงคือปัญหา ความเหลื่อมล้ำค่ะ เช่น ปัญหาระหว่างสถานที่จำหน่ายขนาดเล็ก เบอร์สุดขนาดใหญ่ค่ะ และการให้อำนาจเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบการดื่มแอลกอฮอล์ ณ ที่ขายและมีค่าปรับ สำหรับการเปิดนอกเวลาที่กำหนดเป็นจำนวนเงินเท่ากันระหว่างสถานประกอบการขนาด ใหญ่และขนาดเล็กที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ค่ะ อาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำได้คือสถาน ประกอบการขนาดใหญ่อาจยอมจ่ายค่าปรับ เพราะคุ้มค่าที่จะเปิดนอกเวลาที่กำหนดค่ะ ในขณะที่สถานประกอบการขนาดเล็กการจ่ายค่าปรับจำนวนเดียวกันอาจจะไม่คุ้มค่าจึงต้อง ปิดตามเวลาค่ะ และอีกปัญหาที่เห็นได้ตามสื่ออยู่บ่อยครั้ง คือมีการร้องเรียนเจ้าหน้าที่ว่ามีการเรียกเก็บเงิน จริงอยู่ที่โดยเนื้อหาของ พ.ร.บ. ดังกล่าว ไม่ได้มีการทุจริต แต่เมื่อนำ พ.ร.บ. นี้ไปบังคับใช้ในทางปฏิบัติ อาจเปิดช่องว่างให้เกิด การทุจริตโดยง่ายค่ะ แต่เมื่อมีการนำ พ.ร.บ. นี้ไปบังคับใช้จากปัญหาการใช้ดุลยพินิจ ของเจ้าหน้าที่ หรือการเรียกรับสินบน จึงอาจไม่มีประสิทธิผลในการควบคุมการบริโภค เครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ และการทุจริตคอร์รัปชันดังกล่าวยังจะ ส่งผลต่อการแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยได้อีกด้วย เนื่องจากเป็นอีก ปัจจัยหนึ่งที่คอยฉุดรั้งไม่ให้เศรษฐกิจของประชาชนที่เป็นพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเป็นประชากร จำนวนมากของประเทศไทย ลืมตาอ้าปากได้ค่ะท่านประธาน โดยสถิติแล้วในภาพนี้ เป็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นสถิติการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ใหญ่เฉลี่ยต่อหัว ของไทยอยู่ที่สูงกว่า ๘ ลิตรต่อปี เช่นเดียวกับประเทศเวียดนามค่ะ ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่ได้ มีการควบคุมอย่างเข้มงวดมากเท่าประเทศไทย และยังไม่มีการผูกขาดอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์🔗
การทำความเข้าใจนะคะ เนื่องจากคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ที่เพิ่งอภิปรายไป คนที่ ๑ ได้ยื่นร่าง พ.ร.บ. สุราก้าวหน้าไปในเมื่อสมัยที่แล้ว พรรคก้าวไกลได้มีการเสนอ นโยบายสุราก้าวหน้า ซึ่งหลายคนมักจะเรียกกัน แต่แน่นอนว่าพรรคก้าวไกลก็มองถึง ความสำคัญในการบริหารจัดการของภาครัฐต่อการผลิตและการบริโภคที่เกิดความสมดุล ทั้งส่วน Demand ประชาชนและ Supply หรืออุปสงค์ อุปทานนั่นเองค่ะ ในส่วนของ Demand เราได้พิจารณาด้านสุขภาพและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุบนท้องถนน และผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์ ที่ไม่เหมาะสม จนกระทั่งสร้างผลกระทบเสียหายต่อครอบครัว ชุมชน และสังคมภายนอก อย่างที่ผู้ชี้แจงและผู้ยื่นร่าง พ.ร.บ. นี้ได้อภิปรายไปเบื้องต้นค่ะ ในส่วนของ Supply หรือในส่วนของผู้ผลิต พรรคก้าวไกลมีนโยบายให้ลดการผูกขาดการผลิตที่อยู่กับกลุ่มทุน ขนาดใหญ่ และเพิ่มการแข่งขันเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากวัตถุดิบที่ผลิตได้หลากหลาย และมีจำนวนมากมายในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นข้าว ผลไม้ หรือผลผลิตทางการเกษตร อื่น ๆ ซึ่งมีเกษตรกรมากกว่า ๙,๓๖๘,๒๔๕ ราย หรือว่า ๘,๙๐๔,๙๕๔ ครัวเรือนในประเทศ ไทยที่จะได้ประโยชน์ ท่านประธานอาจเป็นกังวลนะคะ เพราะประเทศไทยเป็นเมืองแห่ง ศีลธรรม จึงไม่ควรให้มีการผลิตแบบเสรี แต่ดิฉันมองว่าผู้ดื่มแอลกอฮอล์เป็นผู้ที่มีรายได้สูง สุดท้ายก็จะมีการซื้อเครื่องดื่มนำเข้าจากต่างประเทศอยู่ดี ถึงจะมีราคาสูงเท่าไร แล้วทำไม ประเทศเราไม่ผลักดันให้มีการผลิตแอลกอฮอล์เป็นทางเลือกให้กลุ่มผู้บริโภคเพื่อส่งออกไป ต่างประเทศและเพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวซื้อกลับประเทศค่ะ เป็นอีก ๑ แนวทางที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนและท้องถิ่น ดิฉันเชื่อว่าด้วยศักยภาพของคนไทย หากมี การเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันเสรี อนาคตสุราไทยจะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรายได้ให้กับ ประเทศอย่างมหาศาล เช่นเดียวกับสาเกของญี่ปุ่น Soju ของเกาหลีที่เป็นที่นิยมไปทั่วโลกได้ แน่นอนค่ะ แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้เคียง อย่างเช่น ประเทศเวียดนาม เป็นต้น ที่ใช้วัฒนธรรมต้มเบียร์ดื่มเองที่บ้านมาดึงดูดนักท่องเที่ยว นักลงทุน ซึ่งมีการคาดการณ์ไว้ แล้วว่าตลาดเบียร์มีมูลค่าสูงถึง ๙.๕ พันล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี ๒๕๖๘ จากข้อมูลจาก Straits ในการคาดการณ์ไว้เช่นกันว่าตลาด Craft Beer เวียดนามมีการเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และจะอยู่ที่ ๑.๖ เปอร์เซ็นต์ ภายในปี ๒๐๒๕ ในขณะที่ประเทศไทยอยู่เพียง ๒.๖ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ธุรกิจ Craft Beer รายย่อย SMEs ของไทยก็ได้ทยอยย้ายออกไป เวียดนามแล้วค่ะ เนื่องจากนี้เราเสียผลประโยชน์มหาศาล เนื่องจากเงื่อนไขและต้นทุนที่จะ ประกอบกิจต่ำกว่าประเทศไทย ส่วนผู้ประกอบการที่ที่ต้องการผลักดันกิจการของเขา ในประเทศ กลับถูกรัฐดำเนินคดีไปแล้วกว่า ๒๗๗ คดี ค่าปรับ ๒๐๐ ล้านบาท หากรัฐบาลจะ บอกว่าเหล้าไม่ได้คุณภาพควรจะนำเสนอการผลิตที่ถูกสุขลักษณะ และถูกสุขภาพ เพื่อให้ เป็นการสร้างอาชีพสร้างรายได้ จากบทความที่มีการชวนคุยกับท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เจริญชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีผลิตอาหารด้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ช่วยให้ ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ด้านการผลิตแอลกอฮอล์ และผลักดันเพื่อความเป็นธรรมของ ผู้ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายสุราและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ให้ความเห็นความกังวลเรื่อง Methyl Alcohol ที่ทำให้คนตายในอินเดียนั้น สำหรับ เมืองไทยไม่น่ากังวลค่ะท่านประธาน เพราะเหล้าเราไม่มี Methyl Alcohol เลยค่ะ ดังนั้น ดูเหมือนว่าจะเป็นแค่ข้ออ้างเพื่อผลประโยชน์และเอื้อประโยชน์ให้กับทุนผูกขาดเพียงเท่านั้น คือทัศนคติที่คับแคบในการมองเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เสมือนเป็นปีศาจร้ายที่คอยจะ ทำร้ายชีวิตและทรัพย์สินค่ะ ดิฉันเข้าใจถึงสถิติการเสพติดสุราหรือ Dependency แต่มอง ในมุมมองของความเป็นจริงตามการอุปโภค บริโภคแอลกอฮอล์ในประเทศไทยและทั่วโลก มันเป็นไปได้ยากที่จะควบคุมอย่างเข้มงวด และจะปิดโอกาสรายย่อยในการผลิตค่ะ หากเรา มองอย่างเป็นกลางเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีลักษณะเฉกเช่นเดียวกับเครื่องดื่มอาหารชนิด อื่น ๆ ที่มีทั้งคุณและโทษ ในฐานะที่โทษของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อให้เกิดความมึนเมา และอาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และผู้อื่นได้ การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเหมาะสม ซึ่งคำอธิบายเหล่านี้ล้วนเป็นที่ยอมรับ ในวงกว้าง และไม่ว่าใครต่างก็ทราบดี ซึ่งดิฉันก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพียงแต่คำว่า ควบคุมอย่างเหมาะสมนั้น ดิฉันเห็นว่าต้องตั้งอยู่บนจุดของความสมดุลระหว่างประโยชน์ และโทษ ผลดีและผลร้าย รายได้และค่าใช้จ่ายที่เราได้รับจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาและชั่งน้ำหนัก หาจุดกึ่งกลางระหว่างการควบคุมผลร้ายที่ใช้ได้จริง อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเกี่ยวกับ เรื่องขนส่งสาธารณะก่อนหน้านี้และมีประสิทธิภาพโดยที่ยังได้รับความรื่นรมย์และสังสรรค์ จากบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่ประชาชนค่ะ แต่เมื่อดิฉันได้ตรวจสอบร่างกฎหมายนี้ กลับพบเพียงแต่ความพยายามในการควบคุมขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด และสุดโต่งจนเกินไป ผ่านการบัญญัติกลไกและอำนาจเพิ่มเติม ทั้งบทบัญญัติในส่วนของ การเพิ่มเติมในนิยามให้ขยายเป็นวงกว้าง การขยายอำนาจ การกำหนดสถานที่หรือบริเวณ ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการควบคุมกำหนดความรับผิดชอบของผู้ขายเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้ง Online และ Onsite ซึ่งมีข้อสังเกตและคำถามว่าจะขยาย ความรับผิดชอบเกินขอบเขตที่จะเป็นธรรมหรือไม่ และจะมีประสิทธิภาพเพียงอย่างใด เว้นแต่การที่จะเปิดช่องให้มีการทุจริตคอร์รัปชันหรือเรียกรับผลประโยชน์ที่ได้นำเรียนไป ข้างต้นค่ะ และที่ดิฉันเห็นว่าเป็นปัญหามากที่สุดคือการจัดตั้งองค์กรประชาสังคมให้เข้ามามี ส่วนร่วม โดยที่องค์กรภาคประชาสังคมเหล่านี้จะต้องเป็นองค์กรที่มีวัตถุประสงค์ของ การควบคุมแอลกอฮอล์อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดและได้มีอำนาจเพิ่มเติมผ่านกลไกของการตั้ง คณะกรรมการ เท่ากับว่ากฎหมายควบคุมแอลกอฮอล์นี้ปิดโอกาสการรับฟังแลกเปลี่ยน และชั่งน้ำหนักถึงประโยชน์และโทษค่ะ ผลดีและผลร้ายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยทันที จะตีความโดยเบ็ดเสร็จไปแล้วว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเหมือนมารร้ายที่ไม่มีวันจะกลับ กลายเป็นดีได้ ทั้งที่ข้อเท็จจริงและวัฒนธรรมของมนุษย์ทั่วโลกเห็นตรงกันค่ะ ว่าไม่ได้เป็น เช่นนั้น ที่สำคัญและอย่างน้อยที่สุดสิ่งเหล่านี้ควรได้มีการทักท้วงและการมีส่วนร่วม ของประชาชนกลุ่มผู้ดื่มและผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงมากที่สุดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ ดิฉันยืนยันว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำเป็นต้องถูกควบคุม แต่ต้องมาพร้อมกับคำว่าเหมาะสมค่ะ ท่านประธาน ซึ่งคำว่า เหมาะสม ไม่ได้ปรากฏอยู่ในร่างฉบับนี้ค่ะ จากที่ดิฉันได้กล่าวถึงปัญหา ของพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาข้างต้น จึงขอฝากให้มีการพิจารณา รายละเอียดที่เกี่ยวกับประเด็นข้างต้นคือ ๑. ปัญหาความเหลื่อมล้ำของค่าปรับ ซึ่งอาจจะ ต้องให้มีการพิจารณาให้สถานประกอบการขนาดเล็กและขนาดใหญ่ทำให้เกิด ความไม่คุ้มค่าที่จะเปิดนอกเวลาที่กำหนด ๒. ปัญหาการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐที่มี การร้องเรียนอยู่บ่อยครั้ง อาจจะทำให้ภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ถ่วงดุลและมีส่วนร่วม ๓. การผ่อนปรนในการผลิตของรายย่อยและการโฆษณาไม่ได้ หมายความว่าจะทำให้คนที่ไม่เคยเสพสุราเลยหันมาเสพสุราโดยทันทีทันควัน หรือว่าจะทำ ให้สถิติการเสพติดมากยิ่งขึ้น คนที่ไม่เสพเขาก็ไม่ไปเสพแต่แรก ไม่ใช่ว่าเห็นโฆษณา แล้วรายย่อยผลิตได้อยู่ดี ๆ จะต้องรีบดื่มวันนี้เดี๋ยวนี้ มันเป็นไปไม่ได้ค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอมีสิทธิที่จะสรุปได้อีก ๑ อีกครั้ง ท่านจะใช้สิทธิไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพทุกท่านนะครับ ผม ธีรภัทร์ คหะวงศ์ ในฐานะผู้ชี้แจง ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณ นะครับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่กรุณาให้ความเห็นกับร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ที่กระผม ธีรภัทร์ คหะวงศ์ และประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๙๒,๙๗๘ รายชื่อเป็นผู้เสนอ ทุกความเห็นผมคิดว่าเป็นประโยชน์กับการ พัฒนากฎหมายให้มันสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แล้วก็เพื่อประโยชน์ สูงสุด เพื่อให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ร่วมกับสังคมได้ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ไม่ดื่ม เคารพคนที่ดื่ม และทั้งนี้ทั้งนั้นคนที่ไม่ดื่มก็ควรจะต้องมีสิทธิ มีเสรีภาพในการใช้ชีวิต อย่างสงบสุขจากปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะฉะนั้นต้องขออนุญาตขอบคุณทาง สภาผู้แทนราษฎรที่ได้นำวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของทางภาคประชาชนครั้งนี้เข้ามาเสนอนะครับ แล้วก็ผมขออนุญาตใช้โอกาสนี้กับทาง ท่านประธาน ขอบคุณพี่น้องประชาชน ๙๒,๙๗๘ ท่านที่กรุณาร่วมสนับสนุนร่างฉบับดังกล่าว แล้วก็สุดท้ายผมขออนุญาตท่านประธานให้ทางตัวแทนผู้มีสิทธิเลือกตั้งอีกท่าน ๑ สั้น ๆ สัก ๑ นาทีในห้องประชุมครับ🔗
เชิญครับ สั้น ๆ นะครับ ท่านบอกชื่อด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ชูวิทย์ จันทรส เป็นเลขาธิการมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว ผมคิดว่าหลายท่านอาจจะยังไม่ทราบนะครับว่าปัจจุบันนี้บ้านเรามีจุดจำหน่ายเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์เกือบ ๖๐๐,๐๐๐ จุดครับ ดังนั้นปัญหาที่มันเกิดขึ้นในบ้านเรามันถึงมีขนาดที่ มหาศาล เราปล่อยให้บ้านเมืองเป็นอย่างนี้กันมายาวนานมากนะครับ แล้วก็ข้อสำคัญของ สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ เราไม่ได้บอกว่าทำทุกอย่างเพื่อให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หมดไปจาก ประเทศ ไม่ใช่นะครับ แต่เราจะอยู่ร่วมกันกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างไรให้มันเกิด ผลกระทบน้อยที่สุด เหมือนที่น้องธีรภัทรพูดเมื่อสักครู่นะครับ คนที่ไม่เกี่ยวข้อง คนที่เป็น ประชาชนทั่วไปที่เขาไม่ได้ดื่ม เขาก็ควรมีการใช้ชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น ปิดท้ายก็คือว่าเจตนารมณ์สำคัญที่จะต้องคงไว้ของกฎหมายฉบับนี้ก็คือ การคุ้มครองสุขภาพ ประชาชน การลดผลกระทบ แล้วก็ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ พวกผมอยู่กับคนที่เป็นเหยื่อ อยู่กับคนที่ติดเหล้าหนัก ๆ มาก ๆ แล้วก็กว่าที่จะฟื้นแต่ละคนขึ้นมาได้ในการใช้ชีวิตอย่าง ปกติ มันยากมากครับ ผมขออนุญาตให้สภาแห่งนี้ให้เครื่องมือที่ดีให้กับพวกเราเถอะครับ อย่าซ้ำเติมปัญหาให้กับคนที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบอีกเลยนะครับ ด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เนื่องจากว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ คณะรัฐมนตรีได้ขอไปพิจารณาก่อนที่สภา จะลงมติในวาระที่ ๑ ซึ่งหากที่ประชุมอนุมัติก็จะให้รอการพิจารณาไว้ก่อน แต่ต้องไม่เกิน ๖๐ วันนับตั้งแต่วันที่สภามีมติ ท่านรัฐมนตรีจะขอรับไปใช่ไหมครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้นำเสนอต่อ ที่ประชุม เพื่อขอรับร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่..) พศ. .... ที่ท่านธีรภัทร คหะวงศ์ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้เสนอ โดยก่อนที่ที่ประชุมสภา ผู้แทนราษฎรจะพิจารณาลงมติในวาระที่ ๑ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๑๘ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นร่างที่มีหลักการแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ประกอบกับร่าง พระราชบัญญัติการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข เตรียมการเสนอร่างเข้าสู่ที่สภาผู้แทนราษฎรเช่นกัน ดังนั้นเพื่อความรอบคอบในการ พิจารณาและศึกษาร่างพระราชบัญญัติทุกฉบับที่ให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วน และเป็น ประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน และมีความถูกต้องในการตราบังคับใช้กฎหมาย จึงขอรับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังกล่าวไปพิจารณาก่อนที่ประชุมสภา ผู้แทนราษฎรจะพิจารณาในระเบียบวาระที่ ๑ ตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๑๘ โดยคณะรัฐมนตรีจะขอรับไปพิจารณาภายใน ๖๐ วัน จึงกราบเรียนท่านประธานสภาและ ท่านสมาชิกเพื่อพิจารณา ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ คณะรัฐมนตรีได้ขอรับไปพิจารณาก่อนที่สภาจะลงมติในวาระที่ ๑ ซึ่งหาก ที่ประชุมอนุมัติก็จะให้รอการพิจารณาไว้ไม่เกิน ๖๐ วัน ตั้งแต่ที่สภามีมติตามข้อบังคับ ๑๑๘ มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทอง ท่านประธานครับ พวกเราเองในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านได้พิจารณาร่วมกัน เห็นแบบนี้ครับว่า กรณีปัจจุบันนี้มีร่างของภาคประชาชนหลายฉบับเลย ก่อนหน้านี้ก็มี กฎหมายสภาชนเผ่าพื้นเมือง หลังจากนี้ก็มีต่ออีกแล้วนะครับ ทั้งของ สส. ของภาคประชาชน ๑๘ ฉบับ ผมว่าท่านออกพระราชบัญญัติอุ้มมาเลยดีกว่าครับ จะได้ง่ายกว่า ฉะนั้นกรณี แบบนี้ ผมคิดว่าถึงแม้ภาคประชาชนจะมีรายละเอียดและหลักการเยอะมาก ผมนับทั้งหมด ประมาณ ๕๐ ข้อ แต่ว่านี่ไม่ใช่การส่งมาสภาครั้งแรก นี่ส่งมาตั้งแต่ ๒-๓ ปีที่แล้ว พวกผมก็ ได้อ่าน เห็นด้วยเห็นต่างก็อยู่ที่พวกเรา ผมเชื่อมั่นว่าเพื่อนสมาชิกของเรามีวิจารณญาณได้ ถ้ารับหลักการก็จะไปพิจารณาในวาระที่ ๒ ต่อไปว่าเห็นเป็นแบบใดประการใด ถ้าไม่รับ หลักการก็เป็นความชอบธรรมที่สภาแห่งนี้จะต้องตอบตัวแทนประชาชนต่อพี่น้องประชาชน ว่าเพราะเหตุใดที่จะไม่รับหลักการ แต่ใช้กระบวนการแบบนี้เหมือนท่านไม่ได้ศึกษามาก่อน อย่างน้อยที่สุดเป็นปีแล้วที่ท่านศึกษามา หรือ ๔ เดือนเต็ม ๆ ที่ท่านนั่งในตำแหน่งรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี ท่านศึกษาบ้างไหมครับ ถ้าท่านตอบมาว่า ได้ศึกษาและเห็นด้วย ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ผมยังพอรับได้ อันนี้ท่านบอกเหมือนไม่ได้ศึกษามาเลย ท่านทำงานกันอย่างไรครับ ผมเองเคยเป็นกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับ จังหวัดมาก่อน ผมทราบดีถึงรายละเอียดต่าง ๆ🔗
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ🔗
เพราะฉะนั้นผมเรียนในนาม ของพรรคร่วมฝ่ายค้านครับว่า โดยอาศัยข้อบังคับข้อ ๑๑๘ เหมือนท่านว่า เราไม่เห็นด้วยกับ การที่สภาแห่งนี้จะอุ้มไปครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมประท้วง ข้อ ๙ ครับ🔗
ขอให้เพื่อนสมาชิกได้ช่วยกัน ลงมติคัดค้านครับ และยืนยันในหลักการว่า สภาแห่งนี้ตัดสินแทนพี่น้องประชาชนได้ครับ ขอผู้รับรองญัตติที่ผมไม่เห็นด้วย ด้วยครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ประท้วงข้อ ๙ ครับ🔗
เดี๋ยวครับ มีผู้ประท้วงก่อนนะครับ🔗
ขอโทษทีครับ ผมพูดเร็ว ไปครับ เดี๋ยวผมพูดต่ออีกรอบหนึ่งครับ🔗
ท่านประท้วง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตประท้วง เพื่อนสมาชิก น่าจะกำลังติดพันพอดีเลย พี่ณัฐวุฒิของผม ขออนุญาตประท้วงตามข้อบังคับ ข้อที่ ๙ ขอให้ท่านประธานควบคุมการประชุมด้วยนะครับ แล้วก็สิ่งที่เพื่อนสมาชิกกำลัง ให้ความเห็นต่อสภาของเราเมื่อสักครู่นี้ ประหนึ่งว่าทางคณะรัฐมนตรีไม่ได้สนใจ หรือไม่ได้ รับผิดชอบ ผมเรียนต่อท่านประธานอย่างนี้ครับว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ คณะรัฐมนตรี สส. ภาคประชาชน แล้วก็สื่อมวลชนให้ความสนใจ กฎหมายฉบับนี้มี ๆ คน ได้ผลประโยชน์และเสียผลประโยชน์ มีคุณมีโทษมากมาย ดังนั้นเอง ครม. ไม่ได้ละเลยนะครับ แต่เขาใช้กระบวนการในการขอเวลาอีกสักนิดเดียวเพื่อไปศึกษาให้มันรอบคอบ ถ้ากฎหมาย ฉบับนี้เราเร่งออกไป แล้วมันให้คุณให้โทษได้ ใครเป็นคนรับผิดชอบครับ ครม. รับผิดชอบ ครับ ใครเสียประโยชน์ครับ พี่น้องประชาชนเสียประโยชน์ครับ เพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน ไม่ต้องรับผิดชอบเท่าคณะรัฐมนตรีนะครับ ท่านประธานครับ ดังนั้นเอง ผมจึงเรียนผ่าน ท่านประธาน เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่รับชมรับฟังอยู่ได้เข้าใจว่า เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่มี ความสำคัญ อยากให้ใจเย็น ๆ ครับ ช้าไปกว่านี้ ๓๐ วัน ๖๐ วันไม่ต่างหรอกครับ ถ้ามัน ช้ากว่า ๖๐ วัน ๒ เดือนแล้วมันรอบคอบ มันมีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น ผมก็ยอมครับ จึงขออนุญาตประท้วง ขออนุญาตประท้วงท่านประธานควบคุมการประชุม ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านประธาน ใช้สิทธิพาดพิงครับ ตกลงเขาประท้วงท่านประธานหรือประท้วงผม ท่านวินิจฉัยก่อนก็ได้ครับ🔗
เขาอธิบายนิดหน่อยนะครับ เชิญท่านณัฐวุฒิจะถอนไหมครับหรือว่า🔗
จะถอนอะไรหรือครับ เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมต้องขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง แล้วก็จะนำเรียนท่านประธานเพิ่มเติม เพราะว่าเมื่อสักครู่ยังพูดไม่จบเลยครับ โดนประท้วงเสียก่อน ที่อาจจะใช้สิทธิพาดพิงก็คือว่า ท่านอย่าถามหาความรับผิดชอบ พวกผมมีความรับผิดชอบครับ แล้วพวกผมก็ศึกษามาแล้ว มีร่างที่เห็นแตกต่างกันออกไป พวกผมก็ยื่นเข้ามา แต่ไม่เห็นร่างอื่น ๆ ของพรรคร่วม ฝ่ายรัฐบาล หรือคณะอื่น ๆ ที่จะยื่นเข้ามา แม้กระทั่งร่างของ ครม. ก็ยังไม่มา ที พ.ร.บ. อากาศสะอาดมาเสียเร็วทีเดียว แต่ประเด็นของผมก็คือว่า ท่านบอกว่าฝ่ายค้านจะรับผิดชอบ ไหวไหม ผมคิดว่านี่เสียหายครับ เพราะว่าสิ่งที่จริงนั้น แล้วเป็นจริงแท้แน่นอนก็คือว่าถ้าเรา รับหลักการก็จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการซึ่งจะมาจากทุกภาคส่วน ตรงนั้นจะเป็นคน พิจารณารายละเอียดเองครับ ถ้าอยากจะยืด อยากจะใช้เวลา อยากจะพิจารณารายละเอียด อย่างไรว่ากันในกรรมาธิการได้ครับ ก็ขออนุญาตชี้แจงว่าฝ่ายค้านคงไม่สามารถไปรับผิดชอบ แทนท่านได้ แต่ว่าสิ่งที่กลัวกฎหมายนี้จะช้าออกไปอีกต่างหาก ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะรัฐบาลครับ ท่านศึกษามา ๔ เดือนแล้ว ท่านศึกษามา ๒ อาทิตย์แล้ว กฎหมาย บรรจุมา อย่างน้อยที่สุดถ้าท่านรับไป ถ้าท่านจะรับนะครับ ท่านลดจาก ๖๐ วัน เหลือ ๓๐ วัน ได้ไหม ท่านรัฐมนตรีตอบแบบนี้ก็โอเคครับ แต่ในส่วนตัวผมขออนุญาตยืนยันว่า เราไม่เห็นด้วยในหลักการครับ หลักการก็คือว่าเมื่อใดก็แล้วแต่มีกฎหมายของ สส. หรือ ภาคประชาชนจะเกิดปรากฏการณ์แบบนี้ตลอด ฉะนั้นขอให้สภาเราเป็นคนพิจารณาดีกว่า ครม. จะเห็นต่างอย่างไรก็มาว่าในชั้นกรรมาธิการ ฉะนั้นผมขออนุญาตยืนยันว่า ผมไม่เห็นด้วยกับ การที่คณะรัฐมนตรีจะขอใช้สิทธิในการรับร่างไปพิจารณาก่อน ขอใช้สิทธิคัดค้านและ ขอให้เพื่อนสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยกมือรับรองข้อเสนอของผมด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ มีผู้คัดค้านนะครับ ไม่ให้คณะรัฐมนตรีได้ไปพิจารณาก่อน ๖๐ วัน ดังนั้น ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ท่านสันติ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้ว การที่กำหนดไว้ ๖๐ วันนั้น ก็เป็นการกำหนดเผื่อเอาไว้ ไม่เกิน ๖๐ วัน เพื่อที่จะขอนำพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปดูให้รอบคอบ แล้วก็กระทรวง สาธารณสุขก็กำลังดำเนินการที่จะมีร่างเข้ามาประกบด้วย เพื่อให้เกิดความรอบคอบ เพราะว่าพระราชบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องการควบคุมแอลกอฮอล์นั้นมีความสำคัญในเรื่องของ ความปลอดภัยต่าง ๆ มากมาย ตามที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วว่าการดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ โดยเฉพาะกับเด็กกับหญิงมีครรภ์จากอะไรต่าง ๆ นั้น จะสร้างความเสียหาย มากมาย เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้อยากจะขอความกรุณา ขอให้คณะรัฐมนตรีรับกลับไป ไม่เกิน ๖๐ วันครับ อาจจะ ๓๐ วันอย่างที่ท่านว่าก็ได้ เพราะฉะนั้นก็จะไปรีบ เพื่อให้เกิด ความรอบคอบเท่านั้นเอง ไม่ได้หมายความว่าไม่เห็นด้วยใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ว่าจะไปดู ให้เกิดความรอบคอบ จะให้กฤษฎีกาช่วยกันดูให้รอบคอบ แล้วก็จะได้ส่งกลับคืนเข้ามาให้ แน่นอน ถ้าเป็นไปได้เพื่อให้กฎหมายมันเร็วขึ้นต่าง ๆ ก็อยากจะขอความกรุณานะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านณัฐวุฒิยืนยันใช่ไหมครับ🔗
นั่งยัน ยืนยัน นอนยัน ยันแล้ว ยันอยู่ ยันต่อครับท่านประธาน🔗
ท่านสมาชิกครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ๓๒๗ แสดงตนครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกแสดงตน เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ท่านใดที่ไม่มีบัตร เชิญครับ🔗
ท่านประธานคะ ศิริ กัญญา ๓๗๑ แสดงตนค่ะ🔗
๓๗๑ นะครับ เมื่อสักครู่ท่านแรกใครนะครับ เอาใหม่ครับท่าน🔗
ท่านประธานครับ ๓๘๕ สมเกียรติ ตันดิลกตระกูล แสดงตนครับ🔗
๓๒๗ วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ครับ🔗
๓๒๗ ครับ🔗
ท่านประธานคะ ๔๐๓ สรัสนันท์ แสดงตนค่ะ🔗
๔๐๓ นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๐๙๐ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แสดงตนครับ🔗
ลำดับที่ ๐๙๐ ครับ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉัน ลำดับที่ ๔๓๔ แสดงตนค่ะ🔗
ลำดับที่ ๔๓๔ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๐๑๓ กัณวีร์ สืบแสง แสดงตนครับ🔗
ท่านกัณวีร์ครับ🔗
ท่านประธานคะ ลำดับที่ ๒๘๓ มนพร แสดงตนค่ะ🔗
ลำดับที่ ๒๘๓ ครับ เรายังมีเวลานะครับ รอเพื่อนที่อยู่ในห้องกรรมาธิการ ท่านไปรับบัตรได้ นะครับ รับบัตรสมาชิกข้าง ๆ ได้เลย เดี๋ยวจะได้โหวตนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๑๕๐ แสดงตนครับ🔗
ลำดับที่ ๑๕๐ แสดงตน ท่านไปรับบัตรด้วยนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ได้แสดงตน ขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๘๔ ท่าน บวก ๙ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานนะคะ ขออนุญาต แสดงตน ลำดับที่ ๑๕๓ แสดงตนค่ะ🔗
บันทึกไว้นะครับ ต่อไปท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยควรอนุมัติ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับการอนุมัติ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียงนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ลำดับที่ ๓๒๗ เห็นด้วยครับ🔗
ลำดับที่ ๓๒๗ เห็นด้วยนะครับ🔗
ท่านประธาน มันไม่ขึ้นคำถาม บ้างเลยหรือครับ เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกจะสับสน🔗
เอาใหม่นะครับ🔗
ถ้าอย่างนั้นรบกวน ท่านประธานถามอีกรอบก็ได้ครับ ถ้าไม่มีในจอ เกรงว่าเพื่อนสมาชิกจะสับสนครับ🔗
ท่านสมาชิกท่านใดเห็นควรให้ ครม. เอาไปพิจารณาก่อน ๖๐ วัน โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วย กดปุ่มไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงก็ กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ🔗
ท่านประธาน ขออนุญาตครับ กรวีร์ ปริศนานันทกุล ลำดับที่ ๐๐๓ เห็นด้วยครับ🔗
ลำดับที่ ๐๐๓ เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานคะ ศิริกัญญา ลำดับที่ ๓๗๑ ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
ลำดับที่ ๓๗๑ ไม่เห็นด้วยนะครับ หมดแล้วนะครับ ถ้าไม่มีผู้ใดเพิ่มเติมนะครับ ขอปิด การลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๙๗ เห็นด้วย ๒๔๑ ไม่เห็นด้วย ๑๕๙ งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนน ไม่มี ถือว่าที่ประชุมอนุมัติให้คณะรัฐมนตรีไปพิจารณา ไม่เกิน ๖๐ วันนะครับ🔗
ต่อไป🔗
๕.๒ ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายเจริญ เจริญชัย กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๑๐,๙๔๒ คน เป็นผู้เสนอ) เนื่องจากมีพระราชบัญญัติ ทำนองเดียวกันอีก ๑ ฉบับคือ ร่างพระราชบัญญัติควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กับคณะเป็นผู้เสนอ) ซึ่งผมเห็นว่าสามารถรวมระเบียบวาระการประชุมเพื่อนำมาพิจารณาพร้อมกันตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) และลงมติทั้ง ๒ ฉบับร่วมกันได้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ วรรคสาม จะมีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอื่นหรือไม่ครับ ที่เอามารวม ๒ ร่าง🔗
ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ผมขอดำเนินการดังนี้ ตามที่ ท่านเจริญ เจริญชัย กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้เสนอร่างพระราชบัญญัติควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตามมาตรา ๑๓๓ (๓) และเคยได้บรรจุระเบียบวาระ การประชุมในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ แล้ว แต่สภายังไม่ได้ให้ความเห็นชอบ และคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นมาใหม่ไม่ได้มีการร้องขอให้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้พิจารณาภายในกำหนดระยะเวลาตามมาตรา ๑๔๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ผู้เสนอจึงมีหนังสือขอยืนยันเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอ กฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๔ ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นและจัดทำสรุปผลการรับฟัง และรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจ เกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติแล้ว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๗๗ และข้อบังคับ ข้อ ๑๑๓ ส่วนร่างของท่านเท่าพิภพได้เสนอมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๒) และมีหลักการทำนองเดียวกันกับร่างพระบัญญัติ ที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้เสนอ ดังนั้นสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงไม่ได้ จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นอีก ตามประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการ รับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ วรรคสอง รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ🔗
ในการพิจารณาร่างพระบัญญัติฉบับนี้เป็นการพิจารณาในวาระที่ ๑ เพื่อให้ สภาพิจารณาและลงมติว่าจะรับหลักการหรือไม่รับหลักการ โดยในการพิจารณาจะให้ผู้แทน ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติจะเป็นผู้เสนอและชี้แจงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ๑๑๓ วรรคสอง ผมได้เชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมแถลงและชี้แจง ในที่ประชุม ท่านที่ ๑ นายเจริญ เจริญชัย ท่านที่ ๒ นางสาวสุวิสุทธิ์ โลหิตนาวี ท่านที่ ๓ นางสาวประภาวี เหมทัศน์ ท่านที่ ๔ นายศุภพงษ์ พรึงลำภู ท่านที่ ๕ นางสาวเขมิกา รัตนกุล เชิญเข้าประจำที่ เลยนะครับ เชิญผู้แทนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งเข้าชื่อเสนอกฎหมาย เข้าประจำที่เรียบร้อย แล้วนะครับ เชิญท่านแถลงหลักการและเหตุผลตามลำดับเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เจริญ เจริญชัย เป็นนักวิชาการเกี่ยวกับการผลิตสุรา และเป็นผู้ขออนุญาตเสนอชี้แจงร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีผู้ร่วมชี้แจงในวันนี้อีก ๓ ท่าน ก็คือ คุณศุภพงษ์ พรึงลำภู คุณประภาวี เหมทัศน์ และคุณเขมิกา รัตนกุล สำหรับร่าง พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่พวกกระผมขออนุญาต นำเสนอนั้น เป็นการขอแก้ไขพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งมีการบังคับใช้มา ๑๐ กว่าปีแล้ว แล้วก็มีผลต่อผู้ประกอบการประชาชนทั่วไปจำเป็น อย่างยิ่ง แล้วทำให้พวกกระผมซึ่งได้รับผลกระทบนั้นก็ได้รวบรวมรายชื่อประชาชนได้กันมา ๑๐,๙๔๒ รายชื่อ ซึ่งอาจจะน้อยกว่าร่างพระราชบัญญัติอื่น ๆ ที่ได้นำเสนอโดยประชาชน ทั้งนี้ก็เป็นไปตามกฎหมายที่ว่าขอให้ได้ ๑๐,๐๐๐ รายชื่อ ในการที่รวบรวมรายชื่อนั้นพวกเรา ก็ได้ออกไปเชิญชวนประชาชนทั้งหลายที่ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ได้มาร่วมกันลงชื่อ ปรากฏ ว่าเราก็ได้ทำงานกันอย่างหนักหน่วง แล้วก็ได้ออกไปขอรายชื่อ ซึ่งจะต้องมีบัตรประชาชน ด้วย ผู้ที่ออกไปช่วยรวบรวมรายชื่อนั้นก็ต้องออกไปตากแดดตากฝนรวบรวมพบกับ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ สำหรับพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมขออนุญาตให้ทางสำนักงาน ได้นำ PowerPoint ขึ้นประกอบด้วยนะครับ🔗
พระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ นั้นมีผลในการจำกัดสิทธิบุคคลเกินความ จำเป็น แล้วก็เป็นอุปสรรคในการประกอบอาชีพของประชาชน ซึ่งข้อความเหล่านี้เรื่อง ของการจำกัด เรื่องของการเป็นอุปสรรคนั้นอยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ที่บอกว่าการที่จะ จำกัดสิทธิประชาชนนั้นต้องไม่เกินความจำเป็น แล้วก็ต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบ อาชีพ และในเมื่อขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ แล้วก็ได้มีผลกระทบกับพวกผู้ประกอบการ รวมถึงบุคคลทั่วไปอย่างยิ่ง ซึ่งวันนี้ผมอาจจะไม่จำเป็นต้องพูดมากเกินความจำเป็น เนื่องจากว่าท่านสมาชิกได้อภิปรายกันมาในร่างพระราชบัญญัติในกลุ่มของภาคประชาชน ที่ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ สำหรับกลุ่มของพวกกระผมที่นำเสนอนั้นก็อาจจะบอกว่าไม่ใช่ เป็นภาคประชาชนก็ไม่ได้ เพราะว่าเราไม่ใช่เป็นองค์กร แต่ว่าเราเป็นกลุ่มผู้ประกอบการ กลุ่มนักวิพากษ์วิจารณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับผลกระทบ ก็ถือว่าพวกเราเป็นกลุ่ม คนธรรมดา เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มารวมตัวกัน ไม่ได้เป็นองค์กรที่มีการจัดตั้งอย่างเป็นรูป เป็นร่าง เป็นรูปแบบ เป็นแบบแผนนะครับ . สำหรับมาตราที่มีผลกระทบกับพวกเราเป็นอย่างยิ่งมีหลายมาตรา แต่ว่า เริ่มต้นผมขออนุญาตหน้าถัดไปก็คือ มาตรา ๓๒ นะครับ มาตรา ๓๒ ของพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วก็ มีสร้อยว่า หรือแสดงชื่อเครื่องหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณ ชักจูงใจให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยทางอ้อม ซึ่งในบทข้อความของกฎหมายนี้มีทั้งโดยตรง และโดยอ้อม ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ค่อนข้างที่จะกว้างขวาง ขอบเขตครอบคลุมไปหมดเลย รวมทั้งคำว่า หรือ ที่ผมทับเป็นตัวสีเหลืองนี้ เป็นการเสริมการควบคุมเครื่องดื่มที่กระทบกับ สิทธิของคนอื่น ของบุคคลธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงแต่ผู้ประกอบการธุรกิจเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ตัวกระผมเองนั้นเป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัยด้านการผลิตเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ซึ่งอยู่ในสาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลธัญบุรี ในคณะที่ผมสอนนั้นเด็กนักศึกษาปริญญาตรีต้องจบไปเพื่อประกอบการ ทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งจะต้องมีโรงงานอุตสาหกรรมอาหารที่เกี่ยวข้อง กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับประเทศชาติแล้วก็ เศรษฐกิจของประเทศจำนวนมาก แต่ว่าเมื่อผมสอนนักศึกษาแล้ว ผมไม่สามารถที่จะสื่อสาร ให้กับประชาชน ซึ่งเป็นหน้าที่หนึ่งของอาจารย์มหาวิทยาลัยที่จะต้องให้การบริการวิชาการ จะต้องให้ความรู้กับสาธารณะในเรื่องของการผลิต ในเรื่องของเทคโนโลยี และผมก็มี Website ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ก็คือเปิด Website ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตแอลกอฮอล์ แล้วก็มี Facebook ที่ให้ความรู้กับผู้ประกอบการโดยทั่วไปเกี่ยวกับการทำสุรา ซึ่งชื่อว่า Page สุราไทย ปรากฏว่าผมและเพื่อน ๆ ที่เป็นนักวิชาการทั้งหลาย รวมทั้งเป็นนัก Review เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเขาก็ทำไปตามความเชี่ยวชาญของตัวเองซึ่งเป็นสุนทรียะของ แต่ละบุคคลที่จะพูดถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้รับผลกระทบจากมาตรา ๓๒ นี้ ก็คือพวกผม ต้องปิด Page ต้องปิด Website ที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถที่จะแสดงชื่อหรือเครื่องหมายได้ เพราะว่าในข้อความของพระราชบัญญัติ ซึ่งท่านสมาชิกในที่แห่งนี้ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ ว่าไม่สามารถที่จะทำได้ แม้แต่ท่านรองประธานที่ได้เคยกล่าวถึงเครื่องดื่มในจังหวัด ของตัวเอง ก็ไม่สามารถทำได้ อันนี้เป็นผลพวงของพระราชบัญญัติฉบับ ปี ๒๕๕๑ ซึ่งเรา คิดว่าการควบคุมที่เหมาะสม หรือแก้ปัญหานั้นมันไม่จำเป็นจะต้องได้รับผลกระทบไป กว้างขวางขนาดนี้ พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช่แค่มาตรา ๓๒ ยังมีอีกหลายมาตรา เป็นการ แก้ปัญหาที่เรียกว่า เกาไม่ถูกที่คัน วันนี้ผมมีไม้เกาหลังมาด้วย เกาไม่ถูกที่คัน ก็คือนอกจาก ไม้เกาหลังที่จะเป็นรอยอยู่บนหลัง แต่ถ้าเปรียบเทียบกับไม้เกาหลังในพระราชบัญญัตินี้ เป็นไม้เกาหลังที่ติดใบมีดไว้ตรงปลาย ก็คือคุณไปเกาในหลังของคนที่ไม่ได้เป็นจุดที่คัน แต่ทำให้เกิดเป็นแผลฉกรรจ์บนหลังของประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ที่ไม่เกี่ยวข้อง อย่างใน Page ของผมนั้น ผมต้องปิดไปก่อนเนื่องจากว่ามีข้อความที่เกี่ยวข้องกับการผลิต แล้วก็ มีเรื่องของสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ มี Page ประชาชนเบียร์ที่แค่พูดถึงเครื่องดื่ม บางชนิดก็ถูกปรับ มี Page Review ซึ่งเจ้าของ Page นั้น ปัจจุบันนี้ก็โดนข้อหาและโดน ค่าปรับ ๒๐๐,๐๐๐ บาท สั่งจำคุกด้วย มีโทษจำคุก ๘ เดือน และขณะนี้ยังอยู่ในระหว่าง อุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์จะพิจารณาพิพากษาในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ และยังมีค่าปรับ เป็นรายวันอีก ซึ่ง Page นี้เขาเพียงแต่พูดว่า สมคำร่ำลือ ถ้าเกิดเขาพูดถึงเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ชนิดหนึ่ง แล้วเขาบอกว่าตัวนี้มีคุณภาพสมคำร่ำลือ ซึ่งไม่ได้มีเจตนาให้ประชาชน วิ่งไปซื้อมาบริโภคในขณะนั้น แต่เขาต้องโดนข้อหาที่เหมือนกับไปทำร้ายคนซึ่งเป็นข้อหา อาญานะครับ เป็นคดีอาญาที่มีโทษจำคุก หน้าถัดไปนะครับ ร้านอาหารที่ขายสินค้าตามปกติ เลยครับ ขายเบียร์ธรรมดา ๆ บนเมนูมีรายชื่อชนิดของเบียร์แล้วก็มีราคา เพียงแต่มีภาพ แก้วเบียร์ประกอบอยู่ในเมนู ตอนนี้เขาถูกดำเนินคดีไปประมาณ ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ แล้วก็พิพากษาไปจนถึงขั้นฎีกา ต้องเสียค่าปรับไปเกือบล้านบาท เพราะว่ามีทั้งค่าปรับ รายวันด้วย ร้านอาหารทั้งหลายทั่วไปในประเทศไทยตอนนี้ถ้าท่านไปในร้านอาหารต่าง ๆ ท่านจะพบว่าเมนูต่าง ๆ ก็ยังเป็นแบบนี้อยู่เพียงแต่ว่าเจ้าหน้าที่จะเลือกไปทำร้ายใคร เท่านั้นเอง ถัดไปครับ เมื่อสักครู่นี้ก็มีท่านสมาชิกได้กล่าวถึงสาวใต้ น้องมาจากเกาะสมุย ที่พวกเราที่อยู่แถว ๆ นี้ พวกเราไปช่วยกันเจรจาคุยกับเจ้าหน้าที่ จาก ๕๐,๐๐๐ บาท ก็ขอ ลดค่าปรับลงมา ๑ ใน ๓ เหลือ ๑๗,๐๐๐ บาท ซึ่งเธอต้องมีค่าใช้จ่ายมาจากเกาะสมุย เพียงเธอเขียนในกลุ่มของ Facebook ซึ่งเป็นกลุ่มนะครับ เป็น Facebook Group เป็น กลุ่มปิด แล้วก็คุยกันเฉพาะในกลุ่ม แล้วก็มีคน Captur เอามาภายนอก ถัดไปก็จะมีพวก ร้านค้าต่าง ๆ ตอนนี้ก็มีใบแจ้งมาว่าให้ไปพบเจ้าหน้าที่ เพราะว่าที่ร้านมีการขายสินค้า แล้วก็ มีเมนูที่เป็นรูปแบบของการอธิบายเครื่องดื่มของแต่ละคนว่าที่ร้านมีเครื่องดื่มอะไรบ้าง🔗
ถัดไปก็มีร้านลุงยาวที่อยู่ริมถนนธรรมดา เป็นร้านลาบธรรมดาก็อยู่ในเมนู ก็โดนเจ้าหน้าที่เรียกไป ตัวอย่างเหล่านี้ก็คือประชาชนทั่วไปหรือแผ่นหลังที่ถูกใบมีดของ ไม้เกาหลังที่เกาไม่ถูกที่คันไปบาดให้เป็นบาดแผลกับประชาชนที่จะต้องมีภาระไปต่อสู้ ในชั้นศาล หรือในชั้นอัยการซึ่งจะต้องเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ไม่รู้จะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ผมก็กลัว จะโดนแบบนี้ ผมจึงต้องปิด Page ที่เป็น Page ที่ให้ความรู้ในด้านการทำสุรา ซึ่งเป็นของ นักวิชาการธรรมดาคนหนึ่ง และเมื่อผมทำงานร่วมกับผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก ๆ เข้า ก็พบว่ามันไม่ใช่เฉพาะแค่บุคคลทั่วไปที่เราจะโดน แต่ว่าเราจะโดนกับผู้ประกอบการที่เขา พยายามที่จะขายสินค้า เขาไม่สามารถที่จะสื่อสารกับผู้บริโภคได้ ในอัตราค่าปรับที่โดน กันนั้น ขอนำขึ้นนะครับ ในกราฟนี้ท่านจะเห็นว่าเขาสามารถหักไว้ได้ทั้งหมด ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ของค่าปรับที่เสียนะครับ ๖๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์เป็นรางวัล แล้วก็มีสินบนอีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ สินบนหมายความว่าคนที่มาแจ้งก็จะได้รับด้วย แต่ถ้าไม่มีคนแจ้งก็คือ เจ้าหน้าที่เป็นคนแจ้งเอง เจ้าหน้าที่นั้นก็จะได้ทั้งรางวัลแล้วก็สินบนก็รวมเป็น ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ผมก็คำนวณไว้ในตารางให้ดูว่า ถ้า ๔๕ เปอร์เซ็นต์นั้น ถ้าเป็นผู้ผลิตหรือนำเข้าเข้ามา ทำโฆษณาเสียเองก็จะโดนปรับเต็มที่คือ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ก็จะต้องส่งให้ไปเก็บไว้เป็นสินบน รางวัลนำจับนี้ถึง ๒๒๕,๐๐๐ บาท ก็คือ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นร้านค้าที่ได้รับผลประโยชน์ ก็คือมีติดเหมือนลุงยาวเมื่อสักครู่นี้ ถ้าลุงยาวถูกค่าปรับ ลุงยาวก็ต้องเสีย ๕๐,๐๐๐ บาท แล้วก็เจ้าหน้าที่ที่เป็นคนจับก็จะได้ ๒๒,๕๐๐ บาท นี่กระมังครับที่หน่วยงานที่ต้องการ ที่จะแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ไม้เกาหลังมีความคมมากยิ่งขึ้น จากที่คมอยู่แล้วเกาไป เป็นแผลอยู่บนหลังแล้ว แต่ก็ต้องการให้มันมีความแหลมคมมากยิ่งขึ้น เมื่อเกาไปเพียงทีเดียว ก็จะฉีกขาด เพราะว่าเขาจะเพิ่มค่าปรับ อันนี้ผมไม่ทราบว่าหน่วยงานไหนนะครับ ก็พูด ในกลาง ๆ ว่าค่าปรับถ้าเพิ่มขึ้นจาก ๕๐๐,๐๐๐ บาทที่สูงสุดนั้น มีความต้องการที่จะเพิ่มขึ้น เป็น ๑ ล้านบาทของร่างหนึ่ง และอีกร่างหนึ่งก็จะเพิ่มขึ้นเป็น ๓ ล้านบาท ซึ่งไม่ทราบว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการชี้แจงในที่ประชุมนี้หรือไม่ แต่ว่าน่าจะอยู่ในรายละเอียดของร่าง พระราชบัญญัติที่มีการเสนอเข้ามา ก็เลยสงสัยว่าการที่มีค่าปรับแบ่งให้เจ้าหน้าที่ที่ไปเป็น คนนำจับหรือแจ้งจับนั้น เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาหรือเปล่า ให้เกิดการไล่ล่าที่เรียกว่า Inquisition ก็คือไล่ล่าแม่มด ไล่จับหาส่วนแบ่ง แล้วก็ยิ่งจะเห็นชัดเจนมากขึ้นถ้ามีการเพิ่มค่าปรับ🔗
ประเด็นถัดไปครับท่านประธาน ขออนุญาตหน้าถัดไป ก็คือไม่ใช่แค่ มาตรา ๓๒ เรื่องของการโฆษณา จะมีอำนาจให้คณะกรรมการที่เรียกว่าคณะกรรมการ ควบคุมนั้นเสนอประกาศ เป็นประกาศของสำนักนายกรัฐมนตรี ก็คือเมื่อเสนอแล้ว ฝ่ายบริหารก็ลงนามก็มีผลบังคับใช้ทันที ซึ่งแตกต่างจากพระราชบัญญัติอื่น ๆ ที่อนุบัญญัติ ทั้งหลายจะต้องเป็นกฎกระทรวง แต่ในพระราชบัญญัตินี้สามารถออกเป็นประกาศได้ และ ประกาศที่เพิ่มขึ้นนั้นอยู่ใน ๕ มาตราที่สามารถออกประกาศได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ยกตัวอย่าง เช่น มาตรา ๒๖ บอกว่าให้ผู้ผลิต นำเข้าปฏิบัติดังนี้ ซึ่งปกติปัจจุบันนี้ มาตรา ๒๖ ก็คือ ควบคุมเรื่องของฉลาก แต่ในวงเล็บสุดท้ายของมาตรา ๒๖ ก็บอกว่า การอื่นที่คณะกรรมการ ควบคุมกำหนด ก็หมายความว่าคณะกรรมการที่มีท่านสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ ตอนเที่ยง ๆ ได้อภิปรายว่า คณะกรรมการนี้ก็น่าจะยกเลิกได้ เพราะว่าคณะกรรมการนี้ก็จะสามารถ กำหนดได้ว่าให้ทำอะไรเพิ่มเติมได้โดยไม่มีจำกัด รวมทั้งมาตรา ๒๗ ห้ามขายในสถานที่ ต่าง ๆ ก็สามารถเพิ่มเติมได้ มาตรา ๓๐ เพิ่มวิธีการห้ามขายได้วิธีการต่าง ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นจาก (๖) ของมาตรา ๓๐ ก็คือการห้ามขาย Online ซึ่งอยู่ในหน้าถัดไปครับท่านประธาน การห้ามขายด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อสักครู่ก็มีสมาชิกท่านได้อภิปรายแล้ว ผมแทบ จะไม่ต้องพูดอะไรมากมายเลย เพราะท่านบอกว่าทำไมคนที่อยู่ที่บ้านสั่งมาบริโภคที่บ้าน จะไปสร้างปัญหาบนท้องถนน ในเมื่อในช่วงโควิดแทนที่ผู้ประกอบการจะขายสินค้าให้กับ ประชาชนผู้บริโภคที่อยู่ที่บ้านได้ กลับต้องส่งไป ต้องออกมาซื้อ ต้องทำให้มีการจราจร ต้องทำให้มีการขับรถออกมา ออกมาแล้วก็มาดื่ม ดื่มแล้วก็ไปอยู่บนท้องถนน ซึ่งเมื่อสักครู่ ก็มีการพูดถึงเรื่องอุบัติเหตุทางท้องถนนจะแก้ไขอย่างไร มันไม่ใช่เรื่องที่จะไปควบคุมตรงนี้ แล้วจะได้ผล เราก็เห็นกันอยู่แล้วว่าเกาไม่ถูกที่คัน แต่ว่ามันเป็นผลกระทบกับผู้ประกอบการ รายเล็ก อย่างในภาพนั้นก็มีกลุ่ม Craft Beer เขาก็ต้องไปเทเบียร์เพราะว่าเขาขายไม่ได้ ในช่วงที่มีสถานการณ์โควิดที่เขาไม่สามารถที่จะขาย Online ได้ เพราะมีการห้ามขาย Online ซึ่งเป็นประกาศที่ออกมาโดยคณะกรรมการที่ประชุมกัน แล้วก็มาจากคณะกรรมการ ที่มีองค์ประกอบที่เป็นใครครับ ที่เป็นฝ่ายต้านเหล้าทั้งหมด เพราะฉะนั้นในพระราชบัญญัติ ฉบับของคนธรรมดาของพวกผมนี้ ของนายเจริญและคณะ มีรายชื่อลงมาเพียง ๑๐,๐๐๐ กว่าคน แต่เราบอกว่าคณะกรรมการควบคุมที่มีองค์ประกอบเป็นฝ่าย NGO ซึ่งเขาก็มีความพยายาม ที่จะเพิ่มจำนวนของ NGO ต้านเหล้า และส่วนที่กระผมได้เสนอร่างนี้ก็คือขอให้มีกรรมการ จากฝั่งผู้ประกอบการ ผลิตหรือจำหน่ายเข้าไปมีส่วนร่วม และผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็น คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิก็ต้องไม่ใช่ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือนักวิชาการต้านเหล้าเท่านั้น เพราะ ปัจจุบันนี้เราก็ทราบอยู่ว่ามีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับงบประมาณวิจัยจากหน่วยงาน ต้านเหล้า แล้วก็มาอยู่ในคณะกรรมการนี้ แต่นักวิชาการอย่างผมที่สอนการผลิต ไม่มีโอกาส ที่อยู่ในนี้เลย แล้วในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ถ้าบอกว่ามีการควบคุมอะไรต่าง ๆ ก็ตาม ก็จะต้องมีการรับฟังความเห็นให้รอบด้าน ทั้งผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องที่จะโดนควบคุม ก็ควรที่จะมีพื้นที่ในคณะกรรมการชุดนี้ เราก็เลยเสนอในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่าจะขอ เพิ่มเติมองค์ประกอบของผู้ที่มาจากฝั่งผู้ประกอบการ และนักวิชาการที่อยู่ในด้านของ การผลิต อาจจะไม่มีผลในการตัดสินใจของคณะกรรมการ แต่ว่าก็ยังได้รับฟังความคิดเห็นของผู้ที่จะได้รับผลกระทบด้วย บางครั้งพวกเราก็สงสัยว่า การที่มีพระราชบัญญัติควบคุมที่เคร่งครัดนั้น ผลของการควบคุมที่เกิดขึ้นมา ๑๐ กว่าปีนั้น ได้ผลจริงหรือไม่ ก็มีท่านสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว มีข้อมูล มีตัวเลขให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า มันไม่ได้ผลครับ มันไปเกาไม่ถูกที่คัน เพราะฉะนั้นผมยังใช้ไม้อยู่ ผมก็ยังไม่หายคันเลย กระผมจะขออนุญาตท่านประธานให้สมาชิกที่มาด้วยได้มีโอกาสได้ชี้แจงให้ท่านสมาชิก ได้รับทราบเพิ่มเติมข้อมูล ซึ่งมาจากผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงในส่วนของผู้ประกอบการ ผู้ผลิต แล้วก็ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจ ขออนุญาตท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ ท่านบอกชื่อด้วย🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภพงษ์ พรึงลำภู เป็นตัวแทนผู้ผลิตสุรารายย่อยนะครับ คือเราอยากจะขอนำเรียนท่านประธานดังนี้ว่า สุรานั้นมีการควบคุมจำนวนมาก โดยที่ไม่เกี่ยวกับ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย กระผมนี้กว่าจะสามารถผลิตสุราแบบถูกกฎหมายได้ ต้องผ่านการควบคุมทั้งกรมสรรพสามิต ทั้งเขตหรือเทศบาล ทั้งเรื่องของอนามัยทุกอย่าง แล้วก็กว่าที่เราจะได้รับอนุญาตมา พอเราสามารถประกอบธุรกิจได้แบบถูกกฎหมายแล้ว กลับกลายเป็นว่ามี พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับ ปี ๒๕๕๑ ที่คอยจ้องจะทำให้ หลังผมเป็นแผลเหมือนที่อาจารย์เจริญกล่าวไปนะครับ มันก็น่าทึ่งมากที่ว่าการที่เรานำเสนอ สินค้าข้อเท็จจริงสามารถถูกตีความเป็นการจูงใจไปได้เสียหมด เราจะสามารถขายสินค้า ของเราได้อย่างไร ถ้าเกิดเราไม่อธิบายให้เขาเข้าใจว่าสิ่งนี้มันแตกต่างจากสิ่งอื่น ๆ อย่างไร แล้วมันสะท้อนอัตลักษณ์ของผู้ผลิตท้องถิ่นอย่างไร แต่ถ้าถูกตีความเป็นการจูงใจไปหมด ก็จะเข้ามาตรา ๓๒ นะครับ ซึ่งในมิตินั้นมันกว้างกว่านี้มาก มันไม่ใช่แค่เรื่องสินค้านะครับ มันเป็นเรื่องของการแสดงตราสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นตราเครื่องหมายการค้าหรือแม้แต่ แค่รูปเบียร์เฉย ๆ มันมีเคสต่าง ๆ มากมาย มีคนโดนจากการที่ Post Facebook แล้วมีรูป เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับอากาศเย็นจัง โดนถูกไปชี้แจง แล้วก็ผู้ที่ถูกเรียกไปชี้แจงจะต้องมี หน้าที่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง ถ้าอยากจะชี้แจงก็คือต้องไปชั้นศาล แล้วก็ต้องเสียเงิน ในการพิจารณาคดี เสียเวลา แล้วคนส่วนใหญ่ก็จะไม่สามารถไปถึงตรงนั้นได้ ก็จะยอมจ่าย ค่าปรับที่สำนักงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ท่านประธานครับ วันนี้เราเข้าใจดีว่า เรามีร่าง พ.ร.บ. หลายฉบับนะครับ แต่ผมขอใช้ขวดนี้เป็นตัวอย่างนะครับ ผมอยากให้เห็นว่า ทุกอย่างมันอยู่ที่มุมมองครับ มุมมองของร่าง พ.ร.บ. อีกฝั่งหนึ่งเขามองสิ่งนี้ สมมุติว่าผมเป็น เหล้า เขาจะมองว่าอันนี้เป็นยาพิษขนาด ๕ เปอร์เซ็นต์ กี่ ml ถ้ามันหยดมาแม้แต่หยดเดียว มันก็กลายเป็นโทษอยู่ดี แต่สำหรับผมครับ ผมที่อยู่ด้านหลังสุรานี้ เรามีคนทำงานอยู่นะครับ มีครอบครัวที่อยู่รอบ ๆ ตรงนี้ ทำงานหาเลี้ยงชีพอย่างสุจริต และนอกจากเรื่องของการทำงานหาเลี้ยงชีพแล้ว มันยังมีวิชาชีพ มีความสามารถ มีประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาชาวบ้านต่าง ๆ ที่ถูกสะสมมา ถูกการ Sensor ด้วยกฎหมาย ควบคุมที่สุดโต่งนี้ ทำให้ไม่สามารถสืบทอดกันต่อได้ ไม่มีใครกล้าพูดถึงเรื่องเหล้าพื้นบ้าน ดีอย่างไร หรือว่าการทำสุราแบบต่าง ๆ จริง ๆ ผมอยากจะเพิ่มเติมนิดหน่อยว่า ผมศึกษา การทำสุราของตะวันตกมา ตอนที่ได้มาศึกษาการทำสุราพื้นบ้าน มันมหัศจรรย์มากนะครับ ท่านประธาน คือตะวันตกจะทำสุราต้องใช้เครื่องจักรใหญ่โต แต่ว่าชาวบ้านเราใช้กระติกน้ำ สามารถเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาล แล้วก็สามารถเปลี่ยนเป็นสุราได้ด้วยนะครับ ความรู้เหล่านี้ ถ้าถูก Sensor ก็จะไม่ได้ถูกส่งต่อนะครับ ที่เป็นภาพครับ เป็นกราฟอยู่ในแฟ้มชื่อ ศุภพงษ์ พรึงลำภู ผมก็เกริ่นนิดหน่อยก็คือข้อมูลที่ผมเตรียมมาจะเป็นข้อมูลจากรายงานประจำปีของ สำนักงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็คือจะมีสถิติข้อร้องเรียนเกี่ยวกับกฎหมายต่าง ๆ ในปีนั้นเป็น ปี ๒๕๖๒ มีการร้องเรียนมาทั้งหมดคร่าว ๆ ประมาณ ๑,๘๐๐ คดี ซึ่งมันก็จะมี กฎหมายควบคุมต่าง ๆ มากมายนะครับ แต่ปรากฏว่า ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องของ การโฆษณาและ Promotion ผมได้อ่านเจตจำนงของกฎหมายนี้นะครับ ซึ่งจะมีเรื่องของ การห่วงใยเยาวชน ผมก็พบว่าข้อร้องเรียนของการขายสุราให้กับเยาวชนมีแค่ ๓ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ถ้าผมเปรียบเทียบให้ดูว่า ถ้าข้อเรียกร้องของหน่วยงานที่กำกับดูแล คือความห่วงใย ของสังคมกับชีวิตของทุกคน แล้วรวมถึงป้องกันเยาวชนจากการดื่มสุรา ผมสามารถ เปรียบเทียบแบบนี้ได้ไหมครับท่านประธานว่า ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นี้เขาห่วงใยโฆษณา แต่ ๓ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ ก็ ๒ กว่า ๆ ครับ ห่วงใยเยาวชน เมื่อสักครู่ที่จริงมีน้อง ๆ เยาวชน มาด้วย ผมอยากจะเสนอว่าการป้องกันเยาวชนให้ห่างไกลจากสุราที่ดีที่สุดคือการตรวจ บัตรประชาชนครับ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณอะไรมากมาย เราสามารถ ออกกฎหมายนี้ แล้วก็บังคับใช้ แล้วกราฟมันควรจะเปลี่ยนไปว่า โอเคเราสามารถพบ ข้อร้องเรียนการขายให้เยาวชนเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ทุกปี ๆ ๙๐ เปอร์เซ็นต์คือเรื่องโฆษณา เรื่องของ Promotion ตรงนี้ก็เลยไม่เข้าใจว่าจริง ๆ แล้ว มันคือการห่วงใยอะไรกันแน่นะครับ แต่อย่างไรก็ตาม จริง ๆ ผมเตรียมสไลด์มา ก็จะเป็นเรื่องของสินบนนำจับ ซึ่งหลาย ๆ ท่าน ก็อภิปรายไปแล้ว ซึ่งกราฟของข้อร้องเรียนกับกราฟของจำนวนค่าปรับที่เพิ่มขึ้น มันมีความสัมพันธ์กันอย่างเห็นได้ชัดนะครับ ผมเข้าใจครับว่าเราเป็นประชาชน แต่เราก็ รวบรวมเสียงมานะครับ เราใช้เวลานานกว่าจะมาถึงขั้นนี้ ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานและสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน อย่างน้อยช่วยรับร่างของเราไป เพื่อให้ถกเถียงกันได้ ในชั้นกรรมาธิการ เรายินดีที่จะทำงานร่วมกับภาครัฐแล้วก็ทุกส่วนนะครับ เราขอโอกาสนี้ จริง ๆ นะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปเชิญท่านผู้เสนอพระราชบัญญัติอีกท่านหนึ่ง ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กับคณะ มีอีก ๒ ท่าน เชิญครับ สั้น ๆ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานนะคะ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ท่านผู้ชม ที่อาจจะดู Live อยู่ทางบ้านนะคะ🔗
ท่านบอกชื่อด้วยครับ จะได้บันทึก🔗
ดิฉัน นางสาวประภาวี เหมทัศน์ เป็นตัวแทนจากสมาคมคราฟท์เบียร์นะคะ ซึ่งในสมาคมก็มีผู้ประกอบการ มีผู้บริโภค แล้วก็มีหลายคนที่มีความชื่นชอบ แล้วก็สนใจ ในธุรกิจ Craft Beer นี้ แม้ไม่ได้มีส่วนได้เสียโดยตรงนะคะ ดิฉันได้ใช้เวลาตั้งแต่ ปี ๒๐๒๐ ประมาณ ๔ ปีแล้วนะคะ พูดคุยเรื่องกฎหมายนี้กับกรรมาธิการกับทางรัฐบาล กับสื่อ กับหน่วยงานต่าง ๆ มาตลอด เพราะว่าเพื่อนรอบข้างแล้วก็ผู้ประกอบการมีความเดือดร้อน จากกฎหมายนี้เป็นจำนวนมากนะคะ ตอนที่ผ่านมา ๔ ปีแล้ว เมื่อวันก่อนยังมีเพื่อนรุ่นพี่ ส่งข้อความมาปรึกษาว่า สน. นนทบุรีส่งหมายจับมาเรื่องโฆษณาทาง Page Facebook ซึ่งดิฉันก็ไม่เข้าใจนะคะว่าที่พร่ำพูดมาตลอด ๔ ปีนี้คือไม่ได้มีผลอะไรเลยใช่ไหม จนมาถึง จุดที่ประชาชนอย่างดิฉันซึ่งควรจะไปทำมาหากินได้แล้ว ต้องมานั่งเขียนกฎหมายแล้วก็ยื่น เข้าสภาด้วยตัวเองพร้อมกับเพื่อนพี่น้อง แล้วก็ทุกท่านที่มาพูดชี้แจงในวันนี้ ในฐานะตัวแทน สมาคมคราฟท์เบียร์ แล้วก็ดิฉันเองก็เป็นผู้ประกอบธุรกิจนี้ด้วย แล้วก็เป็นประชาชนผู้มีสิทธิ เลือกตั้งด้วย แล้วเราก็เป็นส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งที่จ่ายภาษีของอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ในประเทศนี้ ซึ่งมีจำนวนเงินประมาณแสนล้านบาท ดิฉันขอโอกาสพูดถึง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่ม ปี ๒๕๕๑ สักหน่อยนะคะ ซึ่งแน่นอนว่าได้มีโอกาสศึกษามาแล้วประมาณ หนึ่งนะคะ พ.ร.บ. ควบคุมฉบับเดิม แน่นอนเราอาจจะได้ฟังข้อดีไปแล้วว่า ช่วยควบคุม ในหลายเรื่อง แต่แน่นอนมันก็มีข้อเสียด้วย ไม่อย่างนั้นคงไม่มาขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลง ตรงนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ พ.ร.บ. ควบคุมอันนี้ส่งผลกระทบ ก็คือว่าการที่เราจะสื่อสารข้อมูล ความรู้ความเข้าใจแล้วก็สร้างทัศนคติที่ถูกต้องในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับ ประชาชนถูกห้ามไว้ด้วย หมายความว่าการตีความต่าง ๆ นานา ของสำนักงาน คณะกรรมการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะพูดเรื่องที่เป็นประโยชน์ก็อาจจะมีโอกาส ถูกปรับได้นะคะ หลัก ๕๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งมีผลที่ทำให้ธุรกิจรายย่อยซึ่งเป็น ทางเลือก ซึ่งเป็นโอกาสในการแสดงศักยภาพของประเทศถูกตัดตอน แล้วก็ไม่สามารถเติบโต ได้ และที่น่าเสียดายมากกว่านั้นนะคะ มีผู้ผลิตบางคนด้วยซ้ำที่ไม่ได้อยากทำธุรกิจนี้อย่างถูก กฎหมาย โดยอ้างว่าแม้จะทำถูกกฎหมายก็ถูก พ.ร.บ. ควบคุมห้ามขายอยู่ดี อันนี้เป็นเรื่องที่ น่าเสียใจมากนะคะว่า พ.ร.บ. ของกระทรวงสาธารณสุขส่งผลกระทบกับทางกรมสรรพสามิต ด้วยนะคะ ทั้ง ๆ ที่กรมสรรพสามิตรัฐได้ภาษีจากเราเยอะมาก ดิฉันเองเป็นผู้ประกอบการ รายย่อยที่ไม่มีทุนทรัพย์จะมาโฆษณาอัดฉีดแข่งได้เหมือนรายใหญ่แน่นอน แต่ดิฉันยินดีที่จะ ลงสู่สนามแข่งขันเรื่องการตลาดกับรายใหญ่ด้วยความเท่าเทียม ไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องมี กฎหมายนี้มาช่วยเหลือ หรือคำพูดที่บอกว่ากฎหมายนี้เพื่อป้องกันรายใหญ่มาได้เปรียบ รายย่อย ดิฉันไม่เห็นด้วย แล้วดิฉันก็ยินดีจะแข่งขันด้วยเครื่องมือที่เราออกแบบเอง ขอให้ ไม่มีกฎหมายนี้ที่มาจำกัดลิดรอนสิทธิ แล้วก็เปิดช่องในการรีดไถนะคะ นั่นก็เป็นเหตุผลที่เรา ได้ยื่น พ.ร.บ. ควบคุม ฉบับประชาชน ๑๐,๐๐๐ ชื่อขึ้น ดิฉันก็เชื่อด้วยเหมือนกันว่า ผู้ประกอบการรายย่อยท่านอื่นมีความคิดเห็นแบบเดียวกัน แน่นอนว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรถูกควบคุม ซึ่งเรามีการควบคุมที่มากอยู่แล้วนะคะ เราเสียภาษีสรรพสามิตจากมูลค่า เราเสียภาษีสรรพสามิตจาก Degree แอลกอฮอล์ เราเสียภาษีเพื่อธุรกิจเฉพาะ ก็คือตัวเลข ทาง สสส. ทาง Thai PBS ทางกระทรวงมหาดไทยได้ต่อปีเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเหมือนกันนะคะ เรามีกฎหมายจราจรพูดเรื่องเมาแล้วขับ กำหนด Limit ไว้ เรื่องของการดื่มระหว่างขับขี่ เรามีกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่พูดเรื่องการห้ามโฆษณาเอาไว้แล้ว เรามีกฎหมายเยาวชนด้วย ที่บอกว่าห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็กอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี นี่คืออะไร นี่คือ ความซ้ำซ้อน นี่คือภาระของผู้ประกอบการที่เสียภาษีอย่างถูกต้องแล้วก็เป็นภาระของ ประชาชนด้วยนะคะ ดิฉันได้เข้าร่วม Workshop กับทางกรมสรรพสามิต แล้วก็ได้รับข้อมูล มาว่าปัจจุบันเยาวชนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์น้อยลง แล้วก็คนที่ดื่มอยู่ก็จะดื่มใน Degree ที่น้อยลง เป็น Low Alcohol Beverage นะคะ ซึ่งอยากจะยืนยันว่าสิ่งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปี ๒๕๕๑ แต่อย่างใด แต่เป็น Trend ของโลก ทั่วโลก แล้วก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยด้วย ยุคนี้เป็นยุคที่เราต้องอยู่กับโลก การขาย การนำเสนอสินค้า หรือแม้แต่การที่สร้างทัศนคติหรือสื่อสารทาง Online ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ทั่วโลก แล้วก็แทบจะเป็นทางเดียวที่ทำให้เหล้า เบียร์ รายย่อยของไทยถูกนำเสนอ สู่ประชาชนแล้วก็สู่สายตาชาวโลกด้วย แต่ปรากฏว่าวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๓ คณะกรรมการ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออกกฎหมายห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทางช่องทาง อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกมาแบบล้าหลัง ไร้เหตุผล ไร้คำอธิบาย และจนตอนนี้ ผ่านมา ๓ ปีแล้วยังไม่ออกมาแม้กระทั่งคู่มือการบังคับใช้กฎหมาย ผู้ประกอบการและ ประชาชนจำนวนมากก็ไม่เห็นด้วย แล้วก็ไม่เชื่อมั่นกับการควบคุมแบบนี้ รวมไปถึงการ ควบคุมอื่น ๆ ที่อยู่ในพระราชบัญญัติปี ๒๕๕๑ ด้วยเช่นกัน🔗
สุดท้ายในฐานะผู้ประกอบการ ในฐานะสมาคมคราฟท์เบียร์ ดิฉันเห็นด้วยว่า การควบคุมควรมี แต่ขอให้เป็นการควบคุมที่ได้ประสิทธิภาพ ไม่เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ขูดรีด ไม่เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รีดไถแล้วก็หาประโยชน์ใส่ตัว ขอให้เป็นการควบคุมที่พวกเราได้มี ส่วนร่วม ได้ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ แล้วก็ให้พวกเราได้อยู่ร่วมกับประชาชนคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้ ถูกชี้หน้า เราขอที่จะอยู่กับประชาชนคนอื่น แล้วก็ไม่มีใครมานั่งชี้หน้าผู้ประกอบการ จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือผู้ผลิตว่าเราเป็นผู้ร้าย เราเป็นคนที่ทำลายชาติ ทั้ง ๆ ที่ เราเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะคะ ก็ขอฝาก พ.ร.บ. ควบคุมฉบับนี้ไว้กับทุกท่านนะคะ แล้วก็ อยากจะบอกว่าเรารอไม่ได้แล้วค่ะ ประเทศชาติต้องการให้ผู้ประกอบการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ช่วยหาเงินค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
อีกท่านหนึ่งเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน เขมมิกา รัตนกุล ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและร่วมเสนอ ร่างแก้ไขพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. .... ของดอกเตอร์เจริญ เจริญชัย ในการเสนอร่างแก้ไขอันนี้อยู่ภายใต้กรอบแห่งวัตถุประสงค์ และ Outcome ที่เรา จะต้องการอยากเห็น ๔ ประการ🔗
๑. เพื่อให้กฎหมายนี้บรรลุเจตนารมณ์ที่แท้จริงในการตรากฎหมายขึ้น สร้างการกำกับดูแลเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในแนวทางที่สร้างความเป็นธรรม ลดอุปสรรค หรือความเดือดร้อนอันเกินสมควรแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นประชาชน ผู้บริโภค นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และโดยสอดคล้องกับหลักการ และบทบัญญัติแห่งมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย🔗
วัตถุประสงค์และ Outcome ที่เราเห็นประการที่ ๒ ก็คือว่าสนับสนุนให้ ภาคเอกชน ผู้บริโภค และผู้ประกอบการได้มีส่วนร่วมในการจัดทำมาตรการ กฎเกณฑ์ ที่กำกับดูแลเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างสมดุลกับนโยบายทั้งทางด้านสังคม สุขภาพ เศรษฐกิจ พร้อมส่งเสริมให้ทุกคนปฏิบัติตามได้ แล้วไม่เกิดภาระเกินจำเป็น🔗
ประการที่ ๓ เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และนโยบายแห่งรัฐในการ ส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม และในระดับชุมชน เพื่อให้กฎหมายนี้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและ สังคมในยุค Digital พร้อมกับส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีไปพร้อม ๆ กันได้อย่างสมดุล🔗
ประการสุดท้ายค่ะ ส่งเสริมการบูรณาการการร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม เพื่อแก้ไขปัญหาการดื่มอย่างเป็นอันตราย หรือที่ฝรั่งเขา เรียกว่า Harmful Use of Alcohol โดยประเด็นหลักก็คือเรื่องของการเมาแล้วขับ การดื่ม ก่อนวัยอันควร การดื่มอย่างเกินพอดี ผ่านการให้ความรู้ การให้ข้อมูลทางวิชาการที่ถูกต้อง เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงโทษภัยของการดื่มแอลกอฮอล์อย่างเป็นอันตราย ส่งเสริมให้เกิด วัฒนธรรมการดื่มอย่างรับผิดชอบ ให้ผู้บริโภคเลือกที่จะดื่มได้อย่างเหมาะสมอย่างรับผิดชอบ หรือเลือกที่จะไม่ดื่มเลย พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับปัจจุบันมีปัญหาใน ๒ ประเด็นที่ทำให้เราต้องเสนอร่างนี้ขึ้นมา🔗
ประเด็นแรก ก็คือเรื่องของปัญหาการบังคับใช้ และความไม่ชัดเจน ในบทบัญญัติของกฎหมาย ท่านทราบดีว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสุราเป็นส่วนหนึ่งของ วัฒนธรรมของคนทั่วโลก ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องสุราของเราบัญญัติไว้ว่า สุรา เป็นอาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน ไม่ต่างจากอาหารอื่นนะคะ และประเทศไทย ไม่ได้มีนโยบายห้ามการผลิต หรือการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่อย่างใด การบริโภค เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสุราถือเป็นสิทธิเสรีภาพของแต่ละปัจเจกปุถุชน แต่เขาจะต้องดื่ม อย่างรับผิดชอบและเหมาะสม และในขณะเดียวกันก็เป็นสิทธิของผู้ประกอบการ ผู้ผลิตหรือ ผู้ขายที่จะขายที่จะ Trade อย่างรับผิดชอบเช่นเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าพระราชบัญญัติ ปัจจุบันนี้มีลักษณะที่มุ่งเน้นการควบคุมและห้ามอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่การกำกับดูแลอย่าง เหมาะสมที่จะสร้างสมดุลระหว่างเป้าหมายทางเศรษฐกิจ และสุขภาวะที่ดีของประชาชน แล้วบทบัญญัติสำคัญเลยก็คือมีความคลุมเครือที่ท่านพูดบ่อย ๆ นะคะ จำเป็นที่เจ้าหน้าที่ ต้องใช้ดุลยพินิจในการตีความ เราไม่ได้โทษเจ้าหน้าที่นะ แต่กฎหมายมันมาเป็นอย่างนี้ ซึ่งการตีความก็มักเป็นในลักษณะสุดโต่ง กำหนดโทษที่ไม่ได้สัดส่วนกับความผิด ในขณะเดียวกันก็มีการจ่ายสินบนรางวัลกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของค่าปรับ อย่างไม่สมควรแก่เหตุ ก็ก่อให้เกิดการจับกุมอย่างเกินจำเป็น สร้างภาระเดือดร้อนแก่ผู้ผลิต ผู้ขาย ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง ตามไปถึงลดทอนภาพลักษณ์ที่ดี ความน่าเชื่อถือของประเทศไปด้วย🔗
ประเด็นที่ ๒ ของ พ.ร.บ. ฉบับปัจจุบัน ก็คือว่าบทบัญญัติที่อยู่ในปัจจุบัน ใช้มา ๑๖ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคมในปัจจุบัน และไม่เอื้ออำนวยต่อการประกอบธุรกิจไม่ Ease of Doing Business ซึ่งปัจจุบันอย่างที่ ท่านทราบการท่องเที่ยวและบริการเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจก่อน โควิดการท่องเที่ยวและบริการ Occupy มากกว่า ๑๘ เปอร์เซ็นต์ของ GDP หรือผลิตภัณฑ์ มวลรวมในประเทศ มีการจ้างงานมากกว่า ๔.๖ ล้านตำแหน่ง ส่วนอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์เอง มูลค่าก็ปีละประมาณกว่า ๔.๔ แสนล้านบาท ภาษีทางตรง ภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บได้ ทั้งเบียร์และสุราอื่นก็ประมาณ ๑.๕ แสนล้านบาท นี่ยังไม่รวมมูลค่าเพิ่มที่อุตสาหกรรม ที่เกี่ยวเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยการผลิต ทั้งการเกษตร หรือว่า Packaging ทั้งหลายเติบโต ไปพร้อม ๆ กันนะคะ แล้วในขณะที่รัฐบาลก็อยากจะยกระดับการท่องเที่ยวของประเทศไทย เสนอภาพลักษณ์ที่มีความหลากหลายในเรื่องของการท่องเที่ยว ทั้งภาคกลางวันและยาม ค่ำคืน แต่กฎหมายฉบับนี้ พ.ร.บ. ฉบับปัจจุบันนี้ก็กลายเป็นเรียกว่าอุปสรรค ทำให้ ผู้ประกอบการโดยเฉพาะโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ผับ บาร์ ไม่มั่นใจถูกจับกุม แล้วก็รู้สึก ไม่สะดวกใจ ดิฉันขอ Highlight แค่ ๓ อัน เพราะว่าท่านสมาชิกแล้วก็ผู้อภิปรายพูดไปแล้วนะคะ อย่างเช่นมาตรา ๒๘ เรื่องของการควบคุมเวลาขาย ในประกาศของกฎหมายลูกที่ประกาศ ตามมาตรา ๒๘ เขาบอกว่าขายได้เฉพาะเวลา ๑๑.๐๐-๑๔.๐๐ นาฬิกา แล้วก็เวลา ๑๗.๐๐- ๒๔.๐๐ นาฬิกา ยกเว้นการขายในท่าอากาศยานนานาชาติ หรือว่าการเปิดของสถานบริการ ตาม พ.ร.บ. สถานบริการ นั่นคือเราขายได้ช่วงกลางวัน ๓ ชั่วโมง ช่วงเย็น ๗ ชั่วโมง รวมเป็น ๑๐ ชั่วโมง จาก ๒๔ ชั่วโมง แล้วจริง ๆ การควบคุมเวลาขายมันช่วยให้การดื่มอย่างเป็นอันตราย ลดลงไหม ช่วยให้อุบัติเหตุทางถนนลงลดลงไหม ท่านเห็นจากสถิติค่ะ สถิติเป็นเอกสาร ทางวิทยาศาสตร์ที่ประจักษ์ชัดว่า การควบคุมเวลาขายอย่างเหมารวมเช่นนี้ ไม่ได้ทำให้ การดื่มหรือว่าอุบัติเหตุทางถนนลดลงแต่อย่างใดนะคะ สิ่งที่เราอยากจะนำเสนอก็คือว่าการจำกัดเวลาขายที่ไม่ยืดหยุ่น มันจะต้องปรับเปลี่ยน ที่สามารถให้ทางการท่องเที่ยวไปได้ นักท่องเที่ยวมาเวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกาดื่มไม่ได้แล้วนะคะ ต้องคิดถึงบริบทนี้ ต้องคิดถึงในเรื่องของพื้นที่นะคะ แล้วไปใช้กฎหมายที่มีอื่น ๆ อยู่อย่าง จริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการลงโทษร้านค้าที่ขายสุราให้กับเยาวชน หรือการลงโทษผู้ที่ดื่มเมาแล้วขับ🔗
ตัวอย่างที่ ๒ ของมาตราที่เป็นปัญหาก็คือมาตรา ๓๐ ท่านสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรได้อภิปรายไปแล้ว เรื่องของการห้ามการขาย Online อย่างที่ท่านทราบนะคะ ในปัจจุบันในช่วงโควิด การขาย Online การ Online Transaction โดยผู้ซื้อผู้ขายเพิ่ม ขึ้นมาเป็น ๓-๔ เท่าตัว ตอนนี้ทุกอย่างไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย แต่ทั่วโลกกลับมาเป็น Online แล้วนะคะ แต่ประเทศไทยกลับออกกฎหมายห้ามขาย Online แล้วมันเป็นการ แบบ Absolute คือห้ามอย่างเด็ดขาด ถ้าท่านไปมองในต่างประเทศที่เขามีความสำเร็จ ในการควบคุมนะคะ การดื่มอย่างเป็นอันตรายดิฉันใช้คำว่า การดื่มอย่างเป็นอันตราย เขาทำอย่างไรคะ ง่ายนิดเดียวค่ะ เขาก็มีการจัด Page ยืนยันตัวตน กดเข้าไปก็บอกว่า ท่านอายุเกินกว่า ถ้าเป็นประเทศไทยก็ ๒๐ ปีบริบูรณ์ใช่ไหม หรือว่ามีการผ่านระบบสมาชิก หรือการชำระผ่านบัตรเครดิตก็จะสามารถตรวจสอบตัวตนของผู้ที่เข้าไปแวะชมหรือไปซื้อ สินค้า Online ได้นะคะ และสามารถ Track ในส่วนของประวัติการซื้อขายได้ด้วย มันก็จะ ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้โดยง่าย โดยที่ไม่ก่อให้เกิดอุปสรรค อย่างเกินจำเป็นต่อผู้ประกอบสัมมาอาชีพอย่างสุจริตนะคะ ส่วนสุดท้ายที่อยากจะพูดก็คือ ในเรื่องของมาตรา ๓๒ ในเรื่องของการโฆษณา ก็จริง ๆ แล้วมาตรานี้เขาต้องการมี วัตถุประสงค์ที่ป้องกันการโฆษณาเกินจริง ชักจูงการบริโภคให้มากยิ่งขึ้นจนเกินจำเป็นหรือ ชักจูงเยาวชน แต่ไม่ได้ประสงค์ถึงห้ามมิให้โฆษณาหรือแสดงภาพสินค้าโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นดิฉันยืนยันว่าการให้ข้อมูลกับผู้บริโภคเป็นสิ่งจำเป็นและผู้บริโภคมีสิทธิโดยชอบ ธรรมที่จะได้รับข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่เกินจริง ไม่อวดอ้างสรรพคุณ เพื่อสามารถตัดสินใจในการซื้อผลิตภัณฑ์ซื้อสินค้าได้อย่างถูกต้อง กฎหมายมาตรานี้จะต้อง ปรับปรุง การขายให้ข้อมูลหรือโฆษณาณจุดขายต้องทำได้ ถ้าดิฉันจะแสดง Logo ลงในเมนู ซึ่งเข้ามาดื่มกินเขาก็ต้องสามารถกระทำได้เพราะมันเป็นจุดขาย แล้วตรงนี้ถ้าเราปลดล็อก ในเรื่องของกฎหมาย ปรับปรุงให้มันสมดุล เพราะฉะนั้นรายเล็กรายย่อยผู้ผลิตและผู้ขายก็จะ อยู่ได้ด้วย เพราะตอนนี้รัฐบาลบอกว่าให้ชุมชนผลิตได้ แต่ให้ข้อมูลได้ก็ขายไม่ได้ นั่นคือ การกีดกัน กฎหมายนี้จะต้องปรับปรุงให้เกิดการสมดุลระหว่างการกำกับการโฆษณาให้ เป็นไปตามความเหมาะสม แต่ก็ส่งเสริมพัฒนาการพัฒนาการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในระดับเล็ก กลาง ใหญ่ ให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นให้เกิดนวัตกรรม ให้เราสามารถผลิตและ ขายเทียบเท่ากับมาตรฐานโลกได้ ไปแข่งขันในระดับภูมิภาคได้ และสุดท้ายค่ะ สิ่งที่ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ขาด แล้วเราอยากเห็นมันก็คือว่า การส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการให้เขามีส่วนร่วม กฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้ให้ผู้ประกอบการ ผู้ขาย หรือประชาชนได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมความไม่ชอบ ต่อสังคม หรือให้เรา ผู้ประกอบการให้ความรู้ความเข้าใจถึงวิธีการบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ที่เหมาะสม รับผิดชอบ หรือการให้บริการอย่างรับผิดชอบ เพราะว่าบางครั้งหรือ หลาย ๆ ครั้ง พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีอำนาจใช้กฎหมายก็สามารถตีความว่า การส่งเสริม การให้ความรู้เรื่องแอลกอฮอล์ Education หรือว่า Serve Responsibility ของเรา มันเป็น การส่งเสริมให้ดื่ม ให้คนดื่มมากขึ้น ซึ่งไม่จริงนะคะ การส่งเสริมความรับผิดชอบของสังคม โดยการให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มันเป็นการสร้างวัฒนธรรมการดื่มอย่าง รับผิดชอบที่จะแก้ปัญหาเรื่องการดื่มอย่างเป็นอันตรายอย่างยั่งยืน การที่เราจะแก้ไขปัญหา การดื่มอย่างเป็นอันตราย ถ้าเป็นการบูรณาการจะต้องมีความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเดินไปด้วยกัน อย่างประนีประนอมกัน อย่างเข้าใจกัน เพื่อให้เรา สามารถกำหนดมาตรการที่กำกับดูแลที่ยอมรับได้ทุกฝ่าย มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับ สภาพการปฏิบัติได้จริง คนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือผู้บริโภคนะคะ เหมือนที่เกิดในทั่วโลก เขาทำกันอย่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศออสเตรเลีย ประเทศเกาหลีใต้ หรือสหภาพยุโรป เป็นต้นนะคะ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ดิฉันก็ใคร่ขอให้ท่านประธานและสภาแห่งนี้โปรด รับไว้พิจารณา รับหลักการร่างพระราชบัญญัติควบคุมแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของ ดอกเตอร์เจริญ เจริญชัย เพื่อให้เราสามารถขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสังคม สาธารณสุขและ เศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการฟื้นฟูและพัฒนา เศรษฐกิจในปัจจุบันบรรลุผลไปพร้อม ๆ กันอย่างสมดุล และเราจะไม่ทิ้งใครไปข้างหลัง ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านผู้เสนอญัตติ ท่านที่ ๒ ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคก้าวไกล ในฐานะผู้เสนอร่างกฎหมายนะครับ ก่อนอื่นก็คิดว่า ร่างนี้จะไม่ได้เข้าเสียแล้ว ก็ชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เพราะว่าร่างนี้เป็นร่างการเงิน เพราะว่าต้องการจะประหยัดเงินให้ภาครัฐ ท่านก็เซ็นมาให้เข้าทันพอดี ก่อนอื่นเพื่อความ เข้าใจกันในสาธารณะนะครับ หลายคนบอกว่าอันนี้เป็นสุราก้าวหน้าหรือเปล่า ซึ่งจริง ๆ แล้ว ผมพูดเสมอว่านโยบายสุราก้าวหน้าของพรรคก้าวไกล เรียกว่าเป็น Political Project หรือ เป็นโครงการทางการเมืองหนึ่ง หรือนโยบายทางการเมืองหนึ่ง ซึ่งจริง ๆ แล้ว มันมีหลาย พ.ร.บ. ที่ต้องแก้ไข อย่างที่เคยตกไปในสภาเมื่อสมัยก่อนนี้ มันก็คือ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต ซึ่งก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับการผลิตใบอนุญาตต่าง ๆ ว่าทำไมรายเล็กมันทำไม่ได้ ทำเบียร์ไม่ได้ ต้อง ๑๐ ล้านลิตรโน่นนี่นั่น ซึ่งมันจะไปแก้กฎกระทรวง เรื่องเกี่ยวกับสุราและการผลิต ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยครับหากเราแก้ไขร่างนั้น ซึ่งก็มีทีท่าและหวังว่าจะผ่าน เพราะว่าเพื่อน สมาชิกของอีกฝั่งหนึ่งของทางเดินก็พูดในสื่อบ่อย ๆ ว่า สนับสนุน ไม่เป็นอะไรหรอกครับ จะเรียกว่าสุราพื้นบ้าน สุราอะไร OTOP เหมือนท่านเติ้ง เสี่ยวผิง (Mr. Deng Xiaoping) พูดครับ แมวมันจะสีอะไรถ้ามันจับหนูได้ก็พอ ผมไม่ติดนะครับถ้าฝั่งรัฐบาลจะนำไปใช้ ก็เป็นประโยชน์ของประชาชน ไม่ได้มีนัยทางการเมืองสำหรับผมเลย ถ้าเกิดผ่านมาแล้ว มันจะเกิดขึ้นไม่ได้จริงเลยครับ ความฝันหรือนโยบายที่ทุกคนพูดออกมาว่าอยากให้ส่งเสริม การท่องเที่ยว ชาวนาลืมตาอ้าปากได้ อะไรต่าง ๆ นานา ถ้าไม่แก้ไข พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์อันนี้ ซึ่งก็เป็นหนึ่งใน Project การเมือง หรือในโครงการสุราก้าวหน้านั่นเอง ผมก็ได้มีโอกาสได้ยื่นมา ณ วันนี้นะครับ ก็เรียนชี้แจงเข้าใจตรงกันว่าก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ เรื่องเกี่ยวกับการผลิตอันนี้ ซึ่งผมไล่เลียงนะครับท่านประธานว่ามันมีปัญหาอย่างที่ผู้ชี้แจงอีก ร่างหนึ่งพูดมาแทบจะทั้งหมดแล้วนะครับ ผมเลยจะไม่พูดในปัญหาที่มันเกิดขึ้นมา รวมถึง สมาชิกพรรคของผมหลาย ๆ ท่าน เดี๋ยวจะได้แบ่งประเด็นแล้วพูดกันไป แต่ผมอยากพูด ภาพรวมของความแตกต่างของทั้ง ๓ ร่างที่เข้ามาในวันนี้ ทั้งร่างแรกที่โดนอุ้มไปแล้ว และร่าง ที่ ๒ นี้ที่คาดว่าน่าจะโดนอุ้มไปต่อ เพราะว่าเรียนท่านประธานครับ ผมยังเห็นท่านรัฐมนตรี อยู่ตรงนี้อยู่เลย ก็ได้แต่โดยอุ้มไปตามระเบียบ ซึ่งผมยืนยันว่าไม่ควรนะครับ และการที่มี ๓ ร่าง ที่มีความแตกต่างกันในเนื้อหา นี่ละครับกระบวนการสภาคือคำตอบ คณะกรรมาธิการ รัฐมนตรี คณะ ครม. เอากลับไป คุยอยู่กับตัวคนเดียวไม่เหงาหรือครับ ทำไมไม่ให้ประชาชน เข้ามาทะเลาะ มาเถียงกันหรือครับ แล้วประเด็นแรกผมขอขึ้นสไลด์ที่ส่งไว้ให้นะครับ🔗
คำถามก็ต้องย้อนกลับไปว่า กฎหมายนี้มันได้ผลสัมฤทธิ์จริง ๆ หรือไม่นะครับ หรือว่า สามารถพูดได้ว่ามันใช้ดุลพินิจ ของเจ้าหน้าที่เยอะเกินไปหรือเปล่า จนมันกลายเป็นเรื่องของธุรกิจสีเทา จริง ๆ แล้ว ผมไม่ต้องการให้กฎหมายนี้มันอ่อนลง ผมอยากให้กฎหมายนี้มันเข้มแข็งขึ้นด้วยซ้ำ ซึ่งมันมี หลายประเด็น ผมจะแยกเปรียบเทียบทั้ง ๓ ร่าง ขอสไลด์ถัดไปครับ โดยหลักคือเรื่องแรกเลย เรื่องของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือว่าคณะกรรมการนโยบายควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์🔗
ร่างแรก ก็คือเป็นร่างของคุณธีรภัทร์ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ที่บอกว่า ให้เพิ่มสัดส่วนกรรมการในส่วนของประชาชน สมัชชาประชาชนในระดับจังหวัด ซึ่งผมก็ได้ อภิปรายว่าไม่มีปัญหาครับ🔗
ร่างที่ ๒ ร่างของผู้เสนอที่ได้เสนอไปก่อนหน้าผม อาจารย์เจริญ เจริญชัย ก็บอกว่าให้มีสมาคมธุรกิจการค้าของสุราด้วย ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมเคยคุยกับทุกฝ่าย จริง ๆ ครับ บางมาตราบางครั้งช่วยร่างกันด้วยซ้ำ ผมก็ต้องยืนยันว่าไปเถียง คนนี้ก็ไม่เอา พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มันจะไปมีการค้าได้อย่างไร คนนั้นก็บอกว่าทำไม มันมีแต่ฝ่ายต่อต้าน ฝั่งนี้ก็ทะเลาะกันไปทะเลาะกันมา ผมก็เลยบอกว่าร่างของผมและ พรรคก้าวไกลนี้ก้าวข้ามความขัดแย้งครับท่านประธาน ผมยังบอกแย่งกันเป็นคณะกรรมการ ใช่ไหม ผมเลยบอกว่ายกเลิกไปเลย ไม่ต้องมี ดีไหมครับ ยกเลิกไปเลยครับ แล้วคนก็ถามว่า คณะกรรมการนี้ยกเลิกไปมันจะเกิดอะไรขึ้น คณะกรรมการเหล่านี้มีอำนาจหน้าที่สามารถ ออกกฎต่าง ๆ นานาได้ วันดีคืนดีอย่างโควิด-๑๙ มา บอกให้ปิดร้าน ร้านเขาระบาย Stock อยู่ก็ออกมาบอกว่า ห้ามขาย Online นะ ก็คือเป็นอำนาจของคณะกรรมการนี้ ซึ่งก็มี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีหน่วยงานราชการ คือเป็นข้าราชการไปกว่าครึ่ง ซึ่งอันนี้ผมยืนยันว่าทำไมผมถึงต้องยกเลิกครับ คณะกรรมการเหล่านี้ไม่มีความรับผิดชอบ ทางการเมืองอย่างเพียงพอ เขาเป็นข้าราชการ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง อยู่ไปเรื่อย ๆ และที่สำคัญที่สุด ขัดกับหลัก นิติรัฐ นิติธรรม และการแบ่งแยกอำนาจอย่างยิ่ง เพราะว่า หน่วยงานราชการที่มาเป็นผู้ออกกฎเองกลับเป็นผู้ใช้กฎหมายเอง ถูกต้องหรือไม่ครับ และอำนาจที่ให้โดย พ.ร.บ. กลับไปขัดแย้งกับกฎหมายอื่นอย่างมากมาย อยู่ดี ๆ ห้ามเขาขาย Online อันนี้อาจจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ปกป้องสิทธิเพียงพอจริง ๆ หรือ กลายเป็นว่า พระราชบัญญัตินี้ได้ตีเช็คเปล่าให้คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปออกกฎ ตามอำเภอใจอย่างนี้รับไม่ได้ครับ ซึ่งอันนี้เป็นมรดกบาปของการทำรัฐประหาร ตั้งแต่บิ๊กบัง ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่จะแต่งตั้งคณะกรรมการอะไรต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อเอาข้าราชการ Consolidate หรือรวบรวมอำนาจเพื่อให้รัฐปกครองเป็นรัฐราชการ แล้วผลของมันก็มา ปัจจุบัน และทุกคนพอมาเป็น สส. ใหม่บ้าง ก็เห็นกฎหมายนั้นมันมีคณะกรรมการ ก็อยาก มีบ้าง มีบ้าง มีบ้าง กลายเป็นเทอะทะไปหมด ฝ่ายการเมืองเราสมาชิกทุกท่านอย่ายอม นะครับ ผมจะแก้ไขอันนี้โดยการที่หลาย ๆ มาตราที่เกี่ยวเนื่องมันจะเป็นการออกกฎโดย คณะกรรมการนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผมจะคืนอำนาจให้ท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ เลยครับ ก็คือออกเป็นกฎกระทรวงแทน ผมว่าอันนี้เหมาะสมที่สุด หลายคนบอกว่า เดี๋ยวนักการเมืองจะเปลี่ยนอะไรก็ได้ รัฐบาลก็เปลี่ยนไป แต่ผมยืนยันครับว่าถ้าคุณไม่พอใจ คุณไป Mob เขาได้ ไปกระทรวงเขาได้ คุณรู้ว่าใครเป็นคนออกกฎ ใคร Decision Maker ใครเป็นคนตัดสินใจ คุณ Mob คนเดียวได้ครับ คนไม่ได้ไป Mob ข้าราชการ และข้าราชการ บอกว่า เดี๋ยวอั๊วก็เกษียณแล้วเดี๋ยวดูให้ ไม่มีประโยชน์นะครับ🔗
ในประเด็นที่ ๒ เป็นประเด็นที่ผมว่าหลายคนพูดเรื่องมาตรา ๓๒ เรื่อง การห้ามโฆษณาที่ผมได้อภิปรายไปเล็กน้อยครั้งก่อนแล้ว ร่างแรกก็อาจจะเรียกได้ว่าเข้มงวด ขึ้นนิดหนึ่ง ไม่ได้เปลี่ยนแปลงของเก่า แต่เพิ่มเติมก็คือ ตราเสมือนไม่ได้ ผมขออนุญาตชูอันนี้ ขึ้นมา ก็เป็นน้ำทั่วไปโรงทำน้ำอยู่ข้าง ๆ สภาเรานี่เอง ต่อไปอย่างนี้คือชูขึ้นมาอย่างนี้ ผิดกฎหมาย ฝ่ายเลขาต้องไปหาจัดซื้อจัดจ้างน้ำใหม่นะครับท่านประธาน เพราะว่าไม่ได้แล้ว อย่างเช่น โซดาหรือน้ำดื่มที่เหมือนปิด Logo ก็ไม่ได้ ก็คือเข้าใจครับว่า ปิดรอยรั่ว แต่อย่าลืม ว่าเรื่องสิ่งนี้ เพื่อนสมาชิกผ่านท่านประธานครับว่า ถ้าสุราก้าวหน้าหรือสุราพื้นบ้านหรืออะไร ก็ตามผ่าน รายเล็กทำได้แต่โฆษณาไม่ได้ ขายใครครับ บังเอิญนะครับผมเป็นคนทำเบียร์ แต่ผมไม่ได้มีคุณปู่ผมเป็นเจ้าพระยา Something ที่เปิดบริษัทเบียร์มาก่อนผมครับ ผมไม่มี ต้นทุนทางการตลาดอย่างนั้นนะครับ ผมเพิ่งเริ่ม Gen นี้ รุ่นผม แล้วผมจะโฆษณาได้อย่างไร ครับ ใครจะมากินเบียร์ของผมละครับ ใช่ไหมครับ ร่างที่ ๒ เป็นร่างของภาคประชาชน ที่เสนอมา ก็คือไม่เกินจริงก็โฆษณาได้นะครับ ก็คือไม่เกินจริง ซึ่งจริง ๆ แล้ว ไม่ต้องเขียนก็ได้ ไม่เกินจริง คือถ้าอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ตามกฎหมายอื่นไม่ได้อยู่แล้ว ผมก็คิดว่าโอเคล่ะ ไปคุยกับ ๒ คนมาครับ ผมเสนอทางเลือกกลาง ๆ หน่อยก็แล้วกัน ถึงแม้ผมจะเห็นด้วยกับ ร่างที่ ๒ มากที่สุด แต่เพื่อหาทางออกให้วิกฤตการณ์แอลกอฮอล์นี้นะครับ ผมก็เลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้นเอาอย่างนี้ก็แล้วกันเพื่อแก้ปัญหาหลักการเดียวที่ผมคิดใหญ่ ๆ เลย ก็คือ ประชาชนปกติควรจะโฆษณาหรือ Post รูปเบียร์ได้ เราไม่ควรจะโดนติดคุกหรือปรับ ๕๐,๐๐๐ บาท แค่เรา Post รูปเบียร์ ซึ่งจริง ๆ ครับท่านประธาน ค่าปรับนี้เชื่อไหมครับว่า การโฆษณาของบุคคลธรรมดาค่าปรับแพงกว่ากรณีคดีเมาแล้วขับอีก การ Post แสดงความ คิดเห็นของประเทศนี้มันร้ายแรงจริง ๆ คือผมไม่รู้นะครับว่าเกี่ยวกับมาตรา ๑๑๒ เป็น ฐานคิดของการออกกฎหมายนี้หรือเปล่า กลัวคนพูด ประเทศนี้กลัวคนพูด แล้วก็ดูถูกคนว่า พูดไปนี่ โฆษณาไปมันเห็นรูปเบียร์ในโฆษณาทีวี ใน Facebook เด็กมันจะวิ่งไปซื้อ ดูถูก ประชาชน ไม่ให้เกียรติประชาชนนะครับ โอเคละ ฟังฝ่ายที่รณรงค์เขาบอกว่ากลัวเด็กกิน ผมก็โอเคละ ถ้าอย่างนั้นเอาอย่างนี้ไหมครับพี่ผมเสนอเลย คนธรรมดา Post ไม่ผิด แต่ถ้า ผู้ผลิต ผู้ขายโฆษณากับเด็กที่ต่ำกว่าอายุ ๒๐ ปีถือว่าผิดก็แล้วกัน ก็คือไม่เอาผิดคนธรรมดา แต่เอาผิดผู้ผลิตและผู้ขาย ในกรณีนี้คนก็หาว่า เอ๊ะ อย่างไร อย่างเช่นคุณเข้า Website คุณอายุถึง ๒๐ ปีหรือยัง เจตนาของคุณไม่อยากให้เด็กเข้า คุณก็ไม่มีความผิดใช่ไหมครับ คุณจะติด Billboard ไหม รายใหญ่มีตัง กลัวรายใหญ่โฆษณาเยอะ🔗
มีผู้ประท้วง เชิญครับ🔗
ผม ไชยวัฒนา ติณรัตน์ จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ที่จริงผมไม่อยากประท้วงให้ขัดจังหวะหรอกครับ ผมก็พยายามนั่งฟังอย่างมีสติทั้งฉบับที่ผ่านมา แล้วก็พยายามนั่งฟังที่สุดนะครับ วาระนี้ คือวาระรับหลักการนะครับ ผมมิอาจที่จะไปโทษผู้แทนจากภาคประชาชน เพราะว่าท่าน ไม่ได้เป็นสมาชิก รับหลักการต้องเป็นการนำเสนอหลักการและเหตุผลนะครับ วาระนี้ไม่ใช่ วาระการอภิปราย ผมต้องขอประทานโทษ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเท่าพิภพนะครับ เคารพ แล้วก็เกรงใจกันนะครับ ผมอยากให้เป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๐ คือผู้เสนอร่าง ต้องนำเสนอหลักการและเหตุผล ต้องขออภัยภาคประชาชนจริง ๆ นะครับ ฉบับที่แล้ว ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่บอกว่าฝ่ายรัฐบาลอุ้มไป ไม่ได้อุ้มไปครับ พวกผมก็พยายามนั่งฟัง เพราะว่าผู้ที่ลุกขึ้นเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิก ไม่ได้เสนอหลักการ ฉบับนี้ก็เช่นกัน ผมไม่อยากให้เป็นแบบฉบับที่แล้ว วาระที่กำลังพูดอยู่นี้กำลังเป็นช่วงของ การอภิปรายนะครับ🔗
ประท้วงครับ ท่านประธาน🔗
ผมอยากให้เสนอหลักการและ เหตุผล ผมเคารพทุกฝ่ายครับ เคารพท่านประธานด้วย แต่ว่าผมอยากให้เป็นไปตามข้อ ๑๑๐ คือการนำเสนอหลักการและเหตุผลของผู้เสนอกฎหมาย ขอบคุณท่านประธานครับ และเกรงใจผู้เสนอครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง อันนี้เป็นการอภิปรายแล้วครับ ไม่ใช่การประท้วงแล้วนะครับ🔗
เดี๋ยวผมวินิจฉัยก่อนนะครับ ท่านเท่าพิภพอย่างไรก็เอากระชับ ๆ อยู่ในประเด็นที่เราเสนอ เข้ามาตามร่างของเรานะครับ เดี๋ยวก็จะจบแล้วนะครับ ท่านไม่ต้องประท้วงนะครับ โอเคครับ🔗
ได้หมดละครับ เพราะว่า เดี๋ยวผมไปตัดคลิป ผมตัดตรงนี้ออกแล้วผมตัดตอนผมพูดต่ออยู่แล้วครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอบคุณเพื่อนสมาชิกครับ ด้วยความเคารพครับ จริง ๆ ผมว่าผมอยู่ในหลักการและเหตุผลนะครับ เพราะว่าผมก็ไล่เรียง ไปเรื่อย ๆ อันนี้จริง ๆ ตัดมาน้ำจิ้ม ไม่ได้ทุกมาตราเลย แล้วหลักการก็คือเพื่อให้จำกัดสิทธิ ของประชาชนน้อยลงนะครับ แล้วอันนี้ก็ไล่เรียงถึงเหตุผลของมันอยู่ จริง ๆ อันนี้คือ ผมเรียนด้วยความเคารพนะครับ คืออาจจะฟังหลายร่างแล้วมันอาจจะดูซ้ำ แต่คือผม พยายามหาทางออกให้จริง ๆ นะครับ ขอบคุณมากครับ ผมขอต่อครับท่านประธาน สไลด์ ต่อไปเลยก็ได้ครับ เรื่องห้ามโฆษณาก็พูดกันเยอะแล้ว เรื่องขาย ห้ามเวลาขายก็พูดกันบ่อย ครับ ๑๔ ชั่วโมงบ้าง ทำไมไม่ ๒๔ ชั่วโมงละ ทำไมต้องมีฟันหลงฟันหลอ ร่างแรกก็คือ เขาก็ไม่ได้ไปแก้อะไร ก็เห็นว่าควรจะฟันหลออยู่แล้วนะครับ ร่างที่ ๒ เขาบอกว่ายกเลิก จำกัดเวลาการขาย ซึ่งร่างของผมเองก็เช่นกันนะครับ ซึ่งตรงนี้แน่ผมยืนยันว่าหลายครั้ง มีข้อมูลหลายที่ว่าการจำกัดการขายนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการลดจำนวนการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ กับส่งผลร้ายในบางแห่งอย่างประเทศอังกฤษเขาบอกว่า เคยทำนะครับแล้วกลับ กลายไปว่าคนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เยอะขึ้น หมายความว่าเมามากขึ้น เพราะว่ากิน ในเวลาที่น้อยลง ซึ่งตรงนี้ผมว่าเราต้องลองเปิดครับ เปิดให้ ๒๔ ชั่วโมง เราอย่าดูถูก ประชาชนนะครับว่ามันจะเกิดอะไรแบบไม่ดีอย่างนั้นขึ้นจริง ๆ นะครับ ซึ่งตัวกฎหมายที่ ตอนแรก ๑๑ โมงถึงบ่ายสอง แล้วห้ามขายบ่ายสองถึงห้าโมง ท่านประธานทราบไหมครับว่า เป็นประกาศรัฐประหารของ จอมพล ถนอม กิตติขจร ปี ๒๕๑๕ เหตุผลที่ออกประกาศนี้ คืออะไรรู้ไหมครับ เพราะว่าข้าราชการไปกินข้าวแล้วก็ไปดื่มกันต่อ แล้วติดลมไม่กลับมา ทำงาน เขาก็เลยเลิกขายเสียเลย นี่คือขายแก้ปัญหาแบบไทย ๆ ผมว่าเหตุผลที่ต้องแก้อันนี้ ก็คือเราเลิกวัวหายล้อมคอก แล้วก็อะไรไม่เกี่ยวก็ตัดไปเสีย🔗
สไลด์ถัดไปท่านประธานครับ ทั้งหมดที่พูดมานี้ก็ล้วนแล้วแต่มาจาก ประชาชนที่ต่างมีเหตุผลที่แตกต่างกันทั้งหมดทั้งสิ้นนะครับ มีความต้องการมองคนละมุม ทั้งหมดทั้งสิ้น ดังนั้นผมว่าเราควรเชื่อในการตัดสินใจของประชาชน แล้วก็เชื่อมั่นในระบบ กรรมาธิการรัฐสภาของเรานะครับ ผมว่าสภาแห่งนี้จะเป็นกลไกที่สำคัญในการแก้ไขความ ขัดแย้งนี้ จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องปกตินะครับ อย่ากลัวความขัดแย้งนะครับ เข้ามาคุยโหวต ผ่านในสภา จะเอาไป ๖๐ วัน ท่านจะทำร่างมาเพิ่มไหมหรือเปล่า ผมก็ไม่แน่ใจ แต่ถ้าท่าน ยังไม่คิดอะไรก็ปล่อยให้สภาทำเถอะครับ แล้วคำถามที่บอกว่าใครจะรับผิดชอบอะไร ผมว่าจริง ๆ ทุกคนรับผิดชอบร่วมกันหมดครับ ทุกฝ่าย รัฐบาล ฝ่ายค้าน ผมเองหรือใคร ทุกคน แต่สุดท้ายถ้าคุณเป็นคนที่คิดว่าจะลอยตัวเหนือความรับผิดชอบอะไรเลย ผมว่าอย่าทำอย่างนั้นเลยครับ อย่างไรก็ฝากไว้ว่าจงเชื่อมั่นในระบบสภา และยึดมั่น ในประชาธิปไตย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ผู้เสนอทั้ง ๒ ท่านได้เสนอไปแล้วนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ คณะนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ อาจารย์ผู้ดูแล และมัคคุเทศก์ที่ช่วยในการดูแล นักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ๒๕๐ ท่าน สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปมีสมาชิกที่เข้าชื่อขออภิปราย ท่านแรก ท่านธีระชัย แสนแก้ว ท่านที่ ๒ ท่านเชตวัน เตือประโคน ท่านที่ ๓ ท่านรวี เล็กอุทัย เชิญท่านธีระชัย แสนแก้ว ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมใคร่ขออนุญาตร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยภาคประชาชนและท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้มีการประกาศเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๑ นับจนถึงวันนี้กฎหมายฉบับนี้ได้ประกาศ ใช้มาแล้ว ๑๕ ปี ท่านประธานครับ เหตุผลของการประกาศใช้กฎหมาย เนื่องจากเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์เกิดจากปัญหาด้านสุขภาพ ครอบครัว อุบัติเหตุ อาชญากรรม เมาแล้วขับ ตายแล้วก็หลับไม่ตื่น วันปีใหม่ วันสงกรานต์มีหมด ๗ วันอันตราย เกิดมาก็เห็น แอลกอฮอล์แล้วครับ โดยเฉพาะผมอยู่ภาคอีสาน ฮีต ๑๒ คลอง ๑๔ ก็คือมีบุญทุกเดือนครับ งานบุญก็ต้องมีแอลกอฮอล์ จะเป็นสาโท จะถูกต้องหรือไม่ถูกต้องอะไรก็แล้วแต่ เขาก็ดื่มครับ มันจะเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ผมยังไม่เกิดแล้วครับ งานเทศกาล งานบุญ แล้วก็แถมด้วยตรุษจีน งานอะไรก็เมาครับ อันนี้เป็นพื้นฐานของคนไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ทางแก้ไขที่ จะต้องมีมาตรการต่าง ๆ ในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งผู้ควบคุม ผู้ขาย ผู้ผลิต ผู้คุมการโฆษณา กำหนดการซื้อเวลา กำหนดขั้นต่ำของผู้ซื้อและควบคุมเวลาปิดเปิดสถาน บริการครับ นอกจากนี้ภาครัฐจะต้องมีกลไกบำบัดรักษาฟื้นฟูสภาพผู้ติดแอลกอฮอล์ พูดง่าย ๆ ก็คือรัฐจะต้องเข้าไปมีส่วนช่วยคนติดเหล้า บางทีก็เป็นโรคตับก็มีครับ กินเหล้ามาก ๆ กินไม่บันยะบันยัง กินเหล้าขาวผลิตเองบ้าง กินจากของโรงงานที่บอกว่าถูกต้องตาม สุขลักษณะบ้าง สุดท้ายก็มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นโรคสุราเรื้อรัง โรคตับ มีหมดครับ ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้มันมากขึ้นเรื่อย ๆ และรัฐก็ต้องไปหาวิธีการในการให้เขาหายติดเหล้า บางทีมีความ เชื่อถือก็ไปออกเหล้าก็มีครับ ติดเหล้ามาก ๆ ก็ไปหาพระหาเจ้า ไปออกเหล้า ทำไสยศาสตร์ ออกมาเพื่อที่จะออกเหล้า อย่างนี้ก็มีครับ เป็นสมุนไพรเป็นอะไรต่าง ๆ ก็มีทุกวี่ทุกวัน ซึ่งทุกอย่างเป็นผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจ ช่วยให้การส่งเสริมสุขภาพพี่น้องประชาชน อันนี้คือภาครัฐเขาต้องเร่ง มันมีทางกลับกันครับ เพราะฉะนั้นเราต้องสร้างให้พี่น้อง ประชาชน เด็กเยาวชนตระหนักถึงพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตลอดจนช่วยป้องกันเด็ก และเยาวชนไม่ให้เข้าถึงสิ่งเหล่านี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้กล่าวมานี้คือหลักการ เจตนารมณ์ของกฎหมายที่ยกร่างขึ้นมาเพื่อควบคุมการผลิต ควบคุมการซื้อขาย ควบคุม บริโภค ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กระผมขอกล่าวชื่นชมผู้เสนอกฎหมายและ พี่น้องประชาชนที่ท่านได้เสนอร่างเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไข ปรับปรุงจุดอ่อน หรือช่องโหว่ของกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ กระผมได้ศึกษา พระราชบัญญัติควบคุมแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ฉบับนี้ โดยศึกษาข้อเท็จจริงในสังคมไทย เราก็พบจุดอ่อนและช่องโหว่ของกฎหมาย ผู้เสนอกฎหมายและพี่น้องประชาชนเข้าชื่อเสนอ กฎหมายครับ กระผมขออนุญาตยกตัวอย่างบางประเด็น ปัญหาการตีความ การบังคับใช้ กฎหมายก็คือมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ฉบับนี้คือ การห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นการควบคุมแบบไม่ได้สัดส่วน จำกัดสิทธิ เสรีภาพของพี่น้องประชาชนเกินเหตุครับ และยังเป็นช่องทางในการเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ ใช้ดุลยพินิจในการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง เป็นไปอย่างอำเภอใจ และหาช่องทางในการทุจริต เมาออกมาจากงานเลี้ยงเกษียณ วัดแอลกอฮอล์เกิน เจรจากัน จ่าจับไปหาผู้หมวด ตกลงกันได้ไป นี่คือช่องทางอย่างนี้ครับ ก็เห็น ๆ กันอยู่ นั่นคือมาตรา ๓๒ การที่มีมาตรานี้เพราะเชื่อว่า ถ้าไม่มีโฆษณาจะทำให้คนดื่มแอลกอฮอล์ลดลง ท่านประธานครับ ท่านเชื่อหรือไม่ครับว่า ถ้าไม่มีการโฆษณาเหล้าเบียร์จะทำให้ผู้ดื่มลดน้อยลง เดี๋ยวนี้โฆษณา ไม่โฆษณา มันก็ดื่มครับ ณ วันนี้อย่างที่ผมได้กล่าวมาเบื้องต้น เพราะฉะนั้นท่านจะทำให้ลดน้อยลงจริงหรือไม่ ให้ถามหน่อย และข้อเท็จจริงที่กระผมเห็นคนที่ดื่มเขาก็ดื่มนะครับ ไม่ต้องนั่งดูทีวี ดูโฆษณา หรอกครับ ก็นั่งดื่ม โดยเฉพาะคนใช้แรงงานทุกสาขาครับ รับประทานข้าวเสร็จก็ดื่ม ดื่มไวน์ ดื่มเบียร์ แอลกอฮอล์ทั้งนั้นนะครับ แล้วยังประกอบกับประเด็นอัตราโทษของมาตรา ๓๒ อันนี้ก็สูงเกินไป สูงเกินไปไม่ได้สัดส่วน การกระทำที่ผิดครับ เหตุใดกระผมจึงกล่าวเช่นนี้ ท่านประธานลองเปิดมาตรา ๓๒ ดู เปรียบเทียบ ๒-๓ ฉบับที่เปรียบเทียบกันดู ณ วันนี้ ก็เอามาจำลองดูสิครับว่ามันคืออะไร มาตรา ๓๒ และประกอบมาตรา ๔๓ ท่านประธานครับ มันเป็นอย่างนี้ กฎหมายกำหนด อัตราโทษ ผู้ใดฝ่าฝืนตามมาตรา ๓๒ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี และหรือปรับไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งปรับทั้งจำ แล้ววรรคสองยังกำหนดอัตราโทษอีกนะครับว่า นอกจาก ต้องระวางโทษตามวรรคหนึ่งแล้ว ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ซึ่งมีอัตราที่สูงเกินปกติ กินเหล้าเฉย ๆ แต่ถูกอัตราปรับ ไม่อย่างนั้นไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว ท่านประธานครับมันก็อยู่ที่กฎหมายคนเขียน คนแก้นี่ละครับ กำลังจะพูดกันอยู่นี่ กระผม ต้องยกตัวอย่าง มาตรา ๓๒ มาตรา ๔๓ ขึ้นมาอภิปราย เพราะว่าเกิดประเด็นขึ้นมาจริง ๆ ในสังคมไทยเราครับ เคยได้ยินข่าวว่าดารานักร้องหรือผู้มีชื่อเสียง หรือแม้แต่พี่น้องประชาชน ถ่ายภาพคู่กับเบียร์ ถ่ายรูปคู่กับเหล้าแล้วโดนปรับกฎหมายบ้างหรือไม่ครับ เคยเห็นไหมครับ ไม่อยากจะยกตัวอย่างในสภานี้ละ ก็มีการถ่ายรูปแล้วได้ถูกปรับบ้างไหม กระผมคิดว่า มาตรานี้เป็นปัญหาอย่างมากมายครับ ทางปฏิบัติว่านัยก็คือเกิดปัญหาทั้งการตีความ ตามกฎหมาย เกิดปัญหาทั้งความไม่แน่นอน เกิดปัญหาทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ คืออ่านดูแล้ว กระผมสับสนครับว่าแบบไหนทำได้ แบบไหนทำไม่ได้ พอมีเคสที่ถูกจับกุม เคสที่ถูกดำเนินคดี อะไรต่าง ๆ ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตนำเข้าจะต้องหาวิธีการในช่องทางกฎหมาย ช่องทาง กฎหมายนำเข้ามาไม่ผิดครับ เพราะฉะนั้นนั่นก็คือช่องทางตามมาตรา ๓๒ วรรคสามนั่นเอง ครับ นี่คือประเด็นปัญหาที่ผมคิด นิดเดียวครับจะลงแล้ว การห้ามโฆษณาผมบอกว่า ณ ในเวลามี Flight ball ที่มีการเตะฟุตบอลก็เห็นตราอะไร ยกตัวอย่างตรา ไม่ได้กล่าวหา ใครนะครับ ช้างกับสิงห์อยู่กันเต็มสนามฟุตบอลครับ หรือต่างประเทศ เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ มันโฆษณาหรือไม่โฆษณาล่ะครับ เพราะฉะนั้นเอาผิดเขาได้หรือเปล่า ตรงจุดนี้เยอะแยะ ไปหมด อันนี้ทั้งวี่ทั้งวัน ดูทีวี ดูพวกอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ มันก็โฆษณาโดยกลาย ๆ นี่ละครับ เพราะฉะนั้นอยากจะขอกราบเรียนกับท่านนะครับว่า เห็นด้วยในการที่จะมีการแก้ไข กฎหมาย ตรงไหนที่มันมีหลุมมีบ่อ มีหนาม เราก็แก้เสียให้มันดีขึ้นเสีย และเห็นด้วย สุดท้ายแล้วก็เห็นด้วย เพราะว่ามันเยอะเหลือเกินกฎหมายที่ฉบับเมื่อเช้านี้ ผมก็อ่านไม่ทัน มันแก้เยอะเหลือเกิน เหมือนกับร่างใหม่ ก็เลยมาอ่านเอามาตรา ๓๒ และมาตรา ๔๓ มาว่ากันเลย และอยากจะให้สภาแห่งนี้เห็นด้วยกับการที่ไปให้ ครม. เขาจัดการเสียภายใน เดือนสองเดือนนี้ ให้จัดการร่างมาเป็นกฎหมาย เพราะมันมีองค์กรหลายส่วนที่อยู่ด้วยกัน รัฐบาล กฎหมายหลายอย่าง แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ครับ ถ้าประชาชนอย่างเดียว องค์ประกอบ มันต้องหลายอย่าง ประชาชนเข้าชื่อมาก็ได้แล้ว เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยในการที่จะนำ กฎหมายที่พี่น้องประชาชน และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่างให้ความสำคัญกับ กฎหมายฉบับนี้ ผมว่ารัฐบาลก็ให้ความสำคัญกับกฎหมายฉบับนี้เช่นเดียวกัน อยากจะให้ เสนอ ครม. ครม. จะได้ง่ายเร็ว พอเสนอไป ๒. ให้จัดการออกมาผ่านมติ ครม. พอผ่านมติ ครม. ออกมาก็เข้าสภา พอเข้าสภาก็ตั้งกรรมาธิการก็จัดการ ก็เรียบร้อยแล้วครับ ขอกราบ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเชตวัน เตือประโคน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาล เมืองคูคต เมืองลำสามแก้ว และเมืองลาดสวาย ผมคิดว่าผมคงใช้เวลาไม่มากนะครับ ใช้เวลา ไม่นานในการอภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอมาโดยทางภาคประชาชน ทางท่านอาจารย์เจริญ เจริญชัย และ ทาง สส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผมขออภิปรายเพื่อที่จะทำให้เห็นว่าปัญหาของมาตรา ๓๒ ในเรื่องของการห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นเป็นอย่างไร โดยเล่าเรื่องที่มาจาก ประสบการณ์ตรงของตัวเองที่เคยประสบพบมานะครับ ท่านประธานครับ เมื่อนานมาแล้ว ตั้งแต่ที่ผมยังไม่ได้เป็น สส. ในวันนั้นผมมีอาชีพเป็น ผู้สื่อข่าวก็ไปนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง ก็เป็นร้านอาหารข้างทาง ทั่ว ๆ ไป เป็นร้านอาหารที่อาหารรสชาติดี คนเขาก็เลยพาลูกหลานพาครอบครัวมา รับประทานที่ร้านอาหารแห่งนี้ ในขณะที่กำลังนั่งรับประทานอยู่ครับท่านประธาน รถตู้จาก กรมควบคุมโรค ๒ คันรถมาลงจอด แล้วหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ของกรมควบคุมโรคก็ลงมา ถ่ายรูป ไม่ว่าจะเป็น Menu ถ่ายรูปป้ายไฟ ถ่ายรูปอะไรต่าง ๆ เต็มไปหมด แต่บรรยากาศ ตอนนั้นให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าร้านแห่งนี้เป็นอาชญากรร้ายแรง และสิ่งที่เขาทำ คืออาชญากรรมแบบที่รุนแรง บรรดารูปถ่าย บรรดาป้ายไฟต่าง ๆ ภาพของเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ก็ถูกถ่ายเก็บไว้นะครับ ผมพอดีจำหน้าของคุณหมอที่นำขบวนมาได้ก็เลย ถือโอกาสไปคุยกับคุณหมอท่านนั้น แล้วก็สอบถามคุณหมอ แล้วก็บอกว่าที่ร้านแห่งนี้เป็น ร้านอาหารนะครับ คนที่มากินก็มีแต่ลูก พาครอบครัวมากิน การที่ตัว Brochure การที่ตัว Menu นั้นมีรูปของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วท่านมองว่ามันเป็นความผิด มันรุนแรงเกินไป หรือไม่ พอผมแนะนำตัวเองว่าเป็นผู้สื่อข่าว ทางคุณหมอเท่านั้นเองเขาก็มาชวนให้ผมช่วยกัน ประชาสัมพันธ์ว่าเราต้องช่วยกันรณรงค์ให้คนเลิกดื่มแอลกอฮอล์อะไรต่าง ๆ แล้วสุดท้าย ก็เก็บข้าวของกลับไป เก็บข้าวของกลับไปโดยที่ไม่ได้ดำเนินคดี หรือไม่ได้มีการปรับอะไรกับ ผู้ประกอบการเลย นี่คือสิ่งที่เราตั้งคำถามกันอยู่ นี่คือสิ่งที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ก็พยายาม คิดว่ามันเปิดโอกาสให้กับเจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจในการเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ ผมก็เลย ได้ไปค้นข้อมูลมา ก็ได้มาจากทางท่านอาจารย์เจริญนี่ละครับ ก็ทำให้ทราบว่าค่าปรับ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ที่กันไว้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ส่งคลังใช่ไหมครับ ๑๕ เปอร์เซ็นต์เป็นค่าใช้จ่ายในการ ดำเนินการ ๑๕ เปอร์เซ็นต์กับอีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์เป็นสินบนนำจับ ๓๐ เปอร์เซ็นต์เป็นรางวัล เพราะฉะนั้นอย่างที่เราทราบกันถ้าเจ้าหน้าที่ดำเนินการเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสินบนกับ เรื่องรางวัลก็จะเป็น ๔๕ เปอร์เซ็นต์ของเงินในส่วนนี้ อย่าแปลกใจครับ อย่าแปลกใจที่จู่ ๆ วันหนึ่งจะมีรถตู้จากกรมควบคุมโรคไปจอดที่หน้าร้านของท่าน ถ้าท่านไม่ได้คนที่เข้าไปช่วย เจรจาท่านคิดว่าเขาจะดำเนินการอย่างไร ๑๕ เปอร์เซ็นต์กับ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ในส่วนของ ร้านค้า ค่าปรับ ๕๐,๐๐๐ บาท ๑๕ เปอร์เซ็นต์ในส่วนสินบน รางวัล ๓๐ เปอร์เซ็นต์ รวมเป็น ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นร้านค้าที่โดนปรับ ๕๐,๐๐๐ บาทก็จะตกอยู่ที่ ๒๒,๕๐๐ บาท ในขณะที่ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๔๕ เปอร์เซ็นต์ก็จะตกอยู่ที่ ๒๒๕,๐๐๐ บาท นี่ใช่ไหมครับคือสิ่งที่จะทำให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์ นี่ใช่ไหมครับคือสิ่งที่ทำให้ ผู้ประกอบการร้านค้ารายเล็กรายย่อยไม่สามารถที่จะเกิดได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมลุกขึ้น อภิปรายปัญหาในพื้นที่สั้น ๆ แบบนี้ ผู้ประกอบการร้านค้า เพื่อที่จะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ให้จัดการในเรื่องของมาตรา ๓๒ ของ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปขอเชิญคุณรวี เล็กอุทัย ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะขออภิปรายในประเด็นเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาครับท่านประธาน ผมได้มีโอกาสไปร่วม เสวนาเรื่องความห่วงใยเยาวชนอุตรดิตถ์ จากผลกระทบของสุราเสรี และได้รับเสียงสะท้อนจากภาคราชการแล้วก็ของภาคประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทั้งผู้ปกครองก็ดี หรือว่าหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งประเด็นสำคัญที่ทุกคนต่างห่วงใย และฝากผมมายังสภาแห่งนี้ นั่นก็คือความปลอดภัยของเยาวชนจากสุราครับ ซึ่งในวันนั้น ผมได้รับปลากระดาษครับ ปลากระดาษที่เป็นตัวแทนของเด็ก ๆ ซึ่งบรรจุอยู่ในชะลอมแห่งนี้ ซึ่งชะลอมทำหน้าที่เหมือนเป็นดั่งกฎหมายที่จะคอยปกป้องคุ้มครองอันตรายของเด็ก ๆ จาก ผลกระทบของสุรา แล้วผมหวังเป็นอย่างยิ่งครับว่ารัฐสภาแห่งนี้จะเป็นสถานที่ที่สร้างสถานที่ ที่ปลอดภัยให้กับน้อง ๆ เยาวชนไทยทุกคน ท่านประธานครับสำหรับร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. .... นั้นเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันมาอย่างกว้างขวาง และผลกระทบนั้นก็ส่งผลต่อสังคมไทยมาโดยตลอด ซึ่งในส่วนของตัวผมเอง ผมมีความเชื่อว่า การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นจะส่งผลกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อมต่อสังคมไทยและ เศรษฐกิจไทยด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมจึงอยากขอแบ่งประเด็นการอภิปรายออกเป็น ๒ ส่วน ขอสไลด์ขึ้นด้วยนะครับ🔗
โดยส่วนแรกจะเป็นเกี่ยวกับมาตรการควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสังคม และมาตรการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ที่ไม่กระทบต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ในประเด็นแรกครับ สำหรับมาตรการ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น เพื่อป้องกันผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดต่อสังคมครับ ผมเห็นว่าการดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนครับท่านประธาน ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย หรือเป็นอาชญากรรมที่จะต้องขจัดออกไปจากสังคมไทยโดยเด็ดขาด แต่จากสถิติที่มี ผลกระทบต่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นสถิติแนวโน้มการเสียชีวิตบนท้องถนนของไทยก็ดี หรือจะ เป็นปัจจัยที่ไปกระตุ้นทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวก็ดี มันทำให้เห็นครับว่าเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์นี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่ปัญหาอย่างปฏิเสธไม่ได้ อีกทั้งในมิติของทางสุขภาพครับ การดื่มแอลกอฮอล์ก็ส่งผลกระทบต่อร่างกาย ต่ออวัยวะภายในโดยเฉพาะตับ ซึ่งหากดื่ม ติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนานก็จะเกิดผลกระทบทั้งเรื่องของระบบความจำ ระบบประสาท ระบบเลือด ความดัน และยิ่งจะรุนแรงมากขึ้นถ้าหากว่ายังดื่มตั้งแต่อายุอย่างน้อย แต่อย่างไรก็ตาม เฉพาะตัวเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เองคงไม่สามารถจะสร้างปัญหาต่าง ๆ ที่กล่าวมาได้ทั้งหมด แต่มันเป็นตัวผู้ดื่มเองต่างหากที่ไม่สามารถควบคุมการดื่มของตัวเองได้ และเป็นสาเหตุ ที่จะนำไปสู่ปัญหาทั้งต่อตนเองและต่อสังคมหรือต่อผู้อื่นครับ โดยเฉพาะภาวะมึนเมาสุรา และทำให้ความสามารถต่าง ๆ นั้นถดถอยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขับขี่ยานพาหนะ จนนำไปสู่อุบัติเหตุมากมายที่เราสามารถเห็นได้ตามข่าวแทบทุกวัน ซึ่งไม่ว่าสถิติของ ผลกระทบต่อสังคมจากฤทธิ์ของสุรานี้จะมีในสัดส่วนเท่าไรก็ตามครับที่ผมกล่าวมา แต่ผลลัพธ์ที่รุนแรงและเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น นั่นก็คือการสูญเสียต่อชีวิต ดังนั้น ผมจึงเห็นด้วยครับที่จะต้องมีการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อที่จะเป็นการป้องกันไม่ให้ เกิดผลกระทบที่จะมีต่อสังคมตามมา แต่ผมขอเน้นย้ำนะครับว่านี่ไม่ใช่การมองหรือตัดสินว่า ผู้ดื่มหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์นั้นเป็นสิ่งที่เลวร้ายหรือเป็นภัยต่อสังคม หากแต่ควร จะต้องมีกรอบที่เหมาะสมเพื่อป้องกันและระวังไม่ให้เหตุร้ายนี้เกิดขึ้นต่อตนเองและผู้อื่น จนนำไปสู่ปัญหาร้ายแรงต่อสังคมต่อไป🔗
ในประเด็นต่อมาครับ นั่นคือมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ไม่กระทบต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่มองว่าการเปิด สุราเสรีนั้นจะสามารถช่วยพัฒนาเศรษฐกิจเราได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในมิติของการท่องเที่ยว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสินค้าหนึ่งที่จะช่วยดึงดูดการจับจ่ายใช้สอยจากนักท่องเที่ยว ได้เป็นอย่างดีอย่างที่พวกเรารู้กัน แต่เหนือสิ่งอื่นใดครับ การจะนำเอาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น เราจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงการสร้างโอกาส ทางการแข่งขันและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถเข้าสู่ตลาดได้อย่างเท่าเทียม ไม่ถูกกีดกันจากทุนผูกขาด เพราะสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ประกอบการและชุมชน ที่จะสามารถนำเอาพืชผลทางการเกษตร หรือผลผลิตในพื้นที่มายกระดับ สร้างมาตรฐาน และเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ เพื่อพัฒนาไปสู่ Soft Power ของชุมชน ของจังหวัด และของประเทศต่อไป เช่น สุราพื้นบ้านในอดีตของสมัยพรรคไทยรักไทยครับ และนอกจากนั้นครับ นี่ยังถือเป็นโอกาสของผู้บริโภคและประชาชนทั่วไปที่จะได้มีสิทธิที่จะ เลือกบริโภคและอุดหนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นหรือของดีที่เป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย เราเองด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นผมคิดว่าการจัดทำพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรมีการพิจารณาอย่างรอบด้านบนฐานของการรับรองที่จะทำให้เกิดการสร้างการแข่งขัน ไม่ให้มีการผูกขาดของตลาด รักษาคุณภาพมาตรฐานการผลิต มีการคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพ และความปลอดภัยของผู้บริโภค รวมถึงมีบทลงโทษที่เข้มงวดและเหมาะสมสำหรับผู้กระทำ ผิดไปพร้อม ๆ กัน สุดท้ายนี้ครับผมมองว่าการร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นสิ่งที่สังคมจะต้องร่วมกันตัดสิน เพื่อหาจุดตรงกลาง ที่จะทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจ การสร้างความเท่าเทียมและความปลอดภัยของประชาชน เกิดขึ้นและจับมือเดินทางร่วมไปด้วยกันได้ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปเนื่องจาก ฝ่ายค้านยังเหลืออีก ๗ ท่าน ฝ่ายรัฐบาลเหลือ ๒ ท่าน ผมจะเรียก ๒ ต่อ ๑ นะครับ เรียก ฝ่ายค้าน ๒ ท่าน แล้วก็ฝ่ายรัฐบาล ๑ ท่าน ต่อไปขอเชิญคุณประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ต่อไป อีกท่านหนึ่งก็คือ คุณทิสรัตน์ เลาหพล เชิญคุณประสิทธิ์ก่อนครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี เขต ๗ อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรีและอำเภอหนองเสือนะครับ ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยอาจารย์เจริญ เจริญชัย แล้วก็ สส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ในส่วนของการโฆษณา มาตรา ๓๒ ดูเหมือนจะมี ผู้อภิปรายพอสมควรเลย ซึ่งผมก็มองว่ามีปัญหาเช่นกันนะครับ ขอร่วมอภิปรายแล้วก็จะ นำเสนอกฎหมายของต่างประเทศเปรียบเทียบกันว่าเป็นอย่างไร มาตรา ๓๒ ของไทยก็ห้าม มิให้ผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือแสดงชื่อเครื่องหมายของเครื่องดื่มนะครับ อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม อันนี้อย่างที่อาจารย์ เจริญได้กล่าวไปนะครับ เป็นการออกกฎหมายแบบครอบจักรวาลจริง ๆ แล้วก็อนุญาตให้ เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจเยอะมาก ๆ เลย ผมจะเสนอกฎหมายของต่างประเทศให้ฟังนะครับ แต่ละประเทศมีข้อแตกต่างกันหลายอย่างมาก อย่างประเทศไทย ประเทศอินเดีย ไม่อนุญาต ให้โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย แต่สหรัฐอเมริกาจะมีกฎหมายอยู่หลายระดับ ระดับของ กฎหมายรัฐบาลกลางก็จะเป็นกฎหมายที่ค่อนข้างจะทั่ว ๆ ไป เพราะว่าบังคับใช้ทั้งประเทศ แล้วก็อนุญาตให้กับทางแต่ละรัฐออกกฎหมายควบคุมของตนเอง เพราะฉะนั้นในแต่ละรัฐ ก็จะมีกฎหมายควบคุมที่แตกต่างกันไป บางรัฐก็สามารถโฆษณาในทีวีได้เลยนะครับ โฆษณา ในรายการทีวีที่มีผู้ชมเป็นผู้ใหญ่มากกว่า ๗๑.๖ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปสามารถโฆษณาได้ ซึ่งตรงนี้ ชี้ให้เห็นอย่างไรครับ ชี้ให้เห็นว่าเขามีการวิจัยลงตัวเลขเป็นเปอร์เซ็นต์เป็นทศนิยมเลย ว่า ๗๑.๖ เปอร์เซ็นต์จะสามารถโฆษณาได้นะครับ ถ้ารายการนั้นมีผู้ใหญ่ดู ๗๑.๖ เปอร์เซ็นต์ หรือหากการโฆษณาบน Website ก็จะมีการระบุว่าคุณอายุเกิน ๒๑ ปีขึ้นไปก็สามารถ เข้าไปชมโฆษณาได้นะครับ อันนี้คือประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างไรบ้าง ประเทศญี่ปุ่นไม่มีกฎหมายห้ามการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เขาให้เป็นการ Self Regulation ก็คือการที่อุตสาหกรรมเครื่องดื่มนั้นกำหนดกฎเกณฑ์ของตนเอง แล้วก็ ปฏิบัติตามกันในอุตสาหกรรมนั้น อย่างเช่น ไม่โฆษณาในช่วงเวลาตั้งแต่ตีห้าถึงหกโมงเย็น หลังจากเวลา ๖ โมงเย็นถึงตีสี่ ๕๙ นาทีก็โฆษณาได้นะครับ ไม่ใช้ดาราดังที่ดึงดูดเยาวชน ดาราที่เป็นที่นิยมของเยาวชนห้ามใช้มาโฆษณา แล้วก็เน้นการดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ จะเห็นว่าประเทศญี่ปุ่นก็เปิดโอกาสให้มีการโฆษณาอย่างกว้างขวาง แต่ก็อาจจะมีปัญหาบ้าง ตรงนี้ก็ต้องไปศึกษากันนะครับ ส่วนประเทศจีนเป็นอย่างไร ประเทศจีนถ้าเรามองเราคง คิดว่ากฎหมายเขาจะต้องเข้มงวดเหมือนประเทศไทยหรือมากกว่าประเทศไทยแน่ ๆ แต่จริง ๆ แล้วตรงกันข้ามเลยครับ ประเทศจีนเขาแบ่งการโฆษณาเป็น ๒ ส่วน ส่วน ๑ คือ Hard Risker มีแอลกอฮอล์มากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์จะห้ามโฆษณาทางทีวี วิทยุ แล้วก็พื้นที่ ส่วนใหญ่ สาธารณะส่วนใหญ่จะห้ามโฆษณา แต่ก็ยังอนุญาตให้โฆษณาบางส่วนนะครับ แล้วก็สำหรับเบียร์หรือไวน์ ที่แอลกอฮอล์ต่ำกว่าสามารถโฆษณาในสื่อได้หลาย ๆ ตัวเลย อย่างเช่น ในนิตยสาร หนังสือพิมพ์ Billboard Online แต่ Online จะจำกัดอายุคนเข้า Web site แล้วท่านรู้ไหมครับว่ามีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ตีพิมพ์ในนิตยสาร Alcohol Health And Research World ของสหรัฐอเมริกา ระบุว่าการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ได้ทำให้มีการบริโภคเพิ่มขึ้นเลย อันนี้ผลวิจัยก็เป็นที่ยอมรับได้ระดับหนึ่งนะครับ ยอมรับ อย่างกว้างขวางในอเมริกา แล้วก็เหตุที่ว่าไม่มีการดึงดูดคนเข้ามาดื่มเพิ่ม แล้วเขาโฆษณา ทำไมนะครับ เขาโฆษณาเพื่อจะสร้าง Brand Loyalty ให้คนยึดติดกับ Brand ของเขา หรือว่า Switch จาก Brand อื่นมา Brand ของเขา เขาทำแค่นั้น แต่ก็ยังมีผลวิจัยบางตัว ที่เห็นแย้ง ระบุว่าการโฆษณาก็สามารถเพิ่มผู้ดื่มรายใหม่ได้ ซึ่งการเห็นแย้งเหล่านี้ เราจึงต้อง นำมาถกกันในสภา เราสามารถนำมาถกกันในวาระการร่างกฎหมายได้นะครับ เป็นสิ่งที่ ดีด้วยที่เราได้ถกกันในประเด็นต่าง ๆ นะครับท่านประธาน แล้วก็ผมมอง พ.ร.บ. ของเรา ร่างมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ หรือ ๑๖ ปีที่แล้ว และ ๑๖ ปีที่แล้วคืออะไรครับ iPhone เพิ่งเริ่มมีเอง Facebook Hi5 ก็เริ่มมีนะครับ คนส่วนใหญ่ยังใช้ Nokia3110 อยู่เลยนะครับ ใช้ Blackberry เครื่องโทรศัพท์ที่มีปุ่มเยอะ ๆ เป็นร้อยปุ่มนั้นนะครับ ยังไม่มีหน้าจอสัมผัส เลย คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ใช่หน้าจอสัมผัสเลย Social อะไรยังไม่รู้จัก เพราะฉะนั้นด้วยความ เป็นธรรมกับกฎหมายฉบับนี้ เขาออกมาเขาไม่ได้คำนึงถึงการโฆษณาบนสื่อ Social เลย เขามองแต่การโฆษณา Billboard หนังสือพิมพ์ แล้วก็ทีวี ซึ่งพวกนี้ค่าใช้จ่ายเป็นล้านบาท ในการโฆษณา เพราะฉะนั้นกฎหมายที่ออกมาตอนนั้นก็จะปรับกับรายใหญ่ ๆ ไม่ได้คำนึงถึง รายย่อย อันนี้ก็เป็นช่องว่างที่เราควรจะต้องมานั่งถกกันอีกรอบนะครับว่าเราจะต้องแก้ กฎหมายให้มันดีขึ้น ส่วนเรื่องค่าปรับแล้วก็การมีส่วนแบ่งรายได้จากค่าปรับ หลายท่านก็ได้ พูดไปแล้วนะครับ ตรงนี้เป็นกฎกระทรวง ซึ่งเราก็อาจจะต้องเสนอแก้ ถ้าคุณศิริกัญญาได้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็จะแก้ได้ง่ายขึ้นนะครับ เพราะเป็นกฎกระทรวงการคลัง ที่กำหนดให้มีการให้สินบน เรื่องของสุราก้าวหน้าที่เรากำลังผลักดันกันของพรรคก้าวไกล ถ้าเกิดกฎหมายตัวนี้ห้ามโฆษณายังมีอยู่ สุราก้าวหน้าที่ก็จะเกิดขึ้นยากนะครับ สุราก้าวหน้า ก็คืออนุญาตให้รายย่อยสามารถผลิตสุราขายได้ ถ้าเกิดโฆษณาไม่ได้ รายย่อยจะขายอย่างไร ครับ มีปัญหาแน่ ๆ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐาก็เคยพูดว่าจะสนับสนุนสุราผลิตของ รายย่อย สุราก้าวหน้าตรงนี้นะครับ เราก็เห็นตรงกันนะครับว่าควรจะสนับสนุนพี่น้อง แล้วถ้าเกิดเราห้ามโฆษณากันแบบนี้ ไม่มีทางที่รายย่อยจะเกิดได้ แล้วนโยบายนี้ที่ผมไปพูด ที่จังหวัดปทุมธานี ในเขตพื้นที่ของผมมีคนสนใจมากมายเลยนะครับ เพราะเป็นพื้นที่ เกษตรกรรม แล้วก็สามารถที่จะนำสินค้าเกษตรกรรม อย่างเช่น ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง ข้าว หรือสับปะรดนำมาผลิตเป็นเบียร์ได้นะครับ ทุกคนก็สนใจที่จะสนับสนุนทางด้านสุราก้าวหน้า สุราชุมชน สุราพื้นที่ เพื่อให้สร้างรายได้ ทำให้มูลค่าของสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น สร้างรายได้ ให้กับพื้นที่ในชุมชน ผมจึงเห็นว่าการโฆษณานี้เราควรจะต้องมานั่งคุยกันจริง ๆ จัง ๆ ว่า ถ้าเกิดเราห้ามโฆษณาแล้ว สิ่งต่าง ๆ ผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของชุมชน และเศรษฐกิจของประเทศมันก็จะไม่โตสักทีนะครับ อย่างที่คุณเท่าพิภพยกตัวอย่าง โซจู ของประเทศเกาหลี หรือสาเกของประเทศญี่ปุ่น ตรงนั้นคือ Soft Power การที่เราจำกัด การโฆษณา Soft Power ประเทศไทยของเราจะเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วก็ไม่มีการพัฒนา ทางด้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย ถ้าเกิดเรายังกีดกันกันขนาดนี้นะครับ อย่างไรก็ตาม ก็อยากให้สภารับร่าง แล้วก็นำมาพิจารณากันนะครับ เพื่อจะแก้กฎหมายให้มันทันสมัยขึ้น กฎหมาย ๑๖ ปีที่แล้วควรจะสะท้อนถึงสถานการณ์ปัจจุบันได้แล้วนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณทิสรัตน์ เลาหพล ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางแค เขตหนองแขม พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. .... ในประเด็นการโฆษณา ได้ทำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่จะช่วยผู้ประกอบการ SMEs โฆษณาเครื่องดื่มของตนเองให้เป็น ที่รู้จักได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งดิฉันได้อ่านรายงานผลการรับฟังความคิดเห็น และผลรายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นของร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับนี้ ดิฉันมีข้อสังเกตที่จะ ขอฝากให้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะพิจารณาร่างกฎหมายไว้ดังนี้ค่ะ🔗
ร่าง พ.ร.บ. ฉบับ คุณเจริญ เจริญชัย มีการปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับการ โฆษณา แต่เดิมไม่สามารถทำได้ ถึงแม้จะทำได้ก็ต้องไม่อวดอ้างสรรพคุณอันเป็นเท็จค่ะ ทั้งนี้ใน พ.ร.บ. ฉบับเดิมไม่มีความชัดเจนในเรื่องของการโฆษณา จึงสามารถตีความได้ ครอบคลุมจนสร้างภาระให้กับผู้ประกอบการมากเกินไป อีกทั้งยังทำให้ผู้ประกอบการ รายย่อยเกิดความเดือดร้อน แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่กลับดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่งคั่ง เช่น การโฆษณาโซดา ซึ่งเป็น Brand เดียวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อนั้น ซึ่งอาจจะเป็น การโฆษณาทางอ้อมโดยใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายทางอ้อมอันอาจจะเป็นการเอาเปรียบ ผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่มีงบการตลาดมาทำการโฆษณาทางอ้อมได้เฉกเช่นเดียวกันค่ะ หากกล่าวอย่างตรงไปตรงมาจะเห็นได้ว่า พ.ร.บ. ฉบับเดิมในมาตรา ๓๒ สร้างความลำบาก ให้แก่ผู้ประกอบการ ไม่สามารถขายของกันได้เลย ไม่สอดคล้องต่อความเป็นจริงของสังคม ในยุคปัจจุบันที่ทำการธุรกิจบนช่องทาง Online มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น แต่ประกอบกับ การไม่สามารถโฆษณาสินค้าของตนเองได้ มิหนำซ้ำยังเคยมีกรณีผู้ประกอบการท่านหนึ่งได้ Post สินค้าของตนเองในช่องทาง Online เพื่อโฆษณา แต่ขัดกับข้อกฎหมายจึงถูกดำเนินคดี ซึ่งเป็นเคสที่ทำให้เห็นได้ว่ากฎหมายที่มีอยู่ในทุกวันนี้ไม่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจของ ผู้ประกอบการ SMEs หรือผู้ประกอบการรายย่อยค่ะ ทั้งที่ช่องทางการจำหน่าย Online ในปัจจุบันเป็นช่องทางที่จะสร้างโอกาส สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้เป็นจำนวนมาก มีต้นทุนที่ต่ำกว่าและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่สามารถ คัดกรองอายุผู้บริโภคแอลกอฮอล์ได้ และยังจำกัดการสื่อสารไปยังกลุ่มเยาวชนได้ดีกว่า ที่เป็นอยู่ค่ะ นอกจากนี้ พ.ร.บ. ฉบับเดิมแม้จะมีผลทำให้ในระยะแรกเริ่มนั้นการบริโภค แอลกอฮอล์มีแนวโน้มลดลง แต่กลับไม่ได้ช่วยให้การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของ เยาวชนลดลงอย่างมีนัยสำคัญตามวัตถุประสงค์ แต่กลับส่งผลกระทบให้เป็นการปิดกั้นสิทธิ ของผู้บริโภคในการเข้าถึงข้อมูล ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับเดิมมีความซ้ำซ้อนกับการป้องกันเยาวชน ในการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งประเด็นนี้มีกฎหมายอื่นที่บังคับใช้อยู่แล้ว ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงเข้ามาส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีช่องทางในการโฆษณา Product เครื่องดื่มของตนเอง และช่วยสร้างศักยภาพในการแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้ การเติบโตของตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี้ และมีปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจภายในของประเทศเรา เติบโตยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวทางนโยบายสุราก้าวหน้าของพรรคก้าวไกลค่ะ จากที่กล่าวมา ทั้งหมด ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่านและคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับนี้ด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณนิพนธ์ คนขยัน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของอาจารย์เจริญ เจริญชัย กับประชาชน และท่านเท่าพิภพ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านประธานครับ ฟังเพื่อน ๆ หลายท่านได้อภิปรายในร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมจะขออนุญาตสนับสนุนเต็มที่ เห็นด้วยครับ อีกมาตราหนึ่ง มาตรา ๔ ให้เพิ่มเติมคำว่า การจัดเลี้ยงตามประเพณี ในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ จัดเลี้ยง ตามประเพณีหมายความว่างานเลี้ยงที่จัดขึ้นโดยเจ้าของสถานที่ หรือผู้ขอใช้สถานที่ ท่านประธานครับ ในบ้านผมหรือว่าหลาย ๆ ที่คงจะเหมือนกัน อย่างงานเลี้ยงเกษียณ งานเลี้ยงรับรองต่าง ๆ งานประเพณีต่าง ๆ งานปีใหม่ งานแต่งงานขอใช้สถานที่ที่โรงเรียน ที่หอประชุม บางครั้งมีความกลัวครับท่านประธาน กลัวมีเครื่องดื่ม มันมีบางยี่ห้อ เวลา งานแต่งแล้วแต่เจ้าภาพจะซื้อมา หรือว่างานเลี้ยงเกษียณ งานต้อนรับต่าง ๆ ก็ต้องเอา กระดาษมาพันขวดสุราหรือว่าเครื่องดื่มนั้น วันนี้ถึงเห็นด้วยอย่างยิ่งกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่า งานประเพณีจะได้สบายใจ ไม่ต้องกังวลในการที่จะสังสรรค์ต่าง ๆ ดังนั้นท่านประธานครับ ประเด็นนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ประเด็นอื่นถามว่าเห็นด้วยไหม ก็เห็นด้วยแต่มีข้ออยากจะ ฝากท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกและผู้เสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ อย่างคำว่า โฆษณา ผมคิดของผมเอง ถ้าโฆษณาเปิดให้โฆษณาเสรีเต็มที่ ผมกลัวอย่างนี้ครับ กลัวบริษัทยักษ์ใหญ่ นายทุนมีเงินมาก เขาก็จะไปซื้อโฆษณาสื่อต่าง ๆ ทีวีต่าง ๆ เอาไปหมด เพราะเงินเขามาก และบริษัทรายย่อย ชาวบ้านเขารวมกันผลิตสุราอย่างนี้เราจะสู้เขาได้ไหมตรงนี้ ห่วงประเด็นนี้ ถ้าเปิดเสรี เราจะสู้เขาได้อย่างไร ท่านประธานครับฝากผู้เสนอร่างตัวนี้มา และฝากเพื่อน สมาชิกได้พิจารณา ห่วงครับ การโฆษณามีผลไหม มีผลครับ มีผลต่อเยาวชนและเด็ก พอสมควร มีผลอยู่นะครับ ท่านใดจะว่าไม่มีผล แต่ผมบอกว่ามีผลครับ สื่อโฆษณาต่าง ๆ หันไปลงทุนซื้อโฆษณากันมากมายครับ อันนี้ก็ฝากประเด็นนี้ที่น่าเป็นห่วง แต่ถ้าไม่ให้โฆษณา แล้วบริษัทชาวบ้านที่ผลิตสุรารายย่อยแล้วจะโฆษณาได้อย่างไร ถ้าเปิดเสรีอย่างที่ผม กราบเรียน เงินที่จะมีทุนสู้กับเขาก็คงจะน้อยนะครับ และอีกประเด็นหนึ่ง เพื่อนสมาชิกก็พูด แล้วละ ก็ขออนุญาตพูดซ้ำ ท่านประธานที่เคารพ เพราะวันนี้เวลาไปงานเลี้ยงหรือว่าเวลา ตั้งวงสังสรรค์กับเพื่อน หลาย ๆ คนก็บอกว่าอย่าไปถ่ายรูปนะ หรืออย่าไป Selfie กับ ขวดสุรา ขวดเครื่องดื่มต่าง ๆ แต่ธรรมชาติมนุษย์ครับ บางครั้งก็อยากให้เพื่อนได้รู้ว่าวันนี้ มาเที่ยวตรงนี้ จังหวัดนี้ วันนี้มีงานเลี้ยงรุ่นอยู่ตรงนี้ มีการ Act มีการ Selfie ดันไป Selfie กับขวดสุราต่าง ๆ ที่มียี่ห้อ พอส่งให้เพื่อนดู มีเพื่อน Capture ต่อไป ส่งต่อ ๆ ไปอีก ก็ระแวง บางครั้งเห็นตามข่าวนะครับ ผิดกฎหมาย ก็อยากฝากผ่านท่านประธานไปผู้เสนอร่าง กฎหมายและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านว่าเราจะหาวิธีการหรือว่าแก้กฎหมาย ตรงนี้ เพื่อให้เพื่อนหรือประชาชนทั่วไปได้สบายใจในการไปนั่งวงดื่มเหล้ากับเพื่อน สังสรรค์ ปีใหม่ งานเลี้ยงอะไรก็แล้วแต่ แต่ไม่ได้ห่วงว่าต่อไปนี้ Selfie ได้ ก็อยากให้ชัดเจนตรงนี้ นะครับ ฝากผู้รู้ที่จะเสนอไปสู่มติอะไรก็แล้วแต่ จะไปมติตั้งกรรมาธิการ หรือจะไปมติให้ ครม. สุดแท้แล้วแต่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็สรุปนะครับวันนี้ชื่นชมการแก้ ร่างมาตรา ๓ มาตรา ๔ ในงานเลี้ยงประเพณีจะได้สบายใจว่าต่อไปนี้โรงเรียน หรือว่า สถานที่ราชการต่าง ๆ ที่มีหอประชุมในการจัดเลี้ยงตามประเพณีต่าง ๆ ไม่ขัด จะได้สบายใจ ไม่ต้องไปแอบดื่มหรือไม่ต้องเอากระดาษมาพันเครื่องดื่มในขวดแต่ละยี่ห้อนั้นต่อไปอีกครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม พงศธร ศรเพชรนรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต ๓ อำเภอแกลง อำเภอเขาชะเมา จากพรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ที่ผมฟังมาร่างทั้ง ๓ ฉบับนี้ ทั้งผู้นำเสนอ และ ผู้อภิปราย เพื่อนสมาชิกแทบทุกคนผมคิดว่าเรามีเป้าหมายใกล้เคียงกัน คือเราต้องการที่จะ ควบคุมให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสำหรับ ๒ ฉบับที่กำลังพิจารณาในวาระนี้มีเป้าหมายเพิ่มขึ้นมาก็คือ ต้องการที่จะ ส่งเสริมเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ปลดปล่อยศักยภาพสุราประชาชนให้ ได้รับส่วนแบ่ง ขยายเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตได้ เพราะว่าตลาด มูลค่าตลาดของ สุราเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทยสูงถึง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้คือประมาณ ๑ ใน ๘ ของงบประมาณที่เรากำลังพิจารณาอยู่ มูลค่า สูงมาก ดังนั้นถ้าเราสามารถปลดปล่อยศักยภาพ ลดการควบคุมเพื่อทำให้รายย่อยเติบโตได้ ลองนึกภาพดูว่าเม็ดเงินมหาศาลจะไหลเข้าสู่ชุมชน สู่เกษตรกร สู่ผู้ผลิตรายย่อย สู่ร้านค้า ชุมชน สู่สถานประกอบการต่าง ๆ มากมายขนาดไหน ดังนั้นตรงนี้ก็จึงเป็นเรื่องที่จะได้มา พูดคุยกันว่าแล้วเราจะออกแบบการควบคุมอย่างไรเพื่อที่จะทำให้เกิดสมดุล ส่งเสริม เศรษฐกิจ ชีวิตปลอดภัยโดยที่ไม่เกิดการควบคุมแบบล้นเกินเหมือนที่เป็นอยู่ เหมือนที่ผ่านมา วาระที่เราคุยกันอยู่นี้ทำให้ผมนึกถึงท่อนหนึ่งของบทเพลงของศิลปินท่านหนึ่งครับ ที่บอกว่า กระบี่อยู่ที่ใจ ถ้าไร้ใจก็ไร้กระบี่ ที่ทำร้ายคนไม่ใช่กระบี่ ที่ทำร้ายคนคือคน เรื่องนี้ก็เช่นกัน ผมคิดว่าในมุมหนึ่งที่ทำร้ายคน ไม่ใช่เหล้าเบียร์นะครับ ที่ทำร้ายคนคือคนเมาที่ขาดสติ ที่ขับรถไปชนคน บาดเจ็บล้มตาย ที่คุกคามทางเพศ ที่สร้างปัญหา ไม่ใช่เหล้าเบียร์ครับ คือ คนเมาที่ขาดสติ แต่เรากำลังจะควบคุมอย่างล้นเกินแล้วเหมารวมเอาคนดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ทั้งหมด ซึ่งไม่ถูกต้องครับ เพราะว่าคนที่ดื่มอย่างมีสติ คนที่ดื่มอย่างรับผิดชอบ เป็นคนส่วนใหญ่ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ดื่มแอลกอฮอล์ครับ ตลอดชีวิตที่ผ่านมาผมดื่ม แอลกอฮอล์ไม่เคยเมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว และผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนั้นครับ ดังนั้น ถ้าเรากังวล ซึ่งผมคิดว่าทุกคนกังวลตรงกันและต้องการแก้ปัญหาเช่นเดียวกันในเรื่องของการ ควบคุมไม่ให้เกิดปัญหาจากคนเมาที่ขาดสติ แต่ว่าเราต้องควบคุมให้ถูกจุดเหมือนที่ผู้นำเสนอ ได้พูดไปนะครับว่าเราต้องเกาให้ถูกที่คัน ปัญหาของคนเมาที่ขาดสติไปก่อให้เกิดปัญหา เห็นด้วยว่าต้องจัดการอย่างเต็มที่ครับ เราจะจัดการอย่างเต็มที่ไม่ได้หรอกครับ ถ้าการบังคับ ใช้กฎหมายยังเป็นไปอย่างไม่เสมอหน้า ถ้าเรายังเห็นคดีความของลูกบริษัทใหญ่โต บางคนขับรถชนคนตาย เมาแล้วขับแต่ไม่ได้รับการดำเนินคดี ในขณะที่ประชาชนตาสีตาสา ยายมียายมาเมาแล้วขับโดนกันหมด ทีนี้ก็แก้ไม่ได้ครับ ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องของการบังคับ ใช้กฎหมาย เป็นเรื่องของการออกแบบในการควบคุมคนเมาที่ขาดสติให้เกิดความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวมต่างหาก รวมถึงการออกแบบระบบของสังคม ของเรา ออกแบบ Eco system ให้รองรับเพื่อแก้ปัญหา อย่างเช่นในวาระที่ผ่านมามีเพื่อน สมาชิกได้พูดถึงว่า ปัญหาเมาแล้วขับ อุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดจากสุรา ถ้าดูสถิติ เปรียบเทียบกับต่างประเทศจะเห็นได้เลยว่าหลายประเทศคนดื่มมากกว่าเรา แต่สถิติต่ำกว่า ดังนั้นการมีขนส่งมวลชน การมีระบบที่ดีของประเทศนี้ก็จะช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ได้ ต้องมอง อย่างรอบด้าน ไม่เฉพาะเจาะจงนะครับ ดังนั้นถัดมาสิ่งที่ผมเห็นว่าต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ และผมสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ โดยเฉพาะเรื่องของการควบคุมการโฆษณา ปัจจุบันนี้เราควบคุมอยู่ใช่ไหมครับ ปัจจุบันนี้ เราควบคุมห้ามโฆษณาอยู่ใช่ไหมครับ ถ้าเราเปิดโทรศัพท์ เปิด Facebook เบียร์ชื่อดังดูครับ โฆษณาทุกวัน บริษัทใหญ่เขาจ่ายค่าปรับได้ เขามีปัญญาจ่ายค่าปรับ ก็เพราะโฆษณาทุกวัน แต่รายย่อยทำอะไรไม่ได้ครับ รายย่อยตายครับ ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน การควบคุมแบบล้นเกิน มันเอื้อต่อทุนใหญ่ รายเล็กเกิดไม่ได้ โตไม่ได้ มูลค่าตลาดกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จึงกระจุก อยู่ ไม่กระจายให้กับประชาชนคนเล็กคนน้อย ดังนั้นเรื่องนี้ผมเห็นด้วยกับร่างนี้ แล้วก็ร่าง ของคุณเท่าพิภพครับว่าควรให้มีการโฆษณาได้ แล้วไปจำกัดเรื่องของอายุผู้เข้าถึงโฆษณา ตามที่เสนอเอาไว้ ถัดมาเรื่องมาตรการในการห้ามขาย ในวันสำคัญทางศาสนา เรื่องนี้ผมมี เพื่อนชาวต่างชาติมาเที่ยวประเทศไทย ฝรั่งงงครับ บอกว่าอะไรเมื่อวาน I อย่างดื่มได้เลย วันนี้วันอะไร I ไม่เข้าใจ ทำไมดื่มไม่ได้ คริสตชนเอย ผู้นับถือศาสนาอื่น ๆ เอย หรือคนที่เป็น Atheist ที่ไม่ได้นับถือศาสนาใด ๆ เขาไม่ควรถูกควบคุม ไม่ควรเอาวันสำคัญทางศาสนาใด ๆ ไปควบคุมคนทุกคนที่มีความคิดความเชื่ออันหลากหลาย ดังนั้นเรื่องนี้ควรเปิดโอกาสเพื่อให้ เศรษฐกิจได้เติบโต ให้คนทุกคนได้มีสิทธิในการดำเนินชีวิต ในการดื่มกินอย่างเท่าเทียมกัน ถัดมาสั้น ๆ เรื่องของเวลาในการจัดจำหน่ายก็เช่นเดียวกัน ผมคิดว่าคุณเท่าพิภพพูดไปแล้ว ที่เอามาจากประกาศคณะปฏิวัติ สมัยจอมพล ถนอม ใช้มา ๕๐ กว่าปี ควรได้รับการพิจารณา แก้ไขนะครับ เพื่อเปิดโอกาสให้เศรษฐกิจเติบโต เพื่อเปิดโอกาสให้คนเราได้ใช้สิทธิและ เสรีภาพ โดยที่อย่างบอกครับ เรื่องของปัญหาก็ไปแก้กัน🔗
ถัดมาเรื่องสุดท้าย เรื่องการขาย Online ครับ ผมคิดว่าหลายท่านพูดไปแล้ว ผมคงไม่ลงรายละเอียด ก็สนับสนุนหลายท่านว่าการขาย Online เป็นเรื่องที่ช่วยแก้ปัญหา ได้ด้วยซ้ำ ทำให้คนกินดื่มได้อยู่ที่บ้าน ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผิดฝาผิดตัวอย่างมาก เป็นเรื่อง ลำดับต้น ๆ ที่ต้องเร่งแก้ไขให้มีการขาย Online ได้ ยืนยันตัวตนได้ เทคโนโลยีสมัยนี้ทำได้ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณเฉลิมพงศ์ แสงดี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคก้าวไกล วันนี้ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่กรุณาให้ผมได้ร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่นายเจริญ เจริญชัย และประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๑๐,๙๔๒ คน เป็นผู้เสนอ และร่างที่ท่าน สส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร และคณะเป็นผู้เสนอ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นกระผมและพรรคก้าวไกลต้องขอยืนยันว่า เรามีเจตนารมณ์ที่จะสนับสนุนร่างกฎหมายของพี่น้องภาคประชาชนที่เสนอเข้ามาในสภา แห่งนี้ เพื่อให้การยืนยันหลักการว่าประชาชนเป็นเจ้านายและอำนาจประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญได้รับรองไว้ สำหรับร่างแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายฉบับนี้ มีเหตุผลว่า พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน และ บัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ตามมาตรฐานสากล กำจัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลเกินสมควร ทำให้บุคคลไม่สามารถ ประกอบอาชีพสุจริตตามกฎหมายได้อย่างอิสระ ไม่คุ้มครองบุคคลให้มีเสรีภาพในการ ประกอบอาชีพตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ท่านประธานครับ ในร่างกฎหมาย แก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ ดูผิวเผินอาจจะมีเจตนารมณ์ที่ต่างจากร่างที่แล้ว กล่าวคือร่างที่แล้ว มีหลักการและเหตุผลที่มุ่งคุ้มครองพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะจากเยาวชนจากผลกระทบ ด้านลบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งผมต้องยืนยันว่าผมเองมีความกังวลและมีความห่วงใย เช่นเดียวกันกับท่านผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว รวมถึงความสะเทือนใจในทุกครั้งที่ปรากฏข่าวเหตุการณ์อันน่าเศร้าสลดที่เกี่ยวกับเหยื่อหรือ ผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดังนั้นหลักการแล้วผมเห็นด้วยกับหลักการของ ร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งแน่นอนหากท่านประธานได้ฟังหลักการและเหตุผลของร่างฉบับที่เรา กำลังพิจารณาอยู่ตอนนี้ ฟังดูแล้วจะทำให้การผลิต จำหน่ายหรือโฆษณาทำได้ง่ายขึ้น ดังนั้น ผมก็จำเป็นต้องแสดงความเห็นในฐานะคนหนึ่งที่อยู่ในแวดวงของผู้ประกอบการธุรกิจที่สร้าง รายได้จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ว่าเราสามารถร่วมกันสร้างความสมดุล สร้างความปลอดภัย ของสังคมร่วมกันได้ เราสามารถออกแบบกฎหมายที่ทำให้การซื้อขายการโฆษณาเพื่อลดการ ผูกขาดของนายทุนใหญ่ควบคู่กับการลดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับท่านประธานครับ ผม เติบโตกับคำที่ว่า กินเหล้า อย่าให้เหล้ากินเรา ประโยคนี้แปลความหมายขยายความเพิ่มเติม ได้ว่าเราต้องเป็นนักดื่มที่รับผิดชอบทั้งสุขภาพของตัวเองและสวัสดิการความปลอดภัยของ ผู้อื่นในสังคมด้วย ในจังหวัดท่องเที่ยวของผม จังหวัดภูเก็ตปฏิเสธไม่ได้ครับท่านประธาน ว่าสถานบันเทิงที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในแรงดึงดูดที่ทำให้นักท่องเที่ยวจาก ต่างประเทศมาจับจ่ายใช้สอยสร้างงาน สร้างรายได้ให้ประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันได้มีการจัด Zoning ที่ห่างไกลจากสถานศึกษา โรงพยาบาลสถานที่ประกอบการ ทางศาสนา และมีการกำหนดเวลาเปิดปิดที่ชัดเจนและเหมาะสมกับบริบทของนักท่องเที่ยว มีการรณรงค์เมาหรือดื่มไม่ขับอย่างเข้มงวดมีการกวดขันเคร่งครัดกับอายุของผู้มาใช้บริการ ห้ามไม่ให้มีเด็กและเยาวชนเข้าไปใช้บริการหรือดื่มเหล้า แต่ท่านประธานครับ ในทางกลับกัน Zoning สถานบันเทิงที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ส่วนใหญ่มีนักท่องเที่ยวเป็นชาวต่างชาติ มีความหลากหลายทางศาสนาแต่กลับต้องมาปิดร้าน ห้ามจำหน่ายสุราหรือเหล้าในวันสำคัญ ทางศาสนาส่งผลให้เกิดการสูญเสียรายได้และสูญเสียโอกาสในการจำหน่ายให้กับ นักท่องเที่ยวหลายร้อยล้านบาทต่อปี ท่านประธานครับ สุดท้ายผมขอยืนยันว่าการดื่มหรือ การขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่รับผิดชอบต่อสังคมเกิดขึ้นได้พร้อม ๆ กันกับการลดการ ผูกขาดการกระจายรายได้การช่วยเหลือพี่น้องผู้ประกอบการรายย่อย สร้างสังคมสมดุลไป ด้วยกัน กินเหล้าอย่าให้เหล้ากินเรา ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณพชร จันทรรวงทอง ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพชร จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ปัจจุบัน พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้สร้างความสับสนและสร้างอุปสรรคในการทำการค้าขาย ทั้งในเรื่องของกฎที่จำกัดเวลาซื้อ เวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือการโฆษณาสินค้าต่าง ๆ และเมื่อมาดูในร่าง พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับที่ท่านดอกเตอร์เจริญ เจริญชัย กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้เสนอนั้น ในเรื่องของการยกเลิกบทบัญญัติ เรื่อง การห้ามขายในเวลาที่กำหนด กระผมคิดเช่นกันว่าการกำหนดวันห้ามขายเวลาจำหน่าย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่สาระสำคัญในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ได้ช่วยลด การดื่มของพี่น้องประชาชนลงได้ ดังนั้นการห้ามดื่ม หรือห้ามขายเป็นบางวัน หรือบางเวลา จึงไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อันใด มีแต่จะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่า เนื่องจากประชาชน บางส่วนมิได้ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเพื่อสันทนาการหรือสังสรรค์เพียงเท่านั้น แต่อาจจะ นำมาใช้ในการประกอบอาหารหรือกิจกรรมอื่น ๆ นอกจากนี้การออกข้อกำหนดให้ผู้ผลิต หรือนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จัดให้มีบรรจุภัณฑ์ ฉลาก พร้อมทั้งข้อความเตือน ควรที่จะ ออกเป็นกฎกระทรวงตามที่ตัวร่างฉบับนี้ได้เสนอมา เนื่องจากจะมีความเหมาะสมต่อ สถานการณ์มากกว่า เพราะสามารถแก้ไขได้สะดวก รวดเร็ว ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในโลก ปัจจุบัน นอกจากนี้การเพิ่มบทบัญญัติให้ผู้แทนสมาคมการค้าของผู้ผลิตและจำหน่าย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และผู้ทรงคุณวุฒิในด้านการผลิตมาเป็นที่ปรึกษคณะกรรมการนโยบาย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติจะก่อให้เกิดความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากคณะกรรมการตามกฎหมายปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นกลุ่มข้าราชการที่อาจไม่ได้มีความ เชี่ยวชาญ ความเข้าใจในธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่าที่ควร การเพิ่มคณะกรรมการโดยให้ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เข้ามามีส่วนร่วม ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น กำหนดนโยบาย จะทำให้มี การรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลายจากทุกภาคส่วน อีกทั้งจะได้ข้อมูลและสถานการณ์ของ ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากผู้ที่มีประสบการณ์ตรง มีความรู้ ความสามารถ และมีความ เข้าใจในเรื่องของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในกฎหมายควบคุมแอลกอฮอล์ฉบับปัจจุบันมีการ จำกัดการห้ามโฆษณาที่มากเกินไป อาทิเช่น การที่ประชาชนหรือผู้ประกอบการเพียงพูดชื่อ สุราท้องถิ่น หรือว่า Post รูปสุราตาม Social เหมือนที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายก็อาจจะถูก ข้อกล่าวหาว่าอาจจะผิดกฎหมาย ห้ามโฆษณา การปลดล็อกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าสู่ตลาดถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าในปัจจุบัน ผู้ประกอบการค้าขายแอลกอฮอล์เจ้าใหญ่ในตลาดมีอยู่เพียงไม่กี่เจ้า ส่งผลให้ผู้บริโภคขาด ทางเลือกในการบริโภคสินค้า แต่หากมีการส่งเสริมให้ผู้ผลิตรายย่อยมีโอกาสที่จะสามารถ ลืมตาอ้าปากมาสู้กับเจ้าใหญ่ในตลาดได้ก็จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น และเป็นการสร้าง มูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค โดยในปี ๒๕๔๔ รัฐบาลของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เคยมีนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งหนึ่งในนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนคือการส่งเสริมให้มีการผลิตสุราแช่ สุราผลไม้ สุรา แช่พื้นเมือง สุรากลั่น ซึ่งสุราเหล่านี้ล้วนแต่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวไทยอันมีความ แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งการส่งเสริมเช่นนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ รายย่อยสามารถผลิตและจำหน่ายสุราพื้นเมืองหรือสุราท้องถิ่นได้ โดยหลังจากที่รัฐบาล ทักษิณได้มีนโยบายนี้ก็ส่งผลให้มีโรงงานผลิตสุราเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในชุมชนต่าง ๆ จนนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือที่เรียกว่าสินค้า OTOP ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้ก่อให้เกิดผลดี กับพี่น้องเกษตรกรชาวไทย เพราะเป็นการแปรรูปผลผลิตและเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ ผลผลิตทางการเกษตรได้ ไม่ว่าจะเป็นข้าว ผลไม้ท้องถิ่น มะม่วง ลำไย มังคุด ลิ้นจี่ สับปะรด นอกจากนี้การส่งเสริมผู้ผลิตรายย่อยจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศได้ เนื่องจาก จะส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นไทย จะช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของ ประเทศตั้งแต่ฐานราก สามารถลดการนำเข้าสุราพร้อมทั้งสนับสนุนให้คนไทยนิยมของไทย ดื่มของไทย และเมื่อสินค้าไทยติดตลาดก็จะสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ ซึ่งสามารถ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยได้ อีกทั้งยังก่อให้เกิด Soft Power หรืออิทธิพล ทางวัฒนธรรมในการดื่มสุราไทย ที่สามารถโน้มน้าวใจชาวโลก จึงก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ชาวโลกต่างหันมาสนใจสุราไทย ด้วยเหตุนี้หากทุกภาคส่วนช่วยกันส่งเสริมและ พัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตสุราท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เราก็จะสามารถสร้างผู้ประกอบการ รายย่อยให้แข็งแรง แล้วประเทศไทยอาจจะกลายเป็น ๑ ในผู้นำอุตสาหกรรมสุราทัดเทียม กับนานาประเทศได้ เพราะประเทศไทยมีวัตถุดิบอันเป็นส่วนประกอบในการผลิตสุราที่ หลากหลายแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น ทั้งผลไม้นานาชนิด วัตถุดิบ น้ำตาลที่หลากหลาย ซึ่งล้วนแต่เป็นวัตถุดิบในการผลิตสุราที่ดีแทบทั้งสิ้นอีก ทั้งประเทศไทยยังมีภูมิปัญญาดั้งเดิม ในการผลิตสุราที่แตกต่างไปจากประเทศอื่น เพราะฉะนั้นเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปิด ตลาดให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในอุตสาหกรรมสุรา ท่านประธานครับ ที่ผมได้อภิปราย มาทั้งหมดนี้ผมจึงอยากขอเสนอเรื่องทั้งหมดให้กับทาง ครม. เพื่อนำไปพิจารณาต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญคุณจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ผมมี ๒ ประเด็นในร่างกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ครับ ผมฟังมา ตั้งแต่ร่างแรกที่ ครม. ก็ได้เอาไปพิจารณาแล้ว ๖๐ วัน ก็เน้นไปในทางควบคุม เพื่อเพิ่ม การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วก็เพิ่มโทษ เพิ่มมาตรการ เพิ่มความผิด โดยเฉพาะเรื่อง ของการโฆษณาเครื่องดื่ม แต่ประเด็นแรกที่ผมสนใจก็คือเรื่องของการขาย Online ครับ เจ้าหน้าที่ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ถ้ากฎหมาย ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เราใช้กันอยู่มันมีประสิทธิภาพจริง ถ้าการห้ามโฆษณา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลง Social Media มันลดการดื่มของประชาชนได้จริง เย็นวันนี้เย็น วันพุธที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๗ จะเป็นวันที่ยอดการขายดื่มแอลกอฮอล์สูงอย่างมีนัยสำคัญ แน่ ๆ ครับ เพราะผมเอาภาพขึ้นจอที่มีการถ่ายทอดไปทั่วประเทศ แล้วก็มีประชาชนจำนวน มากกำลังติดตามอยู่ ดูก็รู้ครับว่ามันคืออะไร เดี๋ยวรอดูกันครับ วันพรุ่งนี้รอดูกันว่ามันเป็น อย่างไร ผลเป็นอย่างไร มันจะขายดีไหมสุราเบียร์ทั้งหลายแหล่ ถ้ามีการโฆษณาขึ้นจอโชว์ ทั้งประเทศอย่างนี้ ท่านประธานครับ ยังไม่รู้หรอกครับว่าผลยอดขายจะเป็นอย่างไร แต่ที่รู้ แน่ ๆ ก็คือว่ามีการจ่ายใต้โต๊ะกับเจ้าหน้าที่แน่ ๆ มีการเอาไปกลั่นแกล้งกันแน่ ๆ มีการ ฟ้องร้องกัน มีการเรียกค่าเสียหายกันสูงแน่ ๆ แล้วก็เป็นการกีดกันรายเล็กรายน้อย ทำให้ รายใหญ่รวยเอา ๆ ตัวเลขมหาศาล อันนี้แน่ ๆ Sure เลย ไม่ต้องพิสูจน์ ก็คิดดูแล้วกันครับว่า เราควรจะเก็บกฎหมายแบบนี้เอาไว้หรือเปล่า🔗
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน เป็นประเด็นหลักที่ผมอยากจะอภิปรายครับ ก็คือการที่ ครม. อุ้มร่างฉบับแรกไปแล้ว ๖๐ วัน พอมาจนถึง ๒ ฉบับนี้ ผมก็สังเกตเห็นว่า ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยังอยู่ในสภา ก็เลยคิดว่าท่านก็คงจะรออุ้ม ๒ ฉบับนี้ไปด้วย คืออย่างนี้ครับท่านประธาน ร่างกฎหมายจากรัฐสภามันเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ การทำกฎหมาย ฝ่ายบริหารหรือ ครม. ก็ทำหน้าที่บริหารไป นี่คือหลักการแบ่งแยกอำนาจ การที่ท่านเอาร่างพระราชบัญญัติที่จะเข้าสภาไปพิจารณาก่อน เมื่อก่อนมันก็ไม่มีหรอกครับ มันเพิ่งมามีไม่นานนี้เองครับ แล้วก็ยังคงทำกันอยู่ มันไม่ผิดกฎหมายหรอกครับ แต่มัน ผิดหลักการครับ ท่านจะบอกว่า ครม. ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารจะรอบคอบ ซึ่งเดี๋ยวท่านก็จะใช้ คำว่า รอบคอบ ตอนที่ท่านจะอุ้ม ๒ ร่างนี้ไป ท่านก็จะใช้คำว่า รอบคอบ รอบคอบ รอบคอบ นี้ ท่านคิดว่า ครม. เป็นฝ่ายบริหารจะรอบคอบกว่าฝ่ายนิติบัญญัติหรือครับ เรามีหน้าที่ ทำกฎหมายนะครับ ผมก็ไม่เข้าใจว่าเราปล่อยให้สิ่งแบบนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร เราผ่าน กฎหมายกันที่นี่นะครับ เราไม่ได้ผ่านกันที่ทำเนียบ ท่านก็รู้อยู่มันผ่านที่ทำเนียบไม่ได้ กฎหมายมันต้องผ่านที่สภา แต่ท่านจะเอาไป ๖๐ วัน มันก็แค่ยื้อเวลาเฉย ๆ เราก็รู้กันอยู่แล้ว คือท่านผู้เสนอในส่วนของพรรคก้าวไกล ท่านเท่าพิภพท่านก็ทำเรื่องนี้มานาน แล้วเราก็ผ่าน กระบวนการมาเยอะครับ ไม่มีตรงไหนที่จะไม่รอบคอบหรอกครับ ส่วนท่านที่ยื่นเสนอในนาม ของประชาชนที่ลงชื่อมาเกือบ ๑๐,๐๐๐ รายชื่อ ท่านก็ศึกษาเรื่องนี้มานาน ท่านก็มี ประสบการณ์ด้านนี้ แถมท่านชื่อเจริญด้วยนะครับ คนชื่อเจริญน่าจะเก่งเรื่องนี้นะครับ ก็คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรหรอกครับ จริง ๆ แล้วท่านไม่ต้องเอาไปพิจารณาศึกษาอะไรที่ ทำเนียบหรอกครับ งานนิติบัญญัติเป็นความรับผิดชอบของสภาที่เรามีความรอบคอบอยู่แล้ว ในเรื่องของกฎหมาย ซึ่งมากกว่า ครม. แน่ ๆ เพราะ ครม. เป็นฝ่ายบริหาร อย่างน้อยในชั้น กรรมาธิการเรามีตัวแทนจากทุกฝ่าย เป็นตัวแทนประชาชนจากทุกฝ่าย ทุกความเห็นของ ทั้งประเทศ แต่ถ้าท่านเอาไปที่ ครม. มันก็เป็นความเห็นของคนฝ่ายเดียว ของคนกลุ่มเดียว เท่านั้น เพราะฉะนั้นท่านอุ้มไปร่างหนึ่งแล้ว อย่างน้อยผมเชื่อว่าถ้าท่านไม่ได้ ๒ ร่างนี้กลับไป ก็ไม่ได้เสียหายอะไร อย่างน้อยท่านก็มีอะไรติดไม้ติดมือกลับไปทำเนียบแล้วร่างหนึ่ง ก็หวังว่า จะไม่เอาร่างนี้กลับไป มันไม่มีประโยชน์เลยครับที่จะทำแบบนี้ อย่าให้เขาครหาครับว่า ท่านอุ้ม พ.ร.บ. ๒ ฉบับนี้ไปเพื่อที่จะยื้อเวลา เอาเวลาไปเจรจาต่อรองกับทุนใหญ่อะไรก็ว่าไป ผมรู้ครับท่านคงไม่ทำหรอก มันไม่ใช่สิ่งที่ท่านควรจะทำหรอก แต่ว่าการอุ้มร่างกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ไป มันทำให้คนคิดเป็นอย่างนั้นได้ครับ เพราะฉะนั้นขอเพื่อนสมาชิกนึกถึงศักดิ์ศรี ของสภาผู้แทนราษฎรครับ ที่เรารับผิดชอบงานนิติบัญญัติของประเทศนี้ ผ่าน ๒ ร่างนี้ครับ แล้วก็อย่ายอมให้ ครม. ลุแก่อำนาจ เอาร่าง ๒ ฉบับนี้ไปดองไว้ ๖๐ วันที่ทำเนียบครับ การดองนาน ๆ มันไม่ได้แปลว่ามันจะทำให้อร่อยขึ้นนะครับ เหล้าดองนานมันก็ไม่ได้แปลว่า อร่อยขึ้น เอาไปดองนาน ๆ มีแต่เสียโอกาส เสียประโยชน์ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณองค์การ ชัยบุตร ครับ🔗
ประธานที่เคารพ กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล มุกดาหาร ต่อพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับ ไม่ว่าจะเป็น ของท่านอาจารย์เจริญ และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็ดี ของท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ของ พรรคก้าวไกล และคณะก็ดีนะครับ ผมก็ได้ดูคร่าว ๆ ครับท่านประธาน แต่ก็เห็นว่าจะไม่ดี ก็ไม่มีนะครับ สิ่งที่ท่านเสนอมาก็มีส่วนดีอยู่ แต่ผมเองก็มีความคิดอาจจะไม่ต่าง หรือแตกต่างจากท่านไป ก็คือว่า คำโบราณที่ว่ายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ก็ยังขลังอยู่ ยังใช้ได้อยู่ เขาว่า อย่าไป ๆ ยิ่งอยากดู ยิ่งอยากเห็น ยิ่งอยากลอง ท่านลองเปิดสิ เปิดให้มันโล่งโจ้งสิ มันจะเอาไหมล่ะ มันอยากลอง ไหมล่ะ แอลกอฮอล์ต่าง ๆ ผมเองก็ผ่านจุดนั้นมาแล้ว แล้วก็เคยหยุดเหล้าไปเกือบ ๒๐ ปี กลับมาวันนี้ก็ปกติเช่นเดิมแล้วครับท่านประธาน แต่ดื่มน้อยลงแค่นั้น ผมก็เห็นว่า สถาบันการศึกษาของไทยมันยังมีประโยชน์มากมายอยู่ ต่อคุณูปการของเยาวชนคนไทย ลูกหลานที่จะเติบโตไปข้างหน้า ทำไมท่านไม่ใช้สถานศึกษาตั้งแต่อนุบาลยันมหาวิทยาลัย ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการทำหลักสูตรเรื่องเหล่านี้จะดีไหมครับ เดี๋ยวนี้มันเหมือนไม้แก่ ดัดยาก ไม้แก่มันดัดยาก มันควบคุม คำว่า ควบคุม ผมเห็นต่างจากนักกฎหมายหลายท่าน มันควบคุมเฉย ๆ เงินก็เงินผม พูดง่าย ๆ คุณจะห้ามอะไรผมหนักหนา เงินผม ผมไม่ได้ ขอคุณซื้อกิน มันก็เลยมีปัญหาในด้านการควบคุม อีกอย่างหนึ่งมันก็เกี่ยวกับอิสระ เสรีภาพ ของใครของมัน แล้วก็ทรัพย์สินในร่างกายของเขา เขามีสิทธิที่จะกิน อยากกินยี่ห้ออะไร เขาก็กิน อยากกินสุราพื้นบ้าน อยากกินสุราก้าวหน้า เขาก็หากินเอง อย่างพรรคก้าวไกล กำลังผลักดันสุราก้าวหน้า ซึ่งเป็นประโยชน์กับประชาชนมากมาย ถ้าทำตรงนี้ได้ชาวบ้าน ไม่ไปกินยี่ห้ออื่นหรอกครับ กินของตัวเองนั่นละ กินไปกินมาก็เบื่อ เพราะว่ากินของตัวเอง ก็หยุดกินก็มี อันนี้มันจะเป็นผลดีนะ ผมมองอย่างนี้นะครับ ในส่วนหนึ่งที่เราจะขาดไม่ได้ก็คือ วัด วัดก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะอบรมบ่มนิสัยของลูกหลานที่จะเกิดมาว่า ศีล ๕ เอย อะไรเอย สุรา แอลกอฮอล์ต่าง ๆ มันไม่ดีก็ส่วนหนึ่งนะครับ บ้าน บ้านก็คือครอบครัว พ่อแม่ ถ้าพ่อแม่เป็น ตัวอย่าง ไม่ดื่ม ไม่ดูดบุหรี่ เด็กก็จะซึมซับว่าพ่อแม่เราก็ไม่ดื่ม บุหรี่ก็ไม่ดูด อย่างผมนี่ไม่ดูด บุหรี่มาตั้งนานแล้ว ฉะนั้นแล้วตัวอย่างที่ดีคือการทำให้เห็น ทำให้ประจักษ์ของครอบครัว ผมเองก็มีลูกกำลังจะเป็นวัยรุ่น กำลังอยากลอง ผมเองไม่ได้ห้ามนะ อยากเข้าคาราโอเกะ ไม่ห้าม เข้าไปเลย เข้าไปแล้วดูว่าอะไรดี ไม่ดี ให้มาสังเกตเอา อยาก Drink Drink เลย ให้เขา ทดลองเอง ถ้ามันไม่ดีเขาก็จะหยุดเอง เพราะว่า ๑. เขาอยากเรียนรู้ วัยนี้คือวัยเรียนรู้ ท่านจะห้ามอย่างไรไม่ได้หรอกครับ เราเคยมีหมู่บ้านศีล ๕ ในหลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมา และ เคยมีหมู่บ้านปลอดเหล้า ท่านประธาน หมู่บ้านแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองด้วย มีมาหมดแล้ว ก็เหลือแต่สภานี้ละ สุดท้ายว่าจะทำเป็นตัวอย่างได้ไหม จะเอาตัวนี้มาพิจารณาในสภาได้ไหม ให้ สส. ให้ภาคประชาชนได้ถกเถียงกัน ให้หาทางออกร่วมกันว่าตัวอย่างที่ผมได้เล่ามาในอดีต มันก็เป็นตัวอย่างที่ดีส่วนหนึ่ง แต่อาจจะไม่ได้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันมากมายนัก เราก็มา ปรับ เอามาคุยกันเอา เพราะหลาย ๆ ภาคส่วน ภาคประชาชนก็เห็นความสำคัญ ฉะนั้นแล้ว สภาต้องเห็นความสำคัญ ผมเองไม่อยากให้ ครม. เอาไปทั้งหมด เพราะว่านโยบายของรัฐ ที่ทำมาหาเสียงไว้ก็ยังไม่บรรลุเป้าเลย ท่านจะเอาภาระตรงนี้ไปศึกษาเอง ถือว่ามันแคบ เอาเข้ามาสภาเถอะ สภาจะได้เชิญหลาย ๆ ส่วนเข้ามาให้ความเห็น เป็นแนวทางที่จะใช้ ควบคุมร่วมกันในอนาคต ผมเองก็มีความเห็นเบื้องต้นหลังจากท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ได้อภิปรายมา ก็ได้ฟัง จับประเด็นเอา ประเทศไทยเราก็เคยมีอย่างนี้อยู่ แล้วก็ผ่านมา มากมายแล้ว บางบ้านที่เป็นอดีตปลอดเหล้า ก็ปลอดได้ท่านประธาน เขาจะมีธรรมนูญหรือ ข้อตกลงร่วมกันในชุมชนเลยว่า ห้ามดื่มเหล้า ห้ามอะไรในวันสำคัญ ยกเว้นวันปีใหม่ วันสงกรานต์ ลูกหลานกลับบ้าน มันห้ามไม่ได้ เพราะว่าพวกนี้อยู่กรุงเทพฯ เขาไม่ได้อยู่กับเรา ก็ผ่อนปรนให้กินไม่เกิน ๑ วัน ๒ วัน อย่างนี้ก็มีครับท่านประธาน ถ้าจะห้ามว่า ๑ ๒ ๓ นี่มันลำบาก ถ้าท่านห้ามวันพรุ่งนี้ ผมรู้ว่าวันพรุ่งนี้รัฐบาลห้าม วันนี้ผมก็ซื้อกักตุนแล้ว กินที่บ้านแล้วครับ กับแกล้มผมก็ซื้อแล้ว มันมีทางออกมากมาย มันมีที่ไปที่มาเพราะว่าเงินเขาครับ สุดท้ายก็เห็นด้วยในหลักการ นะครับท่านประธาน แต่กฤษฎีกาเนื้อภายในก็อยากให้ประธานมีดำริกับสภาว่าขอให้ตั้ง กรรมาธิการศึกษาภายในสภาของเรา ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณเจษฎา ดนตรีเสนาะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ครับ ผม เจษฎา ดนตรีเสนาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๒ พรรคก้าวไกล คนปทุมลุ่มน้ำเจ้าพระยา ขออนุญาตขอสไลด์ด้วยครับ🔗
วันนี้ขอร่วมอภิปรายเรื่อง พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขออนุญาตท่านประธาน อย่างนี้ครับ เรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ยังเป็นที่ต้องสงสัยของผมนะครับว่าจริง ๆ แล้ว มันเป็นของดีหรือของไม่ดี เพราะอะไรที่เป็นที่ต้องสงสัยเพราะว่าในตลอดชีวิตของผม ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ในพิธีกรรมสำคัญหลายอย่างรอบตัว ตั้งแต่ พิธีกรรมที่เป็นของชาวบ้านเองจนถึงพระราชพิธี ขออนุญาตยกตัวอย่าง เช่นพิธีโกนจุก พิธีรับขวัญ พิธีบวงสรวงต่าง ๆ พิธีไหว้ครู ทั้งครูดนตรี ครูนาฎศิลป์ ครูช่าง ตลอดจน พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญล้วนมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบทั้งสิ้น มันก็เลยเป็นที่ต้องสงสัยว่าสรุปแล้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มันเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีครับ ทีนี้ว่า มันก็เป็นสิ่งที่อยู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมายาวนานนะครับ รวมทั้งพี่น้องชาติพันธุ์ต่าง ๆ ด้วย ผมขออนุญาตเป็นผู้แทนของพ่อแม่พี่น้องชาวปทุมธานีครับ พูดในแง่ของของผู้ประกอบการ รายเล็ก ร้านค้าโชห่วย ร้านค้าของชำต่าง ๆ ที่อยู่ในชุมชน ผมขออนุญาตไปที่สไลด์ถัดไปครับ ตัว พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี ๒๕๕๑ ก็จะมีหลายมาตราที่ควบคุมเกินกว่าเหตุ แล้วก็สร้างความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนนะครับ การกำหนดสถานที่ห้ามขาย ที่ไม่เหมาะสม ผมขอยกตัวอย่างเช่น อำเภอเมืองปทุมธานี อำเภอเดียวนะครับ ๑๔ ตำบล มีวัดกว่า ๔๐ วัด มีศาสนสถานของศาสนาอื่นอีก มีโรงเรียนอีก ๔๐ กว่าโรงเรียน เพราะฉะนั้นท่านไปมุมไหน เดินทางแค่ไม่กี่กิโลเมตร ๑ กิโลเมตร ๒ กิโลเมตร ท่านก็จะเจอ ไม่โรงเรียนก็เจอวัด เจอศาสนสถานแล้ว เพราะฉะนั้นการห้ามขาย ที่บอกว่าถ้าใครอยู่ก่อนก็ อนุญาตให้ขายไป แต่ถ้าใครมาหลังก็ไม่ได้รับอนุญาต แล้วมันจะเป็นธรรมกับการประกอบ สัมมาอาชีพของประชาชนหรือไม่นะครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายข้อนี้ผมก็เลยอยากให้ คำนึงถึงความเป็นจริงว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้หรือเปล่าครับ ขอสไลด์ถัดไปครับ กำหนดเวลา ห้ามขาย มันใช้ไม่ได้จริงครับ ถามว่าร้านค้าประกอบการทั่วไปเป็นร้านค้าในชุมชนใช่ไหม ครับ คนที่มาซื้อรู้จักกับผู้ขายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคนที่รู้จักกันเขาก็ขายครับ แม้จะเป็นนอก เวลา มันจะไม่สามารถใช้ได้จริง แต่ก็เป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ล่อซื้อ แล้วก็อาจจะเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่ทุจริตได้นะครับ ซึ่งผมก็เห็นว่าควรจะเปิดโอกาสให้พี่ น้องประชาชนได้ทำสัมมาอาชีพอย่างสุจริตได้ตลอดเวลา ไม่ควรจะจำกัดเวลาครับ สังคมไทย เป็นสังคมพหุวัฒนธรรม พหุศาสนา เพราะฉะนั้นอย่างของจังหวัดปทุมธานี ในบริเวณของ อำเภอเมือง ผมเองก็มีหลายศาสนาประกอบด้วยกัน แล้วก็อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่าน อภิปรายไปแล้วนะครับว่า ในวันสำคัญเราห้ามขาย แต่หลายท่านก็สงสัยว่าทำไมเขาถูก ลิดรอนสิทธิด้วย เพราะฉะนั้นผมก็เห็นว่าในเมื่อประเทศไทยเป็นพหุวัฒนธรรม พหุสังคมเรา ก็ควรจะเปิดเสรีให้กับทุก ๆ ท่านได้เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเท่าเทียม ไม่มีการจำกัด สิทธิในการเข้าถึงเครื่องดื่ม ทีนี้มาถึงใบอนุญาตนะครับ ใบอนุญาตที่ผมพูดถึงนี้ ที่ท่านเห็นนี้คือใบอนุญาตขายไพ่นะครับ แต่มันไม่เกี่ยวกับเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ แต่ถามว่าทำไมผมถึงเอามาพูดด้วย เพราะว่าเวลาเราต่อใบอนุญาต สิ้นปีมันจะ ต่อใบอนุญาตรวมกัน ๔ ปีสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กหรือร้านชำ ก็คือใบอนุญาตขายสุรา ใบอนุญาตขายบุหรี่ ใบอนุญาตขายยาสูบ แล้วก็ใบอนุญาตขายไพ่ ไพ่นี่ร้านค้าที่เป็นรายเล็ก ส่วนใหญ่ไม่ได้ขายครับ แต่ถูกบังคับให้ซื้อใบอนุญาตไปโดยปริยาย ถึงแม้ว่ามันจะราคา ไม่เยอะ ณ ปัจจุบันผมจำไม่ได้ ค่าธรรมเนียมประมาณ ๑๐๐ บาท แต่ร้านค้าชำอย่างที่ หลายท่านอภิปรายไปว่ามีถึง ๖๐๐,๐๐๐ กว่าราย คูณ ๑๐๐ บาท ก็เป็นจำนวนเงิน พอสมควร เพราะฉะนั้นค่าใช้จ่ายส่วนนี้หลายท่านที่เป็นผู้ประกอบการเขาไม่เต็มใจที่จะจ่าย แต่เขาไม่อยากจะมีปัญหากับเจ้าหน้าที่สรรพสามิต เขาก็เลยจำเป็นต้องจ่ายไป เพราะฉะนั้น อันนี้ผมก็เลยมองว่าเป็นการบังคับให้ขาย และร้านค้าส่วนใหญ่เมื่อมีใบอนุญาตแล้วก็ไม่ได้ ขายครับ เพราะว่าอะไร เพราะว่ามันเป็นสินค้าขายได้ช้า ทุนสูง แล้วก็มีห้างขายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่เอามาขายหรอกครับ🔗
อันนี้เป็นข้อสังเกตนะครับ จากทั้งหมดที่ผมพูดมาก็คือ ๑. การละเมิด การประกอบอาชีพโดยสุจริตของประชาชน ๒. เปิดช่องว่างให้เจ้าหน้าที่ทุจริตและประพฤติมิชอบ ๓. ขัดต่อความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ๔. หลักการและแนวคิดไม่สมเหตุสมผล ไม่สอดคล้องกับบริบทความเป็นจริงและบังคับใช้ได้จริง ผมขออนุญาตเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับว่าร้านค้าชำที่เป็นร้านเล็ก ๆ ถ้าเขาจะขายในชุมชนโดยที่เขาไม่ต้องไปเช่าสถานที่ อื่นเพื่อประกอบการ ถ้าติดวัดก็ขายไม่ได้ และสินค้าที่เขาขายได้ส่วนใหญ่นั้นก็เป็นสินค้าที่ใช้ ในชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องครัว เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลม น้ำแข็ง ขนมใช่ไหมครับ สินค้า พวกนี้เป็นสินค้าที่ได้กำไรน้อยมากครับท่านประธาน อาจจะ ๑ บาทถึง ๒ บาทต่อชิ้น ไม่มีใครกล้าขายสินค้าเกินราคาในบ้านตัวเองหรอกครับ เพราะฉะนั้นเขาก็เลยต้องขาย เอากำไรแต่น้อยเพื่อที่ว่าชุมชนอยู่ได้ ลูกค้าอยู่ได้ ผู้ค้าอยู่ได้ เพราะฉะนั้นก็เห็นจะมีแต่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี่ละครับที่ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยพอที่จะได้กำไรอยู่บ้าง อาจจะต่อ ๑ ขวด ๕ บาท หรือ ๔ บาทแล้วแต่ราคาหารต่อลัง เพราะฉะนั้นผมก็เห็นด้วยว่า พ.ร.บ. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ควรจะต้องดูถึงบริบทความเป็นจริง ของสังคมที่เกิดขึ้นเพื่อให้กฎหมายที่ออกมาบังคับใช้ บังคับใช้ได้จริง แล้วก็เกิดประโยชน์กับ ประชาชนมากที่สุดครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสัมพันธวงศ์ เขตบางรัก เขตดุสิต พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมในฐานะเป็นผู้แทนของเขตพื้นที่ท่องเที่ยว Nightlife เช่น ถนนข้าวสาร ถนนสีลม บางรัก และซอยนานา หลังเยาวราช สถานที่เหล่านี้เป็นสถานที่ ท่องเที่ยวที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมโหฬารมหาศาล ท่านประธานครับ ถนนข้าวสาร สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าคืนละ ๑๐ ล้านบาท อันนี้ตี Safe Safe นะครับ และมีร้านค้าโดยประมาณ ๒๐๐ ร้านค้าในถนนเส้นนี้ ทำให้เกิดการจ้างงานและการ หมุนเวียนทางเศรษฐกิจอย่างมากมาย ซึ่งกระจายสู่ชุมชนครับ ณ ปัจจุบันนักท่องเที่ยว ยามราตรีชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นตะวันตก ตะวันออก คนญี่ปุ่น คนจีน คนไทย หรือ คนเกาหลี หรือแม้แต่ฝั่งยุโรปแทบจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักถนนข้าวสาร ในเขตพระนครหรือ ซอยธนิยะ พอมาถึงกรุงเทพฯ ขึ้นแท็กซี่ก็บอกว่า Go to ข้าวสาร Go To สีลม ท่านประธานครับ ครั้งก่อนผมได้เคยอภิปรายในญัตติที่ใกล้เคียงกัน รอบที่แล้วผมพูดแทนประชาชนที่พักอาศัย รอบข้างนะครับ แต่วันนี้ผมจะมาพูดแทนผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อยในพื้นที่ของผม ท่านประธานทราบไหมครับว่าจะมีบางวันที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาประเทศไทยอยาก ที่จะมาดื่มด่ำบรรยากาศ แต่ต้องผิดหวังเพราะเขาไม่สามารถดื่มแอลกอฮอล์ได้ ชาวต่างชาติ เขามาเที่ยวประเทศไทยเขาต้องจองตั๋วบิน บางคนต้องลางานล่วงหน้าหลายเดือน แต่มา ประเทศไทยก็เจอบอกว่า Today no sale Alcohol นะ ถนนสีลมเจอ Surprise ไม่ขาย แอลกอฮอล์ โดยมีผลมาจาก พ.ร.บ. ควบคุมแอลกอฮอล์ ปี ๒๕๕๑🔗
มาตรา ๑๖ กำหนดให้อำนาจคณะกรรมการควบคุมมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการกำหนดเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สถานที่ห้ามขาย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ข้อ ๑ ข้อนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและมีความเชื่อที่ หลากหลาย บ้างก็บอกว่าไม่อยากให้ข้าราชการดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างวัน แต่ในปัจจุบัน Lifestyle ของสังคมเรานั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก บางคนที่ประกอบอาชีพ Freelance หรือผู้ที่ประกอบอาชีพในช่วงกลางคืนก็อาจจะอยากดื่มในเวลาที่กฎหมาย ห้ามจำหน่าย มีเสียงสะท้อนมายังผมเป็นจำนวนมากครับว่าการกำหนดการห้ามจำหน่าย ในเวลาดังกล่าวนั้นเป็นกฎหมายที่ล้าสมัยเกินไป ควรที่จะยกเลิกได้แล้วครับ ถามว่าคนไทย รู้กฎหมายนี้ไหม รู้ครับ แต่คนที่ไม่รู้กฎหมายนี้ก็มักจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ตั้งใจ จะมาเที่ยวและดื่มด่ำกับบรรยากาศ Nightlife บ้านเรา แต่กลับไม่ได้ดื่มด่ำบรรยากาศเช่นนั้น และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีข้อที่ ๒ ห้ามผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษาและวันออกพรรษาเช่นเดียวกันครับ ท่านประธาน สำหรับข้อนี้เราไม่ควรที่จะจำกัดสิทธิในการบริโภคแอลกอฮอล์ของ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวชาวไทยก็ตามที่เขาอาจจะมีความเชื่อ ทางศาสนาที่หลากหลาย บางคนถึงกระทั่งอาจจะไม่มีความเชื่อทางศาสนาด้วย ท่านประธาน ครับ ในวันที่เราห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์นั้น ผู้ประกอบการต้องสูญเสียโอกาสที่จะสร้างรายได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาต่างมีความเชื่อที่หลากหลายทางศาสนา ซึ่งมีเสียงสะท้อนมาว่า เป็นการจำกัดสิทธิ นักท่องเที่ยวแต่ละคนตั้งใจที่จะมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย ถึงแม้จะเป็น ส่วนหนึ่ง แต่ก็เป็นจำนวนที่ไม่น้อยที่เป็นส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงท่องเที่ยวในบ้านเรา และผู้ประกอบการก็ยังต้องสูญเสียรายได้โดยมีค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับ ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่า หรือค่าจ้างพนักงานต่าง ๆ🔗
ท่านประธานครับ ในสถานบริการร้านเหล้า ผับ บาร์ ซึ่งการกำหนด มาตรา ๓๒ นั้น มิให้เกี่ยวกับการโฆษณานะครับ ปัจจุบันร้านเหล้าในถนนต่าง ๆ นั้น ไม่สามารถแม้แต่จะโฆษณาในร้านตัวเองว่าขายอะไรบ้าง ซึ่งจริง ๆ เราก็มีกฎหมายห้ามผู้ที่อายุ ต่ำกว่า ๒๐ ปีนั้นเข้าใช้บริการ แน่นอนครับว่าผู้ที่มาใช้บริการนั้นมีวิจารณญาณอยู่แล้ว เขาเหล่านั้นต้องทราบผลกระทบ ข้อดีและข้อเสียของการดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้ว มีเสียงจาก ผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อยในพื้นที่ของผมสะท้อนมามากมายนะครับว่าอยากโฆษณา ในสิ่งที่ร้านเขาขาย เพียงแค่มีรูปแบบเครื่องดื่มบนเมนู แม้อาจจะไม่สามารถสร้างรายได้มาก แต่หลายร้านก็ได้ค่าโฆษณาส่วนนี้เข้าร้านตัวเอง ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้เยอะมากนะครับ แต่สำหรับรายเล็กรายย่อยเงินเหล่านี้ล้วนมีความหมายทั้งนั้น ผมอยากจะขออนุญาต ยกเคสหนึ่งนะครับ ชื่อลุงยาวอยู่ที่เขตปากเกร็ด เป็นเจ้าของร้านลาบถูกเจ้าหน้าที่คุม แอลกอฮอล์สั่งปรับหลักหมื่นบาท เพียงเพราะมี Logo เหล้าเบียร์อยู่บนเมนูเท่านั้น ท่านประธาน คิดว่าสิ่งนี้สมเหตุสมผลหรือไม่ สิ่งที่ผมอยากจะชี้นะครับ อยากให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีสิทธิ ที่จะโฆษณาลงบนเมนูหรือร้านตัวเอง อันนี้คือสิทธิขั้นต่ำ ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีมูลค่า มากมายมหาศาล ตามรายงานของปี ๒๕๖๕ มีมูลค่าเกือบ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งสามารถ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างงาน การสร้างรายได้ให้กับ ประชาชนในพื้นที่ หรือรายได้เชิงท่องเที่ยวที่ไหลเข้ามาในประเทศไทย ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ได้ออกมาแถลงบ่อยครั้งครับ เรื่องส่งเสริมกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว รวมถึงมาตรการการเปิดสถานบันเทิงถึงตีสี่ก็เป็นนโยบายที่ประกาศโดยท่านนายกรัฐมนตรี ในร่างนี้นะครับ ในนโยบายของสถานท่องเที่ยว ตีสี่ก็เป็นนโยบายที่เปิดกระดุมเม็ดแรก แล้วนะครับ ผมก็อยากจะอภิปรายสนับสนุนให้ปลดเม็ดกระดุมถัดไปครับ ถ้าหากเราสามารถ ปลดล็อกข้อกฎหมายบางตัวออกไปได้ ก็จะสามารถส่งเสริมอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์และ การท่องเที่ยวของประเทศไทยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ🔗
สุดท้ายครับการออกกฎหมายควบคุมแอลกอฮอล์ต้องหาสมดุลระหว่าง การควบคุมสุขภาพ สาธารณประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและเสรีภาพของ ประชาชน แต่ถึงอย่างนั้นเราต้องยอมรับว่าความจริงที่ว่าเราควรจะบริโภคแอลกอฮอล์ อย่างไรให้มีความรับผิดชอบ มิใช่การจำกัดเกินกว่าเหตุจนไปจำกัดศักยภาพอุตสาหกรรม Nightlife ของประเทศไทยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณปรเมษฐ์ จินา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาและสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่เคารพรักทุกท่านนะครับ ต้องกราบขออภัยด้วย เนื่องจากว่าเมื่อสักครู่ก็ขอ ออกตัวก่อนนะครับ เพราะว่าท่านประธานเรียกชื่อผม แล้วก็เนื้อหาสาระท่านที่ฟังทาง วิทยุกระจายเสียงก็อาจจะเข้าใจว่าเป็นผมในเรื่องของการอภิปรายนะครับ ทีนี้ก็มาพบกับ ตัวจริงเสียงจริงนะครับ ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานีนะครับ ก็ขอแลกเปลี่ยนนิดหน่อย เนื่องจากว่าในส่วนของหลาย ๆ ท่านก็อยากจะมีสิทธิที่เท่าเทียมกัน ที่เสมอกันนะครับ แต่ว่าเราต้องเข้าใจว่าสิทธิมาพร้อมกับหน้าที่ เพราะฉะนั้นในเรื่องของ การทำหน้าที่พลเมืองที่ดีก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน เพราะว่าเรามาดูว่าในส่วนของมุมมอง ทั้ง ๒ ด้าน ในเรื่องของการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ครั้งหนึ่งผมก็ได้มีโอกาสในการที่จะ รวบรวมรายชื่อภาคประชาชนได้ถึง ๑ ล้านชื่อ ในเรื่องของการเสนอ พ.ร.บ. ควบคุมยาสูบ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็ในเรื่องของคุ้มครองผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ซึ่งก็ได้ผ่านมาด้วยดี อันนี้ ก็เช่นกัน ในเรื่องของการควบคุมแล้ว เราก็คงจะต้องมีการคุ้มครองผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ด้วย เราจะเห็นอยู่บ่อย ๆ ว่าเวลามีเคสเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นขับรถไปชนผู้ที่มีชื่อเสียงในสังคม ไม่ว่าจะเป็นผู้นำศาสนาใดก็ตาม หรือว่าบุคลากรทางสังคมที่มีต้นทุนทางสังคมสูง เราก็สลดหดหู่ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็คงจะต้องมีการคำนึงถึงนะครับ แต่อีกประเด็นหนึ่ง ในเรื่องของการที่จะปรับปรุงกฎหมายให้มันทันสมัย เนื่องจากว่าฉบับที่เราถือใช้ปฏิบัติมา มันก็ ๑๕ ปี ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๕๑ เพราะฉะนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องนำมาดูว่า ณ ปัจจุบันนี้จุดลงตัวในเรื่องของเศรษฐกิจ ในเรื่องของสุขภาพ แล้วก็ในเรื่องของการดูแล คนที่เขาไม่ดื่มสุรา ยกตัวอย่างในเรื่องของเหตุกระทบทางสังคม ณ บางครั้งเราก็จะเห็น บ่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมอดีตก็เป็นรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ก็จะได้รับข้อมูล ต่าง ๆ เหล่านี้มามากมายนะครับ เพราะว่าผู้ที่เขาเดือดร้อน รำคาญสำหรับคนที่ดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์แล้วก็ส่งเสียงรำคาญ แล้วก็ในเรื่องของการขับรถ อันนี้เราก็จะเห็นว่าเวลา เกิดอุบัติเหตุครั้งหนึ่ง ๑๐ คันรวด หรือว่าบางครั้งนอนอยู่ในบ้านคนที่ดื่มสุรา เมาสุราแล้วก็ ขับทะลุเข้าไปชนเด็ก แล้วก็หญิงมีครรภ์ที่อยู่ในบ้าน อันนี้เราก็เคยเห็นมาแล้ว เพราะฉะนั้น ก็คงจะต้องมีการชั่งน้ำหนักดูให้ดีนะครับ ในเรื่องของการที่จะปล่อยเรื่องของการเสรี ทีนี้ ถ้ามาดูในเรื่องของเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุด ปัญหาที่เกิดขึ้นผมมองว่าตอนนี้ทางรัฐบาลก็ได้ มีการเปิดให้สถานบริการเปิดถึงตีสี่ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่เราห่วงกังวล ถ้าทีมงานของรัฐบาล หรือว่าเจ้าหน้าที่ของบ้านเมืองสามารถที่จะควบคุมไม่ให้คนที่ดื่มแอลกอฮอล์ขับรถ อันนี้ ก็สามารถจะลดได้จำนวนหนึ่ง แต่ที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของพิษภัยข้างเคียง ทั้งโดยตรงแล้วก็โดยอ้อม โดยตรงก็เหมือนเมื่อเช้า หลายท่านก็คงจะพูดไปแล้วนะครับว่ามีผลต่อสุขภาพของตนเอง ด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรคเรื้อรัง หรือว่าโรคจากอาการข้างเคียง แล้วก็ในส่วนที่สำคัญ อีกส่วนหนึ่งถ้าเป็นผู้หญิงที่เขาเข้าถึงแอลกอฮอล์ได้ง่าย แล้วก็ตั้งครรภ์ก็จะมีผลต่อเด็ก ในครรภ์ด้วย อันนี้ก็คงจะเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะให้พวกเรา เนื่องจากว่ามีวุฒิภาวะ มากพอสมควรที่จะได้พิจารณาให้รอบด้าน🔗
ทีนี้ในส่วนของ สิ่งที่อาจจะเป็นจุดอ่อน ยกตัวอย่างงานประเพณี ผมก็เคย เข้าไปดำเนินการในโรงเรียนที่เขาบอกว่าสามารถที่จะดื่มแอลกอฮอล์ได้ในงานเป็นประเพณี เช่น งานบวช งานแต่ง แต่งานประจำปีของโรงเรียนบางครั้งมันก็จะมีงานชุมนุมศิษย์เก่า ประจำปี อันนี้มันไม่อยู่ในรายการก็คงจะต้องดูในเรื่องของประเพณีต่าง ๆ เหล่านี้ให้มัน ครอบคลุมทุกด้าน อันนี้ก็คือสิ่งที่อยากจะนำเรียนแลกเปลี่ยนให้กับทุกท่านได้พิจารณา ส่วนหนึ่งผมก็มองว่าประชาชนที่เขาเข้าชื่อมา ๙๐,๐๐๐ กว่าชื่อ แล้วก็อีกฉบับหนึ่งก็ ๑๐,๐๐๐ กว่าชื่อ มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับที่เขามีจิตสำนึกที่จะคุ้มครองคนที่ไม่ดื่มสุรา แล้วก็ ที่สำคัญวันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะตัวแทนของคณะรัฐมนตรี ท่านก็มานั่งฟังอยู่ด้วย ผมก็เชื่อในศักยภาพในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขที่จะมอง รอบด้าน บางครั้งเรามองว่าในส่วนที่กลุ่มดื่มหน้าใหม่ในเยาวชนเพิ่มขึ้นมาเพียงแค่ ๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ ๓ เปอร์เซ็นต์มันก็เทียบไม่ได้กับในเรื่องของชีวิตและทรัพย์สินของคนที่ ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ในสังคม อันนี้ก็คงจะเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะให้พวกเราได้ใช้ แนวทางตรงนี้ แล้วก็อยากจะให้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ดูแลตรงนี้อย่างรอบด้าน แล้วก็ คำนึงถึงทุกภาคส่วน ก็ขอขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ เมื่อไม่มีผู้อภิปรายแล้ว ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอก็มีสิทธิที่จะอภิปรายสรุปได้อีกครั้งหนึ่ง ครับ ขอเชิญคุณเจริญ เจริญชัย ท่านแรก แล้วต่อไปคุณเท่าพิภพจะเป็นคนถัดไปในการสรุป เชิญครับ🔗
ท่านประธาน ขออนุญาตครับ กระผม ผู้ช่วยศาสตราจารย์เจริญ เจริญชัย เดี๋ยวมีสมาชิก อีก ๑ ท่านนะครับ ขอเป็น ๒ คนของผู้เสนอสั้น ๆ ครับท่านประธาน🔗
ได้ครับ🔗
ก่อนอื่นขอขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกที่ได้อภิปราย ส่วนมากแล้วท่านก็เป็นเสียงค่อนข้าง สนับสนุน แล้วก็เห็นด้วยกับการที่ประชาชนจำนวนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ ได้นำเสนอ ขอแก้ไขพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จาก ฉบับ ปี ๒๕๕๑ มาเป็นฉบับใหม่นี้ ซึ่งก็มีทั้งฝ่ายที่ต้องการให้เข้มแข็ง เคร่งครัดมากขึ้น แล้วก็ส่วนของเราก็คือสร้างความสมดุล ให้การควบคุมนั้นอยู่ในหลักการและเหตุผลที่เหมาะสม ไม่เป็นการกีดกัน หรือจำกัดสิทธิของ ประชาชนมากจนเกินไป แล้วก็มีท่านสมาชิกจำนวนมากเลยที่ได้อภิปรายสนับสนุน รวมทั้ง บางท่านก็แสดงความเป็นห่วงเป็นใยว่าอาจจะดูเรื่องของความสมดุลของด้านผลกระทบต่อ ผู้ที่ดื่ม แล้วก็ประสบเรื่องของสุขภาพต่าง ๆ ซึ่งทางผู้เสนอพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ได้เข้าใจ เป็นอย่างดีนะครับ แล้วก็คิดว่าถ้าหากว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้เข้าสู่การพิจารณา ของ คณะกรรมาธิการ เราก็สามารถที่จะไปพูดคุยกันได้ในเรื่องของความสมดุลในส่วนต่าง ๆ แต่เป็นห่วงนิดหนึ่งครับท่านประธานว่า ทางคณะรัฐมนตรีก็ได้มีความประสงค์ คิดว่า เราพอจะเห็นภาพว่าท่านต้องการที่จะนำร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปพิจารณากันก่อน เป็นเวลาสัก ๒ เดือน ๖๐ วัน ซึ่งทางเรารู้สึกว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน ทุกวันนี้มีผู้ที่ได้รับ ผลกระทบจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ ฉบับปี ๒๕๕๑ ที่มีเรื่องของการลงโทษ กล่าวหา แล้วก็ เรียกเข้าไปชี้แจงที่สำนักงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งถูกคดีความต่าง ๆ อีกหลายคน ถ้าหากท่านนำไปพิจารณา ๖๐ วัน แต่ละวันนี้จะมี ผู้ที่ได้รับปัญหาโดนข้อกล่าวหา รวมทั้งต้องเสียค่าปรับคนละ ๕๐,๐๐๐ บาทเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่หรือว่าผู้ที่ใช้แส้เฆี่ยนประชาชนอยู่นี้นะครับ อาจจะได้รับส่วนแบ่งของการเฆี่ยนตี ตรงนั้นด้วยซ้ำไป ก็เหมือนกับว่าเป็นเสนาบดีในอดีตที่ว่ามีบ่าวไพร่อยู่ในบ้านแล้วทำผิด แต่ว่าเวลาท่านสั่งเฆี่ยนตีนั้นท่านได้รับส่วนแบ่งด้วย แล้วท่านก็นำตรงนั้นไปทำให้ประชาชน ก็ยังได้รับผลกระทบทุกวัน ถ้าหากว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่ท่านยังอยู่ ในที่นี้ท่านนำเรื่องนี้กลับไป ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานฝากถึงท่านคณะรัฐมนตรีว่า การที่นำร่างฉบับนี้ไป ผมสงสัยนิดหนึ่งครับว่าอาจจะมีการนำร่างของรัฐบาลเข้ามา เพราะว่า ก่อนหน้านี้จะมีการรับฟังความคิดเห็นของกรมควบคุมโรค ของกระทรวงสาธารณสุขที่เป็น ร่างของหน่วยราชการที่จะมีการควบคุมเคร่งครัดมากยิ่งขึ้น เพิ่มค่าปรับในทุก ๆ มาตรา ที่เกี่ยวข้องจากที่เรื่องของมาตรา ๓๒ การโฆษณาที่ต้องมีค่าปรับ ๕๐๐,๐๐๐ บาทนี้ก็จะ เพิ่มเป็น ๑ ล้านบาท แล้วก็จะทำให้ส่วนแบ่งเงินรางวัลนำจับต่าง ๆ ก็จะมากขึ้น รวมทั้ง ความเคร่งครัดในมาตราต่าง ๆ นี้ยังคงอยู่ทั้งหมดเลย แถมเพิ่มความเคร่งครัดมากยิ่งขึ้น ก็คือไม้เกาหลังที่ผมได้พูดมาก่อนหน้านี้นะครับ ก็จะเพิ่มดาบ เพิ่มความคมเข้าไปให้กับ หน่วยราชการที่ดูแลเรื่องของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็เลยจะฝากท่านคณะรัฐมนตรี ถ้านำเรื่องนี้ไปแล้วก็พิจารณา ๖๐ วัน และท่านมีร่างของฝ่ายรัฐบาลจะเข้ามาอยู่ใน คณะกรรมาธิการด้วย ก็ขอฝากท่านไปว่าถึงนำมาก็ช่วยพิจารณาความสมดุลอย่างที่เรา ได้อภิปรายกันในวันนี้ ท่านสมาชิกทั้งหลายได้พูดถึงว่าความสมดุลของทั้ง ๒ ฝั่ง ทั้งการควบคุม แล้วก็เรื่องของผลกระทบ เพราะว่ามันมีการที่ร่างของฝ่ายรัฐบาลที่กระทรวงสาธารณสุข ที่ได้ร่างเอาไว้แล้วมันจะเคร่งครัดมากยิ่งขึ้น แล้วก็ทำให้เกิดความลำบากมากยิ่งขึ้น ก็ขออนุญาตฝากไว้ตรงนี้ แล้วก็เดี๋ยวผมขออนุญาตอีกคนหนึ่งของผู้ชี้แจงครับ🔗
ก็ให้เป็นการชี้แจง สรุปความที่ได้อภิปรายทั้งหมด ไม่เอาประเด็นใหม่นะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภพงษ์ พรึงลำภู ครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่าน สมาชิกรัฐสภาทุกท่านนะครับ แล้วก็ขอบคุณทุกคนที่ร่วมลงชื่อทำให้พวกเรามาถึงตรงจุดนี้ ร่าง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... นายเจริญ เจริญชัย ตอนนี้เรามาถึงจุดที่กำลังจะพิจารณากันแล้วนะครับ ผมยังจำได้ตอนนั้นมีหลาย ๆ คน เขาไม่ได้ดื่มสุราด้วยซ้ำ แต่เขามาร่วมลงรายชื่อพร้อมกับให้กำลังใจพวกเรา บอกว่า เขาไม่ได้ อยากดื่มสุราเขาถึงโหวต แต่เขาไม่เห็นด้วยกับการลิดรอนเสรีภาพมากเกินไปแบบนี้ การคุกคามความเป็นส่วนตัว รวมถึง Post ในเรื่องของตัวเองในพื้นที่ส่วนตัวก็ยังถูกคุกคาม ผมไม่แน่ใจว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร เพื่อไม่ให้ที่บ้านผมเข้าใจผิด คือเราพูดคำว่า อุ้ม ที่บ้านผมไม่ได้โดนอุ้มนะครับ แต่ว่าจะเป็นภาษาทางเทคนิคการเมือง ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ครับ ว่าการอุ้มหรือไม่อุ้มจะเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าผมอยากให้ท่านผู้มีอำนาจอย่าลืมว่ามีผู้ได้รับความ เดือดร้อนจาก พ.ร.บ. นี้อยู่นะครับ มีอย่างน้อย ๆ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือนที่มีใบอนุญาต ขายสุรากำลังอยู่ในอันตราย ไม่มีใครปลอดภัยจากมาตรา ๓๒ เห็นพูดกันมาเยอะว่าเหยื่อสุรา เรื่องของการติดสุราต้องบำบัดนะครับ ทางฝั่งผม ผมไม่ค่อยได้เห็นเหยื่อสุรามากนัก อาจจะมีบ้าง แล้วก็มองเห็นถึงทางรักษา แต่เหยื่อมาตรา ๓๒ ต้องไปรักษาที่ศาลอาญา คดีอาญานะครับ บางคนต้องใส่กุญแจมือ ต้องไปอยู่ห้องขัง คนเหล่านี้รอการช่วยเหลือของทุกท่านอยู่ เราอยู่ในสภานิติบัญญัติ ใช่ไหมครับ ไม่ว่าร่าง พ.ร.บ. ใดก็ตามที่จะเกิดขึ้นต่อไป ขอให้ระลึกไว้เสมอว่าอย่าได้ ให้อำนาจใครมาทำให้คนที่ทำมาหากินสุจริตเดือดร้อนอีก ทางเรายินดีพูดคุย แล้วก็หาความ สมดุล ทั้งการควบคุมแล้วก็ในเรื่องของสังคมอยู่แล้ว ขอฝากท่านประธาน ขอฝากสภา แล้วก็ขอฝากทุกคนไว้เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญ คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางประกอก พรรคก้าวไกล ผมขอบคุณเพื่อนสมาชิกจากทุกพรรคที่ได้ อภิปรายกันในร่าง พ.ร.บ. ที่ผ่านมานี่นะครับ ซึ่งผมเองก็ได้ฟัง ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่ก็มี หลายท่านที่มีข้อกังวลเรื่องการดื่ม ดื่มเยอะ ดื่มน้อย ดื่มอะไร ผมว่าก็เป็นความกังวล เรื่องเดียวกันของพวกเราทั้งสิ้น แต่ผมขอยืนยันในส่วนตัวของร่างผมเองไม่ได้ทำให้เด็ก ดื่มเหล้าเยอะขึ้นอย่างแน่นอน หรือว่าส่งเสริมคนเมาแล้วขับอย่างแน่นอนนะครับ ไม่มีใคร หรอกครับที่เป็นคนทำเบียร์แล้วผลิตมาแล้วอยากทำลายชีวิต หรือฆ่าชีวิตลูกค้าตัวเอง มันคง เป็นการกระทำที่โง่เง่าที่สุด ดังนั้นผมตรึงใจกับวันนี้มาก เพราะผมมีโอกาสได้ช่วยเพื่อนคนที่ รู้จักของผม มีโอกาสได้ช่วย ผมขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งครับว่าขอเล่าเรื่องราวของ คนนี้ เพื่ออยากให้เพื่อนสมาชิกได้มีส่วนร่วมให้เขาได้มีชีวิตต่อไป เพราะเขาเป็นเหยื่อของ มาตรา ๓๒ พี่คนนี้เขาชื่อพี่เบนซ์ครับ หลายคนรู้จักเขาในชื่อว่าเบนซ์ ประชาชนเบียร์ ทราบไหมครับว่าเขาโดนคดีมาตรา ๓๒ ห้ามโฆษณาเพียงเพราะเขาแนะนำ เขาพูดถึงเบียร์ ผ่าน Page เขา ท่านประธานครับ ตอนนี้โดนต่างกรรมต่างวาระ ท่านประธานทราบไหมครับ จากปรับครั้งละ ๕๐,๐๐๐ บาท เขาโดนประมาณ ๒ ล้านบาทแล้วครับ เขามีอาชีพ ไม่เกี่ยวกับการขายเหล้าขายเบียร์เลย เขาเป็นนักคั่วกาแฟของโรงกาแฟ วันนี้เพื่อนสมาชิก เรามีโอกาสที่จะช่วยเขา ถ้าเราแก้กฎหมายนี้ให้มีบทที่แตกต่างไป ซึ่งอาจจะเป็นคุณต่อ เพื่อนของผม พี่ของผมคนนี้และอีกหลาย ๆ คนที่เผชิญหน้ากับคดีความและหมายศาลอยู่ เราสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ครับ ผมอยากให้เพื่อนสมาชิกได้โหวตเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ. ของทุกร่างเลยด้วยนะครับ อยากให้ทุกคนเชื่อมั่นในกระบวนการของกรรมาธิการ อยากให้ ทุกคนเชื่อมั่นว่าสภาเราคือที่ที่แก้ไขความขัดแย้ง แม้ ๓ ร่างนี้จะมีความขัดแย้ง แล้วก็แน่นอน ที่สุดครับ เพราะผมรู้ว่าทุกคนจะโหวตเห็นชอบนะครับ เพราะว่าทุกคนเชื่อมั่นใน ประชาธิปไตยแบบรัฐสภาแบบนี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้เสนอต่อที่ประชุม เพื่อขอรับร่างพระราชบัญญัติควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ของท่านเจริญ เจริญชัย กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เป็นผู้เสนอ และร่างพระราชบัญญัติควบคุมแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กับคณะเป็นผู้เสนอ ก่อนที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาลงมติในวาระที่ ๑ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๑๘ เนื่องจากพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ เป็นร่างที่มีหลักการ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ใช้ บังคับอยู่ในปัจจุบัน โดยที่พระราชบัญญัติควบคุมแอลกอฮอล์ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ได้เตรียมเสนอร่างเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเช่นกัน ดังนั้นเพื่อความรอบคอบ ในการพิจารณาและศึกษาร่างพระราชบัญญัติให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วน และเป็นประโยชน์ ต่อประชาชน และมีความถูกต้องในการตราบังคับใช้กฎหมาย จึงขอรับร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับดังกล่าวไปพิจารณาก่อนการ ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาลงมติในวาระที่ ๑ ตามข้อบังคับการประชุมและ สภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๑๘ โดยคณะรัฐมนตรีขอรับไปพิจารณาภายใน ๖๐ วัน จึงขอ กราบเรียนท่านประธานเพื่อพิจารณานะครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยกับที่ทาง ครม. จะขอเอา ๒ ร่างนี้ไปพิจารณาอีก จริง ๆ แล้วถ้าท่านอ้างเพื่อความรอบคอบ ท่านเอาไปศึกษาก่อนหน้านี้ก็ได้ครับ ท่านก็เห็น วาระแล้วว่ามันจะเข้าลำดับที่เท่าไร ท่านมาขอเอาไปศึกษาอะไรตอนนี้ ตอนกระบวนการ นิติบัญญัติมันกำลังดำเนินต่อไป แล้วก็ในความเป็นจริงแล้วท่านสามารถเอาไปศึกษาได้ นะครับ ในขณะที่เราประชุมกรรมาธิการในวาระที่ ๒ กันอยู่ ก็สามารถทำได้ครับ ไม่จำเป็น จะต้องดึงให้กระบวนการนิติบัญญัติมันล่าช้า เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยที่จะให้ ครม. เอาไป พิจารณา ๖๐ วันครับ🔗
แต่เนื่องจาก ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ นี้ คณะรัฐมนตรีขอรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการในวาระที่ ๑ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๘ ซึ่งจะขอรับไปไม่เกิน ๖๐ วัน ก็จะเสนอกลับมาอีกครั้งหนึ่ง อันนี้ก็เป็นไปตาม ข้อบังคับ แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องถามว่าที่ประชุมว่าจะมีใครเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เมื่อสักครู่นี้คุณจิรัฏฐ์พูดแล้ว เสนอเป็นญัตติหรือครับ ไม่เห็นด้วยที่ขอรับหลักการ ๖๐ วัน🔗
ขออนุญาตครับ ไม่เห็นด้วยครับ ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง นะครับ คณะรัฐมนตรีเสนอตามข้อบังคับ ขอรับไปพิจารณา ๖๐ วัน คุณจิรัฏฐ์ไม่เห็นด้วย ที่จะให้รัฐมนตรีรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ ผมก็จะต้องถามว่าจะมีคนเห็นด้วยหรือ ไม่เห็นด้วยกับการที่คณะรัฐมนตรีขอรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ ก่อนจะลงมติก็ต้อง ตรวจสอบองค์ประชุมครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้ามาในห้องประชุมเพื่อลงมติ ครับ🔗
ท่านสมาชิก ที่อยู่ในห้องกรรมาธิการ เชิญเข้ามาเพื่อจะลงมติครับ ก่อนที่จะมีการลงมติ ผมก็ขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนนะครับ เพราะฉะนั้นท่านที่เข้ามาแล้ว ก็ขอให้เสียบบัตรแล้วก็ กดปุ่ม แสดงตนก่อน เชิญได้ครับ🔗
ท่านประธานคะ วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ๓๔๙ แสดงตนค่ะ🔗
๓๔๙ แสดงตน จดไว้🔗
ท่านประธานครับ ผม วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ๓๒๗ แสดงตนครับ🔗
๓๒๗ แสดงตน นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม สิริน สงวนสิน ๔๒๐ แสดงตนครับ🔗
แสดงตน เดี๋ยว เจ้าหน้าที่จดนะครับ ท่านใดที่เครื่องขัดข้อง เมื่อสักครู่แจ้งแล้ว ๓ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ สิทธิพล ๔๑๘ แสดงตนครับ🔗
๔๑๘ แสดงตน ครับ สมาชิกกำลังเดินเข้ามาอีก ๒ ท่าน ขอให้เข้ามา แล้วก็กดบัตรแสดงตนก่อนครับ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร ๔๓๔ แสดงตนค่ะ🔗
๔๓๔ แสดงตน ไม่มีแล้วนะครับ ที่ยังไม่แสดงตนหรือขัดข้องครับ สมาชิกที่เดินเข้ามากรุณาได้แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๓๒๔ แสดงตนครับ🔗
๓๒๔ แสดงตน เดินเข้ามากรุณาแสดงตนด้วยนะครับ ผมขออนุญาตปิดการแสดงตน เพิ่งเดินเข้ามา ถ้ายังไม่แสดงตน แจ้งมาได้ เจ้าหน้าที่แสดงคะแนนได้นะครับ ที่แสดงตนในใบคะแนน ๔๑๕ ที่แจ้งไว้ ๖ ท่าน รวมทั้งหมดตอนนี้ องค์ประชุม ๔๒๑ ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ผมก็จะดำเนินการ ต่อว่าจะให้คณะรัฐมนตรีรับไปพิจารณาตามข้อบังคับ ๑๑๘ หรือไม่ ถ้าท่านผู้ใด เห็นควร อนุมัติให้คณะรัฐมนตรีรับไปพิจารณาตามข้อบังคับ ๑๑๘ ไม่เกิน ๖๐ วัน กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับการขอรับไปพิจารณารับหลักการของคณะรัฐมนตรี กรุณา กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง กรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงมติ ได้ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ๓๒๗ เห็นด้วยครับ🔗
๓๒๗ เห็นด้วย นะครับ มีท่านใดที่ยังไม่สามารถลงคะแนนได้ ถ้าลงคะแนนพร้อมแล้วขอให้เจ้าหน้าที่ แสดงผลการลงคะแนนด้วยนะครับ เมื่อสักครู่มีผู้แจ้งไม่สามารถกดได้อีกกี่ท่านจะได้รวมอันนี้ มีไหมครับ รู้สึก ๑ ท่าน มีผู้ลงคะแนน ๔๑๙ รวมอีก ๑ คะแนน ก็เป็น ๔๒๐ เห็นด้วย ๒๕๖ บวก ๑ เป็น ๒๕๗ ไม่เห็นด้วย ๑๕๖ งดออกเสียง เพราะฉะนั้นผลการลงมติ เห็นด้วย ให้คณะรัฐมนตรีรับไปพิจารณาตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๘ ๒๕๗ คะแนน ขอบคุณทุกท่านนะครับ🔗
ต่อไปก็จะเป็น การพิจารณา🔗
๕.๓ ญัตติเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแก้ไขปัญหาลักลอบขโมยสายไฟฟ้า (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้เสนอ)🔗
เนื่องจากญัตติทำนองเดียวกันนี้มีผู้เสนออีก ๓ ฉบับ🔗
๑. เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทาง แก้ไขปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟฟ้าตามเส้นทางคมนาคม (นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ) เป็นผู้เสนอ) ซึ่งอยู่ในระเบียบวาระที่ ๕.๑๙🔗
๒. เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการนำ สายไฟฟ้า สายสื่อสารลงดินในพื้นที่จังหวัดกระบี่ (นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ) อยู่ในวาระที่ ๕.๒๔🔗
๓. เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแก้ไขปัญหาการลักลอบขโมย ตัดสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นผู้เสนอ) อยู่ในระเบียบ วาระที่ ๕.๔๐ และเนื่องจากทั้ง ๔ ญัตตินี้เป็นเรื่องทำนองเดียวกัน ผมจะขอนำไปพิจารณา รวมกันตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) ท่านสมาชิกท่านใดจะเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ผมขอเรียน หารือท่านประธานด้วยญัตตินี้หน่อยครับ เนื่องจากว่าญัตติของผมได้ถูกรวมเข้าไปด้วย ในลักษณะญัตติที่ใกล้เคียงกัน ญัตติของผม ท่านประธานครับ ผมเสนอญัตติเรื่องขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการนำสายไฟฟ้า สายสื่อสาร อื่น ๆ ลงดินในพื้นที่จังหวัดกระบี่ กราบเรียนท่านประธานครับ เจตนารมณ์วัตถุประสงค์ ของผมไม่ใช่เป็นเรื่องสายไฟที่ถูกขโมย เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าถ้าพิจารณาไปแล้ว เนื่องจากว่า กรรมาธิการในส่วนของวิปจะนำญัตตินี้ไปให้คณะกรรมาธิการการตำรวจในการพิจารณา ผมคิดว่ามันไม่น่าสอดคล้อง และไม่น่าเป็นไปได้กับวัตถุประสงค์ที่ผมยื่นญัตติไว้ ผมเรียน หารือท่านประธานเพื่อที่จะให้ญัตติของผมเป็นไปตามเจตนารมณ์ ขอหารือท่านประธานว่า ถ้าผมขออนุญาตท่านประธานถอนญัตตินี้แยกออกมาเพื่อที่จะรอในเรื่องของการพิจารณา ของวิปในการตั้งคณะกรรมาธิการต่อไปจะได้หรือไม่ครับ🔗
ก็เป็นเรื่องที่ ไม่ค่อยจะตรงเท่าไรกับอีก ๓ ญัตตินะครับ ถ้าหากว่าคุณสฤษฏ์พงษ์จะขอถอนไปพิจารณา แยกต่างหาก ถ้าที่ประชุมนี้ไม่มีใครขัดข้อง🔗
ท่านประธานครับ ผมขอหารือ ประเด็นท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้องนิดหนึ่งครับ🔗
ได้ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้องว่าประเด็นของญัตติที่ เรารวมกันพิจารณา ๔ ญัตตินี้เป็นเรื่องของการจัดการเรื่องการลักลอบการขโมยสายไฟฟ้า แล้วก็สายสื่อสาร แต่ว่าของท่านสฤษฏ์พงษ์นี้เป็นการศึกษาเรื่องการนำสายไฟฟ้าแล้วก็สาย สื่อสารลงใต้ดิน ทีนี้อย่างนี้ครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนปรึกษาหารือกับท่านประธาน นิดหนึ่งครับ เพื่อให้สภาเราจะได้แก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนได้ตรงประเด็น คือประเด็นของ ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ในประเด็นการ หารือในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ในการจัดระเบียบสายไฟฟ้าสายสื่อสารลงใต้ดินเป็นการยื่นญัตติเมื่อสมัยประชุมที่แล้ว ผมก็เป็นเจ้าของญัตติ แล้วมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญในการศึกษา แล้วก็มีการตั้ง อนุกรรมาธิการถึง ๓ คณะ แล้วก็สิ้นเปลืองงบประมาณเยอะมากเลยครับท่านประธาน ในการลงไปศึกษาแล้วก็กว่าจะได้รายงานออกมาให้รัฐบาลไปดำเนินการ ผมคิดว่าประเด็น ของท่านสฤษฏ์พงษ์ในการแยกญัตติออกไปพิจารณา ผมไม่ติดขัดครับท่านประธาน แต่ประเด็นที่จะเสนอใหม่นี้ ผมเลยขออนุญาตหารือกับท่านประธานว่าในสมัยประชุมที่แล้ว เมื่อประมาณปี ๒๕๖๖ ต้นปีเราได้พิจารณาตัวญัตติในทำนองเดียวกันนี้ไปแล้ว ถ้าจะมีการตั้ง กรรมาธิการอีก ผมก็เกรงว่าจะเป็นการเสียเวลาในส่วนของสภา แล้วก็สิ้นเปลืองงบประมาณ ผมก็เลยจะหารือกับท่านประธานแล้วก็ท่านสฤษฏ์พงษ์ครับว่าเป็นไปได้ไหมครับที่เราจะ เปลี่ยนชื่อกรรมาธิการว่า เป็นกรรมาธิการติดตามผลการดำเนินงานของรัฐบาลในกรณีที่ กรรมาธิการศึกษาแล้วเสร็จว่ารัฐบาลดำเนินการไปถึงไหน เพราะว่าในการศึกษาในฉบับนั้น สมบูรณ์แบบมากครับ เลยขออนุญาตหารือกับท่านประธานแล้วก็ท่านสฤษฎ์พงศ์ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสฤษฎ์พงษ์ จะว่าอย่างไร แต่จริง ๆ แล้วการที่จะตั้งกรรมาธิการศึกษาอย่างที่ว่านั้นค่อนข้างที่จะเป็น เรื่องใหม่นะครับ ถ้าตั้งกรรมาธิการขึ้นมาที่คุณสฤษฎ์พงษ์อยากจะแยกไป ตั้งแล้วก็เอา ผลการศึกษาทั้งหมดมาพิจารณาในเวลาอันสั้น ก็สามารถจะทำได้เพราะได้มีการศึกษาแล้ว ไม่ต้องขอเวลาไป ๙๐ วัน อาจจะขอเวลา ๖๐ วันหรือ ๓๐ วัน ก็ได้ อันนี้ก็เป็นไปตาม ข้อบังคับ แต่ถ้าจะเอาเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วคราวที่แล้วมาตั้งกรรมาธิการใหม่ มันจะไม่ตรงกับข้อบังคับ เชิญคุณสฤษฎ์พงษ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย จังหวัดกระบี่ครับ ขอบคุณท่านประธานที่กรุณาชี้แนะนะครับ แต่ในประเด็นของผมที่จริงแล้วมันเป็นเรื่อง เคยยื่นมาในสมัยที่ ๒๕ แล้วก็เรื่องนี้ผมยังมองเห็นว่าเป็นความสำคัญ เนื่องจากว่าเป็นการจัด ระเบียบของชุมชนเมือง อย่างจังหวัดผมเป็นจังหวัดท่องเที่ยว ฉะนั้นพื้นที่ที่จะมีสายไฟ แล้วก็มีสายสื่อสารอื่นที่พะรุงพะรังก็ควรที่จะตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อที่จะศึกษา แนวทางว่าจะให้หน่วยงานท้องถิ่น ให้หน่วยงานการไฟฟ้า ให้หน่วยงานการสื่อสาร แล้วก็ ประสานงานกับหน่วยงานอื่นด้วย เช่น การประปาในการที่จะฝังลงดิน เพราะฉะนั้นทำเพื่อ พัฒนาภูมิทัศน์ของเมืองเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อความปลอดภัยอะไรต่าง ๆ นั้น เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องคนละอย่างกันในเรื่องของการที่ขโมยสายไฟ เมื่อสักครู่ผมนำเรียน หารือกับทางวิปแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ ผมขออนุญาต แยกออกจากเรื่องในญัตติวันนี้ แต่ว่าในเรื่องของการรวมเพื่อที่จะให้คณะกรรมาธิการสามัญ ชุดอื่นที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องของสายไฟลงดิน แล้วก็สายสื่อสารลงดินนั้นที่จะเหมาะสม สอดคล้องว่าพิจารณาเรื่องนี้ต่อยอดเพื่อจะเสนอให้ฝ่ายรัฐบาลนั้นจะเป็นคณะกรรมาธิการ สามัญหรือไม่ ส่วนการที่จะตั้งวิสามัญ ผมก็ไม่ติดใจครับ ก็ขอให้ท่านประธานได้โปรด พิจารณาด้วยครับ🔗
ไม่มีผู้ใดขัดข้องนะครับ ตามที่คุณสฤษฎ์พงษ์ขอไว้ เพราะฉะนั้นก็ถือว่าญัตติที่ ๒ ญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการนำสายไฟฟ้าลงดินในพื้นที่จังหวัดกระบี่ขอถอนไป ก็ยังอยู่ในระเบียบวาระ ไม่พิจารณารวมกับวาระของคุณอัครเดช ก็เป็นไปตามนี้นะครับ ก็เหลืออีก ๓ ญัตติ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทอง ท่านประธานครับ ต้องขออนุญาตทำความเข้าใจสักนิดหนึ่งครับ เพราะว่าผมจะได้ นำไปกลับไปสื่อสารกับเพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้านได้ถูกต้อง แต่ก่อนหน้านั้นเรียน ท่านประธานเบื้องต้นก่อนนะครับ เวลาท่านประธานนำเสนอที่มีการพูดออกไมค์ หรือ บางท่านที่พูด เสียงในสภาเราอู้อี้มากครับ ขนาดท่านอัครเดช ผมอยู่กับท่านมา ฟังท่าน ชัดเจน ปรากฏผ่านไมค์ปุ๊บ ผมจับสิ่งที่ท่านอัครเดชพูดยังไม่ค่อยชัดเลยว่าท่านพูดอย่างไร ท่านพูดชัดนะครับ แต่ระบบเสียงมันทำให้เราฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานว่า ถ้าผมสรุปแบบนี้จะถูกต้องหรือไม่ครับ ก็คือว่าสรุป ณ ขณะนี้ จริง ๆ ผมมี ชื่อณัฐวุฒิด้วยนะครับ เป็นผู้เสนอญัตติ แต่ว่าเป็นณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ นะครับ ไม่ใช่ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ก็คือว่าญัตตินี้ ณ ขณะนี้ที่ท่านประธานจะบรรจุร่วมกัน คือมี ๓ ญัตติ มีของท่านอัครเดช ของ สส. สกล สุนทรวาณิชย์กิจ ของพรรคก้าวไกล แล้วก็ของท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จาก พรรคชาติไทยพัฒนา ส่วนของท่านสฤษฏ์พงษ์ก็คือท่านแยกออกไปต่างหาก อันนี้สรุปถูกต้อง ใช่ไหมครับ ทีนี้ถ้าเกิดว่าเป็นเช่นนั้น หมายถึงว่า ณ ขณะนี้เรามีญัตติที่จะเหลือพิจารณา รวมกัน ๓ ญัตติ ก็ต้องนำเรียนเพื่อนสมาชิกก่อนนะครับว่า ถ้า ๓ ญัตติ เวลามันจะเร็วขึ้น ตอนนี้ก็เพิ่งเวลาประมาณ ๑๗.๐๐ นาฬิกา ผมเชื่อมั่นว่าบางท่านเตรียมจะอภิปรายเรื่องการ เอาสายไฟฟ้าลงดิน ก็อาจจะถอนชื่อ ฝ่ายค้านขออนุญาตยืนยันเบื้องต้นก่อนนะครับว่า ญัตติ ของท่านสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ของพรรคก้าวไกลเราขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญแน่ ๆ ฉะนั้น ถ้ามีความคิดเห็นเป็นอย่างอื่น ทางพรรคฝ่ายค้านก็ต้องขอให้มีการลงมติในสภาวันนี้ นำเรียน ไว้ก่อนครับ จะได้มีการบริหารจัดการแจ้งเพื่อนสมาชิกให้รอลงมติร่วมกัน ซึ่งผมเชื่อมั่นว่า ไม่น่าจะเกินเวลาปกติที่เรามีการนัดประชุมกัน ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านณัฐวุฒิ ขอให้ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทยครับ ต้องขออนุญาตท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ผมพูดผิดไปนิดหนึ่งในเรื่องของการขออนุญาตถอน ญัตติออกจากที่นี่ ขอเปลี่ยนเป็นขออนุญาตนำญัตติของผมออกโดยไม่รวมกับญัตติ ทั้ง ๓ ครับ ถ้าถอนแล้วเดี๋ยวญัตติผมจะตกไป จะหลุดไปนะครับ ผมขออนุญาตเปลี่ยนเป็น ขออนุญาตไม่รวมนะครับ🔗
ผมพูดชัดเจนแล้ว นะครับว่า ให้แยกไปพิจารณาในภายหลัง🔗
ขอแยก🔗
ก็แยกไป แต่เรา ไม่พิจารณาวันนี้นะครับ หรือถ้ามีเวลาก็ไปอีกที ก็เป็นไปตามวาระที่บรรจุ คือไม่ได้ถอนครับ คือแยกออกไปพิจารณา ก็จะอยู่ในระเบียบวาระที่บรรจุไว้แล้ว ลำดับของท่านก็จะเลื่อน อาจจะไม่เป็น ๕.๒๔ แล้วนะครับ เพราะว่ามีญัตติที่ได้พิจารณาไปแล้ว เรื่องเสียงนี้ก็ขอบคุณ คุณณัฐวุฒิครับ เมื่อสักครู่ผมได้ยินคุณณัฐวุฒิพูดถึงณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ผมได้ยินเป็น ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุพรรณ ได้ยินไปครับ เพราะเสียงก็อู้อี้เหมือนกันนะครับ ตกลงมีอีก ๓ ญัตติ เพราะฉะนั้นต่อไปขอเชิญผู้เสนอญัตติทั้ง ๓ ท่านได้แถลงเหตุผล เชิญครับ ฉบับแรก คุณอัครเดชก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมได้ทำญัตติเสนอ ท่านประธาน ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาลักลอบ การขโมยสายไฟฟ้า ซึ่งผมได้ร่างญัตติให้ท่านประธานไปนะครับ ผมขออนุญาตทำตาม ระเบียบข้อบังคับการประชุมด้วยการอ่านญัตติให้ท่านประธานก่อนนะครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ไฟฟ้าถือเป็นระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญในประเทศไทย การลักลอบตัดสายไฟฟ้า สายสื่อสาร และสาย Cable ถือเป็นการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานลักทรัพย์ที่ใช้หรือ มีไว้เพื่อสาธารณะ กรมทางหลวงชนบท กรมทางหลวง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับผลกระทบ จากการลักลอบขโมยสายไฟได้ลงพื้นที่ลาดตระเวนตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และมักได้รับการ แจ้งการลักลอบขโมยสายไฟฟ้าส่องสว่างทั้งบนสะพานและบนถนน รวมถึงการลักลอบ การขโมยตะแกรงเหล็ก ฝารางระบายน้ำเป็นจำนวนมากในพื้นที่ของถนนหลวง ซึ่งการ กระทำดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนที่สัญจรไปมาบนถนนและสะพานไม่ได้รับความสะดวกหรือ ไม่ได้รับความปลอดภัย เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุ เกิดความสูญเสียแก่ชีวิตและ ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน อีกทั้งยังเป็นการกระทำความผิดฐานทำลายหรือทำให้เสีย แก่ทางทางหลวง มีโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติทางหลวง พุทธศักราช ๒๕๓๕ มาตรา ๓๔ ประกอบมาตรา ๗๒ ซึ่งเจ้าพนักงานทางหลวงมีอำนาจจับกุมในขณะกระทำความผิดได้ เมื่อกระทำโดยมีการ เจตนาลักทรัพย์ จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้ เพื่อสาธารณประโยชน์ มีโทษจำคุกตั้งแต่ ๑-๕ ปี หรือปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท ตามมาตรา ๓๓๕ (๑๐) และหากร่วมกระทำความผิดตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป หรือกระทำในเวลา กลางคืนจะมีโทษหนักขึ้นตามมาตรา ๓๓๕ วรรคสอง จำคุกตั้งแต่ ๑ ปี ถึง ๗ ปี หรือปรับ ตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐-๑๔๐,๐๐๐ บาท ผู้กระทำความผิดต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนทรัพย์สิน ที่เสียหายหรือสูญหายนั้นด้วย เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของพี่น้องประชาชน และเป็นการร่วมกันดูแลรักษาทรัพย์สินของทางราชการ ให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ ได้อย่างคุ้มค่าต่อไป จึงควรมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นเพื่อพิจารณาศึกษาแก้ไข ปัญหาลักลอบการขโมยสายไฟฟ้าบนถนนหลวง เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนต่อไป ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาลักลอบการขโมยสายไฟฟ้าตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ ชี้แจงนำกราบเรียนท่านประธานในที่ประชุมต่อไปครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ได้ขึ้นภาพที่ผมได้นำมาเสนอให้กับท่านประธาน และพี่น้องประชาชน ตลอดจนเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้รับทราบนะครับ🔗
ซึ่งปัญหาดังกล่าวนั้น ปัจจุบันนี้ ท่านประธานจะเห็นบนจอ ปัจจุบันนี้เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงแล้วก็กรมทางหลวงชนบท ต้องขึ้นป้ายตลอดแนวเส้นทาง ไม่ใช่เส้นทางเดียว ท่านประธานครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ในจังหวัดราชบุรี โดยเฉพาะอำเภอบ้านโป่งของผม ตอนนี้ท่าน สส. กุลวลี นพอมรบดี อยู่เขต ๑ จังหวัดราชบุรีก็มีปัญหาเหมือนกันครับ ตอนนี้นั่งอยู่ข้าง ๆ ครับ ด้วยปัญหาที่ใส่ใจในความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเรื่องการลักลอบตัดสายไฟฟ้านี้ส่งผลให้ถนนกลางคืนมืด ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนก็ร้องเรียนกันมากว่า เอ๊ะทำไมถนนทางหลวงมีไฟแล้วไฟ ไม่เปิด ก็ร้องเรียนมาที่เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงบ้าง ติดต่อไม่ได้ ช้า ก็มาที่ สส. ครับ ผม แล้วก็ทีมงานท่าน สส. กุลวลี ก็หัวอกเดียวกัน เจอปัญหา พอแจ้งเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง ลงไปดูปัญหาหน้างาน ก็มีปัญหาครับ ลักลอบตัดสายไฟ ล่าสุดก็ไปแจ้งความดำเนินคดี ทุกรายที่เกิดปัญหามา แล้วก็เกิดทั้งถนนทางหลวง เกิดบนถนนทางหลวงชนบท เกิดบนถนน ทางหลวงท้องถิ่น ซึ่งปัญหานี้ก็เรียนท่านประธานว่าเป็นปัญหาที่เรื้อรัง แล้วก็ปัจจุบันนี้ พอเวลาไฟดับ พอเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ พอมีปัญหาปุ๊บ พี่น้องประชาชนร้องเรียน ทำอย่างไรครับ ก็ต้องไปตั้งงบประมาณใหม่ ไปทำการจัดซื้อจัดจ้าง ถ้าหน่วยงานแขวงทางหลวงจังหวัด มีงบประมาณเหลือก็มาติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว อาจจะเดือนบ้าง ๒ เดือนบ้าง ถ้าไม่มี งบประมาณ ท่านประธานรู้ไหมครับ บางเส้นทางดับเป็นปี ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจาก เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีงบประมาณในการไปติดตั้งตั้งแต่ตอนที่มีการก่อสร้างถนน แต่เกิดจากการที่ ถูกลักลอบ บางเส้นทางครับท่านประธาน พอติดเสร็จ ส่งมอบงานเสร็จ ไม่เกิน ๗ วัน ล่าสุดตรงนี้ที่ผมไปลงพื้นที่ที่วัดหนองกบ ท่านประธานจะเห็นว่าตอนนี้ทำรถไฟทางคู่ ก็ทำสะพานข้าม พอทำสะพานข้ามเสร็จ ผู้นำบอกผมบอกว่า สส. ยังไม่ถึง ๗ วันเลยส่งงาน สายไฟหายอีกแล้ว ตอนนี้เป็นปัญหาไปทั่วครับ ไม่ใช่เฉพาะทางหลวงที่เดือดร้อน ทางหลวง ชนบทก็เดือดร้อน ทางหลวงท้องถิ่น หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับถ่ายโอนภารกิจ ไปดูแลก็เดือดร้อน แล้วที่สำคัญตอนนี้ลามไปถึงการรถไฟแล้วครับ หน่วยงานที่ดูแลตอนนี้ เดือดร้อนกันไปหมด ผมก็เลยอยากจะเรียนท่านประธานครับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นผมเคยนำมา เป็นกระทู้แล้วก็ถามท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีก็ให้ลงไป ก็ลงไปประชุมที่หน่วยงาน จำได้ครับ ปี ๒๕๖๔ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีก็ลงไปกับผมในฐานะตอนนั้นเป็น รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร แล้วก็ไฟฟ้า ส่องสว่าง ก็ไปติดตามเรื่องนี้ เพราะมีเรื่องของไฟฟ้าส่องสว่างด้วย เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิก ท่าน สส. สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง จากจังหวัดกระบี่ก็มาตั้งญัตติอีกในเรื่องของการนำสาย สื่อสารลงใต้ดิน สายไฟฟ้าลงใต้ดิน อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราเคยทำกันมาตั้งแต่สมัยชุดที่แล้ว ก็ต้อง ขอบคุณท่าน สส. สฤษฏ์พงษ์ด้วยนะครับที่ยังติดตามงานตรงนี้อยู่ แต่ก็อยากจะเรียน ท่านประธานครับว่า เราจะทำอย่างไรครับ เมื่อสภาได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญไปแล้ว แล้วส่งเรื่องให้รัฐบาลไปดำเนินการแล้ว เราจะติดตามอย่างไรที่จะให้ผลการศึกษาหรือ ข้อสังเกตของกรรมาธิการนั้น ให้รัฐบาลไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ไปทำอย่างเป็นจริงเป็นจัง อันนี้ ก็เลยนำกราบเรียนท่านประธานด้วย ปัญหานี้ก็เหมือนกันครับ ปัญหาเรื่องการลักลอบขโมย สายไฟฟ้า ซึ่งทำให้ถนนต่าง ๆ ตามซอยต่าง ๆ ถนนหลวง ถนนทางหลวงชนบท ทางหลวงท้องถิ่น ที่กราบเรียนท่านประธาน มันดับ แล้วก็เกิดอุบัติเหตุ บางรายก็ตายบ้าง สูญเสียชีวิตทรัพย์สินบ้าง เกิดการจี้ปล้นบ้าง เพราะถนนมันมืด พี่น้องประชาชนร้องเรียนมา เรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าปัญหานี้ มันเรื้อรัง พอมันเรื้อรังเพราะอะไรรู้ไหมครับ ๑. เจ้าหน้าที่ตำรวจมีน้อย ก็จะไปตามจับ มันก็ลำบาก ๒ ที่สำคัญคือสายไฟเวลาไปเดินสายไฟมันก็ง่ายในการที่จะไปลักลอบการตัด ผมก็เคยคุยในชั้นกรรมาธิการวิสามัญสมัยที่แล้วว่า ให้กรมทางหลวงไปออกแบบได้ไหมว่า ทำอย่างไรให้มันขโมยได้ยากกว่านี้ จะเทปูนทับได้ไหม หรือจะติดตั้งสัญญาณอะไรบางอย่าง อันนี้เรื่องที่ ๒ ก็คือการติดตั้งที่มันไม่มีระบบป้องกัน ๓. ที่สำคัญ เรียนท่านประธานครับ ร้านรับซื้อของเก่า ปัจจุบันนี้เป็นแหล่งรับซื้อ มันเป็นเหมือนกับแหล่งที่ทำให้มิจฉาชีพมีรายได้ ตรงนี้คือสำคัญอย่างไรครับ คือพอขโมยไปปุ๊บ พอเป็นเศษเหล็ก ซากสายไฟอะไรต่าง ๆ ร้านรับซื้อของเก่ารับซื้อหมด ที่ผมพูดถึงเศษเหล็กก็คือฝาตะแกรงในการปิดท่อระบายน้ำ ท่านประธานครับ เป็นไปได้อย่างไร ร้านรับซื้อของเก่าจะไม่รู้ว่าอันนี้มันเป็นฝาหลวง มันไม่ใช่ เศษเหล็กครับ มันเป็นฝาระบายน้ำ แต่ร้านรับซื้อของเก่าก็ยังรับซื้ออยู่ ผมก็อยากจะให้ ทางตำรวจดำเนินคดีอย่างจริงจังสักทีครับ ตัดสายไฟไป ให้ตำรวจออกระเบียบมาเลยครับ หรือว่าเราจะแก้กฎหมายกันก็ได้ สายไฟห้ามรับซื้อเลย ร้านรับซื้อของเก่าห้ามรับซื้อ สายทองแดง ห้ามรับซื้อเด็ดขาดเลย ถ้ามีการรับซื้อสายไฟฟ้าให้มีความผิดอาญาเลย รับซื้อ ฝาตะแกรง เดี๋ยวนี้เจอขโมยกลางวันครับ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลห้วยกระบอก นายกชูเกียรติ วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส่งคลิปมาเมื่อเดือนที่แล้ว ขี่ซาเล้งมาขโมยกลางวันครับ เดี๋ยวนี้ไม่ขโมยกลางคืน แล้วถามว่างบประมาณพี่น้องประชาชนแทนที่เอาไปทำอย่างอื่น ต้องมานั่งไปซื้อสายไฟมาทำ Milton ทำฝาตะแกรงระบายน้ำอีก ผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ ไม่เหมาะสม ทีนี้ก็เลยมาตั้งกรรมาธิการวิสามัญให้สภาแห่งนี้ได้ศึกษา แล้วก็หารือกับ หน่วยงานที่เป็นจริงเป็นจัง คือ ๑. ทำอย่างไร วางระบบอย่างไรให้ขโมยยากขึ้น ๒. แก้กฎหมายได้ไหม ให้ไม่มีการซื้อสายไฟเลย ๓. จะจัดชุดในการติดตามจับกุมอย่างไร ทำชุดเฉพาะกิจได้ไหม เพราะว่าปัจจุบันนี้เราก็เห็นมีกองปราบหลายคดีเหลือเกิน มีกองปราบทางด้านเด็ก กองปราบเรื่องของอาชญากรรมเทคโนโลยีทาง Cyber กองปราบ ทางเรื่องทรัพยากรป่าไม้ กองปราบในเฉพาะด้าน ตอนนี้อยากให้ศึกษาดูว่าถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะตั้งกองปราบขึ้นมา ตำรวจจับพวกขโมยทรัพย์สินทางราชการอย่างเดียวครับ ไม่ต้องไปจับอย่างอื่นครับท่านประธาน จับโจรที่มันขโมยฝาระบายน้ำ ขโมยสายไฟ ขโมย สายทองแดง ที่ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ก็เลยฝากไว้ ๓ ประเด็นนะครับ ทีนี้พอมา เอาเข้าที่ประชุมวิป ตอนนี้เพื่อนสมาชิกเรามี สส. ๕๐๐ คนก็จริง เราก็มีกรรมาธิการสามัญถึง ๓๕ คณะ ก็ไปประชุม ทุกคณะก็ทำงานกันเต็มที่ครับ วันนี้ท่านประธานเห็นลงมติไหมครับ สภาเราทำงานกันแข็งขันมาก ทั้งฝ่ายรัฐบาลทั้งฝ่ายค้านมาประชุมกันเกือบเต็มสภา เราก็ทำงานกันแข็งขันอย่างนี้ครับ ทุกครั้งที่ผ่านมา เราก็จะทำอย่างนี้ตลอดไปเพื่อพี่น้อง ประชาชน ตอนนี้กรรมาธิการสามัญก็ประชุมกันทุกอาทิตย์ แล้วก็มีการตั้งอนุกรรมาธิการอีก ตอนนี้มีกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณอีก จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญมาพิจารณา เรื่องนี้อีก เดี๋ยวก็จะไม่มี สส. เพียงพอในการที่จะไปทำหน้าที่ ก็เลยคุยกันในชั้นวิปรัฐบาล ครับว่าผมเองในฐานะที่เป็นเจ้าของญัตติก็เสนอให้กรรมาธิการการตำรวจ ซึ่งคิดว่าเป็น หน่วยงานที่ใกล้เคียงที่สุดแล้วนะครับ ก็เสนอให้ท่านประธานกรรมาธิการการตำรวจรับไป ดำเนินการ ก็ขอให้ท่านรับไปดำเนินการให้เร็วนะครับ เพราะว่าตอนนี้ท่านก็ไปยุ่งกับเรื่อง ชั้น ๑๔ ท่านประธานกรรมาธิการ ท่านก็เห็นเรื่องชั้น ๑๔ ท่านก็ทำงานเร็วมากนะครับ แป๊บเดียวก็ออกหนังสือนัด ฝากท่านประธานกรรมาธิการการตำรวจด้วยนะครับ เรื่องผม ไปตั้งแต่วันที่ ๑๒ ธันวาคมแล้ว จากกรรมาธิการอุตสาหกรรมส่งให้ท่านไป ให้ท่านเร่ง ดำเนินการด้วย ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อย่าไปเสียสมาธิทำเฉพาะชั้น ๑๔ อย่างเดียว เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมีหลายเรื่องนะครับ ก็เลยขออนุญาต ฝากท่านประธานไปถึงท่านประธานกรรมาธิการการตำรวจด้วยนะครับว่าในเมื่อรับเรื่อง ตรงนี้ไปแล้ว อยากให้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาทำงานตามนโยบายของท่านประธานครับ ว่าตอนนี้ถ้าเราไม่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ สส. ทำหน้าที่ไม่เพียงพอ ส่งไปกรรมาธิการสามัญ ตอนนี้ท่านประธานก็อนุมัติให้ตั้งอนุกรรมาธิการในกรรมาธิการ สามัญได้เป็นคณะที่ ๓ ก็ฝากท่านประธานไปยังท่านประธานกรรมาธิการการตำรวจว่า ให้ช่วยเร่งดำเนินการเรื่องนี้ด้วย ก็ขอกราบเรียนท่านประธานครับว่าจะได้ช่วยแก้ปัญหา เรื่องนี้ให้กับพี่น้องประชาชน โดยการให้กรรมาธิการการตำรวจรับไปดำเนินการ โดยการตั้ง อนุกรรมาธิการมาศึกษาเรื่องนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สกล สุนทรวาณิชย์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ เทศบาลนครรังสิต เทศบาลเมืองคลองหลวง และตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมือง จากพรรคก้าวไกลครับ ในฐานะผู้เสนอญัตติ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา แนวทางการแก้ไขปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟตามเส้นทางคมนาคม กระผมขอพูดถึงที่มา ของปัญหาก่อนนะครับ ท่านประธานครับ จังหวัดปทุมธานีถือได้ว่าเป็นจังหวัดที่มี ความสำคัญและมีลักษณะความเป็นเมือง ด้วยเป็นจังหวัดที่รองรับการขยายตัวของ กรุงเทพมหานคร ทำให้มีประชากรอาศัยอยู่กระจุกอย่างหนาแน่นทั้งที่เป็นทางผ่านของ เส้นทางคมนาคมสายหลักเชื่อมภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทางหลวงหมายเลข ๑ พหลโยธินที่เชื่อมกรุงเทพฯ ปริมณฑล กับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางหลวงหมายเลข ๙ วงแหวนรอบนอก กาญจนาภิเษกที่เชื่อมปริมณฑล ทางหลวง หมายเลข ๓๔๗ ซึ่งเป็นหลักด้านเหนือในการเชื่อมจังหวัดปทุมธานีกับจังหวัด พระนครศรีอยุธยาและภาคเหนือ หรือทางหลวงหมายเลข ๓๔๕ โครงข่ายทางด้านทิศใต้ ที่ทำให้จังหวัดปทุมธานีเชื่อมกับภาคใต้และภาคตะวันตกได้ แต่ท่านประธานครับทราบ หรือไม่ว่า ๑ ในปัญหาของปทุมธานีที่ได้รับการร้องเรียนบ่อย ๆ เป็นอันดับต้น ๆ คือเรื่อง ของปัญหาไฟส่องสว่างตามเส้นทางคมนาคม ผมได้มีโอกาสเข้าพบหน่วยงานราชการภายใน จังหวัดปทุมธานีต่าง ๆ เช่น แขวงทางหลวงปทุมธานี แขวงทางหลวงชนบทปทุมธานี และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อมีโอกาสสอบถามเรื่องดังกล่าวก็พบว่า ๑ ในต้นตอ ของปัญหาที่สำคัญ คือการลักลอบขโมยสายไฟ ซึ่งเกิดขึ้นมาโดยตลอดและยังไม่สามารถหา แนวทางป้องกันได้อย่างยั่งยืน เมื่อผมสอบถามถึงแนวทางในการแก้ปัญหาไฟส่องสว่าง เบื้องต้นจากหน่วยงานก็มักจะได้รับคำตอบว่าไม่มีงบประมาณ หรือหากมีงบประมาณ ก็ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ทันที ติดปัญหากระบวนการทางกฎหมายที่ยังไม่สิ้นสุด บ้างก็มาจากความล่าช้าของเจ้าพนักงาน หรือยังมีพยานหลักฐานที่ไม่เพียงพอในการเอาผิด กับผู้ก่อเหตุลักขโมยสายไฟได้นะครับ🔗
ผมเลยได้ตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดคนร้ายมักก่อเหตุลักลอบขโมยสายไฟ ตามเส้นทางคมนาคม ก็ได้พบว่าที่เกิดเหตุมักเป็นที่เปลี่ยว มีไฟมืดสลัว และไม่มีการติดตั้ง กล้องวงจรปิดทำให้ง่ายต่อการก่อเหตุและยากที่จะถูกสังเกตตรวจพบได้ ซึ่งแรงจูงใจที่ทำให้ คนร้ายเลือกขโมยสายไฟมันคือมูลค่าของทองแดง ซึ่งเป็นวัสดุหลักในการทำสายไฟ จากสไลด์ ผมจึงได้ทดลอง Check ราคากับทางร้านรับซื้อ ขออนุญาตไม่บอกแหล่งที่มานะครับ เพราะแต่ละแหล่งมีราคาไม่เท่ากัน แต่คร่าว ๆ ทองแดงจะมีราคาตั้งแต่ ๑๖๕-๒๕๕ บาท ต่อกิโลกรัมซึ่งมีราคาสูง ต่อมาคืออันดับ ๒ จะเป็นทองเหลืองมีราคา ๑๓๐-๑๕๘ บาท ต่อกิโลกรัม แต่ว่าไม่นิยมเอามาทำสายไฟ และลำดับต่อมาก็อะลูมิเนียมซึ่งเอามาทำสายไฟได้ กับโลหะอื่น ๆ อย่าง Stainless ตะกั่ว เหล็ก Metal Sheet สังกะสี แต่ก็มีราคาที่ต่ำกว่า ๑๐๐ บาทต่อกิโลกรัม จะเห็นได้ว่าทองแดงมีราคาสูงที่สุด จึงเป็นแรงจูงใจให้ผู้ก่อเหตุลักตัด ทองแดงไปขายนะครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเปิดคลิปเหตุการณ์สั้น ๆ ที่มีคน ในพื้นที่บันทึกได้นะครับ พบเจอผู้ก่อเหตุกำลังเลื่อยสายไฟเลย ขณะกล้องถ่ายอยู่ก็ไม่หยุด อุกอาจมากนะครับ ตอนนี้ก็ยังเกิดเหตุลักขโมยกันได้ต่อไป เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น บ่อย ๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งผมก็จะแสดงให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกดู เพื่อที่ เราจะได้ตระหนักถึงการมีอยู่ของปัญหานี้นะครับ ขอเริ่มต้นจากข่าวในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ก่อนเลยครับ ข่าวแรก สุดแปลกไม่รู้จะเหลือไว้ทำเกลืออะไร โจรแสบแอบขโมยตัดสายไฟ ส่องสว่างริมคลองเป็นระยะทางยาวกว่า ๒ กิโลเมตร ยกเว้นเสา ๒ ต้นหน้าบ้านพัก สส. อันนี้ข่าวเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๕ ยังเป็นสมัยที่แล้วนะครับ ต่อมา ชาวบ้านร้องเรียนโจรลัก ตัดสายไฟสะพานข้ามคลอง ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสนั่นรักษ์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ในระยะเวลาแค่ ๑ เดือน ทำมืด ๙ สะพาน กรรมติดจรวด หัวขโมยหนุ่มแอบลักตัดสายไฟเกาะกลางถนนในพื้นที่ ตำบลคลองควาย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี แต่เกิดพลาดโดนโคมไฟน้ำหนักกว่า ๒๐๐ กิโลกรัม หล่นลงมาโดนหัวอย่างจังจนถึงแก่ชีวิต ชาวปทุมโวย คนร้ายลักตัดสายไฟ ส่องสว่างครั้งที่ ๒ มืดทั้งซอย แจ้งความคดีไม่คืบ ภาพนี้เป็นภาพที่เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวง ปทุมธานีส่งมาให้ผมนะครับ สถานที่เกิดเหตุก็คือใต้สะพานข้ามแยกธรรมศาสตร์ บางขัน คนร้ายก็ได้ตัดเอาสายไฟเอาไปดังภาพนะครับ ก็ยังดีที่มันไม่ตัดสายสลิงขาดด้วยนะครับ ถ้าตัดสายสลิงขาดก็จะร่วงลงมาทับก็เหมือนข่าวก่อนหน้านี้แน่นอน แต่สังเกตดูดี ๆ นอกจาก สายไฟแล้วตรงฝาที่ปิดช่อง Service ก็โดนเอาไปด้วย กลไกในการปิดฝาก็น่าจะทำให้เปิด ได้ง่ายด้วย แล้วก็อยู่ต่ำ ง่ายต่อการเปิดเข้าไปนะครับ🔗
นอกจากจังหวัดปทุมธานี ในพื้นที่อื่นก็เกิดเหตุลักขโมยสายไฟเช่นกันครับ ข่าวแรกมิจฉาชีพแสบลักตัดสายไฟเสาส่องสว่างริมถนนหินกองน้ำพุ ทำมืดยาว ๔ กิโลเมตร อันนี้จังหวัดราชบุรีนะครับ ต่อมาจังหวัดบุรีรัมย์รวบแล้วแก๊งขโมยสายไฟทางหลวงทำไฟ ส่องสว่างถนนดับยาว โดนขโมยตัดสายไฟ รฟท. เร่งซ่อมไฟส่องสว่างถนน กำแพงเพชร ๖ เสร็จแล้ว พร้อมแจ้งตำรวจเอาผิด แล้วก็โจรแสบตระเวนลักตัดสายไฟทางหลวงแสงส่องสว่าง ดับหลายแห่ง เสียหายหลายล้านครับ จากการออกสำรวจพื้นที่ในเขตที่ผมรับผิดชอบ อันนี้สถานที่จะเป็นที่หน้าท่ารถตู้รังสิตจะมีสะพานลอยท่ารถตู้ต่างจังหวัด รังสิต ตรงข้าม ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต โจรผู้ร้ายก็ได้เอาทั้งฝา เอาทั้งสายไฟ เอาทั้งท่อร้อยสายไฟ เอาไปหมด เลยครับ ไฟแถวนั้นก็จะดับ และนอกจากนี้บริเวณนั้นก็ไม่มีกล้องวงจรปิดด้วย ต่อมาภาพนี้ เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงปทุมธานีก็ได้ส่งข้อมูลมาให้ผม เป็นการสนธิกำลังจับคนร้ายได้ครับ เหตุการณ์ที่ถนนทางหลวงหมายเลข ๓๐๕ รังสิต-นครนายก จับคนร้ายได้ สายไฟที่จับได้ ก็เป็นแค่เส้นสั้น ๆ ก็ยังจะเอาไปนะครับ บางคนที่ได้ยินมาว่าก็ขอให้มีเงินนิด ๆ หน่อย ๆ ไปซื้อยาเสพติดมา ก็เอาของหลวงลักตัดไปขายนี่ละครับ ภาพซ้ายเสาไฟวงกลมสีแดงดับ ภาพกลางก็คือโคนเสาของมันเมื่อผมเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็เหมือนกัน ฝาถูกเปิดออกไป ข้างใน เขาก็สำรวจอันไหนเอาไปได้เขาก็เอาไปนะครับ ส่วนทางขวาก็คือเหมือนจะมีผู้ไม่หวังดี เอาบันไดปีนเพื่อเปิดฝาดูแนวสายไฟในกล่องของมันว่าจะตัดอย่างไรได้บ้าง ก็อาจจะตัดไป ไม่ได้ ก็ไม่ปิดฝาคืนให้ด้วยนะครับ เมื่อดูภาพซ้ายแล้วก็ยิ่งต้องชวนให้ตั้งคำถามนะครับว่า ไฟส่องสว่างทางซ้ายในวงกลมสีแดงกับไฟทางขวาที่ส่องสว่างอยู่มันต่างกันอย่างไร ทำไม ถึงเลือกที่จะขโมยแต่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่อีกหน่วยงานหนึ่งขโมยง่ายกว่า ตั้งอยู่บนพื้น หรือจริง ๆ แล้วคนร้ายสมัยนี้รู้ว่าผลกระทบและจุดจบจากการกระทำที่ตามมา ในภายหลังมันต่างกัน เพราะถ้าคนร้ายเลือกที่จะขโมยของอีกหน่วยงานจริง เจ้าหน้าที่คง ไม่ปล่อยให้คนร้ายลอยนวลจนทุกวันนี้แน่นอน🔗
สุดท้ายนะครับ ข้อความนี้มาจาก Post ของประชาชนท่านหนึ่งในจังหวัด ปทุมธานี ซึ่งก็ชวนให้คิดได้เช่นกันนะครับ ไฟส่องสว่างถนนดับกันเกือบทั้งจังหวัดปทุมธานี เพราะโดนขโมยสายไฟ ที่สงสัยคือทำไมเวลาติดไฟประดับเหล่านี้ไม่เคยมีเหตุลักขโมยเลย ทั้ง ๆ ที่ได้ทั้งสายไฟได้ทั้งหลอดไฟ อันนี้สงสัยจริง ๆ ครับ ไม่ทราบใน Page มีท่านขโมย อยู่บ้างไหมครับ ขอคำอธิบายหน่อยครับ เท่าที่เดาได้คือไฟมันสว่างเลยเสี่ยงต่อการ ปฏิบัติงานใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ ปัญหาการลักขโมยสายไฟ นับว่าเป็นหนึ่งในปัญหาที่สร้างความเสียหาย ต่อหน่วยงานราชการมูลค่าหลายล้านบาท แลกกับการเอาไปขายของผู้ก่อเหตุซึ่งได้เงินมา ไม่กี่ ๑๐๐ บาทต่อกิโลกรัม อีกทั้งยังเป็นปัญหาต่อทัศนวิสัยในการมองเห็นของผู้ใช้รถใช้ถนน ประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา อีกทั้งเป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดปัญหาอุบัติเหตุ และอาชญากรรม ซึ่งสร้างความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งชีวิตทรัพย์สินของประชาชน บางทีก็ตีเป็นมูลค่าไม่ได้ด้วย ปัญหานี้เกิดขึ้นมานานนะครับ เคสแรกที่ผมรับรู้ ก็ต้นปี ๒๕๖๕ ตอนนี้เราอยู่ ปี ๒๕๖๗ ผ่านมา ๒ ปีแล้วก็ยังแก้ไม่ได้สักที เพราะจริง ๆ แล้ว มันเชื่อมโยงกับหลายหน่วยงาน ไม่ใช่แค่ตำรวจอย่างเดียวที่จะไล่จับผู้ร้าย แต่เพราะงานของ ตำรวจคืองานปราบปรามการกระทำผิด แต่ว่าไม่ใช่การป้องกันทางกายภาพที่ไม่ให้คนร้าย เข้าไปตัดสายไฟได้ง่าย อย่างเช่น ถ้าเราจะออกแบบช่อง Service ให้อยู่สูงขึ้นไปสัก ๒ เมตร เป็นต้น อันนี้ผมขอเสนอความเห็นนะครับ งานนี้ก็คือตำรวจก็ไม่สามารถพิจารณาได้ หรือ เกี่ยวกับการออกแบบช่อง Service สายไฟ ไม่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งกล้องวงจรปิด ซึ่งเจ้าของพื้นที่ ก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่จะเป็นผู้รับผิดชอบกล้องวงจรปิด ในพื้นที่นะครับ แล้วก็ยังไม่เกี่ยวข้องกับการซ่อมฉุกเฉิน การใช้งบประมาณกลับมาให้ไฟสว่าง หรือรวมไปถึงอีก ๑ ข้อเสนอว่า เนื่องจากทองแดงมันเป็นเป้าหมายของการเอาไปขายในร้าน ขายมือสองด้วย ถ้าเราจะทำให้ทองแดงเป็นสินค้าควบคุม อันนี้มันก็ต้องพึ่งอีกหน่วยงานหนึ่ง แค่ตำรวจอย่างเดียวแก้ปัญหาไม่ได้ ดังนั้นผมจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าญัตติที่ผมและเพื่อน สมาชิกได้เสนอในวันนี้จะได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิกในห้องประชุมนะครับ ในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อที่เราจะได้หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาลักขโมย สายไฟอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม ตลอดจนเป็นการเปิดช่องบูรณาการความร่วมมือและ พูดคุยระหว่างหน่วยงานต่อไป ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี เมืองที่ UNESCO ประกาศ ยกย่องให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี พรรคชาติไทยพัฒนา กระผมได้เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ ไฟฟ้าเช่นเดียวกับทั้ง ๒ ญัตติที่นำเสนอไปเมื่อสักครู่นี้ แต่ที่แตกต่างครับ ที่แตกต่างก็คือ ในญัตติผมไม่ได้เสนอให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ และจะเพิ่มในเรื่องของการลักลอบ ขโมยสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ของกรมชลประทานเป็นหลักด้วยครับท่านประธาน เพราะว่ามัน มีผลกระทบไปสู่พี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะชาวนา ผู้เลี้ยงกุ้ง ผู้เลี้ยงปลาตามรายละเอียดของ ญัตติดังนี้ครับ ด้วยปรากฏว่ามีการลักลอบขโมยตัดสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นประจำ และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของหน่วยราชการ หลายแห่ง เช่น กรมชลประทาน กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ยิ่งไปกว่านั้น ยังส่งผลกระทบต่อการสร้างความเดือดร้อนต่อพี่น้องเกษตรกร และเป็นเหตุที่ทำให้เกิด อุบัติเหตุ เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอีกด้วย ดังนั้นเพื่อเป็น การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำซาก และเพื่อเป็นการป้องกัน ดูแลทรัพย์สินของทางราชการ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรและประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่าง คุ้มค่าต่อบริการภาครัฐ จึงควรให้สภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันพิจารณาตามข้อบังคับการ ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๔๕ ส่วนเหตุผลรายละเอียดได้ชี้แจง ในที่ประชุมสภาต่อไป ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านประธานหัวอกเดียวกับผมครับ เมื่อปลายปีต่อช่วงปีใหม่ ปี ๒๕๖๗ เกิดน้ำท่วมใหญ่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อุทกภัยครั้งนี้สาหัสที่สุดในรอบ ๕๐ ปี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานีและจังหวัดยะลา ของท่านประธานเสียหายไป ๒๕ อำเภอ ๑๔๒ ตำบล ๘๐๖ หมู่บ้าน ครัวเรือนที่เสียหาย ทั้งสิ้นเกือบ ๆ ๑๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนครับ ความทุกข์ระทมของอุทกภัยที่ผ่านมานี้นะครับ ส่วนราชการที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยแก้ปัญหาแก้ไขปัญหา บรรเทาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนก็คือกรมชลประทาน ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ และสิ่งต่าง ๆ ที่ กรมชลประทานมีศักยภาพที่พอจะดูแลได้ ท่านประธานครับ ผมหัวอกเดียวกับท่านประธาน แต่ผมช้ำกว่าครับ ที่ช้ำกว่าก็เพราะว่าท่านประธานเกิดอุทกภัย ผมก็เกิดอุทกภัยใน ปี ๒๕๖๔ ซ้ำเติมด้วย ปี ๒๕๖๕ และ ปี ๒๕๖๖ ต่อเนื่องกันเกือบ ๓ ปี ความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนคือเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาผู้เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา ในพื้นที่ผมประกอบไปด้วย ๒ ทุ่งรับน้ำที่สำคัญ ในเขตอำเภอบางปลาม้า และอำเภอสองพี่น้อง ก็คือทุ่งรับน้ำเจ้าเจ็ด กับทุ่งรับน้ำโพธิ์พระยาเสียหาย การชดใช้เยียวยาก็ไม่เพียงพอต่อความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน ปีนี้เราคาดการณ์ว่าจะมีสถานการณ์ El Nino ภัยแล้งเกิดขึ้นต่อเนื่อง วันนี้ กรรมาธิการที่สภานี้ตั้งไป กรรมาธิการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจาก El Nino โดยมี ท่านประธานศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ได้เชิญเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติมาชี้แจง ในที่ประชุมครับ ท่านบอกว่าสถานการณ์ภัยแล้ง เนื่องจาก El Nino มันบรรเทาไปจากพื้นที่ ในประเทศไทยลงไป เนื่องจากว่ามีมรสุมเข้ามาในช่วง ๒-๓ เดือน ก่อนสิ้นฤดูฝน มันทำให้เรา ได้น้ำ ถ้ารวมกับแหล่งน้ำทั้งประเทศมีถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็ไม่น่าห่วงใยว่าจะสามารถ เก็บเกี่ยวในการทำการเกษตรได้ในช่วงนี้ โดยเฉพาะชาวนา เขื่อนภูมิพลมีน้ำที่จะใช้ถึง ๖๑ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนสิริกิติ์มี ๔๑ เปอร์เซ็นต์ แต่ขณะนี้ครับท่านประธาน พี่น้องเกษตรกร ชาวนาในทุ่งโพธิ์พระยา ในทุ่งเจ้าเจ็ดขณะนี้ เนื่องจากว่าเป็นพื้นที่ท้ายน้ำ น้ำจะไหลออกสู่ ทะเลแล้ว เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการน้ำครั้งนี้น้ำมีเพียงพอ แต่จะแสดงฝีมือของผู้ที่ เกี่ยวข้องว่าจะสามารถบริหารจัดการน้ำให้มีน้ำเพียงพอสำหรับต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ หรือไม่ ให้เขาสามารถเก็บเกี่ยวได้ รัฐบาลประกาศแล้วนะครับ บุคคลสำคัญประกาศแล้ว ว่าจะทำให้พี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาสามารถเก็บเกี่ยวได้ในฤดูกาลนี้ ผมจะดูฝีมือ นะครับ โดยเฉพาะ ๒ ท่าน ท่านแรกขออนุญาตเอ่ยนามครับ ในฐานะประธานคณะกรรมการ ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ท่านเป็นเทพทางการเมือง ผมจะดูผลงาน ของท่านว่าท่านจะเป็นเทพในการบริหารการจัดการทรัพยากรน้ำให้พี่น้องเกษตรกรได้ เก็บเกี่ยวหรือไม่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของท่านร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็เป็น อีกส่วนหนึ่งที่จะผลักดันให้กรมชลประทานไปติดตามทุกจังหวัด ๆ ให้เขาสามารถมีน้ำใช้ ได้ตลอดในช่วงฤดูแล้ง ให้เขาสามารถเก็บเกี่ยวได้ เพราะ สนทช. ยืนยันแล้วนะครับว่า มีน้ำเพียงพอ ท่านประธานที่เคารพครับ กรมชลประทานเป็นกรมที่สำคัญมาก น้ำท่วม น้ำแล้ง ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ รายได้ของพี่น้องเกษตรกร วันนี้กรมชลประทานกลับถูกทำร้ายครับ ถูกทำร้ายจากใครครับ ถูกทำร้ายจากมิจฉาชีพ ที่มาลักขโมยตัดสายไฟบริเวณประตูก็ดี อุปกรณ์ต่าง ๆ บริเวณประตูก็ดี ถูกลักลอบนำไปขาย ท่านประธาน ผมยกตัวอย่างในพื้นที่ของกระผม เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๖ เกิดการ ลักสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าประตูระบายน้ำปลายคลองสาลี ตำบลกฤษณา เสียหาย ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท ยังไม่มีงบประมาณไปซ่อมแซมเลยครับ อำเภอสองพี่น้อง ประตูระบายน้ำ บางปลาม้า ตำบลบางตาเถร ประตูระบายน้ำบางซอ ตำบลบางตาเถร ก็เช่นเดียวกันก็ถูก ลักลอบตัดสายไฟฟ้าไป ประตูกึ่งถาวรปลายคลองสาลี สายไฟฟ้าสถานีสูบน้ำปลายคลอง ดาบเงิน ตำบลตะค่า ไปสำรวจแล้วต้องใช้งบประมาณเกือบ ๆ ๕๐๐,๐๐๐ บาทที่จะซ่อมแซม สิ่งเหล่านี้ละครับ มันทำร้ายไม่ใช่เฉพาะกรมชลประทาน หน่วยราชการ แต่มันส่งผลกระทบ ต่อพี่น้องเกษตรกร ชาวนา ผู้เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา ผลผลิตเขาเสียหายด้วยครับ แทนที่จะได้รับ ความช่วยเหลือ สูบน้ำเข้าสูบน้ำออกช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรเหล่านี้ เพราะฉะนั้นผมถือว่า เป็นลำดับต้น ๆ เลย แม้แต่ในพื้นที่อำเภอศรีประจันต์ของท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ท่านก็บอกผมว่า ขโมยลักสายไฟไปหมดบริเวณประตูน้ำ อำเภออู่ทองของท่าน สส. นพดล พลเสน ประตูน้ำระบายน้ำคณฑีก็เช่นเดียวกันครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นจึงจำเป็น อย่างยิ่งต้องเร่งแก้ไขในเรื่องนี้ กรมทางหลวงก็เช่นเดียวกัน บริเวณเข้าบ้านลาดน้ำขาว นั่นก็ถูกตัดสายไฟ แม้แต่ไม้กั้นทางรถไฟยังถูกลักตัดสายไฟไปเลยครับ ไม้ที่กั้นไม่ให้รถผ่าน เสียหายครับ อุบัติเหตุเกิดขึ้น ดังนั้นข้อเสนอของผมต่อไปนี้ครับท่านประธาน ขอเวลาอีก สักเล็กน้อยครับ มันมีโครงการของชลประทานโครงการหนึ่งอยู่ที่ห้วยโมง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เขาทำวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ เมื่อใดที่สายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์เกี่ยวข้องกับ เครื่องสูบน้ำถูกตัดหรือถูกถอดออก สัญญาณไซเรนจะดังขึ้น โครงการดี ๆ อย่างนี้ผมไม่ทราบ ว่ากรมชลประทานพัฒนาไปแล้วนำไปใช้ทั่วประเทศได้อย่างไร🔗
ข้อเสนออีกประการหนึ่งก็คือ เพิ่มแสงส่องสว่างบริเวณประตูระบายน้ำต่าง ๆ หน่วยราชการ ยกตัวอย่างเช่น กรมทางหลวงชนบทอาจจะช่วยเพิ่มแสงสว่างให้พื้นที่ ดังกล่าวด้วย ติดตั้งกล้องวงจรปิด นี่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ทั้งป้องปรามและป้องกันด้วย และติดตามได้ง่ายต่อผู้มิจฉาชีพเหล่านี้ ให้รางวัลครับ เมื่อจับได้ต้องให้รางวัล กรมชลประทาน ยกตัวอย่างเช่น ปตร. ล.๑ ขวา ที่เขาเรียกว่าประตูดงเสือขน กำนันต้องไปจับเอง กำนันปิยพจน์ เกียรติชูสกุล พาชาวบ้านไปจับ พาตำรวจไปจับ จับได้ อย่างนี้ต้องให้รางวัลครับกรมชลประทาน ปราบปรามร้านรับซื้อ ผมไม่พูดรายละเอียด มีหลายท่านพูดไปแล้ว ทำรั้วล้อมรอบหรือจ้าง รปภ. เหล่านี้หน่วยราชการลองพิจารณาดู และรวมทั้งสมาชิกสภาผู้แทนผู้ทรงเกียรติในสภา แห่งนี้ว่าเราจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้มันยั่งยืนได้อย่างไรครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมสรุปอย่างนี้นะครับ การอภิปรายของผมไม่ได้อภิปราย ให้ท่านประธานฟังอย่างเดียวนะครับ วัตถุประสงค์ผมอภิปรายผมอยากให้มิจฉาชีพได้ฟัง ด้วยครับว่า อาชีพที่ทำอยู่ขณะนี้มันส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรที่เขายากลำบากอยู่แล้ว ให้ลำบากมากยิ่งขึ้น หยุดเถอะครับ ท่านเหมือนกับทำบาป ฆ่าคนตายทางอ้อมเลยนะ ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังมิจฉาชีพด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เดี๋ยว จะเรียนมิจฉาชีพให้นะครับ แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าซีเรียสจริง ๆ นะครับ ก็คิดว่าพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศก็จะรับฟังญัตติทั้ง ๓ นี้อย่างตั้งใจ แล้วก็ข้อเสนอที่แต่ละท่านก็จะไปถึงที่ทาง รัฐบาลหรือกรรมาธิการแน่นอนนะครับ ตอนนี้มีผู้ลงชื่ออภิปราย ฝ่ายค้านทั้งหมด ๑๘ ท่าน แล้วก็ฝ่ายรัฐบาล ๔ ท่าน ผมยังไม่ปิดการลงชื่อ แต่เข้าใจว่าเราน่าจะต้องเอาให้จบญัตตินี้ ในวันนี้ จะได้ไม่มีเรื่องค้างคากันนะครับ ถ้าท่านใดยังปรารถนาจะลงชื่ออภิปรายก็สามารถ มาเข้าชื่อที่หน้าบัลลังก์ได้เลยครับ ต่อไปจะเป็นการเรียกสมาชิกที่ลงชื่ออภิปราย จะเป็น ฝ่ายค้าน ๒ ท่าน สลับไปที่ฝ่ายรัฐบาล ๑ ท่าน เชิญท่านอิทธิพล ชลธราศิริ และท่านชุติมา คชพันธ์ ๒ ท่านแรกครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อิทธิพล ชลธราศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคก้าวไกล วันนี้ขอร่วม อภิปราย โดยขอเริ่มจากเรื่องปัญหาไฟส่องสว่างตามถนน ไม่ว่าจะเป็นถนนทางหลวง ถนนทางหลวงชนบท ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนบ่อยมากเป็นอันดับต้น ๆ เลยครับ เรื่องไฟส่องสว่างตามท้องถนนดับ ดับบ่อย ดับเก่งครับ สว่างได้แป๊บเดียวดับยาว อีกแล้วครับ เป็นปัญหาต่อผู้ใช้รถใช้ถนนยามค่ำคืน เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ ยิ่งจุดกลับรถ ยิ่งจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายครับ โดยเฉพาะถนนเลี่ยงเมืองจังหวัดขอนแก่นทั้งสายเลยครับ ผมจึงนำประเด็นนี้เข้าไปประสานหารือกับแขวงทางหลวงขอนแก่นที่ ๑ เพื่อสอบถาม ประเด็นปัญหาว่าทำไมไฟส่องสว่างถึงดับบ่อย เลยทราบข้อมูลจาก ผอ. แขวงทางหลวง ขอนแก่นที่ ๑ ท่านศิโรตม์ แดงภูมี ทำให้ทราบข้อมูลว่าปัญหาที่ไฟดับบ่อยเกิดจากมีคนร้าย ตระเวนตัดขโมยสายไฟส่องสว่างตามถนนเลี่ยงเมืองขอนแก่น และจุดอื่น ๆ ทั้งถนน ทางหลวงชนบท ถนนทางหลวง ก่อเหตุซ้ำแล้วซ้ำอีกครับ ผมได้รับข้อมูลรายงานความ เสียหายจากวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๖ ถึงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ ช่วงเวลา ๒ เดือนก่อน สิ้นปีงบประมาณ แขวงทางหลวงขอนแก่นที่ ๑ ถูกขโมยตัดสายไฟส่องสว่างไปกว่า ๙,๐๐๐ เมตร ทั้งสายไฟ NYY เบอร์ ๑๐ เบอร์ ๒๕ ตู้ Safety Switch ๓ ตู้ ตู้ครอบคลุม ๕ ตู้ เป็นมูลค่าความเสียหายกว่า ๓ ล้านบาท เพราะว่าสายไฟ NYY ราคาค่อนข้างสูงเมตรละ ๓๐๐-๔๐๐ บาทครับท่านประธาน ตู้ควบคุมแต่ละตู้จะควบคุมความสว่างของหลอดไฟกว่า ๔๐ หลอดต่อ ๑ ตู้ควบคุม ถ้ามีการแอบขโมยตัดสายไฟที่ตู้ก็ต่ำ ๆ ต้องดับ ๔๐ หลอด โดย เจ้าหน้าที่ต้องคอยซ่อมแล้วซ่อมอีก แต่โจรก็ไม่หยุดขโมยครับ ตระเวนตัดสายไฟช่วง แผงควบคุมไปหาที่เสาไฟส่องสว่างที่ถี่ขึ้น กล่องควบคุมระบบถูกรื้อ เจ้าหน้าที่ก็ต้องเร่งซ่อม ให้ระบบไฟฟ้าส่องสว่างกลับมาใช้งานได้ตามปกติ แต่ว่าเนื่องด้วยทีมซ่อมบำรุงมีทีมเดียว แต่ขโมยมีมากกว่า ตามซ่อมไม่ทันครับ พฤติกรรมการขโมยก็มีหลายแบบครับ ทั้งปลอมตัว เป็นเจ้าหน้าที่ทำทีมาซ่อมไฟที่ดับ ติด Sticker หน่วยงานรัฐไว้ที่รถ ทำทีเป็นซ่อมไฟ สุดท้าย ยกสายไฟขึ้นรถ ยกตู้ควบคุมขึ้นรถไปแบบสบาย ๆ ครับ อีกแบบก็เป็นโจรแบบท้องถิ่น ขับรถซาเล้งมาทำงานคนเดียว แอบอ้างขโมยสายไฟโดยการขุดดิน สายไฟที่อยู่ช่วงระหว่าง เสาไฟแต่ละต้น พอเจอสายไฟก็ตัดหัวตัดท้าย แล้วก็ดึงเอาสายไฟไปง่าย ๆ เลยครับ หรือ บางกลุ่มเป็นโจรในพื้นที่ เปิดช่อง Service ที่อยู่แต่ละเสาของไฟส่องสว่างแต่ละต้น แล้วก็ กระชากเอาสายไฟลงมาเลยครับ ขโมยง่ายครับ แต่ว่าซ่อมยากมาก พอมีการขโมย เจ้าหน้าที่ ก็เปลี่ยนมาใช้สายไฟที่เป็นฉนวนอะลูมิเนียมแทนทองแดง เพราะว่าราคาถูกกว่า ไม่เป็นที่ นิยมของโจรครับ ราคานำไปขายถ้าเป็นของเก่าทองแดงกิโลกรัมละ ๒๐๐-๓๐๐ บาท ส่วนอะลูมิเนียมเพียงกิโลกรัมละ ๕๐-๖๐ บาท และอะลูมิเนียมน้ำหนักจะเบากว่า โจรก็จะ ไม่ค่อยนิยม ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอสนับสนุนให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษา แก้ไขปัญหาลักลอบขโมยสายไฟ และอยากฝากข้อเสนอแนะไว้ดังนี้ครับ🔗
ข้อ ๑ ในส่วนของร้านรับซื้อของเก่า อยากให้ฝ่ายปกครองช่วยกันตรวจสอบ การซื้อขายในพื้นที่ครับ รณรงค์ให้ร้านไม่รับซื้อของโจร เพราะสาย NYY จะมีลักษณะที่เป็น ทองแดงหลายขด ไม่เหมือนสายไฟทั่วไป สามารถดูออกได้ชัดเจนอยู่แล้วครับ ในการออกใบอนุญาตสถานรับซื้อของเก่าขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น หากร้านไหนที่มีคดีหรือโดนคดีรับซื้อของโจร อยากให้ตัดสิทธิ ใบอนุญาตไปตลอดชีวิตเลย ไม่ให้กลับมาทำซ้ำอีกครับ🔗
ข้อที่ ๒ ฝากไปยังสภาวิศวกร และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในการ ออกแบบกำหนด Spec สายอะลูมิเนียมที่สามารถฝังลงดินได้ เพิ่มในระเบียบการสั่งซื้อ ปัจจุบันการซ่อมบำรุงแก้ไขของแขวงทางหลวงซื้อสายอะลูมิเนียมมาทดแทนสายทองแดง ที่ถูกขโมยไป แต่ว่าลักษณะการติดตั้งยังไม่สามารถฝังลงดินแบบสายทองแดงได้ครับ🔗
ข้อที่ ๓ ฝากไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติครับ มาตรการที่เข้มงวดในการ จับกุม บทลงโทษตามกฎหมายที่รุนแรงอยู่แล้วครับ แต่ที่ผ่านมายังไม่เอาจริงเอาจังกับโจร กลุ่มนี้ ทั้งยังปัญหาในการตามจับกุม เพราะบริเวณที่โจรขโมยส่วนใหญ่เป็นนอกเมือง เป็นชานเมืองเป็นเลี่ยงเมือง ก็ไม่มีกล้องวงจรปิด ทำให้ยากต่อการตามจับกุม อันนี้ก็เข้าใจ ทางตำรวจ แต่ว่าก็ขอให้เข้มงวดในการจับกุมครับ และทั้งหมดนี้เป็นปัญหาต่อความ ปลอดภัยของพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน เพราะเมื่อสายไฟถูกตัดแต่ละครั้งไฟ ส่องสว่าง ก็ดับเป็นทางยาว ยิ่งเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าของแขวงทางหลวงไม่เพียงพอ ก็ยิ่งทำให้การออก ตรวจตราไม่ทั่วถึง ต้องพึ่งผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นหูเป็นตาช่วยกัน ลำพังกรมทางหลวงหรือ ส่วนราชการที่เป็นเจ้าของพื้นที่ และมีข้อจำกัดด้านกำลังคนที่ออกตรวจตรา จึงอยากขอให้ พี่น้องประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบเห็นผู้ที่มีลักษณะต้องสงสัยหรือในเขตพื้นที่ ของท่านมีปัญหาไฟส่องสว่างตามท้องถนน หรือถนนชำรุดเสียหาย ก็สามารถติดต่อสายด่วน ของทางหลวง เบอร์ ๑๕๘๖ หรือว่าสายด่วนของทางหลวงชนบท เบอร์ ๑๑๔๖ หรือไม่ก็ สายด่วนแจ้งด่วนเหตุร้าย ๑๙๑ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านชุติมาครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากภาคใต้ จังหวัดพัทลุง ท่านประธานค่ะ จังหวัดพัทลุงภาคใต้บ้านดิฉันก็เป็นพื้นที่หนึ่งที่มีปัญหา ลักษณะนี้ไม่น้อยไปกว่าที่อื่นเลยค่ะ จะเห็นได้จากในรูปนะคะ ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗
พื้นที่ที่ประสบปัญหามีหลายอำเภอเลย ของจังหวัดพัทลุงนะคะ อย่างตัวอย่างนี้จะเห็นว่านี่คือลักษณะการตัดสายไฟที่เกิดขึ้นทำได้ แม้ในตอนกลางวัน ในรูปถัดไปจะเห็นว่ามีการตัดสายไฟใกล้บริเวณ Meter ด้วยซ้ำนะคะ พื้นที่ที่ประสบปัญหามีหลายพื้นที่ จากในตัวอย่างที่เห็นก็คือหมู่ ๕ ตำบลสมหวัง อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง ประชาชนร้องทุกข์มายังดิฉันว่าไฟส่องสว่างถนนดับเป็นเวลา ๒-๓ เดือนแล้ว ก็พบว่ามีคนสวมชุดเสมือนเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเลยค่ะ ประชาชนก็นึกว่าคนนี้ เป็นเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลระบบ ก็ไม่ได้โทรแจ้งตำรวจ มารู้อีกทีคือไฟดับ ใช้งานไม่ได้ พอถามเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นแบบนี้หลายครั้งแล้ว เป็นบ่อยมาก อีกจุดค่ะ นี่คือที่ อำเภอเขาชัยสน ไฟฟ้าส่องสว่างถนนดับเป็นเวลานานเช่นกัน พอไปดูที่เกิดเหตุก็พบว่ามีการ ตัดสายไฟเช่นเดียวกัน มีการตัดไฟก่อนก็ทิ้งช่วงไว้แล้วกลับมาขโมยสายไฟในภายหลัง ก็ย่ามใจมาก ๆ เลย พื้นที่ที่จะเกิดบ่อยค่ะ อย่างที่เห็นนะคะ จากที่ดิฉันไปสืบค้นมาได้รับ ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ว่า อำเภอกงหรา อำเภอปากพะยูน อำเภอเขาชัยสน อำเภอบางแก้ว เกิดบ่อยมาก เกิดมาช่วงที่ผ่านมานับ ๑๐ ครั้ง สูญเสียงบประมาณไปเป็นแสนบาทเป็น ล้านบาทแล้ว เป็นปัญหาที่เราไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นะคะ ในจุดต่อไป นี่คือเส้นทางระหว่าง จังหวัด คือเขาบรรทัดหรือที่คนพัทลุงเรียกกันว่าเขาพับผ้า ไฟฟ้าดับเนื่องจากมีการตัดและ ขโมยสายไฟ นี่ก็คือถนนสายหลักระหว่างจังหวัด ข้ามเขาก็ยังโดนขโมยสายไฟเช่นเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้น สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ประเทศชาติต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ การทำงาน ของเจ้าหน้าที่ก็ต้องทำงานซ้ำซ้อนซ้ำซากในเรื่องเดิม ๆ ท่านจะเห็นในภาพถัดไป ก็คือว่า จะเห็นรูปนี้อันนี้คือตัวอย่างใบแจ้งความที่เจ้าหน้าที่จากกรมทางหลวงชนบทจะต้องไป แจ้งความ ดิฉันได้ไปพบเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบทพบว่ามีแฟ้มเป็นแฟ้มเป็นปึก ปึกหนา เลย เป็นแบบนี้มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทีนี้บางครั้งพอแจ้งความไปแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ไม่ได้ติดตามจับกุมได้ในทันทีทันใด แต่เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะต้องเบิกอะไหล่เพื่อไป ซ่อมแซม เขาก็ต้องมีหลักฐานในการที่จะไปยืนยันและต้องติดตามเรื่องนี้นะคะว่า ตอนนี้ที่แจ้งไป ไปถึงไหนแล้ว เพราะว่าจะต้องส่งให้กรมบัญชีกลาง สตง. ขอตรวจว่าทำไม จะต้องมีการเบิกอะไร เบิกอุปกรณ์เดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีกหลาย ๆ ครั้ง มีอะไรผิดปกติหรือไม่ มันกลายเป็นว่าเป็นภาระหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ แทนที่จะได้ทำงานอย่างอื่นประจำวัน ก็ต้อง มาทำงานเดิม ๆ แก้ปัญหาเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นนะคะ ต่อมาปัญหา ที่เราเห็นทั้งหมดทั้งมวลนี้ ปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนดับบ่อยครั้ง เนื่องจากโดนขโมย เกิดจากคนร้ายมีความรู้ด้านไฟฟ้า มีความชำนาญ มีเครื่องมือครบ แล้วก็ทำในช่วงกลางวัน ด้วย ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เนื่องจากถนนที่มืด อาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้ บางครั้งมืดหลายเดือนเลยกว่าจะแก้ปัญหาได้ สิ้นเปลือง งบประมาณของแขวงทางหลวงชนบท ของกรมทางหลวง ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกหน่วยงานเลยในการซ่อมแซม แล้วก็เกิดปัญหาเดิมซ้ำซ้อน การทำงานของเจ้าหน้าที่ ซ้ำซาก เพราะต้องแก้ปัญหาเดิมหลาย ๆ ครั้ง ดังนั้นดิฉันขอเสนอนะคะ มีขอเสนอ โดยเบื้องต้น ดิฉันขอให้ปรับปรุงระบบ มีการนำสายไฟฟ้าลงดินดังตัวอย่างในภาพถัดไปเลย ขอให้มีการนำไฟฟ้าลงดินแบบประเทศอังกฤษ เยอรมัน หรือเดนมาร์ก หรือเนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส ที่เขาทำกันมาหลายสิบปีแล้ว แต่ประเทศไทยเรายังทำไม่ทั่วถึงกันเลย ขอให้มีการ นำสายไฟฟ้าลงดินเพื่อทำให้ยากต่อการลักขโมย เพิ่มประสิทธิภาพในการจ่ายไฟฟ้า ปรับปรุง ภูมิทัศน์ของพื้นที่จ่ายไฟฟ้า และลดอุบัติภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง แนวสายไฟฟ้าและเพื่อให้เกิดความสวยงามเป็นระเบียบ🔗
ข้อเสนอถัดไปไม่ใช่แค่นี้นะคะ ดิฉันยังมีข้อเสนออื่น ๆ คืออยากให้มีการติดตั้ง เสาไฟฟ้าโซลาเซลล์ในบริเวณที่สามารถติดตั้งได้ ดิฉันไปหาข้อมูลมาก็พบว่า ดิฉันได้ข้อมูล จากกรมทางหลวงชนบทว่าเสาไฟฟ้าที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ปัจจุบันต้นทุนเฉลี่ยต่อต้น จะอยู่ที่ประมาณ ๓๑,๕๓๐ บาท แต่ถ้าเราใช้เสาไฟโซลาเซลล์นี่รวมหมดแล้ว ทั้งเสา ทั้งโคมไฟ ทั้งแบตเตอรี่ในตัว ต้นทุนเฉลี่ยจะอยู่ที่ ๓,๖๐๐-๕,๘๐๐ บาทเท่านั้นเอง ต่างกัน เกือบ ๑๐ เท่าเลย และสิ่งที่ดิฉันพูดไม่ใช่แค่พูดแล้วนึกเอาเอง มีค่ะ มีเทศบาลตำบลหนึ่ง ในจังหวัดพัทลุง ทำแล้วจริง ๆ ดังตัวอย่างนี้ นี่คือมีการติดตั้งแล้วจำนวน ๑๐๐ ต้น ใช้งาน มาแล้วไม่ต่ำกว่า ๓ ปี พบว่าไม่มีปัญหาเรื่องของการลักขโมยสายไฟใด ๆ เพราะไม่ต้องใช้ สายไฟ ถูกไหมคะ อุปกรณ์ก็ไม่สูญหาย จะมีบ้างเล็กน้อยในเรื่องค่าใช้จ่าย ก็คือซ่อมแซม อุปกรณ์ที่ชำรุดเป็นครั้งคราวเท่านั้นเอง อีกประการหนึ่งค่ะ ข้อเสนอก็คืออยากให้มีการ ให้ข้อมูลแก่ประชาชน โดย อปท. อย่างเช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเทศบาลเวลาประชุม หมู่บ้านให้ข้อมูลประชาชนหน่อยนะคะ นี่คือตัวอย่างค่ะ นี่คือเจ้าหน้าที่ทางหลวงตัวจริง เพราะบางหน่วยงานพื้นที่ตรงนั้นจะเป็นแขวงทางหลวงชนบทดูแลสายไฟอยู่ นี่คือ Uniform ยกตัวอย่างจังหวัดพัทลุง นี่คือ Uniform ของเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชนบท หากพี่น้อง ประชาชนดูอยู่ อยากให้ทราบว่านี่คือของจริง ถ้ามีเจ้าหน้าที่ใส่อันนี้คือของจริง แล้วก็จะมี บัตรประจำตัว แล้วก็รถที่ไปจะเป็นรถแบบนี้เลย ถ้านอกเหนือไปจากนี้คือตัวปลอม ให้แจ้ง ตำรวจได้เลย ท่านโทรศัพท์ ๑๑๔๘ ได้เลยทันทีนะคะ🔗
โดยสรุปก็คือว่าสิ่งที่ดิฉันกล่าวไปทั้งหมดนั้นจะเห็นได้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ประเทศเราจะต้องสูญเสียงบประมาณไปกับเรื่องเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย หากเราแก้ที่คนไม่ได้ เราต้องแก้ที่ระบบ ข้อเสนอดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ดิฉันเชื่อว่า หากเรามีการระดมสมองกันจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราอาจจะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนได้ เช่น แก้กฎหมายให้เข้มข้นขึ้น มีคณะทำงานติดตามอย่างชัดเจน โดยเฉพาะหรือ นำเทคโนโลยีต่าง ๆ ในการแจ้งเตือนมาใช้ มี Sensor มีอะไรต่าง ๆ เอามาใช้ให้มากขึ้น รวมถึงข้อเสนอที่ดิฉันกล่าวไปแล้วข้างต้น เพราะฉะนั้นดิฉันจึงขอสนับสนุนญัตตินี้ และ เห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อให้ พี่น้องประชาชนของเราอยู่อย่างผาสุกต่อไปค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคพลังประชารัฐ ขอบพระคุณท่านประธานครับ ที่เปิดโอกาสให้ผม ได้อภิปราย ให้ความเห็นต่อญัตติของเพื่อนสมาชิกทั้ง ๓ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นท่าน สส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ จากจังหวัดราชบุรี ท่าน สส. สกล สุนทรวาณิชย์กิจ แล้วก็ ท่าน สส. ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ซึ่งต้องบอกว่าญัตติของทั้ง ๓ ท่านนั้น ชักชวนให้ ผมต้องอภิปรายในวันนี้เพราะว่าผมก็เห็นเหมือนกันว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาระดับประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบไปยังพี่น้องประชาชนอย่างกว้างขวาง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนว่า ทุกวันนี้มันมีการขโมยสายไฟเกิดขึ้นในหลาย ๆ พื้นที่ นอกจากการขโมยสายไฟแล้ว เมื่อสักครู่ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ขออนุญาตเอ่ยชื่อของท่าน ก็บอกว่านอกจากถนน ที่โดนขโมยสายไฟแล้ว ยังมีประตูระบายน้ำในจังหวัดสุพรรณบุรีก็โดนขโมยเหมือนกัน อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่พอจะนำไปขายต่อเป็นเงินเป็นทองได้ ก็หายหมด สส. บางท่านบอกที่สนาม กีฬาเทศบาลประจำตำบลก็มีครับ อุปกรณ์ไฟฟ้าหายเหมือนกัน ดังนั้นผมคิดว่าในเรื่องนี้ คนที่ทำให้เกิดความเสียหายคงจะเป็นขโมยที่เหมือนมีโรคติดต่อกัน ไล่ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้เป็นกันหมดทั่วประเทศ สิ่งที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธาน ก็คือว่าการกระทำเช่นนี้ถึงแม้ว่าท่านจะไม่ได้ไปฆ่าใคร แต่มันก็เหมือนกับท่านฆ่าคนทางอ้อม ทำไมผมถึงพูดอย่างนั้น ผมยกตัวอย่างพื้นที่ของจังหวัดฉะเชิงเทรา ตอนดึก ๆ ในถนน หลาย ๆ เส้น ไฟฟ้าส่องสว่างก็น้อยอยู่แล้ว พอมีพวกโจรพวกนี้มาลักลอบขโมยตัดสายไฟฟ้า ไปทิ้ง เอาไปขายเพื่อจะเอาทองแดงที่อยู่ข้างในเอาไปขาย ถนนก็ยิ่งมืด พอถนนมืดความซวย ก็ตกอยู่ที่พี่น้องประชาชนผู้สัญจรในเวลาค่ำ ๆ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเป็นบ่อยครั้ง คนเสียชีวิต ก็มากมาย ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า อาจจะนอกเรื่องไปสักนิดหนึ่ง แต่ผมเล่า เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วในพื้นที่ของผมในอำเภอวังน้ำเปรี้ยว ตำบลดอนฉิมพลี โดยเฉพาะ ในหมู่ที่ ๗ ผมมีเพื่อนที่ต้องบอกว่าเป็นกัลยาณมิตร ซึ่งเป็นนายก อบต. อยู่ที่โน่น ชื่อ ณัฐธเนศ มหาศักย์ศิริ แล้วก็มีกำนันซึ่งชื่อกำนันอุดม รอเซ็น เป็นมุสลิมครับ เขาวางแผนกัน เพราะว่ามีเหตุการณ์แบบนี้ เหตุการณ์ที่มีขโมยมาขโมยสายไฟฟ้าเกิดขึ้นเป็นประจำ กำนันอุดม รอเซ็น เพื่อนผมไปซุ่มอยู่จนจับคนร้ายได้ แต่เหตุการณ์แบบนี้มันไม่ได้จับกันได้ บ่อย ๆ เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นหลายที่ หลายหมู่บ้าน หลายตำบล นี่เป็นแค่ ๑ ในหลาย ๑๐๐ เคส ที่จับได้ สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือว่ากำนันเพื่อนผม กำนันอุดม รอเซ็นนี้ไปจับขโมย ด้วยมือเปล่า ผมไม่แน่ใจว่าในอนาคตข้างหน้าถ้าท่านยังเสียสละตัวเองอยู่แบบนี้เพื่อดูแล ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนแถวนั้น ถ้าขโมยมีอาวุธขึ้นมามันจะเกิดอะไรขึ้นครับ มันจะเกิดความสูญเสียบุคลากรที่ต้องบอกว่าเสียสละอย่างยิ่ง ดังนั้นเองครับท่านประธาน เพื่อนสมาชิกได้เสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งสำหรับผมนี้จะตั้งก็ได้ ไม่ตั้งก็ได้ เพราะตอนนี้เรามีทางเลือกครับ จะส่งเรื่องนี้ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญไปยังกรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการการตำรวจก็ได้ ไม่ได้ผิดครับ ไม่ได้เสียหายหรือจะตั้งวิสามัญก็ได้ แต่ผมฝากไว้นิดเดียวครับ อย่างที่ผมบอกไป โจรพวกนี้ทำผิดเพราะว่าคุณลักของหลวง มีโทษตาม พ.ร.บ. ต่าง ๆ โดยเฉพาะตาม พ.ร.บ. ของทางหลวงชนบทก็มีโทษชัดเจน แต่ทำไมครับท่านประธาน เหตุการณ์อย่างนี้มันไม่เคยลดลง มีแต่เพิ่มขึ้น ๆดังนั้นถ้าจับได้ แล้วนี้ต้องลงโทษอย่างเด็ดขาด นำไปดำเนินคดี เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกก็ได้พูดไปในเรื่อง ของนอกจากผู้กระทำความผิดแล้ว ร้านรับซื้อของเก่าก็ต้องถูกลงโทษ ไม่ให้ด้อยไปกว่าผู้ที่ กระทำความผิด และยังมีประเด็นอื่น ๆ อีกหลายประเด็น แต่ว่าวันนี้ผมเวลาน้อยครับ ผมได้พูดชื่นชมเพื่อนของผมที่เป็นกำนันอยู่ที่ตำบลดอนฉิมพลีที่ได้สร้างวีรกรรม จึงขอ อนุญาตนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้หลักผู้ใหญ่นะครับ หวังว่าความเป็นห่วงเป็นใยของ พวกเรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะส่งไปยังคณะกรรมาธิการการตำรวจก็ดี จะส่งไปยัง กระทรวงคมนาคม จะส่งไปยังผู้ที่มีหน้าที่ที่ลงมาดูแลตรงนี้เพื่อแก้ไขปัญหาให้ลดน้อยลง ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านสาธิต ทวีผล และท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สาธิต ทวีผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๒ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟตามเส้นทางคมนาคม ของท่าน สส. สกล สุนทรวาณิชย์กิจ เพื่อนสมาชิกจากพรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานีด้วยคน นะครับ ท่านประธานครับ เพื่อเป็นการเสนอปัญหาให้เพื่อนสมาชิกในที่ประชุมแห่งนี้ได้เห็น ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และปัญหาของหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบดูแล คือแขวงทางหลวงชนบท และแขวงทางหลวงว่ามีปัญหาอย่างไรในการปฏิบัติงาน🔗
ท่านประธานครับ ปัญหาการลักลอบขโมย สายไฟ หม้อแปลง และอุปกรณ์ตามเส้นทางคมนาคมนั้นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะทางหลวงแผ่นดินหรือทางหลวงชนบท ถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ถูกลักลอบขโมยหม้อแปลง สายไฟ และอุปกรณ์ในหลายจังหวัด หลายพื้นที่ ทั้ง ๒ หน่วยงานยังไม่มีมาตรการในการป้องกันการถูกโจรกรรมทรัพย์สิน ทางราชการอย่างจริงจังและชัดเจนครับ เนื่องด้วยมีข้อจำกัดทางวิศวกรรมงานทาง จึงมีเพียง การสอดส่องดูแลของเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และอาศัยความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ผู้พบเห็นและแจ้งเบาะแสเท่านั้น จึงทำให้ไม่สามารถรักษาทรัพย์สินของทางราชการไว้ได้ และเกิดปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟ หม้อแปลง และอุปกรณ์เป็นวงกว้าง ท่านประธาน ครับ ไฟส่องสว่างเส้นทางคมนาคมจัดว่าเป็นระบบสาธารณูปโภคที่มีความสำคัญและมีความ จำเป็นต่อการใช้รถใช้ถนนของพี่น้องประชาชน ช่วยลดอุบัติเหตุ ลดอาชญากรรมได้เป็น อย่างดี ท่านประธานครับ ยังมีถนนอีกหลายเส้นหลายช่วงที่ยังไม่มีไฟส่องสว่าง และถนนที่มี ไฟส่องสว่างติดตั้งแล้ว แต่ไม่สามารถใช้การได้อีกหลายเส้นทาง เนื่องจากมีการชำรุดของ อุปกรณ์และมีการลักลอบขโมยสายไฟและหม้อแปลงทำให้ไฟส่องสว่างไม่สามารถใช้การได้ ท่านประธานครับ ในส่วนของไฟส่องสว่างที่ไม่สามารถใช้การได้ในกรณีที่เกิดจากการชำรุด ของอุปกรณ์นั้นในส่วนนี้ไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่าไร เนื่องจากหน่วยงานทางหลวงนั้นมีช่องทาง ให้ประชาชนร้องเรียนเขียนคำร้องที่แขวงการทางใกล้บ้าน หรือร้องเรียนผ่านช่องทาง สายด่วน หรือผ่าน Website แต่พี่น้องประชาชนส่วนมากเลือกที่จะร้องเรียนผ่าน สส. ในเขตเลือกตั้งของตนเอง ดังนั้นผมจึงได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาไฟฟ้าส่องสว่าง ทางหลวงนั้นไม่ติดเป็นจำนวนมาก ผมและทีมงานก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่ได้รับเรื่อง ร้องเรียน จากการลงพื้นที่ปรากฏว่าเป็นจริงตามที่ร้องมาบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็น เรื่องจริงตามที่ประชาชนนั้นได้ร้องเรียนมา ผมได้ลงพื้นที่ถ่ายภาพ ยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ทั้งแขวงทางหลวงลพบุรีที่ ๑ และแขวงทางหลวงชนบทลพบุรี ทั้ง ๒ หน่วยงาน ให้ความร่วมมือดีมากในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน โดยทำทันทีที่ได้รับเรื่องร้องเรียน เป็นที่น่ารักมากครับท่านประธาน ผมต้องขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณทั้ง ๒ หน่วยงานแทนพี่น้อง ประชาชนด้วยครับ ท่านประธานครับ แต่หลายครั้งผมเองก็ได้รับคำตอบจากหน่วยงานว่า เหตุที่ไฟฟ้าส่องสว่างไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ในท่วงทีนั้นเกิดจากมีการลักลอบขโมย หม้อแปลง สายไฟ และอุปกรณ์ ทำให้ล่าช้าในการดำเนินงานแก้ไข เนื่องจากมีระเบียบ ขั้นตอนของหน่วยงาน ทางหน่วยงานต้องมีการแจ้งความดำเนินคดี ต้องมีการทำเรื่องขอ งบประมาณ ซึ่งจะคนละส่วนกับงบซ่อมบำรุงที่จะมาซ่อมแซมนะครับท่านประธาน ผมจึงขอ ใช้พื้นที่สภาแห่งนี้ชี้แจงให้พี่น้องประชาชนทราบและเข้าใจว่าหน่วยงานเขามีขั้นตอนในการ ปฏิบัติของเขา ท่านประธานครับ หากเราดูสถิติการถูกโจรกรรมอุปกรณ์งานทาง ประจำปี ๒๕๖๖ ของกรมทางหลวงชนบทพบว่ามีสายไฟถูกลักลอบตัดรวมกันทั้งประเทศยาวกว่า ๒๐๐,๐๐๐ เมตร หรือยาวมากกว่า ๒๐๐ กิโลเมตร และมีหม้อแปลงที่ถูกขโมยมากกว่า ๕๐ ลูกครับท่านประธาน ดังนั้นจากที่ผมและเพื่อนสมาชิกได้ร่วมกันอภิปรายให้เห็นถึง ปัญหาและแนวทางการป้องกันแก้ไข ผมจึงเห็นสมควรให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษาหาแนวทางในการป้องกันการลักลอบขโมยสายไฟและหม้อแปลง อุปกรณ์ เพื่อรักษาไว้ซึ่งสาธารณสมบัติของชาติบ้านเมืองให้ตกเป็นมรดกของลูกหลานเราต่อไปครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านประสิทธิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี เขต ๗ อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรี และอำเภอหนองเสือ🔗
วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการ อภิปรายการแก้ปัญหาลักลอบขโมยสายไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าท่านประธานครับ จังหวัดปทุมธานี เขต ๗ ของผมก็เป็นเขตที่มีปัญหาเรื่องไฟส่องทางเป็นจำนวนมากนะครับ เรียกได้ว่ารับปัญหาจากประชาชนมาในวงกลมนั้น ๑๒ เปอร์เซ็นต์จะเป็นของเรื่องไฟส่องทาง ซึ่งเป็นปัญหาที่มากที่สุดเลยนะครับ รองลงมาเท่า ๆ กันก็คือถนนขรุขระ แต่วันนี้เราจะมาคุย ถึงประเด็นของสายไฟฟ้า มีปัญหาทุกพื้นที่ที่ผมไปคุยมา ไม่ว่าจะเป็นอำเภอลำไทร อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรีคลอง ๑๓ อำเภอลำลูกกา คลอง ๗ อำเภอศาลาครุ อำเภอหนองเสือ และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ก็จะเหมือนกับท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ก็จะมีปัญหาเรื่องสายไฟประตูระบายน้ำมีปัญหา เช่น การถูกลักลอบตัดไป อยู่หน้าอำเภอนี่เอง หน้าอำเภอลำลูกกาก็มีปัญหา แล้วก็มีปัญหามาหลายปีมาก ไม่มีงบ ซ่อมแซมหรืออาจจะไม่อยากซ่อมแซม เพราะว่ากลัวจะโดนตัดอีก ทำให้ประตูระบายน้ำ ตรงจุดนั้นไม่สามารถจะปิดได้ แล้วเมื่อล่าสุดปีที่แล้วก็มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตตรงนั้น ตรงนี้ คือปัญหาที่เราจะต้องแก้ไขนะครับ อันนี้คือรูปของไฟส่องทางที่ไม่มีเลยในเส้นนี้ ก็คือว่า มีปัญหา อยากจะให้ท่านเห็นนะครับว่าความมืดมันขนาดไหน แล้วเมื่อรถมอเตอร์ไซค์ คันเล็ก ๆ ขับมาแสงไม่เพียงพอ และเมื่อบวกกับถนนขรุขระเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิตเกิดขึ้น มาแล้วนะครับ เนื่องจากขรุขระแล้วก็ไม่มีไฟส่องทาง ตรงนี้ก็เป็นแนวทางของ อบต. ผมเคย ได้คุยกับทางหลวงชนบทของจังหวัดปทุมธานี ก็ได้ทราบว่าปัญหาใหญ่สุดก็คือการถูกลักลอบ ตัดสายไฟ สส. ปทุมธานีทุกท่านไปพบทางหลวงชนบทมาด้วยกัน ก็ได้ทราบข้อมูลเหมือนกัน ว่ามีปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟ แล้วก็ต้องมีการแจ้งความดำเนินคดี เมื่อมีการแจ้งความ บางทีคดีความยังไม่สิ้นสุด ก็ไม่สามารถลงไปซ่อมแซมได้ ซึ่งตรงนี้ก็กลายเป็นปัญหาเช่นกัน เพราะไฟก็จะดับยาวนานพอสมควร แล้วเมื่อบางครั้งแจ้งปัญหาไปก็ต้องรออุปกรณ์ สั่งซื้อ อุปกรณ์บางทีก็รอเป็นเดือน อุปกรณ์สายไฟที่โดนขโมยไปบางครั้งรอเป็นเดือนเลยนะครับ ตรงจุดนี้คือ อบต. ลำลูกกา ผมชี้ให้เห็นเส้นสายข้างบนมีการเดินสาย เป็นการแก้ปัญหาของ อบต. เดินสายไฟด้านบนเลย เพราะฉะนั้นข้อ ๑ คือโจรก็จะขึ้นไปตัดยาก ข้อ ๒ คือเมื่อเดินสาย บนอากาศสามารถใช้เป็นสายอะลูมิเนียมได้ ซึ่งก็จะนำไฟฟ้าได้เหมือนกับทองแดง แล้วราคา จะถูกกว่า ขโมยก็จะไม่ค่อยสนใจ อันนี้เป็นการแก้ปัญหาของ อบต. ลำลูกกา ซึ่งก็ได้ผล ใช้มาสักระยะแล้ว ปีกว่า ๆ แล้วก็ยังไม่โดนขโมย สาเหตุที่เวลาเราเดินสายไฟใต้ดินเราต้องใช้ ทองแดง เพราะว่ามันจะนำไฟได้ดีกว่า ไม่สามารถใช้อะลูมิเนียมได้ อะลูมิเนียมจะไม่สามารถ นำไฟได้เหมือนกับทองแดง เมื่อยกขึ้นไปจึงใช้อะลูมิเนียมแทนได้ อันนี้คือการแก้ปัญหา เรื่องที่ ๑ นะครับ🔗
ส่วนปัญหาของการขโมยสายไฟนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ของทางหลวงชนบท หรือว่าของการไฟฟ้า หรือว่าของ อบต. เท่านั้นนะครับ ยังมีของผู้รับเหมาก่อสร้างด้วย บางครั้งท่านอาจจะเห็นว่ามีการก่อสร้างถนน แต่ทำไมไม่ติดไฟเป็นสัญญาณเลย ก่อให้เกิด อุบัติเหตุหลายครั้งหลายคราวเลย ผมก็ได้ไปคุยกับทางผู้รับเหมาก่อสร้างถนน เขาก็บอกว่า เคยติดไฟแล้วโดนขโมย เขาก็เลยตัดสินใจไม่ติด นี่ขนาดการก่อสร้างนะครับ ซึ่งเราไม่น่าจะมี สายไฟที่แบบมีราคาแพงมาก อุปกรณ์ต่าง ๆ เขาโดนขโมยหมด เขาถึงไม่ยอมติด อันนี้ก็เป็น ปัญหา เพราะฉะนั้นผมมองว่าการที่เราจะแก้ปัญหานี้ ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาด้วยการส่งเรื่อง เข้าไปที่กรรมาธิการการตำรวจ ถ้าตำรวจแก้ปัญหาได้ ป่านนี้คงไม่มีปัญหาเยอะแยะขนาดนี้ แล้วครับ เพราะฉะนั้นผมว่าตรงนี้ต้องเป็นการบูรณาการของหลาย ๆ หน่วยงานมาร่วมกัน ทำงาน ตั้งแต่การออกแบบ การหาทางป้องกันอย่างที่คุณสกลว่า การออกแบบเสาให้มีช่อง Service ที่สูงขึ้น อย่างหลาย ๆ ท่านที่พูดกันนะครับ ไม่ใช่ว่าหน่วยงานตำรวจจะแก้ไข ได้อย่างเดียว เพราะนั่นเป็นการปราบปราม เป็นการตามจับเมื่อมีปัญหาแล้ว แต่การป้องกัน แก้ไขก่อนเป็นเรื่องสำคัญกว่า หรือแม้แต่จะเอาประชาชนมาเป็นหูเป็นตาก็ช่วยไม่ได้นะครับ เพราะเข้ามาในคราบของช่างไฟ มองไม่ออกเลยว่าเป็นโจร ใส่เสื้อเหมือนเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า เลยนะครับ ซึ่งตรงนี้อยากจะให้เป็นการตั้งกรรมาธิการวิสามัญมากกว่านะครับ เพื่อเราจะได้มา บูรณาการร่วมกัน และปัญหานี้ปัญหาใหญ่จริง ๆ นะครับ ไม่ใช่ว่าเพิ่งมีมา แต่มีมาเป็น ๑๐ ปีแล้ว อยากให้มันจบที่รุ่นเราครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านนิติศักดิ์ ธรรมเพชร ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิติศักดิ์ ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดพัทลุง พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องจะมาหารือท่านประธานในส่วนของการลักขโมยสายไฟ ในพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง วันนี้เองผมได้รับฟังจากเพื่อน ๆ ผู้รับเหมา จากเทศบาล จากหน่วยงานราชการว่า ณ วันนี้เองจังหวัดพัทลุงมีอัตราการลักขโมยสายไฟเป็นอันดับสูง ของจังหวัดเลย ท่านประธานครับ วันนี้ล่าสุดที่ผมได้ทราบหมายเลขถนน ก็เป็นทางหลวง หมายเลข ๔ ตอนพัทลุง-นาโหนด ระหว่าง กม.๑๑๗๕+๔๒๕ ถึง กม.๑๑๗๖+๒๒๐ เส้นทาง นี้เป็นเส้นทางหลักที่สัญจรระหว่างดำเนินการมากรุงเทพฯ ท่านประธานทราบไหมครับ ณ วันนี้ได้มีโจรตัดสายไฟ ซึ่งพื้นที่ตรงนั้นเป็นการ U-Turn มี Turn ใต้ถนนเอเชีย ทำให้ คนพลาด ไม่มีไฟฟ้าเลยพลาดขับรถชน ผมเลยอยากเรียนท่านประธานว่านี่คือแค่เคสแรก แล้วก็มีอีกหลาย ๆ เคสในจังหวัดพัทลุง ผมเลยฝากท่านประธานเรียนไปยังกรรมาธิการการ ตำรวจ แล้วก็เรียนไปยังสถานีตำรวจจังหวัดพัทลุง อยากให้รีบเร่งจับตัวหาคนร้าย เพื่อจะให้ ผู้ที่มีความบริสุทธิ์ ผู้ที่ขับรถบนถนนโดยที่ไม่สมควรจะต้องมาเกิดอุบัติเหตุจากเรื่องที่ ไม่ถูกต้อง จากเรื่องที่คนบางคนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ณ วันนี้ผมฝากท่านประธานว่า ในส่วนของการขโมยนี้ ปลายทางมันอยู่ตรงไหนครับท่านประธาน ปลายทางมันอยู่ที่ตรง ผู้รับซื้อทองแดง ณ วันนี้ถ้าเราตัดจบในส่วนของการรับซื้อทองแดงของร้านมือสองในจังหวัด ได้ ถ้ากฎมีชัดเจน ตำรวจส่งคนเข้าไปดูแลอย่างชัดเจนในเรื่องนี้ ผมมองว่าโจรก็จะไม่เกิดขึ้น ถ้าเราไปปิดปลายทาง ปลายทางไม่มีผู้รับซื้อ ปลายทางผมถามท่านประธานนะครับ ผมถาม ไปยังสถานีตำรวจพัทลุง ถามไปยังกรรมาธิการการตำรวจ ผมถามว่าถ้าเขาขโมยมาแล้วและ ไม่มีค่าโจรก็จะไม่ขโมย แต่ ณ วันนี้เองขโมยมาแล้ว ผู้รับซื้อปลายทางให้ค่า มีค่าคูณสอง คูณสามในส่วนของทองแดง ณ วันนี้เป็นแรงจูงใจให้กับพวกโจรทั้งหลาย ผมเลยฝากเรียน ท่านประธานนะครับว่าเป็นปัญหาค่อนข้างที่จะใหญ่ และอยากฝากไปถึงในส่วนของ หน่วยงานทางหลวงชนบท แขวงทางหลวงให้ช่วยดูแลหลังจากที่มีการลักขโมย ก็ต้อง แก้ปัญหาออกไปก่อน ให้ช่างของหน่วยงานออกมาซ่อมก่อนเพื่อความปลอดภัยของพี่น้อง ประชาชนของจังหวัดพัทลุง ผมก็ฝากท่านประธานแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านสรพัช ศรีปราชญ์ และท่านกิตติภณ ปานพรหม หลังจาก ๒ ท่านนี้ อภิปรายเสร็จจะขอปิดการลงชื่อเพื่ออภิปรายนะครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม สรพัช ศรีปราชญ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี เขต ๑ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ หากท่านประธานได้มีโอกาสออกเดินทางไปต่างจังหวัดต่าง ๆ ในยามค่ำคืน ท่านคงสัมผัสได้ ด้วยตัวเอง ถนนหนทางมีแสงไฟส่องสว่างให้กับถนน อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ที่ใช้รถใช้ถนน แต่ไฟส่องถนนในพื้นที่ได้มืดดับ มืดมิดอย่างผิดปกติครับ ประเทศไทย มีอุบัติเหตุบนท้องถนนติดอันดับต้น ๆ ของโลก ไฟฟ้าส่องถนนที่ดับก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์และรถจักรยานยนต์มากพอสมควร ชาวบ้านผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับ ผลกระทบ ไม่เฉพาะในเขตเลือกตั้งของผมเท่านั้นนะครับ ตามต่างจังหวัด นอกจังหวัด จะเห็นได้ว่ามีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน หลายจังหวัด ได้นำเรื่องนี้เข้ามาปรึกษาหารือในสภากันอยู่เรื่อย ๆ อยู่เสมอนะครับ เมื่อมีญัตติที่มีการเสนอ ให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ปัญหาลักลอบขโมยสายไฟ วันนี้ผมจึงต้องขอร่วมอภิปราย ในเรื่องนี้ด้วย ท่านประธานครับ ปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟเป็นปัญหาหลักของการ โจรกรรมอุปกรณ์ของกรมทางหลวง ขอสไลด์ถัดไปเลยครับ จากสไลด์เป็นข้อมูลโจรกรรม ของกรมทางหลวงเมื่อปี ๒๕๖๕ อันนี้ผมเอามาเป็นตัวอย่างนะครับ เราจะเห็นได้ว่าการเผา เอาสายไฟเป็นความเสียหายอันดับแรกเลย รองลงมาก็เป็นการโจรกรรมอุปกรณ์จราจร รองลงมาก็เป็นอุปกรณ์ราวกันตก ราวอันตราย แล้วก็จะเป็นหม้อแปลงสายไฟ ส่วนอันดับ สุดท้ายเป็นฝาตะแกรงก็ยังเอานะครับ จะเห็นได้ว่าปัญหาการโจรกรรมของกรมทางหลวง ที่ว่าไปนี้ ปัญหาอันดับ ๑ อันดับ ๓ อันดับ ๔ เป็นเรื่องการโจรกรรมเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบ ไฟฟ้า ท่านประธานครับ ที่ผมพูดไปแล้วนั้นเป็นต้นเรื่องของปัญหา แต่เรายังมีปัญหาอีก อันหนึ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ท่านประธานสงสัยว่ามันยังมีอีกหรือครับ ปัญหาที่ยังไม่ได้กล่าวมา ปัญหาก็คือกระบวนการจัดการหลังการโจรกรรมไปแล้วนะครับ ที่มีความล่าช้า ไม่ว่าจะเป็น การรายงานที่ล่าช้า แถมไปแจ้งความดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ยังไม่ยอมลงบันทึกประจำวันอีก หรือว่ากลัวครับ กลัว KPI ของสถานีจะสูงเกินเป้าหมาย ให้การประเมินผลงานออกมาไม่ดี แต่กรมทางหลวงก็ไม่สามารถที่จะของบประมาณมาซ่อมแซมได้ครับ เพราะจะเป็นการขอ งบประมาณที่ซ้ำซ้อน อันนี้ผมเอาปัญหามาให้ดู เป็นปัญหาที่ประชาชนชาวจังหวัดสระบุรี ร้องเรียนผ่าน Page ข่าวด่วนสระบุรี ถึงอันตรายที่ประชาชนต้องเสี่ยงภัยในการขับขี่ยวดยาน พาหนะ ก็จะเห็นมืดตึบไปหมดนะครับ ถ้าสัญจรไปก็คงไม่เห็นหรอกครับว่าเป็นทางโค้ง หรือเปล่า หรือว่าจะหลุดโค้งเมื่อไรก็ไม่รู้นะครับ ขอสไลด์ต่อไป นี่ครับนอกจากประชาชน ต้องมาเสี่ยงอันตรายกับเรื่องไฟไม่พอ ถ้าไฟดับยังไปเจอถนนผุพังอีก ฝาท่อยังชำรุดอีกครับ ท่านประธาน อันนี้ไม่ต้องพูดถึงเลย ถ้าเผื่อว่ามืด ๆ ขับไปลงหลุมแน่นอนนะครับ ประชาชน เกิดอุบัติเหตุเกิดอันตรายกัน กรมทางหลวงหลังจากที่ได้รับปัญหา กรมทางหลวงก็ไม่ได้ นิ่งนอนใจ ก็ได้เข้าไปพูดคุย กรมทางหลวงก็มีมาตรการแก้ไขออกมา ก็จะมีมาตรการที่เป็น เครือข่ายประชาสังคม ให้ชาวบ้านช่วยกันสอดส่อง แล้วก็ขอความร่วมมือผู้ใช้ทาง ประชาชน ที่อาศัยอยู่ใกล้เสาไฟส่องสว่างช่วยกันดูแลทรัพย์สิน อันนี้เป็นล่าสุดเลยนะครับ ล่าสุดก็คือ ผมได้มีการตั้งกระทู้ถาม เรื่องไฟฟ้าส่องสว่างถูกขโมยในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ได้คำตอบ ว่าอย่างไรครับ ได้คำตอบว่ากระทรวงมหาดไทยจะไปเข้มงวดกับผู้ค้าของเก่าที่รับซื้อ เศษทองแดง ยิ่งทำให้ชัดเจนให้เห็นเลยนะครับว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมาก ๆ ครับ เข้มงวดอย่างเดียวไม่พอ ต้องดำเนินคดีด้วย ถ้าไม่มีการตั้งกรรมาธิการแก้ไขปัญหา การแก้ปัญหามันก็จะวนอยู่เหมือนเดิมครับ ปัญหานี้มันไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปีสองปีครับ มันเกิดมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว จะเห็นได้ว่าเราไม่มีมาตรการหรือวิธีอื่น ๆ เลยนะครับที่จะแก้ไข ปัญหานี้ ทำได้แค่ให้ประชาชนช่วยกันดูแลแค่นั้น ทรัพย์สินราชการไปเข้มงวดกับร้านขาย ของเก่า ทั้งที่ปัญหานี้มันเป็นปัญหาระดับชาติ ต้นเหตุของปัญหานั้น หากเราวิเคราะห์ดูดี ๆ แล้ว มันเกิดจากตอนไหนครับ ตอบได้เลยนะครับ ทั้งหมดทั้งมวลเกิดมาจากปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ปัญหาการศึกษา ปัญหายาเสพติด ปัญหาเหล่านี้นี่ละครับ เป็นปัญหาที่ หล่อหลอมให้ประชาชนต้องเปลี่ยนสถานะกลายเป็นโจรครับ ผมจึงขอสนับสนุนญัตติที่เสนอ ให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไขปัญหาลักลอบขโมยสายไฟ ด้วยความหวังที่ว่าจะ เห็นการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านกิตติภณครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๔ อำเภอบางเลน อำเภอดอนตูม อำเภอกำแพงแสน ตำบลสระพัฒนา ห้วยม่วง พรรคก้าวไกล ปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟ อันนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่ของจังหวัดนครปฐมเช่นกันครับ ผมจึงขอเป็นตัวแทนของพ่อแม่พี่น้องในการที่สนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในการแก้ไขปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟ ก่อนอื่นขอเกริ่นเลยนะครับว่าบริเวณทาง โดยเฉพาะทางหลวง แล้วก็ของทางหลวงชนบท ด้วย ก็นับว่าเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างยิ่งของการคมนาคมขนส่งของประเทศไทย การขโมย สายไฟ เนื่องจากวัตถุประสงค์ก็คือการติดตั้งเพื่อส่องสว่าง เป็นการเพิ่มความปลอดภัยและ อำนวยความสะดวกต่อทัศนวิสัยในการขับขี่ของผู้ใช้รถใช้ถนนยามค่ำคืน แต่เมื่อสายไฟ ถูกขโมยไป แล้วก็มันทำให้กระทบต่อการส่องสว่างของถนนนั้นไป แล้วก็กระทบต่อทัศนวิสัย ของผู้ใช้ถนน ซึ่งก็อาจจะนำมาสู่เหตุการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุแล้วก็ทำให้ประชาชน เสียชีวิตได้ อันนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งนะครับ ทั้งนี้สถิติของการถูกโจรกรรมอุปกรณ์งานทาง ประจำปี ๒๕๖๕ ของกรมทางหลวงแล้วก็ทางหลวงชนบทพบว่าสายไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์งานที่ ถูกกลุ่มมิจฉาชีพลักลอบขโมยมากที่สุด โดยมูลค่าเสียหายของหน่วยงาน ๒ หน่วยงานนี้ รวมกันแล้วก็ประมาณ ๔๐ ล้านบาทโดยประมาณ หลังจากที่ผมได้ลงพื้นที่แล้วก็พูดคุยกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นการลักลอบขโมยสายไฟ โดยผมขอแบ่งสาเหตุคร่าว ๆ ของ การสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการขโมยสายไฟดังต่อไปนี้นะครับ🔗
สาเหตุแรก ก็คือผู้ที่เป็นมิจฉาชีพก็จะขโมยบริเวณที่เป็นแนวเขตที่บดบัง สายตา อย่างเช่นบริเวณทางหลวง ๓๔๖ เป็นเส้นบางเลน-นพวงศ์ มีการตั้ง Barrier ที่มีการ บดบังสายตาของผู้สัญจรไปมา อีกทั้งยังมีบริเวณเกาะกลางที่เป็นสภาพร่องน้ำลึกลงไป แล้วก็ หากมีคนยืนก็ไม่สามารถมองเห็น แล้วก็อีกทั้งยังมีหญ้ารกแล้วก็ทึบด้วยนะครับ แล้วก็ แนวทางการแก้ไข จริง ๆ ก็คือเราต้องแก้ไขปัญหาในแต่ละส่วนก็คือแตกต่างกัน แต่ในจุด ๆ นี้ผมเห็นว่าเห็นว่าควรจะนำ Barrier ออก แล้วก็เปลี่ยนเป็นแถบเหล็กสะท้อนแทน เนื่องจากมีความโปร่ง แล้วก็อีกอย่างหนึ่งคือต้องกำจัดวัชพืชที่ขึ้นปกคลุมทำให้เห็น เกาะกลางที่ชัดเจนมากขึ้น อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุครับ แล้วก็การที่ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง แทบทั้งหมด เป็นระบบที่อยู่ใต้ดิน เราไม่สามารถมองเห็นสายไฟที่อยู่ใต้ดินได้นะครับ บริเวณ โคนเสาไฟก็จะมีแผ่นปิดที่อาศัยสลักเป็นตัวล็อก ซึ่งสลักเหล่านั้นก็จะมีรูปแบบเฉพาะที่มี การออกแบบมาแล้วของทางหลวง แต่ก็ใช้กันมาเป็นเวลานานแล้วครับ ทำให้มิจฉาชีพ มีกุญแจเหล่านั้นในการแกะสลักพวกนั้นได้ ดังนั้นเราควรจะเปลี่ยนรูปแบบสลักเพื่อเป็นการ แก้ไขเสมือนเปลี่ยนกุญแจบ้านหลังใหม่ของเราเอง แล้วก็เมื่อพิจารณาอีกส่วนหนึ่ง ก็คือพิจารณาจากกลุ่มพฤติกรรมของผู้ที่ลักลอบขโมยสายไฟ ก็แบ่งกลุ่มมิจฉาชีพเป็น ๓ ส่วน อันดับแรกเลยก็เป็นกลุ่มผู้ที่ติดยาเสพติดในชุมชนที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ แต่ละครั้งก็จะเป็นการ ลักขโมยสายไฟแบบจำนวนไม่มากครับ แต่การจับกุมเป็นไปได้ยาก เพราะว่าเนื่องจาก ชำนาญพื้นที่และรู้การหลบหนีเป็นอย่างดี อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราต้องแก้ไขกันนะครับ อีกส่วนหนึ่งคือเป็นกลุ่มมืออาชีพเลย อันนี้ก็คือเป็นลูกจ้างของบริษัทรับเหมาทางด้าน คมนาคมที่มาจากบำรุงรักษาต่าง ๆ ระบบซ่อมแซม กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ชำนาญเป็น อย่างมาก ทำอย่างแนบเนียนแยบยล ซึ่งเป็นงานที่เขาทำอยู่แล้วเป็นประจำ อันนี้ก็เป็น ส่วนหนึ่งที่เราได้ข้อมูลมานะครับ ส่วนต่อมาคือเป็นกลุ่มบุคคลอันตรายทั่วไป ก็คือเป็น กลุ่มชั่วคราว ก็คือส่วนใหญ่มักจะใช้รถลักลอบขโมยในพื้นที่ต่าง ๆ โดยบางกลุ่มก็คือดัดแปลง รถให้คล้ายกับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าด้วย ทำให้มีการแต่งกายคล้ายกับเจ้าหน้าที่ไฟฟ้า และอาจจะมีการติดไซเรนเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นการขโมยสายไฟได้อย่างง่ายดาย ทั้งนี้ต้องบอกว่ามูลเหตุจูงใจที่มีการขโมยหลาย ๆ ส่วน ก็คือส่วนประกอบของทองแดง ในสายไฟฟ้านำไปขาย ซึ่งมีความต้านทานสูงนะครับ แล้วก็อีกอย่างคือมีราคาตามท้องตลาด ที่ราคาสูงมาก ต่อกิโลกรัม ๒๖๐ บาทถึง ๒๘๐ บาทต่อกิโลกรัมเลยนะครับ กลุ่มมิจฉาชีพ จึงนิยมลักลอบไปขายในร้านค้าต่าง ๆ ที่คุ้นเคยหรือรู้จัก อีกอย่างหนึ่งก็เลยอยากเสนอ แนวทางแก้ไขปัญหาการลักลอบการขโมยสายไฟของทางหลวง แล้วก็ทางหลวงชนบท จำเป็นต้องใช้หลายแนวทางในการร่วมทำงานร่วมกันให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แล้วก็ ขอเสนอดังนี้ครับ ทั้งกรมทางหลวงแล้วก็ทางหลวงชนบท รวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นด้วย จำเป็นจะต้องกำหนดแนวทางร่วมกันเพื่อให้สมาชิกในชุมชนและเครือข่ายของทางหลวง ช่วยเหลือกัน แล้วก็ต้องมีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับชุมชนให้เข้าใจ แล้วก็ให้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการตรวจตรา แล้วก็ดูแลทรัพย์สินของราชการซึ่งเป็น ภาษีของทุก ๆ คน อีกอย่างคือกำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับการติดตั้งวัสดุบางอย่าง ไม่ให้ไกลจากพื้นที่ชุมชนมากเกินไป และควรพัฒนาพื้นที่ที่มันรกร้างให้โปร่งโล่งนะครับ ไม่ให้เป็นจุดล่อแหลม แล้วก็เหมาะแก่การก่อเหตุของกลุ่มวิชาชีพนี้ได้นะครับ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจตรา ได้ง่ายขึ้นเช่นกัน แล้วก็สุดท้ายการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยกรมทางหลวง หรือแม้กระทั่งทางหลวงชนบทจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เกิดประโยชน์ อันดับแรก คือเพิ่มกล้องวงจรปิด CCTV ให้ครอบคลุมชัดเจนทุกพื้นที่ เพื่อเป็นการสอดส่องดูแล แล้วทั้งหมดก็เพื่อการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนของพี่น้องประชาชน และใช้เงินภาษีทุกบาท ทุกสตางค์ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านวัชระพล ขาวขำ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่เสนอญัตติที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ในวันนี้นะครับ เพราะว่าตัวกระผมเห็นด้วยครับ กับการเร่งแก้ไขปัญหาแล้วก็วางมาตรการ การป้องกัน เพราะว่าที่บ้านผมจังหวัดอุดรธานีก็มีเหตุลักลอบขโมยไฟฟ้าเช่นเดียวกันครับ แต่ว่าจะแตกต่างจากผู้อภิปรายทุกท่านที่อภิปรายมาข้างต้น เพราะว่าของผมในอำเภอเมือง ตำบลสามพร้าวจะเป็นการลักลอบตัดสายไฟ ขโมยสายไฟของสนามกีฬา ในตำบลสามพร้าวจะมี สนามกีฬา ๓ สนาม ไล่จากสนามกีฬาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นสถาน ที่ตั้งของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา วิทยาเขตอุดรธานี แล้วก็สนามที่ ๒ จะเป็นสนาม กีฬาการกีฬาแห่งประเทศไทยประจำจังหวัดอุดรธานี สนามนี้ก็เป็นสนามที่ใหญ่แล้วก็ โดนลักลอบตัดสายไฟเช่นเดียวกันครับ ส่วนสนามต่อไปเป็นสนามกีฬาของมหาวิทยาลัย ราชภัฏอุดรธานี เร็ว ๆ นี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีก็เพิ่งได้รับการเป็นเจ้าภาพกีฬามหาวิทยาลัย ซึ่งจัดได้เยี่ยมยอดมาก มีผู้เข้าร่วมหลายหมื่นคน แต่ว่าก็เกิดปัญหา โดนลักลอบตัดสายไฟ ของสนามกีฬาเช่นเดียวกัน โดยผมจะขออนุญาตยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นภาพครับ🔗
พอดีสนามกีฬา กกท. ผมได้ลงพื้นที่ สำรวจมาครับ โดนลักลอบตัดสายไฟ โดยสนามกีฬาที่นี่เป็นการเดินสายไฟใต้ดินนะครับ แต่ว่าถูกลักลอบยามกลางคืนก็โจรก็ใช้วิธีดึง ดึงจากใต้ดินออกมาเลยนะครับ โดยเสาของ สนามกีฬา กกท. เป็นสายไฟขนาดใหญ่แล้วก็มีหลายเส้น เพราะว่าโคมไฟส่องสว่างของ สนามกีฬา กกท. เป็นสนามกีฬาที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติ เรียกได้ว่าถ้าเปิดเต็มรูปแบบ สามารถให้ความสว่างได้ถึง ๑,๒๐๐ Lux รับรองการแข่งกีฬาระดับนานาชาติได้ แต่ว่าก็ยัง โดนโจรกรรมครับ แล้วก็ยังมีบ้านเรือนประชาชนที่อยู่บริเวณรอบ ๆ โดนโจรกรรมสายไฟ เช่นเดียวกันครับ ปัญหานี้ไม่เพียงแต่ทำให้ทรัพย์สินของหน่วยงานราชการเสียหาย แล้วก็ ทำให้หน่วยงานเอกชนเสียหายด้วย ยังกระทบวงกว้าง กระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของ จังหวัดอุดรธานี โดยผมจะขอฉายภาพให้ท่านประธานเห็นว่าทำไมถึงกระทบต่อวงกว้าง ของเศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานีครับ ยกตัวอย่างเดือนที่แล้วจะมีการแข่งขันกีฬาฟุตบอล ทีมอุดรธานีมันจะมีหลายทีมครับท่านประธาน ทีมฟุตบอลอาชีพก็ได้ไปเช่าสนามฟุตบอล สนามฟุตบอล กกท. นี่ละครับที่โดนลักลอบตัดสายไฟ ปกติแล้วจะแข่งในเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ซึ่งจะมีแฟนฟุตบอลชาวจังหวัดอุดรธานีเข้าร่วมชมเป็นจำนวนมาก ก็เรียก ได้ว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนได้เป็นอย่างดี มีพี่น้องเข้ามาจับจ่ายใช้สอยขายสินค้า ขายอาหาร ขายตั๋วเข้าชม แต่เมื่อเกิดเหตุโจรกรรมสายไฟฟ้า ทางทีมฟุตบอลของ จังหวัดอุดรธานีก็ต้องจำใจเช่าในเวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา ซึ่งผมเรียนท่านประธานเลยครับว่า แดดเปรี้ยง เรียกได้ว่านักฟุตบอลเองยังผิวไหม้ไปตามกันครับ ดังนั้นแฟนฟุตบอลก็ไม่สามารถ เข้ามาร่วมชมได้ ทำให้สโมสรฟุตบอลอาชีพในจังหวัดอุดรธานีขาดรายได้ แล้วก็ทำให้ เศรษฐกิจภาพรวม แทนที่จะมีเงินหมุนเวียนวันหนึ่งหลายล้านบาท ก็ขาดรายได้ไปครับ ท่านประธาน ดังนั้นเป็นที่มาว่าวันนี้ญัตตินี้ ผมต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกอีกครั้งหนึ่งครับ ที่เสนอญัตติในวันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ แล้วก็จำเป็นที่ต้องได้รับการแก้ไข แต่อย่างไรก็ตาม เราก็คงต้องคุยกันว่าเราจะส่งเรื่องให้ทางกรรมาธิการการตำรวจหรือไม่ หรือจะตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพราะว่าปัญหานี้ก็เป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งกระทบทั่วประเทศ ทราบว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านของพรรคเพื่อไทยก็ฝากผมครับ บอกว่าพูดแทนด้วย ท่าน สส. พนม จากจังหวัดกาญจนบุรี ก็บอกว่ามีโครงการของกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นสถานีส่งน้ำ ซึ่งเป็นโครงการใหญ่โดนขโมยหม้อแปลงครับ พอหลังจากขโมยหม้อแปลงเสร็จ โครงการ ก็ได้ทำการจัดซื้อจัดจ้างมาติดตั้งใหม่ ไม่ทันไรครับ ไม่ถึงอาทิตย์ โดนขโมยสายไฟอีก ซ้ำร้ายเข้าไปอีก หลายจังหวัดเกิดขึ้นเหมือนกันครับ มีอีกหลายสถานที่ที่ผมไม่ได้เอ่ยขึ้น แต่ว่าก็เป็นการดีครับที่วันนี้ ญัตตินี้เราได้มาพูดคุยกัน อย่างไรก็ตามผมจะขออนุญาต ฝากท่านประธานครับ สนามกีฬา กกท. จังหวัดอุดรธานีก็ยังได้เสนอขอซ่อมแซม แล้วก็ บำรุงรักษาที่โดนลักลอบตัดสายไฟไป อย่างไรก็ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามงบประมาณ นี้ด้วยครับ แล้วผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่งในการจะต้องแก้ไข และวางมาตรการเพื่อป้องกัน การลักลอบตัดสายไฟต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านสิริลภัส กองตระการ และท่านนพดล ทิพยชล ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาค่ะ ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ สมาชิกผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล กรุงเทพมหานคร เขตบางกะปิ เขตวังทองหลาง เฉพาะแขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ค่ะ เขตบางกะปิ เขตวังทองหลาง ขอส่งเข้าประกวดเช่นเดียวกันเรื่องของการลักลอบขโมยสายไฟ ปัญหาการลักลอบขโมย สายไฟก็เป็นปัญหาที่ทำให้สร้างมูลค่าสูญเสียกับทางหน่วยงานราชการเป็นจำนวนมาก จริง ๆ ไม่แค่ขโมยสายไฟ ตอนนี้มีฝาท่อระบายน้ำ ตะแกรง มิเตอร์น้ำ ตอนนี้โดนยกไป หลายที่ ประชาชนเดือดร้อนมาก สายสื่อสารลามไปถึงหม้อแปลงไฟฟ้าเลยค่ะ สิ่งเหล่านี้ ล้วนสร้างความเสียหายให้แก่ประชาชน ถึงแม้ว่าเราจะมองว่านี่อาจจะเป็นอาชญากร เรื่องของการลักเล็กขโมยน้อย แต่เมื่อเราไปมองถึงผลกระทบในภาพรวมแล้ว ดิฉันว่าเป็น การสร้างความเสียหายให้กับประเทศเป็นอย่างมาก ขอสไลด์ด้วยนะคะ🔗
เรามาดูกรณีที่เกิดขึ้นที่ เป็นข่าวเลยค่ะ เกิดขึ้นในทุก ๆ วันเลยนะคะ อันแรกเคสแรกที่อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ ขโมยตู้ Control สายไฟฟ้า ทำให้ไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนดับเป็นวงกว้าง ตำรวจเจอ ของกลางอีกจำนวนมากเลยนะคะ ท่านลองคิดดูว่าถ้าเกิดว่าถนนที่เป็นถนนหลวงที่ประชาชน ใช้สัญจรเป็นจำนวนมาก แล้วเกิดไฟดับจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และความสูญเสีย ขนาดไหนนะคะ เคสต่อไปเลยนะคะ พี่ชายตามหาน้องชาย หายตัวไปตั้งแต่วันลอยกระทง มาพบอีกทีเป็นศพ สภาพมือยังกำคีมอยู่เลยค่ะ กำลังก่อเหตุอยู่เลย ยอมรับว่าน้องติดยา แล้วก็ชอบลักขโมย เคสต่อไปอันนี้มาเป็นแก๊งเลยค่ะ อุปกรณ์พร้อม ๆ ชุดพร้อม ไปเอาสาย ที่กำลังลงดินเอาขึ้นมาแล้วก็ลากกันแบบนี้เลยค่ะท่านประธาน ท้าทายอำนาจรัฐมาก ๆ แล้วมีคนถ่ายวิดีโอไว้ แต่ว่าก็ยังทำการขโมยแบบนี้อยู่ อันนี้คือภาพรวมที่สร้างความสูญเสีย ให้กับประชาชนและความเสียหาย ตรงนี้ผิดกฎหมายอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๑๐) ซึ่งเป็นการลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ มีโทษจำคุก ตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท รวมไปถึงมาตรา ๓๖๐ ซึ่งเป็นการทำให้เสียหาย ทำลายทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์สินที่ใช้หรือ มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งตรงนี้มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ทีนี้เรามาดูรายพื้นที่กันนะคะ เขตบางกะปิส่งเข้าประกวดทางเดินริมคลองแสนแสบ แก๊งจักรยานชมพู ตรงนี้ดิฉันได้ทำการปรึกษาหารือไปแล้วว่า แก๊งนี้มีความอุกอาจมาก ๆ ขโมยสายไฟ หนักสุดนี่คือลงคลองแสนแสบ พังเสาไฟเพื่อที่จะขโมย จับไปแป๊บเดียว โดนปล่อยออกมาแล้ว แล้วถนนเลียบคลองแสนแสบตรงนี้ประชาชนใช้สัญจรไปมาเป็น จำนวนมาก แล้วท่านประธานดูนะคะ ถ้าเกิดว่ามันดับแบบนี้ จะก่ออันตรายหรือว่าเสี่ยง ต่อการก่อเหตุอาชญากรรมได้มากแค่ไหน🔗
กรณีต่อไปก็คือการลักตู้ คืองัดตู้ขโมยสายไฟฟ้าเลยค่ะ แบบไม่กลัวตายเลย ก็คืองัดเพื่อที่จะเอาสายไฟให้ได้ งัดเก่งมาก อย่างบริเวณนี้ตรงนี้กรุงเทพกรีฑา ตอนแรกดับ ใช่ไหมคะ ดิฉันประสานงานไป สำนักการโยธาธิการและผังเมืองเข้าเร่งดำเนินการแก้ไขได้ ไว้มาก ทำให้ไฟฟ้าส่องสว่าง แต่อีกไม่กี่วันก็กลับมาเหมือนภาพทางด้านซ้ายแล้วค่ะ เพราะว่าอะไรคะ เพราะว่ามีการลักลอบตัดสายไฟฟ้าออกไป ซึ่งตรงนี้น่าเศร้าใจมาก ๆ เพราะว่าดิฉันก็ได้รับเรื่องร้องเรียนมาว่าประชาชนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตหลายรายแล้วค่ะ จากการที่ถนนมืดแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่หน่วยงานของรัฐก็ตั้งใจที่จะเร่งรัดในการแก้ไขปัญหานี้ แต่สุดท้ายแล้วมันเกิดเหตุการณ์ที่ต้องสูญเสียแบบนี้อีกค่ะ เพราะว่ามีคนมาขโมยของหลวง พฤติการณ์ของขโมยเหล่านี้ท้าทายอำนาจตำรวจมาก เพราะบางทีทำกันกลางวันแสก ๆ เลยค่ะ ท่านประธาน หมู่บ้านสินธรเจอมาแล้ว ขึ้นรถเครื่องมา ขึ้นมอเตอร์ไซค์มา ๒ คน มีเสื้อของ พนักงานเรียบร้อย บอกว่าเป็นพนักงานของหน่วยงานส่งมา แต่ว่าลูกบ้านเอะใจก่อนค่ะ แล้วคนร้ายก็เลยไหวตัวหนีไปก่อนนะคะ ปัญหาที่สำคัญก็คือเรื่องของผู้ที่ก่อเหตุ ดิฉันได้ไปลง พื้นที่มาแล้วก็ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนว่า ผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องของยา เสพติด ก็คือลักลอบตัดสายไฟไปเพื่อที่จะเอาเงินไปซื้อยามาเสพนั่นเอง แล้วอีกสาเหตุหนึ่งก็ คือคนที่ไม่มีงาน ตกงาน พอตกงานก็ไม่มีงาน ไม่มีงานก็ไม่มีเงิน เพื่อน ๆ สมาชิกหลายท่าน ได้เสนอข้อเสนอแนะไปแล้วนะคะ ดิฉันก็ขอเพิ่มเติมเรื่องของข้อเสนอแนะ เราอาจจะต้อง เพิ่มการจัดหน่วยลาดตระเวนประจำจุด เพื่อที่จะทำงานบูรณาการร่วมกันระหว่างชุมชนกับ ตำรวจ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยช่วยกันสอดส่องดูแล หรือการติดสัญญาณเตือนภัย เมื่อเกิด การเปิดตัว Service ขึ้นมาแล้วส่งสัญญาณไปถึงผู้ที่ต้องรับผิดชอบให้รีบมาลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยด่วน หรือการกวดขันร้านรับซื้อของเก่าที่เป็นปลายทาง ที่คนลักลอบตัดไปก็จะนำมาขาย ใช่ไหมคะ ถ้าเกิดว่าเราตัดที่ปลายน้ำตรงนี้ได้ก็น่าจะเป็นการป้องกันไม่ให้รับซื้อของที่ขโมยมา จากทรัพย์สินของทางราชการ แล้วก็ปัญหาต้นทางเลยค่ะ นั่นก็คือปัญหายาเสพติด ซึ่งตอนนี้ ก็ค่อนข้างที่จะรุนแรงนะคะ ถ้าเรารักษาตรงนี้ได้เราก็จะสามารถป้องกันได้ในกรณีที่ผู้ป่วย ที่ติดยาเสพติดก็ไม่ต้องไปก่อเหตุลักสายไฟเพื่อที่จะนำเงินมาเสพยาอีก ปัญหาเหล่านี้ดู อาจจะดูเป็นปัญหาที่เล็กน้อย แต่ว่าเรามาดูมูลค่าความเสียหายแล้วมันค่อนข้างสร้าง ความเสียหายให้กับประชาชนเป็นอย่างมากนะคะ เพราะฉะนั้นในการทำงานบูรณาการ ร่วมกันของหน่วยงานต่าง ๆ มันไม่ใช่ว่าเฉพาะจะต้องทำงานแค่ตำรวจอย่างเดียว อย่างที่ ท่านสกลได้บอกไปนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็สนับสนุนให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อ พิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดสายไฟ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านนพดล ทิพยชล ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นพดล ทิพยชล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต ๔ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอร่วม อภิปรายสนับสนุนญัตติ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟฟ้าตามเส้นทางคมนาคมของ เพื่อนสมาชิกครับ🔗
ท่านประธานครับเรื่องนี้เป็นความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนเกือบ ทุกพื้นที่ของประเทศ ดูได้จากสถิติข้อมูล ปี ๒๕๖๕ จากกรมทางหลวง พบว่ามีการขโมย สายไฟฟ้าและอุปกรณ์การทาง คิดเป็นมูลค่ามากกว่า ๓๐ ล้านบาท โดยที่สายไฟจะเป็น สัดส่วนอุปกรณ์ที่ถูกลักขโมยมากที่สุด รองลงมาก็คือหม้อแปลง เพราะว่าแปลงก็มีราคาที่สูง เช่นกัน ท่านประธานครับ การขโมยสายไฟฟ้านอกจากจะทำให้รัฐสูญเสียงบประมาณ แผ่นดินแล้ว ยังสร้างความเดือดร้อนรำคาญ และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ หรือเสียชีวิตให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ในการใช้ท้องถนนในเวลากลางคืน โดยคน จังหวัดนนทบุรีบ้านผมก็ทุกข์เช่นกันครับ จังหวัดนนทบุรีนั้นมีการขโมยสายไฟฟ้าต่อเนื่อง ทุกปีนะครับ โดยสถิติในปี ๒๕๖๕ จากกรมทางหลวงพบว่าจังหวัดนนทบุรีเกิดการขโมย สายไฟฟ้าทั้งหมด ๑๕ ครั้ง คิดเป็นมูลค่ามากกว่า ๑.๓ ล้านบาท ต่อไปตามภาพที่ปรากฏบน สไลด์เลยนะครับ🔗
เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดนนทบุรี เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้วนี้เอง คนร้ายเนียนมาก ปลอมตัวเป็นคนตกปลา ไปลักลอบขโมย สายไฟฟ้าทำให้รัฐเสียหายจากเหตุการณ์นี้มากกว่า ๒ ล้านบาทครับท่านประธาน แล้วสิ่งที่ เราไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย ก็เกิดขึ้นจนได้นะครับ เป็นเหตุการณ์ที่ประชาชนต้องสูญเสียชีวิต เคสนี้ผู้ที่เสียชีวิตคือป้าต้อยนะครับ ป้าต้อยเป็นแม่ค้าขายขนมใส่ไส้ ที่เข็นรถขายมานาน มากกว่า ๔๐ ปี ซึ่งคนจังหวัดนนทบุรี โดยเฉพาะอำเภอเมือง ท่าน้ำนนท์จะรู้จักป้าต้อย เป็นอย่างดี ป้าต้อยโดนรถชนในขณะที่เข็นรถเข็นในช่วงเวลากลางคืน เนื่องจากถนนเส้นนั้น ในขณะนั้นไฟถนนไม่ติด เพราะว่าผลกระทบจากขโมยที่ขโมยสายไฟ ท่านประธานครับ นี่คือปัญหาที่ประชาชนรอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรช่วยแก้ไขให้จากสภาแห่งนี้ครับ ผู้ที่ขโมยสายไฟฟ้าสิ่งที่เขาต้องการคือทองแดงนะครับ ต้องการนำทองแดงที่อยู่ในฉนวนไปขาย ดังนั้นเราจะสังเกตได้ว่าสายไฟฟ้าสายส่งแรงสูงของทาง ผมยกตัวอย่างอย่างทาง กฟผ. แทบจะไม่มีกรณีโดนขโมยสายไฟเลย เพราะว่าสายส่งแรงสูงของ กฟผ. เขาจะใช้อะลูมิเนียมเป็นตัวนำไฟฟ้า ไม่ใช่ทองแดง สายอะลูมิเนียม ข้อดีคือราคาถูก ถ้าเรานำมาใช้แทนสายทองแดง เราทำให้สามารถประหยัด งบประมาณแผ่นดินได้มากกว่าสายทองแดง แต่อย่างไรก็ตามครับผมเข้าใจว่าถ้าจะให้ กรมทางหลวงหรือว่าทางหลวงชนบท Transition เปลี่ยนจากสายทองแดงเป็นสาย อะลูมิเนียมก็อาจจะไม่ง่ายเช่นกันนะครับ เนื่องจากข้อเสียของสายอะลูมิเนียมนั้นหลาย ๆ ท่านอาจจะทราบกันดีว่าค่าการนำไฟฟ้านั้นจะด้อยกว่าทองแดงประมาณ ๑.๖ เท่าเลยนะครับ นั่นหมายความว่าถ้าหน่วยงานต้องการที่จะเปลี่ยนจากสายทองแดงไปเป็นสายอะลูมิเนียม ก็ต้องมีการคำนวณ Load ใหม่ เพื่อหาขนาดของสายอะลูมิเนียมให้เหมาะสม เพื่อชดเชยกับ การใช้งานแทนสายทองแดงได้ครับท่านประธาน ซึ่งผมมีข้อเสนอแนะแนวทางในการแก้ไข ปัญหาการขโมยสายไฟอยู่ ๓ ประการครับ🔗
ประการแรก ก็อยากจะเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาแนวทาง ความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนจากสายทองแดงเป็นสายอะลูมิเนียมนะครับ🔗
ประการที่ ๒ ก็เสนอแนะว่าให้ยกระดับแนวสายไฟให้อยู่ในตำแหน่งที่สูง กว่าเดิม เพื่อให้ยากต่อการลักลอบขโมยตัดสายไฟ🔗
และประการที่ ๓ ประเด็นนี้ผมคิดว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ คือการนำ สายไฟฟ้าลงใต้ดินจะเป็นการป้องกันการถูกขโมยสายไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนที่สุด🔗
สุดท้ายครับ ผมคิดว่าเราถึงเวลาแล้วที่สภาเราต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหา อย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนก็จะวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาแบบนี้อยู่ ทุก ๆ ปี โดยผมขอสนับสนุนให้สภาตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาการลักลอบ ขโมยสายไฟฟ้า ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านชูกัน กุลวงษา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผม ชูกัน กุลวงษา จังหวัดนครพนม เขต ๔ พรรคภูมิใจไทย ขณะนี้สภากำลังพิจารณา การแก้ไขปัญหาการลักลอบขโมยตัดสายไฟฟ้า ผมก็จะพูดในประเด็นเกี่ยวกับการลักลอบ ตัดสายไฟฟ้าในสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่ระบาดหนักในภาคอีสาน การลักลอบตัดสายไฟฟ้า ฉะนั้นการลักลอบตัดสายไฟฟ้านั้นก็ถือว่าเป็นการโจรกรรมทรัพย์สินทางสาธารณะอันยิ่งใหญ่ เพราะเท่ากับการตัดสายใยใจของพี่น้องชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ที่อาศัยพื้นที่จากน้ำในการ ทำไร่ ทำนา ทำสวน โดยเฉพาะภาคอีสานของผมนั้น การทำนามักจะทำนาปี หลังจากทำนาปี เสร็จลงแล้วก็ไม่รู้จะทำมาหากินอะไร ก็อาศัยในการที่จะปลูกพืชในฤดูแล้ง ปลูกพืชหมุนเวียน เป็นปัจจัยหลัก ทำนาปรัง สิ่งเหล่านี้เป็นหัวใจของพี่น้องชาวไร่ ชาวนา เมื่อชาวไร่ ชาวนา ชาวสวนถูกตัดสายไฟโดยขโมยไปขาย โดยขโมยมืออาชีพ เอารถไปใส่เอา ผมขอฝาก ท่านประธานว่า แล้วชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน จะทำมาหากินอะไรได้ เรื่องนี้เรื่องใหญ่สำหรับ ผม เพราะชีวิตของผมนั้นเป็นชีวิตจากท้องทุ่งนาบ้านป่านาดอน ฉะนั้นรู้ปัญหา รู้หน้าที่ เข้าใจดีว่าหัวอกของชาวไร่ ชาวนาเป็นอย่างไร ทำนาขาดน้ำมันก็ไม่ได้ข้าว ผลผลิตก็ไม่ดี ปริมาณก็ไม่ได้ ฉะนั้นทางรัฐบาลก็ไปจัดตั้งสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าให้ที่บ้านสองคอน ตำบลพระซอง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นแหล่งข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดของประเทศไทย ในปี ๒๕๔๑/๔๒ ส่งเข้าประกวดได้รับรางวัลชนะเลิศโล่พระราชทาน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นมา สายไฟถูกขโมยไปแล้ว ก็ไม่มีใครที่มาดูแล ไม่มีใครที่จะมาต่อเติมทำให้ชาวนานั้นได้ใช้น้ำ ในการเกษตรและเพาะปลูก เพราะฉะนั้นผมจึงขอประณามคนที่ลักลอบตัดสายไฟทั่วสารทิศ ในประเทศไทยนี้ว่า เป็นโจรอำมหิตจริง ๆ เพราะฉะนั้นก็ขอฝากท่านประธานว่า เรื่องนี้ชาวไร่ชาวนานั้นเขาไม่มีปาก เขาไม่มีเสียง ที่จะมาพูดในสภา เขาต้องฝากผม ฉะนั้นท่านประธานคงต้องฝากไปหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้เอาจริงเอาจัง ให้ดูแลพี่น้องที่อยู่ท้องทุ่งนา บ้านป่านาดอนที่เขาตั้งใจทำอาชีพเกษตรกร ให้กับพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ ฉะนั้นวันนี้แนวทางในการป้องกันนั้น ผมว่าการติดกล้อง วงจรปิดนั้นจะเป็นแนวทางที่ดีในทางหนึ่ง อีกเรื่องหนึ่งก็คือเกี่ยวกับสถานีสูบน้ำ ทุกสถานี ก็มีบ้านพักของพนักงาน บ้านพักของพนักงานก็อยู่ใกล้กับหัวสูบ หรือว่าสายไฟ แต่เหตุใด สายไฟถึงโดนขโมย ตรงนี้ก็ขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ติดตามว่ามันเหมาะสมไหม ที่มีพนักงาน แล้วกินเงินเดือนของรัฐ กินเงินเดือนของประชาชนแล้วไม่ดูแลสายไฟให้กับหน่วยสูบน้ำ ใกล้กับของประชาชน ฉะนั้นขอฝากท่านประธานด้วยความจริงใจนะครับ สถานีสูบน้ำ ทุกสถานีโดนหมด ไม่มีสถานีไหนที่ไม่โดนในภาคอีสาน อันนี้เป็นขบวนการ ไม่ใช่โจรกระจอก มันโจรจริง ๆ โจรอาชีพ เอารถไปใส่ขายเอาเป็นอาชีพเลย อันนี้ก็ต้องขอบคุณท่านที่เสนอ ญัตติ ก็คือท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ฉะนั้นผมมีส่วนร่วมในการพูดในครั้งนี้ ก็เพื่อเป็น ปากเป็นเสียงให้กับพี่น้องชาวไร่ ชาวนาของเรานะครับ ฉะนั้นก็ต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธาน หวังว่ารัฐบาลคงจะดูกฎหมายให้มันเข้มงวด ให้มันสูงกว่าเดิม ลงโทษให้หนัก ๆ พวกนี้ ทียาบ้าแล้วลงโทษไม่หนัก แล้วอันนี้ก็ต้องลงโทษให้หนักกว่ายาบ้า เดี๋ยวนี้ระบาดหนัก ก็คือยาเสพติดภาคอีสานเม็ดละ ๑๕ บาท ก็ขอนอกเรื่องนิดหน่อย ฝากท่านประธาน เพราะได้โอกาสที่จะได้พูด ผมรอ ผมเป็นคนที่ ๓ มาพูดเป็นคนที่ ๑๐ อันนี้ก็ไม่เป็นอะไรนะครับ จัดให้ ดีกว่าไม่จัดให้ ต้องขอบคุณท่านประธานนะครับ เพราะว่าผมนั้นก็อยากจะพูด เหลือเกิน เอาละเวลาคนอื่นก็ยังรออยู่ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสในการพูด และฝาก ท่านประธานเรื่องนี้ให้เอาจริงเอาจังด้วยนะครับ ก็คงติดตามต่อไปอีก ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิก ผมขอหารือเล็กน้อยนะครับ เพราะว่าตอนแรกได้รับการประสาน จากวิปว่าจะจบในช่วงสองทุ่ม แต่ตอนนี้สมาชิกแต่ละท่านอภิปรายน้อยกว่า ๗ นาที ทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นผู้อภิปรายสุดท้ายนั้นน่าจะจบทันเวลาสองทุ่มนะครับ ทีนี้ก็ให้ ทางวิปปรึกษากันหน่อยว่าเราจะมีการลงมติหรือไม่อย่างไร ตอนนี้ฝ่ายรัฐบาลเหลือแค่ ๒ ท่าน แล้วก็ฝ่ายค้านเหลือ ๒๒ ท่าน เข้าใจว่าตอนนี้เฉลี่ยทุกท่านอภิปรายกันประมาณ ๕ นาที ขอเชิญท่านต่อไป เชิญท่านเจษฎา ดนตรีเสนาะ และท่านไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจษฎา ดนตรีเสนาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปทุมธานี เขต ๒ พรรคก้าวไกล คนปทุม ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ขออนุญาตขอสไลด์ด้วยครับ🔗
ปัญหาไฟทางดับของปทุมธานี เป็นปัญหาที่เรื้อรังมาหลายปี แล้วก็ได้รับการแก้ไขบ้าง ไม่ได้รับการแก้ไขบ้างนะครับ ทำให้ เส้นทางหลักของจังหวัดปทุมธานีมืดทั้งจังหวัด ซึ่งเรื่องนี้ทางหน่วยงานราชการก็ทราบดี แต่เพียงแต่ว่าหลังจากที่ผมได้เข้าไปพูดคุยกับทางหลวงก็ดี กรมทางหลวงชนบทก็ดี ก็ได้ คำตอบเช่นเดียวกันนะครับ ก็คือขาดงบประมาณ ขาดบุคลากร ซึ่งอันนี้คงต้องฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าให้ช่วยเร่งจัดงบประมาณ แล้วก็บุคลากรเข้ามา ช่วยดูแลจังหวัดปทุมธานีบ้านเกิดของผมด้วยนะครับ เสาไฟของทางหลวง หรือทางหลวง ชนบทก็จะมีด้วยกัน ๓ แบบ เป็นเสาไฟกิ่งเดียว เสาไฟกิ่งคู่ แล้วเสาไฟ High Mast นะครับ อันนี้ก็คือเสาไฟ High Mast แล้วก็ส่วนประกอบที่โดนขโมยมาก ๆ ก็คือตัวอุปกรณ์ที่อยู่ ข้างในนี้นะครับ แล้วรวมทั้งฝาปิดที่ปิดด้านนอกก็จะโดนขโมยอยู่บ่อย ๆ เพราะว่าอุปกรณ์ ด้านในส่วนใหญ่จะเป็นทองแดงเป็นหลัก อันนี้ก็คือ ๕ จุดวิกฤติในเขตของ เขต ๒ ปทุมธานี ก็จะประกอบด้วยถนน Local Road ก็คือช่วงถนนกำแพงเพชร ๖ เป็นเส้นเลียบทางรถไฟ อันที่ ๒ ก็คือเป็นแยกเทคโนถึงสะพาน กลับรถถึงวัดตระพัง อันที่ ๓ ก็คือเป็นถนน ๓๔๕ ช่วงเชิงสะพานปทุมธานี ๒ ทั้ง ๒ ฝั่ง อันที่ ๔ ก็คือถนนนนทบุรี ๓๐๒๑ ช่วงเคหะ-วัดไพร่ฟ้า หรือถนนราชพฤกษ์ส่วนต่อขยาย แล้วก็อันที่ ๕ เป็น ปท. ๑๐๓๖ วงแหวนข้ามไปถนนหมายเลข ๙ ระยะทางแค่ ๒-๓ กิโลเมตร แต่ดับเกือบทั้งเส้นเลยครับ🔗
ขอสไลด์ถัดไปครับ อันนี้เป็นถนนกำแพงเพชร ๖ หรือ Local Road ที่ ชาวปทุมธานีรู้จักกันดีนะครับ อันนี้ไฟดับ ที่ท่านเห็นไฟสว่าง ๆ นี้คือเกิดจากไฟรถนะครับ ถ้าดูหน้างานจริง มืดมาก แล้วก็มืดมานานแล้ว แต่รูปถ่ายที่มีก็คือมีแค่ ๒ อัน แต่เพียงแต่ว่า ประชาชนในพื้นที่ทราบกันดีว่าดับมานานมากแล้ว อันนี้คือคำร้องเรียนของพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนในจังหวัดปทุมธานีที่เข้ามายัง Page ของผม ผมขออ่านตัวอย่างสัก ๑ ตัวอย่าง เป็นมานานแล้วตั้งแต่ตอนทำรถไฟน่าจะได้ค่ะ แก้ก็ชั่วคราวแล้วก็กลับมาพังอีก ขอบคุณนะคะ อยากรบกวนไฟทางด้วยค่ะ บางช่วงมี บางช่วงมืดสนิท คนใช้เส้นนี้เยอะมาก อันตรายมากค่ะ เวลากลางคืน คนปทุมธานีจะใช้เส้น Local Road ลัดจากถนนปทุม-รังสิตไปดอนเมือง เยอะมากนะครับ รวมทั้งมีตลาดการค้าสำคัญที่ใช้ถนนเส้นนี้ด้วย ก็คือขออนุญาตเอ่ยนาม ตลาดสี่มุมเมือง ทำให้มีการจราจรตลอดทั้งวันทั้งคืน แล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยเช่นเดียวกันนะครับ อันนี้ก็คือตรงถนน Local Road ช่วงรังสิตที่ผมได้สอบถามไปยังการรถไฟ การรถไฟก็แจ้งว่า จะทำการซ่อมผิวทางถนนโดยแบ่งเป็น ๓ ระยะ แต่บัดนี้เลยระยะที่ ๓ มาแล้ว โดยระยะที่ ๓ จะต้องเสร็จภายในวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ แต่ตอนนี้เลยมาแล้วก็ยังซ่อมไม่เสร็จ ที่ท่านเห็นก็คืออุบัติเหตุรถจักรยานยนต์คว่ำ ถนนขรุขระมาก เวลาขับบางทีประคองไม่ดี ก็ล้มนะครับ หรือว่ากลางคืนไฟทางไม่มี ขับมาเจอหลุมบ่อก็ตกไป ล้อหน้าเข้าไปในหลุมบ่อ ก็คว่ำได้เช่นเดียวกันครับ แล้วก็มีถึงขั้นเสียชีวิตก็มีนะครับ เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้แล้วหน่วยงาน ราชการจะรับผิดชอบอย่างไรนะครับ🔗
ขอสไลด์ถัดไปครับ อันนี้เป็นช่วงสะพานเทคโน ถนน ๓๔๗ มืดนะครับ ถนนเสาไฟ High Mast ทั้ง ๓๕ ต้นไม่สว่างเลยตลอด ๓.๕ กิโลเมตรนะครับ อันตรายมาก กับคนที่ใช้ถนน อันนี้เป็นช่วงสะพานปทุมธานี ๒ ทั้ง ๒ ฝั่ง มืดลักษณะนี้นะครับ มีช่วงหนึ่ง กลับมาสว่างแล้วนะครับ แล้วก็กลับไปมืดอีกแล้วเช่นเดียวกัน อันนี้คือสะพานปทุม ๒ นะครับ นอกจากเรื่องลักขโมยแล้วก็มีเรื่องของอุปกรณ์เสาไฟชำรุด อันนี้ซึ่งเกิดเมื่อไม่นาน เมื่อประมาณสักเดือนธันวาคม คือในสไลด์เมื่อสักครู่นี้ก็จะมีโป๊ะโคมไฟมันจะหล่นลงมา ทับกระจก อย่างรูปกลางนี้ แล้วก็ลงไปโดน Car Seat ในรถ แต่บังเอิญว่าวันนั้นเดชะบุญ ไม่มีเด็กอยู่ในนั้น ถ้ามีลูกหลานอยู่ในนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อันนี้ช่วงเคหะ-วัดไพร่ฟ้า เส้นนี้ดับมา ๒ ปีแล้ว แล้วก็เมื่อไม่กี่เดือนได้สว่างมาสัก ๒ เดือนกระมังครับ แล้วก็กลับไปดับ อีกแล้ว ก็เป็นเช่นนี้ทุกเส้นของจังหวัดปทุมธานี อันนี้วงแหวนหมายเลข ๙ อย่างที่ผมบอก ก็คือเป็นช่วงจากเคหะ-วัดไพร่ฟ้าไปถนนหมายเลข ๙ ดับทั้งหมดเลยครับ เสากิ่ง ๒๖ ต้น มืดมาก อันตรายมากเช่นเดียวกัน มีประชาชนในพื้นที่แจ้งว่าเขาต้องเอาไปทำงานช่วงตีสอง ตีสาม ขับมอเตอร์ไซค์ออกมาก็อันตรายมากนะครับ เพราะว่าไม่รู้จะมีใครดักทำอะไร หรือเปล่า แล้วก็อีกอันหนึ่งก็คือของจังหวัดปทุมธานีที่เกิดขึ้นก็คือเรื่องของการลักลอบขโมย สายไฟตามประตูสถานีสูบน้ำของจังหวัดปทุมธานี เมื่อสัก ๒ ปีที่แล้วที่ท่านเคยเห็นว่ารังสิต น้ำท่วมก็เกิดจากเครื่องสูบน้ำที่สถานีปากคลองรังสิตใช้ไม่ได้ใช่ไหมครับ ส่วนหนึ่งเกิดจาก ไม่มีสายไฟนี่ละครับ เพราะว่าผู้โจรกรรมมาทางคลอง มาทางเรือแล้วพอตัดสายไฟเสร็จแล้ว ก็ทิ้งลงไปในน้ำแล้วก็ลากออกไปนะครับ🔗
ขออนุญาตขอสไลด์ต่อไป อันนี้คือข้อสังเกต ๑. ก็คือราคาทองแดงสูงจูงใจ ให้เกิดการขโมย ๒. ก็คือหน่วยงานมีงบซ่อมบำรุงไม่ทันท่วงทีต่อเหตุการณ์ มีบุคลากรน้อย ๓. การประสานงานระหว่างตำรวจทางหลวง ร้านรับซื้อของเก่า อันนี้คือราคาทองแดง ที่ผมมาเปรียบเทียบให้ดู ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาก็คงต้องฝากให้ทางสภาช่วยกันอนุมัติ ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้นมา เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านไชยามพวาน ครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต หารือนิดเดียวครับ🔗
เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗
ต้องขอประทานโทษ คุณไชยามพวานด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะตัวแทนวิปฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ ตามที่ท่านประธานได้สอบถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ของพวกเราในวันนี้ ซึ่งแน่นอนครับ ผม เชื่อมั่นว่าเพื่อนสมาชิกเราก็เตรียมการกันอย่างเต็มที่ แล้วก็อยากจะอภิปรายอย่างครอบคลุม แต่ว่าเท่าที่ดูรายชื่อทั้งหมดนี้ ยังมีเพื่อนสมาชิกที่ค้างการอภิปรายอยู่เป็นจำนวนมาก บางท่านอาจจะพูดเต็มเวลาก็ได้ แล้วก็ยังมีอีก ๓ ท่านที่เป็นเจ้าของญัตติ ซึ่งก็ได้รับคำยืนยัน ว่าท่านเองก็อยากสรุปญัตติ แล้วก็นำไปสู่การลงมติกัน ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าทุกท่านก็พร้อมที่จะ มีการลงมติ แต่ว่าเพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน เท่าที่ดูแล้วอาจจะใช้เวลาระหว่าง ๕-๗ นาทีต่อท่าน ที่เหลืออยู่ประมาณ ๒๐ กว่าท่านน่าจะไปจบเกือบ ๆ ๓ ทุ่มนะครับ ไม่ใช่ เป็น ๒ ทุ่ม ฉะนั้นอาจจะเป็นแบบนี้ได้ไหมครับท่านประธาน เมื่อสักครู่ก็หารือกับตัวแทนทาง วิปรัฐบาลว่าวันนี้เราเดินไปถึงสัก ๒ ทุ่ม ไปถึงตรงนั้น ถึงใครอย่างไรก็ว่ากัน แต่เอาแค่ ประมาณสัก ๒ ทุ่ม แล้วที่ค้างไว้ แล้วก็รวมถึงเจ้าของญัตติที่จะมาสรุป นำไปสู่การลงมติ อาจจะขอเป็นในวาระถัดไป ซึ่งอาจจะเป็นในสัปดาห์หน้า แบบนี้ก็จะมีประสิทธิภาพ แล้ววันพรุ่งนี้ เราก็จะได้กลับมาทำงานในกฎหมายสำคัญ ซึ่งขณะนี้กำลังรอลงนามทุกฉบับอย่างเต็มที่ ต่อไปครับ ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานว่านี่เป็นสิ่งที่ได้หารือกับทางตัวแทนวิปรัฐบาล เบื้องต้น เดินหน้าเต็มที่เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ทางฝ่ายรัฐบาลครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี ในฐานะตัวแทนของวิปรัฐบาล ยืนยันครับ ว่ามีการพูดคุยกับในส่วนของวิปฝ่ายค้านจริง แล้วก็เล็งเห็นประโยชน์ของพี่น้อง อยากให้ การอภิปรายนี้ครบถ้วน แล้วก็รวมถึงกระบวนการให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด ยืนยัน ตรงกันครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต หารือนิดหนึ่งครับ🔗
เชิญ ครับ🔗
ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะเจ้าของญัตติ ในวันนี้ที่มีเพื่อนสมาชิกมาอภิปรายกันเป็นจำนวนมาก ก็ดีใจครับที่มีเพื่อนสมาชิกอภิปราย แล้วก็ลงชื่อกันเป็นจำนวนมาก เพราะว่าเป็นปัญหาสำคัญจริง ๆ ที่รัฐบาลจะต้องไป ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง แต่ทีนี้ประเด็นอย่างนี้ครับท่านประธาน ทางที่วิป ฝ่ายค้านเสนอมานี้ ผมไม่ติดขัดอะไร แต่อยากจะคุยกับท่านประธานว่าก็เป็นการดี เพราะว่า ตอนนี้ยังหาข้อตกลงกันไม่ได้ว่าจะตั้งกรรมาธิการหรือไม่ตั้งกรรมาธิการ ฉะนั้นถ้าเสนอมา อย่างนี้ เดี๋ยวจะได้มาหารือกันว่าถ้าเราไม่ตั้งกรรมาธิการ แล้วเราจะไปตั้งเป็นอนุกรรมาธิการ ในกรรมาธิการการตำรวจได้หรือไม่อย่างไร ผมก็เลยขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปทาง ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ด้วยนะครับว่า ถ้าจะพักการประชุมหลังจาก ๒ ทุ่มไปนี้ เดี๋ยวจะมา หารือกันว่าจะตั้งกรรมาธิการหรืออนุกรรมาธิการอย่างไรดี ก็ขออนุญาตเห็นด้วยที่จะพัก การประชุมหลังจาก ๒ ทุ่มไปแล้ว ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ถ้าอย่างนั้นก็เห็นชอบตรงกันนะครับ แล้วก็ท่านสมาชิกก็สามารถใช้เวลาอภิปรายได้อย่าง เต็มที่ แล้วก็มีการลงมติในการประชุมครั้งถัดไปได้ ขอบคุณมากนะครับ ก็จะจบที่ ท่านชุติพงศ์ พิภพภิญโญ โดยคร่าว ๆ อยู่ที่ประมาณ ๒ ทุ่มนะครับ หรืออาจจะต้องเกินไป กว่านั้นอีกสักเล็กน้อย เชิญท่านไชยามพวานครับ🔗
ผมขออนุญาตต่อเลย แล้วกันครับท่านประธาน สวัสดีท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปูอัด ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตจอมทอง ยกเว้น แขวงบางขุนเทียน และเขตบางขุนเทียน เฉพาะแขวงท่าข้าม พรรคไทยก้าวหน้า ท่านประธานครับ ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟบริเวณทางหลวง ท่านประธานขอสไสด์ครับ🔗
สถิติที่ผ่านมาปี ๒๕๖๕ ที่ผมจะเอามาโชว์ให้ดู กรมทางหลวงโดนไปประมาณ ๑๓ ล้านบาท กรมทางหลวงชนบท โดนไปประมาณ ๒๖ ล้านบาท ไม่แน่ใจว่าสไลด์จะขึ้นได้ไหมครับท่านประธาน ขอดูหน่อย ครับ โอเคครับ ขอสไลด์ต่อไปครับท่านประธาน คำถามก็คือท่านประธานอาจจะคิดว่า ปูอัด มันเกี่ยวอะไรด้วยการลักลอบสายไฟใช่ไหม ไม่โดนไม่ได้ครับ ที่ท่านประธานเห็นนี้ ซ้ายนี้เป็นวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ฝั่งใต้ ช่วงคุณกะลา-ท่าข้าม บางขุนเทียน คุณกะลานี้ ไม่ได้มีปัญหาแค่ลิง ปัญหาไฟลักลอบนี้ก็มี ซ้ายอันนี้คือเปิด Flash ถ่ายแล้ว จริง ๆ มันมืดตึ๊บ ไม่ให้ผมมีปัญหาได้อย่างไร ประชาชนโทรมาบอก ปูอัดทำไมวันนี้ไฟมันดับหมดเลย ห๊ะ รัฐบาลจะประหยัดสายไฟหรืออย่างไร หรือประหยัดไฟหรืออย่างไร ท่านประธานผมโดน แบบนี้ ผมก็เลยต้องไปช่วยครับ ไปดูว่าปัญหานี้เกิดขึ้นอย่างไรกับทางข้าราชการ ปรากฏว่า มันโดนลักลอบสายไฟหมดเลย ไฟก็ดับหมดเลย แล้วปัญหาโจรกรรมเหล่านี้ แบ่งได้ทั้งหมด ๓ กลุ่ม กลุ่มแรกนี้คือกลุ่มคนในพื้นที่ อีกกลุ่มหนึ่งเป็นมืออาชีพครับ ท่านประธาน มาเป็นทีมมาเป็นระบบ มีอุปกรณ์ครบครัน อีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มชั่วคราว ทำครั้ง ๆ คราว ๆ ท่านประธานครับ โดยกลุ่มเหล่านี้เขามีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องติด ยาเสพติดก็ดี หนี้นอกระบบก็ดี พอพ้นโทษจำคุกออกมา ไม่มีงานทำ อันนี้ก็เป็นปัญหา โครงสร้าง กลุ่มขายของเก่าที่จ้างวานอันนี้ก็เป็นกลุ่มสำคัญครับ ร้านค้าพวกนี้ต้องหาวิธีการ จำกัดให้ได้ และอีกอย่างก็คือเป็นพฤติกรรมส่วนตัวครับ ท่านประธานครับ ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญมากที่จะต้องต่อสู้ไป โดยเฉพาะเรื่องราวที่ผมจะชี้แจงให้แถลงไขก็คือ นี่คือหลักฐานจริง ๆ จากกลุ่มคนพื้นที่ ซ้ายนี้เป็นโจรนะครับ เราจับได้ที่เขตพื้นที่ของผม แล้วเขากำลังลักลอบสายไฟตัดดินออกมา ตำรวจเขาไปจับมาได้ในพื้นที่ของผม เขาจะเปิดตู้ แบบนี้ ตู้แบบนี้ที่มีไฟสามารถเอาหลอดไฟจ่ายไฟประมาณสัก ๔๐ กว่าหลอด แล้วเขาใช้ อุปกรณ์ในการตัดสายไฟเหล่านี้ คีมมูลค่า ๒๕๐ บาทแค่นั้นเลย เขาตัดอยู่แค่นี้ แต่ท่าน ประธานเชื่อ ไม่เชื่อ ผมมีอีกโจรหนึ่งเป็นกลุ่มสำคัญที่ผมจะมาตีแผ่ให้ดู กลุ่มนี้เขาเรียกว่า กลุ่มทำเนียนเป็นคนตกปลาแล้วขโมยสายไฟ ผมได้ยินครั้งแรกก็ต้องอุทาน พระเจ้าช่วย มันมี แบบนี้จริง ๆ หรือ แล้วก็นี่คือเรื่องจริงครับท่านประธาน ข้าราชการเอามาฟ้องมาให้ดู คนเสื้อแดงนี้ไม่ใช่โจรนะ เป็นหน่วยงานที่ไปตรวจสอบ คือกลุ่มนี้เป็นแบบนี้ ท่านประธาน ผมจะเล่าให้ฟัง คือโจรกลุ่มนี้เขาจะปลอมตัวไปเป็นนักตกปลา เขาจะเอาไปตกปลา ตกปลา และทีมอีก ๒ คนลงไปข้างล่าง แล้วเขาลักลอบสายไฟแบบนี้เลย ตรงนั้นเป็นสายไฟหลวง อีก ๒ คนค่อย ๆ ตัด ค่อย ๆ ย่อง ปรากฏว่าดีนะ มีประชาชนพอจะจับได้ว่านี่เป็นกลุ่ม ตกปลาตัวปลอม เพราะฉะนั้นผมไม่ได้ว่าท่านที่ตกปลานะครับ ฝากดูหน่อยนะครับ กลุ่มตกปลา บางคนแฝงมาเป็นมิจฉาชีพแบบนี้ แล้วประเด็นก็คืออาจจะมีคำถามว่า ปูอัด แล้วมันเอา ไปขายมันได้ราคาหรือ เขาเอาไปหลอมครับ มันมีกลุ่มที่จ้างรับซื้ออยู่ ๒๖๐-๒๘๐ บาท แต่ผมกำลังจะบอกว่าคำถามสำคัญก็คือเวลาเขาจะไปขโมย เขาเอาสายไฟแบบกลม ๆ แบบนี้ไปขายไม่ได้นะ เขาต้องเอาไปแปรรูปก่อน คำถามคือ ปูอัด แล้วมันจะเอาไปแปร อย่างไร อยากจะรู้จริง ๆ สถานที่มันเป็นอย่างไร ผมให้ทีมงานไปดูเลย กลุ่มมิจฉาชีพทำการ เผาสายไฟที่บ้านร้าง บ้านที่ผมเอามาให้ดูเป็นบ้านที่อยู่ใน The ghost radio เลยนะ เป็นบ้านที่มีประวัติดุมาก ท่านประธานไม่เชื่อ ผมมีวิดีโอคลิป เปิดวิดีโอหน่อยครับ ไปลงพื้นที่มานะครับ อันนี้เป็นสายสัญญาณเป็นสายไฟ แล้วสายไฟเหล่านี้จะเป็นสายไฟ ที่โจรเขามาลักลอบตัดสายไฟที่นี่ และในบ้านก็จะมีขี้เถ้าจำนวนมากในการเผาอยู่ ขี้เถ้า ขาว ๆ ที่โจรเหล่านี้เอามาเผาในบ้านนี้ แล้วหลอมทองแดงเหล่านี้เอาไปขาย ผมถึงบอกว่า วันนี้ที่ผมเอามาดู ด้านขวาไม่ใช่ภาพถ่ายติดวิญญาณนะครับ มันจะเป็นเขม่าดำทั้งหมดที่ โจรเหล่านี้ใช้วิธีการที่บ้านร้างที่ไม่มีคนเข้าไปแบบนี้ละครับ ผมถึงกำลังจะบอกว่าปัญหา อีกหนึ่งอย่างที่เชื่อมโยงมากับการขโมยสายไฟ คือปัญหาบ้านร้างในประเทศไทย ที่ถูกทิ้งร้าง ไว้นานแล้วเกิดปัญหามิจฉาชีพจำนวนมาก ท่านประธาน นี่เป็นอีกอย่างที่เชื่อมต่อมาในการ ที่ต้องแก้ไขในการตั้งกรรมาธิการในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมใช้เวลา ไม่นาน ขอสรุปเลยผมยังคงตั้งใจนะครับ ที่จะเป็นอีก ๑ เสียงที่จะสนับสนุนญัตติขอให้สภานี้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาการศึกษาแก้ไขปัญหาการลักลอบขโมย สายไฟเป็นอีก ๑ เสียงแน่นอน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านกุลวลี นพอมรบดี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ดิฉันมีเรื่องขออนุญาตปรึกษาท่านประธาน แล้วก็ขออนุญาตสนับสนุนญัตติที่ ไม่ว่า จะเป็นท่าน สส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ที่ได้เป็นผู้เสนอญัตติให้มีการไปศึกษาในเรื่องของ การแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดสายไฟ เพราะว่าต้องนำเรียนท่านประธานค่ะว่ามันเป็น ความเดือดร้อนของพี่น้องในทุก ๆ เขตพื้นที่ที่ท่าน สส. ในที่นี้ได้สะท้อนไป และหนึ่งในนั้น ก็มีในพื้นที่ของจังหวัดราชบุรี เขต ๑ อำเภอเมืองของดิฉันนะคะ ไม่ว่าจะเป็นกระทบในเรื่อง ของการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการกระทบในเรื่องของการท่องเที่ยว อย่างอาทิเช่น ในถนน ทางหลวงชนบท เส้น รบ ๔๐๐๔ เส้นนี้โดนขโมยสายไฟ น่าจะนานเป็นเวลาประมาณ ๖ เดือนแล้วค่ะ ในห้วงระยะเวลา ๖ เดือนที่ผ่านมา ดิฉันได้รับการประสานงาน ไม่ว่าจะเป็นท่านผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านก็ได้มีการโทรมา สอบถาม ถึงแม้ว่ากระทั่ง ๒-๓ วันที่แล้วมีการลง Facebook ต่อว่า สส. ต่อว่า สจ. ต่อว่า ผู้นำว่าทำไมถึงไม่ดูแล ทำไมไม่มีงบประมาณในการที่จะมาติดตั้งใส่ไฟให้หรืออย่างไร ชี้แจง ไปหลายครั้งค่ะ จนได้หารือกับทางหลวงชนบทจังหวัดราชบุรีบอกว่า ท่านทำป้าย ประชาสัมพันธ์เถอะ ดังที่ท่านอัครเดช เป็นผู้เสนอญัตติได้โชว์สไลด์เมื่อตอนข้างต้น ก็เป็น การบรรเทาไปได้สักระยะหนึ่ง แต่บางทีมันเป็นความเดือดร้อนจริง ๆ มันทำให้เกิดการ สูญเสีย เสียทั้งชีวิต เสียทั้งทรัพย์สินของผู้ที่สัญจรไปมาของชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของทางรถไฟ ทางการรถไฟเอง ณ ขณะนี้ก็ประสบปัญหา ในพื้นที่ของ จังหวัดราชบุรีตอนนี้มีการก่อสร้างสะพานขึงทางรถไฟ ซึ่งเป็นสะพานตัวแรกของ ประเทศไทยที่เป็นสะพานขึงที่รถไฟได้สร้างไว้ ในจังหวัดราชบุรีเรามีความตั้งใจที่จะสร้างให้ เป็นแหล่งท่องเที่ยว Landmark แห่งใหม่ที่พี่น้องชาวจังหวัดราชบุรี เราจะเรียกว่าสะพาน ๓ ยุค ทำไมถึงเรียกว่าสะพาน ๓ ยุค เพราะว่าสะพานจุดนั้นจะมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ ที่มีสะพานจุฬาลงกรณ์ที่สร้างสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีสะพานธนะรัชต์ แล้วก็มีสะพาน ตัวล่าสุด ก็คือสะพานขึงของทางรถไฟ เราตั้งใจที่จะผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ของจังหวัดราชบุรีบ้านเรา แต่เดชะบุญค่ะท่านประธาน ในส่วนของทางรถไฟเองยังไม่ได้ มีการเปิดใช้ แต่ทุกวันนี้ไฟบนสะพานขึงของทางรถไฟได้ถูกขโมยไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ของสะพานกลับรถข้างทางรถไฟ หรือสะพานเกือกม้าในพื้นที่ของวัดบ้านกล้วย ตำบลท่าราบ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ทางเข้าวัดโคกหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ทางพื้นที่หมู่ ๖ ตำบลคูบัว อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ทั้ง ๓ จุดนี้โดนขโมยสายไฟทั้งหมดเลยค่ะท่านประธาน สิ่งที่ทางผู้รับจ้างดำเนินการทำให้ได้ เราเห็นใจเขานะคะ เขาก็นำเสา Solar มาตั้งให้ แต่ท่าน รู้ไหมว่าคะว่าความสว่างมันไม่เพียงพอจริง ๆ นอกเหนือจากนี้ โจรหนักขึ้นถึงแม้กระทั่งขโมย ตู้ Control ไปเลยนะคะ จุดกลับรถใต้สะพานของถนนทางหลวงไม่หาย เพียงแต่แค่สายไฟ Divo ดูดน้ำหายด้วยค่ะท่านประธาน สิ่งที่ทำได้คือแขวงทางหลวงราชบุรีตั้งให้ใหม่ แล้วก็ ใส่คอกให้ค่ะ ทำคอกล็อกประตูอย่างดีเลย ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยได้สักแค่ไหน แล้วก็ตะแกรงเหล็ก ตอนนี้ฝั่งหนึ่งเป็นตะแกรงเหล็ก อีกฝั่งหนึ่งโดนยกหายไปแล้ว ก็แก้ปัญหาได้โดยการที่หล่อ เป็นปูนแทนค่ะ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน ท้องถิ่นในพื้นที่จุดกลับรถใต้สะพานประมาณ กิโลเมตรที่ ๙๕ ก็คือหน้าวัดโพธิ์สามเรือน แล้วก็หน้าร้านอาหาร ป. ปลาเผา ๒ จุดนี้ ทางท้องถิ่น ก็คือทาง อบต. สามเรือน ท่านนายกอบ เนียมรักษา ท่านเคยกล่าวไว้ว่า ท่านยินดีที่จะใช้งบประมาณของ อบต. สามเรือน ติดตั้งกล้องวงจรปิดใต้สะพานเพื่อช่วย ทางหลวงในการดูแลทรัพย์สินตรงนี้ อันนี้คือความทุกข์ร้อนจริง ๆ นะคะ นอกเหนือจาก ชาวบ้านแล้ว หลวงเราเองก็ทุกข์ร้อนเพราะว่าต้องเอาเม็ดเงินงบประมาณไปใช้ เขาเรียกว่า ซ้ำซากจริง ๆ นะคะ ก็ในส่วนของการนี้เอง ก็ต้องฝากในส่วนของท่านประธาน คณะกรรมาธิการการตำรวจให้ช่วยดำเนินคดีให้อย่างหนักหน่วงด้วยนะคะ เมื่อสักครู่นี้ มีเพื่อนสมาชิกบอกว่าเป็นโจร เขาเรียกว่าโจรมืออาชีพ ไม่ต้องประณามค่ะ ดิฉัน กุลวลี ขออนุญาตสาปแช่งท่านเลยค่ะ เพราะว่าสิ่งที่ท่านทำ ทำให้คนในพื้นที่ที่สัญจรบนท้องถนน เสียชีวิตค่ะ นี่ก็เรื่องจริง เนื่องจากว่าในพื้นที่ของดิฉันเองมีผู้ที่สูญเสียชีวิต แล้วก็เพื่อน ๆ สมาชิกหลาย ๆ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นฝั่งรัฐบาลหรือฝั่งฝ่ายค้านต่างบอกว่าต้องช่วยกันอภิปราย ในเรื่องนี้ ท่าน สส. ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ จากจังหวัดเพชรบุรี พื้นที่ท่านเองก็เป็นแหล่ง ท่องเที่ยว มีชะอำ มีหาดที่สวยงาม ท่าน สส. พิพิธ รัตนรักษ์ สมุยก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวของ ประเทศเหมือนกันที่ก่อให้เกิดความเสียหาย นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมาทำให้ไม่มีความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เสียชื่อเสียงของเรา สุดท้ายนี้ไม่รบกวนเวลาของสภานะคะ ก็กราบขอบพระคุณท่านประธานด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านแอนศิริ วลัยกนก ต่อด้วย ท่านชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวแอนศิริ วลัยกนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ พรรคก้าวไกล ดิฉันจะอภิปรายถึงการแก้ไขปัญหา การลักลอบขโมยตัดสายไฟฟ้าที่เป็นสาธารณูปโภค ปัญหาส่วนใหญ่ที่ผลกระทบก่อให้เกิด ความเสียหายแก่ภาครัฐ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ประกอบธุรกิจ ทำให้ ไม่สามารถใช้ไฟฟ้าได้ตามปกติ เกิดความเสียหายต่อธุรกิจ และเศรษฐกิจของประเทศ ปัญหาการถูกโจรกรรมและอุปกรณ์ งานทางของกรมทางหลวง นับเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารงานด้านการ อำนวยความสะดวกปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทางที่มีอุปกรณ์สำคัญ เช่น สายไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า ฝาตะแกรง อุปกรณ์ไฟฟ้าแสงสว่างต่าง ๆ ที่ถูกโจรกรรม รวมมูลค่าเสียหายราวประมาณ ๓๑ ล้านบาท จากการรวบรวมข้อมูลสถิติในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ จนถึง ปี ๒๕๖๕ จะเห็นว่าการโจรกรรมอุปกรณ์งานทางเสียหายมากกว่า ๑๔๐ ล้านบาท ที่เห็นอยู่ บนสไลด์ของดิฉันเป็นสถิติของแต่ละปี แสดงให้เห็นการโจรกรรมอุปกรณ์งานทางที่มีเพิ่มสูง และดูไม่มีทีท่าจะลดลง และนี่เป็นกราฟแสดงมูลค่าอุปกรณ์งานทางที่ถูกโจรกรรมปี ๒๕๖๕ โดยอุปกรณ์ที่ถูกโจรกรรมมากเป็นอันดับที่ ๑ คือสายไฟฟ้า ในปี ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา การโจรกรรมสายไฟฟ้าที่มูลค่าความเสียหายสูงถึง ๑๔ ล้านบาท คิดเป็น ๔๓ เปอร์เซ็นต์ และในปี ๒๕๖๕ มีข้อมูลคร่าว ๆ เกี่ยวกับข้อมูลความเสียหายจากการโจรกรรมสายไฟฟ้า และหม้อแปลงไฟฟ้า คิดเป็นมูลค่าราวประมาณ ๓๗ ล้านบาท ตัวเลขความเสียหายที่ไม่รวม ความเสียหายอื่น ๆ ในการปรับปรุงซ่อมแซมและยังเป็นตัวเลขที่ไม่แน่นอนอีกด้วยค่ะ แต่สิ่ง ที่แน่นอนคือปัญหา การสร้างความเสียหายมานานมากแล้ว การสร้างความเสียหายไปทั่วทุก พื้นที่เป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง เมื่อเราพูดถึง ส่วนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการลักลอบตัดสายไฟฟ้า ต้องบอกว่าการ ลักลอบตัดสายไฟฟ้า ๑ ครั้ง ทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง เพราะไฟฟ้าไม่ได้ดับแค่หลังใด หลังหนึ่ง และการซ่อมแซมนั้นใช้เวลาค่ะ ดิฉันกำลังกล่าวถึงการลักลอบตัดสายไฟที่ไม่ใช่ เรื่องของไฟดับ หลายบ้านมีเด็กเล็ก มีคนป่วย มีสัตว์เลี้ยง บางบ้านก็เป็นผู้ประกอบร้านค้า รายย่อย การที่ไฟฟ้าดับโดยไม่มีการแจ้งหรือไม่ได้มีการเตรียมตัวไว้ก่อนล่วงหน้า ก็จะเกิด ความเสียหายได้ต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งเราประเมินค่าความเสียหายในแต่ละบ้านไม่ได้ เลยค่ะ ในพื้นที่ของดิฉันก็มีการลักลอบตัดสายไฟอยู่บ่อยครั้ง ในพื้นที่ต่างเอือมระอา ในช่วง เช้าของวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ ดิฉันได้รับแจ้งว่า มีประชาชนถูกไฟฟ้าช็อตในบริเวณ ซอยสุขสวัสดิ์ ๖๒ ทีมงานและดิฉันได้เร่งลงพื้นที่ เมื่อลงพื้นที่สอบถามว่ามีการลักลอบ ตัดสายไฟและตู้ชุมโทรศัพท์ โดยคนร้ายได้ถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตทั้ง ๒ คน และในเดือน เดียวกัน วันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๖ ดิฉันได้รับแจ้งจากพี่น้องในพื้นที่ว่ามีการลักลอบ ตัดสายไฟในบริเวณริมคลองพุทธบูชา ๓๒ และความเสียหายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของดิฉัน ทุกวันนี้ยังมีอีกหลายพื้นที่ ไม่ใช่แค่ในกรุงเทพมหานคร การลักลอบตัดสายไฟนั้นยังเกิดขึ้น ทั่วประเทศค่ะท่านประธาน ข่าวใหญ่เกิดขึ้นจากการลักลอบตัดสายไฟ ในปี ๒๕๖๖ ความเสียหายที่มีการลักลอบตัดสายไฟบนถนนมอเตอร์เวย์ ทำมูลค่าความเสียหายแก่ภาครัฐ มากกว่า ๑๐ ล้านบาท ส่งผลกระทบต่อกล้องวงจรปิด CCTV บนถนนมอเตอร์เวย์ตั้งแต่ พัทยาจนถึงมาบตาพุด จังหวัดระยองล่มตลอดทั้งสาย นอกจากค่าความเสียหายที่ตีเป็น จำนวนเงินแล้ว ยังเกี่ยวเนื่องถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนด้วยค่ะท่านประธาน ปัญหาการลักลอบตัดสายไฟเป็นปัญหาที่ไม่มีทีท่าจะลดลง และดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งเรื่องของความเสียหายที่เกิดขึ้น ผลกระทบต่อภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน ดิฉันจึงเห็นควรจำเป็นอย่างยิ่งที่จะให้รัฐเข้าไปดูแล หารือ กับการป้องกันและหาหนทางแก้ไขปัญหานี้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทุกภาคส่วนและ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านชรินครับ🔗
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ อำเภอนครหลวง อำเภอบางปะหัน อำเภอมหาราช อำเภอบ้านแพรก และอำเภอท่าเรือ พรรคก้าวไกล ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราจำได้เมื่อประมาณต้นเดือนมีนาคม ๒๕๖๔ ได้มีคดี ฆาตกรรม พบศพเยาวชน ๓ คนถูกยิงศีรษะนอนตายรวมกันอย่างโหดเหี้ยมที่อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร จากการสอบสวนพบว่าเยาวชนกลุ่มนี้มี ๕ คน อายุตั้งแต่ ๑๓-๑๙ ปี ได้รวมตัวกันมั่วสุมลักเล็กขโมยน้อย โดยเข้าไปลักสายไฟในโรงงานร้างเพื่อนำเอามาขาย นำเงินมาซื้อยาเสพติด เราต้องตั้งคำถามกันว่าทำไมถึงชอบขโมยสายไฟฟ้า ก็เพราะว่ามันง่าย ง่ายกว่าขโมยทรัพย์สินอย่างอื่น เนื่องจากเมื่อได้สายไฟมาแล้วก็เพียงเอามาเผา ลอกเปลือก หุ้มออก เอาโลหะทองแดงไปขายกับร้านรับซื้อของเก่าซึ่งได้ราคาสูง ยากต่อการติดตาม จับกุม เพราะของกลางได้แปรสภาพไปเรียบร้อยแล้ว ท่านประธานครับ สมัยก่อนการขโมย สายไฟฟ้าจะจำกัดเฉพาะอาคารบ้านเรือน โรงงาน ซึ่งเป็นพื้นที่ของเอกชน มี Breaker หรือ อุปกรณ์ตัดกระแสไฟติดตั้งอยู่ สามารถตัดกระแสไฟแล้วตัดสายไฟได้ง่าย ๆ แต่ในช่วงต่อมา ผู้ขโมยสายไฟมีความรู้ มีอุปกรณ์ มีเครื่องมือที่ทันสมัยมากขึ้น สามารถขโมยสายไฟฟ้า บนทางสาธารณะ แม้กระทั่งลักลอบตัดสายไฟฟ้าแรงสูง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาบ้านผม มีประชาชนร้องเรียนเข้ามามากมายว่า ไฟส่องสว่างบนถนนในเวลากลางคืนดับสนิทมาเป็น เวลาหลายเดือน หรือบางพื้นที่ดับเป็นปี ๆ ยังไม่ได้รับการแก้ไข ตอนแรกผมก็คิดว่าทาง อบต. ไม่มีค่าไฟจะไปจ่ายให้กับการไฟฟ้า จึงถูกตัด แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าสายไฟ และหม้อแปลงถูกขโมย โดยคนร้ายขุดสายไฟจากท่อร้อยสายใต้ดิน พร้อมทั้งยกหม้อแปลง ไฟไปด้วย ทาง อบต. ตั้งงบประมาณซ่อมแซมไม่ไหว เพราะถูกขโมยบ่อยมาก ต้องรอ งบประมาณ ทำให้ประชาชนเดือดร้อนในการเดินทางสัญจรช่วงกลางคืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พนักงานโรงงานอุตสาหกรรมที่ออกกะกลางคืนต้องเดินทางกลับบ้าน มักประสบอุบัติเหตุ และถูกมิจฉาชีพจี้ชิงทรัพย์อยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากถนนมืดสนิท ไม่มีไฟส่องทางในเวลา กลางคืน ถ้าท่านประธานจำได้ เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคมที่ผ่านมา มีข่าวชายคนหนึ่งถูกไฟฟ้า ช็อตเสียชีวิตอยู่หน้าสถานีจ่ายไฟฟ้าบางปะอิน ริมทางหลวงหมายเลข ๓๐๘ ตำบลคลองจิก อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากการสอบสวนพบว่าชายคนดังกล่าวได้ปีน เสาไฟฟ้าแรงสูงขึ้นไปลักลอบตัดสายไฟ ซึ่งมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงถึง ๒๔,๐๐๐ โวลต์ จนถูกไฟฟ้าช็อตตกลงมาเสียชีวิต เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น แทบจะกล่าวได้ว่า จังหวัดของผมมีการลักลอบตัดสายไฟ สายสื่อสาร ขโมยหม้อแปลงและอุปกรณ์อย่างอื่น ของการไฟฟ้าบ้าง การโทรศัพท์บ้าง ไฟส่องทางของ อบต. เทศบาล อบจ. โรงเรียน โรงงาน หรือแม้กระทั่งของวัดก็ถูกขโมยอยู่เป็นประจำทุกวัน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน อย่างหนัก เราจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไรดีครับท่านประธาน ช่วงปิดสมัยประชุมสภาที่ผ่านมา ผมได้ลงพื้นที่ไปพบปะพี่น้องประชาชน ได้รับการร้องเรียนเรื่องไฟส่องทางบนถนนสาธารณะ ทั้งถนนของ อบต. ของเทศบาล ของ อบจ. ของทางหลวงชนบท และแม้แต่กรมทางหลวง ซึ่งเป็นถนนสายหลักของประเทศก็ไม่ละเว้น โดยผู้ลักลอบขโมยสายไฟตอนนี้พัฒนาขึ้นมาก โดยผู้ลักลอบขโมยสายไฟขโมยตอนกลางวันครับ แต่งตัวมีอุปกรณ์เลียนแบบเจ้าหน้าที่ขึ้นไป ตัดสายไฟ คนผ่านไปมานึกว่าเป็นพนักงานของการไฟฟ้า เมื่อ ๒-๓ เดือนที่แล้ว ขโมยใจกล้า มากครับ เข้าไปลักลอบตัดสายไฟกลางเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาที่เป็นพื้นที่ของเทศบาล พระนครศรีอยุธยา ไฟถนนดับสนิท สาเหตุของการขโมยสายไฟส่วนใหญ่เป็นการขโมยที่ง่าย สะดวกรวดเร็ว ไม่มีคนผิดสังเกต นำไปเผาลอกฉนวนหุ้มออก เอาทองแดงไปขายร้านรับซื้อ ของเก่า ได้เงินมาเอาไปซื้อยาบ้าเสพ ตำรวจจับก็รับโทษไม่มาก แต่ความเสียหายมีผลกระทบ มากครับ และถ้าเป็นสายไฟที่ป้อนกระแสไฟฟ้าไปยังโรงงาน หรือบ้านเรือนประชาชนยิ่งมีความ เสียหายมากยิ่งขึ้นไปอีก ส่วนร้านรับซื้อของเก่าก็เอาผิดได้ยากครับ เพราะสายไฟถูกแปรรูป ไปเป็นทองแดงเรียบร้อย หาของกลางไม่พบ นี่คือปัญหาที่ต้องการแก้ไขอย่างเร่งด่วนครับ ผมได้รับข้อมูลจากท่านรองผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรม แขวงทางหลวงอ่างทอง ซึ่งดูแลถนน สายหลัก เช่น ถนนสายเอเชีย ถนนสายบางปะหัน ป่าโมก ถนนสายบางปะหัน ปทุมธานี พบว่ามีการลักลอบขโมยสายไฟฟ้าที่ใช้กับไฟ Sport light ส่องทางตามแยกต่าง ๆ ในช่วง วันที่ ๑ ถึงวันที่ ๑๗ ธันวาคมที่ผ่านมา โดนขโมยไปถึง ๔ ครั้ง ๆ ละ ๕๐-๗๐ เมตร ก็คิดเป็น มูลค่าประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท แต่ความเสียหายที่ตามมามันสูงกว่ามาก อย่าลืมนะครับ ท่านประธาน กรมทางหลวงจะดูแลถนนสายหลักที่มีรถผ่าน ถนนหนาแน่น ทั้งกลางวันและ กลางคืน ยังมีการลักลอบขโมยถึงอาทิตย์ละ ๒ ครั้ง และบนถนนชนบท เช่น ถนนบน อบต. ที่ไม่มีรถพลุกพล่าน ขโมยจะสะดวกมากยิ่งขึ้นครับ ผมจึงขอสนับสนุนญัตติเรื่องขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาลักลอบขโมย สายไฟฟ้าเพื่อหาทางแก้ไขต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ จากการอภิปรายของเพื่อนสมาชิก ซึ่งผมก็ได้นั่งฟังโดยตลอดนะครับ ก็เป็นที่พอสรุปได้ว่าปัญหาการลักขโมยสายไฟนั้น เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นโดยทั่วไปทั่วประเทศครับ นอกจากจะลักขโมยสายไฟแล้วยังลักขโมย ทรัพย์สินราชการ ซึ่งเป็นสมบัติสาธารณะจำนวนมาก ก่อให้เกิดปัญหากับประชาชน เป็นวงกว้าง มีความจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วนครับท่านประธาน ผมมาจากจังหวัดศรีสะเกษ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและผู้ประกอบการที่อยู่ใน จังหวัดศรีสะเกษจำนวนมาก ถึงปัญหาการขโมยสายไฟและทรัพย์สมบัติสาธารณะต่าง ๆ แต่เป็นที่น่าเสียดายครับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่สามารถที่จะดำเนินการจัดการกับ ผู้กระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที ทำให้การลักขโมยสายไฟและทรัพย์สมบัติ สาธารณะเพิ่มทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ปัญหาผมเชื่อว่าในจังหวัดศรีสะเกษเองนั้น ปัญหาดังกล่าวมีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเรื่องร้องเรียนบางประการ เป็นเรื่องที่แพร่กระจายจากสมบัติสาธารณะไปยังสมบัติของเอกชนด้วย ความหมายก็คือว่า นอกจากจะขโมยสายไฟ ซึ่งเป็นสมบัติสาธารณะแล้ว ยังขโมยสายไฟตามบริษัทห้างร้าน โรงงานต่าง ๆ ในจังหวัดศรีสะเกษด้วย มีกรณีหนึ่งก็คือกรณีที่เกิดขึ้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นโรงงานชื่อ ซี.พี.เอส สตาร์ท ขออภัยที่เอ่ยนามครับ ไม่เสียหายครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่าโรงงานดังกล่าวมีการผลิตตามฤดูกาล ในช่วงที่มีการหยุดการผลิตนั้น ก็จะมี รปภ. คอยดูแลอยู่ แต่ว่าก็มีการขโมยสายไฟ ขโมยติดต่อกันหลายเดือน แจ้งความ ดำเนินคดีกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ก็ปรากฏว่าไม่สามารถจับผู้ร้าย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนเกิดความเสียหายจำนวนมาก รวม ๆ แล้วน่าจะเสียหายเป็นเงิน ประมาณ ๑ ล้านบาทเศษ ของที่เสียหายก็ต่อเนื่องจากของราชการนี่ละครับ เมื่อเคยขโมย สายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าของหน่วยงานของรัฐ ก็มาขโมยสายไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า มอเตอร์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ของบริษัทห้างร้าน รวมทั้งบริษัท ซี.พี.เอส. สตาร์ทนี้ด้วยนะครับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเงินประมาณ ๑ ล้านบาท หมายถึงว่าถ้าเอาทองแดงไปขาย ประมาณ ๑ ล้านบาท แต่บริษัทดังกล่าวถ้าหากว่าจะต้องซ่อมแซมจะต้องใช้เงินเกือบ ๓ ล้านบาท เป็นความเสียหายที่รุนแรงครับ ของทางราชการผมก็เชื่อว่าเป็นทำนองเดียวกัน ครับ ทองแดงที่เอาไปขายอาจจะได้เพียง ๑ ส่วน แต่ว่าเวลาที่มาซ่อมแซมจะต้องใช้เงิน มากกว่ามาก อาจจะเป็น ๒ เท่าหรือ ๓ เท่า เพราะว่าการจะติดตั้งนั้นมีความละเอียดซับซ้อน มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย จึงเป็นปัญหาใหญ่ครับ เท่าที่ผมได้ศึกษาและตรวจสอบดู ปัญหา อันหนึ่งที่ถ้าหากว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการอย่างจริงจังยิ่งขึ้นก็คือ การแก้ปัญหาที่ร้านรับซื้อของเก่า ร้านรับซื้อของเก่าปกติแล้วก็จะพยายามบอกว่าไม่เกี่ยวข้อง ส่วนผู้ที่ลักขโมยก็จะบอกว่าขายให้กับรถซาเล้ง ซึ่งเป็นใครอยู่ที่ไหนก็ไม่ทราบ ก็เลยเป็นการ ตัดตอนไปทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วสินค้าต่าง ๆ เหล่านี้อย่างไรเสียก็ต้องไปอยู่ที่ร้านค้าของเก่า ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าหากได้มีการควบคุมและทำความเข้าใจกับร้าน ของเก่าว่า เวลารับซื้อทองแดงถ้าหากว่ามีลักษณะที่ผิดปกติ มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง มีการ หลอมใหม่ ต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าให้ความร่วมมือกับบ้านเมือง แจ้งปัญหาให้กับตำรวจ และดำเนินการตรวจสอบดำเนินคดีจับไปจนถึงผู้ก่อการ ผู้ขโมย ก็จะได้ผลยิ่งขึ้นครับ ท่านประธาน และอีกปัญหาหนึ่งซึ่งทำให้ปัญหาการลักขโมยสายไฟทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นก็คือ ปัญหายาเสพติดครับ มีตำบลหนึ่งในอำเภอกันทรลักษ์ ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนามนะครับ มีหลายหมู่บ้าน ปรากฏว่าหมู่บ้าน ๒-๓ หมู่บ้านดังกล่าวมีประชาชนติดยาเสพติดครึ่งค่อน หมู่บ้านครับท่านประธาน เกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ มีความเสียหายอย่างรุนแรง เนื่องจาก ประชาชนต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ทำงานและเสพยาเสพติด เวลาที่ขาดเงินก็จะคอยลักขโมยครับ ท่านประธาน จะขโมยสายไฟของสาธารณะก็ดี จะขโมยของเอกชนก็ดี จะขโมยของชาวบ้านก็ดี ทำให้มีความเสียหายเป็นอันมาก แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอาจจะมีบุคลากรที่ไม่เพียงพอ โดยมากประชาชนเมื่อไปร้องเรียนให้ตำรวจดำเนินการจับกุม ก็ปรากฏว่ามักจะจับกุมไม่ได้ ๑๐ คดีผมคิดว่าอาจจะจับได้สัก ๑ คดีหรือ ๒ คดี และมักจะจับได้เฉพาะปลาซิวปลาสร้อย บุคคลที่เป็นตัวการจริง ๆ มักจะจับไม่ได้ มีการตัดตอน มีการพยายามจะบอกว่าขโมยครั้งนี้ เป็นครั้งแรกและเป็นกรณีเดียว ไม่มีผู้ร่วมก่อการ ขายที่ไหนก็ไม่บอก ก็บอกแต่ว่าซาเล้ง แต่ซาเล้งคนไหน ชื่ออะไร หน้าตาอย่างไร ก็บอกไม่ได้ครับ ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาที่รุนแรงครับ ผมก็ขออนุญาตเรียกร้องไปยังหน่วยงานของรัฐ เรียกร้อง ไปทางรัฐบาลให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจังครับ เพราะถ้าหากไม่แก้ไข ปัญหาก็จะทวีความรุนแรงยิ่ง ๆ ขึ้น ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ตามด้วยท่านชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๓ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ปัญหาการลักลอบขโมยตัดสายไฟบริเวณทางหลวง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ ของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ณ ปัจจุบันกำลังเป็นปัญหาขนาดใหญ่ครับ ส่งผลกระทบต่อภาคการคมนาคมขนส่งของประเทศนี้ เพราะวัตถุประสงค์ในการติดตั้ง สายไฟเพื่อเป็นการเพิ่มแสงสว่าง และเป็นการเพิ่มทัศนวิสัยในการสัญจรไปมา ถ้าเมื่อใด สายไฟเหล่านี้ถูกตัดถูกลักขโมยออกไป แสงสว่างลดน้อยลง ทัศนวิสัยลดน้อยลง ย่อมส่งผล ต่อปัญหาในเรื่องของความปลอดภัย ชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ท่านประธาน เชื่อไหมครับ ตั้งแต่ผมทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมานี้ แทบจะทุกสัปดาห์ครับ ที่พี่น้องประชาชนจะแจ้งเรื่องร้องเรียนเข้ามาว่า ไฟถนนทางหลวงก็ดี ไฟถนนทางหลวง ชนบทก็ดี ไม่สามารถใช้งานได้ เรื่องเหล่านี้เราก็ต้องส่งผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ เจ้าหน้าที่ก็จะลงไปตรวจสอบ จากการลงไปตรวจสอบพบว่าสาเหตุที่ไฟใช้ไม่ได้ นอกเหนือจากการที่อุปกรณ์ที่ใช้งาน ในการติดตั้งเสื่อมอายุตามสภาพงาน การลักลอบตัดสายไฟถือเป็นปัญหาหลักที่จะต้องใช้ งบประมาณในการแก้ไขเป็นจำนวนมากครับ ทั้งนี้ดูจากสถิติการโจรกรรมอุปกรณ์งานทาง ประจำปี ๒๕๖๕ ของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทพบว่าสายไฟเป็นอุปกรณ์ ที่ถูกโจรกรรมเยอะที่สุดครับ มูลค่าความเสียหายรวมกันกว่า ๔๐ ล้านบาท หรือถ้า Scope งาน ให้แคบลงนิดหนึ่งครับท่านประธาน ในเขตพื้นที่ของผมซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ แขวงทางหลวงขอนแก่นที่ ๑ และทางหลวงชนบท มีความเสียหายอันเนื่องมาจากสายไฟ ถูกลักตัดขโมย มูลค่ารวมกันกว่า ๕ ล้านบาท ในพื้นที่ผมครับท่านประธาน ถนนสายหลัก ผมย้ำนะครับว่าเป็นถนนสายหลัก ถนนทางหลวง ๒๐๓๙ มีการลักลอบการตัดสายไฟ เป็นจำนวนบ่อยครั้งมาก ยกตัวอย่างเช่น กิโลเมตรที่ ๑ กิโลเมตรที่ ๑ จุดนี้ถือว่ามิจฉาชีพ อาจหาญชาญชัยมากนะครับ เพราะเป็นที่ตั้งของโรงพักย่อย สภ.อ. น้ำพอง ผมถือว่าเป็นการ กระตุกหนวดเสืออย่างขั้นรุนแรงครับ จุดที่ ๒ บริเวณหน้าโรงงานน้ำตาล มีรถสัญจรไปมา เยอะแยะมากมายครับ ทั้งรถบรรทุกอ้อยก็เยอะ รถขนาดเล็กก็แยะ ยังสามารถไปโจรกรรม ตัดสายไฟกันได้ หรือแม้แต่จุดที่ ๓ ครับท่านประธาน บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ อำเภอกระนวนไปถึงแยกไฟแดงทางไปอำเภอท่าคันโท ร้านสะดวกซื้อก็มีพี่น้องประชาชน เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังอุตส่าห์ไปตัดขโมยสายไฟกันได้ ท่านประธานครับ ความเสียหายที่มากกว่านี้ก็ยังมีอีกนะครับในเขตพื้นที่ผม ซึ่งเกิดขึ้นกับทางหลวงชนบท โดยเฉพาะในเขตทางหลวง ขก.๔๐๐๗ แยกบ้านหนองหว้า ตำบลทรายมูล อำเภอน้ำพอง และ ทางหลวง กส.๔๐๓๙ แยกบ้านคำครึ่ง ตำบลหัวนาคำไปตำบลดูนสาด ของอำเภอกระนวน ทั้ง ๒ จุดนี้ไม่ใช่แค่เป็นการลักลอบตัดสายไฟ แต่เป็นการยกหม้อแปลงไปทั้งลูกครับ เรื่องนี้ ส่งผลกระทบต่อทางหลวงชนบทครับ เพราะต้องไปเซ็น MOU กับทางการไฟฟ้าเพื่อที่จะขอ ยืมหม้อแปลงไฟฟ้าจากการไฟฟ้ามาติดตั้งใช้งานเป็นการชั่วคราว เพราะเนื่องจากถ้าไม่มีไฟฟ้า ใช้ ๒ จุดนี้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับ เจ้าหน้าที่ทางหลวง ช่างไฟฟ้า ชื่อพี่สมพงษ์ ขออนุญาตเอ่ยนามไม่ได้เสียหายอะไรครับ ผมคุยกับพี่สมพงษ์บ่อยครั้งมากครับ ปัจจุบันนี้คุยกันผมจะเรียกแกว่า ป๋าสมพงษ์ครับ ป๋าสมพงษ์เล่าให้ผมฟังอย่างนี้ครับว่า ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ทางหลวง แผนกช่างไฟฟ้ามาตั้งแต่ ปี ๒๕๓๕ ปัจจุบันนี้ อีกไม่กี่ปีจะเกษียณแล้วนะครับ ปัญหาการลักลอบตัดสายไฟถือว่า เป็นปัญหาระดับชาติ เวลาที่ไฟฟ้าใช้งานไม่ได้ พี่น้องประชาชนก็จะพากันก่นด่าตำหนิว่า ทางหลวงไม่ดูแลเอาใจใส่ เวลาที่ทีมป๋าสมพงษ์ได้รับเรื่องร้องเรียน ก็ต้องรีบลงไปพื้นที่ กุลีกุจอเข้าไปแก้ไขปัญหา แต่ปัญหามันจะได้รับการเยียวยาแก้ไขช้าหน่อยครับ เพราะแขวง ทางหลวงขอนแก่นที่ ๑ ต้องดูแลพื้นที่เยอะแยะครับ อำเภอน้ำพอง อำเภอกระนวน อำเภอเมือง อำเภอซำสูง อำเภอเขาสวนกวาง และอีกบางพื้นที่ในเขตจังหวัดมหาสารคาม นั่นคืออำเภอเชียงยืน เวลาไปถึงแต่ละครั้งแทบช็อกครับ เพราะลำพังอุปกรณ์ที่ตั้งเสื่อมสภาพ นี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของทีมป๋าสมพงษ์เลยครับ แต่จะท้อใจทุกครั้งเพราะสาเหตุที่ไฟฟ้าใช้ไม่ได้ เป็นเพราะสายไฟมันถูกตัดขโมย และที่สำคัญระยะหลังเกิดถี่มาก เกิดบ่อยครั้ง เป็นการเพิ่ม ภาระงานที่ต้องรับผิดชอบโดยเหตุจำเป็น และเป็นการแก้ไขปัญหาในแต่ละครั้งใช้เวลาแก้ไข ยาวนาน ท่านประธานครับ เมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมการลักลอบการตัดสายไฟ ข้อมูลจาก สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา สำนักวิชาการ ระบุครับว่า กลุ่มมิจฉาชีพ แบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม มีเพื่อน ๆ สมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว กลุ่มแรกนั้นก็คือกลุ่มมืออาชีพ กลุ่มมืออาชีพนี้คือกลุ่มลูกจ้างประจำที่เข้าลงไปซ่อมแซมบำรุงระบบโทรคมนาคม แล้วก็ ใช้ความชำนาญตรงนี้ในการตัดสายไฟ กลุ่มที่ ๒ กลุ่มชั่วคราว กลุ่มชั่วคราวนี้สำหรับผม ผมคิดว่ามันมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์นะครับ เพราะกว่าจะลงไป รถยนต์ที่ลงไปก็เอาไป แปลงโฉมก่อน แปลงให้มันมีสภาพคล้าย ๆ กับ ๒ หน่วยงาน ทั้งทางหลวงแล้วก็การไฟฟ้า มิหนำซ้ำ Costume พร้อมมากครับ มีการออกแบบเสื้อผ้า หน้าผมให้คล้ายกับเจ้าหน้าที่ ทั้ง ๒ หน่วยงานนั้น เป็นการตบตาเวลาลงไปพื้นที่เพื่อไปโจรกรรม กลุ่มที่ ๓ เป็นกลุ่มที่ผม ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะทางสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเรียกว่า เป็นกลุ่มคนในพื้นที่ แล้วก็มีการยกตัวอย่างว่า เป็นกลุ่มของเยาวชนผู้ติดยาเสพติดที่อยู่ใน ชุมชนนั้น ๆ ท่านประธานครับ กลุ่มนี้ผมว่ามันฟังดูทะแม่ง ๆ เหมือนกับพวกเราในที่นี้รู้อยู่แล้วนะครับว่า ปัญหาที่เกิดจากการลักลอบการขโมยมันมาจากปัญหาเรื่องของยาเสพติด ทุกคนในที่นี้ รู้หมดครับ ท่านประธานก็รู้ ผมรู้หรือลงพื้นที่ไปถามพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ตอนนี้ก็รู้ครับว่า ยาเสพติดมันขายอยู่ที่ไหน ขายที่ไหน ขายราคาเท่าไร ใครเป็นคนขาย ส่งยากันตอนไหน ทุกคนรู้หมดครับ แต่ทำไมปัญหาเหล่านี้มันไม่มีการตัดทอนแก้ไขปัญหาที่เกิดจากยาเสพติด หน่วยงานที่รับผิดชอบใส่เกียร์ว่าง ไม่ดำเนินการหรือไม่ ไม่ใช่ครับ แต่มันเป็นเพราะมันมี อำนาจมืดไปกดทับทำให้พวกเขาไม่สามารถดำเนินการเรื่องเหล่านี้ได้ สร้างปัญหาเป็น วงกว้าง ฆ่าคนทั้งเป็น ในพื้นที่ผมถ้าเกิดขอเงินไปซื้อยาไม่ได้ก็จะอาละวาด ทะเลาะกับคน ในครอบครัว เกิดเป็น Trend ใหม่ครับ สำหรับคนที่ติดยา นั่นคือการเผาบ้านโชว์ เผาบ้าน โชว์เพื่อเป็นการเรียกร้องความสนใจจากคนในครอบครัว หรือบางคนอาละวาดสร้างความ หวาดกลัวให้กับครอบครัวแล้วก็เพื่อนบ้าน พอถูกจับไปบำบัด ก็ไม่ได้บำบัดแบบจริงจังครับ เพราะคนส่งยาก็ตามไปส่งยาอยู่ในสถานบำบัดอีกด้วย คำถามคือเราจะปล่อยให้ลูกหลานเรา อยู่อย่างนี้จริง ๆ หรือครับ ท่านประธานครับ เรื่องบทลงโทษทางกฎหมายผมเชื่อว่ามีเพื่อน สมาชิกในสภาแห่งนี้มีข้อเสนอแนะมากมาย สำหรับผมในฐานะที่ผมเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดกับ ชุมชนสังคมชนบท ผมอยากเสนอให้มีการแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติด ซึ่งเป็นกลุ่มหนึ่ง ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องนี้ ผมเป็นคนที่ไม่เห็นด้วยกับการปราบปรามยาเสพติด แบบในสมัยก่อนที่มีการวิสามัญ เพราะคนที่โดนฆ่าตายส่วนใหญ่เป็นลูกหลานคนจนครับ เป็นลูกหลานเกษตรกร เป็นลูกหลานคนธรรมดาแบบผมนี่ครับ ผมไม่เคยได้ยินเลยนะครับ แทบจะไม่ได้ยินเลยว่า คนค้ายารายใหญ่ คนส่งยารายใหญ่หรือคนที่มีอำนาจทางการเมือง ถูกวิสามัญเพียงเพราะเรื่องของยาเสพติด แต่ข้อเสนอของผมที่อยากจะเสนอต่อสภาแห่งนี้ คือเพิ่มจำนวนสถานบำบัดที่มีประสิทธิภาพครับ และที่สำคัญมีให้มันเพียงพอกับจำนวน ลูกหลานเราที่กำลังติดยาเสพติดในขณะนี้ เพื่อคืนลูกหลานสู่สังคม สร้างอนาคตใหม่ให้กับ ครอบครัวครับ🔗
สุดท้ายครับ หากจะแก้ไขปัญหา ไม่แก้ที่ต้นตอของปัญหา อย่าว่าแต่เรื่องของ การลักลอบตัดสายไฟเลยครับ ในอนาคตยาเสพติดมันจะพันพัวสาละวนกับปัญหาในด้าน อื่น ๆ อีกมากมาย ถ้าหากเรายังอยากให้ประเทศของเราก้าวหน้า และก้าวไกลไปมากกว่านี้ ผมอยากจะขอให้ทุกท่านจริงจังกับเรื่องนี้เสียทีเถอะครับ ก่อนที่ยาเสพติดมันจะเป็นสาร เพาะเชื้อแพร่กระจายกัดกินเยาวชนอนาคตลูกหลานพวกเรา สุขสันต์วันเด็กครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านชุติพงศ์ครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดระยอง อำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง อำเภอวังจันทร์ วันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุน สส. สกล สุนทรวาณิชย์กิจ ในญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา หาแนวทางการแก้ไขปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟตามเส้นทางคมนาคม โดยผมขอเริ่ม การอภิปรายด้วยคลิปวิดีโอดังต่อไปนี้ครับ🔗
จากที่เปิดในคลิปวิดีโอนะครับ นี่เป็น แค่ส่วนหนึ่งของหลาย ๆ พิกัดในจังหวัดระยอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ถนนหลายเส้นในจังหวัดระยอง ไม่ว่าจะเป็นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๔ ที่สายชลบุรี แกลง ถนนสาย ๓๕๗๔ สายบ้านค่าย บ้านบึง ถนนทางหลวงสาย ๓๑๙๑ มาบตาพุด-นิคมพัฒนา ทางหลวงหมายเลข ๓๑๔๑ บ้านค่าย-หนองระลอก ทางหลวง แผ่นดินหมายเลข ๓๖ สายกระทิงลาย-ปลวกเกด ทางหลวงหมายเลข ๓๑๓๙ บ้านแรง หาดใหญ่ รวมมาให้ทีเดียวแล้วนะครับ หน่วยงานจะได้รับทราบและหาวิธีแก้ไข มีปัญหา ไฟดับ สร้างความอันตรายในการสัญจรของพี่น้องประชาชนติดต่อประสานงานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าสายไฟถูกขโมย หม้อแปลงถูกขโมย ไม่สามารถซ่อมแซมให้ใช้ได้ ตามปกติ จากข่าวหลายครั้งมีอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นจากเรื่องแค่ไฟส่องสว่างบนถนน เส้นทางคมนาคมไม่เพียงพอ ดังที่เห็นในข่าวครับ มีทั้งรถตกข้างทาง รถชนกันเอง ชนม้า ชนช้างเต็มไปหมดครับ ไม่รวมถึงผมที่เป็นหนึ่งในผู้ประสบภัยที่ขับรถชนสุนัขที่ตัดหน้า ท่ามกลางความมืดมิด บนถนนเส้น ๓๕๗๔ รถผมเองครับ ซึ่งสาเหตุจากไฟส่องสว่างนี้สร้างความเสียหายเป็นอย่างยิ่งต่อชีวิตของประชาชน ทรัพย์สิน ของราชการ มีปัญหาในจังหวัดระยอง เรื่องการลักลอบขโมยสายไฟฟ้า เช่นเดียวกับ การขโมยที่มีเหมือนกันกับหลาย ๆ พื้นที่เต็มไปหมด เป็นความเดือดร้อนของประชากร ที่สัญจรไปมาเต็มไปหมด เหมือนกันไปหมด เหมือนกันทุกที่ที่พี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่านอภิปรายกันมา จับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เจอโจรมืออาชีพบ้าง โจรทั่วไปโดนไฟดูดตายบ้าง ผมพูดคำว่า เหมือนกัน หลายครั้งมาก ๆ เลยนะครับท่านประธาน แต่น่าแปลกที่ปัญหาใหญ่ ระดับประเทศขนาดนี้ กลับไม่เคยมีแนวทางการแก้ไขอย่างจริงจังออกมา เท่านั้นไม่พอ เหมือนโจรรู้ว่าเราไม่มีวิธีรับมือ ก็ยิ่งขยันทำมาหากินด้วยการขโมยของหลวง ทำให้ภาครัฐ เสียหายปีละหลายล้านบาท เมื่อสมัยประชุมที่แล้ว ผมเคยใช้กลไกสภาตั้งกระทู้ถาม กับกระทรวงคมนาคมไปแล้ว ๑ ครั้ง หลังจากนั้นเรื่องก็เงียบหายไป ไม่แน่ใจว่าดำเนินการ อะไรไปแล้วบ้าง หรือผมสามารถสรุปตรงนี้ได้ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงสมัยประชุม ที่ ๒ รัฐบาลไม่สามารถทำอะไรกับเรื่องนี้ได้เลยใช่หรือไม่ แต่ไม่ใช่ว่าการตั้งกระทู้ของผม เมื่อคราวนั้นไม่มีประโยชน์เอาเสียเลย เพราะหลังจากผมตั้งกระทู้แล้ว ผมได้นำเอา Script และสไลด์การอภิปรายของผมเผยแพร่ในช่องทาง Social Media มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่ง แชร์บทความจาก Page ของผมไปพร้อม Caption ทำนองว่า มีสิ่งประดิษฐ์ที่เขาคิดค้นขึ้นมา น่าจะได้เวลาใช้งานแล้ว ผมจึงติดต่อไปหาผู้ใช้ Facebook รายนั้นทันที คนนั้นคือ คุณนันทพงศ์ ความเพียร หรือคุณสาม เป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง คุณสามเป็นหัวหน้าทีมในการคิดค้นนวัตกรรมที่ชื่อว่า TAT หรือ Tube anti- theft หรือชื่อภาษาไทยว่า ท่อป้องกันการโจรกรรม ซึ่งอยู่ในมือของผมตอนนี้แล้วครับ ไม่ใช่ ไม่มี แม้แต่คนธรรมดาที่คิดนวัตกรรมขึ้นมาก็มี โดยนวัตกรรมที่คิดขึ้นมานี้ได้รับรางวัล ชนะเลิศระดับเหรียญทองประเภท Product Innovation ในการประกวดนวัตกรรมของ กฟภ. ๒ ประจำปี ๒๕๖๖ ที่ผ่านมานี้เองครับ หลักการของนวัตกรรมนี้ก็ไม่มีอะไรเข้าใจ ยากครับ ที่ผ่านมาหม้อแปลงไฟฟ้าส่องสว่างขนาด ๑๐๐ กิโลวัตต์ของแขวงการทางลูกหนึ่ง มีมูลค่าทรัพย์สินประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ บาท ถ้าขนาด ๓๐ กิโลวัตต์ ๑ ลูก มูลค่าประมาณ ๘๕,๐๐๐ บาท แต่การโจรกรรมของราคาเป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาทกลับง่ายแสนง่าย เพียงแค่ ผู้โจรกรรมมีความรู้ทางไฟฟ้าเล็กน้อย เข้าใจวิธีการปลดดับไฟหม้อแปลง จากนั้นก็คลายนอต ที่ล็อกหม้อแปลง โดยใช้เพียงประแจตัวเดียว จากนั้นจะทำการถีบหรือผลักหม้อแปลงลงพื้น เพื่อเปิดฝาถังโจรกรรมของข้างใน ต่อครั้งโจรจะทำรายได้ประมาณ ๕,๐๐๐ บาท ใช้เวลา ไม่เกิน ๓๐ นาที ในปี ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา กรมทางหลวงเฉพาะในเขตอำเภอปลวกแดง ถูกโจรกรรมไปแล้วถึง ๔๙ ครั้ง ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าทางการไม่พยายามแก้ไขจุดนี้นะครับ แต่การแก้ไขโดยการทุบนอตให้ล้มครับ สไลด์ขึ้นเลยครับ จะได้เห็นว่าวิธีการแก้ปัญหา ทำอย่างไร ทุบนอตให้ล้ม จะได้ไขยาก ๆ ปรากฏว่าพอทุบเสร็จปุ๊บ คนที่ทำงานยากก็คือ เจ้าหน้าที่ที่ต้องไปซ่อมบำรุง เพราะไขออกมาไม่ได้ ส่วนโจรไม่ลำบากครับ โจรเขาเลื่อยตัด นอตออก สุดท้ายก็ขโมยได้อยู่ดีครับ สุดท้ายการแก้ปัญหาง่าย ๆ ก็ทำให้คนที่ทำงานทำงาน ยากกว่าเดิม ประแจตัวเดียวหรือเลื่อยตัวเดียวก็ขโมยได้แล้วครับ แต่ถ้าเกิดใช้ Tube anti-theft ตัวนี้ คืออันนี้เดี๋ยวผมสามารถส่งให้ดูได้ว่ามันทำงานอย่างไร เดี๋ยวจะมี ขึ้นมาในสไลด์นะครับ มันจะเอาไปครอบไว้บนนอตตัวนี้ และมีการติดล็อกประมาณ ๓ ขั้นตอนที่ต้องใช้ประแจนอตแบบพิเศษ ซึ่งจะขันออกมายากมาก และไม่สามารถเอาเลื่อย ไปตัดออกมาได้ อุปกรณ์ชิ้นนี้เอาไปติดตั้งมาเรียบร้อยแล้วครับ ๔ จุดในเขตอำเภอปลวกแดง ในจุดที่เคยมีการขโมยหม้อแปลง ปัจจุบันจุดดังกล่าวยังอยู่ดีครับ ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ ไม่มีการขโมย ต้นทุนต่อชิ้นของอุปกรณ์ชิ้นนี้อยู่ที่ประมาณ ๕,๐๐๐ บาทต่อชิ้น แต่เพื่อ ปกป้องทรัพย์สินมูลค่า ๑๕๐,๐๐๐ บาท ผมว่าจุดนี้คุ้มนะครับ เหมือนการซื้อประกันชีวิต หรือประกันรถนี่ละครับ เพราะว่าเวลาเสียหายมันไม่ใช่แค่ต้นทุนแค่นี้ แต่มันคือต้นทุน ความเสียหายชีวิตประชาชน ความเสียหายต่อราชการ ความเสียหายที่ภาษีประชาชนต้อง เอาไปใช้ซ่อมแซม ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะอย่างที่เห็นว่ามีผู้อภิปรายไปเยอะมาก ท่านประธานครับ หม้อแปลงไฟฟ้าเป็นเพียง ๑ ในทรัพย์สินของราชการหลายอย่างที่ ถูกขโมย และยังไม่มีแนวทางในการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเสาไฟฟ้าแรงต่ำ ตู้ควบคุม ก็ตกเป็นเป้าหมายของโจรเช่นกัน การพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไข ปัญหาลักลอบขโมยสายไฟวันนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะร่วมกันแก้ปัญหาที่เรามีเหมือนกัน ทั้งประเทศ ดังนั้นผมจึงขอสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้นมา และอยากให้ รัฐมนตรี รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าพูดว่าไม่มีแนวทาง ไม่มีนวัตกรรม ไม่มีสิ่งประดิษฐ์ ถ้าไม่มีมันไม่อยู่ในมือผมหรอกครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านคุณากร มั่นนทีรัย แล้วก็ท่านอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ครับ🔗
เรียนประธานที่เคารพ ผม คุณากร มั่นนทีรัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล คนบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรีนะครับ วันนี้ ผมได้ศึกษาญัตติเกี่ยวกับการศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟ ผมขอสนับสนุนให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษา แนวทางแก้ไขปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟด้วยประการดังนี้นะครับ🔗
๑. การลักลอบขโมยสายไฟฟ้าเป็นปัญหาที่ไม่เคยได้รับการเหลียวแล อย่างจริงจังนะครับ การลักลอบขโมยสายไฟฟ้า ถ้าเป็นของรัฐก็มีผลกระทบตามมามากมาย ต้องมีการจัดซื้อจัดจ้าง ทำให้ถนนขาดความสว่างไสว ประชาชนหวั่นไหวสะพรึงกลัว กับปัญหาอาชญากรรมทุก ๆ วัน🔗
๒. หากพิจารณาทางด้านผลกระทบต่อเอกชนบ้างแล้ว ยกตัวอย่างเช่น อาคารพาณิชย์ที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ ๆ แล้วยังไม่มีผู้อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ที่ยังไม่มี ผู้อยู่อาศัยนั้น ผมคะเนได้เลยว่ามากกว่าร้อยละ ๕๐ ล้วนถูกมิจฉาชีพรื้อสายไฟและลอบ ขโมยสายไฟไป เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ครั้นผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือผู้ครอบครองเดินสายไฟใหม่ ก็ไม่รู้ครับ โดนขโมยเหมาไปอีกรอบที่ ๒ เพราะว่ามูลค่าการติดตั้งสายไฟใหม่ต่อหลังก็อยู่ ราว ๆ ๓๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาทโดยทั่วไปสำหรับตึกแถวธรรมดา ไม่ต้องพูดถึงทรัพย์สิน ของทางภาครัฐเลยนะครับว่ามูลค่าจะเสียหายไปเท่าไร เพราะย่อมมีมูลค่ามากกว่า หลายเท่าตัวตามที่เพื่อน ๆ ได้อภิปรายไปแล้ว และปัญหาอื่น ๆ ที่พ่วงเข้ามากับการลักลอบ ขโมยสายไฟฟ้า เช่น การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน และปัญหาอาชญากรรมข่มขืน ฆ่า ฉุดคร่า พรากผู้เยาว์ เป็นต้นนะครับ ดังนั้นเราควรมาพิจารณาศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ควรศึกษาให้มีมาตรการป้องกันการขโมยหรือลักลอบขโมยสายไฟฟ้า ผมขอตั้งข้อสังเกต เพิ่มเติมดังนี้ครับ🔗
๑. เรามีบทบัญญัติการลงโทษทางอาญา ทั้งมาตราที่เกี่ยวกับการลักทรัพย์ อั้งยี่ ซ่องโจร การรับซื้อของโจร แต่เรามักไม่สามารถจับผู้กระทำผิดได้เลย หรือไม่มีการ ติดตามเรื่องร้องเรียนต่อ ผมให้ข้อสังเกตดังนี้นะครับ ผมเชื่อว่าอาชญากรมักจะใช้เจ้าประจำ เช่น ร้านรับซื้อของเก่า หรือผู้ลักลอบนำสายไฟมาหลอมแล้วค่อยนำมาขายที่โรงงานหลอม โลหะ หรือปลายทางที่รับของที่ลักลอบมา เรื่องนี้เราสามารถให้ปลายทาง Declare ทำทะเบียนรับซื้อและขายให้เจ้าหน้าที่รัฐตรวจสอบได้หรือไม่🔗
๒. ผมเสนอหลัก Triple P P ที่ ๑ คือ Police ผมเสนอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องมีมาตรการไม่ให้มีการก่ออาชญากรรม หรือที่เรียกว่า Crimes Detailing เช่น มีรถตำรวจตรวจการเปิดไฟหมุน โดยไม่ต้องเปิดเสียงหวอก็ได้นะครับ วิ่งไป ทำให้อาชญากร รู้ว่ามีตำรวจตรวจการตลอดเวลา ให้จริงจังกับการจับกุมผู้กระทำผิด P ที่ ๒ Public เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนต้องร่วมบูรณาการ หามาตรการร่วมกัน ไม่ใช่เพียงแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือกรมทางหลวง หรือกรมทางหลวงชนบทนะครับ P ที่ ๓ People ประชาชน ประชาชน ทุกคนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบถ่ายรูปบันทึกภาพวิดีโอส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเอาผิด เราจะไม่ต้องจ้างบุคลากรเพิ่มเติมก็ได้นะครับ เพียงแต่เราสามารถตั้งกฎเกณฑ์รางวัลนำจับ ได้หรือไม่ อันนี้เป็นข้อเสนอนะครับ🔗
๓. Member of the House of Representative พวกเราสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรที่มีอำนาจนิติบัญญัติให้ผ่านร่างญัตตินี้ได้ เพื่อศึกษาการลักลอบขโมยสายไฟฟ้าที่ สร้างปัญหาต่าง ๆ ตามเอกสารประกอบการพิจารณาญัตตินี้ ประชาชนมีความหวังได้ตั้งแต่วันนี้นะครับ เริ่มได้นับตั้งแต่วันนี้เลย ก้าวได้ตั้งแต่วันนี้นะครับ อย่ารีรอ ชักช้าลังเลใจอยู่เลยครับ โดยสรุปผมสนับสนุนให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญ ญัตตินี้ ด้วยประการทั้งปวง ผม คุณากร มั่นนทีรัย คนบางใหญ่ พรรคก้าวไกล ขอบคุณครับ🔗
สมาชิกครับ ต่อไปจะเป็นท่านสุดท้ายของวันนี้ ท่านอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี อำเภอบางกรวย ตำบลบางไผ่ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนที่ ๓ ของ จังหวัดนนทบุรีแล้วนะครับที่ลุกขึ้นอภิปรายในปัญหานี้ แสดงให้เห็นถึงปัญหาลักสายไฟฟ้า หนักหน่วงมากในจังหวัดนนทบุรี จากที่ผมและทีมงานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหา ผมนำเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าปัญหาการลักสายไฟฟ้า มีปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ผมขออนุญาตนำเรียนอย่างนี้นะครับว่า ก่อนที่ผมจะมาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในขณะที่ผมเดินหาเสียงอยู่นั้น มีถนนอยู่เส้นหนึ่ง ไฟทางส่องสว่าง มืดตลอดทั้งเส้นทาง ถนนเส้นนั้นคือถนนคู่ขนานกับรถไฟฟ้าสายสีแดง มุ่งตรงไปยังวงเวียน พระราม ๗ มีระยะทางอยู่ประมาณ ๒๐๐ เมตรครับท่านประธาน ที่ไฟมืดสนิท นับจาก วันนั้นจนถึงวันนี้ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาเกือบ ๖ เดือนแล้ว ผมยังไม่สามารถ แก้ปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ได้เลย ท่านประธานทราบไหมครับว่าเป็นเพราะอะไร ไฟทางบนถนนแห่งนี้ถูกลักสายไฟฟ้า แต่ในทุก ๆ ๑๐ เมตร มีเจ้าของอยู่นะครับ เนื่องจาก ถนนเส้นนี้ติดกับรางรถไฟ เหนือรางรถไฟไปเป็นทางด่วนพิเศษศรีรัช เหนือจากทางด่วนไป เป็นรถไฟฟ้าสายสีแดง ทางแห่งนี้มีเจ้าของถึง ๓ เจ้าของ คือการรถไฟ ทางหลวงชนบท และ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หลอดไฟ ๑ ดวง มีเจ้าของถึง ๓ แห่ง ปัจจุบันนี้ผมยัง ไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้ สิ่งที่น่าเสียใจสำหรับผมคือไฟที่มันมืดมิดมันคร่าชีวิต ของประชาชนในพื้นที่ผมไป ๑ ท่าน จากเหตุชิงทรัพย์ และปัจจุบันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยัง ไม่สามารถตามจับผู้กระทำความผิดได้เลยนะครับ เพราะว่ากล้อง CCTV ไม่ทำงาน ทั้งหมด ทั้งปวงที่ผมพูดมานี้มันเกิดมาจากปัญหาการลักสายไฟฟ้าในพื้นที่ผม นี่คือต้นน้ำนะครับ กลางน้ำ ปัญหาของทางหลวงชนบทคือเวลาที่ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ มักจะได้รับ คำตอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ไม่พบการกระทำความผิดซึ่งหน้า ทางหลวงชนบท จึงแก้ปัญหาด้วยการจัดเวรยามในการเฝ้าสายไฟฟ้าในพื้นที่ สิ่งที่เจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบท สะท้อนผ่านผมมาคือ วันหนึ่งช่างไฟพบผู้กระทำความผิดในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและ เข้าจับกุม มีการยื้อยุดฉุดกระชากกันระหว่างผู้กระทำความผิดกับเจ้าหน้าที่ของทางหลวง ชนบท ผลสุดท้ายปืนลั่นใส่ผู้กระทำความผิด เจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบทท่านนั้นถูกเจ้าหน้าที่ ตำรวจตั้งข้อหาพยายามฆ่าและพกพาอาวุธปืน คำถามที่ผมอยากถามถึงพวกเรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า พระราชบัญญัติทางหลวงกำหนดอำนาจหน้าที่ให้กับเจ้าหน้าที่ ทางหลวงในการจับกุมผู้กระทำความผิด แต่ตำแหน่งช่างไฟฟ้าเขาไม่ได้รับการฝึกอบรมมา ในการจับกุมผู้กระทำความผิด เขาไม่มีอำนาจในการติดอาวุธในขณะปฏิบัติหน้าที่ ผลสุดท้าย มีการหย่อนการปฏิบัติหน้าที่ ผมใช้คำว่า หย่อนนะครับ ถ้าตั้งใจปฏิบัติหน้าที่และถูกข้อหา พยายามฆ่า เจ้าหน้าที่เขาขออนุญาตหย่อนการปฏิบัติหน้าที่ครับ นี่คือปัญหาของกลางน้ำ🔗
สุดท้ายครับท่านประธานปัญหาปลายน้ำที่เพื่อนสมาชิกหลายคนพูดถึงคือ การค้าของเก่า ผมขออนุญาตลงไปในรายละเอียดการค้าของเก่านะครับ มีพระราชบัญญัติ อยู่ตัวหนึ่ง ชื่อพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและการค้าของเก่า พุทธศักราช ๒๔๗๔ ย้ำนะครับ พุทธศักราช ๒๔๗๔ กฎหมายฉบับนี้เกือบ ๑๐๐ ปีแล้วนะครับ ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ก่อนเกิดระบบรัฐสภาแห่งนี้ กฎหมายแห่งนี้เป็นตัวปัญหา ของปลายน้ำ ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธานว่าคนที่จะค้าของเก่าได้ กฎหมายฉบับนี้ กำหนดคุณสมบัติไว้อย่างเข้มงวด ดังนี้ครับ ๑. ต้องมีอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ๒. มีความรู้ หนังสือไทย พออ่านออกพอเขียนได้ ๓. ไม่เคยต้องโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา เข้มงวดไหมครับท่านประธาน ผมนำเรียนอย่างนี้ ในธุรกิจการค้าของเก่าตอนปัจจุบันนี้ มีเงินหมุนเวียนเป็นหลักร้อยล้านบาท พันล้านบาท มีการจดทะเบียนเป็นบริษัทหมดแล้วครับ แต่ดูคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับใบอนุญาตในการค้าของเก่าตามกฎหมายฉบับนี้มันแทบ ใช้ไม่ได้เลยครับกับบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคล ถ้าบริษัทแห่งนั้นกระทำความผิด และถูกเพิกถอนใบอนุญาตจะต้องต้องคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุก หรือต้องคำพิพากษาในการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. อันนี้ถึง ๒ ครั้งในปีเดียว ผมถามว่าบริษัทมันสามารถต้องคำพิพากษาให้จำคุกได้ไหมครับ เพราะฉะนั้นบริษัทแทบจะ ไม่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต อีกกรณีหนึ่งอัตราโทษในกรณีที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตและ ยังประกอบกิจการค้าของเก่า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๖ เดือน บริษัทก็จำคุกไม่ได้ ปรับ ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท มูลค่าของทองแดงที่เขานำมาขายอาจจะมากกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท ด้วยซ้ำครับ ผลสุดท้ายกฎหมายที่เพื่อนสมาชิกพูดมาทั้งหลาย ไม่ว่าจะในประมวลกฎหมาย อาญา หรือ พ.ร.บ. ทางหลวง มันใช้กับผู้ขโมยคนแรกครับท่านประธาน ๒. รับซื้อของโจร แต่ในธุรกิจค้าของเก่ามันมีการรับซื้อกันเป็นทอด ๆ ทอด ๆ ถ้าผู้ขโมยคนแรกมีความผิด ผู้รับซื้อคนแรกรับซื้อของโจรมีความผิด แล้วถ้าผู้รับซื้อของโจรคนนั้นนำไปขายต่อให้บุคคล ที่ ๒ บุคคลที่ ๓ บุคคลที่ ๔ มีความผิดไหมครับท่านประธาน นี่คือช่องว่างช่องโหว่ของ กฎหมายที่มันเป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ นอกจากนั้นยังมีประเด็นเรื่องของ ฝ่ายปกครองที่ปล่อยปละละเลย หย่อนยาน เพราะในตัวกฎหมายฉบับนี้บอกว่าให้ผู้ค้า ของเก่าบันทึกบัญชีไว้ในสมุด เมื่อเจ้าพนักงานขอดูให้หยิบขึ้นดู ฝ่ายปกครองไม่มีเวลาหรอก ครับที่จะไปเดินไล่ตรวจตามร้านขายของเก่า ปัจจุบันนี้มันสามารถผ่านทางระบบ อิเล็กทรอนิกส์ได้หรือไม่ ถ้าคนไหนนำทองแดงเข้ามาขาย แล้ว Online ไปยังฝ่ายปกครอง เพื่อจะสามารถตรวจสอบได้ สุดท้ายก่อนที่ผมจะจบ ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธานว่า ผมเห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ถ้าท่านฟังผมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำปลายน้ำนะครับ ขอสนับสนุนให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ สำหรับการอภิปรายในวันนี้ก็จะจบเพียงเท่านี้นะครับ วันพรุ่งนี้กระทู้สดแล้วก็ กระทู้ถามทั่วไป แล้วก็กระทู้แยกเฉพาะก็เริ่มตามเวลานะครับ พี่น้องประชาชนแล้วก็สมาชิก สามารถติดตามกระทู้ที่บรรจุได้ ผ่านทางบัญชี Twitter KRATU_Parliament.th เราก็จะ ทราบกระทู้ที่ Update ทั้งหมด วันนี้ขอปิดการประชุมครับ ขอบคุณครับ🔗