unknown · · 352 lines

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไวเมื่อเลิกประชุม ๔๗๖ คน
นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานสภาผูแทนราษฎร

เรียนทานสมาชิก ทุกทานครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อเขาประชุม จำนวน ๒๕๗ ทานแลว ถือวาครบ องคประชุม ผมขอเปดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระตอไปครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทูถาม วันนี้ไมมีนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจงตอที่ประชุม🔗

เรื่องแรก รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ประกาศพระราช กฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแหงรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๗🔗

ดวยไดมีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ประกาศพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมสมัยวิสามัญแหงรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๗ ผมจึงขอเชิญทานสมาชิกทุกทานโปรดยืน ขึ้นรับฟงพระบรมราชโองการ และขอเชิญทานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎรอาน พระบรมราชโองการครับ🔗

(สมาชิกและผูที่อยูในที่ประชุมไดยืนขึ้นเพื่อรับฟงพระบรมราชโองการ)
วาที่รอยตำรวจตรี อาพัทธ สุขะนันท เลขาธิการสภาผูแทนราษฎร

พระบรมราชโองการ🔗

“พระราชกฤษฎีกา🔗

เรียกประชุมสมัยวิสามัญแหงรัฐสภา🔗

พ.ศ. ๒๕๖๗🔗

______________🔗

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ🔗

พระวชิรเกลาเจาอยูหัว🔗

ใหไว ณ วันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๗🔗

เปนปที่ ๙ ในรัชกาลปจจุบัน🔗

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกลาเจาอยูหัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหประกาศวา🔗

โดยที่มีความจำเปนเพื่อประโยชนแหงรัฐ สมควรที่จะเรียกประชุมรัฐสภา เปนการประชุมสมัยวิสามัญ🔗

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒๒ และมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุม สมัยวิสามัญแหงรัฐสภา ตั้งแตวันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ผูรับสนองพระบรมราชโองการ🔗

เศรษฐา ทวีสิน🔗

นายกรัฐมนตรี”🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานสภาผูแทนราษฎร

เชิญนั่งครับ เรื่องที่ประธานจะแจงตอที่ประชุมตอไปครับ คือ🔗

เรื่องที่ ๑ รับทราบประกาศสภาผูแทนราษฎร เรื่อง ใหสมาชิกผูที่อยูในบัญชี รายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแทนตำแหนงที่วาง🔗

ตามที่ นายณณัฏฐ หงษชูเวช ไดมีหนังสือขอลาออกจากการเปน สมาชิกสภาผูแทนราษฎร ตั้งแตวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ เปนเหตุใหสมาชิกภาพ สิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญ นั้น ประธานสภาผูแทนราษฎรจึงไดมี ประกาศสภาผูแทนราษฎรประกาศใหผูที่มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย เลื่อนขึ้นมาเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแทนตามมาตรา ๑๐๕ (๒) ของรัฐธรรมนูญ คือ ทานนายแพทยเชิดชัย ตันติศิรินทร ซึ่งอยูในลำดับ ๓๕ ของพรรคเพื่อไทย จึงแจงมาให ที่ประชุมทราบ🔗

เรื่องถัดไป ก็คือเรื่องขอใหสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่ไดรับเลือกบัญชีรายชื่อ ที่ไดแจงเมื่อสักครู ไดเขามาปฏิญาณตนในที่ประชุมกอนเขารับหนาที่ตามมาตรา ๑๑๕ ของ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย เนื่องจากสมาชิกสภาผูแทนราษฎรใหมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๕ ซึ่งกำหนดใหตองปฏิญาณตนกอนเขาปฏิบัติหนาที่ นั้น ซึ่งขณะนี้ทานสมาชิก ทานรองศาสตราจารยเชิดชัย ตันติศิรินทร เขามาแลว ขอแสดงความยินดีดวยนะครับ ไดกลาวปฏิญาณตนโดยที่ผมจะกลาวนำนะครับ ทานก็ปฏิญาณชา ๆ เปนวรรคไปนะครับ เดี๋ยวเชิญเราจะไดปฏิญาณตอไป ขอปฏิญาณตามที่ผมจะกลาวนำ🔗

(สมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่ไดรับการเลื่อนลำดับไดยืนขึ้นและกลาวคำ ปฏิญาณตนตอที่ประชุมตามที่ประธานไดกลาวนำ)
นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานสภาผูแทนราษฎร

“ขาพเจา รองศาสตราจารยเชิดชัย ตันติศิรินทร ขอปฏิญาณวา ขาพเจา จะปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยสุจริต เพื่อประโยชนของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไวและปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยทุกประการ”🔗

ขอบคุณครับ ขอแสดงความยินดีดวยครับ เชิญนั่งครับ ดังนั้น จำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรเทาที่ เปนอยูในปจจุบันนี้เทากับ ๕๐๐ คน ครึ่งหนึ่งของสมาชิกก็คือ ๒๕๐ ทาน🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานสภาผูแทนราษฎร

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไมมี🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแลว ไมมี🔗

ตอไปเปนการพิจารณาเรื่องดวนนะครับ🔗

รางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เปนผูเสนอ) และเนื่องจากมีรางพระบัญญัติทำนองเดียวกันนี้อีก ๓ ฉบับ ไดแก🔗

๑. รางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (รองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล กับคณะ เปนผูเสนอ)🔗

๒. รางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายพริษฐ วัชรสินธุ กับคณะ เปนผูเสนอ) ซึ่งอยูในระเบียบวาระที่ ๖.๑ นะครับ🔗

๓. รางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เปนผูเสนอ) ซึ่งอยูในระเบียบวาระที่ ๖.๒ ซึ่งผมเห็นวา รางพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับนี้สามารถจะพิจารณารวมกันไดนะครับ🔗

ถาไมมีผูใด เห็นเปนอยางอื่นก็ถือวาเราจะพิจารณารางพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับนี้รวมกันนะครับ🔗

โดยที่คณะรัฐมนตรีไดเสนอรายงานการรับฟงความคิดเห็นของผูเกี่ยวของ และรายงานการวิเคราะหผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากกฎหมายเพื่อประกอบการพิจารณา ในกระบวนการตรากฎหมายแลวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ สวนรางฉบับของ รองศาสตราจารยชูศักดิ์และรางของคุณพริษฐ สำนักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร ไดจัดใหมีการรับฟงความคิดเห็นและรายงานผลการวิเคราะหผลกระทบที่เกิดขึ้นจาก พระราชบัญญัติฉบับนี้แลวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ และไดประกาศสภาผูแทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการรับฟงความคิดเห็นอันนี้แลว สำหรับฉบับของทานอนุทิน เนื่องจากเปนรางที่มีหลักการทำนองเดียวกันกับรางที่ไดเสนอรับฟงความคิดเห็นไปแลว สำนักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎรจึงไมไดจัดทำความคิดเห็นออกไป เพราะวาเปน กฎหมายที่มีหลักการในทำนองเดียวกันแลวนะครับ โดยทางรัฐบาลก็ไดอนุญาตใหทานนิกร จำนง ไดมารวมเปนคณะชี้แจงในนามของรัฐบาลดวยนะครับ ผมจึงขอเชิญคณะรัฐมนตรี ไดเขามาเพื่อนำเสนอหลักการและเหตุผลของพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ เชิญครับ🔗

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวง พาณิชย

กราบเรียนทานประธานสภาผูแทนราษฎรที่เคารพและทานสมาชิกสภาผูแทน ราษฎรผูทรงเกียรติ ผม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการ กระทรวงพาณิชย เพื่อแกไขปญหาที่เห็นแตกตางในเรื่องรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ จากการที่คณะรัฐมนตรีไดเสนอรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตอทานประธานสภาผูแทนราษฎรนั้น ผมขอกลาวสาระสำคัญ ในรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังนี้🔗

เหตุผลและความจำเปนในการเสนอรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คือ พระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ กำหนดใหการออกเสียงที่จะถือวามีขอยุติจะตองมีผูมาใชสิทธิออกเสียง เปนจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียงและมีจำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผูมาใชสิทธิ ออกเสียงในเรื่องที่จัดทำประชามติ ซึ่งการกำหนดใหการออกเสียงที่จะถือวามีขอยุติ มีจำนวนคะแนนการออกเสียงมากเกินไปจะทำใหไดขอยุติในเรื่องที่จัดทำประชามติยากขึ้น การออกเสียงในแตละครั้งอาจไมประสบความสำเร็จ ประกอบกับการจัดใหมีการออกเสียง ประชามติในแตละเรื่องแตละครั้งตองใชงบประมาณจำนวนมาก นอกจากนี้การที่ กฎหมายเดิมไมไดกำหนดใหวันออกเสียงสามารถกำหนดเปนวันเดียวกันกับวันเลือกตั้ง สมาชิกสภาผูแทนราษฎร กรณีการเลือกตั้งทั่วไปหรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่น หรือผูบริหารทองถิ่น เนื่องจากดำรงตำแหนงครบวาระ ทำใหตองกำหนดวันออกเสียงแยกตางหากจากวันเลือกตั้ง ทั้งที่อาจอยูในชวงเวลาใกลเคียงกัน ยอมเปนการเพิ่มภาระงานและงบประมาณแผนดินในการจัดการออกเสียง อีกทั้งเปนภาระ กับประชาชนที่ตองมาใชสิทธิออกเสียงหลายครั้ง🔗

ประการตอมา วิธีการออกเสียงเดิม กำหนดใหการออกเสียงกระทำโดยบัตร ออกเสียงเปนหลัก อาจจะไมสอดคลองกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมี การพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกสหรือเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่สามารถชวยอำนวย ความสะดวกใหประชาชนในการเขาถึงการออกเสียงไดโดยสะดวก รวดเร็ว และลดภาระ คาใชจายมากขึ้น🔗

ประการสุดทาย กฎหมายเดิมกำหนดเพียงใหจัดใหมีการแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่จะจัดใหมีการออกเสียงอยางรอบดาน อยางเทาเทียมกันเทานั้น ซึ่งอาจ ไมชัดเจนวาความเห็นของผูที่ไมเห็นชอบในเรื่องที่จัดทำประชามติ จะไดรับการรับฟง อยางทั่วถึงหรือไม และอาจนำไปสูการโตแยงผลการทำประชามติได คณะรัฐมนตรีจึงเห็นวา มีความจำเปนที่ตองแกไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคณะรัฐมนตรี มีหลักการสาระสำคัญและเนื้อหา ดังตอไปนี้🔗

๑. ชื่อรางพระราชบัญญัติ (รางมาตรา ๑)🔗

๒. วันใชบังคับ กำหนดใหพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับตั้งแตวันถัดจาก วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป (รางมาตรา ๒)🔗

๓. แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง กำหนดใหหากมีการกำหนด วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรใหมเปนการเลือกตั้งทั่วไป หรือหากมีการกำหนด วันเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่น ผูบริหารทองถิ่น เนื่องจากดำรงตำแหนงครบวาระในชวงเวลา ใกลเคียงกับการออกเสียง อาจกำหนดใหวันออกเสียงเปนวันเดียวกับวันเลือกตั้ง (รางมาตรา ๓)🔗

๔. แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๑ วรรคสาม กำหนดใหหากมีการกำหนด วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรใหมเปนการเลือกตั้งทั่วไปหรือหากมีการกำหนด วันเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่น ผูบริหารทองถิ่น เนื่องจากดำรงตำแหนงครบวาระในชวงเวลา ใกลเคียงกับการออกเสียง อาจกำหนดใหวันออกเสียงเปนวันเดียวกับวันเลือกตั้ง (รางมาตรา ๔)🔗

๕. แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๒ กำหนดใหการออกเสียงใหกระทำโดยใชบัตร ออกเสียง หรือการออกเสียงทางไปรษณีย หรือออกเสียงโดยเครื่องลงคะแนนออกเสียง อิเล็กทรอนิกส หรือทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือโดยวิธีอื่น โดยวิธีการนั้นสามารถ ปองกันการทุจริตไดอยางมีประสิทธิภาพ ประชาชนเขาถึงไดโดยสะดวก และอาจใชวิธี ลงคะแนนวิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธี และใชในเขตออกเสียงหนึ่งหรือหลายเขตออกเสียง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด (รางมาตรา ๕)🔗

๖. แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๓ กำหนดใหการออกเสียงที่จะถือวามีขอยุติ ในเรื่องที่จัดทำประชามติ ใหถือเสียงขางมากของผูมาออกเสียง โดยคะแนนเสียงขางมาก ตองมีจำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผูมาออกเสียงและตองสูงกวาคะแนนเสียงไมแสดง ความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น (รางมาตรา ๖)🔗

๗. แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง กำหนดใหเมื่อไดประกาศกำหนด วันออกเสียงแลว ใหคณะกรรมการเผยแพรกระบวนการและขั้นตอนใหผูมีสิทธิออกเสียง ไดรับอยางทั่วถึง และใหคณะกรรมการจัดใหมีการแสดงความคิดเห็นโดยอิสระและเทาเทียมกัน ทั้งผูที่เห็นชอบและไมเห็นชอบในเรื่องการจัดทำประชามติตามหลักเกณฑและวิธีการ ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (รางมาตรา ๗)🔗

๘. แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๘ กำหนดใหการออกเสียงจะใชเขตประเทศ เขตจังหวัด เขตอำเภอ เขตเทศบาล เขตตำบล เขตหมูบาน หรือเขตอื่นเปนเขตออกเสียงก็ได ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด (รางมาตรา ๑๘)🔗

๙. แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง กำหนดใหมีการกำหนดหนวย ออกเสียงและที่ออกเสียง ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ กำหนด ในกรณีที่พื้นที่ใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรใหมเปนการเลือกตั้งทั่วไป หรือมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่น หรือผูบริหารทองถิ่น เนื่องจากดำรงตำแหนงครบวาระ ในวันเดียวกับการออกเสียง ใหถือวาหนวยเลือกตั้งและที่เลือกตั้งของการเลือกตั้งนั้น เปนหนวยออกเสียงและที่ออกเสียงตามพระราชบัญญัตินี้ในพื้นที่ดังกลาว ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด (รางมาตรา ๙)🔗

ทานประธานสภาที่เคารพ การแกไขพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ เปนเรื่องที่มีความสำคัญอยางยิ่ง ที่จะทำใหเกิดผลสัมฤทธิ์ในการทำ ประชามติ ทำใหประชาชนเกิดความสะดวก ประหยัดคาใชจาย ทั้งยังเปนการประหยัด งบประมาณ รวมทั้งเปนการเปดโอกาสใหประชาชนเขาถึงขอมูลขาวสาร ในการทำประชามติ โดยอิสระไดมากขึ้น จึงหวังวาสภาแหงนี้จะใหการสนับสนุนรางแกไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ เปนอยางดี ขอขอบพระคุณทานประธานสภาและทานสมาชิกผูแทนราษฎรไวในโอกาสนี้ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานสภาผูแทนราษฎร

ขอบคุณทาน รองนายกรัฐมนตรีครับ ตอไปก็จะใหผูที่เสนอรางพระราชบัญญัติอีก ๓ ฉบับ เปนผูนำเสนอ ซึ่งอยางที่เราเคยปฏิบัติครับ ผูเสนอก็คงจะใชเวลาฉบับละประมาณ ๑๐ นาทีนะครับ แลวหลังจากนั้นก็จะใหผูที่อยากจะขออภิปรายเพิ่มเติมสามารถอภิปรายได สำหรับผูที่จะ อภิปรายซึ่งไมใชผูเสนอขอใหชวยกันมาลงชื่อขางหนานี้ดวยนะครับ ซึ่งผมจะไดเรียก ตามลำดับที่มาขอเสนอ ซึ่งก็จะอนุญาตอยางที่เราเคยปฏิบัตินะครับ ก็คือสำหรับผูที่ เสนอสนับสนุนเห็นดวย หรือไมเห็นดวยนะครับ คนละ ๗ นาทีนะครับ ขอเชิญผูเสนอ กฎหมาย ฉบับที่ ๑ รางพระราชบัญญัติวาการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (รองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล กับคณะ) เชิญครับ🔗

นายปกรณวุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ทานประธานครับ ขออภัยครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานสภาผูแทนราษฎร

ขออนุญาต ทานอาจารยชูศักดิ์กอนครับ ทางนี้จะขอปรึกษา เชิญครับ🔗

นายปกรณวุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขออภัยทานอาจารย ชูศักดิ์ดวยนะครับ ผม ปกรณวุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล ผูแทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคกาวไกล ในฐานะประธานวิปฝายคานนะครับ สิ่งที่ทานประธานไดแจงเมื่อสักครูอาจจะไมตรงกับ ขอตกลงของวิปทั้ง ๒ ฝาย สักนิดหนึ่งนะครับ คือทางผูเสนอจริง ๆ แลวก็มีเวลาไมจำกัด แตวาทางคุณพริษฐ คงไมไดใชเวลาเกิน ๑๐ นาทีไปมากนักนะครับ ในสวนของผูอภิปราย ทางวิปรัฐบาลกับวิปฝายคานไดตกลงกันวาคงจะใชเวลาฝงละไมเกินราว ๆ ๓ ชั่วโมง โดยประมาณนะครับ ซึ่งแตละทานบางทานอาจจะ ๗ นาที บางทานอาจจะมากกวานั้น แตโดยรวมทั้งหมดแลวทางฝงฝายคานก็จะใชเวลาประมาณ ๓ ชั่วโมงครับ บางทานอาจจะ ไมใช ๗ นาที ครับทานประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานสภาผูแทนราษฎร

อันนี้เปนขอเสนอ ขอตกลงของวิปทั้ง ๒ ฝาย เชิญวิปรัฐบาลครับ🔗

นายศรัณย ทิมสุวรรณ เลย

ทานประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะคนที่ประสานงาน ระหวาง ๒ ฝายครับ ผมยืนยันครับวาเราไมไดคุยกันวาแตละคนจะใชเวลาเทาไร แตวา เราคุยกันวาแตละฝงนั้นจะใชเวลาราว ๓ ชั่วโมง แลวก็เวลาของทานประธานประมาณ ๑ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะใชเวลากันประมาณ ๗ ชั่วโมง แลวก็จะโหวตและทำการ ประชุมวันนี้ใหสำเร็จเรียบรอย แตวาไมมีการกำหนดวาแตละคนจะใชเวลาเทาไรครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานสภาผูแทนราษฎร

ขอบคุณมาก ตองขออภัย ผมเอาขอตกลงสมัยประชุมที่แลวมาพูด แตวาเฉพาะกฎหมายฉบับนี้ทางวิป ไดตกลงกันแลววาจะใชเวลาฝายละไมเกิน ๓ ชั่วโมง ก็ขอใหวิปแตละฝายนะครับ ซึ่งเจาหนาที่สภาจะบันทึกไวดวยนะครับ แตละฝายเมื่อครบ ๓ ชั่วโมงแลวก็จะเปนการจบ การประชุม ๓ ชั่วโมงนี้รวมทั้งกลาวสรุปของผูนำเสนอดวยหรือเปลาครับวิป เพราะผูเสนอมี ๓ ทาน จะมีการสรุปอยูใน ๓ ชั่วโมงนี้ดวยหรือเปลาหรือวานอกจาก ๓ ชั่วโมงนี้🔗

นายชุติพงศ พิภพภิญโญ ระยอง

เรียนทานประธานครับ ผม ชุติพงศ พิภพภิญโญ วิปฝายคานครับ ก็ไมรวมครับทาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานสภาผูแทนราษฎร

ไมรวมนะครับ คิดวาเมื่อเราไดอภิปรายกันตามสมควรแลวสรุปก็คงไมยาก และบางฉบับคงจะมีผูสรุป เพียงทานเดียว หรืออาจจะไมสรุปเลยก็ไดนะครับ เพราะฉะนั้นก็ดำเนินการตามนี้นะครับ ตามที่วิปทั้ง ๒ ฝายไดตกลงนะครับ ขอเชิญทานรองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล เปนผูเสนอ ฉบับแรกครับ เชิญครับ🔗

รองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ทานประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชูศักดิ์ ศิรินิล สมาชิกสภาผูแทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ขอนำเสนอบันทึกหลักการและเหตุผลประกอบรางพระราชบัญญัติวาดวย การออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเปนรางของพรรคเพื่อไทย ทานประธาน ที่เคารพครับ รางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่นำเสนอในวันนี้วัตถุประสงคสำคัญก็คือ เพื่อแกไขพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ที่ใชอยูในขณะนี้ โดยมีหลักการและเหตุผลดังที่ผมจะกราบเรียน ตอทานประธานและที่ประชุม ดังตอไปนี้🔗

หลักการ แกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ดังนี้🔗

๑. กำหนดใหหากมีการกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรเปนการ เลือกตั้งทั่วไป หรือหากมีการกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่น ผูบริหารทองถิ่น เนื่องจากดำรงตำแหนงครบวาระในชวงเวลาใกลเคียงกับการออกเสียง อาจกำหนดใหวัน ออกเสียงเปนวันเดียวกับวันเลือกตั้ง (แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑ วรรคสาม)🔗

๒. กำหนดใหการออกเสียงใหกระทำโดยใชบัตรออกเสียง หรือการออกเสียง ทางไปรษณีย หรือการออกเสียงโดยเครื่องลงคะแนนออกเสียงอิเล็กทรอนิกส หรือทางระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือโดยวิธีอื่น (แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๒)🔗

๓. กำหนดใหการออกเสียงใหถือเสียงขางมากของผูมาออกเสียง โดยคะแนน เสียงขางมากตองสูงกวาคะแนนเสียงไมแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามติ (แกไข เพิ่มเติมมาตรา ๑๓)🔗

๔. กำหนดใหคณะกรรมการการเลือกตั้งตองจัดใหมีการแสดงความคิดเห็น โดยอิสระและเทาเทียมกัน ทั้งผูที่เห็นชอบและไมเห็นชอบในเรื่องที่จะทำประชามติ (แกไข เพิ่มเติมมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง)🔗

ทานประธานที่เคารพครับ กระผมขอแสดงเหตุผลของการแกไขเพิ่มเติม ดังตอไปนี้🔗

โดยที่พระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ไมได กำหนดใหวันออกเสียงสามารถกำหนดเปนวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร กรณีการเลือกตั้งทั่วไป หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่น หรือผูบริหารทองถิ่นเนื่องจาก ครบวาระได ทำใหตองกำหนดวันออกเสียงแยกตางหากจากวันเลือกตั้งทั้งที่อาจอยูใน ชวงเวลาใกลเคียงกัน เปนการเพิ่มภาระงานและงบประมาณแผนดินในการจัดการออกเสียง อีกทั้งเปนภาระกับประชาชนที่ตองออกมาใชสิทธิออกเสียงหลายครั้ง ดังนั้น จึงอาจ กำหนดใหวันออกเสียงเปนวันเดียวกับวันเลือกตั้งได และวิธีการออกเสียงจากเดิมที่ กำหนดใหการออกเสียงกระทำโดยใชบัตรออกเสียงเปนหลัก สวนวิธีการออกเสียงโดยวิธีอื่น เปนเพียงทางเลือกที่คณะกรรมการอาจกำหนดใหมีได เปนการกำหนดวิธีการออกเสียงที่ สามารถกระทำไดโดยวิธีการตาง ๆ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด เพื่อความสะดวกของประชาชนผูมาใชสิทธิออกเสียง นอกจากนั้นยังใหมีการแกไขเรื่องผล ของการออกเสียงที่ถือวามีขอยุติ ตองมีผูมาใชสิทธิออกเสียงเต็มจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียงและมีจำนวนเสียงเกิน กึ่งหนึ่งของผูใชสิทธิออกเสียงในเรื่องที่จัดทำประชามติ ซึ่งเห็นวาไมควรแยกประเภท การออกเสียงเปนการออกเสียงเพื่อมีขอยุติ หรือเปนเพียงการออกเสียงเพื่อใหคำปรึกษา แกคณะรัฐมนตรี เนื่องจากกระบวนการจัดการออกเสียงเปนกระบวนการเดียวกันและใช งบประมาณจำนวนมาก เปนการไมคุมคากับงบประมาณหากจะจัดการออกเสียงเพียงเพื่อให การปรึกษา และหากกำหนดใหผลออกเสียงตองมีผูมาใชสิทธิออกเสียงเปนจำนวนเกิน กึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียง และตองมีจำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผูมาใชสิทธิออกเสียง ในเรื่องที่จะทำประชามตินั้น (เสียงขางมากเด็ดขาด) เห็นวาเปนไปไดยากในทางปฏิบัติ เนื่องจากการออกเสียงประชามติตางกับการเลือกตั้งที่มีผูสมัครรับเลือกตั้งเปนตัวแปรในการ หาเสียงและรณรงค ใหคนมาใชสิทธิเลือกตั้ง (ซึ่งหลายครั้งยังพบวามีผูมาใชสิทธิเลือกตั้ง ไมถึงกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิเลือกตั้ง) แตการออกเสียงประชามติเปนเพียงการสอบถามความเห็น ของประชาชนในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ซึ่งประเด็นนั้นอาจไมไดอยูในความสนใจของ ประชาชนโดยทั่วไป จึงไมมาใชสิทธิออกเสียง ดังนั้น จึงไมควรนำจำนวนประชาชนสวนนี้ มาเปนผลตอการออกเสียง และควรแกไขใหการออกเสียงถือเพียงเสียงขางมากของผูมาออกเสียง โดยเสียงขางมากตองสูงกวาคะแนนเสียงที่ไมแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามติ ซึ่งสอดคลองกับการออกเสียงประชามติรับรางรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ ที่ใชเพียงเสียงขางมากธรรมดา และสุดทายคือการกำหนดใหเปนหนาที่ของ คณะกรรมการที่ตองจัดใหมีการแสดงความคิดเห็นโดยอิสระและเทาเทียมกัน ทั้งผูที่เห็นชอบ และไมเห็นชอบ ในเรื่องที่จัดทำประชามติ เชนเดียวกับที่เคยบัญญัติไวในพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๔๑🔗

ทานประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตทานประธานที่จะกราบเรียน เพิ่มเติมโดยสังเขปเล็กนอย ดังตอไปนี้ครับ ทานประธานครับ ผมเขาใจวารางพระราชบัญญัติ แกไขเพิ่มเติมกฎหมายประชามติทั้งของรัฐบาล และของพรรคเพื่อไทย รวมทั้งพรรคกาวไกล รวมทั้งพรรคภูมิใจไทยที่เสนอมาในวันนี้ ๔ ราง วัตถุประสงคหลักของการแกไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็คือเรื่องการที่กำหนดเสียงชี้ขาด เสียงขางมากเด็ดขาดตามที่กำหนด ไวแตเดิมในมาตรา ๑๓ ของกฎหมายประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ทุกรางจึงขอแกไขในมาตรานี้ แลวก็มีลักษณะเหมือน ๆ กันวาตองการลดขนาดของการออกเสียงที่เปนเสียงขางมาก เด็ดขาดลงมา เพียงวาการลดขนาดลงมานั้นจะลดลงมากนอยเพียงใดก็สุดแตความคิดของ แตละพรรค ความคิดของคณะรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้ก็กราบเรียนวาไมเหมือนกันทีเดียวนัก แตเดิมในรางมาตรา ๑๓ ของกฎหมายประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ผมขอเรียนทานประธานโดย สรุปเล็กนอยวา เสียงชี้ขาดนั้นตองมีเสียงที่เขาเรียกวา Double Majority ที่เรียกวา เสียงขางมากเด็ดขาด ๒ ชั้น คือ ขอที่ ๑ ผูมาใชสิทธิตองเกินกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียง หลังจากนั้นก็ตองไปดูขอที่ ๒ วาจำนวนเสียงเห็นชอบตองเกินกึ่งหนึ่งของผูใชสิทธิออกเสียง ความหมายก็คือวา เชน ผูมีสิทธิออกเสียงทั้งหมด ๔๐ ลานคน สมมุติตัวเลขกลม ๆ แบบนั้น ผูมาใชสิทธิตอง ๒๐ ลานขึ้น และเสียงชี้ขาดตองเกินกวากึ่งหนึ่งของ ๒๐ ลานขึ้น เขาจึง เรียกวาเปน Double Majority ตัวอยางเชนนี้ถาผมยกเมื่อป ๒๕๕๐ มีผูไมเห็นชอบ ๑๐.๗ ลานคน มีผูเห็นชอบ ๑๔.๗ ลานคนโดยประมาณ กลาวเชนนี้ ก็หมายความวาถาเสียงของประชาชนประมาณ ๓ ลานเศษ ๆ ไมไปใชสิทธิออกเสียง การลงประชามติในคราวที่แลวป ๒๕๕๐ ถาใช Double Majority ถือวาไมผาน ถาคนประมาณ ๓ ลานเศษ ๆ เขาไมไปใชสิทธิออกเสียง ป ๒๕๖๐ ผูใชสิทธิ ๕๐ ลานคน ออกมาใชสิทธิ ๒๙.๗ เห็นชอบ ๑๖.๘ ไมเห็นชอบ ๑๐.๕ ถาประมาณ ๔ ลานเศษ ๆ ไมออกมาใชสิทธิแปลวา Double Majority ตามมาตรา ๑๓ ไมผาน เหตุนี้ก็ดวยเหตุผลวาเราจึงควรจะแกมาตรานี้ เสีย เหตุผลสำคัญก็คือเนื่องจากการออกเสียงประชามตินั้นมีเหตุผลความจำเปนตองการ สอบถามความเห็นของประชาชน ไมเหมือนกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ซึ่งมีผูสมัครรับเลือกตั้งไปรณรงคกัน แมขนาดจะรณรงคแลวผลของการเลือกตั้งบางจังหวัด ผูชนะการเลือกตั้งไดคะแนนไมถึงกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิเลือกตั้งก็มี แตก็ชนะการเลือกตั้ง ตามกฎกติกาที่วาไว โดยเหตุนี้ผมเขาใจโดยสรุปครับทานประธานวา หลายพรรคการเมือง รัฐบาลก็ดีก็คิดวาเรื่องนี้อาจจะเปนปญหาในการทำประชามติ โดยเฉพาะอยางยิ่งการทำ ประชามติสำหรับการแกไขเพิ่มเติมหรือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ จึงสมควรที่จะแกไขในเรื่องนี้เสียใหเปนสิ่งที่ปฏิบัติได ไมใชคะแนนเสียงจนเกินมากไป สวนจะลดลงมาเทาไรอันนั้นเปนเรื่องที่คงไปพูดกันในชั้นกรรมาธิการ นอกเหนือจาก การแกไขเรื่องของมาตรา ๑๓ จึงถือโอกาสแกไขเรื่องอื่น ๆ พรอมกันไป เชน แกไขเรื่อง วันออกเสียง ถามันใกลเคียงกับการเลือกตั้งทั่วไป ใกลเคียงกับการเลือกตั้งทองถิ่น ก็อาจจะ จัดเปนวันเดียวกันเพื่อประหยัดงบประมาณ เพื่อไมตองสิ้นเปลืองเวลาของพี่นองประชาชน เมื่อกอนการใชบัตรออกเสียงถือเปนหลัก สวนจะใชวิธีอื่นหรือไมก็เปนขอยกเวนที่กรรมการ กำหนด เราก็คิดวานาจะใชวิธีการอื่น ๆ พรอมกันไปได ที่สำคัญที่สุดก็คือวาคณะกรรมการ การเลือกตั้งมีความจำเปนตามกฎหมายที่จะตองเผยแพรและเปดโอกาสใหแสดงความคิดเห็น โดยทั่วหนา ก็เปนที่ทราบกันดีรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ที่เราใชอยูในขณะนี้ในคราวกอนนี้ไมเปด โอกาสใหวิพากษวิจารณ ไมเปดโอกาสใหแสดงความคิดเห็น เราก็คิดวาควรจะแกไขเรื่องนี้ ไปพรอม ๆ กัน สวนเรื่องอื่น ๆ ก็เปนเรื่องของรัฐบาลที่เสนอเพิ่มเติมเขามา เชน เขตออกเสียง ถาพรอมกันใหใชเขตออกเสียงตามที่กำหนดไวของการเลือกตั้ง อยางนี้เปนตน อันนี้ก็กลาว โดยสรุปครับทานประธานที่เคารพครับวาเปนเหตุผลความจำเปนที่ควรจะตองมีการแกไข พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ กระผมคิดวาเพื่อนสมาชิกทั้งหลาย ก็นาจะไดรับหลักการรางทั้งหมดทั้ง ๔ รางไปพรอมกัน พรอมกับการตั้งกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาในรายละเอียดตอไป กราบเรียนดวยความเคารพครับทานประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานสภาผูแทนราษฎร

ขอบคุณ ทานรองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล ตอไปเปนรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคุณพริษฐ วัชรสินธุ กับคณะ ขอเชิญครับ🔗

นายพริษฐ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พริษฐ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกาวไกล ขออนุญาตนำเสนอและอภิปรายหลักการและเหตุผลของราง พ.ร.บ. ประชามติ ฉบับของ พรรคกาวไกลในฐานะผูเสนอราง ทานประธานครับ แมในชวงหนึ่งปที่ผานมา ประเด็นเรื่อง การแกไข พ.ร.บ. ประชามตินั้น มักจะถูกนำมาเชื่อมโยงกับเรื่องของกระบวนการ ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ผมตองขออนุญาตเรียนกับทานประธานผานไปยัง เพื่อนสมาชิกครับวา ผมเห็นวาเราจำเปนที่ตองพิจารณาความเชื่อมโยงของ ๒ ประเด็น ดังกลาวนั้นดวยความระมัดระวังและดวยความรอบคอบ เพราะในมุมหนึ่ง พ.ร.บ. ประชามตินั้น ก็ไมใชทุกสิ่งทุกอยางที่จะสงผลตอกระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม แตในอีกมุมหนึ่งปจจัยที่เกี่ยวของกับกระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ก็ไมควรจะเปนทุกสิ่งทุกอยางที่ไปกำหนดวาเราจะออกแบบ พ.ร.บ. ประชามติกันอยางไร ที่ผมพูดวา พ.ร.บ. ประชามตินั้นไมใชทุกสิ่งทุกอยางที่สงผลตอกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมครับ ก็เพราะวาหลายประเด็นที่จะเปนตัวแปรสำคัญที่ไปกำหนดวา เราจะได รัฐธรรมนูญฉบับใหมเร็วแคไหน รัฐธรรมนูญฉบับใหมจะมีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย แคไหนนั้น ลวนเปนประเด็นที่อยูนอกเหนือจากเนื้อหาในกฎหมายประชามติ ไมวาจะเปน เรื่องของจำนวนประชามติที่ผมก็ตองขออนุญาตเห็นตางกับทานประธานนะครับ คือผมเห็นวา ๒ ครั้งก็เพียงพอแลวในเชิงของกฎหมาย หรือไมวาจะเปนเรื่องของคำถามประชามติสำหรับ การทำประชามติครั้งแรก ซึ่งผมก็ยังเห็นตางกับรัฐบาล แลวก็เรียกรองใหรัฐบาลนั้นทบทวน ใหหันมาใชคำถามที่เปดกวางขึ้น เพื่อทำใหประชาชนทุกคนที่อยากเห็นการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมนั้นสามารถลงคะแนนเห็นชอบอยางเปนเอกภาพได หรือไมวาจะเปนเรื่องของ รูปแบบและการไดมาซึ่งสมาชิกสภารางรัฐธรรมนูญ ที่ตอนนี้ทั้งรางของพรรคกาวไกลและราง ของพรรคเพื่อไทยที่ยื่นเขาสูรัฐสภานั้น ก็ยืนยันหลักการวา สสร. นั้นจะตองมาจากการเลือกตั้ง ๑๐๐ เปอรเซ็นต ซึ่งเปนหลักการที่นับถึงวันนี้ทางคณะรัฐมนตรีก็ยังคงไมยืนยัน แตทานประธานครับ เหตุผลที่ พ.ร.บ. ประชามตินั้นถูกดึงเขามามีความเชื่อมโยงกับ กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมอยางใกลชิดขึ้น เหตุผลที่ทำใหการแกไข พ.ร.บ. ประชามตินั้น มีความจำเปนเรงดวนมากขึ้น ก็เพราะวามติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ที่ผานมาที่เขียนไวชัดครับวา รัฐบาลนั้นจะยังคงไมเดินหนาในการจัดทำประชามติครั้งแรก จนกวาจะมีการแกไข พ.ร.บ. ประชามติเสร็จเปนที่เรียบรอยแลว ซึ่งเปนการยืนยันนะครับวา คำพูดของโฆษกรัฐบาลที่ไดแถลงไวหลังวันประชุมวันนั้นวา ประชามติครั้งแรกนั้นจะเกิดขึ้น ในชวงระหวาง ๒๑ กรกฎาคม ถึง ๒๒ สิงหาคมนั้นไมเปนความจริงครับทานประธาน นับถึงวันนี้ผมก็ยังไมไดรับคำตอบชัด ๆ วาหาก ครม. มีความประสงควาจะตองแกไข พ.ร.บ. ประชามติใหเสร็จกอนจะเดินหนาในการจัดทำประชามติครั้งแรก แลวเหตุใดครับ ครม. ถึงรอมาถึงวันนี้ถึงเสนอรางแกไข พ.ร.บ. ประชามติเขามาสูการพิจารณาของสภาผูแทนราษฎร ทั้ง ๆ ที่ทั้งรางของพรรคเพื่อไทยและรางของพรรคกาวไกลก็ถูกยื่นเขาสูสภาตั้งแต ๑ กุมภาพันธที่ผานมา แตไมเปนไรครับอยางนอยผมก็ดีใจครับที่วันนี้เราทุกฝายเห็นตรงกัน ในการเปดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อมาเรงแกไข พ.ร.บ. ประชามติ แตอีกมุมหนึ่งครับ ทานประธาน นอกจาก พ.ร.บ. ประชามติจะไมใชทุกสิ่งทุกอยางที่สงผลตอการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมแลว ปจจัยเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมก็ไมควรที่จะเปน ทุกสิ่งทุกอยางที่เรามาใชกำหนดวาเราจะออกแบบ พ.ร.บ. ประชามติกันอยางไร มีเหตุผล ๒ ประการดวยกันครับ🔗

ประการที่ ๑ ถึงแมวาที่ผานมาในประวัติศาสตรการเมืองไทยเราไมเคย มีการจัดทำประชามติในเรื่องอื่นที่ไมใชเรื่องของรัฐธรรมนูญ แตความจริงแลวประชามติ ไมจำเปนตองถามเฉพาะเรื่องของรัฐธรรมนูญเทานั้นครับ แตประชามติสามารถถูกใช เปนเครื่องมือในการสอบถามความเห็นของประชาชนในประเด็นอื่น ๆ ที่เราเห็นวาสำคัญได🔗

แตอีกประการหนึ่งครับทานประธาน ก็คือในเมื่อพวกเราแตละฝาย โดยเฉพาะ ในสภาแหงนี้ก็ลวนมีจุดยืนที่ชัดเจน มีธงที่ชัดเจนวาเราอยากเห็นการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมอยูหรือไม นั่นหมายความวาหากเราออกแบบ พ.ร.บ. ประชามติโดยคำนึง ถึงเพียงแคผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตอผลลัพธของประชามติที่เกี่ยวของกับกระบวนการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม เราก็อาจจะถูกตั้งคำถามไดงายครับวา ตกลงแลวเรากำลังพยายาม จะแกกติกาเกี่ยวกับประชามติเพียงเพื่อใหฝายที่เราสนับสนุนนั้นไดเปรียบใชหรือไม🔗

ดวยเหตุผล ๒ ประการนี้ทานประธาน ผมเลยจะขออนุญาตนำเสนอรางแกไข พ.ร.บ. ประชามติฉบับของพรรคกาวไกล และเชิญชวนเพื่อนสมาชิกทุกคนมารวมกัน พิจารณาเนื้อหาในรางแกไข พ.ร.บ. ประชามติทุกฉบับในวันนี้ โดยไมคำนึงถึงเพียงแค ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตอกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมครับ แตคำนึงถึงเปาหมาย ที่เรามีรวมกันในการออกแบบกติกาประชามติใหมีความเหมาะสม ใหมีประสิทธิภาพ ใหมีความเปนธรรม และสงเสริมการมีสวนรวมของประชาชน ไมวาประชามติจะเกี่ยวของ กับเรื่องรัฐธรรมนูญหรือไม และไมวาเราจะสนับสนุนฝายที่เห็นชอบ หรือไมเห็นชอบ กับประเด็นที่ถูกถามในประชามติ🔗

เขาสูเนื้อหาสาระครับทานประธาน เปาหมายของรางแกไข พ.ร.บ. ประชามติ ของพรรคกาวไกลมีการเสนอทั้งหมด ๔ ประเด็นสำคัญครับ พยายามจะทำใหกติกา ประชามตินั้นมีความเปนธรรม มีความยืดหยุน มีความทันสมัยและมีความหลากหลาย มากขึ้น แตหากจะมองกวางกวาแครางของพรรคกาวไกลและมองถึงเนื้อหาสาระที่อยู ในทั้ง ๔ ราง ผมพยายามสรุปใหเห็นภาพชัดเจนครับ ดังที่ปรากฏในสไลด🔗

(เจาหนาที่ดำเนินการเปด Presentation)
นายพริษฐ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

วาทั้ง ๔ รางนั้น มีการนำเสนอ รวมกันทั้งหมด ๗ ประเด็นครับ แบงออกเปน ๒ ประเด็น ที่พรรคกาวไกลเสนอในรางของเรา แลวก็มีรางอื่นที่เสนอแกไขในทิศทางที่สอดคลองกัน มี ๒ ประเด็นครับ เปนประเด็นที่อยูใน รางของพรรคกาวไกลแตไมปรากฏอยูในรางอื่น ๆ แลวก็มี ๓ ประเด็นที่พรรคกาวไกลไมไดเสนอ แตปรากฏอยูในรางอื่นและเรายินดีไปพูดคุยเพิ่มเติมในชั้นกรรมาธิการ มาเขาสูหมวดหมูแรกครับ นั่นก็คือ ๒ ประเด็น ที่พรรคกาวไกลเราเสนอในรางของเรา แลวก็ปรากฏอยูในรางอื่น ๆ ดวยเชนกัน🔗

ประเด็นที่ ๑ เปนการพยายามจะทำใหกติกานั้นมีความเปนธรรมมากขึ้น โดยการเปลี่ยนจากการเปน Double Majority มาเปน Single Majority ทานประธานครับ ผมออกตัวไวกอนวาสวนตัวแลวผมคิดวากติกา Double Majority หรือเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ๒ ชั้นนั้นมีเจตนาที่ดีครับ เปนเจตนาที่พยายามจะบอกวาในเมื่อประชามติมักจะถูกจัดสำหรับ ประเด็นที่มันมีความสำคัญตอบานเมือง ประชามตินั้นก็จะถือวาผานความเห็นชอบของ ประชาชนก็ตอเมื่อผาน ๒ เกณฑดวยกันครับ เกณฑที่ ๑ คือจำนวนผูที่ออกมาใชสิทธิออกเสียงจะตองเกินกึ่งหนึ่งของผูที่มีสิทธิออกเสียง อันนี้ผมขอเรียกวาเกณฑชั้นบน ซึ่งเปนการวัดความสนใจที่ประชาชนมีตอประเด็นดังกลาว เกณฑที่ ๒ ครับทานประธาน นั่นคือจำนวนคนที่ลงคะแนนเห็นชอบนั้นจะตองมีมากกวา กึ่งหนึ่งของจำนวนผูที่ออกมาใชสิทธิออกเสียง ผมขอเรียกเกณฑนี้วาเกณฑชั้นลาง ซึ่งเปนการ วัดทิศทางความเห็นของประชาชนตอประเด็นที่ถูกถามในประชามติ ความจริงการมีเกณฑแบบ Double Majority หรือเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ๒ ชั้นแบบนี้ก็ไมไดเปนอะไรที่ผิดครับ จริงอยูครับวา ประเทศสวนใหญที่เปนรัฐเดี่ยวมักจะไมเลือกใชกติกาแบบนี้ แตก็มีบางประเทศที่เปนรัฐเดี่ยว ที่ก็ใชกติกาแบบ Double Majority ยกตัวอยางเชน โปรตุเกสครับที่ใชกติกา Double Majority สำหรับประชามติทุกประเภท หรืออิตาลีที่มีการใชกติกา Double Majority สำหรับประชามติที่ไมเกี่ยวของกับการแกไขรัฐธรรมนูญ แตถาอยากจะใหทานประธาน เห็นภาพมากขึ้นวา Double Majority มันสงผลลัพธตอการทำประชามติอยางไร ขออนุญาต ยกเปนตัวอยางใหเห็นภาพครับ สมมุติครับ ประเทศเรามีการจัดประชามติเพื่อสอบถาม ประชาชนวาเห็นดวยหรือไมใหมีการยกเลิกการเกณฑทหาร สมมุติประเทศเรามีจำนวนผูที่ มีสิทธิออกเสียงทั่วประเทศทั้งหมด ๑๐๐ คน สมมุติจำนวนคนที่ออกมาใชสิทธิออกเสียงมีอยู ๗๕ คน หรือวาคิดเปน ๗๕ เปอรเซ็นต แลวสมมุติวาใน ๗๕ คนนั้นมีคนที่ออกมาลงคะแนน เห็นชอบอยูที่ ๔๐ คน และคนที่ลงคะแนนไมเห็นชอบอยูที่ ๓๕ คน ถาเปนเชนนี้ดังภาพ ที่ปรากฏดานซายมือของสไลดก็จะถือวาประชามตินั้น ผานความเห็นชอบของประชาชน ตามเกณฑ Double Majority เพราะวาในเกณฑชั้นบนจำนวนคนที่ออกมาใชสิทธิออกเสียงนั้น ซึ่งอยูที่ ๗๕ คนนั้นมีมากกวากึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียง หรือวากึ่งหนึ่งของ ๑๐๐ คน ก็คือ ๕๐ คน และในสวนของเกณฑชั้นลางครับ จำนวนคนที่ออกมาลงคะแนนเห็นชอบมีอยู ๔๐ คน ซึ่งก็มากกวากึ่งหนึ่งของจำนวนคนที่ออกมาใชสิทธิออกเสียง หรือมากกวากึ่งหนึ่ง ของ ๗๕ คน นั่นก็คือ ๓๗.๕ คน ดังนั้นครับทานประธาน หากประชาชนทุกคนออกมาใชสิทธิ อยางตรงไปตรงมาตามความเห็นที่ตนเองมี ตามความสนใจที่ตัวเองมี กติกา Double Majority ก็ไมไดมีปญหาอะไรครับ แตปญหามันจะเกิดขึ้นครับทานประธาน ถาเกิดภาพมันกลายเปน ภาพดานขวาของสไลดนี้ ปญหาจะเกิดขึ้นหาก ๓๕ คน ที่ความจริงแลวสนใจในประเด็นเรื่อง การยกเลิกการเกณฑทหาร และมีความเห็นวาไมเห็นดวยกับการยกเลิกการเกณฑทหารนั้น ตัดสินใจไมออกมาลงคะแนนเสียงครับ แตตัดสินใจนอนอยูบานไมออกมาใชสิทธิเลย และรณรงคใหทุกคนทั้ง ๓๕ คนนั้นนอนอยูบานและไมออกมาลงคะแนนเสียง หากพวกเขา รณรงคแบบนี้และทำสำเร็จครับ นั่นหมายความวา ๓๕ คนในกลุมพวกเขา ที่ความจริงแลว มีความเห็นเรื่องการเกณฑทหารนะครับ แตใชวิธีนอนอยูบานเพื่อไมออกมาใชสิทธิ จะถูกไป รวมกับ ๒๕ คนที่ไมไดสนใจเรื่องการเกณฑทหารและไมไดตั้งใจจะออกมาใชสิทธิอยูแลว รวมกันเปน ๖๐ คน ทำใหจำนวนคนที่ออกมาใชสิทธิออกเสียงนั้นจะถูกกดลงมาเหลือแค ๔๐ คน ซึ่งนอยกวากึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียงหรือวานอยกวา ๕๐ คนนั่นเอง แลวก็จะทำ ใหประชามตินั้นถูกคว่ำไป หรือนับวาไมผานความเห็นชอบของประชาชน ทั้ง ๆ ที่คนที่ เห็นดวยกับการยกเลิกการเกณฑทหารนั้นมีมากกวาคนที่ไมเห็นดวยกับการยกเลิกการเกณฑ ทหารดวยซ้ำ ดังนั้นครับ ไมวาประเด็นที่ถูกถามจะเปนเรื่องเกณฑทหารหรือเปนเรื่องอื่น การที่เรามีกติกา Double Majority นั้นมันกลายเปนทำใหฝายที่ไมเห็นชอบกับประเด็น ที่ถูกถามหรือประชามตินั้นมีความไดเปรียบอยางไมเปนธรรม และไปเปดชองที่ทำใหฝาย ที่ไมเห็นชอบกับประเด็นที่ถูกถามในประชามตินั้น สามารถเลือกใชวิธีนอนอยูบานเพื่อกด จำนวนคนหรือสัดสวนคนที่ออกมาใชสิทธิลง และหวังจะคว่ำประชามติโดยที่ไมใหผานเกณฑ ชั้นบน ทั้ง ๆ ที่ความจริงแลวประชามตินั้นเปนประชามติเกี่ยวกับประเด็นที่คนใหความสนใจ เปนจำนวนมาก และเปนประเด็นที่ความจริงคนที่ไมเห็นดวยกับประเด็นที่ถูกถามนั้นมีนอยกวา คนที่เห็นดวยกับประเด็นที่ถูกนำเสนอในประชามติเสียดวยซ้ำ ดังนั้นครับทานประธาน เพื่อปองกันความไมเปนธรรมดังกลาวครับ รางของพรรคกาวไกล รางของพรรคเพื่อไทย แลวก็รางของ ครม. ครับ ก็เลยเสนอใหปรับกติกาจาก Double Majority มาเปน Single Majority โดยยกเลิกเกณฑชั้นบนที่เกี่ยวกับสัดสวนการออกมาใชสิทธิ และเหลือเพียงแค เกณฑชั้นลางครับที่เกี่ยวกับสัดสวนการลงคะแนนของผูที่ออกมาใชสิทธิออกเสียง ความแตกตางก็จะมีอยูเล็กนอยครับ ตรงที่วาในขณะที่รางของพรรคเพื่อไทยนั้นเขียนเกณฑชั้นลางในลักษณะที่บอกวา ประชามติ จะมีผลก็ตอเมื่อคนที่ลงคะแนนเห็นชอบเปนเสียงขางมาก พูดงาย ๆ คือวามีคนที่ลงคะแนน เห็นชอบมากกวาคนที่ลงคะแนนไมเห็นชอบ และมีคนที่ลงคะแนนเห็นชอบมากกวาคนที่กา ในชองไมออกความเห็น แตรางของพรรคกาวไกลกับรางของ ครม. เราเขียนเกณฑชั้นลางตางไป เล็กนอยครับ เราเขียนวาประชามติจะมีผลก็ตอเมื่อคนที่มาลงคะแนนเห็นชอบนั้นมีมากกวา กึ่งหนึ่งของผูที่ออกมาใชสิทธิ พูดงาย ๆ คือตองมีมากกวาจำนวนคนที่ลงคะแนนไมเห็นชอบ และคนที่กาชองไมออกความเห็นรวมกันนะครับ🔗

มาสูประเด็นที่ ๒ ครับทานประธานที่อยูในรางของพรรคกาวไกล แลวก็ รางอื่นนั้นก็มีการเสนอแกไขในทิศทางเดียวกันครับ นั่นก็คือการพยายามจะทำใหกติกา ประชามตินั้นมีความยืดหยุนมากขึ้น โดยการปลดล็อกให กกต. นั้นสามารถจัดประชามติ วันเดียวกับวันเลือกตั้งระดับชาติหรือระดับทองถิ่นอยางสะดวกมากขึ้น ผมคิดวาผมไมตอง พูดถึงเยอะครับถึงประโยชนที่ประชาชนจะไดจากการแกไขตรงนี้ หากประชามติถูกจัด ในวันเดียวกับการเลือกตั้งจะไมเพียงแตอำนวยความสะดวกใหกับประชาชน ประหยัดเวลา ใหกับประชาชน ออกมาคูหาครั้งเดียวก็ลงคะแนนไดหลายเรื่อง แตจะยังเปนการประหยัด งบประมาณใหกับรัฐดวยในการจัดทำประชามติและจัดการเลือกตั้ง แตผมตองเรียนกับ ทานประธานวาความจริงแลวกฎหมายประชามติปจจุบันก็ไมไดหามนะครับ ไมไดหามไมให จัดประชามติวันเดียวกับวันเลือกตั้ง แตถาเราจำไดครับ เมื่อ ๒ ปที่แลวเพื่อนสมาชิกของผม จากพรรคกาวไกลเคยมาเสนอญัตติในสภาผูแทนราษฎรแหงนี้ เสนอใหจัดประชามติ ครั้งที่ ๑ เกี่ยวกับการจัดทำรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมนั้นในวันเดียวกันกับวันเลือกตั้งทั่วไปที่เกิดขึ้น ๑๔ พฤษภาคม เมื่อป ๒๕๖๖ ที่ผานมา หากจำกันไดครับ ถึงแมทุกพรรคการเมือง ณ เวลานั้น ในสภาผูแทนราษฎรลงมติเห็นชอบกันอยางเปนเอกฉันท แตพอเดินทางไปสูวุฒิสภาครับ ญัตติดังกลาวถูกปดตกโดยวุฒิสภา โดยมี สว. บางคนครับก็ใหเหตุผลโดยไปยกขอกังวลของ กกต. มา เปนขอกังวลของ กกต. ที่บอกวากฎหมายประชามติปจจุบันนั้นอาจจะทำใหการ ดำเนินการจัดประชามติในวันเดียวกับการเลือกตั้งนั้นมีความทาทายมากขึ้น ดังนั้น เพื่อแกปญหาดังกลาว สิ่งที่ผมทำครับโดยไดใชกลไกของคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง สงหนังสือไปที่ กกต. ถามเลยครับวา กฎหมายประชามติปจจุบันมันมีมาตราไหนบางที่เปน อุปสรรคตอการจัดประชามติวันเดียวกับการเลือกตั้ง และใหสงรายละเอียดมาทั้งหมด พอ กกต. สงรายละเอียดทั้งหมดกลับมาในเดือนพฤศจิกายนเมื่อปที่แลวครับ ก็มีการระบุไว กับทุกมาตราที่มีขอกังวล ไมวาจะเปนมาตรา ๑๐ ถึงมาตรา ๑๑ ครับ เกี่ยวกับกรอบในการ กำหนดวันออกเสียง มาตรา ๑๘ เกี่ยวกับการกำหนดเขตออกเสียง มาตรา ๑๙ เกี่ยวกับ การกำหนดหนวยออกเสียงและที่ออกเสียง มาตรา ๒๙ เกี่ยวการกำหนดผูอำนวยการ การออกเสียง รวมไปถึงประเด็นเกี่ยวกับการแบงผูรับผิดชอบคาใชจายซึ่งตอนนี้ไมอยู ในมาตราใดในกฎหมายประชามติปจจุบัน กกต. ขอมาผมก็จัดใหครับทานประธาน ผมก็เลย แกไขทุกมาตราเลยครับ และตอนนี้ทำใหรางแกไข พ.ร.บ. ประชามติของพรรคกาวไกลนั้น ปลดล็อกทุกอุปสรรค ไมมีเหตุผลอื่นใดอีกแลวที่ กกต. จะไมสามารถจัดประชามติ ในวันเดียวกับวันเลือกตั้งได ไมวาจะเปนเลือกตั้งระดับชาติ ทองถิ่น ไมวาจะเปนเลือกตั้ง ในวันที่ครบวาระหรือเลือกตั้งกอนครบวาระก็ตาม🔗

ขยับมาสูหมวดหมูที่ ๒ ครับทานประธาน นั่นก็คือประเด็นที่อยูในรางของ พรรคกาวไกล แตไมมีรางอื่นเสนอ ซึ่งมีอยู ๒ ประเด็นสั้น ๆ ดวยกันครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ ครับทานประธานคือความพยายามในการทำใหกติกาประชามติ นั้นมีความทันสมัยมากขึ้น โดยการรับประกันสิทธิของประชาชนในการเขาชื่อผานชองทาง Online เพื่อเสนอคำถามประชามติไปที่คณะรัฐมนตรี ตามกฎหมายปจจุบันครับประชาชน ก็มีสิทธิอยูแลวในการเขาชื่อ ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ เพื่อเสนอคำถามไปใหคณะรัฐมนตรีนั้น พิจารณาดำเนินการ แตปจจุบัน กกต. กลับไปกำหนดกระบวนการที่ทำใหการเขาชื่อนั้น ไมสามารถทำผานชองทาง Online ได แตตองพิมพเอกสารมาเปนแผน ๆ เหมือนที่เราเห็น ใน Campaign ของกลุม Con for All เมื่อเดือนสิงหาคมปที่แลว ดังนั้นทานประธาน สิ่งที่พรรคกาวไกลเสนอรางแกไข พ.ร.บ. ประชามติของเราก็คือ การแกไขมาตราที่เกี่ยวของ เพื่อรับประกันสิทธิของประชาชนในการเขาชื่อผานชองทาง Online ได ซึ่งก็เปนกลไก มาตรฐาน แลวก็กระบวนการเดียวกันกับที่มีอยูแลวในพระราชบัญญัติเขาชื่อเสนอกฎหมาย ป ๒๕๖๔ ซึ่งรับประกันสิทธิของประชาชนในการเขาชื่อ ๑๐,๐๐๐ คน ผานชองทาง Online เพื่อเสนอการแกกฎหมายมาที่สภา แลวก็สิทธิของประชาชนในการเขาชื่อ ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ ผานชองทาง Online เพื่อรางแกไขรัฐธรรมนูญมาที่รัฐสภา🔗

สวนประเด็นที่ ๒ ครับทานประธาน ที่อยูในรางของพรรคกาวไกล แลวไมปรากฏในรางอื่น คือการพยายามจะทำใหประชามตินั้นมีความหลากหลายมากขึ้น โดยการเปดกวางใหประชามตินั้นสามารถมีคำตอบ ขออภัยครับ มีคำถามและชุดคำตอบ ที่มากกวาแคเห็นชอบกับไมเห็นชอบได ทานประธานครับ ที่ผานมาเราจะคุนเคยกับการจัด ประชามติที่มีคำถามเปนลักษณะที่มีคำตอบแค ๒ ตัวเลือกก็คือ Yes เห็นดวย กับ No ไมเห็นดวย ซึ่งกรอบคิดแบบนี้ครับมันก็ถูกล็อกไวในหลายมาตราในกฎหมายประชามติ ปจจุบัน ดังนั้นสิ่งที่พรรคกาวไกลตองการเสนอคือ การแกไขมาตราดังกลาวเพื่อเปด ความเปนไปไดใหม ๆ ในการออกแบบคำถาม แลวก็ชุดคำตอบใหมีความหลากหลายมากขึ้น ผมยกตัวอยางใหเห็นภาพแค ๒ ตัวอยางครับ ตัวอยางที่ ๑ คือเราอยากจะเปดชอง ใหประชามตินั้นสามารถมีตัวเลือกคำตอบไดมากกวา ๒ ตัวเลือก ยกตัวอยางเชน การทำ ประชามติที่นิวซีแลนดเมื่อป ๒๐๑๑ เกี่ยวกับเรื่องของระบบเลือกตั้งที่มีการถามประชาชน ในนิวซีแลนดวาหากจะมีการเปลี่ยนระบบเลือกตั้งนั้นอยากจะใชระบบเลือกตั้งแบบไหน และในตัวเลือกคำตอบนั้นก็มีทั้งหมด ๔ ตัวเลือก หรือ ๔ ระบบใหเลือกไดในตัวบัตร ลงคะแนนเสียงประชามติดังที่ปรากฏในภาพ สวนตัวอยางที่ ๒ ครับทานประธาน คือการพยายามจะเปดชองวาถึงแมจะมีแค ๒ ตัวเลือก แตเปนไปไดหรือไมที่จะทำใหขอความที่อยูใน ๒ ตัวเลือกนั้นไมใชขอความที่เขียนแควา เห็นดวยกับไมเห็นดวย ประเด็นนี้ฟงผิวเผินอาจจะดูเหมือนเปนเรื่องเล็ก แตผมยกตัวอยาง ใหเห็นภาพวามันเปนขอถกเถียงที่สำคัญพอสมควรในการจัดประชามติที่สหราชอาณาจักร เมื่อป ๒๐๑๖ เกี่ยวกับเรื่อง Brexit หรือวาการออกจากสหภาพยุโรป เพราะตอนแรก คำถามประชามติที่ถูกออกแบบมาจะเปนดังภาพที่อยูขางบน คือเปนการถามคำถามวา สหราชอาณาจักรนั้นควรจะยังคงเปนสมาชิกของสหภาพยุโรปอยูหรือไม แลวก็ใหมีตัวเลือก คำตอบ ๒ ตัวเลือก คือ Yes เห็นชอบ กับ No ไมเห็นชอบ ก็ฟงดูตรงไปตรงมาดีครับ แตตองบอกวาชุดคำถามคำตอบนี้ถูกทักทวงนะครับทานประธาน วามันอาจจะเกิดความ ไมเปนธรรมเกิดขึ้นโดยมีบางคนยกเหตุผลขึ้นมาวา ประชาชนที่อาจจะมีความลังเลใจ ไมแนใจวาจะลงคะแนนดานไหน อาจจะมีแนวโนมจะไปเลือกคำตอบในเชิงบวก ก็คือ Yes มากกวาคำตอบในเชิงลบก็คือ No ดังนั้นครับ ผมไมรูหรอกครับวาเหตุผลนี้ฟงขึ้นแคไหน ถาเกิดขึ้นจริงจะสงผลตอการลงคะแนนของคนมากนอยแคไหน แตเขาก็มีการรับฟง ทุกขอทักทวง แลวก็มีการปรับคำถาม แลวก็ชุดหรือวาตัวเลือกคำตอบของประชามติครั้งนั้น ใหเปนที่ยอมรับของทุกฝายมากขึ้น จนออกมาเปนคำถามและคำตอบที่ปรากฏดานลาง ของภาพ ก็คือเปนการถามครับวา คุณคิดวาสหราชอาณาจักรนั้นควรจะยังคงเปนสมาชิก ของสหภาพยุโรป หรือออกจากสหภาพยุโรป และตัวเลือกคำตอบก็ไมไดเปน Yes กับ No แลวครับ แตเปนตัวเลือกคำตอบที่เขียนขอความเต็ม ๆ ไปเลยวา เห็นควรวายังคงเปนสมาชิก ของสหภาพยุโรปอยู หรือเห็นควรวาจะออกจากสหภาพยุโรป🔗

สวนทายที่สุดนี้ครับทานประธานขอขยับมาที่ประเด็นที่พรรคกาวไกลไมได เสนอในรางของเรา แตวาปรากฏอยูในรางอื่นซึ่งมี ๓ ประเด็นครับ🔗

ขอที่ ๑ ก็คือการเพิ่มความเปนไปไดในอนาคตที่อาจจะกำหนดวิธีออกเสียง โดยไมจำเปนตองใชคูหาเลือกตั้งแบบดั้งเดิม ซึ่งถูกเสนอในรางของพรรคเพื่อไทย🔗

ประเด็นที่ ๒ คือการเพิ่มความรับผิดชอบของ กกต. ในการจัดใหมีการแสดง ความเห็นตอประเด็นที่ถูกถามในประชามติโดยอิสระและเทาเทียมกันทุกฝาย ซึ่งอยูในทั้งราง ของพรรคเพื่อไทยและรางของพรรคภูมิใจไทย🔗

ประเด็นที่ ๓ คือการจำแนกระหวางประชามติที่มีผลบังคับทางกฎหมาย กับประชามติที่เปนเพียงแคการปรึกษาหารือ ซึ่งอยูในรางของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งใน ๓ ประเด็นนี้พรรคกาวไกลเราก็ยินดีหารือและแลกเปลี่ยนรวมกันเพิ่มเติมกับทุกฝายในชั้น ของคณะกรรมาธิการ ดังนั้นครับทานประธาน หากกลาวโดยสรุปแมวาผมกับทานประธาน อาจจะยังเห็นตางกันอยูเรื่องของจำนวนประชามติขั้นต่ำที่ตองทำตามกฎหมาย แมเราอาจจะ เห็นตางกับรัฐบาลเรื่องการออกแบบคำถามประชามติครั้งแรก และแมเรายังไมแนใจวา รัฐบาลเห็นตรงกับเราหรือไมเกี่ยวกับเรื่องการยืนยันหลักการวา สสร. ควรจะมาจากการ เลือกตั้ง ๑๐๐ เปอรเซ็นต แตเพื่อเรงใหเรามีการแกไข พ.ร.บ. ประชามติใหเสร็จเรียบรอย โดยเร็ว และเพื่อใหเรามีกติกาประชามติที่มีความเปนธรรม มีความยืดหยุน มีความทันสมัย และมีความหลากหลาย ผมและพรรคกาวไกลเรายินดีรวมกันกับ สส. ทุกพรรค และคณะรัฐมนตรีในการรับหลักการทุกรางเพื่อไปทำงานรวมกันตอในชั้นกรรมาธิการ และหาขอสรุปในเชิงรายละเอียดที่เปนที่ยอมรับของทุกฝาย ขอบคุณมากครับทานประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานสภาผูแทนราษฎร

ขอบคุณ คุณพริษฐ วัชรสินธุ ตอไปเปนรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของทานอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ ซึ่งทางทานอนุทินไดมอบใหคุณภราดร ปริศนานันทกุล เปนผูเสนอหลักการและเหตุผลแทน เชิญคุณภราดรครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อางทอง

ทานประธานที่เคารพครับ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอางทอง พรรคภูมิใจไทย ผมขออนุญาตทานประธานเปนตัวแทนของทานอนุทิน ชาญวีรกูล พรอมทั้งสมาชิก พรรคภูมิใจไทย ในการเสนอรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กอนอื่นผมขออนุญาตทานประธานอานในตัวหลักการและเหตุผลที่ไดนำเสนอ ตอสภา แตหลังจากนั้นก็จะขอเวลาทานประธานอีกสักเล็กนอยในการอธิบายความ ตอไปนะครับ อันดับแรกขออนุญาตทานประธานอานเอกสารนะครับ🔗

หลักการ แกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ดังนี้🔗

๑. กำหนดใหมีการออกเสียงเพื่อมีขอยุติและการออกเสียงเพื่อใหคำปรึกษา แกคณะรัฐมนตรี (เพิ่มมาตรา ๙/๑)🔗

๒. กำหนดใหหากมีการกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรใหม เปนการทั่วไป หรือหากมีการกำหนดวันเลือกตั้งทองถิ่น แลวแตกรณี ใหกำหนดวันออกเสียง เปนวันเดียวกัน (แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑ วรรคสาม)🔗

๓. กำหนดคะแนนการออกเสียงที่จะถือวามีขอยุติและคะแนนการออกเสียง เพื่อใหคำปรึกษาแกคณะรัฐมนตรี (แกไขมาตรา ๑๓)🔗

๔. กำหนดการจัดทำและการเผยแพรขอมูลเกี่ยวกับเรื่องที่จะมีการออกเสียง (แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๔ วรรคสาม)🔗

เหตุผล โดยที่พระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ กำหนดใหการออกเสียงตามมาตรา ๙ ตองถือวามีขอยุติและตองมีผูมาใชสิทธิออกเสียง เปนจำนวนกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียง และมีจำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผูมาใชสิทธิ ออกเสียงในเรื่องที่จัดทำประชามติ ซึ่งการกำหนดใหการออกเสียงทุกประเภทตองถือวา มีขอยุติและการกำหนดคะแนนการออกเสียงดังกลาวมีจำนวนมากเกินไป จึงยากที่จะไดขอยุติ ในเรื่องที่จะมีการจัดทำประชามติ ทำใหการออกเสียงประชามติอาจไมประสบความสำเร็จ ประกอบกับการจัดใหมีการออกเสียงประชามติแตละเรื่องแตละครั้งตองใชงบประมาณ จำนวนมาก ดังนั้น จึงสมควรแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยกำหนดใหการออกเสียงตามมาตรา ๙ มีทั้งกรณีที่มีการออกเสียงเพื่อมีขอยุติ หรือบางกรณีควรกำหนดใหมีการออกเสียง เพื่อใหคำปรึกษาแกคณะรัฐมนตรีตามที่คณะรัฐมนตรี ไดกำหนด และกำหนดคะแนนการออกเสียงที่จะถือวามีขอยุติ และการออกเสียงเพื่อให คำปรึกษาแกคณะรัฐมนตรี มีคะแนนการออกเสียงที่แตกตางกัน รวมทั้งกำหนดกรณีหากมี การกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรใหมเปนการทั่วไป หรือหากมีการกำหนด วันเลือกตั้งทองถิ่นแลวแตกรณี ใหกำหนดวันออกเสียงเปนวันเดียวกัน นอกจากนี้ ควรกำหนดใหมีการจัดทำและการเผยแพรขอมูลเกี่ยวกับเรื่องที่จะมีการออกเสียง ตองมุงให ประชาชนมีความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับเรื่องที่จะมีการออกเสียง และตองดำเนินการใหขอมูล เกี่ยวกับเรื่องที่จะจัดทำประชามติแกประชาชนไดรับทราบอยางเพียงพอ จึงจำเปนตองตรา พระราชบัญญัตินี้🔗

นี่คือหลักการและเหตุผลในรางพระราชบัญญัติที่พวกผมไดนำเสนอตอ สภาแหงนี้ รวมกับอีก ๓ รางที่เหลือ เปนรางของคณะรัฐมนตรี เปนรางของทานอาจารยชูศักดิ์ และเปนรางของพรรคกาวไกล คือของคุณพริษฐ ผมขออนุญาตนำเสนอในสวนของเหตุผล เพิ่มเติมวา เหตุผลใดจึงเสนอรางนี้ขึ้นมา ซึ่งมีรายละเอียดในบางประเด็น บางเรื่องที่แตกตาง จากอีก ๓ รางที่เหลือ โดยเฉพาะอยางยิ่งในการแกไขในเรื่องของมาตรา ๑๓ ในเรื่องของเสียงชี้ขาด หรือเรื่องของการหาขอยุติ เมื่อสักครูนี้ทางคณะรัฐมนตรีเอง ทางอาจารยชูศักดิ์เอง และทาง คุณพริษฐเอง ไดอธิบายความในประเด็นสำคัญของการแกไขกฎหมายประชามติฉบับนี้ ผมเชื่อวาวัตถุประสงคหลักของทุกพรรคการเมืองและทุกรางนี้เหมือนกัน และเห็นถึงขอจำกัด ของกฎหมายประชามติฉบับ ๒๕๖๔ เหมือนกัน นั่นคือการกำหนดในมาตรา ๑๓ การหาขอยุติ หรือการหาขอชี้ขาด กฎหมายนี้กำหนดใหมีการทำ Double Majority หมายความวาถาหากวา จะใหมีการผานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จะตองถามประชาชน จะตองมีเกณฑถึง ๒ ชั้นอยางที่ คุณพริษฐ แลวก็ทางอาจารยชูศักดิ์ไดอธิบาย นั่นคือเกณฑแรกจะตองมีประชาชนผูมีสิทธิ เลือกตั้งเกินครึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดออกมาใชสิทธิ ในขั้นที่ ๒ จะตองผานเกณฑ คือจะตองมีผูเห็นชอบมากกวาครึ่งหนึ่งของผูที่ออกมาใชสิทธิดวย นี่คือล็อกที่ยากมากในการที่จะทำใหการทำประชามติเปนผลสัมฤทธิ์ในทางใดทางหนึ่ง หรือมีผลสัมฤทธิ์ที่เปนไปในทิศทางบวกกับการทำประชามติในครั้งนั้น เพราะการหาผูที่มี ความสนใจในประเด็นนั้น ๆ เพื่อที่จะออกมาทำประชามติ เพื่อที่จะมาแสดงความคิดเห็น ในประเด็นนั้น ๆ ตองผานเกณฑถึง ๒ ชั้นเปนเรื่องที่คอนขางจะยากและสำหรับฝงที่ ไมเห็นดวยกับประเด็นที่ทำประชามติ สามารถที่จะไมออกไปใชสิทธิเพื่อทำใหการทำ ประชามติครั้งนั้นลมเหลวได ผมเชื่อวาทุกคน ทุกพรรคการเมืองเห็นพองตองกัน จึงมีวัตถุประสงคในการที่จะเสนอรางนี้ขึ้นมาเพื่อแกไขกฎหมายประชามตินี้ ในสวนของผม พรรคภูมิใจไทย ในมาตรา ๑๓ ผมเห็นตางจากอาจารยชูศักดิ์ กับรางของ ครม. และรางของ คุณพริษฐเล็กนอย รางของ ครม. กับรางของคุณพริษฐคลายกันครับ เหมือนกันครับ นั่นคือใชเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผูที่ออกมาใชสิทธิ สมมุติวามีผูออกมาใชสิทธิ ๑๐๐ คน ถามีเสียงผูเห็นดวย ๕๑ คน ก็ถือวาชนะ ในเคสของอาจารยชูศักดิ์ ในรางของอาจารยชูศักดิ์ อาจารยชูศักดิ์ใชแคเสียงขางมากของผูที่ออกมาใชสิทธิ ไมจำเปนตองเปนกึ่งหนึ่ง หมายความวา มีผูมาใชสิทธิ ๑๐๐ คน อาจารยชูศักดิ์บอกวามีเสียงขางมาก อาจจะมีแค ๒๐ เสียง กับอีกฝายหนึ่งมี ๑๒ เสียง แบบนี้ก็ถือวาผานการทำประชามติ แตสำหรับรางของผม ผมแบงเปน ๒ ประเด็น แบงเปน ๒ ประเด็นในมาตรา ๙ (๒) (๔) และ (๕) ในวงเล็บนี้ เปนเรื่องที่ไมคอยมีความสลักสำคัญเทาไรนัก เปนเรื่องที่เพียง ครม. หาความคิดเห็นจาก ประชาชน เปนเรื่องที่ไมมีความสำคัญมากมายนัก อาจจะไมจำเปนที่จะตองใชเสียงเกินกึ่งหนึ่ง แตเรื่องที่มีความสลักสำคัญ เชน เรื่องการแกไขรัฐธรรมนูญผมเขียนเอาไวอีกแบบหนึ่ง ผมขออธิบายในเกณฑของการแกไขรัฐธรรมนูญกอน ในมาตรา ๙ (๑) สิ่งที่ผมเขียนเอาไว ก็คือวา ผมอยากจะเห็นการที่พี่นองประชาชนเกินกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด สมมุติ ผูมีสิทธิเลือกตั้งของประเทศนี้มี ๕๒ ลานคน อยากจะเห็นคนกึ่งหนึ่ง คือ ๒๖ ลานคน ออกมา แสดงความคิดเห็นเปนอยางนอยกับการแกไขรัฐธรรมนูญวาจะเห็นดวยหรือไม ซึ่งอันนี้ แตกตางจากกฎหมายเดิมครับ กฎหมายเดิมทำเปนล็อก ๒ ชั้น ๕๒ ลานคน จะผานทำ ประชามติ ตองมีผูมาใชสิทธิ ๒๖ ลาน และจะตองมีเสียงถึง ๑๓ ลานเสียง ถึงจะผาน ประชามติเพื่อแกไขรัฐธรรมนูญได แตสำหรับรางของผม ผมปลดล็อกมา ๑ ชั้น คือตัวชั้นแรก ๕๒ ลานเสียง กึ่งหนึ่งของ ๕๒ ลานเสียง คือ ๒๖ ลานเสียง ยังคงใหมีอยู แตชั้นที่ ๒ กึ่งหนึ่ง ของผูมาใชสิทธิคือ ๑๓ ลานเสียง ไมจำเปนตองถึง ๑๓ ลานเสียง เปนเพียงแคเสียงขางมาก ซึ่งแตกตางจากทั้ง ๓ ราง ผมตองอธิบายกับทานประธานวาเพราะเหตุใดจึงจำเปนตอง กำหนดเอาไวแบบนี้ในสวนของมาตรา ๙ (๑) ในเรื่องของการแกไขรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อวารัฐธรรมนูญทุกฉบับจากนี้จะตองมีการทำประชามติเพื่อขอฉันทามติจาก พี่นองประชาชน แนนอนเมื่อทำประชามติมา อยางเชน ฉบับป ๒๕๖๐ ทำประชามติมีผูที่ เห็นดวยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้หลายสิบลานคน แตในกรณีถาหากวาเราจะมีการทำประชามติ ในเรื่องของการแกไขรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๒ แลวมีผูมาใชสิทธิในวันนั้นเพียงแค ๑ ลานคน ถือวาเปนจำนวนนอยมากครับ ๑ ลานคน ถาหากวาเราใชรางของอาจารยชูศักดิ์ หรือรางของคุณพริษฐ ผูมาใชสิทธิ ๑ ลานคน และเห็นชอบที่จะแกไขรัฐธรรมนูญตามราง ของคุณพริษฐ คือ ๕๐๐,๐๐๐ คน ก็สามารถที่จะแกไขรัฐธรรมนูญได สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา ก็คือวา ความไมนาเชื่อถือของการทำประชามติครั้งนั้นครับ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ ผานเสียงการทำประชามติในชั้นเปนรัฐธรรมนูญถึง ๑๐ กวาลานเสียง แตหากมีผูมาใชสิทธินอยกวานั้นความนาเชื่อถือในการแกไขรัฐธรรมนูญ มันจะไมเกิดขึ้น เราจึงเห็นวาจึงควรที่จะตองมีล็อกชั้นแรก คือกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งประเทศมาแสดงความคิดเห็น เพื่อที่จะเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ของประเด็นการแกไข รัฐธรรมนูญ เฉพาะรัฐธรรมนูญนะครับ สวนประเด็นอื่นที่ทางรัฐบาล หรือทางสภาเอง หรือทางพี่นองประชาชนจะขอใหมีการทำประชามติก็ใชเพียงเสียงขางมากเทานั้น อันนี้คือ ความแตกตางของรางของพรรคภูมิใจไทย กับรางของอาจารยชูศักดิ์ รางของ ครม. และราง ของคุณพริษฐ ซึ่งอยางไรก็ดีครับทานประธาน ผมเขาใจทั้งคุณพริษฐที่อธิบาย ทั้งอาจารย ชูศักดิ์ที่อธิบายเมื่อสักครู เขาใจวาการที่จะใหคนถึงกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิเลือกตั้ง นั่นคือ ๒๖ ลานเสียง ออกมาใชสิทธิในวันทำประชามติเปนเรื่องยากมาก ผมจึงไมขัดของถาหากวา ในชั้นกรรมาธิการมีการไปปลดล็อก หรือมีการลดเกณฑในการที่จะใหผานในชั้นแรกนี้ลดลง จากกึ่งหนึ่ง เหลือ ๑ ใน ๓ หรือมีเกณฑอยางอื่น มีตัวเลขอยางอื่นที่เปนตัวเลขที่เหมาะสม พอสมควร ผมไมขัดของที่ในชั้นกรรมาธิการจะมีการแกไขในรางนี้ หรือไมขัดของเชนเดียวกัน ถาหากวาใชรางของคุณพริษฐ รางของ ครม. หรือรางของอาจารยชูศักดิ์ เพราะผมเชื่อวา วัตถุประสงคหลักของการแกไขกฎหมายฉบับนี้ก็เพื่อใหการทำประชามติสามารถที่จะ บรรลุผลในบั้นปลายไดงายมากขึ้น มากกวาการทำประชามติตามกฎหมายประชามติ ฉบับที่เราใชกันอยู นี่คือเหตุผลหลักที่พวกผมพรรคภูมิใจไทยไดเสนอรางพระราชบัญญัติฉบับนี้ อันนี้คือในประเด็นที่วา🔗

สวนอีก ๒ ประเด็นใชเวลาสั้น ๆ เทานั้นครับ ในเรื่องของวันที่จะมีการใชสิทธิ ก็เสนอเชนเดียวกันใหมีการไปใชสิทธิในวันที่มีการเลือกตั้ง สส. หรือมีการเลือกตั้งทองถิ่น พรอมกันทั่วประเทศก็สามารถที่จะใชในวันเดียวกันไดเพื่อที่จะประหยัดงบประมาณตอไป ก็ถือโอกาสตรงนี้เสนอราง แลวก็อธิบายความสั้น ๆ แลวก็พรอมที่จะเขาไปรวมพิจารณา ในชั้นกรรมาธิการตอไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานสภาผูแทนราษฎร

ขอบคุณ คุณภราดร ปริศนานันทกุล ตอไปก็จะเปนการอภิปรายของสมาชิกครับ ขณะนี้ไดมีสมาชิก มาลงชื่อเพื่ออภิปรายแลว ทางฝายคานมีผูเสนอชื่อมา ๑๓ ทาน สวนฝายรัฐบาลเสนอมา ๔ ทาน ซึ่งก็จะใหทานมาลงชื่อไปจนถึง ๑๑.๓๐ นาิกา ก็จะปดการเสนอชื่อ เหลือเวลาอีก ประมาณ ๑ ชั่วโมง ขอใหผูที่สนใจจะอภิปรายทั้งฝายรัฐบาล ฝายคานมาลงชื่อได แลวก็ทางวิป ทั้ง ๒ ฝายไดกำหนดเวลาไวในชื่อของแตละทานแลว โดยที่ผมเห็นวาขณะนี้ฝายคานมีจำนวน ถึง ๑๓ ทาน ฝายรัฐบาล ๔ ทาน ก็จะใหฝายคาน ๒ ทาน แลวก็ฝายรัฐบาล ๑ ทาน สัดสวน อยางนี้กอนจนกวาสัดสวนจะเปลี่ยนแปลงไป เพราะเราใหเวลาฝายละ ๓ ชั่วโมง ทานแรก เชิญฝายคานกอนครับ ทานจุลพงศ อยูเกษ ซึ่งวิปไดกำหนดเวลา ๑๓ นาที เชิญครับ🔗

นายจุลพงศ อยูเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนทานประธาน สภาผูแทนราษฎรที่เคารพ ผม นายจุลพงศ อยูเกษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคกาวไกล ผมไดอานรางพระราชบัญญัติแกไขทั้ง ๔ ฉบับแลว ผมเห็นวา โดยเนื้อหารางแกไขทุกฉบับที่เสนอมาประมาณ ๙ ประเด็น ถึง ๑๐ ประเด็น ไมแตกตางกัน มากนัก ผมหวังวาในที่สุดแลวสภาแหงนี้คงจะผานรางวาระที่ ๑ ทั้ง ๔ ราง แตมีบางเรื่องครับ ที่ผมขออนุญาตทานประธานอภิปรายเพื่อความเขาใจในหลักการของการทำประชามติ สำหรับผมแลวในแงการมีสวนรวมของประชาชนและทางการเมือง การออกเสียงประชามติ ของประชาชนนั้นมีความสำคัญไมนอยกวาการทำงบประมาณรายจายของรัฐบาล ทานประธานครับ มีประชาชนจำนวนมากอาจจะสงสัยวาประชาชนเราเลือก สมาชิกสภาผูแทนราษฎรมาทำงานเปนปากเสียงแลว ทำไมตองทำประชามติใหตอง เสียเงินอีกครับ ทำไมไมใหผูแทนราษฎรตัดสินใจแทน ผมขอเรียนอยางนี้นะครับ แนวความคิดสากลในการใหประชาชนออกเสียงลงประชามตินั้นมีมากวารอยปแลว อยูภายใตแนวความคิด ๓ ประการ🔗

แนวความคิดประการแรก คือแนวความคิดการปกครองที่อำนาจอธิปไตย เปนของประชาชนอยางแทจริง ซึ่งแนวความคิดที่สงตอกันมาสวนใหญเพื่อใหมีการ ลงประชามติในการออกกฎหมายที่สำคัญ เชน กฎหมายรัฐธรรมนูญ🔗

แนวความคิดที่ ๒ คือแนวความคิดเรื่องความชอบธรรมทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย ทานประธานครับ การตัดสินใจทางการเมืองโดยผานการออกเสียง ประชามติของประชาชน ถูกมองวาเปนกระบวนการที่กอใหเกิดความชอบธรรมในการ ตัดสินใจในระดับสูงสุดของประเทศ ทานประธานครับ พวกเราเปน สส. เปนเพียงตัวแทน ประชาชนที่เปนเจาของประเทศ เราอยาไปทึกทักเอาวาเขาเลือกเราแลวเขาจะไมมีสิทธิ ที่จะตัดสินใจอะไรอีก เรื่องที่สำคัญระดับสูงสุดจึงควรใหเจาของประเทศเขาตัดสินใจดวย เปาหมายหลักในการจัดออกเสียงประชามติกรณีแบบนี้มักจะเปนไปในเรื่องการปรึกษาหารือ เชน กรณีอังกฤษลงประชามติเพื่อออกจากสหภาพยุโรป หรือกรณีออสเตรเลียจัดลง ประชามติเพื่อออกจากประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ🔗

แนวความคิดที่ ๓ คือแนวความคิดประชาธิปไตยแบบมีสวนรวมของ ประชาชน เราอยาไปคิดวาการทำประชามตินั้นจะตองเปนเรื่องระดับชาติเทานั้น บางเรื่อง ที่กระทบกับการใชชีวิตความเปนอยูประจำวันของคนในทองถิ่นซึ่งเราดูวาเหมือนเปนเรื่อง เล็ก ๆ นะครับ ตัวอยางเชน บางประเทศในยุโรปการที่จะเปลี่ยนแปลงเสนทางการเดิน รถเมลในมณฑลหรือรัฐหนึ่งยังตองมีการออกเสียงประชามติในทองถิ่นครับ เพราะเขาถือวา กระทบกับความเปนอยูชีวิตประจำวันของประชาชน และนั่นเปนพื้นฐานที่ดีของระบอบ ประชาธิปไตยที่การออกเสียงประชามติอาจเกิดขึ้นไดแมในระดับทองถิ่น และเปนอิสระ จากการแทรกแซงของผูมีอิทธิพลในทองถิ่น แตหันกลับมาดูประเทศไทยครับ การออกเสียง ประชามติลาสุดป ๒๕๕๙ ในความเห็นสวนตัวแลวผมคิดวาแรงจูงใจในการออกเสียง ประชามติครั้งนั้นเปนการซอนเรนใหดูเหมือนวามีการทำประชามติโดยสอบถาม ประชาชนแลว และที่นาแปลกใจครับทานประธาน คือการทำประชามติในตอนนั้น นับคะแนนเสียงโดยใช Single Majority แตพอมาออกพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติ หลังจากนั้นในสมัยที่มีนายกรัฐมนตรีคนเดียวกัน คะแนนที่ตองการผานประชามติ กลับกลายเปนตองเปนคะแนนเสียงแบบ ๒ ชั้น หรือ Double Majority เนื่องจากมีอยู ๑ รางของทานสมาชิกที่ยังคง Double Majority ไว ผมจึงขออนุญาตทานประธานอภิปราย เรื่อง Double Majority สักเล็กนอยครับ ทานประธานที่เคารพครับ ผมตองการจะทราบ เหตุผลของการใช Double Majority ตามมาตรา ๑๓ ของพระราชบัญญัติวาดวย การออกเสียงประชามติฉบับปจจุบันที่เสนอโดยรัฐบาลชุดที่แลว ผมไดไปไลอานรายงาน การประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญรางพระราชบัญญัติประชามติในชวงป ๒๕๖๔ วามีเหตุผลใดถึงมีการใช Double Majority ในมาตรา ๑๓ แตเปนที่นาเสียดายไมมี การถกเถียง ไมมีการใหเหตุผลวาเพราะอะไรถึงมีการใช Double Majority แตมีความ พยายาม ซึ่งนาชื่นชมมีความพยายามที่จะประนีประนอมโดยการเสนอใหใช Single Majority ในบางประเด็น และ Double Majority ในบางประเด็น แตความคิดเชนนั้น ก็ไมประสบผลสำเร็จ ผมจึงเห็นวาการกำหนดการใช Double Majority ในมาตรา ๑๓ ของ พ.ร.บ. ออกเสียงประชามติฉบับปจจุบันนั้นนาจะมีบางคนมีเหตุจูงใจที่จะใหการออกเสียง ประชามติในการแกไขรัฐธรรมนูญในอนาคตผานไดยาก ทีนี้มาดูนานาชาติครับเขาคิดอยางไรในการออกเสียง ทานประธานครับ คะแนนเสียงในการ ออกเสียงประชามติของประเทศตาง ๆ ในโลกนี้ใชทั้งแบบ Single Majority และ Double Majority ขึ้นอยูกับสภาพการปกครองของประเทศนั้น ๆ การออกเสียงแบบ Single Majority นั้นตรงไปตรงมาและชั้นเดียว ไมวาจะเปนการกึ่งหนึ่งของผูมาใชสิทธิ หรือกึ่งหนึ่ง ของผูมาลงคะแนน หรือคะแนนเสียงทั้งหมด สวนในประเทศแบบสหพันธรัฐ คือประเทศที่ ประกอบดวยรัฐหลายรัฐ มักจะใชการลงคะแนนเสียง Double Majority เพราะอะไรครับ เพราะเพื่อเปนหลักประกันวารัฐขนาดใหญจะไมครอบงำรัฐเล็ก ๆ ในการตัดสินใจทั้งหมด ทานประธานครับ การนับ Double Majority นั้น ไมไดมีแบบการใชคะแนน ๒ ชั้น แบบมาตรา ๑๓ นะครับ การนับ Majority ของประเทศที่เกิดจากการรวมตัวของเขตแดน หลาย ๆ เขตเปนสหพันธรัฐ เชน ประเทศสวิตเซอรแลนด ประเทศออสเตรเลีย ประชามติ ที่ผานนอกจากจะตองใชคะแนนเสียงสวนใหญของคนทั้งประเทศที่มาลงคะแนนแลว ยังตอง เปนคะแนนเสียงสวนใหญจากจำนวนรัฐที่ประกอบเขาเปนประเทศดวย นั่นคือที่มาของ Double Majority ที่เราไป Copy เขามาแลวมาดัดแปลง เชน การลงประชามติในประเทศ ออสเตรเลีย นอกจากจะตองไดคะแนนเสียงสวนใหญของคนทั้งประเทศที่มาใชสิทธิแลว ยังตองเปนคะแนนเสียงสวนใหญของประชาชนของ ๔ รัฐ ในจำนวน ๕ รัฐ และ ๑ เขต ปกครองดวย นั่นคือ Double Majority เขากำหนด Double Majority เชนนี้ เพื่อปองกัน ประชากรจำนวนมากครอบงำรัฐที่มีประชากรจำนวนนอย คะแนนเสียงแบบ Double Majority จึงมีเหตุผลหลักมาจากการรวมตัวทางการปกครองของรัฐตาง ๆ ขึ้นเปนประเทศ ผมคิดวาคงมีคนไทยบางคนอาจมาเห็นชองทางทาง Double Majority จึงเอามาดัดแปลง ใชกับประเทศไทย แตทานประธานครับ ประเทศไทยเราเปนรัฐเดี่ยว ผมไมเห็นความสำคัญ ในการที่จะตองมีคะแนนเสียง หรือใชคะแนนเสียง Double Majority นอกจาก มีวัตถุประสงคทางการเมือง🔗

อีกประการหนึ่งทานประธานครับ เงื่อนไขสำคัญในการนับคะแนนเสียง Double Majority คือประสิทธิภาพขององคกรที่รับผิดชอบในการจัดออกเสียงประชามติ องคกรที่รับผิดชอบตองสรางเงื่อนไขและมาตรการทุกอยาง ในการสงเสริมและสนับสนุน ประชาชนใหมาออกเสียงลงประชามติ ไมวาจะเปนการสงเสริมกำหนดระเบียบที่ชัดเจน การสงเสริมการออกเสียงนอกราชอาณาจักร การประชาสัมพันธอยางเขมแข็งใหประชาชน เห็นความสำคัญของการลงประชามติ หรือไมวาจะเปนการอำนวยความสะดวกในการ ลงคะแนน เชน วันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. หรือการอำนวยความสะดวกในการเขาชื่อ ของประชาชนในการตั้งคำถามในการทำประชามติ นอกจากนี้องคกรที่จัดการออกเสียง ตองไมกระทำการใด ๆ อันเปนอุปสรรคในการออกเสียง เชน ไมกำหนดวันลงประชามติ ในวันทำงาน เรื่องเหลานี้ครับทานประธานเปนเรื่องสำคัญ เพื่อสนับสนุนใหประชาชนออกไป ลงประชามติ และเรื่องเหลานี้จึงทำใหองคกรที่มีหนาที่ทำประชามติมีความสำคัญยิ่ง ผมขอเรียนทานประธานครับ เมื่อหันกลับมามองประเทศไทยที่ กกต. มีอำนาจและหนาที่ ในการจัดทำประชามติแลว ผมไมคิดวากลไกของ กกต. ในปจจุบันจะสนับสนุนการลงคะแนน แบบ Double Majority ผลงานการจัดเลือกตั้งวุฒิสมาชิกของ กกต. ในตอนนี้เปนอยางไร บางครับ ทานก็คงเห็นอยูนะครับ🔗

ขออนุญาตทานประธานครับ พูดถึงเรื่องการเลือกตั้งวุฒิสภาแลว ผมขออนุญาต ทานประธานออกนอกเรื่องนิดเดียวครับ ทานประธานครับ ผมคิดวาประเทศไทยคงเปน ประเทศเดียวในโลกที่การเลือกตัวแทนประชาชนไปนั่งในสภาตองเสียเงินถึงจะมีสิทธิ ไปลงคะแนนเลือก หากไมมีเงินไมมีสิทธิเลือก มันนาอดสูในความคิดบิดเบือนสิทธิ ของประชาชน ของบุคคลที่คิดเรื่องนี้ในตอนนั้นครับ🔗

สุดทายครับทานประธาน ผมเห็นวาการตั้งคำถามในการทำประชามติ มีความสำคัญไมยิ่งหยอนไปกวาเนื้อหาของตัวพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติ ตามที่เพื่อนสมาชิกจากพรรคกาวไกลของผมจะอภิปรายตอไปนะครับ🔗

สุดทายครับ แมจะมี ๑ รางที่ยังคง Double Majority ไว แตเพื่อเรงใหเกิด การออกเสียงประชามติโดยเร็ว ผมขอสนับสนุนรางพระราชบัญญัติแกไข พ.ร.บ. ออกเสียง ประชามติของพรรคกาวไกล และรางฉบับอื่น ๆ ทุกฉบับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานสภาผูแทนราษฎร

ขอบคุณ คุณจุลพงศ อยูเกษ ครับ ตอไปขอเชิญคุณรมธรรม ขำนุรักษ ๑๐ นาทีนะครับ เชิญครับ🔗

นายรมธรรม ขำนุรักษ พัทลุง

กราบเรียนทานประธานสภาที่เคารพ กระผม รมธรรม ขำนุรักษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปตย วันนี้กระผมขออภิปรายใหความเห็นในวาระ พิจารณารางพระราชบัญญัติวาดวยการออก เสียงประชามติ ที่เขาพิจารณาพรอมกันทุกฉบับในวันนี้ ทั้งที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ทานประธานครับ ในระบอบประชาธิปไตยประชาชนผูเปน เจาของอำนาจที่แทจริงมีสิทธิมีเสียงอยางเทาเทียมกัน เราถือมติของเสียงขางมากเปนใหญ และเคารพในเสียงขางนอย โดยระบอบประชาธิปไตยมีการเลือกตัวแทนมาทำหนาที่บริหาร บานเมือง รวมถึงเลือกตัวแทนเขามาทำหนาที่ออกกฎหมายและแกไขกฎหมาย เพื่อแกไข ปญหาความเดือดรอน พัฒนาความเปนอยูของพี่นองประชาชน อยางไรก็ตามทานประธานครับ การมีสวนรวมทางการเมืองของประชาชนไมไดจบลงแคการออกไปใชสิทธิเลือกตั้ง ยังมีกลไก อื่น ๆ อีกมากมายครับ โดยเฉพาะในบางประเด็น บางครั้งก็เปนเรื่องที่สำคัญเกินกวาผูแทน จะพิจารณาเพียงลำพังได และควรใหประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งเปนเจาของอำนาจอธิปไตย อยางแทจริงเปนผูพิจารณาตัดสินโดยตรง กฎหมายจึงมีการรับรองและกำหนดใหมีการทำ ประชามติซึ่งเปนการออกเสียงโดยตรงของพี่นองประชาชน ในประเด็นที่สำคัญที่เกี่ยวของ กับสวนรวม การออกเสียงประชามตินี้จึงถือเปนเรื่องพื้นฐานในระบอบการปกครองแบบ ประชาธิปไตยที่ควรทำไดสะดวก เปนธรรม และมีประสิทธิภาพ ในหลายประเทศนอกจาก จะใหสิทธิประชาชนในการออกเสียงประชามติในเรื่องที่เกี่ยวของกับการแกไขรัฐธรรมนูญแลว ยังเปดโอกาสใหประชาชนสามารถออกเสียงประชามติในเรื่องอื่น ๆ ไดอีกดวยเชนกัน เชน การออกเสียงประชามติในรางกฎหมาย หรือมาตรการที่สำคัญที่สงผลกระทบตอพี่นองประชาชน ถือเปนการสงเสริมประชาธิปไตยแบบทางตรงที่ประชาชนมีสวนรวม มีเสียงโดยตรงในการบริหาร และปกครองประเทศ สำหรับในประเทศไทยเราไดเคยมีการทำประชามติมาแลวโดยครั้งลาสุด คือการออกเสียงประชามติรางรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ อยางไรก็ตามการออกเสียง ประชามติในครั้งนั้นก็ยังมีขอวิพากษวิจารณครับ ที่หลายสวนมองวาอาจจะมีการปดกั้น การแสดงความคิดเห็นอยางเสรี นำไปสูการจับกุม ดำเนินคดีกับพี่นองประชาชนที่แสดงออก ถึงความไมเห็นดวยกับรางรัฐธรรมนูญฉบับดังกลาว ทานประธานที่เคารพครับ ปจจุบันการทำ ประชามติในประเทศไทยบางสวนมองวาเปนเรื่องยาก มีความกังวลเรื่องกติกาวิธีการออกเสียง มีความกังวลเรื่องภาระของประชาชน และมีความกังวลเรื่องการใชงบประมาณที่สูง โดยกฎหมายที่รับรองอำนาจใหมีการจัดทำประชามติในปจจุบัน คือพระราชบัญญัติวาดวย การออกเสียงประชามติฉบับป ๒๕๖๔ ซึ่งกำหนดใหการทำประชามติทำไดในกรณีเพื่อแกไข รัฐธรรมนูญ หรือเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นวาสมควร หรือตามที่กฎหมายกำหนด หรือกรณีที่ รัฐสภามีมติเห็นสมควร หรือประชาชนเขาชื่อใหมีการทำประชามติ โดยการทำประชามติ ภายใต พ.ร.บ. ดังกลาว ในปจจุบันยังมีขอจำกัดอยู โดยเฉพาะการออกเสียงประชามติจะ ผานไดตองผานดวยเกณฑ ๒ ชั้น หรือ ๒ ดานครับ🔗

ดานที่ ๑ คือตองมีผูออกมาใชสิทธิเกินครึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียง ทั้งประเทศ โดยปจจุบันเรามีผูมีสิทธิออกเสียง ๕๒ ลานคนใชไหมครับ หมายความวาตองมี ผูออกเสียงออกมาใชสิทธิมากกวา ๒๖ ลานคน และ🔗

ดานที่ ๒ ก็คือตองมีจำนวนเสียงเห็นไปในทางใดทางหนึ่ง ทั้งเห็นดวยหรือ ไมเห็นดวยเกินครึ่งหนึ่งของผูออกมาใชสิทธิ นั่นหมายความวาตองมีผูออกมาใชสิทธิออกเสียง ไปในทางเดียวกันมากกวา ๑๓ ลานคน โดยหากการออกเสียงไมผานทั้ง ๒ ดาน หรือ ๒ เงื่อนไขนี้จะทำใหการทำประชามตินั้นไมผานหรือตกไป เราเรียกการทำประชามติแบบนี้วา Double Majority ซึ่งกติกาเชนนี้เสี่ยงที่จะทำใหการออกเสียงประชามติลม หรือไมเปน ผลได เชน อาจจะมีการรณรงควาไมตองมาออกเสียงก็ได ก็ทำใหการออกเสียงไมมีขอยุติแลว นอกจากนี้ พ.ร.บ. ดังกลาวก็ยังไมไดกำหนดอยางชัดเจนวาวันออกเสียงสามารถจัด ในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่น ไดอยางชัดเจน ทั้งหมดที่ผมกลาวก็อาจจะทำใหการออกเสียงประชามติเปนเรื่องยาก มีการใชงบประมาณมหาศาลและเปนภาระกับพี่นองประชาชน🔗

ทานประธานที่เคารพครับ วันนี้กระผมจึงเห็นดวยกับราง พ.ร.บ. วาดวย การออกเสียงประชามติที่เขาพิจารณาพรอมกันทุกฉบับในวันนี้ โดยทุกฉบับหวังใหการออกเสียง มีความสะดวก เปนธรรม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีประเด็นที่ผมคิดวาเราควร จะตองพิจารณาอยางนอย ๕ ประเด็นสำคัญครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ คือกติกาของผลการออกเสียงประชามติ ผมเห็นดวยในหลักการ ครับวา การทำประชามติควรผานไดดวยหลักเกณฑเพียงชั้นเดียว คือการยึดเสียงขางมาก หรือใชเฉพาะเสียงครึ่งหนึ่งของผูที่ออกมาใชสิทธิ หรือที่เรียกวา Single Majority ก็เพียงพอ แลวครับ การทำเชนนี้จะเปนการกระตุนใหทุกคนออกมาใชสิทธิออกเสียงประชามติ มากยิ่งขึ้น เพื่อเปนการรักษาสิทธิของตัวเองและไมกอใหเกิดอุปสรรคในการทำประชามติ ซึ่งประเด็นนี้เองก็ปรากฏอยูในเกือบทุกรางที่เขาพิจารณาพรอมกันในวันนี้ แตอาจจะมีความ แตกตางในรายละเอียดเล็กนอย🔗

ประการที่ ๒ คือการกำหนดใหวันออกเสียงประชามติ ควรจัดในวันเลือกตั้ง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรเปนการทั่วไป หรือการเลือกตั้งในระดับทองถิ่นได ผมคิดวา หากสามารถทำไดเชนนี้ก็จะเปนการลดภาระของพี่นองประชาชน และลดคาใชจาย งบประมาณ และทำใหการออกเสียงประชามตินั้นประชาชนสามารถมีสวนรวมมากยิ่งขึ้น ซึ่งประเด็นนี้ก็ปรากฏอยูในทุกราง พ.ร.บ. ที่เขาพิจารณาพรอมกันในวันนี้เชนเดียวกันครับ🔗

ประการที่ ๓ คือการกำหนดใหวิธีการลงคะแนนเสียงประชามติใหสามารถ พิจารณาดวยวิธีอื่น ๆ นอกเหนือจากการใชบัตรออกเสียง เชน สามารถออกเสียงผาน ไปรษณียหรือทางอิเล็กทรอนิกสไดนะครับ ประเด็นนี้เปนสิ่งที่หลายประเทศก็ไดมีการ ทำไปแลวนะครับ อยางไรก็ตามครับหากเราจะใชวิธีการลงคะแนนออกเสียงประชามติ นอกจากการใชบัตรออกเสียงลงคะแนนแลวนะครับ ผมคิดวาจำเปนอยางยิ่งที่เราตองสราง ระบบที่ตองมีความปลอดภัยสามารถปองกันการโกงหรือการทุจริตในการออกเสียงไดเพื่อ สรางความเชื่อมั่นใหกับพี่นองประชาชน🔗

ประการที่ ๔ คือการกำหนดใหการเขาชื่อเพื่อเสนอใหมีการทำประชามติของ พี่นองประชาชนสามารถทำผานชองทาง Online หรือทางอิเล็กทรอนิกสได โดยขอเสนอนี้ เปนสวนของราง พ.ร.บ. ที่เสนอโดยทานพริษฐ วัชรสินธุ ผมคิดวาหากเราเปดชองทางตรงนี้ได จะทำใหการเขาชื่อมีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทำใหพี่นองประชาชนมีสวนรวม ในการตัดสินใจในประเด็นที่สำคัญตาง ๆ มากยิ่งขึ้นได🔗

ประการสุดทายครับ คือการกำหนดใหการทำประชามตินั้นตองจัดให ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็น หรือรณรงคทั้งไปในทางที่เห็นดวยหรือไมเห็นดวย ไดอยางชัดเจน บางรางถึงขั้นกำหนดไวอยางชัดเจนครับวาให กกต. จัดใหมีการแสดง ความคิดเห็นโดยอิสระและเทาเทียมกัน ผมคิดวาเรื่องนี้เปนเรื่องสำคัญที่เราจะยืนยันวา ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก แสดงความคิดเห็นไดไมใหเหมือนกับในอดีต ที่ผานมา ทานประธานที่เคารพครับ รางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ ที่เขาพิจารณาพรอมกันทุกฉบับในวันนี้ แมจะมีรายละเอียดที่แตกตางกัน แตมีจุดประสงค เหมือนกัน คือการทำใหการออกเสียงประชามติ ซึ่งเปนประชาธิปไตยแบบทางตรง เปนเรื่อง พื้นฐานในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นเปนเรื่องที่งายและมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น ถือเปนการสงเสริมประชาธิปไตยทางตรงที่ใหประชาชนผูเปนเจาของอำนาจ อธิปไตย ไดรวมตัดสินใจและพิจารณาในประเด็นสำคัญของประเทศมากยิ่งขึ้น กระผม จึงเห็นดวยครับวาเราควรที่จะรับหลักการรางพระราชบัญญัติประชามติในวาระที่ ๑ เพื่อที่จะนำความแตกตางในรายละเอียดของแตละรางไปพิจารณาตอในชั้นกรรมาธิการ เพื่อที่จะใหเราไดมีพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติที่ดียิ่งขึ้น เพื่อสงเสริม ใหประชาชนมีสวนรวมในการตัดสินใจในประเด็นที่สำคัญของประเทศโดยตรงตอไปครับ ขอบคุณทานประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานสภาผูแทนราษฎร

ขอบพระคุณ คุณรมธรรม ขำนุรักษ นะครับ ตอไปขอเชิญฝายรัฐบาล ทานแรกคือคุณชนินทร รุงธนเกียรติ ๑๕ นาทีครับ🔗

นายชนินทร รุงธนเกียรติ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพครับ กระผม ชนินทร รุงธนเกียรติ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอ มีสวนรวมในการอภิปรายสนับสนุนรางแกไข พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติทั้ง ๔ ฉบับ โดยเฉพาะฉบับที่เสนอโดยพรรคเพื่อไทย โดยทานอาจารยชูศักดิ์ ศิรินิล และผมขอชี้ใหเห็น ถึงความจำเปนที่เราจะตองแกไข พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อเปนการถอดสลักตัวแรกครับ ที่เปน พันธนาการในการแกไขปญหาใหพี่นองประชาชนผานการออกเสียงประชามติ🔗

(เจาหนาที่ดำเนินการเปด Presentation)
นายชนินทร รุงธนเกียรติ แบบบัญชีรายชื่อ

ทานประธานครับ การออก เสียงประชามติเองไมไดใชเปนกลไกสำหรับการรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมเทานั้น แตในสากล การออกเสียงประชามติสามารถใชเพื่อการแกปญหาอื่น ๆ หรือหาขอยุติในสังคมในเรื่องที่ สังคมตองการคำตอบ หรือตองการฉันทามติรวมกันครับ พ.ร.บ. ประชามติที่ดีจึงมี ความจำเปนจะตองเปดกวางใหสามารถรณรงคไดกวางขวาง ใหมีการออกเสียงไดกวางขวาง แลวก็ตองสอดคลองกับบริบทของประเทศ โดยไมเปนการบิดเบือนเจตนารมณของผูออกมา ใชสิทธิครับ พรรคเพื่อไทยเราเห็นครับวา ราง พ.ร.บ. ฉบับปจจุบันมีปญหามาสักพักแลวครับ ทานประธาน เราจึงไดมีการเขาชื่อรวมกัน แลวก็เสนอรางแกไขฉบับนี้เขาสูสภาเปน พรรคแรกตั้งแตเดือนมีนาคมที่ผานมา ซึ่งโดยสวนตัวผมเห็นชอบกับหลักการของ พรรคเพื่อไทยทั้ง ๔ เรื่องใหญครับ🔗

ในประเด็นแรกครับ คือการเปดใหสามารถออกเสียงประชามติพรอมกับ การเลือกตั้งทั่วไปหรือวาเลือกตั้งทองถิ่นที่เกิดขึ้นในเวลาใกลเคียงกันได🔗

ประเด็นที่ ๒ ใหการออกเสียงประชามติสามารถทำไดผานชองทาง อิเล็กทรอนิกสหรือวาชองทางไปรษณียได🔗

ประเด็นที่ ๓ เปดใหมีการรณรงคในการรับหรือไมรับ เห็นดวยหรือไมเห็นดวย ตอการออกเสียงประชามตินั้น อยางกวางขวางโดยในเรื่องนี้ในป ๒๕๕๙ เพื่อรับรอง รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ เราประสบปญหาอยางชัดเจนครับวา ผูที่ออกมารณรงคไมเห็นดวย กับรางรัฐธรรมนูญฉบับนั้นไมสามารถรณรงคไดอยางกวางขวาง🔗

ประเด็นสุดทาย ประเด็นที่ ๔ คือการปรับเงื่อนไขการผานประชามติจากเดิม ที่เปนระบบเสียงขางมาก ๒ ชั้น หรือระบบ Double Majority เปนระบบเสียงขางมาก ชั้นเดียว หรือเปนระบบเสียงขางมากแบบธรรมดาในรางของพรรคเพื่อไทย ที่เรียกวาระบบ Plurality ครับ🔗

นอกจากนั้นครับทานประธาน ผมยังสนับสนุนรางของคณะรัฐมนตรีครับ ที่มีหลักการเพิ่มเติมอีก ๑ ประเด็นครับ คือใหกรณีที่มีการออกเสียงประชามติพรอมกัน กับการจัดเลือกตั้งอื่นใด สามารถใชหนวยเลือกตั้งของการลงคะแนนครั้งนั้น ๆ เปนหนวย หนวยเลือกตั้งในการออกเสียงประชามติไดเลย โดยในสวนการอภิปรายของผมจะเนนลงไป ในรายละเอียดของความจำเปนที่เราจะตองแกไขเงื่อนไขเรื่อง Double Majority ใหเปน ระบบเสียงขางมากในลักษณะอื่นครับ ยอนกลับไปดูมาตรา ๑๓ ของพระราชบัญญัติ ฉบับปจจุบันที่วาดวยเรื่องการ Double Majority รางพระราชบัญญัติปจจุบันกำหนดไววา การทำประชามติจะไดขอยุติไดจะตองผาน ๒ เงื่อนไขดวยกันครับทานประธาน เงื่อนไขแรก คือมีผูออกมาใชสิทธิเกินกวากึ่งหนึ่งของจำนวนผูมีสิทธิออกเสียง และเงื่อนไขที่ ๒ คือเสียง สนับสนุนของผูออกมาใชสิทธิจะตองมากกวากึ่งหนึ่งหรือมากกวาครึ่งหนึ่งเชนกัน ซึ่งสิ่งนี้ เราจึงเรียกวาเปนระบบ Double Majority ซึ่งอาจจะดูเหมาะสมครับ แตผมอยากจะ ชี้ใหเห็นวาอาจจะไมสอดคลองกับบริบทของประเทศไทย เพราะอาจจะนำไปสูการตีความ การลงคะแนนที่ผิดเพี้ยนไปครับ ผมขอฉายภาพใหเห็นอยางนี้ครับวา การลงคะแนน แตละครั้ง เมื่อลงคะแนนสิ้นสุดแลวเราจะสามารถแบงผูมีสิทธิลงคะแนนไดเปน ๔ กลุมครับ ทานประธาน กลุมแรก คือกลุมที่ออกมาลงคะแนนเห็นดวย กลุมที่ ๒ คือกลุมลงคะแนนไมเห็นดวย กลุมที่ ๓ คือกลุมที่ออกมาใชสิทธิ แตอาจจะงดออกเสียงหรือทำบัตรเสีย และกลุมสุดทาย คือกลุมที่ไมมาใชสิทธิ ในระบบ Double Majority คือระบบล็อก ๒ ชั้น อยางที่ผมฉายภาพ ใหเห็นเปนล็อกขางซายและล็อกขางขวาครับทานประธาน ล็อกขางซายนั่นคือผูมาใชสิทธิ จะตองมีจำนวนมากกวา ๕๐ เปอรเซ็นตของผูมีสิทธิลงคะแนน หรือนั่นหมายความวากลุม ๑ กลุม ๒ และกลุม ๓ รวมตัวกันจะตองมากกวากลุม ๔ หรือวามากกวาผูไมมาใชสิทธิ ในระหวางที่ล็อกดานขวาเปนการล็อกวาผูเห็นดวยจะตองมากกวา ๕๐ เปอรเซ็นตของ ผูมาใชสิทธิ หรือหมายความวากลุม ๑ จะตองไดคะแนนเห็นชอบมากกวากลุม ๒ และกลุม ๓ รวมคะแนนกัน ระบบนี้เหมือนจะเปนระบบที่เหมาะสมครับ เพราะวาการผานประชามติเอง ก็ควรจะมีเสียงสนับสนุนที่กวางขวาง แลวก็มีผูออกมาใชสิทธิที่กวางขวาง แตก็ตองยอมรับวา ระบบ Double Majority เองอาจจะเปนระบบที่ตีความเสียงของผูออกมาใชสิทธิผิดเพี้ยนไป เพราะเปนการนำกลุม Non-Voter หรือกลุมผูไมมาใชสิทธิอาจจะดวยการสละสิทธิ ดวยเหตุผลใดก็ตามนำมารวมในการพิจารณาดวย ซึ่งสิ่งนี้เปนปญหาหากเกิดมีการรณรงค Boycott การลงคะแนนโดยกลุมไมเห็นดวย ทำใหกลุมไมเห็นดวยเหลานี้รวมมาเปนกลุม ไมมาใชสิทธิ อาจจะทำใหผูมาใชสิทธิมีไมถึง ๕๐ เปอรเซ็นตก็เปนได ผมยกตัวอยางการทำ ประชามติ ๒ ครั้งที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ในอดีตวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๐ เราเคยทำ ประชามติครั้งแรกเพื่อเปนการรับรองรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๕๐ ในวันนั้นมีผูออกมาใชสิทธิเพียง ๕๗ เปอรเซ็นตเทานั้น และครั้งที่ ๒ ในวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ เพื่อรับรองรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ในวันนั้นเองก็มีผูออกมาใชสิทธิเพียง ๕๙ เปอรเซ็นตครับทานประธาน การออกเสียง ประชามติเพื่อรับรองรัฐธรรมนูญเปนการออกเสียงประชามติที่ประชาชนใหความสนใจ และมีสวนรวมอยางกวางขวางมากที่สุด เปนเรื่องใหญในสังคมครับ แตกลับมีผูออกมาใชสิทธิ ไมถึง ๖๐ เปอรเซ็นต ทั้ง ๒ ครั้ง ผมอยากจะชี้ใหเห็นครับวาในอนาคตหากเราใชกลไกนี้ เพื่อสอบถามหรือวาหาขอยุติในเรื่องอื่นที่เปนเรื่องที่เล็กกวาลงมา เปนการไดยากมากที่เรา จะสามารถมีผูออกมาใชสิทธิมากถึง ๕๐ เปอรเซ็นต นอกจากนั้นหากลงไปดูในรายละเอียด ของการออกเสียงประชามติทั้ง ๒ ครั้ง จะเห็นวามีผูที่ออกมาใชสิทธิไมเห็นดวยอยูที่ราว ๒๓ หรือ ๒๔ เปอรเซ็นต ดังนั้น หากเราตัดสินเรื่องนี้ดวยระบบเงื่อนไข Double Majority คนที่ไมเห็นดวยในทั้ง ๒ ครั้งนี้อาจจะรณรงคไมออกมาใชสิทธิหรือไมออกมาลงคะแนน ทำใหผูที่ออกมาลงคะแนนในทั้ง ๒ ครั้ง เหลือเพียง ๓๓-๓๔ เปอรเซ็นตเทานั้นครับ ทานประธาน เปนผลใหหากเรานำเงื่อนไขนี้มาตัดสินรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๕๐ และป ๒๕๖๐ เราอาจจะไมสามารถหาขอยุติไดและไมสามารถมีรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๕๐ และป ๒๕๖๐ ใชในประเทศไทยในชวงเวลาที่ผานมา การใชระบบ Double Majority ในการตัดสิน การลงคะแนนประชามติไมไดเคยเกิดขึ้นแคในประเทศไทย เคยเกิดขึ้นมาแลวในตางประเทศ แลวก็มีปญหาเรื่องการ Boycott การลงคะแนนมาแลว ในหลายกรณีเชนกัน ผมชวนไปดู ๒ กรณี ในกรณีแรกในประเทศไตหวัน เคยมีการออกเสียงลงคะแนนประชามติในป ๒๐๐๔ เพื่อหาขอยุติเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพกับประเทศจีน ในขณะนั้นมีผูออกมาใชสิทธิ ไมถึงครึ่ง เนื่องจากมีการรณรงคจากพรรคฝายคานใหไมรวมการลงคะแนนประชามติ เพื่อ Boycott การทำงานของรัฐบาล สิ่งที่เกิดขึ้นถึงแมผูออกมาใชสิทธิจะมากและทำให ไดคะแนนสนับสนุนถึง ๙๐ เปอรเซ็นต แตก็เปนการหาขอยุติไมได เพราะมากในที่นี้ก็คือ ๔๘-๔๙ เปอรเซ็นต ไมถึง ๕๐ เปอรเซ็นตของผูมีสิทธิเลือกตั้ง เชนเดียวกันกับในประเทศ โรมาเนียเคยมีความพยายามที่จะแกไขรัฐธรรมนูญถอยหลังกลับไป ใหการสมรสเกิดขึ้นได เฉพาะเพศชายและเพศหญิงเทานั้น ในครานั้นก็มีการออกมารณรงค Boycott การลงคะแนนเชนกันจากผูที่สนับสนุนสิทธิความเทาเทียมทางเพศ ทำใหมีผูออกมาใชสิทธิ ไมถึง ๕๐ เปอรเซ็นต และทำใหการลงประชามติครั้งนั้นสูญเปลา เสียเงินโดยไมสามารถ หาขอยุติได เรื่องการ Boycott เลือกตั้งไมใชเรื่องแปลกใหมกับประเทศไทย ผมชวน ยอนกลับไปดูอีกกรณีหนึ่งครับ ในกรณีการเลือกตั้งใหญของประเทศครับ ยอนหลังไป ๒๐ ปครับทานประธาน ประเทศไทยเคยมีการจัดการเลือกตั้งใหญหรือจัดการ เลือกตั้งทั่วไปทั้งหมด ๗ ครั้ง โดยในแตละครั้งครับ ปกติแลวประชาชนในประเทศไทย จะออกมาใชสิทธิในการลงคะแนนราว ๖๕-๗๕ เปอรเซ็นต แตมีครั้งหนึ่งในป ๒๕๕๗ มีการรณรงคที่จะ Boycott การลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไป ทั้งในลักษณะที่ไมมาลงคะแนนกัน ดวยตัวเองและในลักษณะที่มากีดกันเสนทางการจราจรปดคูหาเลือกตั้ง ทำใหประชาชน ไมสามารถออกมาใชสิทธิไดอยางกวางขวาง ในครานั้นครับ ผูออกมาใชสิทธิของประเทศไทย ตกฮวบลงมาครับ จาก ๖๕-๗๕ เปอรเซ็นต เหลือเพียง ๔๗ เปอรเซ็นตครับทานประธาน และมีการวินิจฉัยในกรณีนั้นวาการลงคะแนนครั้งนี้อาจจะไมตอบสนองหรือวาไมสามารถ สะทอนเจตนารมณของผูมีสิทธิเลือกตั้งได จนทำใหครั้งนั้นตองประกาศเปนโมฆะไป อยางไมเปนธรรมแกผูชนะเลือกตั้ง เชนเดียวกันครับ ในกรณีการเลือกตั้งทองถิ่นหรือเลือกตั้ง สส. เขตเองในหลาย ๆ พื้นที่หลาย ๆ กรณี ก็มีหลายครั้งที่ผูมีสิทธิเลือกตั้งออกมาใชสิทธิ ไมถึง ๕๐ เปอรเซ็นต หากเรานำเกณฑ Double Majority มาพิจารณาการตัดสินการ เลือกตั้งใหญหรือเลือกตั้งทั่วไปเหลานั้นก็คงไมเปนธรรมกับผูชนะเลือกตั้ง แลวก็เปนการ บิดเบือนเจตนารมณของผูออกมาใชสิทธิเชนกันครับ เพราะในทุกสังคมครับทานประธาน ทุกบริบท มีกลุมคนที่สละสิทธิในการออกคะแนน หรือตัดสินใจที่จะไมมาลงคะแนนอยูเสมอครับ ซึ่งคนกลุมนี้อาจจะมีเหตุผลหรือมีเจตนารมณที่แตกตางกันไป เราจะนำกลุม Non-Voter หรือผูที่ไมมาลงคะแนนนี้มาเหมารวมเปนผูไมเห็นดวยคงเปนไปไมได ดวยเหตุนี้ครับ หลักการของทั้ง ๓ หรือ ๔ รางที่เสนอในวันนี้ก็มีความตองการที่จะแกไขเรื่อง Double Majority ทั้งสิ้นครับ โดยในรูปแบบที่แตกตางกันไป รางของรัฐบาลซึ่งอาจจะเหมือนกันกับ รางของพรรคกาวไกลนะครับ มีการปรับแกไขใหเปลี่ยนจากระบบ Double Majority เปน ระบบ Single Majority หรือเสียงขางมากชั้นเดียว ในระหวางที่รางของพรรคเพื่อไทยเสนอ ใหเปลี่ยนเปนระบบเสียงขางมากธรรมดา หรือระบบ Plurality ๒ ระบบนี้เหมือนกันตรงที่วา เราถอดสลักปลดล็อกตัวแรกที่เปนปลดล็อกดานซายอยางที่ผมกลาวไปขางตน เราจะไมนำ ผูไมมาใชสิทธิมาพิจารณาในการตัดสินการยุติของประชามติ นั่นหมายความวาการ Boycott การลงคะแนนรวมตัวกันเพื่อไมมาลงคะแนนจะไมมีผลที่จะคว่ำการทำประชามติได แตการหาขอยุติของทั้ง ๒ ระบบนี้มีความแตกตางกันเล็กนอยครับ โดยระบบ Single Majority คือกลุมที่การทำประชามติจะหาขอยุติไดก็ตอเมื่อกลุมเห็นดวยมีคะแนน มากกวากลุมไมเห็นดวยและกลุมงดออกเสียงรวมกัน ซึ่งโดยสวนตัวผมผมยังมองวา การนำคะแนนงดออกเสียงมารวมกันกับกลุมไมเห็นดวย เพื่อเปรียบเทียบกันกับกลุมเห็นดวยนั้น อาจจะไมสะทอนเจตนารมณของผูออกมาลงคะแนนไดดีพอครับ เพราะการออกมางด ออกเสียงของพี่นองประชาชนไมไดหมายความวาเขาไมเห็นดวยกับการทำประชามตินั้น ๆ และในอนาคตหากเรามีการรับหลักการอื่น ๆ เชน การลงคะแนนจะสามารถมีตัวเลือก ไดมากกวาแคเห็นดวยหรือไมเห็นดวย การคิดเกณฑวาการเห็นดวยจะตองมากกวา ๕๐ เปอรเซ็นต นาจะเปนเรื่องที่ทำไดยากกับการลงคะแนนแบบหลายตัวเลือกครับ ดังนั้น ผมจึงสนับสนุนหลักการของพรรคเพื่อไทยที่เปลี่ยนเปนระบบ Plurality หรือระบบ เสียงขางมากธรรมดามากกวา ระบบเสียงขางมากธรรมดาจะไมนำกลุม ๑ กลุม ๒ หรือ กลุม ๓ มารวมคะแนนกัน แตการหาขอยุติของการทำประชามติจะทำไดก็ตอเมื่อกลุมใด ก็ตามมีคะแนนมากที่สุด เสมือนกับการเลือกตั้งใหญหรือเลือกตั้งทั่วไปที่พี่นองประชาชน ในประเทศเขาใจดีอยูแลว หรือนั่นหมายความวาการเห็นดวยกับการทำประชามติจำเปน จะตองมากกวาคะแนนไมเห็นดวยและมากกวาคะแนนงดออกเสียง โดยไมเอา ๒ กลุมนี้ มารวมกันครับ ผมเชื่อวาวิธีการนี้จะเปนการทำประชามติที่ประชาชนในประเทศมีความ เขาใจและสามารถออกมาลงคะแนนไดอยางตรงไปตรงมามากที่สุด เปนการคืนระบบการทำ ประชามติใหมีความปกติและเปดโอกาสใหเราสามารถใชกลไกนี้ในการหาขอยุติอื่น ๆ ในอนาคตได🔗

ทายที่สุดนี้ครับทานประธาน ผมก็อยากเชิญชวนเพื่อน ๆ สมาชิกทุกทานครับ ไมวาทานจะสังกัดพรรคการเมืองใด หรือจะมีเจตนารมณตอการแกไขหรือการราง รัฐธรรมนูญฉบับใหมอยางไร อยากใหทานมอง พ.ร.บ. ประชามติใหกาวพนการราง รัฐธรรมนูญฉบับใหมครับ เพราะวากลไกนี้เราอาจจะตองใชเพื่อแกไขปญหาอื่น ๆ ในประเทศ ก็เปนได และขอเชิญชวนทุกทานครับ รวมรับหลักการทั้ง ๔ ราง เพื่อเปนการถอดสลัก ตัวแรกของการแกไขปญหาใหประเทศและทำใหกลไกการออกเสียงประชามติมีความเรียบงาย ใชไดจริง สอดคลองกับบริบทของประเทศไทย ขอบคุณครับทานประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานสภาผูแทนราษฎร

ขอบคุณ คุณชนินทร รุงธนเกียรติ ตอไปขอเชิญคุณเชตวัน เตือประโคน ๗ นาทีครับ เชิญครับ🔗

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนประธานสภาผูแทนราษฎร ที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคกาวไกล จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาล เมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแกว และเทศบาลเมืองลาดสวายครับ ทานประธานครับ ผมขอรวมอภิปรายรางพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติเพื่อใหมีการแกไขกฎหมาย ในครั้งนี้ โดยหัวขอที่ผมจะขอพูดนะครับ เปนปญหาของเสียงขางมาก ๒ ชั้น หรือ Double Majority ที่ขัดขวางประเด็นกาวหนาแบบสากลโลกครับ ทานประธานครับ ปญหาสำคัญ อยางหนึ่งที่ตองแกไขที่ผมจะพูดเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว นั่นก็คือเรื่อง Double Majority หรือที่ภาษาไทยใชคำยาก ๆ วา เสียงขางมาก ๒ ชั้น โดยหลักการแลวดีครับ โดยอุดมคติแลว นาสนใจ แตพอใชจริงกลับมีปญหามากมาย โดยผมจะขอพาไปดูตัวอยางประเทศที่เขาใช เสียงขางมาก ๒ ชั้นนี้ใน ๒ มุมโลก ๑. ก็คือที่ออสเตรเลีย ซึ่งเมื่อสักครูเพื่อนสมาชิก หลายทานก็ไดพูดไปแลว อีก ๑ คือที่ประเทศโคลัมเบีย ทวีปอเมริกาใตนะครับ บานเขาเมืองเขา ทำประชามติที่จะผานเรื่องกาวหนาพวกนี้ละครับ แตก็ไมสามารถผานได เพราะไปติด เรื่องของเสียงขางมาก ๒ ชั้น ไปกันครับประเทศแรก ออสเตรเลีย ธันวาคม ๑๙๘๔ ที่ออสเตรเลียเขาทำประชามติเพื่อแกไขให สว. มีวาระเทากับ สส. และเลือกตั้งในวันเดียวกัน กับ สส. ดวย ทำประชามติแบบนี้ละครับ เสียงขางมาก ๒ ชั้นนี้ละครับ ชั้นที่ ๑ คือจะผาน ไดตอง ๕๐ เปอรเซ็นตของผูมาใชสิทธิ ชั้นที่ ๒ คือตองไดเสียงขางมาก ๔ รัฐ จากใน ๖ รัฐ ซึ่งเมื่อสักครูทานเพื่อนสมาชิกของผมนะครับ ทานจุลพงศ อยูเกษ ก็พูดไปแลววาหลักคิด เรื่องของการผานในรัฐเหลานี้นะครับ เปนเรื่องของการปองกันไมใหรัฐที่มีประชากรเยอะ สามารถแกรัฐธรรมนูญไดโดยไมจำเปนตองไดรับเสียงเห็นชอบจากรัฐเล็กนะครับ หลักการดี ทำใหไมเกิดการผูกขาด แตก็แลกมาดวยขอเสียคือ ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงไดยากยิ่ง ทานประธานครับ ประชามติในครั้งนั้นมีคะแนนรวมทั้งประเทศ ๕๐.๖๔ เปอรเซ็นต หมายความวาคนสวนใหญเห็นดวยกับการผานประชามติ ประชามติในเรื่องนี้ใชไหมครับ แตพอมาดูในชั้นที่ ๒ ปรากฏวามีเพียงแค ๒ รัฐ จาก ๖ รัฐที่ไดเสียงขางมาก ก็เลยทำให ประชามติครั้งนั้นไมผาน หรือประชามติลาสุดของออสเตรเลียเมื่อตุลาคมปที่แลวนี้เองครับ เรื่องการตั้งสภาชนเผาพื้นเมืองและชองแคบ Torres นะครับ นี่ก็เปนเรื่องที่กาวหนา แตก็ไมสามารถผานเพราะการทำประชามติ ๒ ชั้นนะครับ ไมสามารถแกรัฐธรรมนูญรับรอง เรื่องสภาชนเผาพื้นเมืองซึ่งเปนเรื่องที่กาวหนาได สำหรับออสเตรเลียชวง ๑๐๐ กวาป ที่ผานมา มีประชามติที่ผานเพียง ๘ ครั้ง หรือ ๑๘ เปอรเซ็นตเทานั้น แตถาเราตัดเงื่อนไข ชั้นที่ ๒ ออกนะครับ ถาเราตัดชั้นที่วาตองไดเสียงขางมาก ๔ รัฐ จากใน ๖ รัฐออกไป จะมีประชามติอีก ๕ ครั้งที่ผาน หรือ ๑๑ เปอรเซ็นตที่ผานครับ ทานประธานครับ ขามไปอีก ซีกโลกหนึ่งไปยังดินแดนอเมริกาใต ไปที่โคลัมเบีย ๒๐๑๘ หรือ ๒๕๖๑ ครับ มีการทำ ประชามติเกี่ยวกับการตอตานคอรรัปชันนะครับ เรื่องกาวหนาไหมครับ เรื่องพวกนี้ เรื่องกาวหนาทั้งนั้น ผมขออนุญาตอานนะครับ หัวขอที่เขาทำประชามติ เรื่องการตรวจสอบ ทรัพยสินคนที่จะมาดำรงตำแหนงทางการเมือง เรื่องการปรับลดเงินเดือนขาราชการ และนักการเมือง อันนี้เราอาจไมชอบนะครับ เรื่องการเปดโอกาสใหประชาชนมีสวนรวม ในการใชงบประมาณ เรื่องการยกเลิกอภัยโทษคดีทุจริต เรื่องการกำหนดใหเปดเผยสัญญาประมูลจัดซื้อจัดจาง เรื่องการจำกัดวาระการดำรงตำแหนง ของ สส. และ สว. มีใครปฏิเสธไหมครับวา เรื่องที่ผมพูดมาหัวขอที่ทางโคลัมเบียเขากำลัง จะทำประชามตินั้นเปนเรื่องที่กาวหนา เปนเรื่องที่ไมควรทำ เปนเรื่องที่กาวหนาทั้งนั้นครับ แตก็เนื่องจากเสียงขางมาก ๒ ชั้นนี้ของโคลัมเบียนี่ละที่ไปกำหนดวา ชั้นที่ ๑ ตองมีผูออกมา ใชสิทธิอยางนอย ๑ ใน ๓ ของผูมีสิทธิเลือกตั้งครับ ชั้นที่ ๒ ชนะในเสียงขางมากจากการ ลงประชามติทั้งประเทศ ซึ่งผลลัพธสุดทายของการทำประชามติครั้งนี้ปรากฏวาไมผาน ทุกหัวขอครับ เรื่องที่ทำประชามติ ย้ำอีกครั้งเปนประเด็นกาวหนา เปนประเด็นที่สากลโลก ใหการรับรองทั้งสิ้นแตก็ไมผาน ทีนี้พอเราไปดูผลคะแนนปรากฏวา มีผูลงคะแนนให ความเห็นชอบในแตละคำถามสูงถึง ๙๙ เปอรเซ็นต ไมเห็นชอบแค ๑ เปอรเซ็นตเทานั้นครับ แตทีนี้พอยอนกลับมาดูเงื่อนไขอีกขอที่ทำใหประชามติไมผาน นั่นก็คือตองมีผูออกมาใชสิทธิ ออกเสียงอยางนอย ๑ ใน ๓ ปรากฏวาชาวโคลัมเบียออกมาใชสิทธิไมถึงเกณฑนี้ครับ ขาดไปนิดเดียวเทานั้นนะครับ ขาดประชากรโคลัมเบียผูมีสิทธิเลือกตั้งออกไปอีกแค ๔๗๐,๐๐๐ คนเทานั้น ดวยเกณฑแบบนี้มันทำใหคนที่เห็นดวยออกมาใชสิทธิออกเสียง ขณะที่คนไมเห็นดวยเลือกที่จะนอนหลับอยูที่บาน ซึ่งเราตอบไมไดวาการที่เขาไมมาใชสิทธินั้น เพราะวาเขาไมสนใจ เพราะวาเขาติดธุระ หรือเพราะวาเขาไมเห็นดวยกับคำถามประชามตินั้น จริง ๆ เราตีความเจตนารมณคนกลุมนี้ยากครับ และไมสะทอนเจตนาของประชาชน ที่ไมออกมาใชสิทธิกลุมนี้ดวย🔗

ทานประธานครับ ทีนี้กลับมาที่ปญหา พ.ร.บ. ประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ของประเทศเรา ก็มีหลักเรื่อง Double Majority หรือเสียงขางมาก ๒ ชั้นนี้อยู ขอที่ ๑ เรื่องผูมาใชสิทธิอยางนอย ๕๐ เปอรเซ็นตของผูมีสิทธิเลือกตั้ง ขอที่ ๒ ไดคะแนนมากกวา ๕๐ เปอรเซ็นตของผูมาใชสิทธิเลือกตั้ง ทานประธานครับ ประสบการณตางประเทศแบบ ที่เขาเปนสหพันธรัฐดวยนะครับ บอกเราแลวครับวาจะทำใหประชามติตาง ๆ ผานไดยาก ทานประธานครับ การทำประชามติไมไดใชแตกับเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญเทานั้น ประเทศไทยเรายังจะตองมีการทำประชามติเรื่องสำคัญอีกเยอะแยะมากมายครับ ตามที่ พ.ร.บ. ประชามติฉบับปจจุบันนี้กำหนด ๕ เรื่อง นอกจากเรื่องการแกรัฐธรรมนูญ เรื่องที่ ครม. เห็นวามีเหตุอันควรตองทำประชามติ กรณีที่มีกฎหมายอื่นกำหนดวาเรื่องนั้น ๆ ตองทำ ประชามติ รัฐสภามีมติเห็นสมควรวาใหทำประชามติในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และประชาชน เขาชื่อ ๕๐,๐๐๐ คน เสนอ ครม. ใหความเห็นชอบประชามติเรื่องนั้น ซึ่งพรรคกาวไกลเรา เสนอใหเขาชื่อทาง Online ไดดวยนะครับสำหรับรางฉบับนี้ ทั้ง ๕ เรื่องนี้คือหลักการ กวาง ๆ ซึ่งครอบคลุมเรื่องสำคัญที่จะตองมีการทำประชามติกันอีกเยอะแยะมากมาย ในอนาคต ไมวาจะเปนเรื่องการกระจายอำนาจใหจังหวัดจัดการตนเอง เรื่องทิศทาง ความกาวหนา จะนะเมืองตนแบบอุตสาหกรรมแหงอนาคต เพื่อใหประชาชนไดกำหนด อนาคตตนเอง สามารถทำไดทั้งสิ้นครับสำหรับการจัดทำประชามติที่เรากำลังจะแกกฎหมายนี้ ดังนั้นกฎหมายเกี่ยวกับการทำประชามติตองออกแบบใหเอื้อตอการเปลี่ยนแปลงไดไมยากครับ ไมยากจนขวางประเด็นที่กาวหนาแบบที่สากลโลกใหการรับรอง ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานสภาผูแทนราษฎร

ขอบคุณ คุณเชตวัน เตือประโคน ตอไปขอเชิญคุณณัฐพงษ สุมโนธรรม ๑๓ นาที เชิญครับ🔗

นายณัฐพงษ สุมโนธรรม สมุทรสาคร

เรียนทานประธานสภา ผูแทนราษฎรที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ สุมโนธรรม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดสมุทรสาคร พรรคกาวไกลครับ วันนี้ผมขอรวมอภิปรายสนับสนุนแกไขราง พระราชบัญญัติประชามติที่เสนอโดยคุณพริษฐ วัชรสินธุ สส. จากพรรคกาวไกล รวมถึง รางอื่น ๆ จากทั้งของพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย แลวก็คณะรัฐมนตรี ทานประธานครับ เปนนิมิตหมายอันดีที่วันนี้เรามีรางกฎหมายแกไขเรื่องประชามติที่หลาย ๆ ฉบับ มีหลักการที่เห็นสอดคลองกันในหลาย ๆ เรื่องนะครับ และแนนอนก็มีบางรางที่เสนอเรื่องนี้ แตบางรางอาจจะไมไดเสนอบางเรื่อง ไมเปนไรครับ นี่คือความสวยงามของประชาธิปไตย ของความเห็นที่หลากหลาย แตแนนอนในหลักการเรามีจุดรวมรวมกันที่เห็นนะครับ ในการอยากจะแกไขกฎหมายฉบับนี้เพื่อประโยชนในประชาธิปไตย เพื่อประโยชนตอการ เดินหนาของประเทศนี้ มาถึงตรงนี้จริง ๆ ที่หลาย ๆ ทานไดอภิปรายไปแลว รวมถึงที่ทาง คุณพริษฐ สส. จากพรรคกาวไกลไดอภิปรายไป ผมก็อยากจะมาสนับสนุนขอเสนอแนะ จากคุณพริษฐ รวมถึงมายืนยันวา ถาเปนไปไดอยากจะใหรางของคุณพริษฐเปนรางหลัก ในการพิจารณาดวยซ้ำไป ดวยเหตุผลที่ทางรางของคุณพริษฐไดมีขอเสนอที่รางอื่น ๆ อาจจะไมมีใน ๒ ประเด็นที่ผมเห็นวานาสนใจ และคุณคาแกการนำไปพูดคุยในชั้น กรรมาธิการ หากเพื่อน ๆ สมาชิกรับหลักการกับรางนี้ดวยรวมถึงรางทุกฉบับนะครับ🔗

เรื่องแรก เรื่องที่คุณพริษฐไดเสนอเขาไปในรางแกไขกฎหมายนี้ ประเด็นเรื่อง ที่ใหประชาชนสามารถที่จะ Online ได ยื่นเขาชื่อ Online เพื่อเสนอประชามติและสามารถ ที่จะใหประชาชนมีมติมากกวา ๒ ตัวเลือก ผมวาสิ่งเหลานี้เปนสิ่งที่จะเปนประโยชนทำให เกิดความสะดวก แลวก็มีความจำเปนในการแกไข เพื่อใหสอดรับกับบริบทที่เปลี่ยนไป หรือแมแตอำนวยความสะดวกใหกับประชาชนและเปนการขยายสิทธิของประชาชนมากขึ้น หรือไม ซึ่งเหลานี้ก็จะชวยใหกติกาประชามติของประเทศไทยเปนสากล ยืดหยุน ทันสมัย และพัฒนาประชาธิปไตย อยางไรก็ตามครับ ก็อาจจะมีบางเรื่องที่รางของพรรคกาวไกล ที่เสนอโดยคุณพริษฐอาจจะไมไดมีอยูในราง แตทางคุณพริษฐก็ไดพูดแลววา ทางเราก็ยินดี พิจารณาในชั้นกรรมาธิการนะครับ🔗

ประเด็นแรก ที่เปนเรื่องของประชามติเพื่อการปรึกษาหารือ ที่ทางเพื่อน สมาชิกจากพรรคภูมิใจไทยไดเสนอที่เปนการปรึกษาหารือ ผมคิดวาเปนโจทยอันหนึ่งที่เรา นาจะมีการนำมาพูดคุยในชั้นกรรมาธิการ แมวาจะเห็นดวยหรือไมเห็นดวย แตนี่ก็เปน เครื่องมืออันหนึ่งที่จะสามารถวัดอุณหภูมิของสังคม หยั่งเสียงโดยฝายรัฐบาลวาเรื่องตาง ๆ เหลานี้ที่มีความเห็นตางกันในสังคม หรือเรื่องที่อาจจะยังไมตกผลึกกันอยางถองแท สังคมมีความเห็นตอเรื่องนี้อยางไร และสุดทายการตัดสินใจก็เปนเรื่องของฝายบริหารวา จะเห็นกับเรื่องนี้อยางไร ก็เปนความรับผิดชอบทางการเมืองที่ฝายบริหารตัดสินใจอยางไร ก็สามารถที่จะรับผลทางการเมืองที่ตามมา ก็เปนเรื่องหนึ่งที่ผมคิดวาเปนประเด็นที่ เปดไวนาสนใจ แมวาจะมีคนที่อาจจะเห็นดวยหรือไมเห็นดวย เพราะอาจจะมองวาเปนการ เปลืองงบประมาณหรือไม หรือวาทางฝายบริหารอาจจะไมผูกมัดกับผลประชามติ แตเรื่อง เหลานี้ ประเด็นเหลานี้ผมคิดวามันก็เปนเรื่องที่ดีที่เราจะไดเอามาพูดคุยตอในชั้นกรรมาธิการ🔗

นอกจากนี้ประเด็นที่หลาย ๆ ทานอาจจะพูดไปแลว ไมวาตั้งแตทานชูศักดิ์ ศิรินิล หรือแมแตทานพริษฐ วัชรสินธุ หรือแมแตเพื่อนหลาย ๆ ทาน อาจารยจุลพงศ คุณเชตวัน หรือเพื่อน สส. จากพรรคเพื่อไทย คุณชนินทร ที่ไดพูดถึงเรื่อง Double Majority เรื่องนี้ก็เปนเรื่องใหญ และเปนเรื่องที่ผมคิดวาเราอาจจะตองมาพูดคุยกัน แลวก็ขอให ที่ประชุมนี้ไดบันทึกเก็บไววา เรื่องนี้เปนเรื่องที่ทางสภาผูแทนราษฎรเกือบทั้งหมด ในเกือบ ทุกรางยกเวนรางของเพื่อนสมาชิกพรรคภูมิใจไทยที่อาจจะเห็นตางในเรื่องนี้ แตผมคิดวา เรื่องนี้ก็อาจจะเปนความเห็นสำคัญที่เราอยากจะแกใหกลับไปเปนแบบ Single Majority จริง ๆ เรื่องนี้ก็เปนเรื่องที่ผมคิดวา ดวยบริบทของสังคมไทยที่เราเปนรัฐเดี่ยวไมใชสหพันธรัฐ เราอาจจะไมไดมีความจำเปนที่จะตองมีการถวงดุลกันภายในรัฐ เพราะวาการที่เราเปน รัฐเดี่ยวชวยทำใหเรื่องนี้อาจจะความแตกตางหลากหลาย หรือแมแตการถวงดุลเรื่องของ รัฐเล็ก รัฐใหญ อาจจะไมไดมีความสำคัญเหมือนของประเทศอื่น ๆ ในโลกที่เขาใชแบบ Double Majority อยางที่หลาย ๆ ทานไดนำเรียนไปแลวครับ กรณีของประเทศออสเตรเลียเอง ก็เปนตัวอยางที่เห็นชัดวา สุดทายแลวแมวาเขาจะมีเหตุผลของเขาในการทำ มีเรื่อง Double Majority แตเมื่อนำไปปฏิบัติก็มีปญหาอยูหลายกรณีที่ทำใหการแกไขหลาย ๆ เรื่อง มันไมเกิดขึ้น ยกตัวอยางเชนวา ในอายุ ๑๐๐ กวาปของประเทศในการแกไขรัฐธรรมนูญ มีเพียงแค ๘ ครั้ง หรือ ๑๘ เปอรเซ็นต ที่ผลประชามติไมผาน อันนี้ก็เปนโจทยเหมือนกัน เพราะวามันไมตรงกับสิ่งที่ทางขั้นต่ำเรื่อง Double Majority ที่จะตองมีเสียงขั้นต่ำ ๔ รัฐ จาก ๖ รัฐ ที่จะตองมีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง อันนี้ก็เปนประเด็นที่บทเรียนจากประเทศตาง ๆ ก็ไดบอกเรา แมวาเขาจะมีความจำเปนที่เปนสหพันธรัฐ แตในขณะเดียวกันก็มีขอทาทายในการ นำไปปฏิบัติเหมือนกัน ทำใหประเด็นหลาย ๆ เรื่องก็เลยไมไดมีการถูกเอาไปแกไข หรือถูก เอาไปผลักดันใหเกิดขึ้น ลาสุดในป ๒๐๒๓ อยางของกรณีออสเตรเลีย ผมเองพูดมาตรงนี้ ก็กำลังจะบอกทุกทานวาโจทยเรื่อง Double Majority ก็เปนความตั้งใจ ก็ไมไดผิดอะไร เหมือนที่ทางคุณพริษฐไดพูดไป แตดวยบริบทของประเทศไทย เราเปนรัฐเดี่ยว มันอาจจะสราง ความยุงยาก แลวก็ทำใหหลาย ๆ เรื่องมันผานไดยาก ก็เลยคิดวาการแกไขในเรื่องนี้ เปนเรื่องสำคัญ แลวก็อยากจะเชิญชวนเพื่อน ๆ สมาชิกใหรับรางทุกรางที่ทางเพื่อน ๆ สมาชิก หรือแมแตคณะรัฐมนตรีไดเสนอไป🔗

สุดทายนี้ครับทานประธาน ผมอาจจะใชเวลาไมไดครบทั้ง ๑๓ นาที ก็อยากจะ สรุปเพื่อจะไดประหยัดเวลาของทางสภาผูแทนราษฎรของเรา แลวก็จากที่ฟงทิศทางของเพื่อน ๆ สมาชิกก็คอนขางจะเห็นไปในทิศทางเดียวกันวาเราอยากจะมีการแกไขเรื่องนี้ สวนประเด็นใน รายละเอียดเราก็สามารถที่จะไปพูดคุยถกเถียงในชั้นกรรมาธิการได ก็พอจะเห็นแลววากติกาก็ เปนอีกหนึ่งปจจัยที่มีอิทธิพลตอการเปลี่ยนผลประชามติ จากหนามือเปนหลังมือไดเลยนะครับ อยางกรณีของประเทศอื่น ๆ หรือแมแตอดีตที่ผานมาของประเทศไทยเอง ดังนั้น การออกแบบ กติกาจึงมีความสำคัญเปนอยางยิ่ง และเปนสิ่งที่พวกเราเพื่อนสมาชิกทุกทานก็กำลังทำอยู ในขณะนี้ ถาการออกกติกาประชามติไดดี เปนธรรม แลวก็ยืดหยุน ทันสมัย และหลากหลาย เปนกติกาที่ออกแบบเพื่อเปดพื้นที่ใหประชาชนทุกกลุมแสดงจุดยืนของตนไดตรงไปตรงมา กระบวนการและผลลัพธที่เกิดขึ้นจะสามารถสะทอนความคิด ความอาน ความตองการออกมาได การจัดประชามติในแตละครั้งจะเปนพื้นที่จัดการความเห็นตางในสังคม และพัฒนาประชาธิปไตย ใหดีกวานี้ ก็ขอบคุณนะครับ แลวก็เชิญชวนทุกทานรวมกันรับหลักการรางแกไขกฎหมายนี้ ทั้ง ๔ ฉบับ รวมถึงผมก็คงจะเห็นดวยกับทุกรางครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร มะทา ประธานสภาผูแทนราษฎร

ขอบคุณ คุณณัฐพงษ สุมโนธรรม ทางสภาผูแทนราษฎรขอตอนรับ คุณเรนาตา อัลท (Renata Alt) สมาชิกสภาผูแทนราษฎร สหพันธสาธารณรัฐเยอรมันนี และประธานคณะกรรมาธิการ สิทธิมนุษยชนและการชวยเหลือดานมนุษยธรรม สภาสหพันธสาธารณรัฐเยอรมันนี และคณะ ซึ่งขณะนี้กำลังมาฟงการประชุมของเราที่ชั้น ๒ แลวนะครับ ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณธีระชัย แสนแกว ๑๕ นาทีครับ🔗

นายธีระชัย แสนแกว อุดรธานี

กราบเรียนทานประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแกว สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ทานประธานครับ กระผมใครขออนุญาตในการที่จะรวมอภิปรายเพื่อสนับสนุนรับหลักการรางพระราชบัญญัติ วาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี และฉบับของ รองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล พรอมทั้งเพื่อนสมาชิกพรรคการเมืองอีก ๒ ฉบับ รวมเปน ๔ ฉบับ🔗

ประการแรกครับทานประธาน รางพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับที่ผมไดกลาวไป เบื้องตน โดยมีการแกไขมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑ วรรคสาม นั่นคือการกำหนด วันออกเสียงประชามติเปนวันเดียวกันกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่เปนการทั่วไป หรือใหเปนวันเดียวกันกับการเลือกตั้งทองถิ่นก็ได ทานประธานครับ การที่พี่นองประชาชนตองเดินทางเพื่อไปเลือกตั้ง หรือใชสิทธิในการออกเสียง ประชามตินั้น มันตองใชเงิน ใชทอง ตองใชเวลานะครับ เพราะฉะนั้นกระผมอยากจะขอ ยกตัวอยาง เวลาเรามีการเลือกตั้ง ไมวาจะเปนเลือกตั้งตัวแทนเกษตรกร หรือกองทุนฟนฟู อะไรก็แลวแตตามพระราชบัญญัติตาง ๆ เหลานั้น เวลามีการเลือกตั้งแคเลือกตั้งสมาชิก เฉย ๆ ก็มีการไปลงคะแนนนอยมากนะครับ เพราะฉะนั้นเราตองยอมรับวาพี่นองประชาชน ในประเทศนี้มีความยากจน ตองทำงานหาเชากินค่ำ เพราะฉะนั้นคือพวกเขาไมทำงาน ในวันนั้นก็ตองเดินทางไปออกเสียงประชามติ พวกเขาไมมีเงินในวันนั้น นี่ตองยอมรับ ความเปนจริงจากการที่พวกเราเปนนักการเมืองมันจะเปนอยางนี้ครับ เพราะฉะนั้นการเลือกตั้ง แตละครั้งที่เขามีการไปลงคะแนนเสียงเยอะ ๆ ก็คือมีการเลือกตั้งครั้งใหญและเลือกตั้ง ทองถิ่นครับ นี่ก็คือการเลือกตั้งที่ผานมาซึ่งเปนประสบการณ กระผมจึงเห็นดวยกับการที่แกไข เพิ่มเติมมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑ วรรคสาม เพื่อใหพี่นองประชาชนไดใชสิทธิ ใชเสียงของพวกเขาในการกำหนดชะตากรรมของประเทศไดอยางเต็มที่ โดยไมกระทบตอ การประกอบอาชีพของพวกเขาครับทานประธาน ตอมารางพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ ก็มีการแกไขมาตรา ๑๓ แตเดิมบัญญัติวาการออกเสียงประชามติจะถือวามีขอยุติได ก็ตอเมื่อมีผูมาใชสิทธิออกเสียงเปนจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียง แลวยังยาก ขึ้นไปอีกครับ มีเงื่อนไขที่ ๒ ครับวา จะตองมีจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผูมาใชสิทธิออกเสียง ในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น มันถึงตองแกครับ ซึ่งบัญญัติทั้ง ๒ เงื่อนไขนี้มันทำใหผานการ ประชามติยากจริง ๆ ครับทานประธาน กระผมจึงเห็นวาในการแกไขมาตรา ๑๓ เพื่อให ใชเสียงของพี่นองประชาชนนั้นมีความหมาย และตอบสนองความตองการประชาธิปไตย อยางถูกตอง🔗

ประการที่ ๒ ครับทานประธาน รัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ ฉบับนี้ที่พวกเรา ทุกคนที่นั่งอยูในสภาแหงนี้ พี่นองประชาชนทั้งประเทศตางก็ทราบกันดีวามาจากรัฐประหาร เปนมรดกบาปที่พวกเราไดมานั่งอยูนี้มันมีความจำเปนตองเอามรดกบาปมาสมัครผูแทน ก็เพราะเขารางมาอยางนั้นนะครับ เราก็ตองมาเปนนักการเมืองแบบนี้ ซึ่งเมื่อการเลือกตั้ง จัดตั้งรัฐบาลชุดที่แลวของคราวที่แลว ซึ่งมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม ๆ ทานนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทานก็มอบหมายใหทานรองภูมิธรรมไดเริ่ม Start ตั้งแตวันแรก ๆ ในการมีมติ ครม. กระบวนการ ในการยกรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมจัดการทันทีนะครับ จนมาถึงวันนี้ครับทานประธาน รัฐบาลไดขอสรุปแลววาจะตองใหพี่นองประชาชนออกเสียงทำประชามติเปนจำนวน ๓ ครั้ง เพื่อเขียนรัฐธรรมนูญใหมใหมีความเปนประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น และสอดคลองกับบริบท ทางการเมือง และสอดคลองกับวิถีชีวิตของพี่นองประชาชน และสอดคลองกับสภาพสังคมไทย ของเรา โดยเปนไปตามเจตนารมณและเสียงเรียกรองของพี่นองประชาชนใหมากที่สุดเทาที่ จะทำได ทานประธานที่เคารพครับ แมวารัฐบาลไดแสดงออกถึงความตั้งใจจริงวา บานเมือง ของเราจะตองเดินหนาก็ตอเมื่อเรามีรัฐธรรมนูญที่เปนประชาธิปไตยเทานั้น แตก็มีบางสวน ออกมา Discredit รัฐบาลบาง โนน นี่ นั่น อะไรตาง ๆ บาง ซื้อเวลา ทำไมจะตองมีประชามติ ตั้ง ๓ ครั้ง อะไรทำนองเหลานี้สิ้นเปลืองงบประมาณ ซึ่งกระผมขอออกความเห็นแบบตรง ๆ เลยนะครับวา ที่ผานมาเราก็พยายามมีการแกไขรัฐธรรมนูญใชไหมครับ แตก็ตกมาตาย เพราะฉะนั้นมันแกยากจริง ๆ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ การแกไข การจะเพิ่มเติม หรือการเขียน ฉบับใหมมันไมงายนะครับทาน มันไมไดแกดวยวิธีการที่เปนปกติ เพราะคณะผูยกรางรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ สอดไสเงื่อนไขใหแกแบบลักษณะที่วาซับซอน จริง ๆ วาดังที่พวกเราเห็นในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๔/๒๕๖๔ เปนประสบการณ ที่สอนใหพวกเราตองระมัดระวังในการจัดทำรายงานฉบับใหมใหมากยิ่งขึ้น เพื่อใหเกิด ความรอบคอบที่สุด ไมใหรัฐธรรมนูญฉบับใหมที่เปนประชาธิปไตยตองแทงและไมใหเปน หมันนะครับทานประธาน🔗

ประการที่ ๓ ครับทาน เมื่อรัฐบาลไดขอสรุปแลววา การยกรางรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมจะตองสอบถามความตองการที่แทจริงของพี่นองประชาชน โดยออกเสียงประชามติ ตั้ง ๓ ครั้ง การสอบถามประชามติ ไมวาจะเปนการสอบถามประชามติจะเห็นชอบดวยกับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ตามหมวด ๑ บททั่วไป และหมวด ๒ พระมหากษัตริย กระผมอยากจะขอ กราบเรียนกับทานอีกเรื่องหนึ่งวา รางพระราชบัญญัติประชามติทั้ง ๔ ฉบับนี้คลายกัน แตไมเหมือนกัน แตเราสามารถแกไขไดในขั้นกรรมาธิการ มันเปนกุญแจดอกสำคัญที่สุดใน การแกไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็คือฉบับป ๒๕๖๐ สวนตัวของผมเปนรัฐธรรมนูญที่แยที่สุดใน บรรดา ๒๐ ฉบับที่ผานมาครับทานประธาน เปนรัฐธรรมนูญที่สลับซับซอนซอนเงื่อนวาจะ เขียนชัดก็ไมชัด จะเขียนละเอียดก็ไมละเอียด ผลของการเขียนไมชัด ไมละเอียด มันคืออะไรครับ ก็คือรัฐธรรมนูญตองตีความ ตองใหศาลรัฐธรรมนูญตีความ อะไรนิดอะไรหนอยก็ตองตีความ โยนใหศาลรัฐธรรมนูญ แลวถาตีความเปนไปตามหลักความจริง หรือตีความไมถูกตองตาม กฎหมาย หรือตีความใหพี่นองประชาชนไดเขาใจถูกตองมันไมมีปญหาอะไรหรอกครับ กระผมขออนุญาตยกตัวอยางสักเล็กนอย ทานประธานครับ การเลือกตั้ง สส. เมื่อป ๒๕๖๒ นี้ละครับวา ก็ตองยอนดูความผิดพลาดของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คำวา สส. พึงมี ทุกทานนาจะจำกันได โดยเฉพาะเพื่อน ๆ พรรคเพื่อไทยของกระผม ทานประธานครับ ตอนนั้นพรรคเพื่อไทยได สส. เขตมากที่สุดในประเทศไทยตั้ง ๑๓๖ คน ย้ำอีกวาเปน สส. เขต แตการเขียนรัฐธรรมนูญและวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเปดชองใหใชสูตรคำนวณแบบ พิสดาร กกต. ก็ใชสูตรพิสดารคำนวณหา สส. แบบบัญชีรายชื่อ ระบบจัดสรรปนสวนผสม คำวา สส. พึงมี ทำใหเกิดอะไรครับทานประธานครับ พรรคเพื่อไทยไดรับการเลือกตั้งมา ๗,๘๐๐,๐๐๐ คะแนน แตกลับไมได สส. บัญชีรายชื่อแมแตคนเดียว นี่ละครับที่อยากแก กลับกลายเปนวาพรรคที่ไดคะแนน ๑๐,๐๐๐ เสียง ๒๐,๐๐๐ เสียง เดิน Parade เขาสภา ตั้ง ๑๐ กวาคน ปญหาเลยทำใหสภาลมบาง ปญหาแจกกลวยบาง อะไรตออะไรตาง ๆ ผมมีความจำเปนที่จะตองพูดอยาเพิ่งเบรกผมนะครับทานประธานครับ แลวอีกอยางหนึ่งก็ คือวาการเลือกตั้ง สว. เดี๋ยวนี้อยูในกระบวนการเลือกตั้ง เหตุการณชวงนี้เลยนะครับวา รัฐธรรมนูญหรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ใหผูสมัครเทานั้นที่มีสิทธิลงคะแนนเสียง สว. ได นี่มันเปนประชาธิปไตยตรงไหนครับใหผูสมัคร แลวทานประธานไปเปดดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๔ บอกวา สมาชิกสภาผูแทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภายอมเปนผูแทนปวงชน ชาวไทย แลวกระผมขอถามวาสมาชิกวุฒิสภาเปนผูแทนปวงชนชาวไทยตรงไหนละครับ เมื่อทานเขียนรัฐธรรมนูญให สว. จำกัดไวแคคนมีเงิน ๒,๕๐๐ บาทเทานั้นที่จะเลือก มีคนไปสมัคร ๒,๕๐๐ บาท จะเปนกลุมเปนอะไรตาง ๆ ออกไป สามารถเลือกอยูดวยกันครับ เลือกไขวไปไขวมา แลวประชาชนมองตาปริบ ๆ ไมมีสิทธิเลือก ถาไมไปสมัครก็คือไมมีสิทธิเลือก แลว สว. ครั้งนี้เปนครั้งแรกนะครับ มีกระบวนการเลือกตั้ง ที่พิสดารเหมือนกันนะครับ ซึ่งเปนผลมาจากรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ที่เราอยากจะขอ ประชามติแกนี่ละ เพราะวาการเลือกตั้ง สว. ก็เลือกตั้งเปน ๓ ระดับ ก็เปนที่ทราบกันดี อำเภอ จังหวัด ประเทศ มีสูตรทั้งเลือกตั้งไขวกลุมอาชีพและมีการเลือกตั้งกลุมอาชีพ ประชาชนซับซอน สับสน แมกระทั่ง สส. ทุกคน ผมไปถามวาเขาเลือกตั้งอยางไร งงไปหมด มันเปนรัฐธรรมนูญฉบับที่งงที่สุดในการเลือกตั้ง สว. คราวนี้ แมกระทั่งผูไปสมัครเลือกตั้ง บางคนยังไมรูดวยซ้ำวากติกาเปนอยางไร ทานประธานครับ ๒ ตัวอยางที่ผมไดยกมานี้จึงเปน ความสำคัญที่สภาผูแทนราษฎรของเราแหงนี้จะตองรับหลักการรางพระราชบัญญัติ ประชามติ เพราะไมวาสูตรการนับคะแนน สส. ตอนเลือกตั้งป ๒๕๖๒หรือการเลือกตั้ง สว. ที่กำลังดำเนินการอยู ณ วันนี้ รัฐธรรมนูญเปดชองใหตีความมั่ว ๆ เราก็ไมควรใหเกิดปญหา เรื้อรังในระบอบการเมืองของพวกเราในอนาคตตอไปครับทานประธานครับ กระผมจึงมี ความเห็นวาเรื่องนี้เปนเรื่องที่รัฐบาลควรไตรตรองและรอบคอบอยางถูกตองแลวละครับ ที่ไดเสนอเขามา แลวเพื่อนสมาชิกทั้งหลายดวยนะครับ และที่สำคัญที่สุดเราก็คิดวา ถาหากวาเรามีการผานประชามติไปแลว เราก็มองยอนตลอดจนการจัดตั้งรัฐบาลทุกพรรค การเมืองดวย การแกไขรัฐธรรมนูญตอไปก็เปนเรื่องอีกตางหากซึ่งมันก็มีบางบทบางอะไรตาง ๆ ที่จะตองมีการถามไปดวยนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะไมเอยถึง แตที่สำคัญที่สุดเราตอง ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข นั่นหมายความวา ทุกพรรคการเมืองที่รวมรัฐบาลของเราที่ไดตั้งเราจะตองยึดหลักตัวนี้เปนสำคัญนะครับ เพราะมันเปนรากฐานการเมืองในการปกครองของประชาธิปไตยตั้งแตบรรพบุรุษ รัฐธรรมนูญ ๒๐ กวาฉบับไมเคยเอาตรงนี้ออกไปเลยนะครับ ซึ่งมันเปนโครงสรางของสังคม ใหสถาบันพระมหากษัตริยดำรงอยูเปนที่เคารพสักการะของพี่นองประชาชนนะครับ ดังนั้น วันนี้สภาของเรากำลังพิจารณารางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติซึ่งจะเปน กฎหมายสำคัญ กุญแจดอกสำคัญที่จะนำไปสูการยกรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมที่มีความเปน ประชาธิปไตย แลววันนี้เปนหมุดหมายที่สำคัญที่พี่นองประชาชนรอคอยรัฐธรรมนูญฉบับที่มี ความเปนประชาธิปไตยตามเจตนารมณของพวกเขาเอง🔗

สุดทายทั้งหมดนี้ผมขอสนับสนุนรับหลักการรางพระราชบัญญัติวาดวยการ ออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคณะรัฐมนตรี ฉบับของทานรองศาสตราจารย ชูศักดิ์ ศิรินิล และรางของเพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ พรรค รวมเปน ๔ ฉบับ กระผมขอขอบคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภา ผูแทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหนาที่ประธานในที่ประชุม)
นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณทานธีระชัยนะครับ อีก ๒ ทานเตรียมตัวนะครับ ทานฐากร ตัณฑสิทธิ์ กับ ทานภัณฑิล นวมเจิม เชิญทานฐากร ตัณฑสิทธิ์ ครับ🔗

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนทานประธาน สภาผูแทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสรางไทยครับทานประธานครับ ผมขอมีสวนรวมในการอภิปรายเกี่ยวกับราง พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติในครั้งนี้ดวยครับ ทานประธานครับ กอนอื่นตองขออนุญาต เรียนทานประธานวาวันนี้ราง พ.ร.บ. ออกเสียงประชามติในวันนี้จะเปนหมุดหมายหรือการ เปดประตูในการที่จะนำไปสูการแกไขรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ตอไปครับทานประธาน จุดยืน ของพรรคไทยสรางไทยขอนำเรียนกอนครับ กอนจะเขา พ.ร.บ. ออกเสียงประชามติในครั้งนี้ เรามีจุดยืนที่สำคัญครับวา ขออนุญาตขึ้นสไลดดวยครับ🔗

(เจาหนาที่ดำเนินการเปด Presentation)
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

จุดยืนที่สำคัญคือเรายืนยันวา เราจะไมแกไขรัฐธรรมนูญในหมวดที่ ๑ คือบททั่วไป และหมวดที่ ๒ คือพระมหากษัตริยครับ ผมขออนุญาตลงในรายละเอียดของราง พ.ร.บ. ประชามติในครั้งนี้ครับ กอนอื่นขออนุญาตเรียนทานประธานวา พระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ มีใชเดิมอยูแลว คือป ๒๕๖๔ ทุกทานไดอภิปรายวาเปน Double lock หรืออภิปรายเปน ๒ ชั้น ทำอะไรทั้งหมดนะครับ ประชาชนทุกคนหรือทานประธานคงไดยินการอภิปราย ไปแลว แตผมจะอภิปรายเปรียบเทียบใหเห็นวารางเดิมที่กฎหมายเดิมและรางทั้ง ๔ ฉบับ ที่ออกมาอันไหนที่ดำเนินการจากเบาสุดไปหาหนักสุด ผมขออนุญาตอานขอความ ดังตอไปนี้นะครับทานประธาน พระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ เดิมกำหนดไวในมาตรา ๑๓ บอกวา การออกเสียงที่จะถือวามีขอยุติในเรื่องที่จัดทำประชามติ ตองมีผูมาใชสิทธิออกเสียงเปนจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียงและมีจำนวนเสียง เกินกึ่งหนึ่งของผูมาใชสิทธิออกเสียงในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น รางของคณะรัฐมนตรี ที่ขอแกไขปรับปรุงในมาตรา ๑๓ เขียนไววา การออกเสียงที่จะถือวามีขอยุติในเรื่องที่จัดทำ ประชามติ ใหถือเสียงขางมากของผูมาออกเสียง โดยคะแนนเสียงขางมากตองมีจำนวนเสียง เกินกึ่งหนึ่งของผูมาออกเสียงและตองสูงกวาคะแนนเสียงไมแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่ จัดทำประชามตินั้น🔗

รางตอไปครับทานประธาน รางของทานอาจารยชูศักดิ์และคณะ มาตรา ๑๓ เขียนไววา การออกเสียงใหถือเสียงขางมากของผูมาออกเสียง โดยคะแนนเสียงขางมากตอง สูงกวาคะแนนเสียงไมแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น🔗

รางของทานพริษฐและคณะครับทานประธาน มาตรา ๑๓ เขียนไววา การออกเสียงที่จะถือวามีขอยุติในเรื่องที่จัดทำประชามติ ตองมีจำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ของผูมาใชสิทธิออกเสียงในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น🔗

รางสุดทายครับทานประธานครับ รางของทานอนุทินและคณะ มาตรา ๑๓ เขียนไววา การออกเสียงที่จะถือวามีขอยุติในเรื่องการจัดทำประชามติตองมีผูมาใชสิทธิ ออกเสียงเปนจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียง และมีจำนวนเสียงขางมากของผูมา ออกเสียง โดยคะแนนเสียงขางมากตองสูงกวาคะแนนเสียงไมแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่ จัดทำประชามตินั้น อานไปผมเขาใจวาทานประธานก็คงงงครับ กฎหมายเดิมที่มีใชอยูใน ปจจุบัน ๔ รางที่นำเสนอขึ้นมาวาเปนอยางไรครับ ผมเรียงลำดับใหนะครับ ผมวิเคราะห แลวก็ขออนุญาตเรียงลำดับความสำคัญตาง ๆ จากเบาไปหาหนักวารางดังกลาวนี้เปนอยางไร ขออนุญาตขึ้นสไลดที่ ๒ ใหผมดวยครับ🔗

จะเห็นนะครับวา เมื่อเราวิเคราะหแลว เมื่อดูตามมาตรา ๑๓ ครับทานประธาน รางที่เบาที่สุดที่รางขึ้นมาคือ รางของทานพริษฐและคณะครับทานประธาน จะเห็นวา ในหัวขอที่ ๑ จำนวนผูมาใชสิทธิลงมติไมไดกำหนดครับทานประธาน เสียงขางมากกำหนดไววา เกินกึ่งหนึ่งของผูมาใชสิทธิออกเสียง เงื่อนไขครับ เพิ่มเติมไมมีครับทานประธาน รางที่ ๒ ก็คือรางของคณะรัฐมนตรี จำนวนผูมาใชสิทธิลงมติไมไดกำหนดครับ ตรงกันกับรางของ ทานพริษฐครับ เสียงขางมากเกินกึ่งหนึ่งของผูมาออกเสียงเหมือนกันครับทานประธาน แตมี เงื่อนไขสุดทายเขียนวา ตองสูงกวาคะแนนเสียงไมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในเรื่องที่ทำ ประชามตินั้นครับทานประธาน ดูรางของทานอาจารยชูศักดิ์และคณะ จำนวนผูมาใชสิทธิ ในชองแรกก็ไมไดกำหนดเชนกัน เสียงขางมากเขียนวา เสียงขางมากของผูมาออกเสียง ก็คลายกันอีกครับ ก็คือตองไดคะแนนเสียงขางมาก มีเงื่อนไขขอสุดทายอีกครับ ตองสูงกวา คะแนนเสียงไมแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้นครับทานประธาน ดูตอไปนะครับ รางที่เปนกฎหมายที่ใชในปจจุบันเขียนไวบอกวา ตองมีผูมาใชสิทธิออกเสียง เปนจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียง อันนี้คือกฎหมายปจจุบันครับ เสียงขางมาก เขียนไววา มีจำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผูมาใชสิทธิออกเสียง ในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้นครับ เงื่อนไขมีไหมครับ ไมมีกำหนดไวครับ สุดทายครับทานประธานครับ รางของทานอนุทินและ คณะครับ เขียนไววา ผูมาใชสิทธิออกเสียงเปนจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียง ก็คือ อยูในขอกำหนดของจำนวนผูมาใชสิทธิลงมติครับ เสียงขางมากเขียนไววา เสียงขางมากของ ผูมาออกเสียงครับ เงื่อนไขมีครับทานประธานครับ เขียนไวบอกวา ตองสูงกวาคะแนนเสียง ไมแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น เพราะฉะนั้นผมอภิปรายวันนี้สนับสนุน รางทั้ง ๔ รางนะครับ เพียงแตวาผมแสดงภาพหรือแสดงใหเห็นวา รางนี้นำจากเบาที่สุดไป หาหนักที่สุด เพื่อที่จะใหคณะกรรมาธิการวิสามัญหลังจากที่เราเห็นชอบรวมกัน ไปดำเนินการตามขอสังเกตดังกลาว เบาที่สุดก็คือรางของทานพริษฐ ผมใสหมายเลข ๑ ไว เบอรที่ ๒ ก็คือรางของคณะรัฐมนตรี และรางของทานอาจารยชูศักดิ์และคณะ อันที่ ๓ ก็คือ เปนพระราชบัญญัติเดิมที่ใชอยูในปจจุบัน ฉบับที่ ๔ มาแรงนิดหนึ่ง ก็คือรางของทานอนุทิน และคณะครับ เขียนไวเปนลำดับที่ ๔ ตอไปครับ ผมเรียนทานประธานนะครับวา การที่พรรค ไทยสรางไทยในวันนี้เราเห็นดวยเปนอยางยิ่ง เพราะวาเปนการเปดประตูในการที่จะนำไปสู การปรับปรุงแกไขรัฐธรรมนูญในอนาคตขางหนา ซึ่งจะเปนรางที่ ๑ รางที่ ๒ รางที่ ๓ รางที่ ๔ เราก็เห็นชอบในหลักการ เพื่อที่จะใหมีการจัดตั้ง แตงตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา เรื่องนี้ตอไปครับ🔗

ผมขออนุญาตไปเรื่องตอไปครับทานประธานครับ เรื่องมาตรา ๑๒ ครับ ตองขอชื่นชมทั้ง ๔ รางครับ ในมาตรา ๑๒ เดิมจะเขียนไวบอกวา การออกเสียงใหใช การลงคะแนนเสียงโดยตรง และออม และลับนะครับ โดยการออกเสียงใหกระทำไดโดยการ ใชบัตรออกเสียง หรือคณะกรรมการอาจกำหนดใหกระทำโดยวิธีการลงคะแนนออกเสียง ทางไปรษณีย ผมชอบใจครับ ทั้ง ๔ รางตัดคำวา อาจ ออกครับ บังคับให กกต. ทำเลยครับ ทานประธาน ไมตองมีอาจแลววันนี้ บังคับ กกต. ทำไปเลย คำวา อาจ ไมรูวาจะทำหรือไมทำ แตวันนี้กฎหมายทั้ง ๔ รางเขียนขึ้นมาถือวาเปนสิ่งที่ดี แลวก็เปนสิ่งที่สอดคลองกับ การดำเนินการ อยาเขียนอะไรที่มันอาจเลยครับ เห็นดวยกับทั้ง ๔ รางเลยครับ สิ่งที่สำคัญครับ ทานประธานครับ ผมเรียนอยางนี้วาในมาตรา ๑๒ การออกเสียงใหใชวิธีการ ลงคะแนนเสียงโดยตรงและลับ ก็คือ ๑. ออกเสียงโดยการกระทำโดยใชบัตรออกเสียง ๒. ออกเสียงโดยการกระทำโดยวิธีการลงคะแนนออกเสียงทางไปรษณีย ๓. ก็คือออกเสียง โดยการลงคะแนนเสียงอิเล็กทรอนิกส หรือทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือวิธีอื่นครับ สุดทายครับทานประธานครับ ผมเรียนอยางนี้ครับวา เราจะทำอยางไร ที่เราจะดำเนินการ จัดการลงคะแนนออกเสียงโดยวิธีการอิเล็กทรอนิกส เพื่อใหเกิดความโปรงใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม แลวก็ปองกันการทุจริต ที่จะเกิดขึ้นกับการลงประชามติในครั้งนี้ ทานประธานครับ ผมเห็นรัฐบาลเสนอเรื่องหนึ่ง Digital Wallet ครับทานประธาน เดี๋ยวผมจะอภิปราย พรุงนี้ครับทานประธาน ไมตองหวงครับ เพียงแตวาผมกำลังบอกวา Digital Wallet ทานนายกรัฐมนตรีพูดมาตลอดวา จะใชเทคโนโลยี Blockchain ในการที่จะเขามาแกไข นำเทคโนโลยี Blockchain นี้มาใชในการลงคะแนนทางอิเล็กทรอนิกสเปนครั้งแรกเลยครับ ทานประธาน จะประหยัดเงินงบประมาณไปไดอีกเยอะ เปนจำนวนมากเลยครับ ทานประธานหรือพี่นอง ประชาชนอาจจะไมทราบวาเทคโนโลยี Blockchain คืออะไรครับทานประธานครับ เทคโนโลยี Blockchain เปนกลไกฐานขอมูลขั้นสูงที่เปดรับการแบงปนขอมูลที่โปรงใส ภายในเครือขาย โดยฐานขอมูล Blockchain จะจัดเก็บขอมูลในบล็อกที่เชื่อมโยงกันเปน ลูกโซ ทั้งนี้ ขอมูลดังกลาวจะมีความสอดคลองกันตามลำดับเวลา เนื่องจากเราไมสามารถลบ หรือแกไขขอมูลลูกโซไดหากไมไดรับฉันทามติจากเครือขาย เราจึงสามารถใชเทคโนโลยี Blockchain เพื่อสรางความปลอดภัยในการใชงานและเกิดความโปรงใสและบริสุทธิ์ยุติธรรม สามารถปองกันทุจริตคอรรัปชัน หรือปองกัน หรือสรางความมีประสิทธิภาพในการ ลงคะแนนเสียงประชามติในครั้งนี้ไดครับ ทานประธานครับ ผมอยากจะเห็นภาพวา พี่นองประชาชนเดินทางไปที่หนวยเลือกตั้ง ถายกลองถายรูปแชะหนึ่งลงไปแลวเดินไปไมตอง มีบัตรเลือกตั้ง พอถายรูปครับ รูปเราจะถูกสงเขาไปในระบบของ Blockchain สงเขาไปเสร็จ เรียบรอย เขาจะมีการตรวจสอบตัวตนเองหมดวาเปนคนนี้จริงหรือเปลากับบัตรประชาชนครับ ทานประธานครับ ไมมีใครที่จะเขาไปดูไดเอง เพราะฉะนั้นมีการตรวจสอบกันเอง เสร็จเรียบรอย ลงคะแนนใหใครไมตองมีบัตรครับทานประธาน กลับมาสบายใจ ใชเถอะครับ ทานประธาน จะมีการทำประชามติหลายครั้งเทาไรก็ไมตองใชเงินงบประมาณเยอะครับ ทานประธาน ผมสนับสนุนมาตรา ๑๒ ที่จะตองมีการปรับปรุงแกไขครั้งนี้อยางเต็มที่ครับ ทานประธานครับ🔗

สุดทายครับทานประธาน ผมขออนุญาตเรียนวาพรรคไทยสรางไทยสนับสนุน รางทั้ง ๔ ราง และสนับสนุนในการที่จะมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณา ศึกษาเรื่องนี้ แตขอใหกำหนดระยะเวลาที่มีการศึกษาใหเร็วนิดหนึ่งนะครับทานประธานครับ กราบขอบพระคุณทานประธานเปนอยางยิ่งครับ🔗

นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ตอไปทานภัณฑิล นวมเจิม เชิญครับ🔗

นายภัณฑิล นวมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนทานประธานครับ ผม ภัณฑิล นวมเจิม ผูแทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคกาวไกล ขอรวมอภิปรายในเรื่อง การแกไขรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ ก็รวมกันอภิปรายไปหลายทาน ในหลากหลายประเด็นก็นาจะเห็นพองตองกันวา มีความจำเปนเรงดวนที่ตองแกไขเพื่อให ประชาชนมีสิทธิที่จะออกเสียงและไมตองผานสภาผูแทนราษฎร เพราะวาพวกเราความจริง ก็มีอำนาจไดรับมอบหมายมา แตเราไมสามารถที่จะแกดวยตัวของเราเองได ติดล็อกเรื่อง ประชามติ ก็มีความจำเปนเรงดวนแลวก็ลาชามาพอสมควรนะครับ เขาประเด็นเลยครับ เปาประสงคเราจะแกไปเพื่ออะไร🔗

(เจาหนาที่ดำเนินการเปด Presentation)
นายภัณฑิล นวมเจิม กรุงเทพมหานคร

๑. คือกำหนดใหวันออกเสียง ประชามติตรงกับวันเลือกตั้งได คือไหน ๆ เราก็เสียสตางคจัดเลือกตั้งแลวนะครับ ทีเดียวเลยครับ ประหยัดงบประมาณ สรางแรงจูงใจใหคนออกมาใชสิทธิลงคะแนนมากขึ้น🔗

๒. เรื่องการสงเสริมการมีสวนรวมโดยการลงคะแนนแบบที่มีทางเลือก มากขึ้น อาทิเชน ทางไปรษณีย ในตางประเทศก็มีการทำกันแลวนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ สามารถใหยื่นขอออกเสียงประชามติไดทาง Online ที่ผานมา ก็คือมีปญหายังเปนระบบโบราณอยู ตองเอาไปปริ้นเปนกระดาษแลวก็รวบรวมมา ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ เพื่อจะนำเสนอตอ ครม. อันนี้ก็จะเปนอะไรที่สะดวกมากขึ้นสำหรับประชาชนนะครับ🔗

มีการออกแบบคำถามที่เขาใจงาย ทางเลือกคำตอบที่ครอบคลุม เพราะอะไรครับ มันมีปญหาครับที่ผานมา คำถามไมชัดเจนครับ เราจะเห็นจากเรื่องการออกเสียงประชามติ ป ๒๕๖๐ คำถามยาวมาก ไมชัดเจน ทำใหประชาชนเกิดความเขาใจผิด อาทิเชน ที่ประชุม รวมของรัฐสภา คือให สว. มารวมเลือกนายกดวยอยางนี้ ประชาชนธรรมดาเขาไมเขาใจครับ คำถามที่ดีไมควรเปน Double-barreled คือเปนคำถามที่ติดล็อกเงื่อนไข ๒ ชั้น บางทีเขา เห็นดวยกับการแกรัฐธรรมนูญ แตเขาไมเห็นดวยให สว. มาเลือกนายก แตคุณไปพวง ๒ คำถามเขาดวยกันอยางนี้ อันนี้ถือเปนคำถามที่แย ไมถูกตอง คำถามตองเขาใจงายสำหรับ ประชาชนนะครับ🔗

ปญหาขอที่ ๒ ประชาชนเขาอยากไดรัฐธรรมนูญใหมทั้งฉบับ อยากแกไข แตนี่มาเอาเรื่องประชามติเปนเงื่อนไขทำใหเกิดความลาชา ก็ขออภิปรายสนับสนุนครับ ตั้งกรรมาธิการใหเร็ว ทำใหเสร็จเร็ว ๆ แลวก็จะไดมีการออกเสียงประชามติเพื่อตัดสินใจไดวา เราจะยกรางใหมทั้งฉบับ ไมเอาแลวคำถามแบบยกรางใหม แตเวนหมวดนั้น หมวดนี้ มีเงื่อนไข มันงงครับ ประชาชนธรรมดาเขาอยากแกแบบไมมีเงื่อนไขครับ ลอง Test ดูสิครับ คำถามเมื่อประชาชนเขาอยากแกทั้งฉบับ ถาเผื่ออยากจะมีคำถามเพิ่มคุณก็มีคำถามที่ ๒ ได🔗

อีกประเด็นหนึ่งที่มีปญหาเยอะ คือเรื่องของ Double Majority ก็คือ เสียงขางมาก ๒ ชั้น มันเปนการรอนสิทธิคนที่เขาเห็นดวย เขาออกสิทธิออกเสียง คนที่ ไมมาออกสิทธิออกเสียงนี่จริง ๆ เราไมรูหรอกครับเขาเห็นดวยหรือไมเห็นดวยนะครับ มันไมสามารถเอาคะแนนของคนที่ไมมาออกสิทธิออกเสียงมารวมแลวตีความวาเปนเห็นดวย หรือไมเห็นดวยไดนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่อง Double Majority หรือเสียงขางมาก ๒ ชั้น ก็มีปญหาอยู สรุปนะครับคำถามควรสั้น มีความหมายชัดเจน คำตอบก็ไมควรจะล็อกอยู เฉพาะแคเห็นดวยหรือไมเห็นดวย อยางที่ทานพริษฐไดอภิปรายไปกอนหนานี้ อาทิเชน การออกจากสหภาพยุโรปของประเทศอังกฤษ คำถามนี้มันคือ Remain นะครับ คืออยู แตบางทีคนเขาใจผิด บางทีเห็นดวยไมไดแปลวาใชนะครับ เห็นดวยบางทีบางคนอาจจะ หลงผิดวาไมใชก็ได ขึ้นอยูกับการ Formulate หรือการตั้งคำถาม เพราะฉะนั้นเสนอใหมี การตั้งคำถามไดหลากหลายและครอบคลุมมากขึ้น ศึกษาแนวทางเกณฑการตัดสินของ การออกเสียงประชามติในเรื่องของ Single Majority ดวย ก็มีเถียงกันในรางของพรรคเพื่อไทย แลวก็รางของอื่น ๆ นะครับวา มันควรจะเปนเสียงมากกวา ๕๐ เปอรเซ็นตหรือไม หรือ ควรจะเปนเสียงขางมากแบบธรรมดา เพราะวามันก็จะมีการเปรียบเทียบกับการงดออกเสียง กับบัตรเสียดวยนะครับ เพราะฉะนั้นก็ยังเปนประเด็นที่จะตองถกเถียงกันอยู โดยรวม ก็อยากจะเสนอเห็นดวยใหมีการเปดโอกาสใหประชาชนไดมีชองทางในการเขาชื่อ แลวลงคะแนนที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ตอไปทานเชาวฤทธิ์ ขจรพงศกีรติ เชิญครับ🔗

นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศกีรติ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนทานประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศกีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังสังคมใหม ผมเห็นดวยกับรางพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติของทั้ง ๔ ราง ที่เสนออีกหลาย ๆ ทานครับ การออกเสียงประชามติคือ การนำรางรัฐธรรมนูญหรือนโยบายที่สำคัญของ ประเทศไปผานการตัดสินใจ เพื่อแสดงความเห็นชอบหรือไมเห็นชอบโดยประชาชน ผูเปนเจาของอำนาจอธิปไตย จึงนับวาเปนการเปดโอกาสใหประชาชนไดมีสวนรวมในการ ตัดสินใจ ผมเห็นดวยเปนอยางยิ่ง โดยเฉพาะในประเด็นการแกไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑ วรรคสาม ที่แกไขโดยกำหนดให หากมีการกำหนดวันเลือกตั้ง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรใหมเปนการเลือกตั้งทั่วไป หรือหากมีการกำหนดวันเลือกตั้ง สมาชิกสภาทองถิ่น ผูบริหารทองถิ่น เนื่องจากการดำรงตำแหนงครบวาระในชวงเวลา ใกลเคียงกันกับการออกเสียง อาจกำหนดใหวันออกเสียงเปนวันเดียวกันกับวันเลือกตั้ง การแกไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๒ ที่กำหนดใหการออกเสียงใหกระทำโดยใชบัตรออกเสียง หรือ การออกเสียงทางไปรษณีย หรือออกเสียงโดยเครื่องลงคะแนนเสียงอิเล็กทรอนิกส หรือทาง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือโดยวิธีอื่น ๆ และแกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๓ ที่กำหนดให ถือเสียงขางมากของผูมาออกเสียง โดยคะแนนเสียงขางมากตองมีจำนวนเสียงเกินครึ่งหนึ่ง ของผูมาออกเสียง และตองสูงกวาคะแนนเสียงไมแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น เนื่องจากในการจัดใหมีการเลือกตั้งหรือการออกเสียงประชามติในแตละครั้งนั้นใช งบประมาณแผนดินจำนวนมาก ซึ่งหากสามารถกำหนดใหเปนวันเดียวกันก็จะสามารถ ลดภาระงานและงบประมาณแผนดินลงไดเยอะพอสมควร และเราสามารถนำงบประมาณ แผนดินที่ไมไดใชไปกับการจัดการนั้นนำไปพัฒนาประเทศในดานอื่น ๆ ที่กอใหเกิดประโยชน แกพี่นองประชาชน ซึ่งดีกวาการนำงบประมาณแผนดินมาจมอยูกับการจัดการดังกลาว นอกจากนั้นหากการใชสิทธิออกเสียงในวันเดียวกันหรือวิธีการใชสิทธิออกเสียงรูปแบบอื่น ที่สรางความสะดวกใหกับพี่นองประชาชนมากกวาเดิม มากกวาเดินทางไปใชสิทธิออกเสียงที่ คูหา ก็จะเปนเรื่องที่ดีมากครับ เพราะชวยลดภาระใหแกพี่นองประชาชนที่ตองออกมาใช สิทธิออกเสียงหลายครั้ง เนื่องจากการออกมาใชสิทธิออกเสียงในแตละครั้งนั้น เปนภาระที่พี่นอง ประชาชนเปนอยางมาก ไมวาจะเปนปญหาการเดินทาง ปญหาการบริหารจัดการในพื้นที่ที่ ใชสิทธิออกเสียง ซึ่งทำใหเกิดความลาชาและไมสะดวก ทำใหพี่นองประชาชนบางคนไปใช สิทธิเลือกตั้ง ตั้งแตเชากวาจะเสร็จก็เปนเวลาเที่ยงก็มี โดยเฉพาะอยางยิ่งกับผูสูงอายุ บางครั้งบางคนถึงกับรอไมไหวจึงตัดสินใจกลับบานไปไมใชสิทธิออกเสียงก็มี เพราะมันใช เวลานานและเปนภาระเกินไป ดวยเหตุเหลานี้ผมเชื่อเปนอยางยิ่งวา รัฐบาลมีงบประมาณ และศักยภาพมากเพียงพอที่จะแกไขปรับปรุง รวมถึงวิธีการรณรงคใหพี่นองประชาชน ออกมาใชสิทธิออกเสียง การจัดใหมีการแสดงความคิดเห็นโดยอิสระและเทาเทียมกัน ทั้งผูที่ เห็นชอบและไมเห็นชอบในเรื่องที่จัดทำประชามติ และการตั้งคำถามชัดเจนเพียงพอใหพี่นอง ประชาชนเขาใจ ซึ่งหากรัฐบาลรณรงคและแกไขปญหาที่เกิดจากการใชสิทธิออกเสียง ในแตละครั้งผานมาได ไมวาจะเปนปญหาการเดินทาง ปญหาการบริหารจัดการ ปญหาการ ลงคะแนนเสียง ความยุงยากซับซอนตาง ๆ โดยทำใหเกิดความสะดวกสบาย ไมเสียเวลามาก เกินไป ไมกอใหเกิดความเดือดรอนแกพี่นองประชาชนและทำใหการใชสิทธิออกเสียง กลายเปนเรื่องงายที่เขาใจไดแกทุกคนที่มีสิทธิออกเสียง ซึ่งหากแกไขปรับปรุงปญหาเหลานี้ได ผมเชื่อวาจะมีพี่นองประชาชนออกมาใชสิทธิลงประชามติเปนจำนวนมากครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ อีก ๒ ทานนะครับ ทานแรก ทานไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต ทานที่ ๒ ทาน กันตพงษ ประยูรศักดิ์ เชิญทานไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต เชิญครับ🔗

นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนทาน ประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปูอัด ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต สมาชิกสภาผูแทนราษฎร เขตจอมทอง ยกเวนแขวงบางขุนเทียน เขตบางขุนเทียน (เฉพาะแขวงทาขาม) พรรคไทยกาวหนา ทานประธานครับ สไลดขึ้นไดเลยครับ🔗

(เจาหนาที่ดำเนินการเปด Presentation)
นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต กรุงเทพมหานคร

เพราะวาเรื่องนี้เปน อีกเรื่องหนึ่งที่ผมตองพูดในสวนของคำถามประชามติ เพราะวายังมีในสวนที่ภาคประชาชนนั้น ยังคงคลางแคลงอยูแนนอนในสวนของคำถาม ทานประธานครับ การยื่นแกไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ หมวด ๑ บททั่วไป หมวด ๒ หมวดพระมหากษัตริย และหมวด ๑๕ ผมยืนยันวา การทำประชามติตองสามารถตั้งคำถามกับประเด็นนี้ได ถามวาทำไมปูอัดถึงมาพูดเรื่องนี้ ก็เพราะ ครม. ออกมาวงเล็บไวแลว วงเล็บวาอะไรครับ วาจะแกไขทั้งฉบับโดยไมแตะ หมวด ๑ หมวด ๒ ยังไมทันถามประชาชนเลยทานประธาน กลัวอะไรกันแลวครับ คือวันนี้ เราจะมาตั้งคำถามประชามติกันกอน เพราะฉะนั้นผมยืนยันชัดเจนนะครับทานประธานวา คำถามประชามติตองเปดกวาง เพราะฉะนั้นในคณะกรรมาธิการนั้นผมฝากฝงจริง ๆ ทานประธานวา คำถามประชามติควรจะตรงไปตรงมา แลวก็เปดกวางไปเลยเหมือนที่ ภาคประชาชนยื่นเสนอรายชื่อเขามาตอรัฐสภา นี่เปนสวนสำคัญมากครับ และสิ่งตอมาก็คือในสวนของ พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ มาตรา ๑๔ วรรคสาม เขียนแบบนี้ทานประธาน เปนการจำกัดสิทธิเสรีภาพการแสดง ความคิดเห็นตอการเผยแพรขอมูล ตรงนี้มีปญหาตั้งแตป ๒๕๕๙ แลว ถูกอุมกันมาแลว ตอนที่ยังไมมีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ อันนี้ก็ตองฝากกรรมาธิการวาควรจะเปดกวาง เพราะวาอะไร วันนี้กรรมาธิการควรจะเสนอแบบนี้เลยครับทานประธาน วาควรจะมีเวที สาธารณะกอนการทำประชามติโดยไมชี้วาซายหรือขวา แตตองเปดใหองคความรู กับพี่นองประชาชนวาถาเลือก A เลือก B จะไดอะไรเกิดขึ้น นี่เปนสวนสำคัญที่ฝากทาง กรรมาธิการนั้นควรจะตองแกไขในสวนตรงนี้ใหชัดเจนเพื่อเปดสิทธิเสรีภาพใหกับพี่นอง ประชาชน และสิ่งตรงนี้ครับทานประธานมันเชื่อมไปตอถึงอะไร มันไปถึงคำถามพวง ทานประธานผมจะชี้ใหดูวาคำถามพวงป ๒๕๕๙ มันเกิดปญหาอะไร ผมอานใหพี่นอง ประชาชน แลวก็ทานประธานฟงชา ๆ ชัด ๆ เลยครับ ทานเห็นชอบหรือไมวาเพื่อใหเกิด การปฏิรูปประเทศ เกิดความตอเนื่องตอแผนยุทธศาสตรชาติ สมควรกำหนดไวในบทเฉพาะกาล วาในระหวาง นี่นะครับ ๕ ปแรกนับแตวันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ใหที่ประชุม รวมกันของรัฐสภาเปนผูพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรไดรับแตงตั้งเปน นายกรัฐมนตรี ผมถามพี่นองประชาชนตาดำ ๆ อานหนอยครับวา โอโฮ อันนี้รูไดอยางไรวา มี สว. จะมาเลือกนายก มันบอกตอนไหน อันนี้มันสอดไสชัด ๆ ยิ่งกวายูโรคัสตารดเคกอีก ทานประธาน อันนี้คือสิ่งสำคัญที่คำถามพวงแบบนี้นี่ใชไมไดเลย วันนี้ตองฝากกรรมาธิการ จริง ๆ ที่จะตั้งขึ้นมา ผมรูสิครับวาวันนี้รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ทุกคนก็อยากแกไข แตแกไขอยางไรละใหประชาชนไดผลประโยชนสูงสุด แตจะแกไขอยางไรละใหภาคประชาชน รูสึกวาเขาเปนอำนาจที่สูงสุดในประเทศไทย เพราะฉะนั้นทายที่สุดแลวทานประธาน คำถาม พวงเปนวาระสำคัญอีก ๑ อยางมาก ที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสรางกฎหมายสูงสุดของประเทศนี้ และทายที่สุดครับทานประธาน วันนี้ทุกพรรคก็ตองการแกไขรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ผมก็หวังวาจริง ๆ วาทายที่สุดคำถามประชามติจะเปดกวางและตรงไปตรงมา ใหประชาชน ผูทรงอำนาจสูงสุดเปนคนตัดสิน ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ตอไปทานกันตพงษ ประยูรศักดิ์ เชิญครับ🔗

นายกันตพงษ ประยูรศักดิ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนทานประธาน ที่เคารพ ผม อ.เอท กันตพงษ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขต เขตมีนบุรี สะพานสูง วันนี้ขอรวมอภิปรายเรื่องของ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวของกับประชามตินะครับ ประชามติ ภาษาอังกฤษเรียกวา Referendum หรืออีกคำหนึ่งเราเรียกวา Public Vote ถาเกิด เอารวม ๆ กันหลายตัวนี้มันจะยาว วันนี้ อ.เอท ขอใชคำสั้น ๆ ครับ คือคำวา Vote ซึ่งก็ แปลวาการออกเสียงนะครับ ๔ ตัวอักษรครับ VOTE ขออนุญาตเริ่มเลยครับ🔗

ตัวแรก คือตัว V V ในที่นี้คือคำวา Vital Vital แปลวา ความสำคัญ อ.เอท ขอเนนที่มาตรา ๑๑ คำถามควรจะเนนวามันมีความสำคัญมากนอยแคไหนครับ ที่ผาน ๆ มา คำถามเมื่อสักครูนี้ สส. ปูอัดไดพูดไปแลวชัดเจนครับวา คำถามที่เปนคำถามพวงไมควร เกิดขึ้น และคำถามที่ไมควรใชกับประชามติก็เกี่ยวกับเรื่องของการเงิน เกี่ยวกับเรื่องของ สนธิสัญญาตาง ๆ ระหวางไทยกับประเทศอื่น แลวก็เปนคำถามที่เกี่ยวของกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ไมควรถามครับ ทีนี้ถาเปนคำถามทั่ว ๆ ไปเราก็ถามไดและควรจะเปนคำถามที่งาย ๆ ไมควรที่จะพวง เนื่องจากอะไรครับ ป ๒๕๕๙ ชัดเจนครับ คำถามมีพวงใชไหมครับ เมื่อสักครูนี้ และตองไมโนมนาวนะครับ มีการโนมนาว เพื่อเปนการทำตามยุทธศาสตรชาติ จึงจำเปนตองมีคณะรัฐสภา ก็คือพูดงาย ๆ สว. กับ สส. มาชวย เลือกใครครับ เลือกนายกรัฐมนตรี เลยเปนที่มาของสิ่งที่เรากำลังแกกันอยูในปจจุบัน เพราะฉะนั้น ตัวแรกคือตัว V Vital คำถามตามมาตรา ๑๑ ควรจะงาย ๆ Make it Simple ทำใหงาย ๆ เขาไวนะครับ🔗

ตัวที่ ๒ คือตัว O O คืออะไรครับ O คือ Open Opportunity หรือ เปดโอกาสใหพี่นองประชาชน อันนี้ตามมาตรา ๑๖ ชัดเจนมากครับ เราตองเปดโอกาส ใหพี่นองเขามามีสวนรวมในการที่จะทำประชามติ แตที่ผานมาในป ๒๕๕๙ เชนกัน เราก็จะ เห็นวาคนที่เห็นตางจากเราอาจจะโดนเขาคุกบาง โดนจับบาง นี่คือสิ่งที่ไมควรจะเกิดขึ้น ในผืนแผนดินบานเราถูกไหมครับ นี่คือตัวที่ ๒ คือตัว O ควรที่จะใหโอกาสเขา บางครั้งคำวา มายาคติ หรือคำพูดบางอยางครับ รับไปกอนแกทีหลัง สุดทายก็แกไมได ก็ผิดตาม มาตรา ๖๘/๑ สุดทายก็ไมมีการทำไดอยูดีนะครับ หรือแลว ๆ ไป เดี๋ยวคอยวากัน อันนี้ ไมควรที่จะมีขึ้นในประเทศไทยของเรา นี่คือตัวที่ ๒ ครับ ตัว O🔗

ตอมาเปนตัว T T คืออะไรครับ T คือ Timeline หรือเวลา วันนี้ขออนุญาต เลาครูเดียวครับวา Timeline ของประชามติมีมาตั้งแตป ๒๔๙๒ ครับ ณ ปจจุบันนี้ ๗๕ ป ก็พอ ๆ กับเรามีรัฐธรรมนูญนะครับเรามีประมาณเกือบ ๆ ๙๐ ปนะครับ ฉะนั้น ๗๕ ป ถามวาตั้งแตป ๒๔๙๒ มาถึงปจจุบันนี้เราเคยมีการทำประชามติทั้งหมดกี่ครั้ง คำตอบ ๒ ครั้ง ก็คือป ๒๕๔๙ ๑ ครั้ง แลวก็ป ๒๕๕๙ ๑ ครั้งครับ ในชวงป ๒๕๔๙ เรามีการทำรัฐประหาร เลยจำเปนตองมีการทำประชามติ แลวก็ทำแบบ Single Majority ดวย ก็หมายความวา อยางไรครับ ก็คือครั้งเดียวล็อกเดียว ผาน พูดงาย ๆ ขออนุญาตใชคำงาย ๆ ครับ คือ ๑ ล็อก เกิน ๕๐ เปอรเซ็นต ก็ผานไดเลยทันที พอป ๒๕๔๙ ผานไป ป ๒๕๕๒ ก็เปลี่ยน พ.ร.บ. มาอีกครับ ก็บอกวาตองเปนแบบ Double หรือเปนการล็อก ๒ ชั้น แตก็ไมมีการทำ ประชามติในชวงนั้น พอป ๒๕๕๗ เกิดรัฐประหาร เปลี่ยนรัฐธรรมนูญอีก เปลี่ยนปุบ ในป ๒๕๕๙ มีการทำประชามติ ก็เปนการปรับมาเปน ๑ ล็อกอีก ก็คือ Single Majority ทานเห็นไหมครับวามีการปรับไปปรับมา เสร็จหลังจากป ๒๕๕๙ ครับ พอมาป ๒๕๖๔ ก็เปลี่ยนมาเปนแบบ Double Majority ก็คือเปนการทำแบบ ๒ ชั้นขึ้นมาอีก มันก็เลยมา เปนที่มาของวันนี้ ป ๒๕๖๗ ตกลงเราจะเปลี่ยนกี่ชั้นกันแน อ.เอท สวนตัวไมไดมีความเห็นที่ ตอตานกับ Double Majority เพราะอะไร เพื่อน ๆ หลายทานพูดไปเยอะมากแลววา Double Majority นอกจากจะเปนเรื่องที่สำคัญแลว เรื่องทองถิ่นก็เปนสิ่งที่สำคัญ เชน สมมุตินะครับ เราจะทำการบางอยาง ขุดถนน หรือทำเขื่อนผานจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง หรือที่ใดที่หนึ่ง ก็ควรจะใหคนทองถิ่นเขามามีสวนรวม ถาเกิดเปนมากกวา ๕๐ เปอรเซ็นต และเห็นดวยแบบ Double Majority หรือกึ่งหนึ่ง ๒ ชั้น หรือล็อก ๒ ชั้น ก็เปนสิ่งที่ดี แตในที่นี้เรากำลังทำประชามติ ตองงาย ๆ เขาไว ใหคนเขาใจ ในฐานะที่ อ.เอท ก็เปนคุณครู เราอยากจะใหนักเรียนหรือทุกคนเขาใจแบบงาย ๆ🔗

และตัวสุดทายครับ VOTE ตัว E สุดทายครับ คือคำวา Empower Empower คืออะไรครับ Empower แปลวา คืนอำนาจ คืนอำนาจใหกับประชาชน ใหเขาไดมีสิทธิในการที่จะเลือก หรือในการที่จะใหความเห็นในประเทศของเขาถูกไหมครับ เพราะปจจุบันนี้การที่เราจะคืนอำนาจใหเขา มันมีการทำแบบเดียวนั่นเอง ก็คือการเลือกตั้ง ซึ่งที่ผานมาถาเราจะเปลี่ยน ที่เรามาคุยประชามติวันนี้เพราะอะไรครับ เพราะเราตองการ ที่จะไดรัฐธรรมนูญใหมถูกไหมครับ ซึ่งการที่จะไดรัฐธรรมนูญใหมตองมีการทำประชามติ อยางนอย ๆ ก็ ๓ ครั้งที่เราไปดูมาตามรัฐธรรมนูญใชไหมครับ ครั้งแรกก็คือ เอา ไมเอา ครั้งที่ ๒ ก็คือ ถาเกิดมีการผานรางของ ๒๕๖ แกไขเสร็จปุบ ผานเสร็จก็ตองถามอีกรอบ แลวครั้งที่ ๓ ก็คืออะไรครับ มีรางของ สสร. ทำขึ้นมา ก็ตองมาโหวตกันใหม เพราะฉะนั้น ๓ รอบนี้แคเห็นดวย ไมเห็นดวย แคนั้นเองครับ ไมจำเปนตองมีคำถามอะไรพวงมาใหพี่นอง เขาสับสนในการทำประชามตินะครับ และนี่คือ VOTE🔗

สุดทายครับ สุดทาย อ.เอท อยากที่จะเห็นประชามติ คือการคืนสิทธิ คืนเสียงใหกับประชาชน ไมใชแคพิธีกรรม เพื่อมาสืบทอดอำนาจของใครบางคนอีกตอไป ขอบพระคุณครับ Respect🔗

นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ตอไปทานจำลอง ภูนวนทา เชิญครับ🔗

นายจำลอง ภูนวนทา กาฬสินธุ

กราบเรียนทานประธาน สภาผูแทนราษฎรที่เคารพ กระผม จำลอง ภูนวนทา สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัด กาฬสินธุ เขต ๓ หวยเม็ก หนองกุงศรี ทาคันโท ดวยความเคารพทานประธาน ผมเปนหนึ่ง คนที่เฝาติดตามการแกรัฐธรรมนูญ เปนหนึ่งคนที่เวียนวายอยูแถวสภา แตไมใชในฐานะ ผูแทนราษฎรนะครับ ตั้งแตป ๒๕๒๓ ในฐานะสื่อฝกหัด ทานประธานครับ การทำประชามติ มีมาหลายยุคหลายสมัย ผมจะไมเทาความถึงเรื่องเกา ๆ ที่ผานมา จะขอพูดในประเด็น ที่ไมเหมือนเพื่อน ๆ สมาชิกที่อภิปรายไปแลวนะครับ ไมเหมือนเลยครับ ทานประธานครับ การเมืองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขนั้น ในระบอบ ประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญตองออกมาเพื่อประชาชน โดยประชาชน และเปนของประชาชน การทำประชามติทุกครั้งที่ผมไดสัมผัสนะครับ รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๔๐ ป ๒๕๕๐ ป ๒๕๖๐ เราไดอะไรครับทานประธาน ทำประชามติแลวไดอะไร ถามวาผมคัดคานไหม ผมไมคัดคานครับ ผมยอมรับเสียงขางมาก Majority วาเอาอยางไร ผมเอาดวย ใหความเคารพครับ แตผมอยากจะกราบเรียนถามทานประธานดวยความเคารพวา ทำแลวไดอะไร ถึงวันหนึ่งมีรัฐธรรมนูญออกมาแลวเปนอยางไรครับทานประธาน กี่ฉบับแลว ฉีกแลวฉีกเลา สำหรับผมความคิดสวนตัวในฐานะเปนนักรัฐศาสตรดวย แลวก็อานกฎหมายได ดูกฎหมายเปน สรรพสิ่งเกี่ยวกับบริบทของรัฐธรรมนูญไทยนั้นจะมาจากประชาชน หรือมาจากสมาชิกสภาผูแทนราษฎรโดยผานความเห็นชอบจากสภาอันทรงเกียรติแหงนี้ จะวิเศษวิโสแคไหนก็ตาม โดยสวนตัวผมแลวผมมองวาความสำคัญที่สุดของรัฐธรรมนูญไทย ของการแกไขรัฐธรรมนูญ ของการทำประชามติ ผมก็อยากฝากถึงกรรมาธิการที่จะมีขึ้น ทานจะใสขอมูลหรือใสองคความรูตรงไหนลงไปใหประชาชนไดเขาใจวาเจตจำนงรวมที่ มอบใหกับบริบทของสังคมไทยไปนั้นจะไมถูกฉีก และเราจะยอมรับนอมรับ และจะปองกัน เจตจำนงรวมที่มอบใหกับสังคมไทยไปอยางไร เชนยกตัวอยาง มีการฉีกรัฐธรรมนูญ ผูที่ออกเสียงประชามติ จะ Action อยางไร จะแสดงทาทีอยางไรกับการกระทำนั้น นี่คือ เรื่องสำคัญที่สุดของการแกรัฐธรรมนูญ สำหรับผมแลวรัฐธรรมนูญจะมาแบบไหน จะอยางไร ที่ผมกราบเรียนทานประธานก็คือวา มันผานประชามติมาเกือบทุกฉบับ หรือวาเกือบทุกฉบับ เลยก็วาไดครับ แตก็ถูกฉีก ไมวาจะเปนป ๒๕๔๐ ป ๒๕๕๐ ป ๒๕๖๐ แลวก็ขอแตะเรื่องที่ กำลังจะผานไปนะครับ การเลือกตั้ง สว. ผูสมัคร สมัครเขาไปเพื่อเลือกเพื่อนเปน สว. ก็เปน เรื่องแปลก แตวาก็ไมเปนไรในเมื่อกฎหมายเขียนไวอยางไรก็ตองยอมรับในบริบทหรือ ในกฎกติกาที่เขารวมกัน และวันนี้ผมในฐานะที่เปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรภายใตกฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. ๒๕๖๐ เขารวมกติกานี้ และทานสมาชิกทุกคนที่นั่งในหองนี้ก็มา บนกติกาเดียวกัน ผมถึงกราบเรียนทานประธานในตอนตนวา เรามีความสำคัญอยางไร ตองทำประชามติ แลวก็เรียนทานประธานตอไปวา ผมไมขัดของที่จะนอมรับเสียงขางมาก และไมขัดแยงวาไมเห็นดวย ผมยอมรับทั้ง ๔ ราง โดยเฉพาะทานอาจารยชูศักดิ์ ซึ่งเปนอาจารยของกระผมเอง แตไมใชวาเห็นดวยเพราะวาเปนอาจารยนะครับ เห็นดวย เพราะวาในเนื้อหาสาระที่ผมไดศึกษาแลว ไดอานแลวจากที่ทางสภาไดสงไป เพราะฉะนั้น ประเทศไทยปกครองดวยสถาบันหลักของชาติจะตองไมถูกแตะ ไมวาจะเปน สถาบัน พระมหากษัตริยซึ่งผมใหความเคารพยำเกรงและศรัทธามาตั้งแตเกิด เพราะฉะนั้น ผมอยากจะฝากทานกรรมาธิการถาหากจะทำรางประชามติ ไดโปรดนะครับ อยาเสี่ยงในหมวด ๑ หมวด ๒ เพราะประเทศไทยเปนรัฐเดี่ยวนะครับ แบงแยกไมไดครับ ทานประธานครับ บริบท ของสังคมไทยที่ผานมาขาดจิตสำนึกครับทานประธาน เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะยอนไปถึง ผูที่รับผิดชอบดวยการกลอมเกลาบุคลากรของชาติ คือ กระทรวงศึกษาธิการครับ กอนที่จะทำ ประชามติตองใชเวลานาน ตองสรางจิตสำนึก เด็กตองไมกาวราว เคารพสิทธิคนอื่น แลวก็ นอมรับฟงความคิดเห็นคนอื่น อยางผมถามวา ผมเห็นดวยไหมกับรางประชามติ ผมเห็นดวย แตผมมีคำถามทานประธาน นิดเดียววา เราจะปองกันการฉีกรัฐธรรมนูญไดอยางไร สำหรับผมแลวผมนำเสนอทาน ประธานไปแลว เสนอแนวความคิดของผมไปแลววา เราควรจะสรางจิตสำนึกใหผูออกเสียง ประชามติวา หากแกรัฐธรรมนูญแลว มีการฉีกรัฐธรรมนูญ เราตองออกมาตอสูไมใหมีการฉีก รัฐธรรมนูญ ทานประธานครับ พูดถึงเรื่องการปฏิวัติรัฐประหาร ผมคนหนึ่งที่ไมเห็นดวย แตความเปนชาติบานเมือง ความรักชาติรักสถาบันมาอันดับหนึ่ง และอยากเห็นชาติไทย มีอัตลักษณของชาติที่มั่นคง เพราะฉะนั้นสรุปสุดทายนะครับทานประธาน ผมเห็นดวย รางประชามติทั้ง ๔ ราง ทั้งของ ครม. ของทานอาจารยชูศักดิ์ ของพรรคภูมิใจไทยและของ พรรคกาวไกล แตผมฝากทานประธานอยูเรื่องเดียว คือเรื่องจิตสำนึกและการปองกัน ประชามติที่ออกมาแลวไมถูกฉีกอีก ถาถูกฉีกอีกเราทุกคนตองรวมกัน จับมือกันเดินแลวสู เพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยใหมั่นคงครับ ขอบคุณครับทานประธาน🔗

นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับอีก ๒ ทานนะครับ ทานแรกทานสรวีย ศุภปณิตา ทานที่ ๒ ทานฉัตร สุภัทร วณิชย เชิญทานสรวีย ศุภปณิตา เชิญครับ🔗

นายสรวีย ศุภปณิตา ปทุมธานี

กราบเรียนทานประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสรวีย ศุภปณิตา ผูแทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคกาวไกล เขต ๑ วันนี้ ขออภิปรายสนับสนุนรางพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประชามติ ทั้ง ๔ ฉบับ โดยเฉพาะฉบับ ของทานพริษฐแหงพรรคกาวไกลครับ ประชามติตองทำเพื่อประโยชนสุขของพี่นอง ประชาชน และเปนความหวังของพี่นองประชาชนโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ไดรับขาวสาร ที่ตรงไปตรงมาเพื่อพี่นองประชาชนไดตัดสินใจลงมติเปนแบบมีความหวังและมิไดถูกหลอก ใหตัดสินใจ ยกตัวอยาง เมื่อกอนจะประกาศใชรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ประชาชนเสียง สวนใหญแตกออกเปน ๒ ฝาย ฝายที่คัดคานไมเห็นดวย แสดงประชามติโดยวิพากษวิจารณ ไมได ถูกปดกั้น แตฝายที่สนับสนุนไดอภิปรายสงเสริมกันอยางกวางขวาง อันนี้เปนสิ่งที่ตอง ทำใหเปนกลางและถูกตองชอบธรรมตามเจตนารมณของพี่นองประชาชนเปนเสียง สวนใหญ และประชาชนผูมีสิทธิออกเสียงไดแสดงความคิดเห็นกันในรัฐธรรมนูญตั้งแต รัฐปราบปรามไมใหแสดงความคิดเห็น สวนฝายสนับสนุนรัฐก็ปลอยอยางที่วาไวนะครับ รางแกไขฉบับนี้มีกำหนดใหวัน เวลาที่เหมาะสม เชน มาตรา ๙ ของรางพระราชบัญญัตินี้ กำหนดใหระยะเวลาอันสมควรไมเร็วกวา ๙๐ วัน และไมชากวา ๑๒๐ วัน นับแตวันที่ไดรับ แจงจากประธานรัฐสภาหรือวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ แลวแตกรณี และมาตรา ๙ แหง พระราชบัญญัติดังกลาวนี้ไดแกไขไปในทางบัญญัติใหคณะรัฐมนตรีอาจจะกำหนดให ออกเสียงไดแตกตางจากกฎเกณฑได เชน ตองไมเร็วกวา ๖๐ วัน และไมชากวา ๑๘๐ วัน นับแตวันที่ไดรับแจงจากประธานรัฐสภาหรือคณะรัฐมนตรี แลวแตกรณี รางพระราชบัญญัติ ฉบับแกไขนี้ไดวางกรอบการใชงบประมาณอยางคุมคาตอภาษีของราษฎร คือกำหนดให ออกเสียงประชามติวันเดียวกับเลือกตั้งใด ๆ ก็ได โดยที่ไมตองสิ้นเปลืองงบประมาณซ้ำซอน และรางพระราชบัญญัติฉบับนี้ของพรรคกาวไกลเปดโอกาสใหประชาชนไดเขาชื่อกัน ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ เพื่อเสนอประชามติทางสื่ออิเล็กทรอนิกสไดดวยครับ ประเด็นกฎหมาย ที่เปนธรรมและประเทศตองเดินไปขางหนาโดยไมติดขัด ก็คือแกกติกาเรื่องเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ถึง ๒ ชั้นครับ Double Majority ไมเหมาะกับประเทศไทยครับ ควรใชเปนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ชั้นเดียว ประเทศจะไดเจริญไปขางหนาและเจริญยั่งยืนมั่นคงไมติดขัดครับ เนื่องจาก กฎหมายลงประชามติเดิมนั้นใหออกเสียงตองลงมติถึง ๒ ชั้น ตองเกินกึ่งหนึ่งของผูมี สิทธิออกเสียง แลวยังตองเกินกึ่งหนึ่งของผูมาใชสิทธิ เปนเสมือนรอนสิทธิของผูที่มีสิทธิ ตามกฎหมายในการออกเสียงนี้เปนการถวงความเจริญของชาติ จึงเห็นควรใหเกิน กึ่งหนึ่งของผูมาใชสิทธิออกเสียงเพียงชั้นเดียวนั้นชอบแลว และตองใหประชาชนไดรับ ขาวสารเผยแพรขอเท็จจริงที่เปนกลางในเรื่องที่จะออกเสียงประชามตินั้นตามเจตนารมณ ของพี่นองประชาชนครับ ไมเผยแพรขาวสารไปในลักษณะชี้นำใหลงคะแนนไปในทางที่ รัฐบาลตองการเพียงฝายเดียว ดังเชนที่ยกตัวอยางในป ๒๕๖๐ เรื่องรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ที่ใหประชาชนรับไปกอน แลวแกไขทีหลัง เห็นไหมครับวาขณะนี้แกไขยากลำบาก แคไหน เพื่อประโยชนสุขของพี่นองประชาชน และประโยชนอันสูงสุดของการบริหารราชการ แผนดิน จึงเห็นสมควรใหแกไขพระราชบัญญัติลงมตินี้ตามรางของทั้ง ๔ ฉบับ โดยเฉพาะ พรรคกาวไกล เห็นควรใหสนับสนุนรางนี้ ขอบคุณครับ ทานประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ตอไปทานฉัตร สุภัทรวณิชย เชิญครับ🔗

นายฉัตร สุภัทรวณิชย นครราชสีมา

เรียนทานประธานที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกทุกทานครับ กระผม ฉัตร สุภัทรวณิชย ผูแทนราษฎรนครราชสีมา เขต ๑ แมยาโม พรรคกาวไกล วันนี้ผมมีความตั้งใจอยางยิ่งที่จะรวมอภิปรายสนับสนุนการยื่นราง พระราชบัญญัติประชามติเขาสูสภาผูแทนราษฎร การยื่นรางพระราชบัญญัติประชามตินี้ พรรคกาวไกลไดยื่นเพื่อเสนอใหมีการปรับปรุงกติกาขอบังคับการออกเสียงประชามติ ใหมีความเปนธรรม อำนวยความสะดวกใหประชาชนไดใชสิทธิออกเสียงประชามติไดสะดวก มีประสิทธิภาพและเขากับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น ทุกทานทราบไหมวาการลงประชามติ มีความสำคัญอยางไร การลงประชามติเปนกระบวนการที่เปดโอกาสใหประชาชนมีสวนรวม ในการตัดสินใจเกี่ยวกับประเด็นสำคัญ ๆ ของประเทศ โดยในกระบวนการลงประชามติ ควรเปนไปอยางโปรงใส ยุติธรรม และมีการสนับสนุนใหประชาชนเขาถึงขอมูลอยางทั่วถึง เพื่อใหพวกเขาสามารถตัดสินใจอยางมีเหตุผลและมีประสิทธิภาพ มีหลายประการ ที่พรรคกาวไกลไดเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ ผมขออนุญาตทานประธานหยิบยก ประเด็นที่นาสนใจที่เปนประโยชนตอพี่นองประชาชน โดยเฉพาะอยางยิ่งเรื่องการมีสวนรวม ของประชาชนมาสัก ๓ ประเด็น ดังตอไปนี้🔗

ประเด็นแรกเลยแนนอนเปนเรื่องของ Double Majority รางพระราชบัญญัติ ประชามติของพรรคกาวไกลฉบับนี้ไดเห็นถึงความสำคัญของการลงคะแนนเสียง โดยไดเสนอ ใหมีการปรับแกกติกาในเรื่องของการผานประชามติ ใหประชามติถือวาผานตอเมื่อมีเสียง ของผูลงคะแนนเกิน ๕๐ เปอรเซ็นตของผูมาใชสิทธิ ขีดเสนใตคำวา ของผูมาใชสิทธิ เพื่อเคารพตอเสียงของผูมีสวนรวมในการลงคะแนนประชามติเปนสำคัญ เพื่อนสมาชิก หลายคนไดพูดถึงเรื่อง Double Majority Single Majority ผมเองก็มีความเห็นวาหากเราเอา Double Majority ออกไปนั้น จะยิ่งเปนการเพิ่มการมีสวนรวมของพี่นองประชาชน ใหคนได ออกมาใชสิทธิ มาแสดงเสียงของเขา ไมวาเห็นดวย หรือไมเห็นดวย หรือจะงดออกเสียง แตตองมารวมกันแสดงประชามติ มาออกเสียงของเขาครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ เรื่องการกำหนดเขตออกเสียงประชามติ การลงประชามติ ตองการใหประชาชนผูมีสวนไดสวนเสียโดยตรงมีสวนรวมและไดรับความสะดวกทั่วถึงในการ ลงประชามติมากที่สุด จึงสนับสนุนใหการปรับแกใหมีการกำหนดเขตออกเสียงประชามติใหม จากเดิมที่มีแคเขตจังหวัดเพียงอยางเดียว เปนการกำหนดใหมีเขตออกเสียงในเขตประเทศ เขตจังหวัด เขตอำเภอ เขตตำบล เขตหมูบาน หรือเขตอื่น ๆ ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข กกต. กำหนด เพื่อสงเสริมใหการเขาถึงประชาชนไดอยางทั่วถึงในทุกพื้นที่ ประชาชนทุกคนมีสวนรวม🔗

และประเด็นที่ ๓ การเสนอเขาชื่อ การเสนอคำถามประชามติชองทาง Online ทานอยากใหพี่นองประชาชนมีสวนรวมมากยิ่งขึ้นไหมครับ ในสังคมปจจุบันชองทาง Online เปนชองทางที่ประชาชนสามารถเขาถึงขอมูลไดอยางแพรหลาย ครอบคลุม แลวก็รวดเร็ว ดังนั้นการเชิญชวนพี่นองประชาชนรวมการเขาชื่อ การเสนอคำถาม การลงประชามติผานชองทาง Online จึงเปนชองทางที่สะดวกและรวดเร็วตอประชาชน พรรคกาวไกลจึงสนับสนุนใหมี การลงประชามติผานชองทาง Online ได และสิ่งสำคัญที่สุดในการลงประชามติ คือการที่ ประชาชนไดมีสวนรวมในการตัดสินใจ พรรคกาวไกลเห็นความสำคัญของหลักการการมีสวนรวม ของประชาชน ผมไดไปเก็บรวบรวมขอมูลที่จะมีประโยชนและอยากจะนำเสนอตอสภาแหงนี้ ในกระบวนการลงประชามตินะครับ เราควรจะสนับสนุนให🔗

ประการแรกเลยครับ การใหขอมูลที่ถูกตองและเปนกลาง ประชาชนควร ไดรับขอมูลที่ถูกตองครบถวนและเปนกลางจากทุกฝายที่เกี่ยวของ ไมวาจะเปนจากรัฐบาล ฝายสนับสนุน หรือฝายคัดคาน การใหขอมูลนี้ควรรวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ทั้งในทางบวกและทางลบ เพื่อใหประชาชนสามารถพิจารณาไดอยางรอบคอบถี่ถวน และครบถวนรอบดาน🔗

ประการที่ ๒ การเขาถึงขอมูลอยางทั่วถึง ในสังคมปจจุบันการสื่อสาร เปนไปไดอยางรวดเร็วและหลากหลาย ดังนั้น การสื่อสารที่ดีควรมีหลากหลายชองทาง เชน สื่อ Online วิทยุ โทรทัศน และสื่อสิ่งพิมพ เพื่อใหขอมูลเขาถึงประชาชนทุกกลุม ไมวาจะเปนในเมืองหรือในชนบท ไมวาจะเปนที่ไหนหรือเวลาใด ควรมีการเปดเวทีสาธารณะ เสวนาใหประชาชนในชุมชนมีสวนรวมมากยิ่งขึ้น รับรูขอมูลทั่วถึงมากยิ่งขึ้นครับ🔗

ประการที่ ๓ ความชัดเจนในประเด็นที่ลงประชามติครับ คำถามหรือประเด็น ที่ประชาชนตองลงคะแนนควรมีความชัดเจน เขาใจงายและไมซับซอน เพื่อใหประชาชน สามารถเขาใจไดโดยงายและตัดสินใจไดอยางมีเหตุผล🔗

ประการที่ ๔ สำคัญมากครับ การสงเสริมการมีสวนรวมอยางเทาเทียม รัฐบาลและองคกรที่เกี่ยวของควรสงเสริมใหประชาชนทุกกลุม ทุกเพศ ทุกวัย และทุกชนชั้น มีสวนรวมในการลงประชามติอยางทั่วถึง ทั้งยังอำนวยความสะดวกในการลงคะแนน เชน การเปดหนวยเลือกตั้งในหลาย ๆ ที่ การอนุญาตใหลงคะแนนผานไปรษณีย และแนนอน โดยเฉพาะอยางยิ่งในชองทาง Online🔗

ประการที่ ๕ การรณรงคและอภิปรายที่เปนธรรม ทั้งฝายที่สนับสนุน และฝายที่คัดคานควรมีโอกาสที่เทาเทียมในการรณรงคและเสนอความคิดเห็น ควรมีกฎเกณฑที่ชัดเจนในการรณรงค เพื่อปองกันการใชทรัพยากรอยางไมเปนธรรมและ การกระทำที่ไมโปรงใส🔗

ประการที่ ๖ การปองกันการแทรกแซงจากภายนอก นอกจากการรณรงคแลว ควรมีมาตรการในการปองกันการแทรกแซงจากภายนอกที่อาจมีผลตอการตัดสินใจของ ประชาชน เชน การใชขอมูลบิดเบือน หรือการแทรกแซงผานสื่อสังคม Online🔗

ประการที่ ๗ การสนับสนุนทางกฎหมายและการจัดการที่เหมาะสม ควรมีกฎหมายและระเบียบ ขอบังคับที่สนับสนุนการจัดการประชามติอยางโปรงใส และยุติธรรม การจัดการประชามติควรเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ ทั้งในดานการจัดการ การลงคะแนน การนับคะแนน และการประกาศผล🔗

สุดทายแลว ประการที่ ๘ การนับคะแนนและประกาศผลอยางโปรงใส🔗

ดังนั้น เพื่อเปนการสนับสนุนใหประชาชนไดมีสวนรวมการลงประชามติ อยางทั่วถึงยุติธรรมและมีประสิทธิภาพ ทันสมัย กระผม ฉัตร สุภัทรวณิชย ผูแทนราษฎร นครราชสีมา เขต ๑ หนายาโม พรรคกาวไกล จึงขอเสนอรางประชามติฉบับพรรคกาวไกลนี้ เพื่อประโยชนตอพี่นองประชาชนไดเขาถึงการลงประชามติที่เปนธรรม มีประสิทธิภาพ ทันสมัย เขาถึงงายเพื่อเสริมสรางความมั่นใจในกระบวนการประชาธิปไตย และชวยให ผลลัพธที่ไดมีความชอบธรรมและเปนที่ยอมรับของทุกฝาย ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ตอไปทานนิคม บุญวิเศษ เชิญครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนทานประธานสภา ผูแทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีเปนผูเสนอ รองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล กับคณะ สส. พรรคเพื่อไทย เปนผูเสนอ และเพื่อนสมาชิกพรรคกาวไกล และพรรคภูมิใจไทย ทั้ง ๔ ราง กระผมขอสนับสนุนครับ กระผมเห็นวาการออกเสียงประชามติเปนการคืนอำนาจ อธิปไตยใหกับพี่นองประชาชน ใหประชาชนทุกคนมีสิทธิในการกำหนดทิศทางประเทศ ในการที่เราจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ซึ่งเราไมแตะหมวด ๑ หมวด ๒ อันนี้คือชัดเจนทาน ประธานครับ รัฐธรรมนูญจะตองเปนของประชาชน ประชาชนเปนผูมีอำนาจ ประชาชนยอม เปนผูมีสิทธิออกเสียงประชามติวาเราสมควรจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม การออกเสียงประชามติควรจะทำงาย ๆ ทานประธานครับ การใชอำนาจอธิปไตยควรงาย ๆ ไมควรมีอุปสรรคเรื่องเวลา อุปสรรคเรื่องคาใชจาย การกำหนดทิศทางการประชามติ ในรัฐธรรมนูญที่กำหนดไวคอนขางจะยุงยากซับซอน อาจทำใหการประชามติไมประสบ ความสำเร็จ เสียเวลา เปลืองงบประมาณเปลา ๆ เราจึงเห็นควรวาจะมีการแกไข ในมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ เพื่ออะไรครับ เพื่อใหการออกเสียง ประชามติผานและเราทุกคนจะไดรัฐธรรมมนูญฉบับใหมซึ่งเปนฉบับของประชาชน การออกเสียงประชามตินั้นควรกำหนดใหสามารถกำหนดวันออกเสียงประชามติได รวมกับ วันเลือกตั้งทองถิ่น เลือกตั้งซอม หรือเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร เพื่อประหยัด คาใชจาย ประหยัดเวลา แลวที่สำคัญการออกเสียงประชามติ ควรออกเสียงไดหลากหลายวิธี ทางไปรษณีย ทาง Online ทาง Social หรือทางอื่น ๆ ทานประธาน เพื่อใหความสะดวกกับ พี่นองประชาชน เปนการจูงใจใหประชาชนที่เขาไมสามารถมาออกเสียงประชามติ ไมสามารถเดินมาคูหาได เพราะหลายคนเขาอยากจะออกเสียงครับ แตมีความจำเปนทาง รางกาย สุขภาพ ผูปวยติดเตียง ผูปวยหนัก หรือคนที่มีธุระจำเปนจริง ๆ ไมสามารถมาได แตตัวเขาเองก็อาจจะอยากออกเสียงประชามติ เห็นชอบ แตถาเราบอกวาคนที่ไมมาไป รวมกับคนที่ไมเห็นดวย ผมคิดวามันเปนเรื่องที่ไมเปนธรรม จริง ๆ แลวผมอยากจะแกไข กฎหมายดวยซ้ำวาการออกเสียงประชามติ หรือการเลือกตั้งควรจะมีแค ๒ ชอง ชองเห็นดวยกับ ชองไมเห็นดวย แตในเมื่อกฎหมายกำหนดเปน ๓ ชอง ทานประธานครับ ชองหนึ่งเห็นดวย อีกชองหนึ่งไมเห็นดวย และมีชองหนึ่งคือชองงดออกเสียง เราเอาชองงดออกเสียงไปรวมกับ ชองไมเห็นดวย กลายเปนวาคนที่งดออกเสียงซึ่งเขาอาจจะมีความเปนกลางไมสามารถ ตัดสินใจทางใดทางหนึ่งได กลับกลายเปนวาคนเหลานี้เปนคนที่ไมเห็นดวย ผมคิดวาลักษณะนี้ เปนการไมชอบธรรมกับคนที่เห็นดวย ฉะนั้นผมคิดวาเราควรจะมีวิธีการ โดยผมเห็นชอบ ที่สุดก็คือรางของรองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล คือเราเอาคะแนนที่เปนคะแนนสูงสุดใน ๓ ชอง เปนหลัก ยกตัวอยางทานประธานครับ ถามีคนมาลงคะแนนเสียง ๑๐๐ คน มีคนเห็นดวย ๔๐ คน คนที่ไมเห็นดวย ๒๐ คน และผูที่ไมออกเสียงอีก ๔๐ คน เห็นไหมครับ ฉะนั้นชองคน เห็นดวยมันอาจจะมากกวา ยกตัวอยางใหม ถาคนเห็นดวย ๔๕ คน คนไมเห็นดวย ๒๕ คน เห็นไหมครับรวมแลวเปน ๗๐ คนแลว คนงดออกเสียง ๓๐ คน ฉะนั้นคนเห็นดวยยอมชนะ แตถาเราเอา ๒ อันไปรวมกัน คือคนไมเห็นดวยกับคนงดออกเสียงก็จะทำใหประชามติฉบับนี้ มันตกไป และที่สำคัญในมาตรา ๑๓ ผมเห็นดวยเปนอยางยิ่งวาการออกเสียงประชามติ ถาเราใชวิธีการ Double Majority จะทำใหการออกเสียงประชามติคอนขางจะยาก สมมุติวา มีผูมีสิทธิออกเสียง ๔๐ ลานคน แตมาออกเสียงจริง ๆ ไมถึงกึ่งหนึ่งไมเกิน ๒๐ ลานคน ก็ทำใหประชามตินั้นตกไป ทำใหเราเสียเวลา เสียงบประมาณ ยังไมพอครับ คนที่มา ออกเสียงประชามติตองไดคะแนนเกินกึ่งหนึ่งอีก อันนี้ยิ่งยากไปใหญครับที่ผมอธิบายไปแลว เพราะชองที่ ๑ ก็คือชองเห็นดวย แตชองที่ ๒ กับชองที่ ๓ ไปรวมกัน ตรงนี้ผมไมเห็นดวย จึงมีการแกไขมาตรา ๑๓ อยากใหพี่นองประชาชนชวยกันตื่นตัวครับเพราะเปนโอกาส ที่เราจะไดมีการชวยกันทำประชามติเพื่อเห็นชอบใหมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม เพื่อกำหนดทิศทางของประเทศ เราจะไดรัฐธรรมนูญของประชาชนที่แทจริงเพื่อประเทศ เดินหนา กฎหมายใดที่ทำใหเปนกฎหมายที่ยุงยาก ซับซอน เปนกฎหมายที่กีดกันการพัฒนา ประเทศ เราก็จะไดมีการทำในรัฐธรรมนูญฉบับใหมนี้ แลวก็ขอฝากคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นนี้ชวยกัน ผมจึงเห็นชอบราง พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียง ประชามติทั้ง ๔ ฉบับที่ยื่นเขามา โดยฉบับของคณะรัฐมนตรี ฉบับของทานชูศักดิ์ ศิรินิล แลวก็เพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ พรรค ผมขอสนับสนุน ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ อีก ๒ ทาน ทานแรกทานสหัสวัต คุมคง ทานที่ ๒ ทานศศินันท ธรรมนิฐินันท เชิญทานสหัสวัต คุมคง เชิญครับ🔗

นายสหัสวัต คุมคง ชลบุรี

เรียนทานประธานสภาที่เคารพ ผม สหัสวัต คุมคง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคกาวไกล ขอมีสวนรวมอภิปราย รางแกไข พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติ โดยเฉพาะฉบับของพรรคกาวไกลที่เสนอ โดยคุณพริษฐ วัชรสินธุ เพื่อใหเปนแนวทางในการลงมติของสภาในวันนี้ สำหรับประชามติ เปนหัวใจสำคัญอยางหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย แลวแทบจะเรียกไดวาเปนประชาธิปไตย ทางตรงที่สุดรูปแบบหนึ่งที่เรายังสามารถเห็นไดในปจจุบัน ประชามติคืออะไร ตามชื่อเลย ก็คือมติของประชาชน คือความคิดเห็นของประชาชนตอเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หัวขอใดหัวขอหนึ่ง คำถามใดคำถามหนึ่งหรือหลายหัวขอครับ หลายคำถามก็ไดเชนกัน ประชามติ ในภาษาอังกฤษเราคุนเคยกับคำวา Referendum คำนี้มีรากศัพทจากภาษาละตินชื่อวา Refare แปลตรง ๆ วา นำกลับ โดยปกติคำนี้ก็จะใสบริบทเขาไป แลวโดยบริบทแบบนี้แลว ก็คือการนำขอเสนอกลับไปถามประชาชนครับ ใหประชาชนเปนผูใหความเห็นหรือ เปนผูตัดสินก็ได และนี่คือหัวใจของประชามติครับ คือการนำคำถามหรือเรื่องที่ตองตัดสินใจ กลับไปถามประชาชน สิ่งที่ผมอยากจะกลาวในวันนี้คือเรื่องนี้ครับ เรื่องการนำกลับไปถาม ประชาชนวา จริง ๆ แลว พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติฉบับ พ.ศ. ๒๕๖๔ หรือ ฉบับปจจุบันสามารถนำเรื่องสำคัญ ๆ กลับไปถามประชาชนไดจริงหรือไม แลวเราจะแกไข เรื่องนี้อยางไร เพื่อไมใหการทำประชามติแตละครั้งเกิดความยากลำบาก ลำบากทั้ง ประชาชน ลำบากทั้งงบประมาณ แลวถาวันนี้เราแกไข พ.ร.บ. ประชามติ แลวประชาชนจะ ไดอะไรนะครับ🔗

เรื่องแรก การมีประชามติแตละครั้งนั้น สิ่งแรกที่ตองมีคือคำถามประชามติ แลวกวาจะไดมาซึ่งคำถามประชามติแตละครั้งนั้นหากมาจากคณะรัฐมนตรีหรือสภาเอง ก็ไมใชเรื่องยุงยากนักหรอกครับ แตหากคำถามนี้มาจากประชาชนนั้นกลับเปนเรื่องที่ยาก แสนยากครับ ยากอยางไรบางครับ คือทุกวันนี้หากภาคประชาชนจะเขาชื่อเพื่อเสนอคำถาม ประชามตินั้นก็ยังเปนระบบ Analog หรือใชกระดาษอยู ซึ่งฟงดูแลวก็อาจจะไมไดแปลก พิสดารอะไร ก็ไปรวบรวมรายชื่อและเอกสารตาง ๆ มาเปนกระดาษเปนสำเนา แลวเวลา สงนั้นก็ดันเอาสำเนานั้นมาทำเปน File ดิจิทัลอีกแลวจึงนำมาสงอีกทีครับ ยกตัวอยาง งาย ๆ สมมุติวาวันนี้ภาคประชาชน องคกร A ตองการจะเสนอคำถามประชามติ โดยการเขาชื่อ องคกร A ตองลารายชื่อโดยใหประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้งสงเอกสาร เปนกระดาษมาให แลวหลังจากนั้นองคกร A ตองนำเอกสารที่รวบรวมทั้งหมดนี้ไป Scan แลวจึงนำสงคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง ทุกทานงงไหมครับ ถาหากเอากระดาษทั้งหมด สงเปนกระดาษไปทั้งหมดผมก็พอเขาใจครับ แตใหเอากระดาษไป Scan แลวสงเปน File คำถามของผมคือทำไมเราไมออกแบบใหเขาชื่อผานระบบคอมพิวเตอรที่ตรวจสอบไดแทน ตอนเขาชื่อเสนอกฎหมายตาง ๆ เราก็เคยทำมาแลว แลวทำไดครับ ผมเห็นวาเรื่องนี้ ตองเปลี่ยน เปลี่ยนเพื่อจะนำเรื่องสำคัญเหลานี้กลับไปสูประชาชนใหงายขึ้น นี่คือเรื่องสำคัญ เรื่องหนึ่งที่รางของพรรคกาวไกลเราไดนำเสนอเขาไปครับ🔗

ประเด็นตอมา เมื่อมีการเสนอชื่อคำถามแลวก็คือประเด็นของคำถาม ประชามติครับ พ.ร.บ. ปจจุบันฉบับนี้มีการเขียนไวอยางกำกวมในมาตรา ๑๔ ใหตีความไดวา คำถามเปดอาจเปดใหมีคำตอบไดแคเห็นชอบหรือไมเห็นชอบ ซึ่งเปนปญหามากในปจจุบัน ขอสไลดนะครับ🔗

(เจาหนาที่ดำเนินการเปด Presentation)
นายสหัสวัต คุมคง ชลบุรี

ยกตัวอยางคำถามประชามติที่เรากำลังจะตอง ไปลง คำถามนี้ออกมาโดยรัฐบาลถามวาทานเห็นชอบหรือไมที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมโดยไมแกไขหมวด ๑ บททั่วไป และหมวด ๒ หมวดพระมหากษัตริย ลองคิดดูดี ๆ วาคำถามนี้มีกี่คำตอบครับ คำตอบแรก ถาเราเห็นวาเขียนวาเห็นชอบแปลวาเราเห็นชอบ ใหมีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหมโดยไมแกหมวด ๑ หมวด ๒ อันนี้ไมเปนปญหาครับ แตถาตอบ ไมเห็นชอบละครับ จะแปลวาอะไรไดบางครับ ๑. อาจแปลวาไมเห็นชอบกับการแก รัฐธรรมนูญ ๒. อาจไมเห็นชอบกับการแกรัฐธรรมนูญโดยไมแกหมวด ๑ หมวด ๒ หรือ ๓. อาจไมเห็นชอบกับคำถามครับ พรรคกาวไกลเราจึงเสนอวาควรมีทางเลือกมากกวา แค Yes หรือ No เพราะคำตอบอาจมีหลากหลายมากกวานั้นหรือมีคำตอบไดมากกวา ๑ ขอ เชนในคำถามเดียวกันเราอาจจะมีคำตอบที่ ๓ วาเห็นดวยกับการแกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ หรือจะแยกเปน ๒ คำถาม เชน ทานเห็นดวยหรือไมกับการแกไขรัฐธรรมนูญและอีกคำถามหนึ่ง คือทานเห็นดวยหรือไมกับการแกทุกหมวด เวนหมวด ๑ หมวด ๒ แบบนี้ก็ไดครับ เราตองนึกถึง ความเปนไปไดที่มากขึ้น เพราะการตีกรอบใหแคบเกินไปแบบนี้จะเปนการงายที่จะเปน การจัดคนที่อยากแกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับกับคนที่ไมอยากแกรัฐธรรมนูญไปอยูในกลอง เดียวกัน ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แลวตางกันคนละขั้วเราจึงจำเปนตองมีทางเลือกมากขึ้นเพื่อให การถามประชาชนในแตละครั้งเปนไปอยางมีความหมาย ไมใชแคบีบใหประชาชนเปนตรายางสนองวาระของตัวเอง หรือเมื่อมีคำถามประชามติแลว ตอมาก็คือเรื่องของวันลงประชามติครับ เรื่องของการกำหนดวันลงประชามติเปนเรื่อง ใหญมาก และเปนเรื่องสำคัญที่เกี่ยวของกับประชาชนจำนวนมากที่จะออกไปลงประชามติ ทุกรางที่ยื่นเขามาใหความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยใหพยายามจัดวันลงประชามติใหเปน วันเดียวกับการเลือกตั้งในระดับตาง ๆ ซึ่งเปนเรื่องสำคัญ เพราะแมวารัฐจะประกาศให วันประชามติเปนวันหยุดก็ตาม แตการออกไปประชามติแตละครั้งมีตนทุนครับ การเดินทาง กลับตางจังหวัดแตละครั้งวันเดียวไมพอ ไมนับวาคาใชจายที่เกิดขึ้นแตละครั้งอีก ถาออกแบบ ใหเปนวันเดียวกับการเลือกตั้งไดก็จะเปนผลดีกับประชาชน และเปนการประหยัด งบประมาณแผนดินดวย เปนการลดตนทุนในการออกเสียง แบบนี้จึงจะเปนการนำเรื่อง สำคัญกลับไปถามประชาชนไดแบบจริงจังนะครับ🔗

ประเด็นตอมา เมื่อมีวันลงประชามติแลว สิ่งสำคัญตอมาคือรูปแบบกติกา การแพชนะของประชามติ ปจจุบันในมาตรา ๑๓ ของ พ.ร.บ. ปจจุบันนั้นใชสิ่งที่เรียกวา Double Majority หรือเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ๒ ชั้น แปลเปนไทยแลวผมก็ยังงงอยูดี แตยกตัวอยางงาย ๆ อยางนี้ครับ เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ๒ ชั้น ก็คือถามีการลงประชามติผล ประชามติจะผานก็ตอเมื่อ ๑. มีคนมาใชสิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิ ๒. คือเกินกึ่งหนึ่งของ ผูออกมาใชสิทธิอีกทอดหนึ่ง สำคัญตรงนี้ครับ ระบบเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ๒ ชั้นแบบนี้ทำให เกิดปญหา หากกลุมที่รูวาตนจะแพประชามติ สิ่งที่เกิดขึ้นคือกลุมเหลานี้ก็ไมออกไปโหวต แถมรณรงคใหคนไมออกไปลงเสียงประชามติแทน เพื่อเปนการลมประชามติ ซึ่งขอนี้ ก็นากังวลมาก หากมีการออกเสียงประชามติแกรัฐธรรมนูญในเร็ววันนี้ คนที่ไมอยากแก รัฐธรรมนูญวิธีการงายที่สุดที่จะชนะก็คือ รณรงคใหคนไมออกไปลงประชามติ ใหประชามติลม ซึ่งก็ตองเสียเงินเสียทองทำกันใหมอีกครั้ง แลวทำใหประชาชนตองออกมาประชามติ ซ้ำแลวซ้ำเลา ซึ่งทางรางของพรรคกาวไกล รวมถึงรางของพรรคเพื่อไทย และ ครม. และพรรคภูมิใจไทย จึงเสนอใหใชเสียงขางมากธรรมดาออกมาโหวตเทาไร ใครเสียงมากกวา คนนั้นก็ชนะ งาย ๆ แบบนี้ครับ กลับไปถามประชาชนงาย ๆ ครับ เปนสิ่งสำคัญ แลวทำให ประชาธิปไตยทางตรงยังมีความสำคัญอยูใหพี่นองประชาชนไดใชอำนาจของตน แสดงความเห็น แลวตัดสินชีวิตของเราเอง การลงมติ แกไขราง พ.ร.บ. ประชามติ จึงไมใชแคสำคัญกับพี่นองประชาชนเทานั้น แตสำคัญกับระบอบประชาธิปไตยดวยนะครับ ผมขอสนับสนุนรางแกไข พ.ร.บ. ประชามติ ในวันนี้ทุกรางครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ตอไปทานศศินันท ธรรมนิฐินันท เชิญครับ🔗

นางสาวศศินันท ธรรมนิฐินันท กรุงเทพมหานคร

ทานประธานคะ ดิฉัน ทนายแจม ศศินันท ธรรมนิฐินันท ผูแทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ พรรคกาวไกล เขตสายไหม วันนี้ขอมีสวนรวมในการอภิปรายราง พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติ เพราะวานี่เปนโอกาสสำคัญที่พวกเราในฐานะสมาชิกสภาแหงนี้จะรวมกันหาทางออก ที่ถูกตองและเปนประชาธิปไตยใหกับประเทศไทยของเรา ทานประธานคะ การจัดทำราง พ.ร.บ. ประชามติฉบับนี้หากตองการจะใชเปนบันไดขั้นแรกในการราง หรือแกไขรัฐธรรมนูญที่ มีผลตอการกำหนดทิศทางในอนาคตของประเทศไทย ไมวาจะเปนทิศทางใดก็ตาม เพราะวา รัฐธรรมนูญฉบับหนึ่ง จะประกอบไปดวยสิทธิตาง ๆ เสรีภาพของประชาชน ความเปนอยู รวมถึงประชาธิปไตยในประเทศนั้น ๆ ดวยเหตุนี้เองคะทานประธาน ดิฉันก็จึงอยากจะให กติกาของการทำประชามติครั้งนี้สะดวก งาย แลวก็เอื้ออำนวยตอการเขาถึงของประชาชน เพื่อสรางการมีสวนรวมใหมากที่สุดคะทานประธาน หลังจากที่ดิฉันไดอานทุกรางที่ยื่นเสนอ เขามาในสภาทั้ง ๔ ฉบับนี้ ถาวากันใหชัดเจนเรื่องของกติกาการจัดทำประชามติ เพื่อใหมี ความยึดโยงกับหลักการประชาธิปไตยที่มีศูนยกลางคือประชาชน แตรางของทานพริษฐ วัชรสินธุ จะมีประเด็นสำคัญอยูประมาณ ๒ ประเด็นดวยกันคะ ทานประธาน🔗

ประเด็นแรก คือประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของการมีสวนรวมของประชาชน นั่นก็คือการเสนอใหมีการเขาชื่อเสนอคำถามประชามติ และพรรคกาวไกลเปนพรรคเดียว ที่เสนอใหมีการแกไขมาตรา ๑๑ ใหสามารถเขาชื่อผานทางชองทาง Online ได เพื่อไมใหเกิด ปญหาซ้ำเดิม โดยการใหองคกรอิสระมานั่งตีความ มานั่งตีตกรายชื่อที่ประชาชนเขาชื่อกวา ๒๐๐,๐๐๐ รายชื่อ แลวก็เพื่อลดขอครหาที่กีดกันทางการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตก็ได กระบวนการยอมเปนเรื่องที่ดี ดิฉันเห็นวามีความจำเปนอยางยิ่งที่จะตองทำใหเกิดการเขาถึง กระบวนการไดงาย และแสดงความคิดเห็นไดอยางเทาเทียม🔗

ประการที่สอง ทานประธาน เรื่องนี้เปนเรื่องที่เพื่อน ๆ สมาชิกหลายคน ไดพูดไปแลว ก็คือเรื่องเกี่ยวกับการกำหนดกติกาที่เปลี่ยนจาก Double Majority มาเปน Single Majority ซึ่งกำหนดใหผูลงประชามติจะถือวาผานก็ตอเมื่อมีผูมาลงคะแนนใหผาน มากกวา ๕๐ เปอรเซ็นตของผูใชสิทธิ หากเราใชเกณฑจาก Double Majority เพื่อหาขอยุติจากการทำประชามติครั้งนี้อาจจะทำให การทำประชามติตกอยูในความเสี่ยงที่จะถูกคว่ำ แลวก็เปนการสิ้นเปลืองงบประมาณดวย ดวยเหตุนี้เองเราควรจะตองตัดความเสี่ยงออกไปตั้งแตตอนแรกเลย ที่อาจจะเกิดปญหาขึ้น ในอนาคตดวยการใชเปนระบบแบบ Single Majority🔗

อีกประการหนึ่ง ก็คือวาผูมาใชสิทธิเลือกตั้งในแตละครั้ง มักจะสอดคลองกับ สถานการณบานเมืองอยูแลวอยางมีนัยสำคัญ การใชเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ๒ ชั้น หรือวา Double Majority จะทำใหการทำประชามติไมไดสอดคลองกับจำนวนผูมาใชสิทธิเลือกตั้ง และทำให การทำประชามติในครั้งนั้นอาจจะเกิดปญหาในอนาคตขึ้นได ทานประธานคะ ในฐานะของ ฝายนิติบัญญัติและการเมือง การรางรัฐธรรมนูญ ๑ ฉบับ เปนภาระหนักอึ้งที่เราจะตอง พิจารณากันหลาย ๆ ครั้ง และทุกคนในที่นี้ก็คาดหวังรวมกันวา การรางรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะ ผานไปไดดวยดีคะ แตรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเปนฉบับใหม เพราะวาเราจะรางขึ้นมาจากมือ ของประชาชนที่ไดอำนาจมาจากการเลือกตั้ง การรางรัฐธรรมนูญครั้งนี้ยอมจะแข็งแกรงกวา ฉบับที่มาจากการทำรัฐประหารแนนอน และตองยึดโยงกับประชาชนเปนหลักการพื้นฐานที่ สำคัญ กติกาครั้งนี้ตองไมปดกั้น ไมล็อกสเปกแกไขได และใหประชาชนสามารถแสดงความ คิดเห็นไดอยางเทาเทียมกันทุกฝาย ตั้งแตตนกระบวนการ ตลอดไปจนถึงกระบวนการ มีสวนรวมในการตั้งคำถามประชามติ ดวยเหตุนี้เองทานประธานดิฉันจึงอยากฝากพวกเรา ทุกคนเอาไวในที่นี้วาการตั้งกติกาการออกเสียงประชามติ เพื่อรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมครั้งนี้ อยากใหเล็งเห็นหลักการธรรมดา ๆ พื้นฐาน ๓ ขอดวยกัน🔗

ขอ ๑ คือการตั้งกติกาในบันไดขั้นแรกตองไมเพิ่มความขัดแยงที่อาจจะ เกิดขึ้นโดยไมจำเปน แตตองอยูในหลักการพื้นฐานของความเทาเทียม โดยมีองคกรรัฐสภา และองคกรอิสระที่มีสวนเกี่ยวของ เชน กกต. เปนตัวกลางในการสงวนจุดตางแสวงจุดรวม ใหทุกฝายไดแสดงความคิดเห็น โดยไมมีเครื่องมือทางการเมืองมาเปนสวนสำคัญในการ กีดกันฝายตรงขามออกไป🔗

ขอ ๒ คือหลักการในการราง พ.ร.บ. ประชามติครั้งนี้ หากจะใชวิธีการทำ ประชามติตองทำใหชัดเจนทั้งกติกา แลวก็กรอบระยะเวลา การกำหนดวันออกเสียง ประชามติดวย🔗

ขอสุดทาย ขอ ๓ ฉบับใหมฉบับนี้จะเปนตัวชี้วัดที่สำคัญของทิศทาง การเมืองไทย ซึ่งควรยึดโยงกับประชาชนเปนหลัก ทั้งในเรื่องของกติกา การลงรายละเอียด การลดอคติทางการเมือง ไมใชชองทางนิติบัญญัติในการใสความทะเยอทะยานตาง ๆ ทางการเมืองเขาไปเพื่อหวังประโยชนสวนตัวอยางที่เคยมีกันมากอนหนานี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ หากในอนาคตจะนำไปสูจุดเริ่มตนของความเปนไปไดที่ประเทศไทยจะกลับมามีรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนอยางแทจริง ซึ่งคงจะตองมีเสนทางที่ เราจะตองเดินทางกันอีกยาวไกลกวาจะมีรัฐธรรมนูญ ดิฉันและพรรคกาวไกลก็ยินดีที่จะ สนับสนุนและเปดโอกาสใหทั้ง ๔ รางนี้ เขาไปถกกันในชั้นกรรมาธิการ พวกเราในฐานะ ฝายนิติบัญญัติยังคงตองพูดคุยกันดวยเหตุและผล แลวก็รวมกันออกแบบกระบวนการเพื่อให ประชามติเปนคำตอบที่ยืนยันเจตจำนงของประชาชน แลวก็ยืนยันเรื่องของการแกไข รัฐธรรมนูญวา ควรจะตองแกทุกหมวด ทุกมาตรา ดิฉันจึงขอสนับสนุนราง พ.ร.บ. ประชามติ ทั้ง ๔ รางนี้ เพื่อเปรียบเสมือนเปนการเปดประตูบานแรก ในการรวมพูดคุยกันในการหา ทางออก การสรางกติกาที่ดีที่สุด เปนธรรมกับทุกฝายผานรัฐสภา และใหยึดโยงกับประชาชน เปนหัวใจหลัก ขอบคุณทานประธานคะ🔗

นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่สอง

ตอไปทานขัตติยา สวัสดิผล เชิญครับ🔗

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ

ทานประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ทานประธานที่เคารพคะ ในระบอบประชาธิปไตยเสียงประชาชนคือเสียงสวรรค เพราะ ประชาชนคือเจาของอำนาจที่แทจริง เราในฐานะพรรคการเมืองและผูแทนราษฎร มีหนาที่ แปรเปลี่ยนเสียงเรียกรองของพี่นองประชาชนนั้นไปปฏิบัติจริง ผานกระบวนการ ทางการเมืองในระบบ หลายปที่ผานมาขอเรียกรองของประชาชนที่ถูกเปลงออกมาดังที่สุด สะทอนผานผลการเลือกตั้งและชองทางอื่น ๆ นั้นก็คือความตองการที่จะมีรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม รัฐธรรมนูญที่เปนของประชาชนอยางแทจริง เสียงเรียกรองตองการดังกลาวเปนผลลัพธมาจากความเลวรายของรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ ซึ่งนอกจากจะมีกระบวนการการไดมาที่ไมชอบธรรมแลว ยังเปนรัฐธรรมนูญที่ทิ้งมรดกของ คณะรัฐประหาร และมีเนื้อหาที่สรางความไรเสถียรภาพตอการเมืองไทยมากที่สุดฉบับหนึ่ง จนถึงปจจุบัน พวกเราพรรคเพื่อไทยไดยินเสียงเรียกรองของประชาชนในเรื่องนี้อยางชัดเจน มาโดยตลอด นี่จึงเปนเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยถือเอานโยบายการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ซึ่งเปนรัฐธรรมนูญของประชาชนนั้นเปนนโยบายเรือธงในการหาเสียงเลือกตั้ง และย้ำ เจตนารมณในเรื่องนี้ดวยการที่ทานนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ไดแถลงนโยบายตอรัฐสภา ภายหลังจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาล ๑๑ เดือนที่ผานไปจนถึงวันนี้และวินาทีนี้ รัฐบาลของ พรรคเพื่อไทยยังคงมุงมั่นที่จะเดินหนาไปสูรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แตการเดินของ พรรคเพื่อไทยเราจะตองเดินอยางมียุทธศาสตร เดินดวยความระมัดระวัง และเดินดวย ความรอบคอบ เพื่อไมใหถูกกลไกซอนเรนของคณะรัฐประหารนั้นมาขัดขวางการเดินทาง ของเราจนสะดุดหยุดลมและไปไมถึงเปาหมาย นั่นก็คือรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ทานประธานที่เคารพคะ ที่ดิฉันพูดถึงกลไกซอนเรนของคณะรัฐประหาร หนึ่งในกลไก ซอนเรนอันนี้ที่มีขึ้นเพื่อคุมครองรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ ไวไมใหถูกแกไขไดโดยงาย และเปนดานสกัดขัดขวางที่จะนำไปสูรัฐธรรมนูญฉบับใหมรัฐธรรมนูญที่เปนของประชาชน นั่นก็คือพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งเปนสิ่งที่เรากำลัง อภิปรายกันอยูในตอนนี้ สมาชิกหลายทานไดอภิปรายแลวถึงรายละเอียดในเชิงเนื้อหาสาระ ของตัวพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในวันนี้ดิฉันจึงอยากจะขออภิปรายในภาพที่กวางขึ้นดวยการ ชี้ใหเห็นประเด็นสำคัญวา ทำไมการทำประชามตินั้นจึงสำคัญตอระบอบประชาธิปไตย และทำไมเราถึงจำเปนตองมีการแกไขพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ ฉบับปจจุบันที่เราใชอยู ทานประธานที่เคารพคะ ตอคำถามแรกวาการทำประชามตินั้น มีความสำคัญอยางไรตอระบอบประชาธิปไตย ในระบอบประชาธิปไตยแบบมีตัวแทนซึ่งใชกันอยู ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย แมเราจะมีการเลือกตั้งผูแทนราษฎรเขาไปใชอำนาจอธิปไตย แทนประชาชนผูซึ่งเปนเจาของอำนาจ แตระบอบการเมืองแบบตัวแทนก็มีขอจำกัดคะ โดยเฉพาะอยางยิ่งเมื่อเกิดสถานการณที่เราจะตองตัดสินใจในเรื่องใหญที่มีความสำคัญมาก ๆ ตออนาคตของประเทศ การตัดสินใจของผูแทนเพียงกลุมเล็ก ๆ อาจไมไดเปนการสะทอน ความตองการของพี่นองประชาชนที่เปนเจาของอำนาจที่แทจริง ดวยเหตุนี้ประเทศที่ใช ระบอบเสรีประชาธิปไตยตามมาตรฐานสากลจึงกำหนดใหมีเครื่องมือในการที่จะรับฟงเสียง ประชาชน กำหนดใหมีเครื่องมือในการที่จะใหประชาชนสวนใหญนั้นมีสวนรวมในการ ตัดสินใจทิศทางของประเทศ ซึ่งเครื่องมือในการฟงเสียงดังกลาวเราเรียกสิ่งนั้นวาการทำ ประชามติคะ ในความหมายนี้การทำประชามติจึงมีความสำคัญอยางมากตอระบอบ ประชาธิปไตยแบบตัวแทน เพราะถือเปนเครื่องมือที่ใหประชาชนนั้นมีสวนรวมโดยตรง ถือเปนเครื่องมือที่ใหประชาชนนั้นไดตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญตออนาคตของบานเมือง ดังนั้น ประชามติจึงเปรียบเสมือนเข็มทิศของระบอบประชาธิปไตยที่จะชวยชี้ทางเดินใหกับ บานเมือง เปนเข็มทิศที่ชวยในการตัดสินใจวาในชวงเวลาที่สังคมเกิดความสับสนหรือหาทาง ออกไมไดในเรื่องที่สำคัญ ไมวาจะเปนเรื่องการรางรัฐธรรมนูญ การรางกฎหมาย หรือการทำ นโยบายในระดับประเทศก็ตาม🔗

ทานประธานที่เคารพคะ ตอคำถามที่ ๒ วาทำไมสภาผูแทนราษฎรจึงมีความ จำเปนตองมารวมกันแกไขพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติฉบับที่ใชบังคับกัน อยูในปจจุบัน ดิฉันคิดวาเรื่องนี้มีเหตุผลสำคัญที่เกี่ยวของ ๒ สวนดวยกัน🔗

เหตุผลในสวนแรก ดังที่ดิฉันไดกลาวไปแลววา พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียง ประชามติฉบับนี้เปนหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่จะนำไปสูการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม รัฐธรรมนูญที่เปนของประชาชนที่คนไทยสวนใหญนั้นตองการ การแกไขเนื้อหาของ พ.ร.บ. ประชามติฉบับนี้จะเปนการกำจัดอุปสรรคในทางเทคนิคและชวยเพิ่มโอกาสใหมีการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมได ไมวาจะเปนการเปดใหมีการทำประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งอื่น เพื่อเปนการลดคาใชจายในการทำประชามติ หรือการเพิ่มชองทางใหมีการลงคะแนน ประชามติผานทางไปรษณีย ผานชองทางอิเล็กทรอนิกสหรือชองทางอื่น ๆ เพื่อเปนการลด ขอจำกัดในการเขาถึงการลงคะแนน หรือการปรับแกเงื่อนไขการผานประชามติ จากเดิม ที่เปนแบบ Double Majority หรือการใชเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ๒ ชั้น ซึ่งเปนการขัดตอหลักสากล ใหเหลือเพียงการใชเสียงขางมากชั้นเดียว🔗

เหตุผลที่ ๒ ที่เปนเหตุผลสำคัญและมีภาพที่ใหญกวาแคเพียงการไดมาซึ่ง รางรัฐธรรมนูญฉบับใหม นั่นก็คือเราจำเปนตองแกไขพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติใหมีความสมเหตุสมผลมากยิ่งขึ้น เพื่อทวงคืนการทำประชามติซึ่งเปนเครื่องมือ ในการรับฟงเสียงประชาชนที่ใหประชาชนนั้นไดมีสวนรวมทางตรงในระบอบประชาธิปไตย เราจำเปนตองแกไขพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ เพื่อใหการทำประชามตินั้น หลุดพนจากรอยแปดเปอนของคณะรัฐประหารที่ฉวยใชและลดทอนการทำประชามติ ใหกลายเปนเครื่องมือในการสรางความชอบธรรมของการสืบทอดอำนาจผานรัฐธรรมนูญ มาอยางยาวนาน ทานประธานที่เคารพคะ ๑๐ กวาปที่ผานมาคณะรัฐประหารป ๒๕๔๙ และ ป ๒๕๕๗ ตางฉวยใชการทำประชามติใหเปนเครื่องมือในการสรางความชอบธรรมและ การฟอกขาวใหกับรัฐธรรมนูญที่ถูกรางโดยคณะรัฐประหาร หากดูผิวเผินก็อาจจะเขาใจวา การทำประชามติของรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๕๐ และป ๒๕๖๐ นั้น ถือเปนตราประทับ รับรองวา รัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับที่มีที่มาจากคณะรัฐประหารนั้น มีความชอบธรรมและ มีความเปนประชาธิปไตย เพราะไดรับความยินยอมจากประชาชนสวนใหญผานการ ทำประชามติ แตหากเราดูในรายละเอียด เราก็จะพบวาการทำประชามติของรัฐธรรมนูญ ที่มาจากคณะรัฐประหารทั้ง ๒ ครั้งนั้น ลวนมีกระบวนการการรับฟงเสียงของประชาชน ที่ไมมีความชอบธรรม และขัดตอหลักการประชาธิปไตยทั้งสิ้น ไมวาจะเปนการไลจับกุม และดำเนินคดีกับผูที่แสดงความไมเห็นดวยกับเนื้อหา หรือผูที่รณรงคใหประชาชนไปโหวต ไมรับราง หรือมีการขมขูวาหากประชาชนสวนใหญโหวตไมรับราง คณะรัฐประหาร ก็อาจจะไปหยิบฉวยใชรัฐธรรมนูญฉบับใดก็ไดไปใชตามอำเภอใจ นี่จึงเปนเหตุผลสำคัญ วาทำไมประชาชนสวนใหญถึงมีความอึดอัดคับของใจกับรัฐธรรมนูญ และไมยอมรับ ความชอบธรรมที่เกิดจากการประทับตราของกระบวนการทำประชามติที่ถูกใชโดย คณะรัฐประหาร เพราะถือวาเปนประชามติที่ไมมีความเปนประชาธิปไตย ไมมีความโปรงใส ไมเสรีและไมเปนธรรม ในขณะที่ฝายสนับสนุนรัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหารก็ใชเปน ขออางวา รัฐธรรมนูญดังกลาวนั้นผานการทำประชามติมาแลว จึงมีความเปนประชาธิปไตย มีที่มาจากประชาชนและไมควรแกไข หรือเปลี่ยนแปลงไดโดยงาย สิ่งที่เกิดขึ้นจึงทำให ประชามติที่ควรจะเปนเครื่องมือสำคัญในการกำหนดอนาคตของประเทศนั้นถูกดูแคลน ดอยคา และไมถูกยอมรับวาจะเปนกระบวนการที่ชวยใหเราตัดสินใจในเรื่องสำคัญ ของประเทศไดในสายตาของประชาชนทั่วไป ซึ่งดิฉันคิดวาหากเราปลอยใหเปนแบบนี้ ยอมไมเปนผลดีในระยะยาวตอการตัดสินใจทางการเมืองในเรื่องสำคัญ ๆ ของประเทศ ที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต ดังนั้นการแกไขเนื้อหาของพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติในครั้งนี้จึงไมไดเปนไปแคเพื่อเปาหมายเฉพาะหนา คือการใหไดมาซึ่งรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม ฉบับที่เปนของประชาชน แตเรายังมีเปาหมายในระยะยาว นั่นคือการทวงคืน ศักดิ์ศรีและสถานะของการทำประชามติ ใหกลับมาเปนเครื่องมือของระบอบประชาธิปไตย ใหมีความชอบธรรม และไดรับการยอมรับจากประชาชนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่วาในอนาคต หากเราเกิดวิกฤติ หรือเหตุการณสำคัญที่ตองอาศัยการตัดสินใจของประชาชนทั้งประเทศ การทำประชามติจะไดถูกมองเปนเครื่องมือที่ประชาชนทุกฝาย และทุกอุดมการณนั้น ลวนยอมรับในผลการตัดสินที่เกิดขึ้นจากเครื่องมือดังกลาว และเปนเครื่องมือในการหา ฉันทามติที่ชวยใหสังคมไทยนั้นสามารถเดินหนาตอไปได🔗

ทานประธานที่เคารพคะ ความเห็นตาง และความขัดแยงเปนเรื่องธรรมดา ของการอยูรวมกันในสังคม วิธีการหรือเครื่องมือที่เราใชในการหาทางออกจากความขัดแยง ตางหากคะ ที่เปนตัวชี้วัดความมีอารยะของสังคมนั้น ๆ การกลับไปถามประชาชน ใหประชาชนเปนคนตัดสินใจในเรื่องใหญ ๆ ที่สงผลตออนาคตของประเทศ คือมาตรวัด ความเปนประชาธิปไตยวายังไมตายไปจากประเทศนี้ ในเมื่อเสียงของประชาชนคือสิ่งที่ สำคัญที่สุด กระบวนการการรับฟงเสียงของประชาชนจึงเปนสิ่งที่สำคัญไมแพกัน ดังนั้นวันนี้ ดิฉันขอใหเพื่อนสมาชิกทุกทานโปรดรวมกันสนับสนุนการแกไขพระราชบัญญัติวาดวย การออกเสียงประชามติ เพื่อทวงคืนประชามติใหกลับมาเปนของระบอบประชาธิปไตย และกลายเปนเครื่องมือที่ประชาชนไววางใจอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณคะ🔗

นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ตอไปอีก ๒ ทาน ทานแรกทานกัณวีร สืบแสง ทานที่ ๒ ทานกฤดิทัช แสงธนโยธิน เชิญทานกัณวีร สืบแสง ครับ🔗

นายกัณวีร สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนทานประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร สืบแสง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเปนธรรม ทานประธานครับวันนี้ไมใชเปนวันเพียงแคพวกเราสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในสภา อันทรงเกียรติแหงนี้ ๕๐๐ คนรอคอย วันนี้เปนวันที่ประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งในปที่ผานมา รอคอยหลังจากผลการเลือกตั้งออกมา วันนี้เปนวันที่คนกวา ๗๐ ลานคนในประเทศไทย จำเปนตองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยผานการทำประชามติ ประชามติ ถาพูดตรง ๆ ทานประธานครับ ตัวประชามติเองมันเปนแคเครื่องมือในการสะทอน เจตนารมณของพี่นองประชาชนผานระบอบประชาธิปไตยทางตรง พวกเราเปนแคทางออม เพราะฉะนั้นเราจะตองใชตัวประชามติตัวเครื่องมือตรงนี้ที่จะสะทอนการมีสวนรวมของ พี่นองประชาชนในการนำมาซึ่งกฎหมายสูงสุดของประเทศที่เปนกฎหมายของประชาชน เพื่อประชาชน และโดยประชาชน และตัวประชามติตรงนี้ยังเปนเครื่องมือที่หนุนเสริม หลักการอำนาจของประชาชนที่แทจริง ทานประธานครับผมเสียดายอยางเดียวครับวันนี้ วันนี้เราเห็นรางพระราชบัญญัติเขามาทั้งหมด ๔ ราง จาก ๓ พรรคการเมือง พรรคกาวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย และของคณะรัฐมนตรี ผมเสียใจและเสียดายเรื่องหนึ่งคือ วันนี้เราไมไดเอาเสียงของพี่นองประชาชนของภาคประชาชน Con for All เขามาพูดคุย ในที่นี้ดวย ๒๑๑,๙๐๔ เสียง ที่ลงโหวตกันเขามาวาตองการนำเสนอขอเสนอในการจัดทำ ประชามติที่เกี่ยวของกับรัฐธรรมนูญนี้ไมมีการเอาเขามาพูดคุยในที่นี้ ผมคือ ๑ ใน ๒๑๑,๙๐๔ คน ที่ลงนามที่เสนอใหกับคณะรัฐมนตรี พิจารณาในการทำประชามติที่เกี่ยวของกับการไดมา ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม ที่เกี่ยวของกับการไดมาซึ่งการแกไขรัฐธรรมนูญของประเทศไทย ทานประธานครับ เราตองสะทอนใหกับประชาชนที่ ณ ปจจุบันนี้ฟงอยูทั่วประเทศและ ทั่วโลกใหทราบวา ตัวประชามตินี้ไมใชเพียงแคการจัดทำเรื่องฉันทามติของพี่นองประชาชน โดยสวนใหญเพื่อแกไขรัฐธรรมนูญเทานั้น เราตองสะทอนใหพี่นองประชาชนเห็นถึง ความสำคัญและความจำเปนครับวา สังคมไทยตองการฉันทามติในหลาย ๆ เรื่อง ในสังคม การเมืองประเทศไทยเรายังมีปญหาที่ยังไมสามารถแกไขปญหาได ไมวาจะเปนเรื่อง ทิศทางการพัฒนาเชิงพื้นที่ ไมวาจะเปนเรื่องการออกแบบความสัมพันธเชิงอำนาจ ระหวาง สวนกลาง สวนภูมิภาคที่มีปญหาอยู ยกตัวอยางเชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต เราสามารถใชตัวเครื่องมือที่แสดงฉันทามติของพี่นองประชาชนนี้เปนกลไก ๆ หนึ่งในการ ผลักดันใหเกิดฉันทามติ ใหเกิดความเปลี่ยนแปลงใหประชาชนรูสึกวาอำนาจไดกลับคืนมาสู พี่นองประชาชน คน ๕๐๐ คน ที่อยูในสภาอันทรงเกียรติแหงนี้เปนแคตัวแทน แตคนเจาของ อำนาจที่แทจริงอยูขางนอกสภาอันทรงเกียรติแหงนี้ แตเรื่องกลไกตัวนี้ เครื่องมือตัวนี้ ถึงแมจะมีขอดีหลาย ๆ อยาง แตเราก็ตองจำเปน ตองพิจารณาวาในขณะเดียวกัน ตัวประชามติหรือที่เรียกวา Referendum นี้ก็อาจจะเปนเครื่องมือที่อันตรายไดดวยเชนกัน เราตองเห็นครับวาถาเราไมสามารถออกแบบตัวกลไกตรงนี้ใหปราศจากเงื่อนไข ใหปราศจาก กลไกที่เปนวงจรอุบาทวที่มันบิดเบี้ยว ตัวการทำประชามตินี้ เครื่องมือตรงนี้จะไมสามารถ สะทอนถึงเจตนารมณที่แทจริงของพี่นองประชาชนได ฉันใดก็ฉันนั้นเราเห็นครับในรางทั้ง ๔ รางที่เราเห็นวา ๓ พรรคการเมืองกับคณะรัฐมนตรีเสนอขึ้นมาเหมือนกันหมด คลายคลึง กันหมด ที่เรียกวาการปลดล็อก ๒ ชั้น เราเห็นครับวามันเปนปญหา แตจะทำอยางไรวา มันจะตองไมสรางเงื่อนไขตรงนี้ เรายังเห็นวามันยังมีเงื่อนไขที่อยูในตัวการเสนอ รางพระราชบัญญัติตรงนี้ออกมา Double Majority ไมใชปญหา จริง ๆ แลวตัว Double Majority นี้ถาประเทศไทย ถากฎหมาย ถาสมมุติวาการเมืองไทยเราตรงไปตรงมา Double Majority จะเปนสวนที่ชวยเหลือใหเกี่ยวกับการนำมาซึ่งฉันทามติของพี่นองประชาชน อยางตรงไปตรงมา ไมมีเงื่อนไข แตเพราะประเทศไทยเรายังย่ำอยูกับปญหาทางดาน การเมืองที่มีอยูอยางยาวนาน ประเทศไทยเราย่ำอยูกับการแบงฝกแบงฝาย จึงไมสามารถที่ จะกลับไปสูการเก็บล็อก ๒ ชั้นนี้ได เราจำเปนจะตองมีการล็อกแคชั้นเดียว ณ ปจจุบันนี้ เพื่อที่เราจะแกไขเงื่อนไขตาง ๆ ที่ยังอยูภายใตรัฐธรรมนูญฉบับปจจุบัน ๒๕๖๐ เราตองสราง เงื่อนไขใหได ตอนนี้จะกลับมาในเรื่องเกี่ยวกับคำถามที่ทาง ครม. ไดเคาะมาเรียบรอยแลววา ถาจะมีประชามติเกิดขึ้น ถาแกไขเรียบรอยเรื่อง Double Majority แกไขเรียบรอยเรื่อง เกี่ยวกับการเขาไป Online ไดไหม แกไขเรียบรอยกับวันที่จะลงประชามติ แกไขเรียบรอยกับองคการหนวยงานองคกรใด ๆ ที่จะมาทำการอำนวยการการประชามติครั้งนี้ มันยังมีปญหาอยูครับทานประธาน เพราะวา ถามีคำถามที่ถามวาตองการจะแกไขรัฐธรรมนูญไหมที่ไมแตะตอง หมวด ๑ และหมวด ๒ ตรงนี้จะเปนคำถามซอนคำถาม ณ ปจจุบันนี้ประเทศไทย ประชาชนที่อยูขางนอกจำเปน จะตองมีความตรงไปตรงมาจากพวกเราที่ตองเสนอใหเขาเห็นครับวามันจะตองปลดล็อกตรงนี้ อยานำคำถามที่เราสามารถกำหนดผลของการทำประชามติเปนตัวตั้ง ทานไมสามารถ ที่จะกุมอำนาจของประชาชน ทานไมสามารถที่จะบอกวาตอไปนี้อำนาจอยูในมือของทาน ผานคำถามแคคำถามเดียว ประชาชนหลาย ๆ คนบอกวาเขาตองการคำถามที่ตรงไปตรงมา เขาตองการคำถามที่บอกวาจะเอาหรือไมเอา และคำตอบจะตองไมกำกวม คำถามจะตองไม ล็อกสเปกและไมล็อกผลของการทำประชามติ อันนี้ละครับเปนสิ่งสำคัญ คำถามที่จะถามมาที่ ครม. ไดเสนอเขามานั้นทานจำเปนตองรับผิดชอบถาสมมุติวาคำถามนั้นจะเปนคำถามของ ประชามติจริง ๆ ทานอยากลัวครับ ทานอยากลัวลวงหนา หรือไปปดกั้นและชี้นำ ความคิดเห็นของประชาชน คำถามของประชามตินี้ตองนำมาซึ่งทางออกที่แทจริงที่เราจะเห็น รวมกันในการมีฉันทามติของพี่นองประชาชน ขอเสนอของพี่นองประชาชน ๒๑๑,๙๐๔ คนนี้ จำเปนตองไดรับการพิจารณา หากการทำประชามตินี้สามารถแกไขไดในคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่จะเกิดขึ้น ณ ปจจุบันนี้ครับทานประธาน เรื่องใหญที่สุดที่เกี่ยวกับการทำประชามตินี้ ตองไมใชเกณฑความงายดาย ตองไมใชเกณฑของความรวดเร็ว การล็อกเปาและล็อกสเปก คำตอบของประชามติมาเปนเกณฑลำดับสำคัญแรก ๆ เราตองยอมรับอยางกวางขวาง รวมกันตางหากที่จะฟนความชอบธรรมของอำนาจการปกครองประเทศนี้ขึ้นมาใหมใหได บนพื้นฐานของความพยายามแสวงหาฉันทามติของสังคมการเมืองใหมากที่สุด ดังนั้น การแกไขเครื่องมืออุปกรณประชามตินี้ตองเปนตามขอเสนอที่ไมมีเงื่อนไขและตองเปดกวาง มากที่สุด ฟนความชอบธรรมของอำนาจการปกครองครั้งนี้ ผมจึงเสนออภิปรายที่จะเสนอ เขาไปสนับสนุนรางทั้ง ๔ ราง ซึ่งกำหนดแตละรางที่เปดกวางใหมากที่สุด จำเปนตองมีการ พิจารณาในคณะกรรมาธิการวิสามัญครับ ขอบคุณทานประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ตอไปทานกฤดิทัช แสงธนโยธิน เชิญครับ ทานกฤดิทัชไมอยูนะครับ ตอไป ทานธีรัจชัย พันธุมาศ เชิญครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ทานประธานที่เคารพ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ผูแทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง พรรคกาวไกล ขออนุญาตอภิปรายในเรื่องพระราชบัญญัติประชามติฉบับแกไข ซึ่งมีทั้งรางรัฐบาล แลวก็ ๓ พรรคการเมือง คือพรรคกาวไกล พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ขอเรียนอยางนี้ ทานประธานครับ สิ่งที่เปนมูลเหตุจูงใจในการที่จะแกตรงนี้เชื่อวาทุกทานมีตรงกันก็คือ อยากที่จะใหมีการแกไขรัฐธรรมนูญฉบับรัฐประหาร ป ๒๕๖๐ เพราะถูกวางกลไกไวใหแกไข ยากเหลือเกิน สิ่งที่มาทับอีกทีหนึ่งเพื่อใหยากขึ้นอีกครั้งหนึ่งก็คือในสวนของคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๔/๒๕๖๔ ที่ระบุไวชัดเจนวา หากรัฐสภาตองการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมตองจัดใหประชาชนผูทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติเสียกอน วาสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม หรือจัดทำรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมเสร็จแลว และเมื่อจัดทำ รัฐธรรมนูญเสร็จแลวตองใหประชาชนมีประชามติเห็นชอบหรือไมเห็นชอบกับราง รัฐธรรมนูญฉบับใหมอีกครั้งหนึ่ง นั่นคือศาลรัฐธรรมนูญซึ่งกลไกที่มาจากรัฐบาล คสช. ตั้งโดย สว. มากำหนดกฎเกณฑนี้ขึ้นมานอกเหนือจากรัฐธรรมนูญ ทำใหพรรคการเมือง อยากที่จะแกไขประชามติตรงนี้เปนสิ่งสำคัญ แตหากเราดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ เขาบอกวา รัฐสภา ศาล หรือองคกรอื่นตองปฏิบัติหนาที่ ใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม จะทำนอกเหนือจากรัฐธรรมนูญ ไมไดในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตอมามาตรา ๒๑๐ ของรัฐธรรมนูญเขาบอกวา ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจและหนาที่ ดังตอไปนี้🔗

๑. พิจารณาวินิจฉัยความชอบดวยกฎหมาย หรือรางกฎหมาย🔗

๒. พิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของสภาผูแทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และองคกรอิสระ🔗

๓. หนาที่และอำนาจตามที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญ🔗

ไมมีใหศาลรัฐธรรมนูญสามารถกำหนดกฎเกณฑใด ๆ ในการกระทำ ประชามติ หรือรางกฎหมายใดได นี่คือขอสงสัยวาศาลรัฐธรรมนูญนั้นกระทำเกินอำนาจ หนาที่ เกินอำนาจของตัวเองตามกฎหมายหรือไม ในการกำหนดตามคำพิพากษา ที่ ๔/๒๕๖๔ แตอยางไรก็ตาม ในเมื่อเราเห็นวาทุกฝายเห็นพองกันวา การทำรัฐธรรมนูญนั้นจะตองทำ ประชามติ ทั้งที่รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ทำประชามติเพียงแคครั้งเดียว แตการกำหนด กฎเกณฑใหมมีอยางนอย ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง บางคนตีความวาเปน ๓ ครั้ง ผมดูแลวมันเกินเลยไป หรือไมในสวนนี้ และมันชอบดวยกฎหมายจริงหรือไม การใชอำนาจเกินกฎหมายในการ กำหนดตรงนี้มันเกินหรือไม นี่เปนประเด็นหนึ่งที่เปนการปดลอม เพื่อใหแกไขรัฐธรรมนูญนี้ ยากถึงยากที่สุด🔗

ถัดมา กระบวนการทำกฎหมายประชามติ เพื่อจะแหวกลอมตรงนี้ของฝาย ที่มาจากประชาชน คือฝายพรรคการเมืองตาง ๆ นั้น ก็พยายามจะทำ แตมีขอโตแยง เพิ่มขึ้นมาอีกอันหนึ่ง ก็คือวากฎหมายประชามติที่จะแกไขนั้น จะตองเปนกฎหมายปฏิรูป ประเทศหรือไม นั่นคือตองผานรัฐสภา ไมใชกฎหมายผานกรณีปกติเหมือนกับในสวนของ สภาผูแทนราษฎร แลวไปวุฒิสภาหรือไม ประเด็นเหลานี้มีการโตแยงกันอยูมากมาย ซึ่งอาจเปนบันไดสกัดอีกครั้งหนึ่ง ผมอยากใหตัวแทนรัฐบาลชวยตอบประเด็นนี้ดวยวา เหตุใดรัฐบาลถึงเสนอรางนี้มาประกบกับรางของกาวไกล เพื่อไทย และเพิ่มรางของ ทางพรรคภูมิใจไทยดวย ผมเชื่อวาทานพรอมที่จะตอบในคณะทำงานการทำประชามติ ของรัฐบาล เชื่อวาตอบตรงนี้ได🔗

ประเด็นตอมา ก็คือวาในเรื่องของการทำประชามติ โดยหลักการทำ ประชามติแลว ก็คือการจำกัดอำนาจของรัฐบาลไมใหใชอำนาจตามอำเภอใจ และเคารพ เสรีภาพของประชาชนในการแสดงเจตจำนงรวมกัน เพื่อเขามีสวนรวมทางการเมือง ในกระบวนการตัดสินใจ นี่คือหลักประชามติตามหลักเสรีทั่วไป แตกระบวนการทำประชามติ ของเรานั้น มันมีขอขัดของและมีบทเรียนจากการทำประชามติในรัฐธรรมนูญป ๒๕๖๐ ในป ๒๕๕๙ คอนขางมาก และรางทั้ง ๔ ฉบับที่เกิดขึ้นนั้นเปนตัวแกไขสิ่งเหลานั้นไดดี แตผมดูแลวอาจจะไมครบถวน ผมขอตั้งขอสังเกตและตั้งประเด็นของการทำประชามติ ป ๒๕๕๙ และดูวารางนี้จะตองแกไขเพิ่มเติมในชั้นกรรมาธิการอยางไร🔗

ประการที่ ๑ ก็คือ ในการทำประชามติรัฐธรรมนูญป ๒๕๕๙ ตัวรางที่ใชถาม ความเห็นมาจาก คสช. ๑๐๐ เปอรเซ็นต ไมไดมาจากประชาชนเลยนะครับ ซึ่งตรงนี้ ประชาชนไมไดมีสวนรวมในการออกแบบเนื้อหา สิ่งที่เรามาประชามติตั้งแตตน แตมีเพียง โอกาสที่จะเลือกระหวางเห็นชอบและไมเห็นชอบในเนื้อหาที่เสนอมาแลวเทานั้น ซึ่งประชาชนบางคนอาจเห็นชอบ และบางสวนไมเห็นชอบ บางสวนไมมีทางเลือกที่จะออก เสียงได นี่คือสิ่งที่กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้จะตองทำ ในการตั้งคำถามจะตองใหประชาชนนั้น มีสวนรวมและแกกฎหมายเพื่อตัดปญหาเหลานี้🔗

ประการที่ ๒ คสช. ออก พ.ร.บ. ประชามติ จำกัดความคิดเห็นนะครับ คือมีออกบอกวาหามทำประชามติ เชน กาวราว ปลุกระดม ขมขู มีโทษจำคุกสูงสุดถึง ๑๐ ป อันนี้คือจำกัดใหคนมีความเห็นตางจากรัฐธรรมนูญ หรือคำถาม หรือรางตาง ๆ ขึ้นมา เรื่องนี้ ในรางมี รางรัฐบาล รางของพรรคกาวไกลมี แตอาจจะไมสมบูรณ อยากใหทานเขียน ใหละเอียด เพื่อจะไมใหถูกปดกั้นแบบนี้นะครับ🔗

ประการที่ ๓ คสช. ใชอำนาจควบคุมสื่อหามกิจกรรมทางการเมือง นี่คือเปน ระบบในการทำในป ๒๕๕๙ ใชการควบคุมไมใหมีการแสดงออกความคิดเห็นโตแยงระหวาง ๒ ฝายที่เห็นดวย ไมเห็นดวย มันทำใหคนจำใจบางคนอยากเลือกตั้ง ก็ตองไปเลือกกอน การจะอางความชอบธรรมในรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ที่ทำประชามตินั้น นาจะขาดความ ชอบธรรมอยางยิ่ง เรื่องนี้เราตองดูนะครับ คำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๓/๒๕๕๘ ก็คลายกฎอัยการศึก ในการใหอำนาจทหารจับกุมประชาชนไปคุมขังได ๗ วัน เรื่องอยางนี้ไมอยากจะใหมี อยากจะใหเขียนในเชิงสงเสริมสนับสนุนใหทำความเห็นและอภิปรายอิสระอยางกวางขวาง มีนะครับในรางแตอาจจะไมรอบคอบเทาไร🔗

๔. เวทีเสวนาจัดกิจกรรมสาธารณะถูกปดกั้น นั่นหมายความวามันเปนระบบ ควบคุมโดย ๑๐๐ เปอรเซ็นต แตรางใหมนี้ควรจะเขียนสงเสริม ตรงนี้ยังไมมีนะครับ ใหสื่อมวลชนการจัดเวทีนั้นเกิดอยางเสรี ไมใชไปภาครัฐอยางเดียวนะครับ ในสวนตรงนี้ บางรางบอกวาภาครัฐสามารถสื่อสารไดแตอยากใหสงเสริม ทำอยางไรใหรางกฎหมายนี้ สามารถสงเสริมใหมีการจัดกิจกรรมในการอภิปรายอยางกวางขวาง เพื่อใหประชาชนนั้น สามารถที่จะเขาถึงกอนที่ตัวเองจะลงประชามติ🔗

๕. การไมแจกรางรัฐธรรมนูญนะครับ แจกแตเอกสารชวนเชื่อ สิ่งเหลานี้ รัฐบาลจะตองนำไปทำเหมือนกัน ดังนั้นรางกฎหมายฉบับนี้ควรจะตองมีใหถึงในการแจกราง รัฐธรรมนูญใหกับประชาชนอยางทั่วถึง จะเปน File ใน Internet หรือเปนหนังสือตองถึง ไมใชไปบางสวนหยอม ๆ แลวก็เอกสารชวนเชื่อเขาไปแลวใหหนุนในการรับรางเฉย ๆ สิ่งเหลานี้ควรจะแกไขในรางฉบับนี้🔗

๖. กลไกของรัฐใหนำเสนอแตขอดีของรางรัฐธรรมนูญ ยกตัวอยางเชน ใชอาสาสมัครรักษาดินแดนเปนวิทยากรอาสารักษาเขตชายแดนเผยแพรประชาชน ครู ก ข ค เลยนะครับไปในสวนนี้ มันไมใชกลไกในการชวยในการสนับสนุนใหเห็นทุกฝาย ทุกดาน และรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ นั้นออกมาโดยที่ฟงแตฝายเดียว และจำกัดฝายตรงขาม🔗

๗. ประชาสัมพันธไมทั่วถึง นั่นก็คือการใชสื่ออะไรไมคอยไดทั่วถึงเทาไร ดังนั้นควรจะเขียนขอไปวาจะประชาสัมพันธใหทั่วถึงในการประชาสัมพันธทุกรูปแบบ ทาง Internet ทางสื่อมวลชนทุกอยางในสวนนี้รัฐบาลจะตองทำ ตองเขียนในรางฉบับนี้นะครับ🔗

๘. คำถามพวงเปนคำถามที่สำคัญ มันไมไดออกแบบโดยประชาชนแลว ยกตัวอยางเชน เรื่องสาระของการสนับสนุนใหการเห็นชอบมุงใหเห็นครับ เพื่อใหการปฏิรูป ประเทศเกิดความตอเนื่อง หลีกเลี่ยงสาระสำคัญที่จะใหอำนาจแก สว. โดยใชคำวา ที่ประชุม รวมกันของรัฐสภา แตไมไดชี้แจงใหชัดเจนวา สว. ชุดแรกมาจากการแตงตั้ง มีสิทธิเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีได นี่คือการหมกเม็ดซึ่งทำขึ้นมา ทำอยางไรถึงจะเขียนในสวนของตัวกฎหมาย ฉบับนี้ รางของพรรคกาวไกลคอนขางที่จะเขียนออกมาไดชัดเจน ไมวาจะเปนเรื่องของ ใหชี้แจง ใหขอมูลทั้ง ๒ ฝาย รางของพรรคเพื่อไทย รางของรัฐบาลก็เขียนชัดเจน รวมถึง รางพรรคภูมิใจไทยก็เขียน แตผมอยากใหในชั้นกรรมาธิการนั้นฝากไปแกไขปญหาที่ ขอขัดของเหลานี้ใหดีขึ้น🔗

ประการตอมา ในเรื่องของระบบการใชเสียง ๒ ชั้น ความเห็นขางมาก ๒ ชั้น ที่เกิดขึ้น ตรงนี้เปนสิทธิที่ทุกฝายเห็นรวมกัน ขอบคุณพรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตเอยนาม ที่ตัวแทนทานไดกรุณาบอกวา ถึงแมจะมีขอขัดของในกรณีของเสียงขางมากในชั้นของ ผูใชสิทธิ ผูมีสิทธิเลือกตั้งทานสามารถที่จะตกลงปรับไดในสวนลางในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งเรื่องนี้ ทำใหกรณีสำคัญที่สุดที่จะใหผานรางประชามติแบบนี้มันสามารถที่จะผานไปได🔗

เรื่องตอมา ก็คงเปนเรื่องของการใชกรณีของไมใชรัฐธรรมนูญ การใชสื่อ อิเล็กทรอนิกสในการมีสวนรวม ในการที่เสนอประเด็นตาง ๆ เขามา เรื่องนี้รางพรรคกาวไกล มีนะครับ🔗

ถัดมา ก็คงเปนเรื่องของการที่จะใหเผยแพรในเรื่องตาง ๆ ได และการกำหนด วันที่ใหวันเลือกตั้งเปนวันเดียวกับการประชามติไดในสวนนี้🔗

ทั้งหมดนี้เปนความรวมมือรวมใจกันของตัวพรรคการเมือง ผมอยากให การรวมมือรวมใจของฝายที่มาจากประชาชนนั้น รวมใจใหแข็งขันนะครับ ขอขัดแยงมีนอย มากครับ แลวผมเชื่อวาครั้งนี้จะเปนการฝาวงลอมที่ถูกปดล็อก เราไมทราบวาอะไรมาจะมี การสงตีความแลวก็ตีใหตกไปหรือไม อยางไร แตความรวมมือของฝายที่มาจากประชาชน เปนสิ่งสำคัญที่จะตองเดินหนารวมกัน และผมเชื่อวารางประชามติฉบับนี้จะออกมาใน ทิศทางที่ดี และทำใหเรามีรัฐธรรมนูญฉบับใหมและสามารถทำประชามติในประเด็นตาง ๆ ไดงายขึ้น และเคารพเจตจำนงของประชาชนไดมากขึ้นในการตัดสินใจรวมในทุกระดับ ไมวาระดับชาติ หรือระดับทองถิ่นครับ🔗

นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่สอง

ตอไปทานสุดทายนะครับ ทานณัฐวุฒิ บัวประทุม เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณทานประธานครับ ดวยความคิดถึงครับ ทานประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผูแทนราษฎร แบบบัญชี รายชื่อ พรรคกาวไกล คนจังหวัดอางทองครับ ผมขออนุญาตทานประธานและขออนุญาตตอ สภาผูแทนราษฎรนะครับ เปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรทานสุดทายของพรรคกาวไกลในการ อภิปรายความเห็นตอการพิจารณารางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมมีเหตุผลอยูหลายประการดวยกันครับ แตเหตุผลประการหนึ่ง ที่สำคัญที่ผมตองนำเรียนตอที่ประชุมแหงนี้ก็คือวา ผมเองเปนหนึ่งในรองประธาน คณะกรรมาธิการพิจารณาราง พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติในสภา ชุดที่ ๒๕ ที่ผานมา แนนอนครับ วันนั้นเราพิจารณากันในรูปแบบของการมองวากฎหมายฉบับนี้เปนกฎหมาย ปฏิรูปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เราจำเปนตองพิจารณากันในรัฐสภา ซึ่งเปนบทเฉพาะกาล ที่รัฐธรรมนูญวางไว โดยเฉพาะอยางยิ่งในมาตรา ๒๗๐ แตทานประธานเห็นไหมครับวา วันนั้นกับวันนี้ เมื่อครบกำหนด ๕ ปของวุฒิสภาชุดเฉพาะกาลที่ผานมา เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม วันนี้เงื่อนไขเปลี่ยนแปลงไปแลว กฎหมายฉบับนี้อาจจะยังถูกมองวา เปนกฎหมายปฏิรูปก็ไดครับ แตวันนี้เราไดคืนความชอบธรรมวาการพิจารณากฎหมาย หากยังใชระบบรัฐสภาในการพิจารณาก็ขอใหมาเขาลำดับ เริ่มจากสภาผูแทนราษฎร ถาผาน สภาผูแทนราษฎรก็คอยไปวุฒิสภา ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ผมคิดวานี่คือความสวยงาม ของประชาธิปไตย แตอยางไรก็ตามความสวยงามของประชาธิปไตยก็ตองบันทึก กันไวกอนนะครับวา ตอไปนี้กฎหมายที่เรียกวากฎหมายปฏิรูปที่เคยผานสภา ชุดที่ ๒๕ ไปแลว ไมวาจะเปนพระราชบัญญัติตำรวจแหงชาติ ไมวาจะเปนกฎหมายที่เรียกวาประมวล ยาเสพติด ซึ่งเมื่อวานทานก็ออกประกาศมาวา ตอไปนี้ถือไวแค ๑ เม็ดก็ถือวาเปนผูคาแลว ตาง ๆ เปนตน หากในอนาคตจะมีการแกก็ขอใหแกกันในระบบนี้ หรือตอไปนี้หากจะมี กฎหมายใด ๆ อีกขางหนาก็แลวแต เชน รางพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ ซึ่งยังไมมี การพิจารณา พิจารณายังไมแลวเสร็จ ถาผมจำไมผิดทานรองประธานทานเองก็นั่งเปน กรรมาธิการพิจารณาตาง ๆ ดวย ก็ขอใหในอนาคตใชวิธีนี้ในการพิจารณาไดหรือไมครับ สภาผูแทนราษฎรเราในฐานะตัวแทนประชาชนมีศักดิ์มีศรีเพียงพอที่จะพิจารณา แลวก็ใชมาตรฐานเดียวกันกับทุกกฎหมายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นั่นเปนประการที่ ๑ ที่ผมจำเปนจะตองนำเรียนตอที่ประชุมครับ🔗

ประการที่ ๒ ทานประธานครับ เวลาเราใชคำพูดในภาษาอังกฤษอาจจะ กอใหเกิดความเขาใจที่คลาดเคลื่อน หลายทานถามวาวันนี้เราพิจารณากฎหมายที่เรียกวา ประชาพิจารณหรือ Public Hearing ในภาษาอังกฤษใชหรือไม หลายทานมีความเขาใจ หนอยก็ถามวา วันนี้เราพูดถึงกฎหมายประชามติหรือ Referendum ใชหรือไม หลายทาน ก็ถามมาวาแลวทั้ง ๒ เรื่องนี้มีนัยหรือความเหมือนหรือไมเหมือนกันอยางไร ผมอยากจะ นำเรียนผานทานประธานไปยังพี่นองสื่อมวลชน พี่นองประชาชนทั้งประเทศครับวา ความเหมือนกันก็คือการรับฟงเสียงเจาของอำนาจอธิปไตย เจาของประเทศ เจาของปญหา ตาง ๆ วาเขานั่นละควรจะตองเปนผูตัดสินใจ ไมมีทางหรอกครับที่พี่นองชาวจังหวัดอางทอง จะไปตัดสินใจกรณีสารเคมีที่อำเภอบานคาย จังหวัดระยอง ของทาน สส. ชุติพงศ พิภพภิญโญ ได ไมมีทางหรอกครับที่พี่นองกรุงเทพมหานครจะไปตัดสินใจรถไฟฟาที่เรียกวา รถไฟฟารอบเมือง จังหวัดขอนแกน ของ สส. แบงคชัย อิทธิพล เขต ๒ ขอนแกนได ฉะนั้น ทำความเขาใจแบบนี้จะเปน Public Hearing ที่เรียกวาประชาพิจารณหรือประชามติ ตางก็ตองฟงเสียงจากพี่นองประชาชน แตตางกันวาประชามตินั้นผลของประชามติเปนสิ่งที่ มีความยึดโยงสำคัญยิ่งที่ตองมีหนวยงานรับหรือนำไปปฏิบัติตอ นั่นละครับเปนเหตุผล ประการที่ ๒ ที่ผมจำเปนตองนำเรียนวา เพราะดวยความชอบธรรมหรือความสำคัญของผล ของประชามตินี่ละ เราถึงตองมาดูกันวาอำนาจในการจัดทำ กระบวนการ วิธีการในการทำ พ.ร.บ. ประชามตินั้นควรจะเปนอยางไร ทานประธานจำไดไหมครับ พวกเราชวยกันผลักดัน พ.ร.บ. ประชามติดวยคะแนนเสียงขางนอยกอนหนานี้ในกรรมาธิการที่กลับมาเปน เสียงขางมากในที่ประชุมรัฐสภา ทานประธานจำไดไหมครับ ผมเดินไปคุยกับทานอาจารย ชูศักดิ์ ศิรินิล ซึ่งวันนั้นทานนั่งเปนกรรมาธิการ วันนี้เปนเพื่อนสมาชิกรวมสภาเดียวกัน บอกทานอาจารยชูศักดิ์ พรรคกาวไกลขอถอนขอสงวนสวนนอยของเราสนับสนุนขอสงวน ของทานอาจารยชูศักดิ์ ศิรินิล จนนำมาซึ่งวันนี้การทำประชาพิจารณนั้นพี่นองประชาชน ก็เขาชื่อนำไปสูการเสนอ ครม. ทำประชาพิจารณได รัฐสภาก็สามารถใหความเห็นที่จะเสนอ ตอ ครม. ในการจัดทำประชาพิจารณได แตเสียดายวา ๑ ครั้งที่สภาผูแทนราษฎรเคยมีเสียงขางมาก ขอความเห็นสงไป สว. ถามกันงาย ๆ วาทานเห็นดวยกับญัตติที่จะถามพี่นองประชาชนขอใหมีการแกไขรัฐธรรมนูญใหมทั้งฉบับ ถามไปพรอมกับการเลือกตั้งทั่วไปนั้น มันตกในชั้นวุฒิสภา ถึงแมในสภาผูแทนราษฎร จะทำใหเราไดเสียงทวมทนกลายเปนไมสามารถสงไปให ครม. ทำประชามติได ก็ไมเปนไรครับ อายุเริ่มมากก็ตองเลาเรื่องอดีตกันยาวสักนิดหนึ่ง แตมองไปในอนาคต มองไปยังจังหวัดเชียงใหม ของ สส. พุธิตา ชัยอนันต มองไปยังจังหวัดหลาย ๆ แหงของพี่นอง สส. พรรคกาวไกล คนหนุม คนสาว เขาบอกวาความชอบธรรมของการทำประชามติขอแบบนี้ไดไหมวาหลักการ ประชาธิปไตยโดยทั่วไป Double single มันตางกันอยางนี้วา Double บอกวา ๒ ขั้น Single บอกวาขั้นเดียว ถาเราไมปดดวยคำถามเชิงลบที่ชี้นำไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ถาเราไมปดปากกันดวยการหามรณรงค เหมือนทานสมาชิกหลายทาน สส. ชลธิชา แจงเร็ว จากปทุมธานี สส. รังสิมันต โรม สส. พุธิตา ชัยอนันต เคยเจอในอดีตตอนรณรงครับ หรือไมรับ คำถามพวงในการแกไขในการทำรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ถาเราไมปด บอกใหรณรงค กันอยางกวางขวางทั่วไป คำถามไมใชคำถามปลายปด ผมอยากจะเรียนทานนิกร จำนง ดวยความเคารพรัก เวลานักจิตวิทยากับนักกฎหมายถาม ไมเหมือนกันนะครับ ทานรัฐมนตรี พม. ก็นั่งอยู นักจิตวิทยาจะถามกรณีที่เกิดอะไรขึ้นกับเด็กสักคนหนึ่งที่ถูกละเมิด เขาถามวา หนูเลาใหฟงไดไหมเพราะเหตุใดหรือเกิดอะไรขึ้นกับหนู แตนักกฎหมายถามวา ทำไมหนู ถึงถูกละเมิด ทำไมหนูถึงพาตัวเองไปถูกละเมิด เห็นไหมวาคำถามนี้มันชี้นำหรือมันสำคัญกับ การลงประชามติ การโนมนาวใหพี่นองประชาชนไปลงประชามติแคไหน ฉะนั้นในเมื่อเรา ปลดล็อกเรื่องนั้นไปแลว เสียงขางมากทั่วไปแบบนี้จะเรียกในภาษาอังกฤษวา Single Majority หรือใด ๆ ก็แลวแต แตเปนเสียงขางมากที่ใหพี่นองประชาชนไปกัน และชวยกันลงคะแนนให มากกวาเสียงที่ไมเห็นดวย แบบนี้ก็ถือเปนความชอบธรรมของกระบวนการทำประชามติแลวครับ ซึ่งผมเชื่อมั่นวาทั้ง ๔ ราง ไมวาจะเปนราง วันนี้ไมพูดเลยใครทำกอนทำหลัง นายกรัฐมนตรี เซ็นหรือไมเซ็นอะไรตาง ๆ ไมพูดเลย เพราะถือวา ๔ รางนี้ศักดิ์มันเทากัน ก็ตอบสนองตอ โจทยที่เรียกวาเสียงขางมากขั้นเดียวทั้ง ๔ ราง ซึ่งตองขอบพระคุณและชื่นชม แมกระทั่ง คณะรัฐมนตรีที่พิจารณาจากรางของพรรคกาวไกลประกอบในการสงมาเปนกฎหมาย นั่นเปนเหตุผลประการที่ ๔🔗

เหตุผลประการที่ ๕ ครับทานประธานครับ วันนี้เราพิจารณา พ.ร.บ. การออกเสียง ประชามติ คนก็นอยนิดหนึ่ง แอรก็เย็นหนอย ก็หวังวาพรุงนี้จะพิจารณารางงบประมาณดึก ๆ อยาแอรเย็นแบบนี้นะครับ พวกผมแอรเย็นทีไรก็ตองลุกนั่งตลอดเวลา ตองถามที่ประชุมวา พรอมหรือไมพรอม แตบอกแบบนี้บอกเงื่อนไขวากรณีของคำถาม เอาที่มันงาย ๆ ประชาชน เขาใจไดหรือไม อิเล็กทรอนิกสก็เปนกระบวนการในอนาคต พรรคกาวไกลยืนยันเลยวาเราใช เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกสเยอะมาก พรรคอื่นอาจจะไมมีการตั้งตัวแทนพรรคการเมือง ประจำอำเภอที่เรียกวา ตทอ. นี่ทาน สส. ไมค ประสิทธิ์ ปทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี เขาก็ตอง ทำกระบวนการที่เรียกวาการจัดตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำอำเภอ เราก็ยืมเครื่องลงคะแนน อิเล็กทรอนิกสของ กกต. เปนประจำ เครื่องหนึ่งมี ๔ เครื่องพวง ราคา ๒๐๐,๐๐๐ บาท พรรคกาวไกลมักจะตกใจเวลาไดยินตรงราคานี้ แตอยางอื่นประสิทธิภาพดีหมดเลย อยากจะทำ อยากจะใช เอามาใชกับการทำประชามติ แตอยางที่ผมเรียนวาคำถามสำคัญ พี่นองของ สส. แบงคชัย อิทธิพล ถามวาภาษาอีสานบอก ขอยบเขาใจ บแมนเขาใจคำถามที่ถามมานี้ จะตอบอยางไร พี่นองชาวเหนือของ สส. พุธิตา บอกสุมาเตอะเจา ขาบเขาใจจักเทื่อ ก็ไมรู จะเขาใจมันอยางไร ฉะนั้นทานอยาลืมนะวามีพี่นองประชาชนในประเทศที่อาจจะอานออก เขียนไมได ไมเขาใจคำถาม เปนคำถามเฉพาะถิ่น เฉพาะเรื่องใด ๆ ตาง ๆ อันนี้การออกแบบ ก็ตองทำ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลผมอยากจะใชเวลาทานประธาน ความจริงพรรคฝายคานเราเหลือ อีก ๕ นาทีใชไหมครบตามกรอบเวลา ผมก็ใชเอาเต็มที่แลวกันไมไดพูดมาตั้ง ๒ เดือนกวา ก็ตองขออนุญาตทานประธานกอน เดี๋ยวทานประธานจะไมอนุญาต ทานพยักหนานะครับ ขออีกนิดเดียวครับอีกนิดเดียวที่จะ บอกวาความแตกตางของ ๔ รางนี้ที่จำเปนตองใหทานกรรมาธิการรับไปพิจารณาก็คือวา รางของพรรคกาวไกลเปนรางเดียวที่เขียนหลักการแบบภาษาคนรางกฎหมาย ในคูมือเขียนวา เปนหลักการแบบกวางครับ แบบกวางก็คือวา แกไขเพิ่มเติมกฎหมายวาดวยการออกเสียง ประชามติ เพื่อใหเกิดกติกาประชามติเปนธรรมกับทุกฝาย ในขณะที่อีก ๓ รางที่เหลือไมวา จะเปนรางของทานอาจารยชูศักดิ์นั้นทานกำหนดไว ๖ ประเด็นดวยกัน รางของ ครม. มี ๔ ประเด็น รางของพรรคภูมิใจไทยมี ๔ ประเด็น ผมก็ตองนำเรียนความชอบธรรม เปนหลักการ อยากจะไดยินคำตอบจาก ผูอาวุโส ทาน สส. ชูศักดิ์ ทานนิกร จำนง ทานอื่น ๆ ที่อยากจะสรุปวาแบบนี้ไดไหมครับ แบบนี้ก็คือวาขอใหรับหลักการทั้ง ๔ ราง และหาก รับหลักการทั้ง ๔ รางไปแลว แมจะเอารางใดรางหนึ่งเปนรางหลัก ก็ขอวาไมควรจะไปมี คำถามในชั้นกรรมาธิการอีกแลวครับวาตองเดินตามรางหลักเทานั้น เพราะเมื่อเรารับ หลักการทั้ง ๔ ราง หลักการทั้ง ๔ ราง ตองไมหายไปในชั้นพิจารณาวาระที่ ๒ ทั้งหมดทั้งมวล ที่ผมนำเรียนตอทานประธานที่ผมพูดตอเพื่อนสมาชิก ที่ผมพูดตอพี่นองประชาชนผูเปน เจาของอำนาจอธิปไตยที่แทจริงก็เพื่อยืนยันวา กระบวนการทำประชามติ โดยเฉพาะอยางยิ่ง ไมวาจะเปนระดับทองถิ่น ไมวาจะเปนระดับปญหาแบบสารเคมีที่บานคาย จังหวัดระยอง ที่ สส.ผมตองวิ่งไปมาตลอดเวลาเกือบทุกคืน ผมก็นั่งดูเขาทำงาน ขอกันไดไหมครับวา ถาจะ ใหกระบวนการแบบนั้นชอบธรรม เปนธรรม ทุกฝายเคารพกติกาไดอยางแทจริงนั้นจะตอง เปดกวางทั้งหมด และผมอยากใหรับทั้ง ๔ รางไปพิจารณา โดยเฉพาะอยางยิ่งกรณีที่ เมื่อพิจารณาแลวเห็นวาอาจจะมีบางประเด็นที่ยังไมมีรางใดเสนอมา ก็อาจจะใชการประชุม ในสภาในวาระที่ ๒ นั้น เปนการปรับแกรางตาง ๆ ได ผมอยากไดยินคำนี้จากตัวแทน คณะรัฐมนตรี และหากเปนเชนนั้นเปนคำตอบแบบนั้น ทางพรรคกาวไกลก็อยากจะยืนยันวา เราพรอมจะรับหลักการทั้ง ๔ ราง แลวเราพรอมสนับสนุนรางของคณะรัฐมนตรีเปนรางหลัก แตเราขอเพียงหลักประกันวาการแกไขรอบนี้นั้นจะเปนไปเพื่อประโยชนตอพี่นองประชาชน และนำไปสูการแกไขหลาย ๆ เรื่อง ไมใชแครัฐธรรมนูญนะครับ แตรัฐธรรมนูญจะเปนหนึ่ง เรื่องที่การทำประชามติจะเปนการไขปญหาที่ไมเปนธรรม ปญหาทางการเมือง ปญหาที่อยูใน ประเทศแหงนี้มาแลว ๑๐-๒๐ ป อยากใหมันจบที่รุนเราจริง ๆ ขอบคุณทานประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ กอนที่เจาของญัตติจะสรุป ทางคณะรัฐมนตรีจะตอบ เชิญทานนิกร จำนง ครับ🔗

นายนิกร จำนง กรรมการและโฆษกคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษา แนวทางในการทำประชามติเพื่อแกไขปญหาความเห็นที่แตกตางในเรื่องรัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐

กราบเรียนทานประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จำนง ในฐานะผูชี้แจงรางพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคณะรัฐมนตรีนะครับ ก็จะขอชี้แจงตอคำถาม ทานแรกของทานธีรัจชัย พันธุมาศ ที่ไดใหความเห็นเกี่ยวกับเรื่อง ทำไมถึงเปนกฎหมายไมเปนปฏิรูป ซึ่งประเด็นนี้นะครับ ตองขออนุญาตใชเวลานิดหนอยนะครับ เพราะวาเปนประเด็นที่มีการพูดถึงกันอยูเยอะแลว ก็มีความซับซอน แลวก็มีความเกี่ยวเนื่องนะครับ ในประเด็นแรกผมจะชี้แจงเปน ๓ ประเด็น🔗

ประเด็นแรกเกี่ยวกับระยะเวลาในการเสนอรางพระราชบัญญัติที่ตราขึ้น เพื่อดำเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของคณะรัฐมนตรี🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือวาระยะเวลาในการพิจารณารางพระราชบัญญัติที่ตราขึ้น เพื่อดำเนินการหมวด ๑๖ นะครับ ในการปฏิรูปประเทศ ในการประชุมรวมกันของรัฐสภา🔗

ประเด็นที่ ๓ ทำไมคณะรัฐมนตรีถึงไมไดเสนอรางพระราชบัญญัติวาดวยการ ออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เปนกฎหมายปฏิรูปนะครับ🔗

ประเด็นแรกก็อยากจะกราบเรียนตอสภาแหงนี้วา รัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗๐ เปนบทเฉพาะกาลนะครับ ที่กำหนดให รางพระราชบัญญัติที่ตราขึ้น เพื่อดำเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศใหเสนอ และพิจารณาในการประชุมรวมกันของรัฐสภา ซึ่งถือเปนกระบวนการนิติบัญญัติที่เพิ่มขึ้น ใหมตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่เปนการกำหนดกลไก หรือมาตรการทางกฎหมายใชบังคับเปนการชั่วคราว ขีดเสนใตนะครับ ในระยะเริ่มแรกของการใชบังคับรัฐธรรมนูญตามบทเฉพาะกาลเทานั้น ที่ใหการพิจารณา กฎหมายปฏิรูปประเทศโดยใชสภาเดียว คือ การประชุมรวมกันของรัฐสภาซึ่งอยูภายใต เงื่อนไขระยะเวลาตามอายุของวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาล เมื่อพนอายุของวุฒิสภาตาม บทเฉพาะกาล การพิจารณากฎหมายตองกระทำโดย ๒ สภา คือ สภาผูแทนราษฎร และวุฒิสภาตามลำดับ ตามที่กำหนดไวในบทถาวรของรัฐธรรมนูญ โดยความมุงหมายของ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ คือ ใหวุฒิสภาเปนกลไกหลักในการกำกับและการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศและการจัดทำการดำเนินการตาม ยุทธศาสตรชาติ และใหบรรลุเปาหมาย รวมทั้งกำหนดกลไกในการเสนอพิจารณารางกฎหมาย เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ โดยมาตรานี้กำหนดใหเปนหนาที่และอำนาจของวุฒิสภาในการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและดำเนินตามยุทธศาสตรชาติ โดยกำหนดใหการเสนอ กฎหมายเกี่ยวของการปฏิรูปประเทศนี้มีขั้นตอนซึ่งแยกอยางชัดเจนตามขั้นตอนในการเสนอ กฎหมายทั่วไป กลาวคือการเสนอกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศใหเสนอพิจารณา โดยการประชุมรวมกันของรัฐสภา โดยอยูภายใตระยะเวลาตามมาตรา ๒๖๙ ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จึงเห็นวาคณะรัฐมนตรีสามารถเสนอรางพระราชบัญญัติซึ่งจะตราขึ้นเพื่อดำเนินการตาม หมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศไดในระยะเวลาตามอายุของวุฒิสภา ๕ ป นับตั้งแตมี พระบรมราชโองการแตงตั้งสมาชิกวุฒิสภาตามที่กำหนดตามมาตรา ๒๗๐ ประกอบ มาตรา ๒๖๙ (๔) ของรัฐธรรมนูญ และปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาวุฒิสภาชุดใหมจะเขารับ หนาที่ตามมาตรา ๒๖๙ (๖) ของรัฐธรรมนูญ คือ เมื่ออายุวุฒิสภาสิ้นสุดลงตาม (๔) ใหดำเนินการเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา ๑๐๗ ตอไป และนำความในมาตรา ๑๐๙ วรรคสาม มาใชบังคับโดยอนุโลม คือ เมื่ออายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลงใหสมาชิกวุฒิสภาอยูใน ตำแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีสมาชิกวุฒิสภาชุดใหม และตามมาตรา ๑๐๙ วรรคสอง กำหนดใหสมาชิกภาพของวุฒิสภาที่เริ่มตั้งแตวันคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศผลการเลือกตั้ง🔗

ในประเด็นที่ ๒ ระยะเวลาการพิจารณาพระราชบัญญัติที่ตราขึ้นเพื่อการ ดำเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศของการประชุมรวมของรัฐสภา เมื่อมาตรา ๒๖๙ (๔) ของรัฐธรรมนูญบัญญัติใหอายุของวุฒิสภาตามมาตรานี้มีกำหนด ๕ ปนับตั้งแตวันที่มี พระบรมราชโองการแตงตั้ง และไดมีพระบรมราชโองการแตงตั้งสมาชิกวุฒิสภา เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๖ อายุวุฒิสภาจึงกำหนด ๕ ป และสิ้นสุดลงในวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ตอมาไดมีการเสนอพระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๗ ซึ่งประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม กำหนดใหมีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไดมีมติเห็นชอบประกาศกำหนดวันเลือกตั้งแลวหาก คณะรัฐมนตรีเสนอรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยแจงตอประธานรัฐสภาวาเปนกฎหมายปฏิรูปประเทศ เพื่อใหใชที่ประชุม รวมกันของรัฐสภาพิจารณาในชวงเวลาที่สามารถคาดหมายไดวาใกลจะมีวุฒิสภาชุดใหมแลว อาจทำใหไมสามารถพิจารณารางพระราชบัญญัติดังกลาวไดทันภายในอายุวุฒิสภาตาม บทเฉพาะกาล อาจมีประเด็นโตแยงในเรื่องกระบวนการตราไมชอบดวยรัฐธรรมนูญ เพราะการเสนอการพิจารณากฎหมายการปฏิรูปประเทศไมอยูในเงื่อนไขการปฏิบัติหนาที่ตาม อายุวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาลตามมาตรา ๒๗๐ ประกอบมาตรา ๒๖๙ (๔) และ (๖) และ มาตรา ๑๐๙ วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้หากไมกำหนดเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาไวใน บทเฉพาะกาลตามมาตรา ๒๖๙ อาจจะทำใหบทเฉพาะกาลนั้นใชบังคับไปตลอด ในฐานะ เปนบทบังคับถาวร ไมใชเปนบทเฉพาะกาล🔗

ประเด็นสุดทาย เกี่ยวกับคณะรัฐมนตรีที่ไมเสนอรางพระราชบัญญัติวาดวย การออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้เปนกฎหมายปฏิรูปประเทศ ผมขอ กราบเรียนวาอยางนี้ครับ โดยที่มาตรา ๑๗๐ วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญกำหนดวา รางพระราชบัญญัติใดที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบเห็นวาเปนรางพระราชบัญญัติที่ตราขึ้น เพื่อดำเนินการตามหมวด ๑๖ ของการปฏิรูปประเทศ ใหแจงใหประธานรัฐสภาทราบ พรอมกับการเสนอรางพระราชบัญญัติฉบับนั้น จึงเปนอำนาจของคณะรัฐมนตรีในการ พิจารณาวากฎหมายฉบับใดจะเสนอเปนกฎหมายปฏิรูปประเทศ เมื่อคณะรัฐมนตรีไดมีมติ เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๗ เห็นชอบใหมีการเสนอรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตอสภาผูแทนราษฎร และตอมาเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๗ ไดมีหนังสือกราบเรียน ประธานสภาผูแทนราษฎรวา คณะรัฐมนตรีไดประชุมปรึกษาลงมติใหเสนอราง พระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตอสภาผูแทนราษฎร เปนเรื่องดวน โดยไมไดเสนอตอประธานรัฐสภาและแจงวาเปนกฎหมายปฏิรูปประเทศ ดังนั้น จึงตองพิจารณารางพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติในสภาผูแทนราษฎร และวุฒิสภาตามลำดับตอไป ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีอำนาจในการพิจารณาควรเสนอกฎหมายใด เปนกฎหมายปฏิรูปประเทศภายใตระยะเวลาตามเงื่อนไขในมาตรา ๒๗๐ ประกอบ มาตรา ๒๖๙ ของรัฐธรรมนูญ อนึ่ง การที่คณะรัฐมนตรีเสนอรางพระราชบัญญัติวาดวย การออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตอสภาผูแทนราษฎร เปนการเสนอตามบทถาวร ขณะนี้เปนการเสนอตามบทถาวร คือมาตรา ๑๓๓ (๑) ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำใหสามารถนำ รางที่สมาชิกสภาผูแทนราษฎรเสนอตอสภาตามมาตรา ๑๓๓ (๒) ของรัฐธรรมนูญที่กำหนด รางทำนองเดียวกันพิจารณาพรอมกันได หมายถึงรางที่มีอยูแลวในสภานี้ ทั้งนี้หาก คณะรัฐมนตรีเสนอรางพระราชบัญญัติดังกลาวไปตามกฎหมายปฏิรูปประเทศ มาตรา ๒๗๐ ประกอบมาตรา ๒๖๙ ของรัฐธรรมนูญซึ่งเปนบทเฉพาะกาลอาจเปนชวงระยะเวลา ที่ไมเหมาะสม เนื่องจากอายุของวุฒิสภามีบทบาทในการปฏิรูปประเทศไดสิ้นสุดลงแลว โดยเปนวุฒิสภารักษาการเทานั้น หากระหวางพิจารณากฎหมายดังกลาวไมแลวเสร็จภายใน อายุของวุฒิสภา หมายถึงชุดปจจุบันนี้ อาจมีประเด็นตรวจสอบความชอบดวยรัฐธรรมนูญ ของพระราชบัญญัติดังกลาวดวย ก็เปนการตอบทั้งหมดตอโครงสรางของความเปนมา และระยะเวลา แลวก็สุดทายที่คณะรัฐมนตรีเลือกที่จะไมเสนอเปนกฎหมายปฏิรูปประเทศ เพราะเสนอไมได ก็นำเรียนครับ และขอตอบทานณัฐวุฒิดวยวาเกี่ยวกับเรื่องรางถาในกรณีที่ สภาแหงนี้เห็นวารางของรัฐบาลเปนรางหลักมีมติตามนั้น การพิจารณาถาเรารับไปทุกราง ก็สามารถจะพิจารณารวมกันไดอยูแลวในระบบของสภาเรา โดยในชั้นกรรมาธิการก็สามารถ จะดึงมาพิจารณาไดทุกมาตราที่รับกันไปอยูแลว ขอนำเรียนดวยความเคารพครับทานประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ กอนที่จะลงมตินะครับ ทานผูเสนอญัตติมีสิทธิที่จะสรุปตามขอบังคับ ขอ ๗๕ ไดอีก ๑ ครั้ง ก็มีอยู ๒ ทาน ทานแรกทานจาตุรนต ฉายแสง ทานที่ ๒ ทานพริษฐ วัชรสินธุ เชิญทานจาตุรนต ฉายแสง ครับ🔗

นายจาตุรนต ฉายแสง แบบบัญชีรายชื่อ

ทานประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต ฉายแสง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมไดรับ มอบหมายใหอภิปรายสรุปญัตติเสนอรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ ที่เสนอโดยอาจารยชูศักดิ์ ศิรินิล กับคณะ ผมจะใชเวลาใหสั้นที่สุดเทาที่จะเปนไปได โดยจะพูดถึงหลักการ เหตุผล และวัตถุประสงคที่พรรคเพื่อไทยไดเสนอรางแกไข พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ในการอภิปรายวันนี้ทานประธานจะเห็นวา สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจะเรียกวาทั้งหมดก็วาได ไดเห็นพองตองกันวาตองการทำให พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติเปนเครื่องมือในการที่ประชาชนจะเปนผูใชอำนาจอธิปไตย ทางตรงหรือวาประชาธิปไตยทางตรง ตองการพูดถึงเรื่องประสิทธิภาพ ชองทางความเปนเสรี เหลานี้คือการตองการให พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติเปนเครื่องมือที่ใหอำนาจ ทางตรงแกประชาชน แตวาเราคงจะตองทำความเขาใจอยูบางเหมือนกันวา การทำประชามติที่ใหประชาชน กำหนดอนาคตของประเทศ กำหนดนโยบายสำคัญของประเทศยังไมเคยมีมากอนในประเทศนี้ ที่พูดอยางนี้บางทานก็อาจจะสงสัยวาก็มีการทำประชามติไป ๒ ครั้ง สำหรับรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๕๐ และป ๒๕๖๐ แตวาจากตรงนั้นละครับ เราจะเห็นวาการลมลุกคลุกคลาน ของประชาธิปไตยมาจากมีการรัฐประหาร คณะรัฐประหารรางรัฐธรรมนูญขึ้นมา แลวก็ เพื่อที่จะใหรัฐธรรมนูญที่รางขึ้นมานั้นผานและเปนที่ยอมรับก็เลยจัดใหมีการทำประชามติ เหมือนที่สากลเขาทำกัน แตวาการทำประชามติ การจัดใหมีการออกเสียงลงประชามติ ที่ผานมา ๒ ครั้งในอดีตนั้น เราก็จะพบวาไดถูกบิดเบือนไป จนกระทั่งการทำประชามติ หรือการจัดใหมีการออกเสียงลงประชามติเปนเครื่องมือสำหรับที่จะทำใหรัฐธรรมนูญ ที่ไมเปนประชาธิปไตยผานการทำประชามติไปได โดยใชการบิดเบือนในแงของการบังคับให ประชาชนไมมีทางเลือก การหลอกวาถาหากประชามติไมผานก็จะไมมีการเลือกตั้ง ถาประชามติผานจึงจะมีการเลือกตั้ง การไมใหมีการรณรงคอยางเสรี การหามบิดเบือน ซึ่งเปดชองใหเจาหนาที่ตีความกฎหมายและขอเท็จจริง เพื่อเปนการปดปากผูที่มี ความคิดเห็นที่แตกตาง อันนี้เกิดขึ้นในการทำประชามติทั้ง ๒ ครั้ง เพราะฉะนั้นการแก พ.ร.บ. การออกเสียงลงประชามติในครั้งนี้ครับทานประธานที่เคารพ จึงเปนโอกาสที่ สภาผูแทนราษฎรและรัฐสภาจะทำให พ.ร.บ. ประชามติ เปนเครื่องมือที่จะทำใหประชาชน ใชอำนาจอธิปไตยทางตรงกำหนดนโยบายสำคัญของรัฐบาล และกำหนดอนาคตของประเทศ ก็คือการเห็นชอบกับการแกไขรัฐธรรมนูญเปนครั้งแรก ทาน สส. ทานสมาชิกหลายทาน ไดอภิปรายวา การแกพระราชบัญญัติประชามติในครั้งนี้จะมีประโยชนตอการทำประชามติ ในเรื่องตาง ๆ พูดถึงการทำประชามติอยางกวางขวางในเรื่องนโยบายสำคัญ พูดถึงเรื่อง การลงประชามติโดยอิเล็กทรอนิกสใหมีประสิทธิภาพ ใหมีการประหยัด หลายสิ่งหลายอยางนั้น พรรคเพื่อไทยก็เห็นดวย และความจริงเรื่องสำคัญ ๆ เราก็เสนออยูในรางของพรรคเพื่อไทย แตจำเปนตองพูดกันตรง ๆ วา การเสนอแกไข พ.ร.บ. ประชามติในครั้งนี้เราเห็นวา เปนความจำเปนและเกี่ยวของโดยตรงกับการแกไขรัฐธรรมนูญที่กำลังจะมีขึ้นอันนี้ตองพูดกัน ตรง ๆ ไมออมคอม วาตองการใหแกไขประชามติในหลาย ๆ ดานไปหมดไมใชเฉพาะเรื่อง การแกไขรัฐธรรมนูญ นั่นก็เปนความจริงบางสวน แตเหตุผลตรงไปตรงมาที่สุดก็คือวา พรรคเพื่อไทยเราพยายามแกไขรัฐธรรมนูญเรื่อยมา รางของพรรคเพื่อไทย ก็ยังคางอยู และในการพยายามแกไขรัฐธรรมนูญที่ทำโดยทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองอื่น มาถึงขั้นตอนที่มีขอสรุปวาจะตองมีการทำประชามติ ปญหาที่เราไปพบก็คือวา การทำ ประชามติตองทำโดยใช พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติที่มีอยู แต พ.ร.บ. วาดวย การออกเสียงประชามติที่มีอยูเปนปญหาตอการแกไขรัฐธรรมนูญ เพราะ พ.ร.บ. วาดวยการ ออกเสียงประชามติที่เขียนไวนี้ ไมไดตั้งใจใหประชาชนมีอำนาจในการกำหนดนโยบายตาง ๆ แลวก็ไมไดตั้งใจใหเปนเครื่องมือในการที่ประชาชนจะไปผานรัฐธรรมนูญ แตเปนกลไกสำคัญที่มีไวเพื่อยับยั้งขัดขวางการแกไขรัฐธรรมนูญ ทำไมผมจึงพูดอยางนี้ครับ ทานประธานที่เคารพ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาหากรัฐสภาตองการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม ตองจัดใหประชาชนผูทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติเสียกอนวา สมควร มีรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม และตอนทายสรุปวารัฐสภามีหนาที่และอำนาจจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมได โดยตองใหประชาชนผูมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญไดลงประชามติ เสียกอนวา ประชาชนประสงคจะใหมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม เมื่อจัดทำรางเสร็จแลว ตองใหประชาชนลงประชามติเห็นชอบ หรือไมเห็นชอบกับรางรัฐธรรมนูญฉบับใหม อีกครั้งหนึ่ง คำถามคือวา พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติที่เขียนไวนี้ จะเอื้ออำนวย หรือยับยั้ง ขัดขวางการแกไขรัฐธรรมนูญ ทานสมาชิกหลายทานเกือบจะทุกพรรคพูดไป ในทางเดียวกันวา เรื่องที่เปนปญหาคือเรื่องที่กำหนดใหใชเสียงขางมาก ๒ ชั้น หรือที่ใชคำวา Double Majority ดูจะเห็นตรงกันเปนสวนใหญ วาเรื่องนี้เปนปญหาและตองแกไข แตวา ในรายละเอียดก็มีการเสนอรายละเอียดที่ตางกันออกไป เชน รางของ ครม. บอกวา ตองลงคะแนนมากกวารอยละ ๕๐ ของผูออกมาใชสิทธิ ตองมากกวาคะแนนผูไมแสดง ความคิดเห็น รางของพรรคเพื่อไทยบอกวาตองมีคะแนนเปนเสียงขางมาก และตองมีคะแนน มากกวาคะแนนของผูไมแสดงความคิดเห็น สวนรางของพรรคกาวไกลบอกวาประชามติ จะผานก็ตอเมื่อตองมีเสียงมากกวารอยละ ๕๐ ของผูมาใชสิทธิออกเสียง ก็คือมากกวา ผูไมเห็นดวยรวมกับผูที่งดออกเสียง อันนี้คือความแตกตางในรายละเอียด คำถามจึงมีตอไปวา เมื่อเห็นตางกันอยางนี้ แลวจะใชหลักการเหตุผลอะไรที่จะไปสูขอสรุปวาหลักเกณฑ ที่กำหนดวาตองไดเสียงมากหรือนอยเทาไร มันควรจะเปนอยางไร ทานประธานครับก็ตอง ยอนไปวา เวลารัฐธรรมนูญบอกวาการแกรัฐธรรมนูญ มาตรานั้นมาตรานี้ตองไปทำประชามติ ก็ดี หรือการที่ศาลวินิจฉัยวาถาจะรางกันใหม รางฉบับใหมตองไปทำประชามติเสียกอน ทำประชามติดวยหลักเกณฑอะไร ทางรัฐสภาก็จะมีหลักเกณฑลงมติดวยเสียงขางมาก แลวก็ มีเงื่อนไขประกอบมาวาตองมีเสียง สว. เทาไร มีเสียงฝายคานเทาไร การทำประชามติจะใช หลักเกณฑอะไร ถาหากจะพูดวาใหงาย ใหยาก อยางนั้นก็จะมีเสียงวิพากษวิจารณตามมาวา ทำไมจะตองแก พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติเพื่อใหผานรัฐธรรมนูญไดโดยงาย หรือถายากเกินทำไมจึงจะแก พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติใหยากจนแกรัฐธรรมนูญ ไมไดคำตอบในเรื่องนี้ก็คือตองยอนไปดูวาในการทำประชามติรางรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๕๐ ก็ดี ป ๒๕๖๐ ก็ดี โดยเฉพาะการรับรองรางรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ คือฉบับปจจุบัน ใชหลักเกณฑในการตัดสินวาเห็นชอบหรือไมเห็นชอบวาอยางไร หลักเกณฑในการเห็นชอบ หรือไมเห็นชอบ ก็คือรางรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ จะผานความเห็นชอบจากประชาชน ทั่วประเทศหรือไม มีหลักเกณฑที่สำคัญประการเดียวคือใชเสียงขางมาก เสียงขางมาก บอกวาเห็นชอบก็เปนอันเห็นชอบ เสียงขางมากบอกวาไมเห็นชอบรางรัฐธรรมนูญนั้นก็ตกไป เมื่อการเห็นชอบหรือไมเห็นชอบรางรัฐธรรมนูญที่เปนตัวแม คือรัฐธรรมนูญฉบับปจจุบัน ฉบับป ๒๕๖๐ ใชหลักเกณฑนี้ คำถามตอไปจึงเปนวาแลวถาจะไปทำประชามติแกรัฐธรรมนูญบางมาตรา หรือจะแก รัฐธรรมนูญเพื่อใหเกิดการรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมทั้งฉบับ จะใชหลักเกณฑที่แตกตางไปได หรือไม เชน ถาบอกวาจะแกใหมเปนวาตอไปนี้ใชหลักเกณฑวามีเสียงเห็นชอบรับรองเกิน ๒๕ เปอรเซ็นตก็เปนอันใชได หรือบอกวาตองเห็นชอบ ๘๐ เปอรเซ็นตจึงใชได อันนี้จะเอา อะไรมาตัดสิน ไมมีวิธีอะไรที่จะมีหลักเหตุผลในการตัดสินเรื่องนี้ไดดีกวา การยอนไปทำใช หลักเกณฑเดียวกันกับการทำประชามติเห็นชอบรางรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ เอง ดังนั้น ดวยเหตุผลอยางนี้พรรคเพื่อไทยจึงเสนออยางตรงไปตรงมาวา เรื่อง Double Majority เรื่องเสียงขางมาก ๒ ชั้นนั้น พูดงาย ๆ ก็คือมันเปนหลักเกณฑ กติกาที่ทำใหผูที่ไมเห็นดวยไป รวมกับผูที่ไมออกเสียงลงคะแนนแลวจะกลายเปนเสียงขางมากไปได แลวก็สามารถชนะ ผูที่มาลงคะแนนเห็นชอบ ทานสมาชิกหลายทานไดใหเหตุผล ไดยกตัวอยางกรณี ในตางประเทศใหเห็นแลววากรณีแบบนี้เปนปญหา แตเรากลับมาที่เดิมครับ พรรคเพื่อไทย กลับมาตรงที่วารางรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ เห็นชอบในการทำประชามติกันมาดวยหลักเกณฑ อยางไรก็ใหใชหลักเกณฑนั้น จึงไดเสนอเปนรางของพรรคเพื่อไทยซึ่งก็สอดคลองกัน กับรางของรัฐบาล ความจริงก็ไมไดแตกตางกันมากนักกับรางของพรรคกาวไกล เพียงแตวา ผมตองการย้ำหลักเหตุผลที่สำคัญ นอกจากนั้นแลวในรางของพรรคเพื่อไทยซึ่งความจริง ก็ตรงกับพรรคกาวไกลดวย ก็คือกำหนดเรื่องการลงประชามติในวันเดียวกันกับการเลือกตั้ง เพื่อใหคนมาลงคะแนนออกเสียงประชามติกันไดมาก ๆ แลวก็เปนการประหยัดคาใชจาย อีกอยางหนึ่งก็คือการเลือกทางจดหมายหรือทาง Online ซึ่งทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคกาวไกล ก็เสนอตรงกัน มีที่พรรคเพื่อไทยใหความสำคัญเปนพิเศษอีกเรื่องหนึ่ง นาจะมีอยูในรางของ พรรคเพื่อไทยเพียงรางเดียว ก็คือการรณรงคใหเปนไปไดอยางเสรี และทุกฝายรณรงค อยางไมถูกจำกัดสิทธิ ซึ่งเรามีประสบการณมาจากการทำประชามติรางรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับที่ผานมา ที่ไมเปดใหการทำประชามติเปนไปอยางเสรี ไมเปดใหผูที่เห็นตางแสดง ความคิดเห็นหรือรณรงคและยังมีกฎหมายวาดวยการหามบิดเบือน คำวา บิดเบือน ก็ตีความ กวางไปถึงการแสดงความคิดเห็นที่แตกตางจากรางรัฐธรรมนูญก็ถือเปนบิดเบือน และใช อำนาจของคณะรัฐประหารในการจับกุม ในการดำเนินคดีกับผูที่เห็นแตกตางหรือผูที่รณรงค จนกระทั่งไมสามารถรณรงคได ในรางฉบับนี้เราจึงตองการจะย้ำวาการทำประชามติที่ดี จะตองเปนการทำประชามติที่เสรีเปนธรรม เปดใหประชาชนทุกฝายไมวาจะเห็นดวยกับ คำถาม หรือไมเห็นดวยกับคำถามไมวาจะเห็นดวยกับการแกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไมเห็น ดวยก็สามารถรณรงคไดอยางเสรี สามารถที่จะแสดงความคิดเห็นไดอยางกวางขวาง เพราะฉะนั้นโดยสรุปครับทานประธานที่เคารพ การแก พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียง ประชามตินี้ไมใชเรื่องความพยายามที่จะแกปญหาทางเทคนิคทั้งหลายทั้งปวง แตเปนเรื่องที่ มีความสำคัญทางยุทธศาสตร ก็คือมีความสำคัญที่จะสงผลตอการแกรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เพื่อใหมีการรางรัฐธรรมนูญโดย สสร. เกิดขึ้น และไมให พ.ร.บ. วาดวย การออกเสียงประชามติเปนอุปสรรคขัดขวางการแกไขรัฐธรรมนูญ ดวยหลักการ หลักเกณฑ ที่ตรงไปตรงมา คือรางฉบับแมทำประชามติดวยหลักเกณฑอยางไร การทำประชามติ ที่จะเกิดขึ้นโดย พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติก็จะตองเปนไปโดยหลักเกณฑ เดียวกัน นอกจากนั้นจากการที่แกไข พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติอยางนี้จะทำใหการแกไข รัฐธรรมนูญไมถูกระงับยับยั้ง ไมถูกขัดขวาง แตถาไมแก พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียง ประชามตินี้เสียใหถูกตอง การทำประชามติที่เกิดขึ้นอาจจะนำไปสูการขัดขวางการแก รัฐธรรมนูญ และอาจจะมีผลทำใหเราไมสามารถแกไขรัฐธรรมนูญกันไปไดอีกยาวนานมาก เนื่องจากจะมีการสรุปวาประชาชนทั่วประเทศไมเห็นดวยกับการแกไขรัฐธรรมนูญ ทานประธานครับ สำหรับรายละเอียดตาง ๆ ที่เปนเรื่องสำคัญก็ตาม หรือเปนเรื่องปลีกยอย ก็ตาม เราเชื่อวาในขั้นกรรมาธิการ ในขั้นแปรญัตติก็สามารถที่จะมีการหารือกันเพื่อหา ขอสรุปที่ตรงกัน และเปนประโยชนสูงสุดตอการทำให พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติ เปนเครื่องมือสำคัญของประชาชนในการแสดงออกในการใชอำนาจอธิปไตยทางตรงตอไป ขอบคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธาน สภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหนาที่ประธานในที่ประชุม)
นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ผูเสนอญัตติ ๒ ทานจะสรุป แลวก็จะเปนการลงมตินะครับ ขอเชิญทานสมาชิก เตรียมพรอมสำหรับการลงมติครับ เชิญทานพริษฐ วัชรสินธุ ตามดวยทานภราดร ปริศนานันทกุล ครับ🔗

นายพริษฐ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พริษฐ วัชรสินธุ ผูแทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคกาวไกล ในฐานะผูเสนอราง จะขออนุญาตใชเวลาสั้น ๆ นิดเดียวครับ เพราะวารายละเอียดเนื้อหาสาระก็ไดอภิปราย ในตอนเปดแลว ตองการแคจะตอบหรือวาชี้แจงใน ๓ ประเด็นที่มีการพูดถึงกันในชวงของ การอภิปรายมาตลอดทั้งวันนะครับ แลวก็จะขออนุญาตมีสไลดประกอบดวยนะครับ🔗

(เจาหนาที่ดำเนินการเปด Presentation)
นายพริษฐ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมคิดวาประเด็นหลักที่เรามีการ พูดคุยกันในวันนี้เกี่ยวกับการแกไข ก็คือเรื่องการพยายามจะปรับจากกติกาเกณฑ ๒ ชั้น มาเปนเกณฑ ๑ ชั้น ซึ่งในบรรดา ๔ ราง ที่มีการเสนอสูสภาในวันนี้ ก็จะเห็นวา ๓ ใน ๔ ก็คือของพรรคกาวไกล พรรคเพื่อไทย แลวก็ของ ครม. ที่จะปรับเหลือ ๑ ชั้น แมวาเกณฑชั้นลางอยางที่ทานจาตุรนตไดชี้แจงเมื่อสักครูก็จะมีการเขียนที่แตกตาง ในรายละเอียดอยูบาง แตจะมีแครางเดียวคือรางของพรรคภูมิใจไทยนะครับที่ยังคงไววา จะมีเกณฑ ๒ ชั้น แมจะมีการปรับรายละเอียดบางประการดวยก็ตาม🔗

ในประเด็นที่ ๑ ก็อยากจะชี้แจงเพื่อใหเพื่อนสมาชิกจากพรรคภูมิใจไทย สบายใจ วาหลังจากฟงคำอภิปรายของเพื่อนสมาชิกคุณภราดรแลวก็เขาใจถึงเจตนาของทาง พรรคภูมิใจไทยที่ตองการจะคง ๒ ชั้นไว สวนหนึ่งก็เปนเพราะวาตองการใหความสำคัญ กับประเด็นเรื่องของสัดสวนการออกมาใชสิทธิ พูดงาย ๆ คือการคงเกณฑชั้นบนไวเปนการ คงไวซึ่งเกณฑที่เกี่ยวของกับขั้นต่ำของจำนวนคนที่ออกมาใชสิทธิออกเสียง แตในเมื่อ เพื่อนสมาชิกเห็นวาประชามติมักจะถูกใชกับประเด็นที่สำคัญก็ควรที่จะมีการกำหนดเกณฑ ในลักษณะนี้ ผมย้ำอีกรอบหนึ่งนะครับวาในเชิงหลักการผมไมติดใจเกี่ยวกับเรื่องกติกา ของการมีเกณฑ ๒ ชั้น หรือวา Double Majority แตผมกังวลในเชิงปฏิบัติ นั่นคือวา ถาทุกคนออกมาใชสิทธิอยางตรงไปตรงมา แสดงความเห็นอยางตรงไปตรงมา การมีเกณฑ ๒ ชั้นจะไมเปนปญหาเลย แตสิ่งที่เรากังวลกันในเชิงปฏิบัติ ก็คือฝายที่อาจจะรูตัววาอาจจะ แพในการทำประชามติ คือฝายที่อาจจะมีความเห็นวาไมเห็นชอบกับประเด็นที่ถูกถาม แลวรูวามีจำนวนนอยกวาฝายที่เห็นชอบกับประเด็นที่ถูกถามอาจจะเลือกใชวิธีอยาง ไมตรงไปตรงมา แลวรณรงคใหทุกคนนั้นอยูบานแลวก็ไมออกมาใชสิทธิ ซึ่งถาเปนเชนนั้น ก็จะทำใหประชามติถูกคว่ำไปโดยไมผานเกณฑชั้นบน ทั้ง ๆ ที่ฝายที่ไมเห็นดวยมีนอยกวา ฝายที่เห็นดวยนะครับ ดังนั้นถาจะแกปญหานี้ในเชิงปฏิบัติก็จำเปนที่ตองมีการยกเลิกเกณฑ ชั้นบนนะครับ เพราะฉะนั้นยืนยันวาไมไดไมใหความสำคัญกับสัดสวนคนออกมาใชสิทธิ เขาใจถึงหลักการที่อยูเบื้องหลังการมีเกณฑ ๒ ชั้น แตวากังวลในเชิงของปญหาเชิงปฏิบัติ🔗

ประเด็นที่ ๒ ทานประธานตองขออนุญาตชี้แจงจริง ๆ อันนี้ขออนุญาตเรียน กับทานประธานผานไปยังเพื่อนสมาชิก ทานฐากรจากพรรคไทยสรางไทย แลวขอไปที่สไลด ถัดไป เผอิญวาทานฐากรมีการโชวสไลดหนึ่งครับ ซึ่งมีการพูดถึงรางของทั้ง ๔ ฉบับ รวมถึง รางฉบับปจจุบันดวย และมีความพยายามในการจัด ผมใชคำพูดของทานนะครับ ความหนักเบา ของแตละรางเกี่ยวกับเรื่อง Single กับ Double Majority แตละคนจะมีความเห็นวาควรจะ หนักเทาไร เบาเทาไร อันนั้นผมคิดวาเปนดุลยพินิจของทุกคน ผมคงไมเสียเวลาอภิปราย แตที่ผมจำเปนตองชี้แจงเกี่ยวกับสไลดนี้ เพราะวามันมีขอเท็จจริงที่มันคลาดเคลื่อนไปบาง แลวอาจจะทำใหประชาชนที่รับชมอยูนั้นอาจจะเขาใจขอมูลที่คลาดเคลื่อนไป ถาเราไปดูการ พยายามจัดลำดับความหนักเบาของเพื่อนสมาชิก ทานฐากรนะครับ ขออนุญาตที่เอยนาม ทานพยายามจะจัดลำดับโดยการ มีคอลัมนนะครับ หรือวาแถวแนวตั้งอยู ๓ แนวตั้งดวยกัน แนวตั้งที่ ๑ เปนการพูดถึงสัดสวนผูออกมาใชสิทธิ ซึ่งอันนี้ทานก็ไดสรุปไวอยางแมนยำ ก็คือวามี ๓ ราง ก็คือรางของพรรคกาวไกล พรรคเพื่อไทย ครม. ที่ไมมีการกำหนดเกณฑ ชั้นบนตรงนี้ และมีแค ๒ รางนะครับ ก็คือรางปจจุบันแลวรางของพรรคภูมิใจไทยที่กำหนดเกณฑชั้นบน ดังนั้นก็ถูกตองครับวา ๓ รางของพรรคกาวไกล พรรคเพื่อไทย แลวก็ ครม. นั้นก็จะมี ความเบาตามนิยามของทานมากกวารางของทางพรรคภูมิใจไทย หรือวากฎหมาย พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติฉบับปจจุบัน ดังนั้นไมติดใจในการบอกวา ๓ รางบนอยูขางบน คือ ๓ รางอยูขางบน แลวก็ ๒ รางที่อยูขางลาง แตพอมาคอลัมนที่ ๒ กับคอลัมนที่ ๓ อันนี้เปนสิ่งที่จำเปนที่จะตองชี้แจง ทานพยายามจะจัดความหนักเบาโดยการคำนึงถึง ๒ ปจจัย ปจจัยที่ ๑ ก็คือวาแตละรางเขียนเกี่ยวกับเกณฑชั้นลางอยางไร วาจะใชเสียงเกิน กึ่งหนึ่งหรือเสียงขางมาก สวนคอลัมนที่ ๓ เปนการพูดถึงเรียกวาเงื่อนไขเพิ่มเติม แลวก็มี การพยายามจะชี้ใหเห็นวา ในเมื่อรางของพรรคกาวไกลในเซตขางบนกับรางปจจุบันในเซต ขางลางไมมีการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม ดังนั้นหมายความวาราง ๒ รางดังกลาวนี้มีความ หนักนอยกวา หรือวามีความเบามากกวารางอื่น ๆ ในกลุมเดียวกัน ก็ตองชี้แจงแบบนี้นะครับ วาทำไมในสวนพรรคกาวไกลเราถึงไมเขียนกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม ก็เพราะวาถาเราขยับมา คอลัมน ๒ พรรคกาวไกลเขียนชัดครับวา ในสวนของเกณฑชั้นลางประชามติจะผานก็ตอเมื่อ ไดเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผูที่ออกมาใชสิทธิออกเสียง สมมุตินะครับมีผูออกมาใชสิทธิออกเสียง อยู ๑๐ คน นั่นหมายความวาตราบใดที่มีอยางนอย ๖ คน ที่ลงคะแนนเห็นชอบถือวาผาน คือตองเกินกึ่งหนึ่ง ถามีแค ๔ คนลงคะแนนเห็นชอบถือวาไมผานนะครับ ดังนั้นในเมื่อ มันเกินกึ่งหนึ่งมาแลวอยูที่ ๖ คน อีก ๔ คน ที่เหลือเขาจะลงคะแนนไมเห็นชอบกี่คน หรือวา ลงคะแนนงดออกเสียงกี่คนมันไมสำคัญแลว เพราะวาคะแนนเห็นชอบหรือ Yes มันเกิน กึ่งหนึ่งไปแลว ดังนั้นมันไมจำเปนตองเขียนเงื่อนไข เพราะมันหนัก หรือวาเงื่อนไขมันหนัก กวาที่ตองไปกำหนดเพิ่มเติมอยูแลว แตเหตุผลที่ราง เชนรางของพรรคเพื่อไทยกับ พรรคภูมิใจไทยตองเขียนเงื่อนไขเพิ่มเติม ก็เพราะวาเขาไมไดเขียนเกณฑชั้นลางโดยการ กำหนดเปนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง แตเขียนเปนเสียงขางมาก นั่นหมายความวาสมมุติมีผูออกมา ใชสิทธิออกเสียงอยู ๑๐ คนเหมือนตัวอยางเดิม และสมมุติมีคนลงคะแนนเห็นชอบ ๔ คน ตรงนี้มันสำคัญแลวครับวาอีก ๖ คนที่เหลือนี้ลงคะแนนอยางไร ถาเกิดวาทั้ง ๖ คนลงคะแนน ไมเห็นชอบก็ถือวาไมผานเพราะวาเปนเสียงขางมาก แตถาสมมุติวาคนลงคะแนนไมเห็นชอบ อยู ๓ คน งดออกเสียงอยู ๓ คน อันนี้ถือวาผาน ดังนั้นอันนี้เลยเปนเหตุผลวาทำไมพอเขียน เกณฑชั้นลางเปนเสียงขางมากรางของพรรคเพื่อไทยกับรางของพรรคภูมิใจไทยจึงจำเปนตอง มีการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมเพื่อบอกวา เสียงที่เห็นชอบจะมากกวาเสียงที่ไมเห็นชอบ อยางเดียวไมพอ หรือวาเสียงที่เห็นชอบนั้นจะตองมากกวาเสียงที่งดออกเสียงดวยเชนกัน ดังนั้นถาเอาตามขอเท็จจริงความเห็นนั้นอีกเรื่องหนึ่ง แตเอาตามขอเท็จจริงมันจึงเคยเปน เหตุผลวาทำไมรางของพรรคกาวไกล แลวก็รางปจจุบันถึงไมมีการใสขอกำหนดเพิ่มเติมใน คอลัมนที่ ๓ ดังนั้นถาจะเรียงตามความหนักเบาตองเรียงตามตัวเลขที่ปรากฏอยูในสไลด ดานซาย หรือวาดานซายของสไลด ก็คือวาถาเอาตามขอเท็จจริงเลย หนักสุดก็คือราง ฉบับปจจุบัน รองลงมาดวยรางพรรคภูมิใจไทย ซึ่งทั้ง ๒ รางมีเกณฑ ๒ ชั้น พอขยับเขามา เกณฑชั้นเดียวหนักที่สุดซึ่งหนักเทากันก็จะเปนรางของพรรคกาวไกลกับ ครม. แลวก็เบาที่สุด จะเปนรางของพรรคเพื่อไทย อันนี้ไมไดใสความเห็นวาควรจะหนักเบาเทาไร แตแคพยายาม จะชี้แจงขอเท็จจริงใหเห็นวาทำไมถึงเขียนกฎหมายออกมาเปนลักษณะนี้🔗

สวนประเด็นสุดทายครับทานประธาน อันนี้เอาสไลดลงได ตลอดการอภิปราย ในวันนี้ผมก็พยายามฟงแลวก็จดประเด็นที่เพื่อนสมาชิกทุกคนไดอภิปราย ก็คนพบครับวา หลายคนนั้นอภิปรายประเด็นที่เกี่ยวของกับตัวคำถามประชามติ เขาใจไดเปนเรื่องที่ หลายคนหวงใย แลวก็ พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติผานไป ขั้นตอนถัดไปก็ตองมา ถกกันเรื่องคำถามประชามติ แลวพอเห็นคำถามที่ ครม. เสนอมาก็เขาใจไดวาหลายคน ก็มีหลากหลายความเห็น บางคนก็ใชเวทีวันนี้ในการพยายามจะอภิปรายวาทำไมจะตองมี คำถามที่กำหนดชัดเจนเลยวาไมใหมีการแกไขหมวด ๑ หมวด ๒ บางคนก็อภิปรายวาทำไม คำถามควรจะเปดกวาง แตเรียนดวยความเคารพครับทานประธาน ไมเกี่ยวของกับวาระวันนี้ เลยครับ เรื่องของคำถามประชามติจะออกแบบอยางไรไมไดอยูในตัวเนื้อหาสาระของ รางแกไข พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติ ดังนั้นสิ่งที่ผมเสนอครับ ในเมื่อเพื่อนสมาชิก หลายคนมีความสนใจมากที่จะคุยกันเรื่องคำถามประชามติ เดี๋ยวผมจะรวบรวมเพื่อนสมาชิก จากพรรคกาวไกลลงญัตติเสนอเรื่องของคำถามประชามติ ตาม พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียง ประชามติ มาตรา ๙ (๔) มาคุยกันในสภาแหงนี้ แลวก็หวังวาจะไดรับการสนับสนุนจากเพื่อน สมาชิกจากทุกพรรคการเมืองที่อยากจะมาคุยกันเรื่องคำถามประชามติ เพื่อเราจะไดมีเวลา เต็มที่ในการมาพูดคุยกันวา ตกลงคำถามที่ทาง ครม. เสนอนั้นเหมาะสมหรือไม หรือวาใคร ในที่แหงนี้จะใชกลไก พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติ มาตรา ๙ (๔) เพื่อเสนอคำถาม ที่เรามองวาเหมาะสมกวาหรือเปลาสำหรับประชามติครั้งแรกที่จะเกิดขึ้นทันทีที่ พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติถูกแกไขเสร็จ ก็สรุปทิ้งทายครับวาในสวนของคำถาม แมวาทางกาวไกลกับรัฐบาลจะยังเห็นตางกัน แตในสวนของการแกไข พ.ร.บ. วาดวย การออกเสียงประชามติเราก็พรอมจะยินดีสนับสนุนทั้ง ๔ รางในวันนี้ แลวไปคุยตอเพิ่มเติม ในรายละเอียดในชั้นกรรมาธิการครับ ขอบคุณครับทานประธาน🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญทานภราดรครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อางทอง

ทานประธานที่เคารพครับ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอางทอง ผมขอใชเวลาสั้น ๆ นิดเดียวครับเพื่อสรุปญัตติ เมื่อสักครูนี้มีเพื่อนสมาชิกหลายทานไดอภิปรายในทั้ง ๔ ราง ที่เสนอแกไขรางประชามติมา ซึ่งผมบอกตั้งแตแรกวาผมไมขัดของ และผมเห็นดวยกับการ ที่จะตองมาแกไขในเรื่องของกฎหมายประชามติที่เปน Double Majority อยูในขณะนี้ แตผมอยากจะเรียนกับทานประธานนิดเดียวครับวา มีเพื่อนสมาชิกหลายทานเมื่อสักครูนี้ แมกระทั่งคุณพริษฐเองก็ยังเหมือนกับวาไมเขาใจในตัวรางของผม ยังบอกวารางของ พรรคภูมิใจไทยเปน Double Majority หรือมีเกณฑ ๒ ชั้นอยู ซึ่งจริง ๆ แลว มันเปนเกณฑ ชั้นเดียว คือเกณฑชั้นบน สวนเกณฑชั้นลางนี่ไมมีแลว สวนเกณฑชั้นบนผมก็ไดอธิบายไป ตั้งแตตอนแรกวา เกณฑชั้นบนที่ตั้งเอาไวนี้เพียงเพื่อตองการใหเกิดความชอบธรรมในการที่ จะแกไขรัฐธรรมนูญเพียงเทานั้น ไมไดตั้งใจที่จะทำใหการแกไขรัฐธรรมนูญเปนเรื่องที่ยุงยาก และเปนเรื่องที่ยากและเปนเรื่องที่ทำไมได เหมือนอยางกฎหมายประชามติที่เปนอยูใน ขณะนี้ เราเห็นถึงปญหาเหมือนกันและเราตั้งใจที่จะเดินหนาแกไขรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ เราตั้งใจที่จะใหเกิดรัฐธรรมนูญของประชาชนที่มาจากการรางของ สสร. ซึ่งมาจากประชาชน เหมือนกัน ปลายทางเราเหมือนกัน แตสิ่งที่เราพยายามที่จะทำล็อกเอาไวชั้นบน เพราะตองการที่จะเห็นความชอบธรรมในการแกไขกฎหมายใหญ โดยเฉพาะอยางยิ่ง กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ ชอบหรือไมชอบแลวแต แตสิ่งที่ ปฏิเสธไมได คือเขาผานการทำประชามติจากประชาชน ๒๗ ลานคน เห็นดวย ๑๖.๘ ไมเห็นดวย ๑๐.๖ จะเกิดอะไรขึ้นครับหากวาไมมีเกณฑชั้นบนเลย หมายความวาเชนมีคนมา ทำประชามติในเรื่องของการแกรัฐธรรมนูญเพียง ๑ ลานคน เห็นดวยในการแกไขรัฐธรรมนูญ ผมยกใหทั้งหมดเลย ๑ ลานคนเห็นดวยทั้งหมดในการแกรัฐธรรมนูญ คนที่เขาไมอยากใหแก รัฐธรรมนูญในประเทศนี้มีเยอะแยะมากมายมันจะเกิดคำถามกับคนพวกนี้ทันทีวา ๑ ลานคน ที่คุณออกมาใชสิทธินี้ เมื่อเทียบกับคน ๒๗ ลานคนที่เขาออกมาใชสิทธิเมื่อป ๒๕๕๙ กับ รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ มันเทียบกันไมไดนี่คือสิ่งที่พวกผมเปนหวงเทานั้นเอง แตตัวเลข กึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิไมเปนไร ผมเพียงยกเปนตุกตาขึ้นมาวามันควรจะตองมีเกณฑอยางนอย ขั้นต่ำ วาจะตองมีเกณฑเทาไรสำหรับผูที่ออกมาใชสิทธิในเกณฑชั้นบน เพื่อที่จะสราง ความชอบธรรมใหเกิดขึ้นกับการแกไขรัฐธรรมนูญเพียงเทานั้น นี่คือเจตนาเทานั้น เพราะฉะนั้นในชั้นกรรมาธิการพวกผมก็ไมติดใจเชนเดียวกัน ถาจะใชรางของ ครม. เปนหลัก ซึ่งจะใชรางของ ครม. เปนหลัก แลวกรรมาธิการจะไปปรับแกกันเปนไมมี Double Majority หรือจะเปนเกณฑชั้นเดียวจะเปนเกณฑชั้นลาง ไมติดใจครับ เพียงแตจะตั้งเปนขอสังเกตวา จำนวนของผูที่มาใชสิทธิในการลงประชามติ ในการแกไขเรื่องรัฐธรรมนูญซึ่งเปนเรื่องใหญ จำเปนที่จะตองมีจำนวนมากพอเพื่อสรางความชอบธรรมในการที่จะขอฉันทามติเพื่อ เดินหนาสูการแกไขรัฐธรรมนูญ ปลายทางของเราตรงกัน คือการเดินหนาแกไขรัฐธรรมนูญ ใหเปนประชาธิปไตยและการแกไขรัฐธรรมนูญใหมาจากพี่นองประชาชน ปลายทางตรงกัน เพราะฉะนั้นในชั้นกรรมาธิการผมอาจจะไมไดเขาไปเปนกรรมาธิการ ก็ฝากกรรมาธิการ ดวยวา ใหคำนึงถึงเกณฑในการที่จะกำหนดใหคนที่ออกมาใชสิทธินี้มีจำนวนมากพอสมควร ที่จะสรางความชอบธรรมใหกับการแกไขรัฐธรรมนูญ ขอบพระคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สภาผูแทนราษฎรยินดีตอนรับคณะผูบริหาร อาจารย เจาหนาที่และนักศึกษา คณะสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยนเรศวร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกครับ ยินดีตอนรับครับ🔗

เรียนทานสมาชิกครับ ตอนนี้ผูเสนอญัตติทั้ง ๔ ราง ก็ไดเสนอและ มีการอภิปราย และไดสรุปเสร็จเรียบรอยแลวนะครับ ตอไปจะเปนการลงมติครับ ขอเชิญ สมาชิกเขาหองประชุมครับเนื่องจากเราปดเทอมกันไปนาน เดี๋ยวใหโอกาสแตละทาน ไปรับบัตรกอน เราไมไดเรงรีบนะครับ เพื่อที่เราจะไดมีความแนนอนในเรื่องของการ ลงคะแนนดวยอิเล็กทรอนิกสนะครับ เชิญทานสมาชิกรับบัตรนะครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ทานประธานครับ ทานประธานยังไมไดกดออดเรียกถูกไหมครับ แคเชิญสมาชิกกอนใชไหมครับ🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ยังครับ แคเชิญสมาชิกครับ เวลาพอสมควรแลวนะครับ ผมขอตรวจสอบองคประชุมครับ🔗

(นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ใหสมาชิกที่มาประชุมทราบกอนทำการตรวจสอบองคประชุม)
นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สมาชิกครับ ขอเชิญทานสมาชิกใชสิทธิแสดงตนครับ โปรดเสียบบัตรและกดปุมแสดงตนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุมแสดงตน)
นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล แบบบัญชีรายชื่อ

๔๒๘ แสดงตนคะ🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๒๘ ครับ🔗

นางทิพา ปวีณาเสถียร ลำปาง

ขออนุญาตทานประธาน ๑๕๒ แสดงตนคะ🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑๕๒ ครับ🔗

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนทานประธานคะ ๑๑๘ ฐิติมา ฉายแสง คะ🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑๑๘ แสดงตนครับ🔗

นายวรสิทธิ์ กัลปตินันท อุบลราชธานี

ทานประธานครับ ๓๒๗ วรสิทธิ์ กัลปตินันท แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๒๗ นะครับ🔗

นางสาวสรัสนันท อรรณนพพร ขอนแกน

ทานประธานคะ ๔๐๓ สรัสนันทแสดงตนคะ🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๐๓ ครับ ยังมีเวลานะครับ เชิญไปรับบัตรไดนะครับ เดี๋ยวจะไดลงมติไมผิดพลาดนะครับ เมื่อสักครูทานสรัสนันทนะครับ ๔๐๓ ครับ🔗

นายวรวัจน เอื้ออภิญญกุล แพร

ทานประธานครับ ๓๒๔ ผม วรวัจน ขอแสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๒๔ ครับ🔗

นายวรรณรัตน ชาญนุกูล แบบบัญชีรายชื่อ

ทานประธานครับ วรรณรัตน ชาญนุกูล ๓๒๐ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๒๐ ครับ มีทานใดยังไมไดใชสิทธิแสดงตนไหมครับ เดี๋ยวรอสักครูนะครับ พ.ร.บ. นี้สำคัญนะครับ อยากใหอยูกันพรอมหนาพรอมตานะครับ🔗

นายนพดล ปทมะ แบบบัญชีรายชื่อ

ทานประธานครับ นายนพดล ๑๗๗ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑๗๗ ครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

ทานประธานครับ กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ หมายเลข ๒๔ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ๒๔ นะครับ คุณหมอครับ🔗

นายวิรัช พิมพะนิตย กาฬสินธุ

วิรัช พิมพะนิตย ๓๔๔ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๔๔ แสดงตนครับ🔗

นางสาววรรณิดา นพสิทธิ์ ชลบุรี

๓๒๒ แสดงตนคะ🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๒๒ ครับ🔗

นางสาวปยะนุช ยินดีสุข นครราชสีมา

ทานประธานคะ ๒๒๙ แสดงตนคะ🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๒๙ นะครับ🔗

นายพรเทพ ศิริโรจนกุล นครราชสีมา

ทานประธานครับ ๒๔๐ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๔๐ ครับ🔗

นายนรเสฎฐ ศิริโรจนกุล นครราชสีมา

ทานประธานครับ ๑๘๐ แสดงตน🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑๘๐ ครับ คิดวาครบถวนแลวนะครับ มีทานใดยังไมไดใชสิทธิไหมครับ ผมขอปดการแสดงตนครับ เชิญเจาหนาที่แสดงผลครับ เปน ๔๔๑ ทาน ที่กดดวยอิเล็กทรอนิกส แลวก็บวกอีก ๑๔ ทาน เปน ๔๕๕ ทาน ครบองคประชุมครับ🔗

ตอไป ขอถามมติจากที่ประชุมวาจะรับหลักการแหงรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๔ ฉบับหรือไม เปนการลงมติครั้งเดียวรวมทั้ง ๔ ฉบับครับ ขอเชิญทานสมาชิกใชสิทธิแสดงตนครับ🔗

นายพริษฐ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

ทานประธานครับ ใชสิทธิ แสดงตนหรือใชสิทธิลงคะแนนครับ🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขออภัยดวยครับ ขออภัยนะครับ ขอถามใหมผมสับสนเล็กนอยนะครับ ไมตองแสดงตนแลว เราแสดงตนอยูที่ ๔๕๕ ทานนะครับ ตอไปจะเปนการใชสิทธิออกเสียงลงคะแนน ใชสิทธิ ออกเสียงลงคะแนน ผูใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุม เห็นดวย ผูใดเห็นไมควรรับหลักการ โปรดกดปุม ไมเห็นดวย ผูใดเห็นวาควรงดออกเสียงโปรดกดปุม งดออกเสียง ขอเชิญ ทานสมาชิกใชสิทธิลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุมลงคะแนน)
นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สมาชิกทานใดยังไมไดใชสิทธิลงคะแนนไหมครับ🔗

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล แบบบัญชีรายชื่อ

ทานประธานคะ ๔๒๘ เห็นดวยคะ🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๒๘ เห็นดวยครับ ถาไมมีแลวผมขอปดการลงคะแนนครับ จำนวนผูลงมติ ๔๕๑ ทาน บวก ๑ ทานนะครับ เห็นดวย ๔๕๐ ทาน บวก ๑ ทานครับ ไมเห็นดวย ๐ งดออกเสียง ๑ ทาน ไมลงคะแนนเสียง ๐ ครับ เปนอันวาที่ประชุมมีมติรับหลักการแหงรางพระราชบัญญัติ วาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๔ ฉบับครับ🔗

ในกรณีที่ประชุมมีมติรับหลักการจะขอเชิญเสนอคณะกรรมาธิการครับ🔗

นายศรัณย ทิมสุวรรณ เลย

ทานประธานที่เคารพ ผม ศรัณย ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวนกรรมาธิการ ๓๑ ทาน ขอผูรับรองดวยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผูรับรองถูกตองนะครับ ๓๑ ทาน เปนสัดสวนของรัฐมนตรี จำนวน ๗ ทาน และเปนสัดสวน กรรมาธิการของแตละพรรคการเมือง ๒๔ ทานครับ ขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อ กรรมาธิการครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ทานประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงคมนาคม กอนอื่นดิฉันตองขอบคุณทานประธานและทานสมาชิกผูทรงเกียรติที่ไดพิจารณารับหลักการ รางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติในวาระที่ ๑ นี้นะคะ การแกไข พระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ถือเปนกาวสำคัญของการพัฒนา ระบอบประชาธิปไตย เนื่องจากกฎหมายวาดวยการออกเสียงประชามตินี้เปนเครื่องมือสำคัญ ที่จะทำใหประชาชนแสดงเจตจำนงตาง ๆ ไดอยางเสรี ดิฉันเชื่อวารางพระราชบัญญัติฉบับนี้ นอกจากจะชวยแกไขปญหาใหการออกเสียงประชามติที่ไมประสบความสำเร็จแลว ยังจะชวยสรางระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยมีความมั่นคง แลวก็เขมแข็งมากยิ่งขึ้น ตองขอบคุณทานประธานสภา แลวก็สมาชิกทุกทาน ดิฉันขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญ ในสัดสวนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๗ ทาน ดังนี้ ๑. นายนิกร จำนง ๒. ศาสตราจารยวุฒิสาร ตันไชย ๓. ศาสตราจารยพิเศษชัยเกษม นิติสิริ ๔. นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ ๕. วาที่รอยตรี ภาสกร สิริภคยาพร ๖. นางสาวอุดมลักษณ บุญสวาง ๗. ผูชวยศาสตราจารย พรสันต เลี้ยงบุญเลิศชัย ขอบคุณคะ🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ตอไปเปนพรรคกาวไกล จำนวน ๗ ทานครับ🔗

นายณัฐพงษ สุมโนธรรม สมุทรสาคร

เรียนทานประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ สุมโนธรรม สส. แบบแบงเขตจังหวัดสมุทรสาคร พรรคกาวไกล ขออนุญาต เสนอกรรมาธิการวิสามัญในสัดสวนของพรรคกาวไกล จำนวน ๗ ทาน ๑. นายพริษฐ วัชรสินธุ ๒. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๓. นายฉัตร สุภัทรวณิชย ๔. นายถวิล ไพรสณฑ ๕. นายกฤต แสงสุรินทร ๖. นายปกปอง จันวิทย และ ๗. นายปยบุตร แสงกนกกุล ขอบคุณครับ ขอผูรับรองดวยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผูรับรองถูกตองครับ ขอเชิญพรรคเพื่อไทยครับ🔗

นายวรวงศ วรปญญา ลพบุรี

เรียนทานประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวรวงศ วรปญญา สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๕ ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ ๑. รองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล ๒. นายจาตุรนต ฉายแสง ๓. นายนิคม บุญวิเศษ ๔. นายยุทธพร อิสรชัย ๕. นายชนินทร รุงธนเกียรติ ๖. นายกฤช เอื้อวงศ และ ๗. นายเอกชัย ไชยนุวัติ ขอผูรับรองดวยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผูรับรองถูกตอง เชิญพรรคภูมิใจไทยครับ🔗

นายประดิษฐ สังขจาย พระนครศรีอยุธยา

เรียนทานประธานสภา ที่เคารพ กระผม ประดิษฐ สังขจาย สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการพิจารณารางพระราชบัญญัติออกเสียง ประชามติ สัดสวนพรรคภูมิใจไทย ๓ ทาน ๑. นายศุภชัย ใจสมุทร ๒. นายกรวีร ปริศนานันทกุล ๓. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุวาณิช ขอผูรับรองดวยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผูรับรองถูกตองครับ เชิญพรรคพลังประชารัฐครับ🔗

นายอัครแสนคีรี โลหวีระ ชัยภูมิ

เรียนทานประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอัครแสนคีรี โลหวีระ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๗ พรรค พลังประชารัฐ ทานประธานครับ กระผมขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา รางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ ในสัดสวนของพรรคพลังประชารัฐ ๒ ทาน ดังนี้ครับ ๑. คุณศรัณยา สุวรรณพรหม ๒. คุณอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ขอบพระคุณครับ ขอผูรับรองดวยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

รับรอง ถูกตองครับ เชิญพรรครวมไทยสรางชาติครับ🔗

นายปรเมษฐ จินา สุราษฎรธานี

เรียนทานประธานสภาที่เคารพ ผม ปรเมษฐ จินา พรรครวมไทยสรางชาติจังหวัดสุราษฎรธานี ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณารางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติของพรรค จำนวน ๒ ทาน ทานแรกทานวิทยา แกวภราดัย ทานที่ ๒ ทานเจือ ราชสีห ขอผูรับรองดวยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผูรับรองถูกตองครับ ขอเชิญพรรคประชาธิปตยครับ🔗

นายรมธรรม ขำนุรักษ พัทลุง

ทานประธานสภาที่เคารพ กระผม รมธรรม ขำนุรักษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปตย กระผม ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการศึกษาพิจารณารางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติในสัดสวนของพรรคประชาธิปตย ๑ ทาน คือทานยุทธการ รัตนมาศ ครับ ขอผูรับรองดวยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผูรับรองถูกตองนะครับ ขอเชิญพรรคชาติไทยพัฒนาครับ🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ทานประธานที่เคารพ เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดสวน ของพรรคชาติไทยพัฒนาขอเสนอนางปยะนาถ รอดมุย ขอผูรับรองดวยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผูรับรองถูกตองนะครับ ตอไปพรรคสุดทายเชิญพรรคประชาชาติครับ🔗

นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส ปตตานี

เรียนทานประธานสภาที่เคารพ ผม นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดปตตานี เขต ๕ ขอเสนอ ผูชวยศาสตราจารยวรวิทย บารู เปนกรรมาธิการวิสามัญในสวนของพรรคประชาชาติ ขอผูรับรองดวยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผูรับรองถูกตองครับ ตอนนี้ทุกพรรคเสนอชื่อเรียบรอยแลวนะครับ ขอเชิญเลขาธิการ อานรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗

นายณัฏฐกฤษฎ วงศเจริญ รองเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร ปฏิบัติหนาที่ แทนเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาราง พระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๓๑ ทาน ๑. นายนิกร จำนง ๒. ศาสตราจารยวุฒิสาร ตันไชย ๓. ศาสตราจารยพิเศษชัยเกษม นิติสิริ ๔. นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ ๕. วาที่รอยตรี ภาสกร สิริภคยาพร ๖. นางสาวอุดมลักษณ บุญสวาง ๗. ผูชวยศาสตราจารย พรสันต เลี้ยงบุญเลิศชัย ๘. นายพริษฐ วัชรสินธุ ๙. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๑๐. นายฉัตร สุภัทรวณิชย ๑๑. นายถวิล ไพรสณฑ ๑๒. นายกฤต แสงสุรินทร ๑๓. นายปกปอง จันวิทย ๑๔. นายปยบุตร แสงกนกกุล ๑๕. รองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล ๑๖. นายจาตุรนต ฉายแสง ๑๗. นายนิคม บุญวิเศษ ๑๘. นายยุทธพร อิสรชัย ๑๙. นายชนินทร รุงธนเกียรติ ๒๐. นายกฤช เอื้อวงศ ๒๑. นายเอกชัย ไชยนุวัติ ๒๒. นายศุภชัย ใจสมุทร ๒๓. นายกรวีร ปริศนานันทกุล ๒๔. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุวาณิช ๒๕. นางศรัณยา สุวรรณพรหม ๒๖. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ๒๗. นายวิทยา แกวภราดัย ๒๘. นายเจือ ราชสีห ๒๙. วาที่รอยโท ยุทธการ รัตนมาศ ๓๐. นางปยะนาถ รอดมุย และ ๓๑. ผูชวยศาสตราจารยวรวิทย บารู🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

รายชื่อ กรรมาธิการถูกตองนะครับ🔗

ผูชวยศาสตราจารยวรวิทย บารู ปตตานี

ทานประธานที่เคารพ เมื่อสักครูนี้ ผมไมทันที่จะกด อีกเสียงหนึ่งขอหารือทานประธาน บันทึกผมเห็นดวย ลงมติเมื่อสักครูนี้ ไมทันที่จะลงครับ ๓๒๕ ครับ🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อาจารยขานชื่อเลยครับ🔗

ผูชวยศาสตราจารยวรวิทย บารู ปตตานี

๓๒๕ ผูชวยศาสตราจารยวรวิทย บารู เห็นดวยครับ🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ฝายเลขานุการบันทึกนะครับ ตอไปจะเปนการกำหนดระยะการแปรญัตติ ขอเชิญครับ🔗

นายอนุสรณ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ทานประธานที่เคารพครับ กระผม อนุสรณ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอระยะเวลาในการแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผูรับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ระยะเวลาแปรญัตติ ๑๕ วัน เนื่องจากมีการรับรางพระราชบัญญัติมากกวา ๑ ฉบับ ขอเชิญ ทานสมาชิกเสนอวาจะใชรางพระราชบัญญัติฉบับใดเปนหลักในการพิจารณาวาระที่ ๒ ครับ🔗

นายอนุสรณ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ทานประธานที่เคารพครับ กระผม อนุสรณ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอใหใชรางของ ครม. เปนรางหลักในการพิจารณาครับ ขอผูรับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไมมีฝายใด เสนอรางอื่นนะครับ เปนอันวาที่ประชุมมีมติเห็นชอบใหใชรางพระราชบัญญัติที่เสนอโดย คณะรัฐมนตรีเปนหลักในการพิจารณาในวาระที่ ๒ เปนอันสิ้นสุดระเบียบวาระที่ ๔🔗

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่คางพิจารณา ไมมี🔗

ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องที่เสนอใหม ไดพิจารณารวมกับวาระเรื่องดวนแลว ทานสมาชิกครับ วันนี้กับพรุงนี้จะมีโตะขางหนาที่ฝายเลขาธิการของรัฐสภาจะขอความเห็น พี่นองสมาชิกในการปรับปรุงโครงสรางขาราชการรัฐสภาวาทานอยากเห็นหนวยไหนมีการ พัฒนาไปในสวนไหนอยางไรบางนะครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ทานประธานครับ ผม อดิศร เพียงเกษ ขอปรึกษาเรื่องสำคัญ ระบบเสียงขางหลังฟงไมไดยินเลยครับทานประธาน เกรงจะมี ผลกระทบตอการประชุมงบประมาณ ๓ วันติดตอไป ฟงไมไดยินเลย แอรก็รอน อยางไร ก็ขอกราบเรียนทานประธานหนอยนะครับ🔗

นายปดิพัทธ สันติภาดา รองประธานสภาผูแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หองประชุมนี้ถาทุกคนพูดพรอมกันเสียงจะเปนแบบนี้เลย แลวก็เครื่องเสียงเราก็มี ความจำกัด อยางไรเดี๋ยวรบกวนสมาชิกจำกัดการใชเสียงในหองประชุมดวย ผมแจงตอก็คือ ที่หนาหองประชุมจะมีการรับฟงความเห็นพี่นองสมาชิกในการพัฒนาระบบขาราชการรัฐสภา ก็เชิญแสดงความคิดเห็นไดเลย ถามีประสบการณกับฝายวิชาการ ฝายกฎหมาย ฝายกรรมาธิการ ทานอยากเห็นการปรับปรุงใหเปลี่ยนแปลง ใหทันสมัย หรือตรงกับ ความตองการของทานมากที่สุดอยางไรเชิญใหความเห็นไดที่โตะขางหนาหองประชุม และสวนความเห็นของทานอดิศร ขอเชิญเจาหนาที่ตรวจสอบหลังการประชุมวันนี้ อีกครั้งหนึ่ง เพื่อใหมีความพรอมในการประชุมงบประมาณในวันพรุงนี้ครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ ไมมี🔗

ทานสมาชิกครับ วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแลวครับ ผมขอปด การประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๔.๕๐ นาิกา🔗