รายงานการประชุมสภาผูแทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปที่ ๑
ครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ) เปนพิเศษ
วันอังคารที่ ๑๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๗
ณ หองประชุมสภาผูแทนราษฎร อาคารรัฐสภา
------------------------------
เรียนทานสมาชิก ทุกทานครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อเขาประชุม จำนวน ๒๕๗ ทานแลว ถือวาครบ องคประชุม ผมขอเปดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระตอไปครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทูถาม วันนี้ไมมีนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจงตอที่ประชุม🔗
เรื่องแรก รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ประกาศพระราช กฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแหงรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๗🔗
ดวยไดมีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ประกาศพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมสมัยวิสามัญแหงรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๗ ผมจึงขอเชิญทานสมาชิกทุกทานโปรดยืน ขึ้นรับฟงพระบรมราชโองการ และขอเชิญทานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎรอาน พระบรมราชโองการครับ🔗
พระบรมราชโองการ🔗
“พระราชกฤษฎีกา🔗
เรียกประชุมสมัยวิสามัญแหงรัฐสภา🔗
พ.ศ. ๒๕๖๗🔗
______________🔗
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ🔗
พระวชิรเกลาเจาอยูหัว🔗
ใหไว ณ วันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๗🔗
เปนปที่ ๙ ในรัชกาลปจจุบัน🔗
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกลาเจาอยูหัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหประกาศวา🔗
โดยที่มีความจำเปนเพื่อประโยชนแหงรัฐ สมควรที่จะเรียกประชุมรัฐสภา เปนการประชุมสมัยวิสามัญ🔗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒๒ และมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุม สมัยวิสามัญแหงรัฐสภา ตั้งแตวันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ผูรับสนองพระบรมราชโองการ🔗
เศรษฐา ทวีสิน🔗
นายกรัฐมนตรี”🔗
เชิญนั่งครับ เรื่องที่ประธานจะแจงตอที่ประชุมตอไปครับ คือ🔗
เรื่องที่ ๑ รับทราบประกาศสภาผูแทนราษฎร เรื่อง ใหสมาชิกผูที่อยูในบัญชี รายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแทนตำแหนงที่วาง🔗
ตามที่ นายณณัฏฐ หงษชูเวช ไดมีหนังสือขอลาออกจากการเปน สมาชิกสภาผูแทนราษฎร ตั้งแตวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ เปนเหตุใหสมาชิกภาพ สิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญ นั้น ประธานสภาผูแทนราษฎรจึงไดมี ประกาศสภาผูแทนราษฎรประกาศใหผูที่มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย เลื่อนขึ้นมาเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแทนตามมาตรา ๑๐๕ (๒) ของรัฐธรรมนูญ คือ ทานนายแพทยเชิดชัย ตันติศิรินทร ซึ่งอยูในลำดับ ๓๕ ของพรรคเพื่อไทย จึงแจงมาให ที่ประชุมทราบ🔗
เรื่องถัดไป ก็คือเรื่องขอใหสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่ไดรับเลือกบัญชีรายชื่อ ที่ไดแจงเมื่อสักครู ไดเขามาปฏิญาณตนในที่ประชุมกอนเขารับหนาที่ตามมาตรา ๑๑๕ ของ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย เนื่องจากสมาชิกสภาผูแทนราษฎรใหมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๕ ซึ่งกำหนดใหตองปฏิญาณตนกอนเขาปฏิบัติหนาที่ นั้น ซึ่งขณะนี้ทานสมาชิก ทานรองศาสตราจารยเชิดชัย ตันติศิรินทร เขามาแลว ขอแสดงความยินดีดวยนะครับ ไดกลาวปฏิญาณตนโดยที่ผมจะกลาวนำนะครับ ทานก็ปฏิญาณชา ๆ เปนวรรคไปนะครับ เดี๋ยวเชิญเราจะไดปฏิญาณตอไป ขอปฏิญาณตามที่ผมจะกลาวนำ🔗
“ขาพเจา รองศาสตราจารยเชิดชัย ตันติศิรินทร ขอปฏิญาณวา ขาพเจา จะปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยสุจริต เพื่อประโยชนของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไวและปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยทุกประการ”🔗
ขอบคุณครับ ขอแสดงความยินดีดวยครับ เชิญนั่งครับ ดังนั้น จำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรเทาที่ เปนอยูในปจจุบันนี้เทากับ ๕๐๐ คน ครึ่งหนึ่งของสมาชิกก็คือ ๒๕๐ ทาน🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไมมี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแลว ไมมี🔗
ตอไปเปนการพิจารณาเรื่องดวนนะครับ🔗
รางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เปนผูเสนอ) และเนื่องจากมีรางพระบัญญัติทำนองเดียวกันนี้อีก ๓ ฉบับ ไดแก🔗
๑. รางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (รองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล กับคณะ เปนผูเสนอ)🔗
๒. รางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายพริษฐ วัชรสินธุ กับคณะ เปนผูเสนอ) ซึ่งอยูในระเบียบวาระที่ ๖.๑ นะครับ🔗
๓. รางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เปนผูเสนอ) ซึ่งอยูในระเบียบวาระที่ ๖.๒ ซึ่งผมเห็นวา รางพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับนี้สามารถจะพิจารณารวมกันไดนะครับ🔗
ถาไมมีผูใด เห็นเปนอยางอื่นก็ถือวาเราจะพิจารณารางพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับนี้รวมกันนะครับ🔗
โดยที่คณะรัฐมนตรีไดเสนอรายงานการรับฟงความคิดเห็นของผูเกี่ยวของ และรายงานการวิเคราะหผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากกฎหมายเพื่อประกอบการพิจารณา ในกระบวนการตรากฎหมายแลวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ สวนรางฉบับของ รองศาสตราจารยชูศักดิ์และรางของคุณพริษฐ สำนักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร ไดจัดใหมีการรับฟงความคิดเห็นและรายงานผลการวิเคราะหผลกระทบที่เกิดขึ้นจาก พระราชบัญญัติฉบับนี้แลวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ และไดประกาศสภาผูแทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการรับฟงความคิดเห็นอันนี้แลว สำหรับฉบับของทานอนุทิน เนื่องจากเปนรางที่มีหลักการทำนองเดียวกันกับรางที่ไดเสนอรับฟงความคิดเห็นไปแลว สำนักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎรจึงไมไดจัดทำความคิดเห็นออกไป เพราะวาเปน กฎหมายที่มีหลักการในทำนองเดียวกันแลวนะครับ โดยทางรัฐบาลก็ไดอนุญาตใหทานนิกร จำนง ไดมารวมเปนคณะชี้แจงในนามของรัฐบาลดวยนะครับ ผมจึงขอเชิญคณะรัฐมนตรี ไดเขามาเพื่อนำเสนอหลักการและเหตุผลของพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภาผูแทนราษฎรที่เคารพและทานสมาชิกสภาผูแทน ราษฎรผูทรงเกียรติ ผม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการ กระทรวงพาณิชย เพื่อแกไขปญหาที่เห็นแตกตางในเรื่องรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ จากการที่คณะรัฐมนตรีไดเสนอรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตอทานประธานสภาผูแทนราษฎรนั้น ผมขอกลาวสาระสำคัญ ในรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังนี้🔗
เหตุผลและความจำเปนในการเสนอรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คือ พระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ กำหนดใหการออกเสียงที่จะถือวามีขอยุติจะตองมีผูมาใชสิทธิออกเสียง เปนจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียงและมีจำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผูมาใชสิทธิ ออกเสียงในเรื่องที่จัดทำประชามติ ซึ่งการกำหนดใหการออกเสียงที่จะถือวามีขอยุติ มีจำนวนคะแนนการออกเสียงมากเกินไปจะทำใหไดขอยุติในเรื่องที่จัดทำประชามติยากขึ้น การออกเสียงในแตละครั้งอาจไมประสบความสำเร็จ ประกอบกับการจัดใหมีการออกเสียง ประชามติในแตละเรื่องแตละครั้งตองใชงบประมาณจำนวนมาก นอกจากนี้การที่ กฎหมายเดิมไมไดกำหนดใหวันออกเสียงสามารถกำหนดเปนวันเดียวกันกับวันเลือกตั้ง สมาชิกสภาผูแทนราษฎร กรณีการเลือกตั้งทั่วไปหรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่น หรือผูบริหารทองถิ่น เนื่องจากดำรงตำแหนงครบวาระ ทำใหตองกำหนดวันออกเสียงแยกตางหากจากวันเลือกตั้ง ทั้งที่อาจอยูในชวงเวลาใกลเคียงกัน ยอมเปนการเพิ่มภาระงานและงบประมาณแผนดินในการจัดการออกเสียง อีกทั้งเปนภาระ กับประชาชนที่ตองมาใชสิทธิออกเสียงหลายครั้ง🔗
ประการตอมา วิธีการออกเสียงเดิม กำหนดใหการออกเสียงกระทำโดยบัตร ออกเสียงเปนหลัก อาจจะไมสอดคลองกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมี การพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกสหรือเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่สามารถชวยอำนวย ความสะดวกใหประชาชนในการเขาถึงการออกเสียงไดโดยสะดวก รวดเร็ว และลดภาระ คาใชจายมากขึ้น🔗
ประการสุดทาย กฎหมายเดิมกำหนดเพียงใหจัดใหมีการแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่จะจัดใหมีการออกเสียงอยางรอบดาน อยางเทาเทียมกันเทานั้น ซึ่งอาจ ไมชัดเจนวาความเห็นของผูที่ไมเห็นชอบในเรื่องที่จัดทำประชามติ จะไดรับการรับฟง อยางทั่วถึงหรือไม และอาจนำไปสูการโตแยงผลการทำประชามติได คณะรัฐมนตรีจึงเห็นวา มีความจำเปนที่ตองแกไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคณะรัฐมนตรี มีหลักการสาระสำคัญและเนื้อหา ดังตอไปนี้🔗
๑. ชื่อรางพระราชบัญญัติ (รางมาตรา ๑)🔗
๒. วันใชบังคับ กำหนดใหพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับตั้งแตวันถัดจาก วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป (รางมาตรา ๒)🔗
๓. แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง กำหนดใหหากมีการกำหนด วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรใหมเปนการเลือกตั้งทั่วไป หรือหากมีการกำหนด วันเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่น ผูบริหารทองถิ่น เนื่องจากดำรงตำแหนงครบวาระในชวงเวลา ใกลเคียงกับการออกเสียง อาจกำหนดใหวันออกเสียงเปนวันเดียวกับวันเลือกตั้ง (รางมาตรา ๓)🔗
๔. แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๑ วรรคสาม กำหนดใหหากมีการกำหนด วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรใหมเปนการเลือกตั้งทั่วไปหรือหากมีการกำหนด วันเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่น ผูบริหารทองถิ่น เนื่องจากดำรงตำแหนงครบวาระในชวงเวลา ใกลเคียงกับการออกเสียง อาจกำหนดใหวันออกเสียงเปนวันเดียวกับวันเลือกตั้ง (รางมาตรา ๔)🔗
๕. แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๒ กำหนดใหการออกเสียงใหกระทำโดยใชบัตร ออกเสียง หรือการออกเสียงทางไปรษณีย หรือออกเสียงโดยเครื่องลงคะแนนออกเสียง อิเล็กทรอนิกส หรือทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือโดยวิธีอื่น โดยวิธีการนั้นสามารถ ปองกันการทุจริตไดอยางมีประสิทธิภาพ ประชาชนเขาถึงไดโดยสะดวก และอาจใชวิธี ลงคะแนนวิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธี และใชในเขตออกเสียงหนึ่งหรือหลายเขตออกเสียง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด (รางมาตรา ๕)🔗
๖. แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๓ กำหนดใหการออกเสียงที่จะถือวามีขอยุติ ในเรื่องที่จัดทำประชามติ ใหถือเสียงขางมากของผูมาออกเสียง โดยคะแนนเสียงขางมาก ตองมีจำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผูมาออกเสียงและตองสูงกวาคะแนนเสียงไมแสดง ความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น (รางมาตรา ๖)🔗
๗. แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง กำหนดใหเมื่อไดประกาศกำหนด วันออกเสียงแลว ใหคณะกรรมการเผยแพรกระบวนการและขั้นตอนใหผูมีสิทธิออกเสียง ไดรับอยางทั่วถึง และใหคณะกรรมการจัดใหมีการแสดงความคิดเห็นโดยอิสระและเทาเทียมกัน ทั้งผูที่เห็นชอบและไมเห็นชอบในเรื่องการจัดทำประชามติตามหลักเกณฑและวิธีการ ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (รางมาตรา ๗)🔗
๘. แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๘ กำหนดใหการออกเสียงจะใชเขตประเทศ เขตจังหวัด เขตอำเภอ เขตเทศบาล เขตตำบล เขตหมูบาน หรือเขตอื่นเปนเขตออกเสียงก็ได ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด (รางมาตรา ๑๘)🔗
๙. แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง กำหนดใหมีการกำหนดหนวย ออกเสียงและที่ออกเสียง ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ กำหนด ในกรณีที่พื้นที่ใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรใหมเปนการเลือกตั้งทั่วไป หรือมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่น หรือผูบริหารทองถิ่น เนื่องจากดำรงตำแหนงครบวาระ ในวันเดียวกับการออกเสียง ใหถือวาหนวยเลือกตั้งและที่เลือกตั้งของการเลือกตั้งนั้น เปนหนวยออกเสียงและที่ออกเสียงตามพระราชบัญญัตินี้ในพื้นที่ดังกลาว ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด (รางมาตรา ๙)🔗
ทานประธานสภาที่เคารพ การแกไขพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ เปนเรื่องที่มีความสำคัญอยางยิ่ง ที่จะทำใหเกิดผลสัมฤทธิ์ในการทำ ประชามติ ทำใหประชาชนเกิดความสะดวก ประหยัดคาใชจาย ทั้งยังเปนการประหยัด งบประมาณ รวมทั้งเปนการเปดโอกาสใหประชาชนเขาถึงขอมูลขาวสาร ในการทำประชามติ โดยอิสระไดมากขึ้น จึงหวังวาสภาแหงนี้จะใหการสนับสนุนรางแกไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ เปนอยางดี ขอขอบพระคุณทานประธานสภาและทานสมาชิกผูแทนราษฎรไวในโอกาสนี้ครับ🔗
ขอบคุณทาน รองนายกรัฐมนตรีครับ ตอไปก็จะใหผูที่เสนอรางพระราชบัญญัติอีก ๓ ฉบับ เปนผูนำเสนอ ซึ่งอยางที่เราเคยปฏิบัติครับ ผูเสนอก็คงจะใชเวลาฉบับละประมาณ ๑๐ นาทีนะครับ แลวหลังจากนั้นก็จะใหผูที่อยากจะขออภิปรายเพิ่มเติมสามารถอภิปรายได สำหรับผูที่จะ อภิปรายซึ่งไมใชผูเสนอขอใหชวยกันมาลงชื่อขางหนานี้ดวยนะครับ ซึ่งผมจะไดเรียก ตามลำดับที่มาขอเสนอ ซึ่งก็จะอนุญาตอยางที่เราเคยปฏิบัตินะครับ ก็คือสำหรับผูที่ เสนอสนับสนุนเห็นดวย หรือไมเห็นดวยนะครับ คนละ ๗ นาทีนะครับ ขอเชิญผูเสนอ กฎหมาย ฉบับที่ ๑ รางพระราชบัญญัติวาการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (รองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล กับคณะ) เชิญครับ🔗
ทานประธานครับ ขออภัยครับ🔗
ขออนุญาต ทานอาจารยชูศักดิ์กอนครับ ทางนี้จะขอปรึกษา เชิญครับ🔗
ขออภัยทานอาจารย ชูศักดิ์ดวยนะครับ ผม ปกรณวุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล ผูแทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคกาวไกล ในฐานะประธานวิปฝายคานนะครับ สิ่งที่ทานประธานไดแจงเมื่อสักครูอาจจะไมตรงกับ ขอตกลงของวิปทั้ง ๒ ฝาย สักนิดหนึ่งนะครับ คือทางผูเสนอจริง ๆ แลวก็มีเวลาไมจำกัด แตวาทางคุณพริษฐ คงไมไดใชเวลาเกิน ๑๐ นาทีไปมากนักนะครับ ในสวนของผูอภิปราย ทางวิปรัฐบาลกับวิปฝายคานไดตกลงกันวาคงจะใชเวลาฝงละไมเกินราว ๆ ๓ ชั่วโมง โดยประมาณนะครับ ซึ่งแตละทานบางทานอาจจะ ๗ นาที บางทานอาจจะมากกวานั้น แตโดยรวมทั้งหมดแลวทางฝงฝายคานก็จะใชเวลาประมาณ ๓ ชั่วโมงครับ บางทานอาจจะ ไมใช ๗ นาที ครับทานประธาน ขอบคุณครับ🔗
อันนี้เปนขอเสนอ ขอตกลงของวิปทั้ง ๒ ฝาย เชิญวิปรัฐบาลครับ🔗
ทานประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะคนที่ประสานงาน ระหวาง ๒ ฝายครับ ผมยืนยันครับวาเราไมไดคุยกันวาแตละคนจะใชเวลาเทาไร แตวา เราคุยกันวาแตละฝงนั้นจะใชเวลาราว ๓ ชั่วโมง แลวก็เวลาของทานประธานประมาณ ๑ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะใชเวลากันประมาณ ๗ ชั่วโมง แลวก็จะโหวตและทำการ ประชุมวันนี้ใหสำเร็จเรียบรอย แตวาไมมีการกำหนดวาแตละคนจะใชเวลาเทาไรครับ🔗
ขอบคุณมาก ตองขออภัย ผมเอาขอตกลงสมัยประชุมที่แลวมาพูด แตวาเฉพาะกฎหมายฉบับนี้ทางวิป ไดตกลงกันแลววาจะใชเวลาฝายละไมเกิน ๓ ชั่วโมง ก็ขอใหวิปแตละฝายนะครับ ซึ่งเจาหนาที่สภาจะบันทึกไวดวยนะครับ แตละฝายเมื่อครบ ๓ ชั่วโมงแลวก็จะเปนการจบ การประชุม ๓ ชั่วโมงนี้รวมทั้งกลาวสรุปของผูนำเสนอดวยหรือเปลาครับวิป เพราะผูเสนอมี ๓ ทาน จะมีการสรุปอยูใน ๓ ชั่วโมงนี้ดวยหรือเปลาหรือวานอกจาก ๓ ชั่วโมงนี้🔗
เรียนทานประธานครับ ผม ชุติพงศ พิภพภิญโญ วิปฝายคานครับ ก็ไมรวมครับทาน🔗
ไมรวมนะครับ คิดวาเมื่อเราไดอภิปรายกันตามสมควรแลวสรุปก็คงไมยาก และบางฉบับคงจะมีผูสรุป เพียงทานเดียว หรืออาจจะไมสรุปเลยก็ไดนะครับ เพราะฉะนั้นก็ดำเนินการตามนี้นะครับ ตามที่วิปทั้ง ๒ ฝายไดตกลงนะครับ ขอเชิญทานรองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล เปนผูเสนอ ฉบับแรกครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชูศักดิ์ ศิรินิล สมาชิกสภาผูแทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ขอนำเสนอบันทึกหลักการและเหตุผลประกอบรางพระราชบัญญัติวาดวย การออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเปนรางของพรรคเพื่อไทย ทานประธาน ที่เคารพครับ รางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่นำเสนอในวันนี้วัตถุประสงคสำคัญก็คือ เพื่อแกไขพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ที่ใชอยูในขณะนี้ โดยมีหลักการและเหตุผลดังที่ผมจะกราบเรียน ตอทานประธานและที่ประชุม ดังตอไปนี้🔗
หลักการ แกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ดังนี้🔗
๑. กำหนดใหหากมีการกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรเปนการ เลือกตั้งทั่วไป หรือหากมีการกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่น ผูบริหารทองถิ่น เนื่องจากดำรงตำแหนงครบวาระในชวงเวลาใกลเคียงกับการออกเสียง อาจกำหนดใหวัน ออกเสียงเปนวันเดียวกับวันเลือกตั้ง (แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑ วรรคสาม)🔗
๒. กำหนดใหการออกเสียงใหกระทำโดยใชบัตรออกเสียง หรือการออกเสียง ทางไปรษณีย หรือการออกเสียงโดยเครื่องลงคะแนนออกเสียงอิเล็กทรอนิกส หรือทางระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือโดยวิธีอื่น (แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๒)🔗
๓. กำหนดใหการออกเสียงใหถือเสียงขางมากของผูมาออกเสียง โดยคะแนน เสียงขางมากตองสูงกวาคะแนนเสียงไมแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามติ (แกไข เพิ่มเติมมาตรา ๑๓)🔗
๔. กำหนดใหคณะกรรมการการเลือกตั้งตองจัดใหมีการแสดงความคิดเห็น โดยอิสระและเทาเทียมกัน ทั้งผูที่เห็นชอบและไมเห็นชอบในเรื่องที่จะทำประชามติ (แกไข เพิ่มเติมมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง)🔗
ทานประธานที่เคารพครับ กระผมขอแสดงเหตุผลของการแกไขเพิ่มเติม ดังตอไปนี้🔗
โดยที่พระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ไมได กำหนดใหวันออกเสียงสามารถกำหนดเปนวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร กรณีการเลือกตั้งทั่วไป หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่น หรือผูบริหารทองถิ่นเนื่องจาก ครบวาระได ทำใหตองกำหนดวันออกเสียงแยกตางหากจากวันเลือกตั้งทั้งที่อาจอยูใน ชวงเวลาใกลเคียงกัน เปนการเพิ่มภาระงานและงบประมาณแผนดินในการจัดการออกเสียง อีกทั้งเปนภาระกับประชาชนที่ตองออกมาใชสิทธิออกเสียงหลายครั้ง ดังนั้น จึงอาจ กำหนดใหวันออกเสียงเปนวันเดียวกับวันเลือกตั้งได และวิธีการออกเสียงจากเดิมที่ กำหนดใหการออกเสียงกระทำโดยใชบัตรออกเสียงเปนหลัก สวนวิธีการออกเสียงโดยวิธีอื่น เปนเพียงทางเลือกที่คณะกรรมการอาจกำหนดใหมีได เปนการกำหนดวิธีการออกเสียงที่ สามารถกระทำไดโดยวิธีการตาง ๆ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด เพื่อความสะดวกของประชาชนผูมาใชสิทธิออกเสียง นอกจากนั้นยังใหมีการแกไขเรื่องผล ของการออกเสียงที่ถือวามีขอยุติ ตองมีผูมาใชสิทธิออกเสียงเต็มจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียงและมีจำนวนเสียงเกิน กึ่งหนึ่งของผูใชสิทธิออกเสียงในเรื่องที่จัดทำประชามติ ซึ่งเห็นวาไมควรแยกประเภท การออกเสียงเปนการออกเสียงเพื่อมีขอยุติ หรือเปนเพียงการออกเสียงเพื่อใหคำปรึกษา แกคณะรัฐมนตรี เนื่องจากกระบวนการจัดการออกเสียงเปนกระบวนการเดียวกันและใช งบประมาณจำนวนมาก เปนการไมคุมคากับงบประมาณหากจะจัดการออกเสียงเพียงเพื่อให การปรึกษา และหากกำหนดใหผลออกเสียงตองมีผูมาใชสิทธิออกเสียงเปนจำนวนเกิน กึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียง และตองมีจำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผูมาใชสิทธิออกเสียง ในเรื่องที่จะทำประชามตินั้น (เสียงขางมากเด็ดขาด) เห็นวาเปนไปไดยากในทางปฏิบัติ เนื่องจากการออกเสียงประชามติตางกับการเลือกตั้งที่มีผูสมัครรับเลือกตั้งเปนตัวแปรในการ หาเสียงและรณรงค ใหคนมาใชสิทธิเลือกตั้ง (ซึ่งหลายครั้งยังพบวามีผูมาใชสิทธิเลือกตั้ง ไมถึงกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิเลือกตั้ง) แตการออกเสียงประชามติเปนเพียงการสอบถามความเห็น ของประชาชนในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ซึ่งประเด็นนั้นอาจไมไดอยูในความสนใจของ ประชาชนโดยทั่วไป จึงไมมาใชสิทธิออกเสียง ดังนั้น จึงไมควรนำจำนวนประชาชนสวนนี้ มาเปนผลตอการออกเสียง และควรแกไขใหการออกเสียงถือเพียงเสียงขางมากของผูมาออกเสียง โดยเสียงขางมากตองสูงกวาคะแนนเสียงที่ไมแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามติ ซึ่งสอดคลองกับการออกเสียงประชามติรับรางรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ ที่ใชเพียงเสียงขางมากธรรมดา และสุดทายคือการกำหนดใหเปนหนาที่ของ คณะกรรมการที่ตองจัดใหมีการแสดงความคิดเห็นโดยอิสระและเทาเทียมกัน ทั้งผูที่เห็นชอบ และไมเห็นชอบ ในเรื่องที่จัดทำประชามติ เชนเดียวกับที่เคยบัญญัติไวในพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๔๑🔗
ทานประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตทานประธานที่จะกราบเรียน เพิ่มเติมโดยสังเขปเล็กนอย ดังตอไปนี้ครับ ทานประธานครับ ผมเขาใจวารางพระราชบัญญัติ แกไขเพิ่มเติมกฎหมายประชามติทั้งของรัฐบาล และของพรรคเพื่อไทย รวมทั้งพรรคกาวไกล รวมทั้งพรรคภูมิใจไทยที่เสนอมาในวันนี้ ๔ ราง วัตถุประสงคหลักของการแกไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็คือเรื่องการที่กำหนดเสียงชี้ขาด เสียงขางมากเด็ดขาดตามที่กำหนด ไวแตเดิมในมาตรา ๑๓ ของกฎหมายประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ทุกรางจึงขอแกไขในมาตรานี้ แลวก็มีลักษณะเหมือน ๆ กันวาตองการลดขนาดของการออกเสียงที่เปนเสียงขางมาก เด็ดขาดลงมา เพียงวาการลดขนาดลงมานั้นจะลดลงมากนอยเพียงใดก็สุดแตความคิดของ แตละพรรค ความคิดของคณะรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้ก็กราบเรียนวาไมเหมือนกันทีเดียวนัก แตเดิมในรางมาตรา ๑๓ ของกฎหมายประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ผมขอเรียนทานประธานโดย สรุปเล็กนอยวา เสียงชี้ขาดนั้นตองมีเสียงที่เขาเรียกวา Double Majority ที่เรียกวา เสียงขางมากเด็ดขาด ๒ ชั้น คือ ขอที่ ๑ ผูมาใชสิทธิตองเกินกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียง หลังจากนั้นก็ตองไปดูขอที่ ๒ วาจำนวนเสียงเห็นชอบตองเกินกึ่งหนึ่งของผูใชสิทธิออกเสียง ความหมายก็คือวา เชน ผูมีสิทธิออกเสียงทั้งหมด ๔๐ ลานคน สมมุติตัวเลขกลม ๆ แบบนั้น ผูมาใชสิทธิตอง ๒๐ ลานขึ้น และเสียงชี้ขาดตองเกินกวากึ่งหนึ่งของ ๒๐ ลานขึ้น เขาจึง เรียกวาเปน Double Majority ตัวอยางเชนนี้ถาผมยกเมื่อป ๒๕๕๐ มีผูไมเห็นชอบ ๑๐.๗ ลานคน มีผูเห็นชอบ ๑๔.๗ ลานคนโดยประมาณ กลาวเชนนี้ ก็หมายความวาถาเสียงของประชาชนประมาณ ๓ ลานเศษ ๆ ไมไปใชสิทธิออกเสียง การลงประชามติในคราวที่แลวป ๒๕๕๐ ถาใช Double Majority ถือวาไมผาน ถาคนประมาณ ๓ ลานเศษ ๆ เขาไมไปใชสิทธิออกเสียง ป ๒๕๖๐ ผูใชสิทธิ ๕๐ ลานคน ออกมาใชสิทธิ ๒๙.๗ เห็นชอบ ๑๖.๘ ไมเห็นชอบ ๑๐.๕ ถาประมาณ ๔ ลานเศษ ๆ ไมออกมาใชสิทธิแปลวา Double Majority ตามมาตรา ๑๓ ไมผาน เหตุนี้ก็ดวยเหตุผลวาเราจึงควรจะแกมาตรานี้ เสีย เหตุผลสำคัญก็คือเนื่องจากการออกเสียงประชามตินั้นมีเหตุผลความจำเปนตองการ สอบถามความเห็นของประชาชน ไมเหมือนกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ซึ่งมีผูสมัครรับเลือกตั้งไปรณรงคกัน แมขนาดจะรณรงคแลวผลของการเลือกตั้งบางจังหวัด ผูชนะการเลือกตั้งไดคะแนนไมถึงกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิเลือกตั้งก็มี แตก็ชนะการเลือกตั้ง ตามกฎกติกาที่วาไว โดยเหตุนี้ผมเขาใจโดยสรุปครับทานประธานวา หลายพรรคการเมือง รัฐบาลก็ดีก็คิดวาเรื่องนี้อาจจะเปนปญหาในการทำประชามติ โดยเฉพาะอยางยิ่งการทำ ประชามติสำหรับการแกไขเพิ่มเติมหรือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ จึงสมควรที่จะแกไขในเรื่องนี้เสียใหเปนสิ่งที่ปฏิบัติได ไมใชคะแนนเสียงจนเกินมากไป สวนจะลดลงมาเทาไรอันนั้นเปนเรื่องที่คงไปพูดกันในชั้นกรรมาธิการ นอกเหนือจาก การแกไขเรื่องของมาตรา ๑๓ จึงถือโอกาสแกไขเรื่องอื่น ๆ พรอมกันไป เชน แกไขเรื่อง วันออกเสียง ถามันใกลเคียงกับการเลือกตั้งทั่วไป ใกลเคียงกับการเลือกตั้งทองถิ่น ก็อาจจะ จัดเปนวันเดียวกันเพื่อประหยัดงบประมาณ เพื่อไมตองสิ้นเปลืองเวลาของพี่นองประชาชน เมื่อกอนการใชบัตรออกเสียงถือเปนหลัก สวนจะใชวิธีอื่นหรือไมก็เปนขอยกเวนที่กรรมการ กำหนด เราก็คิดวานาจะใชวิธีการอื่น ๆ พรอมกันไปได ที่สำคัญที่สุดก็คือวาคณะกรรมการ การเลือกตั้งมีความจำเปนตามกฎหมายที่จะตองเผยแพรและเปดโอกาสใหแสดงความคิดเห็น โดยทั่วหนา ก็เปนที่ทราบกันดีรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ที่เราใชอยูในขณะนี้ในคราวกอนนี้ไมเปด โอกาสใหวิพากษวิจารณ ไมเปดโอกาสใหแสดงความคิดเห็น เราก็คิดวาควรจะแกไขเรื่องนี้ ไปพรอม ๆ กัน สวนเรื่องอื่น ๆ ก็เปนเรื่องของรัฐบาลที่เสนอเพิ่มเติมเขามา เชน เขตออกเสียง ถาพรอมกันใหใชเขตออกเสียงตามที่กำหนดไวของการเลือกตั้ง อยางนี้เปนตน อันนี้ก็กลาว โดยสรุปครับทานประธานที่เคารพครับวาเปนเหตุผลความจำเปนที่ควรจะตองมีการแกไข พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ กระผมคิดวาเพื่อนสมาชิกทั้งหลาย ก็นาจะไดรับหลักการรางทั้งหมดทั้ง ๔ รางไปพรอมกัน พรอมกับการตั้งกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาในรายละเอียดตอไป กราบเรียนดวยความเคารพครับทานประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ทานรองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล ตอไปเปนรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคุณพริษฐ วัชรสินธุ กับคณะ ขอเชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พริษฐ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกาวไกล ขออนุญาตนำเสนอและอภิปรายหลักการและเหตุผลของราง พ.ร.บ. ประชามติ ฉบับของ พรรคกาวไกลในฐานะผูเสนอราง ทานประธานครับ แมในชวงหนึ่งปที่ผานมา ประเด็นเรื่อง การแกไข พ.ร.บ. ประชามตินั้น มักจะถูกนำมาเชื่อมโยงกับเรื่องของกระบวนการ ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ผมตองขออนุญาตเรียนกับทานประธานผานไปยัง เพื่อนสมาชิกครับวา ผมเห็นวาเราจำเปนที่ตองพิจารณาความเชื่อมโยงของ ๒ ประเด็น ดังกลาวนั้นดวยความระมัดระวังและดวยความรอบคอบ เพราะในมุมหนึ่ง พ.ร.บ. ประชามตินั้น ก็ไมใชทุกสิ่งทุกอยางที่จะสงผลตอกระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม แตในอีกมุมหนึ่งปจจัยที่เกี่ยวของกับกระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ก็ไมควรจะเปนทุกสิ่งทุกอยางที่ไปกำหนดวาเราจะออกแบบ พ.ร.บ. ประชามติกันอยางไร ที่ผมพูดวา พ.ร.บ. ประชามตินั้นไมใชทุกสิ่งทุกอยางที่สงผลตอกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมครับ ก็เพราะวาหลายประเด็นที่จะเปนตัวแปรสำคัญที่ไปกำหนดวา เราจะได รัฐธรรมนูญฉบับใหมเร็วแคไหน รัฐธรรมนูญฉบับใหมจะมีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย แคไหนนั้น ลวนเปนประเด็นที่อยูนอกเหนือจากเนื้อหาในกฎหมายประชามติ ไมวาจะเปน เรื่องของจำนวนประชามติที่ผมก็ตองขออนุญาตเห็นตางกับทานประธานนะครับ คือผมเห็นวา ๒ ครั้งก็เพียงพอแลวในเชิงของกฎหมาย หรือไมวาจะเปนเรื่องของคำถามประชามติสำหรับ การทำประชามติครั้งแรก ซึ่งผมก็ยังเห็นตางกับรัฐบาล แลวก็เรียกรองใหรัฐบาลนั้นทบทวน ใหหันมาใชคำถามที่เปดกวางขึ้น เพื่อทำใหประชาชนทุกคนที่อยากเห็นการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมนั้นสามารถลงคะแนนเห็นชอบอยางเปนเอกภาพได หรือไมวาจะเปนเรื่องของ รูปแบบและการไดมาซึ่งสมาชิกสภารางรัฐธรรมนูญ ที่ตอนนี้ทั้งรางของพรรคกาวไกลและราง ของพรรคเพื่อไทยที่ยื่นเขาสูรัฐสภานั้น ก็ยืนยันหลักการวา สสร. นั้นจะตองมาจากการเลือกตั้ง ๑๐๐ เปอรเซ็นต ซึ่งเปนหลักการที่นับถึงวันนี้ทางคณะรัฐมนตรีก็ยังคงไมยืนยัน แตทานประธานครับ เหตุผลที่ พ.ร.บ. ประชามตินั้นถูกดึงเขามามีความเชื่อมโยงกับ กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมอยางใกลชิดขึ้น เหตุผลที่ทำใหการแกไข พ.ร.บ. ประชามตินั้น มีความจำเปนเรงดวนมากขึ้น ก็เพราะวามติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ที่ผานมาที่เขียนไวชัดครับวา รัฐบาลนั้นจะยังคงไมเดินหนาในการจัดทำประชามติครั้งแรก จนกวาจะมีการแกไข พ.ร.บ. ประชามติเสร็จเปนที่เรียบรอยแลว ซึ่งเปนการยืนยันนะครับวา คำพูดของโฆษกรัฐบาลที่ไดแถลงไวหลังวันประชุมวันนั้นวา ประชามติครั้งแรกนั้นจะเกิดขึ้น ในชวงระหวาง ๒๑ กรกฎาคม ถึง ๒๒ สิงหาคมนั้นไมเปนความจริงครับทานประธาน นับถึงวันนี้ผมก็ยังไมไดรับคำตอบชัด ๆ วาหาก ครม. มีความประสงควาจะตองแกไข พ.ร.บ. ประชามติใหเสร็จกอนจะเดินหนาในการจัดทำประชามติครั้งแรก แลวเหตุใดครับ ครม. ถึงรอมาถึงวันนี้ถึงเสนอรางแกไข พ.ร.บ. ประชามติเขามาสูการพิจารณาของสภาผูแทนราษฎร ทั้ง ๆ ที่ทั้งรางของพรรคเพื่อไทยและรางของพรรคกาวไกลก็ถูกยื่นเขาสูสภาตั้งแต ๑ กุมภาพันธที่ผานมา แตไมเปนไรครับอยางนอยผมก็ดีใจครับที่วันนี้เราทุกฝายเห็นตรงกัน ในการเปดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อมาเรงแกไข พ.ร.บ. ประชามติ แตอีกมุมหนึ่งครับ ทานประธาน นอกจาก พ.ร.บ. ประชามติจะไมใชทุกสิ่งทุกอยางที่สงผลตอการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมแลว ปจจัยเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมก็ไมควรที่จะเปน ทุกสิ่งทุกอยางที่เรามาใชกำหนดวาเราจะออกแบบ พ.ร.บ. ประชามติกันอยางไร มีเหตุผล ๒ ประการดวยกันครับ🔗
ประการที่ ๑ ถึงแมวาที่ผานมาในประวัติศาสตรการเมืองไทยเราไมเคย มีการจัดทำประชามติในเรื่องอื่นที่ไมใชเรื่องของรัฐธรรมนูญ แตความจริงแลวประชามติ ไมจำเปนตองถามเฉพาะเรื่องของรัฐธรรมนูญเทานั้นครับ แตประชามติสามารถถูกใช เปนเครื่องมือในการสอบถามความเห็นของประชาชนในประเด็นอื่น ๆ ที่เราเห็นวาสำคัญได🔗
แตอีกประการหนึ่งครับทานประธาน ก็คือในเมื่อพวกเราแตละฝาย โดยเฉพาะ ในสภาแหงนี้ก็ลวนมีจุดยืนที่ชัดเจน มีธงที่ชัดเจนวาเราอยากเห็นการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมอยูหรือไม นั่นหมายความวาหากเราออกแบบ พ.ร.บ. ประชามติโดยคำนึง ถึงเพียงแคผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตอผลลัพธของประชามติที่เกี่ยวของกับกระบวนการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม เราก็อาจจะถูกตั้งคำถามไดงายครับวา ตกลงแลวเรากำลังพยายาม จะแกกติกาเกี่ยวกับประชามติเพียงเพื่อใหฝายที่เราสนับสนุนนั้นไดเปรียบใชหรือไม🔗
ดวยเหตุผล ๒ ประการนี้ทานประธาน ผมเลยจะขออนุญาตนำเสนอรางแกไข พ.ร.บ. ประชามติฉบับของพรรคกาวไกล และเชิญชวนเพื่อนสมาชิกทุกคนมารวมกัน พิจารณาเนื้อหาในรางแกไข พ.ร.บ. ประชามติทุกฉบับในวันนี้ โดยไมคำนึงถึงเพียงแค ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตอกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมครับ แตคำนึงถึงเปาหมาย ที่เรามีรวมกันในการออกแบบกติกาประชามติใหมีความเหมาะสม ใหมีประสิทธิภาพ ใหมีความเปนธรรม และสงเสริมการมีสวนรวมของประชาชน ไมวาประชามติจะเกี่ยวของ กับเรื่องรัฐธรรมนูญหรือไม และไมวาเราจะสนับสนุนฝายที่เห็นชอบ หรือไมเห็นชอบ กับประเด็นที่ถูกถามในประชามติ🔗
เขาสูเนื้อหาสาระครับทานประธาน เปาหมายของรางแกไข พ.ร.บ. ประชามติ ของพรรคกาวไกลมีการเสนอทั้งหมด ๔ ประเด็นสำคัญครับ พยายามจะทำใหกติกา ประชามตินั้นมีความเปนธรรม มีความยืดหยุน มีความทันสมัยและมีความหลากหลาย มากขึ้น แตหากจะมองกวางกวาแครางของพรรคกาวไกลและมองถึงเนื้อหาสาระที่อยู ในทั้ง ๔ ราง ผมพยายามสรุปใหเห็นภาพชัดเจนครับ ดังที่ปรากฏในสไลด🔗
วาทั้ง ๔ รางนั้น มีการนำเสนอ รวมกันทั้งหมด ๗ ประเด็นครับ แบงออกเปน ๒ ประเด็น ที่พรรคกาวไกลเสนอในรางของเรา แลวก็มีรางอื่นที่เสนอแกไขในทิศทางที่สอดคลองกัน มี ๒ ประเด็นครับ เปนประเด็นที่อยูใน รางของพรรคกาวไกลแตไมปรากฏอยูในรางอื่น ๆ แลวก็มี ๓ ประเด็นที่พรรคกาวไกลไมไดเสนอ แตปรากฏอยูในรางอื่นและเรายินดีไปพูดคุยเพิ่มเติมในชั้นกรรมาธิการ มาเขาสูหมวดหมูแรกครับ นั่นก็คือ ๒ ประเด็น ที่พรรคกาวไกลเราเสนอในรางของเรา แลวก็ปรากฏอยูในรางอื่น ๆ ดวยเชนกัน🔗
ประเด็นที่ ๑ เปนการพยายามจะทำใหกติกานั้นมีความเปนธรรมมากขึ้น โดยการเปลี่ยนจากการเปน Double Majority มาเปน Single Majority ทานประธานครับ ผมออกตัวไวกอนวาสวนตัวแลวผมคิดวากติกา Double Majority หรือเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ๒ ชั้นนั้นมีเจตนาที่ดีครับ เปนเจตนาที่พยายามจะบอกวาในเมื่อประชามติมักจะถูกจัดสำหรับ ประเด็นที่มันมีความสำคัญตอบานเมือง ประชามตินั้นก็จะถือวาผานความเห็นชอบของ ประชาชนก็ตอเมื่อผาน ๒ เกณฑดวยกันครับ เกณฑที่ ๑ คือจำนวนผูที่ออกมาใชสิทธิออกเสียงจะตองเกินกึ่งหนึ่งของผูที่มีสิทธิออกเสียง อันนี้ผมขอเรียกวาเกณฑชั้นบน ซึ่งเปนการวัดความสนใจที่ประชาชนมีตอประเด็นดังกลาว เกณฑที่ ๒ ครับทานประธาน นั่นคือจำนวนคนที่ลงคะแนนเห็นชอบนั้นจะตองมีมากกวา กึ่งหนึ่งของจำนวนผูที่ออกมาใชสิทธิออกเสียง ผมขอเรียกเกณฑนี้วาเกณฑชั้นลาง ซึ่งเปนการ วัดทิศทางความเห็นของประชาชนตอประเด็นที่ถูกถามในประชามติ ความจริงการมีเกณฑแบบ Double Majority หรือเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ๒ ชั้นแบบนี้ก็ไมไดเปนอะไรที่ผิดครับ จริงอยูครับวา ประเทศสวนใหญที่เปนรัฐเดี่ยวมักจะไมเลือกใชกติกาแบบนี้ แตก็มีบางประเทศที่เปนรัฐเดี่ยว ที่ก็ใชกติกาแบบ Double Majority ยกตัวอยางเชน โปรตุเกสครับที่ใชกติกา Double Majority สำหรับประชามติทุกประเภท หรืออิตาลีที่มีการใชกติกา Double Majority สำหรับประชามติที่ไมเกี่ยวของกับการแกไขรัฐธรรมนูญ แตถาอยากจะใหทานประธาน เห็นภาพมากขึ้นวา Double Majority มันสงผลลัพธตอการทำประชามติอยางไร ขออนุญาต ยกเปนตัวอยางใหเห็นภาพครับ สมมุติครับ ประเทศเรามีการจัดประชามติเพื่อสอบถาม ประชาชนวาเห็นดวยหรือไมใหมีการยกเลิกการเกณฑทหาร สมมุติประเทศเรามีจำนวนผูที่ มีสิทธิออกเสียงทั่วประเทศทั้งหมด ๑๐๐ คน สมมุติจำนวนคนที่ออกมาใชสิทธิออกเสียงมีอยู ๗๕ คน หรือวาคิดเปน ๗๕ เปอรเซ็นต แลวสมมุติวาใน ๗๕ คนนั้นมีคนที่ออกมาลงคะแนน เห็นชอบอยูที่ ๔๐ คน และคนที่ลงคะแนนไมเห็นชอบอยูที่ ๓๕ คน ถาเปนเชนนี้ดังภาพ ที่ปรากฏดานซายมือของสไลดก็จะถือวาประชามตินั้น ผานความเห็นชอบของประชาชน ตามเกณฑ Double Majority เพราะวาในเกณฑชั้นบนจำนวนคนที่ออกมาใชสิทธิออกเสียงนั้น ซึ่งอยูที่ ๗๕ คนนั้นมีมากกวากึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียง หรือวากึ่งหนึ่งของ ๑๐๐ คน ก็คือ ๕๐ คน และในสวนของเกณฑชั้นลางครับ จำนวนคนที่ออกมาลงคะแนนเห็นชอบมีอยู ๔๐ คน ซึ่งก็มากกวากึ่งหนึ่งของจำนวนคนที่ออกมาใชสิทธิออกเสียง หรือมากกวากึ่งหนึ่ง ของ ๗๕ คน นั่นก็คือ ๓๗.๕ คน ดังนั้นครับทานประธาน หากประชาชนทุกคนออกมาใชสิทธิ อยางตรงไปตรงมาตามความเห็นที่ตนเองมี ตามความสนใจที่ตัวเองมี กติกา Double Majority ก็ไมไดมีปญหาอะไรครับ แตปญหามันจะเกิดขึ้นครับทานประธาน ถาเกิดภาพมันกลายเปน ภาพดานขวาของสไลดนี้ ปญหาจะเกิดขึ้นหาก ๓๕ คน ที่ความจริงแลวสนใจในประเด็นเรื่อง การยกเลิกการเกณฑทหาร และมีความเห็นวาไมเห็นดวยกับการยกเลิกการเกณฑทหารนั้น ตัดสินใจไมออกมาลงคะแนนเสียงครับ แตตัดสินใจนอนอยูบานไมออกมาใชสิทธิเลย และรณรงคใหทุกคนทั้ง ๓๕ คนนั้นนอนอยูบานและไมออกมาลงคะแนนเสียง หากพวกเขา รณรงคแบบนี้และทำสำเร็จครับ นั่นหมายความวา ๓๕ คนในกลุมพวกเขา ที่ความจริงแลว มีความเห็นเรื่องการเกณฑทหารนะครับ แตใชวิธีนอนอยูบานเพื่อไมออกมาใชสิทธิ จะถูกไป รวมกับ ๒๕ คนที่ไมไดสนใจเรื่องการเกณฑทหารและไมไดตั้งใจจะออกมาใชสิทธิอยูแลว รวมกันเปน ๖๐ คน ทำใหจำนวนคนที่ออกมาใชสิทธิออกเสียงนั้นจะถูกกดลงมาเหลือแค ๔๐ คน ซึ่งนอยกวากึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียงหรือวานอยกวา ๕๐ คนนั่นเอง แลวก็จะทำ ใหประชามตินั้นถูกคว่ำไป หรือนับวาไมผานความเห็นชอบของประชาชน ทั้ง ๆ ที่คนที่ เห็นดวยกับการยกเลิกการเกณฑทหารนั้นมีมากกวาคนที่ไมเห็นดวยกับการยกเลิกการเกณฑ ทหารดวยซ้ำ ดังนั้นครับ ไมวาประเด็นที่ถูกถามจะเปนเรื่องเกณฑทหารหรือเปนเรื่องอื่น การที่เรามีกติกา Double Majority นั้นมันกลายเปนทำใหฝายที่ไมเห็นชอบกับประเด็น ที่ถูกถามหรือประชามตินั้นมีความไดเปรียบอยางไมเปนธรรม และไปเปดชองที่ทำใหฝาย ที่ไมเห็นชอบกับประเด็นที่ถูกถามในประชามตินั้น สามารถเลือกใชวิธีนอนอยูบานเพื่อกด จำนวนคนหรือสัดสวนคนที่ออกมาใชสิทธิลง และหวังจะคว่ำประชามติโดยที่ไมใหผานเกณฑ ชั้นบน ทั้ง ๆ ที่ความจริงแลวประชามตินั้นเปนประชามติเกี่ยวกับประเด็นที่คนใหความสนใจ เปนจำนวนมาก และเปนประเด็นที่ความจริงคนที่ไมเห็นดวยกับประเด็นที่ถูกถามนั้นมีนอยกวา คนที่เห็นดวยกับประเด็นที่ถูกนำเสนอในประชามติเสียดวยซ้ำ ดังนั้นครับทานประธาน เพื่อปองกันความไมเปนธรรมดังกลาวครับ รางของพรรคกาวไกล รางของพรรคเพื่อไทย แลวก็รางของ ครม. ครับ ก็เลยเสนอใหปรับกติกาจาก Double Majority มาเปน Single Majority โดยยกเลิกเกณฑชั้นบนที่เกี่ยวกับสัดสวนการออกมาใชสิทธิ และเหลือเพียงแค เกณฑชั้นลางครับที่เกี่ยวกับสัดสวนการลงคะแนนของผูที่ออกมาใชสิทธิออกเสียง ความแตกตางก็จะมีอยูเล็กนอยครับ ตรงที่วาในขณะที่รางของพรรคเพื่อไทยนั้นเขียนเกณฑชั้นลางในลักษณะที่บอกวา ประชามติ จะมีผลก็ตอเมื่อคนที่ลงคะแนนเห็นชอบเปนเสียงขางมาก พูดงาย ๆ คือวามีคนที่ลงคะแนน เห็นชอบมากกวาคนที่ลงคะแนนไมเห็นชอบ และมีคนที่ลงคะแนนเห็นชอบมากกวาคนที่กา ในชองไมออกความเห็น แตรางของพรรคกาวไกลกับรางของ ครม. เราเขียนเกณฑชั้นลางตางไป เล็กนอยครับ เราเขียนวาประชามติจะมีผลก็ตอเมื่อคนที่มาลงคะแนนเห็นชอบนั้นมีมากกวา กึ่งหนึ่งของผูที่ออกมาใชสิทธิ พูดงาย ๆ คือตองมีมากกวาจำนวนคนที่ลงคะแนนไมเห็นชอบ และคนที่กาชองไมออกความเห็นรวมกันนะครับ🔗
มาสูประเด็นที่ ๒ ครับทานประธานที่อยูในรางของพรรคกาวไกล แลวก็ รางอื่นนั้นก็มีการเสนอแกไขในทิศทางเดียวกันครับ นั่นก็คือการพยายามจะทำใหกติกา ประชามตินั้นมีความยืดหยุนมากขึ้น โดยการปลดล็อกให กกต. นั้นสามารถจัดประชามติ วันเดียวกับวันเลือกตั้งระดับชาติหรือระดับทองถิ่นอยางสะดวกมากขึ้น ผมคิดวาผมไมตอง พูดถึงเยอะครับถึงประโยชนที่ประชาชนจะไดจากการแกไขตรงนี้ หากประชามติถูกจัด ในวันเดียวกับการเลือกตั้งจะไมเพียงแตอำนวยความสะดวกใหกับประชาชน ประหยัดเวลา ใหกับประชาชน ออกมาคูหาครั้งเดียวก็ลงคะแนนไดหลายเรื่อง แตจะยังเปนการประหยัด งบประมาณใหกับรัฐดวยในการจัดทำประชามติและจัดการเลือกตั้ง แตผมตองเรียนกับ ทานประธานวาความจริงแลวกฎหมายประชามติปจจุบันก็ไมไดหามนะครับ ไมไดหามไมให จัดประชามติวันเดียวกับวันเลือกตั้ง แตถาเราจำไดครับ เมื่อ ๒ ปที่แลวเพื่อนสมาชิกของผม จากพรรคกาวไกลเคยมาเสนอญัตติในสภาผูแทนราษฎรแหงนี้ เสนอใหจัดประชามติ ครั้งที่ ๑ เกี่ยวกับการจัดทำรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมนั้นในวันเดียวกันกับวันเลือกตั้งทั่วไปที่เกิดขึ้น ๑๔ พฤษภาคม เมื่อป ๒๕๖๖ ที่ผานมา หากจำกันไดครับ ถึงแมทุกพรรคการเมือง ณ เวลานั้น ในสภาผูแทนราษฎรลงมติเห็นชอบกันอยางเปนเอกฉันท แตพอเดินทางไปสูวุฒิสภาครับ ญัตติดังกลาวถูกปดตกโดยวุฒิสภา โดยมี สว. บางคนครับก็ใหเหตุผลโดยไปยกขอกังวลของ กกต. มา เปนขอกังวลของ กกต. ที่บอกวากฎหมายประชามติปจจุบันนั้นอาจจะทำใหการ ดำเนินการจัดประชามติในวันเดียวกับการเลือกตั้งนั้นมีความทาทายมากขึ้น ดังนั้น เพื่อแกปญหาดังกลาว สิ่งที่ผมทำครับโดยไดใชกลไกของคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง สงหนังสือไปที่ กกต. ถามเลยครับวา กฎหมายประชามติปจจุบันมันมีมาตราไหนบางที่เปน อุปสรรคตอการจัดประชามติวันเดียวกับการเลือกตั้ง และใหสงรายละเอียดมาทั้งหมด พอ กกต. สงรายละเอียดทั้งหมดกลับมาในเดือนพฤศจิกายนเมื่อปที่แลวครับ ก็มีการระบุไว กับทุกมาตราที่มีขอกังวล ไมวาจะเปนมาตรา ๑๐ ถึงมาตรา ๑๑ ครับ เกี่ยวกับกรอบในการ กำหนดวันออกเสียง มาตรา ๑๘ เกี่ยวกับการกำหนดเขตออกเสียง มาตรา ๑๙ เกี่ยวกับ การกำหนดหนวยออกเสียงและที่ออกเสียง มาตรา ๒๙ เกี่ยวการกำหนดผูอำนวยการ การออกเสียง รวมไปถึงประเด็นเกี่ยวกับการแบงผูรับผิดชอบคาใชจายซึ่งตอนนี้ไมอยู ในมาตราใดในกฎหมายประชามติปจจุบัน กกต. ขอมาผมก็จัดใหครับทานประธาน ผมก็เลย แกไขทุกมาตราเลยครับ และตอนนี้ทำใหรางแกไข พ.ร.บ. ประชามติของพรรคกาวไกลนั้น ปลดล็อกทุกอุปสรรค ไมมีเหตุผลอื่นใดอีกแลวที่ กกต. จะไมสามารถจัดประชามติ ในวันเดียวกับวันเลือกตั้งได ไมวาจะเปนเลือกตั้งระดับชาติ ทองถิ่น ไมวาจะเปนเลือกตั้ง ในวันที่ครบวาระหรือเลือกตั้งกอนครบวาระก็ตาม🔗
ขยับมาสูหมวดหมูที่ ๒ ครับทานประธาน นั่นก็คือประเด็นที่อยูในรางของ พรรคกาวไกล แตไมมีรางอื่นเสนอ ซึ่งมีอยู ๒ ประเด็นสั้น ๆ ดวยกันครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ครับทานประธานคือความพยายามในการทำใหกติกาประชามติ นั้นมีความทันสมัยมากขึ้น โดยการรับประกันสิทธิของประชาชนในการเขาชื่อผานชองทาง Online เพื่อเสนอคำถามประชามติไปที่คณะรัฐมนตรี ตามกฎหมายปจจุบันครับประชาชน ก็มีสิทธิอยูแลวในการเขาชื่อ ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ เพื่อเสนอคำถามไปใหคณะรัฐมนตรีนั้น พิจารณาดำเนินการ แตปจจุบัน กกต. กลับไปกำหนดกระบวนการที่ทำใหการเขาชื่อนั้น ไมสามารถทำผานชองทาง Online ได แตตองพิมพเอกสารมาเปนแผน ๆ เหมือนที่เราเห็น ใน Campaign ของกลุม Con for All เมื่อเดือนสิงหาคมปที่แลว ดังนั้นทานประธาน สิ่งที่พรรคกาวไกลเสนอรางแกไข พ.ร.บ. ประชามติของเราก็คือ การแกไขมาตราที่เกี่ยวของ เพื่อรับประกันสิทธิของประชาชนในการเขาชื่อผานชองทาง Online ได ซึ่งก็เปนกลไก มาตรฐาน แลวก็กระบวนการเดียวกันกับที่มีอยูแลวในพระราชบัญญัติเขาชื่อเสนอกฎหมาย ป ๒๕๖๔ ซึ่งรับประกันสิทธิของประชาชนในการเขาชื่อ ๑๐,๐๐๐ คน ผานชองทาง Online เพื่อเสนอการแกกฎหมายมาที่สภา แลวก็สิทธิของประชาชนในการเขาชื่อ ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ ผานชองทาง Online เพื่อรางแกไขรัฐธรรมนูญมาที่รัฐสภา🔗
สวนประเด็นที่ ๒ ครับทานประธาน ที่อยูในรางของพรรคกาวไกล แลวไมปรากฏในรางอื่น คือการพยายามจะทำใหประชามตินั้นมีความหลากหลายมากขึ้น โดยการเปดกวางใหประชามตินั้นสามารถมีคำตอบ ขออภัยครับ มีคำถามและชุดคำตอบ ที่มากกวาแคเห็นชอบกับไมเห็นชอบได ทานประธานครับ ที่ผานมาเราจะคุนเคยกับการจัด ประชามติที่มีคำถามเปนลักษณะที่มีคำตอบแค ๒ ตัวเลือกก็คือ Yes เห็นดวย กับ No ไมเห็นดวย ซึ่งกรอบคิดแบบนี้ครับมันก็ถูกล็อกไวในหลายมาตราในกฎหมายประชามติ ปจจุบัน ดังนั้นสิ่งที่พรรคกาวไกลตองการเสนอคือ การแกไขมาตราดังกลาวเพื่อเปด ความเปนไปไดใหม ๆ ในการออกแบบคำถาม แลวก็ชุดคำตอบใหมีความหลากหลายมากขึ้น ผมยกตัวอยางใหเห็นภาพแค ๒ ตัวอยางครับ ตัวอยางที่ ๑ คือเราอยากจะเปดชอง ใหประชามตินั้นสามารถมีตัวเลือกคำตอบไดมากกวา ๒ ตัวเลือก ยกตัวอยางเชน การทำ ประชามติที่นิวซีแลนดเมื่อป ๒๐๑๑ เกี่ยวกับเรื่องของระบบเลือกตั้งที่มีการถามประชาชน ในนิวซีแลนดวาหากจะมีการเปลี่ยนระบบเลือกตั้งนั้นอยากจะใชระบบเลือกตั้งแบบไหน และในตัวเลือกคำตอบนั้นก็มีทั้งหมด ๔ ตัวเลือก หรือ ๔ ระบบใหเลือกไดในตัวบัตร ลงคะแนนเสียงประชามติดังที่ปรากฏในภาพ สวนตัวอยางที่ ๒ ครับทานประธาน คือการพยายามจะเปดชองวาถึงแมจะมีแค ๒ ตัวเลือก แตเปนไปไดหรือไมที่จะทำใหขอความที่อยูใน ๒ ตัวเลือกนั้นไมใชขอความที่เขียนแควา เห็นดวยกับไมเห็นดวย ประเด็นนี้ฟงผิวเผินอาจจะดูเหมือนเปนเรื่องเล็ก แตผมยกตัวอยาง ใหเห็นภาพวามันเปนขอถกเถียงที่สำคัญพอสมควรในการจัดประชามติที่สหราชอาณาจักร เมื่อป ๒๐๑๖ เกี่ยวกับเรื่อง Brexit หรือวาการออกจากสหภาพยุโรป เพราะตอนแรก คำถามประชามติที่ถูกออกแบบมาจะเปนดังภาพที่อยูขางบน คือเปนการถามคำถามวา สหราชอาณาจักรนั้นควรจะยังคงเปนสมาชิกของสหภาพยุโรปอยูหรือไม แลวก็ใหมีตัวเลือก คำตอบ ๒ ตัวเลือก คือ Yes เห็นชอบ กับ No ไมเห็นชอบ ก็ฟงดูตรงไปตรงมาดีครับ แตตองบอกวาชุดคำถามคำตอบนี้ถูกทักทวงนะครับทานประธาน วามันอาจจะเกิดความ ไมเปนธรรมเกิดขึ้นโดยมีบางคนยกเหตุผลขึ้นมาวา ประชาชนที่อาจจะมีความลังเลใจ ไมแนใจวาจะลงคะแนนดานไหน อาจจะมีแนวโนมจะไปเลือกคำตอบในเชิงบวก ก็คือ Yes มากกวาคำตอบในเชิงลบก็คือ No ดังนั้นครับ ผมไมรูหรอกครับวาเหตุผลนี้ฟงขึ้นแคไหน ถาเกิดขึ้นจริงจะสงผลตอการลงคะแนนของคนมากนอยแคไหน แตเขาก็มีการรับฟง ทุกขอทักทวง แลวก็มีการปรับคำถาม แลวก็ชุดหรือวาตัวเลือกคำตอบของประชามติครั้งนั้น ใหเปนที่ยอมรับของทุกฝายมากขึ้น จนออกมาเปนคำถามและคำตอบที่ปรากฏดานลาง ของภาพ ก็คือเปนการถามครับวา คุณคิดวาสหราชอาณาจักรนั้นควรจะยังคงเปนสมาชิก ของสหภาพยุโรป หรือออกจากสหภาพยุโรป และตัวเลือกคำตอบก็ไมไดเปน Yes กับ No แลวครับ แตเปนตัวเลือกคำตอบที่เขียนขอความเต็ม ๆ ไปเลยวา เห็นควรวายังคงเปนสมาชิก ของสหภาพยุโรปอยู หรือเห็นควรวาจะออกจากสหภาพยุโรป🔗
สวนทายที่สุดนี้ครับทานประธานขอขยับมาที่ประเด็นที่พรรคกาวไกลไมได เสนอในรางของเรา แตวาปรากฏอยูในรางอื่นซึ่งมี ๓ ประเด็นครับ🔗
ขอที่ ๑ ก็คือการเพิ่มความเปนไปไดในอนาคตที่อาจจะกำหนดวิธีออกเสียง โดยไมจำเปนตองใชคูหาเลือกตั้งแบบดั้งเดิม ซึ่งถูกเสนอในรางของพรรคเพื่อไทย🔗
ประเด็นที่ ๒ คือการเพิ่มความรับผิดชอบของ กกต. ในการจัดใหมีการแสดง ความเห็นตอประเด็นที่ถูกถามในประชามติโดยอิสระและเทาเทียมกันทุกฝาย ซึ่งอยูในทั้งราง ของพรรคเพื่อไทยและรางของพรรคภูมิใจไทย🔗
ประเด็นที่ ๓ คือการจำแนกระหวางประชามติที่มีผลบังคับทางกฎหมาย กับประชามติที่เปนเพียงแคการปรึกษาหารือ ซึ่งอยูในรางของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งใน ๓ ประเด็นนี้พรรคกาวไกลเราก็ยินดีหารือและแลกเปลี่ยนรวมกันเพิ่มเติมกับทุกฝายในชั้น ของคณะกรรมาธิการ ดังนั้นครับทานประธาน หากกลาวโดยสรุปแมวาผมกับทานประธาน อาจจะยังเห็นตางกันอยูเรื่องของจำนวนประชามติขั้นต่ำที่ตองทำตามกฎหมาย แมเราอาจจะ เห็นตางกับรัฐบาลเรื่องการออกแบบคำถามประชามติครั้งแรก และแมเรายังไมแนใจวา รัฐบาลเห็นตรงกับเราหรือไมเกี่ยวกับเรื่องการยืนยันหลักการวา สสร. ควรจะมาจากการ เลือกตั้ง ๑๐๐ เปอรเซ็นต แตเพื่อเรงใหเรามีการแกไข พ.ร.บ. ประชามติใหเสร็จเรียบรอย โดยเร็ว และเพื่อใหเรามีกติกาประชามติที่มีความเปนธรรม มีความยืดหยุน มีความทันสมัย และมีความหลากหลาย ผมและพรรคกาวไกลเรายินดีรวมกันกับ สส. ทุกพรรค และคณะรัฐมนตรีในการรับหลักการทุกรางเพื่อไปทำงานรวมกันตอในชั้นกรรมาธิการ และหาขอสรุปในเชิงรายละเอียดที่เปนที่ยอมรับของทุกฝาย ขอบคุณมากครับทานประธาน🔗
ขอบคุณ คุณพริษฐ วัชรสินธุ ตอไปเปนรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของทานอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ ซึ่งทางทานอนุทินไดมอบใหคุณภราดร ปริศนานันทกุล เปนผูเสนอหลักการและเหตุผลแทน เชิญคุณภราดรครับ🔗
ทานประธานที่เคารพครับ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอางทอง พรรคภูมิใจไทย ผมขออนุญาตทานประธานเปนตัวแทนของทานอนุทิน ชาญวีรกูล พรอมทั้งสมาชิก พรรคภูมิใจไทย ในการเสนอรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กอนอื่นผมขออนุญาตทานประธานอานในตัวหลักการและเหตุผลที่ไดนำเสนอ ตอสภา แตหลังจากนั้นก็จะขอเวลาทานประธานอีกสักเล็กนอยในการอธิบายความ ตอไปนะครับ อันดับแรกขออนุญาตทานประธานอานเอกสารนะครับ🔗
หลักการ แกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ดังนี้🔗
๑. กำหนดใหมีการออกเสียงเพื่อมีขอยุติและการออกเสียงเพื่อใหคำปรึกษา แกคณะรัฐมนตรี (เพิ่มมาตรา ๙/๑)🔗
๒. กำหนดใหหากมีการกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรใหม เปนการทั่วไป หรือหากมีการกำหนดวันเลือกตั้งทองถิ่น แลวแตกรณี ใหกำหนดวันออกเสียง เปนวันเดียวกัน (แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑ วรรคสาม)🔗
๓. กำหนดคะแนนการออกเสียงที่จะถือวามีขอยุติและคะแนนการออกเสียง เพื่อใหคำปรึกษาแกคณะรัฐมนตรี (แกไขมาตรา ๑๓)🔗
๔. กำหนดการจัดทำและการเผยแพรขอมูลเกี่ยวกับเรื่องที่จะมีการออกเสียง (แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๔ วรรคสาม)🔗
เหตุผล โดยที่พระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ กำหนดใหการออกเสียงตามมาตรา ๙ ตองถือวามีขอยุติและตองมีผูมาใชสิทธิออกเสียง เปนจำนวนกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียง และมีจำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผูมาใชสิทธิ ออกเสียงในเรื่องที่จัดทำประชามติ ซึ่งการกำหนดใหการออกเสียงทุกประเภทตองถือวา มีขอยุติและการกำหนดคะแนนการออกเสียงดังกลาวมีจำนวนมากเกินไป จึงยากที่จะไดขอยุติ ในเรื่องที่จะมีการจัดทำประชามติ ทำใหการออกเสียงประชามติอาจไมประสบความสำเร็จ ประกอบกับการจัดใหมีการออกเสียงประชามติแตละเรื่องแตละครั้งตองใชงบประมาณ จำนวนมาก ดังนั้น จึงสมควรแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยกำหนดใหการออกเสียงตามมาตรา ๙ มีทั้งกรณีที่มีการออกเสียงเพื่อมีขอยุติ หรือบางกรณีควรกำหนดใหมีการออกเสียง เพื่อใหคำปรึกษาแกคณะรัฐมนตรีตามที่คณะรัฐมนตรี ไดกำหนด และกำหนดคะแนนการออกเสียงที่จะถือวามีขอยุติ และการออกเสียงเพื่อให คำปรึกษาแกคณะรัฐมนตรี มีคะแนนการออกเสียงที่แตกตางกัน รวมทั้งกำหนดกรณีหากมี การกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรใหมเปนการทั่วไป หรือหากมีการกำหนด วันเลือกตั้งทองถิ่นแลวแตกรณี ใหกำหนดวันออกเสียงเปนวันเดียวกัน นอกจากนี้ ควรกำหนดใหมีการจัดทำและการเผยแพรขอมูลเกี่ยวกับเรื่องที่จะมีการออกเสียง ตองมุงให ประชาชนมีความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับเรื่องที่จะมีการออกเสียง และตองดำเนินการใหขอมูล เกี่ยวกับเรื่องที่จะจัดทำประชามติแกประชาชนไดรับทราบอยางเพียงพอ จึงจำเปนตองตรา พระราชบัญญัตินี้🔗
นี่คือหลักการและเหตุผลในรางพระราชบัญญัติที่พวกผมไดนำเสนอตอ สภาแหงนี้ รวมกับอีก ๓ รางที่เหลือ เปนรางของคณะรัฐมนตรี เปนรางของทานอาจารยชูศักดิ์ และเปนรางของพรรคกาวไกล คือของคุณพริษฐ ผมขออนุญาตนำเสนอในสวนของเหตุผล เพิ่มเติมวา เหตุผลใดจึงเสนอรางนี้ขึ้นมา ซึ่งมีรายละเอียดในบางประเด็น บางเรื่องที่แตกตาง จากอีก ๓ รางที่เหลือ โดยเฉพาะอยางยิ่งในการแกไขในเรื่องของมาตรา ๑๓ ในเรื่องของเสียงชี้ขาด หรือเรื่องของการหาขอยุติ เมื่อสักครูนี้ทางคณะรัฐมนตรีเอง ทางอาจารยชูศักดิ์เอง และทาง คุณพริษฐเอง ไดอธิบายความในประเด็นสำคัญของการแกไขกฎหมายประชามติฉบับนี้ ผมเชื่อวาวัตถุประสงคหลักของทุกพรรคการเมืองและทุกรางนี้เหมือนกัน และเห็นถึงขอจำกัด ของกฎหมายประชามติฉบับ ๒๕๖๔ เหมือนกัน นั่นคือการกำหนดในมาตรา ๑๓ การหาขอยุติ หรือการหาขอชี้ขาด กฎหมายนี้กำหนดใหมีการทำ Double Majority หมายความวาถาหากวา จะใหมีการผานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จะตองถามประชาชน จะตองมีเกณฑถึง ๒ ชั้นอยางที่ คุณพริษฐ แลวก็ทางอาจารยชูศักดิ์ไดอธิบาย นั่นคือเกณฑแรกจะตองมีประชาชนผูมีสิทธิ เลือกตั้งเกินครึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดออกมาใชสิทธิ ในขั้นที่ ๒ จะตองผานเกณฑ คือจะตองมีผูเห็นชอบมากกวาครึ่งหนึ่งของผูที่ออกมาใชสิทธิดวย นี่คือล็อกที่ยากมากในการที่จะทำใหการทำประชามติเปนผลสัมฤทธิ์ในทางใดทางหนึ่ง หรือมีผลสัมฤทธิ์ที่เปนไปในทิศทางบวกกับการทำประชามติในครั้งนั้น เพราะการหาผูที่มี ความสนใจในประเด็นนั้น ๆ เพื่อที่จะออกมาทำประชามติ เพื่อที่จะมาแสดงความคิดเห็น ในประเด็นนั้น ๆ ตองผานเกณฑถึง ๒ ชั้นเปนเรื่องที่คอนขางจะยากและสำหรับฝงที่ ไมเห็นดวยกับประเด็นที่ทำประชามติ สามารถที่จะไมออกไปใชสิทธิเพื่อทำใหการทำ ประชามติครั้งนั้นลมเหลวได ผมเชื่อวาทุกคน ทุกพรรคการเมืองเห็นพองตองกัน จึงมีวัตถุประสงคในการที่จะเสนอรางนี้ขึ้นมาเพื่อแกไขกฎหมายประชามตินี้ ในสวนของผม พรรคภูมิใจไทย ในมาตรา ๑๓ ผมเห็นตางจากอาจารยชูศักดิ์ กับรางของ ครม. และรางของ คุณพริษฐเล็กนอย รางของ ครม. กับรางของคุณพริษฐคลายกันครับ เหมือนกันครับ นั่นคือใชเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผูที่ออกมาใชสิทธิ สมมุติวามีผูออกมาใชสิทธิ ๑๐๐ คน ถามีเสียงผูเห็นดวย ๕๑ คน ก็ถือวาชนะ ในเคสของอาจารยชูศักดิ์ ในรางของอาจารยชูศักดิ์ อาจารยชูศักดิ์ใชแคเสียงขางมากของผูที่ออกมาใชสิทธิ ไมจำเปนตองเปนกึ่งหนึ่ง หมายความวา มีผูมาใชสิทธิ ๑๐๐ คน อาจารยชูศักดิ์บอกวามีเสียงขางมาก อาจจะมีแค ๒๐ เสียง กับอีกฝายหนึ่งมี ๑๒ เสียง แบบนี้ก็ถือวาผานการทำประชามติ แตสำหรับรางของผม ผมแบงเปน ๒ ประเด็น แบงเปน ๒ ประเด็นในมาตรา ๙ (๒) (๔) และ (๕) ในวงเล็บนี้ เปนเรื่องที่ไมคอยมีความสลักสำคัญเทาไรนัก เปนเรื่องที่เพียง ครม. หาความคิดเห็นจาก ประชาชน เปนเรื่องที่ไมมีความสำคัญมากมายนัก อาจจะไมจำเปนที่จะตองใชเสียงเกินกึ่งหนึ่ง แตเรื่องที่มีความสลักสำคัญ เชน เรื่องการแกไขรัฐธรรมนูญผมเขียนเอาไวอีกแบบหนึ่ง ผมขออธิบายในเกณฑของการแกไขรัฐธรรมนูญกอน ในมาตรา ๙ (๑) สิ่งที่ผมเขียนเอาไว ก็คือวา ผมอยากจะเห็นการที่พี่นองประชาชนเกินกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด สมมุติ ผูมีสิทธิเลือกตั้งของประเทศนี้มี ๕๒ ลานคน อยากจะเห็นคนกึ่งหนึ่ง คือ ๒๖ ลานคน ออกมา แสดงความคิดเห็นเปนอยางนอยกับการแกไขรัฐธรรมนูญวาจะเห็นดวยหรือไม ซึ่งอันนี้ แตกตางจากกฎหมายเดิมครับ กฎหมายเดิมทำเปนล็อก ๒ ชั้น ๕๒ ลานคน จะผานทำ ประชามติ ตองมีผูมาใชสิทธิ ๒๖ ลาน และจะตองมีเสียงถึง ๑๓ ลานเสียง ถึงจะผาน ประชามติเพื่อแกไขรัฐธรรมนูญได แตสำหรับรางของผม ผมปลดล็อกมา ๑ ชั้น คือตัวชั้นแรก ๕๒ ลานเสียง กึ่งหนึ่งของ ๕๒ ลานเสียง คือ ๒๖ ลานเสียง ยังคงใหมีอยู แตชั้นที่ ๒ กึ่งหนึ่ง ของผูมาใชสิทธิคือ ๑๓ ลานเสียง ไมจำเปนตองถึง ๑๓ ลานเสียง เปนเพียงแคเสียงขางมาก ซึ่งแตกตางจากทั้ง ๓ ราง ผมตองอธิบายกับทานประธานวาเพราะเหตุใดจึงจำเปนตอง กำหนดเอาไวแบบนี้ในสวนของมาตรา ๙ (๑) ในเรื่องของการแกไขรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อวารัฐธรรมนูญทุกฉบับจากนี้จะตองมีการทำประชามติเพื่อขอฉันทามติจาก พี่นองประชาชน แนนอนเมื่อทำประชามติมา อยางเชน ฉบับป ๒๕๖๐ ทำประชามติมีผูที่ เห็นดวยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้หลายสิบลานคน แตในกรณีถาหากวาเราจะมีการทำประชามติ ในเรื่องของการแกไขรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๒ แลวมีผูมาใชสิทธิในวันนั้นเพียงแค ๑ ลานคน ถือวาเปนจำนวนนอยมากครับ ๑ ลานคน ถาหากวาเราใชรางของอาจารยชูศักดิ์ หรือรางของคุณพริษฐ ผูมาใชสิทธิ ๑ ลานคน และเห็นชอบที่จะแกไขรัฐธรรมนูญตามราง ของคุณพริษฐ คือ ๕๐๐,๐๐๐ คน ก็สามารถที่จะแกไขรัฐธรรมนูญได สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา ก็คือวา ความไมนาเชื่อถือของการทำประชามติครั้งนั้นครับ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ ผานเสียงการทำประชามติในชั้นเปนรัฐธรรมนูญถึง ๑๐ กวาลานเสียง แตหากมีผูมาใชสิทธินอยกวานั้นความนาเชื่อถือในการแกไขรัฐธรรมนูญ มันจะไมเกิดขึ้น เราจึงเห็นวาจึงควรที่จะตองมีล็อกชั้นแรก คือกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งประเทศมาแสดงความคิดเห็น เพื่อที่จะเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ของประเด็นการแกไข รัฐธรรมนูญ เฉพาะรัฐธรรมนูญนะครับ สวนประเด็นอื่นที่ทางรัฐบาล หรือทางสภาเอง หรือทางพี่นองประชาชนจะขอใหมีการทำประชามติก็ใชเพียงเสียงขางมากเทานั้น อันนี้คือ ความแตกตางของรางของพรรคภูมิใจไทย กับรางของอาจารยชูศักดิ์ รางของ ครม. และราง ของคุณพริษฐ ซึ่งอยางไรก็ดีครับทานประธาน ผมเขาใจทั้งคุณพริษฐที่อธิบาย ทั้งอาจารย ชูศักดิ์ที่อธิบายเมื่อสักครู เขาใจวาการที่จะใหคนถึงกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิเลือกตั้ง นั่นคือ ๒๖ ลานเสียง ออกมาใชสิทธิในวันทำประชามติเปนเรื่องยากมาก ผมจึงไมขัดของถาหากวา ในชั้นกรรมาธิการมีการไปปลดล็อก หรือมีการลดเกณฑในการที่จะใหผานในชั้นแรกนี้ลดลง จากกึ่งหนึ่ง เหลือ ๑ ใน ๓ หรือมีเกณฑอยางอื่น มีตัวเลขอยางอื่นที่เปนตัวเลขที่เหมาะสม พอสมควร ผมไมขัดของที่ในชั้นกรรมาธิการจะมีการแกไขในรางนี้ หรือไมขัดของเชนเดียวกัน ถาหากวาใชรางของคุณพริษฐ รางของ ครม. หรือรางของอาจารยชูศักดิ์ เพราะผมเชื่อวา วัตถุประสงคหลักของการแกไขกฎหมายฉบับนี้ก็เพื่อใหการทำประชามติสามารถที่จะ บรรลุผลในบั้นปลายไดงายมากขึ้น มากกวาการทำประชามติตามกฎหมายประชามติ ฉบับที่เราใชกันอยู นี่คือเหตุผลหลักที่พวกผมพรรคภูมิใจไทยไดเสนอรางพระราชบัญญัติฉบับนี้ อันนี้คือในประเด็นที่วา🔗
สวนอีก ๒ ประเด็นใชเวลาสั้น ๆ เทานั้นครับ ในเรื่องของวันที่จะมีการใชสิทธิ ก็เสนอเชนเดียวกันใหมีการไปใชสิทธิในวันที่มีการเลือกตั้ง สส. หรือมีการเลือกตั้งทองถิ่น พรอมกันทั่วประเทศก็สามารถที่จะใชในวันเดียวกันไดเพื่อที่จะประหยัดงบประมาณตอไป ก็ถือโอกาสตรงนี้เสนอราง แลวก็อธิบายความสั้น ๆ แลวก็พรอมที่จะเขาไปรวมพิจารณา ในชั้นกรรมาธิการตอไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณภราดร ปริศนานันทกุล ตอไปก็จะเปนการอภิปรายของสมาชิกครับ ขณะนี้ไดมีสมาชิก มาลงชื่อเพื่ออภิปรายแลว ทางฝายคานมีผูเสนอชื่อมา ๑๓ ทาน สวนฝายรัฐบาลเสนอมา ๔ ทาน ซึ่งก็จะใหทานมาลงชื่อไปจนถึง ๑๑.๓๐ นาิกา ก็จะปดการเสนอชื่อ เหลือเวลาอีก ประมาณ ๑ ชั่วโมง ขอใหผูที่สนใจจะอภิปรายทั้งฝายรัฐบาล ฝายคานมาลงชื่อได แลวก็ทางวิป ทั้ง ๒ ฝายไดกำหนดเวลาไวในชื่อของแตละทานแลว โดยที่ผมเห็นวาขณะนี้ฝายคานมีจำนวน ถึง ๑๓ ทาน ฝายรัฐบาล ๔ ทาน ก็จะใหฝายคาน ๒ ทาน แลวก็ฝายรัฐบาล ๑ ทาน สัดสวน อยางนี้กอนจนกวาสัดสวนจะเปลี่ยนแปลงไป เพราะเราใหเวลาฝายละ ๓ ชั่วโมง ทานแรก เชิญฝายคานกอนครับ ทานจุลพงศ อยูเกษ ซึ่งวิปไดกำหนดเวลา ๑๓ นาที เชิญครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน สภาผูแทนราษฎรที่เคารพ ผม นายจุลพงศ อยูเกษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคกาวไกล ผมไดอานรางพระราชบัญญัติแกไขทั้ง ๔ ฉบับแลว ผมเห็นวา โดยเนื้อหารางแกไขทุกฉบับที่เสนอมาประมาณ ๙ ประเด็น ถึง ๑๐ ประเด็น ไมแตกตางกัน มากนัก ผมหวังวาในที่สุดแลวสภาแหงนี้คงจะผานรางวาระที่ ๑ ทั้ง ๔ ราง แตมีบางเรื่องครับ ที่ผมขออนุญาตทานประธานอภิปรายเพื่อความเขาใจในหลักการของการทำประชามติ สำหรับผมแลวในแงการมีสวนรวมของประชาชนและทางการเมือง การออกเสียงประชามติ ของประชาชนนั้นมีความสำคัญไมนอยกวาการทำงบประมาณรายจายของรัฐบาล ทานประธานครับ มีประชาชนจำนวนมากอาจจะสงสัยวาประชาชนเราเลือก สมาชิกสภาผูแทนราษฎรมาทำงานเปนปากเสียงแลว ทำไมตองทำประชามติใหตอง เสียเงินอีกครับ ทำไมไมใหผูแทนราษฎรตัดสินใจแทน ผมขอเรียนอยางนี้นะครับ แนวความคิดสากลในการใหประชาชนออกเสียงลงประชามตินั้นมีมากวารอยปแลว อยูภายใตแนวความคิด ๓ ประการ🔗
แนวความคิดประการแรก คือแนวความคิดการปกครองที่อำนาจอธิปไตย เปนของประชาชนอยางแทจริง ซึ่งแนวความคิดที่สงตอกันมาสวนใหญเพื่อใหมีการ ลงประชามติในการออกกฎหมายที่สำคัญ เชน กฎหมายรัฐธรรมนูญ🔗
แนวความคิดที่ ๒ คือแนวความคิดเรื่องความชอบธรรมทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย ทานประธานครับ การตัดสินใจทางการเมืองโดยผานการออกเสียง ประชามติของประชาชน ถูกมองวาเปนกระบวนการที่กอใหเกิดความชอบธรรมในการ ตัดสินใจในระดับสูงสุดของประเทศ ทานประธานครับ พวกเราเปน สส. เปนเพียงตัวแทน ประชาชนที่เปนเจาของประเทศ เราอยาไปทึกทักเอาวาเขาเลือกเราแลวเขาจะไมมีสิทธิ ที่จะตัดสินใจอะไรอีก เรื่องที่สำคัญระดับสูงสุดจึงควรใหเจาของประเทศเขาตัดสินใจดวย เปาหมายหลักในการจัดออกเสียงประชามติกรณีแบบนี้มักจะเปนไปในเรื่องการปรึกษาหารือ เชน กรณีอังกฤษลงประชามติเพื่อออกจากสหภาพยุโรป หรือกรณีออสเตรเลียจัดลง ประชามติเพื่อออกจากประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ🔗
แนวความคิดที่ ๓ คือแนวความคิดประชาธิปไตยแบบมีสวนรวมของ ประชาชน เราอยาไปคิดวาการทำประชามตินั้นจะตองเปนเรื่องระดับชาติเทานั้น บางเรื่อง ที่กระทบกับการใชชีวิตความเปนอยูประจำวันของคนในทองถิ่นซึ่งเราดูวาเหมือนเปนเรื่อง เล็ก ๆ นะครับ ตัวอยางเชน บางประเทศในยุโรปการที่จะเปลี่ยนแปลงเสนทางการเดิน รถเมลในมณฑลหรือรัฐหนึ่งยังตองมีการออกเสียงประชามติในทองถิ่นครับ เพราะเขาถือวา กระทบกับความเปนอยูชีวิตประจำวันของประชาชน และนั่นเปนพื้นฐานที่ดีของระบอบ ประชาธิปไตยที่การออกเสียงประชามติอาจเกิดขึ้นไดแมในระดับทองถิ่น และเปนอิสระ จากการแทรกแซงของผูมีอิทธิพลในทองถิ่น แตหันกลับมาดูประเทศไทยครับ การออกเสียง ประชามติลาสุดป ๒๕๕๙ ในความเห็นสวนตัวแลวผมคิดวาแรงจูงใจในการออกเสียง ประชามติครั้งนั้นเปนการซอนเรนใหดูเหมือนวามีการทำประชามติโดยสอบถาม ประชาชนแลว และที่นาแปลกใจครับทานประธาน คือการทำประชามติในตอนนั้น นับคะแนนเสียงโดยใช Single Majority แตพอมาออกพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติ หลังจากนั้นในสมัยที่มีนายกรัฐมนตรีคนเดียวกัน คะแนนที่ตองการผานประชามติ กลับกลายเปนตองเปนคะแนนเสียงแบบ ๒ ชั้น หรือ Double Majority เนื่องจากมีอยู ๑ รางของทานสมาชิกที่ยังคง Double Majority ไว ผมจึงขออนุญาตทานประธานอภิปราย เรื่อง Double Majority สักเล็กนอยครับ ทานประธานที่เคารพครับ ผมตองการจะทราบ เหตุผลของการใช Double Majority ตามมาตรา ๑๓ ของพระราชบัญญัติวาดวย การออกเสียงประชามติฉบับปจจุบันที่เสนอโดยรัฐบาลชุดที่แลว ผมไดไปไลอานรายงาน การประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญรางพระราชบัญญัติประชามติในชวงป ๒๕๖๔ วามีเหตุผลใดถึงมีการใช Double Majority ในมาตรา ๑๓ แตเปนที่นาเสียดายไมมี การถกเถียง ไมมีการใหเหตุผลวาเพราะอะไรถึงมีการใช Double Majority แตมีความ พยายาม ซึ่งนาชื่นชมมีความพยายามที่จะประนีประนอมโดยการเสนอใหใช Single Majority ในบางประเด็น และ Double Majority ในบางประเด็น แตความคิดเชนนั้น ก็ไมประสบผลสำเร็จ ผมจึงเห็นวาการกำหนดการใช Double Majority ในมาตรา ๑๓ ของ พ.ร.บ. ออกเสียงประชามติฉบับปจจุบันนั้นนาจะมีบางคนมีเหตุจูงใจที่จะใหการออกเสียง ประชามติในการแกไขรัฐธรรมนูญในอนาคตผานไดยาก ทีนี้มาดูนานาชาติครับเขาคิดอยางไรในการออกเสียง ทานประธานครับ คะแนนเสียงในการ ออกเสียงประชามติของประเทศตาง ๆ ในโลกนี้ใชทั้งแบบ Single Majority และ Double Majority ขึ้นอยูกับสภาพการปกครองของประเทศนั้น ๆ การออกเสียงแบบ Single Majority นั้นตรงไปตรงมาและชั้นเดียว ไมวาจะเปนการกึ่งหนึ่งของผูมาใชสิทธิ หรือกึ่งหนึ่ง ของผูมาลงคะแนน หรือคะแนนเสียงทั้งหมด สวนในประเทศแบบสหพันธรัฐ คือประเทศที่ ประกอบดวยรัฐหลายรัฐ มักจะใชการลงคะแนนเสียง Double Majority เพราะอะไรครับ เพราะเพื่อเปนหลักประกันวารัฐขนาดใหญจะไมครอบงำรัฐเล็ก ๆ ในการตัดสินใจทั้งหมด ทานประธานครับ การนับ Double Majority นั้น ไมไดมีแบบการใชคะแนน ๒ ชั้น แบบมาตรา ๑๓ นะครับ การนับ Majority ของประเทศที่เกิดจากการรวมตัวของเขตแดน หลาย ๆ เขตเปนสหพันธรัฐ เชน ประเทศสวิตเซอรแลนด ประเทศออสเตรเลีย ประชามติ ที่ผานนอกจากจะตองใชคะแนนเสียงสวนใหญของคนทั้งประเทศที่มาลงคะแนนแลว ยังตอง เปนคะแนนเสียงสวนใหญจากจำนวนรัฐที่ประกอบเขาเปนประเทศดวย นั่นคือที่มาของ Double Majority ที่เราไป Copy เขามาแลวมาดัดแปลง เชน การลงประชามติในประเทศ ออสเตรเลีย นอกจากจะตองไดคะแนนเสียงสวนใหญของคนทั้งประเทศที่มาใชสิทธิแลว ยังตองเปนคะแนนเสียงสวนใหญของประชาชนของ ๔ รัฐ ในจำนวน ๕ รัฐ และ ๑ เขต ปกครองดวย นั่นคือ Double Majority เขากำหนด Double Majority เชนนี้ เพื่อปองกัน ประชากรจำนวนมากครอบงำรัฐที่มีประชากรจำนวนนอย คะแนนเสียงแบบ Double Majority จึงมีเหตุผลหลักมาจากการรวมตัวทางการปกครองของรัฐตาง ๆ ขึ้นเปนประเทศ ผมคิดวาคงมีคนไทยบางคนอาจมาเห็นชองทางทาง Double Majority จึงเอามาดัดแปลง ใชกับประเทศไทย แตทานประธานครับ ประเทศไทยเราเปนรัฐเดี่ยว ผมไมเห็นความสำคัญ ในการที่จะตองมีคะแนนเสียง หรือใชคะแนนเสียง Double Majority นอกจาก มีวัตถุประสงคทางการเมือง🔗
อีกประการหนึ่งทานประธานครับ เงื่อนไขสำคัญในการนับคะแนนเสียง Double Majority คือประสิทธิภาพขององคกรที่รับผิดชอบในการจัดออกเสียงประชามติ องคกรที่รับผิดชอบตองสรางเงื่อนไขและมาตรการทุกอยาง ในการสงเสริมและสนับสนุน ประชาชนใหมาออกเสียงลงประชามติ ไมวาจะเปนการสงเสริมกำหนดระเบียบที่ชัดเจน การสงเสริมการออกเสียงนอกราชอาณาจักร การประชาสัมพันธอยางเขมแข็งใหประชาชน เห็นความสำคัญของการลงประชามติ หรือไมวาจะเปนการอำนวยความสะดวกในการ ลงคะแนน เชน วันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. หรือการอำนวยความสะดวกในการเขาชื่อ ของประชาชนในการตั้งคำถามในการทำประชามติ นอกจากนี้องคกรที่จัดการออกเสียง ตองไมกระทำการใด ๆ อันเปนอุปสรรคในการออกเสียง เชน ไมกำหนดวันลงประชามติ ในวันทำงาน เรื่องเหลานี้ครับทานประธานเปนเรื่องสำคัญ เพื่อสนับสนุนใหประชาชนออกไป ลงประชามติ และเรื่องเหลานี้จึงทำใหองคกรที่มีหนาที่ทำประชามติมีความสำคัญยิ่ง ผมขอเรียนทานประธานครับ เมื่อหันกลับมามองประเทศไทยที่ กกต. มีอำนาจและหนาที่ ในการจัดทำประชามติแลว ผมไมคิดวากลไกของ กกต. ในปจจุบันจะสนับสนุนการลงคะแนน แบบ Double Majority ผลงานการจัดเลือกตั้งวุฒิสมาชิกของ กกต. ในตอนนี้เปนอยางไร บางครับ ทานก็คงเห็นอยูนะครับ🔗
ขออนุญาตทานประธานครับ พูดถึงเรื่องการเลือกตั้งวุฒิสภาแลว ผมขออนุญาต ทานประธานออกนอกเรื่องนิดเดียวครับ ทานประธานครับ ผมคิดวาประเทศไทยคงเปน ประเทศเดียวในโลกที่การเลือกตัวแทนประชาชนไปนั่งในสภาตองเสียเงินถึงจะมีสิทธิ ไปลงคะแนนเลือก หากไมมีเงินไมมีสิทธิเลือก มันนาอดสูในความคิดบิดเบือนสิทธิ ของประชาชน ของบุคคลที่คิดเรื่องนี้ในตอนนั้นครับ🔗
สุดทายครับทานประธาน ผมเห็นวาการตั้งคำถามในการทำประชามติ มีความสำคัญไมยิ่งหยอนไปกวาเนื้อหาของตัวพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติ ตามที่เพื่อนสมาชิกจากพรรคกาวไกลของผมจะอภิปรายตอไปนะครับ🔗
สุดทายครับ แมจะมี ๑ รางที่ยังคง Double Majority ไว แตเพื่อเรงใหเกิด การออกเสียงประชามติโดยเร็ว ผมขอสนับสนุนรางพระราชบัญญัติแกไข พ.ร.บ. ออกเสียง ประชามติของพรรคกาวไกล และรางฉบับอื่น ๆ ทุกฉบับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณจุลพงศ อยูเกษ ครับ ตอไปขอเชิญคุณรมธรรม ขำนุรักษ ๑๐ นาทีนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภาที่เคารพ กระผม รมธรรม ขำนุรักษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปตย วันนี้กระผมขออภิปรายใหความเห็นในวาระ พิจารณารางพระราชบัญญัติวาดวยการออก เสียงประชามติ ที่เขาพิจารณาพรอมกันทุกฉบับในวันนี้ ทั้งที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ทานประธานครับ ในระบอบประชาธิปไตยประชาชนผูเปน เจาของอำนาจที่แทจริงมีสิทธิมีเสียงอยางเทาเทียมกัน เราถือมติของเสียงขางมากเปนใหญ และเคารพในเสียงขางนอย โดยระบอบประชาธิปไตยมีการเลือกตัวแทนมาทำหนาที่บริหาร บานเมือง รวมถึงเลือกตัวแทนเขามาทำหนาที่ออกกฎหมายและแกไขกฎหมาย เพื่อแกไข ปญหาความเดือดรอน พัฒนาความเปนอยูของพี่นองประชาชน อยางไรก็ตามทานประธานครับ การมีสวนรวมทางการเมืองของประชาชนไมไดจบลงแคการออกไปใชสิทธิเลือกตั้ง ยังมีกลไก อื่น ๆ อีกมากมายครับ โดยเฉพาะในบางประเด็น บางครั้งก็เปนเรื่องที่สำคัญเกินกวาผูแทน จะพิจารณาเพียงลำพังได และควรใหประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งเปนเจาของอำนาจอธิปไตย อยางแทจริงเปนผูพิจารณาตัดสินโดยตรง กฎหมายจึงมีการรับรองและกำหนดใหมีการทำ ประชามติซึ่งเปนการออกเสียงโดยตรงของพี่นองประชาชน ในประเด็นที่สำคัญที่เกี่ยวของ กับสวนรวม การออกเสียงประชามตินี้จึงถือเปนเรื่องพื้นฐานในระบอบการปกครองแบบ ประชาธิปไตยที่ควรทำไดสะดวก เปนธรรม และมีประสิทธิภาพ ในหลายประเทศนอกจาก จะใหสิทธิประชาชนในการออกเสียงประชามติในเรื่องที่เกี่ยวของกับการแกไขรัฐธรรมนูญแลว ยังเปดโอกาสใหประชาชนสามารถออกเสียงประชามติในเรื่องอื่น ๆ ไดอีกดวยเชนกัน เชน การออกเสียงประชามติในรางกฎหมาย หรือมาตรการที่สำคัญที่สงผลกระทบตอพี่นองประชาชน ถือเปนการสงเสริมประชาธิปไตยแบบทางตรงที่ประชาชนมีสวนรวม มีเสียงโดยตรงในการบริหาร และปกครองประเทศ สำหรับในประเทศไทยเราไดเคยมีการทำประชามติมาแลวโดยครั้งลาสุด คือการออกเสียงประชามติรางรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ อยางไรก็ตามการออกเสียง ประชามติในครั้งนั้นก็ยังมีขอวิพากษวิจารณครับ ที่หลายสวนมองวาอาจจะมีการปดกั้น การแสดงความคิดเห็นอยางเสรี นำไปสูการจับกุม ดำเนินคดีกับพี่นองประชาชนที่แสดงออก ถึงความไมเห็นดวยกับรางรัฐธรรมนูญฉบับดังกลาว ทานประธานที่เคารพครับ ปจจุบันการทำ ประชามติในประเทศไทยบางสวนมองวาเปนเรื่องยาก มีความกังวลเรื่องกติกาวิธีการออกเสียง มีความกังวลเรื่องภาระของประชาชน และมีความกังวลเรื่องการใชงบประมาณที่สูง โดยกฎหมายที่รับรองอำนาจใหมีการจัดทำประชามติในปจจุบัน คือพระราชบัญญัติวาดวย การออกเสียงประชามติฉบับป ๒๕๖๔ ซึ่งกำหนดใหการทำประชามติทำไดในกรณีเพื่อแกไข รัฐธรรมนูญ หรือเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นวาสมควร หรือตามที่กฎหมายกำหนด หรือกรณีที่ รัฐสภามีมติเห็นสมควร หรือประชาชนเขาชื่อใหมีการทำประชามติ โดยการทำประชามติ ภายใต พ.ร.บ. ดังกลาว ในปจจุบันยังมีขอจำกัดอยู โดยเฉพาะการออกเสียงประชามติจะ ผานไดตองผานดวยเกณฑ ๒ ชั้น หรือ ๒ ดานครับ🔗
ดานที่ ๑ คือตองมีผูออกมาใชสิทธิเกินครึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียง ทั้งประเทศ โดยปจจุบันเรามีผูมีสิทธิออกเสียง ๕๒ ลานคนใชไหมครับ หมายความวาตองมี ผูออกเสียงออกมาใชสิทธิมากกวา ๒๖ ลานคน และ🔗
ดานที่ ๒ ก็คือตองมีจำนวนเสียงเห็นไปในทางใดทางหนึ่ง ทั้งเห็นดวยหรือ ไมเห็นดวยเกินครึ่งหนึ่งของผูออกมาใชสิทธิ นั่นหมายความวาตองมีผูออกมาใชสิทธิออกเสียง ไปในทางเดียวกันมากกวา ๑๓ ลานคน โดยหากการออกเสียงไมผานทั้ง ๒ ดาน หรือ ๒ เงื่อนไขนี้จะทำใหการทำประชามตินั้นไมผานหรือตกไป เราเรียกการทำประชามติแบบนี้วา Double Majority ซึ่งกติกาเชนนี้เสี่ยงที่จะทำใหการออกเสียงประชามติลม หรือไมเปน ผลได เชน อาจจะมีการรณรงควาไมตองมาออกเสียงก็ได ก็ทำใหการออกเสียงไมมีขอยุติแลว นอกจากนี้ พ.ร.บ. ดังกลาวก็ยังไมไดกำหนดอยางชัดเจนวาวันออกเสียงสามารถจัด ในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่น ไดอยางชัดเจน ทั้งหมดที่ผมกลาวก็อาจจะทำใหการออกเสียงประชามติเปนเรื่องยาก มีการใชงบประมาณมหาศาลและเปนภาระกับพี่นองประชาชน🔗
ทานประธานที่เคารพครับ วันนี้กระผมจึงเห็นดวยกับราง พ.ร.บ. วาดวย การออกเสียงประชามติที่เขาพิจารณาพรอมกันทุกฉบับในวันนี้ โดยทุกฉบับหวังใหการออกเสียง มีความสะดวก เปนธรรม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีประเด็นที่ผมคิดวาเราควร จะตองพิจารณาอยางนอย ๕ ประเด็นสำคัญครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ คือกติกาของผลการออกเสียงประชามติ ผมเห็นดวยในหลักการ ครับวา การทำประชามติควรผานไดดวยหลักเกณฑเพียงชั้นเดียว คือการยึดเสียงขางมาก หรือใชเฉพาะเสียงครึ่งหนึ่งของผูที่ออกมาใชสิทธิ หรือที่เรียกวา Single Majority ก็เพียงพอ แลวครับ การทำเชนนี้จะเปนการกระตุนใหทุกคนออกมาใชสิทธิออกเสียงประชามติ มากยิ่งขึ้น เพื่อเปนการรักษาสิทธิของตัวเองและไมกอใหเกิดอุปสรรคในการทำประชามติ ซึ่งประเด็นนี้เองก็ปรากฏอยูในเกือบทุกรางที่เขาพิจารณาพรอมกันในวันนี้ แตอาจจะมีความ แตกตางในรายละเอียดเล็กนอย🔗
ประการที่ ๒ คือการกำหนดใหวันออกเสียงประชามติ ควรจัดในวันเลือกตั้ง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรเปนการทั่วไป หรือการเลือกตั้งในระดับทองถิ่นได ผมคิดวา หากสามารถทำไดเชนนี้ก็จะเปนการลดภาระของพี่นองประชาชน และลดคาใชจาย งบประมาณ และทำใหการออกเสียงประชามตินั้นประชาชนสามารถมีสวนรวมมากยิ่งขึ้น ซึ่งประเด็นนี้ก็ปรากฏอยูในทุกราง พ.ร.บ. ที่เขาพิจารณาพรอมกันในวันนี้เชนเดียวกันครับ🔗
ประการที่ ๓ คือการกำหนดใหวิธีการลงคะแนนเสียงประชามติใหสามารถ พิจารณาดวยวิธีอื่น ๆ นอกเหนือจากการใชบัตรออกเสียง เชน สามารถออกเสียงผาน ไปรษณียหรือทางอิเล็กทรอนิกสไดนะครับ ประเด็นนี้เปนสิ่งที่หลายประเทศก็ไดมีการ ทำไปแลวนะครับ อยางไรก็ตามครับหากเราจะใชวิธีการลงคะแนนออกเสียงประชามติ นอกจากการใชบัตรออกเสียงลงคะแนนแลวนะครับ ผมคิดวาจำเปนอยางยิ่งที่เราตองสราง ระบบที่ตองมีความปลอดภัยสามารถปองกันการโกงหรือการทุจริตในการออกเสียงไดเพื่อ สรางความเชื่อมั่นใหกับพี่นองประชาชน🔗
ประการที่ ๔ คือการกำหนดใหการเขาชื่อเพื่อเสนอใหมีการทำประชามติของ พี่นองประชาชนสามารถทำผานชองทาง Online หรือทางอิเล็กทรอนิกสได โดยขอเสนอนี้ เปนสวนของราง พ.ร.บ. ที่เสนอโดยทานพริษฐ วัชรสินธุ ผมคิดวาหากเราเปดชองทางตรงนี้ได จะทำใหการเขาชื่อมีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทำใหพี่นองประชาชนมีสวนรวม ในการตัดสินใจในประเด็นที่สำคัญตาง ๆ มากยิ่งขึ้นได🔗
ประการสุดทายครับ คือการกำหนดใหการทำประชามตินั้นตองจัดให ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็น หรือรณรงคทั้งไปในทางที่เห็นดวยหรือไมเห็นดวย ไดอยางชัดเจน บางรางถึงขั้นกำหนดไวอยางชัดเจนครับวาให กกต. จัดใหมีการแสดง ความคิดเห็นโดยอิสระและเทาเทียมกัน ผมคิดวาเรื่องนี้เปนเรื่องสำคัญที่เราจะยืนยันวา ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก แสดงความคิดเห็นไดไมใหเหมือนกับในอดีต ที่ผานมา ทานประธานที่เคารพครับ รางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ ที่เขาพิจารณาพรอมกันทุกฉบับในวันนี้ แมจะมีรายละเอียดที่แตกตางกัน แตมีจุดประสงค เหมือนกัน คือการทำใหการออกเสียงประชามติ ซึ่งเปนประชาธิปไตยแบบทางตรง เปนเรื่อง พื้นฐานในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นเปนเรื่องที่งายและมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น ถือเปนการสงเสริมประชาธิปไตยทางตรงที่ใหประชาชนผูเปนเจาของอำนาจ อธิปไตย ไดรวมตัดสินใจและพิจารณาในประเด็นสำคัญของประเทศมากยิ่งขึ้น กระผม จึงเห็นดวยครับวาเราควรที่จะรับหลักการรางพระราชบัญญัติประชามติในวาระที่ ๑ เพื่อที่จะนำความแตกตางในรายละเอียดของแตละรางไปพิจารณาตอในชั้นกรรมาธิการ เพื่อที่จะใหเราไดมีพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติที่ดียิ่งขึ้น เพื่อสงเสริม ใหประชาชนมีสวนรวมในการตัดสินใจในประเด็นที่สำคัญของประเทศโดยตรงตอไปครับ ขอบคุณทานประธานครับ🔗
ขอบพระคุณ คุณรมธรรม ขำนุรักษ นะครับ ตอไปขอเชิญฝายรัฐบาล ทานแรกคือคุณชนินทร รุงธนเกียรติ ๑๕ นาทีครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพครับ กระผม ชนินทร รุงธนเกียรติ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอ มีสวนรวมในการอภิปรายสนับสนุนรางแกไข พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติทั้ง ๔ ฉบับ โดยเฉพาะฉบับที่เสนอโดยพรรคเพื่อไทย โดยทานอาจารยชูศักดิ์ ศิรินิล และผมขอชี้ใหเห็น ถึงความจำเปนที่เราจะตองแกไข พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อเปนการถอดสลักตัวแรกครับ ที่เปน พันธนาการในการแกไขปญหาใหพี่นองประชาชนผานการออกเสียงประชามติ🔗
ทานประธานครับ การออก เสียงประชามติเองไมไดใชเปนกลไกสำหรับการรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมเทานั้น แตในสากล การออกเสียงประชามติสามารถใชเพื่อการแกปญหาอื่น ๆ หรือหาขอยุติในสังคมในเรื่องที่ สังคมตองการคำตอบ หรือตองการฉันทามติรวมกันครับ พ.ร.บ. ประชามติที่ดีจึงมี ความจำเปนจะตองเปดกวางใหสามารถรณรงคไดกวางขวาง ใหมีการออกเสียงไดกวางขวาง แลวก็ตองสอดคลองกับบริบทของประเทศ โดยไมเปนการบิดเบือนเจตนารมณของผูออกมา ใชสิทธิครับ พรรคเพื่อไทยเราเห็นครับวา ราง พ.ร.บ. ฉบับปจจุบันมีปญหามาสักพักแลวครับ ทานประธาน เราจึงไดมีการเขาชื่อรวมกัน แลวก็เสนอรางแกไขฉบับนี้เขาสูสภาเปน พรรคแรกตั้งแตเดือนมีนาคมที่ผานมา ซึ่งโดยสวนตัวผมเห็นชอบกับหลักการของ พรรคเพื่อไทยทั้ง ๔ เรื่องใหญครับ🔗
ในประเด็นแรกครับ คือการเปดใหสามารถออกเสียงประชามติพรอมกับ การเลือกตั้งทั่วไปหรือวาเลือกตั้งทองถิ่นที่เกิดขึ้นในเวลาใกลเคียงกันได🔗
ประเด็นที่ ๒ ใหการออกเสียงประชามติสามารถทำไดผานชองทาง อิเล็กทรอนิกสหรือวาชองทางไปรษณียได🔗
ประเด็นที่ ๓ เปดใหมีการรณรงคในการรับหรือไมรับ เห็นดวยหรือไมเห็นดวย ตอการออกเสียงประชามตินั้น อยางกวางขวางโดยในเรื่องนี้ในป ๒๕๕๙ เพื่อรับรอง รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ เราประสบปญหาอยางชัดเจนครับวา ผูที่ออกมารณรงคไมเห็นดวย กับรางรัฐธรรมนูญฉบับนั้นไมสามารถรณรงคไดอยางกวางขวาง🔗
ประเด็นสุดทาย ประเด็นที่ ๔ คือการปรับเงื่อนไขการผานประชามติจากเดิม ที่เปนระบบเสียงขางมาก ๒ ชั้น หรือระบบ Double Majority เปนระบบเสียงขางมาก ชั้นเดียว หรือเปนระบบเสียงขางมากแบบธรรมดาในรางของพรรคเพื่อไทย ที่เรียกวาระบบ Plurality ครับ🔗
นอกจากนั้นครับทานประธาน ผมยังสนับสนุนรางของคณะรัฐมนตรีครับ ที่มีหลักการเพิ่มเติมอีก ๑ ประเด็นครับ คือใหกรณีที่มีการออกเสียงประชามติพรอมกัน กับการจัดเลือกตั้งอื่นใด สามารถใชหนวยเลือกตั้งของการลงคะแนนครั้งนั้น ๆ เปนหนวย หนวยเลือกตั้งในการออกเสียงประชามติไดเลย โดยในสวนการอภิปรายของผมจะเนนลงไป ในรายละเอียดของความจำเปนที่เราจะตองแกไขเงื่อนไขเรื่อง Double Majority ใหเปน ระบบเสียงขางมากในลักษณะอื่นครับ ยอนกลับไปดูมาตรา ๑๓ ของพระราชบัญญัติ ฉบับปจจุบันที่วาดวยเรื่องการ Double Majority รางพระราชบัญญัติปจจุบันกำหนดไววา การทำประชามติจะไดขอยุติไดจะตองผาน ๒ เงื่อนไขดวยกันครับทานประธาน เงื่อนไขแรก คือมีผูออกมาใชสิทธิเกินกวากึ่งหนึ่งของจำนวนผูมีสิทธิออกเสียง และเงื่อนไขที่ ๒ คือเสียง สนับสนุนของผูออกมาใชสิทธิจะตองมากกวากึ่งหนึ่งหรือมากกวาครึ่งหนึ่งเชนกัน ซึ่งสิ่งนี้ เราจึงเรียกวาเปนระบบ Double Majority ซึ่งอาจจะดูเหมาะสมครับ แตผมอยากจะ ชี้ใหเห็นวาอาจจะไมสอดคลองกับบริบทของประเทศไทย เพราะอาจจะนำไปสูการตีความ การลงคะแนนที่ผิดเพี้ยนไปครับ ผมขอฉายภาพใหเห็นอยางนี้ครับวา การลงคะแนน แตละครั้ง เมื่อลงคะแนนสิ้นสุดแลวเราจะสามารถแบงผูมีสิทธิลงคะแนนไดเปน ๔ กลุมครับ ทานประธาน กลุมแรก คือกลุมที่ออกมาลงคะแนนเห็นดวย กลุมที่ ๒ คือกลุมลงคะแนนไมเห็นดวย กลุมที่ ๓ คือกลุมที่ออกมาใชสิทธิ แตอาจจะงดออกเสียงหรือทำบัตรเสีย และกลุมสุดทาย คือกลุมที่ไมมาใชสิทธิ ในระบบ Double Majority คือระบบล็อก ๒ ชั้น อยางที่ผมฉายภาพ ใหเห็นเปนล็อกขางซายและล็อกขางขวาครับทานประธาน ล็อกขางซายนั่นคือผูมาใชสิทธิ จะตองมีจำนวนมากกวา ๕๐ เปอรเซ็นตของผูมีสิทธิลงคะแนน หรือนั่นหมายความวากลุม ๑ กลุม ๒ และกลุม ๓ รวมตัวกันจะตองมากกวากลุม ๔ หรือวามากกวาผูไมมาใชสิทธิ ในระหวางที่ล็อกดานขวาเปนการล็อกวาผูเห็นดวยจะตองมากกวา ๕๐ เปอรเซ็นตของ ผูมาใชสิทธิ หรือหมายความวากลุม ๑ จะตองไดคะแนนเห็นชอบมากกวากลุม ๒ และกลุม ๓ รวมคะแนนกัน ระบบนี้เหมือนจะเปนระบบที่เหมาะสมครับ เพราะวาการผานประชามติเอง ก็ควรจะมีเสียงสนับสนุนที่กวางขวาง แลวก็มีผูออกมาใชสิทธิที่กวางขวาง แตก็ตองยอมรับวา ระบบ Double Majority เองอาจจะเปนระบบที่ตีความเสียงของผูออกมาใชสิทธิผิดเพี้ยนไป เพราะเปนการนำกลุม Non-Voter หรือกลุมผูไมมาใชสิทธิอาจจะดวยการสละสิทธิ ดวยเหตุผลใดก็ตามนำมารวมในการพิจารณาดวย ซึ่งสิ่งนี้เปนปญหาหากเกิดมีการรณรงค Boycott การลงคะแนนโดยกลุมไมเห็นดวย ทำใหกลุมไมเห็นดวยเหลานี้รวมมาเปนกลุม ไมมาใชสิทธิ อาจจะทำใหผูมาใชสิทธิมีไมถึง ๕๐ เปอรเซ็นตก็เปนได ผมยกตัวอยางการทำ ประชามติ ๒ ครั้งที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ในอดีตวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๐ เราเคยทำ ประชามติครั้งแรกเพื่อเปนการรับรองรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๕๐ ในวันนั้นมีผูออกมาใชสิทธิเพียง ๕๗ เปอรเซ็นตเทานั้น และครั้งที่ ๒ ในวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ เพื่อรับรองรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ในวันนั้นเองก็มีผูออกมาใชสิทธิเพียง ๕๙ เปอรเซ็นตครับทานประธาน การออกเสียง ประชามติเพื่อรับรองรัฐธรรมนูญเปนการออกเสียงประชามติที่ประชาชนใหความสนใจ และมีสวนรวมอยางกวางขวางมากที่สุด เปนเรื่องใหญในสังคมครับ แตกลับมีผูออกมาใชสิทธิ ไมถึง ๖๐ เปอรเซ็นต ทั้ง ๒ ครั้ง ผมอยากจะชี้ใหเห็นครับวาในอนาคตหากเราใชกลไกนี้ เพื่อสอบถามหรือวาหาขอยุติในเรื่องอื่นที่เปนเรื่องที่เล็กกวาลงมา เปนการไดยากมากที่เรา จะสามารถมีผูออกมาใชสิทธิมากถึง ๕๐ เปอรเซ็นต นอกจากนั้นหากลงไปดูในรายละเอียด ของการออกเสียงประชามติทั้ง ๒ ครั้ง จะเห็นวามีผูที่ออกมาใชสิทธิไมเห็นดวยอยูที่ราว ๒๓ หรือ ๒๔ เปอรเซ็นต ดังนั้น หากเราตัดสินเรื่องนี้ดวยระบบเงื่อนไข Double Majority คนที่ไมเห็นดวยในทั้ง ๒ ครั้งนี้อาจจะรณรงคไมออกมาใชสิทธิหรือไมออกมาลงคะแนน ทำใหผูที่ออกมาลงคะแนนในทั้ง ๒ ครั้ง เหลือเพียง ๓๓-๓๔ เปอรเซ็นตเทานั้นครับ ทานประธาน เปนผลใหหากเรานำเงื่อนไขนี้มาตัดสินรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๕๐ และป ๒๕๖๐ เราอาจจะไมสามารถหาขอยุติไดและไมสามารถมีรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๕๐ และป ๒๕๖๐ ใชในประเทศไทยในชวงเวลาที่ผานมา การใชระบบ Double Majority ในการตัดสิน การลงคะแนนประชามติไมไดเคยเกิดขึ้นแคในประเทศไทย เคยเกิดขึ้นมาแลวในตางประเทศ แลวก็มีปญหาเรื่องการ Boycott การลงคะแนนมาแลว ในหลายกรณีเชนกัน ผมชวนไปดู ๒ กรณี ในกรณีแรกในประเทศไตหวัน เคยมีการออกเสียงลงคะแนนประชามติในป ๒๐๐๔ เพื่อหาขอยุติเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพกับประเทศจีน ในขณะนั้นมีผูออกมาใชสิทธิ ไมถึงครึ่ง เนื่องจากมีการรณรงคจากพรรคฝายคานใหไมรวมการลงคะแนนประชามติ เพื่อ Boycott การทำงานของรัฐบาล สิ่งที่เกิดขึ้นถึงแมผูออกมาใชสิทธิจะมากและทำให ไดคะแนนสนับสนุนถึง ๙๐ เปอรเซ็นต แตก็เปนการหาขอยุติไมได เพราะมากในที่นี้ก็คือ ๔๘-๔๙ เปอรเซ็นต ไมถึง ๕๐ เปอรเซ็นตของผูมีสิทธิเลือกตั้ง เชนเดียวกันกับในประเทศ โรมาเนียเคยมีความพยายามที่จะแกไขรัฐธรรมนูญถอยหลังกลับไป ใหการสมรสเกิดขึ้นได เฉพาะเพศชายและเพศหญิงเทานั้น ในครานั้นก็มีการออกมารณรงค Boycott การลงคะแนนเชนกันจากผูที่สนับสนุนสิทธิความเทาเทียมทางเพศ ทำใหมีผูออกมาใชสิทธิ ไมถึง ๕๐ เปอรเซ็นต และทำใหการลงประชามติครั้งนั้นสูญเปลา เสียเงินโดยไมสามารถ หาขอยุติได เรื่องการ Boycott เลือกตั้งไมใชเรื่องแปลกใหมกับประเทศไทย ผมชวน ยอนกลับไปดูอีกกรณีหนึ่งครับ ในกรณีการเลือกตั้งใหญของประเทศครับ ยอนหลังไป ๒๐ ปครับทานประธาน ประเทศไทยเคยมีการจัดการเลือกตั้งใหญหรือจัดการ เลือกตั้งทั่วไปทั้งหมด ๗ ครั้ง โดยในแตละครั้งครับ ปกติแลวประชาชนในประเทศไทย จะออกมาใชสิทธิในการลงคะแนนราว ๖๕-๗๕ เปอรเซ็นต แตมีครั้งหนึ่งในป ๒๕๕๗ มีการรณรงคที่จะ Boycott การลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไป ทั้งในลักษณะที่ไมมาลงคะแนนกัน ดวยตัวเองและในลักษณะที่มากีดกันเสนทางการจราจรปดคูหาเลือกตั้ง ทำใหประชาชน ไมสามารถออกมาใชสิทธิไดอยางกวางขวาง ในครานั้นครับ ผูออกมาใชสิทธิของประเทศไทย ตกฮวบลงมาครับ จาก ๖๕-๗๕ เปอรเซ็นต เหลือเพียง ๔๗ เปอรเซ็นตครับทานประธาน และมีการวินิจฉัยในกรณีนั้นวาการลงคะแนนครั้งนี้อาจจะไมตอบสนองหรือวาไมสามารถ สะทอนเจตนารมณของผูมีสิทธิเลือกตั้งได จนทำใหครั้งนั้นตองประกาศเปนโมฆะไป อยางไมเปนธรรมแกผูชนะเลือกตั้ง เชนเดียวกันครับ ในกรณีการเลือกตั้งทองถิ่นหรือเลือกตั้ง สส. เขตเองในหลาย ๆ พื้นที่หลาย ๆ กรณี ก็มีหลายครั้งที่ผูมีสิทธิเลือกตั้งออกมาใชสิทธิ ไมถึง ๕๐ เปอรเซ็นต หากเรานำเกณฑ Double Majority มาพิจารณาการตัดสินการ เลือกตั้งใหญหรือเลือกตั้งทั่วไปเหลานั้นก็คงไมเปนธรรมกับผูชนะเลือกตั้ง แลวก็เปนการ บิดเบือนเจตนารมณของผูออกมาใชสิทธิเชนกันครับ เพราะในทุกสังคมครับทานประธาน ทุกบริบท มีกลุมคนที่สละสิทธิในการออกคะแนน หรือตัดสินใจที่จะไมมาลงคะแนนอยูเสมอครับ ซึ่งคนกลุมนี้อาจจะมีเหตุผลหรือมีเจตนารมณที่แตกตางกันไป เราจะนำกลุม Non-Voter หรือผูที่ไมมาลงคะแนนนี้มาเหมารวมเปนผูไมเห็นดวยคงเปนไปไมได ดวยเหตุนี้ครับ หลักการของทั้ง ๓ หรือ ๔ รางที่เสนอในวันนี้ก็มีความตองการที่จะแกไขเรื่อง Double Majority ทั้งสิ้นครับ โดยในรูปแบบที่แตกตางกันไป รางของรัฐบาลซึ่งอาจจะเหมือนกันกับ รางของพรรคกาวไกลนะครับ มีการปรับแกไขใหเปลี่ยนจากระบบ Double Majority เปน ระบบ Single Majority หรือเสียงขางมากชั้นเดียว ในระหวางที่รางของพรรคเพื่อไทยเสนอ ใหเปลี่ยนเปนระบบเสียงขางมากธรรมดา หรือระบบ Plurality ๒ ระบบนี้เหมือนกันตรงที่วา เราถอดสลักปลดล็อกตัวแรกที่เปนปลดล็อกดานซายอยางที่ผมกลาวไปขางตน เราจะไมนำ ผูไมมาใชสิทธิมาพิจารณาในการตัดสินการยุติของประชามติ นั่นหมายความวาการ Boycott การลงคะแนนรวมตัวกันเพื่อไมมาลงคะแนนจะไมมีผลที่จะคว่ำการทำประชามติได แตการหาขอยุติของทั้ง ๒ ระบบนี้มีความแตกตางกันเล็กนอยครับ โดยระบบ Single Majority คือกลุมที่การทำประชามติจะหาขอยุติไดก็ตอเมื่อกลุมเห็นดวยมีคะแนน มากกวากลุมไมเห็นดวยและกลุมงดออกเสียงรวมกัน ซึ่งโดยสวนตัวผมผมยังมองวา การนำคะแนนงดออกเสียงมารวมกันกับกลุมไมเห็นดวย เพื่อเปรียบเทียบกันกับกลุมเห็นดวยนั้น อาจจะไมสะทอนเจตนารมณของผูออกมาลงคะแนนไดดีพอครับ เพราะการออกมางด ออกเสียงของพี่นองประชาชนไมไดหมายความวาเขาไมเห็นดวยกับการทำประชามตินั้น ๆ และในอนาคตหากเรามีการรับหลักการอื่น ๆ เชน การลงคะแนนจะสามารถมีตัวเลือก ไดมากกวาแคเห็นดวยหรือไมเห็นดวย การคิดเกณฑวาการเห็นดวยจะตองมากกวา ๕๐ เปอรเซ็นต นาจะเปนเรื่องที่ทำไดยากกับการลงคะแนนแบบหลายตัวเลือกครับ ดังนั้น ผมจึงสนับสนุนหลักการของพรรคเพื่อไทยที่เปลี่ยนเปนระบบ Plurality หรือระบบ เสียงขางมากธรรมดามากกวา ระบบเสียงขางมากธรรมดาจะไมนำกลุม ๑ กลุม ๒ หรือ กลุม ๓ มารวมคะแนนกัน แตการหาขอยุติของการทำประชามติจะทำไดก็ตอเมื่อกลุมใด ก็ตามมีคะแนนมากที่สุด เสมือนกับการเลือกตั้งใหญหรือเลือกตั้งทั่วไปที่พี่นองประชาชน ในประเทศเขาใจดีอยูแลว หรือนั่นหมายความวาการเห็นดวยกับการทำประชามติจำเปน จะตองมากกวาคะแนนไมเห็นดวยและมากกวาคะแนนงดออกเสียง โดยไมเอา ๒ กลุมนี้ มารวมกันครับ ผมเชื่อวาวิธีการนี้จะเปนการทำประชามติที่ประชาชนในประเทศมีความ เขาใจและสามารถออกมาลงคะแนนไดอยางตรงไปตรงมามากที่สุด เปนการคืนระบบการทำ ประชามติใหมีความปกติและเปดโอกาสใหเราสามารถใชกลไกนี้ในการหาขอยุติอื่น ๆ ในอนาคตได🔗
ทายที่สุดนี้ครับทานประธาน ผมก็อยากเชิญชวนเพื่อน ๆ สมาชิกทุกทานครับ ไมวาทานจะสังกัดพรรคการเมืองใด หรือจะมีเจตนารมณตอการแกไขหรือการราง รัฐธรรมนูญฉบับใหมอยางไร อยากใหทานมอง พ.ร.บ. ประชามติใหกาวพนการราง รัฐธรรมนูญฉบับใหมครับ เพราะวากลไกนี้เราอาจจะตองใชเพื่อแกไขปญหาอื่น ๆ ในประเทศ ก็เปนได และขอเชิญชวนทุกทานครับ รวมรับหลักการทั้ง ๔ ราง เพื่อเปนการถอดสลัก ตัวแรกของการแกไขปญหาใหประเทศและทำใหกลไกการออกเสียงประชามติมีความเรียบงาย ใชไดจริง สอดคลองกับบริบทของประเทศไทย ขอบคุณครับทานประธาน🔗
ขอบคุณ คุณชนินทร รุงธนเกียรติ ตอไปขอเชิญคุณเชตวัน เตือประโคน ๗ นาทีครับ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาผูแทนราษฎร ที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคกาวไกล จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาล เมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแกว และเทศบาลเมืองลาดสวายครับ ทานประธานครับ ผมขอรวมอภิปรายรางพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติเพื่อใหมีการแกไขกฎหมาย ในครั้งนี้ โดยหัวขอที่ผมจะขอพูดนะครับ เปนปญหาของเสียงขางมาก ๒ ชั้น หรือ Double Majority ที่ขัดขวางประเด็นกาวหนาแบบสากลโลกครับ ทานประธานครับ ปญหาสำคัญ อยางหนึ่งที่ตองแกไขที่ผมจะพูดเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว นั่นก็คือเรื่อง Double Majority หรือที่ภาษาไทยใชคำยาก ๆ วา เสียงขางมาก ๒ ชั้น โดยหลักการแลวดีครับ โดยอุดมคติแลว นาสนใจ แตพอใชจริงกลับมีปญหามากมาย โดยผมจะขอพาไปดูตัวอยางประเทศที่เขาใช เสียงขางมาก ๒ ชั้นนี้ใน ๒ มุมโลก ๑. ก็คือที่ออสเตรเลีย ซึ่งเมื่อสักครูเพื่อนสมาชิก หลายทานก็ไดพูดไปแลว อีก ๑ คือที่ประเทศโคลัมเบีย ทวีปอเมริกาใตนะครับ บานเขาเมืองเขา ทำประชามติที่จะผานเรื่องกาวหนาพวกนี้ละครับ แตก็ไมสามารถผานได เพราะไปติด เรื่องของเสียงขางมาก ๒ ชั้น ไปกันครับประเทศแรก ออสเตรเลีย ธันวาคม ๑๙๘๔ ที่ออสเตรเลียเขาทำประชามติเพื่อแกไขให สว. มีวาระเทากับ สส. และเลือกตั้งในวันเดียวกัน กับ สส. ดวย ทำประชามติแบบนี้ละครับ เสียงขางมาก ๒ ชั้นนี้ละครับ ชั้นที่ ๑ คือจะผาน ไดตอง ๕๐ เปอรเซ็นตของผูมาใชสิทธิ ชั้นที่ ๒ คือตองไดเสียงขางมาก ๔ รัฐ จากใน ๖ รัฐ ซึ่งเมื่อสักครูทานเพื่อนสมาชิกของผมนะครับ ทานจุลพงศ อยูเกษ ก็พูดไปแลววาหลักคิด เรื่องของการผานในรัฐเหลานี้นะครับ เปนเรื่องของการปองกันไมใหรัฐที่มีประชากรเยอะ สามารถแกรัฐธรรมนูญไดโดยไมจำเปนตองไดรับเสียงเห็นชอบจากรัฐเล็กนะครับ หลักการดี ทำใหไมเกิดการผูกขาด แตก็แลกมาดวยขอเสียคือ ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงไดยากยิ่ง ทานประธานครับ ประชามติในครั้งนั้นมีคะแนนรวมทั้งประเทศ ๕๐.๖๔ เปอรเซ็นต หมายความวาคนสวนใหญเห็นดวยกับการผานประชามติ ประชามติในเรื่องนี้ใชไหมครับ แตพอมาดูในชั้นที่ ๒ ปรากฏวามีเพียงแค ๒ รัฐ จาก ๖ รัฐที่ไดเสียงขางมาก ก็เลยทำให ประชามติครั้งนั้นไมผาน หรือประชามติลาสุดของออสเตรเลียเมื่อตุลาคมปที่แลวนี้เองครับ เรื่องการตั้งสภาชนเผาพื้นเมืองและชองแคบ Torres นะครับ นี่ก็เปนเรื่องที่กาวหนา แตก็ไมสามารถผานเพราะการทำประชามติ ๒ ชั้นนะครับ ไมสามารถแกรัฐธรรมนูญรับรอง เรื่องสภาชนเผาพื้นเมืองซึ่งเปนเรื่องที่กาวหนาได สำหรับออสเตรเลียชวง ๑๐๐ กวาป ที่ผานมา มีประชามติที่ผานเพียง ๘ ครั้ง หรือ ๑๘ เปอรเซ็นตเทานั้น แตถาเราตัดเงื่อนไข ชั้นที่ ๒ ออกนะครับ ถาเราตัดชั้นที่วาตองไดเสียงขางมาก ๔ รัฐ จากใน ๖ รัฐออกไป จะมีประชามติอีก ๕ ครั้งที่ผาน หรือ ๑๑ เปอรเซ็นตที่ผานครับ ทานประธานครับ ขามไปอีก ซีกโลกหนึ่งไปยังดินแดนอเมริกาใต ไปที่โคลัมเบีย ๒๐๑๘ หรือ ๒๕๖๑ ครับ มีการทำ ประชามติเกี่ยวกับการตอตานคอรรัปชันนะครับ เรื่องกาวหนาไหมครับ เรื่องพวกนี้ เรื่องกาวหนาทั้งนั้น ผมขออนุญาตอานนะครับ หัวขอที่เขาทำประชามติ เรื่องการตรวจสอบ ทรัพยสินคนที่จะมาดำรงตำแหนงทางการเมือง เรื่องการปรับลดเงินเดือนขาราชการ และนักการเมือง อันนี้เราอาจไมชอบนะครับ เรื่องการเปดโอกาสใหประชาชนมีสวนรวม ในการใชงบประมาณ เรื่องการยกเลิกอภัยโทษคดีทุจริต เรื่องการกำหนดใหเปดเผยสัญญาประมูลจัดซื้อจัดจาง เรื่องการจำกัดวาระการดำรงตำแหนง ของ สส. และ สว. มีใครปฏิเสธไหมครับวา เรื่องที่ผมพูดมาหัวขอที่ทางโคลัมเบียเขากำลัง จะทำประชามตินั้นเปนเรื่องที่กาวหนา เปนเรื่องที่ไมควรทำ เปนเรื่องที่กาวหนาทั้งนั้นครับ แตก็เนื่องจากเสียงขางมาก ๒ ชั้นนี้ของโคลัมเบียนี่ละที่ไปกำหนดวา ชั้นที่ ๑ ตองมีผูออกมา ใชสิทธิอยางนอย ๑ ใน ๓ ของผูมีสิทธิเลือกตั้งครับ ชั้นที่ ๒ ชนะในเสียงขางมากจากการ ลงประชามติทั้งประเทศ ซึ่งผลลัพธสุดทายของการทำประชามติครั้งนี้ปรากฏวาไมผาน ทุกหัวขอครับ เรื่องที่ทำประชามติ ย้ำอีกครั้งเปนประเด็นกาวหนา เปนประเด็นที่สากลโลก ใหการรับรองทั้งสิ้นแตก็ไมผาน ทีนี้พอเราไปดูผลคะแนนปรากฏวา มีผูลงคะแนนให ความเห็นชอบในแตละคำถามสูงถึง ๙๙ เปอรเซ็นต ไมเห็นชอบแค ๑ เปอรเซ็นตเทานั้นครับ แตทีนี้พอยอนกลับมาดูเงื่อนไขอีกขอที่ทำใหประชามติไมผาน นั่นก็คือตองมีผูออกมาใชสิทธิ ออกเสียงอยางนอย ๑ ใน ๓ ปรากฏวาชาวโคลัมเบียออกมาใชสิทธิไมถึงเกณฑนี้ครับ ขาดไปนิดเดียวเทานั้นนะครับ ขาดประชากรโคลัมเบียผูมีสิทธิเลือกตั้งออกไปอีกแค ๔๗๐,๐๐๐ คนเทานั้น ดวยเกณฑแบบนี้มันทำใหคนที่เห็นดวยออกมาใชสิทธิออกเสียง ขณะที่คนไมเห็นดวยเลือกที่จะนอนหลับอยูที่บาน ซึ่งเราตอบไมไดวาการที่เขาไมมาใชสิทธินั้น เพราะวาเขาไมสนใจ เพราะวาเขาติดธุระ หรือเพราะวาเขาไมเห็นดวยกับคำถามประชามตินั้น จริง ๆ เราตีความเจตนารมณคนกลุมนี้ยากครับ และไมสะทอนเจตนาของประชาชน ที่ไมออกมาใชสิทธิกลุมนี้ดวย🔗
ทานประธานครับ ทีนี้กลับมาที่ปญหา พ.ร.บ. ประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ของประเทศเรา ก็มีหลักเรื่อง Double Majority หรือเสียงขางมาก ๒ ชั้นนี้อยู ขอที่ ๑ เรื่องผูมาใชสิทธิอยางนอย ๕๐ เปอรเซ็นตของผูมีสิทธิเลือกตั้ง ขอที่ ๒ ไดคะแนนมากกวา ๕๐ เปอรเซ็นตของผูมาใชสิทธิเลือกตั้ง ทานประธานครับ ประสบการณตางประเทศแบบ ที่เขาเปนสหพันธรัฐดวยนะครับ บอกเราแลวครับวาจะทำใหประชามติตาง ๆ ผานไดยาก ทานประธานครับ การทำประชามติไมไดใชแตกับเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญเทานั้น ประเทศไทยเรายังจะตองมีการทำประชามติเรื่องสำคัญอีกเยอะแยะมากมายครับ ตามที่ พ.ร.บ. ประชามติฉบับปจจุบันนี้กำหนด ๕ เรื่อง นอกจากเรื่องการแกรัฐธรรมนูญ เรื่องที่ ครม. เห็นวามีเหตุอันควรตองทำประชามติ กรณีที่มีกฎหมายอื่นกำหนดวาเรื่องนั้น ๆ ตองทำ ประชามติ รัฐสภามีมติเห็นสมควรวาใหทำประชามติในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และประชาชน เขาชื่อ ๕๐,๐๐๐ คน เสนอ ครม. ใหความเห็นชอบประชามติเรื่องนั้น ซึ่งพรรคกาวไกลเรา เสนอใหเขาชื่อทาง Online ไดดวยนะครับสำหรับรางฉบับนี้ ทั้ง ๕ เรื่องนี้คือหลักการ กวาง ๆ ซึ่งครอบคลุมเรื่องสำคัญที่จะตองมีการทำประชามติกันอีกเยอะแยะมากมาย ในอนาคต ไมวาจะเปนเรื่องการกระจายอำนาจใหจังหวัดจัดการตนเอง เรื่องทิศทาง ความกาวหนา จะนะเมืองตนแบบอุตสาหกรรมแหงอนาคต เพื่อใหประชาชนไดกำหนด อนาคตตนเอง สามารถทำไดทั้งสิ้นครับสำหรับการจัดทำประชามติที่เรากำลังจะแกกฎหมายนี้ ดังนั้นกฎหมายเกี่ยวกับการทำประชามติตองออกแบบใหเอื้อตอการเปลี่ยนแปลงไดไมยากครับ ไมยากจนขวางประเด็นที่กาวหนาแบบที่สากลโลกใหการรับรอง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณเชตวัน เตือประโคน ตอไปขอเชิญคุณณัฐพงษ สุมโนธรรม ๑๓ นาที เชิญครับ🔗
เรียนทานประธานสภา ผูแทนราษฎรที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ สุมโนธรรม สมาชิกสภาผูแทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดสมุทรสาคร พรรคกาวไกลครับ วันนี้ผมขอรวมอภิปรายสนับสนุนแกไขราง พระราชบัญญัติประชามติที่เสนอโดยคุณพริษฐ วัชรสินธุ สส. จากพรรคกาวไกล รวมถึง รางอื่น ๆ จากทั้งของพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย แลวก็คณะรัฐมนตรี ทานประธานครับ เปนนิมิตหมายอันดีที่วันนี้เรามีรางกฎหมายแกไขเรื่องประชามติที่หลาย ๆ ฉบับ มีหลักการที่เห็นสอดคลองกันในหลาย ๆ เรื่องนะครับ และแนนอนก็มีบางรางที่เสนอเรื่องนี้ แตบางรางอาจจะไมไดเสนอบางเรื่อง ไมเปนไรครับ นี่คือความสวยงามของประชาธิปไตย ของความเห็นที่หลากหลาย แตแนนอนในหลักการเรามีจุดรวมรวมกันที่เห็นนะครับ ในการอยากจะแกไขกฎหมายฉบับนี้เพื่อประโยชนในประชาธิปไตย เพื่อประโยชนตอการ เดินหนาของประเทศนี้ มาถึงตรงนี้จริง ๆ ที่หลาย ๆ ทานไดอภิปรายไปแลว รวมถึงที่ทาง คุณพริษฐ สส. จากพรรคกาวไกลไดอภิปรายไป ผมก็อยากจะมาสนับสนุนขอเสนอแนะ จากคุณพริษฐ รวมถึงมายืนยันวา ถาเปนไปไดอยากจะใหรางของคุณพริษฐเปนรางหลัก ในการพิจารณาดวยซ้ำไป ดวยเหตุผลที่ทางรางของคุณพริษฐไดมีขอเสนอที่รางอื่น ๆ อาจจะไมมีใน ๒ ประเด็นที่ผมเห็นวานาสนใจ และคุณคาแกการนำไปพูดคุยในชั้น กรรมาธิการ หากเพื่อน ๆ สมาชิกรับหลักการกับรางนี้ดวยรวมถึงรางทุกฉบับนะครับ🔗
เรื่องแรก เรื่องที่คุณพริษฐไดเสนอเขาไปในรางแกไขกฎหมายนี้ ประเด็นเรื่อง ที่ใหประชาชนสามารถที่จะ Online ได ยื่นเขาชื่อ Online เพื่อเสนอประชามติและสามารถ ที่จะใหประชาชนมีมติมากกวา ๒ ตัวเลือก ผมวาสิ่งเหลานี้เปนสิ่งที่จะเปนประโยชนทำให เกิดความสะดวก แลวก็มีความจำเปนในการแกไข เพื่อใหสอดรับกับบริบทที่เปลี่ยนไป หรือแมแตอำนวยความสะดวกใหกับประชาชนและเปนการขยายสิทธิของประชาชนมากขึ้น หรือไม ซึ่งเหลานี้ก็จะชวยใหกติกาประชามติของประเทศไทยเปนสากล ยืดหยุน ทันสมัย และพัฒนาประชาธิปไตย อยางไรก็ตามครับ ก็อาจจะมีบางเรื่องที่รางของพรรคกาวไกล ที่เสนอโดยคุณพริษฐอาจจะไมไดมีอยูในราง แตทางคุณพริษฐก็ไดพูดแลววา ทางเราก็ยินดี พิจารณาในชั้นกรรมาธิการนะครับ🔗
ประเด็นแรก ที่เปนเรื่องของประชามติเพื่อการปรึกษาหารือ ที่ทางเพื่อน สมาชิกจากพรรคภูมิใจไทยไดเสนอที่เปนการปรึกษาหารือ ผมคิดวาเปนโจทยอันหนึ่งที่เรา นาจะมีการนำมาพูดคุยในชั้นกรรมาธิการ แมวาจะเห็นดวยหรือไมเห็นดวย แตนี่ก็เปน เครื่องมืออันหนึ่งที่จะสามารถวัดอุณหภูมิของสังคม หยั่งเสียงโดยฝายรัฐบาลวาเรื่องตาง ๆ เหลานี้ที่มีความเห็นตางกันในสังคม หรือเรื่องที่อาจจะยังไมตกผลึกกันอยางถองแท สังคมมีความเห็นตอเรื่องนี้อยางไร และสุดทายการตัดสินใจก็เปนเรื่องของฝายบริหารวา จะเห็นกับเรื่องนี้อยางไร ก็เปนความรับผิดชอบทางการเมืองที่ฝายบริหารตัดสินใจอยางไร ก็สามารถที่จะรับผลทางการเมืองที่ตามมา ก็เปนเรื่องหนึ่งที่ผมคิดวาเปนประเด็นที่ เปดไวนาสนใจ แมวาจะมีคนที่อาจจะเห็นดวยหรือไมเห็นดวย เพราะอาจจะมองวาเปนการ เปลืองงบประมาณหรือไม หรือวาทางฝายบริหารอาจจะไมผูกมัดกับผลประชามติ แตเรื่อง เหลานี้ ประเด็นเหลานี้ผมคิดวามันก็เปนเรื่องที่ดีที่เราจะไดเอามาพูดคุยตอในชั้นกรรมาธิการ🔗
นอกจากนี้ประเด็นที่หลาย ๆ ทานอาจจะพูดไปแลว ไมวาตั้งแตทานชูศักดิ์ ศิรินิล หรือแมแตทานพริษฐ วัชรสินธุ หรือแมแตเพื่อนหลาย ๆ ทาน อาจารยจุลพงศ คุณเชตวัน หรือเพื่อน สส. จากพรรคเพื่อไทย คุณชนินทร ที่ไดพูดถึงเรื่อง Double Majority เรื่องนี้ก็เปนเรื่องใหญ และเปนเรื่องที่ผมคิดวาเราอาจจะตองมาพูดคุยกัน แลวก็ขอให ที่ประชุมนี้ไดบันทึกเก็บไววา เรื่องนี้เปนเรื่องที่ทางสภาผูแทนราษฎรเกือบทั้งหมด ในเกือบ ทุกรางยกเวนรางของเพื่อนสมาชิกพรรคภูมิใจไทยที่อาจจะเห็นตางในเรื่องนี้ แตผมคิดวา เรื่องนี้ก็อาจจะเปนความเห็นสำคัญที่เราอยากจะแกใหกลับไปเปนแบบ Single Majority จริง ๆ เรื่องนี้ก็เปนเรื่องที่ผมคิดวา ดวยบริบทของสังคมไทยที่เราเปนรัฐเดี่ยวไมใชสหพันธรัฐ เราอาจจะไมไดมีความจำเปนที่จะตองมีการถวงดุลกันภายในรัฐ เพราะวาการที่เราเปน รัฐเดี่ยวชวยทำใหเรื่องนี้อาจจะความแตกตางหลากหลาย หรือแมแตการถวงดุลเรื่องของ รัฐเล็ก รัฐใหญ อาจจะไมไดมีความสำคัญเหมือนของประเทศอื่น ๆ ในโลกที่เขาใชแบบ Double Majority อยางที่หลาย ๆ ทานไดนำเรียนไปแลวครับ กรณีของประเทศออสเตรเลียเอง ก็เปนตัวอยางที่เห็นชัดวา สุดทายแลวแมวาเขาจะมีเหตุผลของเขาในการทำ มีเรื่อง Double Majority แตเมื่อนำไปปฏิบัติก็มีปญหาอยูหลายกรณีที่ทำใหการแกไขหลาย ๆ เรื่อง มันไมเกิดขึ้น ยกตัวอยางเชนวา ในอายุ ๑๐๐ กวาปของประเทศในการแกไขรัฐธรรมนูญ มีเพียงแค ๘ ครั้ง หรือ ๑๘ เปอรเซ็นต ที่ผลประชามติไมผาน อันนี้ก็เปนโจทยเหมือนกัน เพราะวามันไมตรงกับสิ่งที่ทางขั้นต่ำเรื่อง Double Majority ที่จะตองมีเสียงขั้นต่ำ ๔ รัฐ จาก ๖ รัฐ ที่จะตองมีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง อันนี้ก็เปนประเด็นที่บทเรียนจากประเทศตาง ๆ ก็ไดบอกเรา แมวาเขาจะมีความจำเปนที่เปนสหพันธรัฐ แตในขณะเดียวกันก็มีขอทาทายในการ นำไปปฏิบัติเหมือนกัน ทำใหประเด็นหลาย ๆ เรื่องก็เลยไมไดมีการถูกเอาไปแกไข หรือถูก เอาไปผลักดันใหเกิดขึ้น ลาสุดในป ๒๐๒๓ อยางของกรณีออสเตรเลีย ผมเองพูดมาตรงนี้ ก็กำลังจะบอกทุกทานวาโจทยเรื่อง Double Majority ก็เปนความตั้งใจ ก็ไมไดผิดอะไร เหมือนที่ทางคุณพริษฐไดพูดไป แตดวยบริบทของประเทศไทย เราเปนรัฐเดี่ยว มันอาจจะสราง ความยุงยาก แลวก็ทำใหหลาย ๆ เรื่องมันผานไดยาก ก็เลยคิดวาการแกไขในเรื่องนี้ เปนเรื่องสำคัญ แลวก็อยากจะเชิญชวนเพื่อน ๆ สมาชิกใหรับรางทุกรางที่ทางเพื่อน ๆ สมาชิก หรือแมแตคณะรัฐมนตรีไดเสนอไป🔗
สุดทายนี้ครับทานประธาน ผมอาจจะใชเวลาไมไดครบทั้ง ๑๓ นาที ก็อยากจะ สรุปเพื่อจะไดประหยัดเวลาของทางสภาผูแทนราษฎรของเรา แลวก็จากที่ฟงทิศทางของเพื่อน ๆ สมาชิกก็คอนขางจะเห็นไปในทิศทางเดียวกันวาเราอยากจะมีการแกไขเรื่องนี้ สวนประเด็นใน รายละเอียดเราก็สามารถที่จะไปพูดคุยถกเถียงในชั้นกรรมาธิการได ก็พอจะเห็นแลววากติกาก็ เปนอีกหนึ่งปจจัยที่มีอิทธิพลตอการเปลี่ยนผลประชามติ จากหนามือเปนหลังมือไดเลยนะครับ อยางกรณีของประเทศอื่น ๆ หรือแมแตอดีตที่ผานมาของประเทศไทยเอง ดังนั้น การออกแบบ กติกาจึงมีความสำคัญเปนอยางยิ่ง และเปนสิ่งที่พวกเราเพื่อนสมาชิกทุกทานก็กำลังทำอยู ในขณะนี้ ถาการออกกติกาประชามติไดดี เปนธรรม แลวก็ยืดหยุน ทันสมัย และหลากหลาย เปนกติกาที่ออกแบบเพื่อเปดพื้นที่ใหประชาชนทุกกลุมแสดงจุดยืนของตนไดตรงไปตรงมา กระบวนการและผลลัพธที่เกิดขึ้นจะสามารถสะทอนความคิด ความอาน ความตองการออกมาได การจัดประชามติในแตละครั้งจะเปนพื้นที่จัดการความเห็นตางในสังคม และพัฒนาประชาธิปไตย ใหดีกวานี้ ก็ขอบคุณนะครับ แลวก็เชิญชวนทุกทานรวมกันรับหลักการรางแกไขกฎหมายนี้ ทั้ง ๔ ฉบับ รวมถึงผมก็คงจะเห็นดวยกับทุกรางครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณณัฐพงษ สุมโนธรรม ทางสภาผูแทนราษฎรขอตอนรับ คุณเรนาตา อัลท (Renata Alt) สมาชิกสภาผูแทนราษฎร สหพันธสาธารณรัฐเยอรมันนี และประธานคณะกรรมาธิการ สิทธิมนุษยชนและการชวยเหลือดานมนุษยธรรม สภาสหพันธสาธารณรัฐเยอรมันนี และคณะ ซึ่งขณะนี้กำลังมาฟงการประชุมของเราที่ชั้น ๒ แลวนะครับ ขอบคุณครับ ตอไปขอเชิญ คุณธีระชัย แสนแกว ๑๕ นาทีครับ🔗
กราบเรียนทานประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแกว สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ทานประธานครับ กระผมใครขออนุญาตในการที่จะรวมอภิปรายเพื่อสนับสนุนรับหลักการรางพระราชบัญญัติ วาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี และฉบับของ รองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล พรอมทั้งเพื่อนสมาชิกพรรคการเมืองอีก ๒ ฉบับ รวมเปน ๔ ฉบับ🔗
ประการแรกครับทานประธาน รางพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับที่ผมไดกลาวไป เบื้องตน โดยมีการแกไขมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑ วรรคสาม นั่นคือการกำหนด วันออกเสียงประชามติเปนวันเดียวกันกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่เปนการทั่วไป หรือใหเปนวันเดียวกันกับการเลือกตั้งทองถิ่นก็ได ทานประธานครับ การที่พี่นองประชาชนตองเดินทางเพื่อไปเลือกตั้ง หรือใชสิทธิในการออกเสียง ประชามตินั้น มันตองใชเงิน ใชทอง ตองใชเวลานะครับ เพราะฉะนั้นกระผมอยากจะขอ ยกตัวอยาง เวลาเรามีการเลือกตั้ง ไมวาจะเปนเลือกตั้งตัวแทนเกษตรกร หรือกองทุนฟนฟู อะไรก็แลวแตตามพระราชบัญญัติตาง ๆ เหลานั้น เวลามีการเลือกตั้งแคเลือกตั้งสมาชิก เฉย ๆ ก็มีการไปลงคะแนนนอยมากนะครับ เพราะฉะนั้นเราตองยอมรับวาพี่นองประชาชน ในประเทศนี้มีความยากจน ตองทำงานหาเชากินค่ำ เพราะฉะนั้นคือพวกเขาไมทำงาน ในวันนั้นก็ตองเดินทางไปออกเสียงประชามติ พวกเขาไมมีเงินในวันนั้น นี่ตองยอมรับ ความเปนจริงจากการที่พวกเราเปนนักการเมืองมันจะเปนอยางนี้ครับ เพราะฉะนั้นการเลือกตั้ง แตละครั้งที่เขามีการไปลงคะแนนเสียงเยอะ ๆ ก็คือมีการเลือกตั้งครั้งใหญและเลือกตั้ง ทองถิ่นครับ นี่ก็คือการเลือกตั้งที่ผานมาซึ่งเปนประสบการณ กระผมจึงเห็นดวยกับการที่แกไข เพิ่มเติมมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑ วรรคสาม เพื่อใหพี่นองประชาชนไดใชสิทธิ ใชเสียงของพวกเขาในการกำหนดชะตากรรมของประเทศไดอยางเต็มที่ โดยไมกระทบตอ การประกอบอาชีพของพวกเขาครับทานประธาน ตอมารางพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ ก็มีการแกไขมาตรา ๑๓ แตเดิมบัญญัติวาการออกเสียงประชามติจะถือวามีขอยุติได ก็ตอเมื่อมีผูมาใชสิทธิออกเสียงเปนจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียง แลวยังยาก ขึ้นไปอีกครับ มีเงื่อนไขที่ ๒ ครับวา จะตองมีจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผูมาใชสิทธิออกเสียง ในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น มันถึงตองแกครับ ซึ่งบัญญัติทั้ง ๒ เงื่อนไขนี้มันทำใหผานการ ประชามติยากจริง ๆ ครับทานประธาน กระผมจึงเห็นวาในการแกไขมาตรา ๑๓ เพื่อให ใชเสียงของพี่นองประชาชนนั้นมีความหมาย และตอบสนองความตองการประชาธิปไตย อยางถูกตอง🔗
ประการที่ ๒ ครับทานประธาน รัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ ฉบับนี้ที่พวกเรา ทุกคนที่นั่งอยูในสภาแหงนี้ พี่นองประชาชนทั้งประเทศตางก็ทราบกันดีวามาจากรัฐประหาร เปนมรดกบาปที่พวกเราไดมานั่งอยูนี้มันมีความจำเปนตองเอามรดกบาปมาสมัครผูแทน ก็เพราะเขารางมาอยางนั้นนะครับ เราก็ตองมาเปนนักการเมืองแบบนี้ ซึ่งเมื่อการเลือกตั้ง จัดตั้งรัฐบาลชุดที่แลวของคราวที่แลว ซึ่งมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม ๆ ทานนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทานก็มอบหมายใหทานรองภูมิธรรมไดเริ่ม Start ตั้งแตวันแรก ๆ ในการมีมติ ครม. กระบวนการ ในการยกรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมจัดการทันทีนะครับ จนมาถึงวันนี้ครับทานประธาน รัฐบาลไดขอสรุปแลววาจะตองใหพี่นองประชาชนออกเสียงทำประชามติเปนจำนวน ๓ ครั้ง เพื่อเขียนรัฐธรรมนูญใหมใหมีความเปนประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น และสอดคลองกับบริบท ทางการเมือง และสอดคลองกับวิถีชีวิตของพี่นองประชาชน และสอดคลองกับสภาพสังคมไทย ของเรา โดยเปนไปตามเจตนารมณและเสียงเรียกรองของพี่นองประชาชนใหมากที่สุดเทาที่ จะทำได ทานประธานที่เคารพครับ แมวารัฐบาลไดแสดงออกถึงความตั้งใจจริงวา บานเมือง ของเราจะตองเดินหนาก็ตอเมื่อเรามีรัฐธรรมนูญที่เปนประชาธิปไตยเทานั้น แตก็มีบางสวน ออกมา Discredit รัฐบาลบาง โนน นี่ นั่น อะไรตาง ๆ บาง ซื้อเวลา ทำไมจะตองมีประชามติ ตั้ง ๓ ครั้ง อะไรทำนองเหลานี้สิ้นเปลืองงบประมาณ ซึ่งกระผมขอออกความเห็นแบบตรง ๆ เลยนะครับวา ที่ผานมาเราก็พยายามมีการแกไขรัฐธรรมนูญใชไหมครับ แตก็ตกมาตาย เพราะฉะนั้นมันแกยากจริง ๆ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ การแกไข การจะเพิ่มเติม หรือการเขียน ฉบับใหมมันไมงายนะครับทาน มันไมไดแกดวยวิธีการที่เปนปกติ เพราะคณะผูยกรางรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ สอดไสเงื่อนไขใหแกแบบลักษณะที่วาซับซอน จริง ๆ วาดังที่พวกเราเห็นในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๔/๒๕๖๔ เปนประสบการณ ที่สอนใหพวกเราตองระมัดระวังในการจัดทำรายงานฉบับใหมใหมากยิ่งขึ้น เพื่อใหเกิด ความรอบคอบที่สุด ไมใหรัฐธรรมนูญฉบับใหมที่เปนประชาธิปไตยตองแทงและไมใหเปน หมันนะครับทานประธาน🔗
ประการที่ ๓ ครับทาน เมื่อรัฐบาลไดขอสรุปแลววา การยกรางรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมจะตองสอบถามความตองการที่แทจริงของพี่นองประชาชน โดยออกเสียงประชามติ ตั้ง ๓ ครั้ง การสอบถามประชามติ ไมวาจะเปนการสอบถามประชามติจะเห็นชอบดวยกับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ตามหมวด ๑ บททั่วไป และหมวด ๒ พระมหากษัตริย กระผมอยากจะขอ กราบเรียนกับทานอีกเรื่องหนึ่งวา รางพระราชบัญญัติประชามติทั้ง ๔ ฉบับนี้คลายกัน แตไมเหมือนกัน แตเราสามารถแกไขไดในขั้นกรรมาธิการ มันเปนกุญแจดอกสำคัญที่สุดใน การแกไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็คือฉบับป ๒๕๖๐ สวนตัวของผมเปนรัฐธรรมนูญที่แยที่สุดใน บรรดา ๒๐ ฉบับที่ผานมาครับทานประธาน เปนรัฐธรรมนูญที่สลับซับซอนซอนเงื่อนวาจะ เขียนชัดก็ไมชัด จะเขียนละเอียดก็ไมละเอียด ผลของการเขียนไมชัด ไมละเอียด มันคืออะไรครับ ก็คือรัฐธรรมนูญตองตีความ ตองใหศาลรัฐธรรมนูญตีความ อะไรนิดอะไรหนอยก็ตองตีความ โยนใหศาลรัฐธรรมนูญ แลวถาตีความเปนไปตามหลักความจริง หรือตีความไมถูกตองตาม กฎหมาย หรือตีความใหพี่นองประชาชนไดเขาใจถูกตองมันไมมีปญหาอะไรหรอกครับ กระผมขออนุญาตยกตัวอยางสักเล็กนอย ทานประธานครับ การเลือกตั้ง สส. เมื่อป ๒๕๖๒ นี้ละครับวา ก็ตองยอนดูความผิดพลาดของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คำวา สส. พึงมี ทุกทานนาจะจำกันได โดยเฉพาะเพื่อน ๆ พรรคเพื่อไทยของกระผม ทานประธานครับ ตอนนั้นพรรคเพื่อไทยได สส. เขตมากที่สุดในประเทศไทยตั้ง ๑๓๖ คน ย้ำอีกวาเปน สส. เขต แตการเขียนรัฐธรรมนูญและวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเปดชองใหใชสูตรคำนวณแบบ พิสดาร กกต. ก็ใชสูตรพิสดารคำนวณหา สส. แบบบัญชีรายชื่อ ระบบจัดสรรปนสวนผสม คำวา สส. พึงมี ทำใหเกิดอะไรครับทานประธานครับ พรรคเพื่อไทยไดรับการเลือกตั้งมา ๗,๘๐๐,๐๐๐ คะแนน แตกลับไมได สส. บัญชีรายชื่อแมแตคนเดียว นี่ละครับที่อยากแก กลับกลายเปนวาพรรคที่ไดคะแนน ๑๐,๐๐๐ เสียง ๒๐,๐๐๐ เสียง เดิน Parade เขาสภา ตั้ง ๑๐ กวาคน ปญหาเลยทำใหสภาลมบาง ปญหาแจกกลวยบาง อะไรตออะไรตาง ๆ ผมมีความจำเปนที่จะตองพูดอยาเพิ่งเบรกผมนะครับทานประธานครับ แลวอีกอยางหนึ่งก็ คือวาการเลือกตั้ง สว. เดี๋ยวนี้อยูในกระบวนการเลือกตั้ง เหตุการณชวงนี้เลยนะครับวา รัฐธรรมนูญหรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ใหผูสมัครเทานั้นที่มีสิทธิลงคะแนนเสียง สว. ได นี่มันเปนประชาธิปไตยตรงไหนครับใหผูสมัคร แลวทานประธานไปเปดดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๔ บอกวา สมาชิกสภาผูแทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภายอมเปนผูแทนปวงชน ชาวไทย แลวกระผมขอถามวาสมาชิกวุฒิสภาเปนผูแทนปวงชนชาวไทยตรงไหนละครับ เมื่อทานเขียนรัฐธรรมนูญให สว. จำกัดไวแคคนมีเงิน ๒,๕๐๐ บาทเทานั้นที่จะเลือก มีคนไปสมัคร ๒,๕๐๐ บาท จะเปนกลุมเปนอะไรตาง ๆ ออกไป สามารถเลือกอยูดวยกันครับ เลือกไขวไปไขวมา แลวประชาชนมองตาปริบ ๆ ไมมีสิทธิเลือก ถาไมไปสมัครก็คือไมมีสิทธิเลือก แลว สว. ครั้งนี้เปนครั้งแรกนะครับ มีกระบวนการเลือกตั้ง ที่พิสดารเหมือนกันนะครับ ซึ่งเปนผลมาจากรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ที่เราอยากจะขอ ประชามติแกนี่ละ เพราะวาการเลือกตั้ง สว. ก็เลือกตั้งเปน ๓ ระดับ ก็เปนที่ทราบกันดี อำเภอ จังหวัด ประเทศ มีสูตรทั้งเลือกตั้งไขวกลุมอาชีพและมีการเลือกตั้งกลุมอาชีพ ประชาชนซับซอน สับสน แมกระทั่ง สส. ทุกคน ผมไปถามวาเขาเลือกตั้งอยางไร งงไปหมด มันเปนรัฐธรรมนูญฉบับที่งงที่สุดในการเลือกตั้ง สว. คราวนี้ แมกระทั่งผูไปสมัครเลือกตั้ง บางคนยังไมรูดวยซ้ำวากติกาเปนอยางไร ทานประธานครับ ๒ ตัวอยางที่ผมไดยกมานี้จึงเปน ความสำคัญที่สภาผูแทนราษฎรของเราแหงนี้จะตองรับหลักการรางพระราชบัญญัติ ประชามติ เพราะไมวาสูตรการนับคะแนน สส. ตอนเลือกตั้งป ๒๕๖๒หรือการเลือกตั้ง สว. ที่กำลังดำเนินการอยู ณ วันนี้ รัฐธรรมนูญเปดชองใหตีความมั่ว ๆ เราก็ไมควรใหเกิดปญหา เรื้อรังในระบอบการเมืองของพวกเราในอนาคตตอไปครับทานประธานครับ กระผมจึงมี ความเห็นวาเรื่องนี้เปนเรื่องที่รัฐบาลควรไตรตรองและรอบคอบอยางถูกตองแลวละครับ ที่ไดเสนอเขามา แลวเพื่อนสมาชิกทั้งหลายดวยนะครับ และที่สำคัญที่สุดเราก็คิดวา ถาหากวาเรามีการผานประชามติไปแลว เราก็มองยอนตลอดจนการจัดตั้งรัฐบาลทุกพรรค การเมืองดวย การแกไขรัฐธรรมนูญตอไปก็เปนเรื่องอีกตางหากซึ่งมันก็มีบางบทบางอะไรตาง ๆ ที่จะตองมีการถามไปดวยนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะไมเอยถึง แตที่สำคัญที่สุดเราตอง ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข นั่นหมายความวา ทุกพรรคการเมืองที่รวมรัฐบาลของเราที่ไดตั้งเราจะตองยึดหลักตัวนี้เปนสำคัญนะครับ เพราะมันเปนรากฐานการเมืองในการปกครองของประชาธิปไตยตั้งแตบรรพบุรุษ รัฐธรรมนูญ ๒๐ กวาฉบับไมเคยเอาตรงนี้ออกไปเลยนะครับ ซึ่งมันเปนโครงสรางของสังคม ใหสถาบันพระมหากษัตริยดำรงอยูเปนที่เคารพสักการะของพี่นองประชาชนนะครับ ดังนั้น วันนี้สภาของเรากำลังพิจารณารางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติซึ่งจะเปน กฎหมายสำคัญ กุญแจดอกสำคัญที่จะนำไปสูการยกรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมที่มีความเปน ประชาธิปไตย แลววันนี้เปนหมุดหมายที่สำคัญที่พี่นองประชาชนรอคอยรัฐธรรมนูญฉบับที่มี ความเปนประชาธิปไตยตามเจตนารมณของพวกเขาเอง🔗
สุดทายทั้งหมดนี้ผมขอสนับสนุนรับหลักการรางพระราชบัญญัติวาดวยการ ออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคณะรัฐมนตรี ฉบับของทานรองศาสตราจารย ชูศักดิ์ ศิรินิล และรางของเพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ พรรค รวมเปน ๔ ฉบับ กระผมขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณทานธีระชัยนะครับ อีก ๒ ทานเตรียมตัวนะครับ ทานฐากร ตัณฑสิทธิ์ กับ ทานภัณฑิล นวมเจิม เชิญทานฐากร ตัณฑสิทธิ์ ครับ🔗
เรียนทานประธาน สภาผูแทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสรางไทยครับทานประธานครับ ผมขอมีสวนรวมในการอภิปรายเกี่ยวกับราง พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติในครั้งนี้ดวยครับ ทานประธานครับ กอนอื่นตองขออนุญาต เรียนทานประธานวาวันนี้ราง พ.ร.บ. ออกเสียงประชามติในวันนี้จะเปนหมุดหมายหรือการ เปดประตูในการที่จะนำไปสูการแกไขรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ตอไปครับทานประธาน จุดยืน ของพรรคไทยสรางไทยขอนำเรียนกอนครับ กอนจะเขา พ.ร.บ. ออกเสียงประชามติในครั้งนี้ เรามีจุดยืนที่สำคัญครับวา ขออนุญาตขึ้นสไลดดวยครับ🔗
จุดยืนที่สำคัญคือเรายืนยันวา เราจะไมแกไขรัฐธรรมนูญในหมวดที่ ๑ คือบททั่วไป และหมวดที่ ๒ คือพระมหากษัตริยครับ ผมขออนุญาตลงในรายละเอียดของราง พ.ร.บ. ประชามติในครั้งนี้ครับ กอนอื่นขออนุญาตเรียนทานประธานวา พระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ มีใชเดิมอยูแลว คือป ๒๕๖๔ ทุกทานไดอภิปรายวาเปน Double lock หรืออภิปรายเปน ๒ ชั้น ทำอะไรทั้งหมดนะครับ ประชาชนทุกคนหรือทานประธานคงไดยินการอภิปราย ไปแลว แตผมจะอภิปรายเปรียบเทียบใหเห็นวารางเดิมที่กฎหมายเดิมและรางทั้ง ๔ ฉบับ ที่ออกมาอันไหนที่ดำเนินการจากเบาสุดไปหาหนักสุด ผมขออนุญาตอานขอความ ดังตอไปนี้นะครับทานประธาน พระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ เดิมกำหนดไวในมาตรา ๑๓ บอกวา การออกเสียงที่จะถือวามีขอยุติในเรื่องที่จัดทำประชามติ ตองมีผูมาใชสิทธิออกเสียงเปนจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียงและมีจำนวนเสียง เกินกึ่งหนึ่งของผูมาใชสิทธิออกเสียงในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น รางของคณะรัฐมนตรี ที่ขอแกไขปรับปรุงในมาตรา ๑๓ เขียนไววา การออกเสียงที่จะถือวามีขอยุติในเรื่องที่จัดทำ ประชามติ ใหถือเสียงขางมากของผูมาออกเสียง โดยคะแนนเสียงขางมากตองมีจำนวนเสียง เกินกึ่งหนึ่งของผูมาออกเสียงและตองสูงกวาคะแนนเสียงไมแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่ จัดทำประชามตินั้น🔗
รางตอไปครับทานประธาน รางของทานอาจารยชูศักดิ์และคณะ มาตรา ๑๓ เขียนไววา การออกเสียงใหถือเสียงขางมากของผูมาออกเสียง โดยคะแนนเสียงขางมากตอง สูงกวาคะแนนเสียงไมแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น🔗
รางของทานพริษฐและคณะครับทานประธาน มาตรา ๑๓ เขียนไววา การออกเสียงที่จะถือวามีขอยุติในเรื่องที่จัดทำประชามติ ตองมีจำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ของผูมาใชสิทธิออกเสียงในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น🔗
รางสุดทายครับทานประธานครับ รางของทานอนุทินและคณะ มาตรา ๑๓ เขียนไววา การออกเสียงที่จะถือวามีขอยุติในเรื่องการจัดทำประชามติตองมีผูมาใชสิทธิ ออกเสียงเปนจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียง และมีจำนวนเสียงขางมากของผูมา ออกเสียง โดยคะแนนเสียงขางมากตองสูงกวาคะแนนเสียงไมแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่ จัดทำประชามตินั้น อานไปผมเขาใจวาทานประธานก็คงงงครับ กฎหมายเดิมที่มีใชอยูใน ปจจุบัน ๔ รางที่นำเสนอขึ้นมาวาเปนอยางไรครับ ผมเรียงลำดับใหนะครับ ผมวิเคราะห แลวก็ขออนุญาตเรียงลำดับความสำคัญตาง ๆ จากเบาไปหาหนักวารางดังกลาวนี้เปนอยางไร ขออนุญาตขึ้นสไลดที่ ๒ ใหผมดวยครับ🔗
จะเห็นนะครับวา เมื่อเราวิเคราะหแลว เมื่อดูตามมาตรา ๑๓ ครับทานประธาน รางที่เบาที่สุดที่รางขึ้นมาคือ รางของทานพริษฐและคณะครับทานประธาน จะเห็นวา ในหัวขอที่ ๑ จำนวนผูมาใชสิทธิลงมติไมไดกำหนดครับทานประธาน เสียงขางมากกำหนดไววา เกินกึ่งหนึ่งของผูมาใชสิทธิออกเสียง เงื่อนไขครับ เพิ่มเติมไมมีครับทานประธาน รางที่ ๒ ก็คือรางของคณะรัฐมนตรี จำนวนผูมาใชสิทธิลงมติไมไดกำหนดครับ ตรงกันกับรางของ ทานพริษฐครับ เสียงขางมากเกินกึ่งหนึ่งของผูมาออกเสียงเหมือนกันครับทานประธาน แตมี เงื่อนไขสุดทายเขียนวา ตองสูงกวาคะแนนเสียงไมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในเรื่องที่ทำ ประชามตินั้นครับทานประธาน ดูรางของทานอาจารยชูศักดิ์และคณะ จำนวนผูมาใชสิทธิ ในชองแรกก็ไมไดกำหนดเชนกัน เสียงขางมากเขียนวา เสียงขางมากของผูมาออกเสียง ก็คลายกันอีกครับ ก็คือตองไดคะแนนเสียงขางมาก มีเงื่อนไขขอสุดทายอีกครับ ตองสูงกวา คะแนนเสียงไมแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้นครับทานประธาน ดูตอไปนะครับ รางที่เปนกฎหมายที่ใชในปจจุบันเขียนไวบอกวา ตองมีผูมาใชสิทธิออกเสียง เปนจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียง อันนี้คือกฎหมายปจจุบันครับ เสียงขางมาก เขียนไววา มีจำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผูมาใชสิทธิออกเสียง ในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้นครับ เงื่อนไขมีไหมครับ ไมมีกำหนดไวครับ สุดทายครับทานประธานครับ รางของทานอนุทินและ คณะครับ เขียนไววา ผูมาใชสิทธิออกเสียงเปนจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิออกเสียง ก็คือ อยูในขอกำหนดของจำนวนผูมาใชสิทธิลงมติครับ เสียงขางมากเขียนไววา เสียงขางมากของ ผูมาออกเสียงครับ เงื่อนไขมีครับทานประธานครับ เขียนไวบอกวา ตองสูงกวาคะแนนเสียง ไมแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น เพราะฉะนั้นผมอภิปรายวันนี้สนับสนุน รางทั้ง ๔ รางนะครับ เพียงแตวาผมแสดงภาพหรือแสดงใหเห็นวา รางนี้นำจากเบาที่สุดไป หาหนักที่สุด เพื่อที่จะใหคณะกรรมาธิการวิสามัญหลังจากที่เราเห็นชอบรวมกัน ไปดำเนินการตามขอสังเกตดังกลาว เบาที่สุดก็คือรางของทานพริษฐ ผมใสหมายเลข ๑ ไว เบอรที่ ๒ ก็คือรางของคณะรัฐมนตรี และรางของทานอาจารยชูศักดิ์และคณะ อันที่ ๓ ก็คือ เปนพระราชบัญญัติเดิมที่ใชอยูในปจจุบัน ฉบับที่ ๔ มาแรงนิดหนึ่ง ก็คือรางของทานอนุทิน และคณะครับ เขียนไวเปนลำดับที่ ๔ ตอไปครับ ผมเรียนทานประธานนะครับวา การที่พรรค ไทยสรางไทยในวันนี้เราเห็นดวยเปนอยางยิ่ง เพราะวาเปนการเปดประตูในการที่จะนำไปสู การปรับปรุงแกไขรัฐธรรมนูญในอนาคตขางหนา ซึ่งจะเปนรางที่ ๑ รางที่ ๒ รางที่ ๓ รางที่ ๔ เราก็เห็นชอบในหลักการ เพื่อที่จะใหมีการจัดตั้ง แตงตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา เรื่องนี้ตอไปครับ🔗
ผมขออนุญาตไปเรื่องตอไปครับทานประธานครับ เรื่องมาตรา ๑๒ ครับ ตองขอชื่นชมทั้ง ๔ รางครับ ในมาตรา ๑๒ เดิมจะเขียนไวบอกวา การออกเสียงใหใช การลงคะแนนเสียงโดยตรง และออม และลับนะครับ โดยการออกเสียงใหกระทำไดโดยการ ใชบัตรออกเสียง หรือคณะกรรมการอาจกำหนดใหกระทำโดยวิธีการลงคะแนนออกเสียง ทางไปรษณีย ผมชอบใจครับ ทั้ง ๔ รางตัดคำวา อาจ ออกครับ บังคับให กกต. ทำเลยครับ ทานประธาน ไมตองมีอาจแลววันนี้ บังคับ กกต. ทำไปเลย คำวา อาจ ไมรูวาจะทำหรือไมทำ แตวันนี้กฎหมายทั้ง ๔ รางเขียนขึ้นมาถือวาเปนสิ่งที่ดี แลวก็เปนสิ่งที่สอดคลองกับ การดำเนินการ อยาเขียนอะไรที่มันอาจเลยครับ เห็นดวยกับทั้ง ๔ รางเลยครับ สิ่งที่สำคัญครับ ทานประธานครับ ผมเรียนอยางนี้วาในมาตรา ๑๒ การออกเสียงใหใชวิธีการ ลงคะแนนเสียงโดยตรงและลับ ก็คือ ๑. ออกเสียงโดยการกระทำโดยใชบัตรออกเสียง ๒. ออกเสียงโดยการกระทำโดยวิธีการลงคะแนนออกเสียงทางไปรษณีย ๓. ก็คือออกเสียง โดยการลงคะแนนเสียงอิเล็กทรอนิกส หรือทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือวิธีอื่นครับ สุดทายครับทานประธานครับ ผมเรียนอยางนี้ครับวา เราจะทำอยางไร ที่เราจะดำเนินการ จัดการลงคะแนนออกเสียงโดยวิธีการอิเล็กทรอนิกส เพื่อใหเกิดความโปรงใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม แลวก็ปองกันการทุจริต ที่จะเกิดขึ้นกับการลงประชามติในครั้งนี้ ทานประธานครับ ผมเห็นรัฐบาลเสนอเรื่องหนึ่ง Digital Wallet ครับทานประธาน เดี๋ยวผมจะอภิปราย พรุงนี้ครับทานประธาน ไมตองหวงครับ เพียงแตวาผมกำลังบอกวา Digital Wallet ทานนายกรัฐมนตรีพูดมาตลอดวา จะใชเทคโนโลยี Blockchain ในการที่จะเขามาแกไข นำเทคโนโลยี Blockchain นี้มาใชในการลงคะแนนทางอิเล็กทรอนิกสเปนครั้งแรกเลยครับ ทานประธาน จะประหยัดเงินงบประมาณไปไดอีกเยอะ เปนจำนวนมากเลยครับ ทานประธานหรือพี่นอง ประชาชนอาจจะไมทราบวาเทคโนโลยี Blockchain คืออะไรครับทานประธานครับ เทคโนโลยี Blockchain เปนกลไกฐานขอมูลขั้นสูงที่เปดรับการแบงปนขอมูลที่โปรงใส ภายในเครือขาย โดยฐานขอมูล Blockchain จะจัดเก็บขอมูลในบล็อกที่เชื่อมโยงกันเปน ลูกโซ ทั้งนี้ ขอมูลดังกลาวจะมีความสอดคลองกันตามลำดับเวลา เนื่องจากเราไมสามารถลบ หรือแกไขขอมูลลูกโซไดหากไมไดรับฉันทามติจากเครือขาย เราจึงสามารถใชเทคโนโลยี Blockchain เพื่อสรางความปลอดภัยในการใชงานและเกิดความโปรงใสและบริสุทธิ์ยุติธรรม สามารถปองกันทุจริตคอรรัปชัน หรือปองกัน หรือสรางความมีประสิทธิภาพในการ ลงคะแนนเสียงประชามติในครั้งนี้ไดครับ ทานประธานครับ ผมอยากจะเห็นภาพวา พี่นองประชาชนเดินทางไปที่หนวยเลือกตั้ง ถายกลองถายรูปแชะหนึ่งลงไปแลวเดินไปไมตอง มีบัตรเลือกตั้ง พอถายรูปครับ รูปเราจะถูกสงเขาไปในระบบของ Blockchain สงเขาไปเสร็จ เรียบรอย เขาจะมีการตรวจสอบตัวตนเองหมดวาเปนคนนี้จริงหรือเปลากับบัตรประชาชนครับ ทานประธานครับ ไมมีใครที่จะเขาไปดูไดเอง เพราะฉะนั้นมีการตรวจสอบกันเอง เสร็จเรียบรอย ลงคะแนนใหใครไมตองมีบัตรครับทานประธาน กลับมาสบายใจ ใชเถอะครับ ทานประธาน จะมีการทำประชามติหลายครั้งเทาไรก็ไมตองใชเงินงบประมาณเยอะครับ ทานประธาน ผมสนับสนุนมาตรา ๑๒ ที่จะตองมีการปรับปรุงแกไขครั้งนี้อยางเต็มที่ครับ ทานประธานครับ🔗
สุดทายครับทานประธาน ผมขออนุญาตเรียนวาพรรคไทยสรางไทยสนับสนุน รางทั้ง ๔ ราง และสนับสนุนในการที่จะมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณา ศึกษาเรื่องนี้ แตขอใหกำหนดระยะเวลาที่มีการศึกษาใหเร็วนิดหนึ่งนะครับทานประธานครับ กราบขอบพระคุณทานประธานเปนอยางยิ่งครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปทานภัณฑิล นวมเจิม เชิญครับ🔗
เรียนทานประธานครับ ผม ภัณฑิล นวมเจิม ผูแทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคกาวไกล ขอรวมอภิปรายในเรื่อง การแกไขรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ ก็รวมกันอภิปรายไปหลายทาน ในหลากหลายประเด็นก็นาจะเห็นพองตองกันวา มีความจำเปนเรงดวนที่ตองแกไขเพื่อให ประชาชนมีสิทธิที่จะออกเสียงและไมตองผานสภาผูแทนราษฎร เพราะวาพวกเราความจริง ก็มีอำนาจไดรับมอบหมายมา แตเราไมสามารถที่จะแกดวยตัวของเราเองได ติดล็อกเรื่อง ประชามติ ก็มีความจำเปนเรงดวนแลวก็ลาชามาพอสมควรนะครับ เขาประเด็นเลยครับ เปาประสงคเราจะแกไปเพื่ออะไร🔗
๑. คือกำหนดใหวันออกเสียง ประชามติตรงกับวันเลือกตั้งได คือไหน ๆ เราก็เสียสตางคจัดเลือกตั้งแลวนะครับ ทีเดียวเลยครับ ประหยัดงบประมาณ สรางแรงจูงใจใหคนออกมาใชสิทธิลงคะแนนมากขึ้น🔗
๒. เรื่องการสงเสริมการมีสวนรวมโดยการลงคะแนนแบบที่มีทางเลือก มากขึ้น อาทิเชน ทางไปรษณีย ในตางประเทศก็มีการทำกันแลวนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ สามารถใหยื่นขอออกเสียงประชามติไดทาง Online ที่ผานมา ก็คือมีปญหายังเปนระบบโบราณอยู ตองเอาไปปริ้นเปนกระดาษแลวก็รวบรวมมา ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ เพื่อจะนำเสนอตอ ครม. อันนี้ก็จะเปนอะไรที่สะดวกมากขึ้นสำหรับประชาชนนะครับ🔗
มีการออกแบบคำถามที่เขาใจงาย ทางเลือกคำตอบที่ครอบคลุม เพราะอะไรครับ มันมีปญหาครับที่ผานมา คำถามไมชัดเจนครับ เราจะเห็นจากเรื่องการออกเสียงประชามติ ป ๒๕๖๐ คำถามยาวมาก ไมชัดเจน ทำใหประชาชนเกิดความเขาใจผิด อาทิเชน ที่ประชุม รวมของรัฐสภา คือให สว. มารวมเลือกนายกดวยอยางนี้ ประชาชนธรรมดาเขาไมเขาใจครับ คำถามที่ดีไมควรเปน Double-barreled คือเปนคำถามที่ติดล็อกเงื่อนไข ๒ ชั้น บางทีเขา เห็นดวยกับการแกรัฐธรรมนูญ แตเขาไมเห็นดวยให สว. มาเลือกนายก แตคุณไปพวง ๒ คำถามเขาดวยกันอยางนี้ อันนี้ถือเปนคำถามที่แย ไมถูกตอง คำถามตองเขาใจงายสำหรับ ประชาชนนะครับ🔗
ปญหาขอที่ ๒ ประชาชนเขาอยากไดรัฐธรรมนูญใหมทั้งฉบับ อยากแกไข แตนี่มาเอาเรื่องประชามติเปนเงื่อนไขทำใหเกิดความลาชา ก็ขออภิปรายสนับสนุนครับ ตั้งกรรมาธิการใหเร็ว ทำใหเสร็จเร็ว ๆ แลวก็จะไดมีการออกเสียงประชามติเพื่อตัดสินใจไดวา เราจะยกรางใหมทั้งฉบับ ไมเอาแลวคำถามแบบยกรางใหม แตเวนหมวดนั้น หมวดนี้ มีเงื่อนไข มันงงครับ ประชาชนธรรมดาเขาอยากแกแบบไมมีเงื่อนไขครับ ลอง Test ดูสิครับ คำถามเมื่อประชาชนเขาอยากแกทั้งฉบับ ถาเผื่ออยากจะมีคำถามเพิ่มคุณก็มีคำถามที่ ๒ ได🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่มีปญหาเยอะ คือเรื่องของ Double Majority ก็คือ เสียงขางมาก ๒ ชั้น มันเปนการรอนสิทธิคนที่เขาเห็นดวย เขาออกสิทธิออกเสียง คนที่ ไมมาออกสิทธิออกเสียงนี่จริง ๆ เราไมรูหรอกครับเขาเห็นดวยหรือไมเห็นดวยนะครับ มันไมสามารถเอาคะแนนของคนที่ไมมาออกสิทธิออกเสียงมารวมแลวตีความวาเปนเห็นดวย หรือไมเห็นดวยไดนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่อง Double Majority หรือเสียงขางมาก ๒ ชั้น ก็มีปญหาอยู สรุปนะครับคำถามควรสั้น มีความหมายชัดเจน คำตอบก็ไมควรจะล็อกอยู เฉพาะแคเห็นดวยหรือไมเห็นดวย อยางที่ทานพริษฐไดอภิปรายไปกอนหนานี้ อาทิเชน การออกจากสหภาพยุโรปของประเทศอังกฤษ คำถามนี้มันคือ Remain นะครับ คืออยู แตบางทีคนเขาใจผิด บางทีเห็นดวยไมไดแปลวาใชนะครับ เห็นดวยบางทีบางคนอาจจะ หลงผิดวาไมใชก็ได ขึ้นอยูกับการ Formulate หรือการตั้งคำถาม เพราะฉะนั้นเสนอใหมี การตั้งคำถามไดหลากหลายและครอบคลุมมากขึ้น ศึกษาแนวทางเกณฑการตัดสินของ การออกเสียงประชามติในเรื่องของ Single Majority ดวย ก็มีเถียงกันในรางของพรรคเพื่อไทย แลวก็รางของอื่น ๆ นะครับวา มันควรจะเปนเสียงมากกวา ๕๐ เปอรเซ็นตหรือไม หรือ ควรจะเปนเสียงขางมากแบบธรรมดา เพราะวามันก็จะมีการเปรียบเทียบกับการงดออกเสียง กับบัตรเสียดวยนะครับ เพราะฉะนั้นก็ยังเปนประเด็นที่จะตองถกเถียงกันอยู โดยรวม ก็อยากจะเสนอเห็นดวยใหมีการเปดโอกาสใหประชาชนไดมีชองทางในการเขาชื่อ แลวลงคะแนนที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปทานเชาวฤทธิ์ ขจรพงศกีรติ เชิญครับ🔗
เรียนทานประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศกีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังสังคมใหม ผมเห็นดวยกับรางพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติของทั้ง ๔ ราง ที่เสนออีกหลาย ๆ ทานครับ การออกเสียงประชามติคือ การนำรางรัฐธรรมนูญหรือนโยบายที่สำคัญของ ประเทศไปผานการตัดสินใจ เพื่อแสดงความเห็นชอบหรือไมเห็นชอบโดยประชาชน ผูเปนเจาของอำนาจอธิปไตย จึงนับวาเปนการเปดโอกาสใหประชาชนไดมีสวนรวมในการ ตัดสินใจ ผมเห็นดวยเปนอยางยิ่ง โดยเฉพาะในประเด็นการแกไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑ วรรคสาม ที่แกไขโดยกำหนดให หากมีการกำหนดวันเลือกตั้ง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรใหมเปนการเลือกตั้งทั่วไป หรือหากมีการกำหนดวันเลือกตั้ง สมาชิกสภาทองถิ่น ผูบริหารทองถิ่น เนื่องจากการดำรงตำแหนงครบวาระในชวงเวลา ใกลเคียงกันกับการออกเสียง อาจกำหนดใหวันออกเสียงเปนวันเดียวกันกับวันเลือกตั้ง การแกไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๒ ที่กำหนดใหการออกเสียงใหกระทำโดยใชบัตรออกเสียง หรือ การออกเสียงทางไปรษณีย หรือออกเสียงโดยเครื่องลงคะแนนเสียงอิเล็กทรอนิกส หรือทาง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือโดยวิธีอื่น ๆ และแกไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๓ ที่กำหนดให ถือเสียงขางมากของผูมาออกเสียง โดยคะแนนเสียงขางมากตองมีจำนวนเสียงเกินครึ่งหนึ่ง ของผูมาออกเสียง และตองสูงกวาคะแนนเสียงไมแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น เนื่องจากในการจัดใหมีการเลือกตั้งหรือการออกเสียงประชามติในแตละครั้งนั้นใช งบประมาณแผนดินจำนวนมาก ซึ่งหากสามารถกำหนดใหเปนวันเดียวกันก็จะสามารถ ลดภาระงานและงบประมาณแผนดินลงไดเยอะพอสมควร และเราสามารถนำงบประมาณ แผนดินที่ไมไดใชไปกับการจัดการนั้นนำไปพัฒนาประเทศในดานอื่น ๆ ที่กอใหเกิดประโยชน แกพี่นองประชาชน ซึ่งดีกวาการนำงบประมาณแผนดินมาจมอยูกับการจัดการดังกลาว นอกจากนั้นหากการใชสิทธิออกเสียงในวันเดียวกันหรือวิธีการใชสิทธิออกเสียงรูปแบบอื่น ที่สรางความสะดวกใหกับพี่นองประชาชนมากกวาเดิม มากกวาเดินทางไปใชสิทธิออกเสียงที่ คูหา ก็จะเปนเรื่องที่ดีมากครับ เพราะชวยลดภาระใหแกพี่นองประชาชนที่ตองออกมาใช สิทธิออกเสียงหลายครั้ง เนื่องจากการออกมาใชสิทธิออกเสียงในแตละครั้งนั้น เปนภาระที่พี่นอง ประชาชนเปนอยางมาก ไมวาจะเปนปญหาการเดินทาง ปญหาการบริหารจัดการในพื้นที่ที่ ใชสิทธิออกเสียง ซึ่งทำใหเกิดความลาชาและไมสะดวก ทำใหพี่นองประชาชนบางคนไปใช สิทธิเลือกตั้ง ตั้งแตเชากวาจะเสร็จก็เปนเวลาเที่ยงก็มี โดยเฉพาะอยางยิ่งกับผูสูงอายุ บางครั้งบางคนถึงกับรอไมไหวจึงตัดสินใจกลับบานไปไมใชสิทธิออกเสียงก็มี เพราะมันใช เวลานานและเปนภาระเกินไป ดวยเหตุเหลานี้ผมเชื่อเปนอยางยิ่งวา รัฐบาลมีงบประมาณ และศักยภาพมากเพียงพอที่จะแกไขปรับปรุง รวมถึงวิธีการรณรงคใหพี่นองประชาชน ออกมาใชสิทธิออกเสียง การจัดใหมีการแสดงความคิดเห็นโดยอิสระและเทาเทียมกัน ทั้งผูที่ เห็นชอบและไมเห็นชอบในเรื่องที่จัดทำประชามติ และการตั้งคำถามชัดเจนเพียงพอใหพี่นอง ประชาชนเขาใจ ซึ่งหากรัฐบาลรณรงคและแกไขปญหาที่เกิดจากการใชสิทธิออกเสียง ในแตละครั้งผานมาได ไมวาจะเปนปญหาการเดินทาง ปญหาการบริหารจัดการ ปญหาการ ลงคะแนนเสียง ความยุงยากซับซอนตาง ๆ โดยทำใหเกิดความสะดวกสบาย ไมเสียเวลามาก เกินไป ไมกอใหเกิดความเดือดรอนแกพี่นองประชาชนและทำใหการใชสิทธิออกเสียง กลายเปนเรื่องงายที่เขาใจไดแกทุกคนที่มีสิทธิออกเสียง ซึ่งหากแกไขปรับปรุงปญหาเหลานี้ได ผมเชื่อวาจะมีพี่นองประชาชนออกมาใชสิทธิลงประชามติเปนจำนวนมากครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ อีก ๒ ทานนะครับ ทานแรก ทานไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต ทานที่ ๒ ทาน กันตพงษ ประยูรศักดิ์ เชิญทานไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต เชิญครับ🔗
กราบเรียนทาน ประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปูอัด ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต สมาชิกสภาผูแทนราษฎร เขตจอมทอง ยกเวนแขวงบางขุนเทียน เขตบางขุนเทียน (เฉพาะแขวงทาขาม) พรรคไทยกาวหนา ทานประธานครับ สไลดขึ้นไดเลยครับ🔗
เพราะวาเรื่องนี้เปน อีกเรื่องหนึ่งที่ผมตองพูดในสวนของคำถามประชามติ เพราะวายังมีในสวนที่ภาคประชาชนนั้น ยังคงคลางแคลงอยูแนนอนในสวนของคำถาม ทานประธานครับ การยื่นแกไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ หมวด ๑ บททั่วไป หมวด ๒ หมวดพระมหากษัตริย และหมวด ๑๕ ผมยืนยันวา การทำประชามติตองสามารถตั้งคำถามกับประเด็นนี้ได ถามวาทำไมปูอัดถึงมาพูดเรื่องนี้ ก็เพราะ ครม. ออกมาวงเล็บไวแลว วงเล็บวาอะไรครับ วาจะแกไขทั้งฉบับโดยไมแตะ หมวด ๑ หมวด ๒ ยังไมทันถามประชาชนเลยทานประธาน กลัวอะไรกันแลวครับ คือวันนี้ เราจะมาตั้งคำถามประชามติกันกอน เพราะฉะนั้นผมยืนยันชัดเจนนะครับทานประธานวา คำถามประชามติตองเปดกวาง เพราะฉะนั้นในคณะกรรมาธิการนั้นผมฝากฝงจริง ๆ ทานประธานวา คำถามประชามติควรจะตรงไปตรงมา แลวก็เปดกวางไปเลยเหมือนที่ ภาคประชาชนยื่นเสนอรายชื่อเขามาตอรัฐสภา นี่เปนสวนสำคัญมากครับ และสิ่งตอมาก็คือในสวนของ พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ มาตรา ๑๔ วรรคสาม เขียนแบบนี้ทานประธาน เปนการจำกัดสิทธิเสรีภาพการแสดง ความคิดเห็นตอการเผยแพรขอมูล ตรงนี้มีปญหาตั้งแตป ๒๕๕๙ แลว ถูกอุมกันมาแลว ตอนที่ยังไมมีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ อันนี้ก็ตองฝากกรรมาธิการวาควรจะเปดกวาง เพราะวาอะไร วันนี้กรรมาธิการควรจะเสนอแบบนี้เลยครับทานประธาน วาควรจะมีเวที สาธารณะกอนการทำประชามติโดยไมชี้วาซายหรือขวา แตตองเปดใหองคความรู กับพี่นองประชาชนวาถาเลือก A เลือก B จะไดอะไรเกิดขึ้น นี่เปนสวนสำคัญที่ฝากทาง กรรมาธิการนั้นควรจะตองแกไขในสวนตรงนี้ใหชัดเจนเพื่อเปดสิทธิเสรีภาพใหกับพี่นอง ประชาชน และสิ่งตรงนี้ครับทานประธานมันเชื่อมไปตอถึงอะไร มันไปถึงคำถามพวง ทานประธานผมจะชี้ใหดูวาคำถามพวงป ๒๕๕๙ มันเกิดปญหาอะไร ผมอานใหพี่นอง ประชาชน แลวก็ทานประธานฟงชา ๆ ชัด ๆ เลยครับ ทานเห็นชอบหรือไมวาเพื่อใหเกิด การปฏิรูปประเทศ เกิดความตอเนื่องตอแผนยุทธศาสตรชาติ สมควรกำหนดไวในบทเฉพาะกาล วาในระหวาง นี่นะครับ ๕ ปแรกนับแตวันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ใหที่ประชุม รวมกันของรัฐสภาเปนผูพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรไดรับแตงตั้งเปน นายกรัฐมนตรี ผมถามพี่นองประชาชนตาดำ ๆ อานหนอยครับวา โอโฮ อันนี้รูไดอยางไรวา มี สว. จะมาเลือกนายก มันบอกตอนไหน อันนี้มันสอดไสชัด ๆ ยิ่งกวายูโรคัสตารดเคกอีก ทานประธาน อันนี้คือสิ่งสำคัญที่คำถามพวงแบบนี้นี่ใชไมไดเลย วันนี้ตองฝากกรรมาธิการ จริง ๆ ที่จะตั้งขึ้นมา ผมรูสิครับวาวันนี้รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ทุกคนก็อยากแกไข แตแกไขอยางไรละใหประชาชนไดผลประโยชนสูงสุด แตจะแกไขอยางไรละใหภาคประชาชน รูสึกวาเขาเปนอำนาจที่สูงสุดในประเทศไทย เพราะฉะนั้นทายที่สุดแลวทานประธาน คำถาม พวงเปนวาระสำคัญอีก ๑ อยางมาก ที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสรางกฎหมายสูงสุดของประเทศนี้ และทายที่สุดครับทานประธาน วันนี้ทุกพรรคก็ตองการแกไขรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ผมก็หวังวาจริง ๆ วาทายที่สุดคำถามประชามติจะเปดกวางและตรงไปตรงมา ใหประชาชน ผูทรงอำนาจสูงสุดเปนคนตัดสิน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปทานกันตพงษ ประยูรศักดิ์ เชิญครับ🔗
เรียนทานประธาน ที่เคารพ ผม อ.เอท กันตพงษ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขต เขตมีนบุรี สะพานสูง วันนี้ขอรวมอภิปรายเรื่องของ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวของกับประชามตินะครับ ประชามติ ภาษาอังกฤษเรียกวา Referendum หรืออีกคำหนึ่งเราเรียกวา Public Vote ถาเกิด เอารวม ๆ กันหลายตัวนี้มันจะยาว วันนี้ อ.เอท ขอใชคำสั้น ๆ ครับ คือคำวา Vote ซึ่งก็ แปลวาการออกเสียงนะครับ ๔ ตัวอักษรครับ VOTE ขออนุญาตเริ่มเลยครับ🔗
ตัวแรก คือตัว V V ในที่นี้คือคำวา Vital Vital แปลวา ความสำคัญ อ.เอท ขอเนนที่มาตรา ๑๑ คำถามควรจะเนนวามันมีความสำคัญมากนอยแคไหนครับ ที่ผาน ๆ มา คำถามเมื่อสักครูนี้ สส. ปูอัดไดพูดไปแลวชัดเจนครับวา คำถามที่เปนคำถามพวงไมควร เกิดขึ้น และคำถามที่ไมควรใชกับประชามติก็เกี่ยวกับเรื่องของการเงิน เกี่ยวกับเรื่องของ สนธิสัญญาตาง ๆ ระหวางไทยกับประเทศอื่น แลวก็เปนคำถามที่เกี่ยวของกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ไมควรถามครับ ทีนี้ถาเปนคำถามทั่ว ๆ ไปเราก็ถามไดและควรจะเปนคำถามที่งาย ๆ ไมควรที่จะพวง เนื่องจากอะไรครับ ป ๒๕๕๙ ชัดเจนครับ คำถามมีพวงใชไหมครับ เมื่อสักครูนี้ และตองไมโนมนาวนะครับ มีการโนมนาว เพื่อเปนการทำตามยุทธศาสตรชาติ จึงจำเปนตองมีคณะรัฐสภา ก็คือพูดงาย ๆ สว. กับ สส. มาชวย เลือกใครครับ เลือกนายกรัฐมนตรี เลยเปนที่มาของสิ่งที่เรากำลังแกกันอยูในปจจุบัน เพราะฉะนั้น ตัวแรกคือตัว V Vital คำถามตามมาตรา ๑๑ ควรจะงาย ๆ Make it Simple ทำใหงาย ๆ เขาไวนะครับ🔗
ตัวที่ ๒ คือตัว O O คืออะไรครับ O คือ Open Opportunity หรือ เปดโอกาสใหพี่นองประชาชน อันนี้ตามมาตรา ๑๖ ชัดเจนมากครับ เราตองเปดโอกาส ใหพี่นองเขามามีสวนรวมในการที่จะทำประชามติ แตที่ผานมาในป ๒๕๕๙ เชนกัน เราก็จะ เห็นวาคนที่เห็นตางจากเราอาจจะโดนเขาคุกบาง โดนจับบาง นี่คือสิ่งที่ไมควรจะเกิดขึ้น ในผืนแผนดินบานเราถูกไหมครับ นี่คือตัวที่ ๒ คือตัว O ควรที่จะใหโอกาสเขา บางครั้งคำวา มายาคติ หรือคำพูดบางอยางครับ รับไปกอนแกทีหลัง สุดทายก็แกไมได ก็ผิดตาม มาตรา ๖๘/๑ สุดทายก็ไมมีการทำไดอยูดีนะครับ หรือแลว ๆ ไป เดี๋ยวคอยวากัน อันนี้ ไมควรที่จะมีขึ้นในประเทศไทยของเรา นี่คือตัวที่ ๒ ครับ ตัว O🔗
ตอมาเปนตัว T T คืออะไรครับ T คือ Timeline หรือเวลา วันนี้ขออนุญาต เลาครูเดียวครับวา Timeline ของประชามติมีมาตั้งแตป ๒๔๙๒ ครับ ณ ปจจุบันนี้ ๗๕ ป ก็พอ ๆ กับเรามีรัฐธรรมนูญนะครับเรามีประมาณเกือบ ๆ ๙๐ ปนะครับ ฉะนั้น ๗๕ ป ถามวาตั้งแตป ๒๔๙๒ มาถึงปจจุบันนี้เราเคยมีการทำประชามติทั้งหมดกี่ครั้ง คำตอบ ๒ ครั้ง ก็คือป ๒๕๔๙ ๑ ครั้ง แลวก็ป ๒๕๕๙ ๑ ครั้งครับ ในชวงป ๒๕๔๙ เรามีการทำรัฐประหาร เลยจำเปนตองมีการทำประชามติ แลวก็ทำแบบ Single Majority ดวย ก็หมายความวา อยางไรครับ ก็คือครั้งเดียวล็อกเดียว ผาน พูดงาย ๆ ขออนุญาตใชคำงาย ๆ ครับ คือ ๑ ล็อก เกิน ๕๐ เปอรเซ็นต ก็ผานไดเลยทันที พอป ๒๕๔๙ ผานไป ป ๒๕๕๒ ก็เปลี่ยน พ.ร.บ. มาอีกครับ ก็บอกวาตองเปนแบบ Double หรือเปนการล็อก ๒ ชั้น แตก็ไมมีการทำ ประชามติในชวงนั้น พอป ๒๕๕๗ เกิดรัฐประหาร เปลี่ยนรัฐธรรมนูญอีก เปลี่ยนปุบ ในป ๒๕๕๙ มีการทำประชามติ ก็เปนการปรับมาเปน ๑ ล็อกอีก ก็คือ Single Majority ทานเห็นไหมครับวามีการปรับไปปรับมา เสร็จหลังจากป ๒๕๕๙ ครับ พอมาป ๒๕๖๔ ก็เปลี่ยนมาเปนแบบ Double Majority ก็คือเปนการทำแบบ ๒ ชั้นขึ้นมาอีก มันก็เลยมา เปนที่มาของวันนี้ ป ๒๕๖๗ ตกลงเราจะเปลี่ยนกี่ชั้นกันแน อ.เอท สวนตัวไมไดมีความเห็นที่ ตอตานกับ Double Majority เพราะอะไร เพื่อน ๆ หลายทานพูดไปเยอะมากแลววา Double Majority นอกจากจะเปนเรื่องที่สำคัญแลว เรื่องทองถิ่นก็เปนสิ่งที่สำคัญ เชน สมมุตินะครับ เราจะทำการบางอยาง ขุดถนน หรือทำเขื่อนผานจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง หรือที่ใดที่หนึ่ง ก็ควรจะใหคนทองถิ่นเขามามีสวนรวม ถาเกิดเปนมากกวา ๕๐ เปอรเซ็นต และเห็นดวยแบบ Double Majority หรือกึ่งหนึ่ง ๒ ชั้น หรือล็อก ๒ ชั้น ก็เปนสิ่งที่ดี แตในที่นี้เรากำลังทำประชามติ ตองงาย ๆ เขาไว ใหคนเขาใจ ในฐานะที่ อ.เอท ก็เปนคุณครู เราอยากจะใหนักเรียนหรือทุกคนเขาใจแบบงาย ๆ🔗
และตัวสุดทายครับ VOTE ตัว E สุดทายครับ คือคำวา Empower Empower คืออะไรครับ Empower แปลวา คืนอำนาจ คืนอำนาจใหกับประชาชน ใหเขาไดมีสิทธิในการที่จะเลือก หรือในการที่จะใหความเห็นในประเทศของเขาถูกไหมครับ เพราะปจจุบันนี้การที่เราจะคืนอำนาจใหเขา มันมีการทำแบบเดียวนั่นเอง ก็คือการเลือกตั้ง ซึ่งที่ผานมาถาเราจะเปลี่ยน ที่เรามาคุยประชามติวันนี้เพราะอะไรครับ เพราะเราตองการ ที่จะไดรัฐธรรมนูญใหมถูกไหมครับ ซึ่งการที่จะไดรัฐธรรมนูญใหมตองมีการทำประชามติ อยางนอย ๆ ก็ ๓ ครั้งที่เราไปดูมาตามรัฐธรรมนูญใชไหมครับ ครั้งแรกก็คือ เอา ไมเอา ครั้งที่ ๒ ก็คือ ถาเกิดมีการผานรางของ ๒๕๖ แกไขเสร็จปุบ ผานเสร็จก็ตองถามอีกรอบ แลวครั้งที่ ๓ ก็คืออะไรครับ มีรางของ สสร. ทำขึ้นมา ก็ตองมาโหวตกันใหม เพราะฉะนั้น ๓ รอบนี้แคเห็นดวย ไมเห็นดวย แคนั้นเองครับ ไมจำเปนตองมีคำถามอะไรพวงมาใหพี่นอง เขาสับสนในการทำประชามตินะครับ และนี่คือ VOTE🔗
สุดทายครับ สุดทาย อ.เอท อยากที่จะเห็นประชามติ คือการคืนสิทธิ คืนเสียงใหกับประชาชน ไมใชแคพิธีกรรม เพื่อมาสืบทอดอำนาจของใครบางคนอีกตอไป ขอบพระคุณครับ Respect🔗
ขอบคุณครับ ตอไปทานจำลอง ภูนวนทา เชิญครับ🔗
กราบเรียนทานประธาน สภาผูแทนราษฎรที่เคารพ กระผม จำลอง ภูนวนทา สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัด กาฬสินธุ เขต ๓ หวยเม็ก หนองกุงศรี ทาคันโท ดวยความเคารพทานประธาน ผมเปนหนึ่ง คนที่เฝาติดตามการแกรัฐธรรมนูญ เปนหนึ่งคนที่เวียนวายอยูแถวสภา แตไมใชในฐานะ ผูแทนราษฎรนะครับ ตั้งแตป ๒๕๒๓ ในฐานะสื่อฝกหัด ทานประธานครับ การทำประชามติ มีมาหลายยุคหลายสมัย ผมจะไมเทาความถึงเรื่องเกา ๆ ที่ผานมา จะขอพูดในประเด็น ที่ไมเหมือนเพื่อน ๆ สมาชิกที่อภิปรายไปแลวนะครับ ไมเหมือนเลยครับ ทานประธานครับ การเมืองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขนั้น ในระบอบ ประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญตองออกมาเพื่อประชาชน โดยประชาชน และเปนของประชาชน การทำประชามติทุกครั้งที่ผมไดสัมผัสนะครับ รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๔๐ ป ๒๕๕๐ ป ๒๕๖๐ เราไดอะไรครับทานประธาน ทำประชามติแลวไดอะไร ถามวาผมคัดคานไหม ผมไมคัดคานครับ ผมยอมรับเสียงขางมาก Majority วาเอาอยางไร ผมเอาดวย ใหความเคารพครับ แตผมอยากจะกราบเรียนถามทานประธานดวยความเคารพวา ทำแลวไดอะไร ถึงวันหนึ่งมีรัฐธรรมนูญออกมาแลวเปนอยางไรครับทานประธาน กี่ฉบับแลว ฉีกแลวฉีกเลา สำหรับผมความคิดสวนตัวในฐานะเปนนักรัฐศาสตรดวย แลวก็อานกฎหมายได ดูกฎหมายเปน สรรพสิ่งเกี่ยวกับบริบทของรัฐธรรมนูญไทยนั้นจะมาจากประชาชน หรือมาจากสมาชิกสภาผูแทนราษฎรโดยผานความเห็นชอบจากสภาอันทรงเกียรติแหงนี้ จะวิเศษวิโสแคไหนก็ตาม โดยสวนตัวผมแลวผมมองวาความสำคัญที่สุดของรัฐธรรมนูญไทย ของการแกไขรัฐธรรมนูญ ของการทำประชามติ ผมก็อยากฝากถึงกรรมาธิการที่จะมีขึ้น ทานจะใสขอมูลหรือใสองคความรูตรงไหนลงไปใหประชาชนไดเขาใจวาเจตจำนงรวมที่ มอบใหกับบริบทของสังคมไทยไปนั้นจะไมถูกฉีก และเราจะยอมรับนอมรับ และจะปองกัน เจตจำนงรวมที่มอบใหกับสังคมไทยไปอยางไร เชนยกตัวอยาง มีการฉีกรัฐธรรมนูญ ผูที่ออกเสียงประชามติ จะ Action อยางไร จะแสดงทาทีอยางไรกับการกระทำนั้น นี่คือ เรื่องสำคัญที่สุดของการแกรัฐธรรมนูญ สำหรับผมแลวรัฐธรรมนูญจะมาแบบไหน จะอยางไร ที่ผมกราบเรียนทานประธานก็คือวา มันผานประชามติมาเกือบทุกฉบับ หรือวาเกือบทุกฉบับ เลยก็วาไดครับ แตก็ถูกฉีก ไมวาจะเปนป ๒๕๔๐ ป ๒๕๕๐ ป ๒๕๖๐ แลวก็ขอแตะเรื่องที่ กำลังจะผานไปนะครับ การเลือกตั้ง สว. ผูสมัคร สมัครเขาไปเพื่อเลือกเพื่อนเปน สว. ก็เปน เรื่องแปลก แตวาก็ไมเปนไรในเมื่อกฎหมายเขียนไวอยางไรก็ตองยอมรับในบริบทหรือ ในกฎกติกาที่เขารวมกัน และวันนี้ผมในฐานะที่เปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรภายใตกฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. ๒๕๖๐ เขารวมกติกานี้ และทานสมาชิกทุกคนที่นั่งในหองนี้ก็มา บนกติกาเดียวกัน ผมถึงกราบเรียนทานประธานในตอนตนวา เรามีความสำคัญอยางไร ตองทำประชามติ แลวก็เรียนทานประธานตอไปวา ผมไมขัดของที่จะนอมรับเสียงขางมาก และไมขัดแยงวาไมเห็นดวย ผมยอมรับทั้ง ๔ ราง โดยเฉพาะทานอาจารยชูศักดิ์ ซึ่งเปนอาจารยของกระผมเอง แตไมใชวาเห็นดวยเพราะวาเปนอาจารยนะครับ เห็นดวย เพราะวาในเนื้อหาสาระที่ผมไดศึกษาแลว ไดอานแลวจากที่ทางสภาไดสงไป เพราะฉะนั้น ประเทศไทยปกครองดวยสถาบันหลักของชาติจะตองไมถูกแตะ ไมวาจะเปน สถาบัน พระมหากษัตริยซึ่งผมใหความเคารพยำเกรงและศรัทธามาตั้งแตเกิด เพราะฉะนั้น ผมอยากจะฝากทานกรรมาธิการถาหากจะทำรางประชามติ ไดโปรดนะครับ อยาเสี่ยงในหมวด ๑ หมวด ๒ เพราะประเทศไทยเปนรัฐเดี่ยวนะครับ แบงแยกไมไดครับ ทานประธานครับ บริบท ของสังคมไทยที่ผานมาขาดจิตสำนึกครับทานประธาน เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะยอนไปถึง ผูที่รับผิดชอบดวยการกลอมเกลาบุคลากรของชาติ คือ กระทรวงศึกษาธิการครับ กอนที่จะทำ ประชามติตองใชเวลานาน ตองสรางจิตสำนึก เด็กตองไมกาวราว เคารพสิทธิคนอื่น แลวก็ นอมรับฟงความคิดเห็นคนอื่น อยางผมถามวา ผมเห็นดวยไหมกับรางประชามติ ผมเห็นดวย แตผมมีคำถามทานประธาน นิดเดียววา เราจะปองกันการฉีกรัฐธรรมนูญไดอยางไร สำหรับผมแลวผมนำเสนอทาน ประธานไปแลว เสนอแนวความคิดของผมไปแลววา เราควรจะสรางจิตสำนึกใหผูออกเสียง ประชามติวา หากแกรัฐธรรมนูญแลว มีการฉีกรัฐธรรมนูญ เราตองออกมาตอสูไมใหมีการฉีก รัฐธรรมนูญ ทานประธานครับ พูดถึงเรื่องการปฏิวัติรัฐประหาร ผมคนหนึ่งที่ไมเห็นดวย แตความเปนชาติบานเมือง ความรักชาติรักสถาบันมาอันดับหนึ่ง และอยากเห็นชาติไทย มีอัตลักษณของชาติที่มั่นคง เพราะฉะนั้นสรุปสุดทายนะครับทานประธาน ผมเห็นดวย รางประชามติทั้ง ๔ ราง ทั้งของ ครม. ของทานอาจารยชูศักดิ์ ของพรรคภูมิใจไทยและของ พรรคกาวไกล แตผมฝากทานประธานอยูเรื่องเดียว คือเรื่องจิตสำนึกและการปองกัน ประชามติที่ออกมาแลวไมถูกฉีกอีก ถาถูกฉีกอีกเราทุกคนตองรวมกัน จับมือกันเดินแลวสู เพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยใหมั่นคงครับ ขอบคุณครับทานประธาน🔗
ขอบคุณครับอีก ๒ ทานนะครับ ทานแรกทานสรวีย ศุภปณิตา ทานที่ ๒ ทานฉัตร สุภัทร วณิชย เชิญทานสรวีย ศุภปณิตา เชิญครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสรวีย ศุภปณิตา ผูแทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคกาวไกล เขต ๑ วันนี้ ขออภิปรายสนับสนุนรางพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประชามติ ทั้ง ๔ ฉบับ โดยเฉพาะฉบับ ของทานพริษฐแหงพรรคกาวไกลครับ ประชามติตองทำเพื่อประโยชนสุขของพี่นอง ประชาชน และเปนความหวังของพี่นองประชาชนโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ไดรับขาวสาร ที่ตรงไปตรงมาเพื่อพี่นองประชาชนไดตัดสินใจลงมติเปนแบบมีความหวังและมิไดถูกหลอก ใหตัดสินใจ ยกตัวอยาง เมื่อกอนจะประกาศใชรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ประชาชนเสียง สวนใหญแตกออกเปน ๒ ฝาย ฝายที่คัดคานไมเห็นดวย แสดงประชามติโดยวิพากษวิจารณ ไมได ถูกปดกั้น แตฝายที่สนับสนุนไดอภิปรายสงเสริมกันอยางกวางขวาง อันนี้เปนสิ่งที่ตอง ทำใหเปนกลางและถูกตองชอบธรรมตามเจตนารมณของพี่นองประชาชนเปนเสียง สวนใหญ และประชาชนผูมีสิทธิออกเสียงไดแสดงความคิดเห็นกันในรัฐธรรมนูญตั้งแต รัฐปราบปรามไมใหแสดงความคิดเห็น สวนฝายสนับสนุนรัฐก็ปลอยอยางที่วาไวนะครับ รางแกไขฉบับนี้มีกำหนดใหวัน เวลาที่เหมาะสม เชน มาตรา ๙ ของรางพระราชบัญญัตินี้ กำหนดใหระยะเวลาอันสมควรไมเร็วกวา ๙๐ วัน และไมชากวา ๑๒๐ วัน นับแตวันที่ไดรับ แจงจากประธานรัฐสภาหรือวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ แลวแตกรณี และมาตรา ๙ แหง พระราชบัญญัติดังกลาวนี้ไดแกไขไปในทางบัญญัติใหคณะรัฐมนตรีอาจจะกำหนดให ออกเสียงไดแตกตางจากกฎเกณฑได เชน ตองไมเร็วกวา ๖๐ วัน และไมชากวา ๑๘๐ วัน นับแตวันที่ไดรับแจงจากประธานรัฐสภาหรือคณะรัฐมนตรี แลวแตกรณี รางพระราชบัญญัติ ฉบับแกไขนี้ไดวางกรอบการใชงบประมาณอยางคุมคาตอภาษีของราษฎร คือกำหนดให ออกเสียงประชามติวันเดียวกับเลือกตั้งใด ๆ ก็ได โดยที่ไมตองสิ้นเปลืองงบประมาณซ้ำซอน และรางพระราชบัญญัติฉบับนี้ของพรรคกาวไกลเปดโอกาสใหประชาชนไดเขาชื่อกัน ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ เพื่อเสนอประชามติทางสื่ออิเล็กทรอนิกสไดดวยครับ ประเด็นกฎหมาย ที่เปนธรรมและประเทศตองเดินไปขางหนาโดยไมติดขัด ก็คือแกกติกาเรื่องเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ถึง ๒ ชั้นครับ Double Majority ไมเหมาะกับประเทศไทยครับ ควรใชเปนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ชั้นเดียว ประเทศจะไดเจริญไปขางหนาและเจริญยั่งยืนมั่นคงไมติดขัดครับ เนื่องจาก กฎหมายลงประชามติเดิมนั้นใหออกเสียงตองลงมติถึง ๒ ชั้น ตองเกินกึ่งหนึ่งของผูมี สิทธิออกเสียง แลวยังตองเกินกึ่งหนึ่งของผูมาใชสิทธิ เปนเสมือนรอนสิทธิของผูที่มีสิทธิ ตามกฎหมายในการออกเสียงนี้เปนการถวงความเจริญของชาติ จึงเห็นควรใหเกิน กึ่งหนึ่งของผูมาใชสิทธิออกเสียงเพียงชั้นเดียวนั้นชอบแลว และตองใหประชาชนไดรับ ขาวสารเผยแพรขอเท็จจริงที่เปนกลางในเรื่องที่จะออกเสียงประชามตินั้นตามเจตนารมณ ของพี่นองประชาชนครับ ไมเผยแพรขาวสารไปในลักษณะชี้นำใหลงคะแนนไปในทางที่ รัฐบาลตองการเพียงฝายเดียว ดังเชนที่ยกตัวอยางในป ๒๕๖๐ เรื่องรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ที่ใหประชาชนรับไปกอน แลวแกไขทีหลัง เห็นไหมครับวาขณะนี้แกไขยากลำบาก แคไหน เพื่อประโยชนสุขของพี่นองประชาชน และประโยชนอันสูงสุดของการบริหารราชการ แผนดิน จึงเห็นสมควรใหแกไขพระราชบัญญัติลงมตินี้ตามรางของทั้ง ๔ ฉบับ โดยเฉพาะ พรรคกาวไกล เห็นควรใหสนับสนุนรางนี้ ขอบคุณครับ ทานประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปทานฉัตร สุภัทรวณิชย เชิญครับ🔗
เรียนทานประธานที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกทุกทานครับ กระผม ฉัตร สุภัทรวณิชย ผูแทนราษฎรนครราชสีมา เขต ๑ แมยาโม พรรคกาวไกล วันนี้ผมมีความตั้งใจอยางยิ่งที่จะรวมอภิปรายสนับสนุนการยื่นราง พระราชบัญญัติประชามติเขาสูสภาผูแทนราษฎร การยื่นรางพระราชบัญญัติประชามตินี้ พรรคกาวไกลไดยื่นเพื่อเสนอใหมีการปรับปรุงกติกาขอบังคับการออกเสียงประชามติ ใหมีความเปนธรรม อำนวยความสะดวกใหประชาชนไดใชสิทธิออกเสียงประชามติไดสะดวก มีประสิทธิภาพและเขากับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น ทุกทานทราบไหมวาการลงประชามติ มีความสำคัญอยางไร การลงประชามติเปนกระบวนการที่เปดโอกาสใหประชาชนมีสวนรวม ในการตัดสินใจเกี่ยวกับประเด็นสำคัญ ๆ ของประเทศ โดยในกระบวนการลงประชามติ ควรเปนไปอยางโปรงใส ยุติธรรม และมีการสนับสนุนใหประชาชนเขาถึงขอมูลอยางทั่วถึง เพื่อใหพวกเขาสามารถตัดสินใจอยางมีเหตุผลและมีประสิทธิภาพ มีหลายประการ ที่พรรคกาวไกลไดเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ ผมขออนุญาตทานประธานหยิบยก ประเด็นที่นาสนใจที่เปนประโยชนตอพี่นองประชาชน โดยเฉพาะอยางยิ่งเรื่องการมีสวนรวม ของประชาชนมาสัก ๓ ประเด็น ดังตอไปนี้🔗
ประเด็นแรกเลยแนนอนเปนเรื่องของ Double Majority รางพระราชบัญญัติ ประชามติของพรรคกาวไกลฉบับนี้ไดเห็นถึงความสำคัญของการลงคะแนนเสียง โดยไดเสนอ ใหมีการปรับแกกติกาในเรื่องของการผานประชามติ ใหประชามติถือวาผานตอเมื่อมีเสียง ของผูลงคะแนนเกิน ๕๐ เปอรเซ็นตของผูมาใชสิทธิ ขีดเสนใตคำวา ของผูมาใชสิทธิ เพื่อเคารพตอเสียงของผูมีสวนรวมในการลงคะแนนประชามติเปนสำคัญ เพื่อนสมาชิก หลายคนไดพูดถึงเรื่อง Double Majority Single Majority ผมเองก็มีความเห็นวาหากเราเอา Double Majority ออกไปนั้น จะยิ่งเปนการเพิ่มการมีสวนรวมของพี่นองประชาชน ใหคนได ออกมาใชสิทธิ มาแสดงเสียงของเขา ไมวาเห็นดวย หรือไมเห็นดวย หรือจะงดออกเสียง แตตองมารวมกันแสดงประชามติ มาออกเสียงของเขาครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องการกำหนดเขตออกเสียงประชามติ การลงประชามติ ตองการใหประชาชนผูมีสวนไดสวนเสียโดยตรงมีสวนรวมและไดรับความสะดวกทั่วถึงในการ ลงประชามติมากที่สุด จึงสนับสนุนใหการปรับแกใหมีการกำหนดเขตออกเสียงประชามติใหม จากเดิมที่มีแคเขตจังหวัดเพียงอยางเดียว เปนการกำหนดใหมีเขตออกเสียงในเขตประเทศ เขตจังหวัด เขตอำเภอ เขตตำบล เขตหมูบาน หรือเขตอื่น ๆ ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข กกต. กำหนด เพื่อสงเสริมใหการเขาถึงประชาชนไดอยางทั่วถึงในทุกพื้นที่ ประชาชนทุกคนมีสวนรวม🔗
และประเด็นที่ ๓ การเสนอเขาชื่อ การเสนอคำถามประชามติชองทาง Online ทานอยากใหพี่นองประชาชนมีสวนรวมมากยิ่งขึ้นไหมครับ ในสังคมปจจุบันชองทาง Online เปนชองทางที่ประชาชนสามารถเขาถึงขอมูลไดอยางแพรหลาย ครอบคลุม แลวก็รวดเร็ว ดังนั้นการเชิญชวนพี่นองประชาชนรวมการเขาชื่อ การเสนอคำถาม การลงประชามติผานชองทาง Online จึงเปนชองทางที่สะดวกและรวดเร็วตอประชาชน พรรคกาวไกลจึงสนับสนุนใหมี การลงประชามติผานชองทาง Online ได และสิ่งสำคัญที่สุดในการลงประชามติ คือการที่ ประชาชนไดมีสวนรวมในการตัดสินใจ พรรคกาวไกลเห็นความสำคัญของหลักการการมีสวนรวม ของประชาชน ผมไดไปเก็บรวบรวมขอมูลที่จะมีประโยชนและอยากจะนำเสนอตอสภาแหงนี้ ในกระบวนการลงประชามตินะครับ เราควรจะสนับสนุนให🔗
ประการแรกเลยครับ การใหขอมูลที่ถูกตองและเปนกลาง ประชาชนควร ไดรับขอมูลที่ถูกตองครบถวนและเปนกลางจากทุกฝายที่เกี่ยวของ ไมวาจะเปนจากรัฐบาล ฝายสนับสนุน หรือฝายคัดคาน การใหขอมูลนี้ควรรวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ทั้งในทางบวกและทางลบ เพื่อใหประชาชนสามารถพิจารณาไดอยางรอบคอบถี่ถวน และครบถวนรอบดาน🔗
ประการที่ ๒ การเขาถึงขอมูลอยางทั่วถึง ในสังคมปจจุบันการสื่อสาร เปนไปไดอยางรวดเร็วและหลากหลาย ดังนั้น การสื่อสารที่ดีควรมีหลากหลายชองทาง เชน สื่อ Online วิทยุ โทรทัศน และสื่อสิ่งพิมพ เพื่อใหขอมูลเขาถึงประชาชนทุกกลุม ไมวาจะเปนในเมืองหรือในชนบท ไมวาจะเปนที่ไหนหรือเวลาใด ควรมีการเปดเวทีสาธารณะ เสวนาใหประชาชนในชุมชนมีสวนรวมมากยิ่งขึ้น รับรูขอมูลทั่วถึงมากยิ่งขึ้นครับ🔗
ประการที่ ๓ ความชัดเจนในประเด็นที่ลงประชามติครับ คำถามหรือประเด็น ที่ประชาชนตองลงคะแนนควรมีความชัดเจน เขาใจงายและไมซับซอน เพื่อใหประชาชน สามารถเขาใจไดโดยงายและตัดสินใจไดอยางมีเหตุผล🔗
ประการที่ ๔ สำคัญมากครับ การสงเสริมการมีสวนรวมอยางเทาเทียม รัฐบาลและองคกรที่เกี่ยวของควรสงเสริมใหประชาชนทุกกลุม ทุกเพศ ทุกวัย และทุกชนชั้น มีสวนรวมในการลงประชามติอยางทั่วถึง ทั้งยังอำนวยความสะดวกในการลงคะแนน เชน การเปดหนวยเลือกตั้งในหลาย ๆ ที่ การอนุญาตใหลงคะแนนผานไปรษณีย และแนนอน โดยเฉพาะอยางยิ่งในชองทาง Online🔗
ประการที่ ๕ การรณรงคและอภิปรายที่เปนธรรม ทั้งฝายที่สนับสนุน และฝายที่คัดคานควรมีโอกาสที่เทาเทียมในการรณรงคและเสนอความคิดเห็น ควรมีกฎเกณฑที่ชัดเจนในการรณรงค เพื่อปองกันการใชทรัพยากรอยางไมเปนธรรมและ การกระทำที่ไมโปรงใส🔗
ประการที่ ๖ การปองกันการแทรกแซงจากภายนอก นอกจากการรณรงคแลว ควรมีมาตรการในการปองกันการแทรกแซงจากภายนอกที่อาจมีผลตอการตัดสินใจของ ประชาชน เชน การใชขอมูลบิดเบือน หรือการแทรกแซงผานสื่อสังคม Online🔗
ประการที่ ๗ การสนับสนุนทางกฎหมายและการจัดการที่เหมาะสม ควรมีกฎหมายและระเบียบ ขอบังคับที่สนับสนุนการจัดการประชามติอยางโปรงใส และยุติธรรม การจัดการประชามติควรเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ ทั้งในดานการจัดการ การลงคะแนน การนับคะแนน และการประกาศผล🔗
สุดทายแลว ประการที่ ๘ การนับคะแนนและประกาศผลอยางโปรงใส🔗
ดังนั้น เพื่อเปนการสนับสนุนใหประชาชนไดมีสวนรวมการลงประชามติ อยางทั่วถึงยุติธรรมและมีประสิทธิภาพ ทันสมัย กระผม ฉัตร สุภัทรวณิชย ผูแทนราษฎร นครราชสีมา เขต ๑ หนายาโม พรรคกาวไกล จึงขอเสนอรางประชามติฉบับพรรคกาวไกลนี้ เพื่อประโยชนตอพี่นองประชาชนไดเขาถึงการลงประชามติที่เปนธรรม มีประสิทธิภาพ ทันสมัย เขาถึงงายเพื่อเสริมสรางความมั่นใจในกระบวนการประชาธิปไตย และชวยให ผลลัพธที่ไดมีความชอบธรรมและเปนที่ยอมรับของทุกฝาย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปทานนิคม บุญวิเศษ เชิญครับ🔗
กราบเรียนทานประธานสภา ผูแทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีเปนผูเสนอ รองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล กับคณะ สส. พรรคเพื่อไทย เปนผูเสนอ และเพื่อนสมาชิกพรรคกาวไกล และพรรคภูมิใจไทย ทั้ง ๔ ราง กระผมขอสนับสนุนครับ กระผมเห็นวาการออกเสียงประชามติเปนการคืนอำนาจ อธิปไตยใหกับพี่นองประชาชน ใหประชาชนทุกคนมีสิทธิในการกำหนดทิศทางประเทศ ในการที่เราจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ซึ่งเราไมแตะหมวด ๑ หมวด ๒ อันนี้คือชัดเจนทาน ประธานครับ รัฐธรรมนูญจะตองเปนของประชาชน ประชาชนเปนผูมีอำนาจ ประชาชนยอม เปนผูมีสิทธิออกเสียงประชามติวาเราสมควรจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม การออกเสียงประชามติควรจะทำงาย ๆ ทานประธานครับ การใชอำนาจอธิปไตยควรงาย ๆ ไมควรมีอุปสรรคเรื่องเวลา อุปสรรคเรื่องคาใชจาย การกำหนดทิศทางการประชามติ ในรัฐธรรมนูญที่กำหนดไวคอนขางจะยุงยากซับซอน อาจทำใหการประชามติไมประสบ ความสำเร็จ เสียเวลา เปลืองงบประมาณเปลา ๆ เราจึงเห็นควรวาจะมีการแกไข ในมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ เพื่ออะไรครับ เพื่อใหการออกเสียง ประชามติผานและเราทุกคนจะไดรัฐธรรมมนูญฉบับใหมซึ่งเปนฉบับของประชาชน การออกเสียงประชามตินั้นควรกำหนดใหสามารถกำหนดวันออกเสียงประชามติได รวมกับ วันเลือกตั้งทองถิ่น เลือกตั้งซอม หรือเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร เพื่อประหยัด คาใชจาย ประหยัดเวลา แลวที่สำคัญการออกเสียงประชามติ ควรออกเสียงไดหลากหลายวิธี ทางไปรษณีย ทาง Online ทาง Social หรือทางอื่น ๆ ทานประธาน เพื่อใหความสะดวกกับ พี่นองประชาชน เปนการจูงใจใหประชาชนที่เขาไมสามารถมาออกเสียงประชามติ ไมสามารถเดินมาคูหาได เพราะหลายคนเขาอยากจะออกเสียงครับ แตมีความจำเปนทาง รางกาย สุขภาพ ผูปวยติดเตียง ผูปวยหนัก หรือคนที่มีธุระจำเปนจริง ๆ ไมสามารถมาได แตตัวเขาเองก็อาจจะอยากออกเสียงประชามติ เห็นชอบ แตถาเราบอกวาคนที่ไมมาไป รวมกับคนที่ไมเห็นดวย ผมคิดวามันเปนเรื่องที่ไมเปนธรรม จริง ๆ แลวผมอยากจะแกไข กฎหมายดวยซ้ำวาการออกเสียงประชามติ หรือการเลือกตั้งควรจะมีแค ๒ ชอง ชองเห็นดวยกับ ชองไมเห็นดวย แตในเมื่อกฎหมายกำหนดเปน ๓ ชอง ทานประธานครับ ชองหนึ่งเห็นดวย อีกชองหนึ่งไมเห็นดวย และมีชองหนึ่งคือชองงดออกเสียง เราเอาชองงดออกเสียงไปรวมกับ ชองไมเห็นดวย กลายเปนวาคนที่งดออกเสียงซึ่งเขาอาจจะมีความเปนกลางไมสามารถ ตัดสินใจทางใดทางหนึ่งได กลับกลายเปนวาคนเหลานี้เปนคนที่ไมเห็นดวย ผมคิดวาลักษณะนี้ เปนการไมชอบธรรมกับคนที่เห็นดวย ฉะนั้นผมคิดวาเราควรจะมีวิธีการ โดยผมเห็นชอบ ที่สุดก็คือรางของรองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล คือเราเอาคะแนนที่เปนคะแนนสูงสุดใน ๓ ชอง เปนหลัก ยกตัวอยางทานประธานครับ ถามีคนมาลงคะแนนเสียง ๑๐๐ คน มีคนเห็นดวย ๔๐ คน คนที่ไมเห็นดวย ๒๐ คน และผูที่ไมออกเสียงอีก ๔๐ คน เห็นไหมครับ ฉะนั้นชองคน เห็นดวยมันอาจจะมากกวา ยกตัวอยางใหม ถาคนเห็นดวย ๔๕ คน คนไมเห็นดวย ๒๕ คน เห็นไหมครับรวมแลวเปน ๗๐ คนแลว คนงดออกเสียง ๓๐ คน ฉะนั้นคนเห็นดวยยอมชนะ แตถาเราเอา ๒ อันไปรวมกัน คือคนไมเห็นดวยกับคนงดออกเสียงก็จะทำใหประชามติฉบับนี้ มันตกไป และที่สำคัญในมาตรา ๑๓ ผมเห็นดวยเปนอยางยิ่งวาการออกเสียงประชามติ ถาเราใชวิธีการ Double Majority จะทำใหการออกเสียงประชามติคอนขางจะยาก สมมุติวา มีผูมีสิทธิออกเสียง ๔๐ ลานคน แตมาออกเสียงจริง ๆ ไมถึงกึ่งหนึ่งไมเกิน ๒๐ ลานคน ก็ทำใหประชามตินั้นตกไป ทำใหเราเสียเวลา เสียงบประมาณ ยังไมพอครับ คนที่มา ออกเสียงประชามติตองไดคะแนนเกินกึ่งหนึ่งอีก อันนี้ยิ่งยากไปใหญครับที่ผมอธิบายไปแลว เพราะชองที่ ๑ ก็คือชองเห็นดวย แตชองที่ ๒ กับชองที่ ๓ ไปรวมกัน ตรงนี้ผมไมเห็นดวย จึงมีการแกไขมาตรา ๑๓ อยากใหพี่นองประชาชนชวยกันตื่นตัวครับเพราะเปนโอกาส ที่เราจะไดมีการชวยกันทำประชามติเพื่อเห็นชอบใหมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม เพื่อกำหนดทิศทางของประเทศ เราจะไดรัฐธรรมนูญของประชาชนที่แทจริงเพื่อประเทศ เดินหนา กฎหมายใดที่ทำใหเปนกฎหมายที่ยุงยาก ซับซอน เปนกฎหมายที่กีดกันการพัฒนา ประเทศ เราก็จะไดมีการทำในรัฐธรรมนูญฉบับใหมนี้ แลวก็ขอฝากคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นนี้ชวยกัน ผมจึงเห็นชอบราง พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียง ประชามติทั้ง ๔ ฉบับที่ยื่นเขามา โดยฉบับของคณะรัฐมนตรี ฉบับของทานชูศักดิ์ ศิรินิล แลวก็เพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ พรรค ผมขอสนับสนุน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ อีก ๒ ทาน ทานแรกทานสหัสวัต คุมคง ทานที่ ๒ ทานศศินันท ธรรมนิฐินันท เชิญทานสหัสวัต คุมคง เชิญครับ🔗
เรียนทานประธานสภาที่เคารพ ผม สหัสวัต คุมคง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคกาวไกล ขอมีสวนรวมอภิปราย รางแกไข พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติ โดยเฉพาะฉบับของพรรคกาวไกลที่เสนอ โดยคุณพริษฐ วัชรสินธุ เพื่อใหเปนแนวทางในการลงมติของสภาในวันนี้ สำหรับประชามติ เปนหัวใจสำคัญอยางหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย แลวแทบจะเรียกไดวาเปนประชาธิปไตย ทางตรงที่สุดรูปแบบหนึ่งที่เรายังสามารถเห็นไดในปจจุบัน ประชามติคืออะไร ตามชื่อเลย ก็คือมติของประชาชน คือความคิดเห็นของประชาชนตอเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หัวขอใดหัวขอหนึ่ง คำถามใดคำถามหนึ่งหรือหลายหัวขอครับ หลายคำถามก็ไดเชนกัน ประชามติ ในภาษาอังกฤษเราคุนเคยกับคำวา Referendum คำนี้มีรากศัพทจากภาษาละตินชื่อวา Refare แปลตรง ๆ วา นำกลับ โดยปกติคำนี้ก็จะใสบริบทเขาไป แลวโดยบริบทแบบนี้แลว ก็คือการนำขอเสนอกลับไปถามประชาชนครับ ใหประชาชนเปนผูใหความเห็นหรือ เปนผูตัดสินก็ได และนี่คือหัวใจของประชามติครับ คือการนำคำถามหรือเรื่องที่ตองตัดสินใจ กลับไปถามประชาชน สิ่งที่ผมอยากจะกลาวในวันนี้คือเรื่องนี้ครับ เรื่องการนำกลับไปถาม ประชาชนวา จริง ๆ แลว พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติฉบับ พ.ศ. ๒๕๖๔ หรือ ฉบับปจจุบันสามารถนำเรื่องสำคัญ ๆ กลับไปถามประชาชนไดจริงหรือไม แลวเราจะแกไข เรื่องนี้อยางไร เพื่อไมใหการทำประชามติแตละครั้งเกิดความยากลำบาก ลำบากทั้ง ประชาชน ลำบากทั้งงบประมาณ แลวถาวันนี้เราแกไข พ.ร.บ. ประชามติ แลวประชาชนจะ ไดอะไรนะครับ🔗
เรื่องแรก การมีประชามติแตละครั้งนั้น สิ่งแรกที่ตองมีคือคำถามประชามติ แลวกวาจะไดมาซึ่งคำถามประชามติแตละครั้งนั้นหากมาจากคณะรัฐมนตรีหรือสภาเอง ก็ไมใชเรื่องยุงยากนักหรอกครับ แตหากคำถามนี้มาจากประชาชนนั้นกลับเปนเรื่องที่ยาก แสนยากครับ ยากอยางไรบางครับ คือทุกวันนี้หากภาคประชาชนจะเขาชื่อเพื่อเสนอคำถาม ประชามตินั้นก็ยังเปนระบบ Analog หรือใชกระดาษอยู ซึ่งฟงดูแลวก็อาจจะไมไดแปลก พิสดารอะไร ก็ไปรวบรวมรายชื่อและเอกสารตาง ๆ มาเปนกระดาษเปนสำเนา แลวเวลา สงนั้นก็ดันเอาสำเนานั้นมาทำเปน File ดิจิทัลอีกแลวจึงนำมาสงอีกทีครับ ยกตัวอยาง งาย ๆ สมมุติวาวันนี้ภาคประชาชน องคกร A ตองการจะเสนอคำถามประชามติ โดยการเขาชื่อ องคกร A ตองลารายชื่อโดยใหประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้งสงเอกสาร เปนกระดาษมาให แลวหลังจากนั้นองคกร A ตองนำเอกสารที่รวบรวมทั้งหมดนี้ไป Scan แลวจึงนำสงคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง ทุกทานงงไหมครับ ถาหากเอากระดาษทั้งหมด สงเปนกระดาษไปทั้งหมดผมก็พอเขาใจครับ แตใหเอากระดาษไป Scan แลวสงเปน File คำถามของผมคือทำไมเราไมออกแบบใหเขาชื่อผานระบบคอมพิวเตอรที่ตรวจสอบไดแทน ตอนเขาชื่อเสนอกฎหมายตาง ๆ เราก็เคยทำมาแลว แลวทำไดครับ ผมเห็นวาเรื่องนี้ ตองเปลี่ยน เปลี่ยนเพื่อจะนำเรื่องสำคัญเหลานี้กลับไปสูประชาชนใหงายขึ้น นี่คือเรื่องสำคัญ เรื่องหนึ่งที่รางของพรรคกาวไกลเราไดนำเสนอเขาไปครับ🔗
ประเด็นตอมา เมื่อมีการเสนอชื่อคำถามแลวก็คือประเด็นของคำถาม ประชามติครับ พ.ร.บ. ปจจุบันฉบับนี้มีการเขียนไวอยางกำกวมในมาตรา ๑๔ ใหตีความไดวา คำถามเปดอาจเปดใหมีคำตอบไดแคเห็นชอบหรือไมเห็นชอบ ซึ่งเปนปญหามากในปจจุบัน ขอสไลดนะครับ🔗
ยกตัวอยางคำถามประชามติที่เรากำลังจะตอง ไปลง คำถามนี้ออกมาโดยรัฐบาลถามวาทานเห็นชอบหรือไมที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมโดยไมแกไขหมวด ๑ บททั่วไป และหมวด ๒ หมวดพระมหากษัตริย ลองคิดดูดี ๆ วาคำถามนี้มีกี่คำตอบครับ คำตอบแรก ถาเราเห็นวาเขียนวาเห็นชอบแปลวาเราเห็นชอบ ใหมีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหมโดยไมแกหมวด ๑ หมวด ๒ อันนี้ไมเปนปญหาครับ แตถาตอบ ไมเห็นชอบละครับ จะแปลวาอะไรไดบางครับ ๑. อาจแปลวาไมเห็นชอบกับการแก รัฐธรรมนูญ ๒. อาจไมเห็นชอบกับการแกรัฐธรรมนูญโดยไมแกหมวด ๑ หมวด ๒ หรือ ๓. อาจไมเห็นชอบกับคำถามครับ พรรคกาวไกลเราจึงเสนอวาควรมีทางเลือกมากกวา แค Yes หรือ No เพราะคำตอบอาจมีหลากหลายมากกวานั้นหรือมีคำตอบไดมากกวา ๑ ขอ เชนในคำถามเดียวกันเราอาจจะมีคำตอบที่ ๓ วาเห็นดวยกับการแกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ หรือจะแยกเปน ๒ คำถาม เชน ทานเห็นดวยหรือไมกับการแกไขรัฐธรรมนูญและอีกคำถามหนึ่ง คือทานเห็นดวยหรือไมกับการแกทุกหมวด เวนหมวด ๑ หมวด ๒ แบบนี้ก็ไดครับ เราตองนึกถึง ความเปนไปไดที่มากขึ้น เพราะการตีกรอบใหแคบเกินไปแบบนี้จะเปนการงายที่จะเปน การจัดคนที่อยากแกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับกับคนที่ไมอยากแกรัฐธรรมนูญไปอยูในกลอง เดียวกัน ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แลวตางกันคนละขั้วเราจึงจำเปนตองมีทางเลือกมากขึ้นเพื่อให การถามประชาชนในแตละครั้งเปนไปอยางมีความหมาย ไมใชแคบีบใหประชาชนเปนตรายางสนองวาระของตัวเอง หรือเมื่อมีคำถามประชามติแลว ตอมาก็คือเรื่องของวันลงประชามติครับ เรื่องของการกำหนดวันลงประชามติเปนเรื่อง ใหญมาก และเปนเรื่องสำคัญที่เกี่ยวของกับประชาชนจำนวนมากที่จะออกไปลงประชามติ ทุกรางที่ยื่นเขามาใหความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยใหพยายามจัดวันลงประชามติใหเปน วันเดียวกับการเลือกตั้งในระดับตาง ๆ ซึ่งเปนเรื่องสำคัญ เพราะแมวารัฐจะประกาศให วันประชามติเปนวันหยุดก็ตาม แตการออกไปประชามติแตละครั้งมีตนทุนครับ การเดินทาง กลับตางจังหวัดแตละครั้งวันเดียวไมพอ ไมนับวาคาใชจายที่เกิดขึ้นแตละครั้งอีก ถาออกแบบ ใหเปนวันเดียวกับการเลือกตั้งไดก็จะเปนผลดีกับประชาชน และเปนการประหยัด งบประมาณแผนดินดวย เปนการลดตนทุนในการออกเสียง แบบนี้จึงจะเปนการนำเรื่อง สำคัญกลับไปถามประชาชนไดแบบจริงจังนะครับ🔗
ประเด็นตอมา เมื่อมีวันลงประชามติแลว สิ่งสำคัญตอมาคือรูปแบบกติกา การแพชนะของประชามติ ปจจุบันในมาตรา ๑๓ ของ พ.ร.บ. ปจจุบันนั้นใชสิ่งที่เรียกวา Double Majority หรือเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ๒ ชั้น แปลเปนไทยแลวผมก็ยังงงอยูดี แตยกตัวอยางงาย ๆ อยางนี้ครับ เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ๒ ชั้น ก็คือถามีการลงประชามติผล ประชามติจะผานก็ตอเมื่อ ๑. มีคนมาใชสิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิ ๒. คือเกินกึ่งหนึ่งของ ผูออกมาใชสิทธิอีกทอดหนึ่ง สำคัญตรงนี้ครับ ระบบเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ๒ ชั้นแบบนี้ทำให เกิดปญหา หากกลุมที่รูวาตนจะแพประชามติ สิ่งที่เกิดขึ้นคือกลุมเหลานี้ก็ไมออกไปโหวต แถมรณรงคใหคนไมออกไปลงเสียงประชามติแทน เพื่อเปนการลมประชามติ ซึ่งขอนี้ ก็นากังวลมาก หากมีการออกเสียงประชามติแกรัฐธรรมนูญในเร็ววันนี้ คนที่ไมอยากแก รัฐธรรมนูญวิธีการงายที่สุดที่จะชนะก็คือ รณรงคใหคนไมออกไปลงประชามติ ใหประชามติลม ซึ่งก็ตองเสียเงินเสียทองทำกันใหมอีกครั้ง แลวทำใหประชาชนตองออกมาประชามติ ซ้ำแลวซ้ำเลา ซึ่งทางรางของพรรคกาวไกล รวมถึงรางของพรรคเพื่อไทย และ ครม. และพรรคภูมิใจไทย จึงเสนอใหใชเสียงขางมากธรรมดาออกมาโหวตเทาไร ใครเสียงมากกวา คนนั้นก็ชนะ งาย ๆ แบบนี้ครับ กลับไปถามประชาชนงาย ๆ ครับ เปนสิ่งสำคัญ แลวทำให ประชาธิปไตยทางตรงยังมีความสำคัญอยูใหพี่นองประชาชนไดใชอำนาจของตน แสดงความเห็น แลวตัดสินชีวิตของเราเอง การลงมติ แกไขราง พ.ร.บ. ประชามติ จึงไมใชแคสำคัญกับพี่นองประชาชนเทานั้น แตสำคัญกับระบอบประชาธิปไตยดวยนะครับ ผมขอสนับสนุนรางแกไข พ.ร.บ. ประชามติ ในวันนี้ทุกรางครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปทานศศินันท ธรรมนิฐินันท เชิญครับ🔗
ทานประธานคะ ดิฉัน ทนายแจม ศศินันท ธรรมนิฐินันท ผูแทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ พรรคกาวไกล เขตสายไหม วันนี้ขอมีสวนรวมในการอภิปรายราง พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติ เพราะวานี่เปนโอกาสสำคัญที่พวกเราในฐานะสมาชิกสภาแหงนี้จะรวมกันหาทางออก ที่ถูกตองและเปนประชาธิปไตยใหกับประเทศไทยของเรา ทานประธานคะ การจัดทำราง พ.ร.บ. ประชามติฉบับนี้หากตองการจะใชเปนบันไดขั้นแรกในการราง หรือแกไขรัฐธรรมนูญที่ มีผลตอการกำหนดทิศทางในอนาคตของประเทศไทย ไมวาจะเปนทิศทางใดก็ตาม เพราะวา รัฐธรรมนูญฉบับหนึ่ง จะประกอบไปดวยสิทธิตาง ๆ เสรีภาพของประชาชน ความเปนอยู รวมถึงประชาธิปไตยในประเทศนั้น ๆ ดวยเหตุนี้เองคะทานประธาน ดิฉันก็จึงอยากจะให กติกาของการทำประชามติครั้งนี้สะดวก งาย แลวก็เอื้ออำนวยตอการเขาถึงของประชาชน เพื่อสรางการมีสวนรวมใหมากที่สุดคะทานประธาน หลังจากที่ดิฉันไดอานทุกรางที่ยื่นเสนอ เขามาในสภาทั้ง ๔ ฉบับนี้ ถาวากันใหชัดเจนเรื่องของกติกาการจัดทำประชามติ เพื่อใหมี ความยึดโยงกับหลักการประชาธิปไตยที่มีศูนยกลางคือประชาชน แตรางของทานพริษฐ วัชรสินธุ จะมีประเด็นสำคัญอยูประมาณ ๒ ประเด็นดวยกันคะ ทานประธาน🔗
ประเด็นแรก คือประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของการมีสวนรวมของประชาชน นั่นก็คือการเสนอใหมีการเขาชื่อเสนอคำถามประชามติ และพรรคกาวไกลเปนพรรคเดียว ที่เสนอใหมีการแกไขมาตรา ๑๑ ใหสามารถเขาชื่อผานทางชองทาง Online ได เพื่อไมใหเกิด ปญหาซ้ำเดิม โดยการใหองคกรอิสระมานั่งตีความ มานั่งตีตกรายชื่อที่ประชาชนเขาชื่อกวา ๒๐๐,๐๐๐ รายชื่อ แลวก็เพื่อลดขอครหาที่กีดกันทางการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตก็ได กระบวนการยอมเปนเรื่องที่ดี ดิฉันเห็นวามีความจำเปนอยางยิ่งที่จะตองทำใหเกิดการเขาถึง กระบวนการไดงาย และแสดงความคิดเห็นไดอยางเทาเทียม🔗
ประการที่สอง ทานประธาน เรื่องนี้เปนเรื่องที่เพื่อน ๆ สมาชิกหลายคน ไดพูดไปแลว ก็คือเรื่องเกี่ยวกับการกำหนดกติกาที่เปลี่ยนจาก Double Majority มาเปน Single Majority ซึ่งกำหนดใหผูลงประชามติจะถือวาผานก็ตอเมื่อมีผูมาลงคะแนนใหผาน มากกวา ๕๐ เปอรเซ็นตของผูใชสิทธิ หากเราใชเกณฑจาก Double Majority เพื่อหาขอยุติจากการทำประชามติครั้งนี้อาจจะทำให การทำประชามติตกอยูในความเสี่ยงที่จะถูกคว่ำ แลวก็เปนการสิ้นเปลืองงบประมาณดวย ดวยเหตุนี้เองเราควรจะตองตัดความเสี่ยงออกไปตั้งแตตอนแรกเลย ที่อาจจะเกิดปญหาขึ้น ในอนาคตดวยการใชเปนระบบแบบ Single Majority🔗
อีกประการหนึ่ง ก็คือวาผูมาใชสิทธิเลือกตั้งในแตละครั้ง มักจะสอดคลองกับ สถานการณบานเมืองอยูแลวอยางมีนัยสำคัญ การใชเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ๒ ชั้น หรือวา Double Majority จะทำใหการทำประชามติไมไดสอดคลองกับจำนวนผูมาใชสิทธิเลือกตั้ง และทำให การทำประชามติในครั้งนั้นอาจจะเกิดปญหาในอนาคตขึ้นได ทานประธานคะ ในฐานะของ ฝายนิติบัญญัติและการเมือง การรางรัฐธรรมนูญ ๑ ฉบับ เปนภาระหนักอึ้งที่เราจะตอง พิจารณากันหลาย ๆ ครั้ง และทุกคนในที่นี้ก็คาดหวังรวมกันวา การรางรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะ ผานไปไดดวยดีคะ แตรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเปนฉบับใหม เพราะวาเราจะรางขึ้นมาจากมือ ของประชาชนที่ไดอำนาจมาจากการเลือกตั้ง การรางรัฐธรรมนูญครั้งนี้ยอมจะแข็งแกรงกวา ฉบับที่มาจากการทำรัฐประหารแนนอน และตองยึดโยงกับประชาชนเปนหลักการพื้นฐานที่ สำคัญ กติกาครั้งนี้ตองไมปดกั้น ไมล็อกสเปกแกไขได และใหประชาชนสามารถแสดงความ คิดเห็นไดอยางเทาเทียมกันทุกฝาย ตั้งแตตนกระบวนการ ตลอดไปจนถึงกระบวนการ มีสวนรวมในการตั้งคำถามประชามติ ดวยเหตุนี้เองทานประธานดิฉันจึงอยากฝากพวกเรา ทุกคนเอาไวในที่นี้วาการตั้งกติกาการออกเสียงประชามติ เพื่อรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมครั้งนี้ อยากใหเล็งเห็นหลักการธรรมดา ๆ พื้นฐาน ๓ ขอดวยกัน🔗
ขอ ๑ คือการตั้งกติกาในบันไดขั้นแรกตองไมเพิ่มความขัดแยงที่อาจจะ เกิดขึ้นโดยไมจำเปน แตตองอยูในหลักการพื้นฐานของความเทาเทียม โดยมีองคกรรัฐสภา และองคกรอิสระที่มีสวนเกี่ยวของ เชน กกต. เปนตัวกลางในการสงวนจุดตางแสวงจุดรวม ใหทุกฝายไดแสดงความคิดเห็น โดยไมมีเครื่องมือทางการเมืองมาเปนสวนสำคัญในการ กีดกันฝายตรงขามออกไป🔗
ขอ ๒ คือหลักการในการราง พ.ร.บ. ประชามติครั้งนี้ หากจะใชวิธีการทำ ประชามติตองทำใหชัดเจนทั้งกติกา แลวก็กรอบระยะเวลา การกำหนดวันออกเสียง ประชามติดวย🔗
ขอสุดทาย ขอ ๓ ฉบับใหมฉบับนี้จะเปนตัวชี้วัดที่สำคัญของทิศทาง การเมืองไทย ซึ่งควรยึดโยงกับประชาชนเปนหลัก ทั้งในเรื่องของกติกา การลงรายละเอียด การลดอคติทางการเมือง ไมใชชองทางนิติบัญญัติในการใสความทะเยอทะยานตาง ๆ ทางการเมืองเขาไปเพื่อหวังประโยชนสวนตัวอยางที่เคยมีกันมากอนหนานี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ หากในอนาคตจะนำไปสูจุดเริ่มตนของความเปนไปไดที่ประเทศไทยจะกลับมามีรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนอยางแทจริง ซึ่งคงจะตองมีเสนทางที่ เราจะตองเดินทางกันอีกยาวไกลกวาจะมีรัฐธรรมนูญ ดิฉันและพรรคกาวไกลก็ยินดีที่จะ สนับสนุนและเปดโอกาสใหทั้ง ๔ รางนี้ เขาไปถกกันในชั้นกรรมาธิการ พวกเราในฐานะ ฝายนิติบัญญัติยังคงตองพูดคุยกันดวยเหตุและผล แลวก็รวมกันออกแบบกระบวนการเพื่อให ประชามติเปนคำตอบที่ยืนยันเจตจำนงของประชาชน แลวก็ยืนยันเรื่องของการแกไข รัฐธรรมนูญวา ควรจะตองแกทุกหมวด ทุกมาตรา ดิฉันจึงขอสนับสนุนราง พ.ร.บ. ประชามติ ทั้ง ๔ รางนี้ เพื่อเปรียบเสมือนเปนการเปดประตูบานแรก ในการรวมพูดคุยกันในการหา ทางออก การสรางกติกาที่ดีที่สุด เปนธรรมกับทุกฝายผานรัฐสภา และใหยึดโยงกับประชาชน เปนหัวใจหลัก ขอบคุณทานประธานคะ🔗
ตอไปทานขัตติยา สวัสดิผล เชิญครับ🔗
ทานประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ทานประธานที่เคารพคะ ในระบอบประชาธิปไตยเสียงประชาชนคือเสียงสวรรค เพราะ ประชาชนคือเจาของอำนาจที่แทจริง เราในฐานะพรรคการเมืองและผูแทนราษฎร มีหนาที่ แปรเปลี่ยนเสียงเรียกรองของพี่นองประชาชนนั้นไปปฏิบัติจริง ผานกระบวนการ ทางการเมืองในระบบ หลายปที่ผานมาขอเรียกรองของประชาชนที่ถูกเปลงออกมาดังที่สุด สะทอนผานผลการเลือกตั้งและชองทางอื่น ๆ นั้นก็คือความตองการที่จะมีรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม รัฐธรรมนูญที่เปนของประชาชนอยางแทจริง เสียงเรียกรองตองการดังกลาวเปนผลลัพธมาจากความเลวรายของรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ ซึ่งนอกจากจะมีกระบวนการการไดมาที่ไมชอบธรรมแลว ยังเปนรัฐธรรมนูญที่ทิ้งมรดกของ คณะรัฐประหาร และมีเนื้อหาที่สรางความไรเสถียรภาพตอการเมืองไทยมากที่สุดฉบับหนึ่ง จนถึงปจจุบัน พวกเราพรรคเพื่อไทยไดยินเสียงเรียกรองของประชาชนในเรื่องนี้อยางชัดเจน มาโดยตลอด นี่จึงเปนเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยถือเอานโยบายการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม ซึ่งเปนรัฐธรรมนูญของประชาชนนั้นเปนนโยบายเรือธงในการหาเสียงเลือกตั้ง และย้ำ เจตนารมณในเรื่องนี้ดวยการที่ทานนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ไดแถลงนโยบายตอรัฐสภา ภายหลังจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาล ๑๑ เดือนที่ผานไปจนถึงวันนี้และวินาทีนี้ รัฐบาลของ พรรคเพื่อไทยยังคงมุงมั่นที่จะเดินหนาไปสูรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แตการเดินของ พรรคเพื่อไทยเราจะตองเดินอยางมียุทธศาสตร เดินดวยความระมัดระวัง และเดินดวย ความรอบคอบ เพื่อไมใหถูกกลไกซอนเรนของคณะรัฐประหารนั้นมาขัดขวางการเดินทาง ของเราจนสะดุดหยุดลมและไปไมถึงเปาหมาย นั่นก็คือรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ทานประธานที่เคารพคะ ที่ดิฉันพูดถึงกลไกซอนเรนของคณะรัฐประหาร หนึ่งในกลไก ซอนเรนอันนี้ที่มีขึ้นเพื่อคุมครองรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ ไวไมใหถูกแกไขไดโดยงาย และเปนดานสกัดขัดขวางที่จะนำไปสูรัฐธรรมนูญฉบับใหมรัฐธรรมนูญที่เปนของประชาชน นั่นก็คือพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งเปนสิ่งที่เรากำลัง อภิปรายกันอยูในตอนนี้ สมาชิกหลายทานไดอภิปรายแลวถึงรายละเอียดในเชิงเนื้อหาสาระ ของตัวพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในวันนี้ดิฉันจึงอยากจะขออภิปรายในภาพที่กวางขึ้นดวยการ ชี้ใหเห็นประเด็นสำคัญวา ทำไมการทำประชามตินั้นจึงสำคัญตอระบอบประชาธิปไตย และทำไมเราถึงจำเปนตองมีการแกไขพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ ฉบับปจจุบันที่เราใชอยู ทานประธานที่เคารพคะ ตอคำถามแรกวาการทำประชามตินั้น มีความสำคัญอยางไรตอระบอบประชาธิปไตย ในระบอบประชาธิปไตยแบบมีตัวแทนซึ่งใชกันอยู ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย แมเราจะมีการเลือกตั้งผูแทนราษฎรเขาไปใชอำนาจอธิปไตย แทนประชาชนผูซึ่งเปนเจาของอำนาจ แตระบอบการเมืองแบบตัวแทนก็มีขอจำกัดคะ โดยเฉพาะอยางยิ่งเมื่อเกิดสถานการณที่เราจะตองตัดสินใจในเรื่องใหญที่มีความสำคัญมาก ๆ ตออนาคตของประเทศ การตัดสินใจของผูแทนเพียงกลุมเล็ก ๆ อาจไมไดเปนการสะทอน ความตองการของพี่นองประชาชนที่เปนเจาของอำนาจที่แทจริง ดวยเหตุนี้ประเทศที่ใช ระบอบเสรีประชาธิปไตยตามมาตรฐานสากลจึงกำหนดใหมีเครื่องมือในการที่จะรับฟงเสียง ประชาชน กำหนดใหมีเครื่องมือในการที่จะใหประชาชนสวนใหญนั้นมีสวนรวมในการ ตัดสินใจทิศทางของประเทศ ซึ่งเครื่องมือในการฟงเสียงดังกลาวเราเรียกสิ่งนั้นวาการทำ ประชามติคะ ในความหมายนี้การทำประชามติจึงมีความสำคัญอยางมากตอระบอบ ประชาธิปไตยแบบตัวแทน เพราะถือเปนเครื่องมือที่ใหประชาชนนั้นมีสวนรวมโดยตรง ถือเปนเครื่องมือที่ใหประชาชนนั้นไดตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญตออนาคตของบานเมือง ดังนั้น ประชามติจึงเปรียบเสมือนเข็มทิศของระบอบประชาธิปไตยที่จะชวยชี้ทางเดินใหกับ บานเมือง เปนเข็มทิศที่ชวยในการตัดสินใจวาในชวงเวลาที่สังคมเกิดความสับสนหรือหาทาง ออกไมไดในเรื่องที่สำคัญ ไมวาจะเปนเรื่องการรางรัฐธรรมนูญ การรางกฎหมาย หรือการทำ นโยบายในระดับประเทศก็ตาม🔗
ทานประธานที่เคารพคะ ตอคำถามที่ ๒ วาทำไมสภาผูแทนราษฎรจึงมีความ จำเปนตองมารวมกันแกไขพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติฉบับที่ใชบังคับกัน อยูในปจจุบัน ดิฉันคิดวาเรื่องนี้มีเหตุผลสำคัญที่เกี่ยวของ ๒ สวนดวยกัน🔗
เหตุผลในสวนแรก ดังที่ดิฉันไดกลาวไปแลววา พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียง ประชามติฉบับนี้เปนหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่จะนำไปสูการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม รัฐธรรมนูญที่เปนของประชาชนที่คนไทยสวนใหญนั้นตองการ การแกไขเนื้อหาของ พ.ร.บ. ประชามติฉบับนี้จะเปนการกำจัดอุปสรรคในทางเทคนิคและชวยเพิ่มโอกาสใหมีการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมได ไมวาจะเปนการเปดใหมีการทำประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งอื่น เพื่อเปนการลดคาใชจายในการทำประชามติ หรือการเพิ่มชองทางใหมีการลงคะแนน ประชามติผานทางไปรษณีย ผานชองทางอิเล็กทรอนิกสหรือชองทางอื่น ๆ เพื่อเปนการลด ขอจำกัดในการเขาถึงการลงคะแนน หรือการปรับแกเงื่อนไขการผานประชามติ จากเดิม ที่เปนแบบ Double Majority หรือการใชเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ๒ ชั้น ซึ่งเปนการขัดตอหลักสากล ใหเหลือเพียงการใชเสียงขางมากชั้นเดียว🔗
เหตุผลที่ ๒ ที่เปนเหตุผลสำคัญและมีภาพที่ใหญกวาแคเพียงการไดมาซึ่ง รางรัฐธรรมนูญฉบับใหม นั่นก็คือเราจำเปนตองแกไขพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติใหมีความสมเหตุสมผลมากยิ่งขึ้น เพื่อทวงคืนการทำประชามติซึ่งเปนเครื่องมือ ในการรับฟงเสียงประชาชนที่ใหประชาชนนั้นไดมีสวนรวมทางตรงในระบอบประชาธิปไตย เราจำเปนตองแกไขพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ เพื่อใหการทำประชามตินั้น หลุดพนจากรอยแปดเปอนของคณะรัฐประหารที่ฉวยใชและลดทอนการทำประชามติ ใหกลายเปนเครื่องมือในการสรางความชอบธรรมของการสืบทอดอำนาจผานรัฐธรรมนูญ มาอยางยาวนาน ทานประธานที่เคารพคะ ๑๐ กวาปที่ผานมาคณะรัฐประหารป ๒๕๔๙ และ ป ๒๕๕๗ ตางฉวยใชการทำประชามติใหเปนเครื่องมือในการสรางความชอบธรรมและ การฟอกขาวใหกับรัฐธรรมนูญที่ถูกรางโดยคณะรัฐประหาร หากดูผิวเผินก็อาจจะเขาใจวา การทำประชามติของรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๕๐ และป ๒๕๖๐ นั้น ถือเปนตราประทับ รับรองวา รัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับที่มีที่มาจากคณะรัฐประหารนั้น มีความชอบธรรมและ มีความเปนประชาธิปไตย เพราะไดรับความยินยอมจากประชาชนสวนใหญผานการ ทำประชามติ แตหากเราดูในรายละเอียด เราก็จะพบวาการทำประชามติของรัฐธรรมนูญ ที่มาจากคณะรัฐประหารทั้ง ๒ ครั้งนั้น ลวนมีกระบวนการการรับฟงเสียงของประชาชน ที่ไมมีความชอบธรรม และขัดตอหลักการประชาธิปไตยทั้งสิ้น ไมวาจะเปนการไลจับกุม และดำเนินคดีกับผูที่แสดงความไมเห็นดวยกับเนื้อหา หรือผูที่รณรงคใหประชาชนไปโหวต ไมรับราง หรือมีการขมขูวาหากประชาชนสวนใหญโหวตไมรับราง คณะรัฐประหาร ก็อาจจะไปหยิบฉวยใชรัฐธรรมนูญฉบับใดก็ไดไปใชตามอำเภอใจ นี่จึงเปนเหตุผลสำคัญ วาทำไมประชาชนสวนใหญถึงมีความอึดอัดคับของใจกับรัฐธรรมนูญ และไมยอมรับ ความชอบธรรมที่เกิดจากการประทับตราของกระบวนการทำประชามติที่ถูกใชโดย คณะรัฐประหาร เพราะถือวาเปนประชามติที่ไมมีความเปนประชาธิปไตย ไมมีความโปรงใส ไมเสรีและไมเปนธรรม ในขณะที่ฝายสนับสนุนรัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหารก็ใชเปน ขออางวา รัฐธรรมนูญดังกลาวนั้นผานการทำประชามติมาแลว จึงมีความเปนประชาธิปไตย มีที่มาจากประชาชนและไมควรแกไข หรือเปลี่ยนแปลงไดโดยงาย สิ่งที่เกิดขึ้นจึงทำให ประชามติที่ควรจะเปนเครื่องมือสำคัญในการกำหนดอนาคตของประเทศนั้นถูกดูแคลน ดอยคา และไมถูกยอมรับวาจะเปนกระบวนการที่ชวยใหเราตัดสินใจในเรื่องสำคัญ ของประเทศไดในสายตาของประชาชนทั่วไป ซึ่งดิฉันคิดวาหากเราปลอยใหเปนแบบนี้ ยอมไมเปนผลดีในระยะยาวตอการตัดสินใจทางการเมืองในเรื่องสำคัญ ๆ ของประเทศ ที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต ดังนั้นการแกไขเนื้อหาของพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติในครั้งนี้จึงไมไดเปนไปแคเพื่อเปาหมายเฉพาะหนา คือการใหไดมาซึ่งรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม ฉบับที่เปนของประชาชน แตเรายังมีเปาหมายในระยะยาว นั่นคือการทวงคืน ศักดิ์ศรีและสถานะของการทำประชามติ ใหกลับมาเปนเครื่องมือของระบอบประชาธิปไตย ใหมีความชอบธรรม และไดรับการยอมรับจากประชาชนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่วาในอนาคต หากเราเกิดวิกฤติ หรือเหตุการณสำคัญที่ตองอาศัยการตัดสินใจของประชาชนทั้งประเทศ การทำประชามติจะไดถูกมองเปนเครื่องมือที่ประชาชนทุกฝาย และทุกอุดมการณนั้น ลวนยอมรับในผลการตัดสินที่เกิดขึ้นจากเครื่องมือดังกลาว และเปนเครื่องมือในการหา ฉันทามติที่ชวยใหสังคมไทยนั้นสามารถเดินหนาตอไปได🔗
ทานประธานที่เคารพคะ ความเห็นตาง และความขัดแยงเปนเรื่องธรรมดา ของการอยูรวมกันในสังคม วิธีการหรือเครื่องมือที่เราใชในการหาทางออกจากความขัดแยง ตางหากคะ ที่เปนตัวชี้วัดความมีอารยะของสังคมนั้น ๆ การกลับไปถามประชาชน ใหประชาชนเปนคนตัดสินใจในเรื่องใหญ ๆ ที่สงผลตออนาคตของประเทศ คือมาตรวัด ความเปนประชาธิปไตยวายังไมตายไปจากประเทศนี้ ในเมื่อเสียงของประชาชนคือสิ่งที่ สำคัญที่สุด กระบวนการการรับฟงเสียงของประชาชนจึงเปนสิ่งที่สำคัญไมแพกัน ดังนั้นวันนี้ ดิฉันขอใหเพื่อนสมาชิกทุกทานโปรดรวมกันสนับสนุนการแกไขพระราชบัญญัติวาดวย การออกเสียงประชามติ เพื่อทวงคืนประชามติใหกลับมาเปนของระบอบประชาธิปไตย และกลายเปนเครื่องมือที่ประชาชนไววางใจอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณคะ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปอีก ๒ ทาน ทานแรกทานกัณวีร สืบแสง ทานที่ ๒ ทานกฤดิทัช แสงธนโยธิน เชิญทานกัณวีร สืบแสง ครับ🔗
เรียนทานประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร สืบแสง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเปนธรรม ทานประธานครับวันนี้ไมใชเปนวันเพียงแคพวกเราสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในสภา อันทรงเกียรติแหงนี้ ๕๐๐ คนรอคอย วันนี้เปนวันที่ประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งในปที่ผานมา รอคอยหลังจากผลการเลือกตั้งออกมา วันนี้เปนวันที่คนกวา ๗๐ ลานคนในประเทศไทย จำเปนตองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยผานการทำประชามติ ประชามติ ถาพูดตรง ๆ ทานประธานครับ ตัวประชามติเองมันเปนแคเครื่องมือในการสะทอน เจตนารมณของพี่นองประชาชนผานระบอบประชาธิปไตยทางตรง พวกเราเปนแคทางออม เพราะฉะนั้นเราจะตองใชตัวประชามติตัวเครื่องมือตรงนี้ที่จะสะทอนการมีสวนรวมของ พี่นองประชาชนในการนำมาซึ่งกฎหมายสูงสุดของประเทศที่เปนกฎหมายของประชาชน เพื่อประชาชน และโดยประชาชน และตัวประชามติตรงนี้ยังเปนเครื่องมือที่หนุนเสริม หลักการอำนาจของประชาชนที่แทจริง ทานประธานครับผมเสียดายอยางเดียวครับวันนี้ วันนี้เราเห็นรางพระราชบัญญัติเขามาทั้งหมด ๔ ราง จาก ๓ พรรคการเมือง พรรคกาวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย และของคณะรัฐมนตรี ผมเสียใจและเสียดายเรื่องหนึ่งคือ วันนี้เราไมไดเอาเสียงของพี่นองประชาชนของภาคประชาชน Con for All เขามาพูดคุย ในที่นี้ดวย ๒๑๑,๙๐๔ เสียง ที่ลงโหวตกันเขามาวาตองการนำเสนอขอเสนอในการจัดทำ ประชามติที่เกี่ยวของกับรัฐธรรมนูญนี้ไมมีการเอาเขามาพูดคุยในที่นี้ ผมคือ ๑ ใน ๒๑๑,๙๐๔ คน ที่ลงนามที่เสนอใหกับคณะรัฐมนตรี พิจารณาในการทำประชามติที่เกี่ยวของกับการไดมา ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม ที่เกี่ยวของกับการไดมาซึ่งการแกไขรัฐธรรมนูญของประเทศไทย ทานประธานครับ เราตองสะทอนใหกับประชาชนที่ ณ ปจจุบันนี้ฟงอยูทั่วประเทศและ ทั่วโลกใหทราบวา ตัวประชามตินี้ไมใชเพียงแคการจัดทำเรื่องฉันทามติของพี่นองประชาชน โดยสวนใหญเพื่อแกไขรัฐธรรมนูญเทานั้น เราตองสะทอนใหพี่นองประชาชนเห็นถึง ความสำคัญและความจำเปนครับวา สังคมไทยตองการฉันทามติในหลาย ๆ เรื่อง ในสังคม การเมืองประเทศไทยเรายังมีปญหาที่ยังไมสามารถแกไขปญหาได ไมวาจะเปนเรื่อง ทิศทางการพัฒนาเชิงพื้นที่ ไมวาจะเปนเรื่องการออกแบบความสัมพันธเชิงอำนาจ ระหวาง สวนกลาง สวนภูมิภาคที่มีปญหาอยู ยกตัวอยางเชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต เราสามารถใชตัวเครื่องมือที่แสดงฉันทามติของพี่นองประชาชนนี้เปนกลไก ๆ หนึ่งในการ ผลักดันใหเกิดฉันทามติ ใหเกิดความเปลี่ยนแปลงใหประชาชนรูสึกวาอำนาจไดกลับคืนมาสู พี่นองประชาชน คน ๕๐๐ คน ที่อยูในสภาอันทรงเกียรติแหงนี้เปนแคตัวแทน แตคนเจาของ อำนาจที่แทจริงอยูขางนอกสภาอันทรงเกียรติแหงนี้ แตเรื่องกลไกตัวนี้ เครื่องมือตัวนี้ ถึงแมจะมีขอดีหลาย ๆ อยาง แตเราก็ตองจำเปน ตองพิจารณาวาในขณะเดียวกัน ตัวประชามติหรือที่เรียกวา Referendum นี้ก็อาจจะเปนเครื่องมือที่อันตรายไดดวยเชนกัน เราตองเห็นครับวาถาเราไมสามารถออกแบบตัวกลไกตรงนี้ใหปราศจากเงื่อนไข ใหปราศจาก กลไกที่เปนวงจรอุบาทวที่มันบิดเบี้ยว ตัวการทำประชามตินี้ เครื่องมือตรงนี้จะไมสามารถ สะทอนถึงเจตนารมณที่แทจริงของพี่นองประชาชนได ฉันใดก็ฉันนั้นเราเห็นครับในรางทั้ง ๔ รางที่เราเห็นวา ๓ พรรคการเมืองกับคณะรัฐมนตรีเสนอขึ้นมาเหมือนกันหมด คลายคลึง กันหมด ที่เรียกวาการปลดล็อก ๒ ชั้น เราเห็นครับวามันเปนปญหา แตจะทำอยางไรวา มันจะตองไมสรางเงื่อนไขตรงนี้ เรายังเห็นวามันยังมีเงื่อนไขที่อยูในตัวการเสนอ รางพระราชบัญญัติตรงนี้ออกมา Double Majority ไมใชปญหา จริง ๆ แลวตัว Double Majority นี้ถาประเทศไทย ถากฎหมาย ถาสมมุติวาการเมืองไทยเราตรงไปตรงมา Double Majority จะเปนสวนที่ชวยเหลือใหเกี่ยวกับการนำมาซึ่งฉันทามติของพี่นองประชาชน อยางตรงไปตรงมา ไมมีเงื่อนไข แตเพราะประเทศไทยเรายังย่ำอยูกับปญหาทางดาน การเมืองที่มีอยูอยางยาวนาน ประเทศไทยเราย่ำอยูกับการแบงฝกแบงฝาย จึงไมสามารถที่ จะกลับไปสูการเก็บล็อก ๒ ชั้นนี้ได เราจำเปนจะตองมีการล็อกแคชั้นเดียว ณ ปจจุบันนี้ เพื่อที่เราจะแกไขเงื่อนไขตาง ๆ ที่ยังอยูภายใตรัฐธรรมนูญฉบับปจจุบัน ๒๕๖๐ เราตองสราง เงื่อนไขใหได ตอนนี้จะกลับมาในเรื่องเกี่ยวกับคำถามที่ทาง ครม. ไดเคาะมาเรียบรอยแลววา ถาจะมีประชามติเกิดขึ้น ถาแกไขเรียบรอยเรื่อง Double Majority แกไขเรียบรอยเรื่อง เกี่ยวกับการเขาไป Online ไดไหม แกไขเรียบรอยกับวันที่จะลงประชามติ แกไขเรียบรอยกับองคการหนวยงานองคกรใด ๆ ที่จะมาทำการอำนวยการการประชามติครั้งนี้ มันยังมีปญหาอยูครับทานประธาน เพราะวา ถามีคำถามที่ถามวาตองการจะแกไขรัฐธรรมนูญไหมที่ไมแตะตอง หมวด ๑ และหมวด ๒ ตรงนี้จะเปนคำถามซอนคำถาม ณ ปจจุบันนี้ประเทศไทย ประชาชนที่อยูขางนอกจำเปน จะตองมีความตรงไปตรงมาจากพวกเราที่ตองเสนอใหเขาเห็นครับวามันจะตองปลดล็อกตรงนี้ อยานำคำถามที่เราสามารถกำหนดผลของการทำประชามติเปนตัวตั้ง ทานไมสามารถ ที่จะกุมอำนาจของประชาชน ทานไมสามารถที่จะบอกวาตอไปนี้อำนาจอยูในมือของทาน ผานคำถามแคคำถามเดียว ประชาชนหลาย ๆ คนบอกวาเขาตองการคำถามที่ตรงไปตรงมา เขาตองการคำถามที่บอกวาจะเอาหรือไมเอา และคำตอบจะตองไมกำกวม คำถามจะตองไม ล็อกสเปกและไมล็อกผลของการทำประชามติ อันนี้ละครับเปนสิ่งสำคัญ คำถามที่จะถามมาที่ ครม. ไดเสนอเขามานั้นทานจำเปนตองรับผิดชอบถาสมมุติวาคำถามนั้นจะเปนคำถามของ ประชามติจริง ๆ ทานอยากลัวครับ ทานอยากลัวลวงหนา หรือไปปดกั้นและชี้นำ ความคิดเห็นของประชาชน คำถามของประชามตินี้ตองนำมาซึ่งทางออกที่แทจริงที่เราจะเห็น รวมกันในการมีฉันทามติของพี่นองประชาชน ขอเสนอของพี่นองประชาชน ๒๑๑,๙๐๔ คนนี้ จำเปนตองไดรับการพิจารณา หากการทำประชามตินี้สามารถแกไขไดในคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่จะเกิดขึ้น ณ ปจจุบันนี้ครับทานประธาน เรื่องใหญที่สุดที่เกี่ยวกับการทำประชามตินี้ ตองไมใชเกณฑความงายดาย ตองไมใชเกณฑของความรวดเร็ว การล็อกเปาและล็อกสเปก คำตอบของประชามติมาเปนเกณฑลำดับสำคัญแรก ๆ เราตองยอมรับอยางกวางขวาง รวมกันตางหากที่จะฟนความชอบธรรมของอำนาจการปกครองประเทศนี้ขึ้นมาใหมใหได บนพื้นฐานของความพยายามแสวงหาฉันทามติของสังคมการเมืองใหมากที่สุด ดังนั้น การแกไขเครื่องมืออุปกรณประชามตินี้ตองเปนตามขอเสนอที่ไมมีเงื่อนไขและตองเปดกวาง มากที่สุด ฟนความชอบธรรมของอำนาจการปกครองครั้งนี้ ผมจึงเสนออภิปรายที่จะเสนอ เขาไปสนับสนุนรางทั้ง ๔ ราง ซึ่งกำหนดแตละรางที่เปดกวางใหมากที่สุด จำเปนตองมีการ พิจารณาในคณะกรรมาธิการวิสามัญครับ ขอบคุณทานประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปทานกฤดิทัช แสงธนโยธิน เชิญครับ ทานกฤดิทัชไมอยูนะครับ ตอไป ทานธีรัจชัย พันธุมาศ เชิญครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ผูแทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง พรรคกาวไกล ขออนุญาตอภิปรายในเรื่องพระราชบัญญัติประชามติฉบับแกไข ซึ่งมีทั้งรางรัฐบาล แลวก็ ๓ พรรคการเมือง คือพรรคกาวไกล พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ขอเรียนอยางนี้ ทานประธานครับ สิ่งที่เปนมูลเหตุจูงใจในการที่จะแกตรงนี้เชื่อวาทุกทานมีตรงกันก็คือ อยากที่จะใหมีการแกไขรัฐธรรมนูญฉบับรัฐประหาร ป ๒๕๖๐ เพราะถูกวางกลไกไวใหแกไข ยากเหลือเกิน สิ่งที่มาทับอีกทีหนึ่งเพื่อใหยากขึ้นอีกครั้งหนึ่งก็คือในสวนของคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๔/๒๕๖๔ ที่ระบุไวชัดเจนวา หากรัฐสภาตองการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหมตองจัดใหประชาชนผูทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติเสียกอน วาสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม หรือจัดทำรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมเสร็จแลว และเมื่อจัดทำ รัฐธรรมนูญเสร็จแลวตองใหประชาชนมีประชามติเห็นชอบหรือไมเห็นชอบกับราง รัฐธรรมนูญฉบับใหมอีกครั้งหนึ่ง นั่นคือศาลรัฐธรรมนูญซึ่งกลไกที่มาจากรัฐบาล คสช. ตั้งโดย สว. มากำหนดกฎเกณฑนี้ขึ้นมานอกเหนือจากรัฐธรรมนูญ ทำใหพรรคการเมือง อยากที่จะแกไขประชามติตรงนี้เปนสิ่งสำคัญ แตหากเราดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ เขาบอกวา รัฐสภา ศาล หรือองคกรอื่นตองปฏิบัติหนาที่ ใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม จะทำนอกเหนือจากรัฐธรรมนูญ ไมไดในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตอมามาตรา ๒๑๐ ของรัฐธรรมนูญเขาบอกวา ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจและหนาที่ ดังตอไปนี้🔗
๑. พิจารณาวินิจฉัยความชอบดวยกฎหมาย หรือรางกฎหมาย🔗
๒. พิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของสภาผูแทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และองคกรอิสระ🔗
๓. หนาที่และอำนาจตามที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญ🔗
ไมมีใหศาลรัฐธรรมนูญสามารถกำหนดกฎเกณฑใด ๆ ในการกระทำ ประชามติ หรือรางกฎหมายใดได นี่คือขอสงสัยวาศาลรัฐธรรมนูญนั้นกระทำเกินอำนาจ หนาที่ เกินอำนาจของตัวเองตามกฎหมายหรือไม ในการกำหนดตามคำพิพากษา ที่ ๔/๒๕๖๔ แตอยางไรก็ตาม ในเมื่อเราเห็นวาทุกฝายเห็นพองกันวา การทำรัฐธรรมนูญนั้นจะตองทำ ประชามติ ทั้งที่รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ทำประชามติเพียงแคครั้งเดียว แตการกำหนด กฎเกณฑใหมมีอยางนอย ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง บางคนตีความวาเปน ๓ ครั้ง ผมดูแลวมันเกินเลยไป หรือไมในสวนนี้ และมันชอบดวยกฎหมายจริงหรือไม การใชอำนาจเกินกฎหมายในการ กำหนดตรงนี้มันเกินหรือไม นี่เปนประเด็นหนึ่งที่เปนการปดลอม เพื่อใหแกไขรัฐธรรมนูญนี้ ยากถึงยากที่สุด🔗
ถัดมา กระบวนการทำกฎหมายประชามติ เพื่อจะแหวกลอมตรงนี้ของฝาย ที่มาจากประชาชน คือฝายพรรคการเมืองตาง ๆ นั้น ก็พยายามจะทำ แตมีขอโตแยง เพิ่มขึ้นมาอีกอันหนึ่ง ก็คือวากฎหมายประชามติที่จะแกไขนั้น จะตองเปนกฎหมายปฏิรูป ประเทศหรือไม นั่นคือตองผานรัฐสภา ไมใชกฎหมายผานกรณีปกติเหมือนกับในสวนของ สภาผูแทนราษฎร แลวไปวุฒิสภาหรือไม ประเด็นเหลานี้มีการโตแยงกันอยูมากมาย ซึ่งอาจเปนบันไดสกัดอีกครั้งหนึ่ง ผมอยากใหตัวแทนรัฐบาลชวยตอบประเด็นนี้ดวยวา เหตุใดรัฐบาลถึงเสนอรางนี้มาประกบกับรางของกาวไกล เพื่อไทย และเพิ่มรางของ ทางพรรคภูมิใจไทยดวย ผมเชื่อวาทานพรอมที่จะตอบในคณะทำงานการทำประชามติ ของรัฐบาล เชื่อวาตอบตรงนี้ได🔗
ประเด็นตอมา ก็คือวาในเรื่องของการทำประชามติ โดยหลักการทำ ประชามติแลว ก็คือการจำกัดอำนาจของรัฐบาลไมใหใชอำนาจตามอำเภอใจ และเคารพ เสรีภาพของประชาชนในการแสดงเจตจำนงรวมกัน เพื่อเขามีสวนรวมทางการเมือง ในกระบวนการตัดสินใจ นี่คือหลักประชามติตามหลักเสรีทั่วไป แตกระบวนการทำประชามติ ของเรานั้น มันมีขอขัดของและมีบทเรียนจากการทำประชามติในรัฐธรรมนูญป ๒๕๖๐ ในป ๒๕๕๙ คอนขางมาก และรางทั้ง ๔ ฉบับที่เกิดขึ้นนั้นเปนตัวแกไขสิ่งเหลานั้นไดดี แตผมดูแลวอาจจะไมครบถวน ผมขอตั้งขอสังเกตและตั้งประเด็นของการทำประชามติ ป ๒๕๕๙ และดูวารางนี้จะตองแกไขเพิ่มเติมในชั้นกรรมาธิการอยางไร🔗
ประการที่ ๑ ก็คือ ในการทำประชามติรัฐธรรมนูญป ๒๕๕๙ ตัวรางที่ใชถาม ความเห็นมาจาก คสช. ๑๐๐ เปอรเซ็นต ไมไดมาจากประชาชนเลยนะครับ ซึ่งตรงนี้ ประชาชนไมไดมีสวนรวมในการออกแบบเนื้อหา สิ่งที่เรามาประชามติตั้งแตตน แตมีเพียง โอกาสที่จะเลือกระหวางเห็นชอบและไมเห็นชอบในเนื้อหาที่เสนอมาแลวเทานั้น ซึ่งประชาชนบางคนอาจเห็นชอบ และบางสวนไมเห็นชอบ บางสวนไมมีทางเลือกที่จะออก เสียงได นี่คือสิ่งที่กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้จะตองทำ ในการตั้งคำถามจะตองใหประชาชนนั้น มีสวนรวมและแกกฎหมายเพื่อตัดปญหาเหลานี้🔗
ประการที่ ๒ คสช. ออก พ.ร.บ. ประชามติ จำกัดความคิดเห็นนะครับ คือมีออกบอกวาหามทำประชามติ เชน กาวราว ปลุกระดม ขมขู มีโทษจำคุกสูงสุดถึง ๑๐ ป อันนี้คือจำกัดใหคนมีความเห็นตางจากรัฐธรรมนูญ หรือคำถาม หรือรางตาง ๆ ขึ้นมา เรื่องนี้ ในรางมี รางรัฐบาล รางของพรรคกาวไกลมี แตอาจจะไมสมบูรณ อยากใหทานเขียน ใหละเอียด เพื่อจะไมใหถูกปดกั้นแบบนี้นะครับ🔗
ประการที่ ๓ คสช. ใชอำนาจควบคุมสื่อหามกิจกรรมทางการเมือง นี่คือเปน ระบบในการทำในป ๒๕๕๙ ใชการควบคุมไมใหมีการแสดงออกความคิดเห็นโตแยงระหวาง ๒ ฝายที่เห็นดวย ไมเห็นดวย มันทำใหคนจำใจบางคนอยากเลือกตั้ง ก็ตองไปเลือกกอน การจะอางความชอบธรรมในรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ที่ทำประชามตินั้น นาจะขาดความ ชอบธรรมอยางยิ่ง เรื่องนี้เราตองดูนะครับ คำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๓/๒๕๕๘ ก็คลายกฎอัยการศึก ในการใหอำนาจทหารจับกุมประชาชนไปคุมขังได ๗ วัน เรื่องอยางนี้ไมอยากจะใหมี อยากจะใหเขียนในเชิงสงเสริมสนับสนุนใหทำความเห็นและอภิปรายอิสระอยางกวางขวาง มีนะครับในรางแตอาจจะไมรอบคอบเทาไร🔗
๔. เวทีเสวนาจัดกิจกรรมสาธารณะถูกปดกั้น นั่นหมายความวามันเปนระบบ ควบคุมโดย ๑๐๐ เปอรเซ็นต แตรางใหมนี้ควรจะเขียนสงเสริม ตรงนี้ยังไมมีนะครับ ใหสื่อมวลชนการจัดเวทีนั้นเกิดอยางเสรี ไมใชไปภาครัฐอยางเดียวนะครับ ในสวนตรงนี้ บางรางบอกวาภาครัฐสามารถสื่อสารไดแตอยากใหสงเสริม ทำอยางไรใหรางกฎหมายนี้ สามารถสงเสริมใหมีการจัดกิจกรรมในการอภิปรายอยางกวางขวาง เพื่อใหประชาชนนั้น สามารถที่จะเขาถึงกอนที่ตัวเองจะลงประชามติ🔗
๕. การไมแจกรางรัฐธรรมนูญนะครับ แจกแตเอกสารชวนเชื่อ สิ่งเหลานี้ รัฐบาลจะตองนำไปทำเหมือนกัน ดังนั้นรางกฎหมายฉบับนี้ควรจะตองมีใหถึงในการแจกราง รัฐธรรมนูญใหกับประชาชนอยางทั่วถึง จะเปน File ใน Internet หรือเปนหนังสือตองถึง ไมใชไปบางสวนหยอม ๆ แลวก็เอกสารชวนเชื่อเขาไปแลวใหหนุนในการรับรางเฉย ๆ สิ่งเหลานี้ควรจะแกไขในรางฉบับนี้🔗
๖. กลไกของรัฐใหนำเสนอแตขอดีของรางรัฐธรรมนูญ ยกตัวอยางเชน ใชอาสาสมัครรักษาดินแดนเปนวิทยากรอาสารักษาเขตชายแดนเผยแพรประชาชน ครู ก ข ค เลยนะครับไปในสวนนี้ มันไมใชกลไกในการชวยในการสนับสนุนใหเห็นทุกฝาย ทุกดาน และรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ นั้นออกมาโดยที่ฟงแตฝายเดียว และจำกัดฝายตรงขาม🔗
๗. ประชาสัมพันธไมทั่วถึง นั่นก็คือการใชสื่ออะไรไมคอยไดทั่วถึงเทาไร ดังนั้นควรจะเขียนขอไปวาจะประชาสัมพันธใหทั่วถึงในการประชาสัมพันธทุกรูปแบบ ทาง Internet ทางสื่อมวลชนทุกอยางในสวนนี้รัฐบาลจะตองทำ ตองเขียนในรางฉบับนี้นะครับ🔗
๘. คำถามพวงเปนคำถามที่สำคัญ มันไมไดออกแบบโดยประชาชนแลว ยกตัวอยางเชน เรื่องสาระของการสนับสนุนใหการเห็นชอบมุงใหเห็นครับ เพื่อใหการปฏิรูป ประเทศเกิดความตอเนื่อง หลีกเลี่ยงสาระสำคัญที่จะใหอำนาจแก สว. โดยใชคำวา ที่ประชุม รวมกันของรัฐสภา แตไมไดชี้แจงใหชัดเจนวา สว. ชุดแรกมาจากการแตงตั้ง มีสิทธิเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีได นี่คือการหมกเม็ดซึ่งทำขึ้นมา ทำอยางไรถึงจะเขียนในสวนของตัวกฎหมาย ฉบับนี้ รางของพรรคกาวไกลคอนขางที่จะเขียนออกมาไดชัดเจน ไมวาจะเปนเรื่องของ ใหชี้แจง ใหขอมูลทั้ง ๒ ฝาย รางของพรรคเพื่อไทย รางของรัฐบาลก็เขียนชัดเจน รวมถึง รางพรรคภูมิใจไทยก็เขียน แตผมอยากใหในชั้นกรรมาธิการนั้นฝากไปแกไขปญหาที่ ขอขัดของเหลานี้ใหดีขึ้น🔗
ประการตอมา ในเรื่องของระบบการใชเสียง ๒ ชั้น ความเห็นขางมาก ๒ ชั้น ที่เกิดขึ้น ตรงนี้เปนสิทธิที่ทุกฝายเห็นรวมกัน ขอบคุณพรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตเอยนาม ที่ตัวแทนทานไดกรุณาบอกวา ถึงแมจะมีขอขัดของในกรณีของเสียงขางมากในชั้นของ ผูใชสิทธิ ผูมีสิทธิเลือกตั้งทานสามารถที่จะตกลงปรับไดในสวนลางในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งเรื่องนี้ ทำใหกรณีสำคัญที่สุดที่จะใหผานรางประชามติแบบนี้มันสามารถที่จะผานไปได🔗
เรื่องตอมา ก็คงเปนเรื่องของการใชกรณีของไมใชรัฐธรรมนูญ การใชสื่อ อิเล็กทรอนิกสในการมีสวนรวม ในการที่เสนอประเด็นตาง ๆ เขามา เรื่องนี้รางพรรคกาวไกล มีนะครับ🔗
ถัดมา ก็คงเปนเรื่องของการที่จะใหเผยแพรในเรื่องตาง ๆ ได และการกำหนด วันที่ใหวันเลือกตั้งเปนวันเดียวกับการประชามติไดในสวนนี้🔗
ทั้งหมดนี้เปนความรวมมือรวมใจกันของตัวพรรคการเมือง ผมอยากให การรวมมือรวมใจของฝายที่มาจากประชาชนนั้น รวมใจใหแข็งขันนะครับ ขอขัดแยงมีนอย มากครับ แลวผมเชื่อวาครั้งนี้จะเปนการฝาวงลอมที่ถูกปดล็อก เราไมทราบวาอะไรมาจะมี การสงตีความแลวก็ตีใหตกไปหรือไม อยางไร แตความรวมมือของฝายที่มาจากประชาชน เปนสิ่งสำคัญที่จะตองเดินหนารวมกัน และผมเชื่อวารางประชามติฉบับนี้จะออกมาใน ทิศทางที่ดี และทำใหเรามีรัฐธรรมนูญฉบับใหมและสามารถทำประชามติในประเด็นตาง ๆ ไดงายขึ้น และเคารพเจตจำนงของประชาชนไดมากขึ้นในการตัดสินใจรวมในทุกระดับ ไมวาระดับชาติ หรือระดับทองถิ่นครับ🔗
ตอไปทานสุดทายนะครับ ทานณัฐวุฒิ บัวประทุม เชิญครับ🔗
ขอบคุณทานประธานครับ ดวยความคิดถึงครับ ทานประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผูแทนราษฎร แบบบัญชี รายชื่อ พรรคกาวไกล คนจังหวัดอางทองครับ ผมขออนุญาตทานประธานและขออนุญาตตอ สภาผูแทนราษฎรนะครับ เปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรทานสุดทายของพรรคกาวไกลในการ อภิปรายความเห็นตอการพิจารณารางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมมีเหตุผลอยูหลายประการดวยกันครับ แตเหตุผลประการหนึ่ง ที่สำคัญที่ผมตองนำเรียนตอที่ประชุมแหงนี้ก็คือวา ผมเองเปนหนึ่งในรองประธาน คณะกรรมาธิการพิจารณาราง พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติในสภา ชุดที่ ๒๕ ที่ผานมา แนนอนครับ วันนั้นเราพิจารณากันในรูปแบบของการมองวากฎหมายฉบับนี้เปนกฎหมาย ปฏิรูปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เราจำเปนตองพิจารณากันในรัฐสภา ซึ่งเปนบทเฉพาะกาล ที่รัฐธรรมนูญวางไว โดยเฉพาะอยางยิ่งในมาตรา ๒๗๐ แตทานประธานเห็นไหมครับวา วันนั้นกับวันนี้ เมื่อครบกำหนด ๕ ปของวุฒิสภาชุดเฉพาะกาลที่ผานมา เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม วันนี้เงื่อนไขเปลี่ยนแปลงไปแลว กฎหมายฉบับนี้อาจจะยังถูกมองวา เปนกฎหมายปฏิรูปก็ไดครับ แตวันนี้เราไดคืนความชอบธรรมวาการพิจารณากฎหมาย หากยังใชระบบรัฐสภาในการพิจารณาก็ขอใหมาเขาลำดับ เริ่มจากสภาผูแทนราษฎร ถาผาน สภาผูแทนราษฎรก็คอยไปวุฒิสภา ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ผมคิดวานี่คือความสวยงาม ของประชาธิปไตย แตอยางไรก็ตามความสวยงามของประชาธิปไตยก็ตองบันทึก กันไวกอนนะครับวา ตอไปนี้กฎหมายที่เรียกวากฎหมายปฏิรูปที่เคยผานสภา ชุดที่ ๒๕ ไปแลว ไมวาจะเปนพระราชบัญญัติตำรวจแหงชาติ ไมวาจะเปนกฎหมายที่เรียกวาประมวล ยาเสพติด ซึ่งเมื่อวานทานก็ออกประกาศมาวา ตอไปนี้ถือไวแค ๑ เม็ดก็ถือวาเปนผูคาแลว ตาง ๆ เปนตน หากในอนาคตจะมีการแกก็ขอใหแกกันในระบบนี้ หรือตอไปนี้หากจะมี กฎหมายใด ๆ อีกขางหนาก็แลวแต เชน รางพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ ซึ่งยังไมมี การพิจารณา พิจารณายังไมแลวเสร็จ ถาผมจำไมผิดทานรองประธานทานเองก็นั่งเปน กรรมาธิการพิจารณาตาง ๆ ดวย ก็ขอใหในอนาคตใชวิธีนี้ในการพิจารณาไดหรือไมครับ สภาผูแทนราษฎรเราในฐานะตัวแทนประชาชนมีศักดิ์มีศรีเพียงพอที่จะพิจารณา แลวก็ใชมาตรฐานเดียวกันกับทุกกฎหมายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นั่นเปนประการที่ ๑ ที่ผมจำเปนจะตองนำเรียนตอที่ประชุมครับ🔗
ประการที่ ๒ ทานประธานครับ เวลาเราใชคำพูดในภาษาอังกฤษอาจจะ กอใหเกิดความเขาใจที่คลาดเคลื่อน หลายทานถามวาวันนี้เราพิจารณากฎหมายที่เรียกวา ประชาพิจารณหรือ Public Hearing ในภาษาอังกฤษใชหรือไม หลายทานมีความเขาใจ หนอยก็ถามวา วันนี้เราพูดถึงกฎหมายประชามติหรือ Referendum ใชหรือไม หลายทาน ก็ถามมาวาแลวทั้ง ๒ เรื่องนี้มีนัยหรือความเหมือนหรือไมเหมือนกันอยางไร ผมอยากจะ นำเรียนผานทานประธานไปยังพี่นองสื่อมวลชน พี่นองประชาชนทั้งประเทศครับวา ความเหมือนกันก็คือการรับฟงเสียงเจาของอำนาจอธิปไตย เจาของประเทศ เจาของปญหา ตาง ๆ วาเขานั่นละควรจะตองเปนผูตัดสินใจ ไมมีทางหรอกครับที่พี่นองชาวจังหวัดอางทอง จะไปตัดสินใจกรณีสารเคมีที่อำเภอบานคาย จังหวัดระยอง ของทาน สส. ชุติพงศ พิภพภิญโญ ได ไมมีทางหรอกครับที่พี่นองกรุงเทพมหานครจะไปตัดสินใจรถไฟฟาที่เรียกวา รถไฟฟารอบเมือง จังหวัดขอนแกน ของ สส. แบงคชัย อิทธิพล เขต ๒ ขอนแกนได ฉะนั้น ทำความเขาใจแบบนี้จะเปน Public Hearing ที่เรียกวาประชาพิจารณหรือประชามติ ตางก็ตองฟงเสียงจากพี่นองประชาชน แตตางกันวาประชามตินั้นผลของประชามติเปนสิ่งที่ มีความยึดโยงสำคัญยิ่งที่ตองมีหนวยงานรับหรือนำไปปฏิบัติตอ นั่นละครับเปนเหตุผล ประการที่ ๒ ที่ผมจำเปนตองนำเรียนวา เพราะดวยความชอบธรรมหรือความสำคัญของผล ของประชามตินี่ละ เราถึงตองมาดูกันวาอำนาจในการจัดทำ กระบวนการ วิธีการในการทำ พ.ร.บ. ประชามตินั้นควรจะเปนอยางไร ทานประธานจำไดไหมครับ พวกเราชวยกันผลักดัน พ.ร.บ. ประชามติดวยคะแนนเสียงขางนอยกอนหนานี้ในกรรมาธิการที่กลับมาเปน เสียงขางมากในที่ประชุมรัฐสภา ทานประธานจำไดไหมครับ ผมเดินไปคุยกับทานอาจารย ชูศักดิ์ ศิรินิล ซึ่งวันนั้นทานนั่งเปนกรรมาธิการ วันนี้เปนเพื่อนสมาชิกรวมสภาเดียวกัน บอกทานอาจารยชูศักดิ์ พรรคกาวไกลขอถอนขอสงวนสวนนอยของเราสนับสนุนขอสงวน ของทานอาจารยชูศักดิ์ ศิรินิล จนนำมาซึ่งวันนี้การทำประชาพิจารณนั้นพี่นองประชาชน ก็เขาชื่อนำไปสูการเสนอ ครม. ทำประชาพิจารณได รัฐสภาก็สามารถใหความเห็นที่จะเสนอ ตอ ครม. ในการจัดทำประชาพิจารณได แตเสียดายวา ๑ ครั้งที่สภาผูแทนราษฎรเคยมีเสียงขางมาก ขอความเห็นสงไป สว. ถามกันงาย ๆ วาทานเห็นดวยกับญัตติที่จะถามพี่นองประชาชนขอใหมีการแกไขรัฐธรรมนูญใหมทั้งฉบับ ถามไปพรอมกับการเลือกตั้งทั่วไปนั้น มันตกในชั้นวุฒิสภา ถึงแมในสภาผูแทนราษฎร จะทำใหเราไดเสียงทวมทนกลายเปนไมสามารถสงไปให ครม. ทำประชามติได ก็ไมเปนไรครับ อายุเริ่มมากก็ตองเลาเรื่องอดีตกันยาวสักนิดหนึ่ง แตมองไปในอนาคต มองไปยังจังหวัดเชียงใหม ของ สส. พุธิตา ชัยอนันต มองไปยังจังหวัดหลาย ๆ แหงของพี่นอง สส. พรรคกาวไกล คนหนุม คนสาว เขาบอกวาความชอบธรรมของการทำประชามติขอแบบนี้ไดไหมวาหลักการ ประชาธิปไตยโดยทั่วไป Double single มันตางกันอยางนี้วา Double บอกวา ๒ ขั้น Single บอกวาขั้นเดียว ถาเราไมปดดวยคำถามเชิงลบที่ชี้นำไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ถาเราไมปดปากกันดวยการหามรณรงค เหมือนทานสมาชิกหลายทาน สส. ชลธิชา แจงเร็ว จากปทุมธานี สส. รังสิมันต โรม สส. พุธิตา ชัยอนันต เคยเจอในอดีตตอนรณรงครับ หรือไมรับ คำถามพวงในการแกไขในการทำรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ ถาเราไมปด บอกใหรณรงค กันอยางกวางขวางทั่วไป คำถามไมใชคำถามปลายปด ผมอยากจะเรียนทานนิกร จำนง ดวยความเคารพรัก เวลานักจิตวิทยากับนักกฎหมายถาม ไมเหมือนกันนะครับ ทานรัฐมนตรี พม. ก็นั่งอยู นักจิตวิทยาจะถามกรณีที่เกิดอะไรขึ้นกับเด็กสักคนหนึ่งที่ถูกละเมิด เขาถามวา หนูเลาใหฟงไดไหมเพราะเหตุใดหรือเกิดอะไรขึ้นกับหนู แตนักกฎหมายถามวา ทำไมหนู ถึงถูกละเมิด ทำไมหนูถึงพาตัวเองไปถูกละเมิด เห็นไหมวาคำถามนี้มันชี้นำหรือมันสำคัญกับ การลงประชามติ การโนมนาวใหพี่นองประชาชนไปลงประชามติแคไหน ฉะนั้นในเมื่อเรา ปลดล็อกเรื่องนั้นไปแลว เสียงขางมากทั่วไปแบบนี้จะเรียกในภาษาอังกฤษวา Single Majority หรือใด ๆ ก็แลวแต แตเปนเสียงขางมากที่ใหพี่นองประชาชนไปกัน และชวยกันลงคะแนนให มากกวาเสียงที่ไมเห็นดวย แบบนี้ก็ถือเปนความชอบธรรมของกระบวนการทำประชามติแลวครับ ซึ่งผมเชื่อมั่นวาทั้ง ๔ ราง ไมวาจะเปนราง วันนี้ไมพูดเลยใครทำกอนทำหลัง นายกรัฐมนตรี เซ็นหรือไมเซ็นอะไรตาง ๆ ไมพูดเลย เพราะถือวา ๔ รางนี้ศักดิ์มันเทากัน ก็ตอบสนองตอ โจทยที่เรียกวาเสียงขางมากขั้นเดียวทั้ง ๔ ราง ซึ่งตองขอบพระคุณและชื่นชม แมกระทั่ง คณะรัฐมนตรีที่พิจารณาจากรางของพรรคกาวไกลประกอบในการสงมาเปนกฎหมาย นั่นเปนเหตุผลประการที่ ๔🔗
เหตุผลประการที่ ๕ ครับทานประธานครับ วันนี้เราพิจารณา พ.ร.บ. การออกเสียง ประชามติ คนก็นอยนิดหนึ่ง แอรก็เย็นหนอย ก็หวังวาพรุงนี้จะพิจารณารางงบประมาณดึก ๆ อยาแอรเย็นแบบนี้นะครับ พวกผมแอรเย็นทีไรก็ตองลุกนั่งตลอดเวลา ตองถามที่ประชุมวา พรอมหรือไมพรอม แตบอกแบบนี้บอกเงื่อนไขวากรณีของคำถาม เอาที่มันงาย ๆ ประชาชน เขาใจไดหรือไม อิเล็กทรอนิกสก็เปนกระบวนการในอนาคต พรรคกาวไกลยืนยันเลยวาเราใช เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกสเยอะมาก พรรคอื่นอาจจะไมมีการตั้งตัวแทนพรรคการเมือง ประจำอำเภอที่เรียกวา ตทอ. นี่ทาน สส. ไมค ประสิทธิ์ ปทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี เขาก็ตอง ทำกระบวนการที่เรียกวาการจัดตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำอำเภอ เราก็ยืมเครื่องลงคะแนน อิเล็กทรอนิกสของ กกต. เปนประจำ เครื่องหนึ่งมี ๔ เครื่องพวง ราคา ๒๐๐,๐๐๐ บาท พรรคกาวไกลมักจะตกใจเวลาไดยินตรงราคานี้ แตอยางอื่นประสิทธิภาพดีหมดเลย อยากจะทำ อยากจะใช เอามาใชกับการทำประชามติ แตอยางที่ผมเรียนวาคำถามสำคัญ พี่นองของ สส. แบงคชัย อิทธิพล ถามวาภาษาอีสานบอก ขอยบเขาใจ บแมนเขาใจคำถามที่ถามมานี้ จะตอบอยางไร พี่นองชาวเหนือของ สส. พุธิตา บอกสุมาเตอะเจา ขาบเขาใจจักเทื่อ ก็ไมรู จะเขาใจมันอยางไร ฉะนั้นทานอยาลืมนะวามีพี่นองประชาชนในประเทศที่อาจจะอานออก เขียนไมได ไมเขาใจคำถาม เปนคำถามเฉพาะถิ่น เฉพาะเรื่องใด ๆ ตาง ๆ อันนี้การออกแบบ ก็ตองทำ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลผมอยากจะใชเวลาทานประธาน ความจริงพรรคฝายคานเราเหลือ อีก ๕ นาทีใชไหมครบตามกรอบเวลา ผมก็ใชเอาเต็มที่แลวกันไมไดพูดมาตั้ง ๒ เดือนกวา ก็ตองขออนุญาตทานประธานกอน เดี๋ยวทานประธานจะไมอนุญาต ทานพยักหนานะครับ ขออีกนิดเดียวครับอีกนิดเดียวที่จะ บอกวาความแตกตางของ ๔ รางนี้ที่จำเปนตองใหทานกรรมาธิการรับไปพิจารณาก็คือวา รางของพรรคกาวไกลเปนรางเดียวที่เขียนหลักการแบบภาษาคนรางกฎหมาย ในคูมือเขียนวา เปนหลักการแบบกวางครับ แบบกวางก็คือวา แกไขเพิ่มเติมกฎหมายวาดวยการออกเสียง ประชามติ เพื่อใหเกิดกติกาประชามติเปนธรรมกับทุกฝาย ในขณะที่อีก ๓ รางที่เหลือไมวา จะเปนรางของทานอาจารยชูศักดิ์นั้นทานกำหนดไว ๖ ประเด็นดวยกัน รางของ ครม. มี ๔ ประเด็น รางของพรรคภูมิใจไทยมี ๔ ประเด็น ผมก็ตองนำเรียนความชอบธรรม เปนหลักการ อยากจะไดยินคำตอบจาก ผูอาวุโส ทาน สส. ชูศักดิ์ ทานนิกร จำนง ทานอื่น ๆ ที่อยากจะสรุปวาแบบนี้ไดไหมครับ แบบนี้ก็คือวาขอใหรับหลักการทั้ง ๔ ราง และหาก รับหลักการทั้ง ๔ รางไปแลว แมจะเอารางใดรางหนึ่งเปนรางหลัก ก็ขอวาไมควรจะไปมี คำถามในชั้นกรรมาธิการอีกแลวครับวาตองเดินตามรางหลักเทานั้น เพราะเมื่อเรารับ หลักการทั้ง ๔ ราง หลักการทั้ง ๔ ราง ตองไมหายไปในชั้นพิจารณาวาระที่ ๒ ทั้งหมดทั้งมวล ที่ผมนำเรียนตอทานประธานที่ผมพูดตอเพื่อนสมาชิก ที่ผมพูดตอพี่นองประชาชนผูเปน เจาของอำนาจอธิปไตยที่แทจริงก็เพื่อยืนยันวา กระบวนการทำประชามติ โดยเฉพาะอยางยิ่ง ไมวาจะเปนระดับทองถิ่น ไมวาจะเปนระดับปญหาแบบสารเคมีที่บานคาย จังหวัดระยอง ที่ สส.ผมตองวิ่งไปมาตลอดเวลาเกือบทุกคืน ผมก็นั่งดูเขาทำงาน ขอกันไดไหมครับวา ถาจะ ใหกระบวนการแบบนั้นชอบธรรม เปนธรรม ทุกฝายเคารพกติกาไดอยางแทจริงนั้นจะตอง เปดกวางทั้งหมด และผมอยากใหรับทั้ง ๔ รางไปพิจารณา โดยเฉพาะอยางยิ่งกรณีที่ เมื่อพิจารณาแลวเห็นวาอาจจะมีบางประเด็นที่ยังไมมีรางใดเสนอมา ก็อาจจะใชการประชุม ในสภาในวาระที่ ๒ นั้น เปนการปรับแกรางตาง ๆ ได ผมอยากไดยินคำนี้จากตัวแทน คณะรัฐมนตรี และหากเปนเชนนั้นเปนคำตอบแบบนั้น ทางพรรคกาวไกลก็อยากจะยืนยันวา เราพรอมจะรับหลักการทั้ง ๔ ราง แลวเราพรอมสนับสนุนรางของคณะรัฐมนตรีเปนรางหลัก แตเราขอเพียงหลักประกันวาการแกไขรอบนี้นั้นจะเปนไปเพื่อประโยชนตอพี่นองประชาชน และนำไปสูการแกไขหลาย ๆ เรื่อง ไมใชแครัฐธรรมนูญนะครับ แตรัฐธรรมนูญจะเปนหนึ่ง เรื่องที่การทำประชามติจะเปนการไขปญหาที่ไมเปนธรรม ปญหาทางการเมือง ปญหาที่อยูใน ประเทศแหงนี้มาแลว ๑๐-๒๐ ป อยากใหมันจบที่รุนเราจริง ๆ ขอบคุณทานประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ กอนที่เจาของญัตติจะสรุป ทางคณะรัฐมนตรีจะตอบ เชิญทานนิกร จำนง ครับ🔗
กราบเรียนทานประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จำนง ในฐานะผูชี้แจงรางพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคณะรัฐมนตรีนะครับ ก็จะขอชี้แจงตอคำถาม ทานแรกของทานธีรัจชัย พันธุมาศ ที่ไดใหความเห็นเกี่ยวกับเรื่อง ทำไมถึงเปนกฎหมายไมเปนปฏิรูป ซึ่งประเด็นนี้นะครับ ตองขออนุญาตใชเวลานิดหนอยนะครับ เพราะวาเปนประเด็นที่มีการพูดถึงกันอยูเยอะแลว ก็มีความซับซอน แลวก็มีความเกี่ยวเนื่องนะครับ ในประเด็นแรกผมจะชี้แจงเปน ๓ ประเด็น🔗
ประเด็นแรกเกี่ยวกับระยะเวลาในการเสนอรางพระราชบัญญัติที่ตราขึ้น เพื่อดำเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของคณะรัฐมนตรี🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือวาระยะเวลาในการพิจารณารางพระราชบัญญัติที่ตราขึ้น เพื่อดำเนินการหมวด ๑๖ นะครับ ในการปฏิรูปประเทศ ในการประชุมรวมกันของรัฐสภา🔗
ประเด็นที่ ๓ ทำไมคณะรัฐมนตรีถึงไมไดเสนอรางพระราชบัญญัติวาดวยการ ออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เปนกฎหมายปฏิรูปนะครับ🔗
ประเด็นแรกก็อยากจะกราบเรียนตอสภาแหงนี้วา รัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗๐ เปนบทเฉพาะกาลนะครับ ที่กำหนดให รางพระราชบัญญัติที่ตราขึ้น เพื่อดำเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศใหเสนอ และพิจารณาในการประชุมรวมกันของรัฐสภา ซึ่งถือเปนกระบวนการนิติบัญญัติที่เพิ่มขึ้น ใหมตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่เปนการกำหนดกลไก หรือมาตรการทางกฎหมายใชบังคับเปนการชั่วคราว ขีดเสนใตนะครับ ในระยะเริ่มแรกของการใชบังคับรัฐธรรมนูญตามบทเฉพาะกาลเทานั้น ที่ใหการพิจารณา กฎหมายปฏิรูปประเทศโดยใชสภาเดียว คือ การประชุมรวมกันของรัฐสภาซึ่งอยูภายใต เงื่อนไขระยะเวลาตามอายุของวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาล เมื่อพนอายุของวุฒิสภาตาม บทเฉพาะกาล การพิจารณากฎหมายตองกระทำโดย ๒ สภา คือ สภาผูแทนราษฎร และวุฒิสภาตามลำดับ ตามที่กำหนดไวในบทถาวรของรัฐธรรมนูญ โดยความมุงหมายของ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ คือ ใหวุฒิสภาเปนกลไกหลักในการกำกับและการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศและการจัดทำการดำเนินการตาม ยุทธศาสตรชาติ และใหบรรลุเปาหมาย รวมทั้งกำหนดกลไกในการเสนอพิจารณารางกฎหมาย เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ โดยมาตรานี้กำหนดใหเปนหนาที่และอำนาจของวุฒิสภาในการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและดำเนินตามยุทธศาสตรชาติ โดยกำหนดใหการเสนอ กฎหมายเกี่ยวของการปฏิรูปประเทศนี้มีขั้นตอนซึ่งแยกอยางชัดเจนตามขั้นตอนในการเสนอ กฎหมายทั่วไป กลาวคือการเสนอกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศใหเสนอพิจารณา โดยการประชุมรวมกันของรัฐสภา โดยอยูภายใตระยะเวลาตามมาตรา ๒๖๙ ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จึงเห็นวาคณะรัฐมนตรีสามารถเสนอรางพระราชบัญญัติซึ่งจะตราขึ้นเพื่อดำเนินการตาม หมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศไดในระยะเวลาตามอายุของวุฒิสภา ๕ ป นับตั้งแตมี พระบรมราชโองการแตงตั้งสมาชิกวุฒิสภาตามที่กำหนดตามมาตรา ๒๗๐ ประกอบ มาตรา ๒๖๙ (๔) ของรัฐธรรมนูญ และปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาวุฒิสภาชุดใหมจะเขารับ หนาที่ตามมาตรา ๒๖๙ (๖) ของรัฐธรรมนูญ คือ เมื่ออายุวุฒิสภาสิ้นสุดลงตาม (๔) ใหดำเนินการเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา ๑๐๗ ตอไป และนำความในมาตรา ๑๐๙ วรรคสาม มาใชบังคับโดยอนุโลม คือ เมื่ออายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลงใหสมาชิกวุฒิสภาอยูใน ตำแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีสมาชิกวุฒิสภาชุดใหม และตามมาตรา ๑๐๙ วรรคสอง กำหนดใหสมาชิกภาพของวุฒิสภาที่เริ่มตั้งแตวันคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศผลการเลือกตั้ง🔗
ในประเด็นที่ ๒ ระยะเวลาการพิจารณาพระราชบัญญัติที่ตราขึ้นเพื่อการ ดำเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศของการประชุมรวมของรัฐสภา เมื่อมาตรา ๒๖๙ (๔) ของรัฐธรรมนูญบัญญัติใหอายุของวุฒิสภาตามมาตรานี้มีกำหนด ๕ ปนับตั้งแตวันที่มี พระบรมราชโองการแตงตั้ง และไดมีพระบรมราชโองการแตงตั้งสมาชิกวุฒิสภา เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๖ อายุวุฒิสภาจึงกำหนด ๕ ป และสิ้นสุดลงในวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ตอมาไดมีการเสนอพระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๗ ซึ่งประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม กำหนดใหมีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไดมีมติเห็นชอบประกาศกำหนดวันเลือกตั้งแลวหาก คณะรัฐมนตรีเสนอรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยแจงตอประธานรัฐสภาวาเปนกฎหมายปฏิรูปประเทศ เพื่อใหใชที่ประชุม รวมกันของรัฐสภาพิจารณาในชวงเวลาที่สามารถคาดหมายไดวาใกลจะมีวุฒิสภาชุดใหมแลว อาจทำใหไมสามารถพิจารณารางพระราชบัญญัติดังกลาวไดทันภายในอายุวุฒิสภาตาม บทเฉพาะกาล อาจมีประเด็นโตแยงในเรื่องกระบวนการตราไมชอบดวยรัฐธรรมนูญ เพราะการเสนอการพิจารณากฎหมายการปฏิรูปประเทศไมอยูในเงื่อนไขการปฏิบัติหนาที่ตาม อายุวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาลตามมาตรา ๒๗๐ ประกอบมาตรา ๒๖๙ (๔) และ (๖) และ มาตรา ๑๐๙ วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้หากไมกำหนดเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาไวใน บทเฉพาะกาลตามมาตรา ๒๖๙ อาจจะทำใหบทเฉพาะกาลนั้นใชบังคับไปตลอด ในฐานะ เปนบทบังคับถาวร ไมใชเปนบทเฉพาะกาล🔗
ประเด็นสุดทาย เกี่ยวกับคณะรัฐมนตรีที่ไมเสนอรางพระราชบัญญัติวาดวย การออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้เปนกฎหมายปฏิรูปประเทศ ผมขอ กราบเรียนวาอยางนี้ครับ โดยที่มาตรา ๑๗๐ วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญกำหนดวา รางพระราชบัญญัติใดที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบเห็นวาเปนรางพระราชบัญญัติที่ตราขึ้น เพื่อดำเนินการตามหมวด ๑๖ ของการปฏิรูปประเทศ ใหแจงใหประธานรัฐสภาทราบ พรอมกับการเสนอรางพระราชบัญญัติฉบับนั้น จึงเปนอำนาจของคณะรัฐมนตรีในการ พิจารณาวากฎหมายฉบับใดจะเสนอเปนกฎหมายปฏิรูปประเทศ เมื่อคณะรัฐมนตรีไดมีมติ เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๗ เห็นชอบใหมีการเสนอรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตอสภาผูแทนราษฎร และตอมาเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๗ ไดมีหนังสือกราบเรียน ประธานสภาผูแทนราษฎรวา คณะรัฐมนตรีไดประชุมปรึกษาลงมติใหเสนอราง พระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตอสภาผูแทนราษฎร เปนเรื่องดวน โดยไมไดเสนอตอประธานรัฐสภาและแจงวาเปนกฎหมายปฏิรูปประเทศ ดังนั้น จึงตองพิจารณารางพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติในสภาผูแทนราษฎร และวุฒิสภาตามลำดับตอไป ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีอำนาจในการพิจารณาควรเสนอกฎหมายใด เปนกฎหมายปฏิรูปประเทศภายใตระยะเวลาตามเงื่อนไขในมาตรา ๒๗๐ ประกอบ มาตรา ๒๖๙ ของรัฐธรรมนูญ อนึ่ง การที่คณะรัฐมนตรีเสนอรางพระราชบัญญัติวาดวย การออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตอสภาผูแทนราษฎร เปนการเสนอตามบทถาวร ขณะนี้เปนการเสนอตามบทถาวร คือมาตรา ๑๓๓ (๑) ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำใหสามารถนำ รางที่สมาชิกสภาผูแทนราษฎรเสนอตอสภาตามมาตรา ๑๓๓ (๒) ของรัฐธรรมนูญที่กำหนด รางทำนองเดียวกันพิจารณาพรอมกันได หมายถึงรางที่มีอยูแลวในสภานี้ ทั้งนี้หาก คณะรัฐมนตรีเสนอรางพระราชบัญญัติดังกลาวไปตามกฎหมายปฏิรูปประเทศ มาตรา ๒๗๐ ประกอบมาตรา ๒๖๙ ของรัฐธรรมนูญซึ่งเปนบทเฉพาะกาลอาจเปนชวงระยะเวลา ที่ไมเหมาะสม เนื่องจากอายุของวุฒิสภามีบทบาทในการปฏิรูปประเทศไดสิ้นสุดลงแลว โดยเปนวุฒิสภารักษาการเทานั้น หากระหวางพิจารณากฎหมายดังกลาวไมแลวเสร็จภายใน อายุของวุฒิสภา หมายถึงชุดปจจุบันนี้ อาจมีประเด็นตรวจสอบความชอบดวยรัฐธรรมนูญ ของพระราชบัญญัติดังกลาวดวย ก็เปนการตอบทั้งหมดตอโครงสรางของความเปนมา และระยะเวลา แลวก็สุดทายที่คณะรัฐมนตรีเลือกที่จะไมเสนอเปนกฎหมายปฏิรูปประเทศ เพราะเสนอไมได ก็นำเรียนครับ และขอตอบทานณัฐวุฒิดวยวาเกี่ยวกับเรื่องรางถาในกรณีที่ สภาแหงนี้เห็นวารางของรัฐบาลเปนรางหลักมีมติตามนั้น การพิจารณาถาเรารับไปทุกราง ก็สามารถจะพิจารณารวมกันไดอยูแลวในระบบของสภาเรา โดยในชั้นกรรมาธิการก็สามารถ จะดึงมาพิจารณาไดทุกมาตราที่รับกันไปอยูแลว ขอนำเรียนดวยความเคารพครับทานประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ กอนที่จะลงมตินะครับ ทานผูเสนอญัตติมีสิทธิที่จะสรุปตามขอบังคับ ขอ ๗๕ ไดอีก ๑ ครั้ง ก็มีอยู ๒ ทาน ทานแรกทานจาตุรนต ฉายแสง ทานที่ ๒ ทานพริษฐ วัชรสินธุ เชิญทานจาตุรนต ฉายแสง ครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต ฉายแสง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมไดรับ มอบหมายใหอภิปรายสรุปญัตติเสนอรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ ที่เสนอโดยอาจารยชูศักดิ์ ศิรินิล กับคณะ ผมจะใชเวลาใหสั้นที่สุดเทาที่จะเปนไปได โดยจะพูดถึงหลักการ เหตุผล และวัตถุประสงคที่พรรคเพื่อไทยไดเสนอรางแกไข พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ในการอภิปรายวันนี้ทานประธานจะเห็นวา สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจะเรียกวาทั้งหมดก็วาได ไดเห็นพองตองกันวาตองการทำให พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติเปนเครื่องมือในการที่ประชาชนจะเปนผูใชอำนาจอธิปไตย ทางตรงหรือวาประชาธิปไตยทางตรง ตองการพูดถึงเรื่องประสิทธิภาพ ชองทางความเปนเสรี เหลานี้คือการตองการให พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติเปนเครื่องมือที่ใหอำนาจ ทางตรงแกประชาชน แตวาเราคงจะตองทำความเขาใจอยูบางเหมือนกันวา การทำประชามติที่ใหประชาชน กำหนดอนาคตของประเทศ กำหนดนโยบายสำคัญของประเทศยังไมเคยมีมากอนในประเทศนี้ ที่พูดอยางนี้บางทานก็อาจจะสงสัยวาก็มีการทำประชามติไป ๒ ครั้ง สำหรับรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๕๐ และป ๒๕๖๐ แตวาจากตรงนั้นละครับ เราจะเห็นวาการลมลุกคลุกคลาน ของประชาธิปไตยมาจากมีการรัฐประหาร คณะรัฐประหารรางรัฐธรรมนูญขึ้นมา แลวก็ เพื่อที่จะใหรัฐธรรมนูญที่รางขึ้นมานั้นผานและเปนที่ยอมรับก็เลยจัดใหมีการทำประชามติ เหมือนที่สากลเขาทำกัน แตวาการทำประชามติ การจัดใหมีการออกเสียงลงประชามติ ที่ผานมา ๒ ครั้งในอดีตนั้น เราก็จะพบวาไดถูกบิดเบือนไป จนกระทั่งการทำประชามติ หรือการจัดใหมีการออกเสียงลงประชามติเปนเครื่องมือสำหรับที่จะทำใหรัฐธรรมนูญ ที่ไมเปนประชาธิปไตยผานการทำประชามติไปได โดยใชการบิดเบือนในแงของการบังคับให ประชาชนไมมีทางเลือก การหลอกวาถาหากประชามติไมผานก็จะไมมีการเลือกตั้ง ถาประชามติผานจึงจะมีการเลือกตั้ง การไมใหมีการรณรงคอยางเสรี การหามบิดเบือน ซึ่งเปดชองใหเจาหนาที่ตีความกฎหมายและขอเท็จจริง เพื่อเปนการปดปากผูที่มี ความคิดเห็นที่แตกตาง อันนี้เกิดขึ้นในการทำประชามติทั้ง ๒ ครั้ง เพราะฉะนั้นการแก พ.ร.บ. การออกเสียงลงประชามติในครั้งนี้ครับทานประธานที่เคารพ จึงเปนโอกาสที่ สภาผูแทนราษฎรและรัฐสภาจะทำให พ.ร.บ. ประชามติ เปนเครื่องมือที่จะทำใหประชาชน ใชอำนาจอธิปไตยทางตรงกำหนดนโยบายสำคัญของรัฐบาล และกำหนดอนาคตของประเทศ ก็คือการเห็นชอบกับการแกไขรัฐธรรมนูญเปนครั้งแรก ทาน สส. ทานสมาชิกหลายทาน ไดอภิปรายวา การแกพระราชบัญญัติประชามติในครั้งนี้จะมีประโยชนตอการทำประชามติ ในเรื่องตาง ๆ พูดถึงการทำประชามติอยางกวางขวางในเรื่องนโยบายสำคัญ พูดถึงเรื่อง การลงประชามติโดยอิเล็กทรอนิกสใหมีประสิทธิภาพ ใหมีการประหยัด หลายสิ่งหลายอยางนั้น พรรคเพื่อไทยก็เห็นดวย และความจริงเรื่องสำคัญ ๆ เราก็เสนออยูในรางของพรรคเพื่อไทย แตจำเปนตองพูดกันตรง ๆ วา การเสนอแกไข พ.ร.บ. ประชามติในครั้งนี้เราเห็นวา เปนความจำเปนและเกี่ยวของโดยตรงกับการแกไขรัฐธรรมนูญที่กำลังจะมีขึ้นอันนี้ตองพูดกัน ตรง ๆ ไมออมคอม วาตองการใหแกไขประชามติในหลาย ๆ ดานไปหมดไมใชเฉพาะเรื่อง การแกไขรัฐธรรมนูญ นั่นก็เปนความจริงบางสวน แตเหตุผลตรงไปตรงมาที่สุดก็คือวา พรรคเพื่อไทยเราพยายามแกไขรัฐธรรมนูญเรื่อยมา รางของพรรคเพื่อไทย ก็ยังคางอยู และในการพยายามแกไขรัฐธรรมนูญที่ทำโดยทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองอื่น มาถึงขั้นตอนที่มีขอสรุปวาจะตองมีการทำประชามติ ปญหาที่เราไปพบก็คือวา การทำ ประชามติตองทำโดยใช พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติที่มีอยู แต พ.ร.บ. วาดวย การออกเสียงประชามติที่มีอยูเปนปญหาตอการแกไขรัฐธรรมนูญ เพราะ พ.ร.บ. วาดวยการ ออกเสียงประชามติที่เขียนไวนี้ ไมไดตั้งใจใหประชาชนมีอำนาจในการกำหนดนโยบายตาง ๆ แลวก็ไมไดตั้งใจใหเปนเครื่องมือในการที่ประชาชนจะไปผานรัฐธรรมนูญ แตเปนกลไกสำคัญที่มีไวเพื่อยับยั้งขัดขวางการแกไขรัฐธรรมนูญ ทำไมผมจึงพูดอยางนี้ครับ ทานประธานที่เคารพ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาหากรัฐสภาตองการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม ตองจัดใหประชาชนผูทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติเสียกอนวา สมควร มีรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม และตอนทายสรุปวารัฐสภามีหนาที่และอำนาจจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหมได โดยตองใหประชาชนผูมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญไดลงประชามติ เสียกอนวา ประชาชนประสงคจะใหมีรัฐธรรมนูญฉบับใหมหรือไม เมื่อจัดทำรางเสร็จแลว ตองใหประชาชนลงประชามติเห็นชอบ หรือไมเห็นชอบกับรางรัฐธรรมนูญฉบับใหม อีกครั้งหนึ่ง คำถามคือวา พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติที่เขียนไวนี้ จะเอื้ออำนวย หรือยับยั้ง ขัดขวางการแกไขรัฐธรรมนูญ ทานสมาชิกหลายทานเกือบจะทุกพรรคพูดไป ในทางเดียวกันวา เรื่องที่เปนปญหาคือเรื่องที่กำหนดใหใชเสียงขางมาก ๒ ชั้น หรือที่ใชคำวา Double Majority ดูจะเห็นตรงกันเปนสวนใหญ วาเรื่องนี้เปนปญหาและตองแกไข แตวา ในรายละเอียดก็มีการเสนอรายละเอียดที่ตางกันออกไป เชน รางของ ครม. บอกวา ตองลงคะแนนมากกวารอยละ ๕๐ ของผูออกมาใชสิทธิ ตองมากกวาคะแนนผูไมแสดง ความคิดเห็น รางของพรรคเพื่อไทยบอกวาตองมีคะแนนเปนเสียงขางมาก และตองมีคะแนน มากกวาคะแนนของผูไมแสดงความคิดเห็น สวนรางของพรรคกาวไกลบอกวาประชามติ จะผานก็ตอเมื่อตองมีเสียงมากกวารอยละ ๕๐ ของผูมาใชสิทธิออกเสียง ก็คือมากกวา ผูไมเห็นดวยรวมกับผูที่งดออกเสียง อันนี้คือความแตกตางในรายละเอียด คำถามจึงมีตอไปวา เมื่อเห็นตางกันอยางนี้ แลวจะใชหลักการเหตุผลอะไรที่จะไปสูขอสรุปวาหลักเกณฑ ที่กำหนดวาตองไดเสียงมากหรือนอยเทาไร มันควรจะเปนอยางไร ทานประธานครับก็ตอง ยอนไปวา เวลารัฐธรรมนูญบอกวาการแกรัฐธรรมนูญ มาตรานั้นมาตรานี้ตองไปทำประชามติ ก็ดี หรือการที่ศาลวินิจฉัยวาถาจะรางกันใหม รางฉบับใหมตองไปทำประชามติเสียกอน ทำประชามติดวยหลักเกณฑอะไร ทางรัฐสภาก็จะมีหลักเกณฑลงมติดวยเสียงขางมาก แลวก็ มีเงื่อนไขประกอบมาวาตองมีเสียง สว. เทาไร มีเสียงฝายคานเทาไร การทำประชามติจะใช หลักเกณฑอะไร ถาหากจะพูดวาใหงาย ใหยาก อยางนั้นก็จะมีเสียงวิพากษวิจารณตามมาวา ทำไมจะตองแก พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติเพื่อใหผานรัฐธรรมนูญไดโดยงาย หรือถายากเกินทำไมจึงจะแก พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติใหยากจนแกรัฐธรรมนูญ ไมไดคำตอบในเรื่องนี้ก็คือตองยอนไปดูวาในการทำประชามติรางรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๕๐ ก็ดี ป ๒๕๖๐ ก็ดี โดยเฉพาะการรับรองรางรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ คือฉบับปจจุบัน ใชหลักเกณฑในการตัดสินวาเห็นชอบหรือไมเห็นชอบวาอยางไร หลักเกณฑในการเห็นชอบ หรือไมเห็นชอบ ก็คือรางรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ จะผานความเห็นชอบจากประชาชน ทั่วประเทศหรือไม มีหลักเกณฑที่สำคัญประการเดียวคือใชเสียงขางมาก เสียงขางมาก บอกวาเห็นชอบก็เปนอันเห็นชอบ เสียงขางมากบอกวาไมเห็นชอบรางรัฐธรรมนูญนั้นก็ตกไป เมื่อการเห็นชอบหรือไมเห็นชอบรางรัฐธรรมนูญที่เปนตัวแม คือรัฐธรรมนูญฉบับปจจุบัน ฉบับป ๒๕๖๐ ใชหลักเกณฑนี้ คำถามตอไปจึงเปนวาแลวถาจะไปทำประชามติแกรัฐธรรมนูญบางมาตรา หรือจะแก รัฐธรรมนูญเพื่อใหเกิดการรางรัฐธรรมนูญฉบับใหมทั้งฉบับ จะใชหลักเกณฑที่แตกตางไปได หรือไม เชน ถาบอกวาจะแกใหมเปนวาตอไปนี้ใชหลักเกณฑวามีเสียงเห็นชอบรับรองเกิน ๒๕ เปอรเซ็นตก็เปนอันใชได หรือบอกวาตองเห็นชอบ ๘๐ เปอรเซ็นตจึงใชได อันนี้จะเอา อะไรมาตัดสิน ไมมีวิธีอะไรที่จะมีหลักเหตุผลในการตัดสินเรื่องนี้ไดดีกวา การยอนไปทำใช หลักเกณฑเดียวกันกับการทำประชามติเห็นชอบรางรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ เอง ดังนั้น ดวยเหตุผลอยางนี้พรรคเพื่อไทยจึงเสนออยางตรงไปตรงมาวา เรื่อง Double Majority เรื่องเสียงขางมาก ๒ ชั้นนั้น พูดงาย ๆ ก็คือมันเปนหลักเกณฑ กติกาที่ทำใหผูที่ไมเห็นดวยไป รวมกับผูที่ไมออกเสียงลงคะแนนแลวจะกลายเปนเสียงขางมากไปได แลวก็สามารถชนะ ผูที่มาลงคะแนนเห็นชอบ ทานสมาชิกหลายทานไดใหเหตุผล ไดยกตัวอยางกรณี ในตางประเทศใหเห็นแลววากรณีแบบนี้เปนปญหา แตเรากลับมาที่เดิมครับ พรรคเพื่อไทย กลับมาตรงที่วารางรัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ เห็นชอบในการทำประชามติกันมาดวยหลักเกณฑ อยางไรก็ใหใชหลักเกณฑนั้น จึงไดเสนอเปนรางของพรรคเพื่อไทยซึ่งก็สอดคลองกัน กับรางของรัฐบาล ความจริงก็ไมไดแตกตางกันมากนักกับรางของพรรคกาวไกล เพียงแตวา ผมตองการย้ำหลักเหตุผลที่สำคัญ นอกจากนั้นแลวในรางของพรรคเพื่อไทยซึ่งความจริง ก็ตรงกับพรรคกาวไกลดวย ก็คือกำหนดเรื่องการลงประชามติในวันเดียวกันกับการเลือกตั้ง เพื่อใหคนมาลงคะแนนออกเสียงประชามติกันไดมาก ๆ แลวก็เปนการประหยัดคาใชจาย อีกอยางหนึ่งก็คือการเลือกทางจดหมายหรือทาง Online ซึ่งทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคกาวไกล ก็เสนอตรงกัน มีที่พรรคเพื่อไทยใหความสำคัญเปนพิเศษอีกเรื่องหนึ่ง นาจะมีอยูในรางของ พรรคเพื่อไทยเพียงรางเดียว ก็คือการรณรงคใหเปนไปไดอยางเสรี และทุกฝายรณรงค อยางไมถูกจำกัดสิทธิ ซึ่งเรามีประสบการณมาจากการทำประชามติรางรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับที่ผานมา ที่ไมเปดใหการทำประชามติเปนไปอยางเสรี ไมเปดใหผูที่เห็นตางแสดง ความคิดเห็นหรือรณรงคและยังมีกฎหมายวาดวยการหามบิดเบือน คำวา บิดเบือน ก็ตีความ กวางไปถึงการแสดงความคิดเห็นที่แตกตางจากรางรัฐธรรมนูญก็ถือเปนบิดเบือน และใช อำนาจของคณะรัฐประหารในการจับกุม ในการดำเนินคดีกับผูที่เห็นแตกตางหรือผูที่รณรงค จนกระทั่งไมสามารถรณรงคได ในรางฉบับนี้เราจึงตองการจะย้ำวาการทำประชามติที่ดี จะตองเปนการทำประชามติที่เสรีเปนธรรม เปดใหประชาชนทุกฝายไมวาจะเห็นดวยกับ คำถาม หรือไมเห็นดวยกับคำถามไมวาจะเห็นดวยกับการแกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไมเห็น ดวยก็สามารถรณรงคไดอยางเสรี สามารถที่จะแสดงความคิดเห็นไดอยางกวางขวาง เพราะฉะนั้นโดยสรุปครับทานประธานที่เคารพ การแก พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียง ประชามตินี้ไมใชเรื่องความพยายามที่จะแกปญหาทางเทคนิคทั้งหลายทั้งปวง แตเปนเรื่องที่ มีความสำคัญทางยุทธศาสตร ก็คือมีความสำคัญที่จะสงผลตอการแกรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เพื่อใหมีการรางรัฐธรรมนูญโดย สสร. เกิดขึ้น และไมให พ.ร.บ. วาดวย การออกเสียงประชามติเปนอุปสรรคขัดขวางการแกไขรัฐธรรมนูญ ดวยหลักการ หลักเกณฑ ที่ตรงไปตรงมา คือรางฉบับแมทำประชามติดวยหลักเกณฑอยางไร การทำประชามติ ที่จะเกิดขึ้นโดย พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติก็จะตองเปนไปโดยหลักเกณฑ เดียวกัน นอกจากนั้นจากการที่แกไข พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติอยางนี้จะทำใหการแกไข รัฐธรรมนูญไมถูกระงับยับยั้ง ไมถูกขัดขวาง แตถาไมแก พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียง ประชามตินี้เสียใหถูกตอง การทำประชามติที่เกิดขึ้นอาจจะนำไปสูการขัดขวางการแก รัฐธรรมนูญ และอาจจะมีผลทำใหเราไมสามารถแกไขรัฐธรรมนูญกันไปไดอีกยาวนานมาก เนื่องจากจะมีการสรุปวาประชาชนทั่วประเทศไมเห็นดวยกับการแกไขรัฐธรรมนูญ ทานประธานครับ สำหรับรายละเอียดตาง ๆ ที่เปนเรื่องสำคัญก็ตาม หรือเปนเรื่องปลีกยอย ก็ตาม เราเชื่อวาในขั้นกรรมาธิการ ในขั้นแปรญัตติก็สามารถที่จะมีการหารือกันเพื่อหา ขอสรุปที่ตรงกัน และเปนประโยชนสูงสุดตอการทำให พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติ เปนเครื่องมือสำคัญของประชาชนในการแสดงออกในการใชอำนาจอธิปไตยทางตรงตอไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ผูเสนอญัตติ ๒ ทานจะสรุป แลวก็จะเปนการลงมตินะครับ ขอเชิญทานสมาชิก เตรียมพรอมสำหรับการลงมติครับ เชิญทานพริษฐ วัชรสินธุ ตามดวยทานภราดร ปริศนานันทกุล ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พริษฐ วัชรสินธุ ผูแทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคกาวไกล ในฐานะผูเสนอราง จะขออนุญาตใชเวลาสั้น ๆ นิดเดียวครับ เพราะวารายละเอียดเนื้อหาสาระก็ไดอภิปราย ในตอนเปดแลว ตองการแคจะตอบหรือวาชี้แจงใน ๓ ประเด็นที่มีการพูดถึงกันในชวงของ การอภิปรายมาตลอดทั้งวันนะครับ แลวก็จะขออนุญาตมีสไลดประกอบดวยนะครับ🔗
ผมคิดวาประเด็นหลักที่เรามีการ พูดคุยกันในวันนี้เกี่ยวกับการแกไข ก็คือเรื่องการพยายามจะปรับจากกติกาเกณฑ ๒ ชั้น มาเปนเกณฑ ๑ ชั้น ซึ่งในบรรดา ๔ ราง ที่มีการเสนอสูสภาในวันนี้ ก็จะเห็นวา ๓ ใน ๔ ก็คือของพรรคกาวไกล พรรคเพื่อไทย แลวก็ของ ครม. ที่จะปรับเหลือ ๑ ชั้น แมวาเกณฑชั้นลางอยางที่ทานจาตุรนตไดชี้แจงเมื่อสักครูก็จะมีการเขียนที่แตกตาง ในรายละเอียดอยูบาง แตจะมีแครางเดียวคือรางของพรรคภูมิใจไทยนะครับที่ยังคงไววา จะมีเกณฑ ๒ ชั้น แมจะมีการปรับรายละเอียดบางประการดวยก็ตาม🔗
ในประเด็นที่ ๑ ก็อยากจะชี้แจงเพื่อใหเพื่อนสมาชิกจากพรรคภูมิใจไทย สบายใจ วาหลังจากฟงคำอภิปรายของเพื่อนสมาชิกคุณภราดรแลวก็เขาใจถึงเจตนาของทาง พรรคภูมิใจไทยที่ตองการจะคง ๒ ชั้นไว สวนหนึ่งก็เปนเพราะวาตองการใหความสำคัญ กับประเด็นเรื่องของสัดสวนการออกมาใชสิทธิ พูดงาย ๆ คือการคงเกณฑชั้นบนไวเปนการ คงไวซึ่งเกณฑที่เกี่ยวของกับขั้นต่ำของจำนวนคนที่ออกมาใชสิทธิออกเสียง แตในเมื่อ เพื่อนสมาชิกเห็นวาประชามติมักจะถูกใชกับประเด็นที่สำคัญก็ควรที่จะมีการกำหนดเกณฑ ในลักษณะนี้ ผมย้ำอีกรอบหนึ่งนะครับวาในเชิงหลักการผมไมติดใจเกี่ยวกับเรื่องกติกา ของการมีเกณฑ ๒ ชั้น หรือวา Double Majority แตผมกังวลในเชิงปฏิบัติ นั่นคือวา ถาทุกคนออกมาใชสิทธิอยางตรงไปตรงมา แสดงความเห็นอยางตรงไปตรงมา การมีเกณฑ ๒ ชั้นจะไมเปนปญหาเลย แตสิ่งที่เรากังวลกันในเชิงปฏิบัติ ก็คือฝายที่อาจจะรูตัววาอาจจะ แพในการทำประชามติ คือฝายที่อาจจะมีความเห็นวาไมเห็นชอบกับประเด็นที่ถูกถาม แลวรูวามีจำนวนนอยกวาฝายที่เห็นชอบกับประเด็นที่ถูกถามอาจจะเลือกใชวิธีอยาง ไมตรงไปตรงมา แลวรณรงคใหทุกคนนั้นอยูบานแลวก็ไมออกมาใชสิทธิ ซึ่งถาเปนเชนนั้น ก็จะทำใหประชามติถูกคว่ำไปโดยไมผานเกณฑชั้นบน ทั้ง ๆ ที่ฝายที่ไมเห็นดวยมีนอยกวา ฝายที่เห็นดวยนะครับ ดังนั้นถาจะแกปญหานี้ในเชิงปฏิบัติก็จำเปนที่ตองมีการยกเลิกเกณฑ ชั้นบนนะครับ เพราะฉะนั้นยืนยันวาไมไดไมใหความสำคัญกับสัดสวนคนออกมาใชสิทธิ เขาใจถึงหลักการที่อยูเบื้องหลังการมีเกณฑ ๒ ชั้น แตวากังวลในเชิงของปญหาเชิงปฏิบัติ🔗
ประเด็นที่ ๒ ทานประธานตองขออนุญาตชี้แจงจริง ๆ อันนี้ขออนุญาตเรียน กับทานประธานผานไปยังเพื่อนสมาชิก ทานฐากรจากพรรคไทยสรางไทย แลวขอไปที่สไลด ถัดไป เผอิญวาทานฐากรมีการโชวสไลดหนึ่งครับ ซึ่งมีการพูดถึงรางของทั้ง ๔ ฉบับ รวมถึง รางฉบับปจจุบันดวย และมีความพยายามในการจัด ผมใชคำพูดของทานนะครับ ความหนักเบา ของแตละรางเกี่ยวกับเรื่อง Single กับ Double Majority แตละคนจะมีความเห็นวาควรจะ หนักเทาไร เบาเทาไร อันนั้นผมคิดวาเปนดุลยพินิจของทุกคน ผมคงไมเสียเวลาอภิปราย แตที่ผมจำเปนตองชี้แจงเกี่ยวกับสไลดนี้ เพราะวามันมีขอเท็จจริงที่มันคลาดเคลื่อนไปบาง แลวอาจจะทำใหประชาชนที่รับชมอยูนั้นอาจจะเขาใจขอมูลที่คลาดเคลื่อนไป ถาเราไปดูการ พยายามจัดลำดับความหนักเบาของเพื่อนสมาชิก ทานฐากรนะครับ ขออนุญาตที่เอยนาม ทานพยายามจะจัดลำดับโดยการ มีคอลัมนนะครับ หรือวาแถวแนวตั้งอยู ๓ แนวตั้งดวยกัน แนวตั้งที่ ๑ เปนการพูดถึงสัดสวนผูออกมาใชสิทธิ ซึ่งอันนี้ทานก็ไดสรุปไวอยางแมนยำ ก็คือวามี ๓ ราง ก็คือรางของพรรคกาวไกล พรรคเพื่อไทย ครม. ที่ไมมีการกำหนดเกณฑ ชั้นบนตรงนี้ และมีแค ๒ รางนะครับ ก็คือรางปจจุบันแลวรางของพรรคภูมิใจไทยที่กำหนดเกณฑชั้นบน ดังนั้นก็ถูกตองครับวา ๓ รางของพรรคกาวไกล พรรคเพื่อไทย แลวก็ ครม. นั้นก็จะมี ความเบาตามนิยามของทานมากกวารางของทางพรรคภูมิใจไทย หรือวากฎหมาย พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติฉบับปจจุบัน ดังนั้นไมติดใจในการบอกวา ๓ รางบนอยูขางบน คือ ๓ รางอยูขางบน แลวก็ ๒ รางที่อยูขางลาง แตพอมาคอลัมนที่ ๒ กับคอลัมนที่ ๓ อันนี้เปนสิ่งที่จำเปนที่จะตองชี้แจง ทานพยายามจะจัดความหนักเบาโดยการคำนึงถึง ๒ ปจจัย ปจจัยที่ ๑ ก็คือวาแตละรางเขียนเกี่ยวกับเกณฑชั้นลางอยางไร วาจะใชเสียงเกิน กึ่งหนึ่งหรือเสียงขางมาก สวนคอลัมนที่ ๓ เปนการพูดถึงเรียกวาเงื่อนไขเพิ่มเติม แลวก็มี การพยายามจะชี้ใหเห็นวา ในเมื่อรางของพรรคกาวไกลในเซตขางบนกับรางปจจุบันในเซต ขางลางไมมีการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม ดังนั้นหมายความวาราง ๒ รางดังกลาวนี้มีความ หนักนอยกวา หรือวามีความเบามากกวารางอื่น ๆ ในกลุมเดียวกัน ก็ตองชี้แจงแบบนี้นะครับ วาทำไมในสวนพรรคกาวไกลเราถึงไมเขียนกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม ก็เพราะวาถาเราขยับมา คอลัมน ๒ พรรคกาวไกลเขียนชัดครับวา ในสวนของเกณฑชั้นลางประชามติจะผานก็ตอเมื่อ ไดเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผูที่ออกมาใชสิทธิออกเสียง สมมุตินะครับมีผูออกมาใชสิทธิออกเสียง อยู ๑๐ คน นั่นหมายความวาตราบใดที่มีอยางนอย ๖ คน ที่ลงคะแนนเห็นชอบถือวาผาน คือตองเกินกึ่งหนึ่ง ถามีแค ๔ คนลงคะแนนเห็นชอบถือวาไมผานนะครับ ดังนั้นในเมื่อ มันเกินกึ่งหนึ่งมาแลวอยูที่ ๖ คน อีก ๔ คน ที่เหลือเขาจะลงคะแนนไมเห็นชอบกี่คน หรือวา ลงคะแนนงดออกเสียงกี่คนมันไมสำคัญแลว เพราะวาคะแนนเห็นชอบหรือ Yes มันเกิน กึ่งหนึ่งไปแลว ดังนั้นมันไมจำเปนตองเขียนเงื่อนไข เพราะมันหนัก หรือวาเงื่อนไขมันหนัก กวาที่ตองไปกำหนดเพิ่มเติมอยูแลว แตเหตุผลที่ราง เชนรางของพรรคเพื่อไทยกับ พรรคภูมิใจไทยตองเขียนเงื่อนไขเพิ่มเติม ก็เพราะวาเขาไมไดเขียนเกณฑชั้นลางโดยการ กำหนดเปนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง แตเขียนเปนเสียงขางมาก นั่นหมายความวาสมมุติมีผูออกมา ใชสิทธิออกเสียงอยู ๑๐ คนเหมือนตัวอยางเดิม และสมมุติมีคนลงคะแนนเห็นชอบ ๔ คน ตรงนี้มันสำคัญแลวครับวาอีก ๖ คนที่เหลือนี้ลงคะแนนอยางไร ถาเกิดวาทั้ง ๖ คนลงคะแนน ไมเห็นชอบก็ถือวาไมผานเพราะวาเปนเสียงขางมาก แตถาสมมุติวาคนลงคะแนนไมเห็นชอบ อยู ๓ คน งดออกเสียงอยู ๓ คน อันนี้ถือวาผาน ดังนั้นอันนี้เลยเปนเหตุผลวาทำไมพอเขียน เกณฑชั้นลางเปนเสียงขางมากรางของพรรคเพื่อไทยกับรางของพรรคภูมิใจไทยจึงจำเปนตอง มีการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมเพื่อบอกวา เสียงที่เห็นชอบจะมากกวาเสียงที่ไมเห็นชอบ อยางเดียวไมพอ หรือวาเสียงที่เห็นชอบนั้นจะตองมากกวาเสียงที่งดออกเสียงดวยเชนกัน ดังนั้นถาเอาตามขอเท็จจริงความเห็นนั้นอีกเรื่องหนึ่ง แตเอาตามขอเท็จจริงมันจึงเคยเปน เหตุผลวาทำไมรางของพรรคกาวไกล แลวก็รางปจจุบันถึงไมมีการใสขอกำหนดเพิ่มเติมใน คอลัมนที่ ๓ ดังนั้นถาจะเรียงตามความหนักเบาตองเรียงตามตัวเลขที่ปรากฏอยูในสไลด ดานซาย หรือวาดานซายของสไลด ก็คือวาถาเอาตามขอเท็จจริงเลย หนักสุดก็คือราง ฉบับปจจุบัน รองลงมาดวยรางพรรคภูมิใจไทย ซึ่งทั้ง ๒ รางมีเกณฑ ๒ ชั้น พอขยับเขามา เกณฑชั้นเดียวหนักที่สุดซึ่งหนักเทากันก็จะเปนรางของพรรคกาวไกลกับ ครม. แลวก็เบาที่สุด จะเปนรางของพรรคเพื่อไทย อันนี้ไมไดใสความเห็นวาควรจะหนักเบาเทาไร แตแคพยายาม จะชี้แจงขอเท็จจริงใหเห็นวาทำไมถึงเขียนกฎหมายออกมาเปนลักษณะนี้🔗
สวนประเด็นสุดทายครับทานประธาน อันนี้เอาสไลดลงได ตลอดการอภิปราย ในวันนี้ผมก็พยายามฟงแลวก็จดประเด็นที่เพื่อนสมาชิกทุกคนไดอภิปราย ก็คนพบครับวา หลายคนนั้นอภิปรายประเด็นที่เกี่ยวของกับตัวคำถามประชามติ เขาใจไดเปนเรื่องที่ หลายคนหวงใย แลวก็ พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติผานไป ขั้นตอนถัดไปก็ตองมา ถกกันเรื่องคำถามประชามติ แลวพอเห็นคำถามที่ ครม. เสนอมาก็เขาใจไดวาหลายคน ก็มีหลากหลายความเห็น บางคนก็ใชเวทีวันนี้ในการพยายามจะอภิปรายวาทำไมจะตองมี คำถามที่กำหนดชัดเจนเลยวาไมใหมีการแกไขหมวด ๑ หมวด ๒ บางคนก็อภิปรายวาทำไม คำถามควรจะเปดกวาง แตเรียนดวยความเคารพครับทานประธาน ไมเกี่ยวของกับวาระวันนี้ เลยครับ เรื่องของคำถามประชามติจะออกแบบอยางไรไมไดอยูในตัวเนื้อหาสาระของ รางแกไข พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติ ดังนั้นสิ่งที่ผมเสนอครับ ในเมื่อเพื่อนสมาชิก หลายคนมีความสนใจมากที่จะคุยกันเรื่องคำถามประชามติ เดี๋ยวผมจะรวบรวมเพื่อนสมาชิก จากพรรคกาวไกลลงญัตติเสนอเรื่องของคำถามประชามติ ตาม พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียง ประชามติ มาตรา ๙ (๔) มาคุยกันในสภาแหงนี้ แลวก็หวังวาจะไดรับการสนับสนุนจากเพื่อน สมาชิกจากทุกพรรคการเมืองที่อยากจะมาคุยกันเรื่องคำถามประชามติ เพื่อเราจะไดมีเวลา เต็มที่ในการมาพูดคุยกันวา ตกลงคำถามที่ทาง ครม. เสนอนั้นเหมาะสมหรือไม หรือวาใคร ในที่แหงนี้จะใชกลไก พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติ มาตรา ๙ (๔) เพื่อเสนอคำถาม ที่เรามองวาเหมาะสมกวาหรือเปลาสำหรับประชามติครั้งแรกที่จะเกิดขึ้นทันทีที่ พ.ร.บ. วาดวยการออกเสียงประชามติถูกแกไขเสร็จ ก็สรุปทิ้งทายครับวาในสวนของคำถาม แมวาทางกาวไกลกับรัฐบาลจะยังเห็นตางกัน แตในสวนของการแกไข พ.ร.บ. วาดวย การออกเสียงประชามติเราก็พรอมจะยินดีสนับสนุนทั้ง ๔ รางในวันนี้ แลวไปคุยตอเพิ่มเติม ในรายละเอียดในชั้นกรรมาธิการครับ ขอบคุณครับทานประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญทานภราดรครับ🔗
ทานประธานที่เคารพครับ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอางทอง ผมขอใชเวลาสั้น ๆ นิดเดียวครับเพื่อสรุปญัตติ เมื่อสักครูนี้มีเพื่อนสมาชิกหลายทานไดอภิปรายในทั้ง ๔ ราง ที่เสนอแกไขรางประชามติมา ซึ่งผมบอกตั้งแตแรกวาผมไมขัดของ และผมเห็นดวยกับการ ที่จะตองมาแกไขในเรื่องของกฎหมายประชามติที่เปน Double Majority อยูในขณะนี้ แตผมอยากจะเรียนกับทานประธานนิดเดียวครับวา มีเพื่อนสมาชิกหลายทานเมื่อสักครูนี้ แมกระทั่งคุณพริษฐเองก็ยังเหมือนกับวาไมเขาใจในตัวรางของผม ยังบอกวารางของ พรรคภูมิใจไทยเปน Double Majority หรือมีเกณฑ ๒ ชั้นอยู ซึ่งจริง ๆ แลว มันเปนเกณฑ ชั้นเดียว คือเกณฑชั้นบน สวนเกณฑชั้นลางนี่ไมมีแลว สวนเกณฑชั้นบนผมก็ไดอธิบายไป ตั้งแตตอนแรกวา เกณฑชั้นบนที่ตั้งเอาไวนี้เพียงเพื่อตองการใหเกิดความชอบธรรมในการที่ จะแกไขรัฐธรรมนูญเพียงเทานั้น ไมไดตั้งใจที่จะทำใหการแกไขรัฐธรรมนูญเปนเรื่องที่ยุงยาก และเปนเรื่องที่ยากและเปนเรื่องที่ทำไมได เหมือนอยางกฎหมายประชามติที่เปนอยูใน ขณะนี้ เราเห็นถึงปญหาเหมือนกันและเราตั้งใจที่จะเดินหนาแกไขรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ เราตั้งใจที่จะใหเกิดรัฐธรรมนูญของประชาชนที่มาจากการรางของ สสร. ซึ่งมาจากประชาชน เหมือนกัน ปลายทางเราเหมือนกัน แตสิ่งที่เราพยายามที่จะทำล็อกเอาไวชั้นบน เพราะตองการที่จะเห็นความชอบธรรมในการแกไขกฎหมายใหญ โดยเฉพาะอยางยิ่ง กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับป ๒๕๖๐ ชอบหรือไมชอบแลวแต แตสิ่งที่ ปฏิเสธไมได คือเขาผานการทำประชามติจากประชาชน ๒๗ ลานคน เห็นดวย ๑๖.๘ ไมเห็นดวย ๑๐.๖ จะเกิดอะไรขึ้นครับหากวาไมมีเกณฑชั้นบนเลย หมายความวาเชนมีคนมา ทำประชามติในเรื่องของการแกรัฐธรรมนูญเพียง ๑ ลานคน เห็นดวยในการแกไขรัฐธรรมนูญ ผมยกใหทั้งหมดเลย ๑ ลานคนเห็นดวยทั้งหมดในการแกรัฐธรรมนูญ คนที่เขาไมอยากใหแก รัฐธรรมนูญในประเทศนี้มีเยอะแยะมากมายมันจะเกิดคำถามกับคนพวกนี้ทันทีวา ๑ ลานคน ที่คุณออกมาใชสิทธินี้ เมื่อเทียบกับคน ๒๗ ลานคนที่เขาออกมาใชสิทธิเมื่อป ๒๕๕๙ กับ รัฐธรรมนูญ ป ๒๕๖๐ มันเทียบกันไมไดนี่คือสิ่งที่พวกผมเปนหวงเทานั้นเอง แตตัวเลข กึ่งหนึ่งของผูมีสิทธิไมเปนไร ผมเพียงยกเปนตุกตาขึ้นมาวามันควรจะตองมีเกณฑอยางนอย ขั้นต่ำ วาจะตองมีเกณฑเทาไรสำหรับผูที่ออกมาใชสิทธิในเกณฑชั้นบน เพื่อที่จะสราง ความชอบธรรมใหเกิดขึ้นกับการแกไขรัฐธรรมนูญเพียงเทานั้น นี่คือเจตนาเทานั้น เพราะฉะนั้นในชั้นกรรมาธิการพวกผมก็ไมติดใจเชนเดียวกัน ถาจะใชรางของ ครม. เปนหลัก ซึ่งจะใชรางของ ครม. เปนหลัก แลวกรรมาธิการจะไปปรับแกกันเปนไมมี Double Majority หรือจะเปนเกณฑชั้นเดียวจะเปนเกณฑชั้นลาง ไมติดใจครับ เพียงแตจะตั้งเปนขอสังเกตวา จำนวนของผูที่มาใชสิทธิในการลงประชามติ ในการแกไขเรื่องรัฐธรรมนูญซึ่งเปนเรื่องใหญ จำเปนที่จะตองมีจำนวนมากพอเพื่อสรางความชอบธรรมในการที่จะขอฉันทามติเพื่อ เดินหนาสูการแกไขรัฐธรรมนูญ ปลายทางของเราตรงกัน คือการเดินหนาแกไขรัฐธรรมนูญ ใหเปนประชาธิปไตยและการแกไขรัฐธรรมนูญใหมาจากพี่นองประชาชน ปลายทางตรงกัน เพราะฉะนั้นในชั้นกรรมาธิการผมอาจจะไมไดเขาไปเปนกรรมาธิการ ก็ฝากกรรมาธิการ ดวยวา ใหคำนึงถึงเกณฑในการที่จะกำหนดใหคนที่ออกมาใชสิทธินี้มีจำนวนมากพอสมควร ที่จะสรางความชอบธรรมใหกับการแกไขรัฐธรรมนูญ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ สภาผูแทนราษฎรยินดีตอนรับคณะผูบริหาร อาจารย เจาหนาที่และนักศึกษา คณะสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยนเรศวร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกครับ ยินดีตอนรับครับ🔗
เรียนทานสมาชิกครับ ตอนนี้ผูเสนอญัตติทั้ง ๔ ราง ก็ไดเสนอและ มีการอภิปราย และไดสรุปเสร็จเรียบรอยแลวนะครับ ตอไปจะเปนการลงมติครับ ขอเชิญ สมาชิกเขาหองประชุมครับเนื่องจากเราปดเทอมกันไปนาน เดี๋ยวใหโอกาสแตละทาน ไปรับบัตรกอน เราไมไดเรงรีบนะครับ เพื่อที่เราจะไดมีความแนนอนในเรื่องของการ ลงคะแนนดวยอิเล็กทรอนิกสนะครับ เชิญทานสมาชิกรับบัตรนะครับ🔗
ทานประธานครับ ทานประธานยังไมไดกดออดเรียกถูกไหมครับ แคเชิญสมาชิกกอนใชไหมครับ🔗
ยังครับ แคเชิญสมาชิกครับ เวลาพอสมควรแลวนะครับ ผมขอตรวจสอบองคประชุมครับ🔗
สมาชิกครับ ขอเชิญทานสมาชิกใชสิทธิแสดงตนครับ โปรดเสียบบัตรและกดปุมแสดงตนครับ🔗
๔๒๘ แสดงตนคะ🔗
๔๒๘ ครับ🔗
ขออนุญาตทานประธาน ๑๕๒ แสดงตนคะ🔗
๑๕๒ ครับ🔗
กราบเรียนทานประธานคะ ๑๑๘ ฐิติมา ฉายแสง คะ🔗
๑๑๘ แสดงตนครับ🔗
ทานประธานครับ ๓๒๗ วรสิทธิ์ กัลปตินันท แสดงตนครับ🔗
๓๒๗ นะครับ🔗
ทานประธานคะ ๔๐๓ สรัสนันทแสดงตนคะ🔗
๔๐๓ ครับ ยังมีเวลานะครับ เชิญไปรับบัตรไดนะครับ เดี๋ยวจะไดลงมติไมผิดพลาดนะครับ เมื่อสักครูทานสรัสนันทนะครับ ๔๐๓ ครับ🔗
ทานประธานครับ ๓๒๔ ผม วรวัจน ขอแสดงตนครับ🔗
๓๒๔ ครับ🔗
ทานประธานครับ วรรณรัตน ชาญนุกูล ๓๒๐ แสดงตนครับ🔗
๓๒๐ ครับ มีทานใดยังไมไดใชสิทธิแสดงตนไหมครับ เดี๋ยวรอสักครูนะครับ พ.ร.บ. นี้สำคัญนะครับ อยากใหอยูกันพรอมหนาพรอมตานะครับ🔗
ทานประธานครับ นายนพดล ๑๗๗ แสดงตนครับ🔗
๑๗๗ ครับ🔗
ทานประธานครับ กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ หมายเลข ๒๔ แสดงตนครับ🔗
ครับ ๒๔ นะครับ คุณหมอครับ🔗
วิรัช พิมพะนิตย ๓๔๔ แสดงตนครับ🔗
๓๔๔ แสดงตนครับ🔗
๓๒๒ แสดงตนคะ🔗
๓๒๒ ครับ🔗
ทานประธานคะ ๒๒๙ แสดงตนคะ🔗
๒๒๙ นะครับ🔗
ทานประธานครับ ๒๔๐ แสดงตนครับ🔗
๒๔๐ ครับ🔗
ทานประธานครับ ๑๘๐ แสดงตน🔗
๑๘๐ ครับ คิดวาครบถวนแลวนะครับ มีทานใดยังไมไดใชสิทธิไหมครับ ผมขอปดการแสดงตนครับ เชิญเจาหนาที่แสดงผลครับ เปน ๔๔๑ ทาน ที่กดดวยอิเล็กทรอนิกส แลวก็บวกอีก ๑๔ ทาน เปน ๔๕๕ ทาน ครบองคประชุมครับ🔗
ตอไป ขอถามมติจากที่ประชุมวาจะรับหลักการแหงรางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๔ ฉบับหรือไม เปนการลงมติครั้งเดียวรวมทั้ง ๔ ฉบับครับ ขอเชิญทานสมาชิกใชสิทธิแสดงตนครับ🔗
ทานประธานครับ ใชสิทธิ แสดงตนหรือใชสิทธิลงคะแนนครับ🔗
ขออภัยดวยครับ ขออภัยนะครับ ขอถามใหมผมสับสนเล็กนอยนะครับ ไมตองแสดงตนแลว เราแสดงตนอยูที่ ๔๕๕ ทานนะครับ ตอไปจะเปนการใชสิทธิออกเสียงลงคะแนน ใชสิทธิ ออกเสียงลงคะแนน ผูใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุม เห็นดวย ผูใดเห็นไมควรรับหลักการ โปรดกดปุม ไมเห็นดวย ผูใดเห็นวาควรงดออกเสียงโปรดกดปุม งดออกเสียง ขอเชิญ ทานสมาชิกใชสิทธิลงคะแนนครับ🔗
สมาชิกทานใดยังไมไดใชสิทธิลงคะแนนไหมครับ🔗
ทานประธานคะ ๔๒๘ เห็นดวยคะ🔗
๔๒๘ เห็นดวยครับ ถาไมมีแลวผมขอปดการลงคะแนนครับ จำนวนผูลงมติ ๔๕๑ ทาน บวก ๑ ทานนะครับ เห็นดวย ๔๕๐ ทาน บวก ๑ ทานครับ ไมเห็นดวย ๐ งดออกเสียง ๑ ทาน ไมลงคะแนนเสียง ๐ ครับ เปนอันวาที่ประชุมมีมติรับหลักการแหงรางพระราชบัญญัติ วาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๔ ฉบับครับ🔗
ในกรณีที่ประชุมมีมติรับหลักการจะขอเชิญเสนอคณะกรรมาธิการครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ ผม ศรัณย ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวนกรรมาธิการ ๓๑ ทาน ขอผูรับรองดวยครับ🔗
มีผูรับรองถูกตองนะครับ ๓๑ ทาน เปนสัดสวนของรัฐมนตรี จำนวน ๗ ทาน และเปนสัดสวน กรรมาธิการของแตละพรรคการเมือง ๒๔ ทานครับ ขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อ กรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียน ทานประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงคมนาคม กอนอื่นดิฉันตองขอบคุณทานประธานและทานสมาชิกผูทรงเกียรติที่ไดพิจารณารับหลักการ รางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติในวาระที่ ๑ นี้นะคะ การแกไข พระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ถือเปนกาวสำคัญของการพัฒนา ระบอบประชาธิปไตย เนื่องจากกฎหมายวาดวยการออกเสียงประชามตินี้เปนเครื่องมือสำคัญ ที่จะทำใหประชาชนแสดงเจตจำนงตาง ๆ ไดอยางเสรี ดิฉันเชื่อวารางพระราชบัญญัติฉบับนี้ นอกจากจะชวยแกไขปญหาใหการออกเสียงประชามติที่ไมประสบความสำเร็จแลว ยังจะชวยสรางระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยมีความมั่นคง แลวก็เขมแข็งมากยิ่งขึ้น ตองขอบคุณทานประธานสภา แลวก็สมาชิกทุกทาน ดิฉันขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญ ในสัดสวนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๗ ทาน ดังนี้ ๑. นายนิกร จำนง ๒. ศาสตราจารยวุฒิสาร ตันไชย ๓. ศาสตราจารยพิเศษชัยเกษม นิติสิริ ๔. นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ ๕. วาที่รอยตรี ภาสกร สิริภคยาพร ๖. นางสาวอุดมลักษณ บุญสวาง ๗. ผูชวยศาสตราจารย พรสันต เลี้ยงบุญเลิศชัย ขอบคุณคะ🔗
ขอบคุณครับ ตอไปเปนพรรคกาวไกล จำนวน ๗ ทานครับ🔗
เรียนทานประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ สุมโนธรรม สส. แบบแบงเขตจังหวัดสมุทรสาคร พรรคกาวไกล ขออนุญาต เสนอกรรมาธิการวิสามัญในสัดสวนของพรรคกาวไกล จำนวน ๗ ทาน ๑. นายพริษฐ วัชรสินธุ ๒. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๓. นายฉัตร สุภัทรวณิชย ๔. นายถวิล ไพรสณฑ ๕. นายกฤต แสงสุรินทร ๖. นายปกปอง จันวิทย และ ๗. นายปยบุตร แสงกนกกุล ขอบคุณครับ ขอผูรับรองดวยครับ🔗
ผูรับรองถูกตองครับ ขอเชิญพรรคเพื่อไทยครับ🔗
เรียนทานประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวรวงศ วรปญญา สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๕ ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ ๑. รองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล ๒. นายจาตุรนต ฉายแสง ๓. นายนิคม บุญวิเศษ ๔. นายยุทธพร อิสรชัย ๕. นายชนินทร รุงธนเกียรติ ๖. นายกฤช เอื้อวงศ และ ๗. นายเอกชัย ไชยนุวัติ ขอผูรับรองดวยครับ🔗
ผูรับรองถูกตอง เชิญพรรคภูมิใจไทยครับ🔗
เรียนทานประธานสภา ที่เคารพ กระผม ประดิษฐ สังขจาย สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการพิจารณารางพระราชบัญญัติออกเสียง ประชามติ สัดสวนพรรคภูมิใจไทย ๓ ทาน ๑. นายศุภชัย ใจสมุทร ๒. นายกรวีร ปริศนานันทกุล ๓. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุวาณิช ขอผูรับรองดวยครับ🔗
ผูรับรองถูกตองครับ เชิญพรรคพลังประชารัฐครับ🔗
เรียนทานประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอัครแสนคีรี โลหวีระ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๗ พรรค พลังประชารัฐ ทานประธานครับ กระผมขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา รางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ ในสัดสวนของพรรคพลังประชารัฐ ๒ ทาน ดังนี้ครับ ๑. คุณศรัณยา สุวรรณพรหม ๒. คุณอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ขอบพระคุณครับ ขอผูรับรองดวยครับ🔗
รับรอง ถูกตองครับ เชิญพรรครวมไทยสรางชาติครับ🔗
เรียนทานประธานสภาที่เคารพ ผม ปรเมษฐ จินา พรรครวมไทยสรางชาติจังหวัดสุราษฎรธานี ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณารางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติของพรรค จำนวน ๒ ทาน ทานแรกทานวิทยา แกวภราดัย ทานที่ ๒ ทานเจือ ราชสีห ขอผูรับรองดวยครับ🔗
ผูรับรองถูกตองครับ ขอเชิญพรรคประชาธิปตยครับ🔗
ทานประธานสภาที่เคารพ กระผม รมธรรม ขำนุรักษ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปตย กระผม ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการศึกษาพิจารณารางพระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียง ประชามติในสัดสวนของพรรคประชาธิปตย ๑ ทาน คือทานยุทธการ รัตนมาศ ครับ ขอผูรับรองดวยครับ🔗
ผูรับรองถูกตองนะครับ ขอเชิญพรรคชาติไทยพัฒนาครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดสวน ของพรรคชาติไทยพัฒนาขอเสนอนางปยะนาถ รอดมุย ขอผูรับรองดวยครับ🔗
ผูรับรองถูกตองนะครับ ตอไปพรรคสุดทายเชิญพรรคประชาชาติครับ🔗
เรียนทานประธานสภาที่เคารพ ผม นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดปตตานี เขต ๕ ขอเสนอ ผูชวยศาสตราจารยวรวิทย บารู เปนกรรมาธิการวิสามัญในสวนของพรรคประชาชาติ ขอผูรับรองดวยครับ🔗
ผูรับรองถูกตองครับ ตอนนี้ทุกพรรคเสนอชื่อเรียบรอยแลวนะครับ ขอเชิญเลขาธิการ อานรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาราง พระราชบัญญัติวาดวยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๓๑ ทาน ๑. นายนิกร จำนง ๒. ศาสตราจารยวุฒิสาร ตันไชย ๓. ศาสตราจารยพิเศษชัยเกษม นิติสิริ ๔. นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ ๕. วาที่รอยตรี ภาสกร สิริภคยาพร ๖. นางสาวอุดมลักษณ บุญสวาง ๗. ผูชวยศาสตราจารย พรสันต เลี้ยงบุญเลิศชัย ๘. นายพริษฐ วัชรสินธุ ๙. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๑๐. นายฉัตร สุภัทรวณิชย ๑๑. นายถวิล ไพรสณฑ ๑๒. นายกฤต แสงสุรินทร ๑๓. นายปกปอง จันวิทย ๑๔. นายปยบุตร แสงกนกกุล ๑๕. รองศาสตราจารยชูศักดิ์ ศิรินิล ๑๖. นายจาตุรนต ฉายแสง ๑๗. นายนิคม บุญวิเศษ ๑๘. นายยุทธพร อิสรชัย ๑๙. นายชนินทร รุงธนเกียรติ ๒๐. นายกฤช เอื้อวงศ ๒๑. นายเอกชัย ไชยนุวัติ ๒๒. นายศุภชัย ใจสมุทร ๒๓. นายกรวีร ปริศนานันทกุล ๒๔. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุวาณิช ๒๕. นางศรัณยา สุวรรณพรหม ๒๖. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ๒๗. นายวิทยา แกวภราดัย ๒๘. นายเจือ ราชสีห ๒๙. วาที่รอยโท ยุทธการ รัตนมาศ ๓๐. นางปยะนาถ รอดมุย และ ๓๑. ผูชวยศาสตราจารยวรวิทย บารู🔗
รายชื่อ กรรมาธิการถูกตองนะครับ🔗
ทานประธานที่เคารพ เมื่อสักครูนี้ ผมไมทันที่จะกด อีกเสียงหนึ่งขอหารือทานประธาน บันทึกผมเห็นดวย ลงมติเมื่อสักครูนี้ ไมทันที่จะลงครับ ๓๒๕ ครับ🔗
อาจารยขานชื่อเลยครับ🔗
๓๒๕ ผูชวยศาสตราจารยวรวิทย บารู เห็นดวยครับ🔗
ฝายเลขานุการบันทึกนะครับ ตอไปจะเปนการกำหนดระยะการแปรญัตติ ขอเชิญครับ🔗
ทานประธานที่เคารพครับ กระผม อนุสรณ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอระยะเวลาในการแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผูรับรองครับ🔗
ระยะเวลาแปรญัตติ ๑๕ วัน เนื่องจากมีการรับรางพระราชบัญญัติมากกวา ๑ ฉบับ ขอเชิญ ทานสมาชิกเสนอวาจะใชรางพระราชบัญญัติฉบับใดเปนหลักในการพิจารณาวาระที่ ๒ ครับ🔗
ทานประธานที่เคารพครับ กระผม อนุสรณ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอใหใชรางของ ครม. เปนรางหลักในการพิจารณาครับ ขอผูรับรองครับ🔗
ไมมีฝายใด เสนอรางอื่นนะครับ เปนอันวาที่ประชุมมีมติเห็นชอบใหใชรางพระราชบัญญัติที่เสนอโดย คณะรัฐมนตรีเปนหลักในการพิจารณาในวาระที่ ๒ เปนอันสิ้นสุดระเบียบวาระที่ ๔🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่คางพิจารณา ไมมี🔗
ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องที่เสนอใหม ไดพิจารณารวมกับวาระเรื่องดวนแลว ทานสมาชิกครับ วันนี้กับพรุงนี้จะมีโตะขางหนาที่ฝายเลขาธิการของรัฐสภาจะขอความเห็น พี่นองสมาชิกในการปรับปรุงโครงสรางขาราชการรัฐสภาวาทานอยากเห็นหนวยไหนมีการ พัฒนาไปในสวนไหนอยางไรบางนะครับ🔗
ทานประธานครับ ผม อดิศร เพียงเกษ ขอปรึกษาเรื่องสำคัญ ระบบเสียงขางหลังฟงไมไดยินเลยครับทานประธาน เกรงจะมี ผลกระทบตอการประชุมงบประมาณ ๓ วันติดตอไป ฟงไมไดยินเลย แอรก็รอน อยางไร ก็ขอกราบเรียนทานประธานหนอยนะครับ🔗
หองประชุมนี้ถาทุกคนพูดพรอมกันเสียงจะเปนแบบนี้เลย แลวก็เครื่องเสียงเราก็มี ความจำกัด อยางไรเดี๋ยวรบกวนสมาชิกจำกัดการใชเสียงในหองประชุมดวย ผมแจงตอก็คือ ที่หนาหองประชุมจะมีการรับฟงความเห็นพี่นองสมาชิกในการพัฒนาระบบขาราชการรัฐสภา ก็เชิญแสดงความคิดเห็นไดเลย ถามีประสบการณกับฝายวิชาการ ฝายกฎหมาย ฝายกรรมาธิการ ทานอยากเห็นการปรับปรุงใหเปลี่ยนแปลง ใหทันสมัย หรือตรงกับ ความตองการของทานมากที่สุดอยางไรเชิญใหความเห็นไดที่โตะขางหนาหองประชุม และสวนความเห็นของทานอดิศร ขอเชิญเจาหนาที่ตรวจสอบหลังการประชุมวันนี้ อีกครั้งหนึ่ง เพื่อใหมีความพรอมในการประชุมงบประมาณในวันพรุงนี้ครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ ไมมี🔗
ทานสมาชิกครับ วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแลวครับ ผมขอปด การประชุมครับ🔗
เลิกประชุมเวลา ๑๔.๕๐ นาิกา🔗